Fanboi Channel

นิยายเด็กดีบทที่ 35 (DDN XXXV) ภาคโม่งมิติใหม่ สับนิยายถกประเด็นเล่นอวยคม นิยาย new normal ปะทะ สับแบบ new normal (Let's them fight) ลาก่อนการนินทาเช่นทุกที ต่อจากนี้ไม่มีเธออีกต่อปัยยย

Last posted

Total of 385 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:f0ZHOY+Kjb

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดีดอทคอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บเด็กดี เพื่อความหวังของเว็บโนเวลไทยในอนาคต ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น (ถ้าอยากนินทา สามารถเข้าวาร์ปไปห้องนินทาได้ที่นี่ >> https://fanboi.ch/netwatch/10886/ )

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 -- https://fanboi.ch/webnovel/6295/
นิยายเด็กดี บทที่ 21 -- https://fanboi.ch/webnovel/6506/
นิยายเด็กดี บทที่ 22 -- https://fanboi.ch/webnovel/6868/
นิยายเด็กดี บทที่ 23 -- https://fanboi.ch/webnovel/7834/
นิยายเด็กดี บทที่ 24 -- https://fanboi.ch/webnovel/8477/
นิยายเด็กดี บทที่ 25 -- https://fanboi.ch/webnovel/8614/
นิยายเด็กดี บทที่ 26 -- https://fanboi.ch/webnovel/8685/
นิยายเด็กดี บทที่ 27 -- https://fanboi.ch/webnovel/8795/
นิยายเด็กดี บทที่ 28 -- https://fanboi.ch/webnovel/8876/
นิยายเด็กดี บทที่ 29 -- https://fanboi.ch/webnovel/9247/
นิยายเด็กดี บทที่ 30 -- https://fanboi.ch/webnovel/9744/
นิยายเด็กดี บทที่ 31 -- https://fanboi.ch/webnovel/10135/
นิยายเด็กดี บทที่ 32 -- https://fanboi.ch/webnovel/10275/
นิยายเด็กดี บทที่ 33 -- https://fanboi.ch/webnovel/10680/
นิยายเด็กดี บทที่ 34 -- https://fanboi.ch/webnovel/10887/

รายชื่อนิยายโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

Topic Highlight รอเช้าๆ เดี๋ยวจะมารวมให้ (กูทำงานอยู่)

2 Nameless Fanboi Posted ID:C0Ge7XLQmq

เจิม++

3 Nameless Fanboi Posted ID:S/ybBDDi/w

oh
(Yeah)

I feel you crumble in my arms down to your heart of stone
You bled me dry just like the tears you never show
Why don't you take what you want from me?
Take what you need from me
Take what you want and go
Why don't you take what you want from me?
Take what you need from me
Take what you want and go

I never needed anything from you
And all I ever asked was for the truth (all I ever asked was for)
You showed your tongue and it was forked in two
Your venom was lethal, I almost believed you (almost believed you)
Yeah, you preyed on my every mistake
Waited on me to break, held me under hopin' I would drown
Like a plague, I was wasting away
Tryna find my way out, find my way out (find my way out)

And it finally came the day
I start giving my heart away
For Heaven sakes, my bones will break
But you never own my soul, no

I feel you crumble in my arms down to your heart of stone
You bled me dry just like the tears you never show
Why don't you take what you want from me?
Take what you need from me
Take what you want and go
Why don't you take what you want from me?
Take what you need from me
Take what you want and go

I took them stones you threw, made chains for the crew (ice)
I brought up ten hoes, this coupe only made for two (yeah)
They all ran through it, it ain't nothing left to do
I need some more reasons to live out this evening (straight up)
I've been sippin' forever and just taking whatever
Hoping, thinking whenever you'll be back around
Let's go our ways, whichever
You say how is however long
'Cause you know I never be alone

Love (yeah)
Shorty gon' back (shorty gon' back)
Need it on sight (need it on sight)
Crack it all back (crack it all back)
Give her that pipe (give her that pipe)
All of my cash (all of my cash)
Shawty went bad (shawty went bad)

I feel you crumble in my arms down to your heart of stone
You bled me dry just like the tears you never show
Why don't you take what you want from me?
Take what you need from me
Take what you want and go
Why don't you take what you want from me?
Take what you need from me
Take what you want and go

Take it all away
Why don't you (take what you want, take what you need)
Take what you need from me, yeah
(Take what you want)
Why don't you (take what you need)
(What you need, yeah)

https://youtu.be/LYa_ReqRlcs

4 Nameless Fanboi Posted ID:EMP4Krk7rc

>>3 มึงกลับมาทำไม

5 Nameless Fanboi Posted ID:Q2oUug3tmP

>>3 ยินดีต้อนรับ

6 Nameless Fanboi Posted ID:rNOYBKYqiZ

>>4 >>5 กุว่าตัวปลอม เพลงที่มันแปะปกติจะไม่ค่อยใช้วงเล็บ เป็นไปได้ว่าหาเพลงมาจากเว็บอื่นที่ไม่เหมือนโม่งเพลงตัวเดิม

>>3 ความเกรียนมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แกมันคือโม่ง IO

7 Nameless Fanboi Posted ID:jjOdtTLRcR

>>6 จากการสอบถามประชาโม่งส่วนใหญ่ พบว่าประชาโม่งต้องการให้โม่งเพลงกลับมา โดยสัดส่วนผลการโหวตอยู่ที่74% ส่วนพวกที่คิดว่าต้องรอก่อน19% มีชาวโม่งเพียง7%เท่านั้น ที่ไม่ต้องการให้โม่งเพลงกลับมา

8 Nameless Fanboi Posted ID:C26TccPZiv

มึงลองเขียนอะไรที่มีสาระมากๆ ตั้งใจมากๆ แล้วโดนโม่งเพลงโพสต์ขั้น มึงจะโคตรหงุดหงิด แต่กูว่าอย่างมึงคงดีแต่โพสต์นินทาโง่ๆเลยไม่รู้สึกอะไร ขยะเอ้ย

9 Nameless Fanboi Posted ID:C26TccPZiv

ไสหัวไปไกลๆไอ้เหี้ย หายไปกับโม่งเพลงผัวมึงอะ

10 Nameless Fanboi Posted ID:jjOdtTLRcR

>>8 >>9

สวัสดี ชาวโม่ง7%

11 Nameless Fanboi Posted ID:1+3tHRndtM

:: Topic Highlight จากกระทู้ภาคที่แล้ว ::

สับนิยาย: วังเทวี >>>/webnovel/10887/20-25/
สับนิยาย: The Letter:จดหมายสั่งตาย >>>/webnovel/10887/46-48/
สับนิยาย: สายลม ❥ บุปผา ❥ เหมันต์ ❥ จันทรา >>>/webnovel/10887/59-64/
สับนิยาย: Muaythai In New World >>>/webnovel/10887/65-77/
สับนิยาย: สกิลต่างโลก >>>/webnovel/10887/88-92/
นอสตราดาโม่ง: เดากันเล่นๆ ว่าแนวไหนอาจกลายเป็นแนวนิยมในอนาคต >>>/webnovel/10887/93-97/
สับนิยาย: ...แวมไพร์ที่รัก >>>/webnovel/10887/105-111/
สับนิยาย: เพชรนาคิน >>>/webnovel/10887/133-143/
สับนิยาย: The Scroll of Fantastic Journeys - หนังสือกราบทูลท่านจ้าวเหนือฟ้า >>>/https://fanboi.ch/webnovel/10887/156-160/
สับนิยาย: ปกรณัมวีรสตรีดาบทมิฬ >>>/webnovel/10887/187-192/
สับนิยาย: Gaia Grand Quest >>>/webnovel/10887/247-259/
โม่งเปิดวาร์ป: สวัสดีค้าบบบ สมาชิกชมรมคนชอบหมี >>>/webnovel/10887/292-293/
โม่งถกประเด็น: ขอบเขตการใช้งานสื่อลิขสิทธิ์+ทำไมถึงโหยหาอดีต? >>>/webnovel/10887/294-299/
โม่งมุ่งสู่แกรนด์ไลน์(ออกทะเล): ต้มยำ Vs ต้มข่า กับอาการขี้แตก >>>/webnovel/10887/325-340/
โม่งถกประเด็น: มีใครแต่งแนวแกรี่บ้างมันสนุกยังไง? >>>/webnovel/10887/398-411/
โม่งแชร์ข้อมูล: Kitchen ร้านเมดจำเป็นต้องเป็นผู้หญิงไหม? >>>/webnovel/10887/460-462/
โม่งอภิปราย: แฮร์รี่พ่องตายกับความแกรี่ >>>/webnovel/10887/461-479/
สับนิยาย: จากผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดเกิดใหม่เป็นจอมมารที่แข็งแกร่งที่สุด [ high school dxd ] >>>/webnovel/10887/542-546/
สับนิยาย: Bathtub Blood #อย่าตีกานดา >>>/webnovel/10887/587-636/
โม่งถกประเด็น: พวกมึงใช้ตัวหนากันยังไงวะ? >>>/webnovel/10887/649-658/
สับนิยาย: เล่ห์ลิขิต ชะตาลวง >>>/webnovel/10887/722-727/
โม่งสงครามกลางเมือง ภาคตบเด็ก+ต่อยกันเองไปด้วย >>>/webnovel/10887/773-842/
โม่งถกประเด็น: ความ new normal ของเว็บโนเวลในปัจจุบัน >>>/webnovel/10887/843-870/

อมจี... พอแยกกระทู้สับออกจากนินทาแล้วสับกันเยอะขึ้นแฮะ งานก็ข้อมูลต่างๆ ก็มา (ทั้งสาระดีและสารเลว) ความเกรียน ความเรื้อน และการต่อยปากกันเองก็มีครบถ้วนเช่นเดียวกัน กูนี่ภูมิใจในตัวพวกมึงทุกคนจริงๆ ตอนนี้ปัญหาเหลือแค่อย่างเดียวคือไอ้โม่งเพลงกลับมาอีกแล้ว เอาจริงๆ เลยนะ กูพยายามอดทนมาตลอดเพราะไม่อยากให้บรรยากาศในมู้ย่ำแย่ ช่วงที่มันหายไปก็เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้คนคุยสาระกันได้ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลามาเลื่อนข้ามเนื้อเพลง (ซึ่งมันโอเคมาก) พอมู้นี้โดนแปะเพลงอีก กูเลยตัดสินใจว่าอาจย้ายไปสับนิยายในห้องนินทาแทน

คือกูสังเกตได้ว่าไอ้โม่งเพลงมันไม่เคยไปแปะเพลงที่โน่น แม้จะมีคนขอให้มันไปช่วยขุดมู้ เลยเดาว่าที่มันไม่ไปเนี่ย อาจเป็นเพราะมันโดนแบนใน Netwatch (เคยถูกตรวจจับการฟลัดข้อความโดยอัลกอริทึ่ม Akismet ของตัวบอร์ด) ถึงในห้องนินทาจะเขียนความเห็นต่อเนื่องกันไม่ได้ (ยิ่งยาวก็ยิ่งต้องรอนาน) จนลงผลการสับลำบาก แต่กูว่ามันก็ยังดีกว่าแบบหลายกระทู้ก่อนที่โดนแปะเพลงเรื่อยๆ ตอนนี้กูมองเห็นภาพคล้ายตอนสมัยม้าบุกแรก เพราะมู้สับแม่งเหมือนกำลังรอวันล่ม ถ้าคนรำคาญจนเข้าโหมด read only กันหมดจริงๆ ห้องแม่งก็คงร้างจนเหลือเพียงหำและคำปลอบใจ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันใหม่อีกทีก็แล้วกัน

รวบรวมโดย: กูเอง

12 Nameless Fanboi Posted ID:tFdRPgRWhy

กูเห็น ไฮไลท์แล้วเลิ่กลั่กเลย อีห่า เป็นเกียรติมากมั้ง
มาดีดไข่ทีดิ

13 Nameless Fanboi Posted ID:guphoOhZFY

กูว่าเมินๆมันไป อยากแปะก็ปล่อยแม่ง ยิ่งสนใจยิ่งด่า มันยิ่งทำ มึงสังเกตดูมันเป็นวิถีคนจิตๆอย่างนึงคือตั้งใจทำเพื่อให้โดนด่า มึงเมินๆไปกูว่าอาจเวริ์คกว่าด่าหรือไล่มัน

14 Nameless Fanboi Posted ID:guphoOhZFY

เผลอๆจริงๆโม่งเพลงอาจจะไม่มีตัวตน เป็นพฤติกรรมที่ชาวโม่งส่วนนึงวนเวียนกันทำเพื่อก่อกวนให้โม่งเกิดความรำคาญ

15 Nameless Fanboi Posted ID:im3DojixMI

ky หน่อยนะโม่ง

ทำไมนิยายดด. ชอบให้นักฆ่าใช้สไนฯวะ มันเท่กิ๋บเก๋เหรอวะ บางทีแม่งเซตติ้งไทยเงี้ย ตัวเอกแม่งคนบ้าน ๆ มาก่อนมาเป็นนักฆ่า มึงรู้วิธีใช้ได้ไงวะ(หรือสนามซ้อมยิงปืนใหญ่ ๆ เขามีให้ลองใช้ กุไม่รุ้ รู้แค่ว่านอกจากเป็นพวกตำหนวดกับทหารนี่ โอกาสที่คนทั่วไปจะได้ใช้ได้จับปืนยาวได้นี่ก็น้อยสัส ๆ เลยนะ)

16 Nameless Fanboi Posted ID:Ug62RD4lzN

เพราะเขียนง่ายแต่แสดงความเทพได้เยอะดีล่ะมั้ง แค่เขียนไปว่ายิงจากระยะโครตไกลนัดเดียวเข้าหัว แล้วหนีไปแบบเนียนๆหรือเท่ๆด้วยรถ ไร้ร่องรอยไม่มีคนจับได้ทั้งที่ลงมือคนเดียว เท่สัสๆ ลอกมาจากหนังแนวๆนี้ได้หมด
ที่จริงเป็นสไนเปอร์นี่ลำบากกว่าเดินดุ่มๆไปฆ่าแบบมือปืนรับจ้างบ้านเราอีกมั้ง ต้องดูแลสภาพร่างกายโดยเฉพาะสายตา สภาพจิตใจกันมือสั่น ฝึกความอดทน บำรุงอาวุธ วางแผนเข้าออกที่ซุ่มยิง ทุนใช้ฝึกซ้อม+ปิดร่องรอย เลี้ยงทหารพันวันใช้งานวันเดียวตามตัวเลย
งานบางครั้งยังดูน่าเบื่อโครตๆอีก อยู่ในหลุมเป็นวันๆก่อนและหลังยิงเป้าหมายงี้ แต่ภาพจำคือซุ่มยิงกลางเมืองมันทำได้ง่ายไง ทั้งที่จริงคือยากเหี้ยๆถ้าไม่มีคนคอยช่วยลบร่องรอย โอกาสคนธรรมดาฝึกเองจนเก่งนี่ก็น้อยสัสหมา ปกติเขาเอาพวกเก่งโครตๆหรือมีพรสวรรค์ด้านนี้มาฝึกด้วยซ้ำ ไม่ใช่นึกๆจะเป็นก็เป้นได้ง่ายๆ

17 Nameless Fanboi Posted ID:RyB.pq9fTV

ไม่รู้กูคิดไปเองรึเปล่า เด็กดวกเหมาะจะทำนิยายแนวคัลท์ (cult novel) ซึ่งเจาะคนอ่านเฉพาะกลุ่ม

18 Nameless Fanboi Posted ID:fFHntGUeh6

>>17 เอาดีๆ cult หรือ niche ไม่เหมือนกันนะ

19 Nameless Fanboi Posted ID:AuwLGUzq+y

>>15 ถ้าเชื่อเรื่องนิยายเขียนออกมาจากจิตไร้สำนึก มันก็สะท้อนความต้องการของคนเขียน อยากยิงใครตายโดยไม่รู้ตัวแล้วออกมาดูเท่ห์ อยู่หลังคียบอร์ดด่าคนนอกจากไม่เท่ห์แล้วยังทำใครตายไม่ได้ มันก็เก็บสะสมเวลาเขียนนิยายก็ระบายออกมาเป็นรูปแบบนักฆ่าใช้สไนเปอร์
ซึ่งถ้าเราเขียนนักฆ่าก็คงเป็นแบบลอบเร้นเข้าไปฆ่า เพราะอยากให้แน่ใจว่าเป้าหมายตายแน่นอน

20 Nameless Fanboi Posted ID:guphoOhZFY

เลียนแบบพับจีป่าว AWM นัดเดียวตายงี้ มันเฟี้ยวโดนใจวัยรุ่น

21 Nameless Fanboi Posted ID:guphoOhZFY

>>17 ลองตั้งประเด็นเทรนนิยายช่วงนี้และเทรนนิยายในอนาคตในแต่ละหมวดกันมะโม่ง
ปัจจุบัน อนาคต
หมวดรัก - จีนโบราณ >>> ไทยโบราณ//มุดต่างโลกทะลุมิติไปพบรักกับฮ่องเต้ต่างดาว / ฝรั่งโบราณ?/ เกาหลีโบราณ
นางร้ายแก้แค้น >>> นางเอกแก้แค้นนางร้ายอีกที // ตัวประกอบเป็นนางเอก

หมวดแฟนตาซี - เกิดใหม่เทพซ่า >>>> เกิดใหม่กากเก่งเทพซ่ามาแก้แค้นทีหลัง /สร้างเมือง /จอมมารทะลุมิติกลับมาโลก / ระบบ
ย้อนเวลามาเทพซ่า
ระบบ
สโลว์ไลฟ์
หลุดไปในโลกเกมจีบสาว(แก้ลูท+ฮาเร็ม)

22 Nameless Fanboi Posted ID:DKsSpHMozE

>>16 ก็อย่างที่ว่าล่ะเมิง สไนเปอร์ในเชิงการทหารนี่คือกองหนุนนะ ไม่ใช่กองหลักที่เก็บทหารยกกองได้ด้วยตัวคนเดียวแบบในหนัง แค่ปืนแม่งก็ลำบากล่ะไม่ได้ยิงรัวเป็นไรเฟิลจู่โจม แถมการคุ้มกันในชีวิตจริงถ้าไม่ปิดตึกในบริเวณโดยรอบก็ต้องให้บอดี้การ์ดคอยสอดส่องมุมสูงอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมว่าสไนเปอร์ไรเฟิลมันมีจุดอ่อนตรงที่แสงจากลำกล้องส่องที่เห็นแล้วรู้เลยอีกนะ

23 Nameless Fanboi Posted ID:DKsSpHMozE

>>21 นิยายระบบคืออะไรวะ กุยังไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว

24 Nameless Fanboi Posted ID:C26TccPZiv

กูข้องใจนิยายหมวด อดีต ปัจจุบัน อนาคต ทำไมตัวเอกต้องชื่อจีน หรือเป็นคนจีนวะ เขามีกฏห้ามใช้เซ็ทติ้งในไทยเหรอวะหมวดนี้ กูงง หรือถ้าใช้ชื่อตัวละครไทยๆแล้วมันจะขายไม่ออก ใครรู้รบกวนช่วยกูด่วน ไหว้ล่ะ

25 Nameless Fanboi Posted ID:guphoOhZFY

>>23 ระบบคือหนึ่งในวิธียัดความเทพให้พระเอกแบบมีเหตุผล? คล้ายๆกับการเล่นเกมในชีวิตจริง พบเห็นได้มากในหมวดแฟนตาซีเกือบทุกเรื่องที่ติดท๊อป ข้อดีคือ ทำให้ตัวเอกเทพได้อย่างรวดเร็วดึงดูดน้องๆให้กดเฟบ แท็คระบบคือหนึ่งในอารยธรรมที่ถูกแยกมาจากนิยายออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นิยายตัวเองหลุดไปในหมวดออนไลน์ที่มีเสือสิงกระทิงเปลี่ยวคอยเบียดตกท๊อป

26 Nameless Fanboi Posted ID:W6JFD8xesb

>>14 น่าจะเหมือนโม่งกั๊ฟ สงสัยอะไรก็กัฟไว้ก่อน

27 Nameless Fanboi Posted ID:fFHntGUeh6

>>23 เหมือนนิยายที่ตัวละครคอยมีระบบยื่นเควสต์มาให้ทำ ต้องทำนั่นนะ นี่นะ แล้วจะได้แต้มไปปลดล็อกหรือซื้อของในร้านค้าเหมือนในเกมออนไลน์ จริงๆ มันต้องมีบทลงโทษด้วยถ้าทำเควสต์ไม่ผ่าน แต่แฟนตาซีนี่กูไม่เห็นจะค่อยเจอบทลงโทษเลย

>>25 แต่ถ้าเป็นนิยายวาย ระบบหลายครั้งจะเป็นตัวตบมุกโบ๊ะบ๊ะคอยทะเลาะกับโฮสต์ เป็นสีสันก็ได้

28 Nameless Fanboi Posted ID:AuwLGUzq+y

>>21 Google ดูก็มีคนอธิบาย ถ้าไม่เข้าใจก็ลองหานิยายอ่านดู
>>24 ไม่มีใครห้ามใช้ชื่อไทยนี่ แต่ คนอ่านเขาคาดหวังงานแบบไหนเมื่อกดเข้ามาในหมวดนี้ ลองคิดดูสิ

29 Nameless Fanboi Posted ID:RyB.pq9fTV

>>27 ระบบในโลกวาย
str - ความรุนแรงในการเจาะรูเหมืองทอง
agi - ความถี่ในการถี่ซอยหรือเจาะรู
vit - ความทนทานของเครื่องเจาะหรือสภาพของรู
int - ความหลากหลายทวงท่าขณะเจาะ
dex - ความแม่นยำของการเจาะหาทองในรู
luk - เจอทองหรือไม่เจอ ได้ทองเยอะหรือน้อย

30 Nameless Fanboi Posted ID:QYlyozT0yY

>>29 อันนี้มันสเตตัสปะวะโม่ง ไอ้ระบบที่ >>27 ว่ามันหมายถึง AI ที่คุยกับตัวเอกเพื่อกวนตีนเวลาเปิดหน้าจอระบบขึ้นมาดูหรือซื้อของจากแต้มเควสต่างหาก

31 Nameless Fanboi Posted ID:swZguKiQQk

>>29 สแตทอย่างเหี้ย นึกถึงคนที่อัพเน้นไปทางใดทางนึงแล้วฮาดี เช่นอัพแต่ agi จนซอยรัวยิก รูเหมืองแม่งลุกไหม้กันพอดี

32 Nameless Fanboi Posted ID:fFHntGUeh6

>>29 มึงนี่มันไม่เข้าใจระบบในโลกวายเอาซะเลย ในแฐนะที่กูเป็นผู้เชี่ยวชาญ เขาไม่นิยมให้พระเอกมั่วเว้ย ต้องรักเดียวใจเดียวเท่านั้น แต่นายเอกจะฬ่านฤทัยมีผัวสามสิบหกพวก ผ่านร้อยควย โดนเสียบสองดุ้นพร้อมกันขณะที่ปากยังโดนเยอยู่ก็ยังได้ เพราะงั้นสเตตัสอันนี้ผิดมหันต์ มึงใช้มุมมองจากพระเอกฮาเร็มมามองไม่ได้ว่ะ เพราะมันกลับกัน

33 Nameless Fanboi Posted ID:guphoOhZFY

>>32 แนวคิดนี้เพื่อขายฉากยั่วเยของนายเอกโดยเฉพาะใช่มะ ตรงข้ามกับแนวสาวจิ้นพระเอกมาเฟียสุดๆ

34 Nameless Fanboi Posted ID:fFHntGUeh6

>>33 ชรั่ยย ยิ่งนายเอกมึงโดนกระทำย่ำยีจนหีแหกมากเท่าไรคนยิ่งชอบ จะโดนม้ายูนิคอร์น งู หมา สไลม์ เทนตาเคิล มังกร ออร์ค เอเลี่ยน แมลงสาบ ตัวต่อ พิสดารใดๆ ก็ได้ แล้วพระเอกทุกคนก็ต้องเสือกยินยอมพร้อมใจกันแชร์ด้วยนะ แต่ถ้าพระเอกมีฮาเร็มเมื่อไรแม่งไม่ได้ รับกันไม่ได้ทัน แนวคิดนี้แหละคือความย้อนแย้งยืนหนึ่งของแนว PWP ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับนักเขียนวาย กูบอกเลยนะว่ารายได้ตัวท็อปบางคนคือเหยียบแสนต่อเดือน กูเคยแม่งยืมตังค์ไปซื้อที่ เงินหมดบัญชีไม่มีจ่ายบัตรเครดิตเดือนถัดไป เขียนพอร์นขำๆ แค่ 4-5 ตอนยังได้มา 3-4,000 เลยเดือนนั้นอ่ะ

35 Nameless Fanboi Posted ID:guphoOhZFY

>>34 สาววายเค้ามีชุดความคิดฝังหัวมาตั้งแต่นิยายรักแล้วไงว่า ไม่ว่ายังไงเหตุผลบ้าบอแค่ไหนพระเอกก็ต้องรักนางเอกคนเดียว ตรรกะนี้กูสังเกตุได้จากนิยายน้ำเน่าที่เป็นละคร(ดัง)หลายๆเรื่อง ชุดความคิดนี้สืบทอดมาสู่เหล่าสาวน้อยวัยจิ้นที่ถึงจะเบนสไตล์มาแนววายแต่ก็ยังคงไว้ที่คำว่า ไม่ว่าจะเกิดไรขึ้นพระต้องรักนายคนเดียว ส่วนฉากยั่วเยก็แค่ส่วนดึงดูดความฟินน้ำแตก เอาไว้สำเร็จความใคร่ทางอารมณ์ ยิ่งตูดไม่มีพรหมจรรย์ยิ่งทำให้เขียนฉากพิสดารพันลึกขนาดไหนก็ได้ จะว่าไปก็น่ากลัวเหมือนกันนะ เหมือนใช้พระนายเป็นเครื่องบำบัดทางเพศผ่านตัวอักษร

36 Nameless Fanboi Posted ID:swZguKiQQk

ป่ะเปลี่ยนเรื่อง เดี๋ยวสาววายแม่งจะยึดมู้

37 Nameless Fanboi Posted ID:0ZaCFWUrAl

>>34 กูเข้าใจมาตลอดว่านายเอกไม่มีหี หรือว่าเป็นฟุตะนาริว่ะ
>>36 เห็นด้วย คอนเซ็ป >>34 แม่งอยู่เหรือความเข้าใจของคนปกติแล้ว

38 Nameless Fanboi Posted ID:amDW.7fUb3

>>38 นายเอกมีรูยาโอยที่แยกจากรูตรูดอีกรู

39 Nameless Fanboi Posted ID:aDT4ZZVKBb

พูดถึงนิยายแนวรักๆ นี่ไม่รู้ว่ากูดวงซวยเองที่กดกี่รอบๆ แม่งก็ได้เรื่องที่นาง/นายเอกตอนเปิดเรื่องมาโครตใสแบบไม่รู้เรื่องห่าไรเลย พอมีคนมาหาเรื่องก็ตอบโต้กลับไม่เป็น แต่หลังได้กับพระเอกปุ๊บ คนมาหาเรื่องก็ทันเขาไปซะหมด เอาคืนเป็นจากที่ไม่เคยทำ คือ...ความใสตอนเริ่มเรื่องมันหายไปไหนวะ ทำไมมึงเปลี่ยนเป็นคนละด้านได้ง่ายขนาดนี้เพียงเพราะได้กับพระเอกเนี่ยนะ ว้อททททท เชี่ยไรมึงเนี่ยยยยย

40 Nameless Fanboi Posted ID:S8fjz.a1gw

>>39 เออจริง กูก็เจอมาเหมือนกัน หรือว่าโดนพระเอกฉีดยาแล้วนิสัยเปลี่ยน ในอสุจิมีสาาปลดล็อคความก้าวร้าวไรงี้อะ

41 Nameless Fanboi Posted ID:I8CFjO/yzi

>>37 มึงเคยเก็ทมุกเหี้ยอะไรบ้างไหม กูต้องคอยมาไล่อธิบายให้ทุกเม็ดเลยเหรอ ง่าวมากเพื่อนไม่เล่นด้วยนะไอ้ควัย

42 Nameless Fanboi Posted ID:kMjF15W3SP

>>39 ยังดีกว่าแนวนางเอกรักพระเอกถวายหัวนะเว้ยย เคยเปิดเจอเรื่องแนวนางเอกรักพระเอกมากจากเหตุผลน้ำเน่า พระเอกทำอะไรนางก็ยอมทู้กกกกกอย่าง พอเลิกยอมเท่านั้นแหละ ท้องจ้า.. แล้วพระเอกรู้ใจกลับมาง้อตามสเต็ป นี่กูหาเรื่องแหวกแนวอยู่แต่ไม่อยากขอ เดี๋ยวพวกมึงใจดีแปะให้แล้วโดนด่าเป็นโม่งม้า

43 Nameless Fanboi Posted ID:HdFbvr1mAY

https://www.dek-d.com/board/view/3989803/

กูล่ะสงสัยว่าเด็กดีจะทำยังไง

ในห้องวายมีดราม่าว่าเอานิยายแต่งมาแปลรับเงินบริจาคเหมือนกัน แต่อันนี้คือมาขายโต้ง ๆ แอบอ้างว่าเป็นของตัวเองอีก

44 Nameless Fanboi Posted ID:OvbUIFq02P

>>43 ไม่ทำอะไรหรอก ต้องรอให้คนเขียนตัวจริงฟ้องก่อนแล้วจะลบนิยายออก เงินมันหอมหวานเว้ยยยย

45 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

>>43 เรื่องนี้กูเห็นสักพักละแต่ไม่รู้ว่าเป็นนิยายแปลว่า ถ้าจริงคนทำนี่เชี่ยถึงเชี่ยมาก รู้สึกจะแปลหลายเรื่องด้วย

46 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

กูว่าถ้าเจอแนวนี้อีกสงสัยต้องแปะบอร์ดนักเขียนสร้างกระแสปั่นดราม่าให้คนรุมด่าแล้วว่ะ แจ้งลับหลัง เว็บมาสแม่งก็ทำหลับหูหลับตากูไม่รู้เรื่องต่อไปยาวๆ

47 Nameless Fanboi Posted ID:+YvBWCBxN4

>>43 เหี้ยจริงอะไรจริง

48 Nameless Fanboi Posted ID:eu6OOFvqst

>>43 อัพเดท ตอนนี้คือปิดการขายตอนเปิดอ่านฟรีแล้ว

49 Nameless Fanboi Posted ID:+YvBWCBxN4

>>48 ทัวร์ลงแล้วมั้ง เจอเจาะยางลงบอร์ดแบบนี้

50 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

>>43 แก้ปุ้บเว็บมาสบอก เค้าขายฟรีแล้วนะคะเด็กๆ ไม่ผิดกฏค่ะ ไม่ผิดกฏ

51 Nameless Fanboi Posted ID:XrqVn.JgbZ

อ้าวแล้วเงินที่เก็บไปที่มีคนเปย์ก่อนแล้วล่ะคัฟ

52 Nameless Fanboi Posted ID:+YvBWCBxN4

>>50 โห.. กล้าพูดแบบนี้ก็เอาภาพสีพาสเทลไปดูซะ https://imgur.com/ETtvmT5

>>51 เนื้อหมูเข้าปากหมา ง้างกลับมาไม่ได้แล้วครัช

53 Nameless Fanboi Posted ID:XrqVn.JgbZ

>>52 อยากรู้ว่าทางเว็บก็จะด้านโอนให้เหรอคัฟ ทั้งที่มันเป็นเงินมาจากการเอางานคนอื่นมาขายแท้ๆนะคัฟ

54 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

กูว่าเว็บมาสไม่ทำไรเว้ย เดี๋ยวแกล้งปล่อยเมาๆมึนๆ ไม่มีคนหนุนมู้ก็จางหายไปเอง เงินก็อ้อยเข้าปากช้างไปอร่อยเบย

55 Nameless Fanboi Posted ID:HE4n+Tafgc

>>53 ดีสุดก็คือ Refund กลับเข้าไอดีคนซื้อ ส่วนเหี้ยสุดก็แบบ >>54 ว่า ไม่โอนไปให้ครแปลแต่ก็ไม่คืนเหมือนกัน

56 Nameless Fanboi Posted ID:+0cfuSLYz2

นิยายที่ว่าโดนแบนไปละ แต่เงินที่ซื้อแพ็คไม่รู้ว่ายังไงต่อ

57 Nameless Fanboi Posted ID:eu6OOFvqst

>>56 กูยังเข้าได้นะ

58 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

เห็นที่เค้าเอามาแปะ เว็บมาสแต่ระงับการขายกับปลดลงจากท๊อปไม่ใช่เหรอ เท่าที่กูคิดนะ เว็บมาสจะไม่ทำไรตราบใดที่การรับ-จ่ายเงินไม่ได้เกิดขึ้นในเว็บเด็กดอย คือพวกมึงจะไปรับเงินใต้โต๊ะกับในกลุ่มเฟสหรือในเว็บบอร์ดโรงงานติดไฟที่ใดก็แล้วแต่พวกมึง ขอแค่ไม่ได้รับจากเด็กด๋อยโดยตรง เว็บมาสจะไม่ถือว่าผิดในสายตาพวกมันอะนะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:+0cfuSLYz2

>>58 พูดถึงเว็บโรงงานนรกนี่ มันยังอยู่รอดปลอดภัยอีกเหรอวะ นึกว่าโดนเก็บไปตั้งแต่ดราม่าละเมิด ลขส. รอบก่อนแล้ว

60 Nameless Fanboi Posted ID:CVhWhM1.RY

กูว่าทีมงานเด็กดวกก็ทำเหมือนเดิมๆอ่ะ อธิบายนู่นนี่นั่นที่สุดท้ายก็แปลว่า "ไม่ได้ใช่ผู้เสียหายก็อย่าเสือกนะคะ"

61 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

ต่อไปไม่ต้องแต่งเองละ เน้นก๊อบมาปรับนิดๆหน่อยๆ ค่อยเปิดขาย ใครด่าก็ลบเม้นเอา ไม่เน้นเล่มเน้นขายออนไลน์

62 Nameless Fanboi Posted ID:+YvBWCBxN4

>>61 WFH ไหมล่ะมึง

63 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

work from home?

64 Nameless Fanboi Posted ID:P/nXH1/2tl

ว้าว น้อนมิราเคลมูนตามไปแซะถึงหน้านิยายเลย ไม่หาแดรกในเดกดวกก็ได้ชิ

65 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

จะว่าไปเรื่องอาเบลอะไรนี่ถือเป็นแฟนฟิคมั้ยวะ มีอ้างอิงว่าได้ของหลุดมาจาก Diabol 2 งี้อะ หรือหยวนๆเป็นออริ?

66 Nameless Fanboi Posted ID:+0cfuSLYz2

>>63 YES
>>65 ทั้งเรื่องมันพูดถึงไอเท็มกับชื่อเกมอยู่แค่นั้น กูไม่รู้เบื้องหลัง แต่อาจไปคุยกับบลิซซาร์ดแล้วไรงี้ (หรือถ้าไม่คุยก็คือยืมมาใช่แบบด้านๆ)

67 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

เห็นคนแปลย้อนน้องมิราเคิลแล้วกูสงสารน้องจริมๆ เหมือนโดนลากไปแหกกลางสี่แยกทั้งๆที่ไม่ได้เป็นคนผิดเจือกโดนด่าเหมือนเสือกซะง้าน ถถถถถ น้องเป็นคนดีที่ยังไม่รู้ว่าความยุติธรรมไม่สำคัญเท่าเงินสำหรับWM

68 Nameless Fanboi Posted ID:eu6OOFvqst

>>63 where's the food? ตะหาก

69 Nameless Fanboi Posted ID:PZ86MQFe9o

>>67 น้องไม่ได้เป็นคนดีอะดิ กุยังงองว่าเอาเหี้ยอะไรมามั่นหน้า ไปด่าเขาได้เนี่ย แล้วไล่บี้คนอ่านว่าให้ไปตามต้นฉบับ มึงคิดว่าตัวเองเป็นผู้ผดุงความยุติเทียมมาจากหนายย

70 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

>>69 ก่อนหน้ามันเปิดขายเหรียญไม่ได้ให้อ่านฟรี สำหรับกูถือว่าด้านอยู่นะ แต่ไล่ไปอ่านของต้นฉบับคิดเหมือนกันว่าแอบต๊องเกินไปหน่อย

71 Nameless Fanboi Posted ID:+0cfuSLYz2

>>69 >>70 น้องแถมาไกลแล้ว ยอมไม่ได้แล้ว ถ้ายอมตอนนี้คือเสียหน้า (ป่ะไปห้องนินทาแทนกัน)

72 Nameless Fanboi Posted ID:8yfmvBAxo2

>>71 ปะๆ

73 Nameless Fanboi Posted ID:PNwVXYm2zl

ขายวิญญาณเขียนวายหาเงินดีมั้ย?

74 Nameless Fanboi Posted ID:+0cfuSLYz2

>>73 ไม่เห็นต้องขายเลย เขาก็เขียนกันปกตินะ แต่เก่งพอจะขายได้ไหม อันนี้มันอีกเรื่องนึง

75 Nameless Fanboi Posted ID:HdFbvr1mAY

>>73 เขียนแบบที่ชอบดีกว่า วงการวายแอบเขี้ยวนะ บางทีกูยังอยากเขียนชายหญิงหาเงินเลย คนอ่านไม่ค่อยเรื่องมากเท่าไหร่

76 Nameless Fanboi Posted ID:zJo.K7fds9

>>75 +1 คห นี้ เห็นตลาดกว้างๆ แบบนี้ คู่แข่งเยอะและโหดสัสด้วย ระวังจะเกิดยาก

77 Nameless Fanboi Posted ID:HIf0ZysQik

นิยายวายได้ทำซีรีส์ด้วยเหรอ วาวววววววว เอาบ้าง

78 Nameless Fanboi Posted ID:zJo.K7fds9

>>77 ไปอยู่รูไหนมาเพื่อนโม่ง ซีรีส์ไทยชายอัดชายดังๆ มีมาจะเกิน 100 เรื่องแล้วนะ ล่าสุดก็ไอ้ต้าวปลาวาฬอะไรซักอย่างอะ

79 Nameless Fanboi Posted ID:PZ86MQFe9o

>>78 น่าจะ รูหีเมีย ว่ะ วรัยสส์

80 Nameless Fanboi Posted ID:dH.KRuArVA

แค่คิดก็เค็มแล้ว

81 Nameless Fanboi Posted ID:o24X.R4JP7

SALTZ เค็ม... แต่ดี
?? ดี... แต่เค็ม

82 Nameless Fanboi Posted ID:K6ib02ti8z

ถามความเห็น วายราคานี้แพงมั้ยวะ
https://www.dek-d.com/board/view/3989898/

83 Nameless Fanboi Posted ID:o24X.R4JP7

>>82 ตกหน้าละบาท ซื้อเล่มแถมกู๊ด กูว่าแพง

84 Nameless Fanboi Posted ID:HIf0ZysQik

>>78 ต้องรอเขาติดต่อมาอย่างเดียว หรือต้องเอาผลงานไปยื่น? แล้วเขารับแนวแบบไหนบาง ฟีลกู๊ดหรืออึ๊บๆ

85 Nameless Fanboi Posted ID:HIf0ZysQik

ซีรีส์ดัดแปลงไปจากต้นฉบับเยอะมั้ย

86 Nameless Fanboi Posted ID:K6ib02ti8z

>>83 วิวเขาดูเยอะเหมือนกันนะ 50k (หรือไม่เยอะ) ก็เลยอาจกล้าขายแพง

87 Nameless Fanboi Posted ID:T1g.OlNqRJ

>>82 แพง เรื่องราคาอีส้มหวานเนี่ยโม่งเคยคุยกันตั้งแต่ทำอีบุกแล้ว ไม่ประมาณตัวเองเลย

>>86 บอกก่อนว่ายอดนี้เป็นยอดหลังละ หลังจากดด.โปรโมทให้ ได้ขึ้นแบนเนอร์ ถ้าขึ้นแบนเนอร์แล้วได้แค่นี้ก็คือน้อย ควรจะได้เป็นแสนวิวแล้ว นิยายเรื่องนี้คือความทะเยอทะยานของเด็กหญิงฯ หลังจากพยายาม พยายามมานานก็ได้แค่นี้แหละ

88 Nameless Fanboi Posted ID:fAjt.pRQIw

>>86 ถ้าอันนี้คือเยอะ นิยายไอ้ ณ พรรณา ที่ล้านกว่าคืออะไรวะ แนววายตลาดนักอ่านกว้างด้วย 50k กูถือว่าน้อยมากนะ

89 Nameless Fanboi Posted ID:tGs4Ws6XrA

>>87 >>88 อ้าวหรอโทษที พอดีไม่เชี่ยวแนววาย สำหรับกู50kมันดูเยอะแล้วไง555 แต่เห็นด้วยว่าถ้าเคยขึ้นแบนเนอร์เด็กดวกแล้ว แค่นี้ไม่น่าถือว่าเยอะละ

90 Nameless Fanboi Posted ID:SH7ZLtFC7g

คิดถึงเจ๊ดอกขาวจัง ไม่ได้ไถหน้าจอหนีเม้นเจ๊จนฟิล์มถลอกแล้วรู้สึกไม่ชิน

91 Nameless Fanboi Posted ID:SH7ZLtFC7g

>>84 >>85 ส่วนมากก็แนวไม่ nc ปรับแต่งมากน้อยแล้วแต่ค่าย ผู้กำกับ กับคนเขียนบท ถ้าอยากรู้ลองหาดาวเกี้ยวเดือนมาอ่านละค่อยไปหายดูแบบคนแสดงเทียบกันเอา

92 Nameless Fanboi Posted ID:T1g.OlNqRJ

ที่บอกว่าจะเขียนวายหาเงิน คิดดีๆ ว่าเขียนวายหรือเขียนพอร์น เพราะแม่งต่างกันนะ พอร์นคือไม่ได้ขายยากเท่าไร มีคนซื้อเรื่อยๆ เฉพาะ 4-5 ตอนแรกที่ติดเหรียญ หลังจากนั้นจะซาๆ เพราะคนก็เริ่มเซ็งกับเอะอะก็เยกันแล้ว ถ้าพวกมีเนื้อเรื่องก็อาจจะดึงเชงขายได้นานมากกว่าสักหน่อย เหมือนของพวกแก๊งประทานพร

แต่ถ้าคิดว่าเขียนวายแล้วจะทำมาหาแดรกได้ง่ายๆ นี่คือเหมือนมึงเข้าใจตลาดวายผิดแล้ว ตลาดวายเป็นตลาดที่ใหญ่ เป็นตลาดที่ตัวงานมีความหลากหลาย genre เป็นตลาดที่ลูกค้ามีกำลังซื้อ เปย์กันเก่ง บางคนคือแค่ชอบใจก็จิ้มโดเนทให้มึง 1-200 ได้ชิลๆ แบบไม่คิดอะไร แต่ตลาดวายแข่งขันสูงชิบหาย นิยายเยอะสัสๆ + มีแนวให้เลือกเยอะอีก และถ้ามึงเขียนไม่สนุก ไม่เคยมีคนช่วยรีวิว ไม่มีแฮชแท็กทวิต ไม่เคยมีคนพูดถึง โอกาสจะดังพอจะทำมาหากินได้มีน้อยมาก จะไปทำซีรีส์ยิ่งไปกันใหญ่ มึงไม่ใช่จิตติเรนที่ลูกหม้อเขียนเหี้ยอะไรแฟนคลับก็ตามนะเออ

ตัวอย่างมีให้เห็นชัดๆ เลย คืออีเจ๊แวร์ที่ย้ายมาเขียนวายเกาะกระแส แต่ก็ไม่ดัง นิยายลงไป 20 กว่าตอน สถิติเห็นแล้วร้าวใจ ขนาดรอร.ที่เป็นแหล่งหลักของวายแม่งยังเงียบกริบนั่งตบยุง เจ๊เองยังเคยมาบ่นเลย
https://www.dek-d.com/board/view/3972536/

หรืออย่างอีส้มไม่หวานที่พยายามตะกายดาว พยายามอัดฉีด โฆษณาปั่นแท็กต่างๆ ไปเสี่ยงโชคที่เด็กดีเปิดให้มาแปะลิงก์แล้วจะเลือกสุ่มเรื่องมาโฆษณาให้จนได้ขึ้นแบนเนอร์ แต่ก็เข็ญตัวเองมาได้แค่ 58,000 กว่าวิว กับอีก 5,000 เฟบ คือไม่ได้เยอะเลยสักนิด ก่อนโฆษณามีแค่ 3,000 วิวเองด้วยซ้ำมั้ง กูจำได้ว่าหั่นราคาอีบุกเหลือ 199 ด้วยซ้ำเพราะขายไม่ได้

ฉะนั้นอย่าคิดว่าแค่ย้ายมาเขียนวายก็เขียนได้ง่ายๆ ดังง่ายๆ เชี่ยแม่งไม่ง่ายเว้ย แม่งต้องอาศัยทั้งฝีมือ จังหวะ และโอกาสว่ะ

93 Nameless Fanboi Posted ID:SH7ZLtFC7g

>>92 +1 อย่าคิดว่าทะเลกว้างปลาเยอะแล้วจะได้ปลาง่าย เพราะมันไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่กำลังหาปลาอยู่ แถมเรือบางลำแม่งโคตรใหญ่ด้วย

94 Nameless Fanboi Posted ID:T1g.OlNqRJ

>>93 คมมาก ประทับใจ

ขอเสริมด้วยว่าเรือใหญ่บางลำมีแฟนคลับแบบเหนียวแน่นเดนตายเบอร์ว่าแค่เปิดชื่อเรื่องเฉยๆ ไม่ลงนิยายสักตอน คืนเดียวยังได้เป็นพันๆ วิว เป็นร้อยๆ เฟบ พฤติกรรมของคนอ่านวายน่าสนใจก็ตรงนี้แหละ กูเคยทำวิจัยการตลาดวายยุคแรกๆ สมัยสักปี 56 ตัวอย่าง 250 คน ตอนนั้นคือกำลังซื้อคือโหดสัสมาก ชอบแล้วเปย์จริงๆ กูไม่เคยดูถูกตลาดนี้เลย

95 Nameless Fanboi Posted ID:HoJEmGNHBf

>>92 แก๊งประทานพรคืออันไหน

96 Nameless Fanboi Posted ID:+juEq.zBQ9

ว.ด.ฟ. https://www.dek-d.com/board/view/3989938/

97 Nameless Fanboi Posted ID:OdoJ2drw9t

>>96 คาแร็คเตอร์ตัวเอกชัดมาก ชัดตั้งแต่ชื่อ

98 Nameless Fanboi Posted ID:HoJEmGNHBf

>>96 แววตาจีดฉีด

99 Nameless Fanboi Posted ID:HoJEmGNHBf

>>96 อ่านแล้วฮา555555 กูว่าน่าจะรุ่ง

100 Nameless Fanboi Posted ID:/LWD8lJsxw

>>96 ทำไมรู้สึกเหมือนมีแรงบันดาลใจแบบรีเวิร์สจากเทพยุทธ์ขูดขี้ไคล

101 Nameless Fanboi Posted ID:FBtpjchhJr

ไล่ดูนิยายเรื่องอื่นๆ ของนักเขียนคนนี้แล้วพบว่า "แม่ง... หาสาระอะไรไม่ได้"

102 Nameless Fanboi Posted ID:UbObsv5/D8

>>101 กุว่าอ่านชื่อเรื่องกะคำโปรยก็คุ้มแล้ว คิดดูดิ ชื่อเรื่องอภินิหาริย์ดุ้นแห่งเพลิง สกิลพระสงฆ์อาคมพิฆาตจักรกล คงเน้นเปิดชื่อเรื่องดูว่าดึงดูดรึเปล่าแต่ไม่เน้นเขียนเรื่อง 555

103 Nameless Fanboi Posted ID:OdoJ2drw9t

มึงดูชื่อเรื่องนี้ดีกว่า ล้อเลียนสุัดๆ https://writer.dek-d.com/Groanper/writer/view.php?id=2067450

104 Nameless Fanboi Posted ID:C2drjyj6Vd

>>102 อาจจะเก่งเรื่องการโฆษณาแต่ไม่เน้นเนื้อหา เซียนมาร์เกตติ้งแต่กากโปรดักชั่น เปิดเรื่องได้เรื่อยๆ ไอเดียผุดบ่อยแต่แต่งไม่จบซักเรื่อง เรื่องพระนี่เหมาะกับประโยคไวรัลอย่าง "ใส่สบงแล้วทรงพลัง" หรือ "ถ้าโยมคิดมาวัด ก็ให้ลองจัดกับอาตมา" มากๆ 555+

105 Nameless Fanboi Posted ID:C2drjyj6Vd

>>104 แม่งๆๆ พาโรดี้นิยายไอ้นกฮูกนี่หว่า

106 Nameless Fanboi Posted ID:OdoJ2drw9t

คนแต่งเรื่องพระเจ้าเอกทัศไงมึ้งง 55 ชื่อเรื่องแต่ละเรื่องนี่ดึงดูดสัสๆ เหมือนเปิดมาเช็คเรตติ้งก่อนถ้ามีคนอ่านค่อยแต่ง มีคนสับยังวะพระเจ้าเอกทัศ

107 Nameless Fanboi Posted ID:C2drjyj6Vd

>>106 ยังๆ สนใจป่าวมึง

108 Nameless Fanboi Posted ID:OdoJ2drw9t

>>107 ยังไม่ได้อ่านเลย กะรออ่านสับที่สรุปแล้วตามทีเดียว เห็นสักโม่งบอกมันค่อนข้างเบียวกูเลยยั้งๆไว้ก่อน

109 Nameless Fanboi Posted ID:T1g.OlNqRJ

>>106 กูเคยจะสับ แต่รู้สึกเสียดายสมองเลย พอก่อน อานนท์

110 Nameless Fanboi Posted ID:0Whm9mnjGe

>>96 ขี้ไคลข้าสะสมมาทั้งชีวิต ถึงไปอาบน้ำที่แม่น้ำเหลียงคุนห้าร้อยรอบก็ไม่มีวันออก

111 Nameless Fanboi Posted ID:acuAs52+ub

Uchū Ni Kirameku, Emerarudo
Chikyū No Saigo Ga, Kuro To Iu
Dareka Ga Tataneba Naranu Toki
Dareka Ga Ikaneba Naranu Toki

Ima Kono Heiwa O Kowashicha Ikenai
Minna No Mirai O Kowashicha Ikenai

Shishi No Hitomi Ga Kagayaite
Urutoraman Reo
Reo, Reo, Reo, Reo, Reo
Moero Reo, Moero Yo

Totsuzen Arashi Ga Makiokori
Totsuzen Honoo Ga Fukiagari
Nanika No Yogen Ga Ataru Toki
Nanika ga Owari Tsugeru Toki

Daremo Ga Yuuki O Wasurecha Ikenai
Yasashii Kokoro Mo Wasurecha Ikenai

Shishi No Hitomi Ga Kagayaite
Urutoraman Reo
Reo, Reo, Reo, Reo, Reo
Moero Reo, Moero Yo

https://www.youtube.com/watch?v=2QRPVLmMNv4

112 Nameless Fanboi Posted ID:NLMtswH07S

Itoshisa to Setsunasa to Kokoro Tsuyosa to ( Street Fighter 2's animated movie)

Itoshisa to setsunasa to kokoro-tsuyosa to
Itsumo kanjite-iru anata e to mukatte
Ayamachi wa osorezu ni tsuzumu anata wo
Namida wa misenai de mitsumete-itai yo

Madamada wakaranai koto bakari de
Mushiro fueteru ki ga shiteru
Jouhou no nami nomikomareru tabi
Yuku sakizaki ga yukidomari
No way, no way. soredemo
Kimi ga kureta tsubasa ga areba
Kimi to mitsuketa michi ga areba
Kitto ikiru imi nado kantan
You gotta be stronger!

Tooi sora wo ano hi nagamete-ita
Yarikake no seishun mo keiken mo sono mama de
Eien wo yumemite-ita ano hi wo ima
Mou ni-do to kuri-kaesazu ni modorazu ni ikiru koto
Dekinakute akogarete
Demo sukoshi zutsu wakatte-kita tatakau koto !!

Kanashikute nakitakute sakebitakute mo
Anata wo shinjiteru kotoba ni dekinai
Ayamachi wa osorezu ni tsuzumu anata wo
Namida wa misenai de shinjite-itai yo

Day by day by day, sugiru hodo ni omoi no bun dake kanjiru ronrī
eta tsuyo-sa no bun dake yowaku natte ku ki ga shite ashi ga tomaru
No way, No way soredemo
kimi ga senaka o oshite kurereba
kimi no senaka o mitsumete irereba kitto ikiru imi nado meikaku
you make me stronger!

Dare no me ni motomaru koto nai mama
Machikado no Poster wa iro-asete kiete-iku
Dake do anata e no omoi wa kitto
Kienai de itsu made mo mayowazu ni nokotteru
Guuzen de mo aenekute
Demo sekaijuu de hitori dake wa tsutaetai !!

Itoshisa to setsunasa to kokoro-tsuyosa to
Itsumo kanjite-iru anata e to mukatte
Ayamachi wa osorezu ni tsuzumu anata wo
Namida wa misenai de mitsumete-itai yo

https://www.youtube.com/watch?v=1dDn4I9Bx04&fbclid

113 Nameless Fanboi Posted ID:b07OOV0aa/

Don't go changing to try and please me
You never let me down before
Don't imagine you're too familiar
And I don't see you anymore

I wouldn't leave you in times of trouble
We never could have come this far
I took the good times; I'll take the bad times
I'll take you just the way you are

Don't go trying some new fashion
Don't change the color of your hair
You always have my unspoken passion
Although I might not seem to care

I don't want clever conversation
I never want to work that hard
I just want someone that I can talk to
I want you just the way you are

I need to know that you will always be
The same old someone that I knew
What will it take till you believe in me
The way that I believe in you?

I said I love you and that's forever
And this I promise from the heart
I could not love you any better
I love you just the way you are

https://youtu.be/HaA3YZ6QdJU

114 Nameless Fanboi Posted ID:JEoHbvn17X

>>113 สัดเคยฟังตอนเด็ก ปรกติกูรำคาญโม่งเพลง แต่อันนี้กูตบมือให้ว่ะ ทำเอากูนึกถึงสมัยนั่งฟังเทปในรถแม่กูเลย

115 Nameless Fanboi Posted ID:GeOwbXl5gW

>>114 ขอบคุณมาก คุณทำให้เรามีกำลังใจในการโพสต์เพลง เอาไปเลยวันละ 10 เพลง

116 Nameless Fanboi Posted ID:QGFsdtdhUc

เดี๋ยวแถมให้อีก 20 เพลง

117 Nameless Fanboi Posted ID:0bUYV6z35l

https://www.dek-d.com/board/view/3990150/
ถ้ายึดตามวิธีชี้วัดของ จขกท. นิยายเทพซ่าติดท็อปทั้งหลายนี่จะกลายเป็นมรดกโลกเลยนะ ดุเดือดชิบหาย

118 Nameless Fanboi Posted ID:H0w1L5mtM9

>>117 จขกท.น่าจะมีความคิดว่า ยอดวิว ยอดเฟบ ยอดเม้นคือทุกอย่างบนโลก อยากจะปาดราม่าปั่นวิวใส่จริมๆ

119 Nameless Fanboi Posted ID:8/Nmw/A/.J

ผ่านมา 100 โพส ยังไม่มีสับซักอัน

120 Nameless Fanboi Posted ID:iHwvwjVnC7

>>119 ขี้เกียจอ่ะ

121 Nameless Fanboi Posted ID:H0w1L5mtM9

กูสิงแต่หมวดแฟนตาซีว่ะ แล้วช่วงนี้ก็มีแต่เรื่องแบบภาษาแชทเน้นแปะภาพขึ้นท๊อปว่ะ เรื่องที่ไม่ท๊อปยังไม่ได้ขุด เดี๋ยวว่างแล้วลองขุดมาสับดู

122 Nameless Fanboi Posted ID:2V5nNytpIn

เฮ้ยกูกำลังจัดกะเรื่อง TechGod กำเนิดเทพจักรกล บอกไว้งี้กลัวสับชนกัน คือกูกำลังสับอยู่แต่กระจัดกระจาย ขอเวลารวบเป็นก้อนซักสองวัน

123 Nameless Fanboi Posted ID:H0w1L5mtM9

>>122 สับเลยๆ กูไม่ได้สับเรื่องนั้น เออมึงสับดีละเดี๋ยวกูรออ่าน

124 Nameless Fanboi Posted ID:H0w1L5mtM9

สำหรับวันนี้ขอเสนอ นวนิยายย่อยง่ายสายจอยลดา เน้นแชทแปะรูปไม่มีห่าอะไรเลยเป็นสาระนอกจากสเตตัสยาวเหยียดแปะห้อยท้ายเกือบทุกตอนที่มีความยาวพอๆกับเนื้อหา ในเรื่องนี้คุณจะพบได้ทุกๆอย่างที่พบเห็นได้ทั่วๆไป อาทิเช่น การแปะรูป,เอฟเฟกต์ติดต่อกันสามสี่บรรทัด,ตัวอักษรเล็กมากๆไม่สบายตาแถมกดขยายไม่ได้

เรื่อง : ระบบยอดฮันเตอร์ Hunter System
Link: https://writer.dek-d.com/Yemehazakura/writer/view.php?id=2133887
นามปากกา: aliecz
แนว: แฟนตาซี [Top 15]
เรื่องย่อ:ร่างกายไม่เหมาะสมหรอ? ระบบจัดให้ ไม่รู้วิธีสู้หรอ? ระบบจัดให้
#แฟนตาซี #โลกล่มสลาย #มอนสเตอร์ #ระบบ #เกท #พระเอกเก่ง
จำนวนตอนที่กูอ่านก่อนสับ: 20 ตอน อ่านเยอะเพราะแต่ละตอนสั้นมากและหาสาระดีๆไม่ได้
สรุปความรวมแต่ละบท
แปะบทแรกด้วยการบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก solo leveling อันนี้กูถือว่าเป็นกึ่งๆแฟนฟิคได้ป่าววะ
เปิดเรื่องด้วยการบอกว่า บรรยายว่ากรุงเทพกำลังจะพบกับจุดจบภายในหนึ่งบรรทัด >> ‘จุดจบของมนุษยชาติและจุดเริ่มต้นของยุคสมัยอันโหดร้าย’ << กระชับฉับไวและมองไม่เห็นภาพสักกะติ้ดดด ตามด้วยเสียงพูดคุยเหล่าไทยมุงช่างเสือกที่พากันเอาหัวไปสุมเกทระดับ 1 แล้วก็ดับตายไปอย่างน่าอนาถ ตอนนั้นเองจู่ๆพลังของมวลหมู่ประชาชนได้ตื่นขึ้นมาและปิดเกทนั้นได้ภายในเวลา 1 อาทิตย์ นำทีมโดยสามผู้นำสุดเท่ พื้นที่โดนทำลายราบคาบ เหลือรอดแค่ กลาง เหนือ ตะวันตก ใครอยู่ภาคอื่นกูเสียใจด้วยนะมึงไม่รอด
บทที่2: กล่าวถึงตัวเอกในมุมมองบุคคลที่ 1 นายวีผู้รันทดที่ไม่ได้รับการอเวคเลยไม่ได้พลังเหมือนคนอื่นเค้าแถมยังโดนพวกอเวครังแกและใช้งานเยี่ยงทาส ตอนที่กำลังตุ้บๆ อ๊ากอยู่ มดบุกเข้ามา ตัวเอกผู้น่ารันทดโดนทิ้งไว้และทำให้พลังตื่นขึ้นตามประสาตัวเอกสายแกรี่ พลังนั้นก็คือพลังระบบยอดฮันเตอร์ที่จะทำให้พระเอกเทพและหน้าตาหล่อเหล่าภายในวรรค จบท้ายตอนด้วยการสูญเสียภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปอีกหนึ่ง
บทที่3: พระเอกตื่นมาเจอศพ อ้วก โดนระบบปรับร่างกายอีกรอบ+ได้ภารกิจ มีการแปะภาพเพื่อเสริมจินตนาการเล็กน้อยพร้อมค่าสถานะแบบเดียวกับ rag**ro* ต่อสู้โดยมีเอฟเฟกต์ตุ้บๆ กรรๆ รัวๆ กับระบบช่วยแนะนำ สุดท้ายก็ชนะ พระเอกเกิดความคิดเทพซ่าด้วยการจะไปกวาดล้างคนที่ทำร้ายตัวเองในตอนต้น (ในตอนนี้ชื่อพระเอกจากวีกลายเป็นวินเฉยเลย)
บทที่4: เก็บเวล+ภาพ+เอฟเฟกต์รัวๆ+สเตตัสยาวๆท้ายตอน
บทที่5: เหมือนบทที่สี่แต่เพิ่ม ได้รับEXP... ขึ้นมารัวๆ
บทที่6: เหมือนบทที่4+5 มีแปะภาพ เก็บเวลวนไปพร้อมกับ สเตตัสยาวๆท้ายตอน

(ต่อด้านล่าง)

125 Nameless Fanboi Posted ID:H0w1L5mtM9

สิ่งที่ดีของเรื่องนี้: นักเขียนเปิดรับคำแนะนำแต่กูก็ไม่รู้ว่าคำแนะนำจากนักอ่านสายอวยจะช่วยอะไรได้รึเปล่า ล่าสุดเห็นให้ก๊อบไม้ตายของตัวละครในอนิเมะกับบอกให้เติมไอเท็มในช่องสเตตัสยาวๆด้วย คือมึงยังลายตากันไม่พอ?
สิ่งที่เลวร้าย: ไม่เหมือนนิยายแต่เหมือนกูนั่งอ่านระบบอัตโนมัติของเกมออนไลน์ดังสมัยสิบปีที่แล้วที่มีบอทเยอะๆ เอฟเฟกต์เยอะตระการตาแต่หาสาระไม่ได้เลย การต่อสู้ไม่มีการบรรยายใดๆให้รู้สึกตื่นเต้น ไม่อินหรือลุ้นไปกับพระเอกเลยที่กูรู้สึกคือมันเป็นไนท์สายวิทกากๆกดออโต้ตัวนึง เปิดตอนล่าสุดพระเอกเทพละ ไอเท็มเยอะเกือบครึ่งหน้าA5+สเตตัสกับสกิลเข้าไปก็เต็มหน้าพอดี นักเขียนดูไม่มีพล๊อตเป็นของตัวเองแต่ชอบเรื่องโซโล่เลยหยิบเอามาใช้ เก็บคอมเม้นท์คนอ่านมาใช้กับงานตัวเองทำให้มันไม่มีเอกลักษณ์ กลายเป็นทุ่นลอยน้ำที่ลอยไปตามทิศที่คนอ่านต้องการซึ่งความต้องการของพวกแม่งทำกูงงมากๆ อาทิเช่น ขอพระเอกดาร์คๆครับ ใครขวางฆ่าให้หมด หรือ ทำไมไม่ใช้กระแสไฟฟ้าแสนโวล์ และที่เลวร้ายมากที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ ฉากสังหารบอสสเกลตัน คือมึงสู้อย่างยากลำบากมาตอนนึงเต็มๆ พวกตัวร้ายโผล่มาฆ่าคนในทีมเกือบหมดแล้วอยู่ดีๆพระเอกเหวี่ยงดาบฆ่าบอสสองโช๊ะตาย คือไร..??? มึงจะพยายามเพื่ออะไรรรร แล้วก็สุดท้าย ตัวละครแบนมาก
สิ่งที่อยากจะแนะนำ: 1.เขียนพล๊อตก่อนว่าจะให้เดินไปทางไหน ตอนนี้การเดินเรื่องล่องลอยมากๆ
2.ศึกษาบทบรรยายจากงานเขียนคนอื่นแล้วเอามาพัฒนางานตัวเอง เริ่มจากเรื่องที่ตัวเองชอบก็ได้ solo กูไม่เคยอ่านนิยายแต่คิดว่าเค้าคงไม่มีบทบรรยายแค่ ตู้มๆ เฟี้ยวๆ หรือคำพูดติดๆกัน
3. ความคิดเห็นจากคนอ่านบางคนแนะนำดีเช่นที่บอกให้เพิ่มบทบรรยาย แต่บางคนแนะนำเหี้ยโดยเฉพาะพวกเรียกร้องให้ตัวเอกทำนั่นทำนี่ตามใจ มึงควรให้มันไปเขียนเอาเอง ผู้เขียนควรอ่านและคัดกรองก่อนใช้
4. เลิกแปะรูป หัดบรรยายด้วยตัวเองแรกๆอาจจะกากแต่ดีกว่าไม่ทำ
5.สร้างสตอรี่ให้ตัวละครหน่อย ตัวละครแบนพอๆกับกระดาษ A4

สรุป: ใครชอบแนวแชท+เอฟเฟกต์+ภาพแปะๆ อ่านได้ ใครไม่ไหวเชิญป้ายหน้า ใครอยากลองคลิกลิ้งด้านบน

126 Nameless Fanboi Posted ID:ejxFZXI4De

>>124 วันก่อนมันติดในTop 10เว้ย กูอ่านมาแล้ว ขอบอกว่ามึงสับยังมีสาระและเนื้อหากว่าคนเขียนถถถถ กูโคตรรำคาญสเตตัสแม่มจะยาวไปไหน คนอ่านแม่งเผือกคอยเชียร์คอยสั่งอย่าลืมเติมโน่นนี่อีก อีชิบผาย

127 Nameless Fanboi Posted ID:H0w1L5mtM9

>>126 คนอ่านพวกนี้เป็นเด็กตลก เหมือนอยากมีส่วนร่วม ออกแนวชักจูงนักเขียนผสมกดดัน ไว้ว่างๆกูจะปั้นนิยายแนวแปะภาพมาดักดู อยากพิสูจน์ทฤษฏีนิยายย่อยง่ายว่าจะไปได้สุดขนาดไหน

128 Nameless Fanboi Posted ID:8+etz5Ud7P

เบื่อชิบหายนิยายระบบ แฟนตาซีช่วงนี้มีแต่นิยายแนวระบบผลัดกันขึ้นท็อป เรื่องที่ไม่ระบบนี่กูนับนิ้วได้เลย

129 Nameless Fanboi Posted ID:jhDHvCEp8M

>>128 เจ้าชายวิลเลี่ยมไงมึง นิยายสร้างเมือง

130 Nameless Fanboi Posted ID:wr3DJJuu5m

>>124 นิยายต้นฉบับอย่าง Solo Leveling มันสั้นจู๋เหมือนนิยายเขียนตามๆกันรึเปล่า หรือว่านิยายที่เห่อหมอย Solo Leveling แม่งสั้นกว่าต้นฉบับล่ะว่ะ

131 Nameless Fanboi Posted ID:6WTb6koOuW

>>124 ขอบคุณมากสำหรับการสับที่ได้ใจความและฮาดีด้วย

>>130 จริงๆ กูมีแหล่งอ่านนะ แต่ไม่อยากลงลิ้งให้ บอกคร่าวๆ ว่าตัวนิยายมันเหมือนนิยายจริงมากกว่าของก็อปเกรดส้นตีนทั้งหลายในเว็บ (มึงคงเข้าใจได้ว่าฝีมือเกรียนเห่อหมอยมันก็ได้แค่นี้) ถ้ามีใครที่ซื้อเล่มเวอร์ชั่นไทยมาแล้ว จะเอามือถือถ่ายรูปมาให้เพื่อนดูสักฉาก 2 ฉาก ก็ไม่ถือว่าผิดลิกสิดนะ

132 Nameless Fanboi Posted ID:jhDHvCEp8M

>>130 กูเคยเห็นคนแปลในเด็กด๋อยสองสามตอนถือว่าบรรยายดีนะ ต่างจากที่พวกเด็กเห่อหมอยย่อยออกมาแล้วพยายามก๊อบปี้โดยสิ้นเชิง

กู>>129 เองนะ เรื่องวิลเลี่ยมมีคนคอมเม้นว่าลอกโนเวล ปล่อยแม่มดคนนั้นซะว่ะ กูไม่เคยอ่านต้นฉบับเลยแยกไม่ออกว่า แรงบันดาลใจหรือลอกจริงจัง คนเขียนบอกมีแนวของตัวเองแค่คล้ายๆ ใครเคยอ่านต้นทางหรืออ่านเรื่องนี้มาก่อนบ้างวะ มันเหมือนจริงป่าววะ

133 Nameless Fanboi Posted ID:wkYM8erssa

ky พวกมึงว่า http://www.ebookcartoonpdf.com/product/115/ทัลลูต-พ่อมดน้อยแสนกล-จบ

เว็บนี้มันขาย pdf เถื่อนปะวะ

134 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

เชี่ย เถื่อนไม่ใช่เหรอวะ สำนักพยัคฆ์มังกร meb ก็ขายอยู่เล่มละ 45 บาท เว็บนี้รวมเล่ม 1-246 ขาย 700 บาท meb ล่มจมแน่มึง

135 Nameless Fanboi Posted ID:wkYM8erssa

เอาของเถื่อนมาลงขาย เทพชอป โต้งๆ กันแล้ว ชิงร้อยชิงล้าน ว้าวว้าวว้าว ไปเลยมึง

136 Nameless Fanboi Posted ID:P6Vfy2xpSU

พวกนี้มันไม่กลัวโดนล่อซื้อกันรึไง

137 Nameless Fanboi Posted ID:KyNlA+0/cK

>>132 ประเด็นนี้น่าสนใจ ใครเคยอ่าน Release that witch แล้วมาแชร์หน่อยว่าลอกน่าเกลียด หรือเป็นแรงบันดาลจวย

138 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

มาแล้วจ้าสับหนึ่งใน top ten ของนิยายหมวดแฟนตาซี พวกมึงโชคดีนะที่ฝนตกน้ำท่วมทำกูติดแหง็กอยู่บ้าน กูเลยว่างรวบรวมทุกเศษเสี้ยวที่พิมพ์บนโทรศัพท์มาได้

TechGod กำเนิดเทพจักรกล
ผู้เขียน JoMeme
URL https://writer.dek-d.com/artkairther/writer/view.php?id=2127660
[กร] เด็กช่างยาจกกำลังเดินเก็บซากหุ่นเพื่อหาอะไหล่เข้าร้านก็ได้พบเข้ากับกล่องปริศนา หารู้ไม่ หลังจากที่เขาเปิดมันออก ชีวิตสงบสุขของเขาก็จะจบลง "ไอกล่องเฮ็งซวย!" "ทำการบันทึกโค้ดเนมใหม่เสร็จสิ้น"

#แฟนตาซี #ไซไฟ #mecha #sci-fi #อัจฉริยะ

ปัจจุบัน (31 สค. นี้) มี 34 ตอน กูอ่านไปถึง 28 ก็จะมียกตัวอย่างมาสับด้วย

ข้อมูลเบื้องต้น
ดาวอังคาร สถานที่ที่มนุษย์เคยจินตนาการว่าจะไปอยู่ก็ถูกพิชิตได้สำเร็จ แต่ทว่า ปัญหาก็เกิดขึ้นหลังมนุษย์ย้ายถิ่นฐานมาได้หนึ่งร้อยกว่าปี หรือหนึ่งรุ่น เกิดการแตกแยกระหว่างดาวทั้งสองดวง โลกถือว่าตนเป็นต้นกำเนิด ดาวอังคารเองก็ถือว่าตนเป็นชนรุ่นใหม่ ทั้งสองฝ่ายก่อสงครามกันด้วยวิทยาการล้ำยุค สัตว์กลายพันธุ์ จักรกลสังหาร หรือส่วนผสมระหว่างทั้งสอง ไม่มีใครยอมใครจนประชากรล้มตายเป็นจำนวนมากเสียจน กว่าจะรู้ตัว อาวุธของทั้งสองก็พัฒนาไกลกว่าวกเขาจะควบคุมไหว เหล่าวิทยาการสงครามที่เคยถูกใช้งาน ได้พัฒนาตัวเองจนหลุดจากควบคุมของผู้สร้างแล้วหันไปแว้งกัดเจ้าของ ทำให้รัฐบาลของทั้งสองดาวต้องประกาศสงบศึกเร่งด่วน จัดตั้งองค์กรเฉพาะกิจขึ้นเพื่อหยุดยั้งปัญหาไม่ให้ลุกลาม
ผ่านไปหนึ่งร้อยปีหลังสงครามครั้งนั้น ปัญหาก็ยังไม่สิ้นสุดลง สัตว์กลายพันธุ์ยังคงแพร่พันธุ์กันต่อไป เหล่าจักรกลเองก็เริ่มหลบซ่อนตามที่ต่าง ๆ แต่จำนวนของพวกมันยังนับว่ามากมายและแทรกซึมอยู่ตามที่ต่าง ๆ องค์กรเฉพาะกิจก็ได้ขยายตัวเป็นองค์กรระหว่างดาววที่ชื่อว่า นักล่าระหว่างดาวหรือ IH (Interplanetary Hunter)
บนดาวอังคาร ในจุดทิ้งขยะของสลัม เด็กหนุ่มวัย 18 ปีชื่อว่า /B กร /B ที่กำลังตามหาอะไหล่เข้าร้านซ่อมเล็ก ๆ ของเขา ทว่าเขากลับได้พบกับกล่องเหล็กสนิมเขรอะกล่องหนึ่งที่ทอแสงประหลาด จึงตัดสินใจนำมันกลับมาด้วย แต่กล่องนั้นกลับไม่ใช่กล่องธรรมดาอย่างที่เขาคิด เพราะภายในได้บรรจุไว้ซึ่งความลับที่แปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
[ชื่อของผมคือ /B เท็ค /B หากท่านไม่ต้องการรับผมเป็นเครื่องมือสามารถกดปฏิเสธได้ แต่โปรดรู้ว่าหากปฏิเสธท่านจะ /B ตาย /B]
“ไม่มีตัวเลือกอื่นให้ตัวเลยใช่ไหมเนี่ย...”

โอ้นี่หรือนิยายอันดับ 5 ของท็อปหมวดแฟนตาซี (31 ส.ค. นี้) ชื่อเรื่องยังไม่ว้าว นำเรื่องกระตุ้นต่อมสงสัยดี พออ่านเนื้อในก็ได้ความว่าพล็อตไม่เลวแต่สำนวนภาษา (เฉพาะจากนำเรื่อง) คงไม่อาจจัดว่าดี นี่กูรวบบรรทัดมาเป็นย่อหน้าให้นะ ในเว็บนี่พิมพ์บรรทัดละย่อหน้า เรียกได้ว่าเป็นยุคที่น้ำแข็งของผู้เขียนกำลังละลายจนกลายเป็นมหาสมุทรท่วมแม่งทั้งโลกและดาวอังคาร ของเด็ด ๆ ที่เป็นชนวนปัญหาของเรื่องอย่างวิทยาการล้ำยุค ลูกบาศก์เท็คและพระเอกกรกลายเป็นเกาะน้อยลอยกลางทะเลข้อมูลเบื้องต้นอันเวิ้งว้างที่จะเริ่มรู้ให้เยอะแยะทำไม คือสามอย่างนั่นควรกลายเป็นสามประสานสร้างแนวเทือกเขาสูงเด่นเห็นตระหง่านแต่ไกล เปิดกันให้เห็นกันเป็นตัวชูโรงเลย ต้องเอาสามอย่างนี้แหละเป็นเหยื่อจันโอช.. เอ๊ย ! เหยื่ออันโอชะ วางเบ็ดไว้ตกคนอ่าน เรื่องราวอื่น ๆ ค่อยเล่าแทรกไปข้างในก็ได้ เช่นโผล่มาบทที่ 1 เป็นดาวอังคารเลยเงี้ย จะได้กระตุกต่อมอยากรู้อยากเห็นว่าเฮ้ยมนุษย์ไปอยู่ได้ไงวะ คือทำให้คนอ่านอยากรู้แล้วค่อยเล่าเขาจะได้ติดตามโดยสมัครใจ เฮอะ ! ไม่ทันไรก็เชื้อเชิญกูหักคะแนนเลยนะมึง

139 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

เรื่องย่อห้าตอน

เรื่องเริ่มที่นิคมมนุษย์เขต Z บนดาวอังคาร เขตของผู้คนชนชั้นใช้แรงงานซึ่งถูกอัปเปหิไปรวมกันเมื่อสิ้นสุดการก่อสร้างเพราะไม่มีใครต้องการ กรชายหนุ่มกำพร้าทำอาชีพช่างสารพัดซ่อมอาศัยอยู่ข้างร้านอาหารป้าใหม่ได้ราวสามปี (คาดว่าโตบรรลุนิติภาวะแล้วออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า) เขาเคยสอบชิงทุนการศึกษาเผื่อมีโอกาสทำงานกับรัฐบาลแต่คะแนนไม่ถึงจึงได้เงินมาเพียงบางส่วนพอสร้างเนื้อสร้างตัวจากการเปิดร้านและเก็บขยะจากบ่อขยะของรัฐบาลด้วยชุดจักรกลเก่า ๆ ตัวหนึ่ง และแล้วเขาก็ได้กล่องทรงลูกบาศก์สีขาวขนาดราวกำปั้นที่รู้ภายหลังว่าเป็นไบโอเทค เทคโนโลยีเครื่องจักรกึ่งสิ่งมีชีวิตที่ใช้งานได้สารพัดทั้งงานวิศวกรรมจนถึงปรับแต่งสายพันธุ์สิงมีชีวิต มันหลอกล่อให้เขาติดตั้งโดยเชื่อมต่อกับระบบประสาท เขาเจ็บปวดจนสลบและเมื่อตื่นก็มีลูกค้าเข้าร้าน ทั้งหมดมากันสามคน ชายสองหญิงหนึ่งและเป็นนักล่าระดับสูงทุกคน นักล่าที่ว่านี้แหละเป็นเหมือนทหารรับจ้างของรัฐบาลที่รับงานกวาดล้างไบโอเทคในรูปแบบสัตว์กลายพันธุ์ที่เป็นภัยคุกคามทั้งบนดาวอังคารและโลก ลูกค้าจริงของเขาคือผู้หญิงที่รองเท้าไอพ่นเสีย เขารับรองเท้าสั่งทำพิเศษคู่นั้นมาและทึ่งกับความสามารถของไบโอเทคที่ติดตั้งบนตัวเขา มันชื่อเท็คและมันช่วยเขาสร้างแบบจำลองสามมิติของรองเท้าคู่นั้นรวมถึงค้นหาวัสดุที่เข้ากันได้มาทำอะไหล่จนซ่อมเสร็จ ลูกค้าทั้งหมดทึ่งและเต็มใจจ่ายเงินค่าซ่อมจำนวนมาก เขาจึงคิดใช้ความสามารถของเท็คโกยเงิน ทว่าการเดินทางเข้าใจกลางเขตที่ค่อนข้างมีความเจริญนั้นก็ทำร้ายคนอย่างเขาไม่น้อย สายตาเหยียดหยามและคำถากถางลอยมาเป็นระยะ ผู้คนชนชั้นกลางแถบนั้นมองชาวสลัมเหมือนตัวเชื้อโรค แต่เขาก็ไม่สนใจและไปที่โกดังขายสินค้า เขาเลือกซื้อของที่มีชิ้นส่วนตามที่เท็คระบุแล้วนำมาแยกเพื่อประกอบเป็นรองเท้าไอพ่นเลียนแบบคู่ที่เพิ่งซ่อมไปหยก ๆ จากนั้นนำไปขายให้เวิร์กช็อพของรัฐบาลในราคากำไรงาม

มามะ หลังฉะข้อมูลเบื้องต้นก็ตามด้วยพล็อต ขอยกคำบรรยายเทคโนโลยีไบโอเทคจากบทสองมา “ไบโอเทคคือวิทยาการแห่งยุคสมัย เครื่องจักรกึ่งสิ่งมีชีวิตที่สามารถพัฒนาตามที่เราต้องการได้ และสามารถใช้ได้ในวิทยาศาสตร์ทุกแขนงตั้งแต่วิศวกรรมไปถึงพันธุศาสตร์” ฉาบฉวยเกินไป เรื่องนี้เดี๋ยวลงรายละเอียดทีหลัง กูว่าไอ้ไบโอเทคนี้เหมือนการผสานนาโนเทคโนโลยี หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์และการตัดต่อพันธุกรรมไว้ในอันเดียว พอรวมกับอาณานิคมบนดาวอังคารและปัญหาควบคุมไบโอเทคไม่ได้สร้างเป็นนิยายก็พออ่านเพลิน ๆ ไหว แต่ถ้ามองเทียบกับโลกตอนนี้คือล้าสมัยตกยุคแล้วนะสำหรับ sci-fi พล็อตนี้ เพราะทั้งนาโนเทคและพันธุวิศวกรรมกลายเป็นเรื่องเก่าเกินสิบกว่าปีไปแล้ว ปัจจุบันความสนใจจะมุ่งไปที่ทฤษฎีสัมพันธภาพพยายามรวมกับทฤษฎีควอนตัม สตริงกับ(เมม)เบรน คลื่นความโน้มถ่วง อนุภาคฮิกส์ หลุมดำ ควอนตัมคอมพิวเตอร์และพหุจักรวาล อะไรทำนองนี้มากกว่า

การเล่าเรื่องของ GodTech ชวนสับสนระหว่าง POV1 กะ 3 limited ซึ่งควรเลือกอันเดียวเป็นหลักแล้วไปให้สุด ก็แนะนำ 3 limited เถิดจะเกิดผลดี เพราะ POV1 ไม่ง่ายนะยิ่งกับคนเริ่มเขียน เว้นแต่อยากลองของและพร้อมรบ (ลบ) แล้วเขียนใหม่จนกว่าจะดี เส้นเรื่องชัดเจนดี กรกับเท็ดคู่หูพร้อมตะลุยสู้สัตว์กลายพันธุ์และขยับฐานะการเงินจนต้องเอาตัวไปเกี่ยวข้องกับองค์กรนักล่า เออแต่น่าคิดนะว่าตัวละครพระเอกที่ความสามารถเด่นคือเป็นช่างซ่อมสร้างสิ่งของ ทำเรื่องนี้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวแล้วพลิกเป็นสร้างของไปต่อสู้มันมีความน่าติดตามน่าลุ้นอยู่ในตัว เรียกว่าเป็นสมดุลก็ได้มั้ง คือสมองดีเก่งซ่อมสร้างแต่ไม่เก่งบู๊แล้วมีตัวช่วยอย่างเท็คอุดจุดบอด ทรงนี้ดูดีเลยแหละแต่ผู้เขียนยังมือไม่ถึง โฟกัสแต่ความสามารถของเท็คแทนที่จะกระจายความน่าสนใจให้จุดอื่น ๆ ด้วยเช่นให้กรน่าสงสารชีวิตลำเค็ญแต่สู้ ดูแล้วน่าเอาใจช่วย ให้โดนรังแก โดนคนมีฐานะเมินใส่ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมีจุดร่วมหนึ่งเดียวที่พระเอก อันนี้ขอยกไปเล่าละเอียดที่หัวข้อตัวละครท้ายสุด

140 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

เออขอบ่นคั่นก่อนเข้าเรื่องการบรรยายนะ ไม่รู้จะใส่ในหัวข้อไหน คือการตั้งชื่อสิ่งสำคัญของเรื่องนี้ผู้เขียนไร้ความพิถีพิถันโดยสิ้นเชิง เทคโนโลยีไบโอเทค กล่องเท็คที่ติดตั้งบนตัวพระเอก ชื่อไม่ชวนให้จำแถมพาไปโผล่ที่อื่น โดยเฉพาะไบโอเทคนี่ก็เทคโนโลยีชีวภาพซึ่งให้ภาพการผลิตอาหาร โรงงานอาหาร บ่มยีสต์ผลิตเบียร์ทำโยเกิร์ต ฟังแล้วไม่นึกถึงเทคโนโลยีที่ล้ำยุคเปลี่ยนวิถีชีวิตคนหรือเปลี่ยนดาวอังคารให้คล้ายโลก ถ้าเป็นกูนะกูจะให้ชื่อ “เทคโนโลยีกล้วยกล้วย” แม่งเลยเพราะมันทำให้อะไร ๆ ง่ายดายไปหมดเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ไม่ก็ให้เหตุผลว่าริเริ่มโดยทีมนักวิจัยชาวเทย หรือทดลองทำในกล้วยแล้วสำเร็จเป็นครั้งแรก แค่คิดก็สนุกสนานแล้วหวะ นักล่าระหว่างดาวต้องต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จากเทคโนโลยีกล้วยกล้วยที่ควบคุมไม่ได้

ทีนี้เข้าสู่การบรรยายที่เหมือนจะดีแต่มีปัญหาหมักหมมอยู่ ผู้เขียนบรรยายรายละเอียดตอนซ่อมและสร้างสิ่งของได้ดี ทีตรงนี้ลงรายละเอียดดีเชียว การสร้างแบบจำลองและทำงานร่วมกับเท็คก็เห็นภาพ ส่วนปัญหาที่เด่นทิ่มตาจะยกมาแค่สามแล้วกัน (มีสี่อัน แต่อันนึงแต่กูตบไปใส่ไว้ที่ตัวละครดีกว่าเดี๋ยวหนักไป) หนึ่งคือผู้เขียนบรรยายน้อยชิหาย ไหนจะสไตล์เขียน 1-2 ประโยคต่อหนึ่งย่อหน้าที่มันก็ดีคือไม่เกิดกำแพงอักษรแต่กูให้มึงเลยนะกับอิหยังวะอะหวอดสาขาย่อหน้าใหม่พร่ำเพรื่อ สิ่งที่สำคัญโคตร ๆ ของเรื่องนี้อย่างชุดเกราะผู้เขียนไม่บรรยายรูปร่างลักษณะเลย กูไม่รู้จริง ๆ ว่าแม่งเป็นไอร่อนแมน เป็นชุดเอ็กโซสเกเลตอน หรือว่าเป็นชุดแบบในหนังเดอะเมทริกซ์ที่คนยืนขับสู้กับเซ็นติเนล งงมากที่คนอ่านเม้นรัว ๆ ว่าอินกับเรื่องและได้ขึ้นท๊อปหมวดแฟนตาซี เออเพิ่งนึกออกอีกชุดจาก Attack on titan หรือจะเป็นชุดจากเรื่องนี้วะ ไหนจะไบโอเทคคืออะไร วัสดุทำจากไบโอเทคที่ว่าแข็งนี่ถ้าไม่บรรยายกูต้องนึกว่าเป็นคว.. เอ๊ย ! เป็นโลหะอดามันเตี้ยมแน่ ๆ และหลายเรื่องที่ต่อให้อยากสื่อสารแม่งไม่ต้องบอกตรง ๆ ก็ได้ มันทื่อเกินจนคนอ่านที่อ่านมามากใช้จิตสัมผัสได้ว่ามึงผู้เขียนไร้ชั้นเชิง อย่างชุดเกราะเก่าก็บรรยายได้เยอะนะ เช่นบอกสภาพของมันที่ต้องขัดสนิมออกและปะผุหลายจุด สีถลอกจนไม่เหลือ ขยับมีเสียงเอี๊ยดอ๊าด อะไรก็ได้ เห็นป่ะว่าไม่ได้ใช้คำว่าเก่าเลยและเห็นภาพมากกว่าด้วย พยายามใช้ความอ้อมบ้างแต่อย่าอ้อมโลก เอาบริบทเอาฉากมาประคับประคองตัวละครและเล่าเรื่องบ้างไม่ใช่จะใส่มันแต่ตัวละครท่าเดียวเลย แม่งเหมือนมึงแกะกุ้งเผากินแบบไม่จุ่มไม่สนน้ำจิ้มหรือกิน KFC กินพิซซ่าแล้วไม่ดื่มน้ำอัดลมแกล้ม มันก็อร่อยแหละแต่ไม่ถึงขั้นอร่อยเหาะนะเชื่อกู

141 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

อีกปัญหาของการบรรยายคือผู้เขียนไม่ทำให้บทพูดของตัวละครกรกับเท็คกลมกลืนกัน อ่านแล้วสะดุดกึก ๆ ส่วนหนึ่งอาจเพราะไม่มองเท็คเป็นตัวละคร ดันมองว่ากรโต้ตอบกับ AI เลยใช้เครื่องหมายแสดงคำพูดแปลกแยกไป อย่างพวก [ ] และตัวหนาตัวเอียงซึ่งกูว่าไม่ใช่แนวใหม่ที่ดีนัก ก็ปรับมุมคิดมองเท็คเป็นตัวละครซะ ให้เครื่องหมายคำพูดกับมันเถอะ สุดท้ายปัญหาที่สามคือผู้เขียนชอบดึงความสนใจด้วย SFX ซึ่งหลายฉากก็ไม่จำเป็น ช่วงกลางเรื่องมีตอนหนึ่งที่กรไปกินอาหารในโรงแรมหรูเอาอาหารอย่างดีมาเสิร์ฟ ตึง ! เฮ้ยมึงไม่ต้องก็ได้ มันไม่ใช่จังหวะจะตึ่งโป๊ะแบบศัตรูโผล่ออกมาจากที่ลับ ไปเน้นพรรณนาอารมณ์ความรู้สึกพระเอกคนจนจากสลัมที่เพิ่งเคยกินเหลาครั้งแรกในชีวิตแล้วตื่นเต้น+น้ำลายสอจะเข้าท่ากว่า

ขอแวะเยี่ยวประเด็นการบรรยายตรงนี้นิด คือคิดว่าปัญหาการเขียนที่นิยายเด็กดีโดนสับซะหลายเรื่องมันอาจเกี่ยวกับผู้เขียนนิยายเสพสื่อพวกซีรี่ย์ ภาพยนตร์ คลิปวีดีโอ และอะไรที่เป็นภาพเคลื่อนไหวกับเสียง มากกว่าการอ่านนิยายที่เป็นตัวหนังสือ เป็นประโยค ของพวกนั้นมันต้องดึงความสนใจด้วยเทคนิคหลากหลายไง พอเสพแบบนั้นเยอะกลวิธีเขียนกะสำนวนภาษาแม่งเลยมาเป็นคำบรรยายภาพเคลื่อนไหวแบบเป็นฉาก ๆ ร่วมกับการดึงความสนใจแทนที่จะเอาตัวเองสวมเป็นตัวละครแล้วเล่า ทีนี้กูที่ชินกับนิยายมาอ่านก็เลยสะดุดกึก ๆ เพราะคนเขียนเลือกวิธีเล่าเรื่องไม่เหมาะกับการทำเรื่องราวเป็นนิยาย ต่างจากการเขียนบันทึกประจำวันหรือเล่าประสบการณ์ที่เจอกับตัว อันนี้เชื่อเลยว่าใครก็เล่าได้และมักจะออกมาดีแบบเป็นพื้นฐานไม่มีทุ่นสะดุดอารมณ์ปล่อยเรี่ยราดแบบนี้ ฉะนั้นกูสรุปเอาเองนะว่าการอ่านนิยายที่เขียนดีให้มากและฝึกเขียนทั้งบันทึกประจำวันหรือเรื่องสัพเพเหระที่เป็นประสบการณ์ตรงมันน่าจะช่วยแก้ไขวิธีการเล่าเรื่องและการบรรยายได้

142 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

ฉิบหายกูร่ายยาว แต่ร่ายแล้วต้องไปให้สุด เนื่องจากเป็นไซไฟกูขอเพิ่มหัวข้อรีเซิชหรือข้อมูลข้อเท็จจริงความรู้วิทยาศาสตร์ด้วย วิทยาการไบโอเทคและองค์ประกอบที่แสดงว่ามนุษย์เจริญพอจะไปอวกาศและทำโน่นนี่ยังไม่ว้าวเท่าที่ควร ออกตัวเลยว่ากูอาจมาตรฐานสูงแต่ผู้เขียนก็ไม่บรรยายให้ละเอียดเท่าที่ควรโดยเฉพาะเทคโนโลยีไบโอเทค คือถ้าริจะเล่นกับเรื่องปรับแต่งพันธุกรรมก็ต้องทำการบ้านกว่านี้หน่อย ดูอย่างอินดอมินัสเร็กซ์ของจูแรสสิก เวิลด์ หนังเค้าบอกเยอะเลยว่าได้อะไรจากตัวไหนมาจึงครบเครื่องร้ายกาจ ไหนจะเทคโนโลยีปรับสภาพดาวอังคารจนอยู่อาศัยได้อีก ตามจริงนาซ่ามีโครงการเรียกว่าแผนการพันปี (The thousand-year project) คือปรับสภาพดาวสามร้อยกว่าปี อยู่อาศัยสามร้อยกว่าปี และเตรียมทิ้งดาวอังคารไปดาวใหม่ในสามร้อยกว่าปีสุดท้ายก่อนมันกลับเป็นยุคน้ำแข็ง แต่ผู้เขียนเล่าเหมือนใช้แค่ร้อยปีก็ปรับสภาพและอยู่ได้ลงตัวแล้วด้วยไบโอเทคและทำสงครามอีกร้อยกว่าปี แทบไม่อธิบายอะไรให้มากกว่านี้ แม่งแฟนตาซีเกินไปแล้วมึง เช็คในบทที่สองได้ คือบรรยายทีเดียวห้วน ๆ จบจะได้ไปต่อเรื่องอื่น ท้องฟ้าดาวอังคารเคยเป็นสีแดงฉาน..กูอ่านแล้วอุทานพ่อง ! ดังมาก ดาวอังคารไม่มีชั้นบรรยากาศเหมือนดวงจันทร์ของโลกนี่หละโว้ย ท้องฟ้าต้องดำเป็นพื้นหลังอวกาศ แดงอิฐของดาวอังคารเนี่ยสีของภาคพื้นดาว แฮชแท็กไซไฟมึงจะทำเป็นลืม ๆ แล้วใช้จินตนาการสำคัญกว่าความรู้เป็นหลักไม่ได้ คือกูไม่ใช่จะด่าอะไรหรอก ก็เข้าใจได้ว่าภูมิความรู้คนเขียนในเด็กดีมันประมาณไหน นี่คือกูจะชี้ว่าถ้าเล่นกะเทคโนโลยีกะองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ข้อมูลมึงต้องละเอียดลึกเพราะคนอ่านแม่งเหมือนมีจิตสัมผัสนะว่าคนเขียนรู้จริงหรือรู้ปลอม ทั้งนี้ทั้งนั้นกูไม่ได้หมายควายว่ามึงต้องรู้โคตรลึก แต่มึงต้องรู้บ้างและเอ่ยชื่อหรือคีย์เวิร์ดเทคโนโลยีหรือวิทยาการที่เป็นพื้นฐานของไบโอเทคนี้ได้บ้าง เพื่อให้มันช่วยกระตุ้นต่อมจิ้นสร้างการต่อจุดในอากาศแล้วว้าวในใจ เป็นรสชาติที่เรื่องแนวไซไฟควรมี เหมือนอินโดมินัสเร็กซ์เงี้ย โอ้มันปรับสีผิวได้เพราะมียีนส์จากปลาหมึก คนดูก็ทึ่งก็อร่อยแล้วแถมอยากกินต่อเพราะยังสงสัยอีกว่ามันหลบอินฟาเรดได้ไงวะ แล้วหนังก็แบต่อไป มียีนส์คุมอุณหภูมิผิวหนังจากกบไง ก็คุณต้องการอะไรที่ใหม่กว่า ร้ายกาจกว่า เรา (นักวิทย์พันธุศาสตร์) ก็จัดให้ เนี่ยแหละชั้นเชิงการเล่าบวกข้อมูลที่เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์จริง ๆ ยกตัวอย่างในเรื่องมีตอนหนึ่งบรรยายว่าต้นไม้ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมมาอย่างโชกโชน อันนี้คนรู้จะบอกเลยว่าบรรยายประหลาด โชกโชนอะไรวะเขามีแต่ตัดแต่งใส่ยีนส์เพิ่มหรือทำลายยีนส์ที่มีอยู่ ก็แล้วทำไปกี่ยีนส์ดีล่ะถึงเรียกโชกโชน ถ้าเป็นกูมันจะมาแนวนี้ "ต้นไม้นี้ถูกตัดแต่งพันธุกรรมจนไม่อาจรู้ว่าสายพันธุ์ต้นตอคืออะไร ได้แต่เดาว่าคงเป็นพืชจำพวกใบเลี้ยงเดี่ยวเพราะเส้นใบของมันเป็นแบบขนาน" แล้วประโยคนี้ต้องพูดหรือคิดโดยตัวละครที่มีความรู้ด้านนี้ด้วยจะได้เหมาะสม หรือวัตถุดิบจากไบโอเทคที่ว่าโคตรแข็งเงี้ย องค์ความรู้จริง ๆ มันมีบัคกี้บอล (Buckminsterfullerene) ที่แข็งกว่าเพชรอยู่แล้ว หรือจะสมมติอย่างอื่นเพิ่มก็ทำได้ X-men ที่เป็นหนัง sci-fi ยังมีอดามันเตี้ยมเลย เรื่องข้อมูลเยอะและการวาดภาพใหญ่แบบว่านิคมมนุษย์อยู่อาศัยบนดาวอังคารเงี้ยอาจต้องค่อย ๆ เล่าแทรกไปในแต่ละบท ช่วงต้นเน้นชูโรงที่ตัวไบโอเทคและความสามารถหลัก ๆ อย่างส่งเสริมการกลายพันธุ์ก่อน ฉะนั้นการหาจุดพอดีระหว่างความรู้กับจินตนาการนี่เป็นโจทย์ยากของไซไฟ ถ้าแก้โจทย์ไม่ดีนิยายแนวนี้แม่งจะกลายเป็น “ใส่ไฟ” แล้วมึงก็มอดไหม้ด้วยตัวเองจากการสรรเสริญของคนอ่านกลุ่มที่รู้มากรู้ลึกรู้จริง มีกรณีที่ไม่ใช่นิยายแต่พอยกตัวอย่างได้ก็คือหนังสือไอสไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น สมัยนั้นโดนบ็อมเรื่องข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ผิดก็มาก นั่นแหละนรกของนักเขียน

143 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

สุดท้ายมาที่ตัวละคร ชีวิตของกรก็ใส่ให้มีรสชาติได้เยอะกว่านี้และต้องทำให้สมจริงกว่านี้ คนอ่านจะได้ติดตามด้วยความรู้สึกอย่างอื่นเช่นสงสารและเอาใจช่วย อันนี้กลายเป็นติดตามเพราะเท็คสุดยอด มันจะทำอะไรได้อีกบ้าง ติดตามเพราะเรื่องแค่นี้มันน้อยเกินไป พอเรื่องเดินไปจุดอื่นที่ไม่ใช่การต่อสู้หรือซ่อมสร้างสังเกตเลยคอมเม้นคนอ่านบอกน่าเบื่อ พล็อตมันเอื้อให้ทำได้เยอะกว่านี้และดีกว่านี้ บริบทอย่างการเป็นเด็กกำพร้าโตมาจนออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็น่าจะได้รับการฝึกอาชีพจึงรู้งานช่าง ไม่น่าใช่ครูพักลักจำ+เรียนเองเพียว ๆ เพราะงานช่างต้องมีของให้ซ่อมนะถึงจะเรียนรู้ได้ จะมีเหรอที่เอามาให้ซ่อมงู ๆ ปลา ๆ เสียกูก็ไม่ว่า แม่งไม่ใช่การกุศล สลัมก็ต้องยากจนข้นแค้นจริง มีมิติอยู่ยากแย่งชิงเอาเปรียบกันให้เห็นการดิ้นรน มีคนฐานะและกำลังดีกว่าข่มเหงรังแก มีติดหนี้และทวงหนี้โหดด้วยก็ได้ สอบชิงทุนเรียนต่อก็ปกติมีแต่ได้ทุน เป็นตัวสำรองกับไม่ผ่านคัดออกนะ นี่เล่ามาเหมือนมีรางวัลชมเชยซึ่งประหลาดอยู่ สภาพแวดล้อมทางสังคมก็น้อยจนพอพูดถึงต่างชนชั้นรายต่ำได้ก็ไม่อิน เพราะผู้เขียนไม่บรรยายฉากและความเป็นอยู่ให้มาก ที่เขารู้สึกกดดันเมื่อมีนักล่ามาซ่อมของก็เล่าเพิ่มว่าเคยโดนรังแกได้ แล้วกรมึงไม่น่าจะใช่เด็กกำพร้าคนเดียวบนดาวนี้นะ น่าจะมีเพื่อนเด็กกำพร้าที่รู้จักอีก มีสังคมในแวดวงคนฝึกอาชีพก่อนพ้นศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าก็หยิบมาเล่าได้เพราะโตถึงวัยทำมาหากินเองก็ต้องเจอคนอื่นเยอะอยู่นอกจากผู้คุม หรือต่อให้เป็นคนที่ถูกเกลียดหรือไม่เข้าสังคมก็ให้เขากล่าวถึงกลุ่มเพื่อนเฮงซวยได้ บริบทพวกนี้ไม่มีเลย เขาดูเป็นมนุษย์น้อยลงและไม่มีประเด็นอื่นเรียกความสนใจได้ ไหนจะเรื่องที่กรต้องคุยกับเท็คอีก นี่ก็ความยากเลยนะคือเท็คกับกรเก่งทั้งคู่ คิดอะไรก็ทันกัน บทสนทนาต้องคมกว่านี้ ต้องมีที่ใช้น้อยคำแต่ลึกซึ้งและให้ความหมายได้อย่างเป็นพิเศษ เออพูดแล้วขอเติมเรื่องความสมจริงนิดนึง คือนักล่าที่มาซ่อมรองเท้าจ่ายเงินสดกับเขาซะงั้น ยุคไปดาวอังคารแล้วนะมึงต้องไร้เงินสดไหมวะ คือจะมีก็ได้ขอเหตุผลด้วยเช่นว่าเป็นเขต Z ด้อยพัฒนา ไหนจะบัตรประจำตัวประชาชนมึงต้องพกด้วยเหรอไม่ใช่ฝังชิปหรือสแกนไบโอเมตริก พอจังหวะนี้เทคโนโลยีทันสมัยหายไปไหน

144 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

เอาหละได้เวลาของปัญหาเกี่ยวเนื่อง ชื่อตัวละครก็เป็นปัญหาได้ การมีสิ่งที่เรียกว่าคำสรรพนามมันช่วยได้เยอะนะถ้ารู้จักใช้เมื่อเรียกตัวละครมากกว่าหนึ่งครั้ง คือกระชับเนื้อความและเพิ่มอรรถรส อย่างตอนกิ้งก่าหนองน้ำกลายพันธุ์ (ตอน 18) นั่นแม่งเรียกซ้ำบ่อยจัด หรือชื่อกรเงี้ยตอนหนึ่งเกินสิบได้มั้ง สองตอนเกินยี่สิบกรกำเนิดเป็นทศกัณฑ์หนึ่งตน ทั้งสองปัญหานี้ต้องแก้ไขให้ซ้ำชื่อน้อยลงและจะดีขึ้นได้อีกด้วยการหลากคำ อย่างกิ้งก่าหนองน้ำกลายพันธุ์ก็หดลงเหลือกิ้งก่า เจ้ายิ้มสยอง (หลังเห็นมันอ้าปาก) ไอ้ตัวร้าย อีกฝ่าย ศัตรู ตัวแสนรู้ จอมเจ้าเล่ห์ ใช้ความคิดสร้างสรรค์หาคำที่เหมาะกับบริบทได้ ชื่อกรก็เหมือนกันไม่จำเป็นต้องเขา ๆ ๆ ๆ จนกวางอายควายหนีหน้า ใช้ชายหนุ่ม (ตอนอยู่กับคนวัยไล่เลี่ยกัน) เด็กหนุ่ม (ตอนอยู่กับป้าไหมหรือตอนทำตัวงี่เง่าเหมือนเด็ก) นายช่าง (ตอนทำงาน) หรือคิดคำอื่น ๆ มาทดลองใช้ คนอ่านจะได้รู้สึกเพลิดเพลินตาม

โดยสรุปแล้วเรื่องนี้ดีกว่านี้ได้โดยการยกเครื่องใหม่ตั้งแต่ต้น คะแนนที่ให้คือ 5.0 เต็ม 10 กูไม่หักเยอะเดี๋ยวตก ปัญหาส่วนใหญ่ก็อยู่ในระดับแก้ไขได้ ทั้งการหาความรู้เพิ่มเติมและปรับปรุงการบรรยาย ไม่ใช่ระดับวิบัติหายนะหรือลอกเขามา และจากแฮนดี้แคปที่เจอว่า “ช่วงนี้ตอนอาจจะยืดหน่อยนะครับ ปวดหัวมากตอนรีบปรับเวลานอนก่อนเปิดเทอม” (ตอน 12) ก็พอเข้าใจได้ในระดับฝีไม้ลายมือและภูมิความรู้ที่กูเชื่อเอาเองว่าเป็นเด็กมัธยมปลายซึ่งยังพัฒนาต่อไปได้อีก และได้แต่หวังว่ากูเดาถูก แม่งคงไม่ใช่เด็กประถมปลายหรือเด็กโข่งนักศึกษามหาลัยแน่ ๆ กูว่าจบสับนี้คงมีคนแขยงจะเขียนแนวไซไฟกันบ้าง เชี่ยเอ๊ยกูสับเพลินเกินห้ามใจ พอแค่นี้แหละไปแย้ว

145 Nameless Fanboi Posted ID:jhDHvCEp8M

Techgod กูก็อ่าน +1 เรื่องไม่บรรยายชุดเกราะ ที่แย่สุดคือท้ายตอนแม่งแปะรูปเกราะกันดั้ม(มั้งนะ)!

146 Nameless Fanboi Posted ID:KyNlA+0/cK

>>138-144 ยาวสัสแต่กูก็อ่านจนจบนะ ขอบคุณในความเหนื่อยยาก มึงนี่แลดูจะเชี่ยวข้อมูลวิทย์ๆ

เมื่อวานมีคนพูดถึงเรื่องนี้เลยแวะไปลองอ่านดู เรื่องที่มึงคิดเหมือนกูส่วนการบรรยายคือแม่งบรรยายน้อยเป็น Neo ประมูล แบบเดียวกับเรื่องหัวกระแทกแล้วคิดว่าตัวเองเทพซ่าส์ของไอ้นกฮูก กูว่าเรื่องนี้มันได้แรงหนุนจากแนวแกรี่เอไอด้วยแหล่ะเลยมีคนตามเยอะ หวังว่าช่วงท้ายจะพัฒนาขึ้นได้

147 Nameless Fanboi Posted ID:m6hGYSWbBG

จะมาขออภัยในข้อมูลผิดพลาดและเพิ่มเติมที่ถูกต้อง กูค้นรูปดาวอังคารที่ยานนาซ่าถ่ายจากภาคพื้นแล้ว ท้องฟ้าดาวอังคารไม่แดงฉานและไม่ใช่ดำอวกาศ หลัก ๆ จะเป็นสีศิลาแลงจาง ๆ กับสีเทาเข้ม ไม่งั้นก็คือสองสีนี้ blend กัน

148 Nameless Fanboi Posted ID:Sbc8/5nmG8

ขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยาก เราดู Total Recall มา ท้องฟ้าดาวอังคารเป็นสีแดง
เอาจริง ๆ ความรู้สมัยอ่านรู้รอบตัว ดาวอังคารมีชั้นบรรยากาศ พื้นผิวปกคลุมไปด้วยฝุ่นที่เป็นสนิม บางครั้งถูกพายุหอบขึ้นกระจายไปในชั้นบรรยากาศ
แต่ภาพถ่ายจริง ๆ ไป Google ดูก็ไม่เหมือนที่นึกภาพไว้ + ภาพจำจาก Total recall

149 Nameless Fanboi Posted ID:jhDHvCEp8M

สรุปรวมแล้วมันอาจจะเป็นสีแดงสนิมเหล็กคล้ายๆพื้นดินแดงประมาณนั้นมั้ย เกิดจากลมพายุพัดฝุ่นขึ้นไปบนอากาศแบบที่ >>148 พูด เอาจริงถ้า techgod มีกล่าวถึงเทคโนโลยีที่ทำให้คนอยู่บนดาวอังคารได้ เรื่องจะน่าสนใจขึ้นเยอะเลยนะ มีประเด็นไซไฟให้เล่นเยอะเลยเช่น เทคโนโลยีใหม่ที่โม้ขึ้นมาโดยมีฐานจากความจริงผสมบ้าง โดนรวมกูเทไปทางน่าสนใจ น่าเสียดายตรงที่คนเขียนขาดฝีมือที่จะสื่อออกมาให้สนุกกว่านี้ว่ะ

150 Nameless Fanboi Posted ID:Yl382a9xuN

>>138 ขอบจุยสำหรับความเหนื่อยยาก กูอ่านได้จนจบนั่นแหละข้อมูลมึงแน่นดี

เรื่องที่ว่ามันเขียนแบบ 1 ย่อหน้า 1 ประโยคนี่กูว่ามันคงพยายามทำเป็นไลท์โนเวลเหมือนกู คือข้อความมันจะดูอ่านง่ายมากถ้าอ่านในขนาดจอมือถือ (พวก 1ย่อหน้า1บรรทัด พออยู่ในมือถือแล้วมันจะกลายเป็น 2-3 บรรทัดไง)

ส่วนเรื่องเปลี่ยนสรรพนามนี่กูก็เพิ่งเก็ทเหมือนกัน ปกติในนิยายกูพยายามเปลี่ยนสรรพนามตลอดอยู่แล้ว แต่ไม่เคยเก็ทว่าควรจะเปลี่ยนด้วยเหตุผลแบบไหน คือรู้แค่ว่าเปลี่ยนไม่ให้มันซ้ำซากก็พอ แต่พออ่านที่มึงบอก "ใช้ชายหนุ่ม (ตอนอยู่กับคนวัยไล่เลี่ยกัน) เด็กหนุ่ม (ตอนอยู่กับป้าไหมหรือตอนทำตัวงี่เง่าเหมือนเด็ก) นายช่าง (ตอนทำงาน)" กูก็ค่อยมีหลักให้จับหน่อย

151 Nameless Fanboi Posted ID:nx80BF6Tup

>>144 >>150 ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนสรรพนามสลับใช้ชายหนุ่ม-เด็กหนุ่มในการบรรยายนะ ยิ่งถ้าตัวละครไม่ได้เติบโตเปลี่ยนช่วงอายุ ยิ่งไม่เวิร์ก สลับใช้จะทำให้ช่วงอายุของตัวละครดูงงๆ ไหมล่ะ คือถ้ามึงใช้ POV3 ตัว Narrator ที่เล่าเรื่องมันก็เป็นพระเจ้าอยู่แล้ว พระเจ้าก็ควรจะฟันอายุตัวละครไปเลยไหม ไม่ใช่อยู่กับคนนี้เป็นชายหนุ่ม กับอีกคนเป็นเด็กหนุ่ม มันไม่เหมือน POV1 หรือ POV3 แบบจำกัดมุมมองที่ตัวละครผู้เล่าเรื่องจะเป็นคนกำหนดคำสรรพนามที่ใช้นะ อย่างถ้าป้าอายุ 65 เล่าเรื่อง ป้าก็คงมองว่าคน 30 เป็นไอ้หนุ่ม อันนี้ถูก แต่ป้าก็จะไม่มาสลับเป็นชายหนุ่มอีกไง ถ้ามึงไม่ได้ใช้วิธีสลับมุมมอง Narrator จนสายตาเปลี่ยน กูขอต้านการใช้สรรพนามชายหนุ่ม-เด็กหนุ่มสลับกัน

การเลือกสรรพนามนี่ลองคิดดีๆ นะมีวิธีใช้เยอะมาก จะใช้เด็กหนุ่มหรือชายหนุ่มก็เลือกให้ดี

152 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

บางทีกูใช้ตามบริบทได้ป่าววะ แบบสองคนคุยกันคนนึงเล่าเรื่อง ใช้ คนเล่า/ผู้เล่า แบบนี้ได้มั้ย

153 Nameless Fanboi Posted ID:nx80BF6Tup

>>152 หมายถึงยังไง ถ้าเป็นคนเล่า/ผู้เล่า มันไม่ได้มีความแตกต่างด้านอายุเหมือน ชายแก่-ชายหนุ่ม-เด็กหนุ่ม-เด็กชาย หรือ หญิงแก่-หญิงสาว-เด็กสาว-เด็กหญิงนะ อันนี้กูพูดถึงสรรคำที่สะท้อนให้เห็นอายุตัวละคร ซึ่งถ้ามึงจะพูดถึงชายหนุ่มวัยฉกรรจ์แล้วหน้าถัดมาแม่งกลายเป็นเด็กหนุ่มละอ่อนน้อย แม่งก็ไม่ใช่นะ มันจะขาดความต่อเนื่องไหม เพราะมึงพูดถึงคนเดียวกันนี่

กูลองไปหาตัวอย่างจากมู้นิยายโม่งมาให้ดูแล้วกัน

อันนี้ใช้ POV3 แบบแคบ โฟกัสแค่ตัวละครเดียว มีการเปลี่ยนคำเป็นนักเขียนหนุ่มบ้าง แต่ก็ยังสื่อถึงอายุที่เท่ากับชายหนุ่ม
>>>/webnovel/2726/295
>>>/webnovel/2726/307

อันนี้มีหลายตัวละครด้วย ทุกคนเป็นผู้ชายหมด มันก็มีวิธีสรรคำมาใช้แทนสรรพนามเยอะแยะ
>>>/webnovel/2726/406

POV1 ที่ใช้เด็กหนุ่ม/เด็กสาวเพื่อสื่อถึงตัวละครวัยรุ่น
>>>/webnovel/2726/360-362

ส่วนอันนี้ฮาดี อยากให้อ่านเฉยๆ
>>>/webnovel/2726/469
>>>/webnovel/2726/474
>>>/webnovel/2726/505
>>>/webnovel/2726/507

154 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

>>153 ใจมากมึง กูอ่านแปป

155 Nameless Fanboi Posted ID:4bP8831k9r

>>153 ฮาว่ะ เกือบครึ่งนึงแม่งนิยายล้อเล่าเบียวเกรียนแตกทั้งนั้น อ่านแล้วรำลึกวันเก่าๆ มู้แม่งไหลไวสัส

156 Nameless Fanboi Posted ID:a4Y95TVCJs

>>153 สี่อันท้ายแม่งจังไรสัส 5555+

157 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

กูอ่านจบหมดละ แม่งอยากให้กลับมาเล่นกันต่อเลยว่ะ ฮาดี

158 Nameless Fanboi Posted ID:RtAUu.a/hp

แม่ง กูอุตส่าห์มุปอรจากน้อนได้แล้วนะ มึงจะเอามันกลับมาไมเนี่ย พอก่อนๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นนินทาละ

159 Nameless Fanboi Posted ID:NqELlqTQEz

นิยาย techgod ตอนล่าสุดโดนนักอ่านถล่มหนัก ข้อหาเนื้อเรื่องน่าเบื่อ จะให้พระเอกเข้าโรงเรียนทำไม แถมยังใส่ตัวละครหญิงรำคาญเข้ามาอีก

พวกมึงคิดว่าทั้งหมดนี่คือความผิดใครวะ ความผิดนักเขียนที่พาเนื้อเรื่องไปในทิศทางน่าเบื่อ หรือความผิดคนอ่านที่ไม่ยอมเปิดใจรับจินตนาการของคนเขียน

มันเกิดเชี่ยไรขึ้นกันแน่

160 Nameless Fanboi Posted ID:RtAUu.a/hp

>>159 มันต้องพบกันครึ่งทาง นักเขียนพอจะปรับพล็อตได้มั้ย ส่วนนักอ่านก็ลดความคาดหวังลงได้ป่าว เคยอ่านแต่อะไรเจ๋งๆ เทพๆ ก็ลองเปิดใจให้แนวค่อยเป็นค่อยไปบ้าง แต่ถ้านักเขียนแม่งหมดมุกจริง หรือออกแบบตัวละครห่วย แบบนี้มีหวังหลุดโผแหงๆ

161 Nameless Fanboi Posted ID:./N3FlPcmg

>>159 ตรงนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคนเขียนว่ะ รสนิยมคนอ่านล้วนๆ มึงแซะบอกไม่ชอบไม่อ่านได้ แต่กำกับให้คนเขียนเปลี่ยนไม่ได้ คนเขียนบ้าจี้เปลี่ยนตามแล้วเรื่องพัง คนอ่านขาแซะไม่ใยดีมึงหรอก มีแต่คอยสมน้ำหน้าด่าซ้ำ

162 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

กูไม่แน่ใจนะว่าเค้ามีวางพล๊อตมามั้ย แต่ดูจากเม้นและในสับ กูเดาว่าน่าจะวางแหละว่าต้องเข้าโรงเรียน ที่คนเบื่อเพราะมีตัว ญ ใหม่แนว คุณหนูจอมเหยียดมาด้วยมั้ง ในสายตากูคิดว่าคนอ่านพวกนี่ไม่ควรให้ค่าว่ะ ในกรณีที่นักเขียนวางพล๊อตมาแน่นอยู่แล้วก็ไม่เห็นต้องเปลี่ยนตามใจแม่งป่าววะ ยกเว้นก็แต่ไม่ได้วางมาแต่แรก เขียนตามใจลอยละล่องไปเรื่อยๆเหมือนหลายๆเรื่องที่เคยติดท๊อปแล้วเริ่มหายไปเพราะตันมุขอะ อันนี้มึงควรพิจารณา

163 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

เสริมนิดกู 163 สุดท้ายถ้ามึงคิดจะขายนิยายเป็นตอน คนอ่านเรื่องมากพวกนี้แทบจะไม่ซื้อเลย เพราะงั้นถ้าคนเขียนคิดว่าแนวทางที่เดินถูกแล้วมึงก็ควรเดินต่อไป ไม่ต้องเสียเงลาอธิบาย ปล่อยพวกเบียว้ทพซืาในนิยายมึงต่อไปอย่าได้แคร์

164 Nameless Fanboi Posted ID:RY6DL2R4IA

ไอ้กรณี techgod นี่กูไปดูมาละ แม่งงอแงกันทั้งนั้น ที่บ่นน่าเบื่อเพราะแค่หาที่ลงไม่ได้

165 Nameless Fanboi Posted ID:NqELlqTQEz

กูสงสารคนเขียนจริง แม่งต้องมาแบกรับความกดดันขนาดนี้ ตอนต่อไปต้องเครียดแน่ๆ จะเขียนยังไงให้ออกมาถูกใจพวกเชี่ยนี่ และไม่โดนบ่นเอาอีก นักเขียนระดับมอปลายเองนะมึง เป็นกูเจองี้คือคิดหนักอ่ะ เหมือนโดนนักอ่านรุม

166 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

กูสงสัยคำว่า นิสัยน่ารำคาญ หรือตรรกะพวกเกลียดตัวละครหญิงว่ะ คือมันควรออกมาแบบไหนที่คนจะไม่รำคาญวะ อย่างtechgod ตอนล่าสุด กูไล่อ่านมาบวกอ่านเม้นตะกี้ คนอ่านเบียวขวาจัดมาเยอะก็จริง ส่วนมากเป็นเม้นท์ไร้สาระประเภท กระเอกโง่ ตัวใหม่น่ารำคาญ แต่มีบางความเห็นน่าสนใจนะ ที่บอกว่าบรรยายน้อยไป นิสัยผู้ใหญ่สองคนในเรื่องเหมือนเด็กไม่มีวุฒิภาวะ ตรงนี้แอบเห็นด้วยว่าไร้สาระจริง ตรงจุดนี้กูว่าเป็นสิ่งที่คนเขียนพลาดว่ะ สื่อมาไม่ดีพอ อาจจะเพราะพยายามเขียนสั้นบรรยายน้อยๆ มันเลยขาดๆเกินๆ กูวนอ่านสามรอบก็ยังไม่เข้าใจ มันไม่ใช่สไตล์ คนมีอำนาจมากกว่าต้อนคนด้อยกว่า หรือเป็นฉากกรโชว์ความฉลาดตลบหลังอีกฝ่าย
แต่ออกไปทางเด็กง้องแง้งสองคนเถียงจะเอาชนะกัน

167 Nameless Fanboi Posted ID:NqELlqTQEz

ประเด็นคือนักเขียนยังเด็กไง ไปกดดันมันมากๆ มันจะไม่อยากเขียนต่อเอา คนอ่านเอาแต่ใจเกินบางที น่าจะเคารพคนเขียนมากกว่านี้ ค่อยๆพูดค่อยๆอธิบาย แต่นี่แม่งใส่หนักจัดเต็มกันมาก ไม่ถนอมคนเขียนเลย

168 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

>>167 อันนี้กูเห็นด้วย สงสารน้องเค้าเหมือนกัน

169 Nameless Fanboi Posted ID:U77b1HEOHq

>>159 กูว่าคำถามมันไม่ได้อยู่ที่ใครผิดว่ะ คำถามคือนักเขียนมันอยากได้นักอ่านแบบไหน? ถ้ามันเขียนให้ตัวละครใช้ชีวิตผจญภัยไปเรื่อยคนที่ชอบอ่านหรือเปิดใจกับแนวนี้ก็อยู่ต่อ ส่วนพวกต้องการให้พระเอกโชว์เทพตบเกรียนบู้ล้างผลาญก็จะทิ้งเรื่องนี้ไป กูมองว่าจุดเริ่มเรื่องมันมาคล้ายๆแนวเทพซ่าด้วยแหละ

พระเอกต้นทุนต่ำ + โดนรังแกเหยียดหยาม + ได้ไอเทม/พลังวิเศษจนพลิกมาเทพ = ควรจะไล่ตบเกรียนให้หายแค้น

แต่คนเขียนมันดันไม่ลุยไปทางนั้น "ทฤษฎีหมาหิว" ของพาฟลอฟเลยทำงาน พวกนักอ่านที่โดนเงื่อนไขตามสูตรจนเคยชินก็บ่นดิ ทำไมมึงไม่ไปโชว์เทพ มาเข้าโรงเรียนทำซากอ้อยอัลไล พวกตัวละครหญิงแม่งน่านามคาน สูตรเดิมแป๊ะๆอย่างที่คอมเม้นในแนวนี้มักจะเจอกัน ซึ่งกูก็ยังเชื่อเหมือนเดิมว่าเขียนแบบไหนก็ได้คนอ่านแบบนั้น ถ้าคนเขียนตามใจคนอ่านพวกนี้นิยายมันก็เข้าลูปเดิม ได้กลุ่มคนอ่านและเจอคอมเม้นแบบเดิมๆ

170 Nameless Fanboi Posted ID:7GBAun/Rhx

เรื่องเปลี่ยนคำสรรพนาม พยายามนึกอยู่นะว่านักเขียนรุ่นใหญ่ ๆ ใช้กันไหม
ส่วนใหญ่เราก็อ่านแต่นิยายแปลด้วยสิ ภาษาอังกฤษมันไม่ค่อยดิ้น ก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนกัน
อีกอย่างการเล่าแบบ POV3 นาเรเตอร์หรือผู้เล่าเรื่องก็ต้องเป็นคนเดิม
เขาจะเรียกพระเอกอย่างไร เด็กหนุ่ม ชายหนุ่ม ก็ต้องผ่านมุมมองของผู้เล่า ซึ่งมันคงไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

ไลทโนเวลสมัยนี้เห็นหลายเรื่องที่เล่าผ่าน POV1 แต่เปลี่ยนตัวละคร ในกรณีแบบนั้นเรายอมรับได้เรื่องเปลี่ยนสรรพนาม
เพราะคนเล่าคนละคนกัน เปลี่ยนมุมมองกันตลอด

171 Nameless Fanboi Posted ID:RY6DL2R4IA

จะเรียกเบียวขวาจัดก็ไม่ถูก ควรเรียกว่าขี้แพ้หนีความเป็นจริงมากกว่ามั้ง self insert จินตนาการว่าตัวเองเป็นตัวละครเอกสุดเก่ง perfect ทุกด้าน เอจจี้ พอไม่ได้ดั่งใจก็พาลใส่พระเอก ของแบบนี้ถ้ามันมีวิจารณญาณตั้งแต่แรกมันก็ไม่ออกอาการอย่างงี้หรอก ซึ่งมันจะออกอาการต่างกันแล้วแต่คน

ส่วนเรื่องตัวละครน่ารำคาญหรือตัวละครที่ถูกสร้างมาให้ถูกเกลียดมันต้องแล้วแต่บริบทที่จะใช้ ถ้าให้เปรียบเทียบคงเป็นเรื่องผู้กล้าโล่ ไอ้เจ้าหญิงนั้นแหละ แต่ถ้าพังคงเป็นแอบบี้จากtlou2

172 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

>>171 มึงทำให้กูนึกอะไรขึ้นมาได้อย่าง จากที่อ่านหลายๆเรื่องช่วงนี้ พวกนิยายติดท๊อปมักจะมีจุดร่วมนอกจากเทพซ่า แกรี่ opLV 99 ยังมีเรื่องอย่าง ปลายเปิดให้นักอ่านได้มีส่วนร่วมด้วยว่ะ เช่นนิยายที่มีคำถามท้ายตอนอย่างผู้กล้าจอมแปะรูป หรือวิลเลี่ยมเชคสเปียร์ปล่อยแม่มเของข้าซะ คนที่เม้นส่วนใหญ่ไม่ได้มีแนวโน้มไปทางการเดาพล๊อตเรื่องหรือถกเกี่ยวกับปมเลย ตรงข้ามออกไปทางเสนอแนะให้เพิ่มนู่นเพิ่มนี่

173 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

กูเขียนอะไรวะพิมซะยาว ลืมใส่ประเด็นสำคัญ ต่อจาก >>172
ที่เป็นอย่างนี้อาจจะเพราะว่า คนอ่าน self-insert ตัวเองอย่างที่มึงว่าเลยคิดว่าควรเป็นงั้นเป็นงี้ และแสดงออกมาด้วยการคอมเม้นเชิงสั่งคนแต่ง

174 Nameless Fanboi Posted ID:OOQXt4ZPzb

คืองี้เดี่ยวกูจะขยายความเหี้ยของคนประเภทนี้ให้ฟัง คือไอ้หมวดแฟนตาซีนะมันน้ำจิ้ม เหี้ยจริงคือหมวดกำลังภายใน ซึ่งเหี้ยกว่านี้อีกคือเว็บ fictionlog แม่งอัตราคน self insert กับคนปกติอยู่ที่ 70:30 มึงจะเจอคนอาการหนักแบบที่ว่างอแง อ้างนั้นโยงนี่ จนไอ้ที่มันเขียนมาไม่มีความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว คือเข้าขั้นไม่มีมูลเลยแม้แต่น้อย เลอะเทอะ100% เหี้ยแบบนี้ยังไม่พอ มันไปเหี้ยที่แถบวิจารณ์ไอ้สัส อย่างเหี้ย กูเคยเสียอารมณ์จนเลิกอ่านไปเลย ตอนนั้นแม่งไม่เคยคิดไงว่าจะเจอคนแบบนั้น คิดว่าอาจจะอินเกินไปมั้ง สุดท้ายตบะแตก

175 Nameless Fanboi Posted ID:OOQXt4ZPzb

แล้วตอนนั้นกูก็ไม่รู้ว่ากูคิดอะไรอยู่นะ คงคิดว่าคนน้อย ประชากรในนั้นต้องคิดเยอะละมั้ง เวลากูอ่านไม่มีการหารเลยแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายแม่งเหมือนเหยียบกับระเบิด ตายห่าอย่างอนาถ

176 Nameless Fanboi Posted ID:RtAUu.a/hp

นี่แหล่ะกูถึงชอบโม่งมากกว่าบอร์ดนักเขียน คุยกันแม่งถึงพริกถึงขิงดี

177 Nameless Fanboi Posted ID:CfG1FCy1yF

ไอ้เรื่องคอมเม้นท์คนอ่านนี่อยู่ที่ใจมึงล้วนๆ ยิ่งเขียนแนวกระแส ยิ่งแมส ยิ่งเมนสตรีม ยิ่งเจอคนอ่านประสาทแดรก ถ้ามึงรับมาทุกอย่าง แก้ไปตามใจคนอ่าน มึงพังพินาศแน่ สิ่งสำคัญคือตัวมึงก็ควรจะรู้เท่าทัน แยกแยะคอมเม้นท์เหล่านั้นออกด้วย ว่าอันไหนเป็นสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไขจริงๆ อันไหนเป็นจุดอ่อน อันไหนไร้สาระเมินเฉยไปได้เลย

ปัญหาคือคนเขียนใหม่ๆ แล้วฟลุ๊กดังขึ้นมาแล้วจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ ยึดเอาคอมเม้นท์คนอ่านเป็นหลัก จะไขว้เขวกับอะไรแบบนี้จนคล้อยตามเพิ่มนั่นนี่มั่วไปหมด เป็นขั้วตรงข้ามของไอ้พวกอีโก้แรงจัด ปัญหาที่ตามมาคือเขียนไปสักพักแม่งจะต่อไม่ได้ เพราะไม่รู้จะเชื่อมโยงเนื้อเรื่องยังไงดี เหมือนเรื่องมันหลุดออกจากมือ ไปอยู่ใต้การคอนโทรลของคนอื่นเรียบร้อยแล้ว จบที่ปิด ดอง รีไรท์ก็ว่ากันไป

178 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

อันนี้กูเห็นด้วยนะ ถ้ามันดีคนเขียนน่าเอาไปปรับใช้ ถ้าไม่เวริ์ค เน้นเขียนเอามันก็ปล่อยๆแม่งไป ปัญหาอยู่ที่ใจคนเขียนล้วนๆนั่นแหละ หลายเรื่องที่กูตามอ่านก็ออกแนวแกรี่เทพซ่าเขียนตามกระแสจนติดท๊อปแล้วตัดจบไม่ก็ดองหายไปดื้อๆเพราะมุขตัน บางเรื่องแพ้คตอนวางขายด้วยโดนคนอ่านด่าไปตามระเบียบ วันดีคืนดีสร้างนามปากกาใหม่เอาเรื่องเดิมมาลงหากินอีกรอบก็มี แล้วก็วนเข้าลูปเดิมเปิดขายแล้วหายตัว เพราะงี้ละคนอ่านที่ดีๆบางส่วนเลยหันไปเปย์นิยายแปลที่มีแนวโน้มดีกว่าคือจบแน่นอนและสนุกด้วย(แนวเทพซ่าแกรี่คือกัน)

179 Nameless Fanboi Posted ID:43fpvQe4GI

สงสัยว่ะ ถ้าแนวเทพซ่ามันเดินเรื่องด้วยตัวละครหญิงแล้วมีตัวละครชายโผล่มาเข้าปาร์ตี้ จะมีคนอ่านด่ารำคาญเหมือนกันไหมวะ?

180 Nameless Fanboi Posted ID:7nP7iwkN4s

เคยเห็นอยู่ เหมือนจะไม่กระแสว่ะ ไม่ค่อยมีคนอ่านเท่าไหร่ด้วยมั้ง

181 Nameless Fanboi Posted ID:qDtlnpwbmI

แนวเทพซ่ามันจะสนุกยังไงวะ ?

182 Nameless Fanboi Posted ID:BbHMS32Jqj

>>179 มันจะกลายเป็นนิยายกระแสของผู้หญิงแทนไหม

183 Nameless Fanboi Posted ID:IFXAxbIzRZ

เฮ้ยๆๆ เรื่องนี้ที่เคยโดนสับมันเฉลยตัวคนร้ายละเว้ย ไปดูกันนังว่าสรุปว่าผมยาวคนไหน

https://www.dek-d.com/board/view/3990417/

184 Nameless Fanboi Posted ID:nF8zTi.ppB

>>183 ไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่

185 Nameless Fanboi Posted ID:2Q9CCUgDgL

>>184 ไรวะ มึงหาว่ากูม้าเหรอ

186 Nameless Fanboi Posted ID:LZMtHlICL8

น้อนควีนซ่าขอเรียนเชิญพี่ๆอ่านเรื่องใหม่
https://writer.dek-d.com/Gal_Gadot/writer/view.php?id=2138152
PS. วิจารณ์ได้ ห้ามหยาบ ห้าม Toxic ห้ามดูถูกเด็ดขาด
PS.2 ภาษาฮินดี (ภาษาประจำชาติอินเดีย) เราใช้ translate.com แปลงจาก THA-HIN เผื่อใครไม่ทราบนะ
PS.3 ที่รีบมาโพสต์ในวันนี้เพราะจะได้เอาเวลาที่เหลือไปปรับปรุงและแก้ไข

187 Nameless Fanboi Posted ID:2Q9CCUgDgL

>>186 เงื่อนไขเยอะเกินไม่อ่านแม่งละ

188 Nameless Fanboi Posted ID:X3NgmHBtF9

>>186 อ่านแค่เงื่อนไขก็หมดโควต้า 7 บรรทัดกูละ

189 Nameless Fanboi Posted ID:pdeS6qmA3L

>>186 ขอโทดนะ แต่กูอ่านชื่อ Patma เป็นปัทมาไม่ได้จริง ๆ ว่ะ ความคิดแรกตอนเห็นของกูคือผัดหมา

190 Nameless Fanboi Posted ID:r0o6wTVfWy

>>186 new normal มั้ยล่ะมึง คนเขียนตั้งเงื่อนไขคนอ่าน จะสับกูไม่ง่ายกูว้าวซ่า

191 Nameless Fanboi Posted ID:X3NgmHBtF9

ควรย้ายไปมู้นินทามั้ย กูพึ่งอ่านจบตะกี้

192 Nameless Fanboi Posted ID:pdeS6qmA3L

>>191 ได้เดี๋ยวไปคุยด้วยพึ่งไถจบเหมือนกัน

193 Nameless Fanboi Posted ID:JIN5QBt1b6

https://www.dek-d.com/board/view/3990539/
Mong is that you?

194 Nameless Fanboi Posted ID:INlo6nhfDg

>>193 เข้าไปตบพวกบูลลี่

195 Nameless Fanboi Posted ID:JMP83tF8UB

>>193 กระทู้แม่งประสบความสำเร็จแล้วถ้าดอกขาวเข้าไปเม้น แปลว่าชีวิต จขกท. คอมพลีทแล้ว

196 Nameless Fanboi Posted ID:INoVbmXJnL

>>195 ยังไงหว่า ดอกขาวไม่มาคือล้มเหลว?

197 Nameless Fanboi Posted ID:w9eUrqdA9Y

>>195 ไร้สาระ

198 Nameless Fanboi Posted ID:JMP83tF8UB

สัส กูประชด

199 Nameless Fanboi Posted ID:JMP83tF8UB

>>196 ถ้ามันเข้ามานั่นแหล่ะเสนียด
>>197 เออ ตามนั้น

200 Nameless Fanboi Posted ID:MERq20YL9a

>>193 เพราะมันเทพเกินจนไม่ต้องเข้าโรงเรียนแล้วมั้ง ต้องเข้าใจเด็กอยู่โรงเรียนวันละหลายชั่วโมงมันก็เบื่อ อยากได้อะไรอื่นๆนอกจากไปโรงเรียนบ้าง ลองเขียนให้พระเอกเทพแล้วไปเที่ยวอ่างบางทีอาจจะตรงใจน้องๆมากกว่า

201 Nameless Fanboi Posted ID:JMP83tF8UB

>>200 ต้องมีการพยายามเอาบุหรี่เข้าโรงเรียน โดนเพื่อนเกเรต่อยเพราะบุหรี่ หรือหาบุหรี่ดูดไม่ได้ แนวโรงเรียนถึงจะน่าสนใจ

202 Nameless Fanboi Posted ID:ZY++/GsbLT

>>200 ไม่ใช่ๆ น้องแค่งอแงทำไมตัวเอกโดนเนิฟมากกว่า

203 Nameless Fanboi Posted ID:MERq20YL9a

>>202 บางเรื่องยังไม่ทันเนิฟแค่มีฉากเข้าโรงเรียนก็บ่นแล้ว

204 Nameless Fanboi Posted ID:3K6jpVRtrq

>>201 พล็อตเรื่องแม่งคุ้นๆ

205 Nameless Fanboi Posted ID:CpGz25ixgG

สุมาเต๊อะ สุมาเต๊อะ

กูไปเจอมู้รับสับเมื่อปลายปี 62 ของมีน มีคนโดนสับว่าตัดฉากสลับไปมาจนปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ กูพลีชีพเลยว่าโดนเหมือนกู ...กูเลยอยากขอตัวอย่างนิยายที่เปลี่ยนฉากสมูท ๆ มาศึกษาหน่อยได้ไหม แล้วแต่พวกมึงจะเมตตา

206 Nameless Fanboi Posted ID:LnV5E6Ojug

>>205 แฮร์รี่พ่องตายไง เปลี่ยนฉากเนียนอยู่นะ คือในบริบทของการสื่อ มันเล่าเรื่องในฉากได้ครบชัดเจนหมดก่อนจะเปลี่ยนฉาก มีทิ้ง clue ไว้ให้เนื้อหาในช่วงถัดไปเล็กน้อย แล้วขึ้นตอนใหม่ด้วยการเริ่มเล่าเหตุการณ์ในอีกสถานที่นึงซึ่งอาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับตอนที่แล้วก็ได้ ในตอนใหม่จะไม่มีอะไรค้างคา เล่าเรื่องของเหตุการณ์ในสถานที่ใหม่เหมือนเดิม

207 Nameless Fanboi Posted ID:MERq20YL9a

>>205 แนะนำ GOT

208 Nameless Fanboi Posted ID:CpGz25ixgG

ขอบคุณ ๆ
ถ้ากูไปตั้งทู้ถามในบอร์ดคงมีตัวหน้าด้านมาแปะนิยายตัวเองกันมั่งแหละ ถึงกูไม่ใช่แม่สิตางค์ กูก็คงร้องกรี๊ดอะ
...
ว่าแล้วก็ลองหน่อย

209 Nameless Fanboi Posted ID:lMgOrr236h

เรื่องการเปลี่ยนฉากมันเกี่ยวกับ Dramatic structure นะสหายโม่ง ทำความเข้าใจเรื่องโครงสร้างเสียก่อน แล้วค่อยไปอ่านหน้าม่อขนดก แยกให้ออกว่าอะไรคือ Exposition, Rising action, Climax, Falling action ไม่ใช่ไปจ้องดูวิธีขึ้นฉากใหม ถ้าเป็นเรื่องที่เพื่อนโม่งรู้อยู่แล้วก็คิดว่าเราผายลมให้ฟังเพลิน ๆ แล้วกัน

210 Nameless Fanboi Posted ID:hY7lf9BNix

>>209 ป๋มโง่กั๊ฟ ไม่รู้เรื่องนี้ รบกวนอธิปายห้ายฟางหน่อยจิ๊มิ๊ อานนี้ปู้ดจีงๆนะกั๊ฟ

211 Nameless Fanboi Posted ID:IKlv+s5mu1

>>210 https://www.storyboardthat.com/articles/e/five-act-structure

212 Nameless Fanboi Posted ID:b88SL4axLE

>>209 ขอบคุณมาก ลมตดมึงช่างหอมหวน ..กูงมหาอยู่ตั้งนาน ไม่เจอ (กูไม่มีความรู้เชิงภาษาศาสตร์ /อักษรศาตร์เลย กูเรียนสายวิทย์มา) มีเป็นภาษากิดนี่เอง สงสัยต้องให้ว้าวซ่าช่วยแปลแล้วละมั้ง

213 Nameless Fanboi Posted ID:I8FP89sPgs

>>212 ติดต่อไปเลยสินอกจากอางกิตแล้วยังเก่งรุสด้วยนะ

214 Nameless Fanboi Posted ID:8SwCRRd.fP

https://writer.dek-d.com/Groanper/writer/view.php?id=2141096

พูดถึงชื่อนิยายของกางเกงในล่าสุด "ผมก็เเค่ห้อยหลวงปู่เค็มเเต่กลับกลายเป็นเทพสงครามซะได้" นี่ถือว่าประสบความสำเร็จในการดึงดูดความสนใจไหมวะ? คล้ายกับเรื่อง "เพราะใช้ลมปราณเย็น....เมนส์เลยมาไม่หยุด" คือกูไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยอดเฟบมันยังเป็นสถิติที่เชื่อได้อยู่หรือเปล่า เพราะมีนิยายหลายเรื่องที่กูแค่ bookmark ไว้เฉยๆแต่ไม่เฟบ

215 Nameless Fanboi Posted ID:I8FP89sPgs

>>214 สำหรับคนที่เพิ่งจะเจอกูว่าสำเร็จนะ ชื่อเรื่องแนวนี้มันมีแรงดึงดูดแบบเกรียนๆ อยู่ แต่กับคนที่รู้แกวว่าไอ้เหี้ยนี่ชอบไข่แล้วทิ้ง กูว่ายิ่งทำให้เรื่องแย่ลง เพราะพอคนเขารู้ว่ามึงเปิดเรื่องเรื่อยๆ แต่แต่งไม่จบซักเรื่อย สุดท้ายก็จะถอนเฟบแล้วเลิกตาม ส่วนเรื่องลมปราณเย็นนี่คือขายของได้จริง แต่งไปไกลแล้วจริงๆ ไม่ได้เปิดทิ้งเปิดขว้าง มันจะได้เครดิตดีกว่าต่อให้นิยายมันกาว ก็จะมีคนติดตามเพิ่มขึ้นแบบกาวๆ นั่นแหล่ะ

216 Nameless Fanboi Posted ID:O0.z2JOLMI

>>214 ไอ้ซกอีกแล้ว 555556656656

217 Nameless Fanboi Posted ID:DwGSb.2sGL

คนไทยชอบดูความเสื่อมเยอะแค่ไหน

218 Nameless Fanboi Posted ID:3LJEOAJSre

กระทู้ขอกำลังใจเยอะดีนะช่วงนี้ ตอนแรกโคนา ต่อมาก็แลกกันอ่าน คราวนี้ขอคำปรึกษา ให้กำลังใจ ต่อไปเป็นอะไรดี

219 Nameless Fanboi Posted ID:yNMDspngHD

>>218 แปะวิจารณ์ด้านเดียวพร้อมตั้งกระมู้บีบน้ำตา ทำไมถึงว่านิยายเลาได้โหดรั้ยขนาดนรี้คร๊ะ

220 Nameless Fanboi Posted ID:n/jP30eQo6

>>218 อาจจะวนกลับมาที่แจกพล็อตแจกภาพ เอาไปใช้ได้นะคะ อะไรแบบนี้ย์

221 Nameless Fanboi Posted ID:3LJEOAJSre

เดี๋ยวพวกมึงอาจต้องเจอกระทู้ชื่อนิยายแปลกๆ ของไอ้พรานอีกก็ได้นะ

222 Nameless Fanboi Posted ID:pJ.aQ6uZlX

เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าคนอ่านในเด็กดีมันลดลงกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยปะวะ เขาไปสิงเว็บไหนกันแทน

223 Nameless Fanboi Posted ID:ieBsBl1Ve1

>>222 อันนี้ไม่รู้ แต่ถ้าเป็นเว็บบอร์ดคนน้อยก็เกิดจากคนอ่านหันไปโหลดแอพแทนดูกระทู้โฆษณา

224 Nameless Fanboi Posted ID:AzAJ5uJ0F5

>>223 หนีพวกโม่งอย่างมึงและกูนี่ไง ไอ้พวกตรัสรู้แล้วไม่เล่นเว็บ เพราะรู้ว่ามีพวกเหี้ยๆอย่างเราจับตามอง ส่วนพวกฉลาดก็อ่านเงียบๆ

225 Nameless Fanboi Posted ID:kIYbxRjwy2

>>224 เชี่ย... ปริศนาไขกระจ่างแล้ว Q.E.D.

แต่กูว่ามันกลายมาเป็นโม่ง รอเล่นงานหน้าใหม่มั่นโหนกมากกว่าว่ะ

226 Nameless Fanboi Posted ID:ieBsBl1Ve1

>>225 คงหนีไปเขียนเว็บอื่น มู้นี้คุยแต่แวดวงเด็กดี คุยวงอื่นยาวๆไม่ได้

227 Nameless Fanboi Posted ID:ynLwH1T/fA

>>226 นั่นแหล่ะ เดี๋ยวนี้มันมีหลายเว็บแล้ว ตัวเลือกมันเยอะ ก็คงกระจายๆ กันไปน่ะ

228 Nameless Fanboi Posted ID:wdl+6nViCn

หนึ่งวันแห่งความเงียนกริบ

229 Nameless Fanboi Posted ID:x5qD6END1a

เห็บ ไร หมัดไงพวกมึง พอเด็กดวกไม่เคลื่อนไหวพวกมึงก็ไม่มีอะไรทำ อยู่ไม่ได้ โทรลอย่างกูก็เคลื่อนไหวไม่ได้ ครวยยยยยยยยย

230 Nameless Fanboi Posted ID:Qwpa6pVhGD

ช่วงใกล้สอบก็งี้แหละ บอร์ดดด.มันจะเงียบ ๆ หน่อย

231 Nameless Fanboi Posted ID:AnW1UcsifF

ไม่ว่างกำลังช็อปอยู่ ของเต็มตระกร้าแต่ยังไม่กล้ากดซื้อกลัวล้มละลายถถถถ

232 Nameless Fanboi Posted ID:jQXA8.tNRv

ติดเกมกับติดเขียนบทความ ใครว่างๆ ก็สับรอไปละกัน ถ้าไม่มีเรื่องจะสับมาบอกกู เดี๋ยวกูส่งรายชื่อข้างเขียนให้

233 Nameless Fanboi Posted ID:wdl+6nViCn

>>230 สอบกลางภาคหรือสอบปลายภาค?

234 Nameless Fanboi Posted ID:DXR00tFQID

>>233 ทั้งสองว่ะ

เด็กมหาลัย กลางภาค
มัธยม ปลายภาค/เก็บคะแนนก่อนปลายภาค

235 Nameless Fanboi Posted ID:gD8NP9Bi+o

>>234 โม่ง กูขอถามเป็นความรู้หน่อย จะหาว่ากูโง่ก็ได้ แต่ตางรางแบ่งภาคเรียนกับปิดเทอม เขาแบ่งกันยังไงวะ และทั่วโลกแม่งแบ่งเหมือนกันหมดเลยมั้ย

236 Nameless Fanboi Posted ID:e5Eg0p2u5G

>>235 น่าวงวาร ถามโง่มากจนไม่มีใครตอบเลยว่ะ

237 Nameless Fanboi Posted ID:4crl0J+Y7H

>>235 มึงเด็กม.ต้น ม.ปลาย หรือโฮมสคูลวะ อะไรพื้นฐานแบบนี้มึงไม่รู้จริงดิ ไม่รู้ก็หัดกูเกิ้ลหน่อยก็ได้มั้ง

238 Nameless Fanboi Posted ID:ChSRZDow.D

>>236 >>237 ไม่ bully เพื่อนโม่งด้วยกันดิโม่ง อยากปั่นอยากหลอกด่าก็ตามใจแต่ให้ทางมันเดินด้วย อย่างน้อยก็ให้คำค้นในกูเกิ้ลไปสักหน่อยก็ได้ ให้มันไปนั่งงมดูเอง

239 Nameless Fanboi Posted ID:sER9RDmw/F

มึง มันอาจจะไม่ได้เรียนหนังสือ กูไม่ได้เหยียด หรือบูลลี่ห่าไรนะ แต่มันมีจริง ๆ คนมาแต่งนิยายเพราะไม่เรียนอะ แล้วขายนิยายหาเลี้ยงตัวเอง กูเคยเจอเป็นนิยายขายดีติดท้อปยี่สิบมั้ง เรื่องเกี่ยวกับยันต์ ๆ จอมขมังเวทย์ เทือก ๆ นี้

240 Nameless Fanboi Posted ID:ChSRZDow.D

>>239 พอมึงพูดถึงแล้ว คุ้นๆ เหมือนเคยอ่าน -*-

241 Nameless Fanboi Posted ID:sER9RDmw/F

>>239 แล้วก็ใช้คำผิดเยอะด้วย สรุป คือ แม้แต่กูเกิ้ลมันอาจไม่รู้ว่าต้องพิมพ์อะไร ถึงจะเจอสิ่งที่อยากรู้

242 Nameless Fanboi Posted ID:ed2.MeRwdT

>>241 ชีวิตน่าเศร้าเหี้ยๆ โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของประเทศเราแม่งห่วยแตด อีกปัญหาคือเขามีให้เรียนแล้วเสือกไม่ยอมเรียนเอง อันนี้ช่วยไม่ได้

243 Nameless Fanboi Posted ID:Q3QFRD0ZW5

แต่กูเห็นมันพิมพ์คำว่าตารางเปิดภาคเรียนในโม่งได้ แล้วมันจะพิมพ์คำเดียวกันนี้ในกูเกิ้ลไม่ได้เลยเหรอวะ

244 Nameless Fanboi Posted ID:ed2.MeRwdT

>>243 ก็ถูกของมึง

245 Nameless Fanboi Posted ID:o9N+c.dgQ1

ปีนี้พิเศษหน่อย ปกติควรเปิดเดือน 5 แต่ปีนี้เปิดเดือน 7

246 Nameless Fanboi Posted ID:PfMFM3vrcr

>>244 "นายก็เป็นโม่งเพลงได้นะ" (ทำเสียงคล้ายคนเล่นมีมพีสะเดิด)

247 Nameless Fanboi Posted ID:PfMFM3vrcr

อ่าวสัส ตอบผิดห้อง

248 Nameless Fanboi Posted ID:8+Ggx4Tgs3

สับไปแล้วยัง https://writer.dek-d.com/0822089514/writer/view.php?id=1998247

249 Nameless Fanboi Posted ID:R0KN3AdcRq

เมื่อโม่งอ่านจบก็หันหน้าถามโม่งอีกคนว่า ถ้ากูยัดม้าให้ >>248 พวกมึงจะบูลี่กูไหม ?

250 Nameless Fanboi Posted ID:F.LeFrAs56

>>248 สับไปนานแล้ว

251 Nameless Fanboi Posted ID:meVQ.TrWjN

มีใครคิดเหมือนกูมั้ย
ไอ้แนวระบบเนี่ย พอตัวเอกได้ระบบติดมา ยิ่งตอนยาวมากเท่าไร มันยิ่งทำตัวจูนิเบียวแปลกๆมากขึ้น

252 Nameless Fanboi Posted ID:RtZnKV1faY

>>251 ก็ตามนั้นแหล่ะ เพราะมันเวอร์ขึ้นๆ ไง

253 Nameless Fanboi Posted ID:zrdUJNy37B

จะว่าไปนิยายแนวระบบนี่ มีใครเป็นตัว top ที่นักอ่านยอมรับว่าเชี่ยวในสายนี้บ้างยังวะ หรือก็ไล่เฮหาอ่านไปเรื่อยไม่มีใครเด่นเป็นพิเศษ

254 Nameless Fanboi Posted ID:A3AB100rsl

>>253 แนวนี้มันโดนยืมพล็อตมาเขียนต่อ ถ้าจะเอาที่ได้รับการยอมรับจริงๆ ก็ต้องไปหาอ่านนิยายจากต้นทางแทนของคนไทยว่ะ

255 Nameless Fanboi Posted ID:Xo+DnTZos4

นิยายระบบกับนิยายสเตตัสเหมือนกันป่ะวะ เห็นในบอร์ดบอกระบบต้องมีภารกิจ ตกลงมันยังไง

256 Nameless Fanboi Posted ID:56BraxipH.

>>253 >>254 แนวสู้กูให้ Solo leveling แนวฮากูให้ History strongest number 1 founder แนวดารากูให้ I really am the star ที่เหลือค่อยหาอ่านทีหลังได้ แต่สามเรื่องนี้เด็ด คนไทยเขียนตามก็ไม่ได้อารมณ์เท่าว่ะ

257 Nameless Fanboi Posted ID:jRD3/3d8qh

https://www.dek-d.com/board/view/3991416/
อ่านแล้วก็ได้แต่หืม หืม หืม

258 Nameless Fanboi Posted ID:A3AB100rsl

>>255 มันเป็นองค์ประกอบของกันและกัน ในนิยายระบบส่วนใหญ่แทนค่าความสามารถด้วยตัวเลขสเตตัส หลังทำเควสจบ เลเวลอัพแล้วตัวละครเก่งขึ้นจะได้เข้าใจง่ายผ่านตัวเลขที่เพิ่มขึ้น

แต่นิยายที่มีสเตตัสมันอาจเป็นนิยายระบบหรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะนิยายแนวอื่นที่ใช้สเตตัสมาประกอบมันมีอยู่หลายแนว คือมันอาจเป็นนิยายเกมออนไลน์ก็ได้ นิยายแฟนตาซีอิงอิเลเมนท์เกม RPG ก็ได้ (เช่นพวก Dungeon Seeker ไรงี้)

259 Nameless Fanboi Posted ID:ki436+JXsc

>>256 ผู้เชี่ยชาญมาเอง
>>257 อยากจะหืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ไปถึงดาวอังคาร
>>258 แนวระบบมันก็คือการดัดแปลงเอา RPG element มาใส่ในโลกจริงนอกเกมนั่นแหล่ะโม่ง มันถึงต้องมีเรื่องตัวเลขสแตทเข้ามาเกี่ยว มีเควส มีค่าประสบการณ์จากเควส มีแต้มให้อัพ เป็นนิยายจูนิเบียวแฟนตาซีของเด็กติดเกมนั่นเอง จะหานักอ่านที่สนใจแต่ High Fantasy เพียวๆ เดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยมีแล้ว ในยุคที่แม้แต่เด็กเกรียนหัวโปกก็ยังหามือถือมาเล่นเกมออนไลน์ได้แบบนี้

260 Nameless Fanboi Posted ID:meVQ.TrWjN

>>259 และพวกนักเรียนที่ได้แรงบันดาลใจจาก Solo Leveling ส่วนใหญ่ไม่เคยอ่านนิยาย Solo Leveling แต่ได้อ่านเวอร์ชั่น Webtoon ต่างหาก ไปดู Solo Leveling ต้นฉบับที่เป็นนิยายเขียนระบบไม่ได้พร่ำเพรือเลย บรรยายออกจะเยอะกว่าคนไทยเขียนด้วยซ้ำ

261 Nameless Fanboi Posted ID:Mya2FHFZad

>>260 เรื่องจริง +1 บทสนทนาก็น้ำไม่เยอะ ถ้าไม่ใช่ช่วงอธิบาย ดูเป็นนิยายมากกว่า แนวระบบวอนนาบีของเด็กดวก

262 Nameless Fanboi Posted ID:9I5v1+vawb

หมดไฟเพราะสอบมารึเปล่า
https://www.dek-d.com/board/view/3991521/

263 Nameless Fanboi Posted ID:IOoxfdVSy0

เ ย็ดหี

264 Nameless Fanboi Posted ID:HqNdNRI9b/

อุรุโตะระมานนนน เอกตี้!!!

265 Nameless Fanboi Posted ID:LW3XSvH88P

ศัพท์วันละคำ https://www.dek-d.com/board/view/3991709/

266 Nameless Fanboi Posted ID:n3bielgAPW

ป่วยพร้อมกันหมดไงนิ? เงียบเหงาชิบหาย

267 Nameless Fanboi Posted ID:2jr3s3QSOV

>>266 ซุ่มเตรียมตัวรับมือโควิดระบาดรอบ 2 กันอยู่ เตรียมเงิน เตรียมเสบียง ซื้อทองไว้ขายนอกประเทศ ซื้อเกมในสตีมไว้เล่นตอนออกไปไหนไม่ได้ ฯลฯ

268 Nameless Fanboi Posted ID:WRnYfQHt8S

มันจะระบาดอีกจริงหรอวะ กูว่าม๊อบยังน่ากลัวกว่าอีกนะตอนนี้

269 Nameless Fanboi Posted ID:0zG+zxnCwK

>>266 ไม่ได้ป่วย แต่ไม่มีอะไรให้สับมันส์เท่าไมเคิลเบย์สักราย

270 Nameless Fanboi Posted ID:Jt0d0aYZwN

>>266 เขียนบทความกับติดเกม แต่ก็แอบมาส่องเรื่อยๆ นะ

271 Nameless Fanboi Posted ID:.scYOs+LzO

กูมีสับทิ้งไว้ แต่ตอนนี้หีแตด คลื่นพายุไต้ฝุ่นหีเข้า ชีวิตพังสัสๆ ไม่ได้หลับไม่นอน น้ำหนักลดไป 5 โลใน 3 สัปดาห์ ขอเวลาไปใช้ชีวิตก่อนแล้วกัน

272 Nameless Fanboi Posted ID:Fe5fumDbO9

ตอนนี้สอบกันเสร็จยัง จะได้นั่งกินวงเหล้าที่นี่ต่อ

273 Nameless Fanboi Posted ID:YU/6aV3f1q

เพื่อนโม่งถามโหนยยยย ถ้าเรื่องราวที่เขียนไม่มี conflict มันจะเป็นผลเสียอะไรไหม?

คือกูเขียนนิยายเรื่องนึงที่เกี่ยวกับมนุษย์ทดลองที่ไม่มีปมหรือเป้าหมายชีวิต และกำลังจะถูกกำจัดภายใน 7 วัน สิ่งที่กูจะเล่าน่ะมี แต่เฉพาะตอนเริ่มเรื่องมันไม่มี conflict​ อะไรเลย ตัวเอกทำตามคำสั่งทุกอย่าง กูเลยสงสัยว่าถ้าแค่ทำให้คนอ่านอยากรู้ว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อ หรือทำให้คนอ่านรู้สึกอยากให้ตัวเอกรอดได้มันเพียงพอไหม?

274 Nameless Fanboi Posted ID:1DyadCN1IZ

>>273 ปรกติเราจะใช้คอนฟิกเป็นแรงในการขับเคลื่อนเรื่องราว ก็ต้องถามล่ะว่าเพื่อนใช้อะไรขับเคลื่อนเรื่องราว ถ้ามีอย่างอื่นก็ไม่ต้องมีคอนฟิกก็ได้

275 Nameless Fanboi Posted ID:71X/LmpJs3

>>273 แค่มึงบอกว่าตัวเอกจะต้องถูกทำลาย แต่จะต้องรอด นี่ก็คือ conflict แล้วนะ คือ conflict กับชะตาชีวิต/ชะตากรรม

276 Nameless Fanboi Posted ID:lHu9sDNx6D

>>275 ความหมายของ >>273 บริบทมันเหมือนคนเราเกิดมาก็ต้องตาย มันเลยไม่เป็นคอนฟิค เราเข้าใจแบบนี้นะ

277 Nameless Fanboi Posted ID:r+4hiDTfI6

>>276 พอวางไว้ว่าตัวเอกจะโดนฆ่า แต่แต่งให้คนอ่านลุ้น อยากให้รอด แค่นี้ความขัดแย้งในการนำเสนอก็เกิดขึ้นแล้ว ยกเว้นจะแต่งให้เหมือนพวกไดอารี่คนรอทำการุญฆาต คือรู้ว่าจะตายแน่ๆ แต่ระหว่างนั้นทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ก่อนถึงกำหนดวันโดนฆ่า คือคนแต่งต้องทำการบ้านเยอะว่าเล่ายังไงแล้วคนอ่านจะไม่เบื่อ เพราะเรื่องราวที่เตรียมใจตาย รอเวลาลงดาบเนี่ย มันเล่าให้น่าติดตามยากนะ

278 Nameless Fanboi Posted ID:71X/LmpJs3

>>276 มึงไปอ่านแล้วทำความเข้าใจกับประเภทของ Conflict ดีๆ ก่อน ไม่เข้าใจก็มาถาม

279 Nameless Fanboi Posted ID:f6AssGgmjw

กู >>273 เองนะ

>>274 คิดว่าเป็น "การตามสาเหตุของความผิดที่เกิดขึ้นในตัวละคร" อย่างตัวเอกกูมันฝันทั้งที่ร่างกายถูกออกแบบมาให้ไม่สามารถฝันได้ แต่ดันฝันว่าตัวเองได้ไปสถานที่อื่นทั้งที่ไม่เคยไป ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ (ในเรื่องตัวละครจะเกิดมาในตึกทดลองและไม่ได้ออกไปไหนเลย) และบางทีก็ฝันทั้งที่ยังตื่น (คล้ายๆเห็นภาพหลอน) ด้วยความผิดปกติพวกนี้เป็นสาเหตุให้ตัวละครถูกนักวิจัยสั่งทำลาย ระหว่างรอสร้างมนุษย์ทดลองตัวใหม่มาแทนก็เลยตามหาสาเหตุของความผิดปกติรอไปพลางๆ

>>275 ในความคิดของตัวละครที่จะถูกทำลาย มันไม่ได้อยากรอดหรืออยากตาย มันแค่ทำตามคำสั่งของนักวิจัยเฉยๆ คือตามความเข้าใจของกู conflict จะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการของตัวละครมันขัดแย้งกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือมีใครในเรื่องอยากให้ตัวละครนี้รอด แต่ถ้ามีแค่คนอ่านอยากให้รอดกูเลยไม่แน่ใจว่านี่นับเป็น conflict ไหม แต่กูได้คำตอบจาก >>274 กับ >>277 แล้ว

ขอบใจมากเพื่อนโม่ง

280 Nameless Fanboi Posted ID:3pL3nEIAM+

>>278 ประเภทของคอนฟิคในการเขียนนิยายถูกแบ่งเป็นสามระดับ อินเทลนอล, อินเทลเพเซอร์เนอร์และเอ็กซ์ตร้าเพเซอร์เนอร์
หากแบ่งตามเลเวลนี้แล้วคอนฟิคจึงเกิดจากตัวละครไม่ได้เกิดกับผู้เสพ ความตายของคนถือว่าเป็นเอ็กซ์ตร้าเพเซอร์เนอร์ ความตายของวัวในโรงเชือด ชะตากรรมของลูกเจี๊ยบตัวผู้ที่ต้องถูกบดเป็นนักเก็ตก็เช่นเดียวกัน
ฝนตกในวันหยุดไม่ใช่คอนฟิค ถ้าตกในวันที่นายต้องออกไปทำงานมันคือคอนฟิค นี่คือเหตุผลที่เราบอกว่าความตายไม่ใช่คอนฟิคเพราะตัว >>273 ไม่ได้บอกว่าตัวละครอยากมีชีวิตอยู่หรือต้องทำอะไรจึงตายไม่ได้
ความรู้ของเรามีแค่นี้ ผิดตรงไหน เชิญเพื่อโม่งเสริมได้จะได้ไปหาความรู้มาใส่กะโหลกต่อ

281 Nameless Fanboi Posted ID:71X/LmpJs3

>>279 ก็มี conflict อยู่ดี ปมขัดแย้งมันไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับสถานการณ์หรือตัวละครใดๆ นะ เหตุการณ์หนึ่งมันดำเนินด้วย conflict อยู่แล้ว แค่ว่าเป็น conflict ต่ออะไรเท่านั้น

>>280 มึงเขียนทับศัพท์ได้พังพินาศมาก นอกจาก internal แล้ว กูอ่านแล้วไม่เข้าใจเหี้ยอะไรเลยว่าคำต้นฉบับคือเหี้ยอะไร ถ้าจะอังกฤษก็เขียนอังกฤษไปเลย จะไทยก็ไทยไปเลย ไม่ใช่ทับศัพท์แบบอ่านไม่ออก

282 Nameless Fanboi Posted ID:3pL3nEIAM+

>>281 ทำไมอ่านไม่อา เราเสียจัยนะเขียนภาษาไทยให้อ่านง่าย ๆ แท้ ๆ
อินเทลนอล Internal, อินเทลเพเซอร์เนอร์ Interpersonal, เอ็กซ์ตร้าเพเซอร์เนอร์ Extra-personal

283 Nameless Fanboi Posted ID:NJ015iJFnM

>>279 ถ้ามึงบอกแต่แรกว่าเป็นหุ่นยนต์ก็จบไปแล้วเยดครก แค่หุ่นทำอะไรได้นอกเหนือคำสั่งเท่ากับว่ามันมี free will ถ้าฝันได้ก็ต้องมีสาเหตุกระตุ้น แปลว่ายังไงๆ ก็ต้องมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยว มันอยู่ที่ว่ามึงออกแบบให้หุ่นนี่มันวิเคราะห์ข้อมูลแบบไหน แล้วตอบสนองยังไงถึงฝันออกมาได้ เลยวนกลับไปที่ความขัดแย้งสามอันแรกเลยคือ "หุ่นฝันได้ยังไง" ต่อด้วย "หุ่นทำนอกเหนือคำสั่งถือว่าเป็นของมีตำหนิ/บกพร่องใช่ไหม" กับ "มีข้อผิดพลาดแบบนี้ควรเก็บไว้หรือทำลาย"

เรื่องเล่าที่ไม่มีคอนฟลิกมันไม่มีอยู่จริงหรอกโม่ง ขนาดตัวอย่างเรื่องการุณฆาตยังต้องถามเลยว่า ทำไมถึงไม่อยู่ใช้ชีวิตต่อ ป่วยโรคร้าย ? มีอาการทางจิตที่ทำให้เจ็บปวดใจตลอดเวลา ?

เรื่องที่ไม่มีคอนฟลิกก็มีอย่างพวกสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เรื่องบังเอิญ เรื่องที่ควบคุมปัจจัย ตัวแปรไม่ได้มาตั้งแต่แรก หรือเรื่องเล่าชีวิตประจำวันของใครสักคน แต่ไม่มีการอธิบายเกี่ยวกับอารมณ์ tell ง่ายๆ เลย ตื่นมาบิดขี้เกียจ หาว ไปห้องน้ำเบ่งขี้ ใส่ยาสีฟัน แปรงฟันบนสิบครั้ง ฟันล่างสิบครั้ง ทานอาหารเช้า แต่งตัว ไปทำงาน ทานอาหารเที่ยง ทำงาน ทานอาหารเย็น อาบน้ำ ดูทีวี ปิดทีวี เปิดแอร์ ชักว่าว นอน ไรงี้อะ

284 Nameless Fanboi Posted ID:71X/LmpJs3

>>282 อ่านง่ายควยไรล่ะ inter มึงเขียนอินเทล personal มึงเขียนเพเซเนอร์ กูถามหน่อยว่าใครจะไปเข้าใจมึง

>>283 กู +1 ตรงที่บอกว่าเรื่องเล่าที่ไม่มีปมขัดแย้งไม่มีอยู่จริง ขนาดเรื่องบังเอิญ ปรากฎการณ์ธรรมชาติแม่งยังเป็น Conflict ได้เลย แบบ vs. Nature เช่น ตัวเอกตากผ้าไว้แต่ฝนตกจะต้องวิ่งไปเก็บผ้า นี่แม่งก็เกิด conflict ละ

ถ้าเรื่องแบบไม่มี Conflict เลยใกล้เคียงสุดก็คือชีวิตประจำวันแบบทุกอย่างราบรื่นไปหมด ไม่มีอะไรติดขัด เจอฝนตก รถติด บีทีเอสเบื เจ้านายด่าก็ไม่ได้ เพราะแม่งเกิด conflict ต่อเหตุการณ์ได้หมด ต้องดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงอย่างเดียว ไม่มีปมปัญหา ไม่มีไคลแม็กซ์

285 Nameless Fanboi Posted ID:3pL3nEIAM+

>>284 ในความเป็นจริงนิยายแฟนตาซีในเด็กดีเล่าเรื่องไม่มีความขัดแย้งนะเพื่อนโม่ง
นี่เรากำลังพูดถึงความขัดแย้งที่เป็นปมดำเนินเรื่องนะ ไม่ใช่แบบหาไม่จิ้มฟันไม่เจอเลยไปหยิบดาบพ่อมาแคะเศษเนื้อติดร่องฟัน
เออ เราเขียดผิดจริง ๆ โทษสมองที่ยังไม่ตื่นดีแล้วกัน วันหลังจะใช้ภาษาอังกฤษแล้ว

286 Nameless Fanboi Posted ID:NJ015iJFnM

>>285 จะว่าไปมันก็จริงอยู่ ถ้ามองพวกปมเดินเรื่อง ส่วนมากโอกาสเป็นใจให้ตัวเอกโชว์เทพ รอดตาย เจอของดี ปักธงง่าย ไปหมดเลย หรือต่อให้มีมันก็แก้ไขได้ง่ายๆ จากความเทพ จนมีไปก็เหมือนไม่มี

287 Nameless Fanboi Posted ID:71X/LmpJs3

>>285 ต่อให้เป็นแฟนตาซีโชว์เทพ ดำเนินเรื่องด้วยแพทเทิร์นเดิมๆ แค่ไหน ไอ้ปมขัดแย้ง ปมที่ใช้ดำเนินเรื่องมันมีอยู่แล้ว conflict ภาษาไทยใช้ปมขัดแย้งหรือปมปัญหา ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นความขัดแย้ง ความเป็นปรปักษ์ที่เกิดขึ้นจริงนะ มึงดูเรื่องความกำกวมของคำดีๆ ก่อน

ปมปัญหาที่เป็นปมหลักในการดำเนินเรื่องมันมีอยู่แล้ว อย่าง Solo Leveling ปมในองค์แรกที่ให้พระเอกได้มีโอกาสเจอตัวช่วยขั้นเทพ ยังมี conflict character vs fate เลย โชคชะตากำหนดมาให้กาก แต่กูไม่ยอมจะกาก เป็นต้น ขนาดหนังคัลท์อย่างผู้หญิงห้าบาป แม่งยังมีปมปัญหาเลย

เรื่อง conflict ความสำคัญคือการคลี่คลายปม ซึ่งอย่างที่ >>286 บอก คือปมปัญหาในนิยายโชว์เทพมันถูกคลี่คลายง่ายๆ และใช้เป็นโอกาสในการให้ตัวเอกได้โชว์เทพแทน ตัวคนอ่าน-คนเขียนเลยคิดไปว่านี่มันไม่มีอยู่จริง ทั้งที่ไม่ใช่เลย

288 Nameless Fanboi Posted ID:f6AssGgmjw

>>283 ไม่ใช่หุ่นยนต์ เป็นมนุษย์ทดลองคล้ายๆพวก Hitman หรือ Morgan ส่วนสาเหตุที่ไม่ฝันนี่มีเหตุผลรองรับอยู่ พูดถึง...ถ้าอ้างอิงจากที่มึงพูดก็แปลว่ามนุษย์ทดลองที่ไม่สามารถฝันได้แต่ดันฝัน นี่ก็คือจุดขัดแย้งแล้วสินะ

289 Nameless Fanboi Posted ID:NJ015iJFnM

>>288 ตามนั้นเลยเพื่อน อะไรที่ผิดแปลก ทำให้เกิดข้อสงสัย สร้างความไม่ราบรื่น ความขัดแย้ง การต่อต้าน เกิดคำถาม วัฏจักรที่เคยเป็นแบบเดียวกันทุกวันเปลี่ยนไป มันกลายเป็น conflict ได้หมด

ขนาดเหตุผลที่ทำให้ต้องออกเดินทางของพวก Hero's journey ก็ถือเป็นคอนฟลิกแบบหนึ่ง เพราะถ้าไม่มีอะไรมาบังคับ รบกวน หรือเชิญชวนให้ไปผจญภัย ตัวเอกก็จะอยู่แบบปกติ ใช้ชีวิตราบรื่น ในชนบทอันแสนสงบสุข เหมือนชาวบ้านกากๆ ทั่วไป

290 Nameless Fanboi Posted ID:OFfo+unIjT

เราควรจะเห็นด้วยกับปล่อยอึงมั้ย แนวต่อสู้ https://www.dek-d.com/board/view/3992181/

291 Nameless Fanboi Posted ID:X4FD9o40G1

>>290 กูว่าคอนเท้นมันกว้างไปหมวดนี้เลยไม่นิยม​ อย่างพวกนิยายแฟนตาซีส่วนใหญ่มันมีฉากต่อสู้กันอยู่แล้ว เพิ่มรายละเอียดเข้ามาหน่อยก็แยกเป็นแนวของตัวเองได้เลย กำลังภายใน ดวลเวทย์ สงครามโลก บู๋แอ็คชั่น​เหมือนกันแต่เฉพาะเจาะจงรูปแบบการต่อสู้ให้คนอ่านเลือก

ว่าแต่ทำไมกูอ่านข้อความของปล่อยอึ่งแล้วรู้สึกว่ามันหยาบกระด้างไม่น่าอ่านยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่อยู่​ในโม่งใช้ภาษาหนักกว่านี้กันมาก็เยอะวะ ถึงคำถามกูจะดูหนักไปทางนินทาก็เถอะใครรู้ช่วยบอกว่ามันเป็นเพราะอะไร

292 Nameless Fanboi Posted ID:Uk/XLXRfdw

>>291 มันสักแต่ใส่คำหยาบ เนื้อหาสาระก็ไม่ได้ดีเด่อะไร มันเลยดูไม่มีอะไร

293 Nameless Fanboi Posted ID:mG5poBI9+k

จมบอกเหตุผลที่นิยายเรื่องนี้ติดท็อปและยังติดเหรียญขายแล้วยังมีคนอ่านด้วย
https://writer.dek-d.com/Leesaki/writer/view.php?id=2107373

294 Nameless Fanboi Posted ID:aMTpjibUOS

>>293 สูตรสำเร็จ ย้อนเวลากลับมาเทพ คำผิดเยอะมาก คนท้วงเยอะแต่ไม่แก้สักที มีบางส่วนเกาะกระแส solo คือใส่ชื่อพระเอกไปตรงๆเลยน่าจะตอนหรือสองตอนนี้แหละ กูจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหน
ส่วนสาเหตุที่คนชอบ ก็เหมือนนิยายเทพซ่าไม่มีตรรกะเหตุผลรองรับหลายๆเรื่องนั่นแหละ

295 Nameless Fanboi Posted ID:BI/l9o7la+

ให้ตายสิคุณนี่ไม่ระวังตัวเลยนะครับผมเป็นผู้ชายนะ ครั้งที่แล้วๆผมปล่อยคุณมาตลอดแต่ครั้งนี้ผมจะสั่งสอนให้คุณได้รู้ตัวตนของผมเองว่าผู้ชายอย่างผมไว้ใจไม่ได้

296 Nameless Fanboi Posted ID:bY8uhadz6m

>>294 กูเคยบอกไปหลายรอบแล้วว่า จริงๆ ที่ไม่แก้ เพื่อให้มีคนมาทักเอาคอมเมนต์ ถ้าไม่ใช่ข้อนี้ก็นักเขียนแม่งกากจริง

297 Nameless Fanboi Posted ID:cNXn6dV03o

>>296 น่าจะตั้งใจไม่แก้ คนทักเยอะมาก ส่วนตอนที่เกาะกระแส solo เป็นตอนเปิดขายว่ะ มีคนเม้นด่าอยู่ว่าเอามาทั้งพล๊อตทั้งชื่อเรื่อง ไม่รู้คนเขียนแก้ไปยัง กูไม่ได้ซื้ออ่าน

298 Nameless Fanboi Posted ID:GZ8AVX2O1P

>>293 อ่านแรกก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงแล้วว่ะ เขียนเป็นฉากใหญ่บรรยายสถานการณ์ที่เกิด แต่เสือกสโคปเข้าสโคปออกให้กุสับสนว่ากุจะเอายังไง จะให้กุอินกับตัวเอกมั้ยก็ไม่ จะให้กุรู้สึกว่ามีมหันตภัยสัตว์ประหลาดบุกเมืองมั้ยก็ไม่ แนวเรื่องเหมือน Solo ก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่เขียนบรรยายยังไงให้เหมือนมังงะนี่กุหงุดหงิดจริง เพราะเมิงเขียนนิยายให้คนจินตนาการ ไม่ใช่เขียนสโคปเหตุการณ์เข้าออกเสมือนเป็นผู้กำกับหนัง เพราะเมิงไม่มีภาพรวมให้กุเลยบักห่าเอ๊ย ตัดไปตัดมาตัดทุกอย่างที่กุควรรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นขนาดนี้กุขอเรียกว่านิยายคิงคริมสันได้มั้ยวะ อ่านนิยายเรื่องนี้ตอนนึงยังเร็วกว่าอ่านมังงะ solo ตอนนึงอีก

299 Nameless Fanboi Posted ID:ZDtQpBStYs

>>298 กูเข้าไปเพิ่มยอดวิวให้มันเพราะมึงเลยนะ eiei

300 Nameless Fanboi Posted ID:UxX9VOnXkp

>>298 นิยายคิงคริมสัน เอาซะเห็นภาพเลยสัส

301 Nameless Fanboi Posted ID:GZ8AVX2O1P

>>293 กุลองอ่านไปอีกหน่อย
ตอนสองเมิงมาเป็นสารคดีวีล็อกเลย บันทึกชีวิตหลังวันสิ้นโลกของนายจิน และขณะที่อ่านเซ็ตติ้งกับสถานการณ์ที่เกิดหลังจากตอนหนึ่งอย่างใจเย็นๆเพรา เพราะการเว้นวรรคจังหวะการเล่าเมิงนรกมาก เมิงก็ตัดกุออกจากเซิร์ฟเวอร์ด้วยการ คลื่นนนนนนนนนนนนนนน ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม เหี้ยอะไรเนี่ย จัมป์สแกร์แบบนิยายเหรอ นิยายผียังไม่หาทำเลยนะไอ้เหี้ยยยยยยยยยย

ตอนสาม บรรยายความสมูทเป็นถนนชนบท ช่วงต้นพิมพ์ตกพิมพ์ผิดมาเรื่อยๆ แล้วหลุมเสียงเอฟเฟคก็มา ปัง! ปัง! บรรยายนรกที่เรียกได้คำเดียวว่ากระจุย! แล้วมุมมองการเล่าก็เปลี่ยนไปจากบุคคลที่หนึ่งเป็นบุคคลที่สามแบบงงๆ แถมสไตล์การเล่าเหมือนคนเขียนไปเกาะติดสถานการณ์แบบใกล้ชิด แล้วเมิงเป็นใคร เพื่อนพระเอกก็ไม่ใช่ พระเอกก็ไม่ใช่ แม่ซื้อพระเอกเหรอ แล้วบทบรรยายนรกเหมือนยัดบทให้มันจบๆไปอย่างสงบ(ยัดให้ตาย) แม่งอุตสาห์มีบทคุยกับพระเอกตั้งตอนกว่าๆ ความหลังกับพระเอกก็ไม่ได้เล่า เมิงบรรยายด้วยการบอกว่า "มันตายแล้วนะ" อิมแพคเป็นศูนย์เลย แล้วกุจะเอาเหี้ยอะไรไปไฮป์พระเอกให้มันรอดวะ ทันใดนั้นไอเทมที่ดรอปจากเพื่อนพระเอกก็เป็นไอเทมเทพเจ้า Lv.99 แต่ใจพระเอกเหมือนลุคได้ไลท์เซเบอร์จากโอบีวัน เพื่อนเมิงตายโว้ยไอ้พระเอกกกกกก มันไม่ใช่อารมณ์นี้โว้ยยยยย หรือว่าเป็นพระเอกสายดาร์ก รอให้เพื่อนตายก่อนค่อยตบของเพื่อนมาใช้เอง แล้วก็จบตอนด้วยเสียงร้องของปีศาจเวล 86 สุดสะพรึง "อ่าาาาาาาา"
สดชื่นจังโว้ยยยยยยยยย

302 Nameless Fanboi Posted ID:GZ8AVX2O1P

>>301 สรุปแล้วกุกลายเป็นผู้อ่านนิยายแบบนี้เป็น Guilty Pleasure แล้วสินะ อีกซักสองตอนแล้วกัน กุอยากจะรู้ว่าหลังจากที่พระเอกที่มีดาบเทพยืมเพื่อนจะต่อสู้กับปีศาจสุดเทพผู้ได้หมดถ้าสดชื่นยังไง

ตอนสี่ พระเอกได้เจอกับศัตรูที่ไม่เคยมีใครเจอมาก่อนพร้อมกับใจสู้ที่เร่าร้อนและความคิดที่สุขุม จึงทำการสลับมุมมองกลับไปที่พระเอกอีกรอบ แล้วเอาหญิงสายซัพและผองเพื่อนเข้าตี้สู้กับปีศาจสดชื่น ด้วยการวางแผนที่ฉับไวระดับแบทแมนต้องคารวะ การบู๊กับปีศาจสดชื่นที่ไร้ชั้นเชิงและความตื่นเต้น บทปักธงสาวที่เหมือนปักธงตายให้ตัวเอง ผลคือปีศาจสดชื่นตายภายในเก้าบรรทัดที่มีแต่บทขิงกันไปกันมาของเจ้าสดชื่นกับพระเอก แต่เดี๋ยวก่อน เมิงโดนแทงเข้าที่ท้องแล้วเมิงนั่งลงไปกองได้ยังไง ห๊าาาาาาาาาาาาาาา พอเจ้าสดชื่นสลายกลายเป็นแสงไอเทมเทพแบบล็อคผลก็มาสู่มือพระเอกผู้สุดแสนจะเท่ที่ใกล้จะตายแหล่ไม่ตายแหล่ มันคือลูกแก้วย้อนเวลาที่ย้อนไปห้าปีก่อน หรือก็คือช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เจ้าสดชื่นและผองเพื่อนอาละวาดไปทั่วโลก และแล้วพระเอกก็ใช้งานลูกแก้วแล้วก็จบตอน พร้อมกับอาการปวดหัวจี๊ดกับการบรรยายแบบคิดว่ากุเข้าใจในการต่อสู้ของเมิงเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยความขี้หม้อไม่ดูกาลเทศะแม้แต่นิดเดียว

ตอนห้า พระเอกย้อนเวลาตัวเองกลับไปในช่วงเวลาห้าปีก่อน แต่กลับไปอยู่ในร่างอ้วนเป็นเด็กสมบูรณ์ ขาดวลีติดปาก "ไม่รู้" สามจบนี่ครบสูตรลุงแถวบ้านเลยนะ แต่คราวนี้บรรยายด้วยวิธีใหม่ไม่ตัดฉับแล้ว แต่เป็นการฝอยชีวิตนักหลวมของตัวเองแบบเมดอินเฮฟเว่น เพื่อ????????? ทีอย่างงี้บรรยายเก่งเหลือเกินนนนน ตอนต่อสู้เมิงตัดเป็นคิงคริมสันเลยไอ้เหี้ยยยยยย แถมมีการไม่ชินกับร่างกายเดิมด้วย แล้วไอ้ห้าปีที่เมิงเอาตัวรอดจากไอ้สดชื่นและผองเพื่อนมาได้มันเป็นห้าปีที่ว่างเปล่าเร้อออออออ แล้วมีการพาโรดี้วันพันช์แมนแบบ "CLINGE เหี้ยๆ" ด้วยนะ แล้วก็จบตอนแบบไร้สิ้นซึ่งความไฮป์แต่อย่างใด จบแค่นี้ก็ได้นะ แต่เมิงเสือกเขียนไป128ตอน

303 Nameless Fanboi Posted ID:HHzKlm+JuF

>>302 และแล้วก็มาถึงตอนสุดท้าย ในเมื่อเมิงกล้าเขียนแบบคิงคริมสันกับเมดอินเฮฟเว่นได้ กุก็กล้าสับนิยายแบบคิงคริมสันกับเมดอินเฮฟเว่นได้เหมือนกัน หลังจากที่อ่านไปจนถึงตอน 30 ก็คงบอกได้เพียงว่า "เมิงเก่งมากที่ทำนิยายให้กลายเป็นมอสซ่าเรลล่าชีสโดนไฟได้" เมิงยังคงคอนเซปคำผิดวันละไม่นิดจิตแจ่มใสได้ แถมด้วยสกิลรู้ล่วงหน้าทำให้พระเอกพัฒนาตัวเองในทุกๆด้าน สวนทางกับความไฮป์ว่าเจ้าสดชื่นและผองเพื่อนจะโผล่มาเมื่อไหร่ที่น้อยลงไปทุกที จนพระเจ้าบอสใหญ่ของเรื่องเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ากุต้องเอาเจ้าสดชื่นและผองเพื่อนล้างโลกแล้วนี่หว่า แล้วกว่าจะโผล่มาพระเอกก็เทพซะจนไม่เหลือความลุ้นแต่อย่างใดแล้ว จืดสัส จนกุรู้สึกว่านิยายเมิงยัง Guilty Pleasure ไม่พอสำหรับกุว่ะ

"เมื่อพระเจ้าเบื่อโลกใบนี้ฉันใด ยี่สิบห้าตอนที่ผ่านไปก็น่าเบื่อฉันนั้น"
อ่าาาาาาาา/10

304 Nameless Fanboi Posted ID:HM1ozkWYl2

>>301 ขอบคุณในความเหนื่อยยากแบบตกกะไดพลอยโจน จากบ่นๆ กลายเป็นสับให้คะแนนเรียบร้อย อ่านจบกูนี่ร้อง "อ่าาาาา" เลย

305 Nameless Fanboi Posted ID:K68twYje7p

>>303 รางวัลอิหยิงวะอวอร์ด สาขาใหม่ล่าสุด "สดชื่นยอดเยี่ยม" ตัดฉากจนอ่านแทบไม่รู้เรื่อง เร่งเวลาไทม์สคิปเพิ่มอีกจนคราวนี้มึนจริงๆ อ่านแล้ว อ่าาาาาาาาาา แบบไม่รู้ตัว

306 Nameless Fanboi Posted ID:HHzKlm+JuF

>>304 ตอนหลังๆอาจจะสนุกล่ะมั้งถึงได้คนอ่านเป็นหมื่น แต่สามสิบตอนแรกก็ไล่แขกขนาดนี้ ถึงกุอยากติดตามว่ามีปีศาจที่สดชื่นกว่าไอ้เวล86มั้ย แต่กุทนความน่าเบื่อของเรื่องไม่ไหวจริงๆ กุเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหลังจากห้าตอนแรกนี่ ยี่สิบห้าตอนที่เหลือ ตัวอักษร การจัดวาง จัดได้ว่าเหี้ยมาก

307 Nameless Fanboi Posted ID:K68twYje7p

>>306 พูดถึงล้อวันพันช์ เรื่อง solo ก็ล้อวันพันช์เหมือนกันนี่ ที่มีโม่งทำนายไว้แม่งเป็นจริงแล้ว ว่านิยายระบบลอก solo จะต้องโผล่มา แม่งมาจริงๆ ด้วย

308 Nameless Fanboi Posted ID:mRfGGeTqbl

สงสันไอ้สดชื่นยอดเยี่ยมไม่มีแผนรีไรท์ เน่าขนาดนี้

309 Nameless Fanboi Posted ID:HHzKlm+JuF

หลังจากที่ลองสับนิยายแล้ว กุติดว่ะ ชิบหายแล้ว นี่กุต้องอยู่ในวงจรนิยายนรกนี่ใช่มั้ยเนี่ย
เรื่องนี้อาจจะไม่ได้ติดท็อปอะไร แต่ด้วยยอดการอ่านรวม 30K ปลายๆและหน้าปกที่ดูแล้วน่าตอบโจทย์ Guilty Pleasure ของกุได้ ทำให้กุรู้ว่ากุคิดไม่ผิดจริงๆ
เรื่อง : มหาศาสตราออนไลน์!!! (ของแท้ต้องมีเครื่องหมายอัศเจรีย์สามตัว)
นามปากกา : Jokobo1
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/Jokobo1/writer/view.php?id=2024749
คำโปรย : พบกับเกมออนไลน์สุดยิ่งใหญ่ที่รวมการใช้อาวุธทุกแขนงมาไว้ในเกมแห่งนี้ แต่จะเป็นไงเมื่อนายดำ เด็กหนุ่มที่ฝึกมวยไทยโบราณมาตั่งแต่เด็กได้เข้าไปในเกม ถ้าอยากรู้เข้ามาเลย //มหาศาสตราออนไลน์//
แท็ก : ##มวยไทย
หมวด : ฟรีสไตล์ > เกมออนไลน์
จำนวนตอน : 137 ตอน
สถานะเรื่อง : ยังไม่จบ อัพเดทล่าสุด 21 ก.ย. 63
เอาแค่หกตอนแรก(รวมบทนำด้วย)ก่อนแล้วกัน เพราะหกตอนแรกกุก็สัมผัสความชิบหายของเรื่องแบบ 300 % แค่แนะนำตัวละครก็เอารูปชาวบ้านมาใช้ รูปยักษ์ก็มีลายน้ำตัวเบิ้มๆคือลือน่ะมาให้เห็นแล้ว

ตอนที่ 0 บทนำ : เริ่มต้นด้วยการโฆษณาเกมที่ไม่รู้ว่าคนเขียนไปเจอการโฆษณาแบบนี้มาจากไหน เรียกความไฮป์ในการเล่นเกมนี้แบบ -300% ชื่อของเกมคือ มหาศาสตราออนไลน์!!! พร้อมกับชายหนุ่มที่กระทำเหี้ยอะไรก็ไม่ทราบได้อย่างหนักหน่วงดังตุบ!!! ตุบ!!! พร้อมความเอดจี้ไม่มีสาระที่กำลังจะหายไปในบัดดลเมื่อได้ยินว่าเกมนี้มีเงินรางวัลถึง 10% จากยอดขายทั้งหมด ทำให้ชายหนุ่มผู้นี้สนใจที่จบเกมนี้ให้ได้!!!

ตอนที่ 1 : เปิดด้วยการเล่าประวัติตัวประเอกโดยคนเขียน (ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก และกุก็เชื่อว่ากุอ่านไม่ผิดเช่นกัน) ว่า"ตัวประเอก"ชื่อดำ เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ตายตั้งแต่ห้าขวบ เลยไปอยู่กับลุงที่เปิดค่ายมวยค่ายนึงที่สภาพไม่น่ารอดจนดำเรียนมอปลายได้แล้วฝึกมวยกับลุง ต่อมาลุงตายทำให้ดำได้คุมค่ายมวยของลุง จบประวัติบัดซบของดำ มาเช้าวันเปิดตัวเกมก็มีเพื่อนนายดำโทรมาแต่เช้าแล้วชวนพระเอกไปซื้อเครื่องเกม ดำก็ไปซื้อเกมด้วยความไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แล้วเพื่อนดำก็โม้ขายเกมอย่างเลิศหรูในบรรทัดเดียว ในขณะที่ดำก็ต่อยหน้าต่างบ้านไปเรื่อย (โอเค ดำมันต่อยหน้าต่าง ว่าแต่บ้านเมิงไม่มีกระสอบทรายเหรอวะ) แล้วดำกับเพื่อนที่ชื่อมัลก็ไปสุ่มกาชาในงานอีเว้นต์แจกเครื่องเกมแบบลิมิเต็ดอิดิชันที่พิเศษกว่าชาวบ้านเค้าเพราะมันออนไลน์นานกว่าชาวบ้านได้??? และด้วยดวงที่อย่างกับหวยล็อคกับการสุ่มกาชาไปสี่ห้ารอบ ดำก็ได้เครื่องเกมลิมิเต็ดอิดิชันไปครอง โดยที่ผู้อยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นายมัลเพื่อนดำนั่นเอง เพราะนายมัลมันเป็นลูกเจ้าของบริษัทเกมนั่นเอง!!! (การตลาดเมิงบรรลัยมาก มัล) แล้วดำก็เข้าไปในเกม โดยที่เกมนี้เกิดมาเพื่อนายดำโดยเฉพาะ ทั้งระบบประเมินสเตตัสจากร่างกายของผู้เล่น ใครแข็งแรงหุ่นดีก็มีสเตตัสสูง แล้วดำก็ได้รู้ว่า NPC มันเป็นคนจริงๆมาบังคับ อเมซิ่งเหี้ยๆ!!!

ตอนที่ 2 : และแล้วดำก็เริ่มสร้างตัวละคร สร้างเสร็จก็ตั้งชื่อตัวละครว่า “นายขนมต้ม” แล้วก็แจกของเริ่มต้นนิดหน่อยซึ่งดูทรงแล้วก็ไม่ได้ใช้ เพราะมันมีโค้ดที่ได้จากการสุ่มกาชาสี่รอบก่อนจะได้เครื่องเกม แต่ปรากฏว่าได้กล่องไปสุ่มถึงหกกล่อง เนื่องจากดำมีเครื่องเกมลิมิเต็ดอิดิชั่น แล้วดำก็ทำการเปิดกล่องสุ่มดวงที่ล็อคผลยิ่งกว่าเครื่องเกม ได้สกิลที่โคตรพ่อโคตรแม่โคตรบรรพบุรุษโกงชนิดที่ว่าถ้าผู้เล่นคนไหนได้รู้เรื่องคงได้เรียกร้องให้แบนเกมอย่างแน่นอนคือ สกิลสร้างท่าไม้ตายได้เรื่อยๆกับสกิลอัพของได้เรื่อยๆ (ทีมสร้างเกมครับ ไอ้ดำมันบัค) ยังไม่พอ ดำยังเสกเซ็ตมวยไทย เสกพระเครื่องและสารพัดของขลังที่คิดออก ยังไม่พอแค่นั้น ดำยังได้ลูกแก้วโกงเหี้ยๆระดับ SS ไปอีก (ถ้ากุเป็น GM กุแบนแล้วนะ อ่อลืมไป แม่งเพื่อน GM) และดำก็เริ่มเปิดกล่องหาอาวุธประจำกาย!!!

สับไว้สามตอนก่อน กุขอมูฟออนจากปีศาจสดชื่นก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่ออีกสามตอนพร้อมภาพรวม

310 Nameless Fanboi Posted ID:K68twYje7p

>>309 มึงสับโอเคแต่อย่าสับคาไว้แบบนี้ดิวะ มันให้ความรู้สึกเหมือนปวดขี้แต่พอมานั่งแล้วเสือกขี้ไม่ออก พอลุกก็แม่งปวดเบ่งเลยต้องนั่งลงไปใหม่ สับช้าไม่ว่า เวลานอนไม่พอก็รอไหว แต่อย่าสับแบบขี้ท้องผูกแบบนี้ กูรับไม่ได้ 55555

311 Nameless Fanboi Posted ID:q4j9UjWusb

>>309 ไอ้เหี้ย เหมือนกูกำลังเยี่ยวแล้วจู่ๆก็มีคนมามาบีบหำอ้ากกกกกกกกกกกก!!! มึงจะให้กูเด็ดเก็บไว้ก่อนแบบนี้ม่ายด้ายยยย

ถ้าอนาคตแม่งมีตัว "พระกอบ" โผล่มากูจะไม่แปลกใจเลย

312 Nameless Fanboi Posted ID:ZL+oW+.gZc

ขนาดสับยังแบบนี้นิยายพี่จะดองขนาดไหน

313 Nameless Fanboi Posted ID:HHzKlm+JuF

ตอนที่ 3 : ดำได้ทำการเปิดกล่องเพื่อสุ่มหาอาวุธมหาเทพระดับ SS แล้วดำก็ได้ไอเทมสุดเทพเพื่อส่งเสริมความเก่งของตนไปอีกจนแทบจะเรียกได้ว่าครองเซิฟได้แล้วคือ “มีดแล่เนื้อ ระดับ F” ที่มีรูปร่างเป็นมีดแล่ปลา (มีดแล่เนื้อที่เอาไว้แล่ปลา เก็ตสึโนว่าเหี้ยๆ) เอาเป็นว่าเรื่องอาวุธช่างแม่งเถอะ เพราะดำมันเสกออร่าจากกล่องใบสุดท้าย แถมเสกไปหัวเราะไปราวกับยางามิ ไลท์เข้าสิง แล้วเสกอีท่าไหนไม่รู้เปลี่ยนร่างตัวเองจากหนุ่มหล่อหน้าเย็นชาตามประสาพระเอกเอดจี้ประจำเด็กดี กลายเป็นบัวขาวเวอร์ชั่นสักยันต์เต็มตัวเฉยเลยเว้ย!!! นี่มันฉีกขนบธรรมเนียมพระเอกนิยายเว็บเด็กดีแบบสุดๆไปเลย ยอดคนอ่านทะลุล้านแน่นอนคอนเฟิร์ม!!! ในเมื่อฟูลไอเทมราวกับเสกมาขนาดนี้ ดำก็ทำสิ่งที่พวกคุณคาดไม่ถึงนั่นก็คือ “ตีหุ่นฟาง” ใช่ มันตีหุ่นฟางเก็บสเตตัสเพิ่ม แล้วก็มีกลุ่มตัวพระกอบมาอยู่บริเวณที่ที่ดำซ้อมหุ่นฟางเพื่อให้ได้ยินเสียง ฮา!!!ตุม!!! ฮา!!!! ปัง!!! ซ้อมอยู่นานจนกลุ่มตัวพระกอบอัดคลิปไปลงยูทูปเพื่อโชว์ความทรหดอดทนในการโชว์แม่ไม้มวยไทยใส่หุ่นฟางถึง4ชั่วโมง ไหนจะเซ็ตคอสตูมใหม่ที่ไม่เคยเห็นจากที่ไหนอีก (จริงๆกุว่ามันอัดคลิปรีพอร์ต GM นั่นล่ะ แต่ลืมไป มันเพื่อน GM) ซ้อมเสร็จดำก็ไปล่ากระต่ายไปเช็คข่าวสารไป มีการเกริ่นถึง8กิลมหาอำนาจ (ใช่ กิล) แล้วดำก็เข้าไปในป่าลึกเพื่อเก็บเลเวลแบบ Hi risk hi return แบบน่ากลัวๆ!!! (ยังไงวะ แบบน่ากลัวๆ เดินเข้าป่าด้วยความสั่นกลัวเหรอวะ ไม่ใช่ม้างงงง)

ตอนที่ 4 : เปิดมาด้วยการโชว์รัวคอมโบแม่ไม้มวยไทยใส่มอนสเตอร์ในป่ารัวๆจนสกิลสร้างท่าทำงาน เนื่องจากในเกมไม่มีแม่ไม้มวยไทย ดำจึงมีปณิธาณอันหาญกล้าว่าจะบัญญัติสกิลแม่ไม้มวยไทยลงไปในเกมให้จงได้!!! หากแต่ว่าเกมนี้มันไม่มีอาชีพสายนักสู้มือเปล่าเลย ทำให้ดำเลือกอาชีพนักเวทย์ เพราะมันไม่ต้องใช้อาวุธ ในเมื่อเกมมันไม่มีอาชีพสายมือเปล่า กุก็เล่นนักเวทย์สายกายภาพไปเลยแล้วกัน และยังทำสิ่งที่ไม่มีใครทำอย่างการรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพสามอย่างในครั้งเดียวเพื่อของรางวัลที่ดีกว่าด้วย พูดตามผมนะครับ “อัจฉริยะ” ตัดมาที่การคุยกันของสองพ่อลูกที่คนเขียนไม่บอกว่าใครแต่คนอ่านรู้ว่ามันคือมัลเพื่อนดำกับพ่อมัลที่เป็นเจ้าของเกมคุยกัน (เมิงก็บอกเค้าไปสิวะว่ามันเป็นใคร ไอ้คนเขียน! ความเอดจี้มันลุกลามไปยันคนเขียนแล้วเหรอวะ!?) แล้วก็มีคนรายงานว่า มีคนทำภารกิจอาชีพเสร็จ3อย่างในวันเดียวแล้ว!!!

ตอนที่ 5 : เปิดมาด้วยชายหนุ่มที่คุณก็รู้ว่าใครกำลังใช้แม่ไม้มวยไทยสู้กับบอสเพื่อทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพอยู่ด้วยความทุลักทุเล เพราะบอสตัวนี้มันเก่งเหลือเกินนนน แต่ก็ไม่เกินความสามารถของดำ จัดคอมโบแม่ไม้มวยไทยระดับอัลติเมทจนดันเต้แห่ง Devil May Cry ยังต้องกราบกับสุดยอดคอมโบของดำ หรือก็คือดำมันทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพแบบชิวๆนั่นเอง ตัดมาที่พ่อมัลที่น่าจะชื่อประทานกับมัล (ก็เมิงเรียกว่าประทานแล้วไม่บอกกุว่าชื่ออะไร กุก็ถือว่าชื่อประทานแล้วกัน แล้วเสือกเขียนผิดด้วยนะ) กำลังสังเกตการณ์ดำด้วยความอึ้ง ทึ่ง เสียว เมื่อได้ได้เห็นลีลาแม่ไม้มวยไทยในเกมของตัวเอง จึงต้องให้ “ไอ้นั่น” เป็นรางวัลความกล้าที่สามารถเคลียร์สามภารกิจในวันเดียว ตัดกลับมาที่ดำที่ทำภารกิจทั้งสามสำเร็จ ดำก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันแรงกล้าจากระยะใกล้ๆ จึงพบกับกลุ่มผู้เล่นเลเวลน้อยที่กำลังประสบพบเจอกับมอนสเตอร์สุดโหด ที่ตอนนี้ดำตบได้สบายๆ แล้วดำก็เริ่มคอมโบแม่ไม้มวยไทย!!!

*กุแถมให้อีกตอนแล้วกัน เพราะกุอยากรู้ว่า “ไอ้นั่น” คืออะไร คาใจชิบหาย และเป็นคำขอโทษที่ทำให้พวกเมิงขี้เยี่ยวไม่สุดด้วย*

ตอนที่ 6 : ดำโชว์ลีลาแม่ไม้มวยไทยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีท่าใหม่ พร้อมคำพูดเท่ๆว่า “นี้แหละมวยไทย!!!” แต่เมิงก้มตัวคำนับ What??? คือกุงงกับความอยากคูลกับความบ้าพลังของเมิงชิบหายเลยดำเอ๊ยยย และด้วยสามัญสำนึกอันดีงามที่รู้ตัวแล้วว่าเมิงมาลาสเค้าทั้งตี้ จึงเอาของทั้งหมดที่ดรอปได้วางไว้ไม่แตะเลยซักชิ้นเดียวเพื่อปักธงตัวละครที่ไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นนางเอกหรือตัวพระกอบในอนาคตแล้วเดินจากไป แล้วดำก็ได้ของรางวัลมากมายก่ายกองราวกับกลัวว่าดำจะไม่ได้เป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของเซิฟ (ก็ใช่สิ เมิงมันเด็กเส้น GM คนอื่นเค้าเล่นแทบตายกว่าจะเก่ง เมิงมาวันเดียวเก่งเลย) แล้วดำก็ได้รับสกิลธาตุวิญญาณ พร้อมกับรายเอียดสกิลที่ทำให้ดำต้องร้องด้วยคำว่า “นะ นะ นี่มัน!!!”

314 Nameless Fanboi Posted ID:HHzKlm+JuF

จบเจ็ดตอนแรก ถ้าจะให้กุพูดถึงภาพรวมของนิยาย

ข้อดี แต่งได้ชวนติดตามดี ทิ้งท้ายแต่ละตอนด้วยความไฮป์ว่าตัวประเอกอย่างดำจะเจอกับอะไร จะโชว์แม่ไม้มวยไทยแบบไหนให้ดู อธิบายฉากต่อสู้พอเห็นภาพ ไม่วาร์ปไม่สคิปเป็นคิงคริมสัน

ข้อเสีย

1.เมิงไปสาบานที่วัดพระแก้วดิ๊ไอ้คนเขียนว่าเมิงแก้คำผิดทุกตอนแล้ว เพราะเมิงมีคำผิดทุกตอน ไม่มีใครทักคำไหนไม่แก้คำนั้น เมิงเห็นคนอ่านเป็นนักพิสูจน์อักษรเหรอ แล้วยังไง ถ้าสมมติกุล็อคอินไปทักในตอนว่านิยายเมิงยังมีคำผิดอยู่เมิงจะแก้มั้ย คงตั้งชื่อตอนเป็นงานแก้โปรเจคจบเลยมั้งไอ้เหี้ยเอ๊ยยย แล้วคำผิดของเมิงไม่ใช่แค่สะกด แต่เมิงใช้คำผิดไม่ก็อธิบายไม่ครบจนเปลี่ยนอารมณ์เลย เดินเข้าป่าแบบน่ากลัวๆ กุอ่านยังไงมันก็เข้าป่าแบบสั่นกลัวชัดๆ ไม่ได้มีความเข้าป่าด้วยความองอาจพร้อมตบมอนให้เละคามือคาตีนเลย

2.พ่อเมิงเป็นลอร์ดวอร์เดอมอร์รึไง เล่นอยู่ได้ไอ้มุกคนที่คุณก็รู้ว่าใครในสถาณการณ์ที่อ่านก็รู้แล้วว่ามันเป็นใครทำอะไรอยู่ เมิงบอกมาชัดๆไปเลยว่าแม่งเป็นใครได้มั้ย เขียนตัวละครเอดจี้ไม่ได้หมายความว่าคนเขียนมันต้องเอดจี้ไม่มีสาระตามไปด้วยนะเว้ยยยย ตัวละครหลักมันมีไม่เยอะ เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อน เหตุการณ์ไม่ได้ชวนฉงนสงสัย เมิงจะใส่ความเป็นลอร์ดวอร์เดอร์มอร์ไปทำสวรรค์วิมานอะไรวะ กุถามจริ๊งงงง ตัวอย่างก็ประธานบริษัทเกมนั่งคุยกับลูกชายแล้วจับตาดูพระเอกที่กำลังทำภารกิจอยู่ เมิงเฉลยมาแต่แรกแล้วว่าไอ้ลูกชายมันคือไอ้มัลเพื่อนไอ้ดำ เมิงจะใส่ความลึกลับซับซ้อนไปทำหอกอะไร กุรู้แล้ว ว่าไอ้ตัวนี้มันเป็นใคร เพื่อออออออออออออออออออออออ

3.ตัวละครรองที่ใส่ๆมากุไม่รู้ว่ามันจะมีบทยังไง บางตัวบทตัวประกอบเสือกใส่ชื่อให้แล้วก็โยนทิ้ง บางตัวบทเป็นตัวโดนปักธงก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะมีอิมแพคยังไงในอนาคต แต่สปอยกุเรียบร้อยแล้วว่ามีบทแน่ๆ กุยังไม่รู้แต่เมิงก็ยัดให้กุรู้เรื่องในประโยคเดียว

4.ตัวละครหลัก ดูจากอาการควรปรึกษาจิตแพทย์มากๆ กุเข้าใจได้ว่าเมิงมี Trauma ที่คนใกล้ชิดจากไปตั้งแต่ยังเด็ก แต่กุไม่เคยเห็นใครเดี๋ยวเอดจี้ เดี๋ยวอยากคูล เดี๋ยวบ้าพลังได้เท่าไอ้ดำพระเอกมาก่อนว่ะ ด้วยความหวังดีจากกรมสุขภาพจิต

5.สะกดผิดไม่พอ เมิงใช้เครื่องหมายผิดด้วย ทำให้กุอ่านแล้วเข้าใจเป็นอย่างอื่นไปอีก ที่กุยกตัวอย่างในตอนที่ห้าที่เมิงโค้งคำนับศัตรู แต่เสือกใช้ “นี้แหละมวยไทย!!!” กุรู้เลยว่าเมิงไม่ได้ตั้งใจเรียนวิชาภาษาใดๆทั้งสิ้น เพราะเครื่องหมายอัศเจรีย์ในเครื่องหมายคำพูดมันคือการตะโกนโว้ย! แล้วย้อนกลับไปที่ข้อสี่ ที่กุบอกว่าพระเอกมันบ้าพลังเพราะ “เมิงตะโกนทุกประโยคสนทนา!” ไม่สิ พออ่านดีๆแล้ว “ทุกตัวละครของเมิงมันเป็นคนบ้าพลังเพราะเครื่องหมายอัศเจรีย์พร่ำเพรื่อของเมิงนี่ล่ะ!” คนจีนคนเกาหลียังไม่ตะโกนทุกประโยคสนทนาเท่าตัวละครในนิยายเมิงเลยนะ

“มหาศาตราออนไลน์!!! เกมอิสระที่อาชีพล็อคตายตัว พร้อมกับไอ้ดำเพื่อนลูก GM ผู้อุดมไปด้วยสกิลโกงอภิมหาโกงที่จะมาพร้อมจะมาตบผู้เล่นทุกสาย ไม่ว่าจะสายฟรีที่ขยันจนเลือดออกตามรูขุมขน หรือสายเติมที่เติมจนขายบ้านขายรถจนน้ำล้นออกทางตา มาเล่นเลย วันนี่!!! เดี๋ยวนี้!!!”

เครื่องหมายอัศเจรีย์ที่คุณก็รู้ว่าใคร/10

315 Nameless Fanboi Posted ID:HHzKlm+JuF

สับจบแล้ว คงสงสัยว่าแล้วความเวอร์วังของการประเคนของระดับเทพจนแทบจะยกตำแหน่ง GM ให้ตัวละครมันหายไปไหน กุคิดว่ามันไม่ใช่ข้อเสียของเรื่องนี้ว่ะ แต่แม่งเป็นของเสียของนิยายเกมออนไลน์ "ส่วนใหญ่" ที่ไม่คำนึงถึงสเกลพลังของตัวเอกกับผู้เล่นโดยรวม ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ควรจะเป็นในวงการเกมออนไลน์ ไม่ได้คำนึงว่ามันจะส่งผลยังไงต่อเนื้อเรื่องในอนาคต กุเลยขอเปิดประเด็นนี้แล้วกัน

"นิยายเกมออนไลน์ที่คนเขียนไม่เคยเล่นเกมออนไลน์มันก็คือนิยายแฟนตาซีนี่เอง"

316 Nameless Fanboi Posted ID:qtzCmQf9bO

อ่านสับแล้วสิ้นหวังดี มีแต่เรื่องชวน wtf ส่วนสมดุลเกมพัง ประเอกเด็กเส้น กับตัวพระกอบรอไฮป์ อันนี้ทำใจได้นานแล้ว แนวออนไลน์มันมักเป็นงี้ตลอด สำหรับท่านประทาน มึงรอวันเกมเจ๊งภายใน 3 เดือนได้เลยถ้าทำแบบนี้ในความเป็นจริง

317 Nameless Fanboi Posted ID:mRfGGeTqbl

>>309 กูเลิกอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1 เหี้ย ซ้อมมวยกับกระจก ยังกะนิยาย 5 ส

318 Nameless Fanboi Posted ID:zAK5zy.Dpv

กูว่าเรื่องนี้เอามาศึกษาเกี่ยวกับความแต่งโดยไม่สนหีแตดใดๆ ได้นะ สมดุลเกมไม่จำเป็น คาร์แกว่งก็ช่างแม่ง ดวงดีเกินแล้วไงวะ การกระทำตัวละครหลายอย่างก็ไม่มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ในตอนนั้น เล่นอาขีพตีธรรมแต่เลือกคลาสนักเวท แล้วที่ว่านักเวทไม่ใช้อาวุธนี่ ดูเรื่องแนวปราชญ์มาเยอะรึไง (เพราะพวกนี้ร่ายเวทได้แบบไม่ต้องมีสื่อกลาง)

นิยายเกมโดยคนไม่เคยเล่นเกม แต่มีภาพจำจากนิยายเกมโดยคนไม่เคยเล่นเกมอีกคน เอามาลอกแล้วแต่งเองแบบไม่เคยเล่นเกมจนกลายเป็นจูนิดงเบียวแกรี่ฟันตาซี อังเคิลโรเจอร์มาเจอเข้ายังต้องร้อง ไฮ๊ย่ะ

319 Nameless Fanboi Posted ID:HHzKlm+JuF

>>318 คือกุยังงงกับอาชีพตัวละครเลย พระเอกเป็นซุปเปอร์อภิมหาเพื่อน GM เรื่องไหนก็แถให้มันเทพได้ยกเว้นอาชีพที่ล็อคไว้แล้วเพราะลอกตามเกม แต่เสือกลืมไปว่าตัวละครเมิง "เป็นนักมวยที่ไม่ต้องใช้อาวุธก็ได้" แล้วมันไม่ได้เลือกอาชีพก่อนเข้าเกม แต่เก็บเวลไปไกลแล้วเพิ่งรู้ว่า "เมิงเล่นเป็นนักมวยไม่ได้" แล้วก็ไม่หาทางแถอะไรให้กุหลับตาข้างนึงก็ได้เลยว่าเกมมันมีอาชีพนักมวยนะ อย่างอาชีพลับหรือสร้างอาชีพเองไปเลย ที่กุบอกว่า"อัจฉริยะ"นี่กุชมจริงๆนะ แทนที่จะหาทางออกนอกกรอบให้ตัวละครอย่างที่เคยทำ มาเรื่องอาชีพเสือกเข้าสูตรที่มันฟิกไว้ให้ออกมาดีที่สุด ผลคือเมิงจะกาวก็กาวไม่สุด เมิงจะมีแบบแผนเป็นแบบแผนที่ชวนเอาส้นตีนก่ายหน้าผากมาก

320 Nameless Fanboi Posted ID:8fuqJbg7ti

นิยายเกมออนไลน์แห่งวงการเด็กดี = แหล่งความเห่อหมอยของนักหลวม

321 Nameless Fanboi Posted ID:h6yA0GdMod

>>320 จะหลวมเอ็ดจี้ยังไงก็ได้ แต่ทำให้พวกกุสนุกกับงานเมิงหน่อยเหอะ จริงๆมันก็มีงานที่พอสนุกนะ อ่านเพลินๆได้แต่ไอ้งานที่เอามาสับกันเนี่ยมันเหมือนเอาส้นตีนเขี่ยขอไปที แล้วเสือกเก็บตังค์ด้วยไง งานแก้ที่เหมือนไม่แก้ รีไรท์ที่เขียนยังไงให้บัดซบกว่าเดิม

322 Nameless Fanboi Posted ID:lw.NvuO7GP

>>321 ไอดีเท่ ได้เป็น Mod 1 วัน

พูดถึงแนวแกรี่หลวมเอดจี้มันมีความสนุกในแบบของมันอยู่นะ ที่เคยเห็นว่ามีคนจะลองไปแต่งดู ส่วนใหญ่แต่งไม่ได้เว้ย มันออกมาดีแต่ไม่สนุกเพราะลองแล้วความเบียวในตัวคุณต่ำเกินไป เลยไม่สนุกเหมือนพวกเด็กเบียวแต่ง (คล้ายๆ ในเรื่องที่ยิงสไนเปอร์จากภาคเหนือไปภาคกลาง) ไอ้ความชวนอิหยังวะหน่อยๆ กับความคาดเดาไม่ได้เพราะแม่งจะเขียนอะไรลงมาก็ไม่รู้ด้วยความเบียวเนี่ย ถือเป็นเสน่ห์ของแนวนี้เลย อ่านไปก็รู้สึกผิดบาปในใจไปด้วย ถถถ

323 Nameless Fanboi Posted ID:rtv74EYM.u

เห็นเจ๊แวร์เปิดเรื่องใหม่แล้วมาโปรโมท กูเลยเข้าไปอ่านงานมา ไล่ๆ ดูแล้วเจ๊แวร์แม่งชอบเกาะกระแสใช้ได้เลยนี่ว่า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะไม่ได้มานินทาเจ๊ จะมาพูดเรื่องงาน

กูอ่านแล้วเจ๊ก็ไม่ได้เขียนแย่นะ เท่าที่สกิมแม่ง 4 เรื่อง ก็เล่าเรื่องได้แบบ 5W1H แบบที่โม่งพูด พื้นฐานทั่วไป เขาก็เหมือนทำการบ้านมานะ ไอ้อียิปต์นี่ก็หาข้อมูลมาซะนึกว่าอ่านรายงาน แต่แม่งไม่สนุกเลยว่ะ กูว่ามันจืดมาก จืดสนิท อย่างไอ้นิยายวายผีของเขากูอ่านแล้วไม่รู้ว่าต้องฮาตรงไหน มันเล่าทื่อๆ แข็งๆ ไม่แพรวพราวอ่ะ หรือเพราะเขาไม่ใช่คนตลกด้วยวะ มันเลยกริบ แป้กจัด ไปเขียนบทความอะไรอย่างอื่นน่าจะรุ่งกว่านิยายป่ะ มันไม่สนุกอ่ะ

ผลงานประกอบ
https://writer.dek-d.com/gil_mirath/writer/view.php?id=1782253
https://writer.dek-d.com/gil_mirath/writer/view.php?id=2141723
https://writer.dek-d.com/gil_mirath/writer/view.php?id=1542561
https://writer.dek-d.com/gil_mirath/writer/view.php?id=1897045

324 Nameless Fanboi Posted ID:bibVWe1/S0

>>323 อ่านแล้วเจ๊แวร์ดีกว่าเจ๊มิรันหลายขุม อิเจ๊มิรันฝีมือกากแล้วเสือกไม่รับฟังความเห็น แจ๊แวร์ยังดูมีความพยายามเขียนหลายแนวกับเกาะกระแสเป็น แต่เห็นด้วยนิยายเจ๊แวร์แม่งแข็งโป๊ก เยิ่นเย้อแต่อ่านไม่เพลิน รูปแบบการดำเนินโบราณ กูเดาว่าเป็นเพราะมายด์เซ็ตของนาง แม่งเปลี่ยนยาก

325 Nameless Fanboi Posted ID:8fuqJbg7ti

>>323 ทำไมรู้สึกว่ายังเขียนไม่จบสักเรื่อง

326 Nameless Fanboi Posted ID:.aF4fcdBnA

ล่าสุดกูกดเฟบนิยายเรื่องใหม่เจ๊แวร์ หวังว่าคราวนี้คงไม่มีเคาะโลงก่อนเอาเข้าไปไว้ในพีระมิดนะ

327 Nameless Fanboi Posted ID:rtv74EYM.u

>>325 กูก็สงสัยว่ามีจบสักเรื่อง มีตีพิมพ์สักเรื่องไหม ตอนนี้เท่าที่เห็นคือไม่อ่ะ เทแม่งหมด กูบังเอิญไปเจอเฟซเจ๊ด้วย มีคุยๆ ทำนองว่าอยากขึ้นแบนเนอร์เด็กดี เคยได้ขึ้นของฟลช.แล้ว บลาๆ แต่เขียนให้จบก่อนดิ

>>324 พยายามจับกระแส แต่ไม่รุ่งสักอันเลยอ่ะดิ ด้วยสำนวนภาษามันอ่านไม่เพลิน เหมือนฝืนให้ขำ ฝืนเล่นมุกอ่ะ ไอ้ความแข็งโป๊กมันเลยไปคนละทิศคนละทางกับแนวเรื่องที่เขาคาดหวังจะให้เป็น เขาไม่สามารถกร่อนสิ่งที่รีเสิร์ชเอามาร้อยเรียงในโทนขำๆ อ่านแล้วมันได้ง่ะ จะนิยายผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ จะนิยายวัยรุ่นก็ไม่ได้

>>326 เรื่องนี้คือ self-insert ตัวเองเป็นนางเอก ฮาก่บ่ไหว อ่านแล้วขนคิงลุก

328 Nameless Fanboi Posted ID:NaJWLCxyrX

เป็นเพราะเจ๊แกแต่งไม่จบแต่ขยันเข็นออกมารึเปล่า คนอ่านเลยไม่ค่อยสนใจด้วย กูคนนึงแหละที่สกรีนดูก่อนว่ามีแนวโน้มจะเขียนจบมั้ยก่อนจะอ่าน

329 Nameless Fanboi Posted ID:8fuqJbg7ti

>>328 กูมีปัญหากับนิยายจีนที่มีมากกว่า 300 ตอน แบบถ้าเห็นเดินเรื่องวนลูปหรือช้ากว่าเต่า กูไปขายปาทังโกหรือขนมจีนที่ตลาดนัดจะดีกว่า

330 Nameless Fanboi Posted ID:349dYNzmeB

>>324 แข็งยังไงวะ

331 Nameless Fanboi Posted ID:349dYNzmeB

>>324 ผิด ๆ แก้เป็น มายด์เซ็ทนางทำไมวะ

332 Nameless Fanboi Posted ID:7F1yL6Ov/h

>>331 กูไม่ใช่ >>324 นะ กูมองว่ามันเป็นเนเจอร์ของนางที่มันฝังไปกับงานที่เขียน ลักษณะสำนวนภาษาต่างๆ มันสะท้อนคนอ่ะ แล้วสำนวนภาษาของเจ๊แวร์ก็อยู่ในโทนแข็ง ทื่อ ไม่ใช่โทนภาษาที่ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนพลิกแพลงไปตามแนวนิยายได้ ซึ่งอันนี้คือเนเจอร์ของเจ๊ แล้วแต่ละแนวมันก็มี mood and tone ที่ไม่เหมือนกัน ถ้าเนเจอร์เป็นคนสำนวนแข็งโป๊ก เหมือนอาหารรสจืดๆ เส้นทางที่จะพอมีศักยภาพพัฒนาได้ คือไปเขียนพวกบทความ หรือไม่ก็พัฒนาไปเชิงสารคดี ซึ่งต้องเป็นโทนจริงจังอีกเหมือนกัน เพราะโทนอื่นเจ๊ไม่ได้เลย กูมองว่าเจ๊ก็เขียนนิยายมาเป็นสิบปีแล้วนะ ควรจับทางงานตัวเองได้แล้วนะ ไม่ใช่พยายามไปขายขำ ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่คนตลก ไม่ใช่คนเล่าโทนขำได้อ่ะ และนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้นิยายเจ๊ไม่รุ่ง แม้ว่าจะพยายามเกาะกระแสแค่ไหนก็ตาม

333 Nameless Fanboi Posted ID:349dYNzmeB

>>332 กูคิดแบบนี้เหมือนกันนะ บางทีเห็นแล้วก็สงสาร กูว่าแกรู้ว่าไม่เหมาะกับนิยาย แต่ทำไมถึงดันทุรัง เมื่อก่อนกูเคยอยู่บอร์ดเด็กดี สมัยแกยังคอสเพลย์ ก็ดูเป็นคนมั่นใจมากคนหนึ่ง คิดว่าอีกหลายๆ ปีผ่านไปน่าจะเขียนนิยายได้ดีขึ้น แต่ไม่นานมานี้กูเพิ่งได้กลับมาเจอเจ๊แกพร้อมงานอียิปต์ เออ แกแข็งจริงว่ะ เห็นเคยบอกในไหนไม่รู้ว่าเขียนมา 15 ปีแล้วด้วยนี่ ถ้ามันไปไม่ไหวก็อย่าฝืนเลย ฝืดมาก อ่านแล้วจับแนวทางเรื่องไม่ถูกว่าจะไปทางไหนกันแน่ มีคนเตือนแล้วก็เถียงเขา ชอบยกการศึกษาตัวเองมาข่มอะ 5555

334 Nameless Fanboi Posted ID:HpoNRMVOgC

มีความตั้งใจแต่ไปไม่ถูกทางมันก็ไม่เวิร์คหรอก หลายๆ อย่างในโลกมันใช้แค่ความตั้งใจอย่างเดียวไม่ได้ ใครโชคดีเกิดมามีพรสวรรค์ก็ดีไป แต่ถ้าดันทุรังมาตั้งนานแล้วไม่สมหวังสักทีก็เสียเวลาชีวิตเปล่าๆ

335 Nameless Fanboi Posted ID:2IB/faRRFm

>>332 +1 กูยังจำทำไมต้องลุกให้พระนั่งของนางได้ถถถ เดาว่านางเป็นคนซีเรียส กูอ่านเรื่องจีนแล้วแม่งอึนๆสำนวนมันไม่แย่นะแต่บรรยากาศแม่งไม่โฟลวจนกูนึกว่าอ่านบทความ ข้อดีที่ได้จากนิยายเจ๊คือคลังคำเยอะดี แต๊บเอาไปใช้ได้ถถถ

336 Nameless Fanboi Posted ID:.njWYqV+Eu

>>335 ไม่ใช่ว่าพระต้องลุกให้ผู้หญิงนั่งเหรอวะมู้นั้น หรือกูจำผิด

337 Nameless Fanboi Posted ID:eoelL/7QT+

>>336 เอ้าแหกมั้ยล่ะกู ไม่รู้ว่ะกูจำผิดมั้ง ขุดกระทู้เสือกใหม่ถถถ

338 Nameless Fanboi Posted ID:Zg2A7avEh7

กุลองไปอ่านฟาโรต์ดู ตอนแรก ได้สี่ห้าบรรทัด การเล่นมุกเหมือนพยายามจะให้ขำ แต่แม่ง งงแทน ...กูไม่ได้มีอคติอะไรด้วย แค่อยากรู้ล้วน ๆ ว่าที่พวกมึงว่ากันมามันจริงไหม ปรากฏว่า อืมมมมม...

339 Nameless Fanboi Posted ID:A4XSh4I657

บางทีเจ๊แกอาจจะอยาเขียนเอาสนุกไหม คือบางคนที่มาเขียนนิยายเพราะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งก็ไม่แปลกนะ อย่างพวกนิวโรของญี่ปุ่นก่อนกระแสเอานิยายเนตมาพิมพ์เยอะขึ้น พวกนั้นมันก็เขียนเอาสนุกตัวเองกันทั้งนั้น กูอ่านอยู่เรื่องหนึ่งพระเอกแม่งอยากเป็นพระราชา แต่คนเขียนเล่าตั้งแต่พระเอกเป็นเด็กทารกฝึกร่ายเวท ดขียนมาจะสิบปีแล้วลงอาทิตย์ละสองวันทุกวันนี้ก็ยังลงอยู่ จนกูเพิ่งเหนนิยายแกได้ตีพิมพ์เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง
ในเดกดีมันก็น่าจะมีบ้างละว่ะที่เขียนตั้งแต่ยังวัยเรียนจนวัยทำงาน แต่ไม่ได้จริงจังแค่เขียนเอาสนุก

340 Nameless Fanboi Posted ID:5.SH0bEXLL

>>339 แต่เจ๊แวร์เขียนจริงจังหวังขายทำเงิน+ตัดพ้อว่าขนาดเกาะกระแสแล้วนิยายตัวเองก็ยังไม่ดังสักที อันนี้ก็คนละเรื่องกับเขียนเอามันไม่แคร์คนอ่าน ไม่แคร์ตลาดแล้ว

341 Nameless Fanboi Posted ID:349dYNzmeB

>>340 เออจริง เขาพยายามมาตลอดแหละ พยายามมากนะไม่ใช่ว่าไม่พยายาม เข้าโครงการ โปรเจ็กต์บลาๆ กับเพื่อนนักเขียนคนอื่นในสำนักพิมพ์เฟอร์นิเจอร์ เห็นว่าก่อนหน้านี้ก็เคยทำบก.อยู่กับสนพ.เล็กๆ แห่งหนึ่ง เคยบ่นด้วยมั้งว่าเมื่อไรจะได้ขายหนังสือของตัวเองสักที ที่ผ่านมาขายให้คนอื่นตลอด กูก็อยากรู้ว่าเขาทำหน้าที่ปรูฟงานได้ยังไงทั้งที่งานตัวเองยังแข็งโป๊กขนาดนั้น

342 Nameless Fanboi Posted ID:vXDsyHqak1

>>341 ก็วนกลับมาที่เรื่องเดิม นักชิมไม่จำเป็นต้องทำอาหารเก่งเสมอไป บางคนลิ้นทองคำ บอกได้ วิเคราะห์ได้ ทั้งกรรมวิธี วัตถุดิบ วิธีขับให้รสชาติออกมาอร่อย แนะนำเชฟได้ว่าควรเพิ่มอะไร ลดอะไร

แต่พอให้มาทำอาหารเองเสือกออกรสชาติหมาไม่แดก หรือพอแดกได้แต่ไม่ว้าว ถ้าหาจุดยืนที่เหมาะกับตัวเองเจอ มันก็ไม่ต้องฝืนไง ถ้าทำ บ.ก. เก่งก็ บ.ก. ไป แต่เจ๊แวร์กูว่าเขาคงชอบเขียนนิยายอะ ออกมาเป็นไงก็ไม่อะไร ขอแค่ได้เขียนพอ น่าเสียดายตรงความ Dull ที่มีมากไป ทำอาหารแบบรสชาติเดียว

343 Nameless Fanboi Posted ID:5.SH0bEXLL

>>342 กูไม่คิดว่าเขาชอบเขียนนิยายอะไรขนาดนั้น แต่ดูเหมือนเขาตั้งเป้าว่าจะต้องชนะ จะต้องตีพิมพ์ ต้องประสบความสำเร็จมากกว่า มายด์เซ็ทเขาดูเป็นแบบนั้นมากกว่าแพชชั่นแบบรักเลยทำ

344 Nameless Fanboi Posted ID:kuLARQ45vd

>>343 ใจไม่รัก มึงอยู่วงการนี้ไม่ได้หรอก รายได้ต่ำกว่ากรรมกรพม่า

345 Nameless Fanboi Posted ID:ULzlWmdmLZ

..ฟ้า..ลุ่ม อิรวดี คืนนี้ มีแต่ดาว
แจ่มแสง แวววาว ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม เด่นอะคร้าว สว่างไสว
เสียง คลื่น เร้าฤดี คืนนี้ข้าเปลี่ยวใจ
เหน็บหนาว ทรวงใน ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม แต่ไฉนข้าเศร้า วิญญา

ข้ามา..ทำศึก ลำเค็ญ เหนื่อยแสนยากเย็น
ไม่เว้นว่างเปล่า เพื่อศักดิ์ชาว ตองอู
ถึงจะตาย จะอยู่ ขอเชิดชู มังตรา
ดวงใจ ข้ามอบ จอมขวัญ มั่นรักต่อกัน
มิ่งขวัญจันทรา กุสุมา ยอด ชู้
รักเจ้าเพียงเอ็นดู ไว้ชื่นชู ดวงแด

ไป รบอยู่ แห่งไหน ใจ คะนึงถึงเจ้า
เคยเล้าโลมโฉมแม่ ข้ากลับ มาเมืองแปร
มองเหลียวแล แสนเปลี่ยวเปล่า
ไม่มี..แต่เงา ข้าเศร้าอาลัย
หัวใจแทบขาด อนาถ ใจ ไม่คลาย ..

เจ็บใจ คนรัก โดนรังแก ข้าจะเผา เมืองแปร
ให้มัน วอดวาย จะตาย ให้เขาลือชาย
จะให้เขาลือชาย ว่านามชื่อกู
ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ชนะสิบทิศ
ผู้...ชนะ...สิบ...ทิศ...

https://www.youtube.com/watch?v=_ENQmAMjECo

346 Nameless Fanboi Posted ID:wotSPIJufr

>>344 ดูจากการงอแงในเฟซแล้ว กูขอคิดเหมือนเดิมแล้วกันว่าสำหรับเขาการเขียนนิยายให้ดังมันคือการอยากเอาชนะมากกว่าความรัก เพราะเขาพยายามที่จะดังเหลือเกินแบบไม่มองความจริงว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเขียนนิยาย

347 Nameless Fanboi Posted ID:nEqOx.hETp

อันนี้นอกเรื่องเจ็แวนะ แต่กูอยากเห็นตัวอย่างพวกที่เขียนด้วยใจรักในเดกดีที่ไม่เทงานมั่งวะ ที่เคยเจอก็มาจากโม่งนี่ล่ะที่เอาเรื่องนึงที่เขียนเป็นกำแพงตัวอักษรมาเสนอ
ซึ่งผลจากช่วงล็อคดาวโควิทกูเห็นมีเยอะนะ แบยกระทู้ลุงเอง หรือเช็คอายุ แต่กูไม่ได้ไปอ่านไงใครมีที่พออ่านได้แล้วไม่มีทีท่าว่าจะเทเหลือกันมั่ง เอามาให้ยลหน่อย

348 Nameless Fanboi Posted ID:XV.zomN+Tq

>>347 ลูกโม่อินดี้ไง เขียนแบบไม่สนอะไร และตั้งเป้าไว้ว่าจะมีมังงะเวอร์ชั่น แล้วนำกำไรไปสร้างอนิเมะอีกที แค่นี้ก็เห็นถึงความตั้งใจ มีค่าพอให้อ่านแล้ว (แต่มึงจะทนไหวหรือไม่ อันนี้ต้องลองดูเอง)

349 Nameless Fanboi Posted ID:oRkJEAPDA8

>>347 ถ้าเอาเรื่องเก่า ๆ หน่อยกูว่าไอ้ยิงสไนข้ามจังหวัดนั่นก็ใจรักที่จะเขียนอยู่นะ

350 Nameless Fanboi Posted ID:+SA4mlyOD3

เพื่อนโม่ง กูอยากลงนิยายช่วงปิดเทอม แต่เสิร์จ google มันแจ้งเวลาปิดเทอมไม่ตรงกัน ใครพอจะรู้บ้างว่าปิดเทอมวันไหน เดือนไหน

ใช่ช่วงเดือน พ.ย. จริงไหมคับ

351 Nameless Fanboi Posted ID:athyJ4qSjD

>>347 ราชินีลูกโม่ไง เห็นเขียนด้วยใจรักไม่เทแถมมีภาพปลากรอบให้ด้วย ผมไม่ใช่ม้านะพี่ เชื่อผมสิฮะ

352 Nameless Fanboi Posted ID:HqVT3dLDjf

>>347 อื้อหือ... มีโม่งออกมาสนับสนุนตั้ง 2 เสียง (รวมกูด้วย) มึงต้องไปโดนเสียหน่อยแล้วล่ะเพื่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลา เดี๋ยวกูม้าให้แบบไม่มียางอายด้วยการเปิดวาร์ป ขอให้สนุกกับการเดินทางนะ

https://writer.dek-d.com/0372007145/writer/view.php?id=2026459

ปล.สัสมันใส่เพลงออโต้ด้วย เสนียดหูจริงๆ

353 Nameless Fanboi Posted ID:/6KTyjZAGv

นารุตะกี้เขียนด้วยใจรักเหรอ? กูไม่คิดงั้นว่ะ มันเคยบอกเองว่าจริงๆมันอยากวาดมังงะ แต่มังงะมันทำมาหาแดกยากเลยหันมาจับงานเขียน(ที่ตัวเองได้แทรกรูปวาดทุกครั้งที่ลงตอนใหม่)แทน คือใจแม่งอะไปสายวาดแบบ...กูขอแค่ให้ได้วาดอะ ศัพท์เทคนิคไม่รู้ อนาโตม่วยคืออะไร เรื่องลิขสิทธ์มันก็ไม่เข้าใจเลยด้วยมั้ง https://www.dek-d.com/board/view/3983898/

354 Nameless Fanboi Posted ID:N7m9COoMvB

ไอ้ >>353 พูดถูก มึงจำผิดแล้วไอ้ >>348 เพราะกระทู้ฝันอยากสร้างเมะมันของน้อนดราฟว่ะ แต่ก็ช่างมันเถอะ ให้ >>347 มันลองไปอ่านทั้งสองเรื่องนั่นแหล่ะ จะได้พบกับความมั่นโหนกที่แท้จริงบ้าง หรือมึงจะแวะนิยายว้าวซ่าด้วยก็ได้นะ รายนั้นเคลมตัวเองเป็นระดับเน็ตฟลิกซ์เลยนี่ ใครว่างโยนวาป ก็สงเคราะห์เพื่อนโม่งหน่อย

355 Nameless Fanboi Posted ID:9J770um7jW

>>352 กูเข้าไปแล้วเศร้าเลย ไม่นับคนเขียนมาฮาเดล มีคนเม้นท์ให้สุดท้ายคือมิถุนา 3 เดือนก่อร

356 Nameless Fanboi Posted ID:wotSPIJufr

โคตรเหี้ยในทุกมิติ ถ้ามันไปอวยคมอีกแล้วมีคนถามหานิยาย กูว่าได้ฮาแตก

https://writer.dek-d.com/50shadesofhoi/writer/view.php?id=2148130

357 Nameless Fanboi Posted ID:VxkfW1fPGo

ในนี้มีใครตามmonster soulมั้ยอ่ะ ยากรู้ว่าคนแต่งเค้าหายไปไหนแล้ว เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า

358 Nameless Fanboi Posted ID:N7m9COoMvB

>>357 นานๆ มาที รอบละ 1 ตอน

359 Nameless Fanboi Posted ID:.XsaOp4YIW

>>357 มานานๆที ถ้าคิดถึงเมิงก็กลับไปอ่านตอน 1 ภาคแรกใหม่

360 Nameless Fanboi Posted ID:B13kdKddUJ

เจ็บใจ โดนโม่งโทรลรังแก ข้าจะเผาFanboi ให้มันวอดวาย

361 Nameless Fanboi Posted ID:M8IVYHJy64

>>360 จะตายให้เขาวอดวาย จะให้เขาวอดวาย ในนามชื่อกู ผู้ชนะสิบมู้ ผู้ชนะสิบมู้ ผู้ชนะะะะสิบมู้้้้

362 Nameless Fanboi Posted ID:DHShXwM6EM

เกลียดความชอบเรื้อน ที่อยู่ในใจฉัน

363 Nameless Fanboi Posted ID:dGY/Q6em+3

>>361 ทุงย่าบาเล่ ทุงย่าบาเล่ เป่าปีตีกลอง บั่นฆ้องศึกรบ...กลองศึกรัวพลันไม่หวั่นเกรง เพลงนักรบคนกล้า

364 Nameless Fanboi Posted ID:klEaCvGt.p

มึง ๆ กูเพิ่งเห็น งานของผีเสื้อแม่งได้ติดเว็บมาสเตอร์แนะนำว่ะ กูว่ามันต้องน้ำตาไหลแน่ แต่กูไม่กระเดือกวาย เลยบอกไม่ได้ว่ะ ไม่รู้มีใครเคยอ่านงานนางไหมวะ มันเจ๋งเหี้ย ๆ ขนาด WM เอาขึ้นเลย ?

365 Nameless Fanboi Posted ID:dRdbxzP5C4

>>364 ผีเสื้อไม่เท่าไร ไอ้กิลด์ของไอ้ชาโดว์ที่ได้ขึ้นดีกว่า กูอ่านตอนมันลงแรกๆ ยังแบบ เอิ่มมมมม

366 Nameless Fanboi Posted ID:DHShXwM6EM

>>364 >>365 ไม่รู้จักซักตัว ลองเปิดวาร์ปให้กูหน่อยดิ๊

367 Nameless Fanboi Posted ID:DHShXwM6EM

อะไรของพวกมึงนี่ ชวนคุยแล้วจากไป

368 Nameless Fanboi Posted ID:klEaCvGt.p

>>366 >>367 กูนั่งทำงานเว้ยสัด เดี๋ยวนายกูฆ่าพอดีมึง อ่า กูปามาแล้ว https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2012229

369 Nameless Fanboi Posted ID:klEaCvGt.p

>>367 กูไม่อ่านวาย กูเลยไม่รู้ว่ามันดีไหม แต่เห็นแว่บ ๆ ว่า นางเอาที่เว็บมาสเตอร์เล้าเป็ดมาลงด้วย กูเลยอยากรู้ว่ามันเจ๋งจริงหรือวะ ?

370 Nameless Fanboi Posted ID:klEaCvGt.p

>>365 กูขอวาร์ปด้วย อยากดูว่ะ

371 Nameless Fanboi Posted ID:BJuaKX3bL6

อ่ะ ของไอ้ชาโดว์

https://writer.dek-d.com/Shadow_J/writer/view.php?id=2090553

>>369 กูกดไปดู เขียนดีกว่ามาตรฐานสมถุยนิวนอร์มอล แต่ไม่ใช่สไตล์กู กูเลยผ่าน ส่วนแอดมินเล้าเจ้านี้หรือ Grey Twilight กูให้เครดิตดีเลย เขาตั้งใจอ่านแบบอ่านละเอียดมาก ปมเปิมอะไรคนอ่านคนอื่นไม่เจอ แกนี่แหละเจอตั้งแต่กลางเรื่อง

372 Nameless Fanboi Posted ID:klEaCvGt.p

>>371 พอกูกดเจอพระเอกเทพ นี่กูกดปิดก่อนเลย จะว่าอคติก็ได้ว่ะ กูไม่ค่อยชอบแนวที่มาเก่งสุด ๆ

งั้นแสดงว่าพอมีหวังกะไอ้พวกนักเขียนหน้าใหม่ ๆ มั่ง ถ้ากูว่างจะลองเปิดใจอ่านหน่อย

373 Nameless Fanboi Posted ID:BJq.lKbNbR

>>371 คุณสมบัติพระเอกแกรี่ดีมาก

374 Nameless Fanboi Posted ID:BJuaKX3bL6

กิลด์โลกใหม่ของไอ้ชาโดว์กูให้กากนะ เล่าเรื่องคือ tell tell tell และ tell ไอ้กัสอัจฉริยะโคตรเทพ เปิดมากูก็เหม็นเบื่อละ

375 Nameless Fanboi Posted ID:BG1zXxlIgr

วันนี้เป็นอะไรกัน วันถวายตูดแห่งชาติรึ พวกมึงถกนิยายวาย พวกเด็กดวกก็ถกปัญหาวาย https://www.dek-d.com/board/view/3993004/

376 Nameless Fanboi Posted ID:klEaCvGt.p

>>374 จริง

377 Nameless Fanboi Posted ID:klEaCvGt.p

>>375 สัด กูแค่ถามเฉย ๆ ไม่ได้สะเออะไปดูเด็กดวกถกปัญหาเว้ย แต่ช่วงนี้มีแต่มู้วาย มู้บ่น เยอะชิบหาย บางอันแม่งมาขอพลอต จนกูไม่อยากเปิดอ่านแล้ว เซ็ง

378 Nameless Fanboi Posted ID:B13kdKddUJ

ว้าย พวกโม่งชอบตูด ฉัด

379 Nameless Fanboi Posted ID:BJq.lKbNbR

>>378 แล้วใครจะไม่ชอบบ้าง //มองตูดมึง

380 Nameless Fanboi Posted ID:BJq.lKbNbR

>>371 ทำไมยอดวิวรวมกับยอดรายตอนไม่สัมพันธ์กันวะ แล้วยอดวิวแค่นี้ติด WM แนะนำได้ไงนิ

381 Nameless Fanboi Posted ID:7RkeNC99ZO

>>380 ในรีวิวที่เว็บมาสเตอร์รีวิวก็แบบ อืมๆ แนะนำนะ บาย เหมือนไม่ตั้งใจจะแนะนำอ่ะ ยอดวิวนี้คือเพิ่มแล้วนะ ตอนแรกน้อยกว่านี้เยอะ

382 Nameless Fanboi Posted ID:AMof3Fxnxw

>>380 >>381 บางทีกูก็เห็นใจ WM นะ ขนาดพวกโม่งสับยัง Bruh นิยายนิวนอมอล จนไม่รู้จะสับเรื่องไหนเลย

383 Nameless Fanboi Posted ID:3rrp2yCsUv

>>382 ความผิดพลาดมันซ้ำซากในเรื่องเดิมๆ ความสามารถในการเล่าเรื่องให้อิน ให้สนุก น่าติดตาม ก็ไม่มี แล้วยังจะมาฮิตแนวเกิดใหม่ฮคตรเทพ บ่มเพาะพลัง แก้แค้นตบเกรียน ไม่ก็ Solo leveling โมเดล มันเลยน่าเบื่อโคตรๆ

384 Nameless Fanboi Posted ID:HDe+eSLuMS

พักหลังกุอ่านวายเยอะกว่าเลยไปสิงห้องวาย แม่งคนละอารมณ์กับมู้นี้จริงๆ จะกรี๊ด สกรีม อวย ด่า ก็ไม่โดนข้อหาม้า คุยในนิยายเรื่องนั้นเรื่องนี้ ใครอ่านเรื่องไหน ใครมีสปอยบ้าง ขอรีวิว ฯลฯ คนละธรรมชาติกับมู้นี้ที่แม่งเน้นสับ เดี๋ยวมีโทรลปั่น มีเกรียนเปลี่ยนประเด็น สิงห้องนั้นกูเลยเหมือนได้พักใจบ้าง

385 Nameless Fanboi Posted ID:/yNYjFzZf0

>>384 พักใจแต่เสือกสิงในโม่ง