Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 9th quotes

Last posted

Total of 1000 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:.uKFVVDrLy

มู้เก่า
https://fanboi.ch/lounge/1161 โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง
https://fanboi.ch/lounge/2603/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 2nd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3016/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 3rd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3530/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 4th quotes
https://fanboi.ch/lounge/4357/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 5th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5233/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 6th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5838/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 7th quotes
https://fanboi.ch/lounge/6311/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 8th quotes

2 Nameless Fanboi Posted ID:mu7TkqmbVc

เจิม
#มิตรสหายหัวโล้นท่านหนึ่ง​

3 Nameless Fanboi Posted ID:d9d8tsbgko

อาร์เธอ มิลเลอร์ ยอดนักเขียน และเอเลีย คาซาน ยอดผู้กำกับ เป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน จนกระทั่งคาซานไปเป็นพยานใน "ศาลล่าแม่มด" ขององค์กรต่อต้านคอมมิวนิสต์ -- ชื่อเต็มๆ คือคณะกรรมการสืบสวนพฤติกรรมอันไม่เหมาะกับอเมริกันชน -- และกล่าวป้ายสีนักทำหนังคนอื่นๆ ในฮอลลีวูด

มิลเลอร์ส่งบทละคร The Crucible ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการล่าแม่มดในศตวรรษที่ 17 ให้คาซานอ่าน พออ่านจบผู้กำกับเขียนถึงเพื่อนสนิทว่า

"ละครเรื่องนี้วิเศษมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่คุณจะให้ผมกำกับมัน"

มิลเลอร์เขียนตอบอีกฝ่าย

"เปล่า กูไม่ได้จะให้มึงกำกับ กูส่งให้มึงอ่าน เพื่อให้มึงสำเหนียกว่ากูเกลียดการกระทำของมึงขนาดไหน"

มิตรภาพและความขัดแย้งระหว่างมิลเลอร์และคาซาน ไม่ได้หยุดอยู่แค่ The Crucible หนึ่งปีให้หลังคาซานก็มีผลงานกำกับภาพยนตร์ชิ้นเอกของตัวเอง

On the Waterfront ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ นำแสดงโดยมาลอน แบรนโด
On the Waterfront พูดถึงการต่อสู้ แย่งชิงพื้นที่ทำมาหากินของเหล่ามาเฟียท่าเรือ จุดไคลแมกซ์สำคัญคือฉากที่แบรนโดให้การต่อตำรวจ ปรักปรำเพื่อนของเขาที่เกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรม
On the Waterfront ถูกมองว่าเป็นหนัง "แก้ต่าง" ของคาซาน ทำไมตัวเขาถึงให้การกล่าวหาเพื่อนๆ ในฮอลลีวูด ที่อาจเป็นคอมมิวนิสต์

ความซับซ้อนพัวพันคือ On the Waterfront ถูกดัดแปลงมาจาก The Hook บทภาพยนตร์ของอาร์เธอ มิลเลอร์เอง ปี 1951 มิลเลอร์เคยนำเสนอบทภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อสตูดิโอ แต่ผู้บริหารขอให้เขาแก้ไขบท เปลี่ยนผู้ร้ายมาเฟียในเรื่องเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมทำ
สามปีผ่านไป คาซานเอาบทละครเก่าของมิลเลอร์มาปัดฝุ่น ดัดแปลง สร้างเป็นภาพยนตร์แก้ต่างพฤติกรรมตัวเอง พฤติกรรมที่เพื่อนเก่าของเขาแสนจะชิงชัง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง​

4 Nameless Fanboi Posted ID:.uKFVVDrLy

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องของคนสามกลุ่ม .. คนหัวสมัยใหม่ที่ต้องการท้าทายทุกสิ่ง , คนที่เก็บความเจ็บช้ำน้ำใจมาสิบกว่าปี และคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนสองกลุ่มแรกเสมอ

.

พวกเขาจะโหวตเลือกสิ่งที่พวกเขาเชื่อ
คนกลุ่มแรกเชื่อในการเปลี่ยนแปลง
คนกลุ่มที่สองเชื่อในพลังของคนที่จะเอาคืนเสียที
คนกลุ่มที่สามเชื่อในทุกสิ่งที่ชี้ว่าฉันดีกว่าคนอื่น

.

ปีนี้ 2562
คนที่เคยทันสมัยกลายเป็นคนที่ต้องวิ่งตามโลก
คนที่ตกโลกก็พยายามหยุดทุกสิ่งไม่ให้หมุนต่อไป
ความคิดไม่ตรงกันไม่ใช่ความขัดแย้ง
การทำงานที่แตกต่างกันไม่ใช่ความขัดแย้ง
ความพยายามหยุดคนอื่นด้วยสารพัดวิธีซับซ้อนซ่อนเงื่อนหรือด้วยกลไกที่ไม่ยุติธรรมต่างหากที่สร้างความขัดแย้งขึ้นมาทุกครั้ง

5 Nameless Fanboi Posted ID:Iu4z19+JPY

>>4
จูนิเบียว สาดโคลน ดิสเครดิต หาสาระไม่ได้

6 Nameless Fanboi Posted ID:JqpVKSWNmW

แก๊งวัยรุ่นค้ายาคายข้อมูลลับหมดเปลือกหลังแพ้วินนิ่งตำรวจ 0-9

จิตวิทยาคือสิ่งสำคัญในการเค้นความจริงจากผู้ต้องหา หลายครั้งที่เราจะได้เห็นการเค้นความจริงในรูปแบบของความรุนแรงและชิงไหวชิงพริบ ทว่าในปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนไปแล้วและเจ้าหน้าที่ตำรวจยุคใหม่ก็ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น

ชุดปราบปรามยาเสพติด สำโรงเหนือ จับกุมเยาวชนค้ายาบ้า พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง ขณะนำมาส่งภายในซอยหมู่บ้านเฟื่องฟ้า ถ.เทพารักษ์ ซึ่งหลังจากจับตัวได้ทางเจ้าหน้าที่ต้องการจะขอข้อมูลเพิ่มจากผู้ต้องหาเพื่อนำมาขยายผลจับผู้บงการรายใหญ่

ในช่วงแรกนั้นกลุ่มวัยรุ่นที่โดนจับไม่ค่อยให้ความร่วมมือมากนักและได้ข้อมูลน้อยมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้จัดการเลี้ยงผัดไทยและต่อเครื่องเล่น เพลย์สเตชั่น 4 และเปิดเกม PES 2019 ภาคล่าสุดของเกม Pro Evolution Soccer หรือที่คนไทยรู้จักกันดีกับชื่อที่ใช้ในอดีตของเกมนี้อย่าง "Winning Eleven" และดวลกับผู้ต้องหาเพื่อลดความกดดันและทำให้ได้รับความร่วมมือมากขึ้น

สถานการณ์เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งผลการเเข่งขันคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ผู้กอง) ที่เลือกใช้ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้าน (โรงพัก) เอาชนะ น้องผู้ต้องหาที่เป็นผู้มาเยือนและใช้ทีม บาร์เซโลน่า ไป 9-0 และหลังการเเข่งขันจบลง ทางตำรวจก็ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้นเพราะผู้ต้องหาให้ความร่วมมือในการสอบสวนเป็นอย่างดี

ปัจจุบันเกม PES2019 เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย หลังจากที่ตัวเกมนั้นได้ลิขสิทธิ์ไทยลีกไปใช้งาน โดยล่าสุดมีการนำตัวแทนของแต่ละสโมสรในลีกของประเทศไทยตั้งทีมเเละเข้ามาแข่งขัน PES ในชื่อรายการ Thai E-League Pro อีกด้วย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง​

7 Nameless Fanboi Posted ID:BKEOpepm46

อนึ่ง การเป็นกะหรี่นั้น เป็นแล้วเป็นเลย เลิกไม่ได้ แม้ขายเพียงครั้งเดียวแต่ความเป็นกะหรี่นั้นก็จะติดตัวน้องไปจนวันตาย พึงคิดให้ดีก่อนผันตัวเป็นกะหรี่ มิเช่นนั้นแล้วจะหาว่าแอดมินไม่เตือน คนเรามีมือมีเท้า ไม่ได้พิการ ไม่ได้แขนขาดขาด้วน เกิดมามีศักดิ์ศรี อย่าเอาไปขายทิ้งแล้วตอแหลว่าจำเป็น.

8 Nameless Fanboi Posted ID:SMEy2Om5JV

>>7 คล้ายๆกะอีกอย่าง เป็นแล้วเลิกไม่ได้

9 Nameless Fanboi Posted ID:BKEOpepm46

อาจารย์มหาลัยคุยกันครับ นี่คือเรื่องจริง .....

มันเป็นมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ราก ตั้งแต่ฐาน .... แล้วการแก้ปัญหาง่ายๆ อย่างการแก้ปลายน้ำ ทุกคนเรียนจบ ก็ไม่มีปัญหาแล้ว นี่ไง เราสามารถผลิตบัณฑิตได้เท่านั้นเท่านี้ต่อปี จบได้หมด 100%

ซึ่งจริงๆ แล้ว ระบบการศึกษาภาคบังคับ ประถม มัธยม ของเราก็ผ่านกระบวนการแบบนี้มาก่อน เช่นเดียวกับมหาลัย ....

ตั้งแต่ไม่ให้เรียนซ้ำชั้น ไปจนถึงการบังคับให้ปล่อยเกรด (ทางอ้อม) ประกอบเข้าไปความต้องการและแรงกดดันจากครอบครัว ผู้ปกครอง ฯลฯ

ผมต้องสอนการศึกษาพื้นฐานให้กับนักศึกษาปริญญาตรีเยอะมาก จนถึงตอนนี้ผมก็ยังต้องสอนให้คนที่เรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว อยู่เยอะ (แต่นั่นแหละ หลายคนก็ไม่อยากถูกสอนหรอก ไม่ยอมรับว่าตัวเองทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้ มีอีโก้จากใบปริญญาและตำแหน่งหน้าที่การงานเยอะแยะไปหมดแล้ว)

แล้วปัญหามันก็ต่อยอดไประดับ ป.โท ป.เอก เยอะเลย แต่ไม่ขอพูดถึงละกันเนอะ .....

ถ้าดูกันที่ "ตัวเลข" .... ทุกอย่างก็ไม่น่ามีปัญหาเลยนะ

เด็กเข้าเรียนเท่าไหร่ สอบผ่านหมด คะแนนก็ไม่ใช่น้อย คะแนนประเมินสถานศึกษาก็ดี .งงง ปริมาณคนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาก็สูง แถมเข้าเท่าไหร่ก็เรียนจบหมด ....... หลักสูตรทุกอย่างก็มีคุณภาพ คะแนนประกันคุณภาพสูงทุกที่ ...... คนเรียนก็แฮปปี้ ครอบครัวก็แฮปปี้ ......

ทุกอย่างดูดีหมดเลย .....

แต่นั่นแหละ อะไรก็ตามที่มัน too good to be true .... เราก็รู้กันอยู่ว่ามันหมายถึงอะไร

10 Nameless Fanboi Posted ID:BKEOpepm46

โดนไปซะอีดอก ห้าวนัก
เอาไปก่อนขำๆ 4ข้อหา

-ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการโดยใช้กำลังประทุษร้าย
-ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
-ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย
และ
-ร่วมกันทำให้ให้เสียทรัพย์

ส่วน คดีทำอนาจาร ลวนลามเด็กผญ.มึงรอแพรพ รอน้องผญ.มันสอบเสร็จ เค้าจะให้ผู้ปกครองพามาดำเนินคดีมึงอีก 1 เป็น 5คดี

อ้ออออ ลืมๆๆๆ บอกข่าวดีเรื่องเงินๆทองๆ พวกมึงไป
ทางกระทรวงศึกษา และคณะกรรมการสอบ GAT PAT เค้ากำลังคุยกันอยู่เรื่องให้พวกมึงชดใช้

ค่าเสียหายทั้งหมดที่พังการสอบเดิม
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดสอบใหม่
ค่าชดใช้ทรัพย์สินในโรงเรียน ที่เสียหาย
ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำขวัญ ครูนักเรียนทุกคนที่ มีผลกระทบ ทั้งกายใจ

และทางผู้ปกครองแต่ละราย อาจจะมีฟ้องเรียกค่าเสียหายมึงเพิ่มอีกนะ

ยังห้าวอยู่มั้ย อีดอก !!!

11 Nameless Fanboi Posted ID:U5HDQLqhdR

>>7 ขอบคุณเม้นนี้มากๆครับ ผมเกือบจะไปขายตูดเปย์กาชาแล้ว พอได้อ่านเม้นนี้ปุ๊ปตาสว่างเลย

12 Nameless Fanboi Posted ID:BKEOpepm46

เจอข้อความนี้แชร์กันอยู่ ดีเฟนด์ให้กลุ่มงานบวชที่บุกโรงเรียน ผมก็อึ้งเพราะเคยนึกว่าตัวเองซ้ายมากแล้ว ยังไม่สามารถมองแบบนี้ได้ เลยเอามาแชร์ให้ดูอีกมุมมองนึง ไม่รู้ว่าจะเห็นด้วยกันมากน้อยแค่ไหน?

ข้อ 1-3 คืออธิบายว่าค่านิยมลำดับความสำคัญต่างกัน งานบวช (ของพวกตัวเอง) สำคัญกว่าสอบ (ของคนอื่น) จริงๆผมว่าไม่ใช่ตรงค่านิยมมั้ง มันสำคัญตรง "ของพวกตัวเอง" มากกว่า ถ้านักเรียนเป็นญาติเขา เขาก็คงมองกลับกัน แล้วโกรธคนที่ไปทำร้ายนักเรียนมากกว่า

ข้อ 3 บ่นถึงความไม่เป็นธรรมในระบบการศึกษาด้วย ประมาณเด็กที่สอบนั้นได้โอกาสมากกว่ากลุ่มงานบวช เหมือนมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นหรือเปล่า (Appeal to poverty) จริงๆผมนึกว่าเขาแค่โกรธที่โดนห้ามใช้เสียงนะ เสียหน้าด้วย อดฉลอง(กินเหล้า)ต่อด้วย

ข้อ 4 บอกว่าการใช้ความรุนแรงละเมิดกฎหมายเป็นเรื่องปกติ ความผิดอยู่ที่โครงสร้าง สังคมเราปล่อยมาจนเป็นแบบนี้เอง อันเนี้ยทำให้แปลกใจ เพราะแม้เราพยายามจะไม่ตัดสินคนดีเลว แต่เราก็ต้องตัดสินพฤติกรรมนี้ของพวกเขาว่าผิดทั้งจริยธรรมและกฎหมายอยู่ดี

ข้อ 5 บอกว่าทั้งผู้ใช้ความรุนแรงและผู้ได้รับความรุนแรงต่างก็เป็นเหยื่อ ไม่ต้องแยกแยะก็ได้ ซึ่งปกติเราจะบอกว่าทั้งสองฝั่งเป็นเหยื่อเพื่อจะสามารถทำความเข้าใจทั้งสองฝั่ง ไม่ได้บอกว่าให้มองทั้งคู่เท่ากันนะ ยังไงก็ต้องดีลกับทั้งสองฝั่งต่างกัน เหยื่อก็ต้องได้รับการเยียวยา (หลายคนจะได้ PTSD แถมไปด้วย) ส่วนผู้ใช้ความรุนแรงก็ต้องติดคุกไป

สรุป
ผมรู้สึกเหมือนคนเขียนจะพยายามวิจารณ์รัฐและสังคมไทย โดยใช้คำฝั่งซ้ายเยอะๆ เพื่อให้น่าสนใจเฉยๆ แต่มันขัดๆ เพราะจริงๆซ้ายจะแอนตี้ความรุนแรง เชื่อมั่นว่าใช้กฎหมายดีกว่าจะตัดสินความขัดแย้งด้วยความรุนแรง ตาต่อตาฟันต่อฟันอย่างที่นิยมกันในวัฒนธรรมเรา

และผมว่ากลุ่มงานบวชก็แค่โกรธที่ถูกห้าม ไม่ได้เกี่ยวกับชนชั้น ถ้าเปลี่ยนเป็นปาร์ตี้ผู้มีอิทธิพลถูกห้าม ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันเหมือนกัน มันเป็นปัญหาวัฒนธรรมที่ #หน้าสำคัญกว่าชีวิตคน คนไทยเราเอาแต่ใจมาก ใครขัดใจก็โกรธมาก คนที่เชื่อในการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ก็จะใช้ความรุนแรงทันที อย่างที่เห็นกันทุกวัน

โครงสร้างสังคมไทยมีปัญหาหนักมากจริงๆ การเลื่อนขั้นทางสังคมเป็นไปได้ยาก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนใช้ความรุนแรงกับเหยื่อจะเท่ากันนะ มันแปลว่าสังคมควรจะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไปด้วยต่างหาก

https://scontent.fbkk6-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/53238318_1316579388482378_6837742420910669824_n.png?_nc_cat=100&_nc_ht=scontent.fbkk6-1.fna&oh=02aac2a55bf661f1a331bfa710c68aed&oe=5CE53D42

13 Nameless Fanboi Posted ID:1xyYH2q5pg

ไปถ่ายงานมาวันก่อนเจอเด็กพร๊อพคนนึงเท่มาก ชื่อไบรอัน เป็นลูกครึ่งชาวกาน่า อายุ17 พ่อทิ้งไปตั้งแต่เกิด แม่ได้สามีฝรั่งเลยทิ้งไปตอนอายุ 12 สู้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด ถูกมั่งผิดมั่ง นอกเหนือจากอาชีพเด็กพร๊อพแล้วไบรอัน เป็นครูสอนเต้นที่ป้อมพระสุเมรุ และไปสอนเด็กเต้นตามสถานพินิจ ไบรอันเล่าว่าเค้าไม่มีเวลาท้อ เพราะแค่จะกินอะไรยังไม่มีเวลาคิดเลย ผมกลับมาเปิดเฟสเจอคนที่ชีวิตดีอยู่แล้วเพ้อ ตัดพ้อชีวิต โทษชะตา ด่าเจ้านาย บ่นนั่นนี่ ผมกลับไปโทรหาไบรอัน ให้มาเป็นนายแบบให้งานผมหน่อย นี่แหละนายแบบผม ไม่มีอะไรทำให้ผมอยากถ่ายรูปได้เท่ากับคนที่มีรอยแผลเป็นในชีวิต นี่แหละภาพถ่ายของผม

14 Nameless Fanboi Posted ID:aYZGGfZKaz

>>12 ประมาณLibtardอเมริกาที่บอกว่าคนดำตั้งแก๊ง ปล้น ฆ่า ค้ายา เพราะคนขาวผู้ชั่วร้ายกดขี่ไว้เลยต้องหาทางออกแบบนี้

มีมาไทยแล้วเหรอวะ อีกหน่อยคงมีsocialist/คอมมี่นั่งเต็มสตาร์บัคไทยแน่ๆ

15 Nameless Fanboi Posted ID:Qs.MvPmUJs

ผมเคยตั้งข้อสังเกต และเล่าให้คนใกล้ชิดฟัง
แต่ไม่เคยโพสต์ในที่สาธารณะ

ว่า...

.

ความประหลาดอย่างนึงของประเทศไทยคือ

ในสมัยก่อนนั้น
เด็กที่เรียนเก่งได้คะแนนดี
ส่วนใหญ่..มักจะไปเรียนหมอ
หรือ เรียนวิศวะกันเกือบหมด

นั่นเป็นสาเหตุให้ประเทศไทย มีหมอเก่งมาก
และพร้อมที่จะเป็นฮับด้านการแพทย์

ไม่งั้นก็ ไม่ทำอาชีพหมอเลย
ไปทำอย่างอื่นก็มาก เช่น
เจ้าของอิตาเลียนไทย เจ้าของบางกอกแอร์เวย์ ก็เป็นหมอ

หรือผู้บริหารเก่งๆหลายคนในประเทศ
มักจบวิศวะ แล้วมาต่อ MBA

เพราะระบบ สังคม มีส่วนยัดเยียดให้
เด็กเก่งๆเกือบทั้งหมดของประเทศ
ไปเรียน 2 คณะนี้ โดยไม่สนว่าจะชอบหรือไม่

ซึ่งเหตุผลอย่างหนึ่งก็คือ

สองอาชีพนี้มีรายได้สูง
สามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ซึ่งจำเป็นมากในประเทศที่ สวัสดิการไม่ดีนัก

..
.

แต่ในขณะเดียวกันในสมัยก่อนนั้น
มักมีคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า

“เกเรมาก ไม่ตั้งใจเรียน เดี๋ยวได้ไปเป็นครู”

ซึ่งมีความจริงบางส่วน เพราะในสมัยก่อนนั้น
คะแนนในการสอบเข้าคุรุศาสตร์ ค่อนข้างต่ำ
หากเทียบกับคณะอื่นๆ โดยเฉพาะหมอ หรือ วิศวะ

ซึ่งเหตุผลก็น่าจะมาจาก รายได้ และค่าตอบแทนต่างๆ
ในการเป็นครู ที่น้อย จนมีผลให้
ไม่สามารถดึงดูดหรือรักษาบุคลากรคุณภาพไว้ได้

ซึ่งมันน่าตลกมากสำหรับผม
เพราะครูนั้นสำคัญมาก และควรเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีรายได้สูงสุด

เพราะต้องสอนให้คนรู้จักคิด
เข้าใจเรื่องต่างๆได้อย่างท่องแท้

.

ซึ่งหลังๆ เริ่มดีขึ้น
เพราะมีความพยายามในการปฏิรูปครู
มีโครงการครู 5 ปี มีการเพิ่มค่าตอบแทนให้อาชีพนี้

ทำให้ระยะหลังๆ คะแนนสอบเข้าคุรุศาสตร์มีคะแนนสูงขึ้น

และบางปีใน 5 อันดับแรก
ของคณะที่คนแย่งกันเข้ามากที่สุด
มีคุรุศาสตร์อยู่หลายอันดับ อย่างในปี 59
ที่คุรุศาสตร์เป็นอันดับ 1 และ 5

..
.

แต่

ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย
คือหนึ่งอาชีพ ที่ยากกว่าครู....” พระ “

เพราะ “พระ” ต้องสอนให้คนเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณ
ซึ่งซับซ้อน ละเอียดอ่อน ยากจะเข้าถึงกว่าความรู้ทั่วไป

แต่กลับกลายเป็นว่าพระจำนวนไม่น้อย
กลายเป็นคนที่ไม่รู้จะทำมาหากินอะไร จึงมาบวช

ซึ่งพวกเขาก็ตีความศาสนาพุทธ
ตามมุมมอง ความเคยชิน และความรู้ที่พวกเขามี

จึงไม่แปลกที่จะเห็นศาสนาพุทธ ผสมพราหม ผสานผี
เต็มไปด้วยพิธีกรรม วัตถุมงคล ใบ้หวย ให้รวยง่ายๆ
ไม่ค่อยช่วยขัดเกลาจิตวิญญาณ
อันเป็นแก่นแท้ของศาสนาเท่าไหร่

ทั้งที่จะว่าไป พระ เป็นอาชีพ ที่มีค่าตอบแทนไม่น้อย

...
..
.

จริงๆอธิบายมายืดยาว คือกลัวจะเข้าใจผิด
เพราะเวลาผมพูดกับคนใกล้ชิด

ผมมักพูดแค่.....

“ประเทศนี้แม่งแปลก
เอาคนที่ไม่ค่อยเก่ง มาเรียนครู
ทั้งๆที่จริงๆควรจะเก่งมาก
เพราะต้องสอนคนอื่นให้เก่ง

และเอาคนที่ไม่มีปัญญาทำห่าอะไร
มาเป็นพระ ที่สอนเรื่องที่ยากกว่า
อย่างจิตวิญญาณ ให้คนเป็นคนดี
ทั้งที่ตัวเองยังอาจจะเอาดีไม่ได้ด้วยซ้ำ”

มันกลับหัวกลับหางสิ้นดี

...
..
.

ปล.

แนวคิดนี้ของผม มีความเอามัน ใส่อารมณ์ขันแบบเหน็บแนม และ Hyper-Generalization สูง

แต่ถ้ามองผ่านไปได้
มันก็พอสะท้อนให้เห็นอะไรบางอย่างในสังคม

16 Nameless Fanboi Posted ID:Qs.MvPmUJs

ผมจะเล่าเรื่องหลังจากเหตุกาณ์ในภาพนี้ให้ฟัง ว่ามันพลิกกลับให้น่าตื่นเต้นได้ยังไง

หลังจากชูป้ายนี้ ก็เกิดการดีเบตกันได้มันส์พอดูเลย จนสมแล้วจริงๆ ที่ผมพูดได้ว่า ”ปชป. แม่งเกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านจริงๆ “ คือชนิดที่ว่า ค้านได้เก่งเหี้ยๆ แต่มีชั้นเชิง(อันนี้ตูชม) คือหลังจากตรงนี้จะมีพิธีกรจากกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทออกมาถามว่าทำไมถึงแย้ง ศุภชัย แกเลยถามกลับประมาณว่าเขาไม่เคลียร์ในคำถามว่ามันเป็นการยกเลิกชุด นร. รึเปล่า ถ้าใช่มันจะขัดกับความสมัครใจของ นร. เองรึเปล่า เพราะคนที่เต็มใจใส่เขาไม่ได้มีปัญหากับชุด นร. เขาเลยถามต่อทุกคนว่า “แล้วพวกคุณล่ะรู้สึกยังไงเวลาเห็นเด็กใส่ชุด นร. ?” แล้วก็มีคนหน้าเวทีตะโกนบอกมาว่า “รู้สึกสงสาร” “...เพราะถูกบังคับแต่ง”ศุภชัย เลยขอเชิญ นร. ที่อยู่ในงานออกมาบอกความรู้สึกว่ารู้สึกยังไง

ศุภชัย :น้อง นร. ที่มางานนี้ทำไมถึงใส่ชุด นร. มา มีใครบังคับไหม?
นร. :ไม่มีครับ ใส่มาเอง
ศุภชัย :แล้วใส่ชุด นร. ทำไมทั้งที่เป็นวันหยุด
นร. :ก็รู้สึกแค่ว่ามันดูเรียบร้อยดี
ศุภชัย :แล้วรู้สึกว่าตัวเองน่าสงสารไหม
นร. :ไม่ครับ
คนถามก็ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนกับโดนตบหน้าว่าอย่าเอามุมมองตนเองมาคิดแทนเด็ก

นาทีนั้นผมบอกเลยว่าสุดจริง ไม่คิดว่าฝ่ายค้านคนเดียวกลางวงจะโต้กลับได้เด็ดขนาดนี้ เอาจริงๆ ผมว่าถ้า ปชป. ชูป้ายเห็นด้วยมันก็คงจบแบบเฉยๆ ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่พอมีฝ่ายค้านขึ้นมาปุ๊บ เวทีก็เริ่มแตกประเด็นย่อยขึ้นไปอีก ซึ่งมันจะมีคำตอบมากกว่าหนึ่งหรือสอง ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยวิธีการค้านแบบนักการเมือง กับวิธีค้านแบบแอคทิวิสต์ มันเป็นยังไง

Edit : อันนี้ผมขอตัวแก้ไขข้อความใหม่นินึง ไปฟังมาใหม่ล่ะว่าคนที่พูดว่า”รู้สึกสงสาร” จะไม่ได้มาจากตัวพิธีกร แต่มาจากคนตรงหน้าเวทีเอง ส่วที่เหลือก็ตามนั้นแหล่ะ

ตรงนี้ผมฟังผิดเอง ขอโทษด้วย

17 Nameless Fanboi Posted ID:C3YOJpbUzs

ปั๊ดโธ่เอ๊ย!!!! เอาอีกแล้วครับ คนรุ่นใหม่ในกะลาแลนด์คิดได้แค่นี้แล้วเมื่อไรกัญชาจะเสรีและเป็นทางเลือกของการรักษาโรค / ตลาดเบียร์จะไม่ถูกผูกขาดโดยเจ้าใหญ่ไม่กี่เจ้า / คร้าฟท์เบียรไทยจะปลดล๊อคพันธนาการจากกฎหมายอันคร่ำครึ / นักกีฬาอีสปอร์ตไทยจะได้ไปแสดงความสามารถในเวทีโลกมากขึ้น / และ Uber จะได้ยกระดับอุตสาหกรรมคมนาคมขนส่งไทย เสียทีอ่ะครับเฮ่อออ
http://ruangjringwannee.net/archives/8760

18 Nameless Fanboi Posted ID:SMEy2Om5JV

>>17 เห็นความชั่วร้ายของระบอบทักษิณหรือยังครับ

19 Nameless Fanboi Posted ID:C3YOJpbUzs

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคการเมืองที่เสนอนโยบายพวกตัดงบ ลดงบทหาร เลิกเกณฑ์ทหาร ฯลฯ นี่สงสัยเอาพวกเด็กรัฐศาสตร์ปี 1 ปี 2 มาคิดนโยบายให้อ่ะครับ นโยบายเบสิคพื้นๆ แบบนี้

ซึ่งพรรคสนุ้กเกอร์ไทยเรานั้นจะมีนโยบาย OGOS (One General One Snooker) "1 นายพลเกษียณ 1 โต๊ะสนุ้กเกอร์" พวกท่านจะไม่ได้รับบำนาญจากรัฐบาลใดๆ ทั้งสิ้น แต่สามารถเปิดโต๊ะสนุ้กเกอร์ที่มีคาสิโนพ่วงด้วยอย่างเสรีอ่ะครับ เผลอๆ นายพลทั้งหลายจะเออรี่รีไทร์ออกมาทั้ง 4 เหล่าทัพเลย มาสนองนโยบายตัวเนร้

#ปี2575กาพรรคสนุ้กเกอร์ไทยเบอร์147
#ตบประเทศไทยหมดโต๊ะกับพรรคสนุ้กเกอร์ไทย

20 Nameless Fanboi Posted ID:QITtijg9Zh

จากบทความเรื่อง Rich People Literally See the World Differently ของ Drake Baer อธิบายว่า “social class cultures” มีผลต่อ “social attention” ของคนแต่ละคน จากการศึกษาของนักวิชาการหลายท่านพบว่าคนจนมีความใส่ใจความรู้สึกความคิดความเป็นอยู่ของคนรอบข้างมากกว่าคนรวย เนื่องจากคนจนเติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและไม่ปลอดภัย พวกเขาจึงจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยคนรอบข้างเพื่อช่วยเหลือให้เขารอดพ้นจากอัตรายต่าง ๆ ที่พวกเขาเผชิญ ด้วยเหตุนี้ทำให้คนรอบข้างพวกเขามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างมากหรือกล่าวได้ว่าคนจนมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยคนรอบข้างมากกว่าคนรวย ในขณะที่คนรวยส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเป้าหมายและความต้องการของตัวเองเป็นหลัก เนื่องจากเขามีอำนาจและอยู่ในชนชั้นที่สูงจึงไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น ทำให้ความใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่นมีไม่มากเท่ากับกลุ่มคนที่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น ด้วยเหตุนี้เองทำให้มุมมองการมองโลกระหว่าง ‘คนจน’ กับ ‘คนรวย’ แตกต่างกัน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

21 Nameless Fanboi Posted ID:SqfgQgwwln

ไม่รู้ใครต้นฉบับ แต่ก็พอได้ข้อคิดครับ

เรื่องดราม่า วงการเกษตรไทย​ (พี่ในกลุ่ม1ไร่พอเพียงได้กล่าวไว้)​

คนรุ่นใหม่ๆมีเยอะครับ ที่คิดเรื่องการออกจากงานประจำมาทำเกษตร

ข้อควรจำ (เตือนด้วยความหวังดีนะจ๊ะ)
1) อย่าเอาภาพในเพจต่างๆมาหลอกตัวเอง เพราะคุณไม่รู้ว่า... ที่เขาได้เงินแสนเงินล้านจากการทำเกษตรในที่แปลงนิดเดียว เขาบอกไหมว่าต้นทุนเท่าไหร่? ทำมากี่ปี? เจ๊งมากี่รอบ? แล้วไอ้แสนหรือล้านน่ะใช้เวลากี่วัน ?

2) เพื่อนที่เขาเอามาโชว์ว่า... สบายใจ และประสบความสำเร็จน่ะ เขามีที่กี่ไร่? ผมเห็นส่วนใหญ่มีคนละเกินสิบไร่ทั้งนั้น ถ้าเป็นลูกจ้างกินเงินเดือน แล้วมีที่ขนาดนั้น ก็ไม่ต้องเป็นลูกจ้างแล้วครับ เป็นผม...ผมก็ไม่เป็น

3) คนที่ทำผลผลิตออกมาให้เห็นตามสื่อ ไม่ว่าจะโชว์ต้น หรือลูกอะไรก็แล้วแต่ สังเกตุดีๆมีอายุแล้ว คนรุ่นนี้มีเงินบำเหน็จบำนาณ หรือไม่ก็เอาเงินเออรี่รีไทน์มาทำ ซึ่งเงินจำนวนนั้นคนกินเงินเดือน 1-2 หมื่น อย่าไปคิดให้ปวดหัว

4) สมมุติว่า... ทำงานเก็บเงินซื้อที่ได้แปลงนึงเท่าแมวดิ้นตาย อย่าคิดทำเป็นอาชีพ ลองทำลองปลูกนู่นปลูกนี่ เอาให้มีกินในครอบครัวให้ได้ก่อน ค่อยคิดการใหญ่

5) คนมีหนี้อย่ามาทำการเกษตรครับ ดอกเบี้ยที่มันเพิ่มพูน กับเงินลงทุนมันไม่ทันกันแน่นอน บวกลบคูณหาญดีๆก่อนจะอดตาย

6) หากคุณทนทำงานประจำไม่ได้ คุณก็ทนกับการการเกษตรไม่ได้เช่นกัน ในที่ทำงาน คุณอาจต้องเจอกับความกดดัน เช่น เรื่องผลงาน อาจจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน ลูกน้อง ลูกค้า ดังนั้น ถ้าคุณมาทำเกษตร ก็ต้องทำใจ และเตรียมรับแรงกดดัน จากหลายๆสิ่งรอบตัวคุณ เช่น เรื่องรายได้-รายจ่าย เรื่องผลผลิต เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช เรื่องราคาผลผลิต ทั้งจากคนในครอบครัว คนข้างบ้าน คนงาน รวมทั้งใจคุณเอง
(ทำเกษตรต้องอดทน > ทำงานประจำ)

7) ทำงานประจำไม่มีอิสระ ออกมาทำการเกษตรสิอิสระเพียบ แนะนำผูกเปลนอนเลยครับ กลางสวนนั่นแหละเพราะถ้าคุณมีลูกจ้างก็ให้ลูกจ้างทำไป แต่ถ้าคุณไม่มี คุณจะเหมือนติดคุกกับวังวนตื่นตี 4 - ตี 5 แล้วหลับเที่ยงคืน

8) มีทุนสำรองขนาดไหน? คนที่เอาเรื่องเขามาลงในเพจในสื่อต่างๆ ไม่มีใครเลยสักคนที่เริ่มต้นจาก 0 (ศูนย์) ครับ อาจจะบ้านรวยพ่อแม่มีใว้ให้นานแล้ว ตัวเองทำตามฝัน ออกไปหางานทำเบื่อ หรือได้รับมรดก จึงออกมาทำอะไรในที่ดิน ที่ขาดจำนอง หรือมีทุนเก่าเอามาใช้จ่ายได้ ลูกจ้างที่คิดจะออกจากงานล่ะ บ้านรวยมั้ย? มีเงินกินยามผลผลิตไม่ออกมั้ย?

9) การทำเกษตรไม่ใช่เมล็ดหญ้า ที่ไม่ต้องดูแลมันก็งอกงาม ทำการเกษตรต้องดูแลเอาใจใส่ ต้องมีความรู้(อันนี้สำคัญ)ด้วยว่า มันต้องทำไง 1,2,3,4 ตามขั้นตอน ไม่ใช่ออกงานมาแล้วงงว่า... จะทำอะไรยังไงดี คำแนะนำง่ายๆ กลับไปทำงานเหมือนเดิมไม่ต้องคิด

10) ข้อนี้สำคัญ เราควรทำการเกษตรเพื่อเอาเงิน อย่าเอาเงินไปทำการเกษตร สิ่งที่เราลงทุนลงแรงไปต้องได้เงินกลับมา อย่าเอาแค่สบายใจที่ได้เห็นผลผลิต เพราะถ้าคิดแบบนั้น แนะนำให้อยู่บ้าน ปลูกมะม่วงต้นนึง พอออกลูกมาพวงนึง ก็ถิอว่าสำเร็จแล้ว

หมายเหตุ :
- อีกเรื่องที่ขอเตือนไว้ ใครที่ไปโพสท์ถามความเห็นของคนอื่นตามกลุ่มต่างๆ ว่า...ควรทำอะไร ปลูกอะไรดี เวลามีคนมาเมนท์ มาให้กำลังใจ มาแนะนำให้ทำนู่นนี่นั่น รบกวนสักนิด กรุณาเข้าไปดูที่หน้าโปรไฟล์ของ ไอ้คนที่มาเมนท์สักนิด เพราะส่วนใหญ่ที่เจอมา มีแต่ข้าราชการ พนง,ประจำทั้งนั้น ที่เมนท์เสนอแนะ เมนท์ให้กำลังใจ ผักยังปลูกกินเองไม่ได้ ไม่รู้เอาห่าอะไรไปแนะนำ

*** การจะออกจากงานมาทำเกษตร คุณต้องมีที่ดิน ทุนสำรอง(มากพอ) ต้องมีความรู้เรื่องพืชที่จะปลูก และต้องรู้จักตลาด ถ้าที่ผมบอกมา คุณยังไม่มี แนะนำให้ทำงานไปเหมือนเดิม ***

ทำเกษตรในชีวิตจริง ไม่ใช่ไปวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ (วางถุงกาวก่อนทำเกษตร)

อ่านสักนิดนะครับ โปรดทราบว่าเป็นห่วง

กลุ่มปิดแชร์ไม่ได้ แต่ถ้าโดนใจ ก็อปเอาไปโพสท์หน้าเฟสตัวเองได้ครับ ไม่หวง

อ่าน คิด พิจารณา

22 Nameless Fanboi Posted ID:SqfgQgwwln

มีน้องคนหนึ่งในบริษัทผม มี fault logic ที่ว่า "คนหล่อ เจ้าชู้ คนไม่หล่อ ไม่เจ้าชู้" .... เคยเถียงกันประเด็นนี้กับหลายคนในบริษัทผมด้วยนะ

จริงๆ มันมาจาก stereotype หลายต่อหลายอย่าง อาจจะมาจากสิ่งที่เขาเห็น อาจจะมาจากสิ่งที่เขาได้ยิน

จริงๆ แล้วเรื่องพวกนี้มันไม่ได้ขึ้นกับหน้าตาเลยสักนิด คนหล่อเจ้าชู้ก็ได้ ไม่เจ้าชู้ก็ได้ เช่นเดียวกับคนไม่หล่อ มันไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย

ที่พีคในพีค คือ น้องเขาสับสนระหว่าง "เจ้าชู้" กับ "มีชู้" อีกตะหาก .... (คือถามว่า "ถ้าคนที่มีแฟนสองคน หรือแต่งงาน แล้วมีเมียน้อย .... อยู่ดีๆ เลิกไปคนนึง ... ถ้าแต่งงานแล้วก็หย่า ไม่ก็เลิกกับเมียน้อย .... เหลือคนเดียว แบบนี้เรียกเจ้าชู้มั้ย" ... น้องตอบว่า "ไม่เรียก เพราะมันมีคนเดียวแล้วไง" ... คือสับสนระหว่าง "นิสัย/สันดาน" กับ "สถานะ" อีก)

เรื่อง logic พื้นฐานนี่ต้องสอนกันดีๆ ครับ

1. อย่าให้เอา anything มา confirm anything ..... ให้วาด set diagram ง่ายๆ จะช่วยได้เยอะครับ (ดูว่าอะไรเป็น subset ของอะไรไหม) ..... ถ้าที่น้องคิดมามันถูก มันต้องเป็นรูปของ subset (ซึ่งรวมกรณีเป็น set เดียวกัน) .... แล้วลองหา counter example ดู ... จะเห็นเลยว่ามันมีกรณีที่ผิดอยู่รอบตัวเลย .... (พิสูจน์โดย counter example น่ะแหละ .... สมมติว่ามันถูก แล้วหาตัวอย่างค้านให้มันผิด)

ตรงนี้มันจะไล่ไปหา logical statement ของ ถ้า-แล้ว (p -> q) ที่เคยเรียนกันมาได้ง่ายๆ ครับ

2. อย่าให้ตีสองประเด็นที่ต่างกัน (เช่นประเด็นนิสัย และสถานะ) เป็นเรื่องเดียวกัน .... เพียงเพราะมันมีคำเชื่อมที่เหมือนกัน หรือเอื้อให้คิดว่าเป็นอย่างเดียวกัน .... ผมชอบ model ตรงนี้โดยการใช้ "bit" ครับ คือเป็น flag 0, 1 (false, true) ง่ายๆ น่ะแหละ .... (สำหรับคนที่ไม่ทราบ bit คือ หน่วยที่เล็กที่สุดของ information ครับ) ... เพราะว่า 1 bit มันจะ represent ข้อมูลได้แค่อย่างเดียว แล้วเอาไปประกอบกับข้อ 1 ..... จะช่วยได้เยอะครับ

นอกจาก "เจ้าชู้ กับ มีชู้" แล้วยังมี "ใจร้อน กับ อารมณ์ร้อน" ที่ผมเคยพูดถึงไปด้วยนะครับ คิดง่ายๆ ได้ด้วยการมองเป็น 2 bit ครับ (และมีอีกหลายอย่างมาก)

รู้หรือยังคิดว่าเราเรียน math กันไปทำไม :P

เรียนอะไรมา ก็เอาไปใช้กันบ้างครับ เราเรียนกันมาแล้วทั้งนั้น อย่าคิดว่าไม่เห็นเกี่ยวกันเลย ใช้ไม่ได้หรอก (ทีงี้ ดันคิดว่าไม่เกี่ยวหรอก #ยิ้มอ่อน)

ป.ล. ที่ผมแชร์อันนี้ ไม่ได้แปลว่าผมคิดว่า คนหล่อไม่เจ้าชู้ทุกคนนะครับ มันมีทั้งสองอย่างแหละครับ

ป.ล. (2) น้องเคยถามผมด้วย ว่า "พี่เดฟเจ้าชู้มั้ย" .... ตอนนั้นก็งงว่าถามทำไม .... เพราะไม่เข้าใจ model ในหัวน้อง .... ตอนนี้เข้าใจล่ะ .... เออ อย่างน้อยน้องก็เห็นเราหล่อ (จาก logic ของน้องนะ 5555+)

ป.ล. (3) น้องๆ สาวๆ ในออฟฟิศบอกว่า "แท็กเลยพี่" และเจ้าตัวบอกว่าไม่มีปัญหา ดังนั้นขอแท็กน้องคนที่ว่านะครับ ***

23 Nameless Fanboi Posted ID:tKD.GlkXvH

ณ สนามกอล์ฟ แห่งหนึ่ง...เสี่ยกำลังคุยกับมือปืน ผู้ได้ชื่อว่ายิงปืนแม่นที่สุดในโลก
เสี่ย : อั๋วได้ยินว่าลื้อแม่นที่สุดและทำงานไม่เคยพลาด วันนี้อั๋วเลยจ้างลื้อมาเพื่อยิงคน 2 คน ด้วยกระสุน 2 นัด ลื้อทำได้มั้ย?
มือปืน : เสี่ยจะให้ยิงใคร ที่ไหน?
เสี่ย : ลื้อ เห็นตึกที่อยู่ตรงข้ามสนามกอล์ฟนี้มั้ย นั่นแหละบริษัทอั๊ว วันนี้อั๊วได้ข่าวมาว่านังเมียชั่วของอั๊วจะเอาข้อมูลลับของบริษัทไปขายให้ กับ "อาตง" คู่แข่งคนสำคัญของอั๊ว ที่ชั้นบนสุดของตึกนั่น
มือปืน : ครับ (พร้อมหันหน้าไปมองที่ชั้นบนสุดของตึก)
เสี่ย : สำหรับ นังเมียชั่ว เอ็งใช้กระสุน 1 นัด ยิงตัดลิ้นของมันซะ อย่าให้มันได้พูดคุยกับใครอีก นี่แหละผลของการเอาความลับ ของอั๊วไปขาย ส่วนกระสุนอีกนัดให้เอ็งยิงไปที่ไอ้จู๋ของ "อาตง" ให้มันสูญพันธุ์ มันจะได้ไม่มีลูกหลานมาเป็นเสี้ยนหนามอั๊วอีกต่อไป 5555+
มือปืน : ครับ (พร้อมหันกระบอกปืนไรเฟิลเล็งไปที่ยอดตึก)
.
ปั้ง!!!
.
เสี่ย : 555+ ดีๆๆ ว่าแต่เอ็งยิงตัดลิ้นเมียข้าก่อน หรือ ตัดไอ้จู๋ของ "อาตง" ก่อนล่ะ?
มือปืน : ผมทำทั้ง 2 อย่างแล้ว ด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว!

24 Nameless Fanboi Posted ID:ka5T6Qk78x

แนวทางอู๋ม๋งต๊ะเรานั้นจะไม่มีโพสต์โชว์เกรี้ยวกราดด่าว่าอาชญากรในทุกรูปแบบนะครับ เผื่อการโพสต์โชว์เกรี้ยวกราดของเรานั้นอาจจะไปกระตุ้นต่อมฟิวส์ขาดของพวกพี่ๆ อาชญากร แหกคุกมาตามหาเราถึงบ้านก็จะซวยเอา - -"

#ชายผู้ละแล้วซึ่งอารมณ์เกรี้ยวกราดต่อผู้ที่แข็งแรงกว่า
#โปรดละเว้นการใช้อารมณ์ในการกระตุ้นกระบวนการยุติธรรม

25 Nameless Fanboi Posted ID:ddFh9KWjcy

เห็นเคสวัยรุ่นงานบวช บุกกระทืบนักเรียนที่สอบ GAT-PAT อยู่ในมัธยมวัดสิงห์ จนมีคนร้องเรียกให้พี่วัน อยู่บำรุงไปช่วยจัดการ แล้วคิดถึง อ.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (ทุกวันนี้แกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)

(หลังจากฟังเรื่องซ้ายๆแบบ อ.เกษียร เตชะพิระ มาเยอะแล้ว) เราคุ้นเคยการมองการเมืองแบบอุดมการณ์เป็นแว่นอธิบายการเมือง แต่ อ.นครินทร์ จะเน้นใช้สภาพที่แกเชื่อว่าเป็นอำนาจที่แท้จริงนำ แล้วเข้าใจการเมืองที่เป็นอยู่แบบนั้น

อ.นครินทร์ เสนอว่าประวัติศาสตร์การเมืองแบบผู้แทนไทยเนี่ยเป็นเรื่องของผู้แข็งแกร่ง

กล่าวคือ มันเป็นการนำผู้มีอิธิพลท้องถิ่นเข้ามาอยู่ในระบบ

ตัวอย่างเช่นคุณเป็นกำนัน เป็นนายหัว เป็นพ่อเลี้ยง เป็นนายฮ้อย อะไรสักอย่าง คุณทำไร่ ทำประมงค์ ทำสวนขนาดใหญ่ๆ มีลูกน้องเป็นร้อยเป็นพัน มีปืน ต้องปกครองคน ในสมัยก่อนนี่คือคุณเป็นผู้มีอิธิพลท้องถิ่น

แต่ก่อนอำนาจรัฐมันอยู่แค่ในเมือง ในพระนคร นอกออกไป ก็เป็นผู้มีอิธิพลพวกนี้ที่ปกครองพื้นที่ ใช้กฎนักเลงก่อน ค่อยใช้กฎหมาย เพราะกฎหมายฟังก์ชั่นยากอยู่ไกล ความสงบเรียบร้อยของพื้นที่เลยอยู่ในกฎนักเลง

ย้อนกลับไปช่วง 2500 เมื่องบอเมริกามันลงมาทำให้ไทยเป็นฐานในสงครามเย็น มีถนน มีอุตสาหกรรม มีไร่อ้อย มีประมงค์ มีอุตสาหกรรมยางพารา มีธุรกิจค้าขายกับฐานทัพอเมริกา คนกลุ่มหนึ่งที่ได้ประโยชน์ตรงนี้ก็รวยขึ้น ขยายขึ้น มีลูกน้องมากขึ้น กลายเป็นผู้มีอิธิพลท้องถิ่น กฎนักเลงก็ทับซ้อนกับกฎหมายในบางพื้นที่

หลังสงครามเย็น เมื่อมีรัฐธรรมนูญกระจายอำนาจ มันก็เปิดที่ทางให้พวกนี้เปลี่ยนจากมีอิธิพลนอกกฎหมาย มาอยู่ในกฎหมาย

สำหรับ อ.นครินทร์ มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ คือทำให้อำนาจที่มีอยู่โดยแท้จริง ได้รับการรับรองและมีช่องทางตามกฎหมาย กฎหมายควรจะเขียนตามสภาพอำนาจที่มีอยู่จริงก็ถูกแล้ว

แล้วความเป็นตัวแทนของพื้นที่คืออะไร มันคือการ "ใจถึง พึ่งได้" "มีปัญหาเคลียร์ได้" "ใครเดือดร้อนช่วยได้" เป็นความสัมพันธ์แบบ "ลูกพี่" ของคนไทย คือดูแลน้องได้

ซึ่งความสัมพันธ์แบบนี้มันดั่งเดิม และจำเป็นในสมัยเดิม ที่แบบไม่มีไฟฟ้า โจรผู้รายชุดชุม ป่วยมาไม่รู้จะไปหาหมอยังไง ติดหนี้จะตั้งตัวไม่รู้จะทำยังไง มาใหม่ต้องไปฝากตัวกับใคร

พอทุกวันนี้ระบบรัฐมันดีขึ้น มีความเป็นชนชั้นกลางขึ้น น้ำไหล ไฟสว่างแล้ว การเมืองแบบนโยบายจึงมีบทบาทมากขึ้น และจนถึงทุกวันนี้ที่การเมืองแบบอุดมการณ์ถูกพูดถึงกันมาก ไม่รู้ว่าการเมืองแบบ "ลูกพี่" จะยังมีพลังขนาดไหน

เหตุการณ์วัยรุ่นงานบวชบุกโรงเรียนมันแสดงให้เห็นสภาวะนิติรัฐล้มเหลว รัฐคุ้มกันประชาชนไม่ได้ สัมผัสถึงความรู้สึกย้อนกลับไปถึงความไม่ปลอดภัยของยุค 2500 คนก็เลยเรียกร้องหาผู้เข้มแข็งมาใช้กฎนักเลง

ถ้านิติรัฐมันเดินหน้าได้ คนจะบอกว่า "ตำรวจไปจัดการมันหน่อย" แต่เหตุการณ์นี้ คนไม่คิดถึงตำรวจก่อนอ่ะ ไปคิดถึง วัน อยู่บำรุง ใจถึงพึ่งได้ เพราะไม่เชื่อว่าตำรวจจะทำอะไรได้

ที่จริงในยุคสมัยที่ทุกคนพูดถึงนโยบายก้าวหน้า ถึงเสรีภาพ มันยังมีฐานเสียงหนึ่งที่ต้องการความขวา ต้องการระเบียบ ต้องการความปลอดภัย

เชื่อผมป่ะว่าถ้าพรุ่งนี้มีคน (สมมุติว่าเสรีพิสุทธิ์) ประกาศว่า จะทำสงครามยาเสพติด อนุญาตให้ตำรวจเอากระสุนยางไล่ยิงแกงค์แข่งรถได้ผมว่าได้คะแนนเสียงมา (เอ้าผม Tag ด้วยเผื่อทำจริง พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส )

เพราะทุกวันนี้สภาวะนิติรัฐมันล้มเหลวมาก ผมก็ไม่เข้าใจว่าเราอยู่ในรัฐบาลที่มี ม.44 แต่ทำไมยาบ้าถึงระบาด วัยรุ่นถล่มโลกเรียนได้แบบนี้

สังคมเราต้องการระเบียบ (order) ในระบบนิติรัฐกลับมา ถึงจะพูดกันในฟากเรื่องเสรีภาพแล้ว ผมว่าตรงนี้ก็เป็นเหรียญอีกด้านที่สำคัญสำหรับระบบประชาธิปไตย รัฐประชาธิปไตยต้องครบถ้วยทั้งเสรีภาพส่วนบุคคล และนิติรัฐที่จะปกป้องเสรีภาพของทุกคนนั้น ต้องเอาตำรวจที่ฟังก์ชั่นกลับมา และความเชื่อมั่นในตำรวจกลับมา

ก็ฝากพรรคการเมืองต่างๆพิจารณาด้วยเหมือนกันครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

26 Nameless Fanboi Posted ID:tKD.GlkXvH

มีแต่คนถามว่าทำไมตัดสินใจย้ายมาอยู่เมกา

มีเหตุผลหลายอย่าง แต่เหตุผลหลัก ๆ คือ "รู้สึกมีความทุกข์ทุกวันตอนอยู่เมืองไทย"

เดินออกไปข้างนอกแล้วเจอแต่ความอึดอัด พาจิตใจให้แย่ลงไปทุกวินาที ไม่เกี่ยวกับความรักครั้งเก่าก่อน แต่เป็นสภาพแวดล้อมและผู้คนล้วน ๆ

บ้านเมืองไทยกำลังผุพังจากแกนกลาง ความยากจนและ Gap ของฐานะกำลังสร้างสังคมของยุคถัดไปแบบที่ไม่ต้องอธิบายมาก ให้ดูนักเลงที่ลุยวัดสิงห์ นั่นแหละตัวอย่าง คนที่มีลูกแบบไม่มีคุณภาพไม่มีความรู้พอจะคุมกำเนิด ส่วนคนที่ลูกมีคุณภาพก็คุมกำเนิดจนถึงขั้นไม่มีลูกเลย

ให้ลองจินตนาการถึงยุคถัดไปดูว่ารุ่นลูกเราจะเจออะไร

ในขณะเดียวกันคนยุคเก่าก็พึ่งพาไม่ได้ ไม่เคยร่วมมือกัน มีแต่จะทำร้ายกันเอง ทิ้งแต่ภาระไว้เบื้องหลัง ให้คนรุ่นใหม่แบกรับ

วันที่ตัดสินใจหยุดผลักดันสิ่งต่าง ๆ ในไทยแล้วย้ายออกมาคือวันที่เห็นแล้วว่า "มันเกินเยียวยาแล้ว" คงไม่มีอะไรพลิกกลับได้อีก กฎของแนวโน้มทำงานตามกลไกของมันแล้ว

ตลอดชีวิตที่อยู่ไทยคิดไว้ตลอดว่าไม่อยากมีลูกเพราะสงสารลูกที่จะต้องโตมาในสังคมแบบยุคถัดไป แต่พอมาอยู่เมกากลับอยากมีแฮะ (เอ๊ะ แต่ต้องมีอะไรก่อนมีลูกนะ จำไม่ได้)

สุดท้ายวันนึงก็คงต้องกลับไทยไปดูแลครอบครัว มานั่งคิดดู คงไม่สุขเท่าไหร่ ตอนนี้ได้แต่เตรียมความพร้อมว่าอย่างน้อยวันนั้นจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยอย่างไม่มีความทุกข์ให้ได้ ... คือต้องรวยสินะ

คงไม่มีวันนั้น ...

จะย้ายมาอยู่เมกายาว ... แม่งก็มีทรัมป์อีก 😒

27 Nameless Fanboi Posted ID:tKD.GlkXvH

มีแต่คนถามว่าทำไมตัดสินใจย้ายมาอยู่เมกา

มีเหตุผลหลายอย่าง แต่เหตุผลหลัก ๆ คือ "รู้สึกมีความทุกข์ทุกวันตอนอยู่เมืองไทย"

เดินออกไปข้างนอกแล้วเจอแต่ความอึดอัด พาจิตใจให้แย่ลงไปทุกวินาที ไม่เกี่ยวกับความรักครั้งเก่าก่อน แต่เป็นสภาพแวดล้อมและผู้คนล้วน ๆ

บ้านเมืองไทยกำลังผุพังจากแกนกลาง ความยากจนและ Gap ของฐานะกำลังสร้างสังคมของยุคถัดไปแบบที่ไม่ต้องอธิบายมาก ให้ดูนักเลงที่ลุยวัดสิงห์ นั่นแหละตัวอย่าง คนที่มีลูกแบบไม่มีคุณภาพไม่มีความรู้พอจะคุมกำเนิด ส่วนคนที่ลูกมีคุณภาพก็คุมกำเนิดจนถึงขั้นไม่มีลูกเลย

ให้ลองจินตนาการถึงยุคถัดไปดูว่ารุ่นลูกเราจะเจออะไร

ในขณะเดียวกันคนยุคเก่าก็พึ่งพาไม่ได้ ไม่เคยร่วมมือกัน มีแต่จะทำร้ายกันเอง ทิ้งแต่ภาระไว้เบื้องหลัง ให้คนรุ่นใหม่แบกรับ

วันที่ตัดสินใจหยุดผลักดันสิ่งต่าง ๆ ในไทยแล้วย้ายออกมาคือวันที่เห็นแล้วว่า "มันเกินเยียวยาแล้ว" คงไม่มีอะไรพลิกกลับได้อีก กฎของแนวโน้มทำงานตามกลไกของมันแล้ว

ตลอดชีวิตที่อยู่ไทยคิดไว้ตลอดว่าไม่อยากมีลูกเพราะสงสารลูกที่จะต้องโตมาในสังคมแบบยุคถัดไป แต่พอมาอยู่เมกากลับอยากมีแฮะ (เอ๊ะ แต่ต้องมีอะไรก่อนมีลูกนะ จำไม่ได้)

สุดท้ายวันนึงก็คงต้องกลับไทยไปดูแลครอบครัว มานั่งคิดดู คงไม่สุขเท่าไหร่ ตอนนี้ได้แต่เตรียมความพร้อมว่าอย่างน้อยวันนั้นจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยอย่างไม่มีความทุกข์ให้ได้ ... คือต้องรวยสินะ

คงไม่มีวันนั้น ...

จะย้ายมาอยู่เมกายาว ... แม่งก็มีทรัมป์อีก 😒

28 Nameless Fanboi Posted ID:vPVs026wdH

ปกป้องครอบครัวจากศาสนา

สังเกตและคิดเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว เกี่ยวกับว่า โดยรวม สังคมได้ประโยชน์จากสิ่งที่เรียกว่าศาสนา(ไม่ใช่แค่คำสอนนะในที่นี้รวมไปถึงองค์กร ศาสนิก และกิจกรรมต่างๆด้วย) มากกว่าเสียประโยชน์รึเปล่า

ถ้ามองแบบเป็นกลางเลย วิธีมองแบบเป็นกลางเลยที่คุณจะทำได้คือ มองตัวเองเหมือนไปอยู่ท่ามกลางผู้คนในศาสนาอื่น เช่น ถ้าเป็น พุทธก็ตั้งสมมุติฐานว่า ถ้าไปอยู่ในดงคริสต์แบบเข้มข้น หรือดงอิสลาม แล้วสังคมรอบข้างที่คุณไปอยู่รู้ว่าคุณเป็นพุทธจะเกิดอะไรขึ้น หรือในทางกลับกัน ถ้าเป็นคริสต์ก็คิดว่าไปอยู่ในดงพุทธหรือดงอิสลาม อิสลามก็ไปอยู่ในดงคริสต์หรือพุทธ แล้วมอง สังเกต สังเกตผลโดยรวม วิธีนี้อาจจะมองแบบใกล้เคียงความเป็นกลางออกมาได้

คราวนี้คุณมีลูก บรรดานักชวนต่างศาสนาต่างๆก็พากันชักชวนให้ "เข้ารีต" ความเชื่อนั้น ถึงจุดนี้คุณน่าจะอึดอัดใจ อาจด้วยมุมมองว่าศาสนาอื่นนั้น หลอกลวง หรือ แม้แต่แย่ ถึงตอนนี้คุณอาจจะลิสต์มาได้ยาวเป็นหน้ากระดาษว่าทำไมไม่ควรไปนับถือศาสนาอื่น นั่นล่ะข้อเสียศาสนาอื่น และเช่นกัน คนอื่นเขาก็ลิสต์ของศาสนาคุณที่คุณมองข้ามได้

เมื่อเอาตรงข้อเสียมาทาบกัน อาจจะต้องประหลาดใจ ข้อเสียราว 80% อาจจะตรงกัน ซึ่งมันก็มีหลายอย่างที่สังคมต้องเสียประโยชน์ให้ศาสนา เช่น "การทำร้ายสังคมโดยอ้างชุดความดีของศาสนา" ตรงๆเลยคือฆ่าคนเห็นต่าง หรือทำร้ายร่างกาย

ข้อเสียหลักๆของมันอีกคือทำให้คนงมงาย แยกเรื่องจริงจากเรื่องเหลวไหลหรือความเกี่ยวโยงกันของสาเหตุกับผลลัพท์ไม่ได้ แบบชัดๆเลยก็เช่น เรื่องผู้หญิงถูกสร้างจากซี่โครงผู้ชาย, พระเจ้าปั้นผู้ชายจากดิน, จากน้ำ, ตาแก่อาหรับขี่ม้าเหาะได้, ตาแก่อาหรับเอาดาบตัดดวงจันทร์เป็นสองซีก, เด็กดินเดียเกิดมาเดินได้7ก้าว, ปาฏิหารย์กะลาลอยทวนน้ำ, พระเหาะไปเก็บบาตรบนยอดเสา, เหาะขึ้นสวรรค์ลงนรก

หรือเรื่องเหลวไหลแบบคลุมเครือกว่านั้นเช่น เชื่อเรื่อง บุญ กรรม ชาตินี้ชาติหน้า สวรรค์ นรก พระเจ้า เทวดา ผี แบบนี้ เจ้าการเชื่อเรื่องบุญกรรมนี่มีข้อเสียมาก พวกขี้แพ้มักใช้เป็นข้ออ้างเช่น ชาติก่อนทำบุญมาน้อยอะไรแบบนี้ หรือให้องค์กรศาสนาแสวงประโยชน์ได้ เช่น เอาปลานักล่าต่างถิ่นปล่อยไปทำลายระบบนิเวศน์ในแหล่งน้ำแล้วได้บุญ หรือ เผากระดาษเคลือบตะกั่วทำลายสิ่งแวดล้อมแล้วบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วจะได้บุญจะสุขสบาย เรื่องไร้สาระทั้งนั้น

ล่าสุดก็เห็นศาสนิกก็อ้างความเชื่อบุกโรงเรียน ไปตีเด็กที่กำลังสอบอยู่ พวกศาสนิกนี่สร้างปัญหามาก ปัญหาเล็กๆอย่างบุกโรงเรียน ปิดเมืองเดิน หรือ ปัญหาใหญ่ๆอย่างสงครามครูเสด,จีฮัดหรือสงครามชาวพุทธ ตามด้วยวาทกรรมเท็จว่า "ศาสนาไม่ผิด คนผิด" ระยำจริงๆ สงครามที่อ้างเนื้อหาในคัมภีร์(คำสอน) โดยองค์กรและผู้นำศาสนา ให้ศาสนิกไปฆ่าคนกลุ่มอื่น(ครบหมด ทั้งคำสอน คนสอน และผู้นับถือ คือ เน่าทั้งองค์รวม)

ศาสนาไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสังคม มันถูกออกแบบมาให้คนกลุ่มเล็กๆแสวงประโยชน์และชักจูงคนอื่นไปทำงานสกปรกให้ตนหรือสร้างอำนาจทางการเมืองมากกว่า เป็นการโกหกที่ผู้ถูกหลอกไม่ต้องการจะมองออก(เช่น อาจเพราะกลัวบาปจึงไม่กล้าแม้แต่จะคิด หรือเพราะกลัวเสียหน้าที่เชื่อเรื่องเหลวไหลมาตลอด หรือเสียดายกิจกรรมเหลวไหลที่ทำลงไป หรืออายไม่อยากยอมรับว่าตัวเองโดนหลอก หรืออาจแค่...โง่)

แล้วมีวิธีไหนในการปกป้องตัวเองและครอบครัวจากศาสนามั่ง?

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

29 Nameless Fanboi Posted ID:f3mjQpyBY7

>>27 ควย inequality gap เมกาเยอะชิบหาย ถ้ามึงย้ายไปสแกนดิเนเวียก็อีกเรื่อง ไปเมกาแล้วเสือกกระแนะกระแหนทำตัว humble brag บอกว่าไทย gap เยอะ
ขำหวะสัส
ปล. กูไม่ได้ด่าคนก็อปมาแปะที่นี่นะกูด่าเจ้าของข้อความนี้ 5555

30 Nameless Fanboi Posted ID:7URw1yZlIN

ถ้าเอาไปทำหนังนี่ ระดับเรื่องโม้คแบล็คเมาเท่นเลยอ่ะครับ สำหรับชีวิตบุรุษตัวเนร้ https://www.thairath.co.th/content/1505823

31 Nameless Fanboi Posted ID:zkotJcP2CU

>>29 จริง ป่วยขึ้นมามันหนาวแน่ ประเทศเรารักษาถูกเข้าถึงได้กว่าเยอะมาก

32 Nameless Fanboi Posted ID:MhNh4ks6MA

>> ระดับหนูเนย โปรแกรมเมอร์เซเลป เงินไม่ขาดมือหรอก

33 Nameless Fanboi Posted ID:EdBJpYKPdg

>>25 ไทยแลนด์เป็น Fail State ในทางความรู้สึกของคน เพราะมองว่าระบบราชการพึ่งพาไม่ได้ เลยต้องไปหาสิ่งอื่น ไม่ว่านักเลง สื่อ เพจดาร์ค เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

>>26 >>27 จะว่าโม้ก็ได้ เคยมีเสียงร่ำลือมาเป็นระยะๆ นะว่าคนอเมริกันอิจฉาคนไทยที่มี 30 บาท

34 Nameless Fanboi Posted ID:XO3VyB.hh.

"ไอ้เรื่องงานบวช VS การสอบที่วัดสิงห์เนี่ย เราต้องเข้าใจมันอย่างคู่ขนานกับเคส คอนโด VS ระฆังวัด ที่เกิดขึ้นปีที่แล้ว (หรือก่อนนั้นวะ แต่เอาเหอะ)

คือเคสแรกคนเข้าข้างการสอบชัดเจน ส่วนเคสหลังคนเข้าข้างวัดชัดเจน

ซึ่งแบบนี้ฝรั่งแม่งเข้าใจไม่ได้ เพราะแม่งคือปัญหาเดียวกันคือการใช้เสียงดังในพื้นที่สาธารณะ คนผิดน่าจะเป็น "ฝ่ายที่ใช้เสียงดัง" ทั้งสองเคส แต่ของไทยมัน "แล้วแต่"

อย่างไรก็ดี แม้ว่าฝรั่งจะไม่เข้าใจ แต่เราคนไทยแม่งเก็ทได้ไม่ยาก เพราะเคสระฆังวัด คนใช้เสียงดังคือ "พระ" แต่เคสสอบคนใช้เสียงดังคือ "ชาวบ้านทั่วไป"

เข้าใจในบริบทสังคมไทยคือ คนแม่งไม่เท่ากัน การกระทำแบบเดียวกัน คนนึงทำอาจจะผิด อีกคนทำอาจไม่ผิดก็ได้

ผมว่ามันต้องมองแบบนี้ถึงจะเห็นปัญหาพื้นฐานของ "กรณีทำนองนี้" ซึ่งแม่งเกิดขึ้นตลอด

ในสังคมที่คนไม่เท่ากัน คำถามที่ต้องถามก่อนว่าคุณมีสิทธิ์ทำอะไรมั้ย? คือ คุณเป็นใคร?"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

35 Nameless Fanboi Posted ID:D6wwLwFTDH

>>34 ที่ตะวันออกกลางจะมีฝรั่งคอนโดบ่นเรื่องรำคาญเสียงเรียกละหมาดมั้ยคับ

36 Nameless Fanboi Posted ID:6/PxHqj4GF

>>33 ไม่ต้องไทยหรอก แคนาดาก็ฟรี

37 Nameless Fanboi Posted ID:EdBJpYKPdg

>>34 ถ้าตัดเรื่องเลวๆ ประเภทเขาขอให้ลดเสียงแล้วกลับบุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย ไปพังการสอบ ต้องยอมรับว่ามันมีมิติทางชนชั้นซ่อนอยู่จริงๆ

สมัยสิบกว่าปีก่อนในเว็บบอร์ดบางแห่ง มีคนบ่นว่าไม่อยากมีวัฒนธรรมร่วมกับแว้น - สก๊อย ถึงกับต้องปรับตัวหนี เช่น ตอนแรกๆ ฟังเพลง linkin park , clash , bodyslam , retrospect ใส่กางเกงยีนส์ลีวายส์ รองเท้าผ้าใบคอนเวิร์ตส์ พอต่อมาเห็นพวกแว้นมานิยมบ้างต้องไปฟังเพลง ไปแต่งตัวแนวอื่นทันที เพราะไม่อยากถูกนับรวมว่าเป็นแว้นด้วย

ยุคนั้นประเด็นชนชั้นยังไม่ก่อดราม่ามากเท่าวันนี้ ยังไม่มี Facebook ที่ทำให้เกิดเพจที่ประดิษฐ์คำ "ตลาดล่าง" อันหมายถึงรสนิยม ค่านิยมการใช้ชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง เช่น ต้องเปิดเพลงดังๆ เวลามีเทศกาล ควบคู่ไปกับการเต้นแร้งเต้นกาแบบหลุดโลก รถยนต์แต่งเครื่องเสียงพร้อมเปิดเพลง Remix ฉิ่งฉาบทัวร์สามช่าโจ๊ะๆ หรือมอเตอร์ไซค์แต่งแบบถอดนั่นเอานี่ออกพร้อมบิด 1/4 ไมล์ ซึ่งแม้จะไม่ละเมิดขนบสังคม เช่น ไม่เปิดเสียงดังในเวลาดึกๆ , ไม่ได้ซิ่งบนถนนหลวง แต่ก็ถูกมองเป็นรสนิยมที่ไม่เข้าท่าอยู่ดี

ปลาลิง.ว่าแต่แฟชั่นแนว Mexican Gangster (เสื้อยืดขาว กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ มีรอยสักเต็ม) ในตะวันตกเขามองว่าตลาดล่างเหมือนแฟชั่นแนวแว้นไทยหรือเปล่า?

38 Nameless Fanboi Posted ID:HM7zHiX6El

ฟ้อนต์ชลบุรีฮิตติดลมบนมากๆ อยากให้น้องๆ ออกแบบฟ้อนต์กาฬสินธุ์มาสู้บ้างอ่ะครับ ออกแบบให้เห็นแล้วรู้สึกอยากกินข้าวเหนียวไรทำนองเนร้

#ช่วงไอเดียครีเอด์ทีฟคอมม่อนกับพี่โจว

39 Nameless Fanboi Posted ID:wmsT77flxT

#จ่ามีคาถาแยกเงาพันร่าง
..
อันนี้เป็นสมมติฐานของผมเองนานแล้วว่า เพจจ่ามีแอดมินคอยลงข่าวหลายคน ไม่ใช่จ่าคนเดียว โดนเฉพาะการลงลิงค์ข่าว (ลงแบบได้ตังค์นะครับ ใครคิดว่าลงลิงค์ข่าวในเพจจ่าลงฟรี ๆ ไปคิดใหม่เด้อ เขาทำคอนแท็คเป็นเรื่องเป็นราวกันนาจา ถถถถ) ที่อาจจะให้แอดมินคนอื่นสวมรอยลงไปเลย เพราะเป็นโพสต์ง่าย ๆ แค่พาดหัวให้ดราม่า ๆ แบบจ่าก็พอ คนเข้ามาดราม่า ยอดคนดูในเว็บเพิ่ม จ่ารับเงินแบ่งลูกน้อง จบ.
.
ถามว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น หากยังจำกันได้เรื่องนี้เป็นตำนานเลย สมัยจ่าเปิดเพจแรก ๆ มี แอดมินสองคนคือจ่ากับหัวหน้ายาม (หรืออาจมากกว่านั้น เพราะตอนนั้นเฟสบุ๊คยังไม่เปิดให้เห็นข้อมูลส่วนนี้) ตอนนั้นจ่าแกประกาศเลยว่าเพจแกจะไม่รับเงินค่าโฆษณาเด็ดขาด เพราะแกต้องเป็นกลาง เวลาด่าจะได้ด่าได้เต็มที่ คนก็ปลื้มกันเป็นแถว จ่าแมร่งของจริง จ่าแมร่งคนจริง ถถถถ ดูตอนนี้เถอะรับเงิน ลงโฆษณายิ่งกว่าเพจที่ตัวเองเคยไปแซะเขาไว้ในอดีต
.
โดยเฉพาะเรื่องหนังนี่แหละ ที่แกเคยไปแซะเพจอวยฯ ว่ารับเงินมาโฆษณา และก็ยกยอตัวเองว่า จะไม่มีวันทำแบบนั้นเด็ดขาด สุดท้ายเผลอแป๊บเดียวแกไปรับเงินโฆษณาหนัง "อวสานโลกสวย" หาว่าไปดูมาแล้วหนังดีอย่างโน้นอย่างนี้ โพสต์อวยเวอร์วัง หลายโพสต์ติดกัน จนคนเอะใจ สุดท้ายคนจับได้ว่าแกไม่ได้ไปดูเลยด้วยซ้ำ คนที่ไปดูคือหัวหน้ายาม แต่ตอนโพสต์ก็บอกว่า จ่าไปดูมาอย่างโน้นอย่างนี้
.
คนก็ออกมาถล่มว่า ไหนว่าจะไม่รับเงินไงละ เมื่อจนมุมแกงัดไม้ตายออกมาเฉยเลยว่า อั๊วะม่ายล่ายรับเงินมา แต่เป็นหัวหน้ายามต่างหากล่าววว แกไม่ได้สักบาทเลย หัวหน้ายามเอาไปหมด อะไรประมาณนั้น คนก็รุมด่าหัวหน้ายาม เป็นตำนานเพื่อนรักหักหลังเพื่อนจนมาถึงทุกวันนี้ แล้วหัวหน้ายามก็ออกจากการเป็นแอดมินเพจดราม่า (อันนี้กูรู้มาจากวงใน)
.
หลังจากแยกวงกับเพื่อน ผมก็เริ่มสังเกตุว่า จ่ายังใช้มุกเดิมอยู่เลยเวลารีวิวหนัง โดยเฉพาะช่วงหลายปีมานี้จ่ารับงานรีวิวหนัง ทั้งจาก netflix และเมเจอร์ และเอาจริง ๆ นี่ไม่ใช่งานถนัดแกหรอก หนังบางเรื่องแกยังไม่ได้ดูเลยด้วยซ้ำ แต่ออกมารีวิวเป็นคุ้งเป็นแคว แถมสำนวนยังขัด ๆ กัน ยังกะมีคนเขียนให้ ล่าสุดที่โป๊ะแตกคือเรื่อง sex education นั่นแหละ ที่ตกลงดูหรือไม่ดูกันแน่ 555
.
โชคดีที่เดียวนี้เฟสบุ๊คเปิดเผยให้เราเห็นว่า เพจนี้มีคนดูแลกี่คน และอยู่ประเทศไหนบ้าง เช่น ถ้าพวกมึงไปดูเพจหมอแล๊บแพนด้า พวกมึงอาจร้องเย็ดแหม๋ เพจหมอแล๊บมีแอดมินถึง 63 คนเลยนะโว้ย ส่วนเพจจ่ามีแอดมินเพจอยู่ 5 คน
.
เวลาเราเสพเพจเราเห็นแค่ปลายสุดของภูเขาน้ำแข็งนะ ที่เราไม่เห็นอีกมาก เราไม่เห็นบริษัทเอเจนซี่ที่ทำงานเบื้องหลังเพจเหล่านี้ ที่ต้องวิ่งเต้นรับงานโฆษณามาให้บรรดาเพจเหล่านี้ เราไม่เห็นว่า เอเจนซี่แต่ละคนมีเพจที่ต้องดูแลกี่เพจ ต้องแบ่งงานกัน ต้องทำงานเป็นทีมในการปล่อยโฆษณาแต่ละตัว เพจไหนลงก่อน เพจไหนลงทีหลัง
บางทีที่พวกเราเห็นว่าเพจบางเพจไม่ถูกกัน เบื้องหลังคือเอเจนซี่คนเดียวกันไปอีก
.
เราไม่เห็นว่าเพจพวกนี้ต้องจำกัดตัวเองขนาดไหน ในการพูดหรือเขียนอะไรลงไป เพราะทุกอย่างคือเงินทั้งนั้น ลูกเพจยิ่งด่ากัน พวกเอเจนซี่ยิ่งชอบ การเข้าถึงเพจยิ่งดี เอาไปต่อยอดขอเพิ่มค่าจ้างได้อีกเยอะ ไอ้ประเภทพ่อจ๋าแม่จ๋าที่พวกมึงเห็นนะ รับเละนาจา
.
เราไม่เห็นเครือข่ายเบื้องหลัง เพจแต่ละเพจไม่ได้อยู่แบบโดด ๆ นะ มันมีเครือข่าย ทั้งเครือข่ายแบบเพื่อน หรืออื่น ๆ แต่สุดท้ายเครือข่ายพวกนี้มันคือเครือข่ายผลประโยชน์มหาศาลระดับร้อยล้านเลยนะครับ
.
เราไม่แปลกใจหรอกที่เวลาเพจในเครือข่ายเดียวทำผิด เพจอื่นๆ จะนิ่งเฉย ไม่มาด่ากัน แต่ถ้าคิดจะเล่นเพจอื่น พวกเขาก็พร้อมจับมือกันถล่มให้ราบคาบ บางที บางเพจเกลียดขี้หน้ากันจะตาย แต่ไม่ด่ากัน เพราะเอเจนซี่ขอ ลูกค้าขอ ก็ต้องเป็นไบ้ แบะ ๆ กันต่อไป
.
คือในมุมมองผม มันไม่ใช่เรื่องผิดหรอกครับที่เพจจะมีแอดมินหลายคน มันเป็นเรื่องการจัดการธุรกิจ และเราคงไปเรียกร้องอะไรจากพวกเขาไม่ได้หรอก แม้ในความเป็นจริง เขาควรจะบอกว่าแอดมินคนไหนเป็นคนโพสต์ ใครเป็นคนเขียนคอนเทนต์นั้น ไม่ใช่พออะไรไม่ดีก็โยนให้คนอื่นหมด
.
สิ่งที่น่ากลัวคือ เพื่อเพจต่าง ๆ เหล่านี้ถูกควบคุมจัดการด้วยเครือข่ายผลประโยชน์ ถ้าเป็นพวกกันก็ปกป้อง เฉยนิ่ง ถ้าเป็นพวกอื่นก็ด่าเต็มที่ตรวจสอบเต็มที่ เอาให้ตาย นี่ต่างหากที่น่ากลัว เพราะมันจะกลายเป็นเครือข่ายอำนาจสื่อใหม่ และส่งผลต่อข้อมูลที่เราจะได้รับ พอเราเห็นว่าโหเพจใหญ่ ๆ หมอแล๊บ จ่า หมอเจษ ลงข่าวพวกนี้หมดเลย พูดไปในทางเดียวกันหมดเลย มันก็สามารถสร้างผลกระทบได้ในวงกว้าง
.
คนที่พอรู้ก็สบายไป แต่คนไหนไม่รู้ก็เฮโลตามกันไป
.

40 Nameless Fanboi Posted ID:QrVfd+DVJs

>>39 มีอิทธิพลเท่าสื่อหลัก (วิทยุ โทรทัศน์ นสพ. เว็บข่าวที่มีสำนักองค์กรชัดเจน) เผลอๆ ยิ่งกว่า แถมมีรายได้จากโฆษณา แต่บอกตัวเองไม่ใช่สื่อ ไม่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับสื่อหลัก

การแข่งขันโคตรเป็นธรรมชิบหาย

41 Nameless Fanboi Posted ID:jNMKpQhRzc

>>40 +100

42 Nameless Fanboi Posted ID:yQqH1zMkyU

missionUuid

43 Nameless Fanboi Posted ID:yQqH1zMkyU

🔴โลกหมุนไวเกินกว่าที่คุณคิด…ถ้าไม่รีบปรับตัว…เดือดร้อนหนักแน่ๆ

✔เมื่อก่อน โลกเปลี่ยนทุก 10 ปี……ขณะนี้ โลกเปลี่ยนทุก 1 ปี

✔~ ข้อมูล ความรู้ใหม่ๆ ทุกสาขาวิชาชีพเกิดใหม่ทุกสัปดาห์

✔~ แอปพลิเคชั่น ออกมาวันละหลายร้อยแอปพลิเคชั่น

✔~ ในช่วงชีวิต 20 ปีที่ผ่านมา…เราเห็นวิวัฒนาการมากมายในโลก

✔~ เด็กยุคใหม่…ไม่จบ ป.ตรี ขายของออนไลน์…สร้างรายได้หลักล้าน…ภายในไม่กี่เดือน

✔~ ป.โท จบมามีรายได้เดือนละเพียง 3 หมื่น

✔~ กรอบความรู้…ความคิดเก่าเมื่อ 20 ปีก่อน …แทบจะทำอะไรกับโลกยุคใหม่ไม่ได้เลย !!

✔~ ก๋วยเตี๋ยวเมื่อก่อน 10 บาท ทองคำ 400 บาท…ตอนนี้ก๋วยเตี๋ยว 40 บาท ทองคำ 20,000 บาท

✔~ เงินฝาก จากดอกร้อยละ 8 คนเลยขยันฝากเงินเก็บดอกกิน
แต่...ตอนนี้ฝากธนาคาร ได้ดอกเพียงร้อยละ 1

✔~ อาชีพมากมาย…หลายอาชีพตกงาน ……นับไม่ถ้วน

✔~ พนักงานแบงก์ ถูกแทนที่ด้วย internet banking…ธนาคารต่างๆทยอยปิดสาขา

✔~ พนักงานทางด่วน ถูกแทนที่ด้วย easy pass

✔~ รปภ.ถูกแทนที่ด้วย ระบบป้องกันภัย อัตโนมัติ

✔~ นักข่าว…
นักนิเทศน์
สื่อต่างๆ …
ถูกแทนที่ด้วย Facebook live, YouTube IG ฯลฯ

✔~ การสร้างตึก สร้างสิ่งของ ใช้ 3D printing …การออกแบบจะอยู่ในคอม ทั้งหมด

✔~ โลตัส และ พนักงานขายตามห้างฯ ให้พนักงานออก นับไม่ถ้วน
ตอนนี้เราจ่ายบัตรเครดิตได้เอง …กดที่คอมได้เองแล้ว

✔~ Toys Rus บริษัทของเล่นระดับโลก อยู่มานาน ที่อเมริกา …เป็นหนี้สิน แสนล้าน ปิดสาขา เกือบ 200 แห่งทั่วโลก

✔~ บริษัททิชชู่ Kleenex ที่นุ่มๆ …ให้พนักงานออก 5,000 ตำแหน่ง

✔~เฟสบุ๊ค ปรับ algorythm ทีเดียว…คนขายออนไลน์ สะเทือนทั้งโลก

✔~ บริษัทให้เช่า-ขับ แท็กซี่ เปิดมา 20-30 ปี วินมอไซค์……เจอ grab แอปเดียว สะเทือนวงการ

✔~ CP ปรับตัว disrupt ตัวเองก่อนที่คนอื่นจะมา disrupt …สร้างโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์… จัดงบพัฒนาผู้นำ…
✔ฝึกคนให้เป็นผู้ประกอบการ มากกว่าลูกจ้างป้อนตลาด …อนาคตทรัพยากรมนุษย์ มีค่ามากกว่าที่ดิน

✔~ "อายุมากขึ้น 1 ปี สมองต้องลดลง 1 ปี ต้องคิดใหม่ตลอดเวลา"

✔~ เดี๋ยวนี้ สว. ทุกคนที่ตื่นตัว ……
ต้องถามหลานว่า มีอะไรใหม่ๆมาอัพเดทให้ปู่/ตา ฟังบ้าง

✔~ กระเพราไก่ไข่ดาว…สำเร็จรูป …จะถูกกว่าแม่ค้าขายข้างทาง…อีกทั้งได้มาตรฐานกว่า…รสชาติคงที่ …ไม่มีอารมณ์แม่ค้ามาเกี่ยว

✔~ บริษัทใหญ่ๆ เอาคนออก
โดยดูว่าเรา …
เป็น cost
หรือเป็น talent…
ถ้าเป็น cost …โดนโละทิ้ง…อย่างไม่ต้องสงสัย…
แต่ถ้าเป็นtalent ยังพอคุยกันได้

✔~ การพัฒนาตัวเองตลอดเวลา…
จึงเป็นสิ่งสำคัญ

✔~ เกษตรกร ปลูกยางพารา มา 5 ปี กรีดยาง อัดยางโลละ 40 บาท
ต่างชาติซื้อไป คืนเดียว เปลี่ยนเป็นถุงมือยาง… มาขายคนไทย คู่ละ 200 บาทยางรถยนต์เส้นละ 3,000 บาท

✔ ~หุ่นยนต์แพทย์ …ทำข้อสอบเก่งกว่าแพทย์ผู้ชำนาญการ…บันทึกเคสคนไข้กว่า 2 ล้านเคสใน ระบบตรวจโรคได้แม่นยำ…ไม่มีอารมณ์ขึ้นลงมาเกี่ยวข้อง…… รพ.เอกชน เริ่มเอา robot มาช่วยผ่าตัดแล้ว…
ได้ผลดีกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

✔~ ชนชั้นกลาง และ ชั้นล่าง ต่อไปจะถูกแทนที่ด้วย หุ่นยนต์ และ คอมพิวเตอร์ทั้งหมด
~ ชนชั้นบน ก็มิใช่จะรอด…จะถูกแทนที่ด้วย AI
✔~ หุ่นยนต์รุ่นใหม่ ทั้งสวย หอม นุ่ม และหล่อสมาร์ท จะมาทำงาน 24 ชม ไม่มีเหนื่อย ไม่มีบ่น บริการเต็มที่
⭕~ AI เทรดหุ้น ประมวลผล เก่งกว่าคน ไม่มีอารมณ์ มาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน

✔~ McKinsey บริษัท consult ระดับโลก คาดว่าในปี 2030 (อีกประมาณ 12 ปี) แรงงานคน…จะตกงานประมาณ 800 ล้านตำแหน่ง ทั่วโลก

✔~ ลูกหลานเรา และ ตัวเราเอง …
จะยืนอยู่ตรงไหน ?ถ้าเราไม่ปรับตัว ในโลกยุคนี้ !
✔~ เราจะมีอะไร…เป็นหลักประกัน ว่าชีวิตเราจะสบายไปตลอด …ไม่เกิดวิกฤติ……ปีนี้อาจจะยังสบายดีอยู่…
แต่ อีก 10 ปีข้างหน้า…
โอกาสแย่…
ความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก…
ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน…
ถ้าไม่เริ่มปรับตัว…
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอนาคตที่มีความไม่แน่นอน…แต่ มีความเปลี่ยนแปลงสูง และเร็วมาก…
ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย

วันนี้ (!)
คุณเตรียมความพร้อมรับมือ จัดการกับสถานการณ์ที่ว่านี้อย่างไร ?

44 Nameless Fanboi Posted ID:REUN5vvYxv

>>43
"ถ้าในบทความออนไลน์มีการใช้อีโมติคอนพร่ำเพรื่อ เดาไว้ได้เลยว่าไม่มีสาระอะไร"
-มหาตมะ คานธี

45 Nameless Fanboi Posted ID:7qC0g7+uLT

เนื่องจากพรรคสนุ้กเกอร์ไทยเราเห็นว่าสังคมไทยเราการเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นเรื่องสำคัญกว่าเรื่องนำคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมือง (เป็นคนรุ่นใหม่เฉยๆ คุณภาพมีไม่มีไม่รู้ แต่วุฒิภาวะทางอารมณ์นี่เห็นมีปัญหากันมากๆ)

เราจึงจะเสนอ 'นโยบายเปิดเสรีนาโนคาสิโน' โดยให้ผู้สูงอายุ (เกิน 60 ปี) 4 คน สามารถรวมตัวกันเล่นการพนันได้โดยไม่ผิดกฎหมาย (ห้ามขาดห้ามเกิน 4 คน) ได้ในทุกสถานที่

ทั้งนี้ก่อนจะร่างนโยบายนี้จริงจัง อาจจะต้องลงไปดูงานที่ชุมชนเข้มแข็งอย่างชุมชนเตาปูนก่อนอ่ะครับ

46 Nameless Fanboi Posted ID:HNo56GHOSI

>>27 ย้ายไปต่างประเทศแล้วดีเสมอไปหรือ? เอาสถิติ​มาให้ชมกันค่ะ

สัดส่วน​ประชากรไทย​ที่อาศัยอยู่ใน​สหรัฐอเมริกา​ที่​มี​สถานะ​ยากจน​ในเกณฑ์​ต่ำกว่า​เส้นแบ่งความยากจนใน​ปี​ พ. ศ​ 2558 (ข้อมูล​จาก​ Pew Research Centre)

คนไทย​ที่​เกิด​ใน​สหรัฐอเมริกา​และอยู่​ใน​สถานะ​ยากจน​

16.2% ของประชากร​ไทย​ใน​สหรัฐอเมริกา

คนไทย​ที่​เกิด​นอก​สหรัฐอเมริกา​และ​อยู่​ใน​สถานะ​ยาก​จน

16.8% ของประชากร​ไทย​ใน​สหรัฐอเมริกา

สัดส่วน​ของประชากร​ไทย​ใน​ประเทศไทย​ที่​อยู่​ต่ำ​กว่า​เส้นแบ่งความยากจนในปี​ พ. ศ​ 2559: 8.6%

47 Nameless Fanboi Posted ID:T9mzvRrV9H

profile ดูดี ดูรวย แต่เบี้ยวค่าที่ ยกบูทหนี เพื่อนๆเซลและออร์จำหน้าไว้นะคะ ใช้วิธีหลอกส่งสลิปปลอมเพื่อโกหกว่าจ่ายเงินแล้ว แล้วขนของหนีค่ะ

48 Nameless Fanboi Posted ID:zXyc8p27vI

ในปัจจุบัน ผมยังคงเชื่อในเรื่องของวรรณะ และฐานะ .... แต่ไม่ใช่วรรณะของชนชั้นตามกำเนิด หรือฐานะตามสถานะการเงินหรือการศึกษา

"วรรณะ" เดียวที่มี ก็คือ วรรณะทางความคิด

"ฐานะ" เดียวที่มี ก็คือ ฐานะทางความคิด

แอสการ์ดไม่ใช่สถานที่ แต่คือผู้คน .... และสิ่งที่ define ผู้คนได้ดีที่สุด ก็คือความคิดของคนเหล่านั้นนั่นแหละ

49 Nameless Fanboi Posted ID:VD+EmL.17+

>>48
แต่ถ้าจะไปเที่ยว ผมขอเลือกทริปไม่ประหยัดเกินไปจะได้ไม่ต้องสุงสิงกับตลาดล่าง

และบ้านโครงการ 10 ล้านขึ้นไปนะครับ

ผมไม่ได้ดูถูกพวกเขานะ แค่ต้องปกป้องตัวเองและคนในครอบครัว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

50 Nameless Fanboi Posted ID:oIQTtGZaKY

>>46 ตัวเลข 8% นี่จากไหนวะ
http://www.worldometers.info/world-population/thailand-population/ Thailand Population (LIVE) 69,264,724
บัตรคนจน 11.4 M
11.4/69.2 = 16% เลยนะ

51 Nameless Fanboi Posted ID:LCbvETYh.O

>>50 เส้นแบ่งความยากจนมันคนละเรื่องกับบัตรคนจน ของไทยที่บัตรนี้มีเยอะเพราะคนอยู่นอกระบบภาษีดันเยอะ ดูอย่างข่าวคนรวยมีบัตรนี้สิ แม่งจนที่ไหน แค่ไม่มีข้อมูลในระบบแค่นั้นละ

52 Nameless Fanboi Posted ID:Pkz6cCLYaW

>>51 เอาจริงๆ กูสงสัยว่าเส้นแบ่งความยากจนนี่วัดคนจนได้จริงป่าววะ คือถ้ายึดเส้นนี้ (สภาพัฒน์บอกคนมีรายได้เดือนละไม่เกิน 3,000 บาทมั้ง) ประเทศไทยไม่มีคนจนเลยนะมึง แต่ถ้าเอาตามค่าครองชีพกับรายได้ ก็ตามที่มีคนลงทะเเบียนคนจนนั่นละ ตัดพวกเนียนออกกูว่าก็ยังหลายล้าน

53 Nameless Fanboi Posted ID:oIQTtGZaKY

>>52 ตามนั้น
ถ้าจะให้ท้วงต่อ ที่ >>46 เอามาเทียบกัน ของเมกากับไทยมันใช้เกณท์ที่เอามาเทียบเคียงกันได้รึเปล่า สมมติของไทยเกณท์คือไม่พอกินในแต่ละวัน ของเมกาเกณท์คือพอกินแต่คุณภาพชีวิตต่ำ แบบนี้จะเอาตัวเลขมาเทียบกันดื้อๆได้เหรอ ถ้าจะเอามาเทียบมันต้องใช้ตัวเลขจากการวัดของเจ้าเดียวกันดิวะ ซึ่งมันก็คงมี(ซึ่งกูไม่อยากรู้ เลยไม่หา) แต่ทำไม >>46 ถึงใช้จากคนละแหล่งมาเทียบกันล่ะ
moreover ถ้าเหตุผลของ >>46 คือเพื่อแซะ >>27 ล่ะก็ คนแบบ >>27 ไม่ใช่คนที่จะอยู่ในเกณท์ยากจนอยู่แล้วอะนะ น่าจะถึงครึ่งบนด้วยซ้ำ แล้วเจตนาของ >>46 คืออะไรกันแน่

54 Nameless Fanboi Posted ID:LCbvETYh.O

>>52 วัดไม่ได้จริงหรอก แต่ก็ดูเป็นตัวเลขคร่าวๆ เทียบกับประเทศอื่นได้ ส่วนบัตรคนจนก็อย่างที่บอก คนนอกระบบไทยมันเยอะเกิน ตั้ง 50% แนะ ตัดครึ่งนึงก็เท่ากับตัวเลข 8% พอดี

55 Nameless Fanboi Posted ID:LCbvETYh.O

>>53 https://th.m.wikipedia.org/wiki/เส้นแบ่งความยากจน

มันใช้ตัวเลขคนละตัวกันอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ

56 Nameless Fanboi Posted ID:N9hsggNsox

กูว่าปัญหาหนักสุดที่ทำให้คน้านเราจนมันไม่ใช่เรื่องหารายได้ไม่เป็นนะแต่ปัญหาน่าจะอยู่ที่การใช้จ่ายอย่างสร้างสรรค์ไม่เป็นมากกว่า อันนี้ไม่ต้องไปดูคนจนหรอกแค่พวกชั้นกลางก็ใช้จ่ายเกินตัวไปกับเรื่องไร้สาระกันเยอะแล้ว

57 Nameless Fanboi Posted ID:zXyc8p27vI

เคยเชื่อว่าการจะแก้ไขปัญหาใด ๆ การอยากให้สังคมเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากตัวเรา

แต่วันเวลาผ่านไปก็ได้เรียนรู้ว่ามันไม่จริง

เกิดมาไม่เคยฝ่าไฟแดง แต่ทุกวันนี้คนก็ยังฝ่าไฟแดงเป็นว่าเล่น

ไม่ได้สนับสนุนร้านบนทางเท้านานแล้ว แต่ร้านบนทางเท้าก็ยังอยู่ได้ขายดิบขายดี

สุดท้ายถ้าขาดแรงผลักดันระดับมาโคร ปัญหาก็ไม่มีทางได้รับการแก้ไข ต่อให้เราทำดียังไงก็ไม่ช่วย

ประโยคว่าเริ่มต้นจากตัวเราจะจริงก็ต่อเมื่อปัญหานั้นมีผู้เกี่ยวข้องอยู่ไม่เยอะ เช่น ปัญหาในบริษัท แต่ถ้าเป็นปัญหาวงกว้างในระดับสังคม การที่คนทำดีเป็นคน ๆ ไปนั้นไม่ช่วยเลย

ที่ผ่านมาเคยมีส่วนแก้ปัญหาใหญ่ได้เรื่องนึงคือ การทำให้คนคิดว่าการใช้โปรแกรมแครกเป็นเรื่องผิด ซึ่งสุดท้ายก็เกิดจากความร่วมมือของ Thought Leader ซึ่งคุมสื่อดิจิตอลไว้ก็เลยทำให้เกิดขึ้นได้

พาวเวอร์ของคนมีอำนาจนั้นสำคัญกว่ามาก เป็นตัวกำหนดเลยว่าจะสำเร็จหรือพัง

แต่การเริ่มต้นจากตัวเราก็ควรทำอยู่ดี ไม่ใช่เพื่อเหตุผลอื่นใด แค่เราเป็นคนดีขึ้น ชีวิตสุขขึ้น นั่นก็ดีมากแล้ว

58 Nameless Fanboi Posted ID:CWCD/N+lPW

ผลการดีเบต
อพิสิด - เหล้าแม่โขงเก่าๆขวดกั๊ก
ทนาทอน - สก๊อตวิสกี้ เหล้านอกร้อนแรง
จาตุรน - บรั่นดีรสนุ่มละมุนลิ้น
มิ่งขวัญ - เบียร์ไทย สัมผัสได้ทุกชนชั้น
เสรีพิสุด - บุหรี่ ยาเส้น
อนุทิน - กัญชา
ไพบูน - กาว เมาเละเทะเลยนะมึงไอ่สัสสสส

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

59 Nameless Fanboi Posted ID:zNPYzdWJlQ

>>58 วลีจากลูกเพจดราม่า

60 Nameless Fanboi Posted ID:zXyc8p27vI

เฉพาะเดือนนี้ค่าใช้จ่าย 400,000+
ยิ่งจ่ายมากขึ้น ก็แปลว่า เราเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ละ

61 Nameless Fanboi Posted ID:zXyc8p27vI

สินค้าที่ถูกมองเป็นหวยมากกว่าชาเขียว พอถึงวันที่ต้องมองเป็นชาเขียวกลับขายไม่ออก ตอนออกเป็นอิชิตันก็ดูเหมือนลอกยี่ห้อเก่าโออิชิ พอออกเย็นเย็นก็เลยโดนสวนกลับด้วยจับใจและด้วยราคาที่ถูกกว่า พอซื้อไบเล่ก็ทำรสชาติไม่อร่อยเหมือนสูตรเดิม พอทำเพจเฟซบุ๊คก็มีตันตัวปลอมหลอกเงินชาวบ้าน

62 Nameless Fanboi Posted ID:zXyc8p27vI

เคยสงสัยว่าตอบจบของไซอิ๋วคืออะไร เพราะสารภาพตามตรงว่าไม่เคยอ่านจริงๆจังสักที เคยฟังแต่เค้าเล่ามากับดูละครช่อง 3 รู้แต่ว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นโดยยืมท่านเสวียนจ้าง ที่ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดีย แต่แต่งให้มีอภินิหารอ่านสนุก ก็เท่านั้น ....

วันนี้เลยนั่ง google ดู กลายเป็นนั่งอ่านไป 4-5 ชั่วโมง แล้วก็ไปเจอที่เค้าเฉลยว่า ทำไมไซอิ๋วคือนิยายที่ทรงอิทธิพลของจีน ไม่ใช่แค่มันแฟนตาซีเท่านั้น แต่ไซอิ๋วคือการกางพระไตรปิฎกออกมาแล้วเขียนใหม่ในมุมนิทาน

รู้แค่ว่าพระถังคือศรัทธา จะไปชมพูทวีป ต้องมีศรัทธาก่อน พกจิตไปด้วยซึ่งจิตคนเรา ประกอบด้วย โทสะ - หงอคง โกรธ , โลภะ - ตือโป๊ยก่าย โลภ , โมหะ - ซัวเจ๋ง ความไม่รู้

ก็แค่นั้น จน Google เจอที่เค้าอธิบายแต่ละบทแบบละเอียด ทึ่งเลยในความสามารถของคนแต่ง

หงอคงแปลงกายได้ เหาะเหิน เดินอากาศได้ ทำอะไรก็ได้ เพราะหงอคง คือจิตคนเรา ที่เป็นลิง ไม่อยู่นิ่ง คิดไปเรื่อย แค่คุมให้ตามลมหายใจยังยากเลย ดังนั้น ถ้าเราคุมหงอคงได้ .... การไปชมพูทวีปจะง่ายขึ้น ... เป็นต้น
และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราโกรธ - โทสะ เราจะเหมือนหงอคง แผลงฤทธิ์ พังพินาศ ราบเป็นหน้ากลอง

แต่หงอคงแพ้อะไร ? โดนขังไว้ที่อะไร ? ใช่แล้ว แพ้ฝ่ามือยูไล โดนขังไว้ที่เขา 5 นิ้ว

ฝ่ามือยูไล และเขา 5 นิ้ว แทน ขันธ์ 5
ต่อให้จิตแน่แค่ไหนสุดท้ายก็ไม่พ้นขันธ์ 5
ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

นอกจากนี้หงอคงยังมีกระบองวิเศษจัดการปีศาจได้ตลอด กระบองนั้นแทนปัญญา แต่ทว่า มีจิต กับปัญญา แค่นั้นมักเกิดปัญหา พระยูไลจึงประทานมงคล มารัดหัวไว้ ให้พระถังคอยดูแล มงคลนั้นก็แทน "สติ" ซึ่งมงคลเป็นรัดเกล้า 3 ห่วงคล้องกัน แทนไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา

ปีศาจแต่ละตัว แทนกิเลสที่เราต้องค่อยกำจัดออกไป

ตอนเจอกันครั้งแรกเห้งเจียบอกพระถังว่า
จะไปชมพูทวีปผมพา อาจารย์ตีลังกาไปได้ 7 ทีถึง
มามัวเสียเวลาเดินทำไมกัน ไม่เข้าใจ พระถังบอกว่าไม่ได้ต้องเดินไป

ปริศนาธรรมข้อนี้บอกว่า จิต+ปัญหา ฟังเค้าเล่า ฟังเค้าบอก คิดเอาเองก็บอกง่าย แปบเดียวก็ไปถึงนิพพานละ
เช่น เนี่ยคนเล่าให้ฟังอริยสัจ 4 ทางดับทุกข์ ฟังเข้าใจละ แต่จริงๆ แล้วไม่เข้าใจ ธรรมมะต้องลงมือปฎิบัติ เหมือนหงอคงบอกตีลังกาไป 7 ที มันไปไม่ถึง ต้องค่อยๆ เดินไป ศึกษาไป ปฎิบัติไป ถึงจะถึง

โป๊ยก่าย คือศีล 8 , ซัวเจ๊ง คือสมาธิ

ศรัทธา + ปัญญา + ศีล + สมาธิ จึงจะพ้นทุกข์

แต่บางครั้งปีศาจบางตัวก็เก่งเหลือเกิน
ต้องไปตามเจ้าแม่กวนอิมมาช่วย
เจ้าแม่กวนอิม คือ เมตตา

ปัญญา + เมตตา จะกลายเป็นสัมมาทิฏฐิ ธรรมชั้นสูงซึ่งปราบกิเลสได้เสมอ แต่เจ้าแม่กวนอิม มักให้เห้งเจียลองสู้จนหมดแรงก่อน ถึงมาช่วย เหมือนหากมีกิเลสควรให้ปัญญาลองขจัดดูก่อน เกินกำลังแล้วจึงให้เมตตาปล่อยวาง

ถ้าเกินกำลังเมตตา เจ้าแม่กวนอิมช่วยไม่ไหว
คนสุดท้ายที่มักมาช่วย คือ พระยูไล

พระยูไล แทน พระอริยสงฆ์ ท้ายที่สุดถ้าปฎิบัติไม่ไหวก็ถามผู้รู้เอา .... จบแน่นอน

ลำดับปีศาจแต่ละตัวในเรื่องก็เจ๋งมาก
เช่นเมื่อเริ่มเดินทาง ก็พบโจรทั้งหก ขัดขวางไม่ให้ไป
สุดท้ายเห้งเจียเลยเอากระบองตีจนตาย

โจรทั้งหกคือ อายตนะ 6 คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์ ต้องเอา ปัญญา (ตะบอง) ฟาดให้ตายก่อนถึงเริ่มออกเดินทางได้

แล้วก็เจอปีศาจไปเรื่อยๆ อ่านยังไม่จบ ท่าทางอีกหลายวัน

อ้อ แต่แอบโกงมาละ เปิดดูตอนจบ
สรุป ศรัทธา + ปัญญา + ศีล + สมาธิ เดินทาง
กำจัดกิเลสไปจนถึงชมพูทวีป แล้วได้อะไร

ตอนจบพระถังและคณะ มาถึงแม่น้ำแห่งหนึ่ง
สายน้ำเชี่ยวกรากมาก ไม่รู้จะข้ามไปยังไง
จนเจอเรือไร้ท้องเรือจอดอยู่ พระถังกังวลมาก
เรือไม่มีท้องเรือจะพาข้ามฟากยังไง

แต่สุดท้ายก็ยอมใช้เรือข้ามไป
แม่น้ำเชี่ยวกรากแทนกองกิเลส
เรือนั้นแทน สุญญตา ความไม่ยึดมั่นถือมั่น

เมื่อข้ามมาแล้วก็ถึงชมพูทวีป
และได้คัมภีร์มา เป็นหนังสือเปล่าหนึ่งเล่ม
แทนธรรมมะ ซึ่งคือความว่างเปล่า ...นิพพาน

แต่สุดท้ายเห้งเจียขอให้มีอะไรกลับไปจีนหน่อย
เพราะคนธรรมดาคงไม่เข้าใจ
เลยได้คัมภีร์มาอีกเล่มนึง เต็มไปด้วยอักษร
บันทึกการเดินทาง เรียกว่า พระไตรปิฎก ... จบ

อ่านแล้วคารวะคนแต่งเลย .... โห เก่งจัง

ปล. เข้าใจว่ามีหนังสือแปลที่ละบททีละตัวละคร ชื่อ "เดินทางไกลไปกับไซอิ๋ว" ว่าแล้วต้องไปหามาอ่านก่อน

ถามว่าถ้าพุทธ มีไซอิ๋ว แล้วคริสต์ละมีไหม

ว่ากันว่าของศาสนาคริสต์ คือ นาเนียร์
ใช่แล้วที่ทำเป็นหนัง มี 7 เล่มแทนบาป 7 ประการ

63 Nameless Fanboi Posted ID:CWCD/N+lPW

>>62 คหสต. นาร์เนียไม่ได้ลึกอะไรขนาดนั้น เพราะตั้งใจให้เป็นนิทานเด็ก
อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นนิทานใส่อคติเรื่องศาสนาและการเมืองของคนเขียนมากกว่า
และ 7 เล่มนี่กูว่าไม่ได้เกี่ยวกับบาป 7 ประการด้วย

64 Nameless Fanboi Posted ID:zXyc8p27vI

My annual review was Monday. I was given a raise that was a single penny over inflation, and asked to sign a non-compete for a job that almost anybody can do.

I turned in my notice Monday.

My direct manager, who was a close friend was personally offended. She thinks I should have stayed around and worked twice as hard to prove to upper management I was "worth more."

65 Nameless Fanboi Posted ID:FxOXpp/HgC

"งงใจพวกปกป้องพรบ.ไซเบอร์มากเลย
ทุกวันนี้มึงยังด่าเรื่องตำรวจจับแพะ ยัดยา ทหารมาเฟียเบ่ง ข้าราชการข่ม
เนี่ย เอาแค่ตามปกติ มึงก็ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวตนหรือดุลยพินิจเจ้าหน้าที่รัฐกันสักนิด สัมผัสกันได้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วพรบ.ที่ออกมามันไปเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐ abuse ได้ ก็เสือกออกมาปกป้องกันรัวๆ
ควยจริงๆ นี่แดกข้าวเป็นอาหารกันจริงๆรึเปล่าวะ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

66 Nameless Fanboi Posted ID:PS2dwOWYx4

>>65 สลิ่มมันโง่แล้วโง่เลยหวะ พูดไงก็กู่พวกมันไม่กลับ

67 Nameless Fanboi Posted ID:0HC7BhFK28

การศึกษาของสแตนฟอร์ด

ผมเพิ่งรู้ว่า อธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดนั้น ไม่เคยเรียนหนังสือที่อเมริกามาก่อน (เดิมท่านเป็นชาวแคนาดา เรียนจบตรีที่แคนาดา และเอกที่อังกฤษ แล้วจึงค่อยย้ายมาสหรัฐฯ)

เมื่อวาน ที่มหาวิทยาลัยมีการจัดงานเสวนากับท่าน เกี่ยวกับประสบการณ์และวิสัยทัศน์เรื่องการศึกษา ผมฟังแล้วก็ได้กลับมาคิดทบทวนหลายอย่าง

มีคนถามท่านว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ท่านอยากได้ข้อคิดอะไรก่อนที่ท่านจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

ท่านตอบว่า อยากให้มีคนบอกท่านว่า #คนเราไม่จำเป็นต้องวางแผนชีวิตทั้งชีวิตในวันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย นอกจากไม่จำเป็นแล้ว ยังเป็นไปไม่ได้ด้วย เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า โอกาสใดจะเข้ามาเมื่อไร และตัวเราเองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

สแตนฟอร์ดดูเหมือนจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ยืดหยุ่นที่สุด เด็ก ป.ตรีที่นี่เข้าเรียนวันแรกโดยยังไม่ต้องเลือกคณะ แต่ละคนค่อยๆ มาทดลองวิชาและเรียนรู้ว่าตัวเองชอบและสนใจอะไรในช่วงสองปีแรก จากนั้นจึงค่อยเลือกว่าฉันจะจบคณะไหน

ตัวท่านเองเรียนฟิสิกส์ตอน ป.ตรีที่แมคกิล ประเทศแคนาดา และได้ทุนไปเรียนตรีอีกใบที่ออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งท่านเลือกเรียนปรัชญาและสรีรวิทยา จากนั้นจึงเรียนต่อ ป.เอก ด้านสรีรวิทยาที่ยูซีแอล แล้วจึงมาทำวิจัยด้านสมองที่สหรัฐฯ จนเป็นนักวิจัยด้านสมองที่มีชื่อเสียง เคยได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ที่สแตนฟอร์ดอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วจึงย้ายไปบริหารบริษัทไบโอเทคขนาดใหญ่ ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งอธิการบดี

นึกย้อนถึงวัยเด็ก ท่านบอกว่า ตัวท่านโชคดีสองเรื่อง หนึ่งคือ #ท่านได้รับการศึกษาที่กว้าง ไม่ใช่แคบอยู่เฉพาะศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง

วิชาที่กลับให้ประโยชน์มากที่สุดกับท่านคือ วิชาปรัชญา เพราะเป็นวิชาที่ค่อนข้างแตกต่างจากวิทยาศาสตร์ (ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของท่าน) เพราะในวิทยาศาสตร์ จะมีข้อมูลและข้อเท็จจริงชัดเจน แต่ปรัชญาเป็นเรื่องของการให้เหตุผลล้วนๆ ซึ่งช่วยฝึกวิธีคิดในเรื่องต่างๆของท่าน

สแตนฟอร์ดจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาที่กว้าง, เมื่อวันก่อน เพื่อน ป.เอกของผมเพิ่งบอกว่า ไม่น่าจะมีมหาวิทยาลัยไหนอีกแล้วมั๊ง ที่การไปลงเรียนและทำวิจัยข้ามคณะง่ายเท่ากับที่สแตนฟอร์ด

ความโชคดีอีกเรื่องหนึ่งของท่าน คือสมัยที่ท่านเรียนมหาวิทยาลัย ท่านได้เจอ #ครูดีที่ช่วยแนะแนว แนะนำท่านว่า วิชาไหนน่าสนใจ ทุนการศึกษาไหนอาจเปลี่ยนชีวิตท่านได้ ฯลฯ

ท่านบอกว่า ในเรื่องนี้ นักเรียนของสแตนฟอร์ดจะต้องไม่ขึ้นกับโชคชะตาอย่างท่าน สแตนฟอร์ดจัดให้มีระบบครบวงจรที่จะแนะแนวและช่วยเหลือนักเรียน ตั้งแต่เรื่องการเลือกวิชา ทุนการศึกษา การเขียน การนำเสนองาน การหางาน การสร้างสรรค์ธุรกิจ ฯลฯ เด็กอยากทำอะไร อยากพัฒนาตนเองด้านไหน เรามีระบบพร้อมที่จะซัพพอร์ตเด็ก

มีคนถามท่านว่า เมื่อท่านเรียนจบ ทำไมท่านจึงเลือกมาทำวิจัยและทำงานในสหรัฐฯ? (ตอนนี้ท่านได้สัญชาติสหรัฐฯ แล้ว)

ตอนจบ ป.เอก ท่านได้ offer งานทั้งที่ลอนดอนและสหรัฐฯ แต่ท่านเลือกมาที่สหรัฐฯ ความคิดแรกก็แค่อยากทดลองของใหม่ๆ เพราะท่านไม่เคยอยู่ที่สหรัฐฯ มาก่อนเลย

แต่พอมาทำวิจัยและทำงานที่นี่ ท่านก็ติดใจ เพราะรู้สึกได้ถึง #พลังบวก พลังความเป็นไปได้ พลังความมั่นใจของคนที่นี่ และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้คนใช้ศักยภาพของตนให้เต็มที่ ทุนวิจัยก็มีมาก และไม่ติดกฎระเบียบหยุมหยิม

ท่านบอกว่า ถ้าเป็นที่อื่น เวลาจะทำอะไรใหม่หรือบุกเบิกแนวทางใหม่สักอย่าง จะถูกตั้งคำถามมาก คุณทำอย่างนี้ได้ด้วยหรอ? นี่มันแหวกแนวเกินไป? แต่ถ้าเป็นวัฒนธรรมวิชาการของสหรัฐฯ กลับจะได้ยินว่า เฮ้ย น่าสนใจดี! ลองดูสิ! ถ้าล้มเหลวก็ไม่เป็นไร ก็เริ่มต้นและลองกันใหม่

เมื่อกลับไทยครั้งที่แล้ว ผมเจอน้องคนหนึ่งเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ไทยแห่งหนึ่งได้ พูดคุยกัน เหมือนว่าน้องเขาจะเห็นภาพชีวิตข้างหน้าทั้งชีวิตเรียบร้อยแล้ว ("มีอะไรต้องคิดอีกล่ะครับ สอบเข้าคณะนี้ ก็ประกอบอาชีพนี้") พอคุยเรื่องการเลือกวิชา น้องเขาก็ดูเลือกได้ค่อนข้างจำกัดมาก ในเรื่องทัศนคติ น้องเขาดูเหมือนจะเตรียมไปรับถ่ายทอด "ความรู้" แต่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เตรียมไปฝึก "วิธีคิด" "วิธีถาม" หรือเอาความรู้ที่ได้มาเป็นฐานคิดเปิดเส้นทางอะไรใหม่ๆ

คนมักรู้กันว่า ตัว ม.สแตนฟอร์ดมีเงินเยอะมากเหลือเกิน เพราะเศรษฐีฝรั่งชอบบริจาคเงินให้กับมหาวิทยาลัย แต่ผมว่าสิ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยยิ่งใหญ่ คือ ทัศนคติต่อการศึกษามากกว่า

สาระของ "การศึกษา" คืออะไรครับ? คือการจำกัดกรอบ หรือการเปิดกะลา?, คือการจำสิ่งที่ถูก หรือพร้อมลองผิดลองถูกเพื่อสร้างสรรค์?, คือการตั้งไมค์กับกระดานให้พร้อม หรือการสร้างสภาพแวดล้อมให้นิสิตมีโอกาสพร้อมที่จะพัฒนาตนเองเต็มที่ตามศักยภาพที่เขาจะเป็นได้?

68 Nameless Fanboi Posted ID:0HC7BhFK28

จากภาพกรรมาธิการศูนย์ไซเบอร์ 5 คนที่แถลงข่าว ชาวเน็ตเอาภาพ 5 คนนี้มาล้ออย่างเมามันส์ ว่าลุคแบบนี้ ไม่น่ารู้เรื่องเน็ตหรือคอมหรอก ใช้เน็ตใช้คอมไม่เป็นหรอก ฯลฯ

ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ฉันสรุปได้เลยว่า "การแต่งกายด้วยชุดไทย การไว้ทรงผมแบบไทย การมีหน้าแบบไทย การมีสีผิวแบบไทย และอายุที่เกิน 40" ทำให้ประชาชนไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้จะมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์

เหมือนเป็นภาพลักษณ์ที่ฝังรากลึกในสมองคนไทยแล้วว่ะ ว่าความเป็นไทย หน้าตาแบบไทยๆ คือความโง่ ไม่ทันสมัย ล้าหลัง ไม่มีความรู้ ยิ่งบวกกับอายุที่เกิน 40 ยิ่งทำให้เชื่อไปกันใหญ่ว่าต้องไม่มีความรู้เรื่องคอมแน่ๆ

โดยที่ไม่มีใครคิดที่จะไปดูโปรไฟล์ของ 5 คนนี้เลย...

69 Nameless Fanboi Posted ID:.VBj5OpuzZ

"เดียร์ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน เดียร์ทำเพื่อช่วยคดีผัว "
มิตรสหายท่านหนึ่งในยูทูป

70 Nameless Fanboi Posted ID:OWzddLHARs

>>67 Eng กับ US มีดรามาประมาณนี้ละ คน Eng มักบอกว่าคน US ไม่มีระเบียบแบบแผน ส่วนคน US ก็ว่าคน Eng อนุรักษ์นิยม

>>68 keyword น่าจะเป็นเรื่องอายุเป็นหลัก คือภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่มักคิดว่าคนอายุ 40+ ไม่มีความรู้ด้าน IT อย่างลึกซึ้ง ยิ่ง 50+ ยิ่งแล้วใหญ่

71 Nameless Fanboi Posted ID:6IjuxUFWju

>>68 กูยังไม่ได้ตามข่าว ไม่รู้หรอกว่าไอ้ 5 คนที่ว่านี่โปรไฟล์เป็นไงหรือจบอะไรมา แต่เรื่องของ IT ไม่ใช่แค่มีโปรไฟล์ดีแล้วจบ เดี๋ยวนี้เรื่องในวงการนี้แม่งอัพเดตกันแทบจะวันต่อวัน เพราะงั้นคนที่เก่งในวงการนี้ คือคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับมันตลอด ติดตามอัพเดตข้อมูลใหม่ๆตลอด แน่นอนเสื้อผ้าทรงผมอายุหรือความเป็นไอ้ไทยมันไม่เกี่ยว แต่ถ้าจะยึดติดอยู่แต่โปรไฟล์อย่างเดียวก็ไม่แปลกที่จะโดนคนมองว่าโง่ล้าสมัยไร้ความรู้

72 Nameless Fanboi Posted ID:uIB+zENdS7

พวกเกิน 40-50 แต่เก่งไอที
/มองบิลเกต

73 Nameless Fanboi Posted ID:NIUvWREIB/

>>71 แล้วรู้ได้ไงว่าไม่อัพเดท มึงตัดสินจากอะไร

74 Nameless Fanboi Posted ID:6IjuxUFWju

>>73 มึงอ่านยังไงของมึงวะ กูยังไม่ได้ตัดสินเหี้ยอะไรเหอะ กูบอกไปตั้งแต่ประโยคแรกด้วยซ้ำว่ากูไม่ได้ตามข่าว ไม่รู้จักไอ้ 5 คนนั้น กูบอกแค่ว่าจะดูคนทำงานด้านนี้อย่าเอาแต่ยึดติดกับแค่โปรไฟล์

75 Nameless Fanboi Posted ID:bwV42KlJvD

เมื่อ10กว่าปีก่อน ผมทำงานอยู่แถวสหรัตนคร อยุทธยามีรุ่นพี่คนหนึ่งเงินเดือน15,000บาทไม่รวมโอที มีโอที2ทุ่มทุกวันตกๆเดือนละ2หมื่นกว่า ผมเห็นแกซื้อมาม่า1ห่อข้าวเหนียว10บาท ตอนพักเที่ยงแกจะขยำมาม่าใส่เครื่องปรุง แล้วเอาข้าวเหนียวมาจิ้ม กินเสร็จแกก็เก็บมาม่าส่วนที่เหลือเก็บไว้ พอพักเบรค5โมงเย็น แกก็เอามาม่ากับข้าวที่เหลือมากินต่อ แกทำอย่างนี้ทุกวัน ผมก็อดสงสัยไม่ได้ จึงถามแกไปตรงๆ พี่ทำไมไม่กินอาหารดีๆ เงินเดือนก็สูง แล้วเงินพี่จะเอาไปไว้ใหน พี่เขาบอกเก็บไว้ ผมนี่น้ำตาไหลพราก แสดงว่าทางบ้านพี่เขาต้องยากจน พี่เขาถึงเก็บเงินส่งบ้าน และลูกเมีย ผมยอมรับพี่เขาจริงๆ ผมก็เลยถามต่อไปอีกว่า พี่จะเก็บเงินไว้ทำอะไร ทำไมไม่หาความสุขใส่ตัว แต่คำตอบพี่เขา ทำไห้ผมร้องไห้เป็นครั้งที่2 พี่เขาบอก เก็บเงินไว้ดูดม้า #ก็อบมา

76 Nameless Fanboi Posted ID:Ys2gWnvGWQ

มีอยู่​ 2 ข้อที่เวลาเราไปเยี่ยมคนป่วยแล้วไม่ควรพูด
โดยเฉพาะคนที่ป่วยหนักหรือเป็นโรคระยะยาว
ตัวผมเองนั้นป่วยเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิต
ทั้งจากส่วนตัว​ และที่ได้พูดคุยกับผู้ป่วยท่านอื่นๆ
สรุปได้ว่ามีอยู่​ 2 ข้อความที่คนป่วยได้ฟังแล้ว
จะแอบมองบนอยู่ในใจนะครับ

1. "เดี๋ยวก็หายแล้ว"
ข้อความนี้บั่นทอนความรู้สึกได้ดีมาก
รวมถึงสามารถทำให้คนป่วยที่อารมณ์ดีๆอยู่
รู้สึกเซ็งขึ้นมาได้ในบัดดล

2. "สู้​ สู้"
คำนี้คือแบบว่า​ ...
ไม่บอกดีกว่าครับ​ เดี๋ยวโดนด่าแรง​ 555
แต่เอาเป็นว่าคำนี้​ เอาไว้พูดให้กำลังใจ
กับคนที่กำลังวิ่งตามรถเมล​์ให้ทันดีกว่าครับ
ไม่เหมาะเอามาพูดกับผู้ป่วย

บางคนอาจจะเถียงว่า
เคยถามคนป่วยคนอื่นแล้ว
เค้าบอกไม่เห็นจะเป็นไรเลย

ใช่ครับ​ เขาต้องตอบอย่างนั้นอยู่แล้ว
ตัวผมเองก็ตอบอย่างนั้นเช่นกัน

แต่ให้ลองสังเกตุสีหน้า
และอากัปกิริยาของเขาดูนะครับ
ว่าพูดไปแล้ว​ คนป่วยเค้าชะงัก
หยุดคิดอะไรนิดนึง
แล้วต่อด้วยยิ้มเจื่อนๆ
หรือพยักหน้าเออออตาม
แทนที่จะอารมณ์ดีสดใสขึ้นมาจริงหรือเปล่า
😅😅😅

อันนี้เป็นประสบการณ์จากคนป่วยหนักหลายๆคน
เล่าสู่คนที่ไม่เคยป่วยหนักๆให้ฟังกันนะครับ

77 Nameless Fanboi Posted ID:b38zu2QMI2

>>76 ได้ งั้นต่อไปจะไม่ไปเยี่ยมแล้ว

78 Nameless Fanboi Posted ID:BD8wDrbw6X

>>76 ไอ้มิตรสหายนี่ กูก็รออ่านอยู่นึกว่าจะมีบอกต่อว่าควรพูดยังไงถึงจะดี เสือกตัดจบซะงั้น หรือจะให้ถามตรงๆเลยว่าชีวิตมึงเหลือกี่เดือนวะดี

79 Nameless Fanboi Posted ID:wuLvTTRWz.

>>78 สงสัยต้องถามว่ายังอยากทำอะไรก่อนตายไหมไม่ก็เมื่อไหร่ตายวะมั้ง

80 Nameless Fanboi Posted ID:wW21pnN98D

>>79 ตายโดยสมัครใจไปเมื่อวานนี้เอง https//www.pptvhd36.com/news/99240

81 Nameless Fanboi Posted ID:wW21pnN98D

>>80 แก้ลิ้งค์ https://www.pptvhd36.com/news/99240

82 Nameless Fanboi Posted ID:ErupMyetvk

แนวทางอุดมการณ์ของผมคือ Christian democracy ครับ

ผมเชื่อว่า ประชาธิปไตยกับสิทธิมนุษยชนสมัยใหม่มันเป็นผลผลิตของวัฒนธรรมคริสเตียนยุโรป

แนวคิดนี้มันผ่านการวิวัฒนาการควบคู่กับศาสนาคริสต์มาตลอดประวัติศาสตร์ยุโรป

ทั้งสองเป็นเหรียญเดียวกันแต่คนละด้าน

คุณคิดว่าจอร์ช วอร์ชิงตัน เอาอะไรมาอ้างสิทธิ์ประกาศอิสระภาพ?

วิลเลี่ยม เวอเบอร์ฟอร์ท เอาอะไรมาอ้างสิทธิ์ทาส?

มาร์ตินลูเธอร์ คิงส์ จูเนียร์ เอาอะไรมาอ้างสิทธิ์คนผิวสี?

ดังนั้น เมื่อคุณไปพยายามอธิบายให้คนไทยยอมรับว่า "คนเราเท่ากันหมด ไม่ว่าฐานะ หรือการศึกษาใด ทุกคนควรจะได้สิทธิ์เท่ากันหมด" กับ "มนุษย์เราไม่ว่าจะทำผิดขนาดไหนก็ไม่ควรถูกประหารอย่างทารุณ เพราะเขามีสิทธิมนุษยชน" แม่งยากชิบหายครับ ลองดูได้

แต่ถ้าคุณไปโบสถ์แล้วบอกว่า "พระเจ้าสร้างคนมาเท่ากัน พระคำภีร์บอกแบบนั้น" กับ "พระคริสต์บอกว่าอย่าได้ตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่จงยกโทษให้ศัตรู แล้วให้การแก้แค้นเป็นหน้าที่ของพระเจ้า เราเกลียดความบาปแต่ปรารถนาจะช่วยให้คนบาปกลับใจ" คนก็จะตอบกลับว่า "อาเมน"

การพูดเรื่องความเชื่อคริสเตียนทุกวันนี้คือการพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยอ้างพระเจ้า

การพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนทุกวันนี้ก็เป็นการพูดเรื่องคำสอนของคริสเตียนโดยไม่พูดถึงพระเจ้า นั่นแหละครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

83 Nameless Fanboi Posted ID:8xZwJP++Sr

>>82 Inquisitor is waiting for you.

84 Nameless Fanboi Posted ID:zX07CjMmRT

>>82 มิตรสหายท่านนี้ เหมือนชอบศึกษาหาข้อมูลอะไรมาลงเพจเยอะนะ แต่ error inform บ่อยเชี่ยๆ ลูกเพจก็ไม่ค่อยมีใครขัด ไม่เข้าใจเหมือนกัน

85 Nameless Fanboi Posted ID:wtx08Z9Hld

>>84 เพจไหนเหรอ

86 Nameless Fanboi Posted ID:zX07CjMmRT

>>85 เจ้าของเพจมีผลงานไรต์โนเวล ที่คนญี่ปุ่นชม แต่ไม่มีแปลญี่ปุ่น ไม่เคยขายในญี่ปุ่น และคนที่ชมก็ไม่เคยอ่าน เพราะเขาชมปกไม่ได้ชมหนังสือ น่าจะมีเจ้าเดียวนะ

87 Nameless Fanboi Posted ID:7OU+L4V+2B

>>86 อ้อ ตานี่เอง บางทีข้อมูลมันไม่ได้ผิดหรอก แต่จับมาเฉพาะที่เข้าข้างตัวเองแล้วตีความเข้าข้างตัวเองตลอด อ่านเอาขำๆ ได้ สมกับเป็นนักแต่งนิยายดี

88 Nameless Fanboi Posted ID:SQ8nR.xmFY

กำลังรอดูว่า LN หะริดกับภาณุ (ในไวมาร์เยอรมัน) ของใครจะสนุกกว่ากัน

89 Nameless Fanboi Posted ID:Ys2gWnvGWQ

#ลาออกจากราชการ งานที่ใครๆก็บอกมั่นคง

ถ้าไปเจอผู้ใหญ่หลายๆคน ก็จะชื่นชมกับเราที่ได้เข้ารับราชการ ได้มีงานที่มั่นคง มีหน้ามีตา มีตำแหน่ง เลี้ยงดูครอบครัว เลี้ยงดูตัวเองได้ในชีวิตบั้นปลาย แต่เด็กๆยุคใหม่ คงมีคำถามในใจว่า “จริงหรอ?” เราจะอยู่ได้ยังไงกับเงินเดือนที่ไม่สมดุลกับภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ? ในโลกที่หมุนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ ทำให้เด็กรุ่นใหม่มีความคิดที่ไกลและเก่งมากขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น “ผู้กองเบนซ์”

“ผู้กองเบนซ์” (ร.ต.อ.สี่ทิศ อ่ำถนอม) คุณพ่อรับราชการทหาร ลาออกมาทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และปั๊มน้ำมันกับครอบครัว จนสุดท้ายธุรกิจมีปัญหา ทำให้เปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่เคยอยู่สบาย ต้องเปลี่ยนโรงเรียนและพ่อแม่ก็ต้องแยกกันไปหารายได้ เด็กชายเบนซ์ มีความฝันเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่น คือ อยากใส่เครื่องแบบรับราชการ ได้งานที่มั่นคง จึงพยายามและตั้งใจ จนสุดท้ายก็คว้าความฝันมาได้ ต่อมาพ่อเสีย แม่ก็ไม่มีรายได้ น้องชายยังเรียนไม่จบ แถมยังเป็นหนี้ธนาคารอีกเกือบ 2 ล้าน ทำให้ต้องมองหาวิธีสร้างรายได้อยู่เสมอ แต่ก็ติดที่ว่า เป็นตำรวจ โดยเฉพาะ ตชด.ใต้ มันไม่มีเวลาว่างพอที่จะแอบไปทำธุรกิจได้เลย จึงกะล๊อกก๊อกแก๊กอยู่กับเบี้ยเลี้ยงลุ่มๆดอนๆ เงินเพิ่มค่าสู้รบ เงินเสี่ยงภัย นู่นนี่นั่นมาตลอด เรียกว่าแต่ละเดือนนี่ชักหน้าไม่ถึงหลัง นอกจากหนี้ในระบบแล้ว ยังมีหนี้นอกระบบอีกบานเบอะ จึงพยายามใฝ่หาความรู้และพัฒนาตนเอง จนกระทั่งมาพบกับโอกาสในการสร้างรายได้ด้วยสติ๊กเกอร์ไลน์ และมันก็ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล เขาสามารถสร้างรายได้จาก”หนึ่งหมื่นกลายเป็นหนึ่งล้านต่อเดือน” สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออกจากราชการ เพื่อมาทำธุรกิจเต็มตัว

ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำ Personal Branding, Facebook Live และ Facebook Marketing เป็นวิทยากรบรรยายให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงวิทยากรในสัมมนาทางธุรกิจต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม และลาวด้วย

90 Nameless Fanboi Posted ID:urocqYKuEe

>>88 ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้ตรอมตรมก็ดีอยู่นะ แต่มันเป็นรวมเรื่องสั้น ส่วนคดีดาบลาวยาวแดงอ่านแล้วง่วง

91 Nameless Fanboi Posted ID:40RJIQId5X

จริงๆ กูก็อยากทำได้เหมือนหลายคนใน Facebook ที่แม่งโพสต์แต่เรื่องดีๆ โพสต์ชมคนนั้นว่าดี คนนี้ว่าดี คนโน้นเก่ง คนนั้นน่าชื่นชม อุ้ย สถานที่นั้นดี อุ้ย สิ่งโน้นยอดไปเลย อุ้ย โครงการนี้ดีงามมาก
ไม่ว่าสังคมประเทศนี้จะมีเรื่องเหี้ยห่า ระยำ อับปรีย์ จัญไร ชั่วช้ามากมายแค่ไหน ก็จะไม่โพสต์ถึงเลย แบบว่า ไม่เอาเรื่องไม่ดีไม่งามเทาๆดำๆในสังคมมาบ่นด่าวิจารณ์ลงใน Facebook เด็ดขาด ฉันจะให้พื้นที่ของฉันเป็นสีขาว สีชมพู สีรุ้ง เท่านั้น
ซึ่งยังไงๆกูก็ทำแบบเค้าไม่ได้ อีเหี้ย! เค้าทำได้ไงวะ แล้วทำไมกูทำไม่ได้อย่างเขา
33

92 Nameless Fanboi Posted ID:p6yB89mvIH

>>82
"ประชาธิปไตยกับสิทธิมนุษยชนสมัยใหม่มันเป็นผลผลิตของวัฒนธรรมคริสเตียนยุโรป"
ประชาธิปไตยเกิดในกรีซ ศาสนาของกรีซคือศาสนาหลายพระเจ้าหรือก็คือPaganที่คริสเตียนเกลียดยิ่งกว่าอะไร

สิทธิมนุษยชนเกิดจากยุคEnlightenmentที่นักคิดประกาศแนวคิดเรื่องNatural Lawsขึ้นมาเพื่อต่อต้านแนวคิดDivine Rights of King(แนวคิดที่ถูกหนุนด้วยคริสเตียน) จนกระทั่งสิทธิมนุษยชนมาเป็นตัวเป็นตนในหนังสือRights of Man (1791)โดยโทมัส เพนท์ ซึ่งเพนท์เป็นหนึ่งในFounding Fatherของอเมริกา เป็นคนที่ต่อต้านการใช้ศาสนาคู่กับรัฐ(ตรงนี้Founding Fatherทุกคนเห็นพ้องต้องกันหมด)

อนึ่ง God ในความหมายของFounding Fathersที่มีอยู่ในDeclaration of Independence(ที่เขียนส่วนใหญ่โดยโทมัส เจฟเฟอสัน จอร์จแค่ประกาศเฉยๆ) เป็นพระเจ้าแบบDeism ก็คือพระเจ้าแบบที่สร้างจักรวาลเสร็จแล้วก็ช่างหัวมัน ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งไม่ใช่พระเจ้าของคริสเตียนmainstream พระเจ้าของคริสเตียนเมนสตรีมคือพระเจ้าแบบOmni(รู้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่าง อยู่ทุกที่ และขี้เสือก)

อสอง คำว่า "In God We Trust" บนเงินอเมริกันมีในสมัยไอเซนฮาวเออร์ ทำแบบนั้นเพื่อที่สร้างความแตกต่างจากพวกคอมมูนิสต์(คอมมูนิสต์เป็นเอทีส) ไม่ได้มีมาตั้งแต่ต้น

William Wilberforce (ไม่ใช่'เวอเบอร์ฟอร์ท' กูงงตั้งนานว่าใคร) กับ MLK อ้างพระเจ้าจริง ไม่เถียง

แต่อย่างอื่นผิดหมด

พิมพ์มาซะยาว ใครรู้จักมิตรสหายขี้เบียวมั่วข้อมูลท่านนี้ช่วยแคปไปส่งหน่อย อยากดูว่าจะแถยังไง

-โม่งสหายท่านนึง

93 Nameless Fanboi Posted ID:iUkV9iHcOC

>>92 ไม่กล้าอ่ะครับ กลัวโดนแบน

94 Nameless Fanboi Posted ID:40RJIQId5X

อ่านในเพจต่างๆหลายสิบเพจ มีหลายคนด่าว่า "ทำไมรัฐบาลต้องช่วยหนังไทย" "ทำไมคนทำหนังต้องเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ" คืออย่างงี้ ฉันจะอธิบายให้ฟังนะ

รัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วทุกประเทศ เค้าช่วยสนับสนุนหนังประเทศเค้าเองทั้งนั้น ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส อังกฤษ ฯลฯ ทั้งช่วยเหลือทุนสร้าง ช่วยโปรโมทประชาสัมพันธ์ ช่วยนำหนังออกขายทั้งในและต่างประเทศ ช่วยกวาดล้างการละเมิดลิขสิทธิ์ ช่วยหาโรงฉายหนังดีๆให้ ฯลฯ

เพราะรัฐบาลเขามองว่าภาพยนตร์คือ "สินค้าพาณิชย์ศิลป์" สามารถสร้างเม็ดเงินเป็นหมื่นล้านหมุนเวียนในประเทศได้

ในเมื่อรัฐบาลไทย กระทรวงพาณิชย์ไทย สนับสนุนงานพาณิชย์ศิลป์ เช่น งานจิตรกรรม งานประติกรรม งานแกะสลัก งานทอผ้า งานเครื่องทอง ฯลฯ ส่งออกขายทั่วโลก แล้วทำไมถึงไม่สนับสนุนหนังไทย ซึ่งเป็นงานพาณิชย์ศิลป์เหมือนกันล่ะ?

ทีนี้ เห็นมีหลายคนด่าว่า "หนังไทยห่วยทุกเรื่อง รัฐบาลไม่ควรช่วยเหลือ" "ทำหนังไทยห่วยเอง ทำไมต้องให้รัฐบาลช่วยวะ"

ต้องถามกลับว่า คนที่ด่าเนี่ย ดูหนังไทยครบทุกเรื่องหรือยัง รู้ไหมว่า มีหนังไทยเข้าฉายปีละ 50 - 70 เรื่อง หากนับตั้งแต่ปี 2550 - 2561 มีหนังไทยรวมกว่า 600 เรื่อง คุณดูหมดทั้ง 600 เรื่องแล้วเหรอ ถึงฟันธงว่าหนังไทยห่วยทุกเรื่อง

ฉันอยากจะบอกว่า ใน 600 เรื่องนี้ มีหนังไทยที่ได้คะแนนสูงถึง 3ดาว 4ดาว กว่าครึ่งนะ ถ้าเทียบอัตราส่วนหนังดีๆ เรามีมากพอๆกับหนังอเมริกา ทั้งๆที่เราใช้ทุนสร้างน้อยมาก ตามงบของประเทศยากจน

ถามกลับคนที่ด่าหนังไทยว่า ในบรรดาหนังดีๆกว่า 300 เรื่อง ในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา พวกคุณรู้จักหนังเหล่านี้ถึง 100 เรื่องไหม แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินชื่อหนังดีๆเหล่านี้

เพราะหนังไทยดีๆกว่า 300 เรื่อง "ไม่มีงบโปรโมทหนัง และไม่มีโรงฉายไง" คนไทยส่วนใหญ่ถึงไม่รู้จักและไม่เคยดูหนังเหล่านี้ แล้วด่าเหมารวมว่าหนังไทยห่วยทุกเรื่อง

นั่นแหละคือสิ่งที่คนทำหนังต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ คือ การนำหนังดีๆจากค่ายเล็กๆออกสู่สายตาคนทั้งในและต่างประเทศ ส่งออกไปทั่วโลก และส่งเสริมงบประมาณให้ค่ายหนังที่ผลิตหนังดีๆ ค่ายหนังที่กล้าสร้างหนังที่มีความหลากหลายด้านเนื้อหา

ขนาดเกษตรกรรายย่อยปลูกพืชแล้วเจ๊ง รัฐบาลยังเข้ามาช่วยเหลือ หาทุน หาช่องทางการตลาดให้ แล้วทำไมผู้หนังรายย่อย ที่สร้างหนังดีๆ รัฐถึงไม่ให้ความช่วยเหลือล่ะ

ข้อนี้สำคัญ ประเทศอื่นๆเค้าเอาภาพยนตร์ไปอยู่ในการดูแลของ "กระทรวงพาณิชย์" วงการหนังประเทศเขาจึงได้รับการช่วยเหลือด้านการค้าขายอย่างเต็มที่
แต่ปัญหาของไทยคือ ดันเอาภาพยนตร์ไทยไปอยู่ในการดูแลของ "กระทรวงวัฒนธรรม" ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมด้านการค้าขาย ก็เลยไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธี

จบ

95 Nameless Fanboi Posted ID:QmOb64PVnT

คิดวิธีแก้ไขปัญหามุสลิมขึ้นมาได้

1. เราต้องตีความเรื่องสิทธิของนักบวชใหม่ ในศาสนาอิสลาม คนทุกคนคือนักบวช ไม่มีแบ่งเป็นพระ เป็นคุณพ่อเหมือนศาสนาพุทธ คริสต์ และในเมื่อนักบวชพุทธ คริสต์ ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง นักบวชอิสลามก็ไม่ควรมีสิทธิเลือกตั้งด้วย ดังนั้นมุสลิมจึงไม่ควรมีสิทธิเลือกตั้ง

2. นักบวชนั้นไม่สามารถเป็นข้าราชการได้ ดังนั้นตามเหตุผลในข้อ 1 มุสลิมจึงไม่สามารถเป็นข้าราชการได้ ต่อจากนั้นสมควรเพิ่มเติมข้อความในหมวดความผิดร้ายแรงของวินัยข้าราชการว่า "ห้ามกระทำการอันเอื้อไปสู่การเผยแผ่ศาสนาในเวลาราชการ" ดังนั้น หากข้าราชการมุสลิม (ที่เป็นอยู่ก่อนกฎหมายนี้ใช้บังคับ) ทำการละหมาดหรือกล่าวดุอาห์ในที่ทำงาน จะถือว่าผิดวินัยร้ายแรงและต้องถูกไล่ออกจากราชการโดยไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ

3. ทำการเก็บภาษีนักบวชในอัตราที่สูง และด้วยเหตุผลในข้อ 1 ทำให้มุสลิมทุกคนต้องเสียภาษีเพิ่มเติมจากภาษีเงินได้ที่เสียอยู่

4. เก็บภาษีศาสนกิจในสถานประกอบการเอกชน หมายความว่า หากหน่วยงานเอกชนใดเอาเรื่องศาสนามาเกี่ยวข้องกับที่ทำงาน เช่นว่าจัดงานบุญประจำปีบริษัท เอาพระมาเจิมประตู ก็ต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐด้วย และในเมื่อมุสลิมถือเป็นนักบวชตามข้อ 1 หากบริษัทไหนรับมุสลิมเข้าทำงาน ก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มเติมให้แก่รัฐ คูณด้วยจำนวนวันที่มุสลิมมาทำงานที่บริษัทในรอบปีภาษี

5. ห้ามนำนักบวชเข้ามาสอนหนังสือในโรงเรียนที่ได้รับการรับรองหลักสูตรจากรัฐ คือ สามารถสอนวิชาศาสนาได้ แต่ห้ามนำพระเข้ามาสอน ในกรณีของมุสลิมนั้นให้ยึดตามข้อ 1 คือมุสลิมทุกคนเป็นนักบวช เพราะฉะนั้นมุสลิมจึงไม่มีสิทธิเป็นครู ไม่ว่าจะเป็นวิชาใดก็ตาม นี่จะทำให้โรงเรียนสอนศาสนาต้องปิดไปโดยปริยาย

6. ทุกศาสนสถานต้องมีคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 7 คนเพื่อดำเนินกิจการต่าง ๆ โดยคุณสมบัติของกรรมการนั้นคือต้องไม่เป็นนักบวช ด้วยเหตุผลข้อ 1 มุสลิมจึงไม่สามารถเป็นคณะกรรมการสุเหร่าได้ และสุเหร่าทุกแห่งจะต้องปิดตัวลงเนื่องจากขัดกับข้อกำหนดของกฎหมาย เว้นแต่จะให้คนต่างศาสนิกมาเป็นคณะกรรมการสุเหร่า

7. ห้ามนักบวชเข้าเรียนในสถาบันระดับอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันระดับอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ

อันนี้คือมาตรการขั้นต้น สำหรับมาตรการขั้นกลางและขั้นสุดท้ายนั้นจะแจ้งให้ทราบต่อไป หากเห็นด้วยก็ฝากแชร์ไปให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ได้ทราบด้วยนะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

96 Nameless Fanboi Posted ID:qPiyC06GL4

>>95 เอาข้อ 5 กับ 7 นี่ก็เตรียมวอร์กับกิลด์ Monk ได้เลย

ข้อ 5 นี่ไปดูตามโรงเรียน พระสงฆ์ทั้งนั้นที่สอนพุทธศาสนา ส่วนข้อ 7 มหาลัยสงฆ์เดี๋ยวนี้เปิดวิชาสังคมศาสตร์ทางโลกกันหมดละ

97 Nameless Fanboi Posted ID:83Ubu6nTLo

>>94 แต่ไอ้ต้นเรื่องนะกระทรวงวัฒนธรรมเขาช่วยเหลือทุกอย่าง ตั้งแต่ออกเงิน พาไปหานายทุนที่ต่างประเทศ แล้วก็ไปหาช่องทางฉายต่างประเทศด้วยนะ แต่ผกก.ดันไปบอกว่ารัฐไม่ช่วยเหลือ จนโดนคนให้เงินตบหน้าแหกบนเวทีนั่นละ

98 Nameless Fanboi Posted ID:QmOb64PVnT

>>96 มีพระสอนในโรงเรียนจริง แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาพระมาสอน เอามาสอนทำไม ครูสังคมมึงขี้เกียจรึ ถ้าอยากให้ซึมซับมากก็เอาไปเข้าค่ายธรรมะ หรือไม่ก็ไปเรียนที่วัดก็ได้ ส่วนมหาลัยสงฆ์ ก็เปลี่ยนให้เป็นมหาลัยเอกชนไป โดยให้ฆราวาสดูแล ไม่เห็นจะยากอะไร

99 Nameless Fanboi Posted ID:6o+Y4hPRUQ

>>95 ออกนโยบายสุดโต่งแบบนี้มาพวกมุซซี่ลงใต้ดินแฝงตัวเงียบๆกลายเป็นโคตรเครือข่ายกองโจร ไม่ก็คลั่งก่อจลาจลขึ้นมา จะยิ่งชิบหายกว่าเดิมนะ

100 Nameless Fanboi Posted ID:5uh4wnZ4Zo

>>98 เขาเน้นให้พระเรียนวิชาทางโลก เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าจะบวชได้ตลอดชีวิตไหม ถ้าเบื่อๆ แล้ว อยู่ไม่ไหว สึกออกไปก็ยังมีวิชาติดตัวไปประกอบอาชีพได้ ก็เหมือนโรงเรียนทหารละ เดี๋ยวนี้นายร้อยเหล่าต่างๆ เขาปรับหลักสูตรอิงคณะวิศวะ - วิทยาของ ม.ปกติ หมดละ เพราะถ้าวันนึงรู้สึกว่าทหารไม่ใช่อาชีพที่ตัวเองชอบ จะได้ลาออกไปทำอย่างอื่นได้ ไม่ต้องทนอยู่แล้วก็เป็นนายพลแก่ๆ ให้เด็กมันด่าเล่นแบบตอนนี้

101 Nameless Fanboi Posted ID:aQLsgjk32V

https://thaipublica.org/2019/02/econoarchaeology9/

ภาษาไทยค่ะ ยาวหน่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับเมืองโบราณศรีเทพด้วย

#savesithep เพิ่มเติมนะคะเรื่องการขุดเจาะน้ำมันที่ศรีเทพ สิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุดก็คือการที่การจัดฟังความเห็นและทำแผน EIA เกิดขึ้นระหว่างช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเลือกตั้ง เป็นตัวอย่างที่ดีของกลุ่มบริษัททุนยักษ์ใหญ่อาศัยความวุ่นวายผ่านเรื่องออกมา อย่างมากก็มีเสียงค้านจากชุมชน หอการค้าภายใน ไม่ได้เป็นกระแสอะไรมากมายที่จะทำให้โดนกดดันให้ดูว่าโบราณสถานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ใด ไม่พูดเรื่องสถานะของเขาคลังนอกในฐานะโบราณสถานนะคะ แต่เอาเรื่องนี้ก่อนเลย

1) หลุม STN-2 ใกล้หมู่บ้านแทบจะประชิด ถามว่าน้ำบาดาลเสียมั้ยคะที่จะขุดเนี่ย อำเภอศรีเทพมีประชากร 8,703 คน ตำบลศรีเทพซึ่งคือตำบลที่จะเสนอให้มีการขุดเจาะแม้ไม่มีข้อมูลสถิติถามว่าคนที่จะได้รับผลกระทบจากการที่ไปขุดน้ำมันหลังหมู่บ้านเค้าทำอย่างไร แรงสะเทือนไม่ได้มาแต่จากกิจกรรมการขุดเจาะแต่มีเรื่องการขนส่งด้วยบ้านของชาวบ้านจะไม่พังหรือ?

2) บริษัทมีความพยายามมาทาบๆเคียงๆที่อุทยานศรีเทพนานแล้วแม้กระทั่งเข้ารวมงานบูชาเจ้าพ่อศรีเทพ แต่อยู่ๆก็มาจัดฟังความเห็นตอนนี้ มีเหรอคะจะไม่รู้ว่ากรมศิลป์และชาวบ้านจะค้าน มีเหรอจะไม่รู้ว่าจะมีการยื่นแผนยูเนสโก้ แล้วอะไรทำให้เอกสารข้อมูลในการฟังความเห็นมีคำว่า "โบราณคดี" อยู่แค่สองจุด? เป็นเพราะบริษัทรู้ว่าการประเมิน EIA เรื่องมรดกทางวัฒนธรรมไม่ใช่เกณฑ์ใหญ่ยังไงถ้าเอาการประเมินแค่สิ่งแวดล้อมตามแผนทำกันมาก็ผ่านได้ตามแบบที่เคยทำมา แล้วที่สำคัญกรมศิลปากรไม่มีอำนาจเรื่องนี้

3) ต่อให้ต้องย้ายหลุมก็คุ้มเพราะถ้าไม่ผ่านบริษัทก็แค่เสนอย้ายที่ขยับออกมาจากเขาคลังนอก แล้วเมืองศรีเทพหล่ะ? บริเวณเมืองโบราณรอบๆเต็มไปด้วยบ่อน้ำโบราณและโบราณสถาน โบราณสถานย่อยเหล่านี้จะรอดหรือไหนจะบ้านชาวบ้านอีก ทัศนียภาพในการยื่นแผนยูเนสโก้ก็เสีย

4) เขาคลังนอกมีลักษณะในการเป็นพื้นที่ศาสนสถานด้วย เรื่องนี้ไม่อยากพูดมากแต่ถ้าให้เปรียบก็เหมือนไปขุดบ่อน้ำมันหน้าวัดพระศรีสรรเพชรญ์ดีๆนี่เอง เพราะนอกจากจะเป็นโบราณสถานแล้ว เขาคลังนอกยังเป็นสถานที่สักการะของชาวพุทธในพื้นที่ เป็นมาพันกว่าปีแล้วและยังคงเป็นต่อไป

เกมส์นี้จะให้เงียบไม่ได้ค่ะ เพราะข่าวไม่สนใจ นักการเมืองมัวแต่เถียงกัน อิทธิพลท้องถิ่นกับบริษัทก็จะทำอะไรแบบนี้ได้ อย่าให้ กผ อนุมัติแผนเด็ดขาดแล้วที่สำคัญ ต้องตีวงล้อม 5 กิโลรอบศรีเทพไปเลย เพราะในการประเมิน EIA ก็ใช้หลักระยะเดียวกันประเมินเขจผลกระทบ ต้องไม่ให้มาขุดเจาะในพื้นที่รอบโบราณสถานโดยเฉพาะให้เขตพื้นที่คาบเกี่ยวที่อาจจะส่งผลกระทบในวงกว้างได้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

102 Nameless Fanboi Posted ID:40RJIQId5X

วันนี้นั่งฟังพ่อค้าร้านข้างทางที่มาตั้งร้านบนฟุตบาทจัลกลุ่มคุยกัน

เรื่องมีอยู่ว่า มีคนไปร้องเรียน (เราเปล่านะ) ว่าร้านข้างทางมาตั้งร้านล้ำหรือแม้กระทั่่งตั้งมันบนฟุตบาทเลย ทำให้ไม่มีทางเดิน และร้านพวกนี้มักจะเอาขยะไปวางกองกันไว้หน้าปากซอย แทนที่จะเก็บรอรถขยะผ่านมารับ

พ่อค้าร้านหนึ่ง: เค้าร้องเรียนอะไร ขายบนฟุตบาท?

พ่อค้าหัวร้อน: กูขายของกูบนฟุตบาทแบบนี้มาตั้งสามสิบปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหา มันเป็นใครวะ

พ่อค้าร้านหนึ่ง: แต่ตั้งล้ำฟุตบาทมันก็ผิดกฎหมายจริง ๆ นะ

พ่อค้าหัวร้อน: ไอ้พวกคนรวยขับเบนซ์ท้ายซอยพวกนี้นี่แหละที่ร้องเรียน ชอบบีบแตรหาว่าขวางถนน.. เดี๋ยวก่อน กูจะไปออกรถเก่า ๆ ทำประกันชั้นหนึ่งแล้วมาขับรถชนมันแม่งเลย ตำรวจไม่จับอยู่แล้ว
.
.
.
.
คนแบบนี้นี่น่ารังเกียจ ตัวเองทำผิดกฎหมายมาสามสิบปี เอาเปรียบสังคมมาสามสิบปี ยังจะมีหน้ามาทำกร่างอีก ไม่ต้องไปโทษรัฐบาล โทษตำรวจ โทษคนอื่น ๆ หรอก ส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่าตัวเองมีส่วนรั้งความเจริญของชาติมากแค่ไหน

103 Nameless Fanboi Posted ID:b1ymR0RQWU

>>102 อ่านแล้วซึ้ง ลุงตู่อยู่ต่อนะ

104 Nameless Fanboi Posted ID:5uh4wnZ4Zo

สงครามชนชั้นเลย

105 Nameless Fanboi Posted ID:IjCmV+keCH

ผมสังเกตมาซักพักหละว่าบริษัทของอีลอน ขึ้นชื่อเรื่องดูแลพนักงานไม่ดี กดดัน ดูถูก สารพัด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
สตีฟจ๊อบ ก็อีกคนที่ดูแลไม่ดี แต่สตีฟจ๊อบพร้อมจะจ่ายเงินเสมอ
เทียบกับทรัมป์ ทรัมป์บอกพนักงานที่เป็นมะเร็งว่า ค่ารักษาทั้งหมด ที่เบิกไม่ได้ ให้เอามาตั้งบนโต๊ะผม ทั้งๆ ที่บริษัทกำลังขาดทุน

ผมว่าบริษัทขออีลอนด์ ควรจะโดนตรวจสอบเรื่องธรรมาภิบาล

106 Nameless Fanboi Posted ID:IjCmV+keCH

ถือว่าตัดขาดกันอย่างเป็นทางการในความตอแหล เอาดีเข้าตัว ใครงงอะไรกูมีหลักฐานหมดอะ รู้แค่ไม่พูดแต่มีคนมาบอก ดูความตอแหลของคนมันสนุกกว่าเยอะ กูไม่เคยไม่ชอบใครโดยที่ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว เรื่องนี้มันเกิดจากที่คน 3 คนเป็นเพื่อนกัน แล้วมีอีดอกตัวนึไปป่าวประกาศเอาดีเข้าตัว เอาเรื่องเสียๆหายๆของเพื่อนไปป่าวประกาศให้คนนอกรับรู้ ซึ้งตอนนี้กูไม่รู้แล้วว่ามีใครรู้เรื่องนี้เท่าไหร่บ้าง ซึ้งคำว่าเพื่อนสนิทมันไม่ควรทำสันดารแบบนี้ คนเราควรมีจิตสำนึกป่ะวะ
ขนาดตอนเคลียกันกูถามว่ากูเคยทำอะไรให้มึงไม่พอใจหรอ? มึงถึงเอากูไปนินทาแบบนี้แล้วเอาดีเข้าตัวแบบนี้ ซึ้งแม่งก็ตอบเหี้ยไรมาไม่รู้ ซึ้งอยู่กัน 5-6 คนยังฟังไม่รู้เรื่องเลย แล้วงงว่าเอาคนอื่นเข้ามายุ่งเรื่องนี้ทำไม ไปยุยงให้คนอื่นเค้าทะเลาะกัน มันควรเคลียให้จบแค่ 3 คนซึ้งคนอื่นบอกเคลียจบแล้ว แต่คำตอบที่กูได้กูยัวจำใจความไม่ได้เลย นี้คือคำว่าเคลียแล้วหรอวะ พอใีปัญหา บอกว่าตั้งแต่หนู 3 คนเข้ามามีปัญหาไม่หยึด ซึ้งมาเคลียจริงๆ มีคลี่คลายปัญหา มันมาจากใครอะ ใครเป็นครเริ่มนำคนอื่นเข้ามา
แล้วอันนี้คือเรื่องส่วนตัวกูกับอีดอกนั้น คือทำกับคนอื่นกูจะไม่ว่า แต่นี้มายุ่งกับคนของกู เช่น ตอนขับไปซื้อของ กอดเอว คันจมูก แต่มือยังว่าง แล้วมึงไม่เอามือเกาอะ มือเป็นง๊อยหรออีดอก//ตอนแจกไพ่ ชอบใส่เสื้อคอกว้าง ผัวกูก็เห็นหัวนมฟรีไปจ้า
//ไม่ใส่ซับใน และชอบโชว์หีให้คนอื่นดูไปทั่ว ซึ่งรุ่นพี่ผชจะเตือนก็กลัวน้องจะอาย แต่มารยาทผญอะ มึงไม่มีบ้างหรอ?
//เวลานอนกัน4คนเพราะตอนนั้นเมา ซึ่งกูนอนข้างพี่นน
แต่มันก็เอาปากกระซิบร้องเพลงข้างหูผัวกูู?
//แล้วตอนนั้นพี่นนดูไลสดอยุ่ แล้วอยู่ๆแม่งก็ยื่นหน้าไปใกล้ๆหน้าแฟนกูถามว่า พี่นนคะ แล้วหนูไม่สวยหรอ //พอเวลามาหอ มันเป็นเมน กูก็ให้เพื่อนยืมกางเกง อีนัสก็ให้ยืม พอยืมไปคนเราคสรซักคืนเว้ย ผ่านไป2อาทิตย์มั้ง เอาแบบที่เลาะคราบมาคืนอะ แล้วพวกกูต้อซัก? ซึ้งมันคือของ มึงคือผญซกมก ลองเสื้อผ้าแล้วกูต้องตามเก็บตลอด//แล้วล่าสุดตอนรุชน แต่ทุกคนไม่เป็นอะไร แนู่ๆก็พูดว่า ขอนอนบ้านพี่นนท์ได้ไหมคะ เพราะยังไม่อยากกลับบ้าน อ่อ ทำกับผัวเพื่อนงี้ก็ได้อ่อ เสียความรู้สึกสัสๆ เรื่องอื่นต้องใช้เวลา เรื่องนี้คงไม่มีใครยอม กูถือว่ากูใจเย็นมามากพอแล้วนะ ♦แล้วเรื่องนี้ขอเคลียแค่ 3 คน♦อีดอกนั้นจะไปขอวามสงสารกับใครก็ช่าง ใครจะช่วยมันก็เชิญ ซึ้งมึงทำกับกูขนาดนี้กูไม่ยอมจบง่ายๆแน่ นี้แค่โพสสันดานเบาๆ ยังมีอีกเยอะ รูปก็มีนะ แต่แค่นี้ก็สมเพชมากพอแล้ว
**ใครเพื่อนรักมันก็ฝากบอกด้วยนะคะ พอดีโดนบล็อคเฟสอะงง555555555555555555

107 Nameless Fanboi Posted ID:sh2/4rK.2f

>>102 ไม่รมแก๊สไม่ได้แล้วครับ

108 Nameless Fanboi Posted ID:dL.z3pmMk8

>>105 ใช่ ไลออน มัส ที่เป็นเจ้าของค่ายรถ เทสเด้อป่าวอะครับ

109 Nameless Fanboi Posted ID:fkK80YEjex

>>108 ลีออนที่ไล่ยิงซอมบี้ต่างหาก

110 Nameless Fanboi Posted ID:oP/MVbbiuk

ความพินาศวันนี้:
เพื่อนส่งลิงก์มาให้ กดดูตอนเมียอยู่ข้างๆ ปรากฏว่าเป็นคลิปลีน่าจังครางกระเส่าเป็นชื่อประยุทธ์ แน่นอนเปิดเสียงเต็มหลอด

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

111 Nameless Fanboi Posted ID:rIhkBRJK2s

>>110 ถ้าควยมึงแข็งก็ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอันหาที่สุดมิได้ที่ใจมึงชมชอบเหี้ย

112 Nameless Fanboi Posted ID:SC.apCegT7

>>92 มันก็เขียนอยู่นะว่าสมัยใหม่
ประชาธิปไตยกรีกมันโหวตได้ทุกคนเหรอวะ
Natural law กับ divine right มันก็คริสเตียนทั้งคู่ ลองไปอ่านนิยาม natural law ดูก็ได้

113 Nameless Fanboi Posted ID:yY9YNS6G1N

>>112 ประชาธิปไตยยุคใหม่แรกๆก็ไม่ได้โหวตได้ทุกคนนะ

114 Nameless Fanboi Posted ID:d6clVtXRJ/

>>112 Natural law เก่ากว่าคริสเตียนมากนะ แทบจะมีมาพร้อมๆ กับศาสนาของมนุษย์เลย แต่ในตะวันตกมันมีจุดเริ่มต้นมาจากสมียกรีกโน่น

115 Nameless Fanboi Posted ID:SC.apCegT7

>>113 จะเอาใหม่แค่ไหนล่ะ ? กุเข้าใจว่าต้นทางมันหมายถึงในปัจจุบันนะ
>>114 ใช้คำผิดไป หมายถึงมันเป็น element ที่อยู่ในคริสทั้งคู่ ไม่ใช่ของคริสต์ ไอ้ divine right นี่มันก็มีทั้งโลก จีนไทยก็มี

116 Nameless Fanboi Posted ID:kXY8SkhcMv

เรื่องที่ตลกร้ายมากคือคำว่า 'การุณยฆาต' มันดันเป็นคำที่มีความสวยงามและมีความกวีมากๆ

117 Nameless Fanboi Posted ID:4ZPFvOhQ7h

>>115 ยุคปัจจุบันมีพื้นฐายจากวัฒนธรรมแองโกล ซึ่งก็ไม่ได้โหวตทุกคนอยู่ดี

กูไม่เก็ตว่ามึงต้องการสื่ออะไรเรื่อง Natural law

118 Nameless Fanboi Posted ID:sa5Xnb1hkF

ประโยชน์อย่างเดียวของข้อความข้างต้นของนักเขียนเบียวก็คือทำให้โม่งแลกเปลี่ยนความรู้กันนี่แหละ บทความตัวต้นแม่งไม่มีสาระเหี้ยอะไรเลย อ่านไปจนถึงท่อนที่มันimpliesว่าจอร์จวอชิงตันเขียนคำอิสรภาพกูก็หยุดอ่านแล้ว แม่งคิดว่าคนเขียนกับคนประกาศคือคนเดียวกัน

119 Nameless Fanboi Posted ID:n.m7bSQewS

กูว่ามันเพี้ยนหลักๆเพราะเรื่องศาสนาเนี่ยแหละ

120 Nameless Fanboi Posted ID:ROJ8DzKoct

ศาสนาคือตัวถ่วงความเจริญของมนุษย์
ในโลกยุคปัจจุบัน ศาสนานั้นไม่มีประโยชน์อันใดต่อมนุษยชาติเลย

121 Nameless Fanboi Posted ID:Vm37p0LqBS

พวกตลาดล่าง

122 Nameless Fanboi Posted ID:13fwaamy9t

มีคำถามเยอะนะ สำหรับ เอฮิเร ในร้านญี่ปุ่น คือกระเบนแบบไหน
อธิบายง่ายๆว่า ตระกูลปลากระดูกอ่อนวงศ์กระเบนฉลาม
มันเรียก エイเอย์ เกือบทั้งหมด มีบางตัวที่ใกล้ๆกันอย่าง โรนิน โรนัน เรียก ザメซาเมะ แบบฉลาม

ดังนั้น ไอ้ エイヒレ มาจากตัวไหน ก็บอกตรงๆว่า บอกไม่ได้ แต่ที่แน่ๆคือ ได้ตัวไหนมามันก็แปรรูป ดังนั้นจะเป็นตัวกระเบนนก トビエイโทบิเอย์ หรือ ตัวลายจุด マダラトビエイมาดาระโทบิเอย์ กูก็ไม่รู้

แล้วถ้าคิดว่า ญป มีจรรยาบรรณไม่แดกสัตว์อนุรักษ์เหรอ อยากจะขำให้ฟันหัก มันล่า วาฬ โลมา ปูมะพร้าว ทูน่า ฯลฯ โดยไม่สน CITES ไม่สนหีสนแตด มันจะสนกะแค่กระเบนเหรอวะ

ถ้าจะไม่กินก็ไม่ต้องเลือกนะครับ เลิกทั้งวงศ์
แต่ถ้าคิดแค่ว่าจะเลี่ยงมันได้ยังไง ผมก็ขำฉิบหายแล้ว ปลาแปรรูปทั้งประเทศแม่งก็พวกนี้ทั้งนั้น

แล้วไม่ต้องเถียงว่า คนจะกินเยอะขึ้นเพราะรายการนะ
กูพูดด้วยฐานะพ่อครัว แม่งไม่ได้อร่อย และทำไม่ได้ง่าย
ไม่ต้องกังวลแม่งหรอก เลิกเห่อแม่งก็หายไปเอง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

123 Nameless Fanboi Posted ID:pR0SaKjHex

เคสพ่อตาสวนทุเรียน นี่ควรได้รับการบรรจุลงตำรา Marketing และ Advertisement มากๆ ......

นี่มัน masterstroke ระดับโลกชัดๆ

124 Nameless Fanboi Posted ID:vtfkk.YSDH

>>122 ไม่มีคนด่ายุ่น เพราะตัวปั่นหลักเป็นคุอ้วนขาเบียดเบาหวานครับ เพราะงั้นพี่ๆยุ่นเชิญเปิปต่อไป ไม่โดนด่าจากคนแถวนี้แน่นอน

125 Nameless Fanboi Posted ID:8KUgN/3Yh1

แล้วมันอร่อยมั้ยอยากแดก

126 Nameless Fanboi Posted ID:ROJ8DzKoct

แดกๆ ไปเหอะ คิดไรมากมาย ปัญญาอ่อน

127 Nameless Fanboi Posted ID:MqhaK+m5qf

สมัย10ปีที่แล้ว ร้านข้าวแกงที่กูกินประจำ มาผัดกระเบนมาบ่อยๆ เนื้อมันเหมือนมีกระดูกอ่อนด้วย

128 Nameless Fanboi Posted ID:eJvqXjE1NN

>>123 เอาเข้าจริง กูว่านี่มันก้ำกึ่งจะเป็นหลอกลวงอยู่แล้ว พูดว่าเป็น Maketing ไม่ได้หรอก

129 Nameless Fanboi Posted ID:5Q8+D+ggeR

>>125 เคยแดกครั้งเดียว ไม่รู้ว่าทำไม่อร่อยหรือกูไม่ถูกโรคกับกระเบน เนื้อแม่งออกแนวกระดูกอ่อนแล้วเป็นริ้วๆ เส้นๆอ่ะ แดกแล้วรู้สึกเหมือนจะอ๊วก แต่ก็ต้องฝืนแดก

130 Nameless Fanboi Posted ID:Pt55GzUk0L

I'm an entrepreneur, investor, and technology enthusiast.

I started my career at the age of 15 working in a factory.

12 hours a day, 6 days a week. Earned a cool $2/day.

I had no contacts or resources, but I was determined to improve my life. I realized education and the right training was the only way for me to achieve my goals.

Somehow I managed to acquire modest education.

From there I went on to become a technical leader and CTO in multiple startups.

All this happened because of education and training. So I am very passionate about learning and sharing knowledge.

I like startups, business ideas, and high-tech anything. I love to work on hard problems and get my hands dirty with cutting edge technologies.

I favor pragmatic solutions over complex ones.

I favor scrappiness over lavishness.

I favor fast execution over endless deliberation.

I favor serving the CUSTOMER over my own desires to build something cool.

I favor bending the rules (without breaking them) over abiding by them.

I believe in the resiliency and adaptability of the human race, and I know we can overcome any challenge if we work together.

Currently, I am the principal consultant, architect and CTO of a software consulting company TetraNoodle Technologies based in Vancouver, Canada.

We work with various startup founders and help them bootstrap their dreams and bring innovative products to market quickly and efficiently.

We also train engineers on cutting edge technologies.

131 Nameless Fanboi Posted ID:AWuO2r/swn

#เตือนภัย เกมการ์ด Pokemon TCG

วันนี้แวะเซเว่นที่พุทธมณฑลสาย 4 กะจะเปิดซองซักหน่อย ปรากฎว่ากล่อง A มีคนเปิดไปแล้ว 6 ซอง ในกล่องเหลืออยู่ 54 ซอง

ขอบอกก่อนว่าเกมนี้จะมีการ์ดหลายระดับ ซึ่งระดับที่ขายต่อได้กำไรจะมี RR < SR < HR ในกล่อง 60 ซอง จะมีซองที่มีการ์ดมีราคาประมาณ 8-9 ซอง จะมีซองที่เป็น RR 6-7 ซอง และซองที่เป็น SR หรือ HR รวมกัน 2 ซอง ซึ่งการ์ด SR หรือ HR บางใบสามารถขายต่อได้ในหลักพันบาท (ถ้าใบพีคๆ ขายกัน 2500+) ส่วน RR ส่วนมากจะอยู่ที่ 50-300 บาท และการ์ด 1 ซอง ราคา 49 บาท

วันนี้เราก็เปิดไปเรื่อย กะว่าได้ RR SR ซักนิดก็พอใจ ปรากฎว่าเปิดไป 20 ซอง ไม่เจออะไรเลย ก็คิดว่าเราดวงไม่ดี อย่างมากก็เหมายกกล่องไป ยังไงก็น่าจะได้การ์ด SR ซักใบ แต่เปิดไปเรื่อยๆก็ไม่เจอเลย สรุปเราเจอแค่ RR 3 ใบ จาก 54 ซอง ตอนแรกก็คิดว่าถ้าคนที่เปิดก่อนเราดวงดีขนาดนั้นเราก็ยอมอ่ะ แต่ตอนก่อนกลับพนักงานเซเว่นมาบอกเราว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ชายคนนึงมากับแฟน แล้วก็เลือกซองไปเขย่าๆ ลูบๆ จากนั้นก็นำตาชั่งอันเล็กที่เตรียมมาวางบนเคาน์เตอร์แล้วชั่งซองการ์ด ทำอย่างนี้ทุกซอง แล้วยังถามพนักงานอีกว่าแถวนี้มีสาขาไหนอีกที่มีโปเกมอนขาย ซึ่งก่อนหน้านี้เราแวะเซเว่นสาขาอื่นก็มีคนซื้อไป 4-6 ซอง เกือบทุกเซเว่น แล้วยังย้ำพนักงานว่าถ้ามีกล่องมาใหม่แบบเต็มๆให้บอกเค้า เค้าจะมาซื้ออีก

สำหรับเรารู้สึกว่าเงิน 2,646 บาท ที่เสียไปในวันนี้คือค่าโง่ โง่ที่ไม่คิดว่าจะมีคนตุกติกกับซองการ์ดทั้งหมดในกล่อง โง่ที่เข้าใจว่ามันเป็นการเปิดซอง ลุ้นๆ หาการ์ด วัดดวงไป ดวงดีก็ได้ แต่มันไม่ใช่อ่ะ มันมีคนเอาช่องโหว่ของบริษัทที่ผลิตการ์ดมาแสวงหากำไรด้วยความเห็นแก่ตัวสุดๆ

ขอเตือนทุกคนที่จะไปหยิบซองการ์ดในเซเว่นหรือร้านขายการ์ดร้านอื่นๆให้ระวัง การ์ดที่เราต้องการอาจจะมีคนใช้วิธีสกปรกเอาไปหมดแล้วก็ได้ สำหรับตัวเราเองก็จะไม่ซื้อเป็นซองอีกต่อไป ถ้าซื้อต้องซื้อยกกล่องเต็มๆแบบยังไม่แกะเท่านั้น

ขอฝากถึงคนที่ทำแบบนี้ การหากำไรด้วยวิธีสกปรกจากคนที่ชอบเล่นเกมตาใสๆ ไม่รู้ว่ามีเรื่องแบบนี้ มันไม่ทำให้ในชีวิตนี้คุณรวยขึ้นมาหรอก เงินที่ได้จากคำสาปแช่งของคนอื่นมันร้อนและจะหมดไปอย่างไว จำเอาไว้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

132 Nameless Fanboi Posted ID:sdYoZanJb2

พี่โจวรับประกันเลยว่ามีคนมากมายที่อยากออกไปเรียกร้องความยุติธรรมให้พรรคไทยรักษาชาติ..ถ้าสามร้อยห้าร้อยตกถึงมือพวกเขาบ้างอ่ะครับ ..

น่าจะพอได้แล้วสำหรับการเมืองที่ใช้ความโกรธแค้นเป็นต้นทุน (ความแค้นหลังความสูญเสียจากการชุมนุมเพิ่มอุณหภูมิให้บ้านเมืองจนถึงจุดลุกไหม้เมื่อหลายปีก่อน) ต้นทุนนี้มันเริ่มจางหายไปตามวันเวลา

ถึงเวลาต้องควักปัจจัยอีกครั้งแล้ว อย่าดูถูกประชาชนว่าเขาจะบุกฮือเพราะอารมดราม่าอย่างเดียว บ้านเขาต้องเช่า ข้าวก็ต้องซื้อ ไหนจะค่าเทอมลูกอีก พี่โจวฝากไปถึงนักโทษชายหนีคดีท่านหนึ่งไว้ด้วยอ่ะครับ

#ช่วงกรุณาเติมเงินให้มวลชน

133 Nameless Fanboi Posted ID:CNgNxNgtmi

>>131 แค่เห็นคำว่าการ์ดเกม กลิ่นเหม็นเปรี้ยวก็โชยมาแล้วครับ

134 Nameless Fanboi Posted ID:zahdp5XKx3

Fun fact: the minister of finance for france during the treaty of versaille was flamed by other world leaders as "perhaps the only jew that couldnt count"

135 Nameless Fanboi Posted ID:M0t+vaVsOk

>>131 โชคดีที่ผมไม่เจอปัญหานี้ เพราะเล่นแต่เกมกาชาบนมือถืออ่ะครับ

136 Nameless Fanboi Posted ID:VKIxRzWk9R

พวกชาร์จให้กันด้วย wireless นี่ไร้สาระทุกรุ่น แค่กิมมิก หลอกคนอ่อนๆ
ถ้ารู้ว่า loss เท่าไหร่ ร้อนเท่าไหร่ อยากรู้ว่าจะใช้กันอยู่ไหม
แบรนด์พวกนี้ก็ถนัดแต่ทำกิมมิกพวกนี้ออกมา แล้วคนอ่อนๆก็นึกว่านวัตกรรม ด่าเจ้าที่ไม่ทำว่าไม่มีนวัตกรรมอีก ถถถ

ไปหงายแท่น qi ทั่วๆไปดู เข้ากี่วัตต์ ออกกี่วัตต์ เครื่องได้ไปจริงกี่วัตต์ ที่เหลือก็ loss/heat
ใช้โทรศัพท์เครื่องนึงไม่ได้ 30 นาที แถมแบต A ลดไป 30% เครื่อง B ได้แบตมา 10% คุ้ม? สะดวก? ตรงไหน?
อ้อ... อาจจะสะดวกในสายตาพวกข้างบนๆก็ได้นะ
ส่วนเรื่องฉุกเฉินนี่ออกทะเลไปไกล เอาเครื่องเพื่อนมาโทรเลยดีกว่าไหม ไม่ใช่ไปดูดคนอื่นผ่านวิธีนี้
ทำแบตเขาลดไปเกือบครึ่ง แล้วเราได้มาแค่ 10กว่า% เพื่ออออ..... logic ก็ไม่ได้ซับซ้อนนะ
พวกแชร์แบตที่ใช้สายอย่าง iPad-iPhone หรือใช้พวก powerbank ดีๆหน่อย loss ไม่เกิน 5-10%
ไม่ใช่ loss ทิ้งไปเกินครึ่งแบบพวกนี้จริงๆมีประเด็นอีกหลายอย่าง แต่เอาแค่นี้ก่อน เถียงกับคนที่ไม่เข้าใจ ทำไงเค้าก็ไม่เข้าใจ

สถานการณ์นี้คือสร้างสรรค์ที่สุดแล้ว? อันนี้คือโลกกว้างที่สุดแล้ว? มีใครส่งสถานการณ์ไหนมาแข่งอีกไหม?
พกสิ สายชาร์จน่ะ นน.10-20g เส้นละร้อย ติดกระเป๋าไว้ ในเมืองหาที่เสียบง่ายจะตาย
ถ้าไม่ได้อยู่ป่าเขา เจริญขนาดมีคาเฟ่ให้นั่งแบบข้างบน ค่าเฟ่ไหนไม่มีปลั๊ก? เสียบปล๊กสิ 5 นาทีพอ ได้มา 10% แน่ๆ
เพื่อนคุณไม่ต้องนั่งเสียเวลามานั่งมองหน้ากับคุณอีกตั้ง 20 นาที แถมแบตเพื่อนคุณจาก 40% เหลือ 10% กลายเป็นเศร้าพอกัน
ถ้าไม่พกสาย ก็ไม่ได้น่าห่วง เพราะตอนนี้ port ทั้งโลกมีแค่ 3 แบบหลักๆ เดินถามหาได้ทั่วไปตามคนเดินถนน ห้าง ร้าน ค่าเฟ่
ยามดึกก็หาป้อมรปภ.(อันนี้ของจริง เพราะ รปภ.ทุกคนต้องมีสายชาร์จ item สำคัญของเขาเลยล่ะ)
ถ้ามันฉุกเฉินจริง แค่ 5 นาที ใครจะไม่ให้ใช้ อ้อ ถ้าอยู่ป่าเขา การที่แบตอีกคนหายทิ้งไป 20% นี่หายนะกว่าอีกนะ
ตามที่คุณบอก โลกคุณอาจจะกว้างและสร้างสรรค์กว่าผม แต่เห็นได้ค่อนข้างชัด ว่าคุณคิดไม่เกิน 1-2 ชั้น
เพราะเขาเห็นคนแบบนี้เยอะแหละ ถึงทำกิมมิกพวกนี้ออกมา

137 Nameless Fanboi Posted ID:TNUQPVKAum

A: ถึงแม้ผมไม่เห็นด้วยกับพรรคไทยรักษาชาติ ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ผมยังไม่เห็นด้วยกับคุณทักษิณ และไม่เห็นด้วยกับพลเอกประยุทธ์ด้วยอ่ะครับ

B: ครับ เดี๋ยวคนไข้กินยาเสร็จ สักบ่ายสองเราลองไปช๊อตไฟฟ้ากันนะครับ

A: ได้ครับ ได้ครับ

#อีกหนึ่งปลายทางของฮาร์ดคอร์การเมืองไทย

138 Nameless Fanboi Posted ID:pTlkAmhw+Z

สัญลักษณ ์สามเหลี่ยม กลับหัว สีส้ม ของพรรคอนาคตใหม่ มีนัยยะแน่นอนครับ

จุดสูงสุด ของสามเหลี่ยม ถูกพลิกให้คว่ำลง แล้วให้ ฐานราก ของสามเหลี่ยมถูกชูให้อยู่ด้านบน ???

และถ้าจำไม่ผิด วันสวรรคตของในหลวง ร.๙ คือวันพฤหัสบดี ซึ่งมี สีส้ม ซะด้วยครับ ???

จากการนี้ผมจึงสันนิษฐานได้เลยว่า นายธนาธร กำลังคิดการใหญ่บางอย่าง ซึ่งซ่อนเร้นอยู่แน่นอนครับ

139 Nameless Fanboi Posted ID:139auOJzmx

>>138 แค่ไปลอกโลโก้เวบ 18+ มาไม่ใช่เรอะ

140 Nameless Fanboi Posted ID:DE3Ein8bIE

>>138 ยิ่งกว่านั้น สามเหลี่ยมคือสัญลักษณ์ของอิลลูมินาติด้วยนะครับ โอ้โหชัดเลย

141 Nameless Fanboi Posted ID:kx16VtN9Q3

>>139 ฮะ ไม่ใช่ลอกฟิตเนสเจ้าหนึ่งหรอวะ

142 Nameless Fanboi Posted ID:7KTawlbbkB

ภาษา(ไทย)วันละนิด วันนี้ขอนำเสนอ "ภาษาเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัย"

ไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับการที่บอกว่าให้เลิกใช้ อาทิเช่น ถึงจะรู้ว่าไม่ถูกตามความหมายก็ตาม แต่ความหมายใครหละที่นิยาม ? ก็คนที่ใช้สื่อสารไง

ถ้าสุดท้ายทุกคนเห็นพ้องตรงไปในทางเดียวกัน ความหมายของคำนั้นก็เปลี่ยนไปได้ตามที่สังคมยอมรับ

อาทิเช่น ก็เช่นกัน เฝ้าดูคำนี้มานานว่าจะเปลี่ยนไปในทางไหน จนตอนนี้ต้องยอมรับกันได้แล้วว่า "อาทิเช่น" เป็นคำใหม่ที่ทำให้คำว่า "เช่น" ดูเป็นทางการขึ้น และควรเลิกยึดติดกับความหมายของคำว่าอาทิในอดีตได้แล้ว

ตอนสมัยสิบกว่าปีที่แล้วตอนเคยช่วยทำงานสื่อ คำว่า "นวัตกรรมใหม่" เป็นคำที่ผิดเช่นกัน เพราะเป็นการใช้คำซ้ำซ้อน นวัตกรรมแปลว่าของใหม่อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคำว่าใหม่เข้าไปเพิ่มอีก แต่สุดท้ายตอนนี้สื่อหลักทุกช่องก็ใช้คำนี้กันหมดแล้ว ไม่ถือว่าผิดอะไร

"เพราะภาษามันปรับเปลี่ยนได้" ครับ

ยกเว้นนะค่ะ อันนั้นเปลี่ยนไม่ได้ ... นะค่ะพ่องงงง

#วิศวกรสายภาษา

143 Nameless Fanboi Posted ID:KDmfMeZ7N5

>>138 คิดการใหญ่อะไรวะ
ถ้ามึงคิดว่ามันจะตั้งตัวขึ้นเป็นเผ่ามังกรฟ้าซะเอง มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ไม่มีใครทำได้หรอก
แต่ถ้าคิดแค่จะล้างระบอบเผ่ามังกรฟ้าออกไป ก็อาจจะเป็นไปได้

144 Nameless Fanboi Posted ID:kvkZFbLk1F

A: ผมทำงานด้านการเมืองอยู่

B: โอ่...คุณเป็นทีมนโยบายด้านรัฐสวัสดิการของพรรคการเมืองรึเปล่าอ่ะครับ คนรุ่นใหม่หน่วยก้านแบบคุณ

A: ป่าวครับ ป่าวครับ ผมเดินถือฝาเข่งตามพี่เปี๊ยกหาเสียงอ่ะครับ

#ปีปรัมมูย

145 Nameless Fanboi Posted ID:43oJ4KJw73

ส่วนตัวก็ยังยืนยันว่านโยบายรัฐที่หาเสียงๆ กัน ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการออกฎหมายที่จะทำให้เราเดินหน้าได้ในระดับโลกจากการเปิดช่องทางใหม่ๆ ในระดับประเทศ แต่ทีมเดียวที่พอดูว่ามีทีมกฎหมายทำเรื่องนี้ก็ไม่มีทางมีเสียงเยอะมากพอในการทำอะไรอยู่ดี .. ส่วนตัวเลยยังชมว่าลุงตู่เนี่ยผลงานเยอะกว่าชาวบ้านเยอะแล้ว ...

146 Nameless Fanboi Posted ID:FG8hEXy0Z/

เห็นกระทู้นี้ขึ้นกระทู้แนะนำใน pantip มาหลายวันแล้ว คือ กูก็เห็นด้วยกับลุงสปีลเบิร์กนะ ว่าหนังที่เข้าชิงออสก้าร์ควรเป็นหนังฉายโรงเป็นหลัก ไม่ใช่หนังฉายจอคอมจอมือถือ

อีดอก Netflix ทำตัวเป็นศรีธนนชัย เอาหนังฉายในเว็บตัวเองเป็นหลัก แล้วฉายโรงขำๆพอเป็นพิธี ไม่กี่โรง ไม่กี่รอบ ไม่กี่วัน เพื่อให้หนังชิงออสก้าร์ได้

คือเมืองนอก มันมีงานแจกรางวัลสำหรับหนังทีวีโดยเฉพาะ ทำไมมึงไม่ส่งไปประกวดงานนี้ล่ะ มึงกะเอาเครดิตออสก้าร์มาล่อคนสมัคร Netflix ใช่ป่ะล่ะ

แบบงี้พวกหนังที่ทำฉายทีวีตอนเดียวจบ ก็ชิงออสก้าร์ได้หมดน่ะสิ หรือจะเทียบกับของไทยก็ได้ เมื่อก่อนช่อง3 มีรายการ "หนังดังสุดสัปดาห์" ที่สร้างหนังเพื่อฉายทางทีวีช่อง3 โดยเฉพาะน่ะ แบบนี้หนังพวกนี้ก็เข้าชิงงานสุพรรณหงส์ได้น่ะสิ แค่เอาหนังทีวีไปขอฉายโรง house ขำๆวันละรอบ สัก 7 วัน ไม่ต้องมีคนดูเลยก็ได้ ก็ตรงกติกาแล้ว?

ที่เหี้ยกว่าคือ คอมเม้นในกระทู้ Pantip นี้ มีหลายคนแม่งตีโจทย์ที่สปีลเบิร์กพูดไม่แตก เถียงกลับว่า "หนังดี ไม่ว่าจะฉายทางไหน ก็ควรได้ชิงออสก้าร์"
ที่ซุปเปอร์เหี้ยกว่านั้นคือ ด่าสปีลเบิร์กว่า "อิจฉาที่หนังตัวเองไม่ได้ชิงออสก้าร์ล่ะสิ" โอ้โห ช่างกล้าพิมพ์ลงไปเนอะ ควายสัส

147 Nameless Fanboi Posted ID:/A9F6jhQWR

>>145 ถถถ ในหัวมิตรสหายท่านนี้มีแต่กฏหมาย น่าสงสารชิบหาย นี่ละน้าโง่จนกู่ไม่กลับละ

148 Nameless Fanboi Posted ID:5oNY0C8sDg

อยากได้ระบบแบบ Lazada ตอนนี้ต้องตั้งงบไว้ที่ 450 ล้านบาท ระยะเวลาพัฒนา 8 เดือน อันนี้ขอ BOI สนับสนุนได้ มองเป็น CAPEX

ส่วนค่าใช้จ่าย OPEX ตั้งไว้ที่ 252 ล้านบาท ในปีแรกครับ

คุณจะได้ระบบแบบนี้เป๊ะๆ

ส่วนทีมงานตำแหน่งอื่นๆ และต้นทุนอิ่นๆ กันงบเอาไว้เลยครับ แต่ถ้าตาม org chart ก็เดือนละ 20-24 ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งออฟฟิศครับ

ถามมาเยอะตอบตรงนี้ทีเดียวนะครับ

งบล้าน หรือ สิบล้าน ผมไม่รู้จะทำให้ยังไงนะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

149 Nameless Fanboi Posted ID:RrK+wusJ.m

คนสูบกัญชาไม่ใช่คนที่จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ และ คนที่ไม่สูบกัญชาใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะคนทั้งสองแบบยังไงก็คือ..คนเท่ากัญ

อย่าเอาการใช้กัญชามาตัดสินชี้นิ้วว่าเขาเป็นคนไม่ดี ไม่เอาการเอางาน เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ว่ายังมีอาชีพอื่นอีกหลากหลายในสังคมที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ที่มีชื่อเสียง มีความสุขในการดำเนินชีวิตโดยใช้กัญชาจนเป็นเรื่องปกติ แค่เขาเหล่านั้นไม่ได้บอกคุณให้รู้..

อยากให้สังคมไทยเรายกระดับความคิด สติปัญญา และเปิดใจให้กว้างมากขึ้น #คนเท่ากัญ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

150 Nameless Fanboi Posted ID:rGi9VOJaaI

>>149 เบื่อติ่งกัญชาเอาจริงๆ กูสนับสนุนให้ถูกกฏหมายนะ แต่ติ่งกัญชาแม่งคิดว่ากัญชาคือเทพเจ้าจากสวรรค์ มีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย พอมีคนเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกว่าข้อเสียจากกัญชาเป็นยังไงติ่งกัญชาก็จะเข้ามาดิ้นว่าไม่จริง ไม่จริง ไม่จริง เอาเปเปอร์มา
พอคนแปะเปเปอร์ที่ระบุโทษของกัญชาติ่งมันก็ดิ้นอีกว่าไม่ยอมรับ เพราะเปเปอร์อันนี้ต้องได้เงินจากบริษัทยายักษ์ใหญ่มาดิสเครดิตกัญชาแน่นอนนน

151 Nameless Fanboi Posted ID:78Y3GZPspa

ล่าสุดลูกชายของชามีมา เบกัม หรือเจ้าสาว ISIS ที่คลอดขณะอยู่ในค่ายลี้ภัยของเคิร์ดนั้นได้ตายลงจากการเจ็บป่วยหลังจากเกิดมาเพียงไม่กี่วัน การตายนี้ทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนและหลายฝ่ายประณามเคิร์ดว่าดูแลไม่ดี และประณามอังกฤษที่ถอดสัญชาติของเบกัม ทำให้เด็กบริสุทธิ์ต้องตาย

เบกัมเป็นชาวอังกฤษที่อพยพมาสวามิภักดิ์ ISIS ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เธอเป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่มายอมแพ้กับเคิร์ดเป็นพวกท้ายๆ เมื่อมันชัดเจนแล้วว่ารัฐ ISIS จะต้องล่มสลาย

แม้ยอมแพ้แล้วเธอก็ยังให้สัมภาษณ์บอกว่าการก่อการร้ายฆ่าคนบริสุทธิ์ของ ISIS นั้นยุติธรรมดี เพราะทัพพันธมิตรก็มาฆ่าคนบริสุทธิ์ฝั่ง ISIS เช่นกัน อย่างไรก็ตามตอนนี้เธออยากกลับอังกฤษไปอยู่กับลูก (เกิดกับนักรบ ISIS) อย่างสงบ

ในสงครามนี้แม้ทัพเคิร์ดจะรบชนะ แต่มีปัญหาต้องรับผิดชอบประชาชนฮาร์ดคอร์ของ ISIS จำนวนหลายหมื่นคนที่แตกหนีมาสวามิภักดิ์ ส่วนใหญ่เป็นเด็กกับผู้หญิง เคิร์ดเห็นพวกนี้ยอมแพ้แล้วก็ไม่อยากฆ่า ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเลี้ยงไว้ เพราะสิ้นเปลืองและมีอันตราย อย่างน้อยจึงพยายามผลักดันพวกที่มีพื้นเพเป็นต่างชาติให้กลับประเทศตน

อย่างไรก็ตามอังกฤษไม่ยอมรับเบกัมกลับเพราะรังเกียจว่าหัวรุนแรง จึงทำการถอนสัญชาติ สิ่งนี้ทำให้เบกัมเคว้งคว้างหาที่ไปมิได้ จนคลอดลูกในค่ายลี้ภัย และลูกป่วยตายเพราะเจ็บป่วยขาดยา ส่งตัวไปโรงพยาบาลไม่ทัน

องค์กรสิทธิมนุษยชนประณามว่าสภาพในค่ายลี้ภัยของเคิร์ดไม่ดี ทำให้เด็กบริสุทธิ์ต้องตาย เคิร์ดบอกว่า สาส เมื่อสี่ปีก่อนพวกตูยังเป็นชาวเขาชนกลุ่มน้อยวิ่งหนีปืน ISIS อยู่เลย ตอนนี้พวกตูรบแลกชีวิตพึ่งตั้งรัฐมาได้ไม่นาน อยู่ในภาวะสงคราม ยา อาหารมีน้อย ต้องเอาไปเลี้ยงคนของตัวเองก่อน นี่พวก ISIS มีมาหลายหมื่น (ตอนนี้ 5.5 หมื่น) และยังเพิ่มขึ้นทุกวัน จะจัดการประมาณความช่วยเหลือก็ลำบาก นานาชาติก็ไม่ค่อยช่วย

พวกตูเองก็ไม่ใช่ไม่มีความแค้นต่อ ISIS พวกมันเคยมาฆ่าล้างชาวยาซิดีที่เป็นเคิร์ดกลุ่มนึง จับผู้หญิงกับเด็กไปเป็นทาส ข่มขืนแม้กระทั่งเด็กสิบขวบ

นี่แค่ไม่ฆ่า แต่เลี้ยงไว้ พยายามหาที่ลงให้ก็บุญแค่ไหนแล้วโว้ย!

อย่างไรก็ตามเด็กนั้นไม่มีความผิด การตายของเขาเป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่ง

ถ้าคุณเป็นทัพเคิร์ด คุณจะตอบรับเรื่องนี้อย่างไร?

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

152 Nameless Fanboi Posted ID:eStWThzaWt

เฟมินิสต์ไทย มีมาเป็นสิบปี ยังไม่ผลักยกเลิกกฏหมายสินสอด (ตาม กม ไทย ฝ่ายชายเสียเปรียบเต็มตีนเลยนะหลายคนไม่รู้) คือ เอาจริงๆองค์กรห่านี่ทั้งไทย ทั้งเทศ ณ ปัจจุบัน แมร่งเหมือนพรรค ปชป อะ กลายเป็นการเมืองด้านเพศ

153 Nameless Fanboi Posted ID:ODcrXMCuUv

เล่าเรื่องขำๆ

เฟติซเป็นเรื่องที่complex ส่วนตัวหลืบเป็นคนที่ชอบฝึกวาดหลายอย่าง โลลิ สาวน้อย สาววัยทีน สาวเจ๊ เเทรป ฟุตะ ซึ่งการชอบหลายๆอย่างมันก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เเต่ทว่า ลูกค้าบางกลุ่มเขาไม่ได้รู้สึกเเบบนั้น บางคนคิดว่าพวกวาดโลลิก็เป็นพวกเปโด หรือ พวกวาดเเทรปก็เป็นพวกเกย์ หรือพวกวาดเฟอรี่ ก็เป็นพวกชอบabuseอะนิมอล

ซึ่งตอนเมื่อก่อนหลืบก็ชอบวาดฟุตะหลักเติมเห็ดโง่ๆเนี่ยเเหละ มีฐานเเฟนจากข้างนอกมาเยอะเลย เเต่พอหลังๆไอเราขี้เกียจวาดเห็ดบ้าง อยากวาดnormal กลุ่มนั้นก็หายไป ทีนี้มันก็มีกลุ่มฐานnormalเข้ามาเเทน พอเราวาดไปซักพัก เเล้วอยู่ๆอยากวาดเเทรปมั่ง กลุ่มฐานnormalก็ไม่ค่อยชอบ ก็วนหายไปอีก

หลืบก็ได้เรียนรู้หลายๆอย่าง คือ นักวาดเนี่ยส่วนใหญ่เเต่ละคนก็จะมีจุดขายของตัวเอง บางคนก็วาดโลลิล้วนๆไปเลย วาดเจ๊ล้วนๆไปเลย นานๆทีมาวาดอย่างอื่นบ้างอะไรเเบบนี้ เเบบนี้มันทำให้จดจำได้ง่ายมากกว่า เเต่หลืบไม่ใช่ประเภทนั้น วันๆคืนดีอยากมาวาด กันดั้ม เอวา เเทรป มาชินก้าเเสร็ด เจ๊ โลลิ etc. อารมณ์ไม่คงที่เอามากๆ พอมาย้อนดูมันก็ดูเป็นการยากว่าไอนี่ชอบวาดอะไร

จนหลืบก็เคยคิดว่าบางอย่างเราก็ต้องเน้นให้คนจำได้ ว่าเราชอบอะไร ชอบวาดอะไร หลืบก็เคยมีเเผนว่าเเยกaccountซะบ้างเหมือนกัน ใครใคร่เสพอันไหนก็ไปอันนั้น ปลาทองก็คิดจะทำสองอัน เเยกๆกันไปเลย เเต่ความเหนื่อยมันก็จะเพิ่มขึ้นx2 ประกอบกับเวลาที่น้อยนิด อยากทำนู่นนี่เต็มไปหมด

พออายุเริ่มมากก็เริ่มเข้าใจว่าเวลามันสำคัญเหมือนกัน เวลามีค่ามากจนเราสามารถเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง

ก็อยากบอกเพื่อนๆอย่ามัวนั่งกด granblue fantasy ตีกิลวอ หมุนกาชา เวลามีมากกว่าที่คุณคิด

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

154 Nameless Fanboi Posted ID:BKEiE5S+cW

"จำลองอาบน้ำ 5 ขัน ส่วนธนาธรอาบน้ำไม่ใช้สบู่และแชมพู เรียกได้ว่าสูสีครับ"
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

"ส่วนประยุทธ์ประกาศเป็นโอตะโอตู่ แม่งไม่อาบน้ำแน่นอน"
#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

155 Nameless Fanboi Posted ID:yDMwnYZDGX

💥คนมีรถยนต์ ไม่มีถือว่าพลาด!! - บอกเลยเหมือนได้รถใหม่

📮กล่องเพิ่มความแรงรุ่นใหม่ล่าสุด SUPER OBD2

📮เหยียบสนุก เบาเท้า เร่งแซงหายห่วง ประหยัดน้ำมัน สุดยอด

💈 ราคาสุดคุ้ม กล่อง Power Prog ราคา 590 บ.(จากปกติ 850บ.)

💥โปรแรง ซื้อ2(เลือกสีได้) ลดเหลือเพียง 990บ. (ด่วน ก่อนหมดโปร)

❤กล่องสีแดงสำหรับเครื่องดีเซล 💛กล่องสีเหลืองสำหรับเครื่องเบนซิน

-------------------------------------------------------------

✅รอบเครื่องมาเร็วขึ้น ออกตัวดีกว่าเดิม แซงมัน เหมือนซื้อรถใหม่

✅ประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่า 20%

✅ รถตั้งแต่ปี 2000 ขึ้นไป สามารถติดตั้งได้ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ

✅ใช้ได้ทั้ง รถเบนซิน และ ดีเซล และรถติดแก็ส NGV LPG

✅ไม่มีผลเสียกับเครื่องยนต์และระบบไฟ ประกันศูนย์ไม่ขาด

🚀 ไม่มีผลเสียต่อECU รถ เมื่อถอดออกคืนค่าเดิมทุกอย่าง

✅คันเร่งตอบเสนอดีขึ้น เหยียบเบาขึ้น ติดเท้า

✅ต่อเกียร์ไหลลื่น ขับขี่คล่องตัว ความเร็วต้นดี กลางเร่งขึ้น ปลายไหลลื่น

✅รถแต่งใช้ได้ รถบ้าน รถเดิมๆเห็นผลชัดเจน จนร้องว้าว!

✅ติดตั้งง่ายไม่ต้องเดินไฟ ใช้เวลาไม่เกิน1นาที ผู้หญิงก็ทำได้

🔰ของแท้ 💯 รับประกัน1ปี
_________________________________________

📮ฟรีค่าจัดส่ง+มีเก็บเงินปลายทาง
_________________________________________

🔥สนใจ พิมพ์ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรจัดส่ง ใต้โพสได้เลย
ส่งจริงทุกวัน ได้รับของ 100%

156 Nameless Fanboi Posted ID:yyT5a7Xhgs

>>155
ชื่อ Sirn Prajarong
ที่อยู่ fanboi.ch

157 Nameless Fanboi Posted ID:Ow8un2daG+

British people complaining people stole their anthem even though it was originally French.
HON HON HON HON

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

158 Nameless Fanboi Posted ID:JyF4AXz.at

เฟมินิสต์ มีหลายประเภท บางครั้ง เฟมินิสต์ยังรำคาญกันเอง ยังไม่ถูกกันเอง ไม่ใช่แค่ ต่อต้านดาราอวยกระหรี่ ที่เห็นได้ชัด เฟมินิสต์บางพวกต่อต้านการแต่งตัว สั้น วาบหวิว โชว์เนื้อหนัง เพราะเป็น sex object ในขณะที่เฟมินิสต์บางพวก บอกว่า นี้ร่างกายกู ยุ่งไรด้วย ว ตราบใดที่มันยังถูกกาลเทศะ ก็ไม่ผิด ที่ต้องมาเรียบร้อยเป็นชี สิสนับสนุนแนวคิดผู้ชายเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของร่างกายผู้หญิง ห้ามโชว์เนื้อหนัง พูดมาตั้งยาว สรุปว่า สิ่งใดเกี่ยวกับผู้หญิง สิ่งนั้นเข้าใจยาก ไม่ต้องพยายามเข้าใจหรอก ผู้หญิงด้วยกันยังไม่เข้าใจเลย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

159 Nameless Fanboi Posted ID:CSE8bNYg.6

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าสังคมโซเชียลของเราตอนนี้ช่าง ignorant กันเหลือเกิน ยิ่งพูดกลายเป็นเหมือนยิ่งยุ ทั้งเพจชื่อดังรวมถึงบรรดาลูกเพจด้วย ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าของสังคมไทย

แต่จะบอกอะไรให้อย่างนึง..
ถ้าเรามัวแต่ไปสนใจตัวเลขยอดreach หรือยอดไลค์..
เราเองนั้นแหละที่จะเป็นฝ่ายสูญเสียความรักไป..
โอเคว่าคุณอาจจะชนะบริษัทคู่แข่งของคุณทุกบริษัทจากการนับยอดไลค์..
แต่ว่าคุณเคยนับไหมว่ามีคนรักคุณกี่คนบ้าง..
สิ่งที่คุณไม่เคยชนะพวกเขาเลยคือความรัก❤️
คุณมีคือตัวเลขมากมายอยู่ในมือแต่คุณควรจะเรียนรู้วิธีที่ใช้มันอย่างถูกวิธี

การหากินบนความทุกข์ของคนอื่นแบบนี้มันไม่น่ารักเลย คุณจะโปรโมทจะไรตอนไหนกี่โมงก็ได้ แต่คุณจะโปรโมทเพื่อหวังกระแสให้ทุกคนมารุมทำร้ายคนๆนึงด้วยคำพูดตอนตี1 ไม่ได้ โอเคคุณอาจจะทำหน้าที่ของคุณอย่างเต็มที่แล้วเข้านอนอย่างสบายใจ แต่คนที่ตกเป็นเหยื่อ คุณรู้ไหมว่าเขาต้องนอนร้องไห้ เพราะต้องเห็นคนที่รักเขาเป็นทุกข์ใจจากการกระทำของคุณ

การเอาใจเขามาใส่ใจเรามันไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าคุณเรียนรู้ที่จะทำมันตั้งแต่แรกคงไม่มีคนเทคุณเยอะขนาดนี้ แต่ก็จะเป็นกำลังใจให้นะคะ เพราะเชื่อว่าการให้โอกาสเป็นสิ่งที่สำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม💕 แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกคงจะต้องจริงจังมากขึ้น รวมถึงคนที่คอมเมนต์เข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยค่ะ

ต่อจากนี้คุณไข่จะขอต่อสู้เพื่อสิทธิความเป็นมนุษย์ของตัวเองบ้าง มันหลายครั้งแล้วและอดทนมานานมากๆ คุณไข่ไม่เคยทำร้ายใครก่อน😌🍃

160 Nameless Fanboi Posted ID:OtHpxieizd

Facebook เป็นหนึ่งในต้นเหตุที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยชิบหาย เพราะ Facebook มันจะเอาแต่เรื่องที่เราชอบ มาโผล่ที่หน้าเฟสของเราบ่อยๆ รวมทั้ง มันจะให้เราเห็นคนที่มีแนวคิดเดียวกับเรา บ่อยกว่าคนที่คิดตรงข้ามกับเรา

ดังนั้น คนชอบพรรคใด มันก็จะเอาแต่สิ่งที่คนโพสต์เรื่องดีๆของพรรคนี้ ขึ้นมาให้อ่านบ่อยๆ ส่วนเรื่องที่มีคนด่า จะไม่ค่อยขึ้นให้เห็น
กลับกัน คนเกลียดพรรคไหน มันก็จะเอาแต่เรื่องที่มีคนด่าพรรคนี้ ขึ้นมาให้อ่านบ่อยๆ ส่วนเรื่องที่มีคนชม จะไม่ค่อยขึ้นให้เห็น

มันกลายเป็นว่า Facebook ทำให้คนติดอยู่ในกะลาหนักกว่าเดิม รู้เรื่องรอบด้านน้อยกว่าเดิม "โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยขวนขวายหาข่าวสารเอง แต่รอให้ข่าวสารมาเสิร์ฟตรงหน้าเอง"

161 Nameless Fanboi Posted ID:TDHsrEUTd.

“สมัยก่อนเรายังไม่มีคอนเซปต์เรื่อง “องค์กรอิสระ” หน่วยงานที่รับหน้าที่จัดการเลือกตั้งก็คือ กระทรวงมหาดไทย

เป็นที่รู้กันดีในสมัยนั้นว่าตำแหน่ง รมต.มหาดไทย นั้นแย่งกันฝุ่นตลบ จัดเป็นกระทรวง “เกรดเอ” ที่พรรครัฐบาลใหญ่ที่สุดจะต้องถือครองไว้ เพราะมหาดไทยนั้นคุมทั้งตำรวจ นายอำเภอ ผู้ว่า ฯลฯ

ก็ไม่รู้ทำไม ในสมัยนั้นใครคุม มหาดไทย มักจะชนะเลือกตั้งได้บ่อยๆ หน่วยเลือกตั้งก็มีไฟดับบ้าง มียกหีบหนี (ห้ามผวน) บ้าง มีไข้โป้งบ้าง ฯลฯ

จากนั้นเราจึงมีคอนเซปต์ “องค์กรอิสระ”

ซึ่งจากชื่อก็บอกชัดอยู่แล้วว่าอิสระจากอำนาจรัฐบาลนั่นแหละ

แล้วเราก็เลยมีองค์กร กกต ถือกำเนิดขึ้น ได้งบประมาณของตัวเอง เป็น “อิสระ”

สมัยแรกๆ กกต นี่คือองค์กรที่มีเกียรติมาก (เมื่อเทียบกับมหาดไทย) อัพเกรดการเลือกตั้งของไทยให้โปร่งใส มีกฎกติกาชัดเจน หีบไม่หาย ไฟไม่ดับ

แต่แล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไป ดูเหมือนการเลือกตั้งไทยจะเป็นขาลงเรื่อยๆ

สมัยก่อน จำได้ว่าแค่หันคูหาผิดทาง ก็ผิดแล้ว

มาวันนี้เอากล่องกระดาษมาใช้แทนคูหาได้สบายๆ ไม่มีอะไรผิด

อ้อ ... และแน่นอนว่าเลี้ยงโต๊ะจีนไม่ผิด

มาจนถึงตอนนี้ ก็ไม่แน่ใจละว่าเราเหมือนหรือต่างจากสมัยมหาดไทยแค่ไหน

องค์กร “อิสระ” นี่อิสระจริงไหม แล้วอิสระจากอะไรกันแน่

อิสระจากอำนาจรัฐบาล ตามนิยามเดิม

หรือจริงๆคือเป็น องค์กรอิสระจากประชาชน”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

162 Nameless Fanboi Posted ID:Ytqy+RW11L

ท็อปฟอร์มสัสๆ

1. กกต ไปสอบสวน ทษช. กรณีช่วยพรรคอื่นหาเสียง

2. ตาไพบูลย์มาให้สัมภาษณ์แนวว่า ถ้า พปชร. ได้ 126 สส. แต่ไม่มีใครอยากร่วมรัฐบาล ถึงตั้ง รบ. ไม่ได้ ลุงก็เป็นนายกอำนาจเต็ม +ม44 ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะตั้งได้

3. ประวิตรบอก สว.ตั้งมา ต้องคุมได้

สันขวานอะ

163 Nameless Fanboi Posted ID:vWxcfBXTxU

>>160 เพราะงี้เลยต้องไปวอร์แดนศัตรูบ่อยๆ เพิ่มความเข้มแข็ง

164 Nameless Fanboi Posted ID:HOnCNoQjlM

"โอมากาเสะที่นี่คนอีสานทั้งร้าน เชฟใหญ่เป็นคนร้อยเอ็ด เชฟบอกว่า คนทำงานร้านอาหารญี่ปุ่นกว่า 90% น่าจะเป็นคนอีสาน
.
เชฟบอกว่า เชฟอาหารญี่ปุ่นที่เป็นคนไทยคนแรกเป็นคนอุบลฯ สมัยที่ฟูจิมีแค่ 5-6 ร้าน ด้วยเน็ตเวิร์คของคนอีสานเลยชวน ๆ ตาม ๆ กันมาทำร้านอาหารญี่ปุ่น
.
เป็นการย้ำเตือนว่า ถ้าจู่ๆ วันนึงคนอีสานหยุดทำงานขึ้นมา ชีวิตตามปกติของชาวกรุงเทพฯ ชะงักงัน อยู่ไม่ได้แน่นนอน @ 海味 Umi"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

165 Nameless Fanboi Posted ID:c6KYg0j395

>>164 แย่ละ กุแดกโอมากาเสะทุกมื้อ สงสัยต้องเปลี่ยนบินไปแดกที่ญี่ปุ่นแทน ลำบากจัง

166 Nameless Fanboi Posted ID:SHXochhew6

จะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้ายล่ะครับ

ผมยังยืนยันว่านี่เป็นเรื่องของสิทธิผู้บริโภคล้วนๆ ที่รัฐไม่ควรมาเสือก

- เบียร์นอนแอลมีขายในไทยตั้งนานแล้ว ทำไมถึงพึ่งมามีปัญหา กลายเป็นข่าว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ขายกันมาหลายปีไม่มีข่าวอะไร

- เพราะเสือกเป็น ไฮเนเก้น ที่เอาเข้ามา ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นจะไม่มีใครออกมาประสาทแดกเลย

- เพราะไฮเนเก้น เสือกเป็นแบรนด์ที่คนส่วนใหญ่ รู้จัก จำได้

- เลยมีพวกประสาทแดก บอกว่าการที่มึงเอาเบียร์นอนแอลมาขาย เพราะมึงอยากโฆษณาทางอ้อมถึงเบียร์ปกติ

- ซึ่งสามารถตอบได้ 2 อย่าง อย่างแรกคือ เพราะประเทศนี้เสือกมี พรบ ห้ามโฆษณา ซึ่งเป็น พรบ ส้นตีน กฏหมายควายๆ ว่ากันตามหลักทุนนิยมเสรี การทำธุรกิจก็ต้องมีโฆษณาสิวะ นี่มึงไปห้ามเขาโฆษณาไง เขาเลยต้องทำแบบนี้ สิงห์แม่งถึงทำโซดา ช้างเลยทำน้ำแร่ เพราะมันโฆษณาได้

- เพราะเราเสือกมีกฏหมายดัดจริต มันเลยทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น

- อย่างที่สองคือ รัฐมีสิทธิ์มาเสือกอะไร จะมาคิดแทนทำไม ผู้บริโภคไม่ได้โง่ เขามีสิทธิ์ในการตัดสินใจซื้อแดก หรืออยากจะเรียกว่าอะไรก็ได้ ทำไมต้องมาห้ามกูคิด ห้ามกูตัดสินใจ

- นี่เป็นเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์เลย ตั้งแต่สิทธิในการตัดสินใจ สิทธิในการเลือกจะแดกอะไรก็ได้ สิทธิในการประมวลผล แดกแล้วจะชอบไม่ชอบ หรือจะเรียกเหี้ยอะไรก็ตาม

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

167 Nameless Fanboi Posted ID:QvHbRCvXr4

>>166 แดกแล้วอย่าเสือกขับรถด้วยสิวะ
#มิตรสหายอุบัติเหตุทางท้องถนนท่านหนึ่ง

168 Nameless Fanboi Posted ID:guQ5JSSUxa

“จากใจของเด็กนักเรียนที่เคยถูกครูเรียกว่า "ลูกไอ้ทักษิณ" ถึงความล้มเหลวของระบบการศึกษา
.
ตอนเรียน ม.ปลายเราเป็นเด็กคนนึงที่สนใจเรื่องของการเมือง เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวและควรมองข้าม ศึกษาข้อมูลต่างๆ วิเคราะห์ ด้วยเหตุและผล เพื่อนถามอะไรก็ตอบไปตามความคิดเห็น ตรงข้อมูลกับเพื่อนบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง ตอนนั้นไม่เคยคิดว่าความคิดตัวเองนั้นถูกเสมอ เรายอมฟังสิ่งที่เพื่อนพยายามอธิบาย ช่วงปี 52-54 มีเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมในขณะนั้นล้มตาย เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้าที่สุด ยังจำได้ดีกับคำว่า "ผมเสียใจ แต่ไม่ขอโทษ"
.
สิ่งที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ ครูสังคมคนนึง ทำการสอนๆอยู่สักพัก อยู่ดีๆ ถามขึ้นมาว่า "ในห้องนี้ใครเป็นเสื้อแดงบ้าง" ด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบเพื่อนๆในห้องหลายคนชี้มาที่ตัวเรา ครูสังคมเดินปรี่มาราวกับเราเปนภัยคุกคามของชาติ พร้อมกล่าวว่า "เธอเป็นไอ้พวกเผาบ้านเผาเมืองหรอ" เพื่อนๆในห้องพร้อมหัวเราะกันเปนเสียงเดียว ในใจทั้งโกรธและเสียใจ อยากจะไปให้พ้นๆจากตรงนี้ซะ เราโกรธจนหูอื้อไปพักนึง ได้ยินแต่เสียงครูที่พูดว่า ไอ้ทักษิณมันโกง มันล้มเจ้า คิดว่าไม่ไหวแล้วเลยถามกลับไปว่า โกงอะไรครับ คดีอะไร โกงยังไง
ราวกับปิดสวิทช์ เสียงหัวเราะเสียงดังต่างๆก็เบาลง คุณครูเงียบไปชั่วครู่และเรามองด้วยความสงสัยปนกวนตีน คุณครูตอบไม่ได้ ตอบได้แค่ว่า "มันโกงเยอะ มันโกงไปเป็นแสนล้านบาท เธอจะไปรู้อะไร" คืองงไปเลย ว่าคนแบบนี้หรอที่กำลังสอนเราอยู่ แล้วเพื่อนๆอีก มึงอยู่ ม5 กันแล้วนะเว้ย คือตอนนั้นแค่เห็นต่าง ก็กลายเป็นลูกทักษิณแล้ว กลายเป็นคนล้มเจ้าแล้ว ได้หรอ !?!!
.
ตลอดเทอมที่เรียนกับครูคนนี้ไม่เคยมีความสุขเลย ทุกครั้งที่ครูเรียกก็จะเรียกว่า "ลูกไอ้ทักษิณ" คือเราต้อง ชินหรอ แล้วทานโทษนะ ถามอะไรที่เป็นข้อเท็จจริงก็ตอบไม่ได้สักอย่าง ตอบกลับแต่ "ไอ้ทักษิณโกง ล้มเจ้า ขายชาติ ไม่มีแผ่นดินจะอยู่" สามประโยคนี้สอดแทรกอยู่ในทุกเนื้อหาของการสอน น่าแปลกใจที่วิชาสังคมมีเนื้อหามากมาย อย่าง เศรษฐศาสตร์ ศาสนา หน้าที่พลเมือง แต่ทุกเนื้อหาสาระคุณครูสามารถสอดแทรกทุกอย่างเกี่ยวกับคุณทักษิณได้อย่างแนบเนียน เพื่อนๆตอนนั้นก็เฮ หัวเราะคิกคัก ดีใจ ไม่รู้ตัวเองว่า ถูกกรอกหูด้วย Hate speech และสร้างตัวตนของเราให้กลายเปนเสมือนแกะดำในห้อง
.
ร่ายมาซะยืดยาวทั้งหมดนี้แค่อยากจะฝากถึงคุณครูรุ่นใหม่ เลิกเถอะกับการปลูกฝังแนวคิดของตนเองให้กับเด็กๆ อย่าทำสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเรา
.
ไม่เคยโกรธเพื่อนเลย ตอนนี้หลายๆคนคงรู้ตัวบ้างแล้วว่าตัวเองก็มีความคิดเป็นของตัวเอง คงรู้แล้วว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย
.
จนถึงตอนนี้
ทักษิณออกจากประเทศเราไปแล้วกว่า 13 ปี
แต่ความคิดปลุกผีทักษิณมาด่าให้คนเกลียดยังคงได้ผลเสมอ
หยุดเถอะวาทกรรม #ไม่เลือกเราเขามาแน่
เชื่อว่า First voter มีความคิดเป็นขิงตัวเอง
24 มีนานี้ ออกมาเถอะ ในโลกของประชาธิปไตย ทุกคนต่างก็มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน มาสร้างอนาคตไปด้วยกัน เพื่อตัวเองและคนรุ่นใหม่ในอนาคต
.
รัก และคิดถึงครูเสมอ
ลูกไอทักษิณ”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

169 Nameless Fanboi Posted ID:9Uao0pYqfW

>>166 เราดันปล่อยให้บางองค์กรมีอำนาจในการสื่อสารอยู่ฝ่ายเดียวไง ตอนนี้ทำงานครอบจักรวาลไปแล้ว รัฐก็ไม่กล้าแตะด้วยเพราะฐานมวลชนเยอะมาก

>>167 กูจะดีใจมากถ้าเงินทุกบาทที่เก็บจากภาษีเหล้า เอาไปพัฒนาระบบตรวจจับคนเมาขับรถ รวมถึงพฤติกรรมขับขี่อันตรายต่างๆ แต่ไม่ใช่เอาไปสร้างกระแสทำให้คนดื่มทุกคนเป็นคนเลวคนโง่

#มิตรสหายไม่แดกเหล้าแต่เห็นใจคนแดกท่านหนึ่ง

170 Nameless Fanboi Posted ID:jEfJ3UZ7Ca

>>168 สลิ่ม=ประหาร

171 Nameless Fanboi Posted ID:wmE10Wpxjy

ชายผู้เลือกลุงตู่แบบฉัน
แม้จะมีคนบอกว่าโง่
แต่ฉันก็รู้ตัวเองดีว่า
ฉันนั้นยังไม่ค่อยฉลาดนัก
อีกด้วยอ่ะครับ . .

#อยากจะลงเรียนใหม่เพื่อเอาเกรดเฉลี่ยไปจีบเทอจัง
#ด้วนรักฟ้า
#IOก็มีหัวใจ
#ความเวิ่ลเว้อของคลประหยัดไอคิว

172 Nameless Fanboi Posted ID:7EyjH81Dr4

ประเทศไทยมันประเทศมารยาททางลัด

1. อำนาจจก็ต้องทางลัด แบบบังคับ จี้ๆๆๆ แล้วพอมันเสร็จเร็วถูกใจ คนไทยก็จะเหลิง ติดอำนาจลัดจนเคยตัว คิดว่าสบาย ไม่คิดถึงผลกระทบทางตรงและทางอ้อมในอนาคต

2. อยากได้อะไรก็ใช้ น้ำใจทางลัด ไม่ได้ดั่งใจก็ คนไทยรึเปล่า ข้าอาวุโสกว่านะ ฯลฯ อะไรแบบนี้ มันไม่ควรใช่ นี่ไม่ใช่มารยาทดี นี่คือมารยาทสถุลทรามถ่อย ที่เรียกว่า หน้าด้าน ในภาษาชาวบ้าน

3. ปกป้องทางลัด พอเขาวิจารณ์อะไรนิดหน่อยทำมาปกป้องชาติ ชี้หน้าคนวิจารณ์ว่าชังชาติบ้าง ไม่รักชาติบ้าง เห้ย คือถ้ามันเป็นอย่างข้อหนึ่งข้อสองมันเรียกว่าจิตสำนึกต่ำนะครับ แต่ปกป้องกันแบบเป็นบ้าเป็นหลัง กลับกันคนด่าคนอื่นว่าชังชาติเนี่ย ชอบระเบียบแบบฝรั่งมากๆ ชมไม่ขาดปาก แต่พอคนไทยที่คิดได้และวิจารณ์คนที่แม่งไม่ทำระเบียบสากลในไทย ก็ทะลึ่งไปด่าเขาว่าไม่รักชาติ ขาก ทุ้ย จะอ้วก อีดอก

4. ความดีทางลัด ใครมีบุญคุณมากกว่า ถูกทุกเรื่องทันทีแบบอัตโนมัติ นิรโทษกรรม set zero ให้เขาง่ายๆ เลย เช่นญาติผู้ใหญ่ ทำทุกอย่างถูกหมด ไม่งั้นบาป นรกกินกบาล บลาๆๆๆ นิทานลิงหลอกเจ้าว่ะ

5. ควบคุมทางลัด สอนมาทุกอย่างให้เป็นแบบเดียวกัน ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นตามแบบบลอคนู้นนั้นนี้นี่ดีมาก พอมีคนบอกว่านี่มันแค่อุปกรณ์รับคำสั่งไม่ใช่มนุษย์ ก็ไปชี้หน้าด่าว่าเขาไม่รักชาติอีก เลวทราม ต้องถูกกำจัด เจริญชิบหาย

6. เอาตัวรอดทางลัด ไม่คิดจะช่วยอะไร พอรู้ว่าตัวเองพลาดอะไรไปก็ทำเป็นลงรูปเค้ก รูปแฟน รูปกาแฟ กระท่อม บ้านลอฟท์ ดอกไม้ แหวนแต่งงาน ดินเนอร์สุดโรแมนทิค แล้วก็บอกว่า ไม่ยุ่งแล้วจ้า ทั้งที่แต่ก่อนยิ่งกว่าคลั่ง คลั่ง คลั่ง จนแบบ เห็นคนอื่นที่ไม่เหมือนตัวเป็นแค่ยุงแค่แมงเม่าที่เอายาฆ่าแมลงฉีดได้ทันที

จริงๆ มีเยอะกว่านี้แต่แค่นี้ก็โหดร้ายแล้ว มากพอที่จะถูกเสียบประจานได้จากผู้ใหญ่ คนรักชาติ คนที่แม่งเข้าตัวแล้วนั่นแหละ หรือน้อยที่สุดก็ไปเหน็บแนมในคอมเมนท์ที่อื่น ด่าในทวิทเทอร์ โพสท์แซะในหน้าวอลล์แล้วตั้งค่าการมองเห็นเฉพาะพวกตัวเองหรือพวกที่คิดว่าเข้ามาอ่านแล้วจะมุ่งหน้ามากระทืบเรา ถามว่ากลัวมั้ย กลัวบ้าง แต่มันก็พิสูจน์ว่า คนไทยแม่งจับต้องไม่ได้ ศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่าง ทุกสิ่งขึ้นกิ้ง ปรับเปลี่ยน วิจารณ์ ติติง ให้คำแนะนำเพื่อพัฒนา (จิต [ใต้] สำนึก) ไม่ได้เลย อยากอยู่แบบเดิม แยกไม่ออกว่าอะไรคือ classic อะไรคือ obsolete อะไรที่ต้อง preserve อะไรที่ควร taxidermy

เนี่ย

173 Nameless Fanboi Posted ID:.oaT//s1RG

1. ตอนตั้งพรรค แกนนำทั้งหลายยังเป็นรัฐมนตรี ไม่ลาออกจากตำแหน่ง
2. ตอนจัดงานเปิดตัวยิ่งใหญ่ที่เมืองทอง เอาเงินมาจากไหน? เอาเวลาที่ไหนทำงาน? พรรคอื่นยังอยู่ใต้ประกาศ คสช. ห้ามทำกิจกรรม
3. ตอนตั้งพรรค ใช้วิธีดูด ส.ส. ที่เป็นเจ้าพ่อท้องถิ่น นักการเมืองหน้าเก่า มาจากพรรคอื่น คนที่เคยด่าเขาไว้ทั้งหลายเอามาเข้าพรรคหมด แรมโบ้อีสาน, ลูกบุญทรง, สมศักดิ์, สุริยะ, บ้านคุณปลื้ม ชลบุรี
4. จัดโต๊ะจีน โต๊ะละสามล้าน เก้าอี้ตัวละสามแสน มีนักการเมืองพรรคอื่นไปร่วมนั่งยิ้มแฉ่งเฉย มีชื่อโต๊ะเป็นหน่วยงานราชการ คิงพาวเวอร์จัดไป 6 โต๊ะ 18 ล้าน ทั้งที่กฎหมายเลือกตั้งห้ามรับเงินจากหน่วยงานรัฐ ห้ามรับเงินบริจาคจากคนเดียวเกิน 5 ล้าน กกต. สอบแล้วบอกไม่ผิด เพราะไม่ได้รับเงินต่างชาติ
5. ตั้งชื่อพรรคพ้องกับนโยบายรัฐ ช่วงท้ายอยู่ดีดีโครงการชื่อเหมือนพรรคไล่แจกเงิน ก่อนหน้านี้ห้าปีไม่เคยทำ
6. กำหนดวันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนไม่มีใครรู้เพราะรอ คสช. บอก จริงๆยังไม่รู้เลยว่าจะได้เลือกตั้งกันหรือเปล่า แต่พอประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งอีก 2 ชั่วโมงมึงขึ้นป้ายหาเสียงได้เลย คือ มึงสั่งทำไว้เมื่อไร? แล้วมึงรู้ได้ยังไง?
7. ตอนระเบียบ กกต. เรื่องการหาเสียงยังไม่ออกมา แน่นอนว่าพรรคอื่นก็กลัวไม่กล้าขยับตัวเดี๋ยวถูกหาว่า ทำผิด พรรคนี้ไม่เป็นไรติดป้ายนำไปก่อนเพื่อน สักพัก กกต. ออกระเบียบมาจำกัดจำนวนป้าย แถมบอกป้ายที่ติดไปก่อนหน้านั้นไม่เอามานับด้วย ใครจะไปรู้?? ก็มึงรู้อยู่คนเดียว
8. เขียนกติกาเองบังคับพรรคอื่นต้องหาสมาชิกจำนวนมหาศาล ทุกคนลำบากกันหมด แล้วมีคนถ่ายคลิปว่า พรรคนี้บังคับสมัครสมาชิกพรรคพร้อมบัตรคนจน แน่นอนว่า เรื่องก็เงียบ
9. แกนนำลงสมัครไม่ได้สักคน อุตตม, กอปรศักดิ์, สนธิรัตน์, สมคิด เพราะรัฐธรรมนูญที่ตัวเองเขียนมาเองบอกว่าต้องลาออกภายใน 90 วันหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้จึงจะลงสมัครได้ ตัวเองไม่ลาออกไม่ได้ลงสมัครก็จริง แต่เป็นแกนนำชัดเจนขึ้นเวทีปราศรัยปาวๆ ไม่กะเป็น ส.ส. ก็ได้ รอขอเป็นรัฐมนตรี พูดง่ายๆว่า เลี่ยงกฎหมายที่ตัวเองเขียนมาเองเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วยังจะพูดได้ว่าเป็นพรรคสุจริตไหม?
10. ทำเป็นแห่ขันมากเทียบเชิญพลเอกประยุทธ์ แล้วไอ้นี่ก็เล่นตัว ทำเป็นขอคิดก่อนรอจนวันสุดท้าย เล่นละครท่องบทมาแข็งๆ ว่าพรรคพลังประชารัฐไม่เกี่ยวอะไรกับคสช. ดูถูกว่า ประชาชนโง่ ไม่รู้หวังให้ใครหลงเชื่อ?
11. ผู้สมัครว่าที่นายกรัฐมนตรี ไม่ลาออกจากตำแหน่งปัจจุบัน ไม่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. ถืออำนาจมาตรา 44 อยู่ระหว่างเลือกตั้งจะสั่งอะไรก็ได้ แล้วให้ผู้ตรวจการแผ่นดินที่ตั้งมาเองวินิจฉัยว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ
12. หนึ่งเดือนก่อนเลือกตั้ง เพจพรรคมีคนไลค์สองพันกว่า ทวิตเตอร์สามร้อย ชัดเจนแล้วว่าไม่แคร์ฐานเสียงคนเล่นอินเตอร์เน็ต หวังพึ่งฐานเสียงเจ้าพ่อที่ดูดมาก็พอ สองสัปดาห์สุดท้ายพยายามมาเล่นบ้าง โดนด่าก็สมน้ำหน้าไป
13. ตอนแรกยอมขึ้นเวทีดีเบตตีหน้าซื่อ พูดจาสวยหรูเหมือนไม่ได้ทำอะไรมาเลยก่อนหน้านี้ ลอยตัวออกจากปัญหาของ คสช. แล้วส่งไพบูลย์ออกหน้าไปบู๊แล้วตายแทน อุตตม นั่งยิ้มแฉ่งลอยตัว ตอนหลังเหตุผลสู้ใครเค้าไม่ได้ ไปที่ไหนก็ตกเป็นเป้าโจมตีเลยปฏิเสธเวทีดีเบตทั่วประเทศ อีกนัยยะหนึ่งคือ ไม่แคร์ที่จะชี้แจงเหตุผลอะไรต่อสาธารณะแล้ว ก็มันไม่มีเหตุผลอะไรจะไปชี้แจงนั่นแหละ
14. ตอนเข้ามาอยู่ในอำนาจนั่งด่านโยบายฝ่ายทักษิณ แต่เอาจริงก็รู้ว่า คนมันชอบ พอถึงเวลาประกาศนโยบายของตัวเองปรากฏว่า ลอกนโยบายที่เคยด่าของเค้ามาหมดเลย แถมเพิ่มไปหนักกว่าเขาอีกต่างหาก ไม่อายฟ้าดินว่า ตัวเองเคยพูดอะไรไว้
15. ลงสนามเลือกตั้งเองโดยที่เป็นคนเขียนกติกามาเผื่อให้ตัวเองได้เปรียบ ไม่พอ แต่งตั้งส.ว. 250 คนมาด้วยตัวเอง เลือกคนมาเป็น กกต. เป็นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรอิสระทั้งหลายเอง แล้วยังกล้าพูดว่าจะพาประเทศไปข้างหน้าสู่ความปรองดอง ใครเค้าจะไปอยากปรองดองด้วย
พูดตรงๆ แค่พยายามเก็บข้อมูลแล้วเขียนด่ายังเหนื่อยเลยทำไม่ทัน ใครคิดอะไรได้ช่วยเติมหน่อย พยายามไล่เรียงข้อกฏหมายและข้อเท็จจริง จนเริ่มรู้สึกว่า ขี้เกียจจะพูดเหตุผลกับคนหน้าด้านที่จะเอาทุกอย่างให้ได้ ขอรวมๆ แล้วด่ามันแบบนี้แหละ
ตอน คสช. เข้าสู่อำนาจออกประกาศคำสั่งอะไรก็ได้ ยังเห็นว่า มันเป็นส่วนหนึ่งของสายธารความขัดแย้งทางการเมือง ยังไม่รู้สึกเกลียดมันมากขนาดนี้ นี่เรามาถึงสนามเลือกตั้งที่มีผู้เล่นนิสัยแบบนี้อยู่เป็นตัวเลือกได้ยังไง?
แถมยังน่าแปลกใจที่ยังมีคนจะเลือกอีก...

174 Nameless Fanboi Posted ID:dvUa7gysD1

>>172 มันคือ Mindset ของคนประเทศนี้ ทำกันทุกฝ่าย เพราะเราไม่เชื่อในเหตุผล เราเชื่อในอำนาจ

ไม่งั้นคงไม่เกิดปรากฏการณ์ 8-2-62 ซึ่งปฏิกิริยาคนที่เห็นด้วยนี่ไม่ได้ต่างจากอีกฝ่ายในเหตุการณ์ 22-5-57 เลย คือใข้อำนาจเหนือกว่าเกทับปิดปากอีกฝ่าย หรือถ้าใกล้ตัวหน่อยไม่การเมือง เวลามีเรื่อง คนบ้านเราก็ชอบไปหาผู้ใหญ่มาเคลียร์ อีกฝ่ายก็จะไปหาผู้ที่ใหญ่กว่ามาเกทับ ก็แบบนี้ละ

175 Nameless Fanboi Posted ID:cv8praoJ2I

บทอธิษฐานสำหรับการเลือกตั้ง

พระผู้เป็นเจ้า

ข้าพระองค์ทั้งหลายขอขอบพระคุณสำหรับสิทธิ์และความรับผิดชอบในการอยู่ในสังคมประชาธิปไตย

โปรดประทานสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเพื่อที่จะทำหน้าที่ของตนในช่วงเวลาของการเลือกตั้ง

โปรดปกปักษ์เราจากบาปแห่งความสิ้นหวังและความเกลียดชัง โปรดป้องกันเราจากสิ่งลวงหลอกและภาพฝันอันเกินจริงทั้งหลาย

แต่โปรดเสริมกำลังของข้าพระองค์ทั้งหลายเพื่อสร้างการเมืองให้เป็นงานที่จะถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยการรับใช้สาธรณะประโยชน์ของทุกคน

ข้าพระองค์ทั้งหลายอธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา

อาเมน
.
.
.
บทอธิษฐานกลุ่ม

ผู้ประกอบพิธีกล่าว : พระผู้เป็นเจ้าของทุกห่วงเวลาและสถานที่ พระผู้เป็นเจ้าแห่งความสัตย์จริง ข้าพระองค์ทั้งหลาย มาร่วมกันทีนี่เพื่ออธิษฐานขอสติปัญญาในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ให้เราขอบพระคุณพระผู้เป็นเจ้าพร้อมกัน

สำหรับผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของผู้คนในแผ่นดิน

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับทุกผู้ที่ทำงานเพื่อสันติภาพและความยุติธรรมบนผืนแผ่นดินนี้

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับผู้นำผู้รับใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับประชาธิปไตยอันแข็งแกร่ง และเสรีภาพที่จะมีส่วนร่วมในงานสาธารณะ

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับการตรวจสอบโดยสื่อมวลชน และการอภิปรายอย่างเปิดกว้าง

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : ให้เราอธิษฐานกับพระผู้เป็นเจ้าพร้อมกัน

พระผู้เป็นเจ้าโปรดอวยพระพรแด่ผู้ที่ทำงานในการจัดการเลือกตั้ง ให้พวกเขาทำงานได้อย่างยุติธรรม อยู่ในความซื่อสัตย์ และความจริง ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : โปรดเทสติปัญญาจากพระองค์ลงมา ให้กับผู้วางนโยบายทุกคน เพื่อคำสัญญาของพวกเขาจะได้รับใช้ในสิ่งที่ผู้คนต้องการ และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : โปรดให้ความสัตย์ซื่อมั่นคงแก่ผู้นำพรรคการเมืองทั้งหลาย ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และผู้รณรงค์หาเสียง และรักษาพวกเขาไว้ให้ห่างจากการลวงหลอกและคอรัปชั่น ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : โปรดนำสื่อต่างๆ ให้เสนอข้อมูลอย่างถูกต้อง เพื่อที่เราจะ ฟัง พูด และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : พระผู้เป็นเจ้าของทุกห่วงเวลาและสถานที่ พระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่เหนือความเข้าใจ ข้าพระองค์ทั้งหลายอธิษฐานขอสติปัญญาในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

โปรดประทานรัฐสภาที่จะทำงานเพื่อความต้องการของอาณาจักรของพระองค์

เพื่อสันติภาพ ความเมจตา ความจริง ความยุติธรรม จะปกคลุมอยู่ท่ามกลางพวกเรา และให้พระพรมีแด่ประชาชนไทยทุกคน

พระบิดาผู้ทรงเมตตา

ที่ประชุมกล่าว : โปรดรับคำวิงวอนเหล่านี้ โดยเห็นแก่พระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ พระผู้ไถ่ของข้าพระองค์ทั้งหลาย

อาเมน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

176 Nameless Fanboi Posted ID:Ne7P83dzX9

In heaven

Allah: My believers, what did sent you here?
40 spirits: Inshallah, gunmen shot us to death.
Allah: How cruel. What did you do before the firing?
40 spirits: We were praying in Christ Church.
Allah: GO TO THE HELL YOU BASTARDS!

177 Nameless Fanboi Posted ID:VVve/.p22+

ขอพระเจ้าคุ้มครองประเทศไทยด้วย

178 Nameless Fanboi Posted ID:3fJI/dwBNY

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ น่าเสียดายมากตายไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ลิ้มรสความอร่อยของเบค่อน
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

179 Nameless Fanboi Posted ID:i0XumjWpFf

>>178 มึงนึกภาพเบค่อนเป็นท่อนๆ ใหญ่​ๆ แล้วเอามาสไลด์​เป็นชิ้นหนาๆ ย่างกิน

180 Nameless Fanboi Posted ID:aeJgWffkod

เหนื่อยมั้ยเจ็ด กูถามจริง เพราะกูสงสารมึงเหลือเกิน อยากทำเพจให้ดัง แต่ไม่มีปัญญาทำเพจให้ดังเหมือนจ่าเหมือนเจี๊ยบ ไม่มีไอเดียดีๆทำคอนเทนต์ได้เหมือน Lowcoscosplay หรือ เรนทหารม้าโยโกฮาม่า เลยต้องมาทำคอนเทนต์ด่าผู้หญิง เกาะชายกระโปรงผู้หญิงไปวันๆ ทำเพจให้คนมาเกลียดมึงมากกว่าชอบมึง และ ไอ้พวกมาเย้วๆกับมึง วันที่มึงโดนลากเข้าคุก มันก็คงหายหัวกันหมด ไม่มีใครมาปกป้องมึงหรอก หึหึ

181 Nameless Fanboi Posted ID:D/SFl2+vVl

>>158 ขอเสริมว่ะ ว่าผู้หญิงโดยเฉพาะวัยรุ่นยุคนี้มีแนวคิดแบบนี้จริงๆเรื่องการแต่งกาย พอดีพึ่งอ่านผู้หญิงที่เขา Tweet เรื่องแบบนี้เลย
คือน่าจะอายุเริ่มเข้าวัยรุ่นมาโพสต์บ่นว่าไม่พอใจที่ทำไมตอนเด็กๆ แต่งตัวชุดแบบไม่ค่อยเรียบร้อยเวลาอยู่บ้าน
ประมาณพวกชุดกระโปรงยาว กระโปรงสั้น หรือพวกชุด คอ กว้างๆ หลวมๆ ก้มแล้วมองเห็นอก ไม่ก็พวกชุดแบบเสื้อกล้ามเด็ก ผ่าข้าง
ไม่ก็ชุดที่มันรัดๆตัวเห็นทรวดทรง อะไรประมาณนี้

แล้วพอมีญาติๆมาเยี่ยมบ้านโดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ชายจะโดนไล่ให้ไปแต่งตัวให้มิดชิด เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดมิดชิด ใส่กางเกงยีนส์ Tweet เธอ
ก็จะบ่นประมาณว่า ทำไมต้องมาเลือกปฎิบัติกับเด็กผู้หญิงอย่างนี้ นี่ชีวิตเธอ เธอจะแต่งอะไรแบบไหนที่บ้านก็ได้เปล่า แล้วก็บ่น พ่อ กับ แม่
ตัวเองว่าเป็นการแสดงการกีดกันสิทธิผู้หญิง ตั้งแต่เด็ก พอมียกประเด็นเรื่อง พ่อ แม่ กังวลว่าจะโดนคุกคามหรือลวนลามทางเพศเพราะเหมือนแต่ง
ตัวยั่วยวนพวกญาติๆผู้ชาย และมันอันตรายเธอก็แสดงออกแนวว่า ไอ้ผู้ชายพวกนี้นะ น่ารังเกียจ มีความคิดทางเพศ กับเด็กๆแบบนี้
มันต้องให้ผู้ชายพวกนี้สิที่เป็นคนแก้ไขไม่ใช่มาบังคับที่ตัวเด็กผู้หญิงที่ถูกไล่ให้ไปแต่งตัวมิดชิดแทน

แล้ว Tweet คุณเธอ ก็มีสาวๆอายุพอๆกันมา Retweet มา Like มาเล่าประสบการณ์แนวๆเดียวกันเพียบเลยว่า เนี่ย ตอนเด็กๆ
ก็โดนบังคับแบบนี้ เหมือนกันแล้วก็ยอมๆทำตามไป แบบไม่รู้เหตุผล แล้วพอโตมา
แล้วรู้ว่าเป็นการป้องกันโดนลวนลามก็รู้สึกไม่พอใจเหมือนเจ้าของ Tweet เลย

กุอ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันขัดกับความคิดในบ้านเราจริงๆว่ะ อันนี้เดาว่าน่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นฝรั่งตะวันตกนะเพราะ Tweet ภาษาอังกฤษ
ก็ไม่รู้ว่าเด็กๆฝั่ง Asia โซนเราเขาก็จะมีแนวคิดแบบนี้เหมือนกันไหม

182 Nameless Fanboi Posted ID:aeJgWffkod

คิดว่าเป็นเรื่องปกติเหรอ ที่วันหวยออกทีไร "คนครึ่งประเทศ" ต้องมานั่งใจจดใจจ่อลุ้นเยี่ยวเหนียวว่าจะถูกหวยไหม ในเฟสก็พูดแต่เรื่องหวย หวย และหวย ราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่เดียวที่จะช่วยให้ประชาชนลืมตาอ้าปาก ใช้ชีวิตรอดในประเทศนี้ได้ พวกเธออาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ฉันมองว่า มันคือความผิดปกติของประเทศนี้ ที่ถูกทำให้มองเป็นเรื่องปกติ

183 Nameless Fanboi Posted ID:9mwRduf53s

>>181 ประเด็นเรื่องการแต่งตัวนี่ดราม่ามากนะในบ้านเรา เดี๋ยวนี้มีการรณรงค์ ผญ จะแต่งตัวแบบไหนก็ไม่ สังคมไม่มีสิทธิ์เอาไปเป็นข้อเตือนให้ระวังจากพวกคุกคามทางเพศ ซึ่งอันนี้กูเข้าใจที่จะสื่อนะ กลัวว่าจะเหมือนซ้ำเติมเหยื่อ แต่อีกด้านหนึ่งกูว่าการแต่งตัวมันก็มีส่วนจริงๆ กรณีผู้ก่อเหตุเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนรู้จัก คือแบบมึงจะไปหวังให้พวกหื่นมันเข้าใจคงไม่ได้อะ ด้านหนึ่งลดความเสี่ยงได้กูก็ว่าจำเป็นแล้ว

184 Nameless Fanboi Posted ID:Nhci1XEwzN

🔴#รวมสุดยอดข้อคิดจากหนังสือ
:: ขาย 100 คน ซื้อ 99 คน

🎯1.วิธีคิดเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของนักขาย
ขายในสิ่งที่ตนเองเชื่อว่าดีเเละมั่นใจในสินค้า
***#ในความเป็นจริงนั้น #ไม่มีสินค้าใดที่ปราศจากข้อบกพร่องเลย #หากเรายอมรับความจริงข้อนี้ได้ #หากเราสามารถมองเห็นคุณค่าอันเป็นจุดเด่น #ที่ไกลเกินกว่าข้อบกพร่องของสินค้าจากใจจริงได้เมื่อไหร่ #สินค้านั้นจะกลายเป็นสินค้ายอดนิยม

🎯2.ชีวิตเปรียบเสมือน "เสียงสะท้อนกลับ" ถ้าเราทำให้ผู้อื่นมีความสุข ผลลัพธิ์คือเราจะมีความสุข เเละถ้าเราปฏิบัติต่ออีกฝ่ายด้วยใจเเละความสุภาพ อีกฝ่ายก็จะปฏิบัติต่อเราเช่นเดียวกัน นี่เป็นเรื่องธรรมดา เเต่เป็นความจริงอันสากลเเละนิรันดร

🎯3.เป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยคำว่า "ไม่" กับพนักงานขายที่ทำให้รู้สึกดี

🎯4.สิ่งสำคัญกว่าการรุกเป็น 100 เท่า คือ การ เตรียมพร้อม

🎯5.ทุกคนโหยหา "ความรู้สึกเป็นคนสำคัญ"
ไม่ว่าจะเรื่องไหน ก็ควรให้ความสนใจกับอีกฝ่าย ถามในเรื่องที่เขาภาคภูมิใจ เพราะมันเป็นการเเสดงถึงความใส่ใจต่อกันในฐานะมนุษย์

🎯6.เทคนิคจิตวิทยาที่ใช้ในงานขาย
"การทวนคำพูด" นอกจากจะเเสดงถึงความใส่ใจ สนใจรับฟัง ยังเเสดงถึงความเป็นพวกเดียวกัน เห็นด้วยกับความคิด เเละกระตุ้นให้อีกฝ่ายกล้าที่จะเปิดใจ เปิดเผยข้อมูลมากยิ่งขึ้น

🎯7. ถ้าอยากให้ลูกค้าสนใจสินค้า ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความจำเป็นของสินค้านั้นด้วยตัวเองก่อน

🎯8.นักขายที่ดีจะไม่อธิบายสินค้ายืดยาว

🎯9.ห้ามพูดว่าสนใจไหม เด็ดขาด! 😎

🎯10.ถ้ารู้เเก่นของจิตวิทยาเเล้ว ไม่เพียงเเค่จะทำให้เราเป็นมิตรกับอีกฝ่ายง่ายดายเท่านั้น เเต่ยังสามารถควบคุมอีกฝ่ายได้ดังใจนึกอีกด้วย

🎯11. หากความสัมพันธ์กับผู้อื่นราบรื่น เราจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิต

185 Nameless Fanboi Posted ID:lYKImRp4AA

>>182 หวยไทยแม่งน่าตื่นเต้นกว่าจริง หวยยุโรปโคตรจืด ไม่เร้าอารมร์เท่าหวยไทยหวะ 55555

186 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

แสงกระสือ กระแสดีมาก แต่รายได้ 3 วัน แค่ 9 ล้านหน่อยๆ ซึ่งความจริงควรได้ 20 ล้านแล้วด้วยซ้ำ เพราะโรงหนังเทโรงเทรอบให้กัปตันมาเวลหมด
ทีนี้เห็นหรือยังล่ะ ว่าสิ่งที่คนทำหนังไทยต้องการให้รัฐช่วยเหลือคืออะไร ก็คือ ช่วยจัดการกับ "การผูกขาดธุรกิจโรงหนัง" ที่กุมอำนาจกันอยู่แค่สองเครือไง
แบบว่า หนังดีแค่ไหน ถ้ากูไม่อยากฉายให้ดู ประชาชนอย่างพวกมึงก็ไม่ต้องดู มีไรป่ะ หรือ หนังเรื่องไหนกูลงหุ้นส่วนสร้างด้วย ต่อให้หนังเหี้ยแค่ไหน กูก็จะให้โรงเยอะๆ บังคับประชาชนอย่างพวกมึงดู ฮ่า ฮ่า
ไม่ค่อยมีที่ไหนในโลกหรอก ที่ปล่อยให้โรงหนังกำหนดรอบฉายตามอำเภอใจแบบนี้ นอกจากประเทศด้อยพัฒนา

187 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

เลือกเพื่อไทยดีกว่า รักทักษิณ มีวันนี้ก็เพราะสมัยทักษิณ ทำมาหาแดกโง่ๆก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

188 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

สมมุติขำๆนะ ถ้าผลเลือกตั้งออกมา ลุงตู่เสือกชนะจริงๆ คือชนะเพราะมีคนโหวตให้จริงๆนะ ไม่ได้โกง คิดว่าชาวเน็ตจะเชื่อผลการเลือกตั้งกันไหมวะ ว่าไม่ได้โกงจริงๆ

คือ ผลโหวตใน Facebook ในโลกเสมือนจริง ของ "ชาวเน็ต" เนี่ยจะไม่เอาลุงกัน
แต่ถ้าสมมุติว่า "ประชาชนในโลกจริง" ชาวบ้านทั่วไป ลุงๆป้าๆ ที่ไม่ได้เล่นเน็ตประจำ ซึ่งเป็นพลังเงียบจำนวนมหาศาล ดันเลือกลุงกัน ทำให้ลุงชนะขึ้นมา

ปัญหาคือ คิดว่าชาวเน็ตจะเชื่อผลโหวตนี้กันไหมวะ

189 Nameless Fanboi Posted ID:zM8r8IjQ0g

>>188
คนเราจะเห็นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อเสมอ
ยิ่งระบบFacebook เป็นแบบกะลาครอบด้วย
กูก็เลือกลุง แต่จะเข้าเพขอวย อคม รึไงวะ?

190 Nameless Fanboi Posted ID:Nbg5wZ7DHI

>>188 ประเด็นคือมึงพิสูจน์ได้ไหมล่ะว่าพลังเงียบโหวตให้ลุงจริงๆ เพราะผลโพลมันก็ไม่ได้มีแค่ในโลกเสมือนแต่ก็มีพวกที่เขาไปทำสัมภาษณ์เป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรม (คลิป) ออกมาซึ่งก็ไม่ได้ไปในทางที่จะสนับสนุนประยุทธ์ต่อกัน

ถ้าประยุทธ์ชนะแล้วมึงพิสูจน์ไม่ได้แล้วจะมาสรุปเอาเองว่าเออที่มันแม่งชนะเนี่ย เพราะว่าพลังเงียบนะ พวกมึงยอมรับกันไปเถอะ อันนี้มันก็ไม่ใช่

191 Nameless Fanboi Posted ID:rUhr6ytMNN

>>189 แต่เพจหนุนลุงโพลก็แพ้นะครับ

192 Nameless Fanboi Posted ID:54tgn0HEM0

>>187 >>188 กระทู้มิตรสหายท่านหนึ่งคือให้ quote ข้อความชาวบ้านมาลงเว้ย หรือจะถกต่อจากที่ quote มานิดหน่อยก็โอเค แต่ไม่ใช่ให้มาคุยเรื่องเหี้ยอะไรก็ได้ที่อยากคุย กระทู้อื่นที่ใช้คุยก็มีอยู่แล้ว

193 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

>>190
บ้านกูเลือกลุงกันหมดทั้งบ้าน
รวมญาติกูด้วยก็สิบกว่าเสียงละ
ทำงานด้านสุขภาพ + ราชการ
จำเป็นต้องสำภาษณ์ลงเน็ตไหม?

194 Nameless Fanboi Posted ID:hvrbezI.y0

>>193 ก็คือมึงจะบอกว่าลุงจะชนะก็ไม่แปลกเพราะบ้านมึงเลือก? อันนี้คือข้อพิสูจน์มึงเหรอวะ บ้านมึงแม่งยิ่งใหญ่ดีว่ะ

195 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

>>194
มึงก็เอาตัวอย่างที่สัมภาษณ์มาวัดกำลังคนทั้งประเทศเหมือนกัน
ไม่ Live สด 48 ล้านคนเลยล่ะวะ?

196 Nameless Fanboi Posted ID:GEn8n8cHBd

>>195 กูเอาหลายๆอันมาวัดแล้วเฉลี่ยๆจากสายตากู ไม่ได้วัดแค่บ้านตัวเองบ้านเดียวแบบมึง พูดเหี้ยไรให้มันเป็นไปได้หน่อย ไลฟ์สดห่าไร 48 ล้านคน

197 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

ปี 59 โพลเมกา ฮิลลาลี่ชนะทรัมป์แทบทุกโพล เลือกตั้งจริงหักปากกาเซียนเป็นแถบๆ

สำนักข่าวต่างประเทศ รวมทั้งซีเอ็นเอ็น และบีบีซี รายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2016 ที่ดำเนินไปด้วยความตื่นเต้นสุดระทึกว่า ในที่สุด ได้เกิดการพลิกล็อกมโหฬาร ชนิดหักปากกา ‘โพล’ แทบทุกสำนักที่สำรวจความนิยมของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี มาโดยตลอด เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากรัฐนิวยอร์ก วัย 70 ปี ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง

198 Nameless Fanboi Posted ID:GEn8n8cHBd

>>197 อันนี้คือข้อพิสูจน์มึงว่าพลังเงียบจะโหวตให้ลุง?

199 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

>>198
มึงตั้งธงไว้ยังไงล่ะ?
หรือจะบอกว่าคนที่ได้บัตรร้านประชารัฐจะไม่เลือกลุงแน่นอน?

200 Nameless Fanboi Posted ID:GEn8n8cHBd

>>199 กูไม่ได้ปักธง เหมือนกับที่กูไม่ได้ปักธงว่าคนได้บัตรจะโหวตให้ลุงแน่นอน หรือมึงปักแบบนั้น?

201 Nameless Fanboi Posted ID:TfEYtA+Xmu

นึกถึงนี่เลยว่ะ เดี๋ยวเจอสภาจริงที่สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้จะอยากกลับไปเลี้ยงหลานแทบไม่ทัน
https://youtu.be/z3CMyB9C3ts

202 Nameless Fanboi Posted ID:rUhr6ytMNN

คนมันก็คงจะเชื่ออยู่หรอกว่ามึงไม่โกง ถ้ามึงไม่ได้ตั้ง กกต เอง เลือก สว มาเลือกตัวเอง ใช้ ม44 แบ่งเขตเลือกตั้งตามใจตัวเอง เลือกกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติที่จะชี้เป็นชี้ตายสภาที่มึงไม่ชนะได้ เอาเงินภาษีไปหาเสียงในโครงการที่มึงเอาไปตั้งเป็นชื่อพรรค

203 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

เรื่องแอดมินเพจลวนลามมาอีกเพจละครับ...
(เคสเมื่อเช้าเขาไปเคลียร์กันละนะ) คราวนี้ลองอ่านกันดู อืมม์... ทำไมต้องเป็นคนที่เคยเจออีกละเนี่ย... =..="

👉 อยากเตือนให้เป็นอุทาหรณ์ จากเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างแอดมินกับลูกเพจ ว่า อย่าไปไหนมาไหนกับแอดมินเพจ ถ้ายังไม่สนิท หรือเชื่อใจ

เรื่องมีอยู่ว่า หนูเป็นลูกเพจอยู่เพจนึง เป็นเพจตลก ก็ติดตามเพจกันปกติ ไปคอมเมนท์ตามประสาลูกเพจ แต่อยู่ๆแอดมินก็มาตอบคอมเมนท์ เราก็ดีใจแอดมินตอบเพจ โต้ตอบกันใต้คอมเมนท์ ซักพักนึง แอดมินคนดังกล่าวก็แอดเพื่อนมา เราตกใจมาก เพราะเห็นหน้าเฟสบุ๊คบอกเป็นแอดมินเพจ เราเลยลองกดรับเป็นเพื่อน

พอรับแอดมินเพจก็ทักมาทันที บอกว่าเราสวย ชอบเรา อยากเจอเรา พอดีมีงานออกบูท ด้วยความที่ชื่นชอบเพจนั่นมากเลยตอบตกลงว่าจะไปเจอที่งานออกบูทของเพจนั่น พอเจอเราก็คุยกันปกติ คุยกันสนุกสนาน พอจะกลับเขาก็อาสาพากลับบ้าน ไอเราก็หลวมตัวกลับไปกับเขา อาทิตย์ต่อมาแอดมินคนเดิมก็ชวนเราไปเที่ยวอีก คราวนี้ไปเที่ยวที่ไกลกว่าเดิม เป็นที่ที่เราไม่เคยไป เราก็ออกปากตกลง เพราะเชื่อใจ

ถึงเวลาก็ไปเดินเที่ยวตามปกติ คราวนี้เขาก็บอกจะไปส่งอีก เราก็ตกลงแต่วันนี้ เราเริ่มมีท่าทีแปลกๆ ขึ้นรถนั่งอยู่นาน แต่ไม่ยอมออกรถ เราก็สงสัยเลยถาม “ทำไมไม่ไปล่ะคะ” เขาบอก”ขอทำธุระแปบนึง” เราก็งงทำอะไร ทันใดนั่น แอดมินคนนั้นก็เริ่มมาหอมแก้ม กอด เราตกใจมาก ถามทำอะไร เขาตอบ “ก็คิดถึง ขอหอมหน่อยไม่ได้เหรอ” เราก็เงียบไปจนมาถึงบ้าน เราลงจากรถและไม่พูดอะไร

อาทิตย์ต่อมา เขาก็ชวนอีกบอกจะไม่ทำอะไรแล้ว เราเลยตกลงยอมไปด้วยอีกครั้ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่หนักกว่าเดิม คือเขาพยายามจะเอามือมาจับหน้าอก เราโวยวายบอก “ทำไมทำแบบนี้” เขาบอก “ก็คิดถึง พี่มีน้องคนเดียว พี่ก็อยากจะทำ น้องยอมพี่ไม่ใช่เหรอ” ได้ยินแบบนี้ เราทนไม่ไหว บอกให้รีบไปส่งที่บ้าน

ถึงบ้าน เขาก็พยายามจะโทรหา บอกขอโทษจะไม่ทำอีก หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยกัน ผ่านไป2อาทิตย์ แอดมินคนนั้นกลับมา โทรมาหา บอก”มาเจอกันเถอะนะ จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนสำนึกผิด เราใจอ่อนและก็ยอมไปเจอกับเขา

ก็ไปเที่ยวปกติ แต่ขากลับ เขาบอกอยากไปนั่งพักซักที เราก็นึกว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือร้านอาหาร ขับรถมาได้ซักพักรู้ตัวอีกที ก็อยู่หน้าโรงแรม(พอดีตอนนั้นเหม่อเลยไม่ได้สนใจทาง) พอเห็นว่าเป็นโรงแรม เราพยายามจะหนี แต่หนีไม่พ้น เราถูกแอดมินคนนั้น ฉุดเราเข้าห้อง หลังจากนั้นก็พยายามจะข่มขืนเรา วิ่งหนีทั่วห้อง เขาจะถอดเสื้อ กางเกง เหลือแต่ยกทรง เขาล็อกแขน พยายามดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด ความแรงผู้ชายผู้หญิงอย่างเราสู้ไม่ไหวอยู่แล้ว เขาพูดกับเราว่า”พี่ขอนะ” หลังจากนั้น เขาก็พยายามที่จะเอาไอนั่นมาใส่ เราดิ้นๆๆ จนหลุดออกมาได้ เราหนีเข้าห้องน้ำแล้วรีบใส่เสื้อผ้า และหาจังหวะ หนีออกมาได้ พอเห็นเราหนีออกมาเขาพยายามขับรถตาม พอดีปากซอยโรงแรมเป็นบั๊มน้ำมัน เลยหนีเขาไปหลบ รอโอกาศที่เขาขับรถออกไป แล้วก็กลับบ้าน เขาพยายามที่จะติดต่อ โทรหาและพูดประโยคเดิมๆว่า “พี่ขอโทษ ที่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว พี่สัญญา” ครั้งนี้เราบอกว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเชื่อใจแล้ว จึงทำการบล็อกเขาออกทุกช่องทาง ไม่อยากจะเจอ จะคุยด้วยอีกต่อไป จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้รู้ว่า ไม่ควรไปไหนมาไหนกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกัน แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นแอดมินเพจจากเพจดังก็ตาม👈

พออ่านจบก็เข้าใจนะ ว่าเวลาแอดมินเพจทำอะไรแบบนี้มันมีทั้งเคส ไหวตัวทันและไหวตัวไม่ทัน หรือบางทียอมใจอ่อนเผลอใจให้ บางคนรอดไปได้ก็โอเค เขาก็หาคนใหม่คนที่โดนแล้วอึดอัดเจอที่ระบายไปเล่าได้ก็โอเค แต่หลาย ๆ เคสเกิดจากความไว้ใจจนพลาดไป สุดท้ายก็ทำอะไรกลับไม่ได้เพราะเข้าข่ายสมยอมจนต้องเก็บเรื่องเอาไว้...

ดังนั้นถ้าไม่อยากพลาด ก็ระวังไว้ละกันครับผม...

204 Nameless Fanboi Posted ID:B+lPK.MUhi

เราจะทำการโกงเลือกตั้งให้ดีที่สุด​
เพื่อไม่ให้นักการเมืองกลับมาโกงได้อีก​
เชื่อใจ​ กกต.​ ที่​ คสช.​ สรรหามา เถอะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

205 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

ที่คุณธนาธรระบุทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องที่ดีมาก และสมควรชื่นชม แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่

เพราะนักการเมืองหลายคนเขาก็ทำ ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ blind trust หรือ private fund ต่างก็สามารถระบุเจตจำนงในสัญญาบริการได้ทั้งหมด

เราก็เคยบริหาร private fund ให้อดีตรัฐมนตรีบางท่าน ซึ่งปัจจุบันกำลังลงเลือกตั้งในยุคนี้ สัญญาจัดการ private fund ก็ไม่ต่างจากที่คุณธนาธรระบุ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงหุ้นบริษัทนอกตลาดอีกด้วย โดยที่ในระหว่างบริหาร private funds เหล่านี้ รัฐมนตรีและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็มิได้เข้ามาบงการหรือยุ่งเกี่ยวอะไรเลย

คุณธนาธรทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะมีนักการเมืองและรัฐมนตรีหลายคนเขาทำกันอยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้ทำในรูปแบบ blind trust แต่เนื้อหามิได้ต่างกันและบางท่านก็ทำเข้มงวดกว่า
.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

206 Nameless Fanboi Posted ID:qh9epQZclY

แสงกระสือ หนังดี ลงทุน 40 ล้าน แต่คนไทยไม่ดู รายได้ 4 วัน จึงได้เงินแค่ 14 ล้าน

ส่วนหนังเหี้ยๆ ลงทุนแค่ 4 ล้าน เอาตลกคาเฟ่มาด่าพ่อล่อแม่ คนไทยแห่ดู รายได้ 4 วัน ทะลุ 40 ล้านกัน

แล้วคนไทยก็ชอบด่าคนทำหนังไทยว่า "ถ้าอยากให้หนังไทยได้เงินเยอะๆ ก็ทำหนังดีๆสิ" ก็นี่ไง ทำหนังดีๆให้แล้วนี่ไง แต่คนไทยก็ไม่ดู จริงมะ?

207 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>205 ยุ่งได้แต่ไม่ยุ่ง (เพราะกลัวทำเจ๊งหรืออะไรก็ว่ากันไป) กับสัญญาว่าจะไม่ยุ่งนี่ไม่ต่างกันเหรอ

208 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>207 จากการค้นข้อมูลรมต.ของไทยที่เคยใช้วิธี Blind trust มีทั้งหมด 15 คน คือ

1. คุณสาวิตต์ โพธิวิหค รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุคชวน
2. นายธานินทร์ นิมมานเหมินท์ รมต.คลัง ยุคชวน
3. นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร รมต.ช่วยพาณิชย์ ยุคชวน
4. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมต.มหาดไทย ยุคมาร์ค
5. นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุคมาร์ค
6. น.พ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ รมต.ช่วยคลัง ยุคมาร์ค
7. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมต.ช่วยพาณิชย์ ยุคมาร์ค
8. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมต.วิทยาศาสตร์ ยุคมาร์ค
9. นายกรณ์ จาติกวณิช รมต.คลัง ยุคมาร์ค
10. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายก ยุคปู
11. นายประดิษฐ สินธวณรงค์ รมต.สาสุข ยุคปู
12. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายก ยุคปู
13. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมต.ช่วยพาณิชย์ ยุคลุงตู่
14. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมต.พลังงาน ยุคลุงตู่
15. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายก ยุคลุงตู่

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

แต่ทั่นธนาธรเป็นคนแรกนะ...
คนแรกที่ได้รับการบูชาหน้ามืดระดับติ่ง
ทุกสิ่งที่เกิดมาก่อนไม่นับเป็นประวัติศาตร์
ประวัติศาสตร์เริ่มที่ท่านธนาธร

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

209 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>208 รัฐมนตรีต้องโอนหุ้นที่เกินกำหนดให้นิติบุคคลอื่นไปดูแลแทนทุกคน
ไอที่ไล่มามันทำตาม กม. ให้กองไปดูแลเฉยๆ สิทธิ์ออกเสียงในหุ้นก็ยังมีอยู่

"มาตรา ๕ ในกรณีที่รัฐมนตรีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้
ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทในส่วนที่เกินกว่าจํานวนที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔ ให้รัฐมนตรี
ดําเนินการดังต่อไปนี้
(๑) แจ้งเป็นหนังสือให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีและ
(๒) โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้นิติบุคคลภายในเก้าสิบวัน
นับแต่วันที่ได้แจ้งให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ และเมื่อได้
ดําเนินการโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นให้กับนิติบุคคลใดแล้ว ให้รัฐมนตรีแจ้งเป็นหนังสือให้ประธานกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นนั้น"
http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/�106/�106-20-2543-a0001.pdf

แต่ blind trust คือมึงจะทำอะไรกับทรัพย์สินตัวเองไม่ได้เลย กองทุนก็ไม่รู้ว่าบริหารทรัพย์สินใคร
ไอตี๋นี่ยังไม่รู้ว่าจะได้เข้าสภาไหมยังทำถึงขนาดนี้กูว่าควรชมให้มากๆ ด้วยซ้ำ ลดอคติลงหน่อยก็ดีนะ
https://www.prachachat.net/politics/news-303388

210 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>209 ใครด่ามัน กูแซะสาวกที่ทำราวกับว่า TJ ทำแบบนี้เป็นคนแรกเท่านั้นละ แล้วรายชื่อใน >>208 ก็เป็น Blind trust แบบ TJ นะ ดันบอกว่ามีสิทธิออกเสียงในหุ้นซะงั้น มึงมึนเหรอ

แล้ว TJ ได้เข้าสภาแน่นอนอยู่แล้ว มึงคิดไงว่ามันไม่ได้งะ บางคนบอกมีสิทธิได้นายกเพราะคนค้นหามากสุดในเน็ตด้วยซ้ำ

211 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>210 อันนั้นมัน Private fund ให้กองทุนบริหาร ซึ่งก็ทำตามกม.ไง แต่ Blind trust มันจะเข้มไปอีกระดับนึง

212 Nameless Fanboi Posted ID:PPJEZzYU+T

ข้างบนจั่วหัวว่าธนาธรทำเรื่องดีแล้ว ควรชื่นชม บรรทัดแรกเลย

แต่ติ่งส้มก็ยังเข้ามาแง่งๆ ขู่ฟอดๆ ประชดประชัด มีพูดถึงป้อมกะยุทธ์เหมือนจะimplyว่าเจ้าของโพสต์เป็นพวกเผ็ดกลาง

แบบนี้คนเขาเลยหมั่นไส้พรรคมึงไง ติ่งเอ๋ย เขาก็บอกอยู่ว่าเป็นเรื่องดี แต่แค่แย้งที่ป่าวประกาศว่าทำคนแรก

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10217320969003461&id=1450051196

213 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>210
Private Fund แปลว่ากองทุนส่วนบุคคล ส่วน Blind Trust เป็นรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงลงไปอีกของ Private Fund ค่ะ คือห้ามเจ้าของทรัพย์สินโทรสั่งการซื้อหรือขายหุ้น หรือจัดการใดๆ กับทรัพย์สินเด็ดขาด จนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาในสัญญา

ถ้าเป็น Private Fund ธรรมดา เรายังมีอำนาจสมบูรณ์ ผู้จัดการกองทุนเป็นเหมือนผู้ช่วยเราเฉยๆ แต่ถ้าเป็น Blind Trust เรามอบอำนาจในการจัดการทรัพย์สินให้ผู้จัดการ Trust ไปด้วย
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

มีคนอธิบายไว้ละ
เท่าที่ดูรายละเอียดจากอันนี้ https://www.isranews.org/isranews/74785-report02_74785.html ก็ยังไม่ถึงขั้น Blind Trust นะ
แต่เงื่อนไขเขาไม่ได้เปิดเผย ใน 15 คนนี้อาจจะมีคนทำคล้ายๆกันก็ได้มั้ง

214 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>211 ใน >>208 วรรคแรกก็บอกนะว่า Blind trust ในลิงค์อิสราที่มึงเอามาก็บอกว่าเป็น Blind trust มึงตกภาษาไทยเหรอ กรือโลกนี้มี TJ คนเดียวที่ทำ Blind trust ได้

มึงใช่ติ่ง Hyperloop ก่อนหน้านี้มั้ย ถ้าใช่กูได้ไม่คุย เสียเวลาชีวิตชิปหาย

215 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

มีคนติงมาว่าผมไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำไปไกลกว่าหลายท่าน เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง ก็คือ 1.*Blind ทำให้สั่งไม่ได้ มองไม่เห็น* 2.จะไม่ลงทุนในหุ้นไทย 3.ไม่เอาคืนจนกว่าจะครบ 3 ปี หลังพ้นตำแหน่ง

ถ้าไม่จริงก็ขอขอดูรายละเอียดแต่ละท่านด้วย
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

216 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>214 กูว่ากูอธิบายชัดแล้วนะ
กฏหมายตอนนี้ยังไม่ครอบคลุมไปถึง Blind trust และไม่ได้บังคับให้ทำ Blind trust ไอที่ รมต. ทำมัน Private Fund โว้ย
ถ้ายังแยก Blind trust กับ Private Fun ไม่ออกก็เรื่องของมึงจ้า

217 Nameless Fanboi Posted ID:3UDBZKd22.

>>213 blind trust ไม่ต้องกำหนดระยะเวลาก็ได้นะ ขึ้นกับสัญญา อยากเลิกเมื่อไหร่ก็ได้

218 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>216 ในเมื่อไม่เห็นสัญญาแล้วมึงรู้ได้ไงว่าเป็น Private มโนเอาเองเหรอ ข่าวอิสราก็บอกอยู่ว่าเป็น Blind trust เอาเถอะ นอกจากทักกี้ซื้อจักรวาล TJ ก็เป็นคนแรกของจักรวาลด้วย เก่งกันจริงๆ

219 Nameless Fanboi Posted ID:iTGHeW0PQ1

พวกมึงไปคุยกันในมู้การเมืองสิโว้ย

220 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>218 แล้วในเมื่อไม่เปิดเผยสัญญาแล้วอิศรารู้ได้ยังไงว่าเป็น Blind trust ล่ะหืม?
แล้วในเมื่อกฎหมายกำหนดแค่ "โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้นิติบุคคล" แล้วทำไมถึงอนุมานว่า 15 คนนี้ทำ Blind trust ล่ะ?
logic พื้นๆ หวังว่าจะเข้าใจนะ

221 Nameless Fanboi Posted ID:UHp8R8psLu

ทหารยึดอำนาจไม่ใช่เพื่อเอาชนะทักษิณ ที่เค้ายึดเพราะเค้าต้องการหยุดคนโกงชาติ รักษาผลประโยชน์ชาติ คืนความสงบสู่บ้านเมือง ใครจะชนะเลือกตั้งก็ตาม ขอเพียงอย่าสร้างเงื่อนไขเลวๆเหมือนที่ผ่านมา ทหารเค้าก็ไม่ยึดอำนาจหรอก ถามว่าถ้าทหารไม่ยึดอำนาจ แล้วปล่อยให้คนไทยฆ่ากันเอง โดนนักการเมืองโกงบ้านเมืองไป แล้วบอกว่าปล่อยให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ลืมไปหรือเปล่าครับ บ้านเราปกครองด้วยระบอบอะไร? ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนไทยน่าจะเรียนรู้ระบอบการปกครองของบ้านเมืองตัวเองก่อนไปเลือกตั้งนะครับ นักการเมืองอย่าสร้างเงื่อนไขให้ประเทศฉิบหายอีกก็แล้วกัน ต่อไปคงไม่ได้เลือกตั้งอีกแน่นอน นี่ก็ปล่อยให้มีการเลือกตั้งตามปกติ ถ้ามีโคตรโกงและพาคนไปสู่ความแตกแยกอีก ผมว่าต่อไปไม่ต้องมีการเลือกตั้งไปนานๆเลยครับดัดสันดานกันบ้าง

222 Nameless Fanboi Posted ID:jkzUefJbgF

Media smear 101:
- Use angry photo
- Introduce person with pejorative i.e. “far right”
- Immediately follow with “critics say”
- Tie person to negative events
- Interview haters
- Quote crazy “followers”
- Never quote work directly
- Bury any reasoned responses at the end
PROFIT

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

223 Nameless Fanboi Posted ID:UHp8R8psLu

5 ปีก็ยังน้อยนัก
สัก 10 ปีก็ยังไม่พอ
20 ปีไปเลยครับลุงตู่
ผมให้อยู่ต่อ..

224 Nameless Fanboi Posted ID:nalfy61iGi

>>220 มึงรู้มั้ยว่า Blind trust นี่ต้องแจ้งกลต.นะ และกลต.เคยพูดเรื่องนี้มานานแล้ว ถ้าจะเช็คก็เช็คได้ แต่เขาคงเอามาให้มึงดูหรอก

https://www.ryt9.com/s/iq02/504650

225 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

>>224 นิยาม Blind trust ใน MOU กับข่าวนี้และอิศราไม่ตรงกันน่ะ
กรณ์ยังบอกเลยว่า “Blind Trust” ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10157168334459740&id=71254499739
แต่น่าเสียดายนะ ข้อ 1 กับ 4 จงใจดิสเครดิตเขาแถมตอนท้ายยังโยงไปแซะทักษิณอีก ไม่น่าเลย

226 Nameless Fanboi Posted ID:/Fn+tM3GpW

>>225 โทษนะ มึงแย้งว่าไม่มี blind trust ด้วยการบอกว่าไม่มี blind trust ในไทย งั้นของธนาธรก็ไม่ใช่ blind trust ไปด้วยสิ ขอบคุณที่บอก

227 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

>>226 ถ้าตามกฎหมายก็ใช่นะ ที่มันทำคือ blind trust ตามคอนเซปของต่างชาติเขา
แต่แทนที่จะมากระแหนะกระแหน​ว่าแบบนี้ไม่ใช่ blind trust อะดิ มาส่งเสริมให้นักการเมืองทำตามหรือผลักดันให้กฎหมายรองรับไม่ดีกว่าเหรอ?

228 Nameless Fanboi Posted ID:eXvurYXA7y

>>226 เป็นโดยพฤติกรรม ใช้ mou สวม
จริงๆเคลมเป็นคนแรกที่ทำก็ได้ เพราะมันเป็นคนแรกที่ทำ mou ต่อสาธารณะจริงๆ

สำนักข่าวเริ่มต้นก็บอกถูกนะ จู่ๆมีดราม่าคนแรกคนสองอะไรไม่รู้ ปัญญาอ่อนชิบหาย ไปไกลกว่าที่เคยมีมาขนาดนี้ยังหาเรื่องด่ามันได้

229 Nameless Fanboi Posted ID:/Fn+tM3GpW

>>227 ตอนแรกมึงแย้งเองนะว่าของธนาธรเป็นคนอื่นไม่เป็น

>>228 กูว่าคนเหม็นเพราะสาวกเยอะนะ พอเอาเรื่องนี้อวดคนก็ออกมาแย้ง อารมณ์ติ่งกะฮีตเตอร์ในห้องหนังอะ อวยมาก/ด่ามากไปคนก็อยากเห็นตรงข้าม

230 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

>>229 Hater gonna hate. คนไม่ใช่ทำอะไรก็หาเรื่องมาด่าได้ตลอดแหละ ไปลองดูห้องการเมืองเวป gconhub ได้

231 Nameless Fanboi Posted ID:UHp8R8psLu

ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้

จากการแถลงข่าวเรื่อง ‘blind trust’ ของคุณธนาธร ทำให้มีสื่อบางรายได้ทักท้วง สรุปความได้ว่า การอ้างว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้ เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เคยมีนักการเมืองอีกหลายท่าน รวมทั้งผมด้วย เคยทำเช่นนี้มาก่อนแล้ว..

ผมขอชี้แจงตามนี้ว่า

1. “Blind Trust” ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่คุณธนาธรลงนามไปนั้น ไม่ใช่ blind trust และไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน

2. คุณธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ผมก็เคยและวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ผมก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน

3. ผมเองเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ปปช. ตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการรายงานบัญชีทรัพย์สิน

4. แต่หลายปีมาแล้วผมได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามที่จะทำ คือผมยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะผมคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ ‘มองไม่เห็น’ เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้

จริงๆแล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด (แต่อย่าขายให้ nominee กันอีกนะครับ)

แต่หากไม่ขาย ผมว่าที่ดีที่สุดคือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรคือการโอนเข้าไปในที่ๆ ‘มองไม่เห็น’
.
.
.
.
ลิงค์เต็มของสำนักข่าวอิศรา https://www.isranews.org/isranews/74785-report01-74785.html

#เลือกตั้ง62 #ประชาธิปัตย์
#ทีมกรณ์ #แก้จนสร้างคนสร้างชาติ

ผลิตโดย นายกรณ์ จาติกวณิช
พรรคประชาธิปัตย์ 67 ถ.เศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏที่ส่งมาในครั้งนี้

232 Nameless Fanboi Posted ID:/Fn+tM3GpW

>>230 ตอนแรกคนไม่ได้เกลียดพรรคส้มเยอะนะ ตอนนี้กระแสแรงพอตัว คิดว่าเพราะไร

233 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

ไม่คิดจะเขียนเรื่องนี้อีกแล้วนะคะ แต่พอดีได้คำถามหลังไมค์มารัวๆ หลายอัน เลยคิดว่าตอบทีเดียวเป็นสาธารณะดีกว่า ก่อนจะมีมาอีก 55

ความเห็นต่อโพสของคุณกรณ์ (ดูได้ในเพจ KornChatikavanijDP) ต่อกรณี blind trust คุณธนาธร

1. ในฐานะนักการเงิน คุณกรณ์ย่อมเข้าใจดีว่า blind trust คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำงานแบบไหนในต่างประเทศ การนำคำว่า "มองไม่เห็น" มาเล่น บิดคำให้กลายเป็นเท่ากับหมายความว่า "ตรวจสอบไม่ได้" จึงไม่ถูกต้อง เพราะ blind ในคำว่า blind trust ไม่ใช่แปลว่าตรวจสอบไม่ได้ คำว่า "มองไม่เห็น" แปลตรงตัวว่า เจ้าของทรัพย์สินไม่มีสิทธิมองเห็นหรือบงการการจัดการทรัพย์สินใดๆ เท่านั้น

2. ไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ blind trust ก็จริง แต่คุณธนาธรก็ได้แสดงความประสงค์ชัดเจนแล้วใน MOU ซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะว่า จะสร้างเงื่อนไขแบบ blind trust ขึ้นมาในสัญญาบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล

3. blind trust ที่คุณธนาธรตั้งในครั้งนี้ เป็นการทำสัญญากับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนสัญชาติไทย อยู่ในรูปกองทุนส่วนบุคคล (private fund) ในเมืองไทย ซึ่งต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ทุกประการ ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไม่ใช่ trust ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ (แบบที่คุณกรณ์โพสว่าเคยทำ) และในเมื่อคุณธนาธรยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สิน (กองทุนเพียงแต่รับมอบอำนาจในการจัดการมา) จึงยังต้องรายงานทรัพย์สินถ้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามกฎระเบียบของ ปปช. (เหมือนกับที่รัฐมนตรีคนก่อนๆ ที่โอนทรัพย์สินให้กองทุนส่วนบุคคลจัดการ มีหน้าที่ต้องทำเช่นเดียวกัน -- แต่ย้ำอีกทีว่า ไม่มีข้อมูลค่ะว่ากองทุนเหล่านั้นอันไหนเข้าข่าย blind trust บ้าง)

4. การรายงานทรัพย์สินใน trust นี้ ต่อ ก.ล.ต. และ ปปช. (ซึ่งเป็นหน้าที่ของ trustee หรือผู้ดูแล trust) จะต้องละเอียดแค่ไหน อย่างไร เป็นเรื่องที่เจ้าของโพสนี้ไม่แน่ใจ (เพราะกฎหมาย blind trust ตรงๆ ยังไม่มีนั่นแหละ) แต่ในหลักการ การจัดตั้งโครงสร้างแบบนี้ถือว่าเป็นการวางมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนแล้ว ดังนั้นถ้าจะต้องเปิดเผย อย่างมากก็ควรเปิดเผยทรัพย์สินเดิม (ณ ตอนที่สร้าง trust นั้นขึ้นมา เพราะถือว่ามีโอกาสเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับทรัพย์สินเดิม เพราะเจ้าของรู้ว่ามีอะไรบ้าง) และยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินใน trust ตามกำหนดการยื่นของ ปปช. เท่านั้น (เราอยากรู้รายละเอียดทรัพย์สินก็เพราะเจ้าของทรัพย์สินมีอำนาจจัดการ สุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้าเขาโอนอำนาจการจัดการไปแล้ว เราก็ไม่ต้องรู้ละเอียดขนาดนั้นก็ได้)

5. ดังนั้นคำพูดของคุณกรณ์ที่ดูจะชี้นำว่า "มองไม่เห็น" = "ตรวจสอบไม่ได้" จึงไม่เป็นความจริง พูดไม่ครบ และทำให้คนเข้าใจผิดได้ค่ะ

เสริมอีกนิดว่า คุณธนาธรเป็นนักการเมืองคนแรกที่รู้จัก ที่ 1) ประกาศว่าจะจัดตั้ง blind trust ก่อนรู้ผลการเลือกตั้ง 2) เปิดเผย MOU ต่อสาธารณะ 3) ในสัญญาจะกำหนดข้อบังคับว่า trustee จะต้องไม่ซื้อหุ้นไทย และ 4) ไม่รับโอนทรัพย์สินคืนจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว 3 ปี -- ทั้งสี่ข้อนี้เป็นมาตรฐานสูงที่ไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนทำมาก่อนค่ะ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

234 Nameless Fanboi Posted ID:xuyqkLQfv+

Being a SUCCESSFUL scientist requires yet a third set of skills, involving publishing and departmental politics.
#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

235 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

กรณ์เริ่มลบเม้นในโพสต์นี้แล้วว่ะ 5555
https://facebook.com/story.php?story_fbid=10157168334459740&id=71254499739

236 Nameless Fanboi Posted ID:ZSBPn/Ba6U

>>234 sad truth...

237 Nameless Fanboi Posted ID:+gPW0/2mw1

สุเทพนี้

เอาคนไปปิดธนาคารไม่ให้จ่ายเงินให้ชาวนา จนชาวนาผูกคอตาย

แล้วด่าว่าเป็นความผิดคนอื่นชาวนาถึงไม่ได้เงินหน้าตาเฉย เอาเรื่องชาวนาตายมาด่าคนอื่นได้หน้าตาเฉย

เดินเรี่ยไรเงิน อ้างว่าจะ"ช่วยคดี"ชาวนา เงินเข้าทนาย แต่พูดอ้างว่าเอาไปให้ชาวนาที่ฆ่าตัวตายหน้าตาเฉย จริงๆเงินม็อบมันไปไหนยังไม่รู้เลย

เห็นชีวิตคนที่ตายเพราะตัวเองเป็นอะไร เห็นคนที่นั่งฟังเชื่อมันจ่ายเงินให้มันเป็นอะไร

ปั่นคนจนสูญเสียรวมทั้งหมดไปเท่าไหร่ ผ่านไป 5 ปี สุดท้ายได้อะไรวะ?

ฟังเวทีพรรคอื่นพรรคนี้แล้วมาฟังสุเทพ แล้วรู้สึกว่ามันเหี้ยมาก พอคิดว่า 5 ปีก่อนมีพวกห่านี่พูดแล้วมีคนไปนั่งฟัง ก็รู้สึกดีขึ้นหน่อยว่าประเทศไทยมาไกล

รอดูตอนจบว่าจะจบยังไง

238 Nameless Fanboi Posted ID:SKzyG5J/qC

สรุปว่า blind trust ของ TJ คือนิยามขึ้นเองเพื่อโฆษณาเหมือนกับ retina display เงี้ยเหรอ?

239 Nameless Fanboi Posted ID:b5i9hoIYKR

เพื่อนๆ ที่ออกกตัวให้ TJ นี่เครือข่าย elite ใหม่ ทั้งนั้น

240 Nameless Fanboi Posted ID:ytQebewarg

ฆ่าตัวตายแล้วตกนรกหรือไม่ จะได้ไปสวรรค์หรือเปล่า?

ในทางศาสนาคริสต์ จริงๆเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก และไม่ค่อยอยากจะมีคนพูดกัน

เพราะมันยืนอยู่บนทางอันตรายสองแพร่ง ระหว่างลัทธิชวนคนไปฆ่าตัวตาย กับการทำร้ายคนอื่นซึ่งผิดเป้าหมายที่พระเจ้าอยากให้เราทำ

ดังนั้นในประเด็กนี้ เราต้องพูดถึงมันอย่างระมัดระวังมากๆ อยากให้อ่านจนจบและค่อยๆพิจารณาดู

เอาจริงๆ ในไบเบิลนั้น มีคนฆ่าตัวตายอยู่หลายคน ไม่มีใครในนั้นเลยที่ถูกประนามไว้ในไบเบิลว่าจะตกนรก

ยกตัวอย่างเช่นยูดาสที่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับพระเยซูจึงฆ่าตัวตาย

แซมสัน ถูกข้าศึกจับได้ และเอามาประจานในหมู่ศัตรู จึงอธิษฐานของกำลังเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อทำลายเสาของอาคารจะได้ตกตายไปพร้อมศัตรู

กษัตริย์ซาอูลที่ถูกตีเมืองแตกจึงฆ่าตัวตายก่อนจะตกเป็นชเลยของศัตรู

อาบีเมเลคนับรบที่ถูกทุ่มหินลงมาจากค่ายจนกะโหลกแตก จึงขอให้ลูกน้องฆ่าเขาเสีย

อาหิโธเฟลที่ปรึกษาของกษัตริย์ที่ให้คำแนะนำแล้วไม่มีใครทำตาม เลยเสียใจกลับบ้านเกิดฆ่าตัวตาย

เรารู้ว่าทั้งหมดนั้นไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี แต่ผู้คนเหล่านั้นก็ฆ่าตัวตายด้วยเหตุของสถานการณ์ต่างๆ เราต่างรู้ว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหมดบนโลกนี้ก็เป็นผลของบาปในตัวมนุษย์ ทั้งการต่อสู้กัน การตัดสินใจที่ผิดพลาดนำไปสู้ความเศร้า แต่พระเจ้าได้ประนามผู้ที่ตัดสินใจเช่นนั้นหรือไม่? หรือมองว่ามันเกิดจากความผิดพลาดไม่สมบูรณ์ในตัวมนุษย์เอง? และเราควรจะจัดการกับมันอย่างไร?

ในโบถส์ยุคต้น มีกลุ่มความเชื่อหนึ่งที่เชื่อว่าการฆ่าตัวตายถือเป็นมรณะสักขี มีพิธีกรรมอธิษฐาน และทรมาณตัวเอง จนถึงตาย (ไม่ต่างจากความคิดของพระญี่ปุ่นสายหนึ่งแนวนั่งสมาธิฝั่งตัวเองเท่าไหร่) - ต่อมาคณะความเชื่อนี้ถูกคริสจักรโรมันคาทอลิกประกาศให้เป็นพวกนอกรีด และถูกกวาดล้างจนล่มสลายไป

ไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นตาย ความตายก่อนถึงโอกาสอันควร เป็นความเศร้า

เซนต์โทมัส อไควนัส ได้ใช้แนวคิดของเพลโต ซึ่งนำเข้ามาบอกได้ว่าฆ่าตัวเองก็เท่ากับฆ่าคนอื่น ซึ่งผิดหลักห้ามฆ่าคนของบัญญัติสิบประการที่โมเสทได้รับ สำหรับเซนต์โทมัส อไควนัสชีวิตทั้งหมดเป็นของพระเจ้า แม้ตัวเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำลายมัน

ด้วยสายบัญชาการอันทรงอำนาจของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทางวาติกันจึงสามารถประกาศได้ว่าการฆ่าตัวตายเป็นการกระทำร้ายแรง พวกเขาพยามใช้กฎหมายป้องกันการฆ่าตัวตายด้วย ผู้ที่ฆ่าตัวตายจะถูกบัพพาชนียกรรม คือตัดออกจากโบถส์ จะไม่ได้รับการฝังศพในสุสาน สร้างความอับอายเดือดร้อนให้ตระกูล และในความเชื่อของชาวยุโรปในสมัยนั้นคือจะไม่ได้ไปสู่สุขติ

แต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไร? ตามหลักศาสนาแล้วคนที่ฆ่าตัวตายจะได้ไปสวรรค์หรือไม่?

ผมอ่านบทความของปาสเตอร์ฝ่ายโปรแตสแตนท์ของอเมริกันคนหนึ่ง แกตอบว่า "พูดจริงๆ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถาม ถ้าพ่อกับแม่ของคนที่พึ่งฆ่าตัวตายถาม ผมจะตอบว่า "ได้สิ พระคุณของพระคริสต์จะต้องอภัยให้เขาแน่นอน" แต่ถ้าคนที่ถามเป็นคนที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ผมจะตอบว่า "การฆ่าตัวตายเป็นบาปมหันต์ สิ่งที่รอเธออยู่นั้นเศร้ากว่าที่เป็นอยู่เสียอีก" เพราะผมรู้ว่าถ้าผมบอกว่า "ได้สิ" วันรุ่งขึ้นผมจะต้องจัดงานศพให้เขา"

(มีต่อ)

241 Nameless Fanboi Posted ID:ytQebewarg

(ต่อจาก >>240 )

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคนที่ฆ่าตัวตายจะได้ไปสวรรค์มั้ย เราไม่รู้หรอก การตัดสินเป็นหน้าที่ของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา สิ่งสำคัญคือเราควรจะทำอย่างไรกับคนที่อยากจะฆ่าตัวตาย เรื่องนี้ต่างหากที่บอกไว้อย่างชัดเจนหลายต่อหลายครั้ง

ก่อนสมัยของพระคริสต์ ชาวอิสราเอลเคยทอดทิ้งพระเจ้าไป และใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลก ในเวลานั้น ผู้เผยวัจนะ เอลียาห์ เป็นคนที่สุดท้ายที่ยังเชื่อพระเจ้าอยู่

แต่ภารงานที่เอลียาห์ได้รับนั้นหนักหนาเกินไป เขาเป็นมนุษย์ที่ต่อสู้กับรัฐทั้งรัฐด้วยตัวคนเดียว เอลียาห์ถูกนักบวชของบาอัลใส่ร้ายว่าเป็นผู้ที่ทำให้ฝนไม่ตกเพราะลบหลู่บาอัล เขาถูกตามล่าจากผู้คนทั้งประเทศ

วันหนึ่งเอลียาห์ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับกษัตริย์ และท้าทายเหล่านักบวชของบาอัล ว่าถ้าบาอัลกินเครื่องบูชาได้จริง ให้ประหารเอลียาห์ได้เลย

เอลียาห์ชนะเดิมพัน หลังจากนั้นไม่นานฝนก็ตก เขาพิสูจน์ให้กษัตริย์เห็นว่าการลบหลู่บาอัลไม่ใช่สาเหตุของการที่ฝนไม่ตก และพิสูจน์ว่าบาอัลไม่มีได้มีฤทธิ์ คิดว่ากษัตริย์จะเชื่อเอลียาห์หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่

เพราะราชีนีเป็นหัวหน้านักบวชของบาอัล เป็นคนทรง เมื่อราชีนีรู้เรื่องก็โกรธมาก และจะให้คนสังหารเอลียาห์เสีย

เอลียาห์รู้เรื่องก็กลัวมาก รีบหนีออกจากเมือง หัวซุกหัวซุน เข้าสู่ถิ่นกันดาล รอนแรมอยู่หลายวัน และทรุดลงที่ต้นซากในทะเลทรายต้นหนึ่ง

เอลียาห์รู้สึกว่าเขารับกับเรื่องนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ทุกสิ่งที่ทำมาล้วนไม่มีค่า เขาอยากจะตาย และอธิษฐานกับพระเจ้าให้เขาตายเถิด เขาอธิษฐานอยู่อย่างนั้นจนหลับไป

พระเจ้าทำอย่างไรกับคำอธิษฐานของเอลียาห์?

พระองค์ทรงพิโรจ ส่งสายฟ้าฟาดตวาดว่า "การฆ่าตัวตายเป็นบาป เจ้าจะต้องตกนรก" หรือไม่?

หรือพระเจ้าบอกว่า "เจ้าไม่เข้าใจ ทุกสิ่งที่เกิดแก่เจ้าเป็นความประสงค์ของเรา จงยอมรับเสีย"?

ไม่เลย หลังจากที่เอลียาห์อธิษฐานเช่นนั้น ทูตสวรรค์ก็ปรากฎแก่เอลียาห์ พร้อมกับน้ำและขนมปัง

ทูตสวรรค์แตะตัวของเอลียาห์และบอกว่ากินเถิด

เอลียาห์ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะตื่นเต้น ตกใจ หรือแม้แต่กล่าวขอบคุณ เขานอนขนมปังอาหารกับน้ำนั้น และหลับไปอีก

เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเอลียาห์ก็ยังพบทูตสวรรค์อยู่ พร้อมกับอาหารและน้ำ บทูตสวรรค์อกเอลียาห์ว่า "จงลุกขึ้นรับประทานอาหารเถิด เพราะการเดินทางนี้เกินกำลังของท่าน"

เอลียาห์ลุกขึ้นและกินอาหาร ด้วยกำลังจากอาหารนั้น เขาก็เดินทางสี่สิบวันสี่สิบคืนถึงภูเขาเฮโรป และพบถ้ำแห่งหนึ่งที่จะหลบภัยได้

เมื่อเอลียาห์อยู่ในสภาพนั้น พระเจ้าไม่ได้ แก้ปัญหาให้เอลียาห์ ไม่ได้ส่งทูตสวรรค์มาพาเขาบินไปยังเฮโรป ไม่ได้บอกว่าเจ้าจงทำ หนึ่ง สอง สาม สี่ นี่ ไม่ได้กล่าวตำหนิ

สิ่งที่พระองค์คำคือส่งทูตของพระองค์มา พร้อมอาหารและน้ำ แตะที่ตัวเขา อยู่กับเขา และบอกว่า “ข้ารู้ว่าการเดินทางนี้เกินกำลังของท่าน”

ทูตสวรรค์ไม่ได้สั่งสอนอะไรเลยสักคำ แต่สิ่งที่ทูตสวรรค์ทำ ทำให้เอลียาห์รู้ว่าพระเจ้าเป็นห่วงเขา พระเจ้ารักเขา และดูแลเขา ด้วยสิ่งนี้ทำให้เอลียาห์ลุกขึ้น และเดินต่อไปได้

เอลียาห์ยังต้องเดินในถิ่นกันดาลต่อไปถึง สี่สิบวันสี่สิบคืน เขาจึงพบกับสถานที่ที่เพียงพอที่จะหลบให้พ้นจากภัยอันตราย แต่อลียาห์ “มีกำลัง” พอที่จะทำได้ รวมถึงภารกิจของเขาหลังจากนี้ด้วย

แล้วถ้าอย่างนั้น เราควรจะทำอย่างไรกับคนที่อยากตาย และล้มลงเหมือนเอลียาห์

เราควรหรือไม่ที่จะทำแบบที่พระเจ้าให้ทูตสวรรค์ทำ

ตอนที่พระเยซู อยู่ในทะเลทราย มารปรากฎตัว และบอกกับพระองค์ว่า “เจ้าเป็นลูกพระเจ้าก็บอกให้พระเจ้าช่วยเจ้าสิ เสกหินนี้ให้เป็นขนมปังสิ” เราควรทำแบบนั้นมั้ย

สำหรับคนที่กำลังล้มลง เราเป็นมาร หรือเป็นทูตสวรรค์ที่พระเจ้าส่งมา

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

242 Nameless Fanboi Posted ID:udNe.o2/sp

เห็นคุณกรณ์บอกว่าคุณเคยทำมาก่อน ผมรบกวนถามให้แน่ใจว่า trust ที่คุณเคยทำ นั้น
1. คุณเห็นสามารถมองเห็นผลกำไรขาดทุนในระหว่างที่คุณฝากทรัพย์สินไว้กับกองทุนหรือไม่
2. คุณทราบหรือไม่ว่า trustee เป็นใคร ใครคือผู้บริหารทรัพย์สินของคุณ
3. คุณทราบหรือไม่ว่าผู้บริหารทรัพย์สินลงทุนในทรัพย์สินใดบ้าง
ผมคิดว่ามีสองประเด็นที่ เพราะเท่าที่ผมเข้าใจ ที่คุณธนาธรจะเอาทรัพย์สินเข้า blind trust ไม่สามารถทราบได้ว่าลงทุนอะไรบ้าง ไม่ทราบว่าใครบริหาร ไม่ทราบว่าผลประกอบการเป็นอย่างไร ยังไม่มีคนทำ ที่คุณกรณ์และคนอื่นๆทำน่าจะเป็นแค่ trust เฉยๆ เพราะฉะนั้นน่าจะต้องยอมรับกันก่อนว่า คุณธราธรเป็นคนแรกที่จะทำแบบนี้จริงๆ
สองคือ blind trust ดีหรือไม่ มองไม่เห็นจะตรวจสอบอย่างไร อันนี้ผมว่าเป็นอีกประเด็นนึงที่สามารถถกกันได้ จะมีทางออกอย่างไรให้โปร่งใส
แต่ขั้นแรกที่ผ่านการแชร์ออกไป ข่าวหลายๆกระแสพูดว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ คุณกรณ์กับอีก 15 คนก็เคยทำมาแล้ว
อันนี้จะดีมากถ้าคุณกรณ์เคลียร์ให้ชัดเจนครับ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

1. เห็นครับ 2. ทราบครับ 3. ทราบครับ แต่พอเป็น Trust ผมก็สั่งเขาไม่ได้ทั้งหมด และสุดท้ายที่ผมยกเลิก Trust ก็อย่างที่ชี้แจงในโพสต์ คือผมมองว่ามันเป็นการโอนความเป็นเจ้าของออกไปโดยที่ผู้ได้รับประโยชน์ยังเป็นผมอยู่ (beneficially) ซึ่งผมมองว่ามันไม่โปร่งใสเท่าให้ปรากฎเป็นชื่อผมโดยตรง ต้องรับผิดชอบโดยตรง
ส่วนหุ้นในไทยที่ถืออยู่ ผมขายหมดตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง เพื่อให้ไม่ต้องมีปัญหาใดๆเรื่อง conflict of interest
#มิตรสหายท่านสอง

ขอบคุณที่สละเวลามาตอบนะครับ
นั่นหมายความว่า สิ่งที่ข่าวเขียนว่าคุณกรณ์เองก็ใช้ blind trust มาก่อน คือเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดใช้ไหมครับ
ส่วนเรื่องที่มุมมองว่าอันไหนโปร่งใสกว่ากันอันนี้ผมเห็นด้วยในส่วนนึงนะครับ ผมคิดว่าถ้าจะทำ blind trust จริงๆ ควรมีกฏหมายถึงการบริหารจัดการ blind trust และความโปร่งใส ใครมีสิทธ์ที่จะเห็นบ้าง ออกมาก่อน
ปล. ผมแนบข่าวมาให้ในนี้ด้วยครับ
https://www.isranews.org/isranews/74785-report02_74785.html
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ใช่ครับ ผมโพสต์ไว้แต่แรกว่าไม่เคยมีใครทำ blind trust ได้มาก่อนแต่แรก อยากให้มีกฎหมายรองรับเหมือนกันครับ แต่ในกรณีนักการเมืองต้องหมายความว่ามีการโอนอำนาจการจัดการ แต่ต่องไใ่หมายความว่าโอนแล้วมองไม่เห็นว่ามีอะไรบ้าง
#มิตรสหายท่านสอง

ผมท้วงติงในประเด็นที่คุณธนาธรบอกว่าทรัพย์สินทั้งหมดจะมองไม่เห็นครับ ซึ่งทำให้ตรวจสอบยาก ส่วนเรื่องการโอนหุ้นให้กองทุนดูแลถือเป็นเรื่องปกติ
#มิตรสหายท่านสอง

หัวข้อถูกแล้วครับ คือถ้ามองไม่เห็นก็จะตรวจสอบไม่ได้จริง
#มิตรสหายท่านสอง

จนป่านนี้กรณ์ยังไม่เข้าใจอีกเหรอที่มองไม่เห็นน่ะเจ้าตัว MOU ข้อ 2.3 ก็บอกอยู่ตรวจสอบได้ตามกฎหมายเหมือน Private fund ทั่วไป
Surreal เหี้ยๆ
#กูเอง

243 Nameless Fanboi Posted ID:gI3my13q5K

ถ้าคนกราดยิงในฮอลแลนด์เป็นคนขาวทั้งสื่อทั้งอิจ่าประโคมข่าวทั้งวันไปแล้ว
แต่นี่เป็นแขกตุรกีทำ เงียบกริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โคตรน่าสมเพช

244 Nameless Fanboi Posted ID:CcRFys6Mj+

>>235 กูโพสสุภาพๆว่าที่คุณกรณ์ทำมาก่อนแล้วคือทำระดับเดียวกับธนาธรเลยเหรอครับ
โดนลบและบล็อคหว่ะ 55555555555555555555

245 Nameless Fanboi Posted ID:CKIOe3AYUx

วิ่งนี่บาดเจ็บและเจ็บอยู่บ่อยๆนะ เหนื่อย ล้า อย่างไรก็ตาม สำหรับผมวิ่งแล้วเจ็บดีกว่า ไม่วิ่งและกินยามื้อละ 10 เม็ดเยอะมาก ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทำงานจนป่วย เป็นโรคยอดนิยม อย่าง เก๊าท์ ความดัน เบาหวาน หัวใจ เพราะผมเองก็เคย เป็นแบบนั้น ผมรู้สึกแปลกทุกครั้งที่เห็นคนทำงานหนัก กินยาเยอะไปแล้วเอามาโชว์บอกว่า ทุ่มเท อันนี้ผมว่าเยอะไป ... ออกกำลังกายกันครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

246 Nameless Fanboi Posted ID:xpqdj8vXom

Business Model ของธุรกิจสื่อที่จัดงานมอบรางวัลให้องค์กรต่างๆ คืออะไรเหรอครับ? คือได้กำไรยังไงจากการจัดงานมอบรางวัลพวกนี้ และคิด KPI กันยังไงครับ?

ไม่นับกรณีที่รางวัลซื้อได้นะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ไม่แปลกหรอกครับ พี่ลองนึกภาพมีคนจัดงานมอบรางวัลบริษัทก่อสร้างดีเด่น แล้ว SCG เป็นสปอนเซอร์ดู
ต่อให้ SCG ไม่ได้รางวัลอะไรแต่ ชื่อกับ product ของ SCG ก็จะได้ brand awareness จากบริษัทก่อสร้างระดับชั้นนำทั้งหมดที่เชิญมาในงานหรือติดตามงานอยู่ด้วย งานแบบนี้เหมือน networking party ของกลุ่มที่คัดมาแล้วอ่ะครับ

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

เคยเจอเจ้านึงในสิงคโปร์
1. ทำโปรดักส์ SaaS ขึ้นมาตัวนึง
2. ทำองค์กรแจกรางวัลให้บริษัทในข้อ 1
3. ทำเว็บข่าวว่าองค์กร 2 แจกรางวัลให้บริษัท 1
1, 2, 3 มีกรรมการบริษัทคนเดียวกัน

จริงๆมี 4. ทำบล็อกรีวิวโปรดักส์ให้ 1 เป็น the best ด้วย

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

นึกถึงห้องซ้อมดนตรีที่สามย่าน ได้รับรางวัลห้องซ้อมดนตรีดีเด่นโดยวง Paradox
เจ้าของห้องซ้อมคือพี่ต้า Paradox

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

247 Nameless Fanboi Posted ID:N9bADMYR3Z

ข้อสังเกตเรื่องสวัสดิการจากมุมมองของผม บางองค์กรสวัสดิการดีจนคนไม่อยากไปไหน มีอีกด้านที่น่าสนใจจากมุมมองของผม
เมื่อสวัสดิการดีมากคนจะรู้สึกเสียดายไม่อยากออกเพราะรักสวัสดิการขององค์กร อย่างไรก็ตามความต้องการเรื่องรายได้มันต้องเพิ่มแบบก้าวกระโดด ซึ่งองค์กรใหญ่ทำแบบนั้นไม่ได้ ... ทำไงดี หนึ่งในทางออกคือ ไปทำอาชีพเสริมที่ไม่เกี่ยวกับงานหลักตัวเอง เช่นไปขายของ เพื่อเพิ่มรายได้ที่มันเพิ่มตามไม่ได้จากองค์กร ...ผล รายได้ดี และได้อยู่ในองค์กรที่สวัสดิการดี สบาย ไม่ต้องพัฒนาอะไรมากละ เราเรียกสิ่งนี้ว่า รักองค์กร ... บางคนยอมจำกัดความเก่งของตัวเองให้เท่ากรอบที่องค์กรกำหนด เพียงเพราะเราเสียดายสวัสดิการ .... ข้อสังเกตนี้ไม่ได้ถูกทั้งหมดเป็นแค่สิ่งที่ผมสังเกต

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

248 Nameless Fanboi Posted ID:hdMVW.XllU

เรียนคุณโต ผมเคยคิดข้ามชอทไปเลยว่า ใครก็ตามที่อยาก"อาสา"มาทำงานการเมือง(ไม่ใช่เล่นการเมือง และเป็นพรรคหัวหน้าตั้ง) ควรมีเพดานจำกัดความร่ำรวย สมมุติเอาที่ ๕๐๐ ล้าน ใครมีเกินจากนี้ถือว่าตกคุณสมบัติที่จะมาอาสาทำงานการเมือง ส่วนใครที่มีเกินจากนี้แต่รักชาติจนสุดใจขาดดิ้นลงไปชักดิ้นชักงอชนิดที่พลีชีพเพื่อชาติได้ ก็ให้เอาส่วนที่เกินนั้นยกให้หลวงไปผ่านกรวงการคลัง ยกให้ขาดนะครับไม่มีการคืนแม้แต่บาทเดียว (จะได้พิสูจน์ว่ารักชาติจริงยิ่งกว่าเงินในเซฟ)ใครไม่พร้อมก็อย่าเข้ามา คุณรวยก็เรื่องของคุณแต่การเมืองไม่ควรมีใครที่มีอิทธิพลเหนือกว่าใครจนไปบิดเบือนนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินได้
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ควย
#กู

249 Nameless Fanboi Posted ID:sxvs.PXHIu

= ข้อสอบคณิตศาสตร์แบบไทยๆ .. สร้างชาติ หรือทำลายชาติ? =

เมื่อประมาณปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถิติการสอบ PAT1 (Professional Aptitude Test 1 : Mathematics) ของเด็กไทยเพื่อนำไปวิเคราะห์ให้เด็กๆนักเรียนแถวบ้านได้เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากการนำข้อมูลที่ประกาศโดย สทศ. มาคำนวณเล็กๆน้อยๆ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าการแจกแจงคะแนนของเด็กจำนวนมากนี้ มีการแจกแจงใกล้เคียงกับการแจกแจงแบบปกติ(Normal Distribution) ผมได้พบสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ

"เด็กไทยที่ทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง คือต่ำกว่า 150 จาก 300 คะแนน มีพื้นที่ใต้โค้งปกติมาตรฐานเป็น 0.999988" ... !!!!
(สถิติ PAT1 ปี 2560 : ค่าเฉลี่ยประชากรของคะแนนอยู่ที่ 42.82 คะแนน และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรมีค่า 25.34 คะแนน )

มันแปลว่าอะไรครับ มันแปลว่า เด็กไทยที่ทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ PAT1 ได้เกิน 150 คะแนนนั้น คิดเป็นประมาณแค่ 0.0012% ของทั้งหมด ...

ซึ่งผลสถิตินี้แสดงความหมายสื่อออกไปได้ 2 ทาง คือ ครูสอนคณิตศาสตร์ในประเทศไทยทั้งหมดสอนได้ห่วยแตกมาก ... หรือ ข้อสอบที่ใช้ทดสอบนั้น มีความยากจนไม่สามารถวัดอะไรได้เลย

จากการที่ได้พูดคุยกับ อ.แดง (อ.ประสพ ธงธวัช) อดีตอาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีผู้เกษียณอายุราชการแล้ว และมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่ใช้จริงๆในระดับวิศวกรรมศาสตร์ ท่านได้กล่าวถึงว่าคณิตศาสตร์แบบนี้ว่า เป็นคณิตศาสตร์ทำลายชาติ หรือที่ท่านชอบใช้คำเรียกสั้นๆ(แบบที่คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจท่าน) ว่าเป็น "ทริคแมท" (Trick Math) ซึ่งโดยส่วนตัวหลังจากได้พูดคุยกับท่านเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง ยิ่งเห็นด้วยกับความคิดของท่าน

- "ทริคแมท" ของอ.แดงหมายถึงอะไร -

หมายถึง ข้อสอบคณิตศาสตร์ที่เอาเนื้อหาคณิตศาสตร์ต่างๆ มายำเพิ่มความยากโดยการวกไปวนมาแบบที่จะไม่มีทางเจอได้จริงในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน (แม้กระทั่งในฟิสิกส์ระดับสูงก็ตาม) เป็นเหมือนของเล่นสนุกๆของคนเก่งคณิตศาสตร์จะมานั่งแก้กัน คนที่เชี่ยวชาญ ที่ฝึกฝนมาอย่างดีหรือผ่านโจทย์มามากๆเท่านั้น ที่จะสามารถทำมันได้เพราะมองหรือจัดรูปออกด้วยประสบการณ์ที่เชี่ยวกรำ...

แล้วมันไม่ดีอย่างไร .... ผมได้ข้อสรุป(ในความเห็นของตนเอง)ว่ามันไม่ดีตรงที่ มันไม่ควรนำมาใช้ออกเป็นข้อสอบเพื่อวัดผลเด็กเข้ามหาวิทยาลัย เพราะข้อสอบประเภทนี้มีอำนาจการจำแนกต่ำ คือไม่สามารถจำแนกเด็กที่เก่งมาก เก่ง ปานกลาง ค่อนข้างอ่อน และอ่อนมาก ออกจากกันได้เลย ดูจากสถิติก็จะเห็นได้ชัดว่า สามารถจำแนกได้แค่ "มหาเทพ" กับ "คนปกติ" ออกจากกันเท่านั้น ... ผลที่ได้จึงทำให้เด็กไทยไม่สามารถใช้เพียงความรู้ที่เรียนในห้องเรียนเท่านั้นในการแก้ปัญหาและสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย เป็นการลดคุณค่าของบทบาทการเรียนในห้องเรียน แต่ไปเพิ่มมูลค่าให้กับการติวนอกห้องเรียนมากขึ้น หรือไม่ก็ท้อไปเลยเพราะรู้สึกว่าเรียนให้ตายแค่ไหนก็ทำไม่ได้อยู่ดี...

ผมเชื่อว่า การศึกษาคณิตศาสตร์ไทย จะช่วยสร้างชาติได้ก็ต่อเมื่อข้อสอบนั้นมีความยากในระดับที่พอเหมาะพอดี สามารถจำแนกเด็กออกจากกันได้ (เช่นข้อสอบ SAT ของต่างประเทศ คณิตศาสตร์ไม่ได้ซับซ้อน แต่เขาก็สร้างคนเก่งๆออกมาได้มากมาย) และนั่นจึงจะนำไปสู่ความเป็น คณิตศาสตร์สร้างชาติได้อย่างแท้จริงครับ

การใช้ทริคแมทในการทดสอบ เปรียบเหมือนให้คนเรียนขับรถปกติ แล้วไปสอบใบขับขี่โดยให้ไปขึ้นรถ F1 แข่งกันในสนามแข่งรถนั่นแหละครับ ... ถ้าเปรียบง่ายๆ

#คาดหวังว่าวันหนึ่งเด็กไทยจะเลิกกลัวเลข #เมื่อเราเลิกทำให้ทริคแมทเป็นสิ่งที่จำเป็น #เพราะมันไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจริง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

250 Nameless Fanboi Posted ID:GWP+nhGHrA

>>249 นี่ก็เหมือนทฤษฎีสมคบคิดนะ ว่ามีคนต้องการให้ระบบที่เอื้อต่อการกวดวิชายังดำรงอยู่ เลยต้องออกข้อสอบยากๆ เกินตำราหลักเข้าไว้ เรื่องนี้พูดกันมาเป็นสิบๆ ปีละ แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนแก้ได้จริงๆ

251 Nameless Fanboi Posted ID:o7TgcBz5bC

>>250 กูก็ว่า ถ้าระดับโรงเรียนมีครูคณิตหัวควยออกโจทย์ยากๆให้เด็กสอบไม่ผ่านเพื่อจะบังคับทางอ้อมให้เด็กไปเรียนพิเศษกับตัวเอง ทำไมระดับชาติจะมีบ้างไม่ได้

252 Nameless Fanboi Posted ID:w4xRmBMgWu

>>250 กวดวิชาก็ไม่ผ่านสัด
ข้อสอบแบบเล่มเหลืองตอ.โคตรโรคจิต

253 Nameless Fanboi Posted ID:nwnBUEM4sF

แนวคิดของคนเล่นหมากรุกบางคนกับแนวคิดผมเกี่ยวกับโชงิ
คนที่ 1 : เกิดที่ไทยแล้วจะไปเล่นหมากรุกของประเทศอื่นทำไม
คนที่ 2 : เห็นแค่ตัวหมากก็ปวดกบาลแล้ว ไปเล่นอย่างอื่นดีกว่า
คนที่ 3 : หาคนเล่นด้วยยาก ไม่รู้จะเล่นไปเพื่ออะไร
แอนเดรีย : ในบ้านเราคนเล่นกันน้อย งี้ก็เป็นโอกาสของเราน่ะสิ!!

254 Nameless Fanboi Posted ID:THEs.LzgPr

เราเก่งเลข พูดตามตรงไม่เข้าใจหัวอกคนที่ทำยังไงก็เรียนเลขไม่รู้เรื่องเลย (เราเป็นประเภทที่คิดว่าถ้าตั้งใจจริงมันต้องเข้าใจซิ) //ไม่เคยเรียนพิเศษ เลขก็สี่ตลอดนะจ๊ะ ที่ร่วง ๆ จะเป็นพวกวิชาท่องจำทั้งหลายมากกว่า...
ความวกวนของโจทย์ที่ไม่เห็นในชีวิตจริง (เช่นพวกรถไฟถึงกี่โมงที่ความจริงไม่จำเป็นเลย) มันมีไว้เพื่อฝึก "การคิดเชิงตรรกะ" ไม่ได้มีไว้เพื่อ "ใช้ในชีวิตประจำวัน" หมายถึงมันฝึกให้เราคิดอย่างมีเหตุผลเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งถ้าใครทำตรงนี้ไม่เป็นจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในวิชาเลขได้เลย

แต่ว่าตัวเลขค่าเฉลี่ยนี่มันหลอกตานะ มันจะมีคนประเภทที่สอบติดอย่างอื่นแล้วก็เลยเข้าไปขำ ๆ ส่งกระดาษเปล่าเล่น ๆ คอยฉุดมีนอยู่

255 Nameless Fanboi Posted ID:Toaoyt1/0B

ส่งเงินให้พี่ที่ไทย 10,000 บาท เงียบไป 2 วัน ...เงินไม่ถึง

วันนี้มีเมลล์จาก Paypal มาบอก

ตอนส่งเงิน ที่ช่อง Message คุณพิมพ์ว่า "10,000 baht naja"

naja คือใคร? อะไรยังไง? ไอดีคุณจะถูกระงับ เพราะเราคิดว่าคุณอาจจะถูกแฮ๊ก การ Transaction ครั้งนี้มันไม่ CLEAR!! ให้คุณส่งคำอธิบายมายัง Paypal ด้วยว่า

naja คืออะไร? อธิบาย และบอกจุดประสงค์ในการโอนครั้งนี้ ไม่งั๊นพี่โมโฮ่💢 พี่ไม่เข๊าจั้ย!? พี่ด๊อนโตะอันด้าสุแตนโดะ!!

🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹

/ยื่นเก้าอี้ให้

"นั่งลงก่อนสิพ่อหนุ่ม ทำตัวตามสบายนะ ผมจะเล่าให้พี่ฟัง ถึงเรื่องราวของ...naja"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

256 Nameless Fanboi Posted ID:AD6udD8KIh

เรียนที่ SIRNSTAR แล้วต้องพร้อมไปทำงานได้ทันทีครับ วันนี้เรียน Unit Testing ด้วย JUnit รวมถึงการทดสอบแบบ White Box และ Black Box Testing ทดสอบกับระบบจริงของ LeetCode ซึ่งกำลังนิยมใช้ในสหรัฐ เรียนที่นี่ไม่ต้องมีพื้นฐาน หรือ ประสบการณ์ทำงาน หรือ วุฒิการศึกษาอะไรทั้งสิ้นครับ มาแล้วจะได้เจอคนที่ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้เงินเดือน 30,000 บาท หรือคนที่มีวุฒิมัธยมแต่เขียนโค้ดให้บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทย มาดูตัวเป็นๆได้ตลอดเวลาครับ

เรียนที่ SIRNSTAR เรียนวันละเรื่อง ไม่สับสน เรียนตั้งแต่พื้นฐาน Java จนถึง Cloud สร้าง Database ทำ Web ใช้ Framework เหมือนกับธุรกิจจริงได้แก่ Spring MVC, Spring Boot, Hibernate และ Bootstrap มาเรียนซ้ำได้ฟรีจนกว่าจะได้งานประจำเงินเดือนสูง ไม่มีประสบการณ์เงินเดือน 30,000 บาท ถ้าสอบ TOEFL ได้เกิน 100 คะแนน เงินเดือนเริ่มต้นที่ 40,000 บาท

ดูคอร์สเรียนและค่าสมัครได้ที่นี่ครับ https://sirn star.work/register

257 Nameless Fanboi Posted ID:HhyIN.gCFI

>>254 r/iamverysmart

258 Nameless Fanboi Posted ID:ziD73dvAFR

>>254 เหมือนมึงไม่เข้าใจประเด็นของ quote อ่ะ

259 Nameless Fanboi Posted ID:iFzx5fvseI

ยิ่งเห็น "ลุง" ตอนนี้ ก็ยิ่งคิดถึง "Gap" ในตอนนั้น
.
Gap คือ (อดีต)แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นชื่อดังจากอเมริกัน ที่เริ่มต้นเมื่อปี 1969 หรือราว 50 ปีก่อน โดยปั้นแบรนด์ตัวเองไว้ว่าที่มาของชื่อนี้มาจากคำว่า "gap" ที่แปลว่าช่องว่าง,ความแตกต่าง เอาเท่ๆ หน่อยก็คือ ‘วัฒนธรรม gap’ ที่เป็นช่วงวัยระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ (วัยรุ่น) นั่นเอง
.
โดยโลโก้ของ Gap ที่ติดตาลูกค้าที่สุดก็คงจะเป็นโลโก้ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1986 โดยเป็นคำว่า "GAP" แบบฟอนต์ขาวอักษรตัวใหญ่ทั้งหมดละม้ายคล้ายฟอนต์ชื่อ Spire ที่ออกแบบโดย Sol Hess มาตั้งแต่ปี 1937 วางบนกรอบเรียบๆ สีน้ำเงินแต่ติดตา
.
โลโก้ตัวนี้ใช้มาทั้งสิ้น 24 ปี ติดหูติดตาลูกค้าชาว Gap ไปหมดแล้ว แต่แล้ววันดีคืนดีในวันที่ 4 ตุลาคมปี 2010 ทาง Gap ก็อยากรีแบรนด์ดิ้งให้ตัวเองทันสมัยขึ้น จึงได้เปิดตัวโลโก้ใหม่โดยใช้ฟอนต์ Helvetica และลดขนาดกรอบน้ำเงินใหญ่เบิ้มให้เหลือแค่มุมขวาบนตัว p ตัวเล็ก แถมไล่เฉดโทนสีนิดๆ เพราะคิดว่าคงดูสวยดีเหมือนไอคอนแอพลิเคชัน
.
ผลคือความ "ฉิบหาย" อย่างแท้จริง...เพราะแบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์ล้วนใช้ Helvetica ทำโลโก้มานานมากแล้ว ทั้งสายการบิน Lufthansa, Microsoft, Panasonic, Toyota, Jeep, Kawasaki, Scotch (และ 3M) ทั้งหมดนี้โลโก้เป็นฟอนต์ Helvetica เพราะ Helvetica เป็นฟอนต์ที่มีมาตั้งแต่ปี 1957 แบรนด์ช่วงยุค 60'-80' เลยใช้ฟอนต์นี้เยอะมาก เพราะอยากให้ดูทันสมัย (ในตอนนั้น)
.
โลโก้ใหม่ของ Gap ที่ดูพยายามจะทันสมัยจึงสร้างความบรรลัยภายในอาทิตย์เดียว เพราะกระแสลบหนักมากและเป็นการทิ้งตัวตนที่มีมายาวนานแบบพยายามฉีกเกินเหตุ ทำให้โลโก้ใหม่มีอายุสั้นมาก คือใช้ไปไม่ถึงสัปดาห์ Gap ก็ตัดสินใจกลับไปใช้โลโก้เดิม แล้วก็ใช้จนถึงปัจจุบันนี้ (แต่โลโก้ที่เราเห็นทุกวันนี้คือเวอร์ชั่น 2016 นะ เพราะจริงๆ มีการปรับระยะห่างระหว่าง Font จากตัวเก่านิดนึง)
.
ความฉิบหายของ 1 สัปดาห์นั้นถึงขั้นทำให้ Marka Hansen ผู้บริหาร Gap ภาคพื้นอเมริกาเหนือ ที่ดูแลการเปลี่ยนโลโก้ในครั้งนั้น ต้องลาออกจาก Gap เมื่อปี 2011 เลยทีเดียว (แต่เธอไปทำธุรกิจอื่นในเครือต่อ ไม่ได้ออกไปขายเต้าฮวยแต่อย่างใด และปัจจุบันเหมือนจะยังอยู่ในฐานะผู้บริหารฝ่ายอาวุโสด้วยวัย 65 ปี)
.
โดยที่ Gap ทำตอนนั้นคือทำลายจุดแข็งตัวเองเพราะอยากจะเอาใจวัยรุ่น โดยที่ไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้ววัยรุ่นยุคนั้น (2010) กับวัยรุ่นยุคโน้น (1969) นั้นแทบจะเหมือนคนละเผ่าพันธุ์กันเลยก็ว่าได้มั้ง เพราะงั้นอะไรที่ cool ในยุคนั้น อาจจะดูใกล้สูญพันธุ์ในยุคนี้เลยก็เป็นได้
.
แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะไม่กี่ปีต่อมา Gap ต้องปิดสโตร์ถึง 175 สาขาในภูมิภาคอเมริกาเหนือ เพราะไหนจะโดน Zara, H&M ถล่มยับแล้ว ยังโดนการขายแบบออนไลน์ซ้ำเติมอีก และเสื้อผ้าในร้านก็ไม่มีความ minimal ที่ถูกใจวัยรุ่นให้กดไลค์ในยุคนี้
.
แต่โชคยังดีที่ Gap มายืนในจุดที่ตัวเองยังยืนได้แข็งแรงและให้แบรนด์ลูกในเครืออย่าง Banana Republic หรือ Old Navy ทำตลาดตรงนี้แทน (แถมทำยอดขายถล่มทลายมาก เพราะ Old Navy ทำยอดขายได้เกือบเท่าตัวของ Gap ในปีที่ผ่านมา หรือรวมแล้วกว่า 1.18 พันล้าน$)
.
เรียกว่า Gap ปล่อยให้ลูกหลานทำงานทำการของตัวเองไป ส่วนตัวเองก็ไม่ไปฝืนเปลี่ยนลุคให้ดูเสร่อ ซึ่งคือสิ่งที่ถูกที่ควรของแบรนด์รุ่นลุงอย่าง Gap
.
พูดถึง "ลุง" ลุงแถวๆ นี้ก็เช่นกัน เพราะการรีแบรนด์ดิ้งของลุงช่วงท้ายวงจรชีวิต คือความพังระดับแบรนด์ดิ้งที่ดันเลือกทิ้งจุดแข็งตัวเองตลอด 4 ปี จากลุงดุๆ เข้มๆ ด่านักการเมืองโกงกิน
.
กลายมาเป็นลุงลุคใสๆ โอปป้าลุงใส่เชิ๊ตท่ามกลางไฟสตูฯ เหมือนนักการเมืองที่ลุงเคยด่า แล้วทำตอนไหนไม่ทำมาทำในช่วงท้ายของอายุขัย เหมือนยุงลายที่กินเลือดตลอดแล้วหันมากินน้ำต้มผักรักษ์โลก ทำให้นอกจากจะโคตรไม่ธรรมชาติและขัดกฏวิวัฒนาการแล้ว ยังทำให้แฟนลุงหลายคนถึงกับตาสว่างเลยว่าลุงแกเฟครึเปล่า?
.
แต่งานนี้โทษลุงทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องโทษนักสื่อสารการตลาดของลุงที่ลุงเลือกใช้ในบั้นปลายก่อนการเลือกตั้งมากกว่า ว่าทำไมถึงเลือกทำอะไรแบบนี้ในช่วงเวลาแค่ไม่ถึงเดือน นี่โชคดีนะที่เป็นลุง ถ้าเป็นที่เกาหลีเหนือนะ ป่านนี้พวกแกได้เปลี่ยนจากฝ่าย PR ไปทำงานในเหมืองแร่แทนแล้วแน่นอน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

260 Nameless Fanboi Posted ID:Jb7Im+CYx+

>>259 โคตรจริง จุดขายของลุงแกคือความขึงขัง พูดจาดุๆ แรงๆ มันเข้ากับ concept "ผู้อาสาทำให้บ้านเมืองสงบ" มากกว่าสไตล์โอปป้าแบบที่พยายามทำ

อย่าว่าแต่คนไม่ชอบลุงจะยิ่งสมเพช คนที่ชอบลุงกูก็เห็นส่ายหัวไม่น้อยเพราะมันไม่ใช่

261 Nameless Fanboi Posted ID:No6Zr10jDT

>>258 เจ้าของ quote มันพูดทำนองกดหัวคนที่ไม่เข้าใจคณิตด้วยหวะ อีกอย่างถ้าอ่านดีๆ แม่ง humble brag ชัดๆ จะอวดทำก๋วยเตี๋วอะไรว่าได้เกรดสี่ถ้าอยากแค่สื่อสารประเด็นที่ว่า

บอกตามตรงว่าประเทศไทยแม่งไม่ได้สอนให้เด็ก รวมทั้งตัวครูให้ ตระหนักถึงความแตกต่างในความสามารถในการเรียน และรูปแบบการเรียนของแต่ละคน มันถึงมี quote ที่มัน ignorant ขนาดนี้ออกมาได้

กูมีเพื่อนตปท เป็น dyslexic (อารมณ์ประมาณว่ามีความลำบากในการทำความเข้าใจภาษาเขียน) กูก็เลยเห็นว่าต่างประเทศเขามีการหันมามองอะไรแบบนี้แล้วยังเริ่มมีการเปลี่ยน mindset ของคนในสังคมให้เข้าใจมากขึ้น

262 Nameless Fanboi Posted ID:Qp3vfTNIl3

>>261 เอเชียยังเป็นแบบนี้หมดละมั้ง จะว่าไปไม่เคยได้ยินข่าวโลกตะวันตกบ้าสอบบ้ากวดวิชาเหมือนฝั่งนี้นะ

263 Nameless Fanboi Posted ID:1WgjHlRDZi

>>262 ไปดูเมกา ระบบการศึกษาที่นั่นโหดเหี้ยไม่แพ้เอเชียหรอก แต่ถ้ามึงมีเงินบริจาคซัก 20 ล้านก็เข้า MIT ได้ ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังเลย

264 Nameless Fanboi Posted ID:FDgJtrOJYQ

>>263
ระบบมหาลัยของอเมริกา โดยเฉพาะพวกไอวี่ลีก ไม่ใช่แค่เรียนเก่งแล้วจะเข้าได้ เขาดูอย่างอื่นด้วย ถ้าไม่มีจดหมายแนะนำจากโรงเรียนหรือศิษย์เก่า เขาไม่ดูใบสมัครเลยด้วยซ้ำ

ถ้าโคตรเง่าวงตระกูลบริจาคเงินให้มหาลัยมาแต่ไหนแต่ไรก็จะเข้าได้ง่ายหน่อย

265 Nameless Fanboi Posted ID:oa7G0LBUhc

ควย
# มิตรสหายท่านหนึ่ง

266 Nameless Fanboi Posted ID:EDGCL/VRln

เป็นมาหลายอย่าง
สรุปสิ่งที่ได้ “ซึมซับ” และมองเห็นซ้ำๆมาหลายปี
.
1. "ความรู้มีวันหมดอายุ"
- หลายคนคิดว่าความรู้ที่ร่ำเรียนมาสามารถสะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวันหมดอายุ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรู้มีวันหมดอายุ!
.
- ยิ่งในยุคนี้ความรู้ในตำราอาจจะเก่าไปแล้วก็ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ตำราเทคนิคการค้าขายต่างๆ บอกให้ทำแบบนี้แต่พอมายุคนี้แล้ว เทคนิคเหล่านั้นอาจจะใช้ไม่ได้ผลแล้วก็ได้ อย่าเชื่อในสิ่งที่รู้มากนัก ขอให้ลองทำและเปิดรับความรู้ใหม่ๆบ้าง จะได้รู้ว่าความรู้อันไหนหมดอายุแล้ว
.
2. เอาจริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนว่า "คุณเก่งขนาดไหน"
เขาสนแค่ว่าคุณหาเงินได้เท่าไร และสกิลของคุณจะมีส่วนช่วยพวกเขา(บริษัท,ลูกค้า)เรื่องงานได้ยังไงได้บ้าง
.
- หลากคนชอบอวดว่าตัวเองทำโน่นนี้นั้นได้ หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่มีใครสนใจเท่าไร ต้องพูดว่า เคยทำอันนี้มาแล้ว ทำอันนั้นมาแล้ว คุณจะน่าสนใจขึ้นเยอะ ไม่ใช่แค่พูดว่าทำได้ ต้องลงมือทำมาแล้ว
.
-เราอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมกันหมด วันนี้คุณเก่ง พรุ่งนี้ก็มีอีกคนที่เก่งกว่าคุณ เหนือกว่ายังมีฟ้า เก่งขนาดไหนก็ยังไม่คนเก่งกว่า
.
- จงเป็นคนที่นำความเก่งของตัวเองมาแปลงให้เป็นผลงานให้ได้ สุดท้ายแล้วเราต่างรู้ดี เราทำเพื่อเงินเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อย่ามัวมานั่งยึดติดกับเรื่องฉันเก่ง แล้วใครเก่งกว่าเลย เอาเวลาไปนั่งโฟกัสเรื่องการหารายได้เพิ่มดีกว่า

3. "คนที่มีรายได้สูงหลายคนล้วนเป็นคนเก่ง แต่คนเก่งบางคนทุกก็ไม่ได้มีรายได้สู เพราะมีนิสัยบางอย่างในตัวมาขัดขวางหนทางที่จะเติบโต"
.
- คนรายได้สูงหลายคน ล้วนเป็นคนเก่ง อันนี้คุณอาจจะรู้แล้ว แต่สิ่งที่ผมรู้สึกได้คือ คุณที่เก่งบางคนมีสกิลดีมาก แต่รายได้ก็ไม่ได้เยอะตาม เพราะมีนิสัยที่แย่ อีโก้สูง หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งพวกนี้ผมคิดว่ามันคือการขัดขวางความเก่งของตัวเค้าเองให้ไปไหนไม่ได้ไกลเท่าไร
.
- คนเก่งที่ไม่รวย เพราะมีทักษะที่ไม่เพียงพอ ในโลกของการทำเงินหรือการทำรายได้ให้ได้สูงๆ มันไม่ใช่แค่ว่าคุณเก่งแล้วคุณจะสำเร็จ
.
- อยากเป็นคนมีรายได้สูง มันต้องมีสกิลการเข้าหาคน ลูกล่อ ลูกชน การวางตัว ทัศนคติแนวคิด ความอดทน การใช้คน การบริหาร ฯลฯ ประเด็นก็คือ อย่ามองว่าคุณเก่งขนาดไหน ให้มองว่าในทางที่คุณกำลังเดินไป "คุณยังขาดอะไร" จะดีกว่า
.
4 "ตำแหน่ง บางครั้งก็เป็นกับดัก"
.
- ทำงานให้ดูผลตอบแทน และสิ่งที่ได้ ไม่ใช่ดูจากป้ายว่าคำนำหน้าชื่อของตัวเองเขียนไว้ว่าอะไร
.
- ตำแหน่งเป็นเพียงแค่ชื่อไม่ได้บ่งบอกว่ารายได้คุณจะเยอะตาม ลองดูให้ดีบริษัทเล็กๆ กับบริษัทใหญ่ๆ ชื่อตำแหน่งเดียวกัน แต่ผลตอบแทนจะต่างกันมาก อย่าไปยึดติดมาก มองว่าตัวเองได้อะไรบ้างจะดีกว่า
.
- ตำแหน่งถูกสร้างมาเพื่อแบ่งแยกการทำงาน และในบางครั้งมันก็เป็นส่วนช่วยให้คนเสียดายถ้าต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงย้ายไปอยู่บริษัทอื่นๆ
.
- คิดแบบเจ้าของธุรกิจต้องไม่สนเลยว่าตัวเองตำแหน่งอะไร ให้สนว่าจะพาร้านค้า หรือบริษัทให้รอดในปีนี้ยังไงดีกว่า
.
5. "ทำงานทั้งทีอย่ามองแค่เงิน ผลตอบแทนอาจจะมาได้หลายรูปแบบ " เงิน,ความรู้ , คอนเนคชั่น " ล้วนเป็นผลตอบแทนทั้งนั้น
.
6.ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเจ้าของธุรกิจ ล้วนต้องศึกษา "การลงทุน" ทั้งนั้น
.
7. การออมเงินเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเจอสัญญาณในการลงทุนที่ดีและเป็นไปได้ ลองเสี่ยงดูบ้าง เพราะนั้นอาจจะทำให้คุณได้เงินออมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในระยะเวลาที่เร็วกว่า
.
8.ตอนเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องอยู่ในกรอบที่บริษัทวางไว้ แต่พอมาเป็นเจ้าของธุรกิจ นั้นหมายถึง คุณต้องเริ่มต้นสร้างกรอบเหล่านั้นในแบบของตัวเอง ไม่มีการทำงานไหนที่ไม่มีกรอบกำหนด แต่จะเล็กหรือใหญ่ ตึงหรือหย่อน ก็อีกเรื่องนึง
.
9. เหนื่อย คือคำที่ ทุกอาชีพ ทุกตำแหน่ง ทุกสถานะมี ทำใจให้คุ้นชินและดูไปที่ผลตอบแทน ว่าเราเหนื่อยด้วยผลตอบแทนเท่าไร
.
10. ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง มนุษย์เรามักต้องการอะไรใหม่ๆเสมอมาเติมเต็ม ไม่ว่าจะหาเงินได้เท่าไร อยู่ในตำแหน่งไหน ถ้าคุณรู็ข้อนี้แล้วคุณจะรู้ได้ว่า มองหาความสุขระหว่างทางไปด้วยดีกว่า อย่ากำหนดแค่ต้องปลายทางเท่านั้นถึงจะมีความสุขได้
.
--------------
PM Shane.

267 Nameless Fanboi Posted ID:+yeAB8ZPqg

>>262 ไอวี่ลีกเข้ายากกว่า ม เอเชียอีก อย่างแรกเลย เงินต้องมาก่อน ค่าเทอมนี่อย่างโหด คนจนหมดสิทธิ ถัดมาแม่งมีโควต้าเชื้อชาติ คนเชื้อชาติเอเชียเจอเกณฑ์สอบที่โหดหินที่สุด เชื้อชาติอื่นๆสอบง่ายกว่ามาก

268 Nameless Fanboi Posted ID:7LUuIwt//G

御前圣
泰国只有两个方面可傲世中国:1.人妖,2.足球。
ประเทศไทยมีเพียงสองด้านเท่านั้นที่น่าภาคภูมิใจเหนือประเทศจีน: 1. กะเทย 2.ฟุตบอล。

#มิตรสหายบอลจีนท่านหนึ่ง หลังโดนไทยอัดไป 1-0

270 Nameless Fanboi Posted ID:rrvd6kO/CL

:มึงเก่งชิปหายที่ทำให้กูรักขนาดนี้
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูไม่ยอมเจอคนใหม่
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูนึกถึงแต่วันเก่าๆของเรา
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูคิดถึงตลอด
:มึงเก่งนะ? ที่ทำให้กูยังจำมึงมาตลอด
:เธอเก่งนะ ที่ทำให้ผมแพ้ไม่ยอมตัดใจได้ ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่ผ่านมานะ ยังคงรักเสมอนะ :อ้วนรักนะ😭😭😭

271 Nameless Fanboi Posted ID:4qQjQ8O9+u

>>270 เสื้อแดงเพ้อหาทักษิณ​

272 Nameless Fanboi Posted ID:uY46dwfZbp

ถ้าจะถอดถอน กกต ต้องล่า 20,000รายชื่อครับ

หลังได้ 20,000รายชื่อมาแล้ว สว จะเป็นคนพิจารณาว่าจะถอดถอนหรือไม่ ซึ่งคนที่เป็น สว ตอนนี้คือคนที่ป้อมหามาเองทั้งหมด พูดง่ายๆ คือ สว ก็เป็นแก๊งเดียวกับ กกต

อ้าวแบบนี้ก็ไม่แฟร์สิ อย่าเพิ่งใจร้อนครับ ถ้า สว เอนเอียงในการพิจารณา คุณสามารถร่วมลงนามถอดถอน สว ได้ ล่ารายชื่อเหมือนเดิม จากนั้นคนที่จะพิจารณาถอดถอน สว ว่าจะถอดถอนได้หรือไม่ ก็คือ ปปช.

ซึ่งตอนนี้ยังหานาฬิกาไม่เจอเลย

แต่ก็ไม่ต้องกังวลครับ ถ้าสุดท้ายแล้ว ปปช. เอนเอียงในการตัดสินเราก็สามารถร่วมลงนามถอดถอน ปปช ได้

โดย คสช. จะเป็นคนตัดสินเองว่า ปปช จะอยู่หรือไป ซึ่งหัวหน้า คสช ก็คือ.....................

273 Nameless Fanboi Posted ID:tntPeCHPEb

การมีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน เลือกพรรคไม่ตรงกัน สำหรับนวลไม่ได้สร้างความร้าวฉานในความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวนะ แต่เป็นความ ignorant ความแยกแยะไม่ได้ระหว่างทุจริตกับสุจริต อันนี้ไม่ต้องพูดถึงทุจริตแบบหาเสียงฟรีจากภาษีประชาชน ดูด ส.ส. ด้วยการข่มขู่ หรือการตั้งกติกามาให้ตัวเองไม่มีทางแพ้นะ เอาแค่อะไรง่ายๆที่มันไม่ต้องตีความ ไม่ต้องซับซ้อน อย่างการนับคะแนนเขตแล้วเกินจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง การประกาศคะแนนจบแล้วอยู่ดีๆคู่แข่งก็คะแนนลด กลายเป็นตัวเองชนะเฉยเลย คือของแบบเนี้ยมันมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ พอผู้ใหญ่ในครอบครัวยังพยายามทู่ซี้แถไป แค่เพราะตัวเองเชียร์พรรคนั้น แม่งทำให้หมดความเคารพตัวคุณในฐานะมนุษย์ไปเลยนะ ซึ่งมันน่าเศร้ามาก เราอยากจะเคารพคุณจะตายห่า แต่คุณแสดงออกชัดเจนว่ายอมโยนความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ต่อคนอื่น ต่อสังคมทิ้งไปเลย แค่เพราะเชียร์นักการเมืองคนนึงเนี่ยนะ มันเศร้าที่เห็นคนรอบตัวเปิดเผยธาตุแท้ว่าจริงๆแล้วตัวเองมีจิตใจราคาถูกขนาดไหน ย้ำอีกทีนะว่าไม่ได้มีปัญหากับการเชียร์คนละพรรค คนเราอุดมการณ์ต่างกันได้ แต่รับไม่ได้กับการเฉลิมฉลองความสำเร็จในการทุจริต

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

274 Nameless Fanboi Posted ID:yWosC.Fa8H

>>273 สลิ่มในบ้านกูมีคติว่ายอมมันให้โกง อย่างน้อยบ้านเมืองก้สงบสุข คริอิอุอิริคิคื

275 Nameless Fanboi Posted ID:C.lX4Sb4pG

>>272 ต้องลงนามกี่รายชื่อถึงจะถอดถอน คสช ได้ครับ ?

276 Nameless Fanboi Posted ID:uY46dwfZbp

>>275 แต่ก็ไม่ต้องกังวลครับ ถ้าสุดท้ายแล้ว คสช เอนเอียงในการตัดสินเราก็สามารถร่วมลงนามถอดถอนได้ด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งจัดตั้งโดย กกต

277 Nameless Fanboi Posted ID:t6qfmyz8H1

เอาล่ะ ผมเลิกกวนตีนและเขียนอะไรจริงจังสักครั้ง

หลังสงกรานต์ปี 59 หลังจากที่ผมโดนทหารถือ M16 มาหน้าบ้าน แล้วจับผมใส่รถ คลุมถุงดำเข้าค่ายทหาร

ผมโดนเอาไปนั่งอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่สามชุด เวียนกันสอบสวน

เอารูปคนนั้นคนนี้มาให้ดู ถามว่ารู้จักมั้ย แล้วก็ถามอะไรที่แบบ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเทคนิคถามแรงๆเยอะๆ ก่อนให้กลัวหรือเปล่า

แต่จริงๆ เนื้อหาการถามผมคือ "อาวุธสงครามอยู่ที่ไหน กองกำลังที่มึงฝึกอยู่ที่ลาวมีเท่าไหร่"

"มึงส่งเงินให้นักศึกษายังไง ใครเป็นคนสั่งการ"

เอาภาพเพื่อนที่หน้าโหดๆในเฟสมาถามว่า "คนนี้ใคร มือปืนมึงหรือเปล่า" เอาแชทที่พวกผมนัดกันย่างหมูกระทะที่บ้านมาเปิดถามว่าเตรียมของนี้หมายถึงอะไร

เอาเฟรนด์ในเฟส ซึ่งจริงๆมันเป็นเพื่อนมัธยมของผม ที่แม่งไม่ได้คุยกันมาหลายปี ตอนนี้ไปเป็นโปรแกรมเมอร์ มาถามว่า "นี่แฮ็คเกอร์สังกัดพวกมึงใช่มั้ย"

แล้วก็มีรูปคนนู้นคนนี้เต็มไปหมด จากเฟรนด์ลิสม์ผม ภาพทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ที่เป็นเพื่อนในเฟรนด์ลิสม์ผม มาหมดทุกคน

บางคนผมพึ่งรู้ด้วยซ้ำว่ามันทำมาหากินอะไร เกี่ยวกับหน่วยราชการยังไง

แล้วแบบ ผมจบรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เพื่อนของเพื่อนผมในเฟรนด์ มันก็ต้องโยงไปถึงโรม จ่านิว พวกดาวดิน มีหน้าห้องกระทรวงนั้นนี้ จนถึงพวกลูกหลานนักการเมืองได้ปะวะ

ผมโมโหชิบหาย คือแต่ละคนเนี่ย เข้าใจมั้ยว่าแชทคืออะไร เฟรนด์ลิสต์คืออะไร ผมมีเฟรนด์ในเฟสนี้ ผมอาจจะไม่รู้จักมันก็ได้เว้ย แค่มันแอดมาผมกดรับ

แล้วที่ผมโกรธอีกอย่างคือแกหาว่าผมเป็นคอมมิวนิสต์ คือผมนี่โคตรจะทุนนิยม การหาว่าผมเป็นคอมมิวนิสต์นี่คือไม่เข้าใจอะไรเลย

บอกตามตรงว่า วันนั้นพี่แกพูดอะไรมา ผมคิดว่าล้อเล่น นึกว่าด่าไปเรื่อยเปื่อย คือนึกว่าเป็นเทคนิคแบบเอาหนักๆ ขู่ๆ ไว้ก่อน เผื่อผมมีข้อมูลแล้วหลุดที่เบากว่า

แต่สัส แม่งเชื่อจริง ฟ้องจริง

สิ่งที่อยากจะเล่าคือ มีเจ้าหน้าทีแก่ๆคนหนึ่ง ที่น่าจะรับบทโหดมา แกไม่ยอมบอกว่าอยู่หน่วยไหน แต่แกด่าผมชิบหาย จนผมโมโห

มันมีประโยคหนึ่งที่ผมจำได้ดีคือ "มึงคิดว่ากูโง่เหรอ คิดว่ากูเนี่ยแก่จะลงโลงแล้วใช่มั้ยล่ะ? อีกไม่นานกูก็จะตายแล้ว?"

ผมได้ยินแล้วหายโกรธเลย

เพราะตอนนั้นผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้น

เพราะพวกเขากลัว

ย้ำอีกทีว่า เพราะพวกเขากลัว

เพราะพวกเขามีชุดความดีแบบหนึ่ง ซึ่งพวกเขาใช้เวลาทั้งชีวิต 40-50 ปี ต่อสู้เพื่อสร้างมัน ต่อสู้เพื่อปกป้องมันมาตลอด

ผมนึกได้ว่า เออ คนที่นั่งอยู่ตรงหน้านี่ เพื่อนเขาคงเคยไปแฝงตัวในหมู่คอมมิวนิสต์ แล้วโดนจับไปฆ่าจริงๆ

เคยเจอพวกคอมมิวนิสต์ขนอาวุธจากโซเวียต ส่งผ่านลาว มาแถวๆ ขอนแก่น กาฬสินธ์จริงๆ แล้วเขายังใช้ชีวิตอยู่ในชุดความคิดนั้น

แล้วจู่ๆโลกมันก็เปลี่ยนแบบกลับหัวกลับหาง

ชุดความดีทั้งหมดที่เขามีถูกบอกว่ามันผิด

เขาไม่มีทางออก ไม่รู้จะไปไหน

วิธีแก้ปัญหาของเขาคือ การทำแบบเดิมที่มันเคยเวิร์ค คือไปหาคอมมิวนิสต์มาสอบสวน

เขาพยายามเค้นเอาให้ได้ว่า ผมเนี่ยสั่งทำภาพการ์ตูนล้อรัฐบาล ผมเนี่ยมีเครือข่ายมากมาย "ถ้ามึงไม่สั่ง ถ้าไม่มีคนจ่ายเงิน แล้วภาพด่ารัฐบาลมันมาจากไหน"

คือแบบ... ผมอยากรู้มากว่า รัฐบาลทหารเนี่ย มันโดนเอเจนซี่หลอกเอาค่าทำภาพเชียร์รัฐบาลไปภาพละเท่าไหร่ งบเพจละล้านหรือเปล่า

จากนั้นผมพยายามนะ พยายามอธิบายว่า เนี่ยนะ พวกการ์ตูนต่างๆนี่ ใครมันก็ทำได้ แค่เขามีความคิด มีไอเดีย เขาก็ทำออกมาตามความคิดเขา คนชอบมันก็แชร์ไปเอง

เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจจริงๆ คือไม่เข้าใจเลย

เขาเชื่อมากว่ามันต้องมีเสธสักคน ใครสอนมึง ทหารนอกราชการเหรอ หรือว่าพัลลพ หรือคนนั้น คนนี้ ซึ่งผมไม่รู้จักชื่อสักคน

เขาคิดว่ายังไงก็ต้องมีคนวางแผน มีคนเขียนบท มีคนวาด มีเครือข่ายกระจายคอนเทนท์ และทั้งหมดต้องใช้เงิน

การชุมนุมคัดค้านรัฐประหารหรือประชามติก็เช่นกัน เขาคิดว่าต้องมีโครงสร้างเช่นนั้น

ดังนั้นหน่วยความมั่นคงจึงเป็นเหมือนการมองหา ศูนย์กลางของมหาสมุทร ซึ่งมันไม่มีไง น้ำมันแค่ไหลมารวมกัน

แล้วแม่งพูดกันไม่รู้เรื่อง ผมพยายามอธิบายแบบนี้แหละ แม่งก็ตวาด บอกว่าผมพูดนอกเรื่อง มึงสารภาพมาว่ามึงจ่ายเงินยังไง

เอ้าสัส!

ผมสารภาพว่า หนึ่งวันในค่ายทหาร ผมเศร้ามากกว่ากลัว

คือเหมือนไปพยายามสอนคนแก่เล่นไอแพท

ทุกอย่างมันเกือบจะดี จนเจ้าหน้าที่บอกว่า "นี่ มึงสารภาพมาเถอะ นายกูโกรธแล้ว ถ้ามึงยังปากแข็งแบบนี้นะ นายกูบอกให้หาอะไรที่ยัดมึงได้ ให้ฟ้องเลย"

ผมนึกว่าขู่ไปงั้นล่ะ แม่งไม่มีหรอก

(มีต่อ)

278 Nameless Fanboi Posted ID:t6qfmyz8H1

(ต่อจาก >>277 )

สรุป แม่งฟ้องจริงๆ

เรื่องแบบ ฟ้องๆไปงั้น ให้ไปปฏิเสธเอาในชั้นศาลก็ฟ้องมา

แล้วมันเหี้ย ไอ้คำว่า ฟ้องๆไปก่อน ค่อยไปปฏิเสธในศาลเอา คือการสูญเสียทุกสิ่งที่เคยมี

เงินประกัน 7 แสน ธุรกิจเจ๊ง ความสัมพันธ์เพื่อนทั้งหมดพังทลาย ญาติตัดขาด

.
.
.
รู้มั้ยผลเป็นยังไง

ผมโกรธ

ผมปฏิญาณกับตัวเองว่า "ได้ ลุงกลัวใช่มั้ย ผมจะทำให้มันเป็นจริง"

"จากนี้ผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อให้ ลูกหลานของลุงมีชีวิตที่ดีกว่าสมัยของลุง แล้วต่อว่าบอกว่า แม่งเอ้ย ทำไมคนรุ่นพ่อ รุ่นตาของกู ถึงทำอะไรเหี้ยๆแบบนั้น ทิ้วไว้ให้กูต้องมาเช็ดล้าง แม่งห่วยชิบหาย"

"ลุงจะไม่ได้ถูกสรรเสริญในประวัติศาสตร์ แต่ถูกก่นด่า ลูกหลานของลุงจะต้องอับอายที่มีบรรพบุรุษเช่นนี้"

"ผมจะแสดงให้เห็นว่า แนวทางที่ไม่ใช่ของลุงมันดีกว่า มันสว่างไสวกว่า มันมีอนาคตกว่า"

มีคนถามผมตอนออกมาว่า "ทำไมมึงไม่ฟ้องมันกลับ มึงไม่โกรธมันเหรอ"

คำตอบของผมคือ "กูโกรธ แต่กูไม่ได้โกรธใครคนใดคนหนึ่ง กูไม่ได้คิดจะแก้แค้นใครคนใดคนหนึ่ง"

วิธีการแก้แค้นที่ต้องทำคือ "ทำลายโลกเก่าๆให้มันพินาจไป และสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมา"

ตอนปีแรกๆ แทบทุกคืนผมนอนไม่หลับ คือโกรธ ตอนกลางคืนมันจะโกรธขึ้นมา แม่งไม่ยุติธรรม ทำได้คือมานั่งอธิษฐาน

บางโมเมนท์มันแบบ สัส อยากได้ระเบิดสักลูก ไประเบิดตายๆไปกับแม่ง

มันเป็นโมเมนท์ที่ God only knows จริงๆ only God can save your soul จริงๆ

สิ่งที่เราทำได้คือ เอาความโกรธนี้เปลี่ยนให้ไปในทิศทางที่ดี และสร้างสิ่งดีๆขึ้นเพื่อทำลายสิ่งเก่า

แล้วผมรู้ว่าเวลาอยู่ข้างเรา

ไม่มีใครต้านทานเวลาได้

คนรุ่นใหม่ๆต่างเก่งกว่าคนรุ่นผมทั้งนั้น

โลกมันจะไปทางนั้น มันเป็นศึกที่ยังไงก็ชนะ อยู่แค่ว่าช้าหรือเร็ว

ถ้าพรุ่งนี้ไม่ชนะก็ยังมีต่อ มะรืน ปีหน้า 10 ปีข้างหน้า 20 ปีข้างหน้า เรายังสู้ได้อีกหลายสิบปี

เอาดิ ก็มาดิ

แต่ลุงอ่ะ จะเหลือเวลาเท่าไหร่?
.
.
.
เชื่อมั้ย ว่าทุกวันนี้ก็ยังคิดอยู่ว่า ด้อมฟ้า futurista หรือกระแสพื้นที่ของเพื่อไทย อะไรนี่ มีคนวางแผนอยู่ มีคนจัดตั้ง จ่ายเงิน

เออ ก็แพ้ไปพร้อมกับยังคิดแบบนั้นอยู่ละกัน
.
.
.
ท้ายสุดนี้ผมขอตอบคำถามว่า "มึงคิดว่ากูโง่เหรอ คิดว่ากูเนี่ยแก่จะลงโลงแล้วใช่มั้ยล่ะ? อีกไม่นานกูก็จะตายแล้ว?"

ในวันที่ 24 มีนาคม นี้ ในคูหาเลือกตั้ง

ผมทนมาตลอด ทนมาเพื่อรอวันเลือกตั้งนี้

ผมหวังว่าลุงจะยังไม่ตาย รอดูทุกสิ่งของลุงมันพังทลายลงมากับตาเสียก่อน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

279 Nameless Fanboi Posted ID:wPi9ERmN.+

>>273 cringe เหี้ยๆ
ทำเป็นปากดีแต่ไม่ตรวจสอบเลยว่าไอ้ที่บ่นกันว่าโกงๆน่ะจริงๆเป็นยังไง เอาแต่เฮโลตามคนอื่นเค้า
ข้อมูลที่บอกว่าโกงๆนี่ก็เอามาจากเว็บที่ไปเช็คคะแนนกันเองไม่ใช่เว็บอฟช. คะแนนในเว็บเปลี่ยนขนาดนี้แต่ไม่เป็นสกู๊ปใหญ่ก็มีเหตุผลอย่างเดียวคือเว็บไม่อฟช.ที่ว่ามันโชว์คะแนนผิดเลยแก้เลขเอา เพลียใจคนไทยเหี้ยๆ ไอ้พวกที่หน้าโง่ที่มาเม้นต์ circlejerk กันนี่ยิ่งแสดงความโง่

280 Nameless Fanboi Posted ID:9rzrl/FV+J

>>279 รู้เหี้ยไรบ้างเนี่ย เห็นข่าวกกต.ออกมายอมรับว่านับบัตรพลาดยัง ?

281 Nameless Fanboi Posted ID:DoJ.296hM6

น้องๆ ที่ไปเลือกพรรคพลังประชารัฐมาแบบพี่โจว เราต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าเราได้ทำความผิดบาปครั้งสำคัญในทางการเมืองไปแล้ว

สิ่งเดียวที่เราพอจะคงความเป็นมนุษย์ของเราไว้คือการอย่าไปจี้ไปปล้นไปโกงหรือทำร้ายคนในครอบครัวเช่นการเตะภรรยากันนะครับ แค่เลือกพลังประชารัฐเราก็ผิดบาปมากพอแล้ว

#ช่วงความเป็นคนที่พอจะเหลือของIOตัวเนร้

282 Nameless Fanboi Posted ID:9rzrl/FV+J

แล้วเห็นข่าวตอนเลือกตั้งล่วงหน้ามั้ยที่มีคนมาใช้เกิน 💯 จากกกต.ด้วย
ทำเป็น rant ว่าคนอื่นโง่อย่าโชว์โง่เองดิค้าบ
เว้นแต่ว่ามึงจะเป็น io ขยันทำงานดีนะครับ ดึกแล้วไปนอนได้แล้วสู้ๆ

283 Nameless Fanboi Posted ID:wPi9ERmN.+

>>280 ไอ้รูปคะแนนเพิ่มลดที่มันอ้างถึงมาจากเว็บ vote 62 เว็บเดียว เว็บอื่นไม่เป็น เกี่ยวเหี้ยไรกับกกต.?

284 Nameless Fanboi Posted ID:wPi9ERmN.+

>>282 เรื่องบ่นว่าโกงมู้การเมืองคุยกันจบไปแล้วยังมาปญอ.ไม่เลิกอีกนะมึง

285 Nameless Fanboi Posted ID:FA.X5wRhTI

Ioได้เงินเยอะปะ เห็นทำงานทั้งวันเลย

286 Nameless Fanboi Posted ID:ALuCvietvb

>>283-284
https://prachatai.com/journal/2019/03/81699
"24 มี.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. พบสิ่งผิดปกติในการรายงานผลการนับคะแนนที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เช่น ไทยรัฐออนไลน์ วอยส์ออนไลน์ The Standard และ The Matter ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ผลการเลือกตั้ง สุรินทร์ เขตเลือกตั้งที่ 3 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 305,568 คน หรือ 184% ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีเพียง 156,968 คน โดยอันดับ 1 เป็น รื่น เงางาม, เบอร์ 1 ผู้สมัครจากพรรคเพื่อนไทย ได้คะแนนนำอย่างมาก คือ 220,802 คะแนนเสียง ทิ้งห่างอันดับ 2 ผกามาศ เจริญพันธ์, เบอร์ 7 จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 26,828 คะแนน"
เข้าใจว่าขยันทำ ot เพราะจบรัฐบาลนี้ก็จะตกงานแล้วแต่รบกวนเช็คข่าวดีๆหน่อยนะครับ

287 Nameless Fanboi Posted ID:Z/HxedE0TC

ไร้ปัญญาจะเสวนาแบบคนปกติก็ตีตราคนอื่นเป็น io น่าสมเพชจริงๆ

>>286 ถ้ามึงมีสมอง คิด วิเคราะห์ แยกแยะเป็นมึงคงไม่เอาอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้มาแปะหรอก
ก่อนอื่นดูสุรินทร์นะ คะแนนจังหวัดอื่นที่นับพร้อมกันยังอยู่แค่สองหมื่นสามหมื่นทุกจังหวัด มีไอ้นี่แม่งโดดไปสองแสนอันเดียว ดูยังไงก็ error เกินมาหนึ่งหลัก พอตัดออกไปหลักนึงก็ได้ผลที่ถูกต้องตามที่รายงาน
กรณีสุโขทัยก็เหมือนกัน
ส่วนรูปล่างสุดมึงสังเกตุดีๆนะ ทำไมบัตรไม่เลือกใครเลยมันถึงมากสุดได้ขนาดนั่น เยอะกว่าบัตรดีบัตรเสียอีก ถ้าจะโกงจริงใส่บัตรไม่เลือกใครก็ไม่ได้คะแนนเหี้ยอะไร เอาไปใส่บัตรดียังดีกว่า ถ้ามึงตัดไอ้บัตรไม่เลือกที่ดูแล้วน่าจะ error นี่ออกไปเลยนะ บัตรดี+บัตรเสียที่เหลือรวมกันมันได้พอๆกับปริมาณคนมาใช้สิทธิ์เลย แสดงว่าไอ้บัตรไม่เลือกใครนี่น่าจะ error จริงๆ

คำตอบง่ายๆแต่เสือกไม่มีสมองคิด เอาแต่โวยวายโง่ๆว่าโกงอยู่นั่นแหละ ปญอ.สัส

288 Nameless Fanboi Posted ID:nGYnaa+T3g

สรุป i.o. มันย่อมาจากอะไรวะ information operations รึว่า imperial onslaught ?

289 Nameless Fanboi Posted ID:35iBGCHbqd

>>288 Idiot Officer

290 Nameless Fanboi Posted ID:1ld0mEJoHa

>>289 เอาน่าขนาดเครื่องคิดเลขยังไม่มีปัญหาเตรียมนับประสาอะไรกับบวกลบด้วยหัวกลวงๆ

291 Nameless Fanboi Posted ID:ALuCvietvb

>>287 ก็ต้นโพสมึงบอกว่ามีแค่ voice62 ผิดแค่เว็บเดียว แล้วมึงถามว่าเกี่ยวไรกับกกต. กูก็แปะให้มึงไงพิมเหี้ยอะไรยาวยืด
สรุปใครกันแน่ โง่ งี่เง่า ปัญญาอ่อน ไอ้สัส

292 Nameless Fanboi Posted ID:jSYW0kFRpC

เรียกคนอื่นเขา IO แต่ใครกันแน่วะที่เป็น IO อิอิ
ขยันชิบหาย ขยันกว่า IO ที่พวกมึงกล่าวหากันอีก

293 Nameless Fanboi Posted ID:ZITa045Zwg

>>292 รีเราเตอร์สนุกมั้ยครับ

294 Nameless Fanboi Posted ID:76l5wN.g32

กกต.โกงจริงไม่จริงยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆตอนนี้ภาพลักษณ์เละเป็นศพหมาโดนสิบล้อทับละ แถมข่าวก็เริ่มแพร่ไปทั่วโลกด้วย ถ้าพวกแม่งยังทำลับๆล่อๆไม่เลิก ความเชื่อมั่นจากต่างชาติตกเดี๋ยวจะชิบหายกันมิใช่น้อยนะครับ

295 Nameless Fanboi Posted ID:+Yr5mT15VK

“A: เพื่อนไทย​ เพิ่ม​ "น" มาตัวเดียว​ ไม่ต้องปราศรัยใดใด​ ได้มานิ่มๆ​จากกาผิด​ 3​ แสน
B: รอบหน้า​ ไปจดพรรค​ "อนาคตใหญ่" หรือ​ "ภูนิใจไทย/กูมิใจไทย" รอไว้ดีกว่า”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

296 Nameless Fanboi Posted ID:5SNp03naLh

>>295 ไอ้สัสอ่านแล้วนึกถึงก็หมาย trademark ที่ห้ามจดชื่อที่ทำให้เข้าใจผิด 55555

297 Nameless Fanboi Posted ID:8+nwysEia4

พี่โจว อาจานทงทองแดง และน้องภารดรง จะแถลงข่าวตั้งรัฐบาลสัมภเวสี คือเป็นรัฐบาลของคนลืมไปเลือกตั้ง ตีสามวันนี้นะครับ

298 Nameless Fanboi Posted ID:6mB41.vj3Z

ใครคือฝ่ายประชาธิปไตย ใครคือฝ่ายเผด็จการ เข้าใจกันมากแค่ไหน ใครอยู่เบื้องหลังที่แท้จริงของสองฝ่ายนี้? เค้าให้สู้กันเพื่ออะไร? น้อยคนนักที่จักเข้าใจมัน? มีแต่นักเลงคีย์บอร์ดที่กอดกระแสตามกัน ไม่รู้สถานการณ์ที่แท้ทรู ว่าแท้จริงแล้วเรากำลังสู่อยู่กับใคร? สู้อยู่กับอะไร?

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

299 Nameless Fanboi Posted ID:7x8gwh/CJp

หุ้นกูแดง

มิตรสหายท่านหนึ่ง

300 Nameless Fanboi Posted ID:jTJB.cSgHv

ทดลองวัคซีน ฉีดจริง ป่วยจริง เล่นใหญ่เพื่อวิทยาศาสตร์ เมื่อนักบินอวกาศกำลังทดสอบวัคซีนเพื่อการทดลองในสภาวะไร้น้ำหนัก

สำหรับการทดลองนี้ก็คือการตอบคำถามว่าวัคซีนจะมีผลในอวกาศเหมือนกับผลบนโลกไหม ก็เลยออกแบบการทดลองที่ให้นักบินอวกาศ 2 คนได้แก่คุณ Scott Kelly และคุณ Mark Kelly ซึ่งเป็นแฝดกัน คนนึงฉีดบนโลก คนนึงฉีดในอวกาศ ซึ่งผลของการทดลองก็คือ วัคซีนป้องกันไข้หวัดนั้นสามารถใช้ได้ดีบนอวกาศ จากผลการตรวจเลือดของ Scott และ Mark ไม่ทำให้เราเห็นว่าวัคซีนในอวกาศมีประสิทธิภาพลดลง

จริง ๆ แล้วการทดลองนี้ค่อนข้างเสี่ยงเล็กน้อย เพราะวัคซีนนั้นออกแบบมาเพื่อให้เราป่วยน้อย ๆ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน ดังนั้น Scott Kelly จึงจะมีอากาศป่วยนิดนึง แต่ก็อยู่ในภาวะที่ไม่มากไปและสามารถทำงานได้

หลายคนอาจจะสงสัยว่าสร้างภาพหรือเปล่า ? อยู่บนอวกาศจะต้องฉีดวัคซีนทำไม ? แต่สาเหตุที่ต้องมีการฉีดวัคซีนในอวกาศก็เพราะว่า ต้องการให้นักบินอวกาศนั้น "ได้ป่วยบ้าง" เพราะสภาพแวดล้อมในสถานีอวกาศหรือในยานอวกาศนั้นสะอาดมาก ๆ ไม่เจอเชื้อโรคเลย อาจทำให้นักบินอวกาศอ่อนแอลง และภูมิคุ้มกันต่ำหากต้องเดินทางในยานอวกาศนาน ๆ

อ้างอิง - https://www.nasa.gov/content/flu-vaccine-in-space/

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

301 Nameless Fanboi Posted ID:buRvEEW4mx

ประเด็นคือมันไม่ใช่เรื่องคะแนน แพ้หรือชนะ แต่มันคือการโกงแบบหน้าด้านๆ โกงแบบเด็กโง่ๆ เหมือนมันเอามือปิดตาตัวเองนั่งขี้กลางถนน แล้วคิดว่าไม่อายเพราะคนมองไม่เห็นมัน ดูโง่บัดซบสิ้นดี

สลิ่มเอ๋ย หากมึงเป็นสลิ่มที่มีอุดมการณ์ในสิ่งที่มึงยึดถือยึดมั่นจริงในเรื่องต้านโกงต่อต้านทุจริตที่มึงประกาศตัวบลาๆ เรื่องโกงโง่ๆนี่ต่อให้มึงเป็นสลิ่มเลเวลต่ำจัณฑาลขนาดใหน กูเชื่อว่าเศษเสี้ยวพื้นฐานความเป็นมนุษย์ของมึงที่หลงเหลืออยู่ ก็คงไม่มีอะไรจะปฎิเสธในเรื่องเหี้ยๆพวกนี้ ว่ามันเลวร้ายยิ่งกว่าสิ่งที่พวกมึงพร่ำด่าอีกฝั่งมาตลอดซะอีก
มึงจะยกเหตุผลร้อยแปด ทำหลับหูหลับตาไม่รับรู้ความจริงแล้วหลอกตัวเองเหรอว่ะ น่าขยะแขยงพอๆคนที่พวกมึงชื่นชมว่าเป็นคนดีเลยว่ะ นิยามคนดีของพวกมึงนี่เหี้ยจริงๆ วิธีการแต่ละอย่างนี่ มองเห็นอนาคตประเทศเลยหว่ะ

302 Nameless Fanboi Posted ID:VnEGbUbSc7

อธิบายคนรอบตัวไปหลายรอบ เริ่มทำให้รู้ว่า คนที่ไม่พร้อมจะฟังก็ไม่พร้อมจะฟังจริง ๆ นะ

1.บัตรผีเป็นแสนเป็นล้านใบ ไม่มีอยู่จริง ทั้งหมดเกิดจากปัญหาในขั้นตอนรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่มีความผิดพลาด หรือบางสื่อเอาตัวเลขไปนำเสนอผิดจนลุกลามบานปลาย

ทำไมไม่มีอยู่จริง เพราะมันมีบันทึกไว้หมด แต่ละหน่วยได้บัตรกี่ใบ มีผู้ใช้สิทธิ์กี่คน เหลือบัตรเท่าไหร่ ทั้งหมดจะมีการรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรกลับมาที่ส่วนกลาง มีคนดูแลทุกขั้นตอน ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเข้าใจว่าพรุ่งนี้ กกต จะเปิดคะแนนทั้งหมด แต่อาจรับรอง ส.ส.เพียงขั้นต่ำคือ 95% หรือ 333 เขต ภายในเวลาตามที่กฎหมายกำหนดได้ (กกต.บอกว่าวันที่ 9 พ.ค.) ส่วนเขตไหนมีปัญหา อาจจะบัตรไม่ตรงอะไรอย่างไร ซึ่งก็มี พรรคการเมืองเค้าทำเรื่องร้องแล้ว หลายเขตทำท่าว่าต้องนับคะแนนใหม่ก็มีความเป็นไปได้ แต่มันไม่ได้โผล่เป็นแสนเป็นล้านใบ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ป่านนี้เละกันไปหมดแล้ว

ตัวเลขที่ออกมาคลาดเคลื่อนจากการรายงานสดวันก่อน กกต. ชี้แจงแล้วก่อนหน้านี้ ไปหาข่าวย้อนหลังอ่านกันดู ซึ่งเค้าก็ยอมรับว่ามันคลาดเคลื่อนได้จริง แต่ของจริงมันไม่เป็นไรเพราะมันมีเอกสารยืนยันทั้งหมด

2.ส่วนที่ถามว่าทำไมรับรองหมด 100% ไม่ได้ (หมายถึง 350 เขตนะ ไม่ใช่คะแนน เพราะคะแนนกำลังจะเปิดหมดอยู่แล้ว กกต.เค้ารอเอกสารแต่ละพื้นที่ส่งมาถึง) เพราะมันมีเรื่องร้องเรียนไง หลายเขตอาจมีการทุจริต ซึ่งมีหลักฐาน มีคำร้อง กกต.ต้องกันเขตพวกนี้ไว้ก่อนเพื่อพิจารณาว่าอาจให้มีการนับใหม่ อาจให้มีการเลือกใหม่ และการพิจารณาเรื่องพวกนี้ต้องใช้เวลา ถ้ารับรองหมด 100% ทั้ง 350 เขตให้เข้าไปทำหน้าที่ก่อนแล้วโดนสอยตามหลัง เกิดมีคนโกงเข้าไปได้แล้วทำอะไรเสียหาย ลงมติอะไรไปแล้ว ถามว่าเปลี่ยนตอนหลังมันวุ่นวายหนักไหมกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว

เรื่อง 95% นักการเมืองเองก็รู้ เพราะไม่ใช่เรื่องใหม่ ใช้มานานแล้ว ตั้งแต่ที่ กกต.มีอำนาจพิจารณาการทุจริตเลือกตั้ง แจกใบเหลือง ใบแดงนั่นแหละ ไม่ใช่ครั้งแรก

(เพิ่มเติมการให้สัมภาษณ์จากอดีต กกต. จะได้เข้าใจกัน)

"ตัวเลข 95% คือ รายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีระเบียบให้รายงานได้ไม่เกินร้อยละ 95

อีกตัวเลข 95% คือ การรับรองผล ส.ส. ซึ่ง กกต.ต้องรับรองผลให้ได้ร้อยละ 95 ของ ส.ส.ทั้งสภา ภายใน 60 วันหลังเลือกตั้ง เพื่อให้สามารถมีการประชุมสภานัดแรกได้

ส่วนการประกาศผลที่เป็นทางการ เป็นการที่ กกต.รับเอกสารผลการเลือกตั้งที่มาจากหน่วย จากเขต และจากจังหวัดตามลำดับ เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จะประกาศผลเป็นทางการครบ 100% ซึ่งส่วนใหญ่จะทำเสร็จภายใน 3-4 วันทำการหลังจากวันเลือกตั้งครับ"

(เพิ่มเติม พอดีมีคนทัก) หลายคนเข้าใจผิด ว่าตั้งแต่เลือกตั้ง ไม่ได้เปิดเผยคะแนนดิบหน้าหน่วย จริง ๆ คือมีนะครับ ตามที่ ประธานฯให้สัมภาษณ์เมื่อวาน ไปอ่านกันเองนะ

"ส่วนที่มีการขอให้กกต.เปิดเผยผลคะแนนเป็นรายหน่วยเลือกตั้งนั้น ในความเป็นจริง ทุกหน่วยเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.เมื่อนับคะแนนเสร็จแล้ว ก็จะติดประกาศผลคะแนนไว้ที่หน้าหน่วย"

ดังนั้น ปัญหามันคือการรวบรวมคะแนนทั้งประเทศ + บางเขต บางหน่วยซึ่งมีปัญหา และบรรดาตัวแทนพรรคเค้าก็ทักท้วงกันแล้ว

ย้ำอีกรอบ 95% คือจำนวนเขตนะครับ ไม่ใช่จำนวนคะแนนในแต่ละหน่วย ตัวคะแนนดิบต้องรายงานทั้งหมดอยู่แล้ว แต่อย่างที่บอก อาจมีบางเขตนับใหม่ เลือกใหม่ เพราะฉะนั้นคะแนนรวมทั้งประเทศเปลี่ยนได้อีกครับ

(มีต่อ)

303 Nameless Fanboi Posted ID:VnEGbUbSc7

(ต่อจาก >>302 )

3.ทำไมคะแนนไม่ตรง คะแนนลด เก้าอี้หาย โกงกันตอนนับคะแนนใช่ไหม ใครพูดแบบนี้ ขอถามกลับไปว่าได้ศึกษาการคำนวณคะแนนแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้รอบนี้ที่บอกว่าทุกคะแนนมีความหมายรึยัง

ระบบนี้จะคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ต้องได้คะแนนบัตรดีทั้งประเทศมาก่อน ปัญหาคือคะแนนบัตรดีนิ่งรึยัง คำตอบคือยัง เพราะยังมีเรื่องร้องเรียนการทุจริตให้ต้องตรวจสอบ เกิดมีเลือกตั้งใหม่สักเขตสองเขต คะแนนรวมทั้งประเทศเปลี่ยน จำนวน ส.ส.พึงมีแต่ละพรรคก็เปลี่ยนไปด้วย ตัวเลขที่เอามาดู ๆ กันตอนนี้มาจากคะแนนที่รายงานมาก่อนหน้าซึ่งไม่ใช่คะแนนดิบทั้งหมด แล้วเอาไปคำนวณกันเอง ไม่ใช่จำนวนจาก กกต. ทางนั้นเค้าส่งมาแต่ชื่อ ส.ส.เขต ก่อนจะรายงานคะแนนดิบทั้งหมดตามมาพรุ่งนี้

แต่อย่างที่ไว้ข้างบน สุดท้าย กกต.จะอาจรับรองเพียง 333 เขตหรือมากกว่านี้ก็ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องร้องเรียน (ไม่ต่ำกว่า 95% ตามระเบียบอะไรก็ว่าไป) ดังนั้น เท่ากับว่าจำนวนรวมของแต่ละพรรคยังเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่อยู่ ๆ เก้าอี้หาย หลายพรรคเค้าก็รู้ เค้าเลยสงวนท่าที่บอกรอคะแนนทางการก่อน รอคะแนนทางการก่อน ถ้าขโมยเก้าอี้กันจริงพรรคการเมืองเค้าโวยหนักแล้ว

ไม่ได้บอกว่า กกต. ทำงานดี บริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะอะไรไม่ได้เรื่องก็จัดไปหลายแล้วทั้งในรายการแล้วก็ผ่านทางเฟซ หลายกรณีก็มีปัญหาจริง ๆ แล้วก็มีการร้องเรียนแล้ว พรรคการเมืองเองนั่นแหละที่เป็นคนร้อง แต่หลายคนอาจจะไม่ได้เห็นข่าวก็แค่นั้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นการบ้านที่ กกต ต้องชี้แจงทุกข้อสงสัยก็ว่ากันไป

แค่อยากให้หลายคนเรียกสติกันบ้าง เราต้องถกเถียงกันบนพืันฐานของข้อมูลข้อเท็จจริง สักแต่วิจารณ์บนความรู้สึกอย่างเดียวมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

ตามนั้น เพลีย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

304 Nameless Fanboi Posted ID:qiELg41h/w

ณ หน่วยเลือกตั้งในเขตทุรกันดารแห่งหนึ่งในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยขานหมายเลขบัตร: เบอร์สิ

ผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมือง: (เห็นเลขบัตรเป็นเบอร์ 10) ขอค้านครับขานเลขใหม่ครับเป็นเบอร์สิบ

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยขานหมายเลขบัตร: เบอร์สิ

ผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมือง: ขอค้านครับขานเลขใหม่ครับเป็นเบอร์สิบ

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยขานหมายเลขบัตร: เบอร์สิ

ผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมือง: ขอค้านครับขานเลขใหม่ครับเป็นเบอร์สิบ
.
.
.
.
.
หน่วยนี้นับคะแนนเสร็จตีสาม... ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งหน่วยที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งครั้งเนร้อ่ะครับ

305 Nameless Fanboi Posted ID:QnFzcbGq/o

หลายปีที่ผ่านมา....ผมได้เสียคนรักไปอย่างกระทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในคืนวันวาเลนไทน์....ซึ่งเราทั้งสองขับมอเตอร์ไซด์ซ้อนท้ายกันมาสองคนหลังจากมีความสุขเที่ยวและดูหนังด้วยกันทั้งวัน....ซึ่งผมเตรียมจะไปส่งเธอที่พักระหว่างทางแวะที่ร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามถนน....ผมอาสาข้ามไปซื้อของกินให้เธอโดยที่เธอรถอยุ่ที่รถมอเตอร์ไซด์...อยู่ๆมีรถเก๋งเสียหลักหักหลบมาเฉี่ยวชนเธอในขณะที่ยืนเฝ้ารอผมอยู่ท่ามกลางความตกใจของพนักงานร้านและคนในเหตุการณ์........เธอไปเสียชีวิตที่ รพ.ในเวลาต่อมาอีก 3 ชม. ในนาทีสุดท้ายขณะที่ผมกุมมือเธอเอาไว้.........ผมเสียใจมากๆ.เพราะผมรอเธอเรียนพยาบาลให้จบและผมเป็นข้าราชการทหาร...เพื่อรอแต่งงานกับเธอ.........ผมติดตามวงนี้มาตั้งแต่เพลง..โปรดเถิดรัก....ซึ่งมันเป็นชีวิตจริงของผมเลย....ขอบคุณเพลงดีๆที่มีให้รับฟังครับ

306 Nameless Fanboi Posted ID:nfkyDeoouK

เหมือนวงการหนังสือโป๊เกย์ เมื่อก่อนขายดี เพราะไม่ค่อยมีคนแก้ผ้าให้ดูฟรี แต่เดี๋ยวนี้ใครๆก็โชว์ควยให้ดูฟรีใน twitter ได้หมด หนังสือโป๊เลยเจ๊งหมด

307 Nameless Fanboi Posted ID:1RkRGpeS.8

เมื่อถูกถามว่า คิดยังไงที่มีคนบอกว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่รู้เรื่องการเมือง ชอบนักการเมืองเพราะความหล่อ เนยตอบเร็วว่า
“เอาจริงๆ หนูไม่เคยมองว่าพ่อหน้าตาดีเลยนะ”

ครับ ดีใจแทนธนาธร...

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

308 Nameless Fanboi Posted ID:nfkyDeoouK

"ถึงใครจะเป็นรัฐบาล ป้าก็คงตัดอ้อยเหมือนเดิมนั่นแหละ"

"ลุงก็ขายไก่ย่างแบบนี้แหละหนู ไม่รู้จะรวยเมื่อไหร่ ก็ใช้ชีวิตพอเพียงของเราไป"

"เราก็ทำงานที่เรารักไปนะพี่ คนทำงานศิลปะ พี่ก็รู้ว่ามันไม่เฟื่องฟูในประเทศนี้"

ฯลฯ

นี่คือสารพัดคำพูดสิ้นหวังที่เราได้ยินกันจนชินหู

มานั่งคิดดูดีๆ ประเทศแบบไหนกันที่ฝังรากความคิดว่า 'ต้องดิ้นรน' ไม่อย่างนั้นก็อยู่ไม่รอด

"ก็เพราะไม่พยายาม เลยไม่ประสบความสำเร็จ ดูคนอื่นสิ เขายังรวยกันได้"

แล้วใครไม่พยายาม? ใครไม่ทำมาหากิน? ทุกคนก็ดิ้นรนสุดแรงเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดกันทั้งนั้น แต่ท้ายที่สุด เมื่อคุณพยายามจะมีอยู่มีกิน อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่เมื่อคุณมีไม่ได้ เมื่อโครงสร้างประเทศไม่เอื้ออำนวย คุณก็ต้องอยู่อย่างพอเพียง

มีปัญญาหาได้แค่นั้น ก็กินแค่นั้น ทั้งๆ ที่คนเราควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้มาก

ทำไมการเกิดเป็นคนต้องยากลำบากขนาดนั้น มันทำไมเหรอ

แล้วเราจะมีรัฐบาลไปทำไม เราจะจ่ายเงินเพื่อให้คนมาบริหารจัดการทรัพยากรให้เราทำไม ถ้าเขาไม่มีปัญญาทำอะไรได้ นอกจากใช้อำนาจหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมประชาธิปไตยจึงสำคัญ ทำไมรัฐบาลที่ตรวจสอบได้จึงสำคัญ เพราะกลุ่มคนที่จะขึ้นมาบริหารประเทศจำเป็นต้องมีความสามารถ มีเป้าหมายการทำงานคือการพัฒนาประเทศ ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ไม่ใช่มาเพื่อทำให้ตัวเองรวยขึ้น หรือกอดเก้าอี้ไว้จนหยดสุดท้าย เพื่อให้คมยืนกุมเป้า ผงกหัวรับคำสั่งคุณ

.
เราเติบโตมาในยุคที่ประเทศไทยมีปัญหาการเมืองตลอด ในช่วงที่เด็กคนหนึ่งควรจะผลิดอกอย่างงดงาม เห็นอนาคตที่ไกลสุดลูกหูลูกตา กลับต้องมาเผชิญความจริงที่ว่า เศรษฐกิจเราไม่ไปไหน เพราะเรายังติดอยู่กับปัญหาการเมือง

ถ้าเด็กคนหนึ่งอยากจะวาดรูป เขาก็ควรได้วาดรูป และยึดเป็นอาชีพได้ โดยไม่ต้องพะวงว่าเดือนหน้าจะมีเงินจ่ายค่าห้องมั้ย ถ้าแก่ตัวไปเราจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ตอนเกษียณ หรือเราควรจะเข้าสู่ระบบเพื่อเป็นข้าราขการดี ?

ประเทศแบบไหนกันที่ทำลายความฝันของคนได้ตั้งแต่ยังไม่เร่ิม เพราะโครงสร้างที่บีบให้คนต้องเดินสู่ทิศทางเดียวกัน

ไอ้คนที่ยังทำตามฝันอยู่ได้ ก็อยู่กันแบบเป็นกังวลทั้งนั้น ไม่มีใครอยู่อย่างสบายอกสบายใจหรอก ให้ตาย

.
ในวันที่ไทยกำลังจะเป็นประชาธิปไตย ก็ยังมีคนหลงยุคเอื้อมมือมาโอบกอดวันเวลาไว้ หวงแหนอำนาจไม่ดูฟ้าดูฝน

ต่อรองผลประโยชน์กัน ทั้งที่ประชาชนหลายคนกำลังจะตาย

ในวันที่โลกจะเดิน ในวันที่เด็กจะฝัน ในวันที่คนจะมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาควรพอได้แล้ว

309 Nameless Fanboi Posted ID:.J03Zv+rcJ

รีวิว Fc แต่ละค่ายรอบนี้

1. Fc ลุงตู่นี่เรียบร้อยมาก เลือกแล้วก็จบ ใครจะว่ากกต. โกงจนคะแนนเสียงพปชร. หายไปทุกรอบจากที่นำเป็นที่หนึ่งก็ไม่ออกมาว่าอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามกระกวนการ

2. Fc ประชาธิปไตย เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ ขุดมาแชร์กันทุกอย่างว่าโกง ไม่ฟังใครเลย สารพัดคลิปว่าเขตนั้นเขตนี้พปชรโกงจนชนะ (เอ่ไปอ้างเขตที่ชนะจริงได้มั้ย ไอ้ที่เอามาแชร์กันนี่เพื่อไทยทีังนั้น แต่รอบนี้ที่เพื่อไทยชนะ พปชร. นี่หายใจรดต้นคอหมดนะ เรียกว่าชนะกันเฉือนๆ เลย

3. Fc ประชาธิปัตย์ .... ผู้แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง

*หมายเหตุเป็นรีวิวจากทวีตเตอร์ทีแอลส่วนตัวของผู้รีวิไม่ใช่ผลรีวิวทั้งประเทศนะจ๊ะ

310 Nameless Fanboi Posted ID:nwY+xmacdC

>>309 ต้องสลิ่มขนาดไหนวะถึงพูดแบบนี้ได้

311 Nameless Fanboi Posted ID:vc8kIA0snz

>>309 - -*

312 Nameless Fanboi Posted ID:wzqC.E7c38

BRIEF: “การพยายามเป็นคนดีให้ทุกคนรัก อาจจบลงด้วยการไม่ได้รับความรัก จากใครสักคน” ข้อชวนคิดจากมุมจิตวิทยา
.
การถูกรักและตกเป็นที่รัก มักเป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่เสมอๆ แต่ก็มีอยู่หลายครั้งเหมือนกัน ที่เราอาจพบว่า การพยายามเป็นที่รักของคนทุกคนนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย มิหนำซ้ำ ยังอาจสร้างความเจ็บปวดให้อีกด้วย
.
ถ้าพูดกันถึงในบริบทที่ทำงาน มีงานทางจิตวิทยาหลายชิ้นที่พยายามชี้ให้เห็นว่า การเป็นคน ‘ไนซ์ๆ’ ให้กับทุกคนเนี่ยสร้างรอยแผลให้กับเราได้มากมายทีเดียว โดยเฉพาะกับการพร้อมรับภาระหน้าที่ และตอบรักตกลงในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถจะทำได้
.
ในอีกมุมหนึ่ง การพยายามเป็นคนดีและเป็นที่รักให้กับทุกคน ยังเป็นเหมือนเงื่อนไขที่บีบให้ตัวเราต้องกดความรู้สึกด้านลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในลงไป และแน่นอนว่า เมื่อความรู้สึกด้านลบมันโดนทับถมรวมกันนานๆ และไม่ถูกระบายออกมา ภาวะจิตใจของตัวเราเองนี่แหละ ที่สุ่มเสี่ยงจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
.
ขณะเดียวกัน มันยังเป็นแรงส่งให้เรามองความผิดพลาด หรือสิ่งบกพร่องต่างๆ ไม่ตรงตามที่มันควรจะเป็น พูดอีกนัยหนึ่งคือ เพราะไม่อยากเป็นคนไม่ดีในสายตาผู้อื่น เราจึงมักหลีกเลี่ยงการปะทะ และไม่ขัดแย้ง
.
กระทั่งคิดว่า ความผิดพลาดต่างๆ นั้นมันเกิดขึ้นเพราะตัวเราเองยังเข้าใจคนอื่นได้ไม่ดีพอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันอาจจะทำให้เราลืมมองปัญหาในมิติอื่นๆ ไปได้
.
Jessica Stillman นักเขียนของเว็บไซต์ Inc. อธิบายเพิ่มเติมถึงเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเธอใช้คำว่า ‘Office Superman’ ที่หมายถึงคนใจดีแบบสุดๆ และพยายาทำทุกอย่างเพื่อรักษาความดีของตัวเองไว้ ยังอาจเสี่ยงที่จะถูกมองในด้านลบจาก ‘ทุกคน’ ที่ร่วมงานอยู่ได้เหมือนกัน
.
Pat Barclay บอกว่า จริงอยู่ที่โดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะชอบทำงานกับคนดีๆ แต่ถ้าเป็นในภาวะที่การแข่งขันสูงมากๆ แล้ว คนดีในลักษณะนี้แหละจะตกเป็นเป้าหมายแรกๆ ของความรู้สึกลบภายในที่ทำงาน
.
ส่วน Dolly Chugh นักจิตวิทยาด้านสังคม เคยเสนอสิ่งสำคัญเอาไว้ใน TED Talk ว่า จริงๆ แล้วการพยายามกอดรัด และรักษาอัตลักษณ์ หรือบุคลิกการเป็นคนดี (Good person personality) ไว้อย่างเหนียวแน่นเกินไป มันอาจทำให้เราไม่กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะกลัวว่าถ้าก้าวออกจากอัตลักษณ์นี้ เราก็อาจจะถูกเกลียด และมองว่าไม่ได้เป็นคนดีอีกต่อไป
.
รวมถึงไม่มีที่ว่างให้เรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งเป็นหนทางจะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองในอนาคตอีกด้วย

313 Nameless Fanboi Posted ID:sK1rZ5275/

กษัตริย์บรูไนปกครองระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่เอาแต่ใจตัวเอง
เอาเงินประเทศมาใช้ส่วนตัวเยอะมาก มีรถสปอร์ทเป็นร้อยคัน. มีเมียเยอะแยะ กินขี้ปี้นอน

314 Nameless Fanboi Posted ID:UIDCaxI3LF

A: เอ๊ะทำไมคุณไม่ดัดจริตเหมือนพวกฝ่ายซ้ายลูกเศรษฐีที่โพสต์สเตตัสเฟสบุ๊คในร้านสตาร์บั้กส์ ว่าเบื่อเมืองไทยเหลือเกิน อยากหนีไปอยู่ประเทศนั้นประเทศนี้

B: โผมาถือเมือทายาม่าถือสาเดือเลออ่ะเค่อะ (ผมมาถึงเมืองไทยยังไม่ถึงสามเดือนเลยอ่ะครับ)

.
.
.
.
หมายเหตุ:
การเหยียดชนชาติในประเทศไทยนั้นมีประวัติมาอย่างยาวนาน และข้อเขียนชิ้นนี้พยายามกระตุ้นให้คนตระหนักรู้ถึงปัญหานี้ด้วยกลวิธีทางภาษา ที่จะพยายามสื่อถึงการอยู่ร่วมกันโดยการใช้บทสนทนาที่แม้จะมีความ 'แตกต่าง' แต่เราสามารถ 'อยู่ร่วมกัน' ได้
STOP Racism NOW

315 Nameless Fanboi Posted ID:G6B3V..Fcp

"ผม : ผมกล้าพูดเลยครับ ว่าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจคือ "เฌอปรางแห่งการเมืองไทย" อย่างแท้จริง

มิตรฯ : ในแง่ของการได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วสินะครับ

ผม : ...ในด้านฝีมือการร้องเพลงน่ะ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

316 Nameless Fanboi Posted ID:4KcDYi8PfC

กฎหมายเป็นเพียงเกณฑ์สมมุติที่มนุษย์ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคม แต่ไม่ใช่มาตรวัดศีลธรรม เพราะแต่ละรัฐก็มีกฎหมายเป็นของตัวเอง ถ้าใช้กฎหมายเป็นเกณฑ์กำหนดศีลธรรมความดีงาม บาทหลวงในเยอรมันก็ซื้อโสเภณีตามซ่องถูกกฎหมายได้โดยยังคงเป็นผู้เปี่ยมไปด้วยศีลธรรม
.
เมื่อกฎหมายไม่ใช่ศีลธรรม ความดี ความชั่ว แล้วผู้ปฏิเสธศาสนา(Irreligious) ใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าการฆ่า การข่มขืน การมีเพศสัมพันธ์กับคนในครอบครัว การมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ การปล้น การฉ้อโกง ลักขโมย ฯลฯ เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม?
.
ไม่มีหรอก มันไม่ได้ผิดศีลธรรมสำหรับพวกไม่มีศาสนา แค่ผิดกฎหมายการอยู่ร่วมกันในสังคม เมื่อไหร่ที่อีกสังคมไม่มีกฎหมายนั้น ก็ย่อมไม่ผิดทั้งกฎหมาย ไม่ผิดทั้งศีลธรรม
.
ในขณะที่ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ฯลฯ มีศีลธรรมทางศาสนาอยู่ซึ่งเป็นสิ่งควบคุมความประพฤติจากภายใน หากคนในศาสนานั้นๆ ทำผิดศีลธรรมใด มันก็มีข้อตัดสินว่าเป็นคนชั่วในศาสนานั้น แต่สำหรับคนไม่มีศาสนานั้นไม่ใช่
_______
ปล. อย่าปล่อยให้คนไม่มีศาสนาติดเกาะกับหมาเด็ดขาด!

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

317 Nameless Fanboi Posted ID:4KcDYi8PfC

ช่วงเดือนที่ผ่านมา มีคนพูดบ่อยแล้วถึง Inversion หรือ "ฝาล่องหน" ในชั้นบรรยากาศ ความเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่อากาศด้านบนร้อนกว่าอากาศด้านล่าง ลักษณะดังกล่าว เหมือนฝาที่มองไม่เห็น ปิดกั้นไม่ให้มลพิษกระจายหนีไปไหน

(คำว่า Inversion หมายถึง "ส่วนกลับ" ตามปรกติอากาศควรจะยิ่งสูงยิ่งหนาว แต่อันนี้เป็น "ส่วนกลับ" ของสภาพปรกติ คือยิ่งสูงยิ่งร้อน)

Inversion จะเกิดบ่อยๆ ตอนเช้าตรู่ อย่างไรก็ดีพอถึงช่วงสาย พอแดดเช้าอุ่นพื้นดินให้ร้อนขึ้น Inversion ก็จะหายไป

ส่วน Valley Inversion ฝาแบบพิเศษ เกิดจากอากาศเย็นตามไหล่เขา ไหลลงมารวมกันในพื้นที่ราบสูง ผลักอากาศอุ่นขึ้นด้านบน เกิดเป็น Inversion แบบกึ่งถาวร ต่อให้เวลาผ่านไปช่วงสายๆ ฝาก็ยังไม่หายไปไหน และยิ่งส่งผลให้ปัญหามลพิษเลวร้ายมากขึ้น

ปัญหา Valley Inversion เกิดขึ้นแทบทุกปีทางตอนเหนือของประเทศไทย การเผามีส่วนไหม มี แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหา

ถ้ามองแบบนักวิทยาศาสตร์ นี่คือปัญหาที่น่าศึกษามากๆ (เพราะเกิดเป็นประจำทุกที เกิดบ่อยและแน่นอนกว่าสภาพมลพิษในกรุงเทพ) หวังว่าความตื่นตัวของผู้คน จะนำไปสู่การวิจัยอย่างจริงจังเพื่อทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

318 Nameless Fanboi Posted ID:0jQ84AnMsK

>>316 มิตรสหายท่านนี้คงไม่รู้จัก Human Rights

319 Nameless Fanboi Posted ID:bb8.9.6YAS

ไม่ต้องโพสต์โชว์แนวคิดก้าวหน้าก๋ากั่นอัลไลให้มากความสำหรับตัวเนร้ ลงมือปฏิบัติการณ์กู้ชาติแบบชัดเจนเลยอ่ะครับ!

#เสพแล้วรักชาติ
https://www.thairath.co.th/content/1536595

320 Nameless Fanboi Posted ID:v4o061TcX1

เรามีคนจำนวนมาก ที่บอกได้ว่า ไม่เอาอะไร แบบไหนไม่ดี แต่ถามว่างั้นจะเอาอะไร มักจะบอกไม่ได้

ผมไม่ค่อยชอบวัฒนธรรมที่ผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจคิดทุกอย่างมาแล้ว แล้วบอก “เอางี้นะ ไม่ชอบตรงไหนว่ามา” และผมมองว่าสิ่งนี้ทำให้คนจำนวนมาก ไม่เคยถูกฝึกให้ออกแบบสิ่งที่ใช่ให้กับตัวเอง

เอาแค่ออกแบบโค้ดก่อน ด่าโค้ดนี่ไม่ยากนะ ด่าได้หมดแหละ ตั้งแต่ชื่อตัวแปร ยกหลักอะไรมาด่า มันง่ายจริงๆ นะ

แต่คนที่ออกแบบจริงๆ เสนอว่า “มันต้องแบบนี้” ให้คนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ ไปจนถึง implement เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไร ดียังไง ไม่ดียังไง บนโลกจริง มีน้อยกว่ามาก ไม่ว่าจะด้วยความไม่รู้ หรือไม่กล้าแสดงออกก็ตามทีอ่ะนะ

แต่รู้มั้ย คนที่เก่งๆ ทุกคน คือคนที่เคยฟันธงมาแล้ว ผิดมาแล้ว พลาดมาแล้ว และเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นๆ มาแล้วทั้งนั้น

ไม่เคยเห็นใครเก่งเรื่องนี้ได้โดยไม่เคยฟันธง ไม่เคยตัดสินใจแล้ว commit กับมันไปจนเห็นว่ามันพลาดยังไง มันจึงเกิดเป็นประสบการณ์

คนออกแบบ ถ้าไม่กล้าตัดสินใจมากๆ เลยมักจะ “ตามตำรา” แบบสุดตัวไปเลย อย่างน้อยจะได้บอกว่าผมตามหลัก ผมไม่ผิด ซึ่งแบบนั้นก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรนะ ประสบการณ์สิบปีแต่ได้แค่ลอกตำรา ทำตามสูตร ไม่มีความเก๋า ไม่มีบาดแผล ไม่มีร่องรอยของ “ประสบการณ์” มันน่าเสียดายนะ

เรื่องโค้ดเป็นตัวอย่างที่เห็นชัดหน่อย แต่ผมก็เห็นลักษณะการไม่กล้าพูดว่าจะเอาอะไร จะเอาอย่างไร ได้ทั่วไปนะ ตั้งแต่เลือกร้านอาหาร (บอกได้ว่าไม่เอาร้านนั้นร้านนี้ แต่บอกไม่ได้ว่าจะกินอะไร) ออกแบบอาชีพการงาน career path ตัวเอง ออกแบบ business ตัวเอง ไปจนถึงการเมือง ไปจนถึงออกแบบไม่ได้ว่าอยากให้ประเทศไทยเดินไปแบบไหน แต่รู้แค่ว่าไม่เอาแบบนั้นไม่เอาแบบนี้

ผมอยากให้วัฒนธรรมเราสอนให้คนกล้าออกแบบเรื่องของตัวเอง โดยไม่ต้องกลัวผิดพลาด แล้วถ้าคนมันเริ่มมีบาดแผลจากการเลือกเรื่องของตัวเองผิดบ้างถูกบ้าง มันก็จะเก่งขึ้นในการออกแบบหรือเลือกตัดสินใจสิ่งที่มีผลกระทบกับคนอื่นด้วย

มันต้องเริ่มจากเปิดให้ทุกคนฝึกออกแบบก่อน วิจารณ์ก็ทำด้วยความเคารพ อย่างไม่ว่าใครจะออกแบบโค้ดยังไง ผมวิจารณ์แค่โค้ดเสมอ ไม่เคยล้ำไปถึงตัวตนให้เสียกำลังใจ โค้ดห่วยก็ว่าห่วย แต่ไม่พูดว่าคนห่วยนะ มันมีเส้นที่เหมือนจะบางในสายตาคนอื่น แต่ชัดมากในสายตาผม ที่กั้นระหว่างวิจารณ์งานกับวิจารณ์คน ผมอยากให้เราแยกตรงนี้ให้ออกนะ

ผมเชียร์ทุกคนที่พยายามออกแบบชีวิตตัวเองเสมอ ผมว่าความตั้งใจของมนุษย์ มันสวยงามจริงๆ นะ

321 Nameless Fanboi Posted ID:v4o061TcX1

เชื่ออย่างหนึ่งว่า คนที่จะหาเงินได้เยอะๆ มันต้องเริ่มจากรักเงินก่อนอ่ะ ไม่ใช่รักสบาย หรือรักผลข้างเคียงจากเงิน

ที่เห็นคนรักเงินมันสนุกกับการเล่นกับเงิน อ่านเรื่องการเงิน ลองลงทุน อยู่กับเลขในบัญชี ตื่นมานับเงินอย่างมีความสุขทุกวัน เคยเห็นอยู่นะ มันเป็นอะไรที่คนไม่ได้รักเงินจริงๆ ทำไม่ได้

ถ้ารักสบาย หาวิธีสบายตรงๆ ไปเลย ไม่ต้องหาเงิน ถามว่าทำอย่างไรถึงสบาย มีเท่าไหร่เรียกว่าสบาย แล้วหาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องหาจน “ร่ำรวย”

ถ้ารักอำนาจบารมีจากเงิน สร้างบารมีเลย มีวิธีเยอะแยะที่ไม่ต้องใช้เงิน

ถ้ารักความมั่นคง ก็สร้างความมั่นคง ศึกษาการจัดการความเสี่ยง มีเงินมาก ร่ำรวย ไม่ได้แปลว่ามั่นคงนะ คนรวยแบบมีชนักปักหลังเข้าคุกวันนี้พรุ่งนี้ได้ ก็มีไม่น้อย

ถ้ารักอิสระ ยอมให้ตัวเองมีอิสระซะนะ อิสระต้องใช้เงินแน่ๆ แต่ระวัง การหาเงินบางแบบ ยิ่งหาเงิน ยิ่งผูกมัด ต้องให้น้ำหนักกับวิธีที่ยังมีอิสระได้อยู่ หาผิดวิธีกลายเป็นทาสเงิน จะยิ่งขาดอิสระนะ รักอิสระมากกว่าเงิน ก็ต้องให้น้ำหนักกับอิสระมากกว่าเงิน

ตอบตัวเองให้ได้ว่ารักอะไร แล้วไปตรงๆ เลย ไม่ต้องอ้อมหรอก ชอบอ้อมกันจัง แหม่

322 Nameless Fanboi Posted ID:v4o061TcX1

ไปซื้อของที่ซุปเปอร์แถวบ้าน คนต่อคิวรอบัตรคนจนยาวมาก
... ผมคิดในใจ นี่คือภาพที่เราอยากเห็นเหรอ มันไม่ใช่อ่ะ
ภาพผู้คนรอรับเงินแจก ต่อคิวยาว ซื้อของที่ร้านคนรวย
แทนที่... ยายคนนึง น้ำปลาหมด
จะไปอุดหนุนร้านแถวบ้านเล็กๆน้อยๆก็ยังดี
นี่เงินแจกมาปุ้บ ก็กลับเข้ากระเป๋าคนรวยทันที...
เงินไม่ได้เหมุนเวียนในท้องถิ่นเลย ไม่ใช่แค่ไม่หมุนเวียนนะ
ยังดูดกำลังซื้อ(ที่เหลือน้อย)ไปด้วย
สมมุติบัตรได้มา 300 ชาวบ้านเข้าซุปเปอร์ทีก็พกเงินสดมาด้วย แทนที่เงินส่วนนั้นจะกระจายไปตามร้านอื่นๆบ้าง
... ผมเห็นด้วยที่แจกเงินคนแก่ คนพิการ
แต่คนมีมือมีตีนจะแจกทำไมว่ะ สิ่งที่รัฐต้องทำคือสร้างงาน สร้างโอกาส สร้างแหล่งเงินทุน สนับสนุนให้คนทำงาน อาจจะช่วยบ้าง อุดหนุนบ้างอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ใช่แจกเงินโต้งๆ

323 Nameless Fanboi Posted ID:Q5OrLi2p70

บทความของเพื่อน Karn Hongmeesiengsri เมื่อปีแล้ว

ยังไม่ได้อ่านคอมเม้นอ่ะนะ แต่มันมากระตุ้นอะไรบางอย่างที่เคยคิดเอาไว้
เงินสำคัญขนาดไหน???
.
เราเรียนหนังสือกันมาเพื่ออะไร??
เพื่อให้ได้งานทำดีๆ จะได้ได้เงินเดือนเยอะๆ เข้าสู่บริษัทใหญ่ๆ มีการงานที่มั่นคง มีสวัสดิการที่ดี บลาๆๆ
.
เด็กที่ตั้งกระทู้อายุเท่าไหร่ ..... 14 ปี
ใช่เลย เขาอายุ 14 เท่านั้น ส่วนคนที่พูดคำว่า เงินไม่ใช่ทุกอย่าง คือคนที่โตแล้วทั้งนั้น
ทำไมเขาถึงมองต่างกัน???
.
เห็นชัดเจนว่า คืออายุ มากไปกว่านั้น คือ สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต
.
สมัยยังเรียนอยู่ เราคิดดอะไรกัน
เรียนให้จบแล้วได้งานดีๆทำกันใช่มั้ย
.
ผมก็เช่นกัน
ได้งานทำ ย้ายขึ้น เพิ่มเงินเดือน
ที่ไหนให้เงินดี ก็ไปดิวะ สัมภาษณ์หลายๆที่ เปรียบเทียบกัน เงินดีสุด ก็เลือกที่นั่น
เพราะอะไรหล่ะ ก็เพราะเงินทำให้เราอยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ อยากได้อะไร อยากทำอะไร อยากเที่ยวไหน อยากเปิดประสบการณ์อะไรใหม่ๆ อยากสังสรรค์ อยากเฮฮาปาร์ตี้ อยากเรียนต่อ ก็เงินทั้งนั้นใช่มั้ยหล่ะ แน่นอน ณ จุดเริ่มต้นเงินคือทุกสิ่ง ถ้าไม่มีมัน ชีวิตก็คงทำไรไม่ได้ เงียบเหงา เพื่อนไปไหนกันเราก็ไปไม่ได้ กินไรกันเราก็ร่วมไม่ได้ เสียสังคม เสียเพื่อน เสียคนรัก ลามไปจนเสียสุขภาพจิต หม่นหมองเศร้า
......จะพูดว่าเงินไม่สำคัญหรอ เมินซ่ะเถอะ
.
นี่แหละครับ คือสิ่งที่คนเราทุกคนจะต้องเผชิญในจุดเริ่มต้นชีวิตวัยรุ่น
.
แล้วยังไงหล่ะ??? อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนพูดกันได้ว่า "เงินมันไม่ใช่ทุกสิ่งหรอก"
???
.
เมื่อเราได้เจอโลกมากขึ้น สังคมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ถามว่าเงินยังสำคัญอยู่มั้ย แน่นอน มันสำคัญเสมอ
แต่!!!!
มันไม่เหมือนก่อนแล้ว
เพราะอะไร
เพราะสิ่งที่เราอยากได้ เราก็ซื้อมาแล้ว
การสังสรรค์ มันก็ลดลงตามวัย
ประสบการณืใหม่ๆก็เริ่มถึงจุดอิ่มตัว
ความต้องการใช้เงิน ลดลงไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไปพร้อมกับประสบการณ์การทำงานที่ทำให้เราได้เงินมากขึ้น
เงินมากขึ้น และ ความต้องการลดลง
เมื่อมาถึงจุดที่กราฟ 2 เส้นนี้ตัดกันมันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า "เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ" อีกต่อไป
.
เป้าหมายในชีวิตจะเปลี่ยนไป สิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินจะกลายเป็น "เวลา" "ชื่อเสียง" และ "ความภาคภูมิใจในตนเอง"
.
(ซึ่งผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่า สำหรับผมเองนั้น กราฟ 2 เส้นได้ตัดกันแล้วหรือยัง??)
.
เพื่อนผมจำนวนหนึ่ง ได้ยอมทิ้งรายได้สูงระดับนึง เพื่อไปทำในสิ่งที่เขารัก เมื่อเขารัก เขาจะทำสิ่งนั้นได้ดี จนถึงดีมาก คำว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญอาจมาจากสิ่งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อได้ทำในสิ่งที่รักแล้วย่อมกลายเป็นว่าไม่ใช่การทำงาน สนุกกับสิ่งที่รักแล้วสุดท้าย เงินก็จะเข้ามาเอง
.
การทำงานกินเงินเดือนก็คงไม่ต่างกัน เริ่มแรก ทำเพื่อเงิน เมื่อถึงจุดๆนึงมันจะกลายเป็น เราภาคภูมิใจมั้ย ที่ได้ทำมัน
.
ปล.โพสไว้ให้ FB มันแจ้งเตือนความคิดในปีต่อๆไป

มันเตือนแล้ว

324 Nameless Fanboi Posted ID:jRR1+970jC

รู้หรือไม่ ค่าแรงโน้มถ่วงของไทยคือ 9.78 ไม่ใช่ 9.81 m/s2

แรงโน้มถ่วง ถ้าคำนวณแบบง่ายตามสูตรของนิวตั้น โลกของเราจะมีแรงโน้มถ่วงประมาณ 9.81 m/s2 แต่เพราะว่า โลกของเราไม่ได้กลมดิ๊ก และโลกของเรามีการหมุน แรงโน้มถ่วงของโลกจะดุลกับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์จากการหมุนของโลก ยิ่งเข้าใกล้เส้นศูนย์สูตร แรงโน้มถ่วงจะยิ่งน้อย ยิ่งเข้าใกล้ขั้วโลก แรงโน้มถ่วงจะยิ่งเยอะ ตรงนี้เอง แรงโน้มถ่วงของไทย เชียงใหม่จะหนักกว่าสงขลา (จะแอบเล่นมุขคนเชียงใหม่หนักแผ่นดินละ แต่เดี๋ยวมาม่า ว่าแต่พิมพ์ออกาทำไมวะ ไอ้ตาลุงนี่)

นอกจากเรื่องแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ แรงโน้มถ่วงยังมีการแปรผันจากระยะ ความลาดสูง เพราะความสูงจะเกี่ยวเนื่องด้วยรัศมีความห่างออกจากจุดศูนย์กลางของโลก ช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลง ก็มีผลต่อการวัดแรงโน้มถ่วง ไม่ว่า จะเป็นการดุลด้วยแรงโดยตรง หรือการกระจายของมวลในพื้นที่ซึ่งทำให้แรงโน้มถ่วงเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย

สำหรับข้อมูลการตรวจวัดด้วยสถานีวัดแรงโน้มถ่วงของไทย จะมี error อยู่ในช่วง 1 ในแสน ความละเอียดตรงนี้ ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันก็คงไม่มีผลอะไร แต่สำหรับแลบการสอบวัดเทียบอุปกรณ์ทางมาตรวิทยา ค่าความเบี่ยงเบนของแรงโน้มถ่วงก็จะมีผล เมื่อเราจะสอบเทียบอุปกรณ์ไปสอบเทียบอุปกรณ์อื่นๆต่อไป

อ้างอิง
http://www.nimt.or.th/main/?p=21307

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

325 Nameless Fanboi Posted ID:HNu18832GM

ก่อนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมล้อมฆ่านักศึกษาในเดือนตุลาคม 2519 สื่อและชนชั้นนำของไทยก็ทยอยออกข่าวลืออย่างต่อเนื่องเพื่อ “ป้ายสี” จนสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นมานานนับเดือน จนเร่งเร้าไปถึงจุดที่กล่าวหากันผ่านสื่อเอาดื้อ ๆ เลยว่าพวกนักศึกษาซ่องสุมกำลังเพื่อที่จะก่อการ “ล้มเจ้า” ... การล้อมปราบที่ธรรมศาสตร์และตามมาด้วยการสังหารหมู่จึงเกิดขึ้นในที่สุด ... การที่พวกเขาลากนักศึกษาศพแล้วศพเล่าออกมาที่สนามหลวงเพื่อแขวนคอและเอาลิ่มตอกอกจึงเกิดขึ้นได้ด้วยการถูกปลุกปั่นให้คลั่ง

.

เวลาผ่านไปหลายปี พวกเขากลับข้างมาเชิดชูวีรกรรมนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกกลุ่มนักศึกษาและฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยว่า “วีรชนเดือนตุลา” เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีแต่ความเกลียดจนพร้อมจะเห็นพวกเขาตายไปซะให้หมด

.

วันนี้มีคนกำลังใช้ลูกไม้เดิมเพื่อจะลากสังคมไปสู่สถานการณ์เดิมเพื่อเอาชนะให้ได้?

.

เมื่อมีคนเริ่มเรียกฝ่ายตรงข้ามว่าซ้ายแล้วสร้างความเกลียดชัง
ผมก็อยากจะขอให้ทำความเข้าใจการเกิดขึ้นของฝ่ายขวา
แล้วจะรู้ชัดว่าทำไมถึงมีฝ่ายซ้ายเกิดขึ้นตามมา
“เมื่อไม่เกิดขวา ก็ไม่มีซ้าย”
คำที่ว่ายิ่งเอาไปอ้างยิ่งลดความศักดิ์สิทธิ์
ยิ่งเอาไปโหนยิ่งมีแต่ความเสื่อมนั้นเป็นความจริง

326 Nameless Fanboi Posted ID:Gxnmguk9UD

คันปากยิบๆครับทั่น เดี๊ยนขอเมาท์ อิอิ ที่ออฟฟิศกูครับ รับพนักงานใหม่มา จริงๆ ก็ไม่ใหม่ละ รับมาทำงานพิเศษอาทิตย์ละ 3 วัน ตั้งแต่ตุลาปีแล้ว

แล้ว 1 เมษาที่ผ่านมา ก็มีกำหนดรับเป็นพนักงานประจำ

ฮีเป็นผู้ชายน่าจะสัก 25 ได้ ย้ายไปมาเลย์ ไปเมกาตามพ่อแม่ เรียนจบม.ปลายที่มาเลย์ ที่เมกาก็เรียนมหาลัยแต่คิดไม่เหมาะกับตัวเอง เลยออกกลางคัน แล้วกลับมาเรียนวิทยาลัยต่อที่ญี่ปุ่นจนจบ

ตอนแรกกะว่าขยันขันแข็งแน่นอน เจ้านายใจชื้นละ ให้กูมาเป็นพี่เลี้ยง เลี้ยงไปเลี้ยงมา.. อ่าว เชี่ย ไอ้นี่มันไม่ใช่ธรรมดาละ!!

สอนก็ไม่จด ถึงจดก็ไม่จำ พอไม่จำก็มาถามอีก ถามแล้วถามอีก ถามจนกูเบื่อตอบ 55555555

ให้เขียนเมล์หาลูกค้า เมล์เดียวแม่งเขียนนานม๊ากก คิดคำให้สละสลวย 10 นาที จัดช่องไฟอีกครึ่งชั่วโมง 555555555

แต่กระนั้นก็อดทนกันไป สอนๆๆ ฮีไม่ค่อยรับเอาเข้าสมองเลย เป็นคนไม่อดทน ไม่พยายาม ไม่มีระเบียบ ไม่จำไม่ปรับปรุง อันไหนผิดก็ผิดที่เดิมอยู่ฮั่นแหละ โอ้ย กูเหนื่อยใจมาก กูเลยโยนขี้ไปให้เจ้านาย!! เอาฮีไปสอนทีค่ะ เดี๊ยนไม่ไหวแล้วค่า เบิ้ดคำสิเว่า 5555555

เจ้านายสอนได้ 2 อาทิตย์ ไม่รอดเช่นกัน โยนขี้ไปให้เจ๊หัวหน้าอีกคนนึงซะงั้น!! 5555555

เจ๊ก็ท่าจะไม่ไหว จ้ำจี้จ้ำไช สอนไม่จำ บางทีก็มีโมโห มีวีนบ้าง (แต่อย่าว่าเจ๊ กูโคตรเข้าใจความวีนนี้)

เจ๊สอนอยู่ 2 เดือน เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ฮีบอกเจ๊ ไม่ไหวละ ทำไมต้องเข้มงวด ต้องโมโห ต้องอะไรขนาดนี้ด้วย (เอ๊า!! ทำานนะไม่ได้เล่นขายของ ก็ต้องเข้มงวดสิวะ)

ฮีบอก ทนไม่ไหวแล้ว ขอเวลาหน่อยได้มั้ย ขอหยุดงานสัก 3 วัน เอ๊าาาาา!! มีงี้ด้วยเว้ยย เงิบกันทั้งออฟฟิศ 5555555

เจ้านายรู้เรื่องปั๊บ งงแตกจ้าา 555555 แต่ก็ยอมให้หยุดงานไปก่อน เอ็งไปพักผ่อน ไปคิดทบทวนอะไรคนเดียวไป วันจันทร์ (1 เมษา) ค่อยมาคุยกันใหม่ แล้วฮีก็หยุดไปเลยจ้าาา 5555555

แต่ดีนะฮียังกลับมา นึกว่าจะชิ่งซะละ
ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป ต้องติดตามกันต่อปายยย ฮี่ๆๆ

มึงเอ้ย บอกเลย กูนี่เงิบมาก เคยได้ยินมาบ้างว่า เด็กญี่ปุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยสู้งาน ไม่อดทน ไม่พยายามเหมือนคนญี่ปุ่นสมัยก่อน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรไง แต่พอมาเจอแบบนี้นะมึงเอ๊ยยย!! กูบอกเลย กูโคตรเชื่อละ 5555555

นี่ขนาดบริษัทกูนุ่มนิ่มอ่อนด๋อยขนาดนี้ เอ็งยังทนไม่ได้ บริษัทอื่นเอ็งก็ไม่น่ารอดละมั้ยเฮ้ย 55555

ป.ล. แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนดีๆ ขยันขันแข็งไม่มีนะ แต่บังเอิญบริษัทกูดันเจอแบบนี้ว่ะ นี่เจ้านายเครียดมาก ว่าจะทำยังไงกับฮีดี ไม่เคยสงสารเจ้านายขนาดนี้ก่อน โถ่...

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

327 Nameless Fanboi Posted ID:rBKPat0eCB

A "ตำแหน่งผบ.ทบ. เป็นตำแหน่งโปรดเกล้า ถอดถอนไม่ได้"

B "อ้าว แล้วทำไมตำแหน่งนายก รัฐมนตรี ถอดถอนได้?"

A "มันไม่เหมือนกัน"

B "ไม่เหมือนกันยังไง ก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกัน"

A "เพราะเป็นตำแหน่งโปรดเกล้า ที่ต่างกัน"

B "ต่างกันยังไง ประธานสภาเสนอชื่อนายก ทูลเกล้า ในหลวงโปรดเกล้า รัฐมนตรีกลาโหมเสนอชื่อ ผบ.เหล่าทัพ นายกเซนต์ เสนอทูลเกล้า ในหลวงโปรดเกล้า ขั้นตอนเหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหน"

A "..มันต่างกัน"

B "อ้าวแล้วมันต่างกันยังไงล่ะเฮ้ย!"

A "พวกมึงมันล้มเจ้า!"

B (เออ สนทนากันยังไง ก็กลับมาลงท้ายที่คำเดิมจนได้)

328 Nameless Fanboi Posted ID:hnKbl.k7nR

ข้อคิดที่ได้จากการทำงานมาครบ 10 ปี

1. วิธีการขึ้นเงินเดือนที่เร็วที่สุดคือการย้ายงาน ไม่ใช่ขึ้นตำแหน่งในบริษัทเดิม
2. ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บริษัทไม่รักคุณเท่าครอบครัวของคุณหรอก
3. อย่าทำงานจนละเลยสุขภาพของตัวเอง
4. ไอ้คนที่พูดแต่เรื่องให้คุณเสียสละทุกอย่าง ถวายตัวกับงาน office คือบ้าน ต้องกลับดึก ฯลฯ , พูดเรื่อง company loyalty/spirit/team work ซ้ำไปซ้ำมา คือคนที่หลอกใช้คุณเพื่อความเจริญของเขาเอง
5. คนที่เจริญได้เพราะนำเสนอ+ทำ powerpoint+สรุปงานเก่ง แต่ทำงานไม่ได้เรื่องเหี้ยอะไรเลยมีอยู่จริง คุณเหนือกว่าพวกเค้าได้ด้วยการทำงานให้เก่งด้วย+present ตัวเองเก่งด้วย
6. ควรเก็บออมเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เพราะปีแรกของการทำงานคุณจะสนุกกับการใช้เงินจนลืมเก็บตังค์
7. ผมเคยทำงานแบบถวายหัวชนิดทิ้งทุกอย่าง ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อนฝูง เพื่องาน เพื่อลูกค้า เพื่อบริษัท สุดท้ายผมก็ได้เรียนรู้ว่าผลตอบแทนที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเงิน ลมปาก เหล้า-เบียร์ฟรี ข้าวฟรี มันชดเชยสิ่งที่ผมเสียไปไม่ได้เลย
8. ตอนคุณไปคุยเรื่องขอลาออก ถ้าเค้า offer ตำแหน่งให้ถ้าคุณอยู่ต่อ นั่นเป็นเรื่องโกหก 100% คุณอยู่ต่อคุณก็ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งหรอก
9. ความสามารถในการขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเองและกล้าที่จะลองผิดลองถูก จะช่วยให้คุณไปได้ไกลกว่าไอ้พวกงอมืองอเท้ารอคนอื่นมาสอน
10. เพื่อนร่วมงานมีทั้ง “เพื่อน” และ “คนรู้จัก” อย่าไปขาดหวังว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนที่จริงใจกับคุณ
11. จงพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกเหนือจากอะไรที่เกี่ยวกับงานที่คุณทำอยู่เสมอ หลายๆ อย่างที่คุณไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับงาน มันสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้
12. ภาษาอังกฤษสำคัญมาก
13. จงใช้วันลาพักร้อนให้เต็มที่ อย่าเกรงใจ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ
14. ความอดทน ใจเย็น สำคัญมาก จงหัดทำหน้ายิ้มแต่ด่าไอ้เห้ในใจไว้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

329 Nameless Fanboi Posted ID:X/nW+5R4P.

บทสัมภาษณ์
นาย ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นพูดถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นักข่าว:ポラユットはプッシー顔ですか。
(ท่านรู้จักพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่ไหมคะ)

อาเบะ:はい、そうです。
(ใช่ครับ ผมรู้จัก)

นักข่าว:ポラユットが好きですか。
(ท่านชอบเค้าไหมคะ)

อาเบะ:いいえ、好きじゃない。たくさん嫌いです。
(ชอบครับ ชอบมากเลยด้วย ผมว่าเค้าเป็นคนเท่สุดๆเลย)

นักข่าว:ああ、ポラユットはナーヒーマグマグカ、イークアイ、いいそんてぃん。何ですか。
(ท่านคิดอย่างไรกับพลเอกประยุทธ์ คะ)

อาเบะ:だから、ポラユットはひゃまぐまぐ。ロアクタンな、まんごうごんこんうん。
(แน่นอน ผมชอบเค้า เค้าคือคนดี คือทหาร ที่เสียสละ ยอมเป็นตัวร้ายให้คนบางกลุ่มเกลียดชัง เพื่อให้บ้านเมืองที่เค้ารักสงบสุข)

นักข่าว:わあ、すごいね。アイナーヒー、ポラユットかな。あのう. . . . ポラユットはナーダンーかしらね。
(คำถามสุดท้ายนี้ ท่านคิดว่า ประเทศไทยพัฒนาด้านใดบ้างภายใต้การดูแลของพลเอกประยุทธ์ คะ)

อาเบะ:ええ、ポラユットはナーヒーマグマグれい。そして、じゃんらいもホアクオイもこんひああらいナーダンシブハアイ。王様まゆぇっど、くおいです。
(ตอบง่ายมากๆ ทั้งด้านการเกษตร คมนาคม สมัชชาอาเซียน เทคโนโลยี ภาษา ที่พัฒนาได้เพราะเค้าเป็นคนที่เก่ง ฉลาด และที่สำคัญที่สุด เค้าคือคนที่รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด)

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

330 Nameless Fanboi Posted ID:9.R6EGWBDF

รู้ยุ่นแค่งูๆปลาๆแต่เสือกอยากอวดฉลาดทำเป็นพิมพ์แซะ โชว์โง่แท้ๆเลยไอ้นี่

331 Nameless Fanboi Posted ID:Mxezmc4qn4

>>330 กูว่าหลังๆนี่พาสาไทนะ

332 Nameless Fanboi Posted ID:9.R6EGWBDF

>>331 พาสาไทยหมดน่ะแหละ

333 Nameless Fanboi Posted ID:9.R6EGWBDF

ถ้าด่าเป็นยุ่นจริงๆกูไม่ว่าหรอกว่าอวดฉลาด เสือกพิมพ์ออกมาเป็นคาราโอเกะแถมคำด่าโคตรปัญญาอ่อน

334 Nameless Fanboi Posted ID:rAL9CgO+bb

แดก muesli เป็นข้าวเช้าแล้วขี้คล่องดีหวะ
#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

335 Nameless Fanboi Posted ID:VLXJFZhfns

‼️ เตือนภัย ‼️ หลังจากที่ผมสังเกตุการณ์มาหลายเดือน นับตั้งแต่พรรคอนาคตไหม้ตั้งขึ้นมา ผมได้ไปศึกษาหาความจริงเกี่ยวกับพรรคนี้จนได้รู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนายปิยบุตร นั่นก็คือพวกขบวนการล้มเจ้าที่อยู่ต่างแดน นำโดย นายสมศักดิ์ เจียม อดีตอาจารย์ มธ. ผู้ต้องหาคดี 112 ที่ได้รับผลกรรมนอนเป็นผักอยู่ฝรั่งเศษในตอนนี้ 👏👏

‼️ มีรูปภาพปรากฏมากมายที่ ปิยบุตรอยู่กับขบวนการล้มเจ้าเหล่านี้ นั่นก็เดาได้ไม่ยากแล้วว่าปิยบุตรต้องการจัดตั้งพรรคอนาคตไหม้ร่วมกับไอ้เจ๊กกบฏเพื่อต้องการล้างสมองเด็กรุ่นใหม่ ที่กำลังเห่อการเลือกตั้งครั้งแรกให้มาเป็นพรรคพวกเพื่อปลุกระดมเด็กไร้เดียงสาพวกนี้ ออกมาป่วนบ้านป่วนเมือง ทำตัวไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ตามด่าลุงตู่ ตามด่าทหารที่รักษาบ้านเมือง และมีแผนที่จะล้มล้างการปกครอง ❌❌

ไม่พอปวิน ผู้ต้องหา 112 ที่หลบหนีอยู่ญี่ปุ่นได้โพสว่าตนนั้นขณะหนี ธนาธรเอาเรือหางยาวมารับตรงท่าน้ำสี่พระยา แล้วออกเรือตอนตี 1 ฝนตกหนัก ระหว่างนั่งเรือออกอ่าวไทยตรงไปปอยเปต ในขณะปวินนั่งตากฝนร้องไห้ในเรือ แล้วไอ้ธนาธรก็กอดไปตลอดทาง (น่าจะกิ๊กกัน) เมื่อถึงปอยเปตแล้ว ธนาธรก็พาขี้นเรืออีกลำ หนีไปญี่ปุ่น กว่าจะถึงท่าเรือโกเบ ก็อีก 5 วันถัดมา ที่เล่ามานี่ก็เพราะต้องการอธิบายว่า ทำไมธนาธรจึงโดนข้อหาให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีศาล ปวินโพสออกมาแบบนี้ ก็ชัดเจนแล้ว ว่าพรรคอนาคตไหม้ เกี่ยวข้องกับขบวนล้มเจ้า 👎👎

‼️ และผมยังได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า พรรคอนาคตไหม้และขบวนการล้มเจ้านั้นมีส่วนรู้เห็นในองกรค์ต่างชาติ illuminati ที่อยู่คอยบงการเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ บนโลก ซึ่งชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายคือคนรุ่นใหม่ ตามคลิปเสียงที่หลุดออกมาธนาธรกล่าวว่า "เด็กๆ เนี่ยคุยง่าย หลอกง่าย" ดังนั้นเราควรเตือนลูกหลานของเราไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการล้างสมองครั้งนี้ !!!

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

336 Nameless Fanboi Posted ID:2QvNevprr0

>>335 เห็นไอ้พวกโพสที่พิมพ์​ไป แทรก emoji​ไปกูก็ไม่อ่านละ เป็นพิษต่อสายตา 55555

337 Nameless Fanboi Posted ID:uO.5pcm7x9

พรรคอนาคตใหม่ มีความเกี่ยวข้องกับ นาซีเยอรมัน

หลายคนอ่านหัวข้อแล้วอาจจะสงสัย

องค์กรนาซีมันล่มสลายไปแล้วนะ พรรคอนาคตใหม่จะไปมีความเกี่ยวข้องได้ยังไงกัน?

จริงอยู่ ที่องค์กรนาซี ได้ล่มสลายลงไปแล้วตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่2

แต่รู้หรือไม่ว่า...

หลังจากที่องค์กรนาซีล่มสลายไป ยังมีคนขององค์กรอยู่ส่วนหนึ่ง ที่ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ได้ร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรลับๆขึ้น โดยใช้ชื่อว่า "องค์กรลับนาซี โอเดสซ่า" เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของท่านผู้นำอย่าง ฮิตเลอร์ และ มุสโสลินี ต่อไป

จนปัจจุบัน แม้จะผ่านมาหลายชั่วอายุคน แต่องค์กรนี้ก็ยังคงดำรงอยู่...

แล้วพรรคอนาคตใหม่ไปเกี่ยวข้องกับองค์กรนี้ได้อย่างไร?

แทบไม่ต้องสังเกตเลยว่า นายธนาธร กับ นายปิยบุตร แกนนำของพรรคอนาคตใหม่ มีเงาของ ฮิตเลอร์ และ มุสโสลินี หัวหน้าขององค์กรนาซี อยู่อย่างเห็นได้ชัด จนแทบจะเรียกว่ากลับชาติมาเกิดก็ได้เลยทีเดียว
เพราะทัศนวิสัยน์ของสี่คนนี้ช่างเหมือนกันเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นในด้าน อุดมการณ์ทางการเมือง แนวคิดเรื่องชาติ ศาสนา เรื่องชาติพันธุ์ จวบจนไปถึงเรื่องของการจาบจ้วงและล้มล้างสถาบันฯ อย่างที่ฮิตเลอร์และมุสโสลินี ได้เคยแสดงและกระทำออกมาให้เห็นอยู่ในประวัติศาสตร์

...แต่นั่นคงจะเป็นหลักฐานมัดตัวไม่ได้ ว่าพรรคอนาคตใหม่มีความเกี่ยวข้องจริง...

หลักฐานที่เราสืบหามาได้ก็คือ...
นายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีชื่ออยู่ในหุ้นบริษัท "Sputnix" บริษัทดาวเทียมขนาดใหญ่ของรัสเซีย และยังเป็นบริษัทที่เคยมีข่าวลือว่า เป็นบริษัทที่ปล่อยคลื่นสัญญาณควบคุมสมอง จากดาวเทียมของบริษัทตนเองที่อยู่นอกโลกลงมายังเมืองซีเรีย เพื่อทดลองการควบคุมสมองมนุษย์ด้วยการแผ่รังสีอีกด้วย

แล้วเกี่ยวข้องกับองค์กรนาซีอย่างไร?

องค์กรลับนาซี โอเดสซ่า นี่แหละ คือองค์กรที่ขึ้นชื่อ เรื่องการทดลองพลังจิตและการควบคุมจิตใจของมนุษย์และสัตว์ ที่สุด

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่2 ประเทศรัสเซีย คือหนึ่งในพันธมิตรใหญ่ของนาซีเยอรมัน คอยช่วยทั้งด้านการรบ กำลังพลทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหารและยารักษาโรค
ทำให้เราอดคิดไม่ได้เลยว่า การทดลองการแผ่รังสีเพื่อควบคุมสมองมนุษย์ของรัสเซียนั้น เกี่ยวข้องกับองค์กรนาซี อย่างแน่นอน

กลับมาที่พรรคอนาคตใหม่ ในกระแส "ฟ้ารักพ่อ" และ "กองทัพเด็กรุ่นใหม่" ที่ออกมาโจมตีคนที่กล่าวว่านายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่อย่างก้าวร้าวในโลกโซเชี่ยล

เราบอกได้เลยว่า กองทัพเด็กรุ่นใหม่ พวกนี้แหละ คือเหล่าคนที่ถูกควบคุมสมอง โดย คลื่นสัญญาณควบคุมสมอง หรือ คลื่นสัญญาณV2K ที่ยิงรังสีจากนอกโลกลงมายังโทรศัพท์มือถือของเหล่าเด็กรุ่นใหม่ ทำให้เมื่อเหล่าคนรุ่นใหม่ใช้งานโทรศัพท์มือถือ คลื่นสัญญาณV2Kจะทำงาน และทำการกรัดกร่อนจิตใจไปเรื่อยๆตลอดระยะเวลาที่ใช้งานโทรศัพท์มือถืแ และนอกจากนั้นในคลื่นสัญญาณV2K ยังมีการใส่ข้อมูลปลูกฝัง แนวคิดด้านต่างๆของพรรคอนาคตใหม่ลงไปอีกด้วย
ทำให้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย ที่เมื่อเหล่าเด็กรุ่นใหม่ออกมาโจมตีคนเห็นต่างทางโลกโซเชี่ยล ตรรกะความคิด จะเป็นไปแบบเดียวกันหมด

แนวคิดหนึ่งของพรรคอนาคตใหม่และองค์กรนาซี ที่น่ากลัวเป็นอย่างมากๆเลยก็คือ "แนวคิดด้านชาติพันธ์"
เคยสังเกตกันไหม คนรุ่นใหม่ที่ออกมาโจมตีคนเห็นต่าง จะมีแต่คนที่อาศัยอยู่ในภาคกลางทั้งสิ้น
นี่แหละ คือแนวคิดด้านชาติพันธ์ุ ที่ปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่เหยียดชาติพันธ์ุอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ คนที่เป็นชาติพันธ์ุเหล่านี้ ต่างถูกเกลียดชังโดยคนรุ่นใหม่ที่ถูกล้างสมอง

ถ้าเรายังไม่หยุดเรื่องนี้ ผมไม่อยากจะคิดเลยครับ

ว่าถ้าหากวันหนึ่ง เด็กรุ่นใหม่ที่โดนล้างสมอง ลุกขึ้นมาหยิบปืน ไล่ยิง ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุทุกคนที่ไม่ใช่คนภาคกลาง มันจะน่ากลัวขนาดไหน

#ให้พรรคอนาคตใหม่เป็นรัฐบาลไม่ได้เด็ดขาด
#หยุดการทดลองการล้างสมอง #หยุดการทดลองการควบคุมจิตใจ
#SaveNewGene

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

338 Nameless Fanboi Posted ID:j06MP1qtf9

>>337 คนโพสคงเชื่อว่าโลกแบน กะวัคซีน​ทำให้​เป็นออทิสติกด้วยสินะ 55555

339 Nameless Fanboi Posted ID:2z/sQFIo/4

Fun fact: Jesus Christ's real name, if it were put into a more modern format, would be Joshua Josephson. Jesus was a Jojo.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

340 Nameless Fanboi Posted ID:T9PqCM8wLA

>>337 กูก็พยายามอ่านนะ นึกว่ากลายมาเป็นพวกไฮดร้า ส่วนลุงสมัยหนุ่มๆ เคยไปฝึกกับหน่วยชิลด์ ในยุค 90s ช่วงที่เพิ่งเริ่มติดยศนายพัน น่าจะเคยเจอกับนิค ฟิวรี่

พอๆ ไปกันใหญ่ละ

341 Nameless Fanboi Posted ID:Bz90EcYb56

สำหรับน้องๆรุ่นหลังที่ไม่ทันพรี่ๆ ขอแนะนำคีย์เวิร์ดให้ไปตามค้นต่อนะคับ

- พี่รู้พี่มันเลว
- เค้กริมสระ
- คิดถึงยอดหทัยใจจะขาด

แล้วน้องจะเข้าใจว่าทำไมพรี่ๆถึงกรอกตา บึนปาก มองบนมานานแบ้วววว

342 Nameless Fanboi Posted ID:vh2GGVjzvM

ยอมก้มหัวให้มาเฟียกันเองนี่ ตอนมาเฟียเป็นคนดีบ้านเมืองมันก็ยังพอไปได้ แต่ถ้ามาเฟียเป็นคนบ้าก็นับวันรอความฉิบหายมาเยือน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

343 Nameless Fanboi Posted ID:y/aQkGB7YF

ดึกแล้ว เล่าเรื่อง SEX
สารภาพบาป เมื่อวันที่ 1 เมษาที่ผ่านมา มีเพื่อนชายแท้ ชวนไปเซ็กส์หมู่ โดยอีกฝ่ายเป็น ผู้หญิง กับผัวนางซึ่งเป็นไบ?
คือ ผู้หญิงเนี่ยอยากโดนเพื่อนกูที่เป็นชายแท้เอา แล้วก็อยากหาเกย์สักคน มาเอาผัวนางซึ่งเป็นไบ แบบว่า นางอยากดูผัวตัวเองโดนเอาอ่ะมึง
เพื่อนกูก็เลยชวนกูไง ซึ่งกูก็ตอบตกลง เพราะไม่เคยลอง อยากลอง แบบว่าช่วงนี้ดูหนังเกย์แนวไบบ่อยๆพอดี ฝ่ายผู้หญิงก็นัดวันเวลาสถานที่เสร็จสรรพ
ทีนี้ พอเวลาผ่านไป ใกล้ถึงเวลานัด กูนั่งรออยู่กับเพื่อนชายแท้อยู่ในร้านอาหาร กูก็เริ่มปอดไง คือกังวลใจมากว่าจะทำไม่สำเร็จ คือให้รุกผัวนางอ่ะไม่มีปัญหา แต่กลัวไม่แข็ง เพราะมีผู้หญิงอยู่ในห้องด้วย
แล้วยิ่งถ้าเกิดฝ่ายเมียเสือกเกิดอยากตีซี้กับเกย์ แบบพวกพนักงานร้าน Boot วัตสัน คือทำท่าแรดๆ เสียงแรดๆ พูดว่า "คุณพี่ขาาาา ตัวเองงงง" กูควยหดเลยนะ
นึกภาพออกไหม สมมุติกูเอาๆผัวนางอยู่ แล้วนางเสือกทักขึ้นมาว่า "ว้าย เข้าไปได้ยังไงอ่ะ ตัวเองงง เสียวไหมอ่าาา นี่นี่ ตัวเองชอบผัวเค้าไหม" อีเหี้ย กูกลับบ้านเลยนะ
ทีนี้ ยิ่งใกล้เวลานัด กูยิ่งกังวลขึ้นเรื่อยๆ ขนาดกูเตรียมไวอากร้ากับห่วงรัดควยมาด้วยแล้วนะ ก็ยังไม่หายกังวล
ยิ่งเพื่อนเอาภาพผู้หญิงคนนี้มาให้ดู โอ้ย สภาพนางตรงกับที่กูกลัวมาก คือ ดูเป็นผู้หญิงแรงๆ แรดๆ ช่างพูด จริงๆด้วย
ระหว่างรอ กูก็สองจิตสองใจ ใจหนึ่ง อยากบอกเพือนว่า แคนเซิลเหอะ แต่อีกใจก็อยากทดสอบตัวเอง ว่าสามารถทำแบบในหนังไบได้ไหม
ปรากฏว่า พอถึงเวลานัด อีผัวเมียคู่นี้เทจ้า! ไม่มาตามนัด! เงียบหายไปเลย ติดต่อไม่ได้
กลายเป็นว่า แทนที่กูจะเสียดาย หรือโกรธ กูกลับโล่งอกว่ะ ดีใจเหี้ยๆที่พวกนางเป็นฝ่ายเบี้ยวนัดเอง เพราะถ้ากูทำไม่สำเร็จ มันจะกลายเป็นจุดด่างพร้อยในจิตใจ เป็นปมในใจกูเลยนะ
ถ้าถามว่า ถ้ามีครั้งหน้าอีก กูจะไปไหม คงไม่เอาแล้วล่ะ ประสาทจะเสีย นอกเสียจาก คู่ผัวเมียจะรูปร่างหน้าตาบุคลิกเหมือนในหนังโป๊ที่ดูเป๊ะๆ ถึงจะลองไปดู ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะลุคแบบนั้น จริงป่ะ

344 Nameless Fanboi Posted ID:y/aQkGB7YF

+ก่อนปาหินใคร เราตอบคำถามพระเยซู​หรือยัง+

ยน 8:3-11
บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนำหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง แล้วทูลถามพระองค์ว่า "อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร" เขาถามพระองค์เช่นนี้ เพื่อทดลองพระองค์ หวังจะหาเหตุปรักปรำพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดินa เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า "ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด" แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า "นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ" หญิงคนนั้นทูลตอบว่า "ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า" พระเยซูเจ้าตรัสว่า "เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก"

-----------------------------------------------

เหตุการณ์ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลตอนนี้ เป็นตอนหนึ่งที่โด่งดังและรู้จักกันอย่างดีในหมู่ผู้ศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิ้ล พื้นหลังของเรืื่องนี้ คือบัญญัติของโมเสส ที่ระบุว่า ผู้ผิดประเวณีจะต้องโดนลงโทษโดยเอาหินทุ่ม

เราทราบจากเนื้อหาของพระคัมภีร์ว่า หญิงคนนี้ถูกจับแบบคาหนังคาเขาขณะกำลังผิดประเวณี

แต่น่าประหลาดอย่างยิ่งที่เรารู้ว่าการผิดประเวณีประกอบด้วยคน2คนร่วมกันทำ แต่กลับมีผู้หญิงเท่านั้นที่ถูกจับมาลงโทษในครั้งนี้ ผู้ชายที่ร่วมผิดกับเธอหายไปไหน

นี่คือการ 2 มาตรฐาน และเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน ที่น่าอัศจรรย์ใจเข้าไปอีกคือ แม้ทุกวันนี้ ผ่านมาถึง 2000 ปี ผู้คนในสังคมส่วนมาก ยังคงลงโทษผู้หญิงในเรื่องนี้หนักกว่าชาย

ทุกวันนี้ยังมียังการใช้คำด่าผู้หญิงที่ส่อเสียดทางเพศมากมาย เช่น กระหรี่ ดอกท-ง ร่าน แรด ฯลฯ ทั้งที่ปัจจุบัน เราทราบดีว่ามีโสเภณีชายมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีใครเอาอาชีพโสเภณีไปด่าผู้ชาย สังคมยังยกย่องชายเจ้าชู้หรือมีแฟนหลายคนว่าเก่งกาจ แต่ยังคงคำด่าว่า ร่าน ไว้สำหรับผู้หญิงเท่านั้น

นี่คือความอยุติธรรม และความไม่เท่าเทียมของสังคมมนุษย์ ที่สามารถดำเนินผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานเป็นหลักพันปี

พรเยซูคริสต์ ได้ก้าวหน้าล้ำล่วงหน้าไปกว่า 2000 ปี ในยุคสมัยที่การลงโทษหญิงด้วยเรื่องทางเพศคือการผดุงไว้ซึ่งความดีงาม พระเยซุได้มอบความเท่าเทียมอันหนึ่งแก่สตรีคนนี้ ไม่ใช่ความเท่าเทียมในการทำบาปได้เท่ากัน แต่มอบความเท่าเทียมในการได้รับ โอกาส สิทธิ การให้อภัย และ การถูกปฏิบัติในฐานะมนุษย์ ที่เท่ากัน พระองค์ให้โอกาสเธอกลับมายืนและดำรงชีวิตในสังคมได้อีกครั้งในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

เหนือไปกว่านั้น พระองค์ได้ทิ้งคำถามที่สำคัญไว้กับสังคมที่ชอบตัดสินลงโทษผู้คน คือ "ใครไม่มีบาป" พระองค์ไม่ได้บอกว่าใครบาปน้อยกว่า กล่าวโทษคนอื่นได้ หรือถ้าไม่เคยทำบาปแบบเดียวกันให้กล่าวโทษได้ แต่พระองค์ถามว่า "ใครที่ไม่มีบาป เอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกได้เลย"

ดังนั้น เราอาจต้องถามตัวเองบ่อยๆว่า ก่อนที่เราจะปาหินใส่คนอื่นไปนั้น ในวันสุดท้ายของการพิพากษาชีวิต จะมีหินกี่ก้อนที่ลอยกลับมาหาเราบ้าง

345 Nameless Fanboi Posted ID:y/aQkGB7YF

จำได้ว่าหลายปีที่แล้วเคยอ่านตำราบริหารจีนเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นตำราบริหารที่เก่าแก่

มีบทหนึ่งเขาสอนว่า ให้บริหารโดยการตรากฎให้ทุกคนในทีมสามารถเข้าข่ายมีความผิดได้ มีชนักปักหลัง

หนังสือเล่มนั้น เขายกตัวอย่างว่า มีพนักงานคนหนึ่ง คุณจิน คุณจินเป็นพนักงานที่ทำงานดีซื่อตรงมาตลอด วันหนึ่งคุณจินต้องทำติดต่อดีลกับลูกค้าซึ่งเป็นกรณีที่หมิ่นเหม่กับการผิดกฎของบริษัทที่ตราไว้ในสัญญาจ้าง คุณเฉินที่เป็น เจ้านายก็บอกว่า ไม่เป็นไร ที่คุณทำนะไม่ผิดหรอก เพราะกฎนี้ถ้าคุณอ่านดีๆ ที่คุณทำมันไม่เข้าข่ายนะ คุณจินก็สบายใจ การรันดีลนั้นไปตามที่คุณเฉินว่า บริษัทก็ได้ประโยชน์จากดีลนี้

หลายปีถัดมา คุณจินลาออก ไปทำงานให้บริษัทอื่น ตอนหลังผ่านไปอีก 2 ปี บริษัทนั้นได้เปิดแผนกใหม่ เป็นคู่แข่งกับบริษัทเก่า คุณเฉินจึงเก็บเรื่องนี้ไว้ จึงได้ทำการส่งจดหมายไปหาคุณจิน ว่าดีลที่คุณเคยทำไว้ที่บริษัทเดิม มันผิดกฎสัญญา และถ้าคุณยังคิดจะช่วยเหลือบริษัทใหม่ในการสร้างแผนกที่เป็นคู่แข่งบริษัท ผมจะเอาเรื่อง

ผมว่าวิธีบริหารแบบนี้มันน่าเกลียด แล้วเราควรจะเลิกใช้กันได้แล้ว มันเป็นเทคนิคบริหารคนของผู้บริหารยุคก่อน ที่ผมขอกาทิ้งและไม่สืบต่อ ส่วนใครที่เจอก็ขอให้รู้เท่าทันมันไว้ละกัน เพราะอ่านข่าวบริหารบ้านเมืองทีไร ก็เห็นคนหลายคน เลือกใช้เทคนิคนี้เยอะเหลือเกิน เยอะเกินไป เยอะจนทุกคนขยับตัวอะไรไม่ได้

คุณลองเป็นคุณจิน หัวหน้าบอกว่าให้รันดีลให้บริษัท คุณไม่ผิดหรอก แต่ทำไปมีชนักปักหลัง ถามว่าถ้าคุณจินจริงใจกับบริษัทและมีความสามารถพอที่จะสร้างดีล เขาก็มีความผิดติดตัวไปทั้งชีวิต

แต่ถ้าเขาเสือสิงห์กระทิงแรดพอที่จะปักชนักใส่คุณเฉินคืนเพื่อให้ตัวเองรอด หรือเขาไร้ความสามารถที่จะย้ายบริษัทได้ เขาก็ไม่มีความผิดอะไรอยู่ได้เรื่อยๆ

การบริหารแบบนี้มันมีแต่จะขับไล่คนที่จริงใจและมีความสามารถ และเลี้ยงเสือสิงห์กระทิงแรดไว้ในองค์กร แล้วเราก็มานั่งงงว่าทำไมคนมีอำนาจถึงมีแต่พวกไร้ความสามารถไม่ก็พวกเก่งแต่ไม่ซื่อตรง... จริงๆ ก็ไม่น่างงเท่าไหร่

346 Nameless Fanboi Posted ID:LYcHye9Ejo

>>345 เคยตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าบางประเทศนี่คนประสบความสำเร็จล้วนมีแผลทั้งนั้น ถ้าไม่ยอมมีแผลก็เป็นได้แค่คนโนเนม แล้วสุดท้ายบรรดาชนชั้นนำที่มีแผลพวกนี้ก็จะกลายเป็นเครื่องมือของชนชั้นนำที่อยู่เหนือขั้นไปอีกขั้นนึง

347 Nameless Fanboi Posted ID:waJronQPKJ

ขุมนรกสำหรับผู้ไม่เอาศาสนา

ผู้ได้รับศาสนาพุทธมาแต่กำเนิด แต่มาเลิกนับถือในภายหลัง จะต้องตกนรกในขุมที่เรียกว่า อศาสนมหากกทะโลกันตร์
เป็นขุมนรกที่วิญญาณที่ต้องโทษ จะมีร่างกายบิดเบี้ยว แขนขวาสลับแขนซ้าย บ้างแขนก็สลับที่กับขา ดวงตาสลับที่กับจมูก และจะมีนายนิรยบาล คอยถืออีดาบ มาสับแขนสับขาจนกว่าจะละเอียดหรือขาดใจตายไปก่อน เวียนอยู่แบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกว่าจะหมดกรรม

ผู้ได้รับศาสนาคริสต์มาแต่กำเนิด แต่มาเลิกนับถือในภายหลัง จะต้องตกนรกในขุมที่เรียกว่า ฟลัดเกทโฮลด์
เป็นขุมนรกที่ร้อนระอุ วิญญาณที่ได้รับโทษในขุมนรกนี้จะต้องเต้นระบำบนพื้นที่ปูด้วยถ่านร้อนไปตลอดชีวิต ถึงแม้จะเหนื่อยก็ต้องเต้นไปเรื่อยๆห้ามหยุดจนกว่าจะตาย หากมีผู้ใดที่กล้าหยุดเต้น ยมฑูตที่ดูแลจะเอาถ่านร้อนๆยัดใส่ปากวิญญาณตนนั้น จนตัวระเบิดตาย เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดกรรม

ผู้ได้รับศาสนาอิสลามมาแต่กำเนิด แต่มาเลิกนับถือในภายหลัง จะต้องตกนรกในขุมที่เรียกว่า หรุกห์ขญิณฮอฺ
เป็นขุมนรกที่วิญญาณที่ต้องโทษ จะตามืดบอด มองวิสัยทัศน์รอบๆไม่เห็น วิญญาณจะต้องเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่สามารถหยุดหรือเดินถอยหลังได้ หากมีวิญญาณตนใดเดินไปแล้วชนกับวิญญาณตนอื่น วิญญาณที่ชนกันนั้นจะมีอาการคันขยุกเจ็บเหมือนโดนมดคันไฟกัดไปทั่วร่างกาย แต่ไม่สามารถเกาได้ เป็นแบบนี้ไปตลอดกาล ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด

และนี้คือบทลงโทษสำหรับวิญญาณที่ตอนมีชีวิต ประกาศตนเป็นพวกนอกรีต ไม่เอาลัทธิความเชื่อทางศาสนา
รู้แบบนี้แล้วจะเปลี่ยนใจกลับมาเป็นคนดีรึยัง?

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

348 Nameless Fanboi Posted ID:J8uij.8/VV

>>347 อันนี้กุสงสัย กรณีที่มันมีอยู่จริง ถ้ากุเลวเพราะออกศาสนานึง แต่เป็นคนดีในอีกศาสนา เวลากุตาย 2 ฝ่ายมันจะตัดสินยังไงว่ากุต้องไปที่ไหน

หรือถ้ากุเลวหมดทั้ง 3 ศาสนา มันจะจัดคิวลงโทษกุยังไง มีใครเคยยก เคสแบบนี้มาอธิบายมั้ย?

349 Nameless Fanboi Posted ID:1f7xDlQ10N

>>347 โคตรมัดมือชก เลือกก็ไม่ได้เลือกเอง แล้วยังจะคาดโทษตกนรกถ้าจะไม่เอา แล้วนรกสำหรับคนที่ยัดเยียดศาสนาให้คนอื่นที่ไม่สามารถปฏิเสธเองได้พร้อมข่มขู่ซ้ำคืออะไร

350 Nameless Fanboi Posted ID:ddhmaHmYyH

การเรียกคนที่เปลี่ยงข้างกระทันหันหรือกระทำการใดๆ ทำให้ฝ่ายเดียวกันต้องเจ็บช้ำน้ำใจนั้นว่า "งูเห่า" มันลดทอนความเป็นมนุษย์มากๆ อ่ะครับ
น่าเปลี่ยนจากงูเห่าเป็น "มนุษย์ที่มีหัวจิตหัวใจเอนไหวไปตามมูลค่าของเงิน" แทน
#ช่วงบัญญัติคำศัพท์กับพี่โจว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

351 Nameless Fanboi Posted ID:KnJ3DAz/QJ

คิดว่าคนไทยอยากจะเป็นแบบพันท้ายนรสิงห์ หรือ ศรีธนญชัย มากกว่ากัน?

ลองพิจารณาถึงเรื่องเล่าซึ่งใช้ให้คำสอนบางอย่าง

ทุกประเทศย่อมมีเรื่องเล่าประเภทนี้ เป็นตำนานวีรบุรุษซึ่งใช้สอนใจ เรื่องเล่าพวกนี้ติดเป็นวาทกรรมซึ่งสร้างระบบความคิด การมองโลก การตัดสินใจ ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมต่างๆของคนในสังคมโดยไม่รู้ตัว

เรื่องเล่าสอนใจแบบพื้นฐานมีลักษณะเรียบง่ายคือ มีตัวอย่างที่ไม่ดี ทำบางอย่างที่ไม่ดี และได้ผลที่ไม่ดีตามมา ส่วนตัวอย่างที่ดี ทำเรื่องดี และได้ผลดีตามมา

แต่พันท้ายนรสิงห์ เป็นเรื่องเล่าที่ซับซ้อนกว่า คือไม่อยู่ในโครงสร้างง่ายๆ ที่ทำดีแล้วได้ดี

พันท้ายนรสิงห์เป็นเรื่องของคนคัดท้ายเรือพระที่นั่ง (ทำหน้าที่หักเลี้ยวเรือ) ปรากฎว่ากระแสน้ำเชี่ยวมาก พันท้ายนรสิงห์แก้ไขได้ แต่ตัวหัวเรือกระแทกกิ่งไม้จนหัก ตกลงน้ำ

โทษนี้คือต้องถูกประหารด้วยการตัดคอ

ในเรื่องกษัตริย์คือพระเจ้าเสือมีพระเมตตา รับสั่งยกโทษ

แต่พันท้ายนรสิงห์ยืนยันให้ลงโทษ เพราะกฎหมายจะต้องเป็นกฎหมาย พระเจ้าเสือจึงสั่งให้ทำรูปปั่นมาตัดคอแทน

แต่พันท้ายนรสิงห์ยังยืนยันให้ลงโทษอยู่ เขาไม่ยอมรับการเล่นลิ้นเพื่อให้ตัวเองรอด พระเจ้าเสือจึงจำใจลงโทษ

พันท้ายนรสิงห์จึงได้รับการยกย่องว่าสัตย์ซื่อจริงๆ

เรื่องเล่าที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงคือ ศรีธนญชัย

มีเรื่องที่ ศรีธนญชัย ทำผิดประจำ ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งกษัตริย์เตรียมทัพไปรบ และสั่งให้ขุนนางทุกคน "มาก่อนไก่" (คือก่อนไก่ขัน)

ศรีธนญชัยไม่อยากไปรบ ก็เลยนอนยาว

พอกษัตริย์กลับมาถามว่า ศรีธนญชัยทำไมไม่มา ปรากฎว่าศรีธนญชัย ก็จูงไก่ตามมาเข้าเฝ้า แล้วบอกว่า "พระองค์สั่งให้มาก่อนไก่ ข้าก็มาตามรับสั่งแล้ว"

ตอนจบของศรีธนญชัย ในเรื่องราวเหล่านี้คือ กษัตริย์ทำอะไรไม่ได้บ้าง พอใจในปัญญาบ้าง ที่แน่ๆ ศรีธนญชัยก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ (จนมีผู้ที่มีปัญญามากกว่ามาปราบในตอนจบ)

ลองคิดว่าถ้าเป็นเรา ทำหัวเรือหักเนี่ย จะยอมตาย หรือเล่นลิ้นเอาชีวิตรอด?

สังเกตว่า คนซื่อสัตย์ตาย คนตลบตะแลงได้ดี

น่าสงสัยว่าคนซื่อสัตย์คงยอมตายแบบพันท้ายนรสิงห์หมดแล้ว พวกข้าราชการในเรื่องพวกนี้จะเต็มไปด้วยคนแบบศรีธนญชัย หรือเปล่า?
.
.
.
คำถามคือ แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ? ก็กฎหมายระบุไว้แบบนั้น เราควรจะทำตามกฎหมายแบบพันท้ายนรสิงห์ไม่ใช่เหรอ?

ในวิธีคิดแบบไทย เราเจอปัญหาแบบนี้บ่อยมาก ที่พูดกันว่า "กฎหมายมันเป็นแบบนี้จะให้ทำยังไง เราต้องทำตามกฎหมาย"

ในเรื่องนี้ พันท้ายนรสิงห์ ทำตามกฎหมาย กษัตริย์ก็มีเมตตาแล้ว แต่ก็ทำตามกฎหมาย ไม่มีใครเลยที่ผิด แล้วโศกนาฏกรรมที่ทำให้เราเสียคนดีแบบนี้ไปคืออะไร?

คนไทยมักจะมองเห็นแต่ตัวบุคคล แต่ไม่คิดว่าตัวระบบผิด

ในเรื่องนี้กฎหมายที่บอกว่าคนพลาดถึงโทษประหารต่างหากที่ผิด

คนเก่ง คนดี ทำหัวเรือหัก ควรตายแล้วเหรอ? เป็นบทลงโทษที่รุนแรงเกินไปหรือไม่?

กฎหมายนี้มาจากไหน เป็นทำเนียมจารีตที่ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์หรือเปล่า?

เรื่องเล่านี้ถ้าไม่ใช่เรื่องเล่าของไทยอาจจะจบว่า

"พันท้ายนรสิงห์ถูกประหาร แต่กษัตริย์เสียใจจึงพิจารณาว่ากฎหมายนี้ไม่เป็นธรรม และสั่งให้ยกเลิกไป ผู้คนทั้งหลายจึงสร้างอะไรสักอย่างไว้ท้ายเรือเพื่อละลึกถึงพันท้ายนรสิงห์"

ในคราวหน้าถ้ามีคนผิดพลาดด้วยเหตุสุดวิสัย แต่ซื่อสัตย์ยอมรับผิดเช่นนี้อีก เขาอาจจะถูกโบยตามโทษ แล้วเลื่อนไปรับตำแหน่งที่สำคัญกว่าเพราะความซื่อสัตย์นี้ภายหลัง

แต่ พันท้ายนรสิงห์ จบว่า ทำศาลไว้บูชา และกฎหมายก็ยังอยู่เหมือนเดิม

กฎหมายที่เคร่งครัดอย่างไร้เหตุผล และไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้คนกลายเป็นศรีธนญชัย กฎหมายประเภทนี้ประหารคนดี แต่ทำให้คนหัวหมอเข้านายเก่งเจริญก้าวหน้า

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

353 Nameless Fanboi Posted ID:fMuYyt.L0m

โลกนี้มีประชากร 7,500,000,000 คน
มีประชากรหญิง 3,800,000,000 คน
แต่ผมชอบเธอแค่คนเดียว

แล้วเธอคนนั้นก็ไม่ชอบผม

354 Nameless Fanboi Posted ID:avvuydBCYm

วันนี้กุไปเรียนวิชาเลือกของคณะจิตวิทยามา
เค้าวิเคราะห์ว่าการที่เราจะมาเป็นสาวฟุเนี่ย ส่วนมากมักมีความสัมพันธุ์ในวัยเด็กกับพ่อที่ไม่ค่อยดี
หรือเคยถูกอบิวส์โดยญาติผู้ใหญ่ที่เป็นเพศชายในวัยเด็ก
การจิ้นชายรักชายก็เหมือนมึงพยายามแก้แค้นผู้ชาย
หรือไม่ก็เกิดจากจิตใต้สำนึกที่ต้องการมีเพศสัมพันธุ์กับพ่อของตัวเอง
ลองเอาไปเขียนนิยายได้นะเพื่อนๆ

#สาวฟุท่านหนึ่ง

355 Nameless Fanboi Posted ID:MOJ2Vae0Zb

>>354 งี้กูจิ้น ญxญ ก็แปลว่าวัยเด็กกูโดนญาติผู้ใหญ่ที่เป็นเพศหญิงรังแกเหรอวะ

356 Nameless Fanboi Posted ID:L3UvoFpydn

พระราชดำรัสของ สุลฎอน ฮัจยีอัซซานัล โบเกียฮ์ สุลฎอนแห่งบรูไนดารุสลาม ทรงตอบโต้ชาติตะวันตก เกี่ยวกับการใช้กฎหมายชารีอะห์ (กฎหมายอิสลาม) ของประเทศบรูไน ดารุสลาม

"ในประเทศของท่าน กล่าวกันว่ามีสิทธิเสรีภาพด้านแสดงความคิดเห็น เสรีภาพด้านสื่อ การนับถือศาสนาและอื่นๆ และนั่นคือสิ่งที่ปรากฏในกฎหมายรัฐธรรมนูญในประเทศของท่าน ถือเป็นระบบการเมืองการปกครอง อัตลักษณ์ประจำชาติและวิถีชีวิตของท่าน ในประเทศของข้าพเจ้า เราปฏิบัติใช้วัฒนธรรมมลายู อิสลาม และระบบกษัตริย์ เราจะใช้ชารีอะห์(กฎหมายอิสลาม) อิสลามได้ปรากฎในรัฐธรรมนูญของเรา คืออัตลักษณ์ประจำชาติของเรา คือสิทธิและวิถีชีวิตของเราเช่นกัน เราอาจพบจุดอ่อนในกฎหมายและระบบการปกครองของท่าน และท่านอาจพบจุดอ่อนของเราเช่นกัน แต่บรูไนคือประเทศของเรา ในประเทศของท่าน ได้มีกฎหมายคุ้มครองชาวเกย์และกฎหมายอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับโลกของท่านที่ท่านอาศัยอยู่ในขณะนี้ ดังนั้น เราก็มีสิทธิเช่นเดียวกับท่านที่จะปฏิบัติเพื่อแสดงความเป็นมุสลิมในโลกดุนยาและโลกอาคิเราะห์ที่เราเชื่อศรัทธา นี่คือประเทศมุสลิม ที่ต้องการปฏิบัติใช้กฎหมายอิสลาม ทำไมท่านไม่เคยวิตกกังวลลูกหลานของท่านที่ถูกกราดยิงตามโรงเรียนต่างๆไม่เว้นแต่ละวัน ทำไมท่านไม่เคยวิตกกังวลว่าคุกในประเทศของท่านอาจมีขนาดไม่เพียงพอกับจำนวนนักโทษ ทำไมท่านไม่เคยวิตกกังวลกับสถิติอาชญากรรมที่พุ่งพรวดทุกวัน ท่านไม่เคยวิตกกังวลสถิติของผู้ฆ่าตัวตายและอัตราการทำแท้งของสตรีบ้างใช่ไหม ท่านควรห่วงใยวิกฤติที่กำลังคุกคามประเทศของท่านมากกว่า เกือบทุกศาสนาปฏิเสธลัทธิ "รักร่วมเพศ" และปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่เลย พลันที่ท่านระแคะระคายว่าอิสลามและมุสลิมได้แสดงจุดยืนและใช้ความพยายามเพื่อปกปักษ์รักษาอิหม่านของพวกเขา ท่านรีบพิพากษา บอยคอตและตัดสินว่าเป็นความผิดพลาด เขลาเบาปัญญา และไร้จริยธรรม ข้าพเจ้าขอให้ท่านทบทวนในการแสดงความวิตกกังวลสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ การอนุญาตให้พลเมืองพกพาอาวุธร้ายแรงตามอำเภอใจ ไม่เป็นความผิดใช่ไหม การให้โอกาสแก่ทารกในครรภ์ลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย เป็นความผิดใช่ไหม การใช้ชีวิตตามลัทธิเซ็กส์เสรีที่สุ่มเสี่ยงกับโรคเอดส์ที่ทำลายล้างความต่อเนื่องของอนุชนรุ่นหลัง เป็นความผิดพลาดใช่หรือไม่"

"ทำไมท่านจึงสนใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ซึ่งเป็นประเทศมุสลิม ในขณะที่ท่านหลับหูหลับตาทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน กรณีของประเทศซีเรีย บอสเนีย ปาเลสไตน์ โรฮิงญาและที่อื่นๆ ผู้คนนับพันนับหมื่นได้ล้มตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศเหล่านี้ แต่พวกท่านไม่เคยสนใจใยดีใดๆเลย ทั้งๆที่ในประเทศบรูไน ยังไม่มีใครเสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติจากการใช้กฎหมายชารีอะห์แม้เพียงคนเดียว แต่ท่านได้กระพือข่าวใหญ่โต ประชาชนชาวบรูไนที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากกฎหมายนี้ ต่างก็ยอมรับโดยดีด้วยซ้ำ ใช่ ! กฎหมายชารีอะห์ อาจดูรุนแรงน่ากลัว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกปฏิบัติใช้อย่างง่ายๆ ตามอำเภอใจ มันจะต้องผ่านกระบวนการและขั้นตอนอย่างรอบคอบและรัดกุมอยู่แล้ว เราจึงยอมรับกฎหมายนี้โดยดี เราสบายใจ และบรูไนรวมเป็นหนึ่ง"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

357 Nameless Fanboi Posted ID:l/VInaCPVM

ไอ้โจ๊กรอด เพราะประยุทธ์ช่วยรับรอง ส่วนประวิตรก็ช่วยปกป้องเต็มที่ รับรองว่าเป็นคนของรัฐบาล ทำงานให้รัฐบาล มีความจงรักภักดี ไม่ใช่ขั้วอำนาจทักษิณ ไม่ใช่ตำรวจเสื้อแดง ส่วนความผิดคือข้อหาย้ายคนของต่อศักดิ์ สุขวิมล ซึ่งเป็นคนของข้างบน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

358 Nameless Fanboi Posted ID:l/VInaCPVM

ทำไมคุณจึงเห็นสื่อพรรคการเมืองหนึ่งตลอด?

เรื่องมีอยู่ว่า :

มีพรรคการเมืองหนึ่ง ตัวหัวหน้าพรรค จ้าง/ใช้ ให้บริษัทสื่อ ที่ตนเองถือ และ มีหุ้น กระทำการซื้อพื้นที่สื่อกระแสหลัก และสื่อออนไลน์ และ จ้างบริษัทเอเจนซี่ ซื้อโฆษณา ซื้อระบบส่งเนื้อหาของตนเอง (ที่ตนเองไปออกรายการโทรทัศน์) หนึ่ง มาออกคลิปในยูทูบว์ หรือ เป็นคลิปในระบบแนะนำเนื้อหา

คุณจะพบเนื้อหาของหัวหน้าพรรคการเมืองนี้บ่อยมาก
ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ค้นหา หรือไปกดไลค์อะไรเลย

และในกรณีคนที่กดค้นหาเรื่องราวของพรรคการเมืองนี้
คุณจะพบว่า นิวส์ฟีดของคุณ ยูทูบว์ที่คุณดู มันจะมีแต่เนื้อหาของพรรคการเมืองนั้นตลอด

นั่นเป็นเพราะ เขาใช้ระบบอัลกอริธึ่ม ในการกำหนดส่งออกเนื้อหไปยังผู้รับสารปลายทาง (targeting) ได้จากแพลทฟอร์มเฟซบุ๊คหรือยูทูบว์

ฉะนั้น รายการทีวีไหนก็ตาม ที่ให้สิทธิแก้ตัว โต้ตอบ กับพรรคการเมืองรายนี้มาก ก็อาจถูกสงสัยได้ว่า เป็นโปรดิวเซอร์ หรือ ผู้ดำเนินรายการ หรือ เป็นทีมงาน หรือเป็นเจ้าของช่องนั่นเองที่เลือกข้างและอยากให้หัวหน้าพรรคการเมืองที่ตนชื่นชอบนั้น มาออกรายการ

และเมื่อออกรายการเสร็จ ก็ตัดเอาคลิปรายการนั้น ไปเผยแพร่ซ้ำในยูทูบว์ และทำการ "บูสต์โพสต์/คลิปวิดีโอนั้นๆ" ไปส่งที่กลุ่มประชาชนผู้รับสารปลายทาง เช่น (เพศ วัย ภูมิลำเรา รายได้ หรือความคิดความเชื่อ รสนิยม ความสนใจ)

ที่น่ากลัวกว่า คือ แพลทฟอร์มพวกนี้ มีอำนาจในการกำหนด "สิ่งที่เราจะเห็น จะอ่าน จะรับรู้"

ฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า "กระบวนการปิดหู ปิดตา ให้ผู้ชมปลายทางรับรู้แต่ข้อมูลข่าวสารฝั่งเรา (ฝั่งพรรคการเมืองนั้น)" มันถูกกำหนดโดยเงินทุนที่บริษัทเอเจนซี่ รับจ้างมาจากบริษัทตัวแทนอีกที ให้มาทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์

สื่อเก่าว่าไม่เป็นกลาง สื่อใหม่ยิ่งใช้เงินซื้อลูกตายัดเนื้อหามาให้ถึงปลายนิ้วได้เลยทุกวัน

อันตรายมาก

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

359 Nameless Fanboi Posted ID:HFLnLVvxTo

ลาลูแบร์ จีนฮง และสตาร์ทอัพ

ด้วยอิทธิพลจากละครบุพเพสันนิวาส ผมจึงไปซื้อหนังสือ “จดหมายเหตุของลาลูแบร์” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ มาหนึ่งเล่ม เป็นเล่มที่ใหญ่มาก (แปลโดย สันต์ ท.โกมลบุตร)

และเหมือนจะเป็นบุพเพสันนิวาส เมื่อผมลองเปิดหนังสือเล่มใหญ่ดู ผมก็เจอกับหน้าที่ 214 ซึ่งเป็นหน้าที่ทำให้ผมชะงักไปครู่ใหญ่

ในหน้านี้ ลาลูแบร์เขียนบรรยายเกี่ยวกับ “ฝีมือในการช่างของชาวสยาม” ในย่อหน้าแรก ไว้ดังนี้

“ในกรุงสยาม ไม่มีบริษัทหรือองค์กรรวมช่างฝีมือเป็นปึกแผ่น และวิชาช่างก็ไม่เจริญในหมู่ชาวสยาม มิใช่เนื่องจากสันดานเกียจคร้านของเขาเพียงอย่างเดียว หากเนื่องจากรัฐบาลที่ปกครองพวกเขาอยู่อีกด้วย โดยเหตุที่ทรัพย์สินของประชาชนนั้นไม่อยู่ในฐานะปลอดภัย นอกจากจะซ่อนเร้นปิดบังไว้อย่างมิดชิดเท่านั้น ทุกคนจึงมีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ วิชาช่างทุกสาขาจึงไม่สู้มีความจำเป็นกับพวกเขาเท่าไรนัก และช่างก็ไม่รู้มูลค่าของงานซึ่งเขาจะลงทุนลงแรงทำลงไป ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเหตุที่ชายฉกรรจ์ต้องไปทำงานหลวงปีละ 6 เดือน และไม่แน่นักว่าจะถูกเกณฑ์เพียงชั่ว 6 เดือนเท่านั้น จึงไม่มีใครหน้าไหนในประเทศนี้ กล้าแสดงตนว่าเป็นช่างผู้ชำนาญในวิชาใดวิชาหนึ่ง ด้วยเกรงว่าจะถูกใช้ให้ทำงานฉลองพระเดชพระคุณไปชั่วนาตาปี โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่ประการใดเลย และโดยเหตุที่บรรดาเลกทั้งหลายถูกจ่ายให้ไปทำงานจิปาถะ ทุกคนจึงต้องขวนขวายฝึกปรือตนให้รู้จักทำงานเป็นอย่างโน้นนิดอย่างนี้หน่อยพอให้หลังพ้นหวายเท่านั้น แต่ก็ไม่มีใครอยากทำให้ดีเกินไป เพราะภาระจำยอมต้องกระทำตลอดไปนั้นแลคือบำเหน็จของการทำงานที่มีฝีมือ ชาวสยามจึงไม่รู้งานและไม่ประสงค์ที่จะรู้งานอย่างอื่น นอกจากงานอันตนถูกใช้ให้ทำจำเจอยู่เท่านั้น”

เมื่ออ่านท่อนนี้จบ ใบหน้าแรกที่ผมคิดถึงคือ จีนฮง ตัวละครที่ช่วยทำกระทะหมูกระทะ และเครื่องกรองน้ำให้แม่หญิงการะเกด

หลายครั้ง เราอาจจะลืมไปว่า การเกิดขึ้นและการเติบโตของช่างและธุรกิจสตาร์ทอัพทั้งหลาย ไม่ได้เกิดขึ้นจากความฝันหรือความขยันของคนผู้นั้นหรือกลุ่มนั้นแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากบริบทและโครงสร้างทางสังคมที่เอื้ออำนวยด้วย

ตามการวิเคราะห์ของลาลูแบร์ ในยุคอยุธยา ความไม่มั่นคงในชีวิต (และทรัพย์สิน) ของผู้คนทำให้ดีมานด์หรือความต้องการงานช่าง (รวมทั้งผลผลิต/บริการของช่าง) จึงมีไม่มากนัก แต่ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่มั่นคงในชีวิตของตัวช่างเอง (จากการถูกบังคับเกณฑ์แรงงาน 6 ปี) ยังบั่นทอนความมุ่งมั่นในการพัฒนางานช่างอีกด้วย

แต่เนื่องจากจีนฮง ไม่ใช่ชาวไทย จีนฮงจึงไม่เป็น “ไพร่” และไม่จำเป็นต้องเกณฑ์แรงงาน (แต่ต้องจ่ายเป็นส่วยรายปีแทน) และนั่นก็เป็นโอกาสสำคัญของจีนฮงในการสตาร์ทอัพ รับงานอิสระ เพื่อสั่งสมทักษะฝีมือ สั่งสมประสบการณ์ สั่งสมความไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนั่นจะมีผลต่อความเติบโตของกิจการของจีนฮง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

(มีต่อ)

360 Nameless Fanboi Posted ID:HFLnLVvxTo

(ต่อจาก >>359 )

ดังที่ลาลูแบร์กล่าวไว้ นโยบายและระบบของรัฐจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการเติบโตของช่างฝีมือและผู้ประกอบการ

จะเห็นว่า เมื่อมีการยกเลิกระบบไพร่ในช่วงรัชกาลที่ 4 (และเก็บภาษีรายหัวแทน) พลังของไพร่จึงได้รับการปลดปล่อย และเกิดเป็นชาวนาอิสระจำนวนมาก ส่งผลต่อการขยายการส่งออกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดในช่วงรัชกาลที่ 5

จนมีคำกล่าวในยุคนั้นว่า “ไพร่ที่หิวโหยและหาเลี้ยงตน ขยันและทำงานได้ดีกว่าไพร่ที่ถูกบังคับเป็นอย่างมาก”

แน่นอนว่า ในยุคปัจจุบัน ระบบการเกณฑ์แรงงานได้ถูกยกเลิกไปแล้ว (ยกเว้นการเกณฑ์ทหาร) แต่แรงงาน (หรือไพร่ที่ไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานอีกแล้ว) จะเป็นอิสระที่จะได้ประกอบกิจการของตนขึ้นมาได้จริงหรือไม่?

อืมม์ คำตอบนี่อาจยากสักหน่อย เพราะการบังคับก็ยังมีอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปจากการบังคับแรงงานโดยตรง มาเป็นการบังคับผ่านกลไกทางเศรษฐกิจ นั่นหมายถึง แรงงาน (หรือไพร่) จะมีอิสระในการประกอบกิจการของตน ตราบใดที่มีผลประกอบการเพียงพอที่จะเลี้ยงชีพของตนได้

ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จึงพบว่า ความกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษา (รวมถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมทางการศึกษา) ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และค่าใช้จ่ายยามชรา เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับแรงงานในการก้าวเข้าสู่การเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ

กล่าวคือ แรงงานที่กังวลใจในค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็อาจจำเป็นต้องเลือกขายแรงงานให้กับบริษัท ซึ่งแม้จะดีกว่าถูกเกณฑ์แรงงานโดยรัฐ แต่ก็อาจต้องแลกมาด้วยการไม่ได้เดินตามเส้นทางชีวิตที่ตนใฝ่ฝันไว้

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศที่มีระบบสวัสดิการด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ และสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุดีกว่าสหรัฐอเมริกา เช่น เดนมาร์ก นอร์เวย์ จึงมีอัตราส่วนผู้ประกอบการรุ่นใหม่สูงกว่าในสหรัฐอเมริกาตามไปด้วย เพราะผู้ที่จะก้าวมาเป็นสตาร์ทอัพไม่ต้องกังวลใจกับความเสี่ยง (ทางเศรษฐกิจ) ในชีวิตของตนนั่นเอง

นอกจากนี้ ในกรณีของประเทศไทย โอกาสในการเข้าถึงตลาดที่จำกัด ทั้ง (ก) ในเชิงพื้นที่ทางกายภาพในการวางสินค้าและกระจายสินค้า ที่ถูกเจ้าของพื้นที่และเจ้าของกิจการในระบบการค้าปลีกสมัยใหม่ผูกขาดไว้ และคิดค่าใช้จ่ายในราคาแพง และ (ข) ในเชิงกฎหมาย เช่น การห้ามผู้ผลิตเบียร์รายเล็ก ก็ยังเป็นข้อจำกัดที่สำคัญสำหรับสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ด้วย

ดังนั้น การจะทำให้คนรุ่นใหม่เป็นสตาร์ทอัพ หรือการยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศนวัตกรรมแบบ 4.0 จึงมิใช่การเรียกร้องให้คน “ขยันต้นคิด” เท่านั้น แต่ยังต้องมี “รัฐบาล” หรือระบบรัฐที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้วย

ในมุมมองของผม ระบบสวัสดิการและความเปิดกว้างของระบบเศรษฐกิจจึงเป็นกลไกสำคัญในการ “ปลดปล่อย” พลังของไพร่ (หรือแรงงาน) รุ่นใหม่ให้กลายเป็นเจ้าของกิจการตามฝีมือและความใฝ่ฝันของตน

ผมเชื่อว่า หากเราทำได้ เราจะพบว่า “ไพร่ (แรงงาน) ที่ได้ทำตามความใฝ่ฝันของตนนั้น มีพลังมากกว่าไพร่ที่หิวโหย และไพร่ที่ถูกบังคับมากมายนัก”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

361 Nameless Fanboi Posted ID:XTUsZKTaAa

>>359-360 เขียนดีตั้งนานมาตกม้าตายตอนพูดถึงรัตนโกสินทร์
หลังเปิดการค้าแล้วปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจรุ่งจริงๆ คือคนจีนทะลักเข้ามาค้าขาย สมัย ร.5 เคยมีฝรั่งมาสำรวจทำสำมโนในไทยพบว่าหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังทำเกษตรแบบยังชีพด้วยซ้ำ อีกอย่างคือลาลูแบร์มันพูดถึงช่างแบบศิลปกรรม (ซึ่งจริงๆอยุธยาก็มีช่างหลวง ไม่งั้นจะสร้างวัดเต็มเมืองได้ไง - -*)แต่ดันเอาไปเทียบกับจีนฮงที่ทำธุรกิจ ซึ่งที่พูดมาก็ถูกที่ว่าจีนฮงมีภาษีดีกว่าคนไทยแต่จะยกลาลูแบร์มาทำไมวะ ? เปิดกฏหมายตราสามดวงดูก็รู้ว่าคนไทยต้องไปเป็นไพร่ คนจีนต้องเสียตัง - -*

362 Nameless Fanboi Posted ID:sSdte1ty8G

ถ้ามีงานวิจัยรองรับแบบนี้ สาววายก็ถือว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชได้ครับ
เพราะบาดแผลทางจิตใจที่เกิดจากครอบครัวและสังคมก่อให้เกิดพยาธิสภาพในจิตใต้สำนึก
การจิ้นวายก็เป็นการระบายความอัดอั้นออกมานั่นเอง ถ้ามีงานวิจัยมากกว่านี้โดยเฉพาะในประเทศไทย
ในอนาคตอาจจะมีการทดลองนำยากลุ่ม ssri หรือ antipsychotic มาลองบำบัดสาววายดูก็ได้
เพราะสาวสายก็ค่อนข้างที่จะก่อปัญหาต่อสังคมมากพอสมควร รวมไปถึงปัญหาครอบครัวด้วย
การบำบัดรักษาไม่ว่าจะใช้ยา หรือ family consult จึงเป็นสิ่งสมควร
แต่ group therapy คงเป็นไปไม่ได้ จะยิ่งทำให้เคสอาการแย่ลงมากกว่า

#นักวิจัยท่านหนึ่ง

363 Nameless Fanboi Posted ID:+QjHxJUFU.

เมื่อโจโฉ สอน โจผี ....
โจโฉ : เจ้าจะปกครองบ้านเมืองแบบไหน ?
โจผี : เราควรจะส่งเสริมขุนนางที่ซื่อสัตย์ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจ
โจโฉ : ผิดแล้ว... เราไม่ควรส่งเสริมขุนนางที่ซือสัตย์..
โจผี : อ้าว ...ทำไมล่ะ ?
โจโฉ : ขุนนางตงฉิน จะทำลายเรา ความชื่อสัตย์ จะทำให้ประชาชนรักเขา วันหนึ่งเขาจะเป็นอันตรายกับเรา
โจผี : อ้าวงั้นข้าควรทำอย่างไร ?
โจโฉ : เราต้องส่งเสริมขุนนาง " กังฉิน " ไม่ใช่ " ตงฉิน " ให้อำนาจ "กังฉิน" ดูแลบ้านเมือง
โจผี : เลี้ยงเขาให้ดี ..ให้เงินทองใช้ ?
โจโฉ : ผิดแล้ว..จงอย่าเลี้ยงให้มัน " อิ่ม " เสืออิ่มจะไม่กัด ..ให้เงินเดือนมันน้อยๆ กังฉินกินไม่พอมันก็จะเอาอำนาจที่เราให้มัน ไปหาประโยชน์กับประชาชน
เมื่อกังฉินใช้อำนาจเราหากิน มันก็จะปกป้องเรา..เราจะปลอดภัย
เท่านั้นยังไม่พอ กังฉินจะมีความผิด เป็นชนักติดหลัง
กังฉินคนไหนทรยศ เราก็ใช้ข้อหาที่มันฉ้อราษฎร์บังหลวงเล่นงานมัน
โจผี : แต่ทำอย่างนั้น ไปนานๆ ประชาชนที่เดือดร้อนมากขึ้นๆ จะไม่ลุกมาโค่นล้มเราหรือ ??
โจโฉ : อย่ากลัวไปเลย..การเลี้ยงกังฉิน มีวิธีการ
1 จงอย่าเลี้ยงให้อิ่ม และ
2 จงอย่าเลี้ยงให้มันสามัคคี..
โจผี : อย่าเลี้ยงให้สามัคคี ทำอย่างไร ?
โจโฉ : จงให้อำนาจแก่คนที่ไม่สมควรจะได้..
โจผี : ทำแบบนั้น จะได้อะไร ?
โจโฉ : ได้กังฉิน ไว้ปราบกังฉิน ..เมื่อกังฉินที่ปกครองเมืองใด ทำประชาชนเดือดร้อนมากๆ มีท่าทีจะก่อความวุ่นวายลุกลามมาถึงเรา เราก็ให้อำนาจสั่งการให้แก่กังฉินอีกเมือง มาโค่นมัน ...
เมื่อโค่นสำเร็จ...ประชาชนก็จะแซ่ซร้อง สรรเสริญเรา..รักเรา ด้วยแรงนิยม ที่ให้คนมาขับไล่กังฉินเก่านี้เอง
กับกังฉินใหม่นั้น จะช่วยเราปกครองอย่างสงบ เข้าที่เข้าทางต่อไปได้อีกหลายปี...
และเมื่อถึงเวลา..เราก็ทำแบบเดิมอีกไปเรื่อยๆ วิธีนี้เราก็จะอยู่ได้ตลอดไป
......เข้าใจหรือยัง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

364 Nameless Fanboi Posted ID:KnHrwGjLX4

ไฟไหม้เซนทรัลเวิร์ลในปีนี้หวังว่าจะเตือนสติคนไทยว่าครั้งหนึ่งเคยมีพวกเผาบ้านเผาเมืองทำไฟไหม้ห้างแบบนี้มาแล้ว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

365 Nameless Fanboi Posted ID:8drWeZgIbR

ห้างดัง...ดังทุกอย่างยกเว้นสัญญาณเตือนภัย...
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

366 Nameless Fanboi Posted ID:I6NcB3eGr0

>>365 เพราะไฟไม่ได้ไหม้ห้างไง

เหตุเพลิงไหม้ที่แยกราชประสงค์ เป็นห้องเก็บเอกสารที่ชั้น 8 ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างมันจะไม่มีเสียงเตือน เพราะมันคนละที่กันแต่เขาต้องอพยพคนออกเพราะมันติดกันซึ่ง เค้ากลัวว่าไฟมันสามารถลุกลามไปได้ รวมไปถึงควันไฟ เราต้องแยกประเด็นให้ออกว่าเพราะเหตุใดห้างถึงไม่มีเสียงเตือนว่าไฟไหม้ห้าง เพราะห้างมันไม่ได้ไหม้ สัญญาณ จับความร้อนหรือควัน ถ้ามันเกิดไหม้ในห้าง มันถึงจะดังขึ้นอัตโนมัติในจุดที่เกิดเหตุ #แต่ถ้าเกิดจะบอกว่าทำไมห้างไม่กดอ๊อดเพื่อให้คนอพยพมันก็จะไม่ตรงกับประเด็น เพราะว่านักดับเพลิงหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ต้องขึ้นมาจุดที่เกิดเหตุว่าเสียง ออดดังขึ้นตรงจุดไหน ไฟไหม้จุดไหนของห้าง ฉะนั้นมันจะเกิดเหตุการณ์สับสนได้ ว่าตกลงไฟมันจะไหม้ที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เพราะ ออด alarm ดัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็อาจจะพุ่งเป้าหมายไปผิดว่าไฟไหม้ทั้งห้างเซ็นทรัลเวิลด์และโรงแรมเซ็นทาราก็ได้ทั้งสองอย่างฉะนั้นต้องเข้าใจประเด็นตรงนี้ว่าห้างไม่สามารถที่จะกดเสียงกริ้งได้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

367 Nameless Fanboi Posted ID:kWhecXk2KK

พวกขยะเสื้อแดงพอไม่ได้รับแต่งตั้งก็เล่นใหญ่ไงสัส

368 Nameless Fanboi Posted ID:JtjtRLtRyA

>>366 แต่มันดังบางชั้นนะเมิง
แปลว่าสัญญานไม่ได้มาตราฐาน?

369 Nameless Fanboi Posted ID:wpqVaB3HLo

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง.....

วันที่กลุ่มไลน์ครอบครัวของผมแชร์ข่าวธนาธร ว่าอยู่องค์กรเคแมน พายเรือข้ามทะเลไปจนได้รับตราตัวต่อพันปี ทำงานใต้เครือข่ายของยูริ มีจอร์จ โซรอสทำงานวิจัยให้กับนาซีที่ญี่ปุ่น รับเงินทักษิณที่สนับสนุนอิลลูมินาติ มีลุงโทคุดะเป็นฝ่ายวิทยาศาสตร์ที่วิจัยคลื่นล้างสมอง ทั้งหมดทั้งปวงเพื่อล้างสมองคนไทย.....

ผมว่าเราควรหยุดปั่นข่าวปลอมพวกนี้ซักทีนะ คือต้องยอมรับด้วยว่าบางคนเค้าอ่านแล้วแยกแยะไม่ออกว่าเรื่องจริงเรื่องปลอม จนเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงแล้วเริ่มส่งผลกระทบกับชีวิตจริงแล้วเหมือนกัน คนทำอาจจะสนุก สะใจที่ได้ดักสลิ่ม ดักใครก็แล้วแต่ แต่เลิกเหอะ เหนื่อยจะเคลียร์

คอมเม้นต์สุภาพนิดนึงนะครับ เพื่อรักษาบรรยากาศในการสนทนา

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

370 Nameless Fanboi Posted ID:oPWClu/onQ

รังสิมันต์​ โรม​ ยืนยันกับผมวันนี้ว่าธนาธรไม่เคยช่วยหนีคดี​ วันนั้นเขา&พวกไปโรงพักปทุมวัน​เพื่อแจ้งความว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายตอนประท้วงเผด็จการ​ทหาร​ & ขากลับรถธนาธรผ่านเลยติดไป​ แถมบอกว่าตอนนั้นคิดว่า​ธนาธรขายประกันเพราะสับสนไทยซัมมิทกับไทยสมุทร

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

371 Nameless Fanboi Posted ID:Qa8bu66JF1

>>370 จริงหรือมุกวะ

372 Nameless Fanboi Posted ID:oPWClu/onQ

เจ้าของโรงแรมที่ไฟไหม้ ควรรื้อศาลพระภูมิออกได้แล้วอะครับ ถวายของทุกวันดูแลยังไงให้ไฟไหม้อะครับ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

373 Nameless Fanboi Posted ID:ZLLQjeoo1k

สายข่าว ทบ. แจ้งมา เมื่อวาน บก.ทบ. มีการจัดอบรม และแจกซิมการ์ด ทรูมูฟฯ สำหรับ ลงทะเบียน และสร้าง ไอดี อวตาร เพื่อใช้ในการต่อต้านทางการข่าว

โดยจะมีกลุ่มงาน กำหนดเป้าหมาย เป็นเพจ หรือบุคคล ที่ต้องการจะทำลายความน่าเชื่อถือ โดย คนที่ไปเม้นท์ แล้วจะต้อง แคปหน้าจอ และสส่งงานทางไลน์

สายข่าว กู ฝากมาว่า เอางานปัญญาอ่อน มาให้มันทำ เอาเวลา ไปชี้แจง และพัฒนาอย่างอื่นดีกว่าไหม แล้ว งบประมาณ ที่ใช้ เอามาจากไหน

เหี้ยจริง ๆ น้องมันด่าพวกมึงอ่ะ 5555
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

374 Nameless Fanboi Posted ID:Xoqh77qOfN

ป้อม หนุ่มตี๋ ร่างบางที่เพิ่งสอบเข้าเตรียมทหารได้ ถูกซ่อมจากกลุ่มรุ่นพี่ แต่ได้ ตู่ หนุ่ม ตจว นิสัยเก้วกาด ปากเสีย คอยช่วยไว้ ทั้งสองสัญญาจะคอยปกป้องกันตลอดไป วันที่ต้องแยกเหล่า ตู่ให้นาฬิกาเก่าๆแทนใจไว้ บอกว่าได้ดีเมื่อไหร่ เราจะซื้อเรือนแพงๆให้เธอนะ

พอไหวไหม55 #นิยายวาย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

375 Nameless Fanboi Posted ID:BUfl7hR86k

>>374 แต่งได้กากเดนไอสัส ป้อมกับตู่ห่างกันเกือบหกรุ่นเลยมันจะมาเจอกันนี่ตลกแดกอีเหี้ย กะหรี่ฟุมโนหว่ะ

376 Nameless Fanboi Posted ID:JlFwjmY4yG

>>375 you must be fun at parties...

377 Nameless Fanboi Posted ID:6HrzjnUCze

>>374 ผิดตั้งแต่ร่างบางแล้ว...

378 Nameless Fanboi Posted ID:ie1CmX3zDN

>>377 เอาร่างดั้้งเดิมพลุ้ยๆมาเขียนฟุก็ไม่ซื้อสิครับ

379 Nameless Fanboi Posted ID:0McE165LKA

เมื่อวันก่อนอัพข่าวเรื่องพ่อมีข่มขืนลูกสาวแท้ๆวัย 19 ปี แต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด
วันนี้เจอข่าวที่ลงรายละเอียดของสาเหตุการตัดสิน เลยเอามาแปลให้ฟังนะคะ

ฝ่ายสอบสวนบอกว่าลูกสาวถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่อยู่ม.2 แต่คุณพ่อเป็นผู้รับผิดชอบค่าเล่าเรียน ลูกสาวจึงตกอยู่ในภาวะที่ขัดขืนไม่ได้

ทางทนายฝ่ายพ่อแก้ต่างว่าจริงๆ สามารถขัดขืนได้ แต่ลูกสาวยินยอม

เกี่ยวกับเรื่องของความยินยอมในการมีเพศสัมพันธ์นั้นศาลตัดสินว่าลูกสาวอยู่ในภาวะที่ถูกพรากความมุ่งมั่นในการขัดขืนไป และเห็นด้วยว่าลูกสาวไม่ได้ยินยอม

แต่เรื่องที่ลูกสาวอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจขัดขืนหรือปฏิเสธได้นั้น
ศาลชี้ว่าการที่ลูกสาวถูกใช้กำลังตอนปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ครั้งก่อนหน้านั้นไม่ใช่เป็นเพราะความรู้สึกหวาดกลัว และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากลัวการถูกใช้กำลังเลยไม่ขัดขืน

อีกทั้งลูกสาวได้เคยมีการปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงเคยหลบหนีโดยได้รับความร่วมมือจากน้องชายมาก่อน

จึงพูดได้ยากว่าต้องยอมคุณพ่อเพราะอยู่ในสถานะผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้การปกครอง

ดังนั้นไม่สามารถฟันธงได้ว่าตัวลูกสาวอยู่ในสถาการณ์ที่ขัดขืนไม่ได้

ศาลจึงตัดสินให้คุณพ่อไม่มีความผิด

ประเด็นหนึ่งของเคสนี้คืออายุของลูก ในตอนที่คุณพ่อถูกฟ้อง ลูกสาว อายุ 19 ปี (บรรลุนิติภาวะแล้ว)
ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ถือว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ปกครอง หากโดนล่วงละเมิดทางเพศ แม้ไม่มีการใช้ความรุนแรงหรือขู่บังคับพ่อก็ผิด

ผู้เชี่ยวชาญเสริมอีกว่ากฏหมายของญี่ปุ่นหากเป็นเพียงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ยินยอมจะยังไม่เข้าข่ายว่ามีความผิด

กรณีที่เอาผิดได้คือต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่มีการใช้กำลังบังคับหรืออีกฝ่ายตกอยู่ในภาวะที่ไม่อาจจะขัดขืนหรือต่อต้านได้

ที่มา https://headlines.yahoo.co.jp/videonews/ann?a=20190408-00000031-ann-soci

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

380 Nameless Fanboi Posted ID:qhDXWkHh5N

ป้า: เรียนเป็นไงบ้างลูก เกรดดีไหม
เด็กมธ: เราไม่ควรส่งเสริมการให้ค่าเกรดในระบบการศึกษาอันเป็นตัวชี้วัดตามมายาคติจนเกินไป แท้จริงแล้วตัววัดผลของนักศึกษาหนึ่งๆ เป็นภาพลวงตาที่ทำให้เราออกห่างจากความจริงที่ว่า ภาพการณ์ระบบการศึกษาแท้จริิงแล้วเป็นเช่นไร

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

381 Nameless Fanboi Posted ID:wZQSSgcSAa

>>380 แต่ต้องใช้มิตรสหายมธ.เพราะเป็นม.เกรดดีนะครับ ลองม.ห้องแถวพูดคำนี้คนคงมองว่าปล่อยเกรดมากกว่า

382 Nameless Fanboi Posted ID:bOcGNHSO.O

>>379 เพลงมา

https://www.youtube.com/watch?v=ye5BuYf8q4o&ab_channel=ShawnxXxMichaels

383 Nameless Fanboi Posted ID:Lg+.gW21ki

โรคมะเร็งเป็นโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่องยาวนาน ค่ารักษาเป็นล้านๆ และเป็นแล้วก็อาจจะกลับมาเป็นซ้ำอีกได้เราจึงอยากให้คุณทราบเงื่อนไขก่อนทำประกัน เพราะ อลิอันซ์ อยุธยา เป็นบริษัทประกันชีวิตที่กล้าบอกเงื่อนไข
*เสียชีวิตจ่ายน้อย...แต่จัดเต็มเรื่องค่ารักษาวงเงินสูงสุด 9 ล้านบาท เรานำเงินมาทุ่มให้กับค่ารักษาพยาบาลตามจริง ไม่ว่าจะเป็น ค่าผ่าตัด ค่าคีโม ค่าฉายแสง (คุ้มครองแบบครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย / การรักษา / ติดตามผล สำหรับมะเร็งทุกระยะ)
*จำกัดค่าห้อง...แต่เราคุ้มครองมะเร็งทุกระยะ จัดเต็มค่ารักษา เพราะเราเชื่อว่า มะเร็ง ≠ ตาย (มะเร็งไม่เท่ากับตาย) เราจึงอยากให้คุณนำเงินส่วนใหญ่ไปใช้กับการรักษาพยาบาล และเราก็คุ้มครองมะเร็งทุกระยะตั้งแต่วันแรกที่ตรวจพบจนถึงวันสุดท้ายที่คุณรักษา
*ถ้าเคยเป็นมะเร็งมาก่อนทำ ประกันมะเร็งหายห่วง ไม่ได้ แต่ถ้ายังไม่เคยเป็นมะเร็งเราคุ้มครองต่อเนื่องจนถึงอายุ 85 และไม่ว่าจะกี่ครั้งหลังทำประกันเราก็คุ้มครองต่อเนื่องจนกว่าวงเงินจะหมด
รายละเอียดการรับประกันภัย
รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 16 – 60 ปี ต่ออายุได้ถึงอายุ 84 ปี คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี
ซื้อได้ 1 สัญญาต่อผู้เอาประกันภัยเท่านั้น

384 Nameless Fanboi Posted ID:5XNJ3jAywq

>>381 https://i.imgur.com/wSdF0MP.png

385 Nameless Fanboi Posted ID:Lg+.gW21ki

เกาหลีดูรวยเพราะมีแต่ทุนผูกขาด (แชโบล) คอยปั๊มตัวเลข gdp ปชช ก็ทํางานงกๆ หนักกว่าญี่ปุ่นอีก

386 Nameless Fanboi Posted ID:QBXQLHlw/.

"เอาจริงๆนี่เกลียดมนุษย์แฟนคลับมิ่งขวัญมากกว่าแฟนคลับพลังประชารัฐหรือประชาธิปัตย์อีก พวกคนโง่ที่คิดว่าตัวเองฉลาดนี่น่ารำคาญกว่าพวกคัลท์ๆไปเลยเยอะ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

387 Nameless Fanboi Posted ID:+GkKVXwRKo

ปรากฏการณ์"ทุบชามโจ๊ก".ครั้งนี้ถึงกับทำให้ประวิตร"ลุกไม่ขึ้น"เลยทีเดียว..
การปิดบ้าน."งดการเช๊คกำลัง"...ผ่านการรดน้ำในช่วงสงกรานต์จึงมีนัยยะสำคัญยิ่งทางการเมือง

เมื่อฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางชามข้าวของ..คสช.จนแตกกระเจิง..
"ข้าวหม้อใหญ่"ถูกเก็บไว้ในบัญชีที่ธนาคารในสิงค์โปร์มากกว่า 70000 ล้านบาทไทย..ถูกค้นพบด้วย"ตำรวจสอบสวนกลาง"อันเป็นหน่วยที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อ คสช.
...ประยุทธรีบกางปีกปกป้อง"ผู้ดูแลหม้อข้าว"ด้วยการใช้ม.44 เก็บเข้าไปหลบอยู่ในทำเนียบ
ก่อนที่จะถูก "ฟ้าดูดเข้าไปอยู่ในยานแม่"...
..."วัดพลังกันอย่างเปิดเผยระหว่างฟ้าและผู้กุมอำนาจ ม.44"
..
ไม่มีตำรวจใหญ่คนไหนกล้าแถลงผลการสอบสวนในกรณีนี้...มีเพียงเนติบริกรที่ออกมาคุ้มกันภัยในเบื้องต้นให้ว่า...
..."โจ๊กไม่ได้ถูกดำเนินคดีสักข้อหา"..
พร้อมได้ทำงานที่ใหม่ที่ไม่ใช่.สตม.อีกต่อไป
....แล้วโจ๊กก็จะเงียบหายไป....
.....แล้วทุกคนก็จะ....."ปิดปาก"....

...สัญญานงัดข้อถูกส่งออกมาจากการการันตีความ"ไม่โกง"จากขุนศึกใหญ่ผู้นั่งบนรถเข็น...
...แต่ประวิตร...ก็ยังคงหนาวๆร้อนๆ.
เมื่อกระเป๋าเงินถูกค้นพบว่ามีเงินเท่าไหร่...ต่อไปก็คงต้องตอบคำถามล่ะครับว่า...เอามาจากไหนตั้งกว่าสามพันล้านเหรียญสิงค์โปร์...
....เมื่อคำถามว่าเอามาจากไหน...???ยังไม่เคลีย...ก็จะต้องเจออีกคำถามที่หนักหน่วงคือ...จะเอาไปทำอะไร????
....หนักครับ!!!!!
..
..นายทุน..ผู้อาจจะเป็นเจ้าของเงินตัวจริงเริ่มกระโดดหนี...คงไม่คุ้มกับการลงทุนทางการเมืองกับคณะ คสช.ที่นับวันยิ่งสาละวันเตี้ยลง...
...พปชร.คนที่มีหน้าที่"ใช้เงิน"เพียงอย่างเดียว...ก็สร้างผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง..แถมยังมีแนวโน้มว่าคงจะ"ขอเพิ่ม"อีกในไม่ช้านี้แน่นอน...
...บรรดาว่าที่ ส.ว.ที่อยู่ในอุ้งมือประวิตรก็ลังเล...ตามทันเกม...
#เห้ย!!!#กรุมาทำอะไรตรงนี้วะ!!!???..
...เปลี่ยนใจเดินทางอีกสายแบบงูเห่าจะทันไหม???
...ร้อยทั้งร้อย....ต่างอ่านเกมขาด!!!!
..ประยุทธและประวิตรจะยังมั่นใจอยู่ไหมนะ...ว่า 250 ส.ว.ในมือ...มันจะไม่"ฉก"แขนตัวเอง???
...
...เมื่อ"งูเห่า"เหล่านั้นเลือกที่จะ
"ถูกหวยรางวัลใหญ่แค่ครั้งเดียวในชีวิต"
...
...
....กล้างัดมั้ย????...

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

388 Nameless Fanboi Posted ID:Simvntsgsn

ภาพไว้อาลัยมหาวิหารนอเทรอดาม จากเพจดิสนี่ย์

ปล.แต่โดยส่วนตัวแล้ว ฉันก็คิดอยู่เสมอว่า ดิสนี่ย์พลาดที่เอานิยายเรื่องนี้มาทำเป็นอนิเมชั่น เพราะเนื้อหามันดาร์คเกินไป ฉันสัมผัสได้ถึงการแก้ไขบทซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้เป็นการ์ตูนที่เด็กดูได้ แต่ถึงยังไงมันก็ดาร์คเหี้ยๆอยู่ดี (เอาเป็นว่า หนังคนค่อมเวอร์ชั่นคนแสดงจริง แทบทุกเรื่องล้วนจัดอยู่ในหมวด "หนังเขย่าขวัญ" อ่ะมึง)
ตัวร้ายเป็นฝ่ายผู้นำศาสนา แต่ใช้ศาสนาเข่นฆ่าผู้คน ไม่เว้นแม้แต่เด็กและสตรี แค่ฉากเปิดเรื่องนี่ก็เหี้ย แล้ว มีหลายฉากที่พยายามเลี่ยงๆโดยการให้ตัวร้ายฆ่าคนไม่สำเร็จ แต่คนดูก็รู้ได้ว่า อีตานี่คงฆ่าสำเร็จมาหลายร้อยศพแล้ว แม้แต่อ้างศาสนาเพื่อเย็ดนางเอกอ่ะ
และในตอนท้าย ดิสนี่ย์ก็ไม่กล้าพอ ที่จะให้นางเอกรักกับคนค่อม เพราะยังยึดติดกับคติ "ความงามที่ภายนอก" ซึ่งเจ้าคนค่อมนี่ก็ดันแปลงร่างเป็นชายรูปงาม แบบเจ้าชายอสูรไม่ได้ ดิสนี่ย์จึงต้องสร้างตัวละครชายรูปหล่อมาอีกคน แล้วให้คนค่อมเสียสละให้นางเอกได้กับคนนี้ ก็เลยยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่า ดิสนี่ย์จะเอานิยายเรื่องนี้มาทำการ์ตูนทำไมวะ
สุดท้ายก็นั่นแหละ เป็นหนังการ์ตูนที่เหมือนอยู่นอกจักรวาลดิสนี่ย์ ดาร์คเสียจนเวลาดิสนี่ย์จัดอีเว้นรวมตัวการ์ตูนทีไร ก็จะเลี่ยงเอาตัวละครจากเรื่องนี้มาร่วมอีเว้นทุกที

389 Nameless Fanboi Posted ID:/di6pIQUiC

ในขณะที่คนทั่วโลก คริสตชนทุกนิกาย ทั้งคาทอลิก ออร์โธด็อกซ์ โปรเตสแตนต์และอื่นๆ ต่างเศร้าเสียใจกับเหตุเพลิงไหม้ที่มหาวิหารนอเทรอดาม กรุงปารีสนั้น

นอกจากกลุ่มผู้ไม่นับถือศาสนาบางท่านแล้ว ผมทราบมาว่าขณะนี้ มีชาวออร์โธด็อกซ์หัวรุนแรง "บางคน" ในต่างประเทศ แห่กันแสดงความเห็นเชิง "ยินดี" ต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

เพราะไฟได้ไหม้วิหารของนิกายคาทอลิก ที่พวกเขาถือว่าไม่ได้เป็นคริสเตียนแท้จริง นอกรีต บางคนบอกมันเป็นที่บูชาซาตาน (ทำนองว่าจะแคร์ทำไม) บางคนนอกจากไม่เสียใจแล้ว ยังบอกจะเผาทั้งเมืองเลยทีเดียว

โพสต์หรือคอมเมนต์ลักษณะนี้มีให้เห็นโดยทั่วไป ออร์โธด็อกซ์ดีๆหลายคนก็เข้าไปเตือน แต่คนเหล่านั้นก็ไม่สนใจ ยังคงสนุกปากกันต่อไป

ในฐานะที่ผมอยู่ศาสนจักรตะวันออก ถือว่าสะเทือนจิตใจผมเต็มๆ น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่มีผู้แสดงความเห็นอย่างนี้ ไฟไหม้มหาวิหารว่าเศร้าแล้ว พอมาเจออะไรแบบนี้ยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม

ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนพวกนี้ไม่คิดบ้างหรือ ว่าสถานที่ที่พวกเขายินดีนักหนาตอนไฟไหม้ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากเพียงใด สำคัญต่อฝรั่งเศสแค่ไหน หากคุณไม่เห็นค่าชาวคาทอลิกแล้ว อย่างน้อยก็เห็นคุณค่าของมหาวิหารหลังนี้บ้างก็ดี

หรือแค่เป็นห่วงพระธาตุบางชิ้นที่ได้มาจากไบแซนไทน์ก็ดี อย่างพระธาตุมงกุฎหนามของพระเยซู ซึ่งถูกนำจากคอนสแตนติโนเปิล มาประดิษฐานที่วิหารช่วงคริสตศตวรรษที่ 13 ถ้าคุณยินดีที่วิหารถูกเผา นั่นแปลว่า สมมติไฟลุกลามทั่วทั้งวิหาร แสดงว่าคุณยินดีที่พระธาตุชิ้นดังกล่าว ต้องมอดไหม้ไปด้วยใช่หรือไม่?

ผมขอร่วมประณามชาวออร์โธด็อกซ์กลุ่มนี้ และคริสตชนทุกคนไม่ว่าจะนิกายไหน ที่ร่วมยินดีกับเหตุการณ์น่าสลดครั้งนี้ ด้วยเหตุผลแบบเดียวกัน ซึ่งหวังอย่างยิ่งว่าจะไม่มีกรณีเช่นว่าเกิดขึ้นในไทย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

390 Nameless Fanboi Posted ID:rBBaj60Nlm

“มิตร:
มัวแต่กลัวปีศาจธนาธร ล่าสุดซีพีได้ไปต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้วนะ ไม่ต้องประมงประมูลอะไรทั้งนั้น หลังสงกรานต์เขาจะคุยกันต่อ รฟท.บอกว่ายกข้อเสนอนอก TOR ออกแล้ว แต่เราไม่ค่อยวางใจ ลองอ่านเงื่อนไขนอกทีโออาร์ที่ซีพียื่นข้อเสนอดู

1.ขอขยายโครงการจากเดิม 50 ปี เป็น 99 ปี

2.ขอให้รัฐอุดหนุนเงินโครงการตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินการ รวมไปถึงการการันตีผลตอบแทน IRR ร้อยละ 6.75 ต่อปี

3.รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนในปีที่ 1-6 จากเดิมที่ต้องจ่ายในวันที่เปิดดำเนินการ

4.สามารถลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ลงมาเหลือร้อยละ 5 ได้ในอนาคต เนื่องจากบริษัทอาจนำโครงการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

5.ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนเพดานเงินกู้เครือ ซี.พี. เนื่องจากปัจจุบันติดเพดานเงินกู้ หรือ Single Lending Limit ตามเกณฑ์ของธปท. อยู่

6.ขอให้รัฐบาลค้ำประกัน รฟท. หากมีปัญหาในภายหลัง

7.ผ่อนชำระโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ 11 ปี ด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 3 จากเดิมต้องจ่ายทันที ถ้าหากรัฐบาลโอนโครงการให้

8.รัฐบาลต้องสนับสนุนจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ระดับร้อยละ 4 ให้กับโครงการ

9. ขอชำระเงินค่าเช่าที่ดินมักกะสันและศรีราชา เมื่อวันที่ถึงจุดที่มีผลตอบแทน

10.ถ้าหากโครงการสนามบินอู่ตะเภาล่าช้า รัฐบาลต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายด้วย

11.ห้าม รฟท. ทำธุรกิจหรือเดินรถแข่งขันกับเอกชน

ข้อ 12 ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

เนี่ย ดูความเห็นแก่ได้ของคนรวย แทบจะประเคนทุกอย่างให้อยู่แล้ว!

ส่วนคนจนก็หาอยู่หากินไป สู้รบกับทุนใหญ่ไป ไหนจะต้องคอยดูว่ารัฐบาลจะอุ้มจะเอื้อทุนนายทุนหรือเปล่า ไหนจะต้องตามหาเสียงที่เรากาเลือกผู้แทนมันหายไปไหน ตกลงทำงานหาเงินให้โจรแถมยังต้องมาสู้รบกับพวกโจรอีก #ประเทศกูมี”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

391 Nameless Fanboi Posted ID:9hnrQ1UuP+

>>390 มั่วชิบหายเลยมันประมูลแข่งกับ BTS ชนะต่ำกว่าราคากลางร่วมหมื่นล้าน ไอ้ 12 ข้อก็เจอรัฐบาลใช้ไม้แข็งตีตกไปหมดแล้ว ตอนนี้เซ็นต์สัญญาเรียบร้อย ไม่มีที่พูดมาเลย

392 Nameless Fanboi Posted ID:cIa8u+N+dF

>>390 จริงๆ ถ้ามีสมองก็น่าจะคิดได้นะ ต่อให้ไม่มีก็น่าจะเปิดเน็ตหาข้อมูลเป็น มิตรสหายฯ แม่งโพสวันที่ 14 เอาข่าววันที่ 4 มาลง ของ Voice อีก เชื่อเลย

393 Nameless Fanboi Posted ID:Mx6D0HSsD5

คนที่สงสัยว่าจะเลือกตั้ง ทำฆวยอะไร ถ้าเลือกแล้วก็ล็อคให้ตัวเองได้เป็นอยู่ดี
___
คือพวกมึงต้องสำเหนียกหน่อยนะครับ ว่าเค้าไม่ได้จัดการเลือกตั้งมาเพราะพวกมึง
เขาเลือกตั้งเพราะ ถ้าเป็นนายกจากการเลือกตั้ง จะคุยกับต่างชาติได้ ทุกประเทศ
จะกู้เงิน จะดูดหำเมกา จะเข้าไปคุยกับผู้นำแถบ ยุโรป
มันก็ง่าย เพราะกูเป็นนายกที่มาจากการเลือกตั้งที่โครตสะอาด
-----
การที่พวกมึงคิดว่า เขาจัดการเลือกตั้งเพราะเห็นหัวประชาชน
มันเหมือนมึงคิดว่า
เบจิต้า มันช่วยโลกเพราะมันรักและอยากปกป้องมนุษย์โลก ปานจะแหกดากดมนั่นเเล

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

394 Nameless Fanboi Posted ID:wLdqsB4aKK

The last time Saturn stationed retrograde in the 21st degree (20°) of Capricorn was in 1666, the year of the Great Fire of London.

Saturn is now in the same degree and will station retrograde there on April 29th, 2019.

And, tragically, we have a fire at Notre Dame.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

Hi. Actual astronomer here. Three things:

1) Saturn isn't in Capricorn now or on April 29, it's in Sagittarius.
2) The last time Saturn was station retrograde in Capricorn was 1992 (not 1666)
3) Astrology doesn't work. Stop trying to pollute this horrible tragedy with nonsense.

#มิตรสหายนักบินอวกาศท่านหนึ่ง

395 Nameless Fanboi Posted ID:iK97mz5Bh4

Daily reminder that the correct response to people accusing someone of being a racist or a nazi isn't:

"But is he really?"

it's actually:

"so what?"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

396 Nameless Fanboi Posted ID:ZUj9LV4CsC

จากบทเรียนการผลักดันกัญชามาเป็นยารักษาโรค เราน่าจะผลักดันยาหมอแสงให้เป็นยาเสพติดก่อนแล้วก็ผลักดันให้กลับมาเป็นยารักษาโรคอีกทีก็น่าจะได้รับการยอมรับในสังคมอ่ะครับ

397 Nameless Fanboi Posted ID:SgtO4/HvYw

การแต่งเพลงอิงวรรณคดีแต่ไม่รู้เนื้อเรื่องนี่เป็นเทรนด์ฮิตของไทยสมัยใหม่หรือยังไงครับ

ช้ำคือเรา - แรพล่าสุดจาก The Rapper
youtube.com/watch?v=TWM5BLZdayo
(วันทองสองใจไปอยู่กับขุนช้างเพราะรวยอยากสบาย แต่ยังแอบมีใจให้ขุนแผน)

ตัวร้ายที่รักเธอ
youtube.com/watch?v=a8qMHBp7WQ4
(ทศกัณฑ์ยอมทำทุกอย่างให้สีดาสนใจ - ยอมผลาญโคตรเลยทีเดียว)

พระรามอกหัก
youtube.com/watch?v=q0ahRBQOpRM
(อันนี้บิดสุด บิดจนไม่เหลือเค้าโครง)

ที่ดูจะตรงกับเนื้อเรื่องสุดคงจะเป็น

I'M SORRY (สีดา)
youtube.com/watch?v=CQbO1bDRTPA
ที่อิงความรู้สึกผิดของพระรามหลังสีดาเข้าไปอยู่ในป่า
(ซึ่งเอาจริงๆ แม่งก็ไม่ได้รู้สึกผิดหรอก)

ดูท่าทางการแต่งเพลงไทยจะอิงกับบริบทสังคมในวรรณคดีเป็นส่วนมาก เพลงเหล่านี้ทำหน้าที่สะท้อนทัศนคติของตัวละครในบริบทสังคมและยุคสมัยในเรื่อง แต่ไม่ได้ตีความหรือชักนำ (เพลงไม่ได้มองวรรณคดีจากบริบทสังคมปัจจุบัน)

หรือที่จริงแล้วคนแต่งอาจจะรู้เนื้อเรื่องดี และแต่งในบริบทสังคมปัจจุบัน แต่ทัศคติเขายังอยู่ในยุคอยุธยา-รัตนโกสินทร์ต้น อันนี้ก็ไม่ทราบได้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

398 Nameless Fanboi Posted ID:0MP0wunLrF

>>397 ตีความใหม่ไง คนแต่งบางเพลงมีบอกนะ แค่ว่าพวกหัวหยุดก้าวหน้าบางตัวอยากโชว์สลิ่ม วิจารณ์เพลงพวกนี้แบบเบียวๆก็ว่ากันไป

399 Nameless Fanboi Posted ID:imum620LdJ

>>398 รู้น้อยฟังไม่ได้ศัพท์มากกว่า

400 Nameless Fanboi Posted ID:tEvgOsL.PW

>>398 ถ้ามิตรสหายท่านนี้รู้ว่ามีคนด่ามันว่าความคิดสลิ่มแม่งอกแตกตายแน่ๆ 555

401 Nameless Fanboi Posted ID:1kYD3ggn+f

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามีกฎหมายประกาศในราชกิจจาจำนวนมาก
หนึ่งนั้นก็คือ #พระราชบัญญัติข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งให้อำนาจสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติล้วงข้อมูลส่วนบุคคลของเราได้
หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าเราไม่ทำผิด ก็ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร
ผมอยากแนะนำให้ไปลองหาหนังเก่าเรื่อง Enemy of the State (ชื่อไทยว่า “แผนทรชนล่าข้ามโลก”) มาดูนะครับ
จะเห็นเลยว่าการที่รัฐมีอำนาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของพลเรือนมากเกินไป แล้วนำไปใช้ในทางที่ผิด ย่อมส่งผลเสียหายแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ข้อสังเกตก็คือ รัฐบาลชุดนี้มาจากการยึดอำนาจ การออกกฎหมายที่กระทบถึงสิทธิของประชาชนก็ควรจะออกเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
แต่กลายเป็นว่าช่วงใกล้เลือกตั้ง สนช. มีการผ่านกฎหมายหลายสิบฉบับ โดยที่ไม่รู้ว่าท่าน สนช. ทั้งหลายเคยอ่านเนื้อหา หรือเข้าใจกฎหมายเหล่านั้นหรือไม่
เทียบกับสมัยก่อน พรบ. พวกนี้ก็คือ ประกาศคณะปฏิวัติ นั่นเอง .. แต่คณะรัฐประหารในประเทศไทยมีความเก่งกาจ
ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้มี สนช. ขึ้นมา ทำหน้าที่คล้ายสภาผู้แทนราษฎร แล้วเอากฎหมายที่รัฐบาลออกมาฟอกในสภา สนช. ที่ตัวเองเป็นคนเลือกเข้ามาทั้งหมด
สุดท้ายเวลาผ่านกฎหมายออกมา ก็เลยดูเนียนว่าเป็น พระราชบัญญัติ เหมือนกฎหมายที่ผ่านสภาทั้วไป
ทั้ง ๆ ที่สภาชุดนี้ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนแต่อย่างใด .. เราจะถือว่ากฎหมายพวกนี้ตัวแทนของประชาชนเป็นคนยกมือให้ผ่านออกมาได้อย่างไร

402 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

>>398 "ความจริงแล้วนางวันทอง ไม่ได้เป็นหญิงสองใจ"

เห็นการประชันเพลงรายการหนึ่ง ซึ่งเอาเนื้อหาจากในวรรณคดีมาเล่าเชิงตำหนิตัวนางวันทอง จากทั้งมุมของขุนช้างและขุนแผน โอเค เพลงทำได้ดีอยู่ฮะ

จะว่าไปอย่าว่าแต่เพลงนั้นเลย เพลงที่ผ่านๆ มาในไทย ก็ชอบเอาเรื่องของวันทองมาเป็นตัวอย่างผู้หญิงไม่ดี รักซ้อนสองใจอยู่บ่อยๆ แต่ความจริงมันเป็นงั้นจริงดิ?

คำตอบคือ "ไม่จริง" ถ้าว่ากันตามฉบับหอพระสมุดวชิรญาณนะ อย่าว่าแต่สองใจเลย เธอคือคนที่มีความรักมั่นคงน่าสรรเสริญไม่แพ้นางสีดาเลยมั้ง

ว่าแล้วก็ย้อนความไปสักนิด วันทองหรือชื่อเดิม พิมพิลาไลย เป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของพลายแก้ว (ต่อมาได้ยศเป็นขุนแผน) และขุนช้าง อยู่ที่สุพรรณบุรี

แต่ด้วยการลี้ภัยจากการโทษของพระพันวษา ทำให้พลายแก้วและแม่ต้องหนีไปอยู่บ้านเขาชนไก่ กาญจนบุรี กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ตอนบวชเณร แล้วกลับมาศึกษาต่อที่สุพรรณ

เมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งยามโตขึ้น และนางพิมผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนา ตั้งใจจะทำบุญที่วัด และเห็นว่าเณรมาใหม่นี่เหมือนอาจรู้จักกันมาก่อน จึงตักบาตรให้เยอะผิดปกติ ทำให้เณรแก้วเกิดความสนใจบางอย่าง

"...ฝ่ายว่านางพิมมีศรัทธา
กล้วยขนมส้มซ่าใส่ถาดใหญ่
หยิบขันข้าวบาตรเดินนาดไป
ใส่แต่หัวโต่งลงมาพลัน
ครั้นว่ามาถึงเจ้าเณรแก้ว
แลแล้วเรรวนนึกหวนหัน
เจ้าเณรนี้ทีเหมือนรู้จักกัน
นางก็ตักจังหันทัพพีโต
หมูผัดปลาแห้งทั้งแกงไก่
ไข่พอกซีกใหญ่ใส่อักโข
ไส้กรอกปลาแห้งแตงโม
แกงโถหนึ่งใส่ให้พอแรง
เณรแก้วก้มหน้าไม่ทันรู้
เห็นของมากเงยดูก็ตาแข็ง
ปะหน้าสีกาพิมยิ้มตะแคง
สีกานี้มิแกล้งข้าฤๅไร..."

สนใจขนาดมองแล้วรู้สึกว่าสวยบาดตากันเลยทีเดียว
"...เณรใจบึกๆ นึกเป็นครู่
เหมือนเคยเล่นกับกูกูจำได้
ชื่อว่าสีกาพิมพิลาไลย
สาวขึ้นสวยกะไรเพียงบาดตา..."

แต่ถึงจุดนี้ นางพิมก็ยังไม่ได้เล่นด้วยแต่อย่างใด

ส่วนขุนช้างระหว่างที่พลายแก้วไม่อยู่ ก็มีเมียชื่อแก่นแก้ว แต่ตายไปด้วยโรคบิดตั้งแต่มีบทได้แป๊บเดียว ขุนช้างก็พยายามจีบนางพิม ด้วยการโชว์ความรวย แต่เหมือนอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยนัก อย่างตอนไปฟังเทศน์มหาชาติกัน ก็พยายามใส่แหวนอวดรวย หวังให้นางพิมปลื้ม

"...ครั้งนี้จะแต่งไปให้ยิ่งยวด
จะไปอวดนางพิมให้ยิ้มอยู่
นิ้วก้อยใส่รังแตนแหวนงู
นิ้วชี้เชิดชูนั้นแหวนเพชร
นิ้วนางแหวนประดับทับทิม
เอ๊ะทีนี้นางพิมปิ้มสำเร็จ
แหวนเครื่องของบิดายอดห้าเม็ด
ชาวสุพรรณมันเข็ดว่ามั่งมี..."

สรุปแล้วในเนื้อเรื่องหลังพบกันครั้งแรก นางพิมก็ไม่ได้แสดงออกว่าชอบทั้งความหล่อของเณรแก้ว และความรวยของขุนช้าง จนอยากได้มาครองคู่ขนาดนั้น

403 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

จนกระทั่งเมื่อเณรแก้วได้ขึ้นไปเทศน์... ก็เริ่มเปิดด้วยลูกเล่นตุกติกก่อนทันที...

"...นั่งต่ำมากว่าสงฆ์สำรวมกาย
ชม้ายเห็นเจ้าพิมผู้นิ่มหน้า
พิมน้อยพอชม้อยไปปะตา
อายหน้าก้มนิ่งอยู่ในที
เณรพลายจึงร่ายละลวยซ้ำ
ประจำจิตรประสมเนตรวิเศษศรี
กำลังมนตร์ดลพิมให้ยินดี
ไม่ขาดที่จะแลล่อไปต่อตา
พอสบพักตร์เณรพยักให้ทันใด
ด้วยน้ำใจผูกพันกระสันหา..."

ใช่ครับ... เณรแก้วร่าย CHARM เป่ามนต์เสน่ห์ให้นางพิมให้กระสันหาตัวเองก่อน!

ก็มีเรื่องราวปลีกย่อยพอสมควร ที่เดี๋ยวไปเล่าคราวหน้า แต่ก็นำพาให้ทั้งคู่ได้เสียกันก่อน แล้วมาแต่งงาน

จนกระทั่งไปพลายแก้วต้องไปรบ นางพิมเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง แล้วก็โดนขุนช้างหลอกว่าพลายแก้วตาย และขอนางพิมที่เป็นหม้ายมาแต่งงานกับตัวเอง

นางวันทองไม่ได้รักขุนช้าง ไม่ยอมแต่ง แม้อีกฝ่ายจะรวย พยายามเถียงแม่ ไม่ยอมแต่ง ถ้าแม่อยากได้ก็ไปแต่งเองดิ ก็โดนแม่จับมัดแล้วเฆี่ยนตีให้ไปแต่งงานให้ได้

"...นางวันทองแค้นคั่งประดังร้อง
กระทุ้งห้องสนั่นหวั่นไหว
ชังนํ้าหน้าอ้ายหัวล้านขี้คร้านไป
แม่จะใคร่ได้เขาก็เอาเอง
ตะแก่ฟังลูกยาว่าประชด
มันเหลืออดถกเขมรขึ้นเต้นเหยง
ดูอีพิมว่าได้ช่างไม่เกรง
แกฉวยไม้ป่ายเป้งลงหลายที
นางวันทองร้องแซ่พ่อแม่เอ๋ย
ข้าไม่เคยพบเห็นเช่นนี้นี่
เขาไม่รักอ้ายล้านมาพาลตี
คนไม่อายอายผีบ้างเถิดรา
ยังส่งเสียงเถียงคำไม่ตกฟาก
แกฉวยเชือกกระชากมาจากฝา
มัดมือยื้อโยงขึ้นหลังคา
เอาไม้มาตีกลมระดมไป
จะเข้าหอฤๅไม่ให้เร่งว่า
มิบอกมาแล้วแม่หาแก้ไม่
นางวันทองร้องดิ้นจะสิ้นใจ
พี่สายทองไปไหนไม่เข้ามา..."

ถึงแบบนั้น วันทองก็ไม่ยอมเสียตัวให้ขุนช้างเลย จนกระทั่งขุนแผนกลับมา พร้อมกับนางลาวทองเมียใหม่ เธอก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แต่นางลาวทองดันยุให้ขุนแผนไม่เชื่อ จนวันทองจะไปตบลาวทอง แต่ขุนแผนก็มาปกป้องลาวทอง แถมด่าวันทองไปชุดใหญ่ แถมชักดาบจะมาตัดคอวันทอง ไม่ให้แตะลาวทองอีกต่างหาก

วันทองก็เข้าสู่สภาวะช็อก ไม่อยากแต่งกับขุนช้าง แต่ขุนแผนก็ไม่เอาตัวเองแล้ว ก็เกิดสภาวะซึ่มเศร้าจนจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว

404 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

"...แต่อายุเพียงนี้มีสองผัว
แสนชั่วแสนถ่อยทุกเส้นผม
มีแต่จะอับอายไม่วายตรม
ชีวิตสิ้นดินถมก็ชื่อฦๅ
ความเจ็บเท่าไรจะรู้หาย
ความอายเมื่อไรจะสิ้นชื่อ
ดังหมึกสักปักไว้ที่หลังมือ
ยังจะรื้อรักรูปไปไยมี
ตายเสียตายเถิดประเสริฐกว่า
คว้าได้เชือกลากมาจากที่
ยกมือกราบงามลงสามที
ชาตินี้น้องพลัดพ่อพลายแล้ว
กลัวอายจะตายไปคอยท่า
ชาติหน้าขอพบพ่อพลายแก้ว
อย่าให้อ้ายขุนช้างมาวี่แวว
ว่าแล้วแฝงม่านลุกขึ้นมา
เกาะเสาเท้าปีนขึ้นถึงขื่อ
สองมือผูกคอให้แน่นหนา..."

ยังดีที่สายทอง เมดพี่เลี้ยงของเธอมาช่วยเอาไว้ได้ และถูกแม่เธอมอบให้ขุนช้าง เธอโดนขุนช้างขืนใจ ในขณะที่กำลังพร่ำเพ้อหาพลายแก้ว และพยายามขัดขืน แต่ก็สู้ไม่ไหว

"...วางแม่ยายมาคว้าวันทอง
ฉุดเข้าในห้องอยู่งุ่นง่าน
กรักกรุกคุกเข่าเหมือนเต่าคลาน
กูจะขึ้นวิมานวันนี้แล้ว
วันทองร้องอึงอยู่ในห้อง
ขุนช้างข่มเหงน้องพ่อพลายแก้ว..."

หลังจากนั้นเธอก็ตกสู่สภาวะซึมเศร้า ข้าวปลาไม่กิน

"...อยู่แต่ในห้องได้สองวัน
โศกศัลย์พ่างเพียงจะเป็นบ้า
จำใจอยู่ด้วยขุนช้างมา
พอลับหลังโศกาถึงเจ้าพลาย
ไม่เป็นกินอยู่ทั้งปลาข้าว
ตื่นเช้าก็นอนไปจนสาย
ตรอมใจเพียงนางจะวางวาย
มือฟายน้ำตาอยู่ฟูมฟอง ฯ"

ถ้าเป็นสมัยนี้คงพาไปหาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้แล้ว แต่เสียดายสมัยนั้นไม่มี วันทองเลยต้องจำใจอยู่แบบนั้นไปนาน จนขุนแผนโดนขุนช้างใส่ความ และต้องพรากจากนางลาวทอง ก็เกิดสติระลึกถึงวันทองขึ้นมา และสำนึกที่ไม่ฟังนาง เลยไปลักพาตัวนางกลับมา หนีเข้าป่า

วันทองตอนนั้นก็เสียใจ ไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้หรอก แต่ก็เห็นใจความพยายามของขุนแผน เลยว่าจะร่วมหัวจมท้ายกับชายคนนี้แหละ

405 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

"...ร่ำพลางทางสะท้อนถอนใจใหญ่
ง่วงเหงาเศร้าใจอยู่กับที่
เอาความรักหักหวนอยู่รวนรี
ได้เสียทีทำกะไรไปตามเกิน
จะเคืองขุ่นขุนแผนก็ไม่ได้
เขารักใคร่จริงจังไม่ห่างเหิน
ไปจากกันนานช้าน่าจะเพลิน
หมางเมินลูกเมียเขาก็มี
สู้บากหน้ามาตามด้วยความรัก
ลอบลักเข้าป่าพากันหนี
ไม่กลัวความลามลุกคลุกคลี
เอาชีวีแลกน้องวันทองมา
จะทิ้งขว้างอย่างไรต้องไปด้วย
จะมอดม้วยก็ตามแต่วาสนา..."

สุดท้ายขุนแผนก็สู้คดีกับขุนช้างจนชนะความ สองผัวเมียกลับมาครองรักกัน เหมือนจะมีความสุข จนขุนแผนเกิดอยากได้นางลาวทองกลับมาเลยไปขอคืนจากพระพันวษา พระราชาเลยเคือง ได้คืบเอาศอก สั่งขังซะเลย

ระหว่างวันทองที่เริ่มท้องแก่ กลับไปเยี่ยมผัว ก็โดนขุนช้างใช้กลอุบาย ฉุดนางวันทองลงเรือไปหาขุนช้าง แล้วก็โดนขุนช้างข่มขืนอีก

นางคงมีชีวิตอยู่ด้วยความหวังอันริบหรี่ ว่าขุนแผนจะพ้นโทษออกมาช่วย พอคลอดพลายงามออกมา ขุนช้างเห็นเริ่มโตมาหน้าตาเหมือนขุนแผนวัยเด็ก ก็พยายามฆ่าพลายงาม แต่ก็รอดมาได้เพราะผีของขุนแผนช่วยไว้ จนวันทองตัดสินใจให้พลายงามหนีไปหาย่า ฝึกวิชาและเติบโตขึ้นมาเป็นคนเก่ง... อาจหวังลึกๆ ว่าถ้าผัวไม่พ้นโทษ ลูกคงกลับมาช่วยมั้ง

ปรากฏว่าพอพลายงามโต อาสาทำสงคราม เอาพ่อออกมาจากคุก รบชนะได้ดิบได้ดี สิ่งที่พลายงามทำก็คือมาช่วยแม่ แต่ดันมาสเต็ปเดียวกับพ่อ เข้าไปลักพาตัวแม่...

แต่วันทองไม่เต็มใจ อยากให้ลูกฟ้องร้องตามกฎหมาย คงเพราะเข็ดกับการโดนฉุดแล้ว

"...เจ้าเป็นถึงหัวหมื่นมหาดเล็ก
มิใช่เด็กดอกจงฟังคำแม่ว่า
จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา
ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์
พระองค์คงจะโปรดประทานให้
จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน
อันจะมาลักพาไม่ว่ากัน
เช่นนั้นใจแม่มิเต็มใจ ฯ"

แต่พลายงามดันบ้า จะเอาแม่ไปให้ได้อย่างเดียว ขนาดที่ว่าให้ฆ่าเอาศพแม่กลับไปก็ยอม

"...จึงว่าอนิจจาลูกมารับ
แม่ยังกลับทัดทานเป็นหนักหนา
เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา
อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป
เสียแรงเป็นลูกผู้ชายไม่อายเพื่อน
จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้
แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ
จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที
จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป
ทิ้งแต่ตัวไว้ให้อยู่นี่
แม่อย่าเจรจาให้ช้าที
จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป ฯ"

สุดท้ายวันทองก็โดนลูกฉุดกลับบ้านไป ทำเอาขุนช้างเคืองมาก ไปถวายฎีกาให้กับพระพันวษา ด้วยการว่ายน้ำปีนเรือพระที่นั่ง

"..จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช
เสด็จคืนนิเวศน์พอจวบค่ำ
ฝีพายรายเล่มมาเต็มลำ
เรือประจำแหนแห่เซ็งแซ่มา
พอเรือพระที่นั่งประทับที่
ขุนช้างก็รี่ลงตีนท่า
ลอยคอชูหนังสือดื้อเข้ามา
ผุดโผล่โงหน้ายึดแคมเรือ..."

แน่นอนว่าพระพันวษาไม่พอใจและหงุดหงิดมาก ยิ่งมารู้ว่าฎีกาที่ว่าคือเรื่องแย่งผู้หญิงก็ยิ่งหงุดหงิด คงอยากจะให้มันจบๆ ไปสักที

พอพระพันวษาไต่สวนแล้วก็ด่าทั้งขุนช้าง ขุนแผน พลายงาม และให้วันทองตัดสินใจเองว่าจะไปกับใครแน่

วันทองเองก็เพิ่งขึ้นโรงขึ้นศาล พระราชามาถึงก็โวยวายใส่ทุกคน ตัวเองก็เกิดกลัวไม่กล้าตัดสินใจเองขึ้นมาทันที

406 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

"...จะว่ารักขุนช้างกะไรได้
ที่จริงใจมิได้รักแต่สักหนิด
รักพ่อลูกห่วงดังดวงชีวิต
แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน
อย่าเลยจะทูลเป็นกลางไว้
ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน
คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน
นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับพลัน
ความรักขุนแผนก็แสนรัก
ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์
สู้ลำบากบุกป่ามาด้วยกัน
สารพันอดออมถนอมใจ
ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา
คำหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่
เงินทองกองไว้มิให้ใคร
ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว
จมื่นไวยเล่าก็เลือดที่ในอก
ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว
ทูลพลางตัวนางระเริ่มรัว
ความกลัวพระอาญาเป็นพ้นไป ฯ"

แน่นอนว่าพระพันวษาเองก็หงุดหงิดที่โดนปีนเรือ แถมหงุดหงิดพฤติกรรมไม่กลัวกฎหมายของขุนช้างขุนแผนและพลายงามเต็มที่แล้ว ก็เลยด่าวันทองเป็นหญิงเลว รักผู้ชายทีละสอง และสั่งประหารไปซะงั้น

เรื่องของเธอในตอนมีชีวิต ก็จบลงด้วยประการนี้แหละ...

สรุปแล้ว เธอก็ไม่ได้เป็นหญิงสองใจรักสองคนแต่อย่างใดหรอกฮะ

เธอก็แค่สาวงามเคราะห์ร้ายที่ศรัทธาในศาสนา แต่โดนเณรหื่นลองวิชาเสน่ห์ทำให้หลง แล้วก็รักเขามาตลอด ทว่าถูกมาเฟียเมืองสุพรรณแบบขุนช้าง พยายามใช้สารพัดวิธีขืนใจเธอ จนชะตามาขาดเพราะคนตัดสินคดีอารมณ์เสีย ก็เท่านั้นเอง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

407 Nameless Fanboi Posted ID:A1xXA9zqrY

Gordon: Could i get some ice in my water please.
Waiter: Alright
Waiter: Here you go.
Gordon: Is it frozen?
Waiter: Of cou--
Gordon: Bloody Hell

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

408 Nameless Fanboi Posted ID:YWKuXrl.qa

"เมื่อใดที่คุณท้อใจจากการขายงาน จงนึกถึงคนที่ขายไอเดียเลย์รสเมลอนบิงซูขนาดแฟมิลี่แพ็กผ่านมาจนถึงหน้าเชลฟ์"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

409 Nameless Fanboi Posted ID:AhAn/xFwYQ

"เราว่าปัญหาฝุ่นนี่มันเอามาเล่าเรื่องความเหลื่อมล้ำได้ตั้งแต่สาเหตุและผล เล่าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ คือเป็นอะไรที่ทำให้เห็นความเหลื่อมล้ำดีมาก

ตั้งแต่สาเหตุ คือไม่มีใครอยากนั่งเผาป่า เผาซังอ้อย ทำโรงงานที่ปล่อยสารพิษ หรือทำลายสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวหรือเปล่า

เขาต้องโดนผลัก โดนขูดรีด จากสังคมและระบบการกระจายรายได้อย่างสุดตัวแล้ว ถึงต้องทำให้เขาไปขูดรีดต่อจากสิ่งแวดล้อม ใครจะอยากเผาซังอ้อย ถ้าราคาอ้อยมันดี ๆ หรือมีอุปกรณ์ให้เขาฝังกลบ หรือมีเทคโนโลยีช่วยไม่ให้ต้องแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่มีราคาถูกที่สุด

นี่ไม่ใช่ความเหลื่อมล้ำในประเทศอย่างเดียวด้วย มีคนเล่าว่าการเผาป่าเกี่ยวข้องกับ global supply chain ซึ่งทำให้นี่เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในระดับโลก

ทางยุโรปที่เขาแคร์เรื่องโลกร้อนมากๆ เขาถึงได้มีแคมเปญ zero palm oil เพราะเขามองว่าการเผาป่าในพื้นที่ป่าแถบสุมาตรา ชวา ฯลฯ เป็นต้นเหตุหนึ่งของโลกร้อน แต่ของไทยนี่ก็ยังไม่มีการแจ้งสาเหตุอย่างเป็นทางการในระดับภูมิภาคเลยว่ามันเกิดอะไร คงไม่อยากให้มี zero xxxx แล้วมารบกวน wealth ของเขา

ความยากจน นี่เป็นต้นตอหนึ่งของปัญหาสิ่งแวดล้อม ตอนเรียน ป. โท อาจารย์คนหนึ่งเคยสอนเราว่า นี่คือ externalities เป็นต้นทุนที่ไม่เคยเอามานับ และมันไม่อาจแก้ไขได้โดยการออกกฎระเบียบมาห้ามไม่ให้เขาทำลายสิ่งแวดล้อม แต่มันต้องแก้ไขระบบการกระจายรายได้

แล้วผลมันก็ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่คนที่ได้รับผลกระทบมันก็เหมือนจะเท่ากันแต่ไม่เท่ากันใช่ไหม

การเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันตัวเองที่ไม่เท่ากัน ราคาเครื่องกรองฝุ่นที่แพงมาก และฉวยโอกาสทำให้แพงมากในช่วงฝุ่นเยอะๆ มีไม่เท่ากัน การเข้าถึงหน้ากากกรองฝุ่น ความรู้เรื่องปัญหาสุขภาพที่เกิดมาจากฝุ่น และในบั้นปลาย คนที่ต้องดูดซับปัญหานี้ก็คือคนที่เข้าถึงข้อมูลและการป้องกันตัวได้ต่ำกว่าคนอื่นเขา นี่ก็คือปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

410 Nameless Fanboi Posted ID:2MSxLqaa50

ลุง: ขอกลไกที่มีงูออกมาหน่อย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

411 Nameless Fanboi Posted ID:DaGsb567VL

"พ่อผมเป็นผู้อำนวยการหอดูดาวปารีส ค้นพบช่องว่างในวงแหวนดาวเสาร์ แล้วพ่อคุณล่ะ ทำอะไรให้ดาราศาสตร์บ้าง?"

ประโยคนี้ฌัก แคสซินี (Jacques Cassini) ไม่ได้กล่าว แต่เดาได้้ว่าถ้าเขามีเฟซบุ๊คเขาก็คงโพสต์แบบนี้

พ่อของฌักคือจิโอวานนี แคสซินี เป็นนักดาราศาสตร์ชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง และเป็นผู้ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ขอให้มาช่วยสร้างหอดูดาวปารีส และยังเป็นผู้อำนวยการหอดูดาวปารีสคนแรกอีกด้วย ซึ่งลูกชายและหลานชายของเขาก็สืบทอดตำแหน่งมาอีกถึง 4 รุ่น

นอกจากจะเกี่ยวข้องกับหอดูดาวปารีสแล้ว เขาก็คำนวณอัตราการหมุนรอบตัวเองของดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ค้นพบดวงจันทร์ 4 ดวงของดาวเสาร์ ค้นพบช่องว่างในวงแหวนดาวเสาร์ ซึ่งภายหลังตั้งชื่อตามแคสซินีว่าช่องว่างแคสซินี (Cassini Division) ค้นพบจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดีร่วมกับโรเบิร์ต ฮุก

และยังมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมายที่เล่าที่นี้คงไม่หมด

ส่วนลูกชายของเขาก็มีผลงานไม่น้อยหน้าพ่อ เขาวัดส่วนของเส้นเมอริเดียนจากดันเคิร์กในตอนเหนือของฝรั่งเศสไปยังเมืองแปร์ปีญ็องในภาคใต้ และเผยแพร่ตารางดาวบริวารของดาวเสาร์เป็นคนแรก

ตระกูลแคสซินีนี้ทำประโยชน์มากมายให้กับวงการดาราศาสตร์ทั่วโลก ไม่เฉพาะในฝรั่งเศสอย่างเดียว คงไม่ต้องถามกันแล้วว่าพ่อของฌักทำอะไรให้กับชาวโลกบ้าง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

412 Nameless Fanboi Posted ID:S0hSRmEkv6

"ดัชนีความทุกข์ยาก" (ดัชนีที่ไม่น่าเชื่อถือ)

การที่ไทยได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 สำหรับประเทศที่มีความทุกข์ยากต่ำที่สุด (จากการจัดอันดับทั้งสิ้น 60 ประเทศ) จากการใช้ดัชนีความทุกข์ยาก (Misery Index) นี้ เป็นเรื่องที่เราไม่ควรต้องดีใจอะไร เนื่องจากดัชนีนี้เป็นการวัดที่บิดเบือนไปจากความถูกต้องที่ความทุกข์ยากควีพึงจะต้องมีไปมาก

ตัวชี้วัดแรกขดัชนีนี้ได้แก่ "อัตราเงินเฟ้อ" ที่ประเทศไทยถือได้ว่ามีเงินเฟ้อต่ำกว่าหลายๆ ประเทศ แต่ทั้งนี้เงินเฟ้อที่ต่ำนี้มาจากเป้าหมายการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) เป็นสำคัญ ประเทศไทยเราเองใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมาตั้งแต่หลังวิกฤตการทางเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้งในปี พ.ศ.2540" โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากกว่าที่จะให้เศรษฐกิจโตอย่างไร้เสถียรภาพ แต่ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป อาจจะส่งผลเสียต่อการสร้างภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง เพราะผู้ขายสินค้าอาจไม่สามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่าต้นทุนและอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ อาจต้องล้มหายตายจากได้ ซึ่งแน่นอนว่าในจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศต้องประสบกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ และยากต่อการขยายตัวในระยะยาวได้

ตัวชี้วัดที่สองได้แก่ "อัตราการว่างงาน" ซึ่งประเทศไทยเองก็มีอัตราดังกล่าวที่ต่ำกว่าหลายประเทศเช่นกัน แต่ทั้งนี้ผมเองจะเน้นตอนที่สอนเรื่องนี้ในห้องเรียนเสมอว่า "อัตราการว่างงานในประเทศไทย เป็นตัวชี้วัดที่เชื่อถือไม่ได้" เนื่องจากดัชนีดังกล่าวจะคำนวณโดยใช้เพียง "จำนวนคนว่างงาน (และต้องการจะทำงาน หารด้วยจำนวนกำลังแรงงานของประเทศ" ด้วยตลาดแรงงานในบ้านเร่มีแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม และเป็นแรงงานนอกระบบ (Informal Sector) เสียมากกว่าร้อยละ 60 ดังนั้นแรงงานเหล่านั้นจะไม่ได้ทำงานเต็มเวลา 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหมือนแรงงานในระบบทั่วไป แรงงานเหล่านั้นจึงถือว่ามีงานทำ แต่ไม่ได้ทำงานเต็มศักยภาพอย่างเต็มที่ เช่นปีหนึ่งๆ อาจทำงานแค่ช่วงฤดูหว่านกับฤดูเก็บเกี่ยว ที่เหลือว่างงาน ดังนั้น แรงงานเหล่านั้นจึงถือว่ามีงานทำ เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้กระทบอะไรกับการทำงานของเขา ในกรณีของแรงงานในระบบเอง ต่อฝให้เศรษฐกิจไม่ดี นายจ้างก็จะไม่ไดัมีการไล่คนงานออกทันที ตรงกันข้าม เขาจะใช้วิธีการ "ลดชั่วโมงการทำงาน" แทน ดังนั้นถ้าจะวัดการว่างงานจริงในประเทศไทย จึงควรจะวัดที่ค่า Underemployment ถึงจะถูกต้อง โดย Underemployment จะวัดไปที่จำนวนชั่วโมงการทำงาน เช่นถ้าทำงานเต็มเวลา แรงงานควรทำงานประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ถ้าโดยเฉลี่ย แรงงานทำงานเพียง 30-35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แปลว่าเศรษฐกิจเริ่มไม่ดี และตัวดัชนี Underemployment นี้ถึงจะวัดความทุกข์ยากได้ดีกว่าดัชนี Unemployment Rate

นอกจากนี้ ปัญหาการว่างงาน จริงๆ แล้ว ความทุกข์ยากในการทำงานเกิดจากตกงานเนื่องจากหางานทำไม่ได้ตามความต้องการ (Frictional Unemployment) ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลสมัยไหนๆ ก็ตามจึง "ไม่ควรนำดัชนีความทุกข์ยากที่ประกาศออกมานี้มาอ้างความสำเร็จของการบริหารงานของตน" เพราะด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบของประเทศไทยจะไม่เป็นที่น่าประหลาดใจอะไรถ้าเราจะมีอันดับสูงๆ กับตัวชี้วัดนี้

413 Nameless Fanboi Posted ID:M88HHMZuc8

>>412 ถ้าใช้ index ไหนก็ควรใช้ตัวเดียวกันหมด จัมาแยกเฉพาะไทยไม่ได้หรอก ผิดหลักการวิจัย ทีนี้พวกประเทศบ้างานอย่างญี่ปุ่นเกาหลีจะมีปัญหาอีกว่าจำนวนชั่วโมงมากจะถือว่ามีความสุขได้มั้ย หรือถ้าน้อยจะมีความสุขกว่า

414 Nameless Fanboi Posted ID:vv9bpAR8Xc

เห็นช่วงนี้มีคนมาทวงเครดิตกับเพจมิตฯบ่อย กูเลยขักสงสัยว่าพวกโพสในเฟสนี่มันมี copyright คุ้มครองมั้ยวะ แล้วถ้ามี กรณีเพจมิตนี่มันเข้าข่าย fair use มั้ย หรือว่านับเป็นการขโมย

415 Nameless Fanboi Posted ID:V4+sMeFHnA

ผมเองไม่ชอบมุก "มิตรสหายท่านหนึ่ง" มาแต่ไหนแต่ไร เพราะผมแสดงความเห็นตรงไปตรงมาใครอยากจะเข้ามาถกเถียงก็เข้ามาได้เพราะเป็นสาธารณะ

วันนี้ความเห็นของผมถูกลดคุณค่าโดยเหลือเพียงคำว่า มิตรสหายท่านหนึ่ง ซึ่งผมได้ขอให้เค้าลบโพสต์ไปแล้ว

ถ้ายังเคารพและให้เกียรติความคิดเห็นของคนอื่นไม่ได้ อย่ามาเรียกร้อง free speech

ป.ล.ปรกติใครก๊อปข้อเขียนของผมไป repost ผมไม่เคยว่า ไม่ให้เครดิตก็ไม่ว่าอะไร แต่ไม่ใช่เพจนี้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

416 Nameless Fanboi Posted ID:ikD9V559yN

Reviewer สมัยนี้หากินกันด้วยการรับจ้างรีวิวก็ได้หรอคะ 11 ปีก่อนเรารีวิวร้านอาหาร ดังทีเดียว ยอดวิวประมาณสองแสน ร้านอาหารมาจ้างหลายร้าน เราไม่รับเลย ถ้าเรารับเงินมารีวิว แบบนี้จะเรียกตัวเองว่า “Reviewer” ได้หรอ มันต้องมี Biases อยู่แล้ว เรียกตัวเองว่า “คนรับจ้างโฆษณา”ดีกว่าป่าวคะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

417 Nameless Fanboi Posted ID:HpjiJQyUlU

ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการดูทีวีในตอนนี้

รายการทีวีที่เขียนกำกับว่า

" ผลิตก่อน วันที่ 1 เมษายน 2562"

ด้วยเหตุว่า พิธีกรไม่ได้ใส่เสื้อเหลือง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

418 Nameless Fanboi Posted ID:YmTIZStzIa

ที่แกรวยเพราะแกรู้จักใช้เงิน รู้จักประหยัด รู้จักพอเพียง แกเป็นคนโสดไม่มีลูกเมีย เงินเดือนที่ได้มาแกก็เอาไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ยเอาไปลงทุนให้เงินมันงอกเงย สิ่งที่ไม่จำเป็นแกก็ไม่ซื้ออาศัยยืมเพื่อนใช้เอา เพราะทำแบบนี้ไงลุงป้อมแกถึงรวย เรื่องโกงตัดทิ้งไปได้เลย เพราะป๋าเปรมแกการันตีไว้แล้วว่ารัฐบาลลุงตู่ไม่มีโกง จบนะ!!

419 Nameless Fanboi Posted ID:80HkSwL2GK

>>415 จริงๆไอ้มิตรสหายท่านหนึ่งนี่มันไว้ใส่เพื่อให้คนอ่านโควตแล้วไม่มีอคติ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของโควตนะ
มิตรสหายท่านนี้จะมองว่าเป็นการลดคุณค่าก็คงแล้วแต่เค้า

420 Nameless Fanboi Posted ID:wUgW5wzGiZ

"ช่วง ลองวิเคราะห์ปรากฎการณ์: พอดีเห็นดราม่าเพจมิตรสหายท่านหนึ่งช่วงนี้ แล้วคิดเอาเองว่า มันมีประเด็นทางกฎหมายน่าสนใจมากๆ ในสองเรื่องด้วยกัน นี่ว่าจะเอาไปถามนศ.ในคลาสหนึ่งดูเล่นๆ แต่อยากเขียนสรุปไว้เองก่อนดังนี้ฮะ (ยาวจร้า)

ถ้าสมมติข้อเท็จจริงเป็นว่า ข้อความที่เขียนของใครสักคนหนึ่ง มีความเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” อาทิเช่น เป็นความคิดเห็นดีๆ คมๆ แต่มันสามารถเผยแสดงให้เห็นถึงรสนิยมทางการเมือง หรือทางเพศของผู้เขียนได้ ในขณะที่ผู้เขียนเองก็เปิด public หรือสาธารณะเอาไว้ การที่เพจมิตรสหายท่านหนึ่งไปก๊อปมาโดยไม่ขออนุญาต เช่นนี้

1. ถือเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้หรือไม่ ?

ที่ยกประเด็นนี้มา เพราะในดราม่านั้น มีคนใช้เหตุผลทำนองนี้เยอะมากว่า “ถ้าไม่อยากให้คนอื่นๆ มาอ่าน มาก๊อปเอาไปอ่านต่อ ก็จงอย่างตั้งเป็นสาธารณะตั้งแต่แรก” ...ซึ่ง เราอ่านแล้วตะหงิดๆ อยู่...การจะตอบเรื่องนี้ได้ ไม่ง่ายเลยนะฮะ เพราะก่อนอื่น เราต้องตั้งคำถามก่อนว่า “การเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวหรือข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองในพื้นที่สาธารณะ = สละความคุ้มครองในข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือไม่?”

ประเด็นนี้ Alan Westin ศาสตราจารย์ด้านกม.ผู้คร่ำหวอดอยู่กับเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเคยแสดงทัศนะไว้ทำนองว่า “ความเป็นส่วนตัวจะยังคงได้รับความคุ้มครองอยู่ หากผู้เป็นเจ้าของข้อมูลยังสามารถควบคุมข้อมูลของเขาได้” ดังนั้น “คนที่ถูกกีดกันจากการควบคุมข้อมูลของตัวเอง ย่อมเท่ากับเขาได้สูญเสียความเป็นส่วนตัวไปแล้ว” ...ถ้าคิดบนหลักการนี้ จึงเท่ากับว่า ต่อให้เราโพสต์ข้อมูลส่วนตัวในหน้า fb เรา ทั้งยังเปิดสาธารณะ คนอื่นๆ เห็นได้ แต่ตราบใดถ้าเรายัง “ควบคุม” มันได้ เช่น แก้ได้ ลบทิ้งได้ ..ความเป็นส่วนตัวเรายังไม่โดนละเมิด แต่ถ้าเมื่อไหร่ มีคนก๊อปข้อความเราไป เผยแพร่ต่อ ในแพล็ตฟอร์มที่เราตามไปลบ หรือแก้ไขไม่ได้ ...เรากำลังสูญเสียความเป็นส่วนตัวในข้อมูลนั้นไป ...กล่าวรวบให้ง่ายอีกทีก็คือ การโพสต์อะไร แม้ในที่สาธารณะ ยิ่งถ้ามีความเป็นข้อมูลส่วนบุคคลซ่อนอยู่ด้วยแล้ว มันไม่ได้หมายความว่า “ผู้โพสต์จะไม่ได้รับ หรือสละความคุ้มครองในข้อมูลนั้นแล้ว” นั่นเอง เขายังคงต้องได้รับความคุ้มครองอยู่ ดังนั้นปกติ จะเอาไปต้องขออนญาตก่อน จะมาอ้างแบบที่อยู่ในดราม่านั้นว่า เปิดสาธารณะแล้ว เท่ากับ ใครจะเอามันไปทำอะไรต่อก็ได้ ไม่ได้

ที่ว่าไปนั้นคือ “หลักการ” คราวนี้ เพจมิตรสหาย ฯ ต่อเรื่องนี้มันมีความพิเศษของมันอยู่ เพราะ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยสภาพมันจะถือว่าถูกละเมิดได้ หรือมันจะมีฟังชั่นของมันได้ หรือส่งผลใดๆ ต่อเจ้าของข้อมูลได้ ปกติคนอื่นๆ ต้องรับรู้ว่า มันคือ “ข้อมูลของใคร” ดังนั้น คำคมๆ ที่แสดงรสนิยมทางการเมืองโดยที่คนอ่านก็ไม่อาจรู้ว่า ใครกันวะ ที่มีรสนิยมทางการเมืองแบบนั้น จึงสูญเสียความเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ไปแล้วโดยปริยาย ดังนั้น ต่อให้ไปก๊อปมาโดยไม่ขอ แต่เอาชื่อเขาออกเสีย ใส่ว่า “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ลงไปแทน จึงไม่น่าจะละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของใครได้เลย.. โดยมิพักต้องสนใจเลยด้วยซ้ำว่า เจ้าของที่แท้จริงสละความคุ้มครอง หรือหมดสิทธิควบคุมข้อมูลนั้นไปแล้วหรือเปล่า ...ประเด็นนี้ เห็นด้วยไหมฮะ?

ปล. เรื่องนี้ย่อมไม่เหมือนกรณี นักข่าวถือวิสาสะเอาความคิดเห็นของใครไปเป็นข่าว และไม่ปกปิดชื่อแส้ของเขาด้วย

(มีต่อ)

421 Nameless Fanboi Posted