Fanboi Channel

นิยายเด็กดีบทที่ 25 (DDN XXV) The Awaken of จูนิเบียว โม่งสับอย่าเพิ่งเหี่ยว เจี๊ยวผมเพิ่งผงาด การกลับมาของน้ำเต็มแก้ว แต่มึงเต็มสองแก้วแล้วนะไอ้สัส!

Last posted

Total of 1000 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:ldW0mIenyG

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดี.คอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บ (เด็กดี) เพื่อความหวังของวรรณกรรมไทยในอนาคต (ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น)
note : ในวงเล็บจะคิดว่าไม่มีก็ได้ เพราะตอนนี้ใช้มู้สับปนกับมู้นินทาไปแล้ว

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 -- https://fanboi.ch/webnovel/6295/
นิยายเด็กดี บทที่ 21 -- https://fanboi.ch/webnovel/6506/
นิยายเด็กดี บทที่ 22 -- https://fanboi.ch/webnovel/6868/
นิยายเด็กดี บทที่ 23 -- https://fanboi.ch/webnovel/7834/
นิยายเด็กดี บทที่ 24 -- https://fanboi.ch/webnovel/8477/

รายชื่อโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

2 Nameless Fanboi Posted ID:ldW0mIenyG

แวะมาเจิม...

ที่จริงกูอยากเติมว่า [ AKA - ภาคการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของทีมสับอันเกรียงไกร ] เข้าไปด้วย แต่แม่งเกิน 200 ตัวอักษรเลยต้องลบออก :(

3 Nameless Fanboi Posted ID:q+gHk0gLIr

แม่มเอ๊ยกุตามไม่ทัน555

4 Nameless Fanboi Posted ID:G8pnt0HaX9

แม่งเอ๊ย กูอยู่ที่ทำงานจนตามเรื่องไม่ทันแล้ว ไหลเร็วสัสๆ มีใครช่วยสรุปให้กูได้มั้ย

5 Nameless Fanboi Posted ID:KPi+Bs5nq.

ตามชื่อมู้เดิมอะมึง น้อนๆคนเก่งคิดว่านิยายตัวเองดี แต่พวกมึงมองไม่เห็นเอง+กับโม่งสับว่างช่วงนี้

6 Nameless Fanboi Posted ID:RQUoh33wGL

ขึ้นมู้ใหม่ไวแบบนี้ สถิติใหม่ปะวะ

7 Nameless Fanboi Posted ID:ldW0mIenyG

ส่วนอันนี้เป็น "รวม rerun การสับ" สำหรับคนที่มาไม่ทันมู้ 24 หรือเป็นโม่งน้องใหม่เพิ่งเข้าสู่ทางแห่งความจัญไรเป็นครั้งแรก

ระบบนินจาในโลกแฟนตาซี >>>/webnovel/8477/19-23/
Spring Heel Jack สิ่งมีชีวิตลึกลับจากตำนานของอังกฤษ >>>/webnovel/8477/95/
Tale of yuyan โดย ต้มกบ >>>/webnovel/8477/140/
ความจริงอันน่าเศร้าของนิยายเด็กดวก >>>/webnovel/8477/163/ กับ >>>/webnovel/8477/178/
มาธิลด้าและแมทธิว ศาสตร์ผนึกมารของปราชญ์เทพ >>>/webnovel/8477/169-170/
Behind The Great Demon Lord is The Great Evil Wife (เบื้องหลังของจอมมารก็คือศรีภรรยาผู้ชั่วร้าย) >>>/webnovel/8477/209/
ความรู้เกี่ยวกับระบบ Female Royal >>>/webnovel/8477/214-217/
บอย >>>/webnovel/8477/314-328/
(ดอกขาวซีรี่ส์) testament-พินัยกรรม >>>/webnovel/8477/368/
(ดอกขาวซีรี่ส์) ครอบครัวแสนสุข >>>/webnovel/8477/370-374/
(ดอกขาวซีรี่ส์) อยากจะรัก >>>/webnovel/8477/463-465/
Second Dream อาธรรพ์ ฝัน มายา >>>/webnovel/8477/438-439/
ความรู้เกี่ยวกับการติด Top >>>/webnovel/8477/395-400/
Mirror Mirror ★ แผน (ร้าย) ขยี้หัวใจนายสโนว์ไวท์ >>>/webnovel/8477/478-481/
สับเคล็ดลับของน้องหีมะ >>>/webnovel/8477/485-493/
พันธะแห่งปราสาทเหมันต์ >>>/webnovel/8477/513-515/
Destiny teller thane : จอมพลแกร่ง แห้งกู้โลก >>>/webnovel/8477/535-542/
ไปเป็นพ่อค้าที่ต่างโลกด้วยskillร้านค้า Kotonaru sekai to shoppu shisutemu >>>/webnovel/8477/544-547/
อายุก็ 30 แล้วแต่ยังซิง เลยกลายเป็นจอมเวทจริงๆ ซะงั้น แต่นี่มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิดเลยนี่หว่า!! >>>/webnovel/8477/578-580/
Rubika Legend ตำนานลูกบาศก์ผู้พิทักษ์ >>>/webnovel/8477/647-655/
โรงเรียนวิปลาส by NK Killer >>>/webnovel/8477/658-659/
โลกาวินาศ >>>/webnovel/8477/705-709/ (คะแนน 0/10 เลยเหรอวะ โหดสัส)
ผจญภัยในโลกเกม 1 Another World 1 >>>/webnovel/8477/758-759/
Twisted Tales อวสานนิทานโลกสวย >>>/webnovel/8477/804-805/
รุ่นพี่ผมมีบ้านทุกสี่แยก by NK Killer >>>/webnovel/8477/816/ (สถานะปัจจุบัน โดนโม่งแซะจนลบเรื่องทิ้งไปแล้วจ้า)
ท่านองครักษ์ ที่รัก by น้องหีมะ >>>/webnovel/8477/840-851/
Meme คุณสมบัติของดอกขาวและตุ๋นกบ --- https://i.imgur.com/L8x5sKd.jpg
ภาพตัวอย่างนิยายในตำนาน "ฉัวๆ กุดุสๆ" --- https://i.imgur.com/V9o2uxs.png
Gear อาวุธเปลี่ยนโลก >>>/webnovel/8477/977-978/
The Endeavor นิยายฟิสิกส์มั่นหน้าปากดี (สับไม่เป็นทางการ) >>>/webnovel/8477/981-983/

ครบละ เหนื่อยสัสๆ

8 Nameless Fanboi Posted ID:ldW0mIenyG

>>6 ไวจริงมึง นับดูแล้วแม่งใช้เวลาไม่ถึงเดือน

>>7 <<< ใครจะอ่านสับให้ครบกด See full post ด้วยเด้อ มันมีเยอะกว่าที่บอร์ดโชว์ไว้

9 Nameless Fanboi Posted ID:G8pnt0HaX9

>>7 ของใจมึงมาก เดี่ยวกูกลับบ้านไปส่อง

10 Nameless Fanboi Posted ID:TYwx8GwNju

แต่ก่อนมันมีสารบัญรวมสับนี่ ตอนนี้หายไปไหนแล้ว

11 Nameless Fanboi Posted ID:6sWSOjE6so

>>10 อยู่ในดอค ลิ้งล่างสุดของ >>1 แต่ดอคนี้ไม่มีการอัพเดตมาตั้งแต่กระทู้ภาค 15 แล้ว (กูเองก็ทำไม่เป็นเลยไม่รู้จะเพิ่มเข้าไปยังไง)

12 Nameless Fanboi Posted ID:rWg2H3VzVY

ตุ๋นกบมาแล้วนะพวกกกกกก

13 Nameless Fanboi Posted ID:0vpaDj7Mgr

>>12 ไหนลิงก์

14 Nameless Fanboi Posted ID:rWg2H3VzVY

https://www.dek-d.com/board/view/3957239/1/?comment=19
กะมู้ที่มีนุ้งเล่าเบียวไงงง

15 Nameless Fanboi Posted ID:sf2y6APFNi

>>13 https://www.dek-d.com/board/view/3957239/1/?comment=19 ตามมาด้วยลูกสมุนอีกสองตัว(และอีกไม่นานเล่าเบียวคงตามตูด)

16 Nameless Fanboi Posted ID:jndlBErLpS

ตุ๋นกรากกกก ต่อให้วิจารณ์นิยายมันดีๆมันก็ไม่เอาเข้าสมองมันหรอก ถุ้ยยย

17 Nameless Fanboi Posted ID:EeOSECjZDx

เห้อ กูไม่น่าไปตอบพ่อนักฟิสิกส์เลยว่ะ กดอ่านเม้นท์มันต่อยังขี้เกียจ เอ็นควยได้ทีเสนอหน้ามาไลค์เลยนาจา

18 Nameless Fanboi Posted ID:EiTs73/TsO

>>17 การเม้นตอบของพี่ฟิสิกส์ดูข้องใจมาก กูอยากช่วยอ่านช่วยสับนะแต่ไม่ไหวจริงๆนิยายแม่ง.... .... ..... ..... .....( ) ..... ( ) .... ..... .... ( ) .... ....

19 Nameless Fanboi Posted ID:kij1XOuf7B

เพิ่งเห็นมะม่วงเอา5สออกไปใช้ ฮาสัส

20 Nameless Fanboi Posted ID:mflSem8O4j

>>16 >>17 เพราะพวกน้ำเต็มแก้วมันเยอะแบบนี้ไง กระมู้เลยไหลเร็ว

>>18 เชี่ย ได้ศัพท์ใหม่สำหรับนิยายสาดจุดแล้ว คราวหน้าถ้าเจอแนวนี้อีก ตอนสับกูจะเรียกว่านิยายมอสโค้ด

>>19 จังหวะซิทคอมมันได้พอดี กูเลยเล่นเสียหน่อย ไม่รู้เจ๊จะจำที่ตัวเองเคยพิมพ์ไว้ในนิยายได้หรือเปล่า

21 Nameless Fanboi Posted ID:KirfOi8MMy

พี่ฟิสิกส์ใครวะ ชื่อเล่นไหน

22 Nameless Fanboi Posted ID:gbXj24b/Ji

กูเห็นน้องฟิสิกส์ตอบโซมีนในมู้ กูนี่กุมขมับเหี้ยๆ เขาก็บอกไปแล้วว่าอะไรบ้าง ไอ่ห่านี่มีถามกลับว่าอ่านหมดทุกตอนไหม ห่านเอ้ย

23 Nameless Fanboi Posted ID:8gBSHjIN+z

เต็มจนล้นแก้วแล้วว มันคิดว่าไอ้การที่มันเอาตัวเลขมาอัดๆ ยัดใส่นิยายนี่มันดีนักเหรอ บอกขนาดนี้ยังไม่เข้าใจ แม่งคงอ่านแต่ตำราเรียนแล้วคิดว่าตัวเองจะเขียนนิยายได้ด้วยหลักการเดียวกันกับตำรามั้ง

24 Nameless Fanboi Posted ID:r9Eekkg2DJ

>>15 ผมว่านะ ใครๆก็อยากได้คำวิจารณ์ดีๆทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะพวกหน้าใหม่? เดี๋ยวผมว่าจะพลีชีพวิเคราะห์ซ้ำอีกที

25 Nameless Fanboi Posted ID:8myU.HsNhV

พี่ตูนบอดี้แสลมฝากมาบอกเด็กใหม่ใจบางทุกคนว่า "ทำไมมันช่างเปราะบางเหลือเกิน~🎶"

26 Nameless Fanboi Posted ID:Z5i2l+8b0Z

เดี๋ยวนะ so mean มึงล็อกอิน user เก่ามาตอบป่าววะ

27 Nameless Fanboi Posted ID:2wR33Xkyd/

>>26 ไม่ใช่ ตอนนี้กูทำงาน

28 Nameless Fanboi Posted ID:Z5i2l+8b0Z

>>27 เออ กูตกใจหมด

29 Nameless Fanboi Posted ID:gHNi//Jv0E

https://www.dek-d.com/board/view/3957448/1/?comment=1 นุ้งเล่าเบียวไปขายตัวแล้ว (มุงเขียนของตัวเองให้ดีก่อนดีมั้ย ก่อนจะไปเสนอหน้าคนอื่น)

30 Nameless Fanboi Posted ID:pNOtMCveg4

>>29 มั่นใจมาก

31 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

สับไปสับมา รู้สึกอีกนิดเหมือนจะเขียนคอลัมน์เวิร์คช็อปการเขียนแล้วไอ้สัส เป็นท้อ

32 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>29 คนสติดีเข้าไม่เรียกตัวเองว่าเป็นโรคจิตหรอก ขนาดคนเป็นโรคจิตของจริงยังไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นโรคจิตเลย

33 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>32 เหมือนอีดอกที่ไม่รู้ว่าตัวเองสติไม่ดีแต่ว่าคนอื่นสติไม่ดีสินะสินะสินะ

34 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>33 เปล่า... เจ๊ไม่ได้สติไม่ดี แต่พวกเราเข้าไม่ถึงความ 5 ส ของเจ๊ต่างหาก

35 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>31 เห็นที่มึงตอบไอ้หนุ่มโมโนคุมะใน #13-1 แล้วแม่งรู้สึกว่าสับออกมาได้จริงจังจริงๆ คือกูรู้สึกกังวลแทนมึงเลยว่าไอ้เจ้าของเรื่องมันจะเข้าใจที่มึงอธิบายไปหรือเปล่า (เห็นวิธีแต่งแม่งอย่างกับเด็กประถมหัดใหม่) อารมณ์มันคล้ายโปรเจคคลินิกนักเขียนของพี่เว็บสมัยก่อนเข้าไปทุกทีแล้วอะ

36 Nameless Fanboi Posted ID:Z.V5V.B/yf

ตั้งแต่มู้โม่งจนถึงมู้โซมีนทำไมน้ำเต็มแก้วมันเยอะจังวะ ถ้ามันเต็มแก้วอยู่บนโต๊ะตัวเองไม่เท่าไร แต่ที่เห็นคือเอามาให้สับพอสับแล้วทำตัวอีโก้ กูงงว่ามันจะเอามาให้สับทำไมตั้งแต่แรก หรือมันคิดว่าคนสับจะชมมันวะ

37 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>35 ถ้าตัดภาษาโม่งออก กูก็สับได้แบบนี้แหละเพื่อนเอ๊ย

38 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>36 แต่ละคนฝันกลางวันมากว่ากูจะชอบนิยายมัน คือกูรู้ตัวนะว่าตัวเองรสนิยมสูง เหมือนที่มีโม่งคนหนึ่งเคยวิจารณ์กูรอบก่อนที่เปิดสับว่าอย่างกูน่ะนิยายในเด็กดีมากี่เรื่องก็โดนกูอัดเละเป็นกระสอบทรายทั้งหมดนั่นแหละ ซึ่งกูก็พยายามสับตามขอบเขตแนวนิยาย ตามกลุ่มเป้าหมายมันนะ กูไม่ได้มองแค่เชิงวรรณกรรมบริสุทธิ์ กูดูเชิง commercial ด้วยไง เพราะงั้นถ้าใครมาถามว่ากูชอบเรื่องไหน บอกเลยว่าไม่ชอบสักเรื่องเลยไอ้ชิบหาย บรรทัดการสับกูคือเขียนดีก็คือดี เขียนเหี้ยก็คือเหี้ยจ้า

39 Nameless Fanboi Posted ID:PLpkcqUzfc

น้อนเบีียวมั่นหน้าโฆษณานิยายคุณภาพของตัวเองแล้วนะเว้ย แหมเอาสาระไปตั้งเป็นจุดขายด้วย

40 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>39 คร้านจะอ่าน ถ้าให้อ่านของมัน กูเอาเวลาไปดูสารคดีเรื่องนั้นๆ โดยตรงดีกว่า ไม่ชอบนิยายยัดเยียดตัดแปะวิกิ

41 Nameless Fanboi Posted ID:Xa5g9DdNCJ

>>32 น้อนเบียวมันก็เหมือนพวกเด็กอยากมีของนั่นแหละ(ดูลักษณะการแนะนำตัวหน้าไอดีก็รู้ธาตุแท้แล้ว)มันแค่อยากมีซัมติงไว้อวดโชว์พาวคนอื่นเขาบ้าง อารมณ์แบบว่าฉันมีความพิเศษบางอย่าง
ผมร้ายนะ ผมไม่เด็ก ผมเก่ง ผมรู้เยอะ...WTF เด็ก17 ทำไมหัวคิดมันดูเด็กกว่าอายุจังฟระ
>>39 อีกไม่นานมันก็จะทำตัวเป็นนักถมข้อมูลเหมือนนิยายฟิสิกส์นั่นอีกคน ไม่รู้จะเขียนยังไงก็ปาข้อมูลอัดใส่หัวคนอ่านมันดื้อๆซะอย่างนั้น

42 Nameless Fanboi Posted ID:v8+j8Hxlyv

อีควั้ยยยย สับอะไรไปอีฟิสิกส์มันก็ออกมาเขียนแถลูกเดียวเลยว่ะ เหมือนมันกะจะไม่ยอมรับอยู่แล้ว คิดว่าคนสับจะชมมันมั้ง แต่ล้นบับนี้แล้วจะเอามาให้สับทำควัยยไรร เห็นแล้วขวางหูขวางตาชิหอย ทักษะเขียนไม่มี มีแต่น้ำล้นแก้วกับความอีโก้จัด มาตรฐานเด็กดวกต่ำลงทุกวัน

43 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>41 >>42 พวกนี้ไง เป็นตัวเร่งความเร็วการไหลของมู้ สมาชิก 2 ใน 3 คนของกลุ่มพลพรรคน้ำเต็มแก้ว ช่วงนี้มีชื่อฉายาใหม่ๆ ให้จดเยอะดี ชุดล่าสุดก็เป็น เจ๊ดอก 5ส, ฟิสิกส์จอยลดา, ดันกันจูนิเบียว, หีมะ, มะนาวมาโซ, ตบกุ๋นเดอะอีโก้อิส, นครินทร์ขี้ตกใจ!!!!!, ท่อนเอ็นคิลเลอร์, คนหล่อขอลา(บอร์ด) ฯลฯ เยอะจนจำไม่ไหว

44 Nameless Fanboi Posted ID:KdsNoTO7Uj

>>43 555555 ฉายาโคตรได้

45 Nameless Fanboi Posted ID:Z.V5V.B/yf

>>43 นครินทร์นี่ใครวะ

46 Nameless Fanboi Posted ID:v8+j8Hxlyv

>>43 เห็นท้ายฉายา ไอ้ที่มันชอบใส่ !!! ในนิยายปะ

47 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>43 อย่างน้อยดันกันมันก็ไม่มาแถแท่ดๆ แบบน้องฟิสิกส์นะเว้ย อย่ารังแกน้อง 55555

48 Nameless Fanboi Posted ID:P0HBEubpTW

อย่างน้อยอีนครินทร์ก็ไม่ต่อล้อต่อเถียงนะเว้ย กูว่าให้เครดิตมันหน่อยเหอะ อย่าเอาไปรวมกับไอ้พวกนี้เลย

49 Nameless Fanboi Posted ID:P0HBEubpTW

>>47 มึงคือกูใช่ปะ?

50 Nameless Fanboi Posted ID:Ab1vY9meKq

>>45 ไอนิยายเรื่องที่ใส่!!!!!!เยอะๆ

51 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>49 หวัดดี B1 กู B2 ไง แล้วชื่อไอดีวันนี้เสือกลงด้วย W เหมือนกันด้วยนะ

52 Nameless Fanboi Posted ID:7hpyZYc+Ww

กุมีปัญหา ไปเมนต์นิยายเรื่องนึง ลองแตะเลขไอพีนักเขียนกับของตัวเองในหน้านั้นดู แม่งทำไมมันเป็นชุดเดียวกัน

53 Nameless Fanboi Posted ID:Ab1vY9meKq

ณ มู้โฆษณานิยายคุณภาพกุมีเรื่องอยากจะบอกอิเล่าเบียวอยู่สามเรื่อง
1ไอ้ที่มึงเขียนมันไม่เรียกว่านิยายแล้ว! มันคือคลังข้อมูลต่างหาก
2มึงเลิกพูดถึงวันเกิดมึงได้แล้ว! ไม่มีใครอยากรู้โว้ย!
3มึงพูดว่าไรนะ! หมอดูของมึงไปทำนา?

ฮะ...อะไร เครื่องหมาย '!' เยอะไปเหรอ

54 Nameless Fanboi Posted ID:Wfm1VMXa+r

>>53 เอ่อ เยอะไปปปปปปปปปปป!!!!

55 Nameless Fanboi Posted ID:Ab1vY9meKq

>>52 เฮ้ยเดี๋ยวเรื่ิงนี้กุขอเกาะตามด้วยคน เคยมีเรื่องแปลกๆแบบเจอเลขซำ้แบบมึง เดี๋ยวกุมาเล่าละเอียด(แต่กุไม่มีความรู้เรื่องเลขไอพีเหมือนกันอ่ะนะ)
มีใครบอกได้บ้างว่าไอ้ชุดเลขไอพีของเด็กดีจริงๆสรุปมันดูยังไง แล้วมันบ่งบอกอะไรกันแน่วะ

56 Nameless Fanboi Posted ID:OXqj.EYMhB

>>52 พวกมุด vpn ไม่ก็คนข้างบ้านมึงเปล่า ww

57 Nameless Fanboi Posted ID:wBNwKK43C0

ถ้าคิดว่าสับลิโป้แล้วไม่ได้ผล ก็เพลงปารีณาเลยครับ

58 Nameless Fanboi Posted ID:Z.V5V.B/yf

>>52 เหมือนกันทั้ง4ชุดเลยหรือเปล่าวะ มึงลองสังเกต2ชุดท้ายดีๆ

59 Nameless Fanboi Posted ID:TtsA5EmAnD

>>58 ชั่ยยยย กุตะหงิดเลยไล่ดูเมนต์นักเขียนคนนั้นย้อนหลัง แล้วลองกลับไปดูหน้านิยายตัวเอง กับนอนเมมไอพีที่เคยไปตอบบอร์ดก็ออกมาเป็นชุดเดียวกัน พออ่านเมนต์ที่กุกับนักเขียนคนนั้นโต้ตอบกันในหน้านิยายมันแล้วเหมือนมันด่าตัวเองเลย แต่แบบไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ ไอพีชุดเดียวกัน อหหห

แต่กุใช้ไวไฟที่ทำงานอะนะ วันนั้นก็มีกุนอนเฝ้าบ้านพักคนเดียว เรื่องระบบไอพีเด็กดวกจากที่ไม่งงกลายเป็นงงเลย ยังไงของมัน

60 Nameless Fanboi Posted ID:7L7m6R6ied

>>59 ถ้าของที่ทำงานนี่คือออฟฟิศเดียวกับมึงเปล่า เมทกูเคยไปเม้นนิยายกู ก็ไอพีเดียวกันกับกู เวลาเล่นโม่งก็เหมือนกัน สุดท้ายต้องใช้วิธีคนนึงเน็ตมือถือ คนนึงเน็ตหอ ตัดปัญหา

61 Nameless Fanboi Posted ID:xfBjhOcGyC

กูรอมึงสับของกูอยู่นะ โซมีน กูจิรอ

62 Nameless Fanboi Posted ID:Z.V5V.B/yf

ใครขยันเข้าไปด่าอิฟิสิกจังวะ ปล่อยให้มันเน่าตายไปเถอะ มาแบบเดียวกันกับอิตุ๋นกบเลยชักแม่น้ำมาตั้งแต่เทือกเขาหิมาลัย ยาวชิบหาย ใจความนิดเดียว

63 Nameless Fanboi Posted ID:OX3aLRjcrt

มึงๆ พี่ฟิสิกส์ได้ทีเหมาด่าค่อนแคะคนสับใหญ่เลยวะ นิยายกูดี คนสับไร้ฝีมือ เหยดด

64 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>61 แล้วแต่อารมณ์และความขยัน กูไม่ได้รับสับทุกคนนะ ถ้ามึงอยากให้สับจริงมึงก็ dm มาหากุในทวิตเลย มาตรงๆ ง่ายกว่า รอกูสุ่ม ชาติหน้าอาจไม่โดน

65 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>63 ขี้เกียจตอบแล้วอ่ะ ทำไมกูต้องทนอ่านนิยายห่วยๆเป็นสิบตอนด้วย เปิดอ่านสกินสองสามตอน เปิดตอนกลางๆ เปิดตอนท้ายๆ ดูภาษา กูก็พอละ มากกว่านั้นเสียดายเวลาและเสียดายเซลล์สมอง พี่ฟิสิกส์ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำมั้งว่ากูยกฟิสิกส์ควอนตั้มมาเป็นตัวอย่างเฉยๆ และสุดท้าย กูเกลียดฟิสิกส์ชิบหาย แค่เห็นก็จะอ้วกแล้ว

66 Nameless Fanboi Posted ID:TtsA5EmAnD

>>60 บากะน่า กุอยู่ออฟฟิศเดียวกับไอ้ฟิสิกส์เหรอ กรี๊ด

67 Nameless Fanboi Posted ID:xfBjhOcGyC

>>64 twit มึงชื่อ somean เลยมั้ย

68 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

>>67 gusomean ไม่ต้องกลัวโม่งแตกกูไม่บอกใคร มึงไม่ใช่คนแรกที่ dm มาหากู

69 Nameless Fanboi Posted ID:j.pdBoNf.P

>>66 ผมอาจจะเป็นหัวหน้าของคุณก็เป็นได้///ริวจิตสัมผัสไม่ได้พูดไว้

70 Nameless Fanboi Posted ID:xfBjhOcGyC

>>68 DM แร้วจ้า

71 Nameless Fanboi Posted ID:7cKwTBs47Q

ฟิสิกส์มันคิดว่านอนเมมคือคนเดียวกันหมดรึไง จริงๆมันน่าจะโดนไม่ต่ำกว่า4คน กูไปติงเรื่องคำผิดนิดเดียวเองสัส งอแงชิบหาย ปิดเม้นด้วยการมั่นหน้า อวยตัวเองไปอีก หล่อสาสสส

72 Nameless Fanboi Posted ID:6edlg3S.da

กูเห็นเมนต์อีดอกขาวในมู้แล้ว เด็กดวกควรทำแบบ เกินสิบบรรทัดไปต้องกดแสดงเพิ่มเติม ไรงี้ว่ะ แม่งกูสกอร์นานมากกว่าจะพ้นอีดอกขาวไป ชิบหาย

73 Nameless Fanboi Posted ID:OXqj.EYMhB

>>71 ในสายตามันคนเดียวนะ บอกตรงๆ เสล่อสัด

74 Nameless Fanboi Posted ID:DF0Di00jAD

>>71 พี่เขาเป็นคนตรงๆ สับก็ต้องบอกตรงไหนที่ไม่ดีเอาจุดนั้นเป๊ะๆเลยนะไม่งั้นพี่ตาบอดหาไม่เจอ นอนเมมที่เม้นหลายรอบแต่คนละชื่อ พี่ถือว่าเป็นคนเดียว พี่เป็นคนตรงๆ

75 Nameless Fanboi Posted ID:5UD3ER+o13

>>72 ทีนี้เจ๊แกก็จะแบ่งเป็นเมนต์ๆ ครับ ยุ่งยากกว่าเดิมอีก ปกติเจ๊แกเขียนมากไม่พอ เว้นห่างอีก แต่อายุเจ๊แกนี่ยังคลุมเครือนะ เห็นบอกว่าเป็นนักเรียนหัดเขียน(ฝีมืออ่ะใช่) แต่การพูดจาเหมือนแก่แล้ว แต่ผมน่าจะไปอ่านเมนต์เก่าเข้าให้ ใครเห็นเจ๊แกพิมพ์สั้นๆ เหมือนเห็นตุ๋นกบได้ซีไรท์ (ตอนแรกจะเอา
ลิโป้มาเทียบ แต่มันยังพอที่จะมีช่องว่างเล็กน้อยให้เทน้ำลงไปได้ มันยังพอรับฟังและปรับเปลี่ยน ถึงมันจะหน้าด้านส์มาโต้ตอบเราก็เถอะ) คือมัน
ยากมากๆ บางทีนิยายสั้นกว่าที่เจ๊แกพิมพ์อีก แบบ สมมตินี่คือเมนต์เจ๊ จาก 546352655296464959654 เจ๊แกจะแบ่งเป็น 546 352 655 296 464 959 654 แทน ทีนี้ยุ่งยากกว่าอีก จะเลื่อนไปก็ไม่จบไม่สิ้น
-ตั้งชื่อให้หน่อย

76 Nameless Fanboi Posted ID:/+85wOAoEh

>>74 สงสัยเพ่แกเล่นหญิงตาบอดในIdenity V มากไป

77 Nameless Fanboi Posted ID:qpV.Tjbx1e

>>75 โม่งดอสั้น

78 Nameless Fanboi Posted ID:QB5FjKmzc/

กูอยากจุดธูปไว้อาลัยในมันสมองของไอ่ฟิสิกส์ มึงฉลาดนักทำไมเสือกโง่ที่โซมีนพยายามอธิบายวะ
กูไม่ได้ฉลาดและไม่ได้เรียนสายวิทย์ยังเข้าใจ ไอ้เหี้ยต้องให้มาบอกแต่ละค เช่นคำว่า เหรอ
สัส มีมาผิดหวัง คือแม่ง ...ไม่รู้จะหาคำอะไรมาด่า อยากผ่าหัวแม่งมาดูว่าในนั้นมีแต่ตัวเลขหรือห่าไร

อ่านความคิดแม่งแล้วกูปวดหัว แต่ก็เสือกตามอ่านดูความทึบของแม่งเข้าไปอีก อ่านทีไรกูนี่อยากเอาระเบิดไปปาบ้านแม่ง
กูให้ห่านี้เป็นนัมเบอร์วันในความเต็มแก้ว

79 Nameless Fanboi Posted ID:OqVs6AmJbm

>>78 มึงพึ่งระวัง เหนือเหี้ยยังมีโคตรเหี้ย ตัวใหม่ที่จะทำให้อึ้งยังมีอีกเยอะ

80 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

พวกมึง... ไอ้/อีมะม่วงปล่อยท่าไม้ตายแล้ว วาร์ป: https://www.dek-d.com/board/view/3957351/ ความเห็น 9-15

81 Nameless Fanboi Posted ID:OqVs6AmJbm

>>80 นึกว่าดอกขาวประทับร่าง ยาวสัสโควทประโยคมาตบคว่ำรัวๆ มึงใจเย็นๆนะเป็นห่วง

82 Nameless Fanboi Posted ID:rcNy9rH7Ed

เสียเวลาพูดว่ะ อยากด่าก็ด่าเถอะ ไปนั่งแนะนำกุว่าไม่เข้าหัวหรอก

83 Nameless Fanboi Posted ID:Q89ziWdqut

ไอ้เหี้ยย ยาวสัสหมามาก แต่เนื้อเน้น ๆ ไม่เหมือนดวกส์ขาว

84 Nameless Fanboi Posted ID:7cKwTBs47Q

มะม่วงมึงตายยัง สับซะยาวเหยียด จัดหนักแบบนี้ แม่งเจ็บกว่าด่าแบบหยาบคายอีก แต่มันจะเข้าใจที่มึงบอกไหม นั่นก็อีกเรื่อง อีโก้สูงเสียดฟ้าเบอร์นั้น

85 Nameless Fanboi Posted ID:fxwYkR216b

ต้องตบมันให้เสียหมาสักที มันจะได้มองดูงานตัวเองซะบ้างว่าดีนักหนาอยู่ไหม ไม่ก็ลองซอยแย่งชิ้นส่วน เปรียบเทียบกับงานแบบเดียวกันให้แม่งแก้วแตกไปเลย หมั่นไส้

86 Nameless Fanboi Posted ID:Y8M2yfgE1O

>>80 เชี่ย... เห็นมะม่วงเขียน Muda (เปล่าประโยชน์) กับการซัดไอ้ฟิสิกส์รัวๆ กูนึกได้แต่ฉากนี้จริงๆ ดูประกอบบทวิจารณ์แล้วได้อารมณ์เหี้ยๆ

https://youtu.be/Md7ZLt9Wlao?t=461

87 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

ไอ้เม้นท์สองอันที่โดนลบเพราะหยาบคายนั่นของใคร ที่อยู่ท้ายๆเม้นท์ย่อยอีดอกขาวกะไอ้ฟิสิกส์น่ะ

88 Nameless Fanboi Posted ID:a1u8EjhIUD

>>87
เม้นของคนใช้ชื่อว่า เด็กไม่ดี

89 Nameless Fanboi Posted ID:s3aOfyHUjN

หลังจากอ่านคำพูดของไอ่ฟิสิกส์แล้ว
กูว่า...........มันยังไม่เข้าใจอะไรเลย

ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย~~~~~~~~~~~~

90 Nameless Fanboi Posted ID:8Mpw.1Qbsh

>>88 เขาเมนต์ว่าไรอะครับ อยากเผือก

91 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

>>90 มันก็คนในโม่งนี่ไม่ใช่เรอะ โผล่มาตอบดิ๊ อิเด็กไม่ดี

92 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>90 เมนต์ออกแนวด่าแกมประชดนั่นแหล่ะ พอเห็นว่ามะม่วงพูดถึงวิธีการพูดของนอนเมม คงคิดได้ว่ามันออกตัวแรงไปหน่อย ก็เลยไปไล่ลบความเห็นที่เกือบจะถ่อยออก เหลือไว้แต่คอมเมนต์นอนเมมคุณภาพกลาง-สูง

เป็นเรื่องดีที่ยังคิดได้และแก้ไข่ทัน ถือว่ามีความรับผิดชอบต่อเพื่อนนอนเมมด้วยกัน คราวหน้าใครจะไปเรื้อนในบอร์ดก็เอาแต่พอดีล่ะ

93 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>92 แก้คำว่า แก้ไข่ เป็นแก้ไข (กูล่ะเบื่อ auto correct ของไอโฟนเพราะแบบนี้ล่ะ) คราวก่อนก็แก้ไข่ในเอกสารทำงานกูไปทีหนึ่งแล้ว ตอนพรีเซนต์งานให้ลูกค้า แม่ง อายเหี้ยๆ

94 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

>>92 กูว่าไม่ค่อยช่วยอะไรอ่ะ กูจำได้แค่มันใช้ 'เมิง' แต่ก็น่ะแหละไม่น่าเลยมันก็โชว์หราอยู่หน้าบอร์ดอยู่ดีว่าลบเพราะหยาบคาย แล้วแม่งก็ไปขัดกับคำมะม่วงพูดพอดีว่าให้คนในบอร์ดตัดสินเองว่านอนเมมพูดดหยาบมั้ย เวรเอ๊ย กูขอเหอะ รู้สึกช่วงนี้พวกโม่งออกไปเรื้อนข้างนอกบ่อยสัสพวกมึงอย่าใช้ภาษาแบบโม่งสิวะ เดี๋ยวก็ดราม่านอนเมมหยาบเกรียนกันอีก

95 Nameless Fanboi Posted ID:+cdI.Pi9l8

>>93 สงสัยจะเมื่อยมาก

96 Nameless Fanboi Posted ID:Y8M2yfgE1O

อ่านเม้นนั้นแล้วมะม่วงโหมดอำมหิตสมชื่อ ตบไอ้ฟิสิกส์ติดคริติคอลรัวๆ กูอ่านแล้วยังหน้าชาแทน ว่าแต่ 5ส คือไรวะ เห็นมา 3-4 รอบละ

97 Nameless Fanboi Posted ID:ERVU83o5Tj

"สวยงาม สดใส สุนทรีย์ สว่างไสว เสน่ห์มากล้น" อยากบอกว่ากุชอบมาก เสาหลักทั้งห้าชัด ๆ
กุสงสารคนอธิบายไอ้ฟิสิกส์นั้นจัง มายเซ็ทของการเขียนนิยายมันผิด หรือมันไม่รู้จักนิยายก็ไม่รู้
https://i.imgur.com/8XXZOoG.png

98 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

ขอบคุณม่วงที่ไปขยายความด้วย กูทำงานหัวปั่นจะอ้วกใส่ลูกค้าละ คงไม่โผล่ในดด.

99 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

>>96 กุชอบตบแบบผู้ดีมีหลักการของมะม่วง รู้จักใช้ใช้เหตุผลดี ไม่ใช่อย่าง 'ไอ้เด็กไม่ดี' ซึ่งกูว่ามันไม่ได้เป็นคนลบเม้นท์ตัวเองเพราะมานึกๆแล้วกูเคยแจ้งลบทั้งแบบนอนเมมกับแบบไอดี(เก่า)แม่งกว่าwmเด็กดวกจะยอมลบให้ก็กินเวลาเกือบครึ่งค่อนวัน และเม้นท์มะม่วงก็เพิ่งมา เพราะงั้นมันไม่มีทางแจ้งลบเม้นท์เรื้อนๆของมันได้ทันปุบปับในสองชั่วโมงอยู่แล้ว
หวังว่ามึงจะอ่านและฟังคำกูนะ "ไอ้/อีนอนเมม เด็กไม่ดี" เรื้อนให้มันพอดีแล้วอย่าสักแต่ลอยตัวทำเนียนเพราะมีคนแก้ต่างให้ว่ามึง 'มีความรับผิดชอบต่อเพื่อนนอนเมมด้วยกัน' จริงๆน่ะหือออ

ส่วน 5 ส. มันคือคุณสมบัติ 5 ประการของอีเกศรินในนิยายเพี้ยนๆของเจ๊ดอกขาว

100 Nameless Fanboi Posted ID:OqVs6AmJbm

พวกนอนเมมโดนพี่ฟิสิกส์ขุดแล้วนะเว้ย พวกมึงใช้VPNหลอกเขาไม่ได้นะ พี่เค้ามีความรู้

101 Nameless Fanboi Posted ID:Z.V5V.B/yf

>>100 เท่าที่รู้ ไม่ใช่มะม่วง ใช้VPN100%
So good So bad อาจจะใช้
แต่คนอื่นกูค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้ใช้ว่ะ แต่ใครเน็ตwifiเครื่องเน็ตมือถือเครื่อง อันนี้กูก็ไม่รู้นะ

102 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

กูจะโดนด้วยไหม กัว

103 Nameless Fanboi Posted ID:7cKwTBs47Q

สิ่งที่ให้ไม่รับ ดันรับแต่สารที่ไม่ได้ให้ พยายามในจุดที่ไม่ควรจะพยายาม ถึงว่าเขียนมาหลายปีเหมือนพายเรืออยู่ในอ่างไม่ไปไหน การพัฒนาไม่มี เสียเวลาชีวิตคนอื่น หลายเรื่องยังไม่มีใครสับให้สักเม้น

104 Nameless Fanboi Posted ID:vXA.L1NyuE

>>100 ถ้าพี่แกใช้เว็บจริง แล้วแจ้งจริง พวกเราก็กลับบ้านเก่าละครับ

105 Nameless Fanboi Posted ID:ERVU83o5Tj

>>104 น้องเล่าเบียวกำลังมีไอดอลดูดีใจใหญเลยนะ แต่มันเปล่าประโยชน์

106 Nameless Fanboi Posted ID:JME4hMu7+b

กูเห็นแต่ละคนก็แนะนำมันว่ายังไง มีมันไม่เข้าใจเหี้ยไรแล้วก็หาเรื่องนอนเมม

107 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

>>104 แจ้งข้อหาไรวะกุถามจริง หมิ่นประมาทงั้นอ่อ ผิดพรบ.คอมอ่อ

108 Nameless Fanboi Posted ID:H1bxUTMzsR

พี่ฟิสิกส์โชว์สกิลกับบลัฟแหลกเลยสัส พวกมึงซวยแล้วโดนล่าแหกโม่งแน่นวล

109 Nameless Fanboi Posted ID:AjebvED0fN

>>105 ผมเมนต์ไว้แล้วครับ

110 Nameless Fanboi Posted ID:Ai79kzFQef

ใครที่ไม่ได้เข้าไปด่าพี่แกก็รอดไปครับ แต่รู้สึกว่าพี่คนนี้เหมือนลิโป้แฮะ (ลิโป้เพื่อนผม) แต่ลิโป้มันก็สำนึกได้ และเอาไปใช้จริง ดีกว่านี่ครับ

111 Nameless Fanboi Posted ID:6h5uggCWrT

>>110 ป.ล.ผมไม่ใช่คนหล่อนะ

112 Nameless Fanboi Posted ID:WSmS/HuexW

>>107 ถ้าให้ผมคิดนะ กรณีของผมอะแจ้งได้ แต่เขาอุตส่าห์สับให้เรา แต่กรณืนี่นี้เป็นพยาน อาจจะยากหน่อย พวกคดีพวกเนี้ยเนี่ย ฟ้องยากครับ (จริงๆเขียนนิยายแซวก็ผิดเต็มๆนะ) และทนายที่จะทำคดีพวกเนี้ยต้องเก่งมากๆ ที่จะชำแหละอีกฝั่งออกมาได้

113 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

>>112 กรณีของมึงคืออันไหน เม้นท์ไหน (และตามเซนส์กู ก็เหมือนตามที่มึงบอกนั่นแหละ คือฟ้องยาก คือต้องทุ่มทุนเยอะแหละ ดังนั้นมันไม่มีใครบ้าฟ้องนอกจากซะว่าการกระทำนั้นทำให้เกิดความเสียหายขาดทุน เช่นพวกบริษัทยักษ์ใหญ่โน่น)

114 Nameless Fanboi Posted ID:qpV.Tjbx1e

กูงงสัสๆ ไม่ได้ตอบเม้นท์มันด้วยซ้ำเพราะขี้เกียจ ไอ้ที่สับคนอื่นก็ตั้งใจสับ กลายเป็นว่ากูเป็นฆาตกรอำมหิตมั่ง เป็น scam เหี้ยไรมะรู้ โว๊ะ อะหยังปะล่ำปะเหลือ ฮานี่บ่เฮ้ย

115 Nameless Fanboi Posted ID:8csdkGjMAg

>>113 ที่เขาสับผมอะ
>>114 เดี๋ยวผมจัดการเอง

116 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

ทุกคน... กูมะม่วงเองนะ

เลิกพูดถึงไอ้นี่เหอะ แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงกูนะ ถ้ามันจะฟ้องก็ให้มันฟ้องมา กูยังอยู่ไทยได้อีกครึ่งเดือน ค่าทนายกูพอมี หน้าจอหลักฐานที่มันโชว์เหนืออะไรกูก็แคปไว้หมดแล้ว ถ้ามันจะเล่นกู กูก็จะเล่นด้วย อยากรู้นักว่าพอเจอกันจริงๆ จะยังปากดีอยู่ไหม

117 Nameless Fanboi Posted ID:YmhqYBBeSn

>>113 ผมให้คำปรึกษาได้นะ ผมก็พอรู้กฏหมายในระดับหนึ่ง ถึงผมจะเคยโดนพวกคุณรุมจวก แต่เขาคุกคาม หรือถ้าเกิดอยากเช็คให้แน่ใจก็นี่ครับ https://th.wikipedia.org/wiki/การหมิ่นประมาท_(กฎหมายไทย)

118 Nameless Fanboi Posted ID:Q89ziWdqut

#ทีมมะม่วง

เหนือน้ำเต็มแก้วยังมีน้ำล้นแก้วจิม ๆ บอร์ดเด็กดีนี่เนอะ

119 Nameless Fanboi Posted ID:Z.V5V.B/yf

กูว่าหัวมู้นี้เต็มสองแก้วยังไม่พอ มู้หน้าต้องเต็มโอ่งแล้วเปล่าวะ

120 Nameless Fanboi Posted ID:7cKwTBs47Q

หลังจากกรณีนี้ กูคงไม่ให้คำแนะนำใครแล้ว ไม่ว่าจะมากจะน้อย เอาเวลาอ่านนิยายคนอื่น ไปเพิ่มองค์ความรู้ของตัวเองจะดีกว่า ใครใจดีจะสับต่อก็เชิญ กูยังตามอ่านผลงานพวกมึงเหมือนเดิม

121 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

เพิ่งสังเกตุเห็นบรรทัดสุดท้ายของตัวเองในมู้สับ "แก้ไข่" อีกแล้ว แม่งเอ๊ย

122 Nameless Fanboi Posted ID:H1bxUTMzsR

>>120 +1 กูยกธงขาวด้วย เสียดายเวลากับเซลล์สมอง น้ำเต็มเขื่อนจะขอคำวิจารณ์ทำแม้วไรวะ

123 Nameless Fanboi Posted ID:wybzNDk7qY

ฟ้องห่าอะไร พวกห่านี่แม่งดีแต่ขู่เท่านั้นแหละ แหม ตัวเองดังตายห่าล่ะ ทำยังกะว่านักข่าวจะมาดักรอที่ สน. เผลอๆ ไปแจ้งความยังโดนตำรวจหลอกให้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้ ถถถถ

124 Nameless Fanboi Posted ID:QF0aY2fWMQ

>>123 ก็ไม่แน่นะครับ

125 Nameless Fanboi Posted ID:ltw7U0yUVQ

คนตั้งชื่อมู้มึงเห็นอนาคตเหรอวะ โม่งสับเหี่ยวเป็นแถวเลย 5555

ปล. ตอนแรกกูว่าจะลองรีวิวนิยายฟิสิกส์นะ แต่เห็นแบบนี้ ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า แต่ถ้าในโม่งมันตามไม่ได้เหมือนในเด็กดวกกูอาจจะลองอ่านแล้วรีวิวสักตั้งหว่ะ

126 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>124 จริงเหรอ... ไม่เป็นไร ช่วงนี้กูว่าง ร่างกายต้องการขึ้นศาลพอดี

127 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

และกูโซมีน มันจะฟ้องก็ไม่แคร์ ที่กูมุด vpn เพราะกูไม่ได้อยู่ไทยเหมือนกันไอ้สัส กูถึงได้มาเวลาแปลกๆ นอนเวลาแปลกๆ ไงได้เหี้ย กูแค่ไม่อยากให้ใครรู้ว่ากูอยู่ประเทศไหน ต่อให้มึงจะขุดมาจนถึงประเทศที่กูอยู่ก็ช่างแม่งเหอะ

128 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

ไอ้ลิโป้มุลจะลบเม้นท์ทำไม ไลค์ที่กดเขาไว้ก็ถอนออก แม่มจีบไม่ติดเหรอ

129 Nameless Fanboi Posted ID:9674W3X2jt

>>128 เมนต์ไหนครับ

130 Nameless Fanboi Posted ID:fnoi97fSXU

>>127 กฎหมายข้ามประเทศส่วนใหญ่มันก็มีแต่พวก อาชญากรข้ามชาติ โอกาสยกฟ้องสูงมากกกก (ฟ้องขช้ามประเทศให้ได้ก่อนเหอะ) ผมนึกภาพหัวข่าวไม่ออก คงจะประมาณว่า
"นักเขียนชื่อดังหัวร้อน แจ้งจับนักวิจารณ์สองท่านข้ามประเทศ" อะไรประมาณนี้

131 Nameless Fanboi Posted ID:W1y9W5pt0k

>>119 เต็มจักรวาลเลยไหมครับ ของผมเทแล้วนะ

132 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

น้อนฟิสิกส์เดาเข้าป่าไปแล้ว หัวหอม555 กุถึงไม่ห่วงไง ไอแต่ละอย่างที่มันเดานี่แม่มม ให้เห็นๆอยู่ทนโท่แล้ว

133 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>130 กู (มะม่วง) ตอนนี้อยู่ในประเทศนะ ถึงปกติจะไปๆ มาๆ ก็เถอะ บอกตามตรงจากที่เคยเห็นเคสแบบนี้มาเยอะ และมีที่ปรึกษาด้านกฏหมายเองออยู่แล้ว กูรออย่างใจจดใจจ่อให้มันมาฟ้องเนี่ย จะฟ้องกลับให้ตูดบานเลย

134 Nameless Fanboi Posted ID:B+ckGX/XTH

>>132 จริงๆตอนแรกผมคิดว่าตัวเองคือฟิสิกส์ไรนั่น โธ่
ว่าแต่คนในโม่งทำไมดูแพงจัง - - '''

135 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

จะสับต่อดีไหมเนี่ย ลำไยประชาชนมาก เห้อออ

136 Nameless Fanboi Posted ID:FfRnppRF30

>>135 แล้วแต่คุณเลยครับ ถ้าคิดว่าไม่เจอคนแบบนี้อีกอะนะ

137 Nameless Fanboi Posted ID:Wfm1VMXa+r

ตราบใดที่พวกมึงยังทำแค่วิจารณ์หรือแย้ง ไม่ได้ไปด่าหรือหาเรื่องตัวบุคคลแบบเจาะจง โอกาสชนะฟ้องมันค่อนข้างต่ำนะแต่ก็ต้องดูตอนตอบโต้ของทั้งสองฝ่ายด้วย ถ้าไม่เริ่มก่อนส่วนมากก็ไม่มีปัญหา ซึ่งอีเรื่องพวกนี้แม่ง จริงๆ นะ น่าเบื่อ…

138 Nameless Fanboi Posted ID:rCpdcHG/Cg

กุไม่ใช่มะม่วงและกุก็งงว่ามันจะฟ้องอะไรกุถึงกุจะใช้ VPN ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปรกติ
กุอ่าน https://www.dek-d.com/board/view/3957351/1/?comment=18
คอมเม้นที่ 18 แล้วกุนึกถึงตัวเองตอนเขียนนิยายลงสมุด คนแนะนำก็ไม่มี ข้อมูลก็หายาก อิจฉาพวกเมิงชิบหายมีทุกอย่าง มีกระทั้งตลาดขายออนไลน์ กลายเป็นว่ากุสนุกที่ได้สับคนอื่นชะงั้น การคิดไม่เป็นแม่งทำร้ายคนจริง ๆ

139 Nameless Fanboi Posted ID:Q89ziWdqut

>>134 กูไม่แพงละหนึ่ง กูยังอ่านงานเห่อหมอยอยู่บ้างแต่แค่สนองนี้ดแต่ไม่สนับสนุน(ถ้านิยายเห่อหมอยเปิดขายก็แค่ย้ายไปอ่านเรื่องอื่นเพราะมีเยอะ ผู้บริโภคอย่างกูมีสิทธิเลือก)

140 Nameless Fanboi Posted ID:Z.V5V.B/yf

>>138 มันเป็นโทรล อย่าไปสนใจมันเลย

141 Nameless Fanboi Posted ID:73cO9w.td4

>>137 ถ้าชนะนี่ได้สเตลล่าอวอร์ดแน่นอน

142 Nameless Fanboi Posted ID:H1bxUTMzsR

อีFมาก่อกวนแล้ว กูสมเพชน้อนเล่าเบียวหัวโปกตามเสนอหน้าชะเลียทุกตัวที่จะไฝ้วกับโม่ง มึงมันไร้น้ำยาจริงๆเบียว

143 Nameless Fanboi Posted ID:9VGXr9ivzr

>>142 หน่านี้! ผมไม่ได้เลียนะ เมนต์พี่ฟิสิกส์เข้าไปตักเตือน (จริงๆไปอ่านใหม่ได้) เมนต์สิบแปดเข้าไปเตือนใครที่กำลังจะทำพวกที่สุ่มเสี่ยงโดนคนเกลียดเยอะแบบลอยๆ แต่ผมคิดว่าผมยังอยู่ใน LV ที่เอาชนะเจ๊ดอกยากหน่อย

144 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

>>134 มึงมโนไปเองไงไอ้หนู อารมณ์เหมือนเห็นแมงสาบมาป้วนเปี้ยนอ่ะ พยายามมาคุย...พี่ฮะๆ ปัดๆแม่งให้กระเด็นตกโต๊ะไป๊ ดีแต่ทำตัวมีซัมติงไว้ขู่ 'พวกโม่งทำให้ผมโรคจิตขึ้น' อุ้ยขนลุก กุถามนะในชีวิตจริงมึงทำด๋อยอะไรได้บ้างหะ นอกจากไปโรงเรียน
>>142 พุ่งเข้าเลียอย่างไว555 บทพูดตีสนิทยังกะบทในหนัง ในนิยายมือใหม่แท้ๆ นี่ยังไม่เข็ดใช่มั้ย กูสงสัยเมื่อไหร่มึงจะคิดได้ไอ้หนู ถ้ามึงโตขึ้นเมื่อไหร่แล้วย้อนกลับมาดูมึงจะอายเชี่ยๆว่ามัวเสียเวลาทำอะไรลงไป

145 Nameless Fanboi Posted ID:Wfm1VMXa+r

>>141 ม่ายยยยยย กูยังไม่อยากเห็นสเตล่ากับคดีที่จะถูกพาดหัวข่าวว่า “นักเขียนชื่อดังหัวร้อน แจ้งจับนักวิจารณ์สองท่านข้ามประเทศ" ของโม่ง>>130 เด็ดขาด

146 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

ก็เหมือนเดิมอ่ะ เหมือนที่พูดกันไปทุกครั้ง "มาหาเรื่องโม่ง ก็โดนโม่งรุมโทรม" สาระมันมีแค่นั้นแหล่ะ

147 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

>>145 แล้วคนแบบอีฟิสิกส์มันเรียกว่านักเขียนได้อ่อวะ สำหรับกู ขึ้นชื่อว่านักเขียนคือผลงานต้องได้ออกตีพิมพ์ขาย แต่กับยุคสมัยนี้ ขนาดคนที่ขายได้(ทางออนไลน์)แม่งยังไม่อยากจะเรียกว่านักเขียนนิยายเลย อย่างที่เป็นไปได้คือมันควรไปเขียนตำราเรียนท่องจำมากกว่า

148 Nameless Fanboi Posted ID:obPNNpkXXA

>>147 สำหรับสำนักข่าวอะครับ

149 Nameless Fanboi Posted ID:7JQK77Lg5k

>>147 นักเขียนได้ตีพิมพ์ แบบ ดร.ป๊อปใช่มะ

150 Nameless Fanboi Posted ID:fLIKF9Teyk

>>144 คุณ ผมไม่ได้ไปตีสนิทใครเขาเลย ผมโรคจิตจริง เหมือนสมคิดอะ งานการก็มีทำ เยอะด้วย นอนตีสาม (ใครอยากรู้) ผมยอมคุณแค่นี้ละ ไม่อยากให้เป็นประเด็นอีก

151 Nameless Fanboi Posted ID:Wfm1VMXa+r

>>147 ถ้าถามว่าได้รึเปล่า อันนี้ไม่รู้แต่กูว่าสำนักข่าวคงใช้คำนี้แหละ มันเป็นคำที่เข้าใจง่ายที่แค่อ่านพาดหัวข่าวก็รู้เรื่อง ถ้าจะให้ใช้แบบ “นักแต่งนิยายชื่อดัง” งี้มันจะยาวแถมดูไม่น่าสนใจสำหรับพวกที่วันๆ ไถแต่หน้าจอแน่ๆ

152 Nameless Fanboi Posted ID:ayXGQix8/y

>>145 >>130 เพื่อนผมเอง มันกำลังหาชื่ออยู่ ข้อมูลที่น่าจะเหมาะในการตั้งชื่อเดียวผมบอก

153 Nameless Fanboi Posted ID:fnoi97fSXU

>>152 ผมหมายถึงร้อยสามสิบเพื่อนผมนะ เดี๋ยวเกิดความเข้าใจผิด

154 Nameless Fanboi Posted ID:AEMA21dAeZ

>>151 ทีนี้รับรองนิยายดังติดท็อปกันเลยทีเดียว

155 Nameless Fanboi Posted ID:Wfm1VMXa+r

>>154 อาจจะดีก็ได้ คนสนใจเยอะ คนสับอาจจะเยอะ[เหรอวะ]ตาม ทีนี้ละไล่ฟ้องสนุกแน่

156 Nameless Fanboi Posted ID:I0W2hNOyU+

>>155 งั้นเดี๋ยวให้มันฟ้องนักอ่านที่ไปติมันในหน้านิยายด้วยเลยมั้ย ไปศาลทีห้องที่นั่งไม่พอ

157 Nameless Fanboi Posted ID:xxUR086Gfs

จบแล้วไม่ใช่เรอะ แยกย้ายๆ

158 Nameless Fanboi Posted ID:UUsBHjtgla

>>155 วันๆคงได้แต่ฟ้อง

159 Nameless Fanboi Posted ID:0zi6qwlHJw

ผิดกันหมดแหละ ของจริงต้องแบบนี้
หนุ่มติดเกมคลั่งฟ้องสองเกรียนอินเตอร์เน็ต ตำรวจปัดไม่รับแจ้ง

160 Nameless Fanboi Posted ID:Wfm1VMXa+r

>>156 ถ้ามันฟ้องน่ะนะ แค่อัฒจรรย์กีฬาสีจะพอรึเปล่านะ?

161 Nameless Fanboi Posted ID:Wfm1VMXa+r

จบแล้วเหรอ แยกย้ายครับแยกย้าย

162 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

นิดนึงสำหรับเรื่องหมาน้อยเบียวคุง กูย้อนไปเจอเม้นท์ตัวเอง >>15 กูได้ทำนายไว้ว่าอีกไม่นานเล่าเบียวคงตามตูดมาไลค์ตุ๋นกบ //แล้วต่อมา มันก็มาหาไอตุ๋นกบจริมๆ เชรดดเข้ กูเป็นนักทำนายได้นะเนี่ย(ไม่ใช่ทำนาเหมือนหมอดูไอ้เล่าเบียว)

163 Nameless Fanboi Posted ID:DnvsDnbRVG

>>162 ทำนาย...แต่ผมพิมพ์ตก

164 Nameless Fanboi Posted ID:ADTu8SzYwn

แยกย้าย

165 Nameless Fanboi Posted ID:cOzFhwFEXh

>>162 ผมก็ไลก์ไปเรื่อยแหละ อยากไลก์ก็ไลก์ ใครมีประเด็นก็ไลก์

166 Nameless Fanboi Posted ID:W.PsUDFu2v

>>162 ปล.หมอดัง

167 Nameless Fanboi Posted ID:4AIoGx2xx1

>>165 กูเห็นมึงไลก์ตัวเองด้วย ทำเพื่อ ? แล้วทำไม ID ประจำวันมึงเปลี่ยนตลอดเลยวะ เปลี่ยนไดนามิคไอพีด้วย VPN รัวๆ อยู่รึไง

168 Nameless Fanboi Posted ID:iS3xfD4LJS

ใครเข้ากระทู้สับ/ทุบนิยาย พวกมึงอย่ากดขยายความเห็นย่อยของความเห็น 8 เด็ดขาดนะมึง กูเตือนแล้วนะ

169 Nameless Fanboi Posted ID:MNm3NgEI9x

เยี่ยมดอกขาวมาผสมโรงอีก วันนี้มันอะไรกัน5555 กูสงสัยว่าอิเจ๊จะพิมพ์ข้ามวันข้ามคืนเลยรึเปล่า ถึงเพิ่งมาตอบวันนี้ทั้งๆที่เมื่อวานเงียบไป

170 Nameless Fanboi Posted ID:W68B5Ld9lu

ดอกแม่ม.. เอาละนะคะนักเรียน พูดตามครู
A Aนะคะ A ต่อไปนะคะ ต่อจากAนะคะ หลังจากAก็เป็น B Bนะคะนักเรียน

171 Nameless Fanboi Posted ID:MNm3NgEI9x

>>170 ใช่ จิตวิญาณเหมือนครูรุ่นไดโนเสาร์เลย คือบับ ชั้นไม่มีวันผิด โลกทั้งใบและคนทุกคนต้องเห็นแก่ชั้น แต่มึงเสือกไม่ดูตัวเองเลยอิบ้า "เหมือนปลาที่มองไม่เห็นนํ้าในตัว"

172 Nameless Fanboi Posted ID:V/65Q3h6XN

Toxic มลพิษต่อสายตาเหี้ยๆ และกูก็เสือกอ่านจนจบด้วยนะ

173 Nameless Fanboi Posted ID:zNsYfq89i7

>>167 ผมติดนิสัยไปแล้วละ ส่วนเรื่องไอดี ผมงงเลย

174 Nameless Fanboi Posted ID:zgig/z2TfD

>>172

| Achievement Unlocked |
| แฟนพันธุ์แท้ ดอกขาว 5ส |

ยินดีด้วย มึงสามารถสมัครเป็น FC เจ๊ดอกได้เหมือนไอ้โม่งที่ถามไว้มู้ก่อนแล้ว

175 Nameless Fanboi Posted ID:W68B5Ld9lu

กุลาขอลาออกจากการเป็น FC เจ๊แกนะ
ตอนนั้นกุพยายามทำความเข้าใจ(กุอยู่กะคนแก่บ่อย กุเข้าใจnature) และกุโอเคอยู่ แต่ตอนนี้เก็ทละ เจ๊แกพูดได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องในประเด็นว่ะ เซ็ง!!!

176 Nameless Fanboi Posted ID:V/65Q3h6XN

กูยอมใจมันสัสๆ ไม่ใช่ง่ายนะที่เขียนยาวขนาดนั้นแล้วยังมีเวลาทำสีตังอักษร ทำตัวหนา ใส่ Link ประกอบอีก อีเหี้ยถ้ามันเป็น troll นี่คือ troll level.999999+ เลยสัส ไม่มีสิ่งใดจะทำให้สะดุ้งสะเทือนได้จริงๆ

177 Nameless Fanboi Posted ID:W68B5Ld9lu

>>176 ใส่สีบ่งบอกระดับด้วย สีฟ้าสีเขียวนี่พูดเชิงบวก สีแดง สีเลือดหมูนี่พูดเชิงลบ สีดำตัวหนา นี่กุเน้น! ย้ำ!

178 Nameless Fanboi Posted ID:T03i.S/NjB

>>177 เมิงมาจากรายการถอดรหัสเหรอ

179 Nameless Fanboi Posted ID:V/65Q3h6XN

>>177
มึงเข้าใจมันขนาดนั้นก็เหมาะเป็นแฟนพันธุ์แท้แล้วล่ะ

180 Nameless Fanboi Posted ID:W68B5Ld9lu

>>178 แค่เลื่อนผ่านๆ ก็รู้แล้วมั้ย ไหนจะสติกเกอร์อีก แล้วก็บรรดาคำแซะ (ที่เมื่อถูกถามย้ำว่าแซะใช่มั้ย กุเปล่าแซะ) สึส..
>>179 ไม่.. กุจิลาออก

181 Nameless Fanboi Posted ID:I2YZQhUj4Z

กูยอมใจมะม่วง 5 ส. ในคอมเมนต์ย่อย 9-29 ที่แซะเจ๊ดอกมาก กำลังอ่านจริงจัง พอมาเจอ 5 ส. เบรคตัวโก่ง ขำตัวสั่น ห่าเอ้ย โคตรได้!!!

182 Nameless Fanboi Posted ID:Mau49v8NbB

ตลาดวายแล้วอ่อ

183 Nameless Fanboi Posted ID:zgig/z2TfD

>>182 วายไปแบบจืดๆ อะ ไอ้ฟิสิกส์ออกมาขอโทษ อ้างว่าได้สติเพราะอ่านความเห็นน้องคนนึงในกระทู้ (มีกวนตีนส่งท้ายนิดๆ) แล้วก็ไปไล่ลบความเห็นที่มันพยายามโชว์เหนือเรื่อง IP (ท่าทางจะรู้ตัวว่าเมนต์พวกนี้ใช้เป็นหลักฐานได้) โม่งไทยมุงส่วนหนึ่งดูหลอนๆ กลัวๆ ว่าจะโดนหางเลข ส่วนไอ้มะม่วงนี่ไม่สะทกสะท้าน ท้าให้ฟิสิกส์ไปฟ้องจะได้ฟ้องกลับ แถมแคปคอมเมนต์ไอ้ฟิสิกส์ไว้หมดก่อนมันจะทันลบด้วย ดูยังไงก็ไม่มีหวังจะชนะได้เลย เสียหน้าฟรี โดนไอ้มะม่วงจัดหนักไป 2 ชุดซ้อน

ตั้งแต่โดนตบไปดอกแรกกูไม่เห็นว่ามันหาเอาเหตุผลอะไรมาแย้งได้ แล้วพอเถียงไม่ได้ก็พยายามเล่นไอ้มะม่วงเรื่องใช้ VPN แยกร่างมารุมด่าแทน แต่มันพลิกล็อคเพราะไอ้มะม่วงไม่ได้ใช้ (นอนเมมตัวอื่นในมู้ที่มันสงสัยแม่งก็พวกเรานี่แหล่ะ) เลยโดนตบซ้ำรอบสอง มีโซมีนมาตบปิดงานแถมให้อีกดอก คราวนี้เลยหายยาว

184 Nameless Fanboi Posted ID:rIKl9LJILj

อะไรวะ นี่กูจะโดนฟ้องแบบไม่รู้ตัวเลยเหรอ55555 หายไปนอนแปปเดียว มู้ไหลเร็วชิบหาย

185 Nameless Fanboi Posted ID:ryqPwtyqES

สุดท้ายอีฟิสิกส์ก็ปอดนี่หว่า

ตามกูพูดใน>>125 เดี๋ยวกูจะลองรีวิวนิยายมันสักตั้ง เอาลงในนี้นี่แหละเพราะไปลงนู่นมันก็คงไม่อ่าน จะได้ใช้ภาษาที่โม่งด้วย ภายในสัปดาห์นี้แน่นวล

186 Nameless Fanboi Posted ID:xa7EG2dju4

มู้ไหลไวเพราะพวกห่านี่แหละ แคาฟิสิกส์เดียวก็เหี้ยพอละ

187 Nameless Fanboi Posted ID:F+pEaWWCsu

กูลองเข้าไปอ่านนิยายของไอ้ฟิสิกส์ก็พบว่านอกจากคำผิดกระจายแล้วการบรรยายแม่งก็เหมือนไม่เคยอ่านนิยายที่ไหนมาก่อน แต่ก็มีคอมเม้นท์ชมมันนะว่าบรรยายดีแถมยอดวิวมันก็ไม่ขี้เหร่ เลยไม่แปลกที่มันจะกลายเป็นน้ำเต็มแก้วไป

ที่กูฮาสุดคือดาวเคราะห์พุงชนนี่แหละ ตอนแรกงงว่านี่มันมีศัพท์เฉพาะเหมือนคำว่าสะดือทะเลอะไรอย่างงี้หรือเปล่า แต่ที่ไหนได้มันเขียนคำว่าพุ่งชนเป็นพุงชนทั้งหมด

188 Nameless Fanboi Posted ID:ziwgzPxESr

พวกมรึงอย่าเปรี้ยวกับพี่ฟิสิกส์ พี่เค้าโชว์โปรไฟล์หรูแล้วนะมรึง

- คณิตศาสตร์ โปรแกรมมิ่ง จุดที่ถนัดที่สุดคือเขียน Web,API , ตรรกศาสตร์,อัลกอริทึ่ม
- ศิลปะการต่อสู้ มวยไทย เทควันโด ยูโด MMA , การต่อสู้สวมเกราะหนัก อาวุธที่ใช้ ดาบไทยมือเดียว/สองมือ ดาบยุโรป Long Sword(อันนี้รู้แค่ระดับเริ่มต้น เพราะเพิ่งหัด)

ล่าตัวพวกมรึงเจอ พี่กระทืบยับเลยนะมรึง

189 Nameless Fanboi Posted ID:rIKl9LJILj

กูเคยอ่านนิยายที่ไม่ค่อยเติมคำเชื่อมเพราะจะเน้นความกระชับของบรรยายนะ แต่กับไอ้ฟิสิกส์นี่มันเรียกว่าอาการหนักเฉยๆ เหมือนไม่เคยอ่านนิยาย กูอ่านห่าเหวไรไม่รู้เรื่องเลย

190 Nameless Fanboi Posted ID:rIKl9LJILj

>>188 ถ้ามันโปรไฟล์ตรรกศาสตร์ กูคงระดับปรมาจารย์ตรรกศาสตร์แล้วมั้งอะ ห่าน (แล้วคนที่เก่งกว่ากูก็จะอยู่เหนือ เหนือ เหนือกว่านั้น) อะไรคือเถียงไม่ได้แล้วเริ่มเกรียนแตก ออกแนวคุกคาม ทั้งที่ขอบเขตมันคือนิยายของตัวมันเองอะ งงใจ ใย ใย ใย
Xช่วงนี้โม่งสับจัดเต็มมาก กูอ่านแล้วก็เริ่มอยากพัฒนาตัวเองบ้างละ เพราะลิ้น(เสพงาน)กูช่วงนี้แม่งอยากควานหาแต่ของดีๆ สวาปาม ปรากฏว่ายากชริมๆ กูกลับไปแดรกของที่เคยชอบแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้วอะ เห็นแต่ช่องว่างเพียบ

191 Nameless Fanboi Posted ID:xa7EG2dju4

>>190 กูคิดว่ามันหมายถึงตรรกศาสตร์ แบบประพจน์นี้นั้นสมมูลกันหรือเปล่า ตอนกูเรียน com sci ก็มีสอนกัน
Ex. p -> q สมมูล กับ p v q

กูเห็นมันกร่างเรื่องเทคนิคัลแล้วอมยิ้มว่ะ พยายามอวดจนน่าสงสาร คนรู้จริงคงงง ว่ามึงจะอวดเพื่อ

192 Nameless Fanboi Posted ID:Df8TbrYGxh

>>188 ล่าไปเหอะ ถ้าเก่งจริง คนเก่งๆ ที่ไหนจะเอาเวลามาอวดความสามารถตัวเองกันวะ หรือพี่แกจะเป็นพวกอีโก้สูง ความสามารถเลยสูงตาม?

193 Nameless Fanboi Posted ID:kDbXJlLCZL

ไหลไปไว อ่านไม่ทัน ขอเวลาไล่อ่านก่อน

194 Nameless Fanboi Posted ID:3Iq7/wWM.Q

>>188 ถ้าไม่บอกก่อนกูนึกว่าโปรไฟล์พระเอกนิยายเบียว เก่งคอมมีตรรกะ เป็นการต่อสู้ทุกแขนง เหยดเมพโคด

195 Nameless Fanboi Posted ID:b2KR3efYs4

https://www.dek-d.com/board/view/3957351/1/?comment=18_4
ไหนว่าคนหล่อขอลาไงวะ

196 Nameless Fanboi Posted ID:0OcS7AgQYm

>>195 เบื่อบอร์ดหรือจะสู้ความขี้เหงาในโลกของความเป็นจริง

197 Nameless Fanboi Posted ID:KGfmH0J1eF

>>195 เขาก็อยากกลับมามั่งอะนะ นักเขียนมันทิ้งยาก

198 Nameless Fanboi Posted ID:G9gvAgQI2j

>>195 มีนไหนอีกวะ ไม่ใช่เห็นชื่อคล้ายๆ เลยทักไปมั่วซั่วนะ

199 Nameless Fanboi Posted ID:Pc8i7WpCWd

พี่โซมีนคนสวยจัยรั้ย.. งายย

200 Nameless Fanboi Posted ID:Pc8i7WpCWd

บางทีถ้าโดนเมินนานๆ เข้า.. น้องหล่อก็อาจจะไหว้วานให้พี่ข้าวเหนียวมะม่วงอกร่องสับให้ก็ได้นะ

201 Nameless Fanboi Posted ID:uBTgzIKjuY

มู้เดียวมาเยอะดีนะ
Freud ก็แสลนมาด้วย ไหนมิรินด้า

202 Nameless Fanboi Posted ID:onAAbO.lfB

ฉอเลาะแบบนี้ ถ้าตัวจริงเป็นป้าแก่ๆขึ้นมานี่กูจะฮาก๊าก 55555

ว่าแต่แม่งบอกเบื่อบอร์ดแต่กูเบื่อมันว่ะ น่าเปลี่ยนชื่อเป็นคนโง่มืออาชีพ

203 Nameless Fanboi Posted ID:4v1D3ClslD

>>202 ผมเคยเห็นตัวจริงครับ เป็น ผช.

204 Nameless Fanboi Posted ID:SsT5DInZ8M

>>203 เป็นชายอ่อ นี่คือกุไม่รู้นะว่า gusomean กะ somean คนเดียวกันป่าว
เท่าที่อ่านสับ (กุอ่านน้อย) ในนี้ สำนวน ไม่รู้สึกว่าเป็นชายหรือหญิง
แต่ในบอร์ดที่เปิดมู้สับอ่ะ ทั้งสองรอบ เป็น หญิง.. สรุป กุงง

205 Nameless Fanboi Posted ID:SsT5DInZ8M

ปล. กุสนแค่ที่สับแหลกทิ้งไว้มากกว่า โม่งสับหลายๆ คนด้วย ขอบใจๆ ข้าน้อยเอาหัวหมูมาคารวะ

206 Nameless Fanboi Posted ID:b2KR3efYs4

สโลแกนของโม่งคืออะไร เพราะงั้นไม่ต้องรู้ ไม่ต้องเดา ไม่ต้องถาม โม่งก็คือโม่ง

207 Nameless Fanboi Posted ID:SsT5DInZ8M

>>206 ขอโทษ.. ไปผู้คอตายใต้ต้นถั่วงอกแปร๊บ TT^TT

208 Nameless Fanboi Posted ID:Dka8CV000d

สาสสส อีดอกขาว กุอุส่าห์รอมันแพล่มน้ำลายฟูมปาก อยากรู้ว่ามันจะกลับยังไง สรุปมันไม่ตอบคห กูวววว SOSAD เลยว่ะ หรือมันWANTอยากโดนแซะมาก พอโดนว่าด้วยตรรกะมนุษย์มนาเลยไม่มีอะไรจะตอบ

209 Nameless Fanboi Posted ID:xlFFpffo/k

ดอกขาวไม่เห็นอยู่ตอบตอนกลางวัน คนต่างประเทศหรือเปล่า แล้วดูพิมพ์แต่ละคอมเม้น ไถนิ้วหนียังเหนื่อย ตอบเสร็จนอนสลบเมิงรอคิวคืนนี้แล้วกัน

210 Nameless Fanboi Posted ID:Dka8CV000d

>>209 เปล่า กูเม้นไว้ก่อนแล้วแต่มันตอบแต่คอมเม้นแซะมัน กูละไม่เข้าใจMINDSET อีดอกขาว

211 Nameless Fanboi Posted ID:JE6lPlGXfb

>>210 ไม่เข้าใจมึงมากกว่า ในมู้สับ ดอกขาวไม่ได้ตอบอยู่ 2 เม้นต์ (1 ใน 2 คือแซะ ; อีก 1 คือเฉยๆ)
ต้องการอะไรจากมันเหรอ
(แล้วกรูจะไปตามขุดดูทำไมเนี่ยยย... โว๊ะ)

212 Nameless Fanboi Posted ID:Dka8CV000d

>>211 Sorry 555

213 Nameless Fanboi Posted ID:ryqPwtyqES

กู >>185 เองนะ ขอรีวิวตามที่พูดเลยละกัน

เรื่อง The Endeavor
ผู้แต่ง DekGym3
จำนวนตอน : 51 (สถานะ จบแล้ว)

แบบย่อ
โดยรวมมันพออ่านได้ถูกใจเห่อหมอยแน่นอน การคิดคำนวณฟิสิกส์ก็ดูปกติดีเพราะอาจมีเครื่องคิดเลขช่วย แต่กูเจอตรรกะความเป็นวิทยาศาตร์และความสมเหตุสมผลหลายอย่างมีข้อผิดพลาดภายในความยาวไม่ถึง 8 ตอนที่กูอ่านไป คำผิดที่เยอะจนไม่น่าให้อภัยในทุกตอนทั้งที่แต่ละตอนสั้นเหมือนหมอยหมา การพูดกันแบบนิยายแชท การบรรยายบรรยากาศแบบไม่เล่าอะไรให้เห็นภาพเลยและอธิบายการคำนวณกับวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันได้น่ารำคาญชิบหาย

แบบยาว

เนื้อเรื่อง
เรื่องราวของ The Endeavor จะกล่าวถึง เรย์ โปรแกรมเมอร์ของโครงการ ARK ได้ตื่นขึ้นจากการจำศีลและลงมายังโลกหลังเกิดหายนะดาวเคราะห์พุ่งชนเมื่อหลายหมื่นปีก่อนโดยมีเอเธน่า AI อัจฉริยะที่เก็บข้อมูลองค์ความรู้ของมนุษยชาติอยู่ด้วย (มันบอกตั้งตามชื่อเทพอะธีน่าแต่ในเรื่องเสือกเขียนเป็นเอเทน่า WTF กูเลยขอถือวิสาสะแก้ให้เป็นแบบที่คนเขียนตั้งใจจะเขียนตอนแรกละกัน)

จะบอกว่าเนื้อหาโดยเบื้องต้นของ The Endeavor แม่งก็เป็นนิยายเอาชีวิตรอดในโลกหลังหายนะทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือให้น่าจนจำเท่าไหร่เพราะพล็อตประมาณนี้ก็ถูกเล่ามานับครั้งต่อครั้งแล้ว การที่จะทำให้เรื่องนี้มีอะไรน่าจดจำมันต้องใช้กลวิธีอื่นว่ะ เช่นการเล่า สำนวนการเขียน ซึ่ง....!!!.....

การเล่าเรื่อง
....!!!!.... .... ..... ..... .... .... คือสิ่งที่กูจับได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่กูเปิดอ่าน พวกมึงจะส่งรหัสมอสกันทั้งเรื่องไม่ได้นะเว้ย และอีกอย่างการบรรยายของมันทำให้กูปวดหัวมาก มีนิยายที่ไหนบรรยายยันกรวดของแม่น้ำว่าเป็นหินแกรนิตกับหินปูนที่เกิดจากการพัดพาของน้ำ อีเหี้ย ใส่แฟกวิทย์มาโต้ง ๆ งี้มันไม่ได้ทำให้นิยายมึงดู SWAG นะเว้ย แม่งโคตร SLUR(สะเหล่อ) ที่สำคัญคำเฉพาะทางวิทยาศาสตร์หลายคำไม่มีการอธิบายเป็นเชิงอรรถ เออ สุดยอดเลย นักเขียนมีความรับผิดชอบมาก อยากรู้เหรอ ถาม Google สิ

การใช้วงเล็บบอกชื่อคนพูดหลังเครื่องหมายอัญประกาศคือที่สุดแห่งความบรรลัยไส้ ไม่มีแม้แต่การบรรยายน้ำเสียง ความรู้สึกหรืออากัปกิริยาอารมณ์ใด ๆ ไม่รู้หรอกนะว่าคนเขียนอยากให้นักอ่าน Self-Insert เป็นตัวเอกหรือไงแต่พอมันรวมกับการเขียนที่พิการ ๆ อย่างกูพูดไว้ข้างต้นแล้ว นิยายเรื่องนี้จึงเป็นหนึ่งในการเล่าเรื่องที่หายนะที่สุดเท่าที่กูเจอมาในนิยายเลยทีเดียว

ตัวละคร
เรย์เป็นตัวละครที่โง่อย่างไม่น่าเชื่อแม้จะคิดเลขเร็ว เข้าใจว่าอยากให้พระเอกโชว์เทพแต่คำถามคือ “มึงไม่ให้เอเธน่าคิดให้วะ” หรืออย่างตอนจะหนีออกยานแล้วไม่เข้าใจซิงกูราลิตี้ห่าอะไรนั่น มึงก็ให้เอเธน่าอธิบายแล้วก็จมลาวาตายห่าไปเลยสิวะ เรื่องจะได้จบ ๆ สักที

เอเธน่าก็ทำตัวไม่สมกับเป็น AI เช่นไอ้ตอนใช้คลื่นไมโครเวฟ พระเอกไม่ได้ถามอะไรเสือกบอกว่าทำอะไรอยู่ แต่พอพระเอกทำอะไรแปลก ๆ อย่างกินอาหารหมดอายุเสือกไม่บอก ถ้ามึงจะให้เอเธน่าเป็นพวกเงียบตลอดถ้าไม่ถาม มึงต้องปล่อยให้เรย์จมลาวาระหว่างใช้คลื่นไมโครเวฟตัดเหล็กไปละล่ะ

ความเรีบบร้อยของงานเขียน
พังพินาศ คำผิดกระจุยกระจาย เขียนผิดบ้างสะกดผิดบ้าง วรรณยุกต์ผิด แล้วก็ไปท่อง 20 ม้วนด้วย ใช้ ไ ใ ผิดยับเลยสัส หรือว่าเก่งแต่วิทย์คณิต ภาษาไทยเลยพัง

ความขัดแย้ง พล็อตโฮลก็อย่างที่บอกในส่วนตัวละคร ส่วนความขัดแย้งทางวิทยาศาสตร์เท่าที่เห็นในแปดตอนจะตามมาพร้อมกับความรู้สึกหลังอ่านและคะแนนนะ กูขอไปพักก่อน

214 Nameless Fanboi Posted ID:utB8vAE/.N

>>203 เกรงใจนมกับจิ๋มกูด้วย ไม่รู้จักกันอย่าเด๋อ

215 Nameless Fanboi Posted ID:pCZTT/AeQd

>>214 ผมหมายถึงคนหล่อ โทษครับ

216 Nameless Fanboi Posted ID:VrAnQMspqf

>>215 เข้าใจผิดชีวิตเปลี่ยน

217 Nameless Fanboi Posted ID:0OcS7AgQYm

ไอคนหล่อก็ชายแหงอยู่แล้วนิ เข้าmyidก็เห็นรูปมันถ่ายเดี่ยวกับถ่ายคู่แม่อยู่ทนโท่//กุไม่ค่อยชอบนินทาไอ้คนหล่อ น่าเบื่อ ไม่ค่อยน่ารำคาญหรือปั่นป่วนคนในบอร์ดเท่าไหร่ (ยกเว้นแค่เรื่องที่มันขี้เหงาเกินไปมึงกระทูบ่อยสาสส แถมถามแต่ละอย่างแม่งถามไม่เป็นเรื่อง)

218 Nameless Fanboi Posted ID:Fotvejdyy6

>>217 ระวังมันส่งจอมพลแกร่ง "แห้ง" กู้โลกมาแทงไข่ข้างซ้ายของมึงแบบในเรื่องนะ

219 Nameless Fanboi Posted ID:UpDOdCa.Ff

>>218 ทำไมต้องแห้งกู้โลกวะ

220 Nameless Fanboi Posted ID:utB8vAE/.N

>>215 เอ้าเหรอ นึกว่าพูดถึงกู

btw ทำไมต้องทำมาเป็นว่ารู้จักกัน การออกตัวว่ารู้จักโซมีนมันเท่ตรงไหน สะเหล่อจัด

221 Nameless Fanboi Posted ID:6RW+DZVwUo

>>215 มึงนี่โง่พอๆกับเพื่อนมึงเลยไอ้เล่าเบียว กลับไปอ่านเม้นกูใน >>202 แล้วตีความด้วยสมองกลวงๆของมึงด้วยว่ากูสื่อถึงอะไรอยู่ ถามจริงพ่อแม่มึงเข้าใจผิดว่าถุงยางทำจากพลาสติกรึเปล่าวะ เลย ลด-ละ-เลิก จนเกิดมาเป็นมึงเนี่ย

222 Nameless Fanboi Posted ID:NRq//sbecv

>>221 มันก็เข้าใจผิดกันได้ไหม แล้วทำไมต้องเอาพ่อแม่ผมมาเกี่ยวหะ

223 Nameless Fanboi Posted ID:gk/ecOsrTa

>>221 ป.ล.เพื่อนผมมีหลายคนนะ ที่เล่นโม่งนี่ก็มีคนนึง

224 Nameless Fanboi Posted ID:0OcS7AgQYm

>>218 เวรล่ะกุไม่มีใข่ ถ้ามีก็อยูตรงท้องน้อยแทน //วิ่งไปหากระจับยักษ์มาสวมแปป
>>221 กลับไปดูในกระทู้วิจารณ์ ไอ้ห่าเล่าโปกนี่มันแมงป่องพิษชัดๆ ได้ทีเล็กๆน้อยๆตรงไหนก็วิ่งโร่แทรกร่วมวงจิ้มจุ่มกะเขาไปเรื่อย ถึงจะเม้นท์ไม่มีห่าอะไร แต่ขอให้ได้ปรากฎตัวซักหน่อยก็ยังดี(ใครใช้คอมอยู่น่าจะแปลภาษาต่างด้าวมันออก)

225 Nameless Fanboi Posted ID:aXDJeQVymT

โม่งตัวไหนแปะ โคลงโลกนิติในเม้น F กูว่าโทรลอย่าง F แม่งสวนกระแสไปงั้นแหละ มันไม่สนไรหรอก

226 Nameless Fanboi Posted ID:0OcS7AgQYm

>>224 เวรเอ๊ยทำไมพิมพ์เป็นไม้ม้วนได้วะสัส มึงเพิ่งด่าไอ่ฟิสิกส์กันไปด้วย

227 Nameless Fanboi Posted ID:r3EZg7+yme

>>224 ผมจะไปกินจิ้มจุ่มพอดี - o -'''

228 Nameless Fanboi Posted ID:Dka8CV000d

>>225 ไม่ใช่กู www กูจะฉะกับมัน ไม่มีเวลามามอบโคลงให้มัน อย่างไอ้ F แม่งกะเกรียนแต่แรกอยู่แล้ว

229 Nameless Fanboi Posted ID:b2KR3efYs4

เด็กเบียวก็คือเด็กเบียวเปล่าวะ จะไปเอาอะไรกับมันมาก ทำตัวแบบกูรู้ กูเหนือ ไปแจมชาวบ้านแบบก็รู้แต่กูไม่บอกมึงหรอก แต่ความจริงแม่งก็แอคโชว์ไปงั้น ตั้งแต่พยายามมาให้ข้อมูลทางกฎหมายโม่ง ผมมีเพื่อนเป็นทนายเหี้ยอะไรนี่ละ น่ารำคาญชิบหาย

230 Nameless Fanboi Posted ID:b3lBNSAVud

>>229 การให้ข้อมูลกฎหมายเป็นการจูนิเบียวไปซะละ

231 Nameless Fanboi Posted ID:Mau49v8NbB

เบียวแม่งวัลลาบี

232 Nameless Fanboi Posted ID:Fotvejdyy6

>>219 กูก็ไม่รู้อะ ตอนสับนิยายมันรู้สึกอิหยังวะเกินไปจนลืมสงสัย อาจเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า "เศษขนมปัง" ในภาษางานเขียน ที่โดนโปรยทิ้งไว้ให้สงสัยเล่น ประมาณว่า (1) กลางเรื่องหรือค่อนเรื่องพระเอกอาจจะใช้พลังมากเกินไปจนร่างกายผอม "แห้ง" ไปเลย หรือไม่ก็ (2) พระเอกชอบกินราดหน้ามาก แต่เป็นราดหน้าแบบแห้ง (ราดหน้าไม่ราดน้ำแล้วมันจะเรียกว่าราดหน้าได้ไงวะ) เลยเอามาใช้เป็นฉายาราดหน้า "แห้ง" กู้โลก แม่ง เริ่มชักจะจริงจัง คาดเดาไปต่างๆ นาๆ แบบเปลืองสมองละ เอ้อ ไอ้เศษขนมปังที่พูดถึงมันมีที่มาจากนิทาน ฮันเซล-เกรเทล นะ ที่เด็กๆ มันทิ้งเศษขนมไว้ตามทางที่เดินเข้าไปในป่า เวลาเดินกลับบ้านจะได้ไม่หลงป่าน่ะ

>>188 , >>192 ถุย คนเก่งจริงๆ ที่กูรู้จัก ไม่มีนิสัยชอบอวดเบ่งสักคนเลยว่ะ ขนาดเป็นนักมวยลุมพินีกล้ามเป็นมัดๆ ยังไม่ค่อยไปโพทนาบอกใครเลย คนที่ฉลาดๆ ก็ด้วย พวกนี้สมองเขามีไว้ใช้คิดอะไรที่ซับซ้อนอย่างที่พวกเราเข้าไม่ถึง-ตามไม่ทัน แล้วพอเขาคิดก็ไม่ค่อยมีเวลามาพูดพล่ามอะไรนักหรอก ส่วนใหญ่คมในฝักทั้งนั้น แล้วเป็นนักเขียนมันเกี่ยวอะไรกับกระทืบวะ หรือมันจะเปลี่ยนอาชีพเป็นอัณฑะพาล (จงใจเขียนผิด) เต็มตัว สู้ไม่ไหว นิยายห่วย เลยออกมาใช้กำลังแทนงี้อ่อ บ้าบอ... คนจริงไม่โม้ คนโตไม่เบ่ง คนเก่งไม่อวด โว้ยจำเอาไว้

>>190 ยินดีด้วยมึง Achievement Unlocked เหมือนกูแล้ว แต่หลังจากนี้ไปจะลำบากหน่อย อ่านเรื่องไหนก็จะขัดใจรัวๆ ถ้าเรื่องนั้นไม่ดีจริงจะจับผิดได้เรื่อยๆ เลย

>>194 เออว่ะ... อ่านแล้วทำไมมันดูแกรี่สตูว์วะ คุณสมบัติเพียบพร้อมเกินไป แต่มันแต่งนิยายห่วยนะ ซึ่งคุณสมบัติพวกนั้นมันเอามาช่วยอะไรไม่ได้ จริงๆ แล้วเนี่ย กูคิดว่าถ้ามันไปเอาดีทางด้านสารคดีแทน มันอาจจะพอไปได้นะ

>>195 กูเบื่อแล้วว่ะ คิดมาตั้งแต่ตอนมันตั้งกระทู้แล้วว่าเดี๋ยวแม่งก็กลับมา เหมือนน้องลิน ป้ามิริน และอื่นๆ อีกมากมายในบอร์ดที่รีเทิร์นทุกทีอะ ส่วนขาประจำรุ่นกลางกับรุ่นเก่าที่เก่งจริง เสือกหายยาว หายไปแบบไม่บอกไม่กล่าวอะไร ดองนิยายด้วย (กูยังรออ่านอยู่นะ)

>>200 พาดพิงกูไม อย่าเอากูไปยุ่งกับไอ้นี่อีกเลย สับไปคราวก่อนตอนเดียวก็เกินพอแล้ว

>>209 อันนี้กูอ่านแล้วขำเลย มันจริงมึง เจอเมนต์ดอกขาวทีไร กูไถจอจนฟิล์มกันรอยจะทะลุอยู่แล้วเนี่ย

>>213 รีวิวได้ดีงาม เดี๋ยวมู้หน้าขออนุญาตเอาไปปักหมุดไว้หัวมู้ด้วย โอเคนะ

233 Nameless Fanboi Posted ID:qRSokahPOT

>>231 หมายถึงตัววัลลาบีที่น่ารักๆ?

234 Nameless Fanboi Posted ID:foZ3gESFt.

>>213 ขอบคุณที่รีวิว คือ กูไปอ่านแล้วปวดหัวเลยปิดแม่ง อารมณ์กูแบบ เฮ้ย! กูไม่ไหว กูโง่

ส่วนพวกลาบอร์ด เท่าที่กูจำได้ไม่เห็นมีใครลาจริงจังสักคน นอกจากลาจากไอดีนั่น มาอีกไอดี คนกันเองเสือกทักจนแหก

235 Nameless Fanboi Posted ID:8cj9SRGczh

สอบถามหน่อยครับ กระทู้ยังแปะนิยายให้สับได้อยู่ไหม?

236 Nameless Fanboi Posted ID:.5cP6Fbgj7

>>235 เอาเรื่องใหม่ๆนะ/แบนพังพรอนทุกเรื่อง

237 Nameless Fanboi Posted ID:Dka8CV000d

>>235 มันก็แปะได้ตลอดอะ แต่โม่งสับจะสับมั้ยอีกเรื่องนุง

238 Nameless Fanboi Posted ID:8cj9SRGczh

>>236 แบนพังพรอนคืออะไรเหรอครับ?

239 Nameless Fanboi Posted ID:Fotvejdyy6

>>233 มันเป็น Urb Slang เหมือน นักหลวม หรือ ฟันเหลือง ของโม่งนั่นแหล่ะ แล้วจริงๆ มันก็ไม่ได้มาจากตัววอลลาบี้ (จิงโจ้น่ารักๆ) ด้วย แต่แปลงมาจาก Wannabe ส่วนความหมายก็อ่านในนี้ https://pantip.com/topic/31223369 ความเห็นที่ 8 แปลได้ชัดเจน

>>238 นายพังพอร์น(ฮับ) ชอบเอานิยายมาแปะหลายครั้งแล้ว แต่ละเรื่องเส้นเรื่องไม่เหมือนกัน พล็อตแตกต่างก็จริง แต่ความผิดพลาดมันเหมือนเดิมหรือคล้ายๆ กันหมด ถ้าจะให้สับก็เหมือนต้องพิมพ์แบบเดิมอีกรอบ ทีมสับเลยปล่อยเบลอ ไม่เอาแล้ว อธิบายก็ไม่เข้าใจ น้ำเต็มเขื่อน แล้วยังจะขยันมาแปะเรื่องใหม่อีก ไม่รู้มีปัญหาทางจิตหรือเปล่า

240 Nameless Fanboi Posted ID:Fotvejdyy6

>>233 อ่ะกูให้นี่อีกอันพร้อมคำที่มีความหมายตรงกันข้ามกับ วอนนาบี ด้วย (เครดิตกระทู้เดิม)

born to be - คือเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น เพื่อที่จะเป็นอย่างนั้น
wannabe - ไม่ใช่แต่พยายามจะเป็น พยายามนำเสนอตัวเองเกินเหตุ

241 Nameless Fanboi Posted ID:XeiKAN4iFj

>>239 ไม่ขี้เหงา ก็มาโซ

242 Nameless Fanboi Posted ID:SsT5DInZ8M

>>236 แบนพังพรอน หมายถึง อย่าเอานิยายของน้องพังพรอน ในเด็กดี ลงมาให้สับอีก เพราะสับไป(หลายรอบ) แล้วนะ

243 Nameless Fanboi Posted ID:Mau49v8NbB

>>240 วัลลาบี = ภาษาของเหล่าเก้งกวางและขุ่นแม่ที่ทำให้วันนาบีดูตอแหลกว่าเดิม

244 Nameless Fanboi Posted ID:SsT5DInZ8M

ชห. กุจะแท็ก >> 238 นะ

245 Nameless Fanboi Posted ID:aXDJeQVymT

ต่อจาก >>213 นะ ตามที่บอกจะมาพูดถึงความรู้สึกหลังอ่านกับข้อผิดพลาดทางวิทยาศาสตร์ในเรื่อง(เท่าที่จับได้ในแปดตอน)
ที่แยกกันเพราะอันนี้เป็นความรู้สึกกับการตีความของกูล้วน ๆ อาจมีคนไม่เห็นด้วยแน่ ๆ แต่อันแรกมันตามเนื้อผ้างาน

ความรู้สึกหลังอ่าน
เหนื่อยและงง และหลาย ๆ ฉากกูไม่อินเลยเช่นฉากล่าไก่ พวกฉากเวลาล่าสัตว์หรือเกี่ยวกับสัตว์ป่าและลูกมันจะทำให้กูนึกถึงเพชรพระอุมาเล่มแรก ๆ ฉากที่ดารินไปอุ้มลูกเสือแล้วรพินทร์ต้องฆ่าลูกเสือกับดักฆ่าแม่มันตลอดเลย ความรู้สึกกูนะ กูว่าถ้าฆ่าแม่มันก่อนแล้วค่อยไปเห็นลูกทีหลังมันน่าจะอิมแพคหรือเศร้ากว่าฆ่าลูกก่อนแต่กูคงไม่ต้องบอกนะว่าสองเรื่องนี้เทียบกันฉากไหนกูอินกว่ากัน

ที่บอกว่าเหนื่อยกับงงคือฉากลงจากอวกาศ มันให้ข้อมูลที่ไร้สาระจนไม่รู้จะยังไงเลยแล้วตัวเลขเยอะอีก ไม่ใช่กูอ่านไม่รู้เรื่องนะแต่มันเหมือนที่โม่งหลายคนบอกอ่ะ เหมือนอ่านหนังสือเรียนแต่ไม่มีคำอธิบายให้เข้าใจหรือเห็นภาพ ถ้าคนเขียนคิดว่ามันจะเป็นสาระ เขียนมาแบบนี้กูไปอ่านชีตฟิสิกส์ ม.ปลายที่อาจารย์แจกให้เมื่อนานมาแล้วยังจะดีกว่าอีก กูจะบอกอะไรให้นะคนเขียน ฟิสิกส์จะให้เข้าใจได้เนี่ยมันต้องทำให้คนอ่านเห็นภาพแล้วยิ่งมันเป็นนิยายอีก มันจะเป็นงานที่หนักมากเพราะมึงต้องใช้แค่คำ อักษร ในการอธิบายให้คนอ่านเห็นเหมือนกับอาจารย์กำลังวาดแผนภาพแตกแรงให้ดูบนกระดาน เข้าใจ๋

ความขัดแย้งทางวิทยาศาสตร์
ไม่รู้นะว่าคนเขียนแท็กแค่คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และโปรแกรมมิ่ง เลยไม่สนใจศาสตร์อื่นเลยหรือเปล่าแต่ข้อขัดแย้งทางวิทยาศาสตร์ที่หนักเอาการคือผลหลังจากภูเขาไฟระเบิดเฟร้ย(นับเป็นภูมิศาสตร์หรือโลกศาสตร์อันนี้กูไม่แน่ใจ)

เรามาดูกันที่ในเนื้อเรื่องก่อน ฉากที่เรย์ลงจากอวกาศมาได้แต่ระหว่างแคปซูลตกกลับมีภูเขาไฟระเบิดเลยต้องหาทางเอาตัวรอด ไอ้ผลของเถ้าภูเขาไฟที่ทำให้กางร่มชูชีพไม่ได้เนี่ยถูกต้อง แต่หลังจากฉากนี้เนี่ย แหม คนเขียนทำเหมือนลืมไปหมดเลยว่าในเรื่องเคยเกิดภูเขาไฟระเบิด

อย่างแรกมันออกจากแคปซูลที่ตกกลางป่ามาได้(จำสถานที่ตกนะ มันจะมีผลกับที่กูจะอธิบายต่อ) แล้วทีนี้มันก็โดนลาวาแต่ชุดมหาเมพก็พามันรอดมาได้ นั่นหมายความว่าระยะทำลายล้างของภูเขาไฟอยู่ในป่า ป่าถูกเผาทำลายด้วยต้องเกิดเถ้า ฝุ่นควันแน่นอนและภูเขาไฟมันอาจจะไม่ได้จบแค่การระเบิดเพียงครั้งเดียว

แล้วดูสิ่งที่เรย์ทำหลังจากรอดจากลาวาได้ หาแหล่งน้ำ ทำที่อยู่อาศัยเล็ก ๆ หาอาหาร กูขอถามว่าถ้าเป็นมึงจะทำอย่างนั้นหรือไม่?

โอเคสมมติว่าจริง ๆ แล้วเอเธน่าประเมินว่าภูเขาไฟจะไม่ระเบิดครั้ง 2 แน่นอน เรย์เลยเลือกอาศัยอยู่ในป่าแต่ทีนี้มันมีฉากนึเกิดขึ้นช่วงที่เรย์หาอาหารซึ่งก็คือถนอมอาหารที่หาได้เเละเลือกวิธีตากแดด

ว้าว อีเหี้ย อยากกินไก่แห้งเคลือบเถ้าภูเขาไฟหมักกำมะถันก็ไม่บอก นี่ยังไม่พูดถึงการบรรยายเช้าวันถัดมาว่าอากาศสดใสอีกนะ ว้าว เถ้าภูเขาไฟสลายไปได้อย่างรวดเร็วราวกับมีฝนตกหนักพายุเข้าแต่เดี๋ยวนะ ถ้าฝนตก กำมะถันในอากาศจะผสมกับน้ำจนกลายเป็นฝนกรดแล้วแหล่งน้ำตรงที่พักจะรอดจากฝนกรดได้อย่างไร

อันนี้ยังไม่นับพวกเถ้าหลากอีกนะแต่แถให้ได้ ก็ภูเขาไฟมันไม่ได้สูงชันมากไงเลยไม่มีเถ้าหลาก

แล้วก็ไม่ต้องบอกนะว่า ก็เขียนไว้แล้วไงว่าหนีออกมาจากบริเวณอันตรายของภูเขาไฟแล้ว แหม ภูเขาไฟส่งเถ้าขึ้นไปสองกิโล พื้นที่ที่จะได้รับผลของเถ้าที่กระจายไปในบรรยากาศกว้างกว่าที่คนคนหนึ่งจะวิ่งหนีได้ในชั่วข้ามคืนแน่นอน(และแน่นอนว่าบักเรย์ไม่ได้วิ่งตลอดคืน)

นี่คือความผิดปกติที่กูจับได้ตลอดการอ่านแปดตอน มันมีแค่เรื่องเดียวแหละแต่มันขัดกับหลาย ๆ เหตุการณ์ในเรื่องเลยขอติหน่อย

คะแนน : เพลงใหม่ Getsunova "นิยายวิทย์ที่ขัดหลักวิทย์"

>>226 ไม่เป็นไรมึง กูยังเขียนความเรียบร้อยใน >>213 ผิดเลย 5555
>>232 โอเคจ้า

246 Nameless Fanboi Posted ID:aXDJeQVymT

ขอต่อจาก >>245 อีกนิดนึง กูลืมเขียนไป

ถ้าให้วิเคราะห์เดาเล่น ๆ ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ทั้งที่คนเขียนก็จั่วหัวว่าเป็นวิทย์ซะขนาดนั้น กูคิดว่าคนเขียนตอนวางโครงครั้งแรกไม่ได้คิดจะให้มีภูเขาไฟระเบิดหรอก คงจะแค่ให้ตัวเองลงจากอวกาศได้แล้วก็เอาตัวรอดเลยแต่อาจจะคิดว่าช่วงแรกตอนหาทางลงจากอวกาศอาจจะไม่ตื่นเต้นเร้าใจแลยเพิ่มเรื่องภูเขาไฟระเบิดไปด้วยแต่คือดันลืมแก้ไอ้ที่วางไว้ตอนแรกด้วยไง มันเลยออกมาเป็นนิยายวิทย์ที่ขัดหลักวิทย์แบบนี้

247 Nameless Fanboi Posted ID:Mau49v8NbB

มาแล้ว category ใหม่ นอกจากอิหยังวะอวอร์ด
ย้อนแย้งแบบเพลงใหม่ Getsunova

248 Nameless Fanboi Posted ID:BI.Ryq9IFF

อีฟิสิกส์คนไหนวะ กูงงแล้ว

249 Nameless Fanboi Posted ID:Fotvejdyy6

>>248 https://www.dek-d.com/board/view/3957351/ เจ้าของความเห็นที่ 9 อ่านความเห็นย่อยด้วยล่ะ

คำเตือน:เนื้อหาค่อนข้างรุนแรง เพราะมีคนโดนตบจนหน้าหันอยู่หลายครั้ง

250 Nameless Fanboi Posted ID:SsT5DInZ8M

ถ้าเจอเม้นต์นี้ในเดกดวกนะ z,][g,o9Nfuws,8iy[M น้อนเป็นคนสุพาบ.. เห็นไหมพวกมรึง
z,][g,o9Nfuws,8iy[M = ผมลบเม้นต์ดีไหมครับ?

(กรูทำอะไรอยู่ฟระเนี่ย.. โว๊ะ!)

251 Nameless Fanboi Posted ID:07Nfeow3/Q

>>250 ขยันมากมึง(และถ้ากุอยู่หน้าคอม...กูก็คงทำ)แต่สงสัยว่าจะมีซักกี่คนวะที่รู้ว่าต้องแกะคำต่างดาวนี่ยังไง

252 Nameless Fanboi Posted ID:b2KR3efYs4

>>250 เรื่องแบบนี้ต้องถามความเห็นคนอื่นด้วยเหรอ

253 Nameless Fanboi Posted ID:RXqo934wUp

>>224 บอกไว้ แต่ไม่ทันเห็น กุอยู่หน้าคอมพอดี ตอนแรกไม่คิดไร.. คงพิมพ์มั่ว แล้วก็เลยหยิบกระดาษปากกามาจด
(ปล. ไม่ได้มีทริกห่าไรเลย ยังห่างชั้นจากสืบสวนสอบสวนที่กุไม่ชอบอ่านมากๆๆ)
ลำไย

254 Nameless Fanboi Posted ID:Fotvejdyy6

มู้วิ่งช้าแล้ว เพราะไม่มีทั้งดราม่าให้ตามและนิยายให้สับ ก็ดีเหมือนกันจะได้มีเวลาไปแต่งนิยายบ้าง 555

255 Nameless Fanboi Posted ID:4GsnRtG6O0

วันจันทร์มึง ให้เด็กๆ ทำการบ้านหน่อย

256 Nameless Fanboi Posted ID:/VJmByMJPw

ขอบคุณมากนะครับ so mean ที่ช่วยสับและแนะนำ

ปล.
เสียสละเวลาขนาดนี้แม่งยังมีคนไม่เก็ต เห็นละท้อแทนจริง ๆ ยังไงจะเป็นกำลังใจให้เสมอนะ

257 Nameless Fanboi Posted ID:2u8Fh.NC2+

นักเขียนเด็กดวกสมัยนี้ บางคนชอบมีนิสัยเหมือนพระเอกเอ็จจี้นิยายจีน พอเขียนได้ทำเป็นเก๋าข่มคนที่ด้อยกว่าตน ใครจะวิจารณ์อะไรแม่งจะต้องเถียงชนฝา ยิ่งสำเร็จมากยิ่งเหลิง

258 Nameless Fanboi Posted ID:hQsiJrl7Kx

>>256 เห็นคุยเรื่องโซมีนสับก็เลยแวะไปดูที่มู้มา พอเห็นคอมเมนต์โซมีนบอกว่าเรื่องนี้มีแววก็เลยลองกดลิงก์ไปอ่านดูบ้าง อ่านจบ 4 ตอนรวดไปอย่างรวดเร็ว เรื่องภาษานี่ใช้ได้เลย คำผิดก็น้อย มีประโยคไม่สมูทอยู่บ้างแต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ฝึกไปนานๆ เรื่องนี้ก็จะหมดไปเอง

ที่จะเสริมเพิ่มจากของโซมีนคือ เราอาจจัดนิยายเรื่องนี้ไว้ในกลุ่มเซเน็น (เหมาะกับวัยรุ่นตอนปลายขึ้นไป) แทนโชเน็น (เด็กและวัยรุ่น) เพราะเนื้อหาในเรื่องมันค่อนข้างหนักตั้งแต่เริ่ม ถ้าเป็นเด็กมาอ่าน 10 คน อาจมีเด็กเพียง 2-3 คนเท่านั้นที่จะไปต่อกับเรื่องนี้ ตรงหน้าปกที่เขียนเกี่ยวกับฆาตกรไว้ เราว่าน่าสนใจมาก แต่มันไม่ควรโดนเอามาแปะไว้ตรงนี้ อ่านแล้วรู้สึกเสียดายศักยภาพในฉาก มันควรกลายเป็นอีกหนึ่งฉากประทับใจนักอ่านในตอนท้าย หลังจากปูเรื่องไปได้พักใหญ่แล้ว

คือไม่ผิดที่จะแปะ แต่มันเป็นดาบสองคม เพราะหน้าปกตรงนี้ควรใส่อะไรที่มันเชิญชวนและดู mysterious หน่อย ถ้าจะให้แนะนำก็คือทำคล้ายของเรื่องขยี้ใจนายสโนว์ไวท์หรือพันธนาการปราสาทเหมันต์ก็ได้ คือเราอาจเลือกประโยคเท่ๆ มาวางไว้สักประโยคสองประโยค ให้นักอ่านคาดเดาว่าสิ่งนี้ถูกพูดในสถานการณ์ไหน โดยไม่บอกอะไรเพิ่ม (แทนที่จะลงเต็มฉากทั้งหมดแบบนี้) ถ้าภาพประกอบคือรูปบนป้ายโฆษณาอาหาร และคำโปรยคือข้อมูลกับรายชื่อวัตถุดิบ หน้าปกก็คือจุดที่เราจะปล่อยกลิ่นออกมาล่อ เมื่อลูกค้าเห็นภาพและได้กลิ่นแล้วเกิดสนใจ ทำไมเขาจะไม่อยากลองชิมอาหารในร้าน

ตอนนี้ที่ทำอยู่คือ เอาอาหารเมนูแนะนำออกมาให้ลูกค้าชิมฟรี คนที่ชิมแล้วไม่ชอบก็จะเดินไปทางอื่นเลย แม้ว่าจะฟังดูไม่ค่อยดีนัก แต่เราควรทำทุกทางเพื่อให้อย่างน้อยทุกคนลองเข้ามานั่งในร้านแล้วทานดูสักจาน (1 ตอนแรก) หลังจากนั้นเขาจะกลายเป็นลูกค้าประจำ หรือไม่กลับมาอีก ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วในขั้นต้น (ได้ยอดวิวมาสะสมเป็นรางวัลปลอบใจ)

เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่โซมีนว่าไว้กับการปรับเนื้อเรื่อง ถ้าเลือกจะเดินเส้นทางเซเน็นแล้วก็อาจจะไม่ต้องปรับอะไรมาก แต่ถ้าอยากได้นักอ่านกลุ่มเด็กหรือวัยรุ่นด้วยอาจต้องปรับเปลี่ยนและโยกย้ายอะไรหลายอย่าง ส่วนเส้นเรื่องที่แนะนำก็

ไอศูรย์พบระบบในเรื่องเข้าโดยบังเอิญ >>> เดินเรื่องแบบให้พระเอกเข้าไปเก็บเวลสโลวไลฟ์ ไม่ได้ตั้งใจเก็บเลเวลเท่าไหร่ หรือเลือกไปเฉพาะเซฟโซนที่ไม่เป็นอันตราย >>> ให้พระเอกหาประโยชน์โดยการนำเอาสกิลที่ได้มาอำนวยความสะดวกตัวเองในโลกจริง >>> ปล่อยให้เรื่องสบายๆ ไปสักพักค่อยเพิ่มระดับความเข้ม ให้ไอพบว่าพ่อป่วยเป็นมะเร็ง >>> สกิลที่ใช้รักษามะเร็งต้องใช้ระดับสูงแต่ไอเลเวลน้อยเกินไป จะให้เก็บเลเวลตอนนี้ก็ไม่ทันการ >>> พ่อตาย (ไม่ได้ด่านะ) >>> ไอสิ้นหวังโทษตัวเองพยายามหาทางชุบชีวิตพ่อแต่ก็ไม่ได้ผล >>> ลงมือฆ่าตัวตายแล้วบังเอิญไปเปิดเควสพิเศษได้ในเสี้ยววินาทีของความเป็นความตาย >>> ย้อนเวลากลับมาตามเงื่อนไขเควส หรือทำเควสสำเร็จจนได้รางวัลเป็นการย้อนเวลา >>> กลับมาถึงช่วงที่พ่อยังไม่ตาย >>> คราวนี้ไอก็จริงจังกับชีวิตเก็บเวลแบบเลือกเควสยากๆ โหดๆ >>> เควสเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการฆ่าคน หรืออะไรที่รุนแรงกว่านั้น >>> เดินเรื่องตามเส้นเรื่องที่วางแผนไว้แบบเดิม อะไรประมาณนี้

สังเกตว่าความหนักเบาของเรื่องจะเปลี่ยนไป และค่อยๆ ไต่ระดับตามเงื่อนไข และเหตุผลของตัวละคร ว่าเขาต้องทำสิ่งเหล่านั้นไปเพราะอะไร อะไรทำให้ตัวละครมีพัฒนาการมาจนเป็นแบบปัจจุบัน และเมื่อพวกเขาเปลี่ยน ทั้งนิสัยแนวคิดและการกระทำส่งผลยังไงต่อเนื้อเรื่องต่อ นอกจากความจริงจังของเนื้อหาจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว คนอ่านก็จะอินไปกับเนื้อเรื่องได้มากกว่าการที่เราสร้างฉากให้เกิดอะไรปุบปับ เมื่อพระเอกเข้าสู่ภาวะที่พร้อมต่อสู้หรือเข้าสู่โลกของความรุนแรง นักเขียนก็สามารถขยายสเกลเรื่องให้กว้างขึ้นได้ด้วย จากนิยายระบบสโลว์ไลฟ์เข้าไปชมนกชมไม้ หาสกิลกลับมาใช้ในโลกจริง กลายเป็นการล่าสกิล เก็บเลเวล ไล่ตามเส้นตายเวลาเพื่อรักษาพ่อ จนเมื่อจบอาร์คนั้น พระเอกอาจถูกหมายตาจากกลุ่มบุคคลขนาดใหญ่ในมิติ เพราะการโหมเก็บเวลอย่างดุเดือดจนถูกชวนเข้าไปในกลุ่ม เพิ่มขอบเขตจนกลายเป็นนิยายระบบซึ่งมีการรบระหว่างแคลน หรือรบเพื่อเข้ากุมอำนาจปกครองมิติแบบเบ็ดเสร็จ ก่อนจะต้องเผชิญหน้ากับผู้สร้างมิตินั้นในศึกสุดท้าย (ว่าไปนั่น เลอะเทอะใหญ่ละ)

เนี่ย ถ้าวางแผนดีๆ เราจะตกได้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ขยายสเกลเรื่องขึ้นได้เรื่อยๆ จนถึงตอนจบ ใครจะไปคิดว่าจากชายหนุ่มธรรมดาในมิติระบบเก็บเวลเรื่อยเปื่อย จะกลายมาเป็นเรื่องการต่อสู้ร่วมกับเพื่อนในกิลเพื่อจัดการผู้สร้างมิติไปได้ในตอนท้าย ซึ่งพัฒนาการเนื้อเรื่องแบบนี้มันชวนติดตามมากกว่า ดูมีอะไรมากกว่าเรื่องที่มีแค่ "ฆ่ามอนสเตอร์ได้รับ EXP ... และเงินจำนวน ...." เพียงอย่างเดียวเป็นไหนๆ

`มะม่วงเอง

259 Nameless Fanboi Posted ID:2gE.7Fm9KK

พอได้อ่านการสับนิยายในเด็กดวกแล้ว mind-blow เลยตามมาจากบอร์ด สาระสัสๆ สาระเห้ๆ สาระที่กูไม่เจอในเดกดวกมาแสนนาน ขอบใจชิบหายเหล่านักสับในโม่ง

260 Nameless Fanboi Posted ID:2gE.7Fm9KK

กำลังนั่งอ่านจนตาแฉะน้ำเยิ้มตั้งแต่บทที่ 1-25

261 Nameless Fanboi Posted ID:p16xE+Y7gb

>>258 ขอบคุณที่พักหลังมาขยายความให้ตลอดเลยว่ะม่วง กูแม่งหย่อนได้สั้น ๆ แล้วก็ไป งานยุ่งชิบหายตั้งแต่คริสต์มาส แม่งงงง

262 Nameless Fanboi Posted ID:hQsiJrl7Kx

>>259 https://youtu.be/AMsGTEuCQCU?t=51 ยินดีต้อนรับสู่โม่งแลนด์แดนคนเถื่อน

>>261 ไม่เป็นไรมึง ถือว่าช่วยๆ กัน แต่บางทีกูก็เกร็งๆ ด้วย กลัวมึงแอบด่าว่าแย่งงาน (ก็มึงเป็น จขกท. อะ)

263 Nameless Fanboi Posted ID:.vNVexX49t

>>258 ขอบใจมากมะม่วง
มึงไปไกลกวาที่คิดไว้เยอะแถมไอเดียดีด้วย
พูกตรง ๆ ว่ากูลองแนวตลาดครั้งแรก แต่เสือกไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตลาดเลบ
จริง ๆ มีสต็อกตอนไว้ไม่เยอะเท่าไหร่ ยังปรับตัวทันอยู่
ขอบใจมาก ๆ นะ มั้งม่วงและมีน

ปล. กูเลิกสับ แล้วเขียนนิยายมาให้พวกมึงสับดีกว่า 555 สับดีกว่ากูเยอะจริง ๆ ทำให้กูรู้ตัวว่ากูยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก

264 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>239 โอโห...นี่ผมขยันจนโดนชาวโม่งแบนเลยเหรอเนี่ย ปีนี่ว่าจะเขียนมาให้สับแบบเดือนเว้นเดือน เศร้า

265 Nameless Fanboi Posted ID:+VGlFphC6B

>>264 มึงพัฒนาซะบ้างเขาก็ไม่แบนหรอก เอามาแปะทีไรก็ต้องสับซ้ำๆ มีเหี้ยไรเปลี่ยนบ้างเนี่ย

266 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>265 ผมเอามาแปะแรก ๆ เห็นบ่นเรื่อง POV ผมก็เอาไปปรับในเรื่องใหม่ ให้มันชัดขึ้น พอเอาเรื่องใหม่มาแปะ ก็โดนเรื่องปกเอย เรื่องชื่อเอย เรื่องหมวดเอย ผมก็ปรับตามความเหมาะสม เห็นมีคนติว่าเส้นเรื่องมันไม่ชัด ผมคิดว่ามันอยู่กำลังในช่วงปูเรื่อง ก็เอาไปเขียนให้จบก่อน แล้วมาแปะอีกรอบ พี่คนที่มาสับ เขาก็ดูเข้าใจดี

ที่ว่ามานี่ไม่ได้จะแถว่านิยายมันดี แต่อยากรู้ว่ามันไม่พัฒนาตรงไหนเหรอ

267 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>266 พัฒนาการมึงช้ามาก อย่าหวังว่าทำอะไรแล้วมันจะดีขึ้นปุ๊บปั๊บ มึงต้องสะสมฝีมือประสบการณ์อีกเยอะ อย่าคิดว่าเปลี่ยนแต่สำหรับสายตาคนนอกมันไม่ใช่ คนสับไม่ใช่ครูที่จะมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชนั่งตามพัฒนาการมึงทุกกระเยียดนิ้ว มึงทำให้มันพัฒนาจนเห็นความต่างชัดๆ แล้วค่อยมาให้คนอื่นสับเถอะ ในสายตากูตอนนี้มึงยังเดิมๆ มาก

268 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>267 มึงอย่าคิดแค่ว่ามึงเปลี่ยน* ทุกกระเบียดนิ้ว**

269 Nameless Fanboi Posted ID:0uvW5l+5WE

>>266 น้องพังพรอนคะ น้องต้องเข้าใจว่าที่นี่ แม่ง.. เถื่อน คนสับน่ะสกิลมีของจริงน่ะใช่.. ที่แนะนำไปดีๆ ก็มี คนไม่ชอบแค่เห็นปก เห็นชื่อก็ด่าแม่งก็มี
คือมึงหวังให้ทุกคนเป็นคนดี เป็นคุณพี่ใจดีคอยแนะนำว่าต้องเขียนอย่างไรถึงจะดีน่ะ ไม่มีทาง
คัดกรอง.. ใช้วิจารณญาณให้มากๆ ส่วนที่ดีเป็นประโยชน์ เก็บไปใช้.. งานของคนอื่นที่ถูกสับไว้ด้วยเช่นกัน.. ส่วนที่มันไม่ดี..ก็กองทิ้งไว้ตรงนี้แหละ
ที่นี่ก็เหมือนซ่องโจร.. เหมือนเล้าหมู.. ไม่ต้องเดินใส่สูท ผูกไทด์ เข้ามาอธิบายด้วยความเป็นผู้ดีก็ได้
โว๊ะ!

270 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>267 ผมเคยได้ยินใครก็ไม่รู้พูดประมาณว่า "ไม่ว่าเราจะปรับแก้งานมากแค่ไหน มันก็จะมีจุดผิดพลาดบางประการ ที่เรามักมองข้ามมันเสมอ" เมื่อก่อนผมไม่รู้เลยนะครับ ว่า POV คือแมวอะไร ขีด ๆ เขียน ๆ ไปงั้น แต่ด้วยการแนะนำของชาวโม่ง ทำให้ผมถึงบางอ้อ เพราะฉะนั้น สำหรับมือใหม่อย่างผม การเอานิยายมาแปะในโม่งนี่ถือเป็นเรื่องอย่างยิ่งเลยน้า

271 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>269 ขอบคุณมากครับคุณพี่ ไอ้เรื่องโดนด่าผมไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก แต่เรื่องโดนแบนน่ะซี อันนี้ดับอนาคตกันชัด ๆ

272 Nameless Fanboi Posted ID:MuS/TE2q3s

>>269 แนะนำเพิ่มเติมในฐานะพี่สาวใจดี.. เข้าใจว่ามึงยังเด็ก(เป็นนักเรียนอยู่)
สมมุติว่าถ้ากูเป็นมึงในตอนนี้ โดนด่าไปนับครั้งไม่ถ้วน.. สิ่งที่กูจะทำคือกุจะไม่มีวันหยุดเขียน แต่กูจะเก็บทุกอย่างในทุกที่มาพัฒนางานของตัวเอง รอกูอีกสักสิบปี.. วันนั้นกูจะงานมาปาใส่หน้ามึง จนหาที่ติไม่ได้.. พร้อมกับข้อความ ขอบคุณที่ด่าผมในวันนั้น
จาก.. กู ผู้เลิกเขียนในสมัยเรียน เพราะคนอื่นแม่ง!บอกว่าไร้สาระ ทำเป็นอาชีพไม่ได้

273 Nameless Fanboi Posted ID:DQ0IwJzNsu

เพิ่งมาดู ไฟลุกแต่ต้นปีเลยเหรอ แต่กูเคืองอย่าง พ่อกูเป็นนักฟิสิกส์ กูก็เด็กเลข กูไม่นับมันเป็นพวก!!!

274 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>270 อ่านแค่นี้ก็รู้แล้วว่ะว่าเป็นคนประเภทไหน มึงต้องการแล้วคนอื่นเขาต้องให้มึงเหรอ พอคนอื่นเขาไม่ให้มึงก็ดีดดิ้นว่าคนอื่นไร้น้ำใจ เหอๆ

275 Nameless Fanboi Posted ID:zTJh1U7pZS

พังpornคนเดิมเพิ่มเติมคือโดนแบน แปะบ่อยเกินไปเหรอ? เปล่าสันดานแม่งเหี้ยไม่ปรับปรุงเอาแต่คอยกวนตีนโม่ง มึงขยันจริงมึงพัฒนาแล้ว ขยันแต่เรื่องไร้สาระสิไม่ว่า

276 Nameless Fanboi Posted ID:Kt3Gri3f.9

พัง porn เด็กเหรอ กูว่าไม่เด็กหรอก ดูจากดาวแล้วน่าจะอยู่มานานกว่ากูอีก

277 Nameless Fanboi Posted ID:Kt3Gri3f.9

>>276 สัส จำผิดคน

278 Nameless Fanboi Posted ID:EfS9IOLHFc

>>271 ง่าย ๆ เลยจ้า สร้างร่างแยกอัพเรื่องใหม่แปะใหม่ ถ้าเขาจับไม่ได้ว่ามึงคนเดิมก็แปลว่ามึงพัฒนาแล้ว แต่ถ้าเขาชี้หน้ามึงว่ามึงคือพังพอนใช่ไหม!! ก็แปลว่างานมึงมันยังผิดเหมือนเดิม

279 Nameless Fanboi Posted ID:+VGlFphC6B

ที่มึงเขียนแม่งโฟกัสไม่ตรงจุดว่ะ แทนที่จะใส่เนื้อมาเลย ดันพ่นแต่น้ำตลอดทาง ถึงมึงจะบอกว่ามันเป็นการปูเรื่อง แต่ถ้าส่วนนั้นมันทำให้นิยายมึงจืด ไม่น่าติดตาม ทำไมถึงไม่ลองเขียนแบบใหม่ๆ มั่งวะ ยึดติดอยู่กับแบบเดิม เอามาแปะกี่รอบแล้ว ต้องพัฒนาน้อยแค่ไหนถึงได้แทบไม่ต่างกับรอบเดิมเลย กูเห็นคราวที่แล้วเขาสับของมึง อันใหม่ที่เอามาแปะแม่งก็วกสับอยู่กับประเด็นเดิม

มึงเคยอ่านนิยายแล้วเห็นเทคนิคดีๆ ของคนอื่นเขาบ้างมั้ย ยกตัวอย่างนิยายมึง ตัวเอกชื่อ แดน แต่กว่าไอ้แดนมันจะพัฒนาตัวเองจนเก่งก็ต้องฝึกฝนอีกนานกว่าจะเข้าเรื่อง แล้วมึงจำเป็นต้องเขียนปูอย่างนั้นแบบเดียวจนกว่ามันจะเก่งมั้ยยยย

มึงเคยเห็นนิยายที่มันเอาเหตุการณ์พีคๆ มาล่อปะ ชั้นเชิงอะมึงงง คิดบ้างว่ามันเล่า มันบรรยายออกมาได้หลายรูปแบบ เล่าแต่ต้นเรื่องเอย ย้อนความเอย แทรกเนื้อหาตามตอนเอย เท่าที่ผ่านตากูนิยายมึงออกแนวคดี (น้ำ) มึงก็หัดทำให้มันมีจุดพีค จุดน่าติดตามเพื่อล่อคนอ่านบ้างดิ

ต้นเรื่องมันคือสิ่งที่จะทำให้คนอ่านตัดสินใจเลยนะเว้ย ว่าจะตามหรือเทแม่งตรงนี้ มึงไม่คิดจะทำให้นิยายมึงมีส่วนที่น่าสนใจตอนต้นบ้างเหรอวะ ถ้าเปรียบนิยายมึงเหมือนแผนที่โลก แม่งก็แค่พื้นดินแบนราบ ไม่มีเขาสูงชัน หรือพื้นที่ลุ่มลึกอะไรเลยอะ

280 Nameless Fanboi Posted ID:p16xE+Y7gb

>>262 โทษทีดีเลย์ เพิ่งตื่น ไม่ได้คิดประเด็นแย่งงานอะไร กูอีโก้ต่ำ (ถ้าเทียบกับพวกแก้วทั้งหลายก็น่าจะต่ำจริงๆ) กูก็เกรงใจมึง เหมือนมึงต้องมาตามเก็บงานไรงี้

เหมือนพังพอร์นไม่เข้าใจคำว่าเดิมๆ สักที การเอามาให้สับทุกเดือนคือมีประโยชน์อะไร ในเมื่อพัฒนาการไม่ได้ก้าวกระโดดอะไร ยังคงวนเวียนอยู่ประเด็นเดิมๆ พอติก็ยังน้ำเต็มแก้วเหมือนเดิม ผมเขียนดีขึ้นแล้ว ผมแก้ไขนะ มันคนละเรื่องกัน พล่ามแม่งอยู่ได้

การเอามาให้สับทุกเดือนไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากทำให้กระทู้ไหลเร็วขึ้น อย่ามาอ้างว่าการโดนแบนมันตัดอนาคต อนาคตส้นตีนอะไรล่ะ โม่งเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องประคับประคองมึงไปตลอดชีวิตหรือไง อนาคตมึง มึงก็จัดการตัวเองสิ พวกเราแค่คนผ่านทาง ชี้มึงได้แค่นั้น หมดความอดทนและบายแล้ว ป้อนให้มึงมาก็ไม่น้อย มากกว่านี้คือจับมือเขียนแล้ว ได้ตังค์จากมึงไหม ก็ไม่ มึงเป็นผัวเหรอ ถึงได้มาสั่งให้กูช่วย แล้วกูต้องช่วยอ่ะ

ถ้ามึงกระสันมากนัก ก็หัดไปขวนขวายหาความรู้เอง หาเวิร์กช็อปจ่ายเงินเข้าไปเรียนสิ 3,000 5,000 10,000 ก็ว่ากันไป แต่จะผ่านขั้นสกรีนหรือเปล่า จากฝีมือมึงเนี่ยกูยังไม่แน่ใจเลย และถ้านี่เป็นวิชา Language Communication เด็กที่ไม่ได้มีฝีมืออยู่แล้ว เขียนสื่อความไม่ได้ ลูกเล่นเทคนิกห่วย แถมพัฒนาการต่ำอย่างมึง จบเทอมอย่างเก่งก็ได้แค่ C ว่ะ

281 Nameless Fanboi Posted ID:L9DCMZrHVF

>>280 +1 ถูกใจ พังpornไม่ใช่เด็กอมมือสองขวบ โม่งช่วยมึงมากกว่ารายอื่นแล้วยังจะเอาอะไรอีก มึงไม่เหมือนคนอยากเขียนเก่งขึ้นเลยไม่เห็นพยายามสักอย่างรึแค่อยากให้โม่งชมเหรอ โตแล้วใช้สมองบ้างไม่ใช่เอาแต่ใจ

282 Nameless Fanboi Posted ID:WUCcXrhiUY

กุว่าพังพรก็พัฒนานะ ขยันเขียนซึ่งก็ดี แต่ดันนำเสนอแต่อะไรที่มันไม่น่าสนใจ
ก็กลายเป็นขยันในเรื่องโง่ ๆ ไป เมิงลองให้คะแนนซีนแต่ละซีนที่เมิงนำเสนอในเรื่องดู
อะไรที่คะแนนต่ำกว่าหกเต็มสิบเมิงก็อย่าปล่อยออกมา ถ้ามันจำเป็นเมิงก็ต้องพัฒนาให้มันน่าสนใจ
เก้าคะแนนสิบคะแนนค่อยปล่อยออกมา
กุเห็นด้วยเรื่องนามปากกา เมิงลองเปลี่ยนดู ถ้าโม่งยังด่าเหมือนเดิม
ก็แสดงว่าเขาแบนเพราะเมิงไม่พัฒนาข้อเสียใหญ่ของเมิงสักที

283 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

โอ้โห นอนกลางวันไปหน่อย คนมาต้อนรับกันเพียบเลย

>>272 ขอบคุณมากครับพี่ ผมก็เขียนเรื่อย ๆ แหละ ***

>>275 สรุปเป็นที่สันดาร ไม่ใช่นิยาย?

>>276 ดาวไหนเหรอครับ ในเด็กดีผมแค่ 1 ดาวเองน้า

>>278 ไอเดียเริดมากครับ แต่งานปีนี้มีแต่สานต่อโปรเจคเก่า ๆ ถ้าว่าง ๆ เดี๋ยวลองดูครับ

>>279 ผมก็ลองใช้เทคนิคนั้นในหลายเรื่องแล้วนะครับ เปิดมาด้วยคนยักษ์บุกหมู่บ้าน ชาวบ้านท้องเสีย การลักลอกเอาบุหรี่เข้าโรงเรียน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะประเด็นนั้น ๆ มันไม่น่าสนใจ หรือผมเสนอมันไม่น่าสนใจเอง

>>280 ผมว่ามีประโยชน์เยอะแยะเลยนะครับ โม่งมีนิยายสับเล่นทุกเดือน (เรืองใหม่ด้วย) ส่วนผมได้มุมมองใหม่ ๆ ที่มาแบนกันแบบนี้ไม่รู้แบนเพราะตัวบุคคลหรือแบนที่นิยายกันแน่ เดี๋ยวลองแต่งนิยายลงไอดีไก่สักเรื่อง คงได้รู้กัน

>>282 ขอบคุณนะครับ ดู ๆ แล้ว แนวนิยายที่ผมเขียน มันไม่ค่อยถูกจริตกับชาวโม่งสักเท่าไหร่ (ดูจากแนวที่ส่วนใหญ่เอามาแปะกัน เทียบกับแนวตัวเอง) เดี๋ยวจะรีบเคลีย์งานเก่า ๆ แล้วลองเปลี่ยนนามปากกามานะครับ

284 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>272 (พิมพ์ยังไม่จบทด ๆ) ขอบคุณมากนะครับ ผมก็เขียนเรื่อย ๆ นั่นแหละ เข้ามาหามุมมองใหม่ในนี้ มีสาระบ่าง ไร้สาระบ้าง แต่ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน

285 Nameless Fanboi Posted ID:p16xE+Y7gb

นี่คือความคิดเห็นแบบเอาตัวเองเป็นใหญ่ กูต้องได้อยู่ฝ่ายเดียว พอเขาไม่ให้ก็ไม่พอใจ เรียกร้องว่าโดยที่ไม่ดูเหตุผลอะไรเลย ไม่สนใจคนอื่นว่าเขาคิดยังไง มึงอยากได้ แล้วทำไมเขาต้องให้มึงด้วย เขามีส่วนได้ส่วนเสียอะไรด้วยวะ นี่กูพูดประเด็นนี้วนมาไม่รู้จะกี่รอบ มึงก็ไม่สนใจ แต่กลายเป็นว่าพวกกูต้องสนใจความรู้สึกมึง สนใจอนาคตมึงเหรอ?? นอกจากน้ำเต็มแก้วแล้วยังเรียกร้องไม่จบไม่สิ้น นี่ไงคนอื่นเขาถึงได้เอือมระอา

You can’t always get what you want ว่ะ ใครอยากมีเมตตาให้ทานสับให้มึงก็ทำไป แต่กูคงขอบายไม่เอาด้วยคน

286 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>285 บอกว่าผมพูดเดิม ๆ พี่ก็ตอบผมแบบเดิม ๆ เนอะ กระทู้ที่แล้วก็ประมาณนี้แหละ 555555

287 Nameless Fanboi Posted ID:zTJh1U7pZS

>>282 ดีใจกับน้อนพังpornมีFCแล้ว มึงดูมันตอบนะ นิยายมันไม่ค่อยถูกจริตกับโม่ง แปลว่าไร?โม่งสับอคติ โม่งสับไม่ดี สับไงก็ไม่ดีขึ้นเพราะไม่ถูกจริตเหรอ แถแบบนี้โม่งควรคิดไงดีวะ กูขอแบนว่ะ แบนแม่งทั้งนิยายทั้งมัน

288 Nameless Fanboi Posted ID:gsbRA0B.rs

เอาเป็นว่า เฉพาะเอ็งคนเดียวนะพังพรอน ขอให้เลิกแปะนิยายชั่วคราว ลองคิดแบบการแจกถุงยังชีพเวลาเกิดภัยพิบัติดูก็ได้ เทียบว่าการรับถุง 1 ถุงคือการใช้สิทธิ์วางนิยายรอสับ 1 ครั้ง แล้วนึกถึงจำนวนคนที่รอรับถุงต่อคิวกันอยู่

สิ่งที่เกิดขึ้นคือเอ็งได้ถุงแล้วเอ็งก็มาต่อแถวใหม่ ของในถุงก็ยังกินไม่หมด/ใช้ไม่คุ้มค่า กินไปได้สัก 1/4 ถุง แล้วก็ไปเข้าคิวอีกรอบ จนคนที่เขามาแจกของจำหน้ามึงได้ รู้สึกไม่เต็มใจจะให้ถุงมึงแล้ว

ได้อะไรจากโม่งไป ก็ใช้ให้คุ้ม คิดให้เยอะ หาทางต่อยอด ทดลองอะไรใหม่ๆ ที่มันฉีกจากแนวเดิมจริงๆ ให้มันเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบเป็นรูปธรรมหน่อย ไม่ใช่เปลี่ยนนี่นิดปรับนี่หน่อยก็คิดว่าพัฒนาแล้ว แต่ถ้าคิดว่าแนวที่ตัวเองถนัดไม่ถูกจริตโม่ง ได้คำแนะนำแล้วลำบากใจที่จะเอาไปปรับใช้ ก็ให้กดปิดหน้าต่างนี้แล้วกลับไปอ่านนิยายที่เคยใช้เป็นต้นแบบแทน ไปค้นให้เจอว่าเอ็งชอบผลงานของเขาเพราะอะไร ถ้ารู้แล้วก็เอามาปรับใช้ ลองศึกษาวิธีการจากบทความชื่อ "Good artist copy, Great artist steal" ดู จะได้รู้ว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นใหม่อย่างแท้จริงในโลกของศิลปะ เพราะทุกอย่างแม่งมาจากการเอาของเดิมมาต่อยอดหรือตีความใหม่ทั้งนั้น

แล้วคนที่ช่วยให้มึงพัฒนาได้ดีที่สุด ไม่ใช่โม่ง ไม่ใช่สุดยอดนักเขียนในตำนาน ไม่ใช่ใคร แต่เป็นตัวมึงเองเนี่ยแหล่ะ ว่าจะพาตัวเองพ้นออกจากกรอบความคิดตัวเองได้หรือเปล่า คนที่ประสบความสำเร็จ เป็นยอดภูเขาน้ำแข็ง หรือเป็นส่วนน้อยที่โด่งดังจนได้รับการยกย่อง เขาไม่ได้แค่คิดนอกกรอบ แต่เขาไม่มีกรอบ ดังนั้นเขาจึงไม่ถูกขังไว้ในค่านิยมเดิมๆ หรือกฏเกณฑ์ใดๆ ปริมาณความคิดสร้างสรรค์ของคนเหล่านี้จึงไม่มีขีดจำกัดตามไปด้วย

ถ้าเคยอ่านนิยายจีนหรือดูหนังจีนกำลังภายใน จะมีคลิเช่อย่างหนึ่ง ว่าทำไมเหล่าอาจารย์ถึงชอบบอกว่าเมื่อฝึกสำเร็จทุกกระบวนท่าแล้ว ให้ลืมเคล็ดวิชาทั้งหมดไปเสีย คำตอบคือเมื่อใช้งานได้แต่ยังยึดติดอยู่กับรูปแบบ เราจะไม่เกิดความยืดหยุด หรือการปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนากระบวนท่าเดิมในรูปแบบใหม่ คิดแค่ว่าถ้าโดนฟันจากด้านขวา ก็ตอบโต้ด้วยการหลบซ้ายแล้วแทงสวนเข้าที่ท้อง หากว้นนึงเจอคนที่ฟันขวาด้วยดาบ พร้อมกับแทงมีดสั้นฝั่งซ้ายเข้ามาด้วย แค่นี้ก็ทำให้ต้องชะงักได้แล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจพลาดจนแพ้เพราะความยึดติดเนี่ย

ยอดยุทธนั้นหลุดพ้นจากกระบวนท่าทั้งมวล เพราะการคิดค้นท่วงท่าใหม่ๆ มันไม่มีขีดจำกัด ถ้าใช้แต่ท่าเดิมๆ วันนึงก็จะโดนอ่านทางออก สวนกลับได้ แต่ถ้าใช้วิธีสู้ที่ยืดหยุ่นไม่มีรูปแบบตายตัว ก็ยากจะเดาทางออก

"ไร้รูปไร้ลักษณ์ ยากจักต่อกร ทั้งรุกและรับ ล้วนยากคาดเดา รู้หมื่นมิรู้ หาใช่สิ่งมั่น พ้นบ่วงใจตน บรรลุสรรพสิ่ง"

อ่านแล้วคิดตามแล้วหาทางแก้ไข่ด้วย

289 Nameless Fanboi Posted ID:j9nQqQF/IM

ตอนแรกๆอ่านที่อีพังมันตอบเบี่ยงบ่ายคนที่เขาช่วยสับช่วยสอนกูก็แอบรู้สึกโมโหนิดๆนะ แต่ตอนนี้กูชักโมโหคนสับแทนละ เอาเซลสมองมาละลายกับไอ้พยายามจะหล่อนี่อยู่ได้

เลิกสงสารมันเถอะ เพราะตอนนี้กุสงสารคนสับแทนแล้ว

290 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>287 ใช่ครับ ตอนนี้คิดเช่นนั้น เพราะฉะนั้น เดี๋ยวลองเขียนนิยายเรื่องใหม่ แต่เปลี่ยนนามปากกา ถ้ายังโดนวิจารณ์แบบ 'เดิม ๆ' แสดงว่าผมคิดผิด (แต่ถ้าเปลี่ยนไปในแง่อื่นก็ตัวใครตัวมันน้า)

291 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>288 เปรียบเปรยให้เห็นภาพมาก ขอบคุณครับ

292 Nameless Fanboi Posted ID:m+UqEsSfFd

>>290 เขียนทำไมเรื่องใหม่ ไปปรับของเก่าลวก ๆ ของมึงให้มันน่าอ่านก่อนเถอะ

293 Nameless Fanboi Posted ID:Y6r4.RaaSF

ควัยย กูแบนมันด้วยอีกคน แทนที่จะสงสาร เกลียดขี้หน้าละ

294 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>292 จะเอาอะไรมาน่าอ่านล่ะครับ บางคนแค่เห็นชื่อผม เขาวิ่งหนีแล้ว 5555

295 Nameless Fanboi Posted ID:qBPh8BA7VD

>>293 ไม่ต้องห่วงครับพี่ นามปากกา "นี้" คงหายไปอีกนาน
ปล.เสียดายจัง นิยายเรื่องใหม่กำลังจะออกแล้วเชียว

296 Nameless Fanboi Posted ID:L2tOUnngHZ

มึง ๆ กูเปลี่ยนประเด็นให้

ทำไมกูรู้สึกว่าพวกอวยตัวเองมันลดลงวะ ไม่ใช่ลดลงอ่ะ มันหายไปเลย ไอ้ช่วงก่อนปีใหม่นี่โคตรระบาดแต่ตอนนี้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นเลย มันหายไปไหนกันหมดวะ?

297 Nameless Fanboi Posted ID:2/k9gy4rDh

ใน>>288 บอกมึงแล้วยังจะเอาเรื่องใหม่ที่คาดว่าไม่ต่างจากเดิมๆลงโม่งอีกนะ เปลี่ยนนามปากกาใหม่ตอนนี้ไม่ช่วยอะไรมึงหรอกนะ มึงไปเรียนรู้ก่อนไอ้สัส แดรกโควต้ารัวๆเอาเปรียบคนอื่นชิบหาย

298 Nameless Fanboi Posted ID:2ap9c899aW

>>297 ช่วยไม่ช่วยก็เดี๋ยวก็ครับพี่ รอดูได้เลย 5555

299 Nameless Fanboi Posted ID:w8.yQlTTUZ

>>296 ใครวะพวกอวยตัวเอง

300 Nameless Fanboi Posted ID:J8O.Rjv2RT

ท้าทายเก่ง ปากเก่ง เก่งทุกอย่างยกเว้นเขียนนิยาย

301 Nameless Fanboi Posted ID:L2tOUnngHZ

>>299 แบบใช้อวตารอวยนิยายในกระทู้แนะนำนิยายที่ตัวเองแปะอ่ะ จำได้ว่ามีคนนึงโดนนอนเมมจับได้จาก IP ตอนนี้ลบทู้ไปละมั้ง

302 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>296 เพราะนอนเม็มเล่นกันหนักหรือเปล่า กูเห็นนอนเม็มแต่ละคนจัดหนักจัดเต็มกันทั้งนั้น โทรลระบาดก็เยอะ

303 Nameless Fanboi Posted ID:J8O.Rjv2RT

>>302 เดี๋ยวจะมีกระทู้โหวตนอนเมมในดวงใจอีกมะ เด็กดีแม่งชอบอะไรแบบนี้ มะม่วง โซมีน โพ ไม่ใช่มะม่วง ผมเอง เด็กไม่ดี ไอติมทอด และอื่นๆ อีกมากมาย กูว่าโม่งกันทั้งนั้น

304 Nameless Fanboi Posted ID:gsbRA0B.rs

>>296 เหมือนพวกค้ายาโดน ปปส. กวาดล้างอย่างหนัก ใครมันจะกล้าโผล่มาขายอีก เดี๋ยวแม่งโดนจับ

305 Nameless Fanboi Posted ID:zi.AZoFDKC

>>288 ขอบใจที่สอน แม้กุจะไม่ใช่น้องก็ตาม
>>289 กุเป็นคนนึงที่ช่วยสอนนะ แต่ตอนนี้ อิเหี้ย! ค.ว.ย. หน่อยสิวะ คิด! วิเคราะห์! แยกแยะ! เยอะๆ
พิมพ์ยาวไม่ช่วยอะไรเลย

306 Nameless Fanboi Posted ID:L2tOUnngHZ

>>303 กูก็ว่างั้น โม่งเนียนไปหมดแหง ๆ
>>304 ยกตัวอย่างได้เห็นภาพมาก เพื่อนโม่ง

307 Nameless Fanboi Posted ID:gsbRA0B.rs

>>295 คือกูไม่อะไรกับมึงนะ porn อยากตัดสินใจแบบไหนก็ชีวิตมึง แต่จะบอกแค่ว่า ถ้าทำทุกอย่างเหมือนเดิมแล้วอยากได้ผลลัพท์แบบใหม่ มันเป็นไปไม่ได้

เคยแต่งนิยายแนวเดียวกับชาติ กอบจิตติลงเด็กดีแล้วยอดวิวน้อย ปัจจุบันมีความคืบหน้าหรือความเปลี่ยนแปลงกระจึ๋งเดียว แทบจะไม่ต่างไปจากเดิม แล้วคิดว่าเศษเสี้ยวของความเปลี่ยนแปลงนี่จะทำให้คนอ่านเยอะขึ้นได้ เป็นความคิดที่ผิดมาก

อยากผอมหุ่นดี พอมีคนบอกให้เปลี่ยนอาหารที่กิน เสือกเปลี่ยนจาก KFC มาเป็นหมูกะทะ ผอมได้ก็บ้าแล้ว เปลี่ยนแค่ไก่ทอดมาเป็นหมูย่างเนี่ย

เหนื่อยจะพูดกับมึงแล้ว หัดคิดหน่อยว่าในเว็บที่เด็กเพียบ แล้วจะขายนิยายแนวนี้ ถ้ามึงไม่เก่งจริงๆ มันไม่ต่างอะไรกับการเปิดเขียงหมูกลางชุมชนอิสลาม ถ้ามึงไม่เปลี่ยนไปแต่งแนวที่เด็กชอบ ก็มีแต่ต้องย้ายเว็บไปอยู่ที่ๆ เหมาะกับแนวนิยายที่มึงแต่งอะ ไม่งั้นก็ไม่มีวันแจ้งเกิดได้หรอก

308 Nameless Fanboi Posted ID:hUyz5Qn7pB

>>307 เปิดมาย่อหน้าแรก กูนึกถึง Vaas ใน FC3 เลยสัส

"ฉันเคยบอกนิยามของความบ้าคลั่งมั้ย? ความบ้าคลั่งคือการทำอะไรซ้ำ ๆ ซาก ๆ แล้วหวังผลให้ต่างไปจากเดิม"

309 Nameless Fanboi Posted ID:nIrshTxB65

>>308 กูว่า Vaas เป็นตัวร้ายที่ดีที่สุดในซีรี่ส์ Far Cry แล้ว น่าเสียดายมันไม่ใช่บอสใหญ่

เพแกน มิน ภาค 4 กูเฉยๆ แต่ไอ้หลวงพ่อภาค 5 นี่หัวควยมาก เหมือนเกมพยายามยัดเยียดให้แม่งเป็นคนดี ผู้เล่นผิดที่ไปขัดขวางมันอ่ะ

310 Nameless Fanboi Posted ID:gsbRA0B.rs

>>308 ที่มาของคำพูดพวกนี้คือ Quote ของ อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ แปลสไตล์โม่งๆ ก็ "ทำสิ่งเดิมแล้วหวังผลลัพท์ใหม่ๆ ... แม่งบ้า"

311 Nameless Fanboi Posted ID:hUyz5Qn7pB

>>309 จริง ภาคสามพอ Vaas ตายห่าปุ๊บ เนื้อเรื่องกร่อยเลยสัส ตัวร้ายหลักของภาคดูเป็นตัวร้ายกาก ๆ ไปเลย (กูลืมชื่อไปละ)

เป็นอะไรที่โคตรแย่งซีนเลย โผล่มาแค่ครึ่งเกมแต่น่าจดจำกว่าตัวร้ายหลักของภาค

312 Nameless Fanboi Posted ID:2u8Fh.NC2+

>>311 Vaas ออกบทน้อยกว่าหลวงพ่อเอ็จจี้ซะอีก โคตรเสียดาย

313 Nameless Fanboi Posted ID:ooS+Uoyr6V

มึง กูขอถาม มะนาวมาโซคือใครวะ มีวีรกรรมอะไร กูตามไม่ทัน งือ

314 Nameless Fanboi Posted ID:L2tOUnngHZ

>>313 มะนาวโซดาน่ะมึง ลองไปคุ้ยหาดูจากบทที่แล้วน่าจะเจอมู้ที่พูดถึงมันอยู่

315 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>314 นางใช่อวตารของน้องลินกับน้องหีมะปะ

316 Nameless Fanboi Posted ID:gsbRA0B.rs

>>314 ที่ได้ฉายานี้ เพราะชอบเสนอหน้าเข้าไปโดนตีนบ่อยๆ จนเขาคิดว่าเป็นพวกมาโซคิสม์รึเปล่า

317 Nameless Fanboi Posted ID:WjhIOutWwv

คันปากอยากถามเล่าเบียว ว่าไอ้ที่โฆษณา​นิยายมีสาระน่ะ มันมีส่วนไหนที่เป็นนิยายวะ? แต่เห็นว่าเป็นวันเกิด ไม่อยากทำลาย nice day ของมัน

318 Nameless Fanboi Posted ID:x3uMjm/3oa

มันไม่รู้จักคำว่า fiction กับ nonfiction
"เมิงไม่อ่านหนังสือ เมิงจะรู้อะไร?"

319 Nameless Fanboi Posted ID:p16xE+Y7gb

>>317 จะเรียกว่าสารคดียังไม่ได้เลย

320 Nameless Fanboi Posted ID:2u8Fh.NC2+

มันก็เหมือนคนแยกไม่ออกระหว่างนิยายวิทยาศาสตร์กับสารคดีวิทยาศาสตร์อ่ะแหละ

321 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

วิจารณ์ประสาอะไร เหมือนอ่านนิยายไม่เป็น คนเขียนก็อธิบายไว้อยู่แล้ว คนอยากวิจารณ์ก็หาข้อติอยู่วันยังค่ำ จ๊าดง่าว!
https://www.dek-d.com/board/view/3957778/

322 Nameless Fanboi Posted ID:nIrshTxB65

>>321 พอๆกับท่อนเอ็นคิลเลอร์ สร้างบ้านไว้กลางแยกไฟแดงนั่นแหละ

323 Nameless Fanboi Posted ID:Vd7E2791Pl

>>321 กูว่า นข มันกากจนโน้มน้าวให้คนอ่านทำใจเชื่อเซ็ตติ้งที่ตัวเองวางมาไม่ได้จนมางอแงมากกว่าวะ

324 Nameless Fanboi Posted ID:rmBVxKssBm

>>321 เป็นกู กูเดินทัพอ้อมเอาดีกว่า มีเหตุผลอะไรให้ต้องข้ามเขตนั้น เนี่ยนะความคิดของคนเป็นแม่ทัพ พาลูกน้องตัวเองไปเสี่ยงตายแบบนี้ บ้าไปแล้ว

325 Nameless Fanboi Posted ID:oZSeqlG8qm

อีเล่าเบียวเดี๋ยวคงได้ฉายาใหม่เป็นมาโซบ้างล่ะ มันเป็นอะไรวะชอบด่าตัวเองอยู่เรื่อย ตั้งกระทู้ทีต้องทำเป็นประชดด่าตัวเองให้ตกตํ่าอีก และด้วยทัศนคติแบบนี้ไง ถึงทำอะไรไม่เข้าท่า/และทำอะไรไม่เคยได้ดี (แทนที่มึงจะเอาเวลาไปสั่งสมประสบการณ์+ความรู้ให้เขียนนิยายได้ดีๆเนาะ)

และกูอยากบอกให้ไอ้เด็กรุ่นใหม่พวกนี้รู้จริงๆ ว่า 'ความรู้' มันไม่ใช่แค่ 'ข้อมูล' ว้อย! ถ้าเผื่อไม่เก็ต ความรู้คือการนำข้อมูลมาตรึกตรอง คิดใคร่ครวญ จนข้อมูลในหัวมันตกผลึก แล้วระเบิดออกมาเป็นตัวตนมึง ไม่ใช่การท่องจำหรือหาข้อมูลห่วยๆ ที่คิดว่าเจ๋งมาได้เยอะๆ
คือบับบบ มึงรู้มาว่า A ก็ว่า A พอมึงได้ B ก็บอกคนอื่นว่า B ไอ้สัดดดด นี่พวกมึงเป็นได้แค่ไดรฟ์เก็บข้อมูลเรอะ อุฟุฟวยฟ่วยฟวย ฟาย!

326 Nameless Fanboi Posted ID:2u8Fh.NC2+

>>322 ถ้าเป็นพี่ฟิสิกส์ คงติดตั้งปั้มน้ำมาดูดถังเก็บขี้มาลงอ่างล้างจาน

327 Nameless Fanboi Posted ID:Hnj6WBqERu

>>321 อ่านดีๆ จะพบว่าเป็นกระทู้ "เล่าสู่กันฟัง" เฉยๆ ไม่ได้มาขอความเห็นให้ต้องพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ใครถูกหรือใครผิด หรือควรมองในมุมไหน และไม่แปลกถ้าจขกท. จะยืนกรานว่าความเห็นตัวเองถูก ปล่อยมันไปเห๊อะ..

328 Nameless Fanboi Posted ID:oxVzf0+/cr

>>321 ดาวกระทู้ดวงใหม่เหรอ?

329 Nameless Fanboi Posted ID:L2tOUnngHZ

>>322 เดี๋ยวก่อนนะ มึงหมายถึงบ้านไปเป็นเกาะกลางแยกไฟแดงหรือตั้งอยู่ติดกับแยกไฟแดง กูงง

กูไม่ทันอ่านก่อนมันโดนลบ อ่านของมึงแวบแรกกูงง ช่วยให้กูตรัสรู้หน่อย

330 Nameless Fanboi Posted ID:nIrshTxB65

>>329 บ้านไปเป็นเกาะกลางไฟแดงเบยสัส 55555 พอมีคนถามว่าไม่ผิดกฎหมายเหรอ มันบอกเมืองสีเขียว ใจดี ไม่ผิดกฎ 55555

331 Nameless Fanboi Posted ID:WCva5+C0hH

>>321 มุกนี้ฮาดีว่ะ ใครเม้นนิยายไม่ดี=อ่านนิยายไม่เป็น ตั้งการ์ดสูงสัสๆ

332 Nameless Fanboi Posted ID:L2tOUnngHZ

>>330 น่าได้รางวัลอิหยังวะอวอร์ดนะเนี่ย น่าเสียดายลบไปก่อน 5555

333 Nameless Fanboi Posted ID:Hnj6WBqERu

ใครถามหาสายอวยนะ >>321 นี่ไง.. อวยหลบใน ห้ามตินะ.. มึงอ่านนิยายไม่เป็น อวยได้อย่างเดว ถถถ

334 Nameless Fanboi Posted ID:Hnj6WBqERu

ไมมันเป็นเดือดเป็นร้อนนัก อ่านมาจากนิยายจีนไม่ใช่เรอะ เม้นต์(เถียง)ซะกูนึกว่าเป็นคนเขียน

335 Nameless Fanboi Posted ID:.pVuMEB/h+

ky ถ้ามึงคิดว่านิยายเรื่องที่แต่งอยู่จะติดเหรียญในภายภาคหน้า พวกมึงจะบอกนักอ่านล่วงหน้ามั้ยอะ หรือจู่ๆ จะติดก็ติดเลย คือกูกลัวถ้ากูมาติดเหรียญโดยไม่บอกนักอ่านจะมาด่าเอา

336 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>335 กูบอกตลอดนะว่าจะติดเหรียญยังไงวันไหน เชื่อว่ามันเป็นการจริงใจต่อนักอ่านอย่างนึง ถ้าติดโดยไม่บอกกูว่ามีโดนสวดอย่างน้อยก็ในใจแน่ๆ

337 Nameless Fanboi Posted ID:Hnj6WBqERu

>>335 เดจาวู เหมือนเจอคำถามนี้วันก่อน

338 Nameless Fanboi Posted ID:.pVuMEB/h+

>>336 ขอบคุณเพื่อนโม่ง
>>337 กำ กูยังไม่ได้เลื่อนขึ้นไปอ่าน ขอโต๊ดดด

339 Nameless Fanboi Posted ID:rmBVxKssBm

กระทู้นั้นกูพอแล้วนะ นิยายแปลจีนแบบนี้กูไม่อยากยุ่ง แกรี่โชว์เทพไปวันๆ ยันตัดจบนั่นแหล่ะ เป็นเหมือนกันแม่งทุกเรื่อง

340 Nameless Fanboi Posted ID:Hnj6WBqERu

>>338 ไม่ๆ โทษๆ น่าจะไม่ใช่ในนี้ คิดว่าที่อื่น กุเบลอ

341 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>339 ในที่สุดมะม่วงก็สมัครไอดีแล้ว

342 Nameless Fanboi Posted ID:PP+u59mUV3

>>321 กลับกัน ถ้าไอ้คนที่ชอบมันมันชอบ มันก็ยังค้านหัวชนฝาได้วันยังค่ำ ง่าวว

343 Nameless Fanboi Posted ID:rmBVxKssBm

>>341 อยากคุยกับ จขกท. แต่มันปิดเมนต์นอนเมม เลยไม่มีทางเลือกน่ะ

>>342 ก็ตามนั้นล่ะ มันเป็นเรื่องของรสนิยม คนชอบ KFC ชอบพิซซ่า จะไปบังคับให้มันหันมากินคลีนกินผัก มันก็ไม่กินหรอก ใครชอบอะไรก็อ่านอันนั้นก็แล้วกัน ถ้าพูดในฐานะนักอ่านนะ

344 Nameless Fanboi Posted ID:Hnj6WBqERu

ถ้างั้นก็พอจะเข้าใจได้ว่าปิดนอนเมมไว้ทำไม ก็จั่วหัวมาน่าโดนนี่นะ..

345 Nameless Fanboi Posted ID:TUZ5n9pcy+

>>342 อืม ก็คงเหมือนกินแฮมเบอร์เกอร์ แล้วเจอมะเขือเทศเน่า(plot hole) แต่ของมันดันอร่อยถูกปาก ดังนั้นมะเขือเทศเน่าก็โยนทิ้งไปเหอะอะไรประมาณนี้มั้ง

346 Nameless Fanboi Posted ID:UUduK2jnvo

อยากรู้นิยายของจขกท.เป็นยังไง ถึงตัดสินคนว่าอ่านนิยายไม่เป็น

347 Nameless Fanboi Posted ID:P6x5V.nlno

>>345 พอชอบมากก็เลยอวย พอถึงจุดหนึ่งมันถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่ามันแย่ แต่ก็ยังอวยอยู่ดี พูดไปก็เหมือนคนเราเวลาหลงใครสักคน ต่อให้มารู้ทีหลังว่าเขานิสัยเหี้ยยังไงก็ยังหลงเขาอยู่ดี

กูไม่ได้ใช้คำว่ารักนะ เพราะถ้าเป็นรักสุดท้ายก็คิดได้ แล้วหันมารักตัวเองแทนอะ

348 Nameless Fanboi Posted ID:mH+aFNlceq

พอๆ ละ นิยายจีนแกรี่โชว์เทพนี่มันถามหาตรรกะได้เหรอ กูอ่านแปล(ฆ่าเวลา)อยู่ ยังต้องถอดสมองอ่านเลย ไม่ได้มานั่งสนใจอะไร
อยากบ่น. บรรยายน้อยชิบหาย ไม่เห็นภาพตามเท่าไหร่ แต่พอเกี่ยวกับอีเว้นท์โชว์เทพนี่มึงใส่เอาๆ ดีชริมๆ

349 Nameless Fanboi Posted ID:P6x5V.nlno

>>348 เป็นจุดขายของเรื่องไง พออ่านแล้วก็เซลฟ์อินเสริทเข้าไปเป็นพระเอกตบตัวร้ายด้วยความเทพตามด้วยการปักธงสาวเข้าฮาเร็ม

350 Nameless Fanboi Posted ID:UUduK2jnvo

พวกนิยายโชว์เทพเวอร์วังมักจะขายให้กลุ่มคนอ่านที่เป็น loser ซะส่วนใหญ่ ถ้าคนอ่านฝีมือไม่กากในชีวิตจริงคนจะรู้สึกสะอิดสะเอียนน่ะแหละ

351 Nameless Fanboi Posted ID:e1utSlFtk6

>>350 แต่มันอยู่รอดได้อ่ะ แปลว่ายุคนี้นี่ loser เพียบ กูโคตรเศร้า พวกค่อยๆปั้นเวล ชิงไหวชิงพริบเลยหายหมด
อีกอย่างคือกูว่าเน็ตเข้าถึงง่ายมาก พวก loser พวก edgy เลยเผยแพร่อะไรพวกนี้ออกมาง่าย

352 Nameless Fanboi Posted ID:DyOIzIyGFo

>>351 ความนิยมตามยุคมันก็แบบนี้ เวลาเปลี่ยน โลกเปลี่ยน นิยายที่แมสและขายได้ มันไม่ใช่นิยายในอุดมคติที่เราเคยอ่านแล้ว อยากไปต่อก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลง บางคนถึงขั้นต้องยอมขายวิญญาณ

ส่วนตัวแล้วกูไม่มีปัญหานะเรื่องปรับสไตล์ให้ขายเด็กกับวัยรุ่นได้ ที่มันยากคือ ทำยังไงกูถึงจะทำให้นิยายในแบบกูไม่โดนความแกรี่ เทพทรู กลืนจนเนื้อเรื่องห่วยแตก ตรรกะพัง ต่างหาก

353 Nameless Fanboi Posted ID:znmohbxK4X

>>352 กูชอบความคิดมึงมาก

354 Nameless Fanboi Posted ID:1g8cLiUMUB

อยากถามความเห็นโม่งหน่อย

นี่คือความมโนของกูนะ คือนักเขียนที่ยึดติดอยู่กับความเกมออนไลน์ หรือจะต่างโลกแล้วมีสเตตัสก็เหอะ เป็นไปได้ไหมว่าเพราะการเล่นเกมเป็นสิ่งเดียวที่ตัวมันเองมั่นใจว่าเก่ง ประมาณว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวมันชิบหายหมด การเรียนพินาศ ความสัมพันกับคนรอบตัวพินาศ หลายๆอย่างพินาศ จนเหลือแค่ตัวตนในเกมที่มันภูมิใจ(เกมมันชอบออกแบบให้เราเป็นฮีโร่อยู่แล้ว) เพราะงี้เวลาเขียนนิยาย มันเลยพยายามกางเซฟโซนให้ตัวเองด้วยระบบในเกมที่เป็นความมั่นใจอย่างเดียวของมัน

355 Nameless Fanboi Posted ID:1g8cLiUMUB

ขอบเขตของคำว่ายึดติดของกูคือ... ที่จริงมึงไม่ต้องใส่สเตตัส แยกเป็นระดับชั้นเลเวล หรือรายงานผลเป็น exp ในนิยายก็ได้

356 Nameless Fanboi Posted ID:6IBwpf+6jX

แม่งไม่ได้พังทุกอย่างหรอก แค่มันไม่มีตัวตนเฉยๆ อะไรที่ทำให้มันมีจุดยืน มันก็เอาหมดแหละ

357 Nameless Fanboi Posted ID:g2Rpd10yjt

>>354 ถ้าจะคุยเรื่องนี้คือมันจะยาวมากเลยนะ

เอาจริงๆ ส่วนใหญ่ที่เขียนแนวออนไลน์ แนวติดอยู่ในเกม หรือระบบเกมทั้งหลายเนี่ย แกนหลักๆ เลยคือลึกๆ แล้วในใจอยากเป็นที่ยอมรับในสังคมเสมือน (วัลลาบีเหมือนใครบางคนแถวนี้นั่นแหล่ะ) ที่ใช้คำว่าส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะส่วนที่เหลือจากกลุ่มแรกจะประกอบไปด้วย คนที่แต่งตามกระแสเพราะเห็นว่าแม่งขายได้ เด็กๆ อ่านเข้าใจไม่ต้องปูเซตติ้งเยอะ (เด็กๆ ที่ไม่เล่นเกมในยุคนี้มันมีน้อย) กับแบบที่หงุดหงิดพวกส่วนใหญ่ที่แต่งออกมาได้กากสัส เลยแต่งเองเพื่อจะได้อ่านนิยายเกม/นิยายระบบที่ไม่ทำให้รู้สึกอิหยังวะ, Cringe จนเกินไป

หลายคนที่แต่งไม่ได้มีปัญหากับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ชีวิตอาจจะปกติจนไปถึงขั้นดีมาก แต่เข้าใจไหมว่า นิยายพวกนี้มันทำให้ทั้งคนแต่งและคนอ่านรู้สึกฟินน้ำแตกเวลาได้อินเสิร์ทตัวเองเข้าไปเป็นพระเอก/นางเอก

รู้สึกเกิดความภูมิใจอย่างผิดๆ หรือเกิดความ Sastify ปลอมๆ ขึ้นมาว่าในโลกเกมกูโคตรเมพ มีสาวล้อมหน้าล้อมหลังกรี้ดๆ เยิ้บหนูทีพี่หล่อรวยกวยเลี่ยมทอง มีสาวกแฟนคลับคอยตามชาบูๆ โอ้ ท่านมหาเมพหนึ่งเดียวในใต้หล้า ผู้นำของเราเหล่าลูกแกะผู้หลงทาง คล้ายเหตุการณ์ที่เกิดช่วงปี 2014-2016 มองไปทางไหนก็แม่งอยากเป็นเทพทรูคิริโตะกันทั้งเมือง

คือมันอาจเป็นไปได้แบบที่มึงว่าเหมือนกัน ประเภทที่เป็น introvert ปฏิเสธสังคม เก็บตัวในห้อง เล่นแต่เกมทั้งวัน ใช้ชีวิตนักหลวม (*** ศัพท์โม่งที่เกิดขึ้นเพราะมีคนเคยพิมพ์ loser ผิดเป็น looser) ไร้เพื่อน ไม่คุยกับพ่อแม่และญาติๆ เล่นเกมเป็นอย่างเดียว (แถมอาจจะกากด้วย) พอโดนดูถูกมากๆ เข้า ทั้งจากโลกจริงและในเกม เลยอินเสิร์ทตัวเองลงนิยายแล้วแต่งให้เก่งเทพเมพขิงๆ ทำอะไรก็สำเร็จ ไม่เคยพ่ายแพ้ มีทั้งราชวงศ์ ศาสนจักร หรือขุนนางทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง และมีหีมาอ้ารอให้เย็บแบบไม่ต้องพยายามอะไร อ่านแล้วฟินจังน้ำแตกคากางเกงขาสั้นที่ไม่ได้ซักมาเป็นเดือน พอแตกบ่อยครั้งก็อับชื้นสะสม รวมตัวกับแบคทีเรียที่เกิดขึ้นเพราะไม่ยอมอาบน้ำ เลยกลายเป็นโรคผิวหนังในที่สุด (กูมาถึงจุดนี้ได้ไงวะ พายเรือกลับฝั่งแป๊บ)

คือมันอาจมีคนแบบนี้จริงๆ ประเภทที่หลวมจนรับความจริงไม่ไหว หนีโลกจริงมาอาศัยในโลกเกมที่ตัวเองไม่ขี้แพ้ แต่ถ้ามองตามความเป็นจริง พวกพระเอกในนิยายเกิดใหม่ต่างโลกนี่ กูอ่านไม่อิน เพราะทัศนคติตัวละครมันพัฒนาแบบไม่สมเหตุสมผล คนที่เคยเป็นนักหลวมต่อให้เกิดใหม่กี่ที ความคิดแบบหลวมๆ ก็จะติดตัวมันไปตราบใดที่ยังมีความทรงจำเดิม ชาติเก่ายังเอาดีไม่ได้ เกิดชาติใหม่จะได้ดีมีคนยอมรับได้ยังไง กูไม่ซื้อเด็ดขาด ไม่มีทางที่พวก loser จะกลายเป็น chad ได้เพียงเพราะโดนรถบรรทุกพุ่งชนหรอก ดังนั้นนิยายเกมที่ชอบแต่งให้เทพๆ มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่านี่คือเซฟโซนให้พวกขี้แพ้ใช้หนีความจริงเข้ามาพักผ่อนในโลกที่ทุกอย่างเอื้อประโยชน์และหมุนรอบตัวของแม่งไปหมด เป็นที่ๆ เดียวที่มันจะเกิดความภาคภูมิใจ(จอมปลอม)ได้

ย้อนกลับไปประเด็นนิยาย คือมันมีน้อยจริงๆ ที่นิยายเกมจะมีพระเอกไม่แกรี่ หรือไม่ทั้งแกรี่และเอจจี้ นิยายเกมส่วนมากก็ดูไม่เหมือนเกมจริงๆ ด้วย เพราะมีทั้งบั้กทั้งสเกลพลังที่โอเวอร์ แถมจีเอ็มยังลงมายุ่งเกี่ยวกับผู้เล่นซึ่งเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด หลายเรื่องเล่าซะเหมือนกำลังดูหนังจีน ระบบสกิลไม่สอดคล้องกับอาชีพ และจำนวนสกิลเสริมที่ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้ก็ไม่จำกัด จนสมดุลเกมไม่มี

(เดี๋ยวมาต่อ)

358 Nameless Fanboi Posted ID:T30ruWfR4Q

>>357 เกลียดการเล่าซะเห็นภาพของแกว่ะ น้ำวู้วเลอะกางเกงสะสมจนกลายเป็นโรคผิวหนัง บรึ๊ยยยย~

359 Nameless Fanboi Posted ID:QXpPu3CuMn

สำคัญเลยคือหลายเรื่องมากที่แต่งนิยายแนวออนไลน์ แต่ตัวเกมออนไลน์ในเรื่องแม่งโคตรจะกากเดนใน "ความเป็นเกม" เหี้ย
แบบที่สมดุลของสกิลและเกมเพลย์พังพินาศ จนได้แต่สงสัยว่าเกมเหี้ยๆ พรรค์นี้มันฮิตในเรื่องได้ยังไง ทำไมมันถึงไม่เจ๊งวะ

360 Nameless Fanboi Posted ID:g2Rpd10yjt

ต่อจาก >>357

พูดในมุมมองคนที่เล่นเกมออนไลน์แนว MMORPG มาตั้งแต่ยุค มังกรหยกออนไลน์, King of kings, N-Age, Ragnarok (แม่งรู้อายุเลย) กูอ่านนิยายเกมพวกนี้แล้วไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เพราะมันเดินเรื่องแบบลุยเดี่ยวมากไป และคนในตี้ก็เป็นได้แคะเบาะรองให้พระเอกดูไม่โง่ คอยตบมุกโบ๊ะบ๊ะ หรือคอย Hype เวลาพระเอกโชว์ความเทพ

มันผิดหลักตามความเป็นจริง เพราะการ leveling แบบ Solo player มันลำบากกว่า Party grinding คือถ้าใครจะพูดว่าช่วงแรกสุดของยุคเกมเก็บเวลรูปแบบปาร์ตี้ที่ดีที่สุดคือ ปาร์ตี้คู่ DPS-Healer กูก็ไม่เถียง แต่สำหรับเกมในยุคถัดจากนั้น ยังไงซะ ตัวเกมก็ออกแบบมาให้หนึ่งปาร์ตี้ควรมีครบทุก Role (Tank, DPS, Support) เพราะนิยามเกม MMORPG สองคำแรกคือ Massive Multiplayer เกมพวกนี้พยายามให้ผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นด้วยกันให้มากที่สุด เน้นการช่วยเหลือเกื้อกูลมากกว่าฉายเดี่ยวแบบหมาป่าเดียวดาย และเน้นความหลากหลายและจุดเด่นประจำอาชีพ (อย่างที่อัศวินอึดถึกทนแต่ฮิลไม่ได้เหมือนพระ และพระก็ทำแดมเมจได้ไม่มากเหมือนมือสังหาร หรืออาชีพอื่นปรุงยาคุณภาพสูงกว่าในร้านค้าไม่ได้เหมือนนักเล่นแร่แปรธาตุ)

พวกมึงลองสุ่มมาสัก 2-3 เรื่องก็ได้ แนวออนไลน์เนี่ย ถ้าพระเอกไม่โชคดีได้อาวุธเทพ สกิลที่เทพ อาชีพเทพ บังเอิญเปิดเควสลับเทพๆ แล้วสำเร็จแบบงงๆ ด้วย ก็แม่งเป็นมุกค้นพบบั๊กที่เอื้อประโยชน์ให้มันจนคนอื่นสู้ไม่ได้ (ถ้าเป็นเกมจริงๆ แม่งโดนแบนไปแล้วข้อหาใช้บั๊ก) ทำอะไรได้ด้วยตัวเองไปหมด ส่วนอะไรที่ทำไม่ได้ก็หาเงินมาฟาดหัวเอา กุรวย คือมันไม่มีอารมณ์ MMO เลย แต่เป็น GSO (Grean lnW Solo Online) แทน

เนื้อหาเกมบางเกมก็ไม่ใช่เกมออนไลน์แล้ว มันเลยเถิดไปเป็นศึกมหาสงครามเทพเจ้า ที่หลังๆ มา แทบจะไม่คุยเรื่องเลเวล หรือความสิ้นเปลือง Sp/Mana ที่ใช้เวลาสั่งยิงสกิล คือมันเป็นเหมือนไฮ-แฟนตาซีสเกลใหญ่มหึมาที่มีฉากหน้าเป็นเครื่องเกม VR หรือแคปซูลนอนหลับละ Drive เข้าโลกเสมือนคล้าย Nerve gear ของ SAO (เทคโนโลยีในเรื่องแม่งพัฒนาไกลเว่อร์ จนยากจะเชื่อว่าเรื่องเกิดในกะลาแลนด์)

บอกได้เลยว่า 90% ของคนแต่งนิยายเกมออนไลน์ ไม่เคยเล่นเกมออนไลน์จริงๆ มันถึงใช้เซตติ้งแบบนั้น และพวกเล่นเกมจริงๆ ก็ไม่มาแต่งนิยายด้วย เพราะแม่งติดเกม (ยกเว้นนักเขียนอย่างพวกมึงที่อู้แล้วดองนิยายไปเล่นเกม อ่านแล้วเจ็บไหม?) ที่เขียนมาก็ใช้ไอเดียซึ่งต่อยอดมาจากนิยายเรื่องราชาแห่งราชันย์นั่นแหล่ะ (ต้นฉบับของนิยายออนไลน์แกรี่เห่อหมอยเลยนะ) ยืมมาแล้วเติมนั่นผสมนี่ กลายเป็นนิยายออนไลน์ตามท้องตลาด หลังๆ มาก็อีโวลูชั่นเอาระบบเกมมาใช้โลกจริงแทน

บ่อเกิดของนิยายขาย 3 ซ - (แมรี่) ซู เซ็ก เซลฟ์ (อินเสิร์ท) พวกนี้ก็เป็นอย่างที่กูบอก คือมาจากความวอนนาบี อยากเป็นซัมบอดี้ ที่แม่งเด่นดังมากๆ (แม้จะเป็นได้แค่ในเกม) เป็นผู้ถูกเลือก เป็นคนสำคัญ เป็นผู้ถือครองสิทธิ์หนึ่งเดียวที่ผู้อื่นไม่อาจแย่งไปได้ (เหมือนที่คิริโตะได้ดูอัลซอร์ดสกิลใน อบต. ออนไลน์) อยากอยู่เหนือคนอื่นและมีสิทธิ์ abuse ตัวเกมผ่านบั๊กอย่างไร้ข้อโต้แย้ง จะว่าเป็นเซฟโซนก็ไม่ผิดอะไรนักหรอก

361 Nameless Fanboi Posted ID:g2Rpd10yjt

>>360 ขอเพิ่มอีกนิดเรื่องตัวละครอื่นในเกม คือแม่งไม่มีปัญญาออกแบบตัวละครเอกให้ฉลาด กลัวพระเอกจะดูโง่ เลยต้องเนิร์ฟสมองตัวละครรอบๆ พระเอกให้โง่กว่า หรือมีตรรกะเพี้ยนๆ ส่วนตัวร้ายก็พอกัน โดนเนิร์ฟหนักกว่าเพื่อนในตี้อีก แม้กระทั่งบอสก็ไม่อาจหนีคำสาปนี้พ้น แพ้เพราะควายตายเพราะโง่ แทบจะทุกเรื่อง

362 Nameless Fanboi Posted ID:6IBwpf+6jX

>>361 ตัวอย่างการเนิร์ฟตัวละครอื่น =ผู้กล้าโล่

363 Nameless Fanboi Posted ID:zfvP5fnkDm

อย่างเดธมาร์ค กูไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแม่งเนิร์ฟหรือมันโง่อยู่แล้ว ตอนอ่านช่วงแรกๆ ก็เออ น่าสนใจอยู่นะ กูซื้อกองไว้ 8 เล่ม ไปๆ มาๆ อ่านถึงเล่ม 4 วางเลย กลับไปอ่านสารคดีสัตว์โลกน่ารักต่อดีกว่า

364 Nameless Fanboi Posted ID:mH+aFNlceq

>>363 มึงพลาดตั้งแต่แรกแล้ว เรื่องเชี่ยนี่มันหลวม

365 Nameless Fanboi Posted ID:BdYxbo4+.l

พวกที่ว่าคนอ่านเป็น loser นี่จริงๆ แล้วมาจากพวกคนเขียนที่ตัวเองไม่ประสบความสำเร็จมากกว่าแล้วโทษคนอ่าน ไปเอาความเข้าใจผิดๆ แบบนั้นมาจากไหนที่ว่าคนอ่านแนวนั้นแนวนี้ต้องเป็น loser ที่มีคนอ่านมากที่สุดคือเรื่องปกติที่คนปกติที่สุดที่คนชอบคนอ่านบางคนอายุอายุเยอะขนาดพ่อแม่พวกมึงได้ด้วยซ้ำ กูจะอธิบายให้ฟัง

พวกคนที่อายุมากแล้วหลายๆ คนผ่านโลกมาเยอะพอแล้วเขาไม่อยากอ่านอะไรยากๆ ลึกลับซับซ้อน อ่านแค่เอาสนุกก็พอเพราะชีวิตจริงๆ แม่งก็ปวดหัวแล้วก็เครียดกันมาพอแล้วจะมาอ่านนิยายเครียดๆ ต่อทำไม ถ้ามึงไม่เชื่อมึงไปดูแนวจีนนู่น ทะลุมิติโครตซูมึงว่าเด็กน้อยอ่านเหรอ ป้าๆ กันทั้งนั้นที่อ่านที่อุดหนุน ข้ามแนวจีนไปละครไทย มึงว่าแนวไหนคนนิยมสุด ก็น้ำเน่าตบจูบพระเอกหล่อรวยอะ คอเมดี้ปนสาระก็ได้ มึงดูพวกเรตติ้งเอาแล้วกันลึกลับสอบสวนมันก็แค่คนกลุ่มเล็กๆ ผู้ผลิตเขาเลยไม่ทำกัน หรือว่ามึงยังยืนยันว่าคนอ่าน loser ต่ออีก มึงข้ามไปดูไลต์โนเวลก็ได้ มึงเห็นไอ้พวกข้ามโลกอะมีแต่เด็กน้อยเหรอ วัยมันสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นตาลุงเป็นคุณปู่ไปแล้ว เพราะชีวิตการทำงานจริงเขาเครียดไงเขาถึงอยากหลุดออกจากจุดที่อยู่ไปในสิ่งที่ทำให้รู้สึกสบายใจกว่า

กูบ่นหลายทีละพวกที่คิดว่านักอ่านคือ loser นี่อย่าไปเชื่อความคิดแบบนี้จริงจัง กูเห็นทีไรก็มาจากพวกนิยายตัวเองไม่ประสบความสำเร็จแล้วไปด่าคนอ่าน ไปยัดเยียดเขาว่า loser นิยายกูดีๆ ไม่มาอ่านกัน จริงๆ แล้วเหตุผลมันมีไม่มากหรอก คือมึงจะเขียนชิงไหวชิงพริบ คอยเป็นค่อยไป คนไม่อ่านอะมีเหตุผลเดียวคือแม่งไม่สนุกพอ ความสนุกไปสู้นิยายกากๆ ที่ตัวเองคิดไม่ได้เลย มันไม่มีเหตุผลอะไรมากหรอก

366 Nameless Fanboi Posted ID:.2TVqZ2D/N

>>365 ถ้ามุมมองนักอ่านมีรสนิยมคนอ่านด้วยไง

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ละกัน สมมติคะแนนความสนุกของนิยายสองเรื่องมันพอกัน รสนิยมคนอ่านมันจะเหมือนตัวคูณอ่ะมึง ถ้านิยายเรื่องนึงมันตรงรสนิยมคนอ่านคนนั้น คะแนนความสนุกสำหรับคนนั้นมันก็จะสูงกว่าอีกเรื่องนึงที่มันไม่ตรงรสนิยมอ่ะมึง(ทั้งที่จริง ๆ มันดีพอกัน)

อาจจะว่าช่วงนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยน รสนิยมคนอ่านมันก็เปลี่ยนตามนั่นแหละ

แต่ทีนี้รสนิยมพอมันไม่ตรงกันเนี่ย มันก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีคนบอกว่า "เฮ้ยไอ้เรื่อง A เทพกว่าเรื่อง B" ซึ่งไอ้คนที่ชอบB กว่าก็มักจะด่ากลับด้วย มันก็สงครามน้ำลายดี ๆ เนี่ยแหละ จะด่ากันว่าไอ้นู่นหลวม ไอ้นี่แม่งกากก็ไม่แปลกหรอก

ส่วนไอ้เรื่องอิจฉาหรือด่านักอ่านนี่กูไม่รู้ว่ะ ไม่เคยอยู่วงนักเขียนปกติกูเป็นคนอ่าน แต่ลองเดา ๆ ดูก็คงเพราะคนเขียนที่เขียนแนวไม่กระแสก็คงเขียนออกมาตามรสนิยมตัวเองแหละ แล้วก็คงไม่แปลกหรอกที่จะด่าคนอ่านที่รสนิยมไม่เหมือนกันน่ะ

367 Nameless Fanboi Posted ID:cp1sdABCvh

กู ในฐานะเรียนปริญญาวรรณกรรมมาโดยตรง ยืนยันว่าแนวน้ำเน่าตบจูบขายดีจริง พวกพาฝันจะเข้าถึงได้ง่ายกว่าวรรณกรรมเพื่อชีวิต คนทำวรรณกรรมแนวที่แตกต่างจากกระแสปัจจุบันคือคนที่ทำด้วยแพสชั่นไม่ได้หวังผลกำไรมากมาย ดังนั้นอีพวกนักเขียนที่เขียนมาแล้วไม่มีใครอ่านแต่กลับด่าไปทั่วว่านักอ่านรสนิยมต่ำ ไร้ความสามารถคือไปพัก จะเขียนอะไรมึงต้องรู้ก่อนว่าจะให้ใครอ่าน ถ้าอยากเขียนให้ขายได้เยอะ ๆ ก็ต้องเขียนให้เข้าถึงคนอ่านได้ง่าย ดูพวกท็อปเด็กดี พล็อตแม่งไม่มีอะไรหรอก ตัวละครก็แบน ๆ แต่ทำไมคนอ่านเยอะ เพราะมันง่ายไง คนทำวรรรกรรมที่ไม่ตรงตามตลาดคือพวกรู้ว่าคนอ่านเฉพาะกลุ่มและทำงานต่อไปด้วยเเพสชั่นล้วน ๆ

368 Nameless Fanboi Posted ID:UkK2U1kQbj

เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่โม่งสาระชิบหาย ในขณะที่เด็กดีมีแต่มู้โชว์โง่กับดราม่ารายวัน ส่วนพี่เว็บแม่งทิ้ง section นักเขียนไปแล้ว มีแต่อัดฉีดขายของ

>>367 โม่งแตกละมึง

369 Nameless Fanboi Posted ID:cp1sdABCvh

>>368 สวัสดีอีดอก 555 กูว่าไม่ใช่มึงหรอกที่รู้ว่าโม่งกูแตก เขารู้กันนานละมั้ง แต่ไม่พูดเฉย ๆ ฮิ ๆ

370 Nameless Fanboi Posted ID:g2Rpd10yjt

>>260 อ่านจบแล้วมาแชร์ความรู้สึกด้วยว่าเป็นไงบ้าง

371 Nameless Fanboi Posted ID:.2TVqZ2D/N

>>368 มันก็เป็นงี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่อ่อ lol

372 Nameless Fanboi Posted ID:T30ruWfR4Q

ขอบใจมากสำหรับแต่ละความเห็นที่ตอบกันมา แม่ย้อยกูย้ายมาสิงโม่งไม่กี่วันรู้สึกว่าได้รอยหยักประดับสมองขึ้นจม ไอ้ที่ถามว่าคนเขียนแนวเกมเพราะชีวิตมันพังจนมันมั่นใจเฉพาะเรื่องเกมหรือเปล่านี่ก็ตัวกูเองตอนหัดเขียนใหม่ๆนี่แหละ พอเขียนไปได้สักพักก็รู้สึกได้ว่าการเขียนแบบปล่อยไหลตามความรู้สึก(ของกู)นี่มันคือยำใหญ่จากพล็อตเรื่องที่ชอบจากทุกอย่างที่เคยเสพมานี่หว่า ก็เลยลบมันทิ้ง ล้างไพ่ ตั้งสติแล้วมาเริ่มใหม่

ที่กูจับใจความได้ตอนนี้ก็คือ ถ้ากูจะพัฒนากูมี 3 ทางเลือกหลักๆคือ
1. เลือกอาวุธให้ถูกประเภทของมอน = ทำความเข้าใจว่าคนอ่านของกูเป็นใคร ชอบอะไร มีวิธีคิดแบบไหน
2. ใช้อาวุธที่ถนัดให้คล่อง = สร้างอัตลักษณ์ของกูเอง สร้างรสนิยมให้คนเขามาอยากอวยกันเอง
3. อัพสเตตัสให้สูง = ฝึกเขียนให้สนุก จะแนวไหน ตลาดไม่ตลาดเดี๋ยวคนแม่งก็ติดตามกันเอง

ป.ล. กูต้องเขียนทบทวน เพราะถ้าไม่เขียนทบทวนกูจะลืม

373 Nameless Fanboi Posted ID:UkK2U1kQbj

>>365 มึงแยก genre นิยายกับแยกกลุ่มเป้าหมายก่อน นิยายโชว์เทพผู้หญิงอ่านกับผู้ชายอ่านมันมีเส้นกั้นอยู่ที่มันแสดงให้เห็นว่าคนละ genre กัน

คือนิยายประโลมโลกที่ป้าๆ อ่านกันมันมีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว จะเป็นดาวพระศุกร์ ปริศนา วนิดา หรืองานอีโรติกเพ้อฝันสไตล์นภาลัย ไผ่สีทอง หรือจามรี พรรณชมพู ฯลฯ สเตอริโอไทป์มันชัดเจนว่าพระเอกต่อให้เจ้าชู้ชิบหายแค่ไหน แบดแค่ไหน โง่แค่ไหน สุดท้ายก็ต้องเลือกนางเอกคนเดียวเท่านั้น ถ้าฮาเร็มคือกลุ่มผู้หญิงรับไม่ได้ ขนาดนิยายวังหลัง ฮ่องเต้ต้องสลายวังหลังให้นางเอกคนเดียวเลย นี่คือสเตอริโอไทป์ของผู้หญิงที่ต้องการรักแท้ ต้องการความมั่นคง ต่อให้มึงเหี้ยแค่ไหน สุดท้ายมึงรักกู กูโอเคหมด มันถึงมาเป็นอ๋องสายเปย์ พี่ชาย ท่านชาย ฯลฯ

กลับกันฝั่งนิยายสำหรับนักอ่านชาย มันจะมาในทรงสนองนี้ดเติมเต็มความต้องการแบบพระเอกเอจจี้ ฮาเร็มต่างๆ ถ้าวรรณกรรมไทย มึงย้อนไปดูขุนช้างขุนแผนก็ได้ ซึ่งกูเคยวิเคราะห์ไว้ในสักมู้ว่ามันเขียนมาสำหรับผู้ชายกลุ่ม elite ที่อ่านออกเขียนได้ ใช้กรอบคนปัจจุบันมองเลยรู้สึกยี้

ทีนี้กลับมาที่นิยายปัจจุบัน นิยายขายฟินสำหรับนักอ่าน loser มีอยู่จริงไหม แม่งมีอยู่จริงไง นิยายที่พระเอกตบเกรียนไปเรื่อยๆ ตบตัวโกงที่เหมือนไม่มีไอคิว ตกผู้หญิงทุกคนเข้าฮาเร็ม ซึ่งอีตัวละครผู้หญิงพวกนี้ก็เป็น sex object ที่ดีไซน์มาแค่อ้าขาให้พระเอกเย นิสัยนางฟ้าแบบจับต้องไม่ได้ เป็นแค่จินตนาการของผู้ชายที่มีต่อผู้หญิง (เช่นเดียวกับพระเอกสไตล์ขี่ม้าขาวของนิยายผู้หญิง) และนิยายพวกนี้มันก็สนองนี้ดบุฮี้ loser ไม่งั้นมันจะไม่มีนิยายแต่งแต่แอ๊บว่าเป็นนิยายแปลเรื่องจอมมารที่มีน้ำว่าวศักดิ์สิทธิ์และมีกองอวยเป็นล้านหรอก

ส่วนพวกวรรณกรรมตะวันตกมันก็เป็นอีกสไตล์ เพราะวัฒนธรรม รากฐานความคิดมันไม่เหมือนกัน จะเอามาวิเคราะห์ด้วย เดี๋ยวประเด็นเปลี่ยน

374 Nameless Fanboi Posted ID:2ennlDXqQ1

>>367 เห็นด้วย ท็อปเด็กดีที่สุ่มอ่านคือ เสพง่ายมาก ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมากมาย ไม่ต้องพยายามจับผิด แค่สนุกกับมันก็พอเหมือนมู้ซ้อมรบเมื่อวานแหละ

375 Nameless Fanboi Posted ID:cp1sdABCvh

กูก็อ่านนะพวกเบา ๆ อะ แต่กูสายนิยายรัก นิยายท็อปเด็กดีเรื่องนึงเมื่อหลายปีก่อนที่ดังมาก ๆ ชื่อพยางค์เดียวกูเพิ่งมาอ่านไม่นานมานี้เองแล้วกูก็ชอบด้วย มองจากเรื่ององค์ประกอบวรรณกรรมแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไรมากหรอก แม้แต่ตัวละครเอกเองยังมีคาแรกเตอร์ไม่จัดเจนเท่าไรมาก เนื้อเรื่องก็พื้น ๆ แต่ที่มันครองใจคนอ่านได้เพราะเราลุ้นตามไปกับเรื่อง เห็นชีวิตประจำวันนางเอกทุกวันก็เอาใจช่วยอยู่ตลอด ภาษาก็อ่านง่าย อ่านปุ๊บเข้าใจปั๊บ ไม่มีบทบรรยายส่วนเกินให้ต้องอ่านข้าม อ่านด้วยมุมมองคนอ่านธรรมดากูชอบมาก แต่ถ้าอ่านด้วยสายตาวิเคราะห์เจาะจงตามหลักงานเขียนคงได้หักคะแนนกระจาย นักอ่านก็มีหลายแบบ คนเรียนสายตรงมาก็มีเยอะ อยู่ที่ว่าตอนรีวิวเขาจะรีวิวไปในทิศทางไหน

376 Nameless Fanboi Posted ID:T30ruWfR4Q

>>370 แปป รอบแรกกูสุ่มอ่านมั่วๆอยู่ เพราะกูไม่รู้ว่ากูรับได้แค่ไหน กูเป็นซึมเศร้า (สัสเอ๊ยโม่งแตกก็แตกไปดวกส์!) แต่หลังจากไล่ๆอ่านดูแล้วกูโอเค กูพอจะแยกแยะได้ว่าเจตตนาของคนพิมพ์คืออะไร แอบตกใจที่เจอว่ามีคนพูดถึงกิลด์ด้วย กูนี่แหละหัวกิลด์ ถถถถถ

377 Nameless Fanboi Posted ID:g2Rpd10yjt

เห็นพวกมึงพูดกันแล้วนึกขึ้นได้ เรื่องเพื่อนกูสองคนแชทกันในกลุ่ม คนนึงบอกอ่านนิยายฮาเร็มเทพทรูทำไมวะ ไม่จรรโลงใจเลย อ่านลอร์ดออฟเดอะริงดิ อ่านเกมออฟโตรนดิ ส่วนอีกคนก็ด่าคืนว่านิยายพวกนั้นแม่งตกยุคแล้ว ยุคนี้มันต้องทะลุมิติเกิดใหม่เป็นปราด (มันเขียนงี้จริงๆ นะ) หรือไลท์โนเวลแนวแก้แค้นดิวะ นิยายเก่าๆ แม่งอ่านแล้วง่วง ไม่สะใจแบบผู้กล้าหื่นฮิลเลอร์ของกู

อ่านไปอ่านมากูแม่งโมโห+รำ เลยตบเกรียนไปคนละทีด้วยการเรียกมาคุยใหม่ประเด็นเดิม ด่าแม่งทั้งคู่ว่าขนาดอาหารที่กินมึงยังชอบไม่เหมือนกันเลย แล้วจะไปเสือกเรื่องของอีกคนทำไม ต่อให้กินก๋วยเตี๋ยวเหมือนกันตอนปรุงก็ปรุงไม่เหมือนกันอยู่ดี อย่าไปเหยียดรสนิยมคนอื่นเลย สิ่งที่ทำให้พวกมึงชอบเรื่องนั้นๆ ก็ไม่เหมือนกัน

คนนึงชอบการหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบ ชอบการสร้างโลกแฟนตาซีของ LORT ที่มีเซตติ้งที่กว้างและแข็งแกร่ง (ถึงกูยอมรับว่าตอนอ่านแล้วง่วงจริงก็เถอะ) ส่วนอีกคนอยากอินเสิร์ทเป็นมหาเมพ หรือชอบความสะใจปนโรคจิตนิดๆ เอจจี้ๆ (แต่เรื่องฮิลนี่พระเอกโดนเกย์นิกก้าอัดตูดนะโว้ย) ซึ่งผลต่อความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนกันแล้ว คนนึงอ่านสนุกเพราะความลึกความคมของเนื้อหา ส่วนอีกคนสนุกเพราะความสบายๆ เข้าถึงง่ายของเนื้อเรื่อง

สิ่งที่พวกมึงเป็นเหมือนกันคือสนุกกับนิยายที่อ่านทั้งคู่ ดังนั้นอย่าไปสนว่าเพื่อนจะแดกอาหารชาววังหรือแดกฟาสฟู้ด มันชอบอะไรก็ปล่อยมัน ที่สำคัญคือเลิกเปรียบเทียบ เลิกยัดเยียดความคิดใส่คนอื่นว่าของกูดี ของมึงไม่ดี ได้แล้ว กูอ่านละรำคาญ

กลับมาพูดถึงกูด้านนักเขียนบ้าง กูไม่เคย judge นักอ่านนะว่าเขาอ่านแนวนี้แปลว่าเป็นคนแบบนั้น เพราะกูเองอ่านทุกแนว (แต่ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบคือเท แค่นั้นเอง) ความสนุกของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนอ่านเพราะอยากค้นหาความหมายของชีวิต ในขณะที่บางคนอาจแค่อยากอ่านอะไรสะใจๆ คลายเครียดจากชีวิตจริงอันแสนกดดัน ดังนั้นอย่าไป judge คนอื่น หรือยัดเยียดความคิดนั้นนี้ใส่ใครเลย

378 Nameless Fanboi Posted ID:UkK2U1kQbj

>>377 เออ อ่านไปอ่านมา กูก็มีความ judge อยู่จริงๆ ขอโทษที่ judge และเหยียดด้วย กูแม่งเป็นเหี้ยไร ชอบเหยียดผู้ชายบุฮี้ทุกที

379 Nameless Fanboi Posted ID:e1utSlFtk6

>>378 สำหรับกู ก็จะยัง judge คนอ่านหรือใดๆก็ตามต่อไปแลกกับการถูก judge ได้เช่นกัน แฟร์ดี

380 Nameless Fanboi Posted ID:g2Rpd10yjt

>>369 ก็ตามนั้นแหล่ะ บางทีรู้แต่ไม่เห็นความจำเป็นว่าจะแหกโม่งกันไปทำไม เพราะสนใจเรื่องเนื้อหาสาระที่พูดคุยกันแล้วได้ประโยชน์มากกว่าใครพูดอะ ส่วนพวกโผล่มาก็เปิดหน้าตัวเองแถมทำตัววัลลาบีล่อตีนด้วยนี่ ขอไม่พูดต่อแล้วกัน เปลืองน้ำลาย

381 Nameless Fanboi Posted ID:Hs13UjwF1+

>>379 การ pc non-pc judge ไม่ judge มันพูดยาก กูไม่ค่อย give a fuck กับการโดน judge เพราะส่วนใหญ่โดนในมู้ทั้งนั้น โดนแต่ละทีก็ขำเกินกว่าจะมานั่งซึม นักอ่านที่อ่านกูเขาก็ไม่ได้มา judge อะไรกู เหมือนกูเขียนของกูไป เขาก็อ่านของเขาไป มาหวีดบ้างตามประสา ไม่ดราม่า กูก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะแมสจัดๆ ถ้าแมสก็ถือว่าจังหวะเข้าข้าง มีความสุขกับการอัพแล้วมีคนมาคุยเล่นละตอนนี้ เขียนจบขายได้ก็ขาย ขายไม่ได้ไม่เป็นไร มีเงินใช้อยู่แล้วไม่เดือดร้อน

นั่นคือฐานะนักเขียนของกู ฐานะนักอ่านก็อ่านไปเรื่อย และฐานะนักสับก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตอนนี้พยายามสับด้วยกรอบว่าด้วยการตลาดมันก็อีกมุมมองนึงละ

คือถ้ามึงหาจุดยืนตัวเองได้ว่ามึงต้องการอะไร เดี๋ยวมึงก็หาทางให้ขีวิตมันตอบโจทย์มึงเอง หาสมดุลชีวิตให้เจอก็พอ

382 Nameless Fanboi Posted ID:c4TMyOq0zt

>>377 และมันก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ เหมือนอาหารที่ชอบ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุและประสบการณ์ในชีวิต เช่น วัยนึงอาจจะอ่านแค่วรรณกรรมเยาวชนเพราะเพิ่งขยับมาจากพวกหนังสือการ์ตูน อีกวัยนึงอาจชอบอ่านแบบหาความหมายของชีวิต อีกวัยนึงอาจชอบเรื่องเพ้อฝันเพราะชีวิตก็สาหัสพอแล้ว

383 Nameless Fanboi Posted ID:Hs13UjwF1+

>>382 ถึงจุดนึงก็มาอ่านนิยายยั่วเย กูจะมูฟออนไปเขียนยั่วเยละ คนอ่านเยอะดี แต่กูเขียนทีไรมีพล็อตทุกที

384 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

ยั่วเยก็ต้องแบ่ง genre แหละ จะอีโรติก หรือ NC+++ ที่ไม่สนไร

385 Nameless Fanboi Posted ID:Hs13UjwF1+

>>384 กูเขียนแบบอีโรติกที่มีพล็อตแต่มีฉากเยดำเนินเรื่องไปด้วย แต่ก็ไม่ได้ถี่ขนาดนั้นมั้ง 3-4 ตอนมีฉากมาที แต่ที่ฮิตๆ กันตอนนี้คือ pwp nc กระจาย kink แปลกๆ กูก็ดันเขียนไม่ได้อีก ไม่รู้จะให้มันเจอกันหน้ามืดเอะอะเอากันได้ยังไง สมองมันหาพล็อตโฮลแล้วเติมให้อัตโนมัติอีก

386 Nameless Fanboi Posted ID:g2Rpd10yjt

>>385 กูก็เขียนอยู่นะ แต่ชื่อเรื่องเป็นข้อมูลปกปิด เพราะแต่งแนวฮาเร็มโลลิหูสัตว์ เดี๋ยวคนจะคิดว่ากูโรคจิต 555

387 Nameless Fanboi Posted ID:Hs13UjwF1+

เออ นี่ก็เป็นความแปลกของนักอ่านหญิงนะ ถ้าเรื่องมีพล็อตไม่ชอบฮาเร็ม ชอบพระเอกรักเดียวใจเดียว แต่ถ้าเป็นแนว pwp นางเอกหรือนายเอกจะมั่วแหลกราญแค่ไหนก็ได้ โดยเฉพาะแนววาย แม่งไปไกลมาก kink ประหลาด เยกับออร์ค เยกับงู กับโลมา กับสิงโต จู๋ใหญ่เท่าต้นขา แทนตาเคิล สไลม์ เอเลี่ยน แมลงสาบ ฯลฯ ก็ได้ พอๆ มากกว่านี้ก็ไปห้องฟุละ

สรุป โลกมันหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ฉันตามไม่ทันแล้วววว พี่บัวลอยยยยย

388 Nameless Fanboi Posted ID:mH+aFNlceq

ไม่ใช่เพศตัวเอง ยังไงก็ได้ ฉันฟินก็พอ Yes yes yes

389 Nameless Fanboi Posted ID:U1lwSPA0NE

>>387 ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่ตลาดวายมันใหญ่จริงๆ ดูจากนิยายวายของคนที่มาวนเวียนในบอร์ด กูเห็นแต่ละคนวิวแสน fav หมื่นกันทั้งนั้น

390 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

>>387 เพราะจุดโฟกัสมันอยู่คนละที่กัน นิยายรักก็จะมีอุมคติแบบหนึ่ง ส่วนpwp มันก็อีกแบบหนึ่งคนเหมือนผช.เล่นเกมแหละ เกมแต่ละเกมมันก็ไม่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ

391 Nameless Fanboi Posted ID:T30ruWfR4Q

https://www.dek-d.com/board/view/3957875/
คำถามจากกู: "โม่งเดสก้า?"
คำตอบที่เดา: "ความลับ"

392 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

>>388 มันคงไม่ใช่อะไรก็ได้ แต่แบบไหนที่ถูกจริตมากกว่า สำหรับกุนะ มันก็วนไปที่หัวข้อแบ่งgenre นิยายนั่นแหละ

393 Nameless Fanboi Posted ID:Hs13UjwF1+

>>390 ก็ตามนั้น ความคาดหวังมันไม่เหมือนกัน
>>391 คุ้นเหมือนเคยอ่านเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ใช่สรจักรก็น่าจะเรื่องสั้นของบันลือสานส์ แต่เคยอ่านพล็อตแบบนี้แน่ๆ

394 Nameless Fanboi Posted ID:cPNNaRd+AI

>>391 ดีนะกูอ่านเม้นก่อน ไม่อยากอ่านอะไรแหวะๆตอนนี้ ว่าจะไปแดกข้าวอยู่พอดี

395 Nameless Fanboi Posted ID:mXes27pJs/

pwp ย่อมาจากอะไรวะ กูไม่เชี่ยวสายวาย

396 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

Plot? What plot? พล็อตอยู่ไหน 55

397 Nameless Fanboi Posted ID:T30ruWfR4Q

555555555555!

398 Nameless Fanboi Posted ID:.uefS50IX9

>>395 porn without plot หรือ plot? Where’s plot? ก็ได้

399 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

เออแฮะ.. รู้สึกคุ้นกับ porn without plot มากกว่า pwpเพิ่งเสิร์ชหาความหมายตะกี๊นี้ ส่วนที่ตอบไปก่อนหน้าคือตามน้ำไป 55

400 Nameless Fanboi Posted ID:vJ9+qv9Bc+

>>399 ได้ทั้งคู่แหละ กูยังจำเป็น where‘s plot แทน what‘s plot เลย สรุปคือแม่งอารมณ์แบบเยกันเฉยๆ ไม่มีพล็อตอะไรจริงจัง

กูว่าคนสมัยนี้ถ้าไม่อ่านอะไรแบบแกรี่จัดๆ ขายฟิน ยั่วเย ก็ไปทางกาวๆ ไร้สาระไปเลย สังเกตจากงานกูเอง งานมีพล็อตมึเนื้อเรื่อง ทั้งที่เรทนะ แต่คนอ่านก็ซาๆ อีกเรื่องไม่เรท แต่ขายขำ พล็อตโฮลเป็นล้าน เขียนไปก็เหมือนสูดกาวสักกระป๋อง คนอ่านเยอะกว่าอีเรื่องแรกอีก ห่านนน

401 Nameless Fanboi Posted ID:5BbNmeWWgb

เรื่องที่ตั้งใจเขียนวางพล็อตหัวหมุน คนอ่านเท่าหมอยส์ แต่แต่งอีกเรื่อง เปิดมาก็เย ตอนสองก็เย ตอนสามก็เย คนอ่านเยอะกว่าสองสามเท่า นี่ตอนสี่กุคิดไม่ออกแล้วจะเยท่าไหน เดี๋ยวซ้ำสามตอนแรก เครียดว่ะ

402 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

>>402 เปลี่ยนสถานที่ก็ได้อีกหลายตอนละ ห้องครัว ห้องน้ำ ระเบียง ห้องทำงาน ดาดฟ้า โรงจอดรถ ฯลฯ

403 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

อ้ะ แท็กผิด 55+

404 Nameless Fanboi Posted ID:iq7hqhULNe

>>401 กลับไปบ่นห้องฟุกัน สงสารนักเขียนชาย 555555

405 Nameless Fanboi Posted ID:mXes27pJs/

วันนี้ไม่มีดราม่ามันส์ๆ เบย

406 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

เป็นวันที่สงบสุข ก็เขียนนิยายต่อไป

407 Nameless Fanboi Posted ID:SFa/kSsS9+

>>391 ความพังพรอนนี้คืออะไร

408 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

ไม่ใช่พังพรอน 5W1H จัดเต็มจนเห็นภาพเคลื่อนไหวแบบนี้น่ะ

409 Nameless Fanboi Posted ID:nln6Mkechr

อ้อ! ใช้คำศัพท์มีชั้นเชิงกว่าด้วย

410 Nameless Fanboi Posted ID:lKep4pcxLq

จังหวะเล่าเรื่องพังพรอนจริง ๆ ถ้าไม่จริงอมขี้หมามาพ่นหน้ากูเลย

411 Nameless Fanboi Posted ID:mXes27pJs/

>>391 อาจเป็นปริศนาธรรม ประเภทด่าใครเขาไว้ในบอร์ด รู้ตัวอีกทีมันนั่นแหล่ะที่เป็นอย่างที่ไปด่าคนอื่น

ถ้าคิดแบบโลดโผนกว่านั้นก็... โม่งสักตัวแถวนี้อยากโชว์ของ ก็เลยไป Show dont tell ให้เด็กมันดู ว่าการเขียนสั้นๆ แต่ทำให้คนอ่านเหมือนถูกดึงเข้าไปในเรื่องราวต้องทำยังไง คล้ายกับบอกพังพรอนเป็นนัยๆ เหมือนรอบก่อนว่า "ให้ไปหาอ่านเรื่องสั้นในขายหัวเราะ/มหาสนุกดู"

412 Nameless Fanboi Posted ID:NHdSwJgsBM

กูก็แอบคิดเหมือนกันว่ะว่าแม่งพังพรอนเปล่าวะ

กูเห็นด้วยกับ>>393 นะ กูเคยเห็นพล็อตแบบนี้แล้วคืออีพังพรอนเคยอ้างชื่อสรจักรเป็นไอดอลไง

413 Nameless Fanboi Posted ID:d7GP1UqdVt

แต่ว่าสงสัยอ่ะ.. ช่วยอธิบายทีเรื่อง pov
จุ๊ๆ เดินเรื่องด้วย Pov3 มุมมองพระเจ้า ขอบเขตของพระเจ้ามีอยู่เท่าไหน? ทุกอย่างแม้กระทั่งความคิดของตัวละครใช่ไหม?
สังเกตเห็นในหลายย่อหน้า.. ตรงประโยคสุดท้าย อยากถามว่านั่นคือ
1.Pov1 นริศเป็นคนพูด.. ในความคิดตัวเอง หรือ
2. Pov3 พระเจ้าได้ยินความคิดของนริศ

414 Nameless Fanboi Posted ID:iq7hqhULNe

>>412 กูเคยเห็นพล็อตแบบนี้จริงๆ แบบจบมาเป็นหนูเป็นหมู เห็ดหูหนู whatever เคยอ่านมาแล้ว เริ่มแบบนี้และจบแบบนี้เลย แต่คิดว่าไม่ใช่พังพรอน ลักษณะภาษาและจังหวะไม่ใช่ แต่ยังไม่มีเวลาถอดความแบบคำต่อคำแบบที่นักสืบพันทิปทำกัน

415 Nameless Fanboi Posted ID:iq7hqhULNe

>>413 POV3 แบบพระเจ้า ขอบเขตคือพระเจ้ารู้ทุกอย่าง และนี่คือเล่าผ่านนริศ เล่ากระทั่งว่านริศคิดยังไง ลักษณะการเขียนแบบนี้มึงหาอ่านได้แนวสรจักรเลย ถ้ามึงอยากอ่านเรื่องสั้นกูแนะนำสรจักรจริงๆ

416 Nameless Fanboi Posted ID:d7GP1UqdVt

เห็นด้วยกับ >>411 ถ้าให้เปรียบเทียบ
พังพรอนเหมือนนักวิ่งฟันรัน 5km งานชึ้นนั้นน่ะอยู่ระดับสิ่งมาราธอน 42kmแล้ว
ความต่างชั้นนี้ทำให้มีข้อสันนิษฐาน 2-3 อย่างว่า
1.ถ้าพังพรอนกลับมา ก็แปะงานคนอื่น
2.โม่งสักคน Show don't tell
3.ใครสักคนที่แวะมาเขียนบอร์ดเล่นๆ แต่แค่มีฝีมือ

417 Nameless Fanboi Posted ID:d7GP1UqdVt

>>415 ขอบใจมาก สรจักรเคยอ่านผ่านๆ อยู่ วันนี้แค่ว่าง.. ไถบอร์ด มุดโม่งเล่น

418 Nameless Fanboi Posted ID:d7GP1UqdVt

>>415 เวลาเอาไปใช้นี่ ที่เขาบอกในบอร์ดว่าอย่ากระโดดไปกระโดดมานี่ หมายความว่า อย่ามองข้างนอกทีนึงแล้วโดดเข้าไปในหัวทีแล้วก็กลับมาอธิบายข้างนอกอีกทีใช่ป่าว? หรือว่าทำได้? หรือแล้วแต่ ลองไปฝึกหัดแล้วปรับเปลี่ยนกระบวนท่าไว้ใช้เอง? อ่อ..

419 Nameless Fanboi Posted ID:iq7hqhULNe

>>418 เขาหมายถึงอย่ากระโดดระหว่างตัวละคร สมมติฉากนั้นมี 5 ตัว มีโอ มีนุ้ย มีก้อย มีเบนซ์ มีต้อย ถ้ามึงเล่าความคิดมุมมองทุกคนแบบโดดไปโดดมาคือ POV พังละ ต้องเลือกว่าจะบอกความคิดใคร เพราะคนเขียนในเด็กดีเทคนิคไม่มากพอจะเปลี่ยนมุมมองเนียนๆ พอพยายามเขียนแบบนี้เลยพังหนัก แต่เรื่องจากภายนอกมามุมมองภายในมันเขียนได้อยู่ละ อยู่ที่เทคนิคมึงอีกเหมือนกัน

420 Nameless Fanboi Posted ID:d7GP1UqdVt

อ่อ.. แต้งกิ้ว พอจะเก็ทขึ้นมาอีกนิดนึงละ

421 Nameless Fanboi Posted ID:Uncr3zv67x

https://www.dek-d.com/board/view/3957909/
ขอยาดแซะ คือมึงจะใส่โฟเนติกซิมโบล์เข้าไปในนิยายด้วยรึยังไง

422 Nameless Fanboi Posted ID:cp1sdABCvh

>>419 โดนจับแน่มึงอะ

423 Nameless Fanboi Posted ID:ZKo2FV8wNT

>>422 ถ้ามึงไม่ทักก็ไม่โดนหรอก

424 Nameless Fanboi Posted ID:Uncr3zv67x

>>422 >>423 พี่ๆ อยากทานอะไร ข้าวผัด โอเลี้ยง ไม่ได้จะอาสานะ.. สั่งไลน์แมนเอาเองเด้อ

425 Nameless Fanboi Posted ID:cp1sdABCvh

>>423 อย่ามายุ่งสิอี๊ด

426 Nameless Fanboi Posted ID:ZKo2FV8wNT

>>421 อาจจะแบบชื่อตัวละครไรงี้ม้างง แบบชื่อ Genevieve อ่าน เจเนวีฟ หรือ เจเนเวียฟ Isaac อ่านไอแซคหรืออิซาค Laurence อ่านโลเรนซ์ หรือลอรองซ์ Eugene อ่านยูจีนหรือออยแกนเนอร์ตามสำเนียงไง กูช่วยแถละนะ

427 Nameless Fanboi Posted ID:ZKo2FV8wNT

>>424 อารมณ์แบบเครื่องแลนดิ้งปุ๊บมีคนมาตอนรับเต็มไปหมดพร้อมกุญแจมือ

428 Nameless Fanboi Posted ID:Uncr3zv67x

>>426 เบสของเรื่องอาจเป็นอาจารย์/นศ.ภาษาศาสตร์ คลาสเรียน Vowel ก็เป็นได้//วางกระป๋องกาวก่อนกรู

429 Nameless Fanboi Posted ID:T30ruWfR4Q

1+1=2 นะ ขอย้ำ... 1 + 1 = 2 นะ!

430 Nameless Fanboi Posted ID:ZKo2FV8wNT

>>428 มึงอย่าไปซี นิยายโฟเนติกภาษาไทยกูยังเคยเจอมาแล้ว ไม่รู้เคยสับไว้มู้ไหนที่ยกตำราการออกเสียงพวก Mass Media Communication ของอาจารย์มรรยาทมาแม่งทั้งเล่ม โยนลงไปในนิยายแบบอีฟิสิกส์เลยด้วย เพื่อนกูเลยเอาไปให้อาจารย์ดู แกยังขำจะตายห่า

431 Nameless Fanboi Posted ID:ZKo2FV8wNT

>>429 ไอนี่ก็ขยี้จ๊าง

432 Nameless Fanboi Posted ID:sV07a+VWvJ

แนะนำให้น้องลองไปถามกูรูมิรินด้าดู
https://www.dek-d.com/board/view/3957915/

433 Nameless Fanboi Posted ID:mXes27pJs/

>>419 กูว่าอันนี้เป็นการเล่าแบบ POV 3 นั่นแหล่ะ ถึงจะโดดไปมา แต่ถ้าคนเขียนเก่งจริงรู้จังหวะที่จะพูดถึงตัวละครไหนก่อน-หลังก็เล่าให้คนเข้าใจได้ แต่มันยาก เลือกเล่าจากความคิดหรือการกระทำของคนๆ เดียวในวงสนทนา จะง่ายกว่า ว่าแต่... ชื่อตัวละครมึงนี่คุ้นๆ นะ

>>418 ที่บอกว่าอย่ากระโดดไป-มา หมายถึงเขียนผสมกันหลาย POV โดยแบบพลการ เพราะแม่งจะทำให้คนอ่านงง เช่น

---
ในที่สุดมึนพรก็มาเจอนอนเบียวที่ห้างสรรพสินค้าตอนเก้าโมงพอดี วันนี้ทั้งคู่จงใจโดดเรียนเพื่อไปดูหนัง เพราะเพ้อเจ้อซินิเพล็กดันลดราคาตั๋วเหลือแค่เรื่องละสิบเก้าบาท แต่การแต่งชุดไปรเวทออกจากบ้านมันดูผิดสังเกตเกินไป เด็กโปกจัญไรสองหน่อจึงเดินทางออกจากบ้านมาในชุดนักเรียนตามเวลาปกติ (3)

"กูอยากจะดูหนังเรื่องนี้มานานแล้ว" ผมบอกเพื่อนระหว่างเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อเกาข้างไข่ (1)

ไอ้หัวเกรียนข้างๆ ที่กำลังเล่น ROV เดินชะงักเพราะไม่ได้ตั้งใจฟังว่าเพื่อนพูดอะไร แต่ก็พยักหน้าตอบ ห่างออกไป 30 เมตร "นครินทร์" พนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างสังเกตเห็นเกรียนเทพสองตัวในชุดเครื่องแบบโรงเรียนเทศบาลวัดดงควายแยะ ตอนแรกเขากะจะทำเป็นไม่สนใจลูกค้าวัยน่าโดนตีน แต่เจ้าตัวก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเห็นว่าไอ้เด็กพวกนี้มันย้อมผมและเจาะหูทั้งคู่ (3)

คุณพยายามบอกตัวเองว่าคุณมีหน้าที่แค่รักษาความปลอดภัย แต่ในใจลึกๆ คุณยอมรับว่าหงุดหงิดมากกับภาพที่เห็น สุดท้ายก็คุณอดไม่ได้ที่จะหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เสียงเพรียกแห่งความดีงามเหมือนพยายามสะกดจิต ให้คุณต้องรีบกดโทรหาใครคนหนึ่ง เจ้าของเบอร์นี้คือคนที่คุณรักและเคารพมาตั้งแต่สมัยเรียน "ครูลีลาวดี" (2)

"อ้าว ป่านคนที่เคยเรียนกับครูตั้งแต่ประถมหนึ่งจนถึงมัธยมสาม ว่าไงจ๊ะ อากาศวันนี้แจ่มใสดีมาก ทำให้ครูรู้สึกสดชื่น สว่างไสว แล้วเธอล่ะรู้สึกยังไง สบายดีไหม" ฉันพูดตอบศิษย์เก่าคนหนึ่งที่ไม่ได้คุยโทรศัพท์กันนานแล้ว เขาเป็นคนเรียบร้อยและยึดมั่นในกฏระเบียบของโรงเรียนมากๆ ตอนแรกก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันธรรมดา จนกระทั่งฉันเผลอพูดนอกประเด็นจนปลายสายต้องรีบเบรคก่อนจะแจ้งเรื่องสำคัญ ว่าตอนนี้มีนักเรียนรุ่นน้องกำลังหนีเที่ยวภายในห้างที่เขาทำงานอยู่ ด้วยสปิริตและฉายา "ไม้เรียวมหาภัยดอกขาว" ฉันจึงรุดหน้าไปยังห้างนั้นทันทีด้วยท่วงท่าการเดินแสนสุนทรีย์ (1)

"พร พร... ไอ้เหี้ยพร" ไอ้หัวทองทรงนกกรงหัวจุกเรียกเพื่อนด้วยคำหยาบคายเพราะมันไม่ตอบสักที
"อะไรของแม่งวะ ไอ้เบียว" คนโดนเรียกตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งรำคาญ เพราะกำลังเล่นเกมเข้าได้เข้าเข็ม
"ดู มึงดู ยามที่นั่งตรงโน้นมันจ้องพวกเรามาสิบนาทีแล้วนะ กูว่ามันชักจะยังไงๆ แล้ว" เบียวพูดพลางชี้ไปยังยามที่ว่าอย่างไม่มีมารยาท
"ช่างแม่ง กูขอตีเสาก่อน จบนี้ก็จะได้เลื่อนยศแล้ว" ว่าจบมึนพรก็ก้มลงไปควบคุมยอร์นบนหน้าจอมือถือต่อ (3)

ในที่สุดฉันก็มาถึงหน้าโรงหนังเพ้อเจ้อ นักเรียนเกเรคนแรกเมื่อเห็นฉันเดินมาพร้อมไม้เรียวก็พยายามวิ่งหนีพร้อมตะโกนว่า "เผ่นเร็วไอ้เหี้ยพร" แต่เขาก็มีอันต้องสลบไป เมื่อถูกฉันใช้สกิล "แปรงลบกระดานไร้รัก" ขว้างใส่ท้ายทอยเต็มแรง (1)

"คนต่อไปก็คือเธอ มึนพร" ครูลีลาวดีพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะเงยหน้าขึ้น
เจ้าของผมทองซอยสั้นเหลือบมองร่างเพื่อนที่แน่นิ่งไป ก่อนสบถออกมาเบาๆ "เชี่ยเอ๊ย... อีดอกขาวมาได้ไงวะ"
เขารู้ดีว่าการหลบหนีนั้นไร้ประโยชน์ เด็กชายจึงล็อคหน้าจอมือถือ ลุกขึ้น แล้วเดินเข้าหาหัวหน้าห้องปกครอง
"โห... นี่เดินเข้ามาหาครูเองเลยเหรอจ๊ะ แทนที่จะรีบวิ่งหนีไป เธอกลับตรงเข้ามาครูแทนเลยหรือนี่"
"ถ้าผมไม่เดินเข้าไปใกล้ครู ผมก็อธิบายเรื่องนี้ไม่ได้สิ" มึนพรพยายามทำใจดีสู้เสื้อ
"โฮ่ ๆ... งั้นก็เชิญเข้ามาตามใจเลยจ๊ะ" ลีลาวดีพูดพร้อมกับก้าวออกไปอย่างมั่นคงบนร้องเท้าส้นสูงสีดำ

ไม่นานหลังจากนั้นทั่วห้างก็ดังก้องไปด้วยเสียงตะโกนของคนสองคน

"หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!! หลงจ้า!!"
"มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!! มุสา!!" (3)

ที่วงเล็บไว้คือรูปแบบ POV ที่ใช้ สังเกตดูเนื้อเรื่องมันจะไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน อ่านแล้วชวนงง (หรือเปล่าวะ) ก็เลยไม่แน่นำให้เขียน POV แบบผสมไปเรื่อยแบบนี้

434 Nameless Fanboi Posted ID:Uncr3zv67x

อื้ม.. ถึงจะอ่านแล้วเข้าใจ (มีสกิลมโนสูง) แต่ก็ทำให้สะดุดอยู่นะ (เป็นคนถามเอง)

435 Nameless Fanboi Posted ID:bPyTWIB1IT

>>433 ไม่สมจริง ถ้าคุณครูดอกขาวเป็นคนพูด บทสนทนาต้องยาว 31 บรรทัดได้

436 Nameless Fanboi Posted ID:mXes27pJs/

>>434 มันขาดความต่อเนื่องของบทบรรยาย ไม่ได้จะอวดนะ แต่ด้วยระดับสกิลปัจจุบันคือทำให้แย่สุดได้แค่นี้ ถ้าอยากได้ชัดกว่านี้จะไปลองสุ่มอ่านนิยายในเด็กดวกแทนก็ได้นะ อาจเจอเป็นบางเรื่อง

>>435 กูก็เวิ่นของกูสุดๆ แล้วอะ เอาหน่า นิยายตัวอย่างเรื่อง POV ไม่ใช่เรื่องน้ำเยอะ มึงก็อย่าจับผิดมากสิวะ จับ hole แม้กระทั่งนิยายแบบนี้ กูจะร้องไห้ละนะ

437 Nameless Fanboi Posted ID:mXes27pJs/

>>433 มึนพรกับครูดอกเป็นผู้ใช้แสตนด์ใช่มั้ย ไดอะล็อคแม่งโคตรคุ้น

438 Nameless Fanboi Posted ID:mXes27pJs/

>>437 อุ่ยลืมเปลี่ยนไอพี เล่นเองชงเองตบมุกเองไหมล่ะมึง

439 Nameless Fanboi Posted ID:Uncr3zv67x

>>433 ขอบใจที่สอน ถ้าพิมพ์ในโทรศัพท์ด้วยเน็ตมือถือ ไม่ว่าจะออกกี่ครั้งหรือเปลี่ยนไปใช้โหมดส่วนตัว มันจะยังแสดง ID เดิม
ต้องปิดไปซักพักใหญ่ๆ นู้นแหละ ถึงเปลี่ยน ID ใหม่

440 Nameless Fanboi Posted ID:9eY9vGUp7Z

>>432 กำลังเก็บข้อมูลและเขียนนิยายอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเอะใจ.. แล้วไปเผือกจนรู้เรื่อง เกลียดตัวเองตรงจุดเน้ 555+

441 Nameless Fanboi Posted ID:D5pZ2fSwo/

>>426 >>430 แล้ว Plieang ล่ะ?

442 Nameless Fanboi Posted ID:wvTwQLsDU0

>>441 ซาวด์เอฟเฟคในตำนานจากนิยาย Deva Wizard เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ (ที่ไปไม่รอด) เชียวนะมึง

443 Nameless Fanboi Posted ID:9eY9vGUp7Z

>>442 ทำให้กุอ่านออกในทันที
ว่าแต่ฉากอย่างว่า ไมมิรินด้าต้องตัดเข้าโคมไฟแดงทุกที ตู้ ตั่ง เตียง ก็มี กบโดดลงสระบัวดัง จ๋อม! ก็ยังได้

444 Nameless Fanboi Posted ID:olyuYNG26b

>>443 มันเป็นคลิเช่ละครไทยน่ะ อื่นๆ ที่เคยเจอก็มีหัวเตียงกับผ้าม่านด้วย

445 Nameless Fanboi Posted ID:PO.kRFX+eI

>>443 ดีเท่าไรแล้วที่มันไม่ตัดเข้าเรือสำเภาคลื่นซัดสาดกระแทกกราบเรือ

446 Nameless Fanboi Posted ID:YPH3FnIMh8

>>386 Loli Harem หูสัตว์ is the best , Warp Plz---- แค่กๆ

>>387 นักอ่านสตรีส่วนใหญ่ไม่ชอบฮาเร็ม แต่ชอบอ่าน pwp แบบมั่วแหลกงั้นเร๊อะ เพิ่งรู้นะเนี่ย o.O
นึกว่าคนไม่ชอบก็คือไม่ชอบไปเลย
คงเหมือนที่ >>390 บอกสินะ
เป้าหมายจะอ่านนิยายดีๆ ก็จะไม่เอาฮาเร็ม
แต่พอจะไปอ่านระบาย(?)อารมณ์ ก็ pwp นายเอกโดนรุมเยได้ เย้ ~

//เคยคิดจะเข้าตลาด yaoi แต่ไม่ไหว ยังไงสายเลือด(?)ของเราก็ Yuri เคยฝืนเขียนเรื่องสั้น yaoi
อ่านเองยังไม่สนุกเท่าไหร่ = หยุดความคิดจะเขียนเรื่องยาวสาย yaoi ไว้
แม้ตลาดจะใหญ่ หอมหวน(?) ล่อตาล่อใจเขียนYaoiขายสตรีฟูโจชิทั้งหลายก็เถอะ

447 Nameless Fanboi Posted ID:wvTwQLsDU0

>>446 บอกแค่แหล่งที่มาของวัตถุดิบกับแรงบันดาลใจได้มะ ถ้าได้ก็ search keyword: mutou mato ดูเอาเอง

คือวางลิงก์ตรงๆ ไม่ได้ มันผิดกฏบอร์ดเดี๋ยวจะโดนแบนถาวร ระวังกันด้วยถ้าจะลงลิงก์ 18+ ควรหลีกเลี่ยง

448 Nameless Fanboi Posted ID:YPH3FnIMh8

>>447 ขอบคุณสำหรับวาร์ป ~

449 Nameless Fanboi Posted ID:olyuYNG26b

>>440 แบ่งปันข้อมูลหน่อยดิเพื่อนโม่ง กระทู้แซะมิลินเหรอ

450 Nameless Fanboi Posted ID:9eY9vGUp7Z

>>449 กุจะนอนละ อ่านมู้นั้นให้ดีๆ ลองใช้แกทเชื่อมโยงนิดหน่อย คำตอบจะออกมาเอง
อ้อ! ช่วยอัพเดทรายชื่อ มู้สับที่ 14 แล้วนะ ไว้ว่างๆ จะมาทำเพิ่ม

451 Nameless Fanboi Posted ID:I9AM7WYAnd

มิรินเคยแตกในบอร์ดมั้ยล่ะ ถ้าแตกในแล้วแตกเรื่องไหน ลองไปคิสสสส แตกในแล้วก็คัมแบคหรือเปล่า หรือว่าแตกในแล้วมุดหายไปเรย

ละก็มีพวกแตกในอีกหลายคน คนนึงนอนเมมมาฟาดกับไอดีที่ชื่อไก่ห่านเป็ด แล้วคนเขารู้นะดูออกกับไอพีของนาง นางบอกจะลาบอร์ด ๆ ๆ แต่แป๊บเดียวก็รีเทิร์น ชื่อไอดีเบียว ๆ สวย ๆ ใช้ชื่อที่อ่านแล้วรู้สึกว่าชั้นเป็นนางฟ้า ชั้นงดงาม ชั้นมาจากสรวงสรรค์

อ่านคำว่าแตกในอีกรอบ แตกในจริง ๆ

452 Nameless Fanboi Posted ID:qx13Y5g3cs

>>449 กูว่าไม่ใช่กระทู้แซะมิรันอะ ช่วงนี้นางเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ไล่ตอบมู้เหมือนเป็นบ้าแบบเมื่อก่อน ถ้าจะแซะมันต้องแซะตั้งแต่ช่วงที่มีดราม่ากรุ่นๆ แต่บังเอิญคำถามมู้มันดันเข้าข่ายมิรันเฉยๆ

453 Nameless Fanboi Posted ID:mT/82Th8qJ

เจ๊มิรินด้าแกเปลี่ยนสไตล์การตอบหลังจากโดนดราม่า แต่เดิมหยิ่ง ๆ ห้วนเน้นสาระไม่แคร์จิตใจ เดี๋ยวนี้พยายามเฮฮาแบ๊ว ๆ แปะสติกเกอร์เล่นมุกเล่นคำวิบัติตอนแรกกูคิดว่านางทำประชดอ่อวะ

454 Nameless Fanboi Posted ID:uKyJ45Ci88

กุโดนระบบแจ้งว่าเป็น spam wtf!?

455 Nameless Fanboi Posted ID:uKyJ45Ci88

มีใครเห็นเหมือนกูไหมวะ ว่าหลังจากไอ้ฟักมาโซโดนมิรินด้าก่อม๊อบจนพี่โน๊ตต้องแบนมัน พอแม่งพ้นโทษรอบที่ล้าน​ก็เปลี่ยนมุกใหม่ มาทำตัวเป็นโฮมแลนเดอร์เอามือป้องไข่ให้เหล่าเด็กน้อยในจินตนาการ​ โดยมีดอกขาวยืนส่งกำลังใจให้อยู่เบื้องหลัง...พร้อมกับเล่าโปก(มึงก็เอากับเขาด้วยเรอะ!?)​

456 Nameless Fanboi Posted ID:uKyJ45Ci88

เล่าโปกกับเล่าเบียวนี่คนเดียวกันปะวะ กุมึน

457 Nameless Fanboi Posted ID:MlKyzgydZY

>>456 ใช่คนเดียวกัน

>>453 นางคงเริ่มอยู่เป็นแล้วอะ เหมือนเจ๊ดอกที่เริ่มตอบสั้นๆ บ้างแล้ว

>>450 MEGA Thanks!

>>455 กูไม่อยากสนไอ้นี่เท่าไหร่ เพราะมันเป็นพวกโทรลหน้าตายแบบเดียวกับแวมไพร์บิ้กไบท์ในอดีต จะทำเหี้ยไรก็เรื่องของแม่งอะ ส่วนไอ้เล่าโปกนี่มันจะตามเลียไข่ใครกูก็ไม่อยากรู้แล้ว อยากเด่นแต่เสือกไม่สร้างคาร์แรคเตอร์เอาแต่คอยเกาะกระแสชาวบ้านมันก็เป็นได้แค่ลูกหาบโนบอดี้ต่อไปอะ

458 Nameless Fanboi Posted ID:6CPxp+.sT.

>>457 +1 เรื่องF มาทีแรกกูนึกว่าอีแวม cumback

459 Nameless Fanboi Posted ID:cBsDgbCued

>>457 F โทรลกากๆ พิมพ์ไม่รู้เรื่อง เมินๆ ไปเถอะ

460 Nameless Fanboi Posted ID:MlKyzgydZY

ตั้งแต่เปิดมู้บทนี้มาดูเหมือนว่าจะเป็นการเม้ามอยกับถกประเด็นเสียส่วนใหญ่ (เรื่องตบเกรียนพวกวอนนาบีขอไม่นับเพราะไร้สาระ) สับนิยาย (หรือรีวิว) กันไปแค่เรื่องเดียวคือฟิสิกส์ย้อนแย้ง มีใครอยากแปะลิงก์เรื่องไหนบ้างไหม เดี๋ยวว่างๆ จะสับให้ รับ 3 คิว (ไม่เอาพวกใจบางกับน้ำเต็มเขื่อนนะ)

461 Nameless Fanboi Posted ID:7ybyucuDh3

>>460 https://my.dek-d.com/NUMAI-13/writer/view.php?id=1991424

สับให้หน่อย

462 Nameless Fanboi Posted ID:nD5gI5yP6a

>>460 แนวยอดฮิตเกิดใหม่เป็นยอดนักเย็ดในเกมจีบสาว กับเกมการ์ดเห่อหมอย
https://writer.dek-d.com/bancha0139/story/view.php?id=1893336
https://writer.dek-d.com/Chfiliper/story/view.php?id=2007328
https://writer.dek-d.com/OneEyeOwl/story/view.php?id=1993780
เรื่องที่กูเลือกไม่จำเป็นต้องสับหมดนะ

463 Nameless Fanboi Posted ID:YiS91djPXJ

>>460 จริงๆ อยากให้สับของรักยิ้มเห็นตั้งมู้สิ่งที่ควรศึกษาก่อนเริ่มต้นเขียนนิยาย เห็นนางเอามาแปะในมู้สับของโซมีนด้วย แต่กดเข้าไปเพิ่งมี3ตอน แปะดองไว้ก่อนแล้วกัน
https://my.dek-d.com/PeachyHolics001/writer/view.php?id=2015722

464 Nameless Fanboi Posted ID:h6yw8ekwMk

>>463 มีความพยายามดีแต่เล่าเรื่องเพ้อเจอได้เนื้อความนิดเดียว สามตอนอ่านจบยัง งงว่ากุจะไปไหน จะไปจริงหรือเปล่าหรือจะมีใครมากระโดดเตะขัดขาอีก

465 Nameless Fanboi Posted ID:PO.kRFX+eI

>>461 เขียนสื่อความใช้ได้ มีลักษณะของวรรณกรรมเยาวชน สไตล์ความสุจของกะทิตั่งต่าง แต่ไม่เหมาะกับการเป็นนิยายเว็บ อยู่ในเว็บคือขายไม่ได้แน่ๆ นอกจากไม่ใช่แนวกระแสแล้วคือมันไม่ตรงกลุ่มคนอ่านในเว็บ เขียนดีแค่ไหนก็ไม่มีคนอ่าน เหมือนเอาสินค้ามาขายผิดที่ผิดชั้นวาง ลูกค้าที่มาซื้ออย่าว่าแต่จะลองหยิบมาดู เขาเดินผ่านไปเลยมากกว่า เขียนให้จบแล้วส่งสนพ.เฉพาะทางง่ายกว่าเอามาลงเว็บจนเสียความสดใหม่ ไม่ก็ไปสายประกวดไปเลย ส่งพวกแว่นแก้วหรืออะไรที่มันมาทางนี้

466 Nameless Fanboi Posted ID:PO.kRFX+eI

>>464 +1 จับทิศทางเรื่องไม่ได้สักทีว่าจะไปทางไหน พล็อตหลักคืออะไร พล็อตรองคืออะไร เร่งเล่าเรื่องใส่นั่นใส่นี่จนกลายเป็นเพ้อเจ้อ เขียนแบบนี้คือเหมือนจะมีของ แต่ไม่ได้มี อาศัยเยอะเข้าว่าเฉยๆ ต้องปรับปรุงแก้ไขคือการปูปม ใส่ปมย่อย ปมหลักให้มันน่าติดตาม นี่อ่านแล้วกูรู้สึกว่าที่เล่ามา 3 ตอนคือทุกอย่างกระจัดกระจายมาก จะเอายังไง จะแย่งผัวเจ้านาย จะตามหาแม่นาย อะไรของมึง สับสนไปหมดแล้ว

467 Nameless Fanboi Posted ID:MlKyzgydZY

พูดถึงโซมีน ถึงจะรู้ว่ามันมีที่มามาจากภาษาอังกฤษ แต่ไม่รู้ทำไมเวลาอ่านแล้วให้ความรู้สึก โคเรียนเนี่ยน ทุกที มันคล้ายชื่อพวก โซอา โซวอน โซจุน ไรงี้อะ อ่านชื่อทีไรเผลออ่านเสียงสั้นเป็น โซมิน ทุกที แลดูเกาหลีขึ้น 70%

เรื่องสับนิยายนี่รอก่อนนะ ทำงานอยู่อะ

468 Nameless Fanboi Posted ID:Libry.BNjB

นิยายเรื่องนี้ไม่มีชื่อ มีแต่พล็อตสามี ภรรยา
https://www.dek-d.com/board/view/3957960/

กูเห็นแล้วนึกถึงชื่อนี้เลย แต่ยังไม่อยากทำร้ายจิตใจใครว่ะ ชาวเด็กดวกยิ่งบอบบางอยู่ เดี๋ยวหาว่ากูหลุดออกไปเรื้อนข้างนอกอีก wwww

469 Nameless Fanboi Posted ID:a87Wk.T.lA

>>373 พอมีคนพูดถึงขุนช้างขุนแผนแล้วกูเสียดายชิบหาย ถ้าวางพล๊อตดีๆเน้นไล่เก็บของวิเศษ ปราบโจร ปราบผี ลดแย่งหญิงได้นี่ทำเป็นซี่รีย์สู้ The witcher ได้เลยนะ ขายเครื่องรางไทย อาคมไทยๆ ผีไทยๆให้ต่างชาติรู้ได้แบบ Home sweet home ด้วย อย่าว่าแต่ต่างชาติให้คนรุ่นใหม่รู้จักของขลังเก่าๆของไทยยังได้ แต่นี่รู้จักแค่สองอย่าง เยหญิง กับคำว่าวันทองสองใจ

470 Nameless Fanboi Posted ID:5d5v1NzzTk

พูดถึง home sweet home
- กูไปดูที่ฝรั่งมันเล่นมา หลายๆชาแนลทำคล้ายๆกันคือเวลาไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับการทำคุณไสย (แผ่นกระดาษในเกม) เขาจะรีบปิดทิ้งเลย
- มีฉากนึงที่มันต้องหนีผีปอบผ่านนาข้าวใน ฝรั่งทุกคนพอเห็นหญ้า(ข้าว)สูงๆมันคิดว่าเอาไว้หลบ มุดเข้าไปกะจะ stealth แต่ที่ไหนได้ผีชาวนาพอรู้ว่าต้นข้าวโดนเหยียบ ผีแม่งแห่วิ่งมารุมกระทืบ กูนี่ได้แต่ขำ บางคนแม่งก็บ่นว่าเกมบัค หลบผีไม่ได้

471 Nameless Fanboi Posted ID:MmxGmevZVm

>>469 ส่วนตัวกูชอบพระอภัยมณีมากกว่า สุนทรภู่แม่งผู้มาก่อนกาล มีทั้งเงือก ทั้งยักษ์ ทั้งฝรั่ง มีสัตว์เทพ โจรสลัดเดินเรือเก๋ๆ ไปอีก พระเอกก็มาฉีกแนวยุคนั้นสุด พระอภัยหนุ่มติสต์รบไม่เก่ง เรียนวิชาเป่าปี่จบมาเป็นสายซัพคอยบัฟ+ดีบัฟ ที่สู้เก่งนี่ลูกและเมียทั้งนั้น ขนาดจะคิดแผนรบยังต้องเอาตัวเองไปแต่งกับนางวาลีให้มาเป็นกุนซือให้

472 Nameless Fanboi Posted ID:MmxGmevZVm

>>467 ตอนแรกจะใช้ so rude แต่ไม่ได้หยาบคายนี่หว่า เลยเป็น so mean แทน แอบคิดเหมือนกันว่าเกาหลีดี จะใช้ชื่อ imsomean อารมณ์แบบ อิมโซมีน หรือ gusomean กูโซมีน แม่งดูโคเรียนและตอแหลดีมาก ไม่คิดว่าจะมีคนทัก 55555

473 Nameless Fanboi Posted ID:+Q+Sju.bKz

พระอภัยมันเป็นงานเขียนของสุนทรภู่นี่ มันเลยลงรายละเอียดเยอะ
แต่ขุนช้างขุนแผนมันเป็นนิทานเล่าปากต่อปาก คุณภาพมันเลยคนละเกรดกัน เนื้อหาขุนช้างขุนแผนไม่ละเอียดเท่าเพราะเดิมทีมันเป็นแค่นิทาน

474 Nameless Fanboi Posted ID:e2/izPdtFv

แต่ก็เหมือนกันตรงที่มีเย็ด

475 Nameless Fanboi Posted ID:+Q+Sju.bKz

แต่ถ้าพูดถึงแนววรรณคดี กูชอบอิเหนาพอๆ กันเลยว่ะ
แม่งเนื้อเรื่องโคตรแฟนตาซี ชู้รักหักสวาดกันแบบชิบหาย โดยเฉพาะด้านตัวละคร ...มีอย่างที่ไหนนางเอกเป็นหญิงแรด ส่วนพระเอกเป็นหนุ่มคาสโนว่าไม่เอาถ่าน ผีเน่าโลงผุหนีออกจากบ้านจนเกิดความชิบหายเพราะผิดสัญญาคู่หมั่น กลายเป็นการวิ่งตามหารักท่ามกลางไฟสงครามและความชิบหายของชาวบ้านซะงั้น ถถถถถ

476 Nameless Fanboi Posted ID:YlMQPTRHVl

>>470 กูสงสัยตรงนี้อะ ทำไมต่างชาติถึงรีบปิดส่วนที่เป็นการทำคุณไสย มาจากเพราะบ้านเขาค่อนข้างเคร่งหรือเพราะเขากลัวมันจะคล้ายๆ กับพิธีอัญเชิญซาตานอะไรแบบนั้น

477 Nameless Fanboi Posted ID:5d5v1NzzTk

>>476 คิดว่าเป็นไปได้นะ เคยดูพวกรายการผีของคนไทย เห็นเขาบอกว่าฝรั่งมันกลัวพวกลัทธิ คนทรง พิธีบูชาซาตานอะไรพวกนี้มากกว่าผีซะอีก

478 Nameless Fanboi Posted ID:5d5v1NzzTk

เห็นมันอ่าน(ตามประสาคนทำรายการเกม)ไปจนถึงคำว่า "jinx" ปุ๊บแม่งกดปิด ไม่อ่านต่อเลย เอาจริงๆกูว่าคนไทยเองอ่านยังน่ากลัวเลย ในเกมแม่งเสือกใส่รายละเอียดตั้งแต่ส่วนประกอบยันวิธีทำ ส่วนเดียวที่หายากก็แค่ "ผู้มีวิชาอาคม"

479 Nameless Fanboi Posted ID:E3I5shpOQX

>>478 แค่อ่านเฉยๆยังกลัวเลยครับ

480 Nameless Fanboi Posted ID:UywT8fiAcc

พออ่านนิยายสยองขวัญของเด็กดวกหลายเรื่อง ทำไมน่ากลัวน้อยกว่าวะ

481 Nameless Fanboi Posted ID:UywT8fiAcc

มีใครทนอ่านมู้นี้บ้างรึเปล่า ทนอ่านเกือบ 8 วันเพราะคำผิดเยอะชิบหาย
https://www.dek-d.com/board/view/3957059/

482 Nameless Fanboi Posted ID:u+Pyey1kIw

>>480 เว็บที่เราเล่นกันมันก็แบบนี้ ส่วนมากเป็นเด็กๆ ไง จะให้ฝีมือสูงส่งจนทำได้น่ากลัวจริงๆ นี่ โอกาสเจอน้อยมาก ถ้าให้ยกตัวอย่างที่แจ้งเกิดจากเว็บนี้ก็มีแค่ ปราบต์ เองมั้ง แต่จะว่าไปหลังจากลองอ่านงานพี่แกแล้ว ยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับฉายาแดนบราวน์เมืองไทยที่คนเขาตั้งให้ เพราะมันยังไปได้ไม่สุดทั้งในฐานะนิยายสืบสวน/ลุ้นระทึก/สยองขวัญ อ่านแล้วรู้สึกดีเกินคำว่าพอใช้ แต่ยังไม่ถึงกับสุดยอดจนเทียบแดนบราวน์ได้

ถ้ามึงยังอ่านนิยายเว็บนี้อยู่ ก็ต้องทำใจว่าส่วนใหญ่นักเขียนเป็นเด็ก (หรือผู้ใหญ่ที่มีอายุสมองและฝีมือไม่ต่างจากเด็ก) ดังนั้นจะถามหาความมืออาชีพในเว็บที่เต็มไปด้วยเด็กหัดใหม่ มันก็ใช่ที่ คือพวกที่งานดีมันก็มีโผล่มาให้เห็นเป็นระยะแหล่ะ แต่อัตราส่วนมันต่ำโคตรๆ หมื่นเรื่องจะเจองานดีพอไปวัดไปวาสัก 4-5 เรื่อง แล้วอันที่สุดยอดจนสามารถดัดแปลงเพื่อตีพิมพ์ได้ทันที (หมายถึงเนื้อเรื่องเยี่ยมและมีฐานแฟนคลับรอซื้อกันเยอะ) ก็มีแค่ หนึ่งในห้าหมื่น หรือหนึ่งในแสนเท่านั้นเอง ซึ่งต้องทำความเข้าใจและแยกกันกับพวกนิยายที่เขียนเพื่อติดเหรียญขายนะ เพราะจริตของทั้งนักเขียนและนักอ่านกลุ่มนี้ไม่เหมือนนิยายเล่ม ดังนั้นเลยเอามารวมกันไม่ได้

มันมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเป็น Error ในการจัดกลุ่มหรือแบ่งระดับชั้น โดยเฉพาะ Genre ที่เป็นที่นิยม (วาย, รักตบจูบ, แกรี่-แมรี่ แฟนตาซี) สามแนวหลักนี่ขายได้ง่ายและขายได้เยอะด้วยในเด็กดวก มันส่งผลให้คนโยกไปแต่งนิยายแนวอื่นน้อยลง ไปไล่ดูเถอะว่า Top ของหมวดอื่นๆ มันร้างขนาดไหน เขียนแบบไม่ตั้งใจเขียนยังติดท็อปได้ (ดูนิยายของท่อนเอ็นเป็นตัวอย่าง) คนที่เก่งพอและเน้นขายงาย เขาไม่เสียเวลามาแต่งนิยายในหมวดนอกสายตาพวกนี้ มันให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ดังนั้นก็เหลือแค่ 2 กลุ่มคือกลุ่มใจรัก ชอบงานสายนั้นจริงๆ ก็เลยแต่งแบบไม่แคร์ผลตอบรับ (กูเองก็ชอบพวก ไซ-ไฟ หรือ ผจญภัยนะ แต่อ่านของเว็บเราแล้วถึงกับต้องส่ายหัว) กับอีกกลุ่มคือเด็กหัดใหม่ อยากลงแข่งแบบมือสมัครเล่นในแนวนั้น ซึ่งเป็นที่มาของนิยายที่มัน "ไม่ถึง" นั่นแหล่ะ

483 Nameless Fanboi Posted ID:u+Pyey1kIw

>>481 ไม่เห็นมีคำผิดในกระทู้นี่ มึงหมายถึงอะไรทีมีคำผิด นิยายของ จขกท. เหรอ

484 Nameless Fanboi Posted ID:DUhL28aNMZ

>>483 แสดงว่าเขาแก้คำผิดแล้ว กระทู้​นี้จำกูได้ว่าพิมพ์ผิดเยอะเหี้ยๆจนกูแอบสงสัยว่านิยายที่มันบอกว่าอ่านมาเยอะนี่ไม่ช่วยกรองคำผิดในหัวบ้างเลยเหรอ

485 Nameless Fanboi Posted ID:zQo/Zkd4ne

>>484 ถ้ามีคนแซะ จขกท อาจออกมาตอบว่า "ตอนเปิดกระทู้น้องชายเป็นคนพิมพ์ให้คัฟ"

486 Nameless Fanboi Posted ID:DUhL28aNMZ

นิยายสยองขวัญในเด็กดีจะมีสักกี่คนที่เข้าใจเรื่องคำกระตุ้น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ไหนจะแรงบันดาลใจของหนังผีไทยที่ชอบเล่นแต่ฉากจั้มป์สแกร์อีก พอแม่งเอามาใส่ในนิยายมันจะมีใครอ่านแล้วสะดุงตุ้งแช้แบบที่หนังมันทำได้ไหมละ แล้วก็ไม่รู้เป็นห่าอะไรกันชอบจัดเซ็ตติ้งหรูๆ (อารมณ์นักฆ่าขับแลมโบนั่นแหละ)​ เปียโนผีสิงอย่างงี้ คฤหาสน์ผีสิงอย่างงี้ ถามจริงด้วยชีวิตประจำวันของคนไทยมีใครเคยเข้าไปสัมผัสไอ้ของพวกนี้ทุกวันจนอินบ้างวะ

487 Nameless Fanboi Posted ID:jRmkeyIMgM

>>486 กูว่าเรื่องผีไปหาอ่านในพันทิปดีกว่า อันนั้นแม่งแหล่งตั้งแต่ลาบไก่ใส่ตับหมู ธี่หยด ลอยชาย ถอดเรื่องเดอะช็อกก็มีคนถอดให้ อ่านแล้วเพลินๆ ดี

488 Nameless Fanboi Posted ID:XWjWHzuEnb

จะให้อ่านนิยายผีเด็กดี ให้กูอ่านงานหลัง ๆ ภาคินัยยังดีกว่า

489 Nameless Fanboi Posted ID:tPSPN.iqqV

>>433 อยากอ่านต่อ555

490 Nameless Fanboi Posted ID:cQWL1rOFCO

>>489 จะเอาตอนต่อเรอะ

ครูดอกฟาดไม้เรียวรัวๆ ด้านไอ้พรล้วงเอาสนับมือในกระเป๋ากางเกงออกมาใส่แล้วป้องกันไว้ได้ทุกดอก ยิ่งการกระหน่ำฟาดผ่านไปนานเท่าไหร่ ไอ้พรก็ยิ่งเหนื่อยล้าหนักขึ้น ครูดอกสบโอกาสตอนไอ้พรเซถอยหลังเลยขว้างชอล์คใส่หน้าไป 3 แท่ง ฝั่งตั้งรับตกใจรีบยกมือขึ้นบังหน้าโดยที่ไม่รู้ว่านี่เป็นกลลวง แท้จริงแล้วครูดอกแอบปามีดคัตเตอร์แถมมาด้วยทีหลัง กว่าจะเอามือลงได้ปลายมีดก็ปักเข้ากลางอกไอ้พรเสียแล้ว

ร่างไอ้พรหงายหลังล้มลงข้างถังขยะ ครูดอกเห็นแบบนั้นเลยกะว่าจะเอากรรไกรแทงคอไอ้พรซ้ำจะได้แน่ใจว่าตายสนิท ระหว่างที่นั่งลงง้างกรรไกร อยู่ดีๆ ไอ้พรก็ดีดตัวขึ้นมาแล้วหวดสนับคมๆ สวนเข้าขมับครูจนเกิดเสียงดังกร๊อบเบาๆ เกรียนหัวทองลุกขึ้นกระชากเสื้อนักเรียน เผยให้เห็นมีดคัตเตอร์ที่ปักอยู่บนหนังสือโป๊ ครูดอกถึงขั้นเงิบแดกเปิดโอกาสให้ไอ้พรหยิบเอาสนับมือออกมาสวมเพิ่มอีกข้าง

การรัวหมัดเกิดขึ้นต่อเนื่องจนร่างครูดอกสะท้านไปมา มีแรงเท่าไหร่ไอ้พรก็ใส่ไม่ยั้งทั้งสองมือ หมัดสุดท้ายแรงเสียจนครูดอกกระเด็นไปนอนพับอยู่ข้างๆ ไอ้เบียว แต่ก่อนไอ้พรจะทันได้เดินมาปิดจ๊อบครู ครูดอกก็เอื้อมไปหยิบกล่องน้ำมะเขือเทศที่เสียบอยู่ข้างกระเป๋านักเรียนไอ้เบียวมาแดก เลยแม่งฟื้นตัวจากอาการมึนหลังโดนต่อย

ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าถ้าครูดอกได้กินน้ำผักหรือน้ำผลไม้แล้วครูจะกลายเป็นไฮเปอร์ฮิวแมนชั่วคราว ไอ้พรที่เคยได้เปรียบโดนครูดอกเตะกระเด็นทะลุกระจกชั้นสามลอยไปตกกลางน้ำพุหน้าห้าง พอปีนขึ้นจากบ่อมาได้ก็มองไม่เห็นว่าครูดอกหายไปไหน เลยดักซุ่มกะว่าถ้ามีโอกาสค่อยแอบหนี

ห่างออกไป 5 ข่วงตึกขณะที่เอ็นเคฟักเกอร์กำลังนั่งแต่งนิยายเรื่องนักเขียนวิปลาส บ้านทรงป้อมยามที่ตั้งอยู่กลางสี่แยกของตัวเองก็โดนสตรีปริศนางัดออกจากฟุตพาธด้วยพละกำลังมหาศาล ทั้งคนทั้งบ้านโดนยกไปยังห้างสยามปลาร้าก้อน โดยมีจุดหมายปลายทางเป็นเด็กชายหัวทองที่หลบอยู่ข้างป้อมยาม

มึนพรขนลุกซู่เพราะสัญชาตญาณกำลังร้องเตือนถึงอันตราย พอหันหลังกลับไปดูก็พบกับภาพสุดสะพรึง เพราะบนฟ้าเวลานี้มีบ้านลักษณะคล้ายบ้านต้นไม้พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง แล้วคนที่เกาะอยู่ตรงหน้าต่างก็ไม่ใช่ใครอื่น

"เวนคืนที่ดินค่าาาาาาาา" ครูดอกตะโกนเย้ยอย่างผู้ชนะ ขณะมองดูไอ้พรตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ

<<< To be continue <<<

491 Nameless Fanboi Posted ID:DtJRSyWa0z

>>490 เชี่ยไรเนี่ย 555555555

492 Nameless Fanboi Posted ID:Qe1AL5dsj/

Marvel: Avengers: End game คือผลงาน Cross over ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคนี้

>>490 : Hold my beer.

493 Nameless Fanboi Posted ID:wmaonFFuZa

ครูดอกพกอาวุธลับเยอะเกิ๊น.. แปรงลบกระดาน ช็อก ไม้เรียว คัตเตอร์ กรรไกร เป็นคุณครูหรือนักฆ่าฟระ

494 Nameless Fanboi Posted ID:pl8oBAyxTf

เซนโจวกาฮาระ ลีลาวดี

495 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

>>490 ปุ่มเฟบอยู่ตรงไหน?

496 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

กูเริ่มเข้าใจละว่านิยายยำๆสเกลพลังโอเวอร์มันสนุกยังไง กำลังปวดหัวเขียนนิยายอยู่ดีๆมาอ่านเรื่องนี้ปุ๊บ...สมองกูนี่โล่งเลย

497 Nameless Fanboi Posted ID:XWjWHzuEnb

นิยายโม่งเพื่อเพื่อนโม่งที่แท้ทรู

498 Nameless Fanboi Posted ID:UywT8fiAcc

>>493 ถ้ามีแลมโบกินี เข้าทางเด็กดวกเลย

499 Nameless Fanboi Posted ID:cQWL1rOFCO

>>493 มันก็อุปกรณ์ Stationery ทั่วไปนะ ครูจะมีติดตัวไว้ก็ไม่แปลก (แค่เอามาใช้ฆ่านักเรียนเฉยๆ)

คือตอนนี้กำลังตัดสินใจว่าจะพาโรดี้ต่อดีไหม เพราะเนื้อเรื่องหลักของเรื่องที่เอามาล้อมันถึงโค้งสุดท้ายพอดี แต่สมองกูนี่เริ่ม Short Circuit เบาๆ เพราะใช้ทั้งพลังกาวและแกทเชื่อมโยงไปเกือบหมดหลอด เดี๋ยวไว้ค่อยว่ากันอีกที

500 Nameless Fanboi Posted ID:3V+i0VSNYN

ขาดนุ้งฟิสิกส์ได้ไง ต้องเอาตำราเรียนมาตีกันแล้ว กรั่กๆๆ

501 Nameless Fanboi Posted ID:pqvCSot.gF

เพื่อนโม่ง อันนี้กูถามหน่อย
เวลาจะแต่งนิยายแล้ววางฐานเรื่องที่เกี่ยวกับระบบการปกครองเนี่ย ประเด็นคือกูไม่ได้จะเอาแบบการปกครองแบบที่มีในอดีตหรือปัจจุบันมาเป็นแกนเลย อาจจะเอามาอ้างอิงในการเขียน กูควรวางตั้งแต่แรกเลยไหมวะแล้วค่อยเขียนทีหลัง หรือเขียนๆ ไปเลยแล้วปล่อยให้มันไหลไปเรื่อยๆ
ใจจริงกูอะ อยากวางให้เสร็จก่อนแล้วค่อนเริ่มเขียนแต่ด้วยความที่ไม่ได้ยึดอันไหนมาเป็นตัวฐาน มันเลยทำให้กูหัวหมุนอยู่ตอนนี้

502 Nameless Fanboi Posted ID:XWjWHzuEnb

>>500 นุ้งฟิสิกส์ใช้ตำราฟิสิกส์เป็นอาวุธแต่โดนอาจารย์ดอก(ส์)ใช้หนังสือภาษาไทยและโลกศาสตร์สวนกลับจนตายนอกจอไปก่อนหน้าแล้วมั้ง

503 Nameless Fanboi Posted ID:.fvC6GaNXV

อัพเดท รวมโม่งสับจนถึงมู้ 24 แล้ว ขอบใจ >>7 มาก

504 Nameless Fanboi Posted ID:cQWL1rOFCO

>>501 เวลาจะแต่งนิยายสักเรื่อง กูมองแบบการทำอาหารนะ (ส่วนใหญก็มองเทียบอาหารหมดทุกเรื่อง) คือกูจะไม่เริ่มถ้าวัตถุดิบไม่ครบ เคยลองด้นสดแบบไม่เตรียมข้อมูลแล้วแม่งพัง กูต้องมีข้อมูลรอบด้านในตัวเรื่อง แม้กระทั่ง Lore เล็กๆ น้อยๆ ที่จะเอามาใช้ประโยชน์ได้ก็จะเก็บแยกไว้ (กุจะเรียกอะไรพวกนี้ว่าวัตถุดิบรอง) ยิ่งถ้าเป็นแนวแฟนตาซี กุจะวางแผนนานมาก เพราะแฟนตาซีคือการปรุงอาหารเหนือจริง ที่มึงไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านอาหารตามสั่งข้างทาง ต่อให้เป็นภัตตาคาร 5 ดาว ก็ไม่มีขาย ถ้าเซตติ้งกับเวิลด์บิลด์ดิ้งไม่แน่นกูจะยังไม่เดินหน้า หนึ่งในสี่เรื่องสำคัญคือวัฒนธรรม การปกครอง ศาสนา-ความเชื่อ กฏเกี่ยวกับเวทมนตร์ (ถ้ามึงไม่ได้แต่งแฟนตาซีก็ข้ามได้) คือการแต่งอะไรที่ไม่มีอยู่จริง อ้างอิงแหล่งข้อมูลประกอบไม่ได้ มึงต้องออกแบบระบบนั้นๆ ให้มันดูน่าเชื่อว่าแม่งอาจมีอยู่จริง นี่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดแล้ว เพราะมึงต้องเสกวัตถุดิบอะไรสักอย่างขึ้นมาจากความว่างเปล่า ถ้ามึงยังไม่ชัวร์ว่าจะเอายังไง ให้ร่างไว้คร่าวๆ หลวมๆ ก่อน แล้วค่อยไปเพิ่มหรือลดระหว่างแต่ง (หรือที่เรียกกันว่าการเขียนกึ่งด้น) เพราะบางทีพอเนื้อเรื่องพาไป มึงอาจอยากปรับกฏให้เอิ้อประโยชน์ หรือสร้างความลำบากให้ตัวละครของมึง แต่อย่างน้อยควรมีโครงสร้างแบบหลวมๆ ไว้ 3 อย่าง คือการปกครองนั้นใครกุมอำนาจสูงสุด, ระดับความแข็งแกร่งเทียบกับโอกาสถูกล้มล้าง กับอย่างสุดท้าย มันส่งผลดีหรือผลเสียต่อคนใต้ปกครอง พวกเขายอมรับหรือต่อต้านระบอบนี้ จะได้กำหนดเส้นเรื่องได้ถูก

ย้ำอีกทีว่า ของไม่ครบ อย่าทะลึ่งเขียน เดี๋ยวได้แดกเศษอาหารไหม้

505 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

เคยลองด้นสดแฟนตาซีแบบไม่มีห่านอะไรเซ็ตไว้เลย ผลที่ได้คือตะหลิวทอดน้ำมัน

506 Nameless Fanboi Posted ID:vocSswWi6o

>>504 กูก็กำลังวางระบบปกครองเหมือนกัน แต่ขิงกูกะจะเล่นเรื่องเจ้าชายขึ้นครองราชย์แล้วไม่มีความสุขเพราะความใส่หน้ากากใส่กัน เลยจะล้มระบบเป็นรัฐสภา ทีนี้กูรู้สึกว่าในโลกจริงๆล้มแบบนี้โดนกบฏ หรือจับตัดหัวกันคนภักดีก่อสงครามกลางเมืองแน่ๆ เลยอยากหาแหล่งอ้างอิง แต่ก็ไม่รู้จะอิงประวัตศาสตร์ชาติไหนดีที่คิงยอมลงเอง

507 Nameless Fanboi Posted ID:cQWL1rOFCO

>>506 ลองอ่าน ปวศ. การเมืองญี่ปุ่น

508 Nameless Fanboi Posted ID:UywT8fiAcc

>>504 กูว่าลองเปลี่ยนอย่างอื่นมั้ย เทียบกับอาหารทำเอาขาดสมาธิการอ่าน เพราะสมาธิจดจ่อกับความหิว

509 Nameless Fanboi Posted ID:7ccHqu+b7R

กุกำลังเคืองเด็กดวก เรื่องการหาข้อมูลเขียนนิยายอยู่ว่ะ
ไม่ใช่เรื่องไม่หาข้อมูลเขียนนิยายนะ แต่พวกเมิงจะหาอะไรกันมากมาย
แทนที่พวกเมิงจะสนใจเรื่องพวกนี้ เมิงจับวิธีการเล่าเรื่องก่อนได้ไหม จับเส้นเรื่องก่อนได้ไหม ถามตัวเองก่อนได้ไหมว่ากำลังสื่อสารเรื่องอะไรกับคนอ่าน
แล้วเมิงค่อยดู ไอ้พวกเงี่ยนหาข้อมูลทั้งหลาย สุดท้ายก็ยัดข้อมูลใส่ลงนิยายทั้งที่ไม่เกี่ยวกับการเล่าเรื่อง เพราะกุหามาแล้วไง กุอยากโชว์ว่ากุหาข้อมูลมา ยัดเฮียยัด5ใส่คนอ่านนี่ล่ะคือการโชวอีโก้ที่แท้ทรู

510 Nameless Fanboi Posted ID:j4RQ9.X7is

>>509 แบบมหาเมพฟิสิกส์อ่ะนะ

511 Nameless Fanboi Posted ID:Ex+UesGMCq

>>509 เออ 555 หาแม่งอยู่นั่นแหละอีห่า บางเรื่องที่ใส่ข้อมูลลงมาก็ไม่มีใครอยากรู้ ใครมันจะอยากรู้สูตรเลขบ้าบอคอแตก คำนวณสมการฟิสิกส์ห้าสิบตัวแปรบลาๆ ล่ะวะ

512 Nameless Fanboi Posted ID:cQWL1rOFCO

>>509 คือเรื่องหานี่อะถูกแล้ว แต่ไม่หาเอง มาอ้าปากรอให้คนอื่นป้อน หรือตั้งกระทู้ขอแล้วขอเล่านี่ไม่ดีเลย สุดท้ายแม่งจะเคยตัว

มึงพูดถูกนะ ประเด็นเรื่องหาข้อมูลมันเป็นเรื่องรอง เพราะการหาข้อมูลมาอ้างอิงหรือใช้เป็นแรงบันดาลใจแต่งเรื่องมันเป็นหน้าที่ของนักเขียนอยู่แล้ว ส่วนประเด็นหลักที่เป็นปัญหาคือมันเอามานำเสนอได้แข็งทื่อเกินไป ก็อปวางอย่างกับทำรายงานกากๆ ส่งครู แทรกแบบ info dump ด้วยความมักง่าย ลีลา ชั้นเชิงในการสอดใส่เกล็ดความรู้ก็ไม่มี

คือมันต่างกันมากระหว่างการยัดขั้นตอนวิธีการซ่อมเครื่องยนต์หุ่นรบใส่ปากให้พระเอกพูดออกมาเฉยๆ กับการโชว์ว่าพระเอกต้องซ่อมหุ่นยังไง ภายใต้ข้อจำกัดแบบไหน ถ้าซ่อมตอนอากาศหนาวจัด มือพระเอกจะโดนน้ำแข็งกัดยังไง ถ้าซ่อมไม่ทันติดเครื่องหนีไม่ได้แล้วจะโดนอีกฝ่ายยิง อะไรงี้ คือในเหตุการณ์มันมีวิธีแทรกเนียนๆ อยู่แล้ว ข้อมูลน่ะ แต่ส่วนใหญ่ทำไม่เป็น

ในนิยายที่กูแต่งกูทำให้ทหารราบดูธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับทหารช่าง แม่ง OP จนแทบต้องก้มกราบ พระเอกเป็นทหารช่างขี้เล่น แอ๊บว่ากาก แต่ชอบโผล่มาแย่งซีนหน่วยอีก พร้อมกับประโยค "ฉันขอแค่ประแจดีๆ สักอันกับเวลานิดหน่อย แล้วหุ่นของพวกนั้นจะกลายเป็นเศษเหล็กให้นายยิงเล่นแน่นอน" ว่าจบก็เร่งบูสเตอร์เจ๊ทแพ็คเข้าไปเกรียนเชิงวิศวกรรมใส่หุ่นศัตรู

513 Nameless Fanboi Posted ID:cQWL1rOFCO

>>512 แก้สอดใส่เป็นสอดแทรก (สมองกูนี่แม่ง)

514 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

พูดตามตรงนะว่าไอ้เทคนิคแทรกข้อมูลโดยไม่ยัดเยียดนี่ กูเพิ่งมารู้ตอนอายุ 24 กว่าตอนเจอครูเทพๆสอน ตั้งแต่เด็กกูโดนสอนให้ยัดห่าข้อมูลเข้าไปในรายงานเยอะๆครูประจำชั้นถึงจะให้คะแนนดีมาตลอด นี่ยังไม่นับเรื่องต้องใช้ภาษาวิชาการโคตรพ่อโคตรแม่ประดิษฐ์อีก พอมาหัดเขียนนิยายปุ๊บกูก็ใส่ยับตามความเคยชิน กว่าจะรู้ตัวว่าแม่งไม่ใช่ก็ร้องไห้เพราะโดนด่าไปหลายรอบเหมือนกัน

515 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

ถ้าเด็กดวกส์พวกนี้ยังเคยชินกับวิธีการที่กูทำพลาดมาก่อน แสดงว่าวัฒนธรรมในโรงเรียนแม่งไม่ได้เปลี่ยนเหี้ยอะไรเลย

516 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

ส่วนนุ้งฟิสิกส์ที่ savage ไล่ล่า ip เพราะหัวร้อนนี่กูก็ไม่แปลกใจ เท่าที่เข้าไปดูในเฟสเจ้าตัวกิจกรรมต่างๆที่เจ้าตัวไปทำจะเน้นการใช้สัญชาตญาณตอบสนองเป็นหลัก ไอ้คำว่า 'สัญชาตญาณ' หรือ 'Instinct' เนี่ย...ที่จริงมันก็คือขาดสตินะ ปล่อยให้สมองกิ้งก่าควบคุมร่างกาย(สมองส่วนที่วิวัฒนาการได้ล้าหลังสัดๆ มีไว้เพื่อหาทางหนีเอาตัวรอดโดยเฉพาะ) มือไปเอง เท้าไปเอง ไหลตามอารมณ์ แล้วถ้าใช้บ่อยๆจนชินมันไม่ใช่ว่าจะเก่งจนกลายเป็นจอมยุทธ์ แต่อีโก้(และความกลัว)ในการปกป้องตัวเองแม่งจะพุ่งทะลุออกนอกชั้นบรรยากาศไปเลย ที่กูรู้เพราะกูโดนครูจับไปฝึกยิงธนูคิวโด ตอนฝึกใหม่ๆกูก็นึกว่าเขาแข่งกันยิงแม่น ที่ไหนได้...แม่งฝึกให้เผลอดีใจตอนลูกเข้าเป้า ฝึกไม่ให้เสียใจตอนลูกไม่โดนเป้า ยิงๆไปไอสัด ฝึกไม่ให้เผลอไปใช้สมองกิ้งก่า(Reptile complex)โดยเฉพาะ

517 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

ฝึกให้ไม่เผลอดีใจ*

518 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

เช่นถ้าไปสอบแบบพวกคลิปชมรมคิวโดของญี่ปุ่น ไอ้คนยิงธนูมันหันไปมองเป้าตอนยิงอยู่แล้วยิงเข้าหรือไม่เข้าเป้าก็ไม่เป็นไร ใจแค่ต้องนิ่งไม่ออกอาการ แต่ถ้าอีคนนั่งรอ(รุ่นน้อง)หันหัวมองตามลูกธนูไป อีรุ่นน้องมึงสอบตกทันทีโดยที่ไม่ต้องยิงธนูสักดอกเลย ข้อหาปล่อยให้สมองกิ้งก่า(กลัว+อีโก้)มาเสือก

519 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

ไอ้ที่กูพูดๆมานี่เป็นวิธีคัดคนว่าผ่านหรือไม่ผ่านของอาจารย์ผู้สอนนะ(คนสอบไม่รู้) ครูกูเขาเฉลยเพราะต้องการจะดัดสันดานกูไม่ใช่จะพาไปสอบเลื่อนขั้น

520 Nameless Fanboi Posted ID:cQWL1rOFCO

>>519 หมายถึงฝึกให้จิตนิ่ง ไม่วอกแวกต่อสิ่งเร้า ว่างั้น?

521 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

>>520 ใช่ แล้วถ้าเอามาดัดแปลงเป็นขอสอบให้เหล่าเด็กดวกให้ไม่น้อยเนื้อต่ำใจเวลานิยายไม่เป็นตามที่ต้องการละก็...สอบตกกระจุย

522 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

>>520 ถ้าอธิบายให้ละเอียดกว่านี้คือใจมันไม่ได้นิ่งโดยตรงเว้ย แค่สมาธิมึงจะไปจดจ่อกับร่างกายทั้งหมด(ฟอร์มในการยิงธนู) ถ้ามึงจดจ่อได้จริงๆมึงจะเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเอง มึงเผลอกำหมัดก็อ้อ...กูกำลังโกรธ โดยปกติแล้วเวลาร่างกายเราเกร็งแม่งมักจะแปลว่ากำลังมีเรื่องเหี้ยๆเกิดขึ้น แต่กรณีของสัญชาตญาณนี่แม่งตรงกันข้าม กูกำหมัดปุ๊ปก็ชกแม่งเลย

523 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

คำว่ากลัวในแง่ของสมองมันมี 2 แบบคือ 'สู้หรือหนี' ตรงคำว่าสู้นี่ไม่ได้หมายถึงกล้าหาญ แต่หมายถึงเมิงปอดแหกเกินกว่าจะยอมรับความจริงจนต้องกร่าง
ส่วนหนีก็มาแนวน้อยใจหรือไม่ก็ถอยหายออกไปเอง

524 Nameless Fanboi Posted ID:km5s+Dxybh

อยากรู้อะ ว่าโม่งนี้เคยสับแฟนฟิค แบบฟิคHP ไม่ก็ BNHA กันไหม
//ที่ยกตัวอย่างสองเรื่องนี้มา เพราะกุเห็นหมวดฟิคฝรั่ง HP ครอง top 20 , หมวดฟิคการ์ตูน BNHAก็ขึ้น top บ่อยๆ
กุอ่านมา ฟิคบางเรื่องก็ดีนะเว้ย จนกุอยากเชียร์คนเขียนฟิคให้หันมาเขียน original ขายเลย
แต่บางเรื่อง แม่งก็ pwp เกินไป เอะอะ ก็จับ ชxช เยกันจนท้องป่อง (ยกตัวอย่างจากฟิค hp เรื่องนึงที่เคยอ่าน ทำเอา get pwp เลย ฮ่าา)

525 Nameless Fanboi Posted ID:bRZXbHE6ap

>>524 เท่าที่ดูมา ปกติไม่เคยเจอโม่งรับสับแฟนฟิคนะ ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรกัน แต่ถ้าถามกู กูไม่อยากสับแฟนฟิคเพราะอยากสับอะไรที่มาจากความคิดของเจ้าของเรื่องเองมากกว่า พวกแฟนฟิคมันมีแนวทาง เส้นเรื่อง หรือตัวละครเป็นพื้นให้ยืมได้ แค่เอามาดัดแปลงตามใจตัวเองเฉยๆ ส่วนนิยายปกติมันต้องคิด ออกแบบ สร้าง ขึ้นใหม่ด้วยความสามารถของตัวนักเขียน ก็เลยอยากวัดจากตรงนี้มากกว่า แต่ก็ยอมรับนะว่าบางคนเขียนดีมาก จนน่าผันตัวมาจับงาน Original ของตัวเองได้แล้ว

526 Nameless Fanboi Posted ID:wmaonFFuZa

>>524 แฟนฟิคมันเกิดจากความชอบ ความหลงใหลใน Original และยืมมาเขียนด้วยเรื่องราวที่อยากให้เป็น (อาจจะยืมตัวละคร, ยืมSetting , ยืมพล็อต)
ทีนี้มันเลยแบ่งไม่ได้ว่าอันไหนยืมมาหรืออันไหนคิดเอง เพราะมันต้องดูภาพรวมทั้งหมดด้วยแหละ.. มั้งนะ

527 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

ถามหน่อยสิ ปกติห้องสับนิยายนี่เป็นศูนย์รวมนักสับ ใครจะสับอะไรก็เชิญแค่มารวมไว้ในห้องนี้ หรือว่ามีแกนนำ(?) Somean เป็นคนสับโดยเฉพาะ?

528 Nameless Fanboi Posted ID:wmaonFFuZa

ใครจะสับก็สับ ลองดูมู้เก่าๆดู ที่รวมมู้สับนั่นก็ได้ อัพเดทแล้ว

529 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

>>528 ขอบใจมาก

530 Nameless Fanboi Posted ID:deDAeAa9+Y

กุไม่สับแฟนฟิก ส่วนโซมีนเขามี twitter เฉพาะให้ส่งนิยายไปให้สับ https://fanboi.ch/webnovel/7834/328/
เมิงขวัญกล้าก็เอาเลย

531 Nameless Fanboi Posted ID:jRmkeyIMgM

>>527 มีคนสับหลายคน แล้วแต่จะสับ แต่ละคนก็สับไม่เหมือนกัน ถนัดไปคนละเรื่อง โซมีนนี่ชื่อใหม่ จริงๆ อยู่มานานตั้งแต่มู้แรกละ ตอนนั้นใช้ชื่ออื่น เดี๋ยวเบื่อก็จะเปลี่ยนชื่ออีก แต่โซมีนดูแรดไฟลุกดี

532 Nameless Fanboi Posted ID:bRZXbHE6ap

จริงๆ มันไม่ได้สับมาตั้งแต่แรก ไอ้ที่สับๆ กันนี่คือมันมีคนเอาพล็อตของตัวเองมาให้คนอื่นช่วยวิจารณ์ แล้วพอมันมาแค่พล็อตเลยไม่ค่อยเห็นภาพ ก็ออกความเห็นกันไปแต่ดูเหมือนมันไม่ค่อยเข้าท่า เขาเลยบอกว่าถ้างี้ วางลิงก์นิยายมึงมาเลยง่ายกว่า หลังจากนั้นก็เริ่มเอานิยายทั้งของตัวเองและของคนอื่นมาแปะ อันนี้คือยุคบุกเบิก

ต่อมาก็มีการเน้นสับนิยายกลุ่มที่ติดท็อปว่ามันติดได้ยังไง ทำไมมันถึงมีวิวเยอะ กับสับกันแบบถูกใส่ไฟ คือเอานิยายของคนที่ไม่ชอบขี้หน้ามาแปะในโม่ง บางคนก็เป็นขาประจำนั่นแหล่ะ ดีบ้างไม่ดีบ้าง (ยกเว้นพี่ถุย ฟองเบียร์ กับแวมไพร์นะ 3 รายนี้ไม่ไหวจริง) ยุคนี้ถือเป็นยุคทองเพราะมีโม่งกลุ่ม Elite หรือ Skilled โผล่มาสับให้มากหน้าหลายตา มีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นดราม่าต่อยกันเองในนี้ ทั้งประเด็นเรื่องความขัดแย้งทางความคิด การจงใจโทรลกวนตีน กับการหมั่นไส้ส่วนตัวเพราะมีการลงชื่อกำกับท้ายข้อความ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของบอร์ดโม่ง เพราะ Admin ไม่อยากให้สมาชิกยึดติดในตัวตน ล้างอัตตาออกไป จะได้สนใจข้อความที่คุยกันมากกว่าว่าใครเป็นคนพูด มันเป็นแนวคิดที่ดีแต่ใช้ไม่ได้ผลกับผู้ใช้งานบางกลุ่ม เนื่องจากวิธีการออกความเห็นแม่ง Unique เกินไปหน่อย (คือเห็นแค่วิธีพิมพ์ก็รู้เลยว่าเป็นใครแม้จะเลิกลงชื่อแล้ว)

พอเข้าสู่ช่วงก่อนหน้านี้น่าจะสักบทที่ 14-22 ยุคนี้กูเรียกว่ายุคม้า มันเป็นยุคเสื่อมและย่างเข้าสู่ยุคมืดอย่างช้าๆ คือมีทั้งพวกอยากอวยตัวเอง มาถึงแปะลิงก์นิยายแล้วชมเรื่องนั้นเวอร์ๆ จนคนเขาดูออก คนสับทะเลาะกันเองแล้วหายหัวบ้าง ไอ้สัสเซฮุนเอาพิซซ่ามาแจกรัวๆ บ้าง (คุยเรื่องนิยายทีไรก็วกเข้า 112 ตลอด) ถึงไอ้นี่จะสับได้กระชับเข้าใจง่าย ตรงประเด็น และมีความฮา แต่เรื่องกวนตีนนี่ก็ของชอบ แล้วถ้ามีถกเถียงประเด็นอะไรสักอย่างที่มันเชี่ยว ก็จะลากยาวจนดราม่ากันไป 3-400 เมนต์ คือดูออกว่าไอ้เหี้ยนี่ Expert ด้านงานเขียนเหมือนกัน แค่นิสัยเสียเฉยๆ ส่วนหนึ่งที่ทำให้กูเบนเข็มจากงานสนองนี้ด งานเพื่อ Passion มาเกาะกระแส ก็เพราะไอ้เซฮุนนี่แหล่ะ คือยอมเปลี่ยนความคิดจากประโยคที่ว่า "ถ้ามองแบบผู้ใหญ่ มองแบบคนทำงานแล้ว คือเงินต้องมาก่อนอะ"* , "นิยายที่ดีของแต่ละยุคมันไม่เหมือนกัน ลองเอานิยายทั้งของต่างชาติและของไทยที่เก่าๆ หน่อย มาลงในเด็กดวกดูดิว่าผลจะเป็นยังไง"** กับ "คนไทยก็แบบนี้ เห็นอะไรฮิตๆ ก็แห่กันไปทำจนเกร่อ นิยายกระแสมันถึงเต็มเว็บแบบนี้ไง แต่มึงต้องเข้าใจว่ามันขายได้จริงๆ ยังไงเด็กมันก็ชอบขนมหวานมากกว่าสลัดผัก ถึงมันจะไม่ดีต่อสุขภาพก็เหอะ"***

(*, **, *** = ไม่ได้เขียนงี้เป๊ะๆ แต่กู้จากสมองปลาทองมาใกล้เคียงสุดได้แค่นี้)

533 Nameless Fanboi Posted ID:bRZXbHE6ap

คือมันเป็นช่วงที่ทำให้เข้าใจว่า ถ้าไม่นับนิยายวายทำมือที่แพงแค่ไหนสาวกสาววายก็พร้อมเปย์ กับนิยายรักตบจูบทาสสวาทซาตานที่มีสาวใหญ่วัยเพ้อพกอ่านกัน ที่เหลือก็มีแค่นิยายแกรี่ พล็อตโหล คาร์แบน เน้นเทพทรูและฮาเร็ม ถึงจะขายได้ ไอ้การส่งเรื่องไป สนพ. เพื่อลุ้นตีพิมพ์มันกลายเป็นเรื่องคร่ำครึ แล้ว สนพ. ยุคใหม่ก็เลือกเรื่องไปตีพิมพ์จากจำนวนยอดวิวในเว็บ (เพราะคิดว่าอย่างน้อยเรื่องนี้ก็เป็นที่รู้จักและโด่งดังในฐานะเว็บโนเวล) ปัญหาคือนิยายกากสัสหมา ขนาดคนพิสูจน์อักษรยังอยากแขวนคอตายวันละหลายๆ รอบ บก. ไม่สนใจจะพรูฟให้ (แหงอยู่แล้วดิ) เนื้อเรื่องมันเลยผีเข้าผีออก ดีบ้างไม่ดีบ้าง พิมพ์ออกมา 3,000 เล่ม ขายได้แค่ 4xx เล่ม แถมมีการเอาไปขายมือ 2 ต่อ เพราะทนความกากไม่ไหว (เรื่อง Lord of Weapon นี่เจอบ่อยสุดเลย)

คือคนอ่านยอดวิวเป็นล้านมันนับจากการเข้ามาอ่านซ้ำด้วย และนับต่อคน/ต่อตอน แปลงลดสัดส่วนลงมาอาจเหลือจำนวนคนอ่านจริงแค่ 2-3 หมื่นคน 80 % เป็นน้องเกรียนอ่านฟรีที่ออกมาโวยวายว่า "ปิดตอนทำเหี้ยไรครัช อ่านไม่ได้" หลังเขาตีพิมพ์แล้ว ส่วนอีก 20 % เป็นผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อจริง แค่เป็นสายฟรีไปก่อน 10 % ซึ่งเลิกอ่านเมื่อปิดเรื่อง ส่วนสุดท้ายแบ่งเป็น ซื้อโดยไม่สน 4 สน 8 ใดๆ กับ ซื้อมาลองอ่านก่อนค่อยขายต่อถ้าไม่ชอบ อย่างละ 5% คือมันวนอ่างอย่างนี้จริงๆ

สนพ. ขายนิยายดีแต่ไม่ดัง = ขายไม่ออก แล้วไปเลือกเอานิยายคุณภาพวัดดวงแต่วิวเยอะมาพิมพ์ขาย (ไปทดลองอ่าน "โลกเวทมนตร์ของคาออส" ดูได้แล้วจะเห็นภาพมากขึ้น) หลังๆ ลดความเสี่ยงเหลือรอบละ 1,000 เล่ม ก็ยังเหลือบานจนต้องเอาไปลงไว้ในกระบะคละแนวลดราคา 3 เล่ม 50 สุดท้ายเลยเลิกพิมพ์หันไป LC ไลท์โนเวลเข้ามาขายแทน หลังตรัสรู้จนได้ว่าเว็บโนเวลไทยมัน :คนดูล้าน คนชอบหมื่น คนซื้อร้อย:

คือโทษใครไม่ได้จริงๆ เพราะหลงผิดคิดว่าเอานิยายวิวเยอะไว้ก่อนมาพิมพ์แล้วจะขายออก พวกที่อยากตีพิมพ์ก็เลยเฮโลกันผลิตนิยายทำนองนี้ออกมาเต็มเว็บไปหมด ผลคือมองไปทางไหนก็มีแต่นิยายแต่งเอายอดวิวที่คุณภาพชวนให้สลดใจ แต่มันหาทางออกได้ด้วยการติดเหรียญหลอกขายเกรียนด้วยกันเอง แถมพี่เว็บก็โฆษณาให้ด้วยผ่านเพจถ้ายอดขายดี (ทุนนิยมนี่มันเหี้ยจริงๆ) กูเลยกลายมาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ขายงานติดเหรียญหาค่าไฟเล่นๆ ไปในที่สุด (คืองานการจริงๆ ก็มี เลยไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน) ออกทะเลมาไกลเลย สรุปว่ายุคม้านี่ มีม้าที่ไม่ใช่ม้า (ไม่ใช่เพลงใหม่เก็ทซึโนว่านะ) เข้ามาขายนิยายตัวเองถึงถิ่นโม่งอยู่เยอะ เพราะรู้ช่องทางจากดราม่าในบอร์ดนักเขียน พวกเห่อหมอยแม่งเต็มไปหมด ทีมสับเลยลายาว เบื่อพวกชอบอวยตัวเอง ติไม่ได้ด้วยนะใจบาง แถมมีการด่าสวนด้วย เยี่ยมไปเลยไอ้เหี้ย ทีมสับนี่บางส่วนก็ทำงานกัน หรือไปติดเกม ป่วย ฯลฯ หลากหลายเหตุผลที่สามารภทำให้ตัดสินใจหยุดเข้าโม่งชั่วคราวได้ นิยายรอสับเลยเน่าคากระทู้มาหลายภาค

534 Nameless Fanboi Posted ID:bRZXbHE6ap

แล้วหลังจากมู้ภาค 23 เป็นต้นมากูแม่งเริ่มมีความหวัง เพราะอ่านคอมเมนต์ของคนในนี้แล้วรู้ว่ามีโม่งสับบางส่วนยังวนเวียนอยู่ที่นี่ ก็เลยรื้อฟื้นโครงการสับมาทำใหม่ แล้วจงใจสะกิดด้วยการบอกว่าคิดถึงพวกแม่งทุกคนเลย ผลตอบรับก็ดีนะ ปีใหม่ว่างหลายวันก็กลับมาสับจนมู้คึกคัก ไหลเร็วจนน่าตกใจ ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่โผล่มาเพียบ ยินดีกับโม่งน้องใหม่ที่บรรลุสัจธรรมมา join the dark side ที่นี่ กับฟักยูพวกเกรียน Toxic user ที่เข้ามาก่อกวนอย่างไม่เกิดประโยชน์ แต่จะบอกว่าพวกเอ็งยังดูกากเดนถ้าเอาไปเทียบกับโทรลรุ่นพี่ เพราะพวกนั้นมันฝีมือร้ายกาจ สร้างความหัวร้อนได้ดี จุดประเด็นดราม่ามันส์ๆ ได้บ่อยๆ แต่พวกหน้าใหม่อย่างมึงทำได้แค่เข้ามากวนตีนแบบไร้สาระ มีแต่จะโดนโม่งในนี้ทุบถองจนเจ็บทั้งตัวทั้งใจ ต้องซมซานออกจากโม่งไปอย่างน่าสมเพช ว่างๆ ก็กลับมาโดนใหม่ได้นะ พวกกูล้างตีนรออยู่ อิอิออิ

ตอนนี้ไม่ถือว่ามีแกนนำในการสับนะ หรือพูดให้ถูกก็คือ ไม่มีใครเป็นใครมาตั้งแต่แรก ใครอยากสับก็สับ ใครอยากเรียนรู้ก็เรียนไป ขออย่างเดียว อย่าเอาโม่งออกไปพูดข้างนอกอย่างภาคภูมิใจว่ามึงเล่นโม่ง เพราะภาพพจน์โม่งคือหลุมขยะฝังกลบเหม็นเน่าเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ถ้าได้ยินคนพูดถึงโม่งก็ตีเนียนว่าไม่รู้จักก็ได้ ถ้าอยากเมาท์ค่อยเข้ามาแปะวาร์ป แล้วพวกที่ออกไปเป็นนอนเมมในบอร์ด ก็อย่า Toxic ให้มันมากนัก เรื้อนแค่พอดีๆ เพราะยังไงๆ คนที่เล่นบอร์ดนักเขียนก็อยู่ในนี้กันเยอะอยู่แล้ว ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ทำอะไรก็ดูกาลเทศะ ใช้สถานที่เขาก็อย่าเอาขี้ไปป้ายกำแพง อยากเรื้อนมากๆ ก็มาในนี้ มีคนพร้อมจะเรื้อนด้วย หน้าฉากข้างนอก เอาไว้ปะทะหรือตอบโต้พวกมั่นหน้า หรือตรรกะเพี้ยนก็พอ ในเมื่อเอาตัวจริงไปบวกไม่ได้ ก็สมัครเมมดาวเดียวไปคุยแทนไม่ต่างจากเป็นโม่งนั่นแหล่ะ แค่หน้ากากมันคนละแบบเท่านั้นเอง

535 Nameless Fanboi Posted ID:3V+i0VSNYN

ตามมาตั้งแต่มู้ 18-19 สมัยนั้นสิ้นหวังจริง บ่นกระปอดกระแปดกันแต่เรื่องตลาดนิยาย ถ้าไม่ใช่วายกับเทพทรูเห่อหมอยก็ขายไม่ค่อยได้ มู้ซบเซาเพราะม้าอีก

536 Nameless Fanboi Posted ID:QEd9M3I5IR

>>531 ขอบคุณมากๆที่ไปสับนิยายในเด็กดี รวมถึงคนอื่นๆด้วย (ไม่แน่ใจว่ามีกี่คน) กูอ่านแล้วกะลาระเบิดไปหลายใบ
>>534 สรุปซะเห็นประวัติศาสตร์ความเป็นมา กูมาใหม่ยังไงก็ฝากตัวด้วย (บางทีกูก็ทำตัวไม่ถูก)

537 Nameless Fanboi Posted ID:Qu4cRtSH/M

นั่นแหละ.. กุคนรวบรวมมู้ เลื่อนเม้าส์รัวๆ ช่วงยุคมืดอ่ะ แทบจะไม่มีรายการสับ

538 Nameless Fanboi Posted ID:Qu4cRtSH/M

>>ย้อนอ่านไปซักมู้ สองมู้ ล่าสุด เดี๋ยวก็อยู่เป็นเอง

539 Nameless Fanboi Posted ID:jRmkeyIMgM

>>532 เออ กูเป็นคนนึงที่หายไปเพราะรำคาญโม่งทะเลาะกัน ช่วงเรื่องสั้นกับเซฮุนฟาดปากกันกูโคตรรำคาญ ทั้งที่กูก็เคยฟาดปากกับอีถุยอยู่ไม่น้อยแท้ๆ พอกลับมาก็เจอม้ามั่งอะไรมั่ง บวกกับเปลี่ยนงานใหม่ชีวิตไม่ลงตัวเลยลาโม่ง แวะมาวนๆ เวียนๆ ไม่ได้สับอะไรเป็นกิจจะลักษณะมากมาย กลับมาสับอีกรอบก็ช่วงมู้ 22 เป็นต้นมามั้ง แต่นิยายกากลงน่ะเป็นเรื่องจริง 5555

ปล. คิดถึงโม่งควยคุงที่เคยคุยกันตั้งแต่มู้นินทาเด็กดี ไม่รู้ตายห่าไปยังหรือยังวนเวียนแถวนี้ ถ้ายังอยู่กูไม่มีอะไรจะบอก นอกจากอยากบอกว่า ควยยยยย

540 Nameless Fanboi Posted ID:pqvCSot.gF

นี่กูเอง >>501 ขอบคุณมากมึงที่ให้คำแนะนำ >>504
มีตรงนี้นี่แหละที่กูยังลังเลใจอยู่ มาคิดๆ ดูแล้วทำฐานเรื่องให้ครบตั้งแต่แรกคงเป็นผลดีระยะยาวมากกว่าที่ไม่ต้องมานั่งปวดหัวตอนเขียนว่าจะด้นสดยังไง ให้เดินเรื่องได้ อย่างที่มึงว่า ถ้าไม่เตรียมไว้เขียนด้นไปเรื่อยๆ จะเป๋เอาได้

541 Nameless Fanboi Posted ID:lStejWdGX6

เอาจริง พูดถึงโม่งสับแฟนฟิคกูจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่โม่งเซฮุนสับแฟนฟิคลาฟลอร่าเว้ย ฮาเหี้ย ๆ

น่าจะเป็นครั้งเดียวเลยมั้งที่โม่งสับแฟนฟิค(ไม่นนับมหากาพย์ยำแฟนฟิคโรเซเนียอะไรนั่นอ่ะนะ)

542 Nameless Fanboi Posted ID:bRZXbHE6ap

>>541 เฮ้ยๆ กูจำได้ ไปขุดมาแป๊บ ฮาสัสจริงๆ

543 Nameless Fanboi Posted ID:bRZXbHE6ap

ได้แล้วพวกมึง >>>>/webnovel/4265/122-139/

คืออ่านสับจบกูจำได้แค่ อ๊ะ! เอ๊ะ! เอ๋! อ๊ะ!! แค่นั้นจริงๆ (หลังจากนั้นทีมงานก็เข็ดสับแฟนฟิคกันหมดเลย)

544 Nameless Fanboi Posted ID:jRmkeyIMgM

>>543 55555544

545 Nameless Fanboi Posted ID:bRZXbHE6ap

>>543 เป็นการสับที่จบแบบหักมุมโคตรๆ เท่าที่เคยอ่านมา หักมุมแบบพลิก 640 องศาเลย มันถึงได้โคตรฮา

546 Nameless Fanboi Posted ID:Qu4cRtSH/M

>>543 โลกหมุนรอบทิวา ฮาเร็ม เอ๊ะ อ๊ะ.. เบียวสัสๆ

547 Nameless Fanboi Posted ID:i1nKd5BjTe

>>545 ตัวนิยายแม่งตัดจบได้ตำนานใหม่เลยอะเรื่องนี้ มึงไม่แต่งเป็นเรื่องสั้นแต่แรกละอีไรท์ กูนี่เอ๊ะอ๊ะเอ๋ ตามไปเลย

548 Nameless Fanboi Posted ID:9/JsR76LAv

>>543 เหี้ยเอ๊ย ล้ำจนกู เอ๊ะ อ๊ะ เอ๋!?

549 Nameless Fanboi Posted ID:yrmzTv.6Ix

แต่น้องที่แต่งแฟนฟิคอันนี้เป็นผู้มาก่อนกาลนะมึง แต่งนิยายแชทตั้งแต่เว็บจอยลดายังไม่เกิด แถมลำหน้ากว่านิยายแชททั่วไปด้วยการเอาชื่อไปใว้ข้างหน้าอีก ยังไม่รวมเครื่องหมายวรรคตอนมั่วแหลก // ? !!!! นี่ด้วย เรื่อง Info dump ก็ไม่มีปัญหา เพราะแม่ง No info ไม่อธิบายเหี้ยไรเลย อ่านแล้วปวดหัวสัสๆ

มีเรื่องขำแบบเสื่อมๆ ด้วย เพราะเคยมีโม่งมาสารภาพว่าตรงบทที่ 1 มันอ่าน Kiyul Talk ผิดเป็น Kuy Talk แล้วมาบ่นในนี้ว่าเชี่ยเอ๊ย นักเขียนเปิดเรื่องได้โหดสัส มาถึงก็ค๋วุย๋พูดได้เฉยเลย

550 Nameless Fanboi Posted ID:dPyaRqOXxg

>>549 เชี่ย... เรื่องในตำนาน หนึ่งใน Trash Legacy Collection ของกุเลย

พังมหาพังจริงๆ เครื่องหมายวรรคตอนเละเทะ จุดก็เยอะ แล้วยังใช้คะ/ค่ะ ผิดอีกด้วย กุมขมับกับอนาคตนักเขียนไทยในเวลานั้นเลยทีเดียว

551 Nameless Fanboi Posted ID:yrmzTv.6Ix

>>503

お疲れ様です !!
ขอบคุณมาก !!
Thanks !!

552 Nameless Fanboi Posted ID:FAYO19DbR4

มู้นี้ทำท่าไหลไวอีกแล้ว กูโคตรภูมิใจในตัวพวกมึงจริง ๆ

553 Nameless Fanboi Posted ID:yrmzTv.6Ix

ดูเองเหอะ เพจมันเล่นแชร์แต่นิยายแบบนี้อะ แล้วจะให้กูไม่เสียศรัทธาได้ยังไง

https://www.facebook.com/dekdwriter/photos/ms.c.eJxFy9ENwCAMA9GNKrCDg~;dfrApV6O~;THRTc0ylQ4tKDAgzAg3D~_MD~;IBrIW2A0xlmxhXYhT7H1Bp5i90CxA4gVJrhuB.bps.a.2643819642366368/2643819762366356/?type=3&theater

คลิเช่นิยายจีนเกิดมาสวะไร้ค่าแล้วต่อมาก็เทพซ่าตามสูตรเกือบทุกเรื่อง ส่วนไอ้เรื่องหมอผีอิเซไคเนี่ยอาการหนักเหี้ยๆ กูรับไม่ได้ เป็นนิยายรหัสมอสอีกแล้ว เขียนด้วยภาษาเกรียนๆ เบียวๆ วาร์ปจากกะลาแลนด์ไปโลกแฟนตาซี พบพระเจ้าเหมือนเดิมเพื่อโชว์ความเทพซ่า 007 ในภายหลัง กลิ่นคลิเช่จีนก็หึ่งเลย ตั้งแต่บนปกที่มีระดับพลัง กับระดับขั้นอะไรไม่รู้เนี่ย เป็นแฟชั่นรึไง ใส่มากันจัง อ่านนิยายจีนเทพซ่าแล้วก็ใส่ตามเขา สุดท้ายไม่เห็นได้ใช้สักเรื่องเพราะข้ามระดับพังสเกลพลังตัวเอง เก่งปุบปับทะลุไปขั้นสูงสุดของสูงสุดอีกที เจอกี่ครั้งก็อดด่าไม่ไหววะ

554 Nameless Fanboi Posted ID:dPyaRqOXxg

>>553 กูลองไปอ่านดูมา 10 ตอนละ มี Dr.poop เป็นไอดอลแหงๆ เอฟเฟคเสียงกระจาย เฟี้ยว บะคู้ม ตึง เปรี้ยง ไปครึ่งตอน แต่ละตอนก็สั้นด้วย ขายแพคนิยายออกได้ไงวะนั่นราคาตกตอนละบาท แล้วตอนนึงยาว 3/4 หน้า A4 = 1 บาท !!?!??! โวะ หนหวย ห่าขั่วมึงเอ๊ย

555 Nameless Fanboi Posted ID:9/JsR76LAv

>>553 เชรดเขร้ มีนุ้งมหาปาดด้วย เมพชริมๆ

556 Nameless Fanboi Posted ID:maT0wa8H2.

>>555 เลขมงคล

557 Nameless Fanboi Posted ID:GJiuAlKHir

อยากได้ซีนอะไรขนาดนั้นว่ะเล่าเบียว ถึงขั้นไปบอกนักเขียนหน้าใหม่ว่าเขียนดีต่างๆ นิยายตัวเองยังเอาไม่รอดเลย ห่วยแตกชิบหาย เข้าใจว่าเห็นพี่โม่งสับ พี่มะม่วง พี่โซมีนสับนิยายแล้วดูเท่ แต่มึงไปไปอ่านนิยายดีๆ ให้เยอะๆ ก่อนเถอะ สร้างองค์ความรู้และบรรทัดฐานในหัวตัวเองให้ได้ก่อน ไม่ใช่อ่อนหัดไก่กาหัวโปกแล้วมาวัลลาบีทำเท่ เห่ยชิบหาย สะเหล่อ

558 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

กูสงสารน้อนเล่าเปลี่ยว(ไม่ได้พิมพ์ผิด)ว่ะ คนเรามันต้องเหงาขนาดไหนถึงต้องกด like ตัวเองทุกคอมเม้นท์วะ

559 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

>>558

การกดไลค์แบบนี้ก็เหมือนก้มลงไปอมควยตัวเองอะครับ
#มิตรสหายมู้ภาคแรกๆ ท่านหนึ่ง

560 Nameless Fanboi Posted ID:v0G9s5FqVe

มันเป็นคนสมองไม่ปกติว่ะกูว่า กูเคยมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งนิสัยแบบนี้เลย ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ ชอบมีความสำคัญ เสือกสาระแนแม่เย็ดกับเขาไปเรื่อย และก็ชอบเอางานของมันมาให้กูวิจารณ์ พอกูวิจารณ์ไม่ถูกใจก็ด่ากูอีก ว่าอย่าทำเป็นรู้มากได้ป่ะ เอ้าไอ้สัตว์มึงอยากได้แต่คำชมก็บอกกูก่อนดิ

โชคดีละที่ทุกวันนี้มันเลิกยุ่งกับกูแล้ว เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ละตอนนี้

561 Nameless Fanboi Posted ID:9/JsR76LAv

ถึงไม่ขนาดต้องไปพบแพทย์ แต่ในสังคมก็มีพวกนี้ประสาทอ่อนๆ -ประสาทแดก(อิดอกขาว) ปะปนอยู่ด้วยเสมอ เพียงแต่พวกนี้มันไม่ได้เผยพฤติกรรมออกมาตรงๆ มันแสดงออกมาระรานชาวบ้านเขาแบบอื่น อะเฮือกกกๆๆ

562 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

เห็นมีคนเคยถามถึงความหมายของคำว่าเอจจี้ใช่มะ ไอ้เล่าโปกนี่ล่ะคือตัวอย่างของพวกทำตัวเอจจี้ คือก่อนจะมาเป็นเอจจี้ที่ใช้แบบผิดๆ ในปัจจุบัน (ตัวละครแนวเก่งแต่ปลีกตัวจากสังคม เคร่งขรึม ขี้รำคาญ เก๊กมาดนิ่ง และไม่โลกสวย) จริงๆ แล้วเอจจี้ถูกพวกฝรั่งใช้เรียกเด็กที่พยายามทำตัวแก่เกินวัย ทำตัวถ่อย, กร่าง โดยไม่ดูสารรูปตัวเอง เด็กที่พยายามจะสูบบุหรี่ตั้งแต่หมอยยังไม่ขึ้น เด็กที่พูด F-word N-word หรือ rude talk ตั้งแต่ยังไม่เลิกดูเบนเท็น เด็กหัวโปกที่ผิวปากแซวแม่สาวตูดใหญ่บั้นท้าย Extra THICC แต่ผิวแล้วเสียงไม่ออก หรือชอบพูดเก๊กๆ ว่า "ฉันไม่สนใจของเด็กเล่นพวกนี้หรอก" แต่สุดท้ายก็เสือกไปขอเล่นกับเพื่อน

มันคือความพยายามจะดูเท่ ดูคูล หรือดูเจ๋ง แบบโคตรจะฝืน จนผลสุดท้ายมันออกมาตรงกันข้าม เช่นดูตลก ดูแหยง ดูแล้วคลื่นไส้ หรือต้องคิดในใจว่า "มึงกล้าทำได้ไงเนี่ย ไม่อายบ้างรึไง" ตามที่เขียนไว้ใน Urbs ข้างล่างนี่

Edgy : something or someone trying too hard to be cool, almost to a point where it's cringe worthy

563 Nameless Fanboi Posted ID:rpYlSWCgQp

ไอ้ที่ชื่อ GPPPP... (แม่ง ตัวพีกี่ตัววะ) อะไรนี่ก็อีกคน ชอบกดไลค์ให้ตัวเอง นับวันยิ่งจะลอกเลียนแบบไอ้เล่าเบียวเข้าไปทุกที อีแบบที่โผล่มาเม้นสั้น ๆ กวน ๆ ให้ดูเหมือเท่ แต่ไม่มีประโยชน์ห่าเหวอะไรกะใครเขาเลย

ครั้งแรกที่เห็นแม่ง โคตรรู้สึกอีหยังวะมาก (การไลค์ทุกเม้นที่ไปเจอของอิปล่อยอึ่งนี่ดูเฉย ๆ สำหรับกูไปเลย)

564 Nameless Fanboi Posted ID:+mHUt85KUH

>>562 Edgy มันเป็นคำชมไปแล้วล่ะ แล้วกุก็คิดว่าคนชอบตัวละครประเภทนี้กันเยอะ การตูนจีนแปลในเวบก็เจอแต่ตัวละครประเภทนี้ มันปลดปล่อยความเงี่ยนในตัวคนอ่านได้ ตัวละครพวกโดนสังคมกดไม่ยอมลุกขึ้นสู้ คงไม่อยากอ่านกันสักเท่าไร

565 Nameless Fanboi Posted ID:L9M0mndLJY

เล่าเบียว=ความอยากมีตัวตน แต่ไม่ดูสารรูปตัวเอง เอจจี้(??)
ฟิสิกส์=น้ำเต็ม(3)แก้ว ฉันไม่รับฉันไม่รู้ ชั้นเชิงไม่มี แต่กูมีตำรา กูแค่ยัดข้อมูลใส่นิยายกูก็เจ๋งแล้วล่ะ เชิญโซมีนชมมาเลยจ้ะ
นุ้งมะนาวโซดา=มาโซคิสม์ ชอบวิ่งเข้าหาตรีนจนโดนรุมยำ โดนจนเดี้ยงแล้วก็ยังปั้นหน้า พลางชูนิ้วบอก"ฉันยังไหว"
พังPron=แดรกเกินโควต้าแต่งานยังจืดสนิท ไม่รู้มันน้ำเต็มแก้วหรือไม่มีปัญญามูฟออนออกจากปัญหาเดิมๆกันแน่

566 Nameless Fanboi Posted ID:+mHUt85KUH

>>565 กุว่าในทั้งหมดนี่ พรฮับดูงานจะจับต้องได้ที่สุด มีแววจะเขียนงานดี ๆ ออกมาได้
ถึงจะล้มเหลวด้านจำนวนคนอ่านถ้าเทียบกับอีน้ำสามแก้วก็เถอะ

567 Nameless Fanboi Posted ID:v0G9s5FqVe

>>565 ชูนิ้วบอก "ฉันยังไหว"

ทำไมสมองจัญไรของกูนึกถึง Ahegao วะ 555555

568 Nameless Fanboi Posted ID:Jmp+OQtpWW

เอาจริงแฟนฟิคที่สับยากคือมันเป็นงานแฟนโดยแฟนเพื่อแฟนเรื่องนั้น ๆ ด้วย กูก็อยากสับฟิคนะแต่ด้อมกูมันเงียบเหงา จะไปสับฟิคด้อมอื่นก็สะเหล่ออีก

>>567 เหมือนกัน อีเหี้ยย

569 Nameless Fanboi Posted ID:FZDJVynyaC

>>565 นุ้งมะนาวมีนิยายมั้ย เห็นตัวอื่นได้ชื่อจากนิยายที่เขียน >>566 พังpornกูว่าหนักนะมึง น้ำเต็มแก้วแบบดื้อตาใส ปากบอกว่าเชื่อจะปรับแต่ไม่เคยทำ แบบเนี่ยมันไม่พัฒนาก็ไม่แปลกป่ะวะ

570 Nameless Fanboi Posted ID:+mHUt85KUH

>>569 ผู้ใหญ่ชอบสอนว่า คนเราต้องโง่ก่อนฉลาด แต่กุเห็นแต่นักเขียนนิยายนี่ล่ะ แม่งจะคิดว่าตัวเองฉลาดก่อนจะรู้ตัวว่ากุโง่
รอมันรู้ตัวว่าโง่ก็จะพัฒนาเอง

571 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

>>567 Tag: Mindbreak, Ahegao, Double peace sign ไหมล่ะมึง

572 Nameless Fanboi Posted ID:Jmp+OQtpWW

>>571 +gangbang +sole_female

573 Nameless Fanboi Posted ID:kZ/CP3u4MZ

ไอ่สัสเอ๊ย นี่แท่งหลานกูเลย "ฉันไม่สนใจของเด็กเล่นพวกนี้หรอก" แต่สุดท้ายก็เสือกไปขอเล่นกับเพื่อน

574 Nameless Fanboi Posted ID:kZ/CP3u4MZ

**แม่ง**

575 Nameless Fanboi Posted ID:9/JsR76LAv

เดี๋ยวๆ มึงโยงอะไรกันเนี่ย พอกูค้น Ahegao ตามที่บอกมาปุ๊บ ห่าน ใจเย็นนะโม่ง 555

576 Nameless Fanboi Posted ID:zlOzVR9tYb

กูนี่ย้อนไปมองชื่อห้องอีกครั้งเลย.. ห้องสับใช่มั้ยวะ?

577 Nameless Fanboi Posted ID:Jmp+OQtpWW

we /ero/ now

578 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

พอก่อนดีปะ กูว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวจะเปลี่ยนประเด็นเป็นความเดิมจากตอนที่แล้วของพาโรดี้สุดกาว ตอนแรกเป็นนิยายตัวอย่างเขียนข้าม POV เละเทะ ตอนที่สองมาต่อเพราะมีคนอยากอ่าน คราวนี้จะเขียนภาคสุดท้ายละ

โครมมมมมใใมมใใมมมใมมมมมม !!!!?,!!!!!!!! ..... !!!.. !!! (กูล้อเล่น) #คัท

"อีกุญชรชำเรา !" มึนพรตะโกนระหว่างถูกเงาของบ้านเลื่อนเข้าทาบทับ

เสียงการปะทะลงบนพื้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณ นิยายติดท็อปเรื่องนักเขียนวิปลาสเข้าสู่สภาวะดองถาวร เมื่อร่างของนักเขียนแหลกเหลวไปพร้อมกับโครงสร้างไม้ หลังฝุ่นควันจางลง ครูดอกก็ลอยตัวลงมายืนบนพื้นถนนอย่างสดชื่น เพื่อตามหาศพของคู่ต่อสู้

"ดวงแข็งเหมือนกันนี่เรา" ครูดอกพูดระหว่างกางแขนท่ามกลางออร่าน้ำมะเขือเทศสว่างไสว

มึนพรที่รอดจากความตายมาได้ด้วยการพุ่งตัวหลบในวินาทีสุดท้าย เวลานี้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับผ้าเช็ดตีนที่ถูกใช้มานานปี เขาหลบการโจมตีของครูดอกได้ก็จริงแต่แรงปะทะอันรุนแรงกับเศษวัตถุต่างๆ ได้สร้างความเสียหายบนร่างกายด้านข้างของมึนพรอย่างหนัก เด็กชายไม่อาจแม้แต่จะขยับตัว ได้แต่นอนจุกเพราะอวัยวะภายในบอบช้ำสาหัส

"เห็นได้ชัดว่าเธอไม่สามารถเทียบครูได้ ทั้งความแข็งแกร่งและเสน่ห์อันมากล้น" ครูดอกทอล์คโชว์ต่อไปเมื่อเห็นว่าไอ้พรไม่สามารถต่อต้านได้อีก

หลังจากนั้นครูวัยคราวป้าก็สาธยายเกี่ยวกับความสุดยอดของฝ่ายปกครองแห่งโรงเรียนเทศบาลวัดดงควายแยะ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จำนวนเรื่องและหัวข้อขยายตัวออกไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยุติ จนในที่สุดก็หลุดจากประเด็นการโดดเรียนของมึนพรไปไกล เธอพูดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรังวัดที่ดินเพื่อตั้งเขตโรงเรียน ยาวไปถึงเล็บขบของผู้อำนวยการคนแรก

ไอ้มึนพรรู้สึกอยากตายเพิ่มขึ้น 599 % แต่ไม่มีแรงเอาหัวไปโขกกับก้อนหินคมๆ ด้านข้าง จึงต้องทนฟังครูดอกพล่ามต่อไปอย่างทุกข์ทรมาณ ถึงขั้นตัดพ้อในใจว่าทำไมพระผู้เป็นเจ้าต้องลงโทษกูเช่นนี้ หากเทียบข้อความที่ครูดอกเพ้อออกมา มันอาจยาวเทียบเท่ากับนิยาย 31 บรรทัด... ไม่สิ 31 ตอนที่ยาวสัสๆ เลยต่างหาก

เวลาล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมง แต่ปากของครูดอกยังไม่หยุดขยับ ในที่สุดไอ้พรก็ทนไม่ไหวรวบรวมกำลังที่มีลุกขึ้นยืน

"ตายเป็นตายว๊อยยย !!" เด็กชายง้างสนับเล็งไปที่ขมับในจุดที่เคยต่อยโดนไว้

ครูดอกไม่ยอมหยุดทอล์คโชว์ซ้ำยังยืนหยัดอย่างท้าทาย ปล่อยให้ไอ้พรเหวี่ยงหมัดฮุคเต็มวงสวิงเสริมด้วยน้ำหนักตัวที่มี

เสี้ยววินาทีก่อนเกิดการกระแทก ออร่าบัพน้ำมะเขือเทศของครูดอกได้จางหายไป จนเธอกลายเป็นเพียงอีบ้ากะโหลกร้าวธรรมดา ทุกอย่างจึงจบลงด้วยการนอนเกร็งกระตุกอยู่ราวสิบวินาที ก่อนจะแน่นิ่งไปพร้อมภาพเลือดไหลออกจากหู จมูก และตาอันเบิกโพลงของอาจารย์ลีลาวดี

มึนพรกลับมาอยู่ยืนตรง โยนสนับเปื้อนเลือดทิ้ง แล้วใช้สองมือกระชับเสื้อนักเรียนไร้กระดุมให้เข้าที่ แม้จะยังคงจุกจนหายใจลำบาก แต่เด็กชายก็ไม่ลืมฝากประโยคคมๆ ทิ้งไว้

"เหตุผลที่ครูแพ้ผมมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย"
มึนพรว่าพลางหยิบแว่นดำขึ้นมาสวม
"ครูแม่งไม่ยอมหยุดพูดเอง"

579 Nameless Fanboi Posted ID:rF/6Nr77A.

>>578 มึงก็ควรไปห้องนิยายโม่ง ไม่ใช่ห้องนี้

580 Nameless Fanboi Posted ID:Jmp+OQtpWW

>>578 Is this a motherfucking jojo reference?

581 Nameless Fanboi Posted ID:PuMQGn25ac

>>578 กูรำคาญพักใหญ่แล้ว มึงไปแต่งลงห้องนิยายนะ

582 Nameless Fanboi Posted ID:bS0.fJ2qMI

>>553 กูอยากจะถามทีมงานตรงๆว่า มึงอ่านนิยายจากกองที่ยกมารึเปล่า มันไม่ได้มีแค่ 6 เรื่อง มีเป็นพันเรื่องพันตัวเอกที่มาแนวนี้ด้วย เลือกปฏิบัติจริงๆ

583 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

>>580 Yes, it is.

>>582 ทีมงานมันคัดมาแต่อันที่ยอดวิวเยอะ กับมี fav เกิน 2,000 คน และติดเหรียญขาย ถ้ามีคนอ่านเพิ่มก็ขายได้เพิ่ม ส่วนแบ่งที่หักเข้าเว็บก็เพิ่มตาม ส่วนคุณภาพก็อย่างที่เห็นอะ ไม่สน 4 8 ใดๆ ที่มึงพูดก็ไม่ผิด นิยายเส้นเรื่องแบบนี้ ตัวละครแบบนี้ พล็อตแบบนี้ แปะระดับพลังงี้ มีอยู่เต็มเว็บไปหมด แค่เรื่องที่เลือกมามันมีฐานนักอ่านเยอะอยู่แล้วเฉยๆ

584 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

>>580 Pim Thai dai mai ka? Mai kao jai ka..^^

585 Nameless Fanboi Posted ID:Jmp+OQtpWW

กูไปเห็นมาว่าน้อนเอ็นควยกำลังสุ่มปล่อยนิยายใหม่ว่ะ กูขอสับได้ไหม(มันมีนิยายเปล่าอยู่เรื่องนึง เขียนไว้ว่าจะลงตอนแรกเดือนนี้น่ะ)
>>584 Mai ka, E here!

586 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

>>585 ก็รอดูไปก่อน ให้มันลงสัก 3 ตอนค่อยสับ เดี๋ยวเกิดแท้งตอน 1 แบบเรื่องสี่แยกมึงจะเสียเวลาฟรี

587 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

>>585 อ่อ.. โอเค I understand ka.

588 Nameless Fanboi Posted ID:Jmp+OQtpWW

>>586 ok เอาเป็นว่ากูจองสับล่วงหน้า pre order รอเลยละกัน

589 Nameless Fanboi Posted ID:rF/6Nr77A.

เออ กูขอถามหน่อย ถ้าพวกมึงเจอคนรับสับนิยายแบบ proud to present ตัวเองมาก แต่เขียนผิดเยอะแบบกากสัส (ไม่ใช่เขียนตกหรือแป้นพิมพ์ติดกันอะไรงี้นะ) พวกมึงจะกล้าให้มันสับนิยายให้มั้ย หรือไม่แคร์ขอแค่ได้ประโยชน์จากมันก็พอ?

590 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

>>589 นั่นก็ไม่ต่างกับการถูกสับแล้วขอดูนิยายคนสับหรอก
แต่นี่คือมึงประเมินคนสับก่อนที่จะตัดสินใจเอานิยายไปให้มันสับอ่ะ

591 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

>>589 กูอยากฟังความเห็นจากคนหลายๆ แบบ บางทีมันช่วยประกอบการพิจารณาหรือตัดสินใจได้ เหมือนพวกโพลอะ ที่ต้องสุ่มไปถามจากคนจำนวนมากเพื่อดูว่าความเห็นมันไปทางไหนบ้าง ดังนั้น ก็ลองเอาไปให้สับแหล่ะ ไม่คิดมาก

592 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

>>589 (เพิ่มเติม) บางทีความสำคัญของการสับมันอยู่ที่ สามารถชี้ประเด็นข้อผิดพลาด บกพร่อง หรือจุดที่ควรปรับปรุง ได้ตรงและแม่นยำแค่ไหน
(โดยเบสอยู่บนการที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีอคติต่อกัน) ทีนี้ก็จะประเมินระดับนิยายของตัวเองได้ว่าอยู่เลเวลไหนแล้ว ควรทำยังไงต่อ และผลพลอยได้คือรู้เลเวลของมีดในมือคนสับว่าคมแค่ไหน.. เลาะไปถึงกระดูก หรือไม่ระคายผิวเลย

593 Nameless Fanboi Posted ID:rF/6Nr77A.

>>590 กูว่ามึงหลงประเด็นว่ะ ถ้ากูตัดสินใจให้สับแล้วจะชมหรือด่ากูก็ไม่มานั่งขอนิยายคนสับหรอก

594 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

>>593 =_=; เออ กุกลงประเด็นเอง

595 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

>>592 ถ้ามึงกังวลจริงๆ ก็ไม่ต้องก็ได้ หรือลองใช้บริการร้านรับวิจารณ์ที่โผล่มานานๆ ทีเอา ร้านพวกนี้ส่วนมากจะมีผลงานแปะไว้ในบทความของตัวเองเหมือนแฟ้มสะสมผลงาน มึงก็เข้าไปอ่านรีวิวดูก่อนแล้วไปอ่านนิยายตาม จะได้เห็นว่าสับดีแค่ไหน ลึกพอมั้ย คมพอหรือเปล่า ถ้าคิดว่าโอเค ค่อยติดต่อหน้าร้านเอา

596 Nameless Fanboi Posted ID:lAPZQ7jtpy

>>595 ต่ออีกนิด

คือถ้าเป็นยุคเฟื่องฟู สัก 5-8 ปีก่อน มันจะมีร้านพวกนี้อยู่เยอะ คือเขารับอ่านและวิจารณ์ล้วนๆ ไม่แต่งนิยายเลย ความน่าเชื่อถือมาจากการได้โล่รับรองนักวิจารณ์ ที่จะไปติดอยู่ในหน้า My iD ถ้ามีคนกดเห็นด้วยกับการรีวิวนิยายเรื่องต่างๆ ของไอดีนั้นเป็นจำนวนมาก

สำหรับตอนนี้ เหลือร้านเดียวที่กูว่าเข้าท่า คือเจ้าของไอดีชื่อ "เกียรติ์" ในบอร์ดอะ

597 Nameless Fanboi Posted ID:rF/6Nr77A.

>>595 เป็นกูที่ไม่ได้ให้ข้อมูลชัดเจนเอง คือมีคนส่งข้อความมาขออนุญาตสับนิยายกู เลยกำลังชั่งใจว่ามันคุ้มมั้ย จะได้อะไรบ้างมั้ย แต่กูก็คิดตามที่มึงบอกนะว่าอาจจะได้มุมมองอะไรใหม่ๆ ก็ได้ ดังนั้นก็คงให้สับนั่นแหละ ขอบใจมึงมาก

598 Nameless Fanboi Posted ID:ESZbaXWusJ

สำหรับกูนะ สำนวน+การเขียนมันต้องเขียนให้อ่านรู้เรื่องดิ ถ้าคำผิดเยอะกูขอบายก่อนละ ไม่มีผลงานนิยายอะไรไม่ว่า แต่แค่พิมพ์ให้ถูกมันคงไม่ยากไปมั้ง kkk

599 Nameless Fanboi Posted ID:dtEnpB.yL7

เป็นเรา
ส่องบอร์ดเด็กดีเรื่อยเปื่อย เจอกระทู้"พล็อตแบบไหนที่พวกคุณอยากเขียนมากมากที่สุด"
เลยเข้าไปอ่านดู >> https://www.dek-d.com/board/view/3958211/
สะดุดตากับเม้นที่ 6
ทำไม "FreudMs" ถึงเม้นได้ดูหดหู่จัง เขาเป็นใครกันนะ?

600 Nameless Fanboi Posted ID:pUEJrAtEfa

>>599 ในโม่งเรียก F เป็นเกรียนน่ะ ปล่อยไปเหอะ

601 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

>>600 คิดว่า 599 คงหมายถึงคนที่ผ่านไปผ่านมาในบอร์ดจะเผลองับ bait น่ะ

602 Nameless Fanboi Posted ID:rF/6Nr77A.

>>601 งับไม่งับเกี่ยวอะไรกับโม่ง?

603 Nameless Fanboi Posted ID:nixQ7OOa2h

ถ้ากุเอานิยายกุมาแปะในกระทู้นี้ จะยังมีคนสับไหมวะ

604 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

FreudMs นี่มีครั้งนึงเจ้าตัวเหมือนจะเคยเปิดใจว่าที่ทำตัวแบบนี้เพราะ "จะได้มีคาแรคเตอร์หลากหลาย ไม่ซ้ำกับคนอื่นในบอร์ด" แต่ผลที่ได้จากการพยายามสร้างคาแรคเตอร์โรคจิตด้วยการไป sex harassment ก็เลยโดนกระแสตีกลับจนสมองเพี้ยนไปละ ซึ่งน้อนเล่าเบียวก็คงเป็นรายต่อไป

605 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

>>603 ก็แปะไปดิ ถ้าไม่ใช่ "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" เดียวเขาก็หยิบไปสับกันเอง

606 Nameless Fanboi Posted ID:pUEJrAtEfa

>>605 Lord Voldemort เขียนนิยายด้วย?

(กูรู้แค่เล่นมุกเฉย ๆ)

607 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

สภาพกูตอนนี้เหมือนลูกค้านั่งแดกน้ำเปล่าไปเรื่อยๆรอดูเชฟออกมาสับ

608 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

>>606 กูหมายถึงทักกี้... เอ๊ะ! อ๊ะ! เอ๊ะ?

609 Nameless Fanboi Posted ID:dtEnpB.yL7

>>606 ถ้า หลอด โว้ล ดี้ เขียนนิยาย แล้วมาเช็ค "ชื่อ" ตัวเองใน Dek-D
คงไม่ถูกใจแฟนฟิคทั้งหลายแน่ พี่แกเล่นโดนจับยำเป็นคู่ "อย่า(แทงแรง)โอ๊ย(เจ็บ)" aka YAOI กับ HP, และOC มากมาย
บางเรื่องกลายเป็นเคะด้วย จอมมารงูไร้รูจมูกเคะ ! เอา กะ เขา เซ่ ~
โลกฟูโจชิช่างน่าสะพรึงยิ่งนัก

610 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

>>609 เดี๋ยวนะ...กูพอจะรู้ว่ามันมียาโอยคู่แผลงๆอยู่บ้าง อย่างคนกับผีเจ้าที่อะไรพวกนี้ แต่จอมมารงูไร้จมูกนี่โดนกะเขาด้วยเหรอ! แถมเคะอีกตะหาก!? อิหยังวะ!?

611 Nameless Fanboi Posted ID:L5nYYiKx8O

>>608 เอ๊ะ อ๊ะ เอ๊ะ!
>>610 บางทีกูก็เข้าไม่ถึงจินตนาการของสาวฟุเหมือนกัน มันเลยเถิดไปไกลกว่าที่คิด

612 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

55+ ในฐานะที่เป็นสาวฟุจะตอบให้ พวกพวกละครแบบตัวร้ายข่มเหงคนอื่น สาวๆ ชอบกลับด้านให้กลายเป็นเคะทั้งนั้นแหละ

613 Nameless Fanboi Posted ID:dtEnpB.yL7

>>612 Reverse !
"ชอบข่มเหง รังแกคนอื่นดีนักใช่ไหม? จงโดนเองบ้างซะเถอะ!"
อะไรแบบนี้สินะ~

614 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

ประมาณนั้น.. แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด โลกนี้แม่งเข้าใจยาก บางทีก็สลับกันอยู่เรื่อยๆ ก็มี

615 Nameless Fanboi Posted ID:dtEnpB.yL7

>>611 จินตนาการสายฟุเขาโหด แบ่งกันเป็น verse กันเลย
(แต่ verse พวกนี้บางทีก็ไม่ต้อง yaoiหรอกนะ)
https://twitter.com/dxublebee/status/1000074387389726720
https://pantip.com/topic/37901845

ที่กุทึ่งสุดคือ OMEGA Verse
ref : https://www.readawrite.com/a/5dbf0aad9855abb8005c4be156c99211
Mpreg = Male Pregnant จักรวาลนี้บุรุษท้องได้
ซึ่งที่กุเจอมา คือฟิค HP เรื่องนึง ซีเรียส(มั้ง? ไม่ก็ตัวละครชายสักตัว เพราะเรื่องนั้น ช รักกันมีลูกกันหลายคู่เวอร์~)
โดนจอมมารตุ๋ยหลังจนท้อง สึส จอมมารไร้ตะหมูกกลายเป็นชายยอดชายไปแล้ว ( ; w ; )

616 Nameless Fanboi Posted ID:dtEnpB.yL7

>>614 รุกรับพลิกผัน Switch Role is the Best--- แค่กๆ

617 Nameless Fanboi Posted ID:nixQ7OOa2h

กุเห็นพวกเมิงคุยกัน กุไม่กล้าเอานิยายมาให้สับละ ถถถถถ

618 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

เออ.. เพราะคุยเรื่องพวกนี้รึเปล่า คนสับเลยหายไปกันหมดเลย เศร้าจังT^T
รออ่านอยู่น้าา

619 Nameless Fanboi Posted ID:GJiuAlKHir

ไปสับเพิ่มในดด.มา พอดีช่วงนี้ยุ่งเลยไม่ได้สับต่อ

620 Nameless Fanboi Posted ID:nixQ7OOa2h

>>618 ล้อเล่นนะ คุยพวกนี้ยังดีกว่าดราม่าม้าฮรี้ ๆ สมัยก่อนเยอะ

ถ้าใครว่าง ๆ ก็ฝากสับหน่อย เอาตอนที่ 1 - 61 ก็พอ (ถ้าอ่านกันไหวนะ ถถถ) เป็นนิยายที่เคยแต่งไว้นานละ ตอนนี้รู้สึกคิดถึงอยากลองกลับมาแต่งต่อ

https://my.dek-d.com/doggiebiz/writer/view.php?id=476228

621 Nameless Fanboi Posted ID:L5nYYiKx8O

ดึงสติกันหน่อยไหม มันจะเปลี่ยนจากมู้สับเฉย ๆ เป็นสัพเพเหระแล้ว (หนักกว่าสมัยก่อนเยอะ เพราะผสมแค่นินทา อย่างน้อยก็นินทาแค่ในบอร์ดนักเขียน) วาไรตี้ผสมหลายแนวเหลือเกิน

สาวๆ ฟุโจชิรบกวนไปเม้าท์กันต่อในห้อง BL ด้านบน ขาหื่นเชิญ Karma สายดราม่าหนักหน่วงเชิญ Netwatch

กูจะสับหลายทีละ จังหวะให้ลงไม่มีเลยแม่งไปนอนแทน

622 Nameless Fanboi Posted ID:pUEJrAtEfa

เอาเหอะ ยังไงเสียคนที่คุณก็รู้ว่าใครนี่ทุกคนคงรู้มั้งว่าคือใครน่ะ เดี๋ยวเวลาเม้าท์จะเข้าใจผิดอีก

ปล. ตอนจะสับช่วงนี้ต้องมีการประเมินมั้ยว่า นิยายเรื่องนี้จะเป็นของคนที่คุณก็รู้ว่าใครหรือเปล่า?

623 Nameless Fanboi Posted ID:4YpkSQRpqu

>>621 +1แม่งเรื้อนมากไปแล้ว เอาแค่สับกับนินทาเหอะ แต่งนิยายโม่งกับฟุมีห้องอยู่นะเผื่อมึงลืม

624 Nameless Fanboi Posted ID:L5nYYiKx8O

>>623 เชี่ย ว่าคนอื่นละเข้าตัวเฉย กู >>621 คนเดียวกับที่แต่งนิยายพาโรดี้เรื่องโจโจ้เอง แม่ง โดนมึงแซะเลย โคตรเสียใจ (คราวหลังจะไม่ทำอีก)

625 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

>>621 กุขอโทษ พอมันวายเลยคันมือไปหน่อย ปกติสิงอยู่ห้องนี้นะ

626 Nameless Fanboi Posted ID:dtEnpB.yL7

>>621 ขอโทษด้วยคน =/\=

627 Nameless Fanboi Posted ID:bS0.fJ2qMI

เปลี่ยนเรื่อง คิดยังไง https://www.dek-d.com/board/view/3958233/

628 Nameless Fanboi Posted ID:odQ6BULAxi

>>627 คิดว่าไม่มีลูกค้า หรือถ้ามีก็น้อย

629 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

พูดยาก.. (ขอเบ้ปากทีนึง) องค์ประกอบงานเขียนก็คล้ายๆ วาดรูปคน พล็อตดี =โครงร่างฟิกเกอร์ดี แต่ว่าอื่นๆ ในงานเขียนที่ควรมีล่ะ
มิติตัวละคร ทักษะการบรรยาย แก่นเรื่อง ฯลฯ
ถ้าเป็นนักเขียนมือใหม่ หัดทุกอย่างโดยเริ่มจากศูนย์ดีกว่า เพราะจะได้ฝึกพัฒนาไปในทุกๆ ด้าน ต่อให้ซื้อพล็อตมาบวกกับสกิลการเขียนของตัวเองที่มีอยู่น้อยยังไงก็รอดยาก แต่ถ้าเป็นนักเขียนรุ่นใหญ่แล้วพล็อตดีๆ คงคิดได้ไม่ยาก (มั้ง) หรือถ้าจะซื้อมาต่อยอดในงานเขียนตัวเองก็คงคุ้ม (ถ้ามองว่าพล็อตที่ซื้อมามีคุณค่าพอที่จะจ่ายนะ)

630 Nameless Fanboi Posted ID:GJiuAlKHir

สมัยเรียนกูเคยขายพล็อตอยู่ราคาสองสามพันให้สนพ.หาไรเตอร์มาเขียนต่อช่วงที่แฟนตาซีบูมๆ แต่สุดท้ายไม่เห็นว่าได้ออกนะ เพราะแฟนตาซีแม่งเลิกบูมก่อน คือมึงจะเขียนอะไรแบบนี้ได้ก็ต้องมีไอเดียที่ขายได้และเข้าใจตลาดด้วยว่าคนชอบอะไรแบบไหน ส่วนตัวคิดว่าไม่เหมาะกับการเอามาขายให้นักเขียนในเด็กดีเอาพล็อตไปก็ไม่ใช่จะเขียนกันได้ มึงมีบริการหลังการขายเวลามันตันไหมล่ะ ขนาดมันคิดเรื่องเอง จินตนาการเองมันยังเทเรื่องเลย ถ้าอยากขายจริงๆ เขียนตัวอย่างส่งให้สนพ.ตรงๆ ง่ายกว่า แต่ยุคนี้นิยายตีพิมพ์ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่นิยายแปล ก็นิยายเว็บที่มีฐานแฟนอยู่แล้วทั้งนั้น

631 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

>>627 สังคมเด็กดวกเลเวลอัพจากสถานะ "ลูกนกรอแม่คาบมาป้อน" กลายเป็น "จัดทัพโดรนบินส่งแจก"

632 Nameless Fanboi Posted ID:tYSyZleqLZ

มองซ้ายมองขวาเงียบ แล้วมั้ง กุลองสับดุแล้วกัน
เธอเห็นผีเสื้อบ้างไหม? (13ตอนจบ)
https://writer.dek-d.com/NUMAI-13/story/view.php?id=1991424
โดย NUMAI-13
[ 1 ]
1 - เปิดเรื่องมาด้วย “ไม่เรียนแล้วได้ไหม.. ผมไม่โตเป็นผู้ใหญ่ได้ไหม?” ผมคือตัวเอกของเรื่อง เป็นเด็กที่ไม่บอกอายุหรือชั้นปีที่แน่นอน นั่งไปในรถที่แม่ขับมุ่งหน้าไปเชียงรายเพื่อไปที่บ้านลุงเล็กพีชายของแม่ “เพราะถูกพักการเรียน” ด้วยเหตุผลการพัฒนาการเรียนรู้ของเขาต่ำ
- เรื่องยกประโยคคำพูดขึ้นมา เพื่อเล่าย้อนไปว่า ตัวเอกได้รับประสบการณ์ไม่ดีนักในชั้นเรียน และถูกคนอื่นตัดสินว่าเป็นเด็กมีปัญหา
- ในเรื่องยกเคสของวิชาศิลปะที่ครูจะหยดสีให้แล้วให้นักเรียนพักกระดาษเป็นรูปผีเสื้อ ซึ่งตัวเอกถูกครูให้คะแนนต่ำสุด เพราะเขามีความคิดว่าอยากพับให้รูปออกมาเป็นแสงส่องผ่านปีกผีเสื้อออกมาเป็นแถบสีรุ้ง
- ผู้เขียนน่าจะพยายามย้ำว่า “เขาถูกคนอื่นตัดสินเขาว่าไม่ได้เรื่อง”
[ 2 ]
2 - รถมาถึงจุดหมาย ลุงเล็กเป็นคนอารมณ์ดี ในขณะที่แม่ค่อนข้างตึงเครียด เด็กชายถามเรื่อง แมลงที่ปีกโปรงใส ลุงเล็กยกตัวอย่างแมลง โดยพูดถึงแมลงเม่าที่บินออกมาตอนฝนตกและเล่นกับแสง ที่เมื่อก่อนจะเล่นกับแสงสะท้อนของแสงจันทร์ เด็กชายตั้งคำถามว่า ถ้าชอบแสงจันทร์แมลงเม่าน่าจะบินขึ้นไปบนดวงจันทร์ ลุงบอกว่าเพราะดวงจันทร์ไกลมา เด็กชายเสริมว่าต้องใช้จรวดไปดวงจันทร์ ก่อนจะจบลงที่ลุงบอกว่าแมลงเม่าบินเขาหาแสงไฟเพื่อผสมพันธุ์
- ข้อเท็จจริงคือมันเป็นพฤติกรรมของแมลงเม่าเท่านั้นเองที่บินเข้าหาแสงไฟหรือกองไฟ ไม่มีไฟมันก็บินออกมาจากรังไปบ๊ะกันแล้วสร้างอาณาจักรใหม่
- คนเขียนคงอยากบอกว่าเด็กชาย รู้เรื่องต่าง ๆ จากสารคดีที่ดู ไม่จำเป็นที่ความรู้ต้องมาจากห้องเรียน
3 - “ข้าจะไม่ถาม.. ว่าโตขึ้นเอ็งอยากเป็นอะไร” ลุงเล็กพูดขึ้น และให้เด็กชายช่วยขนกล้าต้นไม้ไปปลูก เด็กชายว่าเขาชอบวิชาศิลปะ แต่เกลียดเพราะครู ไม่เข้าใจภาพที่เขาสร้าง เขาไม่ได้สร้างผีเสื้อไม่มีปีก แต่กำลังสร้างภาพของผีเสื้อปีกใส ลุงบอกไม่เคยเห็น แต่ก็ชักชวนให้หลานลองหาดูในสวนอาจจะได้เจอก็ได้ และแนะนำว่าในส่วนยังมีแมลงอื่นที่น่าสนใจอย่างด้วงกว่าง เด็กชายเคยเห็นในหนังสือการ์ตูนความรู้จึงสนใจ ลุงจึงชักชวนหลานให้เล่นเป็นกีฏวิทยา
- เล่าเรื่องท่ายากมากเลย
[ 3 ]
4 - เด็กชายตามหาผีเสื้อปีกใส โดยใช้ทฤษฎีฝากแมวตัวอื่นไปบอกให้แมวตัวเองกลับบ้าน เขาจะฝากผีเสื้่อตัวอื่นไปฝากผีเสื้อปีกใส่ให้ปรากฏตัวออกมา แต่ดีกว่านั้นฝากสัตว์ทุกตัวน่าจะกระจายข่าวได้ดีกว่า เขาจึงเข้าไปคุยกับแม่ไก่ แม่ไก่บอกว่าไม่เคยเห็น ผีเสื้อปีกใส และเสียเวลาที่จะสนใจของแบบนั้นเพราะเธอมีหน้าที่กกไข่เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ลูก ๆ ที่กำลังเกิดออกมา เด็กชายพลาดไปทำเสียงดังในเล้าไก่จึงถูกแม่ไก่ไล่ออกมา หนีจนมาถึงแปลงผักสวนครัว
- พูดกับสัตว์ได้เฉย
[ 4 ]
5 - ไปแปลงผักเจอสุนัขทัก เด็กชายแนะนำตัวว่าชื่ออัน ส่วนสุนันชื่อด่าง คุยอะไรกาว ๆ กันแล้วจบด้วยเจ้าด่างชวนกันไปหาผีเสื้อปีกใสด้วยกัน
ตามไม่ทันแล้วพี่จ๋า หมาเอาความคิดกาว ๆ มาจากไหน
6 - เจ้าด่างนำทาง เจอสัตว์อื่น ๆ แต่ก็ไม่มีตัวไหนคุยกับอัน จนเจ้าด่างเริ่มขุดและพบกระดูก อันจึงได้เรียนรู้ว่า ขณะเดินทางตามเป้าหมายหลัก บางทีอาจจะมีเป้าหมายอื่นมาดึงความสนใจเราไป อย่างที่เจ้าด่างเจอกระดูกและเลิกสนใจการตามหาผีเสื้อกับอัน
- ข้อเท็จจริง สุนัขกัดกระดูกเพราะต้องการกินไขกระดูก ไม่ได้ชอบกระดูกแต่อย่างไร ตอบอย่างกับเคยเป็นหมาชะงั้น
- รู้สึกโฟกัสของเรื่องสะเปะสะปะมาก
[ 5 ]
7 - อันขึ้นมาถึงเนินเขาสูง และเจอจิ้งหรีดกับจักจั่น เล่าเรื่องของผีเสื้อไร้ปีก ที่พูดว่าไร้ปีกยังไม่น่ากลัวเพราะยังมีขาหาอาหารได้ แต่หากไร้ความฝันจิตใจจะแห้งเหี่ยว ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ดังนั้นเรือเล็กควรออกจากฝั่ง ชีวิตต้องออกเดินทาง แล้วก็จบ เด็กชายผิดหวัง เพราะเป็นเรื่องเล่าของผีเสื้อไร้ปีก ไม่ใช่ผีเสื้อปีกใส (ตรงนี้อ่านแล้วงง ๆ) แต่สุดท้ายผีเสื้อก็กลับมาพร้อมปีกใส่สะท้อนแสงสีรุ้ง เด็กชายดีใจที่สุดท้ายเรื่องก็จบอย่างที่หวัง และกลายเป็นเศษเสี้ยวของความฝันให้กับอัน
- ท่อนหลัง ๆ ของซีนนี้อ่านแล้วงง แต่ก็พอเข้าใจ(?)
[ 6 ]
8 - อันมีความหวังจากเรื่องเล่าของจิ้งหรีดกับจักจั่นแล้วก็เดินทางไปพบกันนก นกเล่าเรื่องการเดินทางของมันให้เขาฟังว่าบินไปถึงภูเขาลูกโน้น นกได้พบกับเหตุการผีเสื้อชุมนุมที่พวกมันมากมายมายรวมกัน อันถามว่าที่ไหน แต่นกดูไม่สนใจ เล่าเรื่องที่มันล่าเหยื่อแข่งกับเหยี่ยวแล้วชนะ อันมองว่านกตัวนี้กำลังคุยโม้จึงไม่ถามอะไรอีก อันสรุปว่านกมีความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่ทำไม่สำเร็จเพราะใช้เพียงคำพูดคุยโม้
- รู้สึกความฝันของนกคือเดี่ยวไมโครโฟนนะและก็ทำให้อันเพลิดเพลิน แสดงว่านกตัวนั้นประสบความสำเร็จแล้วมากกว่า 55+

633 Nameless Fanboi Posted ID:tYSyZleqLZ

>>632 (ต่อ)
[ 7 ]
9 - อันเดินทางต่อไปพบกับทุ่งหญ้าและเผชิญหน้ากับผึ้งที่เขามาหาเรื่อง พวกมันกำลังรีบเก็บน้ำผึ้งและเกสรดอกไม้ ก่อนฝนจะตก อันถามเรื่องผีเสื้อปีกใส ผึ้งบอกว่าอาจจะเคยเห็น มันบอกกับเด็กชายว่าเขาต้องหาคนที่มีความฝันร่วมกัน เพราะพลังของมิตรภาพนั้นยิ่งใหญ่
- [ “เพราะสิ่งที่เจ้าเลือกในวันนี้ย่อมกำหนดอนาคตของตัวเจ้าเอง เลือกให้ดีเถอะเจ้าเด็กน้อย จะกระทำสิ่งใดก็ขอให้คิดใคร่ครวญให้ดีเพื่อที่จะไม่ได้เสียใจทีหลัง และถ้าหากเจ้าเลือกได้ดีหรือถูกต้องวันนึงข้างหน้านั้นเจ้าก็จะย้อนกลับมาขอบคุณตัวเอง พวกเราต้องไปแล้วล่ะขอให้โชคดีกับทางที่เลือกเดิน” ] งงกับทิศทางของเรื่องอยู่นะว่าต้องการชี้นำเด็กทางไปทานไหนกันแน่ และสุดท้ายเด็กก็สรุปกับตัวเองว่าเขาต้องเพิ่งโชค ทิศทางของเรื่องเลยยิ่งสับสนไปใหญ่
[ 8 ]
10 - เพราะฝนจะตกอันเลยต้องวิ่งกลับบ้านของลุง และได้พบกับตะขาบกาวคุยโม้เรื่องขาและเกราะของมัน มันต้องการต่อสูกับไก่ เพราะเรื่องเล่าของผีเสื้อไร้ปีกทำให้เชื่อว่า มันเอาชนะความกลัว(ไก่)ด้วยความเชื่อ เอาชนะความเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เด็กชายอวยพรให้ตะขาบโชคดี
- กาวหนักมาก แต่นี่คือทิศทางของเรื่องใช่ไหม ตะขาบที่ฝันในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เหมือนเด็กชาย
[ 9 ]
11 - ตะขาบเดินหายไป ฝนหยุดตก เด็กชายนั่งเล่นที่ม้านั่งยาว และได้พบกับแมลงมุมกำลังซ่อมรังที่พังเพราะน้ำฝน มันอยากหลุดพ้นจากการซ่อมบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า และบอกว่ามันต้องขึ้นไปเหนือฟ้า โดยการขโมยปีกผีเสื้อมา มันเล่าว่าผีเสื้อไรปีกได้ปีกมาจากจอมมารแมงป่อง และแมลงมุมก็จะได้ปีกจากจอมมารเหมือนกันหลังภาระกิจสำเร็จ(นำผู้มีความปรารถนามาพบกับจอมมารครบ 100 ตัว) เด็กชายอยากรู้เรื่องผีเสื้อปีกใสจึงต้องถามเอาจากจอมมาร ซึ่งจะปรากฏตัวตอนกลางคืน
- ตามไม่ทันแล้วพี่จ๋า
[ 10 ]
12 - แมงป่องมาหาอันตามคำแนะนำของแมงมุม แมงป่องบอกผีเสื้อไร้ปีก ใช้ชีวิตแลกปีกเพื่อให้บินได้ อันถามว่าจะพบผีเสื้อได้ที่ไหน แมงป่องบอกไม่รู้ แต่มันทำให้อันรู้ได้ ถ้ายอมแลกเปลี่ยนกับมัน โดยใช้เลือกหนึ่งหยดกับความปรารถนาสองอย่าง ตอนนั้นเองลุงก็เรียกอัน อันบอกลุงว่าคุยกับแมงป่องอยู่ ลุงก็เงียบไปแล้วอันก็คุยกับแมงป่องต่อ(?) ขณะกำลังคุยกัน ลุงก็เอาไม้มาทุบแมงป่องและโยนใส่เตาถ่าน อันสงสัยว่าควรเสียใจที่เสียโอกาสตามผีเสือปีกใสหรือเปล่า เพราะแมงป่องดูอันตรายจริง ๆ
[ 1 1 ]
13 - มีคนวิ่งมาบอกว่าได้ยินเสียงไก่แตกตื่น ลุงอันคิดว่าน่าจะเป็นงูจึงวิ่งออกไปไล่ หิ่งห้อยนำข่าวมาบอกอัน มันถามว่าอยากได้ยินข่าวดีหรือข่าวร้าย อันขอข่าวร้าย มันจึงบอกว่าตะขาบไปเล้าไก่เจอกับงู ตะขาบไล่งูไปเพราะต้องการสู้กับไก่ แต่หลังจากชนะงูแล้วกับถูกไก่ฆ่าตาย ไก่คุยกับตะขาบว่า
[ เจ้าก็ไม่ต่างจากเพื่อนของเจ้าที่เชื่อว่า 'วันหนึ่ง ความฝันจะกลายเป็นความจริง' ]
[ เฮอะ!.. ช่างเพ้อเจ้อเสียจริง.. ความฝันงั้นเหรอ เจ้าสิ่งมีชีวิตที่น่าเบื่อพวกนี้น่ะหายไปจากโลกนี้ซะก็ดี ]
[ สิ่งที่พวกเจ้าควรจะมีน่ะคือ มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงนี้ซะ ]
[ จงใช้ทั้งชีวิต.. มองดู 'ความจริง' ของโลกใบนี้ซะสิ ]
[ ฝากทักทายเจ้าผีเสื้อด้วยนะ.. ที่โลกหลังความตายนั่น สบายดีมั้ย?" ]
สรุปตะขาบเป็นเพื่อนกับผีเสื้อ ผีเสื้อเป็นผู้กล้า ตะขาบเป็นนักรบ เด็กชายหมดเบาะแสเรื่องของผีเสื้อจะตามหา
- อีหยังก๊ะ
[ 12 ]
14 - ไก่เล่าเรื่องตะขามให้เพื่อไก่ฟังก่อนจะถูกงูบุกเขามาทำลายเล้าไก่
15 - ลุงเล็กพาอันไปดูงูที่จับได้ งูบ่นเรื่องที่มันถูกจับ แล้วก็เล่าเรื่องแมงมุมให้อันฟังว่ามันทอใยเป็นผืนต่างแรงลมบินออกไป ลุงเล็กพางูขึ้นรถไปปล่อย(?) งูสัญญากับอันว่าจะไม่ทำอะไรไก่ของบ้านลุงเล็กอีก
- อีหยังก๊ะยกกำลังสอง
[ 13 ]
16 - อันพบซากของผีเสื้อปีกใสในเล้าไก่(?)
17 - คุณแม่กลับมา อันจะเรียนดนตรี เพราะเสียงเหล่าสรรพสัตว์ที่ได้ยินทำให้เขาเดินทาง อันจะนำเรื่องราวเหล่านั้นส่งต่อคนอื่น
- อีหยังก๊ะยกกำลังสาม
[ จบ ]

634 Nameless Fanboi Posted ID:WGztpnOcDY

ปวดหัวเลยกู...

635 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

กุก็มึน อิหยังก๊ะ

636 Nameless Fanboi Posted ID:1RxiqUbfSq

>>633 (ต่อ)
เล่าเรื่องเล่นท่ายากมาก จริง ๆ ความรู้สึกตลอดมาของกุคือคนเขียนควรให้คนอ่านเตรียมตัวก่อนว่าจะเจออะไร แบบพวกงานเขียนของญี่ปุ่น มันไม่ค่อยเล่นตุ้งแช่กับคนอ่าน แต่จะเกริ่น คนเขียนค่อย ๆ จูนกับคนอ่าน กุจะเล่นแบบนี้นะ เมิงรับมือด้วย เดี๋ยวพระเอกคุยกับสัตว์ได้นะ เมิงรับมือด้วย ไม่ต้องตกใจ ซึ่งกุโอเคกับแบบนั้นมากกว่า
สารของเรื่อง อ่านจบแล้วค่อนข้างสับสน ว่าจะสื่ออะไร การทำฝันให้เป็นจริง, ความเชื่อทำให้ความฝันเป็นจริง, ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ถ้าเชื่อในความฝัน, แต่สรุปพระเอกเลือกดนตรีเพื่อสื่อสารเสียงต่าง ๆ เพื่อ(?)สร้างความฝันให้แก่ผู้ฟัง(?) กุเชื่อมโยงไม่ถูกในเรื่องของสารของเรื่องกับบทสรุป กุอาจจะหัวช้าเอง เพราะเรื่องดูเหมือนมีอะไรให้ตีความมาก แล้วกุจับทิศทางไม่ได้ว่าคนเขียนอยากบอกอะไรกันแน่
การเล่าเรื่อง ส่วนของ Dramatic structure ขาดการพลิกผัน มีการปูเรื่องแล้วก็ราบเรียบไปเรื่อย ๆจนตบตอน มีตอนตีตะขาบ แวลู่ทางอารมณ์ค่อนข้างเรียบมากไม่บวกไม่ลบเอื่อย ๆ กันไป เล่าเรื่องโดยการบรรยายอย่างเดียว ไม่มีจังหวะพรรณนา(หรือจะพูดว่าไม่เขียนเพื่อเปิดช่องให้ใช้จังหวะพรรณนาก็ไม่รู้) บทสนทนานามธรรมหนักมาก กุหัวช้าว่ะ บางประโยคยาว ๆ อ่านหลายรอบกว่าจะตีความได้ว่าเมิงจะสื่ออะไร ถ้าจะเขียนเป็นนิทานก็ต้องงานกว่านี้ ถ้าจะนิยายเยาว์ชน การนำเสนอก็ต้องมองประสบการณ์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย
แต่สรุปมันทำให้กุมีทัศนคติที่ดีกับนักเขียน มันเป็นงานที่มีไอเดีย มีความพยายาม ต้องใช้ความคิดในการเขียน การสื่อสาร กุชอบงานแบบนี้ พยายามเข้า อ่านวรรณกรรมในแง่ของประสบการณ์ที่มันมอบให้กับคนอ่านมาก ๆ ถ้าเมิงยังพยายามกุก็จะเอาไปเพิ่มยอดวิวให้นิยายเมิงหนึ่งวิว

637 Nameless Fanboi Posted ID:bS0.fJ2qMI

สรุปเป็นเรื่องของเด็กมีปัญหาทางสมอง ทำให้การเล่าเรื่อง POV1 ของพระเอกจึงมีปัญหาติดตัวด้วย? เห็นผีเสื้อเป็นอิหยังก๊ะ

638 Nameless Fanboi Posted ID:Ja5t2Pyga.

>>636 กุผิดเองแหละ TT^TT

639 Nameless Fanboi Posted ID:rF/6Nr77A.

นักวิจารณ์หน้าใส vs นอนเมม
คุณมาจับผิดผมทำไม แต่ผมไม่โกรธคุณหรอกนะ
https://www.dek-d.com/board/view/3958138/1/?comment=7_2

640 Nameless Fanboi Posted ID:ia7KEoxPmb

>>639 กำลังโชว์เก๋ามีความรู้ โดนแซะทีเดียวเกรียนแตกเลยมรึง ว่าแต่แม่งเป็นใครวะ ปรึกษามันต้องเปิดเผยทุกอย่าง? มันจะทำตัวเป็นบก.ให้เหรอ

641 Nameless Fanboi Posted ID:odQ6BULAxi

>>639
อืม....จะให้เข้าข้างใครดี

642 Nameless Fanboi Posted ID:odQ6BULAxi

พักชมสิ่งที่น่าสนใจซักครู่ กรุณาเลื่อนไปเม้นล่างสุด

https://www.dek-d.com/board/view/3957778/1/?comment=16_2

643 Nameless Fanboi Posted ID:tYSyZleqLZ

>>637 เด็กที่คุยภาษาสัตว์ได้ ตามหาผีเสื้อปีกโปรงแสงที่ไม่มีใครเคยเห็น กุอิหยังก๊ะกับความกาวของเรื่องมากเป็นเท่านั้นเอง
บอกว่าเป็น Psychedelic art กุก็เชื่อ

644 Nameless Fanboi Posted ID:ESZbaXWusJ

>>642 ควย ขายให้น้อนเกรียนได้ภูมิใจม๊ากมาก

645 Nameless Fanboi Posted ID:rF/6Nr77A.

>>642 มึงเรียกตุ๋นกบว่าสิ่งที่น่าสนใจ?

646 Nameless Fanboi Posted ID:Lpx2FZN1aK

>>642 คำตอบดูจริงใจดีนะ แต่เป็นตัวตนที่เบียวสัสๆ เลย

647 Nameless Fanboi Posted ID:bS0.fJ2qMI

ลืมไปแล้ว 5ส คืออิหยัง รู้แต่จุดเริ่มต้นมาจากดอกขาว

648 Nameless Fanboi Posted ID:1RxiqUbfSq

ก็บอกแล้วตุ๋นกบไม่สนหรอกเมิงจะด่านิยายมันห่วยยังไง ห่วยยังไงมันก็ขายได้
อยากสู้กับมันก็ไปเข็นงานที่ขายแข่งกับมันได้ออกมาสิ

649 Nameless Fanboi Posted ID:i3SmXtpVs9

เมื่อไหร่ตลาดเปลี่ยนอีกสักครั้งวะ หาแนวสืบสวนไม่ค่อยได้เลย

อยากอ่านแนวสืบสวนอ่ะ ไม่ใช่ทรูซูหรือตบจูบอ่ะ

หรือแนวนี้ตลาดเปลี่ยนกี่ครั้งหวยก็ไม่เคยลงที่แนวนี้เลยกันนะ?

650 Nameless Fanboi Posted ID:VKTLjo2Pk9

>>649 มันถ่ายทอดเรื่องราวยากกว่านี่นะ ต้องใส่ใจในรายละเอียดมากกว่าแนวรักๆใคร่ๆ จะมาเล่นงู ๆ ปลา ๆถูไถไม่ได้
กูก็พวกคอแนวสืบสวนเหมือนกัน ถ้าอ่านเจอแนวสืบสวนที่ฝีมือไม่ถึงขั้น เขียนเบียวๆกากๆ หรือแค่เขียนดีแต่ทำได้ไม่สุด แม่งกูก็ทนไม่ได้แล้ว

651 Nameless Fanboi Posted ID:ESZbaXWusJ

>>649 ถ้าเขียนดีไม่ได้ก็ไม่มีใครมาแลเลยนะมึง ไม่มีคนเสพมาเป็นฐานจากตลาด เขียนก็ยาก กูคนนึงเขียนไม่ได้ เขียนได้ก็ไม่สุดแล้วคงไม่มีคนแลอะ

652 Nameless Fanboi Posted ID:bA8BjaGUwI

ไอ้เชี่ยยอร์นนี่แม่ง... นั่งปั่นน่องเหล็กทีมชาติเลย

653 Nameless Fanboi Posted ID:bA8BjaGUwI

อ่าน 16-5 แล้วอีโก้แรงดี ยังพอมีความคิดอยู่บ้างว่าอาจจะกำลังถูกหลอกด่า เกินเยียวยาแล้วจริงๆ คนแบบนี้ แปลไทยเป็นไทยก็เหมือนกับทุกที อยากด่าก็ด่าเลยไม่สนหรอก งานกูขายได้ พวกมึงไม่มีสิทธิ์เห่าถ้าทำไม่ได้เท่ากู จบปิ๊ง...

654 Nameless Fanboi Posted ID:ESZbaXWusJ

อยากรู้ถ้ากูไปบอกมันว่าชอบนิยาย แต่ไอ้พระเอกโง่ไปนิด ตรรกะในเรื่องแปลกไปหน่อย แต่แบบหนูชอบงานพรี่ม้ากๆนะก๊ะ มันจะตอบกลับกูแบบในเมนต์ข้างบนป่าววะ Sosad

655 Nameless Fanboi Posted ID:bA8BjaGUwI

>>654 หัวร้อนง่ายขนาดนี้ โดนด่าแน่นวล

656 Nameless Fanboi Posted ID:1RxiqUbfSq

>>654 ลูกค้าคือบร๊ะเจ้า เมิงจ่ายเงินกุปลิ้นปล้อน win / win

657 Nameless Fanboi Posted ID:Iy8PTv8W03

>>649 แนวสืบสวนสอบสวนนี่ชอบงานของโคแนนดอยสุดละ ในเด็กดีหาอ่านอยากอ่ะ จะมีก็แต่ตรรกะพังพินาศ สู้กูอ่านแฟนตาซีเบียวๆ ไปเลยดีกว่า อย่างน้อยก็รู้ก่อนไม่ต้องเสียดายเวลาที่หลัง อันนี้หมายถึงบางเรื่องนะ เพราะบางเรื่องกูก็ไม่อ่าน เดี๋ยวมือลั่น

658 Nameless Fanboi Posted ID:AlOztHY5PT

รื่อง : เธอเห็นผีเสื้อบ้างไหม?
นามปากกา : NUMAI-13
ลิงก์ : https://my.dek-d.com/NUMAI-13/writer/view.php?id=1991424
คำโปรย : ผมไม่รู้เลยว่า.. ผีเสื้อที่ตามหานั้นจะเปลี่ยนโลกของผมไปตลอดกาล
หมวด : ผจญภัย
จำนวนตอน : 13 ตอน
สถานะตัวเรื่อง : จบแล้ว

บอกตามตรง เรื่องนี้อ่านสกิมคร่าว ๆ ดู สงสัยกูคงต้องเอาจริงแล้วล่ะ (หยิบปากกาแดงขึ้นมาถือ) ชื่อเรื่องยังดูธรรมดาไปโดยเฉพาะถ้าจะลงในหมวกผจญภัย คำโปรยเหมือนจะน่าสนใจแต่สั้นเกินไป จากที่เคยพูดไปบนๆ สามอย่างแรกที่นักอ่านจะเห็นตอนใช้เมนูหานิยายอ่านคือ รูปประกอบแบบย่อ, ชื่อเรื่อง และ คำโปรย ดังนั้นเราจึงต้องเน้นไปที่สามสิ่งนี้ก่อน จริงอยู่ว่าคำโปรยแบบนี้อ่านแล้วดูน่าค้นหา แต่ไม่ผ่านในการเลือกเพื่อใช้ประกอบแนวนิยาย ถ้าจะโปรยในหมวดผจญภัยให้ปัง ต้องดูน่าตื่นเต้นกว่านี้หน่อย โปรยมาแบบนี้มันเหมาะกับแนวลึกลับหรือดาร์คแฟนตาซีมากกว่า ส่วนบนหน้าปกนั้นไม่ดีไม่แย่ แต่กลิ่นที่ปล่อยออกมายังไม่ทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ผจญภัยยังไง และกลิ่นไม่แรงพอจะสร้างความตื่นเต้นได้ อ่านแล้วรู้สึกเฉยๆ (อาจเป็นที่สไตล์การนำเสนอส่วนบุคคล)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 รูปผีเสื้อ

เล่าเรื่องด้วย POV 1 โดยยังไม่ได้บอกชื่อตัวละครที่เล่า สรุปคร่าวๆ คือ ตัวเอกกำลังเดินทางไปเชียงรายกับแม่หลังถูกพักการเรียน ด้วยสาเหตุจากความอินดี้เกินไปของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด การมองโลกด้วยมุมมองที่ลึกเกินวิสัยเด็ก หรือการแสดงออกแบบสุดโต่ง จากตอนแรกที่คิดว่าอาจเป็นออทิสติกอ่อนๆ แต่พออ่านไปเกือบจะจบบท กูไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกยังไงกับตัวละครนี้ดี มันมีความขัดแย้งกันเองในความคิดหลายอย่าง ถ้าอ่านแบบไม่ตั้งใจเราจะรู้สึกรำคาญ แต่ถ้าอ่านด้วยวิธีคิดที่ซับซ้อนขึ้น ก็จะเห็นว่าไอ้เด็กนี่มองทุกสิ่งทุกอย่างต่างจากคนอื่นมากจนกลายเป็นความเซอร์เรียล จะว่าเป็นการออกแบบตัวละครที่ขาดความสมเหตุสมผลก็ได้ แต่กูจะยังไม่ตัดสินตอนนี้ เดี๋ยวขออ่านให้ครบ 5 ตอนก่อน ค่อยว่ากัน (เพราะสงสัยว่ามันอาจเป็นแนวแฟนตาซีประยุกต์)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 จากเมืองสู่ป่า

ตัวเอกเดินทางไปถึงบ้านลุง มีฉากพูดคุยกันเกี่ยวกับแมลงปีกใส กับการ เอ๊ะ อ๊ะ เอ๊ะ นิดหน่อยตอนพูดประโยคเดียวกันออกมา พูดถึงการบินเข้าหาแสงของแมงเม่า (ใช้คำว่าเกิดลูกนี่ คิงเป๋นคนตางเหนือแม่นก่อ) แล้วเรื่องเพลงของพี่กุ้ง ตวงสิทธิ์ นี่ก็บอกอายุมาก point ของตอนไม่มีอะไรมาก คุยกับลุงด้วยคำพูดแนวเหนือจริงอีกแล้ว กูจะบอกยังไงดีวะ ว่างานเขียนแบบนี้มันขายไม่ได้ในเด็กดี โอกาสที่เด็กจะอ่านแล้วสนุกมันเป็น ศอ-อู-นอ ศูนย์ ไม่ได้จะพูดให้เสียใจเล่นนะแต่มัน literally zero percent จริงๆ ตอนนี้กูก็สับสนเพิ่มว่าสรุปมันจะเป็นแนวผจญภัย แฟนตาซี หรือปรัชญา คือคงต้องอ่านต่อไปจนกว่าจะครบ 5 นั่นแหล่ะ ท้ายตอนลุงชวนตัวเอก บอกให้ลองตามหาผีเสื้อปีกใสดู แม่งอาจจะมีจริงก็ได้นะ

659 Nameless Fanboi Posted ID:AlOztHY5PT

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 จุดตั้งต้น.. แม่ไก่ไข่

บทนี้เข้าสู่ความเหนือจริงเต็มตัว จะว่าแฟนตาซีก็พูดได้ไม่เต็มปาก แล้วการพูดกับไก่ได้ของนายตัวเอกเนี่ย ก็ไม่มีปี่มีขลุ่ยอะไรเลย เดินไปคุยหน้าตาเฉย ถามหาผีเสื้อจนได้คำตอบว่าไม่มีหรอก ไม่เคยเห็น แล้วแทรกคติสอนใจแบบเดียวกับนิยายเรื่อง "ผู้กล้าท้าฝันต่างโลก" ของ Death with love ขาประจำบอร์ดรายหนึ่ง (ซึ่งคิดว่าถ้าจะไปเป็นสายวาดคงรุ่งกว่า) คือมันเป็นการยัดความเห็นกึ่งคำสอนใส่ปากตัวละครที่เป็นไก่ดื้อๆ เลย มันทำได้แหล่ะ ไม่ผิดอะไร แต่กูอ่านแล้วผิดหวังนิดหน่อย ช่างมันละกัน จบตอนด้วยออกจากเล้าไก่แบบโดนขับไล่ซะงั้น

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 เจ้าด่างสวนผัก

ในที่สุดก็ได้รู้ชื่อตัวเอก คราวนี้ "อัย" คุยกับหมาบ้าง ตอนแรกคิดว่าน่าจะคุยคล้ายกับตอนคุยไก่ แต่ไม่ใช่เลย ระดับภาษาเปลี่ยนกะทันหันจนกูตกใจเล็กน้อย มุ่งสู่ความเป็นนิยายปรัชญาและจบบทลงด้วยการพูดคติสอนใจเสียเองของอัย ว่าได้ข้อคิดอะไรจากการตามหาผีเสื้อปีกใสไปพร้อมกับหมา

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 หรีดหริ่งเรไร

(รู้สึกว่าเขียนน้อยลงทุกที) อัยคุยกับจิ้งหรีดและจั๊กจั่น เกี่ยวกับเรื่องเล่าผีเสื้อสีใส มีคติพจน์และความหวังให้อบอุ่นหัวใจแบบเซอร์เรียลตามเคย

ก่อนเข้าสู่ช่วงวิจารณ์ขอไปอ่านต่อให้จบแป๊บ เพราะแต่ละตอนไม่ยาวเท่าไหร่ เลยอยากตามให้จบเพื่อเก็บข้อมูล

การบรรยาย : ด้านสำนวนถือว่าดี แต่ด้านการสื่อเสียใจด้วยที่ต้องบอกว่าสอบตกเพราะน้ำเยอะไปหน่อย มีความพร่ำเพ้อพรรณาสูงจนไม่แน่ใจว่าจะชมหรือด่าดี จริงๆ มันก็เหมาะกับนิยายแนวนี้อยู่ แต่อาจต้องลดความเวิ่นเว้อลงอีก อ่านจบแล้วคือรู้เลยว่านักเขียนคิดหรือรู้สึกยังไงกับหัวข้อที่กำลังเพ้อ ก็จะใส่ลงมาหมดแบบไม่มีกั๊ก กลัวนักอ่านไม่เข้าใจเนื้อหาที่ตัวเองอยากบอก มีเรื่องลำบากใจอยู่อย่างเกี่ยวกับบทบรรยาย ตามที่บอกไปในเนื้อหารายตอน คือเข้าใจว่าอยากส่งข้อความเป็น moral of the story ให้นักอ่านทุกบท แต่วิธีการนำเสนอมันซื่อตรงเสียจนไม่มีการอ้อมค้อมใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ละตอนจะดูสั้น แต่คติพจน์หรือข้อคิดสอนใจในช่วงท้ายตอนมาเต็มมาก รูปแบบการนำเสนอคล้ายกันจนเดาออกง่าย เริ่มต้นด้วยการพบสัตว์ตัวใหม่ สนทนาเก็บข้อมูล แล้วสรุปว่าได้อะไรจากการพูดคุยนั้น อ่านช่วงแรกเหมือนอ่านหนังสือปรัชญา ส่วนครึ่งเรื่องหลังเป็นนิยายขนาดสั้นที่เล่าด้วยสไตล์ของนิทาน

ตัวละคร : อัยคุง ... ความคิดใน 2 บทแรกลึกซึ้งเกินเด็กทั่วไปจนสงสัยว่าเป็นแบบเดียวกับไอน์สไตน์หรือเปล่า คือมองอะไรต่างจากคนทั่วไป และคิดไปไกลจนคนอื่นไม่เข้าใจ จบลงด้วยการถูก judge ว่ามึงโง่ การใช้บทบรรยายเชิงปรัชญาทำให้ความคิดของตัวละครแม่งโตเกินไว มีการสะท้อนและเสียดสีสังคมเกี่ยวกับระบบการศึกษาแถมมาด้วย คือถ้าเขียนแนวเหนือจริงเพื่อสื่อในรูปแบบงาน abstract art ตัวละครแบบนี้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่บทบาทของตัวละครของเรื่องปัจจุบันยังไม่ใช่ อัยยังดูเป็นเด็กในโลกปกติแค่มีจินตนาการล้ำเลิศ ส่วนเรื่องที่พูดกับสัตว์ได้นี่ไม่รู้จะโยงยังไงดี ถ้าบอกว่าเรื่องนี้แฟนตาซีไม่ใช่ผจญภัยก็อาจจะพอมีอารมณ์ไปด้วยได้ (เพราะไม่มี hint อะไรให้กูเดาทางได้เลย)

เนื้อเรื่อง : พูดแบบ ใจร้ายๆ เลยนะ "น่าเบื่อ" เป็นเส้นตรงที่ตร๊งตรง มีเส้นเรื่องหลักเส้นเดียวคือตามหาผีเสื้อขอรับ รูปแบบการเล่าคล้ายคลึงกันทุกตอน ขาดลูกล่อลูกชน หรือลูกเล่นที่ทำให้นักอ่านเกิดความว้าว อ่านแล้วมันดีนะ แต่เดาได้หมดเลยว่าอะไรยังไง ความพีคแบบ 3 Arc ไม่มี คือกราฟนอนยาวเป็นขีดเหมือนชีพจรคนไข้เสียชีวิตตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนเจอแมงป่องพยายามเล่นมุกชวนเงิบ แต่ไม่ขำ ส่วนงูก็ไม่ได้ดูตัวร้ายอะไรเลย เอาจริงๆ สัตว์ทุกตัวมีคาร์แรคเตอร์ชัดมาก แรงจูงใจและวิธีคิดที่ส่งผลต่อการกระทำของแต่ละตัวก็ไม่เลว ท้ายที่สุดสัตว์ทุกชนิดทำไปอย่างที่ตนเองเชื่อมั่น แล้วอัยก็เอาแนวคิดเหล่านั้นมาดำเนินชีวิตต่อ พูดก็พูดเถอะนะ เรื่องนี้มันไม่ควรอยู่หมวดผจญภัย เพราะไม่มีภัยห่าอะไรเลย เห็นจั่วมาว่าผจญภัยเราก็คาดหวังเนื้อเรื่องพีคๆ ตื่นเต้นๆ บุกตะลุยสู่อันตราย แต่เรื่องนี้เสี่ยงสุดมีแค่เจอแม่ไก่ท้าต่อย พวกหลังๆ ไม่นับ เพราะไม่ได้มีความคิดที่อยากจะใช้ความรุนแรงกับอัย อ่านแล้วให้อารมณ์คล้ายอ่านเจ้าชายน้อยเวอร์ชั่นดัดแแปลงที่รวบรัดตัดตอนแทรกคติพจน์เป็นเข่งและมีความไทยแลนด์เที่ยนเต็มขั้น

สิ่งที่ชอบ : คำผิดมีน้อย บทสนทนาอ่านเพลิน สามารถนึกภาพตามได้แม้จะไม่ค่อยชัด ใช้พื้นที่จำกัด 1 ตอนที่ค่อนข้างสั้นใส่ข้อคิดสอนใจเก็บทุกรายละเอียดครบ (เอาจริงๆ คือกูแม่งยังทำไม่ได้เลย)

660 Nameless Fanboi Posted ID:AlOztHY5PT

สิ่งที่เกลียด : แทนคำว่าเกลียดเป็นผิดหวังเบาๆ ละกัน เรื่องนี้ไม่มีจุดพีค ทั้งความพีครายตอน ความพีคที่ climax (anti-climax ก็ไม่มี) คือรออ่านแล้วมันไม่มีจริงๆ เล่าเรื่องเอื่อยเฉื่อยด้วย pattern ซ้ำๆ เปิดเรื่องมาได้จืดชืด เรื่องราวของอัยไม่สร้างอิมแพ็คให้เกิดความอยากอ่านต่อ ตอนจบก็ไม่ปัง หักมุมไม่มี อารมณ์ไม่เปลี่ยนเดินๆ ถามๆ ไปตามท้องเรื่อง คลิฟแฮงเกอร์คืออะไรเหรอ ? ไม่มีหรอก เพราะจบลงด้วยการสรุปข้อคิดจากเหตุการณ์กลางตอน แล้วขึ้นบทต่อมาด้วยการไปถึงพื้นที่เขตใหม่ อ่านซ้ำรอบ 2 อีก 13 ตอน (พูดจริงๆ นะ) อารมณ์เปลี่ยนไปจนคล้ายเป็นการอ่านไดอารี่ของเด็กชายอัย มันเหมือนการจดบันทึกเรื่องเล่าของเด็กที่มองเห็นอะไรแฟนตาซีไปเอง (จูนิเบียว) ถ้าจินตนาการไม่ออกให้ลองนึกถึงหนังเรื่อง Bridge to Terabithia (แต่เรื่องนี้จบได้พีคพอสมควร)

คะแนน : 6.5/10 อยู่ตรงกลางระหว่างแย่กับพอใช้

ความเห็นส่วนตัว : นักเขียนมีของและไม่ใช่มือใหม่ ความผิดพลาดพื้นฐานอย่างคำผิด การใช้เครื่องหมายวรรคตอนพลาด ภาษาสก๊อย อะไรที่เล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ไม่เจอเลย แต่การบรรยายเวิ่นเว้ออย่างหนัก ควรเข้ารับการอบรมเฉพาะด้านให้น้ำน้อยลง เลือกนิยายลงผิดหมวด จนกลายเป็น "นิยายผจญภัยที่ไม่ได้ผจญภัย" (ช่วงนี้ฮิตจังนะ ไอ้สไตล์ย้อนแย้งเนี่ย) คำแนะนำคือควรย้ายไปลงแฟนตาซี แล้วระบุตรงปกรองไปเลยว่าเป็นเป็นงานเขียนกึ่งนิทาน เรื่องนี้จัดเป็นวรรณกรรมเยาวชนยังไม่ได้ เพราะปรัชญาหนักไป เด็กเข้าไม่ถึง จะให้เป็น coming of age ก็ไม่ได้อีก เพราะเรื่องจบภายในเวลาไม่กี่วัน ถึงจะเติบโตทางความคิดและได้รับอิสระจากแม่ในตอนท้าย แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากทั้งกายและใจ

ถ้าสไตล์เฉพาะตัวเป็นแบบนี้จริงๆ แก้ไขไม่ทันแล้ว ให้โยกไปแต่งนิยายปรัชญา เพราะดูเหมือนว่านักเขียนจะเป็นพวกแฝงความหมายเชิงสัญลักษณ์ไว้ในสิ่งต่างๆ ได้ดี (ในเรื่องนี้คือสัตว์ชนิดต่างๆ กับอีโก้ของสัตว์ชนิดนั้น) ถ้าจะไปสายนิทานแนะนำให้เทน้ำทิ้งโดยด่วน เด็กไม่เข้าใจอะไรยาวๆ ยากๆ คือถ้าจะไปปรัชญาก็ไปให้สุดทาง อย่าครึ่งๆ กลางๆ แล้วการนำวิธีแต่งปัจจุบันมาเขียนนิยายขนาดสั้น มันคือการพยายามใช้กรรไกรเกี่ยวข้าว ใช้อุปกรณ์ผิดที่ผิดทาง (ไม่เชื่อลองเอาเคียวไปตัดกระดาษดูได้) ถ้ากลัวจะมีไม่มีคนอ่านนิยายปรัชญา ก็ลองปรับลงมาเขียนพวกพ็อคเกตบุ๊คสไตล์ฟีลกู๊ดแทน ถ้าไปลองหามาอ่านดูน่าจะเข้าใจได้ทันที เพราะงานแนวนี้มีความเวิ่น ความเพ้อๆ ฟุ้งๆ ความฮิปสเตอร์ แฝงปรัชญากับข้อคิดสอนใจจางๆ นักเขียนน่าจะไปทางนี้ได้อยู่ หากวัดดูจากทักษะและวิธีการสื่อในเรื่อง

661 Nameless Fanboi Posted ID:V4xcPhv/Md

>>658 กราบเบญจางคประดิษฐ์ นี่แหละที่กุต้องการ

662 Nameless Fanboi Posted ID:V4xcPhv/Md

เรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นตอนที่รู้ว่าแว่นแก้วจะหมดเขตในอีก 10 วัน (เคยเขียนเรื่องสั้นประกวดแต่ไม่ได้รางวัลอะไรก็อยากลอง)
ทั้งหมดคือวัตถุดิบที่มีโดยไม่ต้องค้นหา (และแน่นอนกุเป็นคนเหนือ)
ลงมือเขียนแล้ว 10 วัน ได้แค่ประมาณ 60% หมดเดทไลน์ก็หมดไฟล้นก้นไม่เขียนต่อ.. ตอนหลังถึงเสียดาย ถึงเขียนจนจบ ดีไม่ดีค่อยว่ากันทีหลัง เนื้อเรื่องราบเรียบไม่มีจุดพีคยังไงก็ไม่ผ่านหรอก.. แค่เด็กเดินไปเจอ npc 1-2-3-4 ก็เท่านั้น บทสรุปยิ่งแล้วใหญ่ เคยเล่าเรื่องย่อให้รุ่นน้องฟัง.. น้องยังงงว่ามันเชื่อมโยงกันยังไง แต่ก็นั่นแหละ อยากได้บทสรุปแบบนี้.. ผลออกมาก็ตามที่เห็น อย่างสุดท้ายก็นั่นแหละ..มันไม่น่าตื่นเต้น ไม่ชวนให้สงสัยจนออกตามหาและงานเสพยากจนเกินไป.. ยังไงก็ขอบคุณโม่งทุกคนที่แนะนำตั้งแต่เอามาลง

663 Nameless Fanboi Posted ID:V4xcPhv/Md

และขอบคุณมากๆ ที่พยายามทำความเข้าใจทั้งที่มันควรเป็นหน้าที่ของคนเขียนที่ต้องแสดงให้คนอ่านเข้าใจ

664 Nameless Fanboi Posted ID:Fly9iVjGKl

แว่นแก้วกูอ่านแต่นิยายผู้ใหญ่ ก็โหดอยู่นะ อย่างน้อยคอนเซ็ปต์ต้องแปลกใหม่และชัดเจน
ถ้าแนวที่เมิงเขียนนี่ เขียนสิบวันเมิงต้องเสกเอาแล้วล่ะ ให้เวลากับมันสักครึ่งปีให้ตกผลึกว่าจะไปทางไหน
แล้วคุณภาพงานตั้งมาตรฐานสักต้นส้มแสนรักเถอะ

665 Nameless Fanboi Posted ID:Zimjsw8VYL

อื้ม.. แต้งกิ้ว แต่ตอนนี้ก็ไม่คิดเขียนส่งหรอก ยากเกิ๊น.. เขียนๆ ไปเรื่อยๆ เนี่ยแหละ ค่อยๆ ปรับเอา ถ้าไปอ่านงานนิยายกุนี่.. เมิงก็จะด่าว่านิยายแม่งไม่เหมือนนิยายอีกแหละ 555+

666 Nameless Fanboi Posted ID:NDKCs1r1YR

>>647 ระวังโดนไล่ให้ไปอ่านสับเรื่องอยากจะรักใหม่อีกรอบ น้องเกศรินรับไม่ได้เจ้าค่ะ

667 Nameless Fanboi Posted ID:Zimjsw8VYL

https://www.dek-d.com/board/view/3958254/

Plot? What's plot? Where's plot?

จุดเริ่มต้นจากวันเด็กแห่งชาติ<<แค่นี้ก็เรียกพล็อตเหรอ?

668 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

>>647 "สวยงาม สดใส สุนทรีย์ สว่างไสว เสน่ห์มากล้น"

669 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

https://www.dek-d.com/board/view/3958138/
กูว่ามู้นี้น่าสนใจ ยังไม่ทันได้สับอะไรเลยถือตัวหนักจนงง ผมอย่างนั้นผมอย่างนี้ ต้องทำตามผมเท่านั้น ผ่านมายังไม่ทันได้ปั่นก็เกรียนแตกซะแล้ว ยอดนักจิตวิทอัตตาจริงๆ อยากรู้เลยว่าถ้าแม่งสับนิยายเรื่องหนึ่งจะออกมาสภาพยังไง

btw ทำตัวเคร่งเป็นตำรวจคำสะกดแต่ตัวเองสะกดผิดชิบหายวายวอด วิจารณ์ยังเขียนเป็นวิจารย์ แถมในหน้านิยายยังใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด กูรู้นะว่าไม่ควรขุดนิยายมันออกมาพาดพิง แต่มันแบบเอาจริงดิ???? seriously??????

670 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

>>669 เห็นด้วยว่าโดนปั่นง่ายมาก เจอเม้นเดียวอีโก้ก็แตกกระจายแล้ว มีความรู้ด้านจิตวิทยาเหมือนแค่อ่านหนังสือhowtoมา ไม่ได้มีความเข้าใจในตัววิชาที่อ้างถึงเลย

671 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

>>669 https://www.dek-d.com/board/view/3958169/ มีผลงานสับแล้วนะ (เม้น4) ลองพิจารณาเอา

672 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

>>671 ไอ้ที่รีไรท์ให้เขานี่เคาะเว้นวรรคพังมากเลยนะ แต่ที่ไล่ไปอ่านนิยายแนวเดียวกับตัวเองแล้วเรียนรู้นี่คุ้นมากเลยนะ คุ้นเหี้ยๆ คุ้นสัสๆ คุ้นเหมือนกูเองเป็นคนเคยพูดเลยน้า

673 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

>>672 เรื่องรีไรท์กับการเคาะนี่เห็นด้วย แต่เรื่องไล่ไปอ่านนิยายแนวเดียวกับนี่ไม่ใช่แล้ว กูก็มั่นใจว่าตัวเองเคยพูดมาไม่ต่ำกว่าสิบรอบ อีกหลายคนก็พูด ไม่ใช่ประโยคสงวนของมึงเน้อ

674 Nameless Fanboi Posted ID:IM5mI+EgW7

>>671 เจอพลังปริดชีพ กูไปไม่ถูกเลยสัส แม่งกากเริ่องสะกดคำจริมๆ สับก็ดาดๆไม่ได้ใช้ความรู้จิตวิทยาไรเลย แต่งประโยคใหม่ก็แข็งทื่อ ราคาคุยโม้เกินจริงไปเยอะ โม่งสับดีกว่าหลายเท่า

675 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

>>673 รู้ว่าไม่ใช่ประโยคสงวน แต่มันแอบขัดใจเฉยๆ ขอโทษด้วยแล้วกัน

676 Nameless Fanboi Posted ID:JYOUIinmiq

ลองเอาไปให้สับแล้ว.. เห็นด้วยกับคำอธิบาย 50% ส่วนอีก 50% ให้โยนทิ้งซะ

677 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

เดี๋ยวนะ กูไปย้อนอ่านที่มันรีไรท์อีกรอบ เทียบกับต้นฉบับแล้วงงใจกว่าเดิม มึงรีไรท์อะไรของมึงนิ ที่เติมเสริมความขึ้นมามันไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในเรื่องตอนนั้นเลยนะเหวย ถ้ามึงเกลาให้เขาจริงๆ ต้องดูเรื่องภาษาป่ะวะ ไม่ใช่ส่งเสริมให้เขาเล่าเรื่องแบบแวะเยี่ยวข้างทาง

ต้นฉบับว่างี้

"นายท่าน" เสียงเด็กรับใช้คนสนิทได้ดังขึ้นอย่างตื่นเต้น

"ข้ารู้แล้วน่า หลงเหว่ย เจ้าลองไปดูสิว่าภรรยาและบุตรของข้า เป็นยังไงบ้าง" เสียงของ ผู้นำตระกูล จิน ยงจู. ที่กำลังดีใจอย่างมาก แต่ด้วยบุคลิกอันดุดันจึงทำให้คนรอบข้างของเขากลัว

ฉบับรีไรท์ว่างี้

น้ำเสียงอันน่าเกรงขาม ผู้นำตระกูลจิน ผู้มีนามว่า ยงจู กำลังเดินออกมาด้วยสีหน้าเผยรอยยิ้มดีใจออกมาเล็กน้อย แต่ด้วยที่ว่าลักษณะรูปร่างหน้าตาของเขาช่างหล่อเหล่า สมชายชาตรีที่หญิงสาวภายในเมืองต่างพากันหมายปอง ถึงจะกระนั้นคนรอบข้างใกล้ตัวต่างรู้ความจริง จึงหวาดกลัวกัน ไม่กล้าแม้จะสบสายเหลียวมอง เพราะตัวเขานั้นมีพลังปริดชีพฆ่าที่เดียวตาย

อ่ะกูเกลาให้แบบภาษากู

"นายท่าน" เด็กรับใช้คนสนิทดังขึ้นด้วยความตื่นเต้นทันทีที่เห็นร่างของผู้นำสกุลจินเดินเข้ามา

"ฮูหยินและบุตรของข้าเป็นเช่นไรบ้าง" น้ำเสียงจินยงจูแฝงไปด้วยความดีใจแปดส่วนความร้อนใจอีกสองส่วน หากพยัคฆ์แม้ยามดีใจก็ยังคงเป็นพยัคฆ์ ความดีใจทั้งแปดส่วนนั้นถูกบุคลิกดุดันอาจหาญของเขากลบทับจนเสียสิ้น

678 Nameless Fanboi Posted ID:5LsnN8ZA2B

>>677 พี่เขาจะโชว์แต่งประโยคสวยๆ บริบทหรือสถานการณ์อะไรไม่สนใจเว้ย กูจะแต่งประโยคกูสับประโยคกูจะเอายังงี้

679 Nameless Fanboi Posted ID:NDKCs1r1YR

>>669 สถานีตำรวจโดนโจรปล้นซะเอง

680 Nameless Fanboi Posted ID:1DKZPrKbTb

>>679 ตำรวจเป็นโจรซะเอง

681 Nameless Fanboi Posted ID:y8155xrG7c

เดี๋ยวนะ กูอ่านส่วนของต้นฉบับแล้วจิตนาการในหัวว่า "เป็นคนบุคลิกดุดันจนคนอื่นเขากลัว" แต่อีฉบับรีไรท์ทำไมกลายเป็น "ไอ้หล่อที่ผู้หญิงพร้อมใจกันแหกขาให้ แถมเสือกเป็นจอมยุทธ์มีวิชาสังหารคนในดอกเดียว" ตัวละครแม่งเพี้ยนไปกันคนละเรื่องแล้ว

พลังปริดชีพฆ่าที่เดียวตาย... ทำไมมันทำให้กูนึกถึง "ผู้คนจะตายเมื่อถูกฆ่า" วะ!? ใช้คำสื่อความหมายได้ซ้ำซ้อนสัดๆ

682 Nameless Fanboi Posted ID:NDKCs1r1YR

>>681 มันไม่ใช่การเรียบเรียงใหม่ แต่เป็นเขียนแฟนฟิคชั่น 1 ย่อหน้า ปริดชีพมีได้สิ ขนาดปราดแก่ง (ปราชญ์แกร่ง) ยังมีมาแล้วเลย

มันน่าผิดหวังพอๆ กับแร่เนื้อหรือแม่น้ำลำครองนั่นแหล่ะ ความรู้ด้านการสะกดคำหรือออกเสียงควบกล้ำแม่งมาถึงจุดนี้แล้วจริงๆ สำหรับเด็กหน้าใหม่ (บางคน)

683 Nameless Fanboi Posted ID:HHD3DwW105

KY เพื่อนโม่งมีนิยายแนวผจญภัย/แฟนตาซีเรื่องไหนมั้ยที่อ่านบทแรกแล้วรู้สึกติดเลย แบบเปิดเรื่องได้น่าสนใจอ่ะ อยากจะหามาศึกษานิดนึง

684 Nameless Fanboi Posted ID:y8155xrG7c

คนวิจาน: "ผู้คนจะตายเมื่อถูกฆ่าด้วยการปริดชีพ"
กู: ยกตีนขึ้นมากุมขมับ

685 Nameless Fanboi Posted ID:2l0qb6PtpB

>>684 โลจิคแมน คามมิ่งงงงงง

686 Nameless Fanboi Posted ID:o.+9Q/YjZH

>>681 อันนี้เหี้ยจริง เห็นด้วยเลย คือของเก่ามันพอมองเห็นภาพอยู่แล้วนะ แค่มันไม่ smooth นิดหน่อยตรงการเชื่อมโยงระหว่างอารมณ์ดีใจกับบุคลิกดุดันของตัวละคร

แต่ที่มันแก้ให้นี่กลายเป็นเปลี่ยนบุคลิกตัวละครไปคนละเรื่องเลย

687 Nameless Fanboi Posted ID:AHpVzedhbT

>>668 อันนี้ใช้บ่อยจนชักจะกลายเป็นภาพจำของกระทู้ภาค 24 ไปแล้ว meme ในตำนาน ของตัวละครในตำนาน จากนิยายในตำนาน เขียนโดยนักเขียนในตำนาน องค์ประกอบแม่งสุดยอดจริงๆ

688 Nameless Fanboi Posted ID:+9OX8htfhQ

ยิ่งแก้ยิ่งพัง เวร มึงแค่ปรับคำก็พอแล้วมั้งไอ้นักวิจารณ์ขี้โอ่ แม่งตอนตั้งกระทู้นี่อย่างมืออาชีพ แต่งประโยคให้ทีเดียวนี่อย่างพัง พิสูจน์ฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาเรียบร้อยว่าไอ้หมอนี่ขี้แหกตาขนาดไหน
ถึงกูจะเป็นแค่นักอ่านนะ แต่ก็บอกได้ว่าไอ้ที่แต่งมานี่แม่งไม่เห็นอ่านสระสลวยเลย โคตรฟุ่มเฟือยไม่พอเสือกไม่คล้องจองอีก สงสัยรีบอยากโขว์ฝีมือไปหน่อยไอ้เหี้ยเอ้ย
กูมโนภาพเป็นคนพยายามแต่งสวนด้วยชุดหรูเก๊ ๆ เพื่อขึ้นมาเดินแบบ แต่ตอนเดินรีบไปหน่อยเลยหกคะเมนตีลังกาหน้าควํ่าไม่เป็นท่า

689 Nameless Fanboi Posted ID:y8155xrG7c

>>596 ใช่ 'เกียรติ์' คนเดียวกับที่แนะนำปะ?
https://www.dek-d.com/board/view/3958138/1/?comment=7_10

690 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

>>689 คนนี้แหละ

691 Nameless Fanboi Posted ID:nNdadyjHm7

ขำขัน จะให้ผมวิจารณ์ต้องทำตามงี้นะแล้วก็ร่ายยาวเป็นข้อๆไม่งั้นไม่รับ เปิดตัวอย่างเมพ แต่พอลงสนามจริงพังไม่เป็นท่า

692 Nameless Fanboi Posted ID:NDKCs1r1YR

>>689 แม่น

693 Nameless Fanboi Posted ID:NDKCs1r1YR

>>691 ไอ้นี่มันต้องมีฉายาบ้างแล้ว เดี๋ยวกูตั้งนี่ให้

"เปิดตัวระดับตำนาน ผลงานระดับตำบล ขึ้นต้นอย่างหงส์ จบลงอย่างเหี้ย"

694 Nameless Fanboi Posted ID:y8155xrG7c

มันขอโทษแล้ววะ

695 Nameless Fanboi Posted ID:hJBS1Dqk0k

ขอโทษให้จบปัญหา ไม่ก็ขี้เกียจเถียง เดี๋ยวก็ไปทะเลาะกับคนในบอร์ดอีก นิสัยอัตตาสูงนี่ทำยังไงถึงจะแก้ได้นะ

696 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

>>689 เมื่อกี้กูลองไปหาอ่านทฤษฎีจิตวิทยาของฟรอยด์มาตามที่เกียรติ์แนะนำ อ่านถึงการแบ่งระดับการทำงานของจิต ถ้ากูเป็นไอ้ตัวเปิดนี่กูกระอักออกมาเป็นเลือดแล้ว เชี่ย อย่างเจ็บ
http://nukjit.blogspot.com/2015/12/blog-post_82.html?m=1

697 Nameless Fanboi Posted ID:NDKCs1r1YR

>>694 แม่ง ไม่มันส์เลย อยากดูคนดริฟสีข้างถลอกต่อ มาขอโทษเอาป่านนี้มันสายเกินไป ภาพลักษณ์ที่มีแม่งเสียหมดแล้ว ดูท่าคงใกล้เจ๊งละร้านวิจารณ์ร้านนี้

698 Nameless Fanboi Posted ID:hJBS1Dqk0k

ฟรอยด์นี่เป็นพื้นฐานการสร้างตัวละครเลย ภาคการละครของคณะกูนี่ เรียนวิชาตัวละครจะให้อ่านพื้นฐานจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ นักเขียนคนไหนอยากเอาไปทำตามก็ได้

699 Nameless Fanboi Posted ID:aE4pz1pu3x

ขอบใจสำหรับข้อมูลฟรอย.. เห็นแล้วก็อ่านข้ามไปข้ามมาถูกที สงสัยต้องอ่านจริงจังซะละ

700 Nameless Fanboi Posted ID:5LsnN8ZA2B

>>695 ขอโทษตรงไหน ทำไมกูไม่เห็นวะ

701 Nameless Fanboi Posted ID:hJBS1Dqk0k

>>700 นางแก้เมนต์แล้วพิมพ์ใหม่ เมนต์ที่ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

702 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

ปิดไม่ให้นอนเมมเม้นแล้วว่ะ คึคึคึ

703 Nameless Fanboi Posted ID:nNdadyjHm7

>>701 แก้เม้นปิดนอนเมมเม้น ช่างเปราะบางเหลือเกิน.... ผิดกับตอนคุยโตแข็งแกร่งเหนือใคร ดริฟต์ไม่ไหวละสิถถถ

704 Nameless Fanboi Posted ID:v2GuCPM5qD

The star คนใหม่หรือเปล่า whatever

705 Nameless Fanboi Posted ID:MzzLpx5RwF

กูบอกแล้วว่าไอ้นี่แม่ง คุยโวระดับประเทศ ฝีมือเกรด อบต.

706 Nameless Fanboi Posted ID:JYOUIinmiq

ky เพิ่งเห็นว่ามู้ซื้อขายพล็อตปลิวไปละ เพราะผิดกฎห้ามซื้อขาย/แลกเปลี่ยน/โฆษณาสินค้าทุกชนิดในเว็บบอร์ด

707 Nameless Fanboi Posted ID:hJBS1Dqk0k

แต่ก่อนกูเคยเป็นบ้าเพราะเรื่องพล็อตมาก จะทำยังไงให้พล็อตแน่น แปลก ไม่เหมือนใคร สุดท้ายประสาทกับการนั่งเรียงพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็ไม่เห็นทำให้เรื่องมีมิติมากขึ้นกว่าเดิมเลย ไป ๆ มา ๆโตขึ้น เลยเรียนรู้ว่าพล็อตดี ๆ มีที่มาจากองค์ประกอบต่าง ๆ ช่วยเสริม คาร์ สัญลักษณ์ สำนวน จังหวะ ฯลฯ กูเคยเห็นบางคนยึดติดกับพล็อตมาก ตั้งพล็อตมาแล้วต้องทำให้แน่น มีเหตุมีผล สุดท้ายก็เติมนั่นเติมนี่เข้ามากลายเป็นออกทะเลไป ที่ควรจะจบตั้งแต่บทที่ 20 มาป่านนี้ไปถึงบทที่ 60 ละ แถมเรื่องก็ไม่เดินไปไหน

การเรียนรู้ของนักเขียนมันอีกยาวไกลว่ะ ก็ได้แต่เฝ้ามองเด็ก ๆ ในบอร์ดว่ามันจะเติบโตขึ้นมาเมื่อไร เจอคนเบียว ๆ คิดว่าตัวเองเทพเดี๋ยวก็บ้าจี้ตามกันไป เห้อ

708 Nameless Fanboi Posted ID:JYOUIinmiq

>>707 แล้วควรเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ?

709 Nameless Fanboi Posted ID:6yKOE15czZ

นักเขียนแต่ละคนเหมาะกับวิธีการทำงานที่ต่างกันว่ะ กุว่าดีที่สุดคือเมิงเขียน เมิงอ่าน
เมิงเรียนรู้ทฤษฎีต่าง ๆ รู้แล้วก็ลืมให้หมด เปิดใจทุกอย่าง เข้าใจแล้วก็ลืม ๆ มันไป อย่าไปยึดติด
เมิงจะวางพลอต เมิงจะด้นสด เมิงจะเขียนทรีตละเอียด หาเอาว่าชอบแบบไหน ถนัดแบบไหน อะไรที่ทำให้เมิงทำงานง่ายก็ใช้แบบนั้น

710 Nameless Fanboi Posted ID:hJBS1Dqk0k

>>708 แล้วแต่ ทุกคนมีวิธีแตกต่างกันไป อย่างกูก็เขียนตั้งนานกว่าจะลงตัวได้ ต้องเรียนรู้อีกไกลอะ เรื่องทฤษฎี จะยึดตามก็ได้ แต่ถ้ายึดแล้วมันอึดอัดก็โยนทิ้งไปซะเลย งานเขียนคือการสร้างสรรค์ นักเขียนบางคนก็ต้องเป็นบ้าก่อนจะเห็นพระธรรม เฉกเช่นกู

711 Nameless Fanboi Posted ID:+9OX8htfhQ

เด็กสมัยนี้ต้องการสูตรลับ แบบแผนสำเร็จตายตัวเกินไป ประมาณว่ารู้วิธีนี้แล้วฉันเขียนได้เทพเลย

กูว่านะบางทีเรื่องบางเรื่องอาจจะจับต้องเป็นรูปธรรมไม่ได้ คือตัวคนที่รู้แล้ว เชี่ยวแล้ว จะให้พูดอธิบายก็พูดไม่ถูก เหมือนมันไม่มีไม่มีสูตรและข้อสรุปอะไรตายตัว ต้องรอให้คน ๆ นั้นได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ จนตกผลึกได้ด้วยตัวเอง ความลงตัว ของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปและไม่เหมือนกัน

712 Nameless Fanboi Posted ID:JYOUIinmiq

>>710 กำลังบ้าอยู่ พล็อตแน่น แต่สายคาร์ ตอนนี้ก็เลยสร้างตัวละครใหม่ ไว้แหกพล็อตรัวๆ
ไม่สารถเดินตามพล็อตได้จริงๆ T^T

713 Nameless Fanboi Posted ID:hJBS1Dqk0k

กูเน้นทั้งคาร์ทั้งพล็อต วิธีง่าย ๆ คือคุมพล็อตให้แคบแล้วสร้างตัวละครให้มีความลึก ยิ่งตัวละครน้อยแต่ทุกคนมีเรื่องราวเป็นของตัวเองมากเท่าไร ความใกล้ชิดกันของตัวละครก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น อย่าทำพล็อตให้ใหญ่เกินไปจนมีตัวละครเยอะ ยิ่งตัวละครเยอะยิ่งออกทะเลง่าย แถมยังควบคุมคาแรกเตอร์ได้ยากอีกต่างหาก

อนึ่ง นี่เป็นวิธีของกูแค่คนเดียวเท่านั้น เขียนนิยายไม่มีผิดถูก มีแต่สมเหตุสมผล กระชับ ไร้เหตุผล ออกทะเล

714 Nameless Fanboi Posted ID:A9wIUt6Yzp

เฮ้ย ๆ ทำลายสถิติสัส มู้ไหลเร็วไหลหลากขนาดนี้อยากเอาไปดับไฟที่ออส ถถถถถถ

715 Nameless Fanboi Posted ID:SXYWhIW+6B

>>711 สูตรลับทางลัดอย่างเดียวไม่พอ เด็กดวกเกินครึ่งชอบเล่นใหญ่เกินตัว คิดว่าตัวเองเก่งเทียบเคียงเจมส์ คาเมรอน แต่ฝีมือยังไม่ไกลไปกว่าอูเว โบลล์

716 Nameless Fanboi Posted ID:v2GuCPM5qD

>>715 สัสโคตรได้

717 Nameless Fanboi Posted ID:+9OX8htfhQ

>>715 เห็นด้วยเลย และเอาจริงๆ กูคิดว่าไอเรื่องทำที่ทำพลาดๆพวกนี้แหละ ทั้งเล่นใหญ่เกินตัวทั้ง เขียนแล้วลบทิ้ง ไม่มีใครอ่าน อะไรพวกเนี้ย คือเรื่องที่มือใหม่/เด็กเบียวทั้งหลายควรเจอ มันจะเป็นรากฐานและส่วนหนึ่งของการตกผลึกทางความคิดให้ไอ้พวกนี้ได้ (ถ้าหัวรู้จักคิดวิเคาะห์เป็น ไม่งั้นก็จมโคลนยำ่อยู่กับที่ต่อไป)

718 Nameless Fanboi Posted ID:MzzLpx5RwF

ไหลเร็วขนาดนี้ ส่งชื่อมู้ใหม่ลงประกวดรอเลยดีกว่า

นิยายเด็กดีบทที่ 26 (DDN XXVI) ภาคนี้ปีใหม่ ไหลเร็วเหลือหลาย ดราม่ามากมาย อีโก้มากมี ทีมสับมือดี หวนคืนยุทธภพ

719 Nameless Fanboi Posted ID:SXYWhIW+6B

>>718 ใจเย็นๆ ภายใน 282 เม้นท้ายอาจจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้พวกกูก็เป็นได้ วันเด็กแห่งชาติยังถูกลืมเลยนะ

720 Nameless Fanboi Posted ID:nhEflmYrtb

คุยเหี้ยไรกันกูตามไม่ทัน

721 Nameless Fanboi Posted ID:MzzLpx5RwF

>>720 เขาเตรียมตัวตั้งตี้จะไปลุยกันที่ต่างโลกเรียบร้อยหมดแล้ว มึงอะตกรถอยู่คนเดียวเนี่ย

722 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

>>718 อ่านแล้วฟีลลิ่งคำขวัญปีใหม่+คำขวัญวันเด็กชัดๆ เหมาะกับเดือนมกรามาก

723 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

มู้นักจิตเลเวลหนึ่งแม่งปลิดปลิวไปแล้วอ่อวะ

724 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

อ่อ ยังอยู่ กุหาไม่เจอเอง

725 Nameless Fanboi Posted ID:1YSA5DaCHr

มู้นี้มีคนสับน้อยนะ 1 คนสับฟิสิกส์ อีก 2 สับผีเสื้อ ทีมสับอันเกรียงไกร หายไปไหนหมดแล้ว??

726 Nameless Fanboi Posted ID:SXYWhIW+6B

เห็นมู้นี้มาหลายรอบแล้ว ตอนนี้ลง 6 ตอน https://www.dek-d.com/board/view/3958332/

727 Nameless Fanboi Posted ID:zA8RETrJmZ

>>707 มึงกูกำลังเครียดเรื่องนี้เลย อ่านเม้นมึงแล้วคิดได้ว่ะ ไอ้เหี้ยใส่ไรเยอะแยะ เหนื่อยตายห่า ไม่สนุกด้วย

728 Nameless Fanboi Posted ID:JYOUIinmiq

จริงมึง.. กุก็เยอะจนลืมแก่นเรื่องไปเลย ว่าจะตัดที่ไม่ค่อยจำเป็นออกอยู่ พวกจักรวาลกาวๆ อ่ะ

729 Nameless Fanboi Posted ID:y8155xrG7c

ดอกขาว5ส ปรากฎตัวที่มู้นักจิต พักนี้เขียนสั้นลงเยอะเลยแหะ ถึงกูจะไม่คิดจะอ่านก็เหอะ

730 Nameless Fanboi Posted ID:y8155xrG7c

>>727 ตอนกูเริ่มเขียนครั้งแรกนี่มีกี่ไอเดียก็จะหาเรื่องแถยัดห่าไว้ในเรื่องเดียว แถมคิดภาคต่อแบบไตรภาคเผื่อด้วยนะ

731 Nameless Fanboi Posted ID:SXYWhIW+6B

>>730 เคยเจอนิยายเกิน 15 ภาคด้วยล่ะ ซึ่งไม่รู้ต่อเรื่องทำไมเยอะแยะ แยกเป็น spin off ไปเลยก็ได้

732 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

อย่างที่หลายคนบอก ต่างคนก็ต่างมีหนทางถนัดของตัวเอง จะมากะเกณฑ์ไม่ได้หรอกว่าทำแบบนี้ดีกว่าแบบนี้ เหมือนกระบวนการทำงานของเด็กสายวิทย์กับสายศิลป์ นักวิจัยกับครีเอทีฟ แต่ละคนก็มีกรอบความสบายใจในการทำงานไม่เหมือนกัน
แต่ถ้าขนาดอยากจะวางพล็อตแน่นคิดแล้วคิดอีกจนชาตินึงยังไม่ได้เริ่มเขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็เกินไป เบาๆ เรื่องพล็อตลงบ้าง นิยายที่สนุกใช่ว่าพล็อตแน่นแล้วจะไปรอด มันต้องการองค์ประกอบอีกหลายอย่าง
ปล. กูมาช้าไปเปล่าวะ มูฟออนประเด็นเรื่องพล็อตกันยัง

733 Nameless Fanboi Posted ID:JYOUIinmiq

อ่านดอก 5 ส แล้วรู้สึกป่วย เมิงเขียนรูปประโยคธรรมดาก็ได้ป่ะ จะใส่ส่วนขยายมาทำแป๊ะไรเยอะแยะ.. ละเว้นวรรคเป็นช่วงๆ อารมณ์เหมือนพะงาบๆ จะตายแหล่มิตายแหล่อยู่นั่นแหละ

734 Nameless Fanboi Posted ID:JYOUIinmiq

>>732 ยังหรอก.. กุคนถามตามอ่านอยู่ทุกเม้นต์แหละ

735 Nameless Fanboi Posted ID:zA8RETrJmZ

>>732 กูก็ยังไม่มูฟ ตามเรื่องพล็อตอยู่ ตอนอ่านเม้นแล้วเหมือนกะลาแตกว่ะมึง เออ แบบคิดได้ โฟกัสผิดจุดไปเยอะ จะใส่ทุกอย่างที่คิดได้ เวลากลับไปอ่านมันก็อึดอัด ต้องย้อนกลับไปดูว่าเส้นเรื่องคืออะไร พอเบาขึ้นก็ไปต่อได้

736 Nameless Fanboi Posted ID:hJBS1Dqk0k

กูก็ยังไม่มูฟออนนะ ยินดีตอบคำถามเรื่องพล็อตและแชร์ประสบการณ์ แต่อย่าอินมากเพราะไม่มีอะไรในโลกวรรณกรรมที่ถูกต้อง ทุกอย่างคือการสร้างสรรค์ เป็นนักเขียนต้องอดทน สิบล้อชนก็ตายแล้วไปเกิดใหม่ให้ดีกว่าเดิม

737 Nameless Fanboi Posted ID:HgFtIQ.y1k

แต่ก่อนเคยเขียนพล็อตแน่นสัสๆ แน่นมากๆ สรุปถึงเวลาจริงกูเขียนไม่ได้ เพราะมันบีบเรื่องเกินไป กูสายนิยายแก๊ก ไม่ค่อยจะบีบให้มันเป๊ะๆ ขนาดนั้น

ตอนนี้คือเขียนไปเรื่อยๆ ให้สถานการณ์พาไป มีแค่โครงคร่าวๆ ว่าพล็อตหลักคืออะไร จบคืออะไรพอ ถ้าตรงไหนคิดได้ว่าจะเขียนอะไรก็จะมีไฟล์นึงเขียนรวบรวมความคิดที่กระจัดกระจายของตัวเองไว้ ถ้าไม่เขียนเดี๋ยวแม่งลืมอีก แล้วค่อยไปหาช่องที่ใช้ได้ในเรื่องใส่เอา กูวางพล็อตคร่าวๆ แค่ 3-4 ตอนพอ แล้วให้เรื่องมันไหลไป คอยแก้พล็อตโฮลไป สรุปเขียนเพลินกว่าวางพล็อตแน่น สบายใจด้วย

738 Nameless Fanboi Posted ID:l0YxbSI9Dz

เห็นบรรยากาศแบบนี้แล้วนึกถึงช่วงมู้สับเกิดใหม่แรกๆ คือมันจะมีคนนึงโผล่มากลางวงแล้วเอาพล็อตมากาง บอกว่า "เฮ้ย พวกมึงช่วยตบพล็อตให้กุที ตรงไหนแน่นไป ตรงไหนหลวมไป" ตบไป ตบมา พล็อตแต่งง่ายขึ้นมาก แต่โดนสปอยเนื้อเรื่องกันยกมู้ ซึ่งก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ เพราะส่วนมากเหมือนมีข้อตกลงว่าจะไม่ไปสปอยนิยายตรงคอมเมนต์หน้าเรื่อง (กรณีจับได้ว่าใครแต่งนิยายเรื่องนั้น) มันไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรมาก แต่โลกมันกลม บางทีเลยโม่งแตกแบบอัตโนมัติ ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากเปิดเผยตัว เพราะบางคนแม่งเคยอ่านไปแล้วส่วนหนึ่ง

สำหรับกูที่เป็นสายกาว ปกติกูแต่งด้วยพล็อตสไตล์เรื่อยเปื่อยจบในตอน (มากสุดก็ลากไปแค่ 3/3 ตอน) พล็อตไม่ได้เคร่งเครียดมากนัก แต่จะคิดมุกขึ้นมาก่อน พอคิดมุกที่น่าจะไม่ฮากริบได้แล้ว ก็มาเลือกตัวละครในตี้ตัวเอก ว่าเนื้อเรื่องตอนนี้ใครจะเป็นคนต้นเรื่อง ใครจะชง ใครจะตบ เซตโลเคชั่นว่าแถวๆ นั้นมีอะไรเอามาเล่นได้บ้าง ตัวประกอบกลุ่ม NPC ยืนตามเมืองจะมีบทบาทยังไง หรือออก Reaction แบบไหน ตอนเจอเหตุการณ์เงิบๆ พอกำหนดได้หมด ก็เขียนคร่าวๆ ออกมาเป็นฉากใหญ่ ละค่อยไปลดหรือเติมทีหลัง สาระไม่ต้องมีแต่กาวเต็มถัง คุมสโคปเนื้อหาให้แคบ จะได้มองได้ครบ ดังนั้นพล็อตรายตอนของกูจะออกมาง่ายๆ ประมาณว่า

พระเอก+พระรองหิวแต่ไม่มีเงินจะแดก -> ไปสมัครเป็นนักบวชของโบสถ์ด้วยความตอแหล
หัวหน้านักบวช -> แอบไปเที่ยวซ่อง -> พระรองไปเห็นเข้า
พระรองรวมหัวกับพระเอกแบล็คเมลหัวหน้า -> หัวหน้ากลายเป็นเบ๊
พระเอกเพิ่มระดับความเหี้ย ยึดกุญแจโบสถ์มาทั้งพวง แล้วลงไปขนอุปกรณ์ศาสนพิธีขึ้นมาขายร้านรับซื้อของเก่า
ปู่หัวหน้าทนไม่ไหวเลยแฉกลางโบสถ์ตอนทุกคนกำลังสวดประจำวัน -> สรุปแฉกันเองหมดจนโดนยำตีนทั้ง 3 ตัว
ปู่ปางตาย ส่วนสองตัวที่เหลือหนีไปได้ (เอาเงินไปเที่ยวซ่องอีกต่างหาก) ปิดตอนด้วยประกาศจับสองตัวเหี้ย

คือสมัยก่อนมันไม่ได้มีแบบแผนขนาดนี้ มาช่วยๆ กันแค่ตบให้เข้าที่หรือถมพล็อตโฮลให้ ใครใจดีก็แจกไอเดียเพิ่มว่าใส่อันนี้ด้วยดีป่าว ไม่มีการบังคับอะไร จะเอาไปใช้หรือไม่ก็ตามใจ แต่มายุคนี้มันทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เพราะมีคนจ้องขโมยไอเดียกันเยอะ บางทีพอเอาไปเขียนเสร็จก่อน มีการหาเรื่องเจ้าของพล็อตตัวจริงด้วย ว่าแม่งลอกกุ บรรยากาศแบบนั้นเลยหายเหี้ยน

739 Nameless Fanboi Posted ID:nhEflmYrtb

กระทู้เเต่งนิยายไปทางไหนครับ

740 Nameless Fanboi Posted ID:YzReIbecqt

>>739 https://fanboi.ch/webnovel/2726/recent/

741 Nameless Fanboi Posted ID:qm97OnToJ5

>>711 กูเห็นด้วย ในบอร์ดนี่ ลงตอนสองตอนบอกไม่มีคนอ่าน ท้อฉิบหาย ช่วงหนึ่งบอร์ดเป็นงี้ จนมีพวกบอกว่า ไม่แคร์ ดอง บูชาสล็อธ กูแบบนักอ่านมาเห็นดีใจตายห่า แต่เออ ลืมไปไม่ค่อยมีคนเล่นบอร์ดสักเท่าไหร่

ไอ้เรื่องพล็อตนี้ นิยายที่ตั้งกระทู้กูไปอ่านมาเหมือนกัน ย้อนแย้งชาติหมา บางเรื่องนี่นึกว่าเด็กดีเปิดหมวดนิยายแชท บางคนหลุมใหญ่มาก จนกูคิดว่า สงสารไอดอลที่มึงเกริ่นไว้ฉิบหาย พังporn กูก็อ่านนะ แต่มูฟออนเถอะ ไม่ไหวกะมัน พวกกระทู้ฝากงานกูเข้าไปอ่าน อยากตะโกนอัดหน้า มึงไปเก็บประสบการณ์ก่อนเถอะ วัตถุดิบในการเขียนมึงน้อยมาก! กูเชื่อหลายคนพัฒนาได้ ถ้าไม่ทำตัวน้ำเต็มโอ่ง

742 Nameless Fanboi Posted ID:zEeG.HB7AP

ว่าจะสับมาหลายวันละ เพิ่งว่างว่ะ

สหายข้า จะย้อนเวลามาทำแป๊ะ?! (ชื่ออย่างเป็นทางการ) by แดงมาโซ
นี่คือชื่ออย่างเป็นทางการสินะ ถ้าไม่เป็นทางการจะเป็นยังไง จะชื่อ ไอ้เพื่อนเเหี้ย มึงจะย้อนเวลามาทำฉิบหายอะไร? แบบนี้เหรอ?? เอ้า ไปดูกัน

เรื่องย่อ: เนื่องจากแต่ละตอนสั้นมากพอๆ กับเวลานอนของกู ฉะนั้นจะขอย่อตามความเข้าใจ ไม่แยกตามตอนนะจ๊ะ

นังพิชญ์ ภีรยาเป็นนักฆ่า รู้ข่าวว่าแม่ป่วยใกล้ม่องเลยมาหาแม่ พอมาแม่ก็สั่งเสียให้ดูแลยายที่อยู่ในยุคสมัยสองพันแปดร้อยปีก่อน หื้มมม และให้แต่งงาน พอจะย้อนเวลาเพื่อนก็ตามมา แต่ละคนก็ไปโผล่แต่ละเมืองกัน ซึ่งตรงนี้ยากละ เพราะตัวละครเยอะ และกูต้องมานั่งจำมันและเส้นเรื่องของมันอีก ขอไวท์บอร์ดด้วยต่ะ!

- ฮารุกะโผล่มาเจอเด็กผู้ชาย เด็กก็ร้องแล้วจู่ๆ ก็ยัดคำพูดเท่ๆ มาสอนเด็ก พอสอนเสร็จก็ทุบดาบแล้วก็เจอกระเป๋าดีใจมากเลยเต้นท่าดึงดาวอย่างมีความสุข (ใช่ค่ะ อีแดงมันบรรยายแบบนี้แหละค่ะ) ก็ถามไอ้เด็กนั่นว่าที่นี่ที่ไหน แล้วก็สวมรอยเป็นเจ้าหญิงคนหนึ่งของเมืองละออศรี

- ตัดไปที่เจ้าเมืองจันทีที่เจอขีปนาวุธ MBT LAW ก็คนใช้ยกกันไปยกกันมา แล้วให้ไปดูลูกอินทร์ ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วก็ตัดภาพไปที่เมืองละออศรี เด็กผู้ชายก็อธิบายให้อีฮารุกะเข้าใจถึงสถานการณ์ว่าจะต้องเป็นเชลย

- ตัดภาพที่ไปเอลินที่โผล่มาเมืองสินธุที่ห่างไป 1,200 กม. มีคนตีกันอยู่พอดี เจ้าเมืองหันมาเจออีเอลินคิดว่าเป็นเจ้าหญิงเมืองกัลตะ (ห๊ะ?) เลยให้เอลินไปอาบน้ำตามที่ขอ (ห๊ะ???) เอลินก็หนีไปและโดนตามล่า

- ตัดฉากไปที่ 1,200 กม.ทางทิศเหนือมีคนเก็บภีรญาได้ ตัดไปที่เมืองนิลปัตร์.....................

5 ตอนแล้วไอ้สัส!!! เปิดผ่านๆ ไปจนถึงตอน 7 แม่งค่อยเล่าเรื่องอีภีรญาที่ไปเจอยาย พอ ตัดเหี้ยอะไรหนักหนา เปลืองเมมสมองกู กูจำไม่ได้หรอก ทั้งชื่อตัวละครชื่อเมือง เรื่องเหี้ยอะไรเนี่ย พอ!!!

สับด้านล่าง ขอบอกเลยว่าสับด้วยความรู้สึกแบบงงไปหมดจริงๆ

743 Nameless Fanboi Posted ID:zEeG.HB7AP

อ้าวลืมลิงค์ เนี่ย เจอนิยายอีแดงทำลายเซลล์สมองเข้าไป เบลอไปหมดละกู แปะลิ้งค์ให้ในคห.นี้แล้วกันนะ
https://writer.dek-d.com/sarawootwuht/story/view.php?id=2009947

ต่อๆ

เนื้อเรื่อง:
เอาจริงคือที่อ่านมาไม่เห็นปมหลักของเรื่องเลย เหมือนเรือหางเสือหัก แต่เสือกแล่นออกทะเลโดนคลื่นซัดแล้วจมวูบไปเลย คือจับได้แค่ความคลีเชชิบหาย กูล่ะหน่ายกับพล็อตนักฆ่าข้ามยุค แต่เหมือนอีแดงจะคิดขึ้นได้ว่ะ อ๊ะ เราไม่อยากซ้ำใคร เราแหวกดีกั่ว ก็เลยแหวกด้วยการให้เพื่อนตามอีนางเอกไปด้วยแทน และไปในยุคสองพันแปดร้อยปีก่อน และนี่คือจุดเริ่มต้นของความพังในเซตติ้ง

อีสัส! มึงเป็นเนื้อคู่ของเล่าเบียวเหรอ เป็นเหี้ยอะไรกับการไปยุคสมัยมั่วซั่วที่ไม่มีอยู่จริง รู้แหละว่ามึงไม่สามารถอิงประวัติศาสตร์ได้ มึงเลยมโนปีให้มันดูโบราณๆ แบบสมมติว่าพีเรียด แต่ฝีมือมึงคือขี้ตีนพีเรียดยังไม่ได้เลย เสือกคิดไปเองอีกว่ามันจะปัง เออ ปังจริงๆ ปังปิ๊นาศ เซตติ้งมั่วบรรลัยบัดซบแบบกูงงใจว่ามึงจะเอาอารยธรรมไหน จะจีน จะไทย จะอินเดียหรือจะจักรๆ วงศ์ๆ ก็ว่ามา ตัวละคร 5 ตัวมึงไปโผล่คนละเมือง ห่างกัน 1200 กิโลเมตร จนกูสงสัยละว่ากลางเรื่องมึงจะให้มันมาเจอกันได้ยังไงนอกจากวาร์ปมาเจอกัน มึงให้โคตรแม่มึงทะลุมิติมาจากมิติอื่นยังจะดูดีกว่าอีกเอาจริง เพราะทะลุมามึงก็เอาของมาด้วย มีการซ่อมโทรศัพท์ไว้โทรหากันไรงี้

อันนี้คือกูไม่เห็นประโยชน์ของการทะลุมิติเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้จะทะลุมิติมาทำแป๊ะอะไร ถ้าจะดำเนินเรื่องอย่างนี้ มึงดำเนินเรื่องในยุคปัจจุบันก็ได้มั้ง?? จากการสกิมคร่าวๆ เสือกมีเซตติ้งหนึ่งมีความพยายามออเจ้าเฉย ดูก็รู้เรยน๊ค๊ว่าแรงบันดาลใจมาจากไหนตั้งแต่ปกเลยข่ะ อยากจะแหม่ไปให้ถึงดาวอังคาร

นอกจากเซตติ้งที่ไม่ไหวจิครายแล้วก็เหมือนเดิมๆ คือการให้เหตุผลในเรื่องไม่มีอะไรที่หาเหตุผลได้เลย มาสไตล์ประสบการณ์น้อย อ่านน้อย แต่ขอเล่นใหญ่เอาไว้ก่อนอีกแล้ว คือกูอ่านแล้วปวดหัว อ่อ ไอ้สัส ลืมเปิดฮีตเตอร์ ก็ว่าทำไมปวดหัว แต่เออ นั่นแหละ อ่านแล้วรู้สึกอิหยังวะกับตรรกะตลอดเรื่อง เช่น

1 นางเอกขนเสื้อผ้า อาวุธ เกราะกันกระสุน ตู้เย็นใส่รถเบนส์ GLS เพื่อเอาย้อนเวลาไปด้วย....

2 การสวมรอยเป็นเจ้าหญิงในเมืองต่างๆ แล้วทุกคนเชื่อ....ทำไมมันถึงเชื่อวะ เมืองแรกบอกว่าเพราะพ่อแจกทับทิมให้ลูกทุกคน เมืองที่สองคือแค่หันมาเจอก็เรียกเจ้าหญิงเลย ฯลฯ

และกูสกิปไปหลังๆ นี่คือเล่นใหญ่มากกกก ถึงขั้นจะตีเมืองกัน โอ้โห เขียนอธิบายใจความให้รู้เรื่องก่อน! อย่าเพิ่งไปไกล อย่าเล่นใหญ่เกินตัว

การดำเนินเรื่องและการนำเสนอ:
สื่อความไม่ได้เลย จนกูสงสัยว่ามันคือปัญหาคือระดับภาษามันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน หรือเนื้อเรื่อง หรืออะไร แต่ข้อสรุปน่าจะเป็นที่สมองของอีแดงมากกว่า มันเหมือนคนเรียบเรียงความคิดไม่ได้ เล่าเรื่องโดดไปโดดมา เส้นเรื่องมีประมาณ 14 ล้านเส้นเรื่อง ตามจำนวนตัวละครที่ทะลุมาเลยจ้ะ ตัดฉากบ่อยมาก ไม่ปูห่าอะไรเลย คือกูไม่เข้าใจความเป็นมาเป็นไปของเรื่องสักอย่างเลย ทั้งชื่อเมืองทั้งชื่อคน ส่วนบทสนทนาก็เป็นธรรมชาติเหมือนหินแกรนิตเลยแกรรร อ่านแล้วก็สงสัยว่าเคยสนทนากับมนุษย์บ้างไหมค้า เห้ออออ

ตัวละคร:
เยอะและจำไม่ได้สักตัวว่าใครเป็นใคร เพราะแม่งใช้คำว่าหญิงสาวตลอดเวลา ไม่ใช่ชื่อเลยด้วยซ้ำ จนบางทีกูลืมไปแล้วว่าแม่งพูดถึงตัวละครไหนอยู่วะ ใช้วิธี tell ตอนเปิดตัว แล้วจบ ไม่เคย show หีแตดใดๆ ว่าตัวละครแต่ละตัวนิสัยและความสามารถเป็นยังไง อีเพื่อนที่ตามมาด้วยคือกูรู้สึกว่ามันก็แค่คนเดียวกันแต่เปลี่ยนชื่อ แล้วก็ทำตัวเบียวโชว์เหนือไปเรื่อยๆ เหมือนคนเขียนอ่ะ ดูออกนะคะว่า self-insert ตัวเอง นับถือใจที่แม่ง self-insert ตัวเดียวไม่พอ แต่ล่อแม่ง 5 ตัวเลย อีเหี้ย 5555

นอกจากนี้คือเหมือนอยากจะเขียนอยากจะยัดคำพูดอะไร หรืออยากจะให้ตัวละครแสดงอาการบ้าบออะไรก็เขียนออกมาเฉย ประหนึ่งว่าตัวละครเป็นไบโพล่าร์ คือกูตามอารมณ์ไม่ทันจริงๆ เดี๋ยวมึงโชว์คำคม อีกสองย่อหน้ามึงอาละวาดทุบดาบ คืออะไรวะ งง

ไม่พอ ต่อเม้นท์หน้าจ้า

744 Nameless Fanboi Posted ID:zEeG.HB7AP

การใช้ภาษา:
เขียนได้อ่านไม่รู้เรื่องสัสๆ มาสไตล์ศิลปะตัดแปะอีกแล้ว เหมือนเกิดมาไม่รู้จักสันธาน บุพบท หรือคำเชื่อมเหี้ยอะไรที่จะทำให้เรื่องราวมันร้อยเรียงต่อกันได้ บวกกับการเขียนอธิบายความซ้ำไปซ้ำมาซ้อนไปซ้อนมา หยั่งกับกูเล่นไขปริศนา กลายเป็นภาระคนอ่านที่ต้องมาทำความเข้าใจกับแม่งอีก

Ex. ตัวเธอได้รับการถ่ายทอดวิชาเปิดห้วงเวลาจากบิดา วิชาที่่ถ่ายทอดจากต้นตระกูลมานับพันปี จนถึงรุ่นคุณทวด ที่เป็นทายาทเพียงคนเดียว มีลูกชายคือบิดาของเธอ เป็นผู้สืบวิชาเพียงคนเดียวเช่นกัน จนทั้งสอง คุณทวดและพ่อเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุ หลังถ่ายทอดวิชาให้เธอจนสำเร็จได้ไม่นาน ผู้รู้วิชาเหลือเพียงเธอและพี่ชาย ซึ่งพี่ชายเธอรับวิชามาอย่างขอไปที เพราะในใจเขาไม่สนเรื่องย้อนเวลาอะไรนั่นอยู่แล้ว

=> ประโยคเดียวที่อ่านเข้าใจแบบไม่ต้องตีความ คือพี่ชายมึงไม่สนใจเรื่องย้อนเวลา ส่วนที่เหลือแม่งอิหยังวะชิบหาย

เคาะเว้นวรรคได้พังพินาศชนิดว่าเหมือนลอกกันมาจากอีหี คือยังไง พวกมึงเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกันเหรอ เป็นอะไรกับการเว้นวรรคแบบไม่จำเป็นจนทำให้ประโยคพังแบบนี้ การเคาะบ่อยมันไม่ได้อ่านง่ายนะ แต่มันอ่านไม่รู้เรื่องว้อย ตัวอย่างดูได้จากข้างบนนั่นแหละ

แล้วคือบทจะให้แม่พูดแบบเปิดปากเฉยๆ ไม่มีเสียง ให้นางเอกอ่านปาก คือเสือกใช้วงเล็บซะงั้น จุดนี้ก็งงไปอีกว่าแม่งเข้าใจกันได้ยังไง ไม่ให้นางเอกแม่งอ่านใจไปได้เลยล่ะอีหอกหัก การเขียนคือส้นตีนจริงๆ แบบกูพูดไม่ออก ไม่รู้จะวิเคราะห์เหี้ยอะไรดี mind blown ไปแล้วจ้า

คำผิดเยอะแยะจนอยากจะเอาหนังสือคลังคำกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตโยนใส่หัวแม่ง และใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด สกิมไปเจอจู่ๆ แม่งก็ยกโคว้ทจัดกลางหน้าด้วยถ้อยคำว่า “หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้นเมื่อรับรู้ลมหายใจที่สม่ำเสมอจากคนที่ตนนอนเคียงข้าง” แบบทำไมต้องยกวะ มีเหตุผลอะไรสำคัญเหรอ งงไปหมดละ พอเถอะ

ส่วนที่เกลียด: เกลียดทุกอย่าง ยกเว้นเครื่องหมายกดปิดที่มุมขวาบน

คะแนน: ยังไม่ทันจะได้ส่งเข้าห้องดำ เมนเทอร์ก็ตัดสินใจไล่มึงออกจากรายการด้วยตัวเอง เชิญมึงเก็บกระเป๋าไปอยู่กับน้องหีได้เลยค่ะ พังกว่าพวกมึงสองตัวก็ช้างแล้วอีชิบหาย

745 Nameless Fanboi Posted ID:YQ8i+6IWYl

>>744 จนถึงรุ่นคุณทวด ที่เป็นทายาทเพียงคนเดียว มีลูกชายคือบิดาของเธอ

นี่แม่งมึนยกกำลังสองเลยห่า กูอ่านแล้วติดสตั้นไปพักใหญ่

1. ทวดห่าอะไรเป็นพ่อของพ่อวะ ต้องปู่ดิ

2. พออ่านเนื้อความโดยรวม เหมือนมันบรรยายว่าอีนางเอกมีลูกชายคือพ่อตัวเอง 55555

746 Nameless Fanboi Posted ID:FKeQygnhSL

>>742 ขนาดมึงย่อแล้วกูยังรู้สึกไม่เข้าใจ+อิหยังวะในเส้นเรื่องเลย

747 Nameless Fanboi Posted ID:kxp+gxzOlr

กูไม่เข้าใจตั้งแต่บอกว่าจากแม่ไปอยู่องค์กรเป็นนักฆ่า แล้ววกกลับมาบอกว่าตัวเองกับพี่ชายสืบทอดวิชาลับของตระกูล กูต้องอ่านไปต่อไปถึงรู้ว่า อ้อ นั่นมันตอนที่อินางเอกอายุเลขตัวเดียว
สลับกันไปหมดจนกูมึน ตอนนี้ถึงใครแล้ววะ

748 Nameless Fanboi Posted ID:U7KyJctoFh

https://writer.dek-d.com/sarawo