Fanboi Channel

นิทานเด็กดีบทที่ 36 (DDN XXXVI) The End of the F***ing Mong จุดเริ่มต้นคือจุดจบ จุดจบคือจุดเริ่มต้น สูงสุดคืนสู่สามัญ ความเงียบงันไม่ได้หมายถึงสังคมสงบสุข วันนี้ไม่มีดราม่ามันๆ เบย

Last posted

Total of 206 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:+GLMTmC0QE

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดีดอทคอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บเด็กดี เพื่อความหวังของเว็บโนเวลไทยในอนาคต ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น (ถ้าอยากนินทา สามารถเข้าวาร์ปไปห้องนินทาได้ที่นี่ >> https://fanboi.ch/netwatch/11230/recent/

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 -- https://fanboi.ch/webnovel/6295/
นิยายเด็กดี บทที่ 21 -- https://fanboi.ch/webnovel/6506/
นิยายเด็กดี บทที่ 22 -- https://fanboi.ch/webnovel/6868/
นิยายเด็กดี บทที่ 23 -- https://fanboi.ch/webnovel/7834/
นิยายเด็กดี บทที่ 24 -- https://fanboi.ch/webnovel/8477/
นิยายเด็กดี บทที่ 25 -- https://fanboi.ch/webnovel/8614/
นิยายเด็กดี บทที่ 26 -- https://fanboi.ch/webnovel/8685/
นิยายเด็กดี บทที่ 27 -- https://fanboi.ch/webnovel/8795/
นิยายเด็กดี บทที่ 28 -- https://fanboi.ch/webnovel/8876/
นิยายเด็กดี บทที่ 29 -- https://fanboi.ch/webnovel/9247/
นิยายเด็กดี บทที่ 30 -- https://fanboi.ch/webnovel/9744/
นิยายเด็กดี บทที่ 31 -- https://fanboi.ch/webnovel/10135/
นิยายเด็กดี บทที่ 32 -- https://fanboi.ch/webnovel/10275/
นิยายเด็กดี บทที่ 33 -- https://fanboi.ch/webnovel/10680/
นิยายเด็กดี บทที่ 34 -- https://fanboi.ch/webnovel/10887/
นิยายเด็กดี บทที่ 35 -- https://fanboi.ch/webnovel/11174/

รายชื่อนิยายโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

2 Nameless Fanboi Posted ID:PukXp3RdJX

แวะมาเจิมให้กับว้าวซ่าส์และชาวคณะ

3 Nameless Fanboi Posted ID:c/cEY5fF6y

อ่ะ เห็นมีคนจิตว่างดันมู้เก่าเบียดจนตกหน้า กูรับหน้าที่ขุดให้ละกัน

4 Nameless Fanboi Posted ID:2uEd2jWWHN

>>3 ควย กูดันแทบตาย ขุดเฉย เศร้า

5 Nameless Fanboi Posted ID:pcynMtsQ5M

>>4 พยายามได้ดีมาก

6 Nameless Fanboi Posted ID:c/cEY5fF6y

>>4 ว้ายๆ

7 Nameless Fanboi Posted ID:V7DJkVs.rx

เปิดมู้ใหม่มาก็สร้างความประสาทแดกกันเลยเรอะ

8 Nameless Fanboi Posted ID:jrtqZlpuiu

กระทู้คุยเรื่องนิยายเด็กดี พวกมึงไม่มีเรื่องนิยายคุยกันก็ไม่ต้องขุด จะขุดเพื่อเรียกร้องความสงสารเหรอ

9 Nameless Fanboi Posted ID:c/cEY5fF6y

>>8 ที่มู้อื่นไม่มีเรื่องคุยหรือคุยไว้เมื่อชาติก่อนมึงยังไปดันมู้มาเบียดมู้นี้ได้ แล้วทำไมกูจะขุดมู้เด็กดวกขึ้นมาไม่ได้ คิดสิคิด

ใครอยากดันมู้อื่นขึ้นมาเบียดมึงทำเลย แต่มึงอย่าลืมว่าขุดมู้นี้ง่ายนิดเดียว ห้องนี้ไม่ใช่ห้องเน็ตวอชที่นินทากันตลอดเวลาอยู่แล้ว

10 Nameless Fanboi Posted ID:QvqSfTWCcg

ตีกันเลย เอาเลย กูรอชม

11 Nameless Fanboi Posted ID:eY1Ye8Y0Bs

อ่า เข้าใจความรู้สึกของเหล่านักข่าวเวลาาจารย์จางก่อเรื่องเเล้ว เอ้า ตีกันต่อเลย โลกสงบสุขเเล้วกูจะอยู่ยังไง

12 Nameless Fanboi Posted ID:eMTVNnIr81

>>9 มึงอยากขุดกูห้ามไม่ได้แต่จะบอกว่ามันดูน่าสงสาร มูฟออนไปทำอย่างอื่นเถอะ

13 Nameless Fanboi Posted ID:a5g8AFu7bU

ป่ะ ไปเตะบอลกัน

14 Nameless Fanboi Posted ID:CqWSd+SyIu

>>13 มึงเงี่ยนหรอ

15 Nameless Fanboi Posted ID:Du0tuwIKey

>>11 โม่งสับมาร่ายกลอนตบหน้าเร็วนักข่าวรอแล้ว

16 Nameless Fanboi Posted ID:4.w.a6UtOw

>>15 ไอ้ที่เคยร่ายยาวว่าโทรลทำไรไม่ได้ โม่งไม่มีวันล่มสลายอ่ะนะ
หายตัวแรกเลยไม่ใช่หรอ

17 Nameless Fanboi Posted ID:qV4b/cmgpK

>>16 หายทั้งโทรลทั้งโม่งสับเลย ไอ้ที่อยู่นี่แม่งขาจรเอาสนุก กูเริ่มสงสัยล่ะ แม่งเตี๊ยมกันหรือเปล่าวะ บทจะหาย หายคู่

18 Nameless Fanboi Posted ID:hzef3tioKy

สวัสดีค่ะพี่ๆโม่ง หนูเห็นว่ากระทู้เงียบมากเลย วันนี้หนูเลยจะมารีวิวนิยายค่ะ ไม่กล้าใช้คำว่าวิจารณ์หรือว่าสับเพราะมันดูน่ากลัวเกินไปหน่อย หนูแค่มารีวิวเฉยๆแบบน่ารักๆ ถ้าเขียนไม่ดียังไง ต้องขอโทษด้วยนะคะ อย่าด่าหนูแรงเลย หนูเขิล หนูจิตใจอ่อนแอ

The Knight's Last Wind[บอร์ดประกาศอยู่หน้าหลัก] โดย หิวข้าวเกรียบ
ลึงค์ค่ะ: https://writer.dek-d.com/PuntDekD/writer/view.php?id=2132837

ซั่มมารี
คิงราทอริสสู้กับคราวน์ปริ๊นซ์อาร์ทอริสเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ ตัวเอกคือไทวินด์ มือขวาของคิง คิงเห็นท่าว่าปริ๊นซ์ยกทหารมาเยอะคงแพ้แน่ เลยวางแผนจะให้ไทวินด์หนีไป แล้วเป็นผู้สำเร็จราชการจนกว่าพวงสวรรค์ของลูกชายจะตื่นขึ้นมา หลังจากรบแบบตะลุมบอนเหมือนพี่ๆช่างกลตีกัน คิงตายห่า สั่งเสียให้ลุงไทดูแลลูกสาวด้วย ลุงไทโดนจับคิงคนใหม่ให้อภัยเฉลยทุกคนด้วยการสาปผนึกหัวใจอยู่ได้สองปีแล้วก็จะตายห่า คิงเห็นว่าประชาชนกำลังนิยมพวกทหารเหล่านี้จะฆ่าตายคะแนนนิยมจะเสียเลยปล่อยให้ทุกคนเป็นอิสระ
ลุงไทวินด์ออกมาจากคุกแล้วก็ใช้ชีวิตเส็งเคร็งเรื่อยเปื่อย ตีกับคนนั้นทีคนนี้ทีหาสาระไม่ได้เลย กลับบ้านบ้านก็บึ้ม มีกะบดก็ไม่ช่วยเพราะจะใช้ชีวิตที่เหลือของตัวเองให้ดี แต่ไปเจอกะบดขององค์หญิง ออเรเลียที่องค์หญิงไม่ได้รู้เรื่องเหี้ยอะไรเลย ลุงคิดว่าปริ๊นเซสงานเข้าแล้วเลยนึกได้ว่ามีสัญญากะคิงที่ตายห่าไปแล้วนี่ว่า พอไปถึงวังคิงคนใหม่ก็สั่งเจื๋อนกะบดกับองค์หยิงแล้ว แฮ่กๆๆๆ เลือดดด เลือดดดอ่ะเลืออดดดดด ลุงไทไปตามหาเจ้าหยิงเจอง่ายมากๆเลยแล้วก็ช่วยออเรเลียเอาไว้ แล้วตั้งใจว่าจะอุทิศเวลาที่เหลือให้สัญญาใจสุดท้ายของตัวเองกะคิงที่ตายไป

พี่ๆโม่งคะ มันไม่สนุกเลยจริงๆ หนูขออ่านแค่นี้แล้วกันนะคะ อ่านมากกว่านี้แล้วน้ามตาจะไหลง่ะ

ผล็อต
พี่เขาบอกว่าเป็นแนวยุคกลาง แต่หนูอ่านยังไงก็เจ๊กอ่า แล้วโลจิกในเรื่องมันแปลกๆ หนูงงว่าทำไมคิงถึงต้องสงครามแย่งบัลลังก์กะคราวน์ปริ๊นซ์ง่า เป็นหนูหนูสั่งกุดหัวข้อหากะบดไปหมดแย้ว คิงดูง่าวที่ปล่อยให้ปริ๊นซ์ถึงขั้นมีทหารเป็นแสนมาสู้กับตัวเอง งงต่อมาคือแผนของคิงที่ทำให้หนูมึน เพราะหนูไม่เข้าใจว่าถ้าคิงตาย ลุงไทหนีไป ก็คือแพ้ แล้วจะเป็นผู้สำเร็จราชการต่อได้ยังไง ช็อตต่อมาคิงคนใหม่ก็ไม่ฆ่าไทวินด์แต่ปล่อยไปเป็นหอกข้างแคร่เฉยเลย เหตุผลที่จะยกมาเพื่อไม่ฆ่าก็งงๆ ไหนอ่ะเลือด เลือดด หนูอยากได้เลือดดดด ขอโทษค่ะ หนูหิวเลือดไปหน่อย หนูนึกว่าพี่เขาเขียนเพราะแรงบันดาลใจจากเกมอ๊อฟตรอนเลยนึกว่าจะเลือดสาดฆ่ากันกระจาย แต่เขามาแบบสันติสุกๆดิบๆ ผล็อตพยายามรักษาชีวิตตัวเอกมากแต่เหตุผลที่เขายกมามันตลกง่า

คาแรกเต้อ
หนูงงชื่อคิงกับปริ๊นซ์มาก @w@ คนนึงชื่อราทอริสอีกคนชื่ออาร์ทอริส ยังมีชื่อบาร์ทอริสอีก เห็นแล้วหนูคิดถึงคลิทอริสทุกทีเลยค่ะ ขอโทษค่ะที่จิตใจหนูต่ำตม ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆค่ะ
หนูว่าคาร์ไทวินด์ที่เป็นตัวเอกมันดูไม่แก่เหมือนที่เขาลวงหลอก ถ้าไม่บอกหนูนึกว่าเป็นรุ่นพี่ชั้นม.3 คาร์ของคิงก็เหมือนกัน หนูว่าคาร์ทุกตัวในเรื่องดูกลวงๆเหมือนเป็ดยางเลยง่ะ หนูอ่านแล้วไม่รู้ว่าจะอยากเอาใจช่วยมันทำหอกอะไร ส่วนตัวละครอื่นก็ชอบเล่าแผนออกมาตรงๆโง่ๆเลย พี่เขาคงเล่าเรื่องไม่เก่งไม่รู้จะปูปมเฉลยปมยังไงมั้ง ทุกคนเลยพูดเฉลยให้หมดเลย

สตอรีเทลลิง
ถ้าตัดบทรบออกไปตอนหนึ่งจะเหลือเท่าไรนะ หนูรู้สึกเหมือนตัวเองถูกยัดเยียดบทรบแบบย่อหน้าใหญ่ๆหลายๆย่อหน้าแปะเข้าเต็มตาเลยค่ะ พี่เขาเล่นเล่าแต่เรื่องรบจนหนูเหม็นเขียวโอตาคุสงคราม ที่มาที่ไปตัวละครยังไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร มันสู้กันทำไม แต่รบกันรัวๆ หนูว่าไม่น่าติดตาม แล้วพี่เขาตัดย่อหน้าแปลกๆด้วย ไม่รู้ขึ้นบทฉากใหม่หรือยังไง พี่เขาไม่ได้เขียนแย่นะ ก็อ่านรู้เรื่องนะ มีบางจุดที่พี่เขาเปรียบเทียบอะไรงงๆ หนูอ่านไม่เข้าใจ แต่เขาเล่าเรื่องห่าเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ง่ะ บทพูดก็ตลกๆเหมือนรุ่นพี่ม.3คุยกับม.2 ไม่เหมือนทหารหาญเลย จุดอารมณ์ที่เขาพยายามบิ๊วท์หนูก็ไม่ถึงฝั่งฝัน หนูอาจจะสมาธิสั้นเกินไปเลยอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง เดี๋ยวจะบอกให้คุณหมอเพิ่มโดสยารักษาโรคสมาธิสั้นนะคะ

คะแนน: ไม่ซื้อค่ะ

19 Nameless Fanboi Posted ID:a/VWo5mbyv

>>18 โซมีนเวอร์ชั่นมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมว

20 Nameless Fanboi Posted ID:wDRgRbWHV4

แค่กๆ มาบรรทัดแรกกูก็ไม่อ่านต่อละนะ

21 Nameless Fanboi Posted ID:Lpe8QKvgtM

โดน summon กลับมาจนได้ สงสัยต้องปรามาสบ่อยๆซะแล้ว

22 Nameless Fanboi Posted ID:.jPz5GxHja

>>19-20 สาปแม่งให้หมด ปรกติก็ด่ากูเก้วกราด พอกูมาแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็บ่นอ่ะ มึงรู้ไหมว่ากูใช้เวลาเป็นสองเท่าในการสับ เพราะต้องมานั่งแอ๊บ แล้วแอ๊บแตกด้วยเนี่ย

>>21 ว่าจะกลับมาสับพักนึงละ แต่ดองสับหลังไมค์ชาวบ้านไว้ 3 เดือน เลยไปสับให้คนที่ dm มาก่อน เดี๋ยวเขาจะด่าว่าเที่ยวเร่มาสับแต่ไม่ยอมสับเขา

23 Nameless Fanboi Posted ID:LMM8YGGikT

>>22 เย่ๆๆๆ ในที่สุดโม่งสับก็กลับมาแล้ว ขาน้อยขอชาบูชิ

24 Nameless Fanboi Posted ID:nuhvX7hyrn

บอกผมทีอันนี้คือผงาดหรือเฮือกสุดท้าย

25 Nameless Fanboi Posted ID:j4P8+FaRXv

>>18 เรื่องมันไร้ทิศทางขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าจะขนาดนั้นกูก็ขอบพระคุณในความเหนื่อยยาก เป็นกูคงทนอ่านแค่ตอนเดียว

26 Nameless Fanboi Posted ID:.jPz5GxHja

>>25 มันไม่ได้ไร้ทิศทางขนาดนั้น ก็เห็นเส้นเรื่องจางๆ แนวชิงบัลลังก์ อย่างที่บอกว่าเขาได้แรงบันดาลใจจาก GOT แต่ปัญหามันอยู่ที่การเล่าเรื่องที่สะเปะสะปะที่ทำให้คนอ่านไม่รู้จะอินตรงไหนดี ความสัมพันธ์ระหว่างคิงกับไทวินด์ที่เขาพยายามชงฉากดราม่า มันก็ไม่ถึงเพราะมันไม่ได้ปูจนฐานแน่นพอ มันไม่เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างเน็ดกับโรเบิร์ตที่อ่านแล้วเข้าใจไง ตอนแรกเขาก็มัวไปเล่าฉากรบที่ตลกๆ แปลกๆ ด้วย ยิ่งคาร์ไม่ชัดด้วย มันเลยไม่ดึงดูดพอที่จะให้อ่านต่อ พูดตรงๆ ถ้าไม่สับ กูปิดตั้งแต่ครึ่งตอนแรกแล้ว

>>24 แล้วแต่ความว่าง ช่วงนี้กูยุ่งมากทั้งงานราษฏร์งานหลวงงานฝิ่น บางวันนอนวันละสามชม. กูเลยเลือกนอนมากกว่า ถามว่าจะกลับมาสับรัวๆ อีกไหม ก็แล้วแต่อารมณ์

27 Nameless Fanboi Posted ID:LHAh9Lac9e

กูว่าตายจริงๆ ว่ะ ปกติเวลาเปิดสับ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง คิวยาวเป็นหางว่าว ลาก่อย

https://www.dek-d.com/board/view/3998975/

28 Nameless Fanboi Posted ID:dXeqpAmlp8

>>27 ขำข้าวเกรียบอยากมีซีน แต่โดนมีนตบกลางสี่แยก

29 Nameless Fanboi Posted ID:mbYjdtO45t

>>27 รู้สึกอนาถชอบกล เปิดรับนิยายแล้วคนวิ่งกรู่ยังกะเด็กๆเข้าร้านขายขนม

30 Nameless Fanboi Posted ID:hD1mII.D2h

How To ไม่ให้กระทู้เงียบเหงา... ล้อตีนให้นักเขียนเข้ามาด่าพวกมึงในนี้

31 Nameless Fanboi Posted ID:8fFR5eU.Vs

>>30 โซมีนขึ้นไปบนบกแล้ว ถ้าจะด่า คงด่าบนบก ไม่ลงมาโม่งหรอก น่าจะหานิยายสักเรื่องสับในนี้ และให้คนกระจายข่าวเอา ถ้าอยากให้คนลงมา

32 Nameless Fanboi Posted ID:wT71QOs+qW

>>27 ล็อตนี้เหมือนเคลียร์พวกตกรถจากทั้งปี

33 Nameless Fanboi Posted ID:5CRraDe0TX

>>28 กูว่ารีดฟันๆแม่งหนักกว่าว่ะ โดนมีนด่ายังตีมึนแถไปเรื่อย ยอมรับตรงๆว่าโง่ไม่ได้ต้องดริฟลงเขาดับอนาถ

34 Nameless Fanboi Posted ID:xym1hz80Yr

นี่กูนึกว่านิยายเด็กดีตายไปแล้วนะเนี่ย กุว่ามันร้างกว่าเดิมเยอะหรือกุคิดไปเองวะ

35 Nameless Fanboi Posted ID:a44yRH//pv

>>34 ไม่หรอกมันก็ร้างลงจริง แต่แค่กลับไปเหมือนก่อนโควิทที่มันบูมเป็นพิเศษเพราะนอกจากปิดเทอม(ที่จะมีขาจรมากอยู่แล้ว) มีพวกที่อยู่ว่างประมาณ3-4ต้นแล้วฟุ้งมาเขียนกันหลายคน พวกนี้จะรู้จักเด็กดีแต่ไม่เคยเขียนหรือเขียนแล้วทิ้งพอกลับมาก็เลยเอาเด็กดีนี่ล่ะมาลอง ใครเวิคก็เขียนยาวไป ไม่เวิคพอโควิทเริ่มเบาไม่ไปม็อบกันอยู่ก็เอาเวลาไปทำงาน กูสังเกตเอานะจากการที่บอดนักเขียนแม่งเล่นเช็คอายุกันตอนนั้น แก่ว่านั้นกูว่าคงไม่ทันเด็กดี อาจจะไปอ่านในแพล็ตฟอมอื่นแทน

36 Nameless Fanboi Posted ID:HMphIh+fVv

>>34 ตายจริง แฟนตาซีหนีไป fic รักหนีไป read ระบบกากแบบนี้ ต่อให้ฐานแน่นคนก็ย้ายว่ะ กว่าจะรู้ตัวก็สายแล้ว เว็ปแม่งก็เก๊าเก่า รื้อทำใหม่ง่ายกว่า

37 Nameless Fanboi Posted ID:xym1hz80Yr

>>35 แต่คือบอร์ดแม่งร้างจริงอะ อันนี้กุว่าเป็นก่อนโควิคอีก พวกนิยายเต็ดท็อปคอมเม้นก็น้อยลงด้วย ยอดวิวไม่รู้เป็นไงบ้าง หรือว่ามันหนีไปอยู่เว็ปอื่นกันหมดวะ

38 Nameless Fanboi Posted ID:54FG8abVtI

Ticking away the moments that make up a dull day
Fritter and waste the hours in an offhand way.
Kicking around on a piece of ground in your home town
Waiting for someone or something to show you the way.

Tired of lying in the sunshine staying home to watch the rain.
You are young and life is long and there is time to kill today.
And then one day you find ten years have got behind you.
No one told you when to run, you missed the starting gun.

So you run and you run to catch up with the sun but it's sinking
Racing around to come up behind you again.
The sun is the same in a relative way but you're older,
Shorter of breath and one day closer to death.

Every year is getting shorter never seem to find the time.
Plans that either come to naught or half a page of scribbled lines
Hanging on in quiet desperation is the English way
The time is gone, the song is over,
Thought I'd something more to say.

Home
Home again
I like to be here
When I can

When I come home
Cold and tired
It's good to warm my bones
Beside the fire

Far away
Across the field
Tolling on the iron bell
Calls the faithful to their knees
To hear the softly spoken magic spell

https://youtu.be/pgXozIma-Oc

39 Nameless Fanboi Posted ID:xym1hz80Yr

>>36 ficกุเจอแต่นิยายแปล แต่เอาจริงๆdek-dนี่เงินสะพัดต่อวันเยอะอยู่นะ ทำไมมันไม่ทำระบบให้ดีๆหน่อย ช้ากว่าเขาทุกเรื่อง

40 Nameless Fanboi Posted ID:xs8z0KjkX3

>>39 ก็ตอนแรกมันเสือกอินดี้ทำระบบแพ็กเกจ โดยให้เหตุผลโง่ๆ ว่ากลัวนักเขียนปั่นนิยายไม่จบ แล้วเป็นไง สุดท้ายก็ต้องไปตามตูด Fic ทีนี้เว็บแม่งแซงไปไกลโข

ถ้ากูเป็นเด็กรุ่นใหม่ กูก็ไม่อยากใช้ว่ะ โบราณเกิน

41 Nameless Fanboi Posted ID:xym1hz80Yr

>>40 +1 เป็นอะไรที่ปัญญาอ่อนชอบหายเลยระบบแพค ไม่รู้แม่งคิดได้ไง เออแต่กุชอบระบบจ่ายตังอ่านก่อนของมันนะ มีที่ไหนทำแบบนี้อีกวะ

42 Nameless Fanboi Posted ID:g+IoNZjePg

งุ้ยกูไม่ได้แวะมาห้องนี้นาน (มัวแต่มุดอยู่ห้องอื่น) เป็นไงกันมั่งวะเนี่ยสถานการณ์วงการนิยายช่วงนี้

43 Nameless Fanboi Posted ID:EWysCm/Brd

>>42 เฮือกสุดท้ายล่ะ ห้องนี้

44 Nameless Fanboi Posted ID:CVR6cCX6+K

>>43 โม่งเพลงมาปล่อยหมัดสุดท้าย กระมู้ดับเบย

45 Nameless Fanboi Posted ID:QppdGz9d5P

Mong!!!

Give us a Sign!!!!!

46 Nameless Fanboi Posted ID:adBs43heHA

เปิดสับรอบกูรู้สึกเห็นความพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดของนักเขียนเก่าอ่ะ หน้าเก่ามาจากไหนไม่รู้ แล้วลักษณะร่วมคือเอาเรื่องเก่ามารีไรท์หรือลงใหม่แล้วทุกคนก็ยังเหมือนติดอยู่ในการเขียนสมัยตัวเองยังรุ่ง กูรู้สึกเศร้าๆ เหมือนกัน

47 Nameless Fanboi Posted ID:Wg00jRCfIQ

>>46 อะไรคือข้อเสียของการเขียนแบบเดิมเหรอเราอยากฟังความเห็นของนาย
ส่วนของเรา จะขอแยกวิธีการเล่าเรื่องกับสไตลการเขียนออกจากกันนะ ถ้าวิธีการเล่าเรื่องแบบเดิมมันใช้ไม่ได้แล้วเราค่อนข้างเห็นด้วย เราไม่สามารถแขวนนิยายทั้งเล่มกับปม ๆ เดียวแบบสมัยก่อนได้ เราจะมัวปิดบังนั่นโน่นนี่กับคนอ่านไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้แทบต้องฉุดแขนแล้วพาคนอ่านวิ่งไปด้วยกัน แต่ถ้าเรื่องเปลี่ยนสไตลให้เป็นแบบนักเขียนเวบโนเวลรุ่นใหม่ ๆ เราไม่เห็นด้วยเท่าไร
จากที่เคยลองเขียน เราไม่ชอบมัน มันไม่เติมเต็มเราเท่ากับการเขียนสไตล์เดิม พอฝืนเขียนเราว่างานกลับยิ่งแย่ลง อ่านเองก็จิตตกเหมือนไม่ใช่งานของตัวเอง

48 Nameless Fanboi Posted ID:LgNMPjsK3y

>>47 ?????? อยู่ที่แนวไม่ใช่เหรอวะ อะไรของมึง

49 Nameless Fanboi Posted ID:Tr9IvMcpXM

ทะเลาะกันหาพ่อมึงเหรอ กระทู้จะร้างอยู่แล้ว ไล่แขกทำควยไร

50 Nameless Fanboi Posted ID:6Tb.vc6qus

>>48 แนวนี่หมายความว่าอะไร? หมายถึงฌองเรื่อง? แล้วมันยังไง แฟนตาซีมันจะยังไง ดรามามันยังไง ไอม่ายเข้าจาย ยูพูดอาราย ขะหยายควายให้ฟางหน่อย

51 Nameless Fanboi Posted ID:tRwiTw8S5w

>>47 ไม่เห็นด้วยกับมึงในหลายจุดนะ

1. ส่วนเรื่องปมที่มึงบอกว่าต้องมีหลายปม แต่ห้ามปิดบังคนอ่าน อันนี้มีความย้อนแย้งในตัวสูงพอตัว นิยายเรื่องนึงมันมีปมใหญ่แล้วก็มีปมย่อยๆ ระหว่างทางเพื่อลากไปสู่ปมใหญ่ นิยายตบหน้าเองก็มีปมหลักเหมือนกัน ต่อจะให้แค่อยากแก้แค้นอยากยิ่งใหญ่ก็เป็น่ซปมหลักได้ ที่เหลือมันจะไปตบหน้าใครก็เป็นส่วนปมย่อย ซึ่งตรงนี้นิยายเว็บโนเวลมักมีปมหลักปมย่อยไม่ซับซ้อน เน้นเอามัน แดกด่วนก็ถูก รอบก่อนที่คุยเรื่องปมความขัดแย้งกูจำได้ว่ามึงเองก็ยังแยกไม่ค่อยออก ยังมองไม่เห็นปมปัญหาเลยด้วยซ้ำ กูขี้เกียจเสวนาเรื่องนี้เลยสาระ เพราะรอบก่อนคุยไปไม่เห็นมึงจะเข้าใจขึ้นเลย

ไอ้เรื่องปิดบังปม จริงๆ มันอยู่ที่ความสามารถในการเล่าเรื่องของมึงด้วย ส่วนตัวกูไม่มีปัญหาเรื่องซ่อนปมแล้วคนอ่านไม่ตามหรือไม่เก็ท เพราะกูเล่ารู้เรื่องแล้วคนอ่านของกูเก็ท กูเลยมองว่ามันไม่ใช่ปัญหา universal แต่เป็นปัญหาที่ตัวบุคคลด้วยว่าคนเขียนมีความสามารถในการเล่าเรื่องได้มากขนาดนั้น

2. สไตล์มันไม่ใช่สิ่งที่มีแล้วตายตัว มันสามารถปรับเปลี่ยนพัฒนาควบคู่ไปตามยุคสมัยได้โดยที่มึงยังมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ กูพูดหลายครั้งแล้วนะว่าที่สำคัญคือนักเขียนแต่ละคนควรหาสมดุลของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องหรือภาษาอะไรต่างๆ การพัฒนาไม่ได้แปลว่าต้องเปลี่ยนสไตล์ไปอย่างสิ้นเชิง

3. คำถามของมึงที่ว่า "ข้อเสียของการเขียนนิยายแบบเดิมคืออะไร" ไม่รู้เหมือนกันว่ามึงจะถามอะไรในประเด็นไหน เพราะอย่างที่ไอ้ >>48 พูดก็ไม่ผิด ว่านิยายแต่ละแนวมันมีแนวทางในการเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน ฉะนั้นมึงต้องเอามาแทบก่อนว่าแต่ละแนวมี attribute ยังไง ตามที่กูพูดไว้ใน >>46 กระทู้สับรอบนี้มีนักเขียนเก่าที่เอางานเก่ามารีไรท์ใหม่ให้กูดูถึง 3 คน แต่ละคนก็เขียนคนละแนวกันไป คือ โรแมนติก-แฟนตาซีวัยรุ่น-รักวัยรุ่น วิธีการเล่าเรื่องต่างๆ ยังไม่เหมือนกันเลย ฉะนั้นจะให้กูมาสรุปว่าข้อเสียการเขียนแบบเดิมคืออะไร คงตอบได้แค่ว่า มันไม่ทันยุคไง ยุคสมัยเปลี่ยน ความต้องการของคนเปลี่ยน งานที่ขายได้เมื่อห้าปีก่อน มาวันนี้อาจขายไม่ได้แล้วก็ได้ มากมายกว่านี้ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้เก็บข้อมูลนิยายจำพวกรีไรท์มาลงใหม่มากพอ

ปัญหาที่กูเห็นอย่างชัดเจนของเหล้าเก่าในขวดใหม่คือแต่ละคนยังมีภาพจำฝังใจในสมัยที่ตัวเองรุ่งเรือง ตรงนี้เป็นกับดักอีกละ เป็นกับดัก'เคยเฟื่อง' ไม่ได้เหมือนกับกับดักเพื่อนอวยแบบที่กูเคยยกตัวอย่างมาเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะไม่ใช่ว่ามีใครอวยมึงจนเหลิงจนมึงเชื่อว่าตัวข้านี่แหละที่จะนำพาวงการนักเขียนไปสู่ยุคสมัยใหม่ แต่มันเป็นกับดักที่จะขังมึงไว้หลังกำแพงที่มีชื่อว่าความสำเร็จของตัวกูในอดีต คนพวกนี้จะเคยมีช่วงรุ่งโรจน์สักครั้งในชีวิต เคยประกวด เคยได้รางวัล เคยตีพิมพ์สักเล่ม แล้วต่อมาเสือกเขียนต่อไม่ได้หรือมีปัจจัยใดๆ ก็ตามที่ทำให้ฟ่อ งานชิ้นต่อไปไม่ดัง ไม่ปัง ไม่มีคนอ่าน พอกลับมาเขียนใหม่ติดก็จะยังอยู่ในภาพจำเดิมๆ ความสำเร็จเดิมๆ คิดอยู่แต่ว่ากูเคยก้าวไปถึงจุดนั้นแล้ว กูจะต้องก้าวไปจุดเดิมให้ได้ งานเขียนที่ออกมาก็จะเป็นแบบเดิม คล้ายๆ เดิม แบบที่เคยเขียนเมื่อตอนนั้น แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้นแล้วป่ะ ถ้าคนอ่านน้อยจะเกิดคำถามเต็มไปหมดทั้งในแง่กดดันตัวเองหรือกระหายการเอาชนะแบบสุดๆ แล้วการจะทำลายกำแพงไปได้มีแต่หนทางเจ็บๆ ทั้งนั้น หนึ่งคือต้องรับสภาพตัวเองให้ รับได้ที่คนอ่านน้อย ไม่เฟื่อง ไม่ดังเหมือนแต่ก่อนแล้ว อันนี้ยากมาก น้อยคนที่จะทำได้ หรือไม่ก็ลบตัวตนเก่าออกไปซะ แล้วเริ่มจากศูนย์ใหม่ เจ็บทั้งคู่ไหมล่ะ

ถ้าก้าวข้ามผ่านกำแพงที่สร้างมาเองนี่ไม่ได้ บอกเลยว่าจบไม่สวยสักราย กูเห็นมาเยอะมากๆ คนที่เข้ามาปรึกษากูเพราะปัญหานี้แบบคุยจริงจังระยะยาวมีหลายคน บางคนเป็นนิยายเขาเมื่อ 10 ปีก่อนดังมากๆ ด้วยซ้ำ พอจะกลับมาเขียนใหม่ก็วิตกกังวลไปหมด เพราะตัวเองเคยอยู่สูงมาแล้ว จะเริ่มใหม่ก็ไม่กล้า จะไปต่อก็กังวล

52 Nameless Fanboi Posted ID:tRwiTw8S5w

>>51 เขียนผิดเยอะสัส โทษทีด้วย กูงงๆ เบลอๆ ภาษาในหัวตีกันไปหมดเพราะแม่งเรียนหนัก เพิ่งอ่านเท็กซ์จบเลยมาตอบ บวกกับไม่ได้สับนานภาษาไทยเริ่มตกต่ำ บางคำก็คิดอยู่ 3-4 รอบว่าจะแปลเป็นอังกฤษเป็นยังไง แล้วจะแปลเป็นไทยต่อยังไง ถ้าใช้คำแปลกๆ ก็ซอรีด้วย

53 Nameless Fanboi Posted ID:6Tb.vc6qus

>>51 โอวม่าย เราม่ายเคยคุยกันนายมาก่อน อาจจะเคยเมื่อชาติที่แล้วเราจำควายม่ายด้าย อนึ่งประเด็นเรื่องปมกับสไตล์เป็นสิ่งที่เราควยได้มา อันเป็นข้อเท็จจริงของเรา การแสดงมานออกมาก็เพื่อให้กระจ่างในข้อสงสัย คล้ายนำมาสำรอกแล้วเคี้ยวใหม่ อึม...แต่สุดท้ายแล้วบริบทกลับเป็นเรื่องของเซฟโซนเหรอ อย่างสหายเอ็กโคนายที่นายได้ให้ความเห็นในกราทู้นั้นเราว่านางออกจากเซฟโซนมาพยายามโหนกระแสต่าง ๆ จนแสดงสไตล์การเขียนที่ขัดเขินแปลกประหลาดอ่านแล้วชวนสับสน อาเอาเถอะขอบคุณที่มาตอบ บายบี

54 Nameless Fanboi Posted ID:tRwiTw8S5w

>>53 ออกจากเซฟโซนตรงไหน แม่งก็เขียนแนวเดิมกับเรื่องที่ได้ตีพิมพ์ อยู่ในเซฟโซน แต่ high expectation

55 Nameless Fanboi Posted ID:RybAkolEe.

สมัยนี้คนไม่นิยม show, don’t tell กันเรอะ แล้ว>>46 เรียกคนมีอาการพวกนี้ว่า พวกยึดติดความสำเร็จในอดีต

56 Nameless Fanboi Posted ID:tRwiTw8S5w

>>55 เออ นึกคำไม่ออก พอมึงบอกนึกออกละ ส่วน show, don’t tell มันก็มีคนอ่านนะ ขึ้นอยู่กับแนวอีกแหละว่าแนวไหนคนนิยมแดกด่วนกว่ากัน แฟนตาซีเน้นขายแดกด่วนก็ตามนั้น Tell ล้วนๆ

57 Nameless Fanboi Posted ID:S3HMCU+3Xz

>>55 showมันไม่ทันใจสมัยนี้อะดิ

58 Nameless Fanboi Posted ID:wmVsZdTiHX

>>46 >>51 ก็เศร้ากับตัวเอง ลืมไปว่าเทรนด์คนอ่านมันเปลี่ยน ความชอบมันไม่ใช่ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ได้ยึดติดความสำเร็จขนาดนั้น แต่ยึดติดกับความผิดหวังที่ตอนนั้นทำไม่ได้ ไม่ได้เขียนมากกว่า เอาจริงการเริ่มต้นในการเขียนไม่สวยสักอย่าง ทั้งที่ผ่านทั้งรางวัล ตีพิมพ์มาแล้ว ทุกวันนี้เลิกพูดเรื่องนั้นไปและ เจ็บแปลก ๆ

>>53 ขอบใจมาก กลัวเขียนโหนกระแส ไม่ดัง ไม่ปัง ยังพังนี่สิ ยิ่งย้ำตัวเองไปอีก

>>54 เรื่องเซฟโซน ด้วยไม่มีโครงการออกจะเล่ม เลยเขียนที่ชอบไปก่อนแค่นั้น เอาเป็นว่าอยากออกจากเซฟโซน กำลังหาทางที่ไม่ต้องกลับมาอยู่อีก

การที่เอานิยายมาให้โซมีนสับ ต้องการหามุมมองคนอื่นบ้าง ๆ เท่านั้น เอาไปให้คนอ่านอื่น ก็บอกว่าดีแล้ว สนุกแล้ว แต่นี่ว่าไม่ใช่ คิดว่าเทรนด์เปลี่ยนไป แค่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มปรับตั้งแต่ตรงไหน สนพ. ที่อยู่ เขายังขายแนวนี้ คือ ลังเลคิดว่าจะไม่ส่ง ดูมันขายยากมาก แต่คิดว่าเล่มเก่ายอดดี น่าจะมีโอกาส ถึงจะเลือกว่าจะไม่ส่งก็เถอะ แต่พอไม่รู้จะเขียนอะไร ก็เขียนแนวที่ชอบมาก่อน แล้วคิดว่ามันเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่ง เรื่องยอดอ่านคงตามสภาพ พอคิดเรื่องจะขาย แล้วที่เขียนยังไงก็สวนทาง การมาโม่งก็อยากมาฟังทัศนคติแบบอื่น น่าจะได้อะไรเพิ่มเติมในส่วนของนอกเหนือจากในกระทู้ อันนี้เข้าใจนะว่าเจอพวกอีโก้เต็มแก้ว จะคิดแบบนี้ไม่แปลก เอาเป็นว่าขอบคุณทุกมุมมองนะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:zujdxa+OBI

>>58 สำหรับเราเส้นทางนักเขียนเรื่องเศร้ามากกว่าเรื่องยินดี มันผลักเราให้ลดความคาดหวังไปเรื่อย ๆ
มาโม่งก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเท่าไรหรอก ตอนนี้เหลือแต่พวกซากอ้อย

60 Nameless Fanboi Posted ID:Om776ACUH0

ขุดดินกลับมา

61 Nameless Fanboi Posted ID:BRu2fKK7Kj

การเล่าเรื่องแบบมุมกล้องเห็นหลังคาแล้วซูมเข้าไป เป็นไงวะ พอดีกูกำลังขุดมู้เก่าๆ หาสาระอ่าน ใครมีเมตตาเชิญถกพระกถาธรรม

62 Nameless Fanboi Posted ID:2Sqsii5NqH

>>61 https://www.youtube.com/watch?v=vuvQp7P6cmA
เห็นหลังคาแต่ซูมออกไป

63 Nameless Fanboi Posted ID:nb1M.rJ3zS

>>61 ซูมเข้าไปในอะไรฟระ? มุมไหน

64 Nameless Fanboi Posted ID:0Oejo84MWt

>>61 ลองกดเข้าไปอ่านนิยายเรื่องที่โดนสับประกอบดูก็ได้ ถ้ายังไม่แก้ มันก็น่าจะเล่าเรื่องแบบนั้นแหละ

ถ้าให้อธิบายมันคือการที่คนพยายามเอามุมกล้องละครหรือหนังมาเล่านิยาย อย่างการขึ้นฉากใหม่ที่ภาพเป็นหลังคาเห็นพระจันทร์ลิบๆ แล้วค่อยเบนหาตัวละคร ทีนี้ถ้าเอามาเล่าเป็นนิยายถ้าไม่ถึงมันจะกลายเป็นความพังในระดับหนึ่ง เพราะกว่าจะเข้าเรื่องก็คือนอกเรื่องไปซะเยอะ ยิ่งถ้าฉากนั้นไอ้การบรรยายที่พล่ามพรรณนามาไม่ได้มีความสำคัญกับเรื่องด้วยยิ่งพังยิ่งกว่าช้างพัง อยากยกตัวอย่าง แต่ไข้ขึ้นอ่อนๆ เลยเบลอๆ มึงไม่เข้าใจค่อยมาถามเพิ่มละกัน

65 Nameless Fanboi Posted ID:PM.fRWOm3Z

https://discord.gg/JugwK48Q

66 Nameless Fanboi Posted ID:+JZQdW+AYo

>>64 ขอตัวอย่างหน่อยเด่ะ ขอบจัยล่วงหน้า

67 Nameless Fanboi Posted ID:vUBgFiSLZg

กูเข้าใจละ ขอบใจทุกโคน

68 Nameless Fanboi Posted ID:0YMaAsuFtT

>>66 กูต้องมาเขียนให้มึงใช่ไหมเนี่ย อ่ะ กูเป็นคนสวยใจดี ผลพวงนี้ขอให้นิยายกูยอดจองทะลุเป้า ตีพิมพ์ 2,000 เล่ม

ตัวอย่าง

เดือนสี่ยามที่ดอกท้อเบ่งบานงดงามเป็นที่สุด แผ่นดินต้าหลงภายใต้การปกครองของซือหยวนฮ่องเต้ยังคงสุขสงบไร้การรุกรานจากเผ่าอนาอารยะ กระนั้นยุทธภพกลับสับสนวุ่นวาย พึงรู้เอาไว้ว่าชาวยุทธล้วนแต่อยู่สุขไม่ได้จึงต้องหาเรื่องทะเลาะวิวาทกันอยู่ร่ำไป คืนนั้นราวยามโฉ่ว แสงจันทร์พร่างพราวกระจ่างตาจากเดือนเพ็ญกอปรกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดเอื่อยทำให้เห็นเงาต้นท้อใหญ่ข้างหมู่ตึกเขี้ยวอสรพิษแห่งพรรคร้อยอสูรอันเป็นพรรคมารอันดับหนึ่งในใต้หล้าไหววูบราวภูตผีปีศาจก็ไม่ปาน ดึกดื่นป่านนี้แล้วเสียงเทียนในห้องพักของคุณชายน้อยหวังเหล่ยยังคงส่องแสง คนนั่งเอนพิงกรอบหน้าต่าง ในมือหมุนบุปผามุกเล่นอย่างเหม่อลอย จวบจนเงาสายหนึ่งพุ่งเข้ามาในห้อง ชายในชุดดำคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

"สืบข่าวมาได้อย่างไรบ้างโม่โฉว" หวังเหล่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบอยู่สี่ส่วน

"บ่าวไร้ฝีมือสมควรตาย" สายลับนามโม่โฉวโขกศีรษะลงกับพื้นครั้งหนึ่ง "งานเลี้ยงของพรรคกิเลนขาวคราวนั้นมีคุณหนูจากหลายสกุลเข้าร่วม ตรงภูเขาจำลองที่นายน้อยพบกับคุณหนูผู้นั้นมีหลายคนสัญจรผ่านไปมา หากล้วนแต่เป็นบ่าวรับใช้ทั้งนั้น เกรงว่าสตรีที่นายน้อยพบเจอหากมิเป็นเพียงหญิงรับใช้ก็คงแฝงกายมากระมัง"

นี่คือการเล่าเรื่องแบบมุมกล้องจากไกลๆ ซูมเข้าหาวัตถุที่เป็นตัวเอก ถ้าเปิดเรื่องมาแบบนี้ยังพอให้อภัยเพราะมีบางข้อมูลที่รู้ไว้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นการตัดฉากเฉยๆ บางอย่างจะกลายเป็น too much information คือถามว่าใช้ได้ไหม ใช้ได้ แต่ต้องเลือกเวลาใช้ให้ถูกจุด ต้องย้อนกลับไปดูว่าในฉากนั้น Main point หรือใจความสำคัญคืออะไร แล้วไอ้พระจันทร์ ต้นไม้ มุมกระเบื้องบลาๆ มันสอดคล้อง/มีความสำคัญ-จำเป็นต่อฉากยังไง หรือแค่อยากโชว์สกิลพรรณนาอวดความเทพของภาษาเฉยๆ ถ้ามือมึงถึงและทำให้เรื่องไม่เยิ่นเย้อจนเกินพอดีก็ทำไป แต่ถ้าใช้ประโยชน์จากมันไม่ได้ก็อย่าหาทำ

กูมีอีกตัวอย่างที่เล่าด้วยมุมกล้องแบบนี้เหมือนกัน แต่ทำได้ไม่ดีเท่าไรให้มึงดูอีกอันด้วยอ่ะ อันนี้คือเปิดเรื่องเปิดฉากด้วยวิธีนี้แทบจะตลอดเวลา คนอ่านก็ลาก่อน

https://imgur.com/a/BgBKQQc

69 Nameless Fanboi Posted ID:fkXnSSNRi/

เข้าใจละ จากภาพตย.แม่งตัดเหลือสองย่อหน้าสุดท้ายยังพอเข้าใจได้ ไอบรรยาสภาพแวดล้อมโดยรอบไปซะไกล เพื่อเหร้ยอะไรก็ไม่รู้ว่างั้น เนี่ยกูหาหัวข้อมีสาระมาถกไม่ให้มู้ร้าง ขอบใจกูกันยัง 555

70 Nameless Fanboi Posted ID:+JZQdW+AYo

>>68 อ่อเข้าใจละตอนแรกกุก้อนึกว่ามุมกล้องกล้องฟ้าแล้วซูมวนหนุนๆลงมาที่หลังคาแบบในหนังชอบทำกัน

71 Nameless Fanboi Posted ID:0YMaAsuFtT

>>70 มีบางคนก็เขียนแบบนั้นจริงๆ ส่วนตัวกูไม่ค่อยเล่าเรื่องแบบนี้เท่าไร หรือเพราะกูไม่ค่อยให้ความสนใจกับการบรรยายฉากแบบละเอียดๆ ด้วยมั้ง เอาแค่รู้ว่าอยู่ที่ไหนพอ รอบข้างเป็นยังไง ส่วนที่เหลือคือโฟกัสไปที่การกระทำของตัวละคร

72 Nameless Fanboi Posted ID:XKxxNDYiqJ

https://discord.gg/JugwK48Q

73 Nameless Fanboi Posted ID:XKxxNDYiqJ

https://discord.gg/WnFYABwj

74 Nameless Fanboi Posted ID:f2u/2SLT0s

>>73 ดิสมึงมี 700 คน มู้นี้มีโม่งเหลือถึงสอบคนไหมกูว่ายังตอบยาก มึงก็เข้าหมูมาขายหน้ามัสยิดอยู่ได้ ขอบใจนะที่ช่วยดันมู้ เก่งมาก กล้ามาก ขอบใจ

75 Nameless Fanboi Posted ID:PWeH5.hnU/

ต้อนรับไอ้เอ๋อครับ

76 Nameless Fanboi Posted ID:qABGcRAe86

เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด เปรี้ยงปร้างสว่างไสวอันตรายไปทุกที่

เสมือนท้องฟ้าสงบเสงี่ยมตรึงตาตรึงใจ เพียบพร้อมสมสมัยกุลสตรีที่สูงส่ง
เสมือนขุนเขาสลับเหลี่ยมกลมกลืนกลางดง ตระหง่านทะมึนยืนยงมั่นคงดังปฐพี
(อังกอร์)

*เสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด (อังกอร์) เปรี้ยงปร้างสว่างไสวอันตรายไปทุกที่ (อังกอร์)
พายุหมุนฝุ่นตลบกลบแผ่นดินทันที (อังกอร์) มนุษย์สัตว์ตื่นตระหนกหนีกระจัดกระจาย

**เมื่อวิญญาณร้ายกลายร่าง ไม่มีใครยับยั้งเธอได้ ใครขวางเธอฆ่าทำลาย ติดตาม
เมื่อกลับกลายเป็นตัวเธอเอง หวาดกลัวหวั่นเกรงครวญคร่ำ ไปชั่วชีวิตเวรกรรม อังกอร์

(ซ้ำ */**)

เมื่อกลับกลายเป็นตัวเธอเอง หวาดกลัวหวั่นเกรงครวญคร่ำ
ไปชั่วชีวิตเวรกรรม อังกอร์ ไปชั่วชีวิตเวรกรรม อังกอร์

https://www.youtube.com/watch?v=_csLqGZaCnk

77 Nameless Fanboi Posted ID:Ty/Ud8gRQr

https://discord.gg/HguweWZx

78 Nameless Fanboi Posted ID:UQnEFaw2jb

>>68 เท่าที่อ่านดูกูว่าบรรยายแบบนี้กูพอรับนะ ถ้าคิดภาพตามเป็นมุมกล้องยังซูมฉากหลังเข้าไปหาเนื้อเรื่องอยู่ แต่ตัวอย่างในลิงก์นี่ไม่ไหวว่ะ เหมือนซูมเข้าซูมออกหลายรอบจนกูสับสนว่ากูควรไปให้ความสนใจกับอะไร

79 Nameless Fanboi Posted ID:1XnYaSan98

https://discord.gg/werzAH3W

80 Nameless Fanboi Posted ID:0He2U4mgK/

แจกดิสคอร์ดทำไม ช่วยแถลงให้กูหน่อย

81 Nameless Fanboi Posted ID:ZXk5zPiDA2

>>80 อีกห้องที่กูเล่นแม่งก้โผล่ทุกมู้ ยกเว้นมู้บีเอ็นเค หัวควย

82 Nameless Fanboi Posted ID:yohYKwV.6N

ตอนนี้แฟนตาซี​แนวไหนกำลังฮิตในเด็กดี

83 Nameless Fanboi Posted ID:G19BlzzAMm

>>82 ต่างโลก 😐

84 Nameless Fanboi Posted ID:Q3vWNtbc0z

https://www.readawrite.com/a/72abfb584e1723558b001c85a929fa56
โปรเจกใหญ่จากการร่วมมือของ QueenVesa X Alex2021

555555555555555555555555555555555555555555555555555

85 Nameless Fanboi Posted ID:6TGhV0q9NE

>>84 อยู่นอกเว็บเด็กดวกมึงก็ยังตามไปเสือกเนอะ จิตว่างจังเลยนะมึง

86 Nameless Fanboi Posted ID:2OAZs6Wayg

>>85 มันเอามาโฆษณาในบอร์ด กูยังเห็นอยู่เลย

87 Nameless Fanboi Posted ID:49fzJA9X4u

จะมีคนสับอ่ะป่าว เห็นคนเขียนบอกว่าใกล้จะจบแล้ว
https://writer.dek-d.com/nickkomkrit/writer/view.php?id=2167648

88 Nameless Fanboi Posted ID:kspjM8v9mo

>>87 เคยดูอีกเรื่องให้แล้วนี่ มึงไปขุดที่เคยดูให้มาอ่านดูอีกรอบแล้วคิดดูดีๆ เถอะ กูยังย้ำคำเดิมว่าจุดอ่อนก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่ได้เปลี่ยนห่าอะไรไปเลย

89 Nameless Fanboi Posted ID:xHcJTOtA77

>>86 จริงจังปะเนี่ย ไม่เด๋อจริงทำไม่ได้นะเนี่ย

90 Nameless Fanboi Posted ID:b5qPR+QFfc

>>84 ช่วงแนะนำตัวละครมีเขียนไว้ว่า "วิกตอเรีย มียาลูโกโนวา ตุ้กตายางสาวกึ่งปัญญาประดิษฐ์จากศตวรรษที่ 23 (ใช่... กูคือตุ้กตายางที่มีนามสกุล) ที่วาร์ปมายังโลกปัจจุบันจากการเปิดหลุมหนอนโดยไม่ได้ตั้งใจ" ทำกูมึนนิดๆว่าตุ้กตายางที่มีปัญญาประดิษฐ์คืออะไรวะ? แล้วถ้าจะเซ็ตให้วิทยาการล้ำขนาดนั้นทำไมไม่อัพเป็น Sex-bot

91 Nameless Fanboi Posted ID:g4pTmaLACs

>>90 อาจจะไม่รู้จักบ็อทก็ได้

92 Nameless Fanboi Posted ID:po+4QcU7HM

>>90 แหม่ บางทีเขาอาจชอบหุ่นนอนนิ่งๆ ไม่ต้องพูดหรือขยับก็ได้นะจ๊ะตัว

93 Nameless Fanboi Posted ID:5ZXtIaUBph

ตัวเอกเป็นตุ๊กตายาง ทำไปได้

94 Nameless Fanboi Posted ID:/BX2UPK1mt

>>92 ตุ๊กตายางมี ai มันก็น่าจะพูด+ตอบโต้ได้นะ 🤔

95 Nameless Fanboi Posted ID:eVjbm/Xzd1

>>92 นอนนิ่งๆ ไม่ต้องพูดหรือขยับ แล้วจะมี AI ไปทำไมล่ะ เอานับสถิติความอึดแต่ละรอบเหรอ

96 Nameless Fanboi Posted ID:X5SUs8yspS

พวกมึงก็นึกภาพตุ๊กตายางที่มีเสียงสิริไว้คุยแก้เหงาสิวะ

97 Nameless Fanboi Posted ID:mfUaJrMwWV

>>96 แบบนั้นมันดูคล้าย Sexdroid แล้วว่ะโม่ง เสียงโมโนโทนแต่มีฟังก์ชั่นสำหรับเด้า

98 Nameless Fanboi Posted ID:5UodZ2KIb6

กะอีตุ๊กตายางนี่พวกมึงก็คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวนะ เรื่องมีสาระนี่เก่งกันดีจริงๆ ว่าแต่ช่วงนี้ไม่มีดราม่ามันๆ เบย

99 Nameless Fanboi Posted ID:Aaa.W5nJ0r

ยุคสมัยเปลี่ยน คนแม่งย้ายจากการเล่นบอร์ดไปอยู่ตามเพจ ตามดิสคอร์ดอะไรแบบนี้ด้วยไหมวะ แม่งไม่ใช่แค่โม่งที่เงียบอ่ะ ขนาดบอร์ดนิยายเด็กดีวันนี้มู้โฆษณาแชร์ลูกโซ่ยังได้ขึ้นกระทู้แนะนำ สิ้นหวังแล้วเซ็ตซึโบเซ็นเซย์

100 Nameless Fanboi Posted ID:Bc6fYEcDPp

ยามิการาสุ

ฮิโนะอาราชิ

อิชิสึบุเตะ

โอโนโนโคสุ

เนียวโรติโน่

เมทัลเกรย์ม่อน

101 Nameless Fanboi Posted ID:ksRPaKlfET

ว้าวซ่าโมเดลเหรอวะเนี่ย​ พยายามทำตัวมาเหนือเมฆแต่เสร่อเหี้ย​ ๆ

https://www.dek-d.com/board/view/4000763/

102 Nameless Fanboi Posted ID:Aaa.W5nJ0r

>>101 กูสงสารตัวเองที่เข้าไปอ่านมู้นี้

103 Nameless Fanboi Posted ID:YqccN4xp6V

>>101 แหม่ มากันหลายคนเลย วาตาเมะก็มาด้วย นิยายตอนเดียว วิวน้อยละมาบ่นแบบนี้ ควรเอาไปไว้คอกเดียวกับน้อนดราฟและเพื่อนๆ

104 Nameless Fanboi Posted ID:nHrK0/Q3nx

>>101 เป็นมู้ที่ไร้สาระสุดในปี2020

105 Nameless Fanboi Posted ID:y1wq2B6iZ/

เมอร์รี่คริสโม่ง

106 Nameless Fanboi Posted ID:.pHBaRI3EG

เงียบจริงเว้ยย
หายไปนานกลับมา ร้างชิบหาย

107 Nameless Fanboi Posted ID:1okyIOaW2S

Mong Give​ me a sign

เหี้ย

108 Nameless Fanboi Posted ID:bJrQZpSrlH

น้อนโอ๊ตปรึกษา https://www.dek-d.com/board/view/4001412/

109 Nameless Fanboi Posted ID:yf2CN40Eem

>>107

Kuoy!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

110 Nameless Fanboi Posted ID:541LCWJAWe

>>108 ไอ้เชี่ยนี่ใช่ที่เคยขอคำวิจารณ์แล้วพยศใส่นักวิจารณ์เลยโดนตบเกรียนยับปะ ไอ้สัสยังจะกล้ากลับมาอีกเนอะ

111 Nameless Fanboi Posted ID:yf2CN40Eem

>>110 Kuoy มึงไปเม้นใส่มันเลย กูอยากดูดราม่า สัด

112 Nameless Fanboi Posted ID:541LCWJAWe

>>111 ทำเองสิ ไอ่สัส

113 Nameless Fanboi Posted ID:yf2CN40Eem

>>112 มึงทำเถอะ กูกราบก็ได้

114 Nameless Fanboi Posted ID:J7sOWAcYLe

พวกมึงหายหัวไปไหนตั้ง 5 วัน ช่วงปีใหม่จะร้างอีกมั้ย

115 Nameless Fanboi Posted ID:Uu3YwpYRpP

เค้าไปหางานทำ หาตัวเองจนประสบความสำเร็จในชีวิตกันแล้ว ไม่จมปลักอยู่กับโม่งหรอก

116 Nameless Fanboi Posted ID:DMziqGw8YY

>>115 ประสบความสำเร็จในชีวิตหรือหนีโควิท

117 Nameless Fanboi Posted ID:Qic9D6pjvC

>>116 น่าจะอย่างหลังน่ะแหละ เวลาไล่เลี่ยกันมาก

118 Nameless Fanboi Posted ID:n2rABpmk28

>>116 อย่าคิดมาก คนเราสามารถประสบความสำเร็จพร้อมติดโควิดไปพร้อมกันได้ เหมาโล้ดเพื่อน

119 Nameless Fanboi Posted ID:u7qKn2q7vK

https://www.dek-d.com/board/view/4001692/
มู้นี้ดีมีสาระ

120 Nameless Fanboi Posted ID:8ze/Qf0GIQ

>>119 น่าวงวาร โม่งเงียบมากจนต้องมีคนมุดดินขึ้นไปปั่นเลยว่ะ

121 Nameless Fanboi Posted ID:u7qKn2q7vK

>>120
---> โม่งสายฉอด
---> เขียนนิยาย
pick one

122 Nameless Fanboi Posted ID:7M7SEkv8Pz

ทำไมกูรู้สึกว่าประเด็นมันอยู่ที่การงอแงมากกว่าการวิจารณ์วะ

123 Nameless Fanboi Posted ID:LrftiDK+.l

The beginning is the end is the beginning

124 Nameless Fanboi Posted ID:G0xQUZfCQc

ไอ้ตัวพ่อของมู้นี้ตั้งแต่มีคนด่ามันเรื่องที่มันทำพลาดเสียเอง แม่งก็มุดรูหายไปเลย มู้เลยเงียบๆอย่างนี้ล่ะ ทุกทีกูจะเห็นมันมาโม้มาบ่นตามประสาคนอวดเก่ง?นะ

125 Nameless Fanboi Posted ID:PHt8ziGq9n

>>124 มองยังไงเจ้าของกระทู้ก็น่าจะเป็นผู้หญิงนะ แถมเป็น guest มึงรู้เหรอว่ามันเป็นใคร

126 Nameless Fanboi Posted ID:G0xQUZfCQc

>>125 โม่งนั้นไรเพศหรือเป็นฟูตะนะรินาจา ดังนั้นเรียกอะไรก็ได้นาจา

127 Nameless Fanboi Posted ID:TvXByJryPJ

>>125 มันพาดพุงมะม่วง เวลาคิดประเด็นอะไรไม่ออกก็จะเปิดประเด็นประมาณนี้แหละ

>>126 suck my cock, motherfucker

128 Nameless Fanboi Posted ID:XKX8OZYl+o

เขียนนิยายว่ะ น้ำขึ้นให้รีบตัก ไม่มีเวรามาเร่นเรย

129 Nameless Fanboi Posted ID:xWVPxTm3yy

เห็นคดีที่โม่งโดนฟ้องใน Netwatchแล้ว กูอยากฟ้องพวกมึงบ้างเหมือนกันว่ะ ถ้าไม่ติดว่ากูก็ด่าพวกมึงไว้เยอะเหมือนกัน ควยยย

130 Nameless Fanboi Posted ID:p+3rxh+zmf

นักเขียนในเด็กดวกที่เคยโดนพาดพุงหรือขึ้นหัวนินทามีเยอะอยู่นะ กูซิบไปหาพวกมันแล้วยุให้ฟ้องดีกว่าว่ะ น่าสนุกดี

131 Nameless Fanboi Posted ID:NEZy9pyF3.

>>129-130 เอาให้ดีนะว่าจะฟ้องข้อหาอะไร เพราะบางอันไม่เข้าข่ายกฏหมายไม่ครอบคลุมนะจ๊ะ ของห้อง Netwatch ที่ฟ้องกันได้เพราะด่าบุคคลแบบรุนแรง มีการขุดประวัติ ด่าเป็นกะหรี่บ้าง ฯลฯ แต่ด่าไอ้เหี้ยไอ้สัตว์ควยพ่อมึงสิ ที่เราๆ ใช้กันเป็นแค่ส่อเสียดหยาบคาย ไม่ตรงหมิ่นประมาทและพรบ.ไซเบอร์เด้อ

132 Nameless Fanboi Posted ID:QQKpBFWM8x

Ky โม่งกูขอถามหน่อยทำไมเวลากูอ่านแนวเทพซ่าแล้วเจอพวกบ่นน้ำนี่ ทำไมกูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ความผิดนิยายวะ คือตามความคิดกูก่อนนะ คือการดำเนินเนื้อเรื่องนิยายเนี่ยมันไม่ได้อยู่ที่เนื้อเรื่องจะเดินเท่าไหร่แต่มันจะเดินยังไงมากกว่า ซึ่งไอ้การที่เดินเรื่องอืดไปหรือเอาอะไรที่ไม่เกี่ยวกับเส้นเรื่องมากไปอาจทำให้นิยายไม่enjoyมันก็มีอยู่ แต่กูคิดว่าคนที่มันมีวิจารณญานระดับนั้นไม่น่าจะออกอาการงอแงได้อะ มันเลยทำให้กูคิดว่า หรืออาจจะเป็นเรื่องของสมาธิของแต่ละคนแล้วอ้างน้ำแทน พวกมึงคิดว่ายังไงกันวะ

133 Nameless Fanboi Posted ID:CDWUosxT+M

>>132 อันนี้นอกประเด็น มันเคยมีโม่งตัวนึงเคยบ่นอยู่เหมือนกันนะ เรื่องที่ว่า น้ำกับเนื้อเนี่ยมันเป็นแค่วาทกรรมของพวกสมาธิสั้นอ่านไม่เกิน 8 บรรทัด ซึ่งจากที่กูลองสังเกตดูจากเว็บใหญ่ๆอย่าง facebook มันทำให้กูสังเกตได้นะ เวลามีคนใช้คำจำพวกนี้เนี่ยมันทำให้มีการสื่อความหมายผิดพลาดได้ เพราะว่านิยามน้ำกับเนื้อมันอยู่ที่คนส่งสารล้วนๆ แม้ว่าสังคมมันจะพยายามตีความไปเท่าไหร่ก็ยังมีช่องโหว่อยู่ดี คำถามมันเลยตั้งบนหัวกูอัตโนมัติเลยว่า เอ้าแล้วคำๆนี้มันถูกสร้างและส่งต่อมาเรื่อยๆ ทำไมในเมื่อมีการสื่อสารความหมายมันไม่ชัดเจนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด คำกล่าวหามันเลยmake senseขึ้นมาทันที ถ้าคิดว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างปลอบตัวเองแล้วผลักความผิดไปให้คนส่งสารแทน ซึ่ง >>132 ทำให้กูมั่นใจขึ้นไปอีก แต่อีกใจนึงกูก็แอบนึกได้ว่ากูพุ่งเป้าไปทางเดียวเกินไปรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็นึกเป็นอย่างอื่นไม่ได้อยู่ดีวะ ตามนิยามของน้ำกับเนื้อมันทำให้โยงไปทางเดียว คือพวกสมาธิสั้นอ่านไม่เกิน 8 บรรทัดนั้นเอง

134 Nameless Fanboi Posted ID:pW4cfVYzZZ

เพื่อนพระเอกตายห่าน แล้วพระเอกร้องเพลงไว้อาลัย 2 หน้ากระดาษ เพื่อนอีกคนอีก 1 หน้า แล้วพระเอกร้องอีก 1 หน้านี่นับว่าน้ำป่าววะ

135 Nameless Fanboi Posted ID:eSPb379RSc

>>134 มันอยู่ที่บริบทและจังหวะในเรื่องตอนนั้นวะ

136 Nameless Fanboi Posted ID:6e50Qv1Atd

>>131
https://www.thairath.co.th/news/952403

137 Nameless Fanboi Posted ID:M8eKlRK5kL

>>132 มันไม่ใช่ความผิดของนิยายหรอก แต่กูเลิกอ่านเพราะไม่เอ็นจอยมันก็ไม่ใช่ความผิดกูว่ะ
ใครเอ็นจอยกันการเติมเหรียญไปพายเรือเก็บผักตบชวาที่แหลกไม่ได้ก็เรื่องของมึงจ้า

138 Nameless Fanboi Posted ID:eSPb379RSc

>>137 ประเด็นที่ >>132 จะสื่อเนี่ยมันหมายถึงพวกสมาธิสั้นแต่ผลักความผิดไปให้นิยายรึเปล่า จะอ่านไม่อ่านก็เป็นสิทธิของคนอ่านอะถูกแล้ว ไม่มีใครห้าม แต่ก็ไม่มีสิทธิไปงอแงแล้วผลักความผิดตัวเองให้คนอื่นเหมือนกัน

139 Nameless Fanboi Posted ID:6xszWrNp.6

>>138 มันคือคำวิจารณ์รึเปล่า บ่นว่าน้ำเยอะเลยไม่อ่านก็สิทธิของเค้ารึเปล่า หรือว่ามาตรฐานสากลคือไม่ชอบให้กดปิดไปเงียบๆ?
ความชอบของคนต่างกัน ไม่รู้จะเหน็บเรื่องสมาธิสั้นไม่สั้นทำไมเหมือนกัน แต่ก็คงห้ามคนคิดเล็กคิดน้อยบ่นไม่ได้เหมือนกันอ่ะนะ

140 Nameless Fanboi Posted ID:hg00Nl1cHS

>>139 คำวิจารณ์ แต่ต้นเหตุของปัญหามันอยู่ที่ตัวเองมันใช่หรอวะ แบบนั้นมันจะต่างอะไรกับเอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้งวะ ปกติเวลาวิจารณ์เนี่ยมันต้องอยู่ในขอบเขตที่เป็นปัญหาของเรื่องนั้นๆ ไม่ใช่หรอ ไม่ใช่เอาปัญหาของตัวเองมาพูด แม่งไม่ต่างจากที่ >>133 ขยายความเลยนะนั้น

141 Nameless Fanboi Posted ID:wKtzs0AE2b

>>140 ความหมายของคำวิจารณ์ที่ว่าคือความหมายสากล หรือความหมายส่วนบุคคลของนายล่ะ

142 Nameless Fanboi Posted ID:wKtzs0AE2b

>>141 เอ้อ แต่กูอาจจะใช้คำผิดไปหน่อย comment กับ opinion คือความคิดเห็นนี่หน่า ในเมื่อช่องให้กรอกความเห็น มันก็ไม่ต้องมีเกณฑ์มาตรฐานไหนมาวัดป่าววะ

143 Nameless Fanboi Posted ID:eSPb379RSc

>>142 มั่นใจนะว่าไม่มีมาตรฐาน มารยาทและจุดร่วมนี่ตอนพิมพ์มึงได้นึกถึงไหมเนี่ย และก็นะไม่ว่า comment หรือ opinion แม่งก็มีขอบเขตทั้งนั้น ถ้าความคิดเห็นของมึงจะส่วนตัวขนาดที่ว่าเอาปัญหาตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วผลักความผิดให้คนอื่นละก็ มึงเก็บไว้คนเดียวเถอะจริงๆ นี่ยังไม่รวมถึงว่าแม่งไม่มีประโยชน์อะไรเลยด้วยนะ เพราะปัญหาตั้งแต่แรกคือความอดทนของมึง ไม่มีfactหรือเหตุผลอะไรทั้งนั้นอะไรเลย กลั่นกรองยังไงให้ได้ประโยชน์วะ

144 Nameless Fanboi Posted ID:wKtzs0AE2b

>>143 อ่ะ งั้นถ้ามีก็แปะมาครับ มาตรฐานที่ว่าน่ะ

145 Nameless Fanboi Posted ID:eSPb379RSc

>>144 กูว่าก่อนหน้านั้นมึงพิจารณาตัวเองก่อนเถอะ กูเถียงกับมึงกูคงไม่ต้องป้อนบอกทุกอย่างหรอกมั้ง ถ้าเรื่องพื้นฐานอย่างมารยาทและจิตสำนึกมึงยังไม่รู้ก็งั้นก็ไม่ต้องคุยกันแล้ว
กูพูดทุกอย่างที่ควรพูดไว้หมดแล้ว ถ้ามึงมีcommon sense ก็คงคิดตามได้
หรือถ้ามึงอยากได้ https://www.google.com อะ

146 Nameless Fanboi Posted ID:KOknGnalAe

น้ำกับเนื้อคนเรามันไม่เท่ากัน อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะใช้บรรทัดฐานแบบไหนในการจัดว่าเนื้อหาในนิยายส่วนไหนเป็น "น้ำ" ส่วนไหนเป็น "เนื้อ" กรณีที่คนอ่านบ่นว่านิยายมีแต่น้ำไม่มีเนื้อ มึงก็ต้องมาดูกันอีกทีด้วยวิจารณญาณของมึงว่ามึงจะจัดให้อยู่ในเกณฑ์ไหน เพราะมันสามารถเป็นได้ทั้งคนอ่านสมาธิสั้นไม่สนใจรายละเอียดปลีกย่อยหรือการดำเนินเรื่องในมิติอื่นๆ อยากจะอ่านแต่ฉากโชว์เทพ และเป็นได้ทั้งคนเขียนเอาแต่เขียนห่าอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับการดำเนินเรื่องหลักเลย กว่าจะเข้าเรื่องคือต้องสายลมแสงแดดอุ่นแตดนางเอกก่อน เหมือนที่เขาด่าๆ กันในเรื่อง Top up now ที่ 30 ตอนยังไม่เข้าเรื่องสักที แล้วเสือกติดเหรียญอีกต่างหาก

ส่วนตัวกูมีเกณฑ์วัดที่ว่ากูจะดูพวกเส้นเรื่องโครงเรื่อง ดูว่ามันจะเล่าอะไร ถ้าไปเรื่อยเปื่อยไม่เกี่ยวกับประเด็น ไม่ได้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้ที่มีส่วนสำคัญต่อเนื้อเรื่อง เป็นปมพล็อต เป็นจุดหักเห หรือจุดโฟกัสหลุดก็คือน้ำละ

147 Nameless Fanboi Posted ID:AZIv6dIk1t

>>146 ประเด็นอยู่ตรงนี้แหละ คำว่าน้ำกับเนื้อสุดท้ายแล้วแม่งอยู่ที่ความคิดและมุมมองคนอ่านล้วนๆ เลย แล้วแบบนี้เวลาคนจะเอาไปวิจารณ์ อันนี้น้ำอันนี้เนื้อ มันได้หรอวะ มันจะต่างอะไรกับการเอาความคิดตัวเองไปตัดสินคนอื่น จะบอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวมันก็ออกจะส่วนตัวเกินไป

148 Nameless Fanboi Posted ID:WJbB.W3gHR

>>147 การวิเคราะห์วิจารณ์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย เว็บโนเวล ภาพยนตร์ ละคร กระทั่งกีฬา การเมือง วัฒนธรรมและสังคม ขึ้นอยู่กับพื้นฐานองค์ความรู้ ทัศนคติส่วนบุคคล ซึ่งเป็นได้ทั้งวัตถุวิสัยและอัตวิสัย คนวิจารณ์สามารถวิจารณ์ได้โดยใช้มุมมองของตัวเองผ่านการให้เหตุผลว่าทำไมถึงคิดอย่างนั้น ทำไมถึงมองว่าตรงนี้เป็นน้ำ ออกทะเลหรือแวะเยี่ยวข้างทาง ทำไมถึงดี ทำไมถึงแย่ ส่วนผู้รับสารหรือคนอ่านก็ควรจะรู้จักรู้เท่าทันสื่อ คือรู้จัก ควย คิด วิเคราะห์ แยกแยะ รู้จักใช้วิจารณญาณเพื่อประเมินค่างานนั้นๆ ด้วยตนเอง อย่างเช่น การสับเละในโม่งก็ต้องใช้ฟีลเตอร์กรองภาษาโม่งออกเพื่อมองว่าสารข้างในคืออะไร ซึ่งแต่ละคนก็รับสารได้ไม่เท่ากัน

อย่าไปโยนว่า "น้ำ" คือความคิดของคนอ่านเพียงฝ่ายเดียว เพราะนักเขียนที่เขียนน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรงมันก็มี มันคือสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน พูดตามตรง หลังจากที่อ่านๆ มาคือเหมือนมึงกำลังสับสนจนเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาปนกันไปหมดนะ

149 Nameless Fanboi Posted ID:H6YBQNZhkM

>>147 กูว่าน้ำกับเนื้อไม่ใช่มุมมองคนอ่าน มันมีหลักการจับต้องได้ ง่ายที่สุดถ้าตัดออกไปแล้วสารของเรื่องทีคนเขียนต้องการสื่อมันครบ คือจะมีหรือไม่มีก็ไม่ได้เพิ่มคุณค่าทางสารอาหารกับนิยายเรื่องนั้นมันคือน้ำ

150 Nameless Fanboi Posted ID:9/M0Cq1d8w

>>145 งั้นสิ่งที่มึงพูดอยู่ก็ใช้ความรู้สึกส่วนตัว และปัญหาส่วนตัวตัดสินว่าคอมเม้นไหนควร ไม่ควรเหมือนกับที่มึงว่าๆอยู่นั่นแหละครับ ในเมื่อไกด์ไลน์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรมึงก็ยังไม่มีมาแสดงให้คนอื่นดู อ้างลอยๆใครก็อ้างได้ครับ

151 Nameless Fanboi Posted ID:5OnwJEkS2w

ตบตีกันเองตั้งแต่ต้นปีเลยเหรอวะ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ร้าง

152 Nameless Fanboi Posted ID:n+5J9WSLeY

ฮารับปีใหม่เลยทีเดียว ถามจริง common sense เนี่ยน่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยหรอ? มันหลากหลายมากตั้งแต่ต่างวัย ต่างพื้นที่ ต่างจังหวัด ไปถึงต่างประเทศเลยนะ

153 Nameless Fanboi Posted ID:msxQHcMtQu

พูดถึงน้ำกับเนื้อนี่ บางทีกูแต่งเองยังรู้เลยว่าแม่งน้ำเยอะนะ ออกอวกาศไปแล้วนะ แต่กูก็ยังแต่งไปเพราะแม่งต้องเดินเรื่องให้ไปตามทางไง ขอแค่กูวกกลับพื้นโลกมาได้แม่งถือว่าสำเร็จและ คนอ่านจะบอกน้ำเยอะก็ยอมรับ แต่บางทีบางเรื่องออกนอกโลกไปแล้วไม่มีความเกี่ยวดองกับบริบทที่จะสื่อของเนื้อหาอันนี้กูเรียกเทกระจาดแล้วคืออยากรู้มึงจะกลับโลกหรือมึงจะไปสู้ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนนนน เอาล่ะ เข้าปีใหม่ละ กูไปตามหาวันพีซก่อน

154 Nameless Fanboi Posted ID:cAfumuRzXw

>>153 สัดทำไมกูรู้สึกว่ามึงคือคนเขียนเรื่องที่กูกำลังอ่านว่ะ ไอ้ประเภทโดนด่าว่าน้ำก็ยิ้มรับความเยิ่นเย้อของตัวเองเนี่ย ถ้าใช้กูจะตามต่อจนกว่าวันที่มึงจะจบเรื่อง

155 Nameless Fanboi Posted ID:O+AUgcHkBM

>>154 ฮรี้ กับกับกับ

156 Nameless Fanboi Posted ID:l5/52neM5f

>>155 มายลิตเติ้ลโพนี้ มายลิตเติ้ลโพนี่

157 Nameless Fanboi Posted ID:O+AUgcHkBM

https://www.dek-d.com/board/view/4001966/?fbclid=IwAR1l1FAVmHQd_jltARtSqaxCWSh4GSXnnuFXNxO6r9tH9CXCu7KoJIVWlYo

158 Nameless Fanboi Posted ID:tH3AojbEYY

>>157 เพราะบทมันชอบส่งให้กลายเป็นคู่กัน

159 Nameless Fanboi Posted ID:ScZobY3r9J

My Little Pony!! My Little Pony!! Ah ah ah

My Little Pony!! My Little Pony!! Ah ah ah

My Little Pony!! My Little Pony!! Ah ah ah

160 Nameless Fanboi Posted ID:so+C6FsD9S

>>159 กูนึกว่าลูกกูมาพิมพ์เล่น

161 Nameless Fanboi Posted ID:kHmEx0gLqZ

คนตอบโม่งน้อยเพราะโดนแบนกันป่ะวะ กูโดนทั้งเนตบ้านเนตมือถือทั้งที่ไม่ได้ทำไร อันนี้ใช้เนตร้านกาแฟ แมร่งไม่ปลดแบนนานแล้วด้วย

162 Nameless Fanboi Posted ID:+sXep8wOIR

>>161 test test
เปล่าหรอก กูว่าแค่ไม่มีอะไรแล้วเฉย ๆ บอร์ดเด็กดวกเดดมาก กูไปพยายามส่องหาดราม่ามาแปะจนกูเลิกไปละ

163 Nameless Fanboi Posted ID:A9i9Czxa60

>>161 คนในโม่งชอบไปด่าเชอชิลหรือเปล่าว่ะเลยโดนแบนกัน
ไอ้พวกข้างบนก็เสือกเล่นเร็ว อุตส่ามีม้ามาแล้ว เลยไม่มีอะไรมันๆให้กูดูเลย

164 Nameless Fanboi Posted ID:mir.8JwoVP

>>162 ดราม่าเรื่องลิขสิทธิ์รูปภาพไง / พวกจริงจังมันเยอะ กูคนเถื่อนรับบ่ด้าย5555

165 Nameless Fanboi Posted ID:Gm284Nfrbl

>>164 เวลานิยายตัวเองโดนก๊อปโวยวาย แต่ตัวเองไปเอารูปเถื่อนมาใช้ได้? กูว่าตรรกะนี้บ่ได้เลย ถ้ามึงรู้แหล่งรูปฟรีมีให้ใช้เยอะแยะ ถ้าที่บ้านไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินก็จ้างคอมมิชชั่นเอาดิวะ

166 Nameless Fanboi Posted ID:LU9hH7idW2

>>165 กูเฉยๆ อ่ะ ช่วงนี้ถ้าจะขายก็วาดเองจ้างบ้างแล้วแต่อารมณ์ ช่วงแต่งเล่นๆ ก็หยิบยืมรูปนั้นรูปนี้ไม่ใส่ไปก่อน =3= ส่วนเรื่องก็อปนิยายไปนี่กูเฉยๆ นะ ถ้าไม่ได้ขายก็ช่างแม่มอ่ะ ห้ามกันยากอยู่แล้ว /ดราม่ารูปวาดแต่ตัวก็โหลดหนังเถื่อนเกมเถื่อนเล่นนี่แม่งก็พอปันแหละว้า เอาจริง เรื่องบางเรื่องก็ปล่อยวางเถอะ อยู่ที่จิตสำนึกแล้วกันแบบนี้ ตัวกูแค่คนอื่นไม่เอาผลงานกูไปใช้หาผลประโยชน์แบบหาเงินกูก็ถือว่าโปรโมทงานตัวเองไปในตัว

167 Nameless Fanboi Posted ID:LU9hH7idW2

>>166 มังงะเถื่อนอีกเรื่อง สนุกสนานเลยเชียวจ้า ลืมๆ

168 Nameless Fanboi Posted ID:RszpvsGKvW

คิดถึงโม่งเพลง

169 Nameless Fanboi Posted ID:guG1r07JBZ

>>168 คิดถึงเก่ง อย่าลืมคิดถึงอนาคตตัวเองด้วยแล้วกัน

170 Nameless Fanboi Posted ID:RszpvsGKvW

>>169 เชี่ย มึงรู้อะไรมา ถึงพูดแบบนี้

171 Nameless Fanboi Posted ID:axL3INGWrN

เงียบเหมือนเดินเข้าป่าช้าเลยวะ

172 Nameless Fanboi Posted ID:PhRSiBjUef

เรื่องก๊อบนิยายมันอยู่ในเกณฑ์เหี้ยอยู่แล้ว แต่ถ้าถามถึงวิธีแก้คือไม่มีจ้า ได้แต่ทนๆไป มันก้ำกึ่งระหว่างลอกกับแรงบันดาลใจ ซึ่งพิสูจน์ยากด้วยว่าใครมาก่อนมาหลัง นิยายหลายๆเรื่องตั้งแต่ก่อนหน้ามาถึงปัจจุบันแม่งก็ลอกๆก๊อบๆมา อยู่ที่คนอ่านจะหาต้นตอเจอมั้ย
ส่วนเรื่องก๊อบภาพ โนคอมเม้นท์ว่ะเพราะกูเองก็ยังงงๆอยู่ สงสัยตรงขอบเขตว่ารูปตรงปกนิยายนี่ต้องเอาแบบถูกลิขสิทธิ์เลยไหมวะแบบจ้างวาดเท่านั้น หรือเฉพาะเรื่องที่เปิดขายเท่านั้นที่ต้องถูกแบบเป๊ะๆ บางทีคนกะแต่งขำๆไม่ได้ตีพิมพ์คงไม่ยอมเสียเงินจ้างนักวาดกันหรอก

173 Nameless Fanboi Posted ID:Xu14XKG4WG

มู้หลายวันละแต่กุพึ่งเห็น
https://www.dek-d.com/board/view/4002329/

174 Nameless Fanboi Posted ID:4J0o2bhSDB

>>173 สรุปหน่อยยาวเกิน

175 Nameless Fanboi Posted ID:NJOpczJIXU

>>174 ไปอ่านนิยายคนอื่นแล้วก็รู้สึกขึ้นมาว่าตัวเองอ่อนด๋อย ทั้งที่วัยใกล้ๆ กันคนอื่นเขาไปไกลมากแล้ว แต่ตัวเองพยายามเขียนแค่ไหนก็ไม่ได้ตามความคาดหวังสักที ประมาณนั้นแหละ

176 Nameless Fanboi Posted ID:M7z5Wv1J4e

สรุปว่าตอนนี้นิยายแนวไหนคนอ่านเยอะวะ กำลังภายในเบียวๆ จีนโบราณ โรงเรียน เกมออนไลน์ หรืออื่นๆ?

177 Nameless Fanboi Posted ID:6e+BIo4/Mo

>>172 จ้างวาดไม่ไหว มันก็มีเว็บ free material ให้ใช้เยอะแยะไป font ที่ให้ใช้ฟรีก็มีเยอะแยะ หรือถ้าชอบรูปนักวาดเขาก็ลองไปขอดูว่าใช้ได้รึเปล่า บางคนเขาก็ให้นะ (ถ้าไม่ใช้เชิงพาฯิชย์)

178 Nameless Fanboi Posted ID:ESQsMI/pQk

>>172 คนที่บอกแต่งขำๆ มึงแต่งขำๆ แต่คนถูกเอาภาพมาใช้ ถ้ามาเจอคือไม่ขำ ภาพฟรีมีเยอะแยะ ไม่ใช้วะ

179 Nameless Fanboi Posted ID:qFBcY1ua/b

>>176 จีนโบราณปลูกผัก ทำมาหากิน

180 Nameless Fanboi Posted ID:M7z5Wv1J4e

>>179 เรื่องแนวนี้อะไรคือจุดเด่น เดินเรื่องยังไง มีแนะนำสักเรื่องไหม (ขอคนไทยแต่งในเด็กดี)​

181 Nameless Fanboi Posted ID:INlzbcsZxn

>>180 กูไม่ชอบแนวนี้นะ แต่เท่าที่ลองอ่านดูช่วงต้นแบบคร่าวๆ หลายเรื่องๆ และดูรีวิวเพราะสงสัยว่าทำไมขายดี ทุกเรื่องนางเอกต้องมาจากยุคปัจจุบัน (เพื่อจะนำความรู้มาซู มาหาเงินค้าขายปลูกผัก) แล้ววิญญาณต้องมาอยู่ในร่างเด็ก(มักเริ่มตั้งแต่เด็กเป็นส่วนใหญ่) แล้วครอบครัวก็ต้องจน เพื่อให้นางเอกได้โชว์สกิลหาเงิน ทำให้ครอบครัวรวยขึ้น แรกๆ จะเน้นแค่หาเงินด้วยวิธีต่างๆ ปลูกผักค้าขายไปเรื่อยๆ ไม่เน้นรักเพราะนางเอกมักยังเด็ก แต่ท้ายๆ คงมีรักมาเกี่ยวข้องมั้ง ไม่รู้สิไม่เคยอ่านถึงสักที

กูยกตัวอย่างเรื่องนึงที่เคยอ่าน อาถรรพ์สกุลจิว นางเอกเคยเป็นนักธุรกิจหรือไงนี่แหละ แล้วก็ตายห่าย้อนเวลาไปยุคจีนโบราณ แล้วก็ไปอยู่ในร่างเด็ก8ขวบ ของครอบครัวที่หน้าตาดีจนนำความฉิบหายมาให้ ตระกูลหลักก็เกลียด บ้านนางเอกเป็นตระกูลรอง (กูอ่านแบบข้ามๆ นะ) จากนั้นบ้านนางเอกเลยชวนกันแยกตัวออกมา มีเงินอยู่ก้อนนึง บรรยายว่ากินใช้กันอย่างประหยัด เอาไปซื้อที่ดินแล้วก็ปลูกบ้าน เงินเหลืออยู่นิดหน่อยเลยกินเลี้ยงฉลองบ้านใหม่(ไหนบอกจะประหยัด เงินมึงเหลืออยู่แค่นั้นนะ) แล้วแม่งก็เข้าป่า โชคดีวันแรกเจอสมุนไพรหายาก ขายได้เงิน กูจบที่ตรงนี้ อะไรก็ง่ายไปหมด โลกหมุนรอบตัวนางเอก บายยย

182 Nameless Fanboi Posted ID:FXcpmtqZvq

>>181 กูชอบเรื่องที่มึงอ่านว่ะ ขอบใจที่แนะนำ ได้นิยายอ่านเพิ่มแล้ว

183 Nameless Fanboi Posted ID:Mcvk6xcek2

>>181 นึกถึงเรื่องหนอนหนังสือเกิดใหม่ แต่รายนั้นไม่มีอะไรง่ายเลย ป่วยโรคมานารั่วจะตายแหล่มิตายแหล่ ทำทุกอย่างที่ขายเป็นเงินได้ แต่กว่าจะได้สินค้ามีคุณภาพก็ต้องทดลองหลายรอบ บ้านก็ยากจนข้นแค้น ต้องหาทางเข้าโบสถ์เพื่อใช้เส้นทางศาสนจักรยกระดับชีวิตกับอ่านหนังสือฟรี แล้วยังต้องหาทางอ่านหนังสืออื่นๆ ที่เป็นของหายากในต่างโลกอีก มันต้องลุ้น เอาใจช่วยพอสมควรเลย

184 Nameless Fanboi Posted ID:CfjNOV827N

>>183 เรื่องที่ >>181 บอก ง่ายหมด นางเอกโชคดีหมด

185 Nameless Fanboi Posted ID:Vff5wiKQCN

>>184 มันอาจสนุกสำหรับนักอ่านบางส่วน เหมือนกับคนที่ชอบดูตัวเอกเก่งเทพไรงี้ ไปว่าเค้าก็ไม่ได้

186 Nameless Fanboi Posted ID:b7DV68gArm

มู้นี่เข้าใจว่าจะอวดแหละ
แต่เม้นแรกของมัน มันแซะใครวะ
เหมือนคุยกะร่างแยกไงไม่รู้ กุงอง

https://www.dek-d.com/board/view/4002935/

187 Nameless Fanboi Posted ID:b7DV68gArm

>>186 เหมือนกูจะเข้าผิดมู้ กูต้องไป netwatch

188 Nameless Fanboi Posted ID:5nzrvKbLII

>>186 อ่านแล้วก็งงว่าแซะใคร ใครไปเหยียบตีนมันเหรอ โม่งเคยสับนิยายนางไหม? ก็ไม่นะ เท่าที่กูจำได้ว่าเขาก็ไม่ได้เด็กแล้วนะ มาแทนตัวว่าหนูเป็นอลินเบอร์ 2 เลยเว้ย

189 Nameless Fanboi Posted ID:gZKPYZp33.

>>188 มันคือโม่งสับ ออกมาล่อเป้าหาอริที่เคยด่ามัน

190 Nameless Fanboi Posted ID:xuCYONt/JQ

>>189 ใครไปด่าเขาไว้วะ พอรู้ปะ

191 Nameless Fanboi Posted ID:5nzrvKbLII

>>189 ไม่ใช่หรอก โม่งสับที่เขียนพอร์นขายเล่นๆ คือกู แต่จะบอกว่านางแซะกู ก็ไม่น่าใช่ เพราะกูไม่เคยคุยกับนางด้วยซ้ำ ไม่เคยอ่านนิยายนาง ไม่เคยไปเม้นท์ตามเพจต่างๆ ไม่เคยอวดยอดด้วยซ้ำ ก็งงว่าจะไปแซะประชดประชันอะไรขนาดนั้น อย่างเม้นท์แรกในมู้ใหม่นาง เขาก็ตอบดี ตั้งใจตอบ นางก็ไปแขวะไม่เลิก อะไรหว่า

https://www.dek-d.com/board/view/4002977/

192 Nameless Fanboi Posted ID:Ejt4Ynpdot

>>190 คนในนี้แหละ มันล่อออกไปตบ

193 Nameless Fanboi Posted ID:xuCYONt/JQ

ไม่ใช่ว่าชีอยากอวดอยู่แล้วเหรอวะ เลยหาเหตุเชื่อมโยงเพราะอยู่ดีๆ มาแปะก็ดูจงใจไป เลยทำเป็นเนี่ย มาดูถูกชั้น(ขอวิบัติ) ชั้นแปะให้ดูละนะ ฟึ่บ! อะไรแบบนี้ปะวะ 555

194 Nameless Fanboi Posted ID:KpIvYFxSqW

ช่วงตั้งทู้แรกกูยังเข้าไปแสดงความเห็นใจ หลังๆ มาตั้งถี่พร้อมอวดกูเริ่มหมั่นไส้ละ เลยเฉยๆ ปล่อยผ่าน

195 Nameless Fanboi Posted ID:q7lU7iTZpd

นางแซะลุงสิงโตสองคนตีกันอยู่กูแคปรูปไปฟ้องนางเองแหละ

196 Nameless Fanboi Posted ID:sxb7oXFsCF

>>195 ลุงสิงโตไหนวะ

197 Nameless Fanboi Posted ID:kBS+m7plwp

>>195 มา กูรอเผือกเต็มที่

198 Nameless Fanboi Posted ID:5nzrvKbLII

กูไม่เข้าใจในตรรกะของแม่พระจันทร์นะ มีปัญหาส่วนตัวกันก็ไม่เคลียร์กันส่วนตัว แต่มาแซะ มาแขวะ มาสาวไส้กันในบอร์ด ซึ่งถามว่าคนในบอร์ดรู้เรื่องอะไรกับนาง รู้ต้นสายปลายเหตุอะไรด้วยไหม ก็ไม่นะ กับคนที่เขาตั้งใจมาตอบ คนที่เขาตอบดีๆ ก็หาเรื่องวกประเด็นไปกัดไปแขวะได้ ต่อให้เจตนาแขวะคนที่ตัวเองมีเรื่องด้วยก็เถอะ ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร แทนที่จะเคลียร์ๆ กันไปให้รู้เรื่องรู้ราว พุ่งเป้าทะเลาะกันผ่านบอร์ดไปเลย ก็ไม่ทำ การกัดไม่เลิกมา 3 กระทู้ ไม่ได้ทำให้ตัวเองน่าสงสารนะ แต่ภาพลักษณ์เสีย เหมือนเหวี่ยงชาวบ้านไปทั่ว สงสารคนที่มาตอบดีๆ ด้วย อย่างลลิตาหรือเอฟบีที่ตั้งใจมาตอบเนี่ย สุดท้ายโดนแขวะงงๆ ซะงั้น กูไม่เข้าใจในตรรกะเท่าไรว่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่กูอ่านเม้นท์แล้วรู้สึกว่าดอกขาวพูดถูก คือควรปล่อยวาง แต่ถ้ามึงปล่อยวางไม่ได้ ก็ซัดตรงๆ ไปเลย ไม่ใช่หว่านแหหาเรื่องเพิ่มปัญหากับคนอื่นไปเรื่อย

อย่างที่บอกแม่จันทร์นี่อายุไม่ได้น้อยแล้ว กูเคยเห็นแวบๆ ในกลุ่มนักเขียนมั้ง อย่างน้อยๆ ก็ยี่สิบปลาย ก็ควรจะคิดได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

199 Nameless Fanboi Posted ID:nCVPEuP3aa

>>198 จริงว่ะ กูก็ไม่เข้าใจ ถึงกูรอดราม่าแต่แบบนี้มันไม่ใช่ว่ะ เหมือนกลับไปดูหนังไทยที่ตัวอิจฉามาแว้ดๆใส่ฟาดงวงฟาดงาไปเรื่อย ไม่มันเบย

200 Nameless Fanboi Posted ID:aA2czfohoD

กิน Smartheart แล้วดียังไง!! ขนสวยถูกใจ!! ขับถ่ายเป็นก้อน!!

201 Nameless Fanboi Posted ID:vTlkOFi9Rv

โอ้ยย กูไม่ได้เขียนนิยายมาตั้งแต่ปี 61 พอมาตอนนี้จะกลับมาเขียน กลับไปอ่านที่ตัวเองเขียนไว้ก่อนหน้าแล้วจั๊กจี้ชิบหาย orz
คือแม่งลิเกมากอะ ทนอ่านได้ไม่นานก็รู้สึกว่ากูต้องเขียนใหม่ละ ห่าราก

202 Nameless Fanboi Posted ID:YldGRJ1Iea

>>201 ผมลองกลับไปดูนิยายตัวเองที่เขียนไว้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ความรู้สึกแม่งแบบ อยากเอาหน้ามุดหีหมาเลยอะครับ จัดหน้าเหี้ย ไม่แบ่งตอน ฯลฯ รู้สึกสงสารพื้นที่ฐานข้อมูลของเด็กดีจับใจ แต่ก็ขอบคุณที่ยังเก็บไว้ เป็นความทรงจำที่ดี

203 Nameless Fanboi Posted ID:vtbqO4377u

ห่า ติดนิสัยการสับจากโม่ง สำนักพิมพ์เขาให้รีวิวนิยาย กูเสือกไปวิจารณ์เฉย สงสัยตกรอบแน่ๆ

204 Nameless Fanboi Posted ID:sVt3jk4S7U

https://www.dek-d.com/board/view/4003164/
กูงง อยากอ่านนิยาย อยากให้มีนิยายแบบที่ตัวเองบอก
แต่ตัวเองเขียนนิยายแบบข้อหนึ่ง????
อะไรวะ กูไม่เข้าใจ

205 Nameless Fanboi Posted ID:l.Q3pJAJQp

>>204 กูอยากตีอีเบบี้มากกว่า ไม่ชอบสันดานไปอ่านนิยายผมสิๆๆๆ เห็นมาหลายมู้ละ เป็นเหี้ยอะไร สักแต่จะขาย

206 Nameless Fanboi Posted ID:.ukYfB+tZw

>>205 น้องอาจจะยังเด็กอยู่ สมัยก่อนกูก็เคยเป็น พอโตมาแล้วรู้สึกอยากย้อนเวลาไปตีเข่าตัวเอง