Fanboi Channel

นิยายเด็กดี บทที่ 21 (DDNXXI) รวมทีมอเวนเจอร์ นักฆ่าเอจจี้ ระบบนอกบท พระเอกนักเยส นางร้ายสมองกลวงใส นางเอกโคตรเลว โอ้ว it over 9000!

Last posted

Total of 460 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:0ldlVFizzz

วิพากษ์วิจารณ์งานเขียนบนเว็บเด็กดี.คอม ทั้งจบแล้วและยังไม่จบ ตีพิมพ์แล้วและยังไม่มีใครเหลียวแล รวมไปถึงพูดคุยเกี่ยวกับวงการนิยายเว็บ (เด็กดี) เพื่อความหวังของวรรณกรรมไทยในอนาคต ทั้งนี้ ไม่สนับสนุนให้นำเรื่องส่วนตัวของนักเขียนแต่ละคนออกมาตีแผ่ ควรเน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนเท่านั้น

<<คลังกระทู้เก่า>>

นิยายเด็กดี บทที่ 1 -- https://fanboi.ch/webnovel/2403/
นิยายเด็กดี บทที่ 2 -- https://fanboi.ch/webnovel/2703/
นิยายเด็กดี บทที่ 3 -- https://fanboi.ch/webnovel/2907/
นิยายเด็กดี บทที่ 4 -- https://fanboi.ch/webnovel/3066/
นิยายเด็กดี บทที่ 5 -- https://fanboi.ch/webnovel/3187/
นิยายเด็กดี บทที่ 6 -- https://fanboi.ch/webnovel/3229/
นิยายเด็กดี บทที่ 7 -- https://fanboi.ch/webnovel/3388/
นิยายเด็กดี บทที่ 8 -- https://fanboi.ch/webnovel/3594/
นิยายเด็กดี บทที่ 9 -- https://fanboi.ch/webnovel/3852/
นิยายเด็กดี บทที่ 10 -- https://fanboi.ch/webnovel/4106/
นิยายเด็กดี บทที่ 11 -- https://fanboi.ch/webnovel/4265/
นิยายเด็กดี บทที่ 12 -- https://fanboi.ch/webnovel/4393/
นิยายเด็กดี บทที่ 13 -- https://fanboi.ch/webnovel/4626/
นิยายเด็กดี บทที่ 14 -- https://fanboi.ch/webnovel/4810/
นิยายเด็กดี บทที่ 15 -- https://fanboi.ch/webnovel/5006/
นิยายเด็กดี บทที่ 16 -- https://fanboi.ch/webnovel/5346/
นิยายเด็กดี บทที่ 17 -- https://fanboi.ch/webnovel/5535/
นิยายเด็กดี บทที่ 18 -- https://fanboi.ch/webnovel/5769/
นิยายเด็กดี บทที่ 19 -- https://fanboi.ch/webnovel/6022/
นิยายเด็กดี บทที่ 20 --
https://fanboi.ch/webnovel/6295/
รายชื่อโดนสับไปแล้ว https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit

2 Nameless Fanboi Posted ID:oNAfZQZ7K+

รู้เฟลชิบหายที่คนเขียนเรื่องที่ตามบ่นว่ายุ่งไม่ค่อยมีเวลาเขียนแต่เสือกงอกเรื่องใหม่มาเรื่อยๆ

3 Nameless Fanboi Posted ID:93vXfpUekD

>>2 พอๆกับบอกเพื่อนว่ากูไม่มีเวลา กูมีการบ้านเยอะ แต่ที่จริงแล้วเล่นแต่เกมทั้งวัน จะว่างเมื่อเกมปิดเซิฟ

4 Nameless Fanboi Posted ID:0ldlVFizzz

อะไรของเด็กมันวะ พึ่งเริ่มแค่นี้ก็บ่นละ

https://www.dek-d.com/board/view/3902755/

5 Nameless Fanboi Posted ID:93vXfpUekD

>>4 หลายคนก็เป็นแบบนี้แหละ ปากบอกจะมีภาคต่อๆ แต่บ่นเรื่องยอดวิวน้อย คนเม้นน้อย แฟ่บน้อย แทบอยากจะบอกคนเขียนทุกคนว่า เอาเวลาหาทางเอาตัวรอดในภาคแรกดีกว่า ไม่สิ ตัดภาคสองภาคสามออก ทำภาคเดียวจบ เผื่อมีปัญหาอะไร ไอเดียจะไม่เสียของเกินไป

6 Nameless Fanboi Posted ID:wWxPXUKnOe

เอ้าเชี่ยเพิ่งเห็น หัวมู้ยัง it over 9000 อยู่เลยสัด มู้ที่แล้วมีคนด่าไปแล้วไม่ใช่หรอวะ 5555

7 Nameless Fanboi Posted ID:ytYZF76NPe

>>6 แล้วต้องเขียนยังไง It's over 9,000 งี้ปะ

8 Nameless Fanboi Posted ID:fsnboNpnTm

สับเรื่องนี้ให้กูหน่อย ขอแบบเน้นๆ
https://writer.dek-d.com/rachini-aomam/story/view.php?id=1385364

9 Nameless Fanboi Posted ID:iYOo6XGdYV

>>8 โทษที แนวนี้กูขอผ่าน

10 Nameless Fanboi Posted ID:F/zAsKBUci

>>6 เออว่ะ นี่กูต้องโดนประจานอัจฉริยะภาพทางภาษาไปจนกว่าจะหมดมู้เลยเหรอวะเนี่ย5555555

11 Nameless Fanboi Posted ID:iYOo6XGdYV

>>6 กูคนเปิดมู้เอง กูขอโทษ กูก็อปชื่อมาวางไม่ได้เช็คอะไรเลย ตอนนั้นมีประเด็นคันปากอยากเล่าเลยรีบไปหน่อย

ปล. กูไม่ใช่คนคิดชื่อนะ

12 Nameless Fanboi Posted ID:LXVI79p3vm

>>8 เปิดเรื่องมากูเดจาวูเฟรินเลย รู้สึกว่าคล้ายเกิ๊นเลยลาก่อย

13 Nameless Fanboi Posted ID:6Ng4umg2cR

>>8 เห็นบอกเหมือนบารามอสก็นึกว่าแนวแฟนซี พอกดเข้าไป แนววายมหาลัยก็งง ใช่เหรอวะ พอลองอ่านบทแรกไม่กี่บรรทัด เออ เหมือนจริงด้วย 555 ว่าแต่แนววนี้ไปห้องวายเลยน่าจะได้การวิจารณ์มากกว่านะ มู้นี้คนถนัดสายนี้น้อย

14 Nameless Fanboi Posted ID:lJpw+aTZGL

>>8 โทษที แนวนี้กูขอผ่าน ขอโทษที่กุก๊อปคนข้างบนมาวาง

15 Nameless Fanboi Posted ID:ytYZF76NPe

>>12 >>13 มันเหมือนยังไง เอาตัวละครมาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนบทพูด แล้วเดินเรื่องเหมือนกัน เริ่มในฉากหลังคล้ายกันงี้เหรอ

16 Nameless Fanboi Posted ID:eCvukJuROp

>>15 ฉากเปิดมาด้วยหมากรุก กับวิธีการคุย คือ ไม่ใช่ว่าเปิดแบบนั้นไม่ได้นะ เพียงแต่มันเหมือนกันเกิน

แม่งกลายเป็นลอกเซ็ปชั่นมาก แรบบิทลอกตัวละครจากอันอื่น ตอนแรกกูโอเคนะ แต่งเล่น ๆ หรือทำมือขาย

แต่มันไม่โอเคตอนสนพ.ทำขาย&โปรโมท กูสงสัยกับ Sense เรื่องสกรีนงานก๊อปของบก.มาก

17 Nameless Fanboi Posted ID:6Ng4umg2cR

>>15 สำหรับกูนะ สำนวนแม่งแฟนซีเหมือนบารามอส แต่พลอตเป็นแนวมหาลัยยุคปัจจุบัน มันเลยแปร่งๆไงไม่รู้ ปกติแนวนี้เปิดมาก็มักจะสำนวนวัยรุ่นมากกว่านี้อ่ะ

18 Nameless Fanboi Posted ID:6Ng4umg2cR

เออ ลืม อีกนิดนึง เพิ่งเคยเห็นแนวมหาลัยเปิดเรื่องด้วยการเล่นหมากรุกในสำนวนแฟนซีแบบนี้จริงๆแฮะ ในบารามอสก็เปิดด้วยตลค.นั่งเล่นหมากรุกบ่อยๆเหมือนกัน หรืออาจทุกเล่มด้วยซ้ำ จำไม่ได้ละ

19 Nameless Fanboi Posted ID:ytYZF76NPe

>>17 นึกถึงนิยายแฟนตาซียุคกลางแต่สำนวนหนังจีนที่กำลังระบาดอยู่เลย

20 Nameless Fanboi Posted ID:gcuKdVXrqg

>>19
วิสเค้าท์ซาเอเทียโน่ วันนี้วันตายของเจ้า
โอหัง แน่จริงก็เข้ามา

21 Nameless Fanboi Posted ID:lJpw+aTZGL

Oหังกับ3หาว มันใช้ต่างกันไหมวะ

22 Nameless Fanboi Posted ID:2h7qM2gm.O

โอหัง = ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
สามหาว = ไม่รู้จักมารยาท

23 Nameless Fanboi Posted ID:7V+/Xdgs9p

>>20 555 กูอ่านแล้วแม่งจี้ดีว่ะ

24 Nameless Fanboi Posted ID:2hI8LHHTJt

>>22 อะไรของมึงวะเนี่ย โอหัง จองหอง หยิ่ง ยะโส เหมือนกัน
ส่วน สามหาว เป็นกริยาหยาบคาย ไม่เคารพ
พจนานุกรมก็มีเราอย่าตีความกันเอาเองเลย

25 Nameless Fanboi Posted ID:+zQDBRtnbH

>>24 แล้ว... มันต่างกันตรงไหนวะในเมื่อใช้เรียกคนประเภทเดียวกัน

26 Nameless Fanboi Posted ID:0oke/vb5Cd

it's over 9000 นะ ชื่อมู้แม่งโคตรพม่า

27 Nameless Fanboi Posted ID:q4PUOqY.TF

กว่าจะจบมู้ คงมีคนทักชื่อมู้ตลอด ถถถ

28 Nameless Fanboi Posted ID:lkoqDBfXm4

ย้ำเยอะเดี๋ยวหาว่าแกรมม่านาซีอีก ก็จำไว้ในใจแล้วกันว่ามันควรเขียนยังไง

ส่วนประเด็นวันนี้ที่จะมาชวนคุยคือเรื่อง กุแต่งนิยายแนวกึ่งมนุษย์ พระเอกเป็นกึ่งเต่า นางเอกเป็นกึ่งนก แล้วมีนักอ่านด่าว่านิยายกุไม่สนุกเลย นางเอกมีดีแค่บินได้กับเล็บคม พระเอกก็ไม่เทพ tank ได้อย่างเดียว (ไม่มีกระดองแต่ผิวหนังสีเขียวบนหลังจะทนทาน) ทำไมไม่มีหูแมว หูหมา หูกระต่าย ไม่มีความโมเอะ กุจะไปเถียงในคอมเม้นก็กลัวจะคิดว่าไล่แขก เลยขอมาระบายที่นี่แทนว่า

"นิยายบู้แนวต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ปลดแอกจากการถูกข่มขี่ ไม่ใช่นิยายเลิฟคอเมดี้ ไม่ใช่สไลซ์ออฟไลฟ์เทพทรู กุไม่ได้จะขายฮาเร็มโมเอะ กุขายความปากกัดตีนถีบ มิตรภาพและคราบน้ำตาไอ่สัส แล้วก็เลิกถามได้แล้วนะว่าเต่ากับนกจะเย็ดกันได้ยังไง เพราะมันไม่ใช่นิยายประเภทนั้นโว้ย"

29 Nameless Fanboi Posted ID:PiP85Bis/1

>>28 ง่ายๆ ก็คือมึงเขียนโดยไม่สนใจตลาดไง
พวกนักอ่านก็มีแนวที่ตัวเองคาดหวังในใจ แต่เมื่อเจียดเวลามาอ่านแล้วเจอเรื่องที่ไม่ตรงแนวที่ตัวเองคาดหวังก็ย่อมหัวเสียด่างี้ล่ะ

30 Nameless Fanboi Posted ID:Vc1cCG/0kL

>>28 มึงบ่นยังงี้แม่งลูซเซอร์ว่ะ มึงอยากเขียนยังไงก็เขียนไป มึงต้องตามเถียงทุกคนที่ไม่ชอบเรื่องมึงรึไงวะ

31 Nameless Fanboi Posted ID:XUtzM9DOON

5555555555555+
เด็ก ม. ต้น เห่อหมอยตั้งมู้สินะ ควาบชิบหาย
It over 9000 เหี้ยอะไรของมึงเนี่ย

32 Nameless Fanboi Posted ID:7W9DTPLu5M

>>28 เต่ากัดเจ็บนะมึง555

33 Nameless Fanboi Posted ID:7W9DTPLu5M

>>31 คนเสนอชื่อเเม่งกากเเกรมม่าเเล้วคนตั้งมู้ไม่ได้เเก้ก่อนตั้งน่ะ

34 Nameless Fanboi Posted ID:TmQPbVfrsp

>>33 มึงเชื่อมันรึ กูว่าไอ้คนตั้งกระทู้กับคนตั้งชื่อมันก็คนเดียวกันนั้นแหละ แค่ทำมาเป็นแก้ตัวกลบเกลื่อนว่าคนละคน

35 Nameless Fanboi Posted ID:vV6ZadDs2B

มีเรื่องไหนเขียนฉากสู้มือเปล่าแบบไม่สาดสกิลบ้างไหมวะ

36 Nameless Fanboi Posted ID:uAtg/meznX

>>35 บรูซลี

37 Nameless Fanboi Posted ID:3ilme4Q6bB

>>34 ก็กูเนี่ยคนตั้งชื่อ ใครจะกล้าตั้งมู้ทั้งที่เเม่งยังเขียนผิดๆวะ อายเค้าตายห่า เเม่งประจานความพิการทางภาษาของกูชัดๆ orz

38 Nameless Fanboi Posted ID:FddgyXK8Gd

>>34 กูพูดตรง ๆ กูเป็นคนละคนกัน ไม่มีกลบเกลื่อน

จาก คนตั้งมู้

39 Nameless Fanboi Posted ID:/p0r+ulJol

คิดเล็กคิดน้อยกันจริง คราวหน้าก็ตั้งชื่อไทยล้วนตัดปัญหาเลย

40 Nameless Fanboi Posted ID:iYu+IhQCqm

อิท'ส์ โอเวอร์ ๙๐๐๐

41 Nameless Fanboi Posted ID:AYOL1GBDY8

>>32 https://www.youtube.com/watch?v=d6WkFTWQrzc

42 Nameless Fanboi Posted ID:zpxGonh.O7

กูเรี่มคิดถืงแนวเกมไลน์แล้วว่ะ แนวต่างโลกเยอะเกิ๊น แต่พอไปหาดูก็มีแต่อันที่แนวๆเดียวกันหมด

43 Nameless Fanboi Posted ID:AYOL1GBDY8

>>42 เกมไลน์? เกมบนแอพ LINE หรือเกมออนไลน์?

44 Nameless Fanboi Posted ID:/p0r+ulJol

>>42 นี่ก็ว่าจะกลับไปแต่งแนวติดในเกมเหมือนกัน แต่เรื่องเก่าแม่งยังไม่จบ

45 Nameless Fanboi Posted ID:XEG0G3lyFm

นิยายมีเทพเกมส์มือถือนะ ไทยนะจะลองมั่ง มหาเทพ ROV งี้ ท้าแข่งกันในรร. คนแพ้หัวร้อนต่อยคนชนะ เกมส์แพ้คนไม่แพ้

46 Nameless Fanboi Posted ID:c5DlUbPNt2

ทำไมถึงได้วนเวียนกับเกมนักหนาวะ กูไม่เข้าใจ แทนที่จะเบื่อต่างโลกแล้วไปคิดนิยายแนวใหม่ ๆ
ถอยหลังเข้าคลองชิบหาย

47 Nameless Fanboi Posted ID:w/Xh8pwyT1

ไทยมันคิดอะไรได้ที่ไหน ไอ้ต่างโลกนี่ก็เหมือนกัน เริ่มมาจากญี่ปุ่นทั้งน้าน

48 Nameless Fanboi Posted ID:XEG0G3lyFm

>>46 เขียนง่าย เข้าถึงง่าย ไม่ได้มีไรมากหรอก

ถ้าจะบอกเขียนแนวเดิมๆ พวกแฟนตาซีก็เขียนมาเป็นร้อยปีละ จะเขียนอีกทำใม ทำใมไม่เขียนแนวใหม่ๆ มั่งละ คนชอบไรก็เขียนไปเถอะ

49 Nameless Fanboi Posted ID:YYPPy3p6FE

>>46 >>47 พวกมึงโชว์ของหน่อยดิ ที่ว่าแนวใหม่ แนวใหม่อะ ขอไม่เอาแบบพระเอกเป็นเต่า นางเอกนกควยไรแบบนี้นะ
พวกมึงเป็นผู้บุกเบิกนิยายแนวใหม่ไปเลยดิ ทำไมต้องรอให้คนอื่นเขาจูงนำตลอดอะ กูไม่เข้าใจ พิมพ์บ่นอย่างเดียวแม่งง่ายใช่ปะ ลงมือเองกูว่าแม่งก็วนอยู่ในโอ่งเหมือน ๆ กันแหละ

50 Nameless Fanboi Posted ID:w/Xh8pwyT1

>>49 กู >>47 และกูไม่ได้บ่นสักหน่อย พูดความจริงเอง อีกอย่าง จะแนวไรกูก็ไม่สนแล้ว ถ้าพล็อตดี-เขียนดี แนวไรก็ไม่เกี่ยงได้หมดอะ

51 Nameless Fanboi Posted ID:qM5C1SAANN

ไฮแฟนตาซีคลาสสิค -> โรงเรียนเวทมนต์ = โรงเรียนเวทมนต์มีความเป็นไฮแฟนตาซีครบเกือบทุกอย่าง แต่ตัดความฮีโร่กับสงครามออก แล้วดำเนินเรื่องในโรงเรียน
โรงเรียนเวทมนต์-> เกมออนไลน์ = เกมออนไลน์แรกๆ มีกลิ่นโรงเรียนเวทหึ่งชิบหาย มีกิล มีเวทมนต์ บางเรื่องใส่กำลังภายในมาด้วยเพราะช่วงนั้นนิยายจีนกำลังทำตลาด
เกมออนไลน์ -> ต่างโลก = ต่างโลกมีระบบแบบเกมออนไลน์เดะๆ + มีโรงเรียนด้วยอีเชี้ย ยังไม่พอมีกำลังภายใน แถมดำเนินเรื่องในโลกกว้างๆ แบบไฮแฟนตาซีอีก

พวกมึงเห็นแพตเทิร์นในนั้นมั้ย? ฉะนั้นจากความสัมพันธุ์ของสมการที่กำหนดให้ เราจะสร้างสมการใหม่ขึ้นมาได้ดังนี้
ต่างโลก -> ? = ? +มีระบบเกมออนไลน์ + โรงเรียน + กำลังภายใน + High fantasy + กระโดดข้ามโลกเป็น Alice in wonderland

52 Nameless Fanboi Posted ID:L.iOgUAEC6

ทำไมกูต้องรอแนวใหม่ละทิ้งแนวเก่าวะ 5555 เกมออนไลน์มันก็สนุกของมัน ต่างโลกเหมือนกัน แล้วแต่ว่าจะมีอันดีๆไหม

53 Nameless Fanboi Posted ID:vV6ZadDs2B

>>46 ชีวิตเล่นแต่เกมก็เขียนได้แต่นิยายเกมแหละ คนเรามันจินตนาการในสิ่งที่ไม่รู้ได้ที่ไหนล่ะ
>>47 กัลลิเวอร์ อลิซวันเดอร์แลนด์ พ่อมดออซ พวกนี้แม่งต่างโลกทั้งนั้น มาก่อน Isekai ที่ดังๆ อย่าง Spirited Away ตั้งครึ่งศตวรรษ

54 Nameless Fanboi Posted ID:gjIoM.DIAK

จะแนวไหนก็ได้ แค่มึงต้องเรียนรู้อยู่กับตลาด หาให้เจอว่ากลุ่มเป้าหมายมึงเป็นใคร

กลุ่มตลาดวายแม่งเยอะสัส ยุคนี้ข ยะฟุครองเมือง เพราะงั้นถ้ามึงเขียน y ไม่ว่าเรื่องจะเป็นแฟนตาซีแนวไหน โอกาสที่ผลตอบรับดีก็จะมีสูง หรือถ้ามึงจะจับกลุ่มตลาดนักอ่านชาย ก็แน่นอนว่าพระเอกต้องเก่งเทพ กินเนื้อ มีฮาเร็ม สาวๆ ในเรื่องเป็นแบบกะหรี่ทัชสกรีน ส่วนถ้าจะจับตลาดหญิงที่ไม่อ่านวาย อันนี้กูตอบไม่ได้เพราะไม่แน่ใจ แต่ที่ค่อนข้างชัวร์คือ นักอ่านหญิงจะไม่ชอบนิยายแนวที่มีฮาเร็ม

ถ้ามึงจะพยายามจับปลาหลายมือ ก็ออกมาเป็นสมการได้ว่า พระเอกเทพ โฉดนิดๆ ไม่โง่ ไม่ยึดคุณธรรมจนเกินไป+มีสาวๆ เข้ามา แต่ไม่ได้ตีหัวเข้าบ้านง่ายๆ + มีตัวละครเกย์อยู่ในเรื่อง เอาประมาณหลงรักพระเอก หรือเป็นเพื่อนคู่คิดที่ทำให้จิ้นวายได้

พอได้โครงสร้างคร่าวๆ แล้วก็เอาไปใส่พล็อต นักอ่านเว็บโนเวลไทยไม่ชอบ low-fantasy เพราะงั้นต้องสร้างโลกใหม่ (ถ้าจะไม่เขียนแนวจีน) เนื้อเรื่องก็ควรลดแก่นสารลงบ้าง เน้นออกเดินทางผจญภัยแก้ไขปัญหาต่างๆ มึงอาจสร้างเป้าหมายลอยๆ แบบ ออกเดินทางไปตามหาชุดว่ายน้ำทูพีชที่ย่าทวดทำหายเมื่อร้อยปีก่อน แล้วมึงก็ให้ตัวเอกเดินทางไปเรื่อยๆ เติมนั่นเติมนี่หาอีเว้นท์มาใส่ระหว่างทางทำให้คนอ่านรู้สึกสนุกไปกับการเดินทางของตัวละคร สร้างตัวร้ายหลักๆ มาสักตัวหนึ่ง ให้โผล่มามีบทบาทบ้างประปรายเพื่อให้คนอ่านจำได้ พอมึงคิดจะตัดจบ ก็ให้พวกพระเอกไปตามหาทูพีชเจอ ต่อสู้ปราบตัวร้าย แล้วก็จบ (อาจมีบทส่งท้ายเป็น 1 ปีต่อมาหลังจากเหตุการณ์ เป็นการสรุปความให้คนอ่านรู้สึกอิ่มใจ)

55 Nameless Fanboi Posted ID:vV6ZadDs2B

>>54 ตะ แต่ฉันเขียนเพราะอยากเขียนเฉยๆ นะ! ฉันไม่สนใจตลาดสักหน่อย!
(แล้วก็มาโวยวายว่าไม่มีคนอ่าน อุตส่าห์ลงไปตั้ง 3 ตอน)

56 Nameless Fanboi Posted ID:HVpyEEpd1V

>>54 เห๊ยยย กูสนใจพล็อตตัวอย่างมึงมากเลอะ 55555

57 Nameless Fanboi Posted ID:8W42uEFRsE

กูถามหน่อย Urban Fantasy เด็กดวกชอบอ่านเยอะแค่ไหนกัน อยากรู้

58 Nameless Fanboi Posted ID:SDo/Yj3VCq

>>49 มึงจะพาดพิงนิยายกุทำไมนิ กุไม่ได้พูดสักนิดว่าอยากจะแต่งแนวใหม่ พูดคุยอะไรก็ให้มันสร้างสรรค์หน่อย

59 Nameless Fanboi Posted ID:qY6Wky8BwV

แนวเซอเรียลถือว่าใหม่ไหมวะ?

60 Nameless Fanboi Posted ID:8W42uEFRsE

>>59 คอนเฟรคเหรอ

61 Nameless Fanboi Posted ID:1soa8YHFUj

>>59 มันแปลว่าเหนือจริงไม่ใช่เหรอ ถ้างั้นมันต่างกับแฟนตาซีไงวะ

กูไม่รู้จริง ๆ อันนี้ สงสัยด้วย

62 Nameless Fanboi Posted ID:ZAjEB/FDxH

เหนือจริง ก็มี แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย แต่ลำพูนกับแพร่ ก็จัดว่าอยู่เหนือ แต่มันไม่เหนือจริงเท่ากัน

63 Nameless Fanboi Posted ID:dPsO7+Q0KJ

อ่านความเห็นมึงละปวดหัวจริงๆ ;;

64 Nameless Fanboi Posted ID:5oEBPkg/m.

>>61 จากที่กูไปลองดูภาพเเนวเซอร์เรียลมา เซอร์เรียลน่าจะใกล้เคียงกับกาวมากกว่าเเฟนตาซี

65 Nameless Fanboi Posted ID:Z8LbmV2toR

มีคำถาม~ ทำไมคนเรารับนางเอกไม่ซิงไม่ได้ เเต่รับพระเอกไม่ซิงได้วะ

66 Nameless Fanboi Posted ID:Kpe2xGZKnW

>>65 คติบูชาเยื่อบางๆตรงมดลูกไง ส่วนผู้ชายต้องเยเยอะๆจะได้ดูเก่ง

67 Nameless Fanboi Posted ID:ZAjEB/FDxH

>>65 อาจจะร้องเพลงเพราะไม่เท่ากัน I can see you voice

68 Nameless Fanboi Posted ID:Bh/br0QQQE

>>67 คนละซิงไอ้ฉิบหาย!!!

69 Nameless Fanboi Posted ID:4m9DJh/eSz

>>66 พูดได้ดีย์

70 Nameless Fanboi Posted ID:0sqetmTHtn

>>65 ประมาณว่า
ผู้ชายได้ yes หญิงมาเป็นสิบ สังคม หรือสถาบันครอบครัว พวกชาติตะวันออก คิดว่าไม่แปลกไง
แต่พอ ผู้หญิงได้ผู้ชายมาเป็นสิบมั่ง สังคมหรือสถาบันครอบครัว มองว่า ดอกทอง กะหรี่ ไง
ตรรกะของจารีตและประเพณีไง ง่ายมากๆ

71 Nameless Fanboi Posted ID:0sqetmTHtn

ถ้ามองเป็นสิ่งมีค่า
อย่างปัจจุบัน การประมูลเปิดบริสุทธิ์ มีแต่ผู้หญิง ราคามีหลายระดับ ทั้งฝรั่ง เอเชีย ก็มีแต่ผู้ชายเค้าประมูลกัน
ส่วนการประมูลเผิดบริสุทธิ์ผู้ชาย เคยเห็นมั้ย?
นั้นคือโลกใบนี้
สิ่งมีค่าของร่างกายผู้หญิงคือความบริสุทธิ์ไง...

72 Nameless Fanboi Posted ID:75RcicCl0U

มันก็มีมานานแล้ว สมัยก่อนถ้าบริสุทธิ์ เป็นสาวพรหมจรรย์ = มีคุณค่า
ส่วนผู้ชาย... กูว่าเพราะมันท้องไม่ได้ด้วยแหละ ไม่จำเป็นต้องหวงอะไรเท่าไหร่ด้วย

73 Nameless Fanboi Posted ID:QEe6BS9Znz

>>71 มีสิ วงการเกย์มีถมไป พวกคุณนายรวยๆ จ้องเย็ดเด็กชายแท้ๆ ก็มี มีมาตั้งแต่โบราณแล้ว ไม่ได้พึ่งมีสมัยนี้

74 Nameless Fanboi Posted ID:+fNN9vizkc

ระหว่างไอโฟนกับผู้หญิง(ทาส) อันไหนมีค่ามากกว่า

75 Nameless Fanboi Posted ID:S93pUDzDBU

มีแนวสืบสวนในโลกแฟนตาซีแนะนำบ้างไหม? ไม่ต้องโลกแฟนตาซีก็ได้แต่แบบมีเวทมนตร์หรือพลังพิเศษนะ

76 Nameless Fanboi Posted ID:mRojCa7vpZ

>>75 ผมรู้จักอยู่เรื่องหนึ่ง แต่มันไม่ใช่นิยายน่ะ

77 Nameless Fanboi Posted ID:Y8KPF6Q4TX

>>75 รู้จัก แต่ไม่ใช่นิยายเหมือนกัน

78 Nameless Fanboi Posted ID:j.6rg4DeBw

>>75 มีสืบสวน แต่ไม่ใช่โลกแฟนตาซีนะ

เป็นคดีฆาตรกรรมในบ้านที่มีซอมบี้บุกอะ สนุกดี เห็นว่านักเขียน(ยุ่น)ได้รางวัลอยู่ เลยลองซื้อมาอ่าน แล้วก็ไม่ผิดหวัง กูลุ้นมากว่าใครจะเป็นฆาตกร. จำชื่อเรื่องไม่ได้ถ้าสนใจเดี๋ยวกลับไปดูที่บ้านให้

79 Nameless Fanboi Posted ID:KuDofd8QN4

>>75 สืบสวนแฟนตาซีแม่งบานเบอะไปหมด อาจจะไม่ได้เป็นสืบสวนแท้ๆ แต่พื้นฐานมันก็สืบสวนนั่นแหละ
พวกแฟนตาซีชุดเก่าๆ แต่ไม่เก่ามากเดินเรื่องแบบสืบสวน ไขปริศนาหมด เอาที่กำลังจะเป็นหนังอย่าง Artemis fowl นี่ก็ใช่ ชุดแสงเหนือที่เอาไปหนังแล้วเจ๊งนั่นก็ใช่
แต่ถ้าจะเอาแบบสืบสวนแท้ๆ ที่ดังๆ เข้มๆนี่ก็มี 'Storm Front' อ่ะ ถ้าเบาๆ หน่อยก็ 'สายลับวรรณกรรม' ของฟอร์เดย์ แต่ถ้าจะเอาสืบสวนแบบโคตรเข้มแอบเป็นดาร์กแฟนตาซีหลอนๆ เบาๆ ก็ 'ต่อหน้า ต่อตาย' ถ้าชอบแบบจีนก็ 'ตี๋เหริยญเจี๋ย'
ส่วนนอกนั้นไม่มีสนพ.เอามาแปล เพราะคนไทยไม่อ่าน แต่ถ้ามึงอ่าน Eng ได้กูแนะนำซีรีย์ Peter Grant เล่มแรกชื่อ Liver of london ใน Kindle มี Ebook ครบทุกเล่ม สนุกสัดๆ อารมณ์แบบสืบสวนตำรวจอังกฤษจ๋าๆ เลย แต่เขียนไปเขียนมา London แม่งกลายเป็นเมืองแฟนตาซีเฉยเลยสัด พระเอก Peter แม่งควบเป็นทั้งตำรวจสืบสวน เป็นทั้งพ่อมด

80 Nameless Fanboi Posted ID:jFm99/X.8i

>>75 ที่เด็กดวกเขียนนี่ไม่รู้
แต่ถ้าเป็น LN มี Copcraft กูเชียร์สุดใจเลย

81 Nameless Fanboi Posted ID:40+ny9J9i9

ขอบคุณมากเดี๋ยวลองไปหาอ่านดู คือชอบแนวแฟนตาซีพลังพิเศษอะไรพวกนี้แต่เบื่อแนวต่อสู้แล้วเลยว่าจะหาอ่านแก้เลี้ยนหน่อย

82 Nameless Fanboi Posted ID:n6cUjcQgUB

>>79 storm front+1 ซีรีย์ชื่อ dresden files นะ 15 เล่มจบ + เรื่องสั้นอีกนิดหน่อย

83 Nameless Fanboi Posted ID:+fNN9vizkc

ถ้าจะเขียนแนวสืบสวน เกรงว่าคนเขียนติดภาพโคนันเป็นอันดับแรก

84 Nameless Fanboi Posted ID:akErwsqinv

ky อยากจะบ่นๆ แบบไม่ให้นักอ่านรู้ตัวและแบนกู
มีนักอ่านบางท่านบ่นในคอมเมนตร์ว่านิยายของกูแม่งมีกลิ่นรักแฟนตาซีหึ่ง คือการที่กูเขียนช่วงแรกของเรื่องให้เป็นแนวรักไม่ได้หมายความว่านิยายของกูจะกลายเป็นรักแฟนตาซีนะโว๊ย มันก็แค่แฟนตาซีธรรมดาที่มีบทรักตอนแรก สงครามตอนกลางและโศกนาฎกรรมในตอนจบ กูก็ tag ไว้สวยๆ อยู่นะว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับรักด้วยแต่ไม่จ๋าแบบรักแฟนตาซี
อยากมาบ่นให้ฟังแค่นี้แหละ บั้ย

85 Nameless Fanboi Posted ID:zvexljDQgK

>>84 กูเจอปัญหาคล้ายๆ กันเลย แต่ของกูมันเป็นรักแฟนตาซีที่เริ่มเรื่องเข้มจัดไปหน่อย ตั้งใจให้ตอนแรกๆ มันข้นจะได้ดึงคนอ่านเอาไว้ แต่กลายเป็นว่าพอจะผ่อนเนื้อหาลงมา ปรับไปรักมากขึ้นแม่งกลายเป็นคนอ่านหายเกลี้ยงเลยสัด กูต้องกลับไปเขียนเนื้อๆ เข้มๆ ปมชัดๆ ต่ออีก ที่บ่นนี่คือกูเหนื่อยโว้ย เนื้อหาแบบตอนแรกมันต้องคิดหลายตลบ ใหกูได้ Self-Insert ใส่ความรักลงไปหน่อยเถอะ

86 Nameless Fanboi Posted ID:b1ToBZviYz

>>84 กูก็ไม่ชอบเขียนบทโรแมนติคนะ แต่ต้องใส่เพื่อเดินเรื่องกะดึงดราม่า คนไม่ชอบก็ต้องทำใจ ที่กูเกลียดคือพวกสั่งให้ล็อคนางเอกมากกว่า

87 Nameless Fanboi Posted ID:b/b0fGcMXv

>>86 กูว่าคนเรียกร้องล็อคนางเอก เป็นชายโสดจริงไรจริง

88 Nameless Fanboi Posted ID:Ge/qchQgSm

>>87 เมิงเเม่งหมิ่นชายโสด!

89 Nameless Fanboi Posted ID:Xlnw5bTiNA

เกี่ยวกับโม่งยังไงวะมู้นี้

https://www.dek-d.com/board/view/3903666/

90 Nameless Fanboi Posted ID:iJ7F2CqjJ7

>>89 ผิดมู้ปะมึง

91 Nameless Fanboi Posted ID:b/b0fGcMXv

>>89 ดูยังไงว่าเป็นโม่ง

92 Nameless Fanboi Posted ID:zqst+r5u9C

กูขอถามมึงกลับด้วยประโยคเดียวกันนั่นล่ะ

93 Nameless Fanboi Posted ID:Yap.GYcAid

กูเพิ่งกลับมาเห็นนิยายเรื่องนึงเกิดใหม่เป็นฮอลไลว์ ไม่ใช่ว่ามันเอามาจากเรื่องบลีชเหรอวะ เอามาแบบนี้ได้เหรอ หรือมันมีในตำนานสักเรื่องเลยเอามาเขียนแบบนี้ได้เลย

94 Nameless Fanboi Posted ID:jFpviHqt2f

>>93 ถ้าแต่งเล่นๆ ไม่วางขายก็ปล่อยมันไปเถอะ ได้พิมพ์เมื่อไหร่ค่อยด่ามัน

พูดถึงเกิดใหม่แปลกๆแล้วเหมือนมีโม่งเคยพูดถึง เกิดใหม่เป็นคธูลู ด้วยนี่หว่า?

95 Nameless Fanboi Posted ID:5L5.Md3yB1

>>93 เข้าไปดูแม่งมีแบ่งพลังเป็นขั้นๆแบบนิยายเมนสตรีมเด็กดีด้วย บลีชเหี้ยไรของแม่งวะมีแบ่งระดับขั้นเป็นตัวเลขเลเวล...

96 Nameless Fanboi Posted ID:TBduaH3NQK

กูเคยเจอเกิดใหม่เป็นแกนโลก อยากเผือกว่าแม่งจะเอาอะไรมาเล่า เอาอะไรมาดำเนินเรื่อง แต่กูทำใจกดเข้าไปอ่านไม่ได้จริงๆ ..

97 Nameless Fanboi Posted ID:Qfa3uL3TTh

อีกหน่อยคงถึงขั้นเกิดใหม่เป็นยกทรง

98 Nameless Fanboi Posted ID:mVYiiUUhRc

เกิดใหม่เป็นหยำฉาที่ออกขายนั่นเขาก็อิงดราก้อนบอลทั้งดุ้น ที่ได้ตีพิมพ์ก็เพราะอนุญาตจากเจ้าของเรื่องมาแล้วกูเลยเข้าใจ
เกิดใหม่เป็นฮอลโลว์เนี่ย กูยังไม่ได้อ่านนะ รึมันมาแค่ชื่อวะบอกหน่อย >>95 กูขี้เกียจตามอ่าน แต่อ่านคำโปรยนี่ตัวฮอลโลว์เรื่องบลีชชัดๆ ออริจินอลตามหลังก็เถอะ แต่นี่มันสปีชีย์ในเรื่องบลีช อิงมาแบบนี้จะดีเรอะ

99 Nameless Fanboi Posted ID:xY5JRDVB/b

ถ้าเกิดใหม่เป็นฮอลโลว เกิดใหม่เป็นหยำฉา เกิดใหม่เป็นไซตามะบลาๆๆๆ มันควรจะไปอยู่หมวดแฟนฟิคแทนแฟนตาซีป่าววะ

100 Nameless Fanboi Posted ID:G8wXb/HeX2

เกิดใหม่เป็นฮอลโลว์กูอ่านเเล้ว...กากสัส
เหมือนกูอ่านรีมอนเตอร์ในโลกคู่ขนานที่1243ที่เสือกมีเเนวระดับพลังมาด้วย ทนอ่านไป5ตอน พอ เลิก เวลากูมีค่า

101 Nameless Fanboi Posted ID:fp0KF9j/o+

แต่บางคนเกืดใหม่กี่ชาติก็ไม่ได้เรียนที่แฮโร่

102 Nameless Fanboi Posted ID:Vu5YDlopkQ

จะว่าไปเพื่อนโม่งคิดไงมั่งถ้าเรื่องมีการแบ่งระดับพลัง แล้วคนเขียนนั่นอ้างอิงความเก่งตัวละครตามระดับพลังจริงๆ ไม่ใช่แค่โมเมโม้มา

103 Nameless Fanboi Posted ID:GMF2/P7k//

>>102 นิยายกำลังภายในสมัยก็ก่อนแบ่งระดับลมปราณว่าเท่านี้ทำได้เท่านี้ถือว่าเก่ง แต่ไม่ได้มีเลขวัดตายตัว คนก็ไม่เห็นมีปัญหา ดังนั้นลำดับขั้นไม่ใช่ปัญหาเท่ากับการนำเสนอวะ

104 Nameless Fanboi Posted ID:KfQwS5QJlg

>>102 มันง่ายที่จะบอกตัวละครไหนเก่งโดยเอาตัวเลขมาเทียบ แต่กูว่ามันไม่ใช่วิธีการที่ดีเลย
ถ้าตัวละครของโกวเล้งมีเลขพลังบอกก็ไม่อยากรู้แล้วว่าใครสู้กับใครผลจะออกมาเป็นอย่างไร คนอ่านเอาพลังมาเทียบกันจบ ไม่เห็นน่าสนุกตรงไหน

105 Nameless Fanboi Posted ID:hhnHM9GmyT

การต่อสู้เนี่ยถ้าแค่เอาระดับพลังมาวัดกันว่าใครสูงกว่าก็ชนะ มันจะไปสนุกอะไรวะ ของแบบนี้มันต้องมีสเต็ป มีกลยุทธ์ มีการพลิกแพลง มีการใช้จุดแข็งสยบจุดอ่อน ทำให้ฝ่ายที่ดูเหมือนว่าจะด้อยกว่าสามารถกลับกลายมาเป็นฝ่ายเอาชนะได้

106 Nameless Fanboi Posted ID:QSkHkIB+.E

>>102 เรื่องการแบ่งระดับของพลังเนี่ย ข้อดีคือเทียบได้ว่าใครเก่งกว่าใคร แต่ข้อเสียคือไม่ยืดหยุ่นในเรื่องการใช้สมองหรือกลยุทธ์ ถ้าคนเขียนคุมสเกลพลังแย่ จะเป็นแบบเดียวกับดราก้อนบอลแซด

107 Nameless Fanboi Posted ID:X94emT5/2W

สมัยนี้คนมันไม่รู้จักจุดอ่อนจุดแข็งกันแล้ว เอะอะก็จะตีออกมาเป็นค่าพลังเลย รู้จักอยู่เรื่องนึงที่ตัวเอกดีกรีมีพลังฝีมือระดับต้นๆของเรื่อง แต่แพ้ตัวละครที่ฝึกมาแบบเฉพาะทาง คนแม่งก็ด่ากันแล้วว่าสรุปตัวเอกมันเก่งรึกาก สเกลพลังขึ้นลง เมื่อไหร่จะเก่ง

108 Nameless Fanboi Posted ID:wPPUkoZtGA

เปรียบเทียบง่ายๆ ค่าพลังมันก็เหมือนกล้ามเนื้ออะ มีผลเเต่ไม่สำคัญเท่าศิลปะการต่อสู้

109 Nameless Fanboi Posted ID:0uBVlMrJil

>>107 อ่าน คห. มึงละกูหดหู่ชิบหาย

110 Nameless Fanboi Posted ID:afD4.LqYoW

นิยายสมัยนี้ สมองไร้ค่า พละกำลังคือชี้ขาด

111 Nameless Fanboi Posted ID:dU5rKgtKYp

>>110 ไม่เชิงว่ะ ไร้ค่านี่ไม่ใช่แค่สมองตัวละคร สมองคนอ่านก็ด้วย ถ้ามึงไม่ยอมยัดคำอธิบายลงในบทบรรยาย ให้ตายมันก็แม่งไม่มานั่งคิดเอง สมัยนี้มันต้องป้อนแบบยัดห่า ป้อนแบบหัดให้กินเองเป็นมันไม่ยอมทำตามละ

112 Nameless Fanboi Posted ID:6N6PcoXQbd

แล้วก็จะโดนด่าว่าทำไมไม่ show, don't tell อีก

113 Nameless Fanboi Posted ID:RPcgCfxcIb

มันก็ต้องแบบพอดีนั่นแหละ เป็น show &tell ไง

114 Nameless Fanboi Posted ID:plk6lxvMPH

สมัยนี้รู้จัก show, don't tell อีกเหรอ กุขำ เมิงเขียน ๆ ไปเถอะ ถ้ามันดีใครมันจะด่าเมิงเรื่อง show, don't tell

115 Nameless Fanboi Posted ID:aHW5Z2KMHT

>>94 มีๆ เรื่องเกิดใหม่เป็นคธูลู มี กุเคยเอาเรื่องนี้ไปหวีดที่ห้องเว็บโนเวล เป็นนิยายจีนนะ
เหมือนว่าตอนนี้ฝั่งแปลอิ๊งลบทิ้งไปแล้ว เพราะแปลแล้วแกรมม่าพังพินาศจนโดนคนอ่านด่ายับ
ส่วนของไทยกูไม่รู้ว่ามีมั้ย
จนทุกวันนี้ก็ยังอยากอ่านอยู่ มันพีคเหี้ย Q_Q

116 Nameless Fanboi Posted ID:txKPOnBnx9

ตอนนี้กูรู้สึกสิ้นหวังจนต้องอ่านฟิคโดเรม่อนแล้วเนี่ย...

117 Nameless Fanboi Posted ID:uf+HYJTiea

กูไม่มีเหี้ยไรจะอ่านเลย เคยไล่หานิยายอ่านตามท็อปหมวด แต่แม่งไม่เคว่ะ ไม่เบียวเอจจี้แมรี่ซู ก็ภาษาไทยต่างด้าวเขียน

118 Nameless Fanboi Posted ID:iMd767UHfD

กูไปเจออะไรที่สุดยอดมา อ่านแล้วน้ำตาจะไหลเลย สับได้ไหมโม่ง
https://writer.dek-d.com/PopTHK/story/view.php?id=1824384

119 Nameless Fanboi Posted ID:QT0eCgKGMu

>>118 ไม่ไหวว่ะ เเค่คำโปรยกูก็ยอมเเพ้ละ

120 Nameless Fanboi Posted ID:np5V/SMz4w

>>118 คนเขียนท่าจะถนัดเขียนแนวดาร์กวอนนาบี

121 Nameless Fanboi Posted ID:czs+.36ki1

>>118 มี สนพ. เอาไปตีพิมพ์ด้วยหรอวะ กูไม่ได้อ่านเนื้อหา แต่คำโปรยกูรับไม่ได้ ทำร้ายผู้หญิงสัส

122 Nameless Fanboi Posted ID:h+XyzfghQ/

เออ พูดแล้วนึกได้ กูค้นนิยายเรื่องนึงจากดราม่าอะไรจำไม่ได้ละ เรื่องลอกรูปมั้ง แต่ประเด็นคือมีรูปประกอบรูปนึงในเรื่องที่นักเขียนลงเพจเขาไว้ จำได้ว่าเป็นพลอตแบบเด็กผู้หญิงอายุ13-14กับพระเอกอายุมากกว่ามั้ง ภาพเป็นตัวละครตาหวานใส่ชุดคอซองหลุดรุ่ย นอนเปียกๆ โป๊ๆในอ่างน้ำมั้ง รูปที่ลงน่ะเซนเซอร์นะ แต่ในเล่มกูว่าไม่ แถมยังเจอนิยายสนพ.เดียวกัน ชื่อน้องพี่ขยี้รักด้วย กูนี่บั่บ... ไม่ใช่ว่าผิดจนห้ามทำหรืออะไรนะ แต่เจอแบบนี้ก็ไปไม่เป็นเหมือนกันว่ะ 555

123 Nameless Fanboi Posted ID:.Z/Ih9/5W8

นักอ่านชาย = ชอบแนวแกรี่สตู พระเอกเทพทรูเถื่อนๆ โหดๆ แต่ต้องมีความแอบฮานิดๆ ไม่ซีเรียสเกินไป มีสาวมาติดตรึม และพระเอกจะต้องไม่ลดตัวลงไปใส่ใจกับ ผญ พวกนั้นมาก ให้เป็น achievement หนึ่งก็พอ ได้เย็ด/แต่งงาน/เก็บเข้าฮาเร็มแล้ว ก็ตัดบททิ้งไปได้เลย

นักอ่านหญิง = ชอบพระเอกหล่อๆ เถื่อนๆ ดุๆ มีอำนาจ รวย เพลย์บอย แต่สุดท้ายแล้วจะมาหยุดที่นางเอก รักนางเอกคนเดียว ต่อให้เป็นแนว y ก็ยังเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนจากรักนางเอก เป็นรักนายเอกแทน

และที่ตลกคือ นักอ่านหญิงบางคนไม่ชอบนางเอกบอบบาง/ง้องแง้ง แต่ถ้าเป็นนายเอกบอบบาง/ง้องแง้ง จะรับได้ กูงง สัส

124 Nameless Fanboi Posted ID:2jfz19yWNI

>>118 สมัยนี้คนชอบอ่านอะไรแบบนี้แล้วเหรอวะ แค่คำโปรยกูยังรู้สึกว่าเหี้ยแล้วนะ นี่ยังอุตส่าห์มีสนพเอาไปพิมพ์อีก...สิ้นหวังสัสๆ

125 Nameless Fanboi Posted ID:dF0pwIS2sK

นิยายหมวดรักวัยรุ่น เดี๋ยวนี้เป็นงี้เกือบหมด>>124 มันก็เหมือนพวกซาตาน ชีค เถื่อน อะไรพวกนี้ แต่เป็นแบบลดอายุลงมาก แต่พวกป้าๆเขาจะชอบอะไรที่ดราม่า น้ำเน่า ส่วนวัยสรุ่นวัยเห่อหมอยจะชอบแบบวอนนาบีดาร์ก แค่แนะนำตัวละครกูก็เห็นความวอนนาบีละ พระเอก หล่อ โหด เถื่อน เจ้าคิดเจ้าแค้น สารเลว ไร้หัวใจ ไม่มีเหตุผล ซึ่งกูว่าจริงนะ เพราะมัน เหี้ย ไม่มีเหตุผลตั้งแต่คนเขียนละ
เห็นทีคงจะว่าพวกป้าๆชอบละครน้ำเน่าหลังข่าว ข่มขืนแล้วรักกัน อย่างเดียวไม่ได้ละ เพราะเด็กๆเดี๋ยวนี้ก็ไม่แพ้กันเลย

126 Nameless Fanboi Posted ID:qAq2Oo9qDF

>>125 อนาคตแบบนี้ต่อไป พวกอคติหาเหตุผลได้ละสิว่า นิยายทำให้โง่ลง

127 Nameless Fanboi Posted ID:RxC1V4myxD

>>126 กูจะสวนกลับไปว่า แล้วละครตบจูบ เย็ด=ชอบ ข่มขืน=รัก ของพวกมึงอะ เทียบกับนิยาย อันไหนเข้าถึงคนได้มากกว่ากัน

128 Nameless Fanboi Posted ID:2ahj5ZQI7L

ละครทีวีตบจูบหลายเรื่องมันก็เป็นนิยายมาก่อนนา

129 Nameless Fanboi Posted ID:FeUJzoxMTp

ดูมบริงเกอร์ตอนล่าสุดนี่มันเหี้ยอะไรเนี่ย......

130 Nameless Fanboi Posted ID:qAq2Oo9qDF

>>129 เล่าหน่อยสิ เกิดอะไรขึ้น

131 Nameless Fanboi Posted ID:fNJYlhgNT2

>>129 ไอ้เรื่องนี้ชอบมาปั่นในโม่งจัง กูไม่เชื่อหรอกว่าไม่ม้า

132 Nameless Fanboi Posted ID:s64100sCbw

>>129 มึงจะบอกอะไรก็บอกเลย ทำงี้เหมือนล่อให้คนกดเข้าไปเพิ่มวิว อยากจะคุยก็คุยเลยไม่ต้องเกริ่นลอยๆ ชอบโดนหาว่าม้าหรอวะ

133 Nameless Fanboi Posted ID:Ud0fEywY.3

ม้ากากหรือม้ากาว

134 Nameless Fanboi Posted ID:I1YGqG1F8o

สรุปสั้นๆ คนที่ควรจะมาหยุดพระเอก ดันมาชวนพระเอกไปครองโลก จบ

135 Nameless Fanboi Posted ID:SocD/JQDVG

ไม่ได้เข้าห้องนี้นาน ขอระบายหน่อย อห หมวดรักแฟนตาซีแม่งไม่มีอย่างอื่นนอกจากเกิดใหม่ในเกมจีบหนุ่ม/สาวเลยรึไงวะ?

136 Nameless Fanboi Posted ID:+ffESO6ORV

กุลองไปไล่ดูหน้านิยายอัพเดต ก็มีแนวอื่นอยู่ไม่ใช่เหรอวะ
แต่กุอ่านแค่โปรยเรื่องนะ ไม่ได้กดเข้าไปอ่าน

137 Nameless Fanboi Posted ID:J67TRzudUu

>>135 นิยายสมัยนี้เห่อหมอยสัส

138 Nameless Fanboi Posted ID:XgJT+d6AlC

สมัยก่อนก็เห่อหมอย อยู่ที่ว่ามันจะรู้จักหมอยแบบไหน

139 Nameless Fanboi Posted ID:yxskc1k2iG

สมัยก่อนก็พอๆ กันแหละ แค่สมัยนี้มันแย่กว่า แถมมีเกลื่อนเป็นดอกเห็ด

140 Nameless Fanboi Posted ID:8JdMlExARY

ดีว่าคนชอบรับต้นฉบับซ้ำๆเกร่อๆไปออกรัวๆจนถูกลอยแพไม่มีแล้วว่ะ หรือขายไม่ออกจนเขาไม่กล้าเสี่ยง

141 Nameless Fanboi Posted ID:SocD/JQDVG

>>135 ต่อจากตอนเช้า ไปลองงมๆอ่านผ่านๆมา ไอ้พวกที่ให้ตัวเอกไปเกิดใหม่เป็นนางร้ายนี่ทำไมถึงต้องให้คาร์นางเอกโลกเกม/นิยายกลายเป็นพวกตอแหลแอ๊บแบ๊วสวมหน้ากากหลอกผู้ชายไปซะหลายเรื่องเลย... พอผ่านตาเยอะๆแล้วก็แบบว่า "หญิงสาวใสซื่อในสายตาพวกมึงนี่คือตอแหลกันหมดสินะ?" คือจะต้องมีแผนอะไรซ่อนไว้เพื่อรอให้ตัวเอกแมรี่ชูมาโชว์ตบเกรียนในซักวันแล้วค่อยถีบหัวส่งไปรับผลกรรม?ซักอย่างเอาสะใจ รู้สึกเหมือนแค่คนแต่งมันเกลียดคาร์นางเอกสดใสเลยสลับบทซะจะได้มีเหตุผลในการย่ำยีหน่อย

142 Nameless Fanboi Posted ID:h4SBk9dDeX

เขียนให้คนลุคใสๆ ตอแหลในนิยายอะได้ ไม่ว่า อย่าเอาตรรกะป่วยๆ มาลามปามในชีวิตจริงแล้วกัน บางคนมันใสมันก็ใสจริงๆ แค่มารยาทดีไม่ได้แปลว่าต้องตอแหลปะ กูว่ามีหลายคนเลย ที่เหมารวมไปซะหมด คิดว่ากิริยาถ่อยๆ คือจริงใจ

143 Nameless Fanboi Posted ID:40qkdhHaFl

>>132 กรูขอโทษษษษษษ ปกติติดพิมพ์แบบนี้มากกว่า

144 Nameless Fanboi Posted ID:yqXadvnxSG

>>143 มึงไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนั้นหรอก โม่งแม่งชอบคิดมากกันอยู่แล้ว /กูก็ชอบพิมพ์แบบมึง ไม่อยากพล่ามเยอะ เลยพิมพ์ให้พอรู้ว่ารู้สึกวอทเดอะฟาค

145 Nameless Fanboi Posted ID:Nqb2Rxjz6b

>>143 ประเด็นคือ นี่ไม่ใช่กระทู้สำหรับนิยายเรื่องนั้น ไม่ได้กำลังพูดถึงนิยายเรื่องนั้นอยู่ แต่จู่ๆ ก็มีคนเอาชื่อนิยายมาแปะ พร้อมด้วยข้อความสั้นๆ จะไม่ให้บอกว่าม้าได้ไง

146 Nameless Fanboi Posted ID:Kua6.lLMus

>>142 กิริยาตลาดล่างไง พวกนี้สะกดคำว่ามารยาทกับกาลเทศะไม่ค่อยจะเป็น แต่ทั้งหมดทั้งมวลกูขอโยนความผิดให้อีไอริสที่ทำให้คาร์นางเอกโลกเกม/นิยายกลายเป็นพวกตอแหลแอ๊บแบ๊วสวมหน้ากากหลอกผู้ชายเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้!!

147 Nameless Fanboi Posted ID:vPLpTWFzys

>>146 ไอริสไหนวะ?

148 Nameless Fanboi Posted ID:Kua6.lLMus

>>147 https://www.novelupdates.com/series/common-sense-of-a-dukes-daughter/

149 Nameless Fanboi Posted ID:J67TRzudUu

>>144 คิดมากกับคิดลึกเหมือนกันเรอะ

150 Nameless Fanboi Posted ID:Gq.nX1RIGk

>>146 อย่าว่าไอริสสสสสสสส ถถถถถ

151 Nameless Fanboi Posted ID:hJEGgIAKbF

>>146 มึงรู้ได้ไงว่ามันเป็นต้นแบบให้เรื่องอื่นวะ??

152 Nameless Fanboi Posted ID:kBV2wBc7dA

นางเอกโลกเกมกูมีแค่ท่านเอลิซ่าเท่านั้น!

153 Nameless Fanboi Posted ID:aa.ycd6SHU

>>151 กูอาจจะอ่านน้อยไปเอง แต่องค์ประกอบหลายอย่างในเรื่องนี้กับเด็กดีมันตรงค่อนข้างเยอะจากที่กูอ่านมา

1.นางร้ายเกมเป็นลูกดยุกที่รวยและทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักร
2.นางเอกเกมเป็นพวกตอแหลแอ๊บแบ๊วสวมหน้ากากหลอกผู้ชาย
3.พวกตัวละครจีบได้ในเกมปรกติจะติดหีนางเอกเกมจนโงหัวไม่ขึ้น และจะโง่ดักดาน เลวจัญไร ไม่มีเหี้ยไรดีเลยต่อไปรอวันโดนตบเกรียน
4.ตรงกันข้าม ตัวละครที่อยู่ฝั่งนางร้ายเกม (ที่ตอนนี้เป็นนางเอกของนิยายเกิดใหม่เป็นนางร้าย) จะหล่อสวยหน้าใส เก่งกาจฉลาดไร้ที่ติ เข้าหานางร้ายด้วยความจริงใจไม่เสแสร้ง ขยันทำงานซื่อสัตย์สุจริต บางทีก็พกความเบียวและซูมาด้วย
(เอฟเฟ็คในข้อ 3 กับ 4 นี่ส่งผลต่อตัวประกอบด้วยนะเออ อย่างในเรื่องไอริสเนี่ย ขุนนางพื้นหลังที่อยู่ฝั่งเจ้าชายติดหีจะเป็นพวกขุนนางหัวโบราณ ทุจริตขี้โกงและระยำกันสัสๆ ฝั่งของไอริสนี่ตรงกันข้าม มีแต่ขุนนางฉลาด ซื่อสัตย์รักดีสุจริตและแบ็คใหญ่มาสนับสนุน)
5.ถ้าพวกข้อ 3 โดนตบเกรียนแล้วตาสว่างย้ายมาฝั่งนางร้าย มันจะเก่ง+ฉลาดขึ้นทันตาเห็นเลย

154 Nameless Fanboi Posted ID:M7uypRbOEL

>>152 ต...แต่ท่านเอลิซ่าจริงๆเกิดในบทนางร้ายนะ เพียงแค่ตอนนี้กลายเป็นพระเอก?ไปแล้ว
>>153 ครบองค์ประกอบเหี้ยๆ

155 Nameless Fanboi Posted ID:fC3RZmp1a9

>>153 ครบเหี้ยๆ แล้วที่ครบยิ่งกว่า คือกูเคยอ่านเรื่องนึงที่ติดท็อปในเด็กดี ละแม่งตรงเป๊ะกับที่มึงพิมพ์มาเลย 555

156 Nameless Fanboi Posted ID:GLGX0nOIho

ถามหน่อย แฟนฟิคในเว็บเด็กดีคุยในนี้ได้ไหม ถ้าไม่ต้องไปห้องไหน?

157 Nameless Fanboi Posted ID:kBV2wBc7dA

>>156 ที่จริงห้องนี้มันก็จับฉ่ายนะ

158 Nameless Fanboi Posted ID:rhdhIa1IeA

>>156 ไอ้ห้องนี้มันคุยหมดอะ ขอแค่อยู่ในเด็กดวก

159 Nameless Fanboi Posted ID:CGHERfuWlA

>>156 คุยได้ แต่ถ้าเป็นนิยายเกย์หวีดคู่จิ้น ไปห้องฟุนะ

160 Nameless Fanboi Posted ID:GLGX0nOIho

อะ งั้นถามเลย แฟนฟิกที่เพื่อนโม่งเคยเจอมา อันไหน cringey สุด

ของกูต้องไอ้แฟนฟิกลาฟอร่าที่เคยมีโม่งสับไว้ตอนเก่า ๆ นู้น คือแม่งอ่านบทสับกูนึกว่าเล่น ๆ พอได้อ่านของจริงเท่านั้นเเหละ ไอ้สัส เหี้ยชิบหาย

161 Nameless Fanboi Posted ID:wM0V+gRXp1

>>160 แฟนฟิคโดเรม่อน ฮาเร็มของโนบิตะ คือถ้ามันไม่ใช่แฟนฟิคโดเรม่อน แต่เป็นนิยายของตัวเองเลยมันก็จะไม่ cringey ละ แต่บังเอิญมันแบกชื่อตัวเองที่เป็นเซียนสายลับว่าโนบิตะ อ่านไปอ่านมาแม่งขนลุกชิบหายโดยเฉพาะที่กูอ่านค้างในบท cross over เอาเอลซ่าจาก Frozen มาเข้าฮาเร็มโนบิตะนี่กูทำใจอ่านต่อไม่ได้เลย

162 Nameless Fanboi Posted ID:buLfigdCBi

กูชอบนิยายปวดตับดาร์คๆ แต่ทำไมหาอันดีๆ อยากจัง มีแต่วอนนาบี อ่านแล้วเอียนไปหลายวัน

163 Nameless Fanboi Posted ID:h6kFa9LizR

>>162 มันมีแค่มึงไงที่ชอบ คนอ่านทั่วไปเขาไม่ได้ชอบขนาดนั้น
ปากว่าชอบ แต่เอาเข้าจริงก็หนีกันหมด ขอบ่นหน่อยเหอะสัด กูเขียนแฟนตาซีแบบซีเรียสจริงจัง ไม่ถึงกับดาร์กหรอก กูไม่กล้าพูดว่าดาร์กพูดแล้วกระดากปาก เพราะกูไม่เคยฆ่าตัวละครเล่น แต่จากประสบการณ์กู คนอ่านแม่งหายทุกครั้งที่มีฉากกดดันหนักๆ อ่ะ แตะต้องตัวเอกไม่ได้เลยสัด ตัวเอกห้ามลำบาก ทำฉากหลังให้รันทดได้ แต่ถ้าตัวเอกต้องมารันทดในปัจจุบันเลิกอ่านทันที (แบบรันทดกดดันจริงๆ นะ)
จากคนอ่านต่อตอนหลักพัน ตอนนี้ลดลงมาเหลือหลักสิบ พอกลับไปใช้อารมณ์แฟนตาซีผจญภัยทั่วไปคนอ่านก็ค่อยๆ กลับมา พอกดดันก็หายอีก
ในคอมเมนต์ก็บอกนะว่าชอบแบบตับแตกๆ แต่ไอ้ชิบหาย! กูเป็นคนเขียน กูเห็นยอดวิวรายตอนไงว่าตอนที่มันตับแตกพวกมึงไม่อ่านกัน มึงไม่ต้องมาขี้โม้

164 Nameless Fanboi Posted ID:MTpSZnLr4r

>>163 กูเห็นด้วย ฉากที่ตัวเอกต้องผจญความยากลำบาก คนอ่านบ่นเยอะมาก ๆ แต่กูก็ยังเขียนนะ ตอนที่เซอร์วิสก็เซอร์วิส ตอนที่ลำบากก็ลำบาก กูเขียนแบบที่ตัวเองอยากเขียนแล้วทำเบลอ ๆ กับยอดคนอ่านเอา

165 Nameless Fanboi Posted ID:buLfigdCBi

มึงบ่นหรือด่ากู มันกระทบ 55 เอาเป็นว่ากูคงไม่เหมือนชาวบ้าน กูชอบแบบดาร์ค แต่ชาวบ้านเขาคงไม่ชอบกันแหละ ส่วนตัวกูก็ชอบนะตัวเอกลำบาก ทำให้น่าสงสารดี รันทดอย่างซุบารุ Re:zero นี่ของชอบกูเลย 55

166 Nameless Fanboi Posted ID:kBV2wBc7dA

แฟนฟิค การผจญภัยของ “น้องขิง” นี่แม่งงงงง

167 Nameless Fanboi Posted ID:J/i6nBgr6X

>>163 >>164 เชื่อเถอะ คนอ่านพรรคนี้แม่งอ่านไม่เคยครบถ้วนหรอก บางคนเม้นออกไปว่าสนุกๆ ทั้งที่ไม่ได้อ่านอะไรเลย

168 Nameless Fanboi Posted ID:0MbiEC4Cf2

>>160 ใช่เรื่องที่นางเอกชอบร้อง อ๊ะ เอ๊ อ๊ะ บ่อย ๆ ป่ะ

169 Nameless Fanboi Posted ID:2BiXLooy4R

>>168 ใช่ ไอ้เรื่องเหี้ยนั่นแหละ อ๊ะ เอ๊ะ กันไปครึ่งเรื่อง

170 Nameless Fanboi Posted ID:cAO1Y1rYv7

ทำเอากูอยากอ่านไอ้ฟิคลาฟลอร่าที่ว่าเลย 555

171 Nameless Fanboi Posted ID:+8tAKYJ.4t

Ky มึงงง กูอยากได้นิยายแฟนตาซี สำนวนดีๆ มาเป็นแนวทางอะ ;; เวลาเขียนกูบรรยายเยอะมาก ยืดจนคนอ่านด่า เลยอยากหาอ่านของคนอื่น

172 Nameless Fanboi Posted ID:eiXUFkXzr0

>>171 ถ้าจะหา Ref มาเป็นแนวทาง กูแนะนำหาอันที่ผิดๆ มาอ่านแล้วดูว่าไม่ควรเขียนยังไงดีกว่ามั้ง

ถ้ามีปัญหาบรรยายยืดมีแต่น้ำ ...มึงไปดูนิยายของฟองเบียร์โลด

173 Nameless Fanboi Posted ID:Eoos7Prt23

>>171 ลองใช้มุกแบบทำหนังสิ มึงบรรยายเยอะๆให้เต็มที่ไปเลย จบตอนนึงก็อ่านทวนแล้วค่อยๆตัดเอา ถึงจะเป็นเรื่องที่พิมพ์เองแต่ถ้ามันล้นจริงๆมึงอ่านเองก็ต้องมีตาลายบ้างแหละ ถ้าจะหาแนวทางมันก็แค่ลองดูไอ้ที่ได้ตีพิมพ์แล้วไปเรื่อยๆเท่าที่หาได้ แนะนำไปแค่เรื่องสองเรื่องมันไม่พออยู่แล้ว ไม่งั้นมันจะกลายเป็นลอกสำนวนคนอื่นเอา

174 Nameless Fanboi Posted ID:/xGG0SpQKQ

>>173 สำนวนลอกกันไม่ได้ ตอนกูหัดเขียนใหม่ๆ กูวางหนังสือที่กูชอบมากๆ ข้างตัวแล้วเปิด Ref ทุกครั้งที่เขียนไม่ออกเลยว่าฉากแบบนี้มันเขียนยังไง สำนวนออกก็มาก็ไม่เหมือนนะ ดูไม่ออกว่ากูแทบจะถอดความมาเรียงใหม่ด้วยซ้ำ
แล้วเอาเข้าจริงสำนวนวิธีเขียนแม่งดิ้นได้สุดทางมากๆ กูเคยรับงานแปลรวมเรื่องสั้นมา ต้นฉบับแม่งไปคนละทางกันเลย พอแปลออกมาก็คนละทางเหมือนกัน แล้วตอนนี้กูกำลังลองหัดเขียนนิยายแบบ 'ไทยๆ' อยู่ๆ ปรับสำนวนไปๆ มาๆ กูยังงงตัวเองเลยว่ากูเขียนพีเรียดไทยแท้ขนาดนี้ก็ได้
ทุกครั้งที่เขียนเรื่องใหม่ ก็เหมือนเริ่มต้นกันใหม่หมด มันไม่มีจริงๆ หรอกไอ้คำที่ว่า สำนวนของตัวเอง น่ะ
กูเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของนักเขียนรางวัลท่านนึง ไอ้คนสัมภาษณ์ก็อวยจริงจังว่าเขาใช้สำนวนเป็นเอกลักษณ์มากๆ กูก็สนใจคิดตามว่าเอกลักษณ์ตรงไหนบ้างจะได้ศึกษา พอแม่งบอกว่าทุกเรื่องจะใช้สรรพนาม 1 เรียกตัวเองว่าผม นี่กูร้องหะ! เลย ไอ้ฉิบหายคนสัมภาษณ์มึงโตมายังไงวะ นักเขียนยุคถัดจาก มรว.คึกฤทธิ์ แม่งก็ใช้ POV 1 เล่าง่ายๆ แบบนี้กันหมดแหละเหี้ย

175 Nameless Fanboi Posted ID:Jr5g95twNl

>>171 เขียนเสร็จให้ปิด พักไว้วันสองวันค่อยเปิดมาอ่านใหม่
เช็คดูว่าอะไรที่ไม่จำเป็นกับเนื้อเรื่อง แบบถึงข้ามไปก็ไม่ส่งผลอะไร อันไหนที่ซ้ำซ้อนก็ลบทิ้ง
ลองดู

ไม่ต้องไปเสียดาย ถ้าต้องลบทั้งย่อหน้าก็ลบไปเลย

กูเคยลบออกทีเดียวสามหน้าเพราะมันไม่จำเป็นกับเรื่อง

176 Nameless Fanboi Posted ID:LlsGVkrwiK

>>174 อันนั้นมันเป็นกรณีของมึง ซึ่งกูไม่รู้ว่ามึงอ่านเขียนศึกษาหนังสือมาเยอะขนาดไหนแล้ว
แต่ในกรณีของ>>171 ซึ่งกูก็อนุมานเอาเองอยู่ดีนั่นแหละว่าศึกษามาน้อยเหี้ยๆ เลยบอกว่าถ้าจะหาแนวทางให้หามากเท่าที่จะหาได้ ไม่ใช่ติดกับแค่เล่มสองเล่ม ไม่งั้นจากการบรรยายล้นๆของมันจะกลายเป็นติดกรอบกับแค่ไม่กี่เล่มที่ถูกแนะนำไป
ขนาดหัวข้อที่มันขอมายังเป็น "แฟนตาซี" กว้างๆไม่ได้เจาะจงรูปแบบอะไรเลย เพราะงั้นจะให้มันเปิดหา ref ฉากต่อฉากแล้วเอามาเรียบเรียงได้เองก็ดูจะรีบไป

177 Nameless Fanboi Posted ID:fTQvp1AxZu

กุ >>171 แค่ขอเรื่องดีๆ อะ อะไรก็ได้ พวกมึงไม่ต้องทำให้มันมากความหรอก ;; ปล.กูมีสำนวนที่ตัวเองถนัด (กับไอ้บรรยายล้นๆ ของกุนั่นแหละ) ไม่ติดใครมาง่ายๆ หรอก มีเรื่องที่อยากแปะก็แปะมาได้ ส่วนที่กูบอกแค่แนวแฟนตาซีไว้กว้างๆ มันคืออะไรก็ได้นั่นแหละ กุไม่เกี่ยง ;;

178 Nameless Fanboi Posted ID:2BiXLooy4R

>>177 ถ้าเป็นคนชอบอธิบายเยอะไปหา Lord of The Ring เลย ความเห็นโดยรวมคือกูว่าไปหาหนังสือตีพิมพ์ดีกว่า ในเน็ตส่วนมากคือ.... ก็ละนะ

179 Nameless Fanboi Posted ID:64AdtwPLlS

>>177 https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1860805 แฟนตาซี เห็นจั้วหัวว่าวาย แต่เท่าที่กูอ่านคือเน้นแฟนตาซี+ยังไม่วาย ถ้าไม่มายก็อ่านสำนวนไปก่อน

180 Nameless Fanboi Posted ID:0nZj7Mji/w

>>179 ภาษามันประดิษฐ์ไป ยิ่งเป็นมุมองที่หนึ่งแล้วแม่งยิ่งเยอะเกิน แต่ก็อ่านได้เพลิน ๆ อยู่

181 Nameless Fanboi Posted ID:LUSXBwo8hz

>>179 ตอน5ไม่ทันไรผู้ชายก็โหยหากันเพียงนี้แล้วนะเพื่อน

182 Nameless Fanboi Posted ID:6AxBgOluh9

>>181 อ่านจบละหรอ สับมั้ย55555555

183 Nameless Fanboi Posted ID:jvP72afPt6

มึง กูข้องใจนิยายที่มันติดท๊อปเรื่องนึงในหมวดแฟนตาซีว่ะ
คอมเม้นต์เทียบยอดวิวห่างกันมาก แต่ติดท๊อป10ทุกวันทั้งที่ปิดตอนขายแล้ว ยอดขายก็ไม่เท่าไหร่ เ
หมือนเปิดขายปุ๊บก็ยอดวิวพุ่งขนาดติดท๊อปรายวันได้ เมพสัส

184 Nameless Fanboi Posted ID:vlnv4o0qBC

คนที่เขาลงนิยาย 60+ ตอน แต่ยอดวิวยังไม่เกิน 4 หลัก นี่เขาเอากำลังใจมาจากไหนกันวะ กูรู้ว่ายอดวิวมันไม่สำคัญ แต่กูนับถือเขาว่ะ ลงมาได้ขนาดนี้

185 Nameless Fanboi Posted ID:SeZ3jGymQB

>>184 คนจริงอ่ะ

186 Nameless Fanboi Posted ID:AFenCfoHD3

ky มีนิยายเลสที่ธีมเรื่องเป็นยุคกลางไม่ก็จีนโบราณแนะนำมั้ยวะ?

187 Nameless Fanboi Posted ID:MNHqEPEs7i

>>186
มีของต่ายหอมมั้งที่เห็นบ่อย ๆ แต่กุก็ไม่ค่อยชอบ นิยายยูริไทยแม่งต้องจ้องจะเอากัน
https://yuritaayhom.readawrite.com/?action=user_page&page_address=yuritaayhom

188 Nameless Fanboi Posted ID:+MGFQXt4CY

>>184 อ่านเเค่เม้นก็ชื่นใจเเล้วมึง

189 Nameless Fanboi Posted ID:cKTOQ6AMCV

>>188 ถ้าเมนต์ก็น้อยด้วยล่ะ

190 Nameless Fanboi Posted ID:Qg+09bXVIK

>>189 ถ้าเม้นท์น้อย โดนนักอ่านด่า พร้อมโดนโม่งสับล่ะ?

191 Nameless Fanboi Posted ID:DVk6+nnBTy

>>190 เศร้า

192 Nameless Fanboi Posted ID:rHaWNCYRfC

>>190 เเทงใจกูสัส เม้นน้อย ติดตามเป็นพัน เเต่วิวไม่เคยเกินสองหลัก โดนด่าอีก

193 Nameless Fanboi Posted ID:rHaWNCYRfC

>>192 เหลือโดนโม่งสับก็ครบล่ะไอ้ชิบหาย

194 Nameless Fanboi Posted ID:9cs5RobffS

>>193 เออ กูว่ายอดเฟบแม่งวัดอะไรไม่ได้จริงๆ ว่ะ เฟบไว้ แต่ไม่มาอ่านก็เท่านั้น กูล่ะเซ็ง

195 Nameless Fanboi Posted ID:fh28P5fhSe

>>192 วิวไม่เกิน 2 หลัก = ไม่ถึง 100 ???? แล้วจะมียอดเฟบเป็นพันได้ไง งง

196 Nameless Fanboi Posted ID:j3JUs/GPby

>>195 เฟบไว้ค่อยอ่าน ไม่เคยได้ยินเหรอ

197 Nameless Fanboi Posted ID:tNLOZ0ad.l

>>196 เฟบไว้900กว่าคน? มากกว่าวิวเกือบสิบเท่า

198 Nameless Fanboi Posted ID:AZcBjsMN4l

>>197 กูไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าเพื่อนกูชอบทำแบบนี้น่ะ กดไว้ไม่อ่าน

199 Nameless Fanboi Posted ID:pzkZ7DwZ7r

>>195 >>197 หมายถึงในตอนไงพวกมึง

200 Nameless Fanboi Posted ID:89Mlfw/Kig

แฟบไว้ก็ใช่ว่าจะมาอ่าน เผลอๆนิยายถูกลบทิ้งไม่รู้เรื่อง

201 Nameless Fanboi Posted ID:9L3LfRa3jX

>>196 มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย คือแวะมาแล้วกดเฟบอย่างเดียว ไม่กดอ่านดูสักตอนเลยเหรอ?

202 Nameless Fanboi Posted ID:rCjIbfD3z8

นักอ่านเข้าใจยาก คนอ่านไม่เข้าใจ ถถถถ

203 Nameless Fanboi Posted ID:rCjIbfD3z8

คนเขียน* ไม่เข้าใจสิ พิมพ์ผิด

204 Nameless Fanboi Posted ID:kfd7EAM5V9

>>195 อาจจะหมายถึงยอดวิวต่อตอนปะ

205 Nameless Fanboi Posted ID:2/cDXlqMGo

กุเอง อ่านโปรยน่าสนใจก็เฟบไว้ก่อน แล้วกุก็ไม่ว่าง แล้วกุก็ลืม 5555

206 Nameless Fanboi Posted ID:2/cDXlqMGo

อ้อ 95% กุก็เฟบไว้โดยไม่อ่านสักตอน อ่านแค่โปรย
กุกลัวไม่มีอะไรอ่าน แต่กุก็ไม่ว่างอ่าน
จะอ่านนิยายทั้งทีกุต้องการเวลาว่างที่มากพอว่ะ
แต่เวลาว่างมากๆของคนวัยทำงานก็ต้องการนอน คิดแล้วเศร้า เอาวัยเด็กกุคืนมาาาา

207 Nameless Fanboi Posted ID:jY5y7EphBq

กูว่าเวอร์ไป ไม่น่าเป็นไปได้ถ้าวิวไม่ถึงร้อยขณะที่ fav หลักพัน มึงลงไปตอนนึงมันต้องโผล่ให้ขาจรกดเข้ามาอยู่แล้ว กู fav ไม่กี่ร้อยลงตอนนึงวิวยังขึ้นไปพันสองพันเลย ตอนลงใหม่ๆ fav ไม่มียังหลายสิบละขาจรทั้งนั้น กูว่าขี้โม้แล้วแบบนี้

208 Nameless Fanboi Posted ID:Xug4xbX9DH

>>207 หมายถึงตอนล่าสุดเปล่า หลายคนมันก็น่าจะเป็นนะ ที่ยอดวิวเยอะแค่ตอนแรกๆ ตอนหลังมา ดิ่งจนน่าหดหู่

209 Nameless Fanboi Posted ID:zvpsVLnXjU

>>207 มันคงหมายถึงมี Fav ไว้หลักพัน แต่พออัพแล้วคนอ่านหลักสิบ
ของกูเองก็เป็น มี Fav ราว 3000 แต่พออัพแล้วยอดคนอ่านมีประมาณ 200

210 Nameless Fanboi Posted ID:jY5y7EphBq

>>208 >>209 กูก็หมายถึงพออัปแล้วคนอ่านกูยังเพิ่มพันสองพันวิวเลยเฟบไม่ถึงห้าร้อยด้วย เอาตอนล่าสุดตอนเดียวก็หลักหลายร้อยละแต่ไม่ใช่อัปแล้วส่องเลยนะ ทิ้งไว้สักวันสองวันค่อยมาดู ยอดวิวมันดีเลย์

แต่ถ้าขนาดนี้แล้วคนอ่านยังหลักสิบอยู่กูก็เริ่มสงสารพวกมึงละ

211 Nameless Fanboi Posted ID:.jGp4pSPr/

เพื่อนโม่ง กูสงสัยว่านางเอกสู้คนกะฉลาดตีความว่ายังไง ทำไมกูหาในดดแล้วมันกลายเป็นว่าหยาบคายหรือต่อล้อต่อเถียงเก่งวะ

212 Nameless Fanboi Posted ID:zvpsVLnXjU

เท่าที่สังเกตดู รู้สึกว่าคนเราจะไม่นิยมอ่านเรื่องที่ตัวเอกมีความเป็นมนุษย์สูงหรือว่ายังไงวะ?

คือเรื่องไหนตัวเอกมีด้านอ่อนแอ มีอารมณ์ด้านลบ เรื่องนั้นแม่งมีแต่คนคอมเม้นท์ประมาณว่ารำคาญ กลับกันเรื่องไหนที่ตัวเอกเบียวเหี้ยๆ ไม่เคยทุกข์ มักมีแต่คนเชียร์อยู่ตลอดซะงั้น ...มันมีหลักจิตวิทยาอะไรอ้างอิงรึเปล่าวะว่าทำไมคนถึงชอบแบบนี้กัน?

213 Nameless Fanboi Posted ID:b8oJQFRWsp

>>212 self-insert ไม่ก็อยากหนีจากความเป็นจริง แบบไม่อยากอ่านอะไรเครียดๆอีก มั้งนะ

214 Nameless Fanboi Posted ID:yXjSGYHvqu

>>212 มันแล้วแต่กลุ่มคนอ่านรึเปล่าวะ อย่างพวกเด็กวัยรุ่นมันก็อยากจะอ่านอะไรที่มันขายฝันเบาสมองหรือช่วยให้หลุดพ้นจากชีวิตเดิมๆได้ ถ้ามึงปั้นตัวเอกมาสมจริงเกินไปก็เหมือนกับดึงคนอ่านกลับเข้าความเป็นเป็นจริง มันก็ไม่มีเด็กที่ไหนอยากอ่าน

215 Nameless Fanboi Posted ID:sC1b6PRCCt

>>212 ขอบอกเลยว่าเข้าไม่ถึงเหมือนกันว่ะ ไอ้พวกหัวโล่งๆเนี่ย

216 Nameless Fanboi Posted ID:3brKmQIwuT

อย่าเอาตรรกะมนุษย์ทั่วไปมาใช้ประเมินประชากรส่วนใหญ่ของเด็กดวกสิ

217 Nameless Fanboi Posted ID:ovv4.k.ZOB

สมแล้ว นี่มันเด็กดวกจริงๆ

218 Nameless Fanboi Posted ID:Y9JqNOn9P9

>>212 กูว่ากูเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านตัวละครที่เสมือนจริงเกินไป ปัญหาบางอย่างกูขอจบไว้ที่โลกจริง เหลือพื้นที่ให้กูหนีเถอะ กูเคยอ่านนิยายเรื่องนึงเกี่ยวกับการทำงานในออฟฟิสแล้วกูหงุดหงิด
ส่วนตัวถ้ากูเจอนิยายที่ติดป้ายว่าสมจริง มักจะเป็นดราม่า การชิงดีชิงเด่นซึ่งกูพอแล้วกับโลกความจริงว่ะ อ่านแล้วมันเหนื่อยยูว

แต่ให้กูอ่านแบบตัวร้ายเอาขี้หมาป้ายเสื้อตัวเองแล้วโทษนางเอกจนพระ-นางผิดใจกันกูก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ

219 Nameless Fanboi Posted ID:YPwO.Fcn7O

>>218 ไม่ใช่แบบนั้นสิ ที่บอกว่าไม่ชอบตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์​เนี่ยคือ พระเอกจะต้องเก่งเทพฉลาดตบเกรียนคนอื่นอย่างเดียวเท่านั้น ต้องไม่เคยล้ม ไม่เคยพลาด ไม่เคยตัดสินใจผิด ไม่เคยเสียใจ ไม่เคยใจอ่อนเลย ถ้าพระเอกพลาดแม้แต่เพียงครั้งเดียว นักอ่านแม่งก็พร้อมจะถ่มถุยใส่ ด่าว่าโง่ว่าควายทันที บางพวกยังกระแดะใช้ศัพท์​สูง บอกว่าคาแรกเตอร์แกว่งด้วยน่ะ พ่อมึงสิไอ้สัส จะเก่งมาจากไหนคนเรามันก็ต้องมีพลาดกันบ้าง ไม่เคยได้ยินสุภาษิต​สี่ตีนยังรู้พลาดฯ เหรอ

ถ้าการอ่านนิยายคือการหนีจากความจริง ชีวิตจริงของไอ้พวกนักอ่านที่ชอบแนวเทพทรูแพ้ไม่เป็นมันก็คงน่าสมเพชมากอะ

220 Nameless Fanboi Posted ID:R+50cOS6In

>>219 มันก็แค่อยากอ่านอะไรโล่งๆ ไม่ต้องคิดมากนั่นแหละน่า

221 Nameless Fanboi Posted ID:4t7RzqvjnU

หนีความจริงยังไงก็หนีไม่ได้หรอก ตายแล้วพวกคนอ่านจะได้ไปต่างโลกเหมือนตัวเอกรึเปล่าเถอะ

222 Nameless Fanboi Posted ID:7UDQhs8a44

อยากจะอ่านนิยายหนีความจริง แต่เสือกไปอ่านนิยายคนทำงานในออฟฟิศเนี่ยนะ

223 Nameless Fanboi Posted ID:w5f2Foyb5w

ถ้าเราจะเขียนนิยายว่าพระเอกถูกสลากกินแบ่ง 30 ล้านตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วเอาเงินไปลงทุนหุ้นจนรวยเป็นเศรษฐีพันล้าน แบบนี้มีใครเชื่อไหมอ่ะ

224 Nameless Fanboi Posted ID:L0Hdb/w5qo

>>223 ไอ้ 30 อะพอล้านเชื่อได้ แต่แน่ใจเหรอวะ ว่ามึงจะเขียนให้มันพันล้านจริงๆ บอกเลยมันไม่ง่ายอย่างที่มึงคิด เงินมันมีทางออกทางไป ไหนจะเป็นข่าวดังอีก มันมีผลกระทบเยอะมาก อย่างข้องเกี่ยวกับตาแก่รวยๆ ถูกชวนทำธุระกิจมืดไรงี้ เงินมันล่อคนเลวๆ ได้เสมอ โดยเฉพาะเงินเยอะๆ ที่มากับคนที่ใช้มันไม่เป็น
กูไม่ค่อยรู้หรอกว่าเป็นไง แต่กูว่าการรวยกระทันหันแบบนั้น มันจะมีแต่เรื่องใหญ่โตตามมาในภายหลัง ซึ่งถ้ามึงเมินความจริงพวกนี้ เนื้อเรื่องคงตะหงิดๆ หน่อยละ

225 Nameless Fanboi Posted ID:Og8onCQXpr

>>223 นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ บอกตรงกันหมดแหละว่าต้นทุนที่มีค่าที่สุดคือเวลา
30ล้าน ทำให้เป็นพันล้านได้อยู่แล้วถ้ามึงฉลาด เป็นนักลงทุนตัวจริง แต่มึงต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะทำเงินพันล้าน ถามอย่างงี้ดีกว่า เพราะแม้แต่นักลงทุนระดับโลกที่เทพๆ ทั่วโลกยอมรับอย่างบัฟเฟตยังทำต้องใช้เวลาทำกำไรทีนึงเป็นสิบๆ ปี แล้วระดมทุนทีนึงหลักพันล้าน
อันนี้พูดในฐานะถ้าตัวละครมึงที่จะเป็นนักลงทุนนะ

ปกติมันไม่ค่อยมีใครกล้าแตะตลาดหุ้น เอาเรื่องหุ้นมาเล่นในหนัง ในนิยายหรอกเพราะคนที่ไม่ลงทุนจะไม่เข้าใจ ส่วนคนที่เล่นหุ้นก็จะรู้ว่าแม่งเฟคเป็นไปไม่ได้ ขนาดหนังที่เน้นบทฉลาดๆ มียาเทวดาอย่าง Limitless ยังแตะเรื่องลงทุนหุ้นแค่ครึ่งกลางๆ ช่วงแรกนิดๆ หน่อยเอง นอกนั้นพูดเรื่องร่วมทุน (ตัวเอกมึงถูกหวยสามสิบล้าน แต่มีพาวเวอร์ระดับระดมทุนหลักพันล้านเพื่อทำตัวเองให้เป็นเจ้าตลาดได้แบบในหนังรึเปล่าล่ะ) ส่วน Wolf of wallstreet ก็พูดถึงการโกงของโบรกเกอร์ไม่ได้พูดเรื่องตลาดหุ้นนะ

226 Nameless Fanboi Posted ID:Rl3Bvh+9hQ

>>225 ทำได้ถ้ามึงเล่น TFEX DW พวกตราสารอนุพันธ์ เข้าถูกจังหวะ วันเดียวจาก30ล้านก็ไป1000ล้านได้ แต่ความเสี่ยงสูงกว่าเล่นหุ้นปกติ

227 Nameless Fanboi Posted ID:Rl3Bvh+9hQ

>>226 เพิ่มเติมนะ คือทำได้ถ้ามึงรู้ข้อมูลวงในอ่ะ แบบหุ้นbeauty งี้ที่มีช่วงหนึ่งดิ่งFloor 3วันติดถ้ามึง Put หรือ short ไว้คือกำไรเป็น1000% แต่ต้องดูvolum ด้วย

228 Nameless Fanboi Posted ID:jBtreBgsdL

>>224 ถ้าอิงจากไทย สมมติถอนเงินจากพอร์ตหุ้นเยอะขนาดนั้นสรรพากรมาแน่ 555555

229 Nameless Fanboi Posted ID:L0Hdb/w5qo

>>228 นี่มันไทยแลนด์ ถถถ

230 Nameless Fanboi Posted ID:wUwRplOj8q

>>228 ถอนเงินจากพอร์ตหุ้นเท่าไหร่ สรรพากรก็ไม่มาหรอก เพราะเงินจากการซื้อขายหุ้นไม่ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้ แต่ กลต. กับ ปปง. อาจสนใจ ถ้าจำนวนเงินกับตลาดมันผิดปกติ

แต่ก็นั่นแหละ ถ้ามือมึงสะอาดจริง ทำตามขั้นตอนจริงไม่มีบิดพลิ้ว มันก็ไม่มีใครมาทำอะไรมึงได้หรอก

231 Nameless Fanboi Posted ID:Qg/4UHLHG4

>>222 ก็อ่านแนวๆรักๆใคร่ๆเนี่ยละ ตอนแรกๆนึกว่าจะมาแค่รักๆใคร่ๆ ในออฟฟิส น้ำๆหน่อย จริงๆก็น้ำเหละ แต่เนื้อเรื่องมันมีส่วนที่โยงกับการพฤติตัวในที่ทำงาน หรือ how to ใต่เต้าและประสบความสำเร็จ ซึ่งกูดันมีปัญหาด้านนั้นอยุ่ช่วงนั้น เลยได้แต่กรีดร้องว่าเมย์เดย์

232 Nameless Fanboi Posted ID:GciPIvn37K

ปกติมีวิธีบรรยายฉากต่อสู้กันยังไงบ้าง?

233 Nameless Fanboi Posted ID:rHfGG+P+S.

>>223 อยู่ที่จะเขียนยังไงให้คนอ่านเชื่อ
แนวความสามารถ + โชคดี + ระยะที่จะรวยเป็นพันล้าน เพราะระดับเซียนยังต้องรอจังหวะและเวลาที่ยาวนาน
หรือไปแนวโกงเลย ก็เข้าแก็งปั่นหุ้นขาใหญ่ ได้เจอเจ้ามือหุ้น ได้เจอเซียนหุ้น ช่วยเหลือ กระซิบบอก ให้มาร่วมก๊วน
หรือไปแบบ แนวไสยศาสตร์ เล่นของ ก็ได้ ง่ายที่สุด

234 Nameless Fanboi Posted ID:Si8gsYFZT0

พูดถึงเรื่องหุ้นกันกูก็สงสัยนะว่าในการ์ตูนบางเรื่องมันจะมีฉากให้ตัวละครโชว์เทพ+โชว์รวย ด้วยการซื้อหุ้นของฝั่งตรงข้ามมาทั้งหมดจนกลายเป็นประธาน เป็น ceo ของบริษัทนั้นซะเอง แล้วถีบหัวส่งประธานคนเก่าที่ตกอกตกใจว่าไอ้นี่มันซื้อหุ้นไปตั้งแต่ตอนไหนวะให้ออกจากตำแหน่ง ควบกับการล้มละลายของประธานคนเก่าด้วย อยากถามว่าความเป็นจริงมันทำกันได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยเหรอ สงสัยมานานแล้ว

235 Nameless Fanboi Posted ID:VQkmvgmYMq

แอปเด็กดีช่วงนี้เอ๋อๆวะ ใครเป็นเหมือนกูมั่ง

236 Nameless Fanboi Posted ID:CH3wpOXBWu

>>234 ถ้าหมายถึง CEO เป็นไปได้ มันก็แค่ตำแหน่งผู้บริหารมันปลดได้ เปลี่ยนได้ ถ้ามึงมีอำนาจตัดสินใจมากพอ แต่ถ้าพูดถึงเจ้าของบริษัทนี่ยากวะ
คือกูก็ยังคิดไม่ออกอะ เพราะปกติคนที่จะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของบริษัทหรือคนที่มีอำนาจควบคุมกิจการมึงต้องถือหุ้นมากกว่า 50% นะ แล้วการจะซื้อหุ้นให้มากกว่าเจ้าของบริษัทโดยที่แม่งไม่รู้ตัวนี่คือทำยังไงวะ เพราะแค่อยู่ดีๆ มึงถือหุ้นเข้ามา 5% นี่ก็ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่แล้วนะ และที่สำคัญถ้าจะถือหุ้นให้ถึง 25% มึงต้องทำ tender offer แล้ว
คือแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทุกคนในบริษัทนั้นรู้ว่ามึงจะซื้อหุ้นบริษัทนี้ จำนวนเท่านี้ๆ นะ เพราะงั้นมันเป็นไปได้หรอกที่เจ้าของบริษัทจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยกเว้นแม่งจะเป็นเจ้าของบริษัทที่โง่บัดซบ ไม่สนห่าอะไรเกี่ยวกับบริษัทตัวเองเลย
ส่วนเรื่องจะไปเทคโอเวอร์นี่เป็นไปไม่ได้ถ้าเจ้าของมันไม่ยินดีขายหุ่นตัวเอง หรืออาจจะไม่ยิดดีก็ได้ถ้ามีสถานการณ์อะไรซักอย่างมาบังคับให้ต้องยอมขาย
แต่ถ้าเป็น CEO กินเงินเดือนกับหุ้นบริษัทนิดๆ หน่อยๆ อันนี้เป็นได้ คือเข้าไปถือหุ้นใหญ่ให้ตัวเองมีอำนาจ แล้วประชุมโหวตปลด CEO แล้วโหวตตัวเองไปเป็น CEO แทนแบบคูลๆ

237 Nameless Fanboi Posted ID:8myRc6ANBM

>>235 เอ๋อเป็นชาติกว่าแล้ว โหลดหน้านิยายช้าชิบหายเลย

238 Nameless Fanboi Posted ID:0PvaGCIrv7

กูเคยดูเรื่องบัลลังก์หงส์ นางเอกจะเทคโอเวอร์บริษัทย่าเพื่อแก้แค้น ก็ตามกว้านซื้อหุ้นจากแต่ละคนเลย ย่าที่เป็นเจ้าของก็ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด บริษัทก็ไม่ได้เล็กนะ ใหญ่โต

239 Nameless Fanboi Posted ID:VPMcIefb6f

เจ้าของมันก็ต้องถือหุ้นไว้อย่างน้อย51%ปะ หรือไม่จำเป็น

240 Nameless Fanboi Posted ID:RtmIVBLh7+

>>239 การมีหุ้น 51 % ก็คือความมั่นใจได้ว่า บ. นี้ เจ้าของมีสิทธิมีเสียงเต็มที่ในการออกนโยบายต่างๆ ได้โดยไม่มีใครขัดขวาง
แต่บาง บ. ผู้ถือหุ้นกระจายมากเกินไป
ทำให้ต้องต่อสู้แย่งชิงการเป็น ประธาน บ. ประธาน กรรมการ กันรุนแรงน่าดู
อย่าง หุ้น TTA ตอนที่ลูกชายเจ้าของกาแฟดัง แย่งชิงตำแหน่งบริหารใน บ. นี้ ก็กวาดซื้อมีหุ้นได้ราวๆ 10 กว่า% เท่านั้น
แต่ก็สามารถชิงตำแหน่งได้ เพราะ บ. มีผู้ถือหุ้นกระจายมากมายเกินไป

241 Nameless Fanboi Posted ID:iYqfL7IymC

นี่กูอ่านอะไรเนี่ย นิยายหรือเล่นหุ้น

242 Nameless Fanboi Posted ID:7kIsygJ9kg

>>236 แจ็คหม่ามีหุ้น BABA แค่ 7% เองนะ เดี๋ยวนี้มีใครถือหุ้นมากกว่า 50%+ มั่งวะ แค่ 20%+ ก็หายากแล้ว

243 Nameless Fanboi Posted ID:4cP1yLnJci

ดีใจชิบหายเลย หลังจากพยายามมา 2 ปี เขียนไป 60 กว่าตอน ก็มีนักเมนต์ขาประจำกับเขาเสียที

244 Nameless Fanboi Posted ID:zRQVF/XqXa

>>243 ดีใจด้วยมึง กูยังตันอยู่เลย

245 Nameless Fanboi Posted ID:ZfvMpRFLVT

ถือหุ้น 51% ขึ้นไปส่วนใหญ่เจอในกิจการเล็กๆ เช่นพวกห้างหุ้นส่วน
ส่วนระดับบริษัทใหญ่ๆ ไม่ค่อยมีอะไอ้พวกถือหุ้น 51% เพราะมันใช้ระบบบอร์ดบริหาร มี CEO มานั่งเข้าประชุมแล้วเลือกว่าจะให้ใครเป็นประธานบริษัท จะมีก็แต่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมได้เยอะ + เล่นพรรคเล่นพวกไปล็อบบี้ชวนผู้ถือหุ้นรายอื่นให้เห็นคล้อยด้วย

246 Nameless Fanboi Posted ID:tconGPFI1d

>>243 นิยายกูพอนักอ่านขาประจำหายไป ทำเอากูหมดกำลังใจจะลงต่อ O<-<
เอาเหอะ หลังๆ คนอ่านนิยายกูแม่งก็แทบไม่มีอยู่แล้ว

247 Nameless Fanboi Posted ID:5KJyww.zQR

>>245 แล้วถ้าออกแนวกิจการครอบครัวอย่างเช่น นาย a เปิดบริษัทขายหมอนเล็กๆ ไปๆมาๆทำแล้วรวยเป็นร้อยล้านพันล้าน นาย a เลยเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้นระดมทุนผลิตสินค้าใหม่ จ้างนักบริหารมืออาชีพเข้ามาจัดการกิจการ แล้วให้ญาติๆแบบลูกเมียพี่น้องถือหุ้น

ส่วนนาย b อยากได้กิจการขายหมอนของนาย a เลยไปไล่ซื้อหุ้นจากทุกคนที่ถือหุ้นของบริษัทจนมีเปอร์เซนต์หุ้นมากกว่าที่อยู่ในมือนาย a ถ้าเป็นแบบนี้นาย b จะสามารถปลดนาย a ออกจากตำแหน่งประธานบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งมาได้มั้ยวะ อันนี้ก็อยากรู้

248 Nameless Fanboi Posted ID:7kIsygJ9kg

>>247 นับโหวตเอา ถ้ารวมแล้วคนที่โหวตให้มึงมีอำนาจมากกว่า 50% ก็ไล่ได้ แต่ว่าแต่ละคนมีอำนาจโหวตไม่เท่ากันนะ อย่าง Facebook มาร์คคนเดียวมี 70% มั้ง ใครก็ขัดไม่ได้ แต่ Google หรือ Microsoft ไม่ได้มีอำนาจขนาดนั้น อำนาจโหวตหลายครั้งก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้น แต่อยู่ที่โครงสร้างบริหารมากกว่า

249 Nameless Fanboi Posted ID:zwH5qNJiBM

กลับไปดูนิยาย - มังงะเก่าๆ ยุค 80s-90s แล้วรู้สึกสงสัย
ยุคนั้นพวกตัวเอกแม่งเก่งเทพ + ตั้งฮาเร็มกันตั้งแต่แรกทุกตัว แต่ทำไมไม่รู้สึกเอ็ดกี้ น่ารำคาญเหมือนยุคปัจจุบันเลยวะ
ยกตัวอย่าง Bastard , City Hunter , Cobra , Jesus , Dr.killer อะไรทำนองนี้

250 Nameless Fanboi Posted ID:eVThMCJSAr

>>249 ก็สมัยนี้ชอบยัดเยียดให้ตัวเอกตั้งอยู่ศูนย์กลางจักรวาล ขนาดแนวต่างโลกแฟนตาซี ของสมัยก่อนภาพมันจะกากในสายตาคนปัจจุบันก็เถอะ แต่เรื่องความสนุกทำได้ดีกว่า ไม่เอะอะเห่อหมอยโชว์พาวโชว์ให้ทุกคนรับรู้ว่าตัวเอกถูกต้องเสมอ

251 Nameless Fanboi Posted ID:P.if8xkG0o

นิยายก็เขียนตามทัศนะคติในยุคนั้นๆ นั่นแหละ สมัยก่อนที่อ่านสนุกเพราะยังไม่เยอะ
แต่สมัยนี้แนวฮาเร็มนี้มันเกลื่อน มันเลยรู้สึกไม่สนุกดังเดิม
เด็กสมัยนี้รู้เรียนรู้เพศเร็วกว่าเดิม และ ไม่แคร์เรื่องการแลกคู่กันแล้ว
นิยายที่ขายดีก็เน้น รัก เน้นวายจิ้มตูด เน้นเพศสัมพันธ์กันไป
กูไม่แปลกใจเท่าไร เอาแค่เด็กๆ มีมือถือกัน สิ่งที่ดูกันประจำก็หนังโป๊นั่นแหละ ทั้งหญิงทั้งชาย
ตามผลสำเร็จที่เขาตรวจสอบกันออกมาแล้ว...

252 Nameless Fanboi Posted ID:P.if8xkG0o

แก้นิด...ผลสำรวจ

253 Nameless Fanboi Posted ID:YmbeLLx8Z6

>>249 สมัยนั้นมันเทพก็จริง แต่มันไม่ได้ตรรกะเห่อหมอย ปัญญาอ่อนแบบนี้หรอก อย่าง Cobra มันเทพแถมมีแต่สาว แต่มันใช้ชีวิตอยู่ในส่วนของมัน ไม่จำเป็นต้องไปโชว์ใครเลย ที่ดังในอวากาศก็เพราะไปตีกับโจรสลัดกิลด์ ส่วนสมัยนี้อะเหรอ... 55555 กูอยากจะขำ ต้องโชว์เทพซ่าต่อหน้าคนอื่น เดี๋ยวคนเขาไม่รู้ว่าเทพ หัวเราะเป็นภาษาบอนไซ

254 Nameless Fanboi Posted ID:YV8PYoTuNv

>>249 เพราะมันไม่ใช่สายพระเอกหน้าอ่อนป่าววะ เดี๋ยวนี้ขี้โม้บอกอายุเยอะแค่ไหน แต่จะทำหรือคิดก็เหมือนเด็กเห่อหมอยงี้

255 Nameless Fanboi Posted ID:P.if8xkG0o

คอบร้า เป็นโจร หน้าฉากต้องหลบๆ ซ่อนๆ เข้าไปปล้นเค้าอยู่แล้ว...
City Hunte ซาเอบะ เรียว ก็โชว์ดุ้นตุงอยู่ทุกตอน...
Bastard เปิดเรื่องมาเทพ เกรียน เงี่ยนอึ๊บสาว...
สมัยก่อนที่อ่านสนุก เพราะเด็กๆ มีสิ่งที่สามารถกระตุ้นอารมณ์ทางเพศที่จำกัด จะดูอะไรโป๊ ก็ต้องหลบๆซ่อนๆ
พูดง่ายๆ เรื่องวับๆแวมๆ มันหาอ่านยาก พอมีหนังสือการ์ตูน มันก็เลยอินได้ง่ายกว่าสมัยนี้มากๆๆๆๆๆๆ
สมัยนี้เปิดมือถือ เห็นจะจะ ทำให้รู้สึกการอ่านนิยายหรือการ์ตูนเหม่อมอย มันไม่รู้สึกเมื่อก่อนๆ

256 Nameless Fanboi Posted ID:P.if8xkG0o

สมัยก่อน ก็ประมาณ ด่าเรื่องอักษรศีลธรรม ของค่ายการ์ตูนกันหนักมากๆ
คว้าง...พรึ่บ....
กูเห็นยุคนั้น เถียงกันจะเป็นจะตาย ในตอนนั้น แสดงว่าเห่อหมอย เรื่องพรรณนี้เห่อหมอยกันมานานแล้ว

257 Nameless Fanboi Posted ID:uVTV4qqSdK

มังงะพวกนั้นมันเดินเรื่องด้วยตัวเอกผู้ใหญ่ที่มี backstory บรรยายความเก่งระดับนึง และตอนดำเนินเรื่องมันก็แสดงให้เห็นว่าไอ้พวกนี้เก่งจริง

แต่ไอ้นิยายอิเซไคปัจจุบันมันใช้ตัวเอกวัยรุ่นตามวัยคนอ่าน ที่ส่วนมากอยู่ๆ ก็ได้พลังห่าเหวอะไรจนเก่งโม้ๆ (ไม่ก็แถว่าชาติก่อนกูเก่ง แต่พอเกิดใหม่ก็เสือกทำตัวปัญญาอ่อนไม่สมวัยวุฒิในชาติก่อน) คนอ่านที่มีอายุเลยวัยพวกนั้นส่วนมากเลยไม่อินกัน

258 Nameless Fanboi Posted ID:P.KBxHB/o+

แต่งนิยายลงในเด็กดี ใช่ชื่อพระเอกว่า พายุ สองเดือนสามสิบตอน ยอดคนอ่านรวม 3 พันกว่าคน นิยายเรื่องเดียวกัน (ขอเก็บไม่เปิดเผย 5555) แค่เปลี่ยนชื่อตัวละครเป็นภาษาจีน ลงไปสองเดือน ยอดคนอ่านทะลุ 2 แสน
นี้คืออิทธิพลของนิยายจีน ที่มีต่อคนไทย และเราเอามาเล่าสู่กันฟัง 555555

259 Nameless Fanboi Posted ID:.QosrXbU9d

อีกหน่อยประเทศนี้คงไม่เหลืออะไรที่เป็นของตัวเองแล้ว ไปเอามาจากเขาหมดแล้ว

260 Nameless Fanboi Posted ID:qWLess12z+

เพิ่งโดนด่าว่าความคิดตัวละครไม่สมกับอายุมาเลยว่ะ กูก็ยังเพิ่งจบมปลายซะด้วย เเต่อยากเขียนตัวเองเป็นคนมีอายุไงมึง ชิบหายเลยทีนี้
จะเเก้ก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามายเซ็ตของคนอายุ30มันต้องเป็นยังไง555 พี่เเกด่าเเบบรวมๆกูเลยไม่เก็ตเท่าไหร่

261 Nameless Fanboi Posted ID:lOzCG3R+ua

แก้ยากวะ ความคิดบางอย่างถ้าไม่เคยทำงานจะไม่เข้าใจจริงๆ ทำคนละสายงานความคิดต่างกันจนแทบไม่เข้าใจกันก็เป็นเรื่องปรกติ

วิธีง่ายสุดก็อ่านนิยายที่ตัวเอกเป็นผู้ใหญ่หน่อยอล้วลอกวิธีดารคิดมา แต่ถ้าไม่มีประสบการณ์ตรงมันยาก คนเขียนนิยายดีๆ แทบทุกคนอายุเยอะแล้ว เพรสะผ่านโลกมามากเลยถ่ายทอดความคิดลงไปในตัวหนังสือได้เยอะ ถ้าจะลอกแค่ผิวเผินนะพอได้ แต่ถ้าต้องการถ่ายทอดความคิดตัวเองลงไปนะยากกว่าเยอะ

262 Nameless Fanboi Posted ID:2QyKTOlLMW

>>260 แค่อย่าไปยึดบุคลิกตัวเอกเกิดใหม่ต่างโลกหรือแนว Second Chance โดยเฉพาะชาติก่อนเคยเป็นผู้ใหญ่มีอายุ แต่มาชาติหน้าดันโตแต่ตัว สมองเป็นเด็ก หรือง่ายๆเลย เลี่ยงพวกคนเขียนที่เป็นวัยรุ่นดีที่สุด เพราะเด็กไม่มีทางรู้หรอกว่าคนที่จบปริญญาตรีมีหัวคิดกับอารมณ์ต่างจากเด็กมัธยมยังไง IQ ไม่สำคัญหรอก EQ ต่างหากที่สำคัญ

263 Nameless Fanboi Posted ID:bReattizqY

มันเกี่ยวกับอิทธิพลที่ได้รับการอ่านจากเรื่องอื่นๆ มาด้วย
เช่น นิยายแปลจีน การโชว์พาว์ ไม่เคารพใคร นึกจะฆ่าก็ฆ่า เพื่อสร้างคาแรคเตอร์ตัวละครว่า สุดเจ๋ง สุดเก่ง ไม่สนใจอะไรในสังคม
ส่วนใหญ่จะเป็นแนวนี้กันหมด...(เด็กรุ่นนี้ก็แนวนี้กันหมด ถามว่าผิดไหม ซึ่งกูคิดว่าไม่ได้ผิดอะไร ก็คงตามบริบทการเลี้ยงดูและสภาพสังคมในตอนนั้นๆ)
ส่วนแนววังหลัง นางสนมชิงรักจากฮ่องเต้ ขนาดรัฐบาลจีนเอง ยังทนไม่ได้ เริ่มแบนแนวนี้ออกจากหน้าจอทีวีแล้ว

264 Nameless Fanboi Posted ID:bReattizqY

>>261 วิถีการทำงานของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปเยอะนะเพื่อน
ไม่ได้ทุ่มเทอะไรมากนักกับงาน วันๆ ไปทำงานก้แอบเล่นเพซเล่นเนทกันไป
ไม่แคร์เรื่องย้ายงานเท่าไร เห็นโอกาสที่อื่นดีกว่า ก็ย้ายออกแล้ว ไม่ได้สนใจหาศึกษาความรู้อะไรต่อหลังเลิกงาน
ไม่รวมเรื่องประท้วงขอขึ้นโบนัสอย่างไร้เหตุผล... บ. ข้ามชาติเอือมอะอาย้ายไปเวียดนามกันเยอะ
ซึ่งคนงานที่นั้นแทบจะไม่มีเรื่องแบบนี้

265 Nameless Fanboi Posted ID:WimUgn+Dmk

>>263 ตรรกระเด็กวัยรุ่นอะไม่เท่าไร เพราะรู้ว่ายังเห่อหมอยคิดไม่ค่อยเป็น
แต่ไอ้พวกเด็กหนวดที่ยังมาเย้วๆ ชอบพวกแนวเท่ซ่าจูนิเบียวเนี่ยกูไม่เข้าใจเลย คือพวกมึงมีงานมีการทำแล้วปะ? ได้เวลาเปลี่ยนความคิดแล้วไหงยังไปหลงอะไรแบบนั้นอีฟระ!?

266 Nameless Fanboi Posted ID:qm+HjaKwYb

>>264 เราว่าคนสมัยนี้อาจจะดูไม่ทุ่มเทให้งานจริง แต่สำหรับเรา เราเกลียดงานเข้า 9 ออก 17 เหมือนคนรุ่นก่อนมาก มันเหมือนนั่งแช่อ่ะ

เราชอบทำงานแบบที่มีจังหวะชีวิตของตัวเอง ระหว่างงานจะทำอะไร สบายแค่ไหน ทำที่ไหนก็ได้ ขอให้งานออกมาเสร็จ โอเค คนทำงานมีแอททิจูดดี ไม่ราวีเพื่อนร่วมงานก็พอ

กูเข้างานตามใจชอบ ออกไปช้อปปิ้งในเวลางาน แต่ถ้าเจ้านายสั่งว่างานต้องเสร็จเวลาไหน ก็คือต้องส่งให้ทัน บางทีเจ้านายไลน์มาสั่งงานห้าทุ่ม จะเอาก่อนแปดโมงเช้า ก็ต้องปั่นให้ทัน วันอาทิตย์ด้วยจ้า

แต่กูชอบงานแบบนี้มากกว่าบังคับให้กูไปเข้า 9 ออก 17 จ-ศ แบบไม่มีงานก็ต้องทำท่างานยุ่ง อันนั้นคือนรกอ่ะ

267 Nameless Fanboi Posted ID:qm+HjaKwYb

>>266 ขออภัยที่ตอนแรกสุภาพ ตอนหลังเถื่อนถ่อย มันชินมือ (กราบ)

268 Nameless Fanboi Posted ID:bReattizqY

ปกติกูไล่อ่านแนวแฟนตาซีที่ดังๆ ของ นข. จีน จากเว็บที่แปลอังกฤษเสร็จ
แล้วกูก็ดำน้ำจับใจความของตอนใหม่ๆ โดยอ่านต่อ www.uukanshu.com โดยใช้ google
กูห็นแนวทางชัดเจน ทุกเรื่องตัวเอกจะเท่ ซ่า จูนิเบียว เอาไว้ก่อน ยิ่งแนวต่อสู้ คือ มีตัวประกอบออกมาให้ฆ่าทิ้งโชว์พาว์ตลอด
กูเลยไม่สงสัย ที่เด็กดี แนวแฟนตาซี จะออกมาแนวนี้กันหมด
เพราะกระแสมันแบบนี้ มันครอบคลุมไปหมดแล้ว(แฟนตาซี) ดูจากคอมเมนต์ พวกเด็กฝรั่ง เด็กเอเชีย ที่เข้ามาอ่านก็ชอบกันแต่แบบนี้
กูคิดว่าจนกว่าจะมีแนวใหม่ที่บูมฉีกแนวทางแล้วนั่นแหละ...
จึงจะเปลี่ยนแนวทางนิยายแฟนตาซีไปได้ ตอนนี้ก็อ่านแนวนี้ให้เอียน ให้แหวะกันไปก่อน พร้อมกับทำใจ

269 Nameless Fanboi Posted ID:2QyKTOlLMW

>>268 ขอถามหน่อย ไอ้พวกนิยายจีนที่แปลมาแล้ว เห็นหลุดอะไรบ้างรึเปล่า พวกอาหารที่ไม่น่าโผล่ในโลกแห่งจีน เช่น ขนมจีนในจีนโบราณ เป็นต้น

270 Nameless Fanboi Posted ID:bReattizqY

>>269 ไม่เห็นที่หลุดแปลกๆ
เพราะเขาเน้นของจีนโบราณแท้ๆ
อย่าง Gourmet Food Supplier อยากกินไหมล่ะ
ก็มีอาหาร ข้าวผัดทองคำ บะหมี่น้ำใสเลิศรส บะหมี่เส้นโบราณ ห่านย่าง หม้อไฟประหลาด แกะย่างทั้งตัว สุราไผ่เขียว เบียร์ ไวน์ ไปตามเส้นเรื่อง
ส่วนความเวอร์วัง ก็ประมาณไม่สนมิชลิน ทีวีมารุมถ่ายทอด มีชื่อเสียงระดับประเทศ
ลูกค้ากินแล้วอร่อยหลุดโลกไปตามๆ กัน ไม่มีพ่อครัวคนไหนสู้ได้ อะไรประมาณนี่
ปล.จุดบอดของเรื่องนี้ที่ไม่สมจริง ก็คงยังไม่มีใครสงสัยถึงที่มีวัตถุดิบอาหาร
ซึ่งระบบของพระเอกได้จัดหามาให้ก็สุดยอด เอาทั้งของหายากหรือของสูญพันธุ์จากโลกไปแล้วมาให้

271 Nameless Fanboi Posted ID:a+70wjrEQ4

กูเข้าใจนะเว้ยว่าทำไมพระเอกนิยายจีนส่วนใหญ่ต้องปากหมา เพราะถ้าพระเอกมีมารยาทขึ้นมาล่ะกัน เหตุการณ์ให้เรื่องจะหายไปกว่า80%เลยทีเดียวเชียว เพราะส่วนใหญ่เเม่งก็ปากหาเรื่องเองทั้งนั้น

272 Nameless Fanboi Posted ID:DJeYQ3m/HF

พระเอกปากหมามันก็ดีนะเว้ยยย ลุ้นชิบหาย ว่าเมื่อไหร่แม่งจะโดนตรีนรุมกระทืบ

273 Nameless Fanboi Posted ID:bReattizqY

ส่วนพระเอกที่เงียบๆ ก็ส่วนใหญ่มีจะแฟนสวยหรือเพื่อนสวย
แล้วพอไปไหนด้วยกัน ก็จะมีแต่ตัวประกอบมาเห่าหาเรื่อง แล้วพระเอกก็โชว์เทพ กระทืบหรือฆ่าตายได้ทุกที
มุกแบบนี้กูก็เจอโครตบ่อย คือเอือมมากๆ กับการหาตัวประกอบมาให้พระเอกกระทืบ
แต่ก็ทนอ่านไปได้เรื่อยเหมือนกัน

274 Nameless Fanboi Posted ID:yUet0fMYGJ

ชวนมโน
พวกมึงคิดว่าถัดจากนี้อีกซักปีนิยายอะไรจะฮิตตูมตามเหมือนนิยายจีนตอนนี้วะ

275 Nameless Fanboi Posted ID:JVQVC84I55

>>274 กูเเทงเเนวสงคราม

276 Nameless Fanboi Posted ID:JJ+3mwdLhr

>>274 เกมออนไลน์

277 Nameless Fanboi Posted ID:l1WM0/6QAK

>>274 แฟนตาซีเวทมนตร์บนต่างดาว เอเลี่ยนเป็นจอมเวท

278 Nameless Fanboi Posted ID:/KcigEHXsN

>>274 เทหน้าตักให้ไซไฟ

279 Nameless Fanboi Posted ID:/odqMb1+J0

Ky ขอถามหน่อย ทำไมนักเขียนเป็น(โรคซึมเศร้าเยอะจังวะ พอๆกับนักวาดเลย กูเพิ่งเห็นประกาศของกิ้งน้าาาว่านางเป็น และเมื่อประมาณปีก่อนมั้ง นกฮูกก็บอกด้วยว่าตัวเองเป็น นักวาดนักเขียนที่กูตามอยู่หลายสิบคนคือเป็นโรคซึมเศร้าเกินครึ่งแล้วอะ กูงงว่ะ มันเกี่ยวกับงานที่เขาทำปะวะ

280 Nameless Fanboi Posted ID:+TfbdwEoEY

>>277 แม่งก็ star ocean นี่หว่า
>>279 งานที่ขาดปฎิสัมพันธ์กับคนก็งี้ล่ะ

281 Nameless Fanboi Posted ID:QO+TeGyFWT

>>279 คิดภาพมึงอยู่คนเดียว นั่งทำงานงกๆ หน้าจอคอม

282 Nameless Fanboi Posted ID:ovhkO9s/oC

มึงคิดนะ
งานหนัก คิดเยอะ แต่ต้องมากรองมากลุ้มว่าจะขายได้ไม่ได้ พอเขียนก็ต้องมานั่งกุมขมับผูกเงื่อนโยงเรื่อง ระหว่างนั้นโดนคนที่บ้านมองว่าเอาแต่เล่นเกมย้าง ไม่ทำงานบ้างเพราะอยู่แต่หน้าคอมตลอด พอเขียนเสร็จก็ต้องมากังวลคอมเม้นท์จากนักอ่านปากหมา และโม่งคอยแซะ แถมไม่มีอะไรการันตีด้วยว่าจะได้ทุนคืน

เจอแบบนี้ซึมเศร้ายัง

283 Nameless Fanboi Posted ID:XwZbuQ66.y

ยิ่งถ้าเขียนเเนวดราม่านะมึง ถ้าคนเขียนเเม่งยังไม่อิน เเล้วคนอ่านมันจะไปอินได้ยังไง

284 Nameless Fanboi Posted ID:l1WM0/6QAK

ใครก็ได้ไปบอกพวกเด็กดวกสิว่า มีใครสนใจเขียนนิยายดราม่าเกี่ยวกับพระเอกเป็นโรคซึมเศร้าเพราะเขียนนิยายเหมือนตัวคนเขียนเองบ้างมั้ย

285 Nameless Fanboi Posted ID:xSLbk8qfBn

Ky อะไรคือ Lore วะ เห็นฝรั่งใช้กันบ่อย เปิดกูเกิ้ลอ่านแล้วกูไม่เข้าใจ

286 Nameless Fanboi Posted ID:mTzfn3MxVe

>>275 กูก็อยาก + ให้มึงนะแต่จากสภาพแล้วมันดูอีกยาวไกลเหลือเกินว่ะ

287 Nameless Fanboi Posted ID:n7EDMr9psw

แล้วจะมีวิธีแยกพวกเป็นซึมเศร้าจริงๆกับวอนนาบีซึเศร้าปะ

288 Nameless Fanboi Posted ID:l1WM0/6QAK

>>285 Lore คือตำนาน เรื่องราวที่มาที่ไปจนเกิดเนื้อเรื่องหลัก อย่างบริษัทร่มแดงไปได้ไวรัสมาจากไหน ทำไมอยู่ดีๆเมืองแรคคูนถึงชิบหาย สถานีตำรวจเคยเป็นตึกอะไรมาก่อน เป็นต้น
>>287 แรงจูงใจไง ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมเอา พวกตอแหลมักจะไม่มีแรงจูงใจอยู่จริง

289 Nameless Fanboi Posted ID:rLM8SGlczu

>>287 การพีอาร์ (?) ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ในไบโอ หรือทอล์ค เพื่ออะไรวะ คือมันได้อะไรขึ้นมา เอาจริง ๆ กูไม่ค่อยเข้าใจอะ ส่วนตัวกูมีนข.ที่รู้จักเป็นโรคนี้ แต่เขาก็ไม่พูดถึงความป่วยของตัวเองเลยว่ะ สังเกตตั้งนานกว่าจะรู้ว่าหาหมอกินยาอยู่

290 Nameless Fanboi Posted ID:Fa/FxHaOSL

>>285 ถามแบบนี้มันตอบยาก เพราะแปลได้โคตรกว้างเลยมึง มันแปลได้ทั้งปูมหลัง ที่มาที่ไป ประวัติศาสตร์ เรื่องเล่าปรัมปรา นิทาน ตำนานเล่าขาน ฯลฯ ในจักรวาลของเรื่องราวนั้นๆ ส่วนมากถ้าพูดถึง Lore กุจะนึกถึงเกมต่างๆ ก่อนเลย เพราะหลายคนเล่นเกมคือสนแต่ตัว Gameplay หลักๆ หรือ System แล้วไม่ค่อยสนใจ Lore ของเกมสักเท่าไหร่

ยกตัวอย่างก็เช่น Rockman series เล่นกันมานานนม ถามเพลย์เยอร์ 100 คน จะรู้กันสักกี่คนว่าจริงๆ แล้วร็อคมันเป็นแค่หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านของ ดร.ไลท์ ก่อนจะโดนดัดแปลงให้กลายเป็นหุ่นรบ แล้วตอนสมัยเรียนตัวร้ายอย่าง ดร.ไวลี่ กับ ดร.ไลท์ ผู้สร้างร็อคแมนดันเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน หุ่นยนต์ที่มีเจตจำนงค์เสรี (Free will) เองก็ไม่ได้มีแค่ร็อค แต่ยังมีบลูส์ (ซึ่งเปรียบได้กับพี่ชายของร็อค) กับโรลจังอีกด้วย หรือเรื่องกุ๊กกิ๊กของโรลที่แอบชอบร็อคและคอยซัพพอร์ตมาตลอดทั้งที่รู้ว่าจะไม่มีวันสมหวัง เพราะแต่แรก ดร.ไลท์ สร้างร็อคกับโรลให้เป็นพี่ชายกับน้องสาว แต่ด้วยเจตจำนงค์เสรีที่มีอิสระทางความคิดเทียบเท่ามนุษย์ โรลเลยแอบชอบร็อคในเชิงชู้สาวกลายเป็นความรักต้องห้ามที่ต้องซ่อนไว้ เจ้าร็อคนี่เวลาโรลมีอันตรายโดนตัวร้ายลักพาตัวก็ตามไปช่วยได้ตลอด คุณน้องสาวต่างสายเลือด (แหงล่ะสิเป็นหุ่นยนต์นี่) เลยเจอปักธงรัวๆ เสียจนโงหัวไม่ขึ้น

Rockman มันไม่ได้มีแค่หุ่นยนต์เด็กชายใส่ชุดรบสีฟ้า สไลด์ได้ ยิงกระสุนพลังงานความร้อนได้ หรือเอาชิปอาวุธหุ่นตัวอื่นมาเสียบที่ขั้วใน Rock Buster แล้วใช้อาวุธของตัวนั้นได้ มันยังมีเรื่องราวหรือเรื่องเล่าที่เป็น Lore ให้ศึกษาอีกมาก เช่น ทำไม ดร.ไวลี่ ถึงต้องสร้างหุ่นลูกน้องให้อาวุธแพ้ทางกันเอง ทำไมบลูส์ถึงหนีจากห้องทดลองของ ดร.ไลท์ ไปโดยไม่บอกกล่าว

ส่วนที่โดนล้อยันเหลนบวชก็ยังเหมือนเดิม ร็อคแมนหุ่นรบสุดแกร่ง จิตใจเปี่ยมด้วยคุณธรรม โดนทั้งระเบิดทั้งเลเซอร์ก็ยังรอด แต่ดันเหยียบหนามไม่ได้ เหยียบทีไรสลายร่างทุกที ก็เข้าใจนะว่ามันเป็น Game Mechanic แต่พอเอามาใส่ใน Lore ด้วยก็อดห่วงไม่ได้ว่าถ้าวันหนึ่ง ดร.ไวลี่ มันหลอกพระเอกของเราไปขังไว้ในห้องที่มีแต่หนามเต็มไปหมดได้สำเร็จ ตำนานร็อคแมนก็เป็นอันจบสิ้นเลยสิ

(ข้างล่างนี้แอบไปค้นคว้ามาเพิ่มก่อนโพส)

สรุปที่ ดร.ไวลี่ ไม่ทำห้องหนามล้วนเพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ลุงแกแค่อยากพิสูจน์ว่าหุ่นของตัวเองแกร่งกว่าหุ่นทำความสะอาดบ้านดัดแปลงของ ดร.ไลท์ เลยถือโอกาสระหว่างแผนการยึดครองโลกดวลกันไปในตัว

ในการ์ตูนมังงะ Rockman บางชุดก็เคยแถให้ประมาณว่าถ้าตกหนามแล้วจะสาหัสแต่ไม่ถึงตาย แต่ไอ้การควักเอา Energy Tank มาดื่มแล้วรูจากหนามบนตัวหายเป็นปกตินี่ก็ไม่ไหววะ ไม่สมเหตุสมผลสุดกู่เพราะสวนทางกับ Genera ของตัวเองแบบพลิกกลับด้านเลย (หรือมันเป็นเทคโนโลยีนาโนแมชชีนขั้นสูง?)

ถ้าเป็นเกมอื่นๆ กับ Lore ลึกๆ ของมันก็จะมีพวก

พระเอกจากเกม Prince of Persia ได้พลังทรายมายังไง
บริษัท Umbrella ใน RE พบ Progenitor Virus ในดอกไม้จากหมู่บ้านของชนเผ่าไหน
ความสัมพันธ์แบบคู่อาฆาตของตัวเอกกับบอสใน Castlevania แต่ละภาค ลึกๆ แล้วมีอะไรซ่อนอยู่
Final Fantasy แต่ละภาคนี่ก็ Unique อยู่แล้ว Lore อย่างกว้างมีเยอะด้วย (แต่ไม่ค่อยมีคนไปไล่ Active จนครบหรอก)

Lore มันก็คือความเป็นมาหรือเรื่องในครั้งอดีตของเนื้อเรื่องหลักที่เรากำลังอ่านอยู่ ถ้าคนเล่าไม่เก่งหรือเทมาหมดแบบ Info-dump นิยายเรื่องนั้นก็ชวนหลับอ่ะ

291 Nameless Fanboi Posted ID:4yKXOsDAiM

>>287 .สิ่งที่กูรู้สึก พวกเป็นจริงๆ มันไม่กรีดแขนโชว์ใครหรอก. กูเห็นในเฟสถ่ายรูปกรีดข้อมือแล้วบอกซึมเศร้า ท่าทางภูมิอกภูมิใจ เห็นแล้วหงุดหงิด เพราะกูรู้จักคนเป็นซึมเศร้า มันไม่พูดพล่อยๆ หรอก ใครจะอยากโดนสมเพช ยิ่งมีอาการเอง กูยิ่งคิดว่าคนเป็นจริงๆ มันไม่อยากบอกเรื่องพรรคนี้หรอก ใครมันจะอยากเป็นแบบนี้ คุยกับคนทั่วไปยิ่งรู้สึกแปลกแยก เหมือนโดนย้ำความไม่ปกติตลอดเวลา.

292 Nameless Fanboi Posted ID:r7UC8wpJOg

Lore มันคือเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่ได้กล่าวถึงในเนื้อหาหลัก แต่จะออกมาเปรยๆ ว่าเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นโดยผ่านจากคำพูดของตัวละคร

ยกตัวอย่างแฮรี่ที่รักของสต๊าฟเด็กดวก ก็มี Lore ว่า "กรินเดอวัล เคยเป็นพ่อมดที่ทรงอำนาจก่อนวอเดอมอร์ แต่พ่ายแพ้ให้กับสุดยอดพ่อมดแห่งยุคดัมเบิ้ลดอร์และถูกขังอยู่ในคุกตลอดชีวิต" ซึ่งไอ้ Lore ที่ว่ามานี่ในเนื้อเรื่องหลักไม่ได้มีการกล่าวถึงตรงๆ แต่ถูกเล่าผ่านตัวละครอื่นๆ ซึ่งเรื่องราวที่แท้จริงที่เกิดขึ้นก็อาจจะไม่ตรงกับ lore ที่ตัวละครเล่า แต่เป็นอีกแบบอย่างที่ในเรื่อง Fantastic beast มันเล่าก็ได้

หรืออย่างจะ Warhammer ซีรีย์โปรดกูก็ได้ Lore มีกล่าวว่าในอดีตกาลมนุษย์เคยเกือบสูญพันธุ์จากการถูกพวกออคไล่ฆ่า จนกระทั่งคนแคระได้มอบวิทยาการหลอมโลหะให้พร้อมกับมอบค้อน Ghal maraz ให้กับ Sigmar เข้าสู่กับพวก Green skins จนได้รับชัยชนะแล้วสร้างกลายเป็นจักรวรรดิของมนุษย์อันแสนรุ่งเรืองที่ปรากฎในซีรีย์

เนี่ยจะเห็นว่าพวกนี้มันคือ Lore หรือเนื้อเรื่องเชิงลึกที่เนื้อหาไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งตามความเห็นกูนี่ Lore คือสิ่งสำคัญที่สุดของการแต่งนิยายแล้ว เพราะถ้า Lore ลึกและคนเขียนสามารถเปรยออกมาได้ถูกจังหวะ มันจะทำให้คนอ่านรู้สึกอยากจะคิดตามและได้สนุกกับการหาจุดที่คนเขียนได้แอบทิ้งเอาไว้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างนอกจากสิ่งที่เนื้อหาหลักได้กล่าวถึง

293 Nameless Fanboi Posted ID:N7lKmorP3y

ตอบอะไรให้เข้าใจยากกันไปทำไม ก็แปลแม่งตรงๆ นี่แหละ
Lore = ตำนาน เรื่องที่สืบทอดกันมา แถมยัง synonym (พ้องความหมาย) กับ Infomation,cognition ที่แปลว่าความรู้ข้อมูลได้ด้วย ถ้าเข้าใจแบบนี้ก็จบแล้ว
Lore ของนิยายเรื่อง A ก็คือข้อมูลทุกอย่างที่อยู่นอกเหนือจากที่นิยาย A เล่าเอาไว้อยู่แล้ว ซึ่งมันจะเป็นข้อมูลแบบไหน เชื่อถือได้มั้ยนั่นคืออีกเรื่องแล้ว เพราะ Lore ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป เพราะข้อมูลหลายอย่างบางทีก็ไม่นับเป็น Canon (แคนอนคือ Lore ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นข้อมูลหลักของเรื่องใช้อ้างอิงได้ ไม่ใช้แค่ลือกันหรือมโนเป็นทฤษฎีสั่วๆ หรือมาจาก Fan-fic)

294 Nameless Fanboi Posted ID:dHKMiESLtH

>>287 พวกเป็นจริงไม่บอกไม่โชว์ไม่แสดง โลกส่วนตัวสูง จมอยู่กับเรื่องในหัวโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ใจลอย บางคนดูไม่ออกจนกว่าจะเห็นสิ่งที่มันชอบหรือบางอย่างที่มันระบายออก ที่หลายๆคน รู้สึกว่าคนพวกนี้มันคูล เพราะมึงไม่มีทางรู้เลยว่ามันคิดอะไรอยู่ แล้วเรื่องที่มันทำสามารถสร้างเซอร์ไพร์ได้เสมอ แต่แม่งขี้อาย ชอบเก็บตัว ซึมเศร้าแบบไบโพล่า พวกนี้เป็นอีกแบบ อารมณ์แม่งเปลี่ยนไว บทอารณ์ดีก็ดีชิบหาย แต่แค่มีใครซักคนพูดอะไรขัดใจมัน อารมณ์แม่งเปลี่ยนทันทีแล้วเปลี่ยนแรงด้วย ที่เคยเจอ แค่มีคนถามมันว่า ทำมึงกินข้าวแล้วไม่ล้างจาน มันโกรธเหมือนกับว่ามึงไปฆ่าพ่อมันตาย พวกป่วยจริงมึงต้องดูตอนมันอยู่คนเดียว หรือดูกิจกรรมที่มันชอบทำเพื่อระบายความอัดอั้นที่แม่งมี แต่ร้อยทั้งร้อยคือไม่รู้ตัว.... แต่พวกวอนนาบี กูว่าพวกนั้นเรียกร้องความสนใจ ชอบอวดชอบประกาศว่าตัวเองป่วย แต่อยู่คนเดียวแม่งก็ปกติดี จริงๆมันก็โรคจิตนะแต่เป็นอีกประเภท

295 Nameless Fanboi Posted ID:b/AN3ottkN

>>294 ละพวกวอนนาบีนี่แหละที่ทำให้คนป่วยจริงๆดูแย่ลงไปอีก จนเขายิ่งไม่กล้าเปิดเผยตัวเองอะ

296 Nameless Fanboi Posted ID:InowtaEu+f

ใช่ๆ พวกป่วยจริงไม่ต้องให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองป่วย ต่อหน้าจิตแพทย์ก็ไม่กล้าแสดงหรอก ต้องให้คนรอบข้างสังเกตเอาเอง ไอ้พวกวอนนาบีนี่แหละไปซ้ำเติมผู้ป่วยเพื่อเอาความสนุกอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น

297 Nameless Fanboi Posted ID:Jjjn/0ZJ9k

>>294 ฟังมึงอธิบายอาการแบบแรกแล้วทำไมกุกลัววะ ตรงแบบ 95% เลย คือไม่รู้ว่าตัวเองซึมเศร้าหรือแค่โลกส่วนตัวสูงเฉยๆ ขนาดในที่ทำงานกุยังไม่ค่อยรู้จักใครเลย จำได้แค่คนที่ต้องติดต่อประสานงานด้วย นอกนั้นถ้าไม่ทักมากุก็ไม่คิดจะชวนใครคุย แต่ดันไปจัดหนักในห้องประชุมแทนถ้ามีอะไรที่กุข้องใจ หรือมีประเด็นที่กุเห็นแล้วมันไม่โอเค เพื่อนแม่งก็น้อย ที่สนิทกันจริงๆ ก็ไปกรุงเทพ ไปต่างประเทศกันหมด เบอร์มือถือในเครื่องมีแค่ 12 เบอร์ ติดอ่านหนังสือจนเลยป้าย เรื่องแต่งนิยายคนในบ้านก็ไม่รู้สักคน หรือกุผิดปกติจริงๆ วะเนี่ย

298 Nameless Fanboi Posted ID:SlprGhn2SC

>>297 ลองไปหาจิตแพทย์ก่อนอย่าเพิ่งตื่นตูม ถ้าเพิ่งเริ่มเป็นจะได้รักษาทัน มันก็เหมือนมะเร็งอะ ถ้าแค่เริ่มต้นไม่รุนแรงมาก็รักษาทัน ถ้าปล่อยให้ลุกลามอาการหนักก็รักษายากหน่อย

จะว่าไปคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจริงๆที่กล้าแสดงออก ที่กุเคยเห็นก็คือพวกที่เพิ่งเป็นได้ไม่มากรักษาหายทันหรือยังเป็นอยู่แต่พอควบคุมได้ เขาจะออกมาแสดงให้รู้ไม่ใช่วอนนาบีไรหรอก เขาต้องการเตือนจริงๆว่าโรคนี้มันอันตราย อาการมันเป็นไง อยากให้รู้ทันกันไว้ก่อน แต่พวกวอนนาบีนี่คือแบบ เหมือนงัดการ์ดมาบังหน้าเวลาเจอมรสุมดราม่า เรียกร้องความสงสารความเห็นใจว่า 'กูเป็นโรคซึมเศร้านะ อย่ามากดดันกูไม่งั้นกูฆ่าตัวตาย' เอาจริงไอ้พวกนี้เป็นได้มากสุดก็แค่โรคเครียดอะ

299 Nameless Fanboi Posted ID:dHKMiESLtH

>>297 อย่าเพิ่งตกใจ ถ้ามึงไม่จมอยู่กับความทุกข์ตลอดเวลา มึงก็อาจเป็นแค่พวกชอบเก็บตัวเฉยๆ ถ้าไม่ชัวร์ลองคุยกับหมอดูก่อนหมอจริงๆบอกได้ดีกว่า แต่กูว่ามึงไม่เป็นอะไรหรอก ถ้ามึงมีเรื่องให้เครียด แบบว่าทั้งวันแม่งจมอยู่กับปัญหาจนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรก่อน ถ้าถึงขั้นเก็บไปฝัน สะดุ้งตื่นดึกๆ อันแหละค่อยระวัง เพราะอาการเจ็บป่วย บางทีมันเป็นเพราะฮอร์โมนบางอย่างทำงานไม่ปกติ เพราะวิธีใช้ชีวิตผิดๆก็เลยป่วย แต่เคสที่กูเคยเป็นมันต่างออกไป ที่บ้านกูมีปัญหา พ่อกูเส้นเลือดในสมองแตก ที่บ้านล้มละลายช่วงนั้นพอดี กูต้องทิ้งงานกลับไปดูพ่อที่บ้าน เพราะแกเป็นอัมพฤต แถมอยู่ดูพ่อนานจนแฟนทิ้ง ไอ้สัสขอบอกว่าโปรโมชั่นความซวยแม่งเข้ามารัวๆ ยิ่งก็พยายามหาทางไปยิ่งเหี้ย โดนคนรู้จักโกงไปอีกหลายแสน โมเมนท์นั้นบัดซบเหี้ยๆ จนกูอยากจะผูกคอตายวันหลายรอบ ดีที่ว่า น้องกูมันกำลังจะเข้ามหาลัยกูเลยทิ้งหน้าที่ไม่ได้ ต้องช่วยมันก่อน เออถ้ามึงมีอะไรแบบนี้แนะนำว่ามึงอย่าพยายามอยู่คนเดียว เพราะมึงจะคิดแต่เรื่องร้ายๆ ดีว่าเพื่อนกูมันงมงายมันบอกว่ากูโดนของ เลยแนะนำให้กูไปวัด ให้ไปถวายสังฆทานล้างซวย แต่กลายเป็นว่ากูไปเจอพระจริงๆเข้า ท่านว่า พุทธไม่ได้สอนว่าเวลามึงโชคร้ายต้องไปทำบุญล้างซวยนะเว้ย แต่พุทธสอนให้มึงจัดการกับเรื่องเหี้ยๆที่อยู่ในหัวมึงให้หมดไปเท่านั้นเอง ท่านพูดประมาณว่า เวลาที่มึงเห็นอะไร ได้ยินอะไร สัมผัสอะไร สมองมึงอ่ะมันจะคิดต่อ แล้วส่วนมากจะจบลงกับเรื่องที่มึงไม่พอใจ อันนี้คือปกติเลยเว้ยทุกคนเป็นเหมือนกันหมด วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ให้รู้ตัวว่าตอนนี้มึงกำลังคิดอยู่ให้เลิกซะ เพราะบางอย่างผ่านไปแล้วบางอย่างแม่งก็ยังมาไม่ถึง ถ้ามึงยังไม่หยุดคิดให้โฟกัสไปที่กลางหน้าอก เพราะสมองมึงทำงานสองอย่างพร้อมกันไม่ได้มันได้แค่ทีละเรื่อง มึงจะลืมที่มึงคิดไป หลังจากนั้นเวลาที่มึงทำอะไรมึงแค่โฟกัสอยู่แต่กับเรื่องที่มึงทำ ซักผ้ามึงก็โฟกัสแค่เรื่องซักผ้า ทำงานมึงก็โฟกัสแค่ในเรื่องงานตรงหน้าอย่าไปคิดเรื่องอื่น ถ้าทำจนเป็นนิสัย มึงก็ดีขึ้นอ่ะ ส่วนไอ้เรื่องทำบุญนั่นก็ไม่ได้ทำให้มึงหายซวย แต่ในเวลาที่มึงทำบุญบ่อยๆ ใจมันไม่ค่อยคิดเรื่องอะไรเหี้ยๆแล้วเรื่องที่มึงร้อนในใจมันจะเย็นลง ซึ่งมันช่วยมึงได้เรื่องความเครียด....ปล. เอาใจช่วยมึงนะ ปล.อีกที กูยังไม่คิดบวช เพราะกูยังตัดความเงี่ยนออกไปไม่ได้ กูยังรู้สึกฟินเวลาเอากับคนอื่น และยังไม่คิดว่ากูควรเลิก

300 Nameless Fanboi Posted ID:RnpbWkjKKg

>>299 ความเท่ของมึงฉิบหายหมดในประโยคเดียวตอนจบนี่เเหล่ะ

301 Nameless Fanboi Posted ID:dFmropBGrs

>>299 เกือบ เกือบดีแล้วพี่โม่ง กูกำลังจะสาธุเลย

302 Nameless Fanboi Posted ID:Jjjn/0ZJ9k

>>299 ขอบใจที่มาช่วยเสริมนะ กุสบายใจขึ้นบ้างละ สงสัยแค่ชอบเก็บตัวเฉยๆ เองมั้ง เพราะทุกวันนี้กุไม่มีปัญหาอะไรนักกับความเหงา ไม่ได้เครียดหรือคิดมาก มีงานก็ทำ ได้เงินก็หาไรแพงๆ แดก นานๆ ที หนี้ กยศ. ก็ผ่อนหมดไปแล้ว หนี้ที่พ่อ-แม่กุใช้ส่งน้องๆ เรียนกุก็เคลียร์จบละเหมือนกัน รถก็ใช้คันเก่าที่พ่อยกให้ บ้านก็อยู่บ้านเดิมตั้งแต่เกิด แฟนเฟินอะไรก็ลองคบแล้ว, เลิกกันแล้ว จนเข้าใจว่ากุควรอยู่คนเดียวดีกว่า

มันเหมือนชีวิตกุนี่มันกลางๆ ไปเสียทุกอย่างเลย ตอนนี้คือแบบไม่มีความทะเยอทะยานอะไร ของที่อยากได้ก็ซื้อมาไว้ในห้องครบแล้วด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้า คอม แอร์ มือถือ หนี้ติดตัวก็ไม่เป็น คุยกับน้องในที่ทำงานมันบอกว่ากุต้องลองผ่อนอะไรแพงๆ สักอย่าง (พวกบ้านหรือรถ) พอเป็นหนี้แล้วกุถึงจะมีแรงผลักดันให้ต้องดิ้นรน ไม่ก็ต้องมีลูกสักคนไว้เลี้ยง-ไว้ส่งเสียมันเรียน ซึ่งกุฟังแล้วมันไม่เข้าท่าเลย ที่ไม่แต่งงานไม่ใช่เพราะรูปร่างหน้าตาไม่ดีหรือเป็นเพศทางเลือก แต่กุรู้สึกว่าถ้าใครคบกุแล้วคนๆ นั้นจะน่าสงสาร กุแม่งพูดน้อย อยู่ด้วยกันก็ยิ้มแล้วเป็นผู้ฟังเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนหวานเอาใจไม่เก่ง (แต่กุจำวันสำคัญได้ แล้วหาของขวัญให้ตลอด) ที่กุโดนนอกใจจนต้องเลิกกับแฟนก็คงเพราะกุเป็นคนแบบนี้ เพื่อนชอบบอกว่าแม่งน่าเบื่อ มันไม่ได้เร้าใจเหมือนแบดบอยหรือละมุนอย่างหนุ่มแสนดี ไม่มีแรงดึงดูดอะไรเลย พอมันเป็นงี้แล้วเลยจะหาคนที่มาคบกันยากไง ไม่ต้องมองไปถึงแต่งงานมีลูกหรอก ไม่มีทาง

ชีวิตประจำวันก็จำเจมาก กลางวันทำงาน เย็นแต่งนิยาย ดึกๆ ก็นอน วนไป หนังใหม่เข้าก็ไปดูซะหน่อย วันหยุดยาวก็ไปเที่ยว คือกุมองหาความแปลกใหม่อะไรในชีวิตไม่ค่อยเจอเลยอะ ป่วยก็ไม่ค่อยป่วย ถามว่ามีความสุขไหม มันก็โอเค ความทุกข์มันก็มีบ้างแต่อยู่ไม่นานมันก็ไป หนังสือที่สะสมก็เรียงเต็มตู้ในห้องนอนสามด้านสี่ชั้น

กุมองไม่เห็นว่ากุอยากได้อะไรเพิ่ม เงินเก็บที่มีก็ไม่ได้เยอะจนอวดได้ แล้วกุก็ไม่ได้สนใจลงทุนทำธุรกิจหรือหวังจะร่ำรวยสักนิด แบบว่าทุกๆ อย่างมันงั้นๆ มากเลยวะ พูดถึงเรื่องบวช กุเคยอยากไปบวชเหมือนกันนะ บางทีแบบไม่รู้จะทำงานไปทำไม ไปอยู่วัดแทนดีไหมไรงี้ แต่ก็รู้ตัวว่าในหัวมีแต่นิยาย แล้วการแต่งนิยายมันก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์ จะให้กุลองใช้ชีวิตในวัดแต่งพวก "อาตมาหน้าใสกับเณรใหม่สุดคูล"ก็ไม่เหมาะสม (บาปเหี้ยๆ) กุก็ละทางโลกไม่ได้แบบมึงนั่นแหล่ะ แต่ของกุมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความบันเทิง ศิลปะ และการละเล่น ยังไงเสียพวกนี้ไปแน่ๆ ในศีล 227 ข้อ เคยมีคนบอกด้วยว่าถ้าจิตใจไม่ได้สงบจริงๆ อย่าไปบวชเพราะมันจะได้บาปแทนที่จะได้บุญ เรื่องบวชแก้เบื่อเลยต้องตัดออกไป

(มีต่อ.. มันบอกเกิน 4,000 ตัว)

303 Nameless Fanboi Posted ID:ElGLaDFZzP

>>299

อันที่กุกังวลจริงๆ ตอนอ่านที่มึงบอกคือกุชอบมีความคิดประหลาดในหัวว่า "แล้ว... กุเกิดมาทำไมวะ" เป้าหมายอะไรก็ไม่มีให้มุ่งไป ความแค้นฝังลึกก็ไม่มีเหมือนกัน โลกไม่สวยแต่ก็ไม่ถึงกับโลกเสื่อม เหมือนอยู่ไปวันๆ รอให้แก่ตัวลงแล้วตายไปเอง จนบางทีถึงขั้นคิดบ้าๆ ว่า "ลองฆ่าตัวตายตอนนี้ไปเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องรอ" ขนาดนั้นเลยนะ คือหมด Passion มาก นั่งดูอนิเมะแล้วเห็นฉากฆ่าตัวตายก็คิดเลยเถิดไปถึงขั้นว่า ถ้าตายแล้วเราจะเป็นไง โลกหลังความตายมีจริงหรือเปล่า หรือจะเป็นพื้นที่มืดๆ นั่งรอให้มีเจ้าหน้าที่มาพาไปเกิดใหม่ หรือตายแล้วไปโผล่โลก Isekai ไปเป็นท่านผู้กล้า ฯลฯ ฟุ้งซ่านเชี่ยๆ

อันนี้แหล่ะที่กุกังวล เพราะไอ้ความเบื่อโลกของกุนี่มันแก้ไม่หายจริงๆ ชีวิตคนธรรมดาขั้นสุด แต่ดันบอกไม่ได้ว่ากุจะอยู่ต่อไปเพื่ออะไรดี ความรักไม่โรแมนติค ความหวังก็ไม่รู้จะหวังไรอีก เพราะมันได้มีได้ลองหมดแล้วทุกอย่างที่เคยอยาก ความฝันก็เล็กแถมธรรมดา จนตอนนี้ทำสำเร็จตั้งแต่ก่อน 30 เคยฝันว่าจะไม่ต้องเป็นลูกหนี้ใคร ไม่ต้องทนร้อนกับอากาศเมืองไทย มีเงินใช้เองไม่เดือดร้อนพ่อ-แม่ มีโอกาสได้เห็นน้องๆ เรียนจบ มีคอมดีๆ ไว้นั่งพิมพ์นิยายตลอดเวลาที่กุอยากพิมพ์ จนมันเหมือนเกมที่เล่นจน Achievement unlocked ครบแล้ว ขนาดเงินที่เก็บมายังไม่รู้เลยว่าจะเอาไปใช้ทำไรดี (กุเล่นเกมกาชาแบบสายฟรี) มือถือพอมีรุ่นใหม่ก็ไม่ได้อยากเปลี่ยน เสื้อผ้าก็ใส่ทั่วไปไม่ต้องแบรนด์เนม ชีวิตสุดขั้ว บ้าๆ แผลงๆ ตอนวัยรุ่นก็จัดหนักมาหมดแล้ว ช่วงเวลายากลำบากคล้ายๆ ของมึง จนต้องเคยอดมื้อกินมื้อหรือปากกัดตีนถีบ (พ่อกุก็เจ๊งเหมือนกัน เสียตึกแถวไปทั้งตึกเลย) ก็ผ่านพ้นมาแล้วเหมือนกัน

หาไม่เจอจริงๆ ว่ะ ว่ากุอยากทำอะไรอีก คนที่จะมาชวนไปลองอะไรใหม่ๆ ก็ไม่มีเหมือนกัน พ่อ-แม่ นี่ก็ไม่เคยบังคับอะไร อยากใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้แค่อย่าไปจบลงในคุก น้องๆ อีกสองคนก็รักกันดีไม่มีทะเลาะหรืออิจฉา (แถมแต่งงานมีหลานแล้วด้วย เช็ดเข้) กุเบื่อชีวิตอะ นั่งไถเฟสก็ไม่ค่อยจะมีอะไรอ่านเพราะเพื่อนน้อย อันที่ Feed เด้งบ่อยหน่อยก็มีแค่เพจบริษัท บอร์ดเด็กดีก็ไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อนมีแต่อะไรไม่รู้ พันธิปเดี๋ยวนี้ก็ชักจะไร้สาระขึ้นเรื่อยๆ นิยายกุก็ธรรมดา คนอ่านมีพอสมควรแต่ก็ไม่ได้โด่งดัง

เหลือแต่โลกแฟนตาซีที่กุหนีไปพักผ่อนหลังเลิกงานเนี่ยแหล่ะพอจะช่วยได้บ้าง นอกนั้นแม่ง... น่าเบื่อเป็นบ้า

304 Nameless Fanboi Posted ID:P5ekKpK99O

เป็นไปได้มั้ย คนที่เป็นโรคซึมเศร้ามีโอกาสอยากเขียนแฟนตาซีเกิดใหม่ต่างโลกสูงกว่าคนทั่วไป

305 Nameless Fanboi Posted ID:fafUz0dnnM

>>304 มีคนสี่จำพวกอะที่อยากเขียนแนวนี้
1-จูนิเบียวหลุดโลก จินตนาการไร้ขีดจำกัด นิยายที่พวกนี้แต่คจะโทนสดใสและมีความเป็นเด็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด ตรรกะวิบัติเหตุผลผิดหลักมีเพียบ
ตย.ตัวเอกเทพทรูตบตัวโกงร่วงเป็นยุง เก็บสาวเข้าฮาเร็มเป็นคอลเลคชั่น ได้แบ็คจากคนใหญ่คนโตง่ายๆอย่างกับไปเล่นของใส่ สุดท้ายเป็น
สเกลพลังเหนือกว่าพระเจ้า
2-เบื่อโลกนี้อะ เครียดเกลียดสังคม เลยสร้างโลกใหม่อินเซลตัวเองนิดๆลงไปให้ชีวิตดูน่าตื่นเต้นกว่านี้หน่อย นิยายที่พวกนี้แต่งจะโทนมืดๆหน่อยและค่อนข้างเรียล ไม่ก็สดใสอยู่แต่ดูมีเหตุผลขึ้นมาหน่อยและไม่โลกสวยเกินไป
ตย.ตัวเอกในโลกดิสโทเปียที่ชะตาชีวิตไม่บัดซบเหี้ยๆก็เฮงซวยสุดๆ อีเว้นท์เพื่อนทรยศ ครอบครัวโดนฆ่าล้างบาง คนรักโดน ntr ตัวโกงเมพสัสๆ ต้องโผล่มาเพียบ หรือตัวเอกในโลกแฟนตาซีทั่วไปใช้ชีวิตธรรมดาแต่เพราะความรู้จากโลกก่อนเลยทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจนเริ่มมีชื่อเสียงทำให้ชีวิตไม่ปกติอีกต่อไป
3-พวกเห่อหมอยเห็นสองพวกแรกแต่งแล้วปังเลยแห่กันแต่งตามบ้าง คุณภาพนิยายขึ้นอยู่กับคนแต่งว่าเห่อแป๊บเดียวก็ดองหรือจริงจังปั้นเป็นโปรเจ็คยาว
ตย.แต่งไม่ถึงสิบตอนก็ดองแล้วนะจ๊ะ /แต่งจนจบแล้วแต่มีภาคแยกของพี่น้องลูกเพื่อน ฯลฯ งอกมาเพิ่มอีกน่ะจ้ะ
4-พวกพาโรดี้ไอ้สามพวกแรก
ตย.บทสรุปของนิยายไอ้สามพวกแรกเวอร์ชั่นโลกคู่ขนาน อยากล้อแบบเบียวหรือเรียลก็แต่งไปเหอะ เป็นการยำใหญ่ที่ยิ่งกว่าการครอสโอเวอร์ เช่น ลูกคนเล็กคือสวะของตระกูลใหญ่ที่พลังเพิ่งตื่นแต่เทพไม่สุดเพราะขาดไอเท็มสุดเทพในตำนาน กว่าจะได้แบ็คมาเลือดตาแทบกระเด็นเพราะnpcพวกนี้แม่งตั้งเควสต์ยุ่งยากชิบหาย พอเริ่มจะเมพก็มีอุปสรรคโง่ๆมาขัดที่แม่งโง่จริงๆไม่ใช่ดวงซวยจัด

306 Nameless Fanboi Posted ID:kJCOi8ODix

>>303 กูว่ามึงมีแววไปสายวิปัจสนาว่ะ พวกแบบมึงไปได้ไกลเพราะมีจนเบื่อ ไม่มีอะไรให้กังวลแล้ว ถ้ามึงว่างลองไปสวนสันติธรรมแถวชลบุรี / วัดนาป่าพง คลอง 10 / เสถียรธรรมสถาน ที่วัชรพล / วัดหนองป่าพง ที่ อุบล เลือกเอาที่มือชอบ หรือถ้าขี้เกียจ หาดูในยูทูปก็ได้ คลิปชื่อ จิตนี้คือพุทธะ ของหลวงปู่ดุลย์ อตุโล หรือหลวงพ่อชา ท่านสอนเข้าใจไม่ยาก บางทีมันอาจทำให้มึงหาคำตอบให้ตัวเองได้ >> 300-301 กูขอโทษว่ะ แต่กูยังชอบที่จะเข้าใจว่าซานตาคลอสแม่งมีจริงอยู่ ความจริงแท้อย่างนิพพาน กูยังไม่คิดอยากไป.... เมื่อก่อนกูไม่นับถือเหี้ยอะไรเลยนะ กูคิดว่าคนแม่งเกิดมาถ้าพ่อแม่ไม่ยัดเยียดให้ โรงเรียนไม่ยัดเยียดให้ ว่ามึงศาสนาไหน ศาสนาแม่งก็ไม่จำเป็น มีแม่งก็ตีกันเพราะศาสนากูดีกว่าของมึงทั้งนั้น แต่ที่นี้กูเครียดไงแล้วชีวิตกูตั้งแต่เด็กยันโตไม่เคยเจอช่วงไหนในชีวิตระยำขนาดนั้นมาก่อน กูก็อยากไปหาหมอนั่นแหละ แต่กูไม่กล้าไป กลัวแม่กับน้องกูเครียดหนักไปด้วย ลูกคนโตเวลาหัวหน้าครอบครัวเป็นอะไรขึ้นมานี่กูบอกเลยนรก สัสๆ กูก็อยากจะร้องให้เหมือนน้องๆ เหมือนแม่นั่นแหละ แต่ถ้าที่บ้านรู้สึกว่ากูพึ่งไม่ได้อีกคนที่นี้บอกเลยว่าเหี้ยบังเกิด ก็เลยต้องเก็บเอาไว้ในใจ ตอนแรกที่เพื่อนกูไล่ไปวัดกูก็ไม่อยากไปหรอก แต่เพื่อนแม่งหวังดีไง กูเลยไม่อยากขัดใจมัน โชคดีว่าเจอท่านดีด้วย สมมุติกูเข้าวัดไปเจอแบบ ธัมมี่ นี่ไม่รู้ชีวิตกูจะระยำดำดิ่งไปอีกขนาดไหน 304 ...กูไม่แน่ใจว่ะ

307 Nameless Fanboi Posted ID:ElGLaDFZzP

>>306 กุ 302+303 เอง ขอบใจมากที่มาแนะนำ บางทีกุอาจต้องทำใจให้ว่าง นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรมซะบ้างจะได้เลิกคิดฟุ้งซ่าน

ในฐานะลูกคนโตเหมือนกัน ต้องฝ่าฟันเพื่อครอบครัวเหมือนกัน กุขอเป็นกำลังใจให้ ถ้าเป็นผู้ชายกุอยากกอดแน่นๆ สักที แต่ถ้ามิงเป็นผู้หญิงกุคงแค่ขอจับมือ ยังไงก็สู้ๆ ขอให้ดีขึ้นทั้งสุขภาพและคุณภาพชีวิตนะ

308 Nameless Fanboi Posted ID:ge1SYRorz5

>>302 เป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะเออ ถ้าเลือกเป็นหนี้กับสินทรัพย์ที่จะมีราคาเพิ่มขึ้นในอนาคต

309 Nameless Fanboi Posted ID:N5b9GDU/iE

ตกลงนี่ห้อง WN หรือ Lifestyle วะเนี่ย

310 Nameless Fanboi Posted ID:P5ekKpK99O

>>309 มีคห.นึงที่กูสนใจคือ >>303 ทำให้กูสังเกตว่าทำไมพวกญี่ปุ่นชอบแนวต่างโลก isekai จนพวกไทยเกาหลีจีนเห่อหมอยเขียนตามๆกัน เพราะญี่ปุ่นมีการแข่งขันสูงยิ่งยวด เกิดปรากฎการณ์ฮิคิโคโมริ neet เยอะแยะจนเป็นเรื่องปกติ เลยเขียน isekai ขายฝันให้พวกนี้ฟินกันไป เจาะกลุ่มเน้นพวกนี้มากกว่า อาจจะรู้สึกยี้นิยายต่างโลกถ้ามึงเป็นคนไม่ได้เป็นพวก neet เหมือนบางคน

https://www.youtube.com/watch?v=a2mKxt-L7oc

ปล.กูช่วยแถให้แล้ว

311 Nameless Fanboi Posted ID:y01+O.s3NG

ไม่ต้องเป็นห่วง พวกมึงไม่แปลกกันหรอก นักเขียนไทยที่กูรู้จักเกินครึ่งเป็นโรคทางจิตกันทั้งนั้น บางคนป่วยหนักแบบคลุ้มคลั่งเป็นช่วงๆ หรือบางคนก็เก็บตัวมาก ไม่ค่อยออกมาเจอหน้าคน เน้นคุยทางออนไลน์​อย่างเดียว

312 Nameless Fanboi Posted ID:ZAlD9iObMU

>>310 กูว่าไม่ใช่หรอก แนวมันแมสฉิบหายขนาดนี้ ทั้งแฟนตาซี ทั้งจีน เกาหลีแม่งก็ไปกันหมดขายกันเต็มชั้นหนังสือมึงยังจะคิดว่ามันเจาะกลุ่มอยู่เหรอ ถ้าใช่คือนักอ่านทั่วไปแม่งป่วยหมดละงั้น

313 Nameless Fanboi Posted ID:CzDxGFIkgH

คืองี้เว้ย คนเราทุกคนมีความเบียวอยู่ในกมลสันดานเว้ย
เมื่อมึงโตขึ้นมึงไม่ได้หายเบียว เเค่มึงรู้ว่าเรื่องที่มึงเบียวมันไม่มีวันเป็นจริง มึงเลยยอมรับเเล้วใช้ชีวิตโดนฝังความเบียวไว้ใต้จิตใต้สำนึก
เเล้วนิยายเเฟนตาซีต่างโลก เเล้วขุดความเบียวของพวกมึงขึ้นมาได้ไง มันเลยเป็นที่นิยม

314 Nameless Fanboi Posted ID:bwfzMjIY50

ขอเปลี่ยนเรื่องได้มั้ย

ถ้าตัวเอกวัย 30 ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยเย็ดใครมาก่อน จะมีพลังเวทสูงกว่าคนทั่วไป ใช้ได้จริงรึเปล่า

315 Nameless Fanboi Posted ID:wac4BAwA2g

>>314 มึงก็ต้องอธิบายเหตุผลมาด้วย การเย็ดกันมันเป็นการเเลกเปลี่ยนมานากันจนมานาไม่บริสุทธิ์อะไรก็ว่าไป

316 Nameless Fanboi Posted ID:bwfzMjIY50

>>315 https://goshujin.tk/index.php?topic=8305.0

317 Nameless Fanboi Posted ID:7Piw6NZAIR

>>314 ฟังดูลูสเซอร์​จริงๆ

318 Nameless Fanboi Posted ID:skxRhN3Ys1

>>317 ก็ว่างั้น

319 Nameless Fanboi Posted ID:wdJo+4x6uN

Ky แชร์วิธีสร้างกำลังใจหน่อยโม่ง พวกมึงมีกำลังใจมาจากอะไรกันบ้าง กูกำลังจะเขียนแบบมาราธอนแล้วอัพรัวๆ

320 Nameless Fanboi Posted ID:Km.EGvwGq9

>>319 เงินที่จะได้จากการขายอีบุ๊ก

321 Nameless Fanboi Posted ID:+7hDYXEPNP

>>319 มึงมันกระจอก - YouTube

322 Nameless Fanboi Posted ID:2wsBR+a4DP

>>321 +1 ลองดู

323 Nameless Fanboi Posted ID:Wlu1gJaJmC

>>319 กูเห็นนักเขียนคนหนึ่งบอกจะลงทุกๆ6ชม.ใช่มึงป่ะ5552

324 Nameless Fanboi Posted ID:SkWI1+YA7B

เดี๋ยวๆ ไอ้อายุ30แล้วยังไม่เคยมีแฟนแล้วจะมีพลังเวทย์เยอะมันแค่มุขไม่ใช่เหรอ ที่แปลงมาจากจะกลายเป็นสาวน้อยเวทมนต์อ่ะ

325 Nameless Fanboi Posted ID:THidUt084V

>>314 มันเป็นมุกไม่ใช่เหรอวะที่ว่า อายุเกิน 30 แต่ยังซิง คนผู้นั้นจะกลายเป็นจอมเวทย์

326 Nameless Fanboi Posted ID:MYWLinoer6

มันก็แค่มุกตลกๆ ที่เขาเอาไว้ล้อกันเล่นนั่นแหล่ะ ที่ว่า 30 แล้วยังไม่เสียตัว ไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง แปลว่ามิงต้องสนใจอะไรสักอย่างมากจนลืมเรื่องการมีชีวิตคู่ไปเลย ก็เลยเทียบคล้ายที่ >>316 ลิงค์มาให้อะ ถ้าเป็นนักเวทก็ฝึกเวทจนไม่ได้สนใจผู้หญิง สำเร็จวิชาขึ้นเป็นจอมเวทแต่อายุแม่งเลยวัยจะหาจีบสาวไปนานแล้ว

หรือถ้าจะเอาไปใช้เป็นไอเดีย ก็เอาแบบ >>315 ว่าไว้ก็ได้ กำหนดเอาเลยว่าเซตติ้งโลกนั้นใครอึ๊บหญิงแล้วพลังจะอ่อนแอลง เลยต้องหวงพรหมจรรย์ดูแลตัวเองไม่ให้โดนสาวจับแดก ถึงจะบรรลุพลังขั้นสูงได้

ในชีวิตจริงมันก็มีคนแบบนั้นอยู่นะ อย่างคนที่มุ่งมั่นกับชีวิตมากๆ อยากเป็นเจ้าของกิจการธุรกิจอะไรสักอย่าง ขยันทำงาน ประหยัดเงิน หาช่องทางลงทุนเพิ่มเงินที่ตัวเองมี วิ่งตามความฝันจนไม่ได้สนใจจะมองหาคู่ (หรืออาจมองว่าชีวิตคู่เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง) จนสุดท้ายพออายุ 30 35 40 ก็เปิดร้านของตัวเองได้จริงๆ มีความสุขแบบที่ยังโสดนั่นแหล่ะ มองงี้แล้วก็อาจพูดได้เหมือนกันว่าบรรลุจุดประสงค์ที่ตัวเองตั้งใจไว้ และส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงซึ่งอาจนำปัญหาบางอย่างมาให้

327 Nameless Fanboi Posted ID:hYSiYWNFtJ

>>326 ไอเดียดี เอาแบบโลกนั้นผญต้องเยสผชเพื่อเพิ่มพลังเวท แต่ถ้าผชโดนเยสพลังจะค่อยๆหายไป นี่ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนประชากร เพราะคนไม่อยากปั้มลูก พระเจ้าเห็นดังนั้นจึงได้ส่งเพลย์​บอยข้ามมิติมา โดยเพลย์บอยคนนี้โดนเยสไม่เสียพลัง แถมกลับกันว่าถ้าผญคนไหนมาเยสเพลย์บอยคนนี้ พลังจะค่อยๆ ลดลง ถ้าไม่ได้น้ำจากเพลย์บอยมาหล่อเลี้ยงภายใน 7 วัน พลังเวทก็จะหมดตัว ไม่สามารถใช้เวทได้อีกตลอดกาล

328 Nameless Fanboi Posted ID:gmrMPpqAi6

>>327 เบียวสัส

329 Nameless Fanboi Posted ID:pcd9oRaaZ3

มันต้องพระเอกอยากเป็นจอมเวทที่ยิ่งใหญ่เลยไม่ยอมเอาสาว แต่เพราะเป็นลูกขุนนางใหญ่ไม่ก็เจ้าชาย ทำให้มีสาวจ้องจับเป็นขบวนแบบนี้ดิ

330 Nameless Fanboi Posted ID:7ZiogPubSq

>>323 เสียใจ ไม่ใช่กู 5555

331 Nameless Fanboi Posted ID:7ZiogPubSq

>>327 เบียวจริง 555

332 Nameless Fanboi Posted ID:wn.ixBudO.

>>329 นึกถึงมังงะวันช็อตเรื่องนึงเลยว่ะ ตัวเอกแม่งมีสกิลพระเอกฮาเร็มสาวๆรุมชอบ แต่มันดันเป็นเกย์เลยพยายามหักธงชิบหาย

333 Nameless Fanboi Posted ID:tVON+q1CXY

>>327 พล็อตอย่างกับโดจินโป๊ตามเว็บเลยสาส มันจะเขียนได้ไม่ยาวเพราะไม่มีแก่นสารอะไรนอกจากเย็ดกัน แถมเบียวอย่างที่ไอ้บนๆ พูดไว้ด้วย

334 Nameless Fanboi Posted ID:raqmWXPeXn

ในต่างโลกที่มีแต่ fap material มีพระเอกซึ่งเป็นชายโสดซิงขี้แพ้อายุเกิน 30 ถูกอัญเชิญไปโลกแห่งนั้นพร้อมพลังโกงระดับพระเจ้า แต่มีเงื่อนไขว่าถ้าพระเอกของเราสำเร็จความใคร่ไม่ว่าจะด้วยตัวเองหรือคนอื่นช่วยแค่ครั้งเดียว พระเอกจะเสียพลังทุกอย่างไปถาวรและกลายเป็น Loser เหมือนโลกเก่า

พล็อตแบบนี้เป็นไง

335 Nameless Fanboi Posted ID:HyEtAuw6pB

>>334 เพิ่มเงื่อนไข ถูกข่มขืนก็เสียพลังไปด้วย ไม่ว่าแทงประตูหน้าหรือประตูหลัง

336 Nameless Fanboi Posted ID:4NeFT0vXax

เอางี้ดิ ในโลกนี้คู่ชีวิตถูกกำหนดมาตั้งเเต่เกิด ถ้าไปทรานซั่มกับคนอื่าที่ไม่ใช่เมียที่พระเจ้ากำหนดมาให้จะสูญเสียพลังเวทไป
เเต่พระเอกเกิดมามีพลังเวทเยอะ เเต่เช็คไปเช็คมา พระเจ้าเเม่งเสือกไม่กำหนดคู่ชีวิตมาให้
พระเอกก็ช่างเเม่งทุกอย่างกลายเป็นEDซะอีก 30ปีผ่านไปอยู่ๆพลังเวทเสือกเพิ่มขึ้นเยอะโคตรๆซะฉิบ
เลยลองวิจัยดู พบว่าพลังเวทจะไหลเวียนมากในน้ำอสุจิ พอไม่ได้ซั่มสาวหรือเเม้เเต่จะชักก็ไม่ได้ทำ น้ำขาวขุ่นเลยตกผลึกกลายเป็นเเกนเวทอยู่ในร่างกายของพระเอก ทำให้พระเอกมีพลังเวทเยี่ยงมอนเตอร์ เเละวิวัฒนาการได้เยี่ยงมอนเตอร์

337 Nameless Fanboi Posted ID:2upSuUQ+rg

นี่ห้อง wn หรือกามา

338 Nameless Fanboi Posted ID:y8NrczWsWQ

รู้สึกมันจะเริ่มออกทะเลมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมุก 30+ ยังซิงกลายเป็นจอมเวทเนี่ย

339 Nameless Fanboi Posted ID:qonzyPXkfF

โม่งลองแต่งดูเด่ะ อาจจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ก็ได้นะเว้ย

340 Nameless Fanboi Posted ID:R0mrKByv0v

>>335 victim blaming + shaming

341 Nameless Fanboi Posted ID:z59SyT9SpP

>>338 เรื่องเปลี่ยนเรื่องคุยนี่ ทักไม่ได้นะ เดี๋ยวมันจะมีโม่งมาเฟียออกมาด่าว่า "เขาคุยกันอยู่ อย่าเสล่อ" กูโดนมาแล้ว

342 Nameless Fanboi Posted ID:yT+1e20URG

>>341 สะเหล่อ สะกดงี้ ไอ้สะเหล่อ

343 Nameless Fanboi Posted ID:HyEtAuw6pB

>>341 ทำไมกูอ่านเป็นเสลอปี้ แวะเซเว่นแปป

344 Nameless Fanboi Posted ID:ZXHze364IM

ขายได้นะ

345 Nameless Fanboi Posted ID:raqmWXPeXn

งั้นกูพาเปลี่่ยนเรื่องคุยก็ได้ วันนี้ได้เรียนเรื่องรัฐมาและทำให้กูรู้สึกว่าสิ่งที่ต่างโลกยุคกลางต้องการไม่ใช่ประชาธิปไตยหรือกษัตริย์คนดีเป็นห่วงเป็นใยประชาชนแต่ควรเป็นการสร้างลัทธิชาตินิยมให้สามัญชนกับการปกครองแบบที่ส่วนกลางมีอำนาจสูงสุดและเด็ดขาดเพียงหนึ่งเดียวมากกว่าว่ะ

346 Nameless Fanboi Posted ID:pr3DrUBwX2

>>334 ทำไมกูนึกถึงมังงะเก่าเรื่อง My ball วะ...
เรื่องมีอยู่ว่าปี 2000 จอมปิศาจจะมาทำลายโลก แต่ยังไม่ทันได้ทำก็โดนผนึก แล้วบังเอิญพระเอกไปอยู่แถวนั้นพอดีจอมปิศาจเลยโดนผนึกอยู่ในไข่ของพระเอก ช่วง 1 เดือนในเรื่องพระเอกจึงถูกห้ามสำเร็จความใคร่ โดยที่ระหว่างทางจะมีปิศาจคอยมายั่วตลอดเนี่ย

347 Nameless Fanboi Posted ID:0UkeI6TmF5

>>346 เหี้ยไรเนี่ย

348 Nameless Fanboi Posted ID:sNydQioMPs

>>345 ส่วนกลางนี่คือสามัญชนปะ

349 Nameless Fanboi Posted ID:HyEtAuw6pB

>>347 เป็นโดจินที่ใครๆไม่อยากจะเป็นพระเอกเหมือนมันที่สุด

350 Nameless Fanboi Posted ID:4tmzv0Zb+P

>>346 กุเคยอ่านโดจินคล้ายๆ อันนี้เหมือนกัน มีจอมมารโดนผนึกไว้ในไข่เลยพลังทางเพศเยอะ เยทหารมารสาวๆ ไปหมดบ้านไม่พอ หลังๆ ล่อเมียลูกน้อง milf ต่อหน้าต่อตาผัว หนักสุดล่อแม่ตัวเองอีก เหี้ยจริมๆ

351 Nameless Fanboi Posted ID:kcuDn1hDJp

>>348 ส่วนกลางที่กูสื่อคือผู้ปกครองประเทศ หรือ รัฐบาล ณ เวลานั้น หรือก็คือกษัตริย์ ถ้าว่ากันตามเซ็ตติ้งอาณาจักรแฟนตาซียุคกลาง

352 Nameless Fanboi Posted ID:3hxwVecp5w

>>348 ส่วนกลางก็พวกค่าน้ำค่าไฟล็อบบี้ ค่าบำรุงลิฟต์ สวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส พวกนี้

353 Nameless Fanboi Posted ID:gfQFKAa5Mp

>>351 โอเคเข้าใจละ

>>352 อย่าลืมค่ายาม

354 Nameless Fanboi Posted ID:LgfC7+b9+r

>>353 และค่าเก็บขยะถุงดำ ถุ้ย!

355 Nameless Fanboi Posted ID:F.jV9tbvf0

กูเเต่งนิยายลงเว็ปนี้ได้มั้ย

356 Nameless Fanboi Posted ID:0Z/pO18Rcu

>>345 ยากว่ะ ถ้าเป็นระบบฟิวดัลมันรวมอำนาจยาก ต้องโล๊ะทิ้งทั้งระบบเลย

357 Nameless Fanboi Posted ID:4R4+JnrS1T

>>345 ซึ่งทำไม่ได้ เพราะปจบมีโลกาภิวัตน์ มึงจะสร้างรัฐสปาต้าในยุคนี้หรือ

358 Nameless Fanboi Posted ID:4R4+JnrS1T

>>345 เผลอกดส่งก่อน แต่จริงๆกุไม่เคยเห็นแต่งต่างโลกเซตติ้งแนวนี้เลย น่าสนใจ ข้ามไปมีแต่ระบบคิงๆ ควีนๆ เจ้าหญิงเจ้าชายแบบไม่ค่อยการเมือง

359 Nameless Fanboi Posted ID:rDqlRL15qZ

>>355 มีห้องแต่งนิยายอยู่ข้างล่าง แต่คนอ่านน้อยและระบบเว็บไม่เอื้อต่อการแต่งนิยาย มันจัดหน้าลำบาก

360 Nameless Fanboi Posted ID:ZX9rDKVhgY

>>345 สร้างประเทศใหม่เถอะ

361 Nameless Fanboi Posted ID:3mkUal5JSD

กูขรรม

https://www.matichon.co.th/politics/news_1361044

362 Nameless Fanboi Posted ID:NN44O2Kxxl

เรื้อนไปการเมืองเชิญห้องอื่นนะคร้า

363 Nameless Fanboi Posted ID:zW5VjE7ftg

>>358 แบบอำนาจรวมศูนย์กลางนั่น นึกออก2เรื่องของยุ่นทั้งคู่
- ราชาทาส ตอนช่วงแรกที่จัดละครเล่นใหญ่ ฆ่าขุนนางทิ้งไปหลายคน แถมยุบกองกำลังของดยุค ให้ขึ้นตรงกับราชาคนเดียว
-ลูกกริฟฟิน อันนี้ไปให้คำแนะนำราชาเมืองที่ช่วยตัวเอง เรื่องวิธีลดอำนาจขุนนางเพิ่มอำนาจส่วนกลาง

364 Nameless Fanboi Posted ID:AKo9DDzV4T

ลูกกริฟฟินนี่เรื่องไหนวะ

365 Nameless Fanboi Posted ID:zW5VjE7ftg

>>364 อันนี้อะ
Different World Foundation
Isekai Kenkokuki
異世界建国記

366 Nameless Fanboi Posted ID:ZX9rDKVhgY

>>365 หนุ่มเลี้ยงต่อยกำพร้านี่หว่า

367 Nameless Fanboi Posted ID:ftURxf.lmP

พล็อตเลี้ยงต้อยนี่ดีต่อใจกูจริงๆ

368 Nameless Fanboi Posted ID:NcxCAiP+H9

>>365 อ่ะ จำได้ละ ในนายท่านยังแปลอยู่มะ

369 Nameless Fanboi Posted ID:GtbkYVVybF

>>368 อ่านengเลย ไม่ต่างกันมากหรอก

370 Nameless Fanboi Posted ID:+p7iE8WRCc

แฟนตาซีแนวเลี้ยงดู/เก็บมาเลี้ยง กำลังมา

371 Nameless Fanboi Posted ID:9Bf+1syHqa

>>370 ขยายความหน่อย

372 Nameless Fanboi Posted ID:u6jDAzRgzh

>>371 หมวดรักแฟนตาซี มันเริ่มมีแนวที่ตัวเอกจะเก็บอะไรสักอย่างมาเลี้ยง บางเรื่องเลี้ยงเด็ก บางเรื่องเลี้ยงมังกร อะไรแบบนี้แหละ คสพ.เน้นไปทางครอบครัว มากกว่ารักแบบ ช-ญ ด้วยมั้ง

373 Nameless Fanboi Posted ID:QW2gsskTX8

>>372 เเฟนตาซีชาวเกาะหมู่นี้ก็เริ่มเยอะ เเต่ไม่รู้เป็นหอกอัลไลเวลาเก็บเด็กผู้หญิงมาเเม่งถึงชอบได้กับคนเลี้ยง โคตรเกลียดเลยสัสเอ๊ย

374 Nameless Fanboi Posted ID:M0mTDYXn5W

จะว่าไปในเด็กดีก็เห็นแนวเก็บจอมมารมาเลี้ยงไรเทือกนี้อยู่พักนีงนะ

375 Nameless Fanboi Posted ID:wNJxcuXDba

เด็กหน่อเด็ก https://www.dek-d.com/board/view/3908134/

376 Nameless Fanboi Posted ID:958wmVOq.3

เรื่องเอจจี้ไม่เถียง เเต่ข้อเเรกกูเถียงสุดใจ
ยึดครองโลกพ่องด้วยสันติ!!!
คัลเจอร์กับการทูตมึงต้องเหนือโลกขนาดไหนวะน่ะ

377 Nameless Fanboi Posted ID:KJI+GlVbn0

>>376 น่าจะตรรกะเดียวกันกะพวก "เดี๋ยวนี้เขารบกันด้วยเศรษฐกิจ" นั่นแหละ

378 Nameless Fanboi Posted ID:1zPMS1VaqA

>>375 ข้ออ้างทั้งนั้น เขียนสนุกสู้คนอื่นไม่ได้แล้วไปโทษคนอ่าน ถ้าเขียนเรื่องสนุกพอคนก็มาอ่านเองแหละ

379 Nameless Fanboi Posted ID:RmGBZ4MeLB

การยึดครองโลก กับ สันติวิธี นี่มันจะไปกันได้ยังไง ยกเว้นนิยายแนวเอาฮะนะ
คือมันจะมีใช้บ้างก็ได้อะแบบสันติ แต่กุไม่เห็นทางที่ตั้งแต่ต้นยันจบจะใช้ สันติวิธีได้เลย

380 Nameless Fanboi Posted ID:.sAazhpmIv

ถ้าสันติวิธีมันได้ สมัยก่อนแม่งคงไม่มีสงครามแล้วล่ะวะ จะเสียแรง เสียกำลังพลทำซากไร

381 Nameless Fanboi Posted ID:lt91ab7w39

ที่เค้าสันติกันเพราะมันตีกันมาเเล้วทั้งนั้น

382 Nameless Fanboi Posted ID:FfJFLbxzGg

>>378 ถ้าคนอ่านมันชิทเทสก็เป็นไปได้นะ เห็นเยอะเลยพวกที่อ่านแต่แนวพระเอกโฉดเก่งเทพ แนวอื่นไม่อ่าน

>>379 แต่งงานผนวกดินแดนกันไปเรื่อยๆไง แต่ก็จะกลายเป็นปัญหาชิงบัลลังก์​ภายในแทน

383 Nameless Fanboi Posted ID:lt91ab7w39

>>382 อยู่ๆใครมันจะไปอยากผนวกกับประเทศอื่นล่ะคุณ เเต่งงานทางการเมืองมันก็เเค่เหมือนส่งนักการทูตไปอยู่ถาวรเเค่นั้นเเหล่ะ
ต่อให้จะสันติเเม่งก็ต้องปั้มกองทัพมาข่มขู่จนยอมศิโรราบอยู่ดี ซึ่งถ้าไม่เเสดงเเสงยานุภาพอยู่ดีๆใครมันจะมาสวามิภักค์ สรุปว่าไม่มีหรอก ยึดครองโลกด้วยสันติห่าอะไรนั้น
เต็มที่คือมีเอเลี่ยนบุกโลกเลยรวมกับกันเป็นสหพันธ์โลกเเบบในกันดั้มเท่านั้นเเหล่ะ ซึ่งมันก็คือๆกันUNเเบบอำนาจเยอะกว่านั้นเเหล่ะ

384 Nameless Fanboi Posted ID:wNJxcuXDba

สันติอาจจะเป็นชื่อคนก็ได้ การกระทำเจ้าตัวจะทำสมชื่อตัวเองก็อีกเรื่องหนึ่ง

385 Nameless Fanboi Posted ID:lt91ab7w39

>>384 ปืนใหญ่เเสงดวงเสาร์ชื่อสันติไรงี้55555555555

386 Nameless Fanboi Posted ID:WYuPJRGRUW

มนุษย์มียีนแข่งขันและแย่งชิงกันมาตั้งแต่เป็นลูกอ็อดอสุจิแล้ว
นักประวัติศาสตร์ บอกว่า สงครามทำให้มนุษย์พัฒนามาถึงปัจจุบันได้
ในประวัติศาสตร์สงครามมีมาตลอด พวกที่บอกว่าสงครามเดี๋ยวนี้ไม่รบกันด้วยอาวุธแล้ว
กูอ่านแล้วขำโครต เอาแค่ไทย ถ้าไม่มีอาวุธดีๆ ปานนี้คงได้ตีกับเขมรไม่จบ นี่ดีที่มีอาวุธเหนือกว่าเขมรจึงยิงถล่มได้ในปี 54
ไอ้พวกที่ด่าว่าทหารซื้ออาวุธมาทำไม ใช่งบเยอะทำไม ใครเค้าจะรบกันแล้วตอนนี้...
กูโครตขำกับตรรกะนี้จริงๆ อาวุธดีๆ ใครเค้าขายกันได้ง่ายๆ อย่างน้อยสั่งกันข้ามปี แถมถูกควบคุมจากชาติมหาอำนาจ ไม่ให้มีเทคโนโลยีเกินหน้าเกินตาอีก...

387 Nameless Fanboi Posted ID:FfJFLbxzGg

>>386 กระทู้การเมืองอยู่ใน lounge ครับ เชิญไปเลียกนะโปกทหารตามสะดวก

388 Nameless Fanboi Posted ID:omLjppFz26

>>387 ไม่ใช่พ่อมึงเลียอยู่หรอ

389 Nameless Fanboi Posted ID:FfJFLbxzGg

>>388 คำว่าพ่อนี่ละเอียดอ่อนนะครับ ถ้าจะด่าพ่อแท้ๆ ของผมนี่ก็ควรเน้นหน่อยว่าพ่อแท้ๆ ไม่งั้นคนนอกมาอ่านอาจได้สารไม่ครบถ้วน เกิดตีความเป็นอย่างอื่นขึ้นมาจะซวยกันหมดนะครับ

390 Nameless Fanboi Posted ID:WYuPJRGRUW

เด็กเน้อเด้กน้อย...
กูพูดเกี่ยวกับ สงคราม อาวุธ ทหาร ยังไม่เกี่ยวกับการเมืองสุดอุบาวชาติชั่ว ที่ไม่ได้ช่วยเสริมรอยหยักในสมองสักกะนิด
การเมืองที่แย่งชิงกันยังกับหมา กูเอียนนะ อย่าหลงประเด็นสิ
ที่พูดคือ มนุษย์นะอยู่กับสงครามมานาน จนบัดนาวยังมีการรบกันอยู่ทุกวัน...

391 Nameless Fanboi Posted ID:nnJwQKwk+h

อย่างน้อยกูก็ได้เห็นโม่งสงครามกับตาตัวเอง

392 Nameless Fanboi Posted ID:958wmVOq.3

ขอค้าน คุยเรื่องทหารพร้อมยกตัวอย่างประกอบเเถมไม่ออกจากเรื่องที่กำลังคุย กูก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกะการเมืองตรงไหน

393 Nameless Fanboi Posted ID:2QsFRU6DIk

เดี๋ยวนะ ไอ้ที่ จขกท. >>375 มันแขวะแนวพระเอกเก่งเทพสาวหลงว่าเรื่องมันแบนไม่มีเหี้ยอะไร แต่ไหงคนอ่านเยอะไม่ใช่เรอะ
ส่วนไอ้ตรงครองโลกโดยสันตินี่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะพิมพ์เพลินจนสมองคิดไม่ทันมากกว่า เพราะไม่เห็นมันจะมีพูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย

แล้วไหงโม่งๆ ถึงหยิบเอาประเด็นนั้นมาทะเลาะกันซะงั้นวะ?

394 Nameless Fanboi Posted ID:FfJFLbxzGg

>>392 ไปดู >>386 นะ "... พวกที่บอกว่าสงครามเดี๋ยวนี้ไม่รบกันด้วยอาวุธแล้ว
กูอ่านแล้วขำโครต เอาแค่ไทย ถ้าไม่มีอาวุธดีๆ ปานนี้คงได้ตีกับเขมรไม่จบ นี่ดีที่มีอาวุธเหนือกว่าเขมรจึงยิงถล่มได้ในปี 54
ไอ้พวกที่ด่าว่าทหารซื้ออาวุธมาทำไม ใช่งบเยอะทำไม ใครเค้าจะรบกันแล้วตอนนี้...
กูโครตขำกับตรรกะนี้จริงๆ อาวุธดีๆ ใครเค้าขายกันได้ง่ายๆ อย่างน้อยสั่งกันข้ามปี แถมถูกควบคุมจากชาติมหาอำนาจ ไม่ให้มีเทคโนโลยีเกินหน้าเกินตาอีก"

อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองเหรอ เอามาจากนิยายเรื่องไหนล่ะ?

395 Nameless Fanboi Posted ID:958wmVOq.3

จาก 383 ไงไอ้คนตกgatเชื่อมโยง

"ต่อให้จะสันติเเม่งก็ต้องปั้มกองทัพมาข่มขู่จนยอมศิโรราบอยู่ดี ซึ่งถ้าไม่เเสดงเเสงยานุภาพอยู่ดีๆใครมันจะมาสวามิภักค์ สรุปว่าไม่มีหรอก ยึดครองโลกด้วยสันติห่าอะไรนั้น"

เนี้ย มันเป็นการให้เหตุผลเพิ่มเติมกับข้อความนี้ชัดๆ

396 Nameless Fanboi Posted ID:fiVMy+RlB.

>>395 เลิกแถเหอะ มีเรื่องไทย เรื่องเขมร เรื่องซื้ออาวุธ​ เรื่องด่าทหารขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวการเมืองอีก

397 Nameless Fanboi Posted ID:VaDCAfpSmZ

ดึงกลับแป๊ป

เพื่อนโม่งคิดว่านิยายเด็กดีที่ edgy,dark wannabe ทั้งหลายมันเกิดจากการเขียนนิยายที่ต้องการให้ตัวเอกทำอะไร badass แต่มือไม่ถึงเปล่าวะ

สำหรับกูตอบใช่ เพราะบางเรื่องกูยอมรับว่าถ้าเหตุผลการกระทำตัวเอกดีกว่านี้ มันจะเป็นอะไรที่โคตรเท่เลย (แต่มันไม่ไง ประเด็น)

398 Nameless Fanboi Posted ID:VaDCAfpSmZ

ปล. ไปเจอมู้นึงมา น่าสนดีเผื่ออยากพูด/ถกกัน

https://www.dek-d.com/board/view/3908288/

ชื่อมู้ ลงถี่ก็ตันไว(บ่นตัวเอง)

ไปอ่านมา ก็ปกตินี่ มาบ่นอะไรแถมในกระทู้ยังทิ้งท้ายว่าต้องจบงง ๆ แล้วเริ่มภาคต่อแบบงง ๆ คือปกติไม่ใช่ว่าเวลาตันแล้วเลือกจะตัดจบก็ไม่ควรเอามันมาต่อหรอกเหรอ

399 Nameless Fanboi Posted ID:kX+5RoArgx

>>397 ตามนั้น ที่เกิดเป็นนิยายดาร์กวอนนาบีหรือเอจจี้เนี่ย เพราะศึกษาแค่ผิวเผินไม่ได้รู้ลึก ตัดสินจากภายนอกอย่างเดียว ไม่ได้มีความรู้ว่าสร้าง badass character ที่ดีต้องทำยังไง เหมือนกูหยิบ Sex Education แล้วถูกเพื่อนมองว่ากูขี้เงี่ยน เพราะด่วนสรุปว่าเป็นหนังสอนเย็ดเด็กวัยเรียน ห่า

400 Nameless Fanboi Posted ID:sfBd8xFyGb

>>397 ใช่ ส่วนใหญ่ก็ประมาณนั้นแหละ และอีกส่วนก็คือการเขียนสนองความเบียวของตัวเอง

401 Nameless Fanboi Posted ID:JUd4NlIST8

เว็ปนี้มันเคยคิดจะยกเครื่องระบบนิยายใหม่ไหมวะ กูไปส่องอีกเว็ปแม่งโคตรเจ๋ง
ระบบค้นหาโคตรแหล่ม ระบบโพสนิยายก็ดี มีตั้งเวลาลงได้ด้วย
ตัดภาพกลับมาเว็ปเด็กดอกแม่งห่าไรก็ไม่รู้ เวลาจะโพสนิยายต้องเออเร่อสองสามรอบถึงจะลงได้
เวลาจะตอบคอมเม้นนี่กูโคตรจะปวดหัว
ปล.พูดถึงระบบในเว็ป ในแอพไม่ค่อยได้ใช้

402 Nameless Fanboi Posted ID:LsOnXWVK+F

>>401 ในเเอปเเม่งก็ริยำบัดซบเหมือนกัน
โหลดโคตรนาน เม้นไปบางทีเเม่งเด้งคู่

403 Nameless Fanboi Posted ID:uwJntB6QmN

>>402 หรอวะ... ถ้างั้นระบบแม่งก็เหี้ยจริง ถ้าไม่ติดคนอ่านเยอะ กูไม่ลงหรอก
ไม่เข้าใจว่าไอ้พวกผู้พัฒนา มันไปเคยไม่ส่องระบบของเว็ปอื่นบ้างหรอ
เอาเวลาไปทำห่าอะไรของพวกมันวะ

404 Nameless Fanboi Posted ID:P9lCZ6DXao

เรื่องโหลดนานกูไม่รู้ แต่เรื่องเด้งอันนี้จริง กูตอบเม้นท์อยู่ ชิบผาย เด้งเฉยเลย พิมพ์มาตั้งยาว หายหมด

405 Nameless Fanboi Posted ID:uwJntB6QmN

>>404 กูตอบเม้นในเว็ป รอแม่งโหลด 4-5 รอบ เพลียจิต

406 Nameless Fanboi Posted ID:h1xxTBZ.pn

เข้าใจว่าโละทิ้งทำใหม่หมดมันคงยาก+แพงนั่นแหละ แม่งเลยไม่ทำ
คงต้องรอเว็บมันห่วยมากๆ จนคนหนีไปสิงที่อื่นเยอะๆ นั่นแหละ ถึงจะเริ่มกระดิกตัว

407 Nameless Fanboi Posted ID:sfBd8xFyGb

>>401 จริงๆ ก็คงอยากทำแหละ แต่ทำไม่ได้ในทางเทคนิค เพราะมันจะเป็นงานใหญ่โคตรๆ ระดับที่อาจต้องใช้ทุนเยอะมาก ลำพังฝ่าย IT ที่มีอยู่เดิมทำไม่ไหวหรอก เพราะระบบเด็กดีเดิมมันเก่าจนเกินเยียวยาแล้ว ปรับได้แค่นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นแหละ แต่ถ้าจะทำใหม่แบบระบบเว็บอื่นก็ต้องรื้อทิ้งหมดทั้งดุ้น แล้วอย่าลืมว่าฐานนิยาย ดด มันมหาศาลมากถ้ารื้อทำใหม่ก็ต้องเข้าถึง แล้วย้ายฐานข้อมูลพวกนั้นเข้าระบบใหม่ซึ่่งมันเป็นงานที่ยากโคตร เพราะระบบเดิมมันไม่ได้สร้างมาให้ทำแบบนั้น มันไม่ได้ง่ายเหมือน Copy Past น่ะ ถ้าทำจริงๆ Backup นิยายพวกนั้นให้เอามาใช้กับระบบใหม่โดยที่ไม่เละได้อยู่ แต่เรื่องยอดวิว ยอดเฟ็บ คอมเมนต์นี่คิดไม่ออกว่ะว่าจะออกมาเละเทะขนาดไหนเพราะก็รวนเป็นปกติอยู่แล้ว
แต่เดี๋ยวถ้าฐานคนอ่าน คนเขียนมันเริ่มลดลงเรื่อยๆ ถึงจุดนึงก็คงต้องกระเสือกกระสนทำอะไรซักอย่างเองนั่นแหละ

ปล. แล้วกูจะบอกว่านิยาย ดด แม่งระบบความภัยเป็น 0 นะมึง กูกดเมาส์สามทีก๊อปนิยายแม่งได้ทั้งดุ้น ห่วยกว่าเจ้าอื่นที่สุดก็เรื่องนี้แหละ

408 Nameless Fanboi Posted ID:fiVMy+RlB.

>>401 เอาตามตรง เด็กดีมันไม่ใช่เว็บนิยายจริงจังอยู่แล้ว แค่เหมือนเป็นแหล่งแรก (ที่ดัง) ของนิยายออนไลน์เท่านั้นเอง มันก็เลยมีฐานนักอ่านนักเขียนเยอะ ถ้าจะเอาเรื่องระบบหน้านิยายไปเทียบกับเว็บนิยายจริงๆอย่าง ฟชล หรือ ธวล มันก็สู้ไม่ได้หรอก

409 Nameless Fanboi Posted ID:/MqprOp0NL

แต่ที่มันเด่นจริง ๆ ก็นิยาย ไม่ใช่หรอวะ รายได้หลัก ๆ ก็น่าจะมากจากตรงนี้
ถ้าไม่รีบพัฒนา อีกไม่นานคงโดนชาวบ้านแซงละ

410 Nameless Fanboi Posted ID:YQ9wZ5URqK

>>409 ไม่ใช่ รายได้หลักและโฆษณาส่วนใหญ่ของ ดด มาจากส่วนการศึกษาว่ะ
ฝั่งนิยายของ ดด มียอด Traffic สูงก็จริง แต่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่จับต้องได้เท่าไหร่ ยกเว้นเรื่องเอายอด Traffic ของฝั่งนิยายไปรวมเสนอสปอนเซอร์โฆษณา ซึ่งก็น่าจะทำอยู่ จนมีระบบขายนิยายนี่แหละที่ทำให้มันจับต้องเป็นมูลค่าเต็มๆ ได้มากขึ้น

411 Nameless Fanboi Posted ID:f9Np8F+a7D

แล้วเดิมทีเว็บเด็กดีไม่ได้ถูกแบบมาเป็นเว็บโนเวลตั้งแต่แรกเหรอ

412 Nameless Fanboi Posted ID:CcK2k5WDL4

>>411 ยุคดั้งเดิมมมมมเลยคือเด็กรวมตัวกันติว

413 Nameless Fanboi Posted ID:f9Np8F+a7D

>>412 ปัจจุบัน ยังมีการติวแบบนี้เหมือนเดิิมรึเปล่า

414 Nameless Fanboi Posted ID:lEUNt550pi

>>413 มีอยู่ๆ ยังจัดสอบใหญ่เหมือนเดิมด้วย

415 Nameless Fanboi Posted ID:9aNUGv7Sqh

เออ กูก็พอจำได้ว่าเด็กดีมันไม่ได้เป็นเว็บลงนิยายโดยเฉพาะมาตั้งแต่แกนะ แค่เป็นหมวดๆนึงเฉยๆ จะว่าไปกลายเป็นเว็บลงนิยายเป็นหลักไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย

416 Nameless Fanboi Posted ID:Hy7VHSq0nx

ถ้าไว้ลงนิยายแต่แรก มันคงไม่พ่วงหมวดอื่นมาเยอะแยะ ให้หนักเว็บขนาดนี้หรอก

417 Nameless Fanboi Posted ID:f9Np8F+a7D

>>415 กูพออ่านประวัติมา เดิมทีมีหมวดไดอารี่ให้คนใช้เขียนกึ่งบล็อกเกอร์ แต่คนดันไปเขียนนิยายตั้งหลายคน พวกทีมงานตัดสินใจเปลี่ยนเป็นหมวดนิยายซะเลย อาจจะเป็นเพราะกระแสหัวขโมยบารามอส

418 Nameless Fanboi Posted ID:8cjSyg8psW

ย้อนกลับไปเรื่องเขียนไม่เบียว = ไม่มีคนอ่านนะ กูยังคงยืนยันคำเดิมว่ามึงต้องค้นหาความต้องการจริงๆ ของมึงก่อนว่าเขียนนิยายเพื่ออะไร

ถ้าเขียนนิยายเพื่อหาเงินเป็นรายได้หลัก มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่ามึงต้องเขียนตามใจคนอ่าน จะไร้เหตุผลยังไงถ้าคนอ่านชอบมึงก็ควรเขียนตามนั้นเพื่อหาเงิน (ไม่แนะนำให้เขียนแนวแฟนตาซีด้วยซ้ำ ถ้าอยากอยู่รอดต้องเขียนแนวรัก) ถ้าเขียนนิยายเพื่อหาเงินเป็นรายได้เสริม อันนี้ก็คล้ายๆ ข้อแรก คือควรที่จะต้องเขียนเอาใจตลาด ช่วงนี้กระแสอะไรมาก็ต้องตามให้ทัน สรุปก็คือถ้าคิดจะหาเงิน มึงก็ต้องตามใจตลาด ถ้ามึงเขียนไม่ตรงใจตลาด คนก็ไม่อ่าน สมการก็มีอยู่แค่นี้

แต่ถ้ามึงรักจะเขียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็ต้องทำใจไว้ว่ามันอาจมีคนอ่านน้อยหรือไม่มีคนอ่าน ต่อให้มึงมั่นใจในฝีมือการเขียนของตัวเองมากแค่ไหนก็ตาม คือถ้ามึงคิดจะเขียนแนวที่คนไม่อ่าน มึงก็ต้องเตรียมใจว่าหน้านิยายของมึงจะร้าง จะมางอแงไม่ได้ว่านิยายกูดีขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีคนอ่าน นักอ่านแม่งขยะชิทเทส บลาๆ

นักอ่านเว็บโนเวลส่วนใหญ่มันชิทเทสอะกูไม่เถียงหรอก แต่มึงก็ต้องดูตัวเองด้วย เหมือนมึงไปตกปลาในบ่อที่ไม่มีปลา ใช้เหยื่อดีแค่ไหนมันก็ไม่มีอะไรติดเบ็ดขึ้นมาหรอก

419 Nameless Fanboi Posted ID:IZgjy0qy7S

อัพนิยายเดือนละ 1 ครั้ง อินดี้ไหมมึง

420 Nameless Fanboi Posted ID:Gc60gxNheb

>>419 กูอัพทุกเดือน---มกรา นอกนั้นไม่อัพ

421 Nameless Fanboi Posted ID:+GvmOUGjYw

>>418 ไม่ว่าจะเขียนแนวไหน จะเหี้ยสักเท่าไหร่ แต่ถ้าลงอย่างต่อเนื่อง กูเชื่อว่ายังไงก็อยู่ได้เดี๋ยวปลาแม่งมาเอง (ถ้ามึงไม่ตัดใจเสียก่อนนะ)

422 Nameless Fanboi Posted ID:0tue4sq2co

>>418 เห็นด้วย

423 Nameless Fanboi Posted ID:V8.fLyJ6yB

>>418 แต่จากปากคนที่พิมพ์ขายบอกว่า ยอดขายแนวปวดตับเนื้อเรื่องแน่นเยอะกว่าตอนเขียนเบียวๆ นะ

424 Nameless Fanboi Posted ID:f9Np8F+a7D

>>423 ปวดตับที่เขาว่าคือ dark wannabe เรอะ

425 Nameless Fanboi Posted ID:TOqj5tRZtX

>>424 ถ้าในดด. กูว่าใช่

426 Nameless Fanboi Posted ID:gaASc+/rRR

กูลองไปอ่านนิยายเรื่องเเรกของกูตอนหัวเกรียนอยู่ดู....เอจจี้สัส อยากไปบันจี้จัมป์เเบบไม่มีเชือกชิบหาย
พวกมึงเวลาอ่านเรื่องเเรกของตัวเองรู้สึกไงบ้าง

427 Nameless Fanboi Posted ID:dfo+b6bae4

>>426 ของกูนี่อย่างเบียว ใส่เสียงเอฟเฟคตูมตาม อ่านแล้วตลกดี

428 Nameless Fanboi Posted ID:j7hUA6BqJ7

>>426 กูลบทิ้งเลย

429 Nameless Fanboi Posted ID:j7hUA6BqJ7

>>428 อ้าวลั่น พิมพ์ต่อ ๆ

คือแม่งเบียวซูทรูเอ็ดจี้มีแม่งทุกอย่าง ตู้มต้ามยิ่งกว่านิยายมาสเตอร์ปอป บทบรรยายหาย กูเปิดแล้วกุมขมับก่อนลบทิ้งออกจากสารบบดด. เลยอะ

430 Nameless Fanboi Posted ID:JfpXaSyKY8

>>426 อยากเอาไปเผาทิ้ง ตอนนั้นกูคิดว่าแม่งแจ่ม แม่งแหวกแนว เจ๋งสุดๆ ไปได้ไงวะ
อิเหี้ย ที่มันแหวกเพราะคนปกติเขาไม่เขียนกันไง

431 Nameless Fanboi Posted ID:dw6XSq/s3u

>>426 กูรู้สึกตัวเองมีพรสวรรค์ว่ะ 5555 อ่านเรื่องแรกของตัวเองแล้วรู้สึกสมัยนั้นกูไอเดียเทพชิบหาย ภาษาก็พอไหว ออกจะสนุกด้วยซ้ำไป เทียบกับตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองกากลงด้วยซ้ำ

432 Nameless Fanboi Posted ID:bcUidRl5c5

>>426 ของกูตรรกะหมาไม่แดก ไม่มีความสมเหตุผลสักกะนิด ก็นะ นิยายเขียนโดยเด็กเกรียน

433 Nameless Fanboi Posted ID:fOEOerwfyT

นับถือความมั่นของตัวเองตอนนั้นว่ะ ส่วนคุณตะภาพนั้น ลบให้เหี้ยน ล้างประวัติใหม่เลยกู เหลือบางไอดีที่เข้าไปแก้ไม่ได้ ก็ได้แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ใช่กู orz

434 Nameless Fanboi Posted ID:IkQTxDu5WQ

กูไม่ต่างจากไอ้นากคนนี้วะ
https://www.youtube.com/watch?v=4Y0IHjMx4B8

435 Nameless Fanboi Posted ID:Ct9UP5fXqb

>>434 ดาบเซเว่นพาราไดซ์แม่งยังติดหูกูอยู่เลย

436 Nameless Fanboi Posted ID:k2TuyFj3in

>>434 เขียนดีกว่าของกูอีก ก็สนุกดี หรือกูยังไม่พ้นวัยจูนิเบียววะ แต่ชอบนะเรื่องนี้ บรรยายลื่นดี 5555

437 Nameless Fanboi Posted ID:TlrmZN63y1

>>426 ของกูยังกะทำวิทยานิพนธ์อินเซ็ปชั่น จำได้ว่าตอนนั้นนี่แทบสิงห้องสมุดเป็นเดือนๆ จนมานึกได้ว่านี่กูจะเขียนนิยายโลกแฟนตาซีนี่หว่า ทำไมแม่งเบนไปไซไฟแถมแม่งเริ่มดูไม่เหมือนนิยายขึ้นเรื่อยๆอีก

438 Nameless Fanboi Posted ID:.yIocfvHHH

กูนี่กลุ้มเลยอ่านสมัยเด็ก พระเอกแม่งเบียวชิบหาย
เรื่องทำนองว่าในวันที่สงบวันหนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดเหตุฆ่ากันในลานกว้าง และในขณะที่ทุกคนกำลังหนีตายพระเอกกูก็วิ่งสวนไปเข้าสู้กับตัวการ ถึงจะปราบไม่ได้ แต่แรงฮึดและการแหกปาก "ว๊ากกก!" ก็ทำอีกฝ่ายเจ็บหนักจนถอย ก่อนที่พวกเขาจะออกตามล่าคนร้ายต่อไปโดยไม่รู้เลยว่า... มันไม่ใช่เรื่องที่พวกมึงต้องไปเสือกเขาเลยเฮ้ย!

439 Nameless Fanboi Posted ID:IkQTxDu5WQ

>>438 นั่นคือที่มาของ "อย่าทำตัวเป็นพระเอก"

440 Nameless Fanboi Posted ID:WKYl5fFFeB

Ky วันนี้เผลอไปอ่านนิยายเปิดรับตัวละครเรื่องนึงมา เนื้อเรื่องโคตรไม่สมเหตุสมผลสัสๆ ฉาก Erotic ที่ยัดมาเพื่อให้คนส่งตัวละครฟินเล่น แต่ช่างมัน กูอ่านฆ่าเวลาเพราะมันใช้วิธีเขียนแบบ Old School ( ชื่อตัวละคร : บทพูด //บรรยายการกระทำหรือฉาก) + กูไม่รู้จะอ่านไรดี กูก็อ่านไปเรื่อยจนเนื้อเรื่องมันดำเนินมาใกล้ถึงตอนจบละ แล้วมันมีนักอ่านคนนึงเว้ยที่บอกนักเขียนว่าใกล้จบแล้ว ให้ปิดรับตัวละครเลย คนเขียนก็รับคำ แต่จากนั้นไอ้คนเมนตร์มันส่งตัวละครเพิ่มไปอีกตัวพร้อม side story เสร็จสรรพเลยเว๊ย อีคนเขียนแม่งก็บ้าจี้รับเข้ามาด้วย Man of Culture สัสๆ

441 Nameless Fanboi Posted ID:R5PnA.UF+u

>>440 เซอวิสดีเหี้ยๆ การให้คนอื่นคิดตัวละครให้ส่วนเนื้อเรื่องก็ใช้เอโร่ยกลบๆเอานี่ดูลงทุนน้อยแต่ได้รีแอคชั่นเยอะดีนะ

442 Nameless Fanboi Posted ID:p+9EtVTkK6

>>440 พูดถึงเรื่อง้ปิดรับตัวละคร กูเขียนเเนวเเฟนตาซีเเล้วมันต้องใช้ตัวละครผู้กล้าพลังเเยวสร้างสรรค์ๆเยอะ กูเลยเปิดให้ส่งมาให้กันได้
...ทำไมเเม่งถึงอยากให้มีตัวเทพๆเมพกว่าพระเจ้ากันจังวะ สนุกเรอะน่ะ

443 Nameless Fanboi Posted ID:a4zzeWyWma

แนวเปิดรับสมัครตัวละคร...
เหี้ยเอ้ยยยย มันทำเอากูคิดถึงสมัยอยู่ Pramool

444 Nameless Fanboi Posted ID:.Obo6VAJYb

>>440 ขอนิดนึงตรงเมนตร์ของมึงนี่ กูขัดใจมาก

ส่วนเรื่องการเปิดรับตัวละคร ข้อดีของมันคือมีผลตอบรับจากคนอ่านมากกว่า ไม่เหงาแน่ แต่เท่าที่เคยอ่าน แม่งไม่มีเรื่องไหนจบสักที แต่กูชอบนักเขียนที่มี service mind แบบนี้จัง

445 Nameless Fanboi Posted ID:KqzyjzX3Hv

>>444 โทษที มันชินมือเวลามี ต แล้วอด ร์ ไม่ได้

446 Nameless Fanboi Posted ID:fh2ger0XNK

พวกนิยายที่ชอบเปิดรับสมัครตัวละเนี่ย ไม่เหมาะกับนิยายขายเนื้อเรื่องหรอก มันเหมาะจะมาทำเป็นโดจินมากกว่า ถ้าอยากปั่นตัวละครเองแล้วเนื้อเรื่องสนุก สู้เล่นเกมออนไลน์ไม่ดีกว่าเหรอ

447 Nameless Fanboi Posted ID:.j2xOPGyoW

>>446 ไม่ได้ใช่เป็นเมนอะไรหรอก เเค่เป็นตัวประกอบที่ขี้เกียจคิดน่ะ

448 Nameless Fanboi Posted ID:8dYKlmhwvP

พวกตัวประกอบส่วนใหญ่กูก็เอามาจากพวกเมะ มังงะ ไม่ก็เกมนั้นแหละ ดัดแปลงนิดหน่อยไม่ให้เหมือนจนน่าเกลียดก็พอ

449 Nameless Fanboi Posted ID:yG83LPbeRF

กูสงสัยมานานล่ะ ทำไมแนวต่างโลกชอบส่งพระเอกไปอยู่โลกที่ล้าหลังกว่าตัวเองวะ ไม่เห็นจะส่งไปต่างโลกที่มีความเจริญใกล้เคียงกับปัจจุบัน หรือต่างโลกที่มีอารยธรรมก้าวหน้สกว่าโลกของพระเอกละวะ

450 Nameless Fanboi Posted ID:yokol3YLCf

>>449 งั้นก็ไม่ได้โชว์ความรู้เทพทรูจากชาติก่อนดิ

451 Nameless Fanboi Posted ID:QDO8ByfGfr

>>449 มึงไม่ได้เข้าเรียนวิชาเทพทรู 101 เหรอวะ มันเขียนไว้ตั้งแต่บทแรกเลยว่า
"จงทำรอบข้างให้โง่ลงเพื่อให้ตัวเอกดูฉลาดขึ้น"

452 Nameless Fanboi Posted ID:nSerIxsTam

ไซไฟคนเสพน้อย+ ยาก มั้ง

453 Nameless Fanboi Posted ID:pa1ryTGjeH

>>452 ตามนั้น

454 Nameless Fanboi Posted ID:ZC7UwB3vVj

ถนนขาวของดอกปอปไง 55555

455 Nameless Fanboi Posted ID:XJtum18DqQ

ไซไฟ+นักเขียนไทย เปิดมาแค่นี้ก็เบะปากกันแล้วมึง ยังไม่ต้องเอ่ยถึงคุณภาพงานนะ

456 Nameless Fanboi Posted ID:E082T8z6dU

เมิ่งพูดอย่างกับว่า แฟนตาซี+นักเขียนไทย ไม่เบะปาก

457 Nameless Fanboi Posted ID:N.TnY9Qhmy

แค่มึงเป็นคนไทยก็ผิดแล้ว

458 Nameless Fanboi Posted ID:PLaXdjy8c3

น่า น่า---

459 Nameless Fanboi Posted ID:vqDthJNoBi

>>451 ตามนั้น ขนาดบางเรื่องที่เป็นพวกที่ถูกผนึกหลับ หรือเกิดใหม่แบบข้ามเวลาในยุคอนาคตโลกเดิมแม่งยังทำให้อารยะธรรมยุคมันล่มสลายจนกลายเป็นล้าหลังให้มันได้โชว์เทพเลย

460 Nameless Fanboi Posted ID:WDpCE8FwAs

>>459 อยากเขียนเเนวผู้กล้าผนึกจอมมารไปพร้อมๆกับตัวเอง พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็นยุควิทยาศาสตร์ไปซะฉิบ