Fanboi Channel

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาคการกลับมาของตัวเห่อหมอยต่างโลก เบียวซู เอจจี้ แมรี่ซู พล็อตนิยายที่ไม่มี true end พร้อมเสียงกุบกับๆฮรี้ๆๆ ไอ้สัส เมื่อไหร่มึงจะเลิกเล่นมุกม้าวะ

Last posted

Total of 80 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:EXPm2qyEo+

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดี.คอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บ (เด็กดี) เพื่อความหวังของวรรณกรรมไทยในอนาคต ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 -- https://fanboi.ch/webnovel/6295/
นิยายเด็กดี บทที่ 21 -- https://fanboi.ch/webnovel/6506/

รายชื่อโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

2 Nameless Fanboi Posted ID:Dac5P7dptc

ปิดเทอมกำลังเหงาใครอยากให้สับนิยายตัวเองโพสเลยกุจะไม่ล้อว่าเมิงเป็นหน้าม้า เอาประสบการณ์เขียนนิยายมาครึ่งปีเป็นประกัน

3 Nameless Fanboi Posted ID:/5.UWYqfH7

https://writer.dek-d.com/THEDEEM/story/view.php?id=1861467

https://writer.dek-d.com/wllinyaya/story/view.php?id=1938601

https://writer.dek-d.com/DarksunL-/story/view.php?id=1932074

https://writer.dek-d.com/sirisakp28/story/view.php?id=1941456

https://writer.dek-d.com/nutcha_24/story/view.php?id=1834619

https://writer.dek-d.com/ameyuki2011/story/view.php?id=1508597

กูสุ่มเอาจากนิยายอัปเดต

4 Nameless Fanboi Posted ID:0yD.sDzGSV

ฮรี่ๆๆๆๆๆๆๆ กุบกับๆๆๆๆๆๆๆๆ

5 Nameless Fanboi Posted ID:/5.UWYqfH7

โทษทีเอานิยายแปลมาด้วย

6 Nameless Fanboi Posted ID:uGa7aWWJU6

รบกวนวิจารณ์เนื้อเรื่องนิยายผมได้ไหมครับ https://writer.dek-d.com/nakarin0o/writer/view.php?id=1910410

7 Nameless Fanboi Posted ID:ydYKlRmyJw

>>2 555555 ไม่เข็ดหรอวะ

8 Nameless Fanboi Posted ID:Rd8Cs.0aoi

>>6 โห กูเห็นการตอบรับแล้ว ไม่กล้าด่า

9 Nameless Fanboi Posted ID:q/kSsdOy9R

>>4 ถ้าเปิดเทอมแล้วยังจะเสนอถ้าอยู่ไหม

10 Nameless Fanboi Posted ID:wwOexp6NAa

ทำไมนิยายในดด.หมวด NL มีแต่พล็อตท้อง/มีลูกแล้วหนี วะ เลื่อนเจอบ่อยชิบหาย มันฮิตเหรอ แล้วกูแม่งกลัวคนท้อง(กลัวแบบแค่นึกภาพยังรู้สึกไม่ดี) เกลียดเด็กด้วย เศร้าสัส

11 Nameless Fanboi Posted ID:Z33GgINqAC

>>10 ขอโทษในความโง่ NL คือห่าอะไร

12 Nameless Fanboi Posted ID:wwOexp6NAa

>>11 Normal love = ชxญ

13 Nameless Fanboi Posted ID:D9U5GnTEzr

>>10 ติดละครไทยมาแหง่
ปล.NL คืออะไร

14 Nameless Fanboi Posted ID:nF/kfKN.yP

>>6 อ่านจบสามตอนแรกนะครับ

ความรู้สึกคือภาษายังธรรมดา แต่พี่อ่านต่อได้เรื่อย ๆ นะ อาจเพราะตอนสั้นเหมือนหมอยหมาก็เป็นได้

ข้อดีที่เป็นจุดแข็งเหี้ย ๆ ของน้องเนี่ยคือความรักในการเขียนนิยาย ไม่ว่าจะมีคนมาเมนต์น้อยแค่ไหนก็ตาม ซึ่งนักอยากเขียนทั้งหลายในเด็กดีส่วนใหญ่คงถอดใจไปนานแล้ว

พลอต/เนื้อเรื่อง : คิดว่าสามตอนแรกพออะไรไม่ได้มาก แต่แบบตอนอีแอนโดนจับ ชาลส์แม่งใจเย็นมาก ต้องกลับไปเอาดาบก่อนค่อยไปช่วย ผิดวิสัยฮีโร่ คือถ้าพี่เป็นฮีโร่คงสู้ยิบตาก่อนจะแพ้ก็ว่าไป เราก็จะอ้างได้ว่าจอยไม่ดี ของไม่ครบ อะไรแบบนี้ แล้วค่อยรีบกลับไปเอาดาบตามมาช่วยกลางลานประหาร แต่ถ้าชาลส์มีนิสัยแบบนั้นจริง ๆ ก็ขอโทษด้วยที่ด่วนสรุป

ภาษา : ! ใช้เมื่อตกใจจริง ๆ เถอะ อย่าใช้เยอะพร่ำเพรื่อ บทสนทนาติดความเป็นเมะ ไม่ก็ไลทืโนเวล ถ้าชอบแบบนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พี่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเด็กไป มีอะไรไม่จำเป็นเยอะ ควรตัด ถ้าถามว่าอันไหนบ้าง ลองอ่านดูนะครับว่าอันไหนที่ตัดออกแล้วเนื้อเรื่องไม่เสียหาย
เช่น ขอบคุณนะ น้องจะเปลี่ยนเป็นบรรยายว่ากล่าวขอบคุณพร้อมบรรยายท่าทางว่าดีใจที่ได้รับของหรืออะไรก็ว่าไป

ปล. คือปกติพี่ปิดนิยายเร็วมาก แต่รู้สึกว่าเรื่องของน้องมีอะไรบางอย่างทำให้อยากต่อได้ จะไม่เป็นกำลังใจให้นะครับ แต่จะขอกดเฟบคอยคอยติดตามละกัน ถ้าเห็นคนหล่อ ๆ มากดเฟบ นั่นพี่เอง :P

15 Nameless Fanboi Posted ID:BYA6f1Wy92

ทำไมโม่งมู้นี้มันไม่ค่อยรู้เรื่องตัวย่อเลยวะ SoL ก็ไม่รู้ NL ก็ไม่รู้

16 Nameless Fanboi Posted ID:GTS6RNRWu8

จริงๆ มันอาจไม่รู้ตั้งแต่มู้อื่นละปะ แค่ยังไม่มีพูดถึง เลยยังไม่ออกมาถามว่าคือไร

17 Nameless Fanboi Posted ID:IApHXM2Jug

>>14 ขอบคุณครับพี่คนหล่อ ผมใช้ภาษาเด็กไปเพราะตั้งใจให้เป็นแบบไลท์โนเวล และขอบคุณที่เตือนเรื่องเครื่องหมายตกใจนะครับผมชอบติดใช้จริงๆ
อันนี้ถ้าตอบจะขอบคุณมากเนื้อเรื่องผมนี้มันเรียกดาร์คไหมครับ เพราะผมตั้งใจอยากจะเขียนแบบนั้นจริงๆ

18 Nameless Fanboi Posted ID:I8tjeK/A4m

>>17 อย่ามุ่งหวังที่จะดาร์ค ไม่งั้นอย่างมากมึงจะทำได้แค่วอนนาบี แต่อาจจะรุ่งก็ได้เพราะแนวนี้เห่อหมอยมันนิยม และถ้าเป็นแนวเห่อหมอยนิยมจะอะไรแม่งก็ดาร์คหมดขอแค่พระเอกไม่ใช่คนดีจ๋าก็พอ
ปล.กูโม่งคนละคนกับที่แนะมึง กูแค่อยากเสือกเท่านั้น

19 Nameless Fanboi Posted ID:I8tjeK/A4m

>>17 ลืมบอก กูยังไม่ได้แตะนิยายมึงเลยสักหน้า และกูบอกไม่ได้ว่านิยายมึงดาร์ครึเปล่าเพราะกูยังไม่อ่าน แต่กูเตือนด้วยความหวังดีว่าอย่ามุ่งที่จะดาร์คจนทำเรื่องมึงเละก็พอ

20 Nameless Fanboi Posted ID:IApHXM2Jug

>>18 ครับผมอยากจะเน้นแนวอ่านแล้วกดดันและหดหู่มากกว่า

21 Nameless Fanboi Posted ID:eoxdUNNpZg

>>20 อยากรู้ว่าความดาร์กเป็นยังไง แนะนำลองดู ซีรี่ย์ black mirror ครับ ตอนไหนก็ได้

ส่วนนิยายของน้อง ขออ่านต่อตอนที่ 4 ก่อนนะแล้วจะมาบอกความรู้สึกอีกที

แนะนำว่าเน้นเขียนให้มันสมจริง สมเหตุสมผลตามบริบทของเรื่องไว้ก่อนดีกว่าครับ

22 Nameless Fanboi Posted ID:flsaybvanv

>>6 กูอ่านไป 10 ตอนละ ภาษามึงพอใช้ได้นะ การดำเนินเรื่องยังมีปัญหาอยู่หน่อย แต่มึงให้วิจารณ์เนื้อเรื่องกูก็ว่าตามเนื้อเรื่องแล้วกัน ดูจากส่วนที่อยากเล่าแล้วเนื้อเรื่องมึงก็ค่อนข้างโอเค เป็นแนวพลอตโหลๆ ของหลายปีก่อนหน้านี้ที่เขียนเกี่ยวกับสงคราม ศาสนา การปฏิวัติ นักฆ่าอะไรพวกนี้ การทำให้เรื่องที่คนชอบเขียนกันแตกต่างมันก็ต้องไปว่ากันตรงการดำเนินเรื่อง เหมือนหนังฮีโร่กู้โลก dc marvel แม่งก็หนังฮีโร่กู้โลกเหมือนกันแต่เวลาทำออกมาแต่ละค่ายแต่ละเรื่องมันต่างกันในการเล่า ในการดำเนินเรื่อง ซึ่งกูรู้สึกว่าเส้นเรื่องของมึงเหมือนจะโอเค ดูมีที่มาที่ไปพอมีเหตุผล แต่ดำเนินเรื่องแย่แบบหนังแบทแมนเจอซุป แม่งไม่ค่อยปะติดปะต่อ ตอนแรกเหมือนจะดี ตอนต่อจากนั้นก็เหมือนทำท่าจะดีแต่แม่งไม่ปะติดปะต่อ เรื่องไหนที่อยากเน้นหรืออยากให้คนอ่านจำได้แม่งก็เหมือนไม่ค่อยเน้น ปูเรื่องให้คนอ่านจำไม่ค่อยได้ การเขียนมึงโอเคนะ แต่กูอ่านไปแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องไม่ใช่เพราะมึงเขียนไม่รู้เรื่องนะ แต่เป็นเพราะการดำเนินเรื่องมึงแม่งทำให้คนอ่านจำอะไรไม่ค่อยได้ บทสนทนามึงเกือบคูลละ แต่แม่งดำเนินเรื่องได้อืดเอื่อยไปหน่อย

ส่วนเครื่องหมาย ! เหี้ยนี่ก็เยอะจริงๆ นั่นแหละ มึงใส่มาเกือบทุกประโยคแบบนั้นจะใส่หรือไม่ใส่ก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะมันดูไม่ได้เน้นความสำคัญ

>>17 ภาษามึงเกือบจะไม่มีความไลต์โนเวลเลย อ่านแล้วรู้สึกถึงความ old school มากกว่า แนวแฟนตาซีไทยตามรอยตะวันตก มันมีวับๆ แวมๆ ว่าจะไปทางไลต์โนเวลบ้างแต่คือความรู้สึกหลักๆ ไม่ใช่อะ ส่วนเนื้อเรื่อง กูอ่านสิบตอนแรกคือเฉยๆ ยังไม่ค่อยบีบคั้นอารมณ์เท่าไหร่ ดาร์คแม่งมันเป็นนามธรรมอะ ไม่ใช่จับดาบไล่ฟัน เป็นนักฆ่า จะทรยศหักหลัง จะก่อปฏิวัติ ศาสนจักรหลอกหลวง แล้วจะเป็นดาร์ค มันเป็นความรู้สึกถึงการกระทำอย่างหนึ่งที่บริบทมันถูกสร้างขึ้นมาให้รู้สึกว่าไอ้การทำแบบนี้ในสถานการณ์แบบนี้แม่งดาร์คว่ะ กูยกตัวอย่างการทรยศละกัน มึงเปิดเรื่องมาทรยศเลยแบบนี้ไม่ดาร์ค คนอ่านแม่งไม่ผูกพัน มึงต้องสร้างมันก่อน ให้รักตัวละครตัวนี้ก่อน ให้ผูกพันกันแบบคนนี้จะต้องไปจนสุดทางกับตัวเอกแน่ๆ แล้วแม่งค่อยทรยศ มันจะรู้สึกถึงความแย่ ความเฟล หรือความตกต่ำมากกว่า สมมุติมึงคิดว่าการทรยศคือดาร์คแล้ว แปลว่ามึงยังเห็นแค่เปลือกๆ อะ มึงต้องสร้างสรรค์การทรยศให้มากกว่านั้น ทั้งที่มาที่ไป สถานการณ์ การตัดสินใจ ให้มันอัดแน่นแล้วเปรี้ยงขึ้นมา ส่วนจะทำไงเป็นงานของมึงเองนะ

>>20 ตามแนวทางเขียนแนวทางที่คิดมึงพอไปได้ แต่มึงยังไปไม่ถึง ตอนนี้ระดับอยู่แถวๆ เด็กอยากอวดของเล่นอยู่ มึงรีบร้อนเกินไป มึงมีตัวอย่างนิยายหรือซีรี่ย์เรื่องไหนที่แสดงความเข้าใจเรื่องความกดดันหรือหดหู่มึงไหม ฮังเกอร์เกมงี้ got งี้ กูจะลองชี้ปัญหามึงให้ แต่กูไม่อ่านหมดหรอกนะ กูขี้เกียจ

23 Nameless Fanboi Posted ID:IApHXM2Jug

>>22 ขอบคุณนะครับสำหรับคำแนะนำ ผมจะลองไปปรับใช้ครับ

24 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

โม่ง กูอยากขอความช่วยเหลือหน่อย กูตามหานิยายเก่าในเด็กดีเรื่องนึงว่ะ
มันเอจจี้สัดๆ เนื้อเรื่องก็พระเอกโดนคนในโรงเรียนรังแกแล้วไล่ฆ่าพวกแม่งทีหลัง
จำได้ว่าพระเอกชื่อคานนมั้ง แล้วก็มี2ภาค น่าจะก่อนปี55นะ

25 Nameless Fanboi Posted ID:ynsNNhjlce

>>24 คนเขียนเรื่องแนวนี้ กูว่าแม่งต้องมีเก็บกดมาจากเหตุในชีวิตจริงบ้างแหละ 555555

26 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

>>25 คงงั้นแหละ กูจะหาrefมาใช้เขียนเลยนึกถึงขึ้นมา
เพิ่มให้ รู้สึกว่าภาคสองพระเอกมันหนีออกจากโรงบาลบ้าด้วย

27 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

>>26 เพิ่มนิด แต่มันเขียนใช้ได้นะ กูเอจจี้แล้วเขียนนิยายฆาตกรรมตามอยู่พักนึงเลย
รู้สึกเหยื่อคนแรกแม่งใช้กรรไกตัดหญ้าฆ่าด้วยมั้ง

28 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

โอเค กูหาเจอละ ขอบใจเพื่อนโม่งที่ช่วยหานะ แต่เจ้าของเขาลบไปแล้วว่ะ
กูขอแปะเรื่องนี้ให้พวกมึงอ่านเป็นการขอบคุณ ไม่ใช่ของกูนะ กูเจอระหว่างหา อ่านแล้วชอบว่ะ
เป็นแนวระทึกปนสยอง พระเอกติดอยู่ในห้อง ออกไปไหนไม่ได้ พอออกก็วนลูปกลับมาเวลาเดิม บนเตียงนอน ฆ่าตัวตายก็วนลูป
https://writer.dek-d.com/Jukosidr/story/view.php?id=489224

29 Nameless Fanboi Posted ID:o2u8gfTQ4a

"ภาษาดี" ในความคิดของพวกมึงเป็นไงวะ
ช่วยแนะนำ นิยายภาษาดีให้หน่อย ถ้าไม่มีในเว็ปเอาเป็นเล่มก็ได้
เอาที่ซื้ออ่านง่าย ๆ นะ

30 Nameless Fanboi Posted ID:o2u8gfTQ4a

>>28 นิยายเหี้ยไรวะ กูนึกว่าแชทเฟสบุค อ่านไม่ลงว่ะ

31 Nameless Fanboi Posted ID:FQdPgPdDrP

>>29 ถ้าดีก็พวกวรรณกรรมคลาสสิค เดอะลอร์ด นาร์เนียร์ อะไรพวกนั้น มึงไล่เอาเถอะ ลองหาตัวอย่างอ่านก่อนก็ได้ จริตคนมันไม่เหมือนกัน

32 Nameless Fanboi Posted ID:o2u8gfTQ4a

>>31 นิยายไทยมีปะวะ กูว่าสำนวนนิยายแปลแม่งก็คล้าย ๆ กันแหละ

33 Nameless Fanboi Posted ID:bocHfZ57E.

>>28 เล่นไซเลนท์ฮิลภาค 4 มากเกินไป

34 Nameless Fanboi Posted ID:B8KlJjWHin

>>32 กูแนะนำของเจน จิ โครงกระดูกแม่มด

35 Nameless Fanboi Posted ID:i0uNl37nha

>>34 น่าสนใจว่ะ

36 Nameless Fanboi Posted ID:wQXfeHFA17

https://writer.dek-d.com/jaiwarithorn/story/view.php?id=1933410
ติดอันดับ 5 มาแรงฉิบหายคนอ่านหลายหมื่น แต่พอกูอ่านได้ 10 ตอนแล้วจับประเด็นเรื่องไม่ได้เลยว่ะ
เนื้อเรื่องก็ดึงมาจากไลท์โนเวลกับเมะมาหลายๆเรื่องเอามายำกัน พระเอกเทพซ่าไอ้ห่าแกรี่ชิบหาย โลลิค่อนโม่ยหญิงหาฮาเร็มคุก
เชี่ยแม่งอยู่ดีๆเปลี่ยนจากมุมมองบุคคลที่ 1 เป็นบุคคลที่ 3 เฉยเลยไอ้ห่า นิยายขยะแบบนี้แม่งเสือกมีคนอ่านเยอะไอ้เวรเอ้ย
เพื่อนโม่งคิดแบบกูไหม

37 Nameless Fanboi Posted ID:3JunAHMXk+

กูขอบ่นเกี่ยวกับ สนพ เดี๋ยวนี้ และนักเขียน ดด หน่อยได้ไหมวะ

คือแบบ กูเจอมาเยอะมากกก อันไหนที่ติดท็อปๆ สนพ หน้าใหม่ทั้งหลายก็จอง LC กันไว้ก่อน
แต่สุดท้ายนักเขียนก็ดองนิยาย เพราะเรื่องเก่าตัน แล้วไปอัพเรื่องใหม่ สนพ ก็ตามไป LC ของนักเขียนคนเดิมไว้อีก
เหมือนวนลูปไม่สิ้นสุด กูเห็นแล้วเพลียมาก แบบ กูจะได้อ่านจบสักเรื่องไหม

การที่ สนพ LC แล้ว นักเขียนควรมีวินัยในการแต่งนิยายเรื่องนั้นอ่ะ ยิ่งเป็นนิยายาวไม่ใช่เล่มเดียวจบ ควรมีเดดไลน์อย่างน้อยก็ให้เห็นความคืบหน้าของผลงาน สนพ ควรเข้ามามีส่วนคุมงานนักเขียน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อย

โทษทีวะ กูเจอแล้วโมโห เล่มกูก็รอซื้อ แต่ดันไม่ออกเล่มต่อมาสักที สัสส

38 Nameless Fanboi Posted ID:ERrcI80gUT

เห็นคนบ่นแล้วรู้สึกว่ากูเนี่ยยังไม่มีเหี้ยอะไรเลย รู้สึกเหมือนอย่างน้อยไอ้คนนั้นมันกะดีกว่ากูละวะถถถ+

39 Nameless Fanboi Posted ID:gMoNM2gj0D

>>36 นิยายแบบนี้แหละที่เด็กชอบอ่าน ไอ้ที่นิยายใส่ภาษาสละสลวยคงหาไม่ได้อีกแล้วว่ะ อนาคตนิยายไทยคงมีแต่แนว ฉัว ฉัว กุดุส กุดุส กันหมดแล้ว

40 Nameless Fanboi Posted ID:OcsLS8ehJ0

>>39 สรุป ผู้ใหญ่มันไปสิงอยู่เว็ปไหนวะ

41 Nameless Fanboi Posted ID:PHlbBb5OSb

>>36 ลองทนอ่านซัก 20-30 ตอนแล้วมาสับดิ เอาแบบให้เละเลย มู้แม่งจะได้มีอะไรหน่อยนอกจากม้าฮี้ๆ

42 Nameless Fanboi Posted ID:LwR7HQWFGQ

>>40 เขาข้ามไปเปย์นิยายจีนนิยายฝรั่งกันหมดแล้ว

43 Nameless Fanboi Posted ID:PHlbBb5OSb

>>37 มึงทำใจได้เลยว่าหายากแน่ ไอ้พวกแบบนี้อะ

ไอ้พวกที่ติด Top เนี่ย มีซักกี่คนที่วางโครงเรื่องมาเขียนจริงๆ ส่วนใหญ่แม่งก็อารมณ์ชั่ววูบเขียนไปแบบไฟลนตูดทั้งนั้นล่ะ ซึ่งไอ้พวกเนี่ยพอเขียนไปถึงจุดพีค จุด Climax แล้วมันจะเริ่มหมดไฟ เพราะหาจุดลงตัวปิดเรื่องไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น พอหาที่ลงไม่ได้ -> เครียด -> ไม่สนุกกับการเขียน -> เบื่อและทิ้งงาน -> ไปเขียนเรื่องใหม่ แล้วกลายเป็นลูปนรกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นล่ะ

พูดแล้วก็หงุดหงิดนะ สนพ. เดี๋ยวนี้แม่งก็มักง่าย เหมือนไม่รู้จักการตลาด สักจะเอาแต่ยอดวิวยอดขายจากตัวนักเขียน แต่ไม่คิดจะปั้นนักเขียนให้เก่งให้ดัง ซึ่งแม่งก็ได้แค่ยอดขายระยะสั้น แถมความ Royal ของลูกค้าก็ไม่มี แล้วก็มาบ่นว่า สนพ. จะตายเพราะไม่มีคนซื้อ

คือถ้าให้กูสรุปง่ายๆ ก็คือแม่งไม่คิดจะผลิตทรัพยากรบุคคลนั่นล่ะ แทนที่จะจับคนที่มีพรสวรรค์ซักคนมาดันให้ดัง แล้วดีลให้นักเขียนอยู่คู่ สนพ. นานๆ จนกลายเป็นแบรนด์ดีๆ เพื่อการลงทุนระยะยาว เสือกอยากได้แต่ขี้หมาสดๆ ที่จะกลายเป็นขี้หมาแห้งๆ ในเวลาไม่กี่เดือน

44 Nameless Fanboi Posted ID:IHlFYYURe5

>>43 ชอบที่พูด เอาไปเลย+1

45 Nameless Fanboi Posted ID:IwFdrLh6LJ

>>43 เพราะแบบนี้แหละ คนเขียนหนีไปทำมือแทน ส่วนสำนักพิมพ์ที่อยู่ได้เพราะนิยายแปล มันคิดว่านิยายแปลกับนิยายของไทย QC เหมือนกัน แต่ลืมไปว่าตัวเองถือลิขสิทธิ์แค่แปลมาเผยแพร่ ไม่ใช่ลิขสิทธิ์การผลิตต้นฉบับแบบต้นสังกัด

46 Nameless Fanboi Posted ID:K74SCfn0YR

>>43 แต่สัจธรรมอีกข้อคือคนเขียนงานดีๆ แม่งไม่ออกงานถี่ว่ะ บางคน 3 ปีออกเรื่องนึง สนพ. แม่งก็คงคิดหนัก ปั้นขึ้นมาแล้วไม่มีงานต่อลำบากเลย มันไม่มีสัญญาผูกมัดด้วยว่าต้องส่งให้อย่างน้อยกี่เรื่อง บางทีนักเขียนอินดี้อีก แม่งเขียนแฟนตาซีอยู่ดีๆ ย้ายไปวายไปจีน เผลอๆ ก็หนีไปทำมือ ทรัพยากรบุคคลมันเลี้ยงยากก็ตรงนี้ กลับเป็นพวกมีปริมาณแต่ไร้คุณภาพนี่แหละออกปีละ 4-5 เล่ม ถ้าอยากให้สายการผลิตไม่ขาด flow มันก็ต้องสุ่มหยิบพวกดังฉาบฉวยมาเสริมไลน์ละนะ เคสนี้กูเข้าใจเขาว่ะ

47 Nameless Fanboi Posted ID:6yzW5iwZ3o

>>46 อันนี้มันก็หน้าที่ บก. และฝ่ายบุคคลแล้วล่ะว่าจะเค้นงานจากนักเขียนได้ขนาดไหน

อนึ่ง บก. บ้านเราแม่งฝีมือห่วยด้วย เท่าที่กูรู้จักนะ หลายคนแม่งก็ไต่มาจากนักเขียนที่ขายไม่ออกซึ่งมันไม่ใช่อะ

เอาตามจริงนะ บก. เนี่ย นอกจากรู้จักนิยายกับตลาดแล้ว แม่งต้องรู้จักจิตวิทยาและการกล่อมคนด้วยนะ นักเขียนเขียนไม่ออก? ก็ต้องเข้าไปคุยและให้คำปรึกษา เพราะไอ้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านักเขียนอะ บ่อยครั้งเลยมันจะฟุ้งเฟ้อได้พล็อตบ้าๆ มา ซึ่งเมื่อพล็อตเต็มหัวมันก็ต้องมีการระบายออกเว้ย แต่บางทีไอ้ที่ระบายออกมาดันไม่ตรงกับแนวเรื่องที่เขียน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ บก. แล้วล่ะ คือต้องตีโจทย์ที่นักเขียนปล่อยออกมา แล้วให้คำแนะนำมาปรับใช้กับเรื่อง เพื่อไม่ให้ออกทะเลหรือให้นักเขียนหาเรื่องทิ้งงาน

พูดถึง บก. แล้วขอบ่นหน่อยเหอะ บก. ที่กูรู้จักแต่ละคนนะ แม่งไม่มีหรอกไอ้ที่ให้คำปรึกษานักเขียน วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านเรื่องไหน (ที่ตัวเองคิดว่า) น่าสนใจ ก็จะไปจีบๆ แล้วขอตีพิมพ์เท่านั้นล่ะ เหี้ย! ...โอเค แล้วพอได้แล้วไงต่อ? จะปั้นเขามั้ย? จะให้เขียนแก้รึเปล่า ...ก็ไม่ ควย!! แม่งบอกขี้เกียจ เลยจะเอาไอ้ฉบับเขียนบนเว็ปนี่ล่ะไปตีพิมพ์เลย นักเขียนไม่ต้องแก้ ไม่ต้องทำสัญญาผูกมัด ได้ตังเสร็จตัดหางปล่อยวัด จบ~

คือแม่งคิดได้แค่นี้กูก็ไม่แปลกใจว่าทำไม สนพ. ถึงล่มเอาๆ มันพังตั้งแต่ตัว บก. แล้วละ ดูถูกคนอ่านคิดว่าอีกฝ่ายแค่ซื้อๆ ไปก็พอใจแล้ว ซึ่งความจริงแล้วแม่งก็ไม่ได้รู้เลยว่าไอ้สิ่งที่ทำๆ เนี่ย มันทำให้ สนพ. หมดความน่าเชื่อถือ แล้วพาลทำให้ลูกค้าหายหมดจนยอดแม่งตกแบบทุกวันนี้นี่ล่ะ

จะว่ากูอวยก็ได้นะ แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวกู กูมองว่าบริหารแบบ สนพ. พูนิก้า เนี่ยถือว่าโอเคอยู่เลยสำหรับยุคนี้เลย เท่าที่กูรู้คือมันเป็นไม่กี่ สนพ. นะที่ใช้ระบบนักเขียนกึ่งประจำ แทนที่จะไปสุ่มๆ หางานฟรีแลนท์มาขายแบบ สนพ. อื่น คือแบบนี้มันสามารถเค้นนักเขียนได้เต็มที่ แถม บก. ยังสามารถให้คำปรึกษาพร้อมมองพัฒนาการนักเขียนได้อีก คนไหนผลงานดียอดขายเด็ดก็ต่อสัญญาให้เป็นนักเขียนประจำ จ่ายหนักๆ คนไหนผลงานไม่ดีก็ส่ง บก. ไปจัดการ ถ้าส่งไปแล้วแต่ก็ยังเข็นไม่ขึ้นก็คัดออกซะแล้วหาคนใหม่มาแทน ซึ่งไอ้การบริหารแบบนี้นี่ล่ะที่แม่งน่าเชื่อถือ ถึงยอดจะไม่เยอะเท่าเพราะแนว สนพ. นี้แม่งเฉพาะทางชิบหายก็ตาม แต่แม่งก็ไม่ตายเหมือนบาง สนพ. ที่เอาแต่จับขี้เปียกมาขายอะ

48 Nameless Fanboi Posted ID:CHgRwvw+rb

>>47 วิจารณ์ได้โหดสัสมาก แต่กุชอบ

49 Nameless Fanboi Posted ID:18Y4raZguB

บก.ของไทยมีความรู้เทียบเท่าม.6 รึเปล่า ถึงดูไม่มีความรู้วิชาการตลาดบริหารธุรกิจมาก่อน

50 Nameless Fanboi Posted ID:RnSxkftV9t

ในเด็กดีมีเรื่องไหนที่ตัวเอกติดยา, กินเหล้า, สูบบุหรี่, มั่วผู้หญิงบ้างป่ะ

51 Nameless Fanboi Posted ID:dE9.Dck/S9

>>50 เยอะ โดยเฉพาะพวก darkwannabe

52 Nameless Fanboi Posted ID:6zHxDWtWda

>>49 บก. เดี๋ยวนี้แม่งการตลาดทั้งนั้น มึงเคยเห็นนิยายดี ๆ นอกกระแส ได้พิมปะ

53 Nameless Fanboi Posted ID:j1DvRtUdvC

>>52 นอกกระแส มีความเสี่ยงเอามา ขายไม่ออก เจ๊งนะมึง
หนังสือเล่มหนึ่งลงทุนเป็นแสน
ขาดทุนหลายเล่มติดต่อกัน สนพ. เจ๊งเอาง่ายๆ นะมึง ใครจะเสี่ยงวะ
ขนาดพวกเรื่องในกระแสยอดวิวสูงๆ บางที พอขายจริงยังหืดขึ้นคอ ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะรอดได้หรือเปล่า
ที่จริง สมัยนี้ นักเขียนมีทางออก ไปขาย ebook ออกเองได้ ...ไม่ว่ามึงจะเขียนนอกกระแส ขนาดไหน แต่คนอ่านจะซื้อเท่าไร ไปลุ้นเอา

54 Nameless Fanboi Posted ID:j1DvRtUdvC

โดยเฉพาะแนว แฟนตาซี มึงทำใจได้เลย ได้ขายเป็นชุดในเว็บ หรือไม่ออก ebook
กูสังเกตบางเรื่อง ก็ได้ไม่ใช่น้อยนะมึง บางเรื่องได้ดีกว่าที่ สนพ. จ่ายให้อีก แต่ก็มีจำนวนน้อยนะ
และต้องเข้าใจด้วยว่า อ่านฟรี กับ วางขาย ยอดคนอุดหนุนต่างกันเป็น 10 เท่า

55 Nameless Fanboi Posted ID:5FspiMNhYe

นิยายเรื่องเดียวกันที่ลงเว็บกับตีพิมพ์เป็นเล่มนี่มันต่างกันยังไงวะ เพราะถ้าแม่งไม่ต่างกันกุอ่านในเว็บหรือ ebook ก็ได้

56 Nameless Fanboi Posted ID:5FspiMNhYe

>>47 นึกถึงเรื่องบาคุมังเลยว่ะ

57 Nameless Fanboi Posted ID:xyWWC4XLtu

>>32 แนะนำไมรอน นิยายแฟนตาซีคนไทยเขียน กูอ่านเมื่อนานมาแล้วรู้สึกว่าดีอยู่ ส่วนนิยายคนไทยเขียนที่ออกใหม่เร็ว ๆ นี้กูไม่รู้จักสักเรื่องคงแนะนำให้ไม่ได้ :v

58 Nameless Fanboi Posted ID:bgSwtiq7Qv

>>56 บาคุมังมันก็หยิบมาจากเรื่องจริงนั่นล่ะ

โดยส่วนตัวกูว่านิยายแฟนตาซีไทยอะมีดีไม่แพ้พวกนิยายจีน นิยายญี่ปุ่นหรอกนะ แต่อย่างที่ว่าของไทยแม่งอุปสรรค์เยอะ ไหนจะเป็น สนพ. หวังแต่ขายชื่อนักเขียน แต่ไม่คิดต่อยอด ไหนจะ บก. ห่วยแตกไม่คุมงานนักเขียนอีก ทว่าที่สำคัญที่สุดคือการตลาดแม่งน้อยเหมือนกับไม่ยอมลงทุนด้วยล่ะ

ถ้าใครแก่พอที่จะจำความได้ ก็ลองนึกย้อนถึงสมัย ถนนสีขาวออกมาใหม่ๆ สิ ตอนนั้น สนพ. แม่งทุ่มทุนประโคมโฆษณาจนขายดิบขายดี จนเข็นออกมาตั้งกี่เล่มทั้งที่แม่งเป็นขยะวรรณกรรม จำได้เลยว่ายุคนั้นแต่ละเว็ป แต่ละบอร์ดต้องมีพูดถึงราวกับแม่งมีม้าฮี้ๆ ได้รับค่าโฆษณามาปล่อยข่าวยังไงอย่างงั้น สนพ. อื่นๆ เองก็พยายามทำตาม จนกลายเป็นยุครุ่งเรืองของนิยายแฟนตาซีเลย

แต่ปัจจุบันเหมือนทุนส่วนนี้จะโดนตัดไปใช้อย่างอื่นหมดละ ซึ่งจะให้เหลือแค่การบอกปากต่อปากระหว่างคนอ่านด้วยกัน มันก็ไม่กว้างพอที่จะดึงดูดให้ลูกค้าซื้ออะ พวกแนวแฟนตาซีแม่งเลยค่อยๆ ตายไปจนกู่ไม่กลับอย่างทุกวันนี้นี่ล่ะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:488SjAl+Ao

>>58 กูเห็นต่างนะ นิยายแฟนตาซีไทยยังสู้ต่างประเทศไม่ได้ อาจจะมีแต่ก็น้อยมาก อุปสรรคจริงๆ คือสมัยนี้งานมาตรฐานดีหน่อยมีน้อยไม่ค่อยมีพัฒนาการ นิยายสมัยก่อนดีไหม ก็พอมีแต่มันดีในสมัยนั้นไง สมัยนี้มาตรฐานคนอ่านสูงขึ้น งานแม่งย่ำอยู่ที่เดิมแบบสิบกว่าปีก่อนจะบอกว่าเป็นงานดีมันไม่ได้แล้ว ที่มันกู่ไม่กลับเพราะงานมันดีไม่พอสนุกไม่พอแค่นั้นแหละ

60 Nameless Fanboi Posted ID:bgSwtiq7Qv

>>59 อันนี้กูพลาดเอง ลืมบอกว่าเป็นงานของสมัยยุคโน้นนะ ยุคนี้แม่งเลียนแบบนิยายจีนกันเละไปหมดละ

61 Nameless Fanboi Posted ID:OjMIgUdMuN

ไม่รู้พวกเด็กดีรู้ความจริงกับเรื่องพวกนี้รึเปล่า ปัญหาสนพ.กับการตลาดนิยายสมัยนี้

62 Nameless Fanboi Posted ID:wHJdCSxzVJ

อย่าว่าแต่คนเขียนเลย คนอ่านแฟนตาซีไทยก็ไม่ค่อยจะมีแล้วมึง เดี๋ยวนี้สินค้าทดแทนมันเยอะ อยากเสพแฟนตาซีไปเล่นเกมหรือหาหนังดูแทนก็ได้ ถ้าไม่เจ๋งไม่ใหม่จริงๆ ดันให้ตายมันก็ดังยากอะนะ ไอ้ที่ดังๆ สมัยก่อนพอมีอินเตอร์เน็ตก็โดนแฉกันรัวๆ เรื่องก๊อปพล็อตก๊อปคาแรกเตอร์ อีกอย่างคือเดี๋ยวนี้นิยายแฟนตาซีมันแฝงมาในรูปอื่นเยอะ จีนแปลแนวโรแมนติกมึงไปดูพล็อตแฟนตาซียิ่งกว่านิยายแฟนตาซีแท้ๆ อีก เทพเซียน ย้อนอดีต สัตว์วิเศษฯลฯ นิยายวายที่เป็นแฟนตาซีจ๋าๆ ก็มี กลุ่มคนอ่านมันแตกแขนงไปเรื่อยๆ ไอ้นิยายประเภท one for all มันปั้นยากมาก อย่างพวกสาวๆ นี่เขาก็เสพแฟนตาซีกันอยู่นะ แต่เขาไม่มาอ่านแฟนตาซีจูนิเบียวแบบเด็กดวกแล้ว นิยายเพียวแฟนตาซีมันกลายเป็นนิยายเฉพาะกลุ่มไปแล้วนะกูว่า แถมกำลังซื้อยังไม่ได้มากมายเหมือนพวกวายด้วย พวก top view ในเว็บนี่ซื้อไม่ถึง 15% กูบอกเลย สินค้ามันเกือบจะเป็น niche product มึงจะไปลงทุนทำการตลาดแบบ mass มันก็ไม่ใช่ปะวะ แถมคุณตะพาบงานยังเป็นแบบอ่านก็ได้ไม่อ่านก็ไม่เสียดายอีก ถ้ามีเงินอยู่หนึ่งพัน ซื้อหนังสือได้ 3 เล่ม มันจะมีกี่คนเลือกหยิบแฟนตาซีไทยขึ้นมาวะ เอาไปเปย์มังงะ LN นิยายรัก นิยายวาย จีนแปลก็หมดตัวแล้ว

63 Nameless Fanboi Posted ID:FHyzwC1juA

>>62 +1

64 Nameless Fanboi Posted ID:4jIdBIx+4l

>>62 แบบนี้จะเรียกว่าแนวแฟนตาซีเด็กๆ แบบเมื่อก่อนมันได้กลายเป็นแนวแฟนตาซีแบบผู้ใหญ่ไปแล้วก็คงจะได้ล่ะมั้ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:mn1M/uMh0+

>>62 +2

66 Nameless Fanboi Posted ID:crD+GSPprl

KY กูอยากอ่านนิยายถูกอัญเชิญไปต่างโลกทั้งห้องเรียนแล้วฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันทุกคนอ่ะ

67 Nameless Fanboi Posted ID:U39+S7Latl

>>66 Corpse Party ไง ตายจริงไรจริง

68 Nameless Fanboi Posted ID:crD+GSPprl

>>67 มันใช่นิยาย Dek-D เหรอวะ

69 Nameless Fanboi Posted ID:RR8+121e4T

กิ่งน้าคัมแบ็กว่ะ ดราม่าแคปนักอ่านมาประจานอีกละ ถ้าเพื่อนกูที่เป็นติ่งไม่ไปเม้นเชียร์ให้เด้งขึ้นฟีดกูก็ไม่รู้นะเนี่ย ลืมนางไปเลย เข้าอีหรอบเดิมแคปเม้นนักอ่านมาประจานให้ลูกหาบรุม

70 Nameless Fanboi Posted ID:pH6f673G+D

>>69 ถ้ากุเคยติดตามนางกุจะเลิกตามทันที วุฒิภาวะไม่สมวัยอายุก็เยอะแล้วยังง้องแง้งเป็นเด็กอยู่อีก

ปล. ลืมไปว่าไม่ใช่ห้องนินทา พอดีอินไปหน่อย

71 Nameless Fanboi Posted ID:Qhpzc+w7b7

ร้อนชิบหาย กูอ่านนิยายไม่ไหวแล้ววู้ว

72 Nameless Fanboi Posted ID:pQE2lvhCs8

>>71 กูจะละลายแล้ว

73 Nameless Fanboi Posted ID:OR6QXpZZPi

เพื่อนโม่ง กูเห็นนิยายแฟนตาซีหลาย ๆ เรื่อง ตอนข้อมูลเบื้องต้นแม่งใส่พวก "ระดับของจอมเวทย์บลาๆๆ ขั้นหนึ่ง สอง สาม"
อยากถามว่าพวกมึงคิดยังไงกับพวกที่ใส่ แล้วถ้ากูจะแต่งแนวนี้บ้างควรหรือไม่ควรดีวะ มันดูแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้ว่ะ

74 Nameless Fanboi Posted ID:rl+EPFdFxF

>>73 กูเบื่อ กูจะกดข้ามไม่อ่านเลย แม่งน่ารำคาญพอกับพวกเอาประวัติศาสตร์โลกมาฟาดหน้ากูในบทแรกหรือบทนำของเรื่องเสียยาวเหยียด

75 Nameless Fanboi Posted ID:0A7U8c67.8

>>73 กูไม่ชอบเลยบอกตรงๆ เพราะสมัยกู ถึงเรื่องจะห่วยยังไง มันก็ไม่มีการใส่ขั้นพลังห่าอะไรนี่เลย เรียกได้ว่าเกิดตามสมัยนิยมนั่นแหละ น่าจะตอนแนวเกมออนไลน์ฮิตๆกันมั้ง สำหรับกูคือไม่ต้องใส่ดีกว่า แต่ถ้านิยายมึงมีดีจริงหรือเขียนล้อเลียนพาโรดี้ก็ใส่ละกัน คหสต.

76 Nameless Fanboi Posted ID:ljnxgGV1o7

>>73 บอกตรงๆ อย่าใส่ มันไล่แขก

เรียกได้แต่เกรียนที่ชอบแนวออนไลน์แกรี่ ถ้ากลุ่มเป้าหมายมึงคือหัวเกรียนเหล่านั้น จะใส่ก็ได้ แล้วแต่เลย

77 Nameless Fanboi Posted ID:OR6QXpZZPi

โห ขอบคุณมากจ้า

78 Nameless Fanboi Posted ID:DBTTv89PuV

กุเจอก็ข้ามเหมือนกัน

79 Nameless Fanboi Posted ID:M2joLI86j6

>>73 บอกตรงๆ ถ้ามึงเห็นนิยายติดท็อปมันมีก็แสดงว่าจริงๆ แล้วคนอ่านมันอาจจะชอบหรืออาจจะไม่สนใจ บางคนแม่งก็ไม่ได้เขียนอะไรด้วยซ้ำมันก็ยังติดท็อปมึงอย่าไปใส่ใจมาก มึงไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ ถ้าเขียนแล้วคนไม่อ่านคือฝีมือมึงไม่ดีเอง

80 Nameless Fanboi Posted ID:OFr3YLZPV7

ขอบคุณมาก แล้วถ้าการใส่บทแนะนำตัวละครอะไรงี้ อยากถามความคิดเห็นเพื่อนโม่งดู โดยส่วนตัวกูคิดว่าอยากให้นักอ่านไปค้นหาในเรื่องเอาเอง
ว่าแต่ละตัวละครมีอุปนิสัยอย่างไร ความสัมพันธุ์กับใครเป็นอย่างไร