มาซายะชะงักแล้วหันขวับไปมองอดีตประธานที่กำลังต่อว่าคุณทาคามิจิ ก้าวฉับๆมาบังตัวเธอที่กำลังก้มหัวขอโทษเอาไว้อย่างต้องการปกป้อง
“ไม่เห็นต้องพูดแบบนั้นเลยนี่ครับ เธอเองก็เป็นผู้เสียหาย”
“อาจเป็นผู้เสียหายก็จริง แต่ทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณทาคามิจิก็อาจจะมีปัญหาเหมือนกันนะคะ ฉันเองก็ได้ยินเรื่องพฤติกรรมมีปัญหาของคุณบ่อยๆ”
ยิ่งได้ยินคำวิพากย์วิจารณ์เสียๆหายๆที่ไม่เป็นความจริงออกจากปากของอดีตประธาน สายตามาซายะก็ยิ่งแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความเดือดดาลมากขึ้นทุกที
ในที่สุด ยัยรุ่นพี่หัวสูงเจ้ายศเจ้าอย่างนั่นก็ทำมาซายะฉุนขาดจนได้
เมื่อคำพูดพล่อยๆอย่างการกล่าวหาว่าคุณทาคามิจิเขียนโต๊ะตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากมาซายะหลุดออกมาจากปาก เขาก็กำหมัดแน่น ตัวสั่นระริกเพราะความโกรธ
เอาแล้วไง
ยัยนั่นก็ยังไม่หยุดพล่ามเรื่องเหลวไหลไร้สาระ แถมยังชักสีหน้าไม่พอใจตอนมาซายะเรียกร้องให้ขอโทษคุณทาคามิจิด้วย
คนที่อีโก้สูงแบบนี้ คงถือตัวว่าตัวเองก็เส้นใหญ่เหมือนกันเลยไม่จำเป็นต้องอ่อนข้อ ก้มหัวให้นักเรียนธรรมดาๆที่ดูถูกนักหนา แม้จะต้องปะทะกับคาบุรากิก็ตาม
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแทบไม่มีใครในที่นั้นกล้าขยับตัว ผมคิดว่าทุกคนแทบไม่กล้าหายใจกันด้วยซ้ำ ปล่อยไว้นานไปกว่านี้น่าจะลุกลามบานปลายถึงขั้นแตกหัก
เหตุการณ์นี้มันควรจะยุติได้แล้ว
ผมเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ ส่งยิ้มให้รุ่นพี่นาคาจิมะเป็นการขัดตาทัพไว้ก่อน
“รุ่นพี่นาคาจิมะ มาซายะเป็นคนเกลียดความชั่วร้ายไม่ตรงไปตรงมาตั้งแต่เด็กแล้ว เขาคงจะเลือดขึ้นหน้าไปหน่อย ตรงนี้ช่วยเห็นแก่หน้าผม เลิกรากันไปก่อนเถอะนะครับ”
ผมโคลงศีรษะให้น้อยๆ เป็นการขอโทษแทนไปในตัวให้เรื่องมันจบๆไป
“...ถ้าท่านเอ็นโจพูดแบบนั้น ก็ช่วยไม่ได้นะคะ” รุ่นพี่นาคาจิมะมีท่าทีอ่อนลงแบบเห็นได้ชัด ค่อยยังชั่วหน่อย
“ขอบคุณมากครับ” ผมส่งยิ้มให้ วางมือลงบนอกและโค้งตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย “อีกไม่นานคาบเรียนจะเริ่มแล้ว ผมขออนุญาตไปส่งนะครับ”
ปัญหาอะไรที่แก้ไขในเบื้องต้นได้ก็ควรรีบๆทำจะดีกว่า อย่างเช่นการเอาตัวปัญหาอย่างยัยรุ่นพี่นี่ออกไปจากห้องนี้ให้ไวที่สุดเป็นต้น
ผมเดินเอสคอร์ทรุ่นพี่นาคาจิมะไปถึงห้อง ส่งยิ้มละมุนละไมให้พร้อมกับกล่าวขอบคุณบวกกับเยินยออีกนิดหน่อย เธอก็ดูอารมณ์ดีขึ้น บอกว่าไม่ถือโทษโกรธมาซายะแต่อย่างใด คงจะเข้าใจอยู่อย่างเดิมว่าการที่มาซายะมาออกหน้าแทนก็เป็นความผิดของคุณทาคามิจิ
น่ารำคาญชะมัด
ผมฟังแล้วก็ได้แต่ปล่อยผ่านไม่ใส่ใจ แต่ก็โค้งหัวให้เธออย่างสุภาพเมื่อมาส่งถึงที่ ส่งยิ้มหวานปิดท้าย เพียงเท่านี้อดีตประธานก็น่าจะลืมความโกรธในเรื่องเมื่อครู่นี้ไปได้ ปัญหาคลี่คลายไปอีกเรื่อง
แต่การที่มาซายะปกป้องคุณทาคามิจิแบบออกหน้าออกตานั้น น่าจะเป็นชนวนเหตุให้คนที่ไม่พอใจคุณทาคามิจิเพิ่มมากขึ้น แล้วทำการกลั่นแกล้งรังแกหนักหน่วงกว่านี้ก็ได้
ผมเองก็ดูๆไว้อยู่ ถ้ามีอะไรที่มันเกินเลยอย่างการทำร้ายร่างกายเหมือนเหตุการณ์รุมขว้างบอลใส่ก็จะเข้าไปช่วย เพราะถือว่าล้ำเส้นเกินไปแล้ว
แต่พักหลังๆก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าเขียนโต๊ะหรือว่ากระทบกระเทียบเวลาเดินผ่าน คำพูดพวกนั้นถ้าไม่เก็บเอามาใส่ใจก็ไม่เป็นไรหรอก
คุณทาคามิจิเองก็ไม่ได้ต้องการให้ผมยื่นมือไปช่วยด้วยเช่นกัน ขืนผมไปยุ่งกับเธออีกคนแบบมาซายะหรือประธานนักเรียนก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากไม่จบไม่สิ้นกันเปล่าๆ นี่ก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ขออย่ามีอะไรร้ายแรงมากไปกว่านี้ตามมาเลย
.
.
.
.
แต่เวลาที่เกิดเรื่องร้ายๆ ก็มักจะเกิดขึ้นติดๆกันเสมอ เหมือนอย่างตอนนี้
วันนั้นเป็นวันที่ผ่านไปอย่างสงบสุข ทุกอย่างก็เป็นไปตามแพทเทิร์นเดิมๆที่ควรจะเป็น มาโรงเรียน เข้าเรียน ทานข้าวพักกลางวัน เข้าเรียนอีกหน เตรียมตัวไปเข้าเรียนคาบถัดไป ทุกคนก็ออกมาจากห้องตามปกติ แต่มันไม่ปกติเมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
ทางเดินมีคนอออยู่กันให้เต็ม ทั้งที่เวลานี้ทุกคนน่าจะแยกย้ายกันไปตามห้องเรียนของคาบเรียนที่กำลังจะถึง เกิดอะไรขึ้นน่ะ
แทนคำตอบเมื่อผมเห็นคุณคิโชวอินอยู่ในวงล้อมของเด็กนักเรียนห้องคุณซึรุฮานะ ข้างๆเธอเป็นล็อคเกอร์ของคุณทาคามิจิ บนฝาล็อคเกอร์มีคำว่า “ลาออกไปซะ!” ตัวโตๆอยู่
นี่มัน...อะไร
คุณคิโชวอินรีบตะโกนพูดว่าเพิ่งมาเจอเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ในมือมีปากกาเมจิกอยู่ ส่วนพวกนักเรียนอื่นๆเริ่มส่งเสียงซุบซิบกันแล้ว คุณซึรุฮานะก็ได้โอกาสราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ใส่ร้ายคุณคิโชวอิน ทำให้สถานการณ์เลวร้ายเข้าไปใหญ่
ผมยังไม่มีเวลาจัดการเรื่องคุณซึรุฮานะ มองหาคุณทาคามิจิในกลุ่มคน แต่ไม่มี
คุณทาคามิจิอยู่ที่ไหน!?