Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 16th quotes

Last posted

Total of 427 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:xmwpTmb.QR

https://fanboi.ch/lounge/1161/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง
https://fanboi.ch/lounge/2603/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 2nd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3016/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 3rd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3530/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 4th quotes
https://fanboi.ch/lounge/4357/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 5th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5233/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 6th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5838/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 7th quotes
https://fanboi.ch/lounge/6311/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 8th quotes
https://fanboi.ch/lounge/6680/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 9th quotes
https://fanboi.ch/lounge/7184/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 10th quotes ในรัชกาลที่ 10
https://fanboi.ch/lounge/8588/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 11th quotes
https://fanboi.ch/lounge/9552/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 12th quotes ครบโหล
https://fanboi.ch/lounge/10854/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 13th quotes
https://fanboi.ch/lounge/11317/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 14th quotes
https://fanboi.ch/lounge/11656/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 15th quotes​

2 Nameless Fanboi Posted ID:xmwpTmb.QR

ใครที่คิดว่าพระเจ้าอยู่หัว พูดไม่เก่ง เป็นการเข้าใจผิดถนัด

ทรงมีพระสติปัญญาปฏิภาณล้ำเลิศมาแต่ทรงพระเยาว์แล้ว แต่พระองค์ทรงพูดน้อยเพราะเป็นคน"ชั่งพูด" ซึ่งลูกผู้น้องในสมเด็จพระพันปีหลวงฯเคยบอกว่า พระองค์เป็นคน "ชั่งพูด" ซึ่งหาได้ยากในโลก
ที่ว่าชั่งพูด ก็เพราะพระองค์ทรงชั่งเรื่องที่จะพูดเสียก่อน แล้วจึงพูด!

เมื่อครั้งทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมารใหม่ๆ สื่อต่างประเทศ สัมภาษณ์พระองค์ท่านว่า ตื่นเต้นหรือไม่ที่ได้ดำรงตำแหน่งสยามมกุฎราชกุมาร?
ทรงตรัสตอบว่า ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น!!!

ผู้สื่อข่าวฝรั่งออกอาการงงจึงถามว่าตำแหน่งรัชทายาทมีความสำคัญมากทำไมจึงไม่ตื่นเต้น!
ขณะนั้น พระหัตถ์ของพระองค์กำลังพับนกกระดาษอยู่ พระองค์ทรงตอบโดยพลันว่า ...

“นกบินไปได้ในอากาศ นกไม่ได้ตื่นเต้น!
ปลาว่ายไปในน้ำ ปลาก็ไม่ได้ตื่นเต้น! เพราะเป็นธรรมชาติเป็นหน้าที่ของนกและปลา พระองค์ก็เช่นเดียวกัน!!!

ผู้สื่อข่าวฝรั่งฟังแล้วก็อึ้งไปเลย มาคราวนี้ทรงใช้เวลาเพียง 2 นาทีตอบคำถามของผู้สื่อข่าว CNN ก็ดังสนั่นเป็นที่สนใจและฮือฮากันทั่วโลก ที่ได้ยินคำตอบของพระองค์กับสื่อมวลชนฝรั่งเป็นครั้งแรกในรัชกาล ว่า ...

ข้าพเจ้ารักประชาชนทุกหมู่เหล่าเสมอกัน
ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งความปรองดอง

ถ้าสนใจอยากจะรู้ว่าพระองค์ทรงปรีชาสามารถและพูดเก่งขนาดไหน ก็ให้ไปศึกษาว่า ทำไมพระนามาภิไธยจึงประกอบด้วยอักขระ 11 ตัว

ทรงพระเจริญพระพุทธเจ้าข้า
#เรามีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวกัน

(compromiseในบริบทนี้กว้างและลึกกว่าที่แปลกันว่าประนีประนอม เพราะโดยนิรุกต์และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประนีประนอม หมายถึงต่างมีข้อเรียกร้อง และลดหย่อนข้อเรียกร้องกัน ส่วนปรองดองหมายรวมทั้งลดหย่อนข้อเรียกร้องแก่กัน และตกลงกันโดยไม่เรียกร้องอะไรกันก็ได้ เช่นทราบความจริง ว่าพระมหากษัตริย์ทรงพระคุณอันประเสริฐเพียงใดแล้ว เกิดความเข้าใจสว่างไสวขึ้น ก็เห็นว่าข้อเรียกร้องเหล่านั้นเหลวไหล จึงยกเลิกไปเสียดื้อๆก็ได้)

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

3 Nameless Fanboi Posted ID:cJraFPkF5N

>>2 มีอย่างอื่นที่เก่งกว่าพูดอีกนะ

4 Nameless Fanboi Posted ID:VbhssMGg9B

เชื่อไหมว่า ที่บางคน IQ สูงได้ เพราะ EQ ต่ำยังไงล่ะ

EQ ต่ำในที่นี้ นอกจากการควบคุมอารมณ์ต่างๆไม่ค่อยได้ ยังรวมถึงปัญหาในการสื่อสารด้วยนะ
เรามักจะเห็นได้ในรูปแบบต่างๆ เช่น
- พูดไม่คิด ใช้คำพูดไม่เป็น พูดไม่ถูกกาลเทศะ
- หงุดหงิดเมื่อรู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่รู้’
- จะยอมรับความรู้ที่คิดว่าคู่ควรกับตัวเองเท่านั้น
- จะชอบพูดในเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และหลีกเลี่ยงที่จะพูดในเรื่องที่ตัวเองไม่เชี่ยวชาญ
และอื่นๆอีกมากมายซึ่งส่วนมากแสดงออกมาในรูปแบบก้าวร้าว (Agressive) และเชิงลบ (Negative)

ที่เป็นอย่างนั้นเพราะสมองพัฒนาไม่สมดุลน่ะ
พัฒนาแต่ IQ เพราะเขารู้สึกว่า ความรู้เท่านั้นที่จะเติมเต็มความกระหายนี้ได้ และทำให้เขารู้สึกพัฒนาขึ้น แต่เขาดันลืมพัฒนา EQ น่ะสิ

โชคยังดีที่เราสามารถพัฒนาสมองให้สมดุลได้ตราบจนอายุ 30 ปี หลังจากนั้นก็เป็นไม้แก่แล้วล่ะนะ ดัดยากหน่อย 555

หากคุณมีคนประเภทเหล่านี้อยู่ใกล้ๆตัว อย่างแรกเลยก็คือ ทำความเข้าใจเขา คนเหล่านี้เวลาต้องรับผิดชอบอะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานหรือกิจกรรม พวกเขามักจะคิดว่าสิ่งนั้นคือ ทั้งชีวิต ที่ผิดพลาดไม่ได้ และจะทุ่มเทกับมันมากราวกับเป็น Perfectionist รวมไปถึงคาดหวังให้คนอื่นๆทุ่มเทแบบนั้นด้วย ถ้าคุณไม่ทำหรอ คุณก็จะดูเป็นพวกด้อยประสิทธิภาพในสายตาเขาไง

5 Nameless Fanboi Posted ID:TXd0mOqiY3

>>4 คนแบบนี้ คนรอบข้างมักจะปะปนกันไป ทั้ง pos หรือ nega เพราะเขาก็แค่ต้องการคนที่ดูเป็นมิตรในสายตาเขา คำพูดแรงที่ไม่ใช่เสียดแทงอันนั้นพอรับได้พวกนี้ไม่คิดมากถึงจะรู้แต่ไม่ต้องไปรู้ดีกว่า แต่คำพูดที่รุนแรงกับเขาทำให้เขาเกลียดเพราะคนพวกนี้ ซึมซับอารมณ์รอบข้างได้เร็วแล้วตอบโต้ในตอนนั้นเลย เพราะควา่มรุนแรงทำให้พวกเขายากที่จะปรับตัว คนพวกนี้ไม่คิดจะสู้หรอก แต่จะเจอบูลลี่อยู่บ่อยๆ มีเรื่องแล้วไม่จบง่ายเพราะโดนจัดในกลุ่มพวกเอ๋อ ส่วนมากมีเรื่องต้องถึงหูพ่อแม่ทั้งสองฝั่ง

พูดไม่คิด ใช้คำพูดไม่เป็น พูดไม่ถูกกาลเทศะ : เมื่อพูดคำนึงคำนั้นมันอาจจะถูกสำหรับคนทั่วไปแต่ถ้าอยู่กับคนบางกลุ่มคำนี้ถือผิดมหันต์ พูดอะไรออกมาอาจะโดนเกลียด หรือโดนกระทืบเลยก็ได้ ส่วนมากเลือกที่จะไม่พูด แต่สถานการณ์มักจะถูกบังคับให้พูด เลยเป็นสิ่งที่แก้ยากมากๆ อาจจะกลายเป็นตัวตลก หรือเป็นคนบ้า ส่วนมากจะเป็นคนพูดตรง แต่ไม่มีวันได้รับการยอมรับในสังคมที่ปลิ้นปล้อนเอาตัวตัวรอด ทำตัวเป็นกิ้งก่าหลายสี แต่ก็ล้มเหลว
สั้นๆ มึงพูดไม่ถูกใจกู มึงเจอกูแน่

หงุดหงิดเมื่อรู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่รู้’: ส่วนมากคนพวกนี้เวลาไม่รู้ จะหาข้อมูลเพิ่มเติม ไม่มีปัญหา แต่ที่หงุดหงิดจริงๆคือ ไม่รู้แล้วผิด ไม่มีใครบอกก่อน ทุกอย่างอยู่ในสามัญสำนึกนี่ มึงต้องทำนะๆ อะไรกัน คนไม่รู้ไม่ผิดนี่ แต่สำหรับมึง มันผิด ใช้ชีวิตไม่เป็น บลาๆๆๆๆ จนไม่กล้าที่จะทำอะไรเพราะเจอแต่ feedback ด้านลบเข้าๆ นานๆเข้าก็เก็บเลย บางคนดีนะคอยบอกๆว่าแบบนี้ไม่ถูกนะๆ แต่ส่วนมาก มึงทำตัวแบบนี้ทีเดียว ชีวิตมึงจบ

จะยอมรับความรู้ที่คิดว่าคู่ควรกับตัวเองเท่านั้น : ego ล้วนๆเลย อันนี้ถ้าคิดว่ามันอัจฉริยะกูเก่งเรื่องนี้ กูต้องเหนือมึงในเรื่องนี้ เรื่องอื่นช่างมัน คนพวกนี้เหมือนพวกบ้าที่1อะ จะชอบพูดในเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และหลีกเลี่ยงที่จะพูดในเรื่องที่ตัวเองไม่เชี่ยวชาญ ถ้าไอ้เรื่องที่ไม่ถนัดมักจะให้คนอื่นที่ดีกว่าทำ เพราะก็พูดได้แต่น้ำ ส่วนเนื้อก็จะมีอีกคนพูด แล้วแถมพูดดีจนเทียบไม่ติด เสียหน้าพ่อแม่สิ เสียหน้าครูที่พาไปสิ แล้วเรื่องอื่นหัดไม่ได้เลยนะ เจอสูตรลัดจนไปไม่เป็น

และอื่นๆอีกมากมายซึ่งส่วนมากแสดงออกมาในรูปแบบก้าวร้าว (Agressive) และเชิงลบ (Negative)ตรงนี้อยู่ที่บุคคลเลย ก้าวร้าวเพราะโดนกระทำก่อนแล้วจึงแสดงออกกลับมาทันที ส่วนเชิงลบ สภาพแวดล้อมที่ไม่มีใครอยากให้ได้ดี ต้องข่ม ต้องแข่งขันตั้งแต่เกิดจนตาย แพ้ก็ขายหน้า
เพราะงั้นพวกนี้ถึงต้องทำให้เด่นจริงๆอย่างเดียว เพื่อจะได้ไม่มีคำครหาเกี่ยวกับความรู้ ถ้าเป็นเป็ด ก็จะไม่มีวันเป็นอะไรสักอย่าเลย
พวกนี้ไม่ Perfectionist number 1 only ก็ Impostor syndrome กูไม่เก่งอะไรเลยทั้งที่เก่ง
สังคมข้างนอกมันแย่เกินไปสำหรับคนพวกนี้

6 Nameless Fanboi Posted ID:xmwpTmb.QR

"ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถอะว่า ที่พวกทหารชอบออกมาทวงบุญคุญกันนักหนาว่าเขาเป็นคนคอยปกป้องอธิปไตยรักษาเอกราชให้เราได้มีบ้านเมืองอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้อะไรนั้น มันไม่จริง เพราะในรอบปีร้อยมานี้ หน้าที่หลักดังกล่าวคือเหล่านักการทูตต่างหาก ไม่ใช่ทหาร"
ประโยคนี้พระยาพระหลฯหรือพวกคณะราษฎรไม่ได้กล่าว ผมกล่าวเองแหละครับ
พวกเราไม่ได้เที่ยวออกมาคุย แต่พูดตามตรง ในรอบร้อยปีมานี้ สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยอยู่รอดมา รักษาเอกราชและอธิปไตยไว้ได้ ไม่ใช่การทหารนะครับ หากแต่คือการทูต การดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ขับเคลื่อนโดยบรรดานักการทูต
นับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคมเมื่อประมาณร้อยกว่าปีมานี้ การทหารของไทยไม่มีขีดความสามารถที่จะรบชนะ รักษาบ้านเมืองไว้ได้ หากเราถูกประเทศตะวันตกโจมตีเพื่อยึดเป็นเมืองขึ้น มีหลักฐานที่ระบุว่าในสมัย ร 3 เหล่าข้าราชการขุนนางไม่มีใครเชื่อว่าอังกฤษจะรบชนะพม่าได้ แต่ต่อมาไม่นานกองทัพพม่าอันเกรียงไกรที่ไทยเกรงขามก็ต้องพ่ายแก่กองทหารอังกฤษที่ไม่ได้ใช้กำลังพลมากมายอะไรนักด้วย จนตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันคือ wake up call ของสยามในตอนนั้นแล้วว่าการทหารของไทยนั้นหมดยุค หรือใช้ปกป้องอธิปไตยไม่ได้อีกต่อไป สยามจึงหันมาใช้กุศโลบายทางการทูตและเอาตัวรอดมาได้จากการตกเป็นเมืองขึ้น (แม้ว่าจะต้องแลกกับหลายสิ่ง ซึ่งวันหลังจะเล่าสู่กันฟังต่อไป)
เรื่อยมาจนเข้ายุคสงครามโลกครั้งที่ 1 สยามส่งทหารไปร่วมรบกับฝ่ายอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งนี่ก็คือการใช้การทูต การต่างประเทศนำหน้าการทหาร เราส่งทหารไปช่วยรบในเชิงสัญญลักษณ์มากกว่าที่ไปรบจริงๆ แต่มันเป็นการทูตที่ชาญฉลาดมาก เพราะมันทำให้เรากลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้ชนะสงครามไป
มาจนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง การทูตของไทยช่วงนี้คือสุดยอดจริงๆ และเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถประคองตัวจนรอดมาได้จากภัยคุกคามอันใหญ่หลวง แถมโก้เก๋มากที่เราไม่ต้องกลายเป็นประเทศผู้แพ้สงครามอีกต่างหาก
ลากยาวมาถึงช่วงสงครามเย็น ที่การทูตไทยโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคนี้โดยการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันการก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนสำเร็จ ซึ่งกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญทางการทูตของไทย ที่ช่วยคานการรุกรานของประเทศเพื่อนบ้านที่เปลี่ยนระบบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ในช่วงนั้น
แล้วต่อไปจนถึงยุคเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าในยุครัฐบาลน้าชาติอันลือลั่นที่ผลิกโฉมหน้าของภูมิภาคนี้ไปตลอดกาล
เหล่านี้ก็คือการทูต การดำเนินนโยบายต่างประเทศทั้งนั้นนะครับ ที่สร้างความมั่นคง ผาสุก และรักษาเอกราชและอธิปไตยของประเทศชาติเอาไว้
ไม่ใช่การทหาร
และที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็คืออยากบอกว่า สมมุติว่างบประมาณของประเทศเราคือร้อยบาท จากบรรดางานทั้งหมดที่พวกเราต้องทำ ท่านทั้งหลายคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศได้รับการจัดสรรสักเท่าไหร่จากร้อยบาทนี้?
20 บาท? 10 บาท? 5 บาท? 1 บาท?
เราได้ไม่ถึง 50 สตางค์นะครับ มากกว่าสลึงเล็กน้อย คือ 0.38
แล้วคุุณก็คิดเอาแล้วกันว่าใครที่ได้งบประมาณมหาศาล ว่าเขาเอาไปทำอะไร? หน้าที่ปกปักรักษาเอกราชอธิปไตยเขาทำได้จริงแค่ไหน? คุ้มค่าอย่างไร?
แม้จะไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรีไปหมด ที่ห่วยน่าอายก็มี แต่พวกเราเหล่านักการทูตไม่ได้เที่ยวมาคุย หรือคอยลำเลิกบุญคุญประชาชน ในการทำหน้าที่ตนเอง
ดีกว่าพวกชอบคุย แต่หน้าที่จริงของตนเองไม่ทำ กลับไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ ที่ตัวเองไม่มีความรู้อะไร จนประเทศชาติถอยหลังในทุกมิติ จ้องคอยแต่กดขี่ประชาชนที่จ่ายภาษีเลี้ยงดูตนเองไปวันๆ
และอย่างที่บอกว่าพวกเรานักการทูตไทยก็มีข้อบกพร่องและผิดผลาด
หลายสิ่งหลายอย่างผมก็ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ในภาพรวมเมื่อเทียบงบประมาณอันน้อยนิดกับงานทั้งหมดที่เราทำ
ผมคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะพอคุ้มค่าอยู่บ้างนะครับ

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

7 Nameless Fanboi Posted ID:3ROurbp2Zf

สาเหตุที่เกิดการรัฐประหารครั้งหลัง เพื่อควบคุมสถานการณ์เมื่อเกิดการเปลี่ยนผ่าน เมื่อประยุทธ์ขึ้นเป็นนายกฯก็สอดคล้องกับการที่วชิราลงกรณ์ขึ้นเป็นกษัตริย์ ประยุทธ์สามารถใช้งานได้ทุกอย่าง วชิราลงกรณ์ต้องการควบคุมทุกอย่างในมือ
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สำหรับประเทศไทย มีอยู่ทางเดียว

8 Nameless Fanboi Posted ID:Mb+0DyIqe0

ทำไมเสื้อแดงหรือฝ่ายที่เรียกตนว่าประชาธิปไตยไทยจำนวนหนึ่งสนับสนุนทรัมป์? จงอภิปราย #ป #ทรัมป์

-------------------------

อันนี้สาบานว่าคือคำถามของคนจบจาก Oxford ???

ที่จริงว่าจะพูดเรื่องนี้หลังจากตอนที่ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ช่างแม่ง....

ทำไมคนที่สนับสนุนประชาธิปไตยในประเทศไทยถึงยังเชียร์ทรัมพ์ .... ทำไมจะเชียร์ไม่ได้วะ มันไม่ได้เอาปืนมาจ่อหลังบังคับให้กูรัก หรือจะจับกูไปขังคุก 3-15 ปี

ฐานเสียงของทรัมพ์คือใคร .... นอกจากกู 1 เสียงแล้ว คือพวกที่ลิเบอรัลฝั่งซ้ายเรียกเหยียด ๆ ว่าพวก Red Neck นั่นแหละ....(มะ...ไม่เหยียดซะหน่อย อันนั้นมันคนละกรณีกัน)...ใครคือ red neck มันคือชาวนาเสื้อแดงบ้านนอกที่ทำงานหนักกลางแดด จนแดดเผาต้นคอมันแดงแจ๋ แต่ไม่มีใครสนใจคุณภาพชีวิตของมันจนทรัมพ์เข้ามาประกาศนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน แล้วบังคับให้ประเทศที่เคยได้เปรียบดุลย์การค้าจากอเมริกา ให้ต้องรับซื้อสินค้าเกษตรจากมันนั่นแหละ

ตอนหลังใครเป็นแรงงานทำงานนอกห้องแอร์ มันก็เรียกพวกนั้นว่า red neck ด้วย....ดังนั้น กูพราวด์ทู บี ควาย-แดง

ตะ ตะแต่ ทรัมพ์มันเป็นพวกอำนาจนิยมเหยียดผิวนะ.... มึงเป็นผู้อพยพ ทำไมถึงไปสนับสนุนทรัมพ์ ....จงยกตัวอย่างกรณีที่ทรัมพ์เหยียดผิวมา 0.5 กรณี.... จอร์จ ฟลอยด์ไง....ถ้ามึงเรียกโจรที่โดนตำรวจฆ่าตายว่าเป็นการเหยียดผิว ก็หยุดอ่านตรงนี้ได้เลย มึงโง่เกิน เก็บโควตาการอ่านของมึงไปไว้สำหรับอินโฟกราฟฟิคที่มีรูปการ์ตูนสีสันสดใส หรือทวิตที่ตัวหนังสือมันน้อย ๆ ดีกว่า

ความแตกต่างของนโยบายเกี่ยวกับไมนอริตี้ของ Rep. กับ Dem. คือ เมื่อคุณอยู่ในสังคมของ Dem. ตามเมืองใหญ่ พวกนี้จะเคารพมึงนะ อะไร PC PC จะออกมาจากปากมันเต็มไปหมด แต่มึงก็จะยังเป็นไมนอริตี้อยู่ดี ....ต่างจากพวก Rep. .... you work hard, you are one of us.

ถ้าคิดว่าพวก Rep. เป็นพวกนายทาส ... มึงไปดูคุณภาพชีวิตคนดำในเขตการปกครองของ Dem. ได้เลย.... ไม่หนีจากทาสในสมัยโบราณเท่าไหร่หรอก อยู่กันแออัด ๆ ในสลัม หนังสือหนังหาไม่ได้เรียน เป็นโจรเดินยากันตั้งแต่อายุ 16-17 แต่พวก Dem. ก็ยังพล่ามไม่หยุดนะ ว่าเรารักคุณ เรารักคนดำ vote ให้เราเถอะ .... Dem อยู่ในตำแหน่งบริหารกิจการของเมืองนั้นมาเป็นร้อยปี เป็นประธานาธิบดีอีกอย่างน้อยก็ 40-50 ปี... ถ้าคุณภาพชีวิตมึงไม่ดีขึ้นหลังจากคนที่อ้างว่ารักมึงนักหนาปกตรองมึงมายาวนานขนาดนั้น... มึงไม่ควรจะไปพล่ามว่านักการเมืองอีกฝั่งเหยียดผิว

แต่มึงเป็นผู้อพยพ มึงจะไปสนีบสนุนทรัมพ์ไม่ได้ เพราะมันกึดกันผู้อพยพ..... พวกแมกซิกันโดนจับเนรเทศเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยโอบามา FYI...สงครามที่สร้างความเสียหายกับสหรัฐอเมริกาได้มากที่สุดคือ สงครามยาเสพติดกับพวก Maxican Narcos นี่แหละ ไม่ใช่ Al Qaeda พวกห่านี่ข้ามแดนกันมาเป็นกองทัพมด เอายาเสพติดเข้ามาปล่อย แถมการปล่อยคนให้เดินข้ามแดนเข้ามาดื้อ ๆ โดยไม่มีการทำฐานข้อมูลเป็นเรื่องที่ไม่มีประเทศไหนในโลกแม่งทำกัน

อีดาราฮอลลีวูด โง่ ๆ อย่าง Billie Eilish (คนนี้ liberal สมองหมาของเมืองไทยคลั่งแม่งมาก) ถึงกับเคยทวิตประนามว่า ‘ฉันทนไม่ไหวแล้ว ทำไมผู้อพยพต้องถูกจองจำ ทำไมผู้นำของเราถึงโหดร้ายอย่างนี้’ ... อีควาย มึงก็ลองเดินข้ามแดนลงไปแมกซิโกดูสิ แล้วดูว่าตำรวจแมกซิโกมันจะทำยังไงกับมึง

นโยบายที่พวกซ้ายหน้าโง่มันเรียกว่าการกีดกันผู้อพยพ มันคือการจัดการผู้อพยพโว๊ยยย ....มันต้องมีการทำประวัติ ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด ไม่ใช่วันดีคืนดีมึงไปก่ออาชญากรรม เสร็จแล้วก็มุดรูหายกลับไป

พูดถึงดาราฮอลลีวูด พวกสื่อ ....พวกห่านี่บูชาสังคมนิยมเหลือเกิน เล่นหนังเรื่องนึงรับ 10 ล้าน จ่ายเอเจนท์ 1.5 ล้าน จ่ายภาษี 3 ล้าน .... เหลือ 6.5 ล้าน....อุ๊ย Dem พรรคโปรดของชั้นจะเก็บภาษีเพิ่มอีก. 500,000 ได้ค่าาาา เอาไปเลย ชั้นยังเหลืออีก 6 ล้าน.... ตัดกลับไปที่ Red Neck ทำงานได้เงินเดือน 3500 จ่ายภาษี 900 จ่ายค่าเช่า/ผ่อนบ้าน 1,200 เหลือใช้จริง ๆ 1,400 ....มันจำเป็นจะต้องไปสังคมนิยมกับมึงด้วยไหม แต่ไอ้พวกห่านี่เสือกมือถือไมค์ ไฟส่องหน้า พูดห่าอะไรก็เป็นข่าว ...ซึ่งคนทำข่าวก็พวกเดียวกันนี่แหละ

9 Nameless Fanboi Posted ID:Mb+0DyIqe0

>>7
อี๋ ๆๆๆมึงมันพวก Red Neck บ้าปืนชอบความรุนแรง........ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในสหรัฐอเมริกาที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองและครอบครัวได้เมื่อมีภัยคุกคาม คือ มนุษย์ในเขตการปกครองของ Dem. ซึ่งพยายามจะจำกัดการเข้าถึงอาวุธปืนทุกรูปแบบ เพื่อบีบบังคับให้คนต้องง้อรัฐ for protection ... หรือถ้ามึงรวยมาก ๆ อย่างพวกนักการเมือง หรือดารา มึงก็จ้างคนถือปืนมาเฝ้าบ้านมึงอีกที.....ดังนั้นคุณอย่ามีเลยปืน มีอะไรโทรเรียกตำรวจสิ.... ตำรวจใช้เวลาเฉลี่ย 12 นาทีในการมาถึงจุดเกิดเหตุ อาขญากรใช้เวลาเฉลี่ย 36 วินาทีในการประกอบอาชญากรรม.... เรียกตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พอ เอาถุงใส่ศพมาด้วย จะศพใครก็อีกเรื่องนึง แต่ศพกูจะไม่อยู่ในสภาพที่คุกเข่าพนมมือก่อนตาย ....พวกที่ปล้น ๆ เผา ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ คือพวก Antifa กับ BLM ลูกสมุน Dem ทั้งนั้นนะครับFYI

นโยบายดึงอุตสาหกรรมกลับมายังแผ่นดินแม่ ส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานจำนวนมหาศาล อัตราการว่างงานลดลงจนเหลือ 4.2% .... ผู้คนมีกำลังจับจ่ายใช้สอย เฉพาะแถวเมืองที่กูอยู่มี Intel กับ Nike แค่หากินทำมาค้าขายกับพนักงานในโรงงานก็สบายแล้ว ยังไม่รวมถึงมันไปส่งเสริมเศรษฐกิจให้ชุมชนรอบ ๆ โรงงานอีก คนย้ายเข้ามา อสังหาริมทรัพย์ราคาสูงขึ้น ทุกอย่างส่งเสริมกันเป็นลูกโซ่ไปหมด ....ผลการเลือกตั้ง county กูแดงเถือกตั้งแต่ยังไม่ปิดหีบ

อันนี้เฉพาะนโยบายภายในบางส่วนนะ ถ้าจะเอาต่างประเทศด้วยแม่งก็ยาวพอ ๆ กัน.....

ถ้ามึงจะเปรียบเทียบง่าย ๆ นายกรัฐมนตรีของไทยคนไหนที่ สื่อเกลียด ดาราเกลียด สลิ่่มเกลียด ข้าราชการประจำเกลียดเพราะไปลดพิธีรีตรอง และความสำคัญของพวกมันลง ...ปากไว ใครเลือกผม,ผมดูแลก่อน... UN ไม่ใช่พ่อ

คุ้น ๆ ไหม....

ทรัมพ์มันได้คะแนนเยอะขึ้นมากกว่าคราวก่อนเยอะจริง ๆ แหละ แต่สู้การปั่นของสื่อไม่ไหว ถ้าคราวนี้แพ้(อย่างเป็นทางการ)คราวหน้ารบกวนพรรคช่วยหาคนที่มันมีช่องให้สื่อเล่นได้น้อยกว่านี้หน่อยก็ดี

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง

10 Nameless Fanboi Posted ID:PaUzhR2b/P

>>9 ดีขนาดนั้นไม่น่าแพ้นะ แม้วออกเพราะโดน รฐป นะ แต่ ลต ได้ครองเสียงข้างมากนะ

11 Nameless Fanboi Posted ID:3ROurbp2Zf

อหห เจอฝรั่งเปิด onlyfans ได้เงินเดือนละ 40k+ ดอลลาร์ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณล้านสอง บางเดือนได้ 80k+ ก็สองล้านกว่าๆ ถ้าหุ่นดีเคใหญ่อยู่แล้วคือแทบไม่ต้องหาทุนเพิ่มเลย ตอนนี้คืออยากเป็น anonymous กุจะทำ onlyfans กุว่ากุสู้ได้ 555555555555

12 Nameless Fanboi Posted ID:9atSZniEmZ

>>10 สังคมเมกามันเป็นสังคมเมืองมากกว่าชนบทนะ ถ้าดูเป็นรายรัฐ เขตที่เดมชนะนี่เมืองใหญ่ๆ ทั้งนั้น ต่างจากเขตที่เลือกทรัมป์นี่เหมือนพวกเมืองเล็กๆ ไม่ก็ชนบทไปเลยอะ

13 Nameless Fanboi Posted ID:KkqJP1BoZV

Hey it's Joe.
Joe who?
Joe President.

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

14 Nameless Fanboi Posted ID:scLwk1oTu7

งานนี่แหละที่เราไปนั่งรอจนมืด แล้วก็ประกาศว่าท่านทรงห่วงประชาชนกลัวจะร้อนเลยเปลี่ยนเวลาปั่น ซึ้งใจมาก ตื่นมาแต่เช้า ท่านกลัวร้อน เลยเลื่อนเป็นปั่นตอนเย็น

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

15 Nameless Fanboi Posted ID:scLwk1oTu7

ระวังมันชวนไปเย็่ดหมา ไอ้นี้ยิ่งเป็นสลิ่่มอยู่เพราะเป็นพวกเอากะสัส

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​กล่าวถึงชายต๊องหญิงเพี้ยน

16 Nameless Fanboi Posted ID:PIBlorRTpI

เห็นแท็กม็อบตุ้งติ้ง2 ทำให้กูรู้สึกว่า อืม จุดประสงค์ของการชุมนุมมันคืออะไรกันนะ ถ้าทำให้มันตลกเพราะไม่อยากให้เครียดมันก็แบบ... แต่ทุกวันนี้เหมือนชุมนุมสังสรรค์ที่มีคนเยอะล้นถนนมากกว่า อ่ะ ตอนนี้กูเหมือนดูขบวนแห่ขันหมากอยู่เลย เดินไปสู่ขอลุงตู่เหรอ

17 Nameless Fanboi Posted ID:l/mJAJ0W5q

>>16 วันนี้วางลวดหนามไว้หลายชั้น เอารถมาขวาง รอเจอความมันส์?

18 Nameless Fanboi Posted ID:q8hREMqwfG

>>17 รอเจอความมันส์ ที่ต้องยกไปเก็บ 5555

19 Nameless Fanboi Posted ID:scLwk1oTu7

>>16 เมื่อวานมัน pride parade

20 Nameless Fanboi Posted ID:Mdn2YLEOL3

ถ้าแกงรอบนี้กูว่าม๊อบพัง นอกจากกูจะด่า พ่อค้าแม่ค้าที่ตุนของไปรอขายก็จะรวมหัวด่าด้วย 555

21 Nameless Fanboi Posted ID:scLwk1oTu7

เขาไปกินฟรีกัน

https://twitter.com/charoenpura/status/1325245158816804865

22 Nameless Fanboi Posted ID:hphX0s6Fey

>>21 ต้องขอบคุณพวกหริ่มหน้าโง่ ที่ไม่เต็มใจมาเป็นท่อน้ำเลี้ยงนะ 5555555555

23 Nameless Fanboi Posted ID:Mdn2YLEOL3

ตะกวดก็แดกข้าวไข่ดาวอย่างพอเพียงตามคำสั่งนายมึงต่อไปล่ะกัน

24 Nameless Fanboi Posted ID:hphX0s6Fey

ผัวบีบยาสีฟันจนหลอดแบน เมียหิ้ว Hermes 5555 ใครว้าาาาาา

25 Nameless Fanboi Posted ID:h7c1jZZp1w

เมื่อสิบกว่าปีก่อน ผู้ใหญ่ในวงการไอทีท่านหนึ่งเคยบอกผมว่า ทีบริษัททำซอฟต์แวร์จะบังคับให้พนักงานทุกคนมาเรียนการเขียนโปรแกรมอย่างน้อย 1-2 เดือนในช่วงทดลองงาน แม้แต่พนักงานขายหรือ admin ท่านบอกผมว่าทุกคนจะได้รู้ว่าการทำซอฟต์แวร์นี้มันยาก พนักงานขายเองก็จะได้ไม่ไป overtalk เสนอขายในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

วันนี้กระแสดิจิทัลมาทั้ง Big Data, AI, Blockchain ผู้บริหารหลายๆคนต่างก็พูดกันตามกระแส จริงๆแล้วหลักสูตรผู้บริหารทุกคนทุกสาขา (ไม่ใช่แค่ผู้บริหารไอที) ควรจะจับมาเรียนเขียนโปรแกรม เรียนคณิตศาสตร์ เรียนอัลกอริทึมด้านเอไอ และให้ลงมือทำเทคโนโลยีซัก 1-2 เดือน จะได้เข้าใจภาพที่ดีขึ้น และกำหนดกลยุทธ์ที่ถูก ไม่ฝันและ overtalk จนเกินไป ในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยลงมือทำหรือปฎิบัติ จะได้รู้ว่าบางอย่างมันยากกว่าที่คิด

26 Nameless Fanboi Posted ID:oKWiRN/xM4

มันไม่ใช่เรื่องน่าขบขัน คนที่ขบขันคือคนที่ไม่รู้หรือโง่ คุณมันขบขันเสมอเพื่อปกปิดความเขลาของคุณ

27 Nameless Fanboi Posted ID:qLd8YYl0SM

สงสัยมาก ผู้ชายผลิตน้ำนมได้หรือเปล่า คือ เมื่อคืนไปเอาน้องคนนึง ออกแนวตุ๊ดๆสาวๆ หัวนมใหญ่ๆคล้ายกินยาคุม (แต่ไม่รู้ว่ากินหรือเปล่านะ ไม่กล้าถาม) ทุกครั้งที่ดูดนมน้อง เหมือนมีน้ำออกมาจากนมนิดหน่อยด้วยอ่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าใช่น้ำนมไหม กูจำไม่ได้ไงว่านมแม่มันรสเป็นไง (ใครจำตอนเป็นทารกได้ก็บ้าแล้ว)
สงสัยว่า การกินยาคุม มันทำให้ผู้ชายผลิตน้ำนมได้ไหม หรือ ปกติผู้ชายบางคนก็ผลิตน้ำนมได้หน่อยๆ ไม่เกี่ยวกับยาคุม

28 Nameless Fanboi Posted ID:uYr96z.uxd

>>25 ประเทศไทยจะมีใครมาเป็นนายกฯ ได้ไหมเนี่ย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรียันนายก อบต.

29 Nameless Fanboi Posted ID:PIBlorRTpI

>>27 ยาคุมมันเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงอ่ะ แต่ไม่น่าจะถึงขนาดทำให้มีน้ำนมหลั่ง (คิดว่า)​

30 Nameless Fanboi Posted ID:Gs3FLZqN+F

สารที่ซ่อนอยู่ในสุนทรพจน์ประกาศชัยชนะของไบเดน
1. บอกว่ารัฐบาลต่อไป จะเป็นรัฐบาลของแนวร่วมที่หลากหลาย เป็นตัวแทนของอเมริกา แสดงว่าฝ่ายหัวก้าวหน้าจัดอย่างแซนเดอร์/AOC/กลุ่ม The Squad น่าจะผิดหวังแน่ๆ น่าจะมีครม.ที่หลากหลายที่สุดในปวศ.อเมริกา ทั้งผู้หญิง คนผิวสี คนเชื้อสายต่างๆ และตัวแทนจากรีพับลิกันที่มีความสามารถ
2. งานสำคัญที่สุดคือควบคุมเชื้อโควิดให้ได้ ไบเดนให้ความสำคัญเรื่องนี้ที่สุด และจะเน้นไปที่นักวิทยาศาสตร์อย่างเต็มที่ (แต่จะเชื่อได้แค่ไหน เพราะไบเดนยังหลงเชื่อเจ๊อลิซาเบธ โฮล์มส์ของเทรานอสมาแล้วรอบนึง)
3. พูดถึง อดีตปธน. สหรัฐ 4 คน คือ
ลินคอล์น - ชนะสงครามกลางเมือง ไบเดนคงมองว่าอเมริกาตอนนี้แตกแยกมากแบบสมัยลินคอล์น
FDR - เสนอนิวดีลและชนะสงครามโลก ไบเดนมองว่าเศรษฐกิจตกต่ำมาก ต้องเสนอแนวทางฟื้นฟู และอาจต้องปะทะกับชาติศัตรูอื่นๆ เพื่อเอาชนะ
JFK - ปธน.คาทอลิก และให้ความทะเยอทะยานสู่อวกาศ ไบเดนน่าจะสนับสนุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศแบบเจเอฟเค อาจประกาศเป้าหมายอวกาศใหม่
โอบาม่า - สร้างความหวังความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ ไบเดนคงพยายามจะสมานความขัดแย้งเชื้อชาติอีกครั้ง
4. ไบเดนอ้างเพลงสวดในงานศพลูกชาย และไบเบิลหลายครั้ง ดึงเอากลุ่มคริสเตียนที่เป็นประชากรหลักของอเมริกาให้ไว้วางใจรัฐบาลเดโมแครต จากที่รู้สึกกังวลเพราะโฆษณาโจมตีของฝั่งทรัมป์ที่ยกเอาส.ส.หัวก้าวหน้า/มุสลิมมาโจมตีบ่อยๆ
5. ไบเดนตีความ "อเมริกันดรีม" ใหม่ ว่าคือ "ความเป็นไปได้" ที่พระเจ้าประทานให้มนุษย์มา
6. ในสุนทรพจน์นี้ มีช่วงสุดท้ายที่ไบเดนกล่าวนอกสคริปต์ที่แจกให้สื่อ พูดถึงว่า ปู่บอกให้ไบเดน "รักษาศรัทธา" แต่ย่าบอกให้ "เผยแผ่ศรัทธา" แสดงว่ามีแนวโน้มที่อเมริกาในสมัยไบเดน จะกลับสู่การเป็นผู้นำแนวหน้าของโลกอีกครั้ง

31 Nameless Fanboi Posted ID:NV4XCiCoDc

ขวาจัดกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องให้ทหารทำรัฐประหาร (อิหยังวะ) ขวาจัดอีกกลุ่ม (ซึ่งจริงๆ อาจเป็นกลุ่มเดียวกัน) ออกมาบอกว่าอยากคืนอำนาจอธิปไตย (อิหยังวะ) ให้รัชกาลที่ 10 พระราชทาน "ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์" (อิหยังวะ) ลงมาให้

เคยคิดว่าขวาจัดไทย = ฟาสซิสต์ แต่ดูๆ แล้วฟาสซิสต์ที่อื่นไม่เห็นมีที่ไหนอยากให้คนอื่นคิดแทนทำแทนตัวเองขนาดนี้ ที่เคยจะนิยามขวาจัดไทยว่าฟาสซิสต์อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เรียกว่า "ทาสที่ปล่อยไม่ไป" น่าจะตรงกว่า 😌

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

32 Nameless Fanboi Posted ID:TquGu+Qrgm

>>31 คนกลุ่มนี้เป็นพวก "ไร้สมอง" ชอบผลักภาระให้คนอื่น ไม่ชอบลงมือทำเองเพราะ "โง่" เลยต้องผลักภาระให้ทหารบ้าง ให้เจ้าแผ่นดินบ้าง

33 Nameless Fanboi Posted ID:XnrOrtd0O.

>>25 ถ้าทำจริงเดี๋ยวก็เจอไม่ยอมเข้า อู้มาสาย คนสอนให้ทำอะไรก็ไม่ทำ นั่งโง่ๆจนหมดเวลาเทรนไปวันๆ
ไม่ก็ทำอะไรง่ายๆนิดนึงได้ แล้วก็คิดว่าเออง่ายจัง จบ ไม่คิดหรอกว่าทำจริงมันมีอะไรเยอะกว่านั้น

34 Nameless Fanboi Posted ID:puw97EiKYB

อ่านหนังสือของ อ. นิธิทำให้เรารู้อะไรมากขึ้นจริงๆ อย่างที่รู้ว่าเจ้าตากกับทองด้วงไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ความสัมพันธเป็นแค่นายกับลูกน้องกันเท่านั้น ล่าสุดคือรู้ว่าพระนารายณ์เป็นกษัตริย์ที่ประชาชนไม่นิยมเลยเพราะ favour พวกฝรั่งมาก ดังนั้นการยึดอำนาจของพระเพทราชาจึงสำเร็จได้

35 Nameless Fanboi Posted ID:c0OKf7/cqY

note ความคิดสั้นๆ ไม่ได้เรียบเรียงเพราะติดปั่นงาน 2 ประการ

1. เจ้าหน้าที่ยังใช้มาตรฐานความคิดว่ากำลังรับมือม็อบเสื้อแดง กับม็อบปัจจุบัน - เนื่องจากเสื้อแดงขายความเป็นรากหญ้า เป็นตัวแทนคนจน ผู้ได้รับความเดือดร้อน

แต่ม็อบปัจจุบันไม่ใช่

ประเด็นคือ พวกเขาไม่เคยขายว่าตัวเองจน และข้อเท็จจริงคือ โดยเฉลี่ยแล้วเกินเส้นความยากจนของรัฐไปโข

ชุดความคิดว่า "ไม่จ่ายภาษีแล้วเรียกร้อง" หรือปั่นว่า "แกนำม็อบอยู่ดีกว่าคนในม็อบ" ใช้ไม่ได้ บางคนเปิดโรงแรมห้าดาวหรูใกล้สนามหลวงนอน หลังไปม็อบ เพียงเพราะขี้เกียจรีบเดินทางกลับบ้าน

เมื่อวิเคราะห์ตามประวัติศาสตร์แล้ว ใกล้เคียงกับพวกม็อบชนชั้นกลางในประวัติศาสตร์ยุโปร เหมือนพวกม็อบของพรรคทอรี่ - ม็อบพวกนี้มีโอกาสชนะอย่างสันติสูงมากตามประวัติศาสตร์ - เพราะเป็นเรื่องการต่อสู้ระหว่างชนชั้นกลางใหม่ กับกลุ่มอำนาจศักดินาเก่าที่อาศัยโครงสร้างเส้นสายเดิมสร้างฐานะ

ในที่สุดเราก็เข้าสู่การเมืองยุค เสรีนิยม Vs ศักดินา เสียที ยินดีต้อนรับสู่ศตวรรษที่ 19-20
.
.
.
2. การที่ม็อบก่อๆ หายๆ อย่าคิดว่าไม่ส่งผลต่อรัฐ

เนื่องจากเจ้าหน้าที่อ่อนล้า และขวัญกำลังใจตกต่ำมาก อันเป็นผลมาจากความไร้ประสิทธิภาพภายในของการจัดการเจ้าหน้าที่รัฐเอง

เจ้าหน้าที่ถูกเกณฑ์มาไกลบ้าน การบำรุงขวัญย้ำแย่ นอนวัด อาหารการกินแย่กว่าข้าวหมา เบี้ยเลี้ยงยังไม่ออก รอตกเบิก - ชวนให้คิดว่านายคอรัปชั่นเอาเงินที่ควรจะได้ไปหรือเปล่าวะ

นอกจากนั้นยังส่งผลให้ กลุ่มอาชญากรรมในพื้นที่เริ่มเริ่งร่า เพราะไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่คอยควบคุม - คนเป็นเจ้าหน้าที่ก็ต้องคิดบ้างแหละว่าเขาสมัครมาเพื่อพิทักษ์สันติราช ปราบโจร สร้างความสงบสุข ก็คงถามตัวเองบ้างว่ากูมายืนม็อบให้เขาด่าทำไมวะ ไม่เอาความพยายามและเวลาไปปราบอาชญากรรมในพื้นที่

อย่าลืมว่านี่พึ่ง 1 เดือนเท่านั้นเอง กำลังใจยังตกขนาดนี้

ผมเดาว่า การที่ IO ต้องออกมาโวยวายเรื่องกุ้ง ไม่ใช่ IO เชิงโจมตีใส่ผู้ชุมนุม แต่เป็น IO ที่หวังผลป้องกันขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่เอง เพื่อบอกว่า "ไม่ใช่อาหารของอีกฝ่ายดีกว่าเราขนาดนั้นเว้ย" - น่าจะมีคนเริ่มถามแล้วแหละว่าทำไมม็อบกินกุ้ง แต่เจ้าหน้าที่มีงบเยอะแยะต้องกินข้าวกับไข่ต้มวะ?

สิ่งที่ฝ่ายรัฐกลัวตอนนี้คือคำถามจากเจ้าหน้าที่ว่า "เงินที่พวกเขาควรจะได้เป็นเบี้ยเลี้ยง และค่าอาหาร มันไปไหน"

ประเด็นคอรัปชั่นภายในของเจ้าหน้าที่นี้เป็นเรื่องที่น่าพูดถึงในการชุมนุม

ที่จริงรอบหน้าเปิดตลาดไปเลย เอาผู้ประกอบการมาย่างเนื้อหอมๆ เปิดเป็นลานอาหาร ไม่ต้องแจกก็ได้เพราะผู้ชุมนุมส่วนมากซื้อกินเองได้ และควรจะให้มีการจับจ่ายอุดหนุนผู้ประกอบการ ลองไปตั้งแถวหน้าควบคุมฝูงชน แล้วย่าง BBQ เป่ากลิ่นใส่เจ้าหน้าที่ รินเบียร์แล้วบอกว่า "พี่มาๆ มากิน" ดูซิว่าจะทนได้มั้ย

36 Nameless Fanboi Posted ID:nYHC0XGBou

>>35 นี่มันพิชัยสงครามสมัยเลียดก๊กเลยนี่หว่า ทำอาหารของแคว้นข้าศึก เพื่อให้ข้าศึกได้กลิ่นแล้วคิดถึงบ้าน หมดกำลังใจรบ

37 Nameless Fanboi Posted ID:jVEs8JKRUD

>>35
มโนสัส ๆ คนมาแดกฟรี เงินทุนมึงก็หมด

38 Nameless Fanboi Posted ID:c0OKf7/cqY

ในวงการหนังไทยอ่ะ มีคนรู้จักอยู่ 5 คน ที่เป็นสลิมแบบแรงๆ คือ โพสต์แซะ โพสต์ด่าเยาวชนปลดแอกแรงๆทุกวัน บางคนขู่จะไปฟ้องเด็กๆข้อหาหมิ่นเลย
ซึ่ง 5 คนเนี้ย มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ "เป็นพวกต้มตุ๋น 18มงกุฏ เที่ยวหลอกเอาตังค์คนทั่วทั้งวงการหนัง จนขึ้น blacklist บุคคลที่ไม่ควรทำงานด้วยอ่ะ บางคนมีคดีฉ้อโกงยาวเป็นหางว่าว"
ทำให้ฉันสงสัยว่า สองเรื่องนี้มันเชื่อมโยงกันไหม คือ เพราะตัวเองทำความชั่วไว้เยอะ จึงพยายามโหนเจ้าเยอะๆ เพื่อใช้เป็นเกราะกำบังตัวเอง หรือใช้สร้างภาพว่าเป็นคนดี เพื่อปกปิดตราบาปของตัวเอง

39 Nameless Fanboi Posted ID:jVEs8JKRUD

>>38
พิมลอยๆไม่มีหลักฐาน ก็ได้เหรอวะ

40 Nameless Fanboi Posted ID:IwtFGaMJE+

>>37 ไหนสลิ่่มบอกว่ามีท่อน้ำเลี้ยง

41 Nameless Fanboi Posted ID:LsQ.fDFbo.

>>40 กูเห็นแชร์บัญชีรับบริจาครัวๆเลยนะควาย

42 Nameless Fanboi Posted ID:IwtFGaMJE+

>>41 สรุปไม่มีท่อน้ำเลี้ยงหยอ ยอมรับแล้วรอว่าเนชั่วสื่่อขยะ

43 Nameless Fanboi Posted ID:dMI74zwKZB

“ร.5 ไม่มีทางให้ประชาธิปไตยได้ เพราะมีเจ้านายและขุนนางทำหนังสือกราบบังคมทูลเมื่อ รศ.103 ขอให้มีธรรมนูญการปกครอง ลดบทบาทพระมหากษัตริย์อยู่ใต้ธรรมนูญ ท่านไม่ยอมรับ
เทียนวรรณเขียนหนังสือว่า เจ้ากับไพร่ต้องร่วมกันปกครองบ้านเมือง เสมอกัน เทียนวรรณติดคุก 14ปี ท่านไม่ยอม” - ส.ศิวรักษ์

44 Nameless Fanboi Posted ID:CUx4fUYPvG

เท่าที่สังเกต การชุมนุมของเยาวชนสร้าง impact หลายส่วนเหมือนกันนะ เนื้อหาในส่วนนี้ ผมได้เขียนรายงานส่งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพได้รับทราบ ซึ่งในฉบับเต็มจะมีรายละเอียดของเนื้อหามากกว่านี้ (214 หน้า) สำหรับบทความนี้ผมคัดย่อเฉพาะหัวข้อสำคัญ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านของบุคคลทั่วไป

1. ในกลุ่มชนชั้นสูงเริ่มแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว คือ

- ไม่เอาคุณประยุทธ์ ปกป้องสถาบัน
- ปกป้องคุณประยุทธ์ ปกป้องสถาบัน

2. ในกลุ่มของ สว. ก็แยกออกเป็น 2 ขั้ว คือ

- สว. กลุ่มที่ยอมแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาในการเลือกนายก แต่ไม่ให้แตะหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์

- สว. กลุ่มที่ไม่ยอมให้แก้รัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง

3. ในกลุ่มของพรรเพื่อไทยก็แยกออกเป็น 2 ขั้ว คือ

- แก้รัฐธรรมนูญ ห้ามแตะต้องหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์

- สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญทุกมาตรา

4. ในฟากรัฐบาล ก็แบ่งเป็น 2 ขั้ว คือ

- สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ นำโดยพรรคประชาธิปัตย์

- ไม่สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ นำโดยพรรคพลังประชารัฐ

5. ในกลุ่มประชาชน ก็แบ่งเป็น 3 ขั้ว คือ

- ไม่เอาคุณประยุทธ์ + ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย + แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทุกมาตรา

- ไม่เอาคุณประยุทธ์ + ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์+ ยอมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่แตะหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์

- ปกป้องคุณประยุทธ์ + ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ + ไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสิ้นเชิง

6. การเปลี่ยนแปลงของสื่อหลัก

- สื่อหลักเริ่มกล้าตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมากับคุณประยุทธ์ในการสัมภาษณ์

- สื่อหลักเริ่มพาดหัวแซวการทำงานของคณะรัฐมนตรีอย่างเปิดเผยมากขึ้น บรรยากาศความน่ากลัวของคุณประยุทธ์หลังจากก่อการรัฐประหารเริ่มลดน้อยลง

- เริ่มมีการใช้คำว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์" ในรายการสนทนา ซึ่งในอดีต จะใช้เพียงคำว่า "สถาบัน" เพื่อเลี่ยงข้อกฏหมาย เริ่มมีการพูดอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น

7. ในแง่ของสังคม

- เริ่มมีการตั้งคำถามมากขึ้น , ในส่วนของ fake news ถูก declair มากขึ้น เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงมากที่สุด

- การบอยคอตสินค้าจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลายอย่าง เช่น การแบนสินค้าที่ลงโฆษณาในสื่อเครือเนชั่น จนทำให้ทางสถานีได้รับผลกระทบ

- หลายธุรกิจเริ่มปรับตัวหากลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่มากขึ้น เนื่องจากเป็นกำลังซื้อหลัก ผ่านการจัดแคมเปญต่างๆ

- การรวมตัวของม็อบที่เกิดจากอุดมการณ์ เป็นมิติใหม่ของการประท้วงในไทย ซึ่งโดยปกติจะเป็นม็อบจัดตั้ง ด้วยเหตุผลดังกล่าว การแก้สถานการณ์ของฝ่ายรัฐบาลในรูปแบบเดิมจึงไม่ได้ผล

- มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติวัฒนธรรม รวมถึงบริบททางสังคม

- สภาพเศรษฐกิจภาพรวมแย่ลงเป็นอย่างมาก ค่าครองชีพสูงขึ้นไม่สัมพันธ์กับรายได้ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นก่อนวิกฤติการณ์ covid-19

- ฐานเสียงของพรรคการเมืองอยู่บนกระแสของโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น หลายพรรคการเมืองเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงฐานเสียงในกลุ่มนี้ ซึ่งเริ่มมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งสูงกว่าอำนาจท้องถิ่น

8. ฯลฯ

หมายเหตุ : impact ที่เกิดขึ้น ไม่นับรวมผลกระทบต่อการจราจร การทำผิดกฏหมาย เพราะเป็น base on พื้นฐานของทุกม็อบ (หรือ การชุมนุม)

เอก ดำเนินเกษม

45 Nameless Fanboi Posted ID:aqOcfyXpaU

สงครามเย็นและข่าวในพระราชสำนัก
——-
ก่อนอื่นขอออกตัวว่าข้อเขียนของผมไม่ได้เป็นเชิงวิชาการ เป็นเพียงข้อคิดเห็น มุมมอง แง่คิด พยายามให้เข้าใจง่าย และท่านทูตพี่ๆเพื่อนๆน้องๆในกระทรวงการต่างประเทศที่เก่งกว่าผม มีมากมายนะครับ
——-
วันนี้อยากจะมาเล่าว่าการต่างประเทศซึ่งมันฟังดูไกลตัว แต่จริงๆบางทีมันใกล้ตัวเรามากเสียจนเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นมันมีที่มาที่ไปจากการต่างประเทศ
หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าส่วนหนึ่งที่ประเทศชาติเรากลายเป็นเช่นนี้ ก็เพราะการต่างประเทศของประเทศอื่นที่เข้ามามีผลกระทบถึงขั้นเปลี่ยนแปลงประเทศของเราจนเป็นดังเช่นในปัจจุบัน
——-
เรามานั่งไทม์มาชีน ย้อนเวลาเข้าไปสักหกสิบกว่าปีในยุคช่วงสุดท้ายของรัฐบาล จอมพล ป. กัน
.——-
ในตอนนั้นนโยบายต่างประเทศของโซเวียตรัสเซียคือการส่งออกลัทธิคอมมิวนิสต์เพื่อปลดปล่อยประชาชนทั่วโลกจากการกดขี่ของจักรวรรดินิยมทุนนิยมและศักดินา (และเพื่อรัสเซียจะได้เป็นพี่เบิ้มของประเทศเหล่านี้)
ส่วนสหรัฐฯ มีนโยบายต่อต้านการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ทุกที่ในโลก (และเพื่อสหรัฐฯก็จะได้เป็นพี่เบิ้มของประเทศเหล่านี้เช่นกัน)
การขับเคี่ยวระหว่างสองมหาอำนาจนี้นำมาซึ่งสิ่งที่เรียกว่าสงครามเย็น ซึ่งหนึ่งในสมรภูมิที่เป็นที่ประลองกำลังอย่างเข้มข้นระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ คือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรานี่เอง
ขณะนั้น รัสเซียได้สนับสนุนฝ่ายเวียดนามเหนือต่อสู้กับฝ่ายใต้ที่สหรัฐฯหนุนหลังอยู่ โดยในตอนนั้นมีทฤษฎีโดมิโน ที่กล่าวไว้ว่าเมื่อใดที่มีประเทศหนึ่งกลายเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศอื่นๆในภูมิภาคนั้นก็จะล้ม เปลี่ยนแปลงระบอบตามไปด้วย
สหรัฐฯ เล็งเห็นว่าประเทศไทยน่าจะช่วยคานการแพร่ขยายลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้ได้เพราะมีสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งย่อมต้องอยู่ตรงข้ามกับพวกคอมมิวนิสต์ที่เป็นพวกไม่เอาเจ้า และสหรัฐฯต้องการใช้ไทยเป็นฐานเพื่อการนี้
———-
เพื่อที่จะบรรลุถึงเป้าหมายด้านการต่างประเทศดังกล่าว สหรัฐฯทำอย่างไร ?
———
หลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลของจอมพล ป. ก็ถูกรัฐประหาร โดยจอมพลสฤษดิ์
จากนั้นประเทศไทยก็เข้าสู่ยุคตามก้นสหรัฐฯเต็มตัว มีการส่งทหารอเมริกัน และบรรดา “ที่ปรึกษา” เข้ามาเต็มไปหมด มีการสร้างฐานทัพเพื่อใช้ส่งเครื่องบินรบอเมริกันไปทิ้งในทั้งเวียดนาม ลาวและกัมพูชา ถนนมิตรภาพก็สร้างในยุคนี้ สร้างให้ทำไม? เพราะเขารักใคร่ให้เราฟรี? หรือเพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ส่งกำลังบำรุงเชื่อมโยงเครือข่ายของเขา?
เชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนที่เดินทางบนถนนสายนี้ไม่รู้ที่มาที่ไปว่าสร้างเพราะอะไร และจริงๆนี่ก็คือส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศของประเทศอื่นที่มามีผลต่อเราโดยตรง
——-
นอกจากการตั้งฐานทัพแล้ว ยังมีการปราบปรามผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง มีการเข่นฆ่าประชาชนแบบศาลเตี้ย หนึ่งในเหยื่อในยุคทมิฬนั้นก็คือ จิตร ภูมิศักดิ์ นักคิด นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ ที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งที่ประเทศเราเคยมีมา
———
ในยุคนี้เองเริ่มมีสิ่งที่เรียกว่าปฏิบัติการจิตวิทยา โฆษณาชวนเชื่อเกิดขึ้น ถ้าใครอายุหกสิบปีขึ้นไป จะจำหนังสือการ์ตูนเล่มเล็กๆ ไม่ระบุใครเขียนใครพิมพ์ ในนั้นจะมีภาพคอมมิวนิสต์เป็นยักษ์ตัวสีแดงคอยจับเด็กกินเป็นอาหาร รวมทั้งภาพความโหดร้ายต่างๆของพวกคอมมิวนิสต์ ซึ่งนี่เป็นยุคที่ “ที่ปรึกษา” ของสหรัฐฯเหล่านี้สามารถเข้าออกได้ทุกเมื่อ พบผู้นำได้ทุกระดับ ไม่ว่าระดับไหนทั้งสิ้น
———
ย้อนกลับไปมองว่าการรัฐประหารรัฐบาลจอมพล ป. มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่?
น้อยคนทุกวันนี้ที่จะรู้ว่าในยุคก่อนที่สหรัฐฯจะเข้ามาแทนที่ฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมเดิมในภูมิภาคนี้นั้น ไทยเคยช่วยสนับสนุนชาวเวียดนามในการต่อสู้เพื่อเป็นเอกราชจากฝรั่งเศส รัฐบาลไทยในยุคปรีดี พนมยงค์ เคยให้การช่วยเหลือโฮจิมินห์ ให้พ้นจากการจับกุมของฝรั่งเศส โดยให้มาหลบซ่อนในไทยเป็นเวลานับปีๆที่จังหวัดนครพนม
ประวัติศาสตร์หน้านี้ ทุกวันนี้ฝ่ายเวียดนามก็ยอมรับและชื่นชม
ผู้ใหญ่ในกระทรวงเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนนั้นไทยเคยแม้ส่งอาวุธให้เวียดนามรบกับฝรั่งเศสด้วยซ้ำ (ซึ่งอันนี้ก็เป็นผลประโยชน์ของไทย เพราะฝรั่งเศสช่วงนั้นเป็นศัตรูของไทย และเราย่อมต้องการให้ฝรั่งเศสหมดอิทธิพลไปจากภูมิภาคนี้)
นี่ก็คือนโยบายต่างประเทศของไทยในสมัยท่านปรีดีฯ และกล่าวได้ว่าก่อนสหรัฐฯจะเข้ามา ไทยเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเวียดนาม แต่นี่เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่น่าจะชอบใจนักในขณะนั้น
——-

46 Nameless Fanboi Posted ID:aqOcfyXpaU

>>45
แม้ว่าในภายหลังจอมพล ป. จะแตกกับท่านปรีดีฯ แต่จอมพล ป.ก็คงไม่ใช่คนที่จะมาให้ใครจูงจมูกได้ง่ายๆ โดยเฉพาะการเข้ามาตั้งฐานทัพต่างชาติแล้วเอาเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเพื่อนบ้านทั้งหลาย ทว่าที่สำคัญที่สุดคือ จอมพล ป.เป็นคณะราษฎรแถวหน้า ที่พูดได้ว่าไม่เอาเจ้า ในขณะที่สหรัฐฯมองว่าสถาบันสามารถกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำมาใช้ในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ได้เป็นอย่างดี
ถามว่าแล้วจอมพล ป.จะเป็นประโยชน์ช่วยให้นโยบายของสหรัฐฯ บรรลุผลตามเป้าหมายไหม?
ใครอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร เพื่อเอาจอมพลสฤษดิ์ขึ้นมาแทน?
ใช้ตรรกะวิเคราะห์คิดกันเอาเองนะครับ
——-
การกำจัดจอมพล ป.ก็คือการกำจัดอิทธิพลของสายคณะราษฎรที่เหลืออยู่ให้หมดสิ้นไป และแล้วในยุคที่จอมพลสฤษดิ์ขึ้นมานี้เอง ที่มีการฟื้นฟูบทบาทของสถาบันอย่างเต็มที่ หลังจากถูกลดทอนอำนาจภายหลังปี 2475 มีการประชาสัมพันธ์ต่างๆ รื้อฟื้นขนบธรรมเนียมราชพิธี รวมทั้งมีข่าวในพระราชสำนักให้เราดูทุกวัน และจากนั้นสถาบันก็กลายมาเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย และเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลที่สุดตราบเท่าจนถึงทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งผมคิดว่าคงต้องขอบคุณบรรดา "ที่ปรึกษา" สหรัฐฯเหล่านั้นด้วย
———
เรื่องที่เล่ามานี้ เป็นอีกด้านหนึ่ง อีกบทหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของไทย ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ เพราะไม่มีในตำราเรียน ไม่มีการสอน
แม้แต่ในกระทรวงการต่างประเทศเอง ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะรู้จักผู้ใหญ่ที่ใจดีเล่าความหลังให้ฟังไหม
———-
ที่เขียนมาทั้งหมดเพื่อให้เห็นภาพว่าการต่างประเทศ ของทั้งประเทศอื่นและของไทย มันมีผลกระทบต่อพวกเราและเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดและรับรู้
——-
และเพื่อจะบอกนักร้องที่คงไม่ค่อยได้อ่านประวัติศาสตร์ รวมทั้งทุกคนที่บอกว่า ซีไอเอ (Central Intelligence Agency) ของสหรัฐฯอยู่เบื้องหลังการชุมนุมของพวกเยาวชนในวันนี้ เพื่อที่สหรัฐฯจะได้มายึดครองไทย ว่าหยุดละเมอเพ้อพกบ้าบอคอแตกได้แล้วครับ
คุณไม่รู้หรอกว่าสหรัฐฯเขาเคยมายึดเราไปแล้ว เขาสั่งเราซ้ายหันขวาหันอะไรก็ได้ทุกอย่าง จะว่าไปเราได้ตกเป็นเมืองขึ้นโดยพฤตินัยของเขาไปแล้ว เพราะโดยหลักการสากล ประเทศที่มีเอกราชอธิปไตยที่สมบูรณ์ ย่อมจะไม่ยอมให้ประเทศอื่นเข้ามาตั้งฐานทัพแล้วส่งทหารไปโจมตีประเทศอื่นๆได้
——-
แต่ที่ตลกร้ายไปกว่านั้นคือทุกวันนี้สหรัฐฯเขาไม่ได้สนใจไทยแล้ว เพราะเขาเห็นว่าทุกวันนี้เวียดนามต่างหากที่จะสามารถช่วยเขาคานอิทธิพลของจีนได้ในภูมิภาคนี้ ไม่ใช่ไทย โปรดรู้ไว้ด้วย จะได้ไม่เสร่อ อายเขา
———-
แต่ถ้าคุณบอกรักสถาบันอย่างยิ่ง แล้วคุณไปว่าอเมริกานี่ คือนอกจากโง่แล้วยังถือว่าเนรคุณอีก เพราะสหรัฐฯนั่นเองที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูบทบาทและอำนาจของสถาบัน ให้กลายมาเป็นดังทุกวันนี้
คุณควรไปกราบอเมริกา ไม่ใช่ไปด่าเขา
——-
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองจากบริบท เงื่อนไขต่างๆอย่างเป็นธรรม ผมไม่ได้รู้สึกโกรธเกลียดอเมริกาที่มาแทรกแซงไทยในตอนนั้น และก็เข้าใจในสิ่งที่บรรดาผู้นำไทยทำลงไป เพราะถ้ามองกันตามจริง มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นมากนักสำหรับไทยนอกจากต้องหันไปตามสหรัฐฯอย่างหมดตัว แต่จะอย่างไร ตอนที่ไทยยอมให้สหรัฐฯเอาเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเพื่อนบ้าน นับเป็นรอยด่างรอยหนึ่งตลอดไปของการต่างประเทศไทย
———-
และทีนี้เวลาเรานั่งรถไปโคราช หรือดูข่าวในพระราชสำนักเราก็ควรรู้ว่าเรื่องต่างๆมันมีที่มาที่ไป และเรื่องการต่างประเทศนั้น ที่จริงผลของมันใกล้ตัวกว่าที่เราคิดมากนะครับ

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

47 Nameless Fanboi Posted ID:PiFpNMp/6D

จอมพล ป. ช่วยปลายสมัยแก มันยุค 2499 ยุคนั้นตำนวด ครองเมืองนะ แถมยิ่งทีมาเฟีย เจ้าพ่อ ยิ่งเยอะ จนเละ เลยต้องเอาจอมพลสฤษดิ์มากวาด นิ

48 Nameless Fanboi Posted ID:/FQzJjmhID

>>47 หลังสงครามโลก แกไม่ได้คุมกองทัพแล้วไง

49 Nameless Fanboi Posted ID:Ry24+aakl5

อืม รายการแบนโฟกัส แทบไม่ให้มีซีนในรายการ แต่ส่งผลให้ หลังรายการจบ คนพูดถึงแต่เรื่องโฟกัส ไม่สนใจเนื้อหาในรายการเลย

ก็เหมือนกรณีแบนพอนฮับ เพื่อปกปิดเรื่องคลิปนั้น แต่กลับส่งผลให้คลิปดังกว่าเดิม แถมดังไปทั่วโลกด้วย หนักกว่าเดิมอีก

50 Nameless Fanboi Posted ID:Vwa6mzFyOt

>>49 กูไม่เคยชอบนางเลย​ ไม่ทันดูเรื่องแฟนฉัน​ รู้แค่คนนี้แสดงหนัง​ แต่มารู้ตอนม้อบกูชอบขึ้นมาเลย​ ใจแม่งได้

51 Nameless Fanboi Posted ID:iBcK3Q5HJh

>>50 เขามีผัวแล้วนะ ผัวกล้ามใหญ่ด้วย

52 Nameless Fanboi Posted ID:fZ+ulLaXrR

>>49 โซเชียลใครคุม ก็เหมือนทีมลุงนั่นละ สู้สนามโซเชียลไปก็ไม่ชนะ TJ และคณะวันยังค่ำ

53 Nameless Fanboi Posted ID:iBcK3Q5HJh

เรามาถึงจุดที่คนแบบมดดำเป็นสื่อ แต่กนกธีระปองสันติสุขเป็นความบิดเบี้ยวได้ยังไง?

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

54 Nameless Fanboi Posted ID:Vwa6mzFyOt

>>51 ชอบแบบแฟนคลับดิวะ​ ไม่ใช่แบบเยด​ กูสายของปลอมเว้ย

55 Nameless Fanboi Posted ID:0SglZ+E9Qu

>>46 เรื่องสหรัสอยู่เบื้องหลังการฟื้นฟู ส ถ า บ ัน มาเพื่อต้านคอมมิวนิส อันนี้ในหนังสือ กษัติไม่ยิ้มมีเขียนไว้ แปลว่าคนเขียนคนนี้ไม่มั่ว ข้อมูลน่าเชื่อถือ

56 Nameless Fanboi Posted ID:lBnSDFFe4Q

>>50
เพิ่งรู้ว่าพ่อเป็นนักการเมืองท้องถิ่นพรรคประชาธิปัตย์
https://www.facebook.com/napapon.chirakul

57 Nameless Fanboi Posted ID:dMI74zwKZB

>>56 อ้าว 🤔

58 Nameless Fanboi Posted ID:DDjLhDuzPs

>>57 แบบนี้ต้องรอดูยาวๆ ถ้ามองแง่ดีคืออยู่วงในรู้ความเหี้ย

59 Nameless Fanboi Posted ID:KPY6b43XJc

"จากใจเลยนะอีพวกเฟมทวิตเต่าล้านปี
วันใดพวกกูชนะกูจะโม่ยแม่งให้หมด จะโม่ยพวกมึงด้วย
วันใดที่กูชนะ
พวกมึงจะต้องเจอกับ ห อ ม คือลือ เบิ้มๆ แฮ่ก
จนพวกเฟมทวิตแบบพวกมึงจะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ
มึงจะต้องเจอกับร่องนม สะดือ ก้นกลม
จนพวกมึงต้องอกแตกตาย ว่าทำไมมันดูเป็นเรื่องปกติในการโม่ยเรือนร่างคน
เพราะแท้จริงมันไม่ได้เป็นการโม่ย แต่มันคือการเสพย์ศิลป์ มันคือการยอมรับในความสวยงามของเรือนร่าง
พวกมึงจะต้องเจอเพลงชู้กะชู้ ขึ้นอันดับ1ตามคลื่นวิทยุ เจอเพลงปูหนีบ อิปิ๊ๆ ขึ้นอันดับ1 สปอติฟาย
เพราะมันคือศิลปะของการเล่าเรื่อง มันคือความสวยงามของวาทศิลป์ที่อีพวกเฟมอย่างมึงไม่เข้าใจ
แล้ววันนึงพวกมึงจะต้องยอมรับว่า พวกกูเก่งมา กล้ามาก ขอบใจ ที่โม่ยมาก่อนพวกมึง"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

60 Nameless Fanboi Posted ID:eKiwX76NIo

ใครเคยเจอคำถาม คุณคือใคร แล้วตอบไม่ได้มีไหมคะ

บอกตรง ๆ ค่ะ เมื่อก่อนเมย์ก็เป็นค่ะ พูดไม่ออก
แต่ภายในมีคำตอบอยู่แล้ว
ที่พูดไม่ออก เพราะกลัว กลัวคนอื่นตัดสิน กลัวไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง

เคยแต่จะดูแลคนอื่น จนไม่ดูแลตัวเอง ไม่ใส่ใจตัวเอง
เวลานั่งสมาธิ ก็เน้นที่จะให้จิตว่างขณะนั่ง และแผ่บุญกุศลออกไปให้มากสุดรอบขอบจักรวาล ไม่มีการนิ่งแล้วมองกลับมาที่ตัวเองเลย ไม่เน้นที่จะแผ่เมตตาให้ตัวเองด้วย

จักรวาลผู้ชาญฉลาด ก็ส่งแบบทดสอบมาหลายรอบ เพื่อให้เรียนรู้และให้มีเวลากับตัวเองให้มากขึ้น เพื่อรู้จักตนเองมากขึ้น
แต่เมย์ไม่เคยเข้าใจ กลับแต่จะมุ่งว่าจะทำอย่างไรที่จะหลุดออกมาเพื่อทำเพื่อคนที่เมย์รักต่อ ทำเพื่อให้ชีวิตออกมาแล้วมาทำเพื่อให้คนที่รักเราอยู่สบาย

มารอบนี้ จักรวาลผู้ชาญฉลาด ส่งบททดสอบมาหนักขึ้นกว่าเดิม แบบที่ริบทรัพยากรต้องเป็นที่คนที่ไปขอพึ่งพาบุคคลอื่น หนีให้ห่างคนที่เรารัก จนอยากที่จะหนีออกไปไกล ๆ เพื่อให้ตนเองไม่เป็นภาระใคร แต่สุดท้าย หนีไปทางไหนยังไงก็ต้องกลับมาหาคนเรารัก และรักเรา

เมย์โชคดีที่มีคนที่เมย์รักหลายคนหลายทิศทาง ทำให้ไปขอพึ่งพิงอยู่มาได้เกือบปี แต่ตอนนี้หมดเวลลาแล้ว เพราะคนที่เมย์รักต่างก็มีภาระ เมย์ก็ต้องกลับมาหาทางดึงตัวเองให้มีขึ้นมาพึ่งพาตัวเองให้ได้อีกครั้ง และพึ่งพาเท่าที่จำเป็นจริง ๆ

เมย์ได้ตระหนักแล้วว่า จิตวิญญาณเมย์ คือจิตของผู้บริการ
ไม่ว่าจะไปไหนก็ยังเป็นผู้บริการ แต่จะบริการอะไรเพื่อให้เรามีความสุขจริง ๆ

เมย์เคยปฏิเสธการเป็นบางบทบาทมาก่อนในอดีต เพราะตัดสินตัวเองว่าทำไม่ได้ ไม่เหมาะกับเรา
แต่สุดท้ายหนทางนั้นก็กลับมาเพื่อให้เมย์ได้เรียนรู้ความรู้ต่าง ๆ ทั้งที่เคยรู้ และไม่เคยรู้เพิ่มขึ้น พร้อมลงมือทำไม่ใช่แค่ที่เคยรู้แต่ทางตัวอักษร แบบ Concept หรือภาพโดยรวม

มาตอนนี้ เมย์ตอบตัวเองได้แล้วว่า

"เมย์ คือ นักบำบัด (Healer) ที่สวย รวย ฉลาด เก่งรอบด้าน สายบุญ ที่ประยุกต์ใช้ทุกศาสตร์ที่มีความรู้ในการถ่ายทอด บำบัด ผู้คนรอบข้างและแวดล้อมให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และพลังงานดี ด้วยสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับครอบครัวเขา สังคม และโลกใบนี้เพิ่มขึ้น"

ต่อไปในเส้นทางนี้ เมย์เป็นคนที่เก่งที่เรียนรู้เพิ่มอีกหลาย ๆ ศาสตร์ ในการพัฒนาตนเอง ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนักบำบัดแน่นอน

#บันทึกจากหัวใจ
#ขอบคุณจักรวาลที่จัดสรร
#ขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านผู้มีพระคุณทุกคนกัลยาณมิตรทุกคนที่เ้ข้ามาในชีวิต
#ขอบคุณทุกคนในครอบครัวทางโลกทางธรรมทางจิตวิญญาณ
#ขอบคุณSoulดังเดิม
#ขอบคุณHigherSelf
#ขอบคุณHigherGuide
#ขอบคุณสิ่งดีงามทั้งหลายทั่วจักรวาล
#ขอบคุณทุกความรู้ที่ได้เรียนและหลั่งไหลมา
#ขอบคุณพี่เงินทุกบาททุกสตางค์ในชีวิตที่เข้ามาไม่ขาดสายทุกทิศทาง
#ขอบคุณความมั่งคั่งเหลือเฟือในชีวิตที่ได้รับ
#ขอบคุณหัวใจที่สุดยอดที่เมย์ให้ทุกคนตลอดมาและตลอดไป
#ขอบคุณทุกคความรักที่เมย์ได้รับจากทุกทิศทางรอบจักรวาล
#ขอบคุณขอบคุณขอบคุณ
#ด้วยรักจากใจเมย์
#MadewithLovebyMay

61 Nameless Fanboi Posted ID:Xm/8buTXKv

จุดเปลี่ยนของราชวงศ์โรมานอฟ
ราชวงศ์โรมานอฟ เป็นราชวงศ์ที่ปกครองบนพื้นแผ่นดินรัสเซียอันกว้างใหญ่ไพศาลมาเป็นระยะเวลานานหลายร้อยปี และยังเป็นราชวงศ์ที่ปกครองพื้นแผ่นดินรัสเซียแห่งนี้เป็นราชวงศ์สุดท้ายด้วย
.
ในช่วงที่จักรวรรดิรัสเซียยังคงมีอานุภาพและมีความชอบธรรมในการปกครองประเทศ สถาบันพระเจ้าซาร์ของรัสเซียนั้นถือได้ว่ามั่นคงและแข็งแกร่งมากที่สุดในบรรดาประเทศที่มีระบบกษัตริย์ของยุโรปเลยทีเดียว ประชาชนทุกหย่อมหญ้ามองว่าพระเจ้าซาร์นั้นคือ "พ่อของแผ่นดิน" คือ "คนที่บรรดาเทาทุกข์สุขของประชาราษฎร์" คือ "คนที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เสมอ" (คล้ายๆประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นับถือพระมหากษัตริย์เป็นสมมุติเทพที่จะละเมิดมิได้)
.
แต่แม้สถาบันจะแข็งแรงมากเพียงใด ก็ย่อมจะมีคนต่อต้าน เพราะจักรวรรดิรัสเซียนั้นแม้ว่าจะเป็นมหาอำนาจที่ชาติในยุโรปหลายชาติเกรงกลัว แต่อย่างไรก็ตามด้วยความใหญ่โตของรัสเซีย รัสเซียก้าวเข้าสู้การปฏิวัติอุตสาหกรรมช้ากว่าประเทศอื่นในยุโรปทั้งหมด อีกทั้งความเหลี่ยมล้ำของชาวรัสเซียยังสูงมากอีกด้วย คนจนในรัสเซียแทบจะไม่มีข้าวกิน แต่พวกเชื้อพระวงศ์ต่างเสวยสุขอยู่ในพระราชวังในกรุงเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
.
ชาวรัสเซียจำนวนมากมีสถานะยากจน และต้องเข้าเมืองมาเป็นแรงงานถูกเพราะมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่ในชนบท อย่างไรนั้นไม่ว่าจะเป็นคติดั้งเดิมหรือเพราะชาวรัสเซียไม่มีการศึกษาอย่างไรไม่ทราบ พวกเขาไม่โทษพระเจ้าซาร์ เพราะพวกเขามองว่าพระเจ้าซาร์คือ"พ่อ" พวกเขาทำได้เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาทำงานโทษชะตาชีวิตของพวกเขาที่ทำได้แค่เกิดมาจนเท่านั้น แม้ว่าด้วยสถานะตกต่ำสสุดขีดของรัสเซีย จะทำให้มีนักปฏิวัติจำนวนมากพยายามโน้มน้าวแรงงานให้เข้าร่วมคณะปฏิวัติ แต่พวกเขามักจะไม่ทำ เพราะพวกเขากลัวว่าสถาบันพระเจ้าซาร์จะเป็นอะไรไป และนั่นทำให้โอกาสของคณะปฏิวัติในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของรัสเซียเกือบจะเป็นศูนย์
.
อย่างไรนั้นสภาพของแรงงานรัสเซียที่เป็นได้แค่แรงงานราคาถูกในโรงงานที่พึ่งจะสร้างตามการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศ พวกเขาทำงานอย่างหนักแม้ว่าจะได้ค่าแรงเพียงแค่น้อยนิด ไม่มีสวัสดิการรองรับ และถูกเหยียดหยามจากบรรดาชาวรัสเซียด้วยกันว่าเป็นพวกไร้สมอง เป็นพวกคนจน เกิดเป็นปัญหาเรื้อรังเกิดขึ้นจนรัฐบาลพระเจ้าซาร์ต้องผ่อนปรากฎหมายแรงงานบางอย่างเพื่อลดความขัดแย้ง
.
อย่างไรนั้น แรงงานจำนวนมาก ยังคงมีชีวิตอยู่แบบเดิม ไม่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น และไม่ได้รับสวัสดิการที่ดี แต่สิ่งที่รัฐบาลให้มาคือแรงงานนั้นได้จัดตั้งสหภาพแรงงานที่นำโดยบาทหลวงกาปอง ซึ่งสหภาพนี้อยู่ภายใต้การดูแลของตำรวจอีกทีหนึ่ง เนื่องด้วยว่ารัฐบาลพระเจ้าซาร์กลัวว่าแรงงานจะเป็นพลังให้คณะปฏิวัติจึงต้องควบคุมเอาไว้เป็นพิเศษ
.
บาทหลวงกาปองผู้เป็นนายใหญ่ดูแลสหภาพนั้นก็เป็นตำรวจเช่นเดียวกัน แต่ว่าเขาก็เห็นใจเหล่าแรงงานจำนวนมากที่ถูกกดขี่ เมื่อแรงงานเริ่มออกมาประท้วงบาทหลวงกาปองขจึงไม่ลังเลที่จะเข้าเป็นหัวเรือควบคุมการประท้วง และพาแรงงานจำนวนมากไปยังพระราชวังฤดูหนาว เพื่อไปทูลขอพระเจ้าซาร์ตามข้อเรียกร้อง
.
ซึ่งข้อเรียกร้องนั้น
1.ลดเวลาทำงาน
2.ปรับปรุงความเป็นอยู่ภายในโรงงาน
3.จัดระบบสวัสดิการ และค่าแรงของแรงงานให้ยุติธรรม
.

62 Nameless Fanboi Posted ID:Xm/8buTXKv

>>61
การเดินขบวนของแรงงานจำนวนมากเป็นไปอย่างสงบ ฝูงชนจำนวนมากถือรูปพระเจ้าซาร์ และร้องเพลง God Save the Tsar ดังสนั่นไปทั่วทั้งเมือง ทั้งบาทหลวงกาปองและผู้ชุมนุมต่าก็คิดว่าการประท้วงนี้น่าจะจบลงด้วยดี และพระเจ้าซารืจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ แต่ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น
.
ในตอนนั้นพระเจ้าซาร์ไม่ได้อยู่ในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะฉะนั้นอำนาจการตัดสินใจในเรื่องนี้จึงถูกพิจจารณาอย่างเร่งด่วนโดยเสนาบดีของพระเจ้าซาร์ที่อยู่ในพระราชวัง และนั่นก็เป็นปฐมบทที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
.
เมื่อฝูงชนเดินทางมาถึงประตูชัยกรุงเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก (Narva Triumphal Arch) ทหารจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นทหารม้าฮุสซาร์หรือทหารมหาดเล็กต่างกระจายตัวตรึงกำลังเอาไว้จำนวนมากด้วยอาวุธครบมือ ฝูงชนจำนวนมากที่เข้าร่วมการประท้วงต่างก็ไม่คิดอะไร เพราะพวกเขามาชุมนุมอย่างสงบ แต่เมื่อฝูงชนก้าวเท้าต่อไป เสียงปืนก็ดังขึ้น
.
ปืนในมือของทหารยิงใส่ประชาชนที่ถือรูปพระเจ้าซาร์ และร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าซาร์ ในขณะที่เสียงปืนดัง ทหารม้าฮุสซาณืก็ปรี่เข้าประชิดตัวประชาชนในทันที ฝูงชนจำนวนมากที่เห็นทหารโจมตีใส่ก็วิ่งหนีกันให้วุ่น บาทหลวงกาปองก็หนีเช่นกัน เขาไม่นึกไม่ฝันว่าพระเจ้าซารืจะตอบโต้รุนแรงเช่นนี้
.
ในเหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้คนจำนวนมากต้องเสียชีวิต คาดการณ์เอาไว้ว่ามีประชาชนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5000 คน และต้องบาดเจ็บอีกร่วมหมื่นกว่าคน ถือเป็นความเสียหายทั้งชีวิตและจิตใจขั้นร้ายแรงจนถูกขนานนามไว้ว่า วันอาทิตย์เลือด(Bloody Sunday)
.
เมื่อพระเจ้าซาร์ทราบข่าว เขารีบกลับมาที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์กทันที แต่อย่างไรนั้นเขากลับไม่ทำอะไรที่จะกู้ภาพลักษณ์ของราชวงศ์ให้กลับคืนมาได้ เขาเลือกที่จะรักษาศักดิ์ศรีของกองทหารพระเจ้าซาร์และคณะเสนาบดีเอาไว้ว่าโดยแลกกับชื่อเสียงของพระองค์เอง
.
เหตุการณ์ในวันนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนต่อทั้งรัฐบาลพระเจ้าซาร์และตัวพระเจ้าซาร์เอง พระเจ้าซาร์ไม่ใช่ "พ่อ" หรือ "คนที่รักประชาชน"อีกแล้ว เขาก็แค่คนที่หลงอำนาจเป็นพวกบ้าเลือดที่ไม่สนใจประชาชน สถานะ "พ่อ"และ"คนที่ให้ความเคารพสูงสุด"ไม่มีอีกแล้ว ราชวงศ์โรมานอฟและพระเจ้าซาร์จบสิ้นแล้ว ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ในขณะนี้เป็นเพียงแค่ นิโคลัสจอมกระหายเลือดเท่านั้น
.
หลังจากวันที่มีการสังหารประชาชนไป แม้ว่านิโคลัสจะรู้สึกผิดแค่ไหนก็ไม่มีวันจะหวนไปแก้ไขได้ มิหนำซ้ำเมื่อประชาชนไม่ให้ความเคารพอีกแล้วปัญหามากมายถูกโจมตีใส่พระเจ้าซาณ์ไม่เว้นวัน ทั้งความล้มเหลวในการดุแลปากท้องประชาชน ความล้มเหลวของการดูแลสภาพความเป็นอยู่แรงงาน สั่งฆ่าประชาชน และพาชาติไปปราชัยต่อญี่ปุ่น(ตอนนั้นรัสเซียกำลังจะแพ้ญี่ปุ่นในสงครามรัสเซีย-ญีปุ่น)
.
ด้วยเหตุนี้รัฐบาลพระเจ้าซาร์จึงตั้งสภาดูมา และพัฒนาความเป็นอยุ่ของประชากรให้ดีขึ้น แต่อย่างไรนั้นมันสายไปแล้ว สภาดูมาที่เป็นเหมือนของเล่นของพระเจาซาร์ไม่อาจช่วยอะไรได้ และราชวงศ์โรมานอฟก็ต้องพบจุดจบในการปฏิวัติรัสเซียเมื่อปี 2460 นั่นเอง
-----------------------------------------------------------------
ที่มา
https://victorytale.com/th/bloody-sunday-russia/
https://victorytale.com/th/bloody-sunday-ending/
https://www.nytimes.com/.../bloody-sunday-in-derry.html

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

63 Nameless Fanboi Posted ID:kc97LAvkO.

แต่ก่อนคนเก่งต้องเป็นแบบตัว I คือรู้อะไรให้กระจ่างแต่อย่างเดียวก็พอแล้ว

ยุคถัดมาคนต้องเก่งแบบตัว T คือรู้ลึกในหนึ่งเรื่อง และรู้กว้างอีกหลายๆ เรื่อง

แต่ยุคนี้เราต้องรู้แบบตัว Y คือเอาความรู้ของศาสตร์อย่างน้อย 2 เรื่องแบบลึกซึ้ง และนำมาบูรณาการ ซึ่งถ้าทำได้ คนอื่นจะสู้เราไม่ได้เลย

ความรู้แบบ Y นั้น ขาหนึ่งควรจะเป็น solid science ส่วนอีกขาหนึ่งเป็น art จะได้ผสมผสาน อย่างลงตัวทั้งสมองด้านซ้ายที่เป็น logic และด้านขวาที่เกี่ยวเนื่องกับความคิดสร้างสรรค์

ถ้าให้ดีกว่านั้นควรจะผสมทักษะด้าน softskill กับ EQ เข้าไปอีกหน่อย การทำงานร่วมกับคนอื่น การทำงานเป็นทีม การบริหารดูแลคนอื่นจะดีมาก เรียนรู้ว่าใครคือลูกค้าในการทำงานของเรา ไม่ว่าเราจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือลูกจ้าง ทุกคนมีลูกค้าหมด

สุดท้ายคือ เรียนรู้ตลอดเวลา การนั่งฟัง lecture จะได้ผลน้อยสุด การสอนคนอื่นจะได้ผลดีขึ้น เเต่ถ้าลงมือทำเองจะเป็นอะไรที่บรรลุ

ส่วนตัวเวลาอ่านหนังสืออะไรมาแล้วอยากเข้าใจให้มากขึ้น ให้เขียนสรุปออกมาเป็นข้อๆแล้วได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะสมองเรามีเมโมรี่จำกัด สกัดเฉพาะเเก่นเท่านั้นพอ....

64 Nameless Fanboi Posted ID:eKiwX76NIo

ตอนนี้เห็นว่าในการจัดการม๊อบมันมีการเถียงกันเรื่องขอบเขตของการประท้วงแบบสันติวิธี ว่าเส้นกรอบที่ว่าถ้าเลยจากตรงนั้นไปมันจะไม่เป็นการสันติวิธี อหิงสาแล้ว มันอยู่ตรงไหน

วันนี้เลยอยากจะ รีรัน เรื่องของคานธี พระบิดาแห่งอหิงสาสันติวิธีที่เขียนไว้ตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อนแล้วมั๊ง.....

เมื่อย้อนกลับไปสมัยก่อนพุทธกาล ศาสนาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอินเดียคือ พราหมณ์ มีคัมภีร์คือ คัมภีร์พระเวท บรรจุนั่นโน่นนี่ เทพเจ้า กษัตริย์ ชีวิตหลังความตาย การเวียนว่ายตายเกิด บลา ๆๆ และยังรวมไปถึงวรรณะในสังคมฮินดูด้วย

เพื่อต้องการคงความบริสุทธิ์ของระบบวรรณะ การซั่มกันข้ามวรรณะจะทำให้เด็กที่เกิดของมากลายเป็น จัณฑาล ไปในทันที และเด็กที่เกิดจากจัณฑาลก็จะเป็นจัณฑาลอีกต่อนึง

เป็นจัณฑาลซวยตรงไหน .... ทุกอย่าง... ห้ามอยู่ในสังคมรวมกับคนอื่น ต้องออกไปตั้งหมู่บ้านอยู่ที่ห่างไกล เวลาจะเดินไปไหนมาไหนต้องห้อยไม้กวาดไว้ที่เอวด้วย เพื่อเอาไว้ลบรอยเท้าตัวเอง ... เพราะชนชั้นอื่นจะถือว่าเป็นเรื่องซวยสุด ๆ ถ้าเดินไปเหยียบรอยเท้าพวกจัณฑาล.... ห้ามบูชาเทพเจ้า ถ้าจะไหว้เจ้าต้องไหว้อยู่นอกกำแพงวัด นอกระยะที่เงากำแพงวัดตกไปถึง......จะตักน้ำต้องไปรอที่ปลายน้ำ .... งานที่ทำได้คือ เทขี้ แลกกับอาหารที่เหลือจากหมาของบ้านนั้น ๆ ที่กินไม่หมด.... ถ้าใครทะลึ่งไปได้ยินพวกนักบวชมันสวดคัมภีร์พระเวทกันแล้วโดนจับได้ โทษคือ โดนจับกรอกหูด้วยตะกั่วเหลวร้อน ๆ ...ฯลฯ.......ด้วยความแข็งแกร่งของระบบความเชื่อ พวกจัณฑาลอยู่กันมาได้อย่างนั้นเป็นพัน ๆ ปี..... จนกระทั่ง

การมาถึงของพวกอังกฤษ( และทหาร และเรือรบ และปืนใหญ่) ......พวกอังกฤษไม่สนวรรณะห่าอะไรทั้งสิ้น ใครทำงานได้กูจ่ายค่าแรงหมด พออังกฤษจะวางระบบรางรถไฟ แรงงานที่อังกฤษนิยมจ้างคือพวกจัณฑาล .... เทขี้แลกข้าวหมามาเป็นพันปี อยู่ดี ๆ มีคนเอาเงินให้เป็นสิ่งตอบแทนจากการทำงาน... แม่ง ทำงานถวายชีวิตสิครับ ไม่อู้ ไม่บ่น ไม่หัวหมอ yes sir อย่างเดียว.... แม่งลูกจ้างในฝันชัด ๆ .... ทุนนิยมนี่มันเหี้ยจริง ๆ

พอมีงานก็มีเงิน ซื้ออาหารดี ๆ กิน ซื้อเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ จัณฑาลก็พากันย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ แหล่งงานในเมืองใหญ่ .... และได้เรียนหนังสือ พูดจาฉะฉานมั่นใจขึ้น.....พวกมิชชั่นมาสอนหนังสือบนพื้นฐานที่ว่า พระเจ้าสร้างมนุษย์มาเท่ากัน ใครอยากเรียนมันก็สอนหมด .... ทีนี้พวกพ่อแม่ฮินดูมันไม่พอใจที่อังกฤษรับเอาเด็กจัณฑาลมาเรียนในชั้นเรียนเดียวกับลูก ๆ พวกมัน เลยแห่กันมาพาลูกลาออก .... จำนวนจัณฑาลที่พูดภาษาอังกฤษได้ก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ... อังกฤษก็จ้างจัณฑาลเยอะขึ้นเรื่อย จนตอนนี้จัณฑาลจำนวนไม่น้อย มีสภาพความเป็นอยู่ดีกว่าฮินดูแล้ว.... หลายคนทำผลการเรียนได้ดีจนได้ทุนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ.... ถ้าอังกฤษปกครองอินเดียต่อไปเรื่อย ๆ สังคมฮินดูล่มสลาย เพราะจัณฑาลจะกลายมาเป็นผู้ปกครองแทนแน่นอน....

ปี 1857 เริ่มมีการต่อสู้เพื่อประกาศอิสระภาพจากอังกฤษปะทุขึ้นตามจุดเมืองต่าง ๆ มีการสู้รบกันประปราย สร้างความเสียหายให้อังกฤษได้พอสมควรแต่อังกฤษก็ยังคิดว่า จะสามารถควบคุมเอาไว้ได้

ปี 1920 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อำนาจของอังกฤษอ่อนแอลงไปพอสมควร เกิดกองกำลังปฏิวัติผุดขึ้นตามเมืองต่าง ๆ ขึ้นทั่วอินเดียนำโดยผู้นำกองกำลังติดอาวุธหลายคน เช่น Subhash Chandra Bose, Bhagat Singh, Bagha Jatin, Surya Sen และในขณะเดียวกันนั้นก็มีมหาบุรุษ(?)ผู้นึงก้าวขึ้นมานำชาวอินเดียปลดแอกด้วยวิธีการใหม่แกะกล่อง นั่นก็คือ Mohandas Karamchand Gandhi หรือคานธีที่เราทุกคนรู้จักกันดี คานธีมาพร้อมกับวิธีการประท้วงแบบสงบ สันติ อหิงสา เดิน นั่ง อดอาหาร อ่านบทกวี ไอ้ 4-5 ข้างบนก็รบกันไป ตายกันไป กูไม่ยุ่ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:eKiwX76NIo

พอปี 1947 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อำนาจทางการทหารของอังกฤษในอินเดียอ่อนแอลงไปมากกว่าเดิมอีก จากการต่อสู้กับเยอรมันในยุโรป และกับญี่ปุ่นในเอเชีย รวมไปถึงหนี้ที่ติดค้างสหรัฐอเมริกาจำนวนมหาศาลจากการกู้ยืมมาทำสงคราม ( เพื่งจะจ่ายหนี้สงครามโลกครั้งที่ 2 หมดไปเมื่อปี 2016 !!!! ) เกิดการต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระของอินเดียเกิดขึ้นตามหัวเมืองต่าง ๆ พร้อม ๆ กัน อังกฤษเลยคิดว่าไม่คุ้มถ้าจะต้องรบต่อในอินเดีย เพราะฉะนั้นคืนประเทศให้พวกแม่งดีกว่า....แต่จะคืนให้ให้ใคร ถ้าคืนให้พวกกบฏติดอาวุธข้างบน แม่งเสียฟอร์มสัส ๆ เพราะมันจะทำให้ดูเหมือนอังกฤษรบแพ้ แล้วต้องคืนดินแดน แล้วมันจะส่งผลไปถึงอาณานิคมอื่น ๆด้วย เลยตัดสินใจให้สันติวิธีเป็นการประท้วงที่ทำให้อินเดียได้รับเอกราชเอามันดื้อ ๆ สร้างภาพคานธีว่าเป็นผู้นำการปลดแอกโดยไม่ต้องมีการเสียเลือดเนื้อ ( อังกฤษพยายาใข้วิธีนี้กับพวก IRA ด้วย... ให้ Royal Pardon พวกสันติวิธีเพื่อลดความสูญเสียของทหารฝั่งตัวเอง )

พอได้รับเอกราช ก็ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญเป็นของตัวเอง ถึงตอนนี้ อีกบุคคลนึงที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญจนได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งรัฐธรรมนูญของอืนเดียคือ Dr. Bhimrao Ramji Ambedkar หรือคนทั่วไปจะชอบเรียกเค้าว่า Babasaheb บาบาซาเฮบ มากกว่า .... ป๋าบับบาของเราก็แม่งเป็นลูกจัณฑาลเนี่ยแหละ พ่อเป็นแรงงานสร้างทางรถไฟ และได้เข้าเรียนหนังสือในระบบการศึกษายุคใหม่ ได้ทุนจนจบปริญญาเอกด้าน กฏหมาย และเศรษฐศาสตร์จากอังกฤษ

ต่อมาบับบาได้ได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญของอินเดีย ป๋าแกก็พยายามจะใส่สิทธิมนุษยชนที่พื้นฐานสัส ๆ เข้าไปในรัฐธรรมนูญ เช่น
ทุกคน(รวมไปถึงจัณฑาลด้วย) ต้องได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกับคนฮินดู ได้ใช้แหล่งน้ำเดียวกัน ได้รับสิทธิ์ในการนับสือศาสนาและเข้าวัดเหมือนกัน ได้รับสิทธิ์ในการเลือกตั้ง....คานธีแม่งไม่ยอมครับ ปัดตกหมด มึงเป็นจัณฑาล มึงต้องอยู่อย่างจัณฑาล อย่าสะเออะ

พอโดนปัดตกหมด บาบาซาเฮบก็เหลือวิธีเดียว คือ พาจัณฑาลลงถนน ไปนั่งสวดมนต์ฮินดูอยู่หน้ากำแพงวัด เป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์.... คานธีเลยจัดม๊อบมาชนม๊อบให้ทันที .....คานธีนั่งประท้วงอดอาหารเงียบ ๆ แต่ม๊อบที่มากับคานธีเริ่มขว้างท่อนไม้ กัอนหินเข้าใส่ม๊อบของบับบา .... พอโดนยั่วหนัก ๆ เข้าก็เดือด ทนไม่ไหว ลุกไปกระทืบคานธี....สรุป ม๊อบจัณฑาลสูญเสียความขอบธรรมในการเรียกร้องสิทธิ์ทันที เพราะไปเสือกกระทืบผู้นำการปลดแอกอหิงสา

บับบาเห็นว่ายังงั้นถ้าเป็นฮินดูไม่ได้ เราไปเป็นชาวพุทธกันดีกว่า มันไม่มีวรรณะ มันมีแค่ พุทธมามกะ.... คานธีบอกไม่ได้ แล้วก็อดหารประท้วงต่อ (อิหยังวะ) จนมีแรงบีบออกมาจากทางรัฐสภาให้ชะลอการนำจัณฑาลเปลี่ยนศาสนาออกไปก่อน แต่ไม่ทันแล้ว .... จัณฑาลเปลี่ยนไปนับนับถือ พุทธและอิสลามกันเป็นล้าน ๆ คนเรียบร้อยแล้ว

ปี 1948 จัณฑาลทางตอนใต้และตะวันออกที่เปลี่ยนไปนับถือพุทธต่างก็สวดมนต์กันไปมุ้งมิ้ง แต่จัณฑาลที่เปลี่ยนไปนับถืออิสลามไม่มุ้งมิ้งด้วย คานธีโดนยิงตายห่า หลังจากพยายามเดินทางเข้าไปเกลี้ยกล่อมการเปลี่ยนศาสนาไปเป็นอิสลามของกลุ่มจัณฑาลทางเหนือ

นิทานเรื่องนี้สอนอะไร.... ไม่รู้....แล้วแต่ แต่ละคนอ่านจบอาจจะได้ moral of the story ไม่เหมือนกัน ... แต่ถ้าถามกู ... สันติวิธี will never win และเวลาอยู่ข้างเราเสมอ ถ้าเรารอได้ประมาณ 2000 ปี

66 Nameless Fanboi Posted ID:SvP9bEY.hh

>>65 กูมองสองคนนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
บับบานี่ใช่คนที่ขอแยกประเทศเป็นปากีป่ะ

67 Nameless Fanboi Posted ID:4bv9cDpOQe

>>64 >>65 หรือที่คานธีคลั่ง Nuke ใน civilization จะไม่ใช่แค่เรื่องโจ๊กที่ ซิด ไมเออร์ ใส่เข้ามา

68 Nameless Fanboi Posted ID:pfcTYFSqET

ชาร์ตร์บอกไว้ว่า "มนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ" คำพูดนี้ดูเป็นคำพูดที่แปลก เพราะการบอกว่าเราถูกสาปให้มีเสรีภาพ ฟังดูราวกับเสรีภาพเป็นสิ่งไม่ดี แต่สำหรับชาร์ตร์แล้ว เรามีเสรีภาพที่จะฆ่าใครก็ได้ เรามีเสรีภาพที่จะขโมยของ แต่เราต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา เพราะมนุษย์ถูกบังคับให้เลือก การฆ่าเกิดจากการเลือกของเรา หรือถ้าเราจะไม่ฆ่า ก็เป็นการเลือกของเราที่จะไม่ฆ่า เสรีภาพจึงเป็นสิ่งที่บังคับให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เราเลือก

"มนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ"
ฌอง ปอล ซาร์ตร์ (ค.ศ. 1905-1980)
Classroom of the elite episode 9

69 Nameless Fanboi Posted ID:pfcTYFSqET

ผู้เปี่ยมด้วยความจริงใจ (Champion of Sincerity)
ความจริงใจคือแผนการของการหลีกหนีในการสร้าง ตัวเขาเองให้เป็นวัตถุที่เขาพิจารณา
กล่าวคือในการประกาศว่าฉันเป็นอะไรที่ฉันเป็น (I am what I am) มนุษย์ที่จริงใจ (sincere people) กำลังพูดว่า มันช่วยไม่ได้ที่ฉันเป็นอะไรที่ฉันเป็น [มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้แหละ] พวกเขาก็จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการกระทำในอดีตของตนเองอีกทั้งยังปฏิเสธการก้ามข้ามไปสู่ภาวะใหม่ที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากการหลอกตนเองอีกด้วย

คนทุกๆคน ล้วนมีคนทรยศที่อันตรายมากที่สุดอยู่ในตัวเอง
ฌอง ปอล ซาร์ตร์ (ค.ศ. 1905-1980)
Classroom of the elite episode 10

70 Nameless Fanboi Posted ID:pfcTYFSqET

การกล่าวอ้างว่า ชีวิตมนุษย์เป็นทาสของอารมณ์ความรู้สึก สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
หรือเป็นเรื่องของ ‘พรหมลิขิต’ หรือ ‘ดวงดาว’ ต่าง ๆ นั้น เป็นการกล่าวแก้ตัวของคนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตของตัวเอง และต้องการให้สิ่งอื่นมาทำหน้าที่รับผิดชอบแทน

สิ่งที่คนเรียกว่าโชคชะตาโดยทั่วไปส่วนใหญ่นั้นเป็นแค่ความโง่เขลาของตัวเอง
ฌอง ปอล ซาร์ตร์ (ค.ศ. 1905-1980)
Classroom of the elite episode 11

71 Nameless Fanboi Posted ID:vz5KcN114r

>>64-65 เรื่องความคิดเห็นต่างกันของ คานธี กับ เอมเบดการ์ นี่กูเคยเรียนในวิชาพุทธศาสนาตอนมัธยมด้วย
แต่แบบเรียนเขียนเน้นแต่เรื่องแนวคิดที่ต่างกัน ไม่มีพูดถึงม๊อบตีกัน อะไรพวกนี้เลย
จริงๆตอนเรียนกูรู้สึกไปทางว่าดูเป็นโฆษณาชูว่าศาสนาพุทธดีกว่าฮินดู
แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กูเริ่มสงสัยว่าคานธีดีจริงอย่างที่สื่อทั่วๆไปพูดถึงรึเปล่า

72 Nameless Fanboi Posted ID:dtzNYoz0vF

>>71 ประมาณนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารากเหง้าแบบฮินดูมันทำให้อินเดียไม่สามารถเจริญได้ ทั้งที่ทรัพยากรมนุษย์ไม่ได้ด้อยไปกว่าจีนเลย แต่พุทธก็ดันเป็นศาสนาที่ไม่สามารถแผ่ขยายได้ไกลๆ กว้างๆ อีก ถ้าเทียบกับพวกฮินดู คริสต์ อิสลาม

73 Nameless Fanboi Posted ID:Y5wkUlrIS7

>>72 จะโทษศาสนาอย่างเดียวก็เกินไป อินเดียพึ่งรวมเป็นชาติเดียวกันตอนอังกฤษมาปกครองนี่เอง ทุกวันนี้คนเหนือใต้กลางยังเกลียดขี้หน้ากันอยู่เลย ขนาดแบ่งปากีกับบังกลาเทศออกไปแล้ว (จีนก็มีหลายเชื้อชาติแต่มันก็ยังถือว่าตัวเองเป็นคน "ฮั่น" กัน) พอคนไหนมีอำนาจก็ช่วยแต่พวกตัวเอง อินเดียเลยเป็นเมืองที่ความเหลื่อมล้ำเหี้ยกว่าประเทศอื่นแบบมากๆ อย่างบ้านเราหรืออเมริกา คนธรรมดา/คนจน ยังพอทำมาหากินมีตังได้ แต่คนรวยคือรวยจนล้นฟ้าไปเลย ส่วนของอินเดียคือคนจนแทบไม่มีจะแดก ส่วนคนรวยก็รวยทะลุฟ้าไปเลย

74 Nameless Fanboi Posted ID:dtzNYoz0vF

>>73 ศาสนานี่ละสำคัญ การแบ่งวรรณะมันทำให้คนยอมรับกันไม่ได้นะ ศูทร-จัณฑาล ต่อให้จบสูงๆ การโดนเหยียดโดนกีดกันไม่ให้ทำงานเหมาะสมกับความรู้ยังมีอยู่มาก พวกนี้มีไม่น้อยที่ไปทำงานเมืองนอกเพราะจะได้ไม่ถูกเหยียดไง อย่างบ้านเรานี่โชคดีอย่างหนึ่งคือถึงจะมีการแบ่งชนชั้นแต่มันก็เป็นไปแบบส่วนใหญ่ในโลกที่เป็นกันคือถึงแม้เกิดมาต่ำแต่ถ้ามีความสามารถก็ก้าวหน้าขึ้นไปสูงๆ ได้รับการยอมรับ แล้วความเป็นพุทธมันยืดหยุ่นได้ง่ายกว่าฮินดู อย่างที่ >>64 >>65 ว่ามาละ พุทธไม่มีวรรณะตายตัว อัมเบดการ์เลยรณรงค์ให้คนอินเดียวรรณะต่ำออกจากฮินดูไปนับถือพุทธแทน ไทยโชคดีแล้วที่มีพุทธเป็นแกนแล้วมีฮินดูเป็นเพียงส่วนประกอบ ส่วนจีนนี่คนเชื้อชาติฮั่นเป็นประชากรส่วนใหญ่ แต่จริงๆ คนจีนก็ยังมีหลายเผ่านะที่ไม่เรียกตัวเองว่าคนฮั่น และคนพวกนี้ก็มีทั้งที่อยู่กับจีนได้และพยายามจะแยกตัว (ที่ดังๆ หน่อยก็พวกอุยกูร์ , ทิเบต พวกนี้ต้องการแยกตัว ส่วนเผ่าหุยที่เป็นมุสซี่เหมือนอุยกูร์ แต่อันนี้ไม่แยกตัวและค่อนข้างใกล้ชิดชาวฮั่นมาตั้งแต่ยุคฮ่องเต้) และเอาจริงๆ จีนก็พยายามกลืนชาติอยู่ ล่าสุดเพิ่งออกระเบียบให้สอนภาษาจีนกลางมากขึ้น ลดภาษาท้องถิ่นลง แต่จีนก็ยังดีกว่าอินเดียตรงที่ไม่มีความเชื่อที่แบ่งคนเป็นวรรณะตายตัวมาตั้งแต่โบราณแล้ว (ตะวันตกมายุคแรกๆ ยังชมว่าก้าวหน้าด้วยซ้ำเพราะใช้ระบบสอบคัดคนรับราชการ ในขณะที่ฝรั่งตอนนั้นยังเป็นยุคศักดินาสืบสายเลือดอยู่เลย) พอเข้าสู่สมัยใหม่เลยปรับตัวง่ายหน่อย

75 Nameless Fanboi Posted ID:ryv2Zg0CCE

>>74 จีนก็มีวรรณะ เพิ่งมาเลิกตอนซุนยัดเซ็น

76 Nameless Fanboi Posted ID:Y5wkUlrIS7

>>74 วรรณะนี่เป็นเรื่องทางสังคมมากกว่าศาสนานะ วรรณะจริงๆ ที่อินเดียไม่ได้เป็นเหมือนที่เราสอนกันในห้องนะ แต่งงานข้ามวรรณะเรื่องปกติ ไม่ใช่ลูกตกมาเป็นจัณฑาล จัณฑาลนี่เหมือนเป็นคนที่ outcast ของสังคมมากกว่าโดนกดจากศาสนาอ่ะ อย่างญี่ปุ่น ก็มีีครอบครัวของคนฆ่าสัตว์ที่จะโดนเหยียด ไม่พูด/ไม่ยุ่งด้วย มีใครด่าว่าเป็นเพราะชินโตบ้างมั้ยล่ะ แล้วศาสนาอื่นก็มีกดเหมือนกันนะ แบบพุทธมึงเกิดมาจนเพราะมึงไม่มีบุญไง อย่าหวังไปอิจฉาคนรวยเขามีบุญมีวาสนา ไม่ได้ต่างจากกดคนให้อยู่ในวรรณะต่ำกว่าเลย ตะวันตกก็มี nobless oblige, divine rights คนปกครองได้รับสิทธิ์จากสวรรค์มึงเป็นชาวนาก็ก้มหน้าทำหน้าไปอย่ามาเสร่อยุ่งกับคนชั้นสูง

ความไม่พอใจของจัณฑาลจริง ๆ ก็ไม่ต่างจากการลุกฮือของกบฏชาวนา/แรงงานกรรมกรรมในยุคหลัง ๆ นี้หรอก

77 Nameless Fanboi Posted ID:r54PzvUBUg

>>76 มี source มั้ย

78 Nameless Fanboi Posted ID:dtzNYoz0vF

>>76 มีอยู่นะ แต่ญี่ปุ่นมันไม่เด่นชัดเหมือนอินเดียไง ชาวเกาะชาติแห่งการปิดข่าว ส่วนพุทธถึงจะสอนแบบนั้น แต่ก็ไมได้เข้มเรื่องการเลื่อนชนชั้นมากเท่าฮินดูหรือแม้แต่ชินโต

79 Nameless Fanboi Posted ID:2.4hk55KtP

>>77 เอาซอร์สเรื่องอะไรอ่ะ ญี่ปุ่น ?

80 Nameless Fanboi Posted ID:2.4hk55KtP

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2008/04/K6536445/K6536445.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Burakumin
https://www.bbc.com/news/world-asia-34615972

81 Nameless Fanboi Posted ID:2.4hk55KtP

ถ้าเรื่องวรรณะของอินเดีย
https://www.thespiritualscientist.com/2013/11/do-women-have-the-same-varna-as-their-husbands/
https://en.wikipedia.org/wiki/Untouchability

คือฮินดูที่เรารู้จักกันมามันรู้จักจากมุมมองของพุทธในห้องเรียนอ่ะ มันเลยแปลกๆ วรรณะเองจริง ๆ ก็ไม่ได้มีแค่ 4 วรรณะ มันแบ่งไปตามอาชีพที่ทำเลย คอนเซ็ปของมันจริง ๆ ก็แค่พ่อทำอะไรลูกก็ทำอย่างนั้นอย่าเสือกไปทำอย่างอื่น (ซึ่งจริง ๆ โลกเราก็เป็นอย่างนี้เกือบทุกที่แหละ พึ่งเปลี่ยนไปในช่วง 100 ปีนี่เอง) กูแค่จะบอกว่า ประเทศอินเดีย ปัญหามันเยอะกว่าชาวบ้านเขามาก ๆ ทั้งเรื่องชนชาติ ภาษา ฯลฯ แต่ถ้ามึงไปอ่านมาจากซอร์สไทย แม่งจะด่าแค่ศาสนาฮินดูอย่างเดียวนั่นแหละ เพราะมันเป็น narrative ของพทุธ

82 Nameless Fanboi Posted ID:Q+YCp4xuyb

เห้เอ้ย กุเถียงกับจารย์ จารย์ถามกุว่า มี ซอส ไหม กุบอกกุโมเมคิดขึ้นเอง ได้Cเลยสัส ถ้ากุซุยมั่วๆ กุคงได้Aแล้ว

83 Nameless Fanboi Posted ID:t6wA8by/af

>>72 เป็นเพราะพุทธเป็นอเทวนิยมป่าว คือเทพมีจริง แต่พุทธไม่ได้ให้ยึดเทพเป็นสรณะเพราะไม่ใช่ทางหลุดพ้น
คนเราลึกๆมันต้องหาที่ยึด พุทธเลยไม่แพร่หลายเหมือนพวกยึดพระเจ้ามั้ง

84 Nameless Fanboi Posted ID:HINJ9WT10L

>>81 เรื่องระบบวรรณะกูก็ไม่ได้ศึกษาละเอียด แต่เห็นมันเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือปกครอง
อย่างที่บอกว่ามันคือเรื่องอาชีพ กูว่าอาชีพมันก็เป็นตัวบอกสถานะทางสังคมอย่างนึงนะ
อย่างคนใช้แรงงานนี่มันอยู่ต่ำกว่า นักบวช นักปกครอง นักรบ แน่ๆล่ะ มันเลยเป็นตัวล๊อกไม่ให้คนเลื่อนสถานะได้

85 Nameless Fanboi Posted ID:HINJ9WT10L

>>83 พุทธก็ถือว่ามาไกลพอสมควรนะ อย่างเอเชียตะวันออกนี่ก็เคยเป็นประเทศพุทธเกือบหมด แพร่มาไกลไปถึงญี่ปุ่นทั้งที่ไกลจากอินเดียมาก
เทียบกันแล้วฮินดูนี่มาถึงแค่ SEA เอง ไม่รู้เพราะฮินดูมันดูสร้างมาเพื่อใช้กับสังคมอินเดียโดยเฉพาะด้วยรึเปล่า
คริสต์ยุคแรกโตเร็วเพราะเกิดในโรมันที่มีระบบถนนดี แต่ที่ประเทศคริสต์เยอะในแอฟฟริกาใต้กับอเมริกาเกิดจากยุคล่าอาณานิคม

86 Nameless Fanboi Posted ID:YoE9KYN3O2

ในอดีตศาสนาคริสต์เคยมีพิธีกรรมประหลาดเรียกว่า "พิธีลบหลู่นักบุญ" (Humiliation of Saint) ชาวเมืองและนักบวชจะนำเอารูปปั้นนักบุญประจำโบสถ์ หรือรูปปั้นพระแม่มารีมาวางลงกับพื้น ห่อคลุมด้วยกระสอบเก่า บางทีก็เอาเถาวัลย์มีหนามแหลมโปรยไปรอบๆ

พิธีนี้จะจัดขึ้นเวลาเมืองประสบปัญหาใหญ่มากๆ เช่น ข้าวยากหมากแพงสุดขีด หรือตกอยู่ในภาวะสงคราม นัยของมันก็คือการ "สั่งสอน" นักบุญ เพื่อทวงถามเหตุใดท่านถึงไม่ยอมปกป้องพวกเราเลย

เราเคยไปทำธุระในชนบทของจังหวัดลพบุรี ผ่านศาลพระภูมิซอมซ่อ พอถามคนแถวนั้นได้ความว่า เจ้าที่ตรงนี้แต่ก่อนใบ้หวยแม่นมาก ชาวบ้านเลยมาสร้างศาลให้ แต่หลังๆ เริ่มไม่แม่นแล้ว ก็เลยเสื่อมความนิยมลงไป เดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครสน

คำตอบนี้กระทบใจเรามาก คนเมืองชอบดูถูกคนชนบทว่างมงาย กราบไหว้อะไรก็ตามที่พิลึกพิลึ่น แต่จริงๆ พวกเขากลับสามารถต่อรอง แลกเปลี่ยนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ อะไรไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไม่ให้คุณกับพวกเขาแล้ว ก็แค่เลิกกราบไหว้เท่านั้นเอง

เหมือนชาวคริสต์ที่ประกอบพิธีลบหลู่นักบุญ ถ้าท่านไม่ปกป้องบ้านเมืองเรา ก็ต้องมีการสั่งสอนกันหน่อย ถึงแม้จะเป็นแค่พิธีกรรม ถึงแม้สั่งสอนเสร็จแล้ว ชาวเมืองจะเช็ดถูรูปปั้นตั้งไว้ตามเดิม (พิธีนี้ถูกวาติกันตีตราว่านอกรีตในศตวรรษที่ 12)

สมเหตุสมผล และไม่งมงายแม้แต่น้อย

ในทางกลับกัน การเชิดชูบูชาอะไรที่ไม่ให้คุณกับเรา มีแต่สร้างภาระ ต่อให้สิ่งนั้นจับต้องได้ มีร่างกายหรือตัวตนแค่ไหน นั่นต่างหากคือความงมงายอย่างแท้จริง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

87 Nameless Fanboi Posted ID:vBY+8aRF2K

ถ้าจะจ้างให้จับคนไปขังไว้ 1 เดือน ต้องใช้เงินเท่าไหร่

88 Nameless Fanboi Posted ID:vBY+8aRF2K

>>87 โทษ ๆ ผิดมู้

89 Nameless Fanboi Posted ID:ccokbFmlbd

"เป็นคำถามที่ถามไปหลายคนแต่ก็ไมไ่ด้คำตอบซะที (พิมจนเบื่อขอก็อปปี้วางแม่ง)

ทำไมนายต้องการเปลี่ยนแปลง

เปลี่ยนแปลงเพราะอะไร

ข้อไหนมีปัญหา

ปัญหายังไง

แล้วนายจะแก้มันยังไง

ไล่มา 1 2 3 4

ไม่ใช่บอกแต่จะแก้

แล้วแก้แล้วมีผลกระทบอะไรตามมา

ไล่มา 4 5 6

แล้วผลกระทบที่ว่ากระทบประชาชนส่วนมากแค่ไหน มีแผนรับมือไหม

ไล่มา 7 8 9

แล้วงบประมาณละ นายจะหาจากไหน เศรษกิจกำลังแย่ไม่ใช่เหรอ

นายจะเอาเงินจากไหน

ไล่มา 10 11 12

เราไม่ได้อยากฟังปรัชญากับคำพูดลอยๆของนาย

เราต้องการรู้แค่ว่า แก้ทำไม แก้แล้วได้อะไร แก้ยังไง

ยกตัวอย่างหมอๆทั้งหลาย

หมอจะผ่าตัดคนไข้คนนึงหมอยังต้องวางแผนใช่ไหมละ

หมอจะลงมีดตรงนี้ จะเย็บตรงนี้

ถ้าหมอคนนั้นไม่วางแผนอะไรเลยจะเกิดอะไรขึ้น

นี่ชีวิตคนนะ และชีวิตคนทั้งประเทศไม่ใช่เด็กเล่นขายของ

ก่อนอื่นตอบคำถามข้างบนผมก่อนครับท่านผู้รู้ ตอบให้ได้ก่อนเพราะเราคุยเรื่องการที่ม็อปพยายามปฎิรูปประเทศโดยไม่มีแผนการใดๆอันเป็นรูปธรรมให้คนเชื่อครับ "อย่าลากเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำถามมาปนเพื่อเฉไฉไม่ตอบคำถามครับ" มันไร้ค่า ไร้ราคา ไม่สมเป็นอารยชน เราถกกันด้วยเหตุผลเป็นเรื่องๆครับ อย่าเบี่ยงประเด็น

ย้ำครับตอบคำถามผมให้ครบให้ได้ก่อน

ย้ำครับตอบคำถามผมให้ครบให้ได้ก่อน

ย้ำครับตอบคำถามผมให้ครบให้ได้ก่อน

พูดแค่ 3 ครั้งคงพอเข้าใจนะดูไม่น่าใช่คนโง่
"
มิตรสหายท่านหนึ่ง

90 Nameless Fanboi Posted ID:7+ya+A6kXL

>>89 เข้าเว็บilawจบบอกไว้หมดทุกอย่างแล้ว
แก้อะไร ทำไมต้องแก้ แก้ยังไง

91 Nameless Fanboi Posted ID:cBZxXn8s9B

เพิ่งเจออันนี้ ถ้าตามสมมติฐานนี้เราสามารถอนุมานว่า homo erectusสูญพันธ์เพราะรู้จักพอเพียงได้มะ https://pantip.com/topic/38360495

ที่จริงกูคิดอยู่นะว่า ถ้าสมมติคนทั้งโลกนับถือพุทธถึงแก่นแล้วเป็นอรหันต์หมด มนุษย์ก็สูญพันธุ์ เพราะไม่มีทายาทต่อไปอยู่ป่ากันหมด

92 Nameless Fanboi Posted ID:50kXrSWlwh

>>91 กูสงสัยมาตั้งแต่เด็กละ เป้าหมายของศาสนาพุทธคืออะไร ต้องการให้มนุษย์สูญพันธุ์เหรอ ทำไมแม่งสารพัดห่าเหวผิดบาปไม่ดีไปซะหมด งงชิบ

93 Nameless Fanboi Posted ID:t6wA8by/af

>>92 มีนิพพานเป็นปลายทางไง ไม่ต้องมาเกิด-ตาย วนเวียนซ้ำๆซากๆ
ตราบใดที่โลกไม่แตก อุกกาบาตชนโลก หรือภัยพิบัติระดับดาวเคราะห์ คนมันไม่สูญพันธุ์ง่ายๆหรอก

94 Nameless Fanboi Posted ID:lvKvIEu6Z2

>>92 สังสารวัฏเป็นทุกข์

95 Nameless Fanboi Posted ID:nv3ME+jolz

A: ทำงานมาตั้ง 5 ปีกว่า ยังมีเงินเก็บไม่ถึงล้านเลย Move on ไปไหนหรือทำอะไรเพิ่มให้มีเงินเยอะๆ ดีนะ

B: บางคนฆ่าตัวตายแล้วครับ ทำงานมาตั้ง 5 ปีมีเงินเก็บไม่ถึงล้าน คนธรรมดาทำ 2 ปีก้อควรได้ ถ้าวิชาชีพควร 1 ปี ไปหาอย่างอื่นทำเถอะคุณไม่เหมาะเป็นมนุษย์เงินเดือน ไปขายบะหมี่โหน่งเถอะ

C: คุณก็พูดเกินไปครับ ที่ว่า "คนธรรมดาทำ 2 ปีก้อควรได้ ถ้าวิชาชีพควร 1 ปีไปหาอย่างอื่นทำเถอะคุณไม่เหมาะเป็นมนุษย์เงินเดือน"
อย่าพูดว่าไม่เหมาะเป็นมนุษย์เงินเดือนเลย แค่เป็น"มนุษย์" ยังไม่เหมาะเลยครับ

#สังคมคุณตะพาบแห่งหนึ่ง

96 Nameless Fanboi Posted ID:C1pg7UL9Vg

พรบ คอมพิวเตอร์นี่ดีนะครับ ผมเห็นชัดเจนเลยว่าคนด่าว่ากันน้อยลง พวกเพจที่เอาความเท็จมาเสนอก็หายไปด้วย เป็นการบังคับให้คนคิดก่อนว่าสิ่งที่ตนจะเขียนลงไป หรือจะแชร์เป็นจริงหรือไม่ ทำคนอื่นเดือดร้อนรึเปล่า ก็คงเหมือนโลกแห่งความจริงที่ต้องมีกฏหมายควบคุม

97 Nameless Fanboi Posted ID:C1pg7UL9Vg

...มีชายหญิงคู่นึงพึ่งรักกัน...

ทั้งคู่รักกันมากกกก

ผู้ชายให้สัญญากับผู้หญิงว่า ...

ผมจะรักคุณตลอดไป

ผู้หญิงจึงบอกกลับว่า...

ชั้นเชื่อคุณ และจะรักคุนอย่างที่รักชั้น ให้ดีที่สุด

ทั้ง 2 คน คบกันไปซักพักนึง

ระหว่างที่ 2 คน...ได้เดินจับมือกัน

อยู่ในสวนสาธารณะแห่งนึง

ได้มีนางฟ้าคน ปรากฏกายลงมา

พร้อมกับบอกว่า...

"เราได้เห็นความรัก บริสุทธิ์จากพวกท่าน

เราอยากจะให้ท่าน
ได้เห็นอนาคตของท่านทั้ง 2 คน"

ชายหญิงคู่นั้น จับมือกันไว้แน่น และ รุสึกดีใจที่ความรักของเค้าและเธอ

ถึงขนาดนางฟ้ามาให้พร

นางฟ้าจึงพูดขึ้นว่า...

"ท่านจะดูอนาคตของท่านทั้ง 2
นับตั้งแต่นี้หรือไม่”

ชายและหญิงคู่รักมองตากัน แล้วตอบพร้อมกันว่า...

"เราทั้ง 2 ไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน"

นางฟ้าได้ยินดังนั้น

จึงเสกของออกมาเป็น cd 2 แผ่นให้ทั้งคู่ไปดูอนาคต...

หญิงสาวค่อยนำแผ่น cd ที่ได้จากนางฟ้า...ใส่ลงในเครื่องเล่นซีดี

ในภาพแรกเทอเห็น

เทอและแฟนของเทอแต่งงานกัน

เธอยิ้มมีความสุขอย่าง

บอกไม่ถูก

ในภาพหลังๆ หญิงสาวได้เห็นว่า...

"มีรูปของแฟนเทอคบชู้"

เทอนั่งร้องไห้ เสียใจ

ทันใดนั้น...มีเสียงประตูเคาะขึ้นที่ห้องของเทอ

เธอรีบปิดเครื่อง cd และ ซับน้ำตา

เธอเปิดประตู

เธอเห็นแฟนของเธอเอง

แฟนเธอยิ้ม

แต่เธอโมโหจึงตบหน้าเค้าอย่างแรง

และ ปิดประตูโดยที่แฟนเธอ งง ๆๆ

เธอนอนร้องไห้...ถึงอนาคตที่จะต้องเกิดแบบใน cd นั้น

หลังจากนั้น...

เธอพยายามหนีหน้าแฟนของเธอ

โดยที่แฟนก็ตามง้อ

แฟนของเธอเองก้ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

เธอจึงพยายามหาทางเลิกกับเขา

จนเธอเลิกกับเค้าได้สำเร็จ

วันหนึ่ง...ได้มีเสียงเคาะประตู

เธอเปิดประตู...แต่ทันใดนั้น

คนที่เคาะประตูก้เดินไปจนลับตาแล้ว

เธอจำได้ดีถึงแผ่นหลังของ

"อดีตชายที่ตัวเองรัก"

เธอมองลงพื้น

พบ cd อีกแผ่นนึงที่นางฟ้าได้ให้กับเค้า...

เธอนำ cd แผ่นนี้ไปเปิด

พบภาพที่เหมือนกันคือ...

ภาพที่ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างมีความสุข

แต่ภาพหลังจากแต่งงานคือ...

ภาพที่เธอมีชู้กับผู้ชายคนใหม่

โดยมีแฟนของเธอร้องไห้อยู่ข้างๆ...

เธอน้ำตาไหลและปิด cd อย่างช้าๆ

เธอค่อยๆ เปิดจดหมาย ที่แนบมากับ cd นี้อ่าน

ข้อความเขียนว่า...

"ผมไม่กลัวอนาคต เรามั่นใจในกันและกัน ขอบคุณ แม้ผมจะเชื่อใน คุณฝ่ายเดียวก็ตาม ลาก่อน"

คำว่าเชื่อใจเท่านั้น ที่ทำให้ คนทั้ง 2 คน คบกันอย่างมีความสุข

#queserasera
#truststory

98 Nameless Fanboi Posted ID:Wvg3ODYzTM

ความจนไม่ใช่เรื่องโรแมนติก

ผมว่าประเทศนี้แปลกอย่าง พยายามทำเรื่องความจนให้เป็นเรื่องสวยงาม

ตั้งแต่หนังโฆษณาบริษัทประกัน
จนมาถึงคนรวยที่ดัดจริตฝันอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์

คุณอยู่กับความจนวันเดียว มันอาจจะดูโรแมนติก อยู่ต่างจังหวัด แห้งแล้งกันดาร หรือ ยืนเก็บเงินผู้โดยสารบนรถเมล์หนึ่งวัน

แล้วคุณก็ทำเป็นเหมือนรู้สึก และเข้าใจชีวิตคนจนแล้ว พยายามบอกให้มองหามุมที่สวยงามในความเลวร้าย

ลองอยู่แบบแห้งแล้ง กันดารทั้งชีวิต หรือ ต้องมายืนทำงานบนรถเมล์ทั้งชีวิตดูมั้ย ว่ามันจะยังโรแมนติกอยู่หรือเปล่า คุณจะยังเห็นความสวยงามของชีวิตแบบนั้นอีกหรือเปล่า

เห็นเรื่องแบบนี้เยอะๆ แล้วหดหู่

"คนที่ไม่ได้รู้สึกถึงความอึดอัดที่ถูกกดทับ ก็คือคนที่อยู่ด้านบน"

99 Nameless Fanboi Posted ID:Wvg3ODYzTM

เรียนที่ KODESTAR แล้วสามารถมาเรียนซ้ำได้ฟรีจนกว่าจะได้งานประจำเงินเดือนสูงตามที่ต้องการ ถ้ามีคะแนนสอบ TOEFL ตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป เงินเดือนเริ่มต้นที่ 40,000 บาท น้องคนนี้ได้งานแล้วอยากมาทบทวนแค่บางเรื่องก็มาได้เลยครับ

เรียนที่ KODESTAR เพียงคอร์สเดียว สามารถนำความรู้ไปใช้ทำงานได้ตลอดไป ไม่ต้องวิ่งตามศึกษาเรื่องใหม่ให้เหนื่อย เรียนที่นี่เน้นความเข้าใจ เรียนไปแล้วไม่มีวันลืม เป็นความรู้และทักษะที่ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ดูคอร์สเรียนได้ที่นี่ https://kodestar.work/register

หลายคนบอกว่าทำงานด้านคอมพิวเตอร์ต้องศึกษาเรื่องใหม่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ที่นี่ครับ มาเรียนด้วยกันจะได้ฝึกฝนทักษะที่มีมานับร้อยปี อย่าง Sequential Search และ Binary Search รวมถึง Unix Command ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการสร้าง Ecosystem

หัวข้อที่เรียนแต่ละวัน เรียนแค่ 7 วันไปสัมภาษณ์งานได้ทุกบริษัททั่วโลก
• Primitive Data & Class
• Extract Transform Load (ETL)
• Array & Matrix
• Binary Search Tree & Greedy
• Divide & Conquer and Two Pointers
• Depth-First & Breadth-First Search
• Dynamic Programming
• Superclass / Interface
• Collection
• Cloud & Unix
• System Programming
• SQL
• Web Application & JSP
• Bootstrap & Modern CSS
• Servlet & Spring MVC
• Spring Boot
• JDBC
• Hibernate
• Micro Framework
• JUnit & Selenium
#ใครก็โค้ดได้ #ล้มเหลวมาจากไหนเริ่มต้นใหม่ได้ที่นี่ #เรียนซ้ำได้ฟรีจนมีงานประจำ #หางานทำง่ายมีรายได้มั่นคง
#เรียนแล้วไม่ได้เป็นเทพหรือเทวดาแต่เป็นคนธรรมดาที่ได้เงินเดือนสูง
#กลับบ้านไปเขียนได้ทุกโค้ด #เรียนเข้าใจไม่มีวันลืม

100 Nameless Fanboi Posted ID:Wvg3ODYzTM

ทุกวันนี้ผมค่อนข้างรำคาญคอนเทนต์ประเภทกลัวเมียมากๆ ไม่ว่ามุขแกล้งบอก PS5 เป็น router บ้าง เป็นเครื่องกรองอากาศบ้าง แล้วชาวเน็ตก็มาเฮฮาขำ กับมุขฝืดๆ แบบนี้

ในระดับสถาบันที่เล็กที่สุดอย่างสถาบันครอบครัว คนไทยจำนวนมากก็ยังขำกับตลกฝืดๆ ที่ใช้แนวคิดอำนาจนิยมมาทำให้คนยอมรับสภาพ

อยากเล่นเกมก็คุยกัน ถ้าคิดว่าไหว ก็จบ แล้วก็ไปซื้อ PS5 มาเล่น แค่นี้มันยากตรงไหนที่จะให้เกียรติกัน เท่าเทียมกันในครอบครัว..?

101 Nameless Fanboi Posted ID:VXvakqkir0

>>100 เวลาซื้อเครื่องสำอางผู้หญิงต้องมาคุยกับผู้ชายก่อนมั้ยครับ

102 Nameless Fanboi Posted ID:Wvg3ODYzTM

กรณีศึกษา “แจ็ก หม่า” ปลาหมอ ตายเพราะปาก /โดย ลงทุนแมน
ในวันที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย
บริษัทของเขา กำลังทำสถิติระดมทุนได้มากสุดในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่โลกนี้มีมา
1 ล้านล้านบาท เป็นตัวเลขของเงินจากนักลงทุนทั่วสารทิศที่จะไหลเข้าบริษัทแห่งนี้

แต่ในช่วงข้ามคืน..
เขาถูกทางการจีนเรียกพบ พร้อมกับบอกอะไรสักอย่าง ซึ่งทุกคนที่จับจ้อง มองว่ามันไม่ปกติ

ในที่สุด..
เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่กำลังไหลเข้ามา ถูกสั่งเบรกดังเอี๊ยด
และ มันต้องถูกคืนไปให้ผู้จองซื้อหุ้นบริษัทนี้ทั้งหมด

บริษัทนี้มีชื่อว่า Ant Group
บริษัทที่ไม่ใช่ธนาคาร แต่เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งกำลังถูกประเมินมูลค่าให้ “ใหญ่กว่าธนาคารทุกแห่ง” บนโลกนี้..

Ant Group มีผู้ก่อตั้งคือ แจ็ก หม่า ที่ทุกคนรู้ว่าเขาก่อตั้งอีกบริษัทคือ Alibaba
รู้หรือไม่ว่า นับตั้งแต่วันนั้น..
มูลค่าของ Alibaba ได้หายไปแล้ว 4 ล้านล้านบาท
มากกว่าเงินที่จะระดมทุนของ Ant Group เสียอีก

เกิดอะไรขึ้นกับ Ant Group และ Alibaba
แล้ว แจ็ก หม่า ได้ทำอะไรลงไป
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝

ย้อนกลับไปสัปดาห์ก่อนหน้าที่ถูกทางการจีนสั่งเบรก
แจ็กหม่า ได้ไปพูดบรรยายงานหนึ่งชื่อ The Bund Financial Summit ที่จัดขึ้นที่เมืองเซี่ยงไฮ้
เขาพูดวิจารณ์ว่า “กฎเกณฑ์ของธนาคารเดิมๆ ไม่เหมาะสมกับ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ”

ซึ่งเรื่องนี้ถ้าจะให้ตีความ ก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับ Ant Group บริษัทเทคโนโลยีในด้านการเงิน ที่ตอนนี้คนจีนเกือบทุกคนต้องมีแอปของ Ant เอาไว้รับจ่ายเงิน รับฝากเงิน รวมไปถึง ขอสินเชื่อ ซื้อกองทุน ซื้อประกัน ในแอปนี้

พอคำพูดของ แจ็ก หม่า แบบนี้เข้าหูทางการจีนก็ไม่พอใจ เพราะดูเหมือนว่าคำพูดของเขาเป็นการท้าทายกฎเกณฑ์ของทางการจีน ซึ่งในบางแหล่งข่าวเช่น จาก The Wall Street Journal บอกว่า สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นคนสั่งการเองว่าให้เบรกการ IPO ของ Ant Group ไว้

สรุปแล้ว Ant Group ก็ถูกสั่งเบรกให้หยุดการ IPO โดยให้เหตุผลว่า Ant Group ยังมีหลายสิ่งที่ผิดกฎหมายด้านการเงินฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

นั่นก็แปลว่าทางการจีนกำลังร่างกฎหมายฉบับใหม่ สำหรับ Ant Group ขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ

แล้วกฎหมายฉบับใหม่จะทำร้าย Ant Group อะไรบ้าง?

มีการคาดการณ์กันว่า จากเดิมที่ Ant Group จะสำรองเงินทุนไว้ไม่มาก ในการปล่อยสินเชื่อ
ตอนนี้ Ant Group ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์เหมือนกับธนาคารปกติ คือต้องสำรองเงินไว้เป็นเงินกองทุนที่มากขึ้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจะทำให้ Ant Group ได้ผลตอบแทนต่อเงินทุนที่น้อยกว่าเดิม

เรื่องนี้ถึงขนาดมีการประเมินกันว่า มูลค่าของ Ant Group หลังมีกฎกติกาใหม่นี้ จะลดลงเป็นครึ่งหนึ่งจากเดิม

และประเด็นคือไม่ใช่มีแค่ Ant Group
เพราะ Alibaba ก็กำลังโดนเช็กบิลเช่นกัน

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่า ทางการจีนจะร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อป้องกันการผูกขาดของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในจีน ซึ่งนั่นก็จะกระทบกับ Alibaba โดยตรง

ความกังวลนี้ทำให้นักลงทุนต่างพากันเทขายหุ้น Alibaba ติดลบจากจุดสูงสุดมาแล้วเกือบ 20%
คิดเป็นมูลค่าที่หายไปมากถึง 4 ล้านล้านบาท

ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ
เพราะทางการจีนไม่น่าจะชอบ แจ็ก หม่า เสียแล้ว
และอะไรที่เป็นของ แจ็ก หม่า ทางการจีนก็คงจะอยากสั่งสอนให้ แจ็ก หม่า ได้รู้ไว้
จะสำเร็จมาแล้ว มากมายแค่ไหน
จะรวยเป็นเศรษฐีอย่างไร
แต่อำนาจการควบคุม อย่ามาท้าทาย

แต่คำพูดของ แจ็ก หม่า ก็น่าคิด
กฎเกณฑ์เดิมๆจะควรใช้หรือไม่
ถ้ามีนวัตกรรมที่ดีกว่า ในการประเมินความเสี่ยงผู้บริโภค

103 Nameless Fanboi Posted ID:Wvg3ODYzTM

สรุปให้ไวๆ...กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของเจ้า "Mac"

ผมเพิ่งดู Apple Event จบตีสอง เลยสรุปก่อนเข้านอนมาให้อ่านกันว่า...

ทำไม Announcement ครั้งนี้จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนวิธีเลือกซื้อ Laptop และคอมตั้งโต๊ะแบบ "พลิกฝ่ามือ" เลย ต่อให้กำลังเลือกดู Windows PC อยู่ก็ตาม

Apple ประกาศการเปลี่ยนมาใช้ cpu ของตัวเอง หลังจากที่ซื้อ intel ใช้มา 14 ปี พร้อมเปิดตัว
- Macbook Air ใหม่
- Macbook Pro 13" ใหม่
- Mac Mini ใหม่
ที่หน้าตาเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนไส้เป็นของ Apple ดีไซน์เองหมดแล้ว

ภาพรวมทำให้ได้คอมที่เร็วขึ้น 280-350%...พิมพ์ไม่ผิดฮะอันนี้ มันกล้าเคลมว่าเร็วกว่า laptop และ pc เกือบทั้งมวล สวนทางกับแบตอึดขึ้น 50-70% ชาร์จทีอยู่ได้ 17-20ชม. คือได้ทั้งวันจริงๆแล้ว!

ที่พีคไปกว่านั้น ผมว่าพีคที่สุด คือต่อไป Mac ใช้แอฟของ iPad ได้ด้วย

นี่เปลี่ยนตลาด pc ใหม่แบบพลิกเกมส์เลย!!!

Apple ออกแบบระบบเองหมด ทำให้รีด Hardware+Software ให้ทำงานด้วยกันได้ดีกว่าฝั่ง Windows จนกลายเป็นว่า Macbook Air รุ่นใหม่นี่เร็วพอทำงานตัดต่อวิดีโอ 4K ได้จบในเครื่อง mixเสียงได้หลายสิบtrackพร้อมกัน แต่งรูปเร็วขึ้น5เท่า แถมยังใช้ iPad app ที่หลายค่ายทำของดีๆมารองรับ iPad Pro ไว้แล้ว

ถ้าทำได้จริง จะพาให้ Mac กลับมาเป็นขวัญใจของชาวโปรจริงๆอีกครั้ง เพราะแค่เครื่องรุ่นล่างสุดตัวละ 30,000 ก็ทำงานของ pc เครื่องละแสนพอได้แล้ว แถมแอฟก็มีให้เลือกมากมายตั้งแต่วันแรกที่ย้ายกลับบ้าน ทำให้ปัญหาขาด App แทบจะไปในพริบตา

"พลิกเกมส์ให้ Mac มี Ecosystem เหนือ PC ได้ในวันเดียว"

104 Nameless Fanboi Posted ID:Wvg3ODYzTM

มันจะทำให้ตลาด pc เปลี่ยนแปลงแน่นอน จากเดิมเราซื้อ Mac เพราะรสนิยมการใช้งาน และความเสถียร เราชอบจริตแบบนี้

กลายเป็นซื้อ...เพราะมันคุ้มกว่า pc เกือบทุกด้าน เปลี่ยนจากเลือกเพราะชอบ กลายเป็นเลือกเพราะคุ้มกว่า ไม่เลือกคือพลาด โดยเฉพาะตลาด Ultrabook น้ำหนักเบาราคา 20,000ปลายถึงสี่หมื่น นี่ pc กระทบแน่นอน

เราจะได้เห็นการปรับตัวของ pc โดยเฉพาะ Microsoft ออกของใหม่มาพยายามสู้กับ Mac แน่นอน โดยเฉพาะ...
1) การออกรูปแบบเครื่องหน้าตาใหม่ๆ โดยเฉพาะจอพับได้ มีปากกาใช้เป็น tablet ในระหว่างที่กำลังแก้ลำการเสียเปรียบเรื่องความเร็วที่สู้ไม่ได้ด้วยการผลักดันการเปลี่ยน Windows ไปใช้ AMD และ ARM-based CPU แทน intel ที่พัฒนาช้าจนทำให้ทุกคนผิดหวัง
2) Google จะผลักดัน Chromebook แรงขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะมันเข้ามาทับไลน์ในตลาด Education ระดับกลาง-สูงที่ Chromebook อุตส่าห์ลุยมาตั้งนาน จนเริ่มแข็งแกร่ง อยู่ๆจะยอมให้ Apple มาแย่งง่ายๆ...คงไม่ใช่
3) Macbook Air+iPad จะกลายเป็น Laptop มหาชน ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้จริงๆ ไม่ใช่แค่ Creative class เหมือนแต่ก่อน

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเปลี่ยนส่วนแบ่งของ Apple device ในตลาด device ของคนทำงานจาก 10กว่า% ในปัจจุบันเป็น 30%+ ได้ไม่ยาก

รอดูต่อแค่ว่า จะมีของเด็ดอะไรมาปล่อยต่อตอนเปิดตัวรุ่นใหม่ของ...
- Macbook Pro 16"
- iMac
- Mac Pro

แต่ไม่ใช่ว่า Mac ใหม่ที่ใช้ cpu ของตัวเองจะดีไปซะทุกอย่าง เพราะการหันมาใช้ Apple silicon ทำให้เกิดหลุมดำขนาดใหญ่ ที่ยากจะปีนออกมาได้ เช่น...

1) Mac ที่ใช้ Apple silicon จะแทบซ่อมเองไม่ได้เลย เพราะเกือบทุกอย่างมันไปฝังในชิปตัวเดียวที่เป็น "System on Chip" (SoC)

2) แถมรันด้วย software ในบ้านล้วนๆ ไม่มีอะไรใช้ร่วมกันชาวบ้านเลย เพราะงั้น Apple ไม่อยากให้เราใช้อะไร ไม่อยากให้เปิดตรงไหน มันจะเปิกยากมาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้ เหมือนอย่างที่แต่ก่อนเราเคย jailbreak iPhone ลงแอฟเองได้ มาตอนนี้จะทำได้มันยุ่งยากมาก จนไม่ทำซะดีกว่า

3) และสองข้อนี้จะทำให้เมื่อ Mac เสียต้องเปลี่ยนเครื่องไปเลยมากกว่าซ่อม Apple หรือถ้าซ่อม Apple จะคิดแพงแค่ไหนก็ต้องยอมจ่าย โกยได้เพิ่มเต็มๆเลยตรงนี้

4) ผู้ผลิต Hardware เสริมจะทำงานยากขึ้นอีก เพราะต้องดิวกับระบบที่เฉพาะตัวมากขึ้น การเขียน Software/driver ที่ความคล้ายคลึง Windows x86 น้อยลงไปอีก นั่นก็คือมีโอกาสที่อุปกรณ์เสริมรองรับแมคนอกค่ายจะออกมาน้อยลง หรือต้องยอมจ่ายแพงซื้อของ Apple มาใช้

5) Apple จะเปิดเผยสเปกแบบละเอียดของ Mac น้อยลงเรื่อยๆ เหมือนที่ทำกับ iPhone iPad มานานแล้ว แถมแอบใส่อะไรไว้ใน SoC หรือไม่ใส่ก็ได้ทั้งนั้น

6) เทียบรุ่นกับ Windows PC ก็ยาก เพราะมันคนละเรื่องกันแล้ว ทำให้ระยะยาว Apple อยากกั๊กสเปคก็แค่ไม่บอก หรือกั๊กๆไม่ออกของใหม่คนก็ต้องทน

7) สุดท้ายอัพเกรดอะไรที่หลังแทบไม่ได้เลย แม้แต่แรมเพราะมันอยู่ใน SoC ไปแล้ว คุณต้องซื้อสเปคเผื่ออนาคตไว้ไกลเลย จะทำให้เฉลี่ยเราจ่ายค่าเครื่องแพงขึ้นไปอีก

ลองช่างน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้วกันครับว่า การยกเครื่องครั้งนี้ มันดีพอให้คุณย้ายมา Mac เพื่อการทำงานไหม หรือกลัวข้อเสียจาก closed ecosystem จนขอไม่ยุ่งใช้ Windows PC ต่อไปดีกว่า

คิดยังไง...ผมอยากฟังความคิดเห็นทุกคนนะ เม้นมาด้านล่างนี้ได้เลย

105 Nameless Fanboi Posted ID:39xeiP4jll

โม้ขนาดนั้น ถ้าผลทดสอบออกมาไม่จริงนี่หน้าแหกนะ Apple โดยเฉพาะเรื่องความเร็ว

106 Nameless Fanboi Posted ID:2m+20HCPpX

มันแรงแค่ macOs ไง ถ้ามึงเอาไปลง windows ก็เข้าอีหรอบเดิม

107 Nameless Fanboi Posted ID:udULV//nCO

ตัวใหม่เอาไปลง win ปรกติไม่น่าจะได้แล้วมั้ง เต็มที่ก็เอา Virtual Machine มารันขำๆ

แต่มองว่ามันคือตัวเลือกสำหรับคนทั่วไป ที่อยากได้อะไรที่มากกว่า iPad เอาไปทำงานทั้งวันได้ไม่ต้องพก Adapter มากกว่า

108 Nameless Fanboi Posted ID:Wvg3ODYzTM

CEO ในตลาดฯท่านหนึ่งบอกผมว่าเมื่อก่อนหาคนทำงาน Call Center ยากมาก ตอนนี้คนที่มาสมัคร ภาษาอังกฤษได้หมด บางคนได้สามภาษา ไม่รวมไทย

109 Nameless Fanboi Posted ID:ZgeercHUcc

"ผลักดันการเปลี่ยน Windows ไปใช้ AMD และ ARM-based CPU แทน intel ที่พัฒนาช้าจนทำให้ทุกคนผิดหวัง"

อะไรของมึง AMD Intel ก็ x86-64​ เหมือนกัน ใช้ Window ได้อยู่แล้ว มาผลักดันเหี้ยอะไร

110 Nameless Fanboi Posted ID:ZgeercHUcc

>>106 Mac Arm ไม่รองรับ Boot Camp ไมโครซอฟท์​ยังไม่ขาย license Window Arm

111 Nameless Fanboi Posted ID:gedA/fqlbq

เห็นเม้นท์ชาวเนตหลายคนชอบแซะว่าสู้แบบนี้ไม่ชนะหรอก ทำม้อบแบบเด็กเล่นขายของ ไม่ต่อเนื่อง ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เหมือนทำม้อบระบายอารมณ์ด่ารัฐบาลด่าเจ้าแล้วจบเป็นครั้งๆไป
ผมเจอเม้นท์ทำนองนี้บ่อยมากจนตอนนี้ปัดผ่านไปหมดแล้ว คือแม่งไร้สาระชิบหาย ไม่ใช่เฉพาะส ลิ่มเม้นท์แนวนี้นะ ไอ้คนฝ่ายเราก็เม้นท์แบบนี้กันทั่วไป
ในใจคนพวกนี้คงอยากแบบว่าสู้รวดเดียว 3-6 เดือนจบ ปิดจ้อบ ได้ชัยชนะ กลับบ้านนอนชักว่ าวตกเบ็ด
ผมก็อยากชนะแบบ 3-6 เดือนปิดจ้อบเหมือนมึงนั่นแหละ แต่เราไม่มีขีปนาวุธ ไม่มีนุ้ค ไม่มีนิวเคลียร์ ไม่มีกองทัพอันเกรียงไกรเดินสวนสนามประกาศศักดาข่มขวัญจารีต ไม่มีรถถัง ไม่มีปืนใหญ่ ไม่มีเรือดำน้ำ ไม่มีรถเกราะ ไม่มีดาวเทียมสอดแนม ไม่มีกำลังพลแบบตะวันออกกลางที่กล้าพลีชีพพร้อมตะโกนอัลลาฮักบาร์แล้วกดบู้มใส่รัฐมนตรี
แถมพรรคการเมืองก็ล้อฟรีเชียร์ข้างสนามกันหมด เพราะกลัวโดนยุบพรรค
พูดง่ายๆ คือ ไม่มีส้นตีนอะไรซักอย่างอ่ะ
มันก็ต้องสู้กันแบบนี้แหละ โอเคนะ

112 Nameless Fanboi Posted ID:DSM.ijE+gF

>>111 ทุกอย่างมันคืบหน้าไปนานและถ้าในสภาฝ่ายซ้ายแม่งไม่เอ๋อพูดวกไปวนมาจนโดนฝ่ายขวาแซะกลับแบบปัญญาอ่อนเรียบ

113 Nameless Fanboi Posted ID:gedA/fqlbq

>>112 แค่พูดคำว่า สะ ถา ..
ก็โดนประท้วงละ

114 Nameless Fanboi Posted ID:iBAuUlCAVw

>>112 ตรรกะเดียวกับซ้ายโง่เองโดนยุบพรรค ทั้งที่พวกมึงคุมแม่งหมดทุกองค์กรเหี้ยๆ

115 Nameless Fanboi Posted ID:DSM.ijE+gF

>>113 ตัวอย่างร่ านที่ไม่เคยดูการประชุมสภา

116 Nameless Fanboi Posted ID:1XCH7K0cP0

>>115 ตัวอย่างหริ่มที่ดูการประชุมสภาแค่คลิแที่ตัดมาของเนชั่ว

117 Nameless Fanboi Posted ID:mXZEDlNvIh

ฝั่งซ้ายมันยังไม่คนที่แยกแยะเรื่องที่บางทีบอล ปวิน เจียม บางครั้ง เลยไม่เชื่อกันบ้าง แต่ทำไมสลิ่่มถึงงับเนชั่นตลอดเลยคับ

118 Nameless Fanboi Posted ID:1XCH7K0cP0

หนกคือศาสดาของหริ่ม พูดอะไรมาเชื่อหมดแหละ 5555

119 Nameless Fanboi Posted ID:1TEZJ3TUgY

>>116
นี่มึงว่าเขาจะดูแต่เนชั่นเหรอวะร่ า น

120 Nameless Fanboi Posted ID:1XCH7K0cP0

>>119 หรือไม่จริงอะหริ่มมมมมมมม โง่ๆอย่างมึงเนี่ย 5555

121 Nameless Fanboi Posted ID:1TEZJ3TUgY

>>120
จร้าพ่อร่ า นฉลาด ฟังแต่ว๊อย

122 Nameless Fanboi Posted ID:1XCH7K0cP0

>>121 สื่อหลายช่องนำเสนอข้อเท็จจริง ยกเว้นเนชั่วนะหริ่ม 55555

123 Nameless Fanboi Posted ID:yiTwJd9QcR

วันนี้ได้นั่ง Grab มีโอกาสได้คุยกับคนขับในประเด็นที่น่าสนใจเยอะดี

1. Grab vs Bolt เขาบอกว่าตอนนี้ Bolt ตีตลาดเด็กๆ กับวัยรุ่นไปเยอะมากด้วยราคาที่ดีกว่า ถึงแม้ระบบหลังบ้านจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่เขาก็แนะนำว่าบางจังหวะถ้าลองใช้ราคาจะถูกกว่า Grab ส่วนคนขับก็คนกลุ่มๆ เดียวกัน

2. เขาออกจากที่ทำงานประจำมาขับ Grab เต็มเวลาช่วง COVID-19 นี่แหละเพราะบริษัท Ads Agency ที่เขาทำอยู่ต้องปิดไป

3. เขาเล่าถึงสาเหตุที่บริษัทเก่าเขาปิดตัว เพราะโดนนายทุนจีนเข้ามาทุบ วิธีการคือเดิมทีเขาเป็นธุรกิจรับทำป้ายโฆษณา จีนก็ส่งวัตถุดิบเข้ามาขายไทยซึ่งก็ถือว่าถูกแล้วเมื่อเทียบกับราคาตลาด และก็ขายเครื่องจักรต่างๆ สำหรับธุรกิจสายนี้เอาไว้ ทำให้มีหลายคนไปลงทุน

พอถึงจังหวะนึง จีนเอาเครื่องจักรมาตั้งเองในไทย เอาวัตถุดิบเข้ามาเองหมด และลดราคาถึงมือลูกค้าไป 3 เท่า กวาดลูกค้าไปหมดตลาดช่วงนี้เลย ใครที่เคยซื้อเครื่องจักรกับเขาก็ทุนจมไป ทำต้นทุนสู้ไม่ได้เพราะทุกอย่างก็แพงกว่าหมด

ฟังจบก็ไม่รู้รายละเอียดจะแม่นแค่ไหน แต่ถ้าจริงก็ถือว่าโหดดี 555

124 Nameless Fanboi Posted ID:/tQk9eZ2rB

เพื่อนเถียงกับสลิ่.มเรื่องอะไรไม่รู้ แล้วโดนโยงเข้าหาอเมริกา ว่าเด็กโดนอเมริกามาปั่นหัว

อเมริกาไร้ราก นั่นนี่

มันเลยเอา Fairbank house ไปฟาด แล้วบอกว่าบ้านหลังนี้สร้างสมัยประเจ้าปราสาททอง อยู่มานานกว่าราชวงศ์จักรีทั้งราชวงศ์อีกนะ

ตอนนี้โดนญาติงอนว่ะ

ใจบางงงงง
https://www.insider.com/oldest-building-us-states-2018-4
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

125 Nameless Fanboi Posted ID:gedA/fqlbq

มาเรียนหนังสือท่ามกลางทหารได้เดือนครึ่ง สิ่งที่สัมผัสได้ทั้งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง อาจารย์ และนักเรียนด้วยกันคือ
1. ทหารคิดว่าตนเหนือกว่าพลเรือน ทั้งมิติด้านอำนาจและความรู้สติปัญญา
2. นักการเมืองเลว การเมืองเป็นเวทีแห่งผลประโยชน์ ไร้เกียรติ ต้องมีพวกเขาไว้คอยแก้ปัญหา
3. ภูมิใจ มั่นใจว่าการทหารคือสิ่งที่ขับเคลื่อนทุกอย่างในโลก
4. ถ้าคุยกันในวงแคบจะยอมรับว่ามีการทุจริตในองค์กรมากมาย
5. เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดแบบล้าน % ว่าการเคลื่อนไหวของมวลชนที่เห็นต่างจากรัฐนั้นมีเบื้องหลัง แน่นอนลาสต์บอสคือไอ้กัน

126 Nameless Fanboi Posted ID:DZGv6MxM0u

https://twitter.com/WHO/status/1327203037446889472

WHO ยกไทยเป็นตัวอย่างรับมือ covid ยอดเยี่ยม

#HealthForAll

127 Nameless Fanboi Posted ID:k/hWRpB3Fs

>>126 ผลงานรัฐบาลป่ะครับแบบนี้

128 Nameless Fanboi Posted ID:WLAaowahL4

วัยรุ่นชาวฮ่องกงที่ประท้วงอาจจะคิดว่า จีนมันเหี้ยหนีไปแคนาดาดีกว่า
หารู้ไม่ว่าความจริง การย้ายมันไม่ใช่แค่กระพริบตา นึกจะย้ายก็ย้ายได้เลย การยื่นเอกสารต้องรออย่างน้อย 1 ปีครับ ในระหว่างนี้ถ้าเอกสารผิด หรือไม่ตรงเงื่อนไขต้องยื่นไหม่ และแน่นอนว่าเอกสารบางตัว อาจจะต้องไปขอจากรัฐ ซึ่งไม่ต่างกับสารภาพว่าเป็นผู้ประท้วงเท่าไหร่

แกนนำบางคนเลยปิ๊งไอเดียว่า งั้นระหว่างนี้กูขอหนีไปใต้หวันดีกว่า อนิจาหารู้ไม่ว่าเรือตรวจหน้าน้ำจีนเยอะยังกะฝูงยุง และเนื่องจากเป็นเกาะ ช่วงระหว่างโรคระบาด จะไปทางสนามบินก็ไม่ง่ายนัก ถ้าจะไปทางบกต้องขึ้นแผ่นดินไหญ่ไม่รอดอยู่ดี

ส่วนใครคิดว่าวัยรุ่นโดนจับหมดเดี๋ยวไม่มีคนทำงาน ไม่ต้องกลัวครับ คนจีนมีตั้งหลายล้านคน ยังมีคนรอเสียบอยู่อีกเยอะ

แกนนำที่โดนจับคงมีชะตากรรมเหมือนอุยกูร์เป็นแน่แท้ ไม่แน่อาจจะติดคุกยาวนานกว่า ซึ่งหลังจากปล่อยตัว
ความรู้ความสามารถเค้าคงตกยุคไปแล้ว ทำได้แค่เป็นฟันเพืองระดับล่างตัวนึงในระบบต่อไป

129 Nameless Fanboi Posted ID:mhKpRmlnu6

>>128 ดูจากไหนว่าต้องยื่น 1 ปี ? พวกแต่งงานเอากรีนการ์ด ไปอยู่แล้วค่อยทำเรื่องยังได้เลย

130 Nameless Fanboi Posted ID:WLAaowahL4

>>129 วิธีแต่งงานคือเร็วสุดใน Permanent Resident วิธีที่ว่าคือยื่นเอกสารตามปรกติ

131 Nameless Fanboi Posted ID:mhKpRmlnu6

>>130 แล้วดูจากไหนว่ายื่น 1 ปี
จริง ๆ กฏใหม่มันก็ post graduation work permit แบบไม่จำกัดว่าต้องจบในแคนาดาเฉย ๆ ใช้เวลายื่นแค่ 83 วันเอง
https://www.evisaimmigration.com/en/post-graduation-work-permit-pgwp/
เอามาจากไหนว่า 1 ปี ? มี source ไหม หรือมั่วเอาอีกแล้ว

132 Nameless Fanboi Posted ID:Vl9V2m8kz1

>>131 คะแนนต้องผ่านก่อนนะ ไม่แน่ใจถ้าด่วนจริงมันต้อง Federal skill worker หรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นต้องดูว่าประกาศรับกี่คะแนนแยกตามรัฐไปอีก
อ่อ ส่วนวิธีคิดคะแนนก็นี่

https://www.canada.ca/en/immigration-refugees-citizenship/services/immigrate-canada/express-entry/eligibility/criteria-comprehensive-ranking-system/grid.html

แต่ถ้าไปแบบผู้ลี้ภัยแบบ Protection Visa แล้วไปเปลียนได้ไหมอันนี้ไม่รู้ว่ะ แต่ช่วงโควิตไอ้ตัวนี้ก็ยังไม่เปิดอยู่ดี

133 Nameless Fanboi Posted ID:8zymTZOagN

เห็นคนบอกว่า คนที่ปีนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นไปคลุมผ้านั้น ทำตัวเป็นลิงค่างแบบ ‘ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง’ ได้ยินแล้วทำให้นึกอะไรขึ้นมาหลายอย่าง
.
เวลาได้ยินคนพูดว่า คนสมัยนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มักคิดว่าก็ถูกแล้ว เพราะสังคมที่เสมอภาค ย่อมไม่มามัวนั่งคิดถึงเรื่อง ‘ที่ต่ำ-ที่สูง’ กันนักหรอก
.
ในทางสังคม การมี ‘ที่ต่ำ’ หรือ ‘ที่สูง’ ไม่ใช่เรื่องที่ healthy สักเท่าไหร่ เพราะมันแปลว่าสังคมนั้นยกย่องอะไรบางอย่าง และกดเหยียดอะไรบางอย่างอยู่ แปลว่าเป็นสังคมที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเสมอภาค
.
ที่น่าสนใจก็คือ คำพูดสอนว่า ‘ให้คนรู้จักที่ต่ำที่สูงนั้น’ ส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดไม่ใช่การสอนคนให้ภาคภูมิใจในความเป็นมนุษย์ของตัวเองมากเท่าการสอนว่าให้รู้จักเจียมตัวว่าตัวเองอยู่ใน ‘ที่ต่ำ’ อย่าได้ริไปทำเทียม ‘ที่สูง’ เพราะขี้กลากจะกินกบาลเอาอะไรทำนองนั้น
.
ที่สำคัญ คนที่พยายามทำให้คนอื่นๆ รู้จัก ‘ที่ต่ำ-ที่สูง’ มากๆ มักเป็นคนที่พิจารณาตัวเองว่าอยู่ใน ‘ที่ต่ำ’ (เช่นบ่าวไพร่ในบ้านเจ้าคุณที่สอนบ่าวไพร่คนใหม่) และพยายามลากดึงให้คนอื่นๆ รู้จักสำนึกและเจียมตัวว่าอยู่ใน ‘ที่ต่ำ’ เหมือนตัวเองไปด้วย
.
อย่างไรก็ดี คำว่า ‘ที่ต่ำ’ ของคนเหล่านี้ไม่ได้แปลว่า ‘ที่ต่ำ’ นั้นจะต่ำที่สุด เพราะเมื่อเจียมตัวรู้จักอยู่ใน ‘ที่ต่ำ’ (เมื่อเทียบกับที่สูง) แล้ว ก็ยังพยายามหาที่ที่ต่ำกว่าตัวเองเพื่อเหยียดกดลงไปเป็นชั้นๆ ด้วย โดยการ ‘สอน’ ให้คนอื่นรู้จักที่ต่ำที่สูง ก็คือสำนึกที่ว่า คนที่ถูกสอนนั้น ‘ต่ำ’ กว่าตัวเองลงไปอีกชั้นหนึ่ง เพราะอย่างน้อยก็ขาด ‘ความรู้’ ข้อที่ว่าด้วย ‘ที่ต่ำ-ที่สูง’ จึงต้องถูกสอนและถูกกดเหยียดไปด้วยพร้อมๆ กัน
.
วิธีคิดแบบ ‘ที่ต่ำ-ที่สูง’ มักมาพร้อมแนวคิดเรื่องกรรมแห่งอดีตชาติ ชาติก่อนทำไม่ดีไว้ จึงเกิดมาใน ‘ที่ต่ำ’ ไม่เหมือนคนใน ‘ที่สูง’ ที่ชาติก่อนทำกรรมดีเอาไว้ นั่นทำให้การเปลี่ยนแปลง ‘โครงสร้าง’ ของสังคมเป็นไปได้ยาก เพราะเอาโครงสร้างสังคมไปผูกกับกรรมเสียแล้ว นี่จึงอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการกระจายอำนาจ กระจายรายได้ หรือกระจายความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันจึงเป็นไปได้ยากในสังคมที่มีวิธีคิดแบบนี้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

134 Nameless Fanboi Posted ID:pAJw321.DF

กิจกรรมที่ทำมาเป็นสิบๆปี ทุกวันนี้ก็ทำอยู่แต่ไม่ได้บอกใครแล้ว แต่วันนี้มันเด้งครบ 10 ปี พอดี
.
ลงพื้นที่ตามที่มีคนแจ้งว่าเจอคนลำบาก ... เขียนฏีกาถวายขอรับพระเมตตา
.
ระหว่างนั้นเบื้องต้นก็ช่วยเหลือตามกำลังที่เรามี ถ้ามีคนในครอบครัวพอประกอบอาชีพได้ ก็จะโทรหาพี่ๆสายรีเทลว่ารับคนประจำสาขาไหนมั้ย ส่วนตัวโทรหาได้หมดทุกห้าง หรือ ร้านสะดวกซื้อ หรือ ร้านขายยาและเครื่องสำอางนี่แหละ ผู้ใหญ่เค้าก็สนับสนุนเราส่วนนึง อีกส่วนนึงเค้าก็สร้างทานบารมีช่วยเพื่อนมนุษย์
.
ตอนนี้ก็ปรับแนวทางเพราะ โตขึ้นไปลุยมากไม่ได้ ต้องมีเวลาให้ครอบครัว และเจ้าตัวเล็กทั้ง 2 ทำได้แค่ โอนไปสมทบ ส่วนฏีกา เดี๋ยวนี้สบาย แคปหน้าจอ ส่งไลน์ไป ให้พวกพี่ๆที่อยู่ประจำกองแต่ละพระองค์ สะดวกดีมากตอนนี้
.
สำหรับตัวเองมองว่ามันเป็นกิจกรรมประเภทนึง ที่ทำให้อารมณ์ และ สติ สูงขึ้น แต่ความอยากมีอยากได้จะลดลง ทุกครั้งที่ได้แบ่งปัน
.
... ยกเว้นเรื่องเดียว ที่ลดความอยากมีอยากได้ แบบยากมาก ยากโครตๆ คือ เวลาเจอ new gadgets ออกใหม่เนี่ยยยย อยากได้ไปหมดทุกอย่าง

135 Nameless Fanboi Posted ID:URCev1ojQ7

>>133 ที่ต่ำที่สูงสำหรับกูไม่ใช่แค่การเหยียดนะ แต่สมัยนี้มันคือบอกให้นึกถึงมารยาท กาลเทศะบางอย่างอ่ะ เหมือนให้เคารพในตัวบุคคลไปด้วย เพราะถึงจะแก้ระบบยังไง มันก็ต้องมีคนที่เราให้เกียรติอยู่ดี แล้วสถานที่ที่พวกนั้นปีนขึ้นไป ก็เป็นสถานที่ที่คนเขาก็นับถือกันพอควร การที่พวกนั้นปีนขึ้นไปก็เหมือนไปเหมือนไปเหยียบสิ่งที่คนอื่นเขาถือว่าศักดิ์สิทธิ์แหละ เหมือนไปเหยียบสิ่งที่เขาชอบเขานับถือกัน

136 Nameless Fanboi Posted ID:3XZyAOQ+4.

>>90 แม่งยังถามแบบนี้อยู่ไงแต่ยังถึงได้อ่านแม่งก็ไม่ฟังอยู่ดี

137 Nameless Fanboi Posted ID:c/ysmoVBdC

ความไม่ฉลาดของคนในวัง ความไม่ประสาของคนที่อยู่รอบข้างวชิราลงกรณ์​ ที่แม่งยังคร่ำครึ โบราณ ตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่า วชิราลงกรณ์ส่งทั้งเมียหลวง เมียน้อย ลูกหลวง ลูกน้อย ออกมาทำสงคราม PR แข่งกับกลุ่มผู้ชุมนุม แข่งแบบรายวัน อาทิ เมื่อวาน อีสิริวัณณวรีออกงานรำแข่งกับไพร่ และอีก้อยแวะซื้อสินค้ามูลนิธิสายใจไทย สนับสนุนโครงการหลวง ขอบอกเลย แม่งเชย เชยฉิบหาย ตามโลกไม่ทัน อีง่าว
....ที่บอกตามไม่ทันก็คือ ไอ้งานเอาหน้าแบบนี้ อาจจะใช้ได้สมัยสิริกิติ์สาวๆ สมัยยังไม่มีโซเชี่ยลมีเดีย สมัยไพร่ยังกินหญ้าแทนข้าว แต่สมัยนี้ คนรุ่นใหม่ต้องการเห็นอะไรที่ลุ่มลึก ไม่กลวง ไม่ปลอม คือลองมองไปดูราชนิกูลฝรั่งบ้าง เราแทบจะไม่เห็นเรื่องการออกงานแบบเจ้าไทย ที่แม่งหยิบหย่ง เจ้าฝรั่งเวลาออกงาน นู้น ออกงานเรื่องการส่งเสริมประชาธิปไตย ออกงานที่เกี่ยวข้องกับการเคารพสิทธิมนุษยชน การให้ความเห็นต่อประเด็นสาธารณะ อย่างตอนไดอาน่ายังมีชีวิต นางทำแต่ประเด็นใหญ่ๆ อาทิ กำจัด landmines ดูแลผู้ไร้ที่อยู่อาศัย หรือเยาวชนที่ติดยาเสพติด เค้าไม่ออกงานเดินซื้อกระเป๋าหรือรำโชว์
...แต่เอาละ ดิชั้นก็เว่อร์ไป จะเอาอีเจ้าหญิงกะโหลกกะลาพาหุรัดไปเทียบกับไดอาน่า แม่งเหวกับฟ้า อีดอก

138 Nameless Fanboi Posted ID:JHGlHXZ.ab

>>137 ทำไมต้องเหยียดพาหุรัด​

139 Nameless Fanboi Posted ID:B+tWCjeDEP

>>137 ไม่เคยดูข่าว IO สินะ เจ้าหญิงไดอาน่าเด็กๆไปเลย

140 Nameless Fanboi Posted ID:JHGlHXZ.ab

จริงๆแล้ว ที่ผู้ชุมนุมฝั่งสามเสนต้องการด่วยคือ พัดลมอุตสาหกรรม หลายๆตัว ไปตั้งเป่าให้แก๊วน้ำตากลับไปทางฝั่งเจ้าหน้าที่

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

141 Nameless Fanboi Posted ID:c/ysmoVBdC

ตั้งแต่เริ่มทำงานก็รู้ว่าประเทศไทย มันเทาๆ มันเหมือนจะมีเส้นถูกต้องชัดเจนด้วยศีลธรรมพุทธศาสนา ด้วยกฎหมาย ด้วยจารีตที่เรายึดถือ แต่ก็เหมือนไม่ใช่ แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจและมองผ่านๆมันไปตลอด

ยุคนี้เป็นยุคที่เราสามารถเข้าใจประเทศไทยได้จริงแท้ที่สุด ตั้งแต่ผมมีชีวิตมา

เราเห็นบารมีที่ไม่ได้มาจากการสั่งสมความดี
เราเห็นความดีที่ไม่มาจากการกระทำที่ถูกต้อง
เราเห็นความถูกต้องเป็นการกระทำที่เลวทรามทำคนเดือดร้อน
เราเห็นการกระทำเลวทรามเป็นการกระทำที่คนยกย่องสรรเสริญ

มันคือความวิปริตของบ้านเมืองที่เกิดจากคนถือครองอำนาจ

ฝันว่าวันนึงบ้านเมืองนี้จะไม่บิดเบี้ยว
และคนจะได้มีสิทธิ์เติบโตโดยเท่าเทียมกัน

เราไม่มีทางอยู่แบบนี้กันได้
วันนี้อาจจะถึงหรือไม่ถึงเวลา
แต่กระแสโลกไม่รอ
วันนึงจะมาถึงแน่ๆ
เพราะประเทศไทย
คนไทยกำลังเดินทางไปในทางนั้น

142 Nameless Fanboi Posted ID:c/ysmoVBdC

ออกมาปกป้องสถาบันที่รวยที่สุดในโลก
แต่ตัวเองยังแย่งของแจกเหมือนไม่มีจะกินอยู่เลย

143 Nameless Fanboi Posted ID:pAJw321.DF

ลูกค้าบริษัทนึงฝากให้สกรีนแคนดิเดทด้วยคำถามการเมือง

ขิม : คิดอย่างไรกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันคะ

แคนดิเดท : ให้มันจบที่รุ่นเราครับ

ขิม : ผ่านเข้ารอบเลยค่ะ 😊

บริษัทนี้สนับสนุนประชาธิปไตย อยากให้ประเทศพัฒนาไปพร้อมเทคโนโลยี

โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่ฉลาดค่ะ

ศึกษาข้อมูลจากข่าวต่างประเทศ รอบโลก อย่ามัวแต่เชื่อข่าวหน้าทีวี ที่ดูมาตลอด ตั้งแต่เด็ก เริ่มจาก Google ข่าวต่างประเทศบ้างค่ะ :)

คุณคิดว่านักศึกษาโดนหลอกมาประท้วง ทำไมไม่คิดว่าตัวคุณเองนั่นแหละที่โดนหลอกมาจนแก่

อย่าคิดว่าตัวเองรู้เยอะ รู้ดี เพราะสิ่งที่คุณรู้อาจจะผิดทั้งหมด

อย่าคิดว่าใส่เสื้อเหลืองแล้วคุณกำลังทำความดี คุณไม่ได้ทำความดี คุณแค่ยังไม่ฉลาดมากพอ และหลงเชื่ออะไรผิดๆอยู่ ต่างหาก :)

ถ้าไม่มีลิ่ม ประเทศคงเจริญกว่านี้เป็น 10 เท่า อย่าว่าแต่รถไฟฟ้าเลย เราคงมี ชินคันเซนวิ่งในไทย ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วแล้วล่ะ

นานๆโพสที แต่น่าจะมีสลิ่ดิ้น 🥳

144 Nameless Fanboi Posted ID:CPmFyUMUvU

เรามีสิทธิที่จะชุมนุม จะบุกไปที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องแจ้ง
ด้วยอะ ?
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

พรบ.การชุมนุมสาธารณะ 2558
มี 35 มาตราลองไปอ่านซะนะ ไม่เยอะ
#มิตร ตร ท่านนึงที่แอ๊บกลาง

145 Nameless Fanboi Posted ID:IYILkVB8X5

>>144 เอาล่ะ กูชอบตร.คนนี้ 5555555

146 Nameless Fanboi Posted ID:xNPPb5MhGu

ปกติแล้วเขาใช้สารที่เป็นของเหลวควบคุมการชุมนุม แม้แต่แก๊สน้ำตาก็มาในรูปสารละลาย เพราะมันง่ายต่อการควบคุมทิศทาง
แต่มีประเทศควาย ๆ ใช้สารที่เป็นแก๊ส ลมพัดไปทางตัวเองก็ตายห่าสิคะ อีง่าว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

147 Nameless Fanboi Posted ID:6W.79YzBMp

>>144 พรบ จะขัด รธนไม่ได้

148 Nameless Fanboi Posted ID:xNPPb5MhGu

เศร้าอ่ะ ป้าอยู่อังกฤษ จำได้หลายปีก่อน ฟ้าชายชาร์ลกับคามิลล่าอยู่ในรถ แล้วมีนักศึกษาออกไปประท้วงถึงขั้นทุบรถชาร์ลกับคามิลล่าเลย รู้สึกมีเด็กคนนึงกระโดดขึ้นกระโปรงรถด้วย คามิลล่า กลัวตัวสั่น ลงไปนั่งกองกับพื้นรถเลย แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่มีเด็กคนไหนโดนจับเพราะเรื่องนี้เลยค่ะ เพราะเขาถือว่า ทั้งสองคนในรถไม่เป็นอะไร และเป็นเหตุการณ์ประท้วงวุ่นวาย มิได้มีเจตนาทำร้ายใครในรถ แต่มีเด็กคนนึงจาก ม. แคมบริดจ์ โดนจับติดคุก 6 เดือน แต่ไม่ได้โดนเพราะคดีประทุษร้ายราชวงศ์ โดนเพราะไปทำลายอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์อะไรสักอย่างตอนประท้วง แล้วหันมาดูของเรา เฮ้อ เศร้าใจ

#มิตรสหายท่านหนึ่งพูดถึงบทสัมภาษณ์ ตัน สุรนาถ

149 Nameless Fanboi Posted ID:xNPPb5MhGu

ทูตมหาอำนาจ 5 ประเทศนอกแถว?
——
มีคนอยากให้เขียนเรื่องทูตห้าประเทศใหญ่ได้แก่ สหรัฐฯ เยอรมัน ญี่ปุ่น อังกฤษ และออสเตรเลีย ร่วมกันออกแถลงการณ์ ให้ทางการไทยปฏิรูปศักยภาพ ระเบียบขั้นตอนการทำธุรกิจและการลงทุน โดยมีข้อเสนอ 10 ประการ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ว่ามันมีความหมายเช่นไร เป็นเรื่องปกติหรือไม่แค่ไหน อะไรอย่างไร
——
ก็ขอเรียนว่าเรื่องนี้จะว่าไป ก็ทั้งปกติและไม่ปกติ คือถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ในทางการทูต แต่จะอย่างไรก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยหรือว่าเป็นเรื่องปกตินัก
——
โดยปกติเมื่อเกิดปัญหาหรือมีข้อเสนอแนะใด ทูตแต่ละประเทศก็จะไปพบกระทรวงการต่างประเทศ หรือบุคคลในรัฐบาลเพื่อให้ช่วยประสานงานดำเนินการในเรื่องนั้นๆ แต่จะไม่มาตั้งโต๊ะร่วมกันแถลงการณ์ออกสื่อแบบนี้ ซึ่งแม้จะอยู่ในวิสัยที่ทำได้แต่ถ้าไม่จำเป็นพวกทูตเขาก็มักจะไม่ทำกัน เพราะโดยทั่วไปประเทศเจ้าบ้านมักไม่ปลื้ม เหมือนกับว่ามาสอนกันซึ่งหน้าผ่านสื่อ ถือเป็นการฉีกหน้าหน่อยๆว่างั้น
———
แต่สิ่งที่อยากอธิบายเพิ่มเติมเพราะหลายคนไม่เข้าใจ คือทำไมหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศตะวันตกถึงชอบเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตยกัน (และอย่าหาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะ อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลย แม้แต่หลายคนในกระทรวงต่างประเทศไทยสมัยนี้ก็ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ ซึ่งมันสะท้อนความอ่อนของพวกเราในยุคหลัง)
———
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่าทุกประเทศในโลกมีผลประโยชน์แห่งชาติ มากน้อยแตกต่างกันออกไป และมันมีหลายด้าน เช่นผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ด้านการเมือง ความมั่นคง อะไรก็ว่าไป แต่สำหรับประเทศตะวันตกและอีกหลายประเทศ อุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งก็คืออุดมการณ์ประชาธิปไตยนั้น เขาถือว่าเป็นผลประโยชน์แห่งชาติอย่างหนึ่งของเขา
———
แม้ว่าหลังยุคสงครามเย็น เรื่องผลประโยชน์ด้านอุดมการณ์ทางการเมืองจะลดความสำคัญลง แต่มันไม่ได้หมายความว่ามันหดหายไปจนหมด หลายประเทศยังคงถือว่าเรื่องประชาธิปไตยเป็นหนึ่งในผลประโยชน์ของเขา
——-
เพราะอะไร? ทำไมประชาธิปไตยจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับหลายประเทศในโลก โดยเฉพาะที่เจริญแล้ว? คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ มันก็เป็นธรรมดาของคนเรา ที่อยากให้คนที่เราติดต่อคบค้าด้วย มีแนวคิดคล้ายกัน มีพื้นฐาน มาตรฐานที่เป็นสากล รวมทั้งเป็นผู้ที่มีความชอบธรรม มีหลักการ มีความมั่นคง ไว้เนื้อเชื่อใจได้
———
พูดกันตามตรง ประเทศตะวันตกเขาไม่ถึงกับแคร์มากนักหนาในเรื่องประชาธิปไตยของประชาชนในอีกประเทศหนึ่งนักหรอก เพราะเขามีผลประโยชน์ด้านอื่นๆที่เขาต้องคอยรักษาและส่งเสริมเช่นกันกัน
———
แต่ที่เขาออกมาเรียกร้องเรื่องนี้เพราะเขาเห็นว่าการมีประชาธิปไตยมันเอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ด้านอื่นๆของเขาด้วย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ที่มันต้องเชื่อมโยงกับเรื่องของความโปร่งใส การตรวจสอบได้ มีระบบของการรับผิดชอบ (accountability) ซึ่งโดยทั่วไป มันจะมาพร้อมกับระบอบที่มีความเป็นประชาธิปไตย
———
ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่หลายประเทศเขาอยากเห็นเราเป็น เพราะมันจะอำนวยประโยชน์ให้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย มันจะช่วยเพิ่มพูลผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน รวมทั้งทำให้ผลประโยชน์ในด้านอุดมการณ์ทางการเมือง ที่เขาต้องตอบสังคมของเขาเองได้ มีความสอดคล้องกันด้วย
———
แน่นอนว่าท้ายที่สุด ทุกประเทศย่อมคำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติตนเป็นหลัก ซึ่งมันก็อยู่ที่วิธีเล่นของแต่ละประเทศ ว่าทำอย่างไรถึงจะส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติของตนได้มากที่สุด
———-
หันมามองประเทศเราเอง ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เราได้ทำอะไรบ้างเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติ หรือทำไปเพื่อตนเอง เพียงเพื่อกลุ่มคนไม่กี่คนที่ได้ประโยชน์ ในขณะที่ส่วนคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องกระเสือกดิ้นรนกันไปตามมีตามเกิด
———-
จนบางทีทูตทั้งห้าประเทศเขามองแล้ว อาจเกิดทั้งความสงสาร และสมเพช ประเทศไทย จึงต้องออกมาแนะนำ ทำในเรื่องที่ไม่ปกตินัก แม้ว่ายังคงเปี่ยมด้วยความสุภาพเช่นที่นักการทูตฝีมือดีพึงกระทำ
———-
แต่ถึงจะสุภาพนิ่มนวลแค่ไหน บรรทัดสุด (bottom line) มันก็ยังอ่านได้อยู่ดีว่านี่คือวิธีพูดแบบนิ่มๆ ว่าที่เราเป็นอยู่นี้ มันไม่ใช่นะ ต้องปรับปรุงนะ
———-
จริงๆก็คือทั้งสอนและตำหนิกลายๆ ภาษาชาวบ้านคือตบหน้าเบาะๆ
———
ส่วนจะมีใครหน้าชา รู้สึกรู้สาอะไรบ้างไหมในฝ่ายเรานั้น อันนี้ผมไม่แน่ใจ
———-
เท่าที่เห็นเท่าที่ผ่านมา ผมว่าประเทศเราลืมไปแล้วว่า คำว่า อาย สะกดอย่างไร
—————

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

150 Nameless Fanboi Posted ID:AVWuyZ6TcJ

สุดท้ายแล้วได้อะไรครับ บุกเข้าไปล้อมสภาฯ ทำไม จะชุมนุมตรงไหนก็ได้ สองฝ่ายทะเลาะกัน ปะทะกัน ทำร้ายกันบาดเจ็บกันทำไม สภาฯก็ยังไม่ได้ลงมติอะไร ต่างฝ่ายต่างจะออกมาทะเลาะกันทำไม ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ประชุมสภา แทนที่จะรับหลักการไปก่อนก็อาจต้องรอ แก้รัฐธรรมนูญไปก็ใช่ว่ามันจะรวดเร็วทันที มองไม่เห็นจริงๆเลยครับว่าประชาชนจะได้อะไรนอกจากบ้านเมืองวุ่นวาย เสียเวลาทะเลาะกันเองเพื่อนักการเมืองและผู้มีอำนาจจะได้ประโยชน์

151 Nameless Fanboi Posted ID:rgLAF8rVCw

มีคนงงเรื่องเป็ดเหลือง อาจจะบอกว่าเป็ดเหลืองเกี่ยวอะไร แต่เราเห็นเป็ดเหลืองในภาพที่ออกมาตอนแรก คือยิ้มเลย มันคือสิ่งที่ฉลาดมาก ทั้งในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งาน และในแง่ของภาพที่มันดึงความสนใจของคน และ viral potential ให้เกิดพูดถึง และเกิดภาพจำของเหตุการณ์ที่ชัดขึ้น

มันอาจจะเป็นแค่การกวนตีนเฉยๆ ก็ได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ถ้ามองในมุมของ strategic เชิงการสื่อสาร มันก็ได้ผลที่ดีอ่ะ

152 Nameless Fanboi Posted ID:rgLAF8rVCw

หาคนอัจฉริยะ เอาคนธรรมดาไปสัมภาษณ์ ถามคนสัมภาษณ์บอก ”ได้คุยกับ คนบ้า” ถามคนถูกสัมภาษณ์ ได้คำตอบ ”ได้คุยกับ คนโง่”.

จะหาเสือดี เอาคนเลี้ยงเสือไปหา อย่าเอาคนเลี้ยงหมาไปหาเสือ จะได้ เสือธรรมดา

153 Nameless Fanboi Posted ID:rgLAF8rVCw

รีวิวผลลัพธ์จากการออกกำลังกาย คือ แม้ว่าหลังจากฟิตหุ่นมา 1 ปี ฉันจะยังหุ่นไม่ดีเท่าคนอื่นๆ (เพราะปัญหาเรื่องอายุ) แต่มันก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในชีวิตจริงๆนะ เช่น

1.จากที่ไม่เคยมีใครส่งข้อความหลังไมค์มาชวนเอาเลย นับตั้งแต่วันแรกที่เล่น facebook จนถึงปัจจุบัน กลายเป็นว่า ปีนี้ มีคนมาชวนเอาอย่างน้อยเดือนละคน (ถ้าเป็นคนที่หุ่นดีกว่าฉัน น่าจะมีเดือนละ 3 - 5 คนขึ้นไป)

2.ช่วงที่อายุ 30 จนถึง 40 กว่าๆ ไปซาวน่าเกย์ทีไร ไม่ได้คนเอาด้วยเลย ไปแล้วนกทุกครั้ง กลายเป็นว่า ช่วงปีที่ผ่านมา ไปซาวน่าเกย์ทีไร ได้ 3 - 4 คนตลอด โดยเป็นฝ่ายถูกชวนก่อนด้วย (จากที่เมื่อก่อน กูสะกิดใคร คนนั้นต้องหนีกูอ่ะ เหมือนเจอผี)

3.จากที่เมื่อก่อน เวลานัดเอากับใครในเน็ต หลังจากเอาเสร็จ คนที่เอาด้วยก็จะไม่ชวนฉันเอาอีกเลย แบบว่าครั้งเดียวพอ อย่ามาหาอีก แต่ช่วงปีที่ผ่านมา มีหลายคนที่เป็นพูดกับฉันว่า "ขอเจออีกได้ไหมครับ" เฮ้ย! กูช็อคอ่ะ ไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อนเลย แม่งน้ำตาจะไหล

การออกกำลังกายแม่งเปลี่ยนชีวิตจริงๆ สาบานได้เลย

154 Nameless Fanboi Posted ID:LAwyP6RVpQ

รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเดือดเยอะ เราว่าเราควรจะพอกับพวกหมาเห่าหน้าคีย์บอร์ดเเต่ไม่เคยลงไปดูเหตุการณ์จริงๆเลย โปรดปรานเฟคนิวส์อีกตะหาก
เราควรทำงานให้มีชีวิตรอดกลับมาหาเเมวตัวเองให้ได้เเต่ละวันก็พอละ

สุดท้ายนี่ จะราด จะหร้าน จะซาหริ่ม จะส้ม จะเหลือง จะอะไรก็ชั่ง เเต่เราก็มีสิ่งที่รักเหมือนกันก็คือ เเมว

มิตรสหายตำรวจท่านนึงที่สามารถเปลี่ยนไปเป็น Freelance artist ได้แต่ก็ไม่

155 Nameless Fanboi Posted ID:lIv9I31GbW

>>153 นึกถึงเวลาไปเที่ยวอย่างว่า ผญ มักบอกว่าแม้ ผช จะจ่ายเงินเหมือนกัน แต่เอากับ ผช หุ่นดีมันฟินกว่า จะแก่จะหนุ่มก็ได้ มันมีอารมณ์ร่วมกว่าพวกพุงโย้อะนะ

156 Nameless Fanboi Posted ID:u+FIqR86PY

เรื่องตลกที่ไม่ตลก

คิดแล้วคิดอีกยังไม่เข้าใจว่า เสื้อเหลืองไปรวมตัวกันที่สภาเพื่ออะไร
.
จะปกป้องสถาบันฯ หรือ ปกป้องสภา ?
.
สถานการณ์ต่างๆ กำลังจะดีอยู่แล้ว คนไทยกำลังได้ข่าวดีต่อเนื่อง รัฐบาลก็แค่ทำงานให้ดี ทำเศรษฐกิจให้ฟื้น สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลงานก็เริ่มชัดเจน ตั้งแต่มาตรการคนละครึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ การได้คำชื่นชมจาก Who เรื่องคุมโควิด การเข้าร่วม RCEP การสนใจเข้ามาลงทุนของชาติต่างๆ ประเทศไทยกำลังมีความหวัง คนไทยเริ่มออกมาอยู่ข้างในหลวง อยากจะข้ามพ้นความขัดแย้ง แล้วร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ
.
กำลังสบายใจ แต่พอผ่านมาไม่กี่วัน ม็อบตีกันอีก ( แถมมีผู้ชุมนุมพกปืนมาด้วย )
.
ผมเคยเตือนแล้ว ถ้าจะรวมตัวแสดงความจงรักภักดีทำไปเถอะ แต่ถ้ารวมตัวไปงัดกับอีกม็อบ อย่าหาทำ เพราะการมีม็อบชนม็อบ ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงกว่าเดิม
.
คุณใส่เสื้อเหลืองมาชุมนุม เพราะคุณบอกว่าคุณปกป้องสถาบัน อย่าลืมว่าการอ้างแบบนั้นทำให้คุณแบกรับความเป็นรอยัลลิสต์อยู่ การกระทำของพวกคุณล้วนมีผลกระทบต่อสถาบัน ถ้าทำดีก็ดี แต่ถ้าทำเลว สถาบันฯก็เสียหายไปด้วย
.
พวกคุณเห็นที่ ในหลวง ทรงแจกลายเซ็นให้ประชาชนไหม ท่านทรงเขียนบอกว่ายังไง ภูมิใจในความเป็นไทย บอกให้มีเมตตาต่อกัน รักกัน สามัคคีกัน ประนีประนอมกัน
.
แล้วไอ้ที่มาตีกันตุ้บตั้บ นั่นมันคืออะไร
.
แล้วที่คุณเอาเสื้อเหลืองมาใส่ มายึดพื้นที่หน้าสภา ถ้าจะบอกว่ามาปกป้องในหลวง ปกป้องอะไร ในหลวงไม่ได้ทรงอยู่ในสภา ท่านไปทรงงานต่างจังหวัด
.
ถามจริงๆ จะไปตรงนั้นทำไม? ปกป้องอะไร? แสดงพลังอะไร?
.
คณะราษฎรจะม็อบก็ปล่อยเขาไปสิ อย่างมากก็ปะทะกับเจ้าหน้าที่ ล้อมสภาได้ไม่เกินคืนหรอก เก็บภาพเก็บคลิป ไล่ฟ้องย้อนหลัง
.
จะมาต้าน ร่างแก้ไขรธน.ฉบับไอลอว์เหรอ ถ้าแค่นั้น อยู่บ้านก็ต้านได้ ไปทำข้อมูลสิ ชี้แจงสิว่ามันไม่ดียังไง สู้ด้วยข้อมูลไปสิ
.
หน้าที่ตีตกหรือรับร่างเป็นของสภา ส.ส. ส.ว. ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับม็อบเลย
.
ต่อให้รับร่าง ผ่านสภามา ก็ยังมีอีกหลายขั้นตอน ยังต้องลงประชามติกันอีก ไม่ใช่จะผ่านร่าง รธน. กันง่ายๆ
.
ถ้าเห็นว่าร่างไอลอว์ไม่ดี ไม่เหมาะ มีช่องทางอีกมากในการตีตก ให้ข้อมูลความรู้ประชาชน ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความไปสิ ที่แน่ๆ ไม่ใช่การเอาม็อบไปทะเลาะกับเขา
.
ถ้าม็อบคณะราษฎร มากดดันขู่เข็ญบังคับสภาให้รับร่าง มันก็ยิ่งแสดงความเป็นอนาธิปไตย ทำให้ร่างของไอลอว์ไม่ชอบธรรมยิ่งขึ้น ไม่ใช่เหรอ ( iLaw = กฎกู )
.
ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องเอาม็อบเหลืองไปรอทะเลาะกับม็อบคณะราษฎร ที่ตรงนั้น
.
หรือมีใครอยากให้ม็อบตีกันเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญอีกรอบ
.
อย่าหาทำ!
.
เอาปืนมายิงกันแบบนี้ โชคดีแค่ไหนที่ไม่มีคนตาย ถ้าตายขึ้นมาซักคน มันคือความผิดร่วมกันนะ ที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
.
อีกเรื่องที่บ่นมาตลอด บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ ที่เห็นชัดๆคือ รัฐบาลสอบตกเรื่องจัดการเฟกนิวส์ อย่างร้ายแรง
.
สื่อที่พาดหัวบิดเบือน ปล่อยข่าวบิดเบือน ทำไมไม่เคยจัดการ ปล่อยแล้วปล่อยอีก เกรงใจใคร?
.
คุณตั้งศูนย์เฟกนิวส์ ถามจริง ใครเข้าไปอ่านบ้าง ถ้าทำอยู่แค่ในกะลาของตัวเอง ไม่มีการขยายในวงกว้าง ในแพลทฟอร์มต่างๆ
.
แล้วที่น่าตลกคือ คุณอ้างว่าโซเชียลมีหลายขั้นตอน ต้องฟ้องศาล ต้องขอคำสั่งศาล กว่าจะลบหรือปิดโพสต์ได้
.
ทั้งๆที่ โซเชียลมีระบบตรวจจับข่าวปลอม โพสปุ๊บ detect ปั๊บได้เลย แจ้งทันทีว่า นี่คือเฟกนิวส์ พร้อมลิงค์อธิบายชี้แจง ถ้าทำตรงนี้ก็แก้ได้แล้ว ไม่ต้องไปไล่ฟ้องเป็นรายๆ แล้วก็ทำอะไรไม่ได้
.
คุณเป็นถึงรัฐบาล ทำไมไม่ประสานงานจัดการเรื่องนี้ กินเงินเดือนแสนๆ มีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญต่างๆนานา จ้างกันมา ไม่แนะนำกันเลยรึไง?
.
ที่น่าตลกกว่าคือ รัฐบาลง่อยทำไม่ได้ แต่พวกที่ไม่ใช่รัฐบาลเสือกทำได้
.
ทำไม่ได้ หรือไม่คิดจะทำ ผมละสงสัย
.
สุดท้ายบ้านเมืองวุ่นวายเพราะข่าวปลอม ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข
.
ควรพิจารณาตัวเองได้แล้วนะครับ
.
อย่าโหนเสื้อเหลือง เพื่ออาศัยพระบารมีมาปกป้องรัฐบาล สิครับ
.
ฝากไว้ให้คิด

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

157 Nameless Fanboi Posted ID:u4vFlfJYhv

อีกเรื่องที่ต้องบันทึกเอาไว้กันลืม หลังจากที่ได้เข้าประชุมกับกฤษฏีกาและสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อเช้านี้

มีตัวแทนจากฝั่งไวน์ทักท้วง สคอ ไปว่าการที่ซอมเมลิเยร์อธิบายคุณลักษณะ ถิ่นปลูก รสชาติของไวน์ มันจะไปผิดกฏหมายได้อย่างไร

แต่หน่วยงานราชการไทย ก็กล่าวว่าการที่ซอมเมลิเยร์ออกมาพูดอธิบาย ก็ถือว่ามีความผิด ไม่ต่างอะไรกับเด็กเชียร์เบียร์

นี่เป็นทัศนคติของหน่วยงานราชการไทย ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมแม้แต่น้อย และยังดูถูกอาชีพซอมเมลิเยร์ว่าไม่มีคุณค่า ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องทำความเข้าใจ

ทำไมเราต้องปล่อยให้ข้าราชการโง่ๆบางคนมีอำนาจ และให้คนโง่เหล่านี้มาคอยกีดขวางความเจริญของประเทศ ก็ไม่เข้าใจประเทศนี้จริงๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผมขออนุญาตมาแสดงความเห็นเพิ่มเติม ประเดี๋ยวจะมีคนเข้าใจผิดว่าผมเหยียดเด็กเชียร์เบียร์ พอดีไปม๊อบมา พึ่งว่างมาโพสเพิ่ม 555

คือก่อนหน้านี้เราพูดคุยกับทางราชการมาหลายครั้ง แล้วมันมีเคสที่หน่วยงานราชการชอบไปไล่จับร้านลาบ ร้านข้าวต้ม รวมไปถึงจับเด็กเชียร์เบียร์ด้วย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่พวกเราพยายามร้องเรียน ว่าคุณไปไล่จับเด็กเชียร์เบียร์ทำไม น้องๆเขาทำงานสุจริต มันก็เหมือนพนักงานเสิร์ฟทั่วไป และบางครั้งเด็กเชียร์เบียร์ต้องไปเสียค่าปรับหลายหมื่นเอง (มันต้องเป็นคนแบบไหนกัน ที่เอาเปรียบคนทำมาหากินกันแบบนี้)

ราชการก็จะตอบกลับมาโง่ๆว่า มันผิดกฏหมาย ใส่ชุดมีสีมีโลโก้ ก็ถือว่าผิด น้องพูดชักชวนให้คนที่มาร้านดื่มเบียร์ก็ผิดกฏหมายเช่นกัน (คิดเอาละกันว่าคนพวกนี้มันมีความเป็นมนุษย์มั้ย)

แล้ววันนี้เราก็คุยกันโดยอ้างอิงถึงเรื่องเด็กเชียร์เบียร์ก่อน แล้วก็มีคนยกประเด็นเรื่องซอมเมลิเยร์ตามมา ฝ่ายราชการเขาก็ตอบด้วยการพูดว่าซอมอธิบายรสชาติไวน์ก็ผิดกฏหมาย และเปรียบเปรยไปถึงเด็กเชียร์เบียร์

ก็ประมานนี้นะครับ

ยังยืนยันว่าจะเด็กเชียร์เบียร์หรือซอมเมลิเยร์ก็คืออาชีพที่มีเกียรติ มีศักด์ศรีไม่ต่างกัน และเราก็พยายามจะอธิบายให้ราชการได้ทราบว่า ไอ้สิ่งที่พวกเขาทำ มันไม่ผิดกฏหมายในที่ใดบนโลกนี้ เสือกมีแต่ที่ไทยนี่ล่ะที่ไปไล่จับเด็กเชียร์เบียร์ หรือมาบอกว่าการอธิบายรสชาติเป็นสิ่งผิดกฏหมาย

นี่พวกมึงบ้ารึเปล่า ความเป็นคนนี่พวกมึงไม่มีกันเลย แต่มันคือปรสิตแล้ว
#กฏหมายส้นตีนคนใช้ก็ส้นตีน

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

158 Nameless Fanboi Posted ID:4Z3UL2gMVo

คุณบอกประยุทธ์ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ทำไมตอนไทยรักไทยหรือพลังประชาชนเป็นรัฐบาลคุณไม่ใช้เหตุผลนี้

คุณบอกรธน.เป็นกฎหมายสูงสุดจะแตะต้องแก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องปกป้อง ทำไมตอนทหารทำรัฐประหารฉีกรธน.คุณไม่ใช่เหตุผลนี้

คุณต่อต้านการนิรโทษกรรม คสช.ทำนิรโทษให้ตัวเอง ทำไมคุณไม่ใช่เหตุผลนี้

159 Nameless Fanboi Posted ID:zTMFvRBsF.

>>158 ทุกอย่างมันรวมศูนย์อยู่ที่สิ่งเดียว ที่สิ่งนั้นเอารัฐบาลใคร

160 Nameless Fanboi Posted ID:RBTdOKrOcF

อยากรู้มั้ยคน Gen X ปลายอย่างผมเจออะไรมาบ้าง

ตอนเด็กๆผู้ใหญ่ชอบบอกเราว่าอย่าเถียง
เวลาอยากเรียนอะไรที่สนใจ จะโดนบอกว่าไม่ดี ที่ดีในโลกนี้คือวิศวะ หมอ ข้าราชการ บัญชีจุฬาฯ

อ้าว ก็กูไม่ได้ชอบหนิ
ยังโชคดีที่พ่อแม่ผมเปิดกว้าง อยากทำอะไรก็ทำ

ดูทีวีอภิปรายสภา ก็เจอแต่ขี้โม้เล่นปาหี่ ชวนทะเลาะอยู่นั่น
กูทนสิ่งเหล่านี้มา 30-40 ปี ด้วยการค่อยๆเปลี่ยนสิ่งรอบข้างให้สร้างสรรค์แทน
พอปี 2563
เจอคนรุ่นใหม่
แม่งหนักกว่าเดิม

ในขณะที่รุ่นผมพยายามปฏิรูปการศึกษา เร่งกระจายอำนาจ ผลักดัน Startup สร้างสังคมเท่าเทียมทางเพศ หยุดธุรกิจผูกขาด สร้างสังคมแตกต่าง และมีนวัตกรรม
แต่คนรุ่นใหม่ (แม้จะไม่ทุกคน) แม่งบุลลี่คนเห็นต่าง โลกต้องเป็นแบบของแม่งแบบหาทิศทางไม่ได้
วันๆแม่งพูดแต่หี ควย แดกเหล้า กับปี้เสรี แทนที่จะเสนอว่าจะปฏิรูปมหาดไทยยังไง ช่วยแก้หนี้เกษตรกรยังไง
ไอด้อลพวกแม่งคือจอมพล ป. ที่เคยจะประกาศห้ามคนไทยนับถือศาสนาอิสลาม คริสต์ ซิกข์
ถุย
จอมพล ป.ที่ประกาศปิดโรงเรียนจีน ปิดหนังสือพิมพ์จีน ปิดโรงเรียนปอเนาะ สั่งอุ้มคนเห็นต่างไปยิงเป้าเป็นผักปลา หรือโชคดีหน่อยก็ไปอยู่คุกตะรุเตาจนในหลวง ร.9 ต้องออกไปปกป้องราษฎรไทยที่ถูกทำร้าย
ในหลวง ร.9 ประกาศไม่ยอมให้จอมพล ป.กักตัวอีกต่อไป และเสี่ยงตายออกไปปกป้องมัสยิด ปกป้องปอเนาะ ปกป้องชุมชนจีน เอาเงินตัวเองปลูกป่า ปรับดิน พัฒนาระบบน้ำให้เกษตรกรที่ถูกทิ้งเหมือนหมูเหมือนหมา สู้จอมพล ป.ที่ไล่กำจัดคนเห็นต่าง

ผมพูดบ่อยว่าใครอยากปฏิรูป เราคือเพื่อนกัน
แต่ที่เห็นนี่มันคือการถอยหลังลงคลอง ด่าเจ้า ด่าคนเห็นต่าง เหยียดคนอื่น เพราะขี้อิจฉาแบบสมศักดิ์เจียม ไม่ได้อยากพัฒนาอะไร แถมโง่กว่าเดิม
โคตรกระจอก

161 Nameless Fanboi Posted ID:mwSygtGIrQ

>>160 ปฎิรูปโดยที่ไม่รู้ว่าต้นเหตุปัญหามาจากใคร ยังเทิดทูนไม่เลิกแบบมึง คงจะทำได้อยู่หรอก ฝันไปเหอะมึง 55555

162 Nameless Fanboi Posted ID:mwSygtGIrQ

>>160 ใครว้าาาที่ขยันเซ็นรฐปห จนประเทศแม่งถอยหลังแบบนี้ ตอบกูหน่อยสิ 555

163 Nameless Fanboi Posted ID:07Rl9WMLUQ

>>160 เร่งรีบเกินไปแหละว่ะ เส้นทางเลยไม่แน่นอน ล้มทีนี่ระเนระนาดเหมือนโดนโบวลิ่งชน

164 Nameless Fanboi Posted ID:RBTdOKrOcF

อยากรู้มั้ยคน Gen X ปลายอย่างผมเจออะไรมาบ้าง

ตอนเด็กๆผู้ใหญ่ชอบบอกเราว่าอย่าเถียง
เวลาอยากเรียนอะไรที่สนใจ จะโดนบอกว่าไม่ดี ที่ดีในโลกนี้คือวิศวะ หมอ ข้าราชการ บัญชีจุฬาฯ

อ้าว ก็กูไม่ได้ชอบหนิ
ยังโชคดีที่พ่อแม่ผมเปิดกว้าง อยากทำอะไรก็ทำ

ดูทีวีอภิปรายสภา ก็เจอแต่ขี้โม้เล่นปาหี่ ชวนทะเลาะอยู่นั่น
กูทนสิ่งเหล่านี้มา 30-40 ปี ด้วยการค่อยๆเปลี่ยนสิ่งรอบข้างให้สร้างสรรค์แทน
พอปี 2563
เจอคนรุ่นใหม่
แม่งหนักกว่าเดิม

ในขณะที่รุ่นผมพยายามปฏิรูปการศึกษา เร่งกระจายอำนาจ ผลักดัน Startup สร้างสังคมเท่าเทียมทางเพศ หยุดธุรกิจผูกขาด สร้างสังคมแตกต่าง และมีนวัตกรรม
แต่คนรุ่นใหม่ (แม้จะไม่ทุกคน) แม่งบุลลี่คนเห็นต่าง โลกต้องเป็นแบบของแม่งแบบหาทิศทางไม่ได้
วันๆแม่งพูดแต่หี ควย แดกเหล้า กับปี้เสรี แทนที่จะเสนอว่าจะปฏิรูปมหาดไทยยังไง ช่วยแก้หนี้เกษตรกรยังไง
ไอด้อลพวกแม่งคือจอมพล ป. ที่เคยจะประกาศห้ามคนไทยนับถือศาสนาอิสลาม คริสต์ ซิกข์
ถุย
จอมพล ป.ที่ประกาศปิดโรงเรียนจีน ปิดหนังสือพิมพ์จีน ปิดโรงเรียนปอเนาะ สั่งอุ้มคนเห็นต่างไปยิงเป้าเป็นผักปลา หรือโชคดีหน่อยก็ไปอยู่คุกตะรุเตาจนในหลวง ร.9 ต้องออกไปปกป้องราษฎรไทยที่ถูกทำร้าย
ในหลวง ร.9 ประกาศไม่ยอมให้จอมพล ป.กักตัวอีกต่อไป และเสี่ยงตายออกไปปกป้องมัสยิด ปกป้องปอเนาะ ปกป้องชุมชนจีน เอาเงินตัวเองปลูกป่า ปรับดิน พัฒนาระบบน้ำให้เกษตรกรที่ถูกทิ้งเหมือนหมูเหมือนหมา สู้จอมพล ป.ที่ไล่กำจัดคนเห็นต่าง

ผมพูดบ่อยว่าใครอยากปฏิรูป เราคือเพื่อนกัน
แต่ที่เห็นนี่มันคือการถอยหลังลงคลอง ด่าเจ้า ด่าคนเห็นต่าง เหยียดคนอื่น เพราะขี้อิจฉาแบบสมศักดิ์เจียม ไม่ได้อยากพัฒนาอะไร แถมโง่กว่าเดิม
โคตรกระจอก

165 Nameless Fanboi Posted ID:RBTdOKrOcF

อีกภายในไม่กี่ปี​ ไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์แบบ​ ผู้ใหญ่ในตอนนี้จะต้องพึ่งเด็กที่ตัวเองจงเกลียดจงชังในทุกๆ​ ทาง

ต่อให้คุณสร้างตัว​ เก็บเงินจนคิดว่ามีพอจะเลี้ยงตัวเองไปได้จนตาย​ หรือมีลูกหลานที่คิดว่าน่าจะดูแลคุณได้

แต่ลองคิดดูดีๆ​ ในสังคมที่มีผู้ปกครองแบบนี้​ ทำให้สภาพเศรษฐกิจและสังคมเละเทะแบบนี้​ เปิดทางให้นายทุนปู้ยี่ปู้ยำกอบโกยเงินไปหมด​ เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแย่งที่ทำกิน​ แม้แต่ที่ดินก็จะกลายเป็นของเขาอยู่รอมร่อ​ กิจการสำหรับคนตัวเล็กๆ​ อยู่ไม่รอด​ คนที่อยู่รอดคือพวกนายพลกับข้าราชการระดับสูงๆ​ ที่ไม่เคยสร้างผลผลิตอะไรให้ประเทศ​ ฯลฯ

ประเทศแบบนี้​ มีเงิน​ ​ค่าเงินก็จะค่อยๆ​ หายไป​ ทุกวันนี้เงินร้อยสองร้อยใช้จ่ายครบวันยังแทบไม่ได้​ แน่ใจเหรอว่าเงินที่คุณมีจะพาคุณอยู่รอดไปจนตลอดฝั่ง​ กิจการหรืองานที่คุณคิดว่าทายาทคุณจะใช้มันหาเงิน​ จะยังทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แน่ใจเหรอว่าถ้าเศรษฐกิจและสังคมพัง​ ประเทศกลายเป็นเส้นทางการค้ายาเสพติด​ สังคมมันจะดีพอให้คุณและครอบครัวเฉิดฉายมีความสุขอยู่ได้อย่างปลอดภัย​ แน่ใจเหรอว่าถึงมีรถหรูพาไปส่งหมอที่เก่งที่สุด​ ตอนที่ความเป็นตายยื้อกันหนักสุด​ คุณจะไม่โดนขบวนอะไรมาขวางให้พะงาบรอต่อไปอย่างนั้นก่อน

คนที่ไปไม่รอด​ ถึงที่สุดก็จะถูกชะตากรรมบีบคั้นให้ทำเรื่องผิดๆ​ เหล่านี้จะสยายปีกล้อมตัวคุณไว้​ คิดเหรอว่าสร้างกำแพงสูงเท่าฟ้าแล้วยังจะขังตัวเองให้ตายตอนแก่ได้

อนาคตที่เด็กรุ่นนี้กำลังต่อสู้​ ในทางนึงมันคืออนาคตของพวกคุณเหมือนกัน

ถ้าพวกเขามีอนาคตที่ดี​ ถ้าเรามีประเทศที่ดี​ อย่างน้อยระบบมันจะวนมาดูแลคุณเองได้ด้วย​ เงินของคุณจะยังมีค่า​ ถ้าเศรษฐกิจดี​ โจรผู้ร้ายก็จะน้อยลง​ ไม่ต้องเสี่ยงว่าคุณนอนแก่หงำอยู่ในบ้านแล้วจะมีใครเข้ามาปล้น

ต่อให้คุณไม่เชื่อใจ​ และเหยียดหยามเด็กๆ แต่ถามจริงๆ​ ฝากตอบตัวเองด้วยความบริสุทธิ์​ใจ ถ้าประเทศยังอยู่ในวังวนนี้ต่อไป​ ถ้าคนอย่างธรรมมนัสขึ้นมาครองเมือง​ มีผู้กำหนดทิศทางที่วิสัยทัศน์แบบตู่​ มีรองที่กุมอำนาจแต่ประคองสังขารตัวเองเดินยังไม่ไหวแบบป้อม​ มีกลุ่มผู้นำที่เห็นคนไม่เท่าคน​ พร้อมจะขจัดคนที่ไร้ประโยชน์กับตัวเองทิ้ง​ ชีวิตคุณจะเป็นยังไง​

คุณคิดว่าวันที่ฟันหลุดไปทั้งปากหรือครึ่งปาก​ คนแบบนี้จะยังเห็นค่าคุณมั้ย

นั่นละเหตุผลของการต่อสู้
และทำไมการต่อสู้ครั้งนี้ถึงเป็นเรื่องของทุกคน

166 Nameless Fanboi Posted ID:07Rl9WMLUQ

>>162 แต่ก็เห็นด้วยกับรฐปห.ของยุทธ์นะ เพราะบ้านกูอยู่ใกล้พวกเสื้อแดง ช่วงนั้นมันรุนแรงมากนะมึง ถ้าไม่ทำ กูอาจจะโดนลูกหลงไปแล้ว ปราบให้มันจบน่ะกูเห็นด้วย กูไม่อยากตาย

167 Nameless Fanboi Posted ID:mwSygtGIrQ

>>164 ใครว้าาาที่ขยันเซ็นรฐปห จนประเทศแม่งถอยหลังแบบนี้ ตอบกูหน่อยสิ 555

168 Nameless Fanboi Posted ID:B0UJksdK1q

การ์ดม็อบ​นอก​จาก​จะ​ต้อง​ดู​แลผู้ชุมนุมแล้ว ยัง​ต้องคอย​ดู​ไอ้​พวกเหี้ย looter อีก​ เหนื่อย​หน่อย​นะ​ครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

169 Nameless Fanboi Posted ID:KMpKKaFLAk

ก็เข้าใจว่ามาด้วยความโกรธ ผมก็เข้าใจเพราะผมก็อยู่ในจุดๆเดียวกับทุกคนที่มาร่วมชุมนุม แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะเห็นด้วยกับการกระทำไปซะทุกอย่าง

ป้ายรถเมล์ใหม่ 500 ป้ายทั่วกรุงเทพฯ มีข้อมูลลอกเส้นทางการเดินรถ บอกสายรถเมล์ ที่ผ่าน เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งานรถเมล์ทั้งขาประจำและขาจร รวมถึงตัวผมเองด้วย ที่ได้ข้อมูลบนป้ายช่วยวางแผนในการเดินทางได้

และป้ายเหล่านี้ไม่ใช่ว่าไปสั่งทำที่ร้านแล้วก็ได้ออกมาเลย มันนี้ผ่านแรงกายแรงใจของคนมากหน้าหลายตา ที่ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา ผ่านอุปสรรคมาก็มาก กว่าจะกลายเป็นสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตลอดแนว ถนนพระราม 1 และอีกหลายเส้นทางทั่วกรุงเทพฯ

ฉะนั้นถือว่าเป็นการขอร้องละกันนะครับ ว่านี่ก็เป็นทรัพย์สินของประชาชนที่ประชาชนด้วยกันร่วมกันสร้างมันขึ้นมา อย่าทำลายมันเลยครับ

ตัวผมเองไม่มีสิทธิไปห้ามพวกคุณไม่ให้ไปพ่นสีหรอก แต่แค่อยากจะขอความร่วมมือเท่านั้น จะทำต่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณจะพิจารณา

ขอบคุณครับ

170 Nameless Fanboi Posted ID:BZ86X/FyCW

>>156 ถามหมอวรงค์ดิ ไทยภักดีตกลงจะปกป้องสถาบันหรือปกป้องตู่และ คสช. วะ เห็นค้านแก้ รธน. ด้วยทั้งที่การแก้มันไม่ต้องแตะเจ้าก็ได้

>>157 คนดีมีศีลธรรมและรักสุขภาพเขาบอกว่าน้ำเมาคือเครื่องดื่มแห่งความชั่วร้ายก่อปัญหาสารพัดประการให้สังคมอะ จะแย้งพวกเขายังไงดีอะ

171 Nameless Fanboi Posted ID:fsU.bJ8/2J

>>170 ไม่ต้องไปแย้งคนดีหรอก เกินเยียวยาแล้ว ต้องจับรมแก๊ซเท่านั้น

172 Nameless Fanboi Posted ID:KMpKKaFLAk

เชื้อไฟของม็อบคือความอยุติธรรม
วิธีแก้ก็แค่ให้ความยุติธรรม ง่ายๆแค่นั้นแหละ อะไรที่ฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายความจะได้ อะไรที่ใ่ายหนึ่งโดน อีกฝ่ายควรจะโดน ก็จะไม่มีใครโกรธ
ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐควรทำตลอด เมื่อทำก็จะจบปัญหาแต่ต้น แต่เขาก็ไม่ทำ คิดว่ายิ่งเหยียบ ยิ่งโชว์ว่าเขามีอำนาจเหยียบได้ คนจะยิ่งกลัว - รัฐคิดเหมือนมาเฟีย ทำนองว่า “คนเป็นลูกน้องกูใหญ่เว้ย ถ้ามึงไม่สงบ เจอคนไปก่อกวน อยากอยู่อย่างสงบก็มาเป็นลูกน้องกู”
ความอยุติธรรมนี้ยิ่งทำคนยิ่งโกรธ
เมื่อวานความโกรธเกินเบอร์ มันระดับอยากใช้ความรุนแรง วิธีที่หาทางแสดงออกด้วยการปลดปล่อยความโกรธออกไป ด้วยสี ด้วยการฉีดน้ำ ก็ดีแล้ว คนคิดคงเป็นศิลปิน เขาเสนอว่าเวลาโกรธ ละเลงสีไป - โอเค มันยังอยู่ในเลเวลที่ไม่ได้ฆ่า ไม่ได้ทำร้ายใคร ในมุมนึงก็บอกได้ว่าโกรธแบบสันติวิธี
แต่คนอีกกลุ่มก็ยึดหลักการอีกแบบ คือคุณธรรม ต่างๆ และคิดว่าควรจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้น และลดความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่
แต่คนโกรธก็โกรธกว่าเดิม เพราะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะฝ่ายนั้นทำเหมือนกันไม่โดนด่า และเวลาฝ่ายนั้นทำ ไม่เคยมีคนมาตามเก็บใจดีแบบนี้
ทำไมเราต้องทนอยู่ฝ่ายเดียว ทำไมเราถึงเอามันคืนแบบที่มันทำกับเราไม่ได้
ผมเข้าใจอารมณ์นั้น มันคือแผลของความอยุติธรรม
และก็เข้าใจยุทธศาสตร์ของคนใจเย็น ที่พยายามให้ขบวนการอยู่ในทางของคุณธรรม
แต่ทำแล้วก็ต้องโดนด่า - ก็ทำใจไว้เลยว่าทำแล้วจะโดนด่า แต่ก็ต้องทำ เพราะมันต้องมีใครสักคนทำ เพื่อประโยชน์ทางยุทธศาสตร์
.
.
ผมคิดว่าเรื่องเมื่อวานมันเป็น reaction จากความอยุติธรรม ตรงหน้า
ยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้น ถ้าไม่เกิดความอึดอัดจะกลายเป็นความรุนแรง การปลดปล่อยความโกรธให้ดาวน์ลง โดยไม่มีความรุนแรงนี้ประเสริฐแล้ว
ส่วนคนที่ยังใจเย็นมาตามเคลียร์ ก็ดีที่ยังมองเชิงยุทธศาสตร์ได้ ตบๆกลับมา - คิดในเชิงจิตวิทยาว่ามันต้องมีคนขู่ สลับคนปลอบก็แล้วกัน
การเถียงกันเรื่องนี้ ก็เป็นประโยชน์ ในการเคลื่อนภาพรวมของสังคม
.
.
แต่ถ้ารัฐยังฟังที่ปรึกษาอวดฉลาด ยังทำแบบนี้อีก
เดี๋ยวก็ยิ่งแค้นไปอีก คราวนี้ก็คิดรอไว้ได้เลยว่าจะทำยังไง

173 Nameless Fanboi Posted ID:t8LVA09oXJ

“ยอมรับว่าเคยสำลักกะทิส ลิ่มนิดนึงเหมือนกันตอนแอมมี่สาดสีรอบแรก เมื่อหลายเดือนก่อนนู้น ด้วยความที่ไม่ชอบการกระทำของ กปปส มากมากในทุกมิติ เราก็เลยเผลออคติเวลาเห็นอะไรคล้ายๆ หรือชวนให้คิดไปถึงช่วงเวลาน่ารังเกียจเหล่านั้น

แต่พอตั้งสติบ้วนน้ำเปรี้ยวจากกะทิบูดที่เอ่อคอทิ้งไปได้ ก็ลองนั่งทำความเข้าใจคำว่า "สันติวิธี" เริ่มจากอ่านความเห็นของเพื่อนที่แตกออกเป็นสองข้างนี่แหละ สุดท้ายก็ตกตะกอนกับตัวเองว่า ตราบใดที่ไม่ใช่การทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บถึงตาย ทำไรได้ ทำไปเถอะ ทำไปโลดดดด

เพราะขณะที่รัฐมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สามารถทำให้เราบาดเจ็บ พิการ ถึงตาย ได้ครบ ทั้งรถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา เครื่องหูดับ กระสุนยาง กระสุนจริง มีทุกสิ่งและเริ่มใช้แล้วทุกอย่าง !!!

เทียบกับเราประชาชนมือเปล่า สเปรย์พ่น และถังสี คุณไม่เห็นกันจริงๆ เหรอว่าดีกรีความรุนแรงมันเทียบกันไม่ได้เลย ?!? แต่เครื่องมือเหล่านี้แหละที่จะค่อยๆ เพิ่มอำนาจต่อรอง ขยายให้เสียงของคนสามัญอย่างเราๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่การนั่งพับเพียบ พูดเพราะ รอกระสุนพระราชทาน !!!

ส่วนตัวคิดว่าไม่แปลก ถ้ารอบแรกๆ ที่เห็นอะไรทำนองนี้แล้วบางคนจะรู้สึกสตันท์ จะมีอ๊องบ้างไรบ้าง เพราะก็ต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมประท้วงบ้านเรา มันยังเตาะแตะ ตัวเราเองก็ยังมีประเด็นให้ตั้งคำถามกับตัวเองและเรียนรู้ทุกวัน

แต่นับจากเคสสาดสีครั้งแรก นี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วโนะ ถ้าการสาดสี พ่นถนน หน้า สนช เมื่อวาน ยังกวนใจคุณอยู่อีก อันนี้เราว่าแปลกละ!

โดยเฉพาะกับคนที่ไปม็อบ เราว่ายิ่งแปลก! มันน่าจะถึงเวลาที่คุณต้องหยุดคิด หยุดตั้งสเตตัสสะเทือนใจการสาดสี แล้วหันมาสางปมในใจคุณดีกว่า ลองวางจรรยามารยาทลง แล้วตั้งคำถามตัวเองดังๆ ว่าทำไมตัวฉันถึงเซนสิทีฟกับคำหยาบ? ทำไมฉันถึงหวงความสะอาดของพื้นถนน ห่วงป้าย สนช มากกว่าเป้าหมายของการต่อสู้? อะไรทำให้ฉันติดกับดักปัญญาชน? ลองดูนะ เราว่าสางปมตัวเองก่อนแล้วเราจะเห็นแก่นของการกระทำหลายๆ สิ่งมากขึ้น ไม่ใช่เห็นแค่เปลือก

สุดท้ายนี้ อยากขอพูดอะไรแรงๆ สักนิด เพื่อนสายยูนิคอร์นอย่าอ่านต่อน้าาา
💖🌼💗🌼💝🌼💞✨✨✨

โถถถถ อีพวกดัดจริต สู้กับรัฐก็ยากจะตายห่าอยู่แล้ว ยังต้องมาสู้กับความตอแหล ความกระแดะ รักสะอาดของพวกมึงอีก เรื่องโง่นี่ฉลาดตลอด ต้องให้กูบอกตลอด มึงอย่ามาเก่งกับกูนะอีปลาควย!!!

💖🌼💝🌼💗🌼💞✨✨✨”

มิตรสหายท่านหนึ่ง

174 Nameless Fanboi Posted ID:u+FIqR86PY

3อันดับในตอนนี้​ 12.40 ที่มาคอเม้นที่ชอบที่สุด3อันดับคือ​
1.​ คนที่บอกว่าเกษรเปิดให้สไนเปอเข้าไปส่องยิงเสื้อแดงเมื่อ10ปีก่อน​ ทั้งที่อาคารเขาไม่มีช่องเปิดด้านถนนใดๆ​ แถมไม่มีดาดฟ้าให้นั่งนอนยืน​
2.​ คนที่บอกชั้นเป็นสลิ่่ม​ เหี้ย​ avant-gant มากครแรกที่พูดคนนี้​ 54555
3.​ คนนี้แชร์​ ตั้งหัวข้อว่าผมเขียนยืดยาวแต่ไม่ได้ตอบว่า​ มันเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับนายทุนเลย​ เดี๋ยว​ตรงไหนที่กูพูดว่าจะอธิบายวะ​ แล้วมันก็ไม่ได้พ้อยปะ​ งงจัง​ จะมาหาอะไรกะกู้​ 555555

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

175 Nameless Fanboi Posted ID:gvo/6KeEyc

ตามทฤษฎีทางรัดสาด ระบอบประชาธิปไตยและระบอบเผด็จการ, ทั้งคู่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีได้ทั้งหมด มีคำอธิบายเยอะแยะว่าทำไมระบอบเผด็จการจึงสามารถทำให้ประเทศร่ำรวยได้
แต่ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของระบอบเผด็จการทหารของไทยหลังปี 2557 เป็นต้นมา คือ ความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนร่ำรวยไม่ได้
เมื่อระบอบเผด็จการทหารทำให้ประชาชนร่ำรวยไม่ได้ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ประชาชนจะถอนการสนับสนุนออกจากระบอบเผด็จการ (เราอย่าลืมว่าหลังรัฐประหาร 57 ใหม่ๆ ทหารได้รับแรงสนับสนุนทางการเมืองในวงกว้างเยอะมากนะครับ เพราะสังคมเชื่อว่าหมดความขัดแย้งแล้ว สเตปต่อไปก็คือบริหารประเทศให้อยู่ดีกินดี)
ในความเป็นจริง ตอนนี้ต่อให้ไม่เอา text ทฤษฎีทางรัดสาดมากาง ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปก็รู้แล้วว่าทหารบริหารประเทศไม่ได้ ทำคนยากจนชิบหายกันหมด ค้าขายอะไรก็ย่ำแย่ รายจ่ายมากกว่ารายรับ บรรลัยทุกหย่อมหญ้า
พวกเราจึงเรียนรู้จากของจริงว่าระบอบเผด็จการทหารแม่งทำเราพินาศทางเศรษฐกิจจริงๆ มีแต่พรรคพวกนายทุนของรัฐบาลที่ร่ำรวย สถาบันกษัตริย์ร่ำรวย แต่เรายากจนกันหมด
ตราบใดที่ทหารยังอยู่ เราจึงหมดหวัง หมดอนาคต มองไม่เห็นแสงสว่าง
การชุมนุมของพวกเราตอนนี้จึงเป็นผลผลิตของการรัฐประหาร 57 โดยตรงนั่นแหละครับ (แต่มีพัฒนาการมาก่อนหน้านี้แล้วนับตั้งแต่ปลายรัฐบาลไทยรักไทย) และเห็นแล้วว่าสถาบันกษัตริย์สนับสนุนระบอบรัฐประหารนี้ด้วย ก็ยิ่งทำให้เรารู้เลยว่าสถาบันกษัตริย์คือตัวขัดขวางอนาคตของชาติเช่นกัน

176 Nameless Fanboi Posted ID:37G7cJrG15

Freedom of speech?? On twitter??? HAHAHAHAHA

Only for leftists dude…
#Anonymous

177 Nameless Fanboi Posted ID:5PV.wIicyT

เจ้าหน้าที่รัฐควรเป็นสัญญาจ้างทั้งหมด สวัสดิการเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ได้ตลอดไปนะ

178 Nameless Fanboi Posted ID:jyVkl5f26x

การเมืองคือการหาพวกหาเพื่อน ไม่ใช่การระบายความโกรธแค้นหรือเอาคืนโดยไม่เลือกวิธีการ เป้าทางการเมืองต้องชัดเจนและเป็นตัวนำกำกับการต่อสู้ แน่นอนการระบายความโกรธแค้นหรือเอาคืนเป็นเรื่องเข้าใจได้และก็คงมีในฐานะมนุษย์ปุถุชน แต่ถ้ากำลังต่อสู้ทางการเมือง ก็ควรระมัดระวังไม่ให้มันไปทำลายแนวร่วม โดดเดี่ยวตัวเอง บ่อนเบียนความชอบธรรมของวิธีการต่อสู้ของคนนับหมื่นนับแสนคนที่ร่วมกันช่วยกันยึดมั่นมา
ทุนที่คนไม่มีอาวุธ ไม่มีอำนาจรัฐ ไม่มีอำนาจทุนมี ก็คือความชอบธรรมทางการเมือง ซึ่งฝ่ายอำนาจรัฐไม่มีเพราะได้อำนาจมาและรักษาอำนาจไว้โดยไม่ชอบธรรม อย่าทำลายจุดแข็งของตัวเองเพื่อลงไปอ่อนแอเท่ากับคู่ต่อสู้ อย่าทำลายทุนทางการเมืองที่มีในขณะที่ยังขาดแคลนทุนด้านอื่น ๆ

179 Nameless Fanboi Posted ID:bq2OUf4wX1

Code ได้, ขายเก่ง, สื่อสารระดับสอนได้, บัญชีได้ ทำ financial plan ได้เป็นระดับเทพ, อ่านงบเป็น, คอนเนคชั่นดีเยี่ยม, แม่นข้อกฏหมายการค้าในประเทศ​และ ต่างประเทศ, มีประสบการณ์ดูแลระบบที่มี transaction ประมาณ 200 ล้าน requests/วินาที
.
ยังโดนเรียกว่า สลิ่- เลย (" " ) เสียจัย

180 Nameless Fanboi Posted ID:djIB5qUF5C

สลิ่ มคือคำชมแปลว่าผอม

181 Nameless Fanboi Posted ID:Bx/xUBxgCE

>>180 นั่นมันสลิม

182 Nameless Fanboi Posted ID:/xAFSNwC+a

>>179 เอาจริงๆ ขนมหวานที่เคยเจอ แม่งค่อนข้างสถานะทาง ศก. ดีกว่าฝั่งแดงนะ ถ้าทำ SME ก็เป็นพวกที่กิจการไปได้ดีอะ ถ้าพวกมนุษย์เงินเดือนก็ตำแหน่งสูงหน่อย + มีรายได้เสริมจากการขายของบ้าน เทรดหุ้นบ้าง พวกนี้มี mindset ว่ารัฐแค่ทำให้บ้านเมืองสงบพอ แต่ไม่ต้องเอางบไปช่วยใครทั้งนั้น คนควรจะดิ้นรนด้วยตัวเอง ชีวิตดีอยู่ที่เรา พวกนี้จะเชียร์ตู่ เหมือนเก็บกดที่เห็น 2 พรรคอย่าง พท กับ ปชป. เอางบไปถลุงกับคนจนที่ขี้เกียจ แต่หลังๆ ก็ด่าตู่ (บ้างแต่ไม่มากเท่า 2 พรรคที่ว่า) จากการออกบัตรคนจน

183 Nameless Fanboi Posted ID:/xAFSNwC+a

>>182 ขายของบ้าง*

184 Nameless Fanboi Posted ID:XQ.aNokplo

>>182 ขนมหวานที่เคยเจอ ก็ยากจน จนต้องไปคว่ำรถน้ำส้มแจกอะครับ 555555

185 Nameless Fanboi Posted ID:Uv4RT9i9aM

>>182 พวกเทรดหุ้นน่ะคงมี แต่ ศก. แบบนี้ยังมี SME ที่ไหนอวยตู่อยู่อีกหรอวะ

186 Nameless Fanboi Posted ID:tZp83caf2I

>>184 กูเห็นของฟรีของแจกแม่งเละเทะหมดทุกรายการอะคนไทย ถ้าไม่รวยจริง เป็นแค่ชนชั้นกลาง นิสัยก็ไม่ได้หนีจากรากหญ้าเท่าไรหรอก

>>185 ถ้าช่วงนี้พวกนี้จะโทษโควิดไง เพราะก่อนโควิดพวกนี้ไม่เดือดร้อน

187 Nameless Fanboi Posted ID:Bx/xUBxgCE

ข้อคิดที่ได้จากการทำงานมาครบ 10 ปี
Cr. https://m.pantip.com/topic/30347780
1. วิธีการขึ้นเงินเดือนที่เร็วที่สุดคือการย้ายงาน ไม่ใช่ขึ้นตำแหน่งในบริษัทเดิม
2. ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บริษัทไม่รักคุณเท่าครอบครัวของคุณหรอก
3. อย่าทำงานจนละเลยสุขภาพของตัวเอง
4. ไอ้คนที่พูดแต่เรื่องให้คุณเสียสละทุกอย่าง ถวายตัวกับงาน office คือบ้าน ต้องกลับดึก ฯลฯ , พูดเรื่อง company loyalty/spirit/team work ซ้ำไปซ้ำมา คือคนที่หลอกใช้คุณเพื่อความเจริญของเขาเอง
5. คนที่เจริญได้เพราะนำเสนอ+ทำ powerpoint+สรุปงานเก่ง แต่ทำงานไม่ได้เรื่องอะไรเลยมีอยู่จริง คุณเหนือกว่าพวกเค้าได้ด้วยการทำงานให้เก่งด้วย+present ตัวเองเก่งด้วย
6. ควรเก็บออมเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เพราะปีแรกของการทำงานคุณจะสนุกกับการใช้เงินจนลืมเก็บตังค์
7. ผมเคยทำงานแบบถวายหัวชนิดทิ้งทุกอย่าง ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อนฝูง เพื่องาน เพื่อลูกค้า เพื่อบริษัท สุดท้ายผมก็ได้เรียนรู้ว่าผลตอบแทนที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเงิน ลมปาก เหล้า-เบียร์ฟรี ข้าวฟรี มันชดเชยสิ่งที่ผมเสียไปไม่ได้เลย
8. ตอนคุณไปคุยเรื่องขอลาออก ถ้าเค้า offer ตำแหน่งให้ถ้าคุณอยู่ต่อ นั่นเป็นเรื่องโกหก 100% คุณอยู่ต่อคุณก็ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งหรอก
9. ความสามารถในการขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเองและกล้าที่จะลองผิดลองถูก จะช่วยให้คุณไปได้ไกลกว่าไอ้พวกงอมืองอเท้ารอคนอื่นมาสอน
10. เพื่อนร่วมงานมีทั้ง “เพื่อน” และ “คนรู้จัก” อย่าไปคาดหวังว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนที่จริงใจกับคุณ
11. จงพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกเหนือจากอะไรที่เกี่ยวกับงานที่คุณทำอยู่เสมอ หลายๆ อย่างที่คุณไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับงาน มันสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้
12. ภาษาอังกฤษสำคัญมาก
13. จงใช้วันลาพักร้อนให้เต็มที่ อย่าเกรงใจ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ
14. ความอดทน ใจเย็น สำคัญมาก จงหัดทำหน้ายิ้มแต่ด่าไอ้เห้ในใจ

188 Nameless Fanboi Posted ID:Bx/xUBxgCE

บางทีก็ไม่เข้าใจนะ..กลุ่มที่อยากให้ยกเลิก ม.112

กลับเป็นกลุ่มที่แสดงให้อีกฝั่งมั่นใจว่า ทำไมต้องมี ม.112

189 Nameless Fanboi Posted ID:K8DAHNj+7o

>>188 ขอแค่มึงจะยกเลิก112 อีกฝั่งก็มองมึงเป็นเป้าหมายแล้ว

190 Nameless Fanboi Posted ID:JpIpQ3Tu+H

>>188 กล้าที่จะ ตั้งพรรค

191 Nameless Fanboi Posted ID:j7uGq.9kZ8

"ถ้าจะอธิบายง่ายๆ สังคมไทยกำลังถูกเปลี่ยนไปจากสังคมที่วิจารณ์กษัตริย์ไม่ได้ ไปเป็นสังคมที่วิจารณ์ตุ๊ดและเพลงวง K-Pop ไม่ได้แทน"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

192 Nameless Fanboi Posted ID:Bx/xUBxgCE

"ความน่าสงสารของ Gen X"
Gen X น่าสงสาร ตรงที่ Gen Y Gen Z กำลังจะแซงคุณแล้ว
ทั้งเรื่อง Digital ภาษา และอารมณ์

ถ้า Gen X อย่างคุณเป็นผู้บริหาร อย่าคิดว่าตัวเองฉลาด หัดฟังเด็กบ้าง ต้องฝึกและปรับตัวเองนะครับ

... มุมมองดีๆ
จาก ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

👍อย่าลืมติดตาม Subscribe youtube channel : วรภัทร์ ภู่เจริญ
👍ติดตาม Facebook Page : https://web.facebook.com/woraphatFC

#จุดตะเกียงดีกว่าด่าความมืด
#BojjhangaFoundation
#FacilitatorAcademy

193 Nameless Fanboi Posted ID:IfAnn2X3s3

>>191 อย่าให้ไปถึงขั้น US เลยว่ะ นั่นก็อีกทางไปเลยทีเดียว

194 Nameless Fanboi Posted ID:Bx/xUBxgCE

เชื่อผม เลิกทำแล้วใช้เวลาพัฒนาตัวเองดีกว่าครับ เรียกร้องรัฐบาลให้ปฏิรูปการศึกษาดีกว่า ประโยชน์ต่อตนเองโดยตรงครับ

195 Nameless Fanboi Posted ID:Bx/xUBxgCE

การผลิตชุดความคิดบิดเบือนในหมุ่วัยรุ่นนับแสนนับล้านยังคงทำอย่างต่อเนื่อง ชุดความคิดที่ว่า "รัฐบาลอนุญาตให้ขายโคเคนได้ และในหลวงอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้"

(เนื้อหานี้จากเพจ The Matter และมีการยิงโฆษณาเข้ามือถือคนทั่วไปในวงกว้างด้วย)

ซึ่งถ้าไปอ่านในเพจใหญ่ๆ ที่เขาปั่นกัน ต้องบอกว่าวัยรุ่นเชื่อเรื่องพวกนี้กันหมด เพราะมันปั่นเป็นขบวนการโดยคนำจนวนมากและ Influencer หลายเพจ

ในขณะที่ภาครัฐยังไม่มีการออกมาชี้แจงรายละเอียดกฎกระทรวงดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหา (ขนาดกระตุกไปแล้วก็ยังเฉย) แต่กลับปล่อยไปเรื่อย และทำให้สถาบันฯ ถูกใส่ร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ
--------------------

อธิบายง่ายๆ ว่า

1. ปรับปรุงอะไร : ใช้ปฐมพยาบาลในเครื่องบิน + แยกเงื่อนไขจำหน่ายกับครอบครองออกจากกัน

2. เนื้อหาที่เขียนว่าใช้ในราชการ หรือการจำหน่ายและครอบครองโดยทางการแพทย์มันมีมาตั้งแต่แรกแล้ว (พ.ร.บ.ฉบับแรกสุดปีอะไร)

3. "เพื่อใช้ในประโยชน์ทางราชการ" ยกตัวอย่างมาสัก 10 อย่าง เช่น ฝึกสุนัขตำรวจ, จัดแสดงเพื่อให้ความรู้ด้านยาเสพติดของหน่วยงานราชการ ฯลฯ อะรไก็ว่ากันไปประชาชนที่ไม่เข้าใจ จะได้เข้าใจ

ทำแค่นี้มันยากมากหรือครับ?

ปล่อยให้ม็อบปลดแอกและขบวนการบิดเบือนกันมาเป็นสัปดาห์แล้ว ไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือ?

#เรามีรัฐบาลไว้ทำไม

196 Nameless Fanboi Posted ID:ZSlrM+jBGX

ผมว่าเราคงต้องมาคุยเรื่อง Self-fulfilling prophecy (คำพยากรณ์ที่เป็นจริงด้วยตัวเอง)​ กันหน่อยแล้ว

สภาวะเศรษฐกิจขาขึ้น หมายถึงการที่เงินเปลี่ยนมือเร็ว เมื่อผู้คนจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสินค้า เงินดังกล่าวก็จะไหลไปสู่ผู้ผลิตต้นทาง อาจนำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยเพิ่มเติมหรือการจ้างงาน

แต่เมื่อคนส่วนใหญ่ในสังคมคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะแย่ในอนาคต สิ่งที่เกิดขึ้นคือกลุ่มคนเหล่านั้นจะเข้าสู่สภาวะ ‘รัดเข็มขัด’ ลดการใช้จ่ายและการลงทุนซึ่งทำให้เศรษฐกิจแย่ที่เคยเป็น ‘คำพยากรณ์’ ของคนส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นความจริง

ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของสาธารณชน เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญในการพยากรณ์ว่าอนาคตอันใกล้สภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร

ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องแสดงความเชื่อมั่น และพร่ำบอกซ้ำๆ ย้ำว่าเศรษฐกิจดี อนาคตสดใส เพื่อหวังให้คนส่วนใหญ่คล้อยตาม ดึงความเชื่อมั่นของคนในสังคมกลับคืนมา เมื่อคนส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจดี สุดท้ายเศรษฐกิจมันก็จะดีเอง.

• ซิลวิโอ กีเซลล์ มองว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีสาเหตุมาจากคนส่วนใหญ่ที่มีเงินแต่ ‘กอด’ เอาไว้ไม่ยอมนำมาใช้
เขาเชื่อว่าเมื่อเงินไม่ถูกกักตุนและหมุนในระบบเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็น ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำย่อมไม่เกิดขึ้น

197 Nameless Fanboi Posted ID:IfAnn2X3s3

>>196 นึกถึงยุ่น พอ ศก. พังในยุค 90 คนก็เอาแต่เก็บเงินจน ศก.ฝืดถึงปัจจุบัน จะกี่รัฐบาลก็แก้ไม่ได้สักที

198 Nameless Fanboi Posted ID:eZJhXjz2Ox

ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ

วันก่อนครับ มีงานสำรวจอันนึงของนิตยสาร the sun เค้า โดยเค้าอยากรู้ว่าความยาวของจู๋กับรายได้มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกันยังไงนะครับ

เค้าก็เลยทำแบบสอบถามให้ผู้ชายชาวอังกฤษเข้ามาตอบกันครับ เกี่ยวกับรายได้ ความยาวจู๋ ความสุขในการทำงานไรเงี้ย ซึ่งมีคนมาร่วมในโปรเจคทนี้ประมาณ 1000 คนครับ ซึ่งผลที่ออกมานี่น่าสนใจดีเลยเอามาฝากกันนะครับ

ผลคือเค้าพบว่ารายได้หรือเงินเดือนเนี่ยแปรผกผันกับขนาดจู๋จริง ๆ นะครับ

คือพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่จู๋ยาว 3 นิ้วเนี่ยมีรายได้เฉลี่ยต่อปีมากสุดครับ ตกปีละประมาณ 2.4 ล้าน ในขณะที่คนที่ให้ข้อมูลว่า 7 นิ้วเนี่ยรายได้ต่อปีประมาณ 1.6 ล้าน และคนที่บอก 8 นิ้วรายได้ประมาณปีละ 1 ล้านบาทครับ (อันนี้เค้าเก็บข้อมูลจากประเทศอังกฤษนะครับ รายได้ต่อปีเลยดูเยอะ ๆ หน่อย ถ้าของไทยก็คงตัดศูนย์ออกไปตัวนึงครับเพราะการเมืองเราดี)

และอาชีพที่เค้าบอกไส้แห้งแต่จู๋ยาวสุดนี่ก็คือพวกศิลปินครับ มีสัดส่วนเป็นเจ้าของดุ้น 8 นิ้วเยอะสุด ส่วนพวกที่บอก 3 นิ้วนี่ส่วนใหญ่ใส่สูททำงานแบงค์ครับ คือสั้นแต่รวยมากกกก

ก็เป็นสถิติสนุก ๆ ที่เอามาเล่าให้ฟังนะครับ อย่าไปจริงจังมากเพราะกลุ่มตัวอย่างมันน้อย และตัวเลขก็ต่างคนต่างวัด ขนาดของไทยเองวัดกันแต่ละคนยังไม่เท่ากันเลย บางคนวัดซะกดไม้บรรทัดแทบหัก บางคนวัดจากไข่ บางคนวัดจากด้านข้างไรงี้ ค่าที่ได้มันก็ต่างกันเป็นนิ้วแล้ว ถามคนไทยบอก 7-8 นิ้วทุกคนแหละ ยอมกันได้ที่ไหน ดังนั้นอย่าไปซีเรียสครับ เปิดมาแล้วมีเท่าไหร่ใช้เท่านั้นนั่นแหละครับ

ว่าแต่เดี๋ยวขอตัวไปใช้คนละครึ่งก่อนนะครับ ช่วงนี้จนมากเลยครับ

199 Nameless Fanboi Posted ID:IfAnn2X3s3

>>198 ทำเป็นชาวกรีกไปได้ แหม่! ผู้ดีอันเล็ก เลยสร้างค่านิยมว่าคนดีต้องอันเล็ก ส่วนพวกอันใหญ่ๆ มันคนเถื่อนด้อยอารยธรรม

200 Nameless Fanboi Posted ID:eNGzJlNh6Y

>>195 ไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่ เฮโรอีนมีประสิทธิภาพการออกฤทธิ์แค่4เท่าของมอร์ฟีน อนุพันธุฝิ่นตัวอื่นที่ดีกว่ามีเยอะแยะ มีเหตุอะไรต้องโอนจากประเภท1 มาประเภท2

201 Nameless Fanboi Posted ID:ZEdLM+vX1B

>>200
>>200
มีอนุพันธ์ฝิ่นตัวอื่นอีกเหรอวะ
ค่าใช้จ่ายในการสกัดเท่าไร

202 Nameless Fanboi Posted ID:ZEdLM+vX1B

>>200
https://www.bbc.com/thai/international-44603394

ทำไมไม่เหมือนที่มึงพิม

203 Nameless Fanboi Posted ID:IPwoAQWoW8

>>201 http://www.wmcares.org.uk/wp-content/uploads/opioid-equianalgesic-does-conversions.png

ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าชัดเจนก็เฟนตานิล องค์การเภสัชกรรมผลิตเองได้

204 Nameless Fanboi Posted ID:UANiY1PA.V

UKใช้เฮโรอีนเป็นยาสั่งแก้ปวดมานานแล้ว ในชื่อDiamorphine

ประเทศการเมืองดีนะเนี่ย

205 Nameless Fanboi Posted ID:VC013xtTyN

>>204 มอร์ฟีนก็เป็นยาสั่งแก้ปวดมานานแล้ว สั่งกลับบ้านได้ทั้งชนิดเม็ดชนิดน้ำ เฟนตานิลก็มี เพทิดีนก็มี เมทาโดนหรือออกซีโคโดนก็มีให้สั่งใช้

206 Nameless Fanboi Posted ID:dcLxcefDjA

ศิระพงษ์ ธิติพัฒนโชติ เป็นพวกล้มเจ้า
มันต้องการที่จะใช้กิโยติน

207 Nameless Fanboi Posted ID:SARJWmPmjh

สรุป RISE #Rethink ที่จดๆๆ ไว้ (แปะไว้ก่อน กำลังทยอยแก้คำผิดและเรียบเรียงนะคะๆ )
งาน Rethink คืออะไร??
>> เมื่อ RISE ชวนตัวจริงในวงการ Corporate Innovation มา Rethink กันสำหรับปี 2021 บอกเลยว่ามาจริงทุก Industries <<<

ขออนุญาต เก็บประเด็นจาก Audience-panelist Interactive discussion ซึ่ง Moderated by พี่จิน COO of RISE นั่นเอง! พร้อมกับแขกรับเชิญทั้ง 3 ท่าน พี่ธนา ARV, พี่ต้อง กวีวุฒิ SCB 10X และ พี่อาร์ท อภิรัตน์ SCG Digital Transformation

**คำถามแรก**
2020 ของคุณเป็นอย่างไรกันบ้าง

พี่ต้อง บอกว่า " SCB 10X เรา เป็น speedboat เรือลำเล็ก สร้างง่าย เลี้ยวง่าย failure, fail fast องค์กรยุคใหม่ ต้อง allow failure

พี่อาร์ท บอกว่า "Survive, รอดตาย แบบลีนขึ้น แปลว่าผอมลง แข็งแรงขึ้น
Thrive, เหมือน chef ที่มาเข้าใจว่าจริงๆ เรามีแค่ครัวและอยู่ใกล้ตลาด ขายผ่าน delivery ก็รวยและรอด
Awaken ถูกทำให้ตื่นยอมรับความจริง บางอย่างมันก็เป็น แค่ Status Quo ได้เวลา Reframe เรื่องต่างๆ เช่น ตอนนี้ขอจ้างคน work from where you are Covid บังคับให้เปลี่ยน Perception จากคนอยู่บ้านดูทีวี ไม่ทำงาน แต่ปรากฎกับคนอยุคนี้ตรงข้าม การ WFH กลายเป็ณีองค์กรไม่มี cost หลายอย่าง คนกลับบ้าน มีเวบาครอบครัว ลดปัญหาสังคม all win ถือว่าเป็นยาแรง"

พี่ต้องเสริม
"โลกเปลี่ยน ลูกค้าเปลี่ยน เราไม่มีทางรู้ต้องทำ experimentation
ของใหม่ไม่มี process ดังนั้น ต้องเน้น conduct experiment"

พี่อาร์ทตอบ
"มนุษย์ก็คือ corporate คือ พวกเรา หรือมนุษย์
การจะ transformation ต้องเน้นที่ เรื่องคน เรื่อง mindset
ธุรกิจเข้าสู่ zero to 1 ต้องมี mindset เปลี่ยนไป
เปลี่ยนจากเดิม zero to n ทำซ้ำๆแบบเดิมไม่ได้
"เรามองหาคนคิดเหมือนเจ้าของกิจการมาตีโจทย์ใหม่
องค์กรอยู่ไม่ได้ถ้ายังทำแบบเดิม คนที่ทำเรื่องใหม่ๆ ได้ ต้องมี passion ต้องมีความสุข ต้องเชื่อว่าฉันเปลี่ยนประเทศ เปลี่ยนโลกได้ มองเห็นในประกายตา"

"เราจะไม่ตกงาน แค่ออกจากงาน มันไม่ใช่ออกจากงานแล้วทำอะไรไม่ได้ แต่มันคือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ การออกจากที่ทำงานแล้วมีความสุขขึ้น ไม่มีคนตกงานจริง มีแต่จะตกจากงานที่ไม่จำเป็นใช้มนุษย์ทำ งานที่ใช้มนุษย์ทำมันจะต้องมีคุณค่า
เรามองหา passion ที่จะลงมือทำ เพราะที่น่ากลัวสุดสำหรับยุคนี้ คือ หลายคนไม่สามารถถูกจ้างได้ (unemployable) ไม่ใช่ การตกงาน unemployment

"คนที่ขาด skill ที่คุณน่าจะรู้แต่ไม่ยอมรู้ จะทำให้คุณ unemployable"

**คำถามสอง**
Skills Top 3 ที่สำหรับสำคัญ Corporate Innovation
(Audience ตอบ Communication, Leading Change, Creating Innovation, Designing Business และ Leveraging Technology ตามลำดับ)

พี่ธนา ARV บอกว่า "Design Business หรือ Entrepreneurship ต้องมี และต้องสามารถ creating innovation นวัตกรรมต้องต้องลงมือทำ ต้อง hands-on ตามมาด้วย communication for effectiveness เพราะจะช่วยทำให้หเกิด teamwork และช่วยสร้าง partnership วิธีเติมสกิล เหล่านี้คือ ให้ลงมือทำจริง ผู้ใหญ่ก็สามารถช่วยพัฒนาน้องๆ ขึ้นมา โดยให้โอกาส คิด ออกแบบ ทำงาน เบลนด์โอกาสเหล่านี้เข้าไปในงาน"

พี่ต้อง บอกว่า "Creating innovation โดยการเข้าไปอยู่ใกล้ลูกค้า ต้องรู้จักทดลอง MVP มีทักษะ Prototype สร้างของออกไปเทสให้เร็วที่สุด อย่างที่ SCB 10X ต้องเร็วกว่าแบงค์ปกติ 5 เท่า และเราไม่ต้องสอนน้องเลย ให้เชื่อว่าน้องทำเป็นอยู่แล้ว เราเปิดโอกาสให้คนที่ใช้ได้ทำอย่างถูกต้อง พี่ๆ ต้องเข้าใจและให้น้องทำ"

208 Nameless Fanboi Posted ID:SARJWmPmjh

>>207 หาน้องๆ มี passion ยุคนี้ต้อง สัมภาษณ์ยังไง คำถามเสริมจากพี่จิน พี่ต้องบอกว่า "ให้ดูว่าเขาอยู่ตรงไหนก่อน ไปหาเข้า แล้วชวนมา ให้ดูว่าทำงานได้ไหม คือ สกิล ต่อมาดูว่า เรียนรู้ได้ไหม พวกเทคโนโลยีมัน obsolete เร็วต้องเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ cycle 6 เดือน องค์กรเขาซื้อเทคโนโลยีเข้ามากว่าจะได้ใช้ไม่ใช่ของที่ใหม่ที่สุดแล้ว แต่ของใหม่อยู่ใน community ต่อมาดูว่าน้องทำงานเป็นทีมได้ไหม ต้องเชื่อเรื่องทีม เชื่อไปถึงดวงดาว และเครื่องมือทำความรู้จักกันที่มีอยู่แล้วเป็น Prototyping ที่ดีคือ probation ให้น้องทดลองทำงาน มาทดลองทำงานและ set expectations กันเลยว่าทำได้ ไม่ได้"

พี่อาร์ท บอกว่า "SCG เป็น องค์กรที่มีมานานแล้ว เรามี core business คือ น้ำบ่อเดิม การหาคนมาลงน้ำบ่อเดิมเหมือนจ้างเรือเดินสมุทร ใช้สเปกเดิมทำงานเดิม ๆ ได้ แต่การจ้างคนหาน้ำบ่อใหม่ ใน Zero to One คือ ทีม Jet Ski จึงต้องจากที่ attitude แล้วค่อยเอามา train for skill เพราะทักษธการทำงานมันสอนกันได้ แต่ passion มันสอนกันไม่ได้

เราจึงเลือกที่ Empathy และ Creativity ส่วน Technology มันซื้อได้ แต่จะเอาไปทำอะไรล่ะ ส่วน Innovation ต้องมี Storytelling จึงจะ drive change ทำให้ Leading change ต้องมีคนที่ขี่รถนำ ยอมตายก่อน พร้อมลุยไปข้างหน้า นั่นคือ Communication

**คำถามสาม**
มุมมองแบบมองไปข้างหน้า หาโอกาสใหม่ ๆ แบบ Outside-in Innovation บ้างกับการนำ Startup มาแก้ปัญหาหรือทำงานร่วมกับ corporate

พี่ธนาบอกว่า "ไม่มีสูตรสำเร็จ การทำงานร่วมกัน เน้น collaboration ต้องทำงานทั้งสองฝั่งเพื่อหาความร่วมมือกัน"

พี่ต้อง บอกว่า "ให้ดูก่อนว่า pain ในองค์กรคืออะไร ให้ไปดูว่าพนักงานบ่นเรื่องอะไรกันบ้าง ปัญหาอะรไที่ "ทำไมเมื่อไหร่จะแก้สักที" ใครแก้ได้ก็ฮีโร่ไป แต่ถ้าแก้ไม่ได้ ลองเอาสตาร์ทอัพมาแก้ หา pain point และ prioritize ซึ่งวิธีการก็มีหลากหลาย เช่น venture capital fund เพื่อให้องค์กรเรามีสตาร์ทอัพ แต่เราจะทำงานกับเขาต้องเขาใจว่า startup ไม่มีฟอร์ม มีฟังชั่น ไม่มีคอนเท้น ถามตัวเองว่าทำไมองค์กรเราจะอยากจะได้ จากนั้นก็ไปฟังเขามากๆ ถ้าไปฟังสตาร์ทอัพก่อนก่อน ให้ curious ว่าอยากแก้อะไร ให้ benefit of the doubt

ที่สำคัญ คือ ให้เข้าใจว่าเขาไม่มีทางเข้าใจ context ขององค์กรเรา จงเอ็นดู และถาม อย่ามองว่าเขาเหมือนองค์กรเรา set of คำถาม และเขาไม่ใช่ลูกน้อง และอย่ามองว่าเขาเป็นเด็ก อย่ามองว่าเขามาขาย เขาเองก็กลัวองค์กรว่าอยากจะแก้ปัญหาจริง หรือ just another meeting แล้วจะใช้เวลาคุยกันน้อยมาก แล้วจะรู้เลย เข้าใจ และเปิดใจ ในสิ่งที่ startup ถนัด ก็ให้เขาทำไป

พี่อาร์ท บอกว่า "การใช้ start up ช่วยแก้ปัญหา ข้อดี ต้นทุนต่ำ พวกเขาทำเพราะมีแพสชั่น และมีความคล่องตัว แต่เขาไม่มี runway จึงต้องมา synergy กัน เพราะการหาน้ำบ่อใหม่สำหรับองค์กรใหญ่ ๆ เสี่ยงต่อ brand และหลุมพรางที่ต้องระวังที่จะเข้าไปร่วมงานกับสตาร์ทอัพ เรามองเขาเหมือน หน่วยใต้ดินจิงแล้วเขากลัวเรา เรากลัวโดนฆ่าทิ้ง เราต้องเข้าใจว่าพวกเขา อยากแก้ปัญหาเล็กๆ ที่ scalable สำหรับข้างในเราก็มี build startup ถ้าจะเป็นธุรกิจสตาทอัพข้างนอกเราหาจากการทำ open innovation และเอาเขามาช่วย สนับสนุนทักษะระหว่างกัน สำหรับองค์กรเราต้องอย่าไปเปลี่ยนเขา"

"ให้มองว่าเราเป็น corporate ถ้าเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจแข็งแรง ปรชะาชนมีกำลังซื้อ มีความสุข พวกเราจะได้กันหมด แต่ตอนนี้มีหน่วยลับยิ่งกว่าใต้ดินอีก คือ maker club พวกเขาต้นทุนตำสุดและ passion นำเลย เป็นพวก R&D แบบเล่นเองทำเองทั้งวัน"

ก่อนจบขอแนะนำ trend ที่จะมา กลุ่ม Social, e-commerce, 5G
Al/Ml และ IoT disruption จะรุนแรง เพราะตอนนี้ทุกคนเริ่มโดน engage เข้าไปแล้ว IoT นี่จะมาสนับสนุน Human Interaction ไม่ต้องจับไม่ต้องสัมผัส ใช้เซนเตอร์ช่วย Automation ตอนนี้นักลงทุนพากัน invest ใน IoT เยอะมาก ลาก่อนยุคสร้างแอพพลิเคชั่น

สุดท้ายพี่อาร์ทจบที่ 2021 ขอเป็น Humble, Passionate และ
Fearless

ปล. อ่านมาถึงตรงนี้ แอบมาบอกว่า SCB10X และ SCG Zero to One are always hiring นะจ้ะะะะะะ

209 Nameless Fanboi Posted ID:OWQCsyDhnH

หลายๆ คนมองว่านี่คือม๊อบล้มเจ้า ปราบมันเลย มันไม่ใช่คนไทย
แม้จะแย้งว่าข้อเรียกร้องหนึ่งคือ Constitutional Monarchy – ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง แต่คนเหล่านี้ก็ยังกรีดร้องว่าพวกล้มเจ้าๆ ทุกคนที่ไปม๊อบนี้สนับสนุนการล้มเจ้า เพราะไอ้รุ้งไอ้เพนกวินมันพูดจาสามหาวจาบจ้วง
ขออนุญาตแลกเปลี่ยนสิ่งที่เรามองเห็น
แน่นอนว่าในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (และรุ่นอื่นด้วยประปราย) มีคนที่ถ้าให้เลือกก็อยากได้การปกครองแบบสาธารณรัฐมากกว่า แต่อีกมากมายและอาจจะเป็นส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ ยังคงต้องการกษัตริย์ทำหน้าที่เป็นประมุขอย่างแท้จริง ยังต้องการประเพณีแห่เรือหงส์ ฯลฯ ข้อเสนอให้เป็น Constitutional Monarchy จึงเป็น compromise แล้วสำหรับคนที่ชอบแนวสาธารณรัฐมากกว่า
การพูดคุยถึงลักษณะการปกครองชีวิตทุกคนในประเทศร่วมกันทำไมจะเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ มันเป็นการทำลายชาติตรงไหนกัน?
เด็กที่โดยส่วนตัวใฝ่แนวสาธารณรัฐมากกว่า แต่ยังคงเลือกและยึดกับข้อเสนอ Constitutional Monarchy ไม่ได้ใช้มุมมองเอาแต่ใจตัวเอง พวกเขาประณีประนอมแล้ว เหตุใดเราจะไม่ใจกว้างพอที่จะรับฟัง เหตุใดเราไม่สามารถก้าวข้ามมารยาทที่ขัดใจเราบางอย่างได้ ยิ่งผลักไส เขาก็ยิ่งแรงเป็นธรรมดาใช่ไหม?
ที่สุดแล้วเราทุกคนต้องประนีประนอมเพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของประเทศแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียว
การชี้หน้าด่าล้มเจ้า ชังชาติ ทำลายชาติต่างหากที่เป็นความใจคับแคบ ใครคิดไม่เหมือนพวกคุณอยู่ในประเทศนี้ไม่ได้
นี่ไม่ใช่จิตใจของคนดีแน่นอน

210 Nameless Fanboi Posted ID:cMvJA21lJP

ถ้าศรียังอยู่เป็นเมีย ชีวิตเสี่ยไม่มีทางมาถึงจุดนี้แน่ๆ อันนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ในแง่ศรีได้ใจ ปชช นะ แต่รวมถึงการเป็นเมียที่ผัวอยู่ด้วยแล้วดูมีความสุขอ่ะ เนี่ยตอนอยู่กะเบนซ์ กะศรี ดูเป็นผู้ชายที่มีความสุขกับชีวิตครอบครัวนะ เหอะ ไม่น่าโง่เลยจริงๆ

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

211 Nameless Fanboi Posted ID:OWQCsyDhnH

พูดกันมากว่าคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปแล้ว จะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม จะไม่กลับไปอนุรักษ์นิยมอีก อย่าเพิ่งมั่นใจจนกว่าจะชนะ และอย่าเพิ่งมั่นใจว่าจะชนะ หนทางการต่อสู้ยังอีกยาวไกล
ตัวอย่างที่ดีที่สุดของคนรุ่นใหม่ที่ตาสว่างแล้ว แต่กลายมาเป็นรอยัลลิสต์ก็คือ คนเดือนตุลา นี่แหละ
3 ปีหลัง 14 ตุลา แนวคิดสังคมนิยม-เสรีนิยมเบ่งบานในมหาวิทยาลัย และยังขยายไปสู่ขบวนการชาวนา-กรรมกร พวกเขาอ่านงานที่วิพากษ์ระบบศักดินา-ทุนนิยมไทยอย่างถึงรากถึงโคน ไม่ว่าจะเป็นงานของจิตร ภูมิศักดิ์ สรรนิพนธ์เหมา ลัทธิมาร์ซิสม์ วีรกรรมของนักปฏิวัติทั่วโลก หนังสือพิมพ์ “อธิปัตย์” ของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย นี่ซ้ายมาก วิพากษ์ศักดินาตรงไปตรงมา
จารีตประเพณีจำนวนไม่น้อยถูกตั้งคำถาม เครื่องแบบนักศึกษาถูกสลัดทิ้ง เกิดกลุ่มเฟมินิสต์ พุทธสายใหม่ ในมหาวิทยาลัย นักเรียนมัธยมเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองแข็งขัน ฯลฯ ก็เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน พวกเขาต้องการเปลี่ยนโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรมอย่างถอนรากถอนโคน ฝ่ายขวาจึงกลัวพวกเขาเหลือเกิน มันจึงนำไปสู่การสังหารหมู่ 6 ตุลา 2519
พ่ายแพ้จาก 6 ตุลา อกหักจากเผด็จการคอมมิวนิสต์ พวกเขากลายเป็นผู้แพ้ คนเดือนตุลาจำนวนไม่น้อยลุกขึ้นใหม่โดยยังสามารถรักษาจุดยืนประชาธิปไตยไว้ได้ แต่ก็ไม่น้อยกลายเป็น คนเดือนตุลารักษาพระองค์ (รอ.) ชาวนาไม่น้อยกลายเป็น พคท.รอ. ... หรือกรณีเร็วๆ นี้ แกนนำ นปช.ที่สร้างคำว่า “กระสุนพระราชทาน” ในเหตุการณ์ปี 2553 ก็ได้กลายเป็น นปช.รอ. ไปแล้ว
ตัวอย่างเสรีนิยมโดยคนรุ่นใหม่ที่ชนะก็มี แต่มันเกิดขึ้นในสังคมที่องค์กร-สถาบันหลักของสังคมทำหน้าที่ปกป้องกติกาประชาธิปไตยได้อย่างมั่นคง เช่น กรณีขบวนการต่อต้านสงครามเวียดนามในสหรัฐอเมริกาในยุค 60 ที่เป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมฮิปปี้ เฟมินิสต์ ปฏิวัติความสัมพันธ์ระหว่างเพศ วัฒนธรรมไม่ไว้วางใจอำนาจรัฐ ฯลฯ พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าสังคมอเมริกันไม่อนุรักษ์นิยม ในความเป็นจริง พวกอนุรักษ์ฯมีไม่น้อยไปกว่าพวกเสรีนิยมด้วยซ้ำ แต่เขามีระบบที่ทำให้คนคิดต่างไม่ลุกขึ้นมาฆ่ากันง่าย ๆ แบบไทย
สิ่งที่อยากพูดก็คือ ความพ่ายแพ้และผลประโยชน์สามารถกระทำกับคนได้สารพัดแบบ คนที่เคยตาสว่างแล้ว ก็อย่าคิดว่าจะกลับไปเป็นอนุรักษ์นิยมอีกไม่ได้ ก็ขนาดคนที่ไม่เคยแพ้ ตอนเป็นวัยรุ่นก็ดูเสรีนิยมดี แต่พอแก่ก็ยังกลายเป็นอนุรักษ์นิยมได้เลย
สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ สู้อย่างไรไม่ให้แพ้ สู้อย่างไรที่จะขยายการสนับสนุนได้มากที่สุด ไม่สร้างความแปลกแยกให้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ไล่คนที่เชื่อเหมือนกันแต่เห็นต่างในวิธีการ ให้กลายเป็น “ตัวตลก” “พวกโลกสวย” ไม่ด่วนไล่คนที่ออกมาเตือน ให้ไปวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ แล้วเอาแต่เชียร์กันเองโดยไม่หันไปดูคนกลุ่มอื่น ๆ บ้าง พวกเดียวกันทำอะไรก็ถูก
หลายปีมานี้เราพูดถึง 6 ตุลากันมาก บทเรียนสำคัญที่เราต้องไม่ลืมคือ มันเกิดขึ้นในภาวะที่ชนชั้นกลางอยู่ในภาวะลงแดง หมดความอดทนกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษากรรมกรชาวนา อยากบอกว่าคนไทยในปัจจุบันอนุรักษ์นิยมไม่น้อยไปกว่าเมื่อปี 2519 เลย พวกเขาอยู่กับโฆษณาชวนเชื่อมา 60-70 ปี จะให้ทิ้งไปทันทีได้อย่างไร ฉะนั้น อย่าดูเบาความน่ากลัวของพลังอนุรักษ์นิยมไทย

212 Nameless Fanboi Posted ID:cMvJA21lJP

การชุมนุมประท้วงคราวนี้ ออกจะแปลกและแตกต่างจากการประท้วงครั้งก่อนๆ ชัดเจน

อันแรกเลย คือมีการถือธงชาติของต่างประเทศ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในไทย เคยมีที่ฮ่องกง ที่ผู้ประท้วงถือธงชาติอังกฤษ อเมริกา ออกมาประท้วง

เรื่องที่สองคือ ถ้าประท้วงไล่รัฐบาล แก้รัฐธรรมนูญเรื่องสว ป่านนี้มีมวลชนสนับสนุนมาก และสำเร็จนานแล้ว แต่การประท้วงครั้งนี้ กลับชูประเด็นเปลี่ยนแปลงสถาบัน ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการล้มล้างสถาบัน เพื่อไม่ให้จบเร็ว จบง่าย แต่ต้องการให้ประเด็นยืดเยื้อและรุนแรง

จนดูเหมือนว่า เป้าจริงคือ ปะทะกับสถาบัน เรื่องไล่รัฐบาลเป็นประเด็นบังหน้า
เพราะผู้วางแผนรู้ว่า ประเด็นสถาบัน สร้างความรุนแรงได้ง่าย

เรื่องที่สาม คือ แปลกที่ปกติผู้ชุมนุม จะไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง แต่การประท้วงครั้งนี้ดูเหมือนแกนนำระดับหัวจริงๆ ต้องการให้เกิดความรุนแรง พยายามยั่วยุให้เกิดการปะทะ ต้องการให้มีคนเจ็บและตาย

เพื่อ เรียกมวลชน ให้คนเห็นใจและออกมาสนับสนุนมากขึ้น

เพื่อใช้เป็นเหตุอ้างให้ต่างชาติมีข้ออ้างเข้ามาแทรกแซงกดดันประเทศไทย เพราะรัฐบาลไม่ตามใจตามคำขอที่จะให้ไทยเป็นเป้าในความขัดแย้งระหว่างอเมริกากับจีน

แกนนำจึงพยายามสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม เพื่อให้มีคนเจ็บและตาย ตามที่ได้รับแผนและทุนมา

ผู้ชุมนุมที่ไปด้วยใจบริสุทธิ์ เลยตกเป็นเหยื่อ และเป็นเบี้ยของแกนนำที่ต้องเจ็บ

ฝ่ายรัฐก็รู้แผนนี้ พยายามที่จะไม่ใช้การสลายการชุมนุม จนสุดท้ายจึงต้องใช้การฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา

การชุมนุมที่รัฐสภา เกิดเรื่องทุกครั้ง เพราะตำรวจต้องป้องกันรัฐสภา ในขณะที่แกนนำก็รู้และต้องฝ่าเข้าไปให้มีเรื่อง

ฝ่ายสีเหลืองก็รู้แผนนี้ ไม่ยอมออกมาปะทะ เพราะจะเข้าแผนของต่างชาติผ่านแกนนำ

แรกๆ แกนนำไม่อยากออกหน้า เพื่อสร้างภาพว่าการชุมนุมไม่มีแกนนำ เป็นการชุมนุมอิสระ (แต่มีการนำทางออนไลน์ในรูปแบบใหม่)

สองวันหลังที่รัฐสภาและราชประสงค์ชัดเจน เพราะถ้าแกนนำไม่ออกมา แผนจะไม่สำเร็จ เพราะมวลชนประท้วงเสร็จก็กลับบ้าน จนแกนนำและผู้สนับสนุนไม่พอใจว่าไม่อึด

ที่น่ากลัวและต้องระวังคือ ผู้วางแผนเบื้องหลังจะจัดคนมายิงผู้ประท้วงเสียเองแล้วป้านสีเจ้าหน้าที่ หรือฝ่ายเหลือง เพื่อสร้างสถานการณ์ ที่หน้ารัฐสภา ก็มีการใช้ปืนยิงและมีการแสดงปลอกกระสุน ซึ่งยังไม่รู้ว่าใครยิง

การประท้วงครั้งนี้ ผู้วางแผนและแนวทางมืออาชีพระดับ CIA ทีเดียว

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

213 Nameless Fanboi Posted ID:cMvJA21lJP

#หยุดคุกคามเทศกาลดนตรี

ตั้งแต่เริ่มฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก เชื่อมาตลอดว่า "ดนตรี" เป็นอะไรที่โครตเสรี ทุกคนมีอิสระในการเลือกที่จะชอบ เลือกที่จะฟังชอบเพลงแนวไหนก็ฟัง ชอบศิลปินวงไหนก็ติดตาม

จนถึงวัยทำงานที่มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลดนตรีตั้งแต่ Fat Fest. จนถึง Cat Expo ซึ่งทุกครั้งทีมงานจะทุ่มเทกับการเตรียมงานล่วงหน้ากันหลายเดือน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ผู้ชมมีความสุขกับดนตรีและศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบมากที่สุด

แม้กระทั่งการจัดงานในปีนี้ ก็เชื่อว่าผู้จัดและทีมงานทุกคนก็ยังคงมุ่งมั่นในเจตนารมย์นี้เช่นเดิม

แต่น่าเสียดาย ... ที่มีศิลปินวงหนึ่งกลับดูถูกความตั้งใจของผู้จัดงาน ด้วยการนำเอาความขัดแย้งทางการเมืองในเวลานี้ ขึ้นมาเห่าหอนประกาศศักดาบนเวที โดยไม่สนใจว่าพื้นที่ที่ยืนอยู่ในเวลานั้นเป็นเวทีอะไร

สรุปง่ายๆคือ ศิลปินวงนั้นลักลอบพาแกนนำคณะราดอย่างรุ้ง , ไผ่ , แอมมี่เข้ามาในงาน ซึ่งถ้าเข้ามาในฐานะคนรักดนตรีแล้วทิ้งเรื่องการเมืองไว้นอกรั้ว ก็คงไม่มีใครไปปิดกั้น

แต่นี่กลับมีนอกคิว ประกาศเชิญขึ้นเวทีในช่วงท้ายโชว์ ... สะกดคำว่า " มารยาท " เป็นมั้ย?? ทั้งศิลปินวงนั้น และสามคนนี้

ไม่ใช่เฉพาะฝั่งนี้เท่านั้น ถ้าอีกฝั่งอย่างหมอวรงค์ , อุ๊ หฤทัย แอบมาขึ้นเวที ผู้จัดก็คงไม่รู้สึกยินดีเช่นกัน

อย่าลืมว่า ในพื้นที่ของผู้ชมนับหมื่นคน อาจมีทัศนคติทางการเมืองที่ต่างกัน แต่พวกเค้าเหล่านั้นมางานนี้เพราะรักในสิ่งเดียวกันนั่นคือ "ดนตรี"

และนี่คือเวทีแห่งความสวยงามของเสียงเพลง ไม่ใช่เวทีการเมืองที่ใครจะมาสร้างความแตกแยก

... กลับไปเรียน ป.1 กันใหม่ แล้วสะกดคำว่า "มารยาท" ให้เป็นด้วย ...

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

214 Nameless Fanboi Posted ID:uBD3UKgtgQ

ใครเคยบ่นเรื่องไทยมีการศึกษาและค่าเดินทางที่แพงกว่า ด้อยกว่ายุโรป หรือสวัสดิการและการรักษาพยาบาลแย่กว่ายุโรป หรืออยากให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ โดยให้เบี้ยอะไรต่างๆ มากมาย … ยกมือขึ้น

👜 ของฟรี ไม่มีในโลก
…เมื่อตอนเด็กวัยประถม เดิน supermarket ระหว่างเลือกของ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแพคที่แถมชาม หรืออีกแพคที่ไม่แถมอะไร
มาม้าถามว่า “นุชจะเอาชามไปทำอะไร ที่บ้านมีเยอะแยะ”
เราถามกลับว่า “แล้วทำไมจะไม่เอาชามล่ะ ในเมื่อมันแถมฟรี”
มาม้าบอกว่า “ดูราคาสิ แพคที่มีชามมันแพงกว่า ของฟรีน่ะ ไม่มีในโลก ต่อให้ราคาเท่ากัน ของฟรีที่ไม่ได้ใช้ มันก็แค่เพิ่มขยะชิ้นนึง จะหิ้วให้หนักทำไม”

🐥 จำมาตลอดชีวิตเลยค่ะ
******

การให้สวัสดิการโดยภาครัฐที่ถูกต้องตามหลักการของเศรษฐศาสตร์นั้น คือ การให้สินค้าและบริการที่ไม่สามารถมีตลาดซื้อขายเกิดขึ้นหรือหากเอกชนเป็นผู้ผลิตสินค้าหรือให้บริการนั้นจะมีต้นทุนสูงจนไม่มีผู้ผลิตสินค้าหรือให้บริการนั้น (เรียกอีกอย่างว่าความล้มเหลวของตลาด)
เช่น การจัดให้มีหน่วยงานดูแลความปลอดภัยและสงบสุขของประเทศ แทนกรมตำรวจหรือหน่วยงานดับเพลิง (ที่คงไม่มีเอกชนที่ไหนให้บริการนี้) รวมถึงการโอนเอาค่าใช้จ่ายบางส่วนมาเป็นของรัฐ เช่น การให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการดูแลเด็กเล็กระหว่างเวลาทำงานของผู้ปกครองและการให้ความดูแลคนชราหรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาค่าโดยสารรถเมล์รถไฟในประเทศสหราชอาณาจักร การให้บริการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (เช่นค่าหมอ) ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และการให้ที่พักอาศัยชั่วคราวแก่ผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย
******

แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่าย ก็ต้องมีเงินเพื่อใช้จ่าย
หลายคนคงสงสัยว่าเงินที่นำไปใช้จ่ายในนโยบายเหล่านี้หากนักการเมืองได้เป็นรัฐบาลล่ะ มาจากไหน บางคนอาจคิดว่า “ก็รัฐบาลจ่ายให้เราไง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ของฟรีไม่มีในโลก คนที่จ่ายคือ ผู้เสียภาษี
รัฐบาลหรือหน่วยงานราชการเป็นแค่องค์กร อาศัยคนเป็นผู้ให้บริการและจัดให้มีสวัสดิการ คน (ข้าราชการ เจ้าหน้าทีรัฐ พนักงานของรัฐ) ก็คือแรงงาน แรงงานต้องได้รับค่าจ้าง แต่เงินที่จะมาจ่ายค่าจ้างแรงงานนี้รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นในการจัดให้มีสวัสดิการต่างๆ นั้นมาจากเงินที่รัฐมีอยู่และได้มา
รายรับของรัฐบาลแบ่งเป็น (1) รายรับจากเงินที่กู้ยืมมา และ (2) รายได้ที่มาจากเงินภาษีและเงินที่เกิดจากสินทรัพย์ของรัฐ
หากรัฐกู้ยืมเงินมาไม่ว่าจะเป็นการกู้โดยตรงจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งหรือออกพันธบัตรเพื่อระดมเงินทุนมาใช้จ่ายในการให้สวัสดิการแก่ประชาชน ย่อมต้องมีการจ่ายคืนทั้งต้นและดอกเบี้ย
นั่นก็หมายความว่าไม่ว่าจะเป็นนโยบายสร้างรัฐสวัสดิการหรือเป็นแค่นโยบายแจกเงิน เงินที่ใช้ไปก็คือภาษีจากประชาชน … ของฟรี ไม่มีในโลก
***

215 Nameless Fanboi Posted ID:uBD3UKgtgQ

❓แล้วเงินใช้จ่ายสำหรับรัฐสวัสดิการในต่างประเทศล่ะ มาจากไหน
ในต่างประเทศนั้น มีการให้สวัสดิการสังคม (social welfare) ที่ครอบคลุมแตกต่างกัน เช่นการลดหย่อนภาษีแก่ครอบครัวที่มีบุตรธิดา การให้เงินช่วยเหลือรายเดือนแก่ผู้ตกงาน ในรูปแบบของรัฐสวัสดิการที่แตกต่างกันไปนี้ แต่ละประเทศก็หาเงินมาจ่ายสวัสดิการสังคมที่รัฐเป็นผู้จัดหาให้แตกต่างกันไปเช่นกัน

🖍ในฝรั่งเศสและเดนมาร์กนั้น รัฐให้สวัสดิการมากมายครอบคลุมชีวิตประจำวันของประชาชนแทบทุกด้าน แต่ก็แลกมาด้วยการเก็บภาษีในอัตราภาษีที่สูง โดยรายได้ภาษีนั้นสูงกว่าร้อยละ 45 ของผลผลิตมวลรวมของประเทศ

🖍ประเทศเดนมาร์ก แทบจะไม่เก็บภาษีจากคนเกษียณอายุ คนพิการ หรือพวกองค์กรเพื่อสังคมค่ะ ในขณะที่นิวซีแลนด์ไม่เก็บภาษีจากกลุ่มนี้เลย โดยทั้ง 2 ประเทศเก็บภาษีจากผู้มีรายได้และธุรกิจสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จนทำให้รายได้จากภาษีเงินได้ของเดนมาร์กและนิวซีแลนด์สูงกว่าร้อยละ 50 ของรายได้รัฐทั้งหมด

216 Nameless Fanboi Posted ID:uBD3UKgtgQ

📕งานวิจัยชิ้นหนึ่งโดย SensAge ได้แบ่งรัฐสวัสดิการของกลุ่มประเทศยุโรปไว้เป็น 5 แบบ โดยแต่ละแบบมีการจัดหาแหล่งเงินที่ใช้จ่ายในการให้สวัสดิการสังคม (social welfare) แตกต่างกัน

1. รูปแบบนอร์ดิก ใช้เงินจากภาษีส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นมาใช้จ่ายในการให้สวัสดิการ โดยใช้หลักการของการกระจายรายได้ คือเก็บภาษีรายได้สูงเพื่อนำไปจัดให้สวัสดิการแก่ประชาชนทุกกลุ่มเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งในเรื่องการเข้าถึงบริการโดยภาครัฐ การศึกษา และการดูแลรักษาพยาบาล (การหาหมอหรือใช้บริการโรงพยาบาลฟรีในเดนมาร์ก) เรียกได้ว่าในเกือบทุกด้านของชีวิตประจำวัน ประเทศที่ใช้รูปแบบนี้ ได้แก่ประเทศ Norway, Sweden, Finland, Denmark, และ Netherlands กลุ่มนี้มีการเก็บภาษีรายได้ในอัตราที่สูงมากที่สุดในยุโรปก็ว่าได้

2. แบบแองโกลแซกซอน (Anglo-Saxon) ที่ใช้ใน United Kingdom และ Ireland นั้น เงินที่ใช้ก็ยังคงมาจากประชาชน โดยเป็นสวัสดิการแบบผสม คือในกลุ่มคนชั้นกลาง (ผู้ใช้แรงงานหรือมีรายได้) จะเป็นสวัสดิการที่จัดหาโดยรัฐและองค์กรร่วมกัน ที่เรียกว่าประกันสังคม ทั้ง (1) ผู้ได้รับสวัสดิการ (ซึ่งก็คือผู้มีรายได้) (2) องค์กรต้นสังกัดของผู้ได้รับสวัสดิการและ (3) รัฐร่วมกันรับผิดชอบจ่ายเงินเข้ากองทุนนี้ แต่ในกลุ่มคนชั้นล่างจะเป็นสวัสดิการที่จัดหาโดยรัฐซึ่งก็คือมาจากภาษีที่เก็บจากผู้มีรายได้ล้วนๆ เพื่อหวังผลให้เกิดการกระจายรายได้

3. แบบคอนติเนนทัล หรือเรียกว่า Bismarck ซึ่งเป็นการบังคับจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ประเทศที่ใช้แบบนี้ คือ Austria, France, Germany, Belgium และLuxembourg เช่น ในเยอรมัน รัฐส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับการให้ความดูแลรักษาสุขภาพ (Healthcare) ร้อยละ 21 แปลว่าเป็นเงินที่ใช้จ่ายในสวัสดิการสังคมมาจากภาษี 21%

4. แบบเมดิเตอเรเนียน ซึ่งใช้ในประเทศ Italy, Spain, Greece, Portugal และ Turkey ใช้หลักการที่ว่าครอบครัวมีหน้าที่ดูแลสมาชิกในครอบครัว แม้จะมี public healthcare แต่ภาครัฐมีส่วนร่วมในเงินที่จ่ายในการให้สวัสดิการน้อยกว่าแบบที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด จะเห็นได้ว่าในประเทศกลุ่มนี้เก็บภาษีจากผู้มีรายได้ในอัตราที่ต่ำกว่าทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น

5. แบบยุโรปกลางและตะวันออก กลุ่มประเทศยุโรปกลางและตะวันออก เช่น Hungary, Poland, Czech Republic และ Slovenia เคยเป็นประเทศที่เป็นสังคมนิยม แต่กลับมีการยกเลิกการให้สวัสดิการสังคมในหลายๆ ด้าน มีการตั้งกองทุนต่างๆ แยกกันตามประเภทสวัสดิการ เงินที่เอาเข้ากองทุนคือภาษี และเงินปันจ่ายจากผู้มีงานทำ รูปแบบนี้เป็นผสมผสานทำให้กลุ่มนี้มีการเก็บภาษีจากผู้มีรายได้ในอัตราภาษีต่ำกว่าประเทศที่ใช้รูปแบบอื่นทั้ง 4 รูปแบบข้างต้น ขณะเดียวกันก็ยังคงเก็บภาษีในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือมีรายได้ต่ำด้วย

📌เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการให้สวัสดิการสังคมนั้นมาจากภาษี ในภาวะที่เก็บภาษีได้น้อยก็ย่อมเกิดปัญหาตามมา เช่น ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ภาครัฐขาดดุล จนต้องตัดค่าใช้จ่ายสวัสดิการต่างๆ ส่งผลให้เกิดการประท้วงจากทั้งกลุ่มแพทย์ กลุ่มนักศีกษา กลุ่มแรงงาน ในหลายๆ ประเทศ การแบ่งภาระระหว่างประชาชนและรัฐให้มีความสมดุลมากขึ้นอาจเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า

การจะใช้นโยบายรัฐสวัสดิการหรือว่านโยบายประชานิยม ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงิน ดังนั้นพรรคการเมืองในต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป เวลาเสนอนโยบายใช้เงิน จะบอกแก่ประชาชนด้วยเช่นกันว่าแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้เพิ่มขึ้นนั้นมาจากไหน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนของนโยบาย และเพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความเป็นไปได้และความยั่งยืนของนโยบายใช้เงินที่ทางพรรคเสนอมา เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง

🧮 ถ้าเราอยากได้ชีวิตแบบยุโรป ของถูก (ที่ต้องจ่ายอย่างอื่นแพง) ของดี (ที่ไม่ได้ดีเสมอไป) ของฟรี (ที่ไม่มีอยู่จริง) ก็ดีดลูกคิดก่อนค่ะ ว่าพร้อมจะเสียภาษีรายได้และประกันสังคมที่แพงขึ้นมั้ย

ก่อนจะบอกว่าพร้อมจ่ายมากขึ้นถ้ามีสวัสดิการดีจริง ลองคำนวณดูก่อนนะคะว่าทุกวันนี้คุณจ่ายภาษีดอกเบี้ยครบมั้ย คุณเคยพยายามจะทำทุกทางเพื่อให้ได้ลดหย่อนภาษี ได้ภาษีคืนหรือแอบเอาของเข้าประเทศโดยไม่เสียภาษีรึป่าว คุณจ่ายภาษีอยู่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับรายได้ที่หามาได้ และลองคิดดูว่ามีกี่ครั้งที่มีการประกาศเก็บภาษีเพิ่มแล้วคุณไม่โวยวายแต่พร้อมควักกระเป๋าจ่ายทันที

Credit figures from OECD, https://www.taxpolicycenter.org/,
Our world in data, Tax Foundation

217 Nameless Fanboi Posted ID:LPDab6MXib

>>216 ถึงว่าประเทศเขาคนเขาถึงได้โวยหนัก เวลาราชวงศ์เอาภาษีไปใช้ฟุ่มเฟือยไม่ก่อประโยชน์ต่อสังคม

218 Nameless Fanboi Posted ID:bNzSNJwKUU

>>210 อย่างน้อยสุดถ้าศรียังเป็นเมียคงไม่มีภาพท๊อปครอปให้เห็น มีแต่คลิปริมสระก็แย่พอแล้ว

219 Nameless Fanboi Posted ID:wjOnmRSnEG

>>216 เยอรมันที่คนอวยๆกัน แม่งก็ไม่ได้สวัสดิการดีเท่าไหร่ เรื่องรักษาพยาบาลนี่ไม่ฟรีเพราะรัฐบังคับให้มึงซื้อประกันแล้วประกันเป็นคนจ่าย เรื่องเกษียญนี่ยิ่งเหี้ยใหญ่ เพราะเด็กเกิดใหม่น้อยตอนนี้เลยมีเรื่องคำนวณรายได้กันว่าถ้าเงินเดือนมึงเกินเกณฑ์จะไม่ได้บำนาญรัฐ

สงสัยว่าคนที่อวยๆระบบไอ้หรั่งนี่เคยมาสัมผัสเองไหม ไม่มีเลิศเลอเมจิคัลแบบที่อวยกัน

แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไทย

220 Nameless Fanboi Posted ID:h6w3v/VkZs

>>219 ‘แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไทย’
จริงๆคนไทยไม่ต้องการอะไรมากหรอก แค่ต้องการสิ่งที่มันแย่น้อยลง ลองเสดกิจดีแบบจริงๆดิ ม็อบหาย

221 Nameless Fanboi Posted ID:TXmOv0.4Oc

>>220 ถ้าไม่มีโควิด ม็อบจะลากยาวได้แค่ไหนวะ เพราะ ศก. ถึงจะไม่ดีแต่ก็ไม่ดิ่งขนาดนี้

222 Nameless Fanboi Posted ID:6lkUYbN+dv

>>219 เอาจริงๆ แค่แก้ให้คนขายแบกะดินได้อย่างเสรี คนก็ไม่ประท้วงแล้ว รัฐทำอะไรงี่เง่าจริงๆ ขัดขวางการทำมาหากินของชนชั้นล่างเนี่ย

223 Nameless Fanboi Posted ID:.mgbOO5oD6

>>222 ไม่ต้องถึงกับเสรีก็ได้ แต่ต้องยอมรับการทำมาหากินรูปแบบนี้ ขนาด LA อเมริกา แม่งยังแก้ กม. ให้ยอมรับเลย (แต่ก่อนไล่กวาดล้างอย่างเดียว ลดลงมาเหลือจัดระเบียบแทน อะไรขายได้ไม่ได้ตรงไหน ขนาดร้านเท่าไร อันนี้ตลกร้ายมากนะ พรบ.รักษาความสะอาดของเราแม่งก้าวหน้ากว่า LA อีก ออกมาตั้งกะปี 35 ให้ทำจุดผ่อนผันได้ แต่ทัศนคติตู่กับผู้บริหาร กทม. ไม่ยอมรับ) อีกอันก็ป่าชุมชน พวกที่ดินแปลงใหญ่อะมาถูกทางละเพราะจะได้ขายไม่ได้ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของรัฐ แต่ปัญหาคือรัฐยุคตู่ไม่ยอมรับการให้โอกาสพิสูจน์สิทธิชุมชนที่อยู่ตามแนวป่า-อุทยาน ว่าอยู่มานานแค่ไหนแล้ว จะไล่อย่างเดียว

คือตอนนี้ Trend การทำงานแม่งเปลี่ยนละไง คนมีแนวโน้มจะออกไปเป็นอาชีพอิสระมากขึ้น งานโรงงานมันน้อยลงกว่าช่วง 20-30 ปีก่อนเพราะผู้ประกอบการเขาจะเอาเทคโนโลยีมาแทนคนเรื่อยๆ แล้วไทยนี่ยังบวกสังคมคนแก่อีก อาชีพพื้นฐาน 2 อันบนเนี่ย คนวัย 40+ ทำกันเยอะเพราะไม่ต้องใช้ความรู้สูงนัก แล้วพอพวกนี้มีงานทำ มีรายได้ ก็ไม่ต้องเดือดร้อนลูกหลานมากนักที่ต้องมาอุ้ม พอตู่และคณะไปกวาดล้าง วัยกลางคน-ชรา รายได้หาย ก็ต้องมาพึ่งคนหนุ่มมากขึ้น คนหนุ่มที่กำลังเริ่มทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวก็เดือดสิ ผลก็เลยออกมาเป็นม็อบนี่ละ

224 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

การศึกษาไทยไม่ได้แย่มากมาย ที่มันแย่เพราะครูบางคนต่างหาก แล้วก็การที่หาสิ่งที่ชอบไม่เจอ บางทีไม่ควรโทษระบบการศึกษา แต่ให้ลองคิดดูดีกว่าว่าได้ทำอะไรไปบ้าง คำว่าไม่มีเวลาหาตัวเองเลยนี่ส่วนใหญ่เป็นข้ออ้าง ช่วงปิดเทอมเอาไปทำอะไรล่ะ นอนอยู่บ้านเหรอ ลองถามตัวเองจริงๆ ว่านอกจากนอนเล่นแล้ว ได้ออกไปข้างนอกหาสิ่งที่อยากทำบ้างมั้ย บางทีแค่ไปเที่ยวห้างอาจจะเจอนิทรรศการเปลี่ยนโลกก็ได้ ได้ไปบ้างรึเปล่าล่ะ

225 Nameless Fanboi Posted ID:wZZyYkezO8

>>224 ถามตัวเองว่าที่เรียนมาแต่เด็กมีวิชาไหนที่ยังเอามาใช้ในชีวิตอยู่บ้าง

226 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>225 ก็ใช้บางอัน คิดเลข วาดรูป ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น วิชาการงาน การเย็บผ้า ทำอาหาร แกะสลัก ลูกเสือเรียนผูกเชือกกับหุงข้าว เผลอๆ ทำอาหารได้หน่อย วิชาชีวะกูเอาไว้ดูของเวลาซื้อพวกของบำรุง สกินแคร์ ว่าอันไหนมีสรรพคุณจริงๆ อะไรบ้าง วิชาเคมีก็สารต่างๆ บางอย่างห้ามผสมกัน มันระเบิดนะ มันมีฟองแก๊สนะ รู้ว่าน้ำมันดิบมีกระบวนการมาจากไหนด้วย วิชาพละทำให้กูเล่นกีฬาเป็นด้วย โคตรเจ๋ง วิชาคอมทำให้กูเขียนโค้ดพื้นฐานกับใช้โฟโต้ชอปและโปรแกรมหลายอย่างเป็นด้วย สุดยอดชิบหาย และที่ว่ามาคือที่กูใช้ ที่เหลือกูไม่ใช้เท่าไหร่ อาจจะมีวิชาคณิตวิทย์ส่วนม.ต้นบ้างที่กูเก็บไว้สอนลูกในอนาคตของกู

227 Nameless Fanboi Posted ID:tbW2Yzx3C+

>>225 ต้องถามว่ามีอะไรไม่ใช้มากกว่า

228 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>227 ไม่ใช้เหรอ คงเป็นฟิสิกส์มั้ง กูไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แล้วไม่คิดจะไปด้านเกี่ยวกับฟิสิกส์ด้วย น่าจะมีแค่นั้น เพราะจริงๆ กูใช้หมดเลย กูเป็นพวกเรียนเพื่อเอาสิ่งที่อยากรู้ อันไหนไม่อยาก กูก็แค่ทิ้ง ทิ้งที่แปลว่าทิ้งจริงๆ สอบก็ยังทำไม่ได้

229 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>228 แล้วเราก็ชอบวรรณกรรมไทยมาก อ่านเพลินดี แล้วมันเป็นแนวทางในการแต่งนิยายกับวาดรูปของเราด้วย

230 Nameless Fanboi Posted ID:eRJvkaufSA

>>227 เลขนี่เยอะเลยที่คนธรรมดาไม่ใช่
เช่น ตรีโกน และ เลขสมัย ม.ปลาย ยกเว้น ตรรกศาสตร์
ส่วนใหญ่ แค่ +-*/ กุว่าเพียงพอแล้ว

231 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>230 แต่เขาก็ต้องสอนแหละ เผื่อมีเด็กแบบว่าพลิกอยากไปเรียนวิทย์คณิตตอนมหาลัยดื้อๆ บางคนมาเจอตัวเองตอนม.6 แก้ตัวแทบไม่ทัน ครูเขาอยากให้อารมณ์ประมาณว่า เออ กูสอนพื้นฐานมึงไปแล้วน่า มึงทำได้แน่นอน พยายามเข้า มันมีครูที่เรียนโทเรียนเอกบางคนเล่าชีวิตอันน่าประทับใจว่าอยากเรียนคณิตตอนม.6 ตั้งใจเรียนปีสุดท้ายของม.ปลาย สอบเข้ามหาลัยจบออกมาใช้วิชานี้ด้วยการเป็นครู 555555

232 Nameless Fanboi Posted ID:lnsVYErB83

>>228 >>229 >>230 อ่ะ งั้นคำถามต่อมา วิชาที่พวกมึงคิดว่าไม่สำคัญมันอยู่ ม ปลายทั้งนั้น แล้วทำไมพวกมึงไม่เลือกเรียนสายอาชีพกัน

233 Nameless Fanboi Posted ID:nXF+KJ4xP0

ต้องเปลี่ยนค่านิยมเรื่องสายสามัญ-สายอาชีพ นะกูว่า
ปัจจุบันเรียนเกินใช้ไปถึงมหาลัยนั่นแหละ เรียนเอาวุฒิ ไม่ได้เรียนไปใช้งาน
สายอาชีพปวช ปวส เป็นพวกรากหญ้าชั้นล่างเรียน เรียนไปไม่เจริญเท่าสายสามัญต่อมหาลัย
จัดการปัญหาไอ้พวกนักเลงสายเทคนิคให้ได้ด้วย คนจะไม่ไปเรียนเพราะพวกนี้

234 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>232 เอ้า มึง กูใช้ชีวะกับเคมีนะ คือที่เข้าไปเรียนเพราะว่า อยากได้วิชาบางอัน แต่บางอันไม่อยากได้ คือที่ไม่อยากได้มันน้อยกว่า กูต้องเลือกอันที่กูอยากเรียนมากกว่าแล้วไปเรียนดิ อันที่ไม่อยากได้ก็แค่วิชาเดียว กูทิ้งได้อ่า สายอาชีพเน้นใช้จริงในการทำงานที่กูไม่ได้ใช้เลยนี่ แต่กูว่าบางคนที่ไม่ไปเรียนอาชีพคือโดนกรอกหูมาว่าวิชาสามัญมันจำเป็นกว่าสายอาชีพมั้ง

235 Nameless Fanboi Posted ID:.mgbOO5oD6

>>233 ถ้าไม่แก้ค่านิยมว่าบางอาชีพเป็นชนชั้นสูงพิเศษ เป็นแล้วมีออร่ารอบตัว มันก็แก้ค่านิยมบ้าปริญญาไม่ได้หรอก ชนชั้นล่างถ้าได้เป็นอาชีพพวกนี้ก็กลายเป็นอภิสิทธิ์ชนเท้าลอยจากพื้นเหมือนกันนะมึง

236 Nameless Fanboi Posted ID:gJGs1HBnY2

อันนี้โพสต์บ่น

ไหนๆก็พูดเรื่องรถไฟญี่ปุ่นแล้ว
ผมจะมาขอต่ออีกเรื่องนะครับว่า

นอกเหนือไปจากค่าตั๋วแล้ว
การรถไฟของญี่ปุ่นเขาอยู่กันได้เพราะอะไร

....
...
..
.

.......... เอาที่ดินรอบๆสถานีมาเปิดเป็นโซนร้านค้าครับ

-------------------------

ผมไม่ใช้คำว่าประเทศที่เจริญแล้วให้แสลงหูใครบางคน
แต่ขอใช้คำว่า "ประเทศที่ระบบการรถไฟในเมืองใหญ่เจริญ" ละกันนะครับ

ประเทศที่ระบบการรถไฟในเมืองใหญ่เจริญนั้น
ผู้คนจะเดินทางโดยขนส่งสาธารณะมากกว่าการใช้รถส่วนตัว

........ เพราะมันสะดวกและถูกกว่าการจะต้องมาหาและจ่ายค่าที่จอดรถ

พื้นที่รอบๆสถานีหลัก
เลยเป็นจุดที่มีผู้คนเดินทางผ่านกันอย่างหนาแน่นไปโดยปริยาย

แล้วเวลาที่เขาออกแบบสถานี
เขาจะออกแบบให้ผู้คนจะต้องเดินผ่านโซนร้านค้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทำให้มีการค้าขายเพิ่มการไหลเวียนของเศรฐกิจ
และสถานีรถไฟเองก็มีค่ามากกว่า
ที่ๆมีไว้เพื่อเป็นทางผ่านอย่างเดียว

--------------

เช่นภาพที่ผมเอามานี้
มาจากโซนใต้ดินของสถานี Ikebukuro
ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Metro Properties

ซึ่ง Metro Properties นั้น
ถือหุ้น 100% โดยการรถไฟใต้ดิน หรือ Tokyo Metro

และ Tokyo Metro ก็ถือหุ้นโดยรัฐมนตรีการคลังและที่ว่าการจังหวัดอีกที

เป็นการออกแบบโดยภาครัฐเพื่อส่งเสริมธุรกิจครับ

---------------------------

คำถาม ........... เราเดินผ่านอะไรเวลาเดินทางไป BTS หรือ MRT?

ถ้าเอาที่ผมใช้บ่อยๆก็จะมี BTS สนามกีฬาไป MBK
BTS สยามไป Siam Paragon กับ Central World
MRT พหลโยธินไป Central ลาดพร้าว
MRT พระรามเก้าไป Fortune

.......... ซึ่ง ......... ในระหว่างทางนะ
มันไม่ได้จำเป็นจะต้องเดินผ่านโซนร้านค้าอะไรเลย

ถ้าจะให้เจาะจง
มันจะมีพวกร้านติดถนนใหญ่ที่เราจะเข้าไปแบบมีจุดประสงค์
มันไม่ใช่ร้านจำพวกที่ว่าเราเดินผ่าน
แล้วแวะพักทานของหรือแวะซื้อของกัน

ผลที่ได้ก็คือ
ถ้าผมจะไปห้างพวกนั้น นอกจากค่าตั๋วรถไฟแล้ว
คนที่ได้เงินผมไป ........ มันก็มีแต่ร้านค้าในห้าง

...... มันไม่ได้ต่างอะไรกับกรณีที่ผมจะขับรถไปเอง

---------------------

คือพวกห้างที่เขามีเงินกันอยู่แล้ว
เขามีรายได้เพราะห้างนั้นเป็นจุดประสงค์หลักในการเดินทาง
แล้วเขาก็มีรายได้เพิ่ม
เพราะสถานีรถไฟมันติดอยู่กับเขา

แต่ถ้ามันมีโซนร้านค้าที่อยู่กันระหว่างนั้น
มันจะเป็นตัวกระตุ้นเศรฐกิจให้ไหลเวียนดีขึ้นกว่าเดิม
เพราะมีที่ให้ร้านค้าที่กลุ่มอยู่นอกนโยบายห้างมาเปิด
บนพื้นที่ทำเลดีได้

และ BTS เองก็มีรายได้เพิ่มขึ้น
โดยไม่ต้องเพิ่มค่าตั๋ว

------------------------------

แล้วขอความกรุณาอย่าเรียก
พวกร้าน 4-5 ร้านบนสถานีว่าเป็น"โซนร้านค้า" เลยนะครับ
มันไม่มากพอจะเรียก

และมันตั้งอยู่ในจุดที่แคบแออัดเกิน
ไม่ใช่จุดที่เราจะไปยืนเข้าไปแวะซื้อของได้อย่างสบายใจ

แล้ว MRT พหลโยธินนี่
พื้นที่ด้านในก็ออกจะกว้าง มีจุดที่เป็นโซนร้านค้าอยู่
แต่ดันออกแบบให้เดินตรงไปขึ้นรถไฟได้โดยไม่ต้องเดินผ่าน

โคตรจะเสียดายพื้นที่

-------------------------------

และ BTS สยาม นะ
มันควรจะตั้งเป็นสถานีใหญ่ลงมาใน Siam Square
ให้มีโซนร้านค้าของตัวเอง
แล้วทางขึ้นอยู่ตรงแถวซอยจุฬา 64

ทำให้คนที่จะไป Siam Paragon หรือ Central World
จะต้องเดินผ่านโซนนี้โดยปริยาย

และพอเป็นสถานีใหญ่แล้ว
มันจะเป็น hub สำหรับต่อ MRT สายใหม่ได้ด้วยครับ
https://www.metro-pro.jp/enterprise/commerce/echika_ikebukuro/

237 Nameless Fanboi Posted ID:eRJvkaufSA

>>232 อยากเรียนวิศวะ มันมีจบม.ต้นแล้วไปต่อเลยหรือเปล่า
สมัยกุเรียนยังไม่มีนะถ้าสมัยนี้มีแล้วบอกที

238 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>237 ยังไม่มีนะ ต้องเรียนสามัญแล้วไปต่อเหมือนเดิม ไม่ก็เรียนช่างแล้วไปต่อมหาลัยเหมือนกัน ง่ายๆ ก็ต้องเข้ามหาลัยอยู่ดี

239 Nameless Fanboi Posted ID:cMsU8RxrkU

มึงช่วยให้การศึกษาไทยมันให้คะแนนตรงกับวิชาที่เรียนด้วยครับ วิชาคณิตให้กูไปทำmvเพลงส่ง ภาษาไทยให้วาดรูปสุนทรภู่ สังคมให้ทำโบชัว แต่ดันไม่คิดคะแนนจากเนื้อหาแต่คิดจากความสวยงาม

240 Nameless Fanboi Posted ID:gJGs1HBnY2

มีคนถามว่าอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ไปจนแก่เลย ไม่อยากเป็น Manager ต้องเตรียมตัวเตรียมสกิลอะไรบ้าง
.
เป็นคำถามที่ดี ก็อยากแบ่งเป็นสองอย่างนะ
.
1) Faste Learner Skill - การเขียนโปรแกรมนั้นเราไม่สามารถบอกแบบ Fix ได้ว่าต้องเขียนโน่นเป็นนี่เป็นเพราะ "สกิลของงานสายนี้เป็น Dynamic และเปลี่ยนไปตามยุค" ทุกอย่างมันเปลี่ยนทุกวัน มีของใหม่เกิดมาทุกวัน มีของเก่าตายไปทุกวัน
.
สกิลสำคัญของคนที่จะทำสายนี้ยืดคือ "ต้องวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทัน" ต้องลองลงมือทำทุกอย่าง มีอะไรใหม่ก็ต้องทำให้เป็นให้หมด ก็คือต้องเรียนรู้เร็วมากนั่นเอง
.
ช่วงแรก ๆ เหนื่อยแหละ แต่ถ้าทำไปเรื่อย ๆ .... ก็เหนื่อยแหละ มันจะไม่เหนื่อยได้ไงอ่ะ ! 5555
.
แต่สิ่งที่หลายคนทำพลาดไปในข้อนี้คือไม่ยอมฝึกสกิลใหม่ ๆ และยึดติดกับสิ่งที่ตัวเองทำเป็นอยู่แล้วเท่านั้น มันไม่พอนะ บอกเลยว่ามันไม่เคยพอ ตระหนักไว้เสมอว่าสิ่งที่คุณทำเป็นอยู่แล้วอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้
.
ก็ได้ยินอยู่บ่อย ๆ นะว่า "งานประจำหนักอยู่แล้วเลยไม่มีเวลาฝึกสกิลใหม่เลย"
.
แนะนำให้ลองบริหารเวลาใหม่เพราะฟังดูน่าจะมีปัญหาเรื่อง Work Life Balance ที่ทำอยู่มันอาจจะดีกับบริษัท แต่มันไม่ดีกับตัวคุณนะ
.
อยากอยู่สายนี้อย่าหยุดพัฒนาตัวเองและตามให้ทันเทคโนโลยีครับ
.
ไม่ฝากเรื่องว่าต้องเขียนอะไรให้เป็นบ้างเพราะสกิลที่ยั่งยืนของสายงานนี้คือ "ต้องปรับตัวเองตามยุคให้ทันเสมอ" ก็ลองดูว่าตอนนี้โลกไปทางไหนแล้วฝึกสกิลที่ขาดดูนะ
.
2) Teamwork Skill - สำคัญมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ต่อให้อยากจะโค้ดจนแก่ชราแต่การทำงานดี ๆ ขึ้นมาสักชิ้นเราทำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ มันต้องทำเป็นทีม
.
และแน่นอน คุณเลยต้องฝึกทุกสกิลที่เกี่ยวข้องให้หมด เช่น การสื่อสาร การ Collab การเขียน Doc ฯลฯ
.
หลายคนมาก ๆ ที่ยังติดกับการทำงานคนเดียวเพราะมันสะดวกว่องไว Doc ก็ไม่ต้องเขียน ไม่ต้อง Co งานกับใคร
.
แต่ถ้ายังทำได้แค่นั้นคุณจะโตไปไหนไม่ได้หรอกนะ
.
ชีวิตจริงมันต้อง Collab กับ PM, PMM, Designer, Customer Supporr ฯลฯ เพราะเราก็ต้องการข้อมูลจากเค้า เค้าก็ต้องการข้อมูลจากเรา หรือก็ต้อง Collab กับโปรแกรมเมอร์คนอื่น จะทำคนเดียวหมดนี่จะ Deliver งานเมื่อไหร่ ?
.
ถ้ายังทำงานเป็นทีมไม่เป็น สุดท้ายคุณก็จะได้ทำแค่งานเล็ก ๆ เพื่อนร่วมงานก็ไม่อยากทำงานด้วย ท้ายที่สุดบริษัทไหนก็คงไม่ต้องการ ทำได้อย่างมากก็รับงาน Freelance เล็ก ๆ
.
เดินคนเดียวมันเดินเร็ว แต่ก็เหงานะ อยากเดินไปได้ไกลต้องเดินไปเป็นทีม จำไว้
.
3) Mentorship - ยิ่งอายุมากขึ้นประสบการณ์ก็มากขึ้น แม้จะยังทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ต่อไปแต่สิ่งที่ทุกคนคาดหวังในตัวคุณจะมีมากกว่ามานั่งเขียนโปรแกรมเสมอ
.
หนึ่งในนั้นคือ คุณต้องสามารถส่งต่อความรู้และปั้นคนได้
.
มันก็คือสกิลการสอนแหละ การที่มีคนที่ทำเป็นอยู่แล้วแต่กลับส่งต่อความรู้ให้คนอื่นไม่ได้นี่มัน Waste มากเลยนะ มันไม่ส่งผลดีกับใครเลย
.
ก็ถือเป็นสกิลที่ยากอยู่เพราะการสอนมันเป็นศิลปะ สอนคนยังไงให้ใช้เวลาน้อยแต่ได้ประสิทธิภาพ รู้ได้ยังไงว่าจะสอนอะไร เรียบเรียงเนื้อหายังไง ฯลฯ ก็ถือเป็นอีกสกิลที่อยากให้ฝึกไว้ครับ
.
ที่เมกาคนอายุ 50-60 แต่ยังเขียนโปรแกรมอยู่มีอยู่ถมไปมาก ต่างจากที่เมืองไทยที่พออายุเกิน 40 ก็เริ่มโดนกีดกันหรือโดนบังคับให้เปลี่ยนสายงานละ เราเสียโปรแกรมเมอร์เก่ง ๆ ไปเพราะสาเหตุนี้กี่พันคนแล้วก็ไม่รู้
.
เป็นอีกสิ่งที่ถ้าสังคมไทยเปลี่ยนได้ก็คงส่งผลดีต่อวงการอย่างมากเลยทีเดียว

241 Nameless Fanboi Posted ID:nXF+KJ4xP0

>>239 อันนี้เป็นปัญหาที่อาจารย์-โรงเรียนมึงเองแล้ว

242 Nameless Fanboi Posted ID:wZZyYkezO8

>>226 คิดเลข ok
วาดรูป-จำเป็นเหรอ แถมบางทีไปลดคคิดสร้างสรรค์อีก
ภาษาอังกฤษ-เรียนข้างนอกดีกว่า
ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น-มีสอนในรรเหรอ?
วิชาการงาน การเย็บผ้า ทำอาหาร-พ่อแม่กูสอนดีกว่าอีกพวกนี้ เรียนรร โง่สัส ท่องไปสอบ
แกะสลัก-ใช้ทำไร?
ลูกเสือเรียนผูกเชือก-ไม่เรียนแล้วผูกไม่เป็นรึ?
หุงข้าว-ไม่เรียนแล้วหุงไม่เป็น?
วิชาชีวะกูเอาไว้ดูของเวลาซื้อพวกของบำรุง สกินแคร์-ชีวะที่ไหนวะ สอนบำรุงสกินแคร์???
วิชาเคมีก็สารต่างๆ บางอย่างห้ามผสมกัน มันระเบิดนะ มันมีฟองแก๊สนะ -ปกติทำอาชีพผสมสารเหรอ
รู้ว่าน้ำมันดิบมีกระบวนการมาจากไหนด้วย-อาชีพผลิตน้ำมันดิบ?
วิชาพละทำให้กูเล่นกีฬาเป็นด้วย โคตรเจ๋ง-กูเรียนกีฬาข้างนอกเยอะกว่า ได้ผลดีกว่า เพราะเป็นสิ่งที่กูอยากเล่นจริงๆ
วิชาคอมทำให้กูเขียนโค้ดพื้นฐานกับใช้โฟโต้ชอปและโปรแกรมหลายอย่างเป็นด้วย-กูหัดข้างนอกได้ผลมากกว่า

แบบมึงนี่ คือได้ข้างนอกรรแต่พยายามจับโยงให้มันเหมือนมาจากรร แหงๆ

243 Nameless Fanboi Posted ID:KB1SAoZBoD

>>242 แต่ละคนไม่เหมือน และจบมาคนละที่ ใช้วิตคนละแบบไง แบบของกู

เย็บผ้าทำให้กูเย็บกระดุมหลุดเป็น รวมทั้งผูกเชือกด้วย กูใช้แค่นั้นพอ ที่บ้านไม่มีสอนนะ

แต่ของกูสายช่างเลยใช้ได้เยอะหน่อย แบบเดินสายไฟบ้านกูทำเองได้หมดยันเปลี่ยนอุปกรณ์ห้องน้ำ พัดลมเตารีด monitor ยัน ps4 กูซ่อมเองได้หมด เอ่อ ออกแบบวงจรกับเขียนโปรแกรม micro-controller ได้ด้วยนะ ของกูเค้าสอนหมดนะ

แกะสลัก ของกูทั้งแกะทั้งตะไบ ขึ้นรูป เอามาทำกันพลาสบาย แต่ใช้จริงเวลาเอาอะไหล่คนละเบอร์มาต่อกัน แก้มุมนี้นิด ปรับตรงโน้นหน่อย

ภาษาอังกฤษ ของกูตอนเรียนไม่ได้เรียนข้างนอกเลย แต่ก็พอได้พื้นฐานเรียนเอาทีหลังเพิ่มได้ง่าย

คอมกูก็ในห้องเรียนเฉยๆ แต่แค่นั้นก็เกินพอ ที่จะทำให้ต่อยอดภาษาอื่นได้ ทำได้ตั้งแต่เดินระบบ network ยัน server เขียนโปรแกรมก็ได้
คอมกูเรียน 2 สายภาษาต่ำกับสูง ภาษาต่ำใช้พวก micro-controller สูงก็ภาษาทั่วไป

กีฬากูไม่ได้ต้องการเป็นนักกีฬามืออาชีพกูก็เอาแค่ในห้องเรียนนะ เล่นเอาสนุกไม่ได้ไปลงแข่งที่ไหน

244 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>242 วาดรูป-ได้พื้นฐานเรื่องเส้นแสงแน่นอน มึงไม่ใช้ แต่กูใช้ โทษที กูสายวาด และอนาคตกูสายฟรีแลนซ์กับจะออกแบบเองด้วย
ภาษาอังกฤษ - โรงเรียนกูสอนดี ขอบคุณที่แนะ
ภาษาจีน ญี่ปุ่น - มีจ้า โรงเรียนกูมีเฉพาะ จริงๆ ถึงไม่ได้เรียนโดยตรงก็ไปถามครูที่เขาสอนเอาก็ได้นะ
เย็บผ้า ทำอาหาร - ของกูปฏิบัติ มึงท่องไปสอบมึงคงได้อะไรมั้ง อ่ะ บางคนรอบตัวยังเย็บเสื้อผ้าไม่เป็น พ่อแม่บางคนก็ทำไม่เป็นไง บางอย่างใช่สักแต่จะดูยูทูปก็ทำได้นี่ ต้องมีคนแนะ
แกะสลัก - กูตกแต่งอาหารไง กูเป็นพวกศิลป์ ใดๆ สวยงามกูทำหมดแหละ ตอน.ต้นมีแกะกระจกแกะผักด้วย
ลูกเสือ - ผูกเชือกที่ไม่ใช่เงื่อนตายโง่ๆ อ่ะ
หุงข้าว - ที่ไม่ใช่หุงเตาไฟฟ้า แต่เป็นหุงแบบใช้อุปกรณ์บ้านๆ เผื่อไปเที่ยวบนเขาที่ไม่มีไฟฟ้า อ่ะ กูเสริมให้ มีให้ฝึกกางเต๊นท์ สำหรับกูที่กางไม่เป็น ก็จำเป็นอยู่
วิชาชีวะ - มึงเรียนมาปะเนี่ย มันมีพวกฮอร์โมนไง แล้วในสกินแคร์ก็จะมีพวกสารช่วยกระตุ้นฮอร์โมนบ้าง กูก็แค่ต้องดูให้รู้ไว้ เชื่อเถอะ ครั้งนึงเคยมีคนโง่เอาครีมกลางคืนมาทากลางวัน เพราะคิดว่าแม่งเหมือนกัน เอาไอ้นู่นไอ้นี่มาทาผิวเพราะคิดว่าช่วย แต่จริงๆ แล้วแม่งไม่
วิชาเคมี - อ่ะ มันมีบางอย่างที่ผสมกันแล้วทำให้เกิดสารอันตรายนะ อย่างเป็ดกับไฮเตอร์งี้ ผสมทีมีแก๊สทำให้ตายได้นา
รู้ว่าน้ำมันดิบมาจากไหน - รู้ไว้ไม่โง่ น้ำมันแต่ละอย่างมีที่มาไม่เหมือนกันด้วย แล้วบางอย่างใช้ว่าจะใช้ได้เหมือนกัน
วิชาพละ - กูแค่เน้นออกกำลังกายให้ถูกหลักกับรู้กติกาพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่อ่านเอาอย่างเดียวไม่ได้ มันเลยโคตรเจ๋ง
วิชาคอม - ก็กูไม่มีพื้นฐาน แล้วทำไมกูต้องไปหัดข้างนอก ในเมื่อโรงเรียนสอนให้กูได้
ถึงบางอย่างมันเป็นพื้นฐาน ได้ใช้มั้ย กูได้ใช้ แต่ถ้ามึงไม่ได้อะไรเลย กูก็ไม่รู้น้า

245 Nameless Fanboi Posted ID:+HCwQD0Khh

กูได้ประโยชน์จากโรงเรียนส่วนใหญ่เรื่องคอนเนคชันกับกิจกรรมนอกเวลาว่ะ บางวิชาไม่ได้ใช้แต่ตอนเรียนสนุกดีก็มีเยอะ
เกลียดจริงๆ แค่ลูกเสือ

246 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

อยู่ๆ ก็นึกภาพเวลาโม่งคุยกัน โม่งที่เป็นโม่ง
https://www.img.in.th/image/s2Cm0T

247 Nameless Fanboi Posted ID:u7PTPFdmmJ

กู่ไม่กลับ
////

ขนาดอาจารย์เกษียร เตชะพีระซึ่งเป็นมหามิตรของม็อบคณะราษฏร์ยังโดนทัวร์ลงเลย เมื่อออกมาแนะนำ ตักเตือนม็อบคณะราษฏรด้วยความหวังดี จากประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนของเขา ที่เคยเข้าป่าจับปืนเป็นนักปฏิวัติในช่วงหลัง 6 ตุลา 2519 ก่อนออกจากป่า ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อเมริกา แล้วกลับมาเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเวลาต่อมา

นี่คือ #ตัวอย่างรูปธรรมล่าสุดของปรากฏการณ์ซ้ายไร้เดียงสาในขบวนการม็อบคณะราษฏร์

และบ่งบอกชัดเจนว่า #mentalityแบบพวกเรดการ์ดได้ครอบงำจิตใจคนรุ่นใหม่พวกนี้ รวมทั้งชี้นำทิศทางการเคลื่อนไหวต่อสู้ของขบวนการคณะราษฏร์ 2563 นี้อยู่
คนพวกนี้คงกู่ไม่กลับแล้ว

และจุดจบของขบวนการม็อบคณะราษฏรนี้ก็คงอยู่ไม่ไกลด้วย

จะว่าไปแล้ว #คนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการม็อบคณะราษฏรนี้เป็นคนปลุกปีศาจในจิตใจเยาวชนขึ้นมาเอง พวกเขาทำการปล่อยปีศาจตัวนี้ออกมา แต่สุดท้ายกลับคุมปีศาจตนนี้ไม่ได้เสียแล้ว ... นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

ต่อไปเรื่องราวความล่มจมล้มเหลวของขบวนการม็อบคณะราษฏรจะเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาว่า

... "คนรุ่นใหม่" สมัยนั้นทำลายตัวเองให้พินาศในเวลารวดเร็วแบบทำลายสถิติได้อย่างไร

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

248 Nameless Fanboi Posted ID:T1057EHuus

>>247 มีแต่มโนกับมโน ข้อมูลแทบไม่มี

249 Nameless Fanboi Posted ID:q8xoZPhFQe

>>247 ... "คนรุ่นเก่า" สมัยนั้นทำลายตัวเองให้พินาศในเวลารวดเร็วแบบทำลายสถิติได้อย่างไร ใส่เสื้อเหลืองทำเรื่องเหี้ยๆจนเสื้อเหลืองกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ

250 Nameless Fanboi Posted ID:wjOnmRSnEG

>>244 ปัญหามาจากพวกที่พูดว่า"เรียนมาไม่ได้ใช้=ไม่มีประโยชน์ ไม่ควรสอน"เพราะพวกนี้ไม่ได้ดูภาพรวม

สมมติมีสามวิชา ประวัติศาสตร์ ภาษาจีน เคมี

นายA ไปเป็นนักโบราณคดีไทย
นายB ไปเป็นล่าม
นายC ไปเป็นเภสัช

นายA มองไปที่จีนกับเคมี แล้วบอกว่าสอนทำไมไร้ประโยชน์ กูไม่ได้ใช้
นายB มองไปที่ปวศ.กับเคมี แล้วบอกว่าสอนทำไมไร้ประโยชน์ กูไม่ได้ใช้
นายC มองไปที่ปวศ.กับจีน แล้วบอกว่าสอนทำไมไร้ประโยชน์ กูไม่ได้ใช้

สรุป ควรจะตัดวิชาไหนออก?

251 Nameless Fanboi Posted ID:RFRX2Lfjt2

>>250 ถ้าคิดอย่างนั้นจะมีแยกสายวิทย์-สายศิลป์ไปทำห่าไรวะ

252 Nameless Fanboi Posted ID:RFRX2Lfjt2

ถ้าจะพูดแบบจริงจัง

นาย A พอขึ้นมหาลัยก็ต้องเรียนวิธีคิดใหม่หมด เพราะประวัติศาสตร์ในอุดมศึกษากากมาก ไม่ได้มีสอนวิธีคิดห่าไรเลย

นาย B เป็นล่ามทำไมถึงได้เรียนเคมี ? เรียนสายวิทย์เรอะ ? ทำไมไม่ไปเรียนศิลป์จีน

นาย C เป็นนักเคมี แต่ได้เรียน ภาษาจีน ? เออวิชานี้ควรตัดทิ้งไปอยู่นะ

253 Nameless Fanboi Posted ID:gJGs1HBnY2

ถ้าคนที่ป่วยทุกข์ทรมานอยากทำการุณยฆาตได้รู้ว่า ที่ตัวเองทุกข์ตอนนี้แค่หอกแทงวันละ 300 เล่ม ทุกข์เท่าหินในมือ แต่ถ้าตายแล้วไปนรกจะทุกข์ทรมานเท่าภูเขาหินทั้งลูก ยังจะอยากตายอยู่มั้ย

254 Nameless Fanboi Posted ID:raxj+ZIS3M

ถ้าแยกสาย ก็มีในสายอีกล่ะวะที่จะโดนพวกสมองกลวงบ่นว่าเรียนไปทำไม

เรียนศิลป์ฝรั่งเศส พวกอยากทำงานสายแปลก็บ่นว่าจะมีวิชาวรรณคดีฝรั่งเศสกับกวีฝรั่งเศสทำไม เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ตอนทำงานแปล พวกอยากไปต่อสายวรรณกรรมเลิ่กลั่กเลยดิ ก็กูต้องใช้ป่ะ

มึงไม่ได้ใช้แต่คนอื่นได้ใช้ไง democracyว่ะ

255 Nameless Fanboi Posted ID:RFRX2Lfjt2

>>254 ทำให้เป็นวิชาเลือกก็จบแล้วป่ะวะ ....

256 Nameless Fanboi Posted ID:ZwWwk8VB9z

>>255 ของบางอย่างที่ยัดรวมวิชาคล้ายๆ กันเป็นกลุ่มในหลักสูตรเดียวกันไม่ซอยย่อยไปกว่านี้แล้ว เพราะถ้าไปย่อยมันอีก

คนมันจะกระจัดกระจายจนเป็นกลุ่มย่อยจนเปิดสอนไม่ได้ มันเลยเป็นแบบนี้ไง

257 Nameless Fanboi Posted ID:emRkeX5RTb

>>256 มักง่ายมากกว่านะ แค่นี้ก็ห้องละ 40-50 คนละ (ประเทศอื่นเขา 20-30 ก็เยอะแล้ว) มันจะย่อยไม่ได้ได้ยังไง

258 Nameless Fanboi Posted ID:+ULPDQpl7o

ทุกหลักสูตรการเรียนทุกประเทศทั่วโลกมันมีcoreกับelective ต่อให้มึงไปยุโรปไปอเมริกาไปญี่ปุ่นมึงก็ต้องโดนบังคับเรียนวิชาที่ไม่อยากเรียนเพราะเป็นวิชาcore

อยากให้มีแต่electivesนี่ฝันไปเหอะ เชิญไปเปิดโรงเรียนเองไม่ก็โฮมสคูล

259 Nameless Fanboi Posted ID:JK0q5p2uq2

>>258 แล้วกูบอกตอนไหนว่าให้ทุกอันเป็น elective ? ใช่โม่งตัวเดิมที่ชอบ strawman โง่ ๆ ป่ะวะ

แต่มึงมาตอบแบบนี้ก็ตลกดีนะ จากที่มึงตอบก็คงรู้อยู่แล้วว่าปัญหาของไทยคือทุกวิชาคือวิชา core แล้วต่างประเทศเขามีแยกวิชา core กับ elective แต่มึงก็ยังเลือกที่จะแถข้าง ๆ คู ๆ ต่อไป เจริญพร

260 Nameless Fanboi Posted ID:+ULPDQpl7o

>ทำให้เป็นวิชาเลือกก็จบแล้วป่ะวะ
>อ่ะ-เอามาจากไหนว่าป๋มอยากให้มันเป็นelectiveทั้งหมด นะ-นายน่ะมันstrawman จะ-เจริญพร

https://i.kym-cdn.com/photos/images/facebook/001/096/564/2f7.jpg

261 Nameless Fanboi Posted ID:qY5G.gliht

>>260 ก็ที่มึงยกตัวอย่างมา ไอ้วรรณคดีกับกวีฝรั่งเศสมันมีมหาลัยไหนมั้ยล่ะที่ให้เป็นวิชา core มั้ยล่ะ นอกจาก introduction วันหลังก็ยกตัวอย่างให้มันดี ๆ หน่อย ถ้าระดับมหาลัยที่สูงกว่าเขายังให้แยก ทำไมระดับมัธยมมันจะแยกไม่ได้ล่ะวะ

แล้วเว็บนี้เขาใช้ imgur ไอ้สัสจะ hotlink facebook ทำห่าไร นอกจากจะ greentext แล้วยังใส่ dead meme มาอีก cringe ชิบหายไอเหี้ย

262 Nameless Fanboi Posted ID:qY5G.gliht

จะว่าไป พอโดนจี้เรื่องต่างประเทศมีแยก core กับ elective (ที่มึงก็เป็นคนยกมาเอง) ก็กลายเป็นใช้ ad hominem แทนหน้าตาเฉยเลยว่ะ ถือว่าเก่งดีนะ ชมแล้วดีใจด้วยล่ะ

263 Nameless Fanboi Posted ID:zF/weGGy.+

ที่มันแยก Core กับ Elective ไม่ได้ในไทยหลายโรงเรียนเพราปริมาณอาจารย์ไม่พอ
โรงเรียนที่กรูเรียนสมัย ม.ปลายมันก็มีแยก เรียนขั้นต่ำตามสายที่เลือก เช่นสายทั่วไป อย่างภาษาอังกฤษยังแยกไป 3 ตัวไม่บังคับหมดที่ ตัวที่บังคับคือตัวหลัก ตัวที่เรียนบทสนทนา กับ การอ่านเป็นตัวเลือก วิชาพวกคนตรีกับพละเป็นวิชาหมวดตัวเลือกมีตั้งแต่พิมพ์ดีดไปจนถึงเรียนวิชาหลักๆอย่างคณิต
ที่เมกาเองบางโรงเรียนก็ไม่ได้ให้เลือกเพราะปริมาณอาจารย์ไม่พอเหมือนกัน

264 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

กูเห็นที่คนเถียงกัน ถ้าการศึกษาดีจะไม่มีห้องกิฟท์ ทุกคนจะได้รับการศึกษา​อย่างเท่าเทียม จริง?

265 Nameless Fanboi Posted ID:HKPkMLDdpG

มาตรฐานการเรียนนี่มองว่าเพราะมันไม่ได้มี Cap สมัยแรกก็แค่วางไว้ให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตีว่า 50 ตอนนั้นขั้นสูงสุดแค่ 100
ไปๆมาข้างบนแข่งขัน จาก 100 เป็น 200 เป็น 300 ข้างล่างยังอยู่ขั้นต่ำ 50 เหมือนเดิม ช่องวางมันเลยห่างไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าจะเท่าเทียม จากแทนทีมึงจะได้ข้างล่าง 50 แต่มีพวก 100+ มากลุ่มนึง
ทีนี้มึงจะได้แค่มาตรฐาน 60-70 กันทั้งประเทศไปแทนรึเปล่า

266 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

>>265 กูไปบอกคนว่ามันไม่มีอะไรเท่าเทียมมาตั้งแต่แรก แล้วห้องกิฟท์ก็ยอมเสียเงินเพื่อไปแลกความรู้ที่เพิ่มขึ้น ผิดตรงไหน แล้วกูก็ถามกลับไปว่าต้องทำยังไงการศึกษาถึงจะเท่าเทียม แล้วกูก็โดนตอกกลับมาประมาณว่าว่าวาจาไม่ได้ส่อให้เห็นถึงความเป็นจริงของสภาพสังคมสมัยนี้เลย

แล้วแม่งอ้างสังคมโลกที่ 1 อ่า ว่าทำงู้นงี้ได้ สังคมโลกที่ 1 เท่าเทียมมากเหรอ
.
แม่ง กูอาจจะผิดก็ได้ เลยต้องมาถามโม่งปรับเปลี่ยนความคิด

267 Nameless Fanboi Posted ID:83VDAz9Fvu

>>264 แบ่งกันน่ะดีแล้ว ลองเอามาตรฐานห้องกิ๊ปมาใช้กับห้องปกติดูคิดว่าจะไหวมั้ยล่ะ

268 Nameless Fanboi Posted ID:rlQaDjm+Kf

ถ้ามองจากมุมนี้ สิ่งที่คนพวกนี้ต้องการคือดึงทุกอย่างลงมาต่ำเพื่อจะได้เท่าเทียมงี้เหรอ

269 Nameless Fanboi Posted ID:rlQaDjm+Kf

ต่อ >>268 เพราะต่อให้ไม่มีห้องกิ๊ฟในห้องปกติก็ยังมีคนไปเร็วไปช้าไม่เท่ากันเลย ต้องให้ครูสอนให้ช้าๆจนกว่าคนที่ไม่เข้าใจจะเข้าใจจนครบอย่างนี้เหรอถึงจะเท่าเทียม

270 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

แล้วอีกอย่าง มีบอกว่า "สภาพแวดล้อม พ่อแม่ ของแต่ละคนเอื้ออำนวยต่อการเรียนของเด็กมากเลยหรือไง ไม่งั้นเขาจะเอาไปฝากฝังโรงเรียนทำไม กูเลยแบบตอบใส่อารมณ์ พ่อแม่ที่ดีแม่งให้โรงเรียนเลี้ยงลูกเหรอวะ ไม่เลี้ยงเองบ้างล่ะ ปละปะละเลยให้โรงเรียนดูแลอย่างเดียว พอลูกออกมาไม่ดีก็โทษโรงเรียน ทั้งๆ ที่ความจริงอิทธิพลอาจจะมาจากพ่อแม่ เป็นครั้งแรกที่กูเห็นแล้วมองบน ประโยคนี้ช่างสะท้อนสภาพสังคมเหลือเกินว่าคนไทยแค่เลี้ยงลูกยังทำไม่ได้ ทำได้แค่ฝากความหวังคนอื่นอย่างเดียว

271 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

>>269 บางทีกูก็ไม่แน่ใจว่าความเท่าเทียมในการศึกษาคืออะไร อุปกรณ์ที่พร้อม เวลาเรียนที่เท่ากัน อะไรงี้เหรอ หรือไม่ก็ความไม่ลำเอียงของครู แต่อันนี้ต้องแก้ที่ครูปะ มาแก้ที่ระบบแล้วช่วยอะไร

272 Nameless Fanboi Posted ID:HKPkMLDdpG

อีกส่วนที่เป็นไปไม่ได้เลยคือเพราะความหนาแน่นประชากรแต่ละพื้นที่มันไม่เท่ากัน
พวกหมู่บ้านไกลๆ จำนวนนักเรียนมันน้อย จะเอางบเอาบุคลากรไปลงให้เท่ากับในตัวเมือง
สุดท้ายก็กลายเป็นไม่เท่าเทียมอีก ในเมืองมึงเรียนกันเบียดเสียด นอกเมืองมึงสบายเลยทีนี้

273 Nameless Fanboi Posted ID:F9816aqJw.

ปัญหาของระบบการศึกษาเริ่มจากปริมาณและคุณภาพของผู้สอน ซึ่งเป็นปัญหาทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศโคตรเจริญแบบเมกาหรือญี่ปุ่นก็มีปัญหานี้ ผู้สอนที่ดีก็ต้องการค่าตอบแทนสูงเลยย้ายไปทำเอกชนหรืออาชีพอื่นหมด

274 Nameless Fanboi Posted ID:xTT521cWl2

คิดเยอะจนเหมือนชักแม่น้ำทั้งห้าเกินไปว่ะ แค่พื้นฐานอย่างให้เด็กมีที่เรียน มีอุปกรณ์การศึกษาครบถ้วน ก่อนดีไหม แล้วมาบอกว่าระบบไม่มีผลต่อการสอนของครูมันไม่ใช่นะ อย่างระบบประเมินการสอนที่ทำให้ครูแม่งละเลยการสอนจริงเพราะมัวแต่ไปทำเอกสารประเมิน
หรือระเบียบข้อบังคับที่ทำให้สอนในแนวทางตัวเองลำบาก

275 Nameless Fanboi Posted ID:VCmWvjYdzb

"ม็อบเด็กเลี้ยงแกะ" จะไปสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เพื่อ.....???
1.ไปเผาสำนักงานทรัพย์สิน (โทษประหาร)
2.ไปทำลายทรัพย์สินข้าวของ (โทษจำคุก10ปี)
3.ไปขว้างปา สาดสี ทำให้สกปรก เพื่อเหยียดหยาม (โทษจำคุก5-7ปี)
4.ไปตะโกนด่าว่าเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่พอใจ (โทษจำคุก 3 ปี)
5.ไปชุมนุมเชิงสัญญลักษณ์ เช่นไปทวงทรัพย์สิน ให้ใครก็ไม่รู้
6.ไปซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและสังคม
7.ไปร่วมถ่ายภาพลงสื่อโซเชี่ยล และสื่อต่างประเทศ เพื่อเบิกเงินสนับสนุนก้อนใหม่
8.ไปร้องเพลง Happy Birthday กล่าวคำอวยพรแก่ "ธนาธร"

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

276 Nameless Fanboi Posted ID:sUBMm4obm9

ซื้อหนังสือมาเล่มนึง เป็นหัวข้อหมวดที่ไม่อยู่ในสิ่งที่สนใจ (แฟชั่น)
แต่คิดว่าเวลาอ่านหนังสือหมวดเดิมติดต่อกันนานๆ ก็ควรจะเปิดอ่านเรื่องที่ไม่เคยอ่านบ้างเพื่อรับข้อมูลอะไรใหม่ๆ
ตอนซื้อมาก็คิดอยู่ว่าจะคุ้มกับเงินที่เสียไปไหม

...

อ่านบทนำไป 4 หน้า เจอประโยคที่ Trigger ความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัวให้ตกผลึกออกมาได้แบบมือสั่น

คุ้มกับเงินที่เสียไปแล้ว

บางทีข้อความบางอย่างก็ไปอยู่ในเส้นทางที่ปกติเราจะผ่านไป เปลี่ยนเส้นทางการเดินทางสักนิดก็อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้

277 Nameless Fanboi Posted ID:EvxV7.v+B2

>>275 ไปสืบทอดพระราชดำริเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า
ทพจร

278 Nameless Fanboi Posted ID:3FinzH/9uL

เรื่องประเทศเนี่ย
ขอพูดถึงทัศนคติรวมของคนในประเทศนี้หน่อย

ไอัพวกมายาคติโรแมนติกประเภท เจ้าทรงงานเหนื่อยเพราะทำเพื่อเรา ลุงตู่เหนื่อยเพราะทำเพื่อเรา ทุกคนที่เป็นชนชั้นปกครองเหน็ดเหนื่อย ทำเต็มที่ เหงื่อไหลไคลย้อย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำ เราขอให้กำลังใจน้ำตาไหลซึ้งใจ สู้ๆนะคะ

มันฟังดูยอดเยี่ยมไปเลย ที่ได้อาศัยในประเทศที่ชนชั้นปกครองเหน็ดเหนื่อยทำงานเพื่อเรา ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของประเทศนี้อยู่แล้ว

แต่คุณเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราต้องฝากประเทศนี้ไว้กับคนที่ชอบแสดงออกว่าเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาด้วย? มันจะฝากไปได้ซักกี่น้ำ? ทำไมไม่ฝากอนาคตไว้กับ “ระบบ” ที่มันจะไม่เหน็ดเหนื่อย และจะทำงานแทนคุณไม่ว่ายามหลับหรือตื่นแทน? และถ้าสมมติคุณปักใจเชื่อเรื่องฮีโร่แห่งชาติจริงๆ ผมถามหน่อย คุณคิดว่าประชากร 60 ล้านคน จะไม่มีซักคนหนึ่ง ที่เก่งกว่าผู้ปกครองเหล่านี้เลย จริงๆเหรอ? หาดีกว่านี้ไม่มีแล้วเหรอ? อัตราส่วนคือ 1 : 60,000,000 เลยนะ (ถ้าเป็นการลงทุน ผมถามคุณหน่อย คุณจะเดิมพันในอัตราต่อรองนี้ได้จริงๆเหรอ คุณจะเสี่ยงทุ่มเงินทั้งหมดไปกับคนๆเดียว ทั้งที่คุณสามารถกระจายความเสี่ยงได้ แล้วคุณเรียกสิ่งนี้ว่าความมั่นคงจริงๆเหรอ? ผมเรียกมันว่าการพนันมากกว่า)

แล้วนิยามคำว่าเจ้าของประเทศนั้น คุณเคยคิดดีๆไหมว่าใครคือเจ้าของประเทศตัวจริง?

ผมว่านะ เรื่องเหนื่อยอะ ใครๆเขาก็เหนื่อยกันทั้งนั้น
ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องที่ควรเอามาเคลมอะไรเลย
เหงื่อจะหยดจากตรงไหน จากใคร มันไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่
มันก็แค่เหงื่อหยดนึง คุณควรมองมันอย่างที่มันเป็นมากกว่า อย่าไปโรแมนติกกับมันมาก ใครที่ทำงานกลางแจ้งในประเทศเมืองร้อนแบบไทย ก็ล้วนก็มีเหงื่อทั้งนั้น ยิ่งถ้าใส่เสื้อหนาๆก็ยิ่งร้อนนะครับ

และผมไม่ได้ตั้งเสตตัสนี้เพื่อจู่โจมสถาบันหรือรัฐบาลลุงตู่
ทั้งหมดที่ผมเขียนไปนี้เพื่อชี้ให้เห็นมุมมองอีกมุมหนึ่ง ผมกำลังคุยอยู่กับประชนด้วยกัน ผมอยากชี้ให้เห็นว่า การหลุดออกจากโลกที่ถูก romanticized โดยความเชื่อ มันจะทำให้เรามีศักยภาพที่สูงกว่าที่เคยเป็นได้แน่นอน ขอแค่หลุดออกมาจาก metrix ที่ถูกมอมเมานี้ให้ได้

ในมุมมองนอกเหนือการเมือง ผมยังมองในมุมปรัชญา ผมมองว่าการใช้ชีวิตโดยมองโลกผ่านกรอบแว่นจรรยาศีลธรรมประเพณีความเชื่อที่คนอื่นสร้างให้ สำหรับผมเป็นชีวิตที่สูญเปล่า ถ้าไม่อยากให้ชีวิตนี้จบลงโดยที่ทั้งชีวิตเรายึดถือความเชื่อของคนอื่นอยู่ เราต้องสร้างมุมมองที่มีต่อโลกใบนี้ขึ้นมาเองครับ

279 Nameless Fanboi Posted ID:3hrYWo0WhJ

>>278
คอมมี่แบบจีนไง

280 Nameless Fanboi Posted ID:c4RyA879Te

>>278 มีคนมากมายแทบนับไม่ถ้วนในประเทศที่เหนื่อยกวาเจ้าและสัสตูบ ที่เขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในแต่ละวันโดยที่ไม่มีคนอารักขา ไม่มีรถประจำตำแหน่ง ไม่มีเงินเดือน พวกชนชั้นปกครองเคยเห็นเขาอยู่ในสายตาไหม ???

281 Nameless Fanboi Posted ID:BO1qixeHw2

>>280 บริจาคเองซิ พ่อคนใจบุญ

282 Nameless Fanboi Posted ID:GUm2DOeKWS

>เป็นเรา
>อยู่ในกลุ่มคนรักประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดของไทย
>เพราะเรารักประชาธิปไตย
>เห็นสมาชิกคนนึงโพสต์ถามความน่าเชื่อถือของข่าวจากผู้สร้างกลุ่ม
>นึกในใจ’นี่สิประชาธิปไตย ต้องสงสัยและตรวจสอบทุกอย่าง’
>เปิดเข้าไปดูในคอมเมนต์
>คนโพสต์โดนด่าว่าเป็นฝั่งตรงข้าม โดนด่าเรื่องสติปัญญา มีการเรียกร้องให้เตะออกจากกลุ่มโดยสมาชิกคนอื่น ข้อหาถามและสงสัยคนสร้างกลุ่ม
>mfw

283 Nameless Fanboi Posted ID:rPKEmqL2.6

>>282
55555555555555555

284 Nameless Fanboi Posted ID:jP3GB2HNnN

>>282 ถ้าเข้ากลุ่มหริ่มป่านนี้โดนด่ายันบรรพบุรุษไปแล้ว

285 Nameless Fanboi Posted ID:eoAbJ0zUQx

>>282 เข้าไปกลุ่มขึ้ตีน นอกจากโดนเตะแล้วอาจได้กินข้าวฟรีในคุกเป็นของแถม

286 Nameless Fanboi Posted ID:Wkb4r0BtsL

เขาไปล่วงหน้าไว้ก็ว่าเขาโดนแกง พอเขาไปเจอม๊อบก็หาว่าไปดักทำร้ายม๊อบ

287 Nameless Fanboi Posted ID:jP3GB2HNnN

>>286
นอนอยู่บ้านดิ หน้าที่ทหาร หน้าที่ตำรวจคืออะไร มาทำร้ายประชาชนเหรอ

288 Nameless Fanboi Posted ID:9CCF4VNbxi

>>287 หน้าที่มึงคือ?

289 Nameless Fanboi Posted ID:jP3GB2HNnN

>>288
ถามโง่ๆสมเป็นหริ่มดีวะ 5555

290 Nameless Fanboi Posted ID:ViIP4QVGTB

>>287 this

291 Nameless Fanboi Posted ID:wJ6qMoNE1O

>>287 หน้าที่ของตำรวจกับทหาร คือดูแลความสงบของประชาชนที่รักษากฏหมายกับกำจัดพวกกบฏ ก็ทำถูกแล้วหนิ

292 Nameless Fanboi Posted ID:5K3naOcgYd

>>288
โจรขายชาติ

293 Nameless Fanboi Posted ID:U.1AOBa9mH

>>291 ทำไม 6 ปีก่อนไม่ไปจับกบฏที่รัฐประหาร

294 Nameless Fanboi Posted ID:+Wjtw5Hb1B

>>293 ศาลฎีกาไทยตีความว่า รัฐประหารมิได้ขัดต่อกฎหมาย เพราะ "กฎหมายคือคำสั่งคำบัญชาของรัฏฐาธิปัตย์"

295 Nameless Fanboi Posted ID:9CCF4VNbxi

>>293 นิรโทษกรรมทำไม จำนำข้าวทำไม

ถ้าคิงมีอำนาจอย่างที่พวกมึงโม้ท่านก็ต้องหยุดตั้งเเต่อีโง่เริ่มโครงการเเล้ว

296 Nameless Fanboi Posted ID:U.1AOBa9mH

>>295 ก็มึงถามว่าทหารตำรวจมีหน้าที่กำจัดกบฏแล้วทำไมตอนมีกบฏรัฐประหารถึงไม่ไปจับ เปลี่ยนเรื่องเก่งสมเป็นสลิ่่มจริง ๆ

297 Nameless Fanboi Posted ID:5K3naOcgYd

>>296
รัฐประหารสำเร็จแล้ว
มันจะเป็นกบฏได้ไงวะ?
มึงนี่โง่สัสๆ

298 Nameless Fanboi Posted ID:+Wjtw5Hb1B

>>296 ศาลฎีกาไทยตีความว่า รัฐประหารมิได้ขัดต่อกฎหมาย เพราะ "กฎหมายคือคำสั่งคำบัญชาของรัฏฐาธิปัตย์"

299 Nameless Fanboi Posted ID:8tUIDHcXyo

ปล่อยพวกโง่กราบ​หมา​ไปเหอะ

300 Nameless Fanboi Posted ID:cS+YKfP27z

>>298 ตามนั้น ศาลตัดสินตามความจริงที่สุดละ ยึดอำนาจได้ก็คืออยู่เหนือทุกสิ่ง เพียงแต่บ้านเรายังไม่มีผู้นำทหารคนไหนมีบารมีพอจะล้มเจ้าออกหรือเปลี่ยนเป็นเจ้าองค์อื่นแค่นั้นเอง ส่วน ตปท. ไม่แน่ใจว่ะ กูไม่แม่น ปวศ. ว่ามีที่ไหนทีทหารยึดอำนาจแล้วทำถึงขั้นนั้น

301 Nameless Fanboi Posted ID:ddcoO1MoSJ

>>300
นโปเลียน
....แต่งตั้งพี่น้องเป็นกษัตริย์ตามประเทศต่างๆ

302 Nameless Fanboi Posted ID:naSjEGUTm2

>>300 มันไม่ได้ตัดสินตามความจริงไรหรอก ก็แค่เอื้อประโยชน์ให้หมาของคิงรปห.อย่างชอบธรรม

303 Nameless Fanboi Posted ID:naSjEGUTm2

หลังยุคเปรม ผบ.กำลังพลหลัก ก็เด็กคิงทั้งนั้น

304 Nameless Fanboi Posted ID:B5kCaJ.PTR

>>302 https://www.facebook.com/notes/tanond-jullavech/คำพิพากษาศาลฎีกา-เรื่องความเป็นองค์รัฐาธิปัตย์/281824505163904/ มีคำพิพากษามาตั้งแต่ปี 2496 ละ ว่าด้วย รปห.2490 ที่ไล่ PD ไป แล้วให้ ป. มาเป็นผู้นำแทน

305 Nameless Fanboi Posted ID:h9K22a5mnv

สันติวิธีไม่ได้แปลว่า ให้ยื่นดอกไม้ให้คนที่ทำร้ายเรา อันนั้นสันติวิธีดัดจริต สันติวิธี คือการทำให้เราน่ารักเพื่อให้ภาพการใช้ความรุนแรง โดยรัฐออกมาแย่ที่สุดต่อสายตาประชาชน และประชาคมโลก และเพื่อให้ชัดเจนว่า ถ้าเกิดความรุนแรงขึ้น มันไม่ได้มาจากฝ่ายเรา

#มิตรสหายประชาธิปไตยท่านหนึ่ง

306 Nameless Fanboi Posted ID:h9K22a5mnv

ผมถามไปที่เกิดเหตุทำไม ถ้านอนอยู่บ้าน แล้วจะตายไหม
- อดีตนายกท่านหนึ่ง

โง่ก็ไปตายได้นะคะ
- ดาราท่อน้ำเลี้ยงประชาธิปไตย

307 Nameless Fanboi Posted ID:iFFQHEgqUO

>>306 นอนอยู่บ้านก็มีสิทธิตายน่ะนะ https://women.kapook.com/view12980.html

308 Nameless Fanboi Posted ID:bNipg5rULg

ร่าานหลงเชื่อเฟคนิวส์อีกแล้ว

https://facebook.com/100001454030105/posts/3619120114813087/

309 Nameless Fanboi Posted ID:AR50Akbo0i

>>308 เฟรคนิวส์ของมึงนี่มีหลักฐานบานเลยเนอะ แต่ข่าวจริงมึงมีแต่ลม 55555

310 Nameless Fanboi Posted ID:cJft6W.O1l

สหายที่เบียวความรุนแรงอ่ะ ลองไปจัดตั้งองค์กรนักฆ่าแบบ assassin creed ดูดิ แฝงตัวสะกดรอยตามผู้มีอำนาจแล้วสังหารไปทีละคนเงี้ย ได้ทั้งยกระดับทั้งได้ประโยชน์กับขบวนการอ่ะ จึ้กๆ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

311 Nameless Fanboi Posted ID:pWW06plk2g

>>310 มันไม่มีกองฟางให้หลบอะ จะเบียวก็เอายุคปัจจุบันแบบ watch dog ไปเลย

312 Nameless Fanboi Posted ID:+NPKFM7wiD

จอมขวัญ : ทำไมการโอนหุ้นมาเป็นชื่อส่วนตัวของกษัตริย์ถึงไม่เคยมีการทำมาก่อนในรัฐบาลอื่นของสมัยรัชกาลที่ 9

313 Nameless Fanboi Posted ID:SD1KvhQwz4

>>312 ตุล ตอบไงวะ

น่าจะถามเพิ่ม ทำไมสมัยร9 กต ชี้แจงไปทั่วโลกว่าเป็นเงินของแผ่นดินไม่ใช่ของกษัตริย์

314 Nameless Fanboi Posted ID:G5wewvgBdz

อย่าลองกฎหมาย ผมเคยเขียนและเคยพูดไว้หลายครั้งว่า ชีวิตมนุษย์เขาไม่นำไปทดลองในเรื่อง 2 เรื่อง คือทดลองยา กับ ทดลองกฎหมาย

ยาที่จะใช้กับมนุษย์ต้องทดลองกับสัตว์ก่อนจนปลอดภัย จึงจะนำมาใช้กับมนุษย์ ส่วนกฎหมายนั้น การกระทำอย่างใดผิดกฎหมายหรือไม่ ผิดแล้วลงโทษเท่าไหร่ อย่าไปทดลองไม่คุ้มหรอก

การกระทำใด ผิด ปอ.มาตรา 112 หรือไม่ อย่าไปทดลอง ไม่คุ้มครับ และไม่มีใครเขายกย่องหรอก ทำแล้วเข้าไปอยู่ในคุกสัก 2-3 ปี คนที่เคยปรบมือให้หน้าเวทีเดี๋ยวเขาก็ลืม ออกจากคุกมาก็ไม่มีใครจำได้หรอก

มาตรา 112 ไม่มีใครยกเว้นให้ใครได้ การกระทำผิดกฎหมายทุกเรื่องอาจยกเว้นไม่ลงโทษได้ด้วยการขอพระราชทานอภัยโทษอย่างเดียวเท่านั้น ที่อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ พูดเรื่อง ม.112 ท่านก็พูดของท่านไป แต่เห็นได้ชัดว่า ที่ ส.ศิวรักษ์ ไม่ถูกลงโทษก็เพราะพระเมตตาด้วยการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์หรือพระประมุขแห่งรัฐ

ผมอ่านคำสัมภาษณ์ของท่านรองนายกฯวิษณุ เครืองาม น่าสนใจ ท่านกล่าวว่า ม.112 ยังมีอยู่ หากเข้าข่ายคงละเว้นลำบาก แต่กระบวนการดำเนินการต่างจากความผิดทั่วไป ผมว่า ถ้าเราช่วยกันพูด เตือนสติเด็กๆ อย่าให้ท้ายเด็ก เหตุการณ์ก็ไม่ลุกลาม แต่ไม่ค่อยมีคนพูดความจริงให้เด็กฟัง จะรักนวลสงวนตัวกันไปถึงไหน วันนี้ ดอกพิกุลร่วงจากปากท่านรองนายกฯวิษณุแล้ว ก็ให้ผู้ชุมนุมระวังไว้ ผมก็พยายามเตือนด้วยความหวังดีจริงๆ เตือนไปทัวร์ก็ลงเป็นระยะๆ แต่ก็ต้องทำ ชีวิต-ร่างกายเป็นของเราทุกคน ใครจะใช้ชีวิตนอกคุก หรือในคุก ก็เป็น”สิทธิ-เสรีภาพ” ในชีวิต-ร่างกาย ของท่าน ก็เป็นสิทธิที่ท่านเรียกร้องอยู่ทุกวันนั่นแหละ นี่ถ้าผมจะเขียนหยาบๆ ผมก็จะเขียนว่า เวลาผู้ชุมนุมติดคุก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารในคุก มันก็เป็นภาษีที่ผมต้องจ่ายให้คุณนะ ผมจึงมีสิทธิแสดงความเห็นได้ เพราะผมเสียภาษี แต่ไม่ได้ตั้งใจจะว่านะ เพียงแต่เตือนเจ็บๆ ให้คิดกันเท่านั้น

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

315 Nameless Fanboi Posted ID:XLCYeEDzsO

อ่านจบหล่ะ​ ^^.ดีงามสำหรับคนเพิ่งเริ่มหัดใช้ดาต้าเพื่อก้าวสู่การทำ​ Digital​ Marketing​ และอีกหลายๆด้าน​

เป็นหนังสือที่อัพสกิลคนอยากเริ่มทำดิจิทัลและหัดใช้ข้อมูลจริงๆ​

ต้องบอกว่านาทีนี้การตลากทุกอย่างต้องใช้ดาต้าหมด​ หมดเวลาสัญชาตญาณ​แล้ว

Insight​ not instinct

อยากทำแะไรให้เก่งต้องฝึกบ่อยๆ​ ดาต้าเช่นกัน

#DataDriveMarketing
#การตลาดวันละตอน

316 Nameless Fanboi Posted ID:XLCYeEDzsO

ผมอยากจะแชร์เรื่องของพี่ชายให้อ่าน...
พี่ชายผมจบศิลป์ฯ (สาขาดนตรี)
เล่นดนตรี(คีย์บอร์ด+เปียโน)ตามผับ
โรงแรม, รีสอร์ต, คอฟฟี่ช็อป ฯลฯ
ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จนถึงอายุ 33+
(โดยประมาณ)
เขาเลิกเล่นดนตรี ไปหางานกลางวันทำ
เพราะแพ้แอลกอฮอล และบุหรี่
ไปเป็นจัดซื้ออยู่ห้างๆหนึ่งได้ 2 ปีก็ออก
ไปเปิดร้านอินเตอร์เน็ต
ทำเองหมด ไม่พึ่งพาช่างเลยสักคน
เปิดไปได้ 5 ปี เป็นช่วงขาลงของธุรกิจนี้
เลยถอย ไปเป็นQCโรงงานอาหารทะเล7ปี
ออกเพราะโรงงานเจ๊ง
อายุปาเข้าไป 47ปีแล้ว หางานยากแล้ว
สำหรับผู้ชายอายุ40+
ไปสมัครงานที่ไหน HRเห็นเป็นผู้ชาย
จับไปลงงานใช้แรง ทั้งที่ความรู้ที่มี
เขาเก่งคอมทุกอย่าง ซ่อมได้ งานเอกสาร
งานโปรแกรม งานตัดต่อภาพ วีดีโอ
แต่กลับให้ไปยกแบกสินค้าขึ้นรถเทลเลอร์
ซึ่งเขาไม่เคยทำงานหนัก ไม่ใช่สายถึก
เลยทำได้ครึ่งเดือนถอย
เขาหางานยากมากๆ ไม่มีที่ไหนมอง
ความสามารถเขาเลย ไม่มีHRที่ไหนดูประวัติการทำงานเขาเลย
ด้วยความที่หมดหนทางเดิน
เขาไปสมัครงานมั่วเลย
ไม่เอาประวัติงานไปด้วย เพราะคิดว่า
งานอะไรก็ได้ ขอแค่มีงาน และพอทำไหว
สุดท้ายตอนนี้ เขาไปได้งาน รปภ.

จบ

ที่เอามาแชร์ให้อ่านนี้
เพื่อที่จะสื่อว่า อดทนครับ
คนที่แย่กว่า โอกาสหางานแทบไม่มีใครรับ
ผู้ชายอายุ47+ มีความรู้ยังไง
ไปสมัครที่ไหน ก็ไม่มีใครรับ
เขายังสู้เลย จาก อาจารย์สอนเปีบโน
จากจัดซื้อ จากเจ้าของร้านเน็ต
จากQC สู่รปภ.
นี่เขาก็บ่นนะ ถ้าหมดสัญญาว่าจ้างนี้
จะไปทำไรต่อดี
ท่านจขกท.ยังอายุน้อยกว่าพี่ผม
นั่นหมายความว่า ทางเลือก ยังมี
ยังเยอะกว่า โอกาสยังมี สู้ๆนะครับอย่าท้อ
มองคนทีาเขาด้อยโอกาส หรือ โอกาสน้อย
หรือไม่มีโอกาสเลย แล้วจะรู้ว่า
ท่านยังโชคดีกว่าเขาเยอะ
สู้ๆครับ เป็นกำลังใจให้

317 Nameless Fanboi Posted ID:8hODacjaAK

>>316 นี่คือpatriarchy และmale priviledgeที่เฟมทวิตชอบพูดกันสินะ

318 Nameless Fanboi Posted ID:rWSPR+Lxql

ตอนฉลอง ในหลวงร.9 เตียมชื่อเสื้อเหลืองใว้4ตัวๆละ700ยอมเพื่อจะใดัใส่วันงานเฉลิมฉลอง..ติดงาน ไปไม่ใดัใส่ไปทำงาน เปิดทางโทรศัพ..น้ำตาแห่งความปรามปลื้มล้นออกตา..มาวันนี้ใส่ไม่ใดัปูใหั หมานอนแลัวละ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

319 Nameless Fanboi Posted ID:/FvcioN1UB

>>314 พูดเหมือนไม่เคยมีใครคนนึงบอกว่าไม่ให้ใช้112 แล้วก็ไม่มีการใช้จริงๆเลยเนอะ

320 Nameless Fanboi Posted ID:b2bu.NrOmy

ถ้าคิดจะปั้น Startup ให้โตทะลุพันล้านใน5ปี..

1..ต้องมีไอเดียธุรกิจ ที่โดนใจตลาดที่แท้จริง และตลาดนั้นมีขนาดที่ใหญ่พอและใหญ่จริง ข้อนี้ผมให้เป็นข้อแรกนะครับ เพราะถ้า product หรือ service คุณไม่เจ๋งจริง ยากครับที่จะสเกลธุรกิจได้เร็วระดับนี้

2..มี founder และ co founder ที่มีวิสัยทัศน์สูง แต่อีโก้ต่ำ..ข้อนี้สำคัญมากครับ ส่วนใหญ่แล้วคนที่จะบุกเบิกอะไรใหม่ๆมีความเชื่อมั่นและวิสัยทัศน์กันทั้งนั้น แต่ขณะเดียวกัน ถ้าอีโก้สูงไม่รับฟังความคิดใหม่ๆ ก็จะปรับเปลี่ยนไปหาสิ่งที่ดีกว่าแม้ไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวคิดได้ยาก และเชื่อเถอะครับ คุณต้องปรับเปลี่ยนอะไรเยอะแยะไปหมด ในการที่จะโตทางธุรกิจ..และหลายเรื่องมันไม่ตรงกับที่คุณคิดเสียด้วย

3..มีทีมที่ยอดเยี่ยม ข้อนี้สำคัญมาก มันเป็นผลสืบเนื่องจากข้อ2และนับเป็นฝีมือที่แท้จริงของ CEO หรือ founder เพราะแม้คุณจะมีไอเดียที่เลิศ และ มีfounderที่เก่งแค่ไหนก็ตาม คุณไม่มีทางจะสเกลธุรกิจได้เลย ถ้าขาดทีมที่ยอดเยี่ยม
การสร้างทีมนั้น คุณต้องเข้าใจจิตใจของมนุษย์ และเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการ มันไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี่ที่ founder มักจะชำนาญและคุ้นเคย
ข้อนี้ เป็นจุดอ่อนอย่างมากสำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์เป็นผู้บริหารมาก่อน หรือไม่เข้าใจในศาสตร์ของการบริหารจัดการ

4..การบริหารและการตัดสินใจ ให้ยึดข้อมูลตัวเลขทางบัญชีให้ดี อย่าละเลยการสร้างระบบข้อมูลทางบัญชีเป็นอันขาด เพราะถ้าคุณละเลย สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวฉุดรั้งให้คุณไม่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว
ช่วงแรก คุณอาจใช้ sense ในการตัดสินใจได้ แต่เมื่อธุรกิจเติบโตการใช้ sense ตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลทางบัญชีการเงินที่ถูกต้องมาสนับสนุนการตัดสินใจ นั้นนำหายนะมาสู่องค์กรนักต่อนักมาแล้ว

5..ความสามารถในการนำเสนอ..ข้อนี้จำเป็นอย่างมากเมื่อคุณต้องการระดมทุน และต้องระวังไม่ให้ความสำคัญของข้อนี้ มากกว่าข้อ1-4เป็นอันขาด
เพราะถ้าข้อนี้คุณทำได้ดี มากกว่าข้อ1-4 คุณจะนำหายนะมาสู่ผู้ลงทุนและตัวคุณเอง..ในที่สุด

ทั้งหมดลองนำไปคิดต่อดูนะครับ..

321 Nameless Fanboi Posted ID:lpPZosA+At

มึงสั่งให้ใครอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
กูสั่งให้พวกมึงออกนอกประเทศ

#คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน

ชาญณรงค์ ครุฑโต
ทีมโฆษกไทยภักดี

322 Nameless Fanboi Posted ID:wGcPykjoM0

>>321 #กูไม่ออก

323 Nameless Fanboi Posted ID:8WMXIT6lgg

>>321
ซื้อบ้านให้กูดิ ไอ้หัวดอร์

324 Nameless Fanboi Posted ID:fRL4juuTbI

>>321 ไล่ออกทำไมเป็นภาระต่างประเทศเค้าอีก รับผิดชอบหน่อยดิวะ

วิธีที่สะดวกประหยัด สะอาด คือ จับผังทั้งเป็นไง บรรเจิดสุดแล้ว หลุมนึงใส่ได้ตั้งหลายตัว
เวลาปศุสัตว์ติดโรคเค้าก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแล อย่าเอาไปนั่งยางล่ะ ควันเยอะ ช่วงนี้ยิ่งรณรงค์ไม่ให้อากาศเกิดมลพิษอยู่

325 Nameless Fanboi Posted ID:+E0cN2eaJz

>>324 เชี่ย บรรเจิดมาก พอรุ่นใหม่มาขุดหลุมสำรวจคงงงว่าทำไมมีซากกระดูกเต็มไปหมด ตรงนี้เคยเกิดภัยพิบัติอะไรเปล่าว้า

326 Nameless Fanboi Posted ID:8WMXIT6lgg

>>324 ทดสอบฝังพวกหริ่มแก่ๆก่อนเลย

327 Nameless Fanboi Posted ID:/FvcioN1UB

>>325 ไม่งงหรอก เรื่องเหี้ยๆมันโดนบันทึกหมดสมัยนี้ ขนาดของจีนแม่งหลายพันปีก่อนที่ไปขุดหลุมฝังทหารทั้งเป็นยังบันทึกไว้เลย

328 Nameless Fanboi Posted ID:8WMXIT6lgg

>>324
ไอเดียดีน่าจะลองเอาพ่อแม่มึงไปฝังดูก่อนนะ 5555

329 Nameless Fanboi Posted ID:n589gsjirF

ด้วยความที่ม็อบราษฎร 2563 ถูกมองว่า เป็นม็อบของเด็กเจเนอเรชั่นแซดเสียส่วนใหญ่ ในฐานะที่น้องเกดก็อยู่ในช่วงวัยดังกล่าวเหมือนกัน เราจึงถามต่อว่า ในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนมีจุดยืนแบบไหนกันบ้าง เธอรีบตอบกลับทันทีว่า

ส่วนใหญ่แล้วทุกคนมีอุดมการณ์ตรงกันข้ามกับเธอ เห็นต่างกันเยอะมาก แต่เธอไม่ได้รู้สึกอะไรหากเพื่อนๆ จะเห็นต่างกันเพราะมองว่า ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน

330 Nameless Fanboi Posted ID:/FvcioN1UB

>>329 ถ้ารุ่นก่อนๆคิดแบบนี้ คงไม่บานปลายมาขนาดนี้หรอก ช่วยไม่ได้ สมัยเป็นเสียงส่วนมากเสือกเหิมเกริมเอง

331 Nameless Fanboi Posted ID:tIAmT/m7WO

"ชนชั้นกลาง" เป็นคำดูถูกอะถูกแล้ว
เพราะชนชั้นกลาง จริง ๆ ก็คือแรงงานแหละ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของ means of PDT
เป็นแรงงานที่ยังไม่มี class consciousness
แค่รวยกว่าแรงงานคนอื่นหน่อยก็ผูกตัวเองว่าใกล้เคียงกับนายทุนคนรวย มองว่าตนไม่ใช่ "แรงงานไร้ฝีมือพวกนั้น"

332 Nameless Fanboi Posted ID:J2xZ0prENR

เมื่อวานนี้อาจารย์ Arnond Sakworawich บ่นกับผมจะต้องไปออกรายการ “เถียงตรงๆกับจอมขวัญ” นี่เธอยังหาให้ใครมาออกรายการกับผมไม่ได้ พอบอกว่าผมจะมาทุกคนปฏิเสธหมด ไม่รู้ว่าวันนี้จะโดนเทไหม ผมเองพอเข้าใจเพราะรู้จักอาจารย์ดีว่ามีความรู้ในหลายด้าน โดยเฉพาะทางประวัติศาสตร์และธุรกิจด้วย คนที่ไม่มีความรู้คงมาเถียงกับอาจารย์ลำบาก สุดท้ายจอมขวัญไปได้รุ้งซึ้งขาดความรู้ความเข้าใจในหลายเรื่องมาช่วยจอมขวัญเถียงกับอาจารย์อานนท์ ขนาดจอมขวัญช่วยเถียงเต็มที่แล้วก็ยังทำหน้างงๆ เพราะพิธีกรที่ลำเอียงก็ขาดความรู้แม้จะพยายามใช้วิธีการที่เธอถนัดคือช่วยเถียงเองก็สู้ไม่ได้ ชอบที่อาจารย์บอกว่า. “คุณจอมขวัญไม่ต้องทำหน้างงๆ” และสอนเด็กว่า “ควรทำการบ้านมาก่อน” ขอบคุณกับความรู้ที่มาสอนจอมขวัญและรุ้งในรายการ ผู้ฟังทางบ้านก็ได้ความรู้ไปด้วย

(ชื่อรายการผมตั้งให้เองละ)

333 Nameless Fanboi Posted ID:OEb9TFHy6m

>>332 พูดเก่งพลิ้วเก่งมีแต่ลมแบบสนธิแต่ถ้าลองไปเจอคนแน่นจริงๆสวนเหอะ

334 Nameless Fanboi Posted ID:J2xZ0prENR

ดูทรงหลังจากนี้จอมขวัญคงต้องเลือกเชิญให้ถูก เชิญแต่แบบ เอ๋ อุ๊ แล้ว เชิญมั่วแล้วเละเลย

335 Nameless Fanboi Posted ID:d9zC0ygwxp

>>332 >>334 ถ้าเป็นอานนท์ vs อานนท์ มันจะไม่เละแบบนี้หรอก เถียงกันเรื่องข้อกฎหมายแต่ฝ่ายม็อบไม่ส่งนักกฎหมายไปก็เละสิ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=4724522380922454&id=100000942179021&set=a.163415147033223l ช่วยไม่ได้นะ เลือกไปเที่ยวกับสาวแทนที่จะเลือกไปต่อสู้ ฝ่ายม็อบเสียเครดิตไปพอสมควรเลยทีนี้

336 Nameless Fanboi Posted ID:Fp.DQZZu9/

Original post from Panachit Kittipanya-ngam

ไหนว่าสนับสนุน Startup ไทย!!??

ช่วง โควิด-19 Horganice ระบบจัดการหอพัก อพาร์ทเม้นท์ อันดับ 1 ของไทย ทำระบบจอง และรวบรวมข้อมูลห้องว่างในเมืองใหญ่ไว้ เอาไปนำเสนอ แถมเข้าช่วยอบรม โรงแรมปรับปรุง และรองรับการดูแล PUI กระทรวงได้แต่รับเรื่องๆ สุดท้ายก็เอาไปทำเอง เพราะบอกว่ารัฐต้องเป็นคนออกมาตรฐาน ไม่เอื้อเอกชน หรือ สมาคม ก็เข้าใจ!!

แต่ตอนนี้มาจบแบบนี้ เอื้อเอกชนที่แม้แต่ 'ออกใบกำกับภาษีท้องถิ่น' ในเมืองไทยยังไม่ได้ เน้นย้ำ ออกใบกำกับภาษีไทยไม่ได้ถ้าจองล่วงหน้า เพราะไปคิดเงินกันที่สิงคโปร์ ต้องไปกระตุ้นเศรษฐกิจที่สิงคโปร์หรือ? รัฐไทยนี่ใจกว้าง!

รัฐไทยทำได้!!

ตอนลำบากคนไทยเรามาช่วยกันเข้าไปดูได้ครับ
https://www.facebook.com/pedthaisupai/videos/2521740291376563/

มาดู สธ.+ยูนิคอร์น ก๊อปไอเดีย และเอาไปทำโครงการ เอง ตอนนั้นเฟิร์สวิ่งคุยแทบตาย มีแต่ขอข้อมูล (คุ้นหน้าคนใส่แว่นตรงกลางมาก เหมือนคนที่เคยคุยด้วย)

แต่พอเริ่มจะดี ไม่ช่วยกันไม่พอ
แต่มาเอื้อต่างชาติอีก!

337 Nameless Fanboi Posted ID:tIAmT/m7WO

ตลกที่สุดคือ วันหนึ่งมีคนออกมาดิ้นมากมายเรื่องที่ Forbes จัดอันดับ ร.9 รวยอันดับหนึ่ง เพราะขัดกับภาพลักษณ์พอเพียง แล้วก็บอก สำนักทรัพย์สินไม่ใช่ของท่าน

ตอนร.10 โอนเป็นของตัวปุ๊บ กริบ วันนี้ก็ยังเงียบอยู่...

338 Nameless Fanboi Posted ID:595CPwgoZG

>>337 จริง วันนี้กูรำคาญกรุปไลน์เหี้ยๆ แต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น เหตุผลที่กูบอกว่า สำนักทรัพย์สินเป็นของส่วนตัวก็เหตุผลเดียวกับอานนท์นี่ล่ะ แต่วันนั้นกูโดนด่ายับ มาวันนี้หลักฐานตำตาใช้โลจิก อดีตคืออดีต ปัจจุบันท่านทำให้ถูกต้อง

339 Nameless Fanboi Posted ID:ezO/+bzCwa

สว.วางดักไว้ 5 ปีนั้นคือ 2 สมัยครับ

และถ้าพลังประชารัฐแพ้หมดรูปแล้วงัดไม้ตาย 250 สว ถึงตอนนั้นคนคงออกมาประท้วงหลักแสน ลุงตู่แพ้อยู่ดี

แต่ในทางกลับกันทำไมม๊อบต้องเร่งออกมาช่วงโควิท เพราะม๊อบรู้ตัวแล้วว่าฐานเสียงรัฐบาลเริ่มเยอะ จากผลเลือกตั้งซ้อม และโครงการที่จะเริ่มสำเร็จในปีหน้า ม๊อบรอให้ครบวาระไม่ได้ เลยรีบออกมา ใช่หรือไม่?

340 Nameless Fanboi Posted ID:PdXkG4ieEL

>>339 ไม่เกี่ยวหรอก มันเปนเพราะความอัดอั้นที่ทนมานานด้วย ประจวบกับปัญหาเศรษฐกิจ เวลาคนบ่นเรื่องอะไรมันบ่นกันเพราะตอนนั้นเจออยู่
กับหลายเรื่องที่มันแสดงความสองมาตรฐานออกมาแบบ หนัหน้าคอนกรีตไงมึง

341 Nameless Fanboi Posted ID:4m.QVai4Td

>>339 โครงการที่จะเริ่มสำเร็จในปีหน้า อะไรบ้างเหรอ เห็นมีแต่กู้แล้วแจก แล้วก็มาขึ้นภาษี

342 Nameless Fanboi Posted ID:jGSRw7LzPc

คนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน ใช้กันดิ
รบ ยุคอื่นไม่เห็นมีแบบนี้เลย

343 Nameless Fanboi Posted ID:DpuCYToucJ

นักการเมืองให้ปลา พระราชายื่นเบ็ด กุคิดถึงประโยคนี้จัง 5555

344 Nameless Fanboi Posted ID:oYRrOlgrP1

>>339 ทำเป็นเล่น อันนี้น่าคิดนะ พวกโครงการรางทั้งหลายทีทยอยสร้างมาตั้งแต่ยุค คสช. ตามแผนคือจะเริ่มเปิดใช้งานได้ในปี 64-65 อันนี้คือในสายตานักลงทุนทั้งหลายคือชอบมาก ส่วนพวกโครงการอัดงบลงรากหญ้า หลังจากลองผิดลองถูกจนโดนด่ามาเยอะ คนละครึ่งนี่เป็นโครงการแรกเลยมั้งที่ไม่โดนด่า แถมบัตรคนจนนี่โคตรได้ใจคนแก่อะ แต่ที่ม็อบออกมาประท้วง ก็ต้องยอมรับละว่าที่ผ่านมาตู่และทีมงานมีปัญหาเรื่องบริหาร ศก. แล้วคนไทยส่วนใหญ่รู้สึกว่าแย่กว่ายุคก่อนๆ จริง อัดอั้นมาตลอดหลายปี พอเลือกตั้งแล้วไม่มี ม44 เลยออกมากัน

มันน่าสนใจตรงทีถ้าไม่มีโควิด แผนอึดไว้นานๆ แล้วรอสวนทีเดียวให้อีกฝ่ายน็อกเลยจะเห็นผลเร็วกว่านี้หรือเปล่า หรือโควิดจะทำให้ตัวเองหมดแรงก่อนชนะหรือเปล่า (กูเดาว่าตู่และทัมงานคิดแบบนี้ คนระดับล่างและกลางล่างคิดถึงแม้วเพราะแม้วมีภาพว่าทำ ศก. ดีใช่ปะ ดังนั้นถ้ายุคตู่มีช่วง ศก. ดี คนก็จะไม่ยึดติดกับแม้ว พวกซ้ายที่อิงแอบอยู่ก็จะเสื่อมไปเองด้วย)

345 Nameless Fanboi Posted ID:s2eRIZ11ep

>>344 ถ้าทำได้จริงทำไมถึงทำไม่ได้ตั้งแต่ยังเป็น คสช ?

346 Nameless Fanboi Posted ID:AWCXuj9fA7

>>345 กมายถึงอันไหน ถ้าพวกก่อสร้างมันเริ่มมาตั้งแตาสมัยนั้นแล้วไง แต่พึ่งทยอยมาเสร็จสมัยนี้ เอาจริงถ้าสายสีแดงไม่เลื่อนปีหน้าก็ใช้ได้แล้ว

347 Nameless Fanboi Posted ID:s2eRIZ11ep

>>346 สายสีแดงไม่ใช่ผลงานไอ้ตู่มึงจะเคลมอย่างนี้ไม่ได้

348 Nameless Fanboi Posted ID:WpV1TSMAf1

โครงการขนาดใหญ่ส่วนที่มีปัญหามากที่สุดคือ การเวนคืนที่ดิน ใครทำส่วนนี้ได้มากก็เอาเครดิทไปเหอะ

ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการเวรคืน ป่านนี้ Hopewell ไปตั้ง 20 ปีก่อนแล้ว

349 Nameless Fanboi Posted ID:VNWnANI2ov

>>348 และที่มันตลกร้ายมากคือ การเวนคืนที่ดินมักทำได้ในช่วงเผด็จการ หรือ ปชต. ไม่เต็มใบ ทำเป็นเล่นนะ หลังมี รธน.40 ไทยแทบไม่เคยมีโครงการขนาดใหญ่แบบถี่ๆ อีกเลย เพราะ รธน.40 มันเป็น รธน. ฉบับแรกที่ใส่คำว่าสิทธิมนุษยชนไปด้วย เกิดกลไกโดยเฉพาะศาลปกครอง เรียกว่าเวนคืนไม่ได้ง่ายๆ ก็เพราะมีอันนี้ละ เจอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวลากยาวเป็นปีก็มี ก็หยุดชะงักไปหมด พอ รธน.50 กลไกนี้ก็ไม่ได้ถูกยกเลิกไป จน รปห.57 นี่ละ รถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่มันมาทำได้ในยุค คสช. เพราะเจอทุบโต๊ะด้วย ม44 นี่ละ พวกรถไฟทางคู่ทั่ว ปท.-ความเร็วสูงอีก ก่อนหน้านี้มีปัญหาเวนคืนทั้งนั้น

ทีนี้ลองย้อนกลับไปมองยุคตั้งแต่สฤษดิ์ถึงเปรมนะ เออ ยุคที่ยังมีผีคอมมี่ให้ชนชั้นนำใช้หลอกหลอนประชาชนนั่นละ ยุคนั้นการรวมกลุ่มคัดค้านอะไรจะเจอข้อหาอย่างเบาก็ถ่วงความเจริญ อย่างหนักก็เป็นคอมมี่ (สมัยก่อนแรงงานนัดหยุดงานหรือตั้งสหภาพยังทำไม่ได้เลย เพราะพวกนี้มันแนวคิดมาจากคอมมี่ไง) บ้านใครเจอโครงการตัดถนน สร้างทางด่วน สร้างเขื่อน ฯลฯ ต้องยอมรับสภาพอย่างเดียว

350 Nameless Fanboi Posted ID:s2eRIZ11ep

>>348-349 ชั่ย ๆๆๆๆ เหมือนสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เริ่มสมัยสฤษดิ์ แต่เสร็จสมัยทักษิณใช่มั้ย

351 Nameless Fanboi Posted ID:AWCXuj9fA7

>>347 ก็จริง แต่ถ้าไม่มีคสช.ผลักดันหลายอย่างคงทำแบบนี่ไม่ได้

>>350 เอาจริงแม้วคือคนเร่งให้เสร็จ แต่ก็ถือเป็นผลงานละ

352 Nameless Fanboi Posted ID:nDP6Jt90jR

>>351 การเคลมว่าแม้วสร้างนี่ ทำไมกุรู้สึกว่าอวยเกิน

353 Nameless Fanboi Posted ID:DpuCYToucJ

>>352 เขาบอกว่า ''สร้างเสร็จ''

354 Nameless Fanboi Posted ID:VNWnANI2ov

>>350 ที่ดินมันมีพร้อมมานานแล้ว พอแม้วยุค ศก. ดีเลยอัดงบได้เต็มที่ ซึ่งก็ไม่ผิดหรอกถ้าจะบอกว่าเป็นผลงาน

355 Nameless Fanboi Posted ID:opnzrtaO9/

>>353 นั่นแหละ กุพิมพ์ตก กุรู้สึกว่ายังไงมันก็ต้องเสร็จอยู่ดี

356 Nameless Fanboi Posted ID:d3G3vf3.qQ

ชั่ยคับ เหมือนที่โฮปเวลยังไงก็ต้องเสร็จอยู่ดีไงคับ

357 Nameless Fanboi Posted ID:WGRyUvZvtp

พูดถึงยุคเปรมแล้วนึกได้ว่า มีกบฎหลายครั้งไม่สำเร็จแล้วพวกหัวหน้าคณะหนีลี้ภัยสักพักก็นิรโทษกรรม นี่หว่า

อ่อแต่บางคนก็ประหารไปเลยก็มีนะ กบฎพลเอกฉลาดไง

358 Nameless Fanboi Posted ID:Fzm0XWRMRu

จริงๆ เรื่องนี้ มีเรื่องโต้เถียงมากครับ แต่คนไปออกรายการไม่ทำการบ้านเอง ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ
อย่าง ร3 ขึ้นครองราชต่อจาก ร2 ลูกร 2 ก็ไม่ได้ทรัพย์สิน แต่ทรัพย์สินตกไปกับ ร3 และร 3 ก็ไม่ใช่ลูก ร2 พอ ร3 สวรรคต ทรัพย์สินก็ไม่ตกกับ ลูก ร3 แต่ผ่านไปยัง ร4 ซึ่ง ร4 เองก็ไม่ใช่ลูก ร3 กรณี แบบนี้เช่นเดียวกัน ร 6 ซึ่งมีพระราชธิดาองค์เดียว คือ สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ ก็ไม่ได้สมบัติ แต่ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตกไปเป็นของ ร 7 จะเห็นว่าการผ่านทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นี้ เป็นการผ่านแผ่นดิน ไม่ได้ผ่านเพราะเป็นสาย หรือเป็นลูกหลาน แต่ผ่านเพราะเป็นของแผ่นดิน ฉะนั้นแม้รัชกาลก่อน จะไม่มีกฏหมายแบ่งแยกชัดเจน การพฤตินัยแล้ว ท่านก็แยกทรัพย์สินส่วนพระองค์ กับทรัพย์สินส่วนกษัตริย์ค่อนข้างชัดเจนในพฤติกรรม
ในประการต่อมาหลังจาก เปลียนแปลงการปกครองก็มีการแยกทรัพย์สินชัดเจนว่าอันไหนส่วนพระองค์ อันไหนส่วนกษัตริย์ ส่วนพระองค์ก็มีระบุเลยครับ ว่าเป็นกิจการที่ทำมาเอง หรือว่าพ่อแม่ให้มา อันไหนเป็นส่วนที่รัชกาลก่อนๆ ใช้บริหารแผ่นดิน ก็แยกกัน จนประชาธิปัตย์ขึ้นมา ก็ไปแก้กฏหมายตรงนี้อีก จนกลายเป็นทรัพย์สินที่ก่ำกึ่งอีกรอบ ซึ่งคำถามก็มีต่ออีกว่า ถ้าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ คือทรัพย์สินส่วนพระองค์ ทั้ง SCB และ ปูนซีเมน ก็ควรตกเป็นของสายสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ใช่หรือไม่ เพราะท่านก็คือลูกคนเดียวของ ร6 แต่พฤติกรรมของ ร6 และรัชกาลก่อนๆ ก็บอกอยู่แล้วว่า ทรัพย์สินตรงนี้ไม่ใช่ของลูกท่าน แต่ให้เป็นของแผ่นดิน
และประการต่อมา ปี 2551 ทางวัง ก็ให้กระทรวงต่างประเทศตอบโต้กับนิตยสาร Forbes ที่บอกว่า ร9 รวยสุด ซึ่งคำแถลงของกระทรวงต่างประเทศต่อชาวโลกก็บอกว่า "ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นของแผ่นดิน ไม่ใช่ของส่วนตัวท่าน"
และอีกเรื่องคือ ช่วงวิกฤตปี 2540 สำนักงานทรัพย์สินก็ร่อแร่มา จนคลังต้องมาอุ้ม ซึ่งก็คือภาษีประชาชนนี่แหละครับ เพราะสำนักงานทรัพย์ฯ ไม่มีเงินเพิ่มทุนพอ คลังเลยเข้ามาช่วย คราวนี้ คลังจะช่วยได้ก็ต้องเป็นหน่วยงานรัฐ กับ รัฐด้วยกันใช่ไหมครับ ซึ่งก็แปลว่า สำนักงานทรัพย์ก็ต้องเป็นของแผ่นดิน ถึงใช้ภาษีประชาชนเข้าไปอุ้มได้ แต่พอประเทศฟื้่นตัว สำนักงานทรัพย์ฯก็เอาหุ้ SCB คืนไป คำถามก็คือ ถ้าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตีความว่าเป็นของส่วนตัว ทำไมคลังถึงเข้าไปอุ้มได้
คือคำถามเยอะมากครับ แต่อีรุ้ง มันไม่ทำการบ้านเอง

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

359 Nameless Fanboi Posted ID:WGRyUvZvtp

>>358 ซื้อ big lot โดยแลกกับที่ดินตรงทุ่งพญาไท ไปนี่หว่า ราคาที่ดิน 16,500 ล้านบาท แลกกับหุ้นมูลค่า 2,500 ล้านคุ้มโคตร จะโวยวายอะไรอีก

360 Nameless Fanboi Posted ID:idabZNKvW/

Feminists want the authority of men, the privileges of women and the responsibilities of children.

361 Nameless Fanboi Posted ID:UhlbuWmE61

สรุป
- SCB ไม่ได้มาจากพระราชทรัพย์ ร.5
- ก่อตั้งเพื่อความมั่นคงทางการเงินของไทย
- ได้รับความช่วยเหลือและหุ้นก่อตั้งจากธนาคารเยอรมัน
- กระทรวงการคลังเอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปอุ้มหลายครั้ง

362 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

เวลาผมบ่นคนรุ่นใหม่นี่คือผมเข้าใจเพราะผ่านตรงนั้นมาเหมือนกันนะ สมัย ป.ตรีผมก็แพลนจะไม่เข้าพิธีรับปริญญา ซึ่งสุดท้ายเลยได้เข้าใจว่าพิธีรับปริญญาไม่ใช่การแสดงความยินดีหรือมอบหลักฐานความสำเร็จให้ผม

แต่ให้คนในครอบครัวผม ใบปริญญามันไม่ใช่ความสำเร็จของผมคนเดียว อาศัยความช่วยเหลือของครอบครัว (ครูอาจารย์และคนอื่นๆในสังคมอีกมากมาย) ผมถึงเรียนผ่านมาจนถึงไมล์สโตนนี้ ผมไม่เห็นว่าใบนี้สำคัญ แต่ครอบครัวผมจะมีความสุขกันมากเมื่อได้เห็นผมเข้าพิธีนี้

พิธีรับปริญญาไม่ใช่วันของบัณฑิต แต่เป็นวันของพ่อแม่ ที่จะได้มีความสุขและโล่งใจอย่างมากที่สุดวันนึงในชีวิตของท่าน

ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เห็นว่าพิธีสำคัญก็ไม่จำเป็นต้องไป แต่ถ้าเขาเห็นความสำคัญ ประเด็นจะอยู่ที่ว่าเราจะมอบความสุขนี้ให้เขาไหม ไม่ได้อยู่ที่เราเชื่อในพิธีนี้หรือไม่
——

ข่าว: www.dailynews.co.th/regional/809567

363 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

เกษตรพอเพียง หรือในชื่อที่เป็นทางการว่า "เกษตรทฤษฎีใหม่" เป็นศาสตร์ที่เน้นหัวใจสำคัญสามอย่างคือ การจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การพอดีพอตัวพอประมาณ และการรวมตัวกันเพื่อความมั่นคง(ต่อรองผลประโยชน์) ศาสตร์นี้ไม่ใช่อยู่ๆจะเกิดขึ้นมาเป็นระบบเองได้เลย แต่มันคือศาสตร์ประยุกต์ ซึ่งประยุกต์มาจากอะไรบ้าง ดังนี้
1. ประยุกต์จากระบบฟิวดัลในยุคกลางของยุโรปเมื่อ 1,500 ปีที่แล้ว ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การจัดสรรที่ดินและพึ่งพาตนเอง โดยระบบนี้ขุนนางจะเป็นเจ้าของที่ดิน มีปราสาทอยู่ตรงกลาง ที่ดินของเขาจะถูกจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการแบ่งการจัดการเป็นส่วนต่างๆเช่น พื้นที่สำหรับปลูกข้าวสาลี ข้าวโพด ผักผลไม้ ปศุสัตว์ มีทั้งบ่อน้ำและระบบคลองส่งน้ำ รวมทั้งโรงแปรรูปต่างๆ เช่นโรงทอผ้า ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะถูกใช้แรงงานจากทาสเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ระบบนี้แทบไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสังคมภายนอกเลย กระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจพอเพียงได้หยิบระบบนี้มาใช้โดยการย่อขนาดที่ดิน ตัดทาสออก และใช้ตัวเองเป็นแรงงานแทน ซึ่งสุดท้ายแล้วการพึ่งพาตนเองหรือพึ่งพาคนอื่นให้น้อยที่สุดอย่างนี้ก็จะไปสู่ทางตันในระบบเศรษฐกิจแบบปัจจุบัน ทางตันอย่างไร ผมอยากให้ทุกคนคิดตาม เกษตรกรทุกคนแบ่งพื้นที่ 30 : 30 : 30 : 10 มีข้าว ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ กินกันทุกบ้าน แล้วเศรษฐกิจในชุมชนจะเนินไปได้อย่างไร ในตลาดสดก็คงเอาของที่ปลูกจากบ้านมาขายกันแล้วก็นั่งมองหน้ากัน เพราะที่บ้านเราก็มีไม่จำเป็นต้องชื้อ เราทำเองกินเองได้ แต่เราจะเอารายได้จากไหนไปให้ลูกเรียนหนังสือ เราจะเอารายได้ที่ไหนพาแม่ไปหาหมอ คนที่ทำเศรษฐกิจพอเพียงแล้วยังอยู่ได้ปัจจุบันคือ ขายผลผลิตให้กับคนที่ไม่ได้ทำ แล้วถ้าคนหันมาทำเหมือนกันจะเกิดอะไรขึ้น จึงจำเป็นจะต้องใช้ ข้อ 2 และ 3 เข้ามาช่วย
2. ประยุกต์จากหลักทางสายกลางของศาสนาพุทธ ซึ่งแนวนิดนี้มีหัวใจหลักคือ การประมาณตนด้วยความพอดี ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไป เป็นหลักการที่พระพุทธเจ้านั้นใช้ปฎิบัติและแผ่กระจายไปพร้อมกับศาสนา เศรษฐกิจพอเพียงหยิบหลักการนี้มาใช้เพื่อ ลดความเสี่ยงในเรื่องไม่ดีที่จะเกิดจากตัวผู้ปฎิบัติเอง โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่าย และหลักการนี้เกี่ยวเนื่องกับศาสนาทำให้เข้าถึงและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมได้ง่าย

364 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

3. ประยุกต์จากระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ซึ่งใกล้เคียงกับระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ หัวใจหลักที่เหมือนกันของสองระบบนี่คือ รัฐเป็นผู้ดำเนินการกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชาติทั้งด้านการผลิตและการจำหน่าย ซึ่งข้อ 3 นี้ถูกประยุกต์ใช้เพื่อเป็นการอัพเกรดหรือต่อยอดให้ข้อที่ 1 และ 2 โดยจะกำหนดให้ผู้ที่ดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเข้ามารวมตัวกันในชุมชน ซึ่งการรวมตัวของคนขึ้นเป็นสังคมนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดรัฐในทางรัฐศาสตร์ ในบริบทนี้เปรียบได้เหมือนกับการจำลองระบบเศรษฐกิจของรัฐสังคมนิยมขึ้น โดยการตั้ง สหกรณ์ โรงงานอุสาหกรรมแปรรูปต่างๆขึ้นในชุมชน เมื่อมีการรวมตัวกันจึงมีอำนาจต่อรองกับกลุ่มอื่นๆเพิ่มขึ้นไปด้วย สมาชิกต้องนำผลิตผลป้อนให้กลุ่ม แล้วกลุ่มจะดำเนินการขายให้กับคนภายนอก จากนั้นกลุ่มก็จะจัดการแบ่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิก การที่คนมารวมตัวกันเพื่อต่อรองกับสังคมภายนอกหมายถึงอะไร หมายถึงเราต้องการผลประโยชน์จากเขา แล้วกลุ่มที่เราจะเอาของไปขายให้ก็จะต้องไม่ใช่กลุ่มแบบเราด้วย ดังนั้นกลุ่มพอเพียงของเราก็จะต้องเข้าไปหากินกับระบบทุนนิยมภายนอก สุดท้ายก็วนเข้ามาสู่การพึ่งพาระบบทุนนิยม ซึ่งถ้าหากคุณต้องการเพียงแค่พึ่งพาตนเองคุณก็จะติดกับอยู่ในข้อ 1 ที่ผมเรียกว่า กับดักความจน

ปัจจุบันกลุ่มที่พัฒนาตนมาถึงขั้นที่ 3 ได้นั้น คือกลุ่มที่ใช้คำว่า อโศก ตามท้าย ซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ทางการโปรโมทออกทีวีแต่อย่างใด โดยกลุ่มนี้ก็ประยุกต์หลายๆอย่างเพิ่มเข้าไปอีก ส่วนในทีวีที่โฆษณากันคือติดอยู่ข้อแรกทั้งนั้น บางคนอาจภูมิใจที่ทำแบบนี้แล้วมีคนสนใจ แน่นอนว่าการโปรโมทย่อมทำให้เป็นที่สนใจ แต่ลึกๆจะรู้ตัวดีว่ากำลังหลอกตัวเอง จากใจคนทำเกษตรพอเพียงมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ที่เรายังจนอยู่ไม่ใช่เราฟุ่มเฟือย แต่เป็นเพราะเราเลือกใช้ระบบที่เป็นกับดักความจน เราถึงต้องติดอยู่แบบนี้ เราอยู่ในโลกทุนนิยม ยังไงเราก็ต้องใช้ชีวิตในแบบทุนนิยม ที่ผมบอกเพราะไม่อยากให้คนในประเทศต้องติดกับดักตามๆกันไป บางคนถึงขั้นออกจากงานเอาเงินเก็บทั้งชีวิตเป็นล้านมาลงกับเศรษฐกิจพอเพียงตามที่ทีวีโปรโมท สุดท้ายมานั่งขายผักมัดละ10บาทข้างๆกันกับเรา ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เงินล้านคืน โอเคถ้าหากมีความสุขก็ไม่ว่าอะไร แต่ประเทศเราก็จะพัฒนาช้าหน่อย เพราะภาษีจากคนพอเพียงแบบเรานั้นเข้ารัฐน้อยมาก ถ้าหากจะทำเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ แนะนำให้ไปเข้ากลุ่ม อโศกต่างๆดีกว่า พวกเขาพัฒนาถึงขั้นที่ 3 แล้ว

365 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

สำหรับคนที่ไล่ให้ผมไปทำเกษตรพอเพียงนะครับ ผมและพ่อเคยยอมรับและคลั่งไคล้ทฤษฎีนี้มาก พ่อผมทำเกษตรกรรมกับปู่มาตั้งสมัยยังเด็ก ปัจจุบันพ่ออายุ 60 ปี เริ่มทำตามรูปแบบเกษตรกรทฤษฎีใหม่เมื่อตอนอายุประมาณ 30ปี รายได้มีแค่พออยู่พอกิน ไปโรงพยาบาลก็ใช้แค่สิทธิบัตรทอง ไม่มีรายได้พอที่จะส่งลูก 3 คน เรียนมหาวิทยาลัย(ซึ่งมีรายจ่ายตกอยู่ปีละ 1.7 แสนบาท) ผมเองจบ ป.ตรี รัฐศาสตร์เนื่องจากมีคนอุปการะ ในขณะที่เรียนอยู่นั้น ก็มีวิชาที่เป็นเศรษฐศาสตร์ปนอยู่ด้วยความสงสัยจึงได้หาคำตอบเกี่ยวบกับเกษตรพอเพียงอย่างจริงจัง ว่าทำไมเราพอเพียงแล้วคุณภาพชีวิตถึงแตกต่างจากคนอื่น จนมาตกผลึกได้คำตอบตามที่เขียนในบทความนี้
เราทำเกษตรพอเพียงเราปลูกไปซะทุกอย่าง ทำให้เราไม่มีเวลาพอที่จะดูแลแต่ละอย่างใด้เต็มที่ ผลผลิตที่ได้ก็จะอยู่ในเกรดตลาดสด ก็พอขายและเลี้ยงชีพได้ แต่สู้สวนใหญ่ๆไม่ได้
3 ปีก่อนผมจึงบอกให้พ่อเลิกทำนา เลิกปลูกผัก เลิกเลี้ยงสัตว์ แล้วเอาเวลามาดูแลผลไม้ 3อย่างที่ทำเงินได้ดีที่สุดในสวนอย่างจริงจัง ผลตามคาด เรามีรายได้เพิ่มขึ้นมาก เรามีเงินเก็บ ผลไม้เราสามารถตีตลาดสู้เจ้าอื่นได้ ปัจจุบันเรากำลังจะขยายสวน มีแผนจ้างแรงงาน และใช้การตลาดแบบทุนนิยมเข้ามาจัดการอย่างเต็มตัว ตอนนี้ผมออกมาทำอาชีพเกษตร และหากผมมีลูกผมก็สามารถส่งลูกเรียน ป.ตรีได้แน่นอน

366 Nameless Fanboi Posted ID:JQo3lBDR4u

>>362 อันนี้จริง กูไม่ได้อินหรือไม่อินกับเจ้านะ ตอนเรียน ป.ตรี ไม่อยากรับ เพราะไม่อยากลางานแค่นั้นละ ยังทำงานกินรายวันไง กว่าจะปรับเป็นรายเดือนต้องรอหลังจากนั้นอีก 1-2 ปีอะ ตอนทำรายวัน หยุดงานก็ไม่ได้เงิน แต่ที่บ้านอยากให้รับก็ต้องหยุด 2 วัน วันซ้อมกับวันจริง

>>363 >>364 >>365 ก็แสดงว่ามันใช้ได้ แต่มันใช้ไม่ได้ในแบบปัจเจก ต้องรวมกลุ่มกัน (เหมือนยุ่นที่ระบบสหกรณ์เข้มแข็งมาก) เกษตรพอเพียงไม่ได้ปฏิเสธทุนนิยม แต่ต้องการให้คนในท้องถิ่นพึ่งพากันไม่ใช่ตัวใครตัวมัน

367 Nameless Fanboi Posted ID:6HTBxAistN

เกษตรพอเพียง=เอาเรื่องธรรมดาที่มีอยู่แล้วมาโม้ว่าเป็นผลงานของคนหนึ่งจนเกินจริง

368 Nameless Fanboi Posted ID:6HTBxAistN

การที่กษัตริย์มีหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เป็นกองกำลังส่วนตัวไม่ได้ต่างอะไรกับที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์มีหน่วย SS ไว้ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม จักรภพ ภูริเดชซึ่งเป็นคนอุ้มคนนู้นคนนี้นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์เลย

369 Nameless Fanboi Posted ID:Y63xfSJMF9

เปรียบเทียบได้เพ้อเชิบหายถ้าระดับ ss ป่านนี้ไม่ได้มาเย้วๆ แบบนี้หรอก โดนรมแก๊สทิ้งไปหมดแล้ว

370 Nameless Fanboi Posted ID:QMmB6Q4jGq

>>369 แล้วคนที่โดนฆ่าผ่าท้องถ่วงปูนล่ะ ???

371 Nameless Fanboi Posted ID:QMmB6Q4jGq

>>365 โคตรไร้สาระ สอนให้จมปลักอยู่กับการทำสวน ไม่ต้องโผล่หัวขึ้นมาคิดอย่างอื่น ไร้การพัฒนา

372 Nameless Fanboi Posted ID:QMmB6Q4jGq

วิชาศาสตร์พระราชานี่ก็เรียนไปทำไม ??? โลกไปถึงไหนแล้ว ดีแต่เอาของโบราณใช้ประโยชน์ไม่ได้มาสอน

373 Nameless Fanboi Posted ID:Y63xfSJMF9

>>370 คนละระดับกัน ss = 6 ล้านคนเว้ย

ถ้าเป็น ss แค่คนหลักหมื่น ป่านนี้โดนเคาะบ้านไปรมแก๊สหมดแล้ว

374 Nameless Fanboi Posted ID:utM77RIkp3

>>370 มีด้วยเหรอ

375 Nameless Fanboi Posted ID:WMnxsbzT.1

>>371
งั้นมึงอย่าแดก

376 Nameless Fanboi Posted ID:ahFM0kNwTi

>>373 นั่นคนยิวที่โดนรมแก๊ส
คนเยอรมันด่านาซีไม่ได้โดนเยอะขนาดนั้น

377 Nameless Fanboi Posted ID:xIayTLDetK

ไอสัส กูขรรม

https://facebook.com/story.php?story_fbid=129992885559706&id=102110851681243

378 Nameless Fanboi Posted ID:da.1ICnfxG

>>365 คำว่าพอเพียงมันมีหลักการเรื่อง ความพอประมาณอยู่ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่น้อยเกินไปไม่พอจะส่งลูกเรียน ก็ปรับเปลี่ยนขยับขยายให้ได้ ปัญหาคือคนตีความว่าพอเพียงคือทำตามมีตามอยู่

379 Nameless Fanboi Posted ID:Nb0ODv/l.7

>>378 ต้องโทษโฆษณาอ่ะ สร้างแต่ภาพแบบนั้นไว้กับคำว่าพอเพียง

380 Nameless Fanboi Posted ID:da.1ICnfxG

>>379 อันนี้กรูเห็นด้วยโฆษณาชวนคนเข้าใจผิดมากๆ

381 Nameless Fanboi Posted ID:mPlOP5npK.

>>378 คนสอนแหละอธิบายให้มันชัดๆก่อน คนอื่นเวลาเสนอแนวคิดเศรษฐกิจกูเห็นเขียนหนังสือเป็นเล่มๆ

382 Nameless Fanboi Posted ID:wTgIC9qV5h

>>381 555555555555555555555555

383 Nameless Fanboi Posted ID:xVoWNUskjs

>>381 จริง พวกแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ของต่างชาติทั้งหลายที่เขานำไปใช้กันจริงจัง มันจะทำเป็นตำราอธิบายกันเป็นเล่มโตๆไว้ศึกษาเลย แต่แนวคิดพอเพียงนี่ไม่มีการอธิบายจำเพาะเจาะจงห่าอะไรซักอย่าง มีแค่คำกับประโยชน์สั้นๆที่โคตรกำกวมโผล่มาโด่ๆแค่นั้น 100คนอ่านก็ตีความไปได้100แบบ

384 Nameless Fanboi Posted ID:mPlOP5npK.

>>383 กูงงไง ทำไมมีแต่คนบอกว่าโฆษณาผิด คนเข้าใจผิดๆไปเอง ทั้งที่ปกติแล้วถ้าคนสอนแล้วคนไม่เข้าใจอ่ะ ถ้าไม่เข้าใจแค่คน2คนพอว่า แต่ถ้าทั้งห้องเข้าใจไปคนละทางนี่แม่งปัญหาอยู่คนสอนละ แต่กรณีนี้ทั้งปท เข้าใจไม่ตรงกัน กลับไปโทษการเรียนการโฆษณา

385 Nameless Fanboi Posted ID:wTgIC9qV5h

พ่อแม่ผมคือกลัวตัวเองโง่ครับ

คือผมเถียงกับพ่อแม่บ่อยมากในประเด็นนี้ และให้ข้อมูล Educate ไปหลายครั้ง แกก็เถียงผมกลับไม่ได้ และบางครั้งก็ดูจะเห็นด้วยในสิ่งที่ผมพูด

แต่ไม่ว่ายังไงพ่อแม่ผมก็ยังทำใจเกลียดรัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ดี ผมมั่นใจเลยว่ามันเกิดจากกระบวนการอันเป็นจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ที่เมื่อความเชื่อใดความเชื่อหนึ่งที่เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจมาทั้งชีวิตโดนสั่นคลอน จิตใต้สำนึกก็จะสั่งให้หาเหตุผลมาปกป้องความเชื่อนั้น ถึงแม้มันจะเป็นเหตุผลที่ดูโง่ ไม่สมเหตุสมผล เท่าไรก็ตาม

พ่อแม่ผมเกลียดทักษิณมาทั้งชีวิต รักสถาบันมาก ไปม็อบตั้งแต่พันธมิตรยันกปปส ดูแต่เนชั่นและบูลสกาย

พวกเค้าคงทำใจไม่ได้จริงๆ ว่าสิ่งที่เชื่อมาตลอดคือสิ่งที่ผิด เพราะถ้ายอมรับว่ามันผิด ตัวเองจะกลายเป็นโง่ขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนดูถูกเสื้อแดงเช้าเย็นว่าเป็นพวกโง่

386 Nameless Fanboi Posted ID:8n4LRT0J.J

>>385 กูเข้าใจพ่อแม่มึงนะ กูอินกับมวยจีนตั้งแต่เกิดอะ ทุกวันนี้ก็ยังรับไม่ได้ที่เห็น MMA ไล่กระทืบครูมวยจีนกองกับพื้นไปหลายราย

387 Nameless Fanboi Posted ID:BZL0oXrKhU

>>383 มันมีตีพิมพ์ไปตั้งหลายภาษาทั่วโลกแล้ว ทางองค์สหประชาชาติก็เคยเอาไปตีพิมพ์ ปัญหาคือคนเคยอ่านตัวเต็มกันกี่คน มันไม่ได้ตีความไปร้อยแบบอะไรเลย

388 Nameless Fanboi Posted ID:IFUtveiqF1

>>386 สู้กับมวยไทยเพียวๆ มวยไทยยังกินขาดเลย
วิชาท่าสวยใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง สู้พวกดุดันเถื่อนๆไม่ได้

389 Nameless Fanboi Posted ID:94o4wRbNwF

>>387 ภาษาไทยชื่อไร

390 Nameless Fanboi Posted ID:boOiEQQ95w

การทำน้ำเมาในบ้านเรา
สรุปปัญหาคือ เพราะทุนจดทะเบียนขั้นต่ำแพงไปหน่อย ให้ทำธรุกิจคราฟเบียร์ในครัวเรือนลำบากแค่นั้นเองนี่หว่า ไม่ได้ผูกขาดอะไรเลย

วิธีแก้แค่ลดเพดานทุนจดทะเบียนจบ

ส่วนเปิดเสรีใครขายก็ได้ ยังไงก็ไม่ควร เพราะโซนนี้ไม่รู้เป็นอะไร ชอบสรรหาของพิลึกมากินกัน อยากดูตัวอย่างไปดูประเทศข้างเคียงได้ตายเพราะเรื่องแบบนี้กันบ่อยมาก ก็เล่นเอา ยาฆ่าหญ้า เอทาน่อล หรือ บางทีก็เอาราใส่แทนยีส อีห่าแดกกันพิสดารชิบ

391 Nameless Fanboi Posted ID:iHlumRedD8

>>390
ห้ามโฆษณาด้วย ทุกรูปแบบ แต่เจ้าใหญ่มันมีธุรกิจน้ำดื่ม ที่เอายี่ห้อมาเนียนโฆษณาได้

392 Nameless Fanboi Posted ID:E3CWnxVTrP

>>391 +1 ชอบเอาศาสนามาอ้าง ความจริงเป็นเรื่องของนายทุน

393 Nameless Fanboi Posted ID:8n4LRT0J.J

>>390 กฎหมายบอกกำลังผลิตขั้นต่ำต้อง 10 ล้านลิตร/ปี ถึงจดทะเบียนได้ ซึ่ง SME ไม่ไหวอะ

394 Nameless Fanboi Posted ID:8n4LRT0J.J

>>392 ศาสนามันคือความเชื่อฝังหัว แล้วพวกนี้เสียงดัง เลยเข้าทางนายทุน เหมือนโสเภณีนั่นละ นักศีลธรรมรับไม่ได้ที่อาชีพนี้จะมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเทียบเท่าอาชีพอื่นๆ ในสังคม เลยค้านแก้ไขให้ถูกกฎหมาย แน่นอนว่าถ้ายังอยู่ใต้ดินก็เข้าทางพวกเก็บส่วยนันละ

395 Nameless Fanboi Posted ID:boOiEQQ95w

>>393 จดเป็น Brewpub เอาดิ ผลิตแสนลิตรต่อปีได้

396 Nameless Fanboi Posted ID:zLgy46VBMC

ย้ำอีกที ผมคิดว่า ประเด็นของการไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย มันไม่ได้อยู่ที่ว่า ใส่ชุดนักเรียนแล้วดีหรือไม่ดีเลย - การเถียงประเด็นนี้ไม่ใช่สาระที่แท้จริงของเรื่อง

ประเด็นของเรื่องมันอยู่ที่การที่อาจารย์ไปไล่ไถหัว ตรวจสีชั้นในเด็ก แล้วก็ใช้ตรรกะบ้าๆ ประมาณว่าผมยาวทำให้เด็กสนใจแต่เรื่องผัวๆเมียๆ - ทั้งๆที่กฎกระทรวงก็บอกว่าเด็กแต่งตัวแบบนั้นได้ และอาจารย์ก็ไปไถหัวเด็กไม่ได้

ดังนั้นเมื่ออาจารย์ไม่เคารพตามข้อบัญญัติเรื่องการแต่งกายของเด็กเสียเอง แล้วไปตั้งกฎเอาตามใจอาจารย์ที่ขัดต่อกฎกระทรวง มันเลยกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่กฎ แต่เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความพอใจจะใช้อำนาจของอาจารย์ไปเสีย ความศักดิสิทธิ์ในเชิงกฎหมายมันเลยหมดลง

คือกฎที่ใช้เองแบบที่ไม่มีเหตุผลรับฟังได้ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายธรรมชาติ มันก็จะพัง แค่นั้นแหละ

ที่ผ่านมากฎการแต่งตัวมันถูกถามหาความชอบธรรมโดยเหตุผลมาพักใหญ่ๆ

คำตอบของผู้ใหญ่มันเป็นไปทาง "ไม่ต้องมีเหตุผลเลย ก็อยากเอาแบบนี้ และกูมีอำนาจอ่ะ พวกมึงเป็นเด็กก็ก้มหน้าทำตามไป"

การไม่ใส่ชุดนักเรียนแม่งเลย จึงเป็นการประชดเอาสุดทาง เพื่อแสดงการไม่ยอมรับอำนาจ

ชุดนักเรียนหัวเกรียนตอนนี้เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับอำนาจเถือนเกินขอบเขตกฎกระทรวง - การเลิกใส่ชุดจึงเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิเสธอำนาจเกินขอบเขต

ไม่มีอะไรยากเลย

ดังนั้นประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ชุดดี หรือชุดไม่ดี

ประเด็นมันคือ ครูไม่สนกฎกระทรวง จะโชว์ว่าตัวเองมีอำนาจเหนือเด็ก เด็กก็เลยบอกว่า "ได้ งั้นผมจะโชว์ให้ดูว่าอาจารย์ไม่ได้มีอำนาจเหนือผม" แค่นั้นแหละ
.
.
.
วิธีการทำให้ทุกอย่างมันจบ อาจารย์ก็แค่ไปอยู่ใต้กฎหมายที่ตัวเองควรจะอยู่ ทั้งกฎกระทรวง และศีลธรรม เด็กมันก็จะกลับไปอยู่ในกฎการแต่งกายของกระทรวงเอง

หรือถ้ากฎกระทรวงมันไม่เข้ากับยุคสมัย ไม่สอดคล้องกับความคิดแล้ว ก็ว่ากันตามกระบวนการเปลี่ยนแปลง ไปดีเบทกันไป

397 Nameless Fanboi Posted ID:Qg8uZ1f5L5

เชียรชุดนักเรียนมากกว่าเยอะ ไม่ได้มองว่าเกี่ยวไม่เกี่ยวกับการเรียน แต่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ เงินซื้อเสื้อผ้า การแบ่งกลุ่ม การอวด มันจะมากขึ้นตามมาแน่นอน 🔥🔥🔥

398 Nameless Fanboi Posted ID:0T9EdpP1NM

>>397 ทางออกคือรัฐควรรับภาระค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนจริงๆ จังๆ เสียที แต่ต้องเป็นชุดที่มีคุณภาพด้วยนะ

399 Nameless Fanboi Posted ID:Qg8uZ1f5L5

Note to self: การ deflect compliment หรือปฏิเสธคำชมมันไม่น่ารัก

คนชมเขาก็คิด ตั้งใจ รวบรวมความกล้า และใช้พลังงานมากชมเรานะ จะไปปฏิเสธเขาทำไม ไม่น่ารัก

400 Nameless Fanboi Posted ID:yOb4swVk+T

ปัญหาของชุดนักเรียนไทยกูว่ามันเป็นเพราะออกแบบห่วยดูอุบาทว์ด้วยแหละ โดยเฉพาะของผู้ชายนี่ม.ปลายหนวดเฟิ้มขนหน้าแข้งยุบยับแล้วยังต้องมาแต่งตัวไม่ต่างจากชุดเด็กอนุบาลอีก

401 Nameless Fanboi Posted ID:0T9EdpP1NM

>>400 อันนี้จริง กูว่า ม.ปลาย ผช. น่าจะใส่ขายาวได้ละ ดูพวกอาชีวะ ปวช. ดิ ช็อปขายาวแม่งเท่สัส

402 Nameless Fanboi Posted ID:7pvEO1grb1

>>401 ขายาวเตะบอลลำบาก ขี้เกียจเอากางเกงมาเปลี่ยนด้วย

403 Nameless Fanboi Posted ID:0T9EdpP1NM

>>402 ยุ่นมีปัญหานี้ปะวะ กูเห็นชุด นร. ม.ปลาย ในการ์ตูน แม่งอย่างเท่

404 Nameless Fanboi Posted ID:kpDsjigjH0

ชุดนักเรียน ญป. ในความเป็นจริงชุด ผช. มันก็เหมือนชุด นศ./ ชุดอาชีวะ ธรรมดา นี่ละเสื้อขาว กางเกงดำ

405 Nameless Fanboi Posted ID:wMkbBL9WCn

นักเรียนหญิงใส่ชุดนักเรียนชายนี่เฟติชกูเลย

406 Nameless Fanboi Posted ID:jCG..htF6+

>>402 กูเรียนเอกชนใส่ขายาว เวลาเตะบอลพวกกูก็เตะทั้งๆแบบนั้นนั่นแหละ มันไม่ได้ลำบากมากเว้นแต่มึงจะไปแต่งเป็นเดฟ

407 Nameless Fanboi Posted ID:dyZRnRN7aT

"จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่ากฏหมายข้อไหน มาตราไหน กดขี่ นศ.อยู่ เราที่ทำงานไปเรียนไปยังไม่เห็นจะรู้สึกถูกกดขี่เเต่อย่างใด

เราถามเรื่องกฏหมายนะ ที่มีคนออกมาเย้วๆก่อนหน้านี้

เรื่องชุดนักเรียนอยากใส่ชุดอะไรเราไม่สนอะ จะใส่ชุดนักเรียนหรือใส่ชุดไปรเวท ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรในการดำเนินชีวิตตอนเรียนเลย เคยมีเเต่ตอนช่วงนึงที่ว่ากลัว นศท. จะเรียนไม่ทันเพื่อนเลยจัดให้เรียนเสริมช่วยเสาร์ ให้ใส่ชุดไปรเวทได้ก็ยังเรียนได้ปกติไม่มีมาอวดเรื่องเสื้อใครเเพงกว่ากันนะ เเต่เราว่าชุดปกติเรามีเเต่เสื้อธรรมดาสุดๆ เสื้อนักเรียนนี่ดูดีสุดละในบรรดาชุดในตู้เสื้อผ้าเราละ
เรื่องครูเรื่องการเรียนเราอาจจะโชคดีเจอครูที่ดีด้วย ไม่เข้าใจเเกก็ช่วยสอนเเนะนอกเวลาเรียนได้ตลอด "
อันนั้นเรื่องระหว่างบุคคล ใครทำผิดใครโดนกลั่นเเกล้ง มีหลักฐานก็ดำเนินคดีไปตามเคส เราอยู่ในยุคที่มีกล้องกันทุคนเเล้ว

408 Nameless Fanboi Posted ID:Co0xwImqhu

ผมว่าการใส่ชุดนักเรียนมันเป็นพื้นฐานของการฝึกระเบียบวินัย และการเคารพในกติกาสังคมเลยนะ
มันไม่ใช่เรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่มันเป็นเรื่องหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบตัวเองเลยนะ ตามกติกาของโรงเรียนในประเทศไทยเลย

หลายๆท่านอาจจะลืมไปว่า ท่านส่งลูกไปโรงเรียนทำไม
นอกจากว่าไปเรียนหนังสือ หาวิชาความรู้แล้ว
โรงเรียนเค้าต้องฝึกเรื่องระเบียบวินัย การเคารพในกติกาของสังคม เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันภายใต้กฎระเบียบที่ควบคุมให้คนหมู่มากอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วย

เพื่ออะไร เพื่อให้ลูกท่านเป็นผู้เป็นคน ที่รู้จักยอมรับในกติกาของสังคม เคารพกฎระเบียบของสังคม เพื่อให้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้

แน่นอนว่าลูกท่านยังมีสิทธิเสรีภาพเต็มเปี่ยม ภายใต้กฎระเบียบ ที่กำหนดว่าลูกท่านต้องมีหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ต้องทำเช่นกัน

ไม่ใช่มีแค่สิทธิเสรีภาพเฉยๆ แต่หน้าที่ ความรับผิดชอบ ลูกท่านก็ต้องยอมรับด้วย
เพราะสิทธิเสรีภาพ มันก็มีราคาที่ต้องจ่ายเหมือนกัน ด้วยหน้าที่ และความรับผิดชอบ ตามกติกาของสังคมนั้นๆเช่นกัน

ท่านจะหวังให้ประเทศไทยเจริญเทียบเท่าประเทศอื่นๆได้ยังไง ในเมื่อท่านสอนให้อนาคตของชาติของท่าน เคารพกฎระเบียบของสังคมไม่ได้ สอนให้มีวินัยรับผิดชอบต่อสังคม เคารพในกติกาสังคมไม่ได้

ท่านอยากให้ประเทศเจริญเหมือนญี่ปุ่น เหมือนเยอรมัน ท่านควรจะเริ่มจากการผลิตประชาชนที่มีวินัยสูง สำนึกในหน้าที่ตนเองก่อนเหมือนเค้าดีไหม ไม่ใช่ประชาชนที่ไม่ชอบอะไรก็มาประท้วงให้ยกเลิก เพียงเพราะไม่ถูกใจ หรือเพิ่มความลำบากนิดหน่อยให้ตัวเอง สนแต่สิทธิเสรีภาพตัวเอง แต่ไม่รู้จักวินัย หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อสังคม

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

409 Nameless Fanboi Posted ID:ISGcND9f/y

>>408
คนที่ใส่ชุดนักเรียนไปเรียนทุกวัน ก็ยังมีลางาน 300 กว่าวันบ้าง อมเบี้ยเลี้ยงบ้าง นั่งหลับเวลางานบ้าง ถามว่าการใส่ชุดมันช่วยให้คนมีระเบียบขึ้นจริง หรือแค่คิดไปเอง

410 Nameless Fanboi Posted ID:Co0xwImqhu

>>409 เหมือนบิลเกต สตีฟจ๊อบ เรียนไม่จบก็เป็นมหาเศรษฐีของโลกได้

411 Nameless Fanboi Posted ID:ocayot5rGW

>>408 ชาวประเทศที่ฉีกกฎหมายสูงสุดทุก7-8ปี กำลังมโนว่าได้ปลูกฝังการเคารพกฎระเบียบอย่างดีแล้ว

412 Nameless Fanboi Posted ID:V5LKBogAEu

https://discord.gg/qX7JZMPk

413 Nameless Fanboi Posted ID:MCk2E.TKXP

>>410 หยุดเอาexceptionมาพูดเหมือนเป็นruleดิวะ

เทียบเปอร์เซ็นพวกเรียนไม่จบว่าไปเป็นมหาเศรษฐีกับไปนอนคุก อันไหนเยอะกว่ากัน

414 Nameless Fanboi Posted ID:x7Q61FfXaq

#5ธันวา ไปรับเสด็จสนามหลวง

ก่อนเขียนโพสต์นี้ ผมก็คิดอยู่นานพอสมควร ว่าควรจะเขียนดีไหมใน สถานการณ์ปัจจุบัน แต่ผมเชื่อเสมอว่า ไม่ว่า เพื่อน พี่ น้อง ที่ผมรู้จัก อาจจะมีความคิดต่างกับผม แต่เราก็ยังหวังดี ช่วยเหลือ และ เกื้อกูลกันได้เสมอ ด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

สำหรับผมแล้ว ผมมี 5 เหตุผล ที่ใช้ทั้งสมอง และ หัวใจในการพิจารณาว่าทำไม 5 ธันวาถึงไปสนามหลวง

1. #คุณูปการที่สถาบันพระมหากษัตริย์ มีต่อสังคมไทย

ในวัยเด็กผมยังจำได้ดี ตอนที่ไปเยี่ยมบ้านของแม่ที่ ตำบล บางแก้ว จังหวัดเพรชบุรี เคยถาม ญาติของผมว่าทำไม ชายหาดที่บ้านแม่ถึง เต็มไปด้วยก้อนหิน ญาติของแม่บอกว่า เพราะ ตำบลนี้ มีปัญหาเรื่อง คลื่นทะเล กัดเซาะหน้าดิน
เป็นหลายปี แก้ไขไม่ได้ จนวันนึง ในหลวง รัชกาลที่ 9 ส่องกล้องมาจากวังไกลกังวล แล้วสงสัย ว่าทำไมพื้นที่นี้ถึงเกิดหน้าดินเซาะ เลยให้ข้าราชการ เข้ามาหางช่วยเหลือ จนสามารถแก้ปัญหาเรื่องการ เซาะหน้าดินได้สำเร็จ นั้นอาจจะเป็นโมเม้นต์แรก ที่ผมรู้สึกรัก และ ผูกผันกับ สถาบันกษัตริย์ มาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้น สมเด็จพระเทพ ก็ยังมาทำโครงการเพาะเลี้ยง สัตว์ทะเล ที่แหลมผักเบี้ย ใกล้ตำบลที่แม่ผมอยู่ ช่วยให้ระบบ นิเวศของทะเลดีขึ้น และทำให้คนในพื้นที่ทำอาชีพประมง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่นับรวม ที่ ในหลวงรัชกาลปัจจุบันส่งทีมจิตอาสา เข้ามาช่วยในพื้นที่
และ ลูกของเพื่อนแม่ผม รอดตายจาก โรคมะเร็ง เม็ดเลือดขาว เพราะได้เป็นคนไข้อุปถัมภ์ของ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

นี้อาจเป็นส่วนนึง ที่ สถาบันกษัตริย์ได้ทำให้กับ ประเทศไทย

2.#ความกล้าหาญและเสียสละ

มีคำถามนึงที่อยากชวนทุกคนให้ลองคิดกันครับ สมมุติว่าเรามีลูกชายอยู่คนเดียวในบ้าน เราจะยอมให้เขาเสี่ยงชีวิต หรือ มีภัยอันตรายอะไรไหม ผมเชื่อว่าพ่อและ แม่เกินกว่าร้อยละ 50 ต้องไม่ยอมกันแน่ๆ แต่กับสถาบันนั้นต่างกันไป ในช่วงนึงของประวัติศาสตร์ไทย ที่มีการต่อสู้กับ พรรคคอมมิวนิสต์ รัชกาลที่ 10 ที่ยศขณะนั้น แค่ร้อยเอก ได้เข้าไปทำการรบเคียงบ่า เคียงไหล่กับทหาร ในพื้นที่เสี่ยงภัยและมีการสู้รบจริง ไม่นับการที่ รัชกาลที่ 9 เสด็จด้วยพระองค์เอง พร้อมครอบครัวไปในพื้นที่เสี่ยงภัย และ เข้าไป เรียนรู้ปัญหา เพื่อแก้ความยากจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหา
ด้วยคำสั่งที่ 66/23 ในภายหลัง เปลี่ยนคนคิดต่างให้กลายมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ได้อย่างสงบร่มเย็น

415 Nameless Fanboi Posted ID:x7Q61FfXaq

ในบันทึก ของ พล ต . อ. วศิษฎ์ เดชกุญชร นายตำรวจ ราชองครักษ์ ได้ เล่าไว้ว่า เคยถามในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าถ้าคอมมิวนิสต์ บุกเข้าประเทศไทย จะทำอย่างไรดี ท่านตอบว่าประเทศนี้ จะมีคนชื่อ ภูมิพล มหิดล เพิ่มขึ้น 1 คนและจะไม่มีวันหนีออกจากประเทศไทยเป็นอันขาด

นี้คือความกล้าหาญ และ เสียสละที่ผมยังไม่เคยหาได้เจอ ในนักการเมืองคนไหน ในประวัติศาสต์ของชาติไทย

3. #การทำให้คนไทยเป็นหนึ่งไม่แบ่งแยก และ ขัดแย้งรุนแรง

ถ้าเราลองสังเกตุกันให้ดี ประเทศไทยเราแทบจะไม่มีปัญหา ไทยคริสต์ กับ ไทยพุทธ ทะเลาะกัน หรือชาวมุสลิมกับ ชาวพุทธ ทะเลาะกันอย่างรุนแรง หรือ ไทยเชื้อสายจีน ตีกับ ชาวไทยพื้นเมือง ถึงมีก็จบได้เร็วและ สูญเสียน้อย เพราะเราถูกเชื่อมร้อยเข้าหากันด้วยคำว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่ทำให้เรามีความเอื้อเฟื้อ ผ่อนหนัก ผ่อนเบาซึงกันและกัน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การเสด็จสำเพ็งของรัชกาลที่ 8 ที่ช่วยเชื่อมร้อยคนไทยเชื้อสายจีน เข้ากับผืนแผ่นดินนี้อย่างแท้จริง

4. #การด้อยค่า และ กล่าวหา สถาบันอย่างไร้หลักฐาน

ผมเชื่อว่า เรื่องนี้หลายๆคนคงได้เห็นหลักฐานเชิงประจักษ์กันมากแล้ว ไม่ว่าการกล่าวหา เรื่องของ ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ การด้อยค่า สร้างข่าวเท็จ ให้ร้ายโดยไม่มีหลักฐาน หรือ ปั้นหลักฐานกันขึ้นมา ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง ตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัด เราสามารถดูได้จากการดีเบตนี้ครับ

https://www.youtube.com/watch?v=MpfJh4AWSCk&t=2174s

" ถก!! พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561 "

5.หลักนำใจให้ ทำเพื่อคนอื่น และ ส่วนรวม

ตัวผมเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะดีมากนัก เพื่อนสมัย วัยเรียนมัธยม ก็ล้วนเหี้ยวๆ กันตามประสอของเด็กวัด มีทั้งเรื่องการพนัน , บุหรี่ ,ผู้หญิง มีหลายๆ ครั้งผม ก็เกือบจะพลาดไปทำอะไรไม่ค่อยดี แต่ทุกครั้งที่จะทำอะไร ที่ไม่ดีๆมากๆ ผมก็จะนึกถึง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดในคำสอนต่างๆ ที่สอนให้เรายึดถือประโยชน์จของส่วนรวมเป็นที่หนึ่ง ประโยชน์ของตนให้อยู่ในลำดับรองลงมา มีพระราชดำรัสมากมายที่ท่านสอนและยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น และไม่ลงไปในอบาย หรือ คดโกงผู้อื่น

สุดท้ายแล้วโลกนี้ ล้วนนาๆ จิตตัง ไม่มีใครสามารถคิดเหมือนกับเราได้หมด แต่หากใครที่มีจิตใจ จงรักภักดี อยากให้ 5 ธันวานี้ เราได้เจอกันนะครับ

ปล. ผมเลือกภาพประกอบโพสต์นี้ เพราะนึกถึงคำพูดนึงของรัชกาลที่ 9 ว่า

#ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง "

และเป็นการร้อยเรียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 , ประชาชน และรัชกาลที่ 10 ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

#ขอความกรุณางดคอมเม้นท์ที่ไม่สุภาพ เสียดสี หรือ ต้องการสร้างให้เกิดการทะเลาะกันนะครับ

#ถ้าเราให้เกียรติกันถึงแตกต่างก็อยู่ร่วมกันได้ครับ

416 Nameless Fanboi Posted ID:aCLfiJdLdH

เหมือนเครื่องมือการอยู่ร่วมกันแบบที่คนส่วนมากในสังคมไทยรู้จักมันมีน้อยไปอ่ะ มีแค่กฎ อำนาจ ตำแหน่ง หน้าที่ บุญคุณ และอื่นๆ ซึ่งเซ็ตเครื่องมือนี้ มันไม่เคยพอในการสร้างสังคมที่ดี แล้วความไม่เพียงพอของมันยิ่งเห็นชัดขึ้นมาระเบิดใยยุคนี้

เครื่องมืออื่นๆ ที่ขาด ก็มีเช่น sympathy, empathy, การเจรจาต่อรอง, justification, coaching, การหาจุดร่วม, ความระลึกรู้ตัวเอง, ความฉลาดทางอารมณ์ และอีกมากมาย

(การเขียนเครื่องมือพวกนี้เป็นภาษาไทยที่เหมาะสมพอจะคงความหมาย ได้แค่ครึ่งนึง ยิ่งสะท้อนว่าเราขาดแคลนขนาดไหน)

417 Nameless Fanboi Posted ID:7VKzspN/BM

>>414 น่าเวทนานะ ยุคนี้จะเขียนอวยก็ต้องเขียนเผื่อไว้ก่อนว่าทุกคนอาจจะมีความคิดต่างกัน ไม่มั่นหน้ามั่นโหนกแบบยุคก่อนเลย ถ้าทำแบบนี้ได้ตั้งแต่ยุคก่อน ก็คงไม่เป็นไปขนาดนี้แท้ๆ

418 Nameless Fanboi Posted ID:8TGJOKLQXx

>>416 คนไทยไม่เคยถูกฝึกให้คุยกันด้วยเหตุผล เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็ชินกับการใช้อำนาจแล้ว พ่อแม่ข่มลูก พี่ข่มน้อง พอเข้าเรียนเจอครูข่มนักเรียน ใครถูกเพื่อนในห้องในรุ่นแกล้ง มีหน้าที่ต้องใช้กำลังงัดหน้าแม่งกลับเท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับ (จะแพ้หรือชนะช่างมัน แต่ต้องกล้าสู้ห้ามถอยจนกว่าตัวเองจะตายหรืออีกฝ่ายรามือไปเอง) พอเข้ามหาลัยยังเจอ SOTUS สอนอีกว่าต้องชินกับการถูกตะคอกถูกจิกหัวด่าแบบไร้เหตุผล เพื่อที่จบไปทำงานแล้วเจอนายจ้างหรือหัวหน้างานงี่เง่าจะได้ทนได้ อยู่เป็น ไม่ต้องตกงาน ไม่แปลกหรอกที่สังคมนี้จะชินเวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะชินกับการใช้กำลังตัดสินก่อน กระทืบอีกฝ่ายให้จมตีนก่อน เพราะเชื่อว่าต้องกดให้อยู่ในอำนาจไม่งั้นจะไม่ยอมทำตาม อันนี้เป็นกันทุกฝ่ายนะแม้แต่ฝ่ายที่หวังดีจริงๆ ก็เหอะ

419 Nameless Fanboi Posted ID:LQmfk85v4Y

>>418 แพ้อย่าบอกว่ากลัว ถ้ามึงผ่านตรงนี้ไปได้มึงเป็นเพื่อนกัน กลัวคือขี้ข้า บางทีไม่ยอมกันก็ซัดกันไปเรื่อยๆ เก่งมากเจอรุม พ่อแม่ดีๆก็ลงมาช่วยลูก พ่อแม่บางคนเหยียบลูกให้ต่ำกว่าเพื่อน จะได้ไม่เสียหน้า มีอะไรก็ลงที่ลูกเอา ลูกจะได้เชื่องกับทุกๆคนไปเลย คุมง่ายดี ในกรณีที่พ่อคู่กรณีอยู่สูงกว่าและพร้อมจะซัดหน้า ตายก็เผา
แต่คนที่เก่งได้ก็เหมือนมึงต้องมีพวกพ้องตลอด พวกมึงหาย หรือมึงไปไหนมาไหนคนเดียว โดนตีตายแน่นอน

420 Nameless Fanboi Posted ID:8TGJOKLQXx

>>419 นั่นแหละ สังคมอำนาจนิยม พอโตมาก็หาแบ็คมีสีคุ้มหัวกัน คนไทยโตมากับวิธีคิดแบบนี้ ไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม (เพราะเส้นสายมักช่วยอะไรได้เยอะ) ทำใจอย่างเดียวว่ะ

421 Nameless Fanboi Posted ID:JGT4.C/kNO

พวกที่บอกให้เคารพ กม. ตอนนี้ ก็คือพวกเดียวกับที่เชียร์ รปห.เย้วๆ เมื่ออดีต

422 Nameless Fanboi Posted ID:lKtDpc.cgt

>>421 อดีตที่ไหนกูเห็นมันก็ยังเชียให้รปหอยู่ตอนนี้เลย555

423 Nameless Fanboi Posted ID:ZGJGavb1V9

ช่วงสมัยยุคก่อนคริสตกาล หรับชาวจารวาก ทั้งพระเจ้า กฎแห่งกรรม ภพภูมิ สังสารวัฏ โมกษะ และความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ไม่มีอยู่จริงนอกจากในห้วงมโนของมนุษย์เท่านั้น ดังปรากฏในตัวอย่างคำสอนต่อไปนี้

"ไฟรุ่มร้อน น้ำหนาวเหน็บ อากาศยามรุ่งอรุณเย็นสดชื่น ความหลากหลายนี้มาจากผู้ใด? ก็เกิดจากธรรมชาติของตัวมันเองนั้นแล"

"ไม่มีสวรรค์ ไม่มีความหลุดพ้นในท้ายที่สุด และไม่มีจิตวิญญาณใดในโลกอื่น รวมถึงการปฏิบัติของวรรณะทั้งสี่ บทบัญญัติ และอะไรอื่นก็มิได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นจริงใดๆ ทั้งสิ้น"

"ไม่มีโลกอื่นใดนอกจากโลกนี้ ไม่มีสวรรค์และไม่มีนรก ภพภูมิแห่งศิวะและดินแดนทำนองนั้นล้วนถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยนักต้มตุ๋นที่โง่เขลา"

"สามผู้ประพันธ์คัมภีร์พระเวท ได้แก่ ตัวตลก คนโป้ปด และปิศาจ"

"ขณะที่ชีวิตยังเป็นของท่านก็จงใช้ชีวิตอย่างรื่นเริงเถิด ไม่มีผู้ใดรอดพ้นสายตาสอดส่องของความตายไปได้ ยามที่สังขารของเราถูกแผดเผาไปแล้ว มันจะหวนกลับมาอีกได้อย่างไร?"

"ความสุขแห่งสวรรค์อยู่ที่การได้ลิ้มอาหารเลิศรส อยู่รายล้อมด้วยหญิงสาว ใช้เสื้อผ้า น้ำหอม มาลัย และแป้งหอมอย่างดี... ส่วนโมกษะคือความตายอันเป็นจุดสิ้นสุดของชีวิตและลมหายใจ ดังนั้น ผู้มีปัญญาจึงไม่ควรต้องเจ็บปวดด้วยเรื่องของโมกษะ"

"คนเขลาทำให้ตนเองเสียประโยชน์ด้วยการบำเพ็ญตบะและงดอาหาร ความบริสุทธิ์และบทบัญญัติใดๆ ถูกตั้งขึ้นโดยคนกระจอกที่ปราดเปรื่อง"

424 Nameless Fanboi Posted ID:7cNrrww8Ld

https://discord.gg/BggXwVNd

425 Nameless Fanboi Posted ID:OKxfQceLKV

ทำไมผู้บริหารหลายคนถึงมองปีหน้าคือของ(เผา)จริง?
หลังจากแอดได้ฟัง Podcast หรือคลิปสัมภาษณ์ผู้บริหารของไทย ทั้งด้านอสังหา ด้านห้างสรรพสินค้า ด้านการโรงแรม หรือด้านการเงิน และอื่นๆ
ทุกคนบอกว่าปีหน้า "จะหนัก" ยิ่งกว่าปีนี้ ต่อวัคซีนที่ประกาศข่าวดีกันไปแล้วแต่กว่าจะมาถึงมือทุกคนบนโลก คงไม่ใช่เรื่องง่ายภายในข้ามเดือน
เหตุผลของแต่ละท่านก็มองต่างไปในหลายมุม ตาม "ตัวเลข" ที่เห็นออกมาจริงๆ ในธุรกิจที่พวกเขาเป็นผู้บริหารอยู่
ผมเลยสรุปมาสั้นๆตามนี้
✓ สายป่านที่เคยมีเริ่มสั้นลง แม้ก่อนหน้านี้ตุนเงินสดไว้แต่ค่าใช้จ่ายพนักงาน และน้ำ-ไฟฟ้ายังคงอยู่
✓ Soft loan ไปไม่ถึง SME หรือธุรกิจขนาดกลาง เมื่อคู่ค้า หรือลูกค้าของกิจการล้มลง กำลังซื้อและความต้องการสินค้าราคาแพงย่อมหดตัวตามลงไป เพราะกระทบการจ้างงานและการซื้อขายของธุรกิจย่อย กระทบชิงมายังภาพใหญ่
✓ Pend-up Demand เริ่มหดตัวลงไปตามระยะเวลา แม้ของ Brand Name ขายดีเพราะคนระดับบนที่ปกติไปเที่ยว-ช็อปตปท. ก็ยังคงมีเงินเหลือช็อปของหรูอยู่ดี แต่คนระดับกลาง-ล่าง เริ่มไม่ได้มีเงินมาเที่ยวทุกวีคแบบคนรวย
✓ การพักหนี้หมดลงจากเดือนตุลาคม แบงค์ชาติให้เข้าไปเจรจาขอพักหนี้อีก 6 เดือนต่อได้ (แต่ต้องคุยจบในสิ้นปีนี้) จะเห็นคลื่นการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงเวลาแบบนี้
✓ ยังไม่มีตัวเลข "ความเสียหายจริง" ที่เกิดขึ้นเพราะปกติทุกวิกฤต จะต้องพบการล้มหายตายจากกันจริงๆ และเห็นผู้อยู่รอดที่แท้จริงก่อน แต่ครั้งนี้ธุรกิจทั่วโลกถูกเลื่อนไม่ให้ล้มละลายด้วยมาตรการต่างๆจากรัฐ ซึ่งสักวันต้องหมดมาตรการเพื่อให้สะท้อนความจริง เพราะคงไม่มีรัฐบาลใครสามารถอุ้มบริษัทเอกชนไปได้ตลอดชีวิต
==========================================
ใครไม่เห็นด้วยโดยคิดว่าเราผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หรือเห็นด้วยกับผู้บริหารข้างต้น ลองเอาข้อมูลมาแย้ง/สนับสนุน ได้เลยนะครับ แอดก็อยากรู้ตัวเลขแท้จริงของ SME ด้านอื่นๆที่ไม่ใช่อสังหา ห้าง โรงแรม การเงิน ว่าเป็นยังไงบ้าง...
แม้ปัจจุบัน ศก.จริงไม่เกี่ยวกับตลาดทุนอย่างสิ้นเชิง เมื่อฟังคลิปเสร็จหันมาเปิดแอพ Investing มันช่างส่วนทางกับสภาพตลาดทุนในตอนนี้ที่จอทำนิวไฮกันแทบทุกวัน
สภาพศก.เผาจริงจะเป็นยังไง มารอรับชมไปพร้อมๆกันครับ

426 Nameless Fanboi Posted ID:7cNrrww8Ld

https://discord.gg/BggXwVNd

427 Nameless Fanboi Posted ID:NJDluz/IjV

>>425 ปีที่แล้วก็มีคนบอกปีนี่เผาจริงเหมือนกันนะ ถึงมันจะเผาจริงๆ ก็เถอะ แต่คนละเรื่องกับที่คาดไว้คนละโลกเลย