Fanboi Channel

ฮาเร็มของเจ้าแม่เรย์กะ : วงน้ำ(กัญ)ชาซุยรันกับหลุมดำดูดเวลา กาวแลคซี่ที่ 6

Last posted

Total of 1000 posts

308 Nameless Fanboi Posted ID:v7WUXjy48

>>>/webnovel/3543/496-499
ไม่เข้ามาแค่สองสามวันขึ้นกระทู้ใหม่แล้ว ไวจริงๆ

***********************************
********************************************

คงจะเข้าห้องในสภาพแบบนี้ไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ แวบแรกที่มองตัวเองในกระจกฉันแทบกรีดร้องออกมา เมื่อเห็นต้นคอของตัวเองมีรอยแดงจางๆ สองจุด

ตานั่นเป็นคาสโนวาหรือยังไงกันค้าาาาาา! คิดจะทำอะไรกับฉันกันแน่คะ!
เมื่อก่อนที่ยังไม่รู้นั้นเคยนึกว่าเป็นรอยแมลงกัด แต่พอรู้แล้วกลับรู้สึกเหมือนมีความร้อนขึ้นมาบนใบหน้า ทำไงดีเล่า จะเอาผ้าพันคอมาพันคงไม่ได้แหงนี่มันหน้าร้อน

ทั้งที่เป็นวันเปิดเรียนวันแรก ไม่อยากที่จะเป็นจุดเด่นแล้วเชียว ฉันจับคอตัวเองแน่น ควานหาพาสเตอร์จากในกระเป๋าขึ้นมาติดลบรอย

ถึงแม้ตะกี้อยากจะถามตามไปถามเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่มันก็พูดไม่ออก จะให้ถามว่าจูบเพราะอะไร มันก็ออกจะโจ่งแจ้งไปไหมคะ แต่ถ้าไม่ถามมันก็คงจะค้างคาใจอยู่อย่างนี้

ประเดี๋ยวเย็นชา ประเดี๋ยวก็ใจดี แล้วยัง…! เฮ้! ทำไมเป็นแบบนี้ได้ล่ะคะ?
หรือว่าเขาจะชอบฉันเหรอคะ? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ก็ในความทรงจำของเรย์กะน่ะ แทบไม่มีเรื่องพวกนี้อยู่เลยนี่

เท่าที่นึกๆ ดูในความทรงจำของเรย์กะคิมิดอลนั้น แทบไม่มีอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเอ็นโจ นอกจากตอนที่เขาเริ่มเข้ามาพูดจาไล่ให้เธออย่ามายุ่งกับคาราบุกิเท่านั้นเอง ยิ่งค้นก็ยิ่งไม่เห็นอะไรเลยสักนิด

แต่พอมาเห็นสภาพตัวเองแล้ว ฉันคิดว่าฉันควรเว้นระยะห่างจากเอ็นโจให้มากที่สุดน่าจะปลอดภัยกว่า

เหมือนตะกี้พูดถึงนายตัวสำรอง พอเลิกเรียนแล้วรีบเอารองเท้าไปคืนให้จบๆ ป่านนี้รองเท้าของฉันก็น่าจะแห้งแล้วล่ะน่า เอากลับบ้านไปซักอีกรอบน่าจะขาวขึ้น แต่พอมองดูมือของตัวเองที่เป็นแผลถลอกแล้วก็ถอนหายใจอีกหน

อันที่จริงแล้ว มือของเรย์กะคิมิดอลนั้นบอบบางกว่าฉันเสียอีกค่ะ แต่ว่าถ้าสังเกตดีๆ เหมือนมีรอยขีดข่วนจางๆ หลายรอย ซึ่งฉันคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นเพราะเธอผ่านการฝึกฝนมาหลายอย่าง ตอนแรกก็คิดว่าเธอไม่มีดีอะไรเลยสักอย่าง แต่พอยิ่งไล่ดูความทรงจำกลับน่าสงสารกว่าที่คิด

ทั้งที่มีความพยายามในหลายเรื่อง แต่พอใกล้จะจบแล้ว ดันล้มไม่เป็นท่า อีกทั้งยังแบกรับความผิดหลายๆ อย่างของลูกน้องเป็นของตัวเอง พอยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งมีแต่คนโยนความผิดให้เธอ นี่มันตลกร้ายรึไงกันคะ?

อย่างเรื่องการเล่นไวโอลีนที่ท่านแม่ตั้งความหวัง เรย์กะตั้งใจฝึกซ้อมมาก แต่ว่าดันมาป่วยวันประกวด หลังจากนั้นเธอก็ฝังใจไม่เล่นอีกเลย

และก็อย่างเรื่องเต้นรำ ทั้งที่เต้นได้ดีแล้ว แต่กลับดันมาเจ็บขาเพราะซ้อมมากเกินไป วันสอบเลยได้แค่รางวัลความพยายาม เรย์กะถึงกับปารางวัลทิ้งเพราะความเอาแต่ใจ

เรื่องทำข้อสอบทั้งที่ไม่ได้ฝืนเกินตัว แต่วันนั้นอาหารดันเป็นพิษแค่กับเธอคนเดียว ทำให้ไม่มีกระจิตกระใจสอบ… หลังจากนั้นเลยไม่คิดที่จะอ่านอีก

หรือเรื่องที่อยากจะปลอบใจมาซายะที่อกหัก แต่ว่าเพราะเป็นคนที่มีแต่คนพะนอมพะนอเอาใจเลยคิดได้แต่คำพูดไม่เข้าหูคนอื่นทำให้คาราบุกิเดือดจัด

ซวยซ้ำซวยซ้อนเหลือเกิน นี่มันนางร้ายอะไรกันคะเนี้ย? โหงชีวิตมันน่าสงสารงี้อ่ะ!

เรื่องที่แย่จริงๆ ก็คือไปตอแยมาซายะมากไปนั่นแหละ พอเป็นเรื่องนี้ฉันรู้สึกสงสารเรย์กะนิดๆ ที่ไปหลงรักคนที่ไม่มีทางชอบเรา เหมือนกับว่าเธอไม่รู้ว่าจะเข้าหาคนคนนั้นยังไง เลยใช้อำนาจจนเกินตัวมากไป หลงระเริงในอำนาจ และการวางท่าเป็นราชินี จนดูถูกคนอื่นเสียชิบ

ถอนหายใจไปพลาง พลางเดินไปตามทางที่จะไปสโมสรPivoine เพื่อเอาเสื้อไปคืนเอ็นโจ

แน่นอนว่าฉันที่เป็นสามัญชนไม่มีสิทธิ์เข้าไปได้แท้ๆ แต่ว่าพนักงานที่หน้าประตูกลับเปิดประตูให้ฉันเข้าไป ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะเอ็นโจบอกเอาไว้แล้วล่ะมั้ง ฉันเดินเข้าไปหาเอ็นโจก็เห็นว่าเขานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องที่มีฉากกั้นไว้เป็นมุมส่วนตัว ที่นั่งประจำของเขา

“ท่านเอ็นโจคะ”

“อื๋อ นั่งสิ คุณคิโชวอิน” เอ็นโจยังคงก้มหน้ามองหนังสือในมือ ไม่สบตากับฉัน แต่ฉันไม่ไดนั่งตามคำสั่งของเขา แต่ยื่นเสื้อสูทที่พับไว้ให้เขา

“ดิฉันเอามาคืนค่ะ”

“วางไว้ได้เลย” เฮ้ๆ ตอนพูดนี่มองตาคนอื่นหน่อยสิคะ แต่ก็วางไว้ตามที่เขาบอก “มีธุระแค่นี้?”

“ค่ะ ขอขอบคุณท่านเอ็นโจที่ให้ยืมเสื้อค่ะ”

“อื้ม ไม่เป็นไร” ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าน้ำเสียงของเอ็นโจดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักล่ะ เพียงแต่ฉันคงจะคิดไปเอง

จังหวะที่หมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปจากห้อง มือข้างหนึ่งก็ถูกเอ็นโจดึงเอาไว้ สบตากับฉันแล้วเอ่ยว่า “จะไปไหน?”

309 Nameless Fanboi Posted ID:v7WUXjy48

“ห้องเรียนค่ะ”

“เลยมาตั้งยี่สิบนาทีแล้ว คุณคิโชวอินอยากเข้าไปเป็นตัวตลกเหรอ?”
ก็ไม่… แต่ที่พูดคืออยากเลี่ยงไม่นั่งอยู่นี่ต่างหากล่ะคะ

“หรือว่าไม่อยากอยู่กับผมกันล่ะ?”
สิ้นคำพูดนั้นก็นั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับเอ็นโจ เก้าอี้ที่เขานั่งนั้นเป็นรูปตัว C ซึ่งพวกเรานั่งอยู่คนละฝั่งและเว้นตรงกลางเอาไว้

“ชาคาโมมายด์ คงทานได้สินะ”

“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ มองดูเอ็นโจที่กำลังรินชาจากกาแล้วยื่นมาให้ฉันที่รับถ้วยไว้ แต่ยังไม่ยกขึ้นจิบ

“จะว่าไปแล้ว คุณคิโชวอินติดหนี้ผมแล้วนะ”

“เหะ”

“เรื่องพาไปส่งโรงพยาบาล กับตกบันไดไงล่ะครับ” เอ็นโจพูดพลางยิ้มหวาน

“...”
จอมมารล่ะคะ จอมมาร! จอมมารกำลังอวตารลงมาในร่างของเอ็นโจคนนี้ล่ะค่ะ ฮือ

“...จะให้ชดใช้อย่างไรดีนะ?” พร้อมกับยิ้มหวานที่ฉันคิดว่าเหมือนรอยยิ้มของซาตาน มือข้างนึงเคาะโต๊ะ เหมือนกับเจ้าหนี้ตอนทวงเงินจากลูกหนี้

สรุปแล้วเอ็นโจไม่คิดจะปล่อยฉันไปตั้งแต่แรกเลยใช่ไหมคะ อยากจะร้องไห้จังเลยค่ะ ฉันนั่งนิ่งเงียบไม่กล้าแม้แต่จะหยิบน้ำชาที่จอมมารรินให้เลยแม้แต่น้อย แม้ว่ามือจะกำอยู่ก็ตามที นัยน์ตาคู่นั้นยังมองหน้าฉันอยู่ทำให้ฉันต้องก้มลงหลบ
“จะไม่ถามหน่อยเหรอ ว่าทำไมถึงทำแบบนั้น”

“เรื่องอะไรหรือคะ” ฉันแสร้งทำเป็นไม่รู้ แต่ว่ามองจากนัยน์ตาของเอ็นโจที่มองไปยังต้นคอฉันก็รีบคว้ามือขึ้นมาจับโดยอัตโนมัติ เบือนหน้าไปทางอื่น

“ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมคุณถึงไปเข้าหาประธาน แต่ถ้าคิดว่าประธานจะเป็นสะพานช่วยคุณไปกลั่นแกล้งคุณทาคามิจิล่ะก็… ผมคิดว่าคุณคงรู้นะว่าผมหมายถึงอะไร?”

“ฉัน…ไม่ได้มีจุดประสงค์แอบแฝงเลยค่ะ ท่านเอ็นโจ กรุณาถอนคำพูดด้วยค่ะ”

“ผมเชื่อคุณที่เปลี่ยนท่าทีไปมาไม่ได้หรอกนะ มีครั้งหนึ่งที่คุณไปตีสนิทกับพวกชมรมฟุตบอลให้มากลั่นแกล้งคุณทาคามิจิ ถ้าวันนั้นมาซายะไปช่วยไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น คุณคิโชวอิน!”

“อึก…” ใช่ มันเป็นความผิดของเธอเอง ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ลูกน้องของเธอจะเป็นคนทำไปโดยพลการ เพราะอิจฉาวาคาบะจังที่สนิทสนมกับมาซายะ…แต่เพราะทุกคนอยู่ใต้อำนาจการปกครองของเธอ เธอมีหน้าที่ดูแลลูกน้องของเธอ เพราะฉะนั้น กว่าที่เธอจะรู้เรื่องมันก็สายไปแล้ว

แต่เรย์กะเองก็ผิด ทั้งที่รู้แล้ว แต่ก็ไม่ยอมบอกใคร จนเอ็นโจมาเค้นเอาจากเธอ เธอจำได้ดีว่าวันนั้นเอ็นโจเกือบตบหน้าเธอ…

ถึงจะไม่ได้ทำอะไร แต่เท่าที่รู้ในความรู้สึกที่อัดแน่นตอนนึกถึง เรย์กะดูเหมือนจะรู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำ แต่ก็แสร้งทำเป็นจักรพรรดินีที่ไม่แยแส จนเอ็นโจถึงกับสถบถ้อยคำแย่ๆ กับเธอ ครั้งนั้นมันคงเกินขีดจำกัดของเขาไปแล้ว

ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมเอ็นโจถึงทำแบบนั้น แต่อาจจะเป็นเพราะเขาแอบชอบวาคาบะจังรึเปล่า? ในเรย์กะคิมิดอลไม่เคยมีตอนไหนเผยถึงเรื่องในใจของเอ็นโจ อีกทั้งเขายังทำท่าทีเย็นชา แย่ๆ กับเรย์กะอยู่คนเดียวด้วย ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้…

ทั้งที่หล่อแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่เป็นพระรอง กลับกลายเป็น npc คอยช่วยเหลือพระเอกซะงั้น ทั้งที่หน้าตาก็… อื๋อ… น่าสงสัยค่ะ

แต่พอคิดว่าเอ็นโจชอบวาคาบะจังจริงๆ ใจของฉันกลับรู้สึกด้านชา ไม่ใช่แค่เฉพาะตัวฉัน แต่ทำไมฉันกลับรู้สึกว่าตัวตนของเรย์กะคิมิดอลกำลังร้องไห้? เฮ้ๆ เธอชอบมาซายะไม่ใช่เรอะ?

“ท่านเอ็นโจชอบคุณทาคามิจิหรือคะ?” พอกลั่นใจถามออกไปกับเอ็นโจที่ที่กำลังจิบชาถึงกับสำลัก

“…คะ คิดได้ยังไง?” เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมากระแอมไอ แล้วตอบฉัน

“เห็นท่านเอ็นโจเป็นห่วงคุณทาคามิจิมาก ก็เลยคิดว่าเป็นเช่นนั้นค่ะ แต่ว่าท่านคาราบุกิก็ชอบคุณทาคามิจิ ท่านเอ็นโจเลยหลีกทางให้ใช่ไหมคะ” ฉันพ่นคำพูดรัวๆ เป็นคำถามที่ติดใจฉันออกมา “ดังนั้น ฉันที่เป็นคนกลั่นแกล้งคุณทาคามิจิ เลยเป็นตัวเกะกะสำหรับท่านเอ็นโจ อาร๊า … ท่านเอ็นโจนี่ช่างเป็นสุภาพบุรุษเหลือเกินนะคะ ถึงขนาดยกคนที่ชอบให้คนอื่นได้เนี้ย” ฉันยกมือขึ้นมาแตะปาก ส่งเสียงหัวเราะที่เค้นออกมาอย่างเสแสร้ง เอ็นโจมองฉันตาค้าง ขอฉวยโอกาสนี่แหละ

“อาร๊า ใกล้จะหมดคาบแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อน ลาล่ะค่ะ ท่านเอ็นโจ” ทิ้งระเบิดเอาไปกองใหญ่ รีบเดินออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว

พอหมดคาบเรียนฉันก็รีบไปดักรอนายตัวสำรองที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน คืนรองเท้าให้เขา แล้วใช้รองเท้าที่เปื้อนดินจนกลายเป็นสีน้ำตาลหม่นๆ มาใส่แทน ยังดีนะที่ไม่มีกลิ่นแล้ว

หลังจากนั้นก็รอจนกระทั่งทุกคนออกไปกันหมดก่อน ถึงเดินกลับไปเอากระเป๋าที่ห้องเรียน พร้อมๆ กับโทรลาเรื่องงานพิเศษด้วย วันนี้คงทำงานไม่ลงจริงๆ ค่ะ

---------------------------------------------------------------------------

310 Nameless Fanboi Posted ID:v7WUXjy48

เช้าวันต่อมาฉันมาโรงเรียนแต่เช้า แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือเมื่อเปิดตู้รองเท้ากลับพบรองเท้านักเรียนหญิงคู่ใหม่ ขาววับวางอยู่ในตู้เป็นระเบียบเรียบร้อย พอลองปิดล็อกเกอร์มองดูอีกทีมันก็เป็นชื่อของฉันนี่นา?

หรือว่านายตัวสำรองจะเป็นคนเอามาเปลี่ยนให้กันนะ คงไปเอารองเท้าจากในสภานักเรียนมาให้สินะคะ ต้องไปขอบคุณแล้วค่ะ!

แต่ก่อนหน้านั้นเผอิญได้เจอกับหัวหน้าห้องที่ถือเอกสารกองโตมาพอดีค่ะ

“หัวหน้าห้องคะ! สวัสดีค่ะ!” ฉันเอ่ยทักไปด้วยน้ำเสียงสดใส ทว่าหัวหน้าห้องที่หันมาเจอฉันกลับหน้าซีดเผือก หวา ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ! ฉันไม่กัดหรอกนะคะ!

“ช่วยถือไหมคะ?”

“ไม่เป็นไรครับ ผมใช้คุณคิโชวอินไม่ได้หรอกครับ!” ปฏิเสธได้หนักแน่นดีจังค่ะ ปฏิกิริยาเหมือนกับเจอกันครั้งแรกเปี้ยบเลยอ่ะ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ถือวิสาสะ หยิบเอกสารมาถือนิดนึงค่ะ

“ฉันจะไปที่ห้องอยู่แล้ว ไปทางเดียวกัน ถือว่าช่วยกันประหยัดแรงด้วยไงล่ะคะ!” ฉันแย้มยิ้ม พร้อมกับเดินเคียงข้างหัวหน้าห้อง

“ขอบคุณครับ” หวา หน้าแดงแล้วค่ะ กลายเป็นสาวน้อยแล้วนะคะ หัวหน้าห้อง

“จะว่าไปแล้ว ฉันกับหัวหน้าห้องจะได้เป็นกรรมการห้องด้วยกันใช่ไหมคะ”

“ครับ แต่คุณคิโชวอินไม่ต้องช่วยก็ได้ครับ”

“ได้ยังไงคะ! ที่ผ่านมาฉันทำตัวแย่ๆ โยนงานให้หัวหน้าห้อง ต้องขอโทษด้วยค่ะ ต่อจากนี้ฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้นะคะ”

พอพูดจบประโยคหัวหน้าห้องก็ทำปากค้างเหมือนช็อคไปแล้ว

หลังจากนั้นฉันก็ได้ช่วยหัวหน้าห้องทำงานบ่อยๆ ทำให้สมองไม่ว่างมาคิดเรื่องอื่น พอไปบอกขอบคุณเรื่องรองเท้ากับนายตัวสำรอง เหมือนเขาจะงงๆ แต่ก็เออออบอกว่า “ดีแล้วล่ะ” ส่วนพวกเซริกะและคุคิโนะจังก็มาคุยกับฉันบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตั้งแต่เปิดเรียนมา ไม่มีใครกล้าเข้ามาแกล้งฉันเลยล่ะค่ะ

และฉันเองก็แวะไปเปอร์ติต์เพื่อคุยกับยูกิโนะคุง มาโอะจังและยูริคุงบ่อยๆ ด้วย ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเอ็นโจกับคาราบุกิ แต่ก็มีข่าวลือหวานชื่นระหว่างคาราบุกิและวาคาบะจังลอยมาเข้าหูบ่อยๆ พอฉันเดินผ่าน พวกนั้นกลับปิดปากเงียบราวกับเห็นผี?

จะว่าไปฉันยังไม่ได้เจอกับริรินะเลยสักหน ถึงแม้ว่าท่านพี่จะบอกว่าเจอบ้าง แต่ไม่รู้ทำไมริรินะถึงไม่มาเจอฉันเลย พอลองสอบถามจากท่านพี่เหมือนว่าริรินะจะอยู่ชมรมจัดสวนที่เมื่อก่อนนี้ฉันไม่เคยเข้าไปเลยสักครั้ง แต่เขาว่ากันว่าเป็นโรงกระจกโปร่งใสสวยงามมากเลยค่ะ ว่างๆ แวบไปดูสักนิดล่ะกัน!

พอได้สัมผัสกับเรือนกระจกแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่คนละโลกเลยล่ะคะ มีดอกไม้นานาชนิดหลากหลายสายพันธุ์อยู่เต็มไปหมด ไม่เพียงแค่ดอกไม้ยังมีต้นไม้มาประดับ อีกทั้งยังมีโต๊ะไว้ให้พักจิบน้ำชาด้วยค่ะ

แหมๆ เนื้อที่กว้างเหมือนกันนะคะ สรุปแล้วซุยรันมีพื้นที่เท่าไหร่กันคะเนี่ย
ฉันรู้สึกพลาดมากที่ไม่ได้มาชมที่นี่ ไม่งั้นคงจะเข้าชมรมจัดสวน แต่ทว่าพอคิดถึงภาพลักษณ์คิโชวอิน เรย์กะที่เป็นถึงจักรพรรดินีมานั่งเปื้อนดินมันก็ไม่ใช่แระคะ

ระหว่างที่เหม่อๆ ก็มีมือหนึ่งมาแตะที่บ่าของฉัน ทำให้หันไปโดยอัตโนมัติ พอเห็นหน้าเท่านั้นก็สะดุ้งโหยง เผลอกระโดดถอยห่างมาทันที

เหมือนนัยน์ตาเอ็นโจมีประกายขำขัน นายแอบหัวเราะอยู่สินะ!

“มาทำอะไรที่นี่ คุณคิโชวอิน”

“ฉะ...ฉันมา...เอ่อ!...ทานข้าวค่ะ!” ว่าจบก็หยิบข้าวกล่องที่ท่านแม่เตรียมให้ฉันตอนเช้าขึ้นมาชูให้เอ็นโจดู

“เหห” เขาทำหน้าแปลกใจ แต่เพียงแวบเดียวก็กลายเป็นนิ่งเฉย “คงไม่ได้ตามมาเล่นงานคุณทาคามิจิสินะ”

อึก อย่ามาใส่ร้ายกันสิคะ! ฉันยังไม่เจอคุณพระเอกนางเอกเลยนะ จนถึงตอนนี้น่ะ

“ชูสุเกะ นายทำอะไรอยู่น่ะ?”

“ท่านเอ็นโจคะ มาเร…”

พอได้ยินเสียงดังเรียกเอ็นโจ ฉันก็เสมองไป เป็นคาราบุกิกับวาคาบะจัง!!!

311 Nameless Fanboi Posted ID:v7WUXjy48

สมองของฉันเหมือนกับถูกชัตดาวน์ไปแล้วค่ะ! ในหัวสมองตอนนี้ขาวโพลนไร้สิ้นสิ่งใดทั้งสิ้น ยิ่งเมื่อเห็นคาราบุกิเดินเข้ามาพร้อมกับวาคาบะจังอยู่ด้านหลังเหมือนกับกำลังหวาดกลัวฉัน

“คิโชวอิน?”

“...” สีหน้าที่เยือกเย็น สุขุมนุ่มลึก ทว่าแววตากลับไม่ยิ้ม นี่สินะ จักรพรรดิในมังงะ ช่างผิดกับอีกคนชนิดที่มองไม่เห็นฝุ่นเลยค่ะ บุญตาแท้ๆ ถ้าคาราบุกิเป็นงี้บ้างก็คงจะดี แต่คงไม่ เพราะหมอนั่นมันบ้ากว่าที่คิดไว้…

“จะมาหาเรื่องทาคามิจิอีกรึไง? ฉันจำได้ว่าเคยบอกไว้แล้วว่าอย่ามาให้พวกฉันเห็นหน้า!” นี่มันที่สาธารณะค่ะ!!!!!!! ในรั้วโรงเรียนฉันมีสิทธิ์เดินไปไหนมาไหนก็ได้นะคะ อย่ามาริดรอนเสรีภาพฉันเซ่คะ!

“ถ้าฉันมารบกวนต้องขออภัยด้วยค่ะ ท่านคาราบุกิ ท่านเอ็นโจ” ฉันพูดเรียบๆ พยายามทำให้น้ำเสียงไม่สั่นเต็มที่ ถึงแม้ว่าอยากจะนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศในสวนนี้ก็ตามที

“อะ...เอ่อ… คุณคิโชวอินคะ?” เป็นวาคาบะจังที่พูดออกมา ตอนที่ฉันกำลังจะเดินไป

“คะ?”

“ถ้าไม่รังเกียจมาทานข้าวกับพวกฉันไหมคะ” วาคาบะจังยิ้มแย้มอย่างใสซื่อ ดูน่ารักสมกับเป็นนางเอกเลยค่ะ ถ้าไม่ติดว่ามีสายตาของคาราบุกิกับเอ็นโจ ฉันคงตอบตกลงไปแล้ว เพียงแต่ฉันกลับตอบกลับด้วยอีกท่าทางนึง

“ดิฉันไม่สามารถไปเกลือกกลั้วกับคุณทาคามิจิได้หรอกค่ะ ขอลาล่ะค่ะ” คำตอบที่เย่อหยิ่งสมกับเป็นคิโชวอิน เรย์กะ ถ้าเป็นเธอ ฉันเชื่อว่าเธอจะเลือกพูดประโยคนี้อย่างแน่นอน

เพื่อไม่ให้ทุกอย่างบานปลายไปกว่านี้ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวด เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมาอ่อนแอจนแทบขาดใจอีก ฉันต้องเป็นนางร้ายเท่านั้นถึงจะอยู่รอดไปได้

ฉันปาดไล้น้ำตาที่ไหลออกมาจากใบหน้า เมื่อเดินออกห่างจากพวกนั้นแล้ว
แต่ว่าไม่ว่าจะเช็ดเท่าไหร่ มันก็ไหลลงมาอีกเรื่อยๆ

ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน ฉันยืนอยู่ตรงนั้นสักพักพอเริ่มทำใจสงบ
กลับพบว่ามีผู้หญิงสามคนยืนล้อมรอบฉันอยู่

“อุ้ยตาย ไม่คิดว่าจะหน้าด้านหน้าทนมาโรงเรียนอีกนะคะ”

“แหมๆ อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ คุณคิโชวอินน่ะ เป็นถึงจักรพรรดินีเชียวนะคะ แต่ก็แค่อดีต!”

“จะว่าไปแล้วสามัญชนก็ควรอยู่อย่างสามัญชนนะคะ คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเสนอหน้าไปหาท่านเอ็นโจ!”

ฉันมองทุกคนที่พูดคนละประโยคด้วยน้ำเสียงน่ากลัว ตอนนี้คิคุโนะจังก็ไม่อยู่ เซริกะจังก็ด้วย แถมตรงนี้ไม่มีคนผ่านมาอีก แย่แล้วล่ะ ตัวฉัน!

“อาร่าๆ ดูสิคะ เอาข้าวกล่องมาทานด้วย สมแล้วที่เป็นสามัญชน!”

เอ๊ะ? ไม่ทันรู้ตัวฉันก็ถูกผลักล้มลงไป พร้อมกับข้าวกล่องที่ถูกแย่งไปด้วย หนึ่งในนั้นเปิดข้าวกล่องขึ้นมา

“น่าอร่อยจังเลยนะคะ” ใช่ไหมล่ะ ก็ท่านแม่เป็นคนทำสุดฝีมือเลยนี่นา ถึงไข่เจียวจะไหม้ๆ ก็เถอะ…

ยังไม่ทันที่จะพูดอะไร ข้าวกล่องก็ถูกคว่ำลงกับพื้น พร้อมๆ กับนักเรียนหญิงคนนั้นเอารองเท้าของเธอขยี้มันจนเละ

ทำอะไรน่ะ?

ฉันมองพวกเธออย่างไม่เข้าใจ ทำไมถึงต้องมากลั่นแกล้งกันแบบนี้ด้วยล่ะ!

“นี่เป็นแค่การตักเตือนที่มายุ่งกับท่านเอ็นโจ!” อ๋อ… เพราะเอ็นโจหรอกเหรอคะ? เอ็นโจอีกแล้วเหรอคะ?

ฉันไม่ได้ยุ่งเลยสักนิด เขาเข้ามายุ่งกับฉันเอง

ปากฉันกำลังจะโต้ตอบ จังหวะที่ผู้หญิงพวกนั้นกระชากเส้นผมของฉันขึ้นมา และตบลงที่แก้มอย่างแรง

เจ็บ…

“ทำอะไรกันน่ะ!”
พอพวกนั้นได้ยินเสียงปริศนาก็พูดว่าแย่แล้ว และรีบวิ่งหนีไป เหลือเพียงฉันที่ล้มตัวลงนั่งด้วยแววตาว่างเปล่า มองข้าวกล่องที่ถูกเหยีบบจนเละอย่างไม่รู้สึกรู้สา

ได้ยินเหมือนกับเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาทางฉัน
แต่ฉันไม่มีแรงพอที่จะเงยหน้าขึ้นแล้ว

ถึงจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจกลับเป็นนางร้าย แต่สภาพจิตใจฉันยังคงต้องปรับตัวอีกสักพัก คงจะเป็นเรย์กะคิมิดอลในทันทีไม่ได้

================================
ฉับ!!!

Posts limit exceeded

Topic has reached maximum number of posts.

Please start a new topic.

Be Civil — "Be curious, not judgemental"

  • FAQs — คำถามที่ถามบ่อย (การใช้บอร์ด การแบน ฯลฯ)
  • Policy — เกณฑ์การใช้งานเว็บไซต์
  • Guidelines — ข้อแนะนำในการใช้งานเว็บไซต์
  • Deletion Request — แจ้งลบและเกณฑ์การลบข้อความ
  • Law Enforcement — แจ้งขอ IP address

All contents are responsibility of its posters.