Fanboi Channel

ฮาเร็มของเจ้าแม่เรย์กะ : วงน้ำ(กัญ)ชาซุยรันยามบ่ายกลางจักรวาลแห่งกาว (ยานแม่ลำที่3)

Last posted

Total of 1000 posts

444 Nameless Fanboi Posted ID:LlF/YnRiJ

>>394-396 เป็นโลลิค่อนกันต่อ
-----------------

เมื่อได้คำปรึกษาไปจากผมเรื่องการวางตัว คุณคิโชวอินก็ดูสงบเสงี่ยมขึ้นมาก เธอไม่เอาแต่กรี๊ดๆมาซายะหรือเกาะแกะให้เขารำคาญอีกต่อไปแล้ว เจอหน้าก็ทักทายด้วยความอ่อนหวานและสุภาพมาก ทำเอามาซายะทึ่งในความเปลี่ยนแปลงเลยล่ะ

มีเด็กผู้หญิงอื่นๆที่ตามกรี๊ดมาซายะด้วยเหมือนกัน คุณคิโชวอินก็ไม่ลงไปต่อปากต่อคำหรือโวยวายเหมือนอย่างเมื่อก่อนแล้ว เพียงแต่จะมองด้วยความดูหมิ่นดูแคลนเท่านั้น

อย่าไปมองคนอื่นด้วยสายตาแบบนั้นซี่ คงต้องอบรมกันยาวๆเลยสินะ

นอกจากนี้ พอบอกว่ามาซายะชอบผู้หญิงเก่งและฉลาด คุณคิโชวอินที่มีผลการเรียนค่อนข้างปานกลางไปทางแย่ ก็เข้ามาปรึกษาเรื่องเรียนพิเศษเพื่อให้มีคะแนนดีๆติดบอร์ด ผมแนะนำครูสอนพิเศษที่ทางบ้านเคยเรียกมาสอนให้ ในโลกนี้ผมคงไม่จำเป็นต้องใช้ครูสอนพิเศษอีกต่อไปแล้ว

แต่กระนั้น ผมก็หาวันที่เธอและผมว่างตรงกัน นั่งติวในห้องเรียนว่างๆห้องหนึ่งหลังเลิกเรียน ติวหนังสือให้เด็กป.1น่ะ เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่ากระพริบตาเสียอีก

ได้สอนหนังสือให้เช่นนี้ ผมนึกถึงยูกิโนะขึ้นมา ป่านนี้น้องชายของผมจะเป็นยังไงบ้างนะ ที่อยู่ๆตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลเอ็นโจก็กลายเป็นของเขา

พอนึกถึงยูกิโนะก็จะนึกถึงชูสุเกะในโลกกระจกด้วยเช่นกัน แว้บแรกที่ผมเห็นเขา ผมก็นึกถึงยูกิโนะขึ้นมา

ยูกิโนะดูคล้ายชูสุเกะในโลกกระจกมาก แต่พอมองดีๆแล้วนอกจากสีผมก็ไม่เหมือนกันเลย

ผมปัดเรื่องยูกิโนะและชูสุเกะออกไปก่อนเพราะคุณคิโชวอินเรียกผมให้ช่วยตรวจทานคำตอบ ช่วงเวลาแบบนี้เธอจะน่ารักมาก ดวงตากลมโตจ้องผมแบบรอคอยและคาดหวัง พอผมบอกว่าเธอทำแบบฝึกหัดถูกก็ยิ้มออกมาอย่างร่าเริง ดีใจแบบเด็กๆ

รอยยิ้มนั้นน่ารักมากจนอยากคว้าตัวมากอดอย่างมันเขี้ยวเลยล่ะ

ผลจากความพยายามของเธอ คุณคิโชวอินก็มีชื่อติดบอร์ดเป็นครั้งแรกในการสอบปลายภาคเทอม 1 เด็กผู้หญิงที่ห้อมล้อมเธอส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดแสดงความยินดี "สมเป็นท่านเรย์กะ" เธอไม่ได้บอกให้พวกนั้นหยุดสรรเสริญเยินยอแต่อย่างใด ลักยิ้มน่ารักตรงมุมปากก็ปรากฎขึ้นมาด้วย

ดีใจมากเลยสินะ

มาซายะกับผมไปดูคะแนน ทั้งที่จริงไม่จำเป็นต้องดูก็ได้เพราะผมรู้ผลลัพธ์ว่าจะออกมาอย่างไร

ชื่อของผมปรากฏอยู่บนบอร์ดในลำดับที่ 1 ส่วนมาซายะเป็นลำดับ 2

ก็นะ ถ้าจะให้เด็กม.ปลายแบบผมทำคะแนนแพ้เด็กประถมก็ออกจะเกินไปหน่อย

มาซายะมองผมด้วยสายตาเครียดๆทำเอาต้องกลอกตามองเพดาน มาแล้วสินะ โรคชอบเอาชนะของมาซายะ ไม่ว่าโลกไหนๆก็ไม่เปลี่ยนเลย

ผมรู้ว่าหลังจากนี้ มาซายะคงไปทุ่มเทในการทบทวนบทเรียนมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวแน่ๆ ผมเองก็ไม่คิดจะแข่งขันด้วยหรอก แต่ครั้งนี้ผมแค่อยากแสดงศักยภาพบางอย่างให้เธอเชื่อมั่นในตัวผมก็เท่านั้น แล้วผมจะถอยกลับไปที่ 2 ตามเดิม ให้มาซายะรับบทเด่นไป

"ยินดีด้วยนะคุณคิโชวอินที่ได้ที่ 11" ผมทักคุณคิโชวอินที่จ้องมองผลประกาศ

"ขอบคุณค่ะ" เธอก้มศีรษะตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

"เก่งเหมือนกันนี่ คิโชวอิน"

พอได้รับคำชมจากคนที่แอบชอบ คุณคิโชวอินก็หน้าแดงขึ้นมา พูดจาตะกุกตะกักขอบคุณเป็นการใหญ่

จากนี้ไป เธอก็คงมีแรงฮึดในการทบทวนบทเรียนเพิ่มขึ้นแล้ว

หลังจากนั้น ไม่ว่าปัญหาอะไรหรือเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ถ้ามันเกี่ยวกับมาซายะหรือบางทีก็ไม่เกี่ยว คุณคิโชวอินก็จะวิ่งเข้ามาขอคำปรึกษาจากผมเสมอ

ผมให้ข้อมูลเธอในเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างขนมหวานที่เขาชอบ หรือช๊อกโกแลตยี่ห้อโปรดที่น้อยคนนักจะรู้ คุณคิโชวอินมอบช๊อกโกแลตยี่ห้อนั้นให้มาซายะในวันวาเลนไทน์ ดูเหมือนเขาจะจดจำได้ว่าใครให้มาเพราะเป็นร้านโปรด เธอก็ยิ่งเชื่อใจผมหนักไปกว่าเดิมอีก แบบนี้จะจับซ้ายหันขวาหันก็ง่ายเสียยิ่งกว่าง่ายแล้ว

ตอนนี้เธอเรียกผมว่า "คุณชูสุเกะ" แทนที่จะเป็นท่านเอ็นโจอย่างเคย

แน่นอนว่าผมก็เรียกเธอว่า "เรย์กะ" เหมือนกัน

445 Nameless Fanboi Posted ID:LlF/YnRiJ

เวลาในชีวิตเธอส่วนใหญ่เกือบจะเป็นของผมทั้งหมด แทบจะไม่ได้ใกล้ชิดกับมาซายะเลย ดูเหมือนเธอก็ไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าผมน่ะจงใจกีดกันเธอออกจากมาซายะด้วยความนุ่มนวล ค่อยๆดึงเธอเข้ามาสู่โลกของผมทีละเล็กทีละน้อย

ผมหล่อหลอมให้เธอเป็นคนที่ต้องเชื่อฟังและพึ่งพาผมในทุกเรื่อง ค่อยๆกดให้จมลงไปแบบไม่ให้รู้ตัว

ถ้าเป็นโลกเดิม พี่ชายของเธอคงจะมองเจตนาของผมออกและคงกีดกันอย่างสุดความสามารถ แต่ดูเหมือนว่าโลกนี้เรย์กะจะไม่สนิทกับพี่ชายของเธอนัก เขาอายุมากกว่าและมีสังคมที่ไม่เหมือนกัน แทบจะตัดขาดกันไปอย่างสิ้นเชิง เท่ากับว่าผมเป็นผู้ชายคนเดียวในชีวิตของเธอ

รู้สึกเหมือนเก็นจิที่เลี้ยงมุราซากิมาให้เป็นภรรยาเลยแฮะ

แล้วใช่ว่าผมจะตามใจหรือเอาใจเธอไปเสียทุกเรื่อง มีบ้างที่ผมแกล้งถอนตัวออกมาบ้าง บอกปัดบ้าง แกล้งโกรธบ้าง หรือบางทีไปสนใจคนอื่นมากกว่าเธอบ้าง แล้วรอดูปฏิกริยา เรย์กะก็จะงอนหรือพยายามง้อในแบบของเธอ เห็นแล้วแทบจะยกโทษให้ทันทีเลยล่ะ

ผมรู้จักการให้รางวัลและทำโทษ เรย์กะก็ค่อยๆซึมซับพฤติกรรมของผมไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ต่อหน้าคนอื่น เธอวางตัวคล้ายๆกับเรย์กะในโลกเดิมของผม คือผู้หญิงที่ยิ้มน้อยๆ นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ใช้สายตากดดันคนอื่นจนต้องยอมศิโรราบ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ แต่ลับหลังเธอคือเด็กผู้หญิงงี่เง่า เอาแต่ใจ ขี้เกียจ เหลวไหลไม่เอาไหนอย่างถึงที่สุด และด้านนั้นก็แสดงออกมาให้ผมเห็นแต่เพียงผู้เดียวด้วย

"ไม่อยากเรียนแล้ว ไม่เอาแล้ว" เรย์กะฟุบหน้าลงกับโต๊ะและกองหนังสือทั้งหลาย "เบื่อ ได้ยินมั้ย เบื่อ"

"เอ้าๆ ลุกขึ้นมาก่อน" ผมเอาดินสอเคาะหลังมือเธอ "ยังมีโจทย์ให้แก้อีกยี่สิบข้อ อย่าเพิ่งถอดใจสิ"

"ก็มันยากนี่นา" เธอเริ่มจะบ่นออกมาอีกแล้ว "คุณชูสุเกะสอบได้แต่ที่ดีๆ ทำได้ยังไงกันนะ ยากออกขนาดนี้"

"ถ้าจับจุดถูกก็ทำได้แล้วล่ะน่า" ผมส่งยิ้มให้เธอ "ลุกขึ้นมาสิ เดี๋ยวจะบอกเคล็ดลับให้"

เรย์กะลุกขึ้นมานั่งแบบอิดออดเล็กน้อย แต่ก็จับดินสอ รอฟังคำสอนจากผม ดวงตาที่มองมานั้นซื่อตรงไม่เลี่ยงหลบ

ผมรู้สึกอยากให้เวลาหยุดนิ่งตรงนี้ชะมัดเลย
.
.
.

เวลาแต่งตัวไปงานเลี้ยงของ pivoine เธอก็มักจะถามผมเสมอว่าควรแต่งตัวอย่างไรดี พร้อมกับรูปถ่ายชุดมากมาย ผมก็ได้แต่เลือกชุดที่ตรงกับรสนิยมของผมมากที่สุดให้

ชุดพวกนี้เป็นคนละแนวทางกับมาซายะโดยสิ้นเชิง มาซายะชอบสไตล์อะไรก็ตามที่ยูริเอะใส่ ส่วนผมชอบอะไรที่เป็นผู้ใหญ่ เรียบ หรู ดูดี พอได้เห็นว่าเธอใส่ชุดตามคำแนะนำของผมก็รู้สึกดีใจสุดๆ รู้ตัวอีกทีก็ได้เลือกชุดให้เธอมาจนถึงม.2 แล้ว

ปีนี้ผมเลือกชุดขาวยาวกรอมเท้าปักลายดอกไม้เล็กๆน่ารักๆที่ชายกระโปรงให้ รวมกับคำแนะนำที่ให้เกล้าผม พอเรย์กะใส่ก็เหมือนเจ้าหญิงน้อยๆที่หลุดมาจากในนิทาน เธอยิ้มรับคำชมจากคนมากมาย ท่าทางภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าสังเกตสักหน่อย ชุดของผมกับเรย์กะน่ะ เข้าคู่กันมาตั้งแต่ที่เธอขอให้ช่วยเลือกชุดให้แล้ว

เป็นที่รู้กันว่ามาซายะจะเต้นรำกับยูริเอะทุกปี ไม่ว่าใครก็เข้าไปแทรกกลางไม่ได้ เรย์กะก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ผมเห็นเธอยืนจ้องมาซายะที่เต้นกับยูริเอะอย่างสนุกสนานในฟลอร์ เธอคงอยากแทนที่ตัวเองกับยูริเอะ เต้นกับมาซายะที่ใฝ่ฝัน

"ไปเต้นรำกันมั้ย เรย์กะ" ผมเอ่ยปากชวน เธอทำหน้าตะลึงไปเล็กน้อย "จังหวะเปลี่ยนคู่เต้น เดี๋ยวผมสลับไปเต้นกับยูริเอะให้ เรย์กะก็จะได้เต้นกับมาซายะยังไงล่ะ"

เป็นข้อเสนอที่เข้าท่า เรย์กะยิ้มออกมา ควงแขนผมเดินเข้าไปกลางฟลอร์

ผมโอบประคองเธอไว้ในท่าเต้นวอลซ์ เคลื่อนที่ไปช้าๆตามจังหวะเพลง

มาซายะกับยูริเอะทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นผมเต้นกับเรย์กะ แต่สักพักสองคนนั้นก็เริ่มส่งยิ้มล้อเลียนผม ผมก็ยิ้มตอบกลับไป

จังหวะสลับคู่เต้นไม่มีสักที เพราะผมไม่ปล่อยให้มี มาซายะกับยูริเอะที่เต้นจนเหนื่อยแล้วก็ถอนตัวออกไปจากฟลอร์ เหลือผมกับเรย์กะที่เต้นอยู่เพียงคู่เดียว

"น่าเสียดายเนอะ ที่ไม่มีจังหวะสักที" ผมแกล้งทำเป็นเสียดายที่แผนไม่สำเร็จ

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คราวหน้าค่อยเอาใหม่ก็ได้" ดูท่าเธอจะเชื่อผมหมดใจจริงๆ ถึงไม่ติดใจสงสัยอะไรเลย

มันไม่มีคราวหน้าหรอกนะครับ ผมไม่ปล่อยให้คุณไปเต้นกับมาซายะแน่ๆ

446 Nameless Fanboi Posted ID:LlF/YnRiJ

ผมเต้นกับเรย์กะอีกสองเพลงก็กลับไปนั่งบ้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่มาซายะเดินมาบอกว่าจะไปส่งยูริเอะที่บ้านอยู่พอดี

เรย์กะดูซึมๆไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ผมเลยแตะแขนเธอ "ไปคุยกันที่เงียบๆดีกว่ามั้ย" เธอก็ตามมาอย่างว่าง่าย

ผมพาเรย์กะมานั่งที่สวนนอกสถานที่จัดงาน ตรงนี้ค่อนข้างเงียบสงบไม่ค่อยมีใครผ่านไปผ่านมา เหมาะแก่การคุยเป็นส่วนตัว

เธอนั่งลงบนม้านั่งหิน ก้มหน้านิ่งไม่พูดไม่จา ผมนั่งลงที่ม้านั่งตัวตรงข้าม รอให้เธอเปิดปากออกมาเองเหมือนอย่างทุกที

"นี่ คุณชูสุเกะ บอกฉันทีสิ" เธอเงยหน้ามองผมได้ในที่สุด "เห็นแบบนี้ฉันควรจะตัดใจได้แล้วใช่มั้ยคะ"

"จะว่าอย่างนั้นก็ใช่นะ" ผมส่งยิ้มให้

"โธ่ ทำไมไม่ให้กำลังใจกันเลยคะ" เรย์กะถลึงตามองผม แล้วก็ก้มหน้าลงต่อ "ไม่สิ คุณชูสุเกะก็ให้กำลังใจฉันมาเยอะแล้วนี่นา"

"คุณก็ควรเปิดใจมองคนอื่นบ้าง ทำไมถึงยึดติดกับมาซายะนักล่ะ"

เธอกระพริบตาปริบๆให้ผม แล้วก็นิ่งไปเหมือนกำลังคิดหาคำพูดมาตอบ แต่จากนั้นก็ส่ายหน้าช้าๆ "ไม่รู้ค่ะ"

ผมนั่งอยู่กับเธอตรงนั้นอีกครู่หนึ่งก็ได้เวลาสมควรที่จะกลับบ้านกันได้แล้ว เรย์กะกล่าวขอบคุณผมก่อนจะแยกไปขึ้นรถบ้านคิโชวอินที่มาจอดรออยู่ ผมยิ้มส่งอย่างเคย แต่ในใจรู้สึกร้อนรนขึ้นมา

คิดว่าแผนที่วางเอาไว้ไม่เคยผิดพลาดซักครั้ง แต่เรย์กะก็ยังรักมาซายะอยู่ดี ทำไมกันนะ
.
.

คืนนั้น ผมฝันเห็นชูสุเกะในโลกกระจก

เขามักจะปรากฏตัวเมื่อได้จังหวะพอดี ตอนที่ผมมีเรื่องกลุ้มใจหรืออยากพูดระบายอะไรกับใครสักคน แต่ตามปกติก็มักจะหายหน้าไปไม่มาให้เจอ

ชูสุเกะในกระจกเจริญเติบโตตามช่วงวัยที่ควรจะเป็น ก็คือรูปลักษณ์ของเด็กม. 2 ที่เป็นร่างจริงของตัวเอง ผมก็อยู่ในร่างเดิมที่เป็นเด็กม.ปลายเช่นกัน

เขาเลิกร้องขอให้ผมปล่อยเขาออกไปตั้งนานแล้ว ทำเพียงอยู่ในตัวอย่างเงียบๆ มองดูเหตุการณ์ผ่านผมอีกที ก็ดีเหมือนกันที่ไม่ต้องเล่าอะไรให้มากความ

"นายกำลังทำผิดมหันต์เลยนะ" ชูสุเกะมองผมแบบตำหนิ "อย่าคิดว่าตัวเองฉลาดนัก ไม่มีใครควบคุมจิตใจใครได้หรอก"

"ผมก็ไม่ได้ควบคุมจิตใจเธอซักหน่อยนี่" ผมยิ้มให้เขา "เรย์กะต่างหากที่เป็นฝ่ายพึ่งพาผมจนขาดแทบไม่ได้"

"เพราะนายทำให้เธอกลายเป็นแบบนั้นน่ะสิ" ชูสุเกะส่ายหน้า "แล้วพอเธอรู้สึกตัว เธอจะไปจากนาย"

"ถ้าเป็นนาย ยอมได้เหรอ" ผมเลิกยิ้มแล้ว จ้องเขากลับด้วยสายตาเย็นชา

เพราะผมคือเขา และเขาก็คือผม ความคิดเราสองคนเชื่อมถึงกัน ผมถ่ายทอดความรู้สึกตัวเองไปให้เขา เขามองดูเรย์กะจากข้างในตัวผม และผมรู้ว่าชูสุเกะคนนี้ก็รักเรย์กะไปไม่น้อยกว่าผมเช่นกัน

"ฉันยอมได้" เขาหลับตาลง "คนที่ไม่ได้รักน่ะ ฝืนดึงดันเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายก็เจ็บด้วยกันทั้งคู่อยู่ดี"

"นั่นมันความคิดของพวกขี้แพ้"

ชูสุเกะยิ้มเศร้าๆให้ผมแล้วจากไป โลกแห่งความฝันมืดดับลงเหมือนมีคนปิดสวิตช์

ผมตื่นขึ้นมากลางดึก แม้ในห้องจะเปิดแอร์ไว้ แต่เหงื่อกลับไหลออกมาท่วมตัว นึกทบทวนความฝันและสิ่งที่ชูสุเกะพูด

ชูสุเกะเคยบอกว่าผมน่ะ เป็นฝ่ายขังเขาเอาไว้ในกระจกเอง คงเพราะเขามีแนวคิดแบบนี้กระมัง ผมถึงขังเขาเอาไว้ไม่ให้ออกมา

เขาเหมือนจิตใจฝ่ายดีที่ผมไม่พึงปรารถนาในเกมรัก

เกมมีได้แค่ผู้แพ้และผู้ชนะ ผมจะต้องไม่พ่ายแพ้ ไม่ต้องการจิตใจฝ่ายดีแต่อย่างใด

--------------------------

ทำไมดราม่าจังวะ 55555555555555
ม่ายยยยย ทีแรกกูแค่อยากเขียนโลลิค่อนแท้ๆ

Posts limit exceeded

Topic has reached maximum number of posts.

Please start a new topic.

Be Civil — "Be curious, not judgemental"

  • FAQs — คำถามที่ถามบ่อย (การใช้บอร์ด การแบน ฯลฯ)
  • Policy — เกณฑ์การใช้งานเว็บไซต์
  • Guidelines — ข้อแนะนำในการใช้งานเว็บไซต์
  • Deletion Request — แจ้งลบและเกณฑ์การลบข้อความ
  • Law Enforcement — แจ้งขอ IP address

All contents are responsibility of its posters.