Fanboi Channel

นิทานเด็กดีบทที่ 36 (DDN XXXVI) The End of the F***ing Mong จุดเริ่มต้นคือจุดจบ จุดจบคือจุดเริ่มต้น สูงสุดคืนสู่สามัญ ความเงียบงันไม่ได้หมายถึงสังคมสงบสุข วันนี้ไม่มีดราม่ามันๆ เบย

Last posted

Total of 400 posts

361 Nameless Fanboi Posted ID:Zhb52sijuA

>>360 หยุดฝันก็ไปไม่ถึงอะโม่ง ความจริงที่ต้องยอมรับคือตรงปลายทางอาจไม่ได้สว่างสดใสเหมือนกันทุกคน ไอ้เขียนจบนั่นทุกคนสามารถไปถึงได้เหมือนกันอยู่ละ ไม่ว่ามึงจะตัดจบไปกากๆ หรือเขียนจบแบบครบทั้ง เปิด-เดิน-คลาย ปมทั้งหมดในเรื่องเรียบร้อย

ทีนี้มาดูว่าแล้วเขียนจบแล้วเป็นไง ปลายทางอาจเป็นได้ทั้งจบเงียบๆ มีคนดูบ้างแต่ก็ไม่ปังเท่าไหร่นัก หรือดังระดับรุ่งระวีหีระเบิด แจ้งเกิดจนชาวบ้านรู้จักกันทั้งวงการ ซึ่งมันเป็นส่วนน้อยน่ะ

ถ้าอยากให้กูขายฝันมึงก็เขียนไปเรื่อยๆ วันนึงอาจดังขี้นมาก็ได้ แต่ส่วนตัวกูชอบแบบปัจจุบันนี้ คือไม่ต้องดังก็ได้ มีคนซื้อแพ็คอ่านทุกเดือน มีเพจเฟซบุ๊กไว้แจ้งข่าว มีหน้าเว็บอ่านฟรีไว้เก็บโฆษณา มีช่องยูธูปไว้อ่านนิยายเสียงเอาโดเนท, เมมเบอร์ชิป ไม่ต้องมีใครรู้จักเยอะ เพราะมากคนมันมากความ พวกจ้องทำลายก็เยอะแยะ

คือมึงต้องต่อเนื่องกับงาน ถ้าไม่สะสมนักอ่านก็ไม่สำเร็จหรอก นักเขียนนิยายเว็บม้นงานระยะยาว ถ้ามึงไม่ขายวิญญาณเขียนรัวๆ คนอ่านก็น้อย พอยอดวิวน้อยก็ท้อแท้ พอท้อแท้ก็หมดไฟ หมดไฟก็ไม่แต่ง ไม่แจ่งก็ไม่มีคนอ่านเป็นตัวเป็นตน ความก้าวหน้าแบบเป็นรูปธรรมมันก็ไม่เกิด ถ้ามึงไม่ได้มีเวลาเขียนหรือพร้อมจะตัดต้วเองออกจากความบันเทิง, งาน จนมีเวลาทุ่มให้งานเขียนพอ กูแนะนำว่าเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักอ่าน แล้วเขียนนิยายบ้างนานๆ ทีถ้าบังเอิญมีอะไรมาจุดไฟติดได้จะโอเคกว่า

ความสุขของผู้เสพกับผู้ผลิตมันต่างกันโม่ง เราเขียนตอนนึงตั้ง 5-6 วัน คนอ่าน อ่าน 10 นาทีจบ ถ้ามึงยอมรับความลำบากในฐานะผู้ผลิตไม่ได้ ก็ควรย้ายมาเป็นผู้เสพแทน ส่วนนิยายก็แต่งแค่หายอยาก แต่งฟิคคู่ชิบอะไรก็พอ พวกงานหนักเวลาน้อยก็แต่งเป็นงานอดิเรกไป เดือนละตอนห้าปีจบ ดูเน็ตฟลิกไปด้วยก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ