Fanboi Channel

[ นักเขียนสายวาย ] 8 สารพัดปัญหาคาใจ+ ศาลาคนเศร้า

Last posted

Total of 243 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:E5f1G6NwPL

[ นักเขียนสายวาย ] 1 https://fanboi.ch/801/6586/recent/
[ นักเขียนสายวาย ] 2 สารพัดปัญหาคาใจ+ ศาลาคนเศร้า https://fanboi.ch/801/6706/
[ นักเขียนสายวาย ] 3 สารพัดปัญหาคาใจ+ศาลาคนเศร้า https://fanboi.ch/801/6857/
[ นักเขียนสายวาย ] 4 สารพัดปัญหาคาใจ+ศาลาคนเศร้าhttps://fanboi.ch/801/7030/recent/
[ นักเขียนสายวาย ] 5 สารพัดปัญหาคาใจ+ศาลาคนเศร้า
https://fanboi.ch/801/7984/
[ นักเขียนสายวาย ] 6 สารพัดปัญหาคาใจ+ศาลาคนเศร้า https://fanboi.ch/801/8227/1-999/
[ นักเขียนสายวาย ] 7 สารพัดปัญหาคาใจ+ศาลาคนเศร้า https://fanboi.ch/801/8547/

2 Nameless Fanboi Posted ID:u6tSBRkhng

เพิ่งเห็นว่ามีมู้ใหม่ตั้งนานแล้ว กูขอเริ่มก่อนนพ สงสัยว่าถ้านักเขียนไม่ได้ยืนยันตัวตน 18+ เขาจะเข้าหน้านิยายตัวเองไม่ได้ปะวะ แบบ เวลาเข้าไปคอมเมนต์งี้อะ เหมือนจะเข้าไม่ได้ปะ ระบบของรอร.ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ว่าเราเป็นคนเขียนอะ เข้าหน้านิยายก็คือสกรีนหมดป้ะ

3 Nameless Fanboi Posted ID:3DVZ9wZrcN

>>2 เข้าด้วยล็อกอินตัวเองน่าจะได้มั้ง
ถ้าจะลองดูเล่นๆ ก็กดปุ่มเขียนนิยายแล้วตั้งค่าว่าเป็นแนว 18+
พิมพ์อะไรไปเล่นๆ แล้วกดเซฟ
จากนั้นก็ลองกดเข้าไปดูนิยายของตัวเอง
วิธีนี้น่าจะใช้เทสได้นะ

4 Nameless Fanboi Posted ID:.QyVKEjBA3

Ky พวกมึงเคยเป็นไหม แบบมีเนื้อเรื่องตอนถัดไปแล้ว แต่ไม่รู้จะเขียนออกมายังไง กูเซ็งมาก

5 Nameless Fanboi Posted ID:.76MEFBJk+

>>4 เป็นกู กูเขียนออกมาหลาย ๆ แบบ ทิ้งอันที่ไม่ชอบ

หรือเปลี่ยนเนื้อเรื่อง อันนี้ไม่ล้อเล่น เหมือนใจมึงลึก ๆ ไม่ได้ชอบแบบนี้ หรือไม่ตื่นเต้นเลยเขียนไม่ได้

6 Nameless Fanboi Posted ID:.K7SLR57ok

คนที่เขียนฟิคเคยเป็นมั้ย ที่อยากให้มีตัวร้ายแต่ไม่กล้าเอาคนในวงมาเป็นอะ เขียนต่อหรือเปลี่ยนเป็นออริเลยดี

7 Nameless Fanboi Posted ID:FAf8uUi91d

>>5 จะลองทำดู ขอบคุณเพื่อนโม่ง

8 Nameless Fanboi Posted ID:FAf8uUi91d

>>6 กูเคยๆ ตอนนั้นกูแก้ปัญหาด้วนการตั้งชื่อตลค.ใหม่มาเป็นตัวร้ายอะ กันดราม่าด้วย

9 Nameless Fanboi Posted ID:AH.3id8Gpw

>>6 กูตั้งชื่อใหม่ไปเลยว่ะ ถ้ามันร้ายแบบนิสัยไม่ดีไปเลย ยกเว้นว่าเป็นพระรอง ยังพอได้อยู่
เคยเห็นเคสนึง แต่นานมาแล้วนะ คนแต่งฟิควงผช ไม่ชอบวงผญ ก็เลยเอาชื่อเมมวงนั้นมาแต่งเป็นนางร้าย
แล้วเขียนออกมาน่าเกลียดมาก ร้ายแบบไร้สมอง ทำตัวไม่ดี จุดจบคือเป็นบ้าหรือโดนสาดน้ำกรดไรงี้
ตอนนั้นกูเลิกอ่านเรื่องนั้นไปเลย ถึงจะชอบวงผชมากก็เถอะ แบนคนเขียนคนนั้นไปด้วย

10 Nameless Fanboi Posted ID:.K7SLR57ok

>>8 >>9 ถ้าเป็นบทแนวทดสอบความรักของพระเอกนายเอก แต่ไม่ได้นิสัยไม่ดี ใช้ชื่อเดิมโอเคมั้ยอะ จะมีดราม่าข้ามเรือมั้ย

11 Nameless Fanboi Posted ID:.iio4IJ7kL

Ky ปกติเวลาส่งต้นฉบับแล้วผ่านพิจารณา ค่าต้นจะได้เมื่อไหร่วะ ตอนผ่านแล้วหรือตอนตีพิมพ์

12 Nameless Fanboi Posted ID:vzpq5xFt4P

>>11 หลังตีพิมพ์สามสิบวันหรือกี่เดือนก็แล้วแต่สัญญาที่ตกลงกัน แต่ละที่จะไม่เหมือนกัน

13 Nameless Fanboi Posted ID:DDugFoP5VN

มือใหม่หัดทำเล่ม รบกวนถามโม่งนักเขียนที่เคยทำ E-book กับพิมพ์เล่มหน่อยนะ

1) ยอดขายจาก E-book กับพิมพ์เล่มพอ ๆ กันแบบ 50:50 ไหม ? หรือฝั่งไหนเยอะกว่า
2) กรณีพิมพ์เล่ม มีปัญหาจุกจิก สีเพี้ยน หน้าหายหน้าสลับ ลูกค้าเคลมเยอะไหม ?

สาเหตุที่ถาม: กำลังชั่งใจว่าทำ E-book อย่างเดียวไม่พิมพ์เล่มดีไหม เพราะเพิ่งเคยลองเรื่องแรก กลัวมีปัญหาแล้วนักอ่านที่อุตส่าห์อุดหนุนเล่มจะเฟล
แต่ก็แอบเสียดายยอดจากฝั่งเล่มกระดาษ เลยอยากลองถามจากโม่งที่เคยพิมพ์ทั้งสองแบบ
รบกวนขอคำแนะนำหน่อยจ้า

14 Nameless Fanboi Posted ID:oFylEUdqU/

>>10 ถ้าแบบนั้นไม่น่าเป็นไร

15 Nameless Fanboi Posted ID:+aFL5yNgOE

>>13 ถ้านับจำนวนเล่ม >> เล่มเยอะกว่า แต่เมื่อคิดเป็นจำนวนเงิน อีบุ๊กเหมือนจะได้พอๆ กับเล่ม และมีแนวโน้มจะสูงกว่า เพราะเล่มพิมพ์ครั้งเดียว ส่วนอีบุ๊กได้ยอดทุกเดือน
ส่วนเล่มที่เคลม กูหลายร้อยเล่มนะ มีเคลมเล่มเดียว โชคดีมาก ไม่รู้ว่าคนซื้อเปิดอ่านยัง >< แต่ผ่านมาเป็นปีแล้วนะ ไม่มีแจ้งเคลมเพิ่ม

16 Nameless Fanboi Posted ID:oJbSTb95hz

>>13 ถ้าไฟล์ที่ส่งไปไม่ผิด เจอหน้าหายหน้าสลับสามารถแจ้งโรงพิมพ์ได้ ปกติเขาจะพิมพ์เผื่อเอาไว้ให้ แต่ถ้าผ่านไปสามปีเพิ่งแจ้งอันนี้กูไม่รู้ว่าเขาจะทำลายทิ้งไปแล้วหรือเปล่านะ ที่คั่นได้ไม่ครบกูยังให้เขาส่งมาเพิ่มให้เลย
ปกติคนซื้อจะมีสองกลุ่มแยกกันอยู่แล้ว มึงก็ทำทั้งสองอย่างก็ได้ ส่วนเรื่องสีเพี้ยนก็ดูเล่มตัวอย่างอ่ะ โรงพิมพ์จะมียอดขั้นต่ำแถมเล่มตัวอย่างให้ หรือถ้าไม่ถึงก็จ่ายเงินเพิ่มได้ แต่ปัญหาเยอะคือแบบเล่มนี่แหละ มันจุกจิกหน่อย ทั้งตำหนิเอย ทั้งส่งไปแล้วพังคามือเอย สารพัดมากๆ ถ้าโชคดีคือรอบนั้นรอด55555

17 Nameless Fanboi Posted ID:DDugFoP5VN

>>15 >>16 ขอบคุณที่แชร์ค่ะซิสทั้งสอง //โค้ง
อ่านแล้วก็ยังเสียว ๆ เรื่องปัญหาเล่ม แต่ก็อยากลองเหมือนกัน เผื่อแต้มบุญจะหนุนให้เจอเคลมน้อยหน่อย 555

ขอถามเรื่องขั้นตอนตรวจเล่มตัวอย่างนิดหนึ่งนะ
เวลาส่งโรงพิมพ์ (น่าจะพิมพ์ดิจิทัลมั้ง ไม่ถึงร้อยเล่ม) เราก็ขอให้เค้าส่งมาให้ดูก่อนพิมพ์จริงได้ใช่ป่าว ? ราคาเท่าไรก็ว่าไป
แล้วถ้าสีหรือรูปเล่มยังไม่ถูกใจก็ส่งไฟล์ใหม่ไปให้เค้าทำเล่มตัวอย่างอีกที (+จ่ายเพิ่มอีกเล่ม)
วนซ้ำลูปนี้จนพอใจแล้วค่อยสั่งพิมพ์ล็อตจริง
เราเข้าใจถูกไหม ?

18 Nameless Fanboi Posted ID:A5WRfYofvP

>>17 ใช่แล้ว แก้ไปจนกว่าจะพอใจนั่นแหละ แต่กูเคยแก้มากสุดก็ส่งไปส่งมา2ครั้งว่ะ ไม่แน่ใจว่าถ้าแก้เยอะๆเค้าจะยอมมั้ย

19 Nameless Fanboi Posted ID:DDugFoP5VN

>>18 โอเช ขอบคุณที่แนะนำเด้อ
นึกถึงตอนได้จับเล่มตัวอย่างแล้วคงตื่นเต้นดี (นึกไปไกลแต่ตัวนิยายยังเขียนไม่จบเลย 555)

20 Nameless Fanboi Posted ID:oJbSTb95hz

>>17 ถ้าเรื่องเล่มตัวอย่างก็ต้องถามโรงพิมพ์ว่ามีขั้นต่ำสำหรับเล่มตัวอย่างเท่าไหร่ สมมติว่าโรงพิมพ์ a ค่างาน2000ขึ้นไปฟรีเล่มตัวอย่าง ถ้าไม่ถึงสามารถทำเล่มตัวอย่างในราคา 200 หมายความว่าเราจะไม่เอาเล่มตัวอย่างก็ได้ก็พิมพ์มาเลยแต่เขาจะส่งพวกบรูฟสีปกไรงี้มาให้ดูหรืออาจจะสามารถไปดูได้ที่โรงพิมพ์เลย ตรงไหนไม่โอเคก็บอกเขาตอนนั้น(ปกติกูอยู่ตจว.อ่ะ เขาส่งมาเป็นรูปยังไงก็ไม่เหมือนสีจริงหรอกแค่ดูมันไม่เพี้ยนโดดก็โอเคละ) กรณียอดถึงก็แจ้งว่าขอรับเล่มตัวอย่างเขาก็จะส่งให้ กรณียอดไม่ถึงก็แจ้งเขาว่ารับเล่มตัวอย่างเขาก็เพิ่มเงินไปในยอดแล้วส่งเล่มให้เราดูก่อน ถ้าเราโอเคก็สั่งพิมพ์ ถ้าไม่โอเคก็ส่งไฟล์ใหม่ไปหรือจะแก้ส่วนไหนก็แจ้งเขาไปอ่ะ
แต่กูไม่เคยทำเล่มตัวอย่างซ้ำๆอ่ะ ปกติทำครั้งเดียว หลักๆคือถ้าไฟล์เราโอเคมันแทบจะไม่ต้องแก้อะไร ยกเว้นพวกคำผิดหรืออาร์ตเด้งไรงี้บางทีตรวจเจอก็แก้ไฟล์ใหม่แล้วส่งให้เขาอ่ะ

21 Nameless Fanboi Posted ID:DDugFoP5VN

>>20 โห ขอบคุณหลาย ๆ สำหรับข้ันตอนอย่างละเอียด
จำนวนพิมพ์คงไม่ถึงยอดได้ฟรี แต่ถ้าจะพิมพ์เล่มจริง ๆ คงยอมจ่ายค่าตัวอย่างต่างหาก
เพิ่งรู้ว่าไปที่โรงพิมพ์ได้เลย นี่เล็ง impress กับ fast ไว้ เดี๋ยวขอไปเล็งที่อยู่ก่อนว่าอยู่แถวไหน (¯▽¯)

22 Nameless Fanboi Posted ID:SZQQ3fX4ub

>>21 แนะนำถ้ายอดหลายร้อยหน่อยฟาสต์ดีกว่า อิมเพรสราคาที่บอกไม่รวมภาษี มีภาษีคิดแยกต่างหากค่อนข้างวุ่นวาย บวกๆไปอาจจะแพงกว่าฟาสต์ในกรณีเล่มเยอะ แต่ถ้าพิมพ์น้อยก็จะถูกกว่าฟาสต์ อย่างกูเคยพิมพ์อิมเพรส700เล่ม ภาษีอ่วมสัสๆ ครั้งต่อไปเลยมูฟไปฟาสต์ สบายกว่า

23 Nameless Fanboi Posted ID:oJbSTb95hz

>>22 กูเคยทำกับอิมเขาก็รวมมาให้นะ ส่งฟรีอีกต่างหากอ่ะ หรืออาจจะรวมค่าส่งไปแล้วในราคา ว่าไป700เล่มไม่ทำกับพวกวัชรินทร์หรือที่รับพิมพ์ออฟเซตอ่ะ น่าจะถูกกว่านะ

24 Nameless Fanboi Posted ID:zWeIIrWOLV

มึง เวลาที่พิมกันแบบ800เล่มคือมึงมียอดเฟบเยอะมั้ยวะ .______. กุก็กำลังจะพิมพ์อ่ะแต่ประมาณจำนวนไม่ถูกเลย ยอดเฟบกุประมาณ7000 200เล่มถึงมั้ย

25 Nameless Fanboi Posted ID:K52PnL0Sm+

>>24 ยอดเฟบใช้แทบไม่ได้เลยมึง กูพิมพ์เองมาสองเรื่องเรื่องแรกคนอ่านน้อยแต่ยอดจองดันเยอะ เรื่องสองเฟบเยอะ คอมเมนต์เยอะ กูคิดว่าไม่ต่ำกว่า 500 สรุปได้ 150 กูว่ามึงไปเปิดโพลกับเปิดฟอร์มกะจำนวนดีกว่า กะเองเดี๋ยวจมทุน

26 Nameless Fanboi Posted ID:zWeIIrWOLV

>>25 ขอบคุณมึง กูแอบกลัวเองแหละถ้าเปิดโพล ใจบางกลัวยอดน้อย ;-------; ลองดูสักตั้ง

27 Nameless Fanboi Posted ID:F0H3xS28g+

Ky พวกมึง คือกูมีนิยายเรื่องนึงที่กูอยากตีพิมพ์ว่ะ แต่มันเป็นแนวพาโรดี้วรรณคดี ไม่รู้ว่าจะติดลิขสิทธิ์มั้ย ส่งสนพ.ใหญ่พิจารณาได้หรือเปล่า

หรือว่ากูควรทำมือเองวะ ยอดคนอ่านก็เยอะอยู่นะ แบบเป็นแสน กับเฟบอีกหลายพัน

แล้วถ้าทำมือนี่กูควรเปิดโพลถามตอนไหนดีวะ

28 Nameless Fanboi Posted ID:g1F6S4+6CU

>>27 วรรณคดีไม่น่ามีลิขสิทธิ์มั้ง คิดว่าส่งสนพ.ได้นะ

29 Nameless Fanboi Posted ID:A.1lX7S1Q/

>>27 คนเขียนตายเกิน50ปีลิขสิทธิ์หลุด

30 Nameless Fanboi Posted ID:kh.iW93Hc2

งั้นถ้าจะทำมือ กูควรเริ่มเปิดฟอร์มถามความสนใจตอนไหนดีวะ

31 Nameless Fanboi Posted ID:26Os/0eXB2

>>30 กูเห็นส่วนใหญ่จะเปิดตอนเลยๆ กลางเรื่องมากสักพักว่ะ แต่ยังไม่ใกล้จบอะ สัก 70% ของเรื่องงี้ มึงจะได้มีเวลาถามนักอ่านยาวๆ หน่อย

32 Nameless Fanboi Posted ID:WJrjUlaTGu

Ky ขอถามหน่อยพอดีตอนนี้กุสนใจแนวเทพนิยายแถบยุโรบ มันมีลำดับเทพด้วยอ่ะ ถ้ากุเอามาเขียนโดยคงสถานะเดิมของเทพไว้แล้วเพิ่มเติมตัวละครเอาเองนี้กุจะโดนหาว่าก็อปมั้ยวะ กุล่ะเสียวสันหลัวจริงๆเลยช่วงนี้

33 Nameless Fanboi Posted ID:kh.iW93Hc2

>>31 แล้วมีโรงพิมพ์ที่ไหนดีๆบ้างมั้ยวะ

34 Nameless Fanboi Posted ID:+IFw92zZLr

>>32 กูคิดเอาเองว่าอารมณ์มันจะคล้ายๆ แฟนฟิคแทนรึเปล่า

35 Nameless Fanboi Posted ID:EV5iYNh8P9

>>34 กุ >>32 นะ กุว่ามีนักเขียน เขียนแนวนี้อยู่นะ แต่เป็นแนววรรณคดีไทย(น่าจะรุ้ว่าใคร) คือกูจะเขียนแนวนั้นแหละ เข้าข่ายแฟนฟิคหรอวะ แต่กูไม่ได้เอาตัวละครในเทพนิยายมาจับคู่กันนะมึง คือจะสร้างตัวละครขึ้นเองอ่ะ แต่มีเซ็ตติ้งแนวเทพนิยายเฉยๆ

36 Nameless Fanboi Posted ID:+IFw92zZLr

>>35 อ่อ

37 Nameless Fanboi Posted ID:kh.iW93Hc2

>>35 กู 27 นะ อันนี้มึงหมายถึงกูป้ะ 555555555 ของมึงน่าจะไม่ใช่แฟนฟิค แค่ยืมเซ็ตติ้งอะ ของกุมันลุ่มๆดอนๆอยู่

38 Nameless Fanboi Posted ID:A.1lX7S1Q/

>>32 ขึ้นอยู่กับลิขสิทธิ์ว่ะ เทพเจ้ากรีกโรมันนอร์สศาสนาคริสต์ไม่มีเจ้าของลิขสิทธิ์แท้จริงใช้กันโดยทั่วไป นิทานเก่าๆพวกกริมม์ก็หลุดลิขสิทธิ์แล้ว แต่ถ้าอ้างอิงตำนานโทลคีนก็ไม่ได้เพราะมีเจ้าของลิขสิทธิ์

39 Nameless Fanboi Posted ID:BC1UvFfn98

>>38 กุจะเขียนแนวกรีกโรมัน สร้างตัวละครพระนายขึ้นมาเอง แต่มีพวกเทพเจ้ากรีกเป็นนักแสดงรับเชิญไรงี้อ่ะ ไม่ได้เอาเทพเจ้ามาจิ้น มันเข้าข่ายแฟนฟิคป่ะ หวังว่าคงไม่ พอดีชอบแนวนี้เป็นการส่วนตัวอ่ะ อุอิ

40 Nameless Fanboi Posted ID:BC1UvFfn98

>>37 ม่ายยยย กุไม่ได้ว่ามึงเลย อย่าเข้าใจเผียด 555555 นักเขียนที่กูหมายถึงคือ ยช. ที่เขียนแนววรรณคดีไทยพวกครุฑ พวกพญานาคอ่ะ กูเห็นเค้าเขียนได้อิสระ กูเลยอยากลองเขียนแบบเค้ามั่ง(ไม่ได้ก็อปนะ) แต่ไม่รู้แนวกรีกโรมันมันจะติดลิขสิทธิ์เปล่า แบบที่ไม่ได้เอาตัวในวรรณคดีมาจับคู่กันเอง ไม่ได้จิ้น แต่เป็นการสร้างลูกหลานออกมาให้คู่กันอ่ะ กุกลัวเขียนมาคนเข้าใจว่ามันเป็นแฟนฟิค

41 Nameless Fanboi Posted ID:A.1lX7S1Q/

>>39 ก็ตามที่ตอบใน32

42 Nameless Fanboi Posted ID:HtaIAnS6ZL

>>40 เขียนได้อยู่แล้ว ขนาด rick riordan ยังเอาเรื่องเทพนิยายกรีก โรมัน นอร์ส อียิปต์ มาเขียนเพอร์ซีได้เลย

43 Nameless Fanboi Posted ID:BC1UvFfn98

>>41 >>42 ขอบใจหลายๆ ใจชื้นขึ้นมาหน่อย

44 Nameless Fanboi Posted ID:I8bMXVxE6H

>>40 แนวกรีกโรมันนี่เขียนได้อิสระมากนะ นิยาย การ์ตูน เกมที่เอาเทพเจ้ากรีกโรมันมายำมีเยอะมาก ไม่มีใครมองว่ามันเป็นแฟนฟิคเลย มันคือการหยิบตำนานเก่าแก่มาสร้างเรื่องราวใหม่อ่ะ

45 Nameless Fanboi Posted ID:wj6xG.kZJq

>>39 แนวเทพกรีกโรมันก็เขียนกันเยอะอยู่นะทั้งฝั่งวายทั้งชญ. ฝั่งวายที่กูเคยอ่านก็มีเฮฟเฟตัสกับพลิกตำนานปกรณัม ทั้งสองเรื่องจะทำให้ทิ้งภาพลักษณ์เดิมๆ ของเทพไปหมดเลย เรื่องแรกออกแนวฮาเร็ม เรื่องสองจะออกแนวน่ารักมีพระเอก แต่ถ้าจะเขียนต้องหาข้อมูลให้ดีนะ เพราะตำนานบางที่อิงไม่เหมือนกัน ต้องทำการบ้านในระดับนึงเลยล่ะ ชื่อเทพมันเยอะ แต่ละคนก็ควบสองสามตำแหน่ง ภาษาอีก แต่ถ้าแต่งดีก็มีคนอ่านเยอะ เพราะแนวนี้จะมีกลุ่มที่ชอบอยู่ อย่างสองเรื่องที่กูยกตัวอย่างนั่นก็ยอดวิวแสนขึ้นยอดเฟบหมื่นอัพกันทั้งนั้น

46 Nameless Fanboi Posted ID:yeuX/POqS7

พวกวรรณกรรม(ที่หมดลขส.แล้ว) ตำนาน นิทาน ประวัติศาสตร์สามารถนำมาเขียน มาดัดแปลงได้หมดนะ แต่อาจจะต้องระวังพวกการบิดเบือน แนะนำว่าจั่วหัวคำเตือนไว้ เดี๋ยวนี้กูไม่ค่อยเห็นคนใช้แล้วแหะ แต่ก่อนจั่วกันไว้ตลอด
กูค่อนข้างแปลกใจที่มีคนถามเรื่องนี้ เพราะโดยปกติคนมักจะเคยอ่านนิยายหรือเสพสื่ออื่นๆที่มีการนำตำนาน นิทาน ประวัติศาสตร์หรือวรรณกรรมที่หมดลิขสิทธิ์ไปแล้วมาเขียนเซตติ้งหรือดัดแปลงเพื่ออรรถรสอยู่แล้ว กูเลยค่อนข้างแปลกใจที่มีคนมองว่าเรื่องแบบนี้จะผิดลขส.

47 Nameless Fanboi Posted ID:yeuX/POqS7

เรื่องการมองว่าเป็นแฟนฟิคเหมือนกัน การจะมองว่ามันเป็นแฟนฟิคหรือไม่จริงๆอยู่ที่สิ่งเหล่านั้นยังคงติดลิขสิทธิ์อยู่หรือไม่นะ เช่นการเอาเชอร์ล็อคโฮมส์มาดัดแปเขียนเป็นนิยายการ์ตูนทำหนังกันอย่างแพร่หลายได้ก็เพราะนิยายเชอร์ล็อคโฮมส์หมดลิขสิทธิ์ไปแล้ว บุคคลก็เช่นกันการที่เอาดารานักร้องมาเขียนเป็นนิยายนับเป็นแฟนฟิคเพราะตัวบุคคลยังอยู่นับเป็นการละเมิดในตัวบุคคลนั้น แต่ที่เอาคนในประวัคิศาสตร์หรือในตำนานเรื่องเล่ามาเขียนได้ก็เพราะไม่มีลูกหลานหรือใครมาฟ้องเป็นคดีได้ไง แต่ก็ยังต้องระวังเรื่องการบิดเบือนอยู่ดีก็แจ้งเตือนไว้ว่ามีการบิดเบือน ตราบเท่าที่ไม่ได้ไปโม้หรือเขียนไว้ว่ามันคือเรื่องจริงในประวัติศาตร์ส่วนมากก็ไม่มีใครบ้าจี้มาฟ้องหรอก(ยกเว้นเรื่องอ่อนไหวอย่างสถาบัน...อะนะ) อนึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้แปลว่ามึงจะเอาตลค.คนอื่นที่ดัดแปลงจากบุคคลในตำนาน ปวศ วรรณกรรมนิทานมาเขียนได้โดนไม่ผิดนะ เช่น คาร์เจ้าหญิงดิสนีย์ทั้งหลาย เชอร์ล็อคเวอร์ชั่นซีรีย์ หรือพวกเทพทั้งหลายของคนเขียนครุฆฉุดนาคงี้ เพราะพวกนี้คือเขาดัดแปลงให้เป็นคาร์ออริจินอลของตัวเองแล้ว ถ้ามึงจะเขียนก็ดัดแปลงหรือสร้างจากต้นฉบับจริงในตำนานเองจ้า อย่าไปหยิบยืมคาร์ที่คนอื่นดัดแปลงมาใช้ นับว่าเป็นการลอกคาร์อยู่ดีเด้อ

48 Nameless Fanboi Posted ID:6.vPJdUH7V

ขอรบกวนถามเรื่องฟอนต์ของชื่อนิยาย
พวกฟอนต์ชื่อนิยายแบบประดิษฐ์​ประดอยสวยๆ บนปกนี่ต้องจ้างทำ หรือว่ามีโอเพนซอร์สบ้างไหม?
กรณีที่ทำเองส่วนใหญ่​ให้โปรแกรมอะไรกันอ่ะ Photoshop?

49 Nameless Fanboi Posted ID:IcWAfnw6W3

>>48 ถ้ทำไม่เป็นแนะนำให้จ้าง ถ้าทำเองโอกาสไม่สวยมีสูงมากกกกกกกกกก

50 Nameless Fanboi Posted ID:BzP0pV1ia+

>>47 มู้ที่ >>32 & >>40 คนตั้งคำถามเค้าก็บอกอยู่นะว่าจะสร้างตัวละครเอง ไม่ได้จะเอาที่มีอยู่มาดัดแปลงหรือให้เย้บกันเอง แค่จะเอาของเดิมที่มีอยุ่มาเป็นนักแสดงรับเชิญเฉยๆ

51 Nameless Fanboi Posted ID:BzP0pV1ia+

แต่จะว่าไปคนที่เขียนนิยายแนววรรณคดีหรือกรีกโรมันนอสออกมาให้น่าตามนี่หายากนะ เคยอ่านเรื่องราวมาชื่อเทพกูและตำแหน่งกูก็งงตึ้บแล้ว ตอนกุอ่านกูยังอ่านไม่พ้นคสพ.ของซุสเลย งงมาก 5555555555 ไหนจะความสัมพันธ์อิรุงตุงนังนั่นอีก คนที่เขียนออกมาได้อ่านแล้วไม่งงนี่กุยกให้เป็นเดะเบสในใจเลยนะ

52 Nameless Fanboi Posted ID:6.vPJdUH7V

>>49 ทำเองนี่มั่นใจมากว่าพังแน่นอน หรือไม่งั้นคงได้ออกมาเป็น Cordia UPC 😂
ถ้าจะเสิร์จหาแหล่งคอมมิชชั่น​ทำฟอนต์​ประดิษฐ์​ควรหาด้วยคีย์เวิร์ด​อะไรดี หรือพอจะมีแหล่งหาไหม?

>>51
นิยายแนววรรณคดีจักร​ๆวงศ์​ๆ ของทั้งไทยฝรั่งถ้าเจอที่ถูกจริตแล้วจะเลิฟมากจริงๆ
แต่จะหาก็ยากเนอะ สงสัยเพราะไม่แมส เรื่องที่เคยอ่านเจอบางทีภาษาก็ลิเกไปเลย (มีความเรื่องมาก 😅)​

53 Nameless Fanboi Posted ID:muo+L3HHYD

ky สายทำมือ อยากรู้ว่าพวกการจัดหน้า จัดเล่ม ทำอาร์ตเตรียมส่งโรงพิมพ์นี่หัดจากไหนกันอะ เปิดดูเวปไหน คู่มือของอะไรกันบ้าง บอกบุญหน่อย

54 Nameless Fanboi Posted ID:AOT8tE19p7

>>53 กูจ้างคนช่วยจัดว่ะ แต่เป็นน้องที่รู้จักกัน เหมือนเคยเห็นมีคนสอนจัดหน้านะ ลองเสิชดู

55 Nameless Fanboi Posted ID:Z.Jlp9WtCR

ยอดเฟบ ใน raw กับ DD นี่หมายถึงยอดเพิ่มเข้าชั้น กับยอดแฟนคลับใช่ป่าว?

56 Nameless Fanboi Posted ID:Zndz2MvAcq

>>55 ใช่แหละ แต่เพิ่มเข้าชั้นบางทีไม่ใช่แฟนคลับอ่ะ อย่างกูแค่อยากให้มันเตือนเวลาอัพตอนใหม่เฉยๆ

57 Nameless Fanboi Posted ID:yryVW.ySDt

>>55 OK ขอบคุณ​มาก
พอดีเห็นในนี้คุยกันว่า เวลากะประมาณยอดเล่ม ให้ดูจากยอดเฟบ
ทีนี้ไม่แน่ใจว่าคือตัวเลขไหนใน raw ระหว่างยอดหัวใจกับยอดเพิ่มเข้าชั้น

58 Nameless Fanboi Posted ID:QIUD60cjH3

ขออนุญาตถาม
เดี๋ยวนี้นักเขียนไม่ค่อยส่งเรื่องให้สำนักพิมพ์พิจารณาเพราะยอดพิมพ์ข้ันต่ำน้อยเหรอ หรือว่าไม่อยากโดนบก. รีไรท์เนื้อเรื่อง?
คือปัจจุบันตามนักเขียนใน RAW / DD อยู่หลายคนมาก พิมพ์เล่มออกมาแต่ละเรื่องก็เห็นขายดี
เวลาพรีก็ตามอุดหนุนนะ แต่ลึก ๆ ก็อยากให้เขาไปออกกับสนพ. มากกว่า เพราะรู้สึกปลอดภัยกับการซื้อจากสนพ. (ยกเว้นบางสนพ. ที่เชิดเงินพรี หรือดองนานข้ามปี)
แถมออกกับสนพ. เดี๋ยวนี้ยังมีลุ้นให้ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำซีรีส์ด้วย

เลยอยากถามเหตุผลของนักเขียนที่เน้นทำเล่มเองมากกว่าส่งสำนักพิมพ์อ้ะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:QIUD60cjH3

>>58 เหตุผลอีกข้อที่เดาเองคือ ทำเล่มเอง เลือกคนวาดปกเองได้
แต่พิมพ์กับสนพ. ก็ต้องให้บก.เป็นคนเลือก ?

60 Nameless Fanboi Posted ID:M+H2r33WrM

สำนักพิมพ์วายส่วนใหญ่ให้คนแต่งเลือกนักวาดเองนะ อยู่ที่ว่านักวาดมีคิวให้รึเปล่าด้วย

61 Nameless Fanboi Posted ID:ZcWqRiAkt+

>>58 เปอร์เซ็นน้อย กลัวโดนแกงด้วยมึง เขาคิดตามเล่มที่ตีพิมพ์หรือที่ขายได้ ซึ่งนข.ก็ไม่รู้ข้อมูลตรงส่วนนี้ เขาอาจจะพิมพ์เท่าไรก็ได้อ่ะ กุเคยได้ยินเพื่อนโดนแกงมาเหมือนกัน55555

62 Nameless Fanboi Posted ID:0qrUOpCCpc

>>58 รู้สึกทำเองได้เงินเยอะกว่าอ่ะ เห็นเปอร์เซ็นต์ที่จะได้จาก นสพ น้อยไปนะในความรู้สึกเรา สัญญานานไปด้วยอะ 5 ปี เดี๋ยวนี้กี่ปีแล้วไม่รู้

63 Nameless Fanboi Posted ID:58.g7dsvmC

>>62 ทำเองได้เงินเยอะกว่า อิสระจริง อิสระทุกอย่างในการตัดสินใจ แต่ๆๆๆ ต้องถึก ทน เพราะได้ข่าวว่าเหนื่อยมากกกก

64 Nameless Fanboi Posted ID:y9DIw/CajP

>>63 เงินอาจจะไม่ได้เยอะกว่าสนพ.ถ้าทำน้อยแบบต่ำกว่า200หรือ100เล่ม เทียบกับสเกลสนพ.ใหญ่ระดับ1000+เล่มนะ แต่ถ้าระดับ300+เล่มยังไงทำเองก็คุ้มกว่า ส่วนเรื่องเหนื่อยคือแทบไม่ได้นอน ต้องแก้คำผิดจัดหน้า ตรวจแล้วตรวจอีกตรวจวนไป ตีกับโรงพิมพ์ ครบจบกระบวนการต้องมานั่งตีกับพวกขอเคลมแบบปสด.อีก

65 Nameless Fanboi Posted ID:Px.Fwhb0om

>>61 มันต้องคิดตามเล่มที่พิมพ์ดิ ถ้า สนพ ไหนลักไก่เอาตามจำนวนยอดขาย สมควรโดนแหกด่า (กูก็ว่ามี แบบหลอกกินอะ)
จะตีพิมพ์มันมีสัญญาระบุ อ่านให้ละเอียด หรือไม่แน่ใจโพสต์ถามที่ไหนก็ได้
สนพไม่น่าว่างขนาดพิมพ์กองหนึ่ง บอกจำนวนต่ำๆ แล้วจ่ายแค่เท่าที่บอก ถ้าหนังสือค้างสต๊อกเขาก็ต้องจ่ายภาษีสต๊อกนะ แต่ถ้าเคสที่กูรู้คือมีการจ่ายเพิ่ม เช่นพิมพ์จริงแค่ 200-300 แต่จ่ายในเรตพิมพ์ 500 คือไม่อยากแบกสต๊อก+เกรงใจ

66 Nameless Fanboi Posted ID:n0J0XupwD1

>>58 ผลตอบแทนน้อยกว่า มีสิทธิ์โดนดองโดนเท กว่าจะรู้ตัวถอนเรื่องนิยายมึงก็เก่านักอ่านหมดอารมณ์ซื้อ ไม่นับความประสาทว่าพิมพ์ไปแล้วสนพจะโอนเงินเมื่อไหร่ ควรทวงเงินตอนไหน

67 Nameless Fanboi Posted ID:iLTmbF+Fms

นี่ >>58 ขอบคุณ​สำหรับทุกคำอธิบาย
อืม ถ้าเป็นเหตุผลเรื่องของค่าตอบแทนก็พอเข้าใจได้ และก็คงสนับสนุนเล่มที่นักเขียนพิมพ์เองเหมือนเดิมแหละ
แค่รู้สึกว่าเทรนด์มันเปลี่ยนไป สมัยก่อนนักเขียนมักขึ้นแท็ก [รอตีพิมพ์กับสนพ.นี้ๆ] ถึงขั้นใน DD ก็ยังมี hall of frame ของนักเขียนที่มีงานตีพิมพ์​
เดี๋ยว​นี้พอออกเล่มเอง แล้วเรามาไม่ทันรอบพรีฯ ก็มีแอบนอยด์นิดหนึ่ง ที่ได้ของไม่ครบ (บ่นๆ 😂) แต่ถ้าของสนพ. อ่ะส่วนใหญ่จะไม่ค่อยหลุด

68 Nameless Fanboi Posted ID:wv/H7TFs3G

Ky กุโดนนักอ่านเม้นว่ามาว่าทำไมกุชอบแต่งให้ผู้หญิงเป็นตัวร้าย ทำไมเอาผชมาร้ายบ้างไรงี้ กุเลยเอ้ะว่ามันซีเรียสขนาดนั้นเลยหรอ กุยอมรับว่ากุชอบใช้ตัวร้ายเป็นผญ เพราะกูชอบจริตของผญอ่ะ ไม่รุ้สิ ส่วนตัวกุชอบแบบนี้ เคยเขียนแบบชายเป็นตัวร้ายนะ แต่กุแต่งออกมาแล้วตัวละครแข็งทื่อเลย รู้สึกไม่ลื่นไหลอ่ะ หรือเพราะกุเข้าไม่ถึงก็ไม่รู้นะ แต่นิยายกุไม่ได้เอาผญเป็นตัวร้ายทุกเรื่องหรอกเรื่องที่โดนว่าก็เป็นเรื่องที่สอง ปกติไม่เคยโดนว่าอะไรแบบนี้นะ เลยรู้สึกว่าเออแปลกดี 555555555

69 Nameless Fanboi Posted ID:eHL/4s4UnA

>>68 ก็มองได้อีกมุมนะ ใช้ผญ เป็นตัวร้าย ติดจากละครไทยปะ วี้ดๆว้าด ๆ ตัวร้ายต้องผญ ตัวร้ายผช ถ้าแต่งให้มีมิติก็ทำได้ มือไม่ถึงป่าว ถ้ามันทื่อๆอ่ะอยู่ที่เทคนิค จังหวะการเล่าเรื่อง การสร้างมิติให้ตัวละคร

70 Nameless Fanboi Posted ID:hQOMRuzKNB

>>69 มึงกุไม่ได้แต่งแนวร้ายแบบวี้ดว้ายเลยนะ ไม่ได้แต่งมาแย่งพระเอกด้วย ของกุมาแนวแรกๆไม่ชอบนายเอกแล้วหลังๆก็ดีไรงี้มากกว่า กุไม่ชอบแต่งแนวคลับฟรายเดย์อ่ะ ส่วนเรื่องผู้ชายกุยอมรับว่ามือไม่ถึงจิงๆ กุรุ้สึกว่ากุเข้าไม่ถึงอ่ะ ไม่เข้าใจอารมณ์ผู้ชายเวลาร้าย ;-;

71 Nameless Fanboi Posted ID:eHL/4s4UnA

>>70 อ๋อ ถ้าวั้นมึฃลองคิดว่าผชก็แค่คนๆหนึ่ง ตัวร้านที่ว่ามันมาจากอินเตอร์การกระทำอ่ะ แบบยังไงดี ตัวร้ายกูมันอยู่ที่จังหวะการเล่าเรื่อง บริบทเรื่อง แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่จะโดนคนอ่านว่าเรื่อง ตัวร้ายเป็นผญ กูก็เคยโดน ถ้าไม่ได้ไปกดขี่เพศหญิงก็ไม่ค้องสนใจหรอห

72 Nameless Fanboi Posted ID:MyGzpXz6hz

>>71 ปกติไม่เคยโดนแบบนี้เลยแค่แปลกใจอ่ะมึง

73 Nameless Fanboi Posted ID:SEy2.W0qTm

>>68 กูว่าอาจจะเป็นที่การปูปมของตัวละครตัวนี้กับการเขียน ที่มึงทำให้เขาเชื่อไม่ได้ว่าตัวละครตัวนี้มันร้ายมาจากอินเนอร์จริงๆ ไม่ใช่ร้ายแบบเป็นยัดเยียดร้ายให้ผู้หญิง ตัวคนอ่านก็เลยทักขึ้นมา มึงอย่าเพิ่งปักธงว่านักอ่านไม่เข้าใจ ลองคิดดูอีกมุม ปัญหานี้แม้แต่หนังดังๆ ยังเป็น

74 Nameless Fanboi Posted ID:0aG2P9gkQ8

>>68 คนเมนต์​อาจจะไม่ได้จะว่า หรือเปล่านะ?
จากประสบการณ์​ในฐานะคนอ่าน คืออยากเมนต์ให้กำลังใจนักเขียน จะติดสติกเกอร์​หรือกดให้กำลังใจอย่างเดียวกลัวจะน้อยไป
เลยมักจะทักแบบหยอดๆ เรื่องคาร์พระเอกนายเอกมั่ง เรื่องบทเวลาเค้าจีบกันมั่ง
คือเมนต์แค่ให้รู้ว่ามาอ่านแล้วจริงๆ นะ
เลยไม่แน่ใจว่ากรณีของเพื่อนนี้เค้าต่อว่ามาเลยรึ?

75 Nameless Fanboi Posted ID:MyGzpXz6hz

>>73 กุว่ามีแต่กุนี่แหละที่ไม่เข้าใจ ;-; เพราะปกตินิยายกุเขียนมา6เรื่อง ไม่มีตัวร้ายเลย นี่ก็เพิ่งมาลองเขียนดู เค้าคงอ่านแล้วเอ้ะแหละ 😂

76 Nameless Fanboi Posted ID:MyGzpXz6hz

>>74 ไม่ เค้าไม่ได้ว่านะ กุคงเขียนไม่แตกเองจุดนี้ คือกุจะบอกว่านักอ่านเค้าพูดมาว่าแบบนี้น่าจะถูกกว่า

77 Nameless Fanboi Posted ID:0aG2P9gkQ8

>>76 ถ้างั้นคนอ่านคงแค่ทักเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกขัดตาอะไร (มั้ง)
เพื่อนก็เขียนตามแนวที่วางไว้แหละ หรือถ้าเห็นว่าควรปรับแล้วยังทันก็ลองดู 👍

78 Nameless Fanboi Posted ID:FX05FB85Ec

เคยปิดตอนหลังพิมพ์เล่ม + ออกอีบุ๊ค แล้วเจอนักอ่านมาขอให้ติดเหรียญขายไหม ?

คือลงจบนานแล้ว เปิดพรีเล่มเสร็จก็ออกอีบุ๊ค จากนั้นก็ปิดตอนไปครึ่งเรื่อง
วันดีคืนดีมาเช็กคอมเมนต์ เจอนักอ่านสองสามคน ถามว่าตอนที่ปิดอยู่น่ะ เปลี่ยนเป็นติดเหรียญได้ไหม ไม่งั้นก็อย่ามาลงยั่วให้ค้างคาแล้วปิดตอนทิ้ง
ก็เลยแปลกใจว่านักอ่านสะดวกกดจ่ายเป็นเหรียญ มากกว่ากดซื้ออีบุ๊คเหรอ ?

คือโดยส่วนตัวนะ เรื่องที่ลงในเว็บ RAW มันไม่แน่นอน อยู่ ๆ คนเขียนจะปิดเรื่องทิ้งเมื่อไรก็ไม่รู้ ในขณะที่อีบุ๊คมันอยู่กับคนซื้อถาวรกว่า
หรือว่าคนอ่านคาดหวังว่าจ่ายเหรียญอ่านให้จบ ราคาโดยรวมจะต้องถูกกว่าเล่มอีบุ๊คอ่ะ ?

79 Nameless Fanboi Posted ID:/V7k32M0cy

>>78 คิดว่างี้นะ ถ้าติดเหรียญมันจ่ายรายตอน จะเลิกอ่านตอนที่เท่าไหร่ก็ได้ เช่น ติดเหรียญสามสิบตอน แต่อ่านแล้วรู้สึกไม่อยากอ่านต่อก็อาจหยุดตรงตอนที่สิบได้ แต่ถ้าซื้อแบบอีบุ๊คคือต้องจ่ายทีเดียวจบเลย อาจเจอนข. ที่ตอนต้นเขียนดี ตอนปลายแผ่วมาล่ะมั้ง

80 Nameless Fanboi Posted ID:FX05FB85Ec

>>79 เออ อาจจะจริง ไม่ทันคิดมุมนี้
แบบว่าเขียนจบไปนาน เลยยึดแต่มุมที่ว่าคนอ่านจะกดซื้อทุกตอนจนจบ
นี่ก็มัวแต่คำนวณว่าต้องคิดตอนละเท่าไร ให้ไม่ถูก/แพงโดดกว่าอีบุ๊ค

ขอบคุณที่แชร์มุมมองค่ะซิส

81 Nameless Fanboi Posted ID:siaM.PYagM

>>80 ประสบการณ์ตรงค่ะซิส ทดลองอ่านสนุก สั่งเล่มมา ไม่สนุก สรุปว่าสนุกเฉพาะที่ตัดเอามาให้ทดลองอ่าน เลยขายทิ้งโลด 😭🤣

82 Nameless Fanboi Posted ID:FX05FB85Ec

>>81 555 Thx ที่แชร์ อันนี้เคยเจอเหมือนกัน ตัดตอนแบบอ่อยให้ตามไปลุ้น
ซื้อเล่มมาปรากฎเฉลยว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ 555 //ขาย...

83 Nameless Fanboi Posted ID:2GziBuT9.J

Ky เพื่อนโม่ง ช่วยชี้แนะทีว่าจะเขียนนิยายแนวยุคเก่าๆหน่อยนี่ควรหาข้อมูลที่ไหน แบบจะพีเรียดก็ไม่ใช่ จะยุคใหม่ก็ไม่เชิง มันอยู่กลางๆอ่ะ

84 Nameless Fanboi Posted ID:l1MmQJDCky

>>83 ตัองบอกด้วยว่าชาติไหน ไทย จีน ฝรั่ง ไม่งั้นก็ตอบกันไม่ถูกหรอก

85 Nameless Fanboi Posted ID:2GziBuT9.J

>>84 ฝรั่ง & ไทย

86 Nameless Fanboi Posted ID:rJRlfUt3JC

>>83 เพื่อนต้องกำหนดพศ คศ ออกมา แล้วดูว่าธีมเรื่องเพื่อนอยู่ในแนวอะไร เช่น สงคราม เพื่อนก็หาเป็นยุคไป ค่อยกระจายหาข้อมูลเพิ่มเติม

87 Nameless Fanboi Posted ID:2GziBuT9.J

>>86 ขอบใจมากเพื่อน ลองดูแล้วยากมากเว้ย รายละเอียดยิบย่อยเยอะมาก ยอมใจคนเก่งแนวนี้ ;-;

88 Nameless Fanboi Posted ID:0EpzVLTdKP

พิมพ์คำว่า อารยธรรม แล่วค่อยใส่ยุคที่ต้องการลงไป ถ้าไม่แน่ใจยุคก็พิมพ์ว่ายุคต่างๆของฝรั่งเศสหรือชาติไหนก็คามที่ต้องการหา แล้วมันจะปูไปหาเรื่องอื่นๆต่อ ต้องขยันอ่านขยันค้นหน่อย

89 Nameless Fanboi Posted ID:0EpzVLTdKP

จะแต่งแนวนี้ให้ดีก็ต้องทุ่มเวลา ไม่งั้นมันจะออกมาปลอมก๊องแก๊ง

90 Nameless Fanboi Posted ID:xTKYoqvc4h

บอกเลยว่ายาก ยกเว้นจะสร้างโลกใหม่ออกมาเลย แนวนี้ขนาดกุชอบอ่านหนังสือปวศ.ยังไม่กล้าแตะ กลัวก๊องแก๊ง

91 Nameless Fanboi Posted ID:RFOivlGnzQ

>>87 ทางที่ง่ายที่สุด เพื่อนหาแนวก่อนเลย แล้วเพื่อนได้ธีมที่ชอบ ค่อยไปเปิดสารคดีดู หาสารคดี ดีๆเยอะแล้วเพื่อนก็จดคำศัพท์ ตัวละครสำคัญในยุคนั้นมา แล้วเพื่อนค่อยไปเสิร์ชหา ถ้าไม่มีก็จำไว้ว่าคศไหน แล้วเพื่อนไปหอสมุดแห่งชาติ ไปหาหนังสือประวัติศาสตร์ ตามยุคนั้นๆที่เพื่อนอยากได้ มันจะบอกหมดทุกอย่าง ทั้งการค้า การขาย การปกครอง ระบบ ความรุ่งเรือง ความเสื่อม ใครเป็นราชา ใครเป็นกบฏ ใครทำให้ฉิบหาย ใครทำให้ดี ศิลปะ วัฒนธรรมต่างๆ เว้ย ไม่ยากมากแต่เพื่อนต้องให้เวลากับมันนิดนึง

สู้นะเว้ยอยากเขียนต้องได้เขียนท่องไว้

92 Nameless Fanboi Posted ID:f6PkM1m9OJ

Ky กูขอบ่นหน่อย นักอ่านบางคนเม้นเหมือนเงาแค้นกูเลยอะ ติเพื่อก่อกูน้อมรับแต่ๆๆๆๆๆ

93 Nameless Fanboi Posted ID:xTKYoqvc4h

>>92 I can feel you,bro มันต้องมีคนสองคนตลอดอ่ะที่ชอบมาเม้นท์ด่าแบบอิหยังวะ ด่าทุกตอนแต่ยังตามอ่าน

ขอปรึกษาเพื่อนโม่ง มีนักอ่านที่ทักส่วนตัวกุมาแล้วแบบชวนคุยตลอด ละถ้ากุไม่ตอบคือทักมาย้ำๆ ทำไงดีวะ ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย บางทีไลน์เพื่อนกุยังไม่ตอบเลยอ่ะเพื่อน

94 Nameless Fanboi Posted ID:f6PkM1m9OJ

>>93 พอกันเลย อ่าน แต่ตามอ่านทุกตอน เขาเข้าผิดว่ายิ่งด่าแปลว่ายิ่งชอบป่ะวะ
เรื่องแชทนี่กูเข้าใจมึงเลยอะ ถ้าตอบจะยิ่งทักมาเยอะ แต่ไม่ตอบก็จะโดนลากอีก ไร้เท่อทำไรได้บ้างคะ

95 Nameless Fanboi Posted ID:udprvm0Ccb

>>93 จริงมึง พอไม่ตอบก็หาว่าหยิ่งอีก

96 Nameless Fanboi Posted ID:BlUOkgquC5

>>93 กูตอบตลอดว่ะ 5555 แต่ส่วนใหญ่ทักมาหวีด หวีดจบก็ไป แค่มีนักอ่านทักมากูก็ดีใจแล้วอ่ะ เพราะเป็นนขโนเนมด้วยมั้ง เห็นข้อความจากนักอ่านแล้วฮีลใจมาก

97 Nameless Fanboi Posted ID:MqJpfM9FV6

>>96 กุคุยมา4เดือนแล้วอ่ะ ช่วงนี้กุยุ่งๆไม่ว่างตอบเขาทักซ้ำๆ กุก็ดีใจนะเวลาเขาทักมาหวีด แต่มากไปไม่ไหว กุตอบไม่ทัน

98 Nameless Fanboi Posted ID:MqJpfM9FV6

>>95 เขาบอกว่าดีใจที่กุเฟรนลี่ กุเลยรู้สึกว่าต้องตอบ แต่กุก็ขี้เกียจอ่ะ จะตอบบ่อยกว่าตอบคนคุยกูแล้ว 55555555555555555

99 Nameless Fanboi Posted ID:iktXjEvdXK

Ky กูมีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟัง กูเขียนนิยายจบแล้ว ติดเหรียญตอนละ 5บาท ตอนพิเศษ 7บาท กูโดนนักอ่านคนนึงอาร์คมาว่าๆติดเหรียญแพงจัง นักเขียนคนอื่นติดแค่ 1บาทเอง กูเจอคำนี้ไปกูนั่งนิ่งไปหลายนาทีเลย

100 Nameless Fanboi Posted ID:3HUGV4UcOl

>>99 บาทเดียวเคยเห็นคนติดอยู่เหมือนกัน งงใจนักเขียนทำได้ไง ได้ข่าวว่า RAW หักหัวคิวไปต้ังครึ่ง
ของที่เพื่อนติด 5 หรือ 7 บาทนี่ตอนละประมาณกี่คำ ?
บางคนจะกดซื้อก็มองจำนวนคำด้วยมั้งว่าเยอะป่าว

101 Nameless Fanboi Posted ID:eCUSNlR0Y5

>>99 กูไม่มายด์เรื่องเหรียญถูก เหรียญแพงนะ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าคุ้มราคาเหรียญ บางเรื่องเคยกดซื้อไปแล้วเฟล 5 บาท แต่เหมือนจงใจซอยเนื้อหาย่อยๆหลายๆตอนอ่ะ คือถ้าลงทีเดียวยาวๆเก็บตอนนึงหลายๆเหรียญกูยังโอเคกว่า

102 Nameless Fanboi Posted ID:1dICQ1+o9O

ติดตอนเหรียญละ 5 บาท ถ้าเป็นรอรเราได้เงินกี่บาทวะ ละปกติมันประมาณกี่คำถึงติดห้าบาท กูกำลังคิดว่าการทำเปนอีบุ้คหรือขายรายตอนอันไหนคุ้มกว่า

103 Nameless Fanboi Posted ID:Ym.VtLoFuo

แต่งนิยายแชทตอนนึงนี่ควรประมาณกี่แชทอ่ะถึงไม่มากไปน้อยไป

104 Nameless Fanboi Posted ID:hBslu96WdR

>>100 กู >>99 นะ กูแล้วแต่เหตุการในเรื่องน่ะ ส่วนมาก nc กูจะติด 5บาท

>>102 ติด 5บาท ได้ 3.36บาท แล้วต้องเอา 3.36บาทตรงนี้มารวมยอดแล้ว % ตามข้อตกลงของรอร.อีกที

105 Nameless Fanboi Posted ID:hBslu96WdR

>>101 กูก็ทำนะ เวลาซื้องานคนอื่น จะลองเชิงว่าสนุกมั้ยจะซื้อตอนต่อตอนดูก่อน แต่ถ้าเป็นนักเขียนที่กูรู้จักอยู่แล้วบางทีจะเหมาซื้อไปเลย

106 Nameless Fanboi Posted ID:hBslu96WdR

ถ้านักเขียนดังๆ ติด 1บาทมันก็ได้เยอะนะมึง เพราะฟค.เยอะ ขนาดที่ดูนักเขียนใหม่ อย่าคิดว่าได้เยอะนะติด 5บาทน่ะ ยอดสรุปต่อเดือนไม่ถึงหมื่น แต่นักเขียนดังๆที่ติดแค่ 1บาทได้เกินหมื่นแน่นนอน

107 Nameless Fanboi Posted ID:jMQKcHE+BM

>>105 ปกติกูก็กดซื้อทีละตอนแหละ แต่ที่กูพูดถึงคือบางคนติดเหรียญ 5 บาท แต่เนื้อหาตอนนึงน้อยกว่าตอนปกติช่วงแรกๆอีก ล่ะบางทีสมมติตอนที่ 14-15 เนื้อเรื่องมันรวมเป็นตอนเดียวกันได้ แต่คนเขียนก็ซอยแบ่งเป็น 2 ตอน ติดเหรียญตอนละ 5 บาทเงี้ย 2 ตอนก็ 10 บาทล่ะ คือถ้ารวมตอนเดียว 10 บาทกูยังโอเคกว่าเลย หรือว่า รอรมันมีจำกัดเหรอว่าติดเหรียญได้สูงสุดไม่เกินเท่าไหร่ๆ

108 Nameless Fanboi Posted ID:0CDrGlTVwe

>>107 ไม่จำกัดมั้ง ไม่รู้ดิ แต่กูเห็นคนนึงติดเหรียญตอนพิเศษ 79บาท

109 Nameless Fanboi Posted ID:0CDrGlTVwe

Ky ถ้ากูเอานิยายกูไปดัดแปลงและเปลี่ยนเนื้อหาให้เป็นเวอร์ชั่นฟิคด้วย แต่คือเปลี่ยนเนื้อหาใหม่หมดเลย ไม่ใช่เอานิยายมาก็อปวางนะ แค่ยังคงพล็อตเดิมเอาไว้ ส่วนเนื้อเรื่องกูจะเขียนใหม่ชื่อฟิคใหม่ไรงี้ แบบนี้ทำได้มั้ยวะ เพราะนิยายแบบออริคือติดเหรียญอยู่

110 Nameless Fanboi Posted ID:SCGxuqR6oz

>>109 ถามกุ กุว่าน่าเกียด แต่ก้แล้วแต่มีง เพราะว่เขียนใหม่ด้วยนี่นะ
ทำไมไม่ใช้พลอตใหม่ไปเลยวะ

111 Nameless Fanboi Posted ID:Z09n.+gBwI

>>109 กุก็ว่าน่าเกลียด ถ้าเพื่อนติดเหรียญแล้วเอาเรื่องไปแปลงเป็นฟิคให้คนอ่านฟรี แล้ววันนึงฟิคเพื่อนดัง คนที่เคยอ่านแบบติดเหรียญมาเจอ เพื่อนโดนแหกตั้งแต่หัวยันง่ามก้นแน่ กุบอกเรย เตือนด้วยความหวังดี มึงเขียนพล็อตใหม่ปลอดภัยกว่า หรือดพื่อนมึงเขียนพลอตคล้ายเดิมแต่ไม่เหมือนเดิมทั้งหมดก็ได้ถ้าเพื่อนเสียดายบางคาร์แร็กเตอร์ที่มาจากนิยาย

112 Nameless Fanboi Posted ID:0CDrGlTVwe

>>111 โอเคเข้าใจแล้ว วิธีของมึงก็น่าสนใจ ขอบใจมาก

113 Nameless Fanboi Posted ID:xxyBr6R56s

ขอถามคนที่ทำเล่มแล้วบวกเผื่อสต็อกหน่อยนะ
เวลาเล่มสต็อกที่พิมพ์เผื่อไว้ ขายหมดแล้ว ปกติจะสั่งพิมพ์เพิ่มมาสต็อกไว้ให้ลูกค้าสั่งได้เรื่อยๆ ไหม? หรือว่าหมดแล้วหมดเลย เน้นขายแต่อี​บุ๊ค​แทน?
คือของเรายอดมันก็โครตน้อยอยู่แล้ว ถ้าจะสั่งมาสต็อกใหม่ อย่างมากแค่หลักสิบเล่ม ซึ่งมันก็น้อยจนไม่คุ้มที่จะทำ (มั้ง)
และถ้าต้องทำสต็อกเผื่อทุกเรื่องก็จะล้นห้องเอา (ที่บ้านไม่รู้ว่าเขียน​และออกจะแอนตี้แนววาย)​

เลยอยากถามโม่งนักเขียนว่ามีวิธีจัดการเล่มสต็อกกันยังไง?
...แล้วที่บ้านรู้ว่าเขียนนิยายวายกันมั้ยอ่ะ? (อยาก coming out แต่กลัวเค้ามาอ่านเรื่องที่เขียน 😂)​

114 Nameless Fanboi Posted ID:GN7tLdL0Ns

>>113 ขายจบแล้วจบเลย หากินกับอีบุ๊คเอา ถ้ามีคนมาถามเยอะๆค่อยเปิดรีปรินท์ ไม่เก็บสต็อกอะ จม

115 Nameless Fanboi Posted ID:Z09n.+gBwI

>>113 ไม่อ่ะ เน้นพรีออเดอร์ ไม่ก็อีบุ๊ค เดี๋ยวนี้คนขี้เกียจเก็บเล่มก็เยอะนะ ถ้าขายใหม่ก็รีปริ้นเอา

ทุกคนรู้ พ่อแม่รู้ ก็เข้าไปบอกหน้าตายๆว่าเขียนนิยายวายนะ มันก็คือชายรักชาย ไม่ได้ขอให้โอเค ไม่ได้ขออนุญาตเพราะทำไปแล้ว และมันเป็นงานที่สุจริต ประมาณนี้ เขาก็อ๋อๆอืมๆ จบ แต่เวลาจะอวดใครว่าลูกเขียนหนังสือก็จะไม่อวดมากเพราะลูกขู่ไว้ว่านิยายมันติดเรทนะแม่นะ

116 Nameless Fanboi Posted ID:xxyBr6R56s

>>114 >>115 ขอบคุณ​ที่แชร์ไอเดีย
งั้นคงไม่สั่งมาสต็อก​ดีกว่า ยอดขายก่อนหน้ามันก็โคตรอืดอยู่แล้วด้วย 😅
อยากบอกที่บ้านจะได้เอานิยายวายที่ซื้อ+เขียนเอง ไประบายใส่ตู้อื่นมั่ง นี่ก็โตจนทำงานแล้วแต่ยังไม่กล้าเปิดสักที ที่บ้านเคยเห็นการ์ตูนวายปลอด nc ที่วางลืมไว้ยังบ่นยาวเลยยย
เหตุผลว่ามันเป็นอาชีพสุจริตก็เข้าท่า ไว้จะหาฤกษ์งามๆแย้บบอกดู

117 Nameless Fanboi Posted ID:Z09n.+gBwI

>>116 ทำหน้ามึนๆไว้ ใช้จิตวิทยาข่ม แสดงความเป็นผู้ใหญ่ ประมาณว่าจัดการตัวเองได้ ไม่ได้มัวเมา บางทีก็เอาเงินใส่ซองให้นิดนึง บอกเขาว่าเนี่ย เงินจากการเขียนนิยายนะ ให้เขาเห็นเม้ดเงิน เขาไมไ่ด้จะวัดเราที่เงินหรอกแต่เค้าก็จะได้เห็นว่ามันเป็นงานเฉยๆเนี่ยแหละ ทำมาหากินได้ ไม่ใช่อะไรที่ดีหรือไม่ดี มันก็คือการขายของ ขายความสามารถอย่างนึง ทริคคือต้องหน้านิ่งให้ได้ อย่าไปกลัวไม่ต้องกลัวเราไมไ่ด้ทำไรผิดเว้ย คิดแบบนี้ เค้าจะบ่นนิดหน่อยแต่ถ้าบ่นเยอะเดี่ยวนานๆไปก็ยอมรับได้เองต้องให้เขาชินให้ได้ มันคือตัวมึง ถึงมึงจะเขียนนิยายอะไรก็ยังเป็นลูกเค้าอยู่ดี

118 Nameless Fanboi Posted ID:xxyBr6R56s

>>117 เม็ดเงินไม่มี 😂 ไอ้ที่ให้ทางบ้านทุกเดือนก็มาจากงานประจำ ส่วนนิยายนี่ไม่เข้าเนื้อก็บุญแล้ว 555 ถ้าคิดรวมเวลาที่นั่งเขียนด้วยคงเรียกว่าขาดทุน
แต่เออ เอาไว้สักวันถ้ามันทำเงินได้จริงจังคงยืดอกบอกเค้าได้ แล้วค่อยเอาเล่มที่เขียนแบบวานิลาไม่มี NC ให้ดู

119 Nameless Fanboi Posted ID:SCGxuqR6oz

>>113 กุนะที่บ้านไม่รู้ รู้แค่เขียนหนังสือ คือบางเล่มมันเอนซีด้วย ก็ไม่กล้าบอกว่ะ แต่กูก็สั่งมาตุนอะ แบบซีลไว้ไม่ให้ใครเปิด

120 Nameless Fanboi Posted ID:xxyBr6R56s

>>119 นี่เจ้าของคำถามนะ
งั้นเวลาแพ็คของส่งมีให้ที่บ้านช่วยป่าว หรือทำเองหมด
นี่ก็ซีลไว้เหมือนกัน เวลาจะส่งก็ให้มาช่วยแพ็ค แต่ห่อบับเบิ้ลไว้หนามากกก แล้วให้เค้าช่วยเฉพาะใส่กล่อง+เช็กจ่าหน้าซอง แต่อ้างว่าเป็นล็อตหนังสือที่ซื้อมาตุนไว้เก็งกำไร ขายได้ราคาดีเลยรีบปล่อย (นี่ก็ไม่รู้เค้าเชื่อป่าว ถึงได้ลังเลว่าบอกๆ แบบสง่าผ่าเผยไปเลยดีมั้ย 😅)

121 Nameless Fanboi Posted ID:HJj/NXa/55

>>113 มีนิดหน่อยอ่ะ ดูยอดพรีเอาว่ามากน้อยแค่ไหน ปัดเศษให้กลมๆ พอ เช่นยอด55อาจจะสั่ง60 ยอด180 สั่ง200ไรงี้อ่า เผื่อเคสเล่มไม่สวยด้วยกูไม่อยากปสด.
ส่วนเรื่องที่บ้านตอนนี้ใช้โซนส่วนตัวของพ่อเก็บของอ่ะ บ้านที่อยู่คือชอบมีปลวก+มีแมว(พังหมด) ก็ไม่ได้บอกเขานะว่าวาย อันไหนปกล่อแหลมก็พยายามเก็บมิดๆ วันดีคืนดีพ่อก็เอาสต๊อกที่กูใส่ลังไว้มาเรียงใส่ตู้กระจกให้ กูนี่แทบร้องไห้ แต่เขาไม่พูดอะไรกูก็เฉยๆ ด้านเข้าไว้ เขาคงเห็นว่ามันพอทำเงินได้นิดๆหน่อยๆเป็นค่าอาหารแมวละมั้ง เลยไม่ว่าอะไร 55555

122 Nameless Fanboi Posted ID:qjFt3PUPXU

>>121 แล้วถ้าส่วนที่พิมพ์เผื่อหมด จะสั่งพิมพ์มาสต็อกเพิ่มป่าว (จริงๆ ใจตอนนี้ค่อนข้างเทไปทางไม่พิมพ์แหละ แต่อยากซาวนด์หลายๆ เสียง 😅)
ปอลอ ของที่บ้านนี่พ่อยังไม่รู้ว่าลูกเขียนนิยาย แต่แม่เหมือนจะระแคะระคาย ถ้าบอกคงบอกแม่ก่อน หาพวก 😂

123 Nameless Fanboi Posted ID:p.JaSgzzBn

ไม่ใช่นขนะเป็นนักอ่านแอบๆที่บ้านไม่รู้ว่าอ่าน ทุกอย่างคืออ่านในห้องตัวเอง บ้านกูคือพ่อแม่แก่มาก เอจแก้ปเยอะสัสๆ ขนาดเวลาดูหนังแล้วมีฉากจูบพ่อกูยังกดเปลี่ยนเลย(กู30แล้ว) ตอนพวกเมิงบอกที่บ้านนี่เป็นไงกันวะ กูยังนึกภาพตอนที่บ้านรู้ว่าอ่านไม่ออกเลย ยิ่งถ้าเขียนเองด้วยนี่ยิ่งหนัก

124 Nameless Fanboi Posted ID:jMQKcHE+BM

>>123 ของกูเคยเขียนแค่ฟิคนะ ตอนแรกแม่ก็ถามว่าทำไรเพราะเขาเห็นกูอยู่หน้าคอมตลอด กูก็บอกแค่ว่าเขียนนิยาย เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ อาจเพราะตอนเด็กๆกูอ่านแฮร์รี่ล่ะเคยบอกเขาอ่ะว่าอยากเป็นนักเขียน ก็คงไม่ได้สนใจว่ากูเขียนแนวไหน 55555555 แต่ทุกวันนี้ผันตัวมาเป็นนักอ่านอย่างเดียวล่ะ แต่เป็นนักอ่านก็แอบยากนะ ส่วนมากกูจะซื้อเรื่องที่ปกไม่โฉ่งฉ่างมาก ส่วนมากกูอ่านแนวพวกจีนพีเรียด ก็พอแถว่าเป็นนิยายจีนกำลังภายในได้ แต่หลังๆกูไม่เอาไปอ่านข้างนอกเลย เพราะถึงปกมันจะปกติ แต่บางทีอ่านถึงฉากอย่างว่ามันก็มีความเขินๆอ่ะ ถึงจะสำเร็จวิชา poker face ตอนอ่าน nc แล้วก็เถอะ แต่ก็ระแวงกลัวใครโผล่มาข้างหลังตลอด เลยอ่านแต่ในห้องตัวเองพอ

125 Nameless Fanboi Posted ID:o+s7zaF3KR

>>122 ไม่เพิ่มอ่ะ หมดก็หมด อีบุ๊คมีขายเรื่อยๆหรือหากคนอ่านอยากได้จัดๆก็เปิดพรีเฉพาะกิจจำกัดจำนวนขั้นต่ำถ้าไม่ถึงก็คืนเงินอ่า แต่กว่าจะหมดก็นานอ่ะ55555 เลยไม่ค่อยได้รีสต๊อกว่ะ เส้าเลยตัวกู
>>123 ในฐานะนักอ่านก็ไม่เคยบอกนะ ส่วนตัวแม่ค่อนข้างเปิดกว้างอยู่พอวันนึงแม่ถามก็บอกไปว่าวาย วายคืออะไร แม่ก็ไม่ว่าอะไร ขอเอาไปอ่านด้วย 5555 แต่ไม่ได้เข้าวงการตาม ส่วนพ่อไม่ได้บอกนะแต่ลักษณะกูชอบวางหนังสือเกลื่อนบ้าน(ปกคะไซกูก็วางทิ้งมาแล้ว5555 )จนมันเยอะมากปลวกขึ้น พ่อเลยบอกให้เอาไปไว้ในห้องทำงานเขา แต่ก็ไม่ถามอะไร ส่วนตัวคิดว่าเขารู้เองแต่ไม่ถาม ปกติคือเรื่องส่วนตัวของส่วนตัวพ่อจะไม่ยุ่งอยู่แล้วอ่ะ เลยทำเฉยๆไป

126 Nameless Fanboi Posted ID://6.ozZ3VG

>>123 ที่บ้านกูไม่เคบถามอยู่แล้วว่าอ่านอะไร รู้แค่ว่าอ่านอะไรไร้สาระ 555 โชคดีที่นิยายวายที่กูอ่านแต่ละเรื่องนั้นไม่มีปกส่อ (แต่จริงๆ ปกชายสองคนจับมือกัน กอดกัน นั่งพิงกัน พ่อแม่เห็นก็น่าจะ เอ๊ะ บ้างแล้ว) กูชอบปกจีนอยากให้ไทยทำบ้าง ปกจีนมีชื่อเรื่อง เน้นใช้ภาพทิวทัศน์เรียบง่าย ไม่มีตัวละครขึ้นปก รู้สึกเหมือนอ่านวรรณกรรมชั้นครู แต่จริงๆ แล้วนั้น...หุหุ

ขอเถอะค่ะ สนพ ทำปกที่มันไม่ส่อมากจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

127 Nameless Fanboi Posted ID:FkakjeLM3k

Ky เพื่อนโม่งนข พวกมึงตั้งราคานิยายตอนละเท่าไหร่กันบ้างอ่ะ ใช้เกณฑ์ตั้งราคายังไง กูอยากลองขายบ้าง 3,000คำ 3บาทได้มั้ย แพงไปมั้ยวะ

128 Nameless Fanboi Posted ID:5.JZDm7qqQ

>>126 กูนี่นึกถึงหนึ่งคำมั่นเลย กูอยากอ่านเพราะเห็นคนพูดเยอะว่าพระเอกหลงเมีย แต่เห็นปกล่ะกูถอยเลย อิเหี้ย ไม่รู้จะซ่อนไง 555555

129 Nameless Fanboi Posted ID:XFKwNIa+dl

>>128 หนึ่งคำมั่น ปกเล่มหนึ่งคือทำให้นิยายดูไม่น่าซื้อเลย (คห.ส่วนตัว)
แบบทำไมต้องเป็นรูปนอ. เปลือยอกทั้งที่ในเล่มแทบไม่มีอะไรในกอไผ่ เพิ่งจีบกันเอง คนวาดวาดกล้ามอกไม่สวยด้วย วาดให้ใส่เสื้อครบยังน่าจะดูแพงกว่า ปกเล่มสองเล่มสามสไตล์แฟนตาซีมุ้งมิ้งบานาน่า (ศัพท์อะไรวะเนี่ย)​ ก็ใช่จะเข้ากับแนวเรื่อง แต่ก็ยังดีกว่าเล่มหนึ่ง
...จากใจคนที่พลาดพิมพ์ครั้งแรกเพราะเมินปกแล้วเกือบสอยมือสองโก่งราคา

130 Nameless Fanboi Posted ID:r6a1sZlNo9

>>127 ก5ตลอด 3นี่กำตด

131 Nameless Fanboi Posted ID:PmE1iSPQ9c

เพื่อนโม่งงง กุพรากกก กุอยากถามว่าพวกมึงเคยมีเรื่องลำบากใจเกี่ยวกับปกมั้ยวะ แบบว่าปกแบบนี้กุชอบมากแต่นักอ่านเขาจะคิดยังไง มึงจัดการปัญหายังไงวะเพื่อน

132 Nameless Fanboi Posted ID:+W6tfugP8h

มึงเอาเลย หนังสือมึง เรื่องปกกุไม่เคยถามคนอ่านเลย

133 Nameless Fanboi Posted ID:ilboP7+CWA

Ky กูมาขอคำปรึกษา ซีเรียสเลยนะ ขอถามเพื่อนโม่งที่ทำมือหน่อย ว่าลำดับขั้นตอนการเปิดพรีจนปิดพรี การพรูฟ การดิลกับโรงพิมพ์ การจัดงำดับการโอนเงินของนักอ่าน เพื่อนโม่งเรียงลำดับขั้นตอนพวกนี้ยังไง อันไหนทำก่อนอันไหนทำหลัง ขอดีๆนะ จริงๆ เพราะกูไม่รู้จริงๆ กูมือใหม่ทำครั้งแรก

ปล. ที่กูคิดตอนนี้คือถ้ายอดไม่ถึง 80เล่ม กูจะคืนเงิน

134 Nameless Fanboi Posted ID:Zi97QiEvrw

>>133 อันนี้แค่ของกูนะ ตอนที่เคยทำคือเขียนจบแล้ว > ส่งพรูฟ > จัดหน้า พอได้จำนวนหน้ามาแล้วก็ไปดีลกับโรงพิมพ์ว่าคิดราคาเล่มละเท่าไหร่
ตอนนั้นกูสั่งพิมพ์ที่คั่นไปพร้อมหนังสือด้วยนะ ถ้ามึงมีของพรีเมียมอย่างอื่นจะแจกพร้อมนิยายก็ไปติดต่อร้าน คิดราคามาทุนให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาเปิดพรี
ระหว่างที่เปิดพรี (อาจจะสัก 1-2 เดือน) ก็จัดการเก็บตกทุกอย่าง เรื่องปก อาร์ตเวิร์ก ของแถม ตรวจดูไฟล์ก่อนจะส่งโรงพิมพ์ พอปิดพรีแล้วก็ค่อยส่งยอด+สั่งพิมพ์เลย

135 Nameless Fanboi Posted ID:uOCcMgJq5Z

>>133
1 เขียนให้จบ ทั้งเรื่องหลักและสเป
2 จ้างทำปก
3 จัดหน้าคร่าวๆใน a5 ลบบรรทัดออกให้หมด มึงจะคำนวนราคาเล่มได้คร่าวๆละ
4 ได้ปกมา ไปแปะโปรโมท คนที่เค้าซื้อมึงจะได้เตรียมตัว หยอดปุกหมู บอกราคาคร่าวๆไปก็ได้
5 กลับมาจัดการเนื้อใน ส่งพรูฟซะ แล้วจัดหน้า ดีลกับโรงพิมพ์ จัดการเรื่องของแถม มึงจะได้ราคาที่แน่นอน
6 ตั้งราคา + ส่งไปเลย (ตั้งราคามึงห้ามลืม บวกค่าส่ง กับค่า อุปกรณ์แพ็คของส่งเด็ดขาด พวกบับเบิ้ล เทปกาว กล่อง มีราคาหมด มึงต้องบวกเพิ่มเข้าไปด้วยไม่งั้นมึงเข้าเนื้อ)
7 กลับมาเปิดพรี ใช้เวลาสัก 2-3 สัปดาห์ (อย่าให้ห่างจากข้อ 4 เกินเดือน 1 เดือนเพราะคนจะเริ่มขี้เกียจรอ)
8 ช่วงนั้นมึงจะได้งานที่พรูฟ + จัดหน้ามาแล้ว อยู่ในช่วงปิดพรีพอดี มึงรวบรวมยอด บวกเผื่อซัก 10 เล่ม เผื่อมึงไว้แจกโปรโมท เผื่อแจกญาติ แจกเพื่อน รอบสต๊อกเล็กๆน้อยๆที่มีแน่ มันจะมีพวกคนที่ ถึงเวลาโอนไม่โอน ไม่พรี มาถามทีหลัง มึงต้องไม่เสียผลประโยชน์ตรงนี้ จากนั้นไปส่งให้โรงพิม เค้าจะใช้เวลาพิมประมาณ 1-2 สัปดาห์ ไม่เกิน (ถ้ามึงไม่ไปสั่งงานชนกับพวกงานวายอื่นๆ) แต่ภายใน 4-5 วันมึงจะได้ปกมา มาพรูฟสีปก และ ขอเล่มตัวอย่างมาเช็ค หลังจากนั้นเค้าจะสั่งพิมพ์ให้มึงเลย (ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์)
9 กลับมาจัดการจัดลำดับการโอน กรณีที่มึงมีรอบ วันเดย์ หรือห้าสิบหกสิบคนแรกไรงี้ มึงต้องทำให้เสร็จตั้งแต่วันทีเ่ปิดพรีในข้อ 7 เพื่อป้องกันปัญหา กับนักอ่าน เพราะนักอ่านจะเครียดง่าย กดดันมึง และมึงก็จะนอยด์ และ มึงต้องเช็คกับธนาคารให้ดี เผื่อมึงมีตกหล่นไม่งั้นจะมีปัญหายาว
10 ถ้ามึงคิดจะเขียนบ่อย ที่กูอยากแนะนำคือ ให้มึงทำตรายาง ชื่อ ที่อยู่ตัวเองไปเลย เวลาส่ง มึงก็ปั๊มเอา จะได้ไม่เหนื่อย
11 ไปซื้อของแพคหนังสือ ใช้ กล่อง บับเบิ้ล สั่งมาเยอะๆ เทปกาว ใส ถ้ามึงส่งหลายลำดับ มึงไปไปรฯไปขอเล่มเขาเอามาไว้แปะเลขแทร็คด้วยตัวเองแล้วเวลาส่ง มึงก็ค่อยเรียงลำดับไปให้เขา

12 ช่วงนี้มึงน่าจะได้เล่มหนังสือมาแล้ว มึงก็ถ่ายลงโซเชี่ยลหน่อย ว่าได้ของแล้วค่ะ คนอ่านจะอุ่นใจ ไม่ทวงให้มึงนอยด์ เพราะคนโกงเยอะเค้าจะกังวล
13 ได้เล่มมาแล้ว จัดการแพ็คเลย แพคบับเบิ้ลให้หนาที่สุดอย่าชั้นเดียว ไม่งั้นมึงโดนตราหน้าแน่ ถ้าเล่มบุ หรือมีปัญหาอะไรที่เกิิดจากการส่งมึงต้องมานั่งปวดหัวกับการรับเคลม เพราะงั้นมึงแพ็คให้หนัก เอาให้หนาที่สุดเท่าที่จะทำได้
14 แพ็คเสร็จ มึงจัดการแปะชื่อตัวเอง ชื่อลูกค้า แปะแทร็กที่มึงได้มาจากไปรฯ และมึงก็อย่าลืม ทำตาราง ชื่อ+แทร็ค เอาไว้ด้วยล่ะ เวลาส่งแล้วมึงจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับแทร็กกิ้งยาวยืดในใบเสร็จ แต่ถ้าคิดว่าเล่มน้อย มึงไม่ต้องไปเอาแทร็กมาแปะ มึงไปถึงก็หอบไปส่งได้เลย ให้พนง. ทำให้ แต่ว่ามันจะช้ามากมึงจะเสียเวลาชีวิตสุดๆ เพราะมึงต้องยืนรอเค้าพิมพ์ชื่อแปะแทร็กนานมาก

15 ส่งเสร็จ มึงก็อัพลงโซเชี่ยล แล้วมึงก็แสร้งทำเป็นพวกว่ามึงเหลือสต๊อกอีกสิบกว่าเล่ม กระตุ้นคนที่คิดจะสั่งแต่ไม่สั่งหน่อยเพราะเค้าจะอยากได้แหละแต่เค้าอยากได้ตอนที่เห็นแล้ววว่ามึงส่งหมดแล้ว หลังจากนั้นมึงก็จะได้ยอดมาเพิ่มอีกนิดหน่อย แล้วมึงก็ไปส่งอียอดนั้น

16 เสร็จสิ้นกระบวนการ
17 อย่าลืมทำบัญชี รายรับรายจ่ายให้ดี มึงจ่ายอะไรไปบ้าง ต้องจดหมด กำไรได้เท่าไหร่ต่างๆ
18 ตอนมึงจ้างนักวาด ขอเอกสารการออเดอร์งานที่ชัดเจนด้วย และ ตอนที่มึงสั่งพิมพ์ ขอเกี่ยวกับเอกสารด้านภาษี หรือเค้าหักอะไรเท่าไหร่ขอมาแล้วเก็บไว้
19 เก็บเอกสารนี้ไว้ ทำภาษีต่อไปในอนาคต เพราะเงินมึงเข้าเยอะ และจำนวนการโอนน่าจะเยอะ เก็บไว้ยื่นเป็นภาษีสิ่งพิมพ์ มึงจะได้ลดเกี่ยวกับส่วนของค่าใช้จ่าย

จบ . หวังว่าจะช่วยอะไรมึงได้บ้าง กูอาจจะพิมงงๆหน่อยกูไม่ได้ขายมานานแล้วแต่คร่าวๆก็ตามนี้

136 Nameless Fanboi Posted ID:kwf3tGmvlT

เขียนให้จบ พูดง่ายแต่ทำยากนะมึง 5555555 ส่วนกูคือถ้าจะทำแน่ๆ ก็สั่งทำปกก่อนเพราะปกเนี่ยบางทีมึงเจอนว.เบี้ยวงาน ลัดคิว โดนเท คอมมิชแล้วไม่สวยเหมือนที่คิด/ไม่สวยเหมือนงานออริของเขา ไหนจะทำอาร์ตปกอีก นว.บางคนเขาไม่รับทำอาร์ตนะต้องไปจ้างแยก ตรงนี้แหละเสีบเวลามาก บางคนคิวยาว3-4เดือนงี้ หลังจากนั้นก็ตามที่บนๆว่าอ่ะ เขียนจบ จัดหน้า ขอราคาโรงพิมพ์ เปิดพรี สั่งพิมพ์

137 Nameless Fanboi Posted ID:acSjbjd1tO

ตรายางนามปากกา + ที่อยู่สั่งทำมาสามปี ยังเป็นตรายางเวอร์จิ้น ไม่เคยได้แกะมาใช้เลย เพราะเขียนไม่จบเนี่ยแหละ 😂

138 Nameless Fanboi Posted ID:Gy8pIsqUxf

>>133 ตอนที่กูทำนะ เปิดจอง 1 เดือน และพร้อมส่งหลังปิดจองเลย ขั้นตอนประมาณนี้ ก่อนที่จะเปิดจอง แปลว่ากูเขียนนิยายพร้อมตอนพิเศษหรือเนื้อหาทั้งหมดพร้อมปกเสร็จแล้ว หลังจากนั้นติดต่อเรื่องพิสูจน์อักษร สอบถามระยะเวลาการจอง มาถึงตรงนี้กูจะมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายแล้ว ค่าวาดปกเท่าไหร่ ค่าตรวจเท่าไหร่ และคร่าวๆ ของราคาพิมพ์จากโรงงานเท่าไหร่ และเปิดจอง
พูดง่ายๆ คือกูทำเกือบทุกอย่างเสร็จแล้วถึงเปิดจอง เพราะอะไร
เพราะจะได้ตัดเรื่องปกเสร็จไม่ทัน เขียนเนื้อหาไม่เสร็จ หรือกำหนดต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และลดปัญหาความเครียดด้วยไม่งั้นทุกอย่างกระชั้นชิดไปหมด เปิดจองไปเครียดไป ไม่สนุกอะ

139 Nameless Fanboi Posted ID:EmpIt1ohoy

Ky เพื่อนกูเป็นนักเขียนฟิค แต่นางไม่สะดวกทำมือ นางเลยถามกูว่าถ้านางทำอีบุ๊คฟิค เปิดให้แฟนคลับซื้อในเวลาที่จำกัดเดือนสองเดือนเหมือนพวกพรีเล่มอ่ะ พอครบกำหนดนางก็ลบอีบุ๊คทิ้ง แต่คนซื้อแล้วจะยังอ่านได้อยู่ ทำแบบนี้มันน่าเกลียดมั้ย

140 Nameless Fanboi Posted ID:CBj9k4kTTZ

>>139 ทำไมไม่เปิดตลอดวะถ้างั้น55555

141 Nameless Fanboi Posted ID:p8MGkM3Ysu

Ky พูดถึงการทำมือ ขอถามคนเคยทำหน่อยว่า สมมติยอด 100เล่มนี่ เข้าเนื้อกันมั้ย ถ้ามีแค่เล่มกับที่คั่น ของแถมอย่างอื่นไม่มี แล้วขายกันเท่าไหร่

142 Nameless Fanboi Posted ID:xr4NpRiwjV

>>141 หน้าละบาท ไม่เคยขาดทุน

143 Nameless Fanboi Posted ID:CBj9k4kTTZ

>>141พูดเลยว่าไม่ขาดทุนตาม142บอก แต่ไม่เคยคุ้ม5555555555 ทำเสร็จเหนื่อยค่ด

144 Nameless Fanboi Posted ID:pS7i5ZSBHh

ทุกคน กูมีเรื่องปรึกษาหน่อย กูเขียนแนว pwp ขายในรีดอะไร้ ทำมาประมาณ 3 เดือนละ ช่วงแรกลงเรื่องสั้น 5 เรื่อง แบ่งเป็นครึ่งหน้าฟรี ครึ่งหลังติดเหรียญ ก็ได้ยอดมาบ้าง แล้วพอเดือนนี้กูก็ลงเรื่องยาวแต่ก็ยังเน้น pwp อะนะ แต่เรื่องนี้ปรับมาให้อ่านฟรีสักระยะ ก่อนติดเหรียญ แล้วยอดเดือนนี้อยู่ประมาณ 300+ แตะ 400 ตอนละ 3 บาท พวกมึงว่าแบบนี้มันโอเคไหมอะ ยอดก็ครึ่งๆ ระหว่างเรื่องเก่ากับใหม่ รวมกันมีตอนติดเหรียญราวๆ 10 ตอน

คือตอนแรกกูคิดว่าจากยอดวิวในเรื่องหลังตอนแรกๆ กูจะได้ยอดเยอะกว่านี้อะ แต่นี่ยอดไม่เท่าไหร่เอง รวมแล้วประมาณ 3 เดือนกูได้ประมาณ 1700+ อะ มันโอเคไหม กูเข้าใจนะว่ากูโนเนม แต่ยอดเท่านี้กูไม่รู้ว่าควรพอใจไหมอะ 555

แล้วถ้ามันโอเคแล้วกูควรใช้เทคนิคไงดีวะสำหรับเรื่องถัดๆ ไป อย่างเรื่องหลังนี่กูติดเหรียญหลังผ่านไปประมาณวันนึงอะ แต่เห็นหลายคนบอกว่าฟรีสักสองสามชั่วโมงพอ แต่กูจะติดเร็วแบบนั้นก็กลัวไม่มีฐานอะ กลัวคนอ่านจะหนีหายหมด 5555

145 Nameless Fanboi Posted ID:KI0Hwvgyp6

>>141 ไม่ขาดทุนแน่นอน แต่อาจจะได้กำไรไม่เยอะ ของกูตอนนั้นประมาณ 80 เล่ม กำไรไม่ถึงหมื่น
แต่ไม่มีค่าจ้างวาดปก พรูฟ จัดหน้า เพราะคนที่รู้จักช่วยๆกันทำ ปกก็ไม่ได้เป็นภาพวาดอะไร

146 Nameless Fanboi Posted ID:OW43RyFfHF

>>145 ขอถามนิดนึงนะ 80เล่มนี่เสียค่าพิมไปเท่าไหร่ เพราะกุไม่ถนัดทางนี้ อยากหาข้อมูลเยอะๆ แล้งมึงขายเล่มเท่าไหร่ / กี่หน้า

147 Nameless Fanboi Posted ID:o0TaVZGK/z

ky มึง กุถามหน่อย เวลาเขียนนิยาย ถ้าพระเอกไม่ได้ออกตั้งแต่ตอนแรกจะเปนไรไหมวะ แบบ สักสองสามบทค่อยโผล่ คนอ่านจะเบื่อก่อนปะ

148 Nameless Fanboi Posted ID:2+AWYCATru

>>147 ทุกตอนต้องมีเนื้อไม่มีน้ำ ถ้าแต่ก่อนโผล่ทำให้น่าสนใจมากพอก็ไม่เป็นไร

149 Nameless Fanboi Posted ID:ta9PclSmk9

เห็นนักเขียน ว ออกมาโพสต์ว่านิยายไม่ได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ใหญ่แล้วเพราะยอดขายเรื่องก่อนหน้าไม่ค่อยดี กูเป็นเศร้า เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะว่ามันมีเหตุผล แต่อยากบอกคนอ่านว่าถ้ารักนักเขียนคนไหนคุณลงทุนสนับสนุนงานเขาด้วยนะ ตอนนี้นิยายแปลจีนตีตลาดวายไทย ถ้าทุกคนทุ่มให้แต่วายแปล นักเขียนไทยก็จะหดหายลงเรื่อยๆเพราะหมดแรงสู้ ในเมื่ออยู่ในตลาดไม่ได้ก็ต้องตายไป

150 Nameless Fanboi Posted ID:ZRrJ5ZwJ8.

>>149 อวว ทำตลาดวายไทยไม่เป็น เดิมทีก็ไม่คิดจะจับวายอยู่แล้วด้วย เพิ่งพลิกลิ้นมาทำช่วงหลัง
ดูอย่างสนพ.อื่นที่จับแนววายไทยเหมือนกัน
โหมออกนิยายเป็นเซ็ต พ่วงเล่มพิเศษ (ซึ่งเป็นการตลาดที่ชั่วมาก ในค.รู้สึก) เน้นมีของพรีเมียมบ้าบอโคตรฉาบฉวย
แต่นั่นเพราะมันตกคนอ่านวายกลุ่มใหญ่ได้ไง

151 Nameless Fanboi Posted ID:xICpP/qaBx

>>146 จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้นะ เพราะหลายปีแล้ว ของกูตอนนั้นน่าจะ 320 หน้า ค่าพิมพ์จริงๆ ประมาณร้อยต้นๆ ขายเล่มละ 280
(ขายถูกหน่อยเพราะไม่มีต้นทุนอย่างอื่นเลย มีแค่ค่าพิมพ์หนังสือ ที่คั่นอันละ 2 บาท 2 ลายต่อเล่ม นอกนั้นพรูฟฟรี ปกฟรี จัดหน้าฟรี)

152 Nameless Fanboi Posted ID:xICpP/qaBx

>>150 อวว ทำตลาดแนววายเหมือนนิยายชญที่ทำมานานอ่ะ พวกแนววัยรุ่น หาซื้อง่าย วางขายตามร้านทั่วไป ส่วนใหญ่จะเล่มเดียวจบ ไม่มีบ็อก ไม่มีของพรีเมียม
ดังเพราะเป็น สนพ.ใหญ่ มีนักเขียนดังๆ ที่ผูกขาดกันอยู่ แล้วบางเรื่องก็ได้เอาไปทำเป็นซีรีส์ ทั้งชญ ทั้งวาย แค่นี้แหละ
แต่หารู้ไม่ว่าวงการวายมันไม่เหมือนใคร นักอ่านวายก็ไม่เหมือน บ้าของพรีเมียม บ็อกเซ็ต เอาจริงแค่ปกสวยก็ตื่นเต้นกันชิบหาย 555

153 Nameless Fanboi Posted ID:/74/PvusRp

>>152 จริง กูว่าวงการวายบ้าของพรีเมียมมากจนงงว่าอะไรจะขนาดนั้น (พอๆกับความคลั่งกริบที่กูไม่เข้าใจว่าทำไมวงการนี้ถึงบ้ากันขนาดนั้น วงการอื่นไม่เห็นเป็น) แต่กูว่าถึงนิยายวายไทยทำพรีเมี่ยมทำบ็อกซ์อลังๆ มันก็อาจจะไม่คุ้มว่ะ วายไทยมันไม่ได้ขายคล่องเหมือนวายจีนอ่ะ

154 Nameless Fanboi Posted ID:A9Y+K0pXoD

เห็นในนี้พูดถึงของพรีเมียม
ขออนุญาต​ถามนักเขียนที่เคยทำเล่มแล้วมีของแถมเช่นที่คั่น โปสการ์ด กล่องจั่วปัง ที่คั่นจิบิ การ์ดใส ใดๆ
ของพวกนี้ต้นทุนสูงไหม? คือสงสัยว่าถ้าไม่มีของแถมจะทำให้ราคาถูกลงสัก 5-10% ได้ไหมนะ
แบบว่าชอบเก็บเล่มมากกว่าอีบุ๊ค แต่บางทีเห็นเล่มพร้อมของแถมอลังการก็แอบลังเลเรื่องราคา จะรอรอบสต็อก บางทีดันมีเล่มพิเศษเฉพาะรอบจองอี๊ก
เข้าใจดีว่าทำเล่มเอง ต้นทุนสูง ราคาเลยโดดกว่าออกกับสนพ. แต่บางทีก็แอบสงสัยว่าถ้าไม่ต้องมีของแถมเลย แล้วราคาถูกลง มันก็ไม่น่าจะกระทบกับยอดขายหรือเปล่านะ?
สงสัยมานานแต่ไม่กล้าถามนักเขียน​โดยตรง เลยมาถามในนี้ ถ้าเสียมารยาทตรงจุดไหนต้องขอโทษล่วงหน้าเด้อ

155 Nameless Fanboi Posted ID:HjVgiiVV4R

>>154 ของแถมมันมีผลกับต้นทุนอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นอะไร เท่าที่เคยทำมา ที่คั่นหนังสืออันละ 2 บาท การ์ดใสถ้าสั่งจากจีน รอนานหน่อยแต่ถูกมาก ใบละ 3 บาทยังมี
ส่วนพวกกล่องจัวปัง บ็อกเซ็ตต่างๆ ปกติก็เก็บตังค์เพิ่มอยู่แล้ว ใครจะเอาบ็อกก็บวกอีก 200 บาทไรงี้

156 Nameless Fanboi Posted ID:HjVgiiVV4R

>>154 ตะกี้พิมพ์ไม่หมด เผลอกดส่ง จะมาตอบประเด็นที่ว่า "ถ้าไม่ต้องมีของแถมเลย แล้วราคาถูกลง มันก็ไม่น่าจะกระทบกับยอดขายหรือเปล่านะ?"
สำหรับกู กูว่ามี เพราะตามคห.บนๆอ่ะ คนอ่านวายบ้าของพรีเมียม ยิ่งถ้ามีครบเซ็ต รอบจอง รอบ1day ฯลฯ จะยิ่งขายต่อง่าย
บางเรื่องไม่ได้ดังมาก คนยังไม่ค่อยรู้จัก เห็นแค่เรื่องย่อหรือรูปปก/บ็อกก็กดพรีแล้ววว บางคนถือคติว่าสั่งไปก่อน ไม่โอเคค่อยขาย ถ้าสวยก็เก็บสะสม

157 Nameless Fanboi Posted ID:A9Y+K0pXoD

>>156 ขอบคุณ​มากที่ช่วยแชร์คห.
ขอถามเพิ่มอีกนิดส์นึง ถ้าเปิดพรีแบบมีของพรีเมียม แล้วมีคนอ่านเดมไปถามว่า ขอซื้อเฉพาะเล่ม แบบตัดราคาของพรีเมียมออก (แบบจะเอาแต่เล่มหลักกับเล่มพิเศษ)​ จะรู้สึกว่าผิดมารยาทไหม? แล้วจะขายราคาปลอดของพรีดมียมไหม?
บางเรื่องคันมืออยากกดไปถาม แต่กลัวนักเขียนรู้สึกไม่ดีอ่ะ

158 Nameless Fanboi Posted ID:3NtAO9xmFx

ปกติของพรีเมี่ยมรอบพรีของทำมือวายเป็นอะไรวะ พวกการ์ดเหรอ งบกูไม่สามารถทำแฟ้มหรือพวงกุญแจอะคลิลิกได้

159 Nameless Fanboi Posted ID:3NtAO9xmFx

>>157 ไม่ควรอย่างยิ่ง ถ้านักเขียนจะขายแค่เล่มก็เปิดออพชั่นขายเล่มกับขายเซ็ทไปแล้ว

160 Nameless Fanboi Posted ID:A9Y+K0pXoD

>>159 อืม คงจริง บางคนก็มีออฟชั่นให้เลือก แต่ส่วนใหญ่เห็นแต่รอบจัดเต็มกับรอบสต็อก ถ้าอย่างนั้นคงไม่ถามให้เค้าเสียความรู้สึกดีกว่า
>>158 ของแถมเอาแบบไม่เป็นภาระต้นทุนมากก็ได้นะ ทุกวันนี้ที่คั่น โปสการ์ด สติกเกอร์ลายจิบิ ฯลฯ ก็อยู่ในซอง ไม่เคยแตะ
โดยส่วนตัวอยากได้แต่เล่มจริงๆ น่ะ ของพรีเมียมที่ดีที่สุดในความคิดคือตอนพิเศษเยอะๆ 555
แต่เสียงส่วนฝใหญ่คงชอบของพรีเมียมมาดกว่าจริงๆ แหละ สำหรับสายสะสมนะ

161 Nameless Fanboi Posted ID:Xgi/ckEf/v

>>160 แซมมมม กูสายอ่านอย่างเดียว ที่คั่น พวงกุญแจ การ์ด ฯลฯ คือขยะ อัดตอนพิเศษเด็ดๆมาเยอะๆ เขียนเรื่องย่อคร่าวๆสักบรรทัด แค่นี้แหละสำหรับกู

162 Nameless Fanboi Posted ID:3NtAO9xmFx

>>160 โปสการ์ดลายปกก็ถือเป็นของพรีเมี่ยมเรียกลูกค้าได้ใช่มั้ย กูเป็นพวกเก็บแต่หนังสือของพรีเมี่ยมเวลาซื้อกระจัดกระจายมากตามแต่ว่าตรงไหนว่างก็ยัดๆไป
สำหรับกูตอนพิเศษเป็นของที่ขาดไม่ได้มากแต่กูกลัวว่าถ้าของพรีเมี่ยมรอบพรีเป็นเล่มเล็กพวกที่ตามเก็บทีหลังเห็นว่าพลาดตอนพิเศษแล้วจะไม่ซื้อเลย

163 Nameless Fanboi Posted ID:A9Y+K0pXoD

>>162 ไม่เคยอยู่ฝั่งทำขายเลยไม่รู้ว่าโปสการ์ดลายปกดึงลูกค้าได้จริงป่าว
แต่ส่วนตัวต่อให้วาดโดยฉงกง พรีอุส ก็ยังเฉยๆ ไม่รู้เอามาทำอะไร นอกจากเรื่องที่ซื้อมาแล้วไม่สนุกต้องขายต่อ เออ มีไว้ขายเข้าชุด
ตอนพิเศษ (ที่ไม่ได้แยกเล่มต่างหาก)​ คือเดอะเบสท์​จริงๆ ไม่เป็นภาระในการหาซื้อเวลามาไม่ทันรอบพรีด้วย

164 Nameless Fanboi Posted ID:thiRmDSD2a

Ky ใครมี # นิยายเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีใครเล่นด้วยมั้ย กูคนนึง กดเข้าไปดูแล้วเหงาจังเลย 55555555555555555 ;-;

165 Nameless Fanboi Posted ID:oeztz4SzMb

เห็นคุยกันเรื่องขายพอดี ขออนุญาต ky คนที่เคยขายแพ็กในเด็กดีหน่อยดิ
ตอนปกติกูรู้ว่า ดด ห้าม nc มากสุดคือกอดจูบลูบคลำ แต่พอขายเป็นแพ็ก ในนั้นก็ห้ามไหมวะ สมมติกูจะทำอีบุ๊คขาย บางคนที่เลือกซื้อใน ดด ก็จะไม่ได้เนื้อหาที่สมบูรณ์งี้ป่าว

166 Nameless Fanboi Posted ID:o.PoB4q9GC

>>164 กูๆ มีคนมาเล่นอยู่คนสองคน กูเลยเขียนเรื่องสั้นๆ แบบมุกตลกหรือแก๊กที่ไม่ได้ลงในนิยายลงไปในแท้กด้วย แต่ยังไม่รู้ว่าจะมีคนมาเล่นเพิ่มไหมเพราะกูยังไม่ได้บอกนักอ่านว่ะ เพราะเเนวเรื่องกูดราม่าด้วยแหละ หาที่แทรกมุกไม่ได้เลยโยนลงแท้กเอา 55555

167 Nameless Fanboi Posted ID:1KlGS936O1

>>166 กุด้วย กุก็ดราม่าตับแตก มีมาเล่น # กับกูประมาณ 5คน 55555555

168 Nameless Fanboi Posted ID:y1nbPk/aI9

>>165 เนื้อหาในดด.ก็คงลงเรทไม่ได้อยู่ดีแหละ เพราะมันเหมือนเนื้อหาที่ลงในเว็บอะมึง

169 Nameless Fanboi Posted ID:y1nbPk/aI9

>>144 กูคิดว่าน่าจะน้อยนะ เริ่องแบบกลางๆ ปกติก็ได้เดือนละพันขึ้นทั้งนั้นอะ แต่ของมึงเหมือนยังไม่ถึงเลย

170 Nameless Fanboi Posted ID:CN4fDeDG6m

เวลานักเขียนทำเล่มจะรีปรินท์ มักจะกำหนดว่าถ้าไม่ถึงยอดข้ันต่ำ (สมมติ 200 เล่ม) จะไม่พิมพ์ใหม่ และคืนเงินให้คนอ่านที่โอนไปแล้ว
ทีนี้เลยสงสัยว่าทำไมต้องกำหนดยอดขั้นต่ำอ่ะ อย่างถ้าสมมติยอด 80 เล่ม สั่งพิมพ์มาขาย 80 เล่มก็กำไรอยู่ดีป่าว ?
ปกไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ค่าจ้างพิสูจน์อักษร จัดเล่มอะไรพวกนี้ก็ไม่ต้องจ่ายเหมือนพิมพ์รอบแรก
(อันนี้มองมุมคนอ่านนะ ไม่รู้ว่ากระบวนการพิมพ์ซ้ำมีต้นทุนอะไรอีกหรือเปล่านอกจากค่าพิมพ์ ค่าวัสดุห่อ ค่าส่ง)
หรือว่านักเขียนมองว่ากำไรจากยอด 80 เล่ม ไม่คุ้มที่เขาจะรีปรินท์อ่ะ ?

171 Nameless Fanboi Posted ID:1kw//MoBEC

>>170 ถ้าเอาระดับ200นี่คืออาจจะเคยขายได้ระดับ500+มาก่อน ค่าพิมพ์จะถูกมากถ้าพิมพ์ระบบออฟเซต ต่ำกว่านั้นจะเป็นดิจิตอลค่าพิมพ์แพงกว่าแต่มันได้กำไรในตัวแล้วเพราะไม่มีค่าต่างๆอย่างที่ว่านั่นแหละ ยกเว้นนข.จะจ้างคนนอกแพ็ค+จัดการให้ก็มีค่าจ้างส่วนนี้ ค่าบับค่ากล่องมันไม่เท่าไหร่หรอก ปกติกู 50 ก็รีได้แล้ว คิดว่านข.อาจจะมองว่าไม่คุ้มเหนื่อยตอนส่ง+ตีกับโรงพิมพ์ต่อให้ใช้ไฟล์เดิมจริงแต่บางทีสีเพี้ยนเอย อาร์ตเบี้ยว สันเบี้ยวและอื่นๆ ปัญหาพวกนี้ต่อให้ใช้ที่เดิมก็มีว่ะ ไหนจะขนส่ง คนซื้อขอเคลมแบบปสด.ต่างๆ อีก

172 Nameless Fanboi Posted ID:CN4fDeDG6m

>>171 ไม่ทันนึกถึงว่าพิมพ์ต่างระบบ ต้นพิมพ์ต่อเล่มจะต่างกัน พอจะเข้าใจมุมคนทำแระ
ขอบคุณที่แชร์คห. ค่ะซิส

173 Nameless Fanboi Posted ID:BKsQV6za61

ขอถามคำถามลูกเจี๊ยบหน่อยนะ
นักเขียนในนี้มีใครอ่านพวกฮาวทูเขียนนิยายมั่งไหม ?
ส่วนตัวเคยอ่าน 100 คำถามสร้างนักเขียน ของฟิลิปดา ก็อ่านเพลิน ๆ ดี (แต่ก็ยังฉุดตัวเองออกจากความขี้เกียจเขียนไม่ได้ 555)
เพื่อนโม่งมีเล่มแนะนำบ้างป่าว ?

174 Nameless Fanboi Posted ID:oe0pKG6OTk

>>173 เพื่อนนข.ของกูบอกว่าพวกคอร์สสอนเขียนนิยายหรือฮาวทูต่างๆอ่ะ อ่านเอาสนุกเรียนเอาสนุกได้ แต่เอาเข้าจริงเวลาเขียนอ่ะพวกคอร์สสอนเขียนนิยายเอย วิธีเขียนเอย หลักการนู่นนั่นนี่มันเอามาใช้ไม่ค่อยได้อ่ะ เพราะเวลาเขียนมันเป็นไปตามอารมณ์และเอกลักษณ์ส่วนบุคคลมากกว่าอ่ะ

175 Nameless Fanboi Posted ID:+/DVJgSd2b

>>173 กูแนะนำอัตชีวประวัติ นักเขียนนวนิยายเป็นอาชีพ แปลของมูราคามิ มันไม่ได้บอกวิธี 1 2 3 4 หรอก แต่ก็ได้เห็นอะไรบางอย่างนะ

176 Nameless Fanboi Posted ID:O6qwJrJPBO

>>170 เคยเจอนขที่ยอมทำแบบไม่กี่สิบเล่มด้วย แบบเวลาเปิดพรีเรื่องใหม่ก็เปิดเก็บตกเรื่องเก่าให้ด้วย เห็นแล้วรู้สึกว่าใส่ใจดี ขายตรงดี อยากอ่านก็จัดให้
แต่พวกนี้น่าจะต้องมีโรงพิมพ์คู่บุลด้วยละทั้ง พิมพ์จนรู้ใจ

177 Nameless Fanboi Posted ID:BKsQV6za61

>>174 พวกฮาวทูก็รู้สึกว่าอ่านเอาสนุกจริงๆ คือเหมือนได้รู้กระบวนการของนข. เวลาสร้างเรื่อง แต่นึกภาพไม่ออกว่าจะเอามาปรับใช้กับตัวเองยังไง ส่วนคอร์สไม่เคยเข้าแฮะ แก่แล้ว แอบเขิน 555

>>175 พูดถึงอัตชีวประวัติ เมื่อหลายปีก่อนเคยอยากได้ On writing ของสตีเฟน คิง แต่ตอนนั้นหมดเกลี้ยง มือสองก็อย่างแพง นี่เพิ่งคุ้นๆว่ามีพิมพ์ใหม่ เดี๋ยวอาจจะสอยมาพร้อมกับของมูราคามิด้วยเลย

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะซิสท้ังสอง

178 Nameless Fanboi Posted ID:gsijI8k.ei

>>176 ยอมพิมพ์ไม่มีขั้นต่ำแบบนี้ดีว่ะ บางเรื่องเพิ่งมาเจอทีหลัง หามือสองไม่ค่อยจะมี อีบุ๊คไม่ถนัด
จากที่เมนต์บนๆ บอกว่ามันมีกระบวนการชวนปวดกบาลทุกครั้งที่สั่งพิมพ์ ถ้านข.ลงแรงให้ขนาดนั้นก็ซูฮกเลย

179 Nameless Fanboi Posted ID:znBgg21Vkp

Ky แวะมาบ่น มีช่วงนี้เว้ยกูติดเขียนฟิค ติดมาก แล้วก็พักการเขียนวายไปพักใหญ่ พอจะกลับไปเขียนวายอีกทีคือ ตันมากกกกกกกกกกก ทั้งๆที่พล็อต + ทรีตเมนต์พร้อมอยู่แล้วนะ แต่กูเขียนไม่ออกเลยว่ะ มันโคตรรู้สึกไม่ดี ;-;

180 Nameless Fanboi Posted ID:yEgdGe/Ole

>>179 มึงคือ นข คนนั้นที่หันไปเขียนฟิค ปจ รึเปล่านะ ไม่ได้จับผิดหรืออะไร แค่จะบอกว่ารออยู่น้าาาาาาา

181 Nameless Fanboi Posted ID:znBgg21Vkp

>>180 โทษทีเพื่อน แต่ไม่ใช่ค้าบบบ กูไม่ได้ติ่งปจ.

182 Nameless Fanboi Posted ID:zU6+63Z3Qd

>>179 ตั้งแต่กูเจอดราม่าเรื่องการเอาอัตลักษณ์คนมาเขียนทำให้เขาติดภาพจำนั้นๆมาแล้วกูกลัวการเขียนฟิคเลยวะ เห้อ

183 Nameless Fanboi Posted ID:U5hAoLr9RF

>>179 มึงก็เขียนฟิคนั่นแหละ แต่รู้อยู่คนเดียวพอว่าเป็นฟิค
>>182 อันนี้ผิดที่พวกอินฟิคละ 55555

184 Nameless Fanboi Posted ID:+hcYzczBqN

Ky พอดีใกล้วันเกิดกู เลยคิดว่าจะลดราคาเหรียญที่ติดอ่ะ มันจะน่าเกลียดมั้ย คือลดแค่ในช่วงวันเกิดกูน่ะ พอพ้นช่วงที่กูกำหนดก็จะติดราคาเดิม

185 Nameless Fanboi Posted ID:+hcYzczBqN

>>184 โทดที ถามผิดมู้

186 Nameless Fanboi Posted ID:F8uMTtsRm5

>>184 นิยายมึงจะจัดโปรยังไงก็ได้

187 Nameless Fanboi Posted ID:+hcYzczBqN

>>186 ขอบใจมึง เพราะกูไม่มีเล่มไม่มีอีบุ๊คไง มีแต่ติดเหรียญในรอร. กูกลัวว่าจะน่าเกลียดอ่ะ เลยมาถามๆกันก่อน มึงก็รู้นักอ่านมันเดาใจยากเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย 5555

188 Nameless Fanboi Posted ID:wRGWjgfSaO

>>184 ไม่น่าเกลียด แต่ถ้ากูเป็นนักอ่านมึงและไม่ขาดแคลนนิยาย พอรู้แกวว่าจะลดวันเกิดต่อไปคงดองค่อยซื้อทีเดียวจนกว่าจะลด ในเมื่อไม่รีบ ตามซื้อตลอดได้ราคาแพงกว่ารอโอกาสจะรีบทำไม

189 Nameless Fanboi Posted ID:zU6+63Z3Qd

กุเคยอยากลดนะ แต่แบบกุขก. พอว่างอีกทีก็เลยวันเกิดกุไปล่ะ อย่าคิดมากอยากทำไรทำ มันบูสต์คนเข้าหน้าเว็บกะนิยายมึงได้ล่ะนึง คนมันไม่รอมึงมาลดในวันเกิดหรอก ถ้าจะซื้อก็คือซื้อ555555

190 Nameless Fanboi Posted ID:PKeGWyV7zf

ในฐานะคนอ่านเวลาจะซื้อก็ซื้อเลยจริงๆ แบบเฮ้ยยั่วเขียนมาขนาดนี้ชั้นต้องได้อ่านต่อเดี๋ยวนี้ 555
เล่มที่อยากอ่านส่วนใหญ่เลยไม่รอโปร นอกจากเวลา MEB จัดโปรอ่ะ ยังมีสอยเล่มที่เคยมองข้ามไปบ้าง
ถ้าเป็นแบบติดเหรียญ​ไม่ได้ออกเล่ม และเป็นเรื่องที่ไม่ได้รีบอ่าน ก็อย่างที่ >>188 บอกคือจะไม่รีบซื้อแล้ว เพราะรู้ว่าวันดีคืนดีเดี๋ยว​มีลด
สรุปที่อยากบอกคือวิธีโปรโมทแบบนี้อาจจะทำให้คนอ่านชะลอการซื้อลง (รู้แกวว่าจะมีโปร ก็รอก่อน)
แต่ไม่ได้ห้ามนะเพื่อน วิธีนี้น่าจะเรียกยอดจากคนอ่านที่อยากลองแต่ยังลังเลเรื่องราคาได้ เพียงแต่อย่าให้จับทางได้แบบ MeeD ที่เรื่องไหนค้างสต็อกก็ลดแรงจนทุกวันนี้เรื่องที่ไม่รีบอ่านนี่รอสอยตอน 50% พร้อมกันทีเดียวได้ส่งฟรีด้วย

191 Nameless Fanboi Posted ID:p3z2rdKPuS

Ky ถ้ากูเอาพล็อตที่เคยเขียนวายมาเขียนฟิคด้วยจะน่าเกลียดมั้ยวะ ใช้แค่พล็อตนะ แต่เนื้อเรื่องตะเขียนใหม่หมด ไม่ได้ก็อปจากวายมาวางเป็นฟิค

192 Nameless Fanboi Posted ID:PKeGWyV7zf

>>191 ขึ้นอยู่กับว่าพล็อตละเอียดขนาดไหน
ถ้าพล็อตประมาณพอ. / นอ. ความจำเสื่อม จำความรักที่ผ่านมาไม่ได้ หรือพล็อตคลุมถุงชน โดนบังคับแต่งงานโดยไม่ยินยอม อะไรพวกนี้มันเป็นพล็อตทั่วไป ไม่เชิงว่ารีไซเคิล

นักเขียนที่เขียนทั้งแนว BL NL เอาพล็อตเดิมของตัวเองมาใช้ซ้ำแล้วเปลี่ยนเพศตัวเอกเฉย ๆ ก็เคยมีมาแล้ว (เคยได้ยินว่ามีนะ แต่นึกชื่อไม่ออก)
ดังนั้นถ้าจะเอาพล็อตนิยายมาเขียนฟิค ก็มองว่าเป็นสิทธิ์ของนักเขียนนะ เพียงแต่อาจจะมีคนแซว อันนี้ก็แล้วแต่ว่ารับได้หรือเปล่า

193 Nameless Fanboi Posted ID:+hcYzczBqN

>>192 >>192 กูเอาแค่พล็อตน่ะ ไม่ได้ละเอียดมากออกจะหลวมๆ มันมีทรีทเม้นท์ด้วยนะ แต่กูไม่ได้เอามาใช้ กูเอาแค่พล็อต

194 Nameless Fanboi Posted ID:ylozxUtlHM

>>184 ไม่แนะนำนะ เพราะอย่างที่เมนต์บนๆ บอกว่าคนอ่านจะชะลอการซื้อลงมารอโปร แล้วพอรู้ตัวอีกทีก็ลืมนิยายมึงไปแล้วก็ได้ รอนานๆ ความอยากอ่านมันก็ลด เหมือนแบบสมัยกูตามนิยายแฟนตาซีสถาพรแล้วออกบ๊อกซ์ตามหลังอะ เหมือนหักหน้าคนที่ซื้อมาก่อน กูเลยรอจบกะว่าค่อยซื้อบ๊อกซ์ทีเดียว สรุปก็คือเลิกซื้อยาวๆ ไปเลย ซึ่งอันนี้ก็ความเห็นกูเฉยๆ นะ

195 Nameless Fanboi Posted ID:L.T+T/mlHr

Kyyyyy ขอกุประสาทแดกในนี้หน่อยจ้ะ เครียดเรื่องจะทำเล่ม เขาจะชอบมั้ย กุไม่อยากให้คนอ่านผิดหวังเลยช่วยด้วย กุรักนักอ่านมากเลยพวกมึงงงงงงงง แบบเขารักนิยายกุมากกว่าที่กุรักนิยายตัวเองอีก

196 Nameless Fanboi Posted ID:+wfEU+dHaW

Ky ขอถามเรื่องomegaverseหน่อย อัลฟ่าหญิงมีจู๋มั้ยวะ สมมติอัลฟ่าหญิงมีไรกับโอเมก้าชายใครจะรุกอ่ะ

197 Nameless Fanboi Posted ID:fWyH2vlz6.

>>196 เคยอ่านเรื่องที่มีอัลฟ่าหญิง เพศสภาพก็หญิงนะ (ในเรื่องคือแต่งกับอัลฟ่าชาย แล้วก็อุ้มท้องตามปกติ)​

198 Nameless Fanboi Posted ID:UJFbk+UO/3

>>196 แล้วแต่มึงจะเขียน (กูว่าตอนนี้ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่า omegaverse มันเป็นเวิร์สที่ไม่มีอะไรเคร่งครัด ใครอยากเขียนรายละเอียดยังไงก็เขียน) มึงอยากให้อัลฟ่าหญิงมีจู๋ก็เขียนให้มีจู๋ อยากให้ไม่มีจู๋ก็เขียนให้ไม่มีจู๋
/ส่วนตัวกูทีมอัลฟ่าหญิง×โอเมก้าชาย <3

199 Nameless Fanboi Posted ID:L.T+T/mlHr

>>196 อัลฟ่าหญิงเด้อ ในการ์ตูนเรื่องนึงครอบครัวพอ.เป็นงั้น พ่อคืออัลฟ่าหญิง คนอุ้มท้องคือโอเมก้าช.

200 Nameless Fanboi Posted ID:UJFbk+UO/3

>>196 เอ้อลืมเห็นคำถามบรรทัดสุดท้ายของมึง เรื่องนี้กูว่าก็แล้วแต่มึงเลยอีกเหมือนกันอะ มึงอยากเขียนให้ใครรุกใครรับก็ได้
ส่วนความชอบกู กูชอบอัลฟ่าหญิงรุก โอเมก้าชายรับ เวลามีลูกโอเมก้าชายก็ท้อง

201 Nameless Fanboi Posted ID:+wfEU+dHaW

ชอบสาวเสียบเหมือนกัน 555555 ขอบคุณมากเพื่อนโม่ง เดี๋ยวกูจะลองคิดเวิร์สดู

202 Nameless Fanboi Posted ID:tx+98b2cxk

ใครเคยเขียนนิยายที่มีทั้งคู่ BL (คู่หลัก)​ กับ NL หรือ GL (คู่รอง)​ บ้างไหม ปฏิกิริยาของคนอ่านเป็นไงบ้าง? (โห่ ไม่อยากอ่าน หรือรับได้ ใส่มาก็ดี)
กำลังวางพล็อตอยู่ ทีนี้มีพี่สาวพระเอก ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายเอกค่อนข้างเยอะ ตอนท้ายเรื่องว่าจะลงรายละเอียดสักหน่อยว่าเจ๊ก็มีคู่ของเจ๊นะ
ทีนี้กำลังลังเลระหว่าง
1) ลงเอยกับเพื่อนหญิงแบบ GL (พอดีมีตัวละครหญิงที่เคมีลงตัวมาก)
2) ลงเอยกับเพื่อนชายอีกคน
คือนักอ่านสาย BL เค้าจะยี้เรื่อง NL / GL ไม่อยากให้ใส่มาในนิยายมั้ยนะ?
ถ้าเป็นอย่างนั้นจะได้บรรยายแค่สั้นๆ ว่าเจ๊ก็มีคู่แล้ว แบบไม่ต้องลงดีเทลเยอะ

203 Nameless Fanboi Posted ID:h8fVXvHyJ9

>>202 ไม่ต้องบรรยายมากก็ได้นะ แค่ให้รู้ว่ามีคู่ อันนี้ส่วนตัวกูนะ ไม่รู้คนอ่านคนอื่นจะคิดยังไง

204 Nameless Fanboi Posted ID:tx+98b2cxk

>>203 ขอบคุณ​ที่แนะนำ แบบถ้าท้ายๆเล่าแค่ว่าจะแต่งงานแล้วนะ ไม่มีบทพูดบทจีบอะไร ก็ดูไม่เหมือนทรีตตัวละครญ. แบบทิ้งขว้างเกินไปใช่ป่าว?

205 Nameless Fanboi Posted ID:iKBy9EdoeW

>>202 กูเคยเขียนคู่ชายหญิงแทรกในตอนพิเศษประมาณสองหน้านะ แล้วในระหว่างเรื่องก็มีมาบ้างประปราย คนอ่านก็ชอบนะ บอกว่าอยากอ่านเป็นเรื่องยาวด้วย กู surprised มาก แต่ก็ไม่ได้เขียนนะ

206 Nameless Fanboi Posted ID:i7E/ookbkd

>>202 เขียนไปเลย ถ้ามันดีนักอ่านก็คล้อยตามเองแหละ แค่เพศตัวละครเปลี่ยนไม่น่าจะทำให้นักอ่านดีๆ ไม่ชอบมันขึ้นมามั้ง

207 Nameless Fanboi Posted ID:XB7/iRjlzl

>>202 กูๆ ที่อ่านเม้นคือคนโอเคกับเรื่องของตัวละครช-ญ เคสกูคือน้องสาวพระเอก และ...คู่พ่อแม่ ถถถถ
อย่างที่โม่งบนๆบอกอะ แต่ถ้าถามกูอยู่ที่มึงวางเรื่องยังไง ให้น้ำหนักพวกเขามั้ย ถ้าทำให้พวกเขาน่ารักกับความรักของตัวเอก/ส่งผลดี กูว่านักอ่านเปิดใจหมด เพราะกูว่าหลายคนก็อ่านช-ญปกติ

208 Nameless Fanboi Posted ID:d2ibpGTF3O

มีใครเจอปัญหานี้บ้างไหม พล็อตได้แล้ว เขียนนิยายได้แล้ว เหลืออย่างเดียว คิดนามปากกาไม่ออก T——T กูจะร้องง

209 Nameless Fanboi Posted ID:tx+98b2cxk

>>205 >>206 >>207 ขอบคุณ​ที่แนะนำเด้อ งั้นเดี๋ยวอาจจะหยอดๆ ไว้สักกลางเรื่อง ถ้าไม่ได้มีเสียงต้านอาจจะใส่ดีเทลสักเกือบท้ายเอาไว้เบรกอารมณ์​คู่หลักที่มันดราม่า 555

210 Nameless Fanboi Posted ID:5+sdTf7gWH

>>202 ถ้านิยาย BL คู่รองกูโอเคหมดอ่ะ แต่ชอบให้มีแบบมี NL หรือ GL ด้วยเพราะยี้เกย์นิเวิร์ส

211 Nameless Fanboi Posted ID:X5ym/okTfB

พวกมึง กุเพิ่งรู้ว่าละ ล่ะ เวลาเขียนกับพูดไม่เหมือนกัน กุ55555555 เอาไงดีวะ ตามหลักหรือตามเสียงดี

212 Nameless Fanboi Posted ID:6cnUeJwYku

>>211 เท่าที่สังเกต กุเห็นแต่ละสนพ.ก็ใช้ไม่เหมือนกันนะ อย่างคำที่ออกเสียงว่า เอาหล่ะ ก็เห็นมีทั้งที่ใช้รูป 'เอาละ' บางที่ก็ใช้ 'เอาล่ะ' ส่วนตัวกูชินกับแบบหลังมากกว่า รบฎ.ก็เหมือนจะหยวนๆ ขึ้นอยู่กับว่ามึงถนัดแบบไหนเลย ไม่ได้มีกฎตายตัวเหมือนคะค่ะอ่ะ

213 Nameless Fanboi Posted ID:t2h.1WAwNW

>>211 >>212 กูชอบใช้แบบสะกดตามเสียงมากกว่า เวลาเจอ นั่นละ แล้วละ มันสะดุดแปลกๆ

214 Nameless Fanboi Posted ID:Tbkda5ZQ1c

>>211 มึงอ่านอีกมู้อยู่เหรอวะ555 ถ้าเขียนก็เอาตามหลักการเขียนนั่นแหละ

215 Nameless Fanboi Posted ID:VII4cNEsdl

กูสงสัยว่าทำไมละ-ล่ะมันถึงกำหนดหลักการมาแบบนั้น ทำไมถึงไม่ตรงกับการออกเสียงจริง กูไม่ชอบหลักการ แหละ=ละ ในเมื่อแหละมันเป็นเสียงเอก ทำไมพอกร่อนแล้วถึงเป็น ละ ทำไมไม่เป็น ล่ะ ทั้งๆที่เวลาออกเสียงก็ออกเสียงว่า ล่ะ กันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ (ถึง ล่ะ มันจะเป็นรูปเอกเสียงโทก็เถอะ) หรือการออกเสียงในสมัยก่อนมันเป็นแบบนั้น ตำราที่ใช้อ้างอิงกันมันเก่าขนาดไหน

216 Nameless Fanboi Posted ID:iKBy9EdoeW

>>215 น่าจะเป็นเพราะการออกเสียงสมัยก่อนด้วยแหละ แหละ-ละ คือกร่อนรูป แต่ไม่ได้กร่อนเสียงอะมึง กูว่านะ

217 Nameless Fanboi Posted ID:Y67.yN+aSa

>>215 เหมือนมันมีบทความเรื่องนี้อยู่ อธิบายว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น แต่กูอ่านแล้วงงมาก ยิ่งอ่านยิ่งงงหนักกว่าเก่าอีก 555
>>213 มึงเหมือนกูเลย คือรู้นะว่าที่ถูกคืออะไร แต่พอเจอ นั่นละ แล้วละ รู้สึกสะดุดแปลกๆ เพราะกูจะออกเสียงตรีตามในใจ แล้วมันไม่ใช่ไง TvT

218 Nameless Fanboi Posted ID:XB7/iRjlzl

มีคนเคยสอนวิธีง่ายๆ ให้ว่า
ละ ประโยคบอกเล่า/ปฏิเสธ
ล่ะ เฉพาะคำถาม

219 Nameless Fanboi Posted ID:zfxWocrpz9

การกร่อน แหละ เป็น ละ นี่พอเติม ครับ/ค่ะ ไปข้างหลังมันยิ่งประหลาดเลย ยกตัวอย่าง: ไปแล้วแหละครับ/ไปแล้วแหละค่ะ ถ้ากร่อนตามหลักราชบัณฑิตมันจะกลายเป็น ไปแล้วละครับ/ไปแล้วละค่ะ ซึ่งแม่งออกเสียงตามแล้วขัดใจสัสๆ เพราะงั้นโดยส่วนตัวแล้วเวลาเจอคนใช้ละล่ะไม่ตรงตามหลักราชบัณฑิตแต่ตรงตามการออกเสียง กูจะไม่ว่าอะไรเลย ชอบด้วยซ้ำ

220 Nameless Fanboi Posted ID:7etDgjgclL

>>218 ไม่จำเป็นเสมอไป ประโยคบอกเล่าที่ลงท้ายด้วย ไงล่ะ ก็มี อันนี้มันมาจาก เล่า มันเลยต้องเป็น ล่ะ

221 Nameless Fanboi Posted ID:XB7/iRjlzl

>>220 มันเป็นวิธีคร่าวๆเท่านั้น ซึ่งก็ควรจะออกเสียงรีเช็ก+ดูบริบทอีกที
แต่นัยยะของ "ไงเล่า" เจตนาเป็นบอกเล่า ด้วยตัวปย มันก็คือคำถามนะ

222 Nameless Fanboi Posted ID:X5ym/okTfB

กุ211นะ อ่านหมดแล้วแต่สรุปคือกุก็ยังงงว่าควรเอาเป็นยังไงดี อยากให้มันถูกหลักแต่กุเนี่ยแหละขัดใจเอง สรุปคือกุตามเสียงแหละดีแล้ว ขอโทษนะพ่อขุนราม TT_______TT

223 Nameless Fanboi Posted ID:vbNSQUssvK

>>221 ไงเป็นอนิยมวิเศษณ์ไม่ใช่เหรอ อนิยมวิเศษณ์ไม่ถือเป็นคำถามนะ มันถือเป็นประโยคคำถามไม่ได้

224 Nameless Fanboi Posted ID:bnLCw9uhWv

ละ ล่ะ ส่วนตัวกูมีวิธีสรุปการใช้ คือ
ละ กร่อนมาจาก แหละ/แล้ว ส่วนใหญ่อยู่ในประโยคบอกเล่า
ล่ะ กร่อนมาจาก เล่า ส่วนใหญ่อยู่ในประโยคคำถาม
ใช้คำว่า ส่วนใหญ่ นะ
ส่วนพวกประโยคแนว ๆ คำสั่ง ปฏิเสธ ขอร้อง ถามก็ตอบ บอกก็ทำ แจ้งให้ทราบ หรือประโยคบ้าบออะไรที่ระบุประเภทลำบาก ก็ลองดูว่ามันกร่อนจากคำไหนเป็นหลัก รูปประโยคถ้าเขียนเต็ม ๆ เนื้อความมันไปทิศทางไหน ส่วนอะไรที่มันดูจะเป็นข้อพิพาทมากนัก ก็พยายามหลีกเลี่ยงใช้
กูว่า ละ ล่ะ ยากกว่า คะ ค่ะ วะ ว่ะ นะ น่ะ จ้ะ จ๊ะ พอสมควร เพราะมันเหมือนเอาภาษาพูดมาเขียนเป็นภาษาเขียนอีกที เพราะงั้นเลยต้องมองย้อนไปว่ามันกร่อนมาจากภาษาเขียนของคำไหน
ละ ล่ะ เจอในหนังสือการ์ตูนเยอะมาก แต่ก่อนใช้ล่ะ กันแทบทุกกรณี เอาล่ะ เอาล่ะสิ เอาล่ะนะ ไปล่ะนะ ดีล่ะ ดีแล้วล่ะ กินล่ะนะ คนถาม สวยยัง คนตอบ สวยล่ะ กูก็อ่านได้ ไม่ซีเรียส แต่มานั่งมองดูทีละอัน จริง ๆ พวกนี้มันต้องใช้ ละ หมดเลย
เอาแล้ว เอาแล้วสิ เอาแล้วนะ ไปแล้วนะ ดีแล้ว ดีแล้วแหละ กินแล้วนะ สวยแล้ว
ส่วนเรื่องเสียงอ่าน มึงจะอ่านในหัวด้วยเสียงไหน สูงต่ำเหน่อไหม อันนี้ไม่เกี่ยว เอามาอิงเพื่อจะเขียนให้อ่านตรงเสียงก็ไม่ได้ด้วย เหมือนคำว่า ค่ะ ชีวิตจริงไม่ค่อยมีใครออกเสียง ค่ะ จริง ๆ หรอก ส่วนใหญ่ออกเสียง ขะ กันทั้งนั้น หรือคำว่า จ้ะ บางคนก็ออกเสียง จะ (แล้วมองบน) หรือชัด ๆ ก็คำว่า ฉัน บางคนออกเสียงว่า ชั้น แต่มันเขียนงี้ไง ก็ทน ๆ หน่อยนะ

225 Nameless Fanboi Posted ID:P6PFOntn5e

มีพล็อตแนวไหนที่อยากเขียนแต่ยังไม่เริ่มเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังมือไม่ถึงบ้างไหม ?

ส่วนตัวมีอยู่สองพล็อต อันหนึ่งจีนโบราณกับอีกอันเป็นเซ็ตติ้งยุโรปแบบลิเกฝรั่ง
คือรู้เลยว่าเขียนแล้วสำนวน/ทรีตเมนต์พังแน่ ๆ เลยยังเก็บอยู่ในกรุมาเป็นปี
บางทีเห็นแนวจีนโบราณของนักเขียนคนอื่น ไม่ได้เป๊ะด้านเซ็ตติ้งอะไรมาก ก็ถามตัวเองว่าเออจะคิดมากทำไมวะ เขียน ๆ ออกมาเหอะ
แต่ก็นะ กลัวกลับมาอ่านแล้วเจอที่ผิด จะพานอายตัวเองเปล่า ๆ

ใครมีความรู้สึกประมาณนี้บ้างไหม ?

226 Nameless Fanboi Posted ID:7OrTcvkDxZ

>>225 เหมือนกัน ตอนนี้กูอยากเขียนแนวจีนนะ แต่อ่อนด๋อยเรื่องการตั้งชื่อจีนว่ะ แล้วก็พล็อตต่าง ๆ เลยพักไว้ก่อน อีกอย่างกูอยากเขียนแนวกำลังภายในด้วย กลัวตัวเองไปไม่รอดมาก ๆ

227 Nameless Fanboi Posted ID:P6PFOntn5e

>>226 แปะมือ
นี่ขนาดไอ้ที่จะเขียนเป็นแนวจีนแบบเทพเซียน เซ็ตติ้งน่าจะค่อนไปทางแฟนตาซี ไม่เคร่งเท่าเรื่องในรั้วในวังนะ

228 Nameless Fanboi Posted ID:qminfM6S0A

>>227 ลองหาหนังสืออ้างอิงเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมจีนหรือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ดูมึง น่าจะช่วยได้ เพื่อให้เรื่องเราแน่นแล้วแม่นข้อมูลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

229 Nameless Fanboi Posted ID:JmuBXmWjT4

>>224 อ้าว เอาล่ะ เอาล่ะสิ เอาล่ะนะ ไปล่ะนะ ดีล่ะ ดีแล้วล่ะ กินล่ะนะ ใช้ ละ หมดเลยเหรอ แล้ว ละมั้ง ล่ะ

230 Nameless Fanboi Posted ID:TMkMOljbMy

แม่งที่ยากส่วนนึงเพราะการออกเสียงเปลี่ยนด้วย ไปละนะ ดีละเนี่ยเห็นชัดๆเลย กูออกเสียงเป็นหละตลอด
เหมือนช่วงนึงเคยมีคนเถียงกันเรื่องจ่ะ ที่คนกทมเขียนอย่างออกเสียงอย่าง แต่คนตจวออกเสียงตามวนนณยุกต์แต่โดนหาว่าเหน่อ

231 Nameless Fanboi Posted ID:Smag5by/Mv

>>230 เหมือนกูเคยอ่านบทความที่ไหนสักที่นี่แหละ เขาว่าจริงๆ แล้วสำเนียงกรุงเทพนี่เหน่อนะ แต่ลืมแล้วว่าอ่านที่ไหน

232 Nameless Fanboi Posted ID:Tkj4bhL/m4

>>229 ละมั้ง ก็มาจาก แหละมั้ง คงเป็นแบบนี้ละมั้ง คงใช่แล้วมั้ง คงใช่แหละมั้ง คงใช่ละมั้ง
เอาจริง ส่วนใหญ่กูว่าถ้าสงสัยว่าเขียนยังไง มักจะเขียน ละ
ส่วนคำว่า ล่ะ ค่อนข้างสังเกตได้ชัดกว่า พวกคำถามที่แทนว่า เล่า ได้ ก็ใช้ ล่ะ ได้ กับพวกคำสั่ง อย่าลืมกินข้าวด้วยล่ะ
แต่ถ้าพูดแบบไม่ค่อยใส่ใจนัก น้ำหนักซอฟต์ลงมา ก็จะเป็น อย่าลืมกินข้าวด้วยแล้วกัน -> อย่าลืมกินข้าวด้วยละกัน

กูขอยกมาอีกรอบ
ละ กร่อนมาจาก แหละ/แล้ว ส่วนใหญ่อยู่ในประโยคบอกเล่า
ล่ะ กร่อนมาจาก เล่า ส่วนใหญ่อยู่ในประโยคคำถาม
ใช้คำว่าส่วนใหญ่ เพราะอยากเน้นให้มองจากที่มาว่ามันน่าจะกร่อนมาจากไหน ส่วนตัวกูว่ามันมองง่ายกว่าเพราะบางประโยคกูจัดประเภทไม่ถูก
กูไม่ค่อยเจอใครพูดถึง "แล้ว" เท่าไร เห็นพูดถึงแต่ "แหละ" แต่กูลองสังเกตเอง ถ้าแทนว่า แหละ/แล้ว ได้เป็นธรรมชาติ ก็เขียนว่า ละ ได้หมดเลย
ใครเจอที่ไม่ใช่หรือมีข้อยกเว้นไหน บอกกูด้วยแล้วกัน/บอกกูด้วยละกัน/บอกกูด้วยล่ะ

ส่วนเรื่องอ่านแล้วมันขัดกับการออกเสียง ก็อย่างที่ข้างบนบอกนั่นแหละ มันออกเสียงเหน่อกันได้ ดังนั้นจะยึดเอาตามการออกเสียงมาเขียนไม่ได้ขะ <-- ตัวอย่าง

ไหน ๆ แล้ว ยกตัวอย่างเพิ่ม
นั่นละ นั่นล่ะ นี่ละ นี่ล่ะ อันไหนถูก แล้วแต่บริบท เขียนได้หมดเลย
ตัวอย่าง
- ก็อย่างที่ข้างบนบอกนั่นละ
- นั่นล่ะ/นี่ล่ะ ใช้ได้ไหม
- นี่ละ ใช่เลย
แต่มันค่อนข้างกำกวม อ่านแล้วชวนงง ล่อตีนให้คนทักว่าพิมพ์ผิดหรือพิมพ์ตก เพราะงั้นบางทีการหลีกเลี่ยงใช้ ละ ล่ะ อาจจะเหมาะสมกว่า
- ก็อย่างที่ข้างบนบอกนั่นแหละ (ใช้ แหละ ไปเลย ชัดเจนดี)
- อันนั้นล่ะ/อันนี้ล่ะ/(เสื้อ)ตัวนี้ล่ะ ใช้ได้ไหม (แทนการเขียนแค่ "นั่นล่ะ/นี่ล่ะ" ที่อาจจะสั้นเกิน ก็ระบุเพิ่มสักนิดว่าพูดถึงอะไร)
- นี่แหละ ใช่เลย / คนนี้แหละ ใช่เลย

233 Nameless Fanboi Posted ID:7uK7pk9LYZ

กูรู้ละว่าทำไมกูแยกไม่ได้ คือกูแทรคกลับไม่ได้ว่า ละ/ล่ะ ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันกร่อนมาจากคำดั้งเดิมว่าอะไร
อย่างเช่น กูไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า "บอกกูด้วยล่ะ" มันมาจาก "บอกกูด้วยเล่า" O_O!!!
(ถ้าง่ายๆ แบบประโยคคำถาม อะไรเล่า=อะไรล่ะ แบบนี้รู้นะ)

234 Nameless Fanboi Posted ID:cU1FAMTwIe

>>232 บางทีกูก็เลี่ยงไปใช้แหละแทนละ หรือเลี่ยงไม่ใช้เลย แต่บางตัวละครใช้ละล่ะมันเข้าปากกว่านี่สิ T T

235 Nameless Fanboi Posted ID:TD4L.JoGB3

กูถือว่าภาษาในเครื่องหมายคำพูดเป็นภาษาพูดซึ่งถ้าอยากวิบัติเพื่อเสียงก็ทำได้ อย่างถ้าตัวเอกเมา
เขียนแบบถูกต้อง "ผมไม่เมา" นายเอปฏิเสธด้วยเสียงยานคาง
วิบัติเพื่อเสียง "ผมม่ายมาว" นายเอปฏิเสธ
กูพิมพ์ ล่ะ เพราะต้องการให้ออกเสียง ล่ะ ในชีวิตจริงก็นิยมใช้ ล่ะ ถ้าเป็น ละ จะให้อารมณ์อีกแบบ แต่พูดประเด็นนี้แล้วกูเห็นหน้าเชลดอน คูเปอร์มานั่งแก้ไวยากรณ์ตัวละครที่ออกเสียงผิดหลักเลย555

236 Nameless Fanboi Posted ID:O5YAWrsVPD

นี่ก็ใช้ผิด ล่ะ / ละ ผิดมาตลอดเลย เพิ่งรู้ว่าใช้ยังไงก็จากดราม่างวดนี้แหละ (งวดนี้ละ)
นาน ๆ ทีจะเจอเคสดราม่าที่มีสาระพอจะลงท้ายได้ว่า "นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...
ละ กร่อนมาจาก แหละ ใช้ในประโยคบอกเล่า/ปฏิเสธ
ล่ะ กร่อนมาจาก เล่า ใช้ในประโยคคำถาม"

ขอขอบคุณทุกโม่งที่ช่วยอธิบายจนเข้าใจ

237 Nameless Fanboi Posted ID:R0ShUQHtEj

กูถามหน่อยว่ามันออกเสียงยังไงถ้าเขียนถูก

แหละ >> ละ >> ออกเสียง หละ ex. เอาอันนั้นละ
เล่า >> ล่ะ >> ออกเสียงเหมือนเวลาพูด จ้ะ แต่แทนด้วย ล.ลิง ex. อยากกินอะไรล่ะ

ถูกเปล่าอะ เพราะกูอ่านในบทความมันบอก ล่ะ ไม่ได้ออกเสียง หละ เลยคิดว่าน่าจะเป็นงี้

238 Nameless Fanboi Posted ID:XZMwPwJITy

>>237 ใช่ๆ ล่ะ ออกเสียงโทนเดียวกับ จ้ะ นั่นแหละ

239 Nameless Fanboi Posted ID:P2b+fsi5k7

>>237 ล่ะ เป็นเสียง โท ออกเสียงเหมือน จ้ะ
หลักการเดียวกับ ค่ะ เป็นเสียงโท อักษรต่ำเหมือนกัน

240 Nameless Fanboi Posted ID:cVE+D9ja/Q

>>238-239 ขอบคุณมาก ฮืออ ทำไมละล่ะมันสลับซับซ้อนงี้ ถ้ากำหนดให้เป็นคำใหม่ไปเลยไม่ได้กร่อนมา แล้วอ่านตามที่เขียนชีวิตดิฉันจะง่ายขึ้นเยอะ

241 Nameless Fanboi Posted ID:8a06VOllVX

>>237 ล่ะ ออกเสียงโท โทนเดียวกับ จ้ะ
แต่ในประโยคที่มึงยกมา อยากกินอะไรล่ะ มึงใช้ จ้ะ ไม่ได้นะ ต้องเป็น อยากกินอะไรจ๊ะ

242 Nameless Fanboi Posted ID:8a06VOllVX

>>233 บอกกูด้วยเล่า อันนี้กูไม่แน่ใจว่ามันกร่อนมาจาก เล่า จริงไหม แต่มันเข้ากรณีเป็นประโยคคำสั่งหรือบอกให้ทำ
>>237 ละ ออกเสียง ละ (เสียงตรี)
ล่ะ ออกเสียง ล่ะ (เสียงโท)
ไม่มีคำไหนออกเสียง หละ (เสียงเอก) เลยนะ
นั่นคือการอ่านตามที่เขียน
แต่ในชีวิตจริง ภาษาพูดจริง ๆ มึงจะออกเสียงเพี้ยนยังไงก็ได้ไม่ผิด ซึ่งคนส่วนใหญ่จะออกเสียง หละ กัน

243 Nameless Fanboi Posted ID:cVE+D9ja/Q

>>242 ละ มันกร่อนมาจาก แหละ ไม่ได้ออกเสียงเอกหรอ