Fanboi Channel

โม่งเขียนจดหมาย

Last posted

Total of 66 posts

37 Nameless Fanboi Posted ID:rIuRsw0Nv1

ถึง คุณตำรวจ

ศพเหยื่อของผม อยู่ตรงที่อยู่ตามนี้

ละติจูด 45.83667 ลองติจูด 55.32878 ดิสทอร์ชั่น 2.06

ผมไม่ขอมอบตัว

ด้วยความเคารพ

จากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

38 Nameless Fanboi Posted ID:HgCDgVgRCz

สวัสดีเพื่อนโม่งทุกคน
เราไม่ได้เข้ามานานเลย ช่วงนี้ยุ่งๆมีงานหลายอย่างเข้ามา พอในหัวมันขมุกขมัวไปกับเรื่องที่ต้องทำ เรื่องที่อยากทำ มันก็พลันลืมกระทู้นี้ไปเฉยเลย

จริงๆช่วงนี้เราก็เรื่อยๆปกติ งานก็เข้ามาเยอะซึ่งแต่ละงานก็ไม่ใช่ทางที่เราถนัดเลยซักนิด พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วมันก็รู้สึกว่ามีอะไรให้ต้องรับผิดชอบเยอะมากมาย งานเหมือนจะเลือกได้แต่จริงๆก็ไม่ได้เลือกได้ขนาดนั้นหรอก ใจนึงเราก็อยากกลับไปเรียนนะ เราอยากกลับไปอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ต้องกังวลอะไรมากไปกว่าการทำผลงาน การสอบ หาความรู้เพิ่มเติม ทำงานอดิเรก และเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆโดยไร้ข้อกังวลว่าพรุ่งนี้จะมีเงินรึเปล่าหรือจะโดนเลย์ออฟมั้ย

พอเป็นชีวิตวัยทำงาน น้ำหนักของความรับผิดชอบที่อยู่บนบ่ามันทำให้เราต้องระมัดระวังในการขยับตัวแต่ละครั้งจริงๆ หลายครั้งเรารู้สึกถึงอิสระในการใช้ชีวิต แต่ในเวลาเดียวกันเราก็รับรู้ถึงกรอบข้อจำกัดที่มองไม่เห็นอยู่เหมือนกัน หลายครั้งมันก็เป็นเรื่องที่น่าสับสน เราทั้งชอบและไม่ชอบวัยผู้ใหญ่เลย แต่เราก็รู้สึกถึงสเน่ห์ของชีวิตที่ดำเนินไปข้างหน้าอย่างย้อนกลับไม่ได้ เพราะถ้ามันย้อนกลับไปได้มันก็เหมือนที่ผ่านมาช่างไร้ความหมายทำให้ตัวตนของคนมันดูไม่ใช่ตัวตนจริงๆอย่างที่ควรจะเป็น บางทีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ก็ทำให้ชีวิตกลมกล่อมดีเหมือนกัน เราเนี่ยน่าสับสนใช่มั้ยล่ะ

ด้วยสถานการณ์โควิดเราให้เรามองเห็นอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น เราติดตามข่าวมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เห็นตั้งแต่คนที่หากินไม่ได้ตลอดจนคนที่นอนเฉยๆก็อยู่สุขสบายได้ทั้งชีวิต ที่ผ่านมาเราไม่เคยมองเห็นเลยว่าชีวิตของตัวเองดีแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเรามองว่ามันแย่นะ แต่เรารู้สึกว่ามันธรรมดาและน่าอึกอัดอยู่ซักหน่อย แต่พอเริ่มเข้าช่วงกักตัว เราที่สามารถทำงานที่บ้านได้ ยังคงได้เงินเดือนเต็มเดือน มีเงินจ่ายค่าความบันเทิง เพลิดเพลินกับการทำอาหาร เลิกงานเราก็เล่นเกมส์ เมื่อเทียบกับสภาพสังคมที่เราเห็นในตอนนี้ มันทำให้เราตระหนักขึ้นมาว่าเราอยู่ในจุดที่ดีกว่าคนอื่นขนาดไหน ในขณะที่ข้างนอกนั้นมีคนที่ตายจากไปจริงๆ ทั้งจากโรคทั้งจากความเครียด บางคนไม่มีงานทำแล้วด้วยซ้ำไป บางคนแค่หากินประทังชีวิตยังทำไม่ได้ แต่เราก็ยังนั่งบ่นงานอยู่ ดูไม่เอาไหนเลยจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เข้าใจในความเป็นตัวเองนะ มนุษย์เราไม่ว่าจะอยู่ในจุดไหนก็ไม่เคยหาความพึงพอใจที่แท้จริงได้หรอก เหมือนกับทฤษฎีลำดับความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว จนกว่าจะถึงขั้นที่ 5 เราก็ยังคงกระเสือกกระสนต้องการในสิ่งที่มากขึ้น มากขึ้นต่อไป ถึงบางคนจะบอกให้รู้จักเพียงพอ แต่ธรรมชาติของมนุษย์หากไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน เราก็คงไม่สามารถพาเผ่าพันธุ์มาอยู่ในจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารได้ เพราะความไม่รู้จักพอคือเชื้อเพลิงที่พาเราขึ้นสู่จุดสูงสุดแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนไฟที่เผาผลาญเราไปตลอดทาง เรื่องพวกนี้ถ้าไม่ทำความเข้าใจในตัวเองก็คงจะทำให้หัวใจหาความสงบสุขไม่ได้เหมือนกัน

เราไม่แอนตี้ความทะเยอทะยานนะ เราชอบมัน เราชอบที่ตัวเองพัฒนาขึ้นๆไป เราพึงใจเมื่อคนให้คุณค่าแก่สิ่งที่เราทำ แต่เมื่อมันล้มเหลวหรือไม่เป็นไปในทางที่เราคิด ก็เหมือนกับจุดที่เรายืนอยู่พังทลายลงไปเลย เราออกจะมีอาการแพนิคเล็กๆด้วยซ้ำ มันไม่ใช่ว่าเรากลัวถูกว่าจากคนอื่นหรอก มันน่าจะมาจากเรากลัวที่จะต้องยอมรับว่าตัวเองไร้ความสามารถเหลือเกินต่างหาก ทั้งๆที่ความจริงแล้วในใจลึกๆเราก็รู้ดีว่าเราไม่ได้ล้มเหลวขนาดนั้น แต่เราไม่อยากยอมลงให้ตัวเอง มันเพราะว่าเรามาตรฐานสูง เรามีความทะเยอทะยานเหลือล้น มันพาเราขึ้นสู่จุดที่ดีแต่แน่นอนว่ามันก็ทำลายวันเวลาที่เราควรจะมีความสุขไปไม่น้อย เราควรอ่อนข้อให้ตัวเองแต่เราก็กลัวว่าการอ่อนข้อจะทำให้เราอ่อนแอ การเป็นผู้ใหญ่เนี่ยซับซ้อนจริงๆเลย ทั้งๆที่เมื่อก่อนเราสนใจแค่ออกไปวิ่งเล่นแท้ๆนะ

มีต่อ >>39 ดันเขียนเยอะเกินไปจนเกินโควต้าเฉยเลย เรานี่พูดมากใช้ได้

39 Nameless Fanboi Posted ID:HgCDgVgRCz

ต่อจาก>>38

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังคงมองเห็นความสวยงามของการมีชีวิตอยู่ เรารู้ดีว่าเรามีความสุข มันอาจไม่มากมายแต่เราก็มีช่วงเวลาดีๆทุกวัน เรายังคงเขียนสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขลงในบันทึก เราพยายามที่จะหาข้อดีในตัวของคนอื่นออกมาให้ได้ เราเก็บเกี่ยวความสุขของวันนี้ไว้ในความทรงจำ รอคอยความสุขที่เรารู้ว่าเราจะมองเห็นในวันถัดๆไป มันทำให้ชีวิตคนเราสวยงามเมื่อเรามองเห็นด้านดีๆของทุกๆสิ่ง เช่นเดียวกันกับเจ้าความทะเยอทะยานนั่นแหละ ถึงต่อให้เราบอกว่าหลายครั้งมันทำให้เราเหนื่อยล้า แต่ก็เพราะมีมันเราถึงมาอยู่ในจุดนี้ จุดที่เราอิ่มท้องจนสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นขาด จุดที่เราสบายใจพอที่จะตระหนักถึงสิ่งรอบข้าง จุดที่เราไม่ต้องกลัวว่าเราจะล้มเหลวตลอดไปเพราะเรารู้ดีว่าตัวเองจะลุกขึ้นมาได้ในทุกๆครั้งถ้ามีมัน การที่เราสามารถเชื่อมั่นและพึ่งพิงตัวเองในอนาคตได้มันเป็นอะไรที่สงบจากข้างในจริงๆนะ มันไม่มีอะไรให้ต้องกลัวเลย

เพราะอย่างงี้ล่ะมั้งเราถึงไม่อยากอ่อนข้อให้ตัวเอง เพราะเรากลัวว่าจะเสียสิ่งที่เรียกว่าความทะเยอทะยานไปน่ะแหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องอ่อนโยนต่อตัวเองบ้างแหละ ยังไงก็ตามถ้าอยากเติมเต็มให้ตัวเอง จะเอาแต่พุ่งไปข้างหน้าโดยไม่รักษาสิ่งดีๆที่มีไว้ มันก็เติมไม่เต็มน่ะสิ จริงมั้ย

Amy

40 Nameless Fanboi Posted ID:a9JROP.x.u

>>36

สอบเสร็จแล้ว (จนได้)! พอสอบเสร็จก็ไปทำทีเอให้อาจารย์คนเดียวกัน คุมสอบรุ่นน้องต่อ ได้มีโอกาสถามสักทีว่าข้อสอบวิชาไหนออกมา "ร้อน" กว่ากัน

"อาจารย์ครับ ข้อสอบวิชาผมกับวิชานี้นี่อันไหนร้อนกว่ากันครับ"
"ออกเสร็จก่อนสอบทั้งคู่ ก็ไม่นับว่าร้อนนะครับ"
"ว่าแต่อาจารย์ตรวจข้อสอบมิดเทอมเสร็จยังครับ"
"ตรวจเสร็จแล้วครับ... *สตั๊นไปนิดหน่อย* ตรวจอยู่ครับ..."

ครับอาจารย์ ผมยอมแล้วครับ บัณฑิตป้ายแดงเกรดไม่ออกครับ อยากได้ทรานสคริปต์แล้วครับ

เราดีใจมากๆ ที่ได้เห็นเธอบอกว่าหลายๆ อย่างดีขึ้น บางครั้งชีวิตคนก็เปรียบเหมือนมีมรสุมพัดมา โอบกอดความปวดร้าวและรอมันผ่านไปแบบที่ตัวเองไม่แตกสลาย บางครั้งมีลมเย็นพัดมา ก็ต้องโอบรับมันไว้ให้มันยังพัดถึงเราข้ามฤดู ให้อยู่กับเราแม้ในวันที่ใจอ่อนล้าเนอะ

ขอบคุณตัวเองด้วยนะ โอบกอดตัวเองเอาไว้ บอกตัวเธอว่าเก่งมากแล้ว และในวันที่มีอะไรโหมเข้ามาอีก ขอให้มันใจดีกับเธอ และขอให้เธอจำความเข้มแข็งครั้งนี้เอาไว้นะ

เธอสมควรได้รับความใจดี ทั้งจากเธอ จากเรา จากทุกคน ไม่ว่าในเวลาไหนก็ตาม

พรุ่งนี้ฝากยิ้มให้ตัวเองในกระจกทีนึง คิดเสียว่าเป็นรอยยิ้มที่เราฝากให้เธอนะ :)

>>37

สวัสดี คาซัคสถานอากาศตอนนี้เป็นยังไงบ้าง มาแชร์กันได้นะ

>>38

ขอฝากกำลังใจให้เธอ เราคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คือทุกคนมีโอกาสที่จะได้กลับมาระลึกและให้เวลากับตัวเองบ้าง นี่คือเหตุผลที่เราบอกว่าจริงๆ แล้วการมีเวลาใช้ชีวิต--หมายถึงการได้ "ใช้" ชีวิตจริงๆ--โดยไม่ต้องเสียเวลากับรถติดหรือหัวเสียกับอะไรก็ตาม และเราดีใจที่ได้ฟังเรื่องจากการตกผลึกความคิดของเธอนะ

เราเข้าใจความกลัวนะ เราคิดว่ามันเป็นอารมณ์ที่มี impact เข้ามาเยอะมากๆ ความกลัวทำให้เราดิ้นรนและวิ่งหนี ไม่แน่นะ ถ้าเราเป็นคนที่ "ไม่กลัวอะไรเลย" เราอาจจะเป็นคนละคนลิบลับกับคนตรงนี้ก็ได้

เราเข้าใจเธอเรื่องของการถีบและดิ้นรนตัวเองนะ เราก็เป็นคนที่อยากเติมเต็มตัวเองด้วยอะไรบางอย่างตลอดเวลา จริงๆ ถึงเราจะเป็นคนที่สมบูรณ์ในสายตาคนอื่นแค่ไหน เราจะไม่เคยรู้สึกสมบูรณ์ได้เลย--และรูโหว่เล็กน้อยที่เปิดช่องให้คนอื่นมองเห็นจุดที่เราไม่อยากให้คนมองเห็น กลับกลายเป็นช่องกว้างเมื่อมองจากมุมของเรา

ความน่ากลัวของสังคมอาจจะทำให้เกิดการดิ้นรนและไม่รู้สึกพอนั่นแหละ เมื่อเราเติมเต็มด้านหนึ่งของตัวเองได้ ก็จะรู้สึกว่ามีด้านอื่นที่ยังเป็นช่องว่าง ทำยังไงก็ไม่ถูกเติมเต็ม (ขอเล่าหน่อยแล้วกัน: ในขณะที่เรามีด้านที่คนอื่นมองมาแล้วอิจฉา เรากลับรู้สึกได้ถึงพลังลบของด้านที่ขาดการเติมเต็ม เอากันตรงๆ คือเราล้มเหลวเรื่องความรักมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เราตามหา มันเหมือนกับเราเอื้อมมือไปหยิบประกายแสงอะไรบางอย่าง ทั้งที่รู้ตัวว่ามันคือแสง สัมผัสไม่ได้ มือเอื้อมไม่ถึงจึงตะกายและกระโดด ตกลงมาเจ็บ รักษาแผลเพื่อกระโดดซ้ำอีกรอบ)

เราอยู่ในโลกของความคาดหวัง--ทั้งตัวเองที่คาดหวังกับตัวเอง ตัวเองที่คาดหวังกับคนอื่น และคนอื่นที่คาดหวังกับตัวเรา บางครั้งความคาดหวังสร้างความเป็นไปได้ ช่วยให้เราได้เติมเต็มคนอื่นและตัวเราเอง บางครั้งความคาดหวังสร้างบาดแผล เจ็บปวด ล้มเหลว และน่ากลัว เราเป็นคนที่ไม่ค่อยทนต่อความผิดพลาดของตัวเอง--ทั้งเมื่อมีคนอื่นมาชี้ และเมื่อเราชี้เอง--เราจะประณาม ก่นด่า ผิดหวัง ลงโทษตัวเอง จนมีแต่คนบอกว่าเราใจร้ายกับตัวเองมากไปแล้ว

การลืมเรื่องพวกนี้ไปชั่วคราว หันมาเขียนอะไรเรื่อยเปื่อย สะท้อนอารมณ์ตัวเอง หาของกินอะไรอร่อยๆ ทำมื้อพิเศษ เสียเงินไร้สาระ หรือแม้แต่หันไปมองดูอนุภาคของ "แสง" ที่ตกกระทบสู่รูปถ่ายบนฝาผนัง ก็ทำให้ตัวเองกลับมาใจชื้นเหมือนกัน สู่โลกที่ลืมความคาดหวัง โลกที่ปล่อยวางความทะเยอทะยาน เดินทางกลับเข้าหาตัวเองเพื่อโอบกอดและมอบความอ่อนโยนที่บางครั้งเธอก็สมควรได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข และเผื่อแผ่มันถึงคนอื่นด้วยนะ

ขอบคุณแทนตัวเธอที่ยังเห็นความสวยงามตรงนี้ มันใช้พลังงานจำนวนมาก ทั้งพลังงานในการโอบกอด การเข้าใจ และสิ่งที่ยากที่สุดคือการที่เธอเชื่อว่าเธอสมควรจะได้รับมันจริงๆ ขอโปรดเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งขึ้น ทั้งในแง่ที่เธออยากเป็น และในแง่ของการโอบกอดตัวเองและคนรอบตัวนะ

โปรดอย่าหยุด

-- wv

41 Nameless Fanboi Posted ID:PZMFzD26yq

สวัสดี แค่อยากมาเขียนจดหมายบ้าง กลัวว่าวันนึงคนที่เคยเขียนอาจไม่มาตอบกระทู้นี้แล้ว

อ่านแล้วรู้สึกน่ารักดี เหมือนได้พลังบวก ไว้กูดีขึ้นเมื่อไหร่ จะเอาพลังมาแบ่งในมู้นี้บ้าง

=)

42 Nameless Fanboi Posted ID:hhm2HZgdvS

ขอบคุณมู้นี้นะ

43 Nameless Fanboi Posted ID:y+l1VitBms

>>41

ไม่รู้เหมือนกันนะ, ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเขียนเรื่อยๆ ไม่อยากไปไหนเหมือนกัน แต่ก็คงมีวันที่อยากเขียนกว่าวันอื่น และวันที่ไม่อยากเขียนกว่าวันอื่นเนอะ

อยากบอกว่านอกจากจะส่งกำลังใจให้อยู่แล้ว ก็ยินดีรับฟังเรื่องเล่าที่ไม่ดีด้วยเหมือนกัน บางครั้งการได้เล่ามันออกมา แค่มีคนรับฟังก็มีค่ามากพอแล้ว วันไหนมีเรื่องราวที่อยากยกออกจากอก เราอยู่มู้นี้ กับมู้อึดอัดแต่ระบายไม่ได้นะ

และขอให้วันที่เธอมีพลังบวกพอที่จะส่งถึงคนในนี้มาถึงโดยเร็ววัน

>>42

เราเชื่อในสังคมที่ต่างคนต่างใจดีให้กันแบบไม่ต้องรู้จักกันได้ เราเชื่อว่าเธอก็กำลังเชื่อแบบนั้นเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับการแชร์ความเชื่อนี้

--wv

44 Nameless Fanboi Posted ID:f2nPyUGlCE

สวัสดีเพื่อนโม่ง

กลับมาหลังจากหายไปนาน คิดว่าชีวิตกำลังจะเริ่มต้นบทใหม่ เป็นความกลัว วิตก หวาดระแวง และหลายอย่าง แต่พอมองเห็นปลายทางที่เราฝันว่าจะไปถึงแล้วก็มีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าได้ไม่ยาก

การเปลี่ยนผ่านเป็นเรื่องท้าทายเสมอ--สายลมแห่งการเปลี่ยนผ่าน เมื่อพัดมา ทำให้เราเย็นสบายและหมองหม่น บางครั้งเป็นสายลมแห่งฤดูหนาวที่รอคอย บางครั้งเป็นลมเตือนว่ามรสุมใหญ่กำลังจะโหมเข้ามา

เอาแบบไม่อ้อมค้อมคือขอทุนเรียนต่ออยู่ ขอให้กำลังใจจากทุกคนโปรดอยู่กับเรา

https://www.youtube.com/watch?v=dZ-PWcqhopg

ด้วยรักและคิดถึง,
wv

45 Nameless Fanboi Posted ID:v01Bg+y4U9

>>44 ขอให้โชคดีนะคุณ ดูเป็นอวยพรที่พึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปหน่อย แต่ในชีวิตใครๆก็ต้องอยากให้มีเรื่องดีๆกับตัวเอง เราว่าโชคก็มีส่วน เพราะงั้นขอให้เจอเรื่องดีๆนะ

46 Nameless Fanboi Posted ID:hbFdxo6Sah

สวัสดีในตอนกลางดึก

เป็นครั้งแรกที่เขียนจดหมาย แต่ก็ขอบคุณคุณที่สร้างหัวข้อนี้ขึ้นมา เราชอบเขียนจดหมายมากๆเลย เพราะมันเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้เราได้ปลดปล่อยความอยากเขียนของเรา ที่มักจะหยุดชะงักลงกลางคันเสียก่อนเวลาที่เริ่มต้นเขียนอะไรเป็นจริงเป็นจัง

วันนี้ไม่ใช่วันที่ดีสำหรับเราเท่าไหร่ ทำแผนที่วางเอาไว้เละเทะหมดจนบางทีก็คิดว่าเช็คลิสต์อาจจะไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับคนแบบเราเท่าไหร่ ความผิดพลาดวันนี้เกี่ยวข้องกับสุขภาพเต็มๆและจะส่งผลแย่ในวันรุ่งขึ้นแน่ๆ รู้สึกแย่กับตัวเองจัง แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าโอเค ฉันทำพลาด ขอโทษนะ ยกโทษให้ตัวเองซะ เพื่อที่จะจบวัฎจักรซึมเศร้าไม่รู้จบนี้

แต่ช่วงนี้กำลังลองปลูกต้นไม้ด้วยล่ะ! หน่ออ่อนกำลังโตอย่างช้าๆ พอเห็นใบสีเขียวๆกับรากจิ๋วๆที่ทิ่มทิชชู่ออกมาแล้วก็อดดีใจไม่ได้ อยากจะให้สวนที่บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้เร็วๆจัง อากาศแถวบ้านเราไม่ค่อยดีเลย คนที่หวังพึ่งได้ก็มีแค่คุณต้นไม้ดอกไม้นี่แหละ

หวังว่าอากาศบ้านคุณๆจะดีนะ ขอให้มีความสุขแม้อีกไม่ถึงชั่วโมงจะหมดวันลงแล้ว ฝันดีและพักผ่อนให้เพียงพอนะ เราชอบอะไรแบบนี้จังเลย ตั้งหน้าตั้งตารออ่านจดหมายของทุกๆคนอยู่ห่างๆนะ :)

47 Nameless Fanboi Posted ID:hAZDWZU+7V

สวัสดีนะ

หลังจากห่างหายไปนาน ก็มีหลายอย่างเกิดขึ้นกับชีวิต อยากเล่าให้ฟังเป็นข้อๆ แต่ว่าจะยาวไป เอาเป็นว่าสั้นๆ ละกันเนอะ

- ที่บอกว่าจะขอทุนใน >>44 สรุปคือไม่ได้นะ เหตุผลคือไม่ match กันนั่นแหละ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรจาก >>45 นะ มีโอกาสอ่านมันก่อน ขออภัยที่ไม่ได้ตอบกลับเร็วมากพอ
- ได้ทุนไปเรียนต่ออีกที่ แต่ปฏิเสธไปอย่างน่าเสียดายเพราะรู้สึกว่ามันยังมีอะไรไม่ใช่
- ตอนนี้ก็กำลังหางานทำเพื่อให้มีอะไรเลี้ยงดูตัวเองได้ก่อนสักพัก ต้องใช้เวลาอีกนิดอะแหละเนอะ

แต่ตอนนี้มีอย่างนึงที่อยากอวดแหละ--มีแฟนแล้ว! เป็นอะไรที่รู้สึกว่าวลีแบบ "ดีต่อใจ" "อบอุ่น" หรืออะไรประมาณนี้ยังน้อยไปที่จะอธิบายเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาที่อาจจะถือว่าเร็วอยู่ แต่มันกลับสงบมากๆ เลยเชื่อไหม เราเปิดรับคนเข้ามาเพิ่มในตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตเรา และเราไม่มีชั่วขณะไหนที่รู้สึกว่าจิตใจกังวลหรือสั่นไหว (ในทางที่ไม่ดี) เลย ขอให้ทุกคนได้พบเจอความดีต่อใจในลักษณะนี้ อาจจะไม่ต้องเป็นการมีแฟนก็ได้ แต่ขอให้มันดีต่อทุกคนนะ

ถึง >>33 เราห่างหายไปนานเลย ไม่รู้ว่าคุณต้นไม้ของคุณจะเป็นยังไงบ้าง โตขึ้นแล้วหรือยัง ยอดอ่อนๆ ที่ผลิออกมาต้องสวยมากแน่เลย

เชื่อว่าเวลาเดือนครึ่งที่ไม่ได้เปิดมาอ่านกระทู้ คุณจะต้องเก่งขึ้นแล้วแน่ๆ ไม่ในเรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง อาจจะยังไม่มากจนตัวเองรู้สึกได้ แต่ค่อยๆ สบายๆ นะ! ไม่มีอะไรหรอก เธอยังคงเป็นคนเก่งเสมอ เชื่อเรา :D

กำลังจะขึ้นเดือนใหม่ ขอให้เป็นเดือนที่มีความสุขสำหรับคุณเช่นกันนะ

-- wv

48 Nameless Fanboi Posted ID:TVjXEObe/i

>>47

สวัสดีจ้าโม่ง เราสบายดี ขอโทษที่หายไปนานมากๆ ต้นไม้เราเหมือนจะตายแต่กลับมาฟื้นได้ ว่าจะเขียนแต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งจนเป็นเดือนเพราะงานด้วยเลยไม่มีกระจิตกระใจเขียนเท่าไร เข้าออกเปลี่ยนงานฟรีแลนซ์ไป 4 ที่ จะทำงาน 7 วันคงไม่ไหวแล้ว กำลังเริ่มงานประจำที่ใหม่น่าจะดีขึ้นแหละ ถือโอกาสนี้เวลคัมน้องใหม่สู่วงการทำงานอย่างเป็นทางการนะจ๊ะ ลองทำงานไปก่อนแล้วยื่นขอทุนก็ได้เราจะยื่นปีหน้าเหมือนกัน ที่เธอไม่ได้ทุนตอนนี้เพราะอาจจะได้ทุนที่ดีกว่าก็ได้นะ เรื่องงานเธอมีความสามารถอยู่แล้ว เราขอให้เจอสภาพแวดล้อมที่ดี อย่ากดดันตัวเองเกินไป การตื่นเช้ามาทำงานในแต่ละวันได้ทุกคนเก่งแล้ว ชมตัวเอง เราจะชมเธอด้วย

ว่าแต่มีคนมีแฟนแล้ว ขอแซวหน่อยยยย จำได้ว่สอยากมีแฟนและได้จริงๆ เซอร์ไพรส์มากกก เธอทำให้การมีแฟนเป็นเรื่องง่ายเฉยเลยโม่งคุง เพราะเสน่ห์อันแพรวพราวของเธอใช่มั้ย พูด!
5555555นี่555555555ร้าง555555555มาก55555555จ้ะ555555555
ความรู้สึกอุ่นในใจมันเป็นยังไง เราว่าแฟนเธอเค้าต้องสัมผัสได้ถึงความน่ารัก ใส่ใจจากเธอแหละ ถ้าเค้าได้อ่านที่เธอเขียนต้องมีเขินบ้างล่ะ อ่านจากตรงนี้สัมผัสได้ถึงโลกที่เปล่งประกายเป็นสีชมพู อย่าอ้อนแฟนให้มากนะ อิ_อิ ~ ได้แซวละสบายใจ ไว้มาแซวใหม่ ถ้าหายๆไปบ้างเพราะตามอารมณ์ โปรดอย่าถือสาเลยนะ <3

ปล. คิดถึงเธอมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จัดไปให้คนมีความรัก!

https://soundcloud.com/donggyoung/180617-close-to-you-by-carpenters

Cheerio

49 Nameless Fanboi Posted ID:axp4ZrU4ZY

สวัสดีเพื่อนโม่ง

แอบอ่านจดหมายของพวกเธอแล้วอยากจะเขียนไว้บ้าง แต่เราอาจจะเชิงระบายมากกว่าจดหมายละมั้ง 55555
ช่วงล๊อกดาวน์หลายๆคนได้ทำงานอยู่บ้าน แต่สำหรับเราที่ทำงานอยู่ที่บ้านแล้วใช้ชีวิตเหมือนเดิมเด้ะๆ ก็เหงาบ้างที่ไม่ได้ออกไปซ่าตามคาเฟ่ประจำเดือนกับเพื่อนๆ กับออกไปซื้อของยากไปหน่อย ที่เหลือก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย จริงๆนะ พอเห็นหน้าฟี้ดเฟสบุ๊คที่มีคนบ่นว่าเบื่อไม่ได้ออกบ้าน หรืออยากกินชาบูหมูทะก็จะรู้สึกอิจฉาที่เขามีกิจกรรมนอกบ้านอะ ตลกดี

เราเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง พิมพ์ก็ไม่ค่อยเก่งด้วย สื่อความรู้สึกจะเพี้ยนมั้ยนะ นี่เป็นเรื่องที่เรากังวลมาตลอด แต่ปัญหาคืองานของเราต้องคุยกับลูกค้า(น้ามตา) ต้องมีความเฟรนลี่หน่อยๆและชวนคุยสนุกๆได้ เฟรนลี่น่ะไม่มีปัญหา ปัญหาอยู่ตรงที่คุยนี่แหละะะะ เผลอทำเดธแอร์บ่อยมากเพราะนีกไม่ออกว่าจะตอบอะไร ลูกค้าจะคิดว่าเราเมินหรือหยิ่งมั้ยนะ ไม่กดไลค์สเตตัสในเฟสเขาจะคิดว่าเราไม่สนใจมั้ย(จริงๆก็แค่ลืมว่าเฟสมันกดไลค์ได้ เพราะปกติเล่นทวิต ที่ไม่รีทวิตหรือเฟบทวิตเลย…) ตอนนี้ต้องรวบรวมความกล้าในการคุยและรับมือกับลูกค้าในแต่ละรอบ เครียดอะ แต่พอส่งเคสหรือคุยจบแล้ว ลูกค้ากลับมาอุดหนุนอีกเราก็ดีใจนะ ขอบคุณที่ไม่คิดว่าหนูหยิ่ง ฮือออ

อาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสขับรถขึ้นเขาล่ะ! เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต พอขึ้นไปถึงที่หมายละฟินเบาๆ ในที่สุดก็ขับรถเส้นทางที่ยากขึ้นมาจากในเมืองได้ ขับออกต่างจังหวัดด้วย แอบกรี้ดในใจตอนทางลงเขานิดนึงแต่ก็สนุกดี เพื่อนโม่งคนไหนเคยมีความรู้สึกแบบทำในสิ่งที่ไม่เคยทำแล้วปลดล๊อกชีวิตมั่งมั้ย ลองทำดูนะ พอทำได้แล้วเธอจะภูมิใจมากเลย เป็นความสุขเล็กๆในวันนั้น

ชักจะยาวแล้วสิ ขอให้พวกเธอมีวันที่ดีนะ เราจะแวะมาเป็นระยะ รักษาสุขภาพด้วย
AN

50 Nameless Fanboi Posted ID:C+JDkES3LC

>>49 เหมือนตัวเองมาเขียนเอง ต้องดีลกับลูกค้า เง้ออออ สู้ๆ มนุษย์

51 Nameless Fanboi Posted ID:mrXySTWaqO

ที่อยู่ https://fanboi.ch/lifestyle/9900/
วันที่3 สิงหาคม พ.ศ.2563

ถึงเพื่อนโม่ง

สวัสดีเพื่อนโม่ง ฉันคิดว่าตัวเองเขียนจดหมายได้ไม่ดีเลยไงไม่รู้ รู้สึกภาษาไทยเป็นภาษาที่นํ้าเน่าเมื่อนํามาใช้เขียน แต่จะให้เขียนภาษาอังกฤษก็คงเขียนไม่ได้ เพราะภาษาอังกฤษของฉันส้นตีนมาก แต่ก็อยากเขียนจดหมาย ฉันอยากเขียนจดหมายส่งไปให้ใครจริงๆ (ใช้สรรพนามฉันนี่มันเชยดีจริงๆ ชอบๆ)

ตั้งแต่เด็กมาก็โตมากับร้านค้าที่ขายซองจดหมาย กระดาษเขียนจดหมาย โปสการ์ดกากเพชรใบละ2บาทยันโปสการ์ดที่เปิดแล้วมีเสียงเพลงดังมา ตอนนั้นก็ได้แต่เดินดูตามห้างเพราะว่าไม่มีเงินซื้อ แล้วดูไว้เผื่อเอาไปเขียนให้เพื่อนหรือให้แฟน!?ตอนโต แต่พอโตมาโลกก็เปลี่ยนไปเร็วมาก ฉันคงไม่มีโอกาสลงมือเขียนจดหมายกระดาษส่งให้ใครสักคนแล้ว มนุษย์เราต่างสื่อสารได้ง่ายขึ้น ใช่เวลาไม่ถึงวินาทีก็สามารถส่งสารไปยังผู้รับได้แล้ว แต่กลับกันรู้สึกห่างเหินกับผู้คนมากกว่าเดิม เขียนๆมาก็เหมือนเป็นพวกแอนตี้เทคโนโลยีเลย แต่มันก็จริงมี่สังคมเราเปลี่ยนไปเพราะอินเตอร์เน็ต อืมเขียนออกนอกประเด็นละ แต่จริงๆก็ไม่มีประเด็นจะให้เขียน

ปีนี่อายุก็เพิ่มขึ้นมา1ปี แต่รู้สึกเหมือนตัวเองยังไม่ไปไหนเลย ทั่งสติปัญญาความรู้ความสามารถเท่าเดิมหมด เพราะล๊อคดาวนี่แหละต้องกลับมาบ้านแล้วก็ทําอะไรไม่ได้ดั่งใจ ใช่แล้ว ฉันยังเรียนอยู่มหาลัย
หรือที่ไม่มีประเด็นให้เขียนก็เพราะมันไม่มีเหตุการณ์อะไรเลยเกิดขึ้นละมั้ง แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้อยากมาเขียนนี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่การที่ฉันเขียนอะไรโง่ๆไปมันก็สะท้อนอะไรบ้างแหละ ไม่ว่าจะการใช้ภาษา สถานการณ์ที่พบเจอ เหล่านี้ก็เป็นประวัติศาสตร์ได้หมด เขาเรียกว่าจดหมายเหตุเปล่าวะ มู้นี้ก็อาจจะเป็นจดหมายเหตุถึงคนในอนาคตก็ได้สินะ

จะว่าไปขณะที่ฉันกําลังเขียนอะไรไร้จุดหมายนี้ ในสมัยอดีตคนๆหนึ่งต้องเขียนจดหมายเพื่อมาแก้ตัวว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในแผนการฆ่าใครบางคน แล้วต้องขึ้นศาลอีกด้วย จดหมายที่เขาคนนั้นเขียนดูจริงจังกว่าของฉันซะอีก ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเพื่อความอยู่รอดของตัวเองหรือเพื่อความถูกต้องก็ตามเขาคนนี้ยังได้เขียนจดหมายที่สั่งเสียให้เปิดปีค.ศ.2024อีกด้วย น่าตื่นเต้นจริงๆว่าจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร

อื่ม... เขียนเลื่อยเปลื่อยพอใจและ ใครมันอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงรู้ตัวว่าโดนสูบเวลาชีวิตอันมีค่ามาอ่านอะไรก็ไม่รู้ ดังนั้นของจบจดหมายนี้ด้วยคําของเพื่อนรัก?ของ’เขา’คนนั้นที่เจียนมาขอโทษเขา

“Pleaseอโหสิกรรม”

52 Nameless Fanboi Posted ID:l3kJtp3LZp

สวัสดีเพื่อนโม่งที่น่ารักทุกคนที่อ่านจดหมายเราแล้วไม่เกลียดกัน
วันนี้วันที่ 3 / 8 / 63
เป็นวันที่ปรับยาครบ 7 วันพอดีหลังจากไปตามนัดหมอ แล้วรู้ว่าตััวเองต้องเจอกับสภาวะ psycho ถึง 2 สภาวะ ซึ่งมันแย่มากที่จะต้องมาควบคุมตัวเอง เพราะไม่มีโรคซึมเศร้ามารั้งอารมณ์นี้อีกต่อไปแล้ว จะต้องต่อสู้กับมันด้วยตัวเอง และยา ล้วนๆเลย สภาพแวดล้อมจะต้องโอเคอ่ะ
ซึ่งสิ่งที่เจอตอนนี้ก็คือ มีกระทู้โม่งเป็นของตัวเอง ละเราดันรู้มาตลอดว่าคนตัั้งเป็นใคร คนทีาปั่นกระทู้เป็นใคร แต่ตอนนั้นเราเป็นซึมเศร้า เราเลยคิดว่า เราสงสารเขานะ เขาดูไม่มีความสุข ถ้าการด่าเรามันทำให้เขามีความสุขได้สักนิดนึงจะดีมากแน่ๆ
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ละอะ มันวนเวียนอยู่ในหัวมาตลอด มันมีแต่ความโกรธ โมโห อยากเคลียร์ให้จบไปซะ อยากทำให้เขาหยุดการกระทำนี้ไปแบบถาวร ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ไม่ว่าวิธีนั้นอาจจะจบด้วยความรุนแรง เราก็พร้อมแล้ว
เราไม่อยากเป็นคนแบบนี้เลย แต่เราทนมาตลอด1ปีเต็มๆ ทนมาตลอดไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยหือไม่เคยอือ ไม่เคยแก้ต่างอะไรทั้งนั้นด้วย เราคิดว่าเราทนมาจนสุดทางแล้วล่ะ
สุดท้ายนี้ ฉันหวังว่าสักวัน ฉันจะมีความสุขได้บ้าง และหวังว่าเขาจะหยุดการกระทำนี้ด้วยตัวเอง ฉันไม่อยากจะทำอะไรที่มันไม่ดีเลย อย่าบังคับฉันเลยนะ.
ฉันหวังว่า ฉันโดนคนใช้เว็ปนี้ทำร้ายชีวิตฉัน ฉันจะได้จดหมายตอบกลับในทางที่ดีบ้าง
ฉันเจ็บปวดมาตลอด1ปีเต็มแล้ว
ขอบคุณที่อ่านจดหมายของฉันนะ
//SN

53 Nameless Fanboi Posted ID:aXz0+eIA+I

ขอกอดได้ไหมพวกเธอทุกคน

54 Nameless Fanboi Posted ID:JIoizRULdR

กอดทุกคน รับพลังไปปปปป

55 Nameless Fanboi Posted ID:PQaMbKQeLb

กอดด้วยยย

56 Nameless Fanboi Posted ID:sz6YZftXi7

กูขี้แตก

57 Nameless Fanboi Posted ID:wQC8EXciNG

กูไม่สวัสดีใครอ่ะไอสัส
มู้นี้แม่งกลิ่นอายพันทิปชิบหาย

58 Nameless Fanboi Posted ID:wQC8EXciNG

https://youtu.be/NlUuTstFDV4

59 Nameless Fanboi Posted ID:MS+Y.SoSRV

>>56

60 Nameless Fanboi Posted ID:MS+Y.SoSRV

>>56 ออกไป

61 Nameless Fanboi Posted ID:Midh2+mhuL

>>60

62 Nameless Fanboi Posted ID:Midh2+mhuL

>>60 มรั่ยอ่ะ อิอิอิอิแอิอิ

63 Nameless Fanboi Posted ID:Midh2+mhuL

>>57 ชาวพันติ๊ปเปลี่ยนสัญชาติมาเป็นrefugeeในโม่ง ทําให้มีประชากรโม่งใหม่เพิ่มมามากขึ้น แล้วไม่ได้ป็นนักหลวมแบบโม่งเก่าไง คนเงินเดือนแค่สามแสนเขาก็เป็นกันแบบนี้แหละ ทําจัยๆ

64 Nameless Fanboi Posted ID:ua4ELrlW48

เราว่าห้องไลฟ์สไตล์ก็ประมาณนี้มาแต่ต้นแล้วนะ ค่อนข้างจะซอฟสุดในบอร์ดโม่ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:0.QfXd+x6l

>> 48

สวัสดี ดีใจกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่สู่งานประจำที่คุ้นเคย บางทีชีวิตก็อยากได้อะไรที่เรียกว่าความแน่นอนให้ตัวเอง--อาจจะเป็น routine หรืออาจจะเป็นอะไรตั่งต่างที่ทำให้ไม่ต้องเจอกับการเปลี่ยนไปที่โหมกระหน่ำนั่นแหละเนอะ

555555555555 เชื่อแล้วว่าทุกอย่างต้องอาศัยทั้งเวลาและโอกาสที่ใช่ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณแฟน ไม่คิดว่าจะได้คุยกัน ไม่คิดว่าจะได้เปิดอกมากพอที่ทำให้คนสองคนได้คบกันได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ทางนั้นก็เหมือนกัน ถ้าตามหาอะไรแบบนี้อยู่ ก็ขอให้โชคดีและได้เจอมัน เพราะมันดีกับใจมากจริงๆ สำหรับเราเค้าเป็นความ "นิ่ง" ของชีวิตอย่างที่ไม่รู้จะหาได้จากที่ไหนอีก

Close to You ของ Carpenters! เป็นเพลงที่ต้นฉบับก็ชอบแล้ว พอเวอร์ชั่นที่เธอแปะมาให้ก็กลับชอบขึ้นมากๆ อีก เป็นกลิ่นของร่วมสมัยและความคลอกีตาร์เบาๆ มันดีมากจริงๆ ขอบคุณ

มีเรื่องเล่าต่างๆ ทั้งดีและร้ายก็โปรดเขียนมาเล่าให้ฟัง จะยังรออยู่เสมอ :D

>>49

สวัสดี จะเขียนหรือจะระบายก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้ทำตามที่ "อยาก" มากกว่าเนอะ

นี่ก็ไม่ใช่คนที่จัดการกับเดดแอร์ได้เก่งเท่าไหร่เหมือนกัน แม้จะกับแฟนหรือกับใครก็ตาม เราพบว่าวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับมันคือ "ยอมรับ" และปล่อยให้มันได้เป็นธรรมชาติของการคุยกัน มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นเลยจริงๆ ถ้ายอมรับได้ (ทั้งสองฝั่ง) แต่ไม่ว่าจะเลือกจัดการกับมันทางไหน ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะ

นี่ไม่ใช่คนขับรถคล่อง ตอนที่ขับรถแล้วรู้สึกว่า "ปลดล็อก" คือตอนเช่ารถขับที่ต่างจังหวัดและเหยียบ 140 บน highway (เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี--แต่ตอนนั้นไม่มีรถบนถนนเลย เลยมั่นใจว่าตัวเองขับแบบปลอดภัยอยู่) ดีใจที่ได้เห็นเธอกับหนึ่งในก้าวเล็กๆ อย่างนึงนะ

รักษาสุขภาพด้วยเช่นกัน ตากฝนอย่าลืมเช็ดหัวนะ

>>51

สุขสันต์วันเกิด! ต้องฉลองหน่อยแล้ว

ความน่ากลัวของโลกนี้คือมันสร้างบรรยากาศของการ "หยุดกับที่" ให้เราได้ง่ายมากๆ บางครั้งเราก็ไม่ได้หยุดกับที่หรอก แต่เป็นคนอื่นที่เดินไปเยอะกว่าเราจนเรากลัวเองต่างหาก ชีวิตที่ไม่มีอะไรมันก็ไม่ใช่ชีวิตที่เลวร้ายขนาดนั้น ในโลกที่ความคาดหวังถูกโหมกระหน่ำใส่สิ่งต่างๆ รอบตัว จะอยู่นิ่งๆ บ้างยามยังไม่ถูกมันโถมเข้ามาก็คงไม่ผิดอะไรมากแหละ

เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอเขียนคืออะไรหรอก แต่ถ้าเธอพอใจในมัน เราก็ยินดีด้วย อย่างน้อยเวลาเธอกลับมาอ่านมัน "กลิ่น ของตัวหนังสือจะพาเธอกลับไปสัมผัสบรรยากาศต่างๆ ที่ผ่านมา เท่านี้ก็คงพอแล้วแหละเนอะ

ไม่อโหสิกรรม เพราะไม่มีอะไรต้องอโหสิกรรม ตรงกันข้ามต้องขอบคุณที่มาร่วมวงเขียนด้วยกัน :P

>>52

สวัสดี ฉันเป็นมนุษย์ Sertraline แหละ ไม่รู้ว่าทางนั้นเทกยาตัวไหนอยู่ แต่ขอเป็นกำลังใจให้เสมอ

เราไม่มีคำแนะนำอะไรดีๆ ให้เธอเลย แต่อย่างน้อยจะขออวยพรให้เธอว่าขอให้เธอได้พบความสุข เธอคู่ควรกับมันไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เธอสมควรได้รับความสุขแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น

ขอให้หนทางข้างหน้าของเธอสวยงาม อาจจะมีขรุขระบ้าง ล้มและเจ็บบ้าง แต่ขอโปรดได้กำลังใจและความปรารถนาดีอย่างที่สุดจากเราว่าเธอจะพบเจอสิ่งที่เรียกว่าความสุขนะ

เป็นกำลังใจให้เสมอ

-- wv

66 Nameless Fanboi Posted ID:0.QfXd+x6l

แท็ก >>48 ไม่ขึ้นนนน ;_______; ขอมาแท็กซ้ำตรงนี้แล้วกันนะ

-- wv