Fanboi Channel

โม่งเขียนจดหมาย

Last posted

Total of 52 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:DkWJyuKb0S

สวัสดีเพื่อนโม่ง

เพิ่งมานึกได้ว่าจริงๆ แล้วในช่วง lockdown เราน่าจะขาดการติดต่อกันแบบที่เราเคยติดต่อกันมา มันทำให้ความเป็นอยู่และสารทุกข์สุกดิบของกันและกันเลือนหาย เส้นชีวิตที่เคยปฏิสัมพันธ์พร่ามัว

เราเข้าใจความสำคัญของสิ่งใดมากขึ้นเมื่อเราถูกพรากจากมัน

แต่ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ดีสำหรับการโอบกอดตัวเองและคนใกล้ตัว มันทำให้เราเข้าใจว่าจริงๆ การได้เจอหน้า ทักทาย พูดคุยกันแบบที่เป็นทุกวันมันมีความหมายแค่ไหน การพบปะที่ถูกลดทอนไม่ได้หมายถึงความห่วงใยที่ลดลง ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นกลับถูกแทนที่ด้วยวิธีการใหม่ของการปฏิสัมพันธ์

เราไม่ใช่คนที่แสดงออกถึงความรู้สึก ความห่วงใย หรืออะไรเก่ง สิ่งเดียวที่เราทำเป็นคืออ่าน และเขียน เราเป็นคนที่ชอบดองแชทเพราะไม่รู้จะตอบอะไร แต่กลับกันเมื่อมีจดหมายฉบับยาวเข้ามานานๆ ครั้ง มีความในใจเต็มเปี่ยมที่จะบอกเล่ามันผ่านตัวอักษร เขียนและเขียนและเขียนอยู่แบบนั้น

โม่งคนไหนที่อยากเขียนจดหมายถึงกัน อาจจะเป็นการเล่าความสุข เล่าสิ่งที่เจอ หวนรำลึกถึงสิ่งที่ผ่านมาและมองต่อไปข้างหน้า เราขอให้พื้นที่มู้นี้เป็นพื้นที่ของโม่งแบบเธอ แบบเรา และเป็นพื้นที่ของคนที่อยากมาสร้าง wall of text อะไรบางอย่างไว้นะ

ทิ้งความหวานซึ้งไว้ในถ้อยคำขมปร่า ทิ้งความพร่าเลือนในตัวอักษรที่ยามแสดงผลบนจอกลับคมชัด ทิ้งลายมือชื่อที่กลับกลายเป็นนิรนาม ระบุได้เพียงตัวแต่ไม่ใช่ระบุอัตลักษณ์ตัวตน แล้วมาเก็บช่วงเวลาตอนนี้ไว้ในตัวหนังสือกัน

ขอให้สนุกกับการเขียน,
wv

2 Nameless Fanboi Posted ID:L0l37DeiVK

เคยเขียนจดหมายเเล้วส่งไปบ้านคนอื่นเเบบสุ่ม ๆ เมื่อนานมาเเล้ว
มีคนนึงที่ส่งจดหมายตอบกลับเรามา
เราไม่อยากรู้ว่าเขาเป็นใครนะ
เเต่ทำเเบบนั้นเเล้วก็สนุกดีเหมือนกัน อิอิ มาลองเขียนจดหมายส่งถึงกันเถอะทุกคน

3 Nameless Fanboi Posted ID:3kaZkuHK24

เราจะรอส่องของทุกคน

4 Nameless Fanboi Posted ID:INCLMd8Nv3

Dear เพื่อนโม่ง,

ดีใจที่ได้เจอนะ หวังว่าเธอจะสบายดี กินอิ่ม นอนหลับ ขับถ่ายคล่อง ฮี่ฮี่~
ถ้ารู้สึกไม่โอเคกับเรื่องอะไรก็เล่าสู่กันฟังได้นะ

ขอบคุณที่ตั้งกระทู้นี้ เขียนเปิดซะดีเลย เราก็ชอบอ่านเสียงความคิดของคนอื่นและชอบเห็นความคิดของตัวเองเป็นตัวหนังสือเหมือนกัน มันจะเหมือนกับไดอารี่มั้ยนะ เราว่าเราเขียนไม่ต่างกันเลย

จริงๆช่วงกักตัวนี้ก็ทำให้เราคิดอะไรได้หลายอย่าง เป้าหมายใหม่ที่จู่ๆก็เกิดขึ้นแบบไม่มีมาก่อน กิจกรรมที่ทำกับเพื่อนได้ตอนไม่ได้อยู่ด้วยกัน (เผลอๆเราว่าทำให้สนิทและเข้าใจกันมากขึ้นกว่าเดิม)
ที่สำคัญคือความสุขกับเรื่องง่ายๆอย่างเวลาได้กินของอร่อยหลังจากหิวมานาน TT โคตรจะเติมเต็มมม ไหนจะคลิปพี่เจ้ย พี่เสกให้ขำคิ๊กค๊ากละ

แล้วเธอเป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้คอนเท้นต์ในโซเชียลหนักๆก็พักดูแลหัวใจบ้างนะ

Cheerio

5 Nameless Fanboi Posted ID:3kaZkuHK24

มาเขียนมั่ง

สวัสดีโม่งที่อ่านอยู่ หรือส่องอยู่ก็ว่ากันไป
ช่วงนี้เราwfhอยู่ห้อง บอกตรงๆว่าโคตรเหงาเลยแหละ ไอ้ที่บอกว่าช่วงกักตัวเป็นสวรรค์ของintrovertอยากจะบอกว่ากูจะเฉาตายแล้วจ้า ออกไปไหนไม่ได้ เบื่อข้าวที่ตัวเองทำ เบื่อสั่งเดลิเวอรี่ เมื่อไหร่โควิดจะหมดไปสักทีหนอ(ก็รู้แหละว่าจนกว่าจะมีวัคซีน ซึ่งอีกเป็นปีT T)
แต่เราเห็นด้วยกับ >>4 นะ เวลาได้กินของอร่อยๆนี่ลดความเครียดได้ดีจริงๆ กลัวอ้วนแต่กลัวไม่ได้เแดกของอร่อยมากกว่า
เรื่องดีๆช่วงนี้ก็ได้กลับมาฝึกกีต้าร์มากขึ้นหลังจากวางไว้ตั้งโชว์ในห้องเก๋ๆมานาน แต่เรายังร้องไปดีดไปไม่คล่องเลย แถมเสียงเหี้ยอีก555

เหมือนมาบ่นมากกว่าเขียนจดหมายเลยว่ะ เอาเป็นว่าใครอ่านถึงตรงนี้ก็ขอให้เป็นวันที่ดีเด้อ

(ลงชื่อบ้าง KJ)

6 Nameless Fanboi Posted ID:KbzGgZppkT

สวัสดีอีกครั้ง

>>4 เพิ่งเห็นในมู้เก่าที่บอกว่า Pure Imagination เป็นเพลงที่แอบหลอน ใช่ เพราะว่า Oscar Wilde จงใจแสดงหนังเรื่องนั้นให้หลอนที่สุด! ลองไปดูฉากแล่นเรือในอุโมงค์ คือหลอนระดับว่าถ้าเราเป็นเด็กเราคงไม่กล้าดู

ต่อมาให้หลังเพลงนี้ถูกนำไปประกอบเรื่อง Ready Player One เพิ่มเติม--เวอร์ชั่น rearranged เราว่าความหลอนหายไปเยอะ และเพลงมันกลายเป็นเพลงที่มีมู้ดแบบที่เราอยากให้เป็นเลย :D

ที่ถามว่าเขียนในนี้กับในไดอารีแตกต่างกันไหม อืมม สำหรับเราไดอารีมันเก็บความรู้สึกมากกว่าเรื่องราว และจดหมายเก็บเรื่องราวมากกว่าความรู้สึก แต่จะสนทำไม ขอแค่มันได้ทิ้งกลิ่นของความทรงจำให้ย้อนกลับมาหายามวันที่เรากลับมาเดินเล่นแถวนี้อีกครั้ง ก็พอแล้วเนอะ

เราอบขนมแหละ! คือเมื่อก่อนเราไม่ใช่คนที่ทำขนมเลย ทำแต่ของคาว นึกครึ้มอยากอบ Scones มาคู่กับชา หน้าตาไม่ค่อยเหมือนแต่รสชาติดีใช้ได้เลย :P https://imgur.com/a/GqWHVHB อยากให้เธอได้ทานจัง

>>5 เนอะ มันไม่ใช่ว่าเป็น introvert หรือ extrovert หรอก มันคือช่วงเวลาที่ตอนนี้เราต่างคิดถึงความ "ปกติ" ที่เคยเป็น ความปกติที่เราได้พบหน้า ที่เราได้พูดคุยอะแหละ มันไม่เกี่ยวกับว่าชอบเจอผู้คนเลยหรือเปล่า เพราะตอนนี้แค่อยากเจอแค่นั้นเอง

เราเนี่ยเป็นคนที่นิยามตัวเองว่าเป็น introvert คนรอบตัวที่ไม่สนิทจะเห็นว่าเป็นคนพูดน้อยอยู่เงียบๆ แต่คนที่แบบสนิทด้วยจะบอกว่าเราเป็น extrovert 555555555 ไม่รู้ว่าอะไรยังไง รู้แค่ตอนนี้โหยหาคนในกลุ่มที่บอกว่าเราเป็น extrovert มากๆ

ดีใจด้วยกับการกลับมาเล่นกีตาร์ เราก็กลับมาเล่นเปียโนแล้วเหมือนกันหลังหายไปนาน--พอย้ายเข้ามหาลัยก็ไม่ได้เล่นเพราะไม่มีไว้หอ ไม่อยากซื้อเพิ่ม ไว้อัดเพลงมาแบ่งกันมั่งนะ ไม่ต้องเพราะหรือรอแบบ perfect หรอกนะ แค่อยากฟัง แค่นั้นเอง

---

เราคิดว่าเล่าแล้วโอกาสโม่งแตกสูงมากๆ แต่อยากเล่า--วันก่อนเราได้ไป virtual fanmeet มันคือวิดีโอคอลล์คุยกับศิลปินแหละ

มีศิลปินคนนึงที่แบบเราตามแล้วเราได้พลังบวกจากเค้ามาเยอะมากๆ เป็น positive vibes ที่สุดๆ จริงๆ เราได้คุยกับเค้า ได้ขอบคุณเค้าว่าในวันที่ทุกคนยิ้มกันได้ไม่เท่าเมื่อก่อน การส่งต่อพลังบวกให้กันมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และเค้าเป็น inspiration ให้เราทำตรงนั้น

การที่ได้เจอคนที่เป็นพลังบวกให้ แล้วได้ขอบคุณสำหรับพลังบวก (แล้วเค้าก็บอกว่าเราส่งต่อพลังบวกให้เค้าอีกทีนึง) นี่มันมีความหมายแบบที่เราไม่เคยคิดว่าจะมีเลย เรายังยิ้มอยู่เลยเนี่ย เป็นอะไรที่อยากให้ได้ลองเจอเองมาก

ขอส่งความสุขและพลังบวก (ถ้าจะพอหาได้บ้างจากเรา) ตรงนี้มาให้ทุกคนนะ
—wv

7 Nameless Fanboi Posted ID:ANugNYp5ta

ถึง เหล่าโม่ง

ต้นพฤษภา จะเข้าพรรษา
เเปลเป็นไทยว่า จะเข้าหน้าฝน
เเดดร่มเมฆครึ้ม ลมฝนลมบน
หยาดฟ้าห่าฝน ตกพรมบ้านเมือง

โควิดอ่อนฤทธิ์
ชีวิตเรืองรุ่ง
ประชาทั่วกรุง
จะออกมากัน

บ้างว่าจะเเย่
มีเเต่จะทราม
หลายคนกล่าวถาม
ไหน"ชาววิลัย"?

ใกล้เเล้วเกลอเอ๋ย
ไม่ไกลไม่ใกล้
คนชั่วดับไป
คนไทย(ได้)ลืมตา

รัฐโจรกำเริบ
ขูดเนื้อประชา
ลบล้างอาญา
จะดับดิ้นไป

อย่างที่เพ้อมา
อย่าด่าได้ไหม
หัวฉันไม่ไหว
คลังศัพท์ไม่พอ

เพื่อนเอ๋ยเพื่อนรัก
คึกคักครุคริ
แอบเนียนอิอิ
ครุคริครุครุ

8 Nameless Fanboi Posted ID:yGoWzAsD29

>>6 นี่ >>4 นะ พิมพ์ Gene Wilder เป็น Oscar Wilde โอย อนาถตัวเอง 5555555

9 Nameless Fanboi Posted ID:yGoWzAsD29

เดี๋ยว เราพิมพ์ผิด เรา, >>8, >>6 เป็นคนเดียวกัน ขออภัย >>4 และคนอื่นที่ทำให้งงนะ ฮือออ

10 Nameless Fanboi Posted ID:XYXuY/HgjK

Dear เพื่อนโม่ง,

>>5 หวัดดีนะโม่ง เราก็เฉาเหมือนขนาดเป็น introvert ที่ชอบอยู่บ้าน คิดถึงการไปฟิตเนสมาก และมีอาการพูดคนเดียว แอคติ้งหนักขึ้นทุกที เราจะคิดว่ามันเป็นการฝึกสกิล role play 5555666

การได้กินของที่ชอบช่วงนี้คือตอบโจทย์ ถึงเป็นของเดิมๆเรารู้สึกว่ามันอร่อยกว่าปกติมาก หลับตา appreciate รสชาติ ถ้าน้ำหนักขึ้น ค่อยให้ตัวเราในอนาคตจัดการละกัน ปัจจุบันพี่ใจผอม

มีเพื่อนกำลังฝึกเล่นกีต้าร์อยู่ จากป้อแป้ก็ดีดเป็นเพลงได้เพราะช่วงนี้เลยแหละ ยิ่งใช้เวลากับมันยิ่งคล่องขึ้นเรื่อยๆแน่นอน เล่นดนตรีช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์อีก อ่ะ ประโยชน์มา ขอให้กักตัวอย่างเพลิดเพลินนะ ~

>>6 ดูรูปละ โอย เชฟครับ ไม่ทัมดา หน้าตาน้องสโคนดูดีมีชาติตระกูล เหมาะกับดื่มด่ำกับชาฟินๆ
เก่งๆ ไว้ทำอะไรจะถ่ายมาแชร์บ้าง ผมสู้ครับ ผมไม่ยอมครับ

ฉากเรือคือใจบ่ดี เกินเบอร์หนังเด็กและหนังสือไปมากกก แต่ก็เป็นเสน่ห์ของฟิล์ม ยุคนั้นทำแนวหลอนกันเก่งจัง นึกถึง Psycho 1960 เสียงยังตราตรึง

ดีใจๆที่เธอได้รับพลังที่ดีมา เข้าใจเลยว่าการอยู่บ้านก็มีอะไรที่ทำให้รู้สึกเมดมายเดย์ได้มากยิ่งจากศิลปินที่ชอบด้วยแล้วเหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจให้ชุ่มชื้น การได้คุยคือคอมพลีทสุด! ของเราก็เป็นไลฟ์คอนวันโอร็อคนี่แหละ ซาบซึ้งใจ

เราเชื่อว่ามู้นี้จะส่งต่ออะไรดีๆให้ใครหลายคน การแบ่งปันเรื่องราวให้คนไม่รู้จักและรับฟังสิ่งที่คนอื่นเขียนมามันก็มีความหมายในตัวของมันแล้ว ขอบคุณเธอนะ

ถ้า Oscar Wilde ก็จะเก่าไปหน่อย 5555 ไม่เป็นไรหน้าคล้ายกัน(?) พอเล่นแทนกันได้อยู่

>>7 มีเจ้าบทเจ้ากลอนด้วย น่ารักมาก 555555 ครีเอทีฟ สาระความในใจจากเปียวชน อ่านแล้วยิ้มโดยเฉพาะวรรคครุคริๆเนี่ย คำขวัญประจำปีต้องมาดูงานแล้วนะ พูดเลย 🤣 ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านกัน

ยินดีที่รู้จักนะทุกโม่ง แล้วเจอกันใหม่

Cheerio

11 Nameless Fanboi Posted ID:AY1maCIrnu

สวัสดีเพื่อนโม่งทุกคน

เราแปลกใจจังเหมือนว่าเราเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่ชอบการกักตัวอยู่บ้าน เรารู้สึกว่าเรามีเวลาเพิ่มขึ้นเยอะมาก เราได้ปลูกต้นไม้ ทำอาหารที่เคยชอบตอนเด็กๆแล้วก็ค้นพบว่าเราก็ยังคงชอบมันอยู่ มันเป็นรสชาติที่ขาดหายไปนานมากจนเราเกือบจะลืมแล้วว่าทำไมเราถึงได้ชอบทำอาหาร

ตั้งแต่เราออกมาอยู่หอสมัยมหาลัย นั่นก็ผ่านไปได้เกือบสิบปีแล้ว เป็นเกือบสิบปีที่เราห่างหายการเข้าครัวและการทำอาหารจนหน้าเมือกเพราะความร้อน เรายังคงเป็นเราคนเดิมที่มีความชอบแบบเดิมๆอย่างเช่น เราชอบกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ตัวเองทำมากๆเพราะเราใส่กระเทียมจัดเต็ม เราชอบผัดกะเพราที่เราจัดเครื่องเยอะขั้นสุด ทั้งหน่อไม้ ทั้งไข่เยี่ยวม้า หมู พริกและที่ขาดไม่ได้ กระเทียม! สิ่งเดียวในรสชาติที่เปลี่ยนไปคือเรากินจืดมากขึ้น ในขณะที่เมื่อก่อนอาหารของเราจะหนักเครื่อง หนักเค็ม เต็มไปด้วยน้ำมันหอยและน้ำปลา แต่ปัจจุบันเราเลือกแค่ซีอิ้วขาวเล็กน้อยกับรสดีที่เคาะสองสามที เราก็ว่ามันเพียงพอแล้วที่เราจะเพลิดเพลินกับอาหารดีๆในแต่ละมื้อ จากอาหารสีน้ำตาลกลิ่นอบอวล ตอนนี้มันเกือบจะเป็นสีขาวแล้วล่ะ แต่แก่นของมันก็ยังคงอร่อยอยู่ดี ไม่ว่ารสชาติจะเบาลงจนเกือบจืด แต่กลิ่นของวัตถุดิบก็ยังคงอวลอยู่ในปากเหมือนกับเมื่อสิบปีที่แล้ว มันคือสิ่งที่เป็นหลักฐานถึงความเป็นเราเลยจริงๆ

เราเลิกใช้น้ำมันแล้วนะ เราอยากดูแลสุขภาพตัวเอง สมัยก่อนเรากินจนอ้วนเพราะเราเน้นอาหารผัด-ทอด เราชอบกินผัดผงกระหรี่มากพอกับที่เราชอบกินกะเพราเลย แล้วทุกๆผัดก็จะมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบทุกอย่าง ในแต่ละมื้อมันอาจไม่มากพอจนคนเราตระหนักได้หรอก แต่เมื่อลองเอาแต่ละมื้อมารวมกันเราว่ามันมหาศาลมากเลย อีกอย่างน้ำมันในเนื้อสัตว์มันก็น่าจะมีมากพอแล้วที่จะทำอาหารได้ ตั้งแต่ลดน้ำมันเราก็ไม่รู้สึกว่าอาหารมันเลี่ยนอีกเลย

แต่เรายังกินน้ำมันงาอยู่นะ เรารู้สึกว่ากลิ่นมันหอม มันดึงดูดอะไรบางอย่างในตัวเราแปลกๆ เราพยายามไม่ใส่เยอะเราขอแค่ในมันมีกลิ่นงาหน่อยๆเราก็โอเคแล้ว แต่กับบางเมนูเราใช้น้ำมันงาไม่ได้นะ เรารู้สึกมันจะกลบความเป็นตัวตนของอาหารประเภทนั้นๆไป อย่างผัดกะเพรา ต่อให้ชอบน้ำมันงาแค่ไหน เราก็ไม่ใส่อยู่ดี กันก็แปลกดีที่เราซีเรียสเรื่องการใส่น้ำมันงาในผัดกะเพรา แต่เราไม่แคร์ที่จะใส่ไข่เยี่ยวม้าหรือหน่อไม้รวมลงในเมนูกะเพราจานเดียว

ถ้ากะเพราดั้งเดิมคือการที่หมูผัดกับซีอิ้วและใบกะเพรา เราคงเลยความดั้งเดิมจนเหมือนกลายเป็นกะเพรารวมมิตรล่ะ แต่เพราะทุกวัตถุดิบที่เราใส่มันคือความชอบของเรา เพราะงั้นไม่ดั้งเดิมก็ไม่เป็นไร มีความสุขก็ดีแล้วนี่นา แต่ยังไงก็ไม่ใส่น้ำมันงาในกะเพราอยู่ดี 5555

อยู่ดีกินดีสุขภาพแข็งแรงนะเพื่อนโม่ง
Amy

12 Nameless Fanboi Posted ID:YiD+CrSKzF

สวัสดีตอนเย็นมิตรสหายโม่ง
อ่านของเธอ>>11 ละเห็นภาพเลย ยิ่งใกล้เวลาข้าวเย็นละด้วยโคตรหิวเลยอะ อยากกินกุ้งกระทียมบ้างจัง เราชอบแบบผัดกระเทียมแห้งๆกรอบๆเหมือนกึ่งชุบแป้งทอดอะ แต่หาร้านข้าวตามสั่งทำแบบนี้ยากมาก กินแต่ละทีร้านส่วนใหญ่ชอบทำแบบผัดน้ำมันหอยกระเทียมแฉะ พอบอกขอแห้งๆก็งง สงสัยเราต้องทำเองละ ว่าแล้วก็หาสูตรในยูทูปดีกว่า
ช่วงนี้ที่ทำงานเราลุ่มๆดอนๆ ไม่รู้จะไปรอดได้อีกนานไหม เราเครียดมากเลย เพิ่งเรียนจบทำงานได้สามเดือนเอง ที่บ้านก็บอกว่าให้หาที่สำรองเผื่อไว้ แต่สถานการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่พวกบ.เขาไม่ค่อยรับคนเพิ่มกันปะนะ

>>10 เราชอบวงวันโอร๊อคเหมือนกัน แต่ปีนี้ไม่ได้ดู แต่ปีก่อนๆตามไปดูคอนทุกปีเลย ชอบบรรยากาศคอนของวงนี้มาก

ตอนนี้เราเริ่มฝึกกีต้าร์เพลงของoasisอยู่ พอจะดีดได้มั่งละ แต่ต้องฝึกร้องกันต่อไป555

ปล.สู้ๆนะทุกคน ดูแลตัวเอง กินร้อนช้อนกลางล้างมือใส่แมสก์กันนะจ๊ะ
KJ

13 Nameless Fanboi Posted ID:2z2YiwQl/z

>>11 เป็นความสุขของการได้กลับมาอยู่กับตัวเองและได้ทำในสิ่งที่ชอบอีกครั้ง จดหมายเธอเต็มไปด้วย passion และความสนุกของการทำอาหาร ระหว่างที่อ่านรู้สึกเหมือนได้กลิ่นหอมของเครื่องที่ใส่ไปและได้จินตนาการถึงรสสัมผัสตาม หิวเลย ไม่เคยกินกะเพราะใส่หน่อไม้เหมือนกัน แต่จากที่บรรยายคิดว่าต้องอร่อยมากแน่

เราชอบการทำอาหารเองตรงที่จะได้กินรสชาติในแบบที่ชอบนี่แหละ ทำออกมาแล้วกินได้ก็ภูมิใจ (แต่ส่วนใหญ่ก็จืด ฮ่าๆๆ) ชอบมากกว่านั้นคือตอนทำให้คนอื่นกินแล้วเค้าบอกว่าอร่อย ยิ่งเป็นกำลังใจทำให้เราอยากทำอะไรให้เค้ากินอีก

เรายินดีด้วยที่เธอมีความสุขกับสิ่งที่ทำและขอบคุณที่แบ่งปัน จะลองใส่น้ำมันงาดูบ้างนะ

>>12 ดีใจที่เจอคนชอบอะไรเหมือนกัน อิจฉาเธอด้วยได้ไปคอนปีก่อนๆ เราจะไปปีนี้ก็เลื่อนพอดี 55555 *ปาดน้ำตา* ทากะเป็นคนที่ส่งพลังให้คนดูดีมากและทำให้ทึ่งได้ตลอดเลย เรากับเพลงร็อคถือเป็นเส้นขนานกัน แต่พอเป็น One Ok Rock แล้วเรารู้สึกชอบได้โดยไม่ต้องหาเหตุผลอีก

อยากรู้จังว่าฝึกเพลงอะไรของ Oasis อยู่ เราก็ชอบไวป์เพลงวงนี้ โดยเฉพาะ Stop Crying Your Heart Out, Champagne Supernova คิดว่าคงไม่มีวงไหนแบบนี้แล้วนะ

ขอบคุณที่ห่วงใย ดูแลรักษาตัวเองด้วยเช่นกัน ;)

Cheerio

14 Nameless Fanboi Posted ID:AY1maCIrnu

สายัณห์สวัสดิ์จ้ะเพื่อนโม่ง
>>12 ถ้าเธอชอบผัดกระเทียมแห้งเรามีร้านแนะนำเธออยู่ มันตั้งอยู่ระหว่าง bts อารีย์และสนามเป้า เป็นร้านสีดำๆที่อยู่ใกล้กับไปรษณีย์ ร้านนั้นเมื่อสั่งผัดกระเทียม เขาจะทำแบบผัดแห้งมาให้เหมือนกับเป็นกระเทียมทอดกรอบๆ อร่อยดีเหมือนกัน

แต่เธอตรงกันข้ามกับเราเรื่องนี้ 5555 เราเป็นคนชอบผัดแบบแฉะๆ ไม่ใช่ว่าแบบแห้งจะกินไม่ได้นะ เราว่าแบบแห้งก็อร่อยแต่ว่าเราชอบแบบแฉะๆมากกว่าและเน้นกระเทียมเยอะๆ หลายครั้งที่เราไปสั่งผัดกระเทียมพริกไทยเราจะได้แบบผัดแห้งตลอดเลย ตลกดีที่สิ่งที่เราต่างคนต้องการ ดันไปอยู่บนจานของอีกคนตลอดเลยเนอะ แต่เมื่อโควิดจบลงเธออาจได้กินผัดกระเทียมแห้งอย่างที่เธอต้องการที่นี่ก็ได้

อีกเมนูนึงที่เราชอบของร้านนั้นคือหมูผัดกะปิ จริงๆแล้วมันค่อนข้างหนักเค็มเลยแหละและบางครั้งมันทำเราเลี่ยน แต่คำแรกที่สัมผัส เรารู้สึกว่ารสชาติมันดีจริงๆนะ เหมือนกับทุกเครื่องปรุงมันเข้ากับกระปิแล้วมันสร้างความประทับใจแรกพบได้ดีเลย แต่ก็อย่างว่าแหละ ถ้าเรากินของรสจัดไปนานๆเราก็จะเริ่มเลี่ยนน่ะ เราเคยลองทำหมูผัดกะปิของตัวเองด้วย อร่อยดีแต่ก็ยังรู้สึกเหมือนว่ามันขาดอะไรบางอย่างไป เหมือนรสชาติมันอร่อยแต่แบน ขาดมิติของบางรสชาติ ไม่รู้สิเราเองก็ไม่เชี่ยวชาญ แต่ว่ากว่าจะจบโควิด เราก็ยังเหลือเวลาฝึกฝีมือหมูผัดกะปิอีกหลายมื้อเลยล่ะ

>>13 เรามีจุดยืนอยู่ที่กลิ่นของอาหารน่ะ สำหรับเรารสชาติอร่อยไม่เพียงแค่ตัวรสแต่เป็นกลิ่น สิ่งที่ทำให้เราตัดสินว่าจานไหนถูกปากหลักๆแล้วจะอยู่กลิ่นเลย ถ้ากลิ่นดีสำหรับเราคืออร่อย เพราะกลิ่นไม่ใช่แค่สูดดม แต่ความอวลทั่วปากระหว่างที่เธอค่อยๆเคี้ยวจนกระทั่งกลืนลงท้องไป กลิ่นก็ยังคงอวลอยู่ในลำคอ เรารู้สึกว่าเราสามารถยืดเวลาการเพลิดเพลินของอาหารออกไปได้ด้วยกลิ่นนั่นจึงเป็นสาเหตุที่เรามักจะเหลือของโปรดไว้กินเป็นอันดับสุดท้าย เพราะเราอยากให้กลิ่นของสิ่งที่เราชอบยังคงติดอยู่กับประสาทรับรสของเรา ถึงแม้ตอนนั้นจะไม่มีเหลืออะไรให้เรากินแล้วก็ตาม

ครั้งนึงเราเคยกินลูกชุบในงานเกษตรแฟร์ สำหรับเราเป็นลูกชุบที่อร่อยที่สุดในโลกตั้งแต่กินมาเลยจนแม้กระทั่งวันนี้เราก็ยังไม่ลืมความประทับใจในตอนนั้น มันเป็นเพียงแค่ลูกชุบธรรมดาที่เจ้าของร้านเลือกที่จะใส่น้ำตาลน้อยมากๆจนไม่ไม่ออกหวานเท่าไหร่ คือเขามีคอนเซปที่ห่วงใยสุขภาพนิดหน่อยน่ะ สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากลูกชุบที่เราเคยกินมาคือ ลูกชุบนั้นเป็นลูกชุปที่อบเทียน คำแรกที่เราสัมผัสเหมือนพาเราล่องลอยเลย กลิ่นของเทียนที่อบกับขนมอย่างปรณีต สัมผัสที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยน นุ่มนวล รสชาติเกือบจืดที่ไม่แย่งความสนใจไปจากกลิ่น ฟังดูเวอร์เหมือนออกมาจากการ์ตูนแต่ ณ เวลานั้นเรารู้สึกแบบนี้จริงๆ น่าเสียดายที่เราไม่รู้จักร้านและไม่เคยเจอลูกชุบร้านนั้นอีก เราไม่เคยกินลูกชุบที่อร่อยขนาดนั้นมาก่อนเลย เราว่ารสชาติที่อ่อนลงมันทำให้เราโฟกัสกับกลิ่นได้มากกว่า ลองคิดว่าถ้าจัดทั้งรสและกลิ่นบางทีกินมากๆอาจจะเลี่ยนเกินไปก็ได้

ถ้าเธออยากลองกินน้ำมันงา เราอยากให้เธอลองกับพวกเกี๊ยวต้มหรือขนมจีบนึ่งดูนะ เรารู้สึกว่าน้ำมันงาเข้ากับสองเมนูนี้ที่สุดแล้ว และถ้าเธออยากลองกับข้าว เราว่ากะหล่ำปลีผัดแซลมอนเหยาะน้ำมันงาเล็กน้อยกำลังดีเลย เราชอบรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัวของแซลมอนและเราก็รู้สึกว่าน้ำมันงาช่วยเสริมรสของเนื้อปลาไม่ให้มันแบนจนเกินไป ไม่รู้สิ เราอาจคิดไปเองก็ได้ 55555

ราตรีสวัสดิ์นะเพื่อนโม่ง
Amy

15 Nameless Fanboi Posted ID:lgcta/uLf5

>>7
เพียงประชาฮือต่อต้าน อธรรม
เพียงไป่เชื่อเวรกรรม ที่อ้าง
เพียงแต่เริ่มจดจำ ผู้มา ก่อนกาล
เพียงเอ่ยเสียงให้กว้าง เพื่อฟ้าสีทอง

16 Nameless Fanboi Posted ID:uY5BnFKeX.

>>15
ทำ ไมคนชั่วแล้ว ยืนยง
ไม่ ใช่ถูกยังคง ปกป้อง
ได้ ทรัพย์แต่เสื่อมลง เหตุนี่
โว้ย ที่ยังคงร้อง กู่ก้องไม่ถึง

17 Nameless Fanboi Posted ID:VXF9SD6N+4

Dear เพื่อนโม่ง,

>>14 รักในจุดยืนเธอนะ เหมือนกับว่าคำพูดมันพรั่งพรูออกมาได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องพยายามนึกคำ ผลจากการอ่านจดหมายเธอ วันนี้เราได้กินหมูกระเทียมพริกไทยสมใจแล้ว ปกติไม่ชอบของผัดและไม่ใช่สายกระเทียม แต่คิดว่าที่มันอร่อยเพราะมีกระเทียมนี่แหละ

ส่วนน้ำมันงาเรากินกับขนมจีบแล้วรู้สึกว่าเสริมให้กลิ่นขนมจีบชัดขึ้นจริง แต่จะเข้าคู่กับอะไรอีกเราไม่รู้ละ 5555 สนใจทำแอครีวิวอาหารมั้ยเพื่อนโม่ง บรรยายดีทำให้คนอ่านอยากกินตามได้นี่ต้องปังแร้วว

ความรู้สึกราวกับล่องลอยตอนลูกชุบเข้าปากตรงนี้เราเห็นภาพหลับตาพริ้ม พื้นหลังสีหวานฟุ้งๆมีแสงวิบวับๆ อุๆๆ คนปั้นลูกชุบรู้คงดีใจแก้มแตก โม่งพอจะบอกได้มั้ยว่าเป็นงานเกษตรแฟร์ปีไหน เผื่อว่ามีคนลงรีวิวในโซเชียลพอดีอาจจะเสิร์ชเจอก็ได้นะ

_____________________________

ไม่รู้ว่าเหล่าโม่งเป็นมั้ย อยู่บ้านนานๆแล้วเวลานอนรวน นอนไม่หลับบ้าง ตื่นเร็วบ้าง เป็นแล้วปรับยากเหมือนกัน แต่รีบปรับดีกว่าปล่อยให้เป็นหนัก ยิ่งอากาศร้อนด้วยมึนๆหน้ามืดเป็นลมลืมตาอีกทีอาจจะวาร์ปเลย แดดแสบผิวด้วย ถ้าออกบ้านก็ป้องกันผิวกันด้วยนะ

Cheerio

18 Nameless Fanboi Posted ID:EXizgK8Req

>>16 ปึงปังโป้งป้าง โช้งเช้ง
ดนตรีบรรเลิง กู่เจิง
ลืมสัมผัสอะ กรรมจริง บรรลัย
ตกภาษาไทย โทษที เอย

19 Nameless Fanboi Posted ID:gNQltKOcpe

>>11

สวัสดีนะ

เราก็ชอบทำอาหาร, แต่แน่นอน เวลาของเด็กชายคนหนึ่งที่เรียนพิเศษเสาร์อาทิตย์ เรียนมัธยมจบย้ายเข้าหอที่เท่าแมวดิ้นตาย จำเป็นต้องสละพื้นที่ทำอาหารเพื่อกิจกรรมที่รักกว่าอย่างการอ่านหนังสือ จากตอนแรกมีเพียงมุมชาเล็กๆ ในห้อง--กาน้ำร้อนและกระปุกชาสามสี่ชนิด พอชงให้กลิ่นของการดื่มกินของที่ผ่านการปรุงด้วยฝีมือตัวเอง

เวลามี เงินมี เริ่มขยับขยายเป็นตู้เย็นและไมโครเวฟ ทำอาหารง่ายๆ เท่าที่อยากทำ แมคแอนด์ชีสและสมอร์สเป็นเมนูโปรดเพราะทำง่าย ซื้อมื้ิอโปรดจากร้านเบเกอรี่เจ้าดัง (ที่ลดราคาทุกหนึ่งทุ่ม) มาทานฉลองให้วันเล็กๆ ของตัวเอง

อาหารและเราผูกพันกันมากกว่าปัจจัยสี่ เรารู้สึกว่ามันมีอะไรที่ซ่อนเรื่องราวและความประณีตเอาไว้อยู่มากเสียเหลือเกิน ทุกวันนี้เราตอบตัวเองไม่ได้ว่าเราชอบกินอาหารอะไร หรือเมนูไหน เพราะมันเปลี่ยนไปตามวิถีและการเปิดเจอสิ่งใหม่ๆ ของเรา ตอนนี้กำลังอินอาหารอินเดีย มันเป็นอาหารที่ comfort มากๆ และอร่อยมากๆ

หืม, ผัดกระเพราที่มีหน่อไม้ แต่ไม่มีน้ำมันงาเหรอ

เธอเคยได้ยินไหมนะว่าผู้ชายควรใส่เข็มขัดสีเดียวกับรองเท้า เราเพิ่งเคยได้ยินเมื่อไม่เกินสี่ห้าปีมานี้ เมื่อก่อนขอเพียงเข็มขัดคาดให้กางเกงไม่รูดลงมาได้ก็เป็นพอ หลังจากวันนั้นหยิบเข็มขัดกับรองเท้าแบบคนละสีมาใส่ เดินออกไปข้างนอกได้สักพักก็กลับเข้ามาเปลี่ย

แต่เราก็ยังแต่งตัวทั้งที่รู้ว่ามันไม่เข้ากันอยู่ แค่ไม่ใช่เรื่องของเข็มขัดและรองเท้า เราใส่เสื้อดำกับกางเกงดำ แต่งเชิ้ตสุดเนี้ยบแต่สะพายเป้จนกลายเป็นอาจารย์, ใส่เชิ้ตสีแดงพร้อมสายคล้องคอปากกาสีน้ำเงินตัดกันแบบดูไม่เข้าท่า

ไม่รู้ว่าสรุปตัวเองแค่รู้สึกมันไม่เข้ากันเลยไม่ทำ หรือรู้สึกมันขัดกับ rule of thumb ของสังคมเลยไม่ทำกันแน่

ไม่เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันงาเท่าไหร่หรอก แต่อยากเล่าหนะ--กลับมาที่น้ำมันงาดีกว่าเนอะ

เราชอบกลิ่นของน้ำมันงาเหมือนกัน แต่เราไม่ค่อยได้ใช้มันทำอะไรมากนัก, เมื่อก่อนสิ่งที่ชอบทำแล้วขาดน้ำมันงาไม่ได้คือทำน้ำสลัดญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้หันมากินผักสลัดกับไม่น้ำมันมะกอกก็บัลซามิกอย่างเดียวแล้ว รสของน้ำมันงา--ถ้าไม่ใช่ในอาหารจีน (ซึ่งก็ห่างหายไปนาน)--ก็ไม่ค่อยได้ทานแล้ว

น้ำมันงาคงเปรียบเหมือนความรักจริงๆ แหละ หากห่างหายก็ไม่ดี หากปรากฎทุกที่จนรบกวนวิถีปกติก็คงไม่ดีเช่นกัน, มีมื้อที่มีน้ำมันงาให้ได้จดจำ มีมื้อที่ไม่มีน้ำมันงาให้เว้นช่วงเวลาได้คิดถึงกัน

อร่อยดีเนอะ

>>17

สวัสดีเธอ

ไม่รู้ว่าอะไรคือเวลานอนตั้งแต่พักหลังเคลียร์งานที่มหาลัย ตีสองคือปกติ ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ ก่อนโรคระบาดนี่นอนค้างที่มหาวิทยาลัยเป็นว่าเล่น กิจวัตรตอนเช้าคือตื่นเจ็ดโมง กลับมาอาบน้ำที่หอ แล้วก็เข้าไปใหม่ต่อ

ความน่าเศร้าของเวลานอนคือมันปรับยากจริงๆ การถ่างตานอนดึกง่ายกว่าการแหกขี้ตาตื่นเช้าด้วยเหตุผลทุกประการ! กิจกรรมยามดึกชนะความง่วงเหมือนโดนทุบหัวตอนเช้า, ขออีกครึ่งชั่วโมงไม่ว่าจะเป็นพูดก่อนนอนหรือตอนตื่นก็ทำให้เวลาเลื่อนออกไป

เคยอยากนอนแบบที่คนปกติเค้าไม่นอนกัน--พวกที่หลับวันละหลายๆ รอบแต่รวมเวลาแล้วไม่กี่ชั่วโมง (เช่น Uberman) แต่ก็กลัวว่าพอหางานประจำแล้วจะทำแบบนี้ไม่ได้อีก (แต่โอเคแหละ งานตอนนี้ก็ WFH คงไม่เลวร้ายกระมัง?)

ไม่ว่ายังไง นอนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพด้วยเช่นกัน ออกไปข้างนอกไม่ใช่แค่แดดแต่อย่าลืมล้างมือบ่อยๆ และป้องกันโรคติดต่อนะ

>>16

อยากเขียนเพียงเริ่มเขียนไป จะสนอะไร
ผิดถูกบ้างก็ช่างมัน
เอาเพียงได้สร้างสีสัน มาเขียนด้วยกัน
ดั่งปรารถนาเสรี

Sweet dreams,
wv

20 Nameless Fanboi Posted ID:hotfynbi1f

Dear เพื่อนโม่ง,

>>19 ขอบใจนะ เอ็นดูเธอและหลายคนที่การเรียนหรือการทำงานไม่เอื้อต่อการนอน เราเริ่มเห็นคุณค่าของการนอนและตื่นในตอนเช้าหลังจากเรียนจบ ทั้งที่เมื่อก่อนเราชอบเวลากลางคืนเพราะหัวแล่นกว่า กลับกันตอนนี้ชอบบรรยากาศในช่วงเช้าตอนที่ฟ้ายังสลัวๆ ได้ยินเสียงนกดังกว่าตอนไหนและผู้คนบางตาไม่เร่งรีบ เรารู้สึกว่าได้เปรียบกว่าใครเมื่อได้ตื่นเช้า แต่แปลกนะทำได้ไม่นานสุดท้ายก็กลับมาเป็นนอนเกือบเช้าแทน

เคยมีคนบอกว่า การนอนที่ดีมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณแต่อยู่ที่คุณภาพ จริงๆนอน 5 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ถ้ามันเป็น 5 ชั่วโมงที่มีคุณภาพ เราทำแล้วพบว่าร่างกายมันตื่นเองได้โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก และวันนั้นทั้งวันเป็นวันที่ productive กว่าวันที่นอน 8-10 ชั่วโมงเสียอีก
ประเด็นนี้แหละที่เราว่าสำคัญในเมื่อเราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน

ส่วนเรื่องกฎหัวแม่มือกับความเป็นตัวตน เราว่าบางทีมันก็กลืนกันจนแยกไม่ออกว่ะ แต่ถ้าใส่เสื้อผ้าตัวไหนแล้วเธอรู้สึกมั่นใจ เราว่ามันดีกับเธอแล้ว คงไม่มีถูกไม่มีผิดแหละมั้ง
ในเมื่อคนเพียงไม่กี่คนกำหนดเทรนด์แฟชั่นให้ทุกคนทำตาม

และวันนี้มีเรื่องตลกคือคือเราทำแพนเค้กจ้ะ แต่ดันออกมาเป็นเครปที่เหมือนไข่เจียวอีกที ถถถถถ
https://imgur.com/a/EIxjY93
รสชาติคือหวานๆตัดขา ตอนพิมพ์ยังแสบคออยู่เลย

และเราคงไม่ได้เขียนจดหมายแล้วนะโม่ง ช่วงนี้มันค่อนข้างหนักและเราคงไม่เล่า เพราะทุกคนก็มีเรื่องที่หนักของตัวเองเหมือนกัน ที่ผ่านมาเรารู้สึกอยากตอบแทนและขอบคุณในสิ่งที่เธอทำ ขอบคุณสำหรับพลังดีๆที่ทำให้เราอยากส่งต่อไปให้คนอื่นๆอีก

ถ้าเรียนจบแล้วขอให้เธอได้ทำงานในที่สภาพแวดล้อมและเพื่อนร่วมงานที่ดี และไม่ว่าเจอเรื่องอะไรขอให้รู้ไว้ว่าเธอมีคุณค่าในตัวเองเสมอ :) ดีใจที่ได้เจอเธอนะโม่ง

Cheerio

21 Nameless Fanboi Posted ID:L5f+K6if/g

>>20 สวัสดีนะ

ขอโทษที่ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาเลย เพิ่งเห็นจดหมายแหละ เครปน่ากินดีนะ :D

เราไม่รู้จะเขียนอะไรถึงเธอ มันใจหาย ไม่รู้เลยจริงๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะอ่านอยู่ไหม แต่เราอยากบอกเธอว่าถ้ามันส่งไปถึงเธอ เราอยากกอดเธอไว้แน่นๆ ไม่ว่าเธอจะเจอเรื่องที่หนักอะไรอยู่ก็ตาม หวังว่าอ้อมกอดของเรา--ถ้าส่งไปถึงเธอ--จะทำให้เธออบอุ่นและไม่กลัวอะไรขึ้นมาได้บ้าง

เราขอบคุณเธอเหมือนกัน เธอก็เป็นเหมือนประกายเล็กๆ ให้เรายิ้มได้ต่อในทุกวันนะ เราอาจเดินสวยกัน โผล่คุยกันในโม่งโดยไม่รู้ว่าเป็นอีกฝ่าย ไม่มีชื่อลงท้าย แต่หวังให้สายลมหอบมาให้เราเจอกันอีกนะ

ดูแลตัวเองด้วยนะ รักตัวเองด้วย ขอให้รู้ว่าเราส่งใจให้เธออยู่ตลอด

ด้วยความห่วงใยที่สุด,
wv

22 Nameless Fanboi Posted ID:wUCNGjuGQH

>>20 >>21 คนตามส่องนี่เศร้าเลย ฮือT T

23 Nameless Fanboi Posted ID:aU/QPvPY1w

ถึง เหล่าโม่ง

โทดทีๆ อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว..... อ่านต่อเลย เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเ ทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง............................

24 Nameless Fanboi Posted ID:We+.ofjTAf

>>23 สัส

25 Nameless Fanboi Posted ID:17.k14R7Ze

>>21 Dear เพื่อนโม่ง,

สายลมคงหอบมาเร็วไปหน่อย ขอโทษด้วยที่หายไปและทำให้รู้สึกไม่ดีนะ พอได้อ่านที่เธอเขียนน้ำตาซึมเฉยยและต้องเขียนบอก ขอบคุณมากๆ อยากเลี้ยงชาขนมที่เธอชอบเป็นการตอบแทนแต่ตอนนี้ขอส่งชาขนมทิพย์ไปก่อน หวังว่าในเวลาที่เธอมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ เราจะช่วยเธอให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างนะ (แปะๆ/ กรุณาจินตนาการว่าตบบ่า)

จริงๆก็ไม่รู้หรอกว่าจากนี้จะเป็นยังไง แต่สุดท้ายก็ต้องฮีลตัวเองให้เร็วที่สุดนี่แหละ ขอกอบโกยพลังบวก ลมปราณ พลังลูกพระเจ้าตากอะไรที่ว่าดี ต้องมาแล้วนะแจ้จะเอาไปสู้ 💪😤 แล้วโม่งเองยังอยู่สอบอยู่มั้ยหรือปั่นโปรเจคอะไร แจ้ให้นะ https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRFajRTgtRqT0kwBC7EBv60FaiOyxoh6KO3cC36CygrI_c3n0B3&usqp=CAU เอาจ้ะ นาทีนี้ต้องมาทุกศาสตร์

ใดๆคืนนี้มีไลฟ์คอนของ One Ok Rock สามทุ่ม ถ้าว่างก็มาจอยกันได้ ถือเป็นการดู concert from home ให้จิตวิญญาณฮึกเหิมมม เพลงซอฟท์ๆก็มีจ้ะ เหล่าโม่งที่ผ่านมาเข้าอ่านตรงนี้ก็ขอเชิญไปโยกกันได้นะฮะ https://youtu.be/G7vB9WgJEMU

แล้วเจอปืน

Cheerio

26 Nameless Fanboi Posted ID:17.k14R7Ze

>>22 ขอโทษน้าา ฮรุก

27 Nameless Fanboi Posted ID:RTMvb2kmVe

อยากส่งขนมไปให้สักกล่องนึง ส่วนจดหมายก็เเค่บอกว่า อยากกินอันไหนอีก ส่งจดหมายมาบอกได้เลยนะ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง รับขนมเเทนความรักของเราละกันนะเพื่อน บ๊วบ

28 Nameless Fanboi Posted ID:i.Sm2cuGa9

>>27 น่ออออว

29 Nameless Fanboi Posted ID:tY1frCYTqX

เพื่อนโม่งงง ไม่รู้ว่ามาแนะนำงี้จะโอเคไหม มีใครรู้จักแอพslowly ป่าว เป็นแอพเขียนจดหมายแบบฟีลลิ่งเขียนจดหมายหาเพนเฟรนเลย ไม่ต้องเห็นหน้ากัน ต้องรอจดหมายกัน เหมาะสุดๆสำหรับคนชอบเขียนจดหมายไม่ชอบแชท 555 ถ้าใครโหลดมาแล้วมาคุยกับเราได้นะะ อันนี้ไอดี Y20JP3
KJ

30 Nameless Fanboi Posted ID:P2CTXLaoky

>>25 สวัสดีนะ

ไม่เลย อย่าลืม prioritise ความรู้สึกตัวเองนะ มันสำคัญมากกว่าเรา ถ้าเธอไม่โอเค เราก็ไม่สบายใจนะรู้ไหม ขอส่งพลังบวกและขนมนมเนยตั่งต่างให้เธอเหมือนกัน เราเป็นคนชอบกินโน่นนี่มากเลย อย่างน้อยในวันแย่ๆ มีอะไรอร่อยๆ เข้าปากก็คงรู้สึกดีแหละเนอะ

ดูคอนเสิร์ตอยู่ มีที่ชอบนะแต่จริงๆ เราไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้เลย 5555555 แต่จริงๆ พยายามฟังเพลงให้หลากหลายอยู่แหละ

ขอให้สนุกและอย่าลืมเอาให้หมดแรง ลองจินตนาการว่าเรากระโดดอยู่เป็นเพื่อนเธอข้างๆ นะ (/ >0<)/

ถ้าวันไหนจิตใจที่เหนื่อยล้าดีขึ้นแล้วและอยากแวะเวียนมาหากันก็ยินดีมากๆ ถ้าวันไหนอ่อนล้าเกินไปมู้อึดอัดยังเปิดรับเธออยู่เต็มที่นะ ฝันดีจ้า

--wv

31 Nameless Fanboi Posted ID:zQaPETHis8

>>30 ไฮโม่ง มาตอนถ่ายทอดสดพอดี ตอนนี้เพลงซอฟท์แล้วนะ คัมมอน

Cheerio

32 Nameless Fanboi Posted ID:zQaPETHis8

>>29 เดี๋ยวตามไปนะ ;)

Cheerio

33 Nameless Fanboi Posted ID:HnxxfJWRK6

>>30 ดีจ้า มาต่อจากเมื่อวานนะ แอบชอบอีโมจินี้ (/ >0<)/ มุ้งมิ้งมากนะเรา ภูมิลำเนาอยู่ญี่ปุ่นถูกมะ 5555555

ขอบใจมากที่เป็นห่วง ถ้ารีเควสขนมทิพย์ได้ขอเป็นสูตรหวานน้อยนะพอดีกินคลีน อุอุ คือเพื่อนโม่งสบายใจ

34 Nameless Fanboi Posted ID:HnxxfJWRK6

>>33 (ต่อๆ มือลั่น) คือวางใจได้ ถึงบางทีเราจะอ่อนแอกว่าที่เราคิด แต่เราก็เข้มแข็งกว่าที่เราคิดเหมือนกัน ดีหน่อยตรงที่ไม่ค่อยปล่อยให้ตัวเองเฟลนานเพราะทนความประสาทแดกตัวเองไม่ได้นี่แหละ ถถถถถถ แต่คงไม่ได้เข้ามาบ่อยเหมือนเดิมจริง เพราะมีกิจกรรมที่ต้องเพิ่มขึ้นแล้ว

เมื่อวานเอ็นดูโม่ง คอนคือหนักหน่วงมาก อย่าว่าแต่เธอ ขนาดเราเป็นแฟนคลับยังเข้าไม่ถีงเพลงเลยบ้างที 555555 พอจะเดาได้อยู่ว่าน่าจะชอบฟังแนวซอฟท์ๆปุกปิกๆมากกว่า แชร์ๆกันได้ จะมาบอกว่าเราแข็งแรงดี และอยากให้เธอใส่ใจดูแลสุขภาพกาย ใจ ตัวเองเหมือนกับที่ใส่ใจคนอื่นด้วยนี่แหละจ้ะ แจ้ต้องไปละ ซียาเมื่อสายัณห์

Cheerio

35 Nameless Fanboi Posted ID:kpnjDNu8f2

>>34

สวัสดี ไม่เจอกันนานมากๆ เลยนะ เจอสอบแบบกระทันหันไป เพิ่งสอบเสร็จเลยได้แวะมา

ฮ่า จริงๆ ถึงเป็นผู้ชายแต่ชอบของมุ้งมิ้งมากๆ อยู่บ้านอยู่หอตุ๊กตาเต็มห้อง เราชอบ Sumikko Gurashi มากเลย อาจจะเคยเห็นหน้ามันแต่ไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร แล้วแต่ละตัวมีสตอรี่ด้วยนะ! ;////; ฝากความเอ็นดูว์ให้ลูกๆ เราด้วย

เรื่องเพลง จริงๆ แล้วเราพยายามฟังเพลงให้ palette หลากหลายอยู่ ปกติฟังแนวคลาสสิก เพิ่งมาฟังเพลงพอปไทยไม่นานมานี้ จะพยายามหันไป palette ร็อคบ้างนะ :D

ส่วนเรื่องของตัวเธอเอง เก่งแล้ว อยากบอกเธอว่าเก่งมากๆ แล้ว ขอบคุณตัวเธอแทนตัวเองที่สามารถพูดได้ว่าเข้มแข็งกว่าที่คิด (แต่ถ้าวันไหนอ่อนแอกว่าที่คิดก็ไม่เป็นไร เก่งแล้วอยู่ดี) การที่เธอสามารถล้มแล้วลุกขึ้นมาได้มันไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ทุกคน และต่อให้เธอล้มแล้วเธอลุกไม่ไหว แค่เธอคิดจะลุกเธอก็เก่งมากๆ แล้วจริงๆ มันใช้พลังและความกล้าจำนวนมากเลยนะ

ไว้ถ้าสะดวกกาย สะดวกเวลา สะดวกใจ แวะมาคุยกันใหม่ได้เสมอนะ :)
https://www.youtube.com/watch?v=vwZyn1Gsw4I

>>29

ขอบคุณมากเลย ไว้โหลดมาแล้วเดี๋ยวแอดไปนะ

--wv

36 Nameless Fanboi Posted ID:6p/VZqGy9p

>>35

คำพูดเธอยังให้กำลังใจได้ดีเสมอเลย ขอบคุณนะที่แชร์เพลง ปกติเราไม่ได้ฟังเพลงไทยเลยแต่เคยดูคลิปเอิ๊ตในแล้วชอบเค้าที่มีความธรรมชาติมาก สดใสๆ แผ่ซ่านพลังบวก ดูมีความสุขง่ายๆ แบบเป็นไวบ์ที่ดีต่อใจ ดีกับเธอแล้วนะดูดพลังมาเยอะๆ

และดูบรรดาลูกๆตุ๊กตากับมู้ดเพลง แสนคิ้วท์ 55555555 เธอสายหวานนะโม่ง ตัดภาพมาที่เรา เหวี่ยงตุ๊กตาไปสุดแรงแล้วแอ๊กที่มุมห้องละก็ลืมว่ามันอยู่ตรงนั้นมานานเท่าไรแล้ว

หวังว่าเธอสอบเสร็จแล้วโล่งได้เวลาพักผ่อนนะ รอยินดีกับว่าที่บัณฑิตป้ายแดง ตอนนี้ชีวิตเราเริ่มดีขึ้นจริงๆ แล้ว แบบ I mean it และรู้สึกว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นใหม่ของอะไรหลายๆ อย่าง บวกกับมีเป้าหมายใหม่ว่าจะเรียนต่อด้วยเลยรู้สึกมีพลังขึ้นกว่าเดิม มีชีวิตชีวามากขึ้น ชอบฟีลตอนนี้จัง และกลับมาเล่นโม่งอยู่เพราะรู้สึกว่าพื้นที่มี free speech กว่าบอร์ดอื่นนี้ ยังมีมุมน่ารักที่ได้เห็นคนมาให้กำลังใจกัน คนได้รับรู้สึกดีขึ้น หรือการแชร์เรื่องราวที่อ่านแล้ว made my day เป็นความรู้สึกอุ่นๆในใจ และเราคงเสพติดไปแล้ววว

ตอนนี้ต้องนอนละโม่ง รอฟังเรื่องราวของเธอเช่นเคย แนบเพลงใสๆ ก่อนนอน บัยจ้ะ https://youtu.be/KzHOPckFmwc

Cheerio

37 Nameless Fanboi Posted ID:rIuRsw0Nv1

ถึง คุณตำรวจ

ศพเหยื่อของผม อยู่ตรงที่อยู่ตามนี้

ละติจูด 45.83667 ลองติจูด 55.32878 ดิสทอร์ชั่น 2.06

ผมไม่ขอมอบตัว

ด้วยความเคารพ

จากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

38 Nameless Fanboi Posted ID:HgCDgVgRCz

สวัสดีเพื่อนโม่งทุกคน
เราไม่ได้เข้ามานานเลย ช่วงนี้ยุ่งๆมีงานหลายอย่างเข้ามา พอในหัวมันขมุกขมัวไปกับเรื่องที่ต้องทำ เรื่องที่อยากทำ มันก็พลันลืมกระทู้นี้ไปเฉยเลย

จริงๆช่วงนี้เราก็เรื่อยๆปกติ งานก็เข้ามาเยอะซึ่งแต่ละงานก็ไม่ใช่ทางที่เราถนัดเลยซักนิด พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วมันก็รู้สึกว่ามีอะไรให้ต้องรับผิดชอบเยอะมากมาย งานเหมือนจะเลือกได้แต่จริงๆก็ไม่ได้เลือกได้ขนาดนั้นหรอก ใจนึงเราก็อยากกลับไปเรียนนะ เราอยากกลับไปอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ต้องกังวลอะไรมากไปกว่าการทำผลงาน การสอบ หาความรู้เพิ่มเติม ทำงานอดิเรก และเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆโดยไร้ข้อกังวลว่าพรุ่งนี้จะมีเงินรึเปล่าหรือจะโดนเลย์ออฟมั้ย

พอเป็นชีวิตวัยทำงาน น้ำหนักของความรับผิดชอบที่อยู่บนบ่ามันทำให้เราต้องระมัดระวังในการขยับตัวแต่ละครั้งจริงๆ หลายครั้งเรารู้สึกถึงอิสระในการใช้ชีวิต แต่ในเวลาเดียวกันเราก็รับรู้ถึงกรอบข้อจำกัดที่มองไม่เห็นอยู่เหมือนกัน หลายครั้งมันก็เป็นเรื่องที่น่าสับสน เราทั้งชอบและไม่ชอบวัยผู้ใหญ่เลย แต่เราก็รู้สึกถึงสเน่ห์ของชีวิตที่ดำเนินไปข้างหน้าอย่างย้อนกลับไม่ได้ เพราะถ้ามันย้อนกลับไปได้มันก็เหมือนที่ผ่านมาช่างไร้ความหมายทำให้ตัวตนของคนมันดูไม่ใช่ตัวตนจริงๆอย่างที่ควรจะเป็น บางทีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ก็ทำให้ชีวิตกลมกล่อมดีเหมือนกัน เราเนี่ยน่าสับสนใช่มั้ยล่ะ

ด้วยสถานการณ์โควิดเราให้เรามองเห็นอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น เราติดตามข่าวมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เห็นตั้งแต่คนที่หากินไม่ได้ตลอดจนคนที่นอนเฉยๆก็อยู่สุขสบายได้ทั้งชีวิต ที่ผ่านมาเราไม่เคยมองเห็นเลยว่าชีวิตของตัวเองดีแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเรามองว่ามันแย่นะ แต่เรารู้สึกว่ามันธรรมดาและน่าอึกอัดอยู่ซักหน่อย แต่พอเริ่มเข้าช่วงกักตัว เราที่สามารถทำงานที่บ้านได้ ยังคงได้เงินเดือนเต็มเดือน มีเงินจ่ายค่าความบันเทิง เพลิดเพลินกับการทำอาหาร เลิกงานเราก็เล่นเกมส์ เมื่อเทียบกับสภาพสังคมที่เราเห็นในตอนนี้ มันทำให้เราตระหนักขึ้นมาว่าเราอยู่ในจุดที่ดีกว่าคนอื่นขนาดไหน ในขณะที่ข้างนอกนั้นมีคนที่ตายจากไปจริงๆ ทั้งจากโรคทั้งจากความเครียด บางคนไม่มีงานทำแล้วด้วยซ้ำไป บางคนแค่หากินประทังชีวิตยังทำไม่ได้ แต่เราก็ยังนั่งบ่นงานอยู่ ดูไม่เอาไหนเลยจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เข้าใจในความเป็นตัวเองนะ มนุษย์เราไม่ว่าจะอยู่ในจุดไหนก็ไม่เคยหาความพึงพอใจที่แท้จริงได้หรอก เหมือนกับทฤษฎีลำดับความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว จนกว่าจะถึงขั้นที่ 5 เราก็ยังคงกระเสือกกระสนต้องการในสิ่งที่มากขึ้น มากขึ้นต่อไป ถึงบางคนจะบอกให้รู้จักเพียงพอ แต่ธรรมชาติของมนุษย์หากไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน เราก็คงไม่สามารถพาเผ่าพันธุ์มาอยู่ในจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารได้ เพราะความไม่รู้จักพอคือเชื้อเพลิงที่พาเราขึ้นสู่จุดสูงสุดแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนไฟที่เผาผลาญเราไปตลอดทาง เรื่องพวกนี้ถ้าไม่ทำความเข้าใจในตัวเองก็คงจะทำให้หัวใจหาความสงบสุขไม่ได้เหมือนกัน

เราไม่แอนตี้ความทะเยอทะยานนะ เราชอบมัน เราชอบที่ตัวเองพัฒนาขึ้นๆไป เราพึงใจเมื่อคนให้คุณค่าแก่สิ่งที่เราทำ แต่เมื่อมันล้มเหลวหรือไม่เป็นไปในทางที่เราคิด ก็เหมือนกับจุดที่เรายืนอยู่พังทลายลงไปเลย เราออกจะมีอาการแพนิคเล็กๆด้วยซ้ำ มันไม่ใช่ว่าเรากลัวถูกว่าจากคนอื่นหรอก มันน่าจะมาจากเรากลัวที่จะต้องยอมรับว่าตัวเองไร้ความสามารถเหลือเกินต่างหาก ทั้งๆที่ความจริงแล้วในใจลึกๆเราก็รู้ดีว่าเราไม่ได้ล้มเหลวขนาดนั้น แต่เราไม่อยากยอมลงให้ตัวเอง มันเพราะว่าเรามาตรฐานสูง เรามีความทะเยอทะยานเหลือล้น มันพาเราขึ้นสู่จุดที่ดีแต่แน่นอนว่ามันก็ทำลายวันเวลาที่เราควรจะมีความสุขไปไม่น้อย เราควรอ่อนข้อให้ตัวเองแต่เราก็กลัวว่าการอ่อนข้อจะทำให้เราอ่อนแอ การเป็นผู้ใหญ่เนี่ยซับซ้อนจริงๆเลย ทั้งๆที่เมื่อก่อนเราสนใจแค่ออกไปวิ่งเล่นแท้ๆนะ

มีต่อ >>39 ดันเขียนเยอะเกินไปจนเกินโควต้าเฉยเลย เรานี่พูดมากใช้ได้

39 Nameless Fanboi Posted ID:HgCDgVgRCz

ต่อจาก>>38

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังคงมองเห็นความสวยงามของการมีชีวิตอยู่ เรารู้ดีว่าเรามีความสุข มันอาจไม่มากมายแต่เราก็มีช่วงเวลาดีๆทุกวัน เรายังคงเขียนสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขลงในบันทึก เราพยายามที่จะหาข้อดีในตัวของคนอื่นออกมาให้ได้ เราเก็บเกี่ยวความสุขของวันนี้ไว้ในความทรงจำ รอคอยความสุขที่เรารู้ว่าเราจะมองเห็นในวันถัดๆไป มันทำให้ชีวิตคนเราสวยงามเมื่อเรามองเห็นด้านดีๆของทุกๆสิ่ง เช่นเดียวกันกับเจ้าความทะเยอทะยานนั่นแหละ ถึงต่อให้เราบอกว่าหลายครั้งมันทำให้เราเหนื่อยล้า แต่ก็เพราะมีมันเราถึงมาอยู่ในจุดนี้ จุดที่เราอิ่มท้องจนสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นขาด จุดที่เราสบายใจพอที่จะตระหนักถึงสิ่งรอบข้าง จุดที่เราไม่ต้องกลัวว่าเราจะล้มเหลวตลอดไปเพราะเรารู้ดีว่าตัวเองจะลุกขึ้นมาได้ในทุกๆครั้งถ้ามีมัน การที่เราสามารถเชื่อมั่นและพึ่งพิงตัวเองในอนาคตได้มันเป็นอะไรที่สงบจากข้างในจริงๆนะ มันไม่มีอะไรให้ต้องกลัวเลย

เพราะอย่างงี้ล่ะมั้งเราถึงไม่อยากอ่อนข้อให้ตัวเอง เพราะเรากลัวว่าจะเสียสิ่งที่เรียกว่าความทะเยอทะยานไปน่ะแหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องอ่อนโยนต่อตัวเองบ้างแหละ ยังไงก็ตามถ้าอยากเติมเต็มให้ตัวเอง จะเอาแต่พุ่งไปข้างหน้าโดยไม่รักษาสิ่งดีๆที่มีไว้ มันก็เติมไม่เต็มน่ะสิ จริงมั้ย

Amy

40 Nameless Fanboi Posted ID:a9JROP.x.u

>>36

สอบเสร็จแล้ว (จนได้)! พอสอบเสร็จก็ไปทำทีเอให้อาจารย์คนเดียวกัน คุมสอบรุ่นน้องต่อ ได้มีโอกาสถามสักทีว่าข้อสอบวิชาไหนออกมา "ร้อน" กว่ากัน

"อาจารย์ครับ ข้อสอบวิชาผมกับวิชานี้นี่อันไหนร้อนกว่ากันครับ"
"ออกเสร็จก่อนสอบทั้งคู่ ก็ไม่นับว่าร้อนนะครับ"
"ว่าแต่อาจารย์ตรวจข้อสอบมิดเทอมเสร็จยังครับ"
"ตรวจเสร็จแล้วครับ... *สตั๊นไปนิดหน่อย* ตรวจอยู่ครับ..."

ครับอาจารย์ ผมยอมแล้วครับ บัณฑิตป้ายแดงเกรดไม่ออกครับ อยากได้ทรานสคริปต์แล้วครับ

เราดีใจมากๆ ที่ได้เห็นเธอบอกว่าหลายๆ อย่างดีขึ้น บางครั้งชีวิตคนก็เปรียบเหมือนมีมรสุมพัดมา โอบกอดความปวดร้าวและรอมันผ่านไปแบบที่ตัวเองไม่แตกสลาย บางครั้งมีลมเย็นพัดมา ก็ต้องโอบรับมันไว้ให้มันยังพัดถึงเราข้ามฤดู ให้อยู่กับเราแม้ในวันที่ใจอ่อนล้าเนอะ

ขอบคุณตัวเองด้วยนะ โอบกอดตัวเองเอาไว้ บอกตัวเธอว่าเก่งมากแล้ว และในวันที่มีอะไรโหมเข้ามาอีก ขอให้มันใจดีกับเธอ และขอให้เธอจำความเข้มแข็งครั้งนี้เอาไว้นะ

เธอสมควรได้รับความใจดี ทั้งจากเธอ จากเรา จากทุกคน ไม่ว่าในเวลาไหนก็ตาม

พรุ่งนี้ฝากยิ้มให้ตัวเองในกระจกทีนึง คิดเสียว่าเป็นรอยยิ้มที่เราฝากให้เธอนะ :)

>>37

สวัสดี คาซัคสถานอากาศตอนนี้เป็นยังไงบ้าง มาแชร์กันได้นะ

>>38

ขอฝากกำลังใจให้เธอ เราคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คือทุกคนมีโอกาสที่จะได้กลับมาระลึกและให้เวลากับตัวเองบ้าง นี่คือเหตุผลที่เราบอกว่าจริงๆ แล้วการมีเวลาใช้ชีวิต--หมายถึงการได้ "ใช้" ชีวิตจริงๆ--โดยไม่ต้องเสียเวลากับรถติดหรือหัวเสียกับอะไรก็ตาม และเราดีใจที่ได้ฟังเรื่องจากการตกผลึกความคิดของเธอนะ

เราเข้าใจความกลัวนะ เราคิดว่ามันเป็นอารมณ์ที่มี impact เข้ามาเยอะมากๆ ความกลัวทำให้เราดิ้นรนและวิ่งหนี ไม่แน่นะ ถ้าเราเป็นคนที่ "ไม่กลัวอะไรเลย" เราอาจจะเป็นคนละคนลิบลับกับคนตรงนี้ก็ได้

เราเข้าใจเธอเรื่องของการถีบและดิ้นรนตัวเองนะ เราก็เป็นคนที่อยากเติมเต็มตัวเองด้วยอะไรบางอย่างตลอดเวลา จริงๆ ถึงเราจะเป็นคนที่สมบูรณ์ในสายตาคนอื่นแค่ไหน เราจะไม่เคยรู้สึกสมบูรณ์ได้เลย--และรูโหว่เล็กน้อยที่เปิดช่องให้คนอื่นมองเห็นจุดที่เราไม่อยากให้คนมองเห็น กลับกลายเป็นช่องกว้างเมื่อมองจากมุมของเรา

ความน่ากลัวของสังคมอาจจะทำให้เกิดการดิ้นรนและไม่รู้สึกพอนั่นแหละ เมื่อเราเติมเต็มด้านหนึ่งของตัวเองได้ ก็จะรู้สึกว่ามีด้านอื่นที่ยังเป็นช่องว่าง ทำยังไงก็ไม่ถูกเติมเต็ม (ขอเล่าหน่อยแล้วกัน: ในขณะที่เรามีด้านที่คนอื่นมองมาแล้วอิจฉา เรากลับรู้สึกได้ถึงพลังลบของด้านที่ขาดการเติมเต็ม เอากันตรงๆ คือเราล้มเหลวเรื่องความรักมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เราตามหา มันเหมือนกับเราเอื้อมมือไปหยิบประกายแสงอะไรบางอย่าง ทั้งที่รู้ตัวว่ามันคือแสง สัมผัสไม่ได้ มือเอื้อมไม่ถึงจึงตะกายและกระโดด ตกลงมาเจ็บ รักษาแผลเพื่อกระโดดซ้ำอีกรอบ)

เราอยู่ในโลกของความคาดหวัง--ทั้งตัวเองที่คาดหวังกับตัวเอง ตัวเองที่คาดหวังกับคนอื่น และคนอื่นที่คาดหวังกับตัวเรา บางครั้งความคาดหวังสร้างความเป็นไปได้ ช่วยให้เราได้เติมเต็มคนอื่นและตัวเราเอง บางครั้งความคาดหวังสร้างบาดแผล เจ็บปวด ล้มเหลว และน่ากลัว เราเป็นคนที่ไม่ค่อยทนต่อความผิดพลาดของตัวเอง--ทั้งเมื่อมีคนอื่นมาชี้ และเมื่อเราชี้เอง--เราจะประณาม ก่นด่า ผิดหวัง ลงโทษตัวเอง จนมีแต่คนบอกว่าเราใจร้ายกับตัวเองมากไปแล้ว

การลืมเรื่องพวกนี้ไปชั่วคราว หันมาเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย สะท้อนอารมณ์ตัวเอง หาของกินอะไรอร่อยๆ ทำมื้อพิเศษ เสียเงินไร้สาระ หรือแม้แต่หันไปมองดูอนุภาคของ "แสง" ที่ตกกระทบสู่รูปถ่ายบนฝาผนัง ก็ทำให้ตัวเองกลับมาใจชื้นเหมือนกัน สู่โลกที่ลืมความคาดหวัง โลกที่ปล่อยวางความทะเยอทะยาน เดินทางกลับเข้าหาตัวเองเพื่อโอบกอดและมอบความอ่อนโยนที่บางครั้งเธอก็สมควรได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข และเผื่อแผ่มันถึงคนอื่นด้วยนะ

ขอบคุณแทนตัวเธอที่ยังเห็นความสวยงามตรงนี้ มันใช้พลังงานจำนวนมาก ทั้งพลังงานในการโอบกอด การเข้าใจ และสิ่งที่ยากที่สุดคือการที่เธอเชื่อว่าเธอสมควรจะได้รับมันจริงๆ ขอโปรดเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งขึ้น ทั้งในแง่ที่เธออยากเป็น และในแง่ของการโอบกอดตัวเองและคนรอบตัวนะ

โปรดอย่าหยุด

-- wv

41 Nameless Fanboi Posted ID:PZMFzD26yq

สวัสดี แค่อยากมาเขียนจดหมายบ้าง กลัวว่าวันนึงคนที่เคยเขียนอาจไม่มาตอบกระทู้นี้แล้ว

อ่านแล้วรู้สึกน่ารักดี เหมือนได้พลังบวก ไว้กูดีขึ้นเมื่อไหร่ จะเอาพลังมาแบ่งในมู้นี้บ้าง

=)

42 Nameless Fanboi Posted ID:hhm2HZgdvS

ขอบคุณมู้นี้นะ

43 Nameless Fanboi Posted ID:y+l1VitBms

>>41

ไม่รู้เหมือนกันนะ, ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเขียนเรื่อยๆ ไม่อยากไปไหนเหมือนกัน แต่ก็คงมีวันที่อยากเขียนกว่าวันอื่น และวันที่ไม่อยากเขียนกว่าวันอื่นเนอะ

อยากบอกว่านอกจากจะส่งกำลังใจให้อยู่แล้ว ก็ยินดีรับฟังเรื่องเล่าที่ไม่ดีด้วยเหมือนกัน บางครั้งการได้เล่ามันออกมา แค่มีคนรับฟังก็มีค่ามากพอแล้ว วันไหนมีเรื่องราวที่อยากยกออกจากอก เราอยู่มู้นี้ กับมู้อึดอัดแต่ระบายไม่ได้นะ

และขอให้วันที่เธอมีพลังบวกพอที่จะส่งถึงคนในนี้มาถึงโดยเร็ววัน

>>42

เราเชื่อในสังคมที่ต่างคนต่างใจดีให้กันแบบไม่ต้องรู้จักกันได้ เราเชื่อว่าเธอก็กำลังเชื่อแบบนั้นเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับการแชร์ความเชื่อนี้

--wv

44 Nameless Fanboi Posted ID:f2nPyUGlCE

สวัสดีเพื่อนโม่ง

กลับมาหลังจากหายไปนาน คิดว่าชีวิตกำลังจะเริ่มต้นบทใหม่ เป็นความกลัว วิตก หวาดระแวง และหลายอย่าง แต่พอมองเห็นปลายทางที่เราฝันว่าจะไปถึงแล้วก็มีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าได้ไม่ยาก

การเปลี่ยนผ่านเป็นเรื่องท้าทายเสมอ--สายลมแห่งการเปลี่ยนผ่าน เมื่อพัดมา ทำให้เราเย็นสบายและหมองหม่น บางครั้งเป็นสายลมแห่งฤดูหนาวที่รอคอย บางครั้งเป็นลมเตือนว่ามรสุมใหญ่กำลังจะโหมเข้ามา

เอาแบบไม่อ้อมค้อมคือขอทุนเรียนต่ออยู่ ขอให้กำลังใจจากทุกคนโปรดอยู่กับเรา

https://www.youtube.com/watch?v=dZ-PWcqhopg

ด้วยรักและคิดถึง,
wv

45 Nameless Fanboi Posted ID:v01Bg+y4U9

>>44 ขอให้โชคดีนะคุณ ดูเป็นอวยพรที่พึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปหน่อย แต่ในชีวิตใครๆก็ต้องอยากให้มีเรื่องดีๆกับตัวเอง เราว่าโชคก็มีส่วน เพราะงั้นขอให้เจอเรื่องดีๆนะ

46 Nameless Fanboi Posted ID:hbFdxo6Sah

สวัสดีในตอนกลางดึก

เป็นครั้งแรกที่เขียนจดหมาย แต่ก็ขอบคุณคุณที่สร้างหัวข้อนี้ขึ้นมา เราชอบเขียนจดหมายมากๆเลย เพราะมันเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้เราได้ปลดปล่อยความอยากเขียนของเรา ที่มักจะหยุดชะงักลงกลางคันเสียก่อนเวลาที่เริ่มต้นเขียนอะไรเป็นจริงเป็นจัง

วันนี้ไม่ใช่วันที่ดีสำหรับเราเท่าไหร่ ทำแผนที่วางเอาไว้เละเทะหมดจนบางทีก็คิดว่าเช็คลิสต์อาจจะไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับคนแบบเราเท่าไหร่ ความผิดพลาดวันนี้เกี่ยวข้องกับสุขภาพเต็มๆและจะส่งผลแย่ในวันรุ่งขึ้นแน่ๆ รู้สึกแย่กับตัวเองจัง แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าโอเค ฉันทำพลาด ขอโทษนะ ยกโทษให้ตัวเองซะ เพื่อที่จะจบวัฎจักรซึมเศร้าไม่รู้จบนี้

แต่ช่วงนี้กำลังลองปลูกต้นไม้ด้วยล่ะ! หน่ออ่อนกำลังโตอย่างช้าๆ พอเห็นใบสีเขียวๆกับรากจิ๋วๆที่ทิ่มทิชชู่ออกมาแล้วก็อดดีใจไม่ได้ อยากจะให้สวนที่บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้เร็วๆจัง อากาศแถวบ้านเราไม่ค่อยดีเลย คนที่หวังพึ่งได้ก็มีแค่คุณต้นไม้ดอกไม้นี่แหละ

หวังว่าอากาศบ้านคุณๆจะดีนะ ขอให้มีความสุขแม้อีกไม่ถึงชั่วโมงจะหมดวันลงแล้ว ฝันดีและพักผ่อนให้เพียงพอนะ เราชอบอะไรแบบนี้จังเลย ตั้งหน้าตั้งตารออ่านจดหมายของทุกๆคนอยู่ห่างๆนะ :)

47 Nameless Fanboi Posted ID:hAZDWZU+7V

สวัสดีนะ

หลังจากห่างหายไปนาน ก็มีหลายอย่างเกิดขึ้นกับชีวิต อยากเล่าให้ฟังเป็นข้อๆ แต่ว่าจะยาวไป เอาเป็นว่าสั้นๆ ละกันเนอะ

- ที่บอกว่าจะขอทุนใน >>44 สรุปคือไม่ได้นะ เหตุผลคือไม่ match กันนั่นแหละ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรจาก >>45 นะ มีโอกาสอ่านมันก่อน ขออภัยที่ไม่ได้ตอบกลับเร็วมากพอ
- ได้ทุนไปเรียนต่ออีกที่ แต่ปฏิเสธไปอย่างน่าเสียดายเพราะรู้สึกว่ามันยังมีอะไรไม่ใช่
- ตอนนี้ก็กำลังหางานทำเพื่อให้มีอะไรเลี้ยงดูตัวเองได้ก่อนสักพัก ต้องใช้เวลาอีกนิดอะแหละเนอะ

แต่ตอนนี้มีอย่างนึงที่อยากอวดแหละ--มีแฟนแล้ว! เป็นอะไรที่รู้สึกว่าวลีแบบ "ดีต่อใจ" "อบอุ่น" หรืออะไรประมาณนี้ยังน้อยไปที่จะอธิบายเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาที่อาจจะถือว่าเร็วอยู่ แต่มันกลับสงบมากๆ เลยเชื่อไหม เราเปิดรับคนเข้ามาเพิ่มในตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตเรา และเราไม่มีชั่วขณะไหนที่รู้สึกว่าจิตใจกังวลหรือสั่นไหว (ในทางที่ไม่ดี) เลย ขอให้ทุกคนได้พบเจอความดีต่อใจในลักษณะนี้ อาจจะไม่ต้องเป็นการมีแฟนก็ได้ แต่ขอให้มันดีต่อทุกคนนะ

ถึง >>33 เราห่างหายไปนานเลย ไม่รู้ว่าคุณต้นไม้ของคุณจะเป็นยังไงบ้าง โตขึ้นแล้วหรือยัง ยอดอ่อนๆ ที่ผลิออกมาต้องสวยมากแน่เลย

เชื่อว่าเวลาเดือนครึ่งที่ไม่ได้เปิดมาอ่านกระทู้ คุณจะต้องเก่งขึ้นแล้วแน่ๆ ไม่ในเรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง อาจจะยังไม่มากจนตัวเองรู้สึกได้ แต่ค่อยๆ สบายๆ นะ! ไม่มีอะไรหรอก เธอยังคงเป็นคนเก่งเสมอ เชื่อเรา :D

กำลังจะขึ้นเดือนใหม่ ขอให้เป็นเดือนที่มีความสุขสำหรับคุณเช่นกันนะ

-- wv

48 Nameless Fanboi Posted ID:TVjXEObe/i

>>47

สวัสดีจ้าโม่ง เราสบายดี ขอโทษที่หายไปนานมากๆ ต้นไม้เราเหมือนจะตายแต่กลับมาฟื้นได้ ว่าจะเขียนแต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งจนเป็นเดือนเพราะงานด้วยเลยไม่มีกระจิตกระใจเขียนเท่าไร เข้าออกเปลี่ยนงานฟรีแลนซ์ไป 4 ที่ จะทำงาน 7 วันคงไม่ไหวแล้ว กำลังเริ่มงานประจำที่ใหม่น่าจะดีขึ้นแหละ ถือโอกาสนี้เวลคัมน้องใหม่สู่วงการทำงานอย่างเป็นทางการนะจ๊ะ ลองทำงานไปก่อนแล้วยื่นขอทุนก็ได้เราจะยื่นปีหน้าเหมือนกัน ที่เธอไม่ได้ทุนตอนนี้เพราะอาจจะได้ทุนที่ดีกว่าก็ได้นะ เรื่องงานเธอมีความสามารถอยู่แล้ว เราขอให้เจอสภาพแวดล้อมที่ดี อย่ากดดันตัวเองเกินไป การตื่นเช้ามาทำงานในแต่ละวันได้ทุกคนเก่งแล้ว ชมตัวเอง เราจะชมเธอด้วย

ว่าแต่มีคนมีแฟนแล้ว ขอแซวหน่อยยยย จำได้ว่สอยากมีแฟนและได้จริงๆ เซอร์ไพรส์มากกก เธอทำให้การมีแฟนเป็นเรื่องง่ายเฉยเลยโม่งคุง เพราะเสน่ห์อันแพรวพราวของเธอใช่มั้ย พูด!
5555555นี่555555555ร้าง555555555มาก55555555จ้ะ555555555
ความรู้สึกอุ่นในใจมันเป็นยังไง เราว่าแฟนเธอเค้าต้องสัมผัสได้ถึงความน่ารัก ใส่ใจจากเธอแหละ ถ้าเค้าได้อ่านที่เธอเขียนต้องมีเขินบ้างล่ะ อ่านจากตรงนี้สัมผัสได้ถึงโลกที่เปล่งประกายเป็นสีชมพู อย่าอ้อนแฟนให้มากนะ อิ_อิ ~ ได้แซวละสบายใจ ไว้มาแซวใหม่ ถ้าหายๆไปบ้างเพราะตามอารมณ์ โปรดอย่าถือสาเลยนะ <3

ปล. คิดถึงเธอมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จัดไปให้คนมีความรัก!

https://soundcloud.com/donggyoung/180617-close-to-you-by-carpenters

Cheerio

49 Nameless Fanboi Posted ID:axp4ZrU4ZY

สวัสดีเพื่อนโม่ง

แอบอ่านจดหมายของพวกเธอแล้วอยากจะเขียนไว้บ้าง แต่เราอาจจะเชิงระบายมากกว่าจดหมายละมั้ง 55555
ช่วงล๊อกดาวน์หลายๆคนได้ทำงานอยู่บ้าน แต่สำหรับเราที่ทำงานอยู่ที่บ้านแล้วใช้ชีวิตเหมือนเดิมเด้ะๆ ก็เหงาบ้างที่ไม่ได้ออกไปซ่าตามคาเฟ่ประจำเดือนกับเพื่อนๆ กับออกไปซื้อของยากไปหน่อย ที่เหลือก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย จริงๆนะ พอเห็นหน้าฟี้ดเฟสบุ๊คที่มีคนบ่นว่าเบื่อไม่ได้ออกบ้าน หรืออยากกินชาบูหมูทะก็จะรู้สึกอิจฉาที่เขามีกิจกรรมนอกบ้านอะ ตลกดี

เราเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง พิมพ์ก็ไม่ค่อยเก่งด้วย สื่อความรู้สึกจะเพี้ยนมั้ยนะ นี่เป็นเรื่องที่เรากังวลมาตลอด แต่ปัญหาคืองานของเราต้องคุยกับลูกค้า(น้ามตา) ต้องมีความเฟรนลี่หน่อยๆและชวนคุยสนุกๆได้ เฟรนลี่น่ะไม่มีปัญหา ปัญหาอยู่ตรงที่คุยนี่แหละะะะ เผลอทำเดธแอร์บ่อยมากเพราะนีกไม่ออกว่าจะตอบอะไร ลูกค้าจะคิดว่าเราเมินหรือหยิ่งมั้ยนะ ไม่กดไลค์สเตตัสในเฟสเขาจะคิดว่าเราไม่สนใจมั้ย(จริงๆก็แค่ลืมว่าเฟสมันกดไลค์ได้ เพราะปกติเล่นทวิต ที่ไม่รีทวิตหรือเฟบทวิตเลย…) ตอนนี้ต้องรวบรวมความกล้าในการคุยและรับมือกับลูกค้าในแต่ละรอบ เครียดอะ แต่พอส่งเคสหรือคุยจบแล้ว ลูกค้ากลับมาอุดหนุนอีกเราก็ดีใจนะ ขอบคุณที่ไม่คิดว่าหนูหยิ่ง ฮือออ

อาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสขับรถขึ้นเขาล่ะ! เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต พอขึ้นไปถึงที่หมายละฟินเบาๆ ในที่สุดก็ขับรถเส้นทางที่ยากขึ้นมาจากในเมืองได้ ขับออกต่างจังหวัดด้วย แอบกรี้ดในใจตอนทางลงเขานิดนึงแต่ก็สนุกดี เพื่อนโม่งคนไหนเคยมีความรู้สึกแบบทำในสิ่งที่ไม่เคยทำแล้วปลดล๊อกชีวิตมั่งมั้ย ลองทำดูนะ พอทำได้แล้วเธอจะภูมิใจมากเลย เป็นความสุขเล็กๆในวันนั้น

ชักจะยาวแล้วสิ ขอให้พวกเธอมีวันที่ดีนะ เราจะแวะมาเป็นระยะ รักษาสุขภาพด้วย
AN

50 Nameless Fanboi Posted ID:C+JDkES3LC

>>49 เหมือนตัวเองมาเขียนเอง ต้องดีลกับลูกค้า เง้ออออ สู้ๆ มนุษย์

51 Nameless Fanboi Posted ID:mrXySTWaqO

ที่อยู่ https://fanboi.ch/lifestyle/9900/
วันที่3 สิงหาคม พ.ศ.2563

ถึงเพื่อนโม่ง

สวัสดีเพื่อนโม่ง ฉันคิดว่าตัวเองเขียนจดหมายได้ไม่ดีเลยไงไม่รู้ รู้สึกภาษาไทยเป็นภาษาที่นํ้าเน่าเมื่อนํามาใช้เขียน แต่จะให้เขียนภาษาอังกฤษก็คงเขียนไม่ได้ เพราะภาษาอังกฤษของฉันส้นตีนมาก แต่ก็อยากเขียนจดหมาย ฉันอยากเขียนจดหมายส่งไปให้ใครจริงๆ (ใช้สรรพนามฉันนี่มันเชยดีจริงๆ ชอบๆ)

ตั้งแต่เด็กมาก็โตมากับร้านค้าที่ขายซองจดหมาย กระดาษเขียนจดหมาย โปสการ์ดกากเพชรใบละ2บาทยันโปสการ์ดที่เปิดแล้วมีเสียงเพลงดังมา ตอนนั้นก็ได้แต่เดินดูตามห้างเพราะว่าไม่มีเงินซื้อ แล้วดูไว้เผื่อเอาไปเขียนให้เพื่อนหรือให้แฟน!?ตอนโต แต่พอโตมาโลกก็เปลี่ยนไปเร็วมาก ฉันคงไม่มีโอกาสลงมือเขียนจดหมายกระดาษส่งให้ใครสักคนแล้ว มนุษย์เราต่างสื่อสารได้ง่ายขึ้น ใช่เวลาไม่ถึงวินาทีก็สามารถส่งสารไปยังผู้รับได้แล้ว แต่กลับกันรู้สึกห่างเหินกับผู้คนมากกว่าเดิม เขียนๆมาก็เหมือนเป็นพวกแอนตี้เทคโนโลยีเลย แต่มันก็จริงมี่สังคมเราเปลี่ยนไปเพราะอินเตอร์เน็ต อืมเขียนออกนอกประเด็นละ แต่จริงๆก็ไม่มีประเด็นจะให้เขียน

ปีนี่อายุก็เพิ่มขึ้นมา1ปี แต่รู้สึกเหมือนตัวเองยังไม่ไปไหนเลย ทั่งสติปัญญาความรู้ความสามารถเท่าเดิมหมด เพราะล๊อคดาวนี่แหละต้องกลับมาบ้านแล้วก็ทําอะไรไม่ได้ดั่งใจ ใช่แล้ว ฉันยังเรียนอยู่มหาลัย
หรือที่ไม่มีประเด็นให้เขียนก็เพราะมันไม่มีเหตุการณ์อะไรเลยเกิดขึ้นละมั้ง แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้อยากมาเขียนนี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่การที่ฉันเขียนอะไรโง่ๆไปมันก็สะท้อนอะไรบ้างแหละ ไม่ว่าจะการใช้ภาษา สถานการณ์ที่พบเจอ เหล่านี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ได้หมด เขาเรียกว่าจดหมายเหตุเปล่าวะ มู้นี้ก็อาจจะเป็นจดหมายเหตุถึงคนในอนาคตก็ได้สินะ

จะว่าไปขณะที่ฉันกําลังเขียนอะไรไร้จุดหมายนี้ ในสมัยอดีตคนๆหนึ่งต้องเขียนจดหมายเพื่อมาแก้ตัวว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในแผนการฆ่าใครบางคน แล้วต้องขึ้นศาลอีกด้วย จดหมายที่เขาคนนั้นเขียนดูจริงจังกว่าของฉันซะอีก ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเพื่อความอยู่รอดของตัวเองหรือเพื่อความถูกต้องก็ตามเขาคนนี้ยังได้เขียนจดหมายที่สั่งเสียให้เปิดปีค.ศ.2024อีกด้วย น่าตื่นเต้นจริงๆว่าจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร

อื่ม... เขียนเลื่อยเปลื่อยพอใจและ ใครมันอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงรู้ตัวว่าโดนสูบเวลาชีวิตอันมีค่ามาอ่านอะไรก็ไม่รู้ ดังนั้นของจบจดหมายนี้ด้วยคําของเพื่อนรัก?ของ’เขา’คนนั้นที่เจียนมาขอโทษเขา

“Pleaseอโหสิกรรม”

52 Nameless Fanboi Posted ID:l3kJtp3LZp

สวัสดีเพื่อนโม่งที่น่ารักทุกคนที่อ่านจดหมายเราแล้วไม่เกลียดกัน
วันนี้วันที่ 3 / 8 / 63
เป็นวันที่ปรับยาครบ 7 วันพอดีหลังจากไปตามนัดหมอ แล้วรู้ว่าตััวเองต้องเจอกับสภาวะ psycho ถึง 2 สภาวะ ซึ่งมันแย่มากที่จะต้องมาควบคุมตัวเอง เพราะไม่มีโรคซึมเศร้ามารั้งอารมณ์นี้อีกต่อไปแล้ว จะต้องต่อสู้กับมันด้วยตัวเอง และยา ล้วนๆเลย สภาพแวดล้อมจะต้องโอเคอ่ะ
ซึ่งสิ่งที่เจอตอนนี้ก็คือ มีกระทู้โม่งเป็นของตัวเอง ละเราดันรู้มาตลอดว่าคนตัั้งเป็นใคร คนทีาปั่นกระทู้เป็นใคร แต่ตอนนั้นเราเป็นซึมเศร้า เราเลยคิดว่า เราสงสารเขานะ เขาดูไม่มีความสุข ถ้าการด่าเรามันทำให้เขามีความสุขได้สักนิดนึงจะดีมากแน่ๆ
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ละอะ มันวนเวียนอยู่ในหัวมาตลอด มันมีแต่ความโกรธ โมโห อยากเคลียร์ให้จบไปซะ อยากทำให้เขาหยุดการกระทำนี้ไปแบบถาวร ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ไม่ว่าวิธีนั้นอาจจะจบด้วยความรุนแรง เราก็พร้อมแล้ว
เราไม่อยากเป็นคนแบบนี้เลย แต่เราทนมาตลอด1ปีเต็มๆ ทนมาตลอดไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยหือไม่เคยอือ ไม่เคยแก้ต่างอะไรทั้งนั้นด้วย เราคิดว่าเราทนมาจนสุดทางแล้วล่ะ
สุดท้ายนี้ ฉันหวังว่าสักวัน ฉันจะมีความสุขได้บ้าง และหวังว่าเขาจะหยุดการกระทำนี้ด้วยตัวเอง ฉันไม่อยากจะทำอะไรที่มันไม่ดีเลย อย่าบังคับฉันเลยนะ.
ฉันหวังว่า ฉันโดนคนใช้เว็ปนี้ทำร้ายชีวิตฉัน ฉันจะได้จดหมายตอบกลับในทางที่ดีบ้าง
ฉันเจ็บปวดมาตลอด1ปีเต็มแล้ว
ขอบคุณที่อ่านจดหมายของฉันนะ
//SN