Fanboi Channel

นิยายเด็กดีบทที่ 34 (DDN XXXIV) ภาคโม่ง Migration บนทางแยกแห่งความเสือก อ่านสับนิยายจงเลือกยาเม็ดฟ้า ใครคลั่งดราม่าจงเข้าวาร์ปไปเสีย แล้วยาเม็ดแดงล่ะเฮีย? อ๋อ...ยาแบบเดียวกันแค่มันรสเชอร์รี่ LOL

Last posted

Total of 554 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:McNDlDshTG

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดีดอทคอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บเด็กดี เพื่อความหวังของเว็บโนเวลไทยในอนาคต

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 -- https://fanboi.ch/webnovel/6295/
นิยายเด็กดี บทที่ 21 -- https://fanboi.ch/webnovel/6506/
นิยายเด็กดี บทที่ 22 -- https://fanboi.ch/webnovel/6868/
นิยายเด็กดี บทที่ 23 -- https://fanboi.ch/webnovel/7834/
นิยายเด็กดี บทที่ 24 -- https://fanboi.ch/webnovel/8477/
นิยายเด็กดี บทที่ 25 -- https://fanboi.ch/webnovel/8614/
นิยายเด็กดี บทที่ 26 -- https://fanboi.ch/webnovel/8685/
นิยายเด็กดี บทที่ 27 -- https://fanboi.ch/webnovel/8795/
นิยายเด็กดี บทที่ 28 -- https://fanboi.ch/webnovel/8876/
นิยายเด็กดี บทที่ 29 -- https://fanboi.ch/webnovel/9247/
นิยายเด็กดี บทที่ 30 -- https://fanboi.ch/webnovel/9744/
นิยายเด็กดี บทที่ 31 -- https://fanboi.ch/webnovel/10135/
นิยายเด็กดี บทที่ 32 -- https://fanboi.ch/webnovel/10275/
นิยายเด็กดี บทที่ 33 -- https://fanboi.ch/webnovel/10680/

รายชื่อโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

2 Nameless Fanboi Posted ID:McNDlDshTG

patch update : กูเอาส่วน (ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น) ในหัวมู้ออกแล้ว

วาร์ปไปยังคอกที่กูกั้นไว้ให้พวกมึงเรื้อน : https://fanboi.ch/netwatch/10886/ (ไม่ต้องห่วง กูไปจองที่ปูเสื่อคั่วป๊อบคอร์นรอพวกมึงที่โน่นตั้งนานแล้ว)

ทิศทางการใช้งานกระทู้น่าจะกลับเป็นเหมือนเดิมได้ (แต่อาจต้องใช้เวลาไปอีกสักพัก) สับนิยาย, สนทนาประเด็นงานเขียน ให้พูดคุยกันที่นี่ / ด่ากราด ดราม่า อยากแซะตัวบุคคล ให้เข้าวาร์ปไปใช้ห้องใน netwatch ส่วน Topic Highlight เดี๋ยวกูลงให้เหมือนเดิม

3 Nameless Fanboi Posted ID:McNDlDshTG

:: Topic Highlight จากกระทู้ภาคที่แล้ว ::

โม่งเปิดวาร์ป: นิยายโดยโม่ง Wuxia ในตำนาน >>>/webnovel/2726/289-321/
สับนิยาย: The Wars Area 1 (พื้นที่สงคราม 1 : ความหวังสายฟ้า) >>>/webnovel/10680/104-108/
สับนิยาย: 9 Core Online : มหาสงครามยึดโลกออนไลน์ (By เงินบวก) >>>/webnovel/10680/177-184/
สับนิยาย: คุณพ่อยอดอัจฉริยะ >>>/webnovel/10680/227-239/
โม่งสาระ: ความยาก-ง่ายในการแต่งนิยาย (ภาค 1) >>>/webnovel/10680/316-319/
โม่งสาระ: ความยาก-ง่ายในการแต่งนิยาย (ภาค 2) >>>/webnovel/10680/386-387/
โม่งสาระ: ความยาก-ง่ายในการแต่งนิยาย (ภาค 3) >>>/webnovel/10680/424-426/
โม่งสาระ: ความยาก-ง่ายในการแต่งนิยาย (ภาค จบ) >>>/webnovel/10680/459-461/
โม่งแชร์ความรู้: การป้องกันปัญหา OOC (คาร์แกว่ง) ฉบับละครเวที >>>/webnovel/10680/394-395/
โม่งถกประเด็น: แบบไหนถึงเรียกว่า "เนื้อเรื่องเข้มข้น" >>>/webnovel/10680/345-349/
สับนิยาย: จุดเริ่มต้นแห่งความมืดภาคหนึ่ง (By น้องดร๊าฟ) >>>/webnovel/10680/516-526/
สับย่อ: ศึกตำนานพลังเวท Lawenia the Saga >>>/webnovel/10680/703-704/
สับนิยาย: Þa giedd þara edora: บทลำนำอัศวินผู้ปกป้อง >>>/webnovel/10680/707-710/
โม่งเปิดวาร์ป: หลักการเขียนคอมิก/นิยาย (จากเว็บ RAW) >>>/webnovel/10680/718/
สับนิยาย: Dark rain สาปสายฝน (ชนะเลิศรางวัลอิหยังวะอวอร์ด) >>>/webnovel/10680/744-753/
สับนิยาย: ในนิรันดร์_แม่หม้ายสู้ชีวิต by หม้ายคนดี >>>/webnovel/10680/754-757/
สับนิยาย: ถึงยังไงฉันก็คือนัมเบอร์วัน Number One >>>/webnovel/10680/765-773/
โม่งต่อยกันเอง: Stat ต่างๆ ของนักเขียน >>>/webnovel/10680/785-788/ และ >>>/webnovel/10680/839-858/
โม่งอภิปราย: สำนวนสวยกับความล้นจนกลายเป็นประดิษฐ์ >>>/webnovel/10680/934-964/

อื้อหือ... มู้ที่แล้วสับนิยายเยอะขึ้น โดยเฉพาะช่วงท้ายนี่ดีดมากไม่รู้ไปโดนตัวไหนกันมา สาระก็มาเต็ม มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างจริงจังด้วย (ซึ้งในจนน้ำตาไหลขึ้นหน้าผากแล้วไอ้เหี้ย) ตอนนี้ใน google doc ได้รับการอัปเดตจนถึงมู้ 33 เรียบร้อย (จูจุ๊บแก้มก้นโม่ง Data Support เป็นการขอบคุณ) ที่เหลือคือกูขอประกาศแยกมู้สับกับมู้นินทาออกจากกันอย่างเป็นทางเกรียน (ทางการ) ถ้ามีการสับนิยายเกิดขึ้นกูจะเป็นคนเอาลิงก์ไปแปะที่ห้องนินทาเพื่อปรับปรุงข่าวสารให้ทันกัน สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าห้องนินทาไปยังไงก็กดลิงก์ด้านล่างได้เลย

https://fanboi.ch/netwatch/10886/ <<< ไปเรื้อนกันได้ตามสบาย ส่วนห้องนี้เอาไว้คุยเกี่ยวกับนิยายแทน

ด้วยหมอยและรอยยิ้ม
กูเอง

4 Nameless Fanboi Posted ID:BhSRokwP/e

ขอบคุณหมอยในความเหนื่อยยาก

5 Nameless Fanboi Posted ID:McNDlDshTG

แวะมาแจกนิยายเสียดสีแนวแกรี่ ผลงานโดย โม่งคนของประชาชวย (ห้ามผวน)
https://writer.dek-d.com/bushido24685/story/view.php?id=1630115

6 Nameless Fanboi Posted ID:2bd17OlyeM

มู้นี้จะสับอย่างเดียวเหมือนเดิมหรอ กูว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว แยกความเรื้อนไป netwatch แล้วน่าจะมีเพิ่มเป็นวิจารณ์นิยายแบบเบื้องต้นหรือจะสูงกว่านั้น เผื่อคนอยากจะหาประโยชน์อะไรสักอย่างแต่เริ่มต้นกาก สับไม่เป็น เรียบเรียงไม่รู้เรื่องเป็นไง

7 Nameless Fanboi Posted ID:Nb7T5t1Z.8

มือใหม่ก็สับได้ใช่ไหม

8 Nameless Fanboi Posted ID:Y2yNZM+9rd

>>6 อยากสับแบบไหนก็ได้อะ ขอแค่มีความตั้งใจ แรกๆ อาจยังไม่คล่อง หรือยังดูหลวมๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะการสับเริ่มแรกมันไม่มีรูปแบบการสับตายตัว หลักเกณฑ์การวัดกับเรื่องที่ถนัดของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก็อย่าไปคิดมาก มันไม่มีขั้นต่ำขั้นสูง มีแต่สับมาเยอะหรือสับมาน้อยเฉยๆ น่ะ

9 Nameless Fanboi Posted ID:Uw5jGd7jB1

>>7 ใช่ ขอแค่ดูออกว่าเรื่องนั้นด้อยตรงไหน เด่นที่อะไร แล้วอธิบายออกมาพร้อมข้อเสนอแนะหรือวิธีแก้ไข่ ภาษาสุภาพหรือไม่ก็ได้ แค่อย่าใส่อคติต่อตัวนักเขียนระหว่างสับจนมากเกินไปก็พอ

10 Nameless Fanboi Posted ID:Q2FizoxDT5

>>8 >>9 จะลองหัดสับดูนะ

11 Nameless Fanboi Posted ID:rDCi6djWAt

>>6 เว่อร์ไป มึงอย่ายกระดับการสับให้สูงส่งมากมายเลย ไม่งั้นจะกลายเป็นเหยียดสับเรื้อนเอาฮาเอามันอีก

12 Nameless Fanboi Posted ID:m5AiqeDF/M

ตามความรู้สึกกูนะ กูว่าคำว่า "สับ" แม่งดูน่ากลัวเกินไป เพราะคนอ่านสับมันเจอข้อมูลเชิงลึกโหดๆในนี้จนไม่กล้าใช้คำว่าสับซะเอง ถ้าเปลี่ยนไปพูดแบบน่ารักมุ้งมิ้งขึ้นมาหน่อยก็คงเป็น "วิจารณ์ข้อดีข้อเสียของนิยายแบบตรงไปตรงมา" เพราะถ้ากูได้อ้างแบบนี้ กูจะกล้าทำ ถึงแม้ว่าแม่งมีความหมายเดียวกับสับก็ตาม

13 Nameless Fanboi Posted ID:Uw5jGd7jB1

>>12 สับมันเน้นด่าหรือชี้ข้อด้อยไง เลยฟังดูน่ากลัว ถ้าอยากให้ดูซอร์ฟก็... "วิจารณ์นิยายตะเองอย่างไม่ซึนเดเระ"

14 Nameless Fanboi Posted ID:Q2FizoxDT5

โม่งฉับกุ๊งกิ๊งตะมุ้งตะมิ้ง

15 Nameless Fanboi Posted ID:AxEPOV4DOb

>>12 เปราะบางจังวะ จะทุบจะสับจะวิเคราะห์จะวิจารณ์ สุดท้ายมันก็คือ output เดี๋ยวกัน มึงเป็นอะไรกับชื่อเรียกและคำนิยามวะ ดูมึงภูมิต้านทานต่ำจัง

16 Nameless Fanboi Posted ID:oeH/3LvJIj

>>13 มุ้งมิ้งเกินกูรับไม่ได้ อย่างกับมุก อ่อนโยนขึ้นทันทีเมื่อใช้สีพาสเทล

https://twitter.com/Br1an_Tham/status/628938262074097665?s=20

17 Nameless Fanboi Posted ID:Q2FizoxDT5

>>16 กำลังช่วยหาทางออกให้เพื่อนโม่งไง ถ้าไม่ชอบก็อันนี้มะ ฟังดูเข้มๆ
โม่งโฉดฉะเลือดสาด! ชะละล่า อย่าซ่านะไอ้น้อง!

18 Nameless Fanboi Posted ID:oeH/3LvJIj

>>17 ได้หมดถ้าตดลื่น

19 Nameless Fanboi Posted ID:UG0SfS5N5s

It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

Broken glass everywhere
People pissin' on the stairs, you know they just don't care
I can't take the smell, can't take the noise
Got no money to move out, I guess I got no choice
Rats in the front room, roaches in the back
Junkies in the alley with a baseball bat
I tried to get away but I couldn't get far
'Cause a man with a tow truck repossessed my car

Don't push me 'cause I'm close to the edge
I'm trying not to lose my head
It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

Standin' on the front stoop hangin' out the window
Watchin' all the cars go by, roarin' as the breezes blow
Crazy lady, livin' in a bag
Eatin' outta garbage pails, used to be a fag hag
Said she'll dance the tango, skip the light fandango
A Zircon princess seemed to lost her senses
Down at the peep show watchin' all the creeps
So she can tell her stories to the girls back home
She went to the city and got so so seditty
She had to get a pimp, she couldn't make it on her own

Don't push me cause I'm close to the edge
I'm trying not to lose my head
It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

My brother's doin' bad, stole my mother's TV
Says she watches too much, it's just not healthy
All My Children in the daytime, Dallas at night
Can't even see the game or the Sugar Ray fight
The bill collectors, they ring my phone
And scare my wife when I'm not home
Got a bum education, double-digit inflation
Can't take the train to the job, there's a strike at the station
Neon King Kong standin' on my back
Can't stop to turn around, broke my sacroiliac
A mid-range migraine, cancered membrane
Sometimes I think I'm goin' insane
I swear I might hijack a plane!

Don't push me 'cause I'm close to the edge
I'm trying not to lose my head
It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

A child is born with no state of mind
Blind to the ways of mankind
God is smilin' on you but he's frownin' too
Because only God knows what you'll go through
You'll grow in the ghetto livin' second-rate
And your eyes will sing a song called deep hate
The places you play and where you stay
Looks like one great big alleyway
You'll admire all the number-book takers
Thugs, pimps and pushers and the big money-makers
Drivin' big cars, spendin' twenties and tens
And you'll wanna grow up to be just like them, huh
Smugglers, scramblers, burglars, gamblers
Pickpocket peddlers, even panhandlers
You say I'm cool, huh, I'm no fool
But then you wind up droppin' outta high school
Now you're unemployed, all non-void
Walkin' round like you're Pretty Boy Floyd
Turned stick-up kid, but look what you done did
Got sent up for a eight-year bid
Now your manhood is took and you're a Maytag
Spend the next two years as a undercover fag
Bein' used and abused to serve like hell
'Til one day, you was found hung dead in the cell
It was plain to see that your life was lost
You was cold and your body swung back and forth
But now your eyes sing the sad, sad song
Of how you lived so fast and died so young so

Don't push me 'cause I'm close to the edge
I'm trying not to lose my head
It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

It's like a jungle sometimes
It makes me wonder how I keep from goin' under

https://youtu.be/PobrSpMwKk4

20 Nameless Fanboi Posted ID:ynIcRhjfSl

แวะมาเจิม.. เรื่องนี้เห็นโฆษณาในบอร์ดช่วงเดือนนี้แหละ รู้สึกน่าสนใจดีก็เลยลองสับ
เรื่อง : วังเทวี
นามปากกา : LaFeOLH Books
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/Porzhia/writer/view.php?id=2119615
คำโปรย : ในสถานการณ์ที่ไร้ทางออก หล่อนได้แต่หวังว่า 'ตำนาน...จะเป็นความจริง'
แท็ก : #โรแมนติก #แฟนตาซี #ลึกลับ #คำสาป #ย้อนยุค #ตำนาน
หมวด : ฟรีสไตล์ > ระทึกขวัญ / ผี
จำนวนตอน : 9
สถานะเรื่อง : ยังไม่จบ อัพเดท 15 ก.ค. 63
ข้อมูลเบื้องต้น : พูดถึงคุ้มคำเดือน ที่ปลอดภัยของสามีแต่เป็นกรงขังจองจำร่างและวิญญาณของปภาวี ทุกคืนวันที่ผ่านไป เธอถูกคุกคามและทำลายความคาดหวังจากคนรอบข้าง ไร้หนทางหลบหนี บางสิ่งกำลังเคลื่อนเข้ามา
กุหลาบเทวี แก้วสารพัดนึกจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

เรื่องย่อ :
ตอน1 เธอที่ไม่บอกว่าเป็นใคร จะเด็ดกุหลาบแต่หนามตำ เลือดหยดลงกลีบกุหลาบแก้ว แผนลวงสำเร็จแล้ว..ท่ดๆ พรสัมฤทธิ์ผลแล้ว
ตอน2 ชานชาลารถไฟสถานีเชียงใหม่ มีแม่ญิง..เอ๊ย หญิงสาวก้าวลงจากโบกี้รถไฟและมีชายหนุ่มมารอรับ เป็นผัวของนางนั่นเอง แล้วก็บรรยายว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่ได้บอกถึงแรงผลักว่าทำไมต้องลี้ภัยจากพระนคร ทรงพระเต๊าะเมียได้น่ารำคาญมาก นะคะๆๆ อยู่นั่น เด็กสาวถือพิณวิ่งชนและล้ม ไต่สวนกันเล็กน้อย งามขนาด งามแต้ๆเจ้า อะหยังปะล้ำปะเหลือ งามหยั่งดอกมะลิที่ร้อยเรียงเป็นกระแตไต่ไม้..โค๊ะ! ล้ำไป
ตอน3 กว่าจะถึงคุ้มคำเดือนก็มืดแล้ว สาธยายกำพึดปภาวีต่อ เล่าเหตุการณ์ครั้งแรกที่นางเจอกับสามี
ตอน4 โดนหม่อมแกล้งและย้อนอดีตว่าเคยสบตาปิ๊งๆ คันหัวใจยิบๆ และหนีไปหาเจ้านายซึ่งเป็นอาของหม่อม หม่อมตามมาสารภาพเรื่องที่แกล้ง
ตอน5 ท่านอาเป็นแม่สื่อให้เจอกันบ่อยๆ หม่อมติดใจรสชากุหลาบของปภาวีที่เรียนมาจากเจ้านายเสด็จอา หม่อมเตือนว่าจะมัดมือชกแล้วนะ
ตอน6 เสด็จอาตะล่อมถามว่าหลานชายเป็นไงบ้าง จากนั้นก็เฉลยว่าหม่อมมาขอแต่ง
ตอน7 ถึงคุ้มคำเดือนที่งามอย่างหลอนๆ หม่อมจะไปกราบเจ้าแม่ก่อนเข้าบ้าน เฉลยว่าทำไมเธอถึงต้องลี้ภัยมา เรื่องเกี่ยวกับคณะราษฎร์ บ่าวอึกอักจะไม่ให้ขึ้นเรือนแต่หม่อมก็จะขึ้นไป
ตอน8 ตัวละครใหม่ ฟองคำท้องโย้กำลังถูกเจ้าเกดแก้วลงโทษเพราะหนีตามผัวไปแล้วอุ้มท้องกลับมา ด่าย้อนถึงแม่ว่าเป็นเชื้อไม่ทิ้งแถว บรรยายประวัตเจ้าเกดแก้วและฟองคำ..ว่าเป็นจะอั้นจะอี้ หม่อมบอกเมียให้พาฟองคำออกไปก่อน หม่อมโดนแม่ตบหน้า ผัวะ! เอาละอิเฮ้ยย..
ตอน9 ปภาวีสอบถามแต่นางก็ร้องไห้หุย อะฮิ อะฮิ.. ไม่ทันได้คำตอบผัวนางก็มาเฉลยข้อสงสัย และบอกว่าเจ้าแม่ตัดฟองคำขาดแล้วแต่หม่อมยื่นข้อแลกเปลี่ยนให้นางฟองคำยังอยู่ในคุ้มได้
จบตอนล่าสุด

21 Nameless Fanboi Posted ID:ynIcRhjfSl

>>20 การบรรยาย : ใช้คำเชื่อมผิดบ่อยๆ พวกที่ซึ่งอัน โดยกับแก่แต่ก็ ตั้งแต่ตอนแรกอ่านแล้วจะเอ๊ะ.. ใช้คำที่ไม่มีใช้ทั่วไป เช่น เสื้อกุดแขน สีหงสบาท สีบัวโรย ผมคลื่น ระดับภาษาไม่สม่ำเสมอเห็นได้ชัดตรงคำราชาศัพท์ เช่นคำนามเป็นศัพท์สูงแล้วคำกริยาเป็นศัพท์สามัญ รวมทั้งคำภาษาถิ่นด้วย ไทปะแล่ดเมือง ข้าเจ้าเจ็บแอวขนาด ไม่มีซับไทยกลางให้สำหรับคนไม่เข้าใจภาษาเหนือ เช่น สุมาเต๊อะเจ้า สุมิมาเซน ขอโทษนะคะ และค่อนข้างบรรยายสภาพแวดล้อมน้อยว่ากำลังอยู่ในสถานที่แบบไหน คือบอกมาแค่ชื่อจำเพาะ ไม่บอกรายละเอียดทำให้มองไม่เห็นภาพ ช่วงบทสนทนาผัวเมียเดินเรื่องช้ามาก อัดข้อมูลชีวประวัติซะเยอะว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครทั้งหม่อมทั้งเมีย แม่ ฟองคำ และอัดมาทีระลอกๆ จนถามตัวเองว่าต้องรู้ขนาดนี้มั้ย

ตัวละคร : มิติตัวละครแบนราบเรียบ ปภาวีก็เรียบร้อยหงิมๆ ถนิมสร้อย ไม่เก๋ไก๋สไลเดอร์เหมือนภาพลักษณ์ว่าอยู่ในวังเรียนภาษาและรับวัฒนธรรมฝรั่งมาเลย คือเขาชูมาว่าแม้จะอยู่ในรั้วในวังก็เรียนภาษาปะกิต มีนิตยสารแฟชั่นนะ ก็เลยไม่เข้าใจว่าจะชูมาทำไมถ้าไม่ส่งผลเอฟเฟ็กต์อะไร ตัวละครอื่นๆ ก็มีปัญหาเช่นกัน ตัวละครหลักที่เชื่อว่าเป็นปภาวีไม่มีทั้งแรงผลักและแรงดึงให้ทำอะไร พยายามจะใส่มาแต่เบาบาง ว่าออกมาจากพระนครนะเพราะคณะราษฎร์ มีคำทำนายจากเสด็จอาตั้งแต่เกิดเลยนะ จุดเด่น จุดบกพร่องของตัวหลักไม่เห็นมีและไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปทางไหน

เนื้อเรื่อง : เปิดเรื่องด้วยจุดน่าสนใจแต่ทำได้ไม่ดี เซตติ้งเหมือนโฉมงามกับเจ้าชายอสูรเวอร์ชั่นดาร์ก กุหลาบดื่มเลือด พอตัดมาดำเนินเรื่องปุ๊บ หนังไทยย้อนยุคดีๆ นี่เอง แล้วก็ดำเนินเหมือนรักโรแมนติกไปพักใหญ่ แล้วเปลี่ยนแนวเป็นดราม่าตอนฟองคำโผล่มา เดี๋ยวนะ..อยู่หมวดระทึกขวัญ/ผีไม่ใช่อ่อ ความลึกลับ คำสาป และตำนานยังไม่โผล่มาเลยอ่ะ เดินเรื่องได้จังหวะตะต่อนยอนมาก คือเอื่อยเฉื่อย.. เพราะเล่าสาวประวัติมาซะเยอะ ไม่มีคลิฟแฮงเกอร์ให้รู้สึกสงสัย ให้น่าตามต่อจะกดปิดไปเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าไม่คิดจะสับเรื่องนี้ เส้นกราฟของเรื่องนิ่งๆ จะมาเริ่มแกว่งก็ตอนกลับมาเจอเจ้าแม่กับฟองคำ จุดหมายของเรื่องเล่าไปในคำโปรยและข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่เดินเรื่องได้ไม่ถึงไหนเลยตำนานคำสาปก็ยังเดินไปไม่ถึงและไม่รู้ว่าจะถึงตอนไหน

จุดเด่น : คงความตะต่อนยอนได้เสมอต้นเสมอปลายดีมาก เรื่องภาษาสวยทำได้ค่อนข้างดีแต่มีตำหนิตามข้างบน
จุดด้อย : เหตุการณ์ในเนื้อเรื่องแต่ละตอนคืบหน้าน้อยมาก ทำให้รู้สึกสั้นกุดทั้งที่อาจจะเขียนมายาว
ความเห็นส่วนตัว : ก็พอใช้ได้ ถ้าจะหาอ่านอะไรที่สโลว์ๆ สายเต่า สายเสพภาษาเอาไว้จับผิดเหมือนเล่นเกมจับผิดภาพ เสพบรรยากาศยุคกึ่งเก่ากึ่งใหม่ ได้กลิ่นอายบ้างแต่เห็นภาพได้ยากพสมควร ด้านเนื้อเรื่องก็คิดว่านี่มันแวะเยี่ยวสไตล์ชัดๆ น่าจะเจาะช็อตปภาวีกับคำสาปและการถูกจองจำก่อน หรือรายละเอียดตำนานกุหลาบก่อนว่ามันมีอิทธิพลแค่ไหนกับใครยังไง แค่พรสัมฤทธิ์ผลประโยคเดียวไม่เพียงพอ ส่วนประวัติวงศาคณาญาตินั่นตัดทิ้งไปซะไม่เอฟเฟ็กต์กับเรื่องเท่าไหร่ สิ่งที่ควรแก้อย่างแรกเลยคือคำราชาศัพท์ให้แม่นหน่อยเถอะ นี่ร้างการอ่านหนังสือศัพท์สูงมานานยังรู้สึกได้เลย และคงจะไปไล่ตัดนะคะๆๆ ทิ้งให้เหี้ยนเกะกะลูกตามาก เพราะมันตีกันเวลาคุยกับเมีย ผัวพูดนะคะๆ เมียก็เพคะๆ อ่านไปๆ ก็นึกว่าอ่านยูริอยู่ ส่วนภาษาถิ่นก็อนุโลมได้แหละกูเข้าใจและทำใจมานานแล้ว
ถกกันได้นะแต่ง่วงละ บุบุยยย.. ชุบุ ชุบุ ม๊วฟ

22 Nameless Fanboi Posted ID:IeJI0I6MgF

>>20 ขอบคุณที่สละเวลา เหนื่อยหน่อยนะครับ/ค่ะ สับได้คนเมียงขนาด นิยายเรื่องนี้มีปัญหาแบบเดียวกับนิยายผี, สยองขวัญในเด็กดวกอีกค่อนหมวดนั่นคือชอบแวะเยี่ยว ต่างกับเรื่องแนวผีที่โดนสับรอบก่อนตรงที่อันนั้นย้อนเวลาเยี่ยว แต่เรื่องนี้เยี่ยวประวัติเครือญาติ

23 Nameless Fanboi Posted ID:bm0iR+FPsY

>>21 ขอบครุณมวาก เดินเรื่องช้าจริง 7 ตอนผ่านไปยังไม่รู้ว่าผียังไง นิยายแนวต๊ะต่อนเยี่ยวนี่เอง

24 Nameless Fanboi Posted ID:fOrYDm6YIG

>>20 ไปอ่านมามั่งละ กูเป็นแฟนนิยายพีเรียดนะ อ่านแล้วก็หื้มอยู่หลายส่วน ไอ้เรื่องคำศัพท์แปลกๆ ที่พยายามสรรคำก็ส่วนหนึ่ง ปีนบันไดดี เข้าใจแหละว่าพยายามละมุนนีตามสไตล์พีเรียด แต่ต้องเกลาเยอะๆ หน่อย การสาดคำพิสดาร ไม่เท่ากับ ภาษาสวยเว้ย

ไอ้นะคะๆ นี่ก็เหมือนกัน จริงๆ มันเป็นคำลงท้ายเจ้านายผู้ชายที่ใช้กับเจ้านายผู้ใหญ่เพศหญิงที่อายุมากกว่า อ.วินิตาเคยอธิบายอยู่ในเรื่องแต่ปางก่อน จะอารมณ์แบบ “ชายช่วยนะคะหม่อมย่า” “เย็นนี้ชายจะไปตีเทนนิสกับชายตั้วค่ะท่านหญิงป้า” พอมาใช้กับเมียเลยตลกๆ หน่อย เพราะมันไม่ถูกบริบท แล้วเรียกเมียว่าหม่อมก็แปลกอีกละ เพราะคือเหมือนเรียกตำแหน่งเมียตลอดเวลา มันควรเป็นคำที่คนรอบข้างเรียกด้วยเคารพมากกว่า พระเอกนี่เคารพเมียเว่อร์ๆ เลย เรียกเมียหม่อมทุกคำ

ลำไยพงศาวลีและความตัวเอียง ไอ้ห่านี่ก็แวะเยี่ยวย้อนอดีตอยู่ได้ เอียงแม่ง 3-4 ตอน ฟ้อนต์แม่งก็ยึกยือ กูปวดตาชิบหาย

ปล. ฉากเปิดแบบย้ายกลับไปบ้านเก่าแล้วเจอผีจากฉากก่อนนี่คิดถึงบ่วงเลย นิสัยเจ้าเกดแก้วกับการบรรยายก็คล้ายๆ หม่อมต่วน แรงบันดาลใจแหละ เห้อ

25 Nameless Fanboi Posted ID:OCMBnM5v3d

อ่านแนวนี้ไม่กี่เรื่องเอง แต่ไปลองอ่านมารู้สึกว่าระดับภาษาโดดจริง ๆ ไม่สัมผัสลื่นแบบผ้าไหมแต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดกระสอบป่าน แต่เพราะมาตรฐานแนวนี้ถูกตั้งไว้สูง ภาษาไม่เนียบจริงก็ยากจะหนีคำวิจารณ์ ส่วนที่เราไม่ค่อยชอบ คืดความสะเปสะปะจนงงประเด็นไปหมดว่าจะไปทางไหน นักเขียนต้องการบอกอะไรเราหรือเปล่า
เพราะง่วงด้วยมั้งอ่านจับใจความไม่ค่อยได้

26 Nameless Fanboi Posted ID:OCMBnM5v3d

>>24
ชายใหญ่ขอบคุณนะคะสำหรับสาระ

27 Nameless Fanboi Posted ID:fOrYDm6YIG

>>26 ไม่เป็นไรหรอกหลาน ถ้าชายใหญ่รู้จักพูดจาถูกต้องเหมาะสมกับกาละเทศะป้าก็ปลื้มใจ จะได้ไม่ไปนะคะๆ ใส่นังเล็กๆ พวกนั้นอีก แต่ละคนเหิมเกริมไม่รู้จักแยกแยะใครนายใครไพร่กันหมดแล้ว

อินเนอร์หญิงป้าผู้เจ้ายศเจ้าอย่างก็จะประมาณนี้แหละมึง พีเรียดไทยใครบอกไม่ซับซ้อนนี่กูเถียงขาดใจ คำเรียกต่างๆ เรียกลำลอง เรียกจริงจัง เรียกเล่นๆ ผู้ใหญ่เรียกเด็ก เด็กเรียกผู้ใหญ่แม่งยุบยับไปหมด

28 Nameless Fanboi Posted ID:fOrYDm6YIG

อ่ะ ไปดูมาเพิ่มแบบคนชอบจับผิด ไม่แนะนำให้ทำแบบกูนะ เพราะเป็นคนเหี้ย

กูอ่านท่อนนึงแล้วรู้สึกคุ้นแปลกๆ เหมือนเคยเห็นผ่านตาในบทความ 100 ปีแฟชั่นไทย พอไปค้นอีกทีก็จริงๆ ด้วย ไอ้คนเขียนแม่งไปรีเสิร์ชมา ก็เป็นเรื่องดี แต่เวลามึงรีเสิร์ชแล้วจะเอามาใช้ มึงควรจะประยุกต์ให้เป็นภาษาของตัวเองหน่อย นี่คำก็ยังคงรูปเดิมเหมือนแม้กระทั่งลำดับการบรรยายขนาด "ผมคลื่น" มึงก็ยังไปใส่เครื่องหมายวรรคตอนเน้นย้ำเหมือนกันอีก

อย่าทำแบบนี้ ถ้ามึงไปรีเสิร์ชอะไรโดยเฉพาะการแต่งกายเนี่ย ถึงการบรรยายลักษณะเสื้อผ้ามันจะไม่ได้มีหลากหลาย แต่พยายามบรรยายจากการสร้างภาพในหัวคร่าวๆ ก่อนว่ามันควรจะเป็นยังไง ไม่ใช่เอาจากต้นฉบับที่รีเสิร์ชมาแก้ๆ นิดหน่อย การ paraphase คือไม่ควรจะตัดนั่นนิดเสริมนี่หน่อยแค่นั้น แต่เอามาเป็นรากให้มึงต่อยอด เหมือนมึงได้กล้วยมา มึงอย่าแค่เอามาหั่นเสิร์ฟ แต่มึงเอาไปปั่นใส่นม ใส่น้ำเชื่อม ใส่น้ำแข็งให้เป็นสมูธตี้กล้วยในแบบของมึงจะดีกว่า

จริงๆ ฉอดเรื่องเสื้อผ้าและแฟชั่นได้อีกหน่อย แต่ดูเรื่องเยอะ แม่งต้องเข้าใจด้วยว่าคนอ่านนิยายพีเรียดเยอะๆ จะมีความเรื่องเยอะเป็นของตัวเอง เพราะมีความคาดหวังที่ค่อนข้างสูงด้านสำนวนภาษาต่างๆ เพราะมันยังมีความร่วมสมัยอยู่มาก มันมีตั้งแต่นิยายที่เขียนโดยคนสมัยนั้นอย่างสี่แผ่นดิน ชุดปริศนา นักเขียนที่คลุกคลีในวงการนั้นอย่างแก้วเก้า/ว.วินิจฉัยกุล ป้าทมยันตีก็ยังใช่ พอมันยังพอมี ref. ของยุคสมัยให้อ้างอิง มันก็เกิดการเปรียบเทียบแบบนี้แหละ

29 Nameless Fanboi Posted ID:fOrYDm6YIG

>>28 ลืมลิงก์ สงสัยง่วง
https://imgur.com/a/1zHethK

30 Nameless Fanboi Posted ID:Wo55J9pBTV

>>28 >>29 แบบนี้ถือว่าน่าเกลียดไหมวะดัดแปลงเนื้อหาจากบทความคนอื่น ตอนแรกก็คิดว่าไม่เหมือนนะอนุโลมได้ แต่พออ่านดีๆลำดับการบรรยาย+คำศัพท์เหมือนเป๊ะ กูว่ามักง่ายไปว่ะ หาข้อมูลอีกหน่อยกับจัดลำดับบรรยายใหม่ทำไม่ได้เหรอวะ บอกต่งเสียความรู้สึก ดีนะที่ไม่ใช่พวกเรื่องที่กูตามอ่าน ไม่งั้นอารมณ์เสียทั้งวัน

31 Nameless Fanboi Posted ID:pjGtOPb09S

วิธีโปรโมทแบบนี้โอเคมั้ย
https://www.dek-d.com/board/view/3983716/

32 Nameless Fanboi Posted ID:qQgmKmVLJ.

>>31 อ่านแล้วรู้สึกกวนตีนดี​

33 Nameless Fanboi Posted ID:shpJPcbfoM

>>31 แสดงว่าพล็อตซ้ำซากเหรอเลยไม่โฆษณาพล็อต
เราอ่านพี่เยี่ยคนดีศรีกอรี่ 26 เล่มแล้วรู้สึกเหนื่อย ๆ นะ เวลามีคนช่วนไปอ่านนิยายที่จุดขายคล้าย ๆ กัน
แต่เดี๋ยวไปเจิมดู

34 Nameless Fanboi Posted ID:/DuUXDp1/+

Baby girl, come and meet the woo
She know we keep a tool
Big knockin' on my body
Watch who you speaking to
(Girl, watch who you speaking to)
Baby girl, come and meet the woo
Big knockin' on my body
The beat went off?

I call Ace Makaveli, got treesh in the deli
Shawty wan' fuck off a glass of some Henny
Don't call my phone, got the feds on my celly
Flight to Miami, put dick in her belly
Wanna make bread, tell her open up Welly
TD, OA, Tander, Citi, Chevy
Pull up in Rovers, catch him it's over, spinin' like Julius Sover
Shoot down Hawthorne, shooting like Korver, put that boy head on his shoulders
Swervin', give em' two shots if he twerlin', uh
Burn him, I promise it's gon' be a murder
If I catch him I hurt him, slide him I murk him, look at that boy lookin' nervous
I got one thing for sure, I got two things for certain, wrap that boy up in a curtain, uh
Touchy, I dropped 38 on this touchy
I made a flip off this uppy
I turned that boy to a duppy, uh
Balmain, true blue, ocean, mystery, potion, back out
Toast him, Pop Smoke, run him, over, over, over (err)

Baby girl, come and meet the woo
She know we keep a tool
Big knockin' on my body
Watch who you speakin' to
(Girl, watch who you speaking to)
Baby girl, come and meet the woo
Big knockin' on my body
Watch who you speakin' to

https://youtu.be/9SoNWNHHFdQ

35 Nameless Fanboi Posted ID:fOrYDm6YIG

>>31 กูไม่อ่านตั้งแต่เป็นยำรวมมิกซ์แฟนฟิค อีหน้าด้าน

36 Nameless Fanboi Posted ID:JiK7Dv/Je/

>>31-35 เพื่อนโม่ง ถ้าคราวหน้าเป็นหัวข้อแบบนี้ รบกวนย้ายไปแปะ, พูดคุย ที่ห้องนินทาแทนนะ เพราะกูคิดว่าอันนี้มันเป็นนินทาแล้ว

ถ้ากูเจอกระทู้น่าเม้าท์ กูก็จะไปแปะที่โน่น ช่วยๆ กัน เพื่อให้ทิศทางกระทู้ชัดเจนขึ้น ขอบคุณล่วงหน้า

37 Nameless Fanboi Posted ID:6OOd8xyhD/

กูเห็นคนอ่านห้องliteratureถกกันอยู่เรื่องฉัน-ชั้น กูเลยอยากถามพวกมึงที่เป็นคนแต่งว่าโอเคไหมกับการใช้ชั้นแทนฉัน เค้าแทนเขา

38 Nameless Fanboi Posted ID:shpJPcbfoM

>>36 คิดว่าเจ้าตัวมาโฆษณาในโม่งเองเสียอีก
>>37 โดนผู้ใหญ่ตีมือว่าอย่าใช้ ชั้น เพราะว่า ถึงเขียนว่า ฉัน ก็อ่านว่าชั้นได้ หัวสมองมันจะปรับเป็นภาษาพูดเอง

39 Nameless Fanboi Posted ID:5.CyS5OOdT

>>37 ค่อนข้างรำคาญ เวลาเขียนกับตรวจทาน กูอ่านเป็น ฉัน เลย แบบนี้เหมือนมาบังคับให้กูออกเสียงเป็น ชั้น ซึ่งกูเห็นทีไรจะนึกถึงคำพูดของไอ้ตัวละครเบียวๆ "ฉันน่ะเจ๋งที่สุดแล้วนะรู้ไหม" แถมเป็นคำเขียนผิดๆ อีกเลยขัดตา

40 Nameless Fanboi Posted ID:JiK7Dv/Je/

>>37 นิยายเป็นงานเขียน ตามหลักก็ควรใช้ภาษาเขียนนั่นแหล่ะ ส่วน ชั้น, เค้า เก็บเอาใช้ตอนคุยแชทกับเพื่อนไรงี้ดีกว่า

41 Nameless Fanboi Posted ID:V2NDncaZIE

>>37 ไม่สนับสนุนให้ใช้ “ชั้น” ว่ะ เดี๋ยวก็มีโศกนาฏกรรมแบบ “ชุดฉันใน” อีก แต่ส่วนตัวกูหยวนกับ “เค้า” ในบทสนทนา มันใช้บ่งบอกลักษณะนิสัยตัวละครได้อยู่ แบบ “เค้ารักเตงนะ เตงรักเค้าป่าว เตงอ่า เตงๆๆๆ” “เตงพ่อมึงสิ เป็นระนาดเหรอไอ้ควาย เตงๆ อยู่ได้” ไรทำนองนี้ แต่ถ้าเห็นในบทบรรยายจะขวางหูขวางตา เหมือนแต่ละคนจะมีบรรทัดฐานตรงนี้ไม่เท่ากัน กูโอเคกับคำวิบัติเพื่อเสียงในบทสนทนาเพื่อเน้นย้ำอารมณ์ แต่บางคนบอกไม่ได้ ทำภาษาไทยวิบัติ

42 Nameless Fanboi Posted ID:/DuUXDp1/+

Mhm, ooh-ooh-ooh-ooh-ooh-ooh-ooh-ooh
Mama's bailing down that road, craving 90210

She a porn star girl, oh, from the valley (honestly God bless)
Who left her hometown world all for that alley
Oh, created Lake Tahoe all from her panties
(I hope it was wet like my jumper, though)
Ooh, used to take the long way home, long way home, all for that candy

Baby's hooked on feeling low
Do, do, do
Do, doo

Jacques turn La Flame, now he rolling on an Addy
Fifty on a chain, 'nother fifty on a Caddy, oh
He might pop him a pill, pop him a seal, pop anyone
Pop anything, pop anything to find an alley
Hmm, yeah, then find an alley

Baby's hooked on feeling low
Do, do, do
Do, doo

In the 90210, 90210, looking for that alley
In the 90210, 90210, looking for that alley, ooh
It's the superstar girl (baby's hooked on feeling low)
Superstar girl, roaming in that alley
In the 90210, 90210, somewhere in that alley

My granny called, she said "Travie, you work too hard
I'm worried you'll forget about me"
I'm falling in and out of cars, don't worry, I'ma get it, granny
What happened? now my daddy happy, mama called me up
That money coming and she love me, I done made it now
I done found life's meaning now, all them her heart'd break
Her heart not pieces now, friends turning into fraud niggas
Practicing, have the passion, you niggas packaged different
All you niggas, you niggas want the swag, you can't have it
I'ma sell it, you niggas salary 'bout to cap, bitch
Youngest nigga outta Houston at the Grammys
Smiling at 'em laughing at me
I passed the rock to Ye, he pump faked and passed it back, bitch
All of this off of rapping, should've wrote this in Latin

Yeah
Mmm, I know, I know, I know, I know, I know
I know, I know, I know, I know, I know
Cuzzo said we in the store, yeah, we 'bout to drop a 4
He pass the cigarette, I choke
Tell my auntie put them Ports down, them Ports down
Now you know you love your own now
Hit the stage, they got their hands up, don't put your nose down
I ain't knockin' a nigga, I knocked the door down, for sure now
Hardcore, I swear they counting on me
Gold chains, gold rings, I got an island on me
Houses on me, he got them ounces on him
Holy father, come save these niggas, I'm styling on 'em
Good lord, I see my good fortune in all these horses
I'm driving too fast to stop, so all these signs, I ignore them
Distant sky, from north of the border, my chips is in order
My mom's biggest supporter so now niggas support a nigga

https://youtu.be/BuNBLjJzRoo

43 Nameless Fanboi Posted ID:fOrYDm6YIG

>>42 มึงย้ายไปแปะเพลงห้องนินทาไป จะได้ช่วยดันมู้ด้วย

44 Nameless Fanboi Posted ID:4v/gb8HVxE

>>43 กูว่าจะพูดเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะที่นี่กระทู่มันไม่ค่อยตก ถ้าไปโพสในนินทาก็มีประโยชน์ตรงช่วยขุดได้

45 Nameless Fanboi Posted ID:6.EjP6YEMf

>>42 อย่าลำเอียงแปะให้แต่ห้องสับดิวะอิโม่งเพลง มู้นินทาแม่งตกจนต้องกาง All topic ถึงจะเห็นเลยอีเหี้ย https://fanboi.ch/netwatch/10886/recent/

46 Nameless Fanboi Posted ID:A8SIbrUSX8

เห็นมาโฆษณาในบอร์ด.. น่าสนใจดีเลยลากลงมาแดรก
เรื่อง : The Letter:จดหมายสั่งตาย
นามปากกา : PK030531 (แหม่บอกอายุกันตรงนี้เลยนะ 3 พ.ค. 2531)
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/PK030531/writer/view.php?id=2105240
คำโปรย : เพื่อน 7 คนไปงานเลี้ยงรุ่น พอจะเลิกกลับมีจดหมายวางไว้ ความผิดของเพื่อนทั้ง 7 ไม่มีใครเชื่อจนศพแรกผ่านไป.. ศพสองศพสามค่อยๆ ผ่านไป
แท็ก : #จดหมาย #ระทึกขวัญ #สนุก #ตื่นเต้น #ฆาตกรรม #ฆ่า
หมวด : ระทึกขวัญ/ผี
จำนวนตอน : 48 ตอน
สถานะเรื่อง : ยังไม่จบ อัพเดท 16 ก.ค. 63
ข้อมูลเบื้องต้น :
1.มนัส-ผมคนธรรมดา / 2.ณุตา-ฉันเป็นคนบาปหนา / 3.ไปศล-เพราะครอบครัวไม่รักผมจึงต้องการแค่เพื่อนที่เข้าใจ / 4.วิไล-ฉันเกลียดคนเอาเปรียบที่สุด / 5.ฐานัน-โดดเดี่ยวและเหงาจึงต้องการแค่เพื่อน / 6.นิตยา-ถ้าย้อนเวลาได้ / 7.สุวิทย์-ไม่มีใครทำได้ดีเท่าผมหรอก / 8.ภูธเนศ-ผมคนไม่สำคัญ
อ้าว.. มี 8 คน โอเค เดี๋ยวเริ่มอ่านก่อนก็ได้

เรื่องย่อ :
1-มนัสวิ่งหนีอะไรบางอย่าง เชื่อว่า“เธอ”ต้องไม่ใช่ฆาตกร มันฆ่าทุกคนหมดแล้ว เขาสิ้นหวังและท้าทายอย่างหมดอาลัยตายอยาก ยัง..ยังไม่ฆ่ากูอีกกก ชายชุดดำโผล่มา ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ชื่อของเขาคือ..

2-1เดือนก่อนหน้า คลาสเรียนดิสคัททำให้รู้ว่ามนัสเป็นอาจารย์ เป็นที่รักและหลงตัวเองพอประมาณ มองเห็นรูปจึงนึกถึงเพื่อน
---1ณุตาเป็นพยายาบาลจิตเวช เขาชอบเธอตั้งแต่ม.ปลาย ตอนจากกันเธอดูเศร้า
---2ไปศลเป็นวิศวโยธา เย็นชา แข็งนอกอ่อนใน รักพวกพ้อง
---3วิไลสาวแซ่บซี๊ดบิวตี้บล็อกเกอร์ งานหลักเป็นเซลล์ (เพื่อนซี้ณุตา,ไปศล) ชอบหวีดดารา
---4ฐานันท์ลูกคุณหนูมีกิจการโรงแรม (เพื่อนซี้ไปศล)
---5นิตยาสาวเงียบเป็นนักวาดปกนิยาย มีปมในใจ มักใส่ชุดขาวเทาดำ
---6สุวิทย์หนุ่มจีน หลงตัวเอง มีเมียแล้ว
---7เขาเองเป็นอาจารย์ กูรู้แล้วไม่ต้องซ้ำ เอาล่ะ..หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์
มนัสเข้าร้านเน็ตเพื่อเช็คเมล และโทรประชุมสาย แจ้งเพื่อนว่าเลี้ยงรุ่น ไปศลเหมือนไม่ว่างแต่ก็ตกลงไปเหมือนทุกคน “เย้-ไชโย”คำพูดมนัส (เอิ่ม..กูเลิกคาดหวังกับเรื่องนี้ละ)

3-ร้านขายเครื่องครัว วิไลอ่านไลน์ของฐานัน เขานัดทำเซอร์ไพรส์คู่รักมนัส-ณุตา ด้านรพ.จิตเวชของณุตา หมอชวนกลับพร้อมกันสอบถามถึงเรื่องแม่ ณุตาชิ่งหนี วิไลแมสเซสมาว่าจะพาไปทำสวย ด้านมนัสก็ทานข้าวกับครอบครัว รู้ข้อมูลก๊วนว่าเป็น วงดนตรีโรงเรียน “เจ็ดประจัญบาน” ฐานันโทรหามนัสเรื่องชุดไปงานมียัง? แย้มว่ามีเซอร์ไพรซ์ สกิปไปวิไลพาณุตาเลือกชุดแดง ย้อมผมแดงด้วย ด้านมนัสก็ไปหาฐานันเพื่อเลือกชุดเสื้อนอกน้ำตาล ย้อนไปณุตาไม่สบายใจกับชุด สีผมและเรื่องหลังจบเลี้ยงรุ่น (ลูกอีช่างตัดเอ๊ยยย..)

4-ฐานันขับรถมารับมนัส มีสุวิทย์นั่งหลัง ไปศลอยู่เบาะหน้าบ่นเรื่องถูกย้อมผม ส่วนวิไลนั่งแท็กซี่มากับณุตา ทั้งสองฝ่ายเจอกัน ณุตา-ไปศลตกใจกับลุคที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย เข้างานเลี้ยงถามสารทุกข์สุกดิบ มนัสเข้าห้องน้ำเจอภูธเนศ (แม่ง! คือชายชุดดำตอน1 จากคำ “กางเกงดำ รองเท้าดำ ไว้ผมยาว” ถึงตรงนี้แล้วก็รู้ว่ากลุ่ม 7 คนนั่นค่อยๆ ตายไปทีละคนเหลือมนัสสุดท้าย และเจอกับฆาตกร กูยังต้องอ่านต่อมั้ย??) งานเลิกทุกคนเตรียมกลับ มีจดหมาย

5-อั๊ยย่ะ.. เจ้าบทเจ้ากลอน ถอดความได้ว่า สุวิทย์คิดเป็นใหญ่ต้องเป็นไปก่อนนะจ๊า-สองนิตยามีบาปหนาเรื่องแม่งไง-สามวิไลต้องตายไปเพราะเผือกมัน-สี่ฐานันถูกลงทัณฑ์เอาแต่ใจ-ห้าไปศลคนไม่ดีมีเพื่อนชั่ว-หกณุตาคนบาปหนาฆ่าน้องตัว-เจ็ดมนัสคนแอบรักต้องเสียใจ เพราะงี้ไงตายห่านไปเถิดพ่อมึง
ทุกคนบอก นู๋ไม่รู้วววว ว่าแฟนมี.. โทษๆๆ ว่าใครวางจดหมาย ตัดฉากไปที่ฆาตรกร นายสั่งให้ลงมือฆ่าเด็กตาดำๆ ศรัทธาสลาย.. พอ!! หมายถึงกูเนี่ย! แล้วทุกคนก็วิตกเรื่องข้อความพวกนั้น
ขอพอแค่นี้เพราะได้คำใบ้ที่ต้องการมาครบแล้ว ต่อเรื่องได้หมดแล้วว่าใครฆ่าและฆ่าทำไม มนัสตายหรือไม่ ไม่สำคัญเพราะบอกออกมาแล้วว่าแกฆ่าทุกคนไปแล้ว แปลว่าอีก 6 ตายเรียบ

47 Nameless Fanboi Posted ID:A8SIbrUSX8

>>46 การบรรยาย : Info dump ข้อมูลของเพื่อนว่าเป็นใครมาจากไหน มีเบื้องหลังอะไร? ข้อมูลเบื้องต้นก็ไม่ดีไม่แย่ น่าสงสัยอยู่ว่าจะเป็นประโยชน์มั้ยแต่ขอจำไว้ก่อน เล่าเรื่องได้กระชับดีในตอน1 น่าสงสัยน่าคิดตามว่าแม่งเป็นใคร แต่.. ตอน 2 เป็นต้นไปกับตัวละคร 7 ตัวเมื่อมันคุยกันคือพังพินาศ ไม่สามารถแยกเสียงใครเป็นใครได้เลย ต้องมีชื่อกำกับตลอด บทสนทนาไม่บ่งบอกลักษณะนิสัยหรือคาแรกเตอร์ที่เด่นชัด คำพูดสั้นมากเหมือนพูดในช่องแชท พอตรงช่วงแชทก็จัดหน้าซ้ายขวา ตอน 3 ตัดไปตัดมาแต่ก็ยอมรับว่าไวดี ไม่แวะเยี่ยวนาน กะปิ๊ดๆๆ พอ ตอน 4 หน้าที่การงานเป็นหัวข้อสนทนาพากร่อยมาก ตอน 5 บทอินุงตุงนังเหมือนตอน 2 พอได้คำตอบระบบประมวลผลกูเลยหยุดทำงานไปแล้ว

ตัวละคร : เยอะสัสแถมคาแรกเตอร์คล้ายๆ กันด้วยนะ เงียบขรึมเย็นชามีตั้ง2-3ตัว หลงตัวเองอีก 2 ตัว ถ้ามันเหมือนกันแล้วจะสร้างมาทำไมเยอะแยะ? มนัสเหมือนเซลฟ์อินเสิร์ทตัวเองเข้าไปมาก ผมมีดีตรงไหนคนถึงห้อมล้อม มารักมาชอบ ก็ช่วยไม่ได้ (เบ้ปากเป็นสระอิ) มีแบคกราวน์ให้หลายๆ ตัว ไม่เป็นตัวประกอบจืดจาง แต่ก็นั่นแหละพอช่วงแรกที่ต้องจับมารวมกันก่อนเลยยุ่งเป็นหมอยพัน จะลงลึกเลยก็ไม่ได้เดี๋ยวเรื่องเดินช้า ส่วนมนัสเป็นตัวเอกมั้ง ก็เล่าเรื่องผ่านตัวนี้นี่นะ

เนื้อเรื่อง : Tell not Show.. เฉลยเร็วไปหรือไม่ก็โป๊ะแตกเรื่องฆาตกร ไม่รู้ว่าเดาผิดป่ะนะ แต่ก็ไม่น่าผิดจากบทบรรยายที่มัดตัว มีตัดช็อตไคลแม็กซ์มาก่อนกระตุ้นต่อมเผือกให้ทำงานค่อยเข้าเนื้อเรื่อง แต่เนื้อเรื่องก็ธรรมดามากก่อนจะถึงจดหมาย

จุดเด่น : เรื่องนี้กระตุ้นต่อมเผือกกูได้ดีนะ ชอบชื่อเรื่อง พล็อตเรื่อง น่าตามอ่าน แม้จะหงิดกับข้อมูลเบื้องต้นที่แบคกราวน์ใกล้เคียงกันก็เถอะ
จุดด้อย : หลักๆ ก็ความวุ่นวายของตัวละครนั่นแหละ แล้วก็ Info Dump ไม่มีใครเขาบ้าจี้มานั่งเก็บดีเทลเล็กน้อยกับกูหรอกนะ

ความเห็นส่วนตัว : ข้อมูลที่พยายามเก็บทุกเม็ดสูญเปล่าสินะ ตอนแรกกะจะอ่านให้หมดไม่ก็สักสิบตอนงี้ พอเจอตามที่เล่ามากูปิดจ๊อบได้ตั้งแต่ตอน 5 แล้ว ถูกไม่ถูกไม่รู้อ่ะ ถ้าเรื่องมันคือจดหมายสั่งตาย แล้วทุกๆ คนก็ตายตามลำดับไปจนเหลือตัวเอกสุดท้าย แล้วฆาตกรมันจะเป็นใครได้อีกล่ะ ส่วนถ้าถามว่ามูลเหตุจูงใจฆ่าคืออะไร ก็ข้อความในจดหมายนั่นไงถึงจะฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลก็เถอะ ว่าถ้าแต่ละคนเป็นงั้นจริง แล้วมันส่งผลอะไรกับฆาตกรที่ทำตัวเป็นตุลาการตัดสินความผิด ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่น่าหาคำตอบต่อไปแต่มันอยู่นอกเหนือสโคปกูแล้วอ่ะ
อันนี้เดานะ>> คำพูดขอภูธเนศ “ผมเป็นคนไร้ค่า เป็นไอ้ขี้แพ้ ไม่มีใครรักใครสนใจ เป็นคนไม่สำคัญ ไม่มีค่าพอให้รัก” และมนัสถูกฆ่าเป็นลำดับสุดท้าย แปลว่า สำคัญและแค้นมาก ด้วยเหตุผลว่า “บาปเขานั้นคือความไม่ใส่ใจ เขาทำให้คนชอบต้องเสียใจ” จะใครซะอีกล่ะก็ณุตาที่จากกันอย่างเศร้าๆ นั่นน่ะ แถมตัวเองก็แอบชอบเขาแต่ก็ไม่เปิดเผยความรู้สึกด้วยนะ แล้วธเนศก็ชอบณุตาอีกทอดหนึ่ง ตอนสมัยเรียนก็อาจถูกแกล้ง ถูกเมินจากก๊วนนี้ก็ได้เลยแค้น
คะแนน เอาไปเล้ยยย 6/10
บุบุยยย..น้องต้องเข้านอนล้าว ชุบิ ชุบิ ม๊วฟ

48 Nameless Fanboi Posted ID:l1F8QIYtSa

>>46 ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยาก แต่กูเดาว่าฆาตกรคือณุตาว่ะ ไอ้ที่มนัสเชื่อว่าไม่ใช่เธอเนี่ย ส่วนมากแม่งก็คือเธอคนที่ว่านั่นแหล่ะ ใช้ความผมยาวกับการแต่งตัวมาดักควายนักอ่านว่าเป็นไอ้เนศแล้วค่อยเฉลยเหมือนหักมุมว่าแม่ง ตาเองค่ะพี่ (แต่ถ้านักเขียนพลาดโป๊ะแตกเอง กูก็หมดคำพูดวะ 555,)

49 Nameless Fanboi Posted ID:T4DeTHyo3Y

ไม่มีใครทักเรื่องยาเม็ดสองสีที่เป็น ref ชื่อหัวมู้เลย (เสียใจ ดักแก่ไม่ได้ซักคน) กูไม่ได้ KY แต่จะมาบอกว่าเรื่องเดอะแมททริกซ์ ไตรภาค (หรือต้นฉบับก่อนเป็นหนังที่ชื่อ Amadeus story) เป็นเรื่องราวที่โหดสัสเรื่องนึงในวงการงานเขียน ตัวเรื่องถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดและความรู้ที่แทบจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ถูกนำมาใช้อย่างลงตัวมากๆ ทั้งความเชื่อทางศาสนาต่างๆ ปรัชญาเกี่ยวกับการเลือกและเจตจำนงค์เสรี จิตวิทยาของมนุษย์ต่อความจริงอันโหดร้าย ความเป็นไปได้ของโลกที่อาจถึงคราวล่มสลายเพราะการสร้างเครื่องจักร หุ่นยนต์ และเอไอที่พัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม กับเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่นๆ (ที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในยุคนั้น)

ซึ่งเป็นที่มาของวลีอมตะอย่าง "นายจะเลือกเม็ดสีแดงหรือเม็ดสีฟ้า", "มันไม่มีช้อน" (there is no spoon) นั่นเอง

50 Nameless Fanboi Posted ID:A8SIbrUSX8

>>48 กุก็เลยไป Ctrl+F หา มึงพูดถูกในภาค 1 แต่กูว่ากูคิดถูกในภาค 2 จดหมายนั่นของธเนศ

51 Nameless Fanboi Posted ID:A8SIbrUSX8

>>49 ข่อมค่ะ เดี๋ยวไปหาอ่าน นิยายเล่มอื่นๆ ด้วย ส่วนยาเม็ดนั่นก็เห็นแปลงเป็นมีมเยอะจนไม่รู้อันไหนต้นฉบับ เคยเจอแค่ อันนี้ 99% อีก 1% เหมือนกันแต่แค่สีแดง

52 Nameless Fanboi Posted ID:JXEDJf0.Tw

>>49 แมทริกกูรู้จักแต่กูดูกี่ทีไม่เคยรู้เรื่องเลย ดูแต่ฉากบู๊ lol

53 Nameless Fanboi Posted ID:lJOdk5to2y

>>49 กูเก็ทแต่กูตัดใจไม่พิมพ์ เห็นบรรยากาศหลังแยกมู้แล้วรู้สึกไม่ชินสัดๆ (ประมาณว่าดูขลังจนไม่กล้าพิมพ์อะไรไร้สาระ) ถ้าให้กู้คืนข้อความที่กูเขียนแล้วลบไปเมื่อเช้าก็ "มุกตบท้ายชื่อมู้นี่ส้นตีนชิบหาย"

54 Nameless Fanboi Posted ID:J6hHksqJ.9

>>49 รู้จัก แต่คิดว่าทุกคนรู้เลยไม่ทัก ไอ้มุกเม็ดยานี่คลาสิกพอๆ กับมุกหยุดกระสุน/หลบกระสุน สมัยสาวๆ กูวิเคราะห์ภาคแรกในวิชาปรัชญาจนได้ B+ มาประดับทรานสคริปต์ด้วย แต่กูโฟกัสที่เจตจำนงค์เสรีและการรับรู้ของมนุษย์อะไรทำนองนั้น ไปๆ มาๆ คนที่ดูแมกทริกซ์เหมือนจะแก่ซะงั้น เด็กๆ ไม่รู้จักแล้ว

55 Nameless Fanboi Posted ID:J6hHksqJ.9

>>51 อ่านเยอะๆ กูอ่านสับมึงแล้วรู้สึกว่าคลังความรู้ต่างๆ ของมึงน้อย มึงลงไม่ค่อยลึก แตะผิวๆ เกณฑ์ใจดีมาก มาตรฐานก็เด็กน้อยไปด้วย ไปหางานอ่านให้หลากหลาย อ่านวรรรณกรรมคลาสสิกของไทย-เทศ อ่านให้หลายๆ แนว แล้วคิดวิเคราะห์แยกแยะ ถ้ายังเรียนไม่ถึง โรงเรียนยังไม่ได้สอน ก็ลองหาข้อมูลพื้นฐานอ่านดูกรอบความรู้เบสิคคร่าวๆ ดู

56 Nameless Fanboi Posted ID:T4DeTHyo3Y

สมัยไร้หมอยกูก็ดูแมททริกซ์เพราะฉากบู้ พอโตแล้วมาดูอีกรอบ โอ้โห โคตรเจ๋ง เป็นไซไฟที่แฝงปรัชญาได้เนียนมาก (ถึงแม้จะต้องดูหลายรอบกว่าจะเข้าใจ) แล้วไอ้เรื่องทางเลือกที่เป็นตัวกำหนดผลลัพท์และการอัพเกรดเวอร์ชั่นของโลกแมททริกซ์นี่ กูว่ามันสุดยอดเลยนะ ไอ้การให้ทางเลือกของตัวโปรแกรมสถาปนิกแก่ผู้ปลดปล่อย (นีโอ) กับคำพูดที่ว่า "เราได้เลือกคำตอบนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่สิ่งที่ต้องคิดคือ ทำไมเราถึงเลือกตอบข้อนั้นต่างหาก"

57 Nameless Fanboi Posted ID:YhlvQrlqrB

ยังงี้ก็ได้เหรอ ชายรักชายไม่ใช่เกย์ อย่าบอกนะว่าสองคนนี้เป็นตุ๊ด?
https://www.dek-d.com/board/view/3983844/

58 Nameless Fanboi Posted ID:T4DeTHyo3Y

>>57 สนทนาเกี่ยวกับกระทู้เชิญ Netwatch
https://fanboi.ch/netwatch/10886/

59 Nameless Fanboi Posted ID:J6hHksqJ.9

มู้แล้วไม่ค่อยแอคทีฟ มามู้นี้ไม่รู้เกิดคึกเหี้ยอะไรเลยขอสับหน่อยก็แล้วกัน ช่วงที่ผ่านมากูจิตหลุดยังไงไม่รู้ รู้สึกเนือยๆ งานราษฎร์ก็ไม่คืบ งานหลวงก็ขี้เกียจ ไม่เห็นเดดไลน์ไม่หลั่งน้ำตา ต้นฉบับก็ไม่ยอมปิด อยากจะนอนโง่ๆ กระดิกตีนแต่งเกาะดูซีรีส์แทะถั่วแมคคาเดมียไปวันๆ มาก สงสัยต้องรอบก.มาไล่กระทืบก่อนคงจะกระตือรือร้นขึ้นมามั้ง ภาวนาให้กูด้วยค่ะซิสว่ากูจะต้องรอด กรี๊ดดดด

วันนี้ตั้งเป้าว่าจะสับเอามันเอาฮาแบบเรื้อนๆ ตามสไตล์นางฟ้าผู้ใจดี สาระไม่มี สารเลวล้วนๆ ใครอ่านได้ก็อ่าน อ่านไม่ได้ก็ช่างแม่มึง ใคร PC มา แม่จะด่าให้แม่งร้องแบ๊ะๆ กลับไปเลย แต่เอาจริง ปากบอกจะสับเรื้อน เอาเข้าจริงกูก็เปิดโหมดจริงจังทุกที ปัดโธ่ เอาเป็นว่าอย่าคาดหวัง แล้วก็ไม่รู้เป็นเหี้ยไร เปิดเจอแต่นิยายผีกับนิยายพีเรียด เจ็บหัวชิบหาย ไม่รู้จะเลือกจากอะไรดี สุ่มๆ คุกกี้เสี่ยงทายแล้วกัน

สายลม ❥ บุปผา ❥ เหมันต์ ❥ จันทรา by SWEETY CAT เหมือนจะเห็นในบอร์ดแว่บๆ แต่น่าจะยังไม่มี aka มั้งเพราะยังไม่ได้รับการอวยยศ

วาร์ป: https://writer.dek-d.com/Amaranda/writer/view.php?id=2123363

คำโปรย: อย่ามัวแต่คิดว่า ถ้าเราเลือกใครสักคน แล้วเราจะเสียอีกคนไป เพราะถ้าไม่ทำอะไรเลย คนที่อยู่วงนอกนี่แหละที่จะเจ็บที่สุด...

รักสามเส้าแต่คนที่อยู่วงนอกเจ็บสุด? มึงใช้คำผิดป่ะ ถ้าคนอยู่วงนอกก็คือคนไม่ได้อยู่ในรักสามเส้า มึงกลับไปฟังเพลงทาทายังก่อนเลยเผื่อจะเข้าใจว่ารักสามเส้ามันควรจะมาอีท่าไหน ส่วนข้อมูลเบื้องต้นขอยาดเลื่อนผ่าน ไม่อ่านแนะนำตัวละคร กูหยิ่ง

เรื่องย่อ: บทที่ 1 – 5 ver. ตัดเอาแต่เนื้อเพราะน้ำเยอะชิบหาย

เปิดมาด้วยการพล่ามของอีจันทราอีตัวเอกตั้งแต่พ่อแม่พี่น้องชื่ออะไร มีเพื่อน 4 คนชื่ออะไรก็เชิญย้อนไปอ่านตามชื่อเรื่อง อีนางเอกมีฟามลับอย่างหนึ่งคือรู้อดีตชาติเป็นส่วนๆ ชาติแรกเป็นจีนโบฯ ชาติต่อมาเป็นกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ถุ้ย อีจันชอบเหมันต์

อีดอก (บุปผา) ชวนอีจัญและฝูงไปกินข้าวที่ร้านอะไรไม่รู้ทำท่ามีลับลมคมในพอไปถึงก็สลับแว้บไปมุมมองอีดอกที่แอบชอบสายลม ยังไม่ทันได้ไปถึงร้านก็มีชะนีน้อยนามเดสตีนี่สะแหล๋นมาบอกสายลมว่านู๋ชอบพี่ข่ะ เพราะฟ้าลิควิดมาให้เลาคู่กัน หมอดูบอกมาต้องไม่ผิดแน่นวลพี่ อีเดสก็ทิ้งเบอร์ให้ อีดอกก็ขุ่นมัวเห็นภาพซ้อนจนเป็นลมไป

สลับไปที่พาร์ทอีจันที่พาอีดอกไปห้องพยาบาล(??) อีดอกเป็นแค่ลมแดด แต่อีจัญไม่เชื่อเพราะอีดอกมาเฟียมาก คุมม.เยยนะ อีจัญก็ไปเถียงรุ่นพี่คณะแพทย์ที่ชื่อกราวิตี้ที่บังเอิญเป็นพี่อีเดสตินี่ อีเหก็เหมือนจะหึงๆ ที่ไปเข้าใกล้พี่กรา อีดอกตื่นมาก็กรี๊ดๆ แล้วก็ไม่เชื่อว่าเป็นลมแดด พอจะกลับพี่หมากราวิต้อก็ขอเบอร์เพราะจะถีบอีจัญ ออกมาเจออีจี้ที่เป็นน้องก็มาเพ็ดทูลอีกว่ามีคนมาจีบอีจัญ

ตัดไปที่พาร์ทของเห ที่ไม่ชอบที่มีคนมาจีบจัญ ขอรายงานสถานการณ์ก่อนว่าตอนนี้ตอน 4 แล้ว เพิ่งจะมาถึงร้านอาหารที่บอก ซึ่งเป็นร้านเมด อีดอกที่เพิ่งนึกออกว่าชอบอะไรมุ้งมิ้งก็วิ่งไปขอถ่ายรูปกับเมดไปทั่ว (หึหึ) อีเหเป็นคนมีพลังจิตอ่านใจคนอื่นได้จากการแตะตัว พี่เมดที่ร้านก็มีแซวว่ามาเดตคู่เหรอ แฟนกันสินะ

อีพวกสาวๆ ก็จะให้จัดเต็ม อีเหอยากรู้ว่าจะทำอะไรกัน เลยวางแผนชนเมดจะได้อ่านใจ ซึ่งสิ่งที่เมดคิดก็คืออีเหหล่อจัง.... ตัดไปที่มุมมองอีจัญ เครื่องดื่มมาส่งเลยต้องร่ายบีม ทุกคนก็มองมาที่อีจัญเพราะว่าน่ารัก เหกลับมาไม่ยอมบีมน้ำ อีจัญต้องเขินแทน เมดก็เขินๆ อาหารมาเสิร์ฟเมดก็วาดหัวใจให้ แล้วหลอกล่อว่าถ่ายรูปตอนหอมแก้มจะได้พวงกุญแจฟรี

ครบห้าตอนที่อ่านไปก็เบะปากเป็นสระอิไป ขอเชิญสู่ช่วงสับให้ขาดดังฉับๆๆๆ

60 Nameless Fanboi Posted ID:J6hHksqJ.9

เนื้อเรื่อง - อยากจะยกระดับนิยายแจ่มใสให้มีพล็อตดราม่าลึกซึ้ง แต่ลื่นไถลเปือกกล้วยหัวแตกตายตั้งแต่ยังไม่ทันได้ไปไหน เพราะเล่นใหญ่เกินตัว ไม่ได้ดูศักยภาพตัวเองว่าเขียนอะไรได้แค่ไหน deflect ในเรื่องจากความไม่รู้เยอะมากจนอยากจะจิกหัวอีกคนเขียนโขกกับคีย์บอร์ดแล้วก็จับหน้ามันไถไปจนปุ่มหลุดออกมา รุ่นพี่คณะแพทย์มาอยู่ห้องพยาบาลนี่นะ? มึงตั้งสติ! แล้วมึงก็เขียนเมดออกมาได้เหี้ยมาก ถ้าไม่เคยไปร้านเมด อย่างน้อยก็ควรจะไปรีเสิร์ชคลิปรายการที่เขาถ่ายร้านเมดหน่อยเถอะ เมดบ้านพ่อมึงสิแทนตัวเองว่าพี่ เรียกลูกค้าว่าน้อง ยิงบีมมึงก็ร่ายไม่ครบ เมดที่ไม่มีความโมเอ้โมเอ้บีมเขาไม่นับว่าเป็นเมดหรอกอีชิบหาย แล้วมึงยังจับตัวเมดอีก มึงมันบาป มึงมันคนเหี้ย ดินแดนแห่งความฝันไม่ต้อนรับมึง เชิญค่ะ!

ตัวละคร – บรรลัยกัลป์ แบนราบยิ่งกว่ากระเป๋าตังค์กูหลังเดินออกจาก sephora ทุกอย่างของตัวละครคือการ tell ที่พยายามยัดเยียด แต่ไม่สามารถสื่อถึงมิติใดๆ ออกมาได้เลย นอกจากมิติลี้ลับ ตัวละครทุกตัวคือวัย 19-20 แต่ระดับสติปัญญาไม่สอดคล้องกับอายุในระดับเกินต้าน สาเหตุเป็นเพราะวัยวุฒิและคุณวุฒิของคนเขียนนั่นแหละ ดูแล้วให้อย่างเก่งก็อายุไม่เก่ง 14 แต่ข้ามไปเขียนนักศึกษามหาลัยที่กำลังจะเข้าวัย first jobber มันไกลเกินไปมาก มันแทบจะเป็นการข้าม Gen เลยด้วยซ้ำ คือมันไม่แปลกหรอกถ้ามึงจะเขียนตัวละครที่โตกว่าตัวมึงเอง แต่ถ้ามึงไม่มีความใกล้ชิด ไม่มีต้นแบบ แล้วประสบการณ์มึงก็มีแค่นี้ล่ะก็ขอเชิญพบกับความบ้งสิบชั้นได้เลย เพราะมึงจะเอาการมองโลกตามสายตาของมึงไปยัดเยียดใส่ตัวละครที่เป็นผู้ใหญ่ทันที โดยที่มึงก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนวัยนั้นสนใจอะไร คุยเรื่องอะไรกัน เลยออกมานอกจากปัญญาอ่อนแล้วยังจะปลอมเปลือก

คำเกินจ้ะ ขออีกเม้นท์โน๊ะะะ

61 Nameless Fanboi Posted ID:J6hHksqJ.9

การดำเนินเรื่อง - กระโดดไปกระโดดมาเหมือนกำลังเล่นตั้งเตอยู่ ทั้งมุมมองตัวละครและเนื้อเรื่อง เนื้อหาทั้งหมดเขียนมาประหนึ่งชีวิตเกิดมาไม่รู้จักการเรียบเรียงความคิด อยากจะเล่าเหี้ยอะไรก็เล่า โดยที่ไม่สนหีสนแตดและตรรกะใดๆ ว่าที่กำลังเล่ามันเกี่ยวเหี้ยอะไรกับเนื้อเรื่อง 85% ของเนื้อเรื่องคือข้อมูลขยะ จำพวกทำผมทรงไหน สีไหน ใส่รองเท้าเพ้นท์ลายเหี้ยน้อยอะไร ใช้ประโยชน์ของ POV1 ได้อย่างคุ้มค่า จากการแวะเยี่ยวตลอดทางเหมือนมึงกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ถ้าไม่ได้เยี่ยวแล้วจะปวดกรวยไต

อีกจุดที่อยากจะด่า มีการเปลี่ยน Narrator ที่เล่าเรื่องอยู่เรื่อยๆ และเปลี่ยนตรงกลางตอนอีกต่างหาก ถามว่าเปลี่ยนไปหาพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงทำไม เพราะเปลี่ยนไปมึงก็ไม่สามารถเขียนสร้างความแตกต่างให้กับตัวละครที่มึงเล่าอยู่ดี นอกสลับ “ฉัน” ไปให้ตัวละครอื่นเล่า น้ำเสียงที่ตัวละครใช้ก็ยังเหมือนเดิม เรื่องที่เล่าก็ไม่ได้ นี่ไม่ใช่ซีรีส์ I love U, I hate U ของพี่ย้ง ทรงยศที่เปลี่ยน narrator แล้วเนื้อเรื่องเปลี่ยนเพราะมุมมองตัวละครไม่เหมือนกัน แบบราโมอนสไตล์ หรือลุงมาร์ตินที่เปลี่ยน narrator เพื่อเปลี่ยนโฟกัสไปยังเหตุการณ์ของตัวละครนั้น

มีความพยายามใส่มุกหลายๆ จุดคือไม่รู้จะใส่ไปหาหอกอะไร อ่านแล้วได้แค่ขำแห้งๆ ว่ากูต้องขำด้วยเหรอ ต้องขำตรงไหนนะ มีความพยายามจะคลิฟแฮงเกอร์แต่เป็นคฮก.ที่ส้นตีนหีหมา หนึ่งคือเลือกจุดมาได้สารเลว สองคือยัดเยียดข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า บิ้วท์จัดว่ามึงต้องค้างนะ แต่ค้างเหี้ยอะไรล่ะซิส ค้างค่าโทรศัพท์หรืออีชิบหาย กูจะยกตัวอย่างให้ดู จากตอนแรกเลย

Ex. มันหันหลังกลับมา ทำหน้าตาที่แบบว่าอยากจะเผือกเรื่องคนอื่นสุดๆ เรื่องของใครฉันไม่สน แต่อย่าเป็นเรื่องของฉันแล้วกัน "มีร้านอาหารแนะนำอยู่ที่หนึ่งว่ะ"

ไม่พ้นเรื่องของกิน แต่ว่าทำไมผามันทำหน้าเหมือนอยากเผือกล่ะ ไอ้ร้านนี้มันทำไมอ่ะ

แล้ว talk มึงก็ยังจะมาปั่นต่ออีกว่าทำไมนะ ทำไมเนอะ? คือไม่ได้บิ้วท์! มันไม่ได้ทำให้ดูน่าติดตาม! มันไม่ได้ตื่นเต้น! ที่กูพิมพ์อยู่เนี่ยยังจะตื่นเต้นกว่าอีก!

การบรรยายและการใช้ภาษา – เล่าได้พื้นฐาน แค่ S+V+O การสรรคำบัดซบควรไปตาย ใช้คำผิดความหมายบ่อย ช่วงอุปมาเปรียบเทียบอะไรแปลกๆ บ่อย ex. แข็งแกร่งยิ่งกว่าอุทยาน(?) คลังคำน้อยมากแบบสมควรจะต้มหนังสือคลังคำแดกแทนข้าว หลายจุดเห็นเลยว่าคิดคำไม่ออกแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แถมไอ้ที่อธิบายมาก็ไม่ได้ทำให้อ่านเข้าใจเลยด้วย ไม่อธิบายเลยเสียยังจะดีกว่า คำผิดคือคำที่สะกดง่ายไม่ค่อยผิด แต่คำที่ยากหน่อยสะกดไม่ได้ จะบอกว่าโง่ก็สงสาร เอาเป็นไม่ค่อยฉลาดก็แล้วกัน ex. วินิจชัย พ่วงกุญแจ

จุดที่ชอบ – ตอนที่อ่านถึงรุ่นพี่คณะแพทย์ที่ชื่อกราวิตี้ออกมา กูกำลังฟังเพลง defying gravity อยู่พอดี

จุดที่เกลียด – ความพยายามเล่นใหญ่แบบไม่ดูหีดูแตด

คะแนน – You know nothing, Jon Snow

ข้อเสนอแนะ – เป็นนกน้อยก็ควรทำรังแต่พอตัว ประเมิณตัวเองก่อนว่ามีศักยภาพมากแค่ไหน นี่อ่านแล้วรู้ว่ายังขาดความรู้ความสามารถและประสบการณ์ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง อย่าคิดว่าเขียนแนวแจ่มใสแล้วไม่ต้องอ่านเยอะ อยากจะเขียนเหี้ยอะไร เขี่ยๆ สั่วๆ ไปก็ทำได้ แบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการดูถูกคนอ่านและดูถูกตัวเองด้วย

62 Nameless Fanboi Posted ID:nio+FYYU5E

>>46 กูอ่านที่มึงสับแล้วนึกถึง And then there were none เนื้อเรื่องคล้ายๆ แนวทางการเล่าก็ประมาณนี้ ตอนแรกก็ยัดตัวละครทั้งหมดในบทเดียวว่าใครคือใคร แต่เรื่องนั้นกูจำได้ว่าใครยังไง ไว้เดี๋ยวกูค่อยลองอ่านเรื่องนี้

63 Nameless Fanboi Posted ID:Gy7W/0Q2vi

ขอบคุณในความเหนื่อยยากจากทั้งสองสับ เราตีหนึ่งก็นอนแล้วไม่กลัวผิวเสียเหรอแตง

64 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

>>59 อ่านสับแล้วขำในความเก้วกาดของมึงมากๆ พูดมาถึงความผิดพลาดพวกนั้นแล้วกูว่าสมควรโดนด่า เพราะแม่งรู้ไม่จริงหลายอย่างมาก (หรือแทบทุกอย่าง ?) เมดร้านไหนวะไม่เรียกลูกค้าว่านายท่าน ไอ้เหี้ยแบบนี้ทำงานวันแรกก็โดนไล่ออกแล้วควายจริง

หลังปรับเปลี่ยนแนวทางการใช้กระทู้มานี่สับกันถี่ขึ้นจริงๆ ด้วย กูเองเป็นเกร็งพอสมควรเหมือนจะปลดปล่อยความเรื้อนได้น้อย พอจะไปคุยนินทาที่อีกห้องก็ขุดหากระทู้ลำบากมาก (พลังความเสือกของห้อง Netwatch ช่างน่ากลัวจริงๆ) ทิ้งไว้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ตกหน้าแรกแล้ว แต่ก็เอาเถอะ ยังดีกว่าใช้ปนกันแล้วเลื่อนหาสับอ่านลำบาก แบบนี้ก็สะดวกดีทำเอากูมีไฟอยากสับเหมือนกัน เดี๋ยวกูสับเสร็จแล้วจะมาร่วมวงวิพากษ์

65 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

เหตุผลที่เรื่องนี้ถูกเลือกมาสับ

- หลังจากโดนพลังจากนิยายของวาตะจังเข้าไปจนอาการแย่ เลยคิดว่าจะสับนิยายที่สับง่ายอย่างแนวเกมออนไลน์ต่ออีกสักเรื่องแล้วค่อยเลิกจับแนวนี้ (เพราะส่วนมากเส้นเรื่องและเนื้อหาหลังตอนที่ 5 มันก็เดิมๆ คือได้แรร์ เก็บเวล และโชว์เทพ)
- รู้สึกสงสารเจ้าของเรื่องเพราะแม่งดูเรียกร้องมากๆ ว่ามาอ่านและเมนต์ให้ป๋มหน่อยค้าบ แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ที่ตัวเองโฆษณา กระทู้แลกกันอ่าน หรือกระทู้ขอนิยาย ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลเลย (รันทดจริงมึง)
- เจ้าของเรื่องวาดปกเอง เส้นคมจนนึกสงสัยว่าเก่งจริงหรือทาบวาดด้วย Transparent layer เอาตรงๆ คือกูสะดุดตาที่ซิกส์แพ็ค (แฮ่กๆๆ) วาดได้น่าทานดี ไม่รู้ว่ามันเป็นแฟชั่นหรืออะไรถึงได้ชอบวาดพระเอกลุคเด็กแว๊นส์กันเนี่ย ทรงผมนี่พยายามจะทรงมหาดไทยแต่เสือกเจาะหูแล้วบอกว่ามึงมาจากยุคโบราณ อ่อ ลืมไปว่าเป็นต่างโลกไทยเดิม บางทีขนบอาจแตกต่างก็เป็นได้ ขออภัยคนแต่งด้วยที่พี่ทำตัวแย่อย่างการตีกรอบจินตนาการของน้อนแบบนี้ ไม่ไหวๆ นิสัยไม่ดีเลยเนอะ

เรื่อง : Muaythai In New World
นามปากกา : Dark Oppa (ดากอ้ปป้า aka พี่ชายร่องตูด)
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/theminato/writer/view.php?id=2119149
คำโปรย : ข้าวต้ม ผู้มีความฝันว่าอยากเป็นนักมวยไทยที่เก่งที่สุด แต่ดันเป็นคนที่กากที่สุด จนกระทั่งได้ไปต่างโลกพร้อมกับระบบอัพเลเวลสุดโกง ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจต่างๆ เพื่อจะได้เป็นคนที่แกร่งที่สุด.
หมวด : ฟรีสไตล์ > แฟนตาซี
จำนวนตอน : 4 ตอน (แม่ง... ไม่ครบโควต้า)
สถานะตัวเรื่อง : ยังไม่จบ (อัปเดตล่าสุด 18-7-63) --- เพิ่งจะอัพตอนที่ 4 วันนี้ตอน 8 โมงนิดๆ มิน่าถึงไม่มีใครอ่านและออกความเห็นให้

ภาพปลากรอบเป็นพระเอกลุคเด็กแว๊นส์ที่เหมือนโดนเอาภาพต้นแบบมาวาดพร๊อพแบบไทยๆ ทับ ก่อนนำไปทับบนฉากหลังตะวันยอแสงเหนือเงาของวัดโบราณ ออกมาเป็นภาพปกที่ตัวละครลอยเด่นเหมือนหน้าสก๊อยฉาบครีมบีบี ถ้าคิดจะเอาดีทางด้านทำรูปตัดต่อรับรองว่าต้องโดนจับได้แทบทันที นิยายตัวเองขายเซตติ้งไทยแต่ตั้งชื่อภาษาอังกฤษล้วน ก็ช่างแม่งแล้วกัน เผื่อเขาวางแผนอยากจะโกอินเตอร์ (เอาให้พ้น 15 ตอนแรกให้ได้ก่อนเหอะมึง) ชื่อพระเอกในคำโปรยอ่านแล้วนึกถึงตำนานมวยไทยนายขนมต้ม ณ จุดนี้กูหลอนว่าคงเจอนิยายเด็กแต่งแน่ๆ เพราะแค่ในโปรยก็โดนคำว่า "สุด" ซ้ำไป 4 ดอกรวด คลิเช่นิยายจีนก็หึ่งเลย แล้วมึงจะใส่จุดฟูลสต๊อปปิดท้ายคำโปรยทำไมวะสาส

ปกรองเป็นเรื่องย่อที่เขียนขึ้นต้นด้วย "เรื่องย่อ" เออ... ขอบใจนะที่บอก ถ้ามึงไม่บอกนี่กูไม่รู้เลยนะเนี่ย ไอ้ข้าวต้มพระเอกผู้กากสัสรัฐอโยธยาจนได้รับฉายากระสอบทรายแห่งวงการ อยู่ๆ ก็วาร์ปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วมีเสียงดังขึ้นว่า [ ขอต้อนรับ ผู้ต่างแดน!! ] พร้อมหน้าจอสเตตัสของอาชีพจ้าวนักมวยไทยในตำนาน (นึกแล้วไอ้สัสไม่มีผิด นี่มันโซโล่เลเวลลิ่งโมเดลชัดๆ) ไอ้ข้าวต้มเห็นแบบนั้นก็ตะโกนว่า "ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย!" เอ๊ย ไม่ใช่ "ฉันจะเป็นนักมวยไทยที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้!" ต่างหาก

ตอนที่ 1 : นักมวยที่อ่อนแอ่ที่สุด

ก่อนอื่นกูต้องขอโทษดากอ้ปป้าก่อนเลย เพราะเซตติ้งเรื่องมันไม่ใช่ยุคโบราณแต่เป็นค่ายมวยแห่งหนึ่งในยุคปัจจุบัน ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องเจาะหูนั้นถูกปัดตกไป เล่าโดยย่อเนื้อหาสำคัญในตอนคือไอ้ข้าวพระเอกของเราซ้อมเตะกระสอบทรายจนดึกดื่น Tell มาว่าชกทีไรก็แพ้ แพ้มา 20 รอบรวด ฝึกมวยมา 10 ปี ฝีมือแม่งก็ยังกากเหมือนเด็กวัยเล่นขี้ ครูมวยเจ้าของค่ายโผล่มายื่นโอกาสขึ้นชกรอบที่ 21 ให้ แต่มีข้อแม้ว่าถ้ามึงแพ้มึงต้องเลิกชกมวยนะ (เออ ดักดานมา 10 ปี ถ้าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นคงเจริญไปแล้ว) ไอ้ข้าวดีใจยกใหญ่แล้วก็รีบไปเตรียมตัวขึ้นชก พอถึงวันงานแทนที่คู่ต่อสู้จะเป็นนักมวยโนเนม อีกฝ่ายดันเป็นเจ้าของฉายา "มัจจุราชไร้พ่าย" พออ่านชื่อในประโยคถัดมากูถึงขั้นสะอึกน้ำลายตัวเอง เพราะตัวละครนี้ชื่อ นภาไชย สอภาไชย

ทำไมถึงเป็นงั้น ? จะไม่ให้กูสะอึกได้ไงวะ น้องดากแม่งเล่นลอกคาร์แรคเตอร์ของคนอื่นมาดัดแปลงเป็นของตัวเองแบบโคตรทุเรศ ยิ่งพอดูภาพประกอบที่น้องดากวาดไว้ยิ่งชัดเจนว่าเขาคือ "อาภาไชย หอภาชัย" เจ้าของสมญานาม "มัจจุราชแห่งวงการมวยไทย" จากเรื่อง "เคนอิจิลูกแกพันธุ์เสือ" โว้ยยย รูปร่าง ทรงผม อะไรก็เหมือนกันไปหมด แค่เอาชื่อกับฉายามาบิดนิดเดียว มึงจะดูถูกนักอ่านเกินไปแล้วสัส สรุปง่ายๆ ว่าครูมวยแม่งเบื่อขี้หน้าไอ้ข้าว เลยหลอกให้มาแดกตีนแล้วเลิกเป็นนักมวยซะ อยู่ไปก็รกค่ายกู ไอ้ข้าวเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็จำเป็นต้องขึ้นชกทั้งๆ ที่รู้ว่าแม่งได้คอพับหลับคาตีนแน่ (แล้วก็คงได้ไปโผล่ต่างโลกตามสูตร)

ตอนที่ 2 : "มัจจุราชไร้พ่าย"

สั้นๆ ง่าย

การบรรยาย :

ตัวละคร :

เนื้อเรื่อง :

จุดเด่น :

จุดด้อย :

คะแนน :

ความเห็นส่วนตัว :

66 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

>>65 เวร... กดผิด เดี๋ยวจะมาเขียนต่อ

67 Nameless Fanboi Posted ID:RkGYOxD+Hf

วันนี้ไม่โพสต์เพลง จะไปชุมนุม งิงิ

68 Nameless Fanboi Posted ID:JFlmutYEw5

>>63 ชะอุ้ย วันหลังจะไม่นอนดึกล้าว

69 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

เหตุผลที่เรื่องนี้ถูกเลือกมาสับ

- หลังจากโดนพลังจากนิยายของวาตะจังเข้าไปจนอาการแย่ เลยคิดว่าจะสับนิยายที่สับง่ายอย่างแนวเกมออนไลน์ต่ออีกสักเรื่องแล้วค่อยเลิกจับแนวนี้ (เพราะส่วนมากเส้นเรื่องและเนื้อหาหลังตอนที่ 5 มันก็เดิมๆ คือได้แรร์ เก็บเวล และโชว์เทพ)
- รู้สึกสงสารเจ้าของเรื่องเพราะแม่งดูเรียกร้องมากๆ ว่ามาอ่านและเมนต์ให้ป๋มหน่อยค้าบ แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม ไม่ว่าจะเป็นกระทู้ที่ตัวเองโฆษณา กระทู้แลกกันอ่าน หรือกระทู้ขอนิยาย ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลเลย (รันทดจริงมึง)
- เจ้าของเรื่องวาดปกเอง เส้นคมจนนึกสงสัยว่าเก่งจริงหรือทาบวาดด้วย Transparent layer เอาตรงๆ คือกูสะดุดตาที่ซิกส์แพ็ค (แฮ่กๆๆ) วาดได้น่าทานดี ไม่รู้ว่ามันเป็นแฟชั่นหรืออะไรถึงได้ชอบวาดพระเอกลุคเด็กแว๊นส์กันเนี่ย ทรงผมนี่พยายามจะทรงมหาดไทยแต่เสือกเจาะหูแล้วบอกว่ามึงมาจากยุคโบราณ อ่อ ลืมไปว่าเป็นต่างโลกไทยเดิม บางทีขนบอาจแตกต่างก็เป็นได้ ขออภัยคนแต่งด้วยที่พี่ทำตัวแย่อย่างการตีกรอบจินตนาการของน้อนแบบนี้ ไม่ไหวๆ นิสัยไม่ดีเลยเนอะ

เรื่อง : Muaythai In New World
นามปากกา : Dark Oppa (ดากอ้ปป้า aka พี่ชายร่องตูด)
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/theminato/writer/view.php?id=2119149
คำโปรย : ข้าวต้ม ผู้มีความฝันว่าอยากเป็นนักมวยไทยที่เก่งที่สุด แต่ดันเป็นคนที่กากที่สุด จนกระทั่งได้ไปต่างโลกพร้อมกับระบบอัพเลเวลสุดโกง ต้องต่อสู้กับเหล่าปีศาจต่างๆ เพื่อจะได้เป็นคนที่แกร่งที่สุด.
หมวด : ฟรีสไตล์ > แฟนตาซี
จำนวนตอน : 4 ตอน (แม่ง... ไม่ครบโควต้า)
สถานะตัวเรื่อง : ยังไม่จบ (อัปเดตล่าสุด 18-7-63) --- เพิ่งจะอัพตอนที่ 4 วันนี้ตอน 8 โมงนิดๆ มิน่าถึงไม่มีใครอ่านและออกความเห็นให้

ภาพปลากรอบเป็นพระเอกลุคเด็กแว๊นส์ที่เหมือนโดนเอาภาพต้นแบบมาวาดพร๊อพแบบไทยๆ ทับ ก่อนนำไปทับบนฉากหลังตะวันยอแสงเหนือเงาของวัดโบราณ ออกมาเป็นภาพปกที่ตัวละครลอยเด่นเหมือนหน้าสก๊อยฉาบครีมบีบี ถ้าคิดจะเอาดีทางด้านทำรูปตัดต่อรับรองว่าต้องโดนจับได้แทบทันที นิยายตัวเองขายเซตติ้งไทยแต่ตั้งชื่อภาษาอังกฤษล้วน ก็ช่างแม่งแล้วกัน เผื่อเขาวางแผนอยากจะโกอินเตอร์ (เอาให้พ้น 15 ตอนแรกให้ได้ก่อนเหอะมึง) ชื่อพระเอกในคำโปรยอ่านแล้วนึกถึงตำนานมวยไทยนายขนมต้ม ณ จุดนี้กูหลอนว่าคงเจอนิยายเด็กแต่งแน่ๆ เพราะแค่ในโปรยก็โดนคำว่า "สุด" ซ้ำไป 4 ดอกรวด คลิเช่นิยายจีนก็หึ่งเลย แล้วมึงจะใส่จุดฟูลสต๊อปปิดท้ายคำโปรยทำไมวะสาส

ปกรองเป็นเรื่องย่อที่เขียนขึ้นต้นด้วย "เรื่องย่อ" เออ... ขอบใจนะที่บอก ถ้ามึงไม่บอกนี่กูไม่รู้เลยนะเนี่ย ไอ้ข้าวต้มพระเอกผู้กากสัสรัฐอโยธยาจนได้รับฉายากระสอบทรายแห่งวงการ อยู่ๆ ก็วาร์ปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วมีเสียงดังขึ้นว่า [ ขอต้อนรับ ผู้ต่างแดน!! ] พร้อมหน้าจอสเตตัสของอาชีพจ้าวนักมวยไทยในตำนาน (นึกแล้วไอ้สัสไม่มีผิด นี่มันโซโล่เลเวลลิ่งโมเดลชัดๆ) ไอ้ข้าวต้มเห็นแบบนั้นก็ตะโกนว่า "ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย!" เอ๊ย ไม่ใช่ "ฉันจะเป็นนักมวยไทยที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้!" ต่างหาก

ตอนที่ 1 : นักมวยที่อ่อนแอ่ที่สุด

ก่อนอื่นกูต้องขอโทษดากอ้ปป้าก่อนเลย เพราะเซตติ้งเรื่องมันไม่ใช่ยุคโบราณแต่เป็นค่ายมวยแห่งหนึ่งในยุคปัจจุบัน ทำให้ข้อกล่าวหาเรื่องเจาะหูนั้นถูกปัดตกไป เล่าโดยย่อเนื้อหาสำคัญในตอนคือไอ้ข้าวพระเอกของเราซ้อมเตะกระสอบทรายจนดึกดื่น Tell มาว่าชกทีไรก็แพ้ แพ้มา 20 รอบรวด ฝึกมวยมา 10 ปี ฝีมือแม่งก็ยังกากเหมือนเด็กวัยเล่นขี้ ครูมวยเจ้าของค่ายโผล่มายื่นโอกาสขึ้นชกรอบที่ 21 ให้ แต่มีข้อแม้ว่าถ้ามึงแพ้มึงต้องเลิกชกมวยนะ (เออ ดักดานมา 10 ปี ถ้าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นคงเจริญไปแล้ว) ไอ้ข้าวดีใจยกใหญ่แล้วก็รีบไปเตรียมตัวขึ้นชก พอถึงวันงานแทนที่คู่ต่อสู้จะเป็นนักมวยโนเนม อีกฝ่ายดันเป็นเจ้าของฉายา "มัจจุราชไร้พ่าย" พออ่านชื่อในประโยคถัดมากูถึงขั้นสะอึกน้ำลายตัวเอง เพราะตัวละครนี้ชื่อ นภาไชย สอภาไชย

ทำไมถึงเป็นงั้น ? จะไม่ให้กูสะอึกได้ไงวะ น้องดากแม่งเล่นลอกคาร์แรคเตอร์ของคนอื่นมาดัดแปลงเป็นของตัวเองแบบโคตรทุเรศ ยิ่งพอดูภาพประกอบที่น้องดากวาดไว้ยิ่งชัดเจนว่าเขาคือ "อาภาไชย หอภาชัย" เจ้าของสมญานาม "มัจจุราชแห่งวงการมวยไทย" จากเรื่อง "เคนอิจิลูกแกพันธุ์เสือ" โว้ยยย รูปร่าง ทรงผม อะไรก็เหมือนกันไปหมด แค่เอาชื่อกับฉายามาบิดนิดเดียว มึงจะดูถูกนักอ่านเกินไปแล้วสัส สรุปง่ายๆ ว่าครูมวยแม่งเบื่อขี้หน้าไอ้ข้าว เลยหลอกให้มาแดกตีนแล้วเลิกเป็นนักมวยซะ อยู่ไปก็รกค่ายกู ไอ้ข้าวเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็จำเป็นต้องขึ้นชกทั้งๆ ที่รู้ว่าแม่งได้คอพับหลับคาตีนแน่ (แล้วก็คงได้ไปโผล่ต่างโลกตามสูตร)

70 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

>>69

ตอนที่ 2 : "มัจจุราชไร้พ่าย"

สั้นๆ ง่าย ไอ้ข้าวก็ขึ้นไปรำแก้บน เอ๊ย รำมวยตามปกติ ยกแรกทุกคนต่างคิดว่าไม่นานก็คงจบ แต่ไอ้ข้าวแม่งพลิ้วกว่าที่คิด หลบหมัดของนภาไชยได้เรื่อยๆ สำหรับบางหมัดที่ชกโดนก็ถูกป้องกันไว้ได้ แสดงให้เห็นถึงผลของการฝึกตลอดหลายปีที่ผ่านมา พอหาจังหวะได้ไอ้ข้าวก็ใส่เข่าสวนเข้าไปตรงลำตัว อาภา... นภาชัยถึงขั้นจุกแล้วเอ่ยปากชมว่าต้องอย่างนี้สิวะมันถึงจะสนุก แล้วเปิดฉากตรงเข้าถลุงไอ้ข้าวแบบไม่ออมมืออีกต่อไป ทำให้พระเอกของเราเข้าตาจนกำลังจะโดนฮุคเข้ากลางเบ้าหน้า แต่ก็ได้คลิเช่แนวมวยอย่าง "ระฆังหมดยกดังขึ้นพอดี" มาช่วยให้รอดไปได้อย่างหวุดหวิด (ทำไมไม่ให้โดนแล้วไปต่างโลกเลยวะ ลีลาจริงๆ มันเสียเวลาอ่านรู้ไหม)

ตอนที่ 3 : "โลกใหม่"

ยกนี้นภาไชยถูกโค้ชยื่นคำขาดว่าต้องคว่ำไอ้ข้าวให้ได้ไม่งั้นจะเสียชื่อค่าย ฝั่งพระเอกโดนโค้ชบอกให้ยอมแพ้ แต่ด้วยความที่เป็นพระเอกเลยยอมไม่ได้ แม้จะมีฉากตีศอกเข้าปลายคางอีกฝ่ายได้อย่างสวยงาม แต่พลังทำลายก็ไม่พอจะจัดการคู่ต่อสู้ โดนสวนในจังหวะสุดท้ายราวกับถูกชนด้วยทรัคซัง แล้วก็เข้าสู่ฉากคลิเช่ของนิยายระบบที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในเว็บไซต์นิยายพื้นหลังสีส้มแห่งหนึ่ง ด้วยการ Analyze ของเอไอจากระบบ

[ กำลังวิเคราะห์ข้อมูล............ ]
[ วิเคราะห์เสร็จสิ้น ]
[ เนื่องจากคุณมีทักษะมวยเทย คุณได้รับอาชีพมวยเทย ]
[ คุณมีความเข้าใจในมวยเทยอย่างลึกซึ้ง คุณได้รับการเลื่อนขั้นเป็นอาชีพ จ้าวมวยเทยในตำนาน ]
[ คุณได้รับโอกาสที่จะเกิดใหม่ในต่างโลก ระบบกำลังนำทางคุณไป ขอให้โชคดี ]

เดจาวูเหมือนตอนอ่านนิยายของ ณ พรรณา, ฉิงเหว่ย หรือนักเขียนแนวระบบอีกหลายพันคนในเว็บไซต์สีส้มแห่งหนึ่ง ก่อนจะปิดตอนด้วย Talk อธิบายเซตติ้งว่าย้อนยุคไปประมาณช่วงยุคพระนเรศฯ แต่โลกนั้นเป็นมิติอื่น มีการเก็บเวล มีการทำเควส ความสุดยอดของพระเอกคือเป็นคนเดียวที่เป็นคลาสมวยไทย (#3 ความสามารถที่ติดตัวมาเอง) ผู้ครอบครองฉายาผู้ที่จะกลายเป็นตำนานแห่งมวยเทย

ตอนที่ 4 : “ระบบที่คล้ายกับเกม”

อืม... กูรู้ตั้งแต่ตอนที่แล้วละ ไอ้ข้าวฟื้นขึ้นมากลางป่า โดนเอไอระบบเรียกเพื่อสอนวิธีเปิดหน้าต่างสเตตัส ไอ้พระเอกก็ร้องว่า "ว้าว เหมือนเกมที่เคยเล่นเลย" น้องดากอ้ปป้าถึงขั้นลงทุนทำหน้าจอสเตตัสที่น่าจะตั้งใจทำเหี้ยๆ มาแปะไว้บนหน้านิยาย เพราะแม่งดูเหมือนหน้าต่างสเตตัสเกมออนไลน์ของจริงมาก ถ้าบอกว่าแคปมาจากเกมออนไลน์ของคนไทยเกมไหนสักเกมนี่ กูก็คงไม่สงสัยเลย ก็มีพูดถึงสกิลอาชีพ การออกท่าพวก เท้า หมัด เข่า ศอก ที่เป็นพื้นฐานของมวยไทย กับสกิลลูกไม้และแม่ไม้ชนิดต่างๆ ที่ยังเป็นอัศเจรีย์สีดำ (ยังปลดล็อคมาใช้ไม่ได้เพราะเวลกาก) มีถุงใส่ของที่ใส่ได้ไม่จำกัดให้ มีสกิลติดตัวคล้าย "เมจิคอาย" ของไอ้แกรี่ยูโตะนักเรียน ม.ปลาย ธรรมดา จากเรื่อง Skill Taker ที่สามารถมองไปยังสิ่งต่างๆ เพื่ออ่านคำอธิบายได้ราวกับใช้เม้าส์ชี้เวลาเล่นเกม

พอชินกับการใช้หน้าจอต่างๆ แล้ว ไอ้ข้าวก็ออกเดินทางออกจากป่าจนไปพบเข้ากับถนนและรถม้าที่พังอยู่ ถึงคราวไอ้ข้าวได้โชว์เทพเมื่อพ่อค้ากับทหารคุ้มกัน 2 นายกำลังโดนวิญญาณหมูป่ายักษ์โจมตี พวกบอดี้กากสู้หมูผีไม่ได้เลยแล้วคิดว่ากูแม่งได้สู่ขิตแน่ๆ แต่ไอ้ข้าวก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วหยุดการวิ่งเข้าชนของวิญญาณหมูป่ายักษ์ด้วยมือเปล่า ก่อนจะหันมาเก๊กพูดว่า "ไม่เป็นไรนะครับ" ก็เห็นอยู่ว่าเขาไม่เป็นไร (แม้ว่าจะเยี่ยวแตกไปแล้ว) มึงก็ยังจะถามอีก เป็นกันกับนักเขียนทุกคนและนิยายทุกเรื่องเวลามีฉากแบบนี้ จนสงสัยว่าตัวเอกของพวกมึงไม่มีหัวคิดกันรึยังไงวะ ในส่วนท้ายของตอนที่ 4 มีภาพให้กูสะอึกอีกแล้ว เพราะภาพปลากรอบที่ไอ้ข้าวกำลังหยุดวิญญาณโดยการจับเขี้ยวหมูป่ามันเป็นภาพของ "บูลล์ฟานโก้" หมูป่ายักษ์ที่เหล่านักล่าของเกมล่าแย้ (Monster Hunter) คุ้นเคยกันดี ถ้าให้ระบุให้ชัดเจน ภาพนี้คือภาพ Loading screen ของเกมในภาค Frontier ซึ่งมีความแตกต่างแค่ต้นฉบับไม่ใช่ไอ้ข้าว แต่เป็นฮันเตอร์นิรนามที่กำลังใช้อาวุธประเภท Great Sword ขึ้นบล็อคการพุ่งเข้าชน กับบูลล์ฟานโก้ที่ไม่ได้มีดาข้างละ 3 ดวงแบบนี้ (ความละอายใจของน้องง่ามดากอยู่ที่ไหน!)

71 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

>>70

การบรรยาย : มีเรื่องให้บ่นเยอะมากเลยเพื่อนโม่ง เดี๋ยวกูขอพูดถึง pros ก่อนดีกว่า ส่วน cons เอาไว้ทีหลัง เริ่มต้นด้วยการพูดถึงบทบรรยายสไตล์นิยายจีน พี่ดาก (ขอเปลี่ยนมาเรียกตามความหมายของชื่อ) สามารถลดทอนสัดส่วนของ Tell ให้น้อยกว่าพวกนิยายจีนได้ กูหมายถึงมันอธิบายในส่วนที่จำเป็นต่อเนื้อเรื่องจริงๆ แวะเยี่ยวน้อยกว่านิยายเรื่องก่อนหน้านี้ที่ถูกสับมาก เล่าเรื่องได้ตรงประเด็นคือมาสายมวยก็คุยแต่เรื่องมวย เล่าฉากการต่อยมวยได้ค่อนข้างชัดและสร้างความตื่นเต้นได้โอเค บทสนทนาระหว่างตัวละครอาจสร้างความอิหยังวะหน่อยๆ แต่โดยรวมคือดูไม่ปลอม ระดับภาษาไม่กระโดด คำผิดมีน้อย บรรยายฉากหลังเท่าที่จำเป็นจนเกือบดูน้อย สำหรับคนที่บอกว่าตัวเองเป็นนักเขียนฝึกหัดผลการประเมินคือพอรับได้

มาถึงส่วนของ cons กันบ้าง อย่างแรกเลย ด้วยความที่เป็นมือใหม่เลยทำให้หลักการทั่วไปห่วยแตก เลือกแต่งนิยายออกมาเป็น POV3 ผสมนิยายแชทแบบจอยลดา เท่านั้นยังไม่พอมึงยังจะมีเน้นหนาสไตล์กับชื่อตัวละครซึ่งเข้ากันดีกับความรหัสมอสแบบฝนฟ้าคะนองกระจาย รวมไปถึงการใส่ Emoticon แจ่มใสกับการใช้ SFX ในจุดที่ไม่ต้องใส่ก็ได้ เมื่ออ่านนิยายเรื่องนี้ไปได้สักพัก กูรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่กลางงานนิทรรศการแห่งความอิหยังวะ วิธีการเล่าและเดินเรื่องก็ทำได้ตามขนบโคตรๆ คลิเช่ซ้ำซ้อนแบบดึงความคลิเช่ออกมาจากส่วนต่างๆ ของเซตติ้งได้อย่างโดดเด่น (ควรถือว่าเป็นคำชมดีไหมวะ) เช่นช่วงแรกก็กากสวะเป็นขยะของตระกูล เอ๊ย! ค่ายมวย เป็นคนที่ขยันขันแข็งแม้จะไร้พรสวรรค์ แถมยังดันทุรังอีกด้วย เป็นรูปแบบตัวละครสไตล์จีนเทพซ่าส์อย่างโคตรจะเป๊ะ พอมาถึงความเป็นต่างโลกก็คือเหมือนกัน ตายด้วยสาเหตุบางอย่างโดยที่ยังมีความค้างคาใจ แล้วข้ามมิติไปโผล่ในห้องแสงขาว ต่อด้วยคลิเช่แนวระบบที่มีเอไอมา Analyzing และติดตั้งระบบให้ พอไปถึงโลกใหม่ก็ได้รับการ Tutorial วิธีใช้หน้าต่างสเตตัสเหมือนนิยายแนวเกมออนไลน์แค่มันพยายามให้ออกมาเป็นแฟนตาซีทั่วไปในเซตติ้งโลกไทยโบ จากนั้นก็โชว์เทพด้วยสกิลโกงๆ ที่ได้มาตามขนบนิยายแกรี่ที่จะต้องมีฉากให้สร้างบุญคุณกับใครสักคน ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกด้านเงินทองกับสิทธิพิเศษที่ยังขาดแคลนอยู่ในช่วงแรก

ตัวละคร : นายข้าวต้มที่คล้ายพระเอกนิยายแนวระบบอีกมากมายในเว็บไซต์สีส้ม เพียงแค่คราวนี้มันไม่ได้มาดนิ่ง หรือหาทางจะใช้ความรู้จากชาติก่อนมาสร้างความยิ่งใหญ่ แต่กลับออกแบบให้ตัวละครดูนิสัยเด็ก เจออะไรก็ว้าวน่าตื่นเต้นไปหมด ความรู้ที่มีมาจากโลกเดิมชีวิตก่อนก็มีแค่เรื่องของมวยเทย คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเพราะเซลฟ์อินเสิร์ทตัวเองลงไปในตัวงาน ด้วยความที่อายุยังน้อย ตัวละครเลยดูปะกาปะกังกับสิ่งที่เพิ่งเคยเห็น ข้อดีของตัวละครประเภทนี้คือดูน่าเอ็นดูและน่าเอาใจช่วย ถ้าในอนาคตนิสัยไม่เปลี่ยนจนกลายเป็นพวกกร่างตามัว หรือเหลิงในอำนาจและพลังที่ได้มาแบบไม่ต้องพยายาม ตัวละครแบบนี้จะยังพอเป็นที่ชื่นชอบของนักอ่านได้ ตัวละครรองอื่นๆ มีบทบาทในเนื้อเรื่องส่วนนั้นเป็นอย่างดี แม้จะโดนใช้แล้วทิ้งก็ตาม

เนื้อเรื่อง : เป็นคลิเช่ที่ถูกผสมกันเข้ามาหลายแนว เส้นเรื่องก็เหมือนที่เล่าไว้ในปกรอง คือพอได้ระบบมวยเทยมาก็อยากจะเป็นจ้าวแห่งมวยเทย ซึ่งกูจะไม่ขอลงลึกอะไรมากในส่วนนี้ เพราะนิยายแนวระบบจะมีวิธีขยับกราฟเหมือนกันทุกเรื่อง คือตัวเอกเข้าไปพัวพันกับเรื่องบางอย่าง แล้วก็ทำสำเร็จ ทุกอย่างออกมาดีด้วยความช่วยเหลือของระบบหรือความแข็งแกร่งของตัวละครเอง ยิ่งนานก็ยิ่งเพิ่มสเกลขยายความแกรี่และไปจบที่ออกอวกาศ (ซึ่งหนักหนากว่าการออกทะเลไปอีกหลายขุม) ถ้าไม่สามารถควบคุมสเกลเรื่องให้ออกมาดีได้ ผลสุดท้ายมีเพียง 2 อย่าง นั่นคือตัดจบไม่ก็ดองยาว ดูจากวิธีการบรรยายกูว่านิยายเรื่องนี้อาจพอมีอนาคตอยู่บ้าง เพราะนักเขียนเล่าเรื่องแบบรวบรัดตรงประเด็น ซึ่งอาจทำให้เรื่องจบก่อนจะทันได้ตะลุยอวกาศ

72 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

>>71

จุดเด่น : แวะเยี่ยวน้อย เล่าเรื่องกระชับตรงประเด็น คำผิดมีไม่มาก ภาพประกอบวาดใช้ได้ (กูให้เก่งกว่านารุตะกี้ทั้งลายเส้นและลงสี)

จุดด้อย : ความคลิเช่แบบรวมมิตร ความจัดงานอิหยังวะ EXPO ความลอกภาพ/ข้อมูลมาใช้แบบส่งๆ

คะแนน : 2.5/10 คะแนน --- ให้คะแนนน้อยอย่างลำเอียงเพราะหักเรื่องอิโมติค่อนแจ่มใส แม้จะเล่าเรื่องได้เข้าใจและกระชับ แต่ความอิหยังวะอื่นๆ ก็ทำให้เสียคะแนนไปเยอะเช่นกัน

ความเห็นส่วนตัว : กูแม่งโดนพี่ง่ามดากหลอก ตอนมันมาโฆษณาในกระทู้นึงมันบอกว่านิยายตัวเองเป็นแนวออนไลน์ กูที่ช่วงนี้หาสับแนวออนไลน์เลยหลงกลเลือกมา เชี่ย... กลายเป็นระบบแฟนตาซีแบบไทยเดิมไปเฉยเลย แล้วเซตติ้งที่โฆษณาไว้ก็อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือน Naive Medieval Fantasy ในท้องตลาด คือมีเผ่า สัตว์ประหลาด เวทมนตร์ กิลด์นักผจญภัย ระบบแรงค์ เพียงแค่ทุกอย่างถูกปรับให้ออกมาดูไทย เปลี่ยนสกิลเป็นแม่ไม้มวยไทย เปลี่ยนมอนสเตอร์เป็นวิญญาณร้าย เปลี่ยนสมาคมเป็นค่ายฝึก อย่างไรก็ตามด้วยความที่ผสมผสานความคลิเช่ไว้หลายแนวเกิน ทำให้ฉากหลังที่เป็นมิติไทยเดิมดูปลอมขึ้นมาซะงั้น มันให้ภาพไม่เหมือนยุคไทยโบราณ หรือต่อให้คล้ายมันก็ไม่สนิทใจนัก

สำหรับตัว Author ของนิยายเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการยกตัวอย่างประกอบวลีอันโด่งดัง "Good artist copy, Great artist steal" แต่ๆๆๆ กูไม่ได้บอกว่าพี่ดากเป็นแบบไหนใน 2 อย่างนี้นะ เพราะพี่แกไม่ใช่ทั้งคู่ เหตุผลคือพี่แกไม่ได้ copy แบบยกมาทั้งดุ้น (เพราะดัดแปลงนิหน่อยแล้ว) และแน่นอนว่าไม่ได้ great พอจะ steal ไอเดียของคนอื่นมาต่อยอดได้อย่างแนบเนียน แต่พี่แกทำให้เกิดตัวอย่างแบบที่ 3 ขึ้นมา นั่นก็คือ "Grean artist" ผู้สร้างความปลอมเปลือกได้ถึงขีดสุดด้วยการสร้าง combination art จากนิยายหลากหลายแนว โดยนำเอาข้อดี ข้อเสีย และความคลิเช่ของแต่ละแนวมารวมกันได้อีกด้วย เขาจึงควรได้รับการบันทึกคุณสมบัติไว้ในวลีทองคำที่ถูกตราขึ้นใหม่ว่า

"Good artist copy, Great artist steal ... Grean artist bird's shit"

73 Nameless Fanboi Posted ID:r+5OHEHO4k

>>72 ลืมเขียนถึงกิมมิคของพี่ดาก นั่นคือการมี "ความเดิมตอนที่แล้ว" แปะอยู่บนสุดของทุกๆ ตอน และมี "Talk แบบแจ้งข้อมูลเซตติ้ง" ปิดท้ายด้านล่างเสมอ ความอิหยังวะด้านต่างๆ ที่เคยเจอกันมาก็พูดถึงไปหมดแล้วยกเว้นการเขียนว่า

[b]ครูมวย[/b] : "ในใจ ขอโทษนะไอ้ข้าว นี่คงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เอ็งเลิกชกมวย" <<< เนี่ย เกิดมาเพิ่งเคยเจอการพูดในใจด้วยการใส่ข้อความไว้ในอัญประกาศแถมเขียนไว้ข้างหน้าด้วยว่า ในใจ มึงใช้ตัวเอียงหรือเขียนต่อข้างหลังว่ากำลังคิดในใจไม่เป็น เพราะอ่านนิยายแชทมาเยอะเกินใช่ไหมวะพี่ดาก ณ จุดๆ นี้ถ้ามึงใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิดๆ แบบอื่น อย่างการใช้ (ความคิดในใจ) , 'ความคิดในใจ' หรือ [[ความคิดในใจ]] กูยังจะรู้สึกดีเสียกว่าที่จะให้มันเป็นแบบนี้ ก็ขอให้รู้ตัวเร็วๆ ก็แล้วกัน อย่าลืมว่าถ้ากระดุมเม็ดแรกติดผิด เม็ดที่เหลือแม่งก็เลื่อนเหมือนกันหมด อย่าให้พื้นฐานงานเขียนต้องผิดเพี้ยน เพราะความเข้าใจผิดแบบเกรียนๆ อย่างนี้เลยนะ พ่อนักเขียนฝึกหัด

74 Nameless Fanboi Posted ID:Gy7W/0Q2vi

ขอบคุณในความเหนื่อยยาก แต่หักคะแนนโหดจัง

75 Nameless Fanboi Posted ID:J6hHksqJ.9

>>69 กูเข้าไปอ่านเพราะเห็นโดนเมินในมู้โฆษณาต่างๆ เหมือนกัน เจอ new normal นิยายแชทเข้าไป ก็เลยกดออกแบบเส้าๆ เงียบๆ ตอนแรกนึกว่ามึงจะให้คะแนนเป็นหน่วยคาเงโร่ แปลว่ายังไม่เหี้ยขนาดนั้นอ่ะดิ

พูดถึงเรื่องความถูกต้องของข้อมูลหน่อย พี่ดากเคยดูมวยที่เขาต่อยกันจริงจังหรือเปล่า อย่างน้อยก็มวยไทยเจ็ดสีแตกหนึ่งแลตตาซอยแจก 500 ก็ได้ หรือมวยเซเลป 10 fight 10 มวยสมัยนี้มันแบ่งรุ่นชกตามน้ำหนัก ต่อให้เป็นมวยวัดก็ไม่มีทางหรอกที่ไอ้ข้าวต้มตัวกระจึ๋งจะได้ต่อยกับนภาไชยที่ไซส์ใหญ่ขนาดนั้น ไอ้พล็อตแพ้ซ้ำซากนี่ก็มาเป็นแสบสนิทศิษย์ส่ายหน้าเลยนะไอ้ซั๊ส

BTW เปนเส้าที่ต้องไปดัดแปลงคาแรกเตอร์นักมวยไทย มาจากการ์ตูน ทั้งที่ Material มึงมีเยอะมากแบบเอาตีนเขี่ยๆ ก็เจอนักมวยเทพๆ แล้ว ซึ่งตัวอาภาไชยเองก็มีต้นแบบมาจากนักมวยไทยเหมือนกันนี่ (ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็นเขาทรายหรือเปล่า ไม่ก็บัวขาวแหละ) มึงกู๋ชื่อนักมวยซะหน่อยมึงจะได้ประวัติเท่ๆ มาให้มึงเอาไปเป็น Prototype เป็นสิบๆ แต่ละคนมีคาแรกเตอร์โดดเด่นด้วย อย่างสามารถ พยัคฆ์อรุณ แกมีฉายาว่าเพชรฆาตหน้าหยก เพราะแกหล่อสัสๆ เขาทรายก็ซ้ายทะลวงไส้ ตำนานถนนโล่งเพราะต้องกลับไปดูแกขึ้นชก นี่เหมือนบ้านมึงอยู่ชายฝั่งทะเล แต่มึงเสือกสั่งอาหารทะเลแช่แข็งแปรรูปมาทำกับข้าวให้ลูกค้าแดกอ่ะ

FYI นิดนึงเรื่องเจาะหู สมัยโบราณก็มีเจาะหูแล้วนะมึง ผู้ชายมอญสมัยโบราณจะเจาะหูเอาไว้แต่งองค์ทรงเครื่องตอนงานบวช ในพม่าก็พวก elite ก็เจาะหูแสดงฐานะเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนไทย/สยาม พวกชนชั้นไพร่และทาส ผู้ชายจะสักเลขบอกสังกัดมูลนาย แล้วก็อาจจะมีสักยันต์ลงครูตามความเชื่อมากกว่าที่จะเจาะหู

76 Nameless Fanboi Posted ID:cj9ZsU+1V/

>>74 มีจุดให้ต้องติเยอะน่ะ ปกติคือหักน้อยนะ ทีละ 0.5 0.25 ก็มี แต่เรื่องนี้มันมีหลายอย่างเกินไป ยกเว้นเรื่อง Emoticon ที่ร้ายแรงมาก ข้อเดียว -2 ไปเลย (เพราะส่วนตัวเกลียดการใส่อีโมในนิยายสุดๆ)

>>75 ที่ไม่ให้เป็นคาเงโร่เพราะมันไม่ได้เหี้ยครบทุกด้าน ประกอบกับกูดูออกว่าเป็นมือใหม่ด้วย เลยคิดว่าอาจพอมีหวังว่าจะพัฒนาได้ เรื่องนึงที่ชมได้คือพี่ดากแกไม่แวะเยี่ยวเลย (ระวังเป็นนิ่วเด้อ) ซึ่งเป็นข้อดีของแก ในส่วนอื่นๆ ถ้ารู้ตัวแล้วอาจจะแก้ไขข้อผิดพลาดจนดีขึ้นได้

มึงไปไล่ย้อนดูก็ได้ว่าเรื่องไหนบ้างที่โดนกูกาหัวเป็นหน่วยคาเงโร่ ถ้าเอาที่ชัดๆ เลยก็จะมีดอกขาว คนโง่มืออาชีพ คือหาดีไม่ได้จริงๆ ส่วนอันที่แย่กว่านั้นกูจะไม่ลงคะแนนเลยเช่น ลูกโม่อินดี้ของนารุตะกี้ ที่แม่งเหี้ยออฟเดอะเยียร์

อาภาไชยมาจากเขาทรายอย่างที่มึงว่าเลย แต่ใช้ความสูงและพลังจากไมค์ไทสัน แล้วอัดความเป็นมวยไทยกับใส่ความอ่อนโยนเพื่อสร้างความ contrast คล้ายตอนที่กูเคยแนะนำวิธีสร้างตัวละครแบบเขียนโปรไฟล์ (ตัวละครพี่แกเลยออมมือไม่เป็น แม้พื้นฐานจะเป็นคนจิตใจดี)

พูดถึงเฮียสามารถ นอกจากฉายาจากความหล่อแล้ว เรื่องที่แม้แต่ต่างชาติก็ยอมรับในตัวแกคือ Reflex และความสามารถในการหลบช็อตอันตรายต่างๆ ได้อยากไม่น่าเชื่อ คือแกไม่ใช่มวย Counter แนวหลบพร้อมสวนแบบมิยาตะ อิจิโร่ (จากเรื่องก้าวแรกสู่สังคัง) นะ แต่มันเป็นสไตล์คล้ายพวก dodge tank ของเกมออนไลน์ คือหลบแบบรักษาพลังงานในไฟต์ไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เขาบุกจนเมื่อคู่ชกออกอาการล้า ค่อยเดินหน้าลุยจนน็อคอีกฝ่าย หรือบี้ให้จนมุมตอดฟรีเอาแค่ชนะคะแนน ดังนั้นแผลบนหน้าแกเลยน้อยมาก สถิติอาการแตกบนใบหน้านี่น้อยจนนับครั้งได้เลย

เรื่องเจาะหูกับความเป็นนักมวย กูรู้มาว่านอกจากสักยันต์กับการประดับด้วยผ้าประเจียดบนต้นแขนแล้ว นักมวยโบราณเขาจะไม่นิยมทำอย่างอื่นกับร่างกายเลย เรื่องเจาะหูถ้าเป็นคนไทยก็จะไม่ค่อยทำเพราะมันเป็นวิธีตราความเป็นทาส เป็นการจงใจสร้างตำหนิบนร่างกายอย่างหนึ่งเพื่อใช้เป็นจุดระบุตำหนิทาส ซึ่งไม่ค่อยมีใครจงใจทำขึ้นเอง แต่ถ้าเป็นดินแดนรอบๆ ก็ตามที่มึงบอกเลย

77 Nameless Fanboi Posted ID:J6hHksqJ.9

>>76 โอเช เก็ทเรื่องคะแนน กูคิดว่าการเจาะหูมันมาจากวัฒนธรรมอินเดีย-ขอมที่นิยมใส่เครื่องประดับ/ลูกปัดเยอะๆ ด้วยที่มันแพร่กระจายตามแหล่งอารยธรรมอินโดจีน แต่ไทยอาจไม่ได้อิทธิพลตรงนี้มาเท่าไร ไม่เหมือนพม่า ขอม ตั่งต่าง ขอบคุณที่มาร่วมแชร์ความรู้กัน รู้สึก enlightened กว่าเดิม 3,000 %

พูดถึงเรื่องเมดตอนโน้นในนิยายอีจัญนิดนึง เหลาเป็นความรู้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้เฉยๆ วันแรกที่เข้าไปทำงานเมดจะได้รับบรีฟ+มีสคริปต์เป็นเช็กลิสต์เลยว่าต้องพูดอะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง ที่รู้นี่เพราะรูมเมทตอนเรียนเป็นเมด เวลาสอบเลื่อนขั้นทีกูก็ต้องไปช่วยมันท่อง จนกูท่องได้ทุกสคริปต์ อีกอย่างคือเมดทุกคนเป็นน้องเมดหมด ต่อให้ตัวจริงจะ 30 ก็ยังเป็นน้องเมด ถ้ามึงไม่ได้อายุ 13 มึงไปเรียกเมดว่าพี่ได้มีตัดพ้อกันแน่ แล้วเมดที่ไม่เรียกนายท่านว่านายท่านคงเป็นเมดไม่ได้ เพราะนั่นมันโมเอะพ้อยต์เว้ย

สัพเพเหระ ช่วงนี้รู้สึกว่ามีเด็กน้อยโดดโพรงกระต่ายมาให้เห็นอยู่ 2-3 คนป่ะ เห็นจากตรรกะแปลกๆ บ้งๆ อยู่บ้าง บางทีถ้ามึงลองใจเย็นๆ และฟังฉันสักหน่อย มึงไม่ต้องรีบ ไม่ต้องอยากมีดัวตนในโม่งก็ได้ ปล่อยมันตามโฟลว์ไปเถอะ

78 Nameless Fanboi Posted ID:nLr4KrhZN6

ky ตะกี้กูกดอ่านนิยายท็อปหมวดแฟนตาซี เจอเรื่องนึงคุ้นๆเหมือนเคยอ่านเมื่อนานแสนนานซึ่งก็ใช่จริงๆตอนล่าสุดอัพปี57 เรื่องของเรื่องคือมีคนบอกว่านักเขียนตายไปแล้ว ทีงี้กูอ่านเม้นแล้วรู้สึกแย่สัส แม่งมีคนบอกจะแต่งต่อให้จบเอง? มีพวกยุส่งด้วย แต่งเลย? นักเขียนอยากให้เรื่องจบแน่ๆ? กูนี้อารมณ์ขึ้น พวกมึงจะยึดนิยายชาวบ้านหน้าด้านๆแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย พอมีคนเตือนว่าไม่ได้นะมันมีลิขสิทธิ์ แม่งก็มีพวกร่ายกฎหมายบอกไม่ผิดนะมีช่อง เขียนเป็นแฟนฟิคก็ได้ ไม่ได้ขายไม่ได้บิดเบือนเราสามารถเขียนต่อได้ พ่องงงส์ แม่งด่าคนเตือนด้วยนะเขาเลยเลิกยุ่ง กูงงคนพรรค์นี้มาก อ้างเป็นแฟนคลับแต่มึงเคารพนักเขียนกันบ้างไหม

79 Nameless Fanboi Posted ID:.voZK3I6Bs

มึง คือกูปรึกษาหน่อยดิ ช่วงปิดเทอมกูลองแต่งนิยายลงเด็กดี แล้วปรากฎว่ารุ่งเลบแต่งขายได้เงินมาจำนวนนึง แล้วตอนนี้ม.กูเปิดแล้ว กูกลับม่อยู่หอกับเมท แล้วพอกูอยู่กับเมทกูไม่มีสมาธิแล้ว กูอยากอยู่คนเดียว ควรทำไงดีวะ
คือเมทกูไม่ได้ไม่ดีนะ แต่กูนี่แหล่ะที่ว่าถ้าไม่อยู่คนเดียวมันจะคิดไม่ออก

80 Nameless Fanboi Posted ID:.jBKrJ/m5p

>>79 ไปตั้งกระทู้ถามในเด็กดอกเถอะ

81 Nameless Fanboi Posted ID:wL2q.b0fnM

>>78 มันก็แต่งเป็นแฟนฟิคได้ตามที่มันบอกแหละ แค่อย่าเก็บตังค์ก็ไม่น่ามีไรเสียหายนิ

82 Nameless Fanboi Posted ID:d4KviYwA7y

>>79 ไม่รู้วะกูไม่เคยมีปัญหานี้ กูถือคติต้องเขียนให้ได้ทุกที่เพราะรอบตัวกูนี่เหี้ยเกินกว่าจะใส่ใจ แม่กูดูลิเกเปิดลำโพงลั่นบ้าน(นั่งอยู่ข้างหลังกู) หน้าบ้านร้องคาราโอเกะยังกะปีใหม่ทุกวัน เด็กเปรดทุกตัวในซอยไม่รู้เป็นห่าอะไรเวลาวิ้งไล่จับแล้วต้องร้องกรี๊ดๆๆๆ ขอแค่มีคอมกับหูฟังกูเขียนได้หมด ตอนหูฟังเสียแล้วต้องรีบลงตอนใหม่กูก็ไปเขียนนิยายต่อในร้านเน็ตชั่วคราว ไม่สนโนแคร์อะไรใครอยู่แล้วเพราะ กู-จะ-เขียน

83 Nameless Fanboi Posted ID:/5NJGv3t9G

>>82 สมาธิมึงแข็งแกร่งมากเพื่อน

84 Nameless Fanboi Posted ID:aqMAtOcCEV

>>82 กูทำไม่ได้ว่ะ คารวะหนึ่งจอก

85 Nameless Fanboi Posted ID:rQ2eEEf2VC

เห็นเคยมีคนบอกว่าถูกติดต่อว่ามีการทักมาชวนเอานิยายลงแอปอะไรซักอย่าง​ กุก็ไม่นึกว่ามันจะเกิดขึ้นกับกู​ด้วย​ ทั้งที่นิยายกูก็ไม่ได้ดีอะไรแท้​ ๆ​ ช่วงนี้โดนกันเยอะรึไง

86 Nameless Fanboi Posted ID:1Vlh5Izmcr

>>85 hinovel ช่ะ โดนกันรัวๆ

87 Nameless Fanboi Posted ID:rQ2eEEf2VC

>>86 yep เคยเห็นสหายโหม่งบ่นกัน​ กุขอผ่านละกัน

88 Nameless Fanboi Posted ID:OjgIGkUeJI

ลองสับดู
หมวด ฟรีสไตล์ > แฟนตาซี
เรื่อง สกิลต่างโลก https://writer.dek-d.com/popmevsek2/writer/view.php?id=2080847
โดย Nine Neet
คำโปรย เด็กผู้หญิงที่ถูกพระผู้เป็นเจ้าทอดทิ้ง แต่แล้วกลับ...
#แฟนตาซี #ผจญภัย
ทั้งชื่อเรื่องและคำโปรยไม่ดึงดูด ไม่สร้างคำถาม ไม่ชวนสงสัย

ตอนที่ 1 เปิดเรื่องด้วย POV3 เล่าว่าเด็กวัยรุ่นช่วงอายุ 14 ปีจะถือว่าเป็นผู้ใหญ่ ต้องไปทำพิธีที่โบสถเพื่อขอรับพรจากพระเจ้า ที่จะมาในรูปแบบของการสุ่มสกิล 1-3 ชนิด เซเล่นางเอกของเรื่องอยู่ในกลุ่มของเด็กกำพร้าที่เขาร่วมพิธี
เดิมทีเธอควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แต่เพราะถูกประเมิณว่าไร้สกิลตั้งแต่เด็ก เป็นเรื่องน่าอับอายของเผ่าวัลคีรี่ที่ได้รับพรวิเศษจากพระเจ้า พ่อตีตราเธอว่าไร้ค่า เขาทอดทิ้งเธอให้เป็นเด็กกำพร้า
หากวันนี้พระเจ้ายังไม่มอบสกิลอะไรให้เธอเลยก็จะทำการใช้ชีวิตในอนาคตมีแต่ความยากลำบาก
ขณะกำลังเฝ้าภาวนาเสียงเธอก็ได้ยินเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาว่า เมื่อพระเจ้าโลกนี้ไม่มอบสกิลให้ เขาจะมอบให้เธอ เป็นทักษะการสร้างวิทยาศาสตร์ วิทยาการ ด้วยเวทมนตร์
เด็กหลาย ๆ คนเริ่มมีสกิลขึ้นมา เสกไฟเสกลมโชว์ของกัน ขณะที่เซเล่ยังทำหน้ามึน นักบวชจึงประเมินเธอพบสกิล [วิทยาการ]

ตอนที่ 2 เล่าโดยใช้ POV1 นักบวชไม่รู้จักสกิลของเซเล่ จึงไล่ให้กลับไป เธออยากจะอวดเพื่อนแต่ก็ไม่รู้จะอวดยังไง พี่สาวในโบสถช่วนคุยเรื่องสกิล บอกว่าพระเจ้าไม่ทอดทิ้งเธอ เด็กสาวก็ตัดพ้อว่าเป็นสกิลที่ไม่มีประโยชน์และพระเจ้าทอดทิ้งเธอจริง ๆ เพราะเป็นคนอื่นต่างหากที่มอบสกิลให้เธอ
เซเล่ออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าพร้อมกับเงินเล็กน้อยที่ทางโบสถมอบให้ เธอยังมืดแปดด้านเพราะไม่รู้ว่าสกิลตัวเองมีประโยชน์อะไร และเงินแค่นี้ก็ใช้ประทังชีวิตได้ไม่นาน ทางเลือกจึงมีสองทาง เป็นนักผจญภัยกับเข้าสำนักโคมเขียว
เซเล่เลือกไปกิลนักผจญภัย
เธอสมัครเข้ากิลแล้วก็ของานเก็บสมุนไพรเพราะรู้ตัวว่าไม่มีพลังพอจะสู้มอนเตอร์ พนักงานกิลเตือนให้ระวังมอนเตอร์(ฟอร์แชด'โด) เธอแนะนำว่าให้ลองอัพสกิลดู เพื่อสกิลจะมีประโยชน์ขึ้นมา(คลิฟแฮงเกอร์)

ตอนที่ 3 การอัพสกิลต้องทำผ่านลูกแก้ว แต่ในกรณีของเซเล่อัพไม่ได้ เพราะลูกกแก้วนี้เชื่อมต่อโดยตรงกับพระเจ้า สกิลที่พระเจ้าไม่ได้มอบให้ใช้ไม่ได้ก็ไม่แปลก เธอจึงเดินทางไปเก็บสมุนไพรที่ป่า พบกับเพื่อน ๆ จากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มาเป็นนักผจญภัยและรับภาระกิจเดียวกับเธอ เด็กหนุ่มพูดจาบูลี่เรื่องที่เซเล่ไม่มีสกิลในตอนแรก แต่ภายหลังก็ช่วยทำภาระกิจ บทสนทนาวนไปวนมาไร้จุดหมายน่าเบื่อ (ไม่มีมอนเตอร์ออกมาตามที่ฟอร์แชดโดไว้)
กลับถึงกิล ส่งเควชกับพี่สาวประจำกิล คงอยากสรุปว่าชีวิตดี ๆ เพราะมีเพื่อน

ตอนที่ 4 เงินจากภาระกิจได้น้อย ปัญหาที่จ่อคออยู่เป็นเรื่องที่ซุกหัวนอน เพื่อน ๆ เป็นห่วงแต่เซเล่บอกปัดความช่วยเหลือ บอกว่าตนมีห้องราคาถูกสำหรับอาศัยนอนอยู่แล้ว แต่ความจริงเธอไปหาที่นอนผูกเชือกนอนตามชายป่า เช้ามาก็วิ่งเข้ากิลไปรับภาระกิจ ครั้งนี้ขอซื้ออุปกรณ์ขุดสมุนไพรด้วยเพื่อประสิทธิผลที่มากขึ้น

ตอนที่ 5 พี่สาวกิลดูจะเป็นห่วงเซเล่ เพราะช่วงนี้มีภาระกิจล่ามอนเตอร์เข้ามาถี่ แสดงว่าพวกมอนเตอร์อาจปรากฏตัวแถวชายป่าและทำอันตรายเซเล่ได้ เด็กสาวว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะนักผจญภัยคนอื่นกำลังกวาดล้างพวกมอนเตอร์อยู่
แต่หลังจากเซเล่ออกไป พวกกองกำลังที่จะทำการกวาดล้างมอนเตอร์กลับเพิ่งเข้ามา พี่สาวกิลจึงขอร้องให้ช่วยเซเล่ออกมาด้วย ทางด้านเซเล่กำลังฟาร์มสมุนไพรอย่างเพลิดเพลินก็เจอกับก็อบลิ่น เธอเลือกจะซ่อนตัวขณะที่พวกมันได้กลิ่นเธอและกำลังเดินเข้ามา(คลิฟแฮงเกอร์)

ขออ่านแค่ห้าตอนแล้วกัน ตอนนี้เห็นเขาเขียนถึงตอนที่ 29 แล้ว ถือว่าขยันดีถึงแม้ตอนจะไม่ยาวมาก แต่ก็ไม่ได้สั้นขนาดรับไม่ได้ ที่เลือกเรื่องนี้มาสับเพราะบอกว่าเขียนเป็นเรื่องที่ห้าแล้ว ตั้งคำถามกับคนอ่านว่าฝีมือพัฒนาไปขนาดไหน ส่วนตัวเราอ่านแล้วคิดว่ามีจุดน่าสนใจอยู่บ้างในเรื่องของการวางคลิฟแฮงเกอร์ แต่นอกนั้นถ้าไม่มีคนแนะนำแล้วปล่อยให้งมหาหอยเองก็น่าจะไม่เข้าใจอะไร

ตัวละคร อ่านบทแรกรู้สึกวางความขัดแย้งไว้น่าสนใจ เป็นเผ่าเทพต้องได้สกิลเทพแต่พระเจ้าไม่มอบสกิลให้ จนทำให้ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดูเป็นไอเดียถูกคิดถูกวางไว้โดยมีจุดหมาย แต่หากวางไว้แล้วยังไม่ถูกนำมาใช้ ก็ยังไม่ต้องรีบ เล่าแค่นางเอกถูกเอามาทิ้งไว้ให้โบสถเลี้ยงเพราะไม่มีสกิล เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุกก็พอ
ถ้าบอกตอนนี้แล้วจะทำไมหรือ?(หรือมีปัญหา) เราก็ต้องพูดว่าไม่มีอะไรจ้า เอาที่เธอสบายใจเลย แต่การวางข้อมูลให้ถูกจังหวะมันดีกว่า
มองง่าย ๆ ให้คิดว่าข้อมูลก็เป็นเหมือนตัวละคร เราจะแนะนำตัวละครกับคนอ่านต่อเมื่อมันมีบทบาท

89 Nameless Fanboi Posted ID:OjgIGkUeJI

>>88
ตัวละครของนิยายแฟนตาซี เป็นใครมาจากไหนมีบทบาทอย่างไร เป็นพื้นฐานที่ต้องบอกคนอ่าน แต่อีกสิ่งที่ขาดไม่ไดคือ ตัวเอกมีความสำคัญอย่างไรกับเรื่อง เช่นเราจะเดินทางไปทำลายแหวนของจอมมาร แต่ใครถือก็จะกลายเป็นทาสของมัน คนเดียวที่ถือแหวนได้ก็จะกลายเป็นยูนีค และคนอ่านก็มองเห็นความสำคัญของตัวละครต่อเรื่องราว
สำหรับเรื่องนี้ ความยูนีคหนึ่งเดียวในเรื่องของตัวเอกพอมองเห็นอยู่ แต่ความสำคัญต่อเรื่องยังมองไม่เห็น บอกว่าเป็นนางเอกเฉย ๆ ไม่ได้หรอกเพราะความสำคัญต่อเรื่องส่งผลโดยตรงทำให้เรื่องเพิ่มความน่าติดตาม
ไดอะล็อกของตัวนางเอกแย่มาก จนอยากแนะนำว่าไปหาอิมเมจจากภาพยนตร์แล้วก๊อปลักษณะการพูดมาใช้เถอะ

เรื่องของพล็อต งานของผู้เขียนคือต้องทำให้คนอ่านต้องมองเห็นเส้นเรื่องของตัวละคร ต้องรู้โกลของตัวละคร ไม่ต้องรู้ทั้งเรื่องก็ได้ แค่เปิดมาแม่สั่งให้ไปซื้อข้าวหมูแดงหน้าปากซอย คนอ่านมองเห็นเส้นเรื่องได้แล้ว
Aคุงโดนแม่สั่งไปซื้อข้าวหมูแดง โกลมันต้องไปซื้อข้าวหมูแดงกลับมาให้แม่

แต่เวลาเขียนนิยายต้องใส่ความขัดแย้งเข้าไปเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเรื่องไปข้างหน้า
Aคุงกำลังเล่น Dota กับเพื่อน แม่สั่งให้ไปซื้อข้าวหมูแดง Aคุงอิดออด แม่โมโหขู่ว่าถ้าไม่ไปจะเอาคอมไปขายทิ้ง Aคุงรีบไปร้านข้าวหมูแดง แต่กลับพบว่ามันร้านปิด Aคุงกลับมาบอกแม่ แม่บอกเดินไปอีกหน่อยก็เจออีกร้านหนึ่ง แม่มองว่า Aคุงจะรีบกลับมาเล่นเกมสินะ แม่โมโหจะเอาคอมไปขายทิ้ง

สำหรับเรื่องนี้ ทางด้านเส้นเรื่องจะเขียนเรียบเรียงได้ว่า นางเอกเข้าร่วมพิธีเพื่อให้ได้สกิล > นางเอกได้สกิลจากต่างโลกแต่ไม่เข้าใจว่ามีประโยชน์อะไร > นางเอกออกจากบ้านเด็กกำพร้า > เพราะไม่มีสกิลจึงตัดสินใจไปเป็นนักผจญภัย > รับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะทำได้ > ไปเก็บสมุนไพร > เพื่อนเก่าช่วยในการหาสมุนไพรจนทำภาระกิจสำเร็จ > เงินได้น้อยไม่พอค่าที่อยู่ > ไปผูกเชือกนอนในป่า > เช้ามาไปรับงานที่กิลไปเก็บสมุนไพร > พบมอนเตอร์
ก็ต้องย้ำว่าอ่านแค่ห้าตอน แต่จากเส้นเรื่องเราจะพบว่ามันไม่มีการชูความขัดแย้งเพื่อให้เป็นแรงขับของเรื่อง คนอ่านมองไม่ออกเลยว่าเรื่องจะไปทางไหน ขาดข้อมูลของแรงขับ ไม่รู้โกลของตัวละคร คนอ่านเดาไม่ได้เลยว่าเรื่องจะไปทิศทางไหน(เดาไม่ได้ก็ขาดความคาดหวังซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ) เวลาอยากให้เรื่องมีอะไร คนเขียนก็ใช้วิธีโยนอุปสรรค์ไปให้ตัวละคร แล้วก็แก้ไขกันไป พอจบเรื่องก็ปล่อยคนอ่านยืนงงในดงกล้วยต่อว่าเรื่องจะไปในทิศทางไหน

การโยนอุปสรรค์ไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่อยากให้คนเขียนเข้าใจการวางพล็อต กำหนดทิศทาง ชูความขัดแย่งให้ชัดเจนก่อนเพราะเป็นพื้นฐาน

มาในเรื่องของการเขียน ขาดทักษะการอ่านอย่างรุ่นแรง ไม่เข้าใจวิธีเล่าเรื่อง ขาดสิ่งที่เรียกว่ากลวิธีการเล่าเรื่องที่นักเขียนมักจะได้มาจากการอ่าน ทำให้บางท่อนต้องอ่านหลายรอบถึงเข้าใจว่า นี่ย่อนอดีต นี่คนอื่นคิด

ช่วงแรกเล่าเรื่องแบบ POV3 เล่าย้อนอดีตอย่างงง ๆ แล้วก็ตัดมา POV1 แบบมั่ว ๆ เรียกว่า POV1.3 ดีไหมแบบนี้

ใช้ศัพท์ได้ชวนงง [ท่านบาทหลวงปัดมือของตน เพื่อให้ข้าไปได้แล้ว], [แต่ว่าข้าไม่เชื่อหรอกนะว่า พระผู้เป็นเจ้าทรงจะไม่ทอดทิ้งข้า]

ชอบใช้ประโยคยาว ๆ ที่อ่านจับใจความยาก
[เพราะเซเล่ไม่ได้แสดงเจตจำนงการอยากเป็นนักผจญภัยออกมาให้พนักงานได้เห็น พนักงานเลยสงสัยเล็กน้อย ว่ายังไม่ทันได้ลองออกไปหางานทำเลยก็มาสมัคเป็นนักผจญภัยเสียแล้ว แล้วด้วยท่าทางแบบนั้นของเซเล่ที่ไม่อยากจะเป็นนักผจญภัย ก็ยิ่งทำให้พนักงานยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ แต่แล้วพอได้มาเห็นสกิลของเซเล่ที่เขียนอยู่ภายในบัตร ก็ถึงกับทำให้พนักงานคนนั้นพูดไม่ออก]

ไม่ให้คะแนนเพราะอ่านไม่จบ
แต่ถ้ายังก้มหน้าก้มตาเขียนไปแบบนี้คงพัฒนาได้ยาก

สับจากสิ่งที่สังเกตุจากนิยายต่าง ๆ สหายโม่งมีอะไรแนะนำสั่งสอนได้

90 Nameless Fanboi Posted ID:v1+uXlxK0u

ภารกิจ อุปสรรค

91 Nameless Fanboi Posted ID:Z6NFXplvAS

>>88 ☆ おつかれさまです! ☆

กูว่ามึงสับได้โอเคในแบบของมึงแล้ว โม่งที่สับในนี้แต่ละคนมีทักษะ มุมมอง และความถนัดแตกต่างกันไป (ซึ่งของมึงคือการเจาะลึกวิธีเดินเรื่อง) เรื่องคะแนนที่ไม่ให้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะไม่ให้คราวหน้าก็ข้ามส่วนนี้ไปแบบไม่ต้องพูดถึงก็ได้ สำหรับกูขอบเขตของการคิดคะแนนคือ 5 ตอนแรกออกมาเป็นยังไง ภาพรวมทั้งหมดทั้งข้อดีข้อเสีย กับระดับความสามารถในการทำให้รู้สึกอยากอ่านต่อในตอนที่ 6 เป็นต้นไป

เรื่องนี้ถ้ามองข้ามคลิเช่จีนกากก่อนเทพทีหลังไป กูสนใจประเด็นเดียวกับมึงตรงปมย่อยแรก ว่าทำไมเป็นวาฯ แต่กลับไม่มีสกิล (ซึ่งมันขัดกับ Lore ปกติของพวกวาฯ) การเดินเรื่อง 5 ตอนแรกถึงจะมีเป้าหมายว่าอยากเอาตัวรอด แต่ยังเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรให้รู้สึกอยากติดตามเลย (อาจเป็นเพราะความยาวแต่ละตอนมันสั้น) แล้วเรื่องสกิลวิทยาการนี่ก็อีกอย่าง เปิดประเด็นมาได้โอเคแล้ว แต่ยังไม่เผยรายละเอียด/วิธีใช้ ถ้าลากยาวเกินไปไม่ใช้สักที เดี๋ยวก็จะเป็นแบบของผึ่งพุง ที่งานพังเพราะ timing ไม่ดี แวะเยี่ยวเยอะเกินจนนักอ่านหมดอารมณ์

92 Nameless Fanboi Posted ID:RLmyLQ9dhr

>>88 สับโอเคแล้ว เห็นข้อผิดพลาดของนิยาย(ไม่มีแรงขับ)ชัดเจน

ด้วยความสงสัยของกูว่าไอ้สกิล "วิทยาการ" ของมันจะไปต่อแบบไหน กูลองอ่านข้ามๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไปจนถึงตอน 12 ถึงจะเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง คือมันมีสกิลเดียวก็จริง แต่สกิลแม่งแตกย่อยได้อีก 8 สกิล (และยังมีแววจะแตกย่อยได้ลงไปอีก) เท่าที่กูสรุปจากสายตาจะจำแนกสกิลมันได้ตามนี้

วิทยาการ
- จำลองสมจริง 25% (กูเดาว่าเป็นก๊อปปี้สกิลแบบโนเกมโนไลฟ์ซีโร่)
- อาวุธ
- เทคนิคการใช้เวทมนตร์
- ต่อสู้
- ของใช้
- วิทยาการจากต่างโลก
- ปรับความเข้ากัน
- ประยุกต์

วิธีใช้สกิล
สกิลอาวุธ + สกิลวิทยาการจากต่างโลก = สกิลวิทยาการอาวุธปืน
สกิลวิทยาการอาวุธปืน + สกิลเทคนิคการใช้เวทมนตร์ = เทคนิคการยิงเวทย์แบบเรลกัน(?)

และเนื้อเรื่องในตอนนั้นดูท่าว่าจะได้แบ็คอัพเป็นเจ้าหญิงเรียบร้อย ผนวกเข้ากับผสมสกิลแยกย่อยปาน God mode แบบนี้ มันเตรียมเทพยิ่งกว่า Solo leveling แน่นอน แค่เปลี่ยนจากเพิ่มเลเวลได้อยู่คนเดียวกลายเป็นเพิ่มสกิลได้อยู่คนเดียว

93 Nameless Fanboi Posted ID:Y6+jsgsuVG

พอไม่สับกันก็เงียบกริ๊บ มีประเด็นอะไรน่าคุยบ้างไหม ทิศทางอะไรก็ได้

94 Nameless Fanboi Posted ID:3N5pG30Bb7

>>93 พอเปิดเทอมแล้วมันก็จะเงียบๆ หน่อย เรียนหนักการบ้านก็ต้องทำ ขนาดในบอร์ดเองยังเคลื่อนไหวกันน้อยลง เรื่องสับนิยายกำลังเล็งๆ อยู่ว่าจะสับเรื่องไหนดี นิยายฝากแปะในบอร์ดมันก็เดิมๆ ไม่ค่อยมีเรื่องไหนที่ผ่าน Standard เมื่อวานทีแรกว่าจะสับ แต่ไปเจอคนถามกูในห้องนินทาเดียวกับนิยายดาร์คๆ เลยแวะไปอ่านมังงะ Misumisou (ลำนำดอกโศก) ต่อ ทีนี้ก็ยาวเลย ไม่ได้ส่งได้สับอะไรละ

พูดถึงทิศทาง ก่อนหน้านี้มีกระทู้หัวข้อยอดฮิตโผล่มาว่า "แนวตลาดแบบไหนที่กำลังจะเข้ามาเป็นกระแสใหม่" เห็นลุงกวี K.W.E (หรือที่กูเรียกเองว่าลุงกีวี่) พูดว่าน่าจะเป็นแนว "แก้แค้น" รึเปล่า คือจริงๆ แล้วตัวกระทู้มันพูดถึงเรื่องความกร่าง ไม่มีสัมมาคารวะต่อ God ของต่างโลก เพราะไปโทษว่า God เป็นสาเหตุให้ตัวเองต้องตายในโลกเดิมเลยต่อว่าแล้วข่มขู่จะเอาสกิลเทพๆ (ซึ่งเป็นคลิเช่แบบหนึ่งของนิยายต่างโลก) ก็เลยพูดถึงเรื่องการแก้แค้นต่อตัวพระเจ้าแถมมาด้วย

พักนี้ LN หรือ มังงะแนวแก้แค้นก็มีออกมาเยอะเหมือนกัน แค่ว่ามันไม่ได้ดังอยู่ในกระแสหลักเพราะงานมันเน้นไปที่ความสะใจ แต่งแบบไม่สน 4 8 ใดๆ จนเกินเรททั่วไป เช่นเน้นแก้แค้นด้วยการเย้ด (อย่าเรื่องผู้กล้าฮิลผู้เคยโดนอัดตูด, สกิลสะกดจิตเย้ดเพื่อนในห้องเรียนต่างโลก) สายโดนหักหลังแล้วได้โอกาสย้อนเวลามา เลยไล่ฆ่าพวกทรยศพร้อมกับแฉความเน่าเฟะไปด้วย กับอย่างสุดท้ายคือโดนดึงตัวไปต่างโลกแล้วโดน God/Goddress จงใจเมิน, ทอดทิ้ง ให้ความสำคัญแต่กับเพื่อนนักเรียนคนอื่น แล้วส่งตัวเอกไปตายในดันเจี้ยน ทว่ามึงเสือกมีสกิลโกงซ่อนอยู่ในตัว เลยใช้พลังนั้นออกจากดันแล้วหาทางแก้แค้น God

ล่าสุดที่กูอ่านคือ Fukushuu o Koinegau Saikyou Yuusha wa, Yami no Chikara de Senmetsu Musou Suru (เหมือนว่าจะทำเวอร์มังงะแล้วด้วย) คือมันโอเคในงานสายเอาสะใจนะ แต่ถามว่าอ่านแล้วเป็นที่จดจำไหม ... ไม่เลยว่ะ

95 Nameless Fanboi Posted ID:ExtPGy09c9

>>94 กูไม่ได้สาย LN อย่างมึง (ซึ่งรู้มานานละ) แต่อยากบอกว่าถ้านิยายผู้หญิงไอ้แก้แค้นนี่มันเฟ้อจนน่าจะเลิกแก้กันได้แล้วมั้ง กูเห็นมาหลายปีตั้งแต่ผลาญละ แก้แค้นพ่อ แก้แค้นผัว วนๆ combined กับแนวย้อนเวลา หรือจะบอกว่าอิทธิพลนิยายจีนที่เข้ามาในไทยดีล่ะ แต่ช่วงพักหลังมานี้กูไม่ค่อยอัพเดท ไม่ค่อยได้ไปส่องวังดักแด้ด้วยว่าเขาคุยอะไรกัน อยู่แต่วายที่แม่งก็จีนโบราณรัวๆๆๆ โม่เซียงรัวๆๆๆ

เท่าที่สังเกตเห็นในดด. เหมือนจะมีแนวระบบไปอยุธยากันหลายเรื่องละพักนี้ กูว่าจะสับอยู่เรื่องหนึ่งที่ไปเป็นเพราะเจ้าเอกทัศ แต่ทนความเบียว+ความโม้ไม่ไหวเลยพับโครงการไปก่อน มึงลองหามาสับสักเรื่องไหมล่ะ เดี๋ยวกูเตรียมยาไมเกรนรอ

96 Nameless Fanboi Posted ID:rRso2bKopP

>>95 เดี๋ยวไว้จะหามาทดสอบอิหยังวะมิตเตอร์ดู แต่พูดก็พูดเถอะนะ จริงๆ กูไม่ใช่สาย LN เพราะกูอ่านแม่งทุกแนว (จะเรียกว่าสายจับฉ่ายก็ได้) ที่พูดถึง LN บ่อย เพราะพักหลังกูพยายามเจาะตลาดกลุ่มผู้อ่านเด็ก-วัยรุ่น เลยต้องมาหาอ่านว่าอะไรกำลังเป็นที่นี่ยม เขียนยังไงมันถึงจะไม่บ่นว่าอ่านยาก เลยทำให้กูพูดถึง มังงะ เมะ ไลท์โน บ่อยกว่างานเก่าๆ หรือพวกงานโพส-โมเดิร์นน่ะ

97 Nameless Fanboi Posted ID:ExtPGy09c9

>>96 ก็พอเข้าใจ กูถนัดนิยายรัก นิยายวาย นิยายจีน นิยายป้าๆ งี้ บ่งบอกรสนิยมมากว่าอ่านแต่อะไรแก่ๆ (เปล่า จริงๆ มันหา e-book ง่าย โดนโควิดไปนิยายกูส่งมาจากไทยตั้งแต่มีนา ตอนนี้ยังไม่ได้ เป็นปุ๋ยไปแล้วมั้ง) ถ้าไม่ได้อ่าน+สับก็ห่างหายสาย LN มาไกลโพ้นมากจนงง และงงหนักกว่าเดิมเมื่อเจอนิยาย New Normal เข้าไป

98 Nameless Fanboi Posted ID:mi+Wo6+1KV

ในโม่งเด็กหัวโปกหัวเกรียนเยอะแฮะ พอเปิดเทอมทีเงียบเลย ที่แท้ก็ไอ้พวกวันนาบีทำตัวเหนือนี่หว่า

99 Nameless Fanboi Posted ID:M7n/xUgVL3

>>98 มันอาจจะเกร็งกันก็ได้ ขนาดกูแก่กูยังเกร็งเลย

100 Nameless Fanboi Posted ID:tSL9kpN.38

>>99 กูก็เกร็งเพราะการแยกมู้เหมือนกันเลยโม่ง

101 Nameless Fanboi Posted ID:6pypRJZX+Z

>>100 กูชาวเนียนสับกูก็เกร็ง กลัวเขารู้ว่ากุก็ไม่รู้อะไร

102 Nameless Fanboi Posted ID:d8RkETfk8w

เกร็งกันเยอะกูก็เป็นถถถ กูตั้งรับสับในเดกดวกดีกว่าแม่งไม่ซี

103 Nameless Fanboi Posted ID:Y6+jsgsuVG

>>102 กูพักสับในดด.ยาวๆ จริงๆ ถึงรอบเปิดรับละ แต่ขี้คร้าน ขนาดใจดีอ่อนโยนละ พวกยังดิ้นกันเป็นไส้เดือนโดนขี้เถ้า กูรำคาญ

104 Nameless Fanboi Posted ID:NHkdj2/fJt

ลาไปเสพดราม่าห้องวายแปป คนเขียนโรเซนเนียมีประเด็นอีกละ อาจจะหายไป ไม่ต้องตามหา เดะเสือกเสร็จจะกลับมาใหม่

105 Nameless Fanboi Posted ID:kfmJf8P1fn

เรื่อง :...แวมไพร์ที่รัก
นามปากกา : ศรา...
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/ice0923433056/writer/view.php?id=2126029
คำโปรย : เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกระหว่างแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์มาพร้อมกับใบหน้าและเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบ กับ มนุษย์สาวสวย ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ เธอและเขาจะเป็นอย่างไร ฝากติดตามกันด้วยนะค๊าาาา
แท็ก : #เธอ #เขา #รักนิรันดร์
หมวด : ฟรีสไตล์ > รักแฟนตาซี
จำนวนตอน : 7 ตอน
สถานะเรื่อง : ยังไม่จบ อัพเดท 21 ก.ค. 2563
ข้อมูลเบื้องต้น :
พระเอก-หนุ่มรูปหล่อ ทายาทคนสุดท้ายของราชาแวมไพร์ มีสกิลอ่านใจและหยุดเวลา
วิด้า-นางเอก สวยหวานปานเทพธิดา สามารถสกัดกั้นสกิลแวมไพร์ได้
เจนนิส-เพื่อนที่คอยช่วยเหลือวิด้า สกิลสะกดจิต
วิล-เพื่อนพระเอก หล่อ ทะเล้น เจ้าชู้ สกิลลมตด เอ้ย! เคลื่อนไหวรวดเร็วเหมือนลมกรด
อริส-นางร้าย สกิลช็อตไฟฟ้าแสนโวลท์
แจคสัน-คู่ปรับพระเอก หลงรักวิด้า สกิลบ้าพลัง

การบรรยาย : รูปแบบการเล่าเรื่องไม่เหมือนนิยาย เหมือนเป็นไดอารี่ของผู้หญิงขี้เม้า ฉอดได้กับทุกเรื่องที่ไม่เป็นสาระ ฉอดเหมือนอวดคนอ่าน แบบเค้าหล่ออ่ะแกร, อย่างที่บอกอ่ะค่ะ.. นมชั้นใหญ่ (สูดลมหายใจลึกๆ) เฮ้ออ.. มีคำผิดเล็กน้อยแต่ไม่น่าให้อภัยอย่างที่เห็น ลำคาน เลื่อยๆ ฯลฯ แต่เขียนบรรยายรู้เรื่องไม่วกวน เล่าความรู้สึกซะเว่อร์วังจนน่าหมั่นไส้ เล่าข้อมูลแบคกราวน์เยอะจนน่าเบื่อ บางทีก็รู้สึกเหมือนเราเป็นอีกตัวละครนึงที่เข้าไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อฟังบทบรรยายของนางเอกตลอดเรื่อง (ถือว่าทำให้อินใช้ได้นะ)
ตัวละคร : ไม่มีความสมเหตุสมผลใดๆ ทั้งด้านลักษณะนิสัย พฤติกรรมและตรรกะเหตุผล เซล์ฟอินเสิร์ทจัดๆ นางเอกก็ชั้นเอง ชั้นสวยเริ่ดและเค้าชอบชั้น นี่ถ้าพาชั้นมาขายชั้นคงถอยไม่ทันล้าว ผู้ก็อุดมคติเป็นเทพบุตรหลุดมาจากฟากฟ้า เพื่อมากินเธอคนเดียว เพื่อนวิด้ายิ่งแล้วใหญ่ ตอนแรกหิ้วสาวมากิน ตอนสองเห็นผู้หล่อก็กลายเป็นเพื่อนสาวซะงั้น ส่วนตัวร้ายทั้งสองก็เหมือนเด็กปั้มเติมน้ำมันเสร็จก็หมดหน้าที่ เป็นตัวร้ายจืดจางมากๆ แต่พอจะมองเห็นจุดมุ่งหมายของตัวละครได้บ้าง ของวิด้าก็คงเป็นฉันจะเอาเค้าทำผัว ชั้นต้องเสร็จเค้า ส่วนพระเอก ก็ฉันจะกินเธอ ส่วนตัวอื่นๆ ก็เล่นบทตัวประกอบไป
เนื้อเรื่อง : Plot? What’s Plot? อาเระ.. ไม่มีหรอกเหรอก๊ะ? ประเด็นปัญหาที่ต้องคลี่คลายไม่มี แรงกดดันทั้งด้านสภาพแวดล้อมและแรงกดดันจากบุคคลไม่มี อย่างที่เห็นว่าแวะมากวนตีนแล้วโบกมือหยอยๆ ให้แค่นั้น เหตุการณ์ไม่ต่อเนื่องกัน เหมือนอยากให้พระนางอยู่ในฉากแบบไหนก็ใส่มา ชั้นเขิน ชั้นฟิน พอจบฉากก็เปลี่ยนใหม่ เหมือนเซตเรื่องแวมไพร์เพื่อมาไว้ดูดคอ ไม่ได้กะลงรายละเอียดอย่างอื่น แล้วเซตความรวยไว้ให้ดูแพง ไฮโซโก้เก๋เฉยๆ ไม่มีไร ถามว่าน่าติดตาม น่าลุ้นให้พระนางได้กันไหมก็ต้องบอกว่าไม่ เพราะยังไงก็เขียนให้สถานการณ์เป็นใจอยู่แล้ว แถมนางก็ให้ท่าเต็มที่ นี่ถ้าทุบหัวลากเข้าห้องได้คงทำไปแล้วล่ะ

จุดเด่น : เพราะเล่าด้วยบุรุษที่1 ตลอดก็เลยรู้เรื่องอย่างน่าแปลกใจ ไม่เป็นปัญหาเหมือนหลายคน อาจเพราะเป็นผู้หญิงสายเม้าท์มอยด้วยมั้ง นั่นเป็นข้อดีสุดๆ ไปเลยล่ะ
จุดด้อย : เนื้อเรื่องไม่น่าติดตามเอามากๆ ซึ่งก็ควรปิดตั้งแต่อ่านข้อมูลเบื้องต้นจบและพบว่าไม่เห็นทิศทางของเรื่องว่าจะเดินไปในทางไหนแล้ว นี่ฉันฝืนไปทำไม
ความเห็นส่วนตัว : เพราะเห็นเรื่องนี้โฆษณาในบอร์ดถึงสองครั้งติดและจำชื่อพระเอกได้ ฟิลตอนอ่านเรื่องย่อก็คงเหมือนซีรีส์พวก ทไวไลท์ แวมไพร์ไดอารี่ แต่ก็ผิดคาด งุ้งงิ้งสไตล์แจ่มใสก็ไม่ใช่อีก ความจริงก็เข้าข่ายยั่วเยนั่นแหละ อ่านเนื้อเรื่องแล้วก็อยากปิดตั้งแต่ตอน 3-4 ล่ะ ก็สับๆ ไปละกันแม้จะไม่มีอะไรก็ตาม ถ้าลองแยกแยะความรู้สึกนึกคิดกับพฤติกรรมนางเอกนี่คือสวนทางกันสุดๆ เลยนะ เป็นคนที่หลงตัวเองมาก ห่างไกลจากคำว่าใสๆ ตามที่ได้แสดงออกกับพระเอก ใช้ความคิดตัดสินสิ่งรอบข้าง ดูถูกคนอื่นตามที่เธอเม้าท์มอยเรื่องต่างๆ อยู่ในใจ เช่น เธอชอบโป๊ะแบบปัญญาอ่อน เกิดมารวยแต่โง่ อุ๊ป! อุบไว้ไม่ทันแล้วค่ะ นางเอกตลาดล่างมาก ดูไม่แพงเอาซะเลย ยิ่งไปเจอคำว่า ฉันล่ะเกลียดผู้หญิงไม่รักนวนสงวนตัวเลยจริงๆ โอ้โห.. แล้วหล่อนล่ะคะ แถมใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ ด้วยนะ เนี่ยเหรอ คนที่พ่อแม่ตายแล้วต้องขึ้นมาดูแลธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวน่ะ!
พอละ.. ดึกแล้วเนอะ

106 Nameless Fanboi Posted ID:kfmJf8P1fn

>>105 เนื้อเรื่องเป็นไรไม่รู้ โดนห้ามโพส ติดคำต้องห้าม อุตส่าห์เอา O ออกแล้วนะ

107 Nameless Fanboi Posted ID:kfmJf8P1fn

>>105 เรื่องย่อ https://imgur.com/Eh4dY54

108 Nameless Fanboi Posted ID:aV5eDESFm/

>>107 อ่านแล้วเดาไม่ออกเลยว่าคำไหนที่เป็นปัญหา เน้อเรื่องแม่งล่องลอยดี แต่ตัวละครที่ดีไซน์มาก็คือแวมไพร์ทไวไลท์ไปแล้ว 50% นะก๊ะ พระเอกอ่านใจได้ แต่อ่านใจนางเอกไม่ได้ พล็อตอ่านใจนี่มีอีกเรื่องคือสุกี้ สาวน้อยพลังจิต คู่กิ๊กแวมไพร์ (ชื่อไทยสะเหล่อสัสๆ แต่เป็นซีรีส์ยั่วเยชื่อเท่มากคือ True Blood) แต่กลับกันคือนางเอกอ่านใจทุกคนได้ แต่อ่านใจพระเอกไม่ได้ หรือไอ้พล็อตอ่านใจกับแวมไพร์มันมาคู่กันนะ สงสัยจุง

ตอนแรกเห็นอ่านสับนึกว่าจะเพ้อแบบ old-fashioned สไตล์นิยายแพรวแปลวัยรุ่นแบบยุคก่อนนิยายแปลจีน จำพวกทไวไลท์ เดอะ เมดิเอเตอร์ ไดอารี่ปรินเซส นักช้อปตั่งต่าง (แต่ก่อนเคยอ่านเยอะอยู่นะ แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว อมจี) พอไปอ่านแม่งก็คือพยายามให้เป็นทรงนิยายแพรวแปลนั่นแหละ อีนางเอกทไลไวท์ อีสุกี้ก็เพ้อถึงพระเอกอะไรทำนองนี้ แต่เรื่องนี้เพ้อเกินเบอร์ไปจนย่ำเยี่ยวหมดละ พล่ามมากชิบหาย ย่อหน้ายาวเป็น 6-7 บรรทัด เล่าเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ จะแจ่มใสก็ไม่แจ่มใส

109 Nameless Fanboi Posted ID:BzK7guhH2N

>>105 อีเห้ กะอีแค่บรรยายผับแม่งล่อลงไปย่อหน้าล่าง นิยายจีนแปลจบในบรรทัดเดียวอายเลยไหมล่ะ

110 Nameless Fanboi Posted ID:KkptoMZx4D

>>105-107 ☆ おつかれさまです! ☆

อ่านสับของมึงแล้วกูเพลินใจมาก ขำในความสำนวนเม้าท์มอย ชั้นอย่างนั้น เค้าอย่างนี้ แบบว่างี้อะแกร อะไรพวกนี้ อ่านไปขำไป เป็น summary ที่อ่านแล้วไม่น่าเบื่อดี 555 พูดถึงเรื่องความคลิเช่ กูตั้งชื่อคลิเช่แบบนี้ว่าเป็น "แพรว-ทไวไลท์" ละกัน ที่มีโม่งมาพูดข้างบนก็ใช่ด้วยนะ พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับแวมทีไรมักมีคนที่อ่านใจได้ นักเขียนคนนี้มันหนักเพ้อเยอะไปจริงๆ บรรยายล้นหลายที่ด้วย อยากหงุดหงิดแต่อีกใจนึงแม่งก็สงสาร 555 เขียนคำผิดซะฮาเลยโดยเฉพาะ ลำคาน เนี่ย อิบ้า

กูไล่ดูคำต้องห้ามละเดาว่าน่าจะเป็น ดูดคอ ปริ๊บๆ ไม่ก็แม่นม (ถ้ากูกดส่งความเห็นแล้วส่งได้แปลว่าเดาผิด) ถ้า 3 คำนี้ไม่ใช่แล้วมันคืออะไรวะ

111 Nameless Fanboi Posted ID:th52XMk.mj

>>105 อิสัส เขียนข้อมูลเบื้องต้นซะฮาเลย นั่นนางร้ายหรือ Pikachu วะ ถถถถถถถ

112 Nameless Fanboi Posted ID:ntBI.f2jN8

เพื่อนโม่งกูมีคำถาม พอดีกูเล่น witcher​3 แล้วมันมีช่วงหนึ่งที่พูดถึงประเทศ(หรือเมืองวะ? )ที่วางตัวเป็นกลางใน​มหาสงคราม กูอยากรู้ว่าไอ้การทำตัว "เป็นกลาง" ที่ว่านี่คือยังไงวะ? แบบถ้าตำแหน่งประเทศมันเป็นทางผ่านอยู่ตรงกลางแล้วประเทศทางฝั่งซ้ายกับขวาจะตีกันนี่ มันต้องยอมให้เขาเคลื่อนทัพผ่านหรือเปล่า? หรือว่าการยอมให้เคลื่อนทัพผ่านก็เท่ากับสนับสนุนหรือเข้าร่วมกับฝ่ายนั้นแล้ว?

113 Nameless Fanboi Posted ID:9aKeoJslYX

ขอบคุณสำหรับความยากลำบาก เจอ
"ไปที่อื่นป่ะ ลำคาน ฉันอยู่คนเดียวได้ " ฉันบอกปัดแบบลำคาน
ทำเอาต้องปิดหน้านิยายเลย

114 Nameless Fanboi Posted ID:T4v1fMNj32

>>112 เชิญห้องเกม

115 Nameless Fanboi Posted ID:Ye0G2RApD0

>>112 เนื้อหาเกมต่อให้อิงเซตติ้งโบราณบางทีมันโดนเสริมเติมแต่งเยอะจนอธิบายลำบากวะ เมืองที่เป็นกลางในสงครามยุคกลางนี่แทบไม่มี เพราะถ้าแข็งข้อไม่เข้าร่วมก็เท่ากับเป็นศัตรู อย่างในวิชเชอร์มันเป็นแฟนตาซีด้วย ไอ้ดินแดนที่ไม่ฝั่กไฝ่ฝ่ายใดในเซตติ้งแบบนี้มันก็พอมีอยู่นะ แต่คนมึงต้องเก่ง เมืองมึงต้องแข็ง ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่มั่นคงและได้เปรียบโคตรๆ ถึงจะเลือกไม่เข้าร่วมได้

อย่างพวกเอลฟ์ใน LOTR นี่คือมีครบทุกอย่าง ใครจะฆ่ากันก็เรื่องของมึง อย่ามายุ่งกับพวกกู ไม่งั้นกูยิง อะไรทำนองนี้อะเพื่อนโม่ง

116 Nameless Fanboi Posted ID:ntBI.f2jN8

>>114 กูถามในแง่การทำสงครามยุคกลาง ไอ้ข้อมูลแบบ lore ในเกมกูไม่สนอยู่แล้ว
>>115 ขอบใจมากเพื่อนโม่ง คือถ้าจะแข็งข้อได้เมืองนั้นต้องไม่คุ้มที่จะโจมตีโคตรๆว่างั้นเหอะ ตอนแรกกูก็นึกว่ามันมีจำพวกข้อตกลงว่าให้เคลื่อนทัพผ่านทั้งสองฝ่ายได้ไรงี้ แต่ถ้างั้นปล่อยให้มันมาตีกันในพื้นที่บ้านตัวเองก็คงดูงี่เง่าน่าดู

117 Nameless Fanboi Posted ID:eudIWlQFJB

>>112 เหมือนอเมริกาช่วงสงครามโลกหรือเปล่า ไม่ยุ่งกับใครแต่ตัวเองโดนตีเฉย
สมัยการเดินทางยังไม่สะดวก สองประเทศชายแดนไม่ติดกันมันคงไม่ทะเลาะกันมั้ง

118 Nameless Fanboi Posted ID:RDhbT9Ar7b

>>116 สำหรับเมืองที่ไม่อยากร่วมสงคราม ต้องมั่นใจว่าตัวเองเก่งพอจะปฏิเสธได้ หรือถือไพ่เหนือกว่า เพราะถ้าพวกคนนอกที่มาชวนให้ร่วมสงครามเห็นว่าใช้กำลังบังคับร่วมไม่ได้ หรือบุกเข้าเมืองแล้วไม่คุ้ม มันก็จะเลิกชวนไปเอง

เรื่องข้อตกลงขอเคลื่อนทัพผ่านนี่โคตรไร้สาระ เพราะถ้าเปิดเมืองให้ทัพผ่านเข้ามา โอกาสโดนทหารปล้นเอาเสบียงมันสูงมาก ในสงครามนั้นแทบจะไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะไม่โดนแทงข้างหลัง แล้วไหนจะเรื่องความเงี่ยนของพวกทหารที่จากบ้านจากเมือง ห่างเมียเพราะเดินทัพมานานอีก ชาวเมืองผู้หญิงนี่จะตกเป็นเหยื่ออารมณ์เอาง่ายๆ ส่วนมากที่เจอก็มีแค่การแบ่งปันเสบียงทั้งอาหารและน้ำให้ตามความเหมาะสม แล้วพวกมึงจะไปไหนก็ไป แค่นั้นแหล่ะ

สำหรับพวกที่วางตัวเป็นกลางช่วงแรก อาจจะขอเข้าร่วมสงครามเองก็ได้เมื่อเห็นว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว อย่างเช่นพวกเอลฟ์ของ LOTR ที่รู้ว่าถ้าไม่ร่วมแล้วเซารอนกลับมาได้ พวกกูแม่งซวยไปด้วยแหงๆ เป็นต้น

119 Nameless Fanboi Posted ID:MWQbZ2M9wd

>>117 กูว่าเป็นกลางจริงน่าจะสวิสนะ แบบเป็นกลาง เป็นธนาคารด้วย ภูมิศาสตร์โจมตียาก โจมตีไปก็ไม่คุ้ม

120 Nameless Fanboi Posted ID:0GsG2KQahS

>>115 เอลฟ์ในLOTR...
เป็นกลาง...
กูยังนึกสงครามใหญ่ที่เอลฟ์ไม่มีเอี่ยวไม่ได้เลย แส่มันทุกเรื่อง แล้วก็ชอบบ่นว่าหมดเวลาของตัวเองแล้ว

121 Nameless Fanboi Posted ID:uaw2tQ3Cyy

>>120 มันมีความสาระแนแอบแฝง แต่ที่ก้ำกึ่งคือต้องมองว่าการตัดสินใจของหัวหน้ากับคนในเผ่ามันไปในทางเดียวกันรึเปล่า ใครนำเผ่านี่เหมือนโดนสาปให้ขี้เสือก (เหมือนโม่ง)

122 Nameless Fanboi Posted ID:FISZ8lGVwx

>>121 เอลฟ์นี่เป็นศัตรูกับเซารอนมาตลอดทุกสมัย จะว่าเป็นกลางไม่ได้หรอก แค่ช่วงหลังประชากรในมิดเดิลเอิร์ธมันลดน้อยถอยลงจนไปซ่านอกเขตตัวเองไม่ค่อยได้แล้ว

แหวนแห่งอำนาจ19วงทีแรกเอลฟ์สร้างก็กะเอาไว้ใช้เอง ให้เผ่าตัวเองผงาดขึ้นเป็นใหญ่อีกรอบ แต่เซารอนสอยมาได้16วงเลยเอาไปแจกมนุษย์กับคนแคระ

123 Nameless Fanboi Posted ID:wraWa3KUt0

>>122 สรุปคือฉิบหายเพราะของที่ตัวเองสร้างนี่เอง ถึงได้ไปข้องแวะซะทุกเรื่อง

124 Nameless Fanboi Posted ID:.HTg.YlMqf

นี่พวกมึงคราวก่อนกูสับย่อดรูอิทไอ้ปานุย แล้วเพิ่งจะเข้ามาเห็นพูดถึงเรื่องใหม่เมื่อกี้ สรุปมันแนวระบบหรือไซไฟกันแน่วะ ใครมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจไหม เพราะถ้าเป็นเอาเทคโนโลยีไปใช้ในยุคโบราณ กูอาจสนใจ แต่ถ้าเป็นย้อนไปมีเอไอ มีระบบสกิลนั่นนี่ กูจะได้ข้าม

125 Nameless Fanboi Posted ID:F9FEjta/o7

>>124 แนวระบบ มีสกิล ปานวยแม่งเข้าดากไซด์ตามกลิ่นเงินไปแล้ว

126 Nameless Fanboi Posted ID:uML2lKzEtb

>>125 หรือว่านี่จะเป็นนวัตกรรมใหม่ มีหน้าต่างสกิล = ไซไฟ

127 Nameless Fanboi Posted ID:btDCmJgVU7

>>126 กูไปสกิมตอนหนึ่งเห็นมียานมีวาร์ปแบบ Star Trek เลยอุปโลกได้ว่าเป็นไซไฟมั้ง

กูแถมแกนวาร์ปให้ด้วย จะได้ไม่ต้องสลับไปมู้นู้นไปหาอีกที
https://writer.dek-d.com/plekorn/writer/view.php?id=2125998

128 Nameless Fanboi Posted ID:btDCmJgVU7

ไปส่องนิยายลุงมา เห็นแกมาโฆษณา อ่านแล้วมันรู้สึกก้ำๆ กึ่งๆ แบบจะดีก็ไม่ได้ดี จะเหี้ยก็ไม่ได้เหี้ยอะไรขนาด จะว่ามีของไหมก็เหมือนจะมี แต่จุดที่ไม่ดีก็เยอะแยะ สำนวนภาษาและโทนการเล่าในบางจุดแม่งน่าสนใจ แม่งคมแบบแปลกๆ (ช่วงท้ายตอน 2) แต่เสือกเล่าได้เป็นแค่ท่อนๆ สั้นๆ บางจุดกระชับ บางจุดฟองเบียร์และแวะเยี่ยมมหาศาลมาก รู้สึกซับซ้อนจนตัวกูเองก็งง อยากแชร์ความงงให้พวกมึงงงตามกูไปด้วย

https://writer.dek-d.com/wareerant/writer/view.php?id=2124925

129 Nameless Fanboi Posted ID:W5ag88J213

>>120 อิเหี้ยกูชอบกาลาเดรียล ชอบเอลรอน เจอเม้นมึงแล้วภาพสวยงามแตกโพล้งเลย จริงชิบหาย เฟอานอร์กับไตรมณี..

130 Nameless Fanboi Posted ID:cT72ggAVMq

>>125 อ่านอันนี้แล้ว ตอนแรกคิดว่าจะลาก่อยไม่สับละ แต่พอมี >>127 เข้ามาเริ่มลังเล เอาไงดีหว่า กูไม่อยากสับระบบแล้วอะ แก่นสารมันไม่ค่อยมี มีแต่ตัวช่วยจากระบบแล้วก็เทพ! เทพ! เทพ! อะ

131 Nameless Fanboi Posted ID:CLrUfvPPlL

>>127 ขอบใจมาก คุณซูลู

132 Nameless Fanboi Posted ID:ojoatSxMJM

>>129 กาลาเดรียลช่วงยุคหนึ่งยุคสองก็กระหายจะปกครองดินแดนอยู่นะ แต่ถึงยุคสามก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าต้องรับสภาพขาลง แต่ก็ยังพยายามจะรักษาเท่าที่มีเหลืออยุ่ จนตัดใจได้ว่ายังไงก็ไปต่อไม่ไหวแล้วตอนที่โฟรโดเสนอแหวนเอกให้นั่นแหละ

ส่วนเอลรอนด์นี่เราว่าค่อนข้างทราจิกอ่ะ บ้านเกิดโดนถล่ม พ่อกับแม่หายสาปสูญ คนที่รับเลี้ยงต่อคนนึงก็ฆ่าตัวตาย อีกคนก็เป็นซึมเศร้าเดินเพ้อริมหาด
พี่ชายก็เลือกแก่ตายไปก่อน ริเวนเดลก็รับฝากไว้ มีเพื่อนก็ไม่ฟังกันจนจากกันแบบไม่สวย เมียก็ไปทวีปตะวันตกล่วงหน้าก่อน ส่วนลูกก็ขอแก่ตายแบบมนุษย์
นับว่าแกปรับตัวได้ดีพอสมควรแล้ว เราประทับใจในหนังสือตอนที่สักคนเสนอให้ภาคีแหวนสาบานว่าจะไม่ทิ้งภารกิจ แต่แกปฏิเสธว่าอย่าให้คนที่ไม่เคยเห็นกลางคืนสาบานว่าจะเดินในความมืดเลย

133 Nameless Fanboi Posted ID:pt7gMCtHiM

เรื่อง : เพชรนาคิน
นามปากกา : SuzzieCat
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2016780
คำโปรย : จากนิลไสยเวทต้องห้ามถูกนำมาร่ายด้วยความริษยาอาฆาตของเหล่าสนมนาคี เป็นเหตุให้ มณีพชร หรือเพชรสายฟ้าของพญานาคิน ต้องแสงอสุนีทำให้ดวงจิตของพระคู่หมั้นต้องดับสูญไปในทันที องค์พญานาคินตามหานางนานแสนนาน
แท็ก : #เพชรนาคิน #นาคิน #มิตินาค #พญาภัทรสุทธินาค #นาคกัปป์
หมวด : ฟรีสไตล์ > อดีต ปัจจุบัน อนาคต
จำนวนตอน : 16 ตอน
สถานะเรื่อง : ยังไม่จบ อัพเดท 22 ก.ค.2563
ข้อมูลเบื้องต้น : องค์นาคดีแท้แห่งเวียงนาคแก้ว ตามค้นหานางนาคแสงทิพย์ ผู้เป็นว่าที่ชายาตลอดช่วงเวลา 1 กัป เขาพบว่านางไปเกิดเป็นลูกของเจ้าลัวะใหม่ แคว้นโยนก เขาต้องการพาดวงจิตเธอให้กลับสู่ภพนาค ด้วยญาณอนันต์ กับพลังเพชรสายฟ้า กลับมาแต่งงานกันที่เมืองนาคแก้วให้สมกับที่ลอยคอมาเนิ่นนาน
เรื่องย่อ :
พญาปู่ถ่ายทอดวิชาเวทให้เจ้านาค เจ้านาคมีฤทธิ์มากจากการบำเพ็ญภาวนาจนเกิดเพชรสายฟ้าประจำตัว และต้องเลือกชายาก่อนขึ้นเป็นราชา มีมาให้เลือกสามนางแต่ไม่ถูกใจเท่าไหร่ หลังเป็นราชาแล้วต้องประกอบพิธีบ๊ะๆ ตามประเพณี วันขึ้นเป็นราชา พี่พญาปู่มาเป็นพยาน นางทิพปภาลูกสาวก็มาด้วย เห็นแล้วก็ต้องตาต้องใจ เดี๋ยวพี่พาไปชมถ้ำสายฟ้านะน้อง ส่วนท่านพ่อก็บอกว่าก็เรียนเวทย์แป๊บ ตามสบายเลยลูกพ่อ เจ้านาคจึงพานางทิพปภาไปดูสวนก่อนไปดูถ้ำ เขาบอกว่าห้ามปล่อยมือ จังหวะเคลิ้มก็จูบนางหนึ่งที ผนังถ้ำเป็นสักขีพยาน นางเผลอปล่อยมือ เพชรสายฟ้าที่ถูกอาบด้วยมนต์ดำปล่อยสายฟ้าฟาดนางจนดวงจิตดับไป เขาหอบนางไปปรึกท่านปู่ ท่านปู่บอกคืนนางไปและถ้าพ่อเขาจะโกรธก็คงห้ามไม่ได้ เจ้านาคเก็บตัวอยู่แต่ในถ้ำ ชายาสามนางก็ร้อนๆ หนาวๆ เพราะจะกลายเป็นนางนาคร้างผัว คือ เจ้านาคไม่ได้แยแส แต่งชายาไว้ประดับบารมีเฉยๆ
(ตอนปิด จึงถูกข้ามไป) เจ้านิลตวง นาคที่ถูกเนรเทศ เพราะเคยร่ายมนต์ดำใส่พ่อเจ้านาค แต่พลาดไปโดนแม่ พญาปู่ช่วยไม่ทันจึงตายคู่ จึงเนรเทศนางออกไป นางบำเพ็ญภาวนาจนอาคมแก่กล้า มีสนมรับใช้สองนาง มัลลิกา สุทิสา ทั้งสองนางเสี้ยมเจ้าแม่นิลตวงให้ขโมยเพชรสายฟ้า เพื่อจะได้พลังอำนาจมาไม่มีใครต้านทานได้ มัลลิกาอยากได้มนต์บ๊ะๆ ผัวรักผัวหลง นางไม่ให้เพราะจะโดนลงโทษหนักไปอีก มัลลิกาบอว่าถ้าได้เพชรสายฟ้ามาจะกลัวอะไร นางจะขโมยให้ รวมกันหัวปรึกษาแผนการ คือจะลักตอนเจ้านาคบ๊ะๆ โอ๊..บ๊ะๆ เสร็จ เจ้าแม่จะแปลงกายไปลักเพชรมา สุทิสาเป็นนางแรกที่เข้าด้ายเข้าเข็มกับเจ้านาค เขาเห็นเธอกังวล ก็เลยเสียบหล่นๆ ตั้งห้าหกที ถึงตามัลลิกาบ้างนางร่ายมนต์ใส่ แต่เขาเอ๊ะใจอยู่ก่อนแล้วจึงยิงมนต์พ่นพิษใส่สองนาง เจ้าแม่ที่ซ่อนอยู่ก็เผ่นแน่บ เขาเศร้าเสียใจนึกถึงทิพปภา (ตอนปิด ข้ามอีกครั้ง)
ทิพชมพู สนใจเรื่องการประมูลเพชรชมพู ให้เพื่อนวิมาดาจัดการเรื่องที่นั่งในงานประมูล ราคาประมูลเพชรเม็ดนี้ปิดที่ 70 ล้านโดยชายหน้าหล่อ เขาพูดภาษาโบราณใส่เธอ เธอคุ้นๆ หน้าเขา เขาไม่หยุดพูดภาษาโบใส่เธอ เธอก็โบมาโบกลับไม่โกง เขาจะพาตัวเธอกลับไปให้ได้ ทั้งสองนางจึงเผ่นแน่บไปหาตำรวจ หนูไม่ยอมๆๆ แต่ว่าพอไปถึงหอไอเฟลก็ซื้อตั๋วขึ้นไปเฉย คนเยอะต้องปลอดภัยแน่นอน เขาวาปมาบอกว่าจะพาเธอกลับไป เธอรำคาญความยียวนจึงยอกย้อนกลับไปว่าจะพากลับยังไงล่ะเจ้าขา เขาบอกเดี๋ยวก็รู้แล้วก็วาบหายไป
กลางคืนทิพยืนเหม่ออยู่ระเบียง นึกถึงเวียงและพ่อแม่ที่จากมาไกล เธอน้ำตาคลอนึกถึงบ้านโผกอดวิมาดา เธอคุยโทรศัพท์กับแม่และกลับไปดูเพชรจากเน็ตแล้วก็หลับไป ฝันเห็นภาพเมืองที่เคยเห็นมาก่อนและถูกจับมือไว้พอเห็นหน้าเขา เธอก็ฉ่า... หน้าเห่อร้อน และต่อปากต่อคำกะนุ้งกะนิ้ง เขาบอกเธอว่ารอจะได้พบนานแล้ว เธอบอกเขาว่าไม่ต้องฝังใจอยู่กับเราหรอก ให้อ้ายไปสา.. ไปหาเอาผู้ใหม่

134 Nameless Fanboi Posted ID:pt7gMCtHiM

>>133
การบรรยาย : ภาษาช่วงโบราณทำได้ค่อนข้างดี แต่ติดเวิ่นเว้อไปหน่อย สลับกับการใช้บทกลอนเล่าเรื่องแต่ทำได้ไม่ดีเท่าส่วนบรรยาย เล่นสัมผัสได้มากกว่านี้ คีพฉันทลักษณ์ไว้ดีๆ แล้วมันจะสมูทสวยงามขึ้น เลือกคำให้สวยได้มากกว่านี้ เช่น สุดปากอ่าวแล้วสูเจ้าจะซอยถี่ๆ ไม่ได้นะ จะกระทบหาดทรายดังครืนๆ อะไรก็ว่าไปซิ อิโรติกดีอยู่แล้วอย่าลดลงไปเป็นหนังเรทR เลย แล้วก็เรื่อง wall of text มาเป็นพรืด จะเหนื่อยอ่านเอา ตัดย่อหน้าได้ก็ตัดเถอะ อีกเรื่องก็คงเป็นช่วงปัจจุบันที่ไทยคำอังกฤษคำ ดูไม่ค่อยเวิร์คถึงแม้จะเจตนาให้ดูเป็นฝรั่งก็เถอะ คำบางคำมันเป็นคำง่ายๆ หาคำไทยมาแทนได้ บทสนทนาพระนางยุคปัจจุบันโยกโย้ยอกย้อนได้โมเม้นฟรุ้งฟริ้งดี ภาพรวมการบรรยายถึงแม้จะอ่านแบบไม่พยายามจับผิดก็ยังพบว่าอ่านแล้วสะดุดอยู่ดี

ตัวละคร : เจ้านาคมีจุดมุ่งหมายชัดแต่แรกจะเอานางทิพย์ปภาคืนเวียงนาคแก้ว ทิพย์ชมพูก็ชัดเจนตรงที่ตัดใจซะเถอะลุง เออ..นางไม่ง่ายเหมือนสับก่อนหน้านี้ และขอเรียกเจ้าแม่ว่านางร้ายบทรอง เอ็นดู๊วว.. สงสารแท้ แต่จบพาร์ทโบราณไวก็ดีจะได้เข้าปัจจุบันไวๆ อนาคตอาจมีบทบาทอีก ส่วนเรื่องชื่อตัวละคร มีความรู้สึกว่ามันแปลกๆ (แต่ก็บอกไม่ได้ว่าทำไมถึงแปลก) เช่น พญาปู่เจ้าเวทวิจิตรา พญาภัทรสุทธินาคิน(องค์อรินทร์) พระนางทิพย์ปภานาคินี พญาเทวลวกะ

เนื้อเรื่อง : เล่าได้เป็นลำดับดีตั้งแต่อดีตเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนไปถึงยุคปัจจุบัน แต่ตอนเปิดเรื่องแรกๆ ค่อนข้างต่อนยอนอาจจะจับคนไว้ไม่ค่อยอยู่ เหตุการณ์มันไม่สำคัญเท่าไหร่จะมาพีคก็ตอนเจ้าแม่วางแผนเป็นต้นไป ถึงจะคลี่คลายลงแบบง่ายดายก็เถอะ ส่วนพาร์ทปัจจุบันก็น่าติดตามดี น่าลุ้นว่ามันจะราบรื่นสมหวังไหม แต่ถ้าเจ้านาคเปิดวาร์ปมาพาไปได้ง่ายดายหรือนางเอกใจง่ายเกิน นี่คือจบนะหมดสนุกอ่ะ
จุดเด่น : ทำส่วนภาษาโบราณได้ค่อนข้างดี ชอบที่พยายามเล่าด้วยกลอน
จุดด้อย : พาร์ทโบราณต่อนยอนจนบางทีก็รู้สึกว่าเดินเรื่องช้าเกินไป
ความเห็นส่วนตัว : ก็ดีนะ ทำได้ดีเลยในห้าตอนอยากรู้นะว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่ก็รู้สึกว่าไม่อยากอ่านต่ออ่ะ อาจด้วยภาษาในการเล่าทำให้รู้สึกว่าเสพยาก เราอ่านได้ช้าถึงช้ามาก ไม่ใช่สายพีเรียดด้วยแหละ พอเนื้อเรื่องมันไม่เข้มเท่าไหร่ก็เลยจับเราไว้ไม่อยู่

135 Nameless Fanboi Posted ID:/k3rbIdeBV

>>134 มึงงงง กูชอบ กระทบหาดทรายดังครืน ๆ
คำถาม อ่านยังไงไม่ให้ร้องเป็นเพลง555555

136 Nameless Fanboi Posted ID:CLrUfvPPlL

>>135 ต้องมี สายน้ำหลั่งไหลๆ นำมาก่อนด้วยใช่ปะ (อ่าวสัสนี่มึงดักแก่กูเหรอ)

137 Nameless Fanboi Posted ID:0xUCS/Tdgx

ขอบคุณสำหรับความยากลำบาก อ่านยากตรงแต่ระประโยคไม่ค่อยพุ่งไปข้างหน้า เหมือนขับรถเตะเบรค จึ๊ก ๆ ตลอดทาง ไม่ชอบสไตลนี้เลย

138 Nameless Fanboi Posted ID:B+5BRaTNyT

>>134 เท่าที่จับอารมณ์ตัวเองได้ระหว่างอ่านสับ กูรู้ตัวเลยว่าเริ่มอคติตั้งแต่อ่านชื่อตัวละครนี่แหละ แต่ละคนแม่งปาไป 4-6 พยางค์ยังไม่รวมคำนำหน้า เป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับชื่อ 1-3 พยางค์ในนิยายที่กูอ่านเลย ว่าไงดีอะ...ชื่อมันยาวจนรู้สึกผิดมนุษย์มนา (จะว่าไปก็ไม่ใช่มนุษย์นี่หว่า) บางชื่อก็อ่านยาก แถมรู้สึกแปลกๆมากกว่าไพเราะ อย่าง "พญาปู่เจ้าเวทวิจิตรา" ช่วงแรกที่ขึ้นมาว่าพญาปู่เจ้านี่ก็ดูยิ่งใหญ่ดีนะ แต่พอเจอเวทวิจิตราปุ้ป กูนี่...หะ?

139 Nameless Fanboi Posted ID:H9MPpt4bvU

>>134 อ่ะ กูเคยเขียนพีเรียดจักรๆ วงศ์ๆ มาก่อน อ่านเยอะด้วย ค่อนข้างจะเก่งคำไวพจน์ คำบาลีสันสกฤตพวกอ่านความหมายต่างๆ คือไอ้ช่วงสาดคำศัพท์มฤคเวททั้งหลายตั้งแต่ย่อหน้าแรก คือกูอ่านเข้าใจนะ ถอดความได้แบบไม่ต้องเปิดดิกแปล แต่ที่ไม่เข้าใจคือมึงจะล่อมาทั้งคัมภีร์อะไรขนาดนั้น info dump ไม่พอ แม่งยังปีนบันได info dump อีก เนื้อหาที่มันเล่ากูว่ามันโดดๆ เดี๋ยวคุยเรื่องเวท เดี๋ยวคุยเรื่องรัก ไปๆ มาๆ โผล่บทสวดสอนสังวาส 5555 คัลท์สัส

>>138 ส่วนเรื่องชื่อทำกูชะงักตั้งแต่ชื่อบทแรก เพราะองค์อรินทร์นาควงศ์ คำว่าอรินทร์ มาจาก อริ แปลว่าศัตรู ความหมายจริงๆ คือพระราชาของเมืองฝั่งตรงข้าม ฉะนั้นอีตระกูลองค์อรินทร์นาควงศ์ จะแปลว่า ราชาผู้เป็นศัตรูของเผ่านาค กูเงิบไปนิดนึง หรือเขาจะใช้คำว่าบดินทร์ ที่แปลว่ากษัตริย์หว่า ซึ่งจากการปีนกระไดเขียนเขาก็ไม่ได้น่าจะพลาดตรงนี้นี่หว่า งงเลอ

140 Nameless Fanboi Posted ID:dcCma4C+bN

>>139 รู้สึกหงิดกับชื่อ เทวลวกะ เจ้าโยนก พยายามหา -ลวกะ ในพจนานุกรมก็ไม่มี หรือพี่สมาสสนธิเอาเอง เทว+ลัวะ+นวกะ = เจ้าลัวะใหม่ แม่มเลย 55

141 Nameless Fanboi Posted ID:0fLljGzlWO

>>140 เอา ลว (ลัวะ) เป็นธาตุ เติม ณวุปัจจัย(เปลี่ยนรูปเป็น อก แปลว่าผู้) > ลว+อก = ลวกะ ผู้เป็นลัวะ
คหสต. น่าจะเอา ลวจักกราช (ปู่เจ้าลาวจก คนลัวะที่มีจอบ(จก)มากมาย ได้มาปกครองเมืองโยนกเชียงแสน)เป็นโมเดล ตัด จก ราช เติม เทวะ

142 Nameless Fanboi Posted ID:9EAdmxNf9K

กลายเป็นคนเขียนเริ่มฉีกแนวเป็นย้อนยุค/เทวดาและอสูรตามคติพราหมณ์ฮินดู/ไสยศาสตร์ แล้วสินะ
กูอ่านงานล่าสุดของปานวยที่ขยำ sci-fi กับระบบแปะเข้ามาแล้วก็นึกถึง "ลำนำหกพิภพ" หวะ พล็อตดาร์กดี รายละเอียดยุบยับ น่าจะเป็นจักรวาลที่สมบูรณ์ได้ แต่เสียดายที่การนำเสนอโดยรวมชวนมึนงง ไม่รู้ของปานวยจะเป็นยังไงแต่คิดว่าคงไม่งง เพราะส่วนมากแนวระบบก็จะเน้นเก่ง OP กันเกลื่อนอยู่แล้ว

143 Nameless Fanboi Posted ID:dcCma4C+bN

>>141 กราบ ขออภัยในความมั่ว

144 Nameless Fanboi Posted ID:k2CP/5xwPC

กูสงสัยจัง มีนิยายดองกี่เรื่อง https://www.dek-d.com/board/view/3984818/

145 Nameless Fanboi Posted ID:++o7sdRjHI

>>144 เกินครึ่งหรือเยอะกว่านั้น

146 Nameless Fanboi Posted ID:QIkbcre0nj

อันนี้จริงป่าววะ ใครโปรไทยโบมาชี้แจงหน่อย
https://www.silpa-mag.com/history/article_16985

147 Nameless Fanboi Posted ID:aZk7DUx/+x

นิตยสารศิลปวัฒนธรรมถึงเอาไปอ้างอิงตอนทำรายงานไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ต่วย'ตูน พิเศษหรือหนังสือแปลก เชื่อถือได้นะ

148 Nameless Fanboi Posted ID:go5KexGMdB

>>5 เชี่ย นิยายในตำนานของเหล่าโม่งจริง ถ้ามึงไม่ไปหามากูคงลืมไปแล้ว

149 Nameless Fanboi Posted ID:qGlZupuum7

แวะมาปลุกผี โม่งนักสับสมัยมิกซ์แฟนฟิคในตำนานยังอยู่ดีกันปะ ตอนนี้คนเขียนกำลังโดนแหกแย่างเมามันในทวิต+ห้องสาวฟุ ไปร่วมจอยกันเร็ว ทางเราต้องการหลักฐานแต่มีไม่มากพอ เพราะงวดนี้คนเขียนมันวีรกรรมเยอะจัดก็อปแม่งทุกเรื่องที่เขียนเลยว่ะ กูต้องการซัมม่อนนักขุดเพิ่ม จุดวาร์ปอยู่ห้องสาวฟุกับแท็กทวิต #minikikaboo นะเพื่อนๆ

150 Nameless Fanboi Posted ID:rRDRLSZwGc

>>149 ไม่น่าจะเหลือแล้วนะ รุ่นนั้นคงแม่งไปทำงานทำการกันหมดแล้ว เหลือแค่มึงกับกูเนี่ย ถ้าพูดถึงฝีมือการแต่งของมินิคิกกระโปก คือมันก็ใช้ได้เลยนะ แต่นิสัยนักเขียนมันเหี้ย มีความหน้าด้าน จิตสำนึกเรื่องกฎหมายแลคตาซิตไม่มี และต่ำตาไม่หยุดมาจนถึงปัจจุบัน

พอก่อน เดวจะผิดแนวทางมู้ สรุปว่าเขียนดีแหล่ะ แต่กลบกลิ่น รบดจ. ไม่เนียน และไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ขนาดสำนวนยังเหมือนจนโดนจับได้มาเรื่อยๆ

151 Nameless Fanboi Posted ID:SB4OqsMrtB

>>150 บ้า มีกูอีกคน เงาแค้นหนุ่มเฮ้วเป็นสาวฮ็อต กูไปร่วมแจมมาแยะ

152 Nameless Fanboi Posted ID:5EB/aho7gu

>>151 ว้าย คนแก่ (เจอกูดักแล้ว อิอิ)

153 Nameless Fanboi Posted ID:SB4OqsMrtB

>>152 กูสวยก็พอ

154 Nameless Fanboi Posted ID:dNgEoK.U4c

ky งงสัส เดี๋ยวห้องนินทาสับ เดี๋ยวห้องสับนินทา คุยเรื่องเดียวกันย้ายไปย้ายมาสองห้อง

155 Nameless Fanboi Posted ID:5EB/aho7gu

เริ่มมั่วละเนี่ย #เช็คหัวมู้ก่อนเสือก

156 Nameless Fanboi Posted ID:I+Ea6e8/S/

เห็นช่วงนี้มีนิยายไทยๆ เยอะ ก็เลยลองไปหาอ่านดูบ้าง เน้นที่หมวดอดีต ปัจจุบัน อนาคต เฉพาะเรื่องที่จบแล้ว ก็เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นนิยายจีนเสิ่นเจิ้น (เขาเรียกกันแบบนี้ใช่ไหม?) ไอ้ที่เป็นนิยายไทยมีประปราย (เท่าที่เห็นคือย้อนเวลาไปยุคอยุธยา) และที่น่าสนใจคือทุกเรื่องตัวเอกแม่งเป็นผู้หญิงหมดเลย เดาได้ว่าหมวดนี้นักอ่านหญิงคงครอง เลยเขียนให้ self-insert ง่ายๆ เหมือนหมวดเกมออนไลน์ที่ตัวเองจะเป็นผู้ชายแกรี่ๆ

กูก็เลยคิดว่า จะมีนิยายในหมวดนี้ที่ตัวเอกเป็นผู้ชายไหม ก็เลยไปหาจนเจอเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เรื่องหนึ่งมา ก็เลยอยากจะลองเอามาแลกเปลี่ยน อย่าเรียกว่าสับเลยแล้วกัน กูไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถขนาดวิจารณ์ได้เป็นฉากๆ เหมือนโม่งคนอื่นๆ อะ

เรื่อง: The Scroll of Fantastic Journeys - หนังสือกราบทูลท่านจ้าวเหนือฟ้า
link: https://writer.dek-d.com/nopanopaa/writer/view.php?id=1671992
จำนวนตอน: 136 ตอน

กูอ่านเรื่องนี้เมื่อวันพุธ แล้วเพิ่งอ่านจบเมื่อคืน รู้สึกว่ามันสนุกแบบแปลกๆ ที่ว่าแปลกๆ นี่คือแปลกจนอธิบายไม่ถูกว่ามันแปลกยังไง จะพยายามลองเขียนออกมาเป็นข้อๆ แล้วกัน

1. การบรรยายแบบที่ไม่เคยเห็น กูไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าการบรรยายแบบบุรุษที่ 2 ได้ไหม มันให้อารมณ์แบบหนังสือชุด อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย ที่นักเขียนแม่งสวมบทบาทเข้าไปในเรื่อง (ตามรอยเด็กๆ โบดแลร์) แล้วเขียนหนังสือเหมือนเป็นไดอารี่ให้คนอ่านฟัง สำหรับเรื่องนี้ก็คล้ายๆ เรื่องซ้อนเรื่อง คือมีผู้บรรยายคนนึง (ไม่บอกชื่อเลยจนจบเรื่อง - เข้าใจว่าใช้แทนตัวคนเขียน) กับอีกตัวละครหนึ่งชื่อ จ้าวเหนือฟ้า (ไม่มีบทพูดเลยทั้งเรื่อง - เข้าใจว่าใช้แทนตัวคนอ่าน) เหมือนว่าจ้าวเหนือฟ้าเนี่ยเป็นพระเจ้า ที่มีเหตุผลบางอย่างให้ต้องนอนหลับยาวๆ ไม่รับรู้เรื่องราวอะไร และเมื่อตื่นขึ้นมา ผู้บรรยาย (ให้อารมณ์เหมือนเป็นเทพรับใช้ อะไรทำนองนั้น) ก็จะต้องเอาเรื่องราวต่างๆ มาเล่าให้ฟัง ว่าบนโลกมนุษย์นั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เรื่องที่ผู้บรรยายเล่าก็จะโฟกัสลงไปที่มนุษย์คนนึง ซึ่งกูมองว่าการเซ็ตโลกของนิยายเรื่องนี้แม่งน่าสนใจ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในข้อต่อไป

2. ธีมของโลกคือ มีทวีปใหญ่อยู่ทวีปหนึ่ง แบ่งการปกครองเป็นหลายแคว้น ผู้บรรยายเล่าว่าทวีป (ในเรื่องใช้คำว่าพื้นพิภพ) เนี่ย จริงๆ แล้วมันคือเต่ายักษ์ที่จ้าวเหนือฟ้าสร้างขึ้นตอนกำเนิดจักรวาล อะไรทำนองนั้น แล้วก็มีแผ่นดินต้นไม้ห่าอะไรขึ้นอยู่บนกระดองเต่า และความจริงแล้วมนุษย์ก็รู้เรื่องนี้ แต่ก็เข้าใจไปในอารมณ์ที่ว่าเป็นตำนานอะไรแบบนั้นมากกว่า

มีการใช้ระบบชนชั้น จำไม่ได้แล้วว่ามีชนชั้นอะไรบ้าง แต่หลักๆ ก็คือนักรบ บัณฑิต พ่อค้า ซึ่งแต่ละชนชั้นก็จะมีสิ่งที่ทำได้ทำไม่ได้ต่างกัน เช่น ชนชั้นนักรบเป็นชนชั้นเดียวที่สามารถฝึกอาวุธได้

สิ่งที่กูรู้สึกว่าเจ๋งที่สุดของเรื่องนี้คือการตั้งชื่อ เพราะจากธีมของเรื่องมันให้อารมณ์เป็นจีนๆ แต่ชื่อมันกลับเป็นชื่อไทยที่มีกลิ่นอายของจีนแบบประหลาดๆ คือเป็นการเอาคำ 2-3 พยางค์ มาต่อกันอย่างที่เราเคยล้อกันแบบ ฉี่เฉี่ยวหัว หวังปี้เจ้า อะไรแบบนี้ ตัวอย่างชื่อในเรื่องก็เช่น สินรุ้ง (พระเอก) ฟ้าไขแสง เสือข้ามเมฆ คือกูว่ามันเก๋มากๆ แถมสำนวนในเรื่องมันจะได้อารมณ์ นิยายกำลังภายในเก่าๆ แบบสำนวน น.นพรัตน์ อ่านแล้วได้อารมณ์จีนๆ ไทยๆ แต่มีกินขนมปัง โคตรพ่อโคตรแม่พหุวัฒนธรรมจนเน็ตฟลิกซ์น่าจะลองมาซื้อไปทำซีรีย์

157 Nameless Fanboi Posted ID:I+Ea6e8/S/

ต่อจาก >>156

3. อย่างที่บอกไปว่ามันเป็นการเล่าแบบเรื่องซ้อนเรื่อง คือผู้บรรยายก็จะเล่าเรื่องในโลกมนุษย์ให้จ้าวเหนือฟ้าฟัง โดยโฟกัสลงไปที่เรื่องของพระเอกเป็นสำคัญ

พระเอกของเรื่องนี้ชื่อสินรุ้ง เป็นคนหล่อ และฉลาด (บรรยายเวิ้นเว้อมากว่าหล่อปานไหน) แต่มีปัญหาคือพระเอกมีชนชั้นพ่อค้า ทำให้ไม่สามารถเรียนหนังสือระดับสูงได้ ทั้งๆ ที่ฉลาดขนาดนี้

ต้องเล่าย้อนไปก่อนว่า แม่ของพระเอกเนี่ยเป็นผู้หญิงในตระกูลบัณฑิตใหญ่ แต่หนีตามผู้ชายชนชั้นพ่อค้าไป ต่อมาพ่อแม่ตาย พระเอกเลยต้องกลับมาอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลบัณฑิต ทีนี้ตาของมันก็เห็นแววว่าสินรุ้งเป็นเด็กมีพรสวรรค์ ก็เลยแอบสอนหนังสือให้กับพระเอกจนมีความรู้แตกฉาน

แต่ปัญหาคือพอพระเอกโตเป็นหนุ่ม ก็เริ่มออกเที่ยวกลางคืนกับพวกลูกพี่ลูกน้องที่เป็นบัณฑิต ปมหลักของเรื่องคือ พระเอกจับได้ว่าพวกนางคณิกาในร้านกำเนิดรัก (ก็คือหอนางโลมนั่นแหละ) จริงๆ แล้วแอบมีคนรักซ่อนอยู่ (อันนี้กูก็ไม่เก็ตว่าถ้านางคณิกามันจะมีคนรักซ่อนอยู่แล้วผิดยังไงวะ แต่ในเรื่องมันซีเรียสมากว่านางคณิกาจะมีแฟนไม่ได้ จนกูสงสัยว่าคนเขียนมันสับสนระหว่างกะหรี่กับไอดอลรึเปล่า)

เรื่องสำคัญอีกอย่างคือ พวกนางคณิกาเนี่ยจะไม่ค่อยมีความรู้ คือเขียนหนังสืออ่านหนังสือไม่ได้ และพระเอกแม่งก็เป็นคนใจอ่อน ก็เลยช่วยนางคณิกาเขียนจดหมายถึงคนรัก ผลสุดท้ายคือนางคณิกาก็เอาไปเล่ากันปากต่อปากว่าพระเอกแม่งใจดีแถมยังเขียนหนังสือเก่ง ทำให้พระเอกแม่งกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอม ไปเที่ยวกลางคืนทีไรก็จะมีแต่สาวๆ เข้าหา มาอ้อนมาจ้างให้ช่วยเขียนจดหมายให้

มันตลกสุดๆ ตรงที่ว่า พอเริ่มมีคนสงสัยว่าไอ้พระเอกนี่มันเป็นใครกันวะ ทำไมนางคณิกาถึงได้ร้องหากันจัง พวกผู้หญิงแม่งก็กลัวความลับที่ตัวเองมีแฟนแตก ก็เลยสร้างเรื่องกันขึ้นมาว่า พระเอกแม่งเย็xเก่งมากๆ หล่อรวยควยเลี่ยมทอง นางคณิกาทั้งเมืองถึงได้ติดใจ อยากจะปรนนิบัติยังไงล่ะ!

คือเรื่องมันก็ดำเนินต่อไปด้วยความเข้าใจผิดแบบนี้ มันตลกมากๆ จริงๆ ตรงที่เรา (คนอ่าน) จะรู้เรื่องทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว เช่นว่าความจริงเป็นยังไง ใครทำอะไร ใครคิดอะไร แต่ตัวละครในเรื่องแม่งจะไม่รู้เลย ต่างคนต่างก็มีมุมมองความคิดเป็นของตัวเอง เรื่องทุกอย่างแม่งเลยอีรุงตุงนังพันกันมั่วไปหมด เดี๋ยวคนนั้นก็เข้าใจผิดแบบนี้ อีกฝ่ายนึงก็เข้าใจไปว่าอย่างนั้น เรื่องก็ดำเนินไปแบบนี้จนจบ

4. การแบ่งตอนเล่าเรื่องก็น่าสนใจ กูไม่แน่ใจว่าแบบนี้มันเรียกว่าองก์ไหม ถ้าใช่ เรื่องมันก็มี 4 องก์ คือแต่ละองก์จะเริ่มต้นด้วยการที่จ้าวเหนือฟ้าตื่นนอน แล้วก็จบลงตอนที่จ้าวเหนือฟ้าจะนอนต่อ โดยเวลาในโลกมนุษย์ก็จะไหลไปแบบเร็วๆ เช่นองก์แรกเป็นตอนเริ่มเรื่อง ก็จะมีการยัดข้อมูลเข้ามามากหน่อย (ความเห็นส่วนตัวคือ ตอน 1-2 นี่ยัดข้อมูลมากไป) องก์ต่อมาเป็นตอนที่พระเอกเป็นวัยรุ่นแสบๆ แล้วก็มาจบลงที่ความแสบของพระเอกทำให้ผู้หญิงคนนึงต้องฆ่าตัวตาย องก์ต่อไปก็เป็นตอนที่พระเอกเป็นผู้ใหญ่ มีแผลในใจเรื่องที่หลอกให้ผู้หญิงรักจนฆ่าตัวตาย เลยตั้งใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวความความสัมพันธ์ชายหญิงอีก

สรุปคือทั้งเรื่องเป็นการเล่าชีวิตของพระเอกตั้งแต่เกิดจนตายผ่านมุมมองของเทพเจ้าที่รู้เห็นทุกสิ่งอย่าง อ่านแล้วรู้สึกเอ็นดูพระเอกเหมือนได้เห็นลูกหลานคนหนึ่งค่อยๆ เติบโต เนื้อเรื่องสนุก ตลก มีซึ้งๆ ดราม่าๆ บางช่วง การบรรยายแปลกใหม่น่าสนใจ ถ้าจะให้ติก็คงเป็นเรื่องที่มีพิมพ์ตกหล่นบ้าง แล้วก็คำราชาศัพท์ที่ใช้มีเพี้ยนๆ ไปหน่อย อะไรทำนองนั้น

158 Nameless Fanboi Posted ID:4fh2ZK8Vf/

>>156 เหมาทุกวัฒนธรรมมั่วซั่วไม่ใช่จุดแย่หรอวะ เสิ้นเจิ่นอองตอนกูปิดทุกเรื่องที่อ่านเจอเลย ชื่อที่มึงยกตัวอย่างก็เห่ยไม่ได้สละสวยหรือเก๋ในความคิดกูเลย ท่าทางรสนิยมมึงจะสวนทางกับกูว่ะ

159 Nameless Fanboi Posted ID:5P.SRwZ+yO

>>156 มันก็โอเคนะ แบบมึงนี่ยุคแรกๆ ก็มีอยู่คนนึงเหมือนกัน คือสับไม่เป็นเลยเน้นรีวิว เอามาเล่าแบบสรุปย่อแต่ไม่วิจารณ์เต็มรูปแบบ (มาเล่าแล้วบอกแค่ว่าชอบหรือไม่ชอบตรงไหน) ที่สำคัญคือมันอายุ 8 ขวบ ซึ่งน่าจะเป็นโม่งที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งความเสือก น้อนแม่งถึงขั้นสิ้นหวังกับบอร์ดนักเขียน เพราะรีวิวนิยายของเมมเบอร์ขาจรที่โผล่มาขอเป็นลูกน้องพวกมาเฟียบอร์ด แล้วพบว่าคุณภาพนิยายกากสัสบัดสีขั้นสุด มีครั้งนึงน้อนท้อแท้แล้วบ่นว่าพวกแม่งใช้ภาษาไทยได้วิบัติมาก เขียนผิดบรรลัยจนมั่นใจว่าหนูยังเขียนรู้เรื่องและผิดน้อยกว่า ตอนนั้นมีโม่งแคปจอไปเล่นมุก "ถ้าคุณแน่อย่าแพ้แปดขวบ" ในบอร์ดด้วย ข้อดีของการรีวิวแบบนี้คือมึงใส่ความเห็นส่วนตัวกับอารมณ์ ชอบ/ไม่ชอบ ลงไปได้มากกว่าสับ เลยจะไม่ต้องจริงจังมาก ตอนหลังน้อนหายไป เพราะมีหน้าม้าโผล่มารีวิวนิยายตัวเองเชิงบวกรัวๆ น้อนเลยลาออกจากความรีวิว หายหัวไปเลย

>>158 เอาหน่า ต่างคนก็ต่างใจ ชอบอะไรไม่เหมือนกัน มึงก็มีช่องว่างให้เพื่อนโม่งด้วยกันบ้างดิวะ กินอาหารยังปรุงไม่เหมือนกันเลย

160 Nameless Fanboi Posted ID:SB4OqsMrtB

>>156 กูเคยคิดว่าแบบนี้เป็นบุคคลที่ 2 แต่เคยดิสคัสจนได้ข้อสรุปว่า การเล่าเรื่องแบบนี้ไม่เชิงเป็นการบรรยายบุคคลที่ 2 แต่เป็นบุคคลที่ 1 ที่เป็นตัวละครเสมือนพระเจ้า คือรู้ทุกอย่างในเรื่อง รู้ความคิดทุกคน และเล่าออกมาผ่านสายตาตัวเอง เหมือนเป็นกลวิธี/เทคนิคการเล่าเรื่องมากกว่า บางเรื่องคนเล่าก็อาจจะคงสถานะพระเจ้าไว้ตลอดเรื่อง บางเรื่องอาจลงไปเล่นด้วยแบบเป็น Player คงคล้ายๆ วัตสันที่เล่าเรื่องโฮล์มส์ โดยที่บทบาทตัวเองตกไปเป็นตัวรอง/ตัวประกอบแทน

161 Nameless Fanboi Posted ID:4Jbby8N44F

รู้สึกช่วงนี้จะสงบเกินไปแล้ว

คาถาอัญเชิญ...โม่งเพลง!!!

162 Nameless Fanboi Posted ID:AtoPszRp14

>>161 กูไม่ใช่โม่งเพลง แต่กูเห็นมึงเหงาเลยช่วยชักเว่าให้ อ้ะ

[Verse 1]
It's something about ya', girl, that just makes my head wanna twirl
You got me wanting to tell all them other girls, "There's nothing else better on this world"
The moment I seen her, I was in shock
So shocked you would've think that I've just been shot
Shot down right down in this spot
But too bad this doesn't happen a lot
Oh, girl, you got me visualizing me on top
On top of your hot body while we're sweating a lot
A lot of time on the clock before we would have to stop
Too bad she's not into that stuff a lot
Oh man she's just super hot
Hotter than the sun that's right on top
On top of our heads oh man there she goes so I had to stop
And ask her some questions that I had in stock

[Chorus]
She said she wants to take it slow
I'm not that type of guy I'll let 'cha know
When I see that red light all I know is go
So baby girl let's do this on the floor
She said she wants to take it slow
I'm not that type of guy I'll let 'cha know
When I see that red light all I know is go
So baby girl let's do this on the floor

[Verse 2]
Yeah, let's get up on the floor
Show me your moves that makes you such a pro
A pro at being the one that I want to know
Oh yeah, girl, I'mma let you know
You're the one that I'm really into boo
There's a million and one places I could be but I rather be with you
Me and you can invent something that's new
That we only know that's between us two
Oh girl, you drove me out my mind
Since you did that I'm digging deep in your spine
Did ever get the hint that I'm claiming you're mine?
Yeah, that's what's going on this time
I would put my life on the line
The line just to be the one to call you mine
Now, I'm picking up the phone just to call your line
Because baby girl, you're on my mind

[Chorus]
She said she wants to take it slow
I'm not that type of guy I'll let 'cha know
When I see that red light all I know is go
So baby girl let's do this on the floor
She said she wants to take it slow
I'm not that type of guy I'll let 'cha know
When I see that red light all I know is go
So baby girl let's do this on the floor

https://www.youtube.com/watch?v=iq_d8VSM0nw

163 Nameless Fanboi Posted ID:LdC0D6bLdc

Yakusoku wa Iranai (The Vision of Escaflowne OP)

Nee aishitara daremo ga
Konna kodoku ni naru no?
Nee kurayami yori mo fukai kurushimi
Dakishimeteru no?
Nani mo kamo ga futari kagayaku tame
Kitto
Kimi o kimi o aishiteru
Kokoro de mitsumete iru
Kimi o kimi o shinjiteru
Samui yoru mo
Nee koi shite mo dare ni mo itsuka
Owari ga kuru no?
Nee aozora yori mo sunda
Tokimeki sutete shimau no?
Kisetsu kawaru no kaze
Michi o hashiru zutto
Kimi o kimi o aishiteru
Kokoro de mitsumete iru
Kimi o kimi o shinjiteru
Samui yoru mo
Tatoe ashita nakushite mo
Anata o ushinatte mo
Dekiru kagiri no egao de kayagakitai
Namida de ima yobi kakeru
Yakusoku nado iranai
Kimi ga kureta taisetsu na tsuyosa dakara
Hitomi de ima yobi kakeru
Yakusoku nado iranai
Hitomi de ima te o nobasu
Samui yoru mo

https://www.youtube.com/watch?v=ArseewyS4_4

164 Nameless Fanboi Posted ID:m9bBmv5Ttt

สัสเอ้ย >>161 มึงไปปลุกผีเข้าละเป็นไงมึง จัดมาสองเพลงเลย

165 Nameless Fanboi Posted ID:SK/2xgLmeS

>>161 ไอ้เหี้ย ไอ้ชิบหาย ควยเหอะ สัสเอ้ย ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยย แม่งเอ้ย ขยะชัดๆ กูอยากต่อยหน้าโง่ๆของมึงว่ะ คนแบบมึงอยู่ใกล้ๆกูตบคว่ำอ่ะ สันดานเสียชิบหาย ไปไกลๆตีน โคตรไร้ประโยชน์อะคนอย่างมึง

166 Nameless Fanboi Posted ID:6kUHGYjFBk

เดี๋ยวนี้ปุ่มซื้อนิยายในเด็กดี กดปุ๊ป ตัดเหรียญปั๊ป แล้วเหรอ ก่อนหน้านี้กูจำได้ว่า กดปุ่มซื้อนิยายแล้วจะขึ้นหน้าให้ยืนยันก่อน ต้องกดยืนยันว่าจะซื้อ จึงจะตัดเหรียญจริง วันนี้กูลองกดปุ่มซื้อ กะจะเข้าไปดูข้อมูลก่อน เสือกตัดเหรียญเลยซะงั้น กูล่ะอยากให้มีปุ่มขอคืนเงินภายในหนึ่งนาทีซะจริง (กรณีกดพลาด ไม่ตั้งใจจะซื้อ)

167 Nameless Fanboi Posted ID:bsnh/oiB9R

>>166 ลองเข้าไปแนะนำในหมวดแจ้งปัญหาดู

168 Nameless Fanboi Posted ID:Zzo21sm22n

โฆษณาเด็กดีเด้งขึ้นเฟส นิยายแนะนำคือมีพลังโกง พระเอกเสพติดการฆ่า ดาร์กๆ เบียวๆ เอดจี้ๆ อืม ไม่แปลกใจทำไมนิยายไทยขายต่างชาติไม่ได้ สักที เน่าตั้งแต่คนเขียนยันสมอง บก.

169 Nameless Fanboi Posted ID:bHP+avtB0n

นี่ไงนิยายไม่ตามกระแสที่พวกมึงตามหา ไม่มีต่างโลก ไม่มีพระเอกเทพ ไม่มีนักฆ่า ไม่มีเบียว
กูละชอบความอินดี้ของเฮียพังจริงๆ
https://www.dek-d.com/board/view/3985091/

170 Nameless Fanboi Posted ID:Lb0DDfMbHQ

>>169 ปั่นห้องโน่นแล้วก็มาต่อห้องนี้ พังพาบอินดี้ตรงไหนคะ

171 Nameless Fanboi Posted ID:Xq1B2nuXPf

>>168 กูปลงตั้งแต่ยุคนิยายจีนแปลแล้ว แค่ชี้ปัญหาของเด็กดวกก็มีคนดิ้นชักกระตุก แถมออกมาปกป้องยังกะตัวเองเป็น SJW อย่างสมเกียร์ติศักดิ์ศรี

172 Nameless Fanboi Posted ID:Xq1B2nuXPf

>>169 นี่ก็อีกเรื่อง https://www.dek-d.com/board/view/3972538/

173 Nameless Fanboi Posted ID:bHP+avtB0n

>>170 ได้หัวข้อละ งั้นมาถกกันเรื่อง อินดี้ vs ไม่อินดี ดีกว่า
ส่วนตัวกูคิดว่า อินดี้ = ไม่ตามกระแส มีจุดยืน
กูเห็นว่าเฮียพังไม่ใช่นักเขียนกระแสหลัก จึงเข้าข่าย 'อินดี้'

174 Nameless Fanboi Posted ID:bHP+avtB0n

>>172 มึงคิดไงไปขุดมู้เมื่อ 4 เดือนก่อนมาวะ

175 Nameless Fanboi Posted ID:jjSWN.fpB7

>>173 อินดี้ไหมไม่ไช่สาระว่ะ นิยายมีคนอ่านหรือไม่มียังน่าถกกว่า เบื่อพวกนิยายไม่มีคนอ่านแล้วอ้างอินดี้

176 Nameless Fanboi Posted ID:bHP+avtB0n

>>175 นิยายอินดี้เรื่องไหนมีคนอ่านเยอะบ้างวะ เรื่องท็อปไม่รักก็ต่างโลก

177 Nameless Fanboi Posted ID:bHP+avtB0n

>>175 นึกถึงข่าวนี้เลยสัส 5555
https://www.online-station.net/anime/view/163913

178 Nameless Fanboi Posted ID:bHP+avtB0n

อ่านน้อย - เขียนกาก ไร้ฝีมือ

อ่านเยอะ - ตามกระแส นิยายน้ำเน่า

179 Nameless Fanboi Posted ID:bsnh/oiB9R

ถ้าเป็นสมัยก่อนกูจะดีเฟนให้นิยายที่เขียนได้ถูกต้องตามหลักการเป๊ะๆ ก่อน ไม่ว่าจะอินดี้หรือตามกระแส (เพราะกูเป็นสาย สนพ.) แต่ปัจจุบันมันทำแบบนั้นไม่ได้แล้วสราสสส

มีช่วงนึงกูคุยกับไอ้เหี้ยโม่งเซฮุน คุยไปคุยมาด่ากันเฉย ดราม่ากันไป 3 วัน ได้เนื้อมานิดเดียวคือ นิยายทั้งหลายในเด็กดวกเนี่ยคุณภาพโดยรวมคือ "งั้นๆ" ไม่ว่าจะซอกหลืบหรือติดท้อป มีอยู่แค่ 2-3 % ที่นักเขียนแม่งเก่งจนต้องยอมรับจริงๆ ไอ้พวกที่อ้างว่าตัวเองไม่ตามกระแส เขียนด้วยใจรัก หรือเขียนแบบไม่หวังยอดวิว อ่านแล้วอยากจะอ้วก เพราะตามความเป็นจริง ถ้าเป็นพวกอินดี้ของแท้มันจะแต่งแล้วไม่เผยแพร่เว้ย ถ้าเผยแพร่เมื่อไหร่ = มึงรู้อยู่แล้วว่านิยายจะถูกอ่านโดยคนอื่น ดังนั้นอย่ามาทำเป็นพูดว่าไม่หวังยอดวิว ถ้าเหี้ยกว่านั้นก็คือเผยแพร่แล้วด่าคนที่มาวิจารณ์ จะเอาแต่คำชมล้วนๆ ถ้าจะใจบางขนาดนี้ สมควรเขียนใส่กระดาษแล้วเอาไปให้พ่อมึงอ่านโน่น (ex.น้อนดร๊าฟ)

ข้อต่อไปที่ได้จากการต่อยปากกันเองในครั้งนั้นก็คือ ถ้ามันอยู่ในระดับ งั้นๆ หรือพอรับได้ เป็นส่วนใหญ่ แล้วอะไรกันแน่ที่ทำให้นิยายบางส่วนมีคนดูเยอะกว่าอีกขโยงที่เหลือ อย่างแรกก็คือกระแสนั่นแหล่ะ (วนอ่างกลับมาที่เดิม) ถ้าเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจขณะนั้น ยังไงแม่งก็ต้องมีคนเข้ามาดู เข้ามาลองแน่ๆ เหมือนที่โม่งข้างบนว่าแนวแก้แค้นของตัวละครหญิงแม่งเกร่อสัสมาตั้งนานแล้วทั้งไทย, จีน เพราะมันวิวัฒนาการมาจากแนวนางร้าย ช่วงท้ายๆ ที่เซตติ้งไทยโบมาได้รับความนิยม ก็เป็นเพราะนิยายที่กลายเป็นละครของรอมแพง คราวนี้เลยแม่งมั่วสัสกว่าเดิม กลายเป็นย้อนเวลา/ข้ามมิติไปเป็นนางร้ายในยุคไทยโบ ส่วนจะแก้แค้นหรือเปล่าก็เรื่องของมึง

ต่อจากกระแสที่กำลังนิยม ก็คือความเบียวส่วนบุคคลของนักเขียน ว่ามันสามารถสร้างเรื่องที่เบียวๆ แกรี่หนักๆ ได้เก่งแค่ไหน ขนาดไอ้โม่งเห็บหมายังเคยพูดเลยว่าแม้แต่นิยายคุณภาพเหี้ยๆ อย่างของไอ้ตุ๋นกบยังขายได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันทำการบ้านมาดึ รู้ว่าเขียนแบบนี้แล้วน้อนเกรียน (ทั้งอายุน้อยและอายุมากแต่ก็ยังเบียว) จะชื่นชอบจนกดซื้อตอนอ่าน ทุกวงการไม่ได้วัดกันแล้วว่าเรื่องไหนคุณภาพ เรื่องไหนสุดยอด แต่วัดที่เรื่องไหนขายได้เยอะกว่าต่างหาก

ดังนั้นถ้าพวกมึงหวังจะให้นิยายตัวเองดังและขายได้จริงๆ คุณค่าทางวรรณกรรม 3 ระดับที่กูเคยบอกกับหลักการที่ถูกต้องมันไม่ใช่ first priority แล้ว หากแต่เป็นความสนุกในแนวเรื่องของมึงต่างหาก ถ้ามึงอยากได้เงินมากนัก มึงก็หัดเขียนนิยายที่มีกลุ่มนักอ่านเฉพาะขนาดใหญ่ทั้ง 3 ไปเลย อย่างแนวรัก (ตบจูบหรือแจ่มสิวก็ได้) , วาย (BL วิศวะรุ่นพี่กับเฟรชชี่สุดเคะ) กับแกรี่ (พระเอกหน้าหีเก่งเทพสัสหมามีระบบเอไอด้วย) ซึ่งถ้าโชคดีก็อาจฟลุ๊คติดท้อปเอาได้ง่ายๆ คราวนี้เงินก็ไหลมาเทมา ยืดเรื่องหลอกแดกได้ตามสบาย ทำยังไงก็ได้ให้นิยายมึงสนุกถูกใจคนอ่าน มีจำนวนตอนที่แต่งไว้ล่วงหน้าเยอะๆ จะได้อัพลงต่อเนื่องได้ ซึ่งไอ้เห็บหมากับเซฮุนเห็นด้วยกันเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าถ้าฝีมือไม่ได้เหี้ยจริงๆ ลงบ่อยๆ ยังไงก็มีคนอ่าน เผลอๆ ติดท้อปด้วย

คำผิดเหี้ยไรก็ไม่ต้องไปแก้ เอาไว้ให้นักอ่านมาคอมเมนต์แก้ให้ แล้วตอนแก้ก็แก้แค่นิดเดียวพอ รออีกคนมาแก้ที่เหลือ (เห็นไหมได้คอมเมนต์ฟรีมาง่ายๆ เลย เทพ! เทพ! เทพ!) เวลามีคนตินิยายก็ไปด่าไปเถียงด้วย เถียงกันเยอะๆ ก็ได้คอมเมนต์มาอีกเพียบ ด่านักอ่านโง่อ่านฟรีแล้วอย่าเสือกเรื่องมาก กูแคร์เฉพาะคนจ่ายเงินเท่านั้น หมั่นก่อดราม่าเอาคอมเมนต์ได้เนียนๆ แล้วค่อย crop เอาเนื้อหาด้านเดียวไปขอความเห็นใจตรงหน้าเพจในเฟซบุ๊กได้อีกต่อ พอแฟนคลับสงสารก็จะช่วยแชร์เพจแชร์นิยายให้อีก แม่งคุ้มสัส ไม่นานหลังจากนั้นนิยายมึงก็จะมีคนอ่านเยอะ ยอดขายพุ่งปรี๊ดจนเตะตาทีมงานเด็กดวก มึงก็จะถูกส่งคำเชิญให้ไปรับการสัมภาษณ์ แถมได้รับการแนะนำลงหน้าเพจแบบที่ไอ้ >>168 มาบ่น ด้วยเหตุผลเหี้ยๆ อย่าง "มีคนดูเกิน 2 แสนวิว ยอดเฟ้ฟเกิน 2 พัน และขายได้เกิน 2 หมื่น" เรื่องมันมีอยู่แค่นี้จริงๆ นะเพื่อนโม่ง

180 Nameless Fanboi Posted ID:gp5aanFjd4

>>177 ไอ้เหี้ย สงสาร 5555555

181 Nameless Fanboi Posted ID:bHP+avtB0n

>>179 มันมีด้วยเหรอวะไอ้พวกที่ไม่อยากดังอะ แล้วมันจะเอามาอัพหาเหี้ยไรวะ 55555

182 Nameless Fanboi Posted ID:bsnh/oiB9R

>>181 ก็ใช่ไง กูถึงบอกว่าถ้าไม่อยากได้รับความสนใจแล้วมึงเอามาลงทำไมตั้งแต่แรก แต่งลงกระดาษทองม้วนๆ รอเผาเป็นกงเต๊กไปให้บรรพบุรุษอ่านซะ

>>177 นี่ไงตัวอย่างของคนที่เอาหมูไปขายหน้ามัสยิด เว็บนาโร่แม่งเป็นแหล่งรวมแนว ต่างโลก-ฮาเร็ม ที่ใหญ่ที่สุด แล้วเอานิยายสไตล์จริงจังไปลง มันก็คงจะมีคนอ่านอยู่หรอก ถึงนิยายของจารย์แกจะดีก็จริง แต่จารย์คงลืมไปว่าพวกโอตาคุมันไม่ได้นิยมเรื่องแนวนี้อะ

183 Nameless Fanboi Posted ID:GzyvboQse6

>>181 อยากได้แค่คอมเมนต์สะท้อนผลงานเปล่า สักคอมเมนต์หนึ่งก็ยังดี ไม่ก็เป็นพวกเขียนเล่นๆ บ้านรวยอยู่แล้วไม่ได้หวังเรื่องนิยาย เขียนเป็นงานอดิเรก อยากเอาลงเว็บจะได้มีที่เซฟเผื่อคอมติดไวรัส ฯลฯ มันมีจริงอีคนประเภทนี้ คนอ่านคนเดียวก็อัปต่อจนจบ

184 Nameless Fanboi Posted ID:bsnh/oiB9R

>>183 แบบ 2 เรื่องนี้อะเหรอ

https://writer.dek-d.com/mckinley850/writer/view.php?id=842255
https://writer.dek-d.com/vevtor-raid/writer/view.php?id=1551858

185 Nameless Fanboi Posted ID:GzyvboQse6

>>184 มึงไปขุดมาจากไหนวะ 555 เออยังดีที่ได้คอมเมนต์ไปแล้ว

186 Nameless Fanboi Posted ID:45uYU.q9oE

>>>/animanga/918/130-158/

อันนี้กูไปเจอมาจากห้องอนิเมะยุคแรกๆ เกี่ยวกับการออกแบบตัวละครที่แม่ง แกรี่-แมรี่ เกินไป แล้วพอคิดจะหาทางถ่วงสมดุลเพื่อลดความเทพ ดันบอกว่าแดกมะเขือเทศไม่ได้ (ซึ่งแม่งไม่ช่วยให้เทพน้อยลงเลย) อีกข้อที่สำคัญคือ การบังคับยัดจุดอ่อนใส่ตัวละคร ไม่ถือว่าเป็นการลดความแกรี่ว้อยยยย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักเขียนเองว่าจะให้ความเด่นและ air time ของตัวละครนั้นมากน้อยแค่ไหน ถ้ามันมากเกินไปตัวละครนั้นก็แม่งซูเลย แล้วในเนื้อเรื่องไม่ใช่ว่าแค่พระเอกนางเอกที่จะซูได้เท่านั้น บางเรื่องคือซูทุกตัว โดดเด่นกันหมดจนเหมือนตัวละครทั้งหลักและสมทบแม่งคือรวมดาราแกรี่ ที่ธรรมดามีแค่พวกลูกน้อง ทหาร ชาวบ้าน

ถ้าอยากรู้ว่าตัวละครที่พวกมึงสร้างแกรี่-แมรี่เกินไปหรือไม่ ให้ลองศึกษาจากลิงก์นี้ดู https://pantip.com/topic/32673193 <<< อ่านความเห็นที่ 2 แล้วขำก๊ากเลย แม่ง... กูเหมือนโดนหลอกด่า 555

187 Nameless Fanboi Posted ID:njw77l.jD0

สับที่ 2
หมวด ฟรีสไตล์ > แฟนตาซี
เรื่อง ปกรณัมวีรสตรีดาบทมิฬ https://writer.dek-d.com/Dragon1247/writer/view.php?id=2064595
โดย Red Draconis
คำโปรย เด็กสาวผมสีเงิน ดาบสีดำทมิฬ และมังกรทมิฬผู้ทำลายล้างทวีป ยามที่สามสิ่งนี้มาบรรจบรวมกัน ตอนนั้นคือจุดเริ่มต้นแห่งวีรสตรีดาบทมิฬ
#อัศวิน #แอคชั่น #แฟนตาซี #เวทย์มนต์ #ไซไฟ #นางเอกเก่ง #ดาร์ค #โลกคู่ขนาน #พหุภพ #มิติเวลา? #ไม่เชิงต่างโลก #จักรวาลนิยาย #สงคราม #เลือดสาด... #นางเอกจิตนิดๆ?
- ชื่อเรื่องกลาง ๆ บอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ทุกอย่างแข็งแกร่งไปหมด อ่านเชื่อเรื่องก็เดาว่าต้องเจอกับตัวเองหญิงเก่ง ๆ คุณค่าของชื่อเรื่องจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีนี้ก็คงต้องไปดูว่าเรื่องราวที่นำเสนอเป็นอย่างไร
- คำโปรยเซ็ทว่ามีอะไรในเรื่องบ้าง แต่ไม่เห็นภาพความขัดแย้งเลยไม่ถือว่าเป็นคำโปรยที่น่าสนใจ
- TAG มากมาย ต้องเก่งขนาดไหนถึงเขียนเรื่องขนาดนี้ได้

หน้าแรกของเรื่อง ลงเรื่องย่อกับข้อมูลตัวละคร โดยปรกติเราเป็นคนที่มักจะข้ามการแนะนำตัวละครไปอ่านในเรื่องเลย
เรื่องย่อ เล่าถึงทวีปหนึ่งที่แบ่งแยกเป็นหลายประเทศ มีขั้วอำนาจสองฝั่งที่ทำสงครามกัน ง่าย ๆ คือความมืดกับแสงสว่าง
พระเอกมาจากโลกของเรา ไปช่วยสาวผมเงินตาสีแดงจากพวกค้าทาสและ “มอบชื่อ” ว่าไอริส เลี้ยงดูเธอจนเติบโต เด็กสาวมุ่มมั่นจะเป็นอัศวินหญิงเพื่อปกป้องทุกคน

ส่วนต่อมาเป็น การอธิบายว่าแต่ละตอนจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร ให้ข้อมูลเรื่องทวีปต่าง ๆ บนโลก และก็แนะนำตัวละคร
ไม่ถนัดการอ่านอะไรพวกนี้ ขอข้ามไปอ่านตอนแรกเลยแล้วกัน

ตอนที่ 1 เล่าด้วย POV3 นัทพระเอกซึ่งต่อสู้ในฐานทัพของ V.O.I.D. องค์การก่อการร้าย ถูกประตูมิติดูดและส่งมายังโลกอื่น ชุดเกราะของเขาพังระบบไฟฟ้าใช้ไม่ได้ ทำให้ปีกใช้งานไม่ได้ด้วย นักใช้ AI ระบุที่อยู่ มันตอบกลับว่าไม่พบดาวเทียมที่จะระบุพิกัดได้ คอมพิวเตอร์ในหมวกวิเคราะห์แล้วว่าเขาไม่น่าจะอยู่บนโลกเดิม
นัทตัดสินใจขึ้นต้นไม้ใหญ่เพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายและซ่อมแซมชุดไปในด้วย

ตัดมาอีกด้านใกล้ ๆ กันมีขบวนพ่อค้าทาสเดินทางผ่านป่าขณะฝนตกลงมา บอกจะเอากล่องที่ขุนนางผู้หญิงไปทิ้ง พวกพ่อค้าไม่รู้ว่าภายในมีอะไร แต่นาเรเตอร์บอกว่าภายในน่าจะมีคนถูกขังอยู่ และขณะนี้กำลังถูกน้ำฝนที่ซึมลงมาท่วมถึงครึ่งกล่อง

[ตัวของเธอที่หลับอยู่มาตลอดทางลืมตาตื่นเพราะความเย็นฉ่ำของน้ำ ยามที่ดวงตาของเธอเบิกกว้างเราก็เห็นได้ชัดในทันทีสีว่าดวงตานั่นมีสีแดงฉานราวกับสีของเลือดสดๆ แม้จะสดเพียงใดแต่กลับดูจืดชืดราวกับไร้ซึ่งชีวิต แววตาอันหมองหม่นนั่นคือหลักฐานชั้นดีว่าจิตใจของเธอนั้นบอบช้ำจนแทบไม่เหลือประกายในแววตา ]

ในกล่องมืด แต่นาเรเตอร์ก็ใช้คำแทนตัวว่า “เรา” มองเห็น มันเป็น POV1 เล่าเรื่องผ่านพระเจ้าเหรอ หรือว่าเป็นคนอ่าน เอาล่ะ ๆ เราจะพยายามอ่านแบบมองข้ามจุดเล็กจุดน้อยไปก่อนแล้วกัน

พวกพ่อค้าทาสกังวลกับการเดินทาง ฝนตกหนักทำให้เดินทางไม่สะดวก และแถวนี้เป็นป่าที่มีหมาป่าเขี้ยวดาบอยู่ด้วย มันอันตรายมาก ลูกน้องตัดพ้อว่าควรสร้างอัศวินมาด้วย พ่อค้าทาสว่าทำแบบนั้นทางการก็รู้สิว่าพวกเขาทำงานผิดกฏหมาย (แต่แบบนั้นมันยิ่งต้องมีคนรับจ้างทำงานให้พวกผิดกฏหมายไม่ใช่เหรองงใจกับเซ็ทติ้งเข้าจริง ๆ)

ขณะนั้นเองก็พบกับกลุ่มชายชุดดำคนถือปืนกลยืนขวางอยู่ด้านหน้า เป็นพวกผู้ก่อการร้ายที่ตามพระเอกมา พวกนั้นจัดการฆ่าคนขับและถามหัวหน้าพ่อค้าทาสเกี่ยวกับข้อมูลของนัทที่หลุดมายังโลกนี้ พ่อค้าทาสพูดว่าไม่เห็นอะไร เขาร้องขอชีวิตแต่สุดท้ายก็ถูกฆ่าปิดปาก กลุ่มชายชุดดำไม่พบคนที่เขาตามหา พวกมันถอนกำลังและปล่อยให้หมาป่าเขี้ยวดาบจัดการกับหลักฐาน กลางคืนมาถึง หมาป่าโจมตีม้า กัดกินซากศพและเก็บกวาดทาสที่ถูกขัง เหลือแต่เด็กสาวในกล่องไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่

ด้านเอกหลังจากซ่อมชุดและปีกก็บินผ่านมาแถวนี้ AI รายงานว่าพบสัญญาณชีวิตกำลังถูกโจมตีสิบสี่คน พอถามว่าจะช่วยได้กี่คน AI ตอบว่าเหลือ 1 คน นอกนั้นตายหมดแล้ว (หือ!?) พระเอกใช้ อินฟราเรด อินสตาแกรมผิด ๆ โฮโลแกรมสิ ทำให้เห็นนางเอกอยู่ในกล่อง

พระเอกลงจากฟ้า ทำใจดีออกมือตีหมาไม่ให้ตาย แล้วใช้ปืนไฟฟ้ายิงไล่ไป เขาช่วยคนในกล่องออกมา พบว่าเป็นเด็กผู้หญิงผมเงินตาสีแดง พูดภาษาอังกฤษได้ นาเรเตอร์รีบบอกว่าดินแดนแห่งนี้ใช้ภาษาอังกฤษ

188 Nameless Fanboi Posted ID:njw77l.jD0

>>187
ตอนที่ 2 เปลี่ยนเป็น POV1 โดยนัทพระเอกของเรื่องสองสามบรรทัดแล้วก็เขียนเป็น POV3 เขาตัดสินใจเดินแบกเด็กหญิงไปทางเหนือ AI พบว่าอีกสองกิโลเมตรมีหมู่บ้าน พระเอกพูดคุยกับเด็กผู้หญิง จะฝากเธอไว้กับหมู่บ้าน แต่เด็กหญิงพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เขาจึงให้เด็กหญิงค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเองออกมา พอสรุปว่าเธอถูกขัง ให้กินเศษอาหาร ก่อนจะถูกพวกพ่อค้าทาสขนมา ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องพื้นฐาน แต่พูดจารู้เรื่องเพราะเลียนแบบวิธีพูดจากขุนนางหญิงที่มาให้อาหารเธอ(หือ!?)

เนื่องจากเด็กผู้หญิงเข้าใจว่าตัวเองชื่อ “นังขยะน่ารังเกียจ” ตามที่ขุนนางหญิงเรียกตัวเอง พระเอกเลยตั้งชื่อว่าไอริส พอไปถึงหมู่บ้านกลับพบศพผู้คนมากมาย นัทคิดจะพาไอริสหนี

[แต่ความต้องการหนีเหล่านั้นของเขาที่เป็นดั่ง ตัณหา พื้นฐานแห่งมนุษย์ ก็ถูก อัตตา อย่างความต้องการช่วยชีวิตคนเข้ามาหยุดยั้งในชั่วพริบตา]
บ่นอีหยัง!?

พระเอกอยากหนี แต่เขาต้องการช่วยผู้คนมากกว่า จึงพาเด็กหญิงวิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน เพราะคิดดีแล้วว่าอยู่ใกล้เขาปลอดภัยสุด นัทจะเข้าไปช่วยหาผู้รอดชีวิตในบ้าน เขาจึงสอนไอริสใช้ปืนเพื่อป้องกันตัว
เขาไปพบนักบวชผู้หนึ่งรอดชีวิตอยู่ แต่ก็ใกล้ตายแล้ว นัทถามสาเหตุที่ชาวบ้านถูกฆ่า เพราะว่ามีคนมาตามหาเด็กผู้หญิงที่เดินทางมากับขบวนสินค้า นักบวชผู้นั้นให้นัทรีบหนีไปก่อนพวกมันจะกลับมาอีก(หา!?)
นัทจึงพาไอริสไปทางเหนือต่อสู่หมู่บ้านใกล้ ๆ ตามที่นักบวชให้ข้อมูล

ตอนที่ 3 เปิดด้วย POV1 สามย่อหน้า แล้วก็กลับ POV3 แล้วก็กระโดดไป POV1 นัทบินไประยะหนึ่งก็พบบ้านคนก็เลยลงไป พบหญิงชราเห็นสภาพของนัท(ฝนตก ตีสอง กลางป่า แล้วทำไมยายยังไม่นอน) ก็เชิญเข้ามาในบ้าน นัทถอดชุดที่ใช้บินสั่งให้ AI ซาร์จไฟแล้วเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับไอริส
เช้าวันรุ่งขึ้นหญิงชรามองเห็นความผิดปรกติหลายอย่าง ของไอริส เธอออกมาคุยกับนัทและให้ข้อมูลว่า สีผมของไอริสบอกว่าเธอมาจากไหน แต่สีตาเป็นตัวบอกพลังเวทของแต่ละคน และเธอก็ใช้เวทอ่านความทรงจำของนัททำให้รู้ว่าเขามาจากต่างมิติ แล้วก็อัดข้อมูลของเวท มานา ธาตุให้คนอ่าน แล้วสรุปว่าเธอจะสอนเวทให้กับไอริส

ตอนที่ 4 สรุปเรื่องราวที่ผ่านมาในรูปแบบบันทึก บอกว่าแม้จะเรียนเวทไปถึงห้าเดือนไอริสก็ยังใช้เวทพื้นฐานไม่ได้ แต่ไอริสก็เป็นเด็กหัวไว นัทสอนความรู้จากโลกของเขาด้วย เรียนภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่นเมื่อใช้เวทไม่ได้ นัทก็จะฝึกดาบให้ไอริส คิดว่าพอสิบขวบก็ส่งเข้าโรงเรียนอัศวิน

ตอนที่ 5 นัทไปช่วยพ่อค้าฝีมือการต่อสู้ไปสะดุดตาของอัศวินชื่อไรเนอร์ มีฉากพระเอกแนะนำตัว ในเรื่องบอกว่าพูดภาษาอังกฤษกัน ถ้าต้องแนะนำตัวว่า I m nut. นี่มันแปลว่าข้าเป็นไอ้บ้านะ เอาว่าช่างเถอะ
นัทกลับมาถึงบ้าน คุณยายก็กำลังสู่ขิต และบอกชื่อตัวเองก่อนหมดลมไป ทั้งคู่เอาศพของยายไปฝังใกล้ ๆ อาจารย์ของเธอ ท้ายตอนวิญญาณของทั้งศิษย์อาจารย์ก็คุยกัน บอกว่าตาสีแดงของไอริสเป็นฝีมือของ มิร่า(เป็นใครก็ไม่รู้จัก)

ขออ่านแค่ห้าตอน เลือกเรื่องนี้มาสับเพราะกระทู้โฆษณานิยายแฟนตาซีสักกระทู้ เขียนไปหลายตอนแล้วคอมเม้นไม่ค่อยมีเลยลองอ่านดู ส่วนตัวอ่านไปห้าตอนแล้วตัวนางเอกมีความเป็นมาที่น่าสนใจ ถูกเลี้ยงในพื้นที่ปิด มีความสามารถด้านการเรียนรู้สูง คนเขียนก็ดูตั้งใจเขียนตัวละครนี้ให้เป็นแบบนั้น แต่การนำเสนอออกมาเบาไปหากเทียบกับภาพยนตร์เรื่อง The Legend of Tarzan (2016) เด็กมนุษย์ที่ถูกลิงเลี้ยง จนร่างกายผิดปรกติจากการใช้ชีวิตแบบลิง
ตัวละคร พระเอกนัท ถูกองค์การก่อการร้ายส่งมาต่างโลกพร้อมชุดเกราะมนุษยเตารีดกับ AI ที่ธรรมดา ความยูนีคของตัวละครก็ไม่ชัดเจน ความสำคัญของเรื่องก็ไม่ชัดเจน แถมเป็นลูกรักของคนเขียนอีก ลักษณะแบบนี้เขียนต่อไปตัวละครจะจืดลงไปเรื่อย ๆ อาจจะเพราะว่าคนเขียนต้องการให้ ไอรีสเป็นนางเอก ตามชื่อเรื่อง ส่วนนัทเป็นตัวละครสนับสนุน
แต่หากแบ่งเรื่องนี้เป็นบท ๆ องก์แรกนี้ก็ควรต้องเป็นของนัทอยู่ดี การทำให้คนอ่านเห็นว่าตัวละครมีความสำคัญต่อเรื่องราว จะทำให้เรื่องราวจับต้องได้มากขึ้น

189 Nameless Fanboi Posted ID:CdZVN3exbH

>>186 ไปอ่านเนื้อหาในพันทิปจบแล้วกดดูคุณสมบัติตัวละครในลิ้งภาพข้างล่างสุด (อันนี้ http://fc08.deviantart.net/images3/i/2004/09/4/b/Mary_Sue___How_to_Tell.jpg) กูถึงขั้นเข่าทรุด

ขอโทษที่เคยสร้างตัวละครแกรี่สตู แม่รี่ซู ไว้เยอะมากตอนอยู่มอต้นครับ ผมผิดไปแล้ว ขออภัยนักอ่านที่โดนผมมอมเมาจนเป็นโรคจูนิเบียวกันหมด มันเป็นความผิดของผมเอง เพื่อเป็นการชดใช้ เดี๋ยวจะไปทรมานตัวเองด้วยการนั่งอ่านไวท์โร้ดจนครบชุดอีกครั้งครับ T > T (หยิบไวท์โร้ดออกมาจากใต้เตียงประหนึ่งซามูไรเตรียมทำ Seppuku)

190 Nameless Fanboi Posted ID:njw77l.jD0

>>188
ตัวละครไอริส บทบาทในช่วงแรกควรเป็นพล็อตดีไวท์ แล้วค่อยเปลี่ยนบทเป็นตัวละครหลักในองก์ต่อไป แต่ในเรื่องนี้บทบาทของไอริสไม่ชัดเจนว่าเป็นพล็อตดีไวท์ ทำได้แค่ตัวละครตัวหนึ่งที่เต็มไปด้วยความเป็นมาลึกลับ ชาติกำเนิดประหลาด ถามว่าอยากรู้เรื่องของไอริสไหม ก็ไม่นะ เพราะส่วนใหญ่เป็นการ Tell คนอ่านไม่ได้สัมผัสเรื่องราวของไอริสจนเกิดความรู้สึกผูกพัน ความยูนิคของตัวละครในฐานะตัวเอก ความสำคัญต่อเรื่องราวก็ยังไม่ปรากฏ น่าจะต้องการเวลาในการดำเนินเรื่องอีกนาน แต่อย่างไรก็ชื่นชมคนเขียนที่พยายามนำเสนอไอริสออกมาให้คนอ่าน

พล็อตเรื่อง+การเล่าเรื่อง เขียนอะไรทิ้งไว้เต็มไปหมดไม่ต้องพูดถึงเส้นเรื่อง คนเขียนไม่เข้าใจการนำเสนอ โฟกัสเรื่องราวที่จะเล่าไม่ได้เลยอยากจะใส่เข้ามาก็ใส่เหมือนกลัวไม่ได้เล่า เสร็จแล้วเดี๋ยวคนอ่านก็ลืม ดีไม่ดีคนเขียนนี่ล่ะที่จะลืม ยัดกองกำลังตามล่าพระเอกมาก ก็ไม่เห็นพูดถึง ยัดกองกำลังตามล่าไอรีสมา ฆ่าล้างหมู่บ้าน แล้วก็ไม่ได้พูดถึง พระเอกก็อยู่ตรงนั้นเป็นปี เดินทางไปซื้อของใช้จำเป็นในเมือง กองกำลังตามล่าทั้งสองคนหายไปไหน แค่ห้าตอนพล็อตโฮลก็เต็มไปหมด และยิ่งคนเขียนไม่มีพื้นฐานการอ่าน การเล่าเรื่องก็ทำไม่เป็น มีจินตนาการก็ถ่ายทอดไม่ได้ เล่าเรื่องก็สะเปะสะปะ ดึงคนเข้าไปในเรื่องราวไม่ได้ จับคนอ่านก็ไม่อยู่ ถ้าถามคนเขียนว่าอะไรคือความสนุกของเรื่องคิดว่าจะตอบได้ไหม ถ้าตอบไม่ได้แปลว่าคุณไม่รู้ด้วยซ้ำกำลังนำเสนออะไรให้คนอ่าน
คะแนน เท่ากับจำนวนหนังสือที่ผู้เขียนเรื่องนี้อ่านในหนึ่งปี

เพื่อนโม่งคนไหนมีอะไรเพิ่มเติมสั่งสอนแนะนำเราได้เต็มที่

>>179 เราเป็นคนที่รู้ตัวแล้วว่าเขียนนิยายขายไม่ได้ เป็นพวกมีความฝัน บาดเจ็บและล้มตายไปแล้ว
แต่ก็เลิกเขียนนิยายไม่ได้ เมื่อมีความกระสันอยากเขียนก็เขียน แม้จะรู้ว่าเขียนไปก็ไม่เกิดประโยชน์ใด
เราเอานิยายลงเด็กดี ไม่มีคนอ่านหรอกซึ่งก็ดีแล้วเพราะเรามักเขียนไม่จบ เราหมดเรียวแรงจะต่อสู้กับนิยายของตัวเองแล้ว
แต่เราชอบอ่านงานของตัวเอง มันสะท้อนความคิดในหัวเรา เหมือนเป็นช่องทางให้เราได้พูดคุยกับตัวเอง

191 Nameless Fanboi Posted ID:CdZVN3exbH

>>189 กดลิ้งไม่ได้อีก ขอโอกาสอีกรอบ http://fc08.deviantart.net/images3/i/2004/09/4/b/Mary_Sue___How_to_Tell.jpg โอเช ไปคว้านท้องต่อ -_-"

>>187 ขอบคุณที่สละเวลา เดี๋ยวจะกลับมาอ่าน

192 Nameless Fanboi Posted ID:WKtmVzwQMi

>>186 เห็นคอมเมนต์หลายอันแล้วอยาก ถุ้ยยย ไอ้คนตอบคงไม่พ้นพวกอ่านเอาสนุก สารความช่างแม่งเหมือนพวกมโนเฟื่อง สำหรับกู คือตัวละครที่ทุกอย่างมันเป็นใจ ยกอ้างว่าเก่งสัสไม่พอ ทำอะไรแม่งก็ประสบความสำเร็จไปหมด เรื่องความเทพไม่เทพนั่นอีกเรื่อง หลักๆ คือเหตุ-กับผลลัพธ์ มันควรจะตรงสมกัน
สมมุติอีนางเอก A เข้าไปในโอโตเมะเกม แล้วหว่านจีบคนหล่อไปเรื่อยๆ จนไปเจอตัวละครชายรายหนึ่ง ซึ่งคนนี้เนี่ยยย เป็นคนที่จีบโคตรยาก ยากสัสและเสี่ยงชีวิตเหี้ยๆ เลย หลายคนก็ยังจีบไม่ได้

เรื่องเล่าว่าอีนางเอก A ก็พยายามแบบของมันแล้วนะ ถึงจะงูๆ ปลาๆ เด๋อสัส แบบไม่สนหลักการห่าเหวแตดอะไรแม่งสักอย่าง นางคิดว่าเป็นตัวของนางก็พอ คิดมากเหนื่อย ไม่สนแล้วว้อยย ช่างเถาะเนอะถ้าตัวละครชายตัวนี้มันจะชอบให้สาวที่มาจีบมันทำตัวแบบไหนใส่ อีนางเอก A ก็ยันจะออกตัวเป็นตัวเองอย่างชัดเจน (ซึ่งอีนิสัยแบบนี้มันพื้นๆ มาก คนอื่นเขาก็อาจทำไปแล้วแต่เต๊าะรายนี้ไม่ได้สักที แล้วอินี่เสือกทำได้ขึ้นมา??) สุดท้ายเลยจีบได้แบบโคตรเร็ว เร็วกว่าในสถิติโอโตเมะเกมที่มีคนเก่งๆ เคยทำไว้อีกสัก 4 เท่า! ชีวิตอีนางเอก A ก็ไม่ต้องเสี่ยงตายเท่าที่คนอื่นเขาเล่นเจอ โดยอ้างเอาว่าพยายามสุดความสามารถในแบบของนางแล้ว

แบบนี้มันไม่เหมือนกรณีเทพ ที่มี เทพ-กาก แล้วยัดเหตุผลโง่ๆ ว่าเทพได้ยังไง อันนี้มันจะเกี่ยวกับความเป็นเหตุผลมากกว่าอีกแบบ กูว่าที่กูเข้าไปอ่านเนี่ยแม่งเข้าใจกันว่าเป็นเทพซ่านะ (ซึ่งต่อให้มึงบอกว่ามันแพ้เหี้ยอะไรสักอย่างก็ไม่ได้ทำให้มันซูน้อยลงเลย ถ้าทุกอย่างมันยังเป็นใจขนาดนี้ซะ) เก่งจัดแบบเซนต์เซย่า ปล่อยพลังโหดๆ แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นใจหมดไง ถึงไม่ได้ตรงหลักแมรี่ ซูเลย แล้วพวกนี้เรื่องราวมันมีที่มาที่ไป เคนชิโร่ งี้ มันจะมีความเป็นมนุษย์มากกว่าอีพวกแมรี่ซูเยอะ เจ็บปวดกะชีวิต เจอเรื่องบัดซบบ้างในชีวิต มีความรู้สึกหลายๆ อย่าง จะแตกต่างกับแมรี่ซูที่กูเคยอ่านเจอบ่อยๆ (ในเด็กดวก...) สิ้นเชิง ลักษณะเด่นส่วนใหญ่ของอีพวกนี้มันจะชิลๆ ฆ่าใครตายก็ไม่สนละ ฉันเก่ง ฉันเริ่ดรวย(แรดร่าน) อยู่สบายลอยหน้าลอยตาตลอดเรื่อง มันเหมือนกันที่ไหนล่ะเนี่ย

กูเห็นด้วยกับเมนต์ที่มีคนออกมาอธิบายเรื่องแกรี่ไอ้โตะ อันนี้มันไม่ได้อยู่ที่ตัวละครซะทีเดียว เพราะมันให้เหตุผลและที่มาที่ไปได้ แต่ยังไง ด้วยสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวที่โตะมันเจอก็ยังเป็นใจให้อยู่ดี มีแต่เรื่องคอยชูความเก่งเท่ของมันและน้อยที่จะเห็นอะไรอนาถตาแบบที่เห็นอื่นเขาเป็นกันตลอดเรื่อง มีตัวร้ายชุ่ยๆออกมาให้ตบอีก ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้พิเศษไปกว่าคนอื่นนอกจากเรื่องความเก่ง ค่อนข้างมีความอุดมคติทีเดียว (ทีนี้เด็ก ม.2 มันเลยชอบสัสๆ) เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี

193 Nameless Fanboi Posted ID:kigCo2x+aK

รอบก่อนใครตกรถ รอบนี้เชิญ
https://www.dek-d.com/board/view/3985236/

194 Nameless Fanboi Posted ID:O6qhwC0QWH

>>193 อันนี้กูทักเฉยๆนะ เผื่อมึงลืม https://fanboi.ch/webnovel/10135/339/ จะถามไม่ถามก็แล้วแต่มึง กูรออ่านเหมือนเดิม

ลงชื่อ ฮิเคียวรุ-ตัน

195 Nameless Fanboi Posted ID:kigCo2x+aK

>>194 เชี่ย ลืมจริง แต่รอบนี้เพิ่งไปเก้วกราดมา อาจไม่ค่อยมีคนกล้าแหย็มมั้ง

196 Nameless Fanboi Posted ID:O6qhwC0QWH

>>195 555 ดันมีคนมาลงนิยายหลังมึงแก้มู้ เดวกูซิบไปบอกเขาให้ว่าลืมตอบคำถาม

197 Nameless Fanboi Posted ID:kigCo2x+aK

>>196 มปร. สับไปละ ถือว่าได้โควตาคนแรก

198 Nameless Fanboi Posted ID:yZlC7uDjwY

เข้! รับคำวิจารณ์เสร็จปิดปรับปรุงทันที https://writer.dek-d.com/June_moon/writer/view.php?id=2106818 กูกะว่าจะอ่านสับเทียบกับต้นฉบับซะหน่อย ยังดีนะยังเปิดตอนที่ 1 ไว้อยู่

199 Nameless Fanboi Posted ID:0JCJPJiO.p

>>190 พารากราฟสุดท้ายคิดเหมือนกัน คือชอบอ่านงานตัวเองตอนเขียนจบแล้วพบว่าบางเรื่องที่ไม่ได้เจตนาจะใส่ลงไป แต่กลับพบว่าพอมันมีอยู่ตรงนั้นแล้วเหมือนตอบคำถามให้กับตัวเองได้ //ขอจับมือ

200 Nameless Fanboi Posted ID:/3c9Dt5ao+

>>187 ☆ おつかれさまです! ☆

ตามไปอ่านมาแล้วพบว่ามีปัญหาเล็กกลางใหญ่อยู่ตามที่สับมาแหล่ะ ไซส์ S คือมั่ว POV ไซส์ M คือเดินเรื่องมั่วเหมือนคนเดินป่าแบบไม่มีเข็มทิศ ส่วนไซส์ L คือเส้นเรื่องไม่ชัดเจน ออกแบบตัวละครมาได้ไม่ดี พล็อตโฮลเยอะและ ที่สำคัญที่สุดคือความขัดแย้งกันเองของข้อมูลซึ่งเป็น Conflict เกี่ยวกับสถานภาพของตัวเอก

พูดถึงนัทแล้วขำ nut นี่แปลเสื่อมๆ ได้หลายอย่างมาก กูบ้าไปแล้วก็ได้ ชักว่าวก็ได้ ลูกป๋องแป๋งก็ได้ โอเคกลับมาจริงจังต่อ เรื่องคอนฟลิคหรือความขัดแย้งเกี่ยวกับตัวละครนี่ มีอันนึงที่ข้องใจมาก ในเมื่อตัวเอกทั้งสองมีลักษณะภายนอกที่เด่นชัดขนาดนั้น (สีผมสีตา ชุดเกราะโลหะ) ทำไมพระเอกยังจะน้องส่งไปเรียนอีก ไม่ใช่ว่าทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างกำลังหลบหนีทีมนักฆ่า (ที่หายไปไหนไม่รู้กลางเนื้อเรื่องช่วงแรก) กันอยู่เหรอ อ่านตรงนี้แล้วมึนว่านักเขียนได้วางแผนเกี่ยวกับเนื้อหามาก่อนไหม หรือคิดอะไรได้ก็เขียนๆ ลงไปเลย ถ้าคิดว่าภาพปลากรอบแบบวาดเองจะช่วยเพิ่มยอดนักอ่านได้ ถือว่าคิดผิดมากๆ ถึงจะวาดได้ออกมาโอเค (ไม่ดีไม่แย่) แต่สิ่งที่ทำให้นิยายได้ไปต่อคือเนื้อเรื่อง และบอกได้ตรงนี้เลยว่าเป็น 5 ตอนแรกที่ค่อนข้างมั่วซั่ว โอกาสที่จะได้ไปต่อเหมือนคนนอนโคม่าในห้องฉันเห็นเธอ (ICU) เป็นตายเท่ากัน 50/50 แล้วแต่นักอ่านจะกรุณา

201 Nameless Fanboi Posted ID:/3c9Dt5ao+

จากเหตุการณ์ในกระทู้รับทุบ

ไอ้ความเห็นที่ 9 นี่ ตอบเรื่องความคาดหวังได้ตรงใจ บก. ดีมาก ถ้าแกได้มาเห็นคอมเมนต์นี้สงสัยจะโดนแทงสวนว่า "นิยายมี 6 ตอนจบหรา" เพราะจริงๆ แล้ววิธีตอบที่ถูกต้องคือ อยากให้นักอ่านอินกับเรื่องได้ตั้งแต่ 5 บทแรก แล้วอ่านต่อๆ ไปจนถึงตอนจบ ถ้าตอบแบบนี้มันแปลว่าตั้งแต่ตอนที่ 7 เป็นต้นไปจะยังไงก็ได้ช่างแม่ง 555+

202 Nameless Fanboi Posted ID:/zXeXoC7SS

นิยายในมู้แต่ละเรื่องเนื้อหาราวๆ 1000 ถึง 2000 คำทั้งนั้น กูอยากรู้ว่านี่คือจำนวนคำมาตรฐานของนิยายเว็บชิมิ ถ้าเขียนเยอะกว่านี้นักอ่านจะเหนื่อยเปล่าวะ แบบรับข้อมูลเยอะเกิน รู้สึกประมวลผลไม่ไหว เลยเขียนสั้นๆกันเป็นประเพณี

203 Nameless Fanboi Posted ID:Ro8Qyup/Po

>>201 เอาจริงดิ ตอบแบบนั้นถูกใจ บก.เหรอเนี่ย สำหรับกูเป็นคำตอบที่ดูดี แต่ไม่สื่อเหี้ยอะไรเลย

204 Nameless Fanboi Posted ID:/3c9Dt5ao+

>>203 กูประชด 555

205 Nameless Fanboi Posted ID:LtbXbJKXRs

>>202 ถ้าตอนสั้น+มาสม่ำเสมอทุกวัน/วันเว้นวัน กูโอเคอยู่นะ แต่ถ้ามาไม่สม่ำเสมอ หายทีเป็นสัปดาห์ ไม่รู้จะมา/จะจบเมื่อไหร่ จะตอนสั้นตอนยาว กูก็ดองยาวว่ะ แต่อาจกดเข้าชั้นหนังสือไว้ รอใกล้จบ ถ้าอ่านแล้วชอบค่อยซื้อ ebook ไปเลยทีเดียว

206 Nameless Fanboi Posted ID:yZlC7uDjwY

https://www.dek-d.com/board/view/3985236/
ดะ..ดีซ่าน(บุคคลใจบาง)เอานิยายมาให้โซมีนสับ! ลาวากีกี้ก็ด้วย! //เอามือทาบอก

207 Nameless Fanboi Posted ID:yZlC7uDjwY

>>206 เชี้ยโพสผิดห้อง ทดๆๆๆ

208 Nameless Fanboi Posted ID:yZlC7uDjwY

เพื่อนโม่ง "อาการของเขาเข้าขั้นโคม่าต้องรีบตามหมอมาด่วน" คำว่า "ขั้น" ตรงนี้พวกมึงอ่านว่า "คั่น" กันหรือเปล่า มันเป็นภาษาพูดกับภาษาเขียนแบบ "ไหม" กับ "มั้ย" เหรอ?

เขียน = ทหารคนนี้ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นร้อยเอก
อ่าน = ทหารคนนี้ได้รับการเลื่อนคั่นเป็นร้อยเอก?

209 Nameless Fanboi Posted ID:WOklhajwyO

>>208 เขียนขั้น อ่านออกเสียงคั่น อะถูกแล้ว มันไม่ใช่ภาษาพูดด้วย แต่เป็นเรื่องของอักษร สูง กลาง ต่ำ กับกฎการผันวรรณยุกต์ วิชาภาษาไทยขั้นพื้นฐานลองหาอ่านดู

210 Nameless Fanboi Posted ID:kigCo2x+aK

>>208 มึงเอาว่า "ขั้น" "คั่น" เป็นภาษาพูดกับภาษาเขียนมาจากไหนวะ มันคำพ้องเสียง ออกเสียงเหมือนกันแต่คนละความหมายดิ

211 Nameless Fanboi Posted ID:wM6Xg3YY.5

เพื่อนโม่งที่ถามอาจจะเป็นชาวต่างชาติ...

212 Nameless Fanboi Posted ID:Em/ensKq+P

>>211 เพื่อนโม่งชาวรัสเซีย

213 Nameless Fanboi Posted ID:.5C99mGg5e

>>209 >>210
ขอบคุณเพื่อนโม่ง กูลืมไปหมดแล้ว

>>211 >>212
https://fanboi.ch/netwatch/10886/recent/

214 Nameless Fanboi Posted ID:FiwXvi8pBA

>>213 ไม่ใช่ลืมอ่ะ อย่างมึงคือจับหลักไม่ได้ ถึงนึกไม่ออกว่ามันออกเสียงเหมือนไม่เหมือน

215 Nameless Fanboi Posted ID:VvdqaY2wtP

>>214 หรือเราจะต้องถึงจุดที่สอนเรื่องคำพ้องรูป-คำพ้องเสียงในโม่งกันแล้ววะ 555555555555

216 Nameless Fanboi Posted ID:cnftSYz+V2

>>213 มึงลองไปตั้งใจดูคลิปนี้
https://m.youtube.com/watch?v=tPQS-x4z1TQ

อย่าเห็นว่าเป็นแค่สื่อการสอนเด็ก อย่างกูผันเสียงได้ก็จริง แต่จะให้อธิบายเป็นขั้นเป็นตอนตามหลักภาษาไทยอย่างนี้ กูก็ต้องกลับมาค้นเหมือนกัน

217 Nameless Fanboi Posted ID:EEhk/BpkM0

เอาหน่า เรื่องวิบัติเพื่อเสียง หรือวิบัติภาษาพูดภาษาเขียนนี่มันมีมานานแล้ว โดยเฉพาะไอ้คำว่า ฉัน-ชั้น เขา-เค้า เนี่ย กูเคยรวบรวมคำวิบัติ พูด-เขียน ไว้ในกระทู้ไหนสักอัน แต่แม่งตั้งแต่ปี 52 แถมตอบแบบนอนเมมด้วย เลยค้นไม่เจอ ไม่งั้นกูเอามาแปะให้พวกมึงแล้ว ก็ลองไปศึกษากันดูเอง เรื่อง มั้ย-ไหม หรือ-เหรอ ป่าว-เปล่า อะไรพวกนี้มันโดนทำให้เพี้ยนเพราะการใช้ภาษาวัยรุ่นในยุคนึงด้วย แต่ไม่แน่ในอนาคตคำพวกนี้อาจถูกอนุโลมให้ใช้ได้ก็ได้ เหมือนการกร่อนเสียงยุคเก่าๆ กับชื่อผลไม้ อย่าง หมากพร้าว-มะพร้าว อะไรงี้อะ

218 Nameless Fanboi Posted ID:upSX6tpTzZ

>>217 ภาษาวิบัติกูไม่เกี่ยงหรอกนะ ขอแค่ใช้โดยที่รู้ตัวว่าคำไหนคือคำถูกต้องจริงๆ ก็พอ
แต่ไอ้ด้านบนนู่นที่ถาม มันคำพ้องเสียง อย่าง ขั้น-คั่น , แส้-แซ่ , ขี้-คี่ , ถ้า-ท่า ไม่เกี่ยวอะไรกับภาษาพูด ภาษาเขียนเลย คือ...เรื่องแค่นี้ไม่ควรจะมึนว่ะ

ส่วน>>213 ถ้าอยากมีสูตรไว้คอยเช็ค กูแปะอันนี้ให้มึง https://lh3.googleusercontent.com/proxy/0__HNi6ZeIYr23O5aq0Pxa6DZzEkfOs5xGsqJgX4veNHGsP48udYG_55JVBZ4cLpJqNE7jsR5ClvNvf7U_lSK4ydKA3lZ1D9JY8ITmhS_-6jr4Mn__kX_t0UCmFJkQ เวลาหลงก็ดูเทียบกับตารางนี้เอา เดี๋ยวก็จำได้

219 Nameless Fanboi Posted ID:cnftSYz+V2

ky จากกระทู้รับสับ กูชักสงสัยว่านิยายรุนแรงเป็นที่นิยมหรือไงวะ ทั้งนางเอกถูกรุมโทรม พระเอกจับนางเอกมาทารุณ พระเอกสั่งคนรุมโทรมนางเอก ฉากฆ่าโหดๆ เปลี่ยนพระเอกเป็นฆาตกรไรงี้

220 Nameless Fanboi Posted ID:VvdqaY2wtP

>>219 มันมีอยู่แล้ว มีคนอ่านเฉพาะกลุ่มของมัน ถ้าถามว่าจากกระแสตอนนี้เข้ามาเป็นเมนสตรีมหรือยัง ส่วนตัวมองว่ายังไม่ใช่ขนาดนั้น ตอนนี้ที่กำลังไต่เคิร์ฟจะเป็นเทรนด์ในอนาคตคือแนวไทยโบราณ ทั้งแนวรัก แนวแฟนตาซี แนวระบบ

221 Nameless Fanboi Posted ID:2vfSSaJcWS

>>59
ควาย

222 Nameless Fanboi Posted ID:VvdqaY2wtP

>>221 แล้วไงต่อ

223 Nameless Fanboi Posted ID:8G5oynU116

https://www.dek-d.com/board/view/3985433/
อ้อ........ อย่างนี้นี่เอง ถึงว่า

224 Nameless Fanboi Posted ID:ub7W1nt0WB

ได้เวลาโม่งโทรลถล่ม

ถล่มพวกเดียวกันเองนะ ถ้าน้องในเด็กดวกมาหาพวกมึง อุอิอุอิ บิบิ

225 Nameless Fanboi Posted ID:8G5oynU116

แล้วตัดรูปไปเฉพาะช่วงเล่าเนื้อเรื่องย่อเอามันด้วยนะ ช่วงสับสาระชี้ชัดว่านักเขียนมีข้อมูลผิดพลาดตรงไหนก็ไม่ตัดไป แหม่

226 Nameless Fanboi Posted ID:HAv7Z2nNVr

>>221 น้องแมวหวานมาเองเลยอ่อ น่าว๋งว๋ารจุงเบย

227 Nameless Fanboi Posted ID:ub7W1nt0WB

>>226 มึงๆ อย่าพึ่งเออออ กูว่าแม่งโดนปั่นว่ะ ถ้าน้องแมวหวานมาเอง ไม่น่าจบแค่ด่าคำเดียวแล้วหนีไป

228 Nameless Fanboi Posted ID:VvdqaY2wtP

>>227 เรื่องนี้แปลกๆ โพสต์ด่า >>221 ตอน 19.55 มู้ตั้งตอน 20.24 มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นแมวหวาน แต่แมวหวานใช้โม่งเก่งอ่ะ เมนชั่นเป็นด้วย

229 Nameless Fanboi Posted ID:j7KnGb9mgb

>>228 ไม่แปลก ตอนเข้ามาครั้งแรกกุก็เมนเป็น แต่แค่กด >> เอง ไม่รู้ก็ตรงที่กดเมนชั่นอันนั้นได้เลย

230 Nameless Fanboi Posted ID:BgWe1R86.D

>>228 ด่าก่อนตั้งมู้ก็ชัดแล้วว่าเป็นเจ้าตัวหรือไม่ก็เพื่อนสนิทแน่นอน
ky อ่านสับที่มีนไปแปะเดกดวกแมร่งแรงเบอร์สิบขริงๆว่ะอิน้อนจะร้องห่มร้องไห้ก็ไม่แปลก แต่พอกูมาอ่านในโม่งแมร่งกลับโคตรปกติก็สับตรงดีเชี่ยๆ(ชม) ระดับภาษาแมร่งต้องอยู่ให้ถูกสถานที่จริงด้วยว่ะ

231 Nameless Fanboi Posted ID:8G5oynU116

>>230 อ่านสับในนี้แม่งเหมือนเห็นคนจกข้าวเหนียวด้วยมือเปล่า อ่านข้างนอกเหมือนเห็นปูตินขี่หมีซดวอดก้า ฮาสัด

232 Nameless Fanboi Posted ID:HAv7Z2nNVr

บอกแล้วว่าถ้าพวกข้างนอกมาเจอมีหวังร้องไห้จ้าก แล้วแม่งก็จ้ากจริงๆ กลายเป็นหาแนวร่วมด่าโม่งว่าเหี้ยอย่างนั้นเหี้ยอย่างนี้ เด็กหนอเด็ก งั้นก็อยู่ในโลกแห่งความไม่รู้อะไรต่อไปนั่นแหล่ะ

233 Nameless Fanboi Posted ID:qE+KOoLoKm

ไอ้พังพาบแม่งประชดยอกย้อนเหลือเกินเลยนะ กูสงสัยตลอดว่าทำไมมึงถึงเขียนนิยายให้ออกมาให้เหมือนเวลามึงปากดีตอบคอมเม้นท์ไม่ได้ แหม่ เวลาตอบนี่สกิลแพรวพราว พอเข้าหน้านิยายอารมณ์เหลือแค่อืมๆ เหมือนมึงเจี๊ยวหดเวลาเจอจิ๋มอ่ะ

234 Nameless Fanboi Posted ID:xFFXgeX0CL

>>214-218 ขอบคุณมากเพื่อนโม่ง กูเป็นพวกเรียนไว้แค่ว่า "อย่าทำก็พอ" เลยไม่ได้รู้สาเหตุที่อย่าทำไปด้วย ว่าแต่ >>218 สูตรที่มึงแปะให้กูเข้าไม่ได้ว่ะ มันขึ้น Error 403 Forbidden

235 Nameless Fanboi Posted ID:qE+KOoLoKm

>>234 เป็นหลักการอักษรกลาง-ต่ำ-สูง กูเปิดขึ้นปรกติ

อยากแนะนำมึงว่าคำไหนถ้ารู้สึกแปลกๆ ให้กูเกิ้ลหาความหมายก่อน จากที่มึงยกตัวอย่างมา ดูเหมือนมึงยังเข้าใจอยู่เลยว่า “ขั้น” และ “คั่น” ความหมายเดียวกัน ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ คือเขียนไม่เหมือนกัน ออกเสียงเหมือน คนละความหมาย ex. ขั้น => ขั้นบันได, เลื่อนขั้น คั่น => คั่นกลาง, ที่คั่นหนังสือ หรือ การ, การณ์, กาล, กาฬ, กานต์

แล้วมันจะมีกรณีคำพ้องรูปอีก คือเขียนเหมือนกัน แต่ออกเสียงไม่เหมือนกัน ex. สระ, แหง

236 Nameless Fanboi Posted ID:HUjvib0upr

เด็กดวกโพล - ผิดคาด ชาวดด.ลงคะแนนโม่งถล่มทลาย ดีเจไส้ศึกพาทัวร์พร้อมเปิดเพลงฟรีวายฟาย

237 Nameless Fanboi Posted ID:Jg1Qw9mOuv

>>234 เอ้าฉิบหาย โทษที กูแปะตรงจากกูเกิ้ล ไปทวิตเลยละกัน >>>https://twitter.com/Paul_012/status/423717958624370688/photo/1

238 Nameless Fanboi Posted ID:mNTeJyeSAH

>>233 มันก็เขียนดีนะ ย้อนตรงไหนวะ

239 Nameless Fanboi Posted ID:HUjvib0upr

>>237 เออว่ะ กุก็ท่องวนไป
ไก่จิกเด็กตายบนปากโอ่ง
ผีฝากถุงข้าวสารให้ฉัน
งูใหญ่นอนอยู่ ณ ริมวัดโมฬีโลก
ส่วนต่ำคู่นี่กูจำไม่เคยได้ มารู้ตอนหลังนู้นว่ามันคู่กับอักษรสูง

240 Nameless Fanboi Posted ID:qE+KOoLoKm

>>238 ถ้ามึงอ่านแล้วจับความประชด/ยอกย้อนไม่ได้เลย แปลว่ามึงต้องฝึกอ่านถอดความเพิ่มละ

ดูจากองค์รวมเหมือนจะชมก็จริง แต่มีการประชดประชันให้เห็นอยู่อย่างโต้งๆ แบบไม่มีวาระซ่อนเร้น

ex "บางคนน่าจะได้ปริญญาเอกด้านอักษรศาสตร์ แค่นิยายคุณมั่วเรื่องหลักการเขียนเพียงบรรทัดเดียว เขาจะนำบรรทัดนั้นมาขยายเป็นคำวิจารณ์ราว ๆ สิบบรรทัด"

"(ผมเชื่อว่าน่าจะมีดอกเตอร์ด้านประวัติศาสตร์อยู่หลายคน)"

ไอ้ตรงดอกเตอร์ ป.เอก บลาๆ นี่คือความยอกย้อนประชดประชันของมัน ทำนองว่าพวกโม่งแม่งทำตัวเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จริงๆ ความคิดของมันอาจมองว่าเว็บโม่งเป็นที่อยู่ของพวกขี้แพ้ กาก - ความรู้ต่ำด้วยซ้ำ แต่เพราะองค์รวมมันยังดูเป็นการ "ชม" โม่งอยู่ทำให้ไม่ดูวอนตีนโม่งหนักเท่าไร ใครที่อ่านไม่แตกก็จะเข้าใจไปว่ามันชมเพียวๆ อย่างอีดอกขาวไง

ก็อย่างที่บอก พังพาบแม่งเป็นแบบนี้ตั้งแต่ตอนเถียงกับโม่งละ คือเขียนคอมเม้นท์อะไร หรือเวลาเถียงป่าวๆ เนี่ยเขียนดี แต่พอถึงหน้านิยายเสือกเขียนเหี้ยอะไรก็ไม่รู้

และสุดท้ายอยากบอกมึงว่า มันไม่ใช่จะต้องจบป.เอกอักษรศาสตร์มาหรอกถึงจะดูนิยายมึงได้ ขอแค่มีกรอบคิด มีแนวทางให้ใช้เป็นหลักเปรียบเทียบก็พอแล้ว ซึ่งโม่งสับแต่ละคนก็มีความรู้ความสามารถไม่เหมือนกัน ตัวกูไม่เคยเน้นงานวรรณกรรมบริสุทธิ์ ไม่ได้ด่านิยายคนอื่นเอาไปเปรียบเทียบให้เขียนดีรางวัลซีไรต์ กูมีกรอบคิดของกูที่คำนึงถึงเรื่อง commercial มาโดยตลอดนาจา

241 Nameless Fanboi Posted ID:qE+KOoLoKm

https://www.dek-d.com/board/view/3985433/1/?comment=20_4

จี้สัส มีเรื่องขำขันให้อ่านก่อนนอนแท้ๆ

242 Nameless Fanboi Posted ID:K9L4rPDqVl

ชักจะหลุดประเด็น พอก่อนๆ ไปต่อกันห้องนินจาแทนนะ

243 Nameless Fanboi Posted ID:OI9PpjQaPy

>>241 กูอ่านนึกว่าเอาชื่อเพลงมาตั้ง เพราะมีเพลงแปลชื่อนี้จริง ๆ การเจอนิยายตัวเองในโม่ง กูไม่คิดอะไรเลยนะ จะให้คิดยังไงวะ งานเผยแพร่ คนไม่พูดในนี้ ก็พูดกันข้างนอกอยู่ดี ถือว่ามีคนอ่านแล้วกัน แถมอ่านละเอียดด้วย มันต้องถอดความออกมาว่า นิยายเหี้ยจริงไหม? ต้องคิดแหละกูว่า ร้านวิจารณ์แต่ก่อนโหดจะตาย ดีที่กูไม่ตายตอนนั้น

244 Nameless Fanboi Posted ID:KWP4UhpIQV

เห็นดอกขาวกี่ทีๆกูก็ได้แต่สงสัยว่าแม่งของจริงหรือแค่แอ๊บ...คือคนแบบนี้มีอยู่ในโลกด้วยเหรอว่ะ ไม่อยากพบเจอจริงๆว่ะ เหมือนเจอคนบ้าแท้ๆที่ไม่คิดว่าตัวเองบ้า โครตของโครตปวดกบาลเลย น่าจับไปบำบัดชิบหาย

245 Nameless Fanboi Posted ID:bneuIorpE.

>>244 แอ๊บ จงใจเบี่ยงประเด็นไปเรื่อยๆ และแถไปเรื่องอื่น คนบ้าจริงๆมันไม่มาเล่นเน็ตแบบนี้หรอก เผลอๆแม่งก็อยู่ในโม่งนี่แหละ

246 Nameless Fanboi Posted ID:IsjTnvd9WV

>>245 กูว่าไม่ เพราะอิเจ๊แม่มอีเจ๊ อยู่ยงคงกระพันจริงๆ ไม่น่ารอดสายตาโม่ง

247 Nameless Fanboi Posted ID:oBR4btHHAf

กูขอสับ part 1 ค้างไว้ก่อน ติดงาน
หัดสับ หมวดฟรีสไตล์ > เกมออนไลน์
เรื่อง Gaia Grand Quest https://writer.dek-d.com/royalfox/writer/view.php?id=2041161
โดย //Meiji
คำโปรย ชีวิตฉันมีหนี้ก้อนโต ฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เครื่องเล่นเกมราคาหลักแสนและไอดีเกมมาฟรีๆหวังว่าอนาคตคงจะไม่มีอะไรเลวร้าย #แฟนตาซี #เกมออนไลน์ #เวทมนตร์ #กำลังภายใน
ชื่อเรื่องคือชื่อเกมออนไลน์ คำโปรยบอกใบ้ความอนาถของนางเอก ยังไม่ดึงดูดแต่ก็ไม่แย่ ส่วนแท็กทั้งเวทมนต์และกำลังภายในนี่เห็นแล้วก็เอ๊ะในใจว่าผู้แต่งจะเอาอยู่เหรอ หรือว่าดึงมาเพราะแนวเกมออนไลน์กับจอมยุทธลมปราณมันเป็นที่นิยมก็เลยต้องดึงเข้ามาผนวกเพื่อขยายฐานคนอ่านไว้ก่อน ก็แล้วแต่จะคิดนะ
หน้าแรกของเรื่องชวนหักคะแนนในฐาน info dump ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเกม (ซึ่งไม่รู้แม่งกลายเป็นธรรมเนียมกับรสนิยมไปแล้วรึไง) ผู้แต่งก็บอกเองว่าใช้นางเอกเดินเรื่องแบบมุมมองบุคคลที่ 1 ซึ่งก็น่าจะปล่อยนางทำหน้าที่แล้วแทรกข้อมูลให้แนบเนียนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม กูว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่จะโชว์พาว ฯ เปิดเผยระบบเกมอ้าซ่าแบบนี้เพราะกูคนหนึ่งแหละที่จะก๊อปแม่งทั้งดุ้นไว้ดูแล้วตัดส่วนแย่ ๆ ทิ้ง คัดเอาส่วนดีมาใช้ และจากที่เห็นว่าเกมนี้ไม่มีระบบอาชีพ ถ้าผู้เขียนคุมการเติบโตของตัวละครได้ดีก็ดีไป เอาล่ะไปที่เนื้อเรื่องเลยแล้วกัน
บท 1 background คืออนาคต 400 ปีข้างหน้า ชีวิตนางเอกชื่อคานารี่เป็นลูกจ้าง Koko mart กะดึกที่เบื่อหน่ายชีวิตตัวเองที่ต้องทำงานหาเงินแบบนี้เพราะทำงานผิดกฎหมายอะไรซักอย่างแล้วโดนไล่ออกจากมหาลัย+ติด black list มหาลัยทั่วโลกไม่รับเข้าเรียน แต่แล้วก็โชคดีซื้อ ID เกม GGQ ต่อจากลูกค้าที่จ่ายมันแทนค่าขนมกรุบกรอบและน้ำอย่างมักง่าย จากนั้นก็ตัดไปตอนเช้าที่บ้านเธอ อาชีพเสริมของเธอคือเป็นลูกจ้าง (ทาส) สหประชาชาติ ใช้มันสมองอัจฉริยะทำวิศวกรรมย้อนรอยอุปกรณ์ไฮเทคและอาวุธ แต่เป็นการทำงานเพื่อปลดหนี้ และงานนี้ UN ต้องการให้เธอไปสืบหาเบาะแสอาวุธของผู้ก่อการร้ายในเกม GGQ
บท 2 แย้มชีวิตด้านอื่น ๆ ของคานารี่ พ่อแม่ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ตายจากไปนานแล้ว ส่วนเธอเคยเรียนวิศวะจนถึงปี 3 จึงโดนไล่ออก มีเพื่อนสนิทสามคน จากนั้นก็มีคนบุกรุกบ้านมาติดตั้งเครื่องเล่นเกมที่เป็นแคปซูลแบบอุปกรณ์การแพทย์ ต้องลงไปนอนทั้งตัวและมีระบบช่วยชีวิต ฉีดสารอาหาร ฉีดมอร์ฟีนระงับปวด จากนั้นก็เข้าเกมไปเจอ tutorial กับค่ายฝึกแบบฝึกทหาร และเวลาในเกมเร็วกว่าโลกจริง 12 เท่า นั่นคือ 2 ชั่วโมงโลกจริงคิดเป็น 1 วันในเกม
บท 3 ถึง 7 เป็นเรื่องการฝึกฝนซะ 90% กับหน้าต่าง status อีกเล็กน้อย ซึ่งดูรวม ๆ ก็ไม่น่าสนใจเพราะนำเสนอการฝึกพื้นฐานแบบที่ไม่ต้องตามลุ้นห่าไรมาก แค่ฝึก ๆ ไปเดี๋ยวแม่งเก่งเอง บท3 ฝึกวิ่ง วิดพื้น เจอฝาแฝดชายชื่อ "แอลล์" กับ "เอลล์" ชวนสับสน บท 4 เป็นโลกจริงคั่นเวลาแล้วกลับมาดูการฝึกต่อสู้ของฝาแฝด บท 5-6 ฝึกลมปราณแบบ trial and error ปาไปห้าร้อยกว่ารอบจนกลายเป็น legendary ด้านลมปราณซะอย่างนั้น และบทที่ 7 ฝึกกระบวนท่าต่อสู้มือเปล่า

เอาเข้าจริงเหมือนผู้เขียนไม่อยากให้คานารี่เก่งเทพเร็วเกินไป (แต่กูว่าเร็วเกินแล้วแหละ เล่นแป๊ป ๆ กลายเป็น legendary แล้ว แค่ยังอัพเลเวลกับทักษาตามไปไม่ถึงที่จะใช้งานมัน) แต่การให้เหตุผลและความสมดุลก็ยังไม่เลวร้าย (trial and error ใช้สติปัญญาไม่ได้บังเอิญ และตอน error ก็ซวยมาถึงร่างกายจริง ๆ จนออกเกมมาอ้วก) ไป ๆ มา ๆ การให้บท 3-7 เป็นการฝึกฝนเพื่อแสดงว่าหนูคานารี่ใช้สมองนะจ๊ะจึงเก่งขึ้นมาได้มันเฝือ บท 3-7 กูสรุปใจความสำคัญรวม ๆ กันมาแม่งเท่ากับบท 1 ไม่ก็บท 2 เฉยเลย ฉะนั้นขอฟันธงว่าผู้เขียนยืดยาดแบบจงใจยัดเยียดให้เห็นว่าไม่ได้จู่ ๆ เก่งเทพขึ้นมา แถมการฝึกก็ไม่มีอะไรชวนให้ลุ้น ไม่มีเดิมพัน ไม่หวือหวา มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้หรือไม่ก็ยุบรวมเหลือบทเดียวแล้วเดินเรื่องโลกจริงที่น่าสนใจกว่าแทน ปัญหานี้กูขอยกตัวอย่างหนัง Divergent ซึ่งหนังกินเวลากับการฝึกฝนของตัวละครเยอะแยะเลย จะว่าน่าเบื่อก็ใช่ แต่ในการฝึกนั้นมันมีหลายปมให้ลุ้นไง ตัวทริสนางเอกเลือกต่างจากพ่อแม่มาเป็นผู้กล้าก็บ้าบิ่นแล้ว ถ้าฝึกร่างกายและการต่อสู้ไม่ผ่านก็ต้องไปเป็นพวกไร้กลุ่ม การฝึกต่อต้านเซรุ่มความกลัวกับเครื่องจำลองก็ต้องฝึกต่างจากเพื่อน คือฝึกชะลอเวลาไม่ใช่ฝึกให้หลุดมาได้เร็วเพราะเป็นไดเวอร์เจนท์ที่ร่างกายต้านฤทธิ์เซรุ่มและต้องปิดบังเรื่องนี้ด้วย ไหนจะต้องใกล้ชิดกับ six packs ของโฟร์อีกไรงี้ คือรวม ๆ กันแล้วมันก็ยังน่าลุ้นและยืดยาวได้แบบเป็นเรื่องเป็นราวไง

248 Nameless Fanboi Posted ID:Gc.W041sEG

วีรกรรมเจ้ขาวยังไม่รู้จัก ขอคำแนะนำรุ่นพี่สำหรับsolo boss หน่อยครับ ผมควรสู้ต่อหรือกดหลบหนีแทนดี รู้สึกสกิลกับเลเวลยังพอสู้ได้แต่ทำไม๊ ทำไมค่าสติมัน กับ int มันลดฮวบฮาบยังงี้

249 Nameless Fanboi Posted ID:qE+KOoLoKm

>>248 ขอเชิญห้องนินทาจ้า
https://fanboi.ch/netwatch/10886/recent/

250 Nameless Fanboi Posted ID:rToMRYSh0T

>>240 พวกนิยายประวัติศาสตร์ดีๆมีไหมใน เด็กดวก อย่างได้แบบอิงจริงๆไม่ย้อนไม่ระบบแล้วไม่เพี้ยนหรือเพี้ยนนิดหน่อย

251 Nameless Fanboi Posted ID:oGcmBjvZb3

>>250 ถ้ากูจะหานิยายแนวพีเรียด แนวอิงประวัติศาสตร์ดีๆ สักเรื่อง กูจะไม่หาในเด็กดี ไปหาซื้อนิยายเล่มดีกว่า แต่ถ้านิยายแนวนี้มันเป็นกระแสเมนสตรีมขึ้นมา ตอนนั้นมันอาจมีนิยายดีๆ ปนมาจนคุ้มที่จะไปควานอ่านก็ได้

252 Nameless Fanboi Posted ID:l6gsyx8Veh

>>250 ไม่น่าจะมี แต่มีเป็นสารคดีในเด็กดีมากกว่า

253 Nameless Fanboi Posted ID:vCxdaMRL7i

แปะห้องนี้ด้วยละกัน minikikaboo กับนิยายกลิ่นแรงบันดาลใจอันรุนแรงของนางเรื่องแล้วเรื่องเล่า สถาพังประกาศแล้ว สรุปก็ยังจัดจำหน่ายอยู่ดี กลิ่นเงินช่างหอมหวาน ก็มันขายได้อะ จบ
https://www.facebook.com/Satapornbooksfan/photos/a.222490024442926/4664700640221820/?type=3&theater

254 Nameless Fanboi Posted ID:XUgkS/hbAu

>>253 อ้าว ขนาดสำนักพิมพ์ยังขนาดนี้ แล้วโม่งบางตัวที่ชอบเกาะสำนักพิมพ์เพื่อเอาเป็นตัวอย่าง จะอยู่ยังไงวะ

255 Nameless Fanboi Posted ID:1/c9tzS2Mc

>>253 คราวหน้าเรื่องแนวนี้ไปห้องนินจาดีกว่านะ

>>254 ถ้าจะแซะก็หาข้อมูลหน่อยโม่ง ชื่อเสียงสถามันพังตั้งแต่เจ๊กัลเอาเซวีน่ามาแตกหน่อหาแดกภาค 2,3 แล้ว คุณภาพนิยายแฟนตาซีช่วงกลางๆ ท้ายๆ ก็แย่ลง พอมีดราม่านังเขียน UN กับอีกดอกมินิเนี่ย ก็ยิ่งเละ ใครที่ฉลาดเขาก็หนีมาทำมือกันหมด เข้าใจไหมเพื่อน หมาตายเห็บกระโดดอะ

256 Nameless Fanboi Posted ID:XUgkS/hbAu

>>255 ขอบคุณที่ชี้ทางสว่างให้กู มึงบอกกูทีกูรู้สึกเหมือนโดนหักเขาบนหัวอะ เจ็บสัดๆ

257 Nameless Fanboi Posted ID:lSuFiAMuwT

>>254 เอาเป็นตัวอย่างยังไงขอเผือก

258 Nameless Fanboi Posted ID:WB.hdRN/Kj

>>253 โอ้มายก้อด อยากจะไปขุดกระทู้เก่าที่ดูว่าลอกอะไรไปบ้างเลย

259 Nameless Fanboi Posted ID:4UzH5BeC98

>>247 ต่อ part 2
สำนวนภาษาถือว่าลื่นไหล จูงคนอ่านเดินเข้าเรื่องราว ดูไม่ใช่มือใหม่จ๋าแต่ว่ายังมีคำผิดอยู่ประปรายและใช้ภาษางง ๆ ตัวอย่างคำผิดที่หนักข้อคือ เป็นธาตุสหประชาชาติ อ่านแล้วเอ๊ะตัวใหญ่มาก มึงไม่บอกว่าเป็นสารประกอบเลยล่ะวะ หรือ ตั้งแต่อายุ 15 ฉันก็หาเลี้ยงส่งตัวเองมาตลอด พาให้กูเห็นภาพพี่โจ๊กโซคูลถอดแว่นดำน้ำตาไหล (ควรตัดคำว่าส่ง ทิ้งไป หรือเปลี่ยนเป็นหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน) ยังไงก็ตามดูรวม ๆ ทั้งการจัดย่อหน้าและข้อมูลในเรื่องที่เหมือน research มาบ้างก็เชื่อว่าผู้แต่งน่าแก่เกินกว่าจะเป็นนักเรียน ม. ปลาย อาจจะอายุราว ๆ 20 กำลังเรียนมหาลัย แต่ถ้าเด็กกว่าที่ประเมินเนี่ยก็ต้องถือว่าเก่ง
คราวนี้มาที่ข้อเสียบ้าง การอ้างอิงหลายอันช่วงบทที่ 2 ลงมาตัดทิ้งได้เยอะแยะมาก ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต้องอ้างว่ามุกนี้มาจากมังงะนั้น ให้คนอ่านรู้เอาเองก็ได้ อย่างหนึ่งที่ผู้แต่งพยายามทำอย่างแน่นอนเหมือนที่กูเพิ่งทำไปคือใส่อารมณ์ขันลงไปในที่ ๆ ไม่เข้ากันกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เช่นตอนกำลังจะเจรจางานการ มันไม่ใช่แค่มุกยังไม่ปังแต่มันต้องให้เข้ากับบุคลิกของคานารี่มากกว่านี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสียใหญ่ที่สุดของเรื่องคืออุปนิสัยและความคิดอ่านองตัวละครคานารี่ คนที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่อายุ 15 และเสียทั้งพ่อและแม่ไปน่าจะหม่น ๆ ทึม ๆ และยิ่งต้องทำงานใช้หนี้ด้วยดูไม่น่าจะใช่คนที่จะมีอารมณ์ขันได้ ต่อให้มีก็น่าจะเป็นอารมณ์ขันที่ประชดประชันเสียดสีแบบเจ็บจี๊ดถึงทรวงซะมากกว่า อีกอย่างหนึ่งคนอย่างคานารี่น่าจะเขี้ยวลากดินกว่านี้ การควัก underground access ที่ได้มาง่าย ๆ ให้ จนท. UN ที่มาเจรจางานเห็นมันโคตรขัดแย้งกับสภาพที่เธอเป็นอยู่ คือต้องการเงินและคิดแต่เรื่องทำอย่างไรจะได้เงิน จากบทเรียนชีวิตเธอควรจะกลายเป็นคนที่ต้องเอาเปรียบไอ้พวก UN ให้มากที่สุด แค่นั่งกระดิกเท้ารอให้พวกนั้นหา underground access มาให้ แล้วเอาอันที่ได้มาไปขายแพง ๆ สิ เป็นไงล่ะ เดินเรื่องด้วยบุคคลที่หนึ่ง พรุนไหมจ๊ะ ?
อีกข้อเสียหนึ่งที่เชื่อมโยงกันก็คือบทลงโทษที่คานารี่ได้รับยังไม่สมเหตุสมผล ดูจากสติปัญญาแล้วเธอน่าจะทำผิดกฎหมายและเข้าข่ายเป็นตัวอันตรายแต่กลับเฉิดฉายที่โลกภายนอกได้โดยไม่มีการบอกกล่าวว่าถูกจับตามองหรือติด GPS จำกัดบริเวณทั้งที่ทำผิดตอนบรรลุนิติภาวะแล้ว การที่ถูกมหาวิทยาลัยทั่วโลกแบนไม่รับเข้าเรียนก็ประหลาด อย่างน้อยมหาลัยเปิดก็น่าจะรับเข้าเรียน ซึ่งการลงโทษที่สมเหตุสมผลในโลกอนาคตสำหรับ hacker อย่างเธอน่าจะเป็นการจำกัดการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีบางประเภทซะมากกว่า
เรื่องโลกความเป็นจริงทำได้น่าสนใจ มีความ sci-fi โลกอนาคตซึ่งเป็นจุดเด่นนะ แต่ก็เป็นข้อเสียอีกคือถ้าริจะเล่นใหญ่ก็ต้องอุดช่องโหว่ให้หมดด้วย เช่น UN มีอิทธิพลอะไรในไทย ? กสทช. (ไดโนเสาร์ ?) ยอมให้คนไทยเล่น GGQ ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมอย่าง underground access ได้เหรอ ? ไหนจะประเด็นทางกฎหมายและบทลงโทษที่แปลก ๆ อีก นี่ยังไม่รวมตัวระบบเกมที่เล่นใหญ่ไม่แพ้โลกความจริง พอมองมุมนี้ก็เห็นอนาคตมืดมนเพราะกูยังไม่เห็นอะไรเป็นเอกลักษณ์ของตัวนิยายเองแบบชัด ๆ เลย ถ้าให้ขยี้นิยายเนี่ยก็บอกได้ว่ามันเป็นการเอานั่นเอานี่เย็บปะแปะเชื่อมขยุ้มรวม ๆ กันแล้วขึ้นรูป คานารี่เก่งวิศวกรรมย้อนรอยคล้ายจะให้เป็นแบบไมเคิล เจนกินส์ในเรื่อง Paycheck แต่ก็ไม่ได้โชว์ว่าเธอเก่งแค่ไหนทำผลงาน (และทำผิดกฎหมาย) อะไร ส่วนโลกเกมก็เริ่มฝึกลมปราณเหมือนนิยายเกมออนไลน์กำลังภายในบางเรื่อง แถมตัวระบบเอาแก่นจากเกม รักนรก มาใส่ชนิดที่ไม่ต้องเดา ถ้าเขียนยาว ๆ ก็ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วงอยู่
เอาล่ะขอสรุปตรงนี้เลยแล้วกัน กูให้คะแนน 5.5 เต็ม 10 คือให้ 5 คะแนนจาก first impression ที่กูมองว่าเป็นนิยายที่ค่อนข้างมีความหวังสำหรับแนวเกมออนไลน์ที่ไม่ซ้ำรอยตัวเก่า ๆ แต่พอดูเนื้อในก็อย่างที่กูฉะไปทั้งหมดนั่นแหละ คะแนนที่จะให้เพิ่มเลยเหลือแค่ 0.5 จากความที่สำนวนภาษาไม่เลว จัดย่อหน้าดี และความยาวแต่ละตอนก็มากพอให้อ่านจุใจ แค่นี้นะกูง่วง ไปแย้ว

260 Nameless Fanboi Posted ID:KkRRfHy1C/

>>253 ไปอัปเดตในเด็กดีกับพันทิปด้วย ว่าจุดจบ(เหรอวะ)ของมหกรรมแหกคราวนั้นที่เราเอาไปบอกต่อ มันลงเอยแบบนี้ว่ะ นักอ่านอาจไม่เข้าใจแต่นักเขียนมันต้องมาร้องอห.กันเป็นแถวแหง

261 Nameless Fanboi Posted ID:qlfp2zNgDJ

>>260 ข้ามไปแปะลิงก์ในห้องนินจา กับเหลารายละเอียดหน่อยว่ามันหมี่เหลืองอะไรกัน ขอตอนจบที่ว่าด้วย มัน อห. ยังไงวะนั่น

262 Nameless Fanboi Posted ID:/CFNf4vRO.

>>259 ข้อเสนอแนะ เวลาเคาะเว้นวรรคในโม่งต้องเคาะ 2 ครั้ง ไม่งั้นจะติดเป็นพรืด อ่านลำบากชิบหาย

263 Nameless Fanboi Posted ID:rG0S92nFVR

>>260 แบบนี้ได้มั้ย https://www.dek-d.com/board/view/3985876/

264 Nameless Fanboi Posted ID:/IZazJkkBi

แค่พล็อตซ้ำก็ดราม่าได้ แล้วพล็อตนิยายมันซ้ำกันง่าย แบบนี้กูเขียนนิยายบังเอิญไปซ้ำเรื่องที่กูไม่รู้จัก คือกูต้องโดนถล่มเหรอวะ สัสเอ้ย อยู่ยากชิบวงการนี้

265 Nameless Fanboi Posted ID:Q6vYDUxfXY

>>264 คนอ่านไม่ได้โง่น่อ ยิ่งเป็นนักเขียนด้วยกันมันดูออกว่าลอกหรือแรงบันไดจัย

266 Nameless Fanboi Posted ID:v8RSMTCUcU

พล็อตซ้ำยังเป็นไปได้ แต่ลอกบทมาตรงขนาดเต้นเข้าจังหวะชะชะช่า แค่มาปรับแต่งคำในประโยคใหม่แล้วคิดว่าจะรอดเหรออีห่า
ทำบ่อยๆ แบบนั้นผลงานมันจะฟ้องเองแหละจ้า

267 Nameless Fanboi Posted ID:6hNACcutIN

>>264 มันไม่ใช่แค่พล็อตซ้ำดิวะ มึงได้อ่านที่เขาแหกกันไหมน่ะ

268 Nameless Fanboi Posted ID:/IZazJkkBi

>>267 อ่านดิ ประเด็นอื่นมันผิดจริง ลอกจริง แต่กูข้องใจเรื่องพล็อตซ้ำไง

269 Nameless Fanboi Posted ID:6hNACcutIN

>>268 พล็อตซ้ำได้ ไม่แปลกหรอก แต่นักเขียนคนนี้มันหลายอย่าง จะไม่พูดถึงโรเซเนีย เอารอบนี้ อย่างสูตรลับฉบับจิ้นหยางอะไรน่ะ มันก็ไปลอกเมนูอาหารจากหนังสือของ สนพ. ยิปซีมา คือไม่ได้แค่พล็อตซ้ำ แต่ปมมันดันไปเหมือนเขาแบบหมดแบบนี้ ซึ่งคนด่ามันก็คงด่าลามเลยไปแหละ แต่ประเด็นหลักที่ทำให้มันโดนด่า โดนแหก ไม่ใช่เพราะพล็อตซ้ำ

270 Nameless Fanboi Posted ID:/IZazJkkBi

โอเค ขอบคุณเพื่อนโม่งทุกคนที่ช่วยไขข้อข้องใจ ตอนนี้กูเก็ตละ

271 Nameless Fanboi Posted ID:3JnvFJTqmE

กูโม่งทดลอง วันนี้ไปเปิดเรื่องสั้นหลายตอนจบในไอดีหลักตัวเอง เปิดแค่ 7 ชม. ได้ยอดผู้ติดตามเท่านิยายที่ทำการทดลองอยู่ ท้อเลยกู

272 Nameless Fanboi Posted ID:EVY+p8i0d/

จู่ ๆ กูก็มีความคิดพิเรนทร์นิดๆพลีชีพหน่อยๆว่ะ
ถ้าโม่งแต่งนิยายโดยลอกโรเซเนียมามั่งแต่เปลี่ยนนิดๆหน่อยงี้ เช่นกลับเพศตัวละครหรือเปลี่ยนเผ่า แต่เนื้อหาหลักๆคงอยู่ ถ้าหาบนางแล่นมาด่าว่ามึงก็อปงานนักเขียนกู สนพ.ฮึ่มๆจะฟ้อง เราสามารถเอาแถลงนี้ไปฟาดหน้ากลับได้ปะว่าไม่ได้ลอกงานใคร แค่ได้แรงบันดาลมาจากแหล่งเดียวกันงี้

273 Nameless Fanboi Posted ID:MtIyqjXHu/

>>272 มึงก็จะโดนฟ้องอยู่ดี

274 Nameless Fanboi Posted ID:GcPlObv77d

>>272 เจ้าควรต่อต้าน ไม่ใช่เข้าร่วม กูบอกเลยว่ามึงโดนฟ้องเละและจะไม่มีที่ยืนในวงการ

275 Nameless Fanboi Posted ID:WXVNCySEdQ

>>273 >>274 อ้อ งั้นกูต้องมีเส้นสินะ ถ้ากูทำตัวเป็นลูกรักสนพ.ได้ กูก็จะรอดใช่ปะ อย่างน้อยถึงกูโดนเสียบประจาน แต่สนพ.ก็ยังอุ้มกูอยู่เงี้ย

276 Nameless Fanboi Posted ID:/CFNf4vRO.

กูแนะนำให้มึงเขียนแซะมันดีกว่า ตั้งชื่อแบบไม่ได้ลอกก็บอกว่าแรงบันดาลใจ อย่างฉากเก็บตัวสิบปี มีคนเห่าหอน มึงก็ด่าผ่านนิยายไปเลยว่าเก็บไม่ถึงสิบปี ยังหน้าด้านด่าคนอื่นว่ามาเห่าหอน มีใครด่าก็บอกไปว่า แรงบันดาลใจจ้า ไม่เกี่ยวกับใครโน๊ะ

277 Nameless Fanboi Posted ID:+8YLnJRPdB

>>271 ไอดีหลักไปได้สวยก็ดีแล้วนี่ มันน่าเศร้าตรงไหนวะน่ะ

278 Nameless Fanboi Posted ID:6hNACcutIN

กูเคยเห็นดราม่านิยายวายในทวิต เกี่ยวกับสนพ. everY (มันคือแจ่มใสที่ตีพิมพ์วายอะ) เกิดปัญหากับงานขึ้นมาก็รับผิดชอบทันที อย่างล่าสุดจิตติเรนโดนแหกเรื่องข้อมูลการแพทย์ในนิยายผิด คือเขาหาข้อมูล(หรือไม่หา)อันนี้ไม่แน่ใจ แต่มันผิด สนพ.เรียกคืนหนังสือเลยนะ ซึ่งจิตติเรน เทียบกับมินิกิกาโปก จิตติเรนถือว่าดังกว่านะ(ตามความคิดกู) เป็นตัวท็อปของแจ่มใสฝั่งวาย นิยายทำซีรีส์ ยอดขายถล่มทลาย คือตัวแม่ สนพ.ไม่ปกป้องเลย
เทียบกับมินิกิกาโปกที่สนพ.แม่งวิ่งเต้น สถาพังก็คือสถาพังจริงๆ กูเคยชื่นชม สนพ.นี้ เคยคิด (ย้ำว่าเคยคิด) ว่าถ้าได้ตีพิมพ์กับ สนพ.นี้แม่งคงเท่ดี ดีนะที่กูเปลี่ยนความคิดสมัยเห่อหมอยนั่นมาแล้ว ยิ่งมาเจอแบบนี้คือบายยย ลาขาด นิยายของสถาพังยังไม่อยากซื้อเลยจ้า

279 Nameless Fanboi Posted ID:+8YLnJRPdB

มันเริ่มข้ามไปเขตนินทาแล้วนะ พอกันก่อนไหม

280 Nameless Fanboi Posted ID:dBr1hEzDkw

กลิ่นเงินมันหอมหวานจริงๆ

281 Nameless Fanboi Posted ID:M9ghRXow.t

กูกลับไปดูหัวมู้แป๊บ ผิดห้องเปล่าเนี่ย

282 Nameless Fanboi Posted ID:3YCSbPxnn2

ลังเลนิดหน่อยว่าจะลงเป็นหมวดสาระหรือนินทาดี แต่ลงตรงนี้แล้วกัน พอดีกูเห็นสวอนที่มาเรียกร้องความเป็นธรรมให้คนเขียนแฟนฟิค(?) ทั้งที่มันเอาแฟนฟิคไปทำ Ebook ขาย กูเลยไปถามทีมงานหน้าเว็บ ได้คำตอบตามนี้ https://imgur.com/a/EurikKg

283 Nameless Fanboi Posted ID:qEwVAc623T

ถ้างั้นแปลว่ามันแค่ผิดกฎในเด็กดวกเฉยๆ แต่ถ้านำไปขายที่อื่น ตราบใดที่ไม่มีผู้เสียหายแจ้งความก็โอเค?

284 Nameless Fanboi Posted ID:sZI2qbMI35

>>282 ky สวอนคืออะไรวะ

>>283 กูคิดว่าเด็กดวกมันทำถูกแล้วนะ คือเปิดให้ลง แต่ไม่ให้ขาย ดูจากคำตอบของ meb ในภาพที่ >>282 แปะมา แม่งเลี่ยงอย่างเห็นได้ชัดเลยนะ อันนี้กูเดาเอง meb มันคงคิดว่าเซ็นทรัลแบ็กกูไง ใหญ่อยู่แล้วเลยกล้าทำ มันก็ได้ส่วนแบ่งอร่อยๆ ไป ส่วนใหญ่ที่ขายก็แฟนฟิค ศลป ทั้งนั้น ศลป หรือทางต้นสังกัดน่าจะไม่อยากฟ้องเพราะเขาก็ได้ประชาสัมพันธ์ไปในตัว
แต่ถ้าฟิคนิยายการ์ตูน อันนี้ถ้าเจ้าของเรื่องมาเห็น ก็ไม่รู้จะว่าไงนะ แต่คิดว่าฟ้องได้

กูว่าเรื่องนี้คุยได้นะ มีสาระเกี่ยวกับนิยาย

285 Nameless Fanboi Posted ID:tDzT0XtTud

>>282 มันเป็นฟิคจิ้นศิลปิน ไม่ได้ยืมมาจากนิยายออริอื่นเลยไม่ถือว่าผิดกฎหมายแลคตาซิต แต่มันน่าเกลียดมากเฉยๆ เพราะมึงใช้ ศลป ที่มึงชื่นชอบมาจิ้นเยิ้บตูดกันเพื่อขายแฟนคลับอีกต่อ มือถือสากปากถือศีล ใช้ตัวตนคนอื่นมาหาแดกโดยพลการและไร้จิตสำนึก ต่อให้ไม่ผิดกฎหมายก็ควรละอายใจบ้าง

286 Nameless Fanboi Posted ID:sZI2qbMI35

>>285 จริงมากกกก กูชอบความเห็นมึงจัง คือกูคิดว่าคนที่เขียนแฟนฟิค ศลป เยตูดกันไรกัน ถ้าแต่งลงเฉยๆ ก็อาจทำเพราะชอบ เพราะฟิน จิ้น รัก ศลป ก็ยังพอทำเนา แต่ถ้าเอาเขามาหาแดกกูว่าแปลกๆ ละ

287 Nameless Fanboi Posted ID:9wbFgNsVbC

>>284 เรื่องแฟนฟิค (ที่มี OS) ไม่รวมพวกฟิคดารานักร้อง เขาได้ข้อสรุปกันมานานแล้วว่าไม่ใช่สีเทา แต่เป็นสีดำชัดเจนนะ คือมันผิดกฎหมาย ลขส. นั่นแหล่ะ แค่เจ้าของเขาไม่คิดจะมาจับปลาซิวปลาสร้อยให้เปลืองเวลา, ค่าทนาย ต่อให้มันเหมือนได้การโปรโมตทางอ้อม แต่โดยรวมกูว่ายังไงมันก็ไม่สมควรว่ะ ยิ่งพวกที่เอามาหาแดกนี่ยิ่งเหี้ย แฟนฟิคบางเคสทำรายได้โคตรเยอะจนเจ้าของต้องทำเรื่องฟ้องร้อง ถ้าแต่งสนองนี้ดไม่แสวงหาผลกำไรนี่พอเข้าใจ แต่พวกเอามาขายนี่ พวกมึงได้รับการศึกษาแบบไหนมาวะถึงได้หน้าด้านแบบนี้

ส่วนพวกฟิค ดารา-นักร้อง นี่กูคุยไปก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่มึงไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคลของคนที่มึงเอามาจิ้น ไม่ให้เกียรติไม่พอเอาเขามาดูดปากเด้าตูดอีก เหมือนปากบอกว่ารักนะชอบนะ แต่เอาตีนเหยียบขี้หมาแล้วยกขึ้นถีบหน้าเจ้าตัว เห็นนิยายแนวทีไรกูไม่เคยชอบใจเลย เพราะมันทำให้สังคมมองสาวฟุว่าต่ำตมชนิดแก้ไขไม่ได้ แล้วพวกแม่งก็ไม่เคยจะสำนึกด้วยว่าตัวเองทำอะไรลงไป

288 Nameless Fanboi Posted ID:9wbFgNsVbC

>>284 คห. ที่ 22 มู้นี้ https://www.dek-d.com/board/view/3985236/2/?comment=22

289 Nameless Fanboi Posted ID:c.Gk6BdXke

>>288 โอเคเก็ตเลยขอบคุณสำหรับคำตอบ ขอบคุณมึงด้วย >>287
สวอนคือเป็นอะไรมากมั้ย นี่คือตัวอย่างความไม่ละอายใจแบบเห็นภาพมาก

290 Nameless Fanboi Posted ID:9wbFgNsVbC

>>289 เพราะมันมีคนแบบอี (ส)วอนโดนตีน นี่แหล่ะ กูถึงชอบไล่พวกที่แต่งฟิควาย NC ไปแต่งออริดู เวลามันโผล่มาเดือดร้อนว่าแฟนฟิคก็แต่งยาก ใช้ความสามารถความพยายามเหมือนกันนะ มันมีความไม่เข้าใจว่ามึงแต่งแนววายขายฟิน โมเม้นต์มุ้งมิ้ง softcore ละมุนๆ กันไม่เป็นรึไงวะ ถึงต้องเน้นไปที่ดารานักร้อง NC ระเบิดถังขี้ พ่นคำหยาบรัวๆ เหมือนเก็บกดเพราะถูกห้ามไม่ให้พูดตั้งแต่หลุดออกจากหีมาได้

กูข้องใจไง ว่าถ้าไม่มี NC ไม่มีคำหยาบ ไม่มีแฟนคลับของนักร้องดาราเป็นฐานให้ ระดับความสามารถที่แท้จริงของพวกแม่งที่แต่งแนวนี้มันอยู่ระดับไหนกันแน่ ต่อให้เป็นวายเหมือนกัน หากไม่มีองค์ประกอบข้างต้น แต่งเป็นออริของตัวเองแล้วผลตอบรับจะเป็นแบบไหน เนี่ย มันข้องใจตรงนี้

291 Nameless Fanboi Posted ID:uYERbAehKK

>>290 กูเข้าใจมึงนะ แต่ถ้ามองตามตลาดของพวกฟุจริงๆ เกือบครึ่งก็ชอบอ่านแนวนี้ไง เหมือนที่พวกผู้ชายอ่านแกรี่เทพซ่าชมรมคนชอบหีอะ ไม่ต่างกันหรอก แต่งง่ายเน้นสบายตลาดกว้างและขายดีด้วย

292 Nameless Fanboi Posted ID:f5uDIrgxYg

>>291 อ่านช่วงท้ายๆ แล้วแม่ง ประโยคที่มีเสียงชัดๆ ใครไม่รู้จักชมรมนี้ก็เอาคลิปไปดูซะ (อย่าดูในพื้นที่สาธารณะ และอย่าเปิดเสียงดัง)
https://www.youtube.com/watch?v=V8KRsjpoun4

293 Nameless Fanboi Posted ID:uYERbAehKK

>>292 ไม่เข้าใจจริงๆ เลย ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ตะโกนหา สรรหาแต่...

294 Nameless Fanboi Posted ID:3APumeYNDo

ชวนถกหน่อย
1.แบบไหนถึจะเรียกว่าfairuseได้วะ เหนพวกระบบต่างโลกจัดมากันเยอะ ทั้งเนื้อทังคาแรกเตอร์ บางอันเอา เอดชีราน โมเดินด็อก มาใช้แบบมาทั้งเพลง บางอันก็หยิบตูนบอดี้สแลมมา หลังๆมีแบบเอากลอนเอาอะไรมาใส่ จนกูเริ่มสงสัยละว่ามันได้จริงเหรอ อ่างมังงะมันก็มีเรื่องนึงที่ย้อนไปยุคบีทเทิลทั้งๆที่ยุ่นแม่งเคร่ง แต่ยอมรับกุอ่านคนนึงละ

2.อีกประเด็นคือเรื่องของแนวด้วย ปรกติระบบกับตบเกรียนมันต้องมาคู่กัน ประเภทตัวร้ายแม่งเหี้ยสัดเหี้ยแบบจะเหี้ยอย่างเดียวไร้ยางอายด้วย อย่างข่าวไทยคอนนี้กูว่ายังมียางอยู่นะปิดหน้าปิดตา พี่แกรี่ตัวเอกก็ต้องอีคิวติดลบแบบเป้าหมายมีไว้ให้ขับเฟอรารี่ชน
แต่หลังๆมา ทำไมมันเรอ่มเอาพวกแกรี่สโลไลฟ แกรี่โชเน้นกันมาว่ะ เหมือนกับจะเขียนหนังสือโป๊แต่ผ่านปกแรกข้างในเปนดราม่าน้ำตาร่วง กูเจอมาแล้วและพวกนี้คนเขียนแม่งด่าไม่สะเทือนด้วย ขอบคุณอย่างเดียว มันใจแข็งหรือกุปั่นห่วยเอวะ
3.ยุด90 00แม่งมีอะไรดีว่ะถึงมีคนเพ้อกันนัก ย้อนเวลากันนัก บอกที
สุดท้ายละขอบ่น เมื่อไร่เดกดีจะใช้แทกซักทีว่ะ

295 Nameless Fanboi Posted ID:.r7ZP3ozcL

>>294 บ่นเหี้ยไรอ่านไม่รู้เรื่อง ตั้งสติหน่อย

296 Nameless Fanboi Posted ID:f5uDIrgxYg

>>294

คนไทยกับกฎหมายแลคตาซิดนี่มึงคงพอเข้าใจว่าส่วนมากไม่ได้รู้จริง หรือบางทีรู้แต่แม่งก็ยังจะทำอยู่ดี (ไม่งั้นคงไม่มีดราม่าลอกนิยายแบบในช่วงนี้) เดี๋ยวกูตอบให้เป็นข้อๆ ใครอยากเสริมก็พิมพ์ต่อจากกูได้ อันไหนกูเข้าใจผิดก็มาแก้ให้กูด้วย

1. ถ้ามึงถามถึงแฟร์ยูสก็ต้องมาดูก่อนว่าจริงๆ แล้วแฟร์ยูสมันใช้ยังไงได้บ้าง (แต่ส่วนใหญ่เห็นใช้ Creative Commons กันมากกว่า) หลักๆ มันก็มี

1.1 ใช้งานลิขสิทธิ์นั้นเพื่อนำมาศึกษา วิจัย วิจารณ์ ... ซึ่งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงงานลิขสิทธิ์หลัก เช่น มึงรีวิวนิยาย รีวิวหนัง หาข้อมูลมาเขียนรายงาน ทำบทความ งานวิจัยที่ต้องใช้สิ่งที่มีลิขสิทธิ์มาทำการทดลอง
1.2 หนังสืออ้างอิงต่างๆ ถ้าไม่ให้พูดถึงเนื้อหาหลักแล้วกูจะอ้างอิงได้ไงล่ะวะ
1.3 การตัดบางส่วนเพื่อนำมาใช้ในขอบเขตของข้อ 1.1 เช่น ยกเอานิยายเพชรพระอุมาจำนวน 1 ตอน มาใช้วิเคราะห์ถึงความ OOC ของรพินทร์ในภาคที่ 2 เทียบกับภาคแรกที่แม่งต่างกันมาก หรือใช้เนื้อเพลงบางส่วนมาใช้เพื่อล้อเลียนเหมือนเพจคาราโอเกะคุกใต้ดิน
1.4 เผยแพร่ในวงจำกัดและไม่ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์สูญเสียรายได้อันพึงได้รับจากสื่อนั้น ตัวอย่างก็เช่น เอานิยายซีไรท์มาให้นักเรียนอ่านแล้วตั้งคำถามให้ตอบอัตนัย 10 ข้อ หรือให้เพื่อนยืมไวท์โร้ดไปอ่านฟรีๆ เพื่อทำลายสมองเพื่อน

ถ้ามึงหมายถึงนิยายระบบแบบพูดถึงตัวละครโต้งๆ ยืมคาร์แรคเตอร์เขามายำ เช่นระบบนินจานารุโตะในโลกไฮเทค ลูฟี่มีระบบซื้อผลปีศาจในยุคกลาง อันนี้แม่งผิดเต็มๆ เพราะกลายเป็นแฟนฟิคไปแล้ว สำหรับเพลงทั้งหลายขนาดยืมมาแค่ท่อนฮุคท่อนเดียว เอามาใส่เป็นคำพูดตัวละครยังเคยโดนฟ้อง แล้วมึงเอามาทั้งเพลงจะรอดได้ไงวะ สมัยกูเข้าวงการใหม่ๆ พวกแก่วิชาทั้งหลายสอนเหมือนกันหมดคือมึงแม่งแต่งเพลงขึ้นมาใหม่เองเลย ถอดความจากเนื้อเพลงเดิมมาเป็นร้อยแก้วก่อน ละเอาร้อยแก้วนั้นมาพินิจอารมณ์เพลง ตามด้วยแต่งเนื้อใหม่ (ทำนองไม่ต้องนะสัส) ถ้าเป็นกลอนจากหนังสือที่มีลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้เหมือนกัน ถ้ากากจนแต่งกลอนเองไม่ได้ก็ไม่ต้องสะเออะใส่

ในส่วนของนิยายเขามีสิ่งต้องห้ามไม่ควรยืมจำพวก "วรรคทอง" หรือ "คำพูดติดปาก" ที่เป็นกิมมิคหลักของเรื่องอื่นมาใช้ในงานของตัวเองด้วย เช่น มึงแต่งนิยายรักดราม่าแล้วมีฉากที่พระเอกนั่งทับไม้เสียบลูกชิ้นเลือดพุ่งออกจากตูดนอนหายใจรวยรินใกล้เดี้ยง นางเอกวิ่งมากระชากออกให้ไม่ทันเลยทำได้แค่ประคองหนุนตักไว้ อยู่ดีๆ มึงให้พระเอกพูดว่า "ฉันจะไปรอเธอที่ทางช้างเผือก" ก่อนสิ้นใจ รับรองโดนทักแน่นอนว่าอีสัสโกโบริเสินเจิ้นเย้ดแม่

ที่เห็นอนุโลมก็มี Quote จากงานเขียนอื่นๆ แต่ต้องใส่ชื่อตัวละครที่พูด, ชื่อเรื่อง เครดิตอะไรก็ได้ติดไว้ด้วย ถ้ายกของเขามาใช้เฉยๆ ระวังเจอทัวร์ลงกับโดนฟ้องได้เหมือนกัน ส่วนพวกย้อนยุคไปแล้วพูดถึงคนในยุคนั้นถ้าไม่ได้บิดเบือนจนเสื่อมเสียถึงตัวบุคคล ย้อนไปเพื่อยืมใช้บรรยากาศของยุคเป็นเซตติ้งเฉยๆ มึงจะย้อนไปยุคฮิปปี้ครองเมือง ยุคเอลวิส ยุคบีโทเฟ่นอะไรก็ตามใจเลย มันก็มีขอบเขตเส้นที่ไม่ควรข้ามไปอยู่แหล่ะ ขึ้นอยู่กับคนว่าระวังตัวดีแค่ไหน

297 Nameless Fanboi Posted ID:f5uDIrgxYg

>>296

สรุปง่ายๆ ว่านิยายที่ยืมชิ้นงานติดลิขสิทธิ์อื่นมาใช้ในงานตัวเองแล้วมีโอกาสรอดสูงก็ได้แก่งานที่

- แต่งแล้วกากไม่ค่อยมีคนอ่าน ถือเป็นการเผยแพร่ในวงจำกัด ต่อให้แพ็คขายก็อาจขายออกไม่เยอะ ทำให้ไม่กระทบรายได้ของงานหลัก (เศร้าใจไหมสัส)
- แต่งโดยระบุชัดเจนว่าเป็นแฟนฟิคนะจ๊ะ แต่แต่งเพื่อความฟิน แต่งต่อเรือคู่ชิบที่ชอบ แต่งเพื่อให้เมนที่เชียร์ได้เข้าวิน ไม่ได้นำไปหาแดก ทั้งแบบแพ็คขายและโดเนท งานนี้สนองนี้ดเพื่อความดีต่อใจเท่านั้นจ้า
- นิยายที่เปิดเป็นบทความรับวิพากษ์โดยเฉพาะ (หรือที่รู้จักกันในยุคเก่าๆ ว่าร้านรับวิจารณ์นิยาย) ถ้าจะให้วิจารณ์แล้วไม่ยอมให้พูดถึงเรื่องหลัก มึงบ้าป่าว ?
- งานที่จงใจพาโรดี้ เช่นเรื่องหยำฉาแกรี่ กินทามะ
- บทคัดย่อที่ถูกนำมารวบรวมเพื่อใช้เป็นตัวอย่างการสร้างงานเขียนทุกแขนงทั้งในทางที่ดี และทางที่แย่ ดังนั้นสับนิยายในโม่งก็ถือว่ารอดนะ แม้จะโดนโจมตีว่า ปากหมา-ภาษาเหี้ย ก็ตามที
- ใช้ในการศึกษา วิจัย ทดลองเขียน ฝึกเขียนด้วยการดัดแปลงเนื้อเรื่องอย่างจงใจให้ออกมาคล้ายกัน แต่ต้องระบุไว้ตรงข้อมูลหน้าหลักว่า สื่อที่สร้างขึ้นใหม่ไม่ถือว่าเป็นผลงานของตนเอง ทำเพื่อจุดประสงค์ในการศึกษากลวิธี หรือเพื่อฝึกฝนเทคนิค และพร้อมจะลบเนื้อหาทันทีหากเจ้าของ ลขส. ต้องการ
- นิยายใดๆ ก็ตามที่หยิบเนื้อหาจากเรื่องต้นทางมาใช้ โดยไม่ทำให้เกิดผลเสียจากสาเหตุเหล่านี้ ... "คงเนื้อหาเดิมแต่เปลี่ยนชื่อตัวละคร" (abject plagiarism), "ชื่อตัวละครเดิมแต่เปลี่ยนเนื้อหา" (fan fiction), "แสวงหาผลกำไรทุกรูปแบบ" (seek benefits), "สปอยเนื้อเรื่องอย่างหนักหน่วง" (massive spoiler), "นำฉากสำคัญใดฉากหนึ่งมาใช้โดยปรับให้เข้ากับเนื้อเรื่องตนเอง" (scene leeching), "ใช้ข้อมูลของเรื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต" (stealing knowledge), "ละเมิดข้อบังคับ CC ที่ตัวเรื่องจดทะเบียนไว้" (creative commons violation)

คิดเองใช้เองปลอดภัยสุดละ เชื่อกู

2. แบบเก่าๆ มันเยอะจนเอียน อาจกำลังพยายามหาแนวทางใหม่กันอยู่ บางคนก็พยายามจะให้ตัวละครมีมิติไม่แบน เนื้อเรื่องไม่กากจนน่าเบื่อ แต่มึงก็ยังคงใช้แกนหลักเดิมนั่นคือ ตัวเอกเก่งเทพ ถ้าเป็นหนังโป๊สุดท้ายมันก็เย้ดกันเหมือนเดิมอะ แค่อาจมี Story ให้ดูบ้าง ไม่ใช่มาถึงเย้ดเลย ถ้าเป็นนักเขียนที่อายุน้อยมันก็เหมือนกับพวก new normal ตอนนี้ คือไม่ได้มองว่าสิ่งที่ตัวเองทำแม่งผิด นี่มันแนวทางของกู มึงไม่เข้าใจเอง อะไรเทือกนั้น

3. การโหยหาความขลังยุคก่อนหน้ามันแบ่งได้เป็น 2 แบบ อย่างแรกคือคนแก่แล้วโหยหาอารมณ์พวกวันวานยังหวานอยู่ ยุคกูโตเป็นหนุ่มนะ อย่างนั้น อย่างนี้ พวกมึงไม่เข้าใจถึงความเท่เหล่านั้นหรอก กับอีกแบบคือเด็กรุ่นใหม่ที่พยายามทำตัวฮิปเตอร์ อยากให้ตัวเองออกแนววินเทจ เลยพยายามจะสร้างไลฟ์สไตล์ที่เก่าแต่เก๋ น่าเสียดายที่พวกแม่งไม่ได้เข้าใจความฮิปเตอร์หรือวัฒนธรรมของพวกที่ฮิปฯ จริงๆ เลยแม้แต่นิดเดียว เป็นเรื่องประหลาดของคนบางกลุ่มที่มีหัวอนุรักษ์นิยม ทำให้คิดว่ายุคก่อนนั้นดีกว่ายุคปัจจุบัน ยุคนั้นปัญหาน้อยกว่ายุคนี้ สิ่งที่ดีไม่เหลือมาถึงยุคใหม่ ก็ไม่ต้องไปคิดมาก อีกหน่อยพอมึงทำตัวแบบนี้ในปี 2060 บ้าง มึงก็จะเจอเด็กเกรียนหรือวัยรุ่นยุคนั้นมาตั้งคำถามว่า ยุค 20 30 มันดียังไงทำไมชอบเพ้อหากันนัก ทำไมถึงชอบเล่นเกม PS5 หรือบน PC ทั้งๆ ที่เครื่อง VR ฟูลไดรฟ์มาถึงแล้ว ถ้ายังไม่ตายเดี๋ยวก็เข้าใจเอง

เออ กูก็รอมาไม่รู้กี่ปีแล้วเนี่ย ใช้ Tag ทีเหอะ ระบบหมวดมันกากสัส ลงนิยายมั่วหมวดจนเว็บเน่าหมดแล้ว

298 Nameless Fanboi Posted ID:3APumeYNDo

>>294 1.แบบนี้https://writer.dek-d.com/RockWiRerZ/writer/viewlongc.php?id=2061946&chapter=4 ใช่ไหม
อันอื่นก็ผ่านๆตามาแต่จำไม่ได้ มีอีกเยอะถ้าไปขุดแนวระบบมา แต่กูอ่านที่ฟรีเลยไม่สนใจจะไปแย้ง
2.ไม่อ่าน ไม่ตรงปกก็ปิดทิ้ง
>>297 อย่างบอกยาวไปไม่อ่าน แต่เขียนดีว่ะ โม่งสารบัญรวมเข้าไปด้วยนะ
2.แต่บางคนมันแก่แล้วนะ ในเฟสเคยเด้งขึ้นนักเขียนแนะนำหน้ามันแก่แต่อายุไม่รู้
3.มึงทำให้กูเห็นภาพพวกอาๆน้าๆกูเลยว่ะ กับพวกวอนนาบี แล้วแบบนี้ถ้ากู50-60ไปบอกว่าLineกับiphoneแม่งคลาสสิคกูก็จะโดนเหมือนกับที่กูมองว่าพวกจีบกันด้วยเอ็มเอสเอ็นเป็นสินะ

299 Nameless Fanboi Posted ID:UC3TsBW/J3

>>298 แต่ละ gen มันมียุคทองหรือยุคเฟื่องฟูของตัวเองไง มันคือช่วงเวลาที่ตอนนั้นเขาอาจจะเป็นวัยรุ่น ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานไม่ต้องมาคำนึงถึงเงินทองลูกผัวโรคภัย ยุค 60,70,80,90,00 ตามวัยล้วนๆ คนเราแม่งก็แค่โหยหาอดีต แค่นั้นแหละ

300 Nameless Fanboi Posted ID:uYERbAehKK

>>298 เรื่องเชี่ยนี่... ทำไมกูนึกถึงนิยายไอ้ฉิงเหว่ยเลยวะ ย้อนเวลาแล้วอย่างแรกที่เด่นคือแม่งร้องเพลงเนี่ย มันต้นทุนน้อยดังง่ายรึไง ทำไมมุกนี้ตลอด

301 Nameless Fanboi Posted ID:hNMRgzXpSi

>>300 ก็คงเพราะมันไม่ต้องการอะไรมากไง ร้องเพลงมันดูง่าย แต่เอาจริงๆ ร้องไม่ดีนี่ดับน่ะ เนื้อเพลงด้วย แล้วยังมียุคของมันอีก ลองนึึึึกว่าเอา เพลงสุนทราภรณ์มายุคนี้ หรือเอาเพลงยุคนี้ไปสมัยสุรพลดิ

302 Nameless Fanboi Posted ID:Z.5nwT3Zxo

>>301 เอาหน่านิยายระบบ นิยายแกรี่พวกนี้ มันซื้อความสามารถร้องเพลงมาแล้วร้องเพราะชัวร์ๆ ไง สร้างชื่อเสียงได้ช้วร์ๆ เป็น plot device ที่ง่ายจนไม่ต้องลุ้นเลย

303 Nameless Fanboi Posted ID:pbXYeZGNdI

>>302 ถ้ามันได้อย่างจางเย่ก็โอเคนะ ไม่ต้องลุ้นแต่มันเปิดโลกไง ไม่มีแบบนั้นกันบ้างเหรอว่ะ ขอแบบไปขุดเพลงฝรั่งเศสหรืออิตาลีแบบโคตรดีมาให้กุดูหน่อย แต่ต้องแปลด้วยนะ ไม่ใช่ก็อปปี้พาส

304 Nameless Fanboi Posted ID:D6F4qsuOcW

นั่นสิ

305 Nameless Fanboi Posted ID:sgVQFocDoe

จางเย่นี่ก็มาทรงเดียวก้บราชาแห่งราชันเลย เป็นเหมือนแบบแผนให้มือสมัครเล่นในไทยลอกเลียนละมัดแพ็คขาย ต่างแค่อันนึงซุปตาร์ระบบกับอีกอันเป็นออนไลน์ฟูลไดรฟ์ แกนกลางเหมือนกันคือแกรี่เพื่อความสนุก

น่าเสียดายพวกที่เอามาแต่งตามไม่มีปัญญาทำให้สนุก ได้สาระ หรือเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ แบบที่ >>303 ว่า

306 Nameless Fanboi Posted ID:/vYDLl5N0X

>>305 เชี่ยพิมยาวดันกดผิด เอาสั้นๆแทน จะได้ไม่พาดพิงใครด้วย
มันก็มีนะ แต่มันมักจะมีไม่ครบนี่ซิ สนุกก็บางทีมาแบบไม่มีอะไรเลย สาระก็มาแบบไม่สนุก โดยรวมของไทยก็อ่านเพลินๆแก้เซ็งได้แค่ไม่ว้าว
จริงๆอยากเห็นแบบนักเขียนไทยกล้าจัด do you hear the people singaหรือ La Marseillaiseใส่มาจะตามไปอ่านก่อนยิ่งถ้ากล้าออกนามวองโกเล่จะตามไปกดทั้งไลก์ให้

307 Nameless Fanboi Posted ID:u7VgkC0NBQ

>>306 ไม่ไหวมั้งมึง เดี๋ยวก็ไปลงไปคุยกับหมอหยองที่รากมะม่วงหรอด

308 Nameless Fanboi Posted ID:/vYDLl5N0X

>>307 แวะกินพิซซ่าที่ไรซ์กับบาโฟเจียมก็พอ

309 Nameless Fanboi Posted ID:cX7TTl.WyC

มีใครตอบกูได้บ้างครับว่า ลอก กับ แรงบรรดาใจ มันต่างกันยังไง กูเห็นนักเขียนไทยยกมาใช้บ่อยเสียเหลือเกินสองคำนี้

310 Nameless Fanboi Posted ID:cX7TTl.WyC

*แรงบันดาลใจ รีบเกินเขียนผิดเลยสัส

311 Nameless Fanboi Posted ID:eylc3HChQ4

>>309 มันอยู่ที่มึงมองอะ ถ้ากูเขียนแนวเกม มึงก็มองว่ากูลอก SAO ทั้ง ๆ ที่เนื่อหากูอาจจะคoละกับแม่ง แต่ก็นั่นแหละ ถ้ามึงจะมองว่ากูลอก มันก็คือ 'ลอก'

312 Nameless Fanboi Posted ID:lgF1P5nZPE

>>309 ถ้าเข้าใจเรื่องโครงสร้างและองค์ประกอบของนิยายก็จะเข้าใจว่าอะไรคือลอก อะไรคือแรงบันดาลใจ
ถ้าอ่านนิยายคนติดอยู่ในเกมออนไลน์ออกไม่ได้ ดูยอดวิวยอดยอดซื้อแล้วเกิดเงินบันดาลใจ อยากเขียนบ้าง
ก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือการก็อปปี้
ในด้านของตัวละครมีเรื่องของความขัดแย้งสามระดับ ความสำคัญต่อเรื่อง แรงผลักดัน เป้าหมายของตัวละคร
ในด้านของพล็อต มี Rising action, Climax และ Falling action ร้อยเรียงกันไป
ยังมีธีมเรื่อง สารของเรื่อง สิ่งที่ต้องการนำเสนอ
ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่า เรื่องที่เราเขียนไม่ได้ลอก แต่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการอ่าน อบต. เห็นว่าขายดีก็อยากเขียนเรื่องที่ตัวละครติดในเกมและเก่งเทพ อ่าน เลเวลขึ้นอยู่คนเดียว ก็เอาระบบเกมผสมโลกแห่งความจริง แต่ถ้าทั้งสามหัวข้อคือ ตัวละคร พล็อตและธีมมันไม่เหมือน ไม่มีใครว่าลอกได้หรอกเพราะเหมือนกันแค่เซ็ทติ้ง อารมณ์ก็เหมือนย้อนไปยุคสามก๊กแล้วกลายเป็นบุตรมังกร ย้อนไปยุคจิ๋นซีกลายเป็นเซี่ยงเส้าหลง
พิมพ์มานี่ไม่รู้จะส่งได้ไหม โม่งเป็นอะไรพักนี้ IP ที่เราใช้โดนแบนตลอด

313 Nameless Fanboi Posted ID:.u5a/vxk9H

>>309 กูมองว่าแรงบันดาลใจเป็นการต่อยอด อาจจะอ่านแนวนึง เลยอยากเขียนเป็นของตัวเองบ้าง หรืออ่านแล้วคิดเรื่องใหม่ๆ ออกมาได้ ซึ่งไม่ค่อยมีความเหมือนหรือเกี่ยวข้องกัน ส่วนลอกคือสิ่งที่ดีเทลกับเส้นเรื่องยิบย่อยมันเหมือนกันจนจับโป๊ะได้ (ซึ่งปกติไอ้คนลอกมันลอกก็เพราะชอบ เลยยกมาเยอะ ก็จะโดนจับโป๊ะไป) ถึงจะมาแนวคล้ายๆ แต่มันไม่มีทางที่เส้นเรื่องจะเหมือนกันเป๊ะๆ อย่างจักรวาลผู้กล้าทั้งหลาย ถึงใช้รูปแบบเซ็ตติงคล้ายๆ กัน แบบ อัญเชิญผู้กล้าไปต่างโลก รถบรรทุกชนไปต่างโลก บลาๆ แต่วิธีการเล่า เส้นเรื่อง และแนวทางของตัวมันเองก็ไม่เหมือนกันทุกอย่าง

314 Nameless Fanboi Posted ID:ibnxtiUfkC

ตามนั้นแหละ แต่ยังมีคนแยกไม่ออกด้วยซ้ำ

315 Nameless Fanboi Posted ID:igKg4TgkoM

มาต่อเรื่องลิขสิทธิ์จาก >>282 อีกนิดนึง วันที่กูไปถาม Meb กูก็ลองแจ้งแบนทางเว็บเด็กดวกเอาไว้ด้วย (กูคิดว่ามันไม่โดนแบนหรอก แค่อยากจะรู้ว่าทีมงานจะตอบยังไง) ผลที่ได้ก็ตามนี้...

ทีมงานแบนนิยาย: ขอบคุณที่แจ้ง ตอนนี้คำร้องของคุณที่ให้ตรวจสอบบทความเรื่อง [E-book] ‘Lollies & Cigarettes’ markbam ตอนที่ 20 ได้ถูกทีมงานตรวจสอบแล้ว เนื่องจาก เรียนผู้ใช้งาน ทางทีมงานขอขอบคุณสำหรับการแจ้งเข้ามาในระบบ ในปัจจุุบันแฟนคลับเอาศิลปินที่ชื่นชอบมาทำแฟนฟิค และทำหนังสือทำมือขายหรือแจกจ่ายกันในกลุ่มคนเล็กๆ ที่ชอบเหมือนกัน ซึ่งต้องขออนุญาตเจ้าของชื่อหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนถึงจะถูกต้องตามกฎหมาย แต่ศิลปินหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ก็อาจจะอนุโลม หรือผ่อนผันให้แฟนคลับทำได้ ในกรณีนี้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถแจ้งความไม่ประสงค์ให้ขายหนังสือแฟนฟิคได้โดยตรงกับผู้ขาย รวมถึงแพลตฟอร์มที่เอานิยายไปวางขายคือ mebmarket และสามารถแจ้งทางเด็กดีที่นักเขียนเอาหนังสือมาประชาสัมพันธ์ได้ด้วยค่ะ ทั้งนี้หากท่านเป็นเจ้าของสิทธิ์สามารถ ส่งหลักฐานหรือรายละเอียดอื่นๆ ไปที่อีมเล writer@dek-d.com เพื่อที่ทางทีมงานจะได้ทำการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ขอบคุณค่ะ ทีมงานนักเขียนเด็กดี

https://imgur.com/a/cQg2DB0

316 Nameless Fanboi Posted ID:igKg4TgkoM

สรุปสั้นๆก็คือ "ถ้าไม่ใช่ผู้เสียหายก็อย่าเสือก" นั่นเอง...เอวังมาด้วยประการละฉะนี้

317 Nameless Fanboi Posted ID:uAGHYe9LIV

>>316 กูนี่ ปลงเลยสัส

318 Nameless Fanboi Posted ID:ibnxtiUfkC

เพราะพวกดาราอ่านภาษาไทยไม่ออก ตึงโป๊ะ

319 Nameless Fanboi Posted ID:x1zBVDxmtg

>>315 ทีมงานเด็กดีก็ตอบไปตามภาษากฏหมายนะ ผู้เสียหายคือเจ้าของลิขสิทธิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่แจ้งก็เท่านั้น ไม่ค่อยมีใครจับปลาซิวข้ามประเทศหรอก มันได้ไม่คุ้มเสีย

320 Nameless Fanboi Posted ID:2yXovTFc36

ถ้าเราเป็นนักอ่าน เราจะรู้ได้ยังไงว่าตอนที่อ่านอยู่นี้ นักเขียนเขาเขียนมากี่คำหรือกี่ตัวอักษรอ่ะ

321 Nameless Fanboi Posted ID:pu66neEFZy

>>320 เช็คไม่ได้เลย นอกจากจะกะเอา

322 Nameless Fanboi Posted ID:f6SaLIikbT

อย่างที่ >>321 ว่า เพราะมันก๊อบข้อความออกไปตรวจจำนวนคำไม่ได้ แต่ถ้าจำไม่ผิด การติดเหรียญมันมีกำหนดความยาวขั้นต่ำต่อตอนอยู่นะ

323 Nameless Fanboi Posted ID:sdIvHDOkKF

>>320 ถ้าอยากลำบากสหายโม่งคงต้องก้มหน้านับเอา
ถ้าจะเอาสบาย หากเป็นนิยายบนเวบเด็กดวก หา add on บน chrome copy ตัวหนังสือไปแปะใน word นับเอาก็ง่ายดี

324 Nameless Fanboi Posted ID:5Ry+t0Ki0T

>>299 ช่วงนี้ที่มัน90 ก็เพราะพวกนี้มีตังเป็นใหญ่ก็มาโชว์กันยิ่งมีเฟสยิ่งหนัก เอากันดั้มมาอวดกัน
>>305 มีอยู่เรื่องนะกุตามอ่านอยู่ในเดกดีนี่ละ แต่เรื่องมันเอื่อยๆ พูดเรื่องมวยปล้ำยุคเก่าจนกุไปเซิจยูทูปมาดูเลย แต่ที่กุแปลกใจคือต้มยำแม่งใส่กะทิได้ด้วยเหรอว่ะ
>>312 เงินบันดาลใจ คำนี้โดนเลยว่ะ
>>315 แบบนี้กุเขียนฮาเรมยุริ เจนลอ เอมม่า มีหมวยอย่างเจ๊ฟานปิงปิงมาเป็นมือที่สาม ก็ได้ซิว่ะ พวกนั่นยังไงคงไม่มาฟ้องกูหรอก ใส่ข้างหน้าnc++ด้วย

325 Nameless Fanboi Posted ID:0jM6TSh.nu

>>324 ต้มยำใส่กะทิ=ต้มยำน้ำข้น555555

326 Nameless Fanboi Posted ID:sdIvHDOkKF

>>325 ต้มยำใส่กระทิ กลายเป็นต้มข่าสิสหาย

327 Nameless Fanboi Posted ID:2/fwdNOv0X

>>326 เดี๋ยวเจอต้มยำน้ำข้นใส่นมคาร์เนชั่น

328 Nameless Fanboi Posted ID:dpZ0TXLnOP

>>327 ก็ตกกะปิหนิ

329 Nameless Fanboi Posted ID:f6SaLIikbT

>>325 อันนี้อะถูกแล้วใส่กะทิลดน้ำลงนิดหน่อย = ต้มยำน้ำข้น

>>326 ต้มข่าใช้ตัวปรุงกลิ่นคนละแบบ สีที่มาจากพริกแกงก็ต่างกัน ดังนั้นไม่ใช่ต้มข่าหรอกหน่า ยกเว้นต้มยำของมึงจะใส่ข่า เนื้อไก่ กับเห็ดลงไปด้วย แถมใส่แล้วน้ำเปลี่ยนเป็นขาวแทนส้มๆ แดงๆ

>>327 กูเคยกินนะมึงมันๆ อร่อยดี แต่ไม่หอมเหมือนกะทิ แถมจู๊ดๆ ด้วย

330 Nameless Fanboi Posted ID:XDR6I6jsnn

>>325 >>326 >>327 ประเด็นเยอะแยะพวกมึงขยี้กันเรื่องต้มยำำ สัส (กุหิว)​

331 Nameless Fanboi Posted ID:XDR6I6jsnn

>>329 กูตรงข้ามกะมึงเลยว่ะ เคยทำใส่นมสด(เมจิ)​ครั้งเดียวปวดท้องกันทั้งบ้าน หลังจากนั้นกูใส่แต่คาเนชั่นมาตลอด

332 Nameless Fanboi Posted ID:S.MdUiu1qq

>>331 มึงใช้แบบพ่องมันเนยป่าว ถ้าใช่ก็ขี้ไม่แตกอะ ส่วนนมสดมันมีแลคโตส ถ้าไม่ได้เป็นพวกที่ดื่มนมสดบ่อยๆ หรือร่างกายต้านแลคโตสได้เอง โอกาสขี้แตก 130%

333 Nameless Fanboi Posted ID:0knJ9JYgNR

>>332 ไม่รู้ว่ะ กูจำได้แค่ว่าขวดมันสีน้ำเงินเข้ม ว่าแต่นี่กูหิวจนเห็น กะทิใน >>329 กลายเป็นนมสดไปแล้วเหรอวะ เห้อออออ

334 Nameless Fanboi Posted ID:5Ry+t0Ki0T

>>329 ตกลงมันไงกันแน่หว่า เดียวกุไปถามพวกห้องครัวตลาดบนในสังคมคุณภาพหน่อย
เกิดมาเจอแต่ใส่คนเนชั่น ถ้าใส่กะทิคือต้มข่า เพิ่งเคยได้ยินต้มยำน้ำข้นคือใส่กะทิ
>>332 บ้านกูก็เป็น ถ้ากินต้องไม่ไปไหนเลย เตรียมจองห้องน้ำ

335 Nameless Fanboi Posted ID:S.MdUiu1qq

ชักจะหลุดประเด็นจากมู้นิยายเว็บกลายเป็นมู้ทำอาหาร (หรือจะมองว่าเป็นข้อมูลแต่งนิยายดี)

336 Nameless Fanboi Posted ID:ZUyy8ZjHZA

>>335 ข้อมูลแหละ แต่แม่งลากมาจนกูนึกว่าเข้าผิดมู้555

337 Nameless Fanboi Posted ID:4a4oZYk+YJ

>>334 มึงดูไม่มีความรู้พื้นฐานอาหารไทย ต้มยำน้ำข้น-น้ำใส ต้มข่ามึงยังแยกไม่ออกเลย ไหนๆ ก็หลุดประเด็นมาถึงตรงนี้แล้ว กูเคลียร์ให้เลยแล้วกัน

1. พื้นฐานของต้มยำและต้มข่าใช้สมุนไพรตั้งต้นเหมือนกัน คือข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ต้มข่าสัดส่วนของข่าจะมากกว่าเพื่อให้กลิ่นข่าเป็นตัวนำ ต้มข่าจะมีสีขาว ไม่นิยมใส่พริกเผา อย่างมากก็ใส่พริกคั่วเล็กน้อยโรยหน้าเพื่อให้มีน้ำมันพริกเล็กน้อย แต่สีของต้มข่าจะยังคำความขาวเป็นหลัก จะบอกว่าความสำคัญของต้มข่าคือสีขาวก็ได้

ส่วนต้มยำจะมีการเพิ่มเครื่องปรุงและสมุนไพรอื่นๆ ลงไปได้ มีความแตกต่างกับต้มข่าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น-สี-รส ต้มยำน้ำใสจะไม่ใส่พริกเผา จะใช้ความเผ็ดจากพริกสด ไม่นิยมมีน้ำมันพริกลอยหน้า อาจใส่ใบกะเพราหรือโหระพาเพื่อเพิ่มกลิ่น (ถ้าใส่โปรตีนเป็นทะเลรวมลงไปก็จะกลายเป็นโป๊ะแตก) ส่วนต้มยำน้ำข้นคือใส่น้ำพริกเผา (จริงๆ คือเครื่องแกงของต้มโคล้ง แต่ลดเวลาลงด้วยการใส่น้ำพริกเผาสำเร็จรูปแทน) และทำให้ข้นด้วยกะทิ แต่พวกแกงกะทิหรือต้มกะทิมันเสียง่าย ปัจจุบันจะใช้นมแทนก็ได้ไม่มีใครว่า แกงและต้มใดๆ ของไทยแม่งใส่กะทิมาก่อนนม นมแม่งเข้ามาเป็นที่นิยมกี่ปีกันเชียว กะทินี่กินกันมาตั้งแต่สมัยไหนสมัยใด ให้คิดถึงความหาง่ายของวัตถุดิบด้วย

ถ้าพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว ตัวต้มยำ flexible กว่าต้มข่า เพราะใส่สมุนไพรใส่ผักเพิ่มได้เยอะกว่า ใส่ใบมะขามอ่อนก็เป็นต้มยำใบมะขามได้ เปลี่ยนโปรตีนได้เยอะกว่าด้วย ส่วนต้มข่าค่อนข้างตายตัว ดิ้นได้ไม่เยอะ ไม่นิยมเปลี่ยนโปรตีน เพราะส่วนมากก็จะเป็นต้มข่าไก่ หรือไม่ก็ต้มข่าปลาสลิดทำนองนั้น

2. ดูข้างกระป๋องให้ดี คาร์เนชั่นมีแบบครีมเทียมข้นจืดกับนมข้นจืด ที่กินๆ กันบางทีครีมเทียมล้วนๆ ไม่ใช่นมด้วยซ้ำ

338 Nameless Fanboi Posted ID:S.MdUiu1qq

สรุปว่าอย่าใส่นมสด เดี๋ยวจะขี้แตกนั่นเอง

339 Nameless Fanboi Posted ID:4a4oZYk+YJ

>>338 แล้วแต่ว่าบ้านมึงแพ้แลคโตสหรือเปล่า ถ้าแพ้ก็ใส่กะทิดีกว่า แต่ปรกติเด็กๆ จะไม่ค่อยแพ้นะ ส่วนหนึ่งเพราะเด็กๆ กินนมกันเยอะ แก่ขึ้นนี่แหละถึงจะแพ้หนักขึ้น หรือถ้าห่างกินนมไปสักพักก็จะแพ้เหมือนกัน สัส แลคโตส ทำชีวิตยากเย็นชิบหาย

340 Nameless Fanboi Posted ID:0jM6TSh.nu

คือกูแค่หยิบจับประเด็นนิดเดียว เข้ามาอีกทีจริงจังกันมาอะ กูขอโต๊ด แต่กูชอบอ่านของ>>337 นะ ให้อารมณ์กูต้องนั่งพับเพียบฟัง เหมือนอยู่สมัยสุโขทัยเก่า ๆ หน่อยดี ชอบๆๆๆ5555

341 Nameless Fanboi Posted ID:5Ry+t0Ki0T

>>337 นับถือ พูดจริงไม่ประชด กูนึกว่าใส่กะทิคือต้มข่า ใส่นมคือต้มยำน้ำข้น ไม่ใส่คือน้ำใสมาตลอด
>>340 มิน่าพวก อิเซไค ต้องทำมิโซะให้ได้
>>335 อิเซไค ตามสั่ง จัดไปเลย ถ้าทำจะไปอ่าน

342 Nameless Fanboi Posted ID:QGz+6xR5Jj

>>341 ละจะแต่งพล็อตยังไง ผู้กล้ามากินต้มยำกุ้งใส่นมวัวของนางเอกเพราะต่างโลกไม่มีกะทิ เลยขี้แตกต้องไปให้นักบวชรักษา ก่อนกลับมาเอาเรื่องที่ร้านเพราะคิดว่านางเอกวางยางี้เหรอ พล็อตแจ่มใสเกินกูรับไม่ได้

343 Nameless Fanboi Posted ID:Igu+YlehSG

>>339 เรื่องแลคโตสเดี๋ยวนี้ง่ายขึ้นนิดนึงตรงที่มีขายนม lactose-free นะ
>>342 ขี้แตกเพราะกุ้งไม่สดหรือวัตถุดิบ/จานชามช้อนส้อมไม่สะอาดง่ายกว่าป่าววะ ? แม่งดูเป็นความซวยดี

344 Nameless Fanboi Posted ID:lIhaH3q.C7

>>342 มันก็ยังดีกว่าอีแจ่มใสบางเรื่องอีกนะ eieiei

345 Nameless Fanboi Posted ID:5Ry+t0Ki0T

>>342 เฮ้ยอย่าว่าไป อิเซไคทำอาหารไม่มีพล็อตยังขายได้ ทำไมแบบนี้จะขายไม่ได้
....ณ เมืองดอนลอน จู่ๆก็มีร้านอาหารแบบใหม่เกิดขึ้น มันมีเมนูมากมายที่ไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน... บลาๆๆๆ
แต่คนเขียนคงต้องมีสกิลทำอาหารพอดูเลย ไม่งั้นเปิดอากู๋ตาย

346 Nameless Fanboi Posted ID:xp1cZWmrKj

เถียงทำไมวุ่นวาย นักเขียนเป็นคนสัญชาติไหน อาหารของสัญชาตินั้นจะเทพสุดในต่างโลก อาหารต่างโลกกากทุกจาน ยกเว้นคนเขียนสั่งมา

347 Nameless Fanboi Posted ID:8hmezhP/AS

>>346 มันก็เหมือนแผนโปรโมตวัฒนธรรมตัวเองที่พี่ยุ่นเขาทำมานานแล้ว เหมือนเคยได้ยินว่าเป็นข้อบังคับเลยนะเวลาจะเขียนเรื่องงี้ ถ้าเป็นเรื่องในโลกปกติต้องมีพูดถึงเกี่ยวกับท้องถิ่นจังหวัดตัวเองว่ามีอะไรเป็นของขึ้นชื่อ หรือมีประเพณี สถานที่ท่องเที่ยวอะไรในจังหวัดบ้าง แต่พอเป็นต่างโลกคราวนี้เลยเล่นวัฒนธรรมระดับประเทศเช่นทำไมต้องหาข้าวแดกให้ได้ ทำไมต้องมิโซะ ทำไมต้องโชวหยุ ทำไมชอบสร้างบ่อน้ำพุร้อน ทำไมดาบต้องดาบคาตานะ เหมือนที่อนิเมะฮาเร็มทำไมต้องมี Beach episode นั่นแหล่ะ มันเป็นเหมือนไฟต์บังคับว่ามึงต้องเขียนอะไรที่มีความเป็นชาติตัวเองลงไปด้วยนะไม่งั้นมึงแม่งบกพร่องในฐานะพลเมือง แล้วมาดูฝั่งไทย ถ้าไม่ใช่แนวพีเรียดนี่ หลายๆ อย่างแม่งไม่ไทยเบย ให้ตาย

348 Nameless Fanboi Posted ID:0jM6TSh.nu

>>347 ทำให้กูนึกถึงhunterXHUNTERที่มีแข่งทำอาหาร ซูชิ 555โคดตลกอะ ซูชิหน้าหน้าเป็นยังไง

349 Nameless Fanboi Posted ID:xp1cZWmrKj

>>347 กูว่าไม่เกี่ยวกับข้อบังคับ แต่เป็นเรื่องของชาตินิยมต่างหาก

350 Nameless Fanboi Posted ID:4a4oZYk+YJ

พูดในฐานะคนที่ที่บ้านมีกิจการอะไรพวกนี้ผสมกับคนเขียนนิยายนะ

นิยายทำอาหารไม่ว่าจะโลกนี้ โลกหน้า ต่างโลก ปัจจุบัน อนาคตใดๆ แม่งไม่สามารถทำเมนูครีเอทีฟได้ มันพรีเซ้นท์ความใหม่ที่เป็น invention ของจานได้ไม่ครบถ้วน เพราะอาหารมันคือรูป รส กลิ่น สี มีการพรีเซ้นท์จานออกมาอีก ลำพังแค่จินตนาการแม่งไม่พอ สมมติกูอธิบายบรรยายอาหารฟิวชั่นขึ้นมาหนึ่งจาน ต่อให้ขุดสกิลเชฟ ขุดสกิลนักเขียนมามากแค่ไหน ภาพที่ปรากฏในจินตนาการของมึงที่มาจากคำบรรยายของกู อาจไม่ใกล้เคียงจานที่กูทำจริงๆ เลยก็ได้ ไม่เหมือนการ์ตูนทำอาหารที่มันยังพอมีภาพช่วยให้คนอ่านจินตนาการออกว่าหน้าตาควรจะออกมาเป็นยังไง

ฉะนั้นวิธีการเขียนนิยายทำอาหารโดยเฉพาะพวกอิเซไกอะไรต่างๆ ให้ดูว้าว ส่วนใหญ่จะยึดเมนูที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันอาศัยความแตกต่างทางวัฒนธรรมให้ดูว้าวว้าวในเซตติ้งนั้น ก็คือเมนูที่ตัวเอกจะทำต้องเป็นเมนูที่คนอ่านรู้จัก ไม่เกินจินตนาการไปนัก แต่พอไปอยู่ในเซตติ้งมันใหม่ เพราะไม่มีใครในเซตติ้งรู้จักมาก่อน อะไรทำนองนั้นแหละ

351 Nameless Fanboi Posted ID:McHC2CexKH

ทูกโคนนนนนน (อ้อนเต็มที่เลยกู)
ขอคำแนะนำนิดนึง ว่ามีนิยายเรื่องไหนบ้างที่เดินเรื่องแบบ pov3 เฉพาะตัวละคร บ้าง

แล้วคือกูสงสัยว่า ถึงจะเป็นpov3เฉพาะตัวละคร แต่ในแต่ละบทก็จะเปลี่ยนเป็นโฟกัสตัวไหนแทนได้ไหม แล้วจะสะเหร่อเขียนแนวบรรยายความคิดตัวละครอื่นลงไปได้ไหม
หรือต้องทำให้เป็นpov1 แต่เป็นการบรรยายแบบpov3เฉพาะตัวละคร

เข้าใจกูไหม...เข้าใจกูบ้างไหม

352 Nameless Fanboi Posted ID:4a4oZYk+YJ

>>351 มึงหมายถึงนิยายที่ดำเนินเรื่องแบบ POV3 แบบแคบที่โฟกัสเฉพาะตัวละครใช่ไหม งานลุงมาร์ติน เรื่อง GOT ก็ถือว่าใช่แหละ แต่ละบทก็จะยึดตัวนั้นเป็นหลัก เล่าถึงความคิดของตัวนั้นเป็นหลัก ถ้าจะเขียนบรรยายความคิดของตัวละครอื่นก็ได้ แต่ไม่ใช่แม่งคิดวนเวียนเหี้ยอะไรอยู่ 3-4 ตัวนะ

POV1 แต่เขียนแบบ POV3 คือเหี้ยอะไร เขียนยังไงกูอยากรู้ หรือมึงจะสร้างมุมมองใหม่เหรอ

ปล. เรื่อง POV เป็นเรื่องลูปอันดับ 1 ของโม่งห้องนี้ ยกตัวอย่างมาเป็นแปดแสนล้านร้อบ วันหลังลองย้อนดูตามไฮไลท์บ้างก็ได้นะ

353 Nameless Fanboi Posted ID:24QQjPtbPG

อัพนิยายเวลาไหนดีวะ กูเพิ่งเข้าวงการอะ อัพไปเป็นชั่วโมงแล้วไม่มีคนเข้ามาเลย แม่งเฟล

354 Nameless Fanboi Posted ID:ijDnQSmHl4

>>352 ขอบคุณมาก เดี๋ยวไปหาอ่าน แต่ดุจุง เค้าใจบางนะตัว5555

เปล่าหรอก เรื่อง pov1 แต่เขียนแบบpov3 กูเคยอ่านในนีกเขียนคนหนึ่ง เขาบอกว่านิยายเขาเขียนแบบpov3แต่โฟกัสที่ตัวละครพระเอกตัวเดียว พอกูอ่านไปแม่งก็คล้ายpov1แต่ปกติมันต้องเป็นข้า ฉัน นักเขียนเปลี่ยนเป็น เขาคิดว่าอย่างนั้น เขาคิดว่าอย่างนี้ แล้วบรรยายถึงท่าทางของตัวละครอื่น ไม่ได้ใส่ความคิดเห็นตัวละครลงไป
แลบนี้เรียกpovอะไรวะ ผสมผสาน?

355 Nameless Fanboi Posted ID:/ZKwiTm2Oq

>>353 ต่อให้อัพช่วงไพรม์ไทม์ก็มีนิยายอีกเป็นร้อยเรื่องที่อัพช่วงเวลาใกล้ๆ กันอยู่ดี พูดถึงเรื่องดึงดูดให้คนอ่านกดเข้ามา ไอ้เรื่องลงเวลาไหนสำคัญประมาณ 20% อีก 80% คือชื่อเรื่อง คำโปรย ภาพปก จำนวนตอน กลับไปคิดก่อนว่าชื่อเรื่องกับคำโปรยมึงใช้ได้หรือเปล่า

356 Nameless Fanboi Posted ID:gcj3PwBDDA

>>354 แปลกๆ อ่านแล้วนึกตามไม่ออก มีวาร์ปปะจะแวะไปดูหน่อย

357 Nameless Fanboi Posted ID:/ZKwiTm2Oq

>>354 don’t tell me how to talk กูตอบแบบนี้ด้วยภาษาของกูเป็นปรกติ กูไม่ได้มีหน้าที่รักษาน้ำใจใครเนอะ ถ้ามึงยังมีอคติกับสำนวนภาษา ไม่สามารถตัดออกจนเหลือแต่ใจความสำคัญที่กูตั้งใจตอบได้ ขอเชิญไสหัวถัดหีกลับไป วันเดอร์แลนด์ไม่ใช่ที่ของมึง

และที่มึงถาม มันคือ POV3 แบบแคบ คือโฟกัสที่ตัวละครเดียว ไม่ใช่ผสานและไม่ใช่ POV1 จำได้ว่ามีคนยกตัวอย่างเอาไว้แล้ว

POV3 แบบแคบ มันจะประมาณนี้

ตอนที่อลันเห็นไอ้เด็กเวรนั่นเดินโอบเอวแม่สาวผมบลอนด์เฉิดฉายเข้ามาในบาร์ ชายวัยกลางคนก็สำลักจิมบีนออนเดอะร็อคเสียจนแสบหูแสบคอไปหมด แม่งเอ๊ย...เขาเพิ่งบอกมันไปแท้ๆ ว่าอย่ามาแหย็มกับคนในครอบครัวของเขา แต่ไอ้สารเลวคาร์ลอสดันเสือกควงเมียเก่ามาเย้ยเสียได้ มือแก่ๆ ของอลันสั่นระริก ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจโอนเนอร์เขาคงควักปืนมายิงแสกหน้าไอ้ห่าละตินนั่นไปแล้ว

358 Nameless Fanboi Posted ID:UXBEDppr3G

>>357 ไอ้การบรรยายแบบนี้มันอันเดียวกันกับที่ใช้ใน wuxia กระแสเดี่ยวนี้ใช่ป่าววะ

359 Nameless Fanboi Posted ID:yUohQI6Zwz

>>358 ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ POV3 ใช้แบบนี้กันเยอะ มันทำให้ตัวเอกที่เป็นตัวดำเนินเรื่องดูเด่นด้วย บางเรื่องอาจจะแทรกความคิดตัวละครไปในการบรรยายด้วยเลยแบบที่กูทำ แต่บางเรื่องก็อาจจะใช้วิธีแยกออกมาแบบเขาคิด อะไรงี้

360 Nameless Fanboi Posted ID:h2McwcRfat

กูโม่งทดลอง ถึงเวลารายงานผลการทดลองอีกรอบแล้ว

กูได้บรรลุเป้าหมายแรกคือ 1000 วิว และ 100 ผู้ติดตามแล้ว ใช้เวลา 12 ตอน นานกว่าที่ประมาณไว้ 10 ตอนเล็กน้อย ตอนแรกนึกว่าจะไม่ถึง แต่อยู่ ๆ ยอดผู้ติดตามก็พุ่งมา 20 คนเมื่อวันก่อนนี่เอง ไม่เกี่ยวกับที่ไปโฆษณาในบอร์ด เพราะนิยายกูแทบไม่ได้คนอ่านจากในนั้นเลย หลังโฆษณาวิวเพิ่มแค่หลักสิบ ผู้ติดตามเพิ่มมา 1 คนถ้วน

เรื่องความถี่กูอัพได้ไม่ถี่เท่าไร แต่ยังไม่มีคนอ่านเท ต้องลองหาเวลามาอัพถี่ ๆ ดูว่าจะทำให้เรื่องพุ่งแรงกว่านี้ไหม

กูได้ทำความเลวด้วยการเบทให้วาตะเทพช่วยดูนิยายให้ ผลคือแนวกาวไม่ใช่แนวถนัดของเขา มุกที่กูเล่นวาตะดันไม่เก็ต เขาจับได้แต่จุดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนกูไม่ได้อะไรที่มีประโยชน์หรือคำแนะนำที่จับต้องได้มาพัฒนางานเลย ส่วนในบอร์ดก็ไม่มีใครให้คำแนะนำเหมือนกัน กูอาจสรุปได้ว่าคนในบอร์ดให้คุณค่าความสำคัญกับแฟนตาซีแบบคลาสสิค ถ้าแนวกาวจะไม่ค่อยมีคนมาวิจารณ์ หรือเพราะวิวกูไม่ได้น้อย มีคนอ่านอยู่บ้างเลยไม่มีใครสนใจก็ไม่รู้

361 Nameless Fanboi Posted ID:K9fnaZIyeI

POV3 จะมีแบ่งเป็นสองแบบ Omniscient ออมนิเซียน กับ Limited ลิมิเต็ด
ทั้งสองอย่างจะมีสิ่งที่เรียกว่านาเลเตอร์เป็นผู้เล่าเรื่อง บางครั้งนักเขียนจะเล่าด้วยตัวเอง หลาย ๆ ครั้งนักเขียนจะสร้างนาเลเตอร์เป็นผู้เล่าแทนคนเขียน
เวลาเขียนด้วย POV3 ต้องพยายามคุม Voice ของนาเลเตอร์ไว้ ให้เป็นคนเดียวกันทั้งเรื่อง
การเขียนแบบออมนิเซียน คือนาเลเตอร์เป็นผู้รอบรู้ทุกอย่าง รู้ความคิดของ A B C มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่อง
ได้เปรียบเรื่องของการให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อคนอ่าน แต่ในงานของมือใหม่ถ้าเล่าเรื่องไม่เป็นจะสอบตกเรื่องโฟกัสของเรื่อง เขียนแบบสะเปะสะปะ

ส่วนการเขียนแบบลิมิเต็ด นาเลเตอร์จะมองเห็นรับรู้ในสิ่งที่ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งรู้เท่านั้น จึงเล่าได้แค่นั้น การเขียน POV3 แบบลิมิเต็ดจะง่ายตรงที่นาเลเตอร์จะโฟกันสิ่งที่ตัวละครเผชิญหน้าอยู่
การเขียนแบบลิมิเต็ดจะสลับตัวละครได้ เมื่อจบอาร์คของตัวละคร (Arc คือเส้นเรื่องที่ต่อเนื่องของตัวละครตัวหนึ่งที่เปลี่ยน ตัวละคร A จากสิ่งหนึ่งกลายไปเป็นสิ่งหนึ่ง ก็จะจบ Arc ลองนึกถึงการ์ตูนโซเน็นที่จากเด็กนักเรียนธรรมดา แล้วผ่านนั่นนู่นนี่กลายเป็นนักรบปิศาจ นั่นล่ะที่เรียกว่าจบ Arc )

ถ้าจะสลับไปมาก็เขียน POV3 แบบออมนิเซียนเถอะ แต่ก็ระวังเรื่องโฟกัสกับการเล่าเรื่องให้ดีด้วยล่ะ
นาเลเตอร์ด้วยบางคนเขียน POV3 โดยใช้ตัวละครเป็นนาเลเตอร์ พอเปลี่ยนตัวละครนาเลเตอร์ก็เปลี่ยนตาม เหมือนติดจากการเขียน POV1

362 Nameless Fanboi Posted ID:HPa9rTR7Aa

>>357 ขำความ triggered

363 Nameless Fanboi Posted ID:lLpxW/Th5Q

>>360 มึงต้องสำออยกว่านี้ ดราม่านิดๆ ตัดพ้อหน่อยๆ ทำไมไม่มีใครอ่านนิยายเลาเลย ทีนี้จะมีทีมเลียแผลมาช่วยแน่นอน

364 Nameless Fanboi Posted ID:HPa9rTR7Aa

>>360 นี่มันนานเท่าไหร่ละนะ แล้วสรุปได้ใช้เทคนิคไหนไปบ้างแล้ว

365 Nameless Fanboi Posted ID:BvoXUNyoR0

>>363 แต่คนอ่านแบบออแกนิกของกูมีมากกว่าแก๊งเลียแผลอ่ะ กูแอ๊บไม่ถูกเลย เดะล่อตีนอีก

>>364 2 เดือน เทคนิคคือชื่อเรื่อง คำโปรยที่ค่อนข้างสะดุดตา เนื้อเรื่องอ่านสบาย ๆ ไม่ซับซ้อน ข้ออัพถี่เกินความสามารถไปหน่อย แต่ปกมีส่วนช่วยมาก พอเปลี่ยนปกใหม่ผู้ติดตามเพิ่มเยอะเลย

366 Nameless Fanboi Posted ID:ANznPUlWZq

ไอ้ที่งงกว่าคือ คนบอกแนะนำให้ทำ POV3 สลับ POV1 หรือ POV1 สลับ POV3 ไม่งงตายเหรอวะ

367 Nameless Fanboi Posted ID:es/l/6tWiA

อะไรวะนั่น จะว่าไปมันมีป่าววะ นิยายตีพิมพ์ที่สลับpov1กับ3ในเล่ม

368 Nameless Fanboi Posted ID:Lb1xjSgvpW

>>366 คนเขียนแบบนั้นมี แต่ไม่มีใครแนะนำแบบนั้นหรอก

369 Nameless Fanboi Posted ID:yUohQI6Zwz

>>368 กูเคยเห็นเทพทั้งหลายในเด็กดวกแนะนำนะ

370 Nameless Fanboi Posted ID:WIT0FPmRrP

>>369 เทพอะไร เทพเจ้าหรือเทพโพธิ์งาม

371 Nameless Fanboi Posted ID:yUohQI6Zwz

>>370 เทพถอกกระดอ

372 Nameless Fanboi Posted ID:9cICQzGMN0

กูก็เห็นอยู่นะ นิยายที่ใช้ POV1 กับ 3
แต่มันแยกว่าตอนนี้เป็น POV ไหน ไม่เอามารวมมั่วซั่วในตอนเดียว

373 Nameless Fanboi Posted ID:UApQrr0b70

นอนไม่หลับอะ

374 Nameless Fanboi Posted ID:g3UxWtfFcz

>>373 หานิยายในบอร์ดนักเขียนมาอ่าน

375 Nameless Fanboi Posted ID:2N4CeVV11g

นิยายแนวนักปาด จอมปาดนี่จำเป็นรึเปล่าวะต้องธีมออกจีนๆ
พอดีกูถนัดแต่แนวธีมแฟนตาซียุโรป ไม่สันทัดกับแนวจีนๆ

376 Nameless Fanboi Posted ID:ZVeD0X2UNN

>>375 จริงๆ มันก็ยุคกลางแหล่ะ ถ้าเป็นจีนมันไปทางเทพเซียนบำเพ็ญตบะมากกว่า

มีตัวอย่างอยู่ในนี้ลองไปศึกษาดู >>>/webnovel/10275/370/

377 Nameless Fanboi Posted ID:8a9As6PwQM

ky นิยายแฟนตาซีไม่เหมาะกับpov1จริงหรอ เห็นหลายคนบอกว่าแต่งเป็นpov3จะอินกว่า

378 Nameless Fanboi Posted ID:JE4LMbIRDh

>>377 กูชอบอ่านpov3 อ่านpov1ต่อเมื่อเนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนวุ่นวายมาก แต่อ่าน1น้อย รำคาญความคิดตัวละครนั้นอะ คิดเยอะ แล้งมันกลายเป็นไม่ไหว

379 Nameless Fanboi Posted ID:dN65hvluuP

>>377 POV ไหนก็ได้ถ้านักเขียนเก่งจริง

380 Nameless Fanboi Posted ID:qNIeVembn+

>>377 ถ้าแค่คนที่พูดมันทำไม่ได้เฉยๆแล้วมึงจะเชื่อมันไหม?

381 Nameless Fanboi Posted ID:qNIeVembn+

>>377 เออ แล้วหนึ่งในคนที่เคยพูดอะไรทำนองนี้ก็คือเทพทัต คนที่ขอคำวิจารณ์​แล้วเถียง คนที่ลองเขียน POV1 ครั้งเดียวแล้วไม่เวิร์คเลยบอกชาวบ้านว่าอย่าทำ

382 Nameless Fanboi Posted ID:sGE9d/Ay0h

ของแบบนี้มันแล้วแต่คน บางคนถนัด 1 บางคนถนัด 3 แต่เรื่องที่ตัวเองแต่งแล้วออกมาห่วย เลยเที่ยวไปบอกชาวบ้านว่าแนวนี้ไม่ควรเขียนแบบนั้น กูว่าแม่งโคตรไร้สาระเลย ถ้าจะนินทาจริงจัง ย้ายไปคุยกันอีกมู้ดีกว่าไหม กูจะโยกไปด้วย

383 Nameless Fanboi Posted ID:h/+UBsEPzV

แฟนตาซี POV1 มันก็เคยเป็นที่นิยมในยุคนึงนะ น่าจะสมัยเอนเต้อที่อวี้หว่อดังๆ LSK พีกๆ ตอนนั้นนิยายแฟนตาซี POV1 เยอะแยะ สนุกมั่ง กากมั่ง ก็เหมือนทุกวันนี้ที่มีปะปนกันไป มันอยู่ที่วิธีการเขียนและการนำเสนอป่ะวะ

พูดถึงอวี้หว่อ กูชอบงานเขานะ แต่ไม่ชอบเล่มจบ ปูมาอย่างดี ตอนจบตกหมาตาย ทุกวันนี้ LSK เล่มจบกูก็ยังไม่อ่าน คือเล่มก่อนหน้าแม่งปูซะดราม่า เล่มต่อมากลับไปคอมเมดี้เหมียนเดิม มันหักอารมณ์อ่ะ อยากรู้ด้วยว่าดอกไม้ดำมันออกถึงเล่มไหนแล้ว กูตามจนกูลืมละ เห้อ

384 Nameless Fanboi Posted ID:G4cDtSrs7n

>>382 ไม่ต้องหรอกเพื่อนโม่งมันจบแค่ตรงนี้แหละ กูแค่จะอ้างอิงเทพทัตแต่ไม่รู้จะพูดยังไงให้ไม่ดูนินทา

385 Nameless Fanboi Posted ID:GpHHuinBZy

ต้องตั้งปกแบบไหนอ่ะคนถึงจะอ่าน สงใส

386 Nameless Fanboi Posted ID:jBgrJeao.X

>>338 ตัวละครสวยหล่อเสริมด้วยเฟติสที่เร้าใจ

387 Nameless Fanboi Posted ID:SpQ57Yj6.M

>>385 ปรึกษา Narutakie

388 Nameless Fanboi Posted ID:h/+UBsEPzV

>>385 ปรึกษากระเป๋าตังค์มึงดูว่ามึงทุ่มได้แค่ไหน

389 Nameless Fanboi Posted ID:SpQ57Yj6.M

>>386 มันเกี่ยวกับขี้แตกยังไงวะเพื่อนโม่ง อธิบายหน่อย

390 Nameless Fanboi Posted ID:FNndE2fA8Z

>>389 มึงเคยเก็ทมุกเหี้ยอะไรบ้างเนี่ย ถ้านั่งคุยกันแล้วต้องมาให้อธิบายทุกมุก ทุกคำประชดที่เล่นกันในวง กูตบหัวหลุดแล้วไล่ไปนั่งที่อื่นแล้ว

391 Nameless Fanboi Posted ID:SpQ57Yj6.M

>>390 ก็เขาคุยกันเรื่องหน้าปกแต่ไอ้ >>386 ดันเมนชั่นไปที่ >>338 กูถึงได้งงไงสัส

392 Nameless Fanboi Posted ID:jBgrJeao.X

ก็แค่พิมพ์แมนซัมผิดจะงงทำไม

393 Nameless Fanboi Posted ID:+v9P3pa3EE

>>390 มึงตอบเถอะ ตอนแรกกูเฉยๆแต่พอไอนี่ถามปุ๊ปกูสงสัยจนนอนไม่หลับแล้วเนี่ยย

394 Nameless Fanboi Posted ID:Gx4cnxzQDB

>>393 ไอ้ 390 น่าจะหมายถึงพวก scat fetish มั้ง มึงเอาคำไปเสิร์ชดูภาพก็รู้แล้ว

395 Nameless Fanboi Posted ID:3X8IUCkMeO

>>394 มึงก็ไปแกล้งมัน เดี๋ยวมันก็อวสานอาหารเย็น

396 Nameless Fanboi Posted ID:b4VrC1HNCi

ไปๆ มาๆ แม่งหลงมู้กันหมด สาระไปอยู่ในนินทา แล้วห้องสับแม่งมีแต่เรื่องเบาสมอง เน้นฮากันจนบ้าบอละเนี่ย

397 Nameless Fanboi Posted ID:3UO.kNQr+8

ตั้งแต่แยกมู้ มู้นินทาก็เสือกมีสาระมากกว่าซะงั้น

398 Nameless Fanboi Posted ID:8YN0Xw5gYI

ไหนๆ ถ้าอยากมีสาระกูขอถามหน่อยละกัน
ในนี้มีใครเขียนแนวตัวเอกแกรี่/แมรี่ เข้าปะทะได้ทุกคนมั่งปะวะ? พอดีกูอยากรู้ว่าแนวนี้มันสนุกยังไงเพราะกูไม่อินเลย
พอดีกูโตมากับยุคที่ตัวเอกต้องแพ้ก่อนซักครั้งก่อนจะชนะ หรือไม่ก็ชนะแบบหืดขึ้นคอเพราะตัวร้ายค่อนข้างเก่งกว่าตัวเอกจนต้องหาจุดอ่อนไปด้วยสู้ไปด้วยอะไรทำนองนี้ แต่พอมาอ่านของยุคนี้แล้วกูไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าไอ้แนวที่พระเอกคนเดียว ฉลาดคนเดียวเก็บตัวร้ายได้ง่ายๆ นี่มันสนุกยังไง

ที่ถามนี่เพราะกูต้องพยายามเปลี่ยนแนวมาเขียนแบบนี้ตามสมัยนิยมว่ะ เห็นยุคนี้ถ้าไม่ใช่แนวรักๆ แทบทั้งหมดก็จะมาแนวนี้ทั้งนั้นเลย

399 Nameless Fanboi Posted ID:iIAFIN5.y2

>>398 แบบนี้มันจะฝืนเกินไปจนไม่สนุกรึเปล่า เขียนในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่เชื่อว่าจะสนุกได้นะ เอางี้ไหมลองไปหาอ่านพวกนิยายจีนยุคเก่าดูไหม (ขอเจือกแนะนำ ทั้งที่กูก็อ่านน้อย) ประเภทพระเอกคมในฝัก ก็ไม่เห็นว่ามันจะแพ้ใครเหมือนกัน

400 Nameless Fanboi Posted ID:YnPe2Kkf/O

>>398 ขอเสือกสักหน่อย ตอนนี้กระแสพระเอกเทพเวอร์ เทพเหี้ยๆ กำลังจะถึงจุดอิ่มตัว มึงลองแต่งแนวโชว์เน็นหรือตัวเอกค่อยๆเทพดู เพื่อมันจะมาแทนที่ยุคนี้

401 Nameless Fanboi Posted ID:s9QCMZr8vm

>>400 กูกูว่าแนว สโลไลฟ์ว่ะ สังเกตจาตลาดนอก แนวแกรี่ ยุ่นเริ่มก่อนพอแกรี่เยอะ มันก็เริ่มมีพวก แกรี่แบบสโลไลฟ ปลูกผักทำสวน ลาออกจากทีมไปอยู่ชิวๆในป่ะ

402 Nameless Fanboi Posted ID:YnPe2Kkf/O

>>401 มีอีกแนวด้วยเพื่อนโม่ง ผู้กล้าที่โคตรเทพโดนราชาที่อัญเชิญมาหักหลังฆ่าทิ้งซะเอง หรือทำอะไรก็ได้ให้ตัวเอกที่โคตรเทพตาย พอตัวเอกที่โคตรเทพตายรอดมาได้ หรือฟื้นคืนจากความตาย ก็กลายเป็นจอมมารล้างแค้น ไอ้แนวนี้ล่ะ ที่กูว่าเริ่มจะดังกว่าเทพทั่วๆไป

403 Nameless Fanboi Posted ID:gI7+ziBaF/

>>400 แนวกูเขียนก็ไม่เชิงโชเน็นหรอกนะ แต่มันมาแบบเหนือฟ้ายังมีฟ้าเพราะกูกำหนดให้ตัวเอกไม่ได้เก่งคนเดียว อาจจะเป็นที่รสนิยมกูแต่กูชอบเขียนแบบขึ้นบทใหม่ก็ไปเจอศัตรูใหม่ๆ ที่เก่งกว่าแล้วต้องมาหาทางปราบอะไรทำนองนี้อะนะ

>>401 >>402 แต่โดยรวมก็มีจุดรวมอยู่ที่พระเอกมันเก่งจนไม่ต้องพึ่งปาร์ตี้แล้ว เช่นพ่อครัวเวล 99 โดนไล่ออกจากตี้
พวกที่เกิดใหม่มาแก้แค้นนี่ยิ่งเข้าไปใหญ่ เพราะกลายเป็นว่าได้พลังใหม่ปลดขีดจำกัดเดิมที่เคยมีด้วยกันทั้งนั้น ก็เลยดูเหมือนจะไม่พ้นแนวแกรี่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเปลี่ยนรสเท่านั้น

404 Nameless Fanboi Posted ID:u4bH.4Itvc

>>403 กูสนใจคำว่าจุดรวมว่ะ ถ้ากูถามงี้ล่ะ ตัวละครประเภทแกรี่/แมรี่มันสร้างความรู้สึกอะไรให้ผู้อ่าน? อะไรคนอ่านอยากได้จากตัวละครแกรี่?

สำหรับกูมันคงรู้สึกปลอดภัยมั้ง เหมือนกับว่าตัวละครหลักจะไม่เจอปัญหาเรื้อรังหรือเรื่องหนักใจแน่ๆ (ถ้าไม่นับพวกแก้แค้นนะ) หรือต่อให้เจอมันก็จะผ่านไปได้ ไม่โดนอะไรปวดตับหนักใจอย่าง NTR แน่นอน

405 Nameless Fanboi Posted ID:APW5OLxv0A

//ดีดกีต้าร์โปร่งอยู่คนเดียว

406 Nameless Fanboi Posted ID:eIDwSE6QWU

มีสับไรกันอีกมั้ยโม่ง รอติดตามอยู่นะ
/โม่งเงา

407 Nameless Fanboi Posted ID:L1sNUuIIqJ

>>405 พระเอกพ่อเลี้ยงโดนฆ่าเลยตามแก้แค้นสุดไม่สำเร็จแถมนิ้วขาดเองอีกสินะ

408 Nameless Fanboi Posted ID:awJoENiqAd

>>407 ไอ้นี่ควันหลงจากห้องเกมรึไง

409 Nameless Fanboi Posted ID:wDH2wm7piI

>>400 แต่เอาจริงๆ โชเนนมันก็พล็อตอาเมออ่ะมึง มันก็แกรี่แบบนึงป่าวว่ะ แต่อาจจะลุ้นมากหน่อยและยังมีตายจริงได้

ถ้าจะว่าไปต่อให้มีระบบ ถ้าคนเขียนต้องการมันก็เปนเหมือนโชเนน อย่างแบลคคอฟเวอ มายฮีโร่ เอาให้ระบบเปนของช่วยที่ต้องค่อยๆอัพอะไรแบบเนี้ย

410 Nameless Fanboi Posted ID:deeup5v2mx

>>404 นั่นคือสิ่งที่กูสงสัยอยู่เหมือนกัน เดาว่าน่าจะเป็นความสะใจที่ได้ย่ำยีคนที่ต่ำกว่าล่ะมั้ง?
อันนี้กูสังเกตเอาจากนิยายจีนที่พวกตัวเอกเก่งเวอร์อะ ทุกเรื่องจะมาทำนองเดียวกันคือตัวร้ายเข้ามาหาเรื่องพระเอก โดยที่ไม่รู้ว่าพระเอกเป็นใครแล้วโดนตบสั่งสอนกลับไป พร้อมกับฉกหญิงอีกฝ่ายมาด้วยอะไรทำนองนี้

411 Nameless Fanboi Posted ID:MSPorIhCLV

นั่งอ่านย้อนเม้นพวกโม่งมาตั้งแต่เมื่อวาน ที่พูดมันก็จริงนะ ได้ไอเดียไปแต่งนิยายเยอะเลยว่ะ
สิงเด็กดีมาเป็นสิบปีเหมือนกัน สมัยก่อนนิยายดีๆเยอะมาก เดี๋ยวนี้มีแต่ตอนสั้นๆเน้นอัพไวแถมเนื้อเรื่องมีแต่ ปึ่ก! ตูม คุณได้รับค่าประสบการณ์ อะไรแบบนี้จริงๆว่ะ ละเจือกได้ขึ้นท๊อบด้วย ไม่เข้าใจแม่งเหมือนกัน
ทุกวันนี้ขุดหานิยายที่อยู่หน้าล่างๆขึ้นมาอ่าน กดกำลังใจกดเม้นให้หวังว่าคนแต่งดีๆจะมีกำลังใจไม่เทกันก่อน อยู่ยากแล้วจริงๆวงวารเด็กดอยสมัยนี้ เคยอ่านท๊อบบางอัน ยอมรับนะว่าเออบางเรื่องเนื้อหามันลื่นไหลเน้นอ่านชิวๆน่าจะได้ แต่พอเจอพวกคำผิดซ้ำๆงี้ก็ไม่ไหว ล่าสุดหน้าแฟนตาซีแม่งสองเรื่องพระเอกชื่อ จิน เหมือนกันเลย สรุปพวกมึงมีsolo leveling เป็นแรงบันดาลใจใช่ม้ายย

ป.ล. มีนิยายแนะนำก็แบ่งกันได้นะ

412 Nameless Fanboi Posted ID:MSPorIhCLV

https://writer.dek-d.com/banyapon9676/writer/view.php?id=2071854
อย่างเรื่องนี้ กูพยายามอ่านแล้วจริงๆแต่ปวดตับมาก ปวดตับตรงติดท๊อป20เนี่ย

413 Nameless Fanboi Posted ID:2bZIZYCNp3

>>411 กูก็ทำแบบเดียวกัน แต่ไม่อยากเอามาลงในนี้ว่ะ เดียวโม่งโทรลไปโทรลเล่น

414 Nameless Fanboi Posted ID:F99I0wlyUG

เด็กรุ่นใหม่ชอบอะไรง่่ายๆว่ะ แนวนิยายเลยเป็นแบบนี้ พระเอกเก่งเทพ ตบนู๊บ ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบนี่ชอบกันจัง ขายดี
หรือแค่ยากลำบากต้นเกมพอเป็นพิธี หลุดมาก็สโนว์บอลรัว เซลฟ์อินเสิร์ตเป็นเทพไล่ยำคนก็ฟินแล้ว อาห์

คนเขียนแม่งก็ง่ายด้วย คือเขียนให้ตบนู๊บนี่มึงแต่ตู้มๆๆ ก็จบแล้ว สบายชิบหาย
แต่เขียนให้สู้กันแบบสูสีนี่ต้องเค้นสมองแทบทุกเซลล์เลย ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีกัน

415 Nameless Fanboi Posted ID:Bhtn6RxHqG

>>414 ถ้ามีก็จะโดนบ่นว่าช้า ไม่เทพไง

416 Nameless Fanboi Posted ID:zO0c/e3taZ

>>414 จริง งานสมัยนี้มันย่อยง่ายอะ เด็กๆอ่านในมือถือมากกว่าคอมด้วย ตัวหนังสือเยอะๆมันคงปวดตากันป่าววะ
ว่าแต่สงสัยมะว่าทำไม นิยายแปลที่มาจากเกาหลีจีน พล๊อตบางทีก็ซ้ำๆกันมา แต่พอเอามาแปลลงเด็กดอยเจือกดังกว่าพวกที่เขียนๆกันมาก่อนวะ
สังเกตุสไตล์การเขียนมันก็ไม่ต่างไรมาก เน้นพระเอกเทพๆ คำสั้นๆ แล้วเพราะไรนิยายเกา จีน ยุ่น ถึงดังขนาดมี สนพ ในไทยเอามาแปลแทนที่จะปั้นนิยายไทยวะ แอบสงสัย อันนี้ที่ถามพอดีกูร้างจากเด็กดอยไปนาน พึ่งกลับมาได้ไม่กี่เดือนรู้สึกบรรยากาศเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก

417 Nameless Fanboi Posted ID:Bhtn6RxHqG

>>416 มันก็เหมือนเทคโนโลยีไทยไง
ของนิยายก็
1.ซื้อเอาง่ายกว่าสนับสนุนแล้วก็วนลูป
2.ซื้อมามักจะจบแล้วหรือไม่ก็ดังการรันตีระดับหนึ่งบ้าง
ของไทยบางเรื่องดูพอมีแวว แต่ขายไม่ออกก็ตัดจบบ้างเท
คนอ่านบางทีก็ต้องลุ้น คนอ่านรอลุ้นแฟบไวค่อยอ่าน คนเขียนก็ดูคนอ่านเป็นกำลังใจ พอน้อยก็ท้อเลิก

418 Nameless Fanboi Posted ID:gnw/BZUCqP

>>414 กูว่าไม่ใช่ย่อยง่ายละ แบบนั้นน่าจะเรียกว่าอาหารเหลวเลยดีกว่า ดูดปุ๊บกลืนปั๊บตับๆ

419 Nameless Fanboi Posted ID:WD4qVQo.Ge

>>418 ตับๆ นี่ไม่ใช่เสียงดูดแล้วมั้ง

420 Nameless Fanboi Posted ID:zO0c/e3taZ

>>417 อันนี้เห็นด้วยว่ะ ย้อนคิดกลับไปมันมีคนเอานิยายไทยไปแปลเป็นภาษาอื่นลงเว็บนอกกันบ้างป่าววะ ที่เห็นมีแต่เซียนจอมเวท(ที่กูอ่านสองสามตอนแล้วไม่รู้เรื่อง)ขึ้นจั่วหัวว่ามี สนพ ซื้อไปแปล
ถ้าไม่มีเรื่องอื่นแล้วแปลว่านักเขียนไทยสมัยนี้กากจัดขนาดนั้นเลยเหรอวะ
>>418 เออเห็นด้วย เหลวจัดจนบางทีงงว่าอ่านกันเข้าไปได้ยังไงเอาอะไรมาอิน

421 Nameless Fanboi Posted ID:Z4QNFhCCzD

"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น" ไม่ได้อยู่ในหัวคิดของคนสมัยนี้แล้ว อะไรก็ง่ายไปหมดจนตัวคนอ่านกลายเป็นคนมีความอดทนต่ำซะเอง

422 Nameless Fanboi Posted ID:WqKJIM1bGf

>>420 มีคนต่างชาติหลงมาอ่านนิยายไทยกันกี่คน ถามก่อน

423 Nameless Fanboi Posted ID:Z4QNFhCCzD

>>422 ไม่เคยเรียนภาษาไทยในชีวิตประจำวัน = ได้แต่ยอดวิว แต่ไม่อยากซื้อ อ่านไม่ออก

424 Nameless Fanboi Posted ID:wDof.VFuHY

กูมีคำถามคาใจมาถามเพื่อนโม่งอีกแล้ว

คือไอ้คำว่า “เนื้อเรื่องแน่น” มันคืออะไรวะ กูเห็นพวกนักวิจารณ์บางคนชอบใช้กันจริง คือถ้าให้กูเดานะ มันน่าจะหมายถึงเนื้อเรื่องที่องค์ประกอบเยอะๆ ไรงี้เปล่าวะ กูไม่รู้จริงๆ เพื่อนโม่งช่วยหน่อย กูอยากเขียนนิยายเนื้อเรื่องแน่นๆมั่งอ่ะ

425 Nameless Fanboi Posted ID:oy6QcSs.F4

>>424 ไม่กลวง มีเหตุผลรองรับ เช่น
นางเอกชนพระเอกล้มแล้วสบตากัน กลายเป็นรักแรกพบทันที >>อันนี้กลวง แม่งชนกันแล้วสบตามึงรักกันแล้วได้ไงอะ
นางเอกรู้จักกับพระเอกมานาน ตอนเรียนก็เรียนด้วยกัน ทำงานก็ทำด้วยกัน จนรู้ใจกันดี แล้วจู่ๆ นางเอกก็เปลี่ยนลุคตัดผมผมหน้าม้าทิ้งทั้งที่ไว้ยาวมาตลอด พระเอกเห็นแล้วรู้สึกสะดุดใจอยู่กันมานานแล้วพึ่งเคยเห็นลุคนี้ พอเปิดหน้าแบบนี้ก็เพิ่งสังเกตว่าตอนยิ้มน่ะตาเป็นประกายน่ารักมาก ชักสนใจจนลองจีบดู นางเอกแรกๆก็อิหยังวะ พอโดนหยอดบ่อยเข้าเพราะดันคบกันมานานจนรู้ใจดี เลยเริ่มโอนอ่อน+ไว้ใจอยู่แล้ว เลยเลื่อนฐานะจากเพื่อนเป็นแฟนได้ในที่สุด >> อันนี้แน่น มีเหตุผลว่าทำไมจู่ๆพระเอกที่เฉยกับนางเอกมาตลอดถึงเริ่มจีบ นางเอกที่ไม่เคยคิดเกินเพื่อนก็ถูกลูกตื้อจนใจอ่อน

426 Nameless Fanboi Posted ID:hJl1anwEz6

>>424 น่าจะหมายถึงวางพล็อตมาแน่น สมเหตุสมผล เหตุการณ์มีการเชื่อมโยงต่อกัน มีการให้ hint ปมเล็กปมน้อยเชื่อมโยงไปสู่ปมหลัก หลุมน้อย กลบหลุมใหญ่ๆ ได้ แก้ปมพล็อตได้ดี ทำนองนี้มากกว่า

427 Nameless Fanboi Posted ID:bN+4/ehPOL

>>424 ในมุมของนักเขียนมันไม่มีหรอกคำว่าเนื้อเรื่อง มันเป็นพล็อตที่ประกอบเรียงกัน
และพล็อตมันคือชุดเหตุการณ์ คำว่าเนื้อเรื่องแน่นคือเหตุการณ์ในเรื่องมันส่งผลกระทบกับตัวละครเส้นเรื่องตลอดเวลา ในมุมของคนอ่านจะพูดว่าเนื้อเรื่องพลิกไปมา

428 Nameless Fanboi Posted ID:zO0c/e3taZ

>>422 น่าจะไม่มีว่ะ หรือถ้ามีก็คงโคตรน้อย ยอมรับว่าภาษาไทยไม่ได้แพร่หลายขนาดนั้น

429 Nameless Fanboi Posted ID:6m9mQrKjrv

นึกภาพฝรั่งมาอ่านนิยายไทยแม่งเจอแต่ตัวละครเนื้อเรื่องจีนแล้วตลกว่ะ

430 Nameless Fanboi Posted ID:y284SlKP64

ขอบคุณเพื่อนโม่งที่ช่วยกันไขข้องข้องใจ แต่กูมีคำถามอีกแล้ว
คือสมัยก่อนมีโม่งคนหนึ่งเข้าถามหานิยายสำนวนดีๆ เพื่อนำไปใช้เป็นแบบอย่าง จากนั้นก็มีโม่งอีกคนแนะนำให้ไปอ่าน เพชรพระอุมา
พอกูเห็นโพสต์นั้น กูก็เลยตามไปอ่านมั่ง และชอบในความอ่านเข้าใจง่าย บรรยายเห็นภาพ มีความกระชับ กูชอบระดับภาษาที่เรื่องนี้ใช้มาก

คำถามของกูคือ พวกมึงคิดว่าสำนวนของนิยายที่เขียนจบไปตั้งแต่หลายสิบปีก่อนอย่างเพชรพระอุมา ยังเหมาะจะเอามาใช้ในนิยายแฟนตาซีสมัยนี้ไหม? มันจะเชยไปเปล่าวะ? หรือเราต้องปรับตัวไปเขียนสไตล์ไลท์โนเวล หรือนิยายแปล

คือกูไม่รู้จริงๆ ว่าจะใช้สำนวนเรื่องไหนเป็นแบบอย่าง สำนวนแบบไหนกันที่มีความเป็นมาตรฐาน? รบกวนเพื่อนโม่งช่วยให้คำตอบด้วยคับ

431 Nameless Fanboi Posted ID:VFlyy19Q+l

เนื้อเรื่องแน่นไม่เกี่ยวกับ infodump บอกไว้ก่อน

432 Nameless Fanboi Posted ID:x026414dS/

>>430 ความเห็นกูนะไม่ควรถ้ามึงคิดจะให้งานมันขายได้ในดด.เพราะสำนวนประมาณเพชรพระอุมาในความคิดเด็กสมัยนี้ทั่ว ๆ ไปคือ "น้ำเยอะเกิน" ว่ะ

433 Nameless Fanboi Posted ID:.kqf+q3Lqg

>>430 เพชรพระอุมาอ่านง่ายจริง ผิดกับนิยายสมัยนี้

หรือนิยายสมัยนี้เน้นสื่อความหมายแบบละเอียด ๆ เช่น การจูบกันหนึ่งที ก็บรรยายไปหนึ่งย่อหน้า

434 Nameless Fanboi Posted ID:PwLx5G.ZI/

>>433 น่าจะเน้นสื่อความหมายใน1บรรทัดปะวะ
เช่น
พระเอกดึงเธอเข้ามาจูบ จ้วบบบบ
จบตอน

435 Nameless Fanboi Posted ID:90.idUfDVg

>>430 เพชรพระอุมาอ่านง่ายในระดับที่คนที่อ่านนิยายหรืองานอะไรต่างๆมาบ้างคิด แต่ถ้าเทียบกับนิยายเว็บยุคใหม่ ก็จะเหมือนที่>>432 บอก คือบรรยายเยอะไป อันนี้เป็นอีกอย่างที่กูก็งงกับเด็กรุ่นใหม่ว่า อ่านนิยายแปลที่น้ำเยอะได้แต่พอเป็นของไทยกับบอกว่าน้ำเยอะ
>>431 ที่จริงinfodumpมันมีหลายเรื่องนะแต่อยู๋ที่คนเขียนจะตีเนียนไปยังไงให้ไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดว่ะ อย่างเพชรพระอุมาอธิบายเรื่องปืนหรือสัตว์ป่าก็มีแต่เขาเนียนไง ยิ่งถ้ามึงอ่านมังกรคู่สู้สิบทิศกับเพชรพระอุมาภาค2-3นี่ ตามเด็กยุคนี้คงด่ายับแล้ว
หรืออย่างIRASทีคนชอบๆกันก็เหมือนกัน เชื่อไหมถ้าคนไทยเขียนแบบเอาตามนั้นโดนเทแน่นอน โดยเฉพาะตอนความฝันในหอแดง
>>433 >>434 บรรยายไม่เยอะใน บรรยากาศ การต่อสู้ เนื้อหาหนักหัว แต่ต้องเยอะใน หน้าตาตัวละครรูปร่าง ไม่ก็ไปเอารูปดารามาเลย กับที่เยอะคือNCอันนี้จะดึงดูดได้ดี

436 Nameless Fanboi Posted ID:PwLx5G.ZI/

>>435 เด็กสมัยนี้ทำกูรู้สึก อิหยังวะจริงๆนะ หรือโควต้า 7 บรรทัดมันจะสั้นลง

เออโม่ง มู้นี้ยังเป็นมู้สับอยู่ป่าววะ กูว่างๆอยู่ว่าจะหามาสับ หรือยกเลิกประเพณีสับกันแล้ว

437 Nameless Fanboi Posted ID:AO8vdl.05.

>>436 สับนะ แต่ช่วงนี้ไม่ว่างกันเฉยๆ

438 Nameless Fanboi Posted ID:yuJcdkkzuP

เราว่าจะสับแต่อ่านแล้วเหมือนเอาแต่ด่าเลยหยุดตั้งสติก่อน

439 Nameless Fanboi Posted ID:PwLx5G.ZI/

>>438 เราอ่านเรื่องนึงก็ว่าจะสับแต่มันหาข้อดีไม่ได้เลยกลัวจะกลายเป็นไปด่าเค้าเหมือนกัน เลยไม่กล้าสับเลย

440 Nameless Fanboi Posted ID:KWxLXuWWVP

>>438 >>439 ทีนี้พวกมึงคงพอเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาจะสับในเด็กดวกแล้วปวดสมอง ก็มันเล่นมีแต่ข้อเสียยุบยั่บเต็มไปหมดงี้อะ ไอ้ส่วนที่ชมได้มันก็มี แต่มันน้อยจนภาพรวมออกมาเป็นเชิงลบ บางเรื่องคือไม่รู้จะชมยังไงเพราะเหี้ยทุกทาง คนภายนอกเลยมองว่าโม่งเหี้ยแต่แรก จะสละเวลาเลื่อนลงไปอ่านบทวิเคราะห์สักนิดก็ไม่มี อ่านแค่เรื่องย่อที่โดนใส่ไข่เอาฮาแล้วรับไม่ได้แล้วกดปิด

คือต่อให้ข้ามข้อด้อยพื้นๆ อย่างเช่นคำผิด จัดกลาง sfx เครื่องหมายวรรคตอน นิยายแชท แวะเยี่ยว หรือเทข้อมูลไปแล้ว ก็มองไม่ออกอยู่ดีว่าจุดขายของเรื่องอยู่ตรงไหน จะเอาอะไรใน 5 ตอนแรกมาทำให้ได้ไปต่อ

บางเรื่องที่ติดท้อปกูยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงชอบเยอะ มันสนุกยังไงวะ เล่าไม่ลื่นไหล พล็อตก็ทั่วไป หรือมีดีแค่มึงลงถี่เหมือนกู ?

441 Nameless Fanboi Posted ID:p2z2mk1DrN

ต้องเข้าใจกันก่อนว่า เด็กดวกไม่ได้มีแต่พวกผู้ใหญ่ใจบางอยากโชว์เหนือ มีเด็กจริงๆอาศัยอยู่ด้วย
เพราะขึ้นชื่อว่า dek-d ใครๆก็คิดว่าที่นี้เป็นแหล่งเด็กเยอะ จะมีนิยายฝีมือเด็กเยอะกว่าค่ายอื่น

442 Nameless Fanboi Posted ID:OYa05eaHpR

เวลาอ่านแล้วเจอคำผิดที่เขียนผิดแบบไม่ตั้งใจ พอเข้าใจได้นะ แต่พวก บันได เขียนเป็น บรรได แบบนี้คือ มึงพิมกูเกิลหาก่อนก็ได้ป่าววะ พอมีคนแย้งเจือกมาติ่งน้อยปกป้องอีกว่านิยายเอาไรมาก กูล่ะเซ็ง อ่านทั้งที่อย่างน้อยได้ภาษาไทยถูกๆไปเขียนข้อสอบไม่ดีกว่าหรอวะ

>>441 แล้วก็มีนิยายที่ผู้ใหญ่เขียนแต่เจือกภูมิใจกับคำผิดที่รู้ว่าตัวเองเขียนผิดแต่ออกแพ้คมาแล้วไม่แก้ มีคนท้วงก็ไม่แก้ แบบไอ่ ณ พรรณาด้วย เฮ้อออ

443 Nameless Fanboi Posted ID:.pg7ezwNFJ

อีกนิดจะนินทาละ แต่กูเป็นคนชอบผสมโรง
มีผู้ใหญ่ที่เขียนอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่นิยายแต่บอกว่าเป็นนิยายแล้วก็ชอบเอาอวตารมาอวยนิยายตัวเองด้วยนะ

444 Nameless Fanboi Posted ID:fuMAGxu/ra

จริงๆกูอ่านพวกโพสสับมา บางอันมันรุนแรงจริง โดยเฉพาะคำพูด แต่ถ้าอ่านเนื้อหาดีๆ (อันนี้กูออกตัวก่อนว่าไม่ได้อวยโม่งนะ กูเป็นกลางสุดๆ ตอนอ่านกูพึ่งรู้จักเว็บโม่งจากดราม่าบอร์ดด้วยซ้ำ) แล้วมาพิจารณาดีๆว่ามันตรงกับที่โดนวิจารณ์มั้ย ถ้ามันตรง ก็เอาไปปรับแก้ไม่ดีกว่าหรอวะ อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้นักอ่านเงาเยอะกว่าเห็ดใต้ต้นไม้อีก มึงคาดหวังคนอ่านแล้วเม้นชมอย่างเดียวกันเหรอวะ
สมัยก่อนแม่งด่ายันสำนวนด้วยซ้ำ แค่คำซ้ำเยอะก็โดนด่าแล้ว คนยังไม่อะไรกันขนาดนี้เลย เมื่อก่อนมีคนตั้งไอดีรับวิจารณ์งานด้วยซ้ำ ทำไมนักเขียน

สมัยนี้มันเปราะบางยิ่งกว่าทิชชู่เปียกน้ำอีกวะ

445 Nameless Fanboi Posted ID:hsVBrE3gK1

>>444 ก็ไอ้นักเขียนที่มึงพูดถึงมันไม่ได้อยากเขียนนิยายให้คนอ่าน มันแค่อยากดัง อยากได้ตัง อยากให้ตัวเองดูดีเฉยๆ ไม่ก็ดูอย่างมู้นี้ https://www.dek-d.com/board/view/3987388/

เวลาพวกมึงไปทักคำผิด บทพูดไม่เป็น​มนุษย์​ สลับฉากประสาทแดกหรืออะไรก็ตามที่ทำลายภาพพจน์​มัน มันก็โวย มันก็ต้องปกป้อง เพราะสิ่งที่พวกมึงทำไม่ใช่ผลประโยชน์​ที่มันต้องการ

446 Nameless Fanboi Posted ID:1MQe9i8Z4h

ขอถามเรื่องความถี่การลงนิยาย บ่อยเท่าไหร่ถึงเรียกว่าสม่ำเสมอมากพอที่คนอ่านจะไม่เท กูเตรียมไว้ลงวันละตอนติดกันทุกวันนี่ก็หืดขึ้นคอแล้วนะ มาเห็นมู้นี้คือยอมแพ้ 3 ครั้ง/วันเลยเหรอ? มันเอฟเฟกต์มากกว่าเหรอ?
https://www.dek-d.com/board/view/3987485/

447 Nameless Fanboi Posted ID:fuMAGxu/ra

>>446 เท่าที่เห็นๆกันนะ ช่วงแรกลงถี่หน่อย พอคนอื่นติดค่อยเกเรลงสองวันตอนสามวันตอนได้ แต่ส่วนมากเท่าที่เห็นพวกที่จะแบบนี้จะตอนละ 1000-2000คำ ทำให้ลงได้ถี่ๆ

การซอยตอนมีผล 1. ลงถี่ได้คนเห็นเยอะ 2 อ่านสบายสำหรับพวกอ่านในมือถือ 3 ยังคิดไม่ออกไว้คิดออกจะมาต่อ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มัน

ส่วนนิยายที่อยู่ในบอร์ดลองอ่านละถือว่าต่อตอนค่อนข้างยาวถ้าเทียบกับนิยายย่อยง่ายสมัยนี้ และที่ลงถี่ 3ตอน/วันได้เพราะเค้าแต่งจบแล้ว

448 Nameless Fanboi Posted ID:YzcluPfGTm

ky หลังลองไล่อ่านนิยายติดท็อปแฟนตาซี ส่วนใหญ่ตัวเอกเทพทรูแล้วยังชอบกวนตีน ประมาณพูดข่มคนที่กากกว่า อีกนิดแมร่งจะเป็นบุลี่คนอื่นล่ะ เจอตัวใหม่พี่ก็เหยียดต่อไปเรื่อยๆ แล้วอิคนอ่านก็ชอบด้วยนะ กูเลยสงสัยว่านิสัยตัวเอกแบบนี้เป็นที่นิยมเหรอวะ

449 Nameless Fanboi Posted ID:hsVBrE3gK1

>>448 ค่านิยมใหม่ ต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วม???

450 Nameless Fanboi Posted ID:YzcluPfGTm

>>449 คิดอยู่เหมือนกัน5555 ขายออกให้ตังค์กินหนมกูหน่อยก็ดี

451 Nameless Fanboi Posted ID:uff+KYljJR

>>448 ไม่รู้ว่าเป็นที่นิยมหรือเปล่า แต่เคยได้ยินว่าตัวละครจากฝั่งจีนจะชอบเหยียดคนอื่น
เราคิดว่าเพราะนิยายจีนแนวเทพซ่าเป็นที่นิยม คนเขียนก็เลยจัดสเตอรีโอไทป์ว่าพระเอกแนวนี้ต้องแบบนี้
แต่เชื่อเถอะว่าพวกที่เขียนแล้วไม่ดังก็มี ตัวละครอย่างเดียวมันไม่ใช่สูตร์สำเร็จของนิยายอยู่แล้ว

452 Nameless Fanboi Posted ID:hsVBrE3gK1

อ่านที่มะม่วงเขียนแล้วขำ กูกำลังจะกด fav แม่งก็เตือนไม่ให้กด fav อ่านไปพอจะจบเสือกมีคลิฟแฮงเกอร์ พอกูเปิดตอนถัดไปเจอดักควาย อีม่วง! ร่างกายมึงประกอบไปด้วยไนตรัสออกไซด์รึไง สึด!

453 Nameless Fanboi Posted ID:fuMAGxu/ra

>>448 เท่านั้นไม่พอ ต้องไม่ฮาเร็มด้วย พอมีสาวปุ้บ คนอ่านโวยวายทันที ไม่เอา ไม่อ้าวว นางเอก

454 Nameless Fanboi Posted ID:XRqthNY8fq

นิยายที่พวกมึงว่าถ้าเป็นผู้ชายอ่านก็จะชอบที่ความเทพซ่า ความแกรี่ ความเอดจี้ ส่วนผู้หญิงก็อ่านเพราะชอบพระเอกสายเย็นชา ทำตัวโหดๆ เท่ๆ จะมีสาวมายุ่งไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นนางเอกหลักหรือมาแบบฮาเร็มยกฝูง ไอ้โม่งเซฮุนเคยสรุปไว้นานแล้วว่ามีพระเอกยอดนิยมอยู่แค่ 3 แบบในโลกนี้ คือพระเอกแข็งแกร่ง พระเอกดวงซวย กับพระเอกขี้เสือก ที่พวกมึงพูดถึงกันมันคือพระเอกแบบแรก เป็นที่นิยมสุดและแกรี่สุดด้วย ส่วนอีก 2 คือพวกที่ดวงซวยต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องร้ายๆ แบบไม่ตั้งใจ แต่ตัวเอกแบบนี้ชอบดวงดีกับเรื่องผู้หญิง มีนารีอุปถัมภ์ เป็นพระเอกคู่แนว NC ที่มีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่คอยให้ความช่วยเหลือ (และให้เย้ด) แบบสุดท้ายคือพระเอกที่เก่งกาจแต่มักจะขี้เกียจ บังเอิญว่าพระเอกแบบนี้มักมีคติบางอย่างในใจโคตรหนักแน่น เช่น ไม่ชอบคนรังแกผู้หญิง เวลามีเรื่องที่ทำร้ายผู้หญิงทีไรก็จะเข้าไปเสือกอย่างไม่ลังเล แม้จะไม่ใช่ธุระของตัวเอง

เอาจริงๆ คือ แบบ 2 กับ แบบ 3 ยังมีความน่าสนใจกว่าแบบแรก แต่ที่แบบแรกมันมีคนชอบมากสุดเพราะไม่ต้องคิดไรมาก ไม่ต้องมองผ่านความอินดี้ของนิสัยตัวละคร บอกว่าพละกำลัง 10,000 ความเร็ว 12,000 โชค 50,000 แค่นี้ก็พอ แล้วให้มันเก่งกว่าชาวบ้าน ต่อยใครดอกเดียวแพ้หมด เข้าใจง่าย เหมาะสมกับสมองและระดับความคิดของเด็ก จนนิยายทุกวันนี้มันแนวนี้เกือบหมดอะ ถ้ามึงจะขายในเด็กดวกจริงๆ น่ะนะ

455 Nameless Fanboi Posted ID:YzcluPfGTm

>>454 เหยด ไลค์ให้มึง กูเข้าใจล่ะ

456 Nameless Fanboi Posted ID:fuMAGxu/ra

>>454 ขอถามอย่างโง่ๆ เทพซ่า กับ แกรี่คืออะไรวะ พอดีไม่ค่อยมีความรู้เรื่องศัพท์เฉพาะ รบกวนโม่งแจงแถลงไขให้กระจ่างที

457 Nameless Fanboi Posted ID:C1HT38ZKpV

>>454 โดนแท้ๆ แต่อีกอย่างมันเป็นที่อายุด้วยป่าวว่ะ เหมือนตอนกุยังเลข1อยู่หน้าเริ่มอ่านนิยายจีนหลังจากดูมังกรหยกโคตรชอบลิ้วชังเอี้ยงเลย นี่ล่ะมึงแกรี่นิยายจีนรุ่นแรกๆ ตกเขา>ได้วิชา >เทพซ่า> ตกหญิง> แพ้> อัพวิชา> เทพซ่า> ฮาเรม
พอมาตอนนี้เรียนจบเจอสังคม อ่านกระบี่เย้ยอย่างซึ้ง
>>456 เทพซ่าหมายถึงเก่งแล้วก็เกรียนไปทั่ว แกรี่มาจากคำว่า gary stu, marty stu ถ้าเป็นหญิงก็ marry sue พวกนี้อธิบายง่ายๆคือโคตรคน
ตัวอย่างก็เช่น เนี่ยลี่ ตำนานภูตเทพ

458 Nameless Fanboi Posted ID:ylP3bJZDuy

>>457 เพิ่งรู้ว่ามีคำว่าMarty stuด้วย

459 Nameless Fanboi Posted ID:4U2FklebGp

>>457 ขอทักนิด เค้าเรียก Mary Sue นะ

ถ้าจะให้ขยายความเพิ่ม ก็เป็นตัวละครที่เก่งมากโดยไม่สมเหตุสมผลด้วยแหละ

เช็คเพิ่มตรงนี้ได้
https://en.wikipedia.org/wiki/Mary_Sue
https://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/Main/MarySue

460 Nameless Fanboi Posted ID:FqEaZqtGYF

เอ่อ.. ขอโทษนะ กูไม่รู้จะถามห้องไหนดี
Kitchen ร้านเมด จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงไหม มีบทบาทอะไรหน้าร้านป่ะ
(ข้อมูลเพื่อเขียนนิยาย)

461 Nameless Fanboi Posted ID:p2z2mk1DrN

>>454 แล้วแฮรี่พ่องตายจัดอยู่แบบไหนล่ะ เด็กยุคนั้นชอบเยอะ

462 Nameless Fanboi Posted ID:Qnd2C3QnHq

>>460 เดี๋ยวตอบให้ละกัน

Kitchen คือตำแหน่งครัวตามชื่อ มีหน้าที่คิดเมนู ทำออเดอร์ในร้าน ตกแต่งให้สวยงามมุ้งมิ้งให้สมกับเป็นร้านเมด เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นสไตล์สาวหล่อ ผู้ทอม เมดมันสังคมผู้หญิง คิทเช่นชายอยู่ไม่ค่อยทน+ถ้าหล่อมากก็เกิดข้อครหา นายท่านไม่ชอบขี้หน้าได้อีก

คิทเช่นออกมาคุยกับคุณหนูนายท่านได้ แต่ไม่ได้มีเวลามาอ้อนๆ อะไรเหมือนเมด บางคนเบ้าดีจนเป็นเมดได้ก็มี นายท่านไปโอชิคิทเช่นก็มี คิทเช่นที่มีโอชิก็จะมีโอกาสได้ถ่ายรูปอีเว้นท์บ่อยๆ แต่ก่อนยุคที่คิทเช่นออกหน้าออกตาเยอะๆ บางคนมีรูปทุกอีเว้นท์มากกว่าเมดอีก ขายรูป ขายกู้ดส์ต่างๆ เหมือนเมดนี่แหละ ต้องเข้าใจด้วยว่ารายได้ของร้านหลักๆ ไม่ใช่การกินอาหารที่ร้าน แต่มาจากการขายกู้ดส์ เดี๋ยวนี้ก็เพลาๆ ไปแล้ว ความสำคัญอยู่ที่ตัวเมดมากกว่า

คิทเช่นเองก็มีการไต่ตำแหน่งไม่ต่างจากเมด แต่ผลงานจะนับจากการสอบและการครีเอทเมนู ไม่เหมือนเมดที่ต้องทำยอดด้วย คิทเช่นคำแหน่งสูงๆ จะต้องดูเรื่องสต๊อกของสั่งของเข้าร้านด้วย เคลียร์ครัวล้างครัวก็เป็นหน้าที่คิทเช่นเหมือนกัน ลำดับตำแหน่งไม่ได้ต่างอะไรจากพ่อครัวในร้านอาหารหรอก แค่เบ้าดีก็ขายกู้ดส์ได้

463 Nameless Fanboi Posted ID:2jw.nAUPrx

>>461 เคยมีบทวิเคราะห์เหมือนกันว่า นายขนดกปั้นหม้อเป็นนิยายที่ overrate พล็อตมันไม่ได้สุดปังขนาดนั้น แต่นักเขียนโชคดีมากที่เรื่องนี้ติดในกระแสอย่างโดดเด่นมากจนขายได้ทั่วโลก แล้วคนเรานี่พอเห็นว่าอะไรดังมากๆ ก็มีอุปทานว่าต้องดีแน่ๆ ขอแค่คุณภาพไม่ห่วยก็จะถูกปรับให้ดูดีในอัตโนมัติ มันเกิดจากการโปรโมตและโปรปากานด้าด้วยแหล่ะ แฮร์รี่พ่อตายถึงมีคนชื่นชอบเยอะ ซึ่งเป็นกรณีตรงกันข้ามกับของดอกปอบ เพราะเรื่องไวท์โร้ดถึงจะพยายามใช้วิธีเดียวกัน แต่คุณภาพนิยายเหี้ยเกินไปจนสร้างอุปทานไม่ได้ มันก็มีคนหน้ามืดตามัวแหละแต่สุดท้ายก็ตาสว่างเพราะมัน ฟ้าวววว บรึ้มๆๆ ตู้มมมมม ฉัวๆ กุดุสๆๆ

ตัวเอกก็แกรี่พอสมควรเลย เกิดมาพร้อมแผลเป็น เกิดมาพร้อมชื่อเสียง เป็นพ่อมด มีความพิเศษหลายด้าน แต่ที่โดนนักวิจารณ์หนักสุดคือ มีคนรักและดูเอ็นเยอะมากๆ ใครๆ ก็ชอบแฮร์รี่ พร้อมจะช่วยเหลือ พวกที่เกลียดกันคือเดาได้เลยว่าฝั่งร้ายแหง อีกอย่างคือพล็อตอาร์เมอร์หนาสัสๆ เกือบตายมากี่รอบแล้ววะ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างไอ้รวย(หัวคอน) กับเห่อหมอยอีนี่ ใครมายุ่งในเหตุร้ายทีไรแม่งตายรัวๆ เช่น ไอ้เซดริก เป็นต้น

ดังนั้นกูตอบแบบเกรียนๆ เลยว่า ที่สนุกเพราะแฮร์รี่แม่งโชคดีขั้นเทพ เพื่อนพ้องพร้อมตายแทน ครูใหญ่เข้าข้างมึง ชุมชนผู้วิเศษยกย่องเชิดชู นกฟินิกส์ยังโผล่มาช่วยถึงในท่อน้ำทิ้งของโรงเรียน ไม่แกรี่ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วอะ

464 Nameless Fanboi Posted ID:ocCI71FFmK

>>463 มันก็แกรี่ทั้งก๊วนอะ ขนาดตัวไร้ประโยชน์อย่างเป็นนิ่ว ลองน้ำท่อม ยังอยู่รอดมาปราบโวเดอแมวตอนสึดท้ายได้เลย พล็อตอาเมอแข็งทุกตัว

465 Nameless Fanboi Posted ID:cJSz+N87Kc

>>463 >>464 ชื่อแปลงของพวกมึงแต่ละตัวนี่ ทำกูน้ำพุ่งสำลักเกือบตาย โม่งคัลเจอร์นี่แม่งสุดๆ จริงๆ

466 Nameless Fanboi Posted ID:tlCHM7p6kt

>>463 กูเคยอ่านแฮร์รี่จบไปเล่มนึง ก็เห็นว่าสนุกมากแล้วนะ ไม่ได้จะมาดีเฟน แต่กูอยากให้มึงช่วยแนะนิยายแฟนตาซีดีๆ แบบแฮร์รี่หน่อย จะหามาอ่าน

467 Nameless Fanboi Posted ID:cJSz+N87Kc

>>466 ถือว่าดีไง ไม่กาก แต่สุดยอดไหม อันนี้แล้วแต่คน

468 Nameless Fanboi Posted ID:4qCYGu+lC7

>>463 กูว่าแฮรี่ไม่แกนี่นะ มันplot armorก็จริง แต่ถ้าบอกว่าแกรี่มันยังไม่ขนาดนั้น เรื่องมันมีการพัฒนาของตัวละคร มีมิติความหลังและเหตุผลรองรับการกระทำอยู่

469 Nameless Fanboi Posted ID:6ChoHD43Dk

>>463 ดีจัง นึกว่ากูขวางโลกซะอีก รอบตัวกูมีแต่คนอวยไอ้ขนดกปั้นหม้อ พอกูบอกเฉยๆอ่านได้ไม่อ่านก็ได้แม่งชอบมาพรรณนาพล่ามบอกว่ามันดีงู้นงี้ตลอด ไม่เข้าใจมาตั้งนานว่ามันมีอะไรดีถึงได้ดังระเบิดขนาดนั้น จนตอนนี้กูแอนตี้มาก
>>468 ใครบอกว่าแกรี่มันต้องไม่มีพัฒนาของตัวละคร มิติความหลังหรือเหตุผลรองรับการกระทำวะ ใช่ มันมีแกรี่แบบนั้นอยู่ แต่นั่นเป็นแกรี่ชั้นสวะที่สร้างมาแบบเอามันมักง่าย ถึงแม้ไอ้ขนดกจะไม่เข้าข่ายชั้นสวะ แต่ก็ยังนับว่าแกรี่เหมือนเดิม

470 Nameless Fanboi Posted ID:/vqJ1/xyIa

>>466 ยังอาเด้าเล่มล่าสุดที่อ่านเป็น Mortal Engines นิยาย สนุกมากแต่กระแสนิยายบ้านเรามันจบเพราะสาววัยรุ่นไปอ่านนิยายวายกันหมด

471 Nameless Fanboi Posted ID:JMM5IugcGz

>>462 ขอบใจมาก

472 Nameless Fanboi Posted ID:t4.6mLK/p4

เห็นโม่งถกกันเรื่องแกรี่ไม่แกรี่ กูขอถามหน่อยว่าพวกมีความเห็นต่อตัวละครแกรี่เป็นแบบไหน มองว่ามันเป็นตัวละครประเภทหนึ่ง หรือว่ามองเป็นเชิงลบมี่ควรปรับปรุง?

หลายมู้ก่อนหน้านี้เห็นคุยกันว่าแต่ละคนจะเคยชอบพวกแกรี่กันมาก่อน (เช่นถนนแยมขาวของดอกป๊อบ)​ จนกระทั่งเลิกเห่อหมอยแล้วถึงได้ตระหนักถึงตราบาปของตัวเอง กูเลยสงสัยว่าตัวละครแกรี่น่ะมันถูกต้องในที่ของมันเองแล้วหรือเปล่า เพราะคิดไปคิดมาถ้าอ้างอิงจาก >>463-464 พูด มันจะเหลือตัวละครไหนที่ไม่แกรี่บ้างวะ?

>>465 +1 โม่ง​นี่ช่างหกสกกระปี๋ดีจริมๆ(ชม)​

473 Nameless Fanboi Posted ID:QU/jpMK+Zv

>>472 กูก็ยังอ่านงานแกรี่อยู่เรื่อยๆ นะ แม้ว่าวันนี้หมอยจะเริ่มงอกแล้วก็ตาม นี่ก็เพิ่งไปอ่านคิมดกจา ติดงอมแงม ถึงจะแบบมีความสู้กับบอสเวลสูงกว่าแล้วพลิกมาชนะได้ แต่แม่งโคตรแกรี่ทั้งทีมพระเอกก็เถอะ งานแกรี่มันก็มีคุณค่าหน้าที่ในที่ทางของมันอ่ะ ในฐานะคนอ่านมันก็มีงานที่มึงอ่านเอาสะใจแบบไม่คิดอะไร กูสนใจประเด็นว่ามึงจะแกรี่แมรี่อย่างเดียวจนไม่มีพ้อยต์อื่นเลยไหม ถ้าโชว์เทพไปวันๆ มันก็มีคุณค่าแค่อ่านเอาสะใจ ไม่ได้มีอะไรมากมายกว่านั้นเลย

474 Nameless Fanboi Posted ID:Q.Jl8Vxvpm

>>468 ก็พล็อตอาร์เมอร์นั่นแหล่ะที่ส่วนใหญ่เขาล้อกัน ใช้บ่อยสุดๆ นักเขียนแนวหน้าเขามักจะหลีกเลี่ยงด้วยซ้ำ คือถ้ามึงไม่ใช่พระเอกนี่ตายไปกี่รอบแล้ววะ เกิน 20 ละมั้งตลอดเรื่อง มันเป็นความแกรี่ประเภท "โชคดีเกินเหตุ" คือแฮร์รี่พ่องตายมันโชคดีเกินไป เจอหน้าพวกผู้เสพความวายตั้งหลายรอบแต่รอดมาหมด เจอบอสใหญ่อย่างโวลดี้ก็รอดอีก ฝีมือกับพลังทางเวทมนตร์ก็แม่งไม่ได้เยอะเลย ถือว่าธรรมดาเทียบกับกลุ่มนักเรียนด้วยกัน ไม่มีความสามารถพิเศษที่ทำให้สูสีกับศัตรูเหล่าร้าย จะโม้ว่าเทพพอจะพลิกมาชนะได้แบบหืดขึ้นคอนี่ก็ไม่ค่อยจะมี มีแต่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ใช้ deus ex machina ช่วงก่อนจบเล่ม จะว่าเพื่อความสะดวก หรือชี้ว่าธรรมะย่อมชนะอธรรม อะไรก็อาจเป็นไปได้ แต่หลายคนเห็นแย้งว่าถ้ามึงไม่ใช่พระเอกนะ ตายหองไปนานแล้วไอ้แว่นกากเอ๊ย

แต่กูยอมเจ๊โจแอนอยู่หลายจุดนะ โดยเฉพาะการสูญเสียตัวละครสำคัญหรือการเข้าวินที่โคตรจะหักปากกาเซียน ตอนแรกคิดว่าไม่แชงก็เฮอร์ต้องเข้าไปชิงดำเพื่อเข้าวินกับแฮร์รี่แน่ๆ แล้วทำไมถึงกลายเป็นน้องไอ้รอนไปได้วะ แล้วไอ้รอนก็ได้กับเฮอร์อีกอะไรวะภาคสอง ส่วนพวกแฝด ฟ-จ กับ พี่จริงจังดำ ที่ตายไปนี่ก็ชวนช็อคอยู่ แต่ที่สุดจริงๆ คือคุณเสวราศ สะเหน็บ ความรักของเอ็งต่อน้องนางลิ้นจี่ (ลิลลี่) ช่างสุดยอดเสียนี่กะไร

475 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>474 อันนี้กูแอบไม่อินว่ะที่จู่ๆน้องรอนมาได้กับแฮร์รี่ มันดูไม่มีสตอรี่อะไรให้อินเลยอะ อ่านแล้วเหมือนยัดเยียดว่าเออแฮร์รี่ต้องมีนางเอกนะ อารมณ์ทิ้งท้ายไว้ต่อพล๊อตใหม่รุ่นลูกอะไรแบบนั้น
ส่วนเรื่องเฮอ-รอน นี่ โอเคมันมีปูๆมาตั้งแต่ภาคก่อนๆแหละ กูเลยพอรับไหม ให้คะแนนลำเอียงตรงความสวยของเอ็มม่า วัตสันที่สวยตั้งแต่ภาคแรกยันภาคจบ และสวยมาถึงปัจจุบัน

ส่วนจริงจังดำกับจารย์ปรุงยานี่กูก็ช๊อคเหมือนกัน ฉากนี้ยอมรับว่าอิมแพ็คอยู่

476 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

แกรี่แบบสมเหตุสมผลกูโอเคนะ แบบ คิมดกจาถือว่าค่อนข้างมีสตอรี่ และในบางจุดมันก็ไม่ได้ใช้ความสามารถมันเองไง เหมือนมันรู้และวางตัวละครในทีม(หรือนอกทีม) ไว้ในที่ทางที่ถูกต้องจนผ่านสถานการณ์มาได้ กูเลยค่อนข้างก้ำกึ่งว่ามันแกรี่หรือไม่แกรี่กันแน่

ในความรู้สึกส่วนตัวของกูเลยนะ กูคิดว่า คิมดกจามันแค่ได้เปรียบเรื่องรู้ข้อมูลมาล่วงหน้า แต่อะไรที่มันคุมไม่ได้ก็ยังมี(เช่น คนอื่นนอกเหนือจากในนิยาย) มันไม่ทำให้รู้สึกสนุกโดยไม่ขัดตาจนเกินไปว่ะ ซึ่งมันต่างจากพระเอกพวกมาถึงเจอระบบ ค่าโชคทะลุหลอด นารีอุปถัมภ์ เลเวลตัน หรือย้อนกลับมาพร้อมความทรงจำชาติก่อน อะไรแบบนี้อะ

อย่างน้อยเราก็ได้ลุ้นว่าดกจามันจะทำอะไรยังไงซึ่งบางจุดคนแต่งทำให้กูอึ้งได้เหมือนกัน อึ้งกับวิธีที่มันใช้นะ ไม่ใช่อึ้งว่ามันตบบอสได้ที่เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว

สรุปคือ พระเอกมันจะพัฒนาการเทพไปเรื่อยๆกูได้แต่มึงใส่เหตุผลรับรองให้บ้างงง ไม่ใช่มาถึงโอ๊ะระบบ โอ๊ะโชคดีจังบอสเดินมาชนกูตายเอง เลเวลอัพรัวๆ มีคนมาหาเรื่องเลยตบเกรียนกลับแบบชิวๆ สาวติดตรึม พวกเทพเกม เทพวรยุทธส่งมาเกิด รวมไปถึงตัวละครที่เปิดมาด้วยสตอรี่เด็กโดนรังแกพอเก่งเลยต้องแก้แค้น กูรู้สึกเหมือนทำข้อสอบแล้วลัดไปทำข้อหลังๆ พอเจอนิยายแบบนี้เลยไม่อินว่ะ ยิ่งมีฉากตบลูกกระจ๊อกเพื่อโชว์เทพ หรือ ฮาเร็ม กูยิ่งกดปิดเร็วกว่าเดิมอีก

477 Nameless Fanboi Posted ID:cJSz+N87Kc

>>475 มึงซวยแล้วโม่ง เพราะไอดีของมึงเข้าทางโม่งคัลเจอร์อีกอันนั่นคือ "การล้อเลียนไอดีที่สุ่มให้" ดังนั้นกูขอเรียกมึงว่า "อีหี" จากอักษรสี่ตัวสุดท้ายของไอดี เป็นไงชื่อของมึงวันนี้เพราะดีไหมเพื่อนหี 555+

>>472-473 ในโม่งจริงๆ แล้วไม่ได้ต้านแกรี่ขนาดนั้นนะ คือทุกคนแม่งเข้าใจแหล่ะว่าเป็นตัวเอกแล้วต้องมีไม้เด็ดติดตัวบ้าง (ไม่งั้นก็แม่งไม่ใช่ตัวเอกสิ) แต่ความอิหยังวะส่วนใหญ่มันมาจากการที่พระเอกแม่งเก่งเกินระดับสามัญสำนึกไปแล้ว ชอบให้พระเอกไร้เทียมทาน มีสกิลโคตรโกง หรือเข้าขั้นพระเจ้า จนเหมือนให้พระเอกไล่ตบเกรียนอยู่ฝ่ายเดียว (แล้วคนอ่านส่วนใหญ่เสือกชอบด้วย) ก็นั่นแหล่ะ เพราะประชากรส่วนมากในเด็กดวกคือเด็กน้อยไง เลยชอบอะไรแกร่งๆ เท่ๆ ไว้ก่อน จะสร้างตัวละครแกรี่มันไม่มีใครว่า แต่คู่ต่อสู้ เพื่อนในตี้ หรือนักผจญภัยคนอื่นก็ให้ดูมีระดับบ้าง ไม่ใช่ว่าพระเอกโหดสัสรัสเซียอยู่คนเดียว คือทำไงก็ได้ ให้พระเอกไม่เก่งเกินหน้าเกินตาคนอื่นมากไป แกรี่แบบนี้ถึงจะสนุก และพอหลับตาข้างเดียวได้ ถ้าอยากเข้าใจพระเอกแกรี่ที่ไม่ทำให้สมดุลเรื่องเสีย ให้หา "ซามูไรพเนจร" มาอ่าน เพราะตัวละครเดียวที่แกรี่ทะลุโลกมีเพียงในเรื่องนี้คือฮิโกะ เซจูโร่ (อาจารย์ของพระเอก) คนอื่นๆ ทั้งฝั่งดีฝั่งร้ายแม่งแกรี่หมด มีวิชาโกงๆ เกรียนๆ กันทั้งนั้น แต่จารย์เซจูโร่แกเทพขนาดเจ้าของเรื่องยังยัดความคิดตัวเอง แบบ BT4THW ลงในบทพูดว่า "ฝีมือระดับฉันลงไปยุ่งด้วยน่ะมันไม่ดีหรอก เดี๋ยวคนอ่านก็หมดลุ้นกันพอดี" ช่วงที่เคนชินไปขอเรียนวิชาขั้นสุดท้าย แกรี่ขนาดไหน... ขนาดการส่งต่อวิชาที่ตามปกติอาจารย์จะต้องตายเมื่อฝ่ายลูกศิษย์ใช้วิชานั้นใส่ตัวเองจนเอาชนะได้สำเร็จ พี่แกเสือกรอดมาได้เฉยเลย (ถึงจะอ้างว่าเป็นเพราะพระเอกใช้ดาบสลับคมก็เหอะ) เนี่ยตัวละครแกรี่ที่สาหัสจนต้องให้เป็นตัวละครลับ โผล่มาแค่นานๆ ที

478 Nameless Fanboi Posted ID:VT6yj11dnP

อย่าบูลี่แกรี่สิโม่ง บางทีมันจะทำให้พวกคลั่งทฤษฎีจำกันไปว่าห้ามใช้ตัวละครแกรี่
ตัวละครแกรี่ใช้ได้นะ ปัญหาต่อโครงสร้างเรื่องและความน่าติดตามไม่ได้อยู่กับตัวละคร แต่เป็นไอเดียของนักเขียนต่างหาก
ซุปเปอร์แมนเป็นตัวอย่างของแกรี่ที่เข้าใจได้ง่าย
สถานะของซุปเปอร์แมนเป็น สุดยอดฮีโร่ที่แข็งแกรงที่สุด ถ้าเหล่าร้ายกำลังอาละวาด ซุปเปอร์แมนบินมาแล้วตดใส่เหล่าร้ายก็ดับดิ้นวายชีวา
สถานะ "สุดยอดฮีโร่ที่แข็งแกรงที่สุด" ต่างหากที่เป็นปัญหาต่อความน่าติดตาม
จึงกำเนิดแร่ คริปโตไนต์เปลี่ยนสถานะของซุปเปอร์แมนเป็น "อ่อนแอกว่าเกรียน ม.ต้น" เพื่อแก้ปัญหาต่อความน่าติดตามของเรื่อง
มีอีกหลายอย่างที่ใช้เล่นกับตัวละครแกรี่เช่นการสร้างเงื่อนไข เป็นสุดยอดฮีโร่ที่แข็งแกรงที่สุด แต่ว่ายน้ำไม่เป็นเลยสู้กับมอนเตอร์ในน้ำไม่ได้
เป็นสุดยอดนักหลงทาง ต้องปิดบังตัวตน หรือถูกสาปกลายเป็นเด็กทารก เป็นเรื่องของคนเขียนที่ต้องจัดการกับสถานะของตัวละคร
ต่อให้เขียนตัวละครเป็นคนธรรม แต่สถานะของตัวละครไม่มีการเปลี่ยนแปลงมันก็เกิดปัญหาการติดตามได้เหมือนกัน

ส่วนทัศนะเกี่ยวกับเรื่องหน้าม่อขนดกเราคิดว่าเป็นนิยายที่สนุก การวางพล็อตและทิ้งคลูสร้างความน่าติดตาม จังหวะแก้ปมในเรื่องก็ดี
ถ้าจะนั่งอ่านเพื่อศึกษาก็ทำเถอะมีประโยชน์แน่นอน

479 Nameless Fanboi Posted ID:Q.Jl8Vxvpm

>>478 โอเคกู +1 ให้มึง แกรี่ที่ดีควรมากับจุดอ่อนที่ทำให้ปวกเปียกหรือหมดประโยชน์ได้ บางจังหวะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ คือไม่อยากให้ทำแบบพวกเด็กดวกอะ เก่งโคตรๆ แล้วดูมันใส่จุดอ่อนแบบถ้าอดนอนแล้วจะกากลง 50% หรือพวกแดกเนื้อไม่ได้แดกแล้วผื่นขึ้นไม่มีเรี่ยวแรง คือมันแทบจะลดความแกรี่ลงไม่ได้เลย ถ้าพระเอกมันไม่โง่จงใจทำให้ตัวเองเกิดจุดอ่อน

ทางที่ดีมันควรต้องมีอะไรที่ได้อย่างเสียอย่าง เห็นมีมังงะเรื่องนึงแม่งดิบสะใจกูมาก พระเอกเก่งแกรี่แต่เวลาใช้ท่าไม้ตายต้องบูชายัญเพื่อนในตี้เพื่อสร้างพลังโจมตีให้สกิล ทำให้ทุกครั้งที่ภารกิจจบลง เพื่อนในตี้แม่งตายหมดตัวเองรอดกลับมาคนเดียว ชาวบ้านที่ไม่รู้ความจริงก็พากันสรรเสริญว่าเป็นวีรบุรุษปราบปีศาจโหดๆ ได้ตลอด ส่วนเจ้าตัวแม่งจิตใจพังทลายจนกลายเป็นพวกไร้ความรู้สึกไปเลย เพราะทุกครั้งที่มีสมาชิกใหม่อนาคตไกลเข้าตี้มา ก็เหมือนจับหัวเขายัดเครื่องประหารไว้แล้ว จะเอาพวกกากๆ มาใช้ก็ไม่ได้ เพราะสกิลจะโจมตีได้เบา เลยต้องเอากลุ่มดาวรุ่งมาหักทิ้งทุกรอบ

กูว่าจะแกรี่หนักหนาแบบไหนก็ได้ แต่มันเป็นอย่างที่มึงว่า คือแกรี่มาก เก่งมาก แล้วไงต่อ จะเอาอะไรมาสร้างความน่าติดตามได้บ้าง ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่ายังไงตัวเอกก็ชนะแน่ๆ เรื่องที่กูบอกไปข้างบนคือประเด็นการสังเวยเพื่อนในตี้เพื่อให้ภารกิจสำเร็จ จุดพลิกผันคือนางเอกที่โผล่มาขอเข้าตี้ แล้วพลังที่มีดันเข้าทางพระเอกพอดี

ส่วนในซามูไรพเนจรของไอ้ >>477 ทุกคนเก่งเกินจริงขี้โม้ทั้งเรื่อง แต่ดราม่าชะตาชีวิต หรือความจำใจต้องต่อสู้ของแต่ละคนนี่ล้วนน่าติดตาม เล่นได้หมดทั้งปมในอดีตที่ส่งผลต่อปัจจุบัน และเรื่องปัจจุบันที่ตัดสินอนาคต ขนาดตอนสู้กันรู้ทั้งรู้ว่าพระเอกแม่งเก่งกว่ามาก แต่ก็แพ้ได้เพราะโดนเล่นงานด้วยจิตวิทยา จี้ปมในหัวใจจนเสียสมาธิ แค่หวั่นไหวนิดเดียวก็แพ้ได้ในพริบตา นักเขียน,วาด กับ บ.ก. แม่งเหลาเรื่องได้ดีมาก กลมกล่อมทุกส่วนเลย เส้นเรื่องหลัก-รอง ก็ทำได้ดี กระจายบทให้ทุกตัวละครได้สมดุล จบอาร์คนึงช่วงอาร์คใหม่ก็มีเด่นอีกคนนึง แต่สุดท้ายรวบทุกเส้นเรื่องรองมาบรรจบกันได้ ถือว่าเล่าได้เก่งมากสำหรับงานเขียนเก่าๆ

เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กูหลายรอบมาก และเป็นโชคดีของกูที่เด็กๆ แม่งเกิดไม่ทันยุคซามาไรพเนจร เลยไม่มีใครจับได้เลยว่า steal ไอเดียเขามาดันแปลงใช้เอง 555555555

480 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>477 กูล่ะเกลียดชื่อนี้จริงๆ

>>479 มังงะที่มึงว่าเหมือนกูเคยอ่านนานมากแล้วแต่ลืมเนื้อเรื่องว่ะ ขอชื่อเรื่องได้มะหรือผิดกฏมู้วะ

481 Nameless Fanboi Posted ID:VfuP9han72

>>479 ขอชื่อเรื่องมังงะหน่อย สนใจว่ะ

482 Nameless Fanboi Posted ID:Q.Jl8Vxvpm

>>480 จัดไปอีหี เห็นแก่ชื่อของมึงนะเนี่ย 55555 อ่ะ yakushoku distpiari gesellshaft blue

>>481 ก้อปข้างบนไปเซิร์จได้เลย เหมือนว่าในเว็บแมวดุ้นจะมีแปลไทยด้วยนิดหน่อย

483 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>480 เรื่องเดียวกันกับที่กูเคยอ่าน เดวดองไว้ก่อนกลัวดิ่งว่ะ
บัดซบจริงเมื่อไหร่มันจะสุ่มชื่อใหม่ให้กรูวววว

484 Nameless Fanboi Posted ID:boe/2HInAF

>>482 เย้ดแม่ ทำไมกูเพิ่งจะได้อ่านเรื่องนี้เอาป่านนี้ พวกเด็กเบียวในเด็กดวกควรหาอ่านอย่างแรง จะได้เข้าใจความดาร์คที่แท้จริง ไม่ใช่ดาร์ดเปลือกนอกอย่างที่พวกแม่งแต่งกันอยู่ เป็นกูคงทำใจไม่ได้ว่ะ ตับแตกรัวๆ เป็นโชวเน็นที่พระเอกเก่งขึ้นเมื่อพวกพ้องล้มตายอย่างแท้จริง แต่แม่งคนละความหมายกับโชวเน็นทั่วไปเลย เซตติ้งโลกก็ดูน่าสนใจดี เป็น Oldschool RPG Fantasy system ด้วย น่าเสียดายคนแปลแม่งกุเกิ้นทรานส์จนออกมากาก ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปหาอ่าน RAW เองได้ อะฮิ อะฮิ

485 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>484 เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ถูกใจสายดาร์คไปเลยก็โดนโลกสวยด่ากระจุยว่ะ ไม่ถูกจริตเด็กเบียวอย่างรุนแรง ถ้ามีคนเขียนคงยัดเยียดเนื้อหาเลวๆเพื่อหาความชอบธรรมให้ต้องโดนพระเอกฆ่าตายรัวๆ

486 Nameless Fanboi Posted ID:lOyZXpssTB

โม่งกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

487 Nameless Fanboi Posted ID:Q.Jl8Vxvpm

>>485 แบบนั้นแต่งไม่ได้แน่ ไม่เท่ ไม่เอจจี้ ไม่เทพแบบไร้เงื่อนไข อ่านแล้วหดหู่อีก ขายไม่ออก

488 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>487 อาจจะมีคนชอบก็ได้นะเว้ย แนวนี้ไร้นางเอกชัวร์ พ่อฟันยับ

489 Nameless Fanboi Posted ID:Q.Jl8Vxvpm

>>488 ฟันขาดสองท่อนแบบนี้ไม่ไหวมั้ง -*-

490 Nameless Fanboi Posted ID:umhnK3xmf9

>>489 เด็กมีภูมิต้านทานต่ำมาก พอๆกับเด็กชายรับไม่ได้กับความลูกตุ๊ดเพราะพระเอกอ่อนแอกว่านางเอก(นารีอุปถัมป์)

491 Nameless Fanboi Posted ID:6ChoHD43Dk

พวกมึงนี่นะ ของแบบนี้คือเอดจี้ตายห่า เด็กเบียวชอบรัวๆดิวะ เทรนด์สมัยนี้คือกินเนื้อ+ฆ่าดะ+โชว์เหนือนะโว้ย แค่ไม่ฆ่าจะด้วยเหตุผลแบบไหนพวกแม่งก็ด่าโลกสวยแล้ว ฆ่ายับแบบนี้ก็ฟินน้ำแตกเลยสิ ยิ่งมีฉากเทศนาพวกโลกสวยก็ยิ่งมันดิวะ แถมเรื่องนี้ไม่ใช่แนวหดหู่หรือกดดันอีก อ่านได้ชิวเหี้ยๆ ไม่อึดอัดซักนิด ถ้าจะขายไม่ออกก็เพราะมันไปไม่สุดทางสายดาร์กเอดจี้วอนนาบีหรือดาร์กดั้งเดิมนี่แหละ แต่ไม่ใช่เพราะมันดาร์กแน่ๆ

492 Nameless Fanboi Posted ID:nJ+tM3yzy4

>>491 กูเห็นด้วยกับมึง เพราะหลังจากไปไล่อ่าน eng ถึงตอน 30 มา กูว่ามันเน้นเอจจี้มากกว่าหดหู่ (ถึงแรกๆ มันจะเป็นแบบนั้นก็เหอะ) หลังๆ ไปนี่กูว่าเด็กเกรียนจะชอบเสียอีกนะ ฆ่าแม่งให้หมดแบบนี้

493 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

กูอ่านจบละ เหมือนตัดจบเลยว่ะ แอบงงๆ แต่ภาพสวยดีนะ

494 Nameless Fanboi Posted ID:Q.Jl8Vxvpm

>>493 ออกแบบตัวละครเท่ดี พระเอกดูคล้ายๆ อุลคิโอร่าจากบลีช ตัวละครหญิงก็อาร์ตๆ ดี

495 Nameless Fanboi Posted ID:umhnK3xmf9

ไม่รู้เด็กเบียวสมัยนี้ชอบความดาร์กแบบ Berserk รึเปล่าวะ

496 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>494 จริง ชอบผญที่เวล 25 ที่ตายต้นๆเลย

497 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>495 อาจจะไม่นะ ส่วนมากพวกนั้นน่าจะชอบดาร์คแบนๆ แบบตัวเอกได้ไล่เชือดฝ่ายเดียว ถ้าอ่านเบอเซิกจริงๆน่าจะปิดตั้งแต่ฉากตุ๋ยละมั้ง

498 Nameless Fanboi Posted ID:WsYT9YJnJI

>>495 มันชอบแบบดากๆ โดนแล้วไล่กระทืบคืนฝ่ายเดียว แกรี่ไปยาวๆ

499 Nameless Fanboi Posted ID:nJ+tM3yzy4

แกรี่แบบมีพัฒนาการตัวละครไง เปิดมาสวะ เจอคนหยาม ฝีมือกาก ลมปรานน้อย โดนแกล้งจนตาย แล้วก็ฟื้นขึ้นมาพร้อมความเทพซ่า ไล่แก้แค้น ไล่ตบตัวร้ายโชว์สาว สร้างฮาเร็ม ความดาร์คมีแค่ตอนแรกตอนเดียว นอกนั้นดากล้วนๆ

500 Nameless Fanboi Posted ID:QU/jpMK+Zv

>>476 แต่กูอ่านไปสักสามร้อยตอนหลังโอลิมปัสก็เริ่มรู้สึกเฝือๆ เฟ้อๆ แล้วอ่ะ เหมือนมันเลี่ยนที่มันจะชนะไปเรื่อยๆ มุกตายก็ไม่ค่อยซึ้งละ พลังจิ้นก็ลดน้อยลงตาม

กูว่าเรื่องนี้คนที่เข้าข่ายแกรี่และเอจจี้จริงคือพระเอกยูจงฮยอก แต่มันยังมิติตรง depression จนจิตใจผิดเพี้ยน

เทียบ solo leveling กับ omniscient reader's viewpoint กูชอบดกจามากกว่า แม่งยังมีพัฒนาการมีมิติต่างๆ ตัวละครหลายตัวก็น่าเอาใจช่วยอยู่ กูชอบระบบ ‘เรื่องราว’ ของมันด้วย องค์ประกอบอันนี้ดี

501 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

นั่งอ่านนิยายโม่งทดลอง ขำท้องแข็งเลยว่ะ

502 Nameless Fanboi Posted ID:QU/jpMK+Zv

>>501 มันตลกขนาดนั้นเลยเหรอวะเพื่อนหี

503 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>502 ฮาอยู่นะ กูเก็ตมุขด้วยแหละ กาวดี แถมภาษาโม่งทดลองสวยอยุ่ ลื่นตา

504 Nameless Fanboi Posted ID:At8DiCVCoJ

>>503 กูว่า >>502 มันไม่ได้อยากถามมึงจริงๆหรอก มันแค่อยากพิมพ์เรียกมึงว่า "เพื่อนหี" ...เหมือนกู

505 Nameless Fanboi Posted ID:QU/jpMK+Zv

>>504 ไอ้สัส รู้ทัน ถถถถถถถถถถถถถถถถถถ

506 Nameless Fanboi Posted ID:umhnK3xmf9

พักนี้บอร์ดเด็กดวกบ่นเรื่อง VN แอดมินปล่อยเบลอหรือระบบเว็บกากเอง

507 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>505 >>504 ร้ายกาจว่ะ 555
>>506 น่าจะกากเอง เดาล้วนๆ

508 Nameless Fanboi Posted ID:At8DiCVCoJ

>>507 ไหนๆชื่อนี้ก็อยู่อีกไม่นาน ขอกูเปิดเพลงจิ้นให้เต็มที่หน่อยเหอะ
*เปิดเพลง* https://www.youtube.com/watch?v=a2GujJZfXpg

509 Nameless Fanboi Posted ID:nJ+tM3yzy4

ป่ะพวกเรา ช่วยกันล้ออีหีหน่อย เดี๋ยวเที่ยงคืนไอดีก็เปลี่ยนแล้ว

ปล. กูรอคนสุ่มได้ 69 อยู่นะ อิอิ

510 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>508 พรุ่งนี้เดี๋ยวกูรีเราท์เตอร์

511 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

ทำไมพวกมึงช่างโหดร้ายกับกูแบบนี้ 555555555555

512 Nameless Fanboi Posted ID:nJ+tM3yzy4

>>510 ไม่ต้องรี หลังเที่ยงคืนมันจะสุ่มใหม่เอง

513 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

>>512 กูพูดไปงั้นแหละ ไม่ซีเรียสๆ

ว่าแต่นอกจากชื่อ อีหีแล้วเคยมีคนสุ่มได้ชื่ออื่นกันบ้างมั้ยวะ

514 Nameless Fanboi Posted ID:nJ+tM3yzy4

>>513 เคยมีคนสุ่มได้ 3 ตัวท้ายเหมือนกัน แต่สลับเล็กใหญ่ มีการคุยกันอย่างกับคู่แฝด ว่าไงบี1 บายดีบี2 ไรงี้ กูเคยสุ่มได้ท้าย wtF รู้สึกโคตรเท่ ถถถถ

515 Nameless Fanboi Posted ID:oiQI595EAe

>>507 ใช่แล้วเพื่อนหี อย่าว่าแต่ VN เลย บางทีกุกะเข้าหน้าแก้นิยายไม่ได้ ต้องไปในคอมอ่ะ

516 Nameless Fanboi Posted ID:QU/jpMK+Zv

>>515 อย่าว่าแต่มือถือเลยมึง กูลงนิยายในคอม ฟ้อนต์ยังไม่ขึ้นให้กูเลือกเลย กูตั้งค่าในเวิร์ดเป็น cordia new ลงมากลายเป็น tahoma OCD กูกำเริบ

517 Nameless Fanboi Posted ID:oiQI595EAe

>>516 ทำใจนะเพื่อนเป็ด

518 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

ระบบมันเน่ากว่าอันเก่าป่าววะ จำได้ว่าแต่ก่อนตอนที่มีหน้าต่างเหลี่ยมๆเด้งแยก มันปรับฟร้อนออโต้เลยมั้งนะ ทุกวันนี้กูก็ลงแล้วกดปรับอีกที
เห็นบางคนว่ามีปัญหาเรื่องลงแล้วนิยายติดเป็นพรืดด้วยทั้งๆที่เคาะย่อหน้า/เว้นวรรคแล้ว

519 Nameless Fanboi Posted ID:At8DiCVCoJ

>>518 ทำใจว่ะ หลายเดือนมานี้เหมือนเด็กดีพยายามปรับปรุงเว็บอยู่ตลอด เดี๋ยวปิดระบบนี่เพิ่มระบบโน่นวุ่นวายไปหมด

520 Nameless Fanboi Posted ID:oiQI595EAe

ปรับก็ดีแล้ว ล่าสุด เห็นแยกหมวด จีนโบราณ

521 Nameless Fanboi Posted ID:JmrhThe.oT

ไม่ปรับปรุงมาหลายปี บทจะต้องมาทำมันก็จะขรุขระแบบนี้แหละ กูรอสักวันให้มีระบบแท็กแบบพันทิปที่ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่หมวดเดียว แต่คงจะชาติหน้าอ่ะ

522 Nameless Fanboi Posted ID:D0Vx4aEhee

เค้าจะมีแยกส่วนนิยายแปลป่าววะ ที่เคยมีดราม่ากัน หรือปัดตกไปละ

523 Nameless Fanboi Posted ID:umhnK3xmf9

>>520 เออวะ กูเพิ่งเห็นหมวดนิยายจีนย้อนยุค ที่ผ่านมากูเคยเห็นแค่นิยายกำลังภายใน

524 Nameless Fanboi Posted ID:RWkIgc1nv7

>>520 มันต่างจากอดีตปัจจุบันอนาคตตรงไหนวะ นิยายติดท็อปแนวเดียวกันหมดทั้งสองหมวด สนมฮูหยินชายาองค์หญิงโน่นนี่เต็มไปหมด

525 Nameless Fanboi Posted ID:QU/jpMK+Zv

>>524 ตราบใดที่คนยังไม่ย้ายไปหมวดจีนโบราณกันมันก็คงไม่ต่างหรอก แต่ย้ายไปหมดที่เหลืออยู่ก็คงเป็นแนวย้อนเวลา ข้ามมิติไทยโบราณแทน

526 Nameless Fanboi Posted ID:q8FHOwkMYV

โธ่ อีหี หายไปแล้ว

527 Nameless Fanboi Posted ID:Y7/4S+ozuG

>>526 อีหูวววววววว

528 Nameless Fanboi Posted ID:Y7/4S+ozuG

>>522 มึงลองไปวอแวในบอร์ดดิ หาเหตุผลซัพพอร์ตเด็ดๆ ให้คนตามเยอะๆ
>>524 ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ต่างไม่ต่าง แต่คือมันเบียดบังอันอื่น จนอดีต ปัจจุบัน อนาคตแม่งมีแต่จีนโบไง

529 Nameless Fanboi Posted ID:ytDEKUrlfI

>>528 เออ เดี๋ยวว่างๆค่อยตั้งมู้ถาม จำได้มันเคยมีดราม่าไปรอบละปะวะ

ว่าจะตั้งมู้ถามเรื่องให้ เว็บมาสเตอร์ออกแพ้คเฉพาะเรื่องที่ตรวจคำผิดเรียบร้อยแล้วด้วยว่ะ
ไม่ไหวจะทนกับพวกขายแพ้คสั่วๆจริงๆ บางคำง่ายๆอย่า ใหญ่-ใหย่ ท่า-ถ้า หน้า-น่า มึงยังใช่กันผิด กูจะไม่ทน!!

หีเอง//

530 Nameless Fanboi Posted ID:ytDEKUrlfI

เรื่องคำผิดนี่กูคิดมาสักพักแล้ว สมัยก่อนอย่างน้อยก่อนได้ตีพิมพ์ก็ผ่านการปรู๊ฟภาษามาแล้วระดับนึง โอเคกูไม่พูดถึงสำนวนนะมันแล้วแต่สไตล์ใคร สไตล์มัน แต่ที่กูคิดคือ มันถูกต้องแล้วหรอวะที่ปล่อยให้คนบางกลุ่มเปิดขายงานทั้งๆที่รู้ว่าเขียนผิด-มีคนซื้อไปแล้วท้วงติง-นักเขียนไม่แคร์กูยังขายออก กูว่ามันไม่ใช่ละ

531 Nameless Fanboi Posted ID:zfk3rghFms

>>530 ไม่มีทางทำได้หรอกมึง ที่ทีมงานจะมาไล่ดูคำผิดนิยายที่ขายตอน เพราะแมนพาวเวอร์ไม่พอ ทำได้ก็แค่ระบบตรวจคำผิด ที่ตรวจคำถูกกูผิดอีก

532 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

>>531 ระบบนี่ก็แย่จริง ตรวจคำถูกกูผิด ตรวจคำผิดกูถูก ไม่่รู้มีไว้ทำไม -*-

ทีมไม่พอก็จริงแต่มันควรมีจิตสำนึกหน่อยป่าววะ ส่วนแบ่งที่ได้ไปก็เยอะแต่เจือกให้ปล่อยงานเขียนกะลั่วๆขาย (ซึ่งส่วนมากเจือกเป็นนิยายติดท๊อปหมวดด้วย)

เอางี้กูลดระดับลง ขอแค่ ไม่ต้องตรวจหมดก็ได้ ถ้ามีผิดนิดหน่อยที่ไม่ได้ตั้งใจเช่น กดแป้นพิมพ์พลาดงี้ อนุโลมให้คนอ่านไปท้วงทีหลังเอา แต่พวกพิมผิดแล้วมีคนอ่านท้วงยังเจือกไม่แก้เนี่ยไม่ไหวนะ อย่างเลววววววววที่สุดเลยนะ มึงสร้างปุ่มรีพอร์ตให้พวกคนที่ซื้อแพ้คกดรีบอกก็ยังดี

533 Nameless Fanboi Posted ID:990vDv.ZG4

เฮ้ย เราเพิ่งมาใหม่เลยมีเรื่องจะถาม เราลงหนังสือใน meb. ไป แต่พออ่านไปแล้วมีคำผิดอยู่คำสองคำที่มองไม่เห็นตอนอ่านครั้งแรก มันแก้ได้มะ?

534 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

>>533 ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยอะ รอโม่งอื่นตอบนะ

มึงๆ ระบบมันเพี้ยนป่าววะ กูเห็นนิยายวิว 800กว่าติดท๊อป 18 หมวดแฟนตาซีว่ะ

535 Nameless Fanboi Posted ID:x5U2gaUroO

>>533 แก้ได้ แก้ในไฟล์ที่มึงส่งไปให้เมพนั่นแหละ แล้วไปที่จัดการหนังสือ เลือกedit มันจะให้มึงส่งไฟล์ใหม่ที่แก้แล้วไปให้

536 Nameless Fanboi Posted ID:sA2I5v/BwS

>>534 เรื่องนี้เหรอ https://writer.dek-d.com/kasidispa/writer/view.php?id=2132961

537 Nameless Fanboi Posted ID:M+/Pu8Yq/M

>>536 โคตรนิยายแชทและรวมตัวละครอนิเมะ กูเข้าไม่ถึงจริงๆ อ่านยังไงก็รู้สึกแหวะ

538 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

>>536 เออใช่ๆ เรื่องนั้นแหละ ด้วยความเผือกร้อนกูเลยนั่งอ่าน และคิดเหมือน >>537

539 Nameless Fanboi Posted ID:QV9mqJWbPW

>>536 ดูวันที่ลงก็ไม่แปลกใจนะถ้าจะติดแรงค์ประจำวัน ก็ลงวันละหลายๆ ตอนแบบนั้นอ่ะ

540 Nameless Fanboi Posted ID:yfXj1dyOo3

>>536 ไปติดนิสัยจอยลดามาสิท่า แถมไอ้พระเอกแม่งเบียวเหลือเกิน

541 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

ไหนๆก็เป็นกระแสในกลุ่มชาวโม่งขนาดนี้ กู หมีโฮ่ง ชื่อที่ถูกประทานมาจากพระเจ้าแห่งการสุ่ม จะขอทำการรีวิวสับฉับๆเรื่องนี้เลยละกัน ในเรื่องมี 13 ตอนนะ กูจะรีวิวเท่าที่อ่านได้เพราะกูเป็นคนใจดีมาก

เรื่อง : จากผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดเกิดใหม่เป็นจอมมารที่แข็งแกร่งที่สุด [ high school dxd ]
Link : https://writer.dek-d.com/kasidispa/writer/view.php?id=2132961
ผู้แต่ง : kasidispa
จำนวน : 13 ตอน
เรื่องย่อ : เมื่อผู้กล้าที่แท้จริงช่วยโลกไว้ทั้งหมด999โลกและโลกที่1,000เขาเกิดใหม่เป็น........เทพมารบวกสายเลือดที่แท้จริงของผีดูดเลือด<<(อันนี้กูเติมเองว่าแต่มันผสมมกันยังไงวะ)

บทนำ : (อันนี้เปิดปุ้บขึ้นให้อ่านเลยไม่อยู่ในตอน) เริ่มด้วยการแชทคุยสบายๆของผู้กล้านาม คาน่อน กับพระเจ้าที่ชอบแปลงร่างเป็นตัวละครในอนิเม โดยคาน่อนได้ทำการช่วยเหลือโลกมาทั้งหมด 999 ใบ พระเจ้าเลยให้แจ๊ะพ๊อตส่งคาน่อนไปโลกที่ 1000 พร้อมกับพลังของทั้ง 999 โลก (เทพสัส) นอกจากนี้ยังใจดีมอบแพคเก็ตอยากอยู่เผ่าไหนเดี๋ยวจัดให้ด้วย เลือกเรียบร้อยส่งไปเกิด ชึ้บๆๆ

ตอนที่ 1 : เปิดตัวมาอย่างเท่ด้วยการเกิดใหม่อีกครั้งของพระเอก ซึ่งพอมาถึงก็มีสาวน้อยวิ่งเข้ามาหา คุยเล็กน้อย จากนั้นเราจะได้รับรู้ว่าพระเอกพยายามเทสาวๆเหล่าดาบไว้ที่โลกเก่าถึง 3 เล่ม (ใช้กำลัง เรียบร้อย ซีน สามสาวครบสาย)แต่น้องๆไม่ยอมเลยแอบตามมาด้วย(กูก็งงๆว่าทิ้งยังไงไว้ในช่องมิติของตัวเอง) สักพักมีมังกรโผล่มาคุยด้วย แนะนำชื่อแซ่เสร็จคาน่อนถามถึงมังกรชื่อเท่ๆ พอมังกรด๋อยตอบช้า คาน่อนจัดการโชว์เทพไปทีนึงปล่อยแสงเลเซอร์ใส่ปิ้วๆๆ มังกรตกใจตอบรัวๆ หลังจากนั้นมีปีศาจโผล่มาแว้บๆ คาน่อนยืนคุยกับหลุมศพ แล้วจัดการชุบมังกรชื่อเท่ๆขึ้นมา

ตบท้ายตอนด้วยรูปสามสาวดาบสามเล่มที่มีชื่อแซ่ครบถ้วน

ตอนที่ 2 : เริ่มต้นด้วย รูปแม่มังกรชื่อเท่ๆสุดสวย คาน่อนพูดคุยกับมังกรอยู่ชิวๆก็มีปีศาจโผล่มา คุยกับปุ้บ มังกรเสนอให้คานอนเป็นจอมมาร

ตอนที่ 3 :คาน่อนหนีเที่ยวโลกมนุษย์ โดยมีปีศาจ (ที่น่าจะมาจากญี่ปุ่นเพราะเรียกคาน่อนคุง)

** มีแปะรูปชุดคาน่อน
คุยๆๆๆ พาชม รร มีคนแอบดูถูกพระเอก อีกคนเถียงแทนว่าพระเอกเป็นจอมมารนะ

ตอนที่ 4 : คาน่อนล่องหนแอบงีบ คุยๆๆๆๆ เรื่องหาสมาชิกเข้าตระกูล (โอเครู้เป้าหมายละว่ามันหาคนเข้าตี้จอมมาร)

ตอนที่ 5 : มีคนซุบซิบว่าคาน่อนไม่เห็นดูน่ากลัว อีกคนเถียง คานอนเท่นะ ฆ่าพวกปีศาจที่มาขวางตายเรียบเลย ตัดไปที่คาน่อนคุยกับผญอีกคน บอกว่าอยากได้บ้าน คุยๆๆๆๆเรื่องสร้างบ้าน คาน่อนบอกอยากได้บ้านเรียบๆ อีกคนบอกให้ไปดูที่เกาะลอยฟ้า + แปะรูป

ตอนที่ 6 : ไม่อ่านแล้ว ยิ่งอ่านยิ่ง งง

สรุป : น่าจะเป็นแนวแฟนฟิคยำอนิเมที่มีแปะรูปช่วยอธิบายผสมกับการบรรยายแบบจอยลดา อ่านมาห้าตอน วนเวียนอยู่ตรงว่าพระเอกหาสาวเข้าตี้ กับคนชมว่าพระเอกเทพนะ เทพเวอร์ๆ

ใครชอบแนวนี้ตาม ใครไม่ชอบแนวนี้ปิด

542 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

ไหนๆก็เป็นกระแสในกลุ่มชาวโม่งขนาดนี้ กู หมีโฮ่ง ชื่อที่ถูกประทานมาจากพระเจ้าแห่งการสุ่ม จะขอทำการรีวิวสับฉับๆเรื่องนี้เลยละกัน ในเรื่องมี 13 ตอนนะ กูจะรีวิวเท่าที่อ่านได้เพราะกูเป็นคนใจดีมาก

เรื่อง : จากผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดเกิดใหม่เป็นจอมมารที่แข็งแกร่งที่สุด [ high school dxd ]
Link : https://writer.dek-d.com/kasidispa/writer/view.php?id=2132961
ผู้แต่ง : kasidispa
จำนวน : 13 ตอน
เรื่องย่อ : เมื่อผู้กล้าที่แท้จริงช่วยโลกไว้ทั้งหมด999โลกและโลกที่1,000เขาเกิดใหม่เป็น........เทพมารบวกสายเลือดที่แท้จริงของผีดูดเลือด<<(อันนี้กูเติมเองว่าแต่มันผสมมกันยังไงวะ)

บทนำ : (อันนี้เปิดปุ้บขึ้นให้อ่านเลยไม่อยู่ในตอน) เริ่มด้วยการแชทคุยสบายๆของผู้กล้านาม คาน่อน กับพระเจ้าที่ชอบแปลงร่างเป็นตัวละครในอนิเม โดยคาน่อนได้ทำการช่วยเหลือโลกมาทั้งหมด 999 ใบ พระเจ้าเลยให้แจ๊ะพ๊อตส่งคาน่อนไปโลกที่ 1000 พร้อมกับพลังของทั้ง 999 โลก (เทพสัส) นอกจากนี้ยังใจดีมอบแพคเก็ตอยากอยู่เผ่าไหนเดี๋ยวจัดให้ด้วย เลือกเรียบร้อยส่งไปเกิด ชึ้บๆๆ
ตอนที่ 1 : เปิดตัวมาอย่างเท่ด้วยการเกิดใหม่อีกครั้งของพระเอก ซึ่งพอมาถึงก็มีสาวน้อยวิ่งเข้ามาหา คุยเล็กน้อย จากนั้นเราจะได้รับรู้ว่าพระเอกพยายามเทสาวๆเหล่าดาบไว้ที่โลกเก่าถึง 3 เล่ม (ใช้กำลัง เรียบร้อย ซีน สามสาวครบสาย)แต่น้องๆไม่ยอมเลยแอบตามมาด้วย(กูก็งงๆว่าทิ้งยังไงไว้ในช่องมิติของตัวเอง) สักพักมีมังกรโผล่มาคุยด้วย แนะนำชื่อแซ่เสร็จคาน่อนถามถึงมังกรชื่อเท่ๆ พอมังกรด๋อยตอบช้า คาน่อนจัดการโชว์เทพไปทีนึงปล่อยแสงเลเซอร์ใส่ปิ้วๆๆ มังกรตกใจตอบรัวๆ หลังจากนั้นมีปีศาจโผล่มาแว้บๆ คาน่อนยืนคุยกับหลุมศพ แล้วจัดการชุบมังกรชื่อเท่ๆขึ้นมา

ตบท้ายตอนด้วยรูปสามสาวดาบสามเล่มที่มีชื่อแซ่ครบถ้วน

ตอนที่ 2 : เริ่มต้นด้วย รูปแม่มังกรชื่อเท่ๆสุดสวย คาน่อนพูดคุยกับมังกรอยู่ชิวๆก็มีปีศาจโผล่มา คุยกับปุ้บ มังกรเสนอให้คานอนเป็นจอมมาร

ตอนที่ 3 :คาน่อนหนีเที่ยวโลกมนุษย์ โดยมีปีศาจ (ที่น่าจะมาจากญี่ปุ่นเพราะเรียกคาน่อนคุง)

** มีแปะรูปชุดคาน่อน
คุยๆๆๆ พาชม รร มีคนแอบดูถูกพระเอก อีกคนเถียงแทนว่าพระเอกเป็นจอมมารนะ

ตอนที่ 4 : คาน่อนล่องหนแอบงีบ คุยๆๆๆๆ เรื่องหาสมาชิกเข้าตระกูล (โอเครู้เป้าหมายละว่ามันหาคนเข้าตี้จอมมาร)

ตอนที่ 5 : มีคนซุบซิบว่าคาน่อนไม่เห็นดูน่ากลัว อีกคนเถียง คานอนเท่นะ ฆ่าพวกปีศาจที่มาขวางตายเรียบเลย ตัดไปที่คาน่อนคุยกับผญอีกคน บอกว่าอยากได้บ้าน คุยๆๆๆๆเรื่องสร้างบ้าน คาน่อนบอกอยากได้บ้านเรียบๆ อีกคนบอกให้ไปดูที่เกาะลอยฟ้า + แปะรูป

ตอนที่ 6 : ไม่อ่านแล้ว ยิ่งอ่านยิ่ง งง

สรุป : น่าจะเป็นแนวแฟนฟิคยำอนิเมที่มีแปะรูปช่วยอธิบายผสมกับการบรรยายแบบจอยลดา อ่านมาห้าตอน วนเวียนอยู่ตรงว่าพระเอกหาสาวเข้าตี้ กับคนชมว่าพระเอกเทพนะ เทพเวอร์ๆ

ใครชอบแนวนี้ตาม ใครไม่ชอบแนวนี้ปิด

ความเห็นส่วนบุคคล กรุณาลอกเลียนแบบ

สิ่งที่ทำให้นิยายเป็นหน้าๆต่างจากนิยายแชทคือการบรรยาย ส่วนนี้มีน้อยมาก เน้นการแปะรูปแทน ทำให้เหมือนคนเขียนขี้เกียจ เออกูแปะรูป นักอ่านจิ้นเอานะ ตามนี้ๆๆๆ ในฐานะคนอ่าน กูไม่อิน

แชทที่ติดยาวเป็นพรืดๆ แยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร

ทำไมทุกคนดูชงพระเอกเทพ คือน่าจะมีสตอรี่อะไรหน่อย ล่าสุดกูเปิดตอน 13 อ่านแว้บๆ พระเอกเด้นเข้าไปถึงเป็นจอมมารเลย เลือกสมญานามว่าเบลเซบับ (หนูเบลโตซะละ)

ในฐานะคนแก่แล้ว กูอ่านแล้วงง เข้าไม่ถึง น่าจะเหมาะสำหรับเด็กใสๆวัยอนิเมะ ไม่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ใจโฉด

จบการแสดงความคิดเห็น

543 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

เอ้าเชี่ย กูก๊อบผิด

544 Nameless Fanboi Posted ID:wsa9DrhtVP

กูก็ว่าอ่านแล้วงง ทำไมเบิ้ลสับวะ ที่แท้ก้อปผิดนี่เอง ขอบใจที่สละเวลา (และเซลล์สมอง) สับนิยายแบบนี้

545 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

>>544 กูสับเม้นเดียวนั้นแหละ แต่จะแยกความคิดเห็นส่วนตัวไว้อีกเม้น ดันโง่ก๊อบผิดเอง รีบกดลืมดู

546 Nameless Fanboi Posted ID:l1b.KQpwZc

มาว่ะ การสับแฟนฟิคครั้งที่สองในปวศ.มู้ว่ะ

547 Nameless Fanboi Posted ID:xA1.6jikUf

Ky นิด กูโม่งทดลองนะ รู้สึกนิยายทดลองที่เขียนตอนนี้ตัวเอกรองของกูโคตรเอจจี้เหมือนกันนี่หว่า ความตั้งใจเดิมกูคืออยากเขียนแนวแอนตี้ฮีโร่ ที่ทำอะไรผิดแผกไปจากฮีโร่คนดีปรกติ เหมือนสไตล์เดดพูล หรือคิ๊กแอส หรือแอนตี้ฮีโร่มันก็เอจจี้อยู่แล้ว? งุนงง สับสน

548 Nameless Fanboi Posted ID:wsa9DrhtVP

>>547 มึงว่าแบทแมนเอจจี้ไหมล่ะ มันแยกลำบาก เพราะมันเป็นสับเซตของกันและกัน เขียนๆ ไปเหอะหน่า ถ้าคนอ่านชอบ ในคอมเมนต์เซคชั่นก็เห็นน้อนเกรียนมาครื้นเครงกันดีนี่

549 Nameless Fanboi Posted ID:.37sX4LfQX

หนึ่งในนั้นคือกูที่กดเฟบ

550 Nameless Fanboi Posted ID:WboIiZF4mk

เห็นมีม DorAVmon แล้ว มีใครเคยอ่าน โดเรมอนภาคโหด บ้างครับ

551 Nameless Fanboi Posted ID:WboIiZF4mk

https://writer.dek-d.com/boboverlord/writer/view.php?id=217240

552 Nameless Fanboi Posted ID:QV9mqJWbPW

>>542 กูว่าจะอ่านเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ติดรีไรท์งานตัวเองอยู่ ทำไมมึงสับน้อยเท่าหมอยจิ้งหรีดล่ะ

553 Nameless Fanboi Posted ID:ERKjiROvk.

>>547 กูแยกไม่ออกจริงๆว่าสรุปแล้วเอดจี้ไม่เอดจี้แม่งต่างกันยังไงกันแน่ ซึ่งกูเชื่อว่ากูไม่ใช่คนส่วนน้อยแน่ เพราะงั้นมึงช่างแม่งแล้วเขียนๆไปเหอะ

554 Nameless Fanboi Posted ID:bH/gp2EpKT

>>542 มีคนอ่านรู้เรื่องด้วยเหรอวะ นิยายแชทแบบเนี้ยะ กูต้องยอมรับว่านักอ่านเด็กดีแอบเมพอยู่นะ สกิลการตีความและสกิลจินตนาการสุดยอด