Fanboi Channel

นิยายเด็กดีบทที่ 33 (DDN XXXIII) ภาคตำนานสงครามสามเหล่าทัพ ตีกันยับทั้งเด็กดวก โม่งโทรล และโม่งเพลง เจ้าบ้านบอกแค่นี้ทำไรกูไม่ได้ ฝ่ายโทรลโต้มึงแม่งก็เหมือนกัน (จะตีกันก็เอาเลยแต่ประเทศเทยต้องชานะ)

Last posted

Total of 592 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:4zSX+VjbPG

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดีดอทคอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บเด็กดี เพื่อความหวังของวรรณกรรมไทยในอนาคต (ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น)

note : ในวงเล็บจะคิดว่าไม่มีก็ได้ เพราะตอนนี้ใช้มู้สับปนกับมู้นินทาไปแล้ว

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 -- https://fanboi.ch/webnovel/6295/
นิยายเด็กดี บทที่ 21 -- https://fanboi.ch/webnovel/6506/
นิยายเด็กดี บทที่ 22 -- https://fanboi.ch/webnovel/6868/
นิยายเด็กดี บทที่ 23 -- https://fanboi.ch/webnovel/7834/
นิยายเด็กดี บทที่ 24 -- https://fanboi.ch/webnovel/8477/
นิยายเด็กดี บทที่ 25 -- https://fanboi.ch/webnovel/8614/
นิยายเด็กดี บทที่ 26 -- https://fanboi.ch/webnovel/8685/
นิยายเด็กดี บทที่ 27 -- https://fanboi.ch/webnovel/8795/
นิยายเด็กดี บทที่ 28 -- https://fanboi.ch/webnovel/8876/
นิยายเด็กดี บทที่ 29 -- https://fanboi.ch/webnovel/9247/
นิยายเด็กดี บทที่ 30 -- https://fanboi.ch/webnovel/9744/
นิยายเด็กดี บทที่ 31 -- https://fanboi.ch/webnovel/10135/
นิยายเด็กดี บทที่ 32 -- https://fanboi.ch/webnovel/10275/

รายชื่อโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

2 Nameless Fanboi Posted ID:4zSX+VjbPG

:: Topic Highlight จากกระทู้ภาคที่แล้ว ::

สับนิยาย: รหัสลับสะท้านโลก >>>/webnovel/10275/21-30/
โม่งสาระ: คำไทยที่มักเขียนผิด >>>/webnovel/10275/100/
สับนิยาย: นางมารผู้หวนคืน+ประเด็นครอบครัวในนิยาย >>>/webnovel/10275/218-235/
สับนิยาย: [MPREG] เรื่องราวน้ำเน่าของคุณขา โดย patchiys >>>/webnovel/10275/238-239/
โม่งแชร์ข้อมูล: รวมความฉิบหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากปืนลูกโม่ (ที่นารุตะกี้อ้างว่ามีเซฟตี้) >>>/webnovel/10275/262/
โม่งถกประเด็น: รูปแบบการใช้อัญประกาศ >>>/webnovel/10275/300-333/
โม่งสาระ: นิยายแกรี่-ฮาเร็ม กับบทสัมภาษณ์ของประธาน Kadokawa >>>/webnovel/10275/336-346/
โม่งสาระ: อาชีพ "นักปาด" กับความนิยมใน LN >>>/webnovel/10275/370/
โม่งสาระ: สาเหตุที่นิยายวิวน้อย by โม่งชอบหี >>>/webnovel/10275/471/
สับนิยาย+สาระท้ายตอน: Isekai Shihai no Skill Taker: Zero kara Hajimeru Dorei Harem >>>/webnovel/10275/604-612/
สับนิยาย: Player Level UP+ >>>/webnovel/10275/625/
โม่งคุยเรื่อยเปื่อย: new normal ของนิยายสไตล์แต่งตามใจกู >>>/webnovel/10275/627-630/
ผู้ชนะเลิศรางวัลอิหยังวะ อะวอร์ด (สาขานิยายใบ้, สาขากำแพงอักษร) >>>/webnovel/10275/784/
สับนิยาย: 2,000 Years Love (บันทึกรักสาว 2,000 ปี) โดย QueenVesa >>>/webnovel/10275/967-969/

มู้ 32 นี่ดู random ดีแฮะ มีผสมกันแม่งครบทุกรสชาติ เป็นครั้งแรกเลยที่กูทำไฮไลท์ได้ก่อนที่มู้เดิมจะเต็ม หลังประสบปัญหากระทู้ถูกป่วน กูมีความคิดขึ้นมาเล่นๆ ว่าอยากลองกลับไปใช้มู้นินทาในห้อง Netwatch แทนชั่วคราว (เพราะระบบป้องกันที่นั่นแข็งกว่าที่นี่พอสมควร) ปัญหาคือถ้าย้ายไปที่โน่นจริงๆ มันจำเป็นต้อง bookmark กระทู้ไว้เพื่อให้กดเข้าไปอ่านได้สะดวก เพราะมู้นินทาอื่นๆ แม่งวิ่งกันตลอดจนดันมู้เด็กดวกจมลงไปรัวๆ มันเลยเป็นทางแยกให้ต้องคิดดูว่าจะยอมลำบากเพื่อให้โดนป่วนน้อยลง หรือเน้นสะดวกที่นี่แต่เจอฟลัดเหมือนเดิม

พวกมึงคิดยังไงกันบ้างวะกับเรื่องย้ายบ้านที่กูบอก มาออกความเห็นกันหน่อย เผื่อจะได้ไอเดียดีๆ สักข้อ

รวบรวมโดย: กูเอง

3 Nameless Fanboi Posted ID:R6lGmB/oJG

ประเดิม มานั่งรอโม่งสับ

4 Nameless Fanboi Posted ID:QD8LNMKbGI

เสนอให้รอดูไปก่อนสองสามวัน เผื่อมันแค่ฝลัดกลบขี้ในบทที่แล้ว

5 Nameless Fanboi Posted ID:D9BK0v.LZP

เสนอให้รอดูในบทนี้ ออกมาดีก็อยู่ต่อ แต่ถ้ายังทำตัวหอยหลอดก็ย้ายโลด

6 Nameless Fanboi Posted ID:quiklk0CyG

กระทู้ถูกป่วน ควรแยกมู้สับกับนินทามั้ย? กุว่าแยกก็ดีนะ ดูเหมือนการเม้าท์มอยโฟกัสมันอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่างานเขียนอ่ะ หาประโยชน์ไม่ค่อยได้เท่าไหร่นอกจากเผือกและมัน แต่กุก็เชื่อว่ามันจะไม่น้อยลงนักหรอก ขึ้นอยู่กับว่ามันจงใจจะป่วนใคร โม่งสับ โม่งรอสับ โม่งรอยำ โม่งทั้งมวล จงชิบหายวายวอดไปซ้า สวะเอ๊ยยย..
-กุรู้มึงก็โทรล-

7 Nameless Fanboi Posted ID:/kUZfdm9c3

บางทีกูก็รู้สึกว่าตัวเองควรเลิกเสือกเรื่องนักเขียน แต่บางทีกูก็รู้สึกอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง ไรวะ ย้อนแย้งว่ะ

8 Nameless Fanboi Posted ID:Hq2fid3g5P

>>7 มันก็ทำได้หมดแหล่ะ เพราะในโม่งมันเป็นเขตเสือกเสรี ขอแค่มันเกี่ยวข้องกับหัวข้อกระทู้น่ะ ถ้าไม่อยากจริงๆ ลองเปลี่ยนเป็นฝ่ายรับข่าวแทนก็ได้นะ

9 Nameless Fanboi Posted ID:fSPIxS6cBf

เก่ง สวย รวย เอวดี หีโหนก สะโพกพริ้ว หิวผู้ชาย สายไร้ขน คนคอลึก คึกตลอดคืน ขัดขืนไม่เก่ง พร้อมเด้งทุกท่า ลีลาเร้าใจ ใครหล่อให้ล่อฟรี เย็บดีให้ล่อซ้ำ

นี่คือคุณสมบัติน่ารักของโม่งหรอ จากกระทู้ที่แล้ว กูแดกน้ำอยู่ถึงขั้นสำลักเลยว่ะ

10 Nameless Fanboi Posted ID:/Q4kvz/rg4

>>9 น่ารักหรือน่าฟัคกันแน่วะนั่น ไอ้ความเห็นถัดมาก็พอกัน แม่งแกรี่ Wuxia ครบครัน จนแทบจะเอาไปใช้สร้างตัวละครแต่งนิยายได้ แล้วทำไมต้องจบเอกตั้งแต่อายุ 14 วะ แซะพี่คลาวด์ของไอ้ตุ๋นเหรอ

11 Nameless Fanboi Posted ID:fSPIxS6cBf

>>10 ไม่ใช่แค่ตุ๋นกบ แต่ตัวเอกนิยายต่างโลกทุกเรื่องเลยต่างหาก แม่งมาแนวนั้นหมดล่ะ จนกูเริ่มเอียน แต่ปัญหาคือกูก็เสือกแต่งแนวนี้เหมือนกัน ห่าราก

12 Nameless Fanboi Posted ID:Wyh1Sd+0kI

>>10 >>11 กูเป็นคนโพสคุณสมบัติเองแหละ ถ้าคิดในแง่ดีความเอียนพวกนี้แม่งทำให้ตัวละครที่เป็นคนธรรมดาจริงๆแม่งดูน่าเอาใจช่วยขึ้นจม แล้วพักนี้กูมาสังเกตตัวเอง กูจะอยากอ่านแต่พวกมังงะแนวๆ "ไม่ต้องเทพโชว์ออฟก็ได้" หรือ "ทำตัวเอื่อยเชื่อยบ้างก็ได้" อย่างพวก Himesama Goumon no Jikandesu กับ Sewayaki Kitsune no Senko-san เพราะกูรู้สึกเหนื่อยกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเหี้ยๆ

กูเดาว่าไอ้ความเบื่อเทพซ่าพวกนี้มาจากปมสมัยเด็กๆ ตอนนั้นสื่อรอบตัวกูไม่รู้แม่งเป็นห่าอะไร ชอบอวยเด็กว่าเป็น "อัจฉริยะ" เด็กผู้หญิงอายุสิบสองเล่นไวโอลีนได้นักข่าวแม่งก็พาดหัวข่าวว่าอัจฉริยะ เด็กสิบขวบพูดได้สามภาษานักข่าวแม่งก็เรียกอัจฉริยะ เจอใครทำอะไรได้หน่อยแม่งก็เรียกอัจริยะไปซะหมด จนกูยึดติดกับคำนี้เหี้ยๆ พยายามยกมือตอบครูหน้าชั้น อ่านหนังสือนอกรอบ เรียนเสริมนู่นนี่นั่นจนกระทั้งโดนเรียกว่าเด็กเก่งของห้อง ตอนแรกๆแม่งก็ภูมิใจอยู่หรอก แต่พอมึงยึดติดว่าตัวเองต้องเก่งต้องอัจฉริยะให้ได้ตลอดเวลา ความชิบหายก็เริ่มบังเกิด

กูกลายเป็นเด็กไม่มีเพื่อนเพราะกูดูเหมือนพวกอวดเก่ง ผู้ใหญ่หลายคนอคติกับกูเพราะกูชอบเถียงจนกว่าจะชนะ พอเริ่มโตมาการจะประคองคำว่าเด็กเก่งเอาไว้แม่งก็ยากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กูเริ่มใช้วิธีสกปรก โกงข้อสอบ ตีสนิทกับครู ทำสารพัดวิธีเพื่อให้ได้คะแนน (กูถึงบอกว่าเวลาจะชมเด็กอย่าไปชมที่ผลลัพธ์(เก่ง,คะแนนดี) แต่ให้ชมที่พฤติกรรม(ความพยายาม,ตั้งใจเรียน)) จนตอนนี้กูแม่งรู้สึกเหนื่อยเหี้ยๆ ไม่อยากรับรู้หรือสนใจว่าใครจะพูดอะไรแล้ว ทำงานเอาแค่มีเน็ทใช้กับมีเงินซื้อข้าวแดกเป็นพอ คือถ้าไม่ติดว่ามีงานทำกูจะกลายเป็นนีทเกาะขาพ่อแม่แดกทันที

กูไม่รู้นะว่าพวกตัวละครเทพ เทพ เทพทั้งหลายแม่งมาด้วยเหตุผลแบบที่กูเจอหรือเปล่า? เพราะตอนที่กูยังพยายามรักษาความเป็นเด็กเก่ง กูจะเสพแต่อะไรแบบนี้ เรื่องไหนพระเอกกากกูเมินทันที มึงต้องมีความเทพซัมติงให้กูได้ชม อย่างน้อยใส่มาทื่อๆก็ได้ว่า "จบปริญญาตั้งแต่อายุ 1x"

13 Nameless Fanboi Posted ID:fSPIxS6cBf

>>12 ในมุมมองกู ชีวิตทั่วไปของคนธรรมดามันดาษดื่นไง พบเห็นได้ตามท้องถนน โรงเรียน หรือที่ทำงาน ดังนั้นคนเราเลยอยากอ่านหนือดูอะไรที่มันเวอร์วังอลังการ แรกๆก็นิยายแฟนตาซีจินตนาการเหลือโลก จนมันเริ่มพัฒนามาเป็นต่างโลก ที่ทำให้ขายได้ และคนก็สนใจด้วย เพราะชีวิตคนส่วนใหญ่เจอความจำเจมามากพอล่ะ

อันนี้กูมองในมุมมองแฟนตาซีนะ แนววายหรือแนวอื่นกูไม่มีความรู้พอ

14 Nameless Fanboi Posted ID:nky4BjLUUd

>>12 ในนิยายมันเทพจนไม่ต้องรักษาความเทพไง เลยไม่ปวดหัวแบบมึง

ส่วนตัวกูจะธรรมดาจะเทพก็ได้ ขอแค่ได้เห็นการพัฒนาตัวละคร ซึ่งนักเขียนแต่งไม่ค่อยได้ คงเพราะขาดสังคมและการพบป่ะผู้คน เลยได้แต่วนอยู่ในความเทพในโลกล้าหลังในกะลาของตัวเอง

15 Nameless Fanboi Posted ID:MG/Xux3BQC

Please could you stop the noise
I'm trying to get some rest
From all the unborn chicken voices in my head
What's that?
What's that?

When I am king, you will be first against the wall
With your opinion which is of no consequence at all
What's that?
What's that?

Ambition makes you look pretty ugly
Kicking, squealing Gucci little piggy
You don't remember
You don't remember
Why don't you remember my name?
Off with his head, man
Off with his head, man
Why don't you remember my name?
I guess he does

Rain down, rain down
Come on rain down on me
From a great height
From a great height, height
Rain down, rain down
Come on, rain down on me
From a great height
From a great height
Rain down, rain down (that's it, sir, you're leaving, the crackle of pigskin)
Come on rain down on me (the dust and the screaming, the yuppies networking)
From a great height (the panic, the vomit, the panic, the vomit)
God loves his childrean
God loves his children, yeah

https://youtu.be/YTH8cxXBGBo

16 Nameless Fanboi Posted ID:sXDSoakfQm

Natsu no MIRA-JU

asobigokoro ni
jumon furikakete
muchuu ni sasetai
anata no kokoro wo

koi wa DEJA VU-
mishiranu omoide
kasanaru kuchibiru
kanjite'ru wa

Love me TENDARI-
kin'iro no natsu no MIRA-JU [1]
Someday Someday
suhada ni kuchidzukete douzo
koibito to yobareru asa ni
Someday Someday
itsu made mo matte-iru no yo

BIRU no tanima ni
ukabu hikousen
memai ni yoku nita
yokan ga suru no yo

yubi wo nobashite
moji no nai tegami
kaze ni azuketara
aeru deshou

Love me ETA-NARI-
kaze ni mau shiroi hato-tachi
Tell me Tell me
ai ga kuru no wa itsu kashira
ano hito wo dakishimeru no wa
Tell me Tell me
itsu made mo matte-iru wa

hitomi no naka no PERUSHA BULU-
MISUTERIASU na mirai misete hoshii no

Love me TENDARI-
kin'iro no natsu no MIRA-JU
Someday Someday
suhada ni kuchidzukete douzo
koibito to yobareru asa ni
Someday Someday
itsu made mo matte-iru no yo

https://www.youtube.com/watch?v=ituVTNTM11Q

17 Nameless Fanboi Posted ID:/M+musT6Y0

>>14 กูว่ามันแต่งมักง่ายด้วย คิดดูนะนิยายแฟนตาซี เกมออนไลน์ กำลังภายใน ต่างโลก ที่ในนั้นไม่ว่าแม่งจะมีตีม (Theme) จีน ไสยเวท แฟนตาซี อวกาศหรืออะไรก็ช่าง สิ่งเดียวที่กูเห็นคือความเทพของตัวเอกเบ่งบานคับเรื่อง โคตรจะน่าดึงพวกแม่งออกจากหมวดทั้งหลายแล้วจับยัดรวมกันเป็นหมวดใหม่ว่า "แค่เป็นตัวเอกก็เทพแล้ว" เพื่อสเตทควารันตีน แม่งคงจะลดการปนเปื้อนลงได้เยอะเลย

18 Nameless Fanboi Posted ID:9jxYasaT+Q

กูเบื่อนิยายแฟนตาซีสัสๆ เมื่อคืนนี้ไปเจอเรื่องนี้มาโปรโมทว่าแนวแฟนตาซีตะวันตก ไม่รู้ตะวันตกไหน ตะวันตกไทยแถวๆ กาญนะจ๊ะบุรีหรือเปล่า แม่งล่อซะสมิงพราย สมิงคลา บำเพ็ญตบะมาเชียว

https://my.dek-d.com/mhagruk/writer/view.php?id=2086643

ใครแม่งริเริ่มยุโรปขี้นกวะ ไอ้ตุ๋นกบใช่ไหม ตุ๋นกบไม่น่ารักใช่ไหม กูจะจับมัดแขนมัดขาแล้วเอาแว็กซ์ขี้ผึ้งร้อนแว็กซ์หมอยแม่งให้บราซิลเลี่ยนเลยไอ้สัส

19 Nameless Fanboi Posted ID:vUXXAda5m+

บางทีกูเริ่มคิดล่ะ ว่าลึกๆแล้วพวกมึงชาบูตุ๋นกบวันละ3เวลาหลังอาหารหรือเปล่า อะไรที่เทพจีนนี่นึกถึงมันตลอดเลย

20 Nameless Fanboi Posted ID:rzNHnDkzEH

>>19 ทั้งถูกและไม่ถูก ที่ผิดคือพวกกูไม่ได้บูชามัน ที่ถูกคือถ้ามีนิยายสำนวนจีนแบบผิดเซตติ้ง (สำนวนจีนในโลกแฟนตาซี) พวกกูมักจะนึกถึงมันกับคนชื่อท่านโซที่แต่งแนวนี้มาให้ไอ้ตุ๋นลอกหาเงินขายนิยายในสมัยก่อน (และโดนดองหลังยืดเรื่องหลอกแดกเพราะหาทางจบไม่ได้เหมือนกันทั้งคู่) ล่าสุดเห็นไอ้ตุ๋นไปเอาดีกับแนวระบบเพราะเห็นว่าเกรียนชอบและขายดี เกาะกระแสและขายเก่งจริงๆ ไอ้นี่

21 Nameless Fanboi Posted ID:9jxYasaT+Q

กูบังเอิญไปเจอเฟซเจ๊หนูแดงจากเรื่องที่สนพ.เจ๊แกดองงานเลยไปเผือกมาอีกละ รู้สึกเป็นคนเหี้ยสัสๆ แต่ก็อยากแชร์ จะด่ากูก็ได้ แต่คนเรามันเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยเรอะ คือประเด็นสนพ.ทำให้มีคนขุดเรื่องที่เจ๊แดงเป็นสายมูเตลูจนจะคลั่ง เชื่อจริงจังเรื่องผัวเก่าในชาติก่อนที่เป็นท่านขุนทหารสมัยพระนเรศ แต่ก่อนเจ๊แกก็มีแฟนเป็นผู้เป็นคน ปีก่อนยังลงรูปสวีทหวานอยู่เลย ปัจจุบันคือจิตติดพันอยู่แต่กับเรื่องขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ (ซึ่งกูมองว่าชื่อดูล้ำกว่ายุคพระนเรศนะ) ถึงขั้นสักรูปวาดหน้าปกนิยายที่เป็นรูปขุนอะไรนั่นบนข้อมือตัวเอง วัยก็เกินวัยจูนิเบียวไปนานมากแล้ว อันนี้คืออาการหูแว่วหลงผิดหรือเปล่าวะ เข้าใจนะว่าเรื่องส่วนตัว แต่เจ๊เด็กติดตามเยอะแยะ แล้วก็เปิดคอร์สสอนเด็กอีก เฮ้อ ไม่น่าไปเสือกเลยกู

22 Nameless Fanboi Posted ID:MG/Xux3BQC

พวกคุณเคยรู้สึกงง ๆ กับประโยคของตัวเองปะ แบบ ไม่แน่ใจว่าคนอ่านจะเข้าใจ

มีประโยคอะไรบ้าง อยากรู้

23 Nameless Fanboi Posted ID:7q0LZHEaQ0

>>21 ไม่ต้องกังวล กูทำตัวเสือกเป็นเพื่อนมึง https://my.dek-d.com/Icethongyai/writer/view.php?id=2112670 เห็นน้องมาโปรโมทนิยายในบอร์ด แค่ชื่อเรื่องก็เห็นสแตนด์ตุ๋นกบยืนยิ้มอยู่ข้างหลังแล้ว (>>19 กูลัทธิตุ๋นกบ จบนะ)

24 Nameless Fanboi Posted ID:rzNHnDkzEH

>>22 มีตัวอย่างรูปประโยคป่าว เอามาลองหน่อย

25 Nameless Fanboi Posted ID:/M+musT6Y0

>>21 กูว่าเป็นการบิ้ว สร้างสตอเบอรี่ เอ๊ย ! สตอรี่เพิ่มเพื่อขายนิยาย คือเรื่องทำนองนี้เนี่ยถ้าจริงนะ มักจะเล่าสู่กันฟังแค่ในวงจำกัดแบบครอบครัวเดียวกันเป็นญาติกัน นี่ห่าไรเล่าแม่ง 15 part หาดูในพันทิปนะ เล่าไปขายของไปยิ่งกว่าหนังขายยา

26 Nameless Fanboi Posted ID:iALLVGlg/H

>>22 ประจำ บางทีตอนเขียนไปนึกว่าดีแล้ว พอมาอ่านโคตรอ๊อง การเขียนนิยายของกูต้องพึ่งการรีไรท์ประมาณสามล้านล้านรอบ

27 Nameless Fanboi Posted ID:rzNHnDkzEH

>>23 ทำไมกูเข้าไปดูนิยายเรื่องนี้แล้วมีเรื่อง สึกสาไสไหลลงรูของลาวากีกี้โผล่มาใน "แนะนำนิยายที่อ่านต่อ" วะ หรือว่ามึงคือน้องกีกี้ปลอมตัวมา ไอ้เชี่ย ระบบนิยายที่กดอ่านต่อแม่ง ทำเอาโม่งแตกได้ง่ายๆ เลย

คราวนี้ถ้าจะเปิดประเด็นเล่นงานใครก็อย่าเปิดนิยายตัวเองคาไว้ หรือเปิดนิยายตัวเองหลังวางลิงก์ในนี้แล้ว ไม่งั้นโม่งแตกไม่รู้ตัวนะมึง

28 Nameless Fanboi Posted ID:9jxYasaT+Q

>>23 ขอบคุณที่ทำให้กูรู้ว่า ในเส้นทางของการเสือก you never walk alone

>>25 คนเราจะขายของจนถึงขั้นสักหน้าปกนิยายบนแขนตัวเองจริงๆ เลยเหรอวะ ไอ้เล่าเรื่องมีผัวเป็นผีในพันทิปมันมีมาก่อนหน้าแล้ว พี่สุดหล่ออะไรสักอย่าง กูว่าเจ๊แกหลอนหนักแบบไม่มีใครเตือนไม่มีใครห้ามมากกว่า เนื้อเรื่องบางจุดก็มีความโป๊ะๆ ไอ้ที่บอกว่าเคยไปวิ่งรอบศาลพระนเรศตอนสอบเข้ามหาลัยก็ไทม์ไลน์ไม่ตรง ศาลพระนเรศที่เจ๊บอกในนิยายตรงวังจันทน์เก่าคือสร้างได้ไม่ถึง 10 ปีด้วยซ้ำ แต่อายุเจ๊ไปไกลกว่านั้นเยอะ

29 Nameless Fanboi Posted ID:7q0LZHEaQ0

>>27 เหอๆ กูไม่มีความเกี่ยวดองอะไรกับน้องกีกี้เลย ซ้ำยังเป็นคนเริ่มเสือกเรื่องน้องกีกี้อีกตะหาก https://fanboi.ch/webnovel/10135/55/ กูว่ามึงโดนระบบเด็กดีมันแนะนำนิยายให้ตรงตามความชอบของมึงแล้วแหละ ถถถถถ...

30 Nameless Fanboi Posted ID:rzNHnDkzEH

>>29 งั้นก็แปลว่ามึงคงเคยเปิดเรื่องไหลลงรูไว้จริงๆ ตอนเสือกรอบก่อน ระบบมันถึงโชว์ขึ้นมาด้วย

31 Nameless Fanboi Posted ID:9jxYasaT+Q

>>29-30 ไม่ต้องเถียงกัน กูเป็นนิยายใน>>23 แล้วเข้าไปดูนิยายของกีกี้ต่อเองเพราะน้องมันเพิ่งตั้งมู้เมื่อกี้ เอ้า จบ แยกย้าย

32 Nameless Fanboi Posted ID:9jxYasaT+Q

*เปิดสิ

33 Nameless Fanboi Posted ID:MG/Xux3BQC

>>24 ตอนแรกนึกประโยคได้ แต่งง เลยจะมาถาม แล้วก็ลืม อาจจะนึกออกตอนเขียนวันพรุ่งนี้ ฝันดีทุกคน

34 Nameless Fanboi Posted ID:zK7BBTeAyc

นึกว่าจะได้ดูยอดนักสืบจิ๋วควยนันทำงาน สรุปเป็นเรื่องโอละพ่อซะงั้น ในโม่งนี่แม่งซิตคอมดีจริงๆ

35 Nameless Fanboi Posted ID:1ebmn56Lat

ว้าวซ่านี่มันว้าวซ่าจริงๆ
https://www.dek-d.com/board/view/3979802/

36 Nameless Fanboi Posted ID:/usKE+K34.

>>35 300 วิวแล้วนะ อิอิอิอิ

37 Nameless Fanboi Posted ID:1ebmn56Lat

>>36 มีผู้ติดตามตั้ง 4 คนแน่ะ! โอ๊ย กูเขินแทน

38 Nameless Fanboi Posted ID:1ebmn56Lat

นี่ก็โดนเสียบกระอักเลือดตายไปแล้วมั้ง
https://www.dek-d.com/board/view/3979776/

39 Nameless Fanboi Posted ID:z2WIoucPuf

>>38 กูคิดไปเองรึเปล่า ว่าโซมีนดูใจดีขึ้นแปลกๆ

40 Nameless Fanboi Posted ID:NOic6zxPnJ

>>39 ยืนหนึ่งเรื่องความสวยและความใจดีอยู่แล้วบอกเลอ แค่บางทีพิมพ์ห้วนเพราะขี้เกียจปั้นคำ ใจดีขนาดนี้น้องกีกี้ยังรับสารที่สื่อไม่ได้เลย สิ้นหวังจังวะคะ

41 Nameless Fanboi Posted ID:SdRFAaXc0z

จริงๆไอ้ชื่อนิยาย ศึกษาไสยฯ ไหลสู่โลง ที่น้อนเขียนเนี่ย เหมือนจะเห็นคนหลายคนในบอร์ด ท้วงน้อนไปแล้วนะว่าชื่อเห่ย เปลี่ยนเถอะ แต่จนบัดนี้น้อนก็ยังไม่เปลี่ยน

42 Nameless Fanboi Posted ID:qiZVz3zuIo

โซมีน Sonic Blow!! สับนิยายคนนู้น สะเทือนถึงกูที่อยู่ในโม่งเลย ห่านนน

43 Nameless Fanboi Posted ID:Adp1O2i7nK

>>41 ติเรื่องพล็อต ติเรื่องสำนวน อันนี้พอเข้าใจ แต่แค่ชื่อเรื่องยังมาบอกให้เปลี่ยนกูว่าอันนี้มันก็ก้าวก่ายไป จะเห่ยไม่เห่ยยังไงมันก็เป็นสิทธิ์ของนักเขียนป่ะวะ

44 Nameless Fanboi Posted ID:EbaIIiCUuA

>>41 มึงไปเห็นมาจากมู้ไหนวะ กูคอยเสือกเรื่องน้องประจำยังไม่รู้เรื่องนี้เลย จำผิดหรือเปล่า? เอ้านี่แปะเผื่อไว้ขุด https://www.dek-d.com/board/user/kuropun/

45 Nameless Fanboi Posted ID:+LRsQeB07t

>>44 เออ สงสัยกูจำผิดเอง เอาที่คุยกันในโม่งไปปนกับเว็บนั้นซะแล้ว ลืมไปว่าเวลาโม่งคุยอะไรกัน นักเขียนมันไม่ได้รับรู้ด้วยนี่หว่า

46 Nameless Fanboi Posted ID:i11M+UEyzE

แนะนำนิยายแฟนตาซีไทย แนวๆลูซเซอร์ไปต่างโลกแบบญี่ปุ่นหน่อยสิ ว่าแต่มีรึเปล่าหว่า?

47 Nameless Fanboi Posted ID:hl72LyB8KR

>>46 อาจฟังดูแปลก แต่กูไม่ค่อยเจอแนวนี้ของไทยเลย เจอแต่แบบชีวิตปกติ, โดนบูลลี่ หรือชีวิตค่อนข้างดีแล้วโดนฆ่าไรงี้ ไม่รู้ทำไมแต่นิยายต่างโลกไทยมีน้อยมากที่ตัวเอกจะเริ่มด้วยการเป็นนักหลวม เป็นพวกกากกระจอก หรือเป็นโอตาคุเก็บตัว

ยกเว้นนักเขียนมันจะเดินเรื่องตามขนบนิยายจีน คือต้องให้ตัวเอกโดนด่าว่าเป็นขยะก่อน แล้วค่อยโดนฆ่าไปเกิดใหม่เทพซ่าที่อีกโลก (อันที่เป็นแบบนี้ล่าสุดก็เรื่อง Dangerous mage ที่โดนสับไปนั่นแหล่ะ)

48 Nameless Fanboi Posted ID:Cb0VfZmj6l

กราบโม่งสับทั้งหลาย สับนินายข้าบร๊ะเจ้าที (ตัดปัญหาพวกโม่งเกรียนมาบอกว่ากูเป็นม้า สัส)

https://www.readawrite.com/a/f3470a5864a9631803ce7e42b3c11fbb

49 Nameless Fanboi Posted ID:Fq1N6iZhYP

>>48 ไม่รับ
1. ไปให้ถูกมู้
2. อย่ามาแบบเบียวๆ เพราะเบียวส่วนใหญ่คุยไม่รู้เรื่อง
3. มีมาแค่บทนำให้สับเหี้ยอะไร

50 Nameless Fanboi Posted ID:PxR6a8C0q2

>>49 แนวทางการแก้ไข

1) ไปโพสขอสับในมู้ฟิคล็อค หรือสมัครเด็กดวกแล้วลงในเด็กดวกก่อนมาแปะลิงก์ที่นี่
2) มาแบบเรียบๆ ก็ได้
3) แต่ให้ได้อย่างน้อย 5 ตอน (ไม่รวมบทนำ) ค่อยมาแปะ

51 Nameless Fanboi Posted ID:IzCdweBbty

https://www.dek-d.com/board/view/3979950/
ปกติเวลามีคนตั้งกระทู้หานิยายอ่านแม่งจะมารุมกันโปรโมท แต่พอเจอคำว่า "คุณภาพ" กำกับเข้าไปนี่เงียบเหงาทันที (กูรู้ว่ามันขอไซไฟกับแนวสงครามมาเฉพาะเจาะจง แต่ปกติมันต้องมีพวกไม่เข้าข่ายห่าอะไรแต่จะแปะนิยายท่าเดียวอยู่ด้วย)

52 Nameless Fanboi Posted ID:pnc+kmEQCG

>>51 รอดูอีกทีเย็นนี้

53 Nameless Fanboi Posted ID:OT6Lr3w1Qq

พวกมึงคิดถึงโม่งโทรลกันมั้ย มันหายไปเลยว่ะ

54 Nameless Fanboi Posted ID:IzCdweBbty

>>53 พอดีกูไม่ได้สนใจว่าคนที่คุยด้วยมันเป็นใครว่ะ ดูแล้วรู้เรื่องก็คุย คุยแล้วไม่เกิดประโยนช์ก็เลิก ให้ความสำคัญกับตัวตนอะไรนักหนา ego ขัดรูเยี่ยวเหรอ?

55 Nameless Fanboi Posted ID:p1A/5xWg1F

>>53 คิดว่ะ คิดว่าแม่งอุตส่าห์หายเงียบมึงก็อย่าเพิ่งเอ็ดไป ถึงมันจะไม่ไช่โวลเดอร์มอ เซารอน หรืออะไรที่ร้ายกาจแบบนั้นก็เหอะ

56 Nameless Fanboi Posted ID:5JN/LNl5oB

ขอระบาย

กูเกลียดไอ้พวกเบียวเห่อหมอยโอคาตุสงครามที่คลั่งนาซีอวยฮิตเลอร์แล้วเอามาเขียนนิยายเขียนฟิคให้ฝั่งอักษะชนะบ้าง ให้ทั้งโลกอยู่ใต้การปกครองของนาซีบ้าง ยิ่งไอ้พวกพล่ามพล่อยๆ ว่ายิวเหี้ยควรตาย บูชาฟาสซิสต์ มึงเห็นด้วยกับการล้างเผ่าพันธุ์ การเห็นคนไม่เท่ากันงั้นสิ ศึกษาประวัติศาสตร์เหี้ยอะไรของมึงวะ ถ้ามึงศึกษาจริง มึงจะทำเมินต่อคนเป็นล้านคนที่ตาย ต่อค่ายเอาชวิทต์เหรอ ไอ้สัส

57 Nameless Fanboi Posted ID:OT6Lr3w1Qq

>>56 เรื่องอะไร อยากเผือก ส่งลิ้งที

58 Nameless Fanboi Posted ID:xm+Dv8ctYD

>>56 ไม่แปลก ขนาดผู้ใหญ่โตเป็นควายยังเห็นด้วยกับการแขวนคอเอาเก้าอี้ฟาดเลย

59 Nameless Fanboi Posted ID:5JN/LNl5oB

>>57 มีอันนี้สดๆ ร้อนๆ กูก็รู้แหละว่าแม่งเบียส แต่ก็ขอสาปส่งหน่อยเถอะ แต่ก่อนหน้ากูเคยเห็นเรื่องยุวชนนาซีฮีโร่เหี้ยไรไม่รู้ในดด.นานละ

https://www.dek-d.com/board/view/3979964/

60 Nameless Fanboi Posted ID:FFPQgSS1ol

นิยายก็คือนิยาย อย่าปัญญาอ่อน

61 Nameless Fanboi Posted ID:qRTqrD.+oa

คนเขียนมันจะต่างจากนิยายมันมากรึไง? นิยายเบียวก็เช่นกัน

62 Nameless Fanboi Posted ID:PUQzW7csTo

>>56 คนเขียนบทเกมวูลเฟนสไตน์จามจนไซนัสอักเสบละมึง

นิยายแนวสมมติถ้า... ชนะนี่เอามาเขียนมันก็ได้อยู่นะ มึงแลดูPCเกินอ่ะ แล้วก็ลงลิงก์มาหน่อยกูอยากเผือก

ปล. ทั้งนี้ทั้งนั้นกูไม่สนับสนุนนาซีในชีวิตจริงนะ

63 Nameless Fanboi Posted ID:PUQzW7csTo

สัส ลืมรี โทด ๆ

64 Nameless Fanboi Posted ID:5JN/LNl5oB

>>62 เออ กู pc กูไม่เถียง กูอ่านเจอท่อนนี้ในตอนแรก กูก็หัวนร้อนแล้ว กูสงสัยว่าแม่งมีเหี้ยไรในหัวอยู่ถึงเขียนไรงี้ออกมา

https://imgur.com/a/TeGjo8b

65 Nameless Fanboi Posted ID:Q2pW3UZpf7

>>62 ภาษาบ้านกูเรียกว่า Alternative History

66 Nameless Fanboi Posted ID:GM9xLfkl+7

>>64 โอเคมึง ตอนกดเข้าไปอ่านแล้วเจอบรรทัดแรกกูก็…เช่นเดียวกัน มันไม่ใช่ความหัวร้อนหรืออะไรทั้งนั้น แต่เป็นความรู้สึกที่กูอธิบายไม่ได้ นี่มันเชี่ยไรเนี่ย

67 Nameless Fanboi Posted ID:W2wjHzzg4y

ky ในนี้มีมู้คุยเรื่องเว็บโนเวลยุ่น/เกาสายโอโตเมะ/โจเซ/โชโจปะวะ

68 Nameless Fanboi Posted ID:X7dmgoU/Xm

>>67 มีแต่มังงะอะ https://fanboi.ch/animanga/9293/recent/

69 Nameless Fanboi Posted ID:Z9GHsmZlkF

>>67 คุยก็คุยแยกเป็นเว็บไปเลยอะ

70 Nameless Fanboi Posted ID:MYQzF+hdce

เอิ่ม ละลาลนี่คืออะไรวะ

71 Nameless Fanboi Posted ID:FepvM1C8B3

>>70 จะพิมพ์ละลายแต่กด ย.ยักษ์ ผิดไปทางขวา 2 ปุ่ม

72 Nameless Fanboi Posted ID:eyyArJjw5m

>>70 เห็นอธิบายว่าเป็นพวกยิว+อาหรับ กลุ่มยิวจริงๆ มีการแยกย่อยเป็นกลุ่มต่างๆ แต่จากที่เคยเรียนมาก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน

73 Nameless Fanboi Posted ID:NPMnkZ7lRh

ละลาลนี่กูเข้าใจว่ามันจะเขียนว่าระรานนะ ลองเอาละลาลไปหากูเกิ้ลก็เจอแต่บอก หมายถึงละลายหรือเปล่า

74 Nameless Fanboi Posted ID:4UhonjoZ72

เพื่อนโม่ง มีนิยายแนวแฟนตาซีเรื่องไหนที่ไม่ใช่แนวรักหวานแหวว เกิดใหม่ แมรี่แกรี่ แนะนำบ้างไหม
ให้ดีขอแบบ sol นะมึง กูอยากหาอะไรเบาๆ สมองอ่านตอนฝนตกน้ำท่วมสักหน่อย

75 Nameless Fanboi Posted ID:fmsfrEQHz5

บัญญัติขึ้นเองรึเปล่า

76 Nameless Fanboi Posted ID:Cu/7zOLOH5

>>75 มีความเป็นไปได้

77 Nameless Fanboi Posted ID:x7d09WgiTY

Call me, call me, call me, uh
Call me, call me, call me, uh
Call me, call me, call me, uh
Call me, call me, call me
Call me, how you doin'?
(Call me) my name is Lonely, nice to meet you
Here's my number
You can reach me at, woo!

Nine-one-one (call me) call me some time
(You should call me) nine-one-one, call me some time
(You should call me, oh) nine-one-one
(Call me) nine-one-one

Yeah, yeah, yeah, yeah
My thirst levels are infinity and beyond
Sippin' on that lemonade, I need a Beyoncé
Can't see straight, these shades are Céline Dion
Sucks you can't gas me up, shout out to Elon
Musk, yeah I got a sold out show
Crowd wild out but don't matter 'cause you not front row
I've been lookin' for a keeper, listen to the speaker
If you fit description, hit me on my beeper
At that nine-one-one

Call me some time
Ring, ring, ring
Please bang my line, you know I'll answer
(Click) call me some time
Ring, ring, ring
Please bang my line

Nine-one-one (call me) call me some time
(You should call me) nine-one-one, call me some time
(You should call me, oh) nine-one-one
(You should call me) nine-one-one

Chirp, chirp
Chirp, chirp
Woke up in the burbs, burbs
With the the birds, birds
Where you used to come and get me with the swerve, swerve
These days you gotta find time
Even the night line
Work line
Dial nine

Five car garage
Full tank of the gas
But that don't mean nothin', nothin'
Nothin', nothin', without you shotgun in the passenger
I'm the loneliest man alive
But I keep on dancin' to throw 'em off
I'm gon' run out of moves 'cause I can't groove to the blues
If you know any DJs, tell 'em to call me at nine-one-one

I can't even lie, I've been lonely as fuck
Old lonely ass nigga (I can't even lie, I've been lonely as fuck)
Need to go somewhere and get some bitches or something
Weird ass nigga
I can't even lie, I've been
Lonely, lonely, lonely, lonely

They say the loudest in the room is weak
That's what they assume, but I disagree
I say the loudest in the room
Is prolly the loneliest one in the room (that's me)
Attention seeker, public speaker
Oh my God, that boy there is so fuckin' lonely
Writin' songs about these people
Who do not exist, he's such a fuckin' phony
One thing I know, is that I wanna
Win so bad, but I'm not Chicago
Heart is low, it's real low, it's so low
You can't lift me up, I'm like Gallardo
From the start it's been real dark
It's been so dark I guess that you could call me charbroiled, huh
I'm playin' like Hasbro
I'm really Saari, call me Arto
Crashed the McLaren, bought me a Tesla
I know you sick of me talkin' 'bout cars (skrrt)
But what the fuck else do you want from me?
That is the only thing keepin' me company
Purchase some things until I'm annoyed
These items is fillin' the void
Been fillin' it for so long
I don't even know if it's shit I enjoy (oh)
Current battle as an adult
My partner is a shadow
I need love, do you got some I could borrow?
Fuck it, I could find some tomorrow
Woah, but that never comes
Like a vasectomy, what have I done?
I got the talent, the face and the funds
Found myself long ago but I haven't found someone (who)
Mirror, mirror on the wall (who)
The loneliest of them all (me)
Cupid actin' stupid
Do you got another number I could call?
Never had a pet
I've never had a pet
There's more fish in the sea
But I never had a goldfish to begin with
I never had a dog
So I've never been good with bitches
'Cause I never threw a ball, fetch
I never had a pet, that's where it stems from, I bet
Treat me like direct deposit
Check in on me sometime
Ask me how I'm really doin'
So I never have to press that nine-one-one

Oh! Damn! Damn!

https://youtu.be/khMb3k-Wwvg

78 Nameless Fanboi Posted ID:1v6I/ObGQZ

>>75 ตัวอย่างเบียวที่ถุกถ่อง

79 Nameless Fanboi Posted ID:TRLxiqP61b

>>74 sol คืออะไรอ่ะ Shit Outta Luck ?

80 Nameless Fanboi Posted ID:QPYCfLreXb

Alone Again (Naturally)

In a little while from now
If I'm not feeling any less sour
I promise myself to treat myself
And visit a nearby tower
And climbing to the top will throw myself off
In an effort to make it clear to whoever
What it's like when you're shattered
Left standing in the lurch at a church
Where people saying: "My God, that's tough"
"She stood him up"
"No point in us remaining"
"We may as well go home"
As I did on my own
Alone again, naturally
To think that only yesterday
I was cheerful, bright and gay
Looking forward to who wouldn't do
The role I was about to play?
But as if to knock me down
Reality came around
And without so much as a mere touch
Cut me into little pieces
Leaving me to doubt
Talk about God in His mercy
Who if He really does exist
Why did He desert me?
In my…

https://www.youtube.com/watch?v=TPTKfzB33ig

81 Nameless Fanboi Posted ID:6P48QiC9Fx

>>79 โทษทีๆ พอดีติดที่ใช้กับเพื่อนมากไปหน่อย
ก็แนวดำเนินชีวิตประจำวันไปเรื่อย ถ้ายกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดหน่อยก็อารมณ์ประมาณเรื่องกินทามะ / ไซคิ งี้อะมึง กาวๆ หลุดๆ ให้ขำบ้าง ไม่ต้องขนาดต้องหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอย่างอีเรื่องคุณกินก็ได้

82 Nameless Fanboi Posted ID:.dVHQ3iTEo

>>81 “Slice Of Life Fantasy.” กุนึกออกแต่งานของลวิตร์ ดราก้อนดิลิเวอรี่, เดมอนเบเกอรี่

83 Nameless Fanboi Posted ID:k0uXOHf2nU

ky กูขอถามอะไรหน่อย
weeb ใช้ได้กับนิยายจีนได้รึเปล่า เห็นบางคนคลั่งไคล้วัฒนธรรมจีนโบราณกะอีแค่อ่านนิยายจีนอย่างเดียว ยกหางตัวเองว่าตนเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญจีนโบราณทั้งที่ไม่ได้รู้ลึกเท่าคนศึกษาจีนจริงจัง

84 Nameless Fanboi Posted ID:k0uXOHf2nU

หรือก็คือ ดูก็รู้ว่าคนๆนั้นไม่ได้เข้าใจวิถีชีวิตจีนโบราณ แต่เสือกทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนโบราณระดับศาสตราจารย์

85 Nameless Fanboi Posted ID:pf2ZRVpWBd

>>83 คำว่า weeb นี่ แรกๆ มันใช้เรียกฝรั่งที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นมากเกินไป แต่ปัจจุบันคือใช้เรียกคนนอกประเทศที่คลั่งวัฒนธรรมโอตาคุต่างๆ ไปแทนแล้ว เพราะฉะนั้นการไปเรียกคนที่ทำตัวโปรจีน (ไม่ว่าจะรู้จริงหรือมั่ว) ว่าเป็นวีปมันก็ไม่ถูกต้องอะเพื่อน ถ้าอยากเรียกจริงๆ ให้ลองเรียก "ซี้ซั๊วเจ๊ก" แทนละกัน

86 Nameless Fanboi Posted ID:yfBja7.Edu

>>83 กูเอาไว้ใช้เรียกพวกเรื้อนยุ่น อย่าง weeb sao

87 Nameless Fanboi Posted ID:bLhjhZmAsa

โม่ง กูจะแต่งนิยายแกรี่เทพซ่าให้พวกมึงดิ้นตาย แต่กูไม่มีแหล่งชื่อจีนว่ะ ขอแหล่งรวมชื่อเจ๊กๆหน่อย อยากได้

88 Nameless Fanboi Posted ID:/zu621vFLa

>>87 พิมพ์เหี้ยไรกะได้ลงไปในกูเกินทานสเลดแปบเป็นจีน

89 Nameless Fanboi Posted ID:yfBja7.Edu

>>87 หวังปี้เจ้า กูรอดูอยู่ ไม่เจ๋งเท่าบักตุ๋นกบไม่ให้ผ่าน

90 Nameless Fanboi Posted ID:K/XQZ2mAJB

>>87 อะไรทำให้มึงคิดว่าโม่งจะดิ้นตายวะ กูบอกเลยนะว่าแถวๆ นี้บางคนแม่งทั้งเสพย์ทั้งขาย (ทั้งอ่านทั้งแต่งเอง) ด้วยซ้ำ ที่เคยด่าๆ กันไปเพราะนิสัยคนแต่งมันเหี้ยเฉยๆ นิยายก็ส่วนนิยาย จะสนุกหรือเหี้ยก็ว่ากันอีกทีตามเนื้องาน

91 Nameless Fanboi Posted ID:bLhjhZmAsa

>>90 กูพิมพ์เอามันคล้องจอง ไม่มีอะไรหรอกเพื่อนโม่ง

92 Nameless Fanboi Posted ID:.dVHQ3iTEo

>>87 ขอให้เมิงขายดี แล้วมาตั้งกระทู้ว่า ก็ไม่ยากนี่เขียนนิยายแล้วได้เงิน

93 Nameless Fanboi Posted ID:bLhjhZmAsa

>>92 สัด แบบนี้โม่งกูแตกพอดี พวกมึงก็รู้สิ ว่ากูเป็นใคร

94 Nameless Fanboi Posted ID:hto3i5DD9E

>>93 โม่งแตกแล้วไง ด่ากลับไปเลย "ขายดีได้อย่างกูปะล่ะ?"

95 Nameless Fanboi Posted ID:bLhjhZmAsa

>>94 ไม่เวิร์ค เดี๋ยวพวกขี้อิจฉามันจะอกแตกตายสุมหัวนินทากูยกใหญ่น่ะสิ แบบนั้น

96 Nameless Fanboi Posted ID:K/XQZ2mAJB

>>95 ทำไอดีดัมมี่โนเนมออกมาเลย แต่งแล้วแพ็คขาย ยังไงมันเว็บก็ไม่เปิดเผยข้อมูลตอนมึงผูกเลขที่บัญชีอยู่แล้ว ใครๆ ก็ทำกัน (กูเองก็ด้วย)

97 Nameless Fanboi Posted ID:bLhjhZmAsa

>>96 ว้าว ขอบคุณที่แนะนำ กูไปแต่งแนวโป๊โดจินสัตว์ประหลาดขายดีมั้ยวะนั่น ปกปิดข้อมูลได้แบบนั้น

98 Nameless Fanboi Posted ID:K/XQZ2mAJB

>>87 มึงต้องลองศึกษาดูงานจากนิยายของโม่ง Wuxia ในตำนาน ถ้ายังไม่สามารถทำให้เหี้ยขนาดนี้ได้ มึงก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับพวกในเด็กดวกอย่างแน่นอน

https://fanboi.ch/webnovel/2726/289-321/

99 Nameless Fanboi Posted ID:bLhjhZmAsa

>>98 ขอบคุณที่แนะนำ ไอ้ที่มึงส่งมานี่ กูเอาไปดัดแปลงใช้ได้จริงเลยนะ บอกก่อน

100 Nameless Fanboi Posted ID:bLhjhZmAsa

>>98 เชี่ย ขอเม้นซ้ำหน่อย สัดกูอ่านแล้วฮาจนท้องแทบเป็นตะคริว แม่ง สะท้อนนิยายเทพซ่าในเด็กดวกออกมาจนหมดเลย ห่านน

101 Nameless Fanboi Posted ID:OYgCmsF1CM

>>100 ในโม่งแม่งก็เขียนนิยายเสียดสีดด.เอาฮาแบบนี้มาเป็นชาติแล้ว ฝั่งนิยายจีนโบราณแนวรักยังมีรัชทายาทเสิ่นเจิ้น มึงเขียนเลย กูรออ่าน

102 Nameless Fanboi Posted ID:fk7OU.0DoZ

>>98 อ่านแล้วนึกถึงนิยายแกรี่จีนที่เคยมีคนแต่งประชดแบบนี้เลย เนื้อเรื่องแนวเกิดใหม่ไปเจอพระเจ้าให้สกิลโกงกับภารกิจมาทำ ไอ้ปู่พระเจ้าทำหีบสมบัติตกสวรรค์จนแหวนในนั้นแม่งกระจายไปทั่วโลก พวกคนเหี้ยเลยเอาแหวนที่มีสกิลโกงกับเสริมลมปาน (เขียนงี้จริงๆ ) ไปทำเรื่องชั่วๆ

งานของไอ้พระเอกคือต้องไปตามเก็บแหวนกลับมาให้ครบ พอปราบตัวร้ายโชว์เทพจบไปเป็นองก์ๆ ก็เอาแหวนมาใส่เอง ที่มันตลกคือพระเอกไม่รู้ว่าใส่แหวนแล้วจะถอดไม่ออก (ยกเว้นเจ้าของเดิมตายห่า) กว่าจะรู้ตัวก็ตอนใส่แหวนครบ 10 นิ้ว (คือจะถอดแหวนเอาสกิลเก่าออกเพราะแหวนใหม่สกิลดีกว่า เพิ่มลมปานมากกว่า) ผ่านไปค่อนเรื่องพระเอกกำมือไม่ได้เพราะใส่แหวนหลายวง ใส่ทุกนิ้วจากโคนจรดปลายนิ้ว นิ้วละ 4-7 วง ใส่จนไม่มีที่จะใส่เลยเอาแหวนไปใส่ที่นิ้วตีนต่อ (ของมันต้องมี สกิลมันดี เลยขาดไม่ได้)

จำไม่ได้ว่าตอนจบเป็นแบบไหน แต่ที่จำได้ขึ้นใจเลยคือช่วงท้ายพระเอกตายห่าเพราะงอนิ้วไม่ได้เนี่ยแหล่ะ แต่ปู่เทพแกก็ไม่ว่าไรนะเพราะแหวนอีก 3 วงที่เหลือปู่ลงไปตบบอสเองเลย คือจบ happy แหล่ะ แต่ปูแม่งเกรียนไม่ยอมเอาแหวนออกให้อยู่ดี

103 Nameless Fanboi Posted ID:k0uXOHf2nU

>>98 นี่คือการสรุปย่อของนิยายจีนโบราณของนักเขียนไทย 100 ตอนให้เหลือไม่เกิน 5 ตอน

104 Nameless Fanboi Posted ID:flzmeXbCp5

วันนี้แวะมาเห็นขึ้นกระทู้ใหม่แล้วเลยคิดว่าอยากสับนิยายหลังจากเว้นช่วงไปนาน (อย่างน้อยมู้ละ 1 เรื่องก็ยังดี) ทีแรกยังไม่รู้ว่าจะสับเรื่องอะไร แต่พอมาไล่อ่านเนื้อหาในมู้ก่อนก็เจอบางความเห็นที่อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ คือกูพยายามมองแง่บวกว่าแม่งคงคิดไปเองมั้ง แต่อีกใจนึงก็รู้สึกแบบ "อืม... มันดูผิดปกติจริงๆ นั่นแหล่ะ" ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว กูจะช่วยสงเคราะห์ให้ก็แล้วกัน แต่จะบอกไว้ก่อนข้อนึงนะ นิยายที่ยาวและถึงขั้นเขียนจบไปแล้วหลายภาคเนี่ย ปกติกูไม่อยากสับให้ เพราะมันผิดเงื่อนไขการสับและมักเกิดปัญหาจาก "ความมั่น" ของตัวนักเขียนเอง ดังนั้นถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจตรงไหน ก็อย่ามางอแงล่ะ

อ้อ... อีกเรื่องนึงที่กูจะบอกคือ ถ้ามึงคาใจว่าทำไมตั้งใจแต่งนิยายไปขนาดนี้ ความยาวก็ค่อนข้างมาก แถมยังปล่อยให้อ่านตั้งหลายภาคแล้วผลตอบรับยังดูธรรมดาล่ะ กูพูดได้แม้ไม่ต้องสับเลยว่ามันเป็นปัญหารูปแบบเดียวกับแนวอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นกระแสหลักอย่าง สืบสวนสอบสวน หรือสยองขวัญอะ ในเว็บเด็กดวกมันมีคนอ่านแนวนี้อยู่เหมือนกัน แต่พอเอามาเปรียบเทียบกับแนวตลาดหลักๆ แล้ว สัดส่วนคนอ่านแนวสงครามมันน้อยกว่าอย่างน่าเศร้า (แม้มึงจะพยายามให้เรื่องหนักไปทางแฟนตาซี) ถ้าไม่ใช่กลุ่มโอตาคุสายรบเต็มตัวก็ไม่ค่อยกดเข้าหมวดสงคราม ดังนั้นสาเหตุสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ฝีไม้ลายมือหรือคุณภาพตัวงาน แต่เป็นที่กลุ่มเป้าหมายซึ่งค่อนข้างแคบนั้นเอง

เรื่อง : The Wars Area 1 (พื้นที่สงคราม 1 : ความหวังสายฟ้า)
นามปากกา : Blackblood
ลิงก์ : https://my.dek-d.com/l3lackblood/writer/view.php?id=1173098
คำโปรย : ดาว"แอเรีย"ดวงนี้ช่างเป็นพื้นที่ต้องคำสาปให้เกิดสงครามเสมอ ใยแต่ละเผ่าพันธุ์ถึงจับอาวุธฟาดฟันกันเอาเป็นเอาตาย เผ่าพันธุ์ใดสร้างเผ่าพันธุ์ใด เผ่าพันธุ์ใดกำจัดเผ่าพันธุ์ใด ข้าต้องเล่าตั้งแต่เริ่มทีเดียว
หมวด : ฟรีสไตล์ > แฟนตาซี
จำนวนตอน : 43 ตอน
สถานะตัวเรื่อง : จบแล้ว (แก้ไขครั้งสุดท้ายในวันที่ 6/8/62) --- ณ เวลานี้คือ 10 เดือนที่ได้ผ่านพ้นไป

พูดถึงชื่อเรื่องกันก่อน ตามความเห็นของกูชื่อนี้มันดาบสองคมมากๆ ต่อให้ลงไว้ในหมวดแฟนตาซี แต่การเขียนคำว่าสงครามไว้ในชื่อมันดันกรองนักอ่านส่วนหนึ่งออกไปทันที (ตอนแรกจะใช้คำว่า screen แต่เห็นว่ามีคนบ่นเรื่องกระแดะพูดไทยคำอังกฤษคำ กูเลยใช้คำไทยไปเลย ก่อนจะโดนโม่งปากหมาบางตัวแซะว่า screen คำนี้มันคือ "จอภาพ" หรือเปล่า) อันนี้กูพูดแบบมักง่ายๆ เลยนะ พอนักอ่านส่วนใหญ่เข้าหมวดแฟนตาซี ถ้าเป็นน้องติ่งจะมองหาวาย โอโตเมะ กับนางร้ายก่อนเพื่อน ส่วนน้องเกรียนก็จะหาแกรี่ เกิดใหม่ และระบบ มึงคิดว่ามีสักเท่าไหร่ที่มุ่งตรงไปที่ป้ายกำกับสงครามเป็นอันดับแรก มันก็...เดาได้ไม่ยากอะ นักเขียนตั้งชื่อเรื่องได้กลางๆ มีปัญหาตรงมันไม่ร่วมสมัย ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ แต่มันขาดแรงดึงดูดต่อเด็กรุ่นใหม่จนกูคิดว่านักเขียนอาจเป็นคนรุ่นเดียวกับกู แต่เป็นสายเฉพาะแนวแฟนต้า-สงคราม มองโดยความยาวและวิธีการเล่า เหมือนเอานิยายที่แต่งไว้นานแล้วมารีไรท์เพื่อลงใหม่

105 Nameless Fanboi Posted ID:flzmeXbCp5

>>104

คำโปรยสไตล์ Narra... แนวใช้ผู้บรรยายมาเกริ่นนำ อ่านแล้วรู้สึกว่ามัน old sch... ชวนให้นึกถึงยุคสมัยเก่าๆ ถ้าไม่ใช่คนมีอายุ ก็ต้องเป็นเด็กที่ชอบอะไรโบราณนิดนึง ใส่ Ta... ป้ายกำกับเพื่อล่อนักอ่านสายสงครามอย่างจงใจ ส่วนปกรองมีชุดข้อความขลังๆ ให้อ่าน หน้าเพจเฟซบุ๊กของตัวนิยายที่เชื่อมไปยังกิจการโรงงแรมของ "ใครสักคน" โดยไม่ได้ตั้งใจ และนิยายในชุดเดียวกันให้กดอ่านอย่างครบถ้วน รวมไปถึงแผนที่สังเขปที่น่าจะใช้ความทุ่มเทอย่างมากในการสร้าง (พี่แกเล่นใช้โปรแกรมพื้นฐานทำออกมาตั้งขนาดนี้นี่นา) จนอยากแนะนำให้ไปใช้บริการเว็บสำหรับสร้างแผนที่โดยเฉพาะอย่างในกระทู้นี้ >> https://www.dek-d.com/board/view/3755578/ ใช้งานดีมากๆ ขนาดเจ๊จีนไทยเดิมยังอวยเว็บนี้เลย (แต่ไม่แน่ใจว่าเขียนชื่อกำกับด้วยภาษาไทยได้หรือเปล่านะ)

ตอนที่ 1 : แผ่นบันทึกประวัติศาสตร์ดวงดาวแอเรีย

ไม่แปลกใจเลยที่วิวดูน้อยๆ นิยายสงครามที่เปิดเรื่องด้วยบทนำแนวเทข้อมูล เป็นการคัดกรองนักอ่านที่จะคงไว้เพียงนักอ่านสายชอบเสพ Lore อุ่ย! เสพเรื่องเล่าความเป็นมา การใช้ภาษาสำนวนเล่าเรื่องได้โอเคจนคิดว่าคงไม่น่าจะเป็นเด็กเกรียนหัวโปกแล้ว ย้ำอีกครั้งว่าส่วนประกอบของนิยายเรื่องนี้กรองนักอ่านให้เหลือเพียงคนที่ชอบจริงๆ มาถึง 2 รอบแล้ว เนื้อหาเล่าถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนดาวชื่อแอเรีย มีส่วนเสริมเป็นข้อมูลภาษาของโลกเดียวกัน มันทำให้กูจำใจต้องพูดด้วยความหงุดหงิดนิดๆ ว่า "นี่เป็นหนึ่งในหลายๆ วิธีที่ไม่ควรใช้ในการเปิดเรื่อง"

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 สายฟ้า

ความยาวต่อตอนกูให้เข้าเขตหมอยช้างเกือบจะข้ามไปหมอยปลาวาฬ เล่าถึงตัวละครหลักที่อยู่ในเผ่ามารมืด ตัวละครชื่อเซซิลถอยร่นมาจากแนวหน้าเพื่อส่งข่าวถึงผู้เป็นอาจารย์ว่าตอนนี้กำลังรบด่านนอกสุดได้แตกพ่ายแล้วทั้งหมด ตัวอาจารย์ที่ถูกเรียกว่าลอร์ดมืด (จะทับศัพท์หรือจะแปลความก็เลือกสักทางเถอะนะ) พูดอย่างใจเย็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของข้าศึกบุกมาพร้อมแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกแอเรีย เห็นทีค่ำคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของกูแล้วเหมือนกัน คนเป็นอาจารย์คิดแล้วก็ฝากให้เซซิลดูแลตัวเอกชื่อโซลิแทร์ เด็กหนุ่มเผ่ามารมืดอายุ 14 ปีผู้มีพลังสามารถเรียกเมฆได้ (ซึ่งกูคิดว่าสุดท้ายก็คงใช้เมฆสร้างสายฟ้าได้ในช่วงต่อไป) จบจากการรายงานของเซซิล และการฝึกให้โซลิแทร์ใช้ความสามารถเรียกเมฆฝน เนื้อเรื่องเล่าถึงการพบกันของพระเอกกับเด็กสาวชาวมนุษย์คนนึง

พระเอกห้ามเลือดให้เด็กสาวชื่อซอร์โรร่าแล้วตามเธอไปที่บ้านบนภูเขาซึ่งอยู่ไม่ห่างจากค่ายทหารนัก พอไปถึงก็เจอเข้ากับพ่อของเด็กสาว คุยไปคุยมาตาลุงนี่รู้จักพ่อของพระเอกและเคยเป็นผัวเก่าของแม่พระเอก (ความเกี่ยวดองโหดสัสเลย) มีการพูดถึงตำแหน่งผู้นำของเผ่ามารมืดว่าเป็นตำแหน่งต้องสาป ไม่ว่าจะเป็นพ่อของพระเอกหรือใครก็ตามที่เข้ารับตำแหน่ง แม่งไม่เคยได้แก่ตายสักคน เพราะต้องออกรบเพื่อป้องกันประชาชน ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้นำของมนุษย์ของซอร์โรร่า ที่ใช้ประชาชนออกไปรบแล้วหลบอยู่ในเมืองหลวงอย่างปลอดภัย ตัวลอร์ดมืดอาจารย์ของพระเอกก็เกลียดราชามนุษย์มาก เพราะรู้ว่าตัวเองถูกมองว่าเป็นเพียงเผ่าพันธุ์ชายขอบ มีค่าเพียงเป็นกำแพงป้องกันข้าศึกเท่านั้น ในศึกครั้งนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะส่งกำลังพลมาช่วย เหมือนจงใจจะยกดินแดนของพวกมารมืดให้อีกฝ่ายถล่ม เพื่อซื้อเวลาในการเสริมกำลังพลในเมืองชั้นในเท่านั้น

ช่วงถัดมาของตอนคือฉากการรบระหว่างกองทัพเฟลมฟอร์สกับคนของฝั่งพระเอก อ่านแล้วรับรู้ได้ว่านักเขียนทำการบ้านเกี่ยวกับยุทธวิธีและกลศึกมาเป็นอย่างดี เหตุการณ์สำคัญมีแค่ทัพพระเอกถูกทะลวงเข้ามาได้ แม่ทัพฉายาจอมพิชิตสั่งให้พระเอกวางอาวุธแต่พระเอกไม่ยอมแถมพยายามจะบังคับเมฆฝนให้สร้างสายฟ้า ตอนที่พระเอกกำลังจะถูกฆ่าอาจารย์ลอร์ดมืดใช้พลังป้องกันเอาไว้ได้ พอโซลิแทร์สร้างสายฟ้าสำเร็จก็ใช้มันทำให้พื้นดินถูกทำลายจนแม่ทัพของศัตรูตกลงไปในหลุมพลังงานมืดโบราณ เจ้าของฉายาจอมพิชิตโดนพลังงานในหลุมย่อยสลาย ทหารที่เหลือถูกตีโต้จนต้องยอมถอย ทำให้พวกพระเอกชนะศึกนี้และรอดตายในที่สุด

พูดถึงเรื่องอายุพระเอก ท่าทางจะรีไรท์จนลืมข้อมูล เพราะตอนแรกเขียนบอกไว้ว่าอายุ 14 แต่ตอนอธิบายฉากยืนร่ายสายฟ้าต่อหน้าแม่ทัพ ดันมีบทบรรยายว่าอีกฝ่ายไม่อยากฆ่าเด็ก 7 ขวบ อ่านแล้วชวนให้นึกถึงเรื่องของ John Clem เจ้าหนูทหารเด็กสุดแสบที่ยิงนายพลของศัตรูตอนถูกขู่ให้วางอาวุธ ถ้ามี รบดจ. มาจากเรื่องนี้ ถือว่านักเขียนทำการ [ steal > copy ] ได้ดีมาก แปลงเนื้อหามาเป็นแบบของตัวเองได้โดยไม่มีกลิ่นของเรื่องเดิมติดอยู่เลย (เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นนักอ่านที่รู้จักเรื่องราวนี้อยู่แล้วแบบกู) สามารถใช้เป็นแบบแผนในการยืมไอเดียที่ควรทำตาม

106 Nameless Fanboi Posted ID:flzmeXbCp5

>>105

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 การเริ่มต้นแห่งอำนาจมืด

เล่าแบบข้ามช่วงเวลาไป 18 ปีรวด พระเอกกลายเป็นลอร์ดมืดแทนอาจารย์ที่ตายไปในสงครามท้ายตอนที่แล้ว ตัวโซลิแทร์กลายเป็นผู้นำเคร่งขรึมโดยมีมือขวาเป็นอาจารย์เซซิล เผ่ามารมืดแข็งแกร่งขึ้นจนกล้าท้าทายมนุษย์ ครึ่งแรกของ 1 ตอนสุดยาวเป็นการพูดถึงเผ่าที่ชอบสร้างของต่างๆ ขึ้นมาตามใจโดยไม่สนหีแตดใดๆ แล้วเผ่าบ้านี่ก็สร้างดาบน้ำแข็งต้องสาปขึ้นมา 2 เล่มแล้วแยกไปผนึกไว้คนละที่ การผนึกนี้เกิดขึ้นเพื่อให้อนุสาวรีย์เหี้ยไรสักอย่างของเผ่านักสร้างไม่สามารถถูกทำลาย คำสาปนี่ก็โคตรเหี้ย ถ้ามีคนปลดผนึกดาบเล่มแรกแล้วไม่รีบไปปลดเล่มหลังใน 1 วัน โลกจะเกิดการเสียสมดุลของสภาพอากาศ

ตรงนี้คือสิ่งที่พระเอกกังวล เพราะเหมือนว่ามีคนพยายามจะทำลายสมดุลนั้นแล้วบุกมาโจมตีเมืองพระเอก แต่เรื่องนั้นก็เป็นเพียงการคาดเดาเฉยๆ เพราะพวกศัตรูไม่มีใครอยากปลดผนึกดาบ เพราะถ้าได้ดาบเล่มแรกมาแล้วไปเอาเล่มหลังไม่ทันภายในวันเดียวกัน คนที่แตะดาบเล่มแรกจะตายหอง เลยเป็นคำสาปยุ่งเหยิงสุดเหี้ยเพิ่มเข้าไปอีก หรือต่อให้ได้ดาบมาครบทั้งคู่ ก็จะโดนดาบสาปเข้าให้ และถ้าไม่ได้แตะดาบทั้งสองเล่มพร้อมกันนานเกิน 1 วันก็ตายห่าอีก เผ่านักสร้างนี่แม่งสร้างของได้เหี้ยจริงๆ แต่ทั้งหมดก็เป็นไปตามแผน พอไม่มีใครปลดบาเรียอนุสาวรีย์ก็แข็งแรงเหมือนเดิม (ซึ่งกูเองคิดว่ารูปปั้นนี่น่าจะสำคัญแหล่ะ)

ตัดฉากข้ามมาฝั่งมนุษย์ พระราชาที่อารมณ์เสียเกี่ยวกับการแข็งข้อของเผ่าพระเอกเรียกประชุมขุนนาง สรุปว่าจะยกกำลังไปปราบการแข็งเมือง แต่มีคนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้มองไกล" (เอ๊ะ.. คุ้นๆ แฮะ) โผล่มาพยายามจะห้ามและขอให้ยกเลิกคำสั่ง ฉากนี้ทำเอากูร้องเอ๊ะเพราะเหมือนจะนึกอะไรออกแต่ยังไม่แน่ใจ คือกูกำลังนึกถึง Farseer ที่มีความสามารถเดินทางไปที่ต่างๆ ผ่านการแปลงร่างเหมือนไอ้ผู้มองไกลเนี่ย คำแปลชื่อแม่งแข็งเหมือนไอ้ลอร์ดมืดช่วงต้นเลย (มันทำให้นึกถึงหลอดดูดน้ำสีดำปิ๊บปี๋น่ะ) เดฌา-วูว์เอามากๆ ฉากการปรากฏตัวเพื่อห้ามทัพแล้วราชามนุษย์ไม่ยอมฟัง ความล้มเหลวในการหยุดยั้งความบาดหมางระหว่าง 3 เผ่า กับการส่งเจ้าชายชื่อขึ้นต้นด้วย อ. อ่าง ไปปราบกบฏในดินแดนที่มีดาบน้ำแข็งถูกผนึกไว้ แม่ง... ลงล็อคเลย แต่ขอให้กูคิดไปเองทีเถอะ เพราะเรื่องนี้มีศักยภาพสูงมากในเรื่องของการเล่า Lore ต่างๆ ให้น่าสนใจ บทที่ 3 จบตรงการพยายามลอบโจมตีกองเรื่องของเจ้าชายเผ่ามนุษย์โดยการแฝงตัวเข้ามาของนักรบจากอีกเผ่าหนึ่ง

107 Nameless Fanboi Posted ID:flzmeXbCp5

>>106

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 ความวุ่นวายของกาโกคอล

เปิดตอนด้วยการถูกจับกุมของชายหนุ่มเผ่าฟอเรสเทอร์ เพราะไปดื่มยาเสริมพลังกายจนเกิดคุ้มคลั่งแล้วพลั้งมือฆ่ารองหัวหน้าเผ่า พอโดนจับตัวได้ลูกสาวของคนที่ตายก็พุ่งเข้ามาพยายามจะฆ่าเอลฟ์ เอ๊ย! ฟอเรสเทอร์ที่ถูกจับมัดไว้ กูนี่แม่ง... มันไม่ใช่แล้วอะแบบนี้ คราวนี้กลิ่นมันชัดเกินไป แม้จะสลับชื่อและบทบาท แต่จำนวนตัวละครและความวุ่นวายมันคงเดิม การตัดฉากข้ามมาเล่าในดินแดนบนอีกทวีปนี่ก็ด้วย Gat เชื่อมโยงของกูทำงานเองแบบห้ามไม่อยู่ เด็กสาวชื่อย่อ ม.อ. ตามล่าฟอเรสเทอร์ที่ผิวเปลี่ยนจากเขียวเป็นเทาเพราะยาผสมเลือดปีศาจ หัวหน้าทีมจับกุมชื่อขึ้นต้นด้วย ซ. ชื่อรวมยาว 3 พยางค์ การเสนอให้ขังลืมในคุกชั่วชีวิตเพื่อให้ผู้ร้ายต้องอยู่อย่างทรมานกับความผิดบาปมากกว่าตายไป คนตายที่มีตำแหน่งใหญ่ในเผ่าและหัวหน้าทีมจับกุมถูกเสนอชื่อให้ครองตำแหน่งแทน แต่เจ้าตัวเลือกปฏิเสธคำชวนก่อนแนะนำให้เกิดการเลือกตั้งหัวหน้าเผ่าอีก

อ่านย่อหน้าที่แล้วเสร็จปุ๊บ คือเดาเนื้อเรื่องได้ลางๆ ว่าอาจมีเหตุการณ์แบบ เวลาผ่านไปก็มีทัพปีศาจบุกมา หัวหน้าทีมจับกุมเลยลงไปในคุกใต้ดินแล้วปล่อยนักโทษผิวเทาให้ขึ้นมาช่วยรบ ระหว่างรบฟอเรสเทอร์ผิวเทารู้ว่าหมู่บ้านคงสู้ไม่ไหว เลยไปดูดกลืนหลังจากกระโหลกมารมาเพื่อแปลงร่าง ใช้ร่างใหม่ที่แปลงแล้วขับไล่ปีศาจไปได้ แต่พี่หัวหน้าทีมจับกุมดันขับไล่นายผิวเทาออกจากเผ่าเพราะรับไม่ได้ที่เขาเลือกขายวิญญาณแลกกับพลังเหมือนตอนแดกยาจนมีคนตายคราวก่อน ลูกสาวรองหัวหน้าเผามาคบกับพี่หัวหน้าทีมจับกุม ส่วนฟอเรสเทอร์กึ่งมารหลบไปสร้างเผ่าใหม่แถวๆ ริมทะเล ก่อนจะตัดฉากไปที่เจ้าชายเผ่ามนุษย์หลังโดนดาบน้ำแข็งครอบงำจิตใจ เดินทางกลับไปฆ่าพ่อตัวเอง (พระราชา) พร้อมกับเปลี่ยนชาวเมืองหลวงให้กลายเป็นซอมบี้ผ่านการแพร่เชื้อในอาหาร ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยมีผู้มองไกลสังเกตอยู่ห่างๆ พอเห็นว่าทุกอย่างสายเกินไปเลยแปลงร่างเป็นนก เอ๊ย! ใบไม้ ไปเตือนให้โซลิแทร์นำทหารทั้งหมดเดินทางข้ามทะเลไปตั้งค่ายอยู่กับพวกฟอเรสเทอร์ แล้วช่วยกันป้องกันต้นไม้ไม่ให้พวกปีศาจมาทำลายได้ เออ... เหมือนจะเข้าล็อคพอดีเลยแฮะ (อันนี้คือกูแค่เดาจริงๆ นะ)

กลางตอนไม่มีไรมาก มีการเลือกตั้งหัวหน้าเผ่าฟอเรสเทอร์คนใหม่ ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจจับมือกับเผามารมืดในอนาคต และท้ายตอนคือการเดินทางในทะเลทรายของนักรบหนุ่ม เพื่อขอให้เพื่อนเผ่าเดียวกับที่ถูกเนรเทศมาชายแดนกลับไปรวมตัวที่ดินแดนหลัก ถึงจะไม่ได้อธิบายหน้าตาเท่าไหร่ แต่กูดันเห็นภาพนักเจรจาในชุดคลุมขนสัตว์ใส่หมวกหมาป่า กับเผ่าหินผากล้ามโตมีหัวเป็นวัวยืนแบกท่อนซุงขึ้นมาเสียดื้อๆ พอหันไปดูจำนวนภาคของนิยายชุดนี้แล้วกูก็เผลอถอนหายใจ เอาวะ กูอาจคิดไปเองก็ได้ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงอ่านได้แบบสนุกๆ ไม่คิดมากแหล่ะหน่า หลักฐานที่ชัดเจนก็ไม่มีสักหน่อย กูคงจับแพะชนแกะไปเองทั้งเพ มั้ง มั้ง มั้ง...

การบรรยาย : ดูออกว่าไม่ใช่มือใหม่ มีการดูแลไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดกากๆ ในการบรรยาย จนแตกต่างกับนิยายเด็กโปกอีกมากมายในเว็บ องค์ประกอบในการบรรยายสิ่งต่างๆ แข็งแรงและดูขลังอย่างไม่น่าเชื่อ บทสนทนาเป็นธรรมชาติ ทุกตัวละครมีความเป็นตัวของตัวเอง การสื่ออารมณ์ด้วยการ Show ทำได้ดี โดยเฉพาะฉากเกี่ยวกับความโกรธแค้น สำนวนอ่านแล้วรู้สึกฝรั่งแท้ไม่ขี้นก การตัดฉากเพื่อข้ามไปเล่าในอีกส่วนหนึ่งของโลกทำได้ชัดเจนไม่สับสน ไม่มีการเล่าข้ามไปข้ามมา จึงจัดสรรคิวให้แต่ละเผ่าได้ลงตัวและเน้นในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม

ตัวละคร : แม้จะมีตัวละครรวมทั้งหมดค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยการแยกพาร์ทสำคัญๆ ของแต่ละเผ่าออกมา ทำให้สามารถเล่าเนื้อหาของตัวละครในเผ่าต่างๆ ได้ดี ชื่อตัวละครเอกชวนให้นึกถึงเกมเรียงไพ่ที่แถมมากับระบบปฏิบัติการในคอม ภาพรวมในส่วนนี้ทำได้ปานกลางสำหรับตัวละครฝ่ายอื่นที่ไม่ใช่พวกมารมืด (อาจเป็นเพราะพยายามชูให้เผ่าของพระเอกดูเด่น) ยังมองไม่เห็นพัฒนาการของตัวละครเอกในด้านใดเลยนอกจากเรื่องอายุ เพราะเนื้อหาหลังตอนที่ 2 ข้ามไปพูดถึงบุคคลและเผ่าอื่นๆ ในโลก อร. ที่ไม่ได้ย่อมาจากอาร์เซรอธ (จริงๆ นะจ๊ะ)

108 Nameless Fanboi Posted ID:flzmeXbCp5

>>107

เนื้อเรื่อง : วิธีการเล่าเรื่องของนักเขียนอาจไม่ได้ว้าวอะไรมากแต่จังหวะสื่อทั้งความหนักเบาและการเร่งการหน่วงของเนื้อหาเป็นไปอย่างธรรมชาติ อ่านแล้วไปต่อได้เรื่อยๆ ไม่ติดขัด (ทำไมพอใช้ภาษาไทยล้วนแล้วรู้สึกเหนื่อยจังวะ) หากเป็นคนชอบฟังความเป็นมา เรื่องนี้จะตอบโจทย์อย่างมากในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นด้วยทิศทางของการเล่าที่ข้ามไปเล่าเรื่องราวของเผ่าอื่น เส้นเรื่องหลักของโซลิแทร์จึงถูกหยุดไว้ แล้วไปแตกเส้นเรื่องใหม่ของเผ่าอื่นขึ้นมาแทน อย่างไรก็ตาม จากกลิ่นที่คุ้นเคยทำให้กูเดาว่าเส้นเรื่องหลักที่แท้จริงอาจเป็นของ "ผู้มองไกล" เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะในท้ายที่สุดเผ่าต่างๆ ล้วนถูกชักนำให้ต้องมาร่วมมือกันทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านแผนการของผู้มองไกล ในการรับมือมหันตภัยจากโลกต่างมิติที่ทุกคนในโลกอาร์เซ... เอ๊ย! แอเรียต่างล้วนคาดไม่ถึง

จุดเด่น : มีการเล่า Lore ได้น่าสนใจ กั๊กข้อมูลให้ตัวละครเอก (โซลิแทร์) รู้เท่าๆ กับนักอ่าน มีการค่อยๆ คายข้อมูลออกมาตามรายทางพร้อมกับเล่าตำนานหรือความเป็นมาอย่างเนียนๆ ในเนื้อเรื่องส่วนของเผ่าอื่นจนไม่รู้สึกว่าถูกเทข้อมูล ตัวละครมีมิติที่ชัดเจนและเด่นในเนื้อเรื่องของเผ่าตน การสรรคำและจัดการเกี่ยวกับคำซ้ำทำได้ดี ไม่พบการใช้คำผิดความหมายหรือไม่เหมาะสมกับบริบท ความผิดพลาดแบบมือใหม่เท่ากับ 0

จุดด้อย : เปิดนิยายด้วยการเทข้อมูลที่นักอ่านไม่พร้อมจะรับรู้ ต่อให้มีคนตั้งใจอ่านบทนำ พวกเขาก็จะยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันได้ ชื่อเฉพาะทั้งบุคคล เผ่า และสิ่งของต่างๆ ในบทนำ อาจถูกลืมไปได้ง่ายๆ ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ควรถูกแยกไว้เขียนอธิบายท้ายตอน หรือเล่าผ่านบทพิเศษจะส่งผลดีต่อตัวเรื่องมากกว่า การเดินเรื่องเองก็มีปัญหา เพราะเดินเรื่องคล้ายเกมที่เป็นบทแยกเผ่า ดังนั้นเส้นเรื่องและแรงจูงใจในการกระทำของแต่ละตัวละครจะยังคงแยกกันอยู่ในช่วงแรก กว่าจะมาถึงจุดบรรจบก็คงเป็นช่วงกลางหรือท้ายเรื่อง เนื้อหาหลังบทที่ 2 เป็นต้นไป แม้จะยาวแต่ก็ล้วนเป็นเพียงส่วนเสริมที่เนื้อหาไม่ปะติปะต่อกับเนื้อเรื่องก่อนหน้านั้น

หากนักเขียนเชื่อมเรื่องเก่งจริง ย่อมสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า "เศษขนมปัง" ให้กับนิยายของตัวเองได้ การจงใจโปรยกลิ่นหรือชิ้นส่วนตัวต่อจิ๊กซอว์เอาไว้ให้กับนักอ่าน เพื่อให้นักอ่านเข้าใจว่าเนื้อหาแต่ละช่วงเกี่ยวข้องกันอย่างไร เป็นศิลปะการเล่าเรื่องขั้นสูง เรียนรู้ได้แต่ลงมือทำยาก ตัวช่วยสำคัญของนิยายเรื่องนี้คือตัวอุปกรณ์ขับเคลื่อนเนื้อหาอย่าง "ผู้มองไกล" นั่นเอง ขอเพียงมีผู้มองไกลไปปรากฏตัวในพื้นที่ต่างๆ ก่อนเริ่มเล่าเรื่องในเขตนั้น นักอ่านก็จะรับรู้ได้ทันทีว่า ทุกสถานที่ ทุกเผ่าพันธุ์ อยู่ในการควบคุมและเฝ้ามองของบุคคลหนึ่ง และทุกอย่างอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้เป็นเพียงเหตุบังเอิญ (คล้ายกับช่วงสุดท้ายของตอนที่ 2 ที่ผู้มองไกลยืนสังเกตการณ์ก่อนที่โซลิแทร์จะสลบไป)

คะแนน : 6.5/10 ก้ำกึ่งระหว่างปานกลางกับดี

ความเห็นส่วนตัว : ถ้าไม่นับการยัดคำคมให้ตัวละครพูดระหว่างสอนตัวเอก หรือการแนะนำคติพจน์ที่เกือบจะไม่เป็นธรรมชาติ นิยายเรื่องนี้ถือเป็นแฟนตาซีสงครามที่ดีงามในช่วงแรกเริ่ม ทว่าหลังจากผ่านตอนที่ 2 เป็นต้นไป เนื้อหาส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับสงคราม ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นกราฟเนื้อเรื่องแบบพักความตึงเครียดลงมา แต่ด้วยความที่ออกตัวไว้ว่าเป็นนิยายสงคราม การทำให้เนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัจจัยการรบ การเมือง และการทูตอย่างเข้มข้นนั้นคือสิ่งจำเป็น ในส่วนนี้นักเขียนยังไม่สามารถ "โปรยเศษขนมปังนำทาง" ให้นักอ่านได้อย่างถูกต้อง บทบรรยายถือว่าทำได้ดี ตัวละครมีชีวิตชีวา มีความเป็นมนุษย์และตอบสนองด้วยอารมณ์ที่ไม่ขัดแย้งกับเหตุการณ์ต่างๆ จนทำให้ต้องรู้สึกอิหยังวะ มุกตลกเป็นมุกแบบฝรั่ง ทั้งมุกเล่นคำและมุกตลกร้ายต่างๆ มีการยืมไอเดียเพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่โอเค แต่บางช่วงก็อาจถูกเดาทางได้โดยคนที่รู้ต้นเรื่องมาก่อนเป็นอย่างดี เล่าเรื่องได้สนุก ต่อเนื่อง จนสามารถเห็นภาพตามได้เป็นฉากๆ เสน่ห์อีกอย่างของตัวเรื่องมาจาก Lore ที่แข็งแกร่งและน่าสนใจ

ตัวนิยายอาจมีผู้อ่านมากขึ้นได้ หากย้ายบทนำไปเป็นเชิงอรรถ/บทพิเศษเล่าเฉพาะข้อมูลควรรู้ในเนื้อหาช่วงนั้นๆ แล้วเลื่อนเอาตอนที่ 2 ขึ้นมาเล่าทันที นักเขียนสามารถสร้างข้อได้เปรียบจากความยาวในแต่ละตอน ด้วยการนำมาแยกเป็นหลายช่วงแล้วทะยอยอัพ นอกจากจะได้ยอดวิวเพิ่มแล้ว ยังช่วยลดภาระต่อสายตาของนักอ่านจากการต้องอ่านเนื้อหาต่อเนื่องกันได้อีกด้วย ข้อสุดท้ายที่อยากบอกกับนักเขียนคือทำใจเถอะ แนวสงครามในเด็กดวก ต่อให้เป็นแฟนตาซี เด็กที่สมาธิไม่สั้นจนอ่านแนวนี้ได้จริงจังนั้นมีไม่มากนักหรอก

109 Nameless Fanboi Posted ID:FK56EocD.c

>>104 กูคือโม่งที่เอานิยายมาแปะไว้เอง มึงคิดมากไปอะถูกแล้ว กูแค่เกิดระลึกความหลังได้เลยเอามาลงเฉยๆ ทีแรกคือนึกเรื่องไม่ออก+หาไม่เจอจริงๆ จนตรัสรู้กะทันหันว่าควรใช้อากู๋หา
แต่เหมือนมึงเสพอะไรๆเยอะดีนะ เพิ่งรู้เหมือนกันว่าพล็อตคล้ายๆวอร์คราฟ(ใช่ป่าววะ ที่มึงเปรยๆ?)

ถ้าไม่รำคาญนี่พอช่วยกูหานิยายหน่อยได้มะ กูอ่านล่าสุดน่าจะ10+ปีก่อน คิดว่าน่าจะเป็นนิยายแปล มีหลายเล่ม
เกี่ยวกับโลกที่ตัวตนในเรื่องเล่า/ตำนานอยู่จริง ดำเนินผ่านตัวเอกหลายคนแต่เกี่ยวข้องกัน ที่จำได้ก็มีคนนึงเป็นมนุษย์หมาป่าที่หายตัวไปหลังหมดบทช่วงเล่มต้นๆ กับน่าจะเล่ม4+ที่ตัวเอกอีกคนต้องเข้าไปในเกม เหมือนพวกตัวเอกจะเป็นกลุ่มองค์กรบางอย่างที่คอยแก้ปัญหาที่ตัวตนในเงามืดของโลกสร้างขึ้น เช่นที่ว่าตัวเอกคนนึงเข้าไปในเกมก็เพราะเกมทำให้คนตายนี่ล่ะมั้ง

110 Nameless Fanboi Posted ID:pJoa8vIgKv

Ah
Whatever goes around eventually comes back to you
So you gotta be careful, baby
And look both ways before you cross my mind

Ooh, ah

Did you ever wonder?
Yeah, do you ever wonder
What he might be going through on his own?
And the demons that he's facing alone
I hate that sometimes I can't go home
And it just ain't the same on the phone, no
But everybody's gotta go on, don't they?
Yes, we do, baby

So if you need a hero (if you need a hero)
Just look in the mirror (just look in the mirror)
No one's gonna save you now
So you better save yourself
And everybody's hurting
Everybody's going through it
But you just can't give up now
'Cause you gotta save yourself
Yeah, gotta hang on, baby

The sun'll come out
Nothing good ever comes easy
I know times are rough
But winners don't quit
So don't you give up
The sun'll come out
But we've been struggling endless days
Someday we'll find the love
'Cause after the storm's
When the flowers bloom

Kali, what you mean?
I take it offensive
'Cause I'm the hottest flower boy
That popped up on the scene
Feeling better, better than ever
'Cause your umbrella, brella (brella, light)
Sun is beaming on me like headlights beaming on Bambi
Now let's pretend the street is the room
And you are a Camry
'Cause your drama candid
The Tito to my Randy
Now let's produce some thrillers
My chocolate wit' yo' vanilla, uh

The sun'll come out
Nothing good ever comes easy
I know times are rough
But winners don't quit
So don't you give up
The sun'll come out
But we've been struggling endless days
Someday we'll find the love
'Cause after the storm

I know it's hard
But do you even really try?
Maybe you could understand
When all you had to do was ask
And just open your mind
When everything is passing by
And all you had to do was try
Yeah, all you had to was try

Try, try, try, try
All you had to do was try
Try, try, try, try

https://youtu.be/9f5zD7ZSNpQ

111 Nameless Fanboi Posted ID:oq.9YoxktR

>>109 ใช่ คือเปิดเรื่องเหมือนวอร์คราฟ 1 H&O เผ่าออร์คถูกกดขี่โดยมนุษย์ โดนใช้ให้เป็นกำแพงป้องกันการรุกรานของพวกสเคิร์จ ทั้งๆ ที่ตอนแรกไอ้ฟาร์ซีเออร์เนี่ยพาออร์คข้ามมิติเพื่อให้เป็นพันธมิตรแท้ๆ ดังนั้นชะตากรรมของโซลิแทร์เลยคล้ายกับกรอมมาร์ช เฮลสครีม คือหลังจากฟลุ้คชนะโมโนลิทส์ได้ เผ่าตัวเองก็แกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนหลุดพ้นจากความเป็นทาส เนื้อเรื่องอื่นๆ คือเล่าในเกมภาค 2 RoC กับภาค 3 TFT ต่อกัน อาจไม่เหมือนเป๊ะแต่กลิ่นแรงพอให้เดาได้อยู่

ส่วนเรื่องหานิยายเก่า มึงควรย้ายไปถามโม่งวรรณกรรมในห้องต่างๆ ของหมวด Literature แทนว่ะ เพราะถ้าเป็นช่วง 10 ปีก่อนตอนนั้นกูเข้าวงการมาในสายนิยายรักไม่ใช่แฟนตาซี ที่จำเนื้อหาได้ก็เพราะเคยเล่นเกมแล้วชอบพล็อตใหญ่ของมัน นิยายเป็นทางการของเกมก็เคยอ่านแค่ WC the sunwell trilogy ซึ่งเป็นเนื้อหาของเผ่าเอลฟ์เป็นส่วนใหญ่

เวลาจะให้เขาช่วยหานิยาย อย่างน้อยมึงควรจำฉากเปิดได้ด้วยนะ ไม่งั้นหาลำบากสัสๆ เลย เพราะงี้แหล่ะกูถึงบอกว่าฉากเปิดนิยายมันโคตรสำคัญ นอกจากเป็น First Impression แล้ว มันยังเป็นส่วนที่ช่วยตัดสินว่านักเขียนจะจำเรื่องของมึงได้หรือไม่ เพราะถ้าช่วงแรกของนิยายสร้างความประทับใจได้ หรือมีกิมมิคที่ชัดและดีพอ นักอ่านจะไม่มีวันลืมสิ่งนั้นต่อให้ลืมชื่อเรื่องไปแล้วก็ตาม

112 Nameless Fanboi Posted ID:uHlLSnJyir

>>85 ไอ้เชี่ยกูอย่างชอบ5555

113 Nameless Fanboi Posted ID:nIuNC.HkfS

ปกตินักเขียนเขามีกลุ่มนักเขียนไว้พูดคุยกันมั่งป่าววะ? เขียนเหงาๆแล้วอยากหาเพื่อนเขียนดูบ้าง

114 Nameless Fanboi Posted ID:oq.9YoxktR

>>113 ในบอร์ดนักเขียนมีคนมาโปรโมตอยู่เรื่อยนะ มีทั้งเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์ ห้องแชทพิมพ์-แชทพูดในดิสคอร์ด ส่วนกูมีเข้าไปแฝงตัวหาข่าว (หรือหาเสือก) บ้างในกลุ่มของนักเขียนที่โดนโม่งหมายหัว เช่น กิ่งน้า มิลัน แก๊งค์เลียแผล ถ้าเป็นกลุ่มย่อยอื่นๆ ก็มีกลุ่มสาธารณะ "นักเขียนนิยาย" กับเพจ "นักอ่านพันธุ์อึด" อะ จริงๆ กูอยู่ในกลุ่มสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งด้วย แต่ขอไม่บอกละกันว่าเจ้าไหน

115 Nameless Fanboi Posted ID:WbhX0Az3xQ

>>114 อห แก๊งเลียแผลมึงก็ยังไปอยู่กับเขาเนอะ แค่ฟ้าใสแอดเฟรนด์ในเด็กดีมากูยังงงเลย

116 Nameless Fanboi Posted ID:29y7qjgME+

#นดเบี้ยวเงินนข มึง วันนี้กูเห็นว่านางจะขายคู่มือนักเขียนว่ะ

117 Nameless Fanboi Posted ID:WbhX0Az3xQ

>>116 กูเลิกตามไปแล้ว มีคนช่วยเสือกต่อก็ดีใจ แต่เขาเพิ่งมีประเด็นมาสดๆ ร้อนๆ เลยนี่ ไม่กลัวโดนสาปส่งเรอะ จะว่าไปกูเคยเห็นว่าเขามีบทความสอนเขียนในรอร.นะ อะไรที่นางลงออนไลน์ นางกะขายทำเงินหมดเลยนี่หว่า

พอลองมาย้อนมองดูนิยายนดอีกที พักหลังนี่เหมือนจะไม่พีคเลยนะ ทั้งวิวทั้งกระแส นอกจากจรกาคนงามไม่มีเรื่องไหนแตะสองแสนวิวเลย เรื่องล่าสุดห้าหมื่นวิวยังไม่ถึงเลย ทั้งที่คนตามเพจเป็นหมื่น ไหนจะฟลว.ในทวิภพอีก นิยายกูที่เขียนอยู่นี่ยังสถิติดีกว่าด้วยซ้ำ หรือมันอาจจะหมดยุคของนางแล้วมั้ง

118 Nameless Fanboi Posted ID:1Czk+8Crh6

>>115 ฟ้าใสคือผู้ใด๋

119 Nameless Fanboi Posted ID:3a81yqBmM+

>>113 กลุ่มนักเขียนที่กุเข้าไปล่าสุดชื่อ ReadAWrite - ความฝันนักเขียนรุ่นใหม่
มีคนเอามาแนะนำในบอร์ดเด็กดวก
กี่สิบปีผ่านไปกลุ่มนิยายก็เหมือนเดิม
โฆษณานิยาย โชว์ความเบียว(รู้สึกป่วยกันเยอะมากหรือคนมันเยอะก็ไม่รู้)
ไม่เห็นประโยนชน์อะไร
อยากเขียนนิยายให้ดี เมิงหานักเขียนที่ชอบให้เจอก่อนเถอะ
แล้วอ่านมันไป อ่านจนซึมซับหรือจะแดกมันลงไปก็ได้
เผื่อเวลาไปอ่านหนังสืออย่างอื่นด้วย
กุให้วิธีนี้ดีที่สุดแล้ว กลุ่มนักเขียนมันช่วยผลัดกันเลีย
เมิงอาจจะฟินแต่เสียเวลาและเปล่าประโยชน์
ช่วยตัวเองดีที่สุดแล้ว

120 Nameless Fanboi Posted ID:3a81yqBmM+

Night of the Summer Side

Akuseru no himeisa kishimu taiya kara...
Mishiranu kimi nosetobi dashita kuupe
(Before the summer takes you. Right now!)

Oikakeru kage wo hurikiri doa shimeta
Kimi wa "dokodemo ii kara hashitte!" to

Deai wa haiuei jankushon
Minato ga mieru koro
Koi ni ochita to kizuita

(Take me to Summer Side)
Kuchizuke yori yasashisa ga hoshii to
(Night of Summer Side)
Adokenasa de kakushita hitomi wa otona datta ne

Nami no nai irie narabu masuto no kage
Kata wo daite sanbashi wo aruita yo
(Before the summer takes you. Right now!)

Kimazusa wa nigate na no to kyū ni warai
Ude wo surinuketa ne odoru mitai ni

Yasashisa hagurakashi nani wo sagashiteru no
Koi ni riyuu wa iranai

(Take me to Summer Side)
Sasou you ni dekki e to tonda ne
(Night of Summer Side)
Senaka sorashi
Dare no mono ni mo ne naranai wa yotte
Kisu shita ne

"Isoganai to natsu ga owarisou da yo" tte
Shiranai kao de kudoku yo

(Take me to Summer Side)
Samishisa yori kuchizuke ga hoshii to
(Night of Summer Side)
Furikaetta kimi no manazashi wa otona datta ne

https://www.youtube.com/watch?v=1Eitvlx9Ibw

121 Nameless Fanboi Posted ID:5LslQrbGNL

>>117 นางต้องหาเงินมาคืนนักเขียนนักแปลเลยต้องขายของรัว ๆ

122 Nameless Fanboi Posted ID:iBy6DC8oNh

โคตรเบื่อ... งานที่ทำแม่งเจอแต่พวกเหี้ยๆ

เลยคิดว่ามาสับนิยายแก้เซ็งกันดีกว่า ระหว่างเลือกว่าจะสับเรื่องไหนดีจู่ๆ ก็นึกถึงที่มีโม่งทุ่มทุนไปรวบรวมนิยายในเซต Destiny Teller มา (ซึ่งอยู่ในนี้ https://fanboi.ch/webnovel/9247/82/) ไม่มีใครพูดถึงนิยายเซตนี้มาพักใหญ่แล้ว //me เงี่ยหูฟังที่เพื่อนโม่งกระซิบบอก "ห๊ะ มึงว่าอะไรนะ ไม่มีค่าพอให้ใส่ใจหรือจดจำงั้นเหรอ เออ กูก็ว่างั้นแหล่ะ" (วันนี้กูดูไม่ค่อยเต็ม ขอโทษด้วย แบบว่าอดนอนหนักมาก) ไล่อ่านชื่อเรื่องกับคำโปรยดูแล้วเกิดสนใจเรื่อง "Destiny Teller เดิมพันชีวิต หักล้างลิขิตโชคชะตา" ขึ้นมา เหตุผลคือชื่อเรื่องกับคำโปรยดูเข้ากันกับชื่อเซตที่สุดแล้ว มันมีการพูดถึงการทำนายทายทัก กับเรื่องของโชคชะตา ดังคำว่า Destiny Teller ที่อาจแปลให้หรูๆ ว่าเป็น "ผู้ขานชะตากรรม" หรือแปลง่ายๆ ว่าเป็น "หมอดู" ก็ได้ ปัญหาคือพอกดเข้าไปดูนิยายแล้วกูพบว่ามันไม่มีเนื้อหา (อาจเคยลงไว้แล้วลบออกไปแล้ว) แม่ง... เงี่ยนฟรีทั้งๆ ที่อยากได้อยากโดน

พอผิดหวังก็เลยพาลไปไล่เปิดดูสถิติของแต่ละเรื่องดู ผลคือไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรือยังไง เพราะแต่ละเรื่องคือมียอดวิวไม่ถึงร้อยทั้งนั้น (ทำไมเป็นงี้ไปได้วะ แต่ละเรื่องออกจะดูน่าสนใจแท้ๆ ถุ๊ยส์) ยกเว้นอยู่เรื่องนึงที่เด่นหราแซงหน้าเพื่อนๆ คือเรื่องของน้องเล่าโปกขวัญใจ (กระสอบทราย) ของชาวโม่งที่ได้ไปเกือบ 400 วิว คาดว่าเป็นเพราะอานิสงค์จากรูปวาดฝีมือเจ้าตัวนั่นเอง แม่งวาดดูดีเฉพาะพระเอก ส่วนนางเอกไม่แน่ใจว่าวาดเองหรือไปดูดรูปเขามา เพราะมีการลงสีด้วย (รูปอื่นๆ มันขาวดำหมดก็เลยสงสัยน่ะ) ใครอยากช่วยน้องโปกเพิ่มยอดวิวให้กับนิยายที่ปิดตอนแม่งทุกตอนไปแล้ว ก็ลองไปชมงานแสดงรูปวาดขั้นเทพกันได้ที่นี่ https://writer.dek-d.com/kunjaow/story/view.php?id=2022102 เลื่อนลงไปจนเจอภาพของ ฮิมาริ ชินอิจิ กับตัวปลากรอบตัวอื่นๆ แล้วพวกนาย/เธอ จะได้พบความสามารถที่เล่าโปกแอบซ่อนไว้ จงดูและปลาบปลื้ม! (วันนี้รู้สึกตัวเองนิสัยเสียมาก มุ่ง Bully น้องโปกซึ่งหน้าเลยทีเดียว)

ต่อจากเล่าโปกก็เป็นใครไม่รู้เหมือนกัน พบกันด้วยด้ายแดงแห่งชะตา (หรืออาจจะมีมรณะด้วย) คือไล่อ่านคอมเมนต์น้องเล่าโปกแล้วดันไปเจอพี่เทพแต๊สมาแสดงความคิดเห็นพร้อมกับให้คำแนะนำเยี่ยงมือโปร (คนแต๊สนี่มันแต๊สจริงๆ) จากนั้นราวกับถูก จอ-อิ-ตอ (สะกดจิต) เลยกดเข้าไปดูนิยายพี่เทพ ก่อนจะเจอเข้ากับส่วนของ "นิยายที่นักอ่านกดอ่านต่อ" ซึ่งชื่อแม่งก็คุ้นอีกละ คือจำได้ว่าไม่ได้เห็นมา 4-5 ปี และเป็นนิยายที่ถูกนำมาโปรโมตในกระทู้ของเรื่อง Manigator Saga (aka นิยายชนะเลิศรางวัลอิหยังวะอวอร์ด สาขาอ่านแล้วเจ็บตาระดับโลก) เนื่องจากเป็นนิยายสายไซไฟ-หุ่นยนต์ เหมือนๆ กัน คิดว่ากูจะสับนิยายเรื่องนี้สินะ เสียใจด้วยเพื่อนโม่ง พวกมึงเดาผิด เพราะสิ่งที่กูสนใจคือภาพโปรไฟล์ของนักเขียนคนนี้ต่างหาก เพียงได้เห็นแค่แว๊บเดียวก็ต้องอุทานออกมาว่า "จูนิเบียวเหี้ยๆ" ใครอยากเห็นก็กดลิงก์นี้เข้าไปดูได้ https://my.dek-d.com/aixmod/writer/ เนี่ย กูจงใจหย่อนลิงก์รวมนิยายของนักเขียนคนนี้ด้วยความอวยเลยนะ อ่านแล้วจะได้รู้ว่าแม่งเบียวจริงๆ (อ่านภาคที่มันไม่ได้แพ็คขายนะ) ที่สำคัญคือ รักการวาด วาดภาพประกอบด้วยสไตล์น้องประถมวาดเล่นตรงหน้าหลังของสมุดปกอ่อนระหว่างที่ครูกำลังสอน (กับการเรียนหนูทุ่มเทอย่างนี้มั้ยลูก)

แม่งวันนี้มาด้วยความไม่ PC เหยียดฝีมือการวาดภาพแล้วยังจะชี้เป้ารังแกชาวบ้านอีก แต่พวกมึงต้องยอมรับนะ ว่าทั้ง Manigator และ BI ที่กูพูดถึง ทั้งสองเรื่องนี้ขยันเขียนมาก เขียนยาวสัสหมาแล้วยังจะมีส่วนเสริมเป็นข้อมูลหีแตดอะไรไม่รู้อีกเยอะแยะ อ่านแล้วแบบว่าน่าเห็นใจ ด้วยความอินดี้ที่มีมากไปจนอาจไม่สนความดัง เลยโดดเด่นอยู่ในหลืบแบบนี้แหล่ะ ใครอยากลองของหายาก หรือความแปลกพิสดารที่แฝงตัวอยู่ในนิยายจำนวนมหาศาลของเว็บเด็กดวก แนะนำให้ทำร้ายลูกกะตาตัวเองด้วยการเปิดอ่าน พวกมึงอาจค้นพบสิ่งที่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะชอบก็เป็นได้

123 Nameless Fanboi Posted ID:iBy6DC8oNh

ตอนแรกว่าจะสับ ไปๆ มาๆ ทำตัวเรื้อนจนเริ่มง่วงซะงั้น เลยคิดว่าไปนอนพักแทนดีกว่า แล้วเดี๋ยวค่อยมาสับใหม่พรุ่งนี้ ก่อนจากกูมีเกมให้พวกมึงเล่น (จะทำตัวเหี้ยทั้งทีแล้วยังจะเอนเตอร์เทนคนดูอีก) เห็นแก่ที่พวกมึงเสียเวลาในชีวิตอ่านมาถึงตรงนี้ กูจะชี้เป้าว่าเหยื่อรายต่อไปที่กูจะสับคือใคร และให้พวกมึงร่วมสนุก (ร่วมทำตัวเหี้ย) ด้วยการทายว่า กูจะสับนิยายเรื่องไหนของนักเขียนคนนี้ ถึงทายถูกไปก็ไม่มีรางวัลให้หรอก แค่อยากลองสร้างโม่งคัลเจอร์อันใหม่ขึ้นมา ว่าด้วยการ "ลองทายดูว่ากูจะสับเรื่องไหนของไอ้เหี้ยนี่"

อันนี้ลิงก์รวมผลงานของคนต้นเรื่อง https://my.dek-d.com/jeepsuper/writer/

คุ้นหน้าคุ้นตากันดีใช่ไหมล่ะ มันคือไอ้ SilverPlus หรือที่ชาวโม่งเรียกกันว่า "เงินบวก" นั่นเอง ไอ้นี่ถูกกูจัดไว้ในหมวด "ขาประจำทำตัวหล่อ" เพราะหลายๆ ครั้งมักจะโผล่มาออกความเห็นที่พยายามจะทำให้ตัวเองได้คะแนนนิยม แต่ผลงานที่ผ่านมาเกินครึ่งดันเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง ตรรกะวิบัติโคตรพ่อแล้วโดนชาวบ้านรุมด่าจนเสียหมา ขนาดในบอร์ดโลกสวยอย่างเด็กดวกยังโดนรุมด่าได้นี่ พวกมึงก็พิจารณาดูเองแล้วก็กันว่าจังหวะโชว์ควายของมันนี่แย่ขนาดไหน

อย่างไรก็ตามในดำมีขาว ในขาวมีดำ ต่อให้เป็นคนอย่างไอ้เงินบวก พวกมึงก็ยังสามารถค้นพบเทคนิคบางอย่างได้อยู่ดี ถ้าจำไม่ผิดนิยายของเงินบวกเคยมีคนสับไปแล้วบางส่วน อันนี้ถือเป็นคำใบ้แรกเลยละกันว่า "เรื่องที่กูจะสับนั้นยังไม่เคยถูกโม่งกระทำชำเรามาก่อน" และเนื่องด้วยไอ้เหี้ยนี่ขึ้นชื่อมากจนโดนทีมงานโม่งขี้เสือกตั้งฉายาให้ว่าเป็นสุดยอดนักโหนกระแส คำใบ้ที่สองจึงเป็น "เรื่องที่กูจะสับนั้นเป็นนิยายแนวตลาดโคตรๆ" รู้สึกว่าเป็นคำใบ้ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรนัก เพราะแม่งแต่งนิยายตามกระแสทุกเรื่อง 55555555555 ส่วนคำใบ้ข้อสุดท้ายสำหรับโม่งที่ เม้กก้าเคลฟเวอร์-ฉลาดสุดๆ อ่านแล้วน่าจะนำไปสู่คำตอบที่ถูกต้องได้ทันทีคือ "เรื่องที่กูจะสับนั้นเมื่อกดลิงก์เข้าไปดูแล้ว สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตามึงได้ อาจทำให้มึงเผลอขยี้ตาเพื่อจ้องมันอีกรอบ"

ระยะเวลาร่วมสนุกคือตอนนี้จนถึงตอนที่กูมาสับนิยาย คำเฉลยก็คือเรื่องที่กูสับนั่นแหล่ะ ซึ่งกิจกรรมนี้จริงๆ แล้วมันไม่มีไรมาก กูแค่อยากแกล้งให้พวกมึงไล่เปิดดูปกหน้านิยายของไอ้เงินบวกเล่นเฉยๆ จะได้เข้าใจว่าทำไมไอ้เหี้ยนี่ถึงโดนโม่งรุมนินทารัวๆ อยู่ช่วงหนึ่งเลยทีเดียว

124 Nameless Fanboi Posted ID:U90tFGhzgt

ลองเลิกเรื้อนในที่ทำงานดู เผื่อเพื่อนร่วมงานมึงจะเลิกเรื้อนก็ได้

125 Nameless Fanboi Posted ID:j3antCQ+Eu

กุสงสัยถามไรนิด พวกเล่าโปก ตุ๋นกบ อะไรเนี่ยแม่งไม่ให้คนดูมายไอดีนานแล้วหรือว่าหลังจากโดนพวกมึงสับ+เสือก

126 Nameless Fanboi Posted ID:3a81yqBmM+

>>123 กดเข้าไปไม่เจอนมกุเลยเดาไม่ถูกว่าเมิงจะสับเรื่องไหน
เอาว่าสับเรื่องล่าสุดที่โลโก้เรื่องเป็นทันเดอร์แคทแล้วกัน

127 Nameless Fanboi Posted ID:SFEJAl4YND

>>125 แล้วมึงอยากรู้ไปทำไม ยังไงพวกมึงก็เรื้อนกับมันอยู่ดี ถูกมั้ย

128 Nameless Fanboi Posted ID:DHi8LLRNHI

>>125 เล่าเบียว กูก็เข้าไปดูได้ตามปกตินี่

129 Nameless Fanboi Posted ID:HtZ2GcYOxl

มึงอยากจะสับเหี้ยอะไรก็สับไปเถอะ ไม่ต้องเพิ่ม value ก็ได้ กูขี้เกียจเดา

130 Nameless Fanboi Posted ID:R1dycUTcNI

>>129 กูว่าเผลอๆแม่งจะโปรโมทไอ้เงินบวกทางอ้อมหรือเปล่าว่ะ โม่งสับได้ผลประโยชน์อะไรกับมันหรือเปล่า

131 Nameless Fanboi Posted ID:HtZ2GcYOxl

>>130 นี่ก็ปั่นเก่ง มาโปรโมทในโม่งแล้วมีประโยชน์เหี้ยอะไร คนอ่านจากโม่งคงเพิ่มวิวให้ได้สักสามพันมั้ง แหม่ เงินบวกมันเคยโดนยำตีนไปแล้ว ภาพลักษณ์ก็ไม่ได้ดี โม่งสับคนนี้แม่งก็แค่เหงาหาเรื่องเล่นแหละ มึงก็เลือกประเด็นจะปั่นหน่อย เอาคูลๆ แบบนี้ไม่คูล

132 Nameless Fanboi Posted ID:0tyFsD0yAR

ถ้ากูเป็นโม่งสับแล้วเจอคนมาบ่นแบบนี้ เป็นกูไม่สับแม่งล่ะ ปล่อยให้พวกโม่งโปกแม่งเหงาหมอยถอกกระดอรอไป อีห่าน

133 Nameless Fanboi Posted ID:y+hC7.p5dJ

>>123 พี่เงินบวกในบอร์ดเด็กดวก ชอบคอมเมนต์ดูฉลาด ความรู้เยอะ เป็นความหวังของน้องๆ แต่นิยายดันไม่ปังซะงั้น เขาพลาดตรงไหน กูละอยากอ่านที่มึงสับจริมๆ

134 Nameless Fanboi Posted ID:y+hC7.p5dJ

>>130 โปรโมทเงินบวกในโม่งแล้วได้ไร ขนาดในเด็กดวกมันยังขายไม่ออก มึงคิดว่าโปรโมทในโม่งจะทำให้มันปังเหรอวะ คิดลบเกินนะมึง ผ่อนคลายซะบ้าง

135 Nameless Fanboi Posted ID:1hIHlBDSjK

>>125 เล่าโปกปิดนานแล้ว หลังจากที่ตั้งกระทู้เรียกคนมาช่วยยำโมงแล้วตีนดันลงที่ตัวเองประมาณสองเดือน

136 Nameless Fanboi Posted ID:j3antCQ+Eu

>>128 เล่าโปกที่ว่าคือลิโป้นะ เผื่อเข้าใจเป็นคนละคน แม่งเข้ามายไอดีมันไม่ได้เว้ยกูไม่เพิ่มเพื่อนกะมัน กูโม่ง
>>127 ถูก ! แม่งคือความเสือก+เรื้อนของกูเอง
--
และกูเพิ่งรู้ว่าไอ้คนหล่อมืออาชีพแม่งก็ร่วมก๊วน Destiny teller ด้วย เสียจัย จะสับนิยายเกมออนไลน์ของมันแต่มันซ่อนจนเหลือแค่ตอนเดียว

137 Nameless Fanboi Posted ID:WbhX0Az3xQ

>>135 มันเพิ่งปิดได้ไม่นานหรอก กูจำได้ว่าช่วงขึ้นรูปโปรดำยังไปส่องเฟซมันอยู่เลย

138 Nameless Fanboi Posted ID:9STHdMcZhY

>>137 ล่าสุดแม่งใช้รูปจอร์ดี้ ไอ้เด็กพระเอกหนังโป๊สายเย็บแม่เพื่อน สติมันยังดีอยู่ป่าววะนั่น 555

139 Nameless Fanboi Posted ID:iBy6DC8oNh

>>124 ถ้าอยู่นอกโม่งนี่กูโคตรคนดีย์เลยนะ แต่ความเหี้ยมันมาจากทุกทิศทางไง (อยากเหี้ยเหมือนกันแต่ต้อง keep look) เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกค้า สรรพล้วนเหี้ย

>>125 รู้ว่าโดนตามเสือกเลยปิดนั่นแหล่ะ >>127 ใช่เลยเพื่อนโม่ง มึงพูดถูก

>>128 ส่วนมึงนี่เป็นเพื่อนกับมันอยู่แล้วสินะถึงเข้าไปดูได้

>>129 เคร

>>130 โปรโมตให้พวกมึงเข้าไปดูฝีมือที่แท้จริงของมันไง จะได้เข้าใจว่ามันมีของหรือดีแต่แนะนำกลวงๆ

>>131 >>132 เหงาจริง กระทู้ก็วิ่งช้าลงเหมือนคนหนีไปทำอย่างอื่นกันหมดเพราะเบื่อที่โดนป่วน กูเลยต้องแอบมาสับนี่ไง

>>133 เตรียมตัวได้เลย เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

140 Nameless Fanboi Posted ID:90LVXJGhZI

https://my.dek-d.com/rinripupuririn/writer/view.php?id=2105858
อัพเดทนิยายโม่งล่าสุด6ตอน 374วิว 40เฟบ 20เม้นท์ (กูไม่ใช่คนเขียน) จะว่าไปกูเพิ่งนึกขึ้นได้ ถึงจะบอกว่านิยายแนวๆนี้คนอ่านเยอะจนกลายเป็น New Normal แล้วคนซื้อล่ะ? มันเยอะตามจำนวนคนอ่านจริงๆเหรอะวะ?

>>138 น้อนอาจจะเลิกเป็นคนกวนตีนแล้วหันไปเอาดีด้านความดากก็ได้นะ แบบน้อนNK

141 Nameless Fanboi Posted ID:WbhX0Az3xQ

>>140 ไอ่สัส ชื่อตอนแม่งเป็นเนื้อเพลงหมดเลยเปล่าวะ กิมมิกโม่งเพลงเหรอ เพลงจากตอนล่าสุดคือไอ้โม่งที่เขียนอายุแม่งไม่ใช่น้อยละ กูรอดูว่ามันจะหาเนื้อเพลงมาใส่ได้เรื่อยๆ หรือเปล่า 555555555555555

142 Nameless Fanboi Posted ID:TF1Hp79t7J

>>140 นิยายแนว ๆ นี้ที่ว่าคือแนวกาวซึ่งกูเข้าใจเอาเองนะว่าหมายถึงกาวที่คนแต่งดม กูอ่านมาแล้วไอ่ "วิธีการเอาตัวรอดจากเหล่าผู้กล้ามือใหม่แสนกระหายเลือดในฐานะสไลม์สุดคิ้วท์ 101" 6 ตอนเนี่ย ไอ่เช่ มุกตลกเกลื่อนเรื่องแต่เกือบทั้งหมดแป้ก ส่วนประกอบต่าง ๆ ของนิยายเช่นการบรรยายเอยแบ็คกราวด์ตัวละครเอยพังพินาศ คือโละทิ้งแล้วเหลือแต่ไดอะล็อกพูดคุยก็ยังได้ อารมณ์ตัวละครไม่ใช่แค่ไบโพล่านะเมิง แม่งเมาติโพล่าเลย เมาฉิบเปลี่ยนอารมณ์มั่วซั่ว ส่วนโลกและกฎเกณฑ์นี่ยังกะมีข้อตกลงรู้กันในใจระหว่างคนแต่งกับคนอ่านว่านี่เป็นโลกเกมออนไลน์เหมือนนิยายเรื่องอื่น ๆ ข้อความจากระบบเอยการทำพันธะสัญญาเป็นสัตว์เลี้ยงเอย เมิงเอ๊ย กูไม่แนะนำให้สับละเอียดเพราะเปลืองเวลา+ไม่มีคุณค่าทางอาหาร

143 Nameless Fanboi Posted ID:5+SN62oHDU

https://writer.dek-d.com/GODJI/writer/view.php?id=2091592

แฟนฟิคเกาหลี?

144 Nameless Fanboi Posted ID:5K.2rKIasF

>>142 กูขี้เกียจดีเฟนด์นิยายตัวเองเหี้ย ๆ เลยอ่า เอาเป็นว่ามึงว่าไงกูก็ว่าตามละกัน กูไม่ได้เน้นสาระ ไม่ได้เขียนนิยายที่มีคุณค่าสารอาหารเหี้ยใด ๆ เลย bg เรื่องต่าง ๆ คงจะมีในตอนต่อ ๆ ไป เพราะตอนนี้ยังไม่ได้พูดถึง พูดแค่สไลม์ไม่มีระบบกับตัว ก็คือสไลม์รับรู้อะไรแค่ไหน bg มันก็ออกแค่นั้น คือถ้ามึงไม่โอเคก็บาย ง่าย ๆ แค่นั้นเอง

145 Nameless Fanboi Posted ID:9STHdMcZhY

>>143 เอางี้เลยอ่อวะ โหดสาส

>>144 สำหรับกูมึงอยากแต่งไรก็เรื่องของมึง เพราะกูเสือกเรื่องคนอื่นมามากพอแล้ว 5555555555555

146 Nameless Fanboi Posted ID:5K.2rKIasF

>>145 ตามนั้น ปล่อยกูเขียนไปก่อน ผลเป็นไงกูจะมาสรุปในมุมมองกูอีกทีว่ากูได้อะไรบ้างจากการทดลอง

147 Nameless Fanboi Posted ID:N/E6IdRJrT

>>141 ใช่ กูอยากให้ชื่อตอนเป็นเพลง เพราะกูมาจากโม่ง และเรามีโม่งเพลง ภาวนาให้กูหาเพลงได้ทุกตอนด้วย

148 Nameless Fanboi Posted ID:R2s.BRNTxD

ฝากถึงโม่งสับ

สรุปวันนี้จะเอาไงกัน
สรุปทางไหนก็ไม่พ้นโดนด่า
ซ้ายมือก็มี ขวามือก็มี
เสียงลอยเข้ามา
จะเอาไงดี
ที่ทำไปแล้วก็ไม่พ้นคนว่า
ให้ตรงใจคน
ทำไงจะให้โดนทุกตา
ทุกทุกคนต่างคนก็จะเอา
เอาอย่างนั้นเอาอย่างงี้
ทุกทีมีแต่เสียงมีแต่เถียงมีแต่โวยแต่วาย เย เย เย
แล้วใครคนที่ทำมันก็ทำทำเข้าไป
ทุกทีมีแต่โดน
บ่นหูชาจนเบื่อ
แล้วก็โดนจนได้
เมื่อไหร่จะถูกใจพี่
เมื่อไหร่จะเปิดใจบ้าง
เมื่อไหร่จะมีสักครั้งที่เป็นอย่างใจ
ไม่มีความดีความชอบ
ไม่มีรางวัลจะมอบ
ไม่เคยต้องการหรอก ไม่ซ้ำไม่เติมก็ขอบใจ
เมื่อไหร่จะถูกใจพี่
เมื่อไหร่จะเปิดใจบ้าง
แค่อยากจะมีสักครั้งน้องขอได้ไหม
ไม่มีความดีความชอบ
ไม่มีรางวัลจะมอบ
ไม่เคยต้องการหรอก ใจเขาใจเรากันหน่อย
บางครั้งบางทีก็ปล่อย
แค่นี้ก็ดีจะตายไป
สรุปแบบนี้จะทำตามใคร
สรุปแบบไหนไม่โดนว่าโดนบ่น
หัวใจคนทำ
ซ้ำโดยคนดู
ไม่ให้ตายยังไง
จะเอาไงดี
ที่ทำไปแล้วก็ไม่พ้นคนว่า
ให้ตรงใจคน…

https://www.youtube.com/watch?v=T08qOtTL2Og

149 Nameless Fanboi Posted ID:JDGxSvNLjB

City Hunter 〜ai yo kienai de〜

Ai yo kienai de mou u um
I need you
Zutto sagashite'ta
Ai yo tomenai de mou u um
Kore ga saigo no Fall in love

asa ni nareba City light
itsu demo kiete-iku kedo
futari atta kono guuzen
kono mama daiji ni shitai yo

hiza wo kakaeru tame no
kinou made no ryoute
kyou kara wa otagai no
HA-TO wo nosete

Ai yo kienai de mou u um
I need you
Nido to mayowanai
Ai wo tomenai de mou u um
Hitomi mitsumete Fall in love

DOA no kazu ga fueru hodo ni
tonari wa tooku natte'ku ne
kaiwa ja nai kotoba dake wo
kawashite nagasarete-ita

anata dake wa watashi wo
wakatte kurete-ita
HONTO wa dare datte
samishii Lonely child

Ai yo kienai de mou u um
I need you
Zutto sagashite'ta
Ai yo tomenai de mou u um
Kore ga saigo no Fall in love

Ai yo kienai de mou u um
I need you
Zutto sagashite'ta
Ai yo tomenai de mou u um
Kore ga saigo no Fall in love

https://www.youtube.com/watch?v=-MW5WQwvLu8

150 Nameless Fanboi Posted ID:34A+/Sh+Lf

It's a God-awful small affair
To the girl with the mousy hair
But her mummy is yelling no
And her daddy has told her to go

But her friend is nowhere to be seen
Now she walks through her sunken dream
To the seat with the clearest view
And she's hooked to the silver screen

But the film is a saddening bore
For she's lived it ten times or more
She could spit in the eyes of fools
As they ask her to focus on

Sailors fighting in the dance hall
Oh man, look at those cavemen go
It's the freakiest show
Take a look at the lawman
Beating up the wrong guy
Oh man, wonder if he'll ever know
He's in the best selling show
Is there life on Mars?

It's on America's tortured brow
That Mickey Mouse has grown up a cow
Now the workers have struck for fame
'Cause Lennon's on sale again
See the mice in their million hordes
From Ibiza to the Norfolk Broads
Rule Britannia is out of bounds
To my mother, my dog, and clowns

But the film is a saddening bore
'Cause I wrote it ten times or more
It's about to be writ again
As I ask you to focus on

Sailors fighting in the dance hall
Oh man, look at those cavemen go
It's the freakiest show
Take a look at the lawman
Beating up the wrong guy
Oh man, wonder if he'll ever know
He's in the best selling show
Is there life on Mars?

https://youtu.be/AZKcl4-tcuo

151 Nameless Fanboi Posted ID:y+hC7.p5dJ

มึงจะให้ความสำคัญกับโม่งเพลงเหี้ยนี่ทำไมวะ มันยิ่งอยากมีตัวตน พวกเมิงก็คอยป้อนความสนใจให้มันเหมือนให้อาหารหมา แล้วชาติไหนมันจะหายหัวไปวะ เซงชิบหาย พวกเหี้ย เมิงเคยไหมพิมพ์อะไรยาวๆ ยังไม่ทันจบ ไอเหี้ยนี่โพสต์เนื้อเพลงแทรก ควย

152 Nameless Fanboi Posted ID:R2s.BRNTxD

>>151 มึงเป็นประมุขโม่งหรอ มาสั่งนั่นสั่งนี่อะ

ให้ของแถมซะหน่อย

https://www.youtube.com/watch?v=MATuu6SFWI0

อยากได้ก็ให้ หากไม่สูงเกินไป
อยากกลายไปเป็นดาว
แถมเดือนไป ขอให้เธอพอใจ
ฉันให้ได้เพียงเท่านี้
ต้องการแค่ไหน ก็จะให้เธอไป
ตอบแทนด้วยดอกไม้
ด้วยหัวใจอาจจะน้อยเกินไป แต่ให้ได้เพียงเท่านี้
ไม่เคยพอใจเลยสักที
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ
อาจใช่ อาจไม่ อาจจะค้างคาใจ
กรีดเลือดกรีดเนื้อ
ก็จะให้ไป ขอให้เธอพอใจ ฉันให้ได้เพียงเท่านี้
ต้องการแค่ไหน ก็จะให้เธอไป
ตอบแทนด้วยดอกไม้
ด้วยหัวใจอาจจะน้อยเกินไป แต่ให้ได้เพียงเท่านี้
ไม่เคยพอใจเลยสักที
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ
จะรักแค่ไหนไม่เคยพอ
(เธอต้องการมากไปกว่านั้น)
ดี และพร้อมก็ไม่พอ... เธอต้อง
(เธอต้องการมากไปกว่านั้น)
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ
บ้าบอ ฉันคงไม่บ้าพอที่จะรักคนที่บ้าบอ
ให้รักแล้วไม่เคยพออย่างเธอ

153 Nameless Fanboi Posted ID:9STHdMcZhY

กูควยดออิจิขอเอาชื่อเสีย(ง)ของปู่เป็นเดิมพันว่าแม่งชงเองตบเองหมด ยกเว้นไอ้คนแรกที่มาด่าเพราะสำนวนน่าจะเป็นคนอื่น

โดนด่า > ออกมาแก้เขิน > มีคนทักเรื่องกิมมิค > ออกมาคุยเรื่องเพลง > โพสเพลงเอง > ด่าโม่งเพลง(ตัวเอง)

Q.E.D.

154 Nameless Fanboi Posted ID:RJhs5eQnCC

>>153 เผลอๆพีค นักสืบดออิจิอย่างมึงนั่นแหละ ไอ้คนด่าโม่งเพลง และก็มาเนียน ถุยยย!!

155 Nameless Fanboi Posted ID:9STHdMcZhY

>>154 โม่งเพลงตัวจริงคงปวดหัว ทำไมพวกมึงชอบคอสเพลย์เป็นกูกันจังวะ เวลาโดนด่าแม่งดันมาด่ากูคนเดียวอีห่า

156 Nameless Fanboi Posted ID:5K.2rKIasF

>>153 ทำดีมากนักสืบควยคุง แต่กูไม่ได้ชงเองอ่ะดิ กูยังไม่เคยโพสต์เพลงในนี้เลย แค่คิดว่าเอาไปใช้เป็นชื่อตอนแม่งท้าทายตัวเองดี แต่ไอ้โวยวายหลังจากกูและเพลงน้านนน กระผมขอฟันธงว่าสลับมาชงเอง

157 Nameless Fanboi Posted ID:XFD1Yy6MEZ

หนูรักโม่งเพลง เขาทำให้หนูหายจากโรคมะเร็ง

158 Nameless Fanboi Posted ID:XFD1Yy6MEZ

พวกคุณก็เป็นโม่งเพลงกันได้นะค๊า

159 Nameless Fanboi Posted ID:9STHdMcZhY

อีกหน่อยจะไม่มีแล้วมู้สับ มีแต่แชร์เพลง โพสเนื้อเพลง อยากจะหาเสือกใครก็ทำไม่ได้ เพราะเจอแต่เนื้อเพลงเต็มมู้

160 Nameless Fanboi Posted ID:HtZ2GcYOxl

เรารักโม่งเพลง เพราะโม่งเพลงสอนให้เรารักประชาชวย

161 Nameless Fanboi Posted ID:R2s.BRNTxD

>>155 ใครๆก็เป็นโม่งเพลงได้

ปล.วันนี้คุณเป็นโม่งเพลงแล้วหรือยัง

162 Nameless Fanboi Posted ID:JDGxSvNLjB

#SAVEโม่งเพลง

163 Nameless Fanboi Posted ID:HtZ2GcYOxl

>>159 มึงก็อย่าไปซีเรียส กำหนดกฏเกณฑ์อะไรมาก ปล่อยใจเฮฮาไปบ้างก็ได้ ที่นี่มันแดนอนาอารยะ ใครอยากทำไรก็ทำ จะเสือก จะโทรล จะสับ จะเพลง เอาเลยเต็มที่ คนเราแม่งมีหลายมิติ กูก็โม่งสับ วันนี้กูจะเกรียนก็ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยวพอไอดีรีดึกๆ กูอาจจะมาสับก็ได้

164 Nameless Fanboi Posted ID:90LVXJGhZI

>>147 ใช้ๆไปเหอะ ลึกๆแล้วกูก็อยากทำลายกรอบห่าเหวอะไรในหัวกูบ้าง อย่างพวกชื่อตอนต้องสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง ศัพท์ที่ใช้ต้องดูอายุผู้อ่านด้วย (แต่ละเพลงมึงนี่เด็กต้องมีงงกันบ้างละวะ)​

165 Nameless Fanboi Posted ID:90LVXJGhZI

>>163 +1 โม่งไม่จำเป็นต้องสงบสุข ถ้าใจมึงสงบเอง

166 Nameless Fanboi Posted ID:5LslQrbGNL

โม่งเป็นที่ที่ชะละล้าาาาาา

167 Nameless Fanboi Posted ID:5K.2rKIasF

>>164 กูก็พยายามหาให้มันสอดคล้องนะ แต่เสือกรู้จักอต่เพลงเก่า ๆ เดะเอาลิ้งค์ใส่ท้ายตอนเป็นเรฟ

168 Nameless Fanboi Posted ID:tneRP3n7Dw

สืบเนื่องจาก >>>/webnovel/9247/32/ เจ้าของนิยายแม่งลบไปแล้ว
ยุบนิยาย https://my.dek-d.com/1927/writer/viewlongc.php?id=2058891&chapter=12
เรื่องใหม่ https://my.dek-d.com/1927/writer/viewlongc.php?id=2058891&chapter=13
หนีไปเขียนเรื่องใหม่ https://my.dek-d.com/1927/writer/view.php?id=2077984

อ่ะ ผลงานรวม https://my.dek-d.com/1927/writer/

169 Nameless Fanboi Posted ID:+JkKrC1b88

>>168 สักพักก็เปิดเรื่องใหม่ในแนวเดียวกัน ผลสุดท้ายไม่จบสักเรื่องเหมือนกูนี่แหละ 5555

170 Nameless Fanboi Posted ID:tNg1O6OgVZ

>>168 เห็นนิยายมันแล้วคิดถึงพวกโอตาคุสงครามตามงานคอสเลยไอ้สัส กูงงว่าผู้หญิงเรียนร.ด.ปี 3 เพื่อจะได้มีประวัติงามๆ ไปสมัครรร.นายร้อยคืออิหยังวะ ทหารหญิงหรือตำรวจหญิงในไทยไม่ได้รับกันเหมือนฝั่งรร.นายร้อยชายนะ แต่ใช้วิธีสอบบรรจุ รร.นายร้อยตำรวจหญิงอ่ะกูเคยเห็นประกาศรับสมัคร แต่รร.นายร้อยทหารเนี่ยยังไม่เคยมี กูเป็นงง ถ้าคนเขียนเป็นผู้ชายก็ให้ตัวเอกเป็นผู้ชายก็ได้นี่ จะเขียนจากฝั่งผู้หญิงที่ตัวเองก็ไม่เก็ทไปทำห่าอะไรวะ กูนึกว่าอีหิ่งที่เป็นพลทหารหญิงซะอีก

171 Nameless Fanboi Posted ID:mV0Tx/Ie+0

โม่ง!! เมื่อไหร่จะถูกใจพี่!! เมื่อไหร่จะเปิดใจบ้าง!! เมื่อไหร่จะมีสักครั้งที่เป็นดั่งใจ!!

172 Nameless Fanboi Posted ID:ZKinaSlZqv

>>171 เมิงลองนำเสนอสิ นิยายเมิงก็ได

173 Nameless Fanboi Posted ID:w.6pJ06B2m

>>172 ถ้ามาลงจริงล่ะมึงเอ้ย ทัวร์ลงแน่ๆ

174 Nameless Fanboi Posted ID:pBk68Y34Kp

>>144 กูว่าโม่งทดลองมันคงได้คำตอบแล้วแหละว่าทำไมบางเรื่องวิว/เฟบน้อยแล้วยังแต่งอยู่ ดูการตอบมันก็คือคำตอบนั่นแหละ

175 Nameless Fanboi Posted ID:q3wrE0SeId

>>171 ต่อให้เอานักเขียนซีไรต์มาเขียน มึงก็อย่าหวังอะไรเลย

176 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

ก่อนจะเริ่มสับกูขอพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในมู้ตอนกูไม่อยู่ก่อน

>>64 อ่านแล้วกูอยากได้วาร์ป เพราะคิดว่าที่แคปมาเนี่ยมันเหมือนจงใจล่อตีน คือตัดมาแค่อันที่สามารถสร้างความขัดแย้งได้อะ กูเองก็ไม่ได้ชอบนาซี แต่เท่าที่อ่านดูเนื้อความแล้วมันเหมือนตัวละครเอกกำลังนั่งคุยกับคนบ้า ถ้าตัวเอกมันไม่ได้คลั่งนาซีหรือชื่นชอบเสียเอง กูว่ามันก็พอหยวนๆ ได้อยู่ สำหรับไอ้คนบ้านี่คือนักเขียนจงใจเขียนให้มันเบียวอักษะชัดเจนน่ะแหล่ะ ที่กูอยากรู้คือตัวเอกตีสนิททำทีเป็นพวกเดียวกันไปเพื่อจะล้วงเอาข้อมูลอะไรกันแน่ นี่คือมองแบบไม่เกี่ยวกับเรื่องนาซี มองที่ปัจจัยเดินเรื่องในฉากเพียวๆ เลย

>>102 ถ้าเปลี่ยนจากแหวนเป็นนาฬิกานี่รู้สึกโคตรคุ้นเลยว่าอาจเกิดขึ้นกับประเทศแถวๆ นี้

>>103 มึงพูดได้ตรงประเด็นดีมาก เพราะนิยาย "จีนเตี๊ยะ-เจี๊ยะตีน" ที่เขียนโดยนักเขียนไทยส่วนใหญ่มันเป็นงี้จริงๆ แนวเดิม เส้นเรื่องเดิม ความผิดพลาดแบบเดิมๆ แต่เสือกมีคนอ่านและซื้อแพ็คเหมือนเดิมเช่นกัน wtf

>>115 ถ้ามีสมาชิกในแก๊งค์เล่นโม่งอยู่ด้วย ป่านนี้แม่งคงหลอนเกิดความหวาดระแวง แล้วพยายามหาตัวกูกันแล้วมั้งเนี่ย แต่ไม่ต้องห่วงนะ พวกแม่งไล่กูออกมาไม่ได้หรอก กูเนียนไปร่วมพูดคุยบ่อยๆ ไอดีก็ไม่ได้สร้างใหม่ เลยไม่มีความน่าสงสัยว่าเป็นไอดีสายลับ เจอกูแอบเจาะยางไปอีกนานแน่นวล

>>142 มึงไม่ชอบก็เป็นสิทธิ์ของมึง แต่กูดูออกว่าโม่งตัวนี้แม่งจงใจเขียนแบบไม่ได้คาดหวังอะแหล่ะ เป้าหมายเพื่อทดลองมันก็ชัดเจนอยู่นะ ตัวแปรต่างๆ ก็ดูไม่น่าจะเกิด error ขึ้นสักเท่าไหร่ มีอยู่อย่างเดียวที่กูห่วงคือ ถ้าน้องเกรียนดันชอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความอ่านง่ายของตัวนิยาย แล้วโม่งทดลองนี่มันเกิดมุกตันหรือความถี่ในการอัพลดลงเพราะคิดมุกไม่ทัน เกรงว่าการทดลองนี้จะมีอันเป็นไป ในการทดลองที่กูเคยทำเองปัจจัยสำคัญคือความต่อเนื่องว่ะ ถ้าคิดว่าแต่งเล่นๆ ว่างแล้วแต่ง แต่งแล้วอัพ สุดท้ายมันจะรู้สึกเหนื่อย เพราะความคาดหวังของน้องเกรียนมันมากระจุกกันเหมือนขี้ท้องเสียที่มึงต้องพยายามอั้นไม่ให้ราดตอนอยู่บนทางด่วน ถ้าโดนเรียกร้องมากๆ แต่ตัวเองดันเกิด writer's block ขึ้นมา เพราะไม่คิดว่านิยายแต่งเล่นๆ จะมาได้ไกลขนาดนี้ มันจะยิ่งเครียดจนแต่งไม่ออกเพิ่มเข้าไปอีก ตอนกูทดลองนะ กูแม่งแต่งเก็บไว้เยอะตอนสุดๆ แล้วค่อยลงเรื่อยๆ ผ่านไปพักใหญ่พอว่าวติดลมแล้วก็เกเรได้ อัพบ้างไม่อัพบ้าง หรือนานๆ อัพที คนก็ยังเยอะอยู่เลย ดังนั้นความต่อเนื่องในช่วงแรกนี่แหล่ะเป็นตัวแปรควยคุมที่สำคัญมากจริงๆ

>>167 จากเพลงที่เจอ คือแม่งอายุมากแต่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองแก่ (เหมือนกูเลย 555)

>>170 ทำเอานึกถึงพวกโอตาคุสวมบทบาทใช้ปืนขึ้นมาเลย เหมือนในคลิปนี้ที่แม่งสุดจริงๆ https://www.youtube.com/watch?v=xrvIfLh99K4

มาๆ สับนิยายกันดีกว่า นานๆ ทีก็จะได้สับแนวอื่นนอกจากแฟนตาซีด้วย

177 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

>>176

เรื่อง : 9 Core Online : มหาสงครามยึดโลกออนไลน์
นามปากกา : SilverPlus
ลิงก์ : https://my.dek-d.com/jeepsuper/writer/view.php?id=1033546
คำโปรย : เกมส์ออนไลน์ที่มีเป้าหมายอยู่ที่การยึดคอร์ แหล่งพลังงานสำคัญของโลกที่มีอยู่ด้วยกัน9 ชิ้น มันถูกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆทั่วโลกของเกมส์ ผู้เล่นที่ต้องหามันให้เจอ และเมื่อเจอแล้วก็ต้องปกป้องมันไว้ให้ได้
หมวด : ฟรีสไตล์ > เกมออนไลน์
จำนวนตอน : 356 ตอน
สถานะตัวเรื่อง : ยังไม่จบ [อัพเดตล่าสุด 20/5/58] --- ถือว่าเป็นยุคทองตอนปลายของแนวออนไลน์เลยทีเดียว

ชื่อเรื่องตรงตามมาตรฐานคือต้องมีคำว่าออนไลน์อยู่ในชื่อด้วย อยากเขียนภาษาอังกฤษทั้งทีช่วยใส่ใจรูปพหูพจน์หน่อยเหอะ แค่ตัว s ตัวเดียวก็ช่วยใส่ทีเถ้อะ หรือมึงจะตัดเลข 9 ออกไปก็ไม่กระทบเนื้อเรื่องหรอก คำโปรยนี่แม่ง...ไม่น่าสนใจเลย ข้อมูลนี้เอาไปเล่าในเรื่องก็ได้ คำโปรยควรถูกใช้ให้คุ้มค่ากว่านี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่เทียบเท่ากับคลิฟแฮงเกอร์ท้ายตอน (แค่มันมาอยู่บนปกก่อนเริ่มเล่าเฉยๆ) คือทำยังไงก็ได้ ให้โควต้าจำนวนตัวอักษรของส่วนคำโปรยทำให้นิยายมึงได้ไปต่อ นักอ่านอ่านแล้วเกิดความสนใจอยากลองเข้ามาอ่าน เป็นอาวุธชิ้นแรกที่สามารถใช้ลวงลูกค้าให้เข้ามาในร้านได้ ต่อให้อาหารที่ขายรสชาติหมาไม่แดกก็ตาม บางเรื่องใช้คำโปรยแค่ 2-3 ประโยคก็สร้างอิมแพ็คได้โหดสัส ไม่เหมือนเรื่องนี้ที่กูถือว่าค่อนข้างล้มเหลว

ภาพปลากรอบ อันนี้แหล่ะที่กูหมายถึงในคำใบ้ที่ 3 (ไม่เกี่ยวกับนมเลยไอ้เหี้ยโม่ง Oppai) เห็นครั้งแรกถึงขั้นหลอน สรุปว่าเน็ตกูช้าจนภาพโหลดไม่สมบูรณ์หรือกูง่วงจนมองภาพไม่ชัดวะ ขยี้ตาแล้วลองใหม่ก็แม่งเหมือนเดิม ตัวอักษรข้างๆ เล็กนิดเดียวกูยังอ่านได้ แล้วนี่รูปทั้งรูปทำไมเบลอสัสขนาดนี้ คือกูสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ตอนแรกเดาว่าอาจเป็นเพราะระบบนิยายมันเปลี่ยน จนทำให้รูปที่อัพไว้ในแกลเลอรี่มัน Full HD แบบนี้ ข้องใจขนาดลองกดไปดูนิยายเก่าของตัวเอง ปรากฏว่าแม่งไม่เกี่ยวเลย ปกย่อนิยายกูขนาดเป็น .jpg ก็ยังชัดกว่าอีก บางทีไอ้เงินบวกอาจเจอรูปนี้แล้วชอบมาก แต่หาเวอร์ชั่นที่ Resolution มันเหมาะกับกรอบปกนิยายเด็กดีไม่ได้ เลยใช้อันนี้แม่งเลย นี่แหล่ะคือที่มาของคำใบ้ที่ 3 เพราะกูไม่เคยเจอนิยายเรื่องไหนตั้งภาพประกอบปกที่ทำให้เสียสายตาพาโฟกัสพังขนาดนี้ กูเกิดความอิหยังวะขึ้นในใจเลยนะเว้ย

ใช้ปกรองประกาศอัพเดตนิยายใหม่แนวทะลุมิติ (อ่อ... ช่วงนั้น isekai กำลังมาพอดีนี่หว่า) ซึ่งก็เป็นนิยายของแม่งเอง พอกระแสอะไรมาก็คว้าโอกาสเพื่อไม่ให้ตัวเองตกรถทันที ข้างล่างมีความเป็นมาเล่าถึงตัวพระเอกที่โคตรจะ lnWzA007 ตามเคย โม้ไว้ว่าเทพมาก แต่จำใจต้องใช้สกิลรีเซตตัวเองกลับไปเวล 1 หลังพยายามทำเควสคุ้มกันเด็กหญิงจนโดนเพื่อนในกิลด์รุมฆ่า ตามด้วยกิมมิคประจำอย่างการใส่ภาพจากอนิเมะ ชื่อ และนิยามสั้นๆ ของตัวละครในเรื่อง (ขยันหารูปตัวละครมาก แต่ปกนิยายมึง fucking SD 144p เนี่ยนะ) ตามด้วยขั้วอำนาจสามฝ่ายในเกม Talk เกี่ยวกับความเป็นไปของนิยาย อ่านแล้วรู้สึกหมั่นไส้ดี มีความ Getsunova ประมาณ "ออกทะเลแล้วแต่ไม่ได้ออกทะเล" อ้างว่าเดินเรื่องลำบากเพราะก่อนจะมีสงคราม ก็ต้องได้คอร์มาใช้กันครบๆ ก่อน สรุปคือมึงอยากเล่าอ้อมโลกให้พอใจแล้วถึงค่อยเข้า War Arc งั้นสิ อันนี้ไม่ใช่แวะเยี่ยวธรรมดาแล้ว แต่เป็นแวะไปเยี่ยวที่ต่างประเทศเลยทีเดียว

ปกรองส่วนสุดท้ายเป็นรายชื่อตัวละครที่ใส่มาเยอะเหมือนกลัวว่านักอ่าน (และตัวเอง) จะลืม

178 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

>>177

ตอนที่ 1 : 9 core online ตอนที่1 ปกป้องสาวน้อย

เปิดเรื่องด้วยการเอาคำโปรยมาเล่าขยายเหตุการณ์ ถามว่าผิดไหม... ไม่ผิดเลย แต่ฝีมือนักเขียนแม่งห่วยแตด ในคำโปรยว่าไม่มีอะไรแล้ว ในเนื้อหาคือไม่มีอะไรยิ่งกว่า ในความยาวระดับหมอยหมาแค่นี้ ยังทำให้กูรู้สึกน่าเบื่อได้ สอบตกเลยไอ้เงินบวก นิยายออนไลน์กับการเปิดเรื่องมาด้วยเหตุบางอย่างที่บีบให้พระเอกจำต้องพ่ายแพ้แบบไม่สามารถตอบโต้อย่างสูสีได้นี่คือกูเข้าใจนะว่าอยากปูความเป็นมา แต่ชั้นเชิงการเล่าของมึงมันยังไม่ถึงขั้น ถ้าเลือกจะสปอยเนื้อเรื่องช่วงแรกในปกรองไปแล้ว มึงควรเริ่มเปิดฉากด้วยอะไรที่น่าสนใจกว่านี้ ถ้าพวกมึงที่อ่านอยู่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในตอน สาระมันมีแค่หัวกิลด์พระเอกสั่งให้คนฆ่าเด็กหญิงเพราะเป็นเควสเพื่อยึดคอร์ (ไอเท็มแรร์โคตรดีในเกมที่มีอยู่เพียง 9 ชิ้น) พระเอกพยายามปกป้องเด็กด้วยการเก็บคนในกิลด์ไปร่วมร้อย จนสุดท้ายสมาชิกอันดับ 3 ของกิลด์ก็มาจัดหนักพระเอกด้วยคอร์อันดับ 2 ดาบสิ้นโลก the end ที่เงินบวกทับศัพท์ว่า เดอะเอน (เอนอะไร เอนตัวลงนอนเหรอ) ตอนนี้คือเรายังไม่รู้ว่าทำไมพระเอกฉายา "หน้าแดง" ถึงไม่อยากให้ฆ่าเด็ก ในขณะที่ "เหล็กดำ" ใช้ดาบเดอะเอนยิงพลังเข้าใส่ ไอ้หน้าแดงกดใช้งานสกิลบางอย่างจนหายตัวไปจากพื้นที่แล้วก็จบตอน

ต่อไปนี้เป็นคำถาม ... กราฟความน่าสนใจของนิยายในบทแรกควรเป็นอย่างไร เมื่อเอาไปเทียบกับคำโปรย คำตอบทั่วไปน่าจะเป็น "ต้องน่าสนใจกว่า" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับนิยายเรื่องนี้คือ คำโปรยน่าเบื่อตามด้วยบทที่ 1 ซึ่งถูกสปอยไว้บนปกรอง ผลที่เกิดขึ้นคือ มึงอ่านข้อความน่าเบื่อ 2-3 ประโยคที่ถูกขยายให้ยาวขึ้นประมาณ 1 หน้า A4 ดังนั้นทุกอย่างมันเลยกลับตาลปัตร จากที่ควรได้พบกับสิ่งที่สามารถเพิ่มความสนใจให้มึงได้ มึงกลับต้องมาอ่านในสิ่งที่มึงรู้ไปแล้วก่อนหน้านี้ สมองมนุษย์ลึกๆ นั้นต่อต้านความจำเจของข้อมูล เหมือนที่พวกมึงท่องจำบทเรียนแทบตายแล้วจำไม่ได้สักที แทนที่บทแรกจะเป็นสิ่งที่สร้างความสนุกหรือทำให้ติดใจอยากอ่านเพิ่ม มันกลับทำให้สมองต่อต้านแล้วอยากข้ามไปอ่านบทต่อไป นี่จึงเป็นครั้งแรกที่กูเจอนิยายสไตล์ขุดหลุมฝังตัวเองเหมือนกับเจ้าของเรื่องเป๊ะๆ สำหรับใครที่คิดว่าอยากเปิดเรื่องแบบนี้ ถ้ามั่นใจว่าตอนที่ 2 จะเอาอยู่ก็ให้ลองกู แต่ถ้าตอนถัดไปยังคุณภาพเท่าเดิมหรือห่วยกว่า ก็บอกลากลุ่มผู้อ่านส่วนใหญ่ได้เลย

ตอนที่ 2 : 9 core online ตอนที่2 ตะวันเริ่มทอแสง

ตัวเอกที่ชื่อ "ตะวัน" ตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาล ฟื้นปุ๊บก็โดนเจ้าหน้าที่ชื่อ "น้ำ" พยายามยัดเยียดความผิดเกี่ยวกับการลวนลาม AI อายุต่ำกว่า 18 ปีให้ คือกูงงมากเลยว่าอะไรทำให้น้ำโกรธแค้นพระเอกนักหนาวะ แค่โผล่มานอนสลบในตรอกเมืองเริ่มต้นพร้อมเอไอโลลิ แค่นี้น้ำก็จะจับไอ้ตะวันยัดคุกแล้วเหรอ นิสัยแม่งไม่มีที่มาที่ไปมาก วีนแตกแบบไม่มีเหตุผล ไม่แม้แต่จะถามว่าเป็นไงมาไง พอน้องเอไอชื่อ "เอมมี่" โผล่มายืนยันว่าพระเอกช่วยตัวเองไว้จริงๆ น้ำก็แม่งไม่เชื่ออีก ขนาดมีน้องโลลิทวินเทลชื่อ "ยูโก๊ะ" มาช่วย Tell ว่าพระเอกดูเป็นคนดีไม่น่าจะทำรุ่มร่ามกับเอมมี่ น้ำก็ยังยืนยันคำเดิมว่าพระเอกแม่งเป็นพวกไคร่เด็ก เกลียดพระเอกถึงขั้นพยายามวางแผนฆ่าก่อนจบตอน อันนี้คือไม่ได้แย่แค่ในระดับสร้างตัวละครหญิงไม่สมจริงแล้วนะ แต่มันเลวร้ายไปถึงขั้นสร้างตัวละครไร้สามัญสำนึก ขาดสติ ไม่มีเหตุผล มองอะไรด้านเดียว และยึดมั่นใจความคิดตื่นเขิน จนกลายเป็นตัวละครที่ถูกเกลียดได้ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหากทำตัวจังไรแบบนี้ ว่าแต่... ยูโก๊ะนี่ชื่อคนจริงดิ

179 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

>>178

ตอนที่ 3 : 9 core online ตอนที่3 ชวนเข้ากิลด์

ตะวันอยู่ในห้องพักผู้ป่วย มองดูน้องเอไอกับยูโก๊ะเล่นด้วยกันเหมือนกัน มีการถักเปียกให้เป็นทวินเทลแล้วสอนให้หมุนตัวจนผมกลายเป็นใบพัด (แน่ใจนะยูโก๊ะว่านี่คือความคิดของคนอายุ 18 แล้ว) โมเอะพร่ำเพรื่อไม่ดูเวลา นักเขียนถ้าไม่มีเฟติชโลลิก็ต้องดูอนิเมะมากจนฉากโมเอะฝังหัวไปแล้ว ระหว่างปล่อยให้โลลิปลอมเล่นกับเอไอโลลิ ไอ้ตะวันเปิดหน้าจอสเตตัสของตัวเองขึ้นมาดู แล้วอธิบายว่าที่ทำไปก่อนหน้านั้นคือการกด "จุติ" ตัวเองให้กลับมาเป็นเวล 1 แลกกับการหายไปของเลเวล ไอเท็ม และสกิลทั้งหมด แบบนี้มันไม่ใช่การจุติแล้ว แต่เป็นกดรีเซตตัวละครเหมือนลบแล้วสร้างใหม่ต่างหาก ถ้าคิดว่าการลบตัวละครทิ้งเพื่อให้โดนวาร์ปไปเมืองเกิดสามารถช่วยเอไอได้ นักเขียนแม่งต้องไม่เคยเล่นเกมออนไลน์จริงๆ มาก่อน หรือเอาให้เหี้ยกว่านั้นก็คือไม่เข้าใจตรรกะของการ "รีเซต" ด้วยซ้ำ เพราะถ้าหายหมดทั้งเวล เงิน และไอเท็ม นั่นแปลว่าเควสที่รับมาควรหายไปด้วย อีกอย่างคือระดับเลเวลที่ต้องการเพื่อรับเควสจะตกเงื่อนไขโดยอัตโนมัติทำให้เควสล้มเหลว น้องเอไอก็ควรจะหายไปไม่ใช่มาเล่นปั่นลูกข่างกับยูโก๊ะแบบนี้

พักนึงน้ำก็เดินเข้าห้องมาถามว่าพระเอกลวนลามยูโก๊ะรึเปล่า น้องโก๊ะตอบแบบใสๆ ว่าไม่นี่ค่ะ เขาใจดีเป็นสุภาพบุรุษนะ กูแม่งเอามือกุมหัวแบบไม่กลัวไวรัสเลย Tell ได้แข็งโป๊กซื่อตรงเหมือนเอาไม้บรรทัดมาทาบปากพูด อีกน้ำนี่ก็วีนเหมือนปวดท้องจนเมนส์ไหลย้อนขึ้นมาที่คอหอย ดูยังไงก็ไม่ไว้ใจพระเอกเลย คือกูเข้าใจนะไอ้ประเภทอยากสร้างตัวละครซึนเดเระที่เกลียดก่อนแล้วหลงทีหลังเนี่ย แต่มึงต้องเข้าใจด้วยว่ามันมีศิลปะของการเว้นระยะห่างและสร้างความเข้าใจผิดเพื่อให้ตัวละครเกิดการพัฒนาด้านความสัมพันธ์ตามระยะเวลาที่เดินเรื่อง ไม่ใช่โผล่มาก็เกลียดแบบไม่สนหีแตดแบบนี้ ซักพักน้ำพาตัวไอ้ตะวันไปเจอหัวหน้ากิลด์ คำแรกที่ทักคือ "มาแล้วเหรอนักกินตับเด็ก" พวกมึงดู... ใครเขาทักทายกันแบบนี้วะ กูแม่งเป็นงืด อีน้ำนี่ก็พยายามใส่ไฟเหลือเกินว่าไอ้พระเอกแม่งเหี้ย ให้เราปกป้องเอไอน้ำเอมมี่ไว้ให้ได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ก่อนจบตอนอยู่ดีๆ หัวกิลพิราบขาวก็บอกว่าอยากได้พระเอกมาเป็นลูกกิลด์เฉยเลย

ตอนที่ 4 : 9 core online ตอนที่4 ตอบตกลง

สรุปเนื้อเรื่องให้ฟังง่ายๆ แล้วกันเพราะตอนสั้นจุ๊ดจู๋ เริ่มที่หัวกิลด์บอกว่าจู่ๆ คนวิเศษอย่างนายก็โผล่มา มาเข้ากิลด์ฉันเถอะ ไอ้ตะวันที่รู้ว่ากิลนี้ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับกิลด์เก่าก็ตอบตกลงทันที (คือมีกิลด์ก่อน แล้วกิลด์ค่อยเลือกว่าจะเข้ากับฝ่ายไหนใน 3 ฝ่ายหลัก) อีน้ำโมโหคิดในใจว่าจะไล่พระเอกออกกิลให้ได้ ที่ทนเขียนเยอะไม่ได้ ไม่ใช่อะไร คำผิดกับคำฟุ่มเฟือยเยอะ แถม คะ/ค่ะ ผิดทุกที่ ย้ำว่า >> ทุกที่ << เยอะชนิดที่ครูภาษาไทยโรงเรียนมึงถึงกับต้องร้องไห้แน่ๆ

ตอนที่ 5 : 9 core online ตอนที่5 แม่บ้านเอไอที่น่ารักที่สุด

ตามชื่อตอนเลยเพื่อน แนะนำว่ามีเอไอแม่บ้านชื่อ "มากิ" มาทำความสะอาดห้องให้ตะวัน ผ่านไปครึ่งตอน (หรือครึ่งหน้า A4) อีน้ำโผล่หน้ามาทำให้รู้สึกคันตีนอีกแล้ว มาถึงก็กระซิบถามว่าโดนไอ้ตะวันลวนลามรึเปล่า น้องเอไอก็บอกว่าเปล่าคะ ตรงนี้ไอ้ตะวันรู้ไต๋ว่าอีน้ำจะไม่ทำตัวเป็นน้ำพุเมนส์ต่อหน้ามากิ เลยคิดว่าจะใช้มากิเป็นโล่เวลาอีน้ำพุเมนส์อยู่ใกล้ๆ จบตอนด้วยการอวยความไฮเทคของประตูว่าเปิด-ปิดเอง เมื่อเจ้าของห้องเดินเข้ามาใกล้ กูแม่งไม่รู้ว่าพูดยังไงดีเลย

180 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

>>179

การบรรยาย : บทแรกดูดีสุด สำนวนภาษาผสมกันระหว่างแฟนตาซี ไซไฟ และกำลังภายใน จนดูคล้ายนิยายจีนเตี๊ยะเรื่องอื่นๆ ที่เคยสับมา ทว่าพอเข้าบทที่ 2 สำนวนแม่งกลายเป็นอนิเมะฮาเร็มชิทไปในทันที การสื่อความอยู่ในระดับอ่านแล้วเข้าใจแต่ไร้ซึ่งความสละสลวย (ยกเว้นตอนแรกสุดที่กลิ่นแม่งจีนๆ) หลังจากตอนที่ 1 จบลง เรื่องนี้ก็เหมือนเป็นไลท์โนเวลที่ถูกแต่งขึ้นแบบลวกๆ แต่ละตอนเน้นเล่าถึงตัวละครใหม่และความโมเอะของตัวละครนั้น มีความปูทางเพื่อให้ไปสู่ฮาเร็มรูทที่มีเอไอเด็กหญิงโลลิเป็นสมาชิกคนแรกสุด คำผิดค่อนข้างเยอะ มีผิดผสมกันทุกอย่างทั้ง สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ มีทั้งแบบหาย เกิน และใช้ผิดเสียง ในบทบรรยายเจอการใช้คำผิดความหมาย หรือคำขยายฟุ่มเฟือยเป็นพักๆ ดูแล้วไม่น่าใช่สไตล์แต่มาจากความโง่ของแท้

ตัวละคร : พระเอกสไตล์ you dense MTFK เป็นกลุ่มตัวอย่างสำคัญของพวก typical harem MC โม้ไว้ว่าเทพสัสอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ดันเป็นพวกก้มหัวให้ผู้หญิงหรือทำตัวไก่อ่อน ดูจากปฏิกิริยาเขินอายต่อมุกทะลึ่งแล้วแม่งก็คงเป็นสายกินพืช ปักธงเรื่อยไปแต่ไม่ยอมเย็บ ตัวละครอื่นๆ อยู่ใน role ของตัวเองหนักแน่นเกินไปจนผิดธรรมชาติ ยิ่งดูยิ่งเหมือนกำลังเล่นเกมพวกวิชวลโนเวลจีบสาวทั้งหลาย ใครอยู่ role ไหนนิสัยยังไงก็เป็นงั้นสุดๆ แม่บ้านก็อาราอร่า โลลิก็เอาแต่แจกความฝรดไฝร๋ อีน้ำก็พ่นเมนส์เรี่ยราด มันเป็นความแบนแบบหนึ่งของการออกแบบตัวละคร เพราะมันอยู่ในกรอบของบทบาทตัวเองมากเกินไปนั่นเอง สิ่งเดียวที่กูงงคือ ทำไมตัวประกอบชายทั้งหลายแม่ง ออกแบบได้ดีมีสไตล์จนน่าตกใจจังเลยวะ

เนื้อเรื่อง : 5 ตอนผ่านไปยังไม่มีเหตุการณ์อะไรพีคๆ เดินเรื่องช้าสัสซึ่งอาจเป็นเพราะตอนนึงสั้นเป็นหมอยหมา กราฟอีเวนท์แบนราบเหมือนคนไข้หมดลมหายใจในห้องไอซียู คือแม่งยังไงดี ตอนแรกนี่เขียนขยายสปอยบนปกรอง หลังจากนั้นคือเปิดตัวตัวละครมนุษย์เมนส์ที่ทำให้คนอ่านเกลียด บทถัดมาเป็นการชวนเข้ากิลด์ที่ฟังดูไม่มีที่มาที่ไป ที่บอกว่าวิเศษของหัวกิลด์นี่ โนวิทกากเลเวล 1 ไม่มีความสามารถในการรบใดๆ นอนสลบเอามือจับนมโลลิ = เป็นคนที่วิเศษเหรอวะ กูเข้าใจอะไรผิดอยู่รึเปล่า หรือจารีต ขนบ ในนิยายเรื่องนี้แม่งเป็นโลกต่างมิติ ทำไมทุกอย่างมัน nonsense ไปหมดลยวะ บทถัดมาก็มี loli bait อีก ต่อด้วยเอไอแม่บ้านนมใหญ่ สมองกูเริ่มไม่ไหวแล้วนะ

จูนๆๆๆๆ เอาใหม่ๆ ... นักเขียนพยายามใช้มุกทะลึ่ง มุกเฉพาะทางของอนิเมะ เพื่อให้เรื่องดูสนุกแต่ดันฝีมือไม่ถึง เพราะยิ่งอ่านยิ่งเกิดความ "อืมๆ แล้วไงต่อะ" มากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นคนที่แต่งนิยายแย่จนออกมาเป็นนิยายภาพ คล้ายให้คนนั่งดูอนิเมะแล้วเขียนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอภาพ มีเส้นเรื่องบางเบาว่าพระเอกของเราอยากปกป้องน้องเอมมี่ แต่ไม่บอกสักทีว่าปกป้องไปเพื่ออะไร ทำไมอยากทำแบบนั้น อะไรคือเหตุผลให้ทุ่มทุนถึงขั้นรีเซต progress ทั้งหมดของตัวละครทิ้ง ยอมทำแม้แต่การทรยศและต่อต้านกิลด์เดิมของตัวเอง (ถ้าสุดท้ายดันบอกว่าเพราะน้องเอไอน่ารักเฉนๆ มึงก็สมควรโดนสะบัดควยตบหน้า) สำนวนการเล่าและอารมณ์ในเรื่องเอื่อยเฉื่อยมาก รู้สึกเฉยๆ ไปเสียหมด น่าเบื่อชวนง่วง ถ้าไม่ใช้โอตาคุชอบอะไรโมเอะๆ หรือเป็นอนิเมะเลิฟเวอร์ไม่มีทางไปต่อได้ไกลแน่นอน

จุดเด่น : ภาพปกย่อของนิยายความคมชัดระดับ Ultra FHD (Fucking Hell Dick) 144p

จุดด้อย : อย่างแรกที่สมควรโดนมากๆ คือ นะค่ะ/ใช่ไหมค่ะ/รู้แล้วคะ/ได้คะ กูอ่านเจอพวกนี้แล้วกำหมัดรัวๆ กำจนเล็บจะทะลุขึ้นมาบนหลังมือแล้ว คำผิดก็บานเบอะ เวอร์ชั่นปัจจุบันนี้คือนักอ่านเขามาแก้ให้เยอะแล้วนะ (แต่ก็ยังเจอผิดอยู่ดี) การออกแบบนิสัยตัวละครที่ทำให้ถูกเกลียด รวมไปถึงการจัด role ที่อยู่ในกรอบเกินไปจนเหมือนเกมจีบสาว เล่นมุกเกี่ยวกับโลลิซ้ำซากจนทำให้เกิดอคติกับตัวนักเขียนว่าแม่ง Pedo แหงๆ อ่านไป 5 ตอนแล้วยังไม่รู้สึกว่าเป็นนิยายออนไลน์ (เหมือนเป็นนิยายฮาเร็มที่อ้างว่าเป็นออนไลน์มากกว่า) กากเดนในความเป็นนิยายออนไลน์เพราะขาดทั้งความเข้าใจ และการวางระบบที่ส่งผลต่อความสมจริงของตัวเกม เซตติ้งไม่ชัดเจนต่อให้เป็นในโลกเกมก็ไม่มีการอธิบายความต่างของแต่ละเขตด้วยซ้ำ (มัวแต่ไปย้ำเรื่องชุดเดรสลูกไม้ของเอไอโลลิแทน) ฉากหลังส่วนใหญ่นอกจากลานต่อสู้ช่วงแรกคือห้องบนยานประจำกิล การพยายามแทรกข้อมูลต่างๆ เข้าไปเขียนอธิบายกลางตอนโดนไม่สนหีแตดใดๆ การใช้ภาพแนะนำตัวละครจากอนิเมะ และความเมนส์ภูเขาไฟระเบิดของอีดอกน้ำ

คะแนน : 2.9/10 (มาจากความไม่เถียงคนอ่าน 1 ความขยันแต่ง 1 กับการออกตัวว่าแต่งไม่เก่งอีก 0.9) -- ถือต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อเทียบกับนิยายออนไลน์เรื่องอื่นๆ

181 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

>>180

ความเห็นส่วนตัว : ขอแบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้

[เกี่ยวกับนิยาย] ทีแรกตอนที่อ่านคำแถ-ลงการณ์ของไอ้เงินบวกตรงปกรอง คิดว่ามันอาจจะมีการเล่าเรื่องที่อ้อมไปอ้อมมาบ้าง แต่ไม่คิดว่ามันจะเดินเรื่องช้าและมัวไปโฟกัสกับเรื่องไร้สาระอย่างไวฟุเบททั้งหลายถึงขนาดนี้ ตัวนิยายเป็นนิยายฮาเร็มที่เนียนเอายี่ห้อแนวออนไลน์มาแปะทับ 5 ตอนผ่านไปยังไม่มีอะไรเกี่ยวกับเกมเพลย์นอกจากหน้าต่างสเตตัสที่เป็น tablet โฮโลแกรม 3 มิติล้ำๆ ไปเลย (แม่ง ฮิตกว่าที่เควี่ย) ตัวละครชื่อน้ำนี่ ถ้าไปอยู่ในกันดั้มซี๊ดมีหวังอายุไม่ยืนแน่ๆ (เพราะจะโดนโหวตแบบน้องเฟลย์ชัวร์ป้าบ) เนื้อหาในตอนแรกทำให้นิยายหมดความน่าติดตามยังไม่พอ สาระสำคัญที่จะสื่อดันแทบจะไม่มี ความคืบหน้าก็ช้าเป็นเต่าเมาเนื้อ ตั้งชื่อตอนแบบสรุปเหตุการณ์ (ไม่ควรทำ) ไม่มีความน่าติดตามแบบบทต่อบท (ไม่มีคลิฟแฮงเกอร์) เล่าเรื่องแบบเรื่อยๆ ไม่มีความพีคของเนื้อหา เพราะเล่าไปแบบสักแต่ว่าอยากเล่าโดยไม่คิดจะพึ่งพาเทคนิคใดๆ นอกจาก waifu bait ใน role ต่างๆ เส้นเรื่องจืดจางรู้แค่ว่าเจ็บใจโลลิโดนรังแก ข้าจะเผากิลด์เดิมให้มันวอดวาย 5 ตอนผ่านไปยังออกจากฉากใหญ่ที่ 2 ไม่ได้ คือหลังหนีจากสมรภูมิมาได้ก็คือเห็นแต่อยู่บนยานกิลด์ เขียน คะ/ค่ะ ผิดจนอยากไล่ไปเรียนภาษาไทยใหม่ ใช้ไม้เอกสลับกับไม้โทรัวๆ เช่น เปลี้ยนแปลง ใบหน่า ถ้าเป็นเด็กน้อยอ่านอะไรมาไม่มากอาจพอตื่นเต้นกับนิยายเรื่องนี้ได้ แต่สำหรับนักอ่านที่ระดับสูงขึ้นมาจากนั้นแม้เพียงนิดเดียว ย่อมเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าห่วยบรม

[เกี่ยวกับนักเขียน] มีโม่งพูดถึงไปแล้วว่าชอบไปโชว์ภูมิในบอร์ดบ่อยๆ เขียนอะไรไม่รู้ยาวๆ พอมีคนมาแย้งหรือ correct ก็แม่งกด edit เฉย (เรียนจบสำนักเดียวกันกับไอ้เทพแต๊สมาใช่ไหม ตอบ!) เวลามีกระทู้ถามว่าแต่งนิยายเพราะอะไร ไอ้เหี้ยนี่จะโผล่หัวเข้าไปพูดอย่างไม่อายว่า "อยากดัง" คือแต่งนิยายด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่คิดว่าจะช่วยให้ตัวเองมียอยวิวเยอะขึ้นได้ หลายหนก็เคยเจอคนตอกเสียหน้าหงาย เงิบแดก ไม่สามารถเถียงสู้เขาได้ จนต้องเฟดตัวเองออกมู้ไปอย่างเงียบๆ มีการโชว์ตรรกะประหลาดหลายรอบ กูอ่านแล้วอิหยังวะรัวๆ ด้วยความที่คาดไม่ถึงว่ามันจะกล้าพิมพ์อะไรโง่ๆ แบบนี้ออกมา พอกระแสตีกลับบางทีแม่งก็ลบความเห็นทิ้งไปเลย แต่ต่อให้มันเป็นคนอย่างนี้ก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่พวกมึงต้องยอมรับ นั่นคือไอ้เงินบวกเป็นคนที่ทันข่าวและเก่งด้านการเกาะ, โหนกระแส เรื่องนี้มาพร้อมข้อเสียร้ายแรงอย่างนึง นั่นก็คือมันพร้อมจะเทเรื่องเดิมได้ทันทีหากกระแสตอบรับไม่โอเค หรือดันมีแนวใหม่ที่จู่ๆ ก็ฮิตโผล่มา

สิ่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของสำนวน "น้ำขึ้นให้รีบตัก" แต่น่าเสียดายที่ความทันตลาดเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะใช้ในการสร้างนิยายดีๆ ขึ้นมาได้ เพราะมันต้องการทั้งความคิดสร้างสรรค์, จินตนาการ (ความมโน) และฝีมือจากการฝึกฝนกระกอบกันเข้าไปด้วย เทียบให้เห็นภาพก็เหมือนช่วงที่คนเทยฮิตการดื่มชาเขียวจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ต่อให้มึงพยายามชงชาเขียวมาขายตาม มันก็ไม่ได้แปลว่ามึงจะขายดีเหมือนเจ้าอื่นๆ และเรื่องนี้เองคือประเด็นที่กูจะพูดต่อ

182 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

>>181

ตามที่กูไปไล่ดูสถิติในส่วน Writer ของมันมาคือมียอดต่างๆ เป็น 408,000 วิว 2,800 เมนต์ กับ 10,700 เฟ้ฟ ดูเหมือนจะเยอะใช่ไหม แต่กูจะบอกอะไรให้นะ ไอ้ยอดวิวที่พวกมึงเห็นเนี่ยส่วนใหญ่มันได้มาเพราะนิยายแนวนั้นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นสัสๆ ขอแค่อยู่ในหมวดเดียวกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไร นักอ่านก็พร้อมจะให้โอกาสแวะเข้าไปลองดู (แม้ปกนิยายมึงจะ 144p ก็ตาม) แล้วยอดเมนต์เนี่ยกว่าครึ่งแม่งเป็นเมนต์เชิงลบหรือเมนต์แก้ไข่คำผิดด้วย เรื่องเฟ้ฟนี่ที่มันมาแตะถึงหมื่นได้ เพราะไปกระจุกกันอยู่กับนิยายต่างโลกทั้ง 2 เรื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติมากที่จะถูกเฟ้ฟไว้อ่านต่อ ถ้าพวกมึงอยากเห็นความจริง กูจะเอานิยายของเพื่อนกูที่เป็นแนวออนไลน์เหมือนกันมาเทียบให้ดู จะได้รู้ว่ายอดวิวในยุคออนไลน์ฟีเวอร์นั้นแม่งเฟ้อขนาดไหน

นิยายเพื่อนกูกับนิยายเงินบวกเปิดเรื่องในช่วงปี 57-58 เหมือนๆ กัน แต่ยอดวิวปัจจุบันของไอ้เงินบวกคือราว 110k ทั้งๆ ที่แต่งไปแล้ว 300+ ตอน ในระยะเวลารวม 6 ปี ถ้าให้พูดแบบไม่ซึนเดเระเลย คือมันต่ำมาก ต่ำจนน่าอายเพราะเพื่อนกูแต่งนิยายครั้งแรก เรื่องแรก แนวออนไลน์ สามารถทำยอดวิว 400k (และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) ได้ภายในเวลา 8 เดือนครึ่ง นี่จึงเท่ากับว่าเพื่อนกูใช้เวลาขึ้นสู่ยอด 110k ภายในเวลาเพียง 2 เดือนนิดๆ เท่านั้น การเปรียบเทียบนี้ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้แค่ 2 ทาง คือถ้าไม่ใช่เพื่อนกูโครตเก่งก็เงินบวกโคตรกาก พวกมึงคิดว่าเป็นแบบไหนล่ะ

ใจกูอยากให้พวกมึงมาลองอ่านเองว่าคุณภาพนิยายของไอ้นี่เป็นยังไง จะได้เข้าใจว่ามันไม่ถึงกับแย่แต่ก็ยังไม่ผ่านเหมือนกัน ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกถึงความคิโม่ย ความวีป เพราะเดินเรื่องเหมือนอนิเมะเน้นฮาเร็มเกรดบี คือมันยังไม่สามารถสร้างความสนุกได้จริงๆ อะ แล้วไอ้เรื่องมุกพี่หมี มุก FBI ที่มันชอบเล่นสมัยก่อนอีก ดูยังไงก็แม่งเป็นพวกโลลิค่อนชัดๆ ถ้าพวกมึงยังไม่แน่ใจก็ให้ลองอ่านสับอันนี้ดู แล้วจะรู้ว่าเมื่อความอยากดังมารวมกับความเพโด แล้วถูกถ่ายทอดโดยคนที่มีฝีมืองั้นๆ งานมันจะออกมาเป็นยังไง https://fanboi.ch/webnovel/3388/86/ (อันนี้คือที่เซฮุนสับอีกเรื่องของมันไว้)

ใครมีความคิดเห็นยังไงก็ลองเพิ่มเข้ามาได้ เผื่อจะได้ถกประเด็นกันต่อนะ

183 Nameless Fanboi Posted ID:YsN4Cxd/tX

>>144 เอ้อๆ เกือบลืมไปเลย เห็นพูดกันถึงเรื่องนิยายโม่งทดลอง

คือไอ้แนวที่แม่งแต่งเนี่ย กูเคยอ่านมาหลายเรื่องอยู่ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นแนวเกาะ Host เพื่อความปลอดภัย หรือเป็นแนวแดกแล้วเก่ง แดกแล้วได้สกิลกันแน่ เพราะถ้าเป็นอย่างหลังนี่กูแม่งผิดหวังมาหลายเรื่องแล้ว (คนอื่นเขาดูได้ไม่เดือดร้อน ดูสนุกๆ ไม่คิดมาก แต่กูเซ็งตอนท้ายๆ มาก) คือไอ้เรื่องแนวแดกแล้วเก่งทั้งหลาย ไม่รู้เป็นเหี้ยไรสุดท้ายถึงสเกลพลังโอเวอร์ทุกเรื่อง กูนี่เข้าใจนะเพราะยิ่งแดกก็ยิ่งได้สเตตัส หรือได้สกิลใหม่ๆ เทพๆ พอกพูนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่จะพูดยังไงดีวะ ความสนุกของกูต่อนิยายแนวนี้คือการปากกัดตีนถีบของตัวละคร ในตอนที่ยังเป็นมอนสเตอร์กากๆ สู้ใครไม่ได้เนี่ยล่ะ มันสนุกกว่าช่วงท้ายที่เริ่มสร้างบ้านแปลงเมือง ฝึกฝนกองทัพ เข้าร่วมมหาสงคราม ท้าทายเทพเจ้า แล้วไปหยุดที่เป็นเทพเสียเองในสเกลพลังที่ทำได้แม้แต่การเปลี่ยนแปลงความเป็นจริง หรือสร้างและลบสิ่งต่างๆ ได้ตามใจ

ถ้าคุยเรื่องพล็อตแดกแล้วเก่งหรือมีสกิลดูดกลืน (ทั้งแบบคนและมอนสเตอร์) ที่กูเคยอ่านแล้วหยุดอ่านไปกลางทางเพราะไปต่อไม่ไหวนี่ก็มีพวก

- Re:Monster
- แมงมุมแล้วไงข้องใจเหรอคะ
- สไลม์ริมุรุ
- พุก้าโล่
- Dungeon Seeker
- คนคลั่งจอมตะกละ
- ฮาเร็ม 100 คนของยูโตะ Skill Taker

ถ้านิยายมึงเป็นแบบแรกคือเป็นแนวเกาะ Host เพื่อขอให้คุ้มครอง หรือตาม Host ไปแล้วเข้าสิง Host ตอน Host ตายรอเปลี่ยนเปลือกนอก สเกลพลังในนิยายของมึงจะยังคงเพิ่มขึ้นแบบควบคุมได้ แต่ถ้าเป็น แดก/ย่อยสลาย แล้วได้สกิลได้ stat ทันที รับรองสมดุลพังอย่างรวดเร็ว แล้วคนที่คอยลุ้นเอาใจช่วยและให้ความเอ็นดูเยลลี่ของมึงจะหายหัวกันไปหมดเลย (เหมือนกู)

>>169 อันนี้เป็นการกระทำที่ไม่ดีนะมึง รู้ไหมว่ามึงกำลังทำตัวเงินบวกอยู่ เพราะสาเหตุนึงที่ทำให้นิยายของไอ้เงินบวกแผ่วปลายนั้นเป็นเพราะนิสัยความเหลาะแหละของมัน คือไอ้เหี้ยนี่ไม่รู้เป็นไงชอบดองนิยายแล้วไปเขียนเปิดตอนสุดท้ายไว้ตั้งชื่อว่า "ดองยาวครับ" ไม่ก็ "หยุดอัพเรื่องนี้สักระยะ" (แต่เขาก็เดาได้ว่าแม่งคงเทแล้ว) ถ้าไม่เชื่อพวกมึงก็ไปไล่กดดูนิยายหลายๆ เรื่องของมันได้เลย ถ้าตอนล่าสุดเขียนว่าดองยาว นักอ่านแม่งก็ควรทำใจได้

และด้วยไอ้นิสัยชอบเทของมันนี่แหล่ะ ทำให้เครดิตของตัวมันเองไม่ค่อยดีนัก เวลามาฝากนิยายก็มักจะโดนเกรียนแซะว่าเรื่องนี้จะเทไหม เรื่องนี้ดองป่าว เตรียมไหดองไว้กี่ใบดี นักอ่านหน้าเก่าไม่ค่อยเข้าไปอ่านเรื่องใหม่ที่แม่งเปิดเพราะเข็ดจากเรื่องเดิมก็มีเหมือนกัน ใครจะอยากอ่านนิยายที่ไม่มัวันได้อ่านตอนจบวะ นี่แหล่ะคือความน่ากลัวของการสร้างชื่อเสีย (ไม่มี ง.งู) แบบสะสม นานๆ ไปมันก็จะยิ่งหนาหูว่านามปากกานี้แม่ง เปิดเรื่อยๆ แต่แต่งไม่เคยจบ ระวังจะได้เจริญรอยตามอาจารย์เงินบวกจนต้องไปเปิดไอดีใหม่หนีบัญชีหนังหมานะมึง

ปล.พวกมึงลองเข้าไปอ่าน 9 Core แล้วเลื่อนลงไปดูคอมเมนต์ด้วยนะ จะได้พบว่าแฟนคลับชื่นชมพี่เงินบวกขนาดไหน 555555

184 Nameless Fanboi Posted ID:7acZFiwMO0

>>177 5555มึงบรรยายซะกูรีบกดไปดูภาพระดับHD144pเหี้ยจริงตากูเบลอเลยสัส แล้วก็ต้องกดเข้าตอน1เพราะมึงบอก'เดอะเอน'เชี่ยไรเนี่ยดิเอนด์โว้ย เชื่อแล้วว่าพี่เงินบวกภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ยังไม่จบไปต่อตอน2เพราะ'ยูโก๊ะ'มึงจะใส่ความไม่ได้ พี่เงินบวกไม่ได้เชี่ยขนาดนั้น แล้วกูก็เงิบยูโก๊ะจริงๆด้วยว่ะ จากสองตอนที่ส่องพี่เงินบวกแม่งเขียนสไตล์นิยายหนึ่งบรรทัดหนึ่งความนี่นา แต่ไดอะล็อกล่อไป80%ของตอนเกือบจะเป็นนิยายจอยล่ะ กูเคยคิดว่าพี่เงินบวกจะฝีมือดีกว่านี้นะเขียนมาตั้งนาน กูแม่งอึ้งไปเลยกากเกินคาด

185 Nameless Fanboi Posted ID:tNg1O6OgVZ

>>176 มึงก็ขุดซะไกล กูไม่ได้แคปเฉพาะที่มีประเด็นเว้ย มึงไปดูเองก็ได้ แม่งมีการให้พรเป็นอมตะเมพขิงๆ อีก แล้วไอ้ตัวเอกของเรื่องจริงๆ คือไอ้เบียวนาซีนั่นแหละ เรื่องคือมันจะทำให้โลกต่างๆ เป็นนาซี แต่ตอนนี้แม่งปิดตอนไปแล้ว อ่ะ วาร์ป
https://writer.dek-d.com/adolfy201/writer/view.php?id=2016011

ขนาดชื่อไอดีแม่งยังเป็น Adolfy เบียวนาซีจัดๆ ในเยอรมันชื่อนี้ไม่มีใครตั้งให้ลูกแล้ว

186 Nameless Fanboi Posted ID:6vn/uvk5Uu

Dekd นี่มันนับวิวตัวเองด้วยไหม? แล้วมีรีเซ็ตเวลานับรึเปล่า กุสงสัยมาก

187 Nameless Fanboi Posted ID:tNg1O6OgVZ

>>186 นับชม.ละวิว

188 Nameless Fanboi Posted ID:6vn/uvk5Uu

ห่า ร้อยกว่าวิวในนิยายตัวเองนี่คงเป็นของกุเองชัวร์เลย เศร้าสัส

189 Nameless Fanboi Posted ID:ms54+AFM+X

ไปเยือนหมวดเกมมา แม่งเถื่อนพอๆกับหมวดฟิคเลยฉัด สปอยเกมเฉย ห่านน

190 Nameless Fanboi Posted ID:ns.NFNKh0R

>>177 อ้าววว ไปก่อนกูอ่านได้ยังไง! กูเห็นแค่ภาพปกที่ปวดตาสัสๆ เอง

191 Nameless Fanboi Posted ID:ms54+AFM+X

โม่ง กูมีข่าววงในมาบอก โม่งสับแม่งมีเส้นสายกับเจ้าของเว็บเด็กดี และตอนนี้มันกำลังตามล่าโม่งเพลงกะโม่งโทรลด้วยระบบพิเศษ นิยายในเด็กดีใครหาย แสดงว่าเข้าข่ายเป็นพวกโทรล อีกไม่นานจะมีคนใส่ชุดดำไปไล่ล่าฆ่าพวกโม่งเพลงกับโม่งให้หมดไปจากบอร์ดโม่ง

ได้ยินดังนี้แล้ว พวกมึงจงชาบูโม่งสับซะ

192 Nameless Fanboi Posted ID:tNg1O6OgVZ

>>191 ไม่ผ่านๆ โอเวอร์ไป มึงต้องเริ่มจากอิลลูมินาติก่อน พวกทฤษฎีสมคบคิดไรงี้ก่อน ถ้าไปไกลเกินตั้งแต่แรกมันจะดูไม่สมจริง

193 Nameless Fanboi Posted ID:ivXe660KDV

>>192 ขอโทษ งั้นกูขอแก้ตัวใหม่นะ

นานมาแล้วเมื่อสามหมื่นปีก่อนพุทธกาล พระเจ้าแห่งนักเขียนนามว่าโซมีน และมะม่วง5ส ได้อุบัติขึ้นบนดาวนาเม็ก ทั้ง2พระองค์ได้จึ๊กกะดึ๋ยกันจนเกิดเป็นดาวเด็กดวก...เดี๋ยวมาต่อ แม่เรียกไปศรีธัญญา

194 Nameless Fanboi Posted ID:pNro+7vmVG

>>185 หมดกันไอ่สัส... กูอุตส่าห์พยายามช่วยดีเฟนด์ไปเบาๆ แม่งทรยศความมองโลกในแง่ดอของกูได้ลงคอ ถ้าแม่งเป็นเบียวนาซีแบบนี้ก็ลาขาดล่ะวะ

195 Nameless Fanboi Posted ID:9G7gCw2lJI

>>176 >>183 แทงกิ้วสำหรับข้อเสนอแนะ กูจะไปปรับปรุงแก้ไข่ ตอนนี้ถ้าจะล่มก็คือความขี้เกียจของกูเอง

196 Nameless Fanboi Posted ID:paJyu57rly

Ni una simple sonrisa
ni un poco de luz en sus ojos profundos
ni siquiera el reflejo
de algún pensamiento que alegre su mundo
hay tristeza en sus ojos
hablando why callando why bailando conmigo
una pena lejana
que llega a mi alma why se hare cariño
El muchacho de los ojos tristes
vive solo why necesita amor
como al aire necesita verme
como al sol lo necesito yo
El muchacho de los ojos tristes
ha encontrado al fin una razón
para hacer que su mirada ría
con mis besos why mi gran amor

Ni su nombre conozco
why ya quiero volver a encontrármelo a solas
why en sus ojos de otoño
dormir poco a poco olvidando las horas
yo pretendo saber
por qué extraña razón hoy sus ojos no ríen
yo prentendo lograr
con ternura why amor ver sus ojos felices

El muchacho de los ojos tristes...

https://youtu.be/PAe0gyrDSyg

197 Nameless Fanboi Posted ID:nCjPrr88Nr

Blue Water

yowaki na hito ga kirai aozora uragiranai
yumemiru mae ni watashi tonde ikitai

kokoro no ORUGO-RU ga hiraiteku hibiiteku
sukoshi zutsu no shiawase yuuki mo kanadedasu no

ima kimi no me ni ippai no mirai
kotoba wa eien no SHIGUNARU
Don’t Forget To Try In Mind
ai wa Jewel yori
subete wo kagayakasu

kuchibue fuite kimi ni machikado aizu shitara
egao de nayami subete fuki tobu kanji

mitsume aeba shizen ni wakari au yurushi au
sawagashii hitonami no mannaka aruitatte
ima kagirinaku aoku sukitouru
kokoro ga sora yori azayaka

ima kagirinaku aishitai mirai
otagai kanjiru yo
kokoro no ORUGO-RU ga hiraiteku hibiiteku
sukoshi zutsu no shiawase yuuki mo kanadedasu no

ima kimi no me ni ippai no mirai
tashika ni maboroshi ja nakute

Don’t Forget To Try In Mind
ai wa Jewel yori
subete no koibitotachi
subete no nakamatachi ni
kagayaki tsutaete dakishimetai hodo yo (kimi wo)

https://www.youtube.com/watch?v=Vx2P4O1F0vw

198 Nameless Fanboi Posted ID:9Hu6cYo/j4

อยากรู้ถ้าไอ้เงินบวก 9 คอร์ไปเป็นผู้กำกับหรือเขียนบทละครหลังข่าวจะเป็นไงวะ สภาพแม่งคล้ายดีด้าที่ทำนิยายดีๆกลายเป็นละครดาวน์เกรด

199 Nameless Fanboi Posted ID:I8uzpjFHVG

>>198 ใครจะรับมัน ถามก่อน

200 Nameless Fanboi Posted ID:KzkJZ77MMb

>>198 ละครเรื่องไรวะ มนต์รักโลลิ เหรอ

201 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศมีอิสสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่จะชุบมือเปิบ และกวาดรวบทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน...”

202 Nameless Fanboi Posted ID:ctqK+ijAS0

>>198 มึงกระสันบลูลี่พี่เงินบวกจนทำร้ายตัวเองแล้วล่ะ เม้นมึงโคตรแสดงตัวตนเลยมัณทนา

203 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>202

มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ "มัณฑะนะ "วิภูสะนัฏฐานา เวระมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิ. ห้ามมิให้ประดับประดาตบแต่งซึ่งร่างกาย ด้วยระเบียบดอกไม้และของหอม เครื่องย้อมเครื่องทา ผัดผิวและสีต่างๆ บรรดาสิ่งซึ่งเป็นข้าศึกแก่กุศล อันนี้หมายถึงที่แต่งให้สวยงาม เพื่อเป็นตัณหาทั้งหมด

204 Nameless Fanboi Posted ID:x.AETZXG/f

>>203 สาธุ สาธุ สาธุ

205 Nameless Fanboi Posted ID:zI7O9SXSOL

>>198 หาเด็กหญิงที่ไหนมาเป็นนักแสดง

206 Nameless Fanboi Posted ID:i8pkidDHpr

So what we get drunk
So what we smoke weed
We're just having fun
We don't care who sees
So what we go out
That's how it's supposed to be
Living young and wild and free

Uh, uh huh
So what I keep 'em rolled up
Saggin' my pants not caring what I show
Keep it real with my niggas
Keep it player for the hoes
And look clean don't it?
Washed it the other day, watch how you lean on it
Give me some 501's jeans on and roll joints bigger than King Kong's fingers
And smoke them hoes down 'till they stingers
You a class clown and if I skip for the day I'm with you bitch smokin' grade A

You know what? It's like I'm seventeen again
Peach fuzz on my face
Lookin', on the case
Tryna find a hella taste
Oh My God, I'm on the chase
Chevy, its gettin' kinda heavy, relevant, sellin' it
Dippin' away, time keep slippin' away
Zip in the safe, flippin' for pay
Tippin' like I'm drippin' in paint
Up front four blunts, like "Khalifa put the weed in a J"

So what we get drunk
So what we smoke weed
We're just having fun
We don't care who sees
So what we go out
That's how it's supposed to be
Living young and wild and free

Uh, and now I don't even care
'Cause me and my team in here
There's gon' be some weed in the air
Tell 'em Mac

Blowin' everywhere we goin'
And now ya knowin'
When I step right up
Get my lighter so I can light up

That's how it should be done
Soon as you thinkin' you're down
Find how to turn things around
Now things are looking up

From the ground up
Pound up
It's Taylor Gang
So turn my sound up
And mount up
And do my thang

Now I'm chillin'
Fresh outta class feelin'
Like I'm on my own
And I could probably own a building
Got my own car
No job, no children
Had this science project
Me and Mac killed it

T-H-C
M-A-C
D-E-V
H-D-3
High as me
This is us
We gon' fuss
And we gon' fight
And we gon' roll
And live our life

So what we get drunk
So what we smoke weed
We're just having fun
We don't care who sees
So what we go out
That's how it's supposed to be
Living young and wild and free

Yea, roll one, smoke one
When you live like this you're supposed to party
Roll one, smoke one, and we all just having fun
So we just, roll one, smoke one
When you live like this you're supposed to party
Roll one, smoke one, and we all just having fun

So what we get drunk
So what we smoke weed
We're just having fun
We don't care who sees
So what we go out
That's how it's supposed to be
Living young and wild and free

https://youtu.be/Wa5B22KAkEk

207 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

โม่ง!! ไม่มีความดีความชอบ!! ไม่มีรางวัลจะมอบ!! (ไม่เคยต้องการหรอก) ไม่ซ้ำไม่เติมก็ขอบใจ!!

208 Nameless Fanboi Posted ID:jEt1+bILAm

>>207 ตะโกนใส่หัวพ่อมึงเหรอ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์เยอะ หยิกหัวนมตัวเองตามจำนวนอัศเจรีย์เดี๋ยวนี้

209 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>208 หยิกหัวนมแปดครั้ง!! ปฏิบัติ!!!!!!!!!

210 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

หลังจากเรื้อนมาเยอะ กูขอพูดสาระบ้างแล้วกัน หัวข้อด้วยเรื่องของการโปรโมท และเรียกร้องความสนใจ

โม่ง พวกมึงคงสังเกตุใช่มั้ย ว่าทำไมในเด็กดวกถึงตั้งกระทู้โปรโมทนิยาย ขอสับนิยาย หรือแม้กระทั่งรับฝากนิยายและรับสมัครตัวละคร

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ มันคือการเรียกร้องหาคนอ่านนิยายอย่างหนึ่งนั่นเอง ทำไมกูรู้ เพราะสมัยกูหัวเกรียน (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโทรลแทน) กูก็เคยใช้วิธีพวกนี้เรียกร้องความสนใจเช่นกัน ถามว่ามันได้ผลมั้ย คำตอบคือได้ ได้พ่อง... ไอ้ห่า มีคนเข้ามาดูเท่ามดเยี่ยว แถมมีอ่านตอนเดียวและฝากนิยายกลับอีก ห่านนน

แต่นั่นก็เป็นเพียงหนทางเดียว ที่เด็กใหม่ที่แต่งนิยายจะโฆษณาหรือเรียกร้องความสนใจ แค่มียอดวิวขึ้น(ซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองกดเข้าซ้ำๆหรือเปล่า) ก็ดีใจแล้ว มีคนกดเฟบแค่คนเดียวก็เบิกบานทั้งใจ

และถ้าโปรโมทแล้วคนอ่านไม่เยอะ ลงตอนใหม่ไม่มีคนอ่านเลยล่ะ แน่นอนว่าคนแต่งนิยายก็ต้องเข้าข้างตัวเองว่าคนเฟบ (ที่อาจเฟบเล่นๆแล้วมากดลบในตอนหลัง) จะรอพวกตนแต่งนิยายออกมายาวๆก่อน แล้วมาไล่อ่านรวดเดียว บางทีอาจเสนอหน้าไปโปรโมทนิยายในหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องตัวเอง เพื่อหวังให้มีคนหลงเข้ามาอ่านแล้วติด

ถ้าทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่มีคนอ่านจะทำยังไง ง่ายๆเลย ประกาศขอคนสับ เผื่อคนมาสับจะติดใจและกลายเป็นแฟนคลับนิยายเรา เพราะในหัวของคนแต่งนิยาย ประกาศหาคนวิจารณ์ และคนสับ มันน่าจะดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าการโฆษณายาวๆ และหลังจากโดนสับแล้ว หากมียอดอ่านเพิ่มขึ้นถึงแม้จะไม่มีคนเม้น คนแต่งนิยายก็จะเข้าใจว่านักสับคนนั้นกำลังอ่านตอนใหม่ของตนแน่ๆ และเฝ้าติดตามการพัฒนาการของตน

สุดท้ายแล้วถ้าทำถึงขนาดนี้ ยังไม่มีคนสนใจ ก็เปิดรับสมัครตัวละครซะเลย เพราะนักแต่งนิยายเชื่อว่าการเปิดรับสมัครตัวละคร (ซึ่งเป็นที่นิยมและฮิตเมื่อสิบกว่าปีก่อน สมัยนิยายแนวโรงเรียนเวทมนตร์) จะมีคนอ่านนิยายตนเพิ่มขึ้น คนสมัครต้องมาติดตามเฝ้ารอตัวละครตัวเองออกแน่ๆ ทำให้ได้วิวยอดอ่านเพิ่ม

แน่นอนว่าตอนรับสมัครตัวละคร ไอ้คนรับสมัครมันไม่ได้คิดบทเผื่อไว้ให้พวกที่มาสมัครหรอก มันหวังเอายอดคนอ่านเฉยๆ อาจมีการเอามาแทนที่ตัวละครดั้งเดิมของตัวเอง หรือให้บทโผล่สักนิดสักหน่อยพอกล้อมแกล้ม หรืออย่างดีอาจยกบทเทพๆให้ แต่เทพไม่โผล่หัวออกมา (เพราะนึกไม่ออกว่าจะให้โผล่มาตอนไหนแทน)

สุดท้ายแล้วถ้าทำถึงขนาดนี้ ยังไม่มีคนอ่าน คนตาม นิยายไม่ปัง ง่ายๆเลย ลบนิยายซะ หรือเปลี่ยนนามปากกา แล้วแต่งใหม่ เท่านี้ละ วัฏจักรนักเขียนหน้าใหม่ ที่หลงอยู่ในวังสน และเฟดตัวเองออกจากวงการ

211 Nameless Fanboi Posted ID:ZD8wOMZF+D

>>210 ไม่มีวิธีทำให้มันรุ่งๆบ้างเหรอวะ อ่านแล้วสิ้นหวังชิบหาย

212 Nameless Fanboi Posted ID:EV/eROTOX.

>>210 ประเด็นนี้คุยกันในโม่งบ่อยละ แต่คุยอีกก็ได้

วิธีการโปรโมทในบอร์ดใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งมู้โปรโมท ฝากนิยาย ฝากวิจารณ์ ขอสับหน่อย หรือรับสมัครตัวละครต่างๆ ล้วนแต่ไม่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นว่ามึงจะอยากปวารณาอยากไปอยู่กับแก๊งเลียแผล อันนี้ทำไปเรื่อยๆ ตามมู้รับวิจารณ์มึงได้เข้าไปอยู่แน่ กูเคยพูดตอนเจ๊ส้มเวรไปรอบนึงละว่าไม่เวิร์คสัสๆ เป็นวิธีการอัดฉีดที่ผิดไปหมด เพราะว่ามันไปขายไม่ถูกตลาด ไม่ถูกกลุ่มเป้าหมาย บอร์ดนักเขียน แม่งก็มีแต่นักเขียน น้อยยยยยนักที่จะมีนักอ่าน แม่งก็คือนักเขียนมาออๆ กันขายของทั้งนั้น เหมือนมึงเอาหมูมาขายในตลาดขายหมูอ่ะ ทุกคนก็ขายหมูกันหมด บางคนแม่งเป็นอิสลามอีก แล้วใครเป็นคนซื้อ

วิธีการโปรโมทที่เข้าท่า กูและโม่งหลายๆ คนก็เคยพูดไปแล้วเช่นกันว่าวิธีไหนที่โม่งมองว่าเวิร์ค แต่ไม่ได้รวบรวมเป็นลิสต์ยาวๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง มันอยู่กระจัดกระจายตามมู้ต่างๆ ซึ่งจากรอบก่อนที่กูพล่ามไป เสือกมีคนเอาไปทำตามโหนกระแสแบบจ้าดง่าว กูเลยเป็นเซ็ง ขี้เกียจจะพล่ามเรื่องนี้ต่อ ไว้ถ้าวันนี้ลูกค้าไม่เยอะอาจจะมาพิมพ์ แต่กูแอบยุ่งนิดนึง ปิดต้นฉบับตัวเองอยู่ด้วย ฟฟฟฟฟฟฟฟ

213 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

ไร้สาระไง ทำไมพวกเด็กเปรตสมัยนี้ต้องโปรโมทนิยายอย่างเอาเป็นเอาตายวะ ถ้านิยายเจ๋งจริง ยังไงคนอ่านแม่งก็ไล่ตามราวกับลูกหมา ยากตรงไหนวะ เขียนนิยายให้สนุกเนี่ย มันโคตรง่าย ง่ายเหี้ยๆ โดยเฉพาะในเว็บเด็กดวกที่คนอ่านไม่ได้มาตรฐานสูงเนี่ย

214 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

กูอยากรู้ว่ามันไปเขียนกันอีท่าไหน นิยายถึงไม่ปัง มันยากมากเลยนะเว้ยที่นิยายสักเรื่องจะเฟลในเว็บเด็กดวกอ่ะ นักอ่านแม่งไม่ต่างจากซอมบี้หิวกระหายที่พร้อมจะรุมอ่านผลงานของมึงอ่ะ

ลงชื่อ โม่งเห็บหมา

215 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>211 เขียนนิยายให้สนุก ให้น่าติดตาม คือวิธีที่ง่ายที่สุด ที่จะทำให้มีคนอ่าน แน่นอนว่านิยายสนุกและน่าติดตาม เป็นคนละเรื่องและคนละเหตุผลกับนิยายมาตรฐานหรือนิยายที่ดี

216 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>214 มึงเคยย้อนไปดูมั้ย ว่านิยายเด็กดวกมีกี่เรื่อง และมีกี่เรื่องที่คนอ่านกันเยอะๆน่ะ ถ้าคนพร้อมจะอ่านอย่างที่มึงว่าจริง มันคงไม่มาตั้งกระทู้ถามหาคนอ่านหรอก มึงอย่าเม้นเอาหล่ออย่างเดียว

โม่งโทรล

217 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

ต่อให้ไร้พรสวรรค์เหมือนไอ้ตุ๋นกบ แม่งก็ยังใช้วิธีลงวันละหลายตอน สร้างความนิยมขึ้นมาได้เลยนะมึงเอ๋ย ต้องพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ ถ้ายังอ่อนกว่าไอ้ตุ๋นกบเนี่ย

โม่งเห็บหมา

218 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

>>216 แต่กูหล่อจริงนะ

โม่งเห็บหมา

219 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>218 จ๊ะ พ่อรูปหล่อ ดากใหญ่ ไข่น่ารัก ดอเท่าม้า ถุ้ย กลับเข้าเรื่อง

กูมองว่าไอ้ตุ๋นกบมันเก่งระดับหนึ่งแหละ คนถึงตามงานมันเยอะ เพราะถ้ามันไร้พรสวรรค์อย่างที่มึงว่าจริง นิยายมันคงไม่ขายได้หลักแสนหรอก จะยังไงก็ตาม แต่ไอ้คนที่แม่งขายได้หลักแสน มันต้องสั่งสมประสบการณ์ หาข้อมูล มีวิธีเล่าเรื่องให้คนอยากอ่านและติดตามในระดับหนึ่ง ส่วนพวกที่ไม่มีฝีมือ หรือแต่งแล้วไม่มีคนสนใจ ก็หาได้ทั่วไปนั่นแหละ

ปล.ราชินีแห่งโม่งโซมีนมีพระดำรัสมา ว่าอย่ายึดติดกับชื่อ มึงจะลงชื่อตัวเองทำไมวะ

ลงชื่อ โม่งโทรล

220 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

>>219 กูลงชื่อเลียนแบบเซฮุน ราวกับหมาที่ชอบฉี่เพื่อบอกอาณาเขต

ลงชื่อ โม่งเห็บหมา

221 Nameless Fanboi Posted ID:EV/eROTOX.

>>219 มั่วสัส ใครจะพูดแม่งก็ไม่สำคัญทั้งนั้น ถึงได้บอกกันไงว่าอย่าสนใจว่าใครเป็นคนพูด ให้สนใจเนื้อหา แล้วไม่ต้องยกขึ้นไปบนบัลลังก์บนหิ้ง ไม่ว่าจะเป็นโม่งสับคนไหน จะมะม่วง โซมีน หมูสับ ฯลฯ ทุกคนก็คือโม่งหมดป่ะแกร นี่ไม่ใช่บอร์ดเด็กดวกที่มีขาประจำห้ามแตะต้องจ้า ถ้าข้อมูลเพี้ยน พูดไม่ถูก พิมพ์ผิด ยังไล่หยิกหีกันได้เลยชิลๆ

222 Nameless Fanboi Posted ID:I1IQpM2VdD

กูว่าพวกเด็กใหม่เองมันก็ไม่ค่อยอ่านงานเขียนคนอื่นด้วยแหละ

ยกตัวอย่างเช่น เอ็นควย พอรู้ว่าตลาดวายขายดี ก็รีบเขียนออกมากะขายทันทีด้วยเซตติ้งพังๆ เอาบ้านไปเป็นเกาะกลางสี่แยกไฟแดงไรงี้ แทนที่จะใช้เวลาศึกษาอ่านนิยายวายหลายๆเรื่องก่อน ว่าเขาเขียนกันยังไงมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้าง

223 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>221 รับทราบจ๊ะแม่

224 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

>>222 จริง ไม่ชอบอ่านแต่เจือกอยากเป็นนักเขียน เจริญล่ะ

แม่งเอ้ย ตอนนี้ท็อปแฟนตาซีเด็กดีเป็นไงบ้างวะ กูอยากสับพวกเด็กใหม่ไฟแรงจุง นานๆจะมีเวลา

ลงชื่อ โม่งเห็บหมา

225 Nameless Fanboi Posted ID:EV/eROTOX.

>>222 เอ็นควยนี่คือล่าสุดไปสายขายพอร์นแล้วจ้า เนื้อเรื่องต่ำตมเช่นเคย นางคงพราวด์แหละว่ามีคนอ่าน เพราะพอร์นในรอร. คือเขียนกากแค่ไหน ก็แตะ 5,000-10,000 วิวได้ไม่ยาก

226 Nameless Fanboi Posted ID:AnEOU8haFN

ชะละล้าาาา

227 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

มาๆ สับนิยายดีกว่า โม่งเห็บหมา EP.3

กูเช็คหมวดท็อปแฟนตาซี ลองหาว่านิยายเรื่องไหนที่เป็น 'เสาหลัก' ต้นใหม่ของหมวดในตอนนี้ และกูก็พบนิยายของนักเขียนท่านหนึ่ง เขาคือหนึ่งผู้ในเข้ารอบ 100 คนสุดท้ายของการประกวดนิยายแฟนตาซีกำลังภายใน Fictionlog เมื่อปีก่อน แถมเมื่อครู่ ตอนกูเข้าไปดูนิยายบทที่สองของเงินบวกที่เพิ่งโดนสับไป กูยังพบคอมเมนต์ของนักเขียนคนนี้ ด่าเงินบวกซะเสียหมา 55555

ดีกรีความห้าวขนาดนี้ กูว่าแม่งต้องเขียนเก่งมากแน่ๆ ไปสับกันเลยดีกว่า

ชื่อเรื่อง : คุณพ่อยอดอัจฉริยะ
ผู้เขียน : จอมมารเมนา
ลิ้งค์ : https://writer.dek-d.com/thauayut123/story/view.php?id=2090773
เรื่องย่อ : เกวิน จอมเวทย์หนุ่มอัจฉริยะปลีกตัวมาขายน้ำเต้าหู้ กระทั่งรู้ว่าตัวเองมีลูกสาว! เเต่เเม่หนูน้อยอาจอยู่ได้ไม่ถึงห้าขวบ ในฐานะพ่อ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

ตอนที่ 1 คนขายน้ำเต้าหู้เกรดฟรีเมี่ยม

สัสเอ้ย เปิดชื่อเรื่องมาก็ทำกูติดสตั้น อะไรคือ 'ฟรีเมี่ยม' หมายถึงเต้าหู้ฟรีงี้เหรอวะ แต่เอาเถอะ ไม่แน่อาจมีความหมายแฝงระดับจีเนียสซ่อนอยู่ก็ได้ อย่าเพิ่งรีบสบประมาท ฉากแรกของเรื่องเป็นซีนย่านค้าขาย พระเอกของเราเป็นคนขายน้ำเต้าหู้ คนเขียนบรรยาย(ยัดเยียด)ข้อมูลพระเอกมารัวๆ คือจุดนี้ควรปล่อยทีละนิดก็ได้นะ ประวัติพระเอกอะ แทรกมาแบบเนียนๆ ในหนึ่งบทมีโควต้าเหลือเฟือ ไม่ต้องยัดข้อมููลมากมายตั้งแต่ 10 บรรทัดแรก สัสเอ้ย จะรีบไปไหน (มึงนักเขียนดีกรีเข้ารอบ 100 คนของ Fictionlog เชียวนะเว้ย อย่าเพิ่งทำกูผิดหวัง)

จากนั้นก็เล่าว่าพระเอกเคยอยู่ต่างโลก เพิ่งกลับมาใช้ชีวิตสโลวไลฟ์ในโลกจริง (กลับมาทำไม เสือกไม่ยอมบอก) กลับมาแล้วไม่มีอะไรทำ เลยมีคนแนะนำให้ขายน้ำเต้าหู้ มีการบรรยายว่าน้ำเต้าหู้พระเอกนี่ขั้นเทพ เอาชนะคู่แข่งทางธุรกิจได้แบบปังๆ

*จุดนี้ถ้านักเขียนมีกึ๋น หรือมีความรู้ทางธุรกิจ จะสามารถบรรยายให้เห็นภาพได้เลยว่า เต้าหู้ร้านของพระเอกมันเจ๋งจนเอาชนะคู่แข่งทางการค้าได้ยังไง
อธิบายในแง่ของกลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือในแง่วัตถุดิบ ก็ยังได้*

แต่แทนที่จะใช้วิธีแบบนั้น นักเขียนเลือกที่ให้พระเอกใช้งาน 'วัตถุดิบจากต่างโลก' ในการทำน้ำเต้าหู้ ทำให้รสชาติอร่อยเหาะ เอาชนะคู่แข่งแบบง่ายๆ ใสๆ ปังๆๆๆ พูดกันในแง่ของการเล่าเรื่อง กูให้สอบตก แต่ในแง่ของการเขียนนิยายสมัยใหม่ กูให้ผ่าน ไม่ผ่านได้ไง แม่งเอ้ย พระเอกได้ของเทพจากต่างโลกโดยไม่ต้องพยายามอีกแล้ว สูตรเดิมเป๊ะๆ แค่โยนวัตถุดิบเทพให้พระเอก แม่งก็สามารถสร้างสุดยอดน้ำเต้าหู้อยู่เหนือตัวละครอื่นๆ ในเรื่องได้อย่างไม่ยากเย็น จุดนี้กูอ่านแล้วส่ายหน้ารัวๆ แต่เชื่อว่านักอ่านฟินน้ำแตกแน่นอน และอย่าลืมว่าชื่อเรื่องคือ 'คุณพ่อยอดอัจฉริยะ' แต่การกระทำของพระเอกแม่งโคตรจะธรรมดา ไม่ส่อแววอัจฉริยะให้เห็น แล้วแม่งก็ย้ำเหลือเกินว่าวัตถุดิบที่ได้มาจากต่างโลกคือราชาแห่งถั่วเหลือง น่าจะตั้งชื่อเรื่องว่า 'ถั่วเหลืองยอดอัจฉริยะ' เอาให้แม่งเป็นพระเอกแทนไปเลย

228 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

ผ่านไปไม่กี่บรรทัด พระเอกแม่งบอกว่าร้านกูชักจะขายดีแล้ว เลิกใช้ถั่วเหลืองจากต่างโลกดีกว่า กูอยากถามพระเอกว่าเมิงแน่ใจแล้วเหรอ? เท่ากูอ่านมาเนี่ย นอกจากถั่วเหลืองเมพของมึง กูยังไม่เห็นสกิลนักธุรกิจจากมึงเลย คิดจริงหรือว่าจะไปรอด? จากนั้นก็จบช่วงบรรยายสรรพคุณพระเอก ได้เข้าเรื่องกันเสียที เหตุเกิดตอนกำลังปิดร้าน ดันมีรถหรูขับผ่านมาพอดิบพอดี โดยในรถมีตัวละครสามคน ได้แก่

เอริส เด็กน้อยอายุสามขวบ
โฮลี่ น้าสาววัยยี่สิบต้นๆ
ลุงคนขับรถ

จู่ๆ น้องเอริสวัยสามขวบก็อยากแดกน้ำเต้าหู้พระเอก เพราะกลิ่นแม่งหอมดีเหลือเกิน ลุงคนขับก็เสี้ยนไม่แพ้กัน อีน้าสาวเลยสั่งให้ลุงออกไปซื้อน้ำเต้าหู้จากร้านพระเอก แต่พระเอกเจือกไม่ยอมขาย เพราะมีกฏว่าจะไม่ขายหลังปิดร้านเด็ดขาด (นิสัยเหมือนร้านค้าที่ญี่ปุ่นไม่มีผิด) ไอ้ลุงคนขับรถก็ไม่ยอม บอกจะจ่ายให้สิบเท่าเลยเอ้า (เล่นใหญ่จริง) ไอ้พระเอกก็บอกว่าต่อให้เพิ่มราคาเป็นร้อยเท่ากูก็ไม่ขาย! ร้านกูปิดแล้ว! คนเขียนคงอยากให้พระเอกดูเป็นชายชาตรี ยึดมั่นในกฏของตัวเอง แต่กูมองว่าตัวละครแม่งโง่หัวรั้น ขาดความยืดหยุ่น โคตรง่าวเลยสำหรับกู อ่านแล้วหงุดหงิดชิบ

จากนั้นคุณลุงก็วิ่งแจ้นกลับไปที่รถ เริ่มเปิดฉากอวยว่าพระเอกช่างเป็นชายที่หนักแน่นยิ่งนัก กล้าปฏิเสธเงินจำนวนมากโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน อีน้าสาวก็โวยวายว่าแค่เต้าหู้ อีหอกจะลีลาอะไรนักหนา ให้มันขายกูมาเถอะ กูยอมจ่ายร้อยเท่าเลยเอ้า ลุงคนขับรถแม่งก็อวยพระเอกต่อไปอีกว่าตลอดชีวิตลุงเจอคนมาก็เยอะ มองปราดเดียวก็รู้ว่า ไอ้พระเอกนี่แหละ คือบุรุษเหนือบุรุษ จิตใจหนักแน่นดุจหินผา ไม่มีคำว่าโอนเอนเป็นอันขาด ยังไงแม่งก็ไม่ขาย(อวยเข้าไป)

นี่ถ้าพระเอกฉลาดนะ แม่งควรเรียกเงินเยอะๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำงานหลังขดหลังแข็ง เผลอๆ ได้เงินจากน้าสาวคนเดียว มากกว่าได้จากลูกค้าคนอื่นรวมกันทั้งอาทิตย์ คือมันเปิดร้านเต้าหู้เพื่อไรวะ ถ้าไม่อยากได้เงิน เปิดเอาเท่งี้เหรอ หรือเปิดเพราะอยากเหนื่อย? มีคนเอาเงินมาประเคนตรงหน้า แต่เสือกไม่เอา กูอยากริบเงินคนเขียน แล้วจับแม่งไปเปิดร้านน้ำเต้าหู้สักอาทิตย์ ไม่มีวัตดุดิบต่างโลก ไม่มีกลยุทธ์ทางธุรกิจ อยากรู้ว่าแม่งจะมีความคิดแบบเดิมอยู่มั้ย แม่งเอ้ย อารมณ์เหมือนกำลังอ่านนิยายของเด็กนักเรียนที่ไม่เคยผ่านชีวิตการทำงาน แล้วมีครอบครัวคอยซับพอร์ตเรื่องเงินเลยว่ะ

อีหนูน้อยเอริสก็บ่นอยากกินเต้าหู้นี่เหลือเกิน อาการราวกับเสี้ยนยาไม่มีผิด (เป็นลูกกูจะตบให้หน้าหันของกินตั้งเยอะแยะ เสือกอยากกินร้านไอ้ขี้เก๊ก)
สุดท้ายอีน้าสาวก็หัวร้อนทนไม่ไหว เปิดฉากตื้อพระเอกด้วยตัวเอง ยัดเงินแบบรัวๆ อัพราคาน้ำเต้าหู้มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับงานประมูล พระเอกแม่งก็สวนกลับด้วยกฏบ้าบอของมันว่ายังไงก็ไม่ขาย กูใจแข็ง กูไม่แหกกฏ ให้กูล้านนึง กูก็ไม่ขาย!!!!!!!!!!!

ยื้อประเด็นนี้นานมากๆ จนกูรำคาญ แต่แล้ว ปาติหาน(ทำเสียงเด็กเปรตเอริส) ก็ได้เกิดขึ้น เมื่ออีพระเอกดันไปถูกชะตากับมารหัวขน เอ้ย! ถูกชะตากับน้อนเอริสเข้าอย่างจัง จึงให้อีน้องเอริสแดกยาพิษ เอ้ย! แดกน้ำเต้าหู้ของมันฟรีๆ ทุกคนในซีนอึ้งแดกกันไปหมด ยัดเงินกันแทบตาย สุดท้ายแม่งให้ฟรี จุดนี้น้องๆ นักอ่านคงคิดว่าอุ้ย พระเอกเท่จัง น่ารักอ่อนโยน แต่สำหรับกูคือไร้สาระเชี่ยๆ พระเอกแม่งโง่ชิบหาย จากนั้นพระเอกก็ให้เครื่องรางน้อนเอริส ก่อนโชว์เทพทำนายอนาคตว่าอีกเดี๋ยวหนูเอริสจะถูกลักพาตัว ให้เตรียมคุ้มกันให้ดี

จบตอน1 กูยังไม่รู้เลยว่าพระเอกมันอัจฉริยะตรงไหน แม่งไม่มีความสามารถเชี่ยไรสักอย่าง ทั้งตอนมีแค่ใช้วัตถุดิบเทพ กับโชว์ความยึดมั่นในกฏโง่ๆ
แล้วสรุปมันทิ้งต่างโลก กลับมาเลิกเดิมทำไม? หรือแค่เซ็ตพล็อตต่างโลกขึ้นมา เพื่อให้พระเอกมีวัตถุดิบเอาไว้โชว์เทพอยู่เหนือตัวละครอื่น เพราะไม่รู้จะเขียนให้พระเอกเทพยังไง

229 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

จากที่อ่านมา กูพบว่าจุดประสงค์ที่คนเขียนต้องการสื่อในบทนี้มีทั้งหมด 3 ข้อ

ข้อ1 คนเขียนต้องการโชว์ความเท่และความยึดมั่นในกฏของพระเอก
- ซึ่งทำได้ล้มเหลวเหรี้ยๆ พระเอกแม่งไม่เท่ ไม่อัจฉริยะ ไม่มีเหรี้ยไรทั้งนั้น โคตรเด็กกระโปก

ข้อ2 โชว์ความน่ารักของน้องเอริส ผู้ใช้ความน่ารักสะกดใจพระเอกผู้ยึดมั่นในกฏได้อย่างง่ายดาย
- ซึ่งกูไม่รู้ว่าทำสำเร็จไหม เพราะกูเกลียดเด็ก แต่คนอ่านบางคนอาจชอบละมั้ง

ข้อ3 โชว์ความน่ารำคาญของน้าสาวชอบโวยวาย เอาแต่ใจ ซึ่งนักอ่านเด็กดีเกลียดตัวละครประเภทนี้มาก
ไม่แปลกเลยที่ในช่องคอมเมนต์ตัวละครนี้จะโดนโวยรัวๆ คือแม่งเป็นนางร้ายละครไทยดีๆ นี่เอง

มองผิวเผินตัวละครนี้อาจดูไร้ประโยชน์ แต่ในมุมมองของกู กลับคิดว่ามันคือตัวละครที่แบกเนื้อหาทั้งหมดของตอนนี้เอาไว้ ราวกับเป็น 'เดอะแบก' เลยก็ว่าได้ คำถามคือเป็นไปได้ไง? เดอะแบกของตอนควรจะเป็นพระเอกสิ ทำไมอีน้าสาวน่ารำคาญถึงเป็นเสาที่คอยค้ำจุนเนื้อหาของบทนี้ไปได้วะ

คำตอบก็คือมันเป็นตัวละครที่รับบท 'สร้างความขัดแย้ง' ให้กับเนื้อเรื่อง ในขณะที่ตัวละครอื่นแม่งอวยพระเอกกันหมด ทั้งอีเอริส ทั้งไอ้ลุงคนขับ มีแค่อีน้าสาวที่ต่อต้านพระเอก สร้างความขัดแย้ง ทำให้เรื่องมีสีสันมากขึ้น ถ้าอยากจะเขียนเรื่องสนุกๆ การขัดแข้งของตัวละครคือสิ่งจำเป็น ไม่มีความขัดแย้ง เรื่องราวไม่เกิด การที่ตัวละครทั้งหมดมีความคิดไปในทางเดียวกันหมด แม่งไม่สนุกหรอก เทคนิคเบสิคเหี้ยๆ กูเห็นโม่งสับพูดถึงประเด็นนี้หลายรอบแล้วด้วยซ้ำ แต่ถึงกูจะมองว่าอีน้าสาวได้แบกเนื้อหาบทนี้ไว้ก็จริง แต่มันก็ยังไม่ดีพอจะทำให้เนื้อเรื่องสนุก แค่ทำให้มีสีสัน แต่ไม่สนุก มันยังขาดชั้นเชิงอยู่มาก อารมณ์ในบทนี้ เหมือนกำลังดูตัวละครเถียงกันในละครหลังข่าว ไม่มีชั้นเชิงเหี้ยไรทั้งสิ้น

เซ็ง!

230 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

บทที่สอง : ลักพาตัว

กูยังไม่ลืมชื่อบทหนึ่ง 'ฟรี่เมี่ยม' แม่งยังไม่เฉลย สรุปแปลว่าไร ใครรู้บอกกูหน่อย กูพลาดหรือตกหล่นอะไรรึเปล่า มันมีคำนี้ในโลกมั้ย หรือการที่พระเอกให้เต้าหู้เด็กฟรีๆ คือที่มาของชื่อตอน ถ้าใช่ก็เรื่องของแม่งเหอะ เอาที่มันสบายใจ (ครีเอทดีเหลือเกิน)

พระเอกเรากลับมาห้อง พบว่าห้องสภาพเหี้ยมาก โคตรรก มีหนูวิ่งด้วย ถ้ามันรับเงินจากอีเจ๊โฮลี่ ขายเต้าหู้ไปแพงๆ กูว่าแม่งคงได้เช่าห้องดีๆ กว่านี้ ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันความโง่ของพระเอก แถมยังทำตัวโคตรซกมก ไม่ยอมเก็บกวาดห้อง จากนั้นคนเขียนก็บรรยายว่าพระเอกเคยอุทิศชีวิตทำเควสในโลกเวทมนต์ ก่อนจะกลับมาโลกจริงเพื่อท่องเน็ตไปวันๆ ทำให้รู้สึกว่าชีวิตช่างว่างเปล่าเหลือเกิน นอนเปื่อยอยู่พักใหญ่ไอ้พระเอกก็รับรู้ว่าอีน้อนเอริสกำลังเสียขวัญมันรับรู้ตำแหน่งของเธอได้จากเครื่องรางที่ให้ไปตอนที่แล้ว แม่งโคตรโรคจิตอะ มีการซุกเครื่องติดตามในเครื่องราง โลลิค่อนแน่ๆ ได้ความว่าน้องเอริสโดนโจรเรียกคาไถ่จำนวนห้าสิบล้าน

ทุกคนน่าจะเดาได้ว่าอีกเดี๋ยวพระเอกต้องมาช่วย และ 'โชว์เทพ' แบบฟินๆกันถ้วนหน้า แม่งเอ้ย กูไม่อยากอ่านต่อแล้วเนี่ย

จากนั้นอีน้อนเอริสก็ถูกขู่อย่างน่าสงสารและหวาดกลัว แล้วแม่งก็ตัดจบตอนไปเสียเฉยๆ คือกูอึ้งอ่ะ เพราะเวลาเขียนนิยายสักบท เนื้อหามันควรมีสัดส่วนประมาณนี้เปล่าวะ

-เปิดตอน
-ดำเนินเรื่อง
-เจออุปสรรค
-ไคลแมกซ์

แต่มันมีแค่

-เปิดตอน
-ดำเนินเรื่อง(เจออุปสรรคกากๆ)

แล้วจบเฉย ไหนไคลแมกซ์วะ ไม่มีไคลแมกซ์ไม่พอ แม่งตัดจบตอนเรื่องกำลังเนิบๆ เฉยเลย คือไม่ได้ดิ มันรู้จัก Cliffhanger เปล่าวะ ในสถานการณ์แบบนี้ การจบที่ดึงดูดที่สุดคือให้พระเอกโผล่มา แล้วตัดจบดื้อๆ ให้คนอ่านเปิดบทต่อไป เพื่อดูพระเอกโชว์ฟอร์มตอนหน้า แต่นี่เล่นจบตอนดื้อๆ ตอนเนื้อหากำลังเนิบๆ แบบไม่มีความน่าดึงดูดเชี่ยไรเลย

พ่อง!

เสียชื่อชิบหาย ดีกรีผู้ผ่านเข้ารอบ 100 คนของ Fictionlog แค่เรื่องเบสิคสุดๆ เสือกไม่รู้

231 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

ตอนที่3: อย่างพวกแกมันก็แค่เชื้อราที่ติดบนขอบขนมปังที่หมดอายุ

อ่านชื่อตอนกูได้แต่ร้อง อิหยังวะ? คิดว่าเท่เหรอ ชื่อตอนยาวๆ เปิดตอนมาด้วยฉากโจรลักพาตัวกำลังสนทนา อารมณ์เหมือนตัวร้ายกากๆในละครหลังข่าวภาคค่ำ กลิ่นอายมันได้ว่ะ เมิงลองนึกภาพตามละกัน ความน่าเกรงขามแทบไม่มี แต่แล้วจู่ๆ พระเอกแม่งก็โผล่มา (ควรโผล่ตอนที่แล้ว) จากนั้นก็ด่ากราดตัวร้ายแบบยาวๆ เหมือนผู้หญิงปากจัด เหมือนคนเขียนหลงทาง คิดว่าอะไรแบบนี้คือเท่ แต่ทุกสิ่งที่พระเอกทำมันหาความเท่ไม่เจอ ที่สำคัญพระเอกเสือกใช้เวทได้อีก สรุปว่าแม่งเป็นนักเวทนั่นเอง จากนั้นก็จัดการโชว์เมพ ช่วยน้อนเอริสแบบชิลๆ ไม่มีการพลาดพลั้งตามสเต็ป Easy เชี่ยๆ จากนั้นพระเอกกับเอริสก็คุยกันแบบมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง ทำคนอ่านฟินน้ำแตก แต่กูต้องกดข้าม ไม่ไหวจริง

อ่านจบแล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่านี่น่ะหรือ 'เสาหลักต้นใหม่' ของ Top20 หมวดแฟนตาซี

ตอนที่4 ลูกคุณ

พระเอกพาเด็กดวกเอริสกลับบ้าน เจอน้าของเอริสชื่อเคิร์ทเป็นนักเวทเหมือนพระเอก คุยกันไป คุยกันมา ก็ได้ไปเจอกับแม่อีน้อนเอริส ชื่อคาเทียร์(นางเอก) ซึ่งขุ่นแม่เคยคบกับพระเอก เป็นผัวเมียกัน ก็ทะเลาะกันตามประสาคนเคยเย ซีนอารมณ์โคตรเหมือนละครไทยไม่มีผิด แม่งทำถึงจริง กูว่าคนเขียนต้องชอบดูละครไทยแน่ๆ แต่การทำถึง ไม่ได้แปลว่าอ่านสนุก ละครไทยนะเว้ย ใครอยากดูวะ กูกดข้ามอะซีนนี้

ปิดท้ายด้วยการเผยว่าอีน้อนเอริสแท้จริงแล้วคือลูกพระเอก ซึ่งคนอ่านแม่งน่าจะเดาได้ตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้ว ตอนนี้จบได้ดีตามหลักการ แต่ถามว่ากูรู้สึกยังไงหลังอ่านจบ

'เฉยๆ'

กูอึ้งมากกว่าที่พระเอกเคยมีเมีย เพราะเท่าที่กูอ่านคือนิสัยมันเด็กกระโปกมาก คนแบบนี้ไม่น่าจะเคยมีแฟน คำพูดไม่คมคาย ขาดเสน่ห์ ไม่น่ามีใครเอาทำผัว ไม่น่ามีใครยอมถ่างขาให้ ตัวละครพระเอกแม่งไม่มีโมเมนต์ที่แสดงความเป็นผู้ใหญ่แม้แต่ซีนเดียว ภาพลักษณ์แม่งเด็กเห่อหมอยอ่ะ คำพูดคำจามันส่อออกมาแบบนั้น ที่สำคัญพระเอกแม่งปากจัดชิบหาย ด่าเมียเก่าซะเสียหมา เฮ้อ

232 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

ตอนที่ 5 ป๊ะป๋าของหนูเป็นฮีโร่!

แค่ชื่อตอนกูก็เครียดละ แบ๊วเหลือเกินอีเด็กเปรตเอริส เปิดตอนมา พระเอกอึ้งแดกที่เคยมีลูก อีคาเทียร์(นางเอก)ก็ฟินไปดิ หีไม่แห้งแล้ว จากนั้นก็เกิดความขัดแย้งระหว่างน้องทั้งสองคนของนางเอก เป็นการปะทะกันของ น้าสาวปากจัดที่ไม่ชอบพระเอก กับน้าชายที่กำลังดีใจที่พี่สาวตัวเองได้มีผัวอีกครั้ง

ซึ่งอย่างที่กูเคยบอกไป 'การขัดแย้งกันของตัวละคร = ทำดี' อย่างน้อยคนเขียนก็มีซีนแบบนี้ให้กูชื่นใจว่าการเขียนของมันยังมีหลักการอยู่บ้าง อย่าให้มันเนิบเกินไป ต่อมา ขุ่นแม่บอกน้องเอริสว่าพระเอกคือพ่อของหนูนะจ๊ะ อีหนูเอริสก็เฮรัวๆ จากนั้นอีพระเอกก็ไปทานข้าวกับครอบครัวพร้อมหน้า รู้สึกฟินที่ได้เป็นพ่อคน นี่คือความสุขที่แท้จริง กูไม่ขายแล้วเต้าหู้ เกาะเมียเก่าแดกแม่มเลย ฮ่าฮ่า รวยดีนัก คุยกันไป คุยกันมา ได้ความว่าอีน้องเอริสเป็นโรคเบื่ออาหาร พระเอกเลยอาสาทำอาหารให้กิน ถึงตอนนี้ทุกคนน่าจะเดาได้ว่าบทสรุปจะเป็นไง กูพนันว่าทุกคนในเรื่องต้องว้าวกับอาหารพระเอก ถ้าไม่ว้าวกูเลิกเขียนนิยายตลอดชีวิตแม่ม จากนั้นพระเอกเล่านิทานกล่อมน้องนอน

จบตอน ให้คะแนนเลยดีก่า

233 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

เนื้อเรื่อง : นี่คือนิยายขายความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อและลูกสาว เส้นเรื่องชัดเจนมากว่าตั้งใจเน้นหนักไปที่ชีวิตประจำวันของพระเอกและลูก ให้พระเอกคอยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัวลูกน้อยและครอบครัว โดยมีตัวละครรอบตัวเป็นอุปสรรคคอยขัดขวาง แต่อ่านแล้วสัมผัสได้ว่าเขียนเป็นโลลิคอน อยากเขียนตัวละครน่ารักๆ มาสนองนี้ด แล้วมโนว่าตัวเองคือพระเอก ซึ่งก็ไม่ผิด มึงสนองนี้ดตัวเอง แล้วยังได้สนองนี้ดคนอ่านด้วย ฟินกันถ้วนหน้า

ซึ่งถ้าลองมาวิเคราะห์ดูดีๆ นิยายที่เน้นขายความสัมพันธ์ พ่อ-ลูก ใน top20 มันไม่มีอยู่เลย พูดง่ายๆ คือไม่มีคู่แข่งที่เป็นแนวเดียวกัน ไม่ต้องแบ่งหรือแย่งความนิยมกับใคร ประกาศให้ชัดไปเลยว่ากูจะมาแนวนี้ อย่าหวังเนื้อเรื่องเทพๆ มีให้แค่ความฟินรายวัน เนิบๆ ไปเรื่อยๆ ผสมดราม่าให้คนอ่านหัวร้อนบ้างพอกรุบกริบ เผลอๆ มีแนวรักอีกต่างหาก สำหรับกูมองว่านี่ไม่ใช่งานเขียนที่ทะเยอทะยาน ชัดเจนว่าตั้งใจเล่าเรื่องง่ายๆ ละครไทยจ๋า เป้าหมายคนเขียนชัดเจนสัสๆ

ตัวละคร : พระเอกของเรื่องประสบปัญหาเดียวกับตัวละครชายส่วนใหญ่ในเด็กดี นั่นคือเซ็ตติ้งประวัติตัวละครมาซะเท่ (หล่อเทพ อัจฉริยะ) แต่ตัวละครเสือกทำตัวเหมือนเด็กเห่อหมอย ไม่เจ๋งจริงดั่งคำโฆษณา คนเขียนพยายามทำให้พระเอกดูเท่ แต่กลับออกมาล้มเหลวไม่เป็นท่า ดูโง่ ไม่ฉลาด เด็กแว๊นมากๆ ความคิดอ่านมันดูตื้นเขิน ขาดความลุ่มลึก เหมือนกับว่าคนเขียนมีประสบการณ์ชีวิตน้อย แต่ดันทะลึ่งเขียนตัวละครที่โตกว่าตัวเอง ผลเลยออกมาเป็นเช่นนี้

(ซึ่งกูจะช็อคมาก หากนักเขียนแม่งไม่เด็กแล้ว แต่ดันเขียนตัวละครได้แค่นี้)

ส่วนสาเหตุที่ขึ้นท็อป กูทราบได้ไม่ยาก

1.อัพบ่อย นิยายรายวัน
2.อ่านรู้เรื่อง
3.ไม่มีคู่แข่งแนวเดียวกันในหมวด
4.ตัวเอกเมพขิงๆ ตามสเต็ปพระเอกนิยายยุคใหม่

สรุปคะแนน

วิจารณ์นักเขียน : กูมองว่ามันไม่เก่ง แต่ก็ไม่กากมาก มีการเอาองค์ประกอบตัวละครของละครหลังข่าวมาใช้ แต่ก็ยังขาดความรู้เรื่องโครงสร้างนิยาย เนื้อหาในบทดูขาดๆ เกินๆ จังหวะการดำเนินเรื่องยังไร้ชั้นเชิง พลาดแม้กระทั่งจุดง่ายๆ ยังต้องศึกษาอีกเยอะมาก

พล็อตเรื่อง : 4/10 (ชัดเจนในแนวตัวเอง ไม่ทะเยอทะยาน ยังขาดความแปลกใหม่)

การดำเนินเรื่อง : 2/10 (จุดบกพร่องเยอะ)

ตัวละคร : 1/10 (ตัวละครควรลึกกว่านี้ นักเขียนควรเสพสื่ออื่นนอกจากละครหลังข่าว เพื่อจะได้มีชั้นเชิงในการเขียนมากยิ่งขึ้น)

คะแนนความชอบส่วนตัว : ไม่ชอบ ไม่ใช่แนว

สิ่งที่ได้รับจากนิยายเรื่องนี้ :

1.นิยายควรเส้นมีเรื่องที่ชัดเจน เพื่อให้นักอ่านรู้ว่านิยายของเราจะดำเนินไปทางไหน
2.นักเขียนควรหากลุ่มเป้าหมายให้เจอว่าเราเขียนนิยายเพื่อใคร เพื่อนักอ่านกลุ่มไหน
3.อย่าทำให้นิยายมีกลิ่นอายละครไทย กูคนนึงไม่ชอบ นี่มันนิยายแฟนตาซีไอ้แม่ย้อย
4.หากทำได้ แต่ละบทควรมีฉากไคลแมกซ์ เลือกฉากจบให้ดี ดึงดูดคนอ่าน อย่าแต่งนิยายเหมือนมึงเขียนการ์ตูนสี่ช่องจบ
5.Conflict ของตัวละครทำให้เรื่องน่าสนใจ มากกว่าการให้ทุกตัวละครเห็นพ้องกันไปในทิศทางเดียว

***- คะแนนโดยรวม : 4/10 -***

ลงชื่อ โม่งเห็บหมา

234 Nameless Fanboi Posted ID:aqNB08aHrU

ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยาก โม่งสับทั้งหลาย
กุมองว่านักเขียนไทยแม่งสอบตก dramatic structure ว่ะ
คือแม่งไม่มีความเข้าใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว อย่าเอาไปวัดเป็นเกณฑ์ ให้คะแนนยังไงก็ศูนย์
ไม่เชื่อถามโม่งในนี้ดูก็ได้ มีกี่คนชูมือโชว์จักกะแร้ให้ดูหน่อยว่าเขียนเรื่องโดยอิงตาม dramatic structure
กุเป็นคนหนึ่งที่เขียนแฟนตาซีกลิ่นละครไทย รู้สึกสะดุ้งเล็กน้อย กุว่ามันเขียนได้นะ
เอาว่าถ้าเรื่องมันจับเส้นเรื่องได้ชัดเจนก็ควรชมมันได้อยู่
แค่เขียนเส้นเรื่องให้ชัด รู้ว่าตัวเองกำลังนำเสนออะไรยังหายากเหี้ย ๆ
อืกอย่างอยากจะพูด เมิงอย่ามองว่ากุสอนหนังสือสังฆราช
การตูนสี่ชองจบมันใช้วิธีเล่าเรื่องแบบจีน ตรงไคลแมกซ์ มันเปลี่ยนเป็นจุดพลิกผัน
1 แม่สั่งไปซื้อหมู จะทำทงคัตสึให้แหลก
2 เดินไปซื้อหมู
3 ร้านปิด << นี่จุดพลิดผัน
4 อยากแดกทงคัตสึจึงเดินไปเนื้อหมูร้านอื่น
ถ้าอยากเห็นตัวอย่างชัด ๆ แนะนำไปอ่านนิเซโค้ยดู คนเขียนใช้วิธีเล่าเรื่องแบบนี้ดำเนินเรื่อง

235 Nameless Fanboi Posted ID:1I0n/bSJsq

>>227 ตบมือแปะๆ ขอบคุณเพื่อนโม่ง กูเข้าไปส่องก่อนอ่านสับแล้วเพื่อกันอคติ แต่ก็ปิดตั้งแต่เจอแม่ผู้หญิงปากจัดละ เป็นแนวแฟนตาซีที่กูไม่อ่าน ไม่ใช่สายโลลิแต่ก็พออ่านได้ซึ่งไม่ใช่เรื่องนี้ นักเขียนขยันแต่กูอยากรู้จังว่าจะจบมั้ยเท่านั้นหรือแบ่งเป็นภาคๆ แล้วไม่จบ ส่วนตัวอยากกระโดดถีบพระเอก 555555

236 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

>>234 นิยายกลิ่นอายละครไทยเขียนได้นะมึง เวิร์คด้วย นิยายของ ณ พรรณา(ที่เคยโดนสับ) แม่งโคตรไทย ทำยอดขายไปเกือบล้าน คือนักอ่านเด็กดีมันชอบอะไรแบบนี้อยู่แหละ แต่กูไม่ชอบไง 555555

แล้วกูก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าการ์ตูนสี่ช่องจบแม่งมีสัดส่วนแบบนี้ น่าสนใจดี จุดพลิกผันนี่ก็สำคัญมากเหมือนกัน

>>235 นักเขียนขยันจริง กูละยอม แต่ว่าเรื่องก่อนๆ แม่งก็แต่งไม่จบอ่ะ ดังนั้นเรื่องนี้กูว่าอิหรอบเดิม

237 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>234 โดยส่วนตัว กูมองว่าโครงสร้าง Dramatic Structure เนี่ย มันกำลังจะมีแบบใหม่ ไอ้ที่มึงว่ามามันจะเป็นรูปแบบสามเหลี่ยมใช่มั้ย จุดพีคจะอยู่บนยอดปิระมิด

แต่สมัยนี้ที่กูอ่านนิยายอิเซไค และแกรี่เทพซ่า แม่งมาเป็นคลื่นเวฟเลยว่ะ ขึ้นลงขึ้นลงเรื่อยๆจนคนอ่านแทบจะสำลักตายอยู่ล่ะ คนอ่านคนไหนทนไม่ไหวก็ปิดทิ้ง ประมาณนี้

238 Nameless Fanboi Posted ID:cyGibnirUU

กูคิดว่านิยายที่ล้มเหลวของเด็กดีมีโครงสร้างเหมือนชีพจรคนตายวะ ไม่พีระเมิด ไม่ Dramctic Structure อะไรทั้งสิ้น มาแนวเรียบๆ เนิบๆ เล่าไปเรื่อยเปื่อย อยากนำเสนออะไรก็ใส่เข้ามา ไม่อิงเทคนิคเชี่ยไรทั้งนั้น กราฟอารมณ์คนอ่านเลยนิ่งตามไปด้วย ผลลัพธ์ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น

ซึ่งแย่ว่ะ ตัวอย่างมีให้ศึกษาตั้งเยอะ แต่เสือกพลาดกันในเรื่องพื้นฐาน

โม่งเห็บหมา

239 Nameless Fanboi Posted ID:AnEOU8haFN

จริง ไม่รู้เรื่องโครงสร้างก็ปัญหาอยู่แล้ว แต่ไม่ศึกษาด้วยก็ยิ่งแล้วใหญ่ ในเด็กดีก็คือเห็นใครวิวเยอะ ฮิต ก็เลยแต่งตามจนเป็นสูตรสำเร็จว่าถ้าเขียนแนวนี้มึงต้องเทพทรู ถ้าแต่งแนวนี้ต้องไปต่างโลก ถึงจะมีคนเขียนแบบไม่อิงกระแสแต่ก็ไม่รู้เรื่องโครงสร้างอีกเหมือนกัน แต่สุดท้ายถ้ามันแมส มันมีคนอ่านเยอะ ต่อให้ไม่ได้เขียนตามโครงสร้างแม่งก็มีแฟนคลับ เว็บโนเวลชี้วัดความสำเร็จด้วยยอดคนอ่านไม่ใช่ฝีมือและพรสวรรค์

240 Nameless Fanboi Posted ID:baHJDCONbz

>>238 พูดซะเห็นภาพเลย เคยเจอนิยายแบบนั้นเหมือนกันนะ เน้นอธิบายโดยรอบอย่างละเอียดชนิดหาวหวอด แต่เนื้อเรื่องน่าเบื่อ กดปิดสิ แม้แต่ชื่อนิยายก็จำไม่ได้

241 Nameless Fanboi Posted ID:i8pkidDHpr

Red sun rising somewhere through the dense fog
The portrait of the jaded dawn who had seen it all before
This day wept on my shoulders
Still the same as yesterday
This path seems endless, body is numb
The soul has lost its flame
Walking in familiar traces to find my way back home
So there I was
Within the sobriety of the immortals
A semblance of supernatural winds passing through
The garden sighs, flowers die
The gate was closed that day, but I was bound to carry on
She could not see me through the windows

In dismay, strangest twist upon her lips
Graven face, she said my name
Once inside I heard whispers in the parlour
The gilded faces grin, aware of my final demise
And I cried, I knew she had lied
Her obsession had died, it had died
When can I take you from this place?
When is the word but a sigh?
When is death our lone beholder?
When do we walk the final steps?
When can we scream instead of whisper?
When is the new beginning
The end of this sad Madrigal

https://youtu.be/NrY9qLqjlFo

242 Nameless Fanboi Posted ID:b6R70Y2McQ

กูโม่งทดลอง วันนี้จะมารายงานผลคร่าว ๆ หลังจากอัพนิยายตอน 7 ไปได้มากกว่า 24 ชั่วโมง

สถิตินิยายตอนนี้อยู่ที่ 442 วิว 24 เม้นท์ 81 หัวใจ และ 45 เฟบ จากเป้าหมาย 10 ตอน 1,000 วิว 100 เฟบ ยังไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง จากการวิเคราะห์แนวโน้มแล้วอาจจะไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดด้วย

เพื่อหาเปอร์เซนไทล์ดูจุดยืนคร่าว ๆ ของตัวเอง กูได้สุ่มตัวอย่างนิยายในหมวดแฟนตาซีแนวคล้าย ๆ กันที่มีจำนวนตอนใกล้เคียงกัน (6-8 ตอน) และลงในช่วงใกล้ ๆ กัน จำนวน 5 เรื่อง เพื่อหาสถิติแบบหยาบ (ไม่ได้คิดค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเพราะเดี๋ยวจะจริงจังเกินและขี้เกียจขุดหาแซมเปิ้ลแล้ว) พบข้อมูลตามนี้

https://imgur.com/a/C01qOWh

อาจสรุปได้ว่าปัจจุบันนิยายทดลองยังมีคะแนนสูงกว่ามีนและอาจพอมีอนาคตอยู่บ้าง

แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวคือการเอาไปโฆษณาในเว็บบอร์ดอยู่ 2 ครั้ง และขอให้คนวิจารณ์ให้อีก 1 ครั้ง ผลคือจำนวนผู้ติดตามไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (เพิ่มมาแค่ 1-2 คน) แต่ผู้ติดตามจากเว็บบอร์ดได้เข้ามาให้กำลังใจอยู่บ้าง

ขณะที่คอมเม้นท์ในเรื่องที่พบบ่อยคือ “น่ารัก” และ “กาว” เท่ากับว่าสองสิ่งนี้อาจเป็นลักษณะเด่นของนิยายทดลอง จากนั้นได้ทดลองใส่ฉากโหดลงไปในตอนที่ 7 เพื่อดูแนวโน้ม แม้จะมีคอมเม้นท์พาดพิงถึงความโหดที่โดดมาจากความฟรุ้งฟริ้ง แต่ก็ยังติดตามกันต่อและจำนวนผู้ติดตามก็ยังไม่ลดน้อยลง อย่างไรก็ตามต้องติดตามดูกันต่อไปว่าถ้าเพิ่มความหนักของเนื้อหาต่อไปเรื่อย ๆ จะส่งผลอย่างไร หรือกูจะเทก่อนก็ว่ากันอีกที

ประเด็นที่น่าสนใจคือตามที่โม่งคนหนึ่งได้จับข้อสังเกตไว้ว่านิยายทดลองมีน้อง ๆ เข้ามาคุยประปราย ทำให้กูสนใจเรื่องประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนและนักอ่านขึ้นมา กูเลยเพิ่มเงื่อนไขด้วยการทำตัวเป็นเด็กเบียว เข้าถึงง่ายเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มคนอ่านและเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนวัยเดียวกับคนอ่าน (และไม่เนียนเหี้ย ๆ เพราะมึงน่าจะรู้ว่ากูแก่ตั้งแต่ชื่อตอนแล้วไอ้สัส) เพื่ออาจทำให้กูเข้าใจความต้องการของคนอ่านในกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น เพราะนักอ่านปรกติของกูไม่ใช่กลุ่มนี้ และกูก็ไม่ได้เขียนนิยายแฟนตาซีด้วย

ถ้ามีประเด็นอะไรน่าสนใจ อาจมาอัพเดทอีกครั้ง

หมายเหตุ นิยายทดลองเขียนขึ้นเพื่อหาคำตอบในสมมติฐานที่ว่า ถ้ามึงไม่ได้เขียนเหี้ยมาก พอเล่ารู้เรื่อง มึงก็น่าจะมีคนอ่านอยู่บ้าง ไม่ได้รกร้างเหมือนเวลามีคนมาตั้งกระทู้บ่นว่านิยายไม่มีคนอ่าน ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ไรจริงจังมาก เพราะกูไม่ได้ทำวิจัยหรือธีสิสอยู่ นิยายทดลองไม่ได้เขียนขึ้นมาในเชิงวรรณศิลป์ ไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร แต่เขียนเอามันไปเรื่อยและอาจเป็นการผลิตซ้ำอาหารขยะ

243 Nameless Fanboi Posted ID:GXrrtOQzsx

Let's grab a gold switch blade
And make us a blood pact, babe
To love and to fuck and to only see ourselves
And remember this

Your hotel hall won't be so vacant
And I can tell that you ain't faking
Because I take death threats
Like the best of them

Would you kill, kill, kill for me?
I love you enough to ask you again
Would you kill, kill, kill for me?
You won't be kissing me unless you kill for me
Kill, kill, kill for me

Bloody noses are just like roses
But what happens when we are betrayed?
Won't you drag him to the shed
And unload six rounds in their fucking face?
This is a sacrifice

Your hotel hall won't be so vacant
And I can tell that you ain't faking
Because I take death threats
Like the best of them

Would you kill, kill, kill for me?
I love you enough to ask you again
Would you kill, kill, kill for me?
You won't be kissing me unless you kill for me

Sideways for attention, longways for results
Who are you going to cross?
Sideways for attention, longways for results
Who are you going to cross?
Sideways for attention, longways for results
Who are you going to cross?

Would you kill, kill, kill for me?
I love you enough to ask you again
Would you kill, kill, kill for me?
I love you enough to ask you again
Would you kill, kill, kill for me?
You won't be kissing me unless you kill for me

Kill, kill, kill for me
Kill, kill, kill for me

Sideways for attention, longways for results
Who are you going to cross?

https://youtu.be/WTviW6w_-wI

244 Nameless Fanboi Posted ID:0eh9xZO6zb

ดูสำนวนการพิมพ์โม่งเห็บหมาแล้วคุ้นๆว่ะ กูว่ากูอาจเคยอ่านนิยายมึง แต่กูยังนึกไม่ออก

245 Nameless Fanboi Posted ID:997QEzNahS

ว่าแต่นิยายตอนเยอะ​ ๆ​ แบบ30ตอนขึ้นเนี่ยถ้าตอนล่าสุดวิวไม่ต่ำกว่า5% ของตอนล่าสุดนี่ยังไม่ถือว่าล้มเหลวในด้านการดึงคนอ่านให้อ่านนิยายต่อใช่ไหมวะ​ วิวตอนล่าสุดกุมันก่ำกึ่ง5%ของตอนแรกสุดล่ะนะ

246 Nameless Fanboi Posted ID:pVG46YkBUK

>>245 จำได้ว่าเรทที่โม่งเคยคุยกันคือประมาณ 10% นะ กูว่าถ้าเหลือ 5% นี่คือน้อยเหี้ยๆ สมมติตอนแรก 1,000 วิว ตอนล่าสุดมึงเหลือแค่ 50 วิวเองนะเว้ย จำนวนคนอ่านที่หายไปรายทางคือชิบหายวายวอดเลยนะ มึงลองดูสิว่าคนอ่านลดฮวบฮาบตั้งแต่ช่วงตอนไหน แล้วเนื้อเรื่องช่วงตอนนั้นเป็นยังไง

247 Nameless Fanboi Posted ID:pVG46YkBUK

ky หน่อย น้องดร๊าฟตอนนี้ธาตุไฟแตกซ่านหรือยังไง ตอนแรกเห็นมาโปรโมทนิยาย กูก็อืมๆ ไม่น่าสนใจตามเคย เห็นบ่อยไปส่องหน้านิยายดูเจอว่าอายุแค่ 13 ก็เลยปล่อยผ่านไปเพราะเด็กจัด นี่ล่าสุดเหมือนเกรียนแตกซะงั้น

248 Nameless Fanboi Posted ID:iJuv.8zjQK

>>246 มันลดไปช่วงกูดองไปเดือนกว่า.. เอ่อ​ กุผิดเอง

249 Nameless Fanboi Posted ID:Bq6mWG6922

>>245 บางที10% กูว่าก็น่าคิดแล้วล่ะ ตัวอย่างกูเอง แต่พักหลังๆ นานๆ อัพ พวกแอดเฟบคงขี้เกียจเข้ามา ส่วนยอดวิวที่ได้ 10% น่าจะเป็นของแฟนคลับที่ชอบนิยายจริงๆ กดเข้ามาทุกวัน ....ร้องไห้แปบเรื่องมันเศร้าจริงๆ เศร้าที่คนอ่านน้อย? หึ เศร้าที่กูขี้เกียจเนี่ย! ไปกินยาละ

250 Nameless Fanboi Posted ID:7CFn0IoLsT

>>244 ถ้ามึงเคยอ่านนิยายกูจริง แสดงว่ามึงนี่ไม่เด็กละนะ น้อยคนที่จะเคยอ่าน

โม่งเห็บหมา

251 Nameless Fanboi Posted ID:OpaH6Yeyur

>>247 อะไรอีกวะ กูตกข่าวอะไรไป

252 Nameless Fanboi Posted ID:pVG46YkBUK

>>251 ไม่ใช่ข่าวอะไรหรอก น้องดร๊าฟคือตั้งมู้โปรโมทบ่อยๆ ท้าให้คนเขียนแฟนฟิคนิยายตัวเองมั่งไรงี้ แล้วล่าสุดตั้งมู้ทำนองว่าทำไงให้คนมาอ่านมาเม้นท์เยอะๆ ชาวบอร์ดก็จิ้มเบาๆ คนละทีสองทีว่าอย่าตั้งมู้เยอะมากไรงี้ น้องก็คร๊าฟๆ มาวันนี้ก็ฟลัดมู้เหมียนเดิม พอมีคนตินิยายก็ อออ อืมมมม ไรไม่รู้ แต่ก็อย่างที่บอก น้องเด็กจัดๆ จนคนอาจขี้เกียจตบเกรียนเพราะคิดว่าแม่งยังไม่โตนี่แหละ

https://www.dek-d.com/board/user/KUsakul/

253 Nameless Fanboi Posted ID:ifX5AoBcHl

>>250 มึงทำให้กูนึกถึง ประภัสสร เสวิกุล แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง

254 Nameless Fanboi Posted ID:7oJDPpKWr4

>>252 อ๋อ เห็นแว่บๆแต่ไม่ได้สนใจอะไร

255 Nameless Fanboi Posted ID:YlL0YdQhRC

>>252 ดร๊าฟไหนอีกวะ ตัวใหม่มาเรื่อยกูตามไม่ทัน ถ้าวีรกรรมเท่านี้เบลอมันไปก่อนก็ได้มั้ง แค่เดกเห่อหมอย

256 Nameless Fanboi Posted ID:KmdwhxsPTF

https://www.dek-d.com/board/view/3980994/
น้อนโอ๊ตม้างอแงโหยหาคนวิจารณ์จร้า ใครไม่เข็ดลองยื่นหน้าไปรับตีนน้อนแก้เซงได้ กูแวะไปส่องนิยายน้อนมาแล้วรีไรท์จนดูเป็นนิยายขึ้นจม แต่ที่ฮากว่าคือไอ้ SilverScissors ที่มันเม้นบอกว่าให้ไปดูนิยายมันแลกเปลี่ยน แม่งลบไอดีทิ้งหนีไปแล้วซะงั้น

257 Nameless Fanboi Posted ID:55NSMrVIuL

>>256 โอ๊ตเย็สม้า Vs เทพกวี งั้นเรอะ

>>252 กูให้ค่าเท่าไอ้ Suskong อะ งอแงกับขอข้อมูลไปวันๆ

258 Nameless Fanboi Posted ID:3vj3lyM.Iq

>>256 แค่นำเรื่องก็งงแล้ว วางประธาน กริยา หรรม คำขยายได้พิลึกเหมือนแปลอังกฤษมาไทยแบบเรียงคำ
เด็กน้อยอ่อนโยนและหยาบคายต่อโชคชะตาชีวิต เธอที่อ่อนไหวในโลกที่โหดร้าย ทั้งสองจะบรรจบกับชีวิตพลิกพลัน และอุปสรรคของหัวใจคือเขาซึ่งมีแรงกล้าของกิเลส ใครล่ะที่จะได้คำตอบของชีวิต
พอเลื่อนดูชื่อตอนก็เจอตอนที่ 13 ฉนวนหายนะ อยากถามใจถามจริงว่านี่คือรีไรท์แล้วเหรอวะ อย่างน้อยน่าจะปรึกษาพจมานนุกลมบ้าง

259 Nameless Fanboi Posted ID:KmdwhxsPTF

เผื่อลืม SilverScissors คือพี่เทพกวี นิยายดากสัสๆ ซึมเศร้าห้ามอ่าน เรียกแทนตัวเองว่าพี่ มีการสอนทุกคนให้เป็นนักเขียนที่ดีทุกท้ายตอน (เนื้อหายาวกว่านิยายแม่งทั้งตอน) ระลึกความหลังได้ที่ https://fanboi.ch/webnovel/9247/796-1000/

260 Nameless Fanboi Posted ID:55NSMrVIuL

>>258 ประธาน กริยา หรรม ! อห. จงใจหรือเขียนผิดเหมือนกูวะ จะเขียนควบคุมเสือกออกมาเป็นควยคุม ตัวอักษรแม่งใกล้กับ บวกกับความเหี้ยที่แอบซ่อนไว้ในใจเลยเผลอทุกที (นี่ไงผลร้ายจากการเล่นโม่ง) คราวก่อนเขียนแผนงานจะเอาไปนำเสนอ เขียนผิดจากควบคู่เป็นควยคู่ ดีนะที่กลับมาอ่านตรวจก่อนไม่งั้น เละ

261 Nameless Fanboi Posted ID:ifX5AoBcHl

>>260 กูฮา จินตนาการว่ามึงนำเสนองานต่อหน้าหัวหน้าแล้วขึ้นคำว่าควยคุม ฮาลั่นเลยทีเดียว

262 Nameless Fanboi Posted ID:30GcQRIjth

>>260 บ่งบอกถึงความต้องการในจิตใจ เดี๋ยวแก้ไข่ เดี๋ยวควยคุม เดี๋ยวควยคู่ มึงอ่านพอร์นแท็ก double penetration สินะสินะสินะสินะ

263 Nameless Fanboi Posted ID:GXrrtOQzsx

Tired of this conversation
We didn't come all this way
To touch a little, kiss a little
All night long
You wanna hear me say it
I know I kept you waitin'
Just a little, just a little
All night long

Can't stop
'Til you're lyin' right here next to me
I should stop
But I think I'll do it anyway

Baby, would you ever want to be my girlfriend?
I don't wanna play no games
This is more than just a phase
Baby, would you ever want to be my girlfriend?
If you want it, let me know
We could make this official

Don't we look perfect, baby?
Let's take this further, baby
Just a little, just a little
All night long
If I was your boyfriend, I
I'd be givin' you all my time
Not just a little, just a little
All night long

Can't stop
'Til you're lyin' right here next to me
I should stop (Oh)
But I think I'll do it anyway

Baby, would you ever want to be my girlfriend? (Oh)
I don't wanna play no games (No games)
This is more than just a phase
Baby, would you ever want to be my girlfriend? (Oh)
If you want it, let me know (Me know)
We could make this official (For sure)

Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, no)
Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, my)
My girlfriend
Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, no)
Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, my)
My girlfriend

I can't stop, woah
Know I should stop
But I had to do it anyway, I had to do it anyway
I had to do it anyway, I had to do it anyway

Baby, would you ever wanna be my girlfriend? (Oh)
I don't wanna play no games (No games)
This is more than just a phase (Yeah)
Baby, would you ever wanna be my girlfriend? (Oh)
If you want it, let me know (Me know)
We could make this official (Oh yeah)

Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, no)
Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, my)
If you were my girlfriend (I'm ready to do this thing, yeah)
Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, no)
Hold on, you're makin' me (Oh no, baby, my)
My girlfriend (Yeah)

https://youtu.be/LXRI0vr_zPQ

264 Nameless Fanboi Posted ID:Bq6mWG6922

>>256 อีน้อนโอ๊ตตตต อยากให้เขาวิจารณ์แต่คุณมึงเถียงทุกประเด็น สติเนอะ กูล่ะเงี่ยนปากอยากถอดกระ เชี้ย ล็อกอินไปเตือนจริงๆ ว่าการอธิบายของคุณน้องมีแต่จะทำให้มึงอยู่ในกะลา ฝังหัวกับความคิดตัวเองเกินไป หรือนี่จะเป็นน้ำเต็มแก้วอีกใบ เอ....หรือกูยังไง อยากเสือกดราม่าแต่ก็รอโม่งสับอยู่นะแจ๊ะ

265 Nameless Fanboi Posted ID:KmdwhxsPTF

>>264 กูถึงบอกไงใครไม่เข็ดยื่นหน้าไปรับตีนน้องได้ กูล่ะสงสารคนที่มาตอบมู้ สีสอให้ควยฟังจริงๆ

266 Nameless Fanboi Posted ID:7oJDPpKWr4

เห็นเม้นมันปุ้บก็รู้แล้วว่าคนๆนี้อีคิวต่ำ แสดงอารมณ์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง คนอื่นเวลาโดนติ ถึงจะไม่เชื่อก็ยังแบบ “เราขอชี้แจงตรงโน้นนะ ตรงนี้นะ” แต่ไอ้นี่เถียงฉอดๆอย่างเดียว

นี่ไม่ใช่น้ำเต็มแก้วหรอก น้ำเต็มแก้วอย่างน้อยก็ยังมีน้ำ นี่มันแก้วเปล่าคว่ำไม่เอาน้ำเลยต่างหาก

267 Nameless Fanboi Posted ID:55NSMrVIuL

ในกระทู้นี่คงขอข้าม แต่คือกูสงสัยเรื่องเดียวว่า มันไปเรียนวิธีเว้นวรรคแบบนี้มาจากไหนวะ ไม่ได้พูดถึงนิยายนะ หมานถึงการตอบเมนต์นี่แหล่ะ อ่านแล้วหงุดหงิดชิบหอย

268 Nameless Fanboi Posted ID:tbcdO5nju/

ถามจริงโม่ง มึงดูไม่ออกหรือ ว่ามันเหงา โม้เย็ตม้าแม่งหาเรื่องเนียนชวนคุย และต้องการให้คนสนใจนิยายมันทางอ้อมนั่นแหละ แต่อย่างที่โม่งบางตัวบอก การกระทำแบบนี้เปล่าประโยชน์

269 Nameless Fanboi Posted ID:GXrrtOQzsx

My body is a cage that keeps me
From dancing with the one I love
But my mind holds the key

My body is a cage that keeps me
From dancing with the one I love
But my mind holds the key

I'm standing on a stage
Of fear and self-doubt
It's a hollow play
But they'll clap anyway

My body is a cage that keeps me
From dancing with the one I love
But my mind holds the key

You're standing next to me
My mind holds the key

I'm living in an age
That calls darkness light
Though my language is dead
Still the shapes fill my head

I'm living in an age
Whose name I don't know
Though the fear keeps me moving
Still my heart beats so slow

My body is a cage that keeps me
From dancing with the one I love
But my mind holds the key

You're standing next to me
My mind holds the key
My body is a,

My body is a cage
We take what we're given
Just because you've forgotten
That don't mean you're forgiven

I'm living in an age
That screams my name at night
But when I get to the doorway
There's no one in sight

I'm living in an age
That laughs when I'm dancing with the one I love
But my mind holds the key

You're standing next to me
My mind holds the key

Set my spirit free
Set my spirit free
Set my body free
Set my body free

Set my spirit free
Set my body free

https://youtu.be/PkNtBuwWq_o

270 Nameless Fanboi Posted ID:blMKpox4zG

โม่ง Data Support หายไปไหนละวะ ใน Doc ล่างสุดของ highlight ไม่ได้อัพเดตมาตั้งแต่มู้ 29 ถ้าว่างแล้วผ่านมาเห็นก็ช่วยอัพให้ทีนะ

271 Nameless Fanboi Posted ID:Q.fwPiQWV8

>>269 มึงดู DARK ???????

272 Nameless Fanboi Posted ID:tBSKlQX8+9

>>258 ฉนวนหายนะ... มันคือฉนวนโฟมจากเรื่องแดดเลียรึเปล่า ถถถ

273 Nameless Fanboi Posted ID:4mwmmEtMPq

น้อนโอ้ตม้างอแงลบมู้หนีไปอีกแล้วจ้า!!! https://www.dek-d.com/board/view/3980994/

274 Nameless Fanboi Posted ID:7UQ+5wQEni

ถ้ามันขี้เหงาหรือต้องการประชาสัมพันธ์นิยายมันจริงๆอย่างที่โม่งข้างบนว่าไว้ วิธีการปฏิบัติของแม่งผิดพลาดชิบหาย ทำตัวแบบนี้มีแต่คนยี้ ไม่อยากยุ่งด้วย

275 Nameless Fanboi Posted ID:8Fdy36kCqr

พอเจ๊หนิงเปิดสับก็มีคนเปิดตามเต็มเลยเว้ย กูเห็นน้องกิฟต์มูนไปฝากนิยาย แต่ก็ไปเปิดวิจารณ์สไตล์อวยคมด้วยเลยไปส่องนิยายน้องมา (คนเหี้ยอีกละ) เจอว่าอายุ 12 ก็กดปิด ช่วงนี้รร.แม่งยังไม่เปิดเทอมอีกเหรอ กูชักจะสงสัย ช่วงนี้เด็กน้อยเยอะจังวะ น้องๆ ในบอร์ดนี่บางคนเป็นลูกกูได้เลย เส้ากับความแก่เหี้ยๆ

276 Nameless Fanboi Posted ID:fGLkYwYn.M

>>275 เปิดวันที่1 ทนไปอีกหน่อย

277 Nameless Fanboi Posted ID:MtwpxEM3tY

>>275 รุ่นน้องกูเขาเล่าว่าเรียนออนไลน์ที่บ้านอ่ะ ก็ไม่เชิงเปิดเรียนซะทีเดียวอ่ะนะ

278 Nameless Fanboi Posted ID:CdhbMxwqPJ

มู้รับวิจารณ์ในเดกดวกผลุดเป็นดอกเห็ดเลยว่ะมันมีดีบ้างมั้ยวะ พวกสับเอาแต่จริตตัวเองกับอวยเกินกูไม่ค่อยอยากไปแปะ

279 Nameless Fanboi Posted ID:8Fdy36kCqr

>>278 กูให้ราคาของเจ๊หนิงแล้วกัน เห็นตั้งแต่ทำวิดีโอรีวิวนิยายในดด.ตั้งแต่สมัยกูสาวๆ เอาจริงนี่ใกล้ถึงรอบที่กูจะไปเปิดรับอีกรอบแล้ว แต่ดูจากบอร์ดช่วงนี้ขอบายดีกว่า ใครอยากได้คำปรึกษาก็ dm มาเหมือนเดิมแล้วกัน ถ้ากูว่างก็จะดูให้

280 Nameless Fanboi Posted ID:hV.8yhfe6K

>>270 มีคนกดอ่านด้วยเหรอวะ ซาบซึ้งจุยจุง

281 Nameless Fanboi Posted ID:eXSitwQUWg

>>280 มันต้องมีอยู่แล้ว คนที่อยากหาของใส่ตัว หาความรู้ประดับหัว ถึงไม่ได้อะไรตอบแทนก็ทำไป คิดเสียว่าเป็นวิทยาทาน ได้บุญกุศลแรงชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเข้ามาเล่นโม่ง 555

282 Nameless Fanboi Posted ID:Ubx+ypULCv

โอ๊ตเย็สม้าสายต้านกับน้องดร๊าฟยอดนักอ้าง ถ้าเอามาปะทะกันดูนี่มันแมตซ์หยุดโลกเลยนะ

283 Nameless Fanboi Posted ID:8Fdy36kCqr

>>282 น้องดร๊าฟนี่เหมือนพ่อแม่รังแกฉัน นิยายเฟบ 13 แต่เม้นท์เป็นร้อย นอนเมมทั้งนั้น อวยล้วนๆ จากที่อ่านคือเพื่อนพี่ป้าน้าอามาเม้นท์ให้ คงทำให้เหลิงว่าเขียนดีเลิศเลอ กับดักเพื่อน(ญาติ)อวยอีกแล้ว

284 Nameless Fanboi Posted ID:Ubx+ypULCv

>>283 กะว่าจะไปส่อง แม่งกดปิดการเข้าถึงเฉยเลย

285 Nameless Fanboi Posted ID:TmZ5CUctcU

เว็บโม่งแม่งสงบสุขเกินไปล่ะ สงสัยกูต้องโทรลซะหน่อย แต่ปัญหาคือกูติดเกม ไว้ชาติหน้าตอนค่ำๆค่อยมาป่วน

286 Nameless Fanboi Posted ID:EPeKpsFJpx

>>285 โม่งชอบหียินดีรับใช้ครับ ผู้ใดต้องการโทรลโปรดติดต่อ

287 Nameless Fanboi Posted ID:7UQ+5wQEni

เหี้ยกันจริงๆ พวกมึงจะโทรลทำไมนักหนา ไม่รู้จักดูปรัชญา คำคม วิถีชีวิต ข่มใจ กิเลสตัณหา ไม่เข้าใจพวกมึงจริงๆเลย

288 Nameless Fanboi Posted ID:b7tn4CDUab

>>227 ฟรี่เมี่ยม = ฟรี + พรีเมี่ยมมมม
แต่ว่า เกวิน นี่อ่านว่า เก-วิน หรือ กะ-เวิน อ่ะ สงสัยกัฟ

289 Nameless Fanboi Posted ID:EPeKpsFJpx

พบคนหัวร้อน 1ea
https://www.dek-d.com/board/view/3981114/

290 Nameless Fanboi Posted ID:Ubx+ypULCv

>>285 กูเวลอยู่หุ่นกับตี้ชิวๆ ชีวิตเรนเจอร์แม่ง ดี๊ดี

291 Nameless Fanboi Posted ID:.nF83uTt4W

>>287 เบึ้มๆ แบบว่า คือลือน่ะ

292 Nameless Fanboi Posted ID:a2/VP93RxO

>>289 อสกข. ขนาดอยู่ฝั่งโลกสวยยังหัวร้อน ถ้ามาโลกใต้พิภพอย่างในโม่งมันจะไม่อกแตกตายไปเลยเหรอวะ

293 Nameless Fanboi Posted ID:NxuemmLbVc

>>292 ไอ้คนตั้งกระทู้ก็เล่นโม่งนั่นแหละ ดูสำนวนการพิมพ์มัน ถึงแม้พยายามจะปรับให้นุ่มลง แต่แม่งสไตล์โม่งชัดๆ

294 Nameless Fanboi Posted ID:bDkpe4igGd

https://www.dek-d.com/board/view/3981144/

เย็ตเข้! เจ้าของเรื่องกำแพงเมืองจีนโผล่มาได้ไงวะ กูนึกว่าตายไปแล้วซะอีก

295 Nameless Fanboi Posted ID:NgMv3AMr5g

BLACKPINK in your area

보란 듯이 무너졌어
바닥을 뚫고 저 지하까지
옷 끝자락 잡겠다고
저 높이 두 손을 뻗어봐도

다시 캄캄한 이곳에 light up the sky
네 두 눈을 보며 I'll kiss you bye
실컷 비웃어라 꼴좋으니까
이제 너희 하나 둘 셋

Ha, how you like that? (Woo)
You gon' like that, that-that-that, that, that-that-that, that
How you like that? (Bada bing, bada boom, boom, boom)
How you like that, that-that-that, that, that-that-that, that?

Now, look at you, now look at me (Uh)
Look at you, now look at me (Uh)
Look at you, now look at me
How you like that?
Now, look at you, now look at me (Uh)
Look at you, now look at me (Uh)
Look at you, now look at me
How you like that?

Your girl need it all and that's a hundred
백 개 중에 백 내 몫을 원해
Karma come and get some
딱하지만 어쩔 수 없잖아
What's up? I’m right back
방아쇠를 cock back
Plain Jane get hijacked, don't like me?
Then tell me how you like that, like that

더 캄캄한 이곳에 shine like the stars
그 미소를 띠며 I'll kiss you goodbye
실컷 비웃어라 꼴좋으니까
이제 너희 하나 둘 셋

Ha, how you like that? (Woo)
You gon' like that, that-that-that, that, that-that-that, that
How you like that? (Bada bing, bada boom, boom, boom)
How you like that, that-that-that, that, that-that-that, that?

Now, look at you, now look at me (Uh)
Look at you, now look at me (Uh)
Look at you, now look at me
How you like that?
Now, look at you now, look at me (Uh)
Look at you, now look at me (Uh)
Look at you, now look at me
How you like that?

날개 잃은 채로 추락했던 날
어두운 나날 속에 갇혀 있던 날
그때쯤에 넌 날 끝내야 했어
Look up in the sky
It's a bird, it's a plane
Yeah-eah-eah-eah
Bring out your boss bitch
Yeah-eah-eah-eah
BLACKPINK!

Ddu, ddu, ddu, ddu-ddu-ddu
Ddu, ddu, ddu, ddu-ddu-ddu
How you like that?
Ddu, ddu, ddu, ddu-ddu-ddu
Ddu, ddu, ddu, du-du-du-ddu
You gon' like that
Ddu, ddu, ddu, ddu-ddu-ddu
Ddu, ddu, ddu, ddu-ddu-ddu
How you like that?
Ddu, ddu, ddu, ddu-ddu-ddu
Ddu, ddu, ddu, du-du-du-ddu

https://youtu.be/ioNng23DkIM

296 Nameless Fanboi Posted ID:Ve7DJEtN.Q

https://www.dek-d.com/board/view/3981150/
เห็นกระทู้แล้วกูตกใจ นึกว่าดีซ่านจะมาสอนเอง

297 Nameless Fanboi Posted ID:b2Ci7yOrvf

>>296 กระแสกำลังมา ขอเกาะโปรโมทตัวเองหน่อยดิวะ

298 Nameless Fanboi Posted ID:HvWElEqbRt

>>296 กูก็คิดอย่างที่ >>297 เกาะกระแสไปมึง กูคิดไปเองปะวะ แม่งเหมือนพวกขี้เหงา บางอันนี่ถ้ามิรันอยู่นางต้องแปะลิงก์ชาวบ้านอย่างความภาคภูมิใจ ประหนึ่งเคลมว่าเป็นบทความตนเอง ทั้งที่ทำหน้าที่รวบรวม บางอันข้อมูลเก่าเก็บมาก แบบอัปเดตข้อมูลด้วยจ้า โลกหมุนไปไกลแล้วเน้อ

299 Nameless Fanboi Posted ID:NxuemmLbVc

โม่ง กูขอเตือนอะไรหน่อย อย่าดูถูกนักอ่านหรือนักเขียนคนไหนว่าเบียวหรือติ่งล่ะ ไม่งั้นมันจะเข้าตัว

แฟนคลับนิยายกูที่เพิ่มมาใหม่ และสนับสนุนนิยายกู แม่งเข้าข่ายว่ะ แถมชมนิยายกูด้วย เม้นแทบทุกตอน ทำเอากูรู้สึกเลย ว่าไอ้ที่ว่าเอาไว้เหมือนมันย้อนเข้าตัวยังไงไม่รู้ เพราะนิยายกูก็แต่งแนวแกรี่เทพซ่า

300 Nameless Fanboi Posted ID:j8lVIUf8kb

>>299 โม่งสับแม่ง น้ำล้นแก้ว

301 Nameless Fanboi Posted ID:p.hIctH2Dd

>>299 อันนี้เป็นเรื่องที่มึงคิดไปเอง มึงเอาการตัดสินไปรวมกับการดูถูกซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกัน

302 Nameless Fanboi Posted ID:J+K+TSKrDb

>>299 กูถึงได้บอกไงว่าถ้ามึงคิดว่ากูดูถูก กูก็ดูถูกนั่นแหละ มึงมันคิดแค่ช้อยนั้น เพราะมึงเก่งคิดแทนกูไปไกลเลอ eieiei

303 Nameless Fanboi Posted ID:/y4G96OcKF

มีใครทดลองเขียนงานที่ฉีกแนวเก่าตัวเองอีกมั้ย มาคุยกันได้ กูเขียนพอร์นอยู่ การตอบรับดีกว่าตอนกูเขียนแนวที่กูถนัดประมาณสามล้านเท่า

304 Nameless Fanboi Posted ID:z2vxnb2CRb

>>303 จะเขียนเหี้ยไรก็เขียนไปเถอะ ไอ้งานเขียนยาก ๆ ที่พวกมึงเชิดชูกันทุกวันนี้ ถ้าวันหนึ่งมันแมส ยังไงก็ต้องมีไอ้พวกชอบสวนกระแส มาด่ามึงอยู่ดีนั่นแหละ

305 Nameless Fanboi Posted ID:jU50YFxiqj

ตั้งแต่เกิดจนจะลงโลง งานเขียนยาก ๆ แม่งไม่เคยแมสว่ะ
คนไร้สามารถก็คือไร้สามารถ ไม่มีสมองพอจะเขียนอะไรยาก ๆ ได้
กลุ่มเขียนเขียนไทยแม่งแข่งกันเขียนเอ็นซีกันว่ะ
ภาษาโคตรง่อยลงไทยเพลยบอยยังไม่ไหวเลย

306 Nameless Fanboi Posted ID:z2vxnb2CRb

>>305 มึงต้องนิยามก่อนว่าอะไรคืองานเขียนยาก ยกตัวอย่างมาสักเรื่องสองเรื่องก็ดี

307 Nameless Fanboi Posted ID:Zy3yrBogv1

สำหรับกุนะคงแนวพวกอิงวิทยาศาสตร์ข้อมูลประกอบมั่วมีBruh กรณีนี้พวกแนวอิงประวัติศาสตร์ก็เช่นกัน

308 Nameless Fanboi Posted ID:NgMv3AMr5g

I'd sit alone and watch your light
My only friend through teenage nights
And everything I had to know
I heard it on my radio

You gave them all those old time stars
Through wars of worlds invaded by Mars
You made 'em laugh, you made 'em cry
You made us feel like we could fly (radio)

So don't become some background noise
A backdrop for the girls and boys
Who just don't know or just don't care
And just complain when you're not there

You had your time, you had the power
You've yet to have your finest hour
Radio (radio)

All we hear is radio ga ga
Radio goo goo
Radio ga ga
All we hear is radio ga ga
Radio blah blah
Radio, what's new?
Radio, someone still loves you

We watch the shows, we watch the stars
On videos for hours and hours
We hardly need to use our ears
How music changes through the years

Let's hope you never leave old friend
Like all good things on you we depend
So stick around 'cause we might miss you
When we grow tired of all this visual

You had your time, you had the power
You've yet to have your finest hour
Radio (radio)

All we hear is radio ga ga
Radio goo goo
Radio ga ga
All we hear is radio ga ga
Radio goo goo
Radio ga ga
All we hear is radio ga ga
Radio blah blah
Radio, what's new?
Someone still loves you

Radio ga ga
Radio ga ga
Radio ga ga

You had your time, you had the power
You've yet to have your finest hour
Radio (radio)

https://youtu.be/lWxQ55EsOVs

309 Nameless Fanboi Posted ID:z2vxnb2CRb

>>307 มันก็มีความยุ่งยากตรงการหาข้อมูลแหละ แต่นข.บางคนเอาข้อมูลมายัดทีสามทีหน้า แทบไม่ได้ย่อยหรือสรุปให้คนอ่านเลย ใครจะภูมิใจกับงานประเภทนั้นก็แล้วแต่นะ แต่กูว่าอ่านวิกิพิเดียสนุกกว่า

310 Nameless Fanboi Posted ID:7VTvZmoCZG

เขียนยากคือการที่เมิงเอาเรื่องที่ตัวเองตั้งคำถามขบคิดจนตกตะกอนแล้ว มาเรียบเรียงเป็นเรื่องราวเพื่อนำเสนอแก่ผู้อื่น เพื่อทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อความคิดส่งผลให้ย้อนกลับมาพิจารณาประเด็นของเรื่องราวที่ได้อ่าน
ถ้ามียากกว่านี้ก็คือเขียนกลับหัว
ตีลังกาไขว้ขาใช้ปากเขียนแล้วตดไปด้วย

311 Nameless Fanboi Posted ID:Xtehn3ZdiN

>>310 ท่ายากไปนะมึง

312 Nameless Fanboi Posted ID:81Oh2tVoeJ

>>310 อืม ถ้างั้นงานที่เขียนเอาสนุกซะส่วนใหญ่อย่างแฮรี่ พอตเตอร์ มังกรหยก หรือเพชรพระอุมา มันจัดเป็นงานที่เขียนง่ายเหรอวะ

313 Nameless Fanboi Posted ID:Ro2s71Q1Mq

>>300 เชี่ยแม่ง รู้ได้ไงวะว่ากูล้นแก้ว กูเก็บเป็นความลับมาตั้งนาน โคตรเก่งเลยเย้ดเข้

>>312 เส้นแบ่งระหว่างเขียนยากกับเขียนง่ายมันไม่ชัดเจน ถ้าจะแบ่งจริง

314 Nameless Fanboi Posted ID:/V8somuooP

คนอ่านไม่แคร์หรอกว่ามึงเขียนง่ายเขียนยาก สนแค่ output หรืองานที่ออกมาเท่านั้นแหละ ส่วนตัวกูมองว่างานที่ดีคืองานที่เขียนได้เหมาะสมกับแนวเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาษา พล็อตหรืออะไรก็ตาม ถ้ามึงอยากกาวก็กาวให้สุด เบียวก็เบียวให้สุด แกรี่ก็แกรี่ให้สุด นิยายมึงจะสาดมุกรัวๆ ก็ทำไป อยากเขียนแนวคัลท์ที่ไม่ชอบเลยก็เกลียดเลยก็ได้ ไม่ใช่มาอั้นๆ อย่างบางคนพยายามภาษาสวย พยายามจนขาดความเป็นธรรมชาติก็มี อะไรที่เขียนแล้วสนุกก็เขียนไปเหอะ กูสับด้วยกรอบหนึ่ง แต่เวลากูเขียนออกมา พวกมึงอาจจะด่าก็ได้ เพราะกูเขียนสายสารเลว ไรงี้ ถถถถ

315 Nameless Fanboi Posted ID:7VTvZmoCZG

>>312 เมิงก็เห็นคนเขียนแฟนฟิคหน้าหม้อขนดกได้ไม่ใช่เหรอ เพชรพระอุมาก็ด้วย
แต่นิยายชุดมังกรหยกนี่กุจัดอยู่ในประเภทเขียนยากนะ เพราะสารในเรื่องแม่งกระทบกับความคิดกุมาก

กุเถียงด้วยประเด็นงานเขียนยากมันฮิตขึ้นมาคนก็จะเขียนงานยาก ๆ กัน กุก็เลนพูดว่างานเขียนยากมันไม่เคยแมส เพราะมันยากไง ไม่ต้องไปอยากเขียน
เมิงจำที่ >>314 เขียนไว้ดีกว่า

316 Nameless Fanboi Posted ID:/hbXHrXuBH

พูดถึงเรื่องยาก-ง่าย แม่งค่อนข้างยาวเลย ที่เรียนรู้มากมันก็นานแล้วด้วย เดี๋ยวกูลองล้วงแถวๆ ก้นไหดูก็แล้วกัน

อย่างที่ใน >>310 บอก ส่วนนี้คือส่วนของคุณค่าทางวรรณกรรม เป็นสารที่นักเขียนพยายามสื่อถึงนักอ่านหลังทำการตกผลึกจนได้แง่คิด หรืออะไรก็ตามที่มาถึงจุดสุดท้ายแล้วจริงๆ ถ้าระหว่างเล่าเรื่องตัวนิยายสามารถทำให้นักอ่านเข้าใจข้อนี้ได้ก็ถือว่านิยายเรื่องนั้นประสบความสำเร็จ ความยากของมันก็คือต่อให้มีคนอ่านนิยายเรื่องนั้น 100 คน ก็อาจมีคนเข้าใจข้อความที่แฝงอยู่เบื้องหลังแค่คนหรือสองคน เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้คนมองนิยายเป็นบันเทิงคดีไม่ใช่สาระคดี การจะสร้างผลงานที่เขียนยากออกมาเลยลำบาก เพราะนักอ่านที่อ่านงานเขียนอย่างเจาะลึกก็มีอยู่ไม่มากเหมือนกัน ด้วยเหตุผลนี้แหล่ะ มันทำให้คนส่วนใหญ่ไม่อยากเขียนอะไรยากๆ ซับซ้อน หรือลุ่มลึก แต่หันไปเขียนแนวกระแส จับอะไรแมสๆ แทน เพราะมันอ่านง่าย เข้าใจง่าย enjoy ได้โดยไม่ต้องวิเคราะห์หลายขั้นตอน และที่สำคัญที่สุดคือมัน "ซื้อง่ายขายคล่อง" นักอ่านพออ่านแล้วรู้สึกว่ามันสนุกก็ซื้อต่อไปหลังจบการลองอ่าน

ไม่มีใครกล้าเถียงว่ายุคนี้งานเขียนโดยรวมมันกลายเป็นธุรกิจไปแล้ว แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในธุรกิจก็คือผลกำไร ถ้ามึงต้องแต่งนิยายที่ทั้งลำบากในการหาข้อมูล ลำบากในการสื่อ ลำบากในการสร้างคุณค่าให้แง่คิด ทว่าสุดท้ายแล้วนักอ่านเข้าไม่ถึง อ่านแล้วบอกว่าเข้าใจยาก รู้สึกไม่สนุก ก็เลยเลือกที่จะไม่ซื้อผลงานหรือถ้ามีซื้อก็มีแค่ไม่กี่ราย มันจะส่งผลให้มึงเสียกำลังใจ วงจรมันเลยวนกลับไปที่เดิมคือนักอ่านอยากได้งานที่อ่านแล้วสนุก ไม่ต้องลึกซึ้งอะไรมากก็ได้ เหมือนที่โม่งคนนึงพูดไว้ว่ายุคนี้มันเป็นยุคของ meme ขอแค่มึงเล่นให้ถูกจังหวะ ถ้ามันออกมาสนุกหรือฮา ความบันเทิงระยะสั้นแบบนี้อาจถูกใจกลุ่มเป้าหมายมากกว่า

แล้วยังไงต่อ? ฝั่งผู้ผลิตเลยเปลี่ยนวิธีการสร้าง, นำเสนองานตามความต้องการของผู้บริโภคไง บางคนรู้ว่าแม่งขายดีแน่ๆ ก็พุ่งเข้าไปทำอย่างจงใจ บางส่วนแม้จะมีศักดิ์ศรีหรืออุดมการณ์ค้ำคออยู่ แต่สุดท้ายก็ตัดใจเข้าร่วมในที่สุด (กูอยู่ในคนกลุ่มนี้) อย่างไรก็ตามขอให้พวกมึงลืมชุดข้อความข้างบนนี้ไปให้หมด เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความยาก-ง่ายของการแต่งนิยายโดยตรง แต่มันเป็นเรื่องของเศรษฐศาสตร์และการตลาด -*-

ไอ้ >>314 พูดถูก ตรงที่ว่านักอ่านเขาไม่ได้สนใจเลยว่าในขั้นตอนการสร้างจะลำบากยังไง ปัจจัยเดียวที่นักเขียนอย่างเราๆ ต้องควบคุมให้ได้คือ ไม่ว่านิยายจะเขียนยากหรือเขียนง่าย เมื่อผลงานถูกเผยแพร่ออกมาแล้วมันจะต้อง "อ่านง่าย" สำหรับนักอ่าน อันนี้คือข้อแรกเลย เป็นเป้าหมายพื้นๆ ในการสื่อสารที่ถูกโม่งด่าเละมาหลายครั้งว่า "มึงต้องเล่าเรื่องให้เข้าใจง่ายก่อน" ถ้าเล่าแล้วแม่งนักอ่านงงหรือบ่นว่ามึงเขียนเหี้ยไรเนี่ยกูอ่านไม่รู้เรื่อง นิยายเรื่องนั้นแม่งก็จบเห่ทันที เพราะบททดสอบระดับนี้ถือว่าเป็นโหมด "ง่าย" ในชีวิตนักเขียน ถ้ายังสื่อความผ่านตัวอักษรไม่ได้ก็คือมึงกากนั่นเอง

สำหรับการวัดความยากของนิยายหรืองานเขียนอื่นๆ โดยกลุ่มคนที่กูถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ เขามองต่างออกกันไป คือไม่ได้มองว่านิยายเรื่องนี้ต้องหาข้อมูลอะไรเยอะไหม ต้องให้ถูกต้องครบถ้วนหรือเปล่า (เผื่อมีคนสงสัยเกี่ยวกับแนววิทยาศาสตร์,ประวัติศาสตร์ และสังคมศาสตร์) เพราะมันถือเป็นหน้าที่ของนักเขียนซึ่งจำต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาจะมองความยากจากผลที่เกิดขึ้นตรงปลายทาง ผลที่เกิดขึ้นต่อนักอ่าน ต่อสังคม หรือต่อสเกลใหญ่ระดับโลกต่างหาก

317 Nameless Fanboi Posted ID:/hbXHrXuBH

>>316

ถ้าเอาวงแคบสเกลง่ายๆ อย่างเฉพาะกลุ่มนักอ่านก่อน เวลามึงจะแต่งนิยายสักเรื่องความลำบากแบบแรกที่กูพูดไปข้างบนคือมึงพูดภาษาคนรู้เรื่องไหม เขียนแล้วคนอ่านข้อความมึงแล้วเข้าใจหรือไม่ ถ้าสื่อความได้สิ่งต่อไปที่มึงจะลำบากเพิ่มคืออารมณ์ร่วมหรือความอิน ทั้งวิธีการเล่า การใช้ภาษา ฝีมือสื่อสำนวน ล้วนมีผลต่อ mood ของฉาก มันยากยังไง อันนี้กูตอบด้วยคำถามแทนดีกว่า (จริงๆ ไม่ควรทำนะ เพราะมันเสียมารยาท) ถ้ามึงเป็นนักเขียนนิยายแนวสยองขวัญ มึงต้องเขียนยังไงให้นักอ่านอ่านแล้วไม่กล้าเดินไปเข้าส้วม หรือกลัวจนถึงขั้นต้องเปิดไฟนอน, ถ้าเป็นนิยายรักแนวซึ้งกินใจ มึงใช้วิธีสร้างความดราม่าแบบไหนให้นักอ่านถึงขั้นร้องไห้จนตาบวม แล้วถ้าเป็นแนวอย่างว่า แต่งยังไงให้อ่านแล้วควยแข็ง-หีเปียก บิ้วด์อารมณ์แบบไหนให้คนอ่านทนไม่ได้จนต้องชักว่าว-เกี่ยวเบ็ด นี่คือบททดสอบระดับ "กลาง" ในชีวิตนักเขียน ความเขียนยากในขั้นนี้คือมึงสื่อเข้าใจแล้วก็จริง แต่มึงทำให้นักอ่านอินไปกับการเล่าของมึงได้หรือเปล่า

ส่วนต่อไปก็คือแนวคิดหรือแง่คิด เรากำลังพูดถึงคุณค่าทางวรรณกรรม หรือสิ่งที่ส่งผลต่อมุมมองของนักอ่านหลังอ่านจบ ถ้าเป็นสำนวนยุคก่อนจะมีอย่าง "มองดูละครแล้วย้อนดูตัว" เป็นต้น คืออ่านเรื่องจบแล้ว นักอ่านได้ฉุกคิดถึงการเปรียบเทียบระหว่างตัวละครกับตัวเองไหม อ่านจบแล้วเข้าใจ moral of the story ที่นักเขียนพยายามบอกหรือเปล่า อันนี้เป็นผลที่เกิดขึ้นโดยผิวเผิน แต่สิ่งที่ทำให้เกิดการตกผลึกทางความคิดจริงๆ มักไม่ได้ถูกพูดออกมาโต้งๆ ในเรื่อง ไม่ได้มาในรูปบทสรุปของจุดจบตัวละคร ไม่ได้มาแบบสิ่งที่คิดได้เป็นข้อคิดจากเรื่อง แต่ถูกแฝงไว้ผ่านการเล่าตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าให้กูยกตัวอย่างความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างนี้ก็เช่น

มึงแต่งนิยายรักที่ดูธรรมดาขึ้นมา พระเอก-นางเอก เป็นคนวันทำงานทั่วไป เล่าโน่นเล่านี้จนมีตัวร้ายชายโผล่มาคิดจะแย่งนางเอก แรกๆ ก็อาจมีแค่การคุกคามเบาะๆ เช่นตัวร้ายพยายามจีบนางเอกโดยใช้ความหล่อ ตำแหน่งงาน และความใกล้ชิดเป็นเครื่องมือ พอท้ายๆ เรื่อง ตัวร้ายเห็นว่าทำยังไงก็ไม่ได้ผลก็เลยลักพาตัวนางเอกไปเสียเลย แล้วเรื่องก็ไปจบตรงที่ตัวร้ายโดนตำรวจยิงตาย เราจะข้ามมาที่ข้อสามทันทีโดยไม่สนใจว่ามึงเล่าแล้วฟังรู้เรื่องไหม หรือเล่าแล้วนักอ่านอินจนตายต่อยตัวร้ายชายรึเปล่า แต่มองว่าจบเรื่องนี้แล้วผลงานที่มึงสร้างให้อะไรกับผู้อ่าน มองผิวเผินแบบกากๆ เลย อาจได้มาสองสามข้อเช่น ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว, ความซี่อสัตย์คือสิ่งสำคัญในชีวิตคู่ และเรื่องของหัวใจไม่สามารถฝืนหรือบังคับกันได้ อย่างไรก็ตามไอ้ข้อคิดที่กูเขียนมามันสามารถถูกทำให้คลาดเคลื่อนและเอนเอียง เพราะบางคนทำชั่วแม่งได้ดีก็มีเยอะ ชีวิตคู่แค่ซื่อสัตย์อย่างเดียวไม่พอหรอกมึงต้องมีเงินด้วย หรือต่อให้บังคับใจให้มารักไม่ได้แต่สามารถทำให้เลิกรักกับคนเดิมได้ (ด้วยวิธีชั่วๆ)

318 Nameless Fanboi Posted ID:/hbXHrXuBH

>>317

แล้วถ้ามึงอยากให้อะไรที่ลึกกว่านั้นกับนักอ่านล่ะ มึงก็แค่ใส่ Epilogue ว่าตอนตำรวจค้นศพตัวร้ายหาหลักฐาน พอเปิดกระเป๋าสตางค์ออกดู นางเอกก็เหลือไปเห็นรูปติดบัตรนักศึกษาของตัวร้าย ก่อนจะทำหน้าตกใจสุดขีดแล้วขอให้พระเอกพาตัวออกไปจากฉากสุดท้าย ให้มีการพูดคุยกันว่านางเอกรู้แล้วว่าที่ตัวร้ายทำไปทั้งหมดมันเป็นเพราะอะไร เล่าย้อนไปเลยว่าตัวร้ายเคยเอาช่อดอกไม้มาสารภาพรักกับนางเอกในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย แต่ตอนนั้นนางเอกยังไม่มีหัวคิดและเห็นว่าตัวร้ายหน้าตางั้นๆ แถมยังฟันเหยินด้วย ประกอบกับที่โดนเพื่อนเชียร์ด้วยความคึกคะนอง ก็เลยทั้งเหยียดทั้งบูลลี่ตัวร้ายไปว่า เสียใจด้วยนะหน้าตาอย่างมึงไม่มีใครเขาคิดจะเอามาเป็นแฟนหรอก ปัดดอกไม้เขาทิ้งไม่พอยังเอาน้ำอัดลมสาดเสื้อด้วย หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเจอตัวร้ายอีกเลยซึ่งนางเอกก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องนี้

จากนั้นตัวร้ายก็ย้ายไปเรียนที่อื่น ตั้งใจเรียนให้ได้งานตำแหน่งที่ดี ศัลยกรรมให้ตัวเองดูหล่อเหลา แล้วหาทางย้ายมาทำงานที่เดียวกันกับนางเอก จนมาเกิดเป็นเรื่องในนิยายที่มึงเล่ามา คราวนี้แหล่ะนักอ่านถึงจะได้รับตัวกระตุ้นทางความคิดที่หนักแน่นกว่าเดิม ว่าคนเราเนี่ยหวานพืชเช่นไรก็ได้ผลเช่นนั้น ความอาฆาตมันเป็นพืชที่หยั่งรากลึกชนิดที่ไม่ว่านานเพียงใดก็ไม่สามารถถอนออกได้ นางเอกที่เคยทำร้ายจิตใจตัวร้าย สุดท้ายก็ส่งผลให้ตัวเองถูกตามมาแก้แค้นในที่สุด บางทีถ้าตอนนั้นนางเอกปฏิเสธตัวร้ายไปแบบธรรมดา ตัวร้ายก็อาจเพียงแค่ตัดใจแล้วไปเริ่มต้นใหม่ แล้วไอ้เรื่องความพยายามจนได้ดีของตัวร้ายนี่ก็ด้วย ในเมื่อต่อสู้มาจนถึงจุดที่ชีวิตตัวเองดีขึ้นขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงไม่เลิกยึดติดกับนางเอก ถ้าปล่อยวางเรื่องความแค้นไปได้ ก็คงใช้ชีวิตใหม่ได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องมาถูกยิงตายตอนจบ

ถ้าเป็นนักอ่านที่เขาคิดตามได้ลึกจริงๆ ก็จะเข้าใจว่า "การเหยียดและล้อเลียนข้อด้อยของคนอื่นไม่ใช่เรื่องดี" และ "อย่าใช้ชีวิตโดยอาศัยการขับเคลื่อนจากแรงแค้น" เพราะ 2 ข้อนี้คือต้นเหตุของความบรรลัยทั้งหมดในเรื่องที่ผ่านมา

วันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกัน ส่วนความยากของงานเขียนในระดับที่คาดหวังให้ส่งผลต่อสังคม หรือไปถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโลก เดี๋ยวกูจะเอามาคุยต่อรอบหน้าพร้อมตัวอย่างความยากและเป้าหมายระดับกลางของนิยายแนวต่างๆ ด้วย

ก่อนจากกันวันนี้กูเอาการ์ตูนใน Blog เก่าของคนรู้จักกูมาให้พวกมึงอ่านเล่น (เพราะนานๆ มันจะเขียนจิกกัดนิยายทีนึง) ไม่ได้จะเอามาด่าใครที่กำลังแต่งนิยายแนวนี้นะอย่าเข้าใจผิด พวกมึงอาจคิดว่าไม่เกี่ยวกับหัวกระทู้หรือดู KY แต่ประเด็นคือ Entry นี้เคยทำให้เกิดดราม่าวงกว้างในเว็บเด็กดวกมาแล้ว จำได้ว่าโคตรมันส์ พี่เว็บบางคนหัวร้อนจนลงมาร่วมดราม่าด้วยก็มี (ทำให้กูเห็นธาตุแท้ของพี่เว็บไปหลายเลย 555)

สาเหตุที่หนังสือกากๆ ไม่หมดไปซะที : http://p-achblog.blogspot.com/2011/08/046.html
นิยายกากๆ ภาค 2 กับอุดมการณ์จอมปลอม : http://p-achblog.blogspot.com/2011/12/062-part2.html

319 Nameless Fanboi Posted ID:tmUCUnSqEX

>>318 กูนี่คนล่ะ เขียนนิยายความสัมพันธ์พระนางต้องแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ขัดใจเด็กสมัยนี้ที่มักจะชอบเสพฉากเยกัน อาจเพราะกูแก่ก็ได้มั้งเลยชอบความสัมพันธ์แบบไม่เร่งรีบ มีเต๊าะกันบ้างให้กระชุ่มกระชวยพอเก็บแต้มความผูกพันธ์ได้ระดับหนึ่งก็ค่อยจิ้มจุ่มกันจากนั้นก็อีกทีตอนจบ ล่าสุดสามร้อยหน้าแม่งยังได้แค่จูบ วรั๊ยตายแล่วไม่มีน้ำยา~

320 Nameless Fanboi Posted ID:kfE2QJTHZS

Yeah, new Balenciagas
Walkin' like I cannot touch the lava
Ooh, she a freak, she a stalker, yeah
I ain't even really tryna block her (Yeah, yeah)
Yeah, new Balenciagas
Yeah, walkin' like I cannot touch the lava
Ooh, she a freak, she a stalker, yeah
I ain't even really tryna block her

I been looking at the same walls all day
They don't wanna see me go off now
How I go from Mississauga to the bay
And nobody came for my spot, look
I know that I cannot live forever, but I'll never die
They gon' listen to me forever, so I'm immortalized
Juggin' and finessing, always
And I'm with the boys, fuckin' with the gunplay
Ridin' with the AR, ain't nobody showing on my radar
See me in the graveyard
Know they wanna put me in the graveyard, yeah

If you get the bag, let me hear you say “Ahile”
If she actin' up, let me hear you say “Goodbye”
New car very very fast, for real
We apply pressure to the gas, for real (Ahh)

Yeah, new Balenciagas
Walkin' like I cannot touch the lava
Ooh, she a freak, she a stalker, yeah
I ain't even really tryna block her
Yeah, new Balenciagas
Walkin' like I cannot touch the lava
Ooh, she a freak, she a stalker, yeah
I ain't even really tryna block her

https://youtu.be/tcteikAsJ9c

321 Nameless Fanboi Posted ID:lvPyEgs+Fr

มะม่วงงงงง มึงทำกูขำอีกและ
https://www.dek-d.com/board/view/3981282/

322 Nameless Fanboi Posted ID:72DFByd+8N

นักฆ่า NK เขียนนิยายได้...ไม่รู้จะใช้คำไหนบรรยาย

323 Nameless Fanboi Posted ID:b.8S5XIy7o

>>322 ไหน ขอลิงก์ปลากรอบให้กูเผือกหน่อย

324 Nameless Fanboi Posted ID:/V8somuooP

>>322 เรื่องใหม่เรตติ้งดี สงสัยฟินน้ำแตกไปแล้วมั้ง
>>323 อะ ไปเลือกเอา
https://www.readawrite.com/?action=user_page&user_id_publisher=3956108

BTW จากรูปการณ์ไอ้ห่านี่น่าจะเฟติชชุดนักเรียนชาย กางเกงนร.ชายไรงี้ ก็ระวังแล้วกัน เรียนครูด้วยนี่ พ่อพิมพ์ของชาติ ถ้ามีข่าวครูชายลวนลามเด็กแล้วเป็นมันสักวัน กูจะไม่แปลกใจ

325 Nameless Fanboi Posted ID:Wu6QjwwBRR

>>324 กูรู้สึกแม่งเหยียดเพศไงไม่รู้กับชื่อนิยาย

326 Nameless Fanboi Posted ID:h6xnWBgvEq

>>324 กูลองเลื่อนมาอ่านเม้น มีคนเม้นว่า "ตามมาจากเฟสเลยนะเนี้ย" รู้สึกขนลุกเหี้ยๆ

327 Nameless Fanboi Posted ID:cz+kzxol6+

>>324 วิปลาสชิบหาย เขียนพอร์นเฉยๆ ไม่มีใครว่า แต่แม่งเขียนเหมือนคนโรคจิต เป็นเหี้ยไรกับเป้าผู้ชายวะ

328 Nameless Fanboi Posted ID:.p+6TD7Prf

>>324 กุไปส่องเรื่องที่คนอ่านเยอะสุด แค่ชื่อเรื่องก็อุบาทว์สัสแถมยังมีคนบอกว่าเขียนดีมาก หรือมันจะเขียนดีมากจริงๆ ใครก็ได้อ่านให้กุที55555

329 Nameless Fanboi Posted ID:JrH8LhCfct

>>328 มึงใจร้ายมาก เลือดเย็นโคตรๆ แค่เรื่องควยยืดคราวก่อนกูก็แทบแย่แล้ว

330 Nameless Fanboi Posted ID:kfE2QJTHZS

Lil' baby, when you ready, hit my line
Tell me what you wanna do
I know you see I'm feelin' you

Don't let shit get in the way
I know you tired of playin' games
So tell me what you wanna do
I know you see I'm feelin' you

If I back it up, is it fat enough?
When I throw it back, is it fast enough?
If I speed it up, can you handle that?
You ain't ready for this work
Now watch me throw it, throw it

Back, throw it back
Back, back, throw it back
Back, back, back
Throw it back, back, back, throw it back (from the back)
Back, back throw it back, back

My ass too fat, fat, fat, fat
Fat, fat, fat, fat
My ass too fat, fat, fat, fat
Fat, fat, fat, fat

I like how she
Rock, rock, rock, rock (how she)
Rock, rock, rock

I like how she
Rock, rock, rock, rock (tell me what you wanna do)
Rock, rock, rock, rock (I know you see I'm feelin' you)

https://youtu.be/CZ--Bs6IiKo

331 Nameless Fanboi Posted ID:oysMMD3ud.

มีเด็กผู้ดื่มด่ำกับนิยายแนวระบบตั้งกระทู้ถาม(หรืออวยแบบเง่า ๆ วะ) ถ้าแปลงวรรณกรรมเป็นนิยายแนวระบบ https://www.dek-d.com/board/view/3981239/

332 Nameless Fanboi Posted ID:/V8somuooP

>>328 ถามว่าเขียนดีขึ้นไหม ถ้าในแง่ของภาษาคือเขียนดีขึ้น แต่ความแหวะ ความโรคจิต ความอุบาทว์คือเหี้ยมาก มันไม่ใช่ kink แบบที่ใน pwp ทั้งหลายเขียนกัน แต่มันแบบหยาบโลนแล้วก็อี๋อ่ะไอ้สัส กูสไลด์ตอนแรกรัวๆ เจอแบบเฟติชกางเกงนักเรียน เฟติชกางเกงในต่างๆ กูอ่านแล้วจะอ้วก

333 Nameless Fanboi Posted ID:14qta5afah

ขุนแผนนี่ถือเป็นแกรี่เทพซ่ามั้ยครับ มีกุมาร มีอัญเชิญผีแถมมีฮาเร็มด้วย

334 Nameless Fanboi Posted ID:cz+kzxol6+

เมืองนอกสามารถนำงานชั้นครูตั่งๆ หยั่งป้าเจนออสมาเขียนใหม่เป็นแนวห้าสาววิ่งสู้ฟัดซอมบี้ฮูเร่ หรือมีนักเขียนรุ่นปัจจุบันเอามาเขียนใหม่เป็นมิสเตอร์ดาร์ซี่กับนางสาวเอลิซาเบธยั่วเยกันได้ตั้งแต่หน้าแรก แต่ทำไมในไทยไม่สามารถเอางานสุนทรภู่หรือตั่งๆ นานามาปรับใหม่ให้เข้ายุคสมัยไม่ได้ คิดว่าไงกรรคร๊พรี่ๆ

335 Nameless Fanboi Posted ID:Wu6QjwwBRR

>>332 กูขอถามไรโง่ๆ หน่อย PWP คือไรวะ คือกูเห็นคนอ่านพูดถึงตัวละครในนิยายแล้วมีความงง ขอบคุณ

336 Nameless Fanboi Posted ID:Wu6QjwwBRR

>>334 ปัญหาเดียวเลย จะเกิดการดราม่าสำหรับพวกหัวอนุรักษ์ ขนาดเอาไปแต่งเพลงมันยังด่าเลยว่าไม่สมควร

337 Nameless Fanboi Posted ID:iiUkYT2zJH

>>335 porn without plot

338 Nameless Fanboi Posted ID:cz+kzxol6+

>>336 ว้าวซ่าาาาา เข้าใจแร้วค่ะ เพราะในบอร์ดเด็กดีก็เหนเพนตัวอย่างแร้ว

339 Nameless Fanboi Posted ID:.p+6TD7Prf

>>334 กุว่ามันแล้วแต่เรื่องนะ สมมติถ้าเอาเหยื่ออธรรมมาแต่งใหม่ให้มาริอุสมานัวสาวไม่ก็เยกับโกเซ็ทกุว่าก็คงมีคนไม่พอใจแหละ แต่ถ้าแต่งดีจริงๆก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร อย่างpride and prejudice ที่เอามาบวกซอมบี้เขาแต่งออกมาได้โอเค คือมันมีความเคารพต้นฉบับบวกเอาฮาได้ดี อย่างพวกประโยคเปิดเรื่องก็เอาต้นฉบับมามาล้อแต่มันไม่ได้ทำให้ต้นฉบับเสีย(ความรู้สึกกุนะ)

340 Nameless Fanboi Posted ID:a76QvV/Aq/

>>324 อีเหี้ย มันเป็นอะไรกับเป้ากับตูดผู้ชายมากไหมเนี่ย เหมือนคนโรคจิตชิบหายย อึ๋ยยย

341 Nameless Fanboi Posted ID:/8Hyt4klRZ

Yah, I said
I don't have enough bandaids
To cover up my scars
I've been fallin' pretty hard
Us apart, that's bizarre
Sayin' goodbye
That's the hardest fuckin' part
Took a shot in the dark
Put a hole in the bottom of my heart
And I'm runnin' out of bandages
Stitchin' up these damages
Stitchin' up these damages
And I'm runnin' out of bandages
Stitchin' up these damages

Uh-huh
I tried
And I love the way you look at me
But still, you say goodbye

I ask why did you tell me lies
I thought you was mine
You won't find
No one worth your time
Promise, I'm your "Ride or die"
I shoulda read the signs
Read between the lines
Guess it's fine
You're the reason why
My mind and heart fight a lot

Coffins, love is dead
Too many regrets, it's in the trash
Why did I invest in somethin' that I guessed would never last
Huh
Freedom, that's a blessin'
And the lesson for the class
All this heartache
All these scars you made
I said

I don't have enough bandaids
To cover up my scars
I've been fallin' pretty hard
Us apart, that's bizarre
Sayin' goodbye
That's the hardest fuckin' part
Took a shot in the dark
Put a hole in the bottom of my heart
And I'm runnin' out of bandages
Stitchin' up these damages
Stitchin' up these damages
And I'm runnin' out of bandages
Stitchin' up these damages, uh-huh

All you can do is be brave enough to get out there
You fought
You loved
You lost
And it hurts

https://youtu.be/CjZAqk0_s7g

342 Nameless Fanboi Posted ID:/8Hyt4klRZ

( kink shaming alert )

343 Nameless Fanboi Posted ID:PVVS7Ky/Yz

>>334 ขุนแผนฟ้าฟื้นนี่นับมั้ยอ่ะเป็นการเอานิทานมาตีความใหม่ หรืออย่างการ์ตูนเรื่อง อภัยมณีซาก้า ที่เอามาดัดแปลงใหม่หมดเลย แต่ดันเขียนไม่จบ

344 Nameless Fanboi Posted ID:7sg8p0r09/

>>343 ถ้าเป็นพวกนี้กูสรับสนุนนะ เพราะถือเป็นการเอาไอเดียมาต่อยอดโดยไม่ได้ไปกระทบต้นฉบับ พวกวรรณคดีไทยอะไรพวกนี้มันก็มีคุณค่าในตัวมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นก็ให้มันคงเดิมไว้ดีกว่า

กูเองยังโอเคเลยตอนที่เรื่องอาหมวยออนไลน์ทำดันเจี้ยนเกี่ยวกับรามเกรียนอะ เพราะช่วงนั้นนิยายเกมออนไลน์เรื่องอื่นเล่นแต่ของนอก อย่างปกรนัมนอร์ส กรีก-โรมัน กับพวกฝั่งอียิปต์

345 Nameless Fanboi Posted ID:DpN9b1IbiV

ขอถามความเห็นชาวโม่งหน่อย กูคาใจมาก เวลามีคนพูดว่านิยายเรื่องนั้น ‘เนื้อหาเข้มข้น’ หรืออนิเมะเรื่องนี้ ‘เนื้อหาเข้มข้น’ ไอ้ความเข้มข้นในที่นี้มันหมายถึงอะไรวะ มันต่างจากงานที่น่าเบื่อหรือเดินเรื่องเนิบๆยังไง คือต้องให้ตัวเอกของเรื่องเจอวิกฤตตลอด แบบนี้เรียกเข้มข้นเปล่าวะ หรือต้องเดินเรื่องเร็วๆ ถึงจะเรียกว่าเข้มข้น มันเป็นประเด็นง่ายๆที่ทำกูงงเชี่ยๆ มีใครไขปริศนาให้กูได้บ้างวะ

346 Nameless Fanboi Posted ID:BEl05H6dXC

>>345 สำหรับกู เข้มข้นหมายความว่ามีอะไรกระตุ้นให้อยากรู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ได้อ่านตอนต่อไปแล้วนอนไม่หลับ เนื้อเรื่องแน่น ๆ มีองค์ประกอบต่าง ๆ ครบ อ่านแล้วอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ตัวละครจะเป็นยังไงต่อ หรือไม่ก็จุดจบของพระเอกนางเอกจะเป็นยังไง

347 Nameless Fanboi Posted ID:DyG7.JD9yu

>>345 เนื้อหาเข้มข้นก็ตรงกันข้ามกับ "มีแต่น้ำ" ไง คือมึงจะเนิบนาบก็ได้แต่ขอให้แม่งมีพัฒนาการ​การอะไรสักอย่างส่งผลต่อเนื้อเรื่องหรือตัวละคร ทำให้กูอดหลับอดนอนเพราะมัวแต่พูดว่าอ่านต่ออีกสักตอนแล้วกัน

348 Nameless Fanboi Posted ID:7sg8p0r09/

>>345 สำหรับกูนิยายที่เนื้อหาเข้มข้นคือนิยายที่เล่าเรื่องแล้วน่าติดตาม มีบางอย่างสะกดจิตให้อ่านต่อแบบหยุดไม่ได้ (แต่ละแนวจะมีวิธีไม่เหมือนกัน) ถ้าพูดให้สรุปย่อสุดๆ ก็คือ นิยายที่เนื้อหาเข้มข้นก็คือนิยายที่ทำได้ดีโคตรๆ ในแนวของตัวเอง มันสนุกและมีความน่าติดตามสูงมาก จนทำให้นักอ่านแม่งหยุดอ่านไม่ได้

349 Nameless Fanboi Posted ID:PVVS7Ky/Yz

>>345 คงประมาณว่าเวลาเราดูหรืออ่านแล้วรู้สึกอินไปกับมันจนอยากจะรู้ว่าเรื่องมันจะไปจบลงตรงไหน ของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวกับฝีมือของคนแต่งด้วยแหละ

350 Nameless Fanboi Posted ID:/8Hyt4klRZ

Broken sleep, all too human
A malady, it's gazing through when I would

Dream me a dream (soft as a pillow)
Dream me a dream (dream me a dream)
Dream me a dream (deep in the night 'til the morning will follow)
Dream me a dream (dream me a dream)

Shapes of smoke, all too human
They grow, like titans

I would like to fall, silence every call
(Will you level me with a dream?)
If I could fall (fall), fall (fall)

I would like to fall (fall asleep), silence every call
(Will you level me with a dream?)
If I could fall (fall), I would like to fall (fall)

Twisted rope, defies all I know
It holds, my reason

Dream me a dream (soft as a pillow)
Dream me a dream (dream me a dream)
Dream me a dream (deep in the night 'til the morning will follow)
Dream me a dream (dream me a dream)

Sea of trees, calling humans
To hang like leaves from the willow

I would like to fall, silence every call
(Will you level me with a dream?)
If I could fall (fall), fall (fall)

I would like to fall (fall asleep), silence every call
(Will you level me with a dream?)
If I could fall (fall), I would like to fall (fall)

Take my word for it, for it
In the dark, in the dark
In the dark words can follow

https://youtu.be/9-b85ngtQO4

351 Nameless Fanboi Posted ID:cgZ8KPfzjB

WHITE REFLECTION
BY TWO-MIX

I feel your love reflection
mitsumekaesu hitomi ni
egaite haruka na Neverending Story

kanashimi mo itami mo
furikiru you ni habataku
anata ga kureta tsubasa wo
kono mune ni hirogete

aa kakegaenai ai no kodou wo
setsunaku kuruoshiku kanjite itai

I feel your love reflection
atsuku yume wo kasanete
ayamachi osorezu ni
motomeau seishun

I feel your love reflection
mitsumekaesu hitomi ni
egaite haruka na Neverending Story

afuredasu omoi wo
suhada de sotto tsutaeru
yasashiku nareru tsuyosa wo
dakishimeru mitai ni

aa hageshiku yureugoku jidai wo
ketataku shinayaka ni koete yukitai

I feel your love reflection
yurushiaeru shinjitsu
kuchidzuke kawashitara
mou nanimo iranai

I feel your love reflection
akiramenai jounetsu
shinjite tsuranuku Neverending Story

I feel your love reflection
atsuku yume wo kasanete
ayamachi osorezu ni
motomeau seishun

I feel your love reflection
mitsumekaesu hitomi ni
egaite haruka na Neverending Story

https://www.youtube.com/watch?v=ZNSOcPjL-Gw

352 Nameless Fanboi Posted ID:xd1d90zFqM

>>351 ว้าว เพลงโปรด

353 Nameless Fanboi Posted ID:vbtMBLGV+M

ที่แน่ๆ เนื้อหาเข้มข้นกับสโลวไลฟ์ไปด้วยกันยากมาก

354 Nameless Fanboi Posted ID:D/ancw4cwq

>>353 มันบิดได้อยู่มึง จะเป็นพวกนิยายที่แรกๆ ดูสโลว์ไลฟ์เฮฮา พอปมเปิดปุ๊บ อื้อหือออ มาเต็มแบบนั้นก็ได้ นิยายจีนมีเยอะนะ ของถงหัวก็ใช่ เรื่องตำนานรักสองสวรรค์ด้วย เปิดมาเบาๆ สโลว์ไลฟ์ให้ได้รู้จักตัวละคร พอเข้าปมปุ๊บ สาดของใส่โบ้มๆๆ จนกระอักตาย นิยายถงหัวแบบเปิดมาขำๆ รักคอมเมดี้ พอเปิดปมก็ตายไปเลย อ่านแล้วปวดหัวปวดใจ

355 Nameless Fanboi Posted ID:SL2.J.M3Do

>>351 ตรงสเปคคคคคคคค เรื่องอะไรคะะะะะะะะะะ

356 Nameless Fanboi Posted ID:t6ah5FpJ2F

>>354 ทำไมกูนึกถึงละครไทยของวรพันธ์ รวี

357 Nameless Fanboi Posted ID:xd1d90zFqM

>>355 ขอตอบแทน เรื่องกันดั้มวิง เพลงน่าจะของภาค2

358 Nameless Fanboi Posted ID:a8u2U7BzLF

>>324 กุอยากล้างตาหลังจากเห็นชื่อเรื่อง ไม่น่ากดเลยกุ

359 Nameless Fanboi Posted ID:O8OvVFwqSp

>>356 วรพันธ์ รวี กุว่าไม่เริ่มสโลว์ไลฟ์นะ แต่ละเรื่องน้ำเน่าไปได้สุดตีนมาก อกธรณีงี้ สาวน้อยอ้อยควั่นงี้ สุดในความน้ำเน่า

360 Nameless Fanboi Posted ID:yTO47sr8DU

>>351 มันคือ MV เพลง WHITE REFLECTION

361 Nameless Fanboi Posted ID:7UaI59O4tu

ชอบเพลงเปิดกันดั้มบอยแบนด์กันหลายคนแบบนี้ แก่นี่หว่า!

362 Nameless Fanboi Posted ID:5Lu1CifoO2

>>361 โม่งมู้นี้กูว่าอายุโดดมาก ถ้าไม่ใช่เด็กน้อยที่โดดโพรงกระต่ายลงมา ก็เจนวายวัยทำงานอายุราวๆ 30 บวกลบไม่มาก อ้างอิงจากที่คุยกันแต่ละอย่างแก่ๆ กันทั้งนั้น เวลามีเด็กมาโวยวายเลยโดนตบเกรียนหัวทิ่มกลับไปก็ทำนองนั้นแหละ

363 Nameless Fanboi Posted ID:gS/Z1e/qI.

ยี้ ไอ้พวกคนแก่ล้าหลัง พวกเต่าล้านปี มิน่าล่ะ ถึงไม่เข้าใจความเทพของเล่าเบียว โม้เย็ตม้า ดีซ่าน ตุ๋นกบ น้องดี พังพอร์น คนโง่มืออาชีพ น้องเอ็นควย และอะไรอีกวะ กูลืม

364 Nameless Fanboi Posted ID:8cLqjFyu5Y

>>363 (กระซิบ)พี่​เทพกวี เทพทัต ไอ้ฟิสิก

365 Nameless Fanboi Posted ID:bwvIV/R9U3

>>364 ขอบคุณ ตามนั้นแหละ

366 Nameless Fanboi Posted ID:7UaI59O4tu

>>363 >>364 อ่านการดักชุดนี้แล้วกูอย่างขำ มาครบรวมดารายุคใหม่ประจำมู้เหี้ยๆ

367 Nameless Fanboi Posted ID:jzsPoC9Sol

สวัสดีวันเปิดเทอม

368 Nameless Fanboi Posted ID:swsBvzc2Cu

อิหยังวะ https://www.dek-d.com/board/view/3981494/

369 Nameless Fanboi Posted ID:ZQ4HwkxE/8

>>368 คนเหงา 2020 อุตส่าห์ไปล่อตีนแต่ไม่มีคนเล่นด้วย

370 Nameless Fanboi Posted ID:7UaI59O4tu

>>368

Mhong Club's rules

กฏข้อแรกของโม่งคลับ : จะไม่มีใครพูดถึงโม่งคลับนอกโม่ง
กฏข้อที่ 2 ของโม่งคลับ : จะไม่มีใครพูดถึงโม่งคลับนอกโม่ง
กฏข้อที่ 3 ของโม่งคลับ : เมื่อมีผู้ขอให้หยุด ใจร้าว หรือสติแตก การเรื้อนสิ้นสุด
กฏข้อที่ 4 ของโม่งคลับ : จุดประเด็นโทรลครั้งละ 1 คน
กฏข้อที่ 5 ของโม่งคลับ : สามารถรุมตบเกรียนโทรลได้เป็นหมู่คณะ
กฏข้อที่ 6 ของโม่งคลับ : ละอัตตา ลบตัวตน สนทนาโดยไม่ระบุชื่อ
กฏข้อที่ 7 ของโม่งคลับ : สามารถเกรียนไปได้เรื่อยๆ แม้ทุกคนจะเลิก feed ถ้ายังเรื้อนต่อไหว
และกฏข้อสุดท้าย : ถ้าคุณเข้าโม่งครั้งแรก คุณต้องทำตัวเหี้ย

371 Nameless Fanboi Posted ID:vqlmIiKMUj

>>370 กูว่ามันดูเหมาะกับพวกโทรลเกินไป ถ้าเป็นกระทู้นี้มันน่าจะออกมาเป็น

Mhong Club's rules

กฏข้อแรกของโม่งคลับ : จะไม่มีใครพูดถึงโม่งคลับนอกโม่ง
กฏข้อที่ 2 ของโม่งคลับ : จะไม่มีใครพูดถึงโม่งคลับนอกโม่ง
กฏข้อที่ 3 ของโม่งคลับ : เมื่อมีผู้ขอให้หยุด ใจบาง หรือเกรียนแตก การเรื้อนสิ้นสุด
กฏข้อที่ 4 ของโม่งคลับ : นินทาเด็กดวกทีละ 1 คน
กฏข้อที่ 5 ของโม่งคลับ : สามารถตามไปเสือกได้เป็นหมู่คณะ
กฏข้อที่ 6 ของโม่งคลับ : ละอัตตา ลบตัวตน สนทนาโดยไม่ระบุชื่อ
กฏข้อที่ 7 ของโม่งคลับ : สามารถเสือกและนินทาไปได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังขุดคุ้ยไหว (แปะลิงก์ด้วย เพื่อนจะได้เสือกสะดวก)
และกฏข้อสุดท้าย : ถ้าคุณเข้าโม่งครั้งแรก คุณต้องเสือกด้วย

ปล.กูชอบเรื่องไฟต์คลับนี่มากๆ เป็นหนังที่สะท้อนสังคมทุนนิยมเมกาได้ดี

372 Nameless Fanboi Posted ID:bwvIV/R9U3

กูโม่งโทรล บอกก่อนนะว่ากูไม่ได้ตั้งกระทู้ กูเก็บเวลบิชอบอยู่ตลอด ไม่ได้เข้าเด็กดวกมานานล่ะ

373 Nameless Fanboi Posted ID:ZQ4HwkxE/8

My name is Tyler Durden ดักแก่อีกแล้วไหมไอ้สัส

374 Nameless Fanboi Posted ID:ltxSYsFxEn

ใครก็ได้ ร่างกฎของโม่งโทรลที

375 Nameless Fanboi Posted ID:bwvIV/R9U3

>>374 เดี๋ยวโม่งสับก็ได้มาด่ากูหรอก ว่ากูอยากทีบทในโม่ง อยู่เนียนๆกับพวกมึงน่ะดีแล้ว

376 Nameless Fanboi Posted ID:vqlmIiKMUj

https://www.dek-d.com/board/view/3981558/

สัส... โม่งเพลงแม่งระบาดไปเด็กดวก 555555

377 Nameless Fanboi Posted ID:3wf.3..t2b

>>376 เดี๋ยวก็โดนเดกดวกลบ มันมีปัญญาแปะแค่ในโม่งแหละ

378 Nameless Fanboi Posted ID:84.Tt5jkOK

เศร้า โทรลแม่งโดนโม่งกลืนหายล่ะ หรือจริงๆแม่งเป็นโม่งตั้งแต่แรก หมดกัน ความบันเทิงกู

379 Nameless Fanboi Posted ID:GiRUqwPABN

>>377 https://www.dek-d.com/board/view/3981558/ เด็กดวกไม่ได้ลบ แค่ย้ายให้ถูกหมวด 55555+

380 Nameless Fanboi Posted ID:FV.NOHCvUQ

>>379 ทำไมกูขำ

381 Nameless Fanboi Posted ID:Pv6O.iXbCj

>>378 เมื่อมึงเป็นโม่ง มึงจะมาแยกทำไมว่าใครโม่งใครโทรล ในเมื่อทุกคนก็โม่งเหมือนกันหมด ชะละล่า

382 Nameless Fanboi Posted ID:wGmJujZDYT

>>379 ย้ายเลยทีเดียว ช่างแข็งแกร่ง ซ่าส์ผิดที่ซะแล้ว ชะลาล่า

383 Nameless Fanboi Posted ID:ltxSYsFxEn

She said, baby, get down on your knees
I said, babe if you insist
She said, why do you keep seeing things
You know that don't exist
I said, baby, I love you, now what can I do
I'll probably love you till the day I die
She said, well pretty honey
If that's true than give me both them, pretty eyes

I said, baby, you can have them
You can have my eyes
See I was thinking if she took them
I won't see her lies
But my baby I can taste her lies
But my baby I can taste her lies

She said, baby, get into this sack
I said, baby, I don't know what's there
She said, all I want to do with you
Is take you with me everywhere

I said, okay, baby take me everywhere
Take me through the day, through the night
She said, oh silly babe, don't you kid with me
You know I really don't have the time

Still I said, baby, you can take me and I got right in
See, I was thinking if she took me, I could taste her skin
But my baby, all I taste is her lies
Oh my baby, all I taste is her lies
Oh my honey, all I taste is her lies

I said "baby, you can have them
You can have my eyes
See I was thinking if she took them
I won't see her lies
But my baby I can taste her lies
Oh my baby
Oh my honey
Oh my baby

Oh my baby
I can taste

Her lies

https://youtu.be/Fo-qNzexDWE

384 Nameless Fanboi Posted ID:Og/Ugs5FXp

Hitomi No Naka No Far Away (Five Star Stories insert song)

Moshimo kotobano nai jidainara
Motto umaku mitsumeru no ni
Ima wa kazeno muki ga kawarutabi
Toki no nagare modoka shiino

Ameno asaniwa niji wo watatte
Yofuke wa miku zuki no yumi hiite
Atsui omoiwo todoketai noni
Anata no hitomi wa

*So FAR AWAY hateshinai
Yume wo utsusuyo mabataki no sezu
So FAR AWAY saa koeyou
Anata no atowo tsuite yukukara

Subete wakari au yorokobi yori
Mitsukaranai kokoro ga suki
Sotto koboreru namida no kazude
Yasashisa nara bai ni narune

Tatoe kurai sorade haguretemo
Ryuushi ni magi re miushi nattemo
Watashi dake ni wa anata no kagega
Hikatte mieru no

So FAR AWAY sazahamiga
Shiroi nagisa wo someteku youni
So FAR AWAY saa koeyou
Donna basho demo sobaniirukara

* repeat

Mou hitorideiru jiyuunante
Hoshikunai futarinara

https://www.youtube.com/watch?v=tY1QwBS2SXM

385 Nameless Fanboi Posted ID:8V171C+wBd

You guys do not notice that we
Are gifted just by being humans
We are absolute predators

We do not even have any enemies
Maybe there are other animals watching us
And thinking that someday "we will beat them down"

Oh we have the brains to think hard
Wear our favorite clothes
We are at no doubt human beings
Many small lives
They were born
with the fate
of dying for someone
A human baby
When will they find out
That at the point they were born, we are
(The) winners of Earth

ああ ひとり泣いていた となりのきみが問いかける
だから僕ら 寄り添い生きる
きらめくまで

For what have I been living for?
When will I find out the answer?
An answer that is only for you
What will myself and (the) first scenery I saw
Look like?

https://youtu.be/Rm8UjBAS3cs

386 Nameless Fanboi Posted ID:fx4yKpT.J.

วันนี้กูมาต่อจากที่เขียนไว้ใน >>>/webnovel/10680/316-318/ เกี่ยวกับประเด็นของนิยาย "เขียนยาก"

หลังจากต้องเจอกับความวุ่นวายของสายงาน กูใช้เวลาว่าง (ช่วงอู้งาน) นั่ง list ข้อมูลเป็นส่วนๆ แล้วพยายามเขียนให้มันเข้าใจง่าย แปลจากภาษาที่กูโดนสอนมาให้เป็นภาษาที่ขนาดเกรียนอ่านแล้วยังเข้าใจ ความเดิมตอนที่แล้วคือกูพูดถึง effect ที่เกิดขึ้นโดยงานเขียนต่อตัวนักอ่าน (ซึ่งเป็นเป้าหมายขั้นพื้นฐานของนักเขียนทุกคนอยู่แล้ว) คราวนี้กูมาพูดถึงผลในระดับสูงขึ้นที่ทำให้การเขียนและนำเสนองานเขียนแม่งเพิ่มระดับความยากขึ้นไปอีก (ซึ่งจะยกไปอธิบายในช่วงท้ายๆ) เพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด กูจะแยกการวัดความยากออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรกคือขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนจะเริ่มแต่ง

นิยายแต่ละแนวมีการเตรียมตัวมากน้อยแตกต่างกันไป ถ้ามึงแต่งแนวเย้ดกันมันก็ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก ในหลายๆ เรื่องตรรกะเหตุการณ์ก่อนได้เย้ดนี่วิบัติมาก อย่างกับว่าในโลกนั้นไม่มีคำว่าตำรวจหรือกฎหมาย พล็อตนี่มีก็ได้ไม่มีก็ได้ (ถึงได้มีตัวย่อ pwp ออกมาไง) ข้อมูลอื่นๆ ก็หาเอาจากเรื่องเสียว โดจินโป๊แปลไทย หนังโป๊ตามเว็บต่างๆ หรือหนังสือกามาสุตราไรงี้ ดังนั้นส่วนแรกที่มึงจะใช้วัดว่านิยายแนวนั้นเขียนยากหรือเขียนง่าย คือปริมาณข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับใช้แต่ง เห็นมีโม่งคุยกันไปว่า งั้นนิยายวิทยาศาสตร์กับนิยายประวัติศาสตร์ก็ถือว่าเขียนยากกว่าเพื่อนสิ เพราะแม่งต้องหาข้อมูลเยอะมาก แล้วยังต้องระวังไม่ให้ข้อมูลผิดด้วย กูอ่านแล้วก็เห็นด้วยแค่ครึ่งเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นนิยายแนวไหนก็แม่งต้องหาข้อมูลกันทั้งนั้น (ยกเว้นจะเป็นพวกแต่งแบบไม่สนหีแตดใดๆ นิยายจะอิหยังวะแค่ไหนก็ไม่แคร์) โดยเฉพาะกับนักเขียนหน้าใหม่ ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ยังน้อย หรือไม่เคยได้เจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องที่อยากเขียนมาก่อน

ถ้าเป็นแนวรัก ถึงแม้จะไม่เคยมีความรักก็ยังสามารถดูละครแล้วมโนเอาเองได้ แนวผีที่ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่ ก็ยังสามารถสร้างความหลอนได้ราวกับว่านักเขียนแม่งเคยเห็นหมีมาแล้ว แต่พอมาเป็นวิทยาศาสตร์ สืบสวนสอบสวน ประวัติศาสตร์ สงคราม กลุ่มนี้ก็เริ่มต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ มาประกอบ นักเขียนต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้เรื่องดูสมเหตุสมผล อีกแนวที่ดูเหมือนจะลำบากต้องคิดขึ้นจากสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงอย่างแฟนตาซี ดันแต่งสบายเพราะวัตถุดิบรอให้หยิบไปใช้แม่งมีเหลือเฟือ มันมีคนมโนข้อมูลไว้ให้ยืมใช้เยอะแยะแล้ว ทั้งเรื่อง Lore, เผ่าพันธุ์, เวทมนตร์ และมอนสเตอร์ต่างๆ เอาตามจริงกูว่าข้อมูลที่สร้างความลำบากให้นักเขียนที่สุดคือการออกแบบตัวละครว่ะ โดยเฉพาะแนวจิตวิทยากับแนวปรัชญา เพราะสองแนวนี้ตัวละครของมึงต้องถึงจริงๆ มันไม่นิยายแม่งจะดูกากไปเลย

คือกูไม่ได้พูดว่าแนวอื่นจะใช้ตัวละครยังไงก็ได้นะ character design แม่งสำคัญต่อนิยายทุกแนว เพราะถ้าตัวละครของมึงขาดเสน่ห์ ตัวเรื่องก็มีแต่จะพังตามไปด้วย (เช่นไอ้เหนือภพของผึ่งพุง) ถ้ารักจะเป็นนักเขียนแล้ว อย่างน้อยพวกมึงต้องสร้างตัวละครให้มีความเป็นมนุษย์ อย่าให้เป็นตัวละครที่คาร์แกว่งนิสัยเปลี่ยน ทำอะไรที่มันขัดกับ role ของตัวเอง มีตรรกะชวนอิหยังวะ หรือโดนนักอ่านเกลียดตั้งแต่ตอนแรกที่โผล่หัวมา

ข้างบนที่โม่งคุยกันเกี่ยวกับหนังเรื่อง Fight club นี่ก็โผล่มาได้ถูกเวลาดี ถ้ามีโอกาสพวกมึงควรไปหามาดู เพราะเรื่องราวในหนังแม่งมีการผสมหลายสิ่งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว มันเป็นทั้งแนวแอคชั่นต่อสู้ แนวปรัชญา แนวสะท้อนสังคม และแนวจิตวิทยา สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นสัสๆ ก็คือตัวเอกที่ถูกใช้ในการเล่าเรื่อง การออกแบบตัวละครในหนังเรื่องนี้คืออะไรที่ at it finest มาก ถ้ามองตามหลักแล้ว ตัวเอกคือ ego ส่วนไทเลอร์ เดอร์เดนคือ id และการตัดสินใจในช่วงท้ายของตัวเอกก็คือ super ego นั่นเอง กราฟของเนื้อเรื่องก็เป็นแบบที่โม่งคุยกันไปช่วงก่อน คือเริ่มเรื่องแบบเนิบนาบเหมือนจะไม่มีอะไร แค่ปูทางให้ทุกคนเห็นปัญหาที่ตัวเอกต้องเผชิญ แต่พอมีอะไรบางอย่างมา Trigger แล้ว เนื้อเรื่องก็แม่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนจบ เป็นอีกตัวอย่างที่ดีว่าเรื่องเล่าที่มีเนื้อหา "เข้มข้น" นั้นเป็นแบบไหน เล่าเรื่องที่มีความพลิกผันและคลายปมเล็ก กลาง ใหญ่ ไปได้อย่างสมูธจนสะกดคนดูได้อยู่หมัด (ผู้กำกับแม่งเก่งจริง) เป็นหนังที่ผสมกันทั้ง Plot base และ Character base แล้วออกมาดีด้วย

387 Nameless Fanboi Posted ID:fx4yKpT.J.

>>386

อันที่จริงกูอยากเล่าเกี่ยวกับความดีงามของตัวหนังให้มากกว่านี้ แต่ติดตรงที่กฎข้อแรกกับข้อ 2 ของไฟต์คลับ นั่นคือ "ต้องไม่พูดถึงไฟต์คลับ" ดังนั้นพวกมึงก็ไปหาดูหนังเรื่องนี้เอาเอง

ส่วนต่อไปที่อยากคุยต่อคือ "แล้วจะออกแบบตัวละครยังไงให้ไม่แบน ?" ถ้าเอาวิธีพื้นๆ สุดขีดเลยนะ มึงต้องยอมเสียเวลาทำประวัติตัวละคร นั่งกรอก Profile ของแต่ละตัวไปเลย เพื่อให้มันมีลักษณะเฉพาะตัวอย่างแท้จริง มันง่ายและโอเคสำหรับมือใหม่แค่ต้องใช้เวลาทำเยอะหน่อย พวกมึงไป list เลยตั้งแต่ชื่อ เพศ นน. สส. นิสัยทั่วไป ความชอบ ความเกลียด หรือคุณลักษณะอื่นๆ สมัยกูโดนบังคับทำนี่รุ่นพี่แม่งเขียนเลขไว้จนถึงข้อ 30 ซึ่งถือว่าเหี้ยมากๆ สำหรับเด็กอายุ 13 แต่ในความเหี้ยนั้นมีเทคนิคสุดยอดที่กูได้มา นั่นก็คือ 5 ข้อสุดท้ายที่โดนตั้งเงื่อนไขว่ามันจะต้อง "ขัดแย้งกับความเป็นตัวละครนั้น" และ "จะสร้างความคาดไม่ถึงเมื่อตัวละครอื่นรู้เรื่องนี้" เช่น มึงสร้างตัวละครสาวห้าวออกแนวทอมบอย ต่อยตีเก่งจนพวกตัวผู้ยกให้เป็นซือเจ๊ แต่คุณสมบัติข้อที่ 28 กลับเป็น "คอสเมติกอิสเมจิค (แต่งหน้าเก่งมาก)" ข้อ 29 "มีชุดคอสเพลย์เซเลอร์มูนอยู่ในห้องนอนที่บ้าน" กับข้อ 30 "เป็นเลเยอร์โมเอะสายสาวน้อยเวทมนตร์ที่มีผู้ติดตามใน IG เกือบ 2 ล้านคน" แค่นี้มึงก็จะได้ตัวละครที่ funny (ในหลายๆ ความหมาย) ออกมาแล้ว 1 ตัว

ถ้าไม่มีอะไรทำก็กรอก Profile พวกนี้เล่น ทำไว้เยอะๆ เป็นตัวละครลอยส่วนกลาง พอจะแต่งเรื่องทีนึงก็มาเลือกดูว่าตัวไหนเหมาะกับแนวเรื่อง, พล็อตที่วางไว้ เหตุผลที่ต้องมีอะไรที่มันขัดกับลุคตัวละคร หรือควรใส่ไว้กระทั่งความโรคจิตเบาๆ ของตัวเอก (เช่น ชอบกินขี้มูก, เการูตูดเวลาว่าง) มันเป็นเพราะว่าต่อให้เป็นพวกมึงในชีวิตจริง ก็ต้องมีอะไรหลายอย่างที่บอกคนอื่นไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากให้ตัวละครดูเรียล มันต้องใส่โปรไฟล์อะไรบางข้อที่แม่งคาดไม่ถึงจริงๆ (ซึ่งจะเอาไปเล่าในเรื่องหรือไม่เล่าก็แล้วแต่) ลงไปบ้าง แล้วคุณสมบัติข้อ 26 ที่กูเหมือนจะถูกย้ำมากกว่าเพื่อนคือ "คำพูดติดปาก+Signature move ประจำตัว" เพราะมันเป็นกิมมิคย่อยของตัวละคร ตัวอย่างเช่น "มึงแพ้ตั้งแต่มาท้ากูสู้แล้ว" (พูดพร้อมทำมือฟักยู 2 ข้างแล้วเอานิ้วกลางมาทับกันเป็นตัว X)

สำหรับใครที่ไม่ใช่นักเขียนมือใหม่ แนะนำให้ไปใช้วิธีออกแบบตัวละครผ่าน sixteen personalities แทน (เพราะวิธีเขียน profile แม่งมันดูเด็กกระโปกเกิน) ถ้าไม่มีแหล่งข้อมูลแนะนำให้เข้าไปดูในนี้ https://www.16personalities.com/th/บุคคลิกภาพประเภทต่าง (จิ้มอ่านรายละเอียดตามสะดวก)

ส่วนใครที่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นคนประเภทไหนก็เล่นได้ที่นี่ https://www.16personalities.com/th/แบบทดสอบบุคคลิกภาพ

ไอ้เหี้ย... นี่ขนาดส่วนแรกยังยาวขนาดนี้ แล้วอีก 2 ส่วนจะยังไงวะ สงสัยต้องย่อหน่อยแล้ว ไม่งั้นคืนนี้แม่งคงนอนช้า

สรุปว่าในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลเนี่ย ถ้านิยายมึงไม่ต้องค้นคว้าอะไรมาก สามารถนั่งเทียนเขียนหรือมโนข้อมูลขึ้นเองได้ กูจะถือว่าเป็นประเภทแต่งง่าย ส่วนนิยายที่ต้องไปหาข้อมูลหนักๆ มาเตรียมไว้ หรือถ้าพลาดเมื่อไหร่ก็อาจถูกพวกรู้จริงแซะเข้าให้ กูถือว่าเป็นนิยายแต่งยาก แต่ก็นั่นแหล่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง คนที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับอะไรก็ย่อมแต่งนิยายเรื่องนั้นได้ดีกว่า จะให้ช่างยนต์มาแต่งนิยายเกี่ยวกับห้องฉุกเฉินแข่งกับหมอมันก็รู้ผลตั้งแต่แรก ดังนั้นก็ทำตามคำแนะนำของนักเขียนรุ่นพี่ไป ว่าแต่งเฉพาะในเรื่องที่มึงมีความรู้จริงๆ จะดีกว่า หรือถ้าไม่ได้โปรเรื่องนั้นแต่ยังเสือกอยากแต่ง ก็ไปหาข้อมูลมาให้ดีๆ แทนก็แล้วกัน

ปล. กูอาจลงส่วนที่ 2 ต่อ แต่ไม่ต้องรอก็ได้ สงสัยจะดึก

388 Nameless Fanboi Posted ID:ltxSYsFxEn

You know everybody been waiting on that Baby, man
I mean, it's like ever since Baby on Baby dropped, man, like, you know
(Ever since Baby on Baby dropped)
(Oh Lord, Jetson made another one)
Ain't nobody drop shit
Let's go, hah

I needed some shit with some bop in it (let's go)
I flew past the whip with that blunt in my mouth
Watch the swervin', that whip had a cop in it (woo)
My bitch got good pussy, fly her 'cross the country
I finish the show and I hop in it
I got me a milli', I did it legit-ly
I'm still with the shits, I'm a hot nigga (hot)

Oh, you asking for pictures with niggas? (huh?)
What's your name? Get the fuck out the spot, nigga (get the fuck)
Tryna figure which deal I'ma take (uh-huh)
I woke up, couple mil' on my plate (let's eat)
I'm investing in real and estate (uh-huh)
I just went gave my mama a hundred (a hundred)
Probably won't hear me open my mouth 'less you hearin' me talkin' 'bout finding some money (let's go)
As soon as I found it, I flipped that (flip)
I'm a little bit different, they get it (they dig)
Know I'm stiff on a bitch and she dig it
Tryna find out why Baby ain't all in her mentions (hah)
No, she ain't get no DM from me (bitch)
This rich nigga dick, it ain't free
She be throwin' that ass, yeah, she good at it
Turn around when we fuck, make her look at it (uh, she like, hah)

I needed some shit with some bop in it (let's go)
I flew past the whip with that blunt in my mouth
Watch the swervin', that whip had a cop in it (woo, okay)
My bitch got good pussy, fly her 'cross the country
I finish the show and I hop in it (yeah)
I got me a milli', I did it legit-ly
I'm still with the shits, I'm a hot nigga (hot, let's go)

I'm unorthodox than a motherfucker
Ayy, when you gon' switch the flow? I thought you'd never ask
Niggas ain't fuckin' with me
And ain't 'bout what the fuck they be rappin' 'bout with they lil' scary ass (hah)
But to each his own, nigga (huh)
If you like it, I love it, no biggie (no big)
That boy say he get money, oh, really?
How much they just cut you a check for? A milli'
I'm going back to Cali like Biggie (go back)
'Bout to go get a pound just to smoke (I smoke)
They told me to come work on my album
I'm tryna go find out the price on a boat (okay)
My lil' bitch act like Megan Thee Stallion
She ghetto and nasty, she drivin' the boat (drive the boat)
All this shit that they makin' be boring
Play me something to bop while I ride with the pole
Here you go (uh, oh, hah, okay)

I needed some shit with some bop in it (let's go)
I flew past the whip with that blunt in my mouth
Watch the swervin', that whip had a cop in it (woo)
My bitch got good pussy, fly her 'cross the country
I finish the show and I hop in it
I got me a milli', I did it legit-ly
I'm still with the shits, I'm a hot nigga (I'm hot)

Like, this shit feel like, you know
The sophisticated ratchet hoes, you know
The ones that go to work by day, then, you know
Dance in the mirror by night (hah)

I needed some shit with some bop in it (okay, let's go)
I flew past the whip with that blunt in my mouth
Watch the swervin', that whip had a cop in it (woo)
My bitch got good pussy, fly her 'cross the country
I finish the show and I hop in it
I got me a milli', I did it legit-ly
I'm still with the shits, I'm a hot nigga (I'm hot)

Oh, you asking for pictures with niggas?
What's your name? Get the fuck out the spot, nigga (get the fuck)
Tryna figure which deal I'ma take (uh-huh)
I woke up, couple mil' on my plate

https://youtu.be/MKr_idr2EwQ

389 Nameless Fanboi Posted ID:fx4yKpT.J.

เปลี่ยนแผนเป็นลงพรุ่งนี้แทนละกัน

390 Nameless Fanboi Posted ID:AQA57c.vby

>>388 ใครสอนให้โพสคั่นช่วงสาระ ตบปากตามอายุตัวเองเดี๋ยวนี้

391 Nameless Fanboi Posted ID:rG9Das1ZVN

>>390 เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ

392 Nameless Fanboi Posted ID:x/nYiINEQd

นักเขียนบางคนแม่งขี้เกียจหาข้อมูลเอง แต่เสือกเขียน infodump ให้คนอ่านนิยายตัวเอง ย้อนแย้งชิบหาย

393 Nameless Fanboi Posted ID:2IjwGxf65x

>>392 เพราะมันง่ายไม่ต้องเสียเวลาอธิบายไง ผลร้ายก็อย่างที่คุยกันไว้ คือมันทำให้นักอ่านเกิดความไม่เชื่อ โดยเฉพาะ Tell ยอดฮิตอย่าง "ฉลาดระดับอัจฉริยะ" แต่พอถึงเวลาแม่งตัดสินใจได้พื้นๆ มาก บางเรื่องถึงขั้นโง่ ไม่เห็นฉลากอย่างที่โม้ไว้เลย

394 Nameless Fanboi Posted ID:AQA57c.vby

>>387 อย่างที่มึงร่างมันอาจจะยิบย่อยแต่ก็ละเอียดดี หลักการสร้างตัวละครของกูจะไม่ละเอียดมากขนาดนั้น คือไม่ว่าจะกลมจะแบนยังไง กูจะยึดหลักนี้เพื่อป้องกัน OOC คือเคยได้มาสมัยเล่นละครเวทีที่คณะ พี่ที่เป็นผู้กำกับกะแอคติ้งโค้ชจะมีกระดาษลิสต์รายการมาให้เขียนทำความเข้าใจตัวละครเพื่อการตีความจะได้เล่นออกมาได้ กูก็จำฟอร์มเป๊ะๆ ไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง แต่หลักๆ ที่กูเอามาใช้ก็ประมาณนี้

Main Personality - นิสัยหลักที่ตัวละครแสดงออกมาและเป็นสิ่งที่คนอื่น (ตัวละครอื่นๆ) จะมองเห็น และให้คุณค่าว่าตัวละครนี้เป็นยังไง

Subpersonality - นิสัยรองที่อาจจะไม่ได้แสดงออกมาชัดเจน แต่ต้องมี clue ว่ามีนิสัยนี้อยู่

ซึ่งไอ้สองอย่างนี้ไม่ควรจะย้อนแย้งกันมาก แต่นักเขียนเด็กดีส่วนใหญ่จะชอบกำหนดมาแบบย้อนแย้งชิบ กูอ่านแล้วก็งงงวยกับมัน

ความสำคัญของตัวละคร - ต่อองค์รวมของเรื่องทั้งหมด VS ต่อฉากนั้นๆ เพื่อให้สามารถเน้นย้ำความสำคัญของตัวละคร กำหนดซีน กำหนดบทพูดของตัวละครต่างๆ ได้

Goal - เป้าหมายใหญ่ของตัวละครที่มีในเรื่อง ความต้องการสูงสุดของตัวละครคืออะไร ต้องการมากขนาดไหน และจะสามารถแลกกับอะไรได้บ้างเพื่อได้มา ตรงนี้จะเป็นการกำหนดศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมของตัวละครไปเลยว่าให้ความสำคัญกับอะไร เช่น อยากเป็นราชันโดยสามารถสละได้ทุกอย่างทั้งครอบครัว มิตรภาพ ความรัก หรืออยากเป็นราชัน แต่ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ละทิ้งมิตรภาพและความรัก ยอมเป็นคนธรรมดาดีกว่าถ้าต้องเสียทุกอย่าง

Objective - จุดประสงค์ที่ตัวละครมีต่อซีน/ฉาก/เหตุการณ์นั้นๆ อาจจะโดนลากเข้ามาเฉยๆ หรืออาจจะต้องการให้ความช่วยเหลือ ต้องการสร้างความฉิบชาย ต้องการเอาชนะ ฯลฯ

ถ้ามีพวกนี้คร่าวๆ การ OOC ก็จะลดลงประมาณนั้น เพราะตัวละครจะดำเนินไปตามเป้าหมายของตัวเองตลอดเวลา ปรับเปลี่ยนตามสิ่งที่พบเจอและสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก Objective

มีอีกอันที่น่าสนใจคือ Johari's Window ที่เป็น Model of Personality อันนี้ก็เอามาประยุกต์ใช้ได้กับการสร้างตัวละครเหมือนกัน

ขอโทษที่กูออกญาคั่นมึงด้วย ถือว่าเม้าท์มอยหอยสังข์แลกเปลี่ยนปสก.แล้วกันนะ

395 Nameless Fanboi Posted ID:2IjwGxf65x

>>394 ออกเลยมึง ช่วยกันระดมสมองจะได้เป็นคลังปัญญาไว้ใช้ร่วมกันได้ ในเมื่อบอร์ดหลักมันมีแต่ขนมใส่สี ทีนี่ก็น่าจะให้อะไรที่มันจริงจังหน่อย ต่อให้มีที่มาต่างกัน แต่ถ้ามันสามารถแปลงไปเป็นผลลัพท์ที่ดีในงานเขียนกูก็ว่ามันโอเคหมดอะ อีกอย่างกูจะไปนอนแล้วด้วย ส่วนที่เหลือไว้ค่อยต่อพรุ่งนี้ (หรือวันอื่น)

396 Nameless Fanboi Posted ID:2/3l4885e1

X (X 1999 Anime Intro)

Samekitta machi ni wakare o tsuge
Arekuruu shigeki ni mi o sarase
Aitsu no hitomi wa hikari-useta
Moekuruu kokoro wa ayatsurenai
Midareta ai ni nagasare omae wa subete o ushinatta
Karada tsuranuku sakebi de omae no kokoro kowashite yaru
X! kanjite miro!
X! sakende miro!
X! subete nugisutero!
X! kanjite miro!
X! sakende miro!
X! kokoro moyase!

https://www.youtube.com/watch?v=_QAFVhGzYpY

397 Nameless Fanboi Posted ID:5.5clpOPKS

>>390 มึงก็เข้าใจมันหน่อย มันรู้สึกเฟลมาจากเมื่อวาน >>379 วันนี้เลยอยากให้อยู่ในสายตาเป็นพิเศษ 55555 เชี้ย กูยังขำไม่หาย โดนพี่เว็บย้ายไปให้ถูกหมวดแทนที่จะลบกระทู้ น่ารักน่าเอ็นดูเหี้ยๆ

398 Nameless Fanboi Posted ID:v/o35qkuHo

ช่วยแสดงความคิดเห็นนิยายตอนนำร่องของเราหน่อยสิ

399 Nameless Fanboi Posted ID:rlhFqnujWO

>>398 โม่งใหม่ใช่มั้ย เราขอเตือน อย่าเปิดโม่งหรือให้ใครรู้ว่าเข้ามาในนี้ มันเป็นประวัติไม่ดี หนีปาย!!!!

400 Nameless Fanboi Posted ID:5.5clpOPKS

https://www.dek-d.com/board/view/3981628/
ช่างเป็นการโปรโมทที่ทำให้กูรู้สึก "เอ๊ะ อ๊ะ เอ๊ะ?"

401 Nameless Fanboi Posted ID:v/o35qkuHo

>>399 ค่ะ

402 Nameless Fanboi Posted ID:caMC55Z14t

>>398 ร่องอะไร ร่องตูดเหรอ

403 Nameless Fanboi Posted ID:AQA57c.vby

>>400 คลังคำไม่ค่อยดีอ่ะ อ่านแล้วมันแบบหื้ม อิหยังวะ เขาเคาะในวรรคแบ่งคำอ่านให้เรียบร้อย กูก็ขี้เกียจไปต้าน แต่งไปเรื่อยๆ คงเก่งขึ้นมั้ง แต่ก็ดีกว่าไอ้ยุโรปสมิงพรายที่มันเขียนวะ

404 Nameless Fanboi Posted ID:M19x.XpCtV

>>403 +1 บทแรกตอนท้าย ๆ ตรง สัญญา สัญญี สัญญา กูแบบ ฮื้ม แล้วก็นึกถึงมิคสัญญีเลย เออไอ้ที่มึงว่าดีกว่าเนี่ยใช่เพราะแม่งสั้นกว่าและได้ใจความรึเปล่า

405 Nameless Fanboi Posted ID:AQA57c.vby

>>404 เรื่องก่อนคือบ้งแรก ทั้งพล็อต ทั้งเซคติ้ง ทั้งการเล่าเรื่อง มึงเข้าใจใช่ไหม ธีมยุโรป แต่เสือกเป็นสมิงบำเพ็ญเพียร มันบอกว่าเป็นแนวตะวันตก กูก็ไม่รู้ตะวันตกไหน ตะวันตกแถวๆ กาญนะจ๊ะบุรีหรือเปล่า ตอนแรกกูว่าจะสับเรื่องนี้ เขียนไปได้หน่อยนึงแล้วขี้เกียจเลยเท

406 Nameless Fanboi Posted ID:M19x.XpCtV

>>405 ไปดูมาและ ก็ตะวันตกแค่ชื่อตัวละคร แถมบทสนทนาก็ปาไปเกิน 50% ของตอน แม่งน่าโละการบรรยายทิ้งแล้วทำเป็นนิยายแชท

407 Nameless Fanboi Posted ID:5bBjmHhQtL

https://my.dek-d.com/GWIN23912/writer/view.php?id=2031024

แค่คำโปรยก็ทำเอากูงงในเซตติ้งสัสๆ แล้ว

408 Nameless Fanboi Posted ID:AQA57c.vby

>>407 พล็อตแรนด้อมเหมือนนึกไรได้ก็เขียนอ่ะ ยิ่งกว่าพจน์ อานนท์ แต่หมอขาพิการนี่ไม่น่าจะเรียนได้นะ หมอตรวจร่างกายก่อนเข้าอีกไม่ใช่เรอะ

409 Nameless Fanboi Posted ID:5bBjmHhQtL

>>408 ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ขนาดเรื่องขาพิการที่โดนสับคราวก่อนยังคว้ารถเข็นทุ่มใส่โจรได้หน้าตาเฉย ทำไมหมอเรื่องนี้จะเป็นไม่ได้

410 Nameless Fanboi Posted ID:qM/P2VLVtr

>>407 กูลองอ่านดูตอนนึงสั้นชิบเหี้ย โดนเกรียนแซะพล็อตโฮลกับสำนวนจีนเรื่อยๆ อ่านเม้นแล้วสนุกกว่านิยานอีก 555

411 Nameless Fanboi Posted ID:WHdNLt0Go8

อ่านดูแล้วรู้สึกว้าวซ่าสุดๆ มีความขี้นกซ้อนขี้นกอีกที เพราะมันคือ ดิ เน็กซ์เลเวล ออฟ ตุ๋นกบสไตล์ ความยาวต่อตอนแม่งระดับหมอยอะมีบ้า (สั้นกว่านิยายจีนซอยตอนขาย) นิยายเกิดใหม่เทพซ่า TH-Wuxia ตัวเอกเป็นทหารสมัยกรุงศรีไปรบกับพม่าจนตาย แล้วมาเข้าสิง นศ. แพทย์ขาเสีย รวมกันกลายเป็นพี่เทพ (พระเอกมันชื่อนี้จริงๆ) สุดยอดทั้งสายบู้และสายบุ๋น วิชาดาบก็ดี วิธีรักษาก็ได้ แล้วยังจะไปพัวพันกับองค์กรนักฆ่าที่มาปองร้าย โดนท้าประลองจากนักดาบทั่วโลก ได้ครองสมบัติของบุเรงนองที่ต่างประเทศพยายามยึดคืน (ไม่ใช่ว่ามันกระจัดกระจายไปหมดแล้วอ่อ) โดยมีผีเฝ้าสมบัติอยู่ คู่กรรมที่เคยรักกันเมื่อ 400 ปีก่อนก็ได้มาเจอกันอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราจะได้มาพบอีกครั้งหลังพลัดหลงกันบนทางช้างเผือก ตัวนิยายเซตติ้งเริ่มด้วยไทยเดิมแล้วค่อยมาเป็นประเทศเทยยุคปัจจุบัน ในภาษาสำนวนการเล่าแบบเทพเซียนจีนแกรี่ชัดเจน จนแม้แต่เกรียนก็ยังเหม็นความขี้นก พอคนเขาด่านักเขียนก็โผล่หน้ามาเถียงเป็นรอบๆ พวกที่อวยก็อวยแบบไม่ลืมหีลืมตา โธ่... ขายแพ็คราคา 150 บาทออกด้วย [B] โอ้ มาย เดวิ่ล !! [/B]

412 Nameless Fanboi Posted ID:MCSgaMuZrd

ถามหน่อยไอ้ระบบติดเหรียญรายตอนนี่สามารถตั้งตอนเปล่าให้คนโดเนทได้หรือเปล่า

413 Nameless Fanboi Posted ID:5.5clpOPKS

>>412 ถ้าเป็นของเวปเด็กดวกทำไม่ได้ กฎมันบังคับว่าต้องมีเนื้อหานิยายอยู่ในนั้น หรืออย่างน้อยก็ทำเป็นตอนพิเศษสั้นๆ

414 Nameless Fanboi Posted ID:qM/P2VLVtr

>>412 มันมีการตรวจสอบก่อนอนุมัติไม่ใช่เหรอ

415 Nameless Fanboi Posted ID:VC9oxFsxRg

เจ็บใจ เค้าโดนโม่งรังแก เค้าจะเผาFanboiให้มันวอดวาย

416 Nameless Fanboi Posted ID:5.5clpOPKS

แท้จริงแล้วโม่งรังแกคือคนรักเก่าที่ต้องการปั่นกระแสโจมตีนิยาย
#plottwist

417 Nameless Fanboi Posted ID:AQA57c.vby

>>415 ดักแก่อีกแล้วไอ้เหี้ย สมัยนี้เขายังเรียนกันตอนม. 1 ป่ะ สมัยกูมีอีกเพลงด้วยที่ร้องว่า เป่าปีตีฆ้องลั่นกลองศึกรบฯ

418 Nameless Fanboi Posted ID:hrNBWEF0j8

เรียนโรงเรียนอะไรกันอะถึงได้ร้องเพลงแบบนี้ กูไม่ได้ไปโรงเรียน ชะละล่าาาา

419 Nameless Fanboi Posted ID:5.5clpOPKS

>>417 กูไม่เก็ทมุก รอด อห!

420 Nameless Fanboi Posted ID:5.5clpOPKS

https://www.dek-d.com/board/view/3981553/
กะว่าจะหาอะไรทำให้หัวร้อนเล่นก่อนนอน แม่งเอ๊ยยยยย เจอเข้าจริงๆ คนหนึ่งใช้ ร.เรือ ผิด อีกคนก็ใช้ ล.ลิง ผิด ไอ้แม่เย็บ

421 Nameless Fanboi Posted ID:WHdNLt0Go8

>>420 เหมาะสมกันราวดอกบัวผุดกับหญ้าตดหมา

422 Nameless Fanboi Posted ID:AQA57c.vby

>>418 อ้าว กูนึกว่าตอนม.1 ทุกคนจะเรียนเหมือนกันซะอีก ผู้ชนะสิบทิศ ตอนศีกเมืองแปรที่ไปช่วยตะละแม่กุสุมาจากสอพินยา มันจะมีเพลงที่เกี่ยวข้องคือเพลงผู้ชนะสิบทิศกับเพลงทุงยาบาเลนี่แหละ

BTW เรื่องผู้ชนะสิบทิศเนี่ย ยาขอบเขียนมาแบบอิงปวศ.มั่วๆ สร้างภาพจำผิดจากปวศ. นะเออ แถมมีรูปแบบการเขียนที่ปจบ.ใครอ้างอิงมากูจะปาด้วยปากกาแดงทั้งโหลให้หน้าแหก เพราะที่กูเรียนเนี่ยยาขอบเขียนร้อยแก้วออกมาเป็นร่าย คือไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนใดๆ ทั้งสิ้น มึงต้องไปเดากันเองว่าตรงไหนบทพูด ตรงไหนบทบรรยาย บรรลัยชิบหาย

423 Nameless Fanboi Posted ID:yoTzixvZbO

>>422 กูเคยอ่านอยู่ ตะละแม่อะไรสักอย่าง ตอนนี้ห้าปีผ่านไปก็ยังอ่านตัวบทได้ไม่ถึงสิบหน้า

424 Nameless Fanboi Posted ID:90JFj/+dHw

เปิดเทอมแล้วเป็นไงกันบ้างไอ้พวกนักเรียนทั้งหลาย 555 ก่อนจะง่วงจนพิมพ์ไม่ไหว วันนี้ก็มาคุยกันต่อจาก >>>/webnovel/10680/386-387/ กันเลยดีกว่า

ส่วนที่ 2 ที่สามารถใช้วัดความยากง่ายของการแต่งนิยายแนวนั้นๆ คือ พล็อตเรื่อง วิธีเดินเรื่อง และสเกลเรื่อง

นิยายแต่ละแนวมันถูกแต่งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายต่างกัน เรื่องจะแต่งให้ใครอ่าน การเน้นกลุ่มเป้าหมายแบบไหนก็ด้วย ถ้าเป็นแนวสโลว์ไลฟ์ แนวชีวิตประจำวัน นิยายแก๊กสั้นๆ แบบจบในตอน หรือนิยายรักวัยรุ่น อันนี้ส่วนใหญ่คือเดินเรื่องไม่ซับซ้อน พล็อตก็อาจจะไม่ต้องเข้มข้นมาก โดยเฉพาะพวกสายขายขำ ใช้ความฮาเป็นจุดขายหลัก จะทำให้เนื้อเรื่องหนักเกินไปไม่ได้ ดราม่าในนิยายแนวนี้มันก็มีแหล่ะ แต่ส่วนใหญ่จะมาช่วงท้ายๆ มาเป็น Turning point สำคัญที่ส่งผลต่อเส้นเรื่องและความสัมพันธ์ของตัวละครคู่พระ-นาง

แต่ในนิยายบางจำพวกมันมีความจำเป็นต้องเล่นกับเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมือนเป็นภาคบังคับว่าต้องแต่งให้มันซับซ้อนซ่อนเงี่ยน หลายคราวก็ต้องให้มันดูลึกลับ หรือเล่นกับการใช้ลักษณะเด่นของแนวนั้นๆ ให้ถูกวิธี เช่นถ้ามึงแต่งแนวสืบสวนสอบสวน ก็ต้องมีการทำคดีเข้ามาเกี่ยว เปิดปมเกี่ยวกับทริคการฆาตกรรมต่างๆ วิธีสืบให้เจอตัวคนร้าย ซึ่งมันจะดูจริงจังกว่าแนวสโลว์ไลฟ์ชิวๆ ทำอะไรก็สำเร็จ สะดวกไปหมด หรือถ้าเป็นแนวสยองขวัญก็ต้องวางที่มาที่ไปให้ต้นเหตุของความหลอนในเรื่องมันเกี่ยวโยงกัน เวลาเฉลยว่าทำไม ? จะได้ไม่โดนนักอ่านเขาอิหยังวะใส่ ถ้ามาสายวิทยาศาสตร์ (แหมมม) ก็ต้องมีการพูดถึงหลักวิทย์ต่างๆ แต่แม่งมีน้อยคนจริงๆ ที่สามารถแต่งออกมาให้มันเป็นบันเทิงคดีได้แบบไม่ยัดเยียด

เรื่องนี้ทำให้กูนึกถึงการ์ตูนมังงะเรื่องนึงที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว เกี่ยวกับนางเอกที่ใช้ loop ได้ คือถ้าตายแล้วคุณเธอจะวนกลับไปที่จุดเซฟจุดหนึ่งซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าเงื่อนไขคืออะไร ฝั่งพระเอกนี่เป็นนักวิทยาศาสตร์ดาวรุ่งผู้พยายามจะสร้างไทม์แมชชีนขึ้นมา จุดเปลี่ยนของเรื่องคือมีคนจากอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีไทม์แมชชีนของพระเอก ย้อนเวลามาเพื่อฆ่าพระเอกก่อนที่จะคิดเครื่องนี้ได้ (กูอ่านแล้วงงนิดๆ ว่ามันจะไม่เกิด Time's paradox เอาเหรอวะ) จำได้ว่านางเอกพยายามช่วยชีวิตพระเอกไว้หลายครั้งมาก แต่ทุกครั้งวิธีการตายของพระเอกแม่งก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นสิ่งที่เรียกว่า Checkpoint ในพล็อตนิยายแนวเล่นกับเวลา คือจะมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนั้นได้ด้วย แล้วพระเอกใน loop ท้ายๆ ก็เหมือนจะรู้ว่านางเอกในอนาคตจะต้องตายในสถานที่แห่งนึง ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการรู้จักกับพระเอก พยายามช่วยพระเอกแต่ไม่สำเร็จ แล้วโตไปเป็นสาวออฟฟิศมืดมน พระเอกแม่งเลยจงใจย้อนเวลาไปแก้ไทม์ไลน์ตัวเองตอน ม.ต้น ไม่ให้ตัวเองรู้จักนางเอก นางเอกก็จะไม่โตไปทำงานในบริษัทเดิมบนไทม์ไลน์เส้นนี้ ทำให้นางเอกไม่ประสบอุบัติเหตุจนตายวนเวียนในจุดๆ เดิมตอนโต ก่อนจบเรื่องนางเอกก็ไปทำงานปกติ แต่มีลูกค้าคนนึงเดินเข้ามาทักด้วยความสนิทสนม ฝั่งนางเอกก็ใจเต้นรัวโดยไม่ทราบสาเหตุตอนโดนพระเอกในแบบตาลุงถามว่า "พร้อมจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งหรือยังครับ"

ที่พิมพ์ให้อ่านนี่ไม่ได้จะพูดชมในด้านความเป็นนิยายรักอิงวิทยาศาสตร์ แต่อยากบอกว่าระหว่างที่เล่าเรื่อง ตัวคนเขียนสามารถอธิบายและใช้ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ แทรกเข้ามาในเนื้อเรื่องได้ดีมาก มันสมเหตุสมผล อ่านสนุก และมีผลต่อการเดินเรื่องจริงๆ ไม่ใช่การจับยัดแล้วเขียนข้อมูลโต้งๆ เหมือนลอกมาจากวิกิพีเดีย หรือค้นกุเกิ้ลแล้วก็อปวาง ไม่มีการอ้างสูตรคำนวนนั่นโน่นนี่เอามายัดปากตัวเอกเพื่อหวังให้มันดูเก่งเทพ แต่ใช้สิ่งที่อยู่ในสารคดีมาสร้างบันเทิงคดีได้อย่างกลมกล่อมมากๆ เขียนเรื่องที่เข้าใจยากให้ออกมาเข้าใจง่าย ทำให้วิทยาศาสตร์สามารถกลมกลืนไปกับเนื้อเรื่องได้โดยไม่รู้สึกว่ามันฝืน ซึ่งมัน >>> ไม่ใช่เรื่องง่าย <<< นอกจากเรื่องนี้ในแนวเดียวกันที่กูชอบก็คงเป็นพวก สไตน์เกท (ไม่นับภาคหลังๆ) กับ all you need is kill (หรือเรื่องที่โดนรีเมคไปทำหนังเรื่อง Edge of tomorrow นั่นแหล่ะ)

425 Nameless Fanboi Posted ID:90JFj/+dHw

>>424

ตัวอย่างที่ยกมามีความซับซ้อนของเนื้อหาเพราะเป็นการเล่าที่เกี่ยวกับ loop พูดถึงทั้งปัจจุบัน อดีต และอนาคต (คนละอันกับหมวดในเว็บเด็กดวกนะ) วิธีเล่าก็แม่งตัดไปตัดมา และมีค่าความเข้มข้นไม่เท่ากันในแต่ละช่วง เช่นช่วงปัจจุบันก็เหมือนเป็นแนว loop นรกที่นางเอกโตมาแล้วตายซ้ำตายซาก พอเป็นบทย้อนอดีตที่นางเอกเปลี่ยน check point ไปเป็นช่วง ม.ปลายได้ เรื่องก็เบาลงเป็นแนว รอม-คอม ในรั้วโรงเรียน ช่วงท้ายที่เจอกันในอนาคตก็ปรับเปลี่ยนสู่แนวรักเต็มตัว สเกลเรื่องอาจเปลี่ยนไปจากตอนต้นไม่มาก และมีจุดเปลี่ยนหลักเพียงแค่การประดิษฐ์ไทม์แมชชีนของพระเอก แต่การแทรกหัวข้อเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทำได้ดีสุด ทั้งเรื่องแมวของชโรดิงเจอร์ และเรื่องบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค

ข้างบนพูดถึงพล็อตกับวิธีเล่าไปแล้ว ทีนี้มาคุยเกี่ยวกับสเกลเรื่องดูบ้าง นักเขียนบางคนฝีมือธรรมดาแต่ดันอยากเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ การฝืนทำอะไรเกินตัวมันมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง บางคนรู้ตัวว่ากระจายบทไม่เก่ง แต่ก็ยังจะเปิดตัวละครใหม่ออกมาเรื่อยๆ ตัวละครเลยจืดจางบ้าง ใช้แล้วทิ้งบ้าง หรือโดนนักอ่านลืมหลังผ่านไปแค่ 2-3 ตอนก็มี พวกที่ไล่ระดับกราฟสเกลต่างๆ ไม่เป็นนี่ก็ปัญหาใหญ่ เช่นออกแบบพระเอกออกมาเทพซ่าสัสหมาแล้วตัวโกงสู้ไม่ได้เลย อันนี้คือความแย่เรื่องสเกลพลัง หรือพยายามบอกว่าตัวเอกเทพนะ แต่ตัวร้ายเทพกว่า แต่แต่งไปแต่งมาไอ้เหี้ยพระเอกมัน OP สุดตีน เลยจำใจต้องแต่งให้ตัวร้าย OP หนักขึ้นไปอีกจนไม่รู้จะปราบมันยังไง สุดท้ายแม่งต้องตัดจบตรงที่ตัวเอกกับตัวร้ายง้างดาบวิ่งเข้าหากันแล้วจบบริบูรณ์ (อย่าหาทำล่ะ เจอนักอ่านสาปแช่งไป 7 ชั่วโคตรเลยนะ) เรื่องสเกลเนื้อหาก็เหมือนกันเปิดมาแบบยิ่งใหญ่อลังการ แต่ตอนถัดๆ มาเสือกเล่าเรื่องแบบสโลว์ไลฟ์ คือถ้าเปิดมาเกี่ยวกับฟุตบอลโลกแล้วมึงพยายามอย่ากลับไปเล่าแบบฟุตบอลชิงแชมป์ อบต. ไม่ใช่ว่ามันผิดหลักการ แต่ส่วนมากนักเขียนไม่ได้เก่งจนทำให้เรื่องออกมาสนุกได้ นักอ่านจะตั้งความหวังไว้สูง แต่สุดท้ายเหมือนโดนมึงเย้ดแล้วทิ้ง (เหมือนที่กูรู้สึกกับเรื่อง Top up Now)

ดังนั้นอย่าขยายสเกลเรื่องแบบตูมเดียว หาร-มโหฬี เล่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพิ่มระดับความเข้มข้นให้เหมาะกับช่วงนั้นๆ ของเรื่อง อย่าเปิดด้วยอเมริกาโน่แล้วเล่าต่อด้วยน้ำล้างแก้ว ควบคุมให้ทุกอย่างอยู่ในระดับที่เหมาะกับตัวเอง เล่าในจำนวนตัวละครที่มึงคิดว่าเอาอยู่ สเกลพลังอย่าให้มันเวอร์วังเกินเพราะนานๆ ไป เดี๋ยวแม่งหมดมุก ส่วนสเกลเรื่องก็ขยายแบบกราฟค่อยๆ ชันขึ้นทีละน้อย เวลาขมวดปมในจุด climax มันจะได้ไม่จืด หาทางลงสวยๆ ได้โดยไม่ต้องตัดจบให้โดนด่าเล่น

วิธีการเล่ามึงจะตัดฉาก flashback หรือสร้าง foreshadow หีแตดอะไรก็แล้วแต่ ควรทำในปริมาณที่พอเหมาะ และอย่าทำพร่ำเพรื่อเพราะแทนที่มันจะทำให้นิยายมึงดูเจ๋งหรือดูเหนือ มันจะสร้างความรำให้นักอ่านแทน ถ้าไม่ได้เก่งจนทำให้ฉากย้อนอดีตแม่ง give super effect ให้เนื่อเรื่องได้ มึงก็ไม่ต้องเล่นท่ายาก เล่าจาก A ไป B ไป C เนี่ยแหล่ะ เพราะหลายๆ แนวมันควรถูกเล่าอย่างตรงไปตรงมา มากกว่าพยายามย้อนนั่นข้ามนี่

หัวข้อนี้สรุปว่า ถ้านิยายที่มึงแต่งพล็อตไม่ซับซ้อนเล่าแบบชิวๆ เรื่อยเปื่อยได้, จำนวนตัวละครมีให้จำไม่เยอะ ไม่ต้องพยายามเกลี่ยบทให้เท่าๆ กัน, การเล่าไม่จำเป็นต้องข้ามไปข้ามมา หรือใช้เทคนิกอะไรเพิ่มนอกจากการเขียนปกติ และสเกลเรื่องค่อยๆ เปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรืออาจจะคงที่ กูถือว่านิยายเรื่องนั้นเขียนง่าย แต่ถ้าเกิดมีความเล่นใหญ่ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไปใน 4 ข้อนี้ กูจะย้ายให้เข้าไปในเขตเขียนยากทันที มือใหม่ไม่ควรลองของ

426 Nameless Fanboi Posted ID:90JFj/+dHw

>>425

ส่วนใครที่อยากรู้ว่าสมัยยังกากๆ กูเดินเรื่องนิยายยังไง ใช้วิธีไหนควบคุมสเกลด้านต่างๆ หรือคิดเกี่ยวกับจำนวนตัวละครไหม ก็ยอมรับตามตรงเลยว่าเย้ดสดมาโดยตลอด (ช่วงปีแรกๆ คือแต่งตามแต่หอยจะพาไป) ไม่ค่อยมีการควบคุมอะไรเหมือนเด็กติ่งหูหัดแต่งนิยายรักวัยรุ่นทั่วไป แล้วมาเริ่มสร้างแบบแผนอะไรขึ้นในช่วงปีที่ 3 ด้วยการใช้สิ่งที่เรียกว่า "Preset" ซึ่งลักจำมาจากรุ่นพี่คนนึง ตอนแรกด้นสดแล้วมันก็จบบ้างไม่จบบ้าง หรือตัดจบบ่อยจนคนอ่านแช่ง (แต่ยังเสือกตามอ่านต่อ) หลังๆ มากูเลยต้องเปลี่ยนตัวเองมาเป็นสายกึ่งด้นเพื่อลดแต้มบาปของกูต่อพวกนักอ่านลง

Preset ที่ใช้เนี่ย กูเอามาใช้แทนการคิดพล็อต มันก็คล้ายการคุมสเกลแหล่ะ แต่ไม่ได้จริงจังอะไรปานนั้น หนำซ้ำยังดูมักง่ายด้วย เหมือนไม่ตั้งใจเขียน เขียนตามดวงอะไรทำนองนี้ ขั้นตอนก็ไม่ยาก นั่งไล่เขียนข้อมูลอย่างมีทิศทางเป็นหัวข้อๆ ไป เช่น "สถานที่" ก็มีพวก บ้าน โรงเรียน วัด ห้างสรรพสินค้า ... "จำนวนคนในฉาก" อยู่คนเดียว อยู่กับพระเอก อยู่กับเพื่อนๆ อยู่กลางฝูงชน ไม่ก็ "สีหน้าและการตอบสนองทางอารมณ์" อย่าง เขินหน้าแดง โกรธจนขว้างของใส่ เงิบแดกพูดอะไรไม่ออก แล้วไอ้ Preset ของกูนี่มันมีเยอะมาก จะแต่งอะไรทีก็เลือกจิ้มๆ สุ่มเอามารวมกันแล้วแต่งฉากนั้นๆ เหมือนนักเรียนเขียนตามคำบอกในวิชาภาษาไทยอะ ผลคือนิยายออกมาแจ่มใสเหี้ยๆ นึกแล้วยังโกรธตัวเองสมัยนั้นไม่หาย ถ้าอยากอ่านตัวอย่างเดี๋ยวกูจะเล่นให้ดู (เปิดสมุดจด Preset มาสุ่มคำในหมวดต่างๆ ออกมา)

ฉาก A : เป็นตอนเช้าของทุกวัน นางเอกเป็นคนชอบนอนตื่นสาย แต่มักจะมีเสียงทึบๆ ดัง "ตึกๆๆ" ผ่านหน้าบ้านทุกเช้าช่วง 6 โมง นางเอกก็รำมากตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้จะต้องออกไปดักหน้าบ้านแล้วด่าคนๆ นี้ให้ได้ โทษฐานก่อมลภาวะทางเสียง แต่ถึงเวลาปรากฏว่าคนทำเสียงมันเป็นพระเอกที่อยู่ชมรมบาสเกตบอล อีนางเอกเลยไม่ได้ด่าแต่ไปยืนมองพระเอกต๊อกบาสผ่านหน้าบ้านแล้วคิดในใจ "แม่ง... มันหล่อว่ะ"

ข้างบนนี้กูเขียนจาก Preset : (ตัวละคร 1)นางเอก+(นิสัย)ตื่นสาย+(เป็นการพบกัน)เจอกันครั้งแรก+(รู้สึกว่า)ไม่ชอบ+(ตัวละคร 2)พระเอก+ (เพราะว่า)ทำให้รำคาญ+(สาเหตุ)บาสเกตบอล+(สิ่งที่เกิดขึ้นจริง)ทำตรงกันข้าม+(เหตุผล)หน้าตาดี

เพราะใช้วิธีนี้นิยายกูช่วงแรกๆ เลยจะออกมาสก๊อยมาก พอโตขึ้นมาแล้วรู้สึกรำคาญตัวเองเลยคิดว่าเปลี่ยนมาเขียนนิยายรักที่มันเป็นผู้ใหญ่ขึ้นดีกว่า ถือว่าโชคดีที่หลุดพ้นจากเส้นทางแจ่มสิวมาได้อย่างหวุดหวิด เนื้อหาหลักๆ ก็จบแค่นี้แหล่ะในส่วนที่ 2

เอ้อ... แล้วเห็นที่แปะใน >>407 กูแม่งทนอ่านนิยายแนวนี้ไม่ได้จริงๆ อ่านแล้ว Cringe เหี้ยๆ (เหมือนที่กูทำใจอ่านของไอ้ตุ๋นกบไม่ได้)

เห็นโม่งพูดถึงคำนี้แล้วบางคนยังอ่านผิดเลยจะ correct ให้ว่ามันอ่านว่า "คริ้นจ์" ไม่ใช่ "คริ๊ง" ส่วนความหมายจริงๆ ก็ยังไงดี อธิบายเป็นไทยลำบากอะ (ใครเชี่ยวอักษรศาสตร์ก็ช่วยแนะนำแทนที) ถ้าอยากรู้ว่าไอ้ Cringe เนี่ยมันประมาณไหนให้ลองดูสื่อต่างๆ ที่กูเอามาประกอบพวกนี้

1) มึงจะทำหน้าแบบนี้ถ้ารู้สึกคริ้นจ์ https://tenor.com/view/awkward-cringe-what-gif-3535836
2) ความรู้สึกคริ้นจ์จะเกิดขึ้นเมื่อมึงดูสปอยอนิเมะคลิปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=h5DeDbb6m7A (โดยเฉพาะช่วงที่มีการสะอื้น และพยายามดราม่าด้วยเสียงกระเส่า หรือทุกๆ ครั้งที่เจ้าของคลิปพูดคำว่า "นั้น")
3) ส่วนตัวกูมักนิยามเป็นความรู้สึกขนลุก หรืออายแทนเจ้าตัวเวลาที่เขาทำอะไร Cringe ๆ

ก่อนจบเรื่องมีคำถามน่าสนใจจากนักอ่านอีกแล้ว (ซึ่งพวกมึงบางคนอาจสงสัยด้วยเหมือนกัน) ว่าปัจจุบันจะแต่งนิยายสักเรื่องกูเตรียมตัวนานไหม เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูเล่าด้วยภาพแทนดีกว่า

https://imgur.com/a/EkgJMyQ อืม... ก็น่าจะประมาณนี้แหล่ะ

427 Nameless Fanboi Posted ID:OLlj+0VNQn

Everybody's always talkin' at me
Everybody's tryin' to get in my head
I wanna listen to my own heart talkin'
I need to count on myself instead

Lose yourself to get what you want
(Did you ever)
Get on a ride and wanna get off
(Did you ever)
Push away the ones you should've held close
Did you ever let go?
Did you ever not know?

I'm not gonna stop, that's who I am
I'll give it all I got, that is my plan
When I find what I lost
You know you can
Bet on it, bet on it
Bet on it, bet on it (Bet on me)
I wanna make it right, that is the way
To turn my life around, today is the day
Am I the type of guy who means what I say?
Bet on it, bet on it
Bet on it, bet on it

How will I know if there's a path worth taking?
Should I question every move I make?
The thought of lost my heart and it's breakin'
I don't wanna make the same mistake

Doubt your dream will ever come true
(Did you ever)
Blame the world, but never blame you
(I will never)
Try to live a lie again
I don't wanna win this game if I can't play it my way

I'm not gonna stop, that's who I am (Who I am)
I'll give it all I got, that is my plan (That's my plan)
When I find what I lost
You know you can (You know you can)
Bet on it, bet on it
Bet on it, bet on it (Bet on me)
I wanna make it right, that is the way
To turn my life around, today is the day
Am I the type of guy who means what I say?
Bet on it, bet on it
Bet on it, bet on it

Oh, hold up
Give me room to think
Bring it on down
Gotta work on my swing
Gotta do my own thing
Oh, hold up

It's no good at all
To see yourself and not recognize your face
Out on my own, it's such a scary place, ooh
The answers are all inside of me
All I gotta do is believe

I'm not gonna stop
Not gonna stop 'til I get my shot
That's who I am, that is my plan
Will I end up on top?
You can bet on it, bet on it
Bet on it, bet on it
You can bet on it, bet on it
Bet on it, bet on it (Bet on me)
I wanna make it right, that is the way
To turn my life around, today is the day
Am I the type of guy who means what I say?
Bet on it, bet on it
Bet on it, bet on it (You can bet on me)

https://youtu.be/k-t4vqd534Y

428 Nameless Fanboi Posted ID:dQvenkjxVE

Tenshi no Enogu

tasogare utsusu madobe e to mai oriru
kirameku soyokaze suikonde
sora wo miru toki

kanashii dekigoto ga BURUU ni someta kokoro mo
tenshi no e no gu de nurikaeru yo
omoi no mama ni

deatta koro wa sora ni sae akogareta
watashi wo itsudemo mamotteta
ai ni kidzukazu

sukoshi no aida dake anata ni SAYONARA shitara
I love you
kono kimochi wa namida ni kawaru deshou ka

hitomi wo soraseba subete ga hanareteshimau
itsuka wa eien no hikari watashi wo izanau

kanashii dekigoto ga BURUU ni someta kokoro mo
tenshi no e no gu de nurikaeru yo
omoi no mama ni
- - - - - - - - - - - - -

Ai oboete imasu ka

Ima anata no koe ga kikoeru
"Koko ni oide" to
Sabishisa ni make sou na watashi ni

Ima anata no sugata ga mieru
Aruite kuru
Me wo tojite matte iru watashi ni

Kinou made namida de kumotteta
Kokoro wa ima.....

*Oboete imasu ka me to me ga atta toki wo
Oboete imasu ka te to te ga sawatta toki
Sore wa hajimete no ai no tabidachi deshita
I love you, so

Ima anata no shisen kanjiru
Hanarete temo
Karadajyuu ga atakaku naru no

Ima anatano ai kanjimasu
Douzo watashi wo
Tooku kara mimamotte kudasai

Kinou made namida de kumotteta
Sekai wa ima.....

*repeat

Mou hitoribocchi janai
Anata ga iru kara

*repeat

Mou hitoribocchi janai
Anata ga iru kara.....F.O.

https://www.youtube.com/watch?v=TTZYyrXWpr4

429 Nameless Fanboi Posted ID:cAsBnaD6Kt

เล่าเฉยๆ ไม่อยากอ่านเรื่องของมึงไอสัส
นิยายเรื่องแรกของกูแต่งโดยยำนิยายที่อ่านมาเป็นเรื่องเดียว วางพล็อตยิ่งใหญ่มากเป็นพันตอน(จีนกำลังภายใน) แต่คำว่าพล็อตของกูนั้นช่วงหลวมเหลือเกิน ไม่มีการpreset แต่งได้ไม่ถึงสิบตอนก็ตัน กูเป็นแบบนั้นอยู่ประมาณ2ปี แม้จะมีการpresetขึ้นมาเล็กน้อยก็ไม่ได้ทำให้กูแต่งนิายได้ดีขึ้นเลย
พอเอาไปลงเว็บก็มีแต่คนด่า ทำกูโคตรเสียใจจนไม่อยากแต่งอีกแล้ว แต่ก็หน้าด้านแต่งเรื่องใหม่ออกมาเรื่อยๆ
กูเลิกแต่งนิยายไปปีกว่า แต่พล็อตมันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวมาตลอดและปรับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ คิดไว้เป็นฉากๆตั้งแต่ตนจนจบ ซึ่งที่คิดไว้ค่อนข้างละเอียด
ช่วงจะขึ้นมหาลัยปี1 กูต้องเจอกับปิดเทอมยาว6เดือนที่ว่างจนไม่มีอะไรให้ทำ ระหว่างนี้เลยหยิบพล็อตในหัวที่ขัดเกลามาตลอดปีกว่ามาเขียน แต่กูก็ไม่ได้แต่งมาเป็นปีแล้วไม่รู้ว่าจะไหวมั้ย สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเมื่อใจมันเรียกร้อง
ครั้งนี้ฝีมือกูเสือกพัฒนาแบบงงๆ กูแต่งนิยายดีขึ้นจนต่างจากครั้งล่าสุดที่แต่งมาก
แต่พอแต่งไปสักพักก็ตื้อ ไม่ตันแต่เดินเรื่องไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะพาเรื่องไปยังพ้อยที่วางยังไง กูก็ลองอ่านเรื่องอื่นไปด้วยศึกษาวิธีการแล้วมาปรับใช้ และในที่สุดกูก็แต่งได้เกินสิบตอนเป็นครั้งแรก และตอนนี้กูสามารถส่งตัวเองเรียนได้จากนิยายแล้ว
พอลองไปอ่านนิยายที่พวกเด็กใหม่เอามาโปรโมทในกระทู้แล้วอดขำไม่ได้ ว่าครั้งหนึ่งกูเคยเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เลยไม่อยากดูถูกนิยายเบียวๆพวกนั้น เพราะวันหนึ่งไอเด็กที่เอานิยายมาโปรโมทโง่ๆพวกนั้น อาจมีวันที่จะเป็นเหมือนกูก็ได้
สุดท้ายนะครับ อยากเป็นกำลังใจให้คนที่คิดว่าตัวเองกาก ไม่มีทาง กูอยากบอกว่า..เออมึงกากนั่นแหล่ะไอสัส แต่มึงอย่าท้อ มึงพัฒนาได้อีก ไม่ใช่ว่ากากแล้วจะกากตลอดไป

ด้วยรักและคิดถึง...จากโม่งคนหนึ่งที่รักเธอว์

430 Nameless Fanboi Posted ID:gQcEffaFXa

>>429 ปัญหาของมึงตรงข้ามกับกู คือมีทุกอย่างพร้อม อยากเขียนชิบหาย แต่ไม่มีเวลาเขียน ทำงานกลับบ้านนอน วนลูบ ควยจริงๆ

431 Nameless Fanboi Posted ID:uT3/hT39w+

เพื่อนโม่งว่าเขียนนิยายกับวาดการ์ตูน อันไหนเพิ่มคนอ่านง่ายกว่ากันอะ

คือเราอยากเล่าเรื่องและมีทักษะการวาดอยู่ระดับหนึ่ง แต่ตลาดการ์ตูนมันดูไม่โตเลย อย่างเว็บที่ให้ลง(และสนับสนุนการ์ตูนไทย)ก็มีน้อย ต้องเจ๋งจริงถึงจะมีคนซื้ออีก

พอเห็นว่าแพคนิยายที่เขียนไม่ได้ดีมากก็ขายได้เลยเริ่มสนใจแล้ว แต่ไม่เคยฝึกทักษะการเขียนเลยนี่สิ ตอนประถมเขียนเรียงความได้ไม่เคยเต็มหน้ากระดาษสักที ตอนนี้ก็ลบ ๆ แก้ ๆ อ่านทวนไปมาว่าคนอ่านจะเข้าใจหรือเปล่าอยู่

ทีนี้อยากถามด้วยว่าจะฝึกเขียนนิยายมันยากมากไหม มีจุดอะไรต้องเน้นหรือเปล่า เท่าที่ไล่อ่านในมู้คือ บรรยายให้รู้เรื่อง จัดหน้าแบบหนังสือปกติ povคงที่ อย่ามีคำผิด(อันนี้มั่นใจพอตัว) มีอะไรสำคัญอีกไหม

เออ แล้วก็ค่อนข้างติดสำนวนบทพูดแบบการ์ตูนน่ะ เวลาคนอื่นยกประโยคนึงมาบอกว่าเบียวจัด ก็คิดว่า 'เอ้า นี่คือเบียวหรอกเหรอ' แบบนี้จะเป็นปัญหาหรือเปล่า

432 Nameless Fanboi Posted ID:YxeZzPImRL

>>431 มึงไม่ต้องสนหรอกว่าจะเบียวไม่เบียว มึงเขียนแบบไหนก็ได้คนอ่านแบบนั้น สร้างผลงานที่มันตรงกับความต้องการของมึงก็พอ สำหรับกูคำว่าเบียวมันแปลว่า 'หัวโขน' มึงจะเบียวทำตัวเป็นผู้ใหญ่ เบียวทำตัวเป็นเด็ก เบียวเป็นคนมีเหตุผล เบียวเป็นคนไม่มีเหตุผล ไม่ว่าอยู่ในสถานะไหนแม่งก็มีจุดบกพร่องให้แก้ไขอยู่ดี สู้เบียวเอาดีด้านนั้นแม่งให้สุดๆไปเลยดีกว่า ส่วนจะปรับตัวเข้าหาคนอ่านยังไงนี่ก็ต้องไปทำการบ้านเอาเอง

ถ้ามึงจะบอกว่ามีเรื่องอยากเล่าแต่เขียนนิยายแล้วไม่ปังเลยจะลองหันไปวาดการ์ตูน กูถามเล่นๆ "ทำไมกูต้องเสียเงินซื้อการ์ตูนมึงอ่านทั้งที่แม่งมีเว็บแปลมังงะสนุกๆให้อ่านฟรีเพียบ?" ส่วนตัวกูไม่สนเทคนิคอะไรแล้ว อ่านไปแต่ไม่เจอกับตัวก็ไม่เก็ทอยู่ดี ก้มหน้าก้มตาเขียนลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ อีกแง่หนึ่งของพวกขยันคิดก็เป็นพวกขี้เกียจทำ คือแทนที่จะทำงานหลักต่อคือเขียนนิยาย แม่งเอาแต่หาเทคนิคมาเป็นข้ออ้างไปเรื่อย

433 Nameless Fanboi Posted ID:IhImfET.dk

>>429 >>431 พวกมึงนี่ก็แซวเก่งงง คนนึงเคยให้สัมภาษณ์ส่วนอีกคนตั้งกระทู้ถาม

434 Nameless Fanboi Posted ID:KOL1.HGnBM

>>431 ถ้าเมิงตั้งเป้าคือการหาเงิน ถ้าทำแล้วไม่ได้เงินเมิงจะเลิกนะ
คือเส้นทางนี้ไม่ว่าจะเขียนการ์ตูนหรือเขียนนิยาย มันก็ต้องสะสมทักษะมาทั้งนั้น
ไม่ได้ดูถูกนะ แต่เมิงมั่นใจว่าเล่าเรื่องเป็นแล้วจริง ๆ เหรอวะ
กุเข้าใจพวกทำตัวเป็นลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือนะ เพราะกุก็เป็น

เอาว่ากุอยากให้เมิงตั้งมายเซ็ทให้ยาวกว่านั้นสักหน่อย
ที่เหลือก็แล้วแต่บุญทำกรรมแต่ง

435 Nameless Fanboi Posted ID:Rb/rwxYJ0N

ไม่ได้สับนานสัส ช่วงนี้เลิกงานดึกมาก เที่ยงคืนแทบทุกวัน แล้วกูก็เสือกไปติดซีรีส์เรื่องดาร์กอีก ได้แต่แวะเข้ามาเสือกเป็นพักๆ

436 Nameless Fanboi Posted ID:5jw/FtgIPw

>>431 ทั้ง 2 แบบจะมีคนอ่านเยอะได้มึงต้องเก่งก่อนเลย ต่อจากเก่งแล้วมึงต้องมีดวง ต่อจากดวงคือ connection ว่ามีใครที่สามารถช่วยมึงโปรโมตเรื่องในวงกว้างได้ไหม และสุดท้ายคือของที่มึงเตรียมไว้ในสต็อกมีมากพอรึเปล่า อ่านแล้วคิดตามคำแนะนำข้างล่างของกู

ทำไมมึงต้องเก่ง ? เพราะถ้ามึงกาก ต่อให้ 3 ข้อหลังของมึงพร้อม มึงก็จะไม่ได้ไปต่อเพราะคุณภาพงานแม่งกาก แต่ไม่ต้องกลัว ถึงมึงจะกาก ถ้าฝึกไปนานๆ มึงก็เก่งขึ้นได้ ยิ่งถ้ามึงมาสายวาดด้วย มึงจะได้เปรียบพวกสายเขียนตรงที่ มึงสามารถแทรกภาพวาดลงในนิยายตัวเองได้ ภาพในหัวมึงเป็นแบบไหนก็วาดประกอบการบรรยายของมึงให้เห็นภาพมากขึ้น ถ้ามึงเก่งเรื่องลงสี มีบรัชที่ถนัดเป็นของตัวเอง หรือเชี่ยวเรื่อง mood tone มึงก็วาดหน้าปกนิยายเองได้โดยไม่ต้องจ้างใคร อันนี้คือ advantage ของตัวมึงเองเลย

ทำไมต้องมีดวง ? ดวงที่กูบอกไม่ได้หมายถึงความ Luckyman ทำอะไรก็โชคช่วยไปหมด แต่หมายถึงโอกาสดีๆ ที่โผล่มาในชีวิตของมึง ซึ่งมันจะไปเกี่ยวข้องกับข้อถัดไป เรื่องนี้น่ะรุ่นพี่กูย้ำตลอดเวลาว่า "โอกาสเป็นของคนที่พร้อมอยู่เสมอ" ถ้ามึงมีดวงว่าจะได้พบคนที่มีเส้นสาย มีความสามารถช่วยขยายข่าว โฆษณาผลงานของมึงให้คนกลุ่มใหญ่รู้จักได้ แต่มึงเสือกไม่มีผลงาน แต่งๆ หยุดๆ แต่งแล้วดอง มันก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นคนที่แต่งนิยายไปเรื่อยๆ หรือวาดไปเรื่อยๆ ต่างหาก ถึงจะมีแมวมองมาให้ความสนใจ แล้วถ้าเขาเห็นว่ามึงมีแวว เขาถึงจะเข้ามาติดต่อเพื่อให้การสนับสนุน ดังนั้นมีดวงอย่างเดียวไม่พอ มึงต้องมีวินัย ทำงานที่มึงชอบต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มาพะวงว่าเมื่อไหร่กูจะดังวะ ไม่อย่างนั้นมึงก็จะท้อแท้จนเลิกแต่งไปเอง เหมือนเด็กโปกในบอร์ดนักเขียนที่โฆษณาในกระทู้แล้วไม่มีคนเข้าไปดู เลยพาลเลิกแต่งนิยายไปในที่สุด

ทำไมต้องมี Connection มีเส้นสาย ?

สั้นๆ เลยว่าถ้าไม่มีข้อนี้มึงจะเติบโตได้ช้า เออ... กูเข้าใจนะเรื่องที่ว่าของดีย่อมมีความโดดเด่น กลิ่นของคนดีนั้นหอมทวนลมได้ และอัญมณีงดงามย่อมส่องประกายจนได้รับความสนใจ แต่ถ้ามึงมีข้อนี้มาช่วย หรือมึงรู้จักคนในวงการเยอะ มึงจะโตได้เร็วจากความสามารถในการควบคุมสื่อ ถ้ามีเพื่อนเป็นเจ้าของเพจที่มีคนติดตามเยอะ ถ้าจ่ายเงินราคามิตรภาพจ้างให้เขียนถึงเรื่องของมึง หรือทำริวิวง่ายๆ สักโพส แม่งคนดูจะพุ่งกระฉูดมากอย่างที่มึงไม่เคยคาดฝันมาก่อน สำหรับคนที่ไม่ได้มีเส้นสาย ไม่รู้จักใคร ไม่ได้ติดต่อคนในวงการไว้ มึงก็แค่ต้องมี 2 ข้อข้างบน คือมึงต้องฝึกฝนให้เยอะๆ และรอคอยโอกาสอย่างไม่ย่อท้อ ไม่เท ไม่ทำตัวเหลาะแหละ (เหมือนไอ้เงินบวก) สุดท้ายถ้าดวงมึงมาจริงๆ เรื่องของมึงก็จะได้รับการโปรโมตให้เองแถมฟรีด้วย แต่อย่างที่บอกไปอะ งานมึงดีพอหรือยัง อันนี้เป็นเรื่องที่มึงต้องคิดให้เยอะๆ

ทำไมต้องมีงานสะสมไว้เยอะๆ ?

เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคแม่งเปลี่ยนไป สมัยก่อนผลงานนิยายที่ออกช้าเป็นรายเล่ม หรือการ์ตูนรายเดือน/สัปดาห์/ปักษ์ แม่งก็ยังมีคนรออ่านไหว ผิดกับสมัยนี้ที่ content ต่างๆ มันอยู่บน social media เป็นส่วนใหญ่ ตามเพจต่างๆ ก็ลงภาพ ลงบทความกันแบบ daily จนทุกวันนี้คนที่บริโภคสื่อแม่งกลายเป็นแบบ มาสั้นๆ ก็ได้ แต่ขอให้มาทุกวัน วันละรูปก็ยังดี แต่มึงอย่าหายไปนะ ไม่งั้นกูเทเหมือนกัน ความสนุกแบบลุ้นตลอดเนื้อเรื่องเปลี่ยนเป็นความสนุกแบบ meme ที่แม้จะใช้ซ้ำใช้ซาก แต่ถ้าถูกจังหวะ ไม่หลงประเด็น มันก็ยังขำเหมือนเดิม สรุปให้ฟังเฉพาะกลุ่มนักเขียนในนี้ง่ายๆ ได้ว่า พวกมึงไม่ต้องเขียนตอนยาวๆ เหมือนเมื่อก่อนก็ได้ แต่มึงต้องมีงานสั้นๆ 2-4 หน้าเอามาลงเรื่อยๆ วันละ 1 ตอนหรือ ลงวันเว้นวัน (แบบกู) และอย่างน้อยพวกมึงต้องลงได้ต่อเนื่อง 60-90 วัน (หลังจากนั้นถ้างานติดลมแล้วถึงค่อยลงแบบรายสัปดาห์) เพราะถ้ามึงไม่ล่อนักอ่านแบบนี้ มันเป็นเรื่องยากมากที่งานของมึงจะได้ติดตลาด เพราะเด็กสมัยนี้มันรอไม่เป็น และชอบอะไรที่สนุกฉาบฉวยว่ะ

437 Nameless Fanboi Posted ID:fbZk9/FKLR

>>436 ภาพปลากรอบนี่ ถ้าวาดได้แค่ระดับนายแดดเลียหรือนารุตะกรี้กูแนะนำว่าอย่าวาดลง มันทำให้เรื่องดูแย่เสียเปล่าๆ

438 Nameless Fanboi Posted ID:Rb/rwxYJ0N

>>437 +1 ยอมลงทุนจ้างคมช.เหอะ

439 Nameless Fanboi Posted ID:WRkpBPauRY

โบราณว่าจะซื้อหนังสืออย่าดูที่ปก แต่คนวาดปกก็เพราะต้องการให้คนซื้อหนังสือนี่ครับ

440 Nameless Fanboi Posted ID:fbZk9/FKLR

>>439 จริงๆ มันคือ อย่าตัดสิน (เนื้อหา) หนังสือจากหน้าปกต่างหาก

เพราะแม้ปกจะสวยแต่เนื้อหาอาจห่วยก็ได้ ปัญหาคือปัจจุบันนี้ถ้าปกไม่สวย คนแม่งก็ไม่ค่อยสนใจ หรือไม่ค่อยให้โอกาสลองเปิดอ่าน ทำให้หนังสือดีๆ บางเล่มถูกมองข้ามแม้ว่าเนื้อหาจะดีสุดๆ ก็ตาม (เพราะปกดูธรรมดา)

441 Nameless Fanboi Posted ID:OlBIX+GvZL

>>431 >>436 กูว่าเดี๋ยวนี้สำคัญสุดคือขายของเป็น สินค้ามึงไม่ต้องดีเลิศที่สุดเอาแค่กลางๆหรือถ้าห่วยก็ต้องโดนใจลูกค้าสักกลุ่มให้ได้

442 Nameless Fanboi Posted ID:8/VqBK+eWt

ทำไมรู้สึกว่าโม่งทำตัว infodump ฟ่ะ อ่านเข้าใจยาก

443 Nameless Fanboi Posted ID:G9RmJsbiXI

I got, I got, I got, I got
Loyalty, got royalty
Inside my DNA
Cocaine quarter piece, got war and peace
Inside my DNA
I got power, poison, pain and joy
Inside my DNA
I got hustle, though, ambition, flow
Inside my DNA

I was born like this, since one like this, immaculate conception
I transform like this, perform like this, was Yeshua's new weapon
I don't contemplate, I meditate, then off your fucking head
This that put-the-kids-to-bed, this that

I got, I got, I got, I got
Realness, I just kill shit
'Cause it's in my DNA
I got millions, I got riches
Buildin' in my DNA
I got dark, I got evil, that rot
Inside my DNA
I got off, I got troublesome heart
Inside my DNA

I just win again, then win again like Wimbledon, I serve
Yeah, that's him again, the sound that engine in is like a bird
You see fireworks and Corvette tire skrrt the boulevard
I know how you work, I know just who you are
See, you's a, you's a, you's a bitch

Your hormones prolly switch
Inside your DNA
Problem is, all that sucker shit
Inside your DNA
Daddy prolly snitched, heritage
Inside your DNA
Backbone don't exist
Born onside a jellyfish, I gauge

See, my pedigree most definitely don't tolerate the front
Shit I've been through prolly offend you
This is Paula's oldest son
I know murder, conviction
Burners, boosters, burglars, ballers, dead, redemption
Scholars, fathers dead with kids
And I wish I was fed forgiveness
Yeah, yeah, yeah, yeah, soldier's DNA
Born inside the beast
My expertise checked out in second grade
When I was nine, on cell, motel, we didn't have nowhere to stay
At twenty-nine, I've done so well, hit cartwheel in my estate
And I'm gon' shine like I'm supposed to antisocial, extrovert
And excellent mean the extra work
And absent-ness what the fuck you heard
And pessimists never struck my nerve
And that's a riff, gonna plead this case
The reason my power's here on earth
Salute the truth, when the prophet say

I got loyalty, got royalty inside my DNA
(This is why I say that Hip-Hop has done more damage)
(To young African-Americans than racism in recent years)
I live a better, fuck your life
(Five, four, three, two, one) this is my heritage, all I'm inheritin'
Money and power, the makin' of marriages

Tell me somethin'
You mothafuckas can't tell me nothin'
I'd rather die than to listen to you
My DNA not for imitation
Your DNA an abomination
This how it is when you're in the Matrix
Dodgin' bullets, reapin' what you sow
And stackin' up the footage, livin' on the go
And sleepin' in a Villa
Sippin' from a Grammy and walkin' in the buildin'
Diamond in the ceilin', marble on the floors
Beach inside the window, peekin' out the window
Baby in the pool, Godfather goals, only Lord knows

I've been goin' hammer, dodgin' paparazzi, freakin' through the cameras
Eat at Four Daughters, Brock wearin' sandals
Yoga on a Monday, stretchin' to Nirvana
Watchin' all the snakes, curvin' all the fakes
Phone never on, I don't conversate
I don't compromise, I just penetrate
Sex, money, murder, these are the breaks
These are the times, level number nine
Look up in the sky, ten is on the way
Sentence on the way, killings on the way
Motherfucker, I got winners on the way

You ain't shit without a body on your belt
You ain't shit without a ticket on your plate
You ain't sick enough to pull it on yourself
You ain't rich enough to hit the lot and skate
Tell me when destruction gonna be my fate
Gonna be your fate, gonna be our faith
Peace to the world, let it rotate
Sex, money, murder, our DNA

https://youtu.be/NLZRYQMLDW4

444 Nameless Fanboi Posted ID:dtLsXNZTmx

Kanashimi Yo Konnichiwa (maison ikkoku op1)

Te no hira no soyokaze ga
Hikari no naka kirakira odori dasu
Oroshita te no egao de
Shiranai hito ni mo ohayou tte ie tano

Anata ni ae naku natte
Sabita tokei to nai takedo

Heiki namida ga kawaita ato ni wa yume e no tobira ga aru no
Nayan decha yuke nai

Kondo kanashimi ga kitemo tomodachi mukaeru you ni warau wa
kitto yakusoku yo

Furi soso gu hanabi raga
Kami ni kata ni hirahira sasayaku no
Deai to onaji kazu no
Wakari ga aru no ne anata no sei jyanai

Omoi de afureda shitemo
Watashi no genki makenaide

Heiki hibi wareta mune no sukima ni shiawase shinobi komu kara
Tameiki wa tsukanai

Fui ni kanashimi wa yatte kuru kedo
Nakayoku natte miseru wa
datte yakusoku yo

Heiki namida ga kawaita ato ni wa yume e no tobira ga aru no
Nayan decha yuke nai

Souyo yasashiku tomodachi mukaeru you ni warau wa
kitto yakusoku yo

Fui ni kanashimi wa yatte kuru kedo
Nakayoku natte miseru wa
datte yakusoku yo

https://www.youtube.com/watch?v=O7g0t5JjjNY

445 Nameless Fanboi Posted ID:fKTl+2a+5I

Infodump ยังไงหว่า ก็มันช่วงสาระ มีเนื้อหาให้อ่านเยอะก็ถูกแล้วนี่ ถ้าเป็นนิยายที่ควรเน้นอ่านได้ลื่นไหลและสนุก แต่เสือกยัดข้อมูลลงมาแบบไม่สนหีสนแตดจนอ่านสะดุด นั่นต่างหากคือ infodump ไปทำความเข้าใจใหม่ด้วยกั๊ฟ

446 Nameless Fanboi Posted ID:4f482A/ofT

>>445 เขาล็อกดาวน์หนีโม่งเพลงกันอยู่ กลับเข้าบ้านไป

447 Nameless Fanboi Posted ID:nkN3DFo6e2

นี่โม่งนะไม่ใช่นิยายที่ต้องเล่าเรื่องให้เข้าใจ เอาอะไรมา infodump แบบนี้หนังสือเรียน,วิกิ ก็ใช่อะดิ

448 Nameless Fanboi Posted ID:rFI90sKPHN

"เรามาอย่างสันติ"
-โม่งเพลง-

449 Nameless Fanboi Posted ID:QoTDOhqBWZ

"จงเกรียนและปลามปลื้ม"

ลงชื่อ โม่งฮิเคียวรุ

450 Nameless Fanboi Posted ID:ced1HnBRsw

>>449 ฮิเคียวรุมึงไม่มี "ตัน" มึงมันตัวปลอม ยี้!!!!!!!!

451 Nameless Fanboi Posted ID:QoTDOhqBWZ

>>450 กูแปลงมาจากชื่อ "ฮิคารุ" เลยไม่มีตันอ่ะจ้า

452 Nameless Fanboi Posted ID:4f482A/ofT

So much has happened, think of what we've done
In the time that the Earth has traveled 'round the Sun
Winter, Spring, Summer and we're back to Fall
We've been together hand-in-hand through it all
From the minute we kissed and my heart skipped a beat
To the night that we danced, I was swept off my feet
Sure is every year has to come to an end
I'd go spinnin' 'round the Sun with you again and again and again and again

I think I kinda, you know
I think I kinda, you know
Like the way that we flow
Like the way that we go
And I love
I think I kinda, you know
I think I kinda, you know
I think I kinda, you know, you know, you know

Sometimes you know exactly what to say
Then you open your mouth and the words go away
Don't want you to wonder or to doubt or guess
So let me tell you clearly what I'm tryna express
It's just three little words, yeah, it's not a big deal
It's not like I can help feelin' all that I feel
And by now, I'm sure you're thinking it's so obvious
But just in case it's not, what I'm sayin' is this, what I'm sayin' is this

I think I kinda, you know
I think I kinda, you know
Like the way that we flow
Like the way that we go
And I love
I think I kinda, you know
I think I kinda, you know
Mm, I think I kinda, you know, you know, you know

You know how we can talk all night
And not run out of things to talk about
It's rare that somethin' feels this right
It feels so right

I think I kinda, you know
I think I kinda, you know, you know, you know
I think I kinda, you know
I think I kinda, you know
I think I kinda, you know, you know, you know

I can't help dreamin' of you
Guess I'm sayin' I don't not love you
You know, you know, you know

https://youtu.be/kT6UOSTdlgQ

453 Nameless Fanboi Posted ID:WV03ubuHWY

คิดไงกับการเขียนแนวเปโด

454 Nameless Fanboi Posted ID:RK1Xsp9UkB

>>453 เขียนได้ แต่มันค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม แล้วความเป็นจริงกับในการ์ตูน/นิยายมันคนละเรื่องกันเลย ดังนั้นเรื่องพวกนี้เลยหลอกได้แต่คนที่ไม่เคยมีน้องสาว หรือไม่เคยต้องอยู่กับเด็กวัยขี้มูกเขียวเอาแต่ใจ ไม่เคยเจอเด็กลงไปนอนดิ้นพราดๆ เวลาไม่ได้ของที่ต้องการ

455 Nameless Fanboi Posted ID:JkW785a9oK

>>453 จะไหวเหรอวะ เขียนออกมาคงได้แบบประสบการณ์เสียวมากกว่าจะเป็นนิยาย

456 Nameless Fanboi Posted ID:7213Th9UUO

>>453 แนวเอ็นควยเรอะ

457 Nameless Fanboi Posted ID:RK1Xsp9UkB

>>456 เข้าข่ายนะ แนวอัดตูดเด็กนักเรียนชายก็ถือเป็น Child porn แบบนึงเหมือนกัน

458 Nameless Fanboi Posted ID:BYoFiznug3

>>453 กูก็เขียน แต่มีตอนจบที่คิดว่าเหมาะสมรอไว้อยู่แล้ว ค่อนข้างเฉพาะทางมาก ๆ ต้องขึ้นป้ายเตือนทุกตอน กูย้ำตลอดว่าตอนจบคือตอนจบที่มีทางลงอยู่แล้วอะ

459 Nameless Fanboi Posted ID:RK1Xsp9UkB

เหมือนเดิมเพื่อนโม่ง กูมาต่อให้จาก >>>/webnovel/10680/424-426/

เห็นมีคนบ่นว่า infodump ถามจริงๆ เลยนะ มึงอยากให้กูอธิบายด้วยสไตล์เรื่อง "กิยุล-ทิวา" แทนงั้นสินะ ได้เลยสัสเดี๋ยวกูจัดให้

(โม่งเอ) คราวก่อนดูเหมือนว่าจะคุยเรื่องอะไรกันนะ อ๊ะ! นึกออกแล้ว เรื่องการวัดความยาก-ง่าย ของการแต่งนิยาย เอ๊ะ!!!!! แต่จำไม่ได้ว่าคุยกันถึงไหน อ๊ะ!?!!??? มีใครบอกเค้าได้ป่าว อ๊ะๆๆ !! [แกล้งโง่แบบนางเอกนิยายแจ่มเสือก]

(โม่งบี) ควายจริงอีห่า แค่นี้ก็จำไม่ได้ [ตบท้ายท้อยโม่งเอสุดแรงจนผมเสียทรง]

(โม่งบี) เอ๊ะ? จะว่าไปกูก็จำไม่ได้เหมือนกัน อ๊ะ!!!! นึกออกละ วิ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ [ทำท่าเหมือนคนฉลาด]

(โม่งเอ) อีเหี้ย กูแค่แกล้งจำไม่ได้ [ถอดรองเท้านักเรียนขึ้นมาขว้างหน้าโม่งบี] เขาคุยกันว่าพูดถึงความยากเกี่ยวกับขั้นตอนช่วงต้น กับช่วงกลาง อ๊ะ!!! ผู้หล่อจัง [หันไปมองผู้อย่างร่านๆ เพราะมันเดินส่ายไข่ผ่านมาพอดี]

กูว่ากูพอก่อนดีกว่าว่ะ แม่งทำใจเขียนต่อไม่ได้ เขียนเองหงุดหงิดเอง ถ้าไม่อยากอ่านอะไรที่เยอะเกิน เดี๋ยวกูให้เนื้อๆ แล้วไปหาอ่านเพิ่มเติมกันเอาเองก็แล้วกัน ช่วงนี้ก็มีคุยกันในประเด็นที่ยกมาคุยต่อได้พอดี เดี๋ยวก็รวบยอดคุยรอบเดียวเลย

ช่วงแรกสุดที่คุยกันกูยกเอาคุณค่าทางวรรณกรรมไปคุยก่อน เพราะมีโม่งตัวนึงพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการตกตะกอนทางความคิด แล้วนำสิ่งนั้นมาเสนอผ่านตัวงานเพื่อใช้งานเป็นสื่อกลางในการขัดเกลานักอ่าน ซึ่งสิ่งนี้มันอยู่ในขั้นตอนช่วงปลายแล้วในการนำมาวัดค่าความยาก-ง่าย ดังนั้นการวัดความยากง่ายในส่วนที่ 3 (หรือที่คุยไปคราวก่อนก็คือ 3.1 - ผลต่อนักอ่านที่เกิดขึ้นหลังอ่านงานเขียนนั้นจบ) ก็จะข้ามไปคุยที่ 3.2 การส่งผลต่อสังคม และ 3.3 การส่งผลในระดับโลก

3.2 ผลต่อสังคม คือ งานเขียนของมึงทำให้สังคมระดับตั่งต่าง ตั้งแต่ ครอบครัวไปจนถึงประเทศชาติเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ยังไงบ้าง ถ้ามึงหวังผลให้งานมึงสร้างความเปลี่ยนแปลงระดับนี้ได้ กูถือว่ามันเขียนยากแล้วว่ะ คือถ้ามึงไม่มีชื่อเสียง ไม่มี power อะไรในตัวเองเลย งานมึงก็ไม่เป็นที่รู้จัก ดังนั้นการจะไปส่งผลต่อสังคมนอกเหนือจากนักอ่านที่ติดตามผลงานมึงเลยแทบจะเป็นไปไม่ได้ กูอยากบอกว่ามันเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะงานที่เข้าข่ายในข้อนี้ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนที่ถูกดัดแปลงไปเป็นบทละครโทรทัศน์หรือบทภาพยนต์ (แถมยังมักจะถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมจากพวกปัญญาชนคนหน้าบางอายุมากทั้งหลายเสียด้วย)

คนไทยแม่งดูละครเยอะ เวลาเรื่องไหนดังก็ go viral ทั่วบ้านทั่วเมือง หลายปีที่ผ่านมาในชีวิตกูมีละครที่ดูแล้วส่งผลต่อความคิดในระดับจิตสำนึกอยู่ไม่กี่เรื่อง เช่น "เจ้ากรรมนายเวร", "ล่า" , "คำพิพากษา" (ที่เอามาสร้างไอ้ฟัก) กับ "อมตะ" (ของช่อง Titv) สังเกตดูให้ดีๆ งานที่ถูกดัดแปลงมาทำพวกนี้มีที่มาไม่ธรรมดา อย่างเรื่อง "อมตะ" ของคุณวิมล ไทรนิ่มนวล หรือไอ้หนังเรื่อง "ความสุขของกะทิ" เนี่ยคือแม่งเป็นงานซีไรต์ (แต่เรื่องกะทินี่กูอ่านแล้วค่อนข้างต้านเพราะโลกสวยสันขวานเกินเหตุ) ถ้าเป็นงานนอกกระแสก็จะมีของ Pual Adirex (คุณปองพล อดิเรกสาร) ถ้าเป็นหนังก็ไม่รู้ทำไม เวลาเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาแล้วมักโดนเหล่าแกนนำพุทธโธเรี่ยนเล่นงาน ดัดจะรู (verb ช่อง 3 ของดัดจริต) กันเข้าไป ทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องสามารถสะท้อนอะไรๆ ได้หลายอย่าง เช่นหนังเรื่อง "นาคปรก" เป็นต้น

460 Nameless Fanboi Posted ID:RK1Xsp9UkB

>>459

นั่นแหล่ะ ถ้านิยายของมึงเริ่มเล็งหรือคาดหวังว่าจะสร้าง effect อะไรสักอย่างในระดับสังคมขึ้นมา ความยากในการแต่งแม่งก็เพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะมันไม่ใช่งานที่เด็กกระโปกจะเอาตีนเขียนมั่วๆ แล้วทำสำเร็จ ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นควยคู่กันชัวร์ๆ คือ งานจะเสพยาก เนื้อหาหนักจนไม่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งหมด เมื่อกลุ่มเป้าหมายแคบลง การแพร่กระจายหรือการทำให้เป็นที่รู้จักก็ลดลง ยกเว้นมึงจะเทพจนแต่งเรื่องที่ชนะเลิศรางวัลซีไรต์ได้

3.3 การเกิดอิทธิพลในระดับโลก ขอพูดชัดเจนก่อนเลยว่า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงในด้าน [ความโด่งดัง] แต่อย่างใด ที่มีโม่งเคยถามว่าแล้วอย่าง LOTR, GoT, HP หรือ THGG เนี่ย นับไหมว่าเป็นงานเขียนยาก เพราะไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะดังเปรี๊ยงแบบนี้ได้ ถ้ายังมีใครสงสัยข้อนี้กูจะตบเกรียนเข้าไป 1 เพรี๊ยะ เพราะแม่งสมาธิสั้น ย้อนไป 4 ประโยคก่อนกูอุตส่าห์กรอบข้อความไว้ให้แล้วว่ามันไม่เกี่ยวกับความโด่งดัง เรื่องไหนจะดังได้ มันต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง และความดังของเรื่องที่กูยกตัวอย่างมานี่ มันดังด้วยตัวชี้วัดเกี่ยวกับความบันเทิง ความสนุกของเนื้อเรื่อง ซึ่งมันเป็นคนละอย่างกับคุณค่าทางวรรณกรรม จุดนี้คือเรากำลังพูดถึงความยากในด้านการทำให้เกิดแรงกระเพื่อมระดับโลก ไม่ว่านักเขียนคนนั้นจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

เอาจริงๆ งานเขียนที่สามารถทำแบบนี้ได้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่นิยายแต่เป็นงานสารคดีว่ะ คือไอ้บันเทิงคดีที่ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนทางความคิดระดับโลกนี่มันก็มีอยู่ ถ้าให้กูพูดเองมันจะเหมือนเป็นการไม่ PC ไม่เคารพความเชื่อของบุคคลอื่นจำนวนมากกก ดังนั้นกูจะเนรคุณอาจารย์กูด้วยการอ้างว่าท่านเป็นคนพูดต่างหาก กูแค่เอามาเล่าให้พวกมึงฟังเฉยๆ กูจะได้ไม่ต้องรับผลของความเกลียดชัง (เหี้ยจริมๆ) โอเค จารย์แกเคยพูดให้ฟังว่าเรื่องเล่าที่ชักจูงคนให้คล้อยตามได้จำนวนมากที่สัสก็คือ "คัมภีร์คำสอนของศาสนาต่างๆ" สามแกนหลักก็พุทธ คริส อิสลาม คือถ้ามองว่าประวัติหรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระเจ้า, องค์ศาสดา เป็นบันเทิงคดีอย่างหนึ่ง ก็แปลว่าเรื่องราวพวกนี้ส่งผลระดับโลกจริงๆ แถมส่งผลลึกถึงในระดับความเชื่ออันเป็นแนวคิดเพื่อใช้ดำรงชีวิตด้วย กูไม่ได้จะเอียงว่าพุทธประวัติเรื่องจริง แล้วเรื่องใน Holy bible แม่งโม้อะไรเลยนะ เพราะมันไม่เคยมีใครพิสูจน์ได้เหมือนกันว่า ไอ้เรื่องเล่าอภินิหารต่างๆ ในคัมภีร์ของแต่ละศาสนามันเกิดขึ้นจริง

จารย์กูแกก็คุยต่อว่า มึงต้องเก่งขนาดไหนวะ ถึงจะสามารถเล่าเรื่องต่างๆ พวกนี้ บัญญัติข้อปฏิบัติหรือกฎต่างๆ ของตัวศาสนาออกมา แล้วทำให้ผู้คนแม่งเกิดความนับถือ เกิดศรัทธา นำเอาคำสอนพวกนี้ไปทำตามได้ สมมุติแบบนอกรีตเหี้ยๆ เลยว่าถ้าเรื่องเล่าในศาสนาต่างๆ เป็นเพียงเรื่องแต่ง ไอ้นักเขียนที่แต่งเรื่องนี้คือเก่งมากใช่ไหม กูว่าเออ... ก็จริงนะ การคิดค้นหลักปฏิบัติของศาสนาออกมา ถ้าไม่ได้อัจฉริยะจริงๆ ก็คงทำไม่ได้ มันเกินขอบเขตของสามัญสำนึกเกินไป จนถึงขั้นที่ว่าถ้าสงสัยในหลักคำสอนแล้วมึงแม่งก็กลายเป็นคนบาปไปเลย พูดจบแล้วจารย์ก็บอกว่า อย่าเอาเรื่องนี้ไปคุยกับใครมั่วซั่วล่ะ เพราะต่อให้ปัจจุบันไม่มีการเผาทั้งเป็นหรือล่าแม่มด แต่ส้นตีนของเหล่าสาวกทั่วโลกนั้นยังอยู่ จากนั้นจารย์ก็เปลี่ยนหัวข้อไปคุยอะไรที่เสี่ยงตีนน้อยลงมา

อย่างเช่นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกในด้านต่างๆ ซึ่งส่วนมากมันดันไปเป็นฝั่งวิชาการ ถ้าเอาแบบเก่าๆ เลยก็มีพวก Codex ทั้งหลาย (โดยเฉพาะของลุงดาวินชี่) หนังสือบันทึกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์สำคัญๆ ถ้าไม่ได้วิชาการเพียวๆ ก็จะเป็น มหากฎบัตร (ที่เป็นรากฐานของการปกครองและรัฐธรรมนูญ) ถ้าเอาที่ลดระดับลงมาอีกก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับสงครามโลก อย่างผลงานของ "อันเนอ ฟรังค์" ซึ่งผลงานพวกนี้มันไม่สามารถอ่านเอาความบันเทิงได้ วรรณกรรมเก่าๆ เองก็สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้ามึงคิดจะสร้างผลงานเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก นั่นคือมึงตั้งเป้าหมายที่ "แทบจะเป็นไปไม่ได้" ขึ้นมา เว้นแต่มึงจะสถาปนาตนเองขึ้นเป็นศาสดาของศาสนาใหม่ แล้วเขียนหลักคำสอนขึ้นมาชักจูงคนหมู่มากได้สำเร็จ (พูดเหมือนกับทำได้ง่ายๆ เนอะ)

461 Nameless Fanboi Posted ID:RK1Xsp9UkB

>>460

ในส่วนที่ 3 นี้ ถ้าจะพูดให้เกี่ยวข้องกับเว็บเด็กดวก ก็คงใช้ได้แค่ข้อ 3.1 ที่คุยกันไว้ตอนแรกสุดเท่านั้น เพราะงานในเว็บแม่งก็เน้นแค่ความบันเทิง และคุณค่าอาจไม่ยิ่งใหญ่จนถึงขึ้นเป็นข้อ 3.2 ได้ แล้วช่วงนี้เห็นคุยเรื่องเกี่ยวกับการขายนิยาย กับกูที่เจอการแชร์บทความเกี่ยวกับผลงานประเภทต่างๆ เข้ามาถูกจังหวะพอดี (เหมือนเรื่อง Fight Club คราวก่อน) กูก็จะคุยเรื่องนี้ปิดท้ายไปด้วยเลย

(ยืมข้อมูลมาจากเพจ Readery ใครสนใจก็ไปกดติดตามได้)

ป้ามาร์กาเร็ต แอ็ตวูด แกกล่าวไว้ในหนังสือ Negotiating with the Dead ว่าโลกนี้มีหนังสืออยู่แค่ 4 ประเภทคือ

- หนังสือดีทำเงิน
- หนังสือดีไม่ทำเงิน
- หนังสือแย่แต่ทำเงิน
- หนังสือแย่และไม่ทำเงิน

ขยายความเพิ่มเติมในหัวข้อต่างๆ ก็จะออกมาเป็น

- หนังสือที่ให้ประโยชน์กับนักอ่าน ซึ่งอาจเป็นความรู้หรือความบันเทิง อยู่ในกระแสที่นิยมและขายดี กลุ่มลูกค้ากว้าง
- หนังสือที่ให้ประโยชน์กับนักอ่าน ซึ่งอาจเป็นความรู้หรือความบันเทิง แต่เป็นผลงานนอกกระแส เนื้อหาจริงจังกว่า ขายยากกว่า กลุ่มลูกค้าแคบกว่า
- หนังสือแย่แต่ทำเงิน เน้นความบันเทิงและกระแสนิยมในขณะนั้น ถ้ามีฝีมือพอควรและรู้วิธีทำตลาด ก็ขายได้แน่นอนแม้จะคุณภาพต่ำ
- หนังสือแย่และไม่ทำเงิน เอาจริงๆ ก็อาจทำเงินได้บ้าง ถ้าดันทุรังทำ E-Book หรือมัดแพ็คขายในเด็กดวก แต่ด้วยความกากสัส นักอ่านที่ซื้อไปอาจทำการสาปแช่งหรือขอ Refund (ถ้าทำได้) กรณีที่เป็นนิยายอ่านฟรี ก็จะโดนคอมเมนต์ด่าก่อนปิดหน้านิยายด้วย

ความสิ้นหวังที่เราเจอกันบ่อยๆ คือนิยายเด็กสมัยนี้มันเป็นแบบที่ 3 กับ 4 เสียส่วนใหญ่ แล้วไอ้ความ new normal ก็สอดคล้องกับจำนวนนิยายในข้อ 4 ที่โผล่มาโฆษณาในบอร์ดนักเขียนอย่างชัดเจน คือกูไม่ได้ว่าอะไรนะถ้ามึงจะเน้นเขียนเพื่อขายเหมือนไอ้ตุ๋นกบไรงี้ ก็เป็นสิทธิ์ของทุกคนอะ ทำมาหาแดกสุจริตกูก็ไม่ห้าม แต่ความท้าทายของกูคือกำลังพยายามจะเป็นข้อแรกแบบ wannabe กูเองก็เขียนเน้นขายเหมือนกัน แต่ก็อยากจะให้อะไรดีๆ กับนักอ่านด้วย (โลภมากจังนะสัส) ที่มันแย่คือไม่ใช่ว่าใครก็ทำแบบนั้นได้ (อ้างอิงปัจจัยเกื้อหนุนใน >>436 ) กูเลยต้องยอมรับความพ่ายแพ้ เลิกเป็นนักเขียนในข้อ 2 แล้วหันมาเข้าร่วมกับข้อ 3 แทน แต่ถ้ามึงเป็นนักเขียนประเภทที่ไม่อยู่ในตัวเลือกเหล่านี้ (แต่งแบบไม่สน 4 สน 8 ใดๆ) กูก็ขอเอาใจช่วย และขอให้มึงมีความสุขกับเรื่องที่ทำอยู่นะ

462 Nameless Fanboi Posted ID:tPiUpM3JcD

ไม่ได้ใจร้าย ที่เดินออกมา
ไม่ได้จะทำ ให้เธอ เสียใจ

ในบางอารมณ์ เกินจะเคลียร์ไหว
แค่อยากออกไป ให้ใจ หายดี

แค่ต้องการ . .

* เพียง อยาก ขับรถออกไป
เวลาที่เป็นทุกข์ใจ ไม่ต้องคิดอะไร

ขับ ไป บนถนนเรื่อยๆ
อยู่กับตัวเอง เปิดฟังเพลงที่ชอบ

แล้วฉันจะกลับมา

หา หา ฮ้าา . .
หา หา ฮ้าา . .
หา หา ฮ้าา . .
หา หา ฮ้าาา ~

* เพียง อยาก ขับรถออกไป
เวลาที่เป็นทุกข์ใจ ไม่ต้องคิดอะไร

ขับ ไป บนถนนเรื่อยๆ
อยู่กับตัวเอง เปิดฟังเพลงที่ชอบ

ฮ้าาา . .

* เพียง อยาก ขับรถออกไป
เวลาที่เป็นทุกข์ใจ ไม่ต้องคิดอะไร

ขับ ไป บนถนนเรื่อยๆ
อยู่กับตัวเอง เปิดฟังเพลงที่ชอบ

แล้วฉันจะกลับมา

https://youtu.be/CbCPL3ECwTM

463 Nameless Fanboi Posted ID:5t.8.gzEPw

Yuzurenai Negai (magic knight rayearth op1)

tomaranai mirai o mezashite
yuzurenai negai o dakishimete

umi no iro ga akaku somatteyuku mujuuryoku joutai
kono mama kaze ni sarawaretai
itsumo tobenai HA-DORU o
makenai kimochi de KURIA shite kita kedo
dashikirenai jitsuryoku wa dare no sei?

*tomaranai mirai o mezashite
yuzurenai negai o dakishimete
iroasenai kokoro no chizu hikari ni kazasou

dore dake nakeba asa ni deaeru no
kodoku na yoru hajimete genkai o kanjita hi
kitto koi ni ochiru no wa
mabataki mitai na isshun no jounetsu dakedo
ai ni tsudzuku sakamichi de tsuyosa o oboetai
tomaranai mirai o yumemite
kuchi o tozashi hitomi o hikarasete kita keredo
motto ooki na yasashisa ga mieta

tobenai HA-DORU o
makenai kimochi de KURIA shite kita kedo
SUTA-TO RAIN ni tatsu tabi ni obieteita
tomaranai mirai o egaite
ude o nobashi kokoro o hiraite

https://www.youtube.com/watch?v=AKwuj2wFxnY

464 Nameless Fanboi Posted ID:5t.8.gzEPw

ขอบคุณความยากลำบาก ในช่วง "โม่งน้อยหำษามีสาระมาฝาก"
ต่อไปเราจะเพิ่มช่วง "สาระที่ไม่ต้องรู้ก็ได้สำหรับการเขียนนิยาย" "เด็กดวกสนุกจังโว้ย"
"ของฝากนักเขียน" และ "ภาพเด็ดนักเขียนดัง"

465 Nameless Fanboi Posted ID:rQyh3p/+sF

เจ็บหัวเหม็ด
https://www.dek-d.com/board/view/3982040/

466 Nameless Fanboi Posted ID:siOSLAlcsT

>>465 ถ้าลองหนีไปเขียนเรื่องอื่น แล้วกลับมาอ่าน ความคิดนั้นอาจหายไป

467 Nameless Fanboi Posted ID:0Ut0DJtH36

>>459 ขอบใจมึงมากที่ช่วยเขียนแชร์ความรู้ประสบการณ์ กูตามอ่านอยู่ ไม่รู้สึก infodump นะ กูว่าได้ประโยชน์และมึงก็เขียนสนุกอ่านเพลนดี

ปล. อยากให้ไปลงเป็นตอนๆ ใน dek-d เหมือนกันนะ ในนั้น fav แล้ว หา/ตามอ่านย้อนหลังง่ายดีน่ะ

468 Nameless Fanboi Posted ID:fEGEy9g+Zg

>>467 เอาไปลงไม่ได้หรอก ในบอร์ดนี่โจทก์กูเยอะ ขี้เกียจแปลงคำหยาบด้วยแม่งเยอะเกิน เดี๋ยวจะโยนมือดีเดินส่ายหีเข้ามากด report

469 Nameless Fanboi Posted ID:436B5gvEi6

>>465 ใครบังอาจไปรังแกน้องควีนว้าวซ่า

470 Nameless Fanboi Posted ID:qn1JPL9sUk

>>469 น้องกำหมัดเลยทีเดียว อีโก้น้องแม่งหนักดี จริงๆ ถ้าปล่อยให้แต่งแบบเดิมไปเรื่อยๆ ก็ดีเหมือนกันนะ ในอนาคตจะได้กลับมาอ่านแล้วอายเรื่องทำเวรในมหาลัย (Janitor แม่งร้องเหยดดดเลย) กับเรื่องชื่อตัวละครที่ทำให้คนอ่านน้อย ถ้ามารู้ตัวเองทีหลังว่าติดกระดุมเสื้อผิดมาตั้งแต่แรก เวลาต้องแกะแล้วแก้ใหม่ตั้งแต่ต้นนี้ กูว่าสะใจกว่าเยอะเลย

471 Nameless Fanboi Posted ID:rQyh3p/+sF

>>470 น้องแม่งอีโก้สูงจัดและผิดจุดในทุกมุมมอง ตรรกะเชื่อมโยงพังไปหมด กูเป็นงงเลยว่าที่อ้างๆ มามันเกี่ยวข้องกันตรงไหน มันเกี่ยวอะไรกับการคลุกคลีแต่กับวัฒนธรรมตะวันตกวะ เขียนเหี้ยก็คือเขียนเหี้ยดิ ทำไมถึงเชื่อว่าตัวเองเขียนดีขนาดนั้น บอกภาษาอังกฤษไม่ยาก แต่ที่ตัวเองพิมพ์มาก็คือรูปประโยคสุดจะงง

472 Nameless Fanboi Posted ID:fWKrYNwWFd

กูสารภาพว่ากูเพิ่งไปอ่านงานของน้องมา อ่านไปแค่ตอนเดียว กับเหลือบตามองข้อมูลเบื้องต้น และวิธีการตอบคอมเม้นคนอ่านของน้อง

โอเค กูไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมคนอ่านน้อย แล้วน้องมันโตมากับวัฒนธรรมต่างชาติจริงเหรอวะ กูไม่เคยเห็นวรรณกรรมต่างชาติที่ไหนมันเขียนบทสนทนาไร้การบรรยายแบบนั้นเลย

อีโก้สูงลิบลิ่ว ปากดีด้วยเถียงทุกอย่าง ควรเป็นคู่สร้างคู่สมของไอ้โอ๊ตม้าพยศ

473 Nameless Fanboi Posted ID:qn1JPL9sUk

>>472 มนต์รักเย้ดม้ากับหนูว้าวซ่า

เจอตินิดเดียวก็ดิ้นเป็นไส้เดือนถูกเสียมแบบนี้แล้ว ถ้ามาเจอที่โม่งสับไว้ สงสัยคงชักน้ำลายฟูมปากแหงๆ

474 Nameless Fanboi Posted ID:TlT2QGfj3Y

อยากอ่านงานน้องควีนว้าวซ่าแต่น้องล็อกไอดี ใครก็ได้ปาลิงก์หรือหีแตดอะไรก็ได้ที่ทำให้กูอ่านงานน้องได้มาที กูไม่มีปัญญาหา

475 Nameless Fanboi Posted ID:hNf96hC/V9

2,000 Years Love (บันทึกรักสาว 2,000 ปี)
โดย QueenVesa
https://writer.dek-d.com/Gal_Gadot/story/view.php?id=2085086

เพื่อนโม่งจะทำร้ายตัวเองแบบนี้ ทุบท้องตัวเองเถอะ

476 Nameless Fanboi Posted ID:NyUjOSXKvQ

>>475 ด้วยความเหี้ยส่วนบุคคล กูอ่าน Gal_Gadot ในชื่อไอดีน้อง เกา_กาดอ ไปซะงั้น เห็นไหมว่าควรเขียนคำอ่านไทยให้ถูกต้อง ไม่งั้นก็จะโดนอ่านผิดอย่างเหี้ยๆ แบบนี้แหล่ะ

477 Nameless Fanboi Posted ID:fXCIsgpm+Q

>>474 นี่คือที่มีคนสับเอาไว้
>>>/webnovel/10275/967-969/

478 Nameless Fanboi Posted ID:rQyh3p/+sF

ก็บอกว่าให้เปิดใจไง ใครเป็นคนกำหนดเหรอว่า novel เขียนแบบไหน script เขียนแบบไหน ก็จะอินดี้เขียนแบบนี้นี่ ไม่ชอบก็ไสหัวออกไป มีคนรออ่านเยอะแยะ เพราะเราเขียนดี เก็ทป่ะ

https://imgur.com/a/jug9uoM

479 Nameless Fanboi Posted ID:NyUjOSXKvQ

ลงไป 22 ตอน ได้มาแค่ 470 วิว 10 เม้น 6 เฟ้ฟ

อสกข. นิยายของไอ้โม่งทดลองยังทำได้ดีกว่าอีก 555555

480 Nameless Fanboi Posted ID:OLu.xoYIXc

>>478 ว้าวซ่านี่มันว้าวซ่าจริงๆ

481 Nameless Fanboi Posted ID:0sZfmvtF8t

>>478 อีกหน่อยน้องว้าวซ่าจะเป็นโอ๊ตเย็บม้าล่ะ นักเขียนเดี๋ยวนี้สกิลปากเก่งขริงๆ

482 Nameless Fanboi Posted ID:jtuycwcSAq

จริงแล้วควรไล่ให้น้องไปหัดเขียนไดอารี่ตัวเองก่อน
เล่าเรื่องยังไม่เป็นก็ดันเล่นท่ายาก แล้วยังคิดว่าตัวเองเขียนดีอีก มันปิดทางพัฒนาตัวเองทุกด้านจริง ๆ

483 Nameless Fanboi Posted ID:TlT2QGfj3Y

ไม่น่าเลย กูไม่น่าเข้าไปอ่านเลย 555 ไม่เกี่ยวกับการเปิดใจหรือไม่เปิดใจ แต่ที่หนูเขียนมันไม่น่าจะเรียกว่านิยายได้นะคะ

484 Nameless Fanboi Posted ID:rQyh3p/+sF

>>476 จากไอดีชื่อ Gal Gadot ก็คือเป็นแฟนเกิร์ลว่างั้น ไอ้สาวสองพันปีนี่ก็แรงบันดาลใจมาจาก Wonder Woman ดิ

485 Nameless Fanboi Posted ID:siOSLAlcsT

พวกมึงคิดยังไงกับการตั้งชื่อตัวละคร สำหรับกู มันยากมาก เพราะมันเหมือนการสร้างตัวตนให้ตัวละคร เหมือนหน้าตาอะ
อีกอย่าง กูกลัวตั้งชื่อแล้วเสียใจทีหลัง ไปแก้ไม่ได้ 5555555555555

486 Nameless Fanboi Posted ID:073Z1WYMVk

>>485 กุนึกถึงชื่อที่คนแต่งกะเท่แต่พอแปลแล้วฮาชิบหายมากกว่า​ อย่างนิยายเรื่องนึงที่สหายโม่งเคยสับตัวเอกมันชื่อเคออส(chaos)​ อะไรนี่ล่ะมั้งแปลชื่อไทยที เรียกไอ้ชิบหาย​ ชิบหายคุง

487 Nameless Fanboi Posted ID:NyUjOSXKvQ

>>485 ของกูมันไม่ได้ยากตรงการคิด คิดออกมาได้หลายชื่อ แต่ตอนเลือกนี่สิ กว่าจะลงตัวว่าเอาชื่อนี้แหล่ะ นานสัสมาก

488 Nameless Fanboi Posted ID:GxpMbd3F2j

อาการอยากเขียนนิยายของกูมันเป็นๆ หายๆ เหมือนขี้กลากขึ้น แก้ไงดีวะ

489 Nameless Fanboi Posted ID:NyUjOSXKvQ

>>488 ถ้าคิดว่าใจไม่ยาว เปลี่ยนบทบาทเป็นนักอ่านแทนดีกว่า

>>486 พูดถึงชื่อที่ตั้งแล้วไม่รู้ความหมายเน้นฟังดูดีไว้ก่อนนี่ มันมีนิยายแนวโรงเรียนเวทมนตร์เรื่องนึงสมัยกระทู้นินทาเอามาคุยกัน ฮามากๆ ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กสาวชื่อ เวโรนิกก้า เพย์นิส ประเด็นแรกสุดก่อนจะเลยเถิดคือ โม่งที่เอามาลงมันพยายามมาถกประเด็นว่า คุยกับนักเขียนแล้วเขาชี้แจงว่า เวโรนิกก้า เป็นนามสกุล ส่วน เพย์นิส เป็นชื่อต้น ซึ่งมันผิดหลักการของชื่อฝรั่ง (เอานามสกุลขึ้นก่อนนี่เห็นมีแต่ของญี่ปุ่น ไม่ก็จีนที่เอาแซ่ขึ้นก่อนชื่อ) คุยไปคุยมา ด้วยความเหี้ยของโม่งตัวนึง เรื่องเลยประเด็นเบี่ยงไปเป็นชื่อแม่งเหมือนแปลว่าควยเลยนะไอ้เพย์นิสเนี่ย (แถมเขียนภาษาอังกฤษผิดเป็น Pennis ด้วย)

โม่ง 2 เห็นโม่ง 1 โชว์โง่เลยออกมาด่าว่า มึงจำผิดมาจากคำว่า Tennis รึเปล่าวะ คำนั้นน่ะเขาเขียน Penis และอ่านว่า พีนิส ต่างหากว้อย จากนั้นก็มี โม่ง 3 4 5 เข้ามาร่วมวงเกรียน ออกทะเลไปไกลมาก จากเรื่องหลักการตั้งชื่อ เป็นชื่อคล้ายควย แล้วก็เขียนควยผิด คนต่อมาบอกว่าน้อนอาจชื่อ "พะ-เนิส" ก็ได้นะ ลามไปถึงขั้นพูดถึงการแข่งขันกีฬาเพนนิสทีเพี้ยนมาจากเทนนิส และการแข่งขันเทเบิ้ล-เทนนิส (ปิงปอง) ที่เปลี่ยนกติกาเป็นใช้ควยตีปิงปองแทนไม้ (Table-Pennis) กูนี่ขำจนเหนื่อย แต่ความเหี้ยมันยังไม่จบแค่นี้

เพราะมีโม่ง 6 โผล่มากลางวงพิมพ์ว่าถ้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วจะเป็นไงหว่า... Veronigga Penis งี้ป่าววะ ทีนี้ก็บันเทิงเลย มันเป็นความผิดของนักเขียนเองที่ใช้คำไทยเป็นเวโรนิกก้า (เหมือนพยายามจะให้ดูแตกต่าง ไม่ซ้ำใครด้วยการเขียนเป็น Wearonyxka) ทำให้นักอ่านแม่งเข้าใจผิดแบบกู่ไม่กลับ จากชื่อเด็กสาวชนชั้นสูงตระกูลขุนนางเลยกลายมาเป็น "ควยไอ้มืด" ไปแทนในที่สุด (จากคำว่า nigga ที่เป็นแสลงเหยียดคนดำกับคำวา Penis ที่แปลว่าควย)

490 Nameless Fanboi Posted ID:jtuycwcSAq

>>485 ชื่อกุสนใจแค่ความหมาย กับความเหมาะสมของครอบครัว
และเวลาอ่านกุชอบชื่อที่จำง่าย ๆ
โดยพื้นฐานนิยายเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร
กุให้ความสำคัญ Character Development
ให้ความสำคัญกับวิธีสื่อสาร "สิ่งที่กุดิเวลลอป" ไปยังคนอ่าน
นิยายหลาย ๆ หรื่องที่กุอ่านแทบไม่พูดถึงหน้าตาตัวเอก

491 Nameless Fanboi Posted ID:fp9x9GtI.2

>>490 เหมือนกัน
ตัดเรื่องพล็อตทิ้งไปก่อน กูชอบเรื่องที่มันแทบจะไม่เอ่ยถึงหน้าตาตัวละครเลย จะบรรยายทีต้องตอนฉากสำคัญที่มันมีช่วงให้โฟกัส
(แต่พอกูเขียนเองเจือกย้อนแย้งชิหัย หยักบรรยายเยอะๆ อิก...)

492 Nameless Fanboi Posted ID:0idVtbY8Pr

>>479 เหมือนกูโดนลบหลู่เลยอ่ะ มึงอย่าเอากูไปเทียบกับน้องควีนว้าวซ่าดิ อย่างน้อยกูก็เขียนรู้เรื่อง มีบทบรรยายนะเว้ย

ตอนนี้ลงนิยายทดลองได้ 9 ตอนแล้ว แอบสงสัยว่านิยายทดลองกูเหมือนคนอ่านไม่ได้เยอะ แต่ทุกตอนต้องได้คอมเม้นท์คนอ่าน 2-3 คอมเม้นท์อย่างต่ำ มีคนมาเฮฮาเกรียวกราวกับกูเรื่อย ๆ ทั้งที่ในบอร์ดชอบบอกว่าคอมเม้นท์ได้ยาก กูไปส่องเรื่องอื่นก็ไม่ค่อยมีคนเม้นท์เหมือนกัน บางเรื่องวิวเป็นพัน เฟบเป็นร้อย แต่คอมเม้นท์แค่ 15 มีปัจจัยอะไรไหมวะที่ทำให้น้อง ๆ มาเล่นกับกู ขนาดบอกว่าป่วยยังมีคนมาให้กำลังใจ หรือเพราะความอ่านง่ายของเรื่องที่ไม่ต้องใช้สมองคิด หรือเพราะกูทำตัวกลมกลืนเข้าถึงง่ายเหรอ เพื่อนกูบอกว่ากูดูเนียนว่าเป็นวัยมัธยมอยู่นะ

493 Nameless Fanboi Posted ID:AmMopizjUI

กูไปดูน้องควีนว้าวซ่ามาอีกที ติดเหรียญเปิดนิยายให้อ่านไปแล้ว ตอนล่าสุดตอนละ 9.50 บาท เอาความมั่นหน้ามาจากไหน คนติดตามก็มีอยู่ 10 คนถ้วน ใครมันจะไปบ้าซื้อวะ แล้วราคานี่ไม่ใช่เล่นเลย ตั้งโหดเหมือนน้องดีซ่านรอบนั้น มึงสำรวจราคาตลาด ดูจุดยืนตัวเองหน่อยมะ กูมีแฟนคลับพอตัวเขียนพอร์นขายขำๆ หาเงินจ่ายค่าบัตรเครดิตยังคิดราคาแค่ 3-5 บาทเลย หรือเทียบกับพวกเปิดขายตอนล่วงหน้า ลูเซียยังขายแค่ตอนละ 1.50 นี่น้องล่อขายเพลย์ที่ยังเรียกว่าเพลย์ก็ยังกระดากปากแพงกว่านักเขียนที่มีผลงานตีพิมพ์และมีแฟนคลับติดตามถึง 6 เท่า ว้าวซ่านี่มันว้าวซ่าจริงๆ

ใครไม่มีความมั่นใจจะขายนิยายก็ขอให้ดูน้องเป็นตัวอย่างไว้ แล้วก็กลับมาย้อนดูตัวเองก่อนว่าตัวมึงมีศักยภาพพอจะเขียนนิยายที่ขายทำเงินได้จริงๆ หรือเปล่า แม่งไม่ต้องเลิศหรูอลังการก็ได้ มึงอาจจะเขียนนิยายที่เหี้ยแต่ทำเงินเหมือนที่โม่งด้านบนบอกก็ได้ แต่ใดๆ ก็ตามมึงต้องมีคนอ่านซัพพอร์ตมึงด้วย การมั่นใจมั่นหน้ามันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่มั่นใจมั่นหน้าเกินไปก็จะเป็นอย่างนี้แหละ ยกยอปอปั้นตัวเองเสียสูงจัด ไม่รับฟังความคิดเห็นใดๆ จนเป็นการปิดกั้นตัวเองแบบนี้ ชาติหน้าชาติไหนก็พัฒนาไม่ได้ ติดอยู่ในวงวันนี้ต่อไป แล้วยังเสือกมีหน้ามาร้องแรกแหกกระเฌออีกว่านิยายไม่มีคนสนใจ ไม่มีคนอ่าน พังพินาศดีจริงๆ

เอาเป็นว่ากูขอมอบอิหยังวะอวอร์ด รางวัลมั่นหน้ามั่นโหนกเถียงคำไม่ตกฝาก ฝ่ายนำหญิงดีเด่น ประจำครึ่งปีแรก 2020 ให้อิน้องว้าวซ่าแล้วกัน ว่าแต่เคยมีใครรวบรวมผลไว้บ้างไหมว่าใครได้อิหยังวะอวอร์ดบ้าง

494 Nameless Fanboi Posted ID:uEDq9eWSUz

>>492 กาวคุณภาพดีเลยมีคนมาดมเยอะ พอดมเยอะก็เมาเยอะ เลยคุยเยอะตามไปด้วย

>>493 ยังไม่มีใครเคยทำ Hall of Lame อุ่ย! Hall of Fame ของรางวัลนี้เลยแฮะ กูเคยคิดจะทำแต่คิดว่าคงเสียเวลานานหน่อย เพราะต้องย้อนไปรวบรวมตั้งแต่ มู้ 22 โน่นเลย เดี๋ยวรอกูว่าก่อน อาจจะทำก็ได้

495 Nameless Fanboi Posted ID:OxlNmT0AOo

พวกมึงจะทำไรก็ไตร่ตรองให้ดีนะ จัดอันดับเพื่ออะไร ตั้งเพื่อบูลลี่เด็กเห่อหมอย? มากไปก็เหมือนรังแกน้อนว่ะ เอ็นดูพวกมันบ้างเหอะ

496 Nameless Fanboi Posted ID:uEDq9eWSUz

>>495 เชี่ย!!! นานๆ จะเจอโม่งที่มีจิตสำนึกที กูไม่รวบรวมแล้วก็ได้ ดีเหมือนกันจะได้ไม่เสียเวลาอันมีค่าของกู เห็นแก่ความทำตัวผดุงความยุติธรรมของมึงกูจะมองข้ามกิจกรรมโม่งๆ อันนี้ แล้วเอาเพลงมาแปะรัวๆ แทน

497 Nameless Fanboi Posted ID:NDCsgeTg7Q

>>496 หยั่มมา อีตัวปลอม

498 Nameless Fanboi Posted ID:eDNcbc6jQz

>>496 รอเมิงเปิดกูพร้อมบวก

499 Nameless Fanboi Posted ID:XZ5QB5nmq0

เหลือเชื่อว่ะ มีโม่งดีด้วย กูพูดอยู่ตลอดว่าโม่งแม่งมีแต่พวกเหี้ยๆ คนดีๆเขาไม่อยู่กัน สงสัยกูจะต้องถอนคำพูดล่ะ

500 Nameless Fanboi Posted ID:AmMopizjUI

>>495 กูไม่ได้ให้จัดอันดับนะ แต่ถามว่าเคยมีใครรวมผลมะ เพราะเห็นรางวัลอิหยังวะอวอร์ดด้านต่างๆ แม่งก็แจกกันอยู่เรื่อยๆ ถ้ามึงมองว่าเป็นการบูลลี่ก็แล้วแต่ กูมีเมตตาอารีอยู่แล้ว บิบิ

501 Nameless Fanboi Posted ID:4tKsFYzgJJ

กุพยายายามจะมูฟมาเป็นนักอ่านเฉยๆ ง่ะ ทำไมเรื่องที่ถูกจริตมันหายากยังงี้ เป็นเส้าาา.. T^T

502 Nameless Fanboi Posted ID:J6xc6jitps

>>501​ แล้วเรื่องที่ถูกจริตมึงนี่เป็นแบบไหน​ ที่ถามคือกุแค่อยากรู้เฉย​ ๆ

503 Nameless Fanboi Posted ID:4tKsFYzgJJ

กำลังอ่านแนวรักอยู่นะ ชอบสไตล์สโลวๆ แต่ไม่แวะเยี่ยวข้างทาง ไม่18+ ไม่Y ไม่ผัวขา บรรยายกระชับ มีพัฒนาการตัวละคร คาแรกเตอร์ชัดง่ะ
ขอโต้ดคับ พิมเองยังรู้สึก "เรื่องมากชิ-หาย"

504 Nameless Fanboi Posted ID:J6xc6jitps

>>503 หลายส่วนที่มึงว่ามาก็มาตรฐานดี​ เอาเถอะมึงแค่เจอเกรดบีมาจนเส้าเอง​ กุนี่ชอบรักแบบมึงนี่บ่ะแต่มีดราม่าหน่อยเดี๋ยวนี้หาที่โดนใจไม่เจอมานานละ​ แต่กับมังงะกลับเจอว่ะ​ เรื่อง​ Daughter​ Friend ดราม่าสีเทาหม่นโดนใจกุยิ่งนัก

505 Nameless Fanboi Posted ID:AmMopizjUI

>>503 ถ้าไม่สับก็คือกูแทบไม่อ่านไม่ติดตามเว็บโนเวลแบบติดตามเป็นกิจจะลักษณะมานานละ ไม่ค่อยถูกจริต อ่านเล่มเอายังมีเปอร์เซ็นถูกใจมากกว่า มีแค่นิยายวายบางเรื่องที่กูรู้สึกแบบเออ อันนี้อ่านแล้วเพลินดี แต่มึงก็ไม่อ่านวายอีก ที่ยังอ่านในเว็บอยู่คือเว็บตูน อย่างกูชอบเซลล์สมองของยูมิงี้ สาวน้อยมนตราซ่าสุดๆ ตกหลุมรักนายช่างแต่งหน้า หรือในโคมิโค่ก็บัลลังก์แค้นจักรพรรดินี

506 Nameless Fanboi Posted ID:NDCsgeTg7Q

>>505 มึงต้องไปอ่านเรื่องลูกโม่อินดี้ รับรองว่าไม่ปวดหัว (เพราะไม่มีสมองเหลือให้ปวดอีกต่อไป)

507 Nameless Fanboi Posted ID:iynVYoyuLY

>>503 กูเป็นเซมมม ตอนนี้คือปลงละสัสๆ เจอเรื่องไรเล่าเรื่องดีกูคิดก่อนเลยว่าเอาวะ เจอเกรด B ดีกว่า C ถอดสมองอ่านเอาแม่ง

508 Nameless Fanboi Posted ID:inbj9vakJg

ขุมพลังมากมาย!! สองแรงรวมร่างเข้าด้วยกัน!! พัฒนาเหนือชั้น เพราะสองแรงที่บวกกัน!! จัดการเอาให้มันอยู่มือ!!!!!!!

509 Nameless Fanboi Posted ID:AmMopizjUI

>>506 กูเคยอ่านแล้ว เคยบ่นตั้งแต่ก่อนมีคนสับอีกว่าลอกเจ้าหญิงหมาบ้า

>>507 บางทีถอดสมองยังไม่ไหว กูอ่านบางเรื่องแล้วก็ปิดไปแบบเซ็งๆ ว่ามันจะเล่าอะไรวะ จริงๆ ต่อให้ไม่มีเนื้อเรื่องแต่เล่าสนุกกูก็อ่านได้นะ ส่วนใหญ่คือเจอแต่ info dump รัวๆ แวะเยี่ยวข้างทาง คำผิดบานตะไท เล่าห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ อะไรแบบนั้นซะเยอะ

510 Nameless Fanboi Posted ID:AmMopizjUI

>>508 อย่าลืมตบปากตามจำนวนอัศเจรีย์ด้วยนะ บอกหลายรอบแล้วว่าอย่าใช้เยอะติดๆ กัน ทำไมไม่จำ

511 Nameless Fanboi Posted ID:8WZGna9S0X

We get it on most every night
When that moon is big and bright
It's a supernatural delight
Everybody was dancin' in the moonlight

Everybody here is out of sight
They don't bark and they don't bite
They keep things loose, they keep things light
Everybody was dancing in the moonlight

Dancing in the moonlight
Everybody's feeling warm and bright
It's such a fine and natural sight
Everybody's dancing in the moonlight

We like our fun and we never fight
You can't dance and stay uptight
It's a supernatural delight
Everybody was dancin' in the moonlight

Dancing in the moonlight
Everybody's feeling warm and bright
It's such a fine and natural sight
Everybody's dancing in the moonlight

Everybody here is out of sight
They don't bark and they don't bite
They keep things loose, they keep things light
Everybody was dancing in the moonlight

Everybody's dancing in the moonlight
Everybody's feeling warm and bright
It's such a fine and natural sight
Everybody's dancing in the moonlight
Everybody's dancing in the moonlight
Everybody's feeling warm and bright
It's such a fine and natural sight
Everybody's dancing in the moonlight

Everybody's dancing in the moonlight
Everybody's feeling warm and bright
It's such a fine and natural sight
Everybody's dancing in the moonlight
Everybody's dancing in the moonlight
Everybody's feeling warm and bright
It's such a fine and natural sight
Everybody's dancing in the moonlight

https://youtu.be/g5JqPxmYhlo

512 Nameless Fanboi Posted ID:/cRIo3D+mk

Hikari to Kage wo Dakishimeta Mama (magic knight rayearth op2)

mune no oku de furueteru hikari to kage o dakishimeta mama
sutekirenai yume o oikakete hokori takaku ai wa yomigaeru

yūyake no iro ga setsunaku kirei de
tozashite ita kokoro no umi ni koboreta namida

kagayaki wa ni do to modoranai asu fuku kaze no yō na jiyū ga hoshī

mune no oku de furueteru hikari to kage o dakishimeta mama
sutekirenai yume o oikakete itsu ka mitsuketai
hateshi naku hirogaru mirai o

tatakau mainichi surechigau Hello Good bye
kizutsukenai yō ni aruite yuketara ī no ni

sora ni hōrinageta kibō ga ameagari nanairo no niji o egaite

mune no oku de furueteru ai ga koware sō ni naru toki mo
inoru kimochi o wasurenaide itsu mo todoketai
shinjiteru mienai mirai o

kimi ga oshiete kureta sono hakana-sa mo sono tsuyo-sa mo

mune no oku furueteru kanashimi o koete shimaitai
yowai kokoro ni makenai yō ni ai o mamoritai

mune no oku de furuete hikari to kage o kakae

https://www.youtube.com/watch?v=y9zLyFrUC88

513 Nameless Fanboi Posted ID:+CigBC8fvZ

คิดว่าอ่านเจอผลงานของชาวโม่งสักคนแย้ว ขอบคุณที่สั่งสอนนะงับ

514 Nameless Fanboi Posted ID:dRj.keWkPT

>>513 อย่าอุบอิบเอามาแบ่งบ้าง

515 Nameless Fanboi Posted ID:iynVYoyuLY

>>513 มึงมันไอ้นอกรีต เปิดแล้วไม่ให้โม่งเสือกได้เยี่ยงไร

516 Nameless Fanboi Posted ID:2urcTVq4ZT

หนักสาระกันมาช่วงใหญ่แล้ว มาดูอะไรเบาๆ กันบ้าง พอไม่รู้จะสับอะไรดี เลยหาพวกที่ชอบล่อเป้ามาสับดู ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก 1 ใน 3 ดาวรุ่งมุ่งล่อตีนหน้าใหม่ (ที่วอนพอๆ กับน้องว้าวซ่าและโอ๊ดเย้ดม้า) น้องดร๊าฟนั่นเอง

เรื่อง : จุดเริ่มต้นแห่งความมืดภาคหนึ่ง
นามปากกา : ปรสิตแห่งฝันร้าย
ลิงก์ : https://my.dek-d.com/KUsakul/writer/view.php?id=2090312
คำโปรย : เมื่อเอ็กซ์แซนคิวเตอร์แหกนรกออกมา ดราฟท์แห่งความมืดจะทำเช่นไร เขาจะยอมให้ความมืดครอบงำจิตใจเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเอง หรือจะยอมขอความช่วยเหลือจากศัตรูตลอดกาลอีกสองคนกันแน่
หมวด : ฟรีสไตล์ > แฟนตาซี
จำนวนตอน : 27 ตอน
สถานะตัวเรื่อง : ยังไม่จบ [ อัพเดตล่าสุด 6/7/63 ] --- อัพไปเมื่อวานนี้เอง

ภาพปกย่อลักษณะเป็นอวกาศที่มีความคมชัดระดับเดียวกับเรื่อง 9 คอร์ มาพร้อมกับชื่อเรื่องที่ธรรมดาไร้ความน่าจดจำสุดขีด ถ้าคิดว่ากูเรื่องเยอะเกินไป ให้ลองถามตัวเองดูว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไงกับชื่อนี้ ความเห็นของกูคือมันไม่เหมือนชื่อเรื่อง แต่เป็นชื่อภาคมากกว่า ถ้าลอง on form ขึ้นมาเล่นๆ กูมองเห็นว่ามันควรออกมาเป็น (ชื่อเรื่อง) ภาค 1 จุดเริ่มต้นแห่งความมืด แบบนี้เสียมากกว่า แต่ก็เอาเถอะ กูจะใช้วิธีเดิมเพื่อไม่ให้เกิดความตะขิดตะขวงใจ นั่นคือการคิดว่ามันคงเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร และอายุของนักเขียนคงยังน้อย (ตามที่มันใช้อ้างเพื่อเถียงเหล่าสมาชิกในกระทู้) คำโปรยกูให้คะแนนระดับพอใช้ มันมีการพูดถึงเหตุการณ์สำคัญโดยให้ข้อมูลอย่างไม่มากและไม่น้อยเกินไป และใช้ภาษาเหมาะกับแนวแฟนตาซี

ปกรองเปิดมาด้วยการพูดถึงคัมภีร์แห่งความแกรี่ทั้ง 4 ทุกๆ 4 ปีจะมีงานรวมพลังของคัมภีร์ที่ว่าถูกจัดขึ้น (?) แล้วจะมีการถือกำเนิดของเทพพิทักษ์แห่งความมืด ซึ่งตรงนี้กูเกิดความอิหยังวะเล็กน้อย เรื่องของคัมภีร์ 4 ม้วนที่มีพลังมหาศาล พอถึงเวลาตัวม้วนก็มารวมกันแล้วมีพลังงานส่วนหนึ่งสร้างตัวตนแห่งความมืดขึ้น ถ้ากระบวนการนี้เกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี แปลว่าไอ้เทพพิทักษ์นี่ก็คงมีจำนวนไม่น้อยแล้วมั้ง ชื่อก็ฟังดูอันตรายๆ แต่ทำไมถูกสร้างบ่อยจังวะ ช่างเหอะเดี๋ยวค่อยไปดูข้างใน

ถัดจากเกริ่นนำ ก็เป็นรายชื่อตัวละครในภาคนี้ ลำดับ 1-9 ถึงจะทับศัพท์มาเป็นคำอ่านแปลกๆ กูก็ไม่ขัดข้องอะไร แต่พอเจออันที่ 10 บอกว่าเป็น "ผู้เขียน" กูเลยอิหยังวะพร้อมกับตั้งแนวป้องกันต่อนิยาย เซลฟ์-อินเสิร์ท/จูนิเบียว breaking the 4th wall ขึ้นมาทันที แล้วส่วนสุดท้ายก็เป็นชื่อร่างต่างๆ ของตัวละคนที่อ่านแล้วคุ้นๆ เหมือนพวกที่ถูกจัดระดับพลังแบ่ง Tier ตามเว็บที่พวกชอบตั้งกระทู้ VS อ้างอิงกันในพันทิป คือได้กลิ่นไม่ดีมาแต่ไกล หวังว่าจะไม่มีอะไรแย่อย่างที่คิด

ตอนที่ 1 : คัมภีร์ทั้งสี่

ความยาวตอนประมาณ 2 หน้า A4 เปิดตัวด้วยตัวละครเอกชื่อซีโร่โซนกับครีฟซึ่งเป็นสมาชิกของสภาเทพ ซีโร่เป็นผู้นำส่วนครีฟมีหน้าที่ดูแลความสงบของจักรวาล มีการพูดถึงฉากหลังว่ากำลังเดินอยู่ในบริเวณของ "มหาวิหารพาเทนอน" (?) อืม... เซตติ้งเหมือนสวรรค์ฝั่งยุโรปแต่ทำไหมพระเอกมึงมีผมเป็นขนเม่นสีน้ำเงินใส่หน้ากากผี แล้วเพื่อนของแม่งก็เป็นตัวประหลาดผิวสีน้ำเงินไม่มีใบหน้าวะ เล่าเรื่องสไตล์โมเดิร์นอาร์ตใช่ไหม ผสมผสานศิลปะยุคเก่าเข้ากับภาพพ่นสีสเปรย์ข้างกำแพงเขต Bronx อะไรประมาณนั้นสินะ ข่มใจไว้ก่อนลดระดับความสูงในหลอด อิหยังวะ-meter ให้น้อยๆ เผื่อจะเจออะไรที่หนักหนากว่านี้ ปรากฏว่าไม่ทันจะทำใจเสร็จก็มีอะไรชวนอิหยังวะเกิดขึ้นหลายข้อมาก เช่น การทับศัพท์ขั้นเทพ การวงเล็บความคิดเห็นของนักเขียนแบบนิยายแจ่มใส ที่เขียนไว้ว่า -คัมภีร์นักฆ่า(นักเขียนไม่รู้ชื่ออังกฤษเลยบอกชื่ออังกฤษไม่ได้)- การอ้างสเกลพลังแบบเด็กอนุบาลโม้ใส่กัน เช่น บอกว่าพลังของหนังสือความมืดเล่มเดียวเทียบเท่านิวเคลียร์ 1,000 ล้านลูก การใช้ไมโครโฟนบนสวรรค์ (อื่นๆ ไปอ่านเอง) หลังจากนั้นก็ไม่มีไรมาก หลังอธิบายเกี่ยวกับคุณสมบัติหนังสือจบ หนังสือแต่ละเล่มก็ยิงลำแสงมารวมกันแล้วจบตอน

517 Nameless Fanboi Posted ID:2urcTVq4ZT

>>516

ตอนที่ 2 : กำเนิดเทพแห่งความมืด

อยู่ดีๆ ก็เกิดการระเบิดขึ้น คัมภีร์แต่ละเล่มเสียหายไปเล็กน้อย พวกเทพที่มาดูงานรวมพลังคัมภีร์ก็โวยวาย ไอ้ซีโร่วันเลยบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ แล้วกลับบ้านไป (?) พอทุกคนกลับไปหมดแล้ว ไอ้ซีโร่วันที่รู้ดีว่าเรื่องนี้ผิดปกติก็เดินหาของบางอย่างในงาน จนไปเจอเข้ากับสลามสีดำ ใช่เพื่อน สลาม หาเจอแล้วก็กอบใส่ขวดกลับไปไว้ที่บ้านตัวเอง อาบน้ำ นอน เช้าวันรุ่งขึ้นสไลม์ เอ๊ย! สลาม ดันหายไปจากขวด แต่มีเด็กชายโผล่มาอยู่ในห้องแทน ไอ้ซีโร่วันดูไม่ตกใจเลย แถมยังเรียกน้องผมยุ่งว่า "เฮอร์เรอร์" ด้วย ไอ้เด็กเกิดใหม่นี่ก็ตกใจว่ามึงรู้ชื่อกูได้ไงวะ ซีโร่วันเลยโม้ทับเข้าไปอีกว่า กูรู้ด้วยนะว่าชื่อจริงของมึงคือดราฟท์แห่งความมืด อยู่ดีๆ ไอ้เด็กสลามก็บอกตัวเอกว่า สร้างบ้านให้ป๋มหน่อย ป๋มไม่มีบ้านอยู่ แล้วจบตอน

ตอนที่ 3 : เดอะไฮแอ่ส

เด็กเฮอร์เรอร์อยู่บ้าน 3 ปี โรงเรียนสวรรค์ก็ไม่ไปเพราะมีปัญหากับเพื่อน เคยระเบิดเพื่อนเป็นชิ้นๆ พร้อมกับระเบิดโรงเรียน เลยกลับมาอยู่บ้านดีกว่า วันดีคืนดีมีการรับสมัครสมาชิกของสภาเทพหรือเดอะไฮแอ่ส (?) ดราฟท์แห่งความมืดเลยเข้าไปสมัครบ้าง ในห้องโถงมีอธิบายถึงเทพที่ใส่กางเกงยีนส์ นอนน้ำลายยืด มีบอกว่าเทพเล่นมือถือด้วย คืออารมณ์มันไปทาง PJ แล้วมั้งแบบนี้ กูพยายามปรับภาพไม่ให้มันอิหยังวะแล้วอ่านต่อไป จากนั้นไอ้ซีโร่วันก็เข้ามาบอกว่า เควสแรกสำหรับผู้เข้าสมัครทุกคน คือให้ไปล่าตัว "ดารค์คิวเลอร์" (?) ในป่าดารค์ฟอเรส ที่กำลังอาละวาดฆ่าสัตว์ป่าอยู่ บอกแค่นั้นไอ้ซีโร่วันก็ออกจากห้องไป (สรุปว่าตัวเอกเปลี่ยนมาเป็นไอ้เด็กดราฟท์แห่งความมืดแล้วใช่มะ) ก่อนจบตอนด้วยไอ้เด็กดราฟท์ต่อยกับเด็กเทวดาเพราะอีกฝ่ายบ่นว่าซีโร่วันอธิบายข้อมูลเควสน้อยไป ซึ่งตัวบทสนทนาก็แม่งเกรียนไทยไปมวยโลกดีมาก ไม่รู้สึกถึงอารมณ์ชาวสวรรค์หรือโมเดิร์นก็อดแบบในเพอร์ซี่แจ็คสันเลยแม่แต่น้อย

ตอนที่ 4 : ภารกิจในป่าใหญ่

ตอนถูกปิดเพราะเจ้าของเรื่องบอกว่ามันเอามารวมกับตอนที่ 3 ไปแล้ว แต่กดลบตอนที่ 4 ไม่ได้ เลยให้ข้ามไปอ่านตอนที่ 5

ตอนที่ 5 : ไขปริศนาฆาตกรรที่ฆ่าสัตว์ในป่า

สรุปว่าตัดส่วนแรกไปใส่ตอนที่ 3 แล้วเอาเนื้อๆ ข้ามมาลงใน 5 โอเคแล้วไงต่อ... บทบรรยายในตอนนี้อยู่ดีๆ ก็ intense ขึ้นมาเสียเฉยๆ พอมาถึงดากฟอเรส ผู้เข้าสมัครก็แยกกันตามหาดารค์คิวเลอร์ เด็กตัวเอกก็ไปเจอกองซากศพสัตว์ 100 ตัวส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งไปทั่วบริเวณ ตามด้วยการโผล่มาของเงาปริศนา เงานั้นคุยกับตัวเอกบอกว่าสงสัยเหรอว่ากูเป็นใคร กูคือด้านมืดของมึงไง ว่าจบก็พุ่งเข้าสิงร่างเด็กดราฟท์แห่งความมืด ย่อหน้าถัดมาเป็นการอธิบายว่าเด็กเทพคนอื่นโดนอาถรรพ์ป่าดากฟอเรสเล่นงานถึงตายกันไปหลายคน แล้วค่อยเป็นฉากบรรยายสภาพศพสัตว์ป่าตามทางเดินที่ดราฟแห่งความมืดเดินผ่านไป ไอ้เด็กตัวเอกก็คิดไปว่า แบบนี้ต้องเป็นฝีมือปีศาจตัวนั้นแน่ (ซึ่งกูก็ไม่รู้ว่าตัวไหนแล้วเรื่องที่มึงโดนสิงก็ไม่ได้พูดต่อด้วยนะ) อยู่ดีๆ ไอ้ดารค์คิวเลอร์ก็โผล่หัวออกมา แล้วชวนเด็กดราฟเข้าพวกเพื่อแก้แค้นสภาเทพ (?) ไอ้เด็กดราฟปฏิเสธแล้วยั่วโมโหเหมือนรู้ว่าอีกฝ่ายเกลียดสภาเทพมากๆ มีการ Tell นั่น Tell นี่ ระหว่างฉากต่อสู้ซึ่งดูคล้ายกับท้ายตอนที่ 3 คือเหมือนเด็กแว๊นส์ต่อยกัน คำพูดคำจาไม่อลังการสมกับเป็นบอสประจำเขต ทำเอาความจริงจังของบทบรรยายช่วงต้นตอนดูด้อยค่าลงไปอย่างน่าเสียดาย

518 Nameless Fanboi Posted ID:2urcTVq4ZT

>>517

การบรรยาย : บ่นก่อนเลยว่าจัดรูปแบบย่อหน้าได้เหี้ยมาก ถ้าพอจะมีเวลาช่วยจัดใหม่ทีเถอะ ถึงกูจะสามารถแบ่งเองได้ด้วยการสังเกตอัญประกาศ แต่มันก็ทำให้รู้โคตรจะรำคาญเลยแม่ง คือถ้าปรับปรุงเรื่องนี้แล้วรับรองว่าจะมีคนอ่านเพิ่มแน่นอน เรื่องการสื่อความนี่อ่านแล้วเข้าใจได้อยู่ แม้ระดับภาษามันจะไม่เป็นทางการจนเหมือนเกรียนพูดกับเกรียนก็ตาม คำผิดมีน้อยกว่าที่คิดไว้ การบรรยายบางส่วนขัดแย้งกับอารมณ์ตัวละคร เช่นในฉากที่ต้องจริงจังและเคร่งเครียดดันบรรยายว่าตัวละครพูดแล้วนึกขำ (มึงเป็นไบโพลาร์เหรอ) โดยรวมคืออ่านรู้เรื่องแหล่ะว่าอยากเล่าอะไร แต่ฝีมือมันยังอยู่ในระดับเกรียนหัดเขียนอยู่ดี

ตัวละคร : นิสัยคงที่ด้านความเกเรเกินเด็ก ซึ่งอาจเป็นเพราะมันเด็กแต่ตัว และความทรงจำเดิมก่อนจะมาเกิดเป็นสลามอาจติดตามมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งถูกเสริมจากการพูดคุยอย่างสนิทสนมของตัวซีโร่วัน เหมือนว่ารู้ข้อมูลของไอ้เด็กดราฟนี่มานานแล้ว มันมีความขัดแย้งด้านอื่นๆ ด้วยเกี่ยวกับตัวละครหลัก แต่อธิบายลำบาก พวกมึงต้องลองมาอ่านเอง

เนื้อเรื่อง : 5 ตอนจบไปไม่เห็นจุดมุ่งหมายใดๆ ของตัวละคร บางทีการสับอาจใช้ไม่ได้กับนิยายยุคใหม่ที่ความยาวระดับหมอยแมวแบบนี้ เพราะแม่งเข้าเรื่องช้ากันมาก คือกูมองไม่เห็นแนวทางเลยว่าตัวเอกโผล่มาทำไม เพื่ออะไร และคิดจะทำอะไรต่อไป รอบหน้าถ้านิยายมันมาในความยาวต่ำกว่าหมอยหมา ส่วนเนื้อเรื่องกูคงจะพูดถึงแค่คราวๆ ว่าเดินเรื่องเร็วหรือช้า สำหรับเรื่องนี้มันมีการไทม์สคิปแค่บ้าง ตั้งแต่ตอนที่เด็กดราฟนี่มาเกิดหลังหนังสือยิงลำแสงมารวมกัน จนมาถึงตอนนี้ที่มันสอบเข้าสภาเทพ ในจุดๆ นี้กูไม่สามารถเชื่อมโยงได้เลยว่าทำไม ไอ้ตัวร้ายที่เกิดจากคัมภีร์นักฆ่าถึงเกลียดสภาเทพ ทำไมสัตว์ป่าถึงมีร่องรอยถูกฆ่าโดยอมนุษย์ขนาดใหญ่ และทำไมซีโร่วันถึงพยายามเลี้ยงไอ้เด็กดราฟ มันเล่าเรื่องบางอย่างโดยไม่มีที่มาที่ไป และนี่คือลักษณะของพวกมือใหม่อย่างชัดเจน

จุดเด่น : การทับศัพท์ขั้นเทพ บทสนทนาแบบเด็กแว๊นส์ ความพยายามสร้างความ epic ผ่านการเทียบสเกลแบบเด็กอนุบาลโม้ใส่กัน (พลังของกูเยอะกว่ามึงแบบโคตรจักรวาลล้านโลก)

จุดด้อย : ไม่ยอมจัดย่อหน้าบทบรรยาย ไม่ขึ้นย่อหน้าบทสนทนาให้อ่านง่าย เดินเรื่องแบบไร้ทิศทาง เส้นเรื่องไม่มี (ถ้ามึงไม่นับเรื่องเด็กดราฟอยากได้บ้านมาซุกหัวนอน) คุณภาพตัวงานไม่สมราคากับที่เคยไปดีเฟนใส่พวกสมาชิกบอร์ด เทียบตามข้ออ้างต่างๆ ที่เคยเห่าไว้ นิยายเรื่องนี้ถือว่าน่าผิดหวัง

คะแนน : 3.5/10 --- ถือว่ายังไม่ผ่านใน แม้วัดแค่ในระดับมือใหม่ด้วยกัน ในอนาคตอาจพัฒนาฝีมือขึ้นได้ในรูปแบบนิยายที่ค่อนข้างเบียว

ความเห็นส่วนตัว : อ่านแล้วปวดหัวเพราะแม่งจัดย่อหน้าแย่ เล่าเรื่องพอใช้ แต่มึงยังไม่สามารถสร้างความขลังในบทสนทนาได้ นิยายเลยดูตลาดลงไปมาก เซตติ้งถูกใช้อย่างมักง่าย พอๆ กับตัวละครประกอบอื่นๆ ที่ถูกใช้แล้วทิ้งแบบโผล่มาแค่ฉากละ 1 ครั้ง เรื่องเดียวที่ทำให้กูบันเทิงได้เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้คือ มีนักอ่านคนนึงโผล่มาบ่นว่าลงนิยายเร็วเกินไป เราอ่านไม่ทัน ซึ่งทำให้กูนึกในใจว่าถ้าอ่านนิยายที่ตอนนึงยาวเท่าหมอยแมวแบบนี้ได้ช้า กูว่าอนาคตทางการศึกษาของมึงมีปัญหาแล้วว่ะ

519 Nameless Fanboi Posted ID:hsrShj79//

>>513 "ทำไมเรายังไม่วาร์ป"

520 Nameless Fanboi Posted ID:Dfxoa90s87

>>519 "แกนวาร์ปเราเสีย กัปตันคุณคงต้องพึ่งตนเองแล้วล่ะ"

521 Nameless Fanboi Posted ID:H/y2+B7ULD

ถามจริง พวกมึงคิดชื่อตอนกันยังไงวะ จำเป็นด้วยเหรอ กูขี้เกียจตั้ง แต่ไม่ตั้งก็ว่างเปล่า แต่ตั้งแล้วก็เสือกต้องตั้งไปตลอด

522 Nameless Fanboi Posted ID:BSZvNqdfqV

>>521 ตัดโคว้ทในตอนนั้น ๆ มาใช้ อีซี่มาก ๆ

523 Nameless Fanboi Posted ID:H/y2+B7ULD

>>522 อ๋ออออออ เหมือนกับในซีรีส์น่ะเหรอ
5555 นึกแล้วฮาว่ะ ขอบใจมาก 522

524 Nameless Fanboi Posted ID:Nyrrut5uQX

>>518 กูมองว่านักอ่านมันไม่ใช่นักอ่านจริง แต่เป็นนักอ่านดัมมี่ คือญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมาอ่าน ส่วนหนึ่งเพราะสแตทนิยายมันแปลกมาก ค่าต่างๆ มันไม่ค่อยจะสอดคล้องกัน กูจะพูดถึงหลายรอบแต่ลืมตลอดเลย วันนี้เลยลองไปไล่ดูดีๆ แบบพินิจพิจารณา ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไปทำเหี้ยอะไร เอาเป็นเพื่อความเสือกอย่างมีคุณภาพและมีหลักการก็แล้วกัน

พฤติกรรมคนอ่านและคนเม้นท์ของน้องดร๊าฟแม่งแปลกชิบหาย มันไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมคนอ่านนิยายเว็บตามปรกติ เท่าที่จำความได้ ที่กูเล่นเด็กดีแบบจริงจังตั้งแต่สมัยร้ายสุดขั้วกับชั่วสุดขีดลงในเด็กดี กูก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ข้อสังเกตหนึ่งคือนิยายมีคนคอมเม้นท์เป็น 100 แต่ fav. แค่ 18 คอมเม้นท์ที่ 1-105 เป็นคอมเม้นท์ระหว่างวันที่ 4-11 มิถุนายน ระหว่างตอน 1-17 หลังจากนั้นจำนวนคอมเม้นท์ก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด กว่าครึ่งเป็นคอมเม้นท์จากนอนเมมที่อวยคมอย่างเดียวล้วนๆ พฤติกรรมนอนเมมก็คือมาเวลาใกล้ๆ กัน ใน 10 นาทีมีคอมเม้นท์จากนอนเมมแค่ตอน 2 ตอนเดียว 4 คน ขาประจำอีก 2 คน ส่วนขาประจำที่มาเม้นท์ก็ไม่ติดตามนิยายเรื่องอื่น ไอ้ aunchaiyaporn คือเปิดไอดีมาวันที่ 4 มิถุนายน แล้วก็มาอ่านนิยายเรื่องนี้เลย กูลองสุ่มสำรวจไอพีดู นอนเมมเจอไอพีไม่ค่อยซ้ำ แต่ aunchaiyaporn กับ Sasikarn Saisuwan เคยใช้ไอพีเดียวกันอยู่หลายครั้ง

ข้อสังเกตต่อคือเนื้อหาในการคอมเม้นท์ อันนี้ยังไม่ได้เอาเข้าโปรแกรมวิเคราะห์ qualitative research เพื่อแบ่งแยกประเภทโดยการจับกลุ่มคำ แต่ใช้สายตาตัวเองนี่แหละ something in common ที่พบคือการชมว่าเขียนเก่ง เขียนดี รอตอนต่อไป น่าติดตาม อายุยังน้อยอยู่เลย รวมถึงพาดพิดคีย์เวิร์ด "ดราฟ" อย่างชัดเจนอยู่หลายครั้ง (ซึ่งกูคิดว่าดราฟคือชื่อคนเขียนนี่แหละ) นอนเมมหลายคน คนมีหลุด hint ออกมาว่าเป็นพี่ เป็นน้องต่างๆ และตอนแรกจะจับสำนวนและลักษณะการพิมพ์ แต่เพราะแม่งพิมพ์สั้นๆ กันหมด ข้อความคล้ายๆ กันหมด แม่งเลยจับความซ้ำของการใช้คำและการพิมพ์ได้ไม่ชัดเจน จับสังเกตได้แค่ว่าทุกคนใช้เครื่องหมาย "ๆ" เหมือนกันหมดเลย คือไม่เคาะ

แต่จากการโต้ตอบกูไม่คิดว่าดร๊าฟอวตารมาอวยตัวเอง กูเลยขอ assume ว่า ไอ้น้องดร๊าฟกำลังอยู่ในการ์ดกับดักเพื่อนอวยบวกกับพ่อแม่รังแกฉัน เลยเหลิงสุดๆ หยุดไม่อยู่ กลายเป็นเกรียนเห่อหมอยขี้เถียง เพราะคนใกล้ตัวอวยขึ้นฟ้าจนเหลิงไปหมด น้องเลยมองไม่เห็นความเป็นจริง พอหลังช่วงวันที่ 11 ที่ที่บ้านไม่มาโอ๋แล้ว น้องก็ธาตุไฟแตกซ่านมาตั้งกระทู้เรียกร้องความสนใจรัวๆ ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน พร้อมความเชื่อที่ว่ากูแน่ กูเขียนดี การโดนตบเกรียนดึงหมอยไม่ช่วยให้ตาสว่างขึ้นมาได้ เพราะการตกการ์ดกับดักแม่งสร้างมายด์เซ็ทและสร้างความมั่นใจผิดๆ ให้น้องไปแล้ว ใจหนึ่งก็สงสารเพราะแม่งอายุยังน้อย แค่ 13 ยังเป็นเด็กไม่รู้ความ คือเป็นลูกกูได้เลย อีกใจก็คือลูกมึง มึงเลี้ยงอย่างนี้ แล้วมึงคาดหวังจะให้มันเป็นยังไง

525 Nameless Fanboi Posted ID:w+j7hDyZAC

>>524 พอมึงวิเคราะห์มางี้ ทำเอาสิ่งที่กูสงสัยแม่งมีน้ำหนักขึ้นมาเลย เพราะกูเองก็คิดอยู่ว่าคอมเมนต์แม่งสวนทางกับคุณภาพนิยายมาก เท่าที่เคยสับนิยายมา ถ้านิยายเรื่องนั้นจัดย่อหน้าเหี้ยแบบนี้ จะมีผลทำให้คนอ่านและคนเมนต์น้อยสัส หรือต่อให้มีเมนต์มันก็มักจะเป็นเมนต์ด่า แต่เรื่องนี้แม่งอวยคมเยอะมาก อวยเยอะจนกูสงสัยว่าพวกแม่งใช้ตาตุ่มข้อตีนอ่านนิยายเรื่องนี้รึไง ถึงได้มองว่ามันสนุก ทั้งๆ ที่กากสัสกว่านิยายเด็กหัดแต่งทั่วไปเสียอีก (ที่ไม่เขียนลงในส่วน คหสต. เพราะคิดว่าจะดูเป็นการ bully เด็ก) พอได้อ่านความเห็นมึงกูเลยคิดเหมือนกันแล้วว่าคงมีคนใกล้ตัวมาช่วยเลียไข่ จนน้องมั่นหน้าแบบผิดๆ แล้วเกิดเรื่องแบบในบอร์ดนั่นแหล่ะ

526 Nameless Fanboi Posted ID:w+j7hDyZAC

>>525 กูขอเสริมให้ตัวเองในประเด็นที่สับแล้วลืมพิมพ์ด้วยอีกนิดว่า นิยายเรื่องนี้นอกจากความตลาดล่างของบทสนทนาแล้ว อีกเรื่องที่ทำให้เสียคะแนนไปมากคือ "ไม่มีคลิฟแฮงเกอร์ท้ายตอน ทำให้นิยายขาดความน่าติดตาม" ปัจจัยสร้างแรงจูงใจให้นักอ่านอยากอ่านต่อไม่มี ทั้งในระยะต้น และระยะกลาง การเปิดเรื่องไม่ถึงกับห่วย แต่ยังขาดความน่าสนใจเพราะใช้ฉากเปิดที่ไม่มีอิมแพ็คต่อเนื้อเรื่อง เรียกได้ว่าน้องโดนอวยจนมองไม่เห็นข้อด้อยของตัวเองอย่างแท้จริง นี่มันยิ่งกว่าพ่อแม่รังแกฉันอีก เพราะรุมรังแกกันหมดไม่ว่าจะเป็นญาติๆ หรือเพื่อนๆ มองมุมกลับแล้วก็ดูน่าสงสารอยู่เหมือนกัน

527 Nameless Fanboi Posted ID:mai+5x07T0

ขอบคุณเพื่อนโม่งสำหรับความยากลำบากในการสับ กุนั่งเฝ้าบอร์ดรอนิยายน่าสับจากทางบ้านอยู่แต่ยังหากันไม่เจอ

528 Nameless Fanboi Posted ID:Ff2q0oEwFp

•บุญเอยเราก่อสร้าง ไว้ไฉน
หนอจึ่งต้องครรไล จากเจ้า
อยู่หลังแม่ดวงใจ จงสุข
จงปล่อยแต่พี่เศร้า อุระร้าวแต่เดียว ฯ
•บุรพชาติเราพรากให้ สัตว์สอง จากกระมัง
กรรมจึงตามตอบสนอง ชาตินี้
กรรมตามแต่บุญผอง จักไม่ ตามฤา
เดชะบุญก่อนกี้ โปรดข้าคืนสมฯ
•ฝากโฉมสมรแม่ไว้ แห่งใด ดีฤา
ฝากเมฆเกรงวรุณไท ลอบกล้ำ
ฝากโฉมลักษมีใน เกษียรสมุทร์ ก็ดี
เกรงพระสี่กรปล้ำ ปลุกให้สลายศรี ฯ
•ฝากองค์อุมาแม่เจ้า จอมสวรรค์ ดีกระมัง
เกรงเกลือกองค์อินทร์ฝัน ใฝ่น้อง
ฝากฟ้าขลาดทิวัน สอตเนตร์ สบแม่
ฝากน้ำเกรงนาคต้อง จิตต์ต้องใจสมร ฯ
•ฝากมาตุหรือท่านไซร้ บุตรหลาย
ฝากมิตร์กริ่งมิตร์หมาย แตะต้อง
เรียมนึกออกเรียมคลาย วิตกแน่ แล้วแม่
โฉมฝากใจแม่น้อง ยิ่งด้วยฝากใคร

529 Nameless Fanboi Posted ID:nzLXnT5nOp

>>525 +1 ถ้าจัดหน้าไม่ดี จะโดนนักอ่านบ่นแล้วบอกแก้ให้หน่อย แม่งเป็นทุกเรื่องจะนิยายดีนิยายเหี้ย เรื่องไหนที่ไม่มีเดาได้เลยว่าคนเม้นไม่ได้อ่านจริง อ่านที่พวกมึงวิแคะแล้วนึกสงสารแม่งจับจิต ไม่ทันจะเรียนรู้โลกก็โดนคนรอบข้างป้อนขนมหวานเคลือบยาพิษ

530 Nameless Fanboi Posted ID:Nyrrut5uQX

พูดถึงเรื่องจัดหน้า เวอร์ชั่นปจบ.นี่คือแก้ไขแล้วนะ เวอร์ชั่นแรกที่โดนอวยว่าเขียนดี น่าติดตามคือเหี้ยสุด กูถึงได้รู้สึกสะกิดใจว่ามันแปลกๆ

อันนี้คือตอน 1 ทั้งตอนที่กูเคยแคปไว้
https://imgur.com/a/9uEeRIQ

531 Nameless Fanboi Posted ID:w+j7hDyZAC

>>530 นึกถึงเรื่องเมนิเกเตอร์ซาก้าที่กูต้องบ่นเหมือนกันว่า "คีย์บอร์ดมึงไม่มีปุ่ม Enter รึไงวะ"

532 Nameless Fanboi Posted ID:n8qObMyPQj

>>531 คำผิดที่มึงบอกว่าน้อยกว่าที่คิดก็คือมีคนช่วยแก้ให้แล้ว อยู่ในเม้นท์นั่นแหละ กูก็นับถือใจคนที่คอยไปช่วยแก้ให้นะ

533 Nameless Fanboi Posted ID:w+j7hDyZAC

>>532 กูดีใจแทนไอ้พวกนี้นะ ที่มีนักอ่านชอบผลงานแล้วตามแก้คำผิดให้ เพราะนั่นมันหมายความว่านักอ่านเขาอ่านงานของมันจริงๆ แถมอ่านแบบไม่ข้ามด้วย ถึงได้ย้อนมาเมนต์แก้คำผิดให้ได้ อย่างในนิยายของไอ้เงินบวกที่คำผิดเยอะบรรลัย ก็ยังมีคนช่วยแก้ นักอ่านแบบนี้แหล่ะที่โคตรดีต่อนิยายเราเลย เพราะถือเป็นกลุ่มที่อ่านจริงจังไม่ว่าคุณภาพงานจะเป็นยังไง

534 Nameless Fanboi Posted ID:IjHFvXCOBC

พวกมึงว่า Work ป่าวโมเดลนี้ รับฝากวางนิยายแบบมีเงื่อนไข

https://www.dek-d.com/board/view/3982376/

กูว่าไม่ต่างจากกระทู้หานิยายอ่านทั่วไปเลย แค่บอกว่าไม่เอาแนวระบบ, ต่างโลกเฉยๆ

535 Nameless Fanboi Posted ID:Fms2cpXn5L

>>534 มึงก็ให้พื้นที่เขาเลียแผลใจกันบ้างดิวะ ทุกวันนี้วิวกับเม้นแห้งแล้งสัสๆ แต่กูขอเป็นหมอลักฟันทิ้งว่ายอดวิวแม่งไม่เพิ่มเท่าไรหรอก มีแต่คนแปะแต่ไม่มีคนอ่านเหมียนเดิม

536 Nameless Fanboi Posted ID:IjHFvXCOBC

>>535 มีแต่คนขาย ไม่มีคนซื้อ กรรมของเวร

537 Nameless Fanboi Posted ID:lmgsHNszo3

แนวเกมออนไลน์ตอนนี้ยังมีดีๆอยู่ป่าววะ เอาแบบไม่ต้องสุดยอด แค่พอบันเทิง

538 Nameless Fanboi Posted ID:/1QbaV1C4D

>>536 ตามนั้น บอร์ดนักเขียนมีแต่อุปทาน มีอุปสงค์ที่ไหน ให้ตายก็ไม่มีดุลยภาพ แล้วแม่งก็เสือกเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ เทขายยังไงก็ไม่มีใครซื้ออีก

539 Nameless Fanboi Posted ID:Ff2q0oEwFp

>>537 ต้องลองสุ่มจิ้มเอาเองตามท็อปหมวด ชอบก็อ่าน ไม่ก็ออก จิ้มไป10-20 เรื่อง แม่งต้องอ่านได้สักเรื่องแหละ

540 Nameless Fanboi Posted ID:aT..4avr8h

>>537 เจอดี ๆ บอกกุด้วย แต่พูดกันแบบตรง ๆ ภาษาที่ใช้ในนิยายเด็กดวกสมัยนี้กุอ่านแล้วสนุกตามได้ยาก โคตรของควาทไม่ลื่นไหล

541 Nameless Fanboi Posted ID:YAVAYPQwyd

>>540 กูแนะนำนิยายของ Masalan ชื่อนี้เปล่าไม่แน่ใจ ที่เขียน Element Online ภาษาบรรยาย เนื้อเรื่องถือว่าทำได้ดี ลองไปอ่านดู

542 Nameless Fanboi Posted ID:p3OpDwIyVH

Don't stop, love on top
Getting head in my pajamas it's a quarter to five
Shawty, braindead but she love me a lot
So baby, loving a lot not date

And I spend all day in my crib what's happening
Rolled, I ain't passin' it to no one
Finna have a spa day with my bitch
I ain't even gotta pick I don't gotta get to know her

Let's spend some downtime baby
Keep me around like baby
Turn off your phone just for the night
(Ohh)

Don't stop, love on top
Getting head in my pajamas it's a quarter to five
Shawty, braindead but she love me a lot
So baby, loving a lot not date

Yeah I don't need to call back no one yet
I'm straight, don't ruin it, I'm coolin' it
I'm bout to let all my peoples know I'm busy
At home getting busy bust it open

Let's spend some downtime baby
Need you around like baby
Turn off your phone just for the night

Giving that pussy Mayweather right hooks
Postmates shawty she don't never cook
Messy with the slop cause she know I’m gon' pop
Love on top that's how you know, she love me a lot

Don't stop, love on top
Getting head in my pajamas it's a quarter to five
Shawty, braindead but she love me a lot
So baby, loving a lot not date

https://youtu.be/dQybOnPt8Ic

543 Nameless Fanboi Posted ID:uiLRyO8SO3

>>541 เดี๋ยวลองดู ขอบคุณนะเพื่อน คุ้นๆนามปากกาเหมือนเคยตาม 5555
>>540 >>539 เดี๋ยวถ้าอันไหนเข้าแก้ปกูจะมาป้ายนะ เรื่องภาษานี่กูก็ติดเหมือนกัน ขนาดเรื่องดังๆกูยังอ่านไม่ค่อยลื่นเลย ปลอบใจตัวเองไปก่อนว่ามันเป็นงานลงเว็บ เลยไม่ค่อย polished 555555

544 Nameless Fanboi Posted ID:kuOjpAWBIt

https://www.dek-d.com/board/view/3982376/
ก่อนหน้านี้น้องควีนซ่าบอกจะเลิกเขียนนิยายไม่ใช่เหรอ เผลอแปปเดียวโผล่มาโปรโมทแล้ว แถมบอกว่าถ้าขี้เกียจรออ่านฟรีให้ซื้อรายตอนได้ราคาไม่แพง กูเข้าไปส่องราคาอ่านล่วงหน้า 9 บาท อู้วววว

545 Nameless Fanboi Posted ID:YeXA/0Wpb4

>>544 ตอนนั้นน้อนแค่ใจน้อย

546 Nameless Fanboi Posted ID:4hz7tq.oSO

>>544 9 บาทคือไม่แพง ?? เรื่องสั้นตอนเดียวจบรึไงน่ะ

547 Nameless Fanboi Posted ID:UQ3Kkd0x/E

>>538 ชื่อมันก็บอกว่า 'บอร์ดนักเขียน' มีคนอ่านก็แปลกละ

548 Nameless Fanboi Posted ID:eYdio6tGxJ

>>541 มาซาลันน่ะเหรอ คนนี้คุณภาพปานกลางแต่ติดจูนิเบียวไปหน่อยสมัยเข้าวงการใหม่ๆ เรื่องเดียวเลยที่โม้ได้คือมันอยู่กับวงเดียวกับ สนพ. สถาพ่อง ผลงานล่าสุดของคนนี้ที่กูพูดถึงก็เรื่อง Age of summoner นั่นแหล่ะ แล้วพี่แกก็เจอปัญหาเดียวกับคนอื่นๆ ในก๊วน ก็คือนิยายไม่เกิดเหมือนสมัยก่อน แฟนคลับที่สร้างไว้ก็มีอยู่ประมาณนึง ถ้ามึงไม่ใช่นักอ่านที่อายุน้อยก็น่าจะเข้ากันได้กับงานแบบนี้ แต่เด็กรุ่นใหม่อ่านงานแนวมาซาลันแล้วอาจไม่รอด กูเคยคุยกับคนก๊วนนี้ก่อนถอนตัวออกมาว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าคิดว่าจะหาแดกกับแฟนคลับที่ไม่มีการเพิ่ม มีแต่คงตัวกับค่อยๆ ลดลง เมื่อถึงจุดนั้นแล้วจะเข้าใจเอง ว่าทำไมกูถึงออกมาหาทางเลือกใหม่ๆ

549 Nameless Fanboi Posted ID:3VH5+a5+Bn

>>544 กูเคยบ่นไปใน 50 คอมเม้นท์ที่แล้ว ขอยืนยันคำเดิมละกันว่าช่างกล้าตั้งราคา นิยายมีคนติดตามอยู่ไม่ถึง 10 คน >>493

ไอ้น้องดร๊าฟที่ยังเข้าใจนะว่าโดนป้อนขนมอาบยาพิษเลยมั่นหน้า วัยกำลังเบียวดีด้วย แต่น้องว้าวซ่านี่คือมั่นหน้ามั่นโหนก อวยตัวเองเก่ง สำคัญตัวผิดในทุกมิติ

550 Nameless Fanboi Posted ID:k8XAcYnBYe

>>548 ส่วนตัวกูว่ามาซาลันเริ่มเก่งจนไม่ต้องง้อสถาพรบุ๊คแล้ว เลยเขียนเอง พิมพ์เอง ซึ่งกูมองว่าเป็นความสำเร็จของนักเขียนที่เหนือกว่านักเขียนตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์นะ ตีำิมพ์กับสำนักพิมพ์ หรือติดเหรียญ ก็ต้องให้พวกนั้กินส่วนต่าง

551 Nameless Fanboi Posted ID:AEIX355qdT

>>550 งานเก่าหมดสัญญาแล้วก็ตามนั้นแหล่ะ ส่วนใหญ่ออกมาขายเหรียญขาย E-Book กันแทน

552 Nameless Fanboi Posted ID:ptuOAo40y8

https://www.dek-d.com/board/view/3982420/
เอ้า ตามไปเสือกกัน

553 Nameless Fanboi Posted ID:TEmvbyHuA.

>>537 dwoด้วยอีกอันละกัน ของseason cloud แก็งค์เดียวกันกับmasalan
ว่าแต่ของคนนี้ในสายตาโม่งคืองานประมาณไหนวะ ปกติกรูอ่านนิยายไทยไม่ค่อยเยอะด้วยเลยไม่รู้จะประมาณไหน

554 Nameless Fanboi Posted ID:K35yCCgqAo

>>552 อิสัสไถจนหน้าจอสึก เม้นกันยาวชิบผายติดเชื้อดอกขาวหรอวะ

555 Nameless Fanboi Posted ID:ptuOAo40y8

>>554 5555555555555
กูอ่านแล้วเห็นด้วยกับนอนเมมหลายคนมากกว่า สงสัยเพราะเป็นคนเหี้ย เขียนพอร์นแลกตังค์แน่ๆ กลิ่นเงินมันหอมก็เงี้ยะแหละ แต่ก็นะ ความเงี่ยนเป็นเรื่องธรรมชาติ กูไม่ต่อต้านความเงี่ยนเพราะกรอบสังคมบลาๆ แน่ๆ ส่วนไอ้ประเด็นศีลธรรมอันดีงามในนิยายกูอ่านแล้วเจ็บหัวทุกที เห็นเจ๊แกเชื่อมโยงไปกับเรื่องข่าวข่มขืนไม่เว้นแต่ละวันก็ยิ่งปวดหัวเหมือนไมเกรนจะแดรก บางอย่างมันเป็น fetish มันเป็น kink ที่คนชอบเสพสื่ออ่ะ ซึ่งกูเห็นในเว็บเสียวมาเนิ่นนานละตั้งแต่สมัยหมอยยังไม่ขึ้น จนหมอยจะงอกอยู่แล้ว กูก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าคนเราจะต้อง PC มีความรับผิดชอบต่อนิยายตัวเองขนาดไหน อย่างใน RAW การขึ้น warning แจ้งเตือนเนื้อหาแม่งแทบจะเป็น Norm ที่นักเขียนสายวายต้องทำแล้ว (ไม่นับเอ็นควยที่เตือนว่าเสียวจนน้ำแตกในไอ้ชิบหาย) แต่ที่กูขำคือการบอกว่าเว็บอื่นกระหน่ำลง NC แบบไม่ต้องคิด ไม่รับผิดชอบสังคม เหมือนมึงไปซ่องในอัมสเตอร์ดัมแล้วตะโกนโวยวายว่าที่นี่มีกะหรี่ค่าคุณตำมะรวจ แต่ที่นั่นกะหรี่ถูกกฎหมายอ่ะ

ส่วนอันนี้คือไบแอสล้วนๆ กูเห็นแม่หม้ายลูกติดนี่พยายามคลิกเบทในเว็บบอร์ดมาเป็นเดือนๆ ละ เหมือนพยายามสร้างประเด็นเรื่อยๆ วันนี้ได้เป็นประเด็นไม่รู้จะสมใจยัง เข้าไปอ่านนิยาย mindset เจ๊แกก็คือแปะความรู้ไว้ที่หัวตอนแล้วค่อยเข้าเรื่อง เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ต่างๆ จะบอกว่าเป็น info dump อย่างหนึ่งได้ไหมเนี่ย

556 Nameless Fanboi Posted ID:IsRPReZasd

>>552 นำทีมเสือกพร้อมเปิดวาร์ปด้วย นี่สิโม่งคุณภาพ

557 Nameless Fanboi Posted ID:ptuOAo40y8

ไปอ่านเจอในหน้านิยายขุ่นแม่มา ก็ขออนุญาตว้าว ว้าว ว้าว

https://my.dek-d.com/Tarntongdee/writer/viewlongc.php?id=2099284&chapter=28

558 Nameless Fanboi Posted ID:IsRPReZasd

>>553 ถ้าเป็นแก๊งค์สถามันจะฝีมือกลางๆ ค่อนไปทางสูง ความผิดพลาดแบบกากๆ ทั้งหลายไม่ค่อยมี แต่ดันมีบางอันที่ไม่ควรมี สีสันคาวแกปากตรงกับใจไปหน่อย หลังดราม่าเรื่อง Book revival เลยกระแสเงียบยาว มาซาลันหนักแกรี่จูนิเบียวฝีมือระดับธรรมดาแต่กินบุญเก่ายุคออนไลน์ เจ๊กัลน้ำเยอะและเป็นแจ่มใสแอบแฝง หลังๆ มาแกใส่ porn ในเรื่องใหม่ของแฟนไชน์เซวีน่าด้วย คนเลยเลิกตามไปเยอะ จ่ามิวแต่งเรื่องเยอะมากแต่ติดคำสาปทำยังไงก็ไม่ดัง งานแกมุกแป๊กด้วยส่วนนึง สรุปแก๊งค์นี้บุญเก่าเขาแรงแต่งานใหม่ไม่ค่อยโดดเด่นแล้ว ขายได้แค่แฟนคลับพันธุ์แท้ บางส่วนที่หมดสัญญาเลยทำอีบุ๊กขายกันแทน เพราะได้เงินเร็วกว่าผ่าน สนพ.

โมเดลมันไม่ต่างจากสมัยก่อนหรอก โดนกินหัวคิวเหมือนกันแค่ไม่ต้องส่งพิจารณาให้ผ่าน เขียนแล้วลงเลย ก็เลยไม่เสียเวลา ได้เงินง่ายกว่า และความเสี่ยงต่ำน่ะ

559 Nameless Fanboi Posted ID:SKwqmsmSeq

>>558 หะ book revivalนี่มีดราม่าอะไรนะ ปกติกรูตามแต่เพจ

560 Nameless Fanboi Posted ID:IsRPReZasd

>>559 ดราม่าที่พี่แกเอาเนื้อเรื่องจากหนังสือจริงมาใช้ กูก็จำรายละเอียดได้ไม่มาก ประมาณว่าเจ้าชายไปรบแล้วโดนหลอกให้ไปบุกเมืองเกิดฆ่าพ่อตัวเองตาย พอมารู้ทีหลังก็รับไม่ได้เลยฆ่าตัวตาย ซึ่งตรงนี้ล่ะที่มันเป็นดราม่า แต่เนื่องจากกูไม่ได้ตามสีสันคาว กูเลยไม่ได้ไทยมุงต่อ รู้แค่ว่าจากดราม่าคราวนั้นพี่แกต้องรีไรท์และเสียแฟนๆ ไปเยอะพอสมควร

561 Nameless Fanboi Posted ID:fbRr9/EoT4

>>558 จ่ามิวเขียนเขียนกับมีดีส์ซึ่งเป็นของสยามอินเตอร์ไม่ใช่หรอวะ