Fanboi Channel

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาคการกลับมาของตัวเห่อหมอยต่างโลก เบียวซู เอจจี้ แมรี่ซู พล็อตนิยายที่ไม่มี true end พร้อมเสียงกุบกับๆฮรี้ๆๆ ไอ้สัส เมื่อไหร่มึงจะเลิกเล่นมุกม้าวะ

Last posted

Total of 515 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:EXPm2qyEo+

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดี.คอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บ (เด็กดี) เพื่อความหวังของวรรณกรรมไทยในอนาคต ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 -- https://fanboi.ch/webnovel/6295/
นิยายเด็กดี บทที่ 21 -- https://fanboi.ch/webnovel/6506/

รายชื่อโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

2 Nameless Fanboi Posted ID:Dac5P7dptc

ปิดเทอมกำลังเหงาใครอยากให้สับนิยายตัวเองโพสเลยกุจะไม่ล้อว่าเมิงเป็นหน้าม้า เอาประสบการณ์เขียนนิยายมาครึ่งปีเป็นประกัน

3 Nameless Fanboi Posted ID:/5.UWYqfH7

https://writer.dek-d.com/THEDEEM/story/view.php?id=1861467

https://writer.dek-d.com/wllinyaya/story/view.php?id=1938601

https://writer.dek-d.com/DarksunL-/story/view.php?id=1932074

https://writer.dek-d.com/sirisakp28/story/view.php?id=1941456

https://writer.dek-d.com/nutcha_24/story/view.php?id=1834619

https://writer.dek-d.com/ameyuki2011/story/view.php?id=1508597

กูสุ่มเอาจากนิยายอัปเดต

4 Nameless Fanboi Posted ID:0yD.sDzGSV

ฮรี่ๆๆๆๆๆๆๆ กุบกับๆๆๆๆๆๆๆๆ

5 Nameless Fanboi Posted ID:/5.UWYqfH7

โทษทีเอานิยายแปลมาด้วย

6 Nameless Fanboi Posted ID:uGa7aWWJU6

รบกวนวิจารณ์เนื้อเรื่องนิยายผมได้ไหมครับ https://writer.dek-d.com/nakarin0o/writer/view.php?id=1910410

7 Nameless Fanboi Posted ID:ydYKlRmyJw

>>2 555555 ไม่เข็ดหรอวะ

8 Nameless Fanboi Posted ID:Rd8Cs.0aoi

>>6 โห กูเห็นการตอบรับแล้ว ไม่กล้าด่า

9 Nameless Fanboi Posted ID:q/kSsdOy9R

>>4 ถ้าเปิดเทอมแล้วยังจะเสนอถ้าอยู่ไหม

10 Nameless Fanboi Posted ID:wwOexp6NAa

ทำไมนิยายในดด.หมวด NL มีแต่พล็อตท้อง/มีลูกแล้วหนี วะ เลื่อนเจอบ่อยชิบหาย มันฮิตเหรอ แล้วกูแม่งกลัวคนท้อง(กลัวแบบแค่นึกภาพยังรู้สึกไม่ดี) เกลียดเด็กด้วย เศร้าสัส

11 Nameless Fanboi Posted ID:Z33GgINqAC

>>10 ขอโทษในความโง่ NL คือห่าอะไร

12 Nameless Fanboi Posted ID:wwOexp6NAa

>>11 Normal love = ชxญ

13 Nameless Fanboi Posted ID:D9U5GnTEzr

>>10 ติดละครไทยมาแหง่
ปล.NL คืออะไร

14 Nameless Fanboi Posted ID:nF/kfKN.yP

>>6 อ่านจบสามตอนแรกนะครับ

ความรู้สึกคือภาษายังธรรมดา แต่พี่อ่านต่อได้เรื่อย ๆ นะ อาจเพราะตอนสั้นเหมือนหมอยหมาก็เป็นได้

ข้อดีที่เป็นจุดแข็งเหี้ย ๆ ของน้องเนี่ยคือความรักในการเขียนนิยาย ไม่ว่าจะมีคนมาเมนต์น้อยแค่ไหนก็ตาม ซึ่งนักอยากเขียนทั้งหลายในเด็กดีส่วนใหญ่คงถอดใจไปนานแล้ว

พลอต/เนื้อเรื่อง : คิดว่าสามตอนแรกพออะไรไม่ได้มาก แต่แบบตอนอีแอนโดนจับ ชาลส์แม่งใจเย็นมาก ต้องกลับไปเอาดาบก่อนค่อยไปช่วย ผิดวิสัยฮีโร่ คือถ้าพี่เป็นฮีโร่คงสู้ยิบตาก่อนจะแพ้ก็ว่าไป เราก็จะอ้างได้ว่าจอยไม่ดี ของไม่ครบ อะไรแบบนี้ แล้วค่อยรีบกลับไปเอาดาบตามมาช่วยกลางลานประหาร แต่ถ้าชาลส์มีนิสัยแบบนั้นจริง ๆ ก็ขอโทษด้วยที่ด่วนสรุป

ภาษา : ! ใช้เมื่อตกใจจริง ๆ เถอะ อย่าใช้เยอะพร่ำเพรื่อ บทสนทนาติดความเป็นเมะ ไม่ก็ไลทืโนเวล ถ้าชอบแบบนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พี่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเด็กไป มีอะไรไม่จำเป็นเยอะ ควรตัด ถ้าถามว่าอันไหนบ้าง ลองอ่านดูนะครับว่าอันไหนที่ตัดออกแล้วเนื้อเรื่องไม่เสียหาย
เช่น ขอบคุณนะ น้องจะเปลี่ยนเป็นบรรยายว่ากล่าวขอบคุณพร้อมบรรยายท่าทางว่าดีใจที่ได้รับของหรืออะไรก็ว่าไป

ปล. คือปกติพี่ปิดนิยายเร็วมาก แต่รู้สึกว่าเรื่องของน้องมีอะไรบางอย่างทำให้อยากต่อได้ จะไม่เป็นกำลังใจให้นะครับ แต่จะขอกดเฟบคอยคอยติดตามละกัน ถ้าเห็นคนหล่อ ๆ มากดเฟบ นั่นพี่เอง :P

15 Nameless Fanboi Posted ID:BYA6f1Wy92

ทำไมโม่งมู้นี้มันไม่ค่อยรู้เรื่องตัวย่อเลยวะ SoL ก็ไม่รู้ NL ก็ไม่รู้

16 Nameless Fanboi Posted ID:GTS6RNRWu8

จริงๆ มันอาจไม่รู้ตั้งแต่มู้อื่นละปะ แค่ยังไม่มีพูดถึง เลยยังไม่ออกมาถามว่าคือไร

17 Nameless Fanboi Posted ID:IApHXM2Jug

>>14 ขอบคุณครับพี่คนหล่อ ผมใช้ภาษาเด็กไปเพราะตั้งใจให้เป็นแบบไลท์โนเวล และขอบคุณที่เตือนเรื่องเครื่องหมายตกใจนะครับผมชอบติดใช้จริงๆ
อันนี้ถ้าตอบจะขอบคุณมากเนื้อเรื่องผมนี้มันเรียกดาร์คไหมครับ เพราะผมตั้งใจอยากจะเขียนแบบนั้นจริงๆ

18 Nameless Fanboi Posted ID:I8tjeK/A4m

>>17 อย่ามุ่งหวังที่จะดาร์ค ไม่งั้นอย่างมากมึงจะทำได้แค่วอนนาบี แต่อาจจะรุ่งก็ได้เพราะแนวนี้เห่อหมอยมันนิยม และถ้าเป็นแนวเห่อหมอยนิยมจะอะไรแม่งก็ดาร์คหมดขอแค่พระเอกไม่ใช่คนดีจ๋าก็พอ
ปล.กูโม่งคนละคนกับที่แนะมึง กูแค่อยากเสือกเท่านั้น

19 Nameless Fanboi Posted ID:I8tjeK/A4m

>>17 ลืมบอก กูยังไม่ได้แตะนิยายมึงเลยสักหน้า และกูบอกไม่ได้ว่านิยายมึงดาร์ครึเปล่าเพราะกูยังไม่อ่าน แต่กูเตือนด้วยความหวังดีว่าอย่ามุ่งที่จะดาร์คจนทำเรื่องมึงเละก็พอ

20 Nameless Fanboi Posted ID:IApHXM2Jug

>>18 ครับผมอยากจะเน้นแนวอ่านแล้วกดดันและหดหู่มากกว่า

21 Nameless Fanboi Posted ID:eoxdUNNpZg

>>20 อยากรู้ว่าความดาร์กเป็นยังไง แนะนำลองดู ซีรี่ย์ black mirror ครับ ตอนไหนก็ได้

ส่วนนิยายของน้อง ขออ่านต่อตอนที่ 4 ก่อนนะแล้วจะมาบอกความรู้สึกอีกที

แนะนำว่าเน้นเขียนให้มันสมจริง สมเหตุสมผลตามบริบทของเรื่องไว้ก่อนดีกว่าครับ

22 Nameless Fanboi Posted ID:flsaybvanv

>>6 กูอ่านไป 10 ตอนละ ภาษามึงพอใช้ได้นะ การดำเนินเรื่องยังมีปัญหาอยู่หน่อย แต่มึงให้วิจารณ์เนื้อเรื่องกูก็ว่าตามเนื้อเรื่องแล้วกัน ดูจากส่วนที่อยากเล่าแล้วเนื้อเรื่องมึงก็ค่อนข้างโอเค เป็นแนวพลอตโหลๆ ของหลายปีก่อนหน้านี้ที่เขียนเกี่ยวกับสงคราม ศาสนา การปฏิวัติ นักฆ่าอะไรพวกนี้ การทำให้เรื่องที่คนชอบเขียนกันแตกต่างมันก็ต้องไปว่ากันตรงการดำเนินเรื่อง เหมือนหนังฮีโร่กู้โลก dc marvel แม่งก็หนังฮีโร่กู้โลกเหมือนกันแต่เวลาทำออกมาแต่ละค่ายแต่ละเรื่องมันต่างกันในการเล่า ในการดำเนินเรื่อง ซึ่งกูรู้สึกว่าเส้นเรื่องของมึงเหมือนจะโอเค ดูมีที่มาที่ไปพอมีเหตุผล แต่ดำเนินเรื่องแย่แบบหนังแบทแมนเจอซุป แม่งไม่ค่อยปะติดปะต่อ ตอนแรกเหมือนจะดี ตอนต่อจากนั้นก็เหมือนทำท่าจะดีแต่แม่งไม่ปะติดปะต่อ เรื่องไหนที่อยากเน้นหรืออยากให้คนอ่านจำได้แม่งก็เหมือนไม่ค่อยเน้น ปูเรื่องให้คนอ่านจำไม่ค่อยได้ การเขียนมึงโอเคนะ แต่กูอ่านไปแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องไม่ใช่เพราะมึงเขียนไม่รู้เรื่องนะ แต่เป็นเพราะการดำเนินเรื่องมึงแม่งทำให้คนอ่านจำอะไรไม่ค่อยได้ บทสนทนามึงเกือบคูลละ แต่แม่งดำเนินเรื่องได้อืดเอื่อยไปหน่อย

ส่วนเครื่องหมาย ! เหี้ยนี่ก็เยอะจริงๆ นั่นแหละ มึงใส่มาเกือบทุกประโยคแบบนั้นจะใส่หรือไม่ใส่ก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะมันดูไม่ได้เน้นความสำคัญ

>>17 ภาษามึงเกือบจะไม่มีความไลต์โนเวลเลย อ่านแล้วรู้สึกถึงความ old school มากกว่า แนวแฟนตาซีไทยตามรอยตะวันตก มันมีวับๆ แวมๆ ว่าจะไปทางไลต์โนเวลบ้างแต่คือความรู้สึกหลักๆ ไม่ใช่อะ ส่วนเนื้อเรื่อง กูอ่านสิบตอนแรกคือเฉยๆ ยังไม่ค่อยบีบคั้นอารมณ์เท่าไหร่ ดาร์คแม่งมันเป็นนามธรรมอะ ไม่ใช่จับดาบไล่ฟัน เป็นนักฆ่า จะทรยศหักหลัง จะก่อปฏิวัติ ศาสนจักรหลอกหลวง แล้วจะเป็นดาร์ค มันเป็นความรู้สึกถึงการกระทำอย่างหนึ่งที่บริบทมันถูกสร้างขึ้นมาให้รู้สึกว่าไอ้การทำแบบนี้ในสถานการณ์แบบนี้แม่งดาร์คว่ะ กูยกตัวอย่างการทรยศละกัน มึงเปิดเรื่องมาทรยศเลยแบบนี้ไม่ดาร์ค คนอ่านแม่งไม่ผูกพัน มึงต้องสร้างมันก่อน ให้รักตัวละครตัวนี้ก่อน ให้ผูกพันกันแบบคนนี้จะต้องไปจนสุดทางกับตัวเอกแน่ๆ แล้วแม่งค่อยทรยศ มันจะรู้สึกถึงความแย่ ความเฟล หรือความตกต่ำมากกว่า สมมุติมึงคิดว่าการทรยศคือดาร์คแล้ว แปลว่ามึงยังเห็นแค่เปลือกๆ อะ มึงต้องสร้างสรรค์การทรยศให้มากกว่านั้น ทั้งที่มาที่ไป สถานการณ์ การตัดสินใจ ให้มันอัดแน่นแล้วเปรี้ยงขึ้นมา ส่วนจะทำไงเป็นงานของมึงเองนะ

>>20 ตามแนวทางเขียนแนวทางที่คิดมึงพอไปได้ แต่มึงยังไปไม่ถึง ตอนนี้ระดับอยู่แถวๆ เด็กอยากอวดของเล่นอยู่ มึงรีบร้อนเกินไป มึงมีตัวอย่างนิยายหรือซีรี่ย์เรื่องไหนที่แสดงความเข้าใจเรื่องความกดดันหรือหดหู่มึงไหม ฮังเกอร์เกมงี้ got งี้ กูจะลองชี้ปัญหามึงให้ แต่กูไม่อ่านหมดหรอกนะ กูขี้เกียจ

23 Nameless Fanboi Posted ID:IApHXM2Jug

>>22 ขอบคุณนะครับสำหรับคำแนะนำ ผมจะลองไปปรับใช้ครับ

24 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

โม่ง กูอยากขอความช่วยเหลือหน่อย กูตามหานิยายเก่าในเด็กดีเรื่องนึงว่ะ
มันเอจจี้สัดๆ เนื้อเรื่องก็พระเอกโดนคนในโรงเรียนรังแกแล้วไล่ฆ่าพวกแม่งทีหลัง
จำได้ว่าพระเอกชื่อคานนมั้ง แล้วก็มี2ภาค น่าจะก่อนปี55นะ

25 Nameless Fanboi Posted ID:ynsNNhjlce

>>24 คนเขียนเรื่องแนวนี้ กูว่าแม่งต้องมีเก็บกดมาจากเหตุในชีวิตจริงบ้างแหละ 555555

26 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

>>25 คงงั้นแหละ กูจะหาrefมาใช้เขียนเลยนึกถึงขึ้นมา
เพิ่มให้ รู้สึกว่าภาคสองพระเอกมันหนีออกจากโรงบาลบ้าด้วย

27 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

>>26 เพิ่มนิด แต่มันเขียนใช้ได้นะ กูเอจจี้แล้วเขียนนิยายฆาตกรรมตามอยู่พักนึงเลย
รู้สึกเหยื่อคนแรกแม่งใช้กรรไกตัดหญ้าฆ่าด้วยมั้ง

28 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

โอเค กูหาเจอละ ขอบใจเพื่อนโม่งที่ช่วยหานะ แต่เจ้าของเขาลบไปแล้วว่ะ
กูขอแปะเรื่องนี้ให้พวกมึงอ่านเป็นการขอบคุณ ไม่ใช่ของกูนะ กูเจอระหว่างหา อ่านแล้วชอบว่ะ
เป็นแนวระทึกปนสยอง พระเอกติดอยู่ในห้อง ออกไปไหนไม่ได้ พอออกก็วนลูปกลับมาเวลาเดิม บนเตียงนอน ฆ่าตัวตายก็วนลูป
https://writer.dek-d.com/Jukosidr/story/view.php?id=489224

29 Nameless Fanboi Posted ID:o2u8gfTQ4a

"ภาษาดี" ในความคิดของพวกมึงเป็นไงวะ
ช่วยแนะนำ นิยายภาษาดีให้หน่อย ถ้าไม่มีในเว็ปเอาเป็นเล่มก็ได้
เอาที่ซื้ออ่านง่าย ๆ นะ

30 Nameless Fanboi Posted ID:o2u8gfTQ4a

>>28 นิยายเหี้ยไรวะ กูนึกว่าแชทเฟสบุค อ่านไม่ลงว่ะ

31 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

>>29 ถ้าดีก็พวกวรรณกรรมคลาสสิค เดอะลอร์ด นาร์เนียร์ อะไรพวกนั้น มึงไล่เอาเถอะ ลองหาตัวอย่างอ่านก่อนก็ได้ จริตคนมันไม่เหมือนกัน

32 Nameless Fanboi Posted ID:o2u8gfTQ4a

>>31 นิยายไทยมีปะวะ กูว่าสำนวนนิยายแปลแม่งก็คล้าย ๆ กันแหละ

33 Nameless Fanboi Posted ID:bocHfZ57E.

>>28 เล่นไซเลนท์ฮิลภาค 4 มากเกินไป

34 Nameless Fanboi Posted ID:B8KlJjWHin

>>32 กูแนะนำของเจน จิ โครงกระดูกแม่มด

35 Nameless Fanboi Posted ID:i0uNl37nha

>>34 น่าสนใจว่ะ

36 Nameless Fanboi Posted ID:wQXfeHFA17

https://writer.dek-d.com/jaiwarithorn/story/view.php?id=1933410
ติดอันดับ 5 มาแรงฉิบหายคนอ่านหลายหมื่น แต่พอกูอ่านได้ 10 ตอนแล้วจับประเด็นเรื่องไม่ได้เลยว่ะ
เนื้อเรื่องก็ดึงมาจากไลท์โนเวลกับเมะมาหลายๆเรื่องเอามายำกัน พระเอกเทพซ่าไอ้ห่าแกรี่ชิบหาย โลลิค่อนโม่ยหญิงหาฮาเร็มคุก
เชี่ยแม่งอยู่ดีๆเปลี่ยนจากมุมมองบุคคลที่ 1 เป็นบุคคลที่ 3 เฉยเลยไอ้ห่า นิยายขยะแบบนี้แม่งเสือกมีคนอ่านเยอะไอ้เวรเอ้ย
เพื่อนโม่งคิดแบบกูไหม

37 Nameless Fanboi Posted ID:3JunAHMXk+

กูขอบ่นเกี่ยวกับ สนพ เดี๋ยวนี้ และนักเขียน ดด หน่อยได้ไหมวะ

คือแบบ กูเจอมาเยอะมากกก อันไหนที่ติดท็อปๆ สนพ หน้าใหม่ทั้งหลายก็จอง LC กันไว้ก่อน
แต่สุดท้ายนักเขียนก็ดองนิยาย เพราะเรื่องเก่าตัน แล้วไปอัพเรื่องใหม่ สนพ ก็ตามไป LC ของนักเขียนคนเดิมไว้อีก
เหมือนวนลูปไม่สิ้นสุด กูเห็นแล้วเพลียมาก แบบ กูจะได้อ่านจบสักเรื่องไหม

การที่ สนพ LC แล้ว นักเขียนควรมีวินัยในการแต่งนิยายเรื่องนั้นอ่ะ ยิ่งเป็นนิยายาวไม่ใช่เล่มเดียวจบ ควรมีเดดไลน์อย่างน้อยก็ให้เห็นความคืบหน้าของผลงาน สนพ ควรเข้ามามีส่วนคุมงานนักเขียน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อย

โทษทีวะ กูเจอแล้วโมโห เล่มกูก็รอซื้อ แต่ดันไม่ออกเล่มต่อมาสักที สัสส

38 Nameless Fanboi Posted ID:ERrcI80gUT

เห็นคนบ่นแล้วรู้สึกว่ากูเนี่ยยังไม่มีเหี้ยอะไรเลย รู้สึกเหมือนอย่างน้อยไอ้คนนั้นมันกะดีกว่ากูละวะถถถ+

39 Nameless Fanboi Posted ID:gMoNM2gj0D

>>36 นิยายแบบนี้แหละที่เด็กชอบอ่าน ไอ้ที่นิยายใส่ภาษาสละสลวยคงหาไม่ได้อีกแล้วว่ะ อนาคตนิยายไทยคงมีแต่แนว ฉัว ฉัว กุดุส กุดุส กันหมดแล้ว

40 Nameless Fanboi Posted ID:OcsLS8ehJ0

>>39 สรุป ผู้ใหญ่มันไปสิงอยู่เว็ปไหนวะ

41 Nameless Fanboi Posted ID:PHlbBb5OSb

>>36 ลองทนอ่านซัก 20-30 ตอนแล้วมาสับดิ เอาแบบให้เละเลย มู้แม่งจะได้มีอะไรหน่อยนอกจากม้าฮี้ๆ

42 Nameless Fanboi Posted ID:LwR7HQWFGQ

>>40 เขาข้ามไปเปย์นิยายจีนนิยายฝรั่งกันหมดแล้ว

43 Nameless Fanboi Posted ID:PHlbBb5OSb

>>37 มึงทำใจได้เลยว่าหายากแน่ ไอ้พวกแบบนี้อะ

ไอ้พวกที่ติด Top เนี่ย มีซักกี่คนที่วางโครงเรื่องมาเขียนจริงๆ ส่วนใหญ่แม่งก็อารมณ์ชั่ววูบเขียนไปแบบไฟลนตูดทั้งนั้นล่ะ ซึ่งไอ้พวกเนี่ยพอเขียนไปถึงจุดพีค จุด Climax แล้วมันจะเริ่มหมดไฟ เพราะหาจุดลงตัวปิดเรื่องไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น พอหาที่ลงไม่ได้ -> เครียด -> ไม่สนุกกับการเขียน -> เบื่อและทิ้งงาน -> ไปเขียนเรื่องใหม่ แล้วกลายเป็นลูปนรกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นล่ะ

พูดแล้วก็หงุดหงิดนะ สนพ. เดี๋ยวนี้แม่งก็มักง่าย เหมือนไม่รู้จักการตลาด สักจะเอาแต่ยอดวิวยอดขายจากตัวนักเขียน แต่ไม่คิดจะปั้นนักเขียนให้เก่งให้ดัง ซึ่งแม่งก็ได้แค่ยอดขายระยะสั้น แถมความ Royal ของลูกค้าก็ไม่มี แล้วก็มาบ่นว่า สนพ. จะตายเพราะไม่มีคนซื้อ

คือถ้าให้กูสรุปง่ายๆ ก็คือแม่งไม่คิดจะผลิตทรัพยากรบุคคลนั่นล่ะ แทนที่จะจับคนที่มีพรสวรรค์ซักคนมาดันให้ดัง แล้วดีลให้นักเขียนอยู่คู่ สนพ. นานๆ จนกลายเป็นแบรนด์ดีๆ เพื่อการลงทุนระยะยาว เสือกอยากได้แต่ขี้หมาสดๆ ที่จะกลายเป็นขี้หมาแห้งๆ ในเวลาไม่กี่เดือน

44 Nameless Fanboi Posted ID:IHlFYYURe5

>>43 ชอบที่พูด เอาไปเลย+1

45 Nameless Fanboi Posted ID:IwFdrLh6LJ

>>43 เพราะแบบนี้แหละ คนเขียนหนีไปทำมือแทน ส่วนสำนักพิมพ์ที่อยู่ได้เพราะนิยายแปล มันคิดว่านิยายแปลกับนิยายของไทย QC เหมือนกัน แต่ลืมไปว่าตัวเองถือลิขสิทธิ์แค่แปลมาเผยแพร่ ไม่ใช่ลิขสิทธิ์การผลิตต้นฉบับแบบต้นสังกัด

46 Nameless Fanboi Posted ID:K74SCfn0YR

>>43 แต่สัจธรรมอีกข้อคือคนเขียนงานดีๆ แม่งไม่ออกงานถี่ว่ะ บางคน 3 ปีออกเรื่องนึง สนพ. แม่งก็คงคิดหนัก ปั้นขึ้นมาแล้วไม่มีงานต่อลำบากเลย มันไม่มีสัญญาผูกมัดด้วยว่าต้องส่งให้อย่างน้อยกี่เรื่อง บางทีนักเขียนอินดี้อีก แม่งเขียนแฟนตาซีอยู่ดีๆ ย้ายไปวายไปจีน เผลอๆ ก็หนีไปทำมือ ทรัพยากรบุคคลมันเลี้ยงยากก็ตรงนี้ กลับเป็นพวกมีปริมาณแต่ไร้คุณภาพนี่แหละออกปีละ 4-5 เล่ม ถ้าอยากให้สายการผลิตไม่ขาด flow มันก็ต้องสุ่มหยิบพวกดังฉาบฉวยมาเสริมไลน์ละนะ เคสนี้กูเข้าใจเขาว่ะ

47 Nameless Fanboi Posted ID:6yzW5iwZ3o

>>46 อันนี้มันก็หน้าที่ บก. และฝ่ายบุคคลแล้วล่ะว่าจะเค้นงานจากนักเขียนได้ขนาดไหน

อนึ่ง บก. บ้านเราแม่งฝีมือห่วยด้วย เท่าที่กูรู้จักนะ หลายคนแม่งก็ไต่มาจากนักเขียนที่ขายไม่ออกซึ่งมันไม่ใช่อะ

เอาตามจริงนะ บก. เนี่ย นอกจากรู้จักนิยายกับตลาดแล้ว แม่งต้องรู้จักจิตวิทยาและการกล่อมคนด้วยนะ นักเขียนเขียนไม่ออก? ก็ต้องเข้าไปคุยและให้คำปรึกษา เพราะไอ้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านักเขียนอะ บ่อยครั้งเลยมันจะฟุ้งเฟ้อได้พล็อตบ้าๆ มา ซึ่งเมื่อพล็อตเต็มหัวมันก็ต้องมีการระบายออกเว้ย แต่บางทีไอ้ที่ระบายออกมาดันไม่ตรงกับแนวเรื่องที่เขียน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ บก. แล้วล่ะ คือต้องตีโจทย์ที่นักเขียนปล่อยออกมา แล้วให้คำแนะนำมาปรับใช้กับเรื่อง เพื่อไม่ให้ออกทะเลหรือให้นักเขียนหาเรื่องทิ้งงาน

พูดถึง บก. แล้วขอบ่นหน่อยเหอะ บก. ที่กูรู้จักแต่ละคนนะ แม่งไม่มีหรอกไอ้ที่ให้คำปรึกษานักเขียน วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านเรื่องไหน (ที่ตัวเองคิดว่า) น่าสนใจ ก็จะไปจีบๆ แล้วขอตีพิมพ์เท่านั้นล่ะ เหี้ย! ...โอเค แล้วพอได้แล้วไงต่อ? จะปั้นเขามั้ย? จะให้เขียนแก้รึเปล่า ...ก็ไม่ ควย!! แม่งบอกขี้เกียจ เลยจะเอาไอ้ฉบับเขียนบนเว็ปนี่ล่ะไปตีพิมพ์เลย นักเขียนไม่ต้องแก้ ไม่ต้องทำสัญญาผูกมัด ได้ตังเสร็จตัดหางปล่อยวัด จบ~

คือแม่งคิดได้แค่นี้กูก็ไม่แปลกใจว่าทำไม สนพ. ถึงล่มเอาๆ มันพังตั้งแต่ตัว บก. แล้วละ ดูถูกคนอ่านคิดว่าอีกฝ่ายแค่ซื้อๆ ไปก็พอใจแล้ว ซึ่งความจริงแล้วแม่งก็ไม่ได้รู้เลยว่าไอ้สิ่งที่ทำๆ เนี่ย มันทำให้ สนพ. หมดความน่าเชื่อถือ แล้วพาลทำให้ลูกค้าหายหมดจนยอดแม่งตกแบบทุกวันนี้นี่ล่ะ

จะว่ากูอวยก็ได้นะ แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวกู กูมองว่าบริหารแบบ สนพ. พูนิก้า เนี่ยถือว่าโอเคอยู่เลยสำหรับยุคนี้เลย เท่าที่กูรู้คือมันเป็นไม่กี่ สนพ. นะที่ใช้ระบบนักเขียนกึ่งประจำ แทนที่จะไปสุ่มๆ หางานฟรีแลนท์มาขายแบบ สนพ. อื่น คือแบบนี้มันสามารถเค้นนักเขียนได้เต็มที่ แถม บก. ยังสามารถให้คำปรึกษาพร้อมมองพัฒนาการนักเขียนได้อีก คนไหนผลงานดียอดขายเด็ดก็ต่อสัญญาให้เป็นนักเขียนประจำ จ่ายหนักๆ คนไหนผลงานไม่ดีก็ส่ง บก. ไปจัดการ ถ้าส่งไปแล้วแต่ก็ยังเข็นไม่ขึ้นก็คัดออกซะแล้วหาคนใหม่มาแทน ซึ่งไอ้การบริหารแบบนี้นี่ล่ะที่แม่งน่าเชื่อถือ ถึงยอดจะไม่เยอะเท่าเพราะแนว สนพ. นี้แม่งเฉพาะทางชิบหายก็ตาม แต่แม่งก็ไม่ตายเหมือนบาง สนพ. ที่เอาแต่จับขี้เปียกมาขายอะ

48 Nameless Fanboi Posted ID:CHgRwvw+rb

>>47 วิจารณ์ได้โหดสัสมาก แต่กุชอบ

49 Nameless Fanboi Posted ID:18Y4raZguB

บก.ของไทยมีความรู้เทียบเท่าม.6 รึเปล่า ถึงดูไม่มีความรู้วิชาการตลาดบริหารธุรกิจมาก่อน

50 Nameless Fanboi Posted ID:RnSxkftV9t

ในเด็กดีมีเรื่องไหนที่ตัวเอกติดยา, กินเหล้า, สูบบุหรี่, มั่วผู้หญิงบ้างป่ะ

51 Nameless Fanboi Posted ID:dE9.Dck/S9

>>50 เยอะ โดยเฉพาะพวก darkwannabe

52 Nameless Fanboi Posted ID:6zHxDWtWda

>>49 บก. เดี๋ยวนี้แม่งการตลาดทั้งนั้น มึงเคยเห็นนิยายดี ๆ นอกกระแส ได้พิมปะ

53 Nameless Fanboi Posted ID:j1DvRtUdvC

>>52 นอกกระแส มีความเสี่ยงเอามา ขายไม่ออก เจ๊งนะมึง
หนังสือเล่มหนึ่งลงทุนเป็นแสน
ขาดทุนหลายเล่มติดต่อกัน สนพ. เจ๊งเอาง่ายๆ นะมึง ใครจะเสี่ยงวะ
ขนาดพวกเรื่องในกระแสยอดวิวสูงๆ บางที พอขายจริงยังหืดขึ้นคอ ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะรอดได้หรือเปล่า
ที่จริง สมัยนี้ นักเขียนมีทางออก ไปขาย ebook ออกเองได้ ...ไม่ว่ามึงจะเขียนนอกกระแส ขนาดไหน แต่คนอ่านจะซื้อเท่าไร ไปลุ้นเอา

54 Nameless Fanboi Posted ID:j1DvRtUdvC

โดยเฉพาะแนว แฟนตาซี มึงทำใจได้เลย ได้ขายเป็นชุดในเว็บ หรือไม่ออก ebook
กูสังเกตบางเรื่อง ก็ได้ไม่ใช่น้อยนะมึง บางเรื่องได้ดีกว่าที่ สนพ. จ่ายให้อีก แต่ก็มีจำนวนน้อยนะ
และต้องเข้าใจด้วยว่า อ่านฟรี กับ วางขาย ยอดคนอุดหนุนต่างกันเป็น 10 เท่า

55 Nameless Fanboi Posted ID:5FspiMNhYe

นิยายเรื่องเดียวกันที่ลงเว็บกับตีพิมพ์เป็นเล่มนี่มันต่างกันยังไงวะ เพราะถ้าแม่งไม่ต่างกันกุอ่านในเว็บหรือ ebook ก็ได้

56 Nameless Fanboi Posted ID:5FspiMNhYe

>>47 นึกถึงเรื่องบาคุมังเลยว่ะ

57 Nameless Fanboi Posted ID:xyWWC4XLtu

>>32 แนะนำไมรอน นิยายแฟนตาซีคนไทยเขียน กูอ่านเมื่อนานมาแล้วรู้สึกว่าดีอยู่ ส่วนนิยายคนไทยเขียนที่ออกใหม่เร็ว ๆ นี้กูไม่รู้จักสักเรื่องคงแนะนำให้ไม่ได้ :v

58 Nameless Fanboi Posted ID:bgSwtiq7Qv

>>56 บาคุมังมันก็หยิบมาจากเรื่องจริงนั่นล่ะ

โดยส่วนตัวกูว่านิยายแฟนตาซีไทยอะมีดีไม่แพ้พวกนิยายจีน นิยายญี่ปุ่นหรอกนะ แต่อย่างที่ว่าของไทยแม่งอุปสรรค์เยอะ ไหนจะเป็น สนพ. หวังแต่ขายชื่อนักเขียน แต่ไม่คิดต่อยอด ไหนจะ บก. ห่วยแตกไม่คุมงานนักเขียนอีก ทว่าที่สำคัญที่สุดคือการตลาดแม่งน้อยเหมือนกับไม่ยอมลงทุนด้วยล่ะ

ถ้าใครแก่พอที่จะจำความได้ ก็ลองนึกย้อนถึงสมัย ถนนสีขาวออกมาใหม่ๆ สิ ตอนนั้น สนพ. แม่งทุ่มทุนประโคมโฆษณาจนขายดิบขายดี จนเข็นออกมาตั้งกี่เล่มทั้งที่แม่งเป็นขยะวรรณกรรม จำได้เลยว่ายุคนั้นแต่ละเว็ป แต่ละบอร์ดต้องมีพูดถึงราวกับแม่งมีม้าฮี้ๆ ได้รับค่าโฆษณามาปล่อยข่าวยังไงอย่างงั้น สนพ. อื่นๆ เองก็พยายามทำตาม จนกลายเป็นยุครุ่งเรืองของนิยายแฟนตาซีเลย

แต่ปัจจุบันเหมือนทุนส่วนนี้จะโดนตัดไปใช้อย่างอื่นหมดละ ซึ่งจะให้เหลือแค่การบอกปากต่อปากระหว่างคนอ่านด้วยกัน มันก็ไม่กว้างพอที่จะดึงดูดให้ลูกค้าซื้ออะ พวกแนวแฟนตาซีแม่งเลยค่อยๆ ตายไปจนกู่ไม่กลับอย่างทุกวันนี้นี่ล่ะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:488SjAl+Ao

>>58 กูเห็นต่างนะ นิยายแฟนตาซีไทยยังสู้ต่างประเทศไม่ได้ อาจจะมีแต่ก็น้อยมาก อุปสรรคจริงๆ คือสมัยนี้งานมาตรฐานดีหน่อยมีน้อยไม่ค่อยมีพัฒนาการ นิยายสมัยก่อนดีไหม ก็พอมีแต่มันดีในสมัยนั้นไง สมัยนี้มาตรฐานคนอ่านสูงขึ้น งานแม่งย่ำอยู่ที่เดิมแบบสิบกว่าปีก่อนจะบอกว่าเป็นงานดีมันไม่ได้แล้ว ที่มันกู่ไม่กลับเพราะงานมันดีไม่พอสนุกไม่พอแค่นั้นแหละ

60 Nameless Fanboi Posted ID:bgSwtiq7Qv

>>59 อันนี้กูพลาดเอง ลืมบอกว่าเป็นงานของสมัยยุคโน้นนะ ยุคนี้แม่งเลียนแบบนิยายจีนกันเละไปหมดละ

61 Nameless Fanboi Posted ID:OjMIgUdMuN

ไม่รู้พวกเด็กดีรู้ความจริงกับเรื่องพวกนี้รึเปล่า ปัญหาสนพ.กับการตลาดนิยายสมัยนี้

62 Nameless Fanboi Posted ID:wHJdCSxzVJ

อย่าว่าแต่คนเขียนเลย คนอ่านแฟนตาซีไทยก็ไม่ค่อยจะมีแล้วมึง เดี๋ยวนี้สินค้าทดแทนมันเยอะ อยากเสพแฟนตาซีไปเล่นเกมหรือหาหนังดูแทนก็ได้ ถ้าไม่เจ๋งไม่ใหม่จริงๆ ดันให้ตายมันก็ดังยากอะนะ ไอ้ที่ดังๆ สมัยก่อนพอมีอินเตอร์เน็ตก็โดนแฉกันรัวๆ เรื่องก๊อปพล็อตก๊อปคาแรกเตอร์ อีกอย่างคือเดี๋ยวนี้นิยายแฟนตาซีมันแฝงมาในรูปอื่นเยอะ จีนแปลแนวโรแมนติกมึงไปดูพล็อตแฟนตาซียิ่งกว่านิยายแฟนตาซีแท้ๆ อีก เทพเซียน ย้อนอดีต สัตว์วิเศษฯลฯ นิยายวายที่เป็นแฟนตาซีจ๋าๆ ก็มี กลุ่มคนอ่านมันแตกแขนงไปเรื่อยๆ ไอ้นิยายประเภท one for all มันปั้นยากมาก อย่างพวกสาวๆ นี่เขาก็เสพแฟนตาซีกันอยู่นะ แต่เขาไม่มาอ่านแฟนตาซีจูนิเบียวแบบเด็กดวกแล้ว นิยายเพียวแฟนตาซีมันกลายเป็นนิยายเฉพาะกลุ่มไปแล้วนะกูว่า แถมกำลังซื้อยังไม่ได้มากมายเหมือนพวกวายด้วย พวก top view ในเว็บนี่ซื้อไม่ถึง 15% กูบอกเลย สินค้ามันเกือบจะเป็น niche product มึงจะไปลงทุนทำการตลาดแบบ mass มันก็ไม่ใช่ปะวะ แถมคุณตะพาบงานยังเป็นแบบอ่านก็ได้ไม่อ่านก็ไม่เสียดายอีก ถ้ามีเงินอยู่หนึ่งพัน ซื้อหนังสือได้ 3 เล่ม มันจะมีกี่คนเลือกหยิบแฟนตาซีไทยขึ้นมาวะ เอาไปเปย์มังงะ LN นิยายรัก นิยายวาย จีนแปลก็หมดตัวแล้ว

63 Nameless Fanboi Posted ID:FHyzwC1juA

>>62 +1

64 Nameless Fanboi Posted ID:4jIdBIx+4l

>>62 แบบนี้จะเรียกว่าแนวแฟนตาซีเด็กๆ แบบเมื่อก่อนมันได้กลายเป็นแนวแฟนตาซีแบบผู้ใหญ่ไปแล้วก็คงจะได้ล่ะมั้ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:mn1M/uMh0+

>>62 +2

66 Nameless Fanboi Posted ID:crD+GSPprl

KY กูอยากอ่านนิยายถูกอัญเชิญไปต่างโลกทั้งห้องเรียนแล้วฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันทุกคนอ่ะ

67 Nameless Fanboi Posted ID:U39+S7Latl

>>66 Corpse Party ไง ตายจริงไรจริง

68 Nameless Fanboi Posted ID:crD+GSPprl

>>67 มันใช่นิยาย Dek-D เหรอวะ

69 Nameless Fanboi Posted ID:RR8+121e4T

กิ่งน้าคัมแบ็กว่ะ ดราม่าแคปนักอ่านมาประจานอีกละ ถ้าเพื่อนกูที่เป็นติ่งไม่ไปเม้นเชียร์ให้เด้งขึ้นฟีดกูก็ไม่รู้นะเนี่ย ลืมนางไปเลย เข้าอีหรอบเดิมแคปเม้นนักอ่านมาประจานให้ลูกหาบรุม

70 Nameless Fanboi Posted ID:pH6f673G+D

>>69 ถ้ากุเคยติดตามนางกุจะเลิกตามทันที วุฒิภาวะไม่สมวัยอายุก็เยอะแล้วยังง้องแง้งเป็นเด็กอยู่อีก

ปล. ลืมไปว่าไม่ใช่ห้องนินทา พอดีอินไปหน่อย

71 Nameless Fanboi Posted ID:Qhpzc+w7b7

ร้อนชิบหาย กูอ่านนิยายไม่ไหวแล้ววู้ว

72 Nameless Fanboi Posted ID:pQE2lvhCs8

>>71 กูจะละลายแล้ว

73 Nameless Fanboi Posted ID:OR6QXpZZPi

เพื่อนโม่ง กูเห็นนิยายแฟนตาซีหลาย ๆ เรื่อง ตอนข้อมูลเบื้องต้นแม่งใส่พวก "ระดับของจอมเวทย์บลาๆๆ ขั้นหนึ่ง สอง สาม"
อยากถามว่าพวกมึงคิดยังไงกับพวกที่ใส่ แล้วถ้ากูจะแต่งแนวนี้บ้างควรหรือไม่ควรดีวะ มันดูแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้ว่ะ

74 Nameless Fanboi Posted ID:rl+EPFdFxF

>>73 กูเบื่อ กูจะกดข้ามไม่อ่านเลย แม่งน่ารำคาญพอกับพวกเอาประวัติศาสตร์โลกมาฟาดหน้ากูในบทแรกหรือบทนำของเรื่องเสียยาวเหยียด

75 Nameless Fanboi Posted ID:0A7U8c67.8

>>73 กูไม่ชอบเลยบอกตรงๆ เพราะสมัยกู ถึงเรื่องจะห่วยยังไง มันก็ไม่มีการใส่ขั้นพลังห่าอะไรนี่เลย เรียกได้ว่าเกิดตามสมัยนิยมนั่นแหละ น่าจะตอนแนวเกมออนไลน์ฮิตๆกันมั้ง สำหรับกูคือไม่ต้องใส่ดีกว่า แต่ถ้านิยายมึงมีดีจริงหรือเขียนล้อเลียนพาโรดี้ก็ใส่ละกัน คหสต.

76 Nameless Fanboi Posted ID:ljnxgGV1o7

>>73 บอกตรงๆ อย่าใส่ มันไล่แขก

เรียกได้แต่เกรียนที่ชอบแนวออนไลน์แกรี่ ถ้ากลุ่มเป้าหมายมึงคือหัวเกรียนเหล่านั้น จะใส่ก็ได้ แล้วแต่เลย

77 Nameless Fanboi Posted ID:OR6QXpZZPi

โห ขอบคุณมากจ้า

78 Nameless Fanboi Posted ID:DBTTv89PuV

กุเจอก็ข้ามเหมือนกัน

79 Nameless Fanboi Posted ID:M2joLI86j6

>>73 บอกตรงๆ ถ้ามึงเห็นนิยายติดท็อปมันมีก็แสดงว่าจริงๆ แล้วคนอ่านมันอาจจะชอบหรืออาจจะไม่สนใจ บางคนแม่งก็ไม่ได้เขียนอะไรด้วยซ้ำมันก็ยังติดท็อปมึงอย่าไปใส่ใจมาก มึงไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ ถ้าเขียนแล้วคนไม่อ่านคือฝีมือมึงไม่ดีเอง

80 Nameless Fanboi Posted ID:OFr3YLZPV7

ขอบคุณมาก แล้วถ้าการใส่บทแนะนำตัวละครอะไรงี้ อยากถามความคิดเห็นเพื่อนโม่งดู โดยส่วนตัวกูคิดว่าอยากให้นักอ่านไปค้นหาในเรื่องเอาเอง
ว่าแต่ละตัวละครมีอุปนิสัยอย่างไร ความสัมพันธุ์กับใครเป็นอย่างไร

81 Nameless Fanboi Posted ID:VkHQX6AHRq

>>73 บอกตรง กูไม่เคยมีเรื่องไหนทำได้ถึงครึ่งเลย ทำมาเสียของเปลืองสมองโดยใช้เหตุ ขนากฮันเกอร์เกม แฮรี่พ่องตาย ดิเวอเจ้น แมชรันเนอร์ นาร์เนีย เกมออฟโทรน หอยหลอดแห่งแหวน ไม่เคยใส่ไอ้ระดับพลังกับยศแร้งค์ห่าไร พวกนี้ยอดขายดีกว่านิยายของนักเขียนไวท์โร้ดซะอีก

82 Nameless Fanboi Posted ID:mm5O+LgLTy

เกมออฟโธน กับเหล่า Kingsguard ที่กูคิดว่าต้องเทพต้องเจ๋ง แต่ดันโดนม็อบชาวบ้านฆ่าตายอนาถไปคนนึงซะงั้นไป... (Ser Preston Greenfield)

83 Nameless Fanboi Posted ID:9HTURy2liM

>>82 ไม่มีอะไรคาดหวังได้ใน GoT หรอก กุเชียร์ตัวไหนไม่เคยรอดเกิน 5 ตอนเลย ตายหมด แม่งงง

84 Nameless Fanboi Posted ID:rgJbt3DTPf

>>80 สำหรับกูคือชอบแบบที่มึงว่ามากกว่า เพราะดูนข.มีฝีมือในการเขียน ไม่ใช่แปะโต้งๆว่าไอ้นี่นิสัยงี้ ไอ้นั่นนิสัยงั้น อย่างที่เขียนบรรยายตลค.ในเรื่องเป็นย่อหน้าก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันแต่น้อยกว่าหน่อย

85 Nameless Fanboi Posted ID:bb+SRaINby

>>82 ม็อบชาวบ้านเลยนะมึง แค่ไอ้เหี้ย Arthur Dane ที่แม่งสู้กับคณะของ Ned พร้อมกัน 5 คนได้นี่กูก็ว่าขี้โม้โคตร ๆ ละ 55555

86 Nameless Fanboi Posted ID:r24dRSPRUC

กูสงสัยตั้งนานล่ะ ทำไมเด็กดีไม่ค่อยมีนิยายเกาหลีที่คนไทยเขียนเลย วัฒนธรรมกับสังคมใกล้เคียงกับนิยายจีนหลายด้าน

87 Nameless Fanboi Posted ID:4iN1S8nSds

>>86 ส่วนมากมันเป็นฟิคดารา-นักร้องอะ มีเยอะมานานแล้วด้วย ถ้าใครจะแต่งแนวเกาหลีปัจจุบันมันก็คงพอมีอยู่ แต่พวกแนวเกาโบราณยุคโชซอนไรงี้ไม่เคยเจอเลย ถ้ามันมีพอประมาณก็อาจเรียกแนว "จินแฮ" เหมือนที่เรียกจีนโบราณว่า "เสินเจิ้น" อะ

88 Nameless Fanboi Posted ID:oAwwUceyTl

กูติด tag รักแบบใสๆ ไว้ชัดเจน แต่ทำไมนักอ่านถึงคิดว่ากูจะหักมุมวะ...

89 Nameless Fanboi Posted ID:YijiUrhlxh

>>86 มันมีมานานจนตลาดล่มไปแล้ว ไปอยู่ไหนมาเฮ้ยยยย
ตอนนี้กระแสเกาหลีได้โดนกระแสจีนกลบหาเกลี้ยงไปแล้ว แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะโอปป้าเต็มว่อนเลย

90 Nameless Fanboi Posted ID:nZrlCYm0Q2

นักอยากเขียนคืออะไรวะ รู้จักแต่นักเขียนมือใหม่ อ่านเด็กดีแล้วงงศัพท์ชิบ

91 Nameless Fanboi Posted ID:m20y1+YgX0

>>90
กุไม่ใช่นักเขียน เมิงไม่ต้องมาด่ากุ

92 Nameless Fanboi Posted ID:KudCz9DaRe

>>90 "นักเขียน" มันเป็นสถานนะ สถานะหนึ่ง

"นักอยากเขียน" คนที่อยากเขียนเฉย ๆ ไม่ได้อยากได้มีสถานะ "นักเขียน"

93 Nameless Fanboi Posted ID:KudCz9DaRe

>>92 ปล. กูก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าต้องเขียนขนาดไหนถึงจะได้สถานะ "นักเขียน"
ขนาดกูเขียนมาสองปี มีแฟนคลับเป็นพัน กูยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่า "นักเขียน" เลย

94 Nameless Fanboi Posted ID:m20y1+YgX0

>>93 เหมือนเน็ทไอดอลที่ไม่เรียกตัวเองว่าดารา เพราะไม่มีความสามารถอะไร แบบนั้นหรือเปล่า

95 Nameless Fanboi Posted ID:VOtmykDW46

ใครไปตั้งกระทู้เบื่อการใช้บอร์ดของคนบางจำพวกสารภาพมา

96 Nameless Fanboi Posted ID:ovOTMsyU0N

ไมคิดว่าเป็นโม่งอะ 555

97 Nameless Fanboi Posted ID:MjZj4mSi97

>>93 เดี๋ยว ถึงเขียนเหี้ยแค่ไหน ไร้คนตาม ไร้คนอ่าน แต่ถ้าเขียนแล้วก็ถือเป็นนักเขียนนะ

กูงงคำว่านักอยากเขียน คืออะไร มึงนั่งจ้องกระดาษเฉย ๆ เหรอ ถึงเรียกว่านักอยากเขียน หรือที่เขียนออกมามันสื่อสารไม่ได้วะ

หรือเป็นวิธีถ่อมตัวแบบใหม่วะ กูไม่เก็ท

98 Nameless Fanboi Posted ID:sjdVWofIOD

>>97 ตามความเป็นจริงมันควรเป็นอย่างที่มิงว่า อยากเขียนก็คือไม่ได้เขียนออกมานั่นแหล่ะ ส่วนที่พูดว่าเป็นนักอยากเขียนกุว่าคงหมายถึง อยากเขียนก็เลยเขียนออกมา (แบบไม่ได้ใส่ใจหรือคาดหวัง) ตามใจตัวเอง เลยไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนได้เต็มปาก

เอาตามจริงถ้าอยากจะแทนตัวเองให้ถูกต้อง ควรเรียกตัวเองว่า "หนึ่งในนักเขียนจำนวนมากที่นิยายไม่ได้ดังจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง" ถึงจะถูกต้อง

99 Nameless Fanboi Posted ID:I7dvvyKtyp

>>97 พวกเด็กที่เตะบอล มึงเรียกเขาว่านักบอลแล้วหรอ คนที่ต้มมาม่ากิน มึงเรียกเขาว่าพ่อครัวแล้วหรอ

ไม่รู้นะ คำว่า "นักเขียน" สำหรับกู แม่งยิ่งใหญ่กว่าการที่เอากระดาษมาแล้วเขียนอะไรลงไปก็ได้ว่ะ

100 Nameless Fanboi Posted ID:SyRYmO8Adp

>>99 กูไม่คิดมากว่ะ ไม่ใช่นักเขียนทุกคนจะเขียนดี เหมือนไม่ใช่แม่ครัวทุกคนจะทำอาหารเก่งและถูกใจ กูไม่รู้หรอกนะว่านักเขียนจะต้องดีแค่ไหน ต้องทำเงินได้เท่าเจเค? ต้องมีคนยกย่องเหมือนโทลคีน? ต้องมีคนลุ้นติดตามเหมือนคนเขียน GOT? ต่ำกว่านั้นคือไม่ใช่?

ถึงงานจะสวะ นิยายคำผิดตรึม เย็ดทั้งเรื่อง พล็อตWTF? ตัวละครแบน กูก็เรียกนักเขียน แต่มีคำสร้อยหยาบคายพ่วงท้ายไป

แต่ถ้ามันเป็นภาษาใหม่ กูจะได้จำไว้ว่าเออ เด็กสมัยนี้เรียกกันอย่างงี้ จบ

101 Nameless Fanboi Posted ID:Mh5jVxRfI4

เอิ่มมมม
ถ้ากูอยากจะเขียนแนวพระเอกเทพซ่า เอ็ดจี้ เบียวๆ ไล่ฆ่าไล่ตบคนไปทั่วนี่ กูต้องมี Mindset ประมาณไหนวะถึงจะจินตนาการอะไรแบบนั้นออกมาได้
ยอดขายนิยายในงานหนังสือครั้งล่าสุดที่ผ่านมา จอมมารเกิดใหม่ โกยรายได้ไปมหาศาล กูคงต้องเปลี่ยนแนวเขียนแล้วล่ะ

102 Nameless Fanboi Posted ID:CmFZyxUbVC

>>100 นี่คำใหม่หรอกวะ กูนักเขียนซีไรต์หรือศิลปินแห่งชาติหลายคน ก็ชอบใช้กัน

มึงคนยุคไหนวะเนี่ย

103 Nameless Fanboi Posted ID:RzUbZ5H4+6

>>101 ขอชื่อเรื่องหน่อย มันมีหลายจอมมารเกิน

104 Nameless Fanboi Posted ID:.cJczcydFe

บอร์ดเด็กดีเดี่ยวนี้เป็นเหี้ยไรวะเนี่ย พูดแต่เรื่องไฟลุกโชนกับไฟมอด น่ารำคาญ

105 Nameless Fanboi Posted ID:3nTXmdc9t7

>>104 ไม่อินใช่มั้ย ยินดีด้วยเมิงผ่านพ้นการเป็นเด็กเห่อหมอยแล้ว

106 Nameless Fanboi Posted ID:.cJczcydFe

ตอนนี้ระบบนิยายหาย นอนตีพุงได้เลย

107 Nameless Fanboi Posted ID:CVDM3Y6byq

>>104 เขียนเอาคนอ่านไม่ได้เขียนสนองนี้ดตัวเอง อดอยากชิบหาย

108 Nameless Fanboi Posted ID:48tozQui9u

>>101 หานิยายจีนกำลังภายในเเนวไอ้ตัวเอกชีวิตบัดซบเเล้วได้พลังห่าเหวอะไรซักอย่างจะเทพมาอ่านซะ
ขอเเนะนำ(ในเชิงเหี้ยๆ)ก็อสูรพลิกฟ้า มึงจะต้องร้องกับตรรกะของพวกเเม่งครั้งเเล้วครั้งเล่า
เเต่คนอ่านเเม่งชอบซะงั้น

109 Nameless Fanboi Posted ID:9NzqsfAjzG

Ky พวกมึงมีคำแนะนำให้กูไหม ตอนเขียนก็ว่ามันสนุกดี แต่พอลงแล้วคนอ่านสองคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่ามันเรียบๆไป กูลองสวมจิตวิญญาณนักอ่านแล้วไม่ได้ผลว่ะ
ปล.กูเขียนนิยายสืบสวน

110 Nameless Fanboi Posted ID:q8JyiH+2UG

>>95 ตอนกูเห็นกระทู้กูรีบเข้ามาดูในนี้เลยสัส 555555

เห็นทิศทางคอมเมนท์แล้วกูไม่กล้าแสดงความเห็นเลย ไม่โอเคจริงๆ

111 Nameless Fanboi Posted ID:uF4OtC6nqS

กระทู้แม่งมีมวยคู่เอกอีกสัส

112 Nameless Fanboi Posted ID:r.Es/TI9ma

>>111 คู่ไหนอีกวะ

113 Nameless Fanboi Posted ID:r.Es/TI9ma

>>109 มึงลองไปอ่านนิยายที่ติดท็อปหมวดสิ อ่านจบมาบอกความรู้สึกด้วยนะ

114 Nameless Fanboi Posted ID:Q/L2lwTSlm

>>111 เออนั่นดิ
>>112 กูเดา ไม่รู้ใช่คู่ที่เม้นย่อยจะปาไป 40 ป่าว แต่กูว่าทั้งคู่ง้องแง้งเกิ้น

115 Nameless Fanboi Posted ID:q8JyiH+2UG

>>111 กระทู้ไหน อยากเผือก

116 Nameless Fanboi Posted ID:JyiNuZEDrV

>>114 ชี้เป้าหน่อย

117 Nameless Fanboi Posted ID:EXHnzKFW1d

https://www.dek-d.com/board/view/3921776/1/?comment=20_12

118 Nameless Fanboi Posted ID:q8JyiH+2UG

>>117 แต๊งส์ กูเข้าใจแล้วว่าทำไมง๊องแง๊ง

119 Nameless Fanboi Posted ID:JyiNuZEDrV

>>117 กราบ

120 Nameless Fanboi Posted ID:JReGbrEToc

>>117 ไอ้สัส มีพาดพิง

121 Nameless Fanboi Posted ID:gCWgiQKBeg

>>117 คห.20-12 โม่งแน่ๆ ไม่โง่จริงไม่ประกาศตัวเองกันหรอก

122 Nameless Fanboi Posted ID:gRV9a+Nw.8

Ky อันนี้ไม่เกี่ยวกะนิยาย แต่มาถามเพื่อเป็นข้อมูลไว้ใช้ในอนาคต
"ทำไมคนถึงชอบนาคมากกว่าครุฑวะ ทั้งที่ครุฑเก่งกว่านาคหลายขุมแท้ๆ แถมเป็นตราแผ่นดินด้วย"

123 Nameless Fanboi Posted ID:NHylBI+dJi

>>122 ตอบโง่ๆ เลยนะ มันเขียนง่ายกว่า (ล้อเล่น)

คืองี้ ตามเรื่องเล่าที่เคยได้ยินกันมาคิดว่าสองตัวนี้อะไรโผล่บ่อยกว่ากัน กุว่านาคอะมาบ่อย คนส่วนใหญ่รู้จักครุฑเชิงบันเทิงจากรามเกรียนตอนพี่รามดวลธนูกะทดกัน แล้วแหล่งความรู้อื่นถามว่าได้ไปค้นคว้าเพิ่มไหม ก็คงไม่ ถ้าเรามีหนังสือสัตว์ในวรรณคดีและถิ่นที่อยู่ก็อาจมีคนรู้จักครุฑมากขึ้น

อีกสาเหตุที่คนไม่ค่อยอยากยุ่งก็อาจเป็นเพราะตราครุฑมันไม่ใช่อะไรเล่นๆ แถมนาคเข้าถึงง่ายเจอได้จากหลายแหล่งทั้งบวชนาค ปางนาคปรก (เคยเจอปางครุฑโอบไรงี้ไหมล่ะ) ไม้ขีดไฟตราพญานาค บั้งไฟพญานาค ไหนจะรอยเลื้อยบนหลังรถอีก เยอะแยะอะ

พูดง่ายๆ คือนาคดังกว่า คนพูดถึงบ่อยกว่า ถ้าแม่งรู้ว่าแพ้ทางครุฑแบบแทบจะกลายเป็นอาหาร สงสัยเปลี่ยนมาชอบครุฑกันหมด

124 Nameless Fanboi Posted ID:DH2oin8qYD

ไอ้ Nyx นี่หัวร้อนแล้วไม่ยอมลงง่ายๆ เจอเกรียนปั่นหัวซ้ำซาก เป็นกุ กุเลิกต่อล้อต่อเถียงนานแล้ว กลายเป็นตัวตลกให้เด็กในบอร์ดดูอีกต่อ รู้ทั้งรู้ว่าไอ้นั่นจงใจปั่น คำพูดคำจาเน้นมาเพื่อกวนตีน พิมพ์ก็ผิดๆ ถูกๆ อายุคงไม่เยอะ ก็ยังจะอีโก้อยากเอาชนะโชว์เหนือ สุดท้ายไม่ได้อะไร ไม่มีใครชนะมีแต่โดนปั่นไปๆ มาๆ เสียเวลาอย่างเดียว

125 Nameless Fanboi Posted ID:mS46NLPOIE

>>124 เห็นด้วยนะ แม่งเถียงบ้าบอแล้วสุดท้ายไม่ได้อะไรเลย แต่การชนะของมึงมันยังไงวะ แบบว่าสุดท้ายต้องมีฝ่ายนึงกราบตีนอีกฝ่ายเหรอ ?

126 Nameless Fanboi Posted ID:DH2oin8qYD

>>125 ก็ไม่มีใครชนะในกรณีแบบนี้ไงเพื่อนโม่ง ต่อให้ไอ้ F ไรนั่นมันยอมพิมพ์ว่าผมยอมแล้วจะไม่ปากดีแล้วคัฟ มิงคิดว่าคนที่อ่านการง้องแง้งของทั้งคู่จะมองเห็นอะไร สำหรับกุคือเห็นเกรียนคีย์บอร์ด 1 ปะทะเกรียนคีย์บอร์ด 2

ฝั่งหนึ่งจงใจมากวนตีน อีกฝั่งหลงกลฮุบเหยื่อที่วางไว้ง่ายๆ แล้วก็ลุยสงครามน้ำลายแบบไร้ประโยชน์ ถ้า Nyx มันอายุยังน้อยกุก็ไม่แปลกใจ แต่ถ้ามันอายุมากแล้วมันเท่ากับว่าไอ้นี่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เป็นพวกโตแต่ตัวหัวร้อนง่ายเพราะเจอปั่นได้โดยเกรียนปิดเทอม เหมือนปลางับตะขอเปล่าไม่มีเหยื่อที่มีป้ายแปะไว้ว่า "นี่คือตะขอเบ็ดนะจ๊ะ" คือรู้แล้วก็ยังจะตามเกมอะ

เรื่องอยากเอาชนะในดราม่าเนี่ย มันมีน้อยครั้งจริงๆ นะ ที่จะมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งเถียงแพ้จนยอมออกมาขอโทษออกสื่อ ต่อให้สุดท้ายอีกฝ่ายพูดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ ส่วนมากถ้าไม่กลายเป็นคนหาย ก็จะแถแล้วเฉไฉไปเรื่อยๆ อันที่กุเคยเห็นแรงสุดคือดราม่าเกมอะไรสักอย่างเนี่ย ไลฟ์สดเขียนคำว่า "ขอโทษด้วย" กลางหน้าผาก โพสลงเฟสกิลด์ของคู่กรณี อันนั้นคือสุดๆ ละ

ถ้าเจอเรื่องแบบนี้กับตัวแนะนำให้หลีกเลี่ยง อย่ามีความคิดอีโก้บ้าบอ อย่าอยากทำให้ตัวเองอยู่ฝั่งพระเอก/นางเอก อย่าพยายามทำให้ผู้ชมมองว่ามิงเป็นฝ่ายถูก ส่วนอีกฝั่งเป็นฝ่ายผิด เพราะผลสุดท้ายคือมิงจะไม่ต่างอะไรกับคนที่มิงดราม่าด้วย เขาจะคิดเอาได้ว่า "มิงมันก็พอกันแหล่ะวะ" ถ้าหลงกลเข้าไปเถียงด้วยแบบนี้ (ส่วนคู่กรณีไอดีผีสมัครใหม่ไม่มีอะไรเสียหาย)

127 Nameless Fanboi Posted ID:0.dHNl+lq9

>>125 เลื่อมใส ๆ อืม.. อ่าห์.. ยูเรก้า สังคัง นมา มิ กราบ

128 Nameless Fanboi Posted ID:9nIVhtJHfD

เช่ กุ 127 พิมพ์เลขผิด
>>126

129 Nameless Fanboi Posted ID:aV336xXuA1

>>122 มองว่าเกี่ยวกับเรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องฝน
ตำนานพญานาคเกี่ยวข้องกับความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ... เห็นชัดเจนคือชายหนุ่มก่อนบวช เราเรียกว่า นาค
รูปปั้นตามวัด นาคจะเด่นกว่า ตั้งแต่บันไดนาคเข้าโบสถ์ สรุป ผู้คนมีเชื่อคิดว่าพญานาค ดูจะเข้าใจ รสพระธรรม คุณความดี ได้เ่นกว่า
แถมทางการเกษตร เชื่อว่า ฝนมาจากพญานาค...
ส่วน พญาครุฆ ไปเกี่ยวข้องกับ อำนาจ การต่อสู้ มากกว่า เพราะเป็นสัตว์เทพ พาหนะแห่งมหาเทพวิษณุและพระแม่ลักษมีเทวี
อีกอย่างวรณคดีที่เด่นคือ เรื่องนางกากี ที่ครุฆแย่งชิงเอาไปไว้ที่วิมานฉิมพลี เลยดูไม่อยู่ในศีลในธรรมตามความรู้สึกคนทั่วไป
ต่างจากพญานาค ที่มีนิทานชาดกว่าไว้

130 Nameless Fanboi Posted ID:mS46NLPOIE

>>122 เติมให้นิดว่าครุฑดูห่างเหินจากคนทั่วไปกว่านาคเยอะมาก ครุฑอยู่บนยอดเขา และเกี่ยวข้องกับอำนาจและการต่อสู้แบบที่ 129 บอก ส่วนนาค นาคอยู่ในน้ำ อินเดียและ SEA เป็นดินแดนเกษตรกรรมมันเกี่ยวข้องกับน้ำอย่างแยกไม่ออก แต่ศาสนาพุทธก็มีอิทธิพลด้วยในเรื่องนี้ เพราะมีนาคปรากฏในพุทธประวัติหลายช่วงเลย กุว่ารวม ๆ จากทั้งหมดนาคและความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับนาคเลยแพร่หลายกว่า เออกุถามหน่อยดิ มันมีพูดถึงครุฑในพุทธประวัติหรือพระไตรปิฏกมั้ย

131 Nameless Fanboi Posted ID:AkfyT8xNyL

>>122 ไอ้ที่วิธีครุฑชนะนาคนี่เเม่งมาเเบบหมาๆหน่อยนึงด้วยเเหล่ะ
ตอนเเรกคือสูสีนะ เเต่ครุฑเเม่งไปถามความลับของนาคมาจากฤาษีตนนึงที่นาคไว้ใจ เลยชนะนาคได้
เเน่นอนว่าตอนจบบักฤาษีถูกนาคสาปให้หัวเเตกเป็นเจ็คเสี่ยง555

132 Nameless Fanboi Posted ID:+p.kHUt7GB

>>113 ก่อนอื่นขอบคุณคำแนะนำมึงมาก กูมัวแต่โฟกัสกับนิยายตัวเองจนไม่ทันคิดเรื่องลองเปรียบเทีนบกับคนอื่นดู

กูสุ่มเรื่องสั้นสืบสวนมาอ่านจำนวนหนึ่งจบแล้ว เลยมาบอกรู้สึกสักหน่อย ถึงจะผิดโจทย์ไปนิดเพราะไม่ได้สุ่มมาจากท็อปก็ตาม 5555

อันดับแรกคือ บางเรื่องกูไม่อยากจะอ่านต่อ กูเห็นเลยว่าการเว้นวรรคกับย่อหน้ามีผลมาก จากใจคนเคยอ่านแบบเล่มมาตลอด พอมาเห็นตัวหนังสือติดกันเป็นพรืดก็ไม่อยากอ่านแล้ว ซึ่งนิยายกูไม่น่าเข้าข่ายปัญหานี้เพราะกูพยายามจัดหน้าให้อ่านง่ายแล้ว 5555

อีกส่วนคือเรื่องที่กูอ่านจบโดยไม่รู้ตัว อันนี้กูลองคิดหาเหตุผลว่าทำไมแล้วกูรู้สึกว่า ตอนที่อ่านเนี้ย มันเหมือนมีความอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ บางทีปัญหาของกูอาจเป็นตรงนี้ กูรู้เหตุการณ์ต่อไปอยู่แล้วในฐานะคนเขียนเลยยังรู้สึกสนุก แต่คนอ่านที่ต้องอ่านไปเรื่อยๆเลยไม่มีความรู้สึกแบบกูมั้ง 5555

ขอบคุณอีกครั้งละกัน กูยังต้องฝึกฝนอีกเยอะเลย

133 Nameless Fanboi Posted ID:M+CMAPwezm

คิดยังไงกับมู้นี้
https://www.dek-d.com/board/view/3922619/

134 Nameless Fanboi Posted ID:7ur7XPI74l

>>133 กูว่าจขกท. แม่งหมายถึง plot device หรือเปล่า

135 Nameless Fanboi Posted ID:uJEV8m+SUx

>>133 ที่เเม่งยกตัวอย่างมาไม่ใช่ความไม่เมคเซนส์ไอ้ฉิบหาย คือมันมีเเต่ไม่ได้กล่าวถึงเว้ย

136 Nameless Fanboi Posted ID:uJEV8m+SUx

>>135 เกมออนไลน์มีเข้าห้องน้ำด้วยเหรอวะ มีไปทำซากอะไร

137 Nameless Fanboi Posted ID:bRs3OktcrP

จขกท. แม่งก็แค่ไอ้งั่งที่ไม่ได้เข้าใจเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลเลยสักนิด

138 Nameless Fanboi Posted ID:ghGT9axOuy

ไม่คุยเรื่องดราม่ามารยาทในบอร์ดกันหน่อยหรอโม่ง
อ้อๆลืมไป พวกมึงอยู่ในมู้นนั้นกันหมดแล้ว

139 Nameless Fanboi Posted ID:7ur7XPI74l

>>138 มันไม่มีประเด็นอะไรที่น่าสนน่ะ เหมือนแค่คนไปเรียกตีนเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเท่าไหร่

140 Nameless Fanboi Posted ID:TVdsDQln+7

กุอ่านเจ๊ดอกขาวเขียนไม่รู้เรื่อง กุต้องปรับปรุงอะไรตรงไหนบ้างวะ

141 Nameless Fanboi Posted ID:x..kUw+Q9B

>>140 แปลว่ามิงยังอยู่ในระดับคนทั่วไป ถ้ามิงอ่านจบและเข้าใจด้วย แปลว่ามิงใกล้เข้าถึง(ปริ)นิพพานแล้ว

142 Nameless Fanboi Posted ID:Q7whE3uslh

ป้าแกกลับมาแล้วเรอะ

143 Nameless Fanboi Posted ID:PrehPle+Sn

>>141 มึงต้องบอกว่า "มึงใกล้จะเป็นโรคอัลไซเมอร์แล้ว"

144 Nameless Fanboi Posted ID:HGX.rvufvQ

>>140 ถ้ามึงอ่านรู้เรื่องน่ะสิแปลก

145 Nameless Fanboi Posted ID:3oFIZc52CW

>>140 ไม่ต้องหวะ ยินดีด้วย
สงสัยจริงใครเม่งหักไม้ผีซัมม่อนมา ยังกะราดน้ำมันใส่กองไฟ

146 Nameless Fanboi Posted ID:1NH.6WqR8Y

>>145 มู้ไหนวะ

147 Nameless Fanboi Posted ID:ertsYRwj4O

>>146 อันนี้มั้ง เม้นย่อยของ 52
https://www.dek-d.com/board/view/3922611
ลากกันไปแปดสิบกว่าเม้นย่อย มึงรู้ไว้ประดับหัวก็พอ โหลดมากเปลืองเน็ตเปล่า ๆ (ถ้าเป็นเน็ตมือถือนะ)

148 Nameless Fanboi Posted ID:sn4MDHUABH

>>147 freud อะไรนี่พวกดอกขาวเหรอวะ ไม่น่าล่ะตรรกะแปลก ๆ ชวนงงเหมือนกันเลย....

149 Nameless Fanboi Posted ID:U01mdhlqWZ

>>147 ปญอ.ได้โล่ ดอกขาวหรอ? ป่าวทั้งหมดหละเถียงไรไร้สาระ

150 Nameless Fanboi Posted ID:x..kUw+Q9B

>>148 ไอ้นี่มันมาแนวหื่นๆ + กวนตีน วิธีการพูดดูดีกว่าแวมไพร์ ปั่นเก่ง ชวนหัวร้อน แต่ถ้าให้เทียบกับตัวแรงของบอร์ด กุว่าไอ้นี่ยังสู้หลุยไม่ได้ รายนั้นเก๋าเกมกว่าเยอะ ถ้าเอามาดวลกันคงสนุกพิลึก ปั่นกันไปปั่นกันมา ทางนึงปากชอบบอกว่าตัวเองฉลาด อีกฝั่งดักควายคนอื่นได้เนียน นี่มันแมชท์หยุดโลกชัดๆ

151 Nameless Fanboi Posted ID:MkjSFHruTz

กุ 147
>>149 ใช่ไง ถึงบอกว่ารู้ไว้ประดับหัวไม่ต้องอ่านกระทู้ก็ได้ อ่านที่คุยกันในนี้ก็พอ
>>148 กุว่าไม่น่าใช่ แม่งระรานทั่วถึงอยู่ ออร่าอยากดีอยากเด่นแม่งฉายสัด แต่ในความเห็นกูแม่งก็แค่ "เด็กเห่อหมออ้อย" หวะ

152 Nameless Fanboi Posted ID:PrehPle+Sn

>>147 ดูหนังโป๊ 300 คลิปสมองกูไม่เน่าทันเท่ากับอ่านอีดอกขาวกับ FreudM2 บ่นวะ

153 Nameless Fanboi Posted ID:YLKn3hurqp

กุจะเฉลยให้พวกเมิงเอง FreudM2 คือไอแวม มันเคยใช้ไอดีมาป่วนนานแล้ว

154 Nameless Fanboi Posted ID:Rk67Ys+163

>>153 กุว่าไม่ใช่ว่ะ กุลองเข้าไอดีมันไปอ่านนิยายของแม่งดูภาษานี่คนละเรื่องกับไอ้แวมที่กุเคยอ่านเลย แล้วไอ้นี่ก็หื่นโหดกว่า หยาบโลนกว่า ล่อเป้ากว่า แค่มันยังไม่เคยก่อดราม่าเองจริงๆ จังๆ กับชาวบอร์ดเฉยๆ

155 Nameless Fanboi Posted ID:PrehPle+Sn

เอาแล้วไง เอ๊ย https://www.dek-d.com/board/view/3923162/

156 Nameless Fanboi Posted ID:j9reQhzrlu

F แม่งคุกคามทางเพศแรงมาก สยองว่ะ แขยงด้วยมึง

157 Nameless Fanboi Posted ID:Gpvkyt5us6

ขำตรงการจัดการของเว็บมาสเตอร์มากกว่า

158 Nameless Fanboi Posted ID:ejnpm0cliK

คราวนี้ WebM@ster https://www.dek-d.com/board/view/3923175/
กูคงไม่ได้สับนิยายเป็นเดือน เพราะดราม่าระยะนี้นี่แหละ

159 Nameless Fanboi Posted ID:uK/QuSGN3R

แม่งเอ๊ย กุต้องนอน อยากเผือกด้วยเหมือนก้นนะสาส

160 Nameless Fanboi Posted ID:ulATnoHtDP

>>158 กูเห็นดอกขาวมาแถคำว่าให้เกียรติ์เขียนถูกแล้ว ขำจนหน้าสั่น

161 Nameless Fanboi Posted ID:b0NNRSdW54

>>157 ลอยตัวจนกูนึกว่าเป็นลูกโป่งหรือบอลลูน เสียเครดิตชิบผาย

162 Nameless Fanboi Posted ID:9zYTlAoB2K

>>160 คำผิดเพียบ กูอยากเอาปากกาแดงวงมาก ผิดแล้วแถอีก เกรียนโคตร

163 Nameless Fanboi Posted ID:joMUiJRqR9

>>160 กูว่ามันก็เขียนถูกนะ แค่ไม่ค่อยมีใครใช้

164 Nameless Fanboi Posted ID:dMUGj/z2rY

ล่าสุดไอ้ F เจอลงดาบไปแล้วทั้ง 2 ไอดี ยังอุตส่าห์เอานอนเมมมาโพส มีอย่างที่ไหนใช้พื้นที่ของเขาแล้วยังเรียกเขาว่าไอ้โน๊ตอีก มันต้องมีประเด็นอะไรสักอย่างกับเว็บมาสแน่ๆ เรียกอย่างกับเพื่อนสนิทเล่นหัวจนทุเรศ สุดท้ายก็โดนแบนจนได้ สมน้ำหน้าแม่ง

165 Nameless Fanboi Posted ID:1/sgD7W7fo

ไม่มีหรอก แม่งชอบล่อเป้าล่อตรีน กะแค่โดนแบนกูว่าไอร่นี่แม่งก็เรียกแบบนั้นละ

166 Nameless Fanboi Posted ID:ejnpm0cliK

>>164 กูขอเรียกว่า F ขี้เงี่ยน

167 Nameless Fanboi Posted ID:uVFTyR0/Wg

>>164 หรือแค่มีความกร่าง+เกรียน https://www.dek-d.com/board/view/3918593 ขนาดเคยโดนแบนสัปดาห์นึงแล้วก็ยังไม่หยุด

168 Nameless Fanboi Posted ID:ejnpm0cliK

>>167 ทีมงานหรือพระเอกวะ โดนเป่าหูง่ายขนาดนั้นเชียว

169 Nameless Fanboi Posted ID:Qejum+uQgj

นอกเรื่องนิด ๆ ใครคือแวมที่>>154 พูดถึงวะ

170 Nameless Fanboi Posted ID:AmX0jDbHV6

>>169
https://www.dek-d.com/board/view/3478254/

171 Nameless Fanboi Posted ID:rmIwg1Rrll

>>56

172 Nameless Fanboi Posted ID:Qejum+uQgj

โอเค กูว่าอี F แม่งเป็นอีแวมว่ะ สไตล์มาแนวเดียวกันเลย

173 Nameless Fanboi Posted ID:EcxJtqae.P

ใครมีตอนแรกของมหากาพย์นี้มั้ยวะ?

174 Nameless Fanboi Posted ID:UAjjNhrOZk

อากาศร้อนชิบหาย ไม่มีแรงจะส่องเด็กดวกแล้ว

175 Nameless Fanboi Posted ID:CWXKGTswc7

อากาศร้อน อากาศร้อนมาก อากาศร้อนเหี้ยๆ กูก็ยังขี้เกียจเขียนอยู่ดี

176 Nameless Fanboi Posted ID:C9SpUw+BTV

>>173 เรื่องไหน เรื่องอิFหรือเรื่องมารยาท

177 Nameless Fanboi Posted ID:5h6+14DYjB

>>176 มารยาทเนี่ย

178 Nameless Fanboi Posted ID:C9SpUw+BTV

>>177 ค้นไปไกลชิบหาย ช่วงนี้มาม่าแม่งเยอะ
https://www.dek-d.com/board/view/3921776

179 Nameless Fanboi Posted ID:afUvymZVtk

สงสัยกันจริง ถ้านิยายติดท็อปมียอดวิวคนสนใจขนาดนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นนิยายเสียเงินจะมีคนยอมซื้อกี่เปอร์เซ็นต์ https://www.dek-d.com/board/view/3923720/

180 Nameless Fanboi Posted ID:QBlZ.j4+Y8

>>179 ตัวอย่างจากในกระทู้คือมันยกนิยาย(ที่คิดว่า)ดีแต่ไม่มีคนซื้อไปเทียบกับนิยายติดท็อปคนซื้อเยอะ คือไอ้คนอ่านหลักพันไปหมื่นคนซื้อหลักสิบนี่ถือว่าเยอะแล้วสำหรับยอดอ่านแค่หางอึ่ง ดูแล้วน่าจะเป็นคนเขียนมาเองแล้วคิดว่าตัวเองเขียนดีภาษาดีทำไมคนไม่ซื้อวะอารมณ์ถึงได้มาเต็มรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนแบบนี้ ถ้าคนอ่านมีแค่นี้นะกูว่าคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือสายตาในการดูงานมันมีปัญหา ไม่ก็ลงงานช้ามาก นานๆ ลงที คนไม่ค่อยติดตามงาน แต่รวมๆ คืองานมันไม่ได้สนุกขนาดให้คนเสียเงินซื้อ

ส่วนงานห่วยคนอ่านหลักแสนหลักล้าน กูอ่านยังไงความหมาย จขกท ก็งานติดท็อป คนเห็นเยอะโอกาสซื้อเยอะกว่าอยู่แล้ว อีกอย่างคือบางทีกูก็ไม่เข้าใจความคิดพวกที่คิดว่างานดีคนอ่านน้อย งานห่วยคนอ่านเยอะ มึงเชื่อกันอย่างงั้นจริงๆ เหรอวะ หรือแค่ปลอบใจตัวเอง หรือแม่งไม่อยากยอมรับความจริงว่างานตัวเองไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น ไอ้งานดีคนอ่านน้อยน่ะนะกูว่ามันมีน้อยมากเห็นมาโอ๋กันเองว่าให้ทำใจงานดีไม่มีคนอ่าน กูไปลองอ่านงานพวกที่งอแงแบบนี้ดูส่วนใหญ่แม่งคืองานกลางๆ ไปห่วยเลยคนเลยไม่ค่อยอ่านกันมากกว่า หรือแม่งคิดแค่ว่าสะกดภาษาไทยถูกแล้วจะเป็นงานดี กูเห็นแซะพวกงานติดท็อปว่างานห่วยคำผิดเยอะตลอด

แล้วไอ้สรุปนี่ยิ่งตลก คนอ่านฟรีมันเยอะกว่าคนซื้องานอยู่แล้ว งานคนอ่านน้อยคนซื้อก็ต้องซื้อน้อยกว่าอยู่แล้วเอาไปเทียบงานที่คนอ่านเยอะคนซื้อเยอะกว่าคือก็ปกติปะ กูสรุปให้แล้วกัน แม่งมางอแงเฉยๆ อยากให้คนซื้อก็ไปเขียนงานที่คนชอบเยอะๆ แล้วยอมเสียเงินซื้อ

181 Nameless Fanboi Posted ID:QQ85KOW/zj

รู้สึกตั้งแต่เจ๊มิรินด้ากับอีคนที่ตั้งทู้ไร้สาระรัวๆออกจากบอร์ด กระทู้เกี่ยวกะนิยายโผล่มาเยอะดี ค่อยมีสาระล่ะ

182 Nameless Fanboi Posted ID:7flYd6C/NJ

>>181 อีเจ๊มิรินด้ากูยังพอรับไหวนะ(เพราะนางก็มีสาระบ้าง)เลยแอบเสียดายหน่อย ๆ แต่อีเหมียวนนนี่น่ารำคาญสัสดีที่มันเลิกตั้งกระทู้ไร้สาระไปละแต่ก็ยังมีคนอื่นมาทำหน้าที่แทนมันอยู่ดี (เช่นอีคนหล่อเหี้ยไรนั่นแหละ)

กูถามจริง ไอ้พวกนี้แม่งมีเป็นรุ่น ๆ หรือไงสัส คนเก่าไปไม่ทันไรคนใหม่ก็มาแทน เย็ดเป็ด

183 Nameless Fanboi Posted ID:gvxQpVEa5r

>>182 มันมีทุกยุคแหล่ะ พวกวอนนาบีซัมวันอะ

184 Nameless Fanboi Posted ID:qIHqf8fieu

>>181 มิรันที่รับวาดรูปขั้นต่ำ1200น่ะหรอ เห็นฝีมือแล้วมองบนให้ฟรีกูยังโกรธ

185 Nameless Fanboi Posted ID:SpKMHKbRCU

>>184 ทำรูปปกนิยายเรอะ

186 Nameless Fanboi Posted ID:ZIGhyaMwvQ

>>181 สาระแบบนี้เรอะ https://www.dek-d.com/board/view/3924164/

187 Nameless Fanboi Posted ID:yCw/BTd715

>>186 จะใส่เข้าไปทำเชี้ยอะไร...
หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องมีซาวด์เอ็ฟเฟคเหอะ

188 Nameless Fanboi Posted ID:xJEvXRD5Ht

>>186 ตอนแรกแอบงง นึกว่าชื่อจีน เสียงฉี่ กูก็แบบก็เขียนได้ไม่ใช่เหรอ 555 พอไปดูคำตอบถึงเข้าใจ ว่าแต่จะรู้ไปทำไม เสียงมันก็เหมือนน้ำเวลาเปิดก๊อกนั่นแหละ แต่ไม่เห็นจำเป็นเลยซักนิด

189 Nameless Fanboi Posted ID:mkYXo6Iq7y

https://www.dek-d.com/board/view/3924248/ ท็อปเม้นนี่พวกมึงใช่มั้ยโม่ง

190 Nameless Fanboi Posted ID:9K6j+PaRAa

>>189 ดังแหล่ๆๆ

191 Nameless Fanboi Posted ID:GlJAEFHigB

>>189 แม่งยังกลับมาหลอกหลอนกูอี้กกกก

192 Nameless Fanboi Posted ID:7of+FHB6UH

>>189 ถึงนิยายจะถูกลบไปแต่ความมีมยังคงอยู่ ชื่อของเขา ฉัวฉัว กุดุส

193 Nameless Fanboi Posted ID:KBNay6hibx

>>182 อิเจ๊ของพวกมึงกลับมาประกาศศักดาแล้วไงลาไปได้ไม่กี่วัน คนมันอยากอวยตัวเองจนลืมคำพูด

194 Nameless Fanboi Posted ID:f23qJdENzP

>>193 เจ๊แกกลับมาแล้วเรอะ กลับมาเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย

195 Nameless Fanboi Posted ID:5w8l2ZwhNF

>>193 ไหนวะ ชี้เป้าหน่อย กูไม่ค่อยเห็นกระทู้

196 Nameless Fanboi Posted ID:4tvLOJ+/Qi

>>193 กูว่าสุดท้ายแม่งก็กลับมาหมด ทั้งเจ๊มิรินด้ากับอีคนที่ตั้งกระทู้ถามไร้สาระรัวๆ

197 Nameless Fanboi Posted ID:4s8Wnm.XSw

>>195 https://www.dek-d.com/board/view/3924358/ เม้น6

198 Nameless Fanboi Posted ID:BZxJ9CBF4V

อิเจ๊ไม่ใช่ผู้คน หากแต่เป็นพฤติกรรรมวอนนาบีอยากเป็นซัมวัน

199 Nameless Fanboi Posted ID:SgVnzHqCf5

>>196 กูว่าอิคนที่เมมสมองเต็มชอบตั้งกระทู้ไร้สาระซ้ำกับคนอื่น ไม่ก็ซ้ำกับที่ตัวเองตั้งเมื่อวาน นางกลับมาแล้วว่ะ เห็นมีไอดีนึง คนละไอพีแต่กูว่าใช่ ฉลาดขึ้นกว่าตอนที่ถอดล็อกอินไปด่าคนอื่นแต่ดันโป๊ะเรื่องไอพี

200 Nameless Fanboi Posted ID:4tvLOJ+/Qi

>>199 กู196นะ มึงก็เห็นเหมือนกูใช่ไหมเพื่อ​นโม่ง กูขำแทบตายในกระทู้แม่งมีคนแซะด้วย

201 Nameless Fanboi Posted ID:c2i.hVDMSF

มู้คุยเรื่องมาเฟียเว็บเดกดวกหายไปไหนหรอม?

202 Nameless Fanboi Posted ID:JzcyXHg77N

>>201 อยู่ในหมวด Netwatch ไม่ใช่ที่นี่ แถวนี้มัน Webnovel คุยตัวนิยายไม่ใช่นินทาคน

ใครว่างรบกวนหาลิงค์ให้โม่งใหม่รายนี้หน่อย

203 Nameless Fanboi Posted ID:D4KhQOlOZj

อะ https://fanboi.ch/netwatch/5647
แต่มันเงียบๆ ไปแล้วอะ

204 Nameless Fanboi Posted ID:vfY3FdITUF

>>200 ทู้ไหนวะอยากเผือก ส่วนอิเจ๊ตอบหลายกระทู้แล้ว แม่มไม่ได้ไปไหนหรอก แค่เลือกตอบแต่อันที่ตูโชว์เหนือได้

205 Nameless Fanboi Posted ID:ZmtR2nAziK

นี่กระทู้นินทานิยายหรือกระทู้นินทาชาวบ้านวะ สงสัยกูเข้าผิด

206 Nameless Fanboi Posted ID:1VT2B2Lalk

>>205 มู้นู้นไม่มีใครใช้ เลยมาใช้ที่นี่แบบ 2 in 1 แทนไง เป็นแบบนี้มาตั้งแต่กระทู้ที่ 11-12 แล้ว

207 Nameless Fanboi Posted ID:vfY3FdITUF

>>204 กูเจอล่ะใช่จริงด้วยว่ะ ขำสัสโคตรไม่เนียน ตัวที่บอกว่าลาไม่ได้ไปเลยสักตัวถถถ

208 Nameless Fanboi Posted ID:ZmtR2nAziK

>>206 กูดูมาสักพักละ เข้าใจนะว่าพวกมึงแม่งว่างมาก แต่ใครช่วยหานิยายมาแปะหน่อยเถอะวะ จะได้กลับสู่สภาวะปกติสักที

209 Nameless Fanboi Posted ID:ZmtR2nAziK

กูไปไล่อ่านกระทู้เก่า ๆ มา (กระทู้ 3-4) สมัยก่อนมึงวิจารณ์กันได้มันส์มาก (และเป็นประโยชน์มากเช่นกัน)
แต่กูถามอย่างดิ มึงวิจารณ์กันแต่แนวแฟนตาซีหรอวะ กูเห็นมาหลายเรื่องละ แฟนตาซีทั้งนั้น

210 Nameless Fanboi Posted ID:ZmtR2nAziK

เรื่องนี้มีคนสับไปยังวะ กูเคยเห็นเป็นกระแสอยู่ช่วงนึง

https://writer.dek-d.com/yodnan69/story/view.php?id=982167

211 Nameless Fanboi Posted ID:XposBuEVCk

>>209 ตอบในฐานะคนเคยเคยสับในนี้ กูไม่ชอบอ่านนิยายรัก เลยไม่สับนิยายรัก(เพียว ๆ) เหตุผลแค่นี้แหละ (ยกเว้นรักแฟนตาซีที่พอได้อยู่)

212 Nameless Fanboi Posted ID:PPe/fgCuTv

>>211 กูด้วย อย่างที่รู้ๆ ว่านิยายรักไทยแม่งวนอยู่ในอ้าว เรื่องผัวๆ เมียๆ เรื่องเข้าใจผิด แค่เนี้ย

213 Nameless Fanboi Posted ID:.vb9NwcouR

>>210 เอาแค่ตอนในคำโปรยเรื่องก่อนละกัน

อย่างแรกคนเขียนจะก๊อก ๆ แฮ่ ๆ อะไรนักหนาวะ อ่านไปแล้วตอนแรกนึกว่าซอมบี้กลายเป็นหมา เข้าใจนะว่าอยากเล่นมุกแต่ซ้ำอย่างงี้บ่อยเกินก็ไม่ไหวว่ะ

อย่างสอง มันจะภาพระหว่างตอนทำไมวะ ไม่เข้าใจ

แต่ยอมรับนะ ฉากบรรยายมันเจ๋งเกินมาตรฐานเด็กดีไปโข ไอ้ตอนที่มันอธิบายสภาพเพื่อนมันที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้วแม่งโคตรได้(ในความคิดกู) แล้วฉากที่อธิบายความคิดแอ๊ดตอนเห็นเพื่อนมันเปลี่ยนไปก็พอไหว

214 Nameless Fanboi Posted ID:.vb9NwcouR

>>209 ขอตอบว่ากูอ่านหลายแนวอยู่ (สืบสวน ไซไฟ แฟนตาซี) แต่ที่มันมีในเด็กดีเยอะ ๆ ก็มีแค่แนวแฟนตาซี แนวสืบสวนกับไซไฟไม่ค่อยมีเท่าไหร่ (ส่วนคุณภาพก็หาแทบไม่เจอ) ส่วนนิยายรักกูไม่อ่านว่ะ แม่งเหมือนกันไปหมดอย่างที่ >>212 ว่าแหละ

215 Nameless Fanboi Posted ID:0mAFIMf4X.

เหนื่อยใจแฮะ วันนี้บังเอิญว่างเลยไล่นั่งอ่านคอมเม้นท์คนอ่าน
ซึ่งพออ่านเสร็จแล้วก็ทำเอากูเริ่มคิดละว่าถ้าอยากจะเขียนต่อในยุคนี้คงต้องปรับตัวยกใหญ่จริงๆ แล้วล่ะ
ตัวอย่างคอมเม้นท์ที่เจอ
- ไม่ชอบพระเอกแบบค่อยเป็นค่อยไป อยากได้แบบเก่งระเบิดไปเลย (ขอเชิญกลับอ่านนิยายจีนเถอะ)
- โดนเขาทำก็ต้องทำคืนทันทีเลยสิ เป็นลูกผู้ชายซะเปล่า (ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเด็กน้อย)
- พระเอกจะมีฮาเร็มมั้ยคับ? (...ในหัวพวกเอ็งมีแต่แบบนี้เหรอ?)
- เมื่อไรพระเอกจะได้เย็ดคับ? (...สองคนเอ็งเป็นเพื่อนกันสินะ...)
อ่าาา ถ้าเขียนเรื่องนี้จบแล้ว เรื่องใหม่กูไปเขียนแนวกาวๆ เบาสมองแล้วแอบใส่พล็อตดีกว่า เขียนแนวเป็นพล็อตไปเลยจริงๆ แม่งคนอ่านไม่สนเลย

216 Nameless Fanboi Posted ID:DSkmg1UxnT

>>215 เป็นกู กูเขียนไล่แม่งไว้ก่อนเลย กูก็รำคาญมาตราฐานความขี้แพ้ของนักอ่านประเภทนี้เหมือนกัน ทางที่ดีเขียนบอกรายละเอียดดักทางไว้เลย ไม่ต้องไปแคร์หรอก พวกนี้แม่งของให้เสพก็เยอะอยู่แล้ว สมันนี้นิยาย-อนิเมะแนวขี้แพ้เทพๆ เอาใจขี้แพ้ก็เยอะถมไป

217 Nameless Fanboi Posted ID:bIhQtuk+mZ

บอกเลย ไลท์โนเวลแนวรักของญี่ปุ่นพล็อตกว้างมีอะไรให้พูดถึงเยอะกว่านิยายไทยแนวรักซะอีก

218 Nameless Fanboi Posted ID:/j6EuuA1g9

>>217 แฟนตาซีหรือเปล่า ถ้าแฟนตาซีก็กูไม่แปลกใจหรอก

219 Nameless Fanboi Posted ID:bIhQtuk+mZ

>>217 กูบอกว่านิยายรัก ไม่ได้บอกว่านิยายแฟนตาซี

220 Nameless Fanboi Posted ID:XJD4rmHWJH

>>219 รัก+แฟนตาซีไง แบบ your name เงี่ย ไม่งงนาจา

221 Nameless Fanboi Posted ID:UD/vT3QdrK

>>217 ประเทศใกล้ก็ล้ำหน้านิยายรักไทยหมดอะ ไทยมันบ้าเรื่องผัวๆ เมียๆ กูปลงจนไม่อยากแตะแล้ว นานทีอ่านก็อ่านไม่จบ

222 Nameless Fanboi Posted ID:EKuOWS6x0i

>>221 ทำไงได้วะ ก็นิยายมันขายได้ เข้าร้านหนังสือ กูเจอนิยายไทยแค่สองหมวด ไม่แฟนตาซีจ๋า กับนิยายรัก

223 Nameless Fanboi Posted ID:m3Fs7wWEVl

>>222 มึงอย่าลืมนิยายวาย สัด~!
กูไปเดิน B2S ทีแทบลมจับ นิยายวายถึงกับมีโซนของตัวเองตั้งอล่างฉ่างเลย

224 Nameless Fanboi Posted ID:6I4zIZxQ9W

>>223 ก็ของมันขายได้

225 Nameless Fanboi Posted ID:Gr/NEo4aSi

อิเจ๊โผล่กระทู้อิเดธ โชว์ความเป็นเซเลบแม้วาดรูปห่วยสัส อิคนที่ตั้งกระทู้ไร้สาระรัวๆโดนกระซวกไม่ยั้ง กูว่าแม่งมากไปว่ะจะเป็นการบูลลี่นะเว้ย

226 Nameless Fanboi Posted ID:F8kLlmtAlG

ส่องรายชื่อนิยายแนวอดีต ปัจจุบัน อนาคต ทำไมบางเรื่องตั้งชื่อได้เหี้ยจนไร้จิตนาการเอาซะเลย ขนาดนิยายที่คนจีนเขียนตั้งชื่อเรื่องออกไปจูนิเบียวยังดูไพเราะกว่าอีกสัส

227 Nameless Fanboi Posted ID:ClXI8NQkyR

ใครสนสับเรื่องนี้ไหม https://writer.dek-d.com/maplesupreme123/story/view.php?id=1848810

228 Nameless Fanboi Posted ID:iZG6G2tbD7

พอมีคนแปะนิยายก็ไม่มีใครสับ พวกมึงนี่เอาใจยากจริง

229 Nameless Fanboi Posted ID:Qb5rN.YPVg

กูอยากสับนะ แต่ไม่ถนัดจริงๆว่ะ รอฟังคนอื่นสับแม่งสนุกกว่า แต่ไปอ่านมานิดหน่อยแล้วส่วนตัวกูไม่ได้รู้สึกอะไร ก็ไม่ได้ดึงดูดขนาดนั้น แล้วก็ไม่ได้แย่ แต่ภาพแม่งสวยจริง โดยเฉพาะBG สวยจนกูคิดว่าแม่งทำคอมมิคขายน่าจะรุ่งกว่าป่ะวะ

230 Nameless Fanboi Posted ID:nX.6F.udTj

กูก็ไม่ได้อ่าน แต่ภาพประกอบสวยมาก +1 ควรไปเอาดีด้านวาด

กูวิจารณ์แต่นิยายที่เจ้าตัวมาแปะ นิยายสุ่มๆ มาขอผ่าน เจ้าของเรื่องอยากให้เรื่องอยู่ในโม่งหรือเปล่าก็ไม่รู้ อยากขึ้นเขียงเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ โดนคนอื่นยืมมือโม่งไปบดขยี้นิยายเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดี๋ยวแม่งกลายเป็นเครื่องมือไม่รู้ตัว

231 Nameless Fanboi Posted ID:uz4n2SAwhb

>>227 จังหวะเล่าเรื่องเหมือนการ์ตูน แต่ภาพประกอบสวยจริง ทำอาร์ตบุ๊คขายได้เลยนะ

232 Nameless Fanboi Posted ID:C0yB0t43Up

>>230 มันจะมีใครกล้าเอานิยายมาแปะวะ 555555

233 Nameless Fanboi Posted ID:TaLFw/DJ6A

>>232 กูเคยเอามาลงรอบนึง หรรษาดี ความจริงอยากเอามาแปะอีกรอบ แต่กลัวโดนด่าว่าด่าน

234 Nameless Fanboi Posted ID:o2Iw2.TiCx

เพื่อนโม่ง ถ้าเราแปะนิยายของเรานี่โม่งจะด่าให้มั้ย เพราะเราอยากแก้เรื่องของเรามากแต่ไม่รู้จะแก้ตรงไหนดี(รวมไปถึงแนวทางแก้ด้วย) โม่งจะช่วยชี้นำให้เราหน่อยได้ไหม

235 Nameless Fanboi Posted ID:q/JgI+lGqH

>>234 แปะ ๆ ไปเถอะ ตอนนี้กำลังว่าง เดี๋ยวก็มีคนเข้าไปอ่านเองแหละ

236 Nameless Fanboi Posted ID:o2Iw2.TiCx

เรา >>234 เองนะ นี่นิยายเรา สับด่าวิจารณ์ได้เต็มที่เลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

https://writer.dek-d.com/aumzakot01/story/view.php?id=1785729

237 Nameless Fanboi Posted ID:dMo.IWbZ0C

>>236 แค่ชื่อเรื่องมึงก็เรียกตีนแล้ว 55555

238 Nameless Fanboi Posted ID:dMo.IWbZ0C

>>237 อ่านไปสองตอน คำผิดไม่เจอ บรรยายพอใช่ แต่ยังไม่ค่อยมีไรน่าดึงดูด แล้วเอ่อ...กูไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแนวนี้ รอท่านอื่นต่อละกัน

239 Nameless Fanboi Posted ID:bnm4kTxfjA

>>236 แค่เห็นชื่อเรื่อง นึกถึงเกมนี้ขึ้นมา https://www.youtube.com/watch?v=CnTDPjnYbeM

240 Nameless Fanboi Posted ID:MKU0SU+Www

>>230 อะไรของมึง โม่งแม่งก็โยนนิยายให้สับกันตั้งแต่บทแรก มึงคิดว่านี่เป็นอะไร กระทู้รับวิจารณ์บทบอร์ดนักเขียนเด็กดีเหรอ?
กลัวขี้หดขนาดนี้มึงมาอยู่แถวนี้ได้ไงวะ

241 Nameless Fanboi Posted ID:LNJXMuJK84

>>240 แถวนี้มันเถือนเจรง 55555

242 Nameless Fanboi Posted ID:rQyNLEjC8E

ไม่รู้จะไปถามที่ไหนเลยมาถามในนี้

พวกมึงในนี้มีใครเคยอ่านนิยายแนวไสยศาตร์บางไหม พวกวิชาอาคม ยาเสน่ห์ เสกควายธนู เสกหนังควาย หรืออะไรที่มันไท๊ยไทยอะ
คือกูมีแผนจะเขียนนิยายแนวนี้ เลยจะมาอ่านเป็นต้นฉบับ...เอ่ย อ่านเป็นแนวทาง

ช่วยแนะนำหน่อย

243 Nameless Fanboi Posted ID:IZ198njRSt

>>232 มึงย้อนกลับไปดูก็ได้ คนแปะเยอะแยะกูก็มาวิจารณ์เอง แล้วที่โยนๆ มาตอนหลังมีคนวิจารณ์ให้กี่เรื่องก็นับเอา

>>240 อะไรของมึง กูก็บอกว่ากูวิจารณ์ให้เฉพาะคนมาแปะเอง ของคนอื่นก็ให้คนว้อนต์เขาทำสิวะเกี่ยวอะไรกับกู มึงเห็นก่อนหน้านั้น >>228 ไหมมีคนบอกทำไมโม่งเอาใจยาก โยนนิยายมาแล้วก็ไม่มีคนวิจารณ์ให้ มึงเห็น >>230 ที่กูตอบไหม กูก็ว่ากูเขียนชัดนะว่ากูวิจารณ์แต่นิยายที่เจ้าตัวมาแปะ กูก็ไม่ได้เขียนว่าโม่งจะมาวิจารณ์แต่นิยายเจ้าตัวมาแปะ มึงแม่งเป็นโม่งมาเฟียเหรอวะ 555 มึงคิดว่านี่เป็นอะไร บอร์ดโม่งไง โม่งแม่งก็ทำใจตัวเองกันทั้งนั้นหรือมึงอ่านภาษาไทยกูไม่ออก

มึงจะโยนจะวิจารณ์จะแซะก็เรื่องพวกมึง กูวิจารณ์ให้แต่ของเจ้าตัวมาแปะตั้งหลายเรื่องแล้วก่อนหน้านี้ เรื่องคนไม่อ่านสุ่มๆ โยนมา กูก็ไม่เห็นมีความจำเป็นเหี้ยอะไรต้องพูดถึง นิยายคนไม่อ่านมึงต้องการประโยชน์อะไร นอกจากเขียนผิด เรียบเรียงก็งั้นๆ เรื่องไม่สนุก ก็วนกันแค่นี้ มึงเอานิยายคนอ่านเยอะๆ มาแล้วมานั่งคุยว่าทำไมคนไปอ่านมันเยอะแยะจังวะ เขียนก็ผิด ทั้งเบียวทั้งซู ทำไมคนอ่านเยอะกว่านิยายกูหนึ่งพันเท่ามาถามยังเกิดประโยชน์กว่า เผื่อพวกมึงจะเปิดมุมมองใหม่ๆ บ้าง หรือถ้าคนเขียนอยากได้ความเห็นก็แปะมา กูเบื่อๆ ก็จะดูให้ ส่วนความเห็นเชื่อไม่เชื่อ เข้าใจไม่เข้าใจก็เรื่องของเขา ไอ้เรื่องกลัวขี้หดนี่กูว่าไร้ความคิดไปว่ะ กูบอกคนเขียนตรงๆ นี่กูกลัวตรงไหน ไม่ได้มาถนอมน้ำใจขนาดนั้น แต่ไอ้พวกเอานิยายในซอกหลืบมาโยนลงนี่ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวมาแปะกูว่ามันไร้สาระ ตัวอย่างที่ได้ใจคนอ่านระดับหนึ่งมึงไม่ดูกัน มึงไปดูเหี้ยอะไรตัวอย่างที่ล้มเหลวแล้วล้มเหลวอีกแล้วมาเลียแผลใจกันเองว่างานดีไม่มีคนอ่าน ปวดหัวตรรกะนี้ฉิบหาย แต่ถ้าคนเขียนแม่งอยากได้ความเห็นว่าทำไมกูล้มเหลววะ เออ กูช่วยดูให้ รู้สึกมีประโยชน์กว่าไปดูนิยายเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ที่คนไม่เสียเวลาอ่าน

244 Nameless Fanboi Posted ID:hIVaDFayVT

>>243 เอาเว้ย ๆ

245 Nameless Fanboi Posted ID:hIVaDFayVT

>>243 กูเห็นมาแปะหลายคนอยู่นะ เท่าที่จำได้ก็มีไอ้คดีฆาตกรรมห่าเหวไรนั่นอะ เอาซะกูเบื่อ ไม่รู้มาขอคำวิจารณ์หรือมากวนตีน

246 Nameless Fanboi Posted ID:o2Iw2.TiCx

>>245 อ๋อ เรื่องตอนท้ายมู้ที่เเล้วใช่ไหม ยาวเลย 555+

247 Nameless Fanboi Posted ID:o2Iw2.TiCx

>>238 ขอบคุณครับ

248 Nameless Fanboi Posted ID:IZ198njRSt

>>236 กูอ่านไป 5 ตอนนะ

ปัญหาหลักๆ ของมึงเลย มุกฝืดมาก การเล่าเรื่องมึงค่อนข้างแย่ การบรรยายบรรยากาศก็เรียบๆ แบนๆ โดยรวมคืออ่านผ่านๆ แล้วงานเขียนขาดเสน่ห์อะ

กูอ่านถึงตอน 5 ดูแล้วแนวทางการปูเรื่องมันก็ไม่ได้แย่นะ ไม่ได้มายัดๆ เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ จริงๆ ก็ไม่ได้ยืดเยื้อเยิ่นเย้อมาก แต่ละตอนก็ไม่ได้ยาวถ้าเอามารวมๆ กัน มันพอรับไหว พล็อตก็ปกติแบบพอไปได้ ไปถึงตอนพี่น้องที่ซื้อข้าวอยู่มาช่วยจับโจรก็อยู่ในระดับดูเข้าท่าดี คือแนวความคิดมึงถึงตอนที่ 5 นี่ไม่แย่หรอก พอใช้ได้เรียกคนได้ แต่ปัญหาเป็นเรื่องการเล่าเรื่องมึงขาดชั้นเชิงเยอะมาก เช่นจังหวะเปิดเรื่องมาคือมึงบรรยายได้งั้นๆ อะ ไม่ได้แตะอารมณ์ตื่นเต้นคนอ่านเลย การบรรยายบรรยากาศรอบข้างมึงแบนเรียบมาก กูยกตัวอย่างละกัน มึงไปดูภาพมังงะลูกสาวแรงค์ s หรือร้านอาหารโนบุอะ มึงอาจจะจินตนาการคำอธิบายเกี่ยวกับบรรยากาศออก แล้วไปดูพวกมังงะต่างโลกที่ภาพไม่สวย แก๊กไม่ดี เปิดมาไล่ฆ่าเลย มึงเห็นเรื่องไหนที่มันงั้นๆ มึงเข้าใจถูกแล้ว คนวาดแม่งมันงั้นๆ จริง นิยายมึงก็เช่นกันส่วนที่มึงเขียนมาในตอนแรกนั้นก็จะเห็นว่ามันเรียบๆ ไปมาก อันนั้นแหละปัญหาในเรื่องการบรรยายสภาพรอบตัวมึง

ปัญหาต่อมาคือจังหวะเรื่องมึง มุกตลกมึง มันฝืดมาก มึงอย่าคิดว่าเป็นธรรมชาติ มึงไม่ได้เป็นคนตลกโดยธรรมชาติเลยเขียนไม่ได้ ถ้ามึงจะมาสายกาวๆ แบบนี้ให้ไปคิดใหม่ มุกตลกมันเป็นศาสตร์ มันมีจังหวะ มีบริบท กาวมึงกาวแบบกั๊กๆ ยั้งๆ กาวติดขัด อย่างเช่นไอ้มุกยาสลบของมึง ความจริงมันเขียนให้ตลกกว่านี้ได้ แต่ด้วยจังหวะ ด้วยการถ้อยคำที่เล่า มันรวมออกมาแล้วยังทำมุมปากกูขยับไม่ได้เลย ไอเดียมึงพอมีอะแต่จังหวะไม่ได้ เรื่องจังหวะนี่มึงหาพวกการ์ตูนแก๊กมาอ่านน่าจะเข้าใจ แต่จะสร้างจังหวะยังไงเป็นเรื่องของมึงที่ต้องตรัสรู้ด้วยตัวเอง บางทีมันก็ออกมาเองแต่พอไปเค้นให้ตายก็ไม่ออก แต่ลองคิดถึงมันบ่อยๆ มันก็มีโอกาสออกมาบ่อยขึ้น มึงเดินไปซื้อของ เข้าห้องน้ำ อ่านมังงะมึงอาจจะ อ๊ะ ออกมาแล้ว แบบนั้นก็ได้

การเล่าเรื่อง มันแย่ว่ะ เรื่องมึงเส้นเรื่องไปถึงตอนห้ามันก็ดูเข้าท่าดี แต่การเล่าเรื่องไปนั้นแย่ มึงเข้าใจคำว่าการเล่าไหม ถ้าไม่เข้าใจกูจะให้ย้อนไปดูลูกสาวแรงค์ s อีกรอบ เรื่องนี้มังงะทำดี กูชอบ กูอยากเผยแพร่ มันเห็นภาพการเล่าแต่ละตอน การผูกจุดสำคัญของตอนหนึ่งกับอีกตอนหนึ่ง การสะสมความเข้าใจของตัวละครแต่ละตัว ตัวละครแม่งเยอะฉิบหายแต่อ่านไปจะจำแต่ละตัวได้ว่าใครเป็นยังไง เพราะมันมีการสะสมความเข้าใจไปเรื่อยๆ ย้อนไปดูนิยายมึง ปัญหาเยอะมาก บทสนทนาก็งั้นๆ ตัวละครมาก็ไม่ได้ดูตกใจมาก มุกตลกแม่งหนักเลย รวมๆ คือแย่แทบทั้งหมด มึงอยากแก้ไขมึงไปเขียนมาใหม่ ตอน 1 มึงบอกตัวเอง มึงต้องตกใจ ไม่ตกใจก็ต้องเอ๋อแดก! มึงบอกตัวเองว่าตอน 1 มึงต้องรู้สึกอย่างนั้น ทำให้คนอ่านรู้สึกอย่างนั้น มึงทำไม่ได้ให้ลบเขียนใหม่ มึงต้องทำให้คนอ่านรู้สึกอะไรสักอย่าง ต้องสื่อมันไปให้ถึง เล่าใหม่ เรียบเรียงใหม่ สร้างจังหวะใหม่ แก้หมด ลบทิ้ง ทำไม่ได้ก็ไปนอน วันหลังมาเขียนใหม่ ไม่งั้นปัญหานี้จะติดตัวมึงไปเรื่อยๆ แต่ไม่ทำก็ไม่เป็นไรนะ กูบอกไปงั้นแหละ สำหรับคำวิจารณ์นั้นภาพรวมนิยายมึงห้าตอนแรก โครงเรื่องดูธรรมดาแบบเข้าท่าอยู่หน่อยนึงแต่มึงเขียนได้ค่อนข้างแย่ มุกฝืดไปหน่อย

249 Nameless Fanboi Posted ID:o2Iw2.TiCx

>>248 ขอบคุณมิตรสหายโม่งที่ชี้แนะมากเลยครับ จะลองไปปรับแก้ไขครับ (กราบ)

250 Nameless Fanboi Posted ID:9v2Fh1cjxd

ไอ้นิยายธรรมดามู้ก่อนแม่งฮาจริง ถ้ามันพิมพ์แบบโม่ง กูจะเชื่อแล้วว่าแม่งจงใจกวนตีน 5555

251 Nameless Fanboi Posted ID:X.EEmtVwA7

>>242 กูเคยเจอเป็นแนวเหมือนนักเขียนรุ่นเก่าๆ หน่อยเขียนเรื่องนึง แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้ มีการพูดถึงคาถาอาคมและแก็ตเจดอย่างที่มึงบอกทุกอย่าง ควายธนู หุ่นพยนต์ ลูกกรอก อะไรประมาณนี้ เสียดายจำชื่อไม่ได้จริงๆ ส่วนอีกเรื่องติดท็อปแฟนตาซีในเด็กดวกจำชื่อไม่ได้เพราะไม่อยากจำ พระเอกเป็นเด็กวัดได้ตำราเล่มสีดำมาจากหลุมศพตอนไปขุดศพ แล้วก็ใช้คาถาเก่าๆ มั่วให้แกรี่จนเนื้อเรื่องเละ

ส่วนตัวกูเคยแต่งไว้แต่ไม่ได้เอามาลงเพราะรู้ว่าแม่งไม่เกิดแน่ๆ พล็อคคร่าวๆ คือพระเอกโดนปู่ที่เป็นหมอผีหลอกว่าจะให้ของขวัญวันเกิด แล้วให้หม้อท่าทางน่าสงสัยมาใบนึง พระเอกเป็นพวกไม่เชื่อเรื่องผี กลับถึงบ้านเลยเปิดหม้อแม่ง (มึงคงเดาได้) ปรากฏว่าได้ผีไวฟุมาสองตัวรวด หลังจากนั้นก็จะเข้าบทต่อสู้เลยเพราะมีหมอผีจากมิติคู่ขนานจะมาเอาวิญญาณพระเอกไปทำพิธี ถ้าไม่มีไวฟุคู่นี้พระเอกก็ม่องเท่งตั้งแต่ต้นเรื่อง ปมอะไรก็มีหลายอยู่แต่กูคงไม่เล่าเพิ่มเดี๋ยวยาว ไอเดียที่กูใช้คือชื่อเรียกรอยสักแบบต่างๆ ในวงการ แล้วกุก็ยืมระบบสแตนด์จากโจโจ้มาใช้ ใครสักอะไร ก็เรียกวิญญาณตัวที่สักออกมาสู้ได้ กฏง่ายๆ คือคนสู้คน ยันต์สู้ยันต์ มันมีเรื่องผีพื้นบ้านมาเกี่ยวด้วยค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่งที่ลงในเด็กดีไม่ได้เพราะมัน 18+ นอกจากนางเอกคู่หลัก ยังมีกุมารีโลลิ ตานีทวินเทล นางกวัก milf สี่หูห้าตาสายรุก กระสือซึน ฯลฯ วนเวียนกันมาตักตวงความสุขจากพระเอกเรื่อยๆ เพราะระหว่างฟิจเจอร์ริ่งจะสูบวิญญาณส่วนหนึ่งของพระเอกมาเพิ่มพลังตัวเองได้ด้วย กว่าพระเอกจะหลุดพ้นจากอาการคางเหลืองก็ตอนน้องปอบคู่หมั้นพระเอกมาเปิดตัวช่วงกลางๆ เรื่องพร้อมกับเข้าอาร์คสุดท้ายในศึกกับจ้าวแห่งไสย เป็นนิยายที่กูแต่งจบแล้วชอบมากเรื่องหนึ่งเลย ตอนแต่งอยู่ด้วยความหื่นก็ไม่คิดอะไรมาก แต่พอหลังจากแต่งจบเริ่มหลอนว่าจะเจอวิญญาณที่เขียนถึงมาหักคอข้อหาทำบัดสีหรือเปล่า โดยเฉพสะฉากจัดหนักน้องเปรตยังตราตรึงใจกูไม่หาย กูแต่งลงไปได้ยังไงวะฉากนั้น พระเอกแม่งกลายเป็นดิลโด้มนุษย์ไปเลย

252 Nameless Fanboi Posted ID:3kAA.bOwIQ

>>251 แทงคิ้ว

253 Nameless Fanboi Posted ID:B3lIdLt6hN

>>251 เรียกพลังจากสัก กูนึกถึง Tattoo Taboo

254 Nameless Fanboi Posted ID:xQdZn7fCGb

>>251 นิยายแนวนี้สมัยก่อนมีตรึมเลยนะ เป็นเอกลักษณ์ของนิยายไทยสมัยก่อนเลยก็ว่าได้ จะต้องมีเรื่องภูตผีปีศาจ หมอผี หลวงพ่ออยู่ในเรื่อง

แต่เดี๋ยวนี้เราไปรับพวกการ์ตูนญี่ปุ่น/ฝรั่งมาเยอะ แฟนตาซีบ้านก็เลยกลายพันธ์เป็นอะไรไม่รู้ จีนบ้าง ยุ่นบ้าง หลั่งบ้าง ปนกันเละเทะ

255 Nameless Fanboi Posted ID:B3lIdLt6hN

>>254 แถมคาถาเวทมนตร์ยุคกลางแม่งไม่ใช่ของยุโรปจริงๆแหละ วิกคาจริงๆไม่ได้เวอร์วังหรือเห่อหมอยขนาดนี้หรอก

256 Nameless Fanboi Posted ID:xQdZn7fCGb

>>255 ต้องเข้าใจเว้ย เดี๋ยวนี้คนชอบตัวละครเก่ง ๆ จะเขียนให้มันดูเก่งแบบไม่พึ่งพลังก็ยาก ใส่เอฟเฟคให้แม่งเยอะ ๆ นี่แหละ แหล่ม............แล้วคนเขียนก็จะมาตันตอนหลัง เพราะพระเอกมึงเก่งเกิน ไม่มีใครมาสู้ได้

257 Nameless Fanboi Posted ID:B3lIdLt6hN

>>256 และนี่คือเหตุผลนิยายฝรั่งไม่ค่อยดองกัน เพราะไม่กำหนดให้พระเอกเทพเกินตั้งแต่แรกไง หัวคิดคนฝรั่งประมาณนี้เลย

258 Nameless Fanboi Posted ID:GEURZddU4d

>>257 คนแต่งขายกับแต่งลงเว็ปแม่งต่างกัน บางคนมีพล๊อตนิดหน่อยในหัว แม่งก็เขียนลงกันละ สุดท้ายแถไม่จบ ปล่อนทิ้ง 555

259 Nameless Fanboi Posted ID:B3lIdLt6hN

>>258 กูเห็นด้วยนะมึง นิยายเว็บยังพอว่า แต่ไอ้นิยายที่ได้ตีพิมพ์จากเว็บเด็กดีบางเรื่องแม่งปล่อยทิ้งได้อย่างหน้าตาเฉย เกิดมาทำกำไรหรืออมฝุ่นละว่ะ ไม่รู้นิยายเว็บไทยอื่นที่ได้ตีพิมพ์เป็นกะเด็กดีด้วยมั้ยนีี

260 Nameless Fanboi Posted ID:rlXUCP3Jg1

>>259 เงี่ยแหละ แม่งชอบสร้างปมไว้เยอะ ๆ ให้คนอ่านรอลุ้น...แต่ที่ไหนได้ไอ้คนเขียนนี่แหละลุ้นกว่าใครเพื่อน เพราะแม่งก็ไม่รู้ว่าจะเคลียปมยังไงเหมือนกัน 5555

261 Nameless Fanboi Posted ID:LzLTzLCsx0

นิยายมันก็ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย คนชอบอะไรก็เขียนอย่างงั้น

แมรี่ ซู ต้นกำเนิดมันก็มาจากฝรั่งอะ มันไม่เกี่ยวหรอกจะหัวดำหัวทอง เขียนแล้วตันกันได้ทั้งนั้น คนเขียน got แม่งเขียนมายี่สิบปีแล้วยังไม่จบเลย บางคนมีพล็อตแต่เขียนต่อไม่ได้ เขียนช้า ขี้เกียจเขียน ส่วนพวกมือสมัครเล่นเขียนไม่จบมันมีทุกที่นั่นแหละ

262 Nameless Fanboi Posted ID:.P5XDLIKMn

>>261 จะบอกว่าสมัยนี้ คนนิยมเขียนดองกัน พวกเขียนจบแล้วเป็นคนล้าหลังเรอะ

263 Nameless Fanboi Posted ID:bEcxXNWVfE

>>262 มึงอ่านยังไงของมึงวะ จินตนาการล้ำมากกูแม่งคิดไม่ถึงเลยว่าไปจุดนั้นได้ยังไง

เรื่องดองไม่ใช่เรื่องของแฟชั่น ไม่ใช่เรื่องของเชื้อชาติ สีผิว สีผม คนดอง คนเขียนไม่จบมันมีทุกที่ทั่วโลก เอาในเอเชียมึงไปดูงานเว็บยุ่นเว็บจีนดองกันเยอะแยะ คนเขียน got กำหนดจะวางเล่ม 6 ตั้งกี่ปีแม่งก็ไม่ออกมาจนซีรี่ย์จะจบแล้ว มันเป็นปัญหาของคนทั่วโลกไม่ใช่แค่ในไทย ไม่ใช่แค่ใน ดด. ไปเกี่ยวอะไรกับคนเขียนจบวะ กูบอกตอนไหนว่าเขียนจบล้าหลัง คนเขียนจบแม่งก็มีทั่วโลกเหมือนกัน กูเห็นว่าพวกมึงให้ค่าฝรั่งมากไป อีแมรี่ ซู ต้นกำเนิดคำเรียกพวกเทพซ่าเนี้ยมันก็ฝรั่งนี่แหละเขียน เวทมนตร์ตูมตามนี่มึงนึกภาพแฮรี่ดูเอาแล้วกัน พวกเทพซ่าทั้งเบียวทั้งเกรียนมึงไปอ่านตำนานเทพพวกฝรั่งดู แต่กูว่ามันจะเบียว จะเทพซ่าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกถ้าเขียนกันดีพอ

264 Nameless Fanboi Posted ID:KmlXE79qT6

สุดยอดอภิมหาการตลาดระดับจักรวาล 200 iq
https://www.dek-d.com/board/view/3926442/

265 Nameless Fanboi Posted ID:2svrvaCd+1

>>264 สองเรื่องแม่งใช้รูปยังกะละครไทย ธีมไม่น่าเข้ากันกับตัวละครเลย

266 Nameless Fanboi Posted ID:Ov5mSBijY3

>>264 อัลลัยเนี่ย 555

267 Nameless Fanboi Posted ID:OA8LodkhQU

>>264 ตลกสัส นักปฏิวัติ wannabe

268 Nameless Fanboi Posted ID:9P11Nc3sKR

>>264 กูกำลังจะง้างแล้ว ดีแม่งเจอแฉก่อน เกือบงับเบ็ดแล้วสัส

269 Nameless Fanboi Posted ID:vfQBlJvSp+

>>264 เหมือนแม่งเหงาอะ ไม่มีคนอ่านนิยาย ใครก็ได้ลองส่งข้อความให้มันเอามาโปรโมทในโม่งดิ๊ น่าสงสาร

270 Nameless Fanboi Posted ID:c0Md3jB2g7

>>264 สารภาพแล่ๆ https://www.dek-d.com/board/view/3926649/

271 Nameless Fanboi Posted ID:./TjE3BpUo

>>270 กูกะแทงสวนรู้ได้ไงว่าอิเดธไม่ได้มั่วใส่ความ แม่งเอ่ยเมิงจะรีบสารภาพทำมายย

272 Nameless Fanboi Posted ID:A5lWp9KmF8

>>271 เอาอะไรไปสวน ชัดขนาดนั้น

273 Nameless Fanboi Posted ID:j66jPoJJ3m

อดมีดราม่ามันส์ ๆ เบย

274 Nameless Fanboi Posted ID:2hGQ/Smu.E

KY กระทู้ ที่บอกว่ามีสำนักพิมพ์ติดต่อมาสามที่ แต่แม่ไม่สนับสนุนนี่จบยังไงวะ ทำไมลบไปแล้ว มีใครติดตามมั้ย

275 Nameless Fanboi Posted ID:/K3A9Ofg57

>>274 คือกูก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกนะ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรไป จริงไม่จริงก็มันคนเดียวนั่นแหละที่รู้

276 Nameless Fanboi Posted ID:u+fIsxgtJh

พักนี้บอร์ดเด็กดีไม่มีอะไรน่าสนใจเลย

277 Nameless Fanboi Posted ID:84eSQCZ3su

>>276 ไม่ดีหรอ ไม่มีพวกเห้อหมอยมาให้ด่า โลกในอุดมคติของใครหลายคนในนี้ 55555555555

278 Nameless Fanboi Posted ID:9sf2AJDIwe

>>276 เปิดเทอมแล้วมึง รอตุลานะ

279 Nameless Fanboi Posted ID:dRbp5P0vNn

อยากกู้นิยายแต่กุไม่มีลิงค์สำรองไว้อะมึงทำไงวะ

280 Nameless Fanboi Posted ID:y.F+oJRB7b

วันก่อนเคยมีคนพูดถึงแรงบันดาลใจกับก็อปปี้
https://www.dek-d.com/board/view/3927064/

แต่วันนี้ถกประเด็นอีกครั้ง
https://www.dek-d.com/board/view/3927064/

281 Nameless Fanboi Posted ID:y.F+oJRB7b

ส่งผิด โทษที https://www.dek-d.com/board/view/3927290/

เล่นมือถือใช้ยากชิบหาย

282 Nameless Fanboi Posted ID:9.R/OrGEeM

>>281 แล้วเราต้องทำอะไรวะ เข้าไปช่วยถก หรือเอามาถกกันเองในนี้ ว่าแต่เราควรอยู่ฝั่งไหน

283 Nameless Fanboi Posted ID:JSepw.ciL4

Avengers End Game - Black Widow ตายตอนไปเอา Soul Gem / Tony Stark (Iron Man) ตายตอนจบ
Detective Pikachu - Pikachu คือพ่อพระเอก / พ่อพระเอกไม่ตาย
John Wick 3 - ตอนจบ John Wick ไม่ตาย Winston แกล้งยิงเพื่อช่วย John Wick หลอกตุลาการ

284 Nameless Fanboi Posted ID:y.F+oJRB7b

>>282 ที่ไหนก็ได้แหละ

285 Nameless Fanboi Posted ID:6Oz+DT58UY

สรุปก็อปปี้ที่ในมู้หมายถึงแค่ก็อปในขอบเขตแค่สำนวนหรือประโยคมาทั้งดุ้นหรอวะ ถ้าเอาจริงๆเรื่องก็อปนี่ โดยส่วนตัวกูว่าควร
ด่าเรื่องพล็อตที่ซ้ำๆกันมากกว่าว่ะ ส่วนตัวอ่านแต่แฟนตาซีก็เจอพล็อตไอเดียแบบ นางร้าย หลุดเข้าไปในเกมบ้างล่ะ
หลุดเข้ามาแล้วพระเจ้าให้พรบ้างล่ะ(เยอะชิบหาย) อะไรประมาณนั้น

286 Nameless Fanboi Posted ID:65mbseBL4F

เปิดเทอมละบอร์ดเด้กดวกน่าเบื่อ ไม่มีใครแปะนิยายในนี้เลยเหรอ

287 Nameless Fanboi Posted ID:hsTq300nPR

>>286 รอหาลัยปิดเทอม เผื่อจะบันเทิงบ้าง

288 Nameless Fanboi Posted ID:PJBJ7i28B6

กูจะเขียนนิยายแนวไสยศาสตร์ ภูติผีไทย ควรไปลงหมวดไหนคนอ่านถึงจะชอบวะ
ตอนนี้ลังเลระหว่างแฟนตาซีกับระทึกขวัญ

289 Nameless Fanboi Posted ID:PJBJ7i28B6

>>288 เพิ่มเติม

คือใจกูอยากลงแฟนตาซีนะ คนอ่านแม่มเยอะดี แต่ปัญหาคือพอกูไปส่อง ๆ พบว่านิยายในหมวดนั้นแม่งคนละแนวทางกับกูเลยว่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นไปผจญภัยต่างโลก ตีดาบปราบมังกร จับคฑาเวทย์ยิงใส่กับปิ่ว ๆ สเกลแต่ละเรื่องนี่เล่นใหญ่ระดับ GOT เรียกพี่

แต่ของกูนี่แนว ๆ คณะพ่อหมอ ไล่ปราบผีตามหมู่บ้าน แล้วเสือกเป็นนิยายจบในตอนอีก

290 Nameless Fanboi Posted ID:hCSx5Yfh5L

>>289 กูว่ามึงรู้คำตอบแล้วนะ

291 Nameless Fanboi Posted ID:6FKbqc+/Vb

>>290 หรอวะ แก๊งพ่อหมอกูก็เสกข้าวสารได้นะ 555

292 Nameless Fanboi Posted ID:RX.A6p3EF0

หมวดเด็กดีมันล้าสมัยไปมาก ไม่ยอมทำตามจัดกมวดของมังงะสแกน

293 Nameless Fanboi Posted ID:5iW3TfgVcR

>>289 มึงลงหมวดไหนคนก็อ่านไม่เยอะ ลงระทึกขวัญคนอ่านไม่กี่สิบก็ติดท็อปแล้วกลุ่มคนอ่านมันน้อย ลงแฟนตาซีมึงก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนอ่านเขาก็อ่านคนละแนวทางจากมึง มึงแค่เห็นคนวนเวียนเยอะอยากไปขายของตรงนั้นแต่เขาจะสนใจหรือเปล่ามึงน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว ถ้ามึงมึนๆ หน่อยมึงก็ลงมันไปทั้งสองหมวด สองไอดีเทียบดู ลงๆ ไปสักพักไอดีไหนคนอ่านน้อยก็ลบทิ้ง

294 Nameless Fanboi Posted ID:6FKbqc+/Vb

>>293 งี้ก็ได้หรอวะ ลงสองไอดี 55555555

295 Nameless Fanboi Posted ID:ztO1l5gf9d

>>293 สองหมวด สองไอดี ลงเอง นักเลงพอ

296 Nameless Fanboi Posted ID:u1M0N7Ohvh

กูลองอ่าน Max เทพเกรียน แม่งก็ตลกดีนะ
อ่านแล้วติดดีว่ะ รู้สึกว่ามันมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่าง

297 Nameless Fanboi Posted ID:/6Au35geg3

กูหงุดหงิดว่ะ กูกำลังเขียนเรื่องนึง มันไม่ใช่แฟนตาซี(แต่บทบรรยายมาแนวหลอก ถ้าอ่านไม่แตกฉานพอ มันต้องมีคนคิดว่าแฟนตาซีแน่ๆ) พล็อตออกแนวระทึกขวัญแต่ก็ไม่ใช่อีก ออกแนวโรแมนซ์ มืดมนแต่ก็ไม่ใช่รักสีเทาอีก มาเลือกหมวดลงใน Dek.d ยิ่งทำกูหงิดหนักกว่าเดิมอีก คือแม่งไม่ใช่สักหมวดไง สุดท้ายกูเลยลงหมวดสอบสวนแม่ง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ละก็เหมือนจะไปเปลี่ยนมาตลอดหลายเดือน เมื่อไหร่เด็กดวกมันจะปรับปรุงหมวดนิยายวะ

298 Nameless Fanboi Posted ID:gH.95du5mO

นิยายเขียนไป 5 ตอน ให้โม่งสับเป็นแนวทางก่อนได้ไหมเขียนแนวแฟนตาซีเห่อหมอย เบียวนิดๆอ่ะ

299 Nameless Fanboi Posted ID:tFT2vytoyY

>>298 กล้าพอก็จัดเลย

300 Nameless Fanboi Posted ID:okmyJNQFpv

https://writer.dek-d.com/Annko103/writer/view.php?id=1961048 เชิญสับไม่ต้องเกรงใจ แต่กูขอออกตัวก่อนว่ากูพยายามยัดเยียด
ความกาวให้คนอ่าน ซึ่งกูไม่รู้ว่าบรรยายแล้วมันกาวหรือมันเหี้ย ถ้าพวกมึงว่ามันเหี้ยกูจะเอากลับไปแก้ไข ขอบคุณล่วงหน้า

301 Nameless Fanboi Posted ID:p6.e1q7dW+

>>300 โปรดตัดสินใจก่อนคลิ๊ก "เรื่องราวของเด็กดอกคนนึง ที่รวยจนไม่รู้จะทำอะไร เลยคิดหนีออกจากบ้านไปใช่ชีวิตแบบสามัญชน"

สำหรับกูแค่เรื่องพล๊อตกูก็ไม่ซื้อแล้วว่ะ แรงจูงใจมึงปัญญาอ่อนมาก เด็กดอกไม่อยากถูกพ่อแม่ถูกบังคับเลยหนีออกจากบ้านไปหาอิสระ (กูนึกว่ากำลังดูหนังเจ้าหญฺงดิสนีย์) ส่วนเรื่องการบรรยาย อ่านไปบทแรก แม่งห้วนชิบหาย ใครไม่ชอบน้ำเยอะ เนื้อเน้น ๆ มึงเข้าไปอ่านเลย (แต่แม่งเป็นเนื้อที่แห้งแร้งสัส ๆ) อีกอย่างแม่งเสือกเล่าเป็นมุมมองบุคคลที่ 1 คือกูต้องมาฟังอีเด็กดอกนี่บ่นตลอดทาง น่ารำคาญความกาวชิบหาย แล้วก็ไอ้เรื่องมุกตลก แม่งก็เป็นมุกแบบกาว ๆ ไม่รู้นะอาจจะมีคนอิน (แต่ไม่ใช่กูแน่ ๆ)

กูว่ามึงคงรู้อยู่แก่ใจแล้วล่ะว่านิยายมึงเหี้ยยังไง มึงแค่เอามาแปะเรียกอ่าน เผื่อฟลุคได้คนอ่านเพิ่มสักสองสามคน (กูก็เคยแปะพอจะได้เหยื่อเหมือนกัน 555) ถึงงั้นก็เถอะ สำหรับกูเรื่องนี้มันเหี้ย ยิ่งกูที่ไม่ใช่สายอ่านแนวนี้ยิ่งมองว่ามันเหี้ย เอาเป็นว่ามึงพยายามแต่งให้จบละกัน กูเชื่อว่าถึงนิยายจะเหี้ยยังไง ถ้าลงอย่างต่อเนื่องแม่งก็จะมีคนเข้ามาอ่านนั่นแหละ

ปล."ผจญภัย" เขียนงี้ไอ้สัส

302 Nameless Fanboi Posted ID:F1uPar6vKC

>>300 นิยายมึงกากติดอันดับต้นๆที่เคยอ่านเลยว่ะมึงกล้าชิบหายที่เอามาแปะ ทั้งกาวทั้งเหี้ยไม่มีความสนุก มุขกับการกระทำโคตรเฟค พล็อตยังไม่เท่าไรปญอ.ระดับนี้กูรับได้ แต่เขียนได้เหี้ยมากไม่รู้มึงต้องการอะไร กูว่ามึงดีอยู่แค่เรื่องเดียวคือเขียนได้น่ารำคาญมาก

303 Nameless Fanboi Posted ID:okmyJNQFpv

>>301 กูขอบใจมึงมากจริง ๆ เรื่องเขียนผิดเป็นเพราะกูโง่เอง กูไม่ได้เอามาแปะเรียกคนอ่านหรอก สรุปแล้วมันเหี้ยในสายตาคนอื่นจริง ๆ ว่ะ 5555 กูปรับปรุงตรงไหนได้บ้างวะ หรือกูควรโละเขียนใหม่หมด

304 Nameless Fanboi Posted ID:okmyJNQFpv

>>302 ฉิบหายแล้วกู ขอบคุณมึงมากที่มาบอก กูว่ากูเลิกเขียนสักพักแล้วไปศึกษาเรื่องอื่นก่อนดีกว่าว่ะ ตอนนี้แม่งเหมือนมีไฟลนตูดอยากแต่งเยอะ ๆ แล้วก็มายัด ๆ ให้มันจบ ๆ ไปในแต่ละตอน กูมักง่ายเอง

305 Nameless Fanboi Posted ID:E210fUJ15S

>>300 กูออกตัวให้ว่ามันไม่ได้แย่ มึงทำกูยิ้มฉากนึงได้ (ยิ้มแบบแห้งแล้งสัสๆนะ) แต่อยากให้มึงเพิ่มบรรยายมากกว่านี้ กูอ่านสักพักแล้วอยากปิดชิบหาย อารมณ์แม่งประมาณว่า "ทำไมกูต้องมาฟังอินี่บ่นพล่ามยาวเป็นหางรถไฟด้วยวะ" อ่านแล้วสรุปว่าไม่รู้เรื่องเหี้ยไรเลย ยัดกาวมาเป็นกระปุกกระตั้ก จนกูงงว่ากูควรสนใจมันเรื่องไหนดี ในเมื่อมันมีแต่กาวหาไม่มีสาระไม่ มึงควรเพิ่มบรรยายอีก ประโยคคำพูดก็พยายามตัดฉับๆๆให้มันสั้นลงหน่อย เอาแบบย่อๆ ให้ได้ใจความ.ความกาวของนังนางเอกก็พอแล้ว เขียนบทสาวใช้ให้เรียลขึ้นอีกนิ๊สสส รู้สึกว่าตรรกะจะเบี้ยวๆ ไปทางนางเอกซะเหลือเกิน สุดท้ายกูอ่านไม่จบ อ่านไม่รู้เรื่อง แต่มันไม่ได้เหี้ยมากสำหรับกูนะหรือกุจะเคยอ่านนิยายส้นตีนกว่านี้มาก็ไม่รุ้ Su su

306 Nameless Fanboi Posted ID:okmyJNQFpv

>>305 ขอบคุณมากนะโม่ง ตอนนี้กูขอปิดนิยายไปเขียนแม่งใหม่หมดเลยละกัน ไว้กูเขียนใหม่แล้วกูจะขอความกรุณาเพื่อนโม่งอีกที

307 Nameless Fanboi Posted ID:okmyJNQFpv

กูขอพิมพ์เพิ่มอีกนิดนึง กูคิดถูกจริง ๆ ว่ะที่เอามาแปะให้โม่งสับ ไม่งั้นป่านนี้กูก็คงนั่งเขียนงก ๆ แบบมีไฟลนตูดสรุปแล้วก็ออกมาเป็นแบบนิยายขยะทั่วไป

308 Nameless Fanboi Posted ID:ojfL+6tR0G

นิยายฮาเร็มแบบไหนถืงไม่เรียกว่าขยะวะ หรือฮาเร็มคือขยะ?

309 Nameless Fanboi Posted ID:mWy+/2b1wx

>>308 ฮาเร็มแบบที่มึงเชียร์ให้ฮาเร็มอะครับ ถ้ามึงไม่เชียร์มันก็เหี้ยทุกเรื่องนั่นแหละ

310 Nameless Fanboi Posted ID:93yYbnkIz8

กูสงสัยแฮะ ถ้ากูเขียนแบบนี้พวกนักอ่านในเด็กดวกมันจะอกแตกตายกันรึเปล่า คือกูมีไอเดียอยากจะเขียนบรรยายแนวบุคคลที่ 2 คือให้ตัวละครตัวหนึ่งเป็นคนบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ ว่ะ (นึกไม่ออก นึกถึงหมอวัตสันเป็นคนบรรยายในเรื่องเชอร์ล็อค โฮมส์ ละกัน)

แนวที่จะเขียนคือตั้งใจว่าจะให้ไอ้คนบรรยายเนี่ย เป็นคนติดตาม + คนคอยเบรก ตัวละครอีกตัวที่บทคล้ายๆ พระเอกแนวโคตรเกรียนเทพซ่า ไร้สามัญสำนึก ปากหมา ฆ่าคนเป็นผักปลา + กาว และ ฮาเร็ม โดยที่ระหว่างเรื่องจะให้ไอ้คนบรรยายเนี่ยบ่น + แอบด่า กับพฤติกรรมกาวๆ ไปพร้อมกับบรรยายถึงความชิบหายที่ไอ้พระเอกนี่ทิ้งเอาไว้หลังเสร็จงานด้วย

จะเรียกว่าเขียนแนวประชดก็คงไม่ผิด แต่ที่กูสงสัยก็คือไอ้พวกเห่อหมอยนี่แม่งจะเข้าใจรึเปล่านี่ล่ะ งานเก่ากูแค่เขียนพระเอกไว้ชีวิตคนร้ายแม่งยังโดนด่ายับเลยใจตุ๊ด มาแนวนี้ไอ้คนบรรยายนี่มีหน้าที่แค่เฝ้าสังเกต + คอยดูแลไอ้พระเอกเทพซ่า แบบนี้จะโดนเละรึเปล่าก็ไม่รู้ orz

311 Nameless Fanboi Posted ID:mWy+/2b1wx

>>310 มึงก็เขียนไปสิกลัวเหี้ยไร พิสดารกว่ามึงก็มีมาแล้ว

312 Nameless Fanboi Posted ID:.pElC0FXCo

>>310 อย่าไปกลัว จริงๆ เขียนออกมาแล้วอาจจะโดนด่านิดเดียวเพราะคนอ่านไม่มีก็ได้

313 Nameless Fanboi Posted ID:HuBi+4mU4l

มึงงงง กูเขียนแล้วรู้สึกเหมือนหลงทาง ตอนเขียนแต่ละตอนนี่เคว้งมาก หรือกูยังทำการบ้านมาไม่ดีพอวะ? กูควรไปทบทวน จัดการแต่แรกใหม่เลยปะ?

314 Nameless Fanboi Posted ID:93yYbnkIz8

>>312 เชี่ยยย อย่าเอาความจริงมาพูดสิวะ กูยิ่งหวั่นอยู่

315 Nameless Fanboi Posted ID:.MwbQZFxlY

>>313 มึงเขียนด้นสดใช่ไหมล่ะ อยากไม่วางโครงเรื่องก่อนก็แบบนี้แหละ ช่วยไรบ่ได้หรอก ส่วนเรื่องจะเขียนไหมหรือไม่ กูคงตอบมึงไม่ได้หรอก อยู่ที่มึงนั่นแหละ

316 Nameless Fanboi Posted ID:93yYbnkIz8

>>313 กูแนะนำ 2 ทาง
1. เขียนให้จบ แล้วกลับมา Rewrite ใหม่ คือจะกาวจะเหี้ยยังไงก็ได้ แต่แถให้จบ พอกลับมาเขียนใหม่หลังความคิดตกตะกอนแล้วน่าจะสามารถผูกเรื่องใหม่ได้

2. ถอยหนึ่งก้าวเพื่อให้เห็นภาพรวมมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้น แต่ให้ถอยกลับมาดูว่าพลาดตรงไหน ตรงไหนแก้ได้ก็แก้ เพราะบางทีจุดที่ทำให้เรื่องตันมันอยู่ใกล้นิดเดียว

317 Nameless Fanboi Posted ID:CEv+d3Ny/K

>>315 ก็เกือบๆ ด้นสดแหละ แต่มันยังมีพล็อตในหัวประคองเรื่องอยุ่
>>316 ขอบคุณมาก เดี๋ยวไปนั่งแก้ใหม่

318 Nameless Fanboi Posted ID:f1pTKLrsHl

>>310 มึงมั่วตั้งแต่แรกละ อันนั้นคือมุมมองบุคคลที่ 1 หมอวัตสันของมึงน่ะ

มุมมองบุคคลที่ 2 ต้องประมาณชุดอยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย ในบางช่วงบางตอนที่เลโมนี สนิกเก็ต คุยกับคนอ่าน

319 Nameless Fanboi Posted ID:ReR1qnedCY

>>310 เขียนสนุกใครจะด่า มือมึงถึงหรือเปล่าเหอะ

320 Nameless Fanboi Posted ID:8I4+56Q2E8

ไอ้เหี้ย กูวางพล็อตไว้คร่าว ๆ ในหัวแต่ไม่ได้คิดให้มันแน่นก่อน สุดท้ายลืมปูทางมาว่ะ จะมาเขียนใส่เลยก็ดูไม่มีอะไรมาสนับสนุนเกินไป ประมาณว่า เดิมพระเอกมีพลังพิเศษที่มันจะใช้เป็นแค่นิดหน่อย แต่ฉากที่กธกำลังจะเขียนคือเหมือนแม่งต้องอันล็อคขั้นกว่าของพลังได้ แต่กูลืมปูทางมาว่ามันไปฝึกตอนไหนอะไรยังไง ทำไมถึงทำได้ แต่จะกลับไปนั่งแก้ตอนเก่า ๆ ก็ขี้เกียจโคตร มึงว่าถ้ากูเขีบน ๆ ไปเลยมันจะโดด ๆ แปลก ๆ ป้ะ

321 Nameless Fanboi Posted ID:8I4+56Q2E8

กู 320 อีกอย่างคือรู้สึกโง่ลงฉิบหาย ไม่เขียนนิยายมา 2 ปี พอกลับมาเขียน แม่งเขียนยังไงก็ไม่ดี ประดิษฐ์คำไม่ได้ ทีแรกกะจะกลับไปรีไรท์ ไอห่า เริ่มมาพารากราฟแรกกูก็จอดแล้ว

322 Nameless Fanboi Posted ID:+vfppi+lf4

แจ่มขุ่นยังไม่เลิกใช้อีโมติคอนอีกเรอะวะ https://www.dek-d.com/board/view/3927668/

323 Nameless Fanboi Posted ID:DiKjxKseAx

>>322 นอกเรื่องอีโมติคอน คนอ่านนิยายไทยแม่งติดเชื้อ sjw ด้วยหรอวะ กับอีแค่แนวคิดตัวละครยัง triggered เนี่ยนะ คนเขียนไม่ได้บอกเองซะหน่อย

324 Nameless Fanboi Posted ID:LVbjde1i2C

>>322 ยังไม่ปลงตกกันอีกเหรอวะ หลายรอบละที่ตรรกะสำนักพิมพ์นี้มันแสดงมุมมองบางอย่างโฉ่งฉ่างออกมา ล่าสุดที่กูเคยเจอก็ เหยียดหน้า เหยียดผิว แต่อย่างว่า ว่ามันเป็นการแสดงออกทางความคิดตัวละคร จะโยงเข้าหาไอ้นักเขียนเองก็มีแต่ผลเสียเปล่าๆ มันเลยไม่ควรเอามาใส่ใจไง ป่านนี้คงตาสว่างเลิกอ่านแล้วมั้ง ยินดีด้วยนะ หางานกรองคุณภาพอ่านเถอะ!

325 Nameless Fanboi Posted ID:OiiSlbKBHt

>>322 ไม่แน่ใจว่านิยายเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์เมื่อไหร่ ถ้าเป็นเมื่อสักสิบปีที่แล้วยังพอเข้าใจได้ว่าหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้ยัง ignorant เรื่อง igbtq อยู่

แต่ถ้านิยายได้ตีพิมพ์สมัยนี้ ก็น่าคิดละว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงได้ยังมีชุดความคิดล้าหลังแบบนี้อยู่ ทั้งๆ ที่สมัยนี้ความรู้เกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศเข้าถึงง่ายกว่าช่วงสิบปีที่แล้วมาก

ไม่เห็นด้วยกับหลายคนในกระทู้ และ >>323-324 ที่ว่า 'นักเขียนไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวละคร' เพราะหนังสือนับเป็นสื่อชนิดหนึ่งซึ่งมีอำนาจในการสื่อสาร การที่เขาเลือกจะนำเสนอภาพลักษณ์ของกลุ่ม lgbtq ว่าเป็นพวกประหลาดจากความคิดของตัวละครก็เป็นการเผยแพร่ชุดความคิดล้าหลังแบบนี้ด้วย

กรณีเดียวกันกับที่หลายๆ คนบอกว่าละครแนวตบจูบ/ข่มขืน เป็นการ romanticize ความรุนแรงทางเพศ และทำให้เรื่องพวกนี้ดูเป็นเรื่องธรรมดานั่นแหละ

326 Nameless Fanboi Posted ID:OiiSlbKBHt

>>325 อนึ่ง กูไม่ได้ไม่ชอบนิยายอิโมติคอน กูถือว่านั่นเป็นวิธีการเขียนรูปแบบหนึ่ง ใครใคร่ชอบก็ชอบ ส่วนใครไม่ชอบก็ไม่ควรเหยียดความชอบคนอื่น

หากหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจริงๆ สิ่งที่ควรปรับปรุงที่สุดของสนพ. นี้ไม่ใช่การผลิตนิยายอิโมติคอน แต่คือมายด์เซ็ตของนักเขียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำหนังสือ มีหลายครั้งด้วยกันแล้วที่เกิดกรณีพิลึกพิลั่นแบบนี้ขึ้นมา พวกเธอควรปรับมายด์เซ็ตใหม่ได้แล้ว

327 Nameless Fanboi Posted ID:SOlcG7VxQo

มันเป็นแค่ความคิดของตัวละครไม่ใช่หรอวะ

328 Nameless Fanboi Posted ID:OiiSlbKBHt

>>327 จะเป็นแค่ความคิด หรือเป็นเพียงแค่ดอกไม้ดอกเดียว ถ้ามันอยู่ในสื่อ ผู้ผลิตสื่อต้องรับผิดชอบ

329 Nameless Fanboi Posted ID:SOlcG7VxQo

>>328 เอ้า งั้นแบบนี้ก็แปลว่าห้ามเขียนตัวละครที่มีความคิดเชิงเหยียดในนิยายหรอวะ

330 Nameless Fanboi Posted ID:QdLk34Qc9X

เพื่อนโม่งขอความเห็นหน่อย
ถ้าเขียนแนวกาวๆ โดยมีตัวเอกขี้โวยวาย + ชอบตบมุกประมาณชินปาจิในกินทามะนี่ เขียนบรรยายแบบบุคคลที่ 1 หรือบุคคลที่ 3 มันจะชวนฮากว่ากันวะ

331 Nameless Fanboi Posted ID:OiiSlbKBHt

>>329 เขียนได้ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าความคิดนั้นไม่ได้เป็น norm ในสังคม ไม่ใช่ทำเหมือนว่าการเหยียดเพศที่สามเป็นเรื่องปกติแบบนี้

หรือถ้านิยายเรื่องนี้มีฉากที่ตัวเอกในนิยายได้รับการ educate และเข้าใจประเด็นนี้มากขึ้นก็ขอโทษด้วย แต่คิดว่าคงไม่ เพราะจขกท. นั้นบอกว่าคนที่อ่านเจอเขารู้สึกแย่กับประเด็นนี้มาก

332 Nameless Fanboi Posted ID:SOlcG7VxQo

>>330 กูว่าฮาไม่ฮามันขึ้นอยู่กับจังหวะมากกว่ามุมมองนะ

333 Nameless Fanboi Posted ID:SOlcG7VxQo

>>331 อ๋อ คือเขียนให้ตัวนึงเหยียด แล้วก็มีอีกตัวนึง(อาจเป็นเพื่อน) หันมาด่ามัน เงี่ยหรอ

หญิงสาวในชุดเดรสสองนางนั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

"เฮ้ มึงดูอีกระเทยโต๊ะโน้นสิ เขียนคิ้วหนาอย่างกับปลิงควาย ทำไมพวกมันชอบแต่งหน้าทุเรศแบบนี้วะ" พรปภาหัวเราะเยาะ

"ไม่เอาสิมึง ไปว่าเขาแบบนี้ได้ไง เดี๋ยวเขาได้ยินก็ลุกมาตบมึงหรอก" สมพงษ์หันมาเอ็ดเพื่อนสาว

334 Nameless Fanboi Posted ID:n50jclzEwm

เห็น นข.ออกมาบอกว่าเรื่องนี้เขียนไว้หลายปีแล้ว FCตามมาหนุนกันเพียบ

335 Nameless Fanboi Posted ID:OiiSlbKBHt

ใครที่สนใจประเด็นความเท่าเทียมทางเพศตั่งต่างกูแนะนำให้ฟอลทวิตคุณ @himatako_th

บางประเด็นกูก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเขา แต่ทวีตของเขาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กูตระหนักรู้

>>333 มึงยกตัวอย่างไม่ดี

1.) ประเด็นที่พรปภาว่า 'กะเทยโต๊ะโน้น' คือเรื่องการแต่งหน้า ไม่ใช่เพศสภาพ
.
2.) ประเด็นที่สมพงษ์ใช้เตือนเพื่อนไม่ควรเป็น 'เดี๋ยวเขาได้ยินก็ลุกมาตบมึงหรอก' ที่แสดงให้เห็นว่าสมพงษ์ stereotype กะเทยว่าเป็นพวกใช้ความรุนแรง มีที่ไหน คนเตือนเสือกเหยียดเองซะงั้น
.
3.) สมพงษ์ควรเตือนเพื่อนในประเด็น
- พรปภาไม่มีมารยาท
- พรปภาไม่เคารพรสนิยมผู้อื่น เขาจะแต่งหน้ายังไงก็สิทธิ์ของเขา เข้าใจว่ามันแปลก แต่ถ้า 'กะเทยโต๊ะโน้น' ชอบมันก็เรื่องของเขา
.
4.) กลวิธีการนำเสนอออกจะเชยไปสักหน่อย อย่างน้อยๆ ใช้วิธี hint ความทุกข์ใจ/ความอยุติธรรมต่างๆ ที่ lgbtq ได้รับไว้ในเนื้อเรื่องก็ยังดี แต่ด้วยนี่เป็นตัวอย่าง เวลามึงแต่งนิยายจริงๆ คงจะดีกว่านี้ไม่มากก็น้อย

กูรู้มึงโทรล แต่ขอพิมพ์ตอบเป็นวิทยาทานให้คนที่สนใจละกัน โพสต์สุดท้ายละ เห็น >>334 บอกว่าเป็นนิยายเก่าด้วย ขอให้นักเขียนกลับตัวกลับใจได้แล้วละกัน

336 Nameless Fanboi Posted ID:dnb1busawM

>>335 'เดี๋ยวเขาได้ยินก็ลุกมาตบมึงหรอก' ที่แสดงให้เห็นว่าสมพงษ์ stereotype กะเทยว่าเป็นพวกใช้ความรุนแรง
เข้...วิเคาะห์ได้แตกฉานสัส กู >>333 เอง ขอคาราวะ

แต่เรื่องคนมองกระเทยชอบใช้ความรุนแรง หยาบสถุน เป็นตัวตลก ถ้ามึงจะให้ทุกคนเลิกมองแบบนั้นคงจะยากหวะ เพราะมันฝังลึกเข้าไปใน DNA คนบ้านเราไปแล้ว ไม่มองไปถึงนิยายหรือหนังบ้านเราหรอก แค่รายการเกมส์โชว์โทรทัศน์ที่เอากระเทยมาออก ก็ได้รับบทเป็นตัวตลกบ้าผู้ชายทั้งนั้น นี่ยังไม่ได้พูดถึงรายการของกระเทยในยูทูปนะ แต่ละรายการนี่ โอ้...โห (แต่เรตติ่งกระฉูดทุกรายการ)

คือถ้าสมมุติกูจะเขียนนิยายสักเรื่อง ที่มีตัวละครกระเทย กูก็คงยัดบทตัวตลกให้นั่นแหละ จะเอาเป็นนางเอกคงไม่รุ่ง หรือจะเอาไปเป็นพระ...ก็คงไม่ได้

337 Nameless Fanboi Posted ID:QdLk34Qc9X

กูรู้สึกผิดเลย ที่เคยเขียนแบบยัดบทตัวตลกหิวผู้ชายให้กับกระเทยกล้ามล่ำ

338 Nameless Fanboi Posted ID:m8Zv8IbgqQ

>>331 ตัวละครในเรื่องด่ากระเทยถูกมองเป็นเรื่องไม่ดี แต่ทำไมพอมีงานเขียนแนวด่าพวกคนรวยแบบ "ไอ้พวกผู้ดีตีนแดง โดนแดดหน่อยไม่ได้ ต้องมีคนเดินกางร่มให้" หรือแนว ๆ เหน็บแนม "นาฬิกาเรือนละร้อยก็ดูเวลาได้ ไม่เห็นต้องไปเห้อของแพง ๆ" ทำไมหลายคนชอบคิดว่าเป็นงานสะท้อนสังคมวะ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องของรสนิยม

เวลากูอ่านนิยายที่มีเรื่องทำนองนี้แล้วแปลกใจ คือส่วนใหญ่ตัวละครที่มีความคิดแบบนี้ จะเป็นอีพวกนางเอกติด จะพูดเชิงสั่งสอนตัวอิจฉาบ้านรวย

มึงคิดว่าไงวะ

339 Nameless Fanboi Posted ID:0cttSyWdFI

>>337 ไม่รู้นะ กูมองว่าแม่งเป็นเรื่องปกติไปแล้ว พวกคนดัง ๆ ที่เป็นกระเทย ก็มีคาแรคเตอร์ติดตาเป็นแบบนี้ทั้งนั้น หยาบคาย บ้าผู้ชาย

340 Nameless Fanboi Posted ID:C9uSlrotMD

>>338 เฮย มีคนคิดแบบกูด้วย กูเคยเจอบางเรื่องแม่งมีแซะรถสปอต แล้วคือแบบกูเป็นพวกชอบศึกษารถไง แม่งหงุดหงิดชิบหาย

341 Nameless Fanboi Posted ID:wYP1n2Z8AC

ไอ้สัสกลายเป็นกระทู้ วิจารณ์สังคมไปละ 555555 แลดูมีสาระ

342 Nameless Fanboi Posted ID:Le5PaUD7X6

ถ้านิยายสะท้อนมายเซตจริงตามที่>>328 ก็เรียกว่าอยู่ในขอบเขตมู้อยู่มั้ง

343 Nameless Fanboi Posted ID:HPOqUg9b08

มายเซตนักเขียนไทยครึ่งค่อนนี่ไม่ไหวจริง ไอเดียมี ฝีมือมี แต่ไม่บูม มาตกม้าตายเพราะมายเซตนี่แหละ

344 Nameless Fanboi Posted ID:C9uSlrotMD

>>343 ตกม้าตายของมึงนี่แปลว่าอะไร ถ้าแปลว่าไม่ถูกจริตมึงนี่อาจจะถูก แต่ถ้าขายไม่ออกกูว่าไม่ใช่ว่ะ

345 Nameless Fanboi Posted ID:g7N0J2t.f.

>>344 หมายถึงขายออก แต่ถ้าขายให้นอกนี่ไม่เหลียว กูแค่อยากเห็นงานเขียนไทยหลายเรื่องมันบูมนอกประเทศบ้างเฉยๆ น่ะ

346 Nameless Fanboi Posted ID:bQGXeL3.oN

>>345 55555 จะเอาเหี้ยไรไปบูม ก็อปกันไปก็อปกันมา พล๊อตเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ก็อปในไทยยังไม่พอ นี่เล่นไปก็อปพวกแฟนตาซียุโรป รามไปเพื่อนบ้านอย่างจีนจนกลายเป็นนิยายเสิ้นเจิ้น ถามจริง เราเคยมีอะไรที่เป็นต้นตำรับบ้างไหม นอกจากเรื่องตีแย่งผัวแย่งเมีย อันนี้กูยกให้เป็นที่ 1

347 Nameless Fanboi Posted ID:IoRhWphnDQ

>>346 คิดๆ ไป แม่งก็ตลกดี เอาเปนว่า กุปลงแล้วก็ได้

348 Nameless Fanboi Posted ID:1cJS7lOU2/

>>346 ถ้าเป็นเด็กดี เอาอะไรกับมันมาก นักเขียนมืออาชีพแม่งเป็นคนส่วนน้อย

349 Nameless Fanboi Posted ID:7EC+a3yYGg

ไอ้พวกกระจอกส้มเน่า ควายแดง

พ่อมึงโดนไล่ออกจากสภา แม่มึงก็ไม่ได้เป็น สส

ลุงตู่ของกูชนะแล้ว ไอ้พวกขี้ข้า ขยะสังคม

ลุงตู่ทรงพระเจริญๆๆๆๆๆ ขอเป็นฝุ่นใต้ตีนลุงตู่ทุกชาติไป

350 Nameless Fanboi Posted ID:A7Bqoti7X1

ห้องอื่นก็ไม่เห็นมีปั่น ทำไมชอบมาห้องนี้วะ เพื่อนโม่งอย่าฟีดโทรลนะขอร้อง

351 Nameless Fanboi Posted ID:jck/WrqeMH

ไอ้เหี้ยนั่นไปแทบทุกห้องเว้ย กูเห็นอยู่

352 Nameless Fanboi Posted ID:yIR64C3GdJ

มันโทรลเพื่อไร

353 Nameless Fanboi Posted ID:nlyTilrR56

พวกมึงจะไปสนใจมันทำไมวะ จากมันรกกระทู้อยู่คนเดียว กลายเป็นว่าพวกมึงแม่งรกกระทู้ด้วย...อ้าว กูก็รกอีกตัว

354 Nameless Fanboi Posted ID:7daHCJ2RKE

ดึงกลับแป๊บ

เมื่อไหร่ตลาดมันจะเปลี่ยนวะ กูเห็นมันวนจีนกับต่างโลกมาหลายปีแล้วเนี่ย เบื่อโว้ยยย

355 Nameless Fanboi Posted ID:DCJ7VtJ4za

>>354 หัวเหว่ยโดนแบนแล้วนะ

356 Nameless Fanboi Posted ID:uuOuiNU7z9

>>354 มึงคิดว่าอนาคตมันจะฮิตแนวไรกัน...ไซไฟ กับสืบสวนนี่ตัดไปก่อน นักเขียนบ้านเราแม่งกระโหลกเกิน

357 Nameless Fanboi Posted ID:/4tpeGorm0

>>356 แนวเดิมๆ พระเอกเทพทรู แค่อาจเปลี่ยนเซ็ตติ้ง แต่กูมองว่านิยายจีนจะยังโตได้เรื่อยๆ นะ

358 Nameless Fanboi Posted ID:+YP+pa6dnd

คนอื่นยุคนี้พระเอกต้องเทพต้องโกงต้องตบคนเหนือกว่าชนะได้ แพ้เมื่อไหร่โดนด่าเมื่อนั้นมันจะไปมีแนวอื่นได้ไงวะ

359 Nameless Fanboi Posted ID:l6zfPaREuL

>>357 กูงงว่ะ ทำไมต้องเป็นนิยายบู๊จีนวะ บ้านเรามันก็มีวัตถุดิบดี ๆ อาคมของขลังฟันแทงไม่เข้า เสกตะปู เสกหนังควาย หนังเหี้ย

คือกูอยากเห็นแฟนตาซีไทยดิบ ๆ แต่แม่งไม่มีใครเขียนเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปลอกนิยายประเทศอื่นมา ให้กลายเป็นแค่งานเสินเจิ้น

360 Nameless Fanboi Posted ID:l6zfPaREuL

>>358 อยากเจอชิบหายเลยนักอ่านแบบนั้นอะ กูจะด่าแม่งให้ร้องเลย
กูคงโชคดี ไม่เคยโดยนักอ่านมาเสือกกับเนื้อเรื่อง (สงสัยยังดังไม่พอ 555)

361 Nameless Fanboi Posted ID:Db3lD+z+fA

ส่วนตัวกูว่าแฟนตาซีไทยมันดิบเกิน น่ากลัวอะ ชอบแฟนตาซียุโรปมากกว่า ดูขลังแบบซอล์ฟๆดี กุเขียนแฟนตาซี แต่ไม่อยากเขียนแ

362 Nameless Fanboi Posted ID:7daHCJ2RKE

>>359 การินไงมึง ถถถถ

363 Nameless Fanboi Posted ID:mLtbveZ.TW

>>361 พูดถึงยุโรป ทำไมไม่มีใครทำแนวกรีก-โรมันด้วยวะ

364 Nameless Fanboi Posted ID:Q6cIOSfYo6

>>363 ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ แต่ส่วนใหญ่มันจะเล่นเรื่องตำนาน เรื่องเทพเจ้า

365 Nameless Fanboi Posted ID:7Qnq5AWxYv

>>362 การินกูว่าแม่งมีกลิ่นการ์ตูนญี่ปุ่นแรงไปว่ะ กูอยากได้เรียลกว่านั้น
แต่ก็ถือว่าโอเคแหละ ยังรู้จักใช้ของไทย

366 Nameless Fanboi Posted ID:7Qnq5AWxYv

คือเมื่อก่อนแฟนตาซีไทยแม่งก็เกลือนนะ เพรชพระอุมาไรเงี่ย แต่สมัยนี้ไม่เหลือเลย คิดถึง

367 Nameless Fanboi Posted ID:+WyL4RK0B/

เพื่อนโม่ง มีนิยายแฟนตาซีอะไรแนะนำหน่อยมั้ย ตอนนี้กูอ่านแค่ของ v.rondell กับท้องฟ้าอะ

368 Nameless Fanboi Posted ID:ZS/QW.2nCe

มึงๆ อันไหนดีกว่ากันอะ

Ver1. ผมเติบโตภายในครอบครัวสามัญชนธรรมดา ฐานะทางบ้านของพวกเราค่อนข้างยากลำบาก เราอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งแถบชนบทชานเมืองซึ่งห่างไกลจากความเจริญ สมาชิกครอบครัวของพวกเรามีด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ ผมและน้องสาวอีกสองคน ไม่สิ...ไม่นับเจ้านั่น มันเป็นแมวน่ะ น้องสาวเพียงคนเดียวของผมชื่อ 'โอราฬ' ส่วนแมวขี้เกียจหน้าตาน่าเกลียดชื่อ 'ดีแลนซี่'

Ver2. ผมเติบโตภายในครอบครัวสามัญชนธรรมดา ฐานะทางบ้านของพวกเราค่อนข้างยากลำบาก เราอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งแถบชนบทชานเมืองซึ่งห่างไกลจากความเจริญ สมาชิกครอบครัวของพวกเรามีด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ ผมและน้องสาวอีกหนึ่งคน เธอมีชื่อว่า 'โอราฬ' เป็นเด็กที่ซื่อตรงและร่าเริงอยู่เสมอ

ปล.ไม่ใช่แนวคอมเมดี้ ออกจะดราม่า55

369 Nameless Fanboi Posted ID:Rbhmw60yix

>>368 ไม่ดีทั้งคู่เลิกอ่านตั้งแต่แรกเลย ถ้าอยากโพสต์ลงเด็กดวกมันต้องแบบนี้
ข้าเป็นสวะที่ถูกเลี้ยงมาในตระกูลขุนนางโบราณที่กำลังตกยาก ณ ทะเลสาบอันแสนบ้านนอก ตระกูลข้าปัจจุบันเหลือรอดจากโรคห่าแค่ 4 คน แต่ดูเหมือนไอ้พ่อเลี้ยงสารเลวจะคอยมองน้อง "ต้า" ส่วนนังแม่จอมร่านก็คอยถือหาง ปานว่าเพื่อผัวใหม่แล้วจะทำอะไรลูกสาวตัวเองก็โอเค ...เฮอะ! คอยดูเถอะ ซักวันข้าจะเพ่งกะบาลให้เจ้ามาคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้าเลยไอ้ลูกเต่า!

ปล. กูไม่รู้ กูเมากาว~

370 Nameless Fanboi Posted ID:.fFJGNphL/

ไอ้สัส นั่งสุ่มนิยายอยู่ดี ๆ เจอการจัดหน้าของเรื่องนี้เข้าไปช็อคเลยไอ้สัส

https://my.dek-d.com/Downetinny12/writer/viewlongc.php?id=1964036&chapter=1

371 Nameless Fanboi Posted ID:mYkhYmPMx6

>>370 นี่เด็กป.3 เขียนรึเปล่าวะ

372 Nameless Fanboi Posted ID:mYkhYmPMx6

กูไปอ่านมู้เก่า กว่าจะอ่านจบ ไม่ใช่อะไรหรอก แม่งตีความยากชิบหาย บางคห.แม่งกำกวมเกิ๊น
https://www.dek-d.com/board/view/3927078/

373 Nameless Fanboi Posted ID:YaXM9jAKQg

>>370 So bad, it's good

374 Nameless Fanboi Posted ID:4JoZP5T5Gr

เอิ่ม... วันนี้กูมีคนมาเม้นท์บอกว่าจะเลิกอ่านเพราะพระเอกเรียกตัวเองว่า "ผม" ว่ะ

375 Nameless Fanboi Posted ID:.WlgczFt/c

>>374 ต้องดังขนาดไหนวะ ถึงจะพบเจอแฟนคลับรสนิยมแบบนี้

376 Nameless Fanboi Posted ID:rh++kU6LDJ

>>374 จ้อจี้?

377 Nameless Fanboi Posted ID:vthL07.hen

มู้นินทาไม่มีคนเล่นแล้วเหรอวะ ไอสัสหาไม่เจอ กูเสี้ยนมากเมื่อเจอความวอนนาบีของอิเจ๊คนหนึ่ง

378 Nameless Fanboi Posted ID:QSRFL0SyiG

>>377 กูพยายามขุดมู้นินทาขึ้นมาใหม่ แม่งไม่มีใครใช้กันเลย คิดดู

379 Nameless Fanboi Posted ID:3zi4qKsiJp

>>377 มึงหมายถึงใครทำไมกูไม่รู้จากกระทู้ไหนวะ

380 Nameless Fanboi Posted ID:S2ZQIY8SQK

ky หน่อย มึงคิดว่ามันจะมีนิยายเด็กดีที่สู้กันแบบมีชั้นเชิงมั้ยวะ ไม่ใช่ปล่อยพลังขั้นกันอย่างเดียวน่ะ

381 Nameless Fanboi Posted ID:2oIUg5a7sU

>>380 น่าจะเคยมี แต่คงโดนกลบฝังไปหมดแล้ว ปัจจุบันคงกำลังโดนโบกปูนทับอยู่

382 Nameless Fanboi Posted ID:fPto2u.m80

>>380 ชั้นเชิงในความคิดของมึงนี่แบบไหนวะ ลองยกตัวอย่างมาหน่อย

383 Nameless Fanboi Posted ID:5syhv0Gr.C

>>382 ยังไงก็ได้แหละที่ไม่ใช้เอาขั้นพลังมาเบ่งใส่กันว่าใครมากกว่า เช่นใช้สภาพแวดล้อมช่วยหรือพลังแก้ทางกันอย่างเงี้ย

384 Nameless Fanboi Posted ID:nJJnhH2H0P

>>383 กูนึงถึงนารูโต๊ะช่วงแรก ๆ กับช่วงท้าย ๆ เลยสัส 5555

385 Nameless Fanboi Posted ID:kbFa.0q6yo

>>380 กูเคยเขียน แล้วโดนคอมเม้นท์ประมาณว่าเรื่องยืด
ซึ่งก็อาจจะจริง เพราะกูต้องบรรยายทุกความคิดของตัวละคร ทุก Moveset เลย ส่งผลทำให้ฉากสู้กันง่ายๆ แบบ 5v1 แม่งแดกหน้ากระดาษไปราวๆ 20 หน้า ท้ายที่สุดกูเลยต้องตัดให้พวกที่เข้ามารุมกลายเป็นตัวประกอบโดนตบดิ้นใน 1-2 หน้า แล้วโฟกัสการสู้ระหว่างตัวเอกกับตัวร้ายแทนว่ะ

386 Nameless Fanboi Posted ID:Maq8G2y1HK

>>383 ถ้าดังๆ แล้วยังหลงเหลืออยู่ ตอนนี้กูนึกออกแค่MSOว่ะ

387 Nameless Fanboi Posted ID:fPto2u.m80

>>385 20 หน้า ถ้าเรื่องไม่เดิน กูก็ด่าครับ

388 Nameless Fanboi Posted ID:RHNKz0V2eD

>>387 มันผิดตรงไหน ทำไมถึงด่า

389 Nameless Fanboi Posted ID:YuBlsoKobT

>>385 ฉากต่อสู้ยืดเกินก็ไม่สนุก
5 ต่อ 1 มีแค่ถูกรุมยำตีน ตัวเอกต้องหนีหัวซุกคนซุน คนอ่านจะลุ้นเอาว่ารอดยังไง
กับ
ตัวเอกเทพ กวาดตัวร้ายกากๆ ให้หมดในย่อหน้าเดียว เหลือตัวเก่งไว้ตัวให้โชว์เพาก็พอ
ไหนๆ จะเทพ ก็ต้องสุดๆ จะมากั๊กๆ ทำไม เพราะเดี๋ยวก็หาตัวร้ายใหม่ๆ มาได้อีก เพื่อเพิ่มเนื้อเรื่อง

390 Nameless Fanboi Posted ID:rfdR3/KTsJ

>>388 สงสัยกูจะลืมย้ำตรง "ถ้าเรื่องไม่เดิน" คือมึงทนอ่านแอคชั่นต่อยตี ที่มึงก็รู้จุดจบของมันได้หรอ สมมุติพระเอกกับคนร้ายตีกัน ยังไงมันก็อยู่แล้วว่าพระเอกมันจะชนะ (หรืออาจจะแพ้ ก็มีแค่สองอย่าง) คือจะให้ดูพระเอกโชว์สกิล 20 หน้า แล้วเรื่องมันไม่เดินไปไหน วนไปวนมา มันใช่หรอวะ

หรือจะเขียนแอคชั่นยาว ๆ ก็ควรจะเขียนให้มันหลากหลาย ถ้าพระเอกสู้อยู่คนเดียว กูว่า 20 หน้ามันยืดไป มึงเคยอ่านวันพีชตอนศึกมารีนฟอดปะ แม่งยืดชิบหายวายวอด แต่คนดูก็สนุก เพราะมันหลากหลาย และมีอะไรเซอร์ไพร่ตลอดเวลา (ไอ้นู้นใช้แผน A ไอ้นี่ตอบกลับด้วยแผน B ไอ้โน้นหักหลังไอ้นี่) แถมตอนจบสงครามยังสุดยอด กระแทรกใจคนอ่านไปสามวัน

ถ้าแอคชั่น 20 หน้าของมึง ได้แบบนี้ กูก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ แต่มันแค่ต่อยตีโง่ ๆ 20 หน้า มันน่าเบื่อโว้ย

391 Nameless Fanboi Posted ID:/l79XETl95

>>390 เหมือนนั่งดูดราก้อนบอลแซด ไอ้ฟรีเซอร์บอกโกคูว่าดาวนาเม็กจะระเบิดในอีก 5 นาที ล่อไปกี่ตอนกว่าดาวจะแตก ประมาณนั้น

392 Nameless Fanboi Posted ID:5iLYYKBc02

>>391 มีตอนนึงฝังใจกูมาก ทั้งตอนดันพลังกับพูดกันอย่างเดียว ที่โกฮังแขนหักดันกับเซลล์ สามสิบนาทีเชี่ยเอ๊ย

393 Nameless Fanboi Posted ID:BT.IfqhFzz

กูสรุปให้นะ ถ้ามึงเขียนดี คนชอบ มึงก็เขียนไปเถอะ 20 หน้า ถ้ามึงเขียนงั้นๆ มึงเขียนย่อหน้าเดียวมันก็น่าเบื่ออยู่ดี

394 Nameless Fanboi Posted ID:PhBecE/3EN

พวกมึงพูดซะกูอยากเลิกเขียนเลย แง้ๆๆ

395 Nameless Fanboi Posted ID:51hCX9mycv

>>394 เขียนไปเถอะมึง ติเพื่อก่อทั้งนั้น

396 Nameless Fanboi Posted ID:T.GHfXfwz9

>>394 เอาอะไรกับโม่งมาก งานรางวัลยังโดนด่าโดนแซะ ในนี่มันแหล่งรวมอคติโว้ย

397 Nameless Fanboi Posted ID:DoVYjG5TI9

>>396 พูดได้ดี พูดได้ถูกต้อง เราฟังแล้ว เราชอบมาก

398 Nameless Fanboi Posted ID:DUIJ0.M2G8

>>397 ในมู้ห่าเนี่ย กูเอานิยายที่นิไม่ชอบมาแปะ ให้พวกมันด่ากันเล่นแค่นั้นแหละ ความบันเทิงเล็ก ๆ ของกรู 55555

399 Nameless Fanboi Posted ID:GcOKtEp4KU

ชวนคุย พวกมึงคิดว่าการที่นิยายเรื่องนึงจะดังเปรี้ยงปร้าง มันต้องอาศัยฝีมือ+ดวง สักกี่เปอร์เซนวะ
วันนี้มีโอกาศเข้าไปอ่านนิยายโนเนมทั้งหลาย บางเรื่องกูก็คิดมันสนุกดีนะ สนุกกว่าติดท็อปบางเรืองอีก
แต่นิยายพวกนั้น คนโคตรเงียบ เม้นแทบไม่มี ไม่รู้มันเอากำลังใจที่ไหนมาเขียนต่อ

400 Nameless Fanboi Posted ID:7LzUc318Az

>>399 ของดีกับของขายได้มันไม่เหมือนกันเว้ยอยากขายออกมึงต้องทำการตลาด วางโปรเจค วิเคราะห์ลูกค้า หาสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่อยากจะเขียนอะไรก็เขียน

นิยายดีๆ จำนวนมากต้องลงหลุมไปเพราะอยากเขียน โดยไม่คำนึงว่ามีคนอยากอ่านรึเปล่านี่ล่ะ

401 Nameless Fanboi Posted ID:GcOKtEp4KU

>>400 แต่ก็ว่าไอ้พวกท็อป ๆ แม่งก็ไม่ได้ทำการตลาดห่าไรเลยนะ แต่ละคนแม่งก็เขียนลงมัว ๆ ตามใจตนกันทั้งนั่น

กูคิดว่า ถ้าการตลาดมันใช้ได้ผลจริง ๆ พวกสำนักพิมพ์มันก็เอานิยายมาลงยึดท็อปหมวดไปแล้วล่ะ

402 Nameless Fanboi Posted ID:7LzUc318Az

>>401 ก็ก่อนหน้านี้มันก็ท็อปหมวดนะ พวกนิยายจีนจากกวีบุ๊คอะ แค่มันมายึดพื้นที่เรื่องอื่นๆ จนต้องปลดจากท๊อปไป

403 Nameless Fanboi Posted ID:7LzUc318Az

>>401 อ้ออีกอย่าง การตลาดที่กูว่านี่ไม่ใช่แค่โฆณษาอย่างเดียวนะ แต่หมายถึงการเลือกแนวเขียนที่ Mass เข้าถึงคนง่ายด้วย ซึ่งตรงนี้ไอ้พวกเรื่องดีๆ จะเสียเปรียบเพราะต้องมาเกริ่นเรื่อง ต้องมาบรรยายให้คนอิน กลับกันแนว Mass นี่ใส่มาโครมๆ คนอ่านก็ยังอินได้ง่ายๆ จนสามารถตามอ่านได้แบบไม่ต้องใช้หัวมาก

สื่อปัจจุบันแม่งเป็นงี้ล่ะ ทำเงินได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกลูกค้ากลุ่มไหน ซึ่งไอ้แนว Mass เนี่ยขายง่าย ไม่ต้องทำอะไรมากก็มีคนอ่านคนตามแล้ว กลับกันถ้าแนวอื่นจะมาแข่งก็ต้องการตลาดหนักๆ สู้อะ

404 Nameless Fanboi Posted ID:Kt/Z8JtrdI

>>403 งานดี ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องย่อยยากนะเว้ย ดูอย่างแฮรี่สิ นิยายเด็กแท้ ๆ แต่คนชอบกันครึ่งโลก

405 Nameless Fanboi Posted ID:GcOKtEp4KU

>>404 ไอ้ที่บอกว่างานดี ๆ มักจะต้องปูเรื่องน่าเบื่อยืดยาด กูว่าแค่ข้ออ้างว่ะ
มันก็แค่นิยายสนองความบันเทิง ถ้าเป็นงานวรรณกรรมระดับซีไรต์ก็ว่าไปอย่าง

406 Nameless Fanboi Posted ID:gLLGQ9tFzt

>>399 มันอาจจะแค่สนุกกับมึง หรือสนุกนิดหน่อย ไม่ได้สนุกมากมายอะไรกับคนอื่น หรือคนเขียนนานๆ ลงทีไม่กระตือรือร้นคนอ่านก็ไม่กระตือรือร้นจะเปิดอ่านตาม นิยายติดท็อปดวงเป็นส่วนน้อย ฝีมือก็ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ฝีมือดีแต่ของคนอื่นมันห่วยกว่ามันก็เด่นออกมาได้ การตลาดที่สำคัญสุดคือลงบ่อยๆ ลงทุกวันมึงไม่ต้องทำเหี้ยอะไรอีกถ้ามันดีพอมันก็ติด ถ้ามันห่วยมากหรือไม่ใช่แนวที่คนอ่านเยอะมึงทำเหี้ยอะไรมันก็เข็นไม่ขึ้น พวกคนเขียนถ้าแม่งอยากเขียนเฉยๆ เขาก็ไม่แคร์มาก พวกดันไปจนสุดทางได้มันก็มีแต่เป็นคนส่วนน้อย

>>400 นิยายดีๆ ไม่มีคนอ่านนี่ส่วนใหญ่กูเห็นแต่คำปลอบใจตัวเอง กูอยากให้คนที่คิดว่านิยายตัวเองดีแต่คนไม่อ่านเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เลิกปลอบใจตัวเองแล้วเข้าใจใหม่ว่าจริงๆ แล้วนิยายมันยังห่วยอยู่ ส่วนนิยายขายได้ก็ไม่ได้ห่วยไปหมดอย่าให้อคติบังตาไป นิยายดีไม่มีคนอ่านมันมีน้อย หายาก ไม่ใช่ของที่เห็นได้ทั่วๆ ไป กูเห็นแต่นิยายเฉพาะกลุ่มไปลงในกลุ่มใหญ่ คนอ่านมันสู้เขาไม่ได้อยู่แล้วก็เสือกไปน้อยใจ ส่วนการตลาดไม่ต้องทำเหี้ยอะไรหรอก พวกที่ติดท็อปใหม่ๆ ก็นักอ่านรสนิยมปกติแบบคนส่วนใหญ่นี่แหละไปเขียน มันก็เขียนตามความชอบมันที่ตรงกับคนส่วนใหญ่แล้วเขียนดีกว่าลงบ่อยกว่าคนอื่นเลยติดท็อป ถ้าเป็นหน้าใหม่พวกนี้ไม่มาวิเคราะห์เหี้ยอะไรมากหรอก มันเขียนเลย พวกวิเคราะห์นั่นนี่ คิดว่าต้องเบียวต้องซู ต้องงั้นงี้ พวกนี้ติดท็อปยากเพราะจริง

407 Nameless Fanboi Posted ID:ViYIDiZ+k5

นิยายดีๆ ต้องควบคู่กับการตลาดดีๆ สิ ดูอย่างมาสเตอร์ป๊อบเป็นตัวอย่าง

408 Nameless Fanboi Posted ID:KCOCyzBy1j

>>407 sorry did u mean masterปอป?

409 Nameless Fanboi Posted ID:/gZB32ZqNB

>>400 ช่วยยกตัวอย่างนิยายดีๆที่ไม่มีคนอ่านมาให้กูซักเรื่องสิ

410 Nameless Fanboi Posted ID:LNZdN9ow79

>>409 บางเรื่องมันก็ดีแต่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักอะ เช่น ไซไฟ สืบสวน งานดี ๆ ในเว็ปก็มีนะ แต่ก็อย่างว่า มันไม่ใช่กระแสหลัก คนเลยอ่านน้อย

411 Nameless Fanboi Posted ID:TJca53RemP

มึงกูถามไรหน่อยดิ นางเอกไม่ซิงสายวันไนท์นี่แย่มากเหรอ กูให้เพื่อนลองอ่านเพื่อนบอกนางเอกไม่ซิงเหรอ.. มันแนวแฟนตาซีแล้วกูก็ว่าไม่ได้เน้นไปทางเรื่องอย่างว่าซะหน่อยแค่ส่วนประกอบเล็กๆในคาร์ตัวละครนั้นๆเอง

412 Nameless Fanboi Posted ID:OpsAdAWh.E

>>411 แล้วไมไม่ถามเพื่อนเลยล่ะ?

413 Nameless Fanboi Posted ID:JPdUxt/IAA

>>411 ส่วนตัวกูคิดว่าแย่ ไม่ซิงไม่เท่าไหร่แต่วันไนท์ขอบาย

414 Nameless Fanboi Posted ID:5+6xMMrizd

>>411 นางเอกเคยโดนเย็ดจากมือของคนอื่น เพื่อนมึงมีรสนิยมแบบนี้เหรอ

415 Nameless Fanboi Posted ID:xR.B9/F2MP

>>411 จะว่าแย่ก็แย่ ดีมันก็ดีอยู่ หมายถึงวันไนท์นะ ไม่ใช่เรื่องซิง ซิงไม่ซิงไม่ใช่คุณค่าคนอยู่แล้ว

ถามว่าวันไนท์แย่มากไหม ก็ไม่ มันช่วยลดการข่มขืนลงได้ ตกลงสมยอมกันทั้งสองฝ่าย แต่ผู้หญิงยังไงก็ไม่เหมือนผู้ชาย เหมือนที่ผู้ชายมันไม่ได้เสียหายเท่าผู้หญิง คือกับบางคนมันสำคัญ ต้องเข้าใจด้วยว่าเพื่อนมึงไม่ใช่คนชอบอะไรแบบนี้ เพื่อนมึงมองว่ามันสำคัญมากนะ ต้องกับคนที่รักงี้ ไม่ใช่หมดไปกับคืนเดียว

416 Nameless Fanboi Posted ID:ViYIDiZ+k5

>>411 ขึ้นอยู่กับธีมเรื่องว่ะ
ถ้าเป็นแนวธีมผู้ใหญ่ เนื้อหาดาร์กๆ เกี่ยวกับโลกใต้ดิน ต่อให้โดนรุมจนบานก็ยังเป็นนางเอกได้
แต่ถ้าเนื้อหาเน้นขายวัยรุ่น แค่โดนเปิดซิงก็จบละ

417 Nameless Fanboi Posted ID:xR.B9/F2MP

กุ >>415 โทษๆ กุว่าไม่ใช่ อาจเป็นแค่ค่านิยมนางเอกต้อง "ซิง" เฉยๆ ก็ได้ มีเกลื่อนธรรมเนียมนักอ่านไทย

418 Nameless Fanboi Posted ID:5pnFlYrZal

>>417 นึกถึงคุทั้งหลาย พอนางเอกไม่ซิงแม่งโคตรเดือดร้อน

419 Nameless Fanboi Posted ID:0Qw9bs6j/l

อย่าว่าแต่ในนิยายเลยในชีวิตจริงมันก็มีพวกที่ไม่ซิงรับไม่ได้เหมือนกันแหละว่ะ

420 Nameless Fanboi Posted ID:5+6xMMrizd

>>418 พวกนี้บางคนแม่งไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกว่า เวลามีแฟนจริงๆ ถูกแฟนตัวเองจู่จี้จุกจิกขนาดไหน รวมถึงภาระการเงินด้วย

421 Nameless Fanboi Posted ID:XNxESfz2Zr

>>411 ก็ไม่เห็นแย่อะไร กูไม่เห็นว่าพฤติกรรมทางเพศกับความซิงมันจะเป็นปัจจัยในการกำหนดตัวนางเอกตรงไหน มึงเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับตัวละครหญิงคนไหนคนนั้นก็คือนางเอก :v

422 Nameless Fanboi Posted ID:O8RpODTvQK

ถามความเห็นโม่งหน่อย
กุตามอ่านนิยายของ season cloud มาตั้งแต่เรื่องแรกเขาละ เปิดกี่เรื่องกุก็ตามทุกเรื่อง แต่กุตามไม่ถึงจบทุกเรื่องเลยว่ะ นิยายเขามันมีปัญหาอะไรหรือป่าววะ ภาษาเขียนเขาก็ดีมากนะกุชอบมากก หรือเป็นปัญหาที่รสนิยมกุวะ

เรื่องแรกๆของเขา กุก็เข้าใจว่าแนวเหมือนนิยายฝรั่ง ซึ่งมันคนละแนวกะกุ (กุไม่อ่านแฮรี่) แต่พอ DWO กับล่าสุด Desta Lafinos ก็แนวกุนะ ทำไมกุดรอปฟ่ะ งงใจตัวเอง

ในเด็กดีตอนนี้นิยายที่กุยังตามมีแค่ LAS กับ Age of summoner ส่วนนิยายแปลนอกกุอ่านกลอรี่กับน้องแมงมุม

ถ้าเป็นปัญหาที่กุ กุจะได้ปลงซะทีว่าทางของเราคงไม่ตรงกัน

423 Nameless Fanboi Posted ID:opr4zkPy0/

>>422 ไปอ่านงานเขียนของคนอื่นเถอะ ดูทรงแล้ว

424 Nameless Fanboi Posted ID:05eWqv2/LK

>>422 อันนี้ต้องถามตัวเองก่อนว่ะว่าสาเหตุอะไรทำไมถึงหยุดอ่าน

425 Nameless Fanboi Posted ID:CmvPw1VbMJ

>>422 ของกูนี่ลงทุนซื้อเลยเหอะ2-3เล่ม แต่าุดท้ายก็ดรอปเหมือนกันว่ะ

426 Nameless Fanboi Posted ID:piUKQt.GAJ

>>422 ส่วนตัวสำหรับกูที่เกือบดรอป dwo แต่ตามจนจบนะ กูว่านิยายของเค้ามันดึงกราฟให้อยากตามต่อได้ยากว่ะ มันไม่มีช่วงดิ่งช่วงหักอารมณ์อะไรมากมายเวลาพยายามดึงซีนให้พีคเลยไม่ถึงจุดที่พีคจังๆซักที ช่วงแรกๆอะถึงอยู่เพราะมันเป็นความประทับใจแรก พอไปๆมามันก็ลูปอยู่แค่นี้ เลยยิ่งอ่านยิ่งฟีลตกลงๆ แต่พออ่านจบมันก็ซึ้งกับความสัมพันธ์ตัวละครอยู่นะ โดยเฉพาะคู่ของสมโชค ที่ตามอ่านต่อเพราะผูกพันธ์กับตัวละครนี่แหละ และอีกอย่างคือแนวคิดที่ใช้เป็นแก่นของเรื่องก็ดีอยู่ พออ่านจบแล้วบทสรุปมัุนออกมาก็น่าประทับใจดี

427 Nameless Fanboi Posted ID:0aT1fREMn1

>>423 โอเคกุยอม
>>424 กุจำไม่ได้แล้ว แต่คุ้นๆว่ากุงานยุ่งนิดก็ดรอปไปดื้อๆเลย น่าจะแถวๆช่วงต้นภาคใหม่ที่จังหวะเรื่องกลับมาช้า สงสัยกุคงอ่านแนวจัมป์มากไป ถ้าปัญหานี้กุควรเปลี่ยนสายไปแนวดองแล้วอ่านทีเดียวน่าจะดีกว่ามะ
>>425 กุยังไม่ได้ซื้อเลย ว่าจะซื้อทีเดียวตอนเล่มสุดท้าย
>>426 ขอบคุณเพื่อนโม่ง ทำให้กุเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายเรื่องชอบพาดิ่งลงดิ่งขึ้นจังเลย
...พอเพื่อนพูดถึงแล้วกุอยากกลับไปอ่านใหม่เลย ไว้อาลัยเงินในกระเป๋าตังกุด้วย

428 Nameless Fanboi Posted ID:BX5nvoMUX1

>>427 กู>>426 เอง ร่วมไว้อาลัยให้กับเงินมึงเพราะกูสนับสนุนให้อ่าน เพราะสำนวนก็อ่านเพลินๆแถมเป็นการช่วยสนับสนุนงานเขียนไทยด้วย แต่แนะนำว่าช่วง 3-4 เล่มสุดท้ายให้เวลาอ่านแบบรวดเดียวนะ เพราะมันจะไทม์สคิปเร่งโตแบบสัสๆเลยเพื่อเร่งเข้าอีเวนท์ ความสนุกของเรื่องแม่งคือความสัมพันธ์ของทุกตัวละครที่ค่อยๆให้เห็นความเชื่อมโยงหากันนี่แหละ นึกแล้วก็อยากไปหยิบมาย้อนอ่านตอนของสมโชคว่ะ

429 Nameless Fanboi Posted ID:FA/ZmfUOGi

กู>>425 นะ ตอนนั้นที่กูดรอปไปแล้วกลับมาตามอ่านทันเล่มสุดท้ายในเวปพอดี แม่งไม่ได้มีฟีลว่าอยากจะซื้อมาอ่านเลยอะ ขนาดกูเป็นประเภทที่แม่งแบบ ถ้าซื้อเล่มแรกแล้วต้องซื้อจนจบไม่ว่าสุดท้ายมันจะเดินเรื่องมาห่วยแตกไงก็ตาม อย่างน้อยก็ขายต่อเป็นเซ็ทได้ แต่ของdwoนี่คือเฉยๆเลยอะ(แต่ก็ยังไม่เท่าของมาสานลาน รายนั้นกูถึงกับเสียใจที่ซื้อมาอ่านตั้ง3เล่ม เรื่องEO)

คือกูเหี้ยไปป่าววะ

430 Nameless Fanboi Posted ID:FA/ZmfUOGi

หลังจากนั้นมา นิยายไทยทุกเรื่องกูเลยไม่ซื้ออีกเลย

431 Nameless Fanboi Posted ID:aIh/ozC7ru

รู้สึกว่านิยายไทยช่วงหลังๆ เน้นขายเฉพาะกลุ่ม แค่อันดับท๋็อปนี่แทบสู้นิยายต้นตำรับไม่ได้ เอาแค่ต่างโลกกับย้อนยุคจีนก็พอ

432 Nameless Fanboi Posted ID:xcHmRalSDr

กูขอถามเกี่ยวกับศีลธรรมตัวละครหน่อย ตอนนี้กูมีแผนจะเขียนบทสงครามศาสนา แล้วให้พระเอกกูตีเมืองหลวงของศาสนาศัตรู (ประมาณกรุงโรมหรือวาติกัน) แตก แล้วพระเอกกูก็ปล่อยให้ทหารปล้นฆ่าชาวเมืองเอามัน (อารมณ์แบบเหตุสังหารหมู่ที่นานกิ่ง) สาเหตุที่ต้องทำนอกจากหาเงินกะเสบียงเลี้ยงกองทัพแล้วก็เพื่อประกาศให้อีกฝ่ายรู้ว่า พระเจ้าทิ้งพวกมึงมาเข้ากะกูละนะ ถ้าพระเจ้าอยู่ข้างพวกมึงจริงคงไม่ปล่อยให้พวกกูย่ำยีเมืองแบบนี้หรอก
ที่ทำไปเนี่ยมันไม่ได้หลุดคาร์ของพระเอกมากนัก แต่กูไม่รู้ว่าทำแบบนี้มันล้ำเส้นเกินไปหรือเปล่า คนอ่านจะยังเชียร์พระเอกอยู่ไหมหลังจากนี้

433 Nameless Fanboi Posted ID:9zQt4zdai4

>>432 ทำอะไรก็ทำให้สุดดีกว่า ส่วนเรื่องคนอ่านไม่เชียร์มึงก็หาโมเม้นท์อื่นมากลบ เรียกคะแนนนิยมคืน

ปล. นานกิงกูว่ามันเหี้ยเกินไป

434 Nameless Fanboi Posted ID:4BSJinE8WF

>>433 +1 นานกิงเหี้ยไป ถ้าจะให้พระเอกเหยียบย่ำความเชื่อคนในเมือง นานกิงน่าจะหลุดคาร์ เพราะอันนี้มันเหยียบย่ำแบบไม่มองว่าเป็นคน เหมือนฆ่าหมูฆ่าหมา ไม่น่าจะต้องประกาศstatementอะไรให้หมูหมาฟัง(+พระเอกมึงจะเหี้ยแบบbeyond redemption

435 Nameless Fanboi Posted ID:zeSEmDMrXg

>>432 เกรงว่าประชาชนจะโกรธเคืองกองโจรของพระเอก เพราะถูกเสี้ยมสอนให้มองพวกบ่อนทำลายศาสนาเป็นวิธีของซาตาน ต้องมีการล่าแม่มดกับพวกพระเอกแน่ๆ ถึงยังไงก็ต้องมีเครื่องค้ำจุนจิตใจอยู่ดี กว่าจะอยู่ได้โดยไม่พึงพาศาสนาก็มีแต่วิทยาศาสตร์นี่แหละ

436 Nameless Fanboi Posted ID:0ZDFNI9ICo

Sack&Loot เป็นเรื่องปกติของสงครามในอดีตว่ะ
หนักๆ ก็ยุคนโปเลียน

437 Nameless Fanboi Posted ID:SoI65JeUAI

บริบทในสงครามยุคเก่า โหด อำมษิต กันเป็นธรรมดา
ตอนยุค 7 รัฐ รัฐฉินก็ขุดหลุมฝังทหารอีกฝ่ายตั้งไปหลายแสนในทีเดียว
อย่างราชวงศ์ชิง ชาวฮั่นเมืองไหนที่ลุกฮือและฆ่าคนสำคัญของราชวงศ์ ก็ฆ่าล้างเมืองกันไปหลายรอบ
อย่างสไตล์มองโกลก็เหมือนกัน เมืองไหนยอมก็รอด เมืองไหนไม่ยอมก็ฆ่าล้างเมือง
เหตุผลหลัก คือ ต้องทำให้ฝ่ายศัตรูกลัวสุดขีด ไม่กล้าหือลุกขึ้นสู้เอาอีกในภายหลัง
จึงจัดหนักจัดเต็ม สะกดข่มเอาไว้ให้ได้ ไม่งั้นปราบไม่อยู่
ยิ่งอีกฝ่ายมีประชากรเยอะ ยิ่งต้องใช้สไตล์โหดเลวเชี่ยแบบนี้แหละ
ปกครองศัตรูด้วยความอ่อนแอ แป๊บเดียวเจ๊ง ยึดประเทศศัตรูไม่ได้

439 Nameless Fanboi Posted ID:HvG7ELrWmj

>>432 กูนึกถึงสงครามอัสซีเรียกับอียิปต์ (รึเปล่า?) ที่เอาแมวมาเป็นโล่ ฆ่าเป็นว่าเล่นเพื่อข่มพวกอียิปต์ที่นับถือแมว แต่กษัตริย์คนต้นคิดถือว่าเทพของตัวเองยิ่งใหญ่กว่าเลยทำยังงี้ คำถามคือศาสนาที่พระเอกมึงมีลักษณะยังไงต้องหาทางลงให้พอมึงด้วยว่าศีลธรรมถึงขั้นไหน อย่างโม่งด้านบนยกเรื่องฝังทั้งเป็นทหารศัตรู สุดท้ายแม่ทัพคนนั้นก็ไม่ได้ตายดีเท่าไรเพราะพวกตัวเองยังกลัว
อีกอย่างถ้ามึงให้ปล้นฆ่าเวลายึดเมืองต่อไปคนจะต่อต้านหนักขึ้นเพราะไม่สู้ก็ตายงั้นสู้ตายดีกว่า ถ้าสงครามศาสนาหลักคือดีงคนเข้าร่วม ทำลายพวกนอกรีต คิดอย่างครูเสดหลังชนะก็บอกให้ชาวบ้านเปลี่ยนศาสนา แฉอีกฝ่ายไป(กูว่าคงมีไม่งั้นคงไม่ใช่ฝ่ายร้าย)
ปล.อันนี้กูบอกเฉยๆ นะ จีนเวลาล้มราชวงศ์เขาจะเหลือทายาทราชวงศ์ก่อนไว้คนเพื่อแสดงเมตตาเพิ่มความชอบธรรมให้ตัวเอง

440 Nameless Fanboi Posted ID:qJNgDDygb.

พูดถึงแนวสงคราม นิยายฝั่งเอเชีย (ทั้งไทยและเทศ) ไม่ค่อยมีนิยายแนวนี้เลยแฮะ

แนวที่กูพูดถึงนี่ก็ประมาณว่าตอนแรกตัวเอกเป็นเด็กใสซื่อว่าง่าย ทำงานตามเจ้านายอย่างเคร่งครัด แถมเสือกเก่งพอตัวอีก แต่พอเจอนางเอกที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามก็เกิดอาการติดหีจนย้ายข้าง + รู้ความจริงว่าที่จริงแล้วฝ่ายที่ตัวเองเคยทำงานให้นั้นแม่งเหี้ย อะไรทำนองนี้

แนวนี้มักเจอบ่อยในนิยายฝรั่ง (อย่าง Avatar ก็ใช่) แต่ไม่เคยเจอกับฝั่งเอเชียเท่าไรจริงๆ

441 Nameless Fanboi Posted ID:lcOviiAlGQ

>>432 ต้องถามว่ากำหนดให้ชาวเมืองศรัษธาศาสนาเดิมแค่ไหน คือ ถ้าเป็นแบบ ศรัษธาสุดๆเนี่ย เจอแค่นี้เรื่องเล็กมาก เผลอๆตีความว่านี่คือบททดสอบของพระเจ้าที่ส่งลงมาให้พวกเราที่เสื่อมศรัทธา บลาๆๆ สุดท้ายจบที่เจอสงครามกองโจรในเมืองได้ถ้าเป็นโลกปรกติ
ถ้าจะเอาเรื่องการดึงคนศาสนาอื่นมาเข้าพวกตน ควรจะเพิ่มเรื่องการข่าวใส่ร้ายศาสนาเดิมก่อนเข้าตีด้วยน่าจะดีกว่า และตอนที่เข้าเมืองได้อาจจะกำชับทหารให้ยกเว้น ชนชั้นล่างสุด (ซึ่งส่วนใหญ่จำนวนเยอะสุด) ดึงพวกนี้ที่ปรกติเป็นส่วนล่างของชนชั้น มาเป็นพวกแล้วมอบหมายให้ไปกดหัวอดีตเจ้านาย แบบนี้ได้ใจคนส่วนมาก แล้วพวกนี้จะพยายามควบคุม คนอื่นต่อให้เรา เพื่อรักษาฐานะใหม่ที่พวกตัวเองเพิ่งได้มาอย่างเต็มที่ ไม่งั้น ถ้าเกมพลิกขึ้นมาพวกนี้ก็จะโดนเล่นไปกับเราด้วย แถมอาจจะหนักกว่าอีก

442 Nameless Fanboi Posted ID:zeOkGvcddD

ขอบใจพวกมึงมากๆ สำหรับคำแนะนำ เกี่ยวกับคำถาม กูต้องขออธิบายเซ็ตติ้งก่อนว่า พระเอกเป็นเคานต์ในจักรวรรดิหลวมๆ แบบ HRE ส่วนสงครามศาสนานี้กูดัดแปลงจากสงคราม 30 ปี คือเป็นศาสนาเดียวกัน นับถือพระเจ้าองค์เดียวกัน แต่คนละนิกาย
>>439 ฝั่งศัตรูคือนิกายที่นับถือตัวแทนของพระเจ้า (โป๊ป) และเชื่อว่าคำสั่งของโป๊ปคือคำสั่งของพระเจ้า ส่วนฝั่งพระเอกเป็นนิกายใหม่ที่นับถือตัวพระเจ้าและพระคำภีร์โดยตรง ตัวเทพเลยยิ่งใหญ่เท่ากันเพราะเป็นองค์เดียวกัน ศีลธรรมฝั่งพระเอกจะสูงกว่าเพราะเพิ่งตั้งมาใหม่ไม่ทันได้ทำไร แต่นิกายเดิมมีวีรกรรมเผาเมืองกับคนนอกรีตมาเป็นร้อยปีแล้ว
>>441 คือชาวเมืองอ่ะศรัทธานิกายเดิมเต็มร้อยอยู่แล้วเพราะเป็นเมืองศูนย์กลางของนิกายเดิม แต่นอกเมืองคือคนไม่ได้ศรัทธาขนาดนั้นเพราะเชื่อในขุนนางเจ้าที่ดินมากกว่าศาสนา
ปล.ในทัศนะของกูคือสามัญชนช่วงปลายยุคกลางน่าจะยังไม่มีหัวคิดอะไรมาก ขุนนางเจ้าที่ดินเชื่อแบบไหนก็เชื่อแบบนั้น ซึ่งผิดถูกยังไงก็บอกกูหน่อย

443 Nameless Fanboi Posted ID:JiIcWQOdG1

ไม่มีผิดถูก อยู่ที่มึงจะวางให้เนื้อเรื่องไปยังไงมากกว่า
ถ้าหนักดราม่ามากๆ หรือเน้นการเมือง การทศยศ หักหลัง หรือการทหารล้วนๆ เนื้อเรื่องก็จะไปอีกแบบ
ถ้าเน้นตัวเอกเทพ เกรียน ก็ต้องกวาดศัตรูให้เรียบร้อยและรวดเร็วที่สุด เพื่อขึ้นเป็นใหญ่ เนื้อเรื่องก็ไปอีกแบบ
ขึ้นชื่อว่ามีสงคราม นิสัยต้องเทาๆ เหี้นมโหด
หรือนิสัยเจ้าเล่ห์ใช้ปัญญาแก้ไขวางหมาก แต่แบบนี้จะยากที่การปูพื้น

444 Nameless Fanboi Posted ID:.0Ypw0x3kZ

ถ้าตัวเอกไม่ใช่พวกโหดเหี้ยม ฆ่าล้างเมืองจะทำให้ตัวเองไม่ต่างกับฝ่ายตรงข้าม ถ้าเหตุผลฟังไม่สนิทคนก็มองว่าไม่ต่างจากคนเก่าศีลธรรมที่สูงกว่าจะไม่ช่วยไร ฝ่ายตัวโดนฆ่าล้างมาก่อน คราวนี้เลยมาฆ่าล้างเขาแทน
ศีลเสมอกันอะ สุดท้ายคือต้องหาทางรอดให้ชาวบ้านหน่อย แฉอีกฝ่ายนี้ไม่ยากพวกสมบัติศักดิ์สิทธิ์ไรพวกนี้ก็ได้ คนนิกายเก่าจะได้ไม่ต่อต้านมาก ไม่ต้องไรหรอกถ้ากูเป็นขุนนาง กูคงตะหงิดใจแล้วว่าอนาคตกูไม่เออออจะโดนฆ่าล้างเมืองรึเปล่า แต่ถ้าเทพเกรียนก็ไม่ต้องคิดเยอะ คนอ่านเอาสะใจคงไม่สนกัน

445 Nameless Fanboi Posted ID:1l13YWhohN

มีใครในนี้คิดจะไล่สับนิยายท็อปของแต่ละหมวดไหมวะ
กูว่าไหน ๆ มู้นี้แม่งก็ใกล้จะร้าง เอานิยายมาแปะก็โดนด่าว่าม้า
ไปไล่พวกท็อป ๆ เลยดีกว่า

446 Nameless Fanboi Posted ID:INRS8vQjDr

>>445 น่าจะเลิกเล่นมุกม้ากันแล้ว เป็นเพราะมีการไล่แบนรึเปล่า

447 Nameless Fanboi Posted ID:rRMWKrFByV

>>445 กูตั้งชื่อมู้ขับไล่ม้าละนะ ถ้ามันกล้าเล่นก็ลองดู กูไม่แบนหรอก แต่คนอื่นไม่แน่///กูสนใจสับแค่แฟนตาซี-รักแฟนตาซี หมวดรักไทยแม่งไม่น่าเข้าไปอ่านจริงๆ

448 Nameless Fanboi Posted ID:vVDzE6nJdn

พวกมึงคิดว่าต้องมีแฟนคลับกี่คนวะ ถึงจะออกจากงาน มาเขียนนิยายเว็ปขายได้

449 Nameless Fanboi Posted ID:rRMWKrFByV

>>448 ทำเป้นอาชีพหลักเหรอวะ? สัก 50,000 คนเลยไหม สูงไปปะ เผื่อพวกแฟนคลับที่ตามอ่านแต่ไม่เปย์ ไม่ยอมอุดหนุนด้วย ค่อนข้างลำบากอยู่นะ แต่ถ้ามั่นใจก็ลอง

450 Nameless Fanboi Posted ID:4ebLCrveQM

>>448 แฟนคลับทุกคนอาจอ่านนิยายมึงแต่ไม่ได้แปลว่าซื้อทุกคน คนซื้อจริงมี10%ของแฟนคลับ

451 Nameless Fanboi Posted ID:PKqPf4NZao

>>448 มึงบอกชื่อเรื่องด้วย เดี๋ยวกูอุดหนุน

452 Nameless Fanboi Posted ID:bTiNg7NAew

มู้ที่ห้อง Lit เพิ่งคุยกันไปเอง กูก็อบมาละกัน
สมมุตขายเล่มนึงได้กำไร 100 บาท
ใช้เวลาเขียน อย่างเก่งก็สองเดือนต่อเล่ม สมมุติเล่มนึงมึงขายได้ร้อยคน 100x100 = 10000
ปีนึงมึงปั่นได้ 6 เล่ม 10000x6 = 60000 เฉลี่ยแล้ว มึงมีรายได้ 60000/12 = 5000 บาทต่อเดือน

อันนี้กูเสริม ถ้าอิงทฤษฎี 10% ของยอด Fav ก็คือมึงต้องมีคนตามอย่างต่ำ 1000 คนและถ้าจะทำเป็นอาชีพหลักก็น่าจะต้อง 3000+ เพื่อให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 15000 บาท

453 Nameless Fanboi Posted ID:cS6PaRrP0B

5000 บาทต่อเดือน รปถ.ข้างบ้านกูมีเงินเดือนเยอะกว่านี้เท่าตัว

454 Nameless Fanboi Posted ID:Igu9qQnGkB

>>452 3000 คนนี่ต้องตามซื้อทุกเล่มด้วยนะ ไม่ใช่พอมึงเขียนเรื่องใหม่แม่งหาย 555555

455 Nameless Fanboi Posted ID:uQw0.dTbzh

อ่านแล้วท้อเหี้ยๆ กูว่ากูทำงานไปงี้แล้วแต่งนิยายเล่นๆ ดีกว่า

456 Nameless Fanboi Posted ID:rpipTlf3Kx

>>454 อย่าว่าแต่นักเขียนไทย ระดับ JK ออกเรื่องใหม่ที่ไม่ใช้แฮรี่ยังแป๊กเลย ยิ่งเล่มล่าสุดดับอนาถ

457 Nameless Fanboi Posted ID:rpipTlf3Kx

>>453 กูยังเคยคิดเลย ว่าจะไปเป็นรปภ.หน้าหมู่บ้าน แล้วแอบเขียนนิยายในป้อม

458 Nameless Fanboi Posted ID:vmTsY/9NFw

>>457 ล้ำเลิศมากมึง55

459 Nameless Fanboi Posted ID:UOkvQ430rp

>>457 เข้ ตอนรถไม่ได้ผ่านไปมา มึงคงว่างจัด พอมีรถเข้าออกแม่งขัดจังหวะเขียนนิยายจริงๆ คนจะอินเนื้อเรื่องแม่งบิดแตร่ใส่

460 Nameless Fanboi Posted ID:xoi5OMbklo

>>459 กูก็สมัครกะดึกสิ เสี่ยงกับพวกตีนแมวนิดหน่อย

461 Nameless Fanboi Posted ID:u11pG1NyV6

https://www.dek-d.com/board/view/3931313/
กระทู้ดราม่าโดยคนดราม่าเพื่อหยุดดราม่ารึจะเพิ่มดราม่าให้สังคมดราม่า

462 Nameless Fanboi Posted ID:igKs6sG591

กูท้อจังว่ะ เขียนเท่าไหร่ก็ดูจะไม่ก้าวหน้าสักที คนอ่านน้อยลงไปทุกวัน

463 Nameless Fanboi Posted ID:g/tOEIFeM4

>>461 มีการพาดพิงข้ามเว็บด้วยวุ้ย

464 Nameless Fanboi Posted ID:Z5gywzOZV4

>>463 ก็พวกมึงไปนินทาเขาก่อนนี่หว่า

465 Nameless Fanboi Posted ID:g/tOEIFeM4

ปล. ใครวะ คิดว่าเราสิงโม่งมานานแต่กลับนึกไม่ออกเลยว่าใครใน ดด. ที่มีปัญหากับโม่ง มู้ netwatch หรอ?

466 Nameless Fanboi Posted ID:Gl9Oz9b/.Y

บอกตามตรงกุสิงบอร์ดเด็กดีมานาน เคยเห็นชื่อ ลยล ผ่านๆ จำได้ว่ามีดราม่าหนักครั้งนึง นอกนั้นกุไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมมเบอร์นี้เลยวะ มันมีการออกตัวว่าใครๆ ก็รู้จักนี่ มั่นหน้าเกินไปแล้ว ขนาดกุ กุยังไม่ค่อยเห็นเลย

467 Nameless Fanboi Posted ID:OU168l4Ggc

>>461 เรียกร้องความสนใจไปงั้นแหละ กูส่งบอร์ดทุกวัน ยังไม่รู้จักแม่งเลย เหมือนเหงาอะ

468 Nameless Fanboi Posted ID:OU168l4Ggc

>>462 เลิก ๆ ไปหาอย่างอื่นทำ

469 Nameless Fanboi Posted ID:iCN/T+FltK

ที่พวกมึงกำลังทำมันรุนแรงเลวร้ายมากรุ้มั้ย บอกไม่รุ้จักนางได้ไงวะบุลี่ชัดๆ นางไปฆ่าตัวตายกุจะโทษพวกมึง

470 Nameless Fanboi Posted ID:UAN0aQElOI

สิงบอร์ดเด็กดีมากว่าห้าปี กูรู้จักแต่ดราม่าอีแวมกับมาเฟียบอร์ด

471 Nameless Fanboi Posted ID:Vg9kOPhizT

>>461 กุคุ้นๆ ชื่ออยู่ ไม่ใช่เพราะผลงานนะ เพราะเคยเห็นรายนี้เรียกร้องความสนใจจนมีดราม่า แล้วพอจบก็เหมือนจะไม่เกิดการพัฒนา ยังเหมือนๆ เดิม กุจำได้แค่นี้

472 Nameless Fanboi Posted ID:+5S1hm5jh9

เขาเคยมีดราม่าจริงๆ ทั้งใน netwatch กับตำหนักเสิ่น กูเคยตามอ่านอยู่

473 Nameless Fanboi Posted ID:igKs6sG591

>>468 กูก็ว่างั้นแหละมึง ไม่ไหวละ

474 Nameless Fanboi Posted ID:IzUFLXSo6i

>>472 ถึงว่ากูไม่รู้จักเพราะกูไม่ได้เล่นสองห้องนั้น เล่นแค่ห้องนี้

475 Nameless Fanboi Posted ID:qRUAhoSjC.

>>472 netwatchมันร้างไปเป็นปีแล้วไม่ใช่เหรอวะ กูสิงมาตั้งแต่มู้แรกยังไม่รู้จักมันเลย เหรือกูพลาดอะไรไป?

476 Nameless Fanboi Posted ID:2GVaRXahUa

>>475 มู้ ชลต

477 Nameless Fanboi Posted ID:2GVaRXahUa

ว่าแต่ทำไมจู่ๆไอพีกูถึงถูกบล็อกได้วะ

478 Nameless Fanboi Posted ID:qRUAhoSjC.

>>476 เอาซะกูขก.รื้อเลย

479 Nameless Fanboi Posted ID:cC1rnPde8o

>>477 มีโทรลในระแวกเดียวกับมิง ใช้เน็ตค่ายเดียวกัน แล้วโดนแบนแบบหว่านแหมิงเลยโดนไปด้วย (กุเดา)

480 Nameless Fanboi Posted ID:21++Z+POtm

ลยาลีมีดราม่าบ่อยนะ ปญอ.ชอบคิดว่าใครๆรู้จักตัวเองทำตัวเป็นขาใหญ่ในกลุ่มจิ๋วๆ อะไรไม่ได้ดั่งใจก็บอกโดนแกล้ง พวกเรียกร้องความสนใจไปเรื่อย

481 Nameless Fanboi Posted ID:TFe1slB7ri

จบเรื่องดราม่าไรนี่ได้ละ กูรำคาญ

482 Nameless Fanboi Posted ID:FyTyFDHz+J

>>461 ใครวะ กูสิงบอร์ดมาตั้งแต่ยุคมาเฟียรุ่งเรือง เป็นลูกกะจ๊อกมาเฟียด้วยซ้ำ กูส่องบอร์ดมาตลอด 6-7 ปี เอาจริงนะ กูไม่แม้แต่จะมีเศษเสี้ยวความจำเกี่ยวกับนาง
ที่บอกว่าใครๆ ก็รู้จักอะ เหอะๆ

483 Nameless Fanboi Posted ID:SmynuoC4o3

ยี้ อย่าไปสนใจเลย

484 Nameless Fanboi Posted ID:X/.+YHwcPi

ใครว่างบ้าง วิจารณ์บทแรกให้หน่อยสิ (คราวนี้กระผมจะไม่ต่อปากต่อคำ 555)

เป็นแนวสืบสวนนะ https://writer.dek-d.com/Pungpron/story/viewlongc.php?id=1796551&chapter=48

485 Nameless Fanboi Posted ID:hAm.jSEtaY

Hell NO

486 Nameless Fanboi Posted ID:79pt+oVNV/

>>484 ทำไมยังดักดานอยู่ รู้ว่าห่วยก็ไปฝึกซะ ไม่แก้ไขอะไรเลยแล้วมันจะดีขึ้นเหรอวะ

487 Nameless Fanboi Posted ID:YJ1qN3PEZl

>>486 หืม นี่เรื่องใหม่นะ เพิ่งลงเมื่อวานเอง

488 Nameless Fanboi Posted ID:nMvdnUjD3j

>>486 ใจเย็นๆ ก่อนมึง
>>484 เอางี้นะ เปิดมาบรรทัดแรกแล้วแบบ...
1.เรื่องไม่สำคัญไม่จำเป็นต้องบรรยายยืดยาด เยอะแยะ เขียนให้คนอ่านเข้าใจได้ก็พอแล้ว ค่อยไปเน้นที่ฉากสำคัญ เคนะ
2.ไปหาเปิดหนังสือสักเล่ม หรือนิยายที่ภาษาสวย โดนใจตัวเองมาอ่าน
3.ใช้คำศัพท์หลายๆ แบบ แตกต่างกัน เปิดพจนานุกรมหรือค้นกูเกิลเอาก็ได้ ถ้าทำได้ก็อย่าใช้คำธรรมดาๆ อย่างเดียว อันไหนเติมแต่งได้ก็เพิ่มเข้าไป ปล.กูแค่แง้มๆ นะ ยังไม่ได้อ่าน

489 Nameless Fanboi Posted ID:I6+mue8mbg

>>488 ขอบคุณจ้า วันนี้นั่งรีเฟรช หน้าเว็ปทั้งวันเลย 5555

490 Nameless Fanboi Posted ID:TDdS1eKc1x

>>484 ไม่ไหวว่ะห่วยสัส สาบานว่าแนวสืบสวน

491 Nameless Fanboi Posted ID:dJ4PHhRdVq

สืบสวนนี่คือ exam garden อ่ะป่าว

492 Nameless Fanboi Posted ID:UsMcS/15NM

>>490 ขอบคุณครับ...จะให้ไปสาบานที่ไหนดี
>>491 ไม่เถียงค้าบ

493 Nameless Fanboi Posted ID:xW0F4JhlGN

กุอ่านแต่แบบเล่ม มาดูของมึงแล้วร้องเหี้ยไรเนี่ย มึงไปหาแนวสืบสวนที่ตีพิมพ์มาอ่านเหอะ สงสารมึง

494 Nameless Fanboi Posted ID:UsMcS/15NM

>>493 โอ้...โห...เหรี้ยขนาดนั้นเลยเหรอครับ สงสัยต้องกลับไปอ่านเพิ่ม ขอบคุณครับ

495 Nameless Fanboi Posted ID:TQSgkQm8Zv

>>494 ถามว่าเหี้ยมั้ย... ชั้นตอบเลยว่ามากกกก

496 Nameless Fanboi Posted ID:9dPAzNzv+M

>>495 ถ้าจะการันตีความ "เหี้ย" ซะขนาดนี้ ผมขอตัวไปคว้าแหไปตามจับเหี้ยก่อนนะครับ บทถัด ๆ ไป เหี้ยจะได้ไม่ระบาด

497 Nameless Fanboi Posted ID:p9VxEwpTuK

กูอ่านเจอพล็อตข่มขืน นางเอกท้องแล้วหนีไปคลอดลูกคนเดียว เลี้ยงลูกจนโตมา 4-6 ปี แล้วค่อยมาเจอพระเอกทีหลัง สุดท้ายรักกันคืนดีกันแล้วยี้จังวะ เอียนนชิบ+แหยงๆ ชีวิตจริงแม่งมีแบบนี้เยอะปะ

498 Nameless Fanboi Posted ID:9dPAzNzv+M

>>497 กูแปลกใจที่มรึงเพิ่งเจอ

499 Nameless Fanboi Posted ID:0RbsAveELm

>>484 กูอ่านเร็วๆ ดูเหมือนเจอสำนวนแบบนิยายเก่า ๆ ติตรงเริ่มเรื่องหน่อยคือใส่รายละเอียดเยอะไป ลองสมมุติตัวเองเป็นคนที่เดินผ่านหรือขับรถผ่านก็ได้ว่าจะรู้สึกอะไรก่อน สังเกตอะไรก่อน พวกกลิ่น พวกความสะอาดสกปรก ที่ตั้งร้าน ไหนๆก็เอาให้ซีนร้านก็เพิ่มบทสนทนาที่มีร้านมาเกี่ยวบ้าง
ศัพท์บางคำยังแปลกๆ "หายใจฝืดฝาด" มันดูไม่เข้า เปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วก็ได้ หรือหายใจติดขัด ตามลำดับ
แล้วผู้รอบรู้คืออะไร? เจ้าหน้าที่ศูนย์เขาไม่กลัวกับเสียงรัวปืนนะ
ส่วนที่เหลือก็ไม่ไรถือว่าเป็นสไตล์งานเขียน

500 Nameless Fanboi Posted ID:9dPAzNzv+M

>>499 ขอบคุณมากครับ น่าจะโดนหนักตรง บรรยายไร้สาระเยอะไปสินะ 5555
ส่วนผู้รอบรู้ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ครับ แต่เป็นลูกค้าที่มายิงปืน เป็นพวกชอบอวดรู้ ชอบโชว์มือใหม่

501 Nameless Fanboi Posted ID:dJ4PHhRdVq

>>500 คนอวดรู้ชอบโชว์มือใหม่นี่ เข้าข่ายจูนิเบียวรึเปล่า

502 Nameless Fanboi Posted ID:G5rZHiLmkF

>>501 เข้าข้างพวกอวดรู้มากกว่าครับ

503 Nameless Fanboi Posted ID:JczJ/kej+n

>>502 เข้าข้าง***

504 Nameless Fanboi Posted ID:jGjeTK2FKH

>>502 เข้าข่ายครับ ทด ๆ

505 Nameless Fanboi Posted ID:Ly7AIQXHJX

ถามเพื่อนโม่ง รู้นะว่าเคยมีคนถามไปหลายรอบแล้ว อย่าพึ่งรำคาญกู กูไล่หาไม่ไหวจริงๆ

นิยายตอนนึงควรมีอย่างต่ำกี่ตัวอักษรวะ ขอเป็นตัวอักษรนะ

506 Nameless Fanboi Posted ID:TNxlN84gOQ

>>497 กูนึกว่ามึงพาดพิงคุณแม่วัยใส
>>505 ของกูตอนนี้เหลือแค่7,000-8,500ประมาณนี้ (4-5หน้า)

507 Nameless Fanboi Posted ID:hESzAPyxed

มีใครมีไรแนะนำมั้ยช่วงนี้ไม่รู้จะอ่านไรดีละ

508 Nameless Fanboi Posted ID:swT1DN36JV

>>507 ดะ ไวท์โร้ด

509 Nameless Fanboi Posted ID:z1nQ8/mHRr

>>507 เข้าไปอ่านนิยายผมได้นะ 555555 >>484

510 Nameless Fanboi Posted ID:+EBLmPgnfV

>>506 คุณแม่วัยใสอย่างน้อยมันก็ยังเต็มใจกันอยู่ สมรู้ร่วมคิดอะ(?) แต่ไอ้ข่มขืนแล้วมารับผิดชอบทีหลังนี่กูไม่ไหวจริงๆ

511 Nameless Fanboi Posted ID:oaTl7Bp8/j

ในโพสต์หัวเว่ยจ่านั่น ใช่คนที่เราคิดมั้ยวะ?

512 Nameless Fanboi Posted ID:LM4V57rVar

>>505 ของกูนับเป็นคำ หน้านึงมีประมาณ 350 คำ ถ้าตอนสั้นๆ ก็ราวๆ 2000 คำ
แต่ส่วนใหญ่มักตัดตอนที่ราวๆ ตอนละ 3500-4000 คำ เพราะเยอะไปคนมันจะเริ่มเบื่อ

513 Nameless Fanboi Posted ID:km3GfUzqI+

>>506 >>512 ขอบใจมากเพื่อนโม่ง

514 Nameless Fanboi Posted ID:kXXqKkGk5e

มันเขียนได้เหรอวะ
https://www.dek-d.com/board/view/3931979/

515 Nameless Fanboi Posted ID:EypbGbhEZn

>>514 ถามว่าเขียนได้มั้ย มันก็ได้แหละ
แต่บ้านเรา สถาบันพระมหากษัตริย์มันไม่มีบรรทัดฐานในการตรวจสอบ เพราะงั้นทางที่ดีอย่างเสี่ยงดีกว่า เพราะไม่รู้จะโดนยัด 112 ใส่เมื่อไรยังไง
อย่างอังกฤษนี่ควีนฯ โดนเอาไปล้อกี่เรื่องล่ะ ยิ่งเจมส์ บอนด์นะ ยิ่งโดนเอาล้อเพียบ