Fanboi Channel

นิยายเด็กดีบทที่ 26 (DDN XXVI) ภาคเม้าท์ฉลองต้นปี ไหลเร็วแบบนี้พี่อ่านไม่ทัน ทีมสับสตั้นดราม่าเต็มมู้ อยากให้ความรู้แต่กูถูกลืม (>_<' ) - วันนี้คุณ 5ส แล้วหรือยัง?

Last posted

Total of 1000 posts

6 Nameless Fanboi Posted ID:cJwv6U/Qmu

:: Rerun การสับประจำมู้ที่ 25 :: (น้อยจังวะรอบนี้)

สับนิยาย: The Endeavor นิยายวิทย์ที่ขัดหลักวิทย์ >>>/webnovel/8614/213-245/
คำแนะนำเรื่องการปรับเส้นเรื่อง (Cr. `มะม่วง) >>>/webnovel/8614/258-263/
ดราม่านายพังPornกับความเห็นคมๆ ของเพื่อนโม่งท่านหนึ่ง >>>/webnovel/8614/288-310/
จากหัวข้อ loser's safe zone สู่สาระเชิงรสนิยม >>>/webnovel/8614/354-382/
นิยายสั้นพาโรดี้ล้อการ์ตูน Jojo จากหัวข้อ "ความสะดุดเมื่อใช้ POV ปนกันมั่ว"
ภาคแรก >>>/webnovel/8614/433/
ภาค 2 >>>/webnovel/8614/490/
ภาคจบ >>>/webnovel/8614/578/
ต้นกำเนิดมู้สับกับการสับแฟนฟิคในตำนาน (อ๊ะ เอ๊ะ อ๊ะ) >>>/webnovel/8614/532-550/
ความหมายดั้งเดิมของคำว่า "เอจจี้" >>>/webnovel/8614/562/
สับนิยาย: เธอเห็นผีเสื้อบ้างไหม? (1) >>>/webnovel/8614/632-636/
สับนิยาย: เธอเห็นผีเสื้อบ้างไหม? (2) >>>/webnovel/8614/658-660/
โม่งอภิปรายหัวข้อ "พล็อตเรื่อง" >>>/webnovel/8614/707-738/
สับนิยาย: สหายข้า จะย้อนเวลามาทำแป๊ะ?! by แดงมาโซ >>>/webnovel/8614/742-749/
สับนิยาย: กำเนิดใหม่ตัวร้ายใน H-GAME >>>/webnovel/8614/800-808/

รวบรวมโดย: กูเอง

7 Nameless Fanboi Posted ID:drIhEBhxYc

เห็นโฆษณในบอร์ดบ่อยกุเลยหยิบเอามาลองสับดู
The World Of Dark - มหันตภัยโลกยุคล่มสลาย
โดย Npch-M
https://writer.dek-d.com/Npch-M/writer/view.php?id=2039602
[ เกริ่นนำ ]
อเมริกาสร้างเด็กดัดแปลงพันธุกรรมและอาวุธชีวภาพขึ้นมา เป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ทำลายสภาพแวดล้อมและอารยธรรม เวลาผ่านไปหนึ่งร้อยปีก็มี “ชายหนุ่ม” คนหนึ่งตื่นขึ้นจากแคปซูล เขาจะพัฒนาวิทยาศาสตร์พร้อมกับเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายได้หรือไม่
[ 1 ]
1 - เปิดเรื่องที่ปี ค.ศ. 2155 เขตรกร้าง ชายแก่คุ้ยขยะหาเศษเหล็กไปขาย เอาเงินไปแลกอาหาร พบกลับเหล็กชิ้นใหญ่ก็ขุดขึ้นมาเป็นแคปซูลเห็น “เด็กคนหนึ่ง” นอนเปลือยอยู่ภายใน ชายแก่หาทางเปิดแคปซูลออกมาจนสำเร็จ เด็กชายตื่นขึ้นก็ถามว่า ตอนนี้ปีอะไร เมื่อรู้ว่าปี ค.ศ. 2155 เด็กชายก็ใช้มือสัมผัสพื้นแสดงความสามารถ ตรวจสอบอุณหภูมิพบว่า 26°C ต้องหาเสื้อผ้าใส่ เขาจ้องไปที่ชายชราเหมือนจะเข้าไปแย่งชิงเสื้่อผ้า
>> คำโปรยเป็นชายหนุ่ม เข้าเรื่องกลายเป็นเด็กชาย
2 - ย้อนไปปี ค.ศ. 2055 นักข่าวดักสัมภาษณ์ ดร. ริชาร์ด เรื่องการสร้างมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมและอาวุธชีวภาพจนจะกลายเป็น ชนวนเหตุให้ประเทศจีนยิงอาวุธนิวเคลียร์ ดร. ไม่ตอบ แสดงท่าทีฉุนเฉียวอย่างมีอารมณ์ก่อนเดินหนีเข้าบริษัทไป
3 - ณ. ห้องใต้ดิน นักวิทยาศาสตร์วิ่งมาหา ดร.ริชาร์ดรายงานว่ามนุษย์ทดลองมาร์ค 42 ตื่นแล้วจะทำอย่างไรต่อ ดร. สั่งให้นำข้อมูลเทคโนโลยีเข้าไปในหัวของหมายเลข 42 นักวิทยาศาสตร์รายงานว่าครั้งที่แล้วหมายเลข 41 รับข้อมูลไม่ได้ทำให้สมองกลพังลง ดร.บอกว่า ครั้งนี้เราใช้มนุษย์จริง ๆ สมองมนุษย์รับข้อมูลได้ไม่จำกัด มันจึงคุ้มค่าที่จะเสี่ยง
[ 2 ]
4 - กลับไปที่ปี ค.ศ. 2155 “เด็กหนุ่มผิวขาวผมดำ” ยืนอยู่ในกองขยะ เดินเข้าหาชายแก่ ชายแก่ชักมีดออกมาป้องกันตัว บอกว่าที่นี่ฆ่าคนไม่ผิด เด็กหนุ่มทวนคำพูดของชายแก่ แล้วสงสัยว่ากฏหมายหายไปไหน เด็กหนุ่มเดินเข้าไปกดปุ่มที่แคปซูล หยิบเสื้อผ้าสีดำ ให้ข้อมูลทำจากธาตุตะกั่วเพราะต่อต้านกัมภาพรังสี ในแคปซูลมีอาหารกับอาวุธปืนด้วย (GLOCK 19) ชายแก่ไม่รู้จักอาวุธปืน เขานะนำตัวว่า ชื่อ มาร์ค42 จบด้วยฟอร์แชโดว่าเด็กหนุ่มจะเป็น “ปีศาจแห่งความมืดที่แท้จริง”
>> กลายเป็นเด็กหนุ่มแล้ว อัดข้อมูลปืนมาเต็มไปหมดไม่มีประโยชน์กับการเล่าเรื่องเลย อยากบรรยายว่าพระเอกหล่อแต่จังหวะมันเหี้ยและไม่มีความจำเป็นอะไรที่พระเอกต้องหล่อ อยากอวยว่าหล่อจังหวะที่ออกมาจากแคปซูลเหมาะกว่า
[ 3 ]
5 - มาร์คเดินเข้าพื้นที่สลัมในสภาพอากาศหนาวเหน็บ ให้เหตุผลว่า เวลาผ่านไปร้อยปี ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน มาร์คได้พบคนผิงไฟ พวกเขาเข้ามาจ้องมาร์ค เด็กหนุ่มเริ่มไม่วางใจออกวิ่งหนี
>> การบรรยายไม่เห็นภาพอะไรเลย อีหยังก๊ะมาก จะสลัม จะคล้ายสลัม จะเป็นแหล่งเสื่อมโทรม ไม่เอาให้ชัดเจนสักอย่าง
6 - เขตตรวจหน้าประตูเมือง ในห้องทำงาน ผู้พันสก๊อดได้รับรางงาน ว่าหน่วยทหารลาดตะเวนกลับมาไม่ได้เพราะเสื้อผ้าถูกขโมย พลทหารส่งจดหมายที่ส่งมาให้ผู้พันสก๊อดอ่าน นายทหารอ่านแล้วก็ไม่สบายใจ เขียนจดหมายใหม่ ให้พลทหารส่งไปยังหน่วยเหนือ
>> คนอ่านไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่สื่อสารอะไรกับคนอ่าน เล่าเรื่องสอบตกมาก
7 - กลับมาที่มาร์ค วิ่งหนีจนพ้นเขตอันตรายแล้ว
[ เด็กชายเดินต่อไป แต่เหมือนว่าเขาจะหลงทิศซะแล้ว ‘ถ้าพระอาทิตย์ตกทางนี้ แสดงว่าที่นี่คือทิศตะวันตก ถ้าจะเข้าเมืองควรจะไปทิศตรงข้าม เพราะคงไม่มีใครสร้างเมืองไว้ใกล้กับกองขยะ’ เมื่อมาร์คคิดได้ดังนั้น เขาจึงเริ่มออกเดินทางต่อ ]
>> ตรรกะเหี้ยอะไรกุไม่เข้าใจ
8 - เปิดซีนมาด้วยเสียง ปัง! มาร์คโดนแท่งไม้ฟาดร่างกระเด็นไปชนซากรถแท็กซี่ มีคนสี่คนแต่งตัวสกปรกทำให้มาร์ครู้ว่าเป็นคนในสลัม
>> เสียงปังกุคิดว่าโดนยิง กลายเป็นโดนตี ใช้คำว่าแท่งไม้มองไม่เห็นภาพการฟาดจนตัวปลิว เอาท่อนไม้ฟาดสิ
[ 4 ]
9 - ชายสี่คนนี้ขโมยของมาจากหน่วยลาดตะเวน มาเจอมาร์คเข้าจึงจะขโมยของมาจากเขา ที่มาร์คไม่รู้ตัวเพราะชายสี่คนนี้ใช้รองเท้าที่ขโมยมา มาร์คใช้จังหวะโจมตีทำให้หนึ่งในนั้นบาดเจ็บและหนีไป
>> บรรยายเหี้ยและงงมาก แล้วจากเด็กหนุ่มก็กลายเป็นเด็กน้อย ไม่รู้ภาพในหัวคนเขียนเป็นยังไงถึงบรรยายออกมาแบบนี้
[ 5 ]
10 - มาร์คหมดแรงหนีไปซากตึกชายสองคนตามมา
11 - ชายอีกสองคน อยู่ห่างออกไป หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บจากมีดของมาร์ค มีการให้ข้อมูลของสภาวะติดเชื้อและการกลายร่างเล็กน้อย ชายที่ไม่บาดเจ็บไล่ให้คนที่บาดเจ็บออกไปจากเมือง เพราะไม่อยากฆ่าตอนกลายร่าง
>> กลายร่างให้เห็นแล้วฆ่า ๆ ไปเลยก็ได้ นี่มานั่งอธิบาย กั๊กจังวุ้ยทั้งที่ไม่ได้มีอะไรเลย
(มีต่อ)

8 Nameless Fanboi Posted ID:drIhEBhxYc

ต่อจาก >>7

[ 6 ]
12 - ณ.ซากตึกร้าง มาร์คเอาขวดแก้วมาวางขวางประตูไว้ เพื่อคนที่เปิดเขามาจะทำขวดแตก
13 - ชายสองคนที่ไล่ล่ามาร์ค คนหนึงเฝ้าด้านนอกคนหนึ่งตามเข้ามา เปิดประตูทำกระจกแตก วิ่งตามขึ้นชั้นบน พบว่ามาร์คใช้จังหวะที่ทำขวดแตกทุบกระจกหนีจากตึก โดยใช้ผ้าม่านผูกไว้หนีออกไป ชายคนนั้นรีบจับผ้าม่านปีนตามลงไป ผ้าม่านขาดพาร่างชายคนนั้นร่วงลงจากตึก มาร์คยังอยู่ในตึกทั้งหมดเป็นกับดักของเขา
[ มาร์คขมวดคิ้วเล็กน้อย ‘นี่แกเชื่อจริงเหรอว่าผ้าม่านเก่าๆ พวกนี้จะรับน้ำหนักคนได้ ตอนนี้เขาตายแล้วรึเปล่านะ?’ สีหน้าของมาร์คค่อนข้างสับสน เด็กชายมีคำถามมากมายในหัว แต่ตอนนี้เขายังเหลือตัวปัญหาอีกตัว ที่กำลังเฝ้าอยู่ทางลงบันไดหนีไฟ! ]
>> จากเด็กหนุ่มเป็นเด็ก
>> สับสนเหี้ยอะไร คำถามเหี้ยอะไร กุเบ้ปากมองบน
[ 7 ]
14 - มาร์คไม่คิดว่าต้องฆ่าคน เขาสับสนว่าเขาเป็นคนฆ่า ชายคนนั้นตายแล้ว สับสนไม่นานจิตใจก็กลับมาเป็นปรกติ และต้องจัดการชายที่เฝ้าอยู่ที่บันไดหนีไฟ
15 - ชายที่เฝ้าอยู่ตรงบันไดหนีไฟ ได้ยินเสียงดัง ก็เดินมาที่หน้าตึก พบเด็กชายตกลงมาจากชั้นสอง มาร์คไม่บาดเจ็บอะไร หยิบท่อนเหล็กฝาดใส่ชายคนนั้นหมดสติ แต่ขณะที่คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็มีชายอีกคนหนึ่ง ตามมาบีบคอเขา
>> บรรยายมั่วมาก ตัวละครตอนนี้กลายเป็นเรียกว่า เด็กน้อย ไปเฉย ใครตกใครตาย ตกตึกมาไม่เป็นอะไร มั่วไปหมด ความอดทนของกุกำลังจะหมด
[ 8 ]
16 - มาร์คเอามีดเสียบลำคอของชายที่บีบคอเขา มาร์คจะใช้ปืนจัดการแต่ปืนหลุดไปอยู่บนพื้นและชายคนนั้นก็หยิบขึ้นมา แต่ชายคนนั้นกลับใช้มีดเข้ามาโจมตีมาร์ค เด็กชายเตรียมจะแย่งมีดคืน แต่ชายคนนั้นกลับโดนศรปักเข้าที่ศีรษะ ชายคนนั้นตาย
>> มั่วมาก อีหยังก๊ะมาก
[ 9 ]
17 - มาร์ครีบหยิบปืนคืนมาและหาที่หลบ ก่อนที่จะได้ทำอะไรตามแผนที่วางไว้บุคคลลึกลับก็เข้าประชิดตัว ทำให้รู้ว่าคนในชุดดำเป็นผู้หญิง เธอถามว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู มาร์คเงียบไปอยู่ ๆ เธอก็ใช้มีดโจมตีเขา
>> อ่านแทบไม่รู้เรื่อง คนเขียนลำดับความคิดในสมองแล้วถ่ายทอดออกมางงไปหมด
[ 10 ]
18 - หญิงชุดดำใช้มีดแทงหนู มันคือหนูประหลาดที่ตัวใหญ่กว่าหนูที่เขารู้จักถึง 5 เท่า มาร์คพูดว่า “กลายพันธุ์” เหมือนว่าหญิงชุดดำจะไม่รู้จัก คำนี้ รวมถึงอาวุธปืนที่แย่งมาจากมาร์คด้วย มีความไม่เชื่อใจกันเล็กน้อย ก่อนเธอจะแนะนำตัวว่าชื่อ ลี่หมิน แล้วเล่นกับปืนจนปืนลั่น
>> กลายเป็นหนุ่มน้อยแล้วตอนนี้
[ 11 ]
19 - ปืนยิงลงพื้น ลี่หมินกลัวเสียงดังแล้วก็ร้องไห้เพ้ออะไรก็ไม่รู้ มาร์คบังคับให้เธอนำทางไปเมือง
>> อ่านแล้วปวดหัว เล่าเรื่องแบบจับที่มาที่ไปไม่ได้ การกระทำแบบยัด ๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติ

เนื้อเรื่อง 11 ตอน ไม่เห็นความขัดแย้งของเรื่อง ไม่แสดงแรงขับของเรื่อง เรื่องราวยังไม่มีทิศทางให้จับต้องได้ แปลว่าอ่านแล้วจับเส้นเรื่องไม่ได้
ตัวละครไม่ชัดเจน ทำอะไรคาดเดาการกระทำไม่ได้ คนอ่านจับต้องตัวละครไม่ได้ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามาร์คอายุประมาณเท่าไร รวมถึงหญิงชุดดำนั่นด้วย
บรรยายแย่ ใช้คำว่าเหี้ยก็ได้ มีความพยายาม แต่ก็ยังเหี้ย เหมือนภาพในหัวไม่มีความชัดเจน คนเล่าไม่ชัดก็ดึงคนอ่านเข้ามาในโลกไม่ได้
มีความพยายามพรรณา อุปมาอุปไมยแต่พื้นฐานเลยคือ เราใช้มันเพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสาร ไม่ใช่ใช้เพื่อยกระดับนิยายให้ดูหรูดูดี ไอ้สึด
[ การใช้อุปมาโวหารควรเลือกใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่าย และสละสลวย แสดงการเปรียบเทียบได้ถูกต้อง เหมาะสมกับเนื้อหา และจังหวะ ลีลา ซึ่งอาจกล่าวลอย ๆ ก็ได้ เนื้อหาที่จะเปรียบเทียบควรเป็นเนื้อหา ที่อธิบายให้เข้าใจได้ยาก เปรียบเทียบกับสิ่งที่เข้าใจได้ง่าย หรือสิ่งที่ผู้รับสารรู้ดีอยู่แล้ว และข้อความที่จะยกมา เปรียบเทียบ (อุปไมย) กับข้อความที่นำมาเปรียบเทียบ (อุปมา) จะต้องเหมาะสมกัน อุปมาโวหารใช้เป็นโวหาร เสริมบรรยายโวหาร พรรณนาโวหารและเทศนาโวหาร เพื่อให้ชัดเจนและน่าอ่านยิ่งขึ้น ]
ส่วนของ Dramatic Structure พบว่าผู้เขียนใช้ Climax ได้ดีในหลาย ๆ ซีน แต่ส่วนอื่น ๆ ยังไม่ดี เหมือนชีวิตรู้จักแต่ Climax เลยไม่สนใจอย่างอื่น Exposition ไม่น่าสนใจธรรมดามาก Rising action และ Falling action ไม่น่าติดตามทั้งสองฝั่งเพราะขาดความขัดแย้งที่จะผลักดันเรื่องราว มีการใช้ Cliffhanger ending ที่พอจะดูดีบ้างแต่ก็เป็นการใส่แบบจับยัดไม่ส่งเสริมการเล่าเรื่อง
และเพราะไอ้หลักสูตรอัพวันละตอนแล้วเรื่องจะมีคนอ่านก็ทำร้ายเรื่องมาก ภาพในหัวคนเขียนแม่งไม่มีความชัดเจนสักอย่างแต่ก็ต้องเข็นออกมา ถ้าเป็นไปได้กุอยากเห็นงานที่สมบูรณ์ แล้วแบ่งอัพที่ละตอนมากกว่า เร่งเขียนวันละตอนแบบนี้
สรุปรวม มีความพยายามแต่สิบเอ็ดตอนอ่านไม่เจอเหี้ยอะไรเลย

9 Nameless Fanboi Posted ID:w17xt13WfI

ดีใจที่กระทู้ไหลเร็วขึ้น และมีคนเอานิยายมาสับกัน ไม่ร้างเหมือนเมื่อก่อนแล้วโว้ยยย

10 Nameless Fanboi Posted ID:481khUyGqZ

>>9 เพราะคุยกับคนบ้าสนุกกว่ายิงมุกม้าไงล่ะ

11 Nameless Fanboi Posted ID:46I2Z0CT3V

มู้เก่าเต็มแล้วก็มาเรื้อนที่นี่กันต่อ แง๊นๆ~

12 Nameless Fanboi Posted ID:Y3sKnpFLir

เห็นพูดถึงความเรื้อนในกระทู้นิยายโม่ง กูจำนิยายเรื่องนึงได้ น่าจะเป็นโม่งในนี้แหล่ะไปแต่งไว้ คือมันคล้ายตอนที่โม่งห้องนิยายจีนโมโหพล็อตเสินเจิ้นเลยไปแต่งเรื่องนี้

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1708786

แต่เรื่องที่กูว่าคือเรื่องนี้ แนวจิกกัดอิเซไค

https://writer.dek-d.com/bushido24685/story/view.php?id=1630115

เรื่องสุดท้ายเป็นนิยาย tie-in ขายของแบบโคตรหน้าด้าน แต่ถ้ากูเป็นพี่เว็บแม่งคงอยากตบรางวัลให้

>>>/webnovel/2726/248-275/

เหล่าจอมยุทธพี่น้องโปรดลองทัศนา

13 Nameless Fanboi Posted ID:JOQ1kEt+8i

>>12 เซ็งเลยกุอุตส่าห์คิดชื่อดาบตั้งนานให้เบียว น้องเห่อไม่เล่นต่อซะงั้น

14 Nameless Fanboi Posted ID:.JaKj.1btN

>>12 คำโปรยดึงดูดกูสัสๆ 555555

15 Nameless Fanboi Posted ID:Y3sKnpFLir

>>14 เคยคุยกับเจ้าของเรื่อง เขาบอกว่ามันไม่ใช่นิยายตลกพาโรดี้ แต่เป็นนิยายสะท้อนสังคม (ของเว็บเด็กดวก) ในช่วงเวลานั้น กูฟังแล้วแม่ง ขำทั้งน้ำตา 555+

16 Nameless Fanboi Posted ID:JOQ1kEt+8i

>>12 มึงมีอีกเรื่องป่ะในโม่ง ที่เป็นนักเขียนพยายามเขียนกากพอลงปุ๊บมีคนชมเยอะ พอเขียนดีคนด่าอ่ะ กูอ่านแล้ว กูชอบมาก

17 Nameless Fanboi Posted ID:7FqmZYV2f+

เฟบละ ยังไม่ว่างอ่าน

18 Nameless Fanboi Posted ID:Y3sKnpFLir

>>16 คุ้นๆ ลองค้นหาดูแป๊บ รู้สึกว่าเรื่องที่มึงบอกกับเรื่องพาโรดี้เรื่องฮองเฮาปรารถนาเยเนี่ย เป็น 2 ใน 3 เรื่องของเซตโม่งตรีเอกานุภาพ (Mong Trinity) ที่กูเคยเก็บไว้อ่าน เพราะแม่งฮาสัสจริงๆ ช่วงยุคทองของมู้สับกับมู้นินทา, ห้องเสินเจิ้น คือสุดยอด หาอะไรมันส์ๆ อ่านได้ตลอดเลย

19 Nameless Fanboi Posted ID:.JaKj.1btN

สัสเอ๊ย อ่านแล้วขำไปเครียดไป ทำไมกูอินกับนคชาจนกูรู้สึกปรี๊ดทั้งที่กูไม่ได้อ่านนิยายจีนวะ 5555555555

20 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

>>6 ไอ้สัสชอบ555555 เหมือนอ่านไอ้เพจโอตาคุพ่องรายรุมเด็กเบียว

21 Nameless Fanboi Posted ID:Y3sKnpFLir

>>16 เจอละ

>>>/webnovel/2726/289-321/

เรื่องนี้พาโรดินิยายจีนเทพซ่า 007 ส่วนเรื่องสุดท้ายในเซตไทรนิตี้ก็คือเรื่องไอ้โอมทะลุมิติที่โม่งช่วยกันแต่งแนวแฟนตาซีในกระทู้นั่นแหล่ะ

22 Nameless Fanboi Posted ID:z5O4lRxnvr

>>12 พระเอกแม่งสายเกรียน กวนส้นตีนดีชิบ กูล่ะชอบจริงๆจิกกัดแต่ละทีอย่างฮา5555+

23 Nameless Fanboi Posted ID:XRqiKEwk/b

เอาของดียุคทองมาแปะตอนโม่งน้องใหม่เข้ามาเยอะแบบนี้ มู้วิ่งไวเหมือนเดิมแน่นอน ถถถ+ (จากกูคนแต่ง 1 ใน 3 เรื่องนั้นแหล่ะ)

24 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

ถามหน่อยดิ มีใครที่อ่านโพสสับนิยายในห้องนี้เเล้วจัดหมวดหมู่เป็นบทเรียนหรือกรณีตัวอย่างมั่ง ขอหน่อย อยากอ่าน

25 Nameless Fanboi Posted ID:.JaKj.1btN

>>24 แค่ที่เขาจัด Rerun มาให้นี่ก็สะดวกสุดๆแล้วนะ มันมีบทเรียน(ให้ด่า)ทุกเรื่องนั่นแหละ

26 Nameless Fanboi Posted ID:.JaKj.1btN

>>24 ไม่ก็เข้าอันนี้ https://docs.google.com/document/d/1ouFhwS9WeoBzEgYHVNYWkeUAbhQ2YkCg4ozpTpx1-94/edit#heading=h.xynjbgu2d87j

27 Nameless Fanboi Posted ID:GpN1mXtIed

โห.. จนถึงตอนนี้สับกันไป 190 เรื่องแล้ว เยอะสัด

28 Nameless Fanboi Posted ID:6S6/IxkWeg

>>27 มันก็ 25 มู้แล้วป่ะวะมึง

29 Nameless Fanboi Posted ID:481khUyGqZ

>>27 เทียบกับปริมาณนิยายสายเห่อหมอยทั้งหลาย อาจจะไม่เกิน 2%

30 Nameless Fanboi Posted ID:P1NnmpM9A6

มึง ถามหน่อย พวกนิยายที่มันวงเล็บ [TALENT] มันคืออะไรวะ

31 Nameless Fanboi Posted ID:6EpwwR8r9q

>>30 เป็นชื่อทีมของสำนึกพิมพ์แห่งหนึ่ง ถ้ามี TALENT นำหน้า หมายถึงนิยายเรื่องนั้นกำลังจะได้รับการตีพิมพ์กับ สนพ. นี้ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกโครงการนี้จะไม่ค่อยปัง มีนักเขียนขอถอนตัวออกมาด้วย

32 Nameless Fanboi Posted ID:esxtWXYRex

>>30 น่าจะเป็น Talent 1 ป่ะ เหมือนเคยมีดราม่าในสมัยนึง

33 Nameless Fanboi Posted ID:GEjh.P46hG

>>32 เห็นชื่อแล้วจำได้ สำนักพิมพ์ที่เจ๊กิ่งน้าเอานิยายไปพิมพ์ด้วยนี่นา พูดถึงเจ๊แล้วคิดถึง สมัยก่อนโดนโม่งเล่นไปเยอะเหมือนกันนี่คนนี้ (ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เหลือใน talent 1 นี่ dark fantasy wannabe ทั้งนั้น)

34 Nameless Fanboi Posted ID:qIIfGP000A

กูจะเเปลนิยาย เดี๋ยวจะเอามาลงในนี้ ช่วยกันสับหน่อยนะ

35 Nameless Fanboi Posted ID:fQQx92pTfR

>>30 หมายถึงไอ้นี้เหรอ https://imgur.com/a/mTX1D6x

36 Nameless Fanboi Posted ID:4EOGuWqxy0

>>31 กูทันก๊กนี้ กูจำได้ว่าแรกเริ่มมันเป็นกลุ่มนักเขียน 5-6 คนนี่ละมันตั้งแก๊งกันแล้วช่วยกันโปรโมตนิยายกันเองจนติดท็อปทั้งแก๊ง555 แล้วจากนั้นก็ตั้งกลุ่มรวมแฟนคลับจนเริ่มใหญ่พอตัว ก็ตั้งสนพ.แบบบ้านๆมาเริ่มตีพิมพ์ผลงานของตัวเองวนกันไปแหละ แต่สุดท้ายล่มออกมาแค่ 2-3 เล่มจบหายเงียบไปเลย แล้วนักเขียนที่ถูกโม่งยำแหลกมีสองคนคือกิ่งน้ากับนกฮูก ส่วนที่เหลือทำตัวดีเลยรอดไป ได้ตีพิมพ์กับสนพ.ออกงานกันมาคนละ 2-3 เรื่องเป็นนักเขียนมีผลงานไปสบายกันละ ส่วนกิ่งน้าก็วนๆกับเรื่องเริ่มหากินของนางที่ออกของพรีเมี่ยมเซตใหม่เอยตอนพิเศษเล่มใหม่เอยจนคนอ่านแม่งด่าว่าไม่ยอมจบสักทีวะ(แล้วถูกกิ่งน้าแคปไปประจานตามเคย) ส่วนนกฮูกหันไปจับสายวายแล้วเริ่มตั้งสนพ.ใหม่กับเพื่อน เคยมีดราม่าเล็กๆเชิงจ้างนักเขียนทั่วไปมาช่วยแต่งนิยายโดยไม่ให้เครดิต(แต่ได้ค่าจ้าง) พวกเด็กดวกเอามาเล่นอยู่
ถ้าไม่มีโม่งมาถามกูก็ลืมเรื่องแก๊งนี้ไปเลยนะเนี่ย จำได้ว่าตอนนั้นโม่งแม่งยำกิ่งน้ากันมันมากจนเจ้าตัวต้องมุดโม่งลงมาเลย555

37 Nameless Fanboi Posted ID:TtIcY.EVDR

>>36 เจ๊กิ่งสายพรีออเดอร์ DLC นิยายตัวเอง รีไรท์แล้วบอกว่าเป็นเล่มพิเศษ เอามาขายพร้อมพรีเมียมจำพวก Goods ต่างๆ ทำแบบนี้วนไป นิยายก็โดนโม่งสับเละ เวลาโดนด่าชอบแคปหน้าจอไปลงในเฟสขอความเห็นใจจากลูกหาบ (จริงๆ คืออยากให้มีคนช่วยด่าโม่ง) มีผลงานเด่นเรื่องเดียวคือดุจตะวันกับซาตาน ซึ่งถูกโม่งรายหนึ่งแหกหนักจนเหล่าประชาโม่งในมู้นินทาพากันไว้อาลัยให้ต้นไม้ที่สละชีพมาเป็นเยื่อกระดาษเพื่อตีพิมพ์นิยายเรื่องนี้ ทั้งเรื่องแม่งมีดีแค่หน้าปกจริงๆ (จ้างเค้าวาดมาแพง เลยต้องขายของเอาทุนคืนรัวๆ)

ราชานกฮูกนี่จำได้แค่ว่าตัวจริงหน้าตาดี ตอนแรกเขียนแฟนตาซีปกติ ต่อมาแต่งซอมบี้วายยืมไอเดียมาจาก warm body หลังจากนั้นก็วายยาว สำนวนงั้นๆ มุกก็แป๊ก ใช้ความวายในเรื่องหากินเรื่อยมา

38 Nameless Fanboi Posted ID:XBw97LBQte

>>6 ขอบคุณที่ทำลิสต์นี้ขึ้นมา กูลองไปย้อนอ่านมาละติดใจเรื่องนึง ไอ้เรื่องที่นางเอกเป็นคนแก่มาเกิดเป็นอีสาวแปดปีก แรกๆก็งงอยู่นะทำไมช่องเมืนสับมันยาวจังวะ เลยขุดมาอ่่น แ่านที่โม่งสับจบแล้วมีโม่งมาสปอยต่อจนจบกูนี่ขำเลย เหี้ย555 อยากโหวตให้เป็นหนึ่งในนิยายที่เห่ยจนต้องให้คะแนนเป็นหน่วยคาเงโร่ แล้วลองไปดูในเว็บปัจจุบัน ปกริยายมีความรียุสใช้จนคุ้มด้วยว่ะ

39 Nameless Fanboi Posted ID:TtIcY.EVDR

>>38 เรื่องไหนวะ ขอชื่อหน่อย

40 Nameless Fanboi Posted ID:J7wvVFKjqR

อ้า กิ่งน้าสุดที่รัก ผู้ประจานกูแต่กูไม่รู้เรื่องจนได้เข้าโม่งในอีกหลายปีให้หลัง!!!
ยังนิสัยเดิม ๆ อยู่ไหมวะ

41 Nameless Fanboi Posted ID:ab7N37jsS+

TALENT นี่กูทันนะ ข่าวพวกมันเยอะจนกูตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย ตอนนี้กิ่งน้าเปิดร้านทำ Goods นะ ส่วนนิยายกูจำไม่ได้ เห็นเขียนวายด้วย ส่วนตัวนกฮูกสายวายมันก็บ่น ๆ กูยังโลกสวยไง ว่ามันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ เลยลองไปอ่าน แดกจุดรอ ล่าสุดคำหยาบมาเป็นพรืดเลย นิยายวายที่นักอ่านเด็กดวกตั้งกระทู้ขอให้แบน ไม่รู้มีใครทันไหม? ที่บอกว่า เพราะเป็นนักเขียนดัง เว็บเลยไม่แบน

ส่วนสนพ. มันก็มีแต่ปัญหานะ ส่งช้า ตอบช้า เอานิยายเพิ่งพรีมาพิมพ์ซ้ำในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน กูเคยตามเรื่องหนึ่ง แบบเพิ่งตีพิมพ์ทำมือ เป็นเรื่องที่พวกนางไปขอทำพาร์เนอร์เว้ย คนบ่นว่าพรีไปยังไม่ทันแกะพลาสติก เอามาทำใหม่แถมมีคอมมิค Cover อีก คนอ่านที่เคยพรีกับนักเขียนดันบอกว่า ไม่รีเร็ว ๆ นี้ คนเลยพรีรัว ๆ พอเป็นแบบนี้ นักอ่านรุมเละ เงินมันหอมหวานกูเข้าใจ ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังก็จริง แต่มึงทำไม่ให้เกียรตินักอ่านเลย แต่ช่วงนี้งานสนพ. นี้เงียบไปนะ หรือกูวุ่นวายกับงานจนไม่ได้ตามก็ไม่รู้

42 Nameless Fanboi Posted ID:TtIcY.EVDR

>>41 พวก talent นี่ข่าวหายไปนานแล้ว ในบอร์ดนักเขียนที่กิ่งน้าเคยไปโปรโมตก็ไม่ค่อยโผล่มาละ

เรื่องที่ว่าเอานิยายทำมือแบบพรีออเดอร์มารีปริ้นแบบไม่เว้นช่วงนานๆ เนี่ย ถ้าเป็นจริงคือทุเรศเหี้ยๆ เลยนะ กูเข้าใจความรู้สึกของลูกค้ากลุ่มนี้ ส่วนใหญ่คือชอบนิยายเรื่องนั้นมากถึงขั้นยอมจ่ายมัดจำไปก่อน แล้วราคาหนังสือทำมือพวกนี้ก็ค่อนข้างแพงกว่าท้องตลาด ถ้าไม่ชอบจริงๆ คงไม่ช่วยสนับสนุนอะ

ยอมจ่ายในราคาแบบนี้ คือก็ต้องหวังจะเก็บของที่มันเป็น limited edition มีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ใช่ว่าจะหามาเก็บไว้ง่ายๆ เอาไปอวดเพื่อนได้ว่ากูมีเรื่องนี้แบบเป็นเล่มด้วยนะ แล้วพอเอามาพิมพ์ใหม่ แถมมีอะไรเจ๋งๆ เพิ่มให้ อัพแพทแก้คำผิด รีไรท์ มีของแถมเพิ่มในราคาใกล้เคียงกัน เป็นกู กูก็รู้สึกเหมือนโดนหักหลังวะ อย่างน้อยถ้ามีความจริงใจ ก็ควรส่งของที่ได้เพิ่มใหม่ไปให้ลูกค้าชุดแรกด้วย ไม่งั้นก็แม่งเอาเปรียบผู้บริโภคแบบน่าทุเรศ

43 Nameless Fanboi Posted ID:TtIcY.EVDR

ทั้งใน >>12 และ >>21 เนี่ย กูชอบหมดทั้ง 4 เรื่องเลย อ่านแล้วขำเสียจริตกลาง bts อายก็อายแต่กลั้นหัวเราะไม่ไหวเลยแม่ง เอาเรื่องจริงมาเขียนทั้งนั้น

44 Nameless Fanboi Posted ID:DOKDejqoFk

อ่านนิยายพาโรดี้แซะจิกกัดมาสักพักนึงก็ทำให้กูสงสัยขึ้นมาว่า "พวกคนไทยเขียนนิยายจีนดังๆ มันเขียนเหี้ยขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่าเพราะเป็นโม่งเลยด่าขำๆไปงั้น" สักพักกูก็ลองไล่ดูประเด็นที่วิทยากรฟิกชั่นล็อก พอลองเข้าไปดูนิยายของวิทยากรตอนแรก กูรู้สึกสิ้นหวังเหี้ยๆ (ปกติกูไม่อ่านนิยายจีน)

---------------
บทที่ 1 เกิดใหม่ด้วยความทรงจำเก่า
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
ย้า!!
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
"เอานี้ไปกินสะ!!"
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
"เจอวิชานี้หน่อยเป็นยังไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
(เว้นไว้ปลูกหญ้า)
"ตัวผมชื่อจิ๋นหยาง ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องกำลังภายในหรือวรยุทธ์มาก ผมไปทุกสภานที่ที่เกี่ยวข้องกับวรยุทธ์ทั้งหมดแล้วเพื่อศึกษาถึงหลักการและวิธีการ...........................(บทพูดยาวสัส)"
---------------

กูก็รู้สึกโง่ ตั้งใจหาลูกเล่นวิธีเล่าเรื่องสารพัดแม่งไม่มีคน แต่เล่าตรงๆทื่อๆแบบช่างหัวคนอ่านมึงเสือกมีคนประทับใจไอ้วิธีเล่าแบบนี้จนคนอ่านเป็นล้าน? ไอ้สาสสสสสสสสสสสสสสสสส!!

กูขอโทษถ้าเม้นท์ดูรกๆ แต่ไอ้สัสกูรู้สึกปรี๊ด!

45 Nameless Fanboi Posted ID:XMxoogEGH8

เห็น>>12แล้วกรูนึกถึงเรื่องนี้เลย https://my.dek-d.com/lavender_blue/writer/view.php?id=1772222
ถ้า>>12ไม่พูดขึ้นมาคงลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยอ่านเรื่องนี้ มีใครสนใจจะสับมั้ย ค้นในdocไม่เห็นก็น่าจะยังไม่เคยมีคนสับใช่มั้ย?

46 Nameless Fanboi Posted ID:HizmihdDtw

>>44 มันปลูกไว้แดกเองป่าวเนี่ยไอ้นักเขียนนี่
>>45 กูยังไม่รับเข้าคิวนะ เพิ่งเข้าไปสับเด็กใหม่หน้าใสในบอร์ดมาเมื่อกี้ ใครว่างก็เอาไปสับแทนทีละกัน กูคงเว้นช่วงยาว (ค้างสับอยู่ 5 เรื่อง)

47 Nameless Fanboi Posted ID:ab7N37jsS+

>>44 กูเข้าไม่ถึงจริง ตอน WS การประกวดของฟิคชั่นล็อก เห็นมีคนมาบ่น ๆ อยู่นะ ในโม่งหรือในไหนจำไม่ได้ ว่ามันเหมาะกะมือใหม่ไปนั่งฟัง ถ้าพวกเจนหน่อยก็อืม ๆ กระดิกขา คุยกะเพื่อนไป

48 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

>>47 ในโม่งนี่แหละ เรื่องเวิร์คช็อปฟชล. นี่ต้นกำเนิดมู้ฟิคชั่นล็อคในโม่งเลย

49 Nameless Fanboi Posted ID:FBDkCXspqT

>>46 อ่านที่ 'มะม่วง สับแล้วกูรู้สึกสงสารเลย ไม่ใช่สงสารนักเขียนนะ คนนี้กูว่าดูมีความตั้งใจ+รับแรงกระแทกได้ในระดับนึง แต่กูสงสารนักจิตว่ะ มีความตั้งใจแต่ก็ยังอ่อนหัด

50 Nameless Fanboi Posted ID:HdxoMS97se

เอิ่มมม กูไม่อยากเชื่อตัวเองว่ะ
นี่กูเล่นโม่งมาจะ 3 ปีแล้วหรอเนี่ย orz จำได้ว่าเล่นก่อนรัชทายาทเสิ้นเจิ้นจะเขียนนานพอควร

51 Nameless Fanboi Posted ID:DOKDejqoFk

>>47 คนรู้จักกูติดอยู่ 1 ใน 6 ที่ผ่านจนได้ทำสัญญา มันกลับมาจาก workshop กูก็ตื่นเต้น ถามว่าฟิกชั่นสอนอะไรกันบ้าง มันโชว์รูปถ่ายในมือถือให้ดู เห็นว่าได้สมุดให้กรอกเพื่อ treatment นิยาย(เซ็ตติ้งเป็นแบบไหน...ใครเป็นพระเอก พระรอง ผู้วิเศษ คู่หู คู่รัก ตัวร้าย) แล้วก็วิทยากรสอนเรื่องสร้างตัวละครให้ดูมีมิติ (รูปวาดเป็นผู้กล้าคนหนึ่งที่ยืนบนถนนพร้อมกับดาบและโล่ในมือ) มีจุดแข็งอะไร จุดอ่อนอะไร มีเป้าหมายอะไร คือ...เห็นหลายๆอย่างแล้วกูก็แอบงง สอนเรื่องพื้นฐานที่แม่งโคตรจะพื้นฐานให้กับคนที่ผ่านการประกวดไปแล้ว? What?

52 Nameless Fanboi Posted ID:s0WpDGJE9y

https://www.dek-d.com/board/view/3958821/ นุ้งเอ็นนน...กูรอไอ้หมาน้อยตามมาเลียไข่ (หรือหอย?) มรึงอยู่นะ

53 Nameless Fanboi Posted ID:DOKDejqoFk

คนหนึ่งกระทู้ฉลองวันเกิด อีกคนหนึ่งกระทู้ครบรอบ 1 เดือน คราวหน้าถ้าพวกมึงไปผ่าเล็บขบก็คงมากระทู้ด้วยสินะ

54 Nameless Fanboi Posted ID:HizmihdDtw

กูว่า กูเอาสับมาแปะไว้ในนี้ดีกว่า จะได้รวมเข้า Doc ง่าย

จริง ๆ แล้วที่บอร์ดฝั่งนู้นมีคิวรออยู่ 5 เรื่อง แต่เห็นว่าทางนี้ดูมีความตั้งใจดี ก็เลยลัดคิวให้เป็นกรณีพิเศษ แล้วนี่ก็ (แต่งนิยาย) ครั้งแรกเสียด้วย งั้นมันก็จะเจ็บ ๆ หน่อยนะ

เรื่อง : อภินิหารตำนานเทพบุตรผู้พิชิตมาร

นามปากกา : มือถือนักเขียน

ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/nluzediic9/story/view.php?id=2041159

คำโปรย : การต่อสู้ระหว่างเผ่าเทพ/มนุษย์/มาร ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน. และในที่สุด เด็กหนุ่มที่เป็นดั่งแสงสว่างก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เรื่องราวการต่อสู้ที่ยาวนานจะจบลงตรงไหน โปรดติดตามชม (แต่งครั้งแรกผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ)

หมวด : ฟรีสไตล์ > สงคราม

จำนวนตอน : 7 ตอน

สถานะตัวเรื่อง : ยังไม่จบ [ อัพเดตล่าสุด 15/1/63 ] = ยังมีความเคลื่อนไหวในกาลปัจจุบัน

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

นิยายธีมจีนเทพเซียนเดินเรื่องด้วย POV 3 บทแรกอ่านแล้วให้อารมณ์คล้ายบทนำเพราะค่อนข้างสั้น กล่าวถึงเหตุการณ์การคลอดของทารกผู้ถูกลิขิตให้เป็นเทพพิทักษ์คอยกำราบมาร ช่วงต้นตอน "จิน ยงจู" บุรุษบุคลิกน่าเกรงขามต้องตกอยู่ในความสิ้นหวัง เพราะอาการของภรรยาหลังคลอดบุตรดูไม่สู้ดีนัก ระหว่างนั้นเองผู้เฒ่าเซียนก็ปรากฏกายขึ้น กล่าวว่าจะรักษาอาการของผู้เป็นภรรยาให้ แลกกับการรับตัวบุตรของยงจูไปฝึกวิชาเซียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึกในภายภาคหน้า ผู้เป็นแม่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มิอาจทำใจได้ จึงร้องขอให้ท่านเซียนช่วยเลื่อนกำหนดการฝึกออกไป แล้วค่อยมารับตัวบุตรของนางในอีก 10 ปีให้หลัง

ตอนที่ 2 : เด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสา

ทารกน้อยเติบใหญ่ขึ้นเป็นเด็กชายนาม "จินอี้" บทนี้มีการให้ข้อมูลตัวละครเพิ่มเติมซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอายุไล่เลี่ยกันนาม "ถังเค่อ" เนื้อหาในตอนมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการเตรียมเข้ารับการศึกษาในระยะเวลาราวสามปี ก่อนที่จินอี้จะต้องไปฝึกวิชาเซียน ทั้งตัวเอกและเพื่อนสนิทดูตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้

ตอนที่ 3 : การสอบและเมืองหลวงที่วุ่นวาย(1)

ฉากหลังในตอนคือเมืองซานซีเมืองหลวงของอาณาจักรฮันกู่ ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ ผู้คนล้วนถูกชักนำมาด้วยเหตุเดียวกัน นั่นคือพิธีการสอบเข้าสู่โรงเรียนอันดับหนึ่งอันโด่งดัง เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นเล็กน้อยเพื่อแนะนำชื่อและลักษณะนิสัยของตัวละครใหม่ "หวังต้าจง", "จางเซี่ยวหง" และ "หยินซีอวี้" หลังจากนั้นขบวนเดินทางของจินอวี้กับถังเค่อก็มาถึงลานกลางเมือง ตัวเอกแปลกใจที่ตนกับเพื่อนถูกจับตามองจากชาวเมือง ถังเค่อจึงเล่าถึงวีรกรรมในอดีตของตระกูลจินและความสัมพันธ์ในฐานะสหายร่วมศึกของตระกูลถัง ก่อนทั่งคู่จะพากันเดินชมเมือง

ตอนที่ 4 : การสอบและเมืองหลวงที่วุ่นวาย(2)

ทั้งจินอี้และถังเค่อตื่นสายเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ทั้งคู่เดินทางไปยังสนามสอบอย่างเร่งรีบเพื่อลงสมัครและรับฟังบททดสอบ ในวันแรกเป็นการสอบวัดความรู้ทั่วไป หลังการสอบจบลงจินอี้ชวนถังเค่อไปเที่ยวกันต่อ แต่ผู้ถูกชวนปฏิเสธเพราะรู้สึกเหนื่อยล้า จินอี้จึงออกไปเที่ยวเพียงลำพัง ก่อนจบตอนด้วยการพักผ่อนของเด็กชายทั้งสอง

ตอนที่ 5 : การสอบและเมืองหลวงที่วุ่นวาย(3)

วันรุ่งขึ้นเนื้อเรื่องดำเนินไปถึงช่วงการดูผลการสอบของจินอี้และถังเค่อ ทั้งคู่สอบผ่านบททดสอบวัดความรู้เช่นเดียวกับสองตัวละครหญิงที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ทางด้านหวังต้าจงกับลูกสมุนก็สอบผ่านทั้งหมด แต่ถูกตักเตือนเล็กน้อยจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

บททดสอบในวันที่สองเป็นการวัดพลังและจำแนกประเภทธาตุประจำตัว ตัวละครรองกับต้าจงถือครองพลังคนละหนึ่งธาตุ ส่วนจางเซี่ยวหงนั้นถือครองพลังธาตุถึงสองประเภท (เดาว่าเธอน่าจะกลายเป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งในภายหลัง) ด้านจินอี้เมื่อเข้ารับการทดสอบแม้จะมีเพียงธาตุเดียว แต่ธาตุนั้นกลับเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า "เทพแห่งไฟ" อันเป็นลักษณะเฉพาะของวีรบุรุษในอดีต ซึ่งสามารถเรียกความสนใจจากเหล่าผู้คุมสอบได้อย่างมาก

55 Nameless Fanboi Posted ID:HizmihdDtw

>>54

การบรรยาย : ภาษาและสำนวนอยู่ในระดับพอใช้ มีการใช้บทสนทนาผิดระดับภาษาในบางจุด มีคำที่พิมพ์ตกบ้างเป็นระยะ พบคำผิดค่อนข้างน้อยแต่ไม่ควรมองข้าม สัดส่วนระหว่าง Show และ Tell ไม่สมดุลโดยหนักไปทาง Tell เสียส่วนใหญ่ การเล่าเรื่องด้วยการ "บอก" ทำให้นักอ่านเข้าใจได้ง่ายก็จริงแต่สิ่งนี้มีผลร้ายเช่นกัน เพราะการบอกทำให้นักอ่านเข้าถึงตัวละครหรือเหตุการณ์นั้น ๆ เพียงผิวเผิน และข้อมูลที่พูด (พิมพ์) ปากเปล่ามักถูกลืมไปได้ ดังนั้นอยากให้นักเขียนเพิ่มการ Show หรือ "แสดงให้เห็น" ให้มากขึ้น อย่างน้อยในการบรรยายก็ควรจะมีปริมาณการบอกและแสดงอยู่เท่า ๆ กัน เช่นการเล่าถึงด้านมืดของเมืองหลวง ระหว่างบทบรรยายที่ Tell ว่าเมืองใหญ่แห่งนี้มีอันตรายแฝงอยู่ ควรมีบทบรรยายว่า ในระหว่างที่จินอี้เดินชมเมืองอย่างเพลิดเพลิน ลึกเข้าไปในซอยเปลี่ยวลับตาคนกลับมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายกำลังถูกปล้นทรัพย์ หรือมีหญิงสาวถูกฉุดคร่าไปอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพื่อเสริมให้ผู้อ่านเห็นภาพและเข้าถึงความน่ากลัวของด้านมืดแห่งเมืองหลวง

ตัวละคร : ยังคงใช้ Tell มากเกินไปสำหรับตัวละครต่าง ๆ ยกเว้นหวังต้าจง ที่นักเขียน "แสดง" ความนิสัยเสียของตัวละครนี้ได้โอเค แต่กับตัวละครอื่น ๆ ในเรื่อง ยังคงมีเพียงการ "บอก" เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ตัวละครขาดเอกลักษณ์ของนิสัยที่ชัดเจน เช่นจินอี้ที่ถูกบอกว่าเป็นคนใสซื่ออ่อนต่อโลก แต่ก็ยังดูเป็นเด็กชายธรรมดาทั่วไปที่ไม่ประสาเรื่องผู้หญิง หากอยากให้นักอ่านเชื่อว่าตัวละครนี้ใส่ซื่อจริง ๆ ควรเพิ่มฉากที่อ่านแล้วพระเอกดูไม่ทันคน เช่น โดนหลอก โดนแกล้งให้ทำเรื่องน่าอาย ฯลฯ

เนื้อเรื่อง : เป็นนิยายแนวเทพเซียนที่ปูทางด้วยขั้นตอนมาตรฐานแบบดั้งเดิม ตัวบทไม่คลิเช่ว่าเป็นสวะของตระกูล จนต้องถูกผู้คนเหยียดหยามก่อนแล้วถึงค่อยเก่งขึ้น แต่ให้ตัวเอกเป็นบุคคลในคำทำนายหรือเป็นผู้มีคุณสมบัติพิเศษ หากเดินเรื่องพลาดและปล่อยให้ ระดับสเกลของเรื่อง/ระดับสเกลพลังต่อสู้ เพิ่มขึ้นสูงในระยะเวลาอันสั้น เรื่องอาจพบทางตันอย่างรวดเร็ว นักเขียนจึงต้องควบคุมเส้นเรื่องและระดับการต่อสู้ไม่ให้เกิดการก้าวกระโดด

จากการแนะนำตัวละครหญิงเข้ามา แปลว่าเรื่องนี้อาจมีความรักเข้ามาเกี่ยวเป็นเนื้อเรื่องรอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะในนิยายหลากหลายประเภท ล้วนต้องการความหวานเพื่อปรับสมดุลไม่ให้เนื้อเรื่องหนักไปทางใดทางหนึ่ง ทางผู้วิจารณ์ยังคงมีความคาดหวังว่าอาจจะได้เห็นฉากการรบแบบใช้กลยุทธในช่วงกลาง, ท้ายเรื่อง เพราะนักเขียนจัดหมวดนิยายเรื่องนี้เป็นหมวด "สงคราม" ความเร็วในการเดินเรื่องค่อนข้างช้า ตัวบทยังไม่ชวนติดตามเท่าที่ควร

จุดเด่น : มีคำผิดน้อย สามารถเล่าเรื่องได้ อ่านแล้วเข้าใจ ทักษะการสื่ออยู่ในระดับดีหากเทียบกับนิยายที่ถูกแต่งโดยนักเขียนระดับมือใหม่ด้วยกัน ออกแบบนิสัยตัวละครโอเค ดูไม่น่ารำคาญ แต่ละตัวอยู่ใน Role ของตัวเอง ความยาวต่อตอนเหมาะกับการเขียนนิยายเว็บ

56 Nameless Fanboi Posted ID:HizmihdDtw

>>55

จุดด้อย : เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยตื่นเต้น เรียบเรียงประโยคค่อนข้างแย่ในหลาย ๆ จุด (แนะนำให้กลับมารีไรท์ภายหลัง) แต่ละตอนใช้ Tell มากเกินไปจนเกือบจะกลายเป็นการยัดเยียดข้อมูล (Info Dump) เดินเรื่องช้าและไม่มีการ ขึ้น-ลง ของระดับความน่าติดตาม แม้จะไม่แย่ แต่อ่านแล้วรู้สึกเฉย ๆ เป็นการเล่าเรื่องเรื่อยเปื่อยที่อาจทำให้นักอ่านบางส่วนโบกมือลา พบการใช้ . ประกอบทั้งในบทบรรยายและบทสนทนาซึ่งผิดหลักการ หากอยากสื่อว่าหยุดพูดชั่วขณะ ควรใช่แค่การเว้นวรรคก็พอ

คะแนน : B+ ... พอใช้ (แต่สามารถพัฒนาได้)

ความเห็นส่วนตัว : นักเขียนมีพื้นฐานที่ดี เล่าเรื่องเป็น แต่ยังขาดความน่าตื่นเต้นของเนื้อเรื่องและการเล่นกับอารมณ์นักอ่าน พบการใช้ คะ/ค่ะ ผิด (ปรับปรุงด่วน) ใช้การ "บอก" มากเกินไปจนอาจเกิดผลเสีย ควรศึกษาวิธี "แสดง" ให้มากขึ้น เพื่อให้นักอ่านเข้าถึงตัวละครและเนื้อหาต่าง ๆ ได้ดีกว่านี้

[ ตัวอย่างการใช้ Tell และ Show อย่างง่าย ]

Tell - จินอี้โยนบ๊วยดองเข้าปาก มันเปรี้ยวมาก

Show - เพียงแค่เห็นเม็ดบ๊วยในมือ จินอี้ก็น้ำลายสอ พอโยนมันเข้าปากก็เป็นไปดังคาด เด็กชายเอียงคอหลับตาปี๋ไหล่ยกขึ้นเล็กน้อย แก้มกับริมฝีปากหดเกร็งเพราะรสเปรี้ยวในปาก

พบการใช้ตัวเลขที่ควรเขียนเป็นตัวอักษรมากกว่าใช้เลขอาราบิก

ข้อยกเว้นเกี่ยวกับการใช้ตัวเลขในนิยายนั้นมีอยู่ เช่นการลงวันที่ในจดหมาย การอธิบายป้ายบ้านเลขที่หรือสถานที่แบบอื่น และการพูดถึงตัวเลขที่มีจำนวน digit เยอะและแปลงออกมาเป็นอักษรได้ลำบาก เช่นเขียนว่า 1,754,482 บาท แต่ถ้าเป็นหลักน้อย ๆ อย่าง เงินทอน 475 บาท / 3 แผ่น 100 / 3 เม็ด 2 บาท ควรเขียนเป็น เงินทอนสี่ร้อยเจ็ดสิบห้าบาท / สามแผ่นร้อย / สามเม็ดสองบาท จะดีกว่า (ในเรื่องมีการใช้เลขอาราบิกหลายครั้ง เช่น 15 นาที 4000 คน 10 ปี)

[ ช่วง ... `มะม่วงแกรมม่านาซี ]

- บทที่ 1 -

คำผิด : รึ - หรือ
ความแปลก : เงาในแสง ? / บ่าวบอกว่าภรรยายท่านยังไม่ฟื้น... แต่กลับพูดตอบโต้กับยงจูได้ (ถ้าใช้คำว่ายังไม่ฟื้นนั่นคือยังไม่รู้สึกตัว, ไม่มีสติพอจะพูดคุย)

- บทที่ 2 -
คำผิด : ไม่มี
ความแปลก : ใช้หน่วยเวลา 15 นาทีในเซตติ้งจีน (แนะนำให้ใช้ 1 ก้านธูปแทน) / ระดับภาษาแกว่ง ใช้คำว่า ข้า สลับกับ ผม

- บทที่ 3 -
คำผิด : แทบ - แถบ / ซะ - เสีย / ขนาน - ขนาด / หลงไหล - หลงใหล (ไปท่อง 20 ม้วนมาใหม่ 20 รอบด้วยล่ะ)
ความแปลก : ไม่มี

- บทที่ 4 -
คำผิด : เนื่องแน่น - เนืองแน่น / เวทมนต์ - เวทมนตร์
ความแปลก : ให้สอบวัดความรู้แผนกบุ๋นกลางแดด เพื่อเป็นการฝึกความอดทนไปด้วย (เอาคนคิดวิธีสอบไปโบย 50 ไม้)

- บทที่ 5 -
คำผิด : ปีติ - ปิติ / ตือ - คือ / มวน - มวล
ความแปลก : ใช้คำว่า "ฟะ" ในเซตติ้งจีน

พยายามฝึกฝนต่อไป อ่านนิยายให้เยอะขึ้น เรียนรู้วิธีนำเสนอ วันหนึ่งจะเก่งขึ้นได้แน่นอน สำหรับตอนนี้เอาไปแค่ สิบห้าวิว กับ ห้ากำลังใจ ไปก่อนนะ

57 Nameless Fanboi Posted ID:oYyNdMJ2wJ

everybody wants to be somebody.

58 Nameless Fanboi Posted ID:qWhlWM2CYV

We all wanna be somebody, we just need a taste of who we are.
We all wanna be somebody, we're willing to go but not that far.

59 Nameless Fanboi Posted ID:6x5IZsLgYG

>>56 ส่วนตัวนะ อันนี้ส่วนตัว กูหยวนให้เลขอารบิกตั้งแต่ 100 หลักร้อยเป็นต้นไป เพราะหลักสิบมันยังอยู่ในโหมดอ่านได้ แต่ถ้าร้อยขึ้นไปจะเริ่มเป็นตัวอักษรรัวๆ ละ จำหลักการพิมพ์เป๊ะๆ ไม่ได้ว่าเขาให้หลัง 20 เป็นต้นไปหรือยังไง กูก็ห่างหายนาน เริ่มลืม

60 Nameless Fanboi Posted ID:oYyNdMJ2wJ

All truths are easy to understand once they are discovered. The point is to discover them. And then I much prefer the sharpest criticism of a single intelligent man to the thoughtless approval of the masses.
กุป่าวคิดเอง.. ยกโควทเค้ามา

61 Nameless Fanboi Posted ID:jzMr/s5/Pg

>>54 กดเข้าไปอ่านนิยาย เจออิเจ๊เบอร์2เม้นให้นักเขียนไปเพิ่มคลังคำศัพย์ << มึงก็ไม่ผ่านนาจา ศัพย์พ่องงง

62 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>44 นิยายเกษตรเหรอครับ

63 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>62 แถวนี้มีบอร์ดการเมืองมั้ย

64 Nameless Fanboi Posted ID:3QmBcgTyty

>>63 ไม่มี คิดวิเคราะห์แยกแยะ อย่าสักแต่ถาม กฎมีให้อ่าน หรือเมิงทำควยไม่เป็น

65 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>64 ครับๆ

66 Nameless Fanboi Posted ID:6u1jSkcbKt

>>61 ที่อีเจ๊เบอร์ 2 พิมพ์ก็มีส่วนถูกอยู่นา (หรือเปล่าวะ) ที่มันกล่าวถึงคำว่าเสียงกระเส่า คือเสียงกระเส่ามันออกแนวเสียงครางด้วยความเสียวความเงี่ยนมากกว่าโรยรานะ

แต่ทั้งนี้กูยังไม่ได้อ่านเนื้อหานิยาย เลยไม่รู้ว่าคนเขียนมันใช้ในสถานการณ์ไหน

และที่อีเจ๊มาแนะนำให้ใช้คำว่า พูดเสียงแผ่วเบาเต็มที กูว่ากูคิดคำที่สละสลวยกว่าอีเจ๊ได้ละกัน เช่น พูดด้วยเสียงหอบโหย, พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง บลาๆ

67 Nameless Fanboi Posted ID:rAbF8GQE49

ขอคำแนะนำ
Show don’t tell พอมันกลายเป็นshow บางครั้งบางเรื่องเหมือนทำให้เนื้อเรื่องยืดมากว่ะ ประมาณว่าตัวละครมันต้องแสดงรับกันไปมา แบบที่แสดงนิสัยของตัวละครกันเอง กลายเป็นยาว
มีวิธีแนะนำไหม กูอ่านนิยายของคนอื่น พยายามคิดว่าคือต้องการบอกว่าตัวละครเป็นยังไง แต่อ่านๆ ไปเหมือนมีแต่น้ำ กูหาประเด็นไม่ได้ อะ ถึงจะหาได้แต่โคตรน้อยที่จะให้ไปต่อ

พอกูมาแต่งเองก็เลยพยายามไม่เอาส่วนน้ำๆ มา แต่แม่งก็ยืดเหมือนบางเรื่องว่ะ แค่บทพูดเพื่อจะเข้าถึงเรื่องหนึ่งก็ปาไปสิบประโยคพูด กูเพลียกับตัวเองมาก

68 Nameless Fanboi Posted ID:i2VWqXJmEC

>>67 ก็ไม่จำเป็นต้อง show ในฉากเดียว ค่อยๆ เรียนรู้กันไป หรือถ้าตัวละครตัวนั้นไม่ได้สำคัญ​อะไรมาก ก็ tell ไปเลย

หรืออาจ tell แบบเป็น judgment ของตัวละครเอง อย่างบรรยายว่า เดวิดรู้สึกไม่ถูกชะตากับอีกฝ่ายนัก เขามีประสบการณ์​กับคนประเภทนี้มามากแล้ว พวกรักสบายแบบนี้ขืนให้ติดตามไปด้วยก็รังแต่จะสร้างปัญหา

69 Nameless Fanboi Posted ID:lP0IP5q2ou

>>67 มันบอกยากว่ะมึง เอาจริงๆ Show เยอะไปก็ไม่ดีเหมือนกัน กูถึงบอกไงว่าให้ลองศึกษาดูจากโมเดลของไอ้เรื่อง H-Game (เอาหลังบทที่ 4 เป็นต้นไปนะ เพราะช่วงแรกน้ำเยอะ) ทั้ง Show ทั้ง Tell มันต้องใช้ให้ถูกจังหวะถูกที่ถึงจะดี

ถ้านิยายเรื่องไหนเป็น Show ล้วน คนอ่านแม่งเหนื่อย เพราะยิ่งแสดงให้เห็น/ให้รู้สึกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนการกระทำ/อารมณ์ในฉากถูกขยายความให้เห็นชัดขึ้นมากเท่านั้น ส่วนถ้าใช้ Tell ล้วนก็เหมือนอ่านบทสรุปเกมอีก เพราะมันจะมีแต่การบอกข้อมูล อะไรๆ ก็สรุปให้ฟังหมดจนแทบจะไม่อิน (ถ้าสรุปยาวเกินก็ยิ่งเหี้ย)

คนที่แต่งนิยายมานานเขาถึง Balanced สัดส่วนระหว่าง "บอก" กับ "แสดงออก" ในแต่ละฉากได้โดยอัตโนมัติไง ว่าผสมแบบไหนแล้วจะออกมาลงตัว ซึ่งมันต้องใช้ทั้งประสบการณ์ และระยะเวลาโคตรยาวนานเพื่อตกผลึกและเรียนรู้ด้วยตนเอง ถ้ามีคนมาถามว่าทำยังไงถึงจะทำได้แบบเขาบ้าง เจ้าของเรื่องก็แม่งตอบไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันเป็นอะไรที่ตัวเจ้าของเรื่อง sense ได้เองหลังผ่านการเขียนมาอย่างโชกโชน เหมือนพวกแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งที่เวลาทำอาหารแล้วไม่ต้องชั่งวัตถุดิบ หรือกะจำนวนช้อนของเครื่องปรุงได้แบบไม่ต้องมอง หลังจากต้ม ผัด แกง ทอง อาหารต่างๆ มาเป็นสิบปีอะ

ในอดีตก็มีตัวอย่างแบบไอ้ฟองเบียร์ที่โดนด่าว่าเขียนนิยายเหมือนเขียนวิทยานิพนธ์ เพราะ Show หนักเกินไปจนเฝือ แล้วพอถึงช่วง Tell ก็ยิ่งยืดย้วยจนนิยายกลายเป็นธีสีส ข้อมูลมากไป อารมณ์น้อยไป จนไม่เหมือนงานเชิงบันเทิงคดี

70 Nameless Fanboi Posted ID:rAbF8GQE49

>>68 >>69 กูเห็นภาพเลย พวกธีสีสแม่งอัดข้อมูลเยอะ อ่านแล้วเหนื่อย พอshowเยอะแม่งก็เหนื่อย
เดี๋ยวกูลองดูเรื่อง H-Game ขอบใจมากว่ะเพื่อนโม่ง

71 Nameless Fanboi Posted ID:YbF6l5TPM4

>>54 อ่านที่ตัวเองสับแบบสุภาพในโม่งแล้วกูรู้สึกขนลุก ดูดัดจริตชะมัด ไม่ชินภาษาแบบนี้เลย

>>68 กูเห็นด้วย กับบางเรื่องหรือบางตัวละครก็ tell เลยดีกว่า ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับจุดพีคในตอน

72 Nameless Fanboi Posted ID:Fuy/ru8Vqi

>>67 มันอยู่ที่จังหวะการใช้กุว่าเมิงต้องรู้จังหวะของตัวเอง
แต่อันดับแรงเมิงเล่าให้รู้เรื่องก่อน อ่านแล้วลื่นไหล จับมือคนอ่านจูงไปกับเรื่องราวของเมิงได้
คือมึงสื่อสารกับคนอ่านได้เหมือนกับการเล่นปิงปอง แล้วค่อยสเต็ปอัพมาสนใจกลวิธีทางการนำเสนอ

73 Nameless Fanboi Posted ID:mGhIZNLfEe

Show เยอะไปเดี๋ยวเป็นฟองเบียร์

74 Nameless Fanboi Posted ID:DOKDejqoFk

https://www.dek-d.com/board/view/3958880/ เล่าโปกแซะใครหรือเปล่า? 40ปี?

75 Nameless Fanboi Posted ID:FBDkCXspqT

>>74 ไอดอลที่มันชาบูมั้ง

76 Nameless Fanboi Posted ID:YbF6l5TPM4

ไอ้ยูกิ ถ้ามึงแวะมาอ่านในนี้ กูแนะนำว่าอย่าไปยุ่งกับมัน เดี๋ยวจะติดโรคโง่เอานะ ปล่อยมันทำตามใจไปเถอะ จะเก่งหรือกากถ้ามีคนสงสัยเ ดี๋ยวเขาก็เข้าไปอ่านนิยายมันแล้วเข้าใจเอง

77 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>74 น่าจะเป็นระยะเวลาพัฒนาจากมือใหม่สู่ชั้นครู (แบบช้าที่สุด)

78 Nameless Fanboi Posted ID:/Hw+y0+KzZ

>>61 เอาหน่า อย่างน้อยก็ดีกว่ามอเต่อไซค์หรือใข่มุกจากเรื่องอยากจะฟักของเจ๊ดอก 5ส นะ หรือถ้าเหี้ยสุดก็พิษซ่ากับรฤธิ์ยาของเรื่องปทุมทาเนี่ยนอะ

79 Nameless Fanboi Posted ID:fQQx92pTfR

เขียนนิยายง่ายขนาดเหรอ https://www.dek-d.com/board/view/3958880/

80 Nameless Fanboi Posted ID:fQQx92pTfR

อ้าว ซ้ำ กด F5 เสือกไม่ยอมโหลดใหม่ มาโหลดตอนโพส เวรเอ๊ย

81 Nameless Fanboi Posted ID:fQQx92pTfR

>>76 ยูกิคนไหนวะ เม้น 3-1 รึเปล่า

82 Nameless Fanboi Posted ID:/Hw+y0+KzZ

>>81 อือ

83 Nameless Fanboi Posted ID:z9imgVQ676

>>39 I’m Too Old ชีวิตนี้ยังมีต่ออีกยาว!
>>42 ห้ะ กูไม่ทันช่วงนั้น ฮูกมันขาดเงินขนาดเลยเรอะ555 ส่วนกิ่งน้าแตกไลน์ใหม่เลย ตอนแรกๆขายเครื่องสำอางค์เป็นหลักเขียนนิยายเป็นรอง พอนิยายนางเริ่มแมสเลยออกของพรีเมี่ยม+เล่มพิเศษรัวๆ ไปๆมาๆ เลยรับทำกู้ดด้วยเรอะ

84 Nameless Fanboi Posted ID:/Hw+y0+KzZ

>>83 ช่วงนึงพี่แกฮาร์ดเซลล์หนักมาก โดยเฉพาะพวกพวงกุญแจ สินค้าอย่างอื่นก็มีขายแต่ดูเหมือนจะขายไม่ดีเท่า

85 Nameless Fanboi Posted ID:uW0WziXIyF

>>84 เออ พอเห็นมึงว่างี้ละนึกได้ แรกเริ่มเดิมที กลุ่มทะเล้น(เจ้าตัวเคยบอกว่าอ่านแบบงี้จริงๆนะ) มันเป็นหนึ่งในโครงการลับที่ทำโดยบก.ป สุดยอดบก.ในตำนานดีกรีเดียวกับดร.ปอป ที่พอกลุ่มนี้ช่่วยกันปั่นวิวดันเรื่องจนติดท็อปกันได้ทั่งกลุ่ม ก็เซ็นสัญญากับสนพ.หน้าใหม่ออกเล่มกันเกือบทั้งก๊ก จนโม่งสงสัยโม่งแคลงใจว่าเกิดเชี่ยไรขึ้นวะที่สนพ.ห่านี่กล้าเอานิยายนักเขียนที่เพิ่งติดท็อปไม่กี่เดือนมาพิมพ์รวดเดียว 2-3 เล่มต่อคน ทุ่มทุนสัสๆ สืบไปสืบมา อ้อเคร บก.ป ที่ทำงานให้กับสนพ.สถพ(ตัวย่อเยอะชิบ เพื่อความกระชับนะ) ออกมาสร้างสนพ.ของตัวเองโดยอาศัยบุญเก่าที่เป็นคนดันนิยายแฟนตาซีในตำนานรุ่นบุกเบิกวงการ คือซวน.กับบรม. มาเป็นการโฆษณาการันตีว่าบก.ระดับนี้คัดมาเองต้องปังแน่นอน ทว่าปังช่วงแรกพังช่วงหลัง ขยันโปรโมตถี่ยิบอยู่หรอกช่วงแรกๆ พอออกงานหนังสือ 2-3 ครั้งก็เงียบไปเลย เล่มต่อ 3-4 ของนักเขียนแต่ละคนนี่คือไร้ข่าวว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่ อยู่ได้ปีกว่าๆ สนพ.นี้ก็เงียบสนิทไปแบบงงๆ นักเขียนบางคนก็เข็นเล่มต่อด้วยตัวเองกันไป บางคนสนพ.ก็เข็นเล่มต่อออกมาให้แต่นานจนลืมว่าเคยมีเล่มก่อนหน้านี้ด้วยเหรอวะ ถ้าพูดว่าสนพ.ลอยแพก็ดูแรงไป เอาเป็นสนพ.กำลังลดต้นทุนแทนละกัน เพราะบก.ป ปั้นสนพ.สายนิยายรักด้วยแล้วรุ่งกว่า เพราะอาศัยบุญเก่า+ดึงตัวนักเขียนมีชื่อจากสนพ.สถพ มาออกงานด้วย พอเทียบกับสนพ.แฟนตาซีที่ไปเอานักเขียนหน้าใหม่ที่ขึ้นท็อปได้เพราะตั้งกลุ่มกันช่วยปั่นวิว เลยออกมาเป็นงี้แหละ

86 Nameless Fanboi Posted ID:qdcLn3Os8S

>>85 กูว่าส่วนหนึ่งเพราะตอนนั้นมันหมดยุคของนิยายแฟนตาซีด้วยว่ะ ไม่เหมือนแนวรักที่กินได้นาน

87 Nameless Fanboi Posted ID:HH1+ir+GPQ

>>83 เออ ตอนแรกกูก็ว่า ทำไมเพจนี้ขึ้นหน้าแรกกูบ่อยจัด ตอนนั้นกำลังหาร้านทำของที่ระลึก เอาจริงก็มีหลายร้านที่ขึ้นหน้าแรกฟีดกู แต่ไปสะดุดตรงร้านนี้มีแต่พรีเมี่ยมที่กิ่งน้าทำไงซะเป็นส่วนใหญ่ จนไปสะดุดชื่อเมล นั่นแหละร้านของนาง ชื่อเพจขอสงวนไว้แล้วกัน แต่ใช้คำว่า 'พวงกุญแจ' หาในเฟซบุ๊กจะเจอ รูปเป็นตัวการ์ตูนผมสีชมพู ชื่อเพจขึ้นต้นด้วย T
>>85 บก. ป กูได้ยินมาเยอะนะ โชคดีที่กูไม่เชื่อคำคุย ไม่รู้ดิ เคยมีโอกาสได้คุยหนึ่งครั้งถ้วน ความรู้สึกกูไม่โอเค จนได้รู้ความจากวงใน บก. ป กูกราบในคอนเนคชั่นว่ะ แม่งกินบุญเก่าไม่หมดจริง ๆ ทั้งที่สองเรื่องเขาดังด้วยตัวนิยายเองนะ เพราะมาในยุคแรกด้วยมั้ง ซวน. นี่โคตรเป็นความสมมาตรในหลาย ๆ เรื่อง แต่เลี่ยนไปสำหรับกูแหละ ยุคนั้นกูชอบงานอีกคนในสนพ. นี้ แต่โดนแช่ไปและ กูชอบเขามาก ภาษาดีโคตร ๆ นอกจากนิยายแปล กูยังหาคนบรรยายดีแบบนี้ไม่ได้เลย ปัจจุบันหนึ่งในทะเล้นไปเขียนบทซีรีส์คนนึงนะ อย่างว่างั้นงี้เลย กูว่ามันเขียนดีกว่าตัวนิยายอีก

88 Nameless Fanboi Posted ID:8tLfiVqxg/

>>85 บก. ป. นี่คอนเน็คชั่นแข็งมาก แต่นิสัยงูพิษไปหน่อย เรื่องแฟนตาซีนี่ไม่แปลกเพราะช่วงนั้นแม้แต่สถาพรเองก็มาถึงขาลงแล้วเหมือนกัน นับประสาอะไรกับ สนพ. ใหม่ที่ตั้งขึ้นเองแล้วมีทรัพยากรบุคคลน้อยแบบนี้ มีปัญหาสมองไหลด้วย เพราะนิสัยของตัว บก. เอง ปัจจุบันไม่รู้หายไปไหนละ

>>87 พูดถึงบทซีรี่ส์นี่เดาออกเลยว่าใคร เขาคงค้นพบแล้วว่าจริงๆ ตัวเองเหมาะกับอะไร คราวนี้ก็รุ่งยาวไป (ดีกว่าจมปลักอยู่กับพวกทะเล้นต่อ ถถถ+)

แฟนตาซีไทยมันขาลงมานานละ สัก 4-5 ปีได้แล้วมั้ง เหมือนที่ภาคก่อนพูดกันแหล่ะ ปัจจุบันในตลาดที่ติดเหรียญขายหรือทำมือได้เหลือแค่ วาย, ตบจูบทาสสวาท และแกรี่ฮาเร็มเทพทรู (ทั้งแบบเกิดใหม่และเกมออนไลน์ หรือพวกนิยายระบบเกม) ที่ขายได้เรื่อยๆ ขนาดแนวจีนเกิดใหม่ หรือ second chance rebirth แบบจีนๆ ยังถึงจุดอิ่มตัว ในเว็บเด็กดอกเองก็เหลือแค่นิยายแบบของไอ้ตุ๋นกบ (แต่งเพื่อขายเกรียน) เป็นส่วนใหญ่ จนหานิยายภาษาดี สำนวนเทพแทบไม่เจอแล้ว

89 Nameless Fanboi Posted ID:YsYLugglcJ

ช่วยแนะนำนิยายภาษาดี สำนวนเทพหน่อยได้มั้ย กูอยากซึมซับบบ อ่านแต่งานขายนักหลวมแบบนี้สมงสมองไปหมดแล้ว

90 Nameless Fanboi Posted ID:2XFhX2ZLN0

กุคิดไม่ออกเหมือนกันว่าต้องโตมาแบบไหนถึงจะเขียนนิยายดี ๆ ออกมาได้
ถ้าเด็กโตมาแบบไถนิยายเด็กดีเรื่องติดท๊อปอ่าน ผลงานมันจะออกมาเป็นยังไงวะ
ภาษาถ้าทำบุญมาแย่ ไม่ได้ติดตัวมาแต่เกิด แทบไม่ต้องหวังเลยว่าจะได้อ่านผลงานดี ๆ จนซึมซับสำนวนดี ๆ มาได้
แค่ show don't tell เมิงก็ไม่ต้องหวัง จะโดดด่าอีกต่างหาก เขียน show ไม่มีจุดพักสายตา บอกสั้น ๆ ก็รู้เรื่องแล้ว มีจุดพักสายตาอ่านสบาย
คืออะไรก็จะแดกด่วนกันหมด ตั้งแต่จะเขียน ยันจะอ่าน

91 Nameless Fanboi Posted ID:2XFhX2ZLN0

>>89 ถ้าเริ่มอ่านนิยายกุก็แนะนำ เพชรพระอุมา ภาคแรกภาคเดียวเมิงก็เซ็ทมาตรฐานนิยายห่วยนิยายดีได้แล้ว
ไม่สนุกให้อมขี้หมามาพ่นหน้ากุเลย

92 Nameless Fanboi Posted ID:8tLfiVqxg/

>>91 เสริมว่าอ่านเฉพาะภาคแรกนะ อย่าอ่านภาค 2 เดี๋ยวจะผิดหวังเอา

93 Nameless Fanboi Posted ID:fZFEMZPLAm

>>91 นี่สิคำเเนะนำ ขอบใจๆ

94 Nameless Fanboi Posted ID:YsdNdk60ZP

>>90 กูคิดว่าตัวเองเขียนนิยายได้ดีระดับหนึ่งนะ ถึงจะเป็นแนวผู้หญิงแบบผู้ชายเมินก็เถอะ การอ่านมีผลสำคัญจริง กูเริ่มอ่านนิยายตั้งแต่ป.2 อ่านกิ่งฉัตร พอโตมามีแจ่มใสก็อ่านไม่ลง แต่ไปอ่านแปลญี่ปุ่นพวกอาคากาวะ จิโร่แทน อ่านแฟนตาซีช่วงพีคๆ อยู่ พวกแซซ โรงเรียนพิศวงต่างๆ แล้วก็อ่านมาเรื่อยๆ จับจุดเอาว่าส่วนไหนดีก็เอามาปรับใช้ นิยายเรื่องแรกที่กูเขียนก็กากแหละ เอาสำนวนชาวบ้านเขามา แต่ที่ตลกคือกูไปเจอไฟล์นิยายเก่าสมัยม.ปลาย กูมองว่ากากสัส แต่แม่งยังเขียนดีกว่านี้นิยายหลายเรื่องที่สับในนี้ 5555555

95 Nameless Fanboi Posted ID:YsYLugglcJ

>>92 กูไปเสิร์ชแล้ว วิกิเขียนไว้ว่านิยายยาวสุดในโลก อย่าว่าแต่ภาค 2 เลย ภาคแรกกูจะอ่านจบเปล่าเถอะ มันไม่ใช่แนวกูด้วยสิ กูชอบเสพงานสำนวนแบบยุคปัจจุบันที่มันน้ำดี น่าสนใจ ไม่พล็อตล้นตลาดมากกว่า ซึ่งก็หายากอยู่นั่นแหละ
สุดท้ายถ้าจะซึบซับสำนวน ภาษากับคำศัพท์กูคงต้องหาอ่านงานแนวนี้ซะแล้วล่ะมั้ง ขอบใจที่แนะนำนะโม่ง

96 Nameless Fanboi Posted ID:98jE3U.4Ro

รพินทร์ซู แงซายเอจจี้

97 Nameless Fanboi Posted ID:UxLtjK.+NZ

"มีใครรู้สึกเหมือนผมไหมว่า โดดดิด่ง มันเร็วขึ้น"
"เช้านี้ผมเปิดฟัง รู้สึกว่า เพลงมันเร็วกว่าเดิม"
https://www.youtube.com/watch?v=Ek8itihPQgE

98 Nameless Fanboi Posted ID:CGs9BbB9Aw

>>92 ภาคแรกถึงเล่มไหนอ่ะ

99 Nameless Fanboi Posted ID:98jE3U.4Ro

24 ภาค2 ก็ 24 รวม 48 เล่ม

100 Nameless Fanboi Posted ID:alpw+e8Z0M

กูอ่านนิยายแปลมาทั้งชีวิต ติดสำนวนนิยายแปล กระชับ สั้น รวดเร็ว ตอนนี้เรียนวรรณกรรมเลยต้องอ่านพวกงานยุค +-2470 ไม่ก็ยุคของวิทยากร เชียงกูล เออ บันเทิงคดีไทยแท้ ๆ บ้าง ลูกเสี้ยวต่างประเทศบ้าง (แต่เรื่องวัฒนธรรมในเรื่องได้รับอิทธิพลจากฝรั่ง) แต่ภาษาก็เก๋ดีนี่หว่า โคตรชอบ ตอนนี้กำลังศึกษาการบรรยายนิยายในยุคนั้นอยู่

101 Nameless Fanboi Posted ID:58VDMh8cbl

มาถึงขนาดนี้ อยากถามว่าพวกรางวัลซีไรต์เขียนดีน่าอ่านรึเปล่า กูไม่มีโอกาสได้เจอสักเรื่อง อยากรู้เป็นไง

102 Nameless Fanboi Posted ID:alpw+e8Z0M

สำหรับกูซีไรต์ตัดสินกันที่คอนเส็ปต์มากกว่าองค์ประกอบ บางปีก็งานแปลกที่สุดก็ได้รางวัล บางปีงานที่ธรรมดา ๆ ก็ได้รางวัล ระยะหลัง ๆ ก็โดนด่ากันหนาหูอยู่เพราะเรื่องที่ชนะไม่ค่อยสมกับรางวัลใหญ่รางวัลนี้สักเท่าไร กูเชื่อว่ายังมีคนมีฝีมืออีกเยอะในประเทศไทย แต่แค่ไม่ส่งประกวดกับซีไรต์เพราะเงื่อนไขใหญ่สุดของมันคือต้องได้ตีพิมพ์ มีรูปเล่ม (จะพิมพ์แบบทำมือก็ได้ หรือจะผ่านสำนักพิมพ์ก็ได้) งานที่ชนะก็เลยอาจจะโดนด่าเพราะคนอ่านรู้สึกว่าไม่สมรางวัลบ้างอะไรบ้าง

ซีไรต์ในความคิดกูคือถ้าชนะด้วยคอนเส็ปต์ก็เหมาะสมกับเวทีอยู่ อย่างไส้เดือน พุทธศักราช คนแคระ กะทิ ลับแลแก่งคอย อะไรทำนองนี้ก็สมควรชนะอยู่ คืออ่านยากแหละ แต่มันมีคอนเส็ปต์อะไรบางอย่างที่ทำให้สังคมได้ตั้งคำถาม ส่วนซีไรต์ปีแรก ๆ สุดเลยประมาณ 2520+ หรือ 2530+ นี่แหละ ไม่ค่อยสมอ้างกับรางวัลเท่าไร เพราะไม่ใช่รางวัลจากการประกวดแต่เป็นการให้รางวัลเลย ไม่ได้แข่งขันเหมือนในปัจจุบัน

อย่างลูกอีสานน่ะ คือก็เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ ไม่ได้มีคอนเส็ปต์อะไรให้ขบคิด ได้ซีไรต์เพราะเป็นการเสนอชื่อให้ได้รางวัล ไม่ใช่มาประกวดกันแบบทุกวันนี้

103 Nameless Fanboi Posted ID:alpw+e8Z0M

ถ้าถามว่าเขียนดีน่าอ่านมั้ย กูว่าแล้วแต่รสนิยม ถ้ามึงเป็นสายชอบการใช้สัญลักษณ์ สายตีความหมาย สายเหนือจริง งานซีไรต์ยุคหลัง ๆ ก็น่าจะเหมาะนะ แต่ถ้าสายอ่านง่าย ๆ เพลิน ๆ ไม่สนใจอะไรเลย โลกสวยไปวัน ๆ ก็กะทิ ส่วนตัวกูไม่ชอบกะทิเท่าไร เล่มที่ได้รางวัลก็สนุกดี แต่พอเล่มสองเล่มสามคือมันไม่ใช่วรรณกรรมเยาวชนแล้วมั้ง เอาปัญหาของผู้ใหญ่มายัดให้เด็กรับรู้ คนเขียนหลุดคอนเส็ปต์วรรณกรรมเยาวชนไปตั้งแต่เล่มที่ 2 ละ

วรรณกรรมเยาวชนไทยที่กูว่าดีมาก ๆ เป็นวรรณกรรมเยาวชนทุกองค์ประกอบก็ตระกูลแก้วจอมแก่น แก้วจอมซนอะ ให้ฟีลเหมือนอ่านเรื่องอ่านเล่นในหนังสือเรียนสมัยประถม (ไม่รู้ตอนนี้มีอยู่มั้ย) เรื่องอุ่น ๆ บ้าน ๆ ตัวละครเป็นเด็กซน ๆ ผู้ใหญ่ใจดี

ซีไรต์ที่กูชอบสุดเป็นกวีนิพนธ์อะมึง 55 กูชอบหัวใจห้องที่ห้า ส่วนถ้าเป็นนิยายซีไรต์ กูว่าจะอ่านอมตะ เป็นไซไฟไทยผสมพุทธศาสนา ล้ำดี งานซีไรต์คาดหวังกับสำนวนภาษาไม่ค่อยได้ เขียนเอาคอนเส็ปต์กันซะส่วนใหญ่

104 Nameless Fanboi Posted ID:2XFhX2ZLN0

ซีไรต์กุแนะนำ สิงโตนอกคอก เป็นนักเขียนรุ่นใหม่ งานอ่านง่ายทันสมัย อีกเล่มก็ ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต อ่านง่ายและมีเสน่ห์แบบของมัน แต่ก็กูยังไม่อ่านงานล่าสุดของป้าแกนะ นอกนั้นก็จะเป็นรุ่นเก่าเลย อ่านให้รู้ไว้ว่านิยายรางวัลมันเป็นยังไง ไม่ต้องไปบูชาหรือเชิดชูมันหรอก
ช่วงแดดเช้ากับ คนแคระ ทำให้ซีไรต์กับกุไม่เผาผีกัน อ่านไม่รู้เรื่องว่ะ

105 Nameless Fanboi Posted ID:NXf1LOIaR0

ซีไรต์งานไส้เดือนนี่คนด่าเยอะ หาว่าเขียนเวิ่นเว้อ แต่ถ้าอ่านเอาเรื่องแล้วจะรู้ว่าป้าแกเขียนเก่ง มีอะไรให้คิดตามทางตลอด ในความเพ้อของภาษามีของให้เก็บว่างั้น ส่วนตัวกูชอบงานแบบชาติ กอบจิตติ ภาษาตรงไปตรงมาดี แล้วกูก็ไม่ชอบกะทิ แต่เพื่อนกูส่วนใหญ่ชอบมาก ไม่ใช่ว่ากะทิไม่ดีนะ มันก็อ่านได้ แต่กูไม่รู้สึกอะไรหลังอ่านจบน่ะ ผิดจากซีไรต์เล่มอื่น อีกเรื่องที่กูชอบมากก็ลับแลแก่งคอย ตอนแรกนึกว่าจะเหมือนลูกอีสานแต่ไม่ใช่ อ่านจบแล้วกูนอนไม่หลับเลย มันแบบซึมอยู่ในหัว งานโคดละเอียดเลย แบบเนี้ยแหละมึงงานซีไรต์ที่กูคิดว่ามันเหมาะกับรางวัล

106 Nameless Fanboi Posted ID:1zfcgDOGJZ

แม่ง..... ในบอร์ดใต้ดินอย่างโม่งถกประเด็นนิยายหลากหลายแบบโคตรมีสาระ ในขณะที่บอร์ดนักเขียนมีแต่กระทู้กวยไรไม่รู้ ถ้ากูไม่เจอดราม่าโซมีน-มะม่วงนี่ กูคงไม่มีทางตามหาบอร์ดเงาจนมาถึงที่นี่ได้ ตอนนี้กูรู้สึกดีใจสัสๆ ที่เจอบอร์ดนี้ เสียดายแทนพวกที่ยังไม่ได้ลงมา ต้องคอยอ่านดราม่าพวกเด็กปากดี กับนักเขียนอีโก้อวดรายได้ลงบอร์ดซ้ำๆ น่าอนาถดีแท้

กูนี่ชอบลับแลแก่งคอยเหมือนกัน อมตะก็อ่านตั้งแต่ประถม เพราะดูเวอร์ชั่นละครของไอทีวีก่อน แล้วชอบคอนเซ็ปเกี่ยวกับการโคลนนิ่ง (พี่ดอน ธีรธาดาหล่อดีด้วย) และประเด็นเรื่องจิตในคติแบบพุทธ เรื่องอื่นๆ ก็เป็น พันธุ์หมาบ้า กับเรื่องสั้นชุด "ชาวเขื่อน" งานสนุกฮาๆ ร่วมสมัยดี

107 Nameless Fanboi Posted ID:7gSYp0uKiO

https://www.dek-d.com/board/view/3958978/
เพราะพวกมึงไปแซวนางว่าชื่อสราวุทธหรือเปล่าวะ วันนี้มาผมมาครับเชียว

108 Nameless Fanboi Posted ID:1zfcgDOGJZ

>>107 ไม่เคยเอาไปพูดในบอร์ดนักเขียนเลย (หรือว่านางแวะมาโม่ง?)

109 Nameless Fanboi Posted ID:qdcLn3Os8S

>>106 มึงเขียนเหมือนกูกับม่วงทะเลาะกันอ่ะอีห่า
กูชอบขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง กูว่าซีไรต์ยุคเก่าอ่ะสมราคา ส่วนกะทินี่คือเคยได้ยินจากจารย์ที่มีส่วนตัดสินว่าได้เพราะน้องชาย ดึงกระแสทำนองนั้น

110 Nameless Fanboi Posted ID:qwx5LEpIu1

>>109 ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรนะ พอเมิงพูดเลยย้อนไปอ่าน >>106 อีกที เออ.. ขำดีว่ะ

111 Nameless Fanboi Posted ID:alpw+e8Z0M

ก็ไม่ค่อยมีคนในนี้อยากขึ้นไปบอร์ดเด็กดีสักเท่าไรหรอก เว้นแต่จะมีดราม่าแซ่บ ๆ ให้พากันไปเที่ยวบนดินบ้างอะไรบ้าง เดี๋ยวนี้วงการนักเขียนมันเข้าง่าย เขียน ลงเว็บ มีแฟนคลับ ก็เรียกเป็นนักเขียนแล้ว กูเรียนวรรณกรรมโดยตรงมาก็อยากคุมสโคปตัวเองไว้แค่ตรงนี้ จริง ๆ เขียนนิยายมานานแล้วแต่รู้สึกว่าแม่งประสาทแดก เอะอะดราม่า เขียนทับไลน์ หาว่าคนนั้นคนนี้ก๊อป (ทั้งที่ตัวเองเขียนคลิเช่ชิบหาย งานแบบนี้ใคร ๆ ก็คิดได้) พวกอ่านไม่กว้าง หูตาไม่ไกลกูก็ไม่อยากไปยุ่ง เด็กเห่อหมอยก็เยอะไม่ยอมโตสักที ชอบทำเป็นใหญ่คับบอร์ด ตอบกระทู้หยิ่ง ๆ ฟาด ๆ แบบปลอมมาก (น่าจะเดาได้ว่าใคร) หลัง ๆ มานี้กูเลยไม่ไปโผล่ไง บอร์ดไม่สนุกเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ใช่ กูบ่น 555

112 Nameless Fanboi Posted ID:fZFEMZPLAm

>>107 บอร์ดเด็กดีมันเหมือนบอร์ดโม่งไหมวะ

113 Nameless Fanboi Posted ID:58VDMh8cbl

เดี่ยวจะลองหาซีไรต์มาอ่าน
>>112 คงไม่ต่างจากคำถามที่ไหนน่าอยู่กว่า ระหว่างบอร์ดเต็มไปด้วยปากตรงกับใจกับบอร์ดเต็มไปด้วยพวกตอแหล

114 Nameless Fanboi Posted ID:qwx5LEpIu1

บอร์ดแม่งมีแต่โปรโมทอัพนิยายรายตอน.. คำถามคิดน้อย.. น่าเบื่อนะ
บางทีก็หยิบประเด็นที่เพิ่งถกกันในโม่งไปตั้งในบอร์ดซะงั้น แหม.. ไม่มีใครรู้เลยว่ามึงเล่นโม่ง

115 Nameless Fanboi Posted ID:oGIjjwZ/K3

ขอย้อนเรื่องซีไรต์หน่อย

ซีไรต์เรื่องแรกที่กูอ่านคือตลิ่งสูง ซุงหนัก ตอนจบแม่ง...

116 Nameless Fanboi Posted ID:VPFaqXf4mj

>>109 กูอ่านเร็วมาก เป็น เจ้าขุนทอง กูนี้แลบต้องตื่นมาดูอะให้ตายเหอะ

117 Nameless Fanboi Posted ID:VPFaqXf4mj

>>116 **แบบ

118 Nameless Fanboi Posted ID:QYXQ6xJAuo

>>114 บอร์ดนักเขียนเดี๋ยวนี้แต่เรื่องไร้สาระจนโม่งมีสาระกว่า บางทีกูก็สงสัยนะว่าพวกเก๋าๆเขาก็หนีมามุดโม่งแบบกูปะวะ555 เพราะในบอร์ดเด็กน้อยเยอะเกินจนขี้เกียจเสวนาด้วย บางทีก็มีมู้ไร้สาระที่แบบ กูเข้าไปอ่านละงงว่าตั้งขึ้นมาเพื่อไรวะ

119 Nameless Fanboi Posted ID:fZFEMZPLAm

>>97 คือเหี้ยไรวะมึงมาโดดดิโด่งไรในนี้ เห็นมานานละ

120 Nameless Fanboi Posted ID:P18bY98cAR

>>119 โทรล วนทุกห้อง

121 Nameless Fanboi Posted ID:NXf1LOIaR0

ขุนทองจะกลับเมื่อฟ้าสางนี่กูอ่านแล้วไม่รู้สึกอะไรมาก คงเป็นเพราะกูไม่ใช่คนร่วมสมัยนั้นมั้ง แต่ตลิ่งสูงซุงหนักนี่กูน้ำตาไหลพรากๆๆๆๆๆเลย

122 Nameless Fanboi Posted ID:qdcLn3Os8S

>>121 เหมือนแก่เลยทีนี้ แค่กๆๆๆ

123 Nameless Fanboi Posted ID:1zfcgDOGJZ

>>121 เรื่องนี้สุดจริง สมกับเป็น 1 ใน 100 เล่มที่ควรอ่านให้ได้ก่อนตาย

124 Nameless Fanboi Posted ID:oGIjjwZ/K3

>>121 แล้วคือตอนที่กูอ่านตลิ่งสูงตอนนั้น กูอ่านตอนมัธยมเว้ย (มันอยู่ในรายชื่อหนังสืออ่านนอกเวลา กูเลือกเพราะเห็นมันบาง ๆ)

ช่วงนั้นหัวกูกำลังเกรียนได้ที่ ไม่เคยเจอนิยายที่เศร้าด้วย ๆ แม่งเอ๊ย เงิบไปหลายวันอ่ะ

125 Nameless Fanboi Posted ID:alpw+e8Z0M

ขุนทองเจ้าจะกลับฯ เหมือนการสารภาพบาปของคนเขียน ก็หน่วง ๆ ดี มันเป็นนิยายที่บอกเล่าเรื่อง 6 ตุลาด้วยไง เป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของคนไทย ได้รางวัลเพราะเป็นหนังสือเฉพาะเรื่องแหละมั้ง

นักเขียนรุ่นก่อน ๆ ที่กูโคตรชอบก็ศรีบูรพา กูชอบตรรกะที่นักเขียนใส่ลงมา ยุติธรรมเป็นยุติธรรม มองโลกตามหลักความเป็นจริง นิยายสมัยนี้หลาย ๆ เรื่องอ่านแล้วอิหยังวะ รู้สึกว่าคนเขียนแม่งตรรกะแปลกประหลาดดี นางเอกแย่งพระเอกมาจากตัวร้าย เมาแล้วได้กัน จริง ๆ มันก็คงสะท้อนสังคมสมัยนี้มั้ง แต่สำหรับกูแล้วไอ้เนื้อเรื่องเมาแล้วได้กัน นางเอกแย่งพระเอกมา บลา ๆ มันเป็นเรื่องที่อ่านจบแล้วก็จบกัน ไม่จำเป็นต้องจำอะไร อ่านเอาบันเทิงเฉย ๆ อ่านได้แต่ไม่จดจำ ทำนองนั้น

126 Nameless Fanboi Posted ID:qwx5LEpIu1

ได้หนังสือกลับไปอ่านเยอะเลย.. หลายเรื่องอ่านตอนเด็กจนลืมไปละ

127 Nameless Fanboi Posted ID:fZFEMZPLAm

เทสสส

128 Nameless Fanboi Posted ID:ZshStgsa/d

นิยายเก่าหน่อยที่กูชอบคือ อยู่กับก๋ง อ่านสนุกได้ข้อคิดดีด้วย ส่วนที่คิดว่าสำนวนกับภาษาดีในยุคใหม่คือ เจาะเวลามาเป็นมือปราบ น่าเสียดายนักเขียนชื่อเสียงไม่ดี ดองงาน เปิดเรื่องใหม่เรื่อยๆ อมเงินพรี แกล้งตาย ฯลฯ เก่งแต่เขียนไม่จบเลยไร้ความหมาย (แต่ภาษาแม่งดีจริง)

129 Nameless Fanboi Posted ID:oGIjjwZ/K3

>>128 เจาะเวลานี่กูคุ้น ๆ เคยโดนโม่งสับเปล่าวะ

130 Nameless Fanboi Posted ID:ZshStgsa/d

>>129 โดนไปแล้ว อยู่ใน Doc นั่นแหล่ะ ไอ้เซฮุนเป็นคนสับ อ่านแล้วเห็นด้วย มีศักยภาพเด่นทุกด้านยกเว้นนิสัยกับวินัยของนักเขียน เรื่องเก่านามปากกาคล้ายกันหลอกเอาเงินพรีจากนักอ่านมาเยอะมาก แรกๆ คนถามก็บ่ายเบี่ยง หลังจากนั้นให้คนปล่อยข่าวว่าป่วยตาย พอมาเขียนเจาะเวลาก็แพ็คตอนขายเอาเงินแต่ไม่ยอมแต่งต่อ หรือต่อไม่ได้เพราะต้องหนีหนี้อะไรสักเคสเนี่ย

131 Nameless Fanboi Posted ID:qwx5LEpIu1

>>130 ได้ยินชื่อปุ๊บนี่กุนึกว่าจะสับยาว

132 Nameless Fanboi Posted ID:LgXf+5Q2zF

เห็นอัพตอนล่าสุดอยู่นิ 14 มค อ่ะ

133 Nameless Fanboi Posted ID:ZshStgsa/d

>>132 อ้าว... อัพละเหรอ ช่วงก่อนดองยาวเกินจนกุเลิกอ่าน

134 Nameless Fanboi Posted ID:.Ye+YyuyaJ

ช่วงนี้ตุ๋นกบดูเกรี้ยวกราดแปลกๆ เมนส์มารึเปล่าวะน่ะ

135 Nameless Fanboi Posted ID:xxHLwjn4bZ

>>134 source?

136 Nameless Fanboi Posted ID:.Ye+YyuyaJ

>>135 https://www.dek-d.com/board/view/3958978/ เม้น 15

137 Nameless Fanboi Posted ID:7gSYp0uKiO

>>134 กูว่าสำนวนการตอบของมันก็เป็นแนวนี้อยู่แล้วนะ แค่ช่วงนี้ขยันตอบบ่อยกว่าปกติ พูดถึงมู้บอร์ดป่าช้าอ่านแล้วค่อนข้างเห็นด้วยกับมันเหมือนกันนะ

138 Nameless Fanboi Posted ID:xxHLwjn4bZ

ตาม >>137 ว่า กูว่ามันก็ปกตินิ รอบนี้กูออกจะเห็นด้วยกับมันด้วยซ้ำ

โขมย--->ขโมย

139 Nameless Fanboi Posted ID:.Ye+YyuyaJ

สงสัยกูคงหลอนไปเอง เพราะกระทู้ก่อนมันก็ดูเกรี้ยวกราดพอสมควร เดี๋ยวต้องหัดมองอย่างเป็นกลางมั่งละ

ว่าแต่... ทีมสับหายไปไหนละวะ หรือว่าพ้นวันหยุดแล้วติดงาน กูอยากอ่านสับฮาๆ ต่ออ่ะ

140 Nameless Fanboi Posted ID:qdcLn3Os8S

>>139 กุไม่ค่อยสบาย จะสับก็หมดลมก่อนทุกที แต่วันสองวันก่อนคนอื่นยังสับอยู่นะ

141 Nameless Fanboi Posted ID:lUCFE8D2s5

"มีใครรู้สึกเหมือนผมไหมว่า คลิปเสียงลับ มันเร็วขึ้น"
"เช้านี้ผมเปิดฟัง รู้สึกว่า คลิปเสียงลับมันเร็วกว่าเดิม"
https://youtu.be/N7gxXIQJLbI

142 Nameless Fanboi Posted ID:hDXZPsb2Tz

ช่วงสิ้นปี - ปีใหม่ ทีมสับแอคทีฟกันมาก พักให้เซลล์สมองฟื้นฟูกันบ้างเถอะ สับไปก็ไม่ได้ตังค์

143 Nameless Fanboi Posted ID:L1.J3WYA7l

>>139 กูขี้เกียจ สั้นๆเลย คืองานประจำที่ทำมันต้องทำไรพิเศษๆเกี่ยวกับเทศกาลทุกช่วง นี่ก็จะตรุษจีนละ กูเพิ่งได้พักจากงานปีใหม่ไม่ทันไร เดี๋ยวเดือนหน้าก็มีวาเลนไทน์อีก ดอกส์ และยังไม่มีเรื่องไหนที่ทำให้กูคันไม้คันมืออยากสับเป็นพิเศษด้วย เลยหมดไฟหน่อยๆ

144 Nameless Fanboi Posted ID:n0p9jiuM/q

ว่าแล้วก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เรื่องเกี่ยวกับนักเขียนเด็กดีแก๊งมิรินด้า ขี้ฉอด ขี้เถียง กูเคยสับนิยายนางพอเป็นพิธี ชี้จุดบกพร่อง นางแซะกูว่าอ่านไม่ดี ไม่เข้าใจที่นางเขียน กูเลยอ่อ ๆ อืม ๆ ไป วันนี้กูลองไปอ่านนิยายที่นางลงอีบุ๊ก อีดอก หน้าหนึ่งมีไม่ถึง 10 บรรทัด จัดหน้ายังไงให้คนอ่านรู้ว่ามึงตั้งใจจะเอาเปรียบด้วยการจัดหน้าให้มีเนื้อหาเยอะ ๆ วะ สำคัญสุดแม่งใช้คะค่ะผิด ถุย ละสาระแนมาฉอดกู มึงเอาตัวมึงให้รอดก่อนเถอะจ้า นิยายแม่งไม่มีไรเลย อาศัยแค่เขียนมาหลายเรื่องชอบหาย ผูกปม ทำพล็อตก็ทำไม่เป็น ตัวละครก็เบียว วัน ๆ เพ่นพ่านแต่ในบอร์ด ทำตัวเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน

ลงชื่อ โม่งขี้บ่น

145 Nameless Fanboi Posted ID:oW4gyZAOpi

>>144 ใครวะ อีมิหรือคนอื่น

146 Nameless Fanboi Posted ID:p/2+.57Zy5

กุรอนิยายแฟนตาซีมาโฆษณาบนบอร์ดนักเขียนถึงจะสับ ส. อ. น่าจะมี รอดูก่อนว่าน่าสนใจไหม

147 Nameless Fanboi Posted ID:hDXZPsb2Tz

https://www.dek-d.com/board/view/3959042/
ใครวะ คำพูดคำจาภาษาไม่เหมือนคนในบอร์ด

148 Nameless Fanboi Posted ID:2eN79oQ8dD

>>147
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

149 Nameless Fanboi Posted ID:n0p9jiuM/q

>>145 คนอื่น

150 Nameless Fanboi Posted ID:9KqF2PcY2e

เมื่อไหร่การจัดหมวดเด็กดีมันจะโดนแก้ใหม่วะ

วันนี้กูลองไปหาสุ่มนิยายหมวดสืบสวนดูแม่งนิยายผีหลุดมาจากไหนไม่รู้เยอะเเยะ หรือคนเขียนคิดว่ามีในเรื่องมีฉากตามหาความจริงนิดหน่อย ๆ แล้วจะเป็นนิยายสืบสวนเหรอวะ WTF

151 Nameless Fanboi Posted ID:CleFV/Llyu

>>150 ลองไปตั้งกระทู้ในบอร์ดดู
ช่วงนี้ดด.ค่อนข้างแอคทีฟ หลายๆ อย่างก็พัฒนาขึ้น แม้จะตามหลังเว็บอื่นอยู่ก็ตาม

152 Nameless Fanboi Posted ID:9KqF2PcY2e

>>151 ประเด็นคือกูไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ไงนี่ดิ

ปกติไปตั้งกระทู้เนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาแบบนี้ มันต้องเสนอแนวคิดตัวเองไปด้วยไง แล้วกูก็ยังไม่รู้ทางแก้นี่ไง

จะรวบหมวด ไอ้พวกที่นอกกระแสก็จะโดนกดกว่าเดิมอีก กูว่าไม่ได้เกิดแน่ ๆ อ่ะ

ครั้นจะใช้เเท็ก นักเขียนเด็กดีก็แปะเเท็กกันโคตรเก่งอ่ะ ตัวอย่างก็น้อนเอ็นควยเนี่ยแหละ แม่งชอบแปะแท็กกันโคตรมั่ว โคตรเยอะ

จะให้ใช้แท็กโดยผู้ชม/นักอ่านแบบพวกเว็บรูปแม่งเดี๋ยวก็บอก"สมมติมีเกรียนมาแปะแท็กนิยายให้นิยายดูต่ำตม" อีก

153 Nameless Fanboi Posted ID:fWq5kvkGBU

>>152 อันนี่เห็นด้วย เรื่องหมวดเด็กดีกูว่าเยอะไปนะ จนนข. หัวหมอ อัปเอายอดในหมวดที่คนอ่านเยอะ แล้วย้ายหมวดเพื่อติดTOP ในหมวดคนเขียนน้อย ๆ จนมีกฏการเปลี่ยนหมวดครั้งหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนได้ภายใน 30 วัน กูอ่านน้อยนะแนวสืบสวนของไทย คือ กูชอบภาษาใหม่หน่อย ชอบวิธีแบบพวกแดนปลาดิบแฮะ

พูดถึงแก๊งมิรัน หลายคนโลกแคบเลย ย้อนความกระทู้ที่คนจับโป๊ะแตกเลยรูปบิล เจ๊ไปเปลี่ยนเนื้อหากระทู้ไปและ หมู่นี้สงบลงเยอะ

กระทู้บอร์ดร้าง google ถามคนในบอร์ด กูเคยเจอไล่ไปหาจริง ทั้งที่กูตั้งอยากรู้ว่า กูหามาแล้ว แต่อยากได้ข้อมูลอัปเดต เลยแบบเออ สรุปกูไปถามต้นเรื่องจบง่ายกว่า เลยไม่อยากตั้งกระทู้ถาม มองมุมกูนะ เรื่องความช่วยเหลือ บางคนมันก็ยินดี แต่กูเขียนด้วยไง ความรู้กูมีค่า ขนาดนายให้กูช่วยคิดโปสเตอร์ กูได้ค่าขนมเล็กน้อย ทั้งที่นายไม่จ่ายก็ได้ แถสดว่าเป็นส่วนรวม ไม่อยากให้คำปรึกษาฟรี ๆ ถ้าครั้งเดียวจบ มันยังโอเค กูเจอถามรัว ๆ เหมือนให้กูช่วยคิดไอเดีย แบบถามจี้ ๆๆ กูเลยปิดจบไป คนแบบนี้มันมี

154 Nameless Fanboi Posted ID:4MP16NgJez

แยกหมวดตามประเภทนิยายเป็นอย่างๆ รัก,โรมานซ์,สืบสวน อย่าง ดราม่า-ชีวิต กับ ปริศนา-ลึกลับ กูอยากให้มีมาก เพราะกูเขียนทีไรหาหมวดลงไม่เจอ บางทีนิยายกูมันก็ไม่ใช่เรื่องรักๆ อะไรเลย แต่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิต มองหาหมวดอื่นให้ลงก็มีแต่แฟนตาซี แต่นิยายกูไม่ใช่แฟนตาซี เรื่องพล็อตแนวลึกลับก็ด้วย มันไม่ใช่เรื่องผีบางทีกูก็ต้องจำใจเอาไปลง คิดว่ายังไงซะเอาไปลงหมวดอื่นแม่งก็ยิ่งไม่ใช่ อย่างน้อยก็เพิ่มหมวดมาให้คนเขียนมันย้ายไปกันเองเถอะ

155 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

เรื่องนี้เห็นมาโฆษณาในบอร์ดเป็นพักๆ ดูมีความมั่นใจในฝีมือการวาดภาพด้วย เค... พูดถึงเฉพาะสกิลการวาดนะ ถ้าอายุยังน้อยแล้วฝึกต่อไปในอนาคตอาจวาดสวยขึ้น ลายเส้นเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น (เพื่อนกูตอนสัก ม.1 ก็วาดได้ประมาณนี้ ปัจจุบันวาดสวยขึ้นมาก จนขาย คมช. ได้) ทีนี้กลับมาสู่โลกความจริงของการเป็นนักเขียนบ้าง จากที่สกิมไปคร่าวๆ มันมีหลายความรู้สึก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

เรื่อง : ราชินีมนต์ตรา กระสุนมารพิชิตใจ
นามปากกา : Narutarkie
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/0372007145/story/view.php?id=2026459
คำโปรย : องค์ราชินี ที่กำลังนั่งรถม้า กลับเมืองจู่ๆก็มี โจรป่าเข้ามาปล้นชิงทรัพย์กลางป่า และพยามจับองค์ราชินีข่มขืน แต่หารู้ไม่ว่า ราชินีได้ควักปืน .38 ยิงพวกโจรตายเรียบ ?? (แค่คำโปรยก็กาวเยิ้มแล้ว)
หมวด : แฟนตาซี
จำนวนตอน : 13 ตอน
สถานะตัวเรื่อง : ยังไม่จบ [ อัพเดตล่าสุด 17/1/63 ] = ยังไม่ดอง

เอาไรก่อนดี ถ้าตาม step ก็ชื่อเรื่องละกัน อ่านแล้วยังไงดีวะ ไม่รู้อะเรื่องเชี่ยนี่ไม่รู้ทำไม ทำเอากูกำหนดอารมณ์ตัวเองไม่ได้ สับมาหลายสิบเรื่อง แต่พอเจอเรื่องนี้ รู้สึกว่าความคิดตัวเองแปลกไปเหี้ยๆ (ควักกาวออกจากหูแป๊บ) โอเค... มาเริ่มกันใหม่ ชื่อเรื่องค่อนข้างลิเก จะว่าตั้งให้คล้องจองก็ไม่ใช่ อ่านแล้วดูเหมือนจะเป็นนิยายรักได้ด้วย อ่านไปอ่านมานึกถึงชื่อไลท์โนเวลเรื่อง "วานาดีสกับราชันกระสุนมนตรา" ซึ่งอาจได้แรงบันดาลใจมา เด็กเดี๋ยวนี้แม่งชอบเลียนแบบสื่อใกล้ตัวทั้ง LN ทั้งเมะ เออ ก็ช่างมันเถอะ

ต่อไปคือคำโปรย มีทั้งความซ้ำซ้อน พิมพ์ตกแบบตลกๆ (พยาม) อ่านครั้งแรกนึกว่าศัพท์ย่อวัยรุ่นแบบพวก "น่ามคาน" (น่ารำคาญ) หรือ "บ่องตง" (บอกตรงๆ) เจอพยามเข้าไปไอ้เชี่ยยิ่งง่วงๆ อยู่ Stun ไป 0.5 sec กว่าจะประมวลผลได้ อ้อ... พยายามนี่เอง ราชินีควักปืนมายิงโจร เออดี ทหารรักษาพระองค์หายหัวไปไหน ปล่อยให้โจรเข้าปล้นราชินีได้ ประหารแม่งให้หมดทั้งหน่วยเลยดีไหม ถุ้ย!

รูปปกลงสีสวยดี แต่อนาโตมี่โคตรเหี้ย มือขวายืดพิลึก ส่วนมือซ้ายลีบ (เป็นเอเลี่ยนอ่อ?) สับไปสับมาแม่งจะเปลี่ยนมาสับ Drawing แทน Writing แทนแล้ว อยากด่ากูว่าจริงจังจนไร้สาระก็ได้ แต่กูขอ -5 คะแนนออกก่อนเพราะไอ้รูปปกเนี่ย เย็ดเข้ ยังไม่ทันเข้าถึงเนื้อหาก็หายไปครึ่งนึงแล้ว เพราะอะไรงั้นเหรอ ? กฎ Super Basic เกี่ยวกับอาวุธปืนอย่างแรกสุดคือ อย่าหันปลายกระบอกปืนไปยังสิ่งมีชีวิตโดยไม่จำเป็น ปืนเป็นอาวุธสังหารสามารถปริดชีพ (กูจงใจเขียนผิด) เป้าหมายได้ทันทีหากยิงโดนในระยะหยุดยั้ง หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุพวกปืนลั่นจนมีคนตายฟรี ก็เพราะเล็งปืนไปทางเหยื่อแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ภาพปกนี่หนักหนาสาหัสมาก ทำลายกฎความปลอดภัยอาวุธปืนสำคัญๆ ถึง 3 ข้อรวด

1) เล็งปืนใส่สิ่งมีชีวิตโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล็งมนุษย์
2) เอานิ้วเข้าโกร่งไกปืนนอกช่วงเวลาคับขัน
3) กำหนดวิถีกระสุนไปยังจุดตายของเป้าหมายอย่างขาดวิจารณญาณ

ดูรูปหน้าปกใหม่อีกที ราชินีที่ว่าพยายามเก๊กสวยคล้ายถูกดราฟคอมโพสมาจากภาพการเป่าควันให้จางไปจากปากกระบอกปืนหลังยิง แต่วาดปากปิดสนิทกลัวคนดูไม่รู้ว่ากำลังเก๊งกับปืนลูกโม่ของตัวเองอยู่ สังเกตปากกระบอกปืนให้ดีๆ นอกจากจะเล็งเข้าหาสิ่งมีชีวิต (ตัวเอง) แล้ว ยังเอานิ้วเข้าโกร่งไกพร้อมยิงด้วย ถึงจะเถียงว่าตรงนิ้วโป้งไม่ได้สับนกไว้นี่ ปืนไม่ลั่นหรอก เออ ก็จริง แต่เขาก็ห้ามอยู่ดีจ้าไอ้สัส เพราะมันมีโอกาสที่เราจะเผลอขึ้นนกทิ้งไว้ได้ แล้วนิ้วที่คาไกปืนเนี่ย ถ้าคนจูนปืนไม่เป็นจนไกปืนอ่อน เกิดแรงกดนิดเดียวแม่งก็ลั่นเลยนะ

ดังนั้นภาพนางเอกเอานิ้วแตะไกเล็งไปที่หน้าผากตัวเองแบบนี้ กูถึงต้อง -5 เพราะในเว็บแม่งมีเด็กเยอะ แล้วไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะมีความรู้เรื่องปืน เกิดที่บ้านมีปืนจริงๆ เก็บอยู่แล้วเด็กเลียนแบบ ไอ้ห่าไม่อยากจะนึกภาพเลยจริงๆ ขนาดปืนอัดลม BB Gun ถ้ายิงระยะแบบนี้แล้วโดนตาขึ้นมา ไม่บอดก็จอประสาทตาเสียหายแน่นอน กูถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ สักแต่จะวาด แบบไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ก่อนที่พวกมึงจะด่ากูว่าจริงจังเกินเหตุ กูจะยอมหยุดตรงนี้ก็ได้ ไม่อยากฟังพวกใช้ตรรกะ "มันก็แค่รูปการ์ตูนเท่ๆ เอง คิดมากไปป่าว" เดี๋ยวจะอดด่าไม่ไหว

156 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

บนปกรองมีคำอธิบายเกี่ยวกับเซตติ้งและเนื้อเรื่องย่อ กับรูปของราชินีชื่อเต็มยาวเหี้ยๆ ตอนแรกจะย่อเหลือ DDLW ก็ยังดูยาวอยู่ดีเลยจะเรียกเจ๊ดีแทนก็แล้วกัน อ่านแล้วยังจับทางเนื้อหาไม่ได้ เจ๊ดีเป็นราชินีได้ไงและปืน .38 มาจากไหน อ่านดูเดี๋ยวก็คงจะรู้เอง

ตอนที่ 1 : ถอนหมั้น ?

เปิดตอนแรกด้วยการแปะรูปอนาโตมี่วิบัติ เป็น Light Novel wannabe แบบทำออกมาอย่างลวกๆ เพราะในความเป็นจริง รูปประกอบในไลท์โนเวลแต่ละเรื่อง กว่าจะได้ตัวนักวาดมาวาดให้ ทั้ง บก. และผู้แต่งเรื่องต้องเลือกคนวาดอย่างพิถีพิถัน เพราะมันส่งผลต่อความน่าอ่านอย่าง "มหาศาล" ถ้าไม่สามารถให้อิมเมจที่สร้างแรงดึงดูดจนคนอ่านอยากโม่ยได้ ภาพประกอบจะกลายเป็นตัวทำลายเรื่องไปในทันที ปล่อยให้นักอ่านจิ้นอิมเมจนางเอกกันเองยังจะดีเสียกว่า วาดหน้าบาน ไหล่กว้าง นมเบี้ยว หัวเถิก ปากเจ่อ ตัวสั้นจนศอกเกือบต่อเอว คิดว่าจะมีใครหื่นกับภาพๆ นี้ไหม (แม่ง มันก็ไม่แน่วะ) คือความตั้งใจจะให้มีภาพประกอบนั่นเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่ขอร้องล่ะ รอให้ฝีมือดีขึ้นกว่านี้หน่อยดีป่าว กูวิจารณ์ภาพจนสูญสิ้นความ PC ในตัวไปหมดแล้วเนี่ย สัสเอ๊ย

ใช้ POV 3 เล่าเนื้อเรื่องว่าเจ๊ดีที่นักเขียนบอกว่าเป็นราชินีถูกราชาถอนหมั้น (WTF ?) คือยังไงวะ ว่าด้วยตำแหน่งถ้าถูกเรียกแบบนี้แล้ว มันควรหมายถึงทั้งสองผ่านพิธีอภิเษกสมรสเรียบร้อย ถึงจะเรียกเป็น King กับ Queen ได้ มั่วเรื่องบรรดาศักดิ์ไม่พอยังมั่วระดับความสัมพันธ์อีก ถ้าราชาถอนหมั้นมึงแปลว่าตอนนั้นมึงยังไม่ได้เลื่อนขึ้นเป็น Queen ดังนั้นมึงจะแทนตัวเองว่าเป็นราชินีไม่ด้ายยยยยยยยยยยยย (ย ยักษ์ ล้านตัว) จากที่ง่วงๆ อึนๆ เปลี่ยนเป็นปวดหัวเพราะความดันโลหิตสูง อ่านแล้วอารมณ์เสียชิบหาย บทสทนาไร้ข้อความอธิบายประกอบเหมือนอ่านไลท์โนเวลกากๆ หรืออ่านบทละครชั้นเลว แต่งเรื่องให้เจ๊ดีโดนนอกใจ ราชาไปหลงเมียน้อย ขุนนางก็รุมใส่ร้าย กำลังจะถูกประหาร ชีวิตน้ำเน่ายิ่งกว่าละครช่องเยอะสี อยู่ดีๆ เจ๊ดีก็ควักปืนออกมาดัง "ฉึก" ยิงออกไปดัง "เปรี้ยงงง" กระสุกแซกหน้าราชา (ไม่ได้เขียนผิดนะ มันเขียนงี้จริงๆ) ตายไปแบบงงๆ

จัดการราชาเสร็จก็ใช้เวทมนตร์ปิดทางเข้าออกท้องพระโรงไม่ให้ทหารเข้ามา ต่อด้วยการฆ่าขุนนางทั้งหลาย (แล้วอีดอกที่แย่งผัวมึงไป ทำไมไม่ฆ่าวะ) ก่อนจะจบตอนอันสั้นเท่าหมอยไก่ ดันสลับ POV จนกลายเป็น POV 1 บรรยายความรู้สึกในใจจนกูอึ้งแดก ว่านี่แม่งเป็นความคิดของราชินีจริงดิ นึกว่าสก๊อยสติแตกไล่ฆ่าคนเพราะโดนผัวเด็กแว๊นทิ้ง ยาดมอยู่ไหน กูต้องดม ณ บัดนาว ไม่อย่างนั้นแล้วกูแม่งอาจน็อคหมดสติไปเลยก็ได้ นอกจากเนื้อเรื่องจะ nonsense แล้ว คำผิดก็เยอะ เยอะจนกูต้องยืมคำพูดของโม่งสับคนนึงมาใช้ คือผิดจนถึงขั้น "หาคำที่เขียนถูกเจอยากกว่า" พิมพ์ตกก็เจออยู่หลายที่จนรำคาญ แล้วอันที่ตกก็เป็นสระเสียส่วนใหญ่ ทำให้กูสงสัยว่าแม่งนักเขียนเป็นชาวต่างประเทศรึไงวะ

คือกูเคยคิดว่าเจ๊ดอกขาวจะต้องยืนหนึ่งอย่างโดดเด่นหามีผู้ใดเทียบได้ในด้านความกากเดน ทว่าตอนนี้ตำแหน่งนั้นเริ่มเกิดการสั่นคลอนเพราะนักเขียนคนนี้ ความบัดซบทางวรรณศิลป์รุนแรงจนกูเกือบจะร้องไห้ ถ้าวันนึงสองรายนี้แต่งนิยายแบบเป็นคู่ดูโอ้ขึ้นมา เราอาจได้เป็นส่วนหนึ่งในนาทีประวัติศาสตร์ร่วมชมการถือกำเนิดขึ้นของมหาเหี้ยเชี่ยสุดตีนกลุ่มคำซึ่งไม่อาจถูกจัดไว้ในรูบแบบงานเขียนใดๆ ถ้าคิดว่ากูโม้เกินจริง มึงลองกดลิงก์มาอ่านเองได้เลย แล้วในคอมเมนต์มีคนบอกว่าเรื่องนี้สนุกด้วย มึงเอาอะไรอ่านวะ เล็บขบนิ้วก้อยตีนรึไง

157 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

ตอนที่ 2 : อดีตชาติก่อน ? (มึงเลือกเอาสักอย่างได้มั้ย)

เปิดมาด้วยกิมมิครูปภาพที่เหมือนจะดูดีขึ้นมาบ้าง (?) แต่หัวตัวละครแม่งใหญ่เป็น Chibi SD มาเลย เดาจากชื่อตอน + ภาพกลับหัวแล้วกูเดาออกทันทีว่าก่อน Isekai มาโลกนี้แม่งเคยเป็นนักฆ่าแลมโบอีกแล้ว ค๊วย! ปวดสมองเหี้ยๆ กูต้องข้ามบทวิจารณ์ Drawing เพื่อลดความเสียหายของสมองแล้ว ไม่งั้นสมองอาจพังก่อนจบ 5 ตอนก็ได้

เปิดตอนด้วยบทบรรยายในช่องคำพูดตามด้วยมุกตลกเล่นคำที่ฝืดยิ่งกว่าบานพับโดนสนิมแดกมาห้าสิบปี บรรยายกลับมาเป็น POV 3 กลัวคนอ่านลืมชื่ออีดอกดี (กูขอเลื่อนขั้นขึ้นมาเทียบเท่ากับอีเกศรวย) เลยแนะนำตัวอีกรอบ แล้วเสียงอ่านของชื่อเนี่ยทำไมไม่ใช้ "วอร์" วะ อุตส่าห์เขียนเป็น War ขนาดนี้ ดันทับเสียงอ่านเป็น วอลล์ (Wall ?) แล้วระดับภาษาของแม่งเนี่ยมีกี่แบบวะ เดี๋ยวฉัน เดี๋ยวข้า เดี๋ยวกู ไอ้เหี้ย Isekai ขี้นก ยุคกลางขี้นก ราชินีขี้นก ขนนกแม่งทุกบทบาทไปหมดแล้วไอ้สาสสส

ตัดฉากไปเล่าเหตุการณ์ตอนมาสิงราชินีเหมือนนิยายข้ามมิติคลิเช่ทั้งหลาย ไม่มีบทบรรยายประกอบบทสนทนาตามเคย มึงเขียนเอง เข้าใจเอง กดลบนิยายออกจากเว็บ แล้วนั่งเห็นภาพคนเดียวไปเลยสัส ไม่พยายามสื่อสารแบบนี้ เขียนลงกระดาษ A4 ใช้เช็ดขี้แล้วจุดไฟเผาซ้ำได้เลยไอ้เหี้ย ละดูมีเมืองหลวงชื่อ "เรย์กิงเรฟ" พิลึกโคตรพ่อ สาวใช้ชื่อ "ธิทาเนีย" ฟังดูมีสกุลกว่าอีกดอกดีที่เป็นนางเอกซะอีก ช่วงกลางถึงท้ายบทเขียนบทบรรยายถูกต้องเกือบหมดจนกูนึกว่าผีครูภาษาไทยเข้าสิง เทียบกับผลงานตอนที่แล้ว กูไม่ซื้อเด็ดขาดว่ามึงเขียนเอง ภาพประกอบไม่เกี่ยวเหี้ยไรกับเนื้อหาในบท เพราะบอกไว้แค่ว่าเข้ามาสิงตัวเอกเพราะถูกผลักตกบันได น้องสาวใช้กับดราม่าจงรักภักดีเป็นสิ่งเดียวที่พอดูได้ในตอน นอกนั้นคือขยะเปียกรอทำปุ๋ยหมักชั้นคุณภาพต่ำจนยกให้ชาวบ้านฟรีๆ เขายังไม่อยากรับ

ตอนที่ 3 : คราฟอาวุธ ?

(ภาพประกอบ) "มึงวาดเป็นอยู่ท่าเดียวรึไง eye contact รูปแบบอื่นเคยวาดบ้างไหมจ๊ะอีดอก"

บทนี้น่าจะเล่าเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนถึงฉากยิงราชาในท้องพระโรง อ้างว่าอาชีพครีเอเตอร์มันดูกากสำหรับคนโลกนี้ สัส... ตรรกะเดียวกับเรื่อง Arifutera (อาชีพกระจอกแล้วไง ยังไงข้าก็แกรี่) อย่างไม่มีผิดเพี้ยน แถมสร้างปืนออกมาเหมือนกันอีก นักเขียนแม่งเอจจี้วอนนาบีนี่หว่า แล้วเรื่องการอ้างถึงสารประกอบเนี่ย ช่วยทำให้มันดูไม่ตลกทีได้ไหม คือเข้าใจว่ามันเป็นข้อมูลจริงหาอ่านได้จากในกูเกิ้ล แต่ช่วยทำการบ้านด้วย เพราะนอกจากการสังเคราะห์ตัวปะทุจากกรดไนตริก+สำลีแล้วมันต้องใช้แร่กราไฟมาลดความเร็วการเผาใหม้ในปลอกกระสุน ไม่งั้นยิงทีก็ปืนแหกมือเละกันพอดี ถ้าใช้ไนโตรเซลลูโลสแล้วมีปัญหานัก ก็ใช้เป็นไนโตรกลีเซอรีนแทนไม่ดีกว่าหรือไง ละดูเขียนมาว่าผลิตดินปืนไร้ควันจากเวทมนตร์ได้เอง แล้วที่เขียนมานี่เขียนเพื่อ ?? มึงอยากจะสื่อเหี้ยไรกันแน่ จะโชว์ภูมิวิชาเคมีแบบเดียวกับไอ้ฟิสิกส์ ? นี่แหล่ะคือโศกนาฏกรรมทางสมองของแท้ ไม่ช่วยให้นิยายน่าสนใจขึ้นซ้ำยังทำให้ห่วยลงไปอีก สนุกได้ก็ควายแล้ว

158 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

ตอนที่ 4 : พื้นที่สลัม ?

โอ้โห... มหัศจรรย์เจิดจรัสเพริศแพร้วล้ำเลิศพิลาลัย ภาพประกอบแม่งพัฒนาจนมีการตัดช่องแบบมังงะด้วย เดี๋ยวกูช่วยใส่บทพูดลงไปให้ดีไหม?

มีการพัฒนาขึ้นในหลายๆ ด้านอย่างน่าตกใจ ตัดฉากสับสนน้อยลง บทบรรยายอ่านแล้วรู้เรื่อง คำผิดหายไป 85.79 % พูดถึงปัญหาด้านภาษีได้อย่างน่าเชื่อถือ (ประชด) ไม่แปลกใจที่ราชาสมควรโดนยิงแซกหน้า เพราะดันปล่อยให้เมืองเกิดใหม่อนาคตสดใสกลายเป็นสลัมจนประชาชนไม่มีเงินจะแดก อีดอกดีมาเมืองนี้ทำไมไม่รู้ รู้แค่ว่าความยาวตอนเข้าสู่ระดับหมอยลูกเจี๊ยบ

ตอนที่ 5 : ทดลอง ?

ภาพประกอบเป็นภาพที่กูเห็นครั้งแรกตอนมันเอานิยายมาโปรโมตในบอร์ด ตัดช่องมังงะให้เห็น Action ที่อีดอกดีทำ Swift Reload กับปืนลูกโม่ .38 ของตัวเอง ดูแล้วคลื่นไส้เพราะวาดความยาวนิ้วโป้งไม่เท่ากันสักช่องเดียว ช่อง 2 กับ 3 หนักสุด เพราะวาดมือแบบไร้กระดูก ที่สำคัญคือคนที่พอรู้เกี่ยวกับปืนแบบนี้มาบ้างจะขำก๊าก เพราะมีโอกาส 99% ที่อีดอกดีจะโดนก้านโม่หนีบนิ้ว หากอยากจะทำให้ดูเท่ช่องสุดท้ายควรวาดแบบเหวี่ยงปืนด้วยข้อมือให้โม่ดีดกลับเข้าที่ จะคูลกว่าเป็นไหนๆ แต่วัดจากความสามารถในการวาดนิ้วแล้ว แบบนั้นอาจยากเกินไปหน่อย อิอิ

อีดอกดีหาที่โล่งซ้อมยิงปืนโดยมีสาวใช้คอยจำไมและตื่นตกใจเหมือนเป็นสุดยอดตัวรับมุก นางเอกอ้างว่าที่ไม่สร้างปืนสั้นแบบออโต้เพราะชิ้นส่วนเยอะจำไม่ได้ สร้างปืนลูกโม่ดีกว่าทำง่ายไม่ซับซ้อน โหแม่ง... ถ้าไม่ใช่พวก Gunsmith ประสบการณ์ 10 ปี+ ก็เป็นโอตาคุคลั่งปืนถอด-ประกอบชิ้นส่วนเล่นเป็นเลโก้ 3 เวลาหลังอาหารเท่านั้นแหล่ะ ถึงจะกล้าพูดแบบนี้ ตอนยิงปืน SFX เป็น "เปรี๊ยง" อีกแล้ว แถมยังหัวเราะ "หิ๊ๆ" ด้วย เกิดมาเพิ่งเคยเจอ ที่ล้ำสุดๆ คือมีการใช้ 2 POV ในประโยคเดียว "เท่านี้ ตัวราชินีก็ไม่มีใครมาหยุดข้าได้" อ่านแล้วงงสัส ถึงกับต้องเรียกเซลล์สมองให้จัดแถวใหม่แล้วประมวลผลรอบ 2 ประทับใจจนกูต้องเอาโจทย์มาให้พวกมึงแก้เล่นๆ กันด้วย ลองดูข้างล่าง

## แบบฝึกหัดประจำบทที่ 5 ##

1) จงแก้คำผิดและเรียบเรียงประโยคนี้ใหม่ : "สังเกตุได้ไม่เลว มมคือ วัตถุวัตถุปกรณ์ ชิ้นนึ่ง ที่สามารถ ปิดชีพมนุษย์ได้ภายในพริบตาย"
2) จงอธิบายความหมายของ "โจรขโมยสิ้นค่า" อย่างถูกต้อง
3) คำพูดของราชินี "เมื่อกี้พวกมึง คิดจะ ซั่ม คนใช้ของกูรึ ถ้าพวกมึงแตะต้องคนใช้ของกูล่ะก็ พวกมึงได้เห็น โลกอันเจ็บปวดยิ่งกว่านรก" ฟังดูเอจจี้หรือไม่ เพราะเหตุใด

จบจากตอนที่ 5 กูไปไล่ดูภาพประกอบ ก็พบว่าหลายๆ ภาพคล้ายถูกดราฟคอมโพสมาจากมังงะเรื่องกันโอตะ (จำชื่อเต็มไม่ได้ละ จำได้แค่โคตรยาว) ซึ่งเป็น LN ด้วย แค่เปลี่ยนจากพระเอกมาเป็นดอกดีเฉยๆ ที่มั่นใจมากเพราะท่ายิงลูกซองแฝดของดอกดีกับการประคองแขนของน้องสาวใช้ แม่งเป็นท่าเดียวกับไอ้ลูทตอนคุณหนูแวมไพร์ช่วยประคองแขนเหมือนกัน สรุปได้ว่าเป็นนิยายที่ใช้แรงบันดาลใจจากกันโอตะเป็นพล็อตเดินเรื่อง นิสัยนางเอกถูกยืมมาจากเจ้าหญิงหมาบ้า กับน้องสาวใช้ที่ได้อิมเมจมาจากนางเอกการ์ตูนเรื่องเรือนเงา (Shadow house) นั่นเอง

การบรรยาย : 5...

ตัวละคร : 4...

เนื้อเรื่อง : 3...

จุดเด่น : 2...

จุดด้อย : 1...

คะแนน : 0... /10 คะแนน (สมองกูหมดพลังแล้ว อย่าให้กูเขียนอะไรอีกเลย)

ความเห็นส่วนตัว : ฝ่ายพิสูจน์อักษรโดดตึก บก.เขียนใบลาออก ครูภาษาไทยเข่าทรุด นักวาดการ์ตูนลมใส่ พ่อขุนรามคำแหงต้องการทราบที่อยู่ของคุณ ด๊อกเตอร์ป๊oบสวมกอดอย่างอบอุ่น พังพรอนกล่าวชื่นชมยืดยาว ดอกขาวประกาศยอมมอบมง

159 Nameless Fanboi Posted ID:krXowok/5z

>>150 อันนี้สงสัย ถ้าธีมหลักเป็นเน้นค้นหาความจริงก็ควรอยู่ในหมวดสืบสวนไม่ใช่เหรอ หรือหมวดนี้มันมีนิยามชัดอยู่แล้วว่าเรื่องผีมาเกี่ยวไม่ได้(กรูไม่ค่อยได้ศึกษานะ ถ้าทำให้หงุดหงิดก็โทษทีนะ)

160 Nameless Fanboi Posted ID:+/Cxnz9RvC

>>155 เรื่องนี้กูก็กดอ่านจากบอร์ด โดนภาพประกอบล่อลวง กูอ่านไปได้ตอนเดียวกุมขมับแล้วกดปิด กูไม่ด่าอิคนเขียนแต่กูแม่งเข้าไม่ถึงเรื่องวะอ่านแล้วอิหยังวะถถถถ นับถือมึงจริงๆได้ตั้ง5ตอน

161 Nameless Fanboi Posted ID:rD9Is/f56Q

>>159 มึงเห็นคำว่านิดหน่อยของกูมั้ย ประเด็นมันอยู่ตรงนั้น

ถ้าทั้งเรื่องมันสืบเกี่ยวกับที่มาผีว่าผีมาได้ไง เงื่อนไขการมามีอะไรเพื่อหาทางเอาชนะตอนจบกูไม่ว่านะ แต่ที่กูเจอเนี่ยมันแทบรู้เกือบหมดตั้งแต่ยังไม่ครึ่งเรื่องเลย ไอ้ที่เหลือคือเอาตัวรอดกับสวนกลับผีล้วน ๆ แล้วมันควรอยู่สืบสวนมั้ยล่ะ

162 Nameless Fanboi Posted ID:gdwMS4v5Ff

แบบฝึกหัดประจำบทที่ 5
1. ตอบ (แบบเรียงเฉยๆ)สังเกตได้ไม่เลว มันคืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่สามารถปลิดชีพมนุษย์ได้ภายในพริบตา
(แบบขี้เกียจพูด) ช่างสังเกต นี่คืออุปกรณ์ปลิดชีพในชั่วพริบตา
2.ตอบ โจรขโมยสิ้นค่า หมายถึง โจรกระจอก, โจรไร้ค่า หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ ความเป็นโจรได้หมดความหมายลงแล้วโดยแปรสภาพไปอยู่ในสถานะอื่น เช่น นักโทษ เป็นต้น
3.ต้องพิจารณาคำว่าเอจจี้เป็นอันดับแรกก่อน ว่าในที่นี้ใช้ความหมายใหม่ (คือตัวละครเก่งแต่ปลีกตัวจากสังคม เคร่งขรึม ขี้รำคาญ เก๊กมาดนิ่ง) หรือดั้งเดิม (แก่แดด) ซึ่งคำพูดของราชินี "เมื่อกี้พวกมึง คิดจะ ซั่ม คนใช้ของกูรึ ถ้าพวกมึงแตะต้องคนใช้ของกูล่ะก็ พวกมึงได้เห็น โลกอันเจ็บปวดยิ่งกว่านรก" น่าจะถามว่าเข้าข่ายคำว่าเอจจี้ตามความหมายดั้งเดิมหรือไม่
ตอบ เอจจี้.. มีความแก่แดดอยู่มาก เพราะความหมายของประโยคนั้นคือ ถ้ามึงคิดจะเย-คนใช้ กูจะส่งมึงไปลงนรก แต่ผู้พูดเป็นราชินี ซึ่งมีอำนาจรองจากราชาคนเดียว สั่งทหารยิงมันทิ้งในตอนนั้นหรือจะยิงเองเพราะมีปืนก็ได้ พอพูดประโยคคำขู่แบบนี้ออกมาจึงแสดงออกถึงความเอจจี้ คือไม่โตพอที่จะทำจริงๆ ได้แค่ขู่เท่านั้น
By เด็กหน้าห้องที่นั่งหลับแต่ครูไม่เห็น

163 Nameless Fanboi Posted ID:bPH7Y+ds+T

>>159 ถ้าตอบแบบโง่ ๆ นิยายสิบสวนต้องมีนักสืบ ตอบแบโง่น้อยลงไปหน่อยก็คือนิยายต้องมีตัวละครหลักในการดำเนินเรื่อง
ตัวละครหลักใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการค้นหาความจริง เป็นไวยากรณ์หลักในนิยายสืบสวน

ยกตัวอย่างเช่น
พระเอกมีพลังในการคุยกับวิญญาณ จะใช้คำใบ้มาประติดประต่อ เพื่อหาเบาะแสชี้ตัวฆาตกร กับ
วิญญาณแค้นพยายามติดต่อกับนายตำรวจเจ้าของคดี นำไปยังเบาะแสเพื่อชี้ตัวไปยังตัวฆาตกร และ
พระเอกถูกวิญญาณรังควาน ถูกพาไปยังหลักฐานใหม่ ๆ เพื่อชี้ตัวคนร้ายที่แท้จริงในคดีหนึ่ง
จะเห็นว่าทุกเรื่องมีกลิ่นของนิยายสืบสวนหมด แต่นิยายที่ตัวเอกใช้ความสามารถของตัวเองค้นหาความจริงจะดูเป็นนิยายสืบสวนที่สุด ในขณะที่เหลือจะดูเป็นแนวสยองขวัญ หรือยกตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่อง Ghost (1990) เป็นหนังรักโรแมนติกเพราะพระเอกเป็นผีแต่พยายามเพื่อความรัก
ป.ล. กุก็หาดูจากเวบเถื่อนอย่ามาหาว่ากุแก่

164 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

>>162 เชี่ย มีคนตอบคำถามจริงๆ ด้วย เดี๋ยวกูจะเฉลยให้

1) ตอบถูกแล้ว
2) มันเขียนผิดมาจาก "โจรขโมยสินค้า"
3) ที่ตอบมาก็ถูกเหมือนกัน แต่จะเสริมเพิ่มว่า ที่ให้พิจารณาข้อความพวกนี้เพราะการสนทนาแบบนี้มันผิดระดับภาษา คือมองตามหลักความเป็นจริง เชื้อพระวงศ์จะมาพูดคำหยาบเนี่ยมันไม่ค่อยมีหรอก แถมไม่ได้หยาบธรรมดา หยาบแบบเอจจี้ด้วย แสดงให้เห็นว่านักเขียนนี่เป็นเด็กหัดใหม่ (เอาจริงๆ คือมองออกมาตั้งแต่ตอนที่ 1 แล้วแหล่ะ) มันเป็นความผิดพลาดด้านเซตติ้งอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ตัวละครดูไม่สมเหตุสมผลในเชิงความคิด ไม่ใช่แค่มิติแบนแต่เป็นมิติเว้าจนตัวละครไม่มีแม้แต่ความเป็นตัวตนของตัวเอง (เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามใจนักเขียนอยู่ตลอด)

165 Nameless Fanboi Posted ID:krXowok/5z

>>161 อ้อ โอเค กรูอ่านไม่แตกเอง โทษทีๆ

166 Nameless Fanboi Posted ID:rD9Is/f56Q

>>164 สิ้นค่าเป็นสินค้า

คนเขียนพูดเหน่อปะนี่แล้วเขียนตามที่ตัวเองพูดออกเสียง

167 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

>>166 ลองอ่านบทที่ 1 ดู แล้วจะพบว่ามีคำผิดแบบนี้เกือบทั้งตอน ไม่รู้ว่าเหน่อไหม แต่เขียนหลายๆ คำแบบไม่มีวรรณยุกต์กับไม่มีไม้หันอากาศ จนกูต้องล้อว่าพ่อขุนรามตามหาตัว คือเหมือนมันเขียนด้วยอักขระไทยยุคแรก ๆ บนศิลาจารึก อ่านแล้วหงุดหงิดโคตรพ่อ ต้องแปลงสาร 3 รอบ คือเติมสระ+วรรณยุกต์ก่อน แล้วมาอ่านเพื่อเกลาประโยคที่ไม่สละสลวย+เรียบเรียงห่วยให้อ่านแล้วเข้าใจ จนถึงขั้นตอนสุดท้ายคืออ่านด้วยภาษาของเราเองที่แก้ให้มันแล้ว ซึ่งเปลืองกำลังสมองโคตรๆ ที่สับนี่ก็สับให้ฟรี ไม่ได้ค่าจ้างอะไร มันเลยเหมือนทำร้ายร่างกายตัวเอง เป็นมาโซแบบอ้อมๆ แล้วเนี่ย

168 Nameless Fanboi Posted ID:.Ulu7uaoi4

ขอบใจที่สับให้อ่าน แต่กูถามหน่อย...ก่อนอ่านกูยังนั่งทำงานอยู่ดีๆ พอกูอ่านที่มึงสับมาจนจบ กูไข้ขึ้น ตัวร้อน ท้องเสีย กูต้องโทษใครวะ?

169 Nameless Fanboi Posted ID:3.CORqijBi

>>164 โอ้โห.. สิ้นค่า-สินค้า ถ้าพิมพ์ว่า สินค่า.. ก็ยังพอเดาให้ตรงความหมายได้อยู่ ยอมยกธงขาวเลยอ่ะ
>>168 โทษใครไม่ได้เลย อ่านพวกนี้เยอะๆ เดี๋ยวภูมิต้านทานก็จะเพิ่มขึ้นเอง

170 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

>>160 กูก็สนใจเรื่องนี้เพราะหน้าปกล่อลวงเหมือนกัน อุตส่าห์คาดหวังว่าแม่งอาจเป็นดาวรุ่งหน้าใหม่ คิดว่าคงพอมีพื้นฐานทั้งวาดทั้งเขียน ที่ไหนได้...

มันเหมือนอย่างที่ไอ้นอนเมมใน >>147 ตั้งกระทู้ไว้จริงๆ อะ คือต่อให้เป็นของดีรสชาติอร่อยแต่ถ้าจัดจานไม่น่ากินคนก็ไม่มาชิม ในทางกลับกันถ้าตกแต่งให้สวยงามจนดูแพง ดูน่ากินขึ้น ต่อให้รสชาติห่วยหมาไม่แดก สุดท้ายก็จะยังมีเหยื่อหลงมาชิม (เหมือนเรื่องห่านี่) อยู่ดี

171 Nameless Fanboi Posted ID:oW4gyZAOpi

>>155 เห็นตอนเอามาลงใหม่ๆ มีคนตั้งกระทู้ท้วงเรื่องลอกพล็อต ลอกฉากมาจากมังงะ แต่ก็เงียบหายไป กูเคยเข้าไปอ่านแว่บๆ เห็นว่ากากเลยไม่ได้อ่านต่อ

เรื่องคำผิดเห็นมีคนทักนะว่าอย่าใช้สแลง หรือพวกคำวิบัติ ศัพท์วัยรุ่น เพราะมันไม่ตรงเซตติ้ง แต่คนเขียนตอบว่าไม่รู้จะทำได้ไหม มันเป็นสามัญสำนึก ก็คือไอ้ห่านี่แยกภาษาพูด ภาษาเขียนไม่ออก คำผิดก็คงแยกไม่ออกเหมือนกัน สิ้นหวังสัสๆ

172 Nameless Fanboi Posted ID:rD9Is/f56Q

>>171 ศิลปะจากสามัญสำนึกที่แท้ทรู โคตรอาร์ต

173 Nameless Fanboi Posted ID:rBSMN171sU

ยังมีใครทำลิสต์นิยายรอสับอยู่หรือเปล่าวะ หรือตอนนี้ใครเห็นเรื่องไหนน่าสับในบอร์ดก็เอามาสับเลย?

174 Nameless Fanboi Posted ID:3.CORqijBi

>>173 เคยมีด้วยอ่อ ไม่เคยเห็นนะ เห็นจองกันเปล่าๆ ที่เหลือใครอยากสับไรก็สับ

175 Nameless Fanboi Posted ID:X8F.IwYrJh

อยากสับก็สับเลยไม่ได้รออะไร

176 Nameless Fanboi Posted ID:wlHpT2zqLf

ไม่รู้สับไปแล้วยัง หลงลืมไปหมดแล้ว
https://www.dek-d.com/board/view/3959094/

177 Nameless Fanboi Posted ID:+gG5nqIFaF

สมัยก่อนเคยมีนิยายค้างสับรออยู่สูงสุด 17 หรือ 18 เรื่องนี่ล่ะ แต่พอเลยยุคม้ามาได้ ไอ้ที่รออยู่ส่วนใหญ่ลบเรื่องทิ้งไป กูไล่กดเข้าลิงก์ที่ยังไม่ตายคัดเอาเฉพาะเรื่องที่เขียนดีจริงๆ มาสับจนครบแล้วลอยแพเรื่องกากใน list เก่า เพิ่งจะมาเริ่มจองแบบไม่เป็นทางการช่วงกระทู้ภาค 22-23 อะ ล่าสุดคือมีรายชื่อส่วนตัวเขียนไว้ แต่ไม่ได้สับทุกเรื่อง เพราะอยากให้คนอื่นสับบ้างเหมือนกัน สับเองหมดแม่งปวดสมอง นิยายสมัยนี้ห่วยลงกว่าช่วง 2-3 ปีก่อนมากเลย แล้วพวกน้ำเต็มแก้วก็เยอะ สับไปแม่งก็เถียงเลยไม่อยากสับนิยายบางกลุ่ม สำหรับพวกนิยายที่แต่งไปได้เยอะแล้วนี่เหตุผลของกูกับโซมีนคล้ายกัน ว่าทำไมถึงต้องเลี่ยง เดี๋ยวไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าทำไม ตอนนี้ยังไม่ว่าง

>>168 อ่านสับกูแล้วถึงขั้นป่วยเลยเหรอวะ กูใช้คำแรงไปจนอ่านไม่สนุกเหรอ (หรือรำคาญกูบ่นเรื่องปืน?)

178 Nameless Fanboi Posted ID:LXdb7XLaTZ

>>159 อย่าขอโทษพร่ำเพรื่อ จะทำให้บรรยากาศ​ของการแลกเปลี่ยนเสีย มึงไม่ได้มาเกรียนอะไรนี่

179 Nameless Fanboi Posted ID:.Ulu7uaoi4

>>177 เปล่าๆ กูอ่านไปกินน้ำพริกปลาทูไป(ซื้อมา 2 วันกว่าแล้ว) สงสัยอาหารเป็นพิษ หลังจากนั่งสวมมาทั้งวันตอนนี้กูหายล่ะ

180 Nameless Fanboi Posted ID:.Ulu7uaoi4

>>159 กูมองว่าวิธีคัดแยกหมวดของเด็กดีมันห่วยอยู่แล้วซะมากกว่า ส่วนตัวกูชอบแบบของ fictionlog ที่มันให้เราเลือกได้ 2 หมวดคือหมวดหลักกับหมวดรอง เช่นเราว่า หมวดหลักคือแฟนตาซี หมวดรองคือคอเมดี้ แม่งชัดเจนดีว่ากูจะไปเจออะไร

181 Nameless Fanboi Posted ID:3.CORqijBi

>>176 น่าจะยังนะ ไม่คุ้นเลย (กุคนรวบรวมมู้ 14-25 เอง :)

182 Nameless Fanboi Posted ID:3.CORqijBi

https://www.dek-d.com/board/view/3959128/
มูโนเปีย?? เชี่ย.. อยากกินข้าวเหนียวมูน

183 Nameless Fanboi Posted ID://98V+lwFb

>>182 เค้าอุตส่าห์คิดชื่อเองมึงก็ยังจะไปบูลลี่เค้าอีกนะ 555

184 Nameless Fanboi Posted ID:3.CORqijBi

555+ คิดถึงตจว. ยุกทม.แม่งหากินยาก แหนบอ่องออ ข้าวกั้นจิ้นเงี้ย มึงเอ้ย~~ น้ำตาจิไหล

185 Nameless Fanboi Posted ID:.Ulu7uaoi4

กูอยากรู้ ว่าไอ้การคิดชื่อที่ลงท้ายด้วย เซีย เปีย เลีย พวกนี้มันมาจากไหนวะ ติดหูจนนักเขียนแม่งใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง

186 Nameless Fanboi Posted ID:.Ulu7uaoi4

ไหนจะคำโปรยที่ลงท้ายว่า "เปลี่ยนไปตลอดกาล" นี่อีก (กูก็เคยใช้)​

187 Nameless Fanboi Posted ID:yOWnd+8gC+

เปีย นี่น่าจะมาจากพวกแนวคิดยูโทเปีย-ดิสโทเปีย (--โทเปีย : ดินแดน--)
เลีย/เนีย/เีย น่าจะมาจากชื่อประเทศ/ภูมิภาค เช่น โซมาเลีย สแกนดิเนเวีย โอเชียเนีย โรมาเนีย ลิทัวเนีย แอสโตเนีย ลัตเวีย ประมาณนี้ลองเปิดแผนที่โลกดู
(ก็เพิ่งรู้ตอนหาข้อมูลเนี่ยแหละ)
_____________________________
ถึงคนสับคนนั้น.. ถ้าจะต้องตกตะกอนเพื่อเขียนเรื่องเรื่องนึงสักครึ่งปี (2020) เออ..ตอนนี้มีวัตถุดิบสำหรับเรื่องนั้นแล้วล่ะ
Thx

188 Nameless Fanboi Posted ID:QbIAux26g9

>>185 ออสเตรเลีย ออสเตรีย โอเซียนเนีย โครเอเชีย โคเรีย คัมโบเดีย เอเชีย มาเลเซีย มาลาเรีย อย่าว่า กูก็ตั้ง

189 Nameless Fanboi Posted ID:/FJecbr2Of

กูก็ใช้... แค่ไม่รู้ว่าทำไมพวกเอียๆทั้งหลายนี่พอเอาไปใช้ตั้ชื่อมันถึงได้ดูแฟนตาซีขึ้นมา

190 Nameless Fanboi Posted ID:jz4oYPEIa4

>>182 เอียเปียเนียเรีย เออก็รับได้ ยังดีกว่าไอ้พวกตั้งกระทู้ขอชื่อ

191 Nameless Fanboi Posted ID:hZkJf8KILA

ลงท้ายสระอาก็แฟนตาซีเหมือนกัน ต้องคิดชื่อแบบคนยุโรปหน่อย แต่ไม่ต้อง weeb

192 Nameless Fanboi Posted ID:yOWnd+8gC+

>>188 ธาลัสซีเมีย โกโนเรีย ลิสเทอเรีย เพอไฟเรีย ลิชมาเนีย ฟิลาเรีย ดิพเธอเรีย ฮีสทีเรีย ริกเกตเซีย วีเรเมีย ฟังจิเมีย เซ็ปติซีเมีย ..เอาไปตั้งชื่อเมือง/ชื่อประเทศได้นะ 55+

193 Nameless Fanboi Posted ID:hZkJf8KILA

เอางี้ดีกว่ามั้ย หญิงงามใดมีชื่อลงท้ายด้วย เมีย คนนั้นจะเป็นเมียของพระราชา ลูกชายคนใดชื่อลงท้ายด้วย เมีย จะต้องบังคับหาเมีย ห้ามโสดเด็ดขาด

194 Nameless Fanboi Posted ID:N1rpLf99H0

>>187 เรื่องนั้นมันเขียนยากก็เลยรู้สึกว่ามันต้องใช้เวลาตกตะกอน ถ้าจะเขียนอะไรง่าย ๆ มันก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาขนาดนั้นหรอก
เหมือนทำไข่เจียวก็ใช้เวลาไม่มาก ทำซุปข้นกระดูกหมูก็ต้องใช้ทั้งเวลาและขั้นตอนที่มากกว่า

195 Nameless Fanboi Posted ID:yOWnd+8gC+

>>194 เรื่องนี้ยากพอกัน.. 55+ มีวัตถุดิบ แต่ยังไม่มีเมนู ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิธีทำ น่าจะต้องไปหาก่อนว่าเด็ก 12-18 ชอบกินอะไรหรือควรกินอะไร(ที่เป็นประโยชน์)

196 Nameless Fanboi Posted ID:6iJC+Qnpv8

>>155 เฮ้ย ปกมันก็มีความดราฟหน่อยๆ กูเห็นละนึกถึงมังงะเรื่องนึง ที่นางเอกเป็นราชินีจากแดนน้ำแข็งมีีีีีีฉายาว่าโหดสัสไรเนี่ย เลี้ยงหมาป่าไว้แดกคนด้วย ส่วนพระเอกเป็นหนุ่มหน้าหวานที่ถูกจับเป็นเชลย ไม่แน่ใจว่าเป็นของเกาหลีหรือญี่ปุ่น

197 Nameless Fanboi Posted ID:cpa2NfonBQ

>>192 ถ้าเป็นพวก นศพ. มาอ่านแม่งคงมีหลุดขำกันบ้างอะ ดูชื่อแต่ละโรคแล้วลองคิดเล่นๆ ถึงฉากในนิยาย

"เบื้องหน้าของพวกเจ้าคือเมืองหลวงแห่งอาณาจักรนี้... ยินดีต้อนรับสู่โอโรโกโนเรีย"

198 Nameless Fanboi Posted ID:YztPjilUMS

>>197 แม่ง นครหนองใน

199 Nameless Fanboi Posted ID:tQtAxGd/BG

https://www.dek-d.com/board/view/3959161/
อีหยังวะ?

200 Nameless Fanboi Posted ID:TzpZ.NbcgK

>>199 นังนี่หลายทีและ อีควายเอ๋ย ถ้าเป็นญาติพี่น้องกูจะตบกบาลให้หายกลวงซะ เข้าใจว่าคนที่ผ่านการเป็นนักโทษมาน่ารู้จักจะมองโลกตามความเป็นจริงได้มากขึ้นนะ
อ่านในตัวมู้กูชักสงสัย นี่มึงมาขอพื้นที่ให้ได้มีที่ยืน หรือมึงมาขอเงินกันแน่วะอีดววววก

201 Nameless Fanboi Posted ID:ZfBqFMrNpM

>>199 มาบ่อยนะคนนี้ เคยอ่านนิยายไปครั้งหนึ่ง ก็ได้แต่คิดว่าจะเอาอะไรมาขายให้ได้3หมื่น มันไม่เหมือนนิยาย เหมือนเขียนคำแก้ตัวให้อ่าน คลุมเครือ และใส่ความเชื่อว่าตัวเองไม่ผิดลงไปในนั้นด้วย อ่านแล้วให้รู้สึกแบบนั้นนะ จากที่เคยฟังเรื่องเล่าชีวิตของนักโทษมาทั้งหมด เรื่องนี้ไม่สนุกเลย

202 Nameless Fanboi Posted ID:F4tHPnvVoN

>>199 อยากเดินตามรอยกบตุ๋นสินะๆ

203 Nameless Fanboi Posted ID:jz4oYPEIa4

>>199 โทษตัวเองอะไรของมึงอีควัยย เห็นคนอื่นเขาไม่ทำงานทำการกันเหรอวะ แม่งอย่างกับกระทู้ขอเงิน มึงไม่ได้ต้องการที่ยืนหรอกอีดวก มึงแค่ร้อนเงินเอ๊งง

204 Nameless Fanboi Posted ID:dQxIlyub7V

>>199 ไปทำมาหากินสิอิควัย

205 Nameless Fanboi Posted ID:grNaQJfyc9

นางติดคุกเพราะอะไร ใครช่วยสรุปให้ทีกูขี้เกียจอ่าน

206 Nameless Fanboi Posted ID:TzpZ.NbcgK

>>205 เพราะยา+เพื่อน,แฟนชักจูง รึอะไรเนี่ยแหละ กูทนอ่านได้ตอนเดียว

207 Nameless Fanboi Posted ID:jU03ooTpF5

>>199 กูอ่านแล้วครั้งก่อนที่มาแปะ คิดเหมือน>>201 นิยายยังกับจดหมายแก้ตัว ผิดมั้ยไม่รู้แต่เรื่องมันจบแล้ว อยากเรียกร้องอะไรไปยื่นเรื่องกระทรวงยุติธรรมหรืออะไรก็ว่าไป มาเขียนนิยายโศกแบบนี้มันดูง้องแง้ ยิ่งเอาเรื่องดราม่าเรื่องเงินมาเป็นจุดขายยิ่งไม่เวิร์ค มันเหมือนพวกที่วัตถุประสงค์แอบแฝง เลวกว่านั้นก็พวกต้มตุ๋นว่ะ

208 Nameless Fanboi Posted ID:z+OMc8cz5S

>>199 ห้องเรียนวิพากษ์งานเขียนมือใหม่ (Novice Writing)
เริ่มจาก..เกริ่นนำ "อยากให้เพื่อนอ่านงานเขียน เป็นประวัติของฉัน" เคร..เบสออนทรูสตอรี่ "ชีวิตสวยงามแต่มีจุดหักเหจนไม่อาจลืมตาได้อีก" พล็อตที่มีจุดเปลี่ยนน่าสนใจของปัญหาที่มากระทบจนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ "ฉันได้แต่โทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า" ความรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ สร้างความเห็นอกเห็นใจแก่ผู้อ่าน ในขณะเดียวกันก็สร้างความสงสัยใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยภาพรวมสรุปรวบยอดมาได้ดีทีเดียว

ต่อด้วย..คอนเซ็ปต์ฉันมีปัญหาแต่จะไม่ยอมหัวให้ใคร มองเห็นลำดับอะไรจากข้อความนี้?
-ค่าห้องที่ยังยังไม่จ่าย 6เดือน = 3หมื่น
-งานก็ เพิ่ง! ลาออก ด้วยความเลือดร้อน
นี่คือผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น ความลำบากที่เกิดขึ้นจะต้องผ่านไปให้ได้ แต่.. จุดที่ฉุดให้ทุกอย่างหนังขึ้นไปอีกคือ การตัดสินใจลาออก คำถามคือทำไม? มีปัญหาอะไร? ไม่มีรายละเอียดบอก.. ช่างเป็นตัวละครที่พาตัวเองเข้าสู่สภาวะที่สาหัสกว่าเดิมได้ดีแม้รู้ว่ามีทางออก ก็จะไม่เดินไปทางนั้น นั่นคือ..
-ต้องการเงิน แต่ไม่อยากเป็นหนี้ ไม่อยากยืมใคร ไม่ขอทางบ้าน
มองเห็นหนทางแต่จะไม่เลือกเดินไปทางนี้.. ทำไม? ง่ายดายเกินไปหรือ?
-ขอคำชมเพื่อเป็นกำลังใจ เพื่อให้ไม่โดนใครใส่ร้ายอีก
ประโยคไม่เป็นเหตุผลซึ่งกันและกันเลย
รู้สึกเหมือนกำลังซ่อนหรือปิดบังอะไรบางอย่าง การซ่อนเรื่องราวหลายๆ เรื่องพร้อมกันทำให้ผู้อ่านเริ่มหมดความสงสัย.. ว่ามีเรื่องใดบ้าง เหตุการณ์เป็นอย่างไร และสุดท้ายก็ปล่อยมันไป
-ขอพื้นที่ให้โจรกลับใจอย่างฉันได้มีที่ยืนด้วยค่ะ
อ้าว! เป็นโจร.. งง งงไปเลยเหมือนโดนตีแสกหน้า ต้องหาความเชื่อมโยงกับข้อความด้านบนอีกครั้ง.. สัมพันธ์กับประโยคสุดท้ายย่อหน้าแรก คือฉันรู้สึกผิดเพราะได้กระทำบางอย่างลงไป ส่วนขอให้ผู้รับสารให้โอกาส "ให้ฉันมีที่ยืน" ด้วยอะไร? การยอมรับว่าโจรกลับตัวกลับใจแล้ว ประกอบอาชีพสุจริต(เขียนนิยาย) คุณทำได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องรอใครหยิบยื่นโอกาสมาให้ หรือความหมายของคำนั้นถ้ามันคือ ช่วยซื้อ.. ช่วยอุดหนุน.. งานเขียน ก็น่าจะย้ำอีกครั้งในท้ายประโยค นอกเหนือจากชื่อเรื่อง
-ส่วนการแปะช่องทางไปหานิยาย ทำได้แย่มาก เพราะกดแล้วมันขึ้นหน้าสมัครแอคเค้าน์เพื่อเขียนนิยายกับกวบ. ไหนนิยายเรื่องนี้?
เฮ้อ~~~ เหนื่อย..

209 Nameless Fanboi Posted ID:4WAlr.AuUP

>>178 กรูไม่ใช่ขาประจำห้องนี้น่ะ ไม่รู้ธรรมเนียมห้องเลยต้องขอออกตัวเซฟๆไว้ก่อน แต่เมื่อก่อนเคยมาสิงยุคม้าบ่อยๆอยู่นะ

210 Nameless Fanboi Posted ID:ZfBqFMrNpM

จากกระทู้ล่าสุด การสลับมุมมองในงานเขียนเรื่องเดียวกันเป็นหลาย ๆแบบ มันเป็นปัญหาเหรอวะ อันนี้ถามเฉย ๆ เพราะอยากรู้ ในฐานะคนอ่านกูกลับชอบนะ

211 Nameless Fanboi Posted ID:StJGaCpvcI

นักเขียนหน้าใหม่ทำให้ได้หลักหมื่นไม่ใช่เรื่องยาก ลงอีบุ๊กให้ตรงแนว สนุก ภาษาดี ทำปกสวย ๆ แต่ต้องเขียนหลาย ๆ เรื่อง ออกถี่ ๆ หน่อย (เขียนสั้น ๆ ขายราคาต่อหน่วยถูก ๆ แต่เน้นหลายเรื่องหน่อย) วิธีนี้ใช้เวลาสักระยะ จะเอาเป็นเงินด่วนไม่ได้เพราะต้องขายสะสมยอดเงินเรื่อย ๆ แต่ไม่รู้ว่าแม่คนนี้เขาจะเข้าใจมั้ย ดูมืดแปดด้าน ดูลนลานแล้วก็ดูคิดตื้นไป อีกอย่างเหมือนกระทู้ขอเงินมากกว่าด้วย อีกอย่างนางเร่งใช้เงิน ออกไปหางานทำดีสุด

ปล.เหมือนเอาเรื่องติดคุกมาอ้างให้ดูน่าสงสาร ทั้ง ๆ ที่ชีวิตตัวเองก็พอจะทำเนาอยู่บ้าง เช่าห้องเดือนละ 5 พัน เคยมีงานทำแต่ลาออกเอง ดิ้นต่อไปเหอะหนู

212 Nameless Fanboi Posted ID:jz4oYPEIa4

อ่านรู้เรื่องได้ไงวะ เหมือนมึงสั่งเบียร์แต่ดื่มไปได้สักพักกำลังเมามันส์มันดันให้ขวดโซดามาอะ เหมือนใช้ POV3 อยู่ดี ๆ เสือกเปลี่ยนไปใช้ POV1 น่าหงุดหงิดชิบหายเลยนะ ก่อนเปลี่ยนจะเว้นห่างหรือขึ้นย่อหน้าใหม่ก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ (ถึงมันไม่ต่อเนื่องและอารมณ์ขาดช่วง) แต่ไอ้ส่วนมากมันนึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนไง อยู่ดี ๆ เธอ,เขา...กำลังไปมั่วที่บาร์และตั้งใจว่าจะหิ้วผู้ชายสักคนกลับห้องแก้เหงาคืนนี้ เมื่อเธอมาถึงบาร์ ฉันก็เดินไปหาผู้ชายหล่อคนนึงที่กำลังนั่งดื่มคนเดียว

213 Nameless Fanboi Posted ID:ZfBqFMrNpM

>>212 เอาซะเห็นภาพ5555 กูก็นึกว่าหมายถึงสลับเป็นบทงี้ ไม่ใช่รวมทั้งหมดอยู่ในย่อหน้าเดียวกัน

214 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

กูคือ >>199 นะ ทำไมกูอ่านที่พวกมึงตอบกันแล้ว...รู้สึกเหมือนตัวเองโดนรุมด่าแทนเจ้าของกระทู้วะเนี้ย?

215 Nameless Fanboi Posted ID:TzpZ.NbcgK

>>214 เอ๊า โม่ง แล้วมึงจะมายืนขวางทำไม? หลบไปสิหลบไป พวกกรูจะว่าอีโน่น! (ชี้นิ้วข้ามหลังมึง)

216 Nameless Fanboi Posted ID:E7qWoVaa5j

>>212 อันนี้กูเห็นด้วย แบ่งย่อหน้าจัดวรรคไรงี้ เคยเจอแบบในย่อหน้าเดียวกัน อารมณ์ผีเข้าผีออก คือ สลับได้นะ POV 1 กับ POV 3 แต่ต้องทำให้เนียนด้วย บางคนสลับเหมือนไม่ใช่ไอ้คนเดียวที่บรรยาย พอเป็น POV พื้นฐานนิสัยเป็นคนเดียวกันหมดเลย

ตัวอย่าง

POV 3 บรรยายว่าเย็นชามาก
POV 1 บทสนทนามาเกือบหน้า A4

ถ้าควบคุมได้ จะสลับทั้งเรื่องก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่มันต้องชัดเจนก่อนแค่นั้น

ส่วนกระทู้ขอที่ยืน กูมองว่าทำไมฝากชีวิตไว้กับงานเขียน? สำหรับกูมันเป็นอะไรที่ต้องใช้เวลา สู้ลองหาอาชีพที่เป็นงานประจำทำดีกว่า มันก็ลงทุนแค่เดือนแรก แต่มันได้เงินเดือนตามตกลงแน่นอน คิดว่าขอที่ยืนเหมือนใช้ความขี้สงสารมาเป็นเครื่องมือ เลยไม่ค่อยโอเค

217 Nameless Fanboi Posted ID:rS8MXBXN3R

>>216 นิยายเด็กดีมันมีตัวละครนิสัยเย็นชาจริง ๆ ด้วยเหรอ

กระทู้ขอที่ยืน กูก็อยากไล่แม่งไปหางานเหมือนกัน ขายนิยายสามหมื่น พูดเหมือนตอนนี้วงการนิยายไทยบูมสัส ๆ อ่ะ ตื่นค่ะซิส

218 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

>>217 เย็นชาเเค่หน้าหมดอะ

219 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>210 ถ้าสลับเป็นบทๆ ไป มันก็ยังพอไหวอยู่ แต่ที่เจอเกลื่อนตามเว็บคือแม่งอยากจะสลับตรงไหนมันก็สลับหน้าตาเฉย นักเขียนมันเขียนอย่างที่มันเข้าใจอยู่คนเดียว พอคนนักอ่านมาอ่านแม่งเลยงงสัสๆ หรือถ้าเข้าใจก็ต้องใช้จินตนาการหนักมาก เรื่องการเขียนแทรก POV หลายอย่างในตอนเดียวกันมันก็ทำได้ แต่นักเขียนแม่งต้องเก่งจริงๆ มันถึงจะเกิดความลื่นไหลไม่สะดุด ในนี้ที่โม่งสับไปก็มีอยู่เรื่องนึงแต่กูไม่อยากระบุชื่อ เดี๋ยวจะกลายเป็นหน้าม้าอีก ว่างๆ ก็ไล่อ่านสับย้อนหลังไปดู ไม่ไกลมากหรอก

>>199 ด้วยความขี้เสือกแบบโม่งๆ กูไล่ดู My iD ลากยาวไปจนถึงเฟสบุ๊ก ปรากฏว่าอีนี่ไม่ธรรมดานี่หว่า ลองได้เป็นแบบนี้แล้วกูก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ ทีแรกว่าจะลองอ่านนิยายของมัน แต่พออ่านเจอคนโพสข้อความบนหน้าเฟสเลยเดาสันดานออกทันที คนมันจะดีไม่ดี เรื่องนี้อยู่ที่จิตสำนึกล้วนๆ ปัญหาทุกอย่างก็มาจากตัวของแม่งเองด้วย ติดยาติดคุก พอพ้นโทษออกมาก็ไปบำบัดให้หายแล้วไปหางานสุจริตทำดิวะ ไม่ใช่เที่ยวมาขอความเห็นใจ บอกว่าออกจากงานเพราะอารมณ์ร้อน โตเป็นควายอายุตั้ง 28 แล้ว แต่วุฒิภาวะต่ำแบบนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไปไม่รอดสักที่ ความอดทนไม่มี ขยันก็ไม่ขยัน แถมโกงชาวบ้านเขาอีก

ถ้าชีวิตจริงไม่มีความรับผิดชอบ แล้วจะให้กูตามอ่านนิยายของอีนี่เพื่อ ? วันนึงเกิดมันเกิดอยากเลิกเขียนขึ้นมา กูแม่งก็เสียเวลาไปฟรีๆ แล้วพวกที่เขาตั้งใจเขียนบางคนก็ไม่ออกมาพูดอะไรด้วยซ้ำ เขาก็เขียนของเขาไปจนจบอะ แล้วถ้าคิดจะหาแดกกับงานเขียนแม่งมันไม่ได้มีอะไรสวยหรูง่ายดายขนาดนั้น คิดว่านั่งแต่งนิยายนี่สบายนักรึไง ไม่เลย... ข้อมูลก็ต้องหา เนื้อเรื่องก็ต้องพิมพ์ แต่งเรื่องก็ต้องให้ออกมาสนุก ไม่งั้นขายไม่ออก คู่แข่งก็เยอะชิบหาย เศรษฐกิจแบบนี้หางานการยากยังไม่สนใจจะอดทนทำงาน แปลว่าแม่งไม่มีหัวคิดสนแค่ตัวเองทำงานแล้วไม่ชอบไม่สบายใจเลยลาออก แบบนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รอดสักที่แหล่ะ ไม่มีงานไหนตรงใจเราไปทุกอย่าง ถ้าไม่รู้จะทำอะไรก็ไปสมัครพวกโรงงานก็ได้ เขาก็เปิดรับเรื่อยๆ เพราะมันมีคนเข้า-ออกตลอดเวลา ยกเว้นปัญหามันจะอยู่ที่ตัวบุคคล หนักไม่เอา เบาไม่สู้ นิสัยไม่ดี ขี้เกียจ เป็นบัวใต้ตมเคี่ยวเข็นเหี้ยไรก็ไม่ขึ้น ถ้าเป็นแบบนั้นเผชิญชะตาชีวิตแบบเดิมๆ ไปละกัน สึส!

220 Nameless Fanboi Posted ID:E7qWoVaa5j

>>217 ยกตัวอย่างที่เห็นชัดไง

221 Nameless Fanboi Posted ID:HFOGttw7Ry

>>199 ถ้าผมเป็นลูกเธอผมคงสิ้นหวังอะ

222 Nameless Fanboi Posted ID:iRkdBUpJ8j

>>212 เออ อีเหี้ย อ่านแล้วหงุดหงิดมาก น่าแปลกที่ ไม่ได้มีแค่ในเด็กดี กูเคยอ่านของสนพ.นึง หงุดหงิดชิบหาย POVสลับกันจนกูปรับอารมณ์ไม่ทัน แบบ กูอ่านPOV3 รู้สึกอีกแบบ แต่แทรกPOV 1มาคนละอารมณ์ กูควรเข้าใจแบบไหน ควรรู้สึกยังไง แบบWTF

223 Nameless Fanboi Posted ID:iRkdBUpJ8j

>>199 เอ่อ... กูอ่านแล้วกุมอกเลย เขียนนิยายมาทั้งชีวิต สักบาทกูยังทำไม่ได้เลยตอนนี้

224 Nameless Fanboi Posted ID:2JqmS3Pn6W

กูงงกว่าที่บอกว่าเปลี่ยนแบบเนียนๆมันจะไม่อะไร ก็เลยเลียนแบบคนเก่งๆ มา
พอเอามาแต่งในนิยายตัวเอง กูอ่านแล้วมันไม่เนียน มันมั่ว มันบ่งบอกว่าคนเขียนอยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน แล้วพูดว่า นิยายแปลเมืองนอกเขาทำกัน ช่วยดูสกิลตัวเองด้วยครับน้อง
เขียนpov3 มาดีๆ หลายบท อยู่ๆตัวเอกมาใช้ ข้า ใช้ ผม อยู่ 3 ย่อหน้า แล้วกลับไปใช้pov3ต่อ
กูไม่เห็นว่ามันจะจำเป็นต้องเปลี่ยน แล้วเปลี่ยนอยู่2-3ย่อหน้าย่อยๆ เพื่ออะไรครับพี่น้อง
เบื่อพวกอีโก้คิดว่างานตัวเองดีมากมายก็มาโทษบก.ที่ให้แก้เป็นpov3ให้หมดว่าไม่ได้เรื่อง เหอะ

225 Nameless Fanboi Posted ID:iw+fwqaKfw

มันมีความจำเป็นตรงไหนต้องเปลี่ยน POV ในการเล่าเรื่อง
ตอนไม่รู้หีรู้แตดกุก็เขียน POV มั่วตามใจ เพราะกุเขียนเองกุอ่านรู้เรื่องของกุเอง
แต่พอไปอ่านที่คนอื่นเขียนถึงรู้ว่ามันเหี้ยและอ่านไม่รู้เรื่อง
กุถึงมาคิดได้ว่ามันมีความจำเป็นตรงไหน มันดีกว่าตรงไหน ถึงเขียนสลับ POV
ถ้าใครยกตัวอย่างที่ดีได้ก็เปิดกระโหลกกุหน่อยแล้วกัน

226 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

กูไม่เข้าใจพวกที่ด่าการเปลี่ยนPOVนะ มึงจะให้ตัวละครเดียวเดินเรี่องเองทั้งเรื่องเหรอเเบบ
ไอ้1เดินเข้าห้องน้ำเเล้วเดินออกห้องน้ำเเล้วเลี้ยวขวาเลยไม่เห็นตัวร้ายกำลังเต้นจ้ำบ๊ะอยู่ ควย

227 Nameless Fanboi Posted ID:52qT0kTU5c

เกรี้ยวกราดทำไมวะ อ่านไม่รู้เรื่องก็คืออ่านไม่รู้เรื่องดิ แล้วมึงเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า ที่จะสื่อกันคือจู่ ๆ มันก็ใช้ ฉัน,เขา ผสมกันมั่วในบรรทัด-ย่อหน้าเดียวกันเว้ย มันจำเป็นจะต้องเปลี่ยนตรงไหน ฮัลโหลล

228 Nameless Fanboi Posted ID:eJ3JOjHzgo

>>226 มึงไม่เข้าใจ pov ไม่ใช่คนเล่า แต่เป็นวิธีการเล่าของเรื่อง หลักๆ จะเห็นแบบ pov ของบุคคลที่ 1 กับ pov ของบุคคลที่ 3 เช่นบรรยายว่า วันนี้ผมเบื่อมาก แบบนี้เป็นการเล่าบุคคลที่ 1 แต่ถ้า ในเย็นวันศุกร์นายเอกำลังทำท่าเบื่อหน่าย แบบนี้เป็นการเล่าแบบบุคคลที่ 3 การเปลี่ยนตัวดำเนินเรื่องไม่ใช่การเปลี่ยน pov แต่เปลี่ยนจากการเล่าแบบบุคคลที่ 1 ไป บุคคลที่ 3 หรือ 3 ไป 1 เช่น

หลังการประกาศผลคะแนนชายหนุ่มนั้นคิดว่าตัวเองเก่งเทพที่สุดในโรงเรียน เขาคิดว่าสักพักสาวๆ คงมารุมล้อม ผมคิดว่าตัวเองรู้สึกตื่นเต้นไปหน่อยเลยไปกดน้ำเย็นมาดื่มก่อนแต่นี่ก็รอสักพักแล้วทำไมไม่มีใครมาล้อมผมสักทีวะครับ

ภ้าเล่า 3 หมดเลยก็จะเป็น

หลังการประกาศผลคะแนนชายหนุ่มนั้นคิดว่าตัวเองเก่งเทพที่สุดในโรงเรียน เขาคิดว่าสักพักสาวๆ คงมารุมล้อม ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นจึงออกไปดื่มน้ำเสียก่อน แต่รออยู่นานสาวๆ ในจิตนาการก็ไม่มาล้อมเสียที

ถ้า 1 ก็จะเป็น

วะ ฮ่า ฮ่า เป็นไงละเจ้าพวกโง่เขลา อันดับหนึ่งในโรงเรียนนี้ก็ยังเป็นของผมเหมือนเดิม นี่สินะความโดดเดี่ยวของอัจฉริยะช่างหนาวอะไรอย่างนี้ สักพักสาวๆ คงมาขอให้ช่วยสอนเป็นแน่ ชักตื่นเต้นแล้วสิ ออกไปดื่มน้ำสักหน่อยดีกว่า

ส่วนการโดดไปโดดมา กูไม่แน่ใจนะว่ามีเฉพาะไทยหรือเปล่าที่เคร่งเรื่องนี้ จากที่อ่านพวกนิยายประเทศอื่นๆ หลายประเทศ pov ก็โดดไปมาเลย ไม่นับพวกนิยายเอามาแปลนะ พวกนี้แปลแล้วปรับ pov ให้ตรงกันเลยแต่ถ้าอ่านจากแปล eng ก็จะเห็นการบรรยายแบบสลับอยู่ แต่อ่านแล้วรู้เรื่อง

229 Nameless Fanboi Posted ID:dQxIlyub7V

>>226 เออ ถ้ามึงเลือกจะใช้ POV1 มันก็ต้องเป็นแบบนั้นเปล่าวะ เพราะมันจำกัดมุมมอง แต่มึงเขียนกากเองเลยไม่สามารถเล่าเรื่องได้ไง ถ้าอยากเล่าแบบมุมกว้างก็เขียน POV3 แต่แรกสิไอ้สัส

230 Nameless Fanboi Posted ID:iRkdBUpJ8j

>>226 ห๊ะ WTF คือ ถ้ามึงจะเล่าแบบนั้นก็POV3 แต่แรกดิ POV1 มันจำกัดมุมมอง มันเป็นวิธีเล่าเรื่องรึเปล่าอ่ะ ไม่งั้น พวกนิยายหักมุมที่ไม่เปิดเผยห่าไรเลย มันจะเป็นยังไงวะ เฉลยคนร้ายแต่แรกงี้อ่อ

231 Nameless Fanboi Posted ID:52qT0kTU5c

POV3 มันเปลี่ยนตัวหลักที่กล้องจับได้นะมึง ไม่ใช่ว่าจะต้องเอาไปโฟกัสที่ตัวเอกตลอดเวลา ก็เหมือนตอนมึงดูละครที่มีฉากนางร้ายมันอาละวาดคับแค้นใจลับหลัง แต่ไม่มีนางเอกอยู่ในฉากนั่นแหละ มันคือการเปลี่ยนตัวหลักที่ POV3 กำลังเล่าถึง แต่เปลี่ยน POV แบบกระทันหันมันไม่ใช่ จาก 3 ไป 1 อะไรมั่วซั่วไปหมด มันก็งงน่ะสิ

232 Nameless Fanboi Posted ID:yD0h2h+5DL

กุก็ไม่เข้าใจ.. ที่ถกกัน เขียนให้เยอะๆ ฟังที่คนอื่นแนะนำ ทดลองปรับใช้.. หาสไตล์ตัวเอง เมิงอาจเล่าทั้งเรื่องด้วย pov1จนเทพคนอ่านลุ้นตาม น้ำตาไหลพรากตาม หรือสลับpov จนเซียน เขียนออกมาแล้วคนชอบชิ-หาย นั่งถกกันให้ตายก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะ.. ถ้าไม่ลงมือเขียนอ่ะ

233 Nameless Fanboi Posted ID:RHUWv4GOo/

เรื่อง POV กูคิดว่ามันเปลี่ยนไปตามยุคสมัยว่ะ การสลับมุมมองระหว่าง 1 กับ 3 มันเป็นเทคนิคที่ยอมรับได้แล้วในสมัยนี้ ไม่จำเป็นต้องมาโอนลี่ 1 หรือ 3 แบบตำรายุคเก่า แต่ที่มันพังเพราะเทคนิคของคนเขียนมันห่วยแตกเอง ไม่รู้จักการ zoom in / zoom out นึกอยากจะตัดแม่งก็ตัด นึกอยากจะเปลี่ยนแม่งก็เปลี่ยนแบบไม่สนheeสนtadใดๆ ทั้งสิ้น มันไม่เคยดูหนังกันเหรอวะ สักแต่อยากระบายเรื่องในหัวมันออกมา หลักการเขียนใดๆ ก็หาได้สนไม่

234 Nameless Fanboi Posted ID:rrtloPXS+4

>>226 เมิงอะกากสัด ประโยคเดียวของเมิงทำกุมั่นใจเลย

235 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

>>226 พิมพ์มางี้รู้เลย มึงแม่งไม่มีลูกเล่นในการนำเสนอ

236 Nameless Fanboi Posted ID:rrtloPXS+4

>>232 เมิงใช้คำว่าสลับ POV ไม่ได้ POV1 สลับ POV3 เรื่องไหนเขียนแบบนั้นแล้วงานขึ้นหิ้ง
ยกตัวอย่างมาให้กุดูหน่อยเถอะ จะได้เปิดกระโหลกกุ
ถ้าเมิงจะบอกมุมพระเจ้าตัดสลับกับลิมิตตัวละคร กุยังพอจะรับฟัง

237 Nameless Fanboi Posted ID:w2Vw5YjmP5

กูเรียนมาไม่เคยโดนสอนว่าเปลี่ยนPOVได้ตามใจชอบนะ ตำราไหนบอกว่าทำได้ก็ช่วยบอกกูด้วย แต่กูไม่เถียงนะว่าเปลี่ยนได้หรือไม่ได้ มันเป็นเรื่องสมัยนิยมนั่นแหละ ใครอยากเขียนก็เขียนได้ แต่มึงต้องเข้าใจเรื่องPOVอย่างถ่องแท้ไม่มั่วไม่มโนเองว่าเปลี่ยนยังไงก็ได้เพราะแม่งอ่านไม่รู้เรื่อง กูไม่ได้ดูถูกแต่พวกมือใหม่กับหัดเขียนยังไงก็คุมไม่อยู่ พังแน่นอน มึงจะอ้างว่าสลับมุมมองสนุกกว่าน่าสนใจกว่าไม่ได้ มึงเขียนมุมมองเดียวให้ดียังไม่ได้เลย

238 Nameless Fanboi Posted ID:ND/f5yOnkQ

จะเถียงกันไปมาทำห่าอะไรเหรอครับ แค่เขียนออกมาแล้วสื่อสารเข้าใจก็น่าจะพอแล้ว จะสลับหรือไม่สลับก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาถ้าเขียนอ่านรู้เรื่อง ไม่งง เข้าใจจุดประสงค์เรื่องที่ว่าทำไมต้องมีหลักในการเขียนผิดกันไปรึเปล่า มันไม่ได้ตายตัวอะไรขนาดนั้นนะ

239 Nameless Fanboi Posted ID:0RbwwDuo4B

เออ แปลว่ามึงก็เขียนแบบนี้ด้วยใช่มั้ย
http://writer.dek-d.com/amire/writer/viewlongc.php?id=1533274&chapter=4
ไม่ใช่แค่เรื่องเดียวด้วยที่กูเห็น บางเรื่องอาการหนักขนาดอ่านไม่รู้เรื่อง กูแค่จำไม่ได้เฉย ๆ นี่แหละว่าเรื่องไรบ้าง เออ เอาเป็นว่ากูจะไม่สนใจละ สำหรับกูแม่งมึน และกูไม่มีวันซื้อนิยายที่สลับ POV1,POV3 จนอ่านไม่รู้ความพวกนี้

240 Nameless Fanboi Posted ID:dQxIlyub7V

กูว่าดีไม่ดีแม่งเข้าใจผิดด้วยซ้ำว่าการเล่าบางฉากบรรยายใน POV1 เป็นการสลับ POV มันอยู่ที่กลวิธีในการนำเสนอเว้ย กูเนี่ยชอบ POV1 นะ รักในความจำกัดของมัน เพราะมันหลอกได้เยอะ เล่าไม่หมดก็ได้ ยกตัวอย่างงานไทยดีๆ คือศพท้ายรถ สรจักร คินดะอิจิก็มีอยู่ตอนที่เล่าได้ดีเหี้ยๆ

241 Nameless Fanboi Posted ID:IyH72/sxg3

เอ่อ...กูก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับpovที่เปลี่ยนไปมานะ แต่ถ้าเจอ กูก็จากไปอย่างเงียบๆ กูชอบให้มันแบ่งแยกไปเลย แต่จะชอบแบบถ้าจะเล่าpov1ในมุมมองที่ต้องเฉลย ตอนท้ายของเรื่องหรือตอนเฉลยปม แบบยกความรู้สึกนักโทษ ฆาตกรตัวร้ายมา อ่านแล้วสะเทือนใจดี

242 Nameless Fanboi Posted ID:StJGaCpvcI

ทุก pov หลอกได้หมดแหละแล้วแต่คนเขียนจะนำเสนอ การสลับ pov ทำให้ขาดมิติของเรื่อง บางทีคือใช้ pov มั่วไปหมด เดี๋ยวบรรยายความคิดของคนนั้น เดี๋ยวบรรยายความคิดของคนนี้ เผลอ ๆ อาจจะเฉลยปมเรื่องให้คนอ่านเข้าใจโดยไม่ทันตั้งตัว เวลาอ่านนิยายหรือเขียนของตัวเอง กูจะจินตนาการภาพในหัวไปด้วยว่าถ้ามองผ่านมุมมองของคน ๆ นี้แล้ว โลกที่เห็นจะออกมาเป็นในรูปแบบไหน มันทำให้สนุก เห็นภาพชัดเจน ไม่คลุมเครือ ไม่ย้อนแย้ง

ปล.อีห่า พวกโม่งมาตีกันเรื่อง pov แล้วว่ะหลังจากในบอร์ดเด็กดีเพิ่งมีคนมาตีกันเรื่องนี้ 555 แต่กูก็ไปโฉบดูบ้างนะในบอร์ดนั้น มีพวกหน้าใหม่หลายคนทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว คิดว่า pov ตัวเองเริ่ดแล้ว แต่แม่งมั่ว pov ชิบหาย อ่านไม่รู้เรื่องจ้าอิดกทง

ลงชื่อ โม่งขี้บ่น

243 Nameless Fanboi Posted ID:yD0h2h+5DL

https://www.dek-d.com/board/view/3959183/
มู้รับสับนิยาย.. ทำไมถึงรู้สึกว่าไม่ค่อยได้ไร ค่อนข้างใช้ความรู้สึกส่วนตัวตัดสิน ชอบ ดี สนุก น่าเบื่อ.. แล้วยังไงต่อ? ควรทำไงให้ดีกว่านี้ อ๋อ.. ไม่รู้ครับ ผมแค่แวะมาเยี่ย-.. วิจารณ์ คำแนะนำก็ดูเวิ่นเว้อเปรียบเปรยเหมือนจะเห็นภาพ.. เหมือนจะ.. น่ะนะ ไม่ค่อยตั้งอยู่บนตรรกะหรือหลักการอะไรเลย..

244 Nameless Fanboi Posted ID:hHkP5FOBgc

เรื่องแรกpov กูก็กากสัส เพราะกูไม่เคยเขียนไง ไม่มีใครบอก ไม่รู้จัก อยากเขียนไรก็เขียน พอบก.บอกต้องเปลี่ยนนะ กูก็บอกเปลี่ยนเลยพี่ กูไม่มีอีโก้ อีโก้แดกไม่ได้ แล้วงานกูก็ดีขึ้น มีคนคิดว่ากูอวตารมา ต้องเคยเขียนงานมาก่อน จริงๆไม่เคยเขียนเลยเหอะ งานแรก กราบแนบร่องอก บก. จริงๆถ้ามีใครแนะนำอะไรดีๆ ก็รับฟังไปเหอะ งานมันพัฒนาได้จริง

245 Nameless Fanboi Posted ID:ZflTsuPMKR

>>243 โซมีนวันนาบีเปล่าวะ นอนเมมเหมือนกันด้วย

ปล. กูฮาเม้นต์ตอบกลับมะม่วง

246 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

โซมีนกลายเป็นไอดอลแห่งเว็บเด็กดวก!?

247 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

กูไม่อยากจะคิดเลย...ถ้าคนสับมั่วที่เสือกมั่นใจในตัวเองไปสับให้พวกนักเขียนที่ไม่มีความมั่นใจอะไรเลยจะเกิดอะไรขึ้น

248 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

>>226 มึงมันโง่ไอ้งั่ง

249 Nameless Fanboi Posted ID:dQxIlyub7V

ไอ้สัส ชื่อโซมีนใช้ไม่ได้ละ ถามแบบกูด้วยว่าให้ดูเรื่องไหนเป็นพิเศษไหม

250 Nameless Fanboi Posted ID:yD0h2h+5DL

>>249 เออว่ะ.. ไม่ทันสังเกต ถามทุกเรื่องด้วยนะ.. เมิงจะสับเรื่องไรก็สับเหอะ จุดที่เห็นว่ากุบกพร่องอ่ะ
เกรี้ยวกราดไปหน่อย ลืมไปว่ากุไม่มีนิยายให้สับแล้วนี่นะ

251 Nameless Fanboi Posted ID:52qT0kTU5c

>>243 การสับมันดูเหมือนเลื่อนลอย จับต้องไม่ได้เหมือนไอ้นักจิตเลยนะ กูล่ะเพลียใจ เจอไอ้คนแบบนี้พวกเด็กใหม่มันจะรู้สึกยังไง

252 Nameless Fanboi Posted ID:dQxIlyub7V

>>250 กูจะถามเฉพาะเรื่องที่มีคนอ่านเยอะๆ เว้ย เพราะมีคนอ่านอยู่แล้ว = พอขายได้ อยากจะดูอะไรอีกก็จะดูให้ กูสาย commercial ไง ไม่ใช่สายวรรณกรรมบริสุทธิ์ ไม่เป๊ะแม่นเหมือนมะม่วงด้วยซ้ำ แต่ถ้าให้ดูว่าเรื่องไหนมีแววจะขายได้ไหม อันนี้ดูได้

253 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

>>249 ทำไมถึงใช้ไม่ได้เหรอ กูว่ามันแยกออกง่ายนะว่าไม่ใช่มึง ไอ้หมอนี่มันเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆตามอารมณ์ แต่ของแกยังไงก็ต้องมี So ขึ้นต้นอยู่ดีนิ

254 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

แกสับรวดเดียวจบ (ใครงอแงก็ปล่อย) แถมอ่านขั้นต่ำตั้ง 5 ตอน หมอนี่มันอ่านแค่ตอน 1 แถมอธิบายไม่เคลียร์ด้วย ที่กูตามเข้ามาโม่งนิเพราะติดใจวิธีสับของแกกับมะม่วงเลยนะ

255 Nameless Fanboi Posted ID:grNaQJfyc9

กูขอถามเรื่อง POV หน่อย จะยกตัวอย่างคำบรรยายที่แต่งเอง ช่วยดูให้หน่อยนะ

............

ทุกคนกำลังสนุกสุดเหวี่ยงกับงานปาร์ตี้ จนไม่มีใครสังเกตเห็นร่างของสาวน้อยผมแดง ใบหน้าตกกระ ที่นั่งแยกตัวอยู่ตรงมุมห้องเพียงคนเดียว ตรงหน้าของเธอคือขวดไวน์แดงและแก้วทรงสูง ซึ่งเธอรินและกระดกใส่ปากครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับจะใช้ฤทธิ์แอลกอฮอล์กลบความรู้สึกเจ็บช้ำในใจ

สายตาของเธอเหลือบไปมองชายหนุ่มคนที่เธอหมายปอง ผู้ซึ่งกำลังนัวเนียกับแม่สาวหุ่นสะบึ้มเอวคอดอย่างที่ผู้หญิงทุกคนต้องอิจฉา ก่อนที่จะรู้สึกว่าดวงตาพร่ามัว ด้วยน้ำใสๆ ไหลออกมากลบลูกตา

ปีเตอร์ ฉันเข้าใจนายนะ ว่าทำไมนายถึงเลือกผู้หญิงคนนั้น คนอย่างฉันที่ไม่มีอะไรเด่นดังซักอย่าง จะไปสู้หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์แบบนั้นได้ยังไง

........

ขอถามหน่อย อันนี้เรียกว่าสลับ POV ไหม หรือเวลาซูมกล้องเข้าใปบรรยายความคิดตัวละคร ไม่ถือว่าเป็น POV1

256 Nameless Fanboi Posted ID:yD0h2h+5DL

จริงๆ แล้วจะชื่อไหนก็รู้สึกว่าไม่สำคัญหรอก จะโซมีน มะม่วง ไม่ใช่มะม่วง ผ่านมา ผ่านไป อะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่พิมพ์ออกมาในช่องความเห็นคือตัวชี้วัดว่าตัวคนสับ/วิจารณ์ มีองค์ความรู้มากน้อยแค่ไหน มีประสบการณ์ในการปรับใช้มากแค่ไหน รู้ว่าแบบไหนใช้ได้ แบบไหนควรลงถังขยะไป กุก็ตามอ่านหลายๆอันที่วิจารณ์+ให้คำแนะนำ เผื่อใช้ประโยชน์ได้ บางทีก็ตามอ่านนิยายว่าถูกสับก็มีว่าที่เมิงพูดไว้น่ะจริงป่าว..

257 Nameless Fanboi Posted ID:StJGaCpvcI

ไม่สลับ แต่ตรง "ปีเตอร์ ฉันเข้าใจนายนะ ว่าทำไมนายถึงเลือกผู้หญิงคนนั้น คนอย่างฉันที่ไม่มีอะไรเด่นดังซักอย่าง จะไปสู้หัวหน้าทีมเชียร์ลีดเดอร์แบบนั้นได้ยังไง" ควรจะเป็นตัวเอียงเพื่อเน้นความรำพึงรำพันของตัวละคร (นางเอก)

258 Nameless Fanboi Posted ID:grNaQJfyc9

>>257 ขอบคุณมาก กูไม่เคยใช้ตัวเอียงมาก่อนเลย เพิ่งเรียนรู้จากมึงวันนี้แหละ

259 Nameless Fanboi Posted ID:52qT0kTU5c

เออ งั้นกูถามหน่อย POV3 เห็นว่ามุมมองเล่ามันมีสองแบบ แบบจำกัดกับแบบพระเจ้า มันแยกกันยังไง ต่างกันยังไง กูงง

260 Nameless Fanboi Posted ID:rrtloPXS+4

>>255 POV3 omniscient สลับมาเป็น POV1

261 Nameless Fanboi Posted ID:TzpZ.NbcgK

>>249 ไม่น่าห่วงหรอกน่า ดูจากการสับ การเรียบเรียงคำวิจารณ์แม่งคนละชั้นกะมึงเลย ขนาดกูไม่ได้เชี่ยวการสับยังดูออกอ่ะ

262 Nameless Fanboi Posted ID:rrtloPXS+4

>>257 หลักสูตรไหนวะใช้ตัวเอียง เปิดกระโหลกกุที

263 Nameless Fanboi Posted ID:52qT0kTU5c

>>259 SRRY จะถามด้วยว่าแล้วพอเวลาบรรยายความคิดตัวละครจำกัดกับพระเจ้ามันต่างกันแค่ไหน อย่างไอ้จำกัดมันจะเล่าแค่ความคิด-อารมณ์บางส่วน, พระเจ้าจะบรรยายความคิดทั้งหมดยังไงก็ได้เปล่า?

264 Nameless Fanboi Posted ID:rENGC7WrhQ

นี่กูหายไปไม่กี่วัน ขึ้นมู้ใหม่อีกแล้วเหรอวะ ไหลเร็วชห.

265 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

>>262 กูไม่ใช่คนตอบนะ แต่กูอยากตอบในฐานะคนอ่าน คือถ้ามึงเอียงคำพูดที่ออกจากปากตัวละคร(POV1)ในขณะบรรยายแบบ POV3 มันจะทำให้กูแยกออก ส่วนไอ้พวกที่ไม่เอียงหรือไม่มีอะไรมาช่วยแยกแยะระหว่าง POV1 กับ POV3 ให้เนีย กูอ่านแล้วมึน เหมือนกูทอล์กอยู่ดีๆแล้วก็ไทยคำอิงลิชคำ

266 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

เจอเยอะๆแล้วเปลืองพลังงานสมองจนหงุดหงิด

267 Nameless Fanboi Posted ID:xRrhnYkSD2

ส่วนใหญ่ถ้าคิดในใจ คนเขียนก็จะเขียนบอกออกมา สมมติ
‘ปีเตอร์ ฉัน...บลาบลาบลา‘ (ชื่อตัวละคร)ได้แต่คร่ำครวญอยู่ภายใน
แบบนี้มันก็ไม่เป็pov1
ที่กูบอกว่ามันสลับมั่วคือ
เหมือน>>239 ตัวอย่างในบทนี้เลย เดี๋ยวก็มา เธอ หลุดออกมา

268 Nameless Fanboi Posted ID:grNaQJfyc9

กูอ่าน >>239 แล้ว รู้สึกอี๋มาก อะไรจะพลาดง่อยๆได้ขนาดนั้นวะ

269 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

https://www.dek-d.com/board/view/3959241/ กูสตั้นกับวิธีโปรโมตนิยาย พอเข้าไปเห็นชื่อเรื่องแล้วกูสตั้นยิ่งกว่า "ทหารรับจ้างถูกหมายหัว"

270 Nameless Fanboi Posted ID:ZflTsuPMKR

>>269 เขียนโปรโมตในมู้ยังอ่านไม่รู้เรื่องเลย ในเรื่องแม่งก็พอ ๆ กัน เยียดเปียด

271 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

โอ้ยยยย กูว่าเรื่องนี้สนุกแน่ ปวดตับชิบหาย ค่าจ้าง 2 พันให้ไปฆ่าทหารรับจ้าง(ที่เป็นพระเอก) ไอ้สัสกูไปแบกข้าวสารดีกว่า!

272 Nameless Fanboi Posted ID:StJGaCpvcI

พอได้อ่านงานเขียนของมิรินด้าเลยพบว่าฝีมือกับความขี้ฉอดนั้นแปรผกผันกัน

273 Nameless Fanboi Posted ID:yD0h2h+5DL

กุว่ากุอ่านรู้เรื่องนะ ไม่เข้าใจว่าทำไมอ่านไม่รู้เรื่องกัน ก็แค่ความซ้ำสองที จากนั้นก็หันมาถามคนอ่านแล้วตบท้ายด้วยประโยคคลีเช่ ขอบคุณและแปะลิงค์ ก็เหมือนกะบ๋อยเผลอเสิร์ฟออเดิร์ฟมาสองจาน ตามด้วยเมนคอร์สปิดด้วยของหวาน.. อิ่ม

274 Nameless Fanboi Posted ID:uckfvLjL33

>>271
เห็นงี้รู้เลยว่าเด็กเขียน คือเงิน 2,000 ในทัศนคติของเด็กคือเยอะแล้วไง

275 Nameless Fanboi Posted ID:0RbwwDuo4B

มันเอามาเทียบกันบ่ได้อยู่ละ พิมพ์ถกเถียงในโซเซียลมันไม่เหมือนเขียนนิยายมึงง55 พวกที่คิดว่าง่ายก็มีแต่มือใหม่ทั้งน้าน

276 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

>>274 กูเอ็นดูในความเป็นเด็กของมันว่ะ ชอบๆๆๆ บางทีกูก็อย่างเห็นรูปแบบการบรรยายในสายตาเด็กนะ (ภาษาไทยค่อนข้างดีซะด้วย)

277 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

อยากเห็น*

278 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

>>273 กูก็อ่านรู้เรื่อง แต่สำหรับกูมันน่ารำคาญ เวลาจะอ่านนิยายกูต้องการไหลยาวลื่นๆ ไม่ใช่ต้องมาสะดุดเนื่องจากวิเคราะห์ว่าใครพูด หรือเดาว่ามันกำลังบรรยายในรูป POV1 หรือ POV3 อยู่กันแน่ มันต้องจูนสมองตัวเองหลายรอบ ซึ่ง...เหนื่อย

279 Nameless Fanboi Posted ID:dQxIlyub7V

กูแม่งดีเลย์พอดีงานยุ่งนิดนึง คือที่บอกใช้ไม่ได้เพราะคนจะติดแบรนด์ด้วยมั้ง แต่คิดมาคิดไปแบรนด์ So ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น ยังใช้สับได้เรื่อยๆ แหละ เอาตรงๆ กูแอบเขวนะตอนไอ้ F ด่าว่าแบบกูแค่คนโรคจิตที่มาคอยจับผิด ในดด.เลยไม่เก้วกราดเท่าโม่ง แต่ขนาดไม่เก้วกราดนะ แค่ลงค่ะแต่ใช้ภาษาห้วนๆ แข็งๆ ยังโดนเลยอีชิบหาย

btw กูไม่เข้าใจการแยกประเภทขอฃ POV3 นะ ว่าจะแยกทำไมจำกัก-พระเจ้าเนี่ย ในเมื่อสุดท้ายก็ POV3 เหมือนกัน ตอนสมัยที่เรียนก็ไม่มีนะ มีแยกบุคคลที่หนึ่ง ที่สอง ที่สามจริง แต่ไม่มีอันนี้ ที่แยกได้น่าสนใจอีกอย่างคือ Conflict เรื่อง แต่กูไม่ค่อยยกมาพูดเพราะขี้เกียจ กูอ่าน 5 ตอน ไม่เห็นพล็อต เลยบอกไม่ได้ว่ามีปมประเภทไหนแน่

280 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>226
ใครจะเขียนสลับ POV ไปมาก็ตามใจเลย แต่ขอให้มั่นใจด้วยว่าคนอ่านจะเข้าใจสิ่งที่มึงสื่อ ไม่งั้นอย่าหาว่าพวกกูไม่เตือน

แล้วสำหรับใครบางคนในนี้ที่ยังสับสนในชีวิตว่าการเปลี่ยน POV คือการเปลี่ยนตัวคนเล่าจากตัวละคร A ไปตัวละคร B ขอให้โยนความคิดเก่าๆ ของมึงทิ้งไป เพราะคำว่า Point of view ที่เข้าใจกันในระดับสากลเนี่ย มันคือฉากในนิยายที่ "นักอ่าน" รับรู้เรื่องราวระหว่างอ่าน การเปลี่ยนตัวละครที่ใช้เดินเรื่อง #ไม่ใช่# การเปลี่ยน POV เข้าใจใหม่เสียด้วย

ไม่ว่ามึงจะเปลี่ยนจากตัวละครที่ใช้เล่าเรื่องจาก A ไป C ไป Y ไปเหี้ยไรก็ช่างสักล้านตัวละคร เรื่องนั้นก็ยังเป็น POV เดิมถ้าตัวนักเขียนนำเสนอแบบเดิม กูไม่อยากยกตัวอย่าง แต่แม่งเลี่ยงไม่ได้ อ่านแล้วเรียนรู้ด้วย อย่าให้กูต้องเสียเวลาเปล่า

[เล่าด้วย POV 1 ปกติ]

"คุณจำอะไรได้บ้างก่อนที่แฟนของคุณจะหายตัวไป" พนักงานสอบสวนถามผมเสียงเข้ม หน้าตาของเขาน่ากลัว ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้สวมเครื่องแบบตำรวจอยู่ ผมอาจคิดว่าเขาแม่งเป็นโจรเสียเอง

"ผมหิวข้าวแต่เธอหลับอยู่ ผมเลยออกมาจากห้องคนเดียว พอล็อคประตูเรียบร้อย ผมก็ลงลิฟท์ไปถามทางพนักงานต้อนรับตรงล็อบบี้ว่าศูนย์อาหารไปทางไหน" ผมเล่าเรื่องไปตามจริง ก่อนจะเสริมต่อท้ายเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก "เอ้อ ผมเจอผู้หญิงท่าทางแปลกๆ คนหนึ่งด้วย เธอเดินสวนเข้าไปในลิฟท์ตอนผมเดินออกมา"

คุณตำรวจถามผมเพิ่มเกี่ยวกับลักษณะของเธอ ทั้งรูปร่าง หน้าตา เสื้อผ้าที่เธอใส่ พออธิบายเสร็จ ผมก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ ด้วยความเหนื่อยล้าหลังต้องเดินทางมาทั้งวัน การนอนคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ คิดแล้วผมก็รีบขับรถกลับก่อนจะพบกับความผิดปกติบางอย่างที่ประตูบ้าน

"มันไม่ได้ล็อค นี่แม่กลับมาถึงบ้านก่อนหรือนี่" ผมพูดกับตัวเองก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป ตรงทางเดินมีใครบางคนกำลังยืนรออยู่ ภาพที่เห็นทำให้แทบลืมหายใจเพราะเธอไม่ใช่แม่ผม!

### เรื่องที่เล่าคือเล่าผ่านความคิดตัวเอก สิ่งที่ตาของตัวเอกมองเห็น เป็นการให้ข้อมูลแบบจำกัด คนอ่านรู้เท่ากับตัวละคร ###

[เล่าด้วย POV 3 ปกติ]

ในสถานีตำรวจของเมืองเพนวิลล์อันแสนสงบสุข ตำรวจทุกนายต่างทำงานกันไปเงียบๆ ยกเว้นห้องของเฮนรี่ซึ่งกำลังมีการสืบสวนเรื่องคดีคนหาย

"คุณจำอะไรได้บ้างก่อนที่แฟนของคุณจะหายตัวไป" เจ้าหน้าที่เฮนรี่ถามแบบเน้นเสียง ทำเอาคนโดนถามรู้สึกเครียดขึ้นมานิดๆ

เจมส์ผู้เป็นทั้งคนแจ้งความและพยานถอนหายใจเบาๆ ก่อนเริ่มเล่า

"ผมหิวข้าวแต่เธอหลับอยู่ ผมเลยออกมาจากห้องคนเดียว พอล็อคประตูเรียบร้อย ผมก็ลงลิฟท์ไปถามทางพนักงานต้อนรับตรงล็อบบี้ว่าศูนย์อาหารไปทางไหน" เมื่อเจมส์เล่าถึงจุดนี้ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเหมือนกับว่านึกอะไรออก "เอ้อ ผมเจอผู้หญิงท่าทางแปลกๆ คนหนึ่งด้วย เธอเดินสวนเข้าไปในลิฟท์ตอนผมเดินออกมา"

ข้อมูลนี้อาจกลายเป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามทั้งคนร้ายและเหยื่อ เฮนรี่จึงสอบสวนเจมส์เพิ่มเติม พอหมดธุระแล้วเขาก็ยอมให้เจมส์กลับบ้าน การเก็บข้อมูลนั้นกินเวลานานพอสมควร กว่าเฮนรี่จะมีโอกาสยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบอีกครั้ง ของเหลวสีเข้มในแก้วก็เย็นชืดไปหมดแล้ว

ในเวลานั้นเองทั้งนายตำรวจและนักศึกษาหนุ่มต่างก็ไม่รู้เลยว่า คนที่พวกเขาตามหากำลังยืนถือมีดรออยู่หลังบานประตูของบ้านเลขที่ 144/2 หรือก็คือบ้านของเจมส์นั่นเอง

### มีการพูดถึงบรรยากาศนอกห้องสอบสวน (ที่ตัวละครทั้ง 2 ไม่ได้เห็น) เล่าลักษณะสีหน้าของตัวละคร อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวน พูดถึงเรื่องบนโต๊ะทำงานเฮนรี่ และเปรยถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งทั้งเฮนรี่และเจมส์ก็ไม่รู้เรื่องนี้ (แต่จงใจให้นักอ่านรู้เพื่อบิ้วด์ความตื่นเต้น) ###

281 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>280

2 อันบนคือการแยกให้เห็นมุมมองว่ากล้องที่ใช้ถ่ายหนังถ่ายอะไรให้คนดูเห็น แบบแรกคือเราเห็นแบบเดียวกับเจมส์ แบบหลังคือมีการถ่ายฉากสถานี แพนกล้องในห้องทำงานของเฮนรี่ หรือมีแม้แต่การตัดภาพไปที่คนร้ายในบ้าน ตั้งแต่ก่อนเจมส์จะกลับถึงบ้าน ซึ่ง POV ทั้ง 2 แบบมีเสน่ห์ต่างกัน วิธีการเล่าและการดึงอารมณ์นักอ่านก็ต่างกันด้วย ซึ่งมันดีทั้งคู่ถ้าใช้เป็น

ปัญหาคือมีโม่งบางตัวในนี้เข้าใจว่ากลายเป็นคนพูดในฉากเดียวกัน = เปลี่ยน POV แล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่เข้าใจผิดหนักมาก มึงจะเปลี่ยนคนเล่ายังไงก็ได้แต่ต้องทำให้ชัดเจนด้วย การเปลี่ยนคนเล่าใน POV 1 มึงต้องเขียนระบุชัดเจนว่ากำลังจะเล่าในมุมมองของใคร ส่วนการเปลี่ยนคนเล่าใน POV 3 นี่ง่ายสัสๆ เพราะแค่เปลี่ยนชื่อหลังช่องคำพูดก็ทำได้แล้ว มึงต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ ระหว่าง Point of view กับ Person on talking vibe เพราะแม่งมันเป็นคนละเรื่อง คำว่า Point of view (มุมมอง) ไม่ได้หมายถึง ในมุมมองของเฮนรี่ ในมุมมองของเจมส์ ในมุมมองของฆาตกร แต่เป็นในมุมมองของผู้เสพย์งาน คนอ่าน คนดู คนนั่งฟังเรื่องเล่าต่างหากโว้ย! จูนสมองแล้วมองใหม่ให้ถูกด้วยสัส ถ้ายังควายไม่เลิกเดี๋ยวกูจะให้ตัวอย่างเพิ่มก็ได้ (เหนื่อยใจจริงๆ)

[POV 1 แบบเปลี่ยนคนพูด] (ไม่นิยมให้ทำ เพราะวุ่นวายสัสๆ)

ผมชื่อบาสเป็นหัวหน้าชมรมบาสและชอบเล่นบาส แต่เรื่องที่จะคุยกับสมาชิกชมรมบาสไม่ได้เกี่ยวกับบาสแต่อย่างใด เพราะที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่คือเรื่องจะไปกินหมูกะทะที่ไหนดีหลังสอบปลายภาคเสร็จ

"ไปร้านพันเตากันดีไหม โปรโมชั่นรวมปิ้งย่างทะเลแค่ 179 เองนะ" ผมเสนอเป็นคนแรกพร้อมยกแขนชิ้นี้วไปข้างหน้า แต่ไม่รู้ทำไมสมาชิกรุ่นบุกเบิกที่เหลืออีกสี่คนต่างพากันเงียบ พวกมันปล่อยให้ผมยิ้มเก้ออยู่เกือบสิบวิกว่าจะมีคนยอมตอบกลับมา

(สลับมาตัวละครชื่อว่าน) "มึงไม่เบื่อบ้างเหรอวะบาส เอะอะๆ ก็จะแดกแต่หมูกะทะเนี่ย ไม่คิดเปลี่ยนไปกินแฮมเบอร์เกอร์หรือร้านลาบบุฟเฟ่ต์บ้างหรือไง" ผมพูดเสียงดังเหมือนจะเน้นให้ไอ้บาสเข้าใจ ว่าเพื่อนๆ เขาเบื่อรสนิยมการกินของมันขนาดไหน

(เปลี่ยนไปที่ตัวละครเพชร) "ไอ้เพื่อนไม่ได้เรื่อง แกจำไม่ได้รึไงว่าฉันแพ้อาหารทะเล หรือมันเป็นแผนกำจัดศัตรูหัวใจ จะได้ไปจีบน้องนุ่นได้สะดวกขึ้นกันวะ" ผมพูดต่อจากว่าน บ่นแบบจงใจหาเรื่องเลยแหล่ะ เพราะไอ้สัสบาสมันไม่เคยจำได้สักทีว่าผมแพ้อาหารอะไร

(ในความคิดของอั๋น) 'ผมไม่รู้ว่าพวกมันคุยอะไรกัน รู้แต่ว่าง่วงเหี้ยๆ เลยยกนิ้วให้หนึ่งทีแล้วหลับต่อกว่า'

(รองประธานเต๋าพูด) "เลิกพาสมาชิกไปกินอะไรพวกนี้ทีเถอะว่ะบาส มึงไม่เห็นหรือแกล้งทำเป็นไม่เห็นพุงที่ใหญ่จนเหมือนคนท้องสี่เดือนของพวกกูกันแน่ พวกนักเรียนเขาจะเปลี่ยนชื่อจากชมรมบาสเป็นชมรมบวมแล้วนะเว้ย" ผมด่าไอ้ประธานเส็งเคร็งที่เสนอความคิดโง่ๆ ออกมา แบบไม่เกรงใจถุงไขมันย้วยใต้วงแขนของตัวมันเอง

หลังได้ยินทุกคนบ่นกันครบ ผมก็ลดแขนลงอย่างห่อเหี่ยว ไม่นึกเลยว่าความห่วงใยอยากให้ทุกคนได้กินอะไรอร่อยๆ จะออกมาเป็นแบบนี้ ที่จริงการถูกด่าครั้งนี้ยังพอมีประโยชน์อยู่ เพราะมันช่วยให้ผมคิดได้ว่า คงถึงเวลาแล้วที่ชมรมบาสทุกคนจะต้องเริ่มไดเอ็ตและควบคุมอาหารกันเสียที

### ถึงจะรู้ความคิดในหัวตัวละครทุกตัว แต่นักเขียนจำเป็นต้องวงเล็บไว้ข้างหน้าว่าความคิดนั้นเป็นของใคร เพื่อไม่ให้นักอ่านงง แล้วถ้าเราไปเขียนชื่อต่อจากอัญประกาศหลังคำว่าผม เช่น ผม (ว่าน) พูดเสียงดัง, ผม (เพชร) พูดต่อจากว่าน, ผม (เต๋า) ด่าไอ้ประธาน นี่จะทำให้รูปแบบ POV กลายเป็นกึ่ง POV 3 แล้วงงหนักสัสๆ เข้าไปอีก ส่วนการไม่วงเล็บแล้วให้นักอ่านเข้าใจว่าท่อนแรกกับท่อนท้ายสุด = บาสเป็นคนพูด เพิ่มภาระให้นักอ่านโดยใช่เหตุ ต้องมาคอยระลึกเอาเองว่า ถ้าไม่ได้วงเล็บคือบาสพูดใน POV 1 ของตัวเอง ซึ่งเป็นความล้มเหลวสุดขีดของการสื่อเนื้อเรื่อง ถึงอยากจะสร้างความแตกต่างให้ตัวเองเป็นนิยายแนวใหม่ มันก็จะไม่ได้ผล เพราะนิยายแม่งอ่านยาก อ่านแล้วเหนื่อย จนคนเลิกอ่าน ###

282 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>281

[POV 3 แบบเปลี่ยนคนพูด] (พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะนักเขียนที่เกลี่ยบทให้ทุกตัวละครได้เก่ง)

ณ โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นมะขามหน้าชมรมบาสเกตบอล หัวหน้าชมรมนาม "บุรินทร์" หรือ "ไอ้เหี้ยบาส" ที่ทุกคนรู้จักกันดี เรียกประชุมด่วนเกี่ยวกับข่าวลือในโรงเรียนที่กำลังแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว

"มีใครเดาได้บ้าง ว่าคนปล่อยข่าวเรื่องกูกับเต๋ากำลังคบกันน่ะมันเป็นใคร" นายบาสพูดอย่างเดือดดาล หลังตกเป็นเป้าโจมตีของผู้ไม่หวังดี คะแนนนิยมของเจ้าตัวต่อน้องนุ่นลดฮวบจนแทบจะต้องถอนตัวออกจากการแข่งขัน หลังดาวโรงเรียนรู้ข่าวว่าประธานกับรองประธานชมรมบาสกำลังร่ำรวยจากการขุดทองกันเอง (??)

ได้ยินแบบนี้แล้วนายว่านสมาชิกชมรมตำแหน่งชู๊ตติ้งการ์ดก็ตัวสั่นกลั้นขำไม่ไหว เขาพูดอย่างยากลำบากเพราะหายใจไม่ทัน "ก็... ฮะ ดีแล้วนี่ ฮ่า ๆ มึงไม่ดี... ไม่ดี ใจ เหรอวะ หึ ฮ่า ๆ ๆ" เด็กหนุ่มผมตั้งพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองแล้วค่อยพูดต่อ "พวกสาววายในโรงเรียนทั้งแต่งฟิค ทั้งวาดแฟนอาร์ตให้พวกมึงเพียบเลยนะ รูปปลดกระดุมเลียแผงอกนี่เด็ดสัส ๆ เลยนะ"

"ดีใจกะผีอะดิ" บาสตอบกลับด้วยน้ำเสียงคนโมโห ทึ้งผมหัวเองจนยุ่งไปหมด

"ต่อให้รู้ กูก็ไม่บอกมึงหรอกว่ะไอ้บาส" นายเพชรยิ้มเยาะใส่ศัตรูหัวใจ "ถ้าเรื่องนี้ทำให้น้องเขาเลิกสนใจมึงได้ แผนการจีบน้องนุ่นของกูก็จะง่ายขึ้นอีกขั้น"

แม้ว่าบริเวณโต๊ะจะเสียงดังและเกิดการถกเถียง แต่สิ่งนั้นไม่สามารถทำอะไรอั๋นได้ เขายังคงฟุบหลับต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนคนในโรงเรียนเลิกสนใจแล้วว่าเขาจะต้องซ้ำชั้นเพราะติดเกมมือถือหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในความวุ่นวายหน้าห้องชมรมบาสยังคงมีความสงบนิ่งปรากฏอยู่ เต๋า หนึ่งในสองผู้เสียหายในข่าวลือใช้พลังสมองทั้งหมดที่มีพิจารณาทุกความเป็นไปได้อย่างใจเย็น เด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งมันสมองของทีมและผู้เล่นตำแหน่งฟอร์เวิร์ดใช้ข้อมูลที่ได้มาอย่างคุ้มค่า กระทั่งเขานึกแผนการหนึ่งออก

"กูว่ากูรู้แล้วว่าใครปล่อยข่าวนี้" เต๋าลุกขึ้นยืนแล้วปัดใบมะขามบนหัวไหล่ ประโยคนี้ทำเอาบาสตาลุกวาว

"บอกกูที่ว่ามันเป็นใคร" นายบาสถามขึ้นทันควัน

เต๋ากระชับแว่นกรอบหนาที่สวมอยู่แล้วแล้วพูดเสียงหล่อ "ตามกูมา เดี๋ยวมึงก็รู้เอง"

### POV 3 โคตรจะดาษดื่น เป็นพื้นฐานที่นักเขียนทุกคนต้องเรียน ยิ่งพวกชอบแต่งแนวตัวละครเยอะแล้วอยากใช้ให้คุ้ม ก็ยิ่งต้องฝึกด้านนี้ให้มากๆ ถ้าไม่อยากเจอปัญหาแนวเปิดตัวละครเด่นๆ มาแล้วไม่ได้ใช้ บทหาย จืดจาง จนเสียดายของทีหลัง นักอ่านจะเข้าใจเรื่องได้ผ่านการอ่านและมองภาพรวมเนื้อหาจากข้อมูลที่ได้มาจากแต่ละตัวละคร แล้วถ้านี่ยังไม่ใช่การสลับ POV แบบที่โม่งตัวหนึ่งเข้าใจผิด มันอาจหมายถึงการเล่าสไตล์นิทาน คือ เล่าแบบ POV 3 แต่สลับกันเล่าทีละคน (ในวงมี 5 ออกมาเล่า 1 นั่งฟัง 4) ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ แปลว่าเข้าใจผิดหนักเลย การเล่าแบบเปลี่ยนคนเล่าเรื่องไม่ทำให้ Point of view เปลี่ยนไป ที่เปลี่ยนคือ Person on talking vibe ต่างหาก (เปลี่ยนคนสื่อ แต่ไม่ได้เปลี่ยนวิธีสื่อ) ####

ถ้าใครยังงงก็ให้เรียนรู้พื้นฐานให้เข้าใจก่อนก็ได้ ด้วยการอ่านบทความนี้ (พี่เว็บเก่าๆ เก่งจริง สอนเข้าใจด้วย ไม่เหมือนสมัยนี้)
https://www.dek-d.com/writer/36448/

เป็นเพราะพวกมึง กูเลยไม่ได้สับนิยายเลยเห็นไหม ต้องมานั่งสอนเรื่องพื้นฐานแบบนี้มันน่ารำคาญ ละเลิกทะเลาะกันเองได้แล้ว เสียบรรยากาศหมดเลยแม่ง

283 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

กูกำลังเอาข้อมูลที่พวกมึงสับกันรวมเล่มเป็นหนังสือคู่มือเเต่งนิยาย

284 Nameless Fanboi Posted ID:YKty76Ne0q

โม่งบางตัวแม่งต้องใช้ผิดกันอยู่แน่ ๆ ถึงขั้นแบ่งฝ่ายมานั่งเถียงกัน ไม่ใช่ความผิดของกูนะ555

285 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

>>284 ใครถามมึง? ต่อยไหม?

286 Nameless Fanboi Posted ID:dQxIlyub7V

>>280282 ไอ้ความรู้ผิดๆ รวมถึงเรื่องPOv3 พระเจ้า-จำกัด มาจากอีมู้รู้ดีนั่นไงที่ออกมาพูดว่าไม่ชอบเวลาสลับตัวละคร แม่งกลายเป็นการสร้างความเข้าใจผิดๆ จนคนสับสนกันไปหมด กูยังสงสัยเลยว่าทำไม POV3 ถึงเปลี่ยนคนเล่าเรื่องไม่ได้ ทำไมถึงบอกความคิดตัวละครอื่นไม่ได้ เปลี่ยนได้สิไอ้สัส

287 Nameless Fanboi Posted ID:yD0h2h+5DL

>>283 อ่านแล้วก็ลืมมันไปเหอะ โคตรเยอะ เหมือนมึงมีหนังสือทฤษฎีดนตรี จะเก็บรวบรวมจากชีทที่จารย์สอนหรือไปซื้อมา สิ่งที่มึงเรียนรู้ก็คือทฤษฎีอ่ะ มันไม่ทำให้เล่นดนตรีเป็นหรอก

288 Nameless Fanboi Posted ID:YKty76Ne0q

>>285 มึงควรมีเหตุผลหน่อยนะ 55

นั่นแหละ กูว่าเดิมที POV3 มันไม่มีแยกย่อยหรอก เพราะกูหาความต่างแทบจะไม่ได้ พอมันมีบอกแยกกันอีกก็เลยงงเลยวุ้ย

289 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

She may contain the urge to run away
But hold her down with soggy clothes and breezeblocks
Citrezene your fever's gripped me again
Never kisses all you ever send are fullstops, la la la la

Do you know where the wilds things go
They go along to take your honey, la la la la
Break down now weep build up breakfast now
Let's eat my love my love love love, la la la la

Muscle to muscle and toe to toe
The fear has gripped me but here I go
My heart sinks as I jump up
Your hand grips hand as my eyes shut
Ahhh ahhh ahhh ah ah, ahhh ahhh ahhh ah ah

Do you know where the wild things go
They go along to take your honey, la la la la
Break down let's sleep build up breakfast now
Let's eat my love my love love love, la la la la

She bruises coughs she splutters pistol shots
But hold her down with soggy clothes and breezeblocks
She's morphine queen of my vaccine my love my love love love, la la la la

Muscle to muscle and toe to toe
The fear has gripped me but here I go
My heart sinks as I jump up
Your hand grips hand as my eyes shut
And ahhh ahhh ahhh ah ah, ahhh ahhh ahhh ah ah
Ahhh ahhh ahhh ah ah, ahhh ahhh ahhh ah ah

She may contain the urge to runaway
But hold her down with soggy clothes and breezeblocks
Germaline disinfect the scene my love my love love love
But please don't go I love you so my lovely
Please don't go, please don't go, I love you so, I love you so
Please don't go, please don't go, I love you so, I love you so
Please break my heart, hey

Please don't go, please don't go, I love you so, I love you so
Please don't go, please don't go, I love you so, I love you so
Please break my heart, ah ha

Please don't go, I'll eat you whole
I love you so, I love you, so I love you so
Please don't go I'll eat you whole
I love you so, I love you so, I love you so, I love you so

290 Nameless Fanboi Posted ID:uckfvLjL33

>>289 เพลงอะไรวะ หรือแต่งเอง

291 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>290 เพลง Breezeblocks ของ Alt-J

292 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

>>291 เรียกว่าเพลงเเนวไรวะ ชอบ

293 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>292 เป็นได้ทั้ง progressive rock, art rock และ indie pop อยากได้ข้อมูลแนวเพลงหรือเพลงแนวเดียวกันเพิ่มเติมเชิญห้อง Music (พวกกูจะคุยเรื่องนิยายกันต่อ)

294 Nameless Fanboi Posted ID:JVv1+l5nuX

>>293 ถ้ามันมีคนคุยด้วยกูคงไม่มา เเหะๆ

295 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>197 เชี่ยจริงเมือง oro-gonorrhoea แค่คิดก็อยากอ้วกแล้ว

>>243 มาแบบนอนเมมไง เวลาเจอด่าจะได้ไม่เสียหน้า

>>245 ก็ไอดีนี้กูไม่มีจริง ๆ นี่นา 555+

>>258 สมัยก่อนพรูฟตอนตีพิมพ์ บก. หยวนให้กูแค่ 3 แบบสำหรับการเขียนความคิด, ฉากเหตุการณ์ในอดีต กับจดหมาย คือใช้ตัวเอียงเป็นหลัก รองลงมาคือ ปรับสีตัวอักษรให้เป็นสีเทา กับแบบสุดท้ายคือใช้อัญประกาศเดี่ยวแบบ >> 'ความคิด' นอกจากนั้นคือไม่ได้เลย ถ้ามีคนส่ง ตฉบ. มาแล้วใช้ (ความคิด) แบบนี้ หากเตือนให้แก้แล้วไม่แก้แม่งก็คือลงถังขยะทันที ซึ่งหลายเรื่องกูเคยไปดักหยิบมาอ่านก่อนจะโดนยัดถุงดำรอทิ้ง คือแต่งดีนะแต่ใช้สัญลักษณ์มั่วจนเสียโอกาส ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาแล้วสำหรับสมัยนี้ จะแต่งกาก ใช้ " อัญประกาศแบบนี้ " หรือมั่ว POV ก็กดขายนิยายได้เหมือนเดิม เพราะเว็บแม่งไม่ห้าม กรรมเลยไปตกอยู่ที่คนอ่าน ผลิตขี้มาให้ก็ยังอ่านขี้แถมจ่ายเงินซื้อขี้ด้วย ช่วยไม่ได้ขี้แม่งสนุกในสายตามัน

>>269 ถ้าเขียนไม่ผิดนี่กูนึกว่าเป็นไอ้พรพัง

>>279 POV 3 แบบ L กับแบบ O มันก็อันเดียวกันนั่นแหล่ะมีน แต่แบบ L มันเน้นเล่ากว้างสุดแค่ฉาก 1 ฉาก (เหมือนเขียนนิยายทั่วไป) แต่แบบ O มันเล่าในฉากใหญ่โตมโหฬาร หานมโหรี จำพวกบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ฉากบรรยายในการรบสามฝ่ายรวด แต่ถ้าเอาง่วงสุดก็คือภูมิศาสตร์ในโลกแห่ง LOTR ของปู่โทลคีน ที่บรรยายทีโดนไปเป็น 100 หน้าก็ยังมี

296 Nameless Fanboi Posted ID:SbQcHj5OSi

กูย้อนอ่านสับเก่า ๆ เล่นแล้วสะดุดชื่อคนเขียนเรื่องราชินีลูกโม่ใน>>155 มันอ่านว่าไงวะ

Narutarkie นารุตาคิเอะ? นารุตาไค? นารุตาขรี้!?

สัสขมคอเลยอีเหี้ย

297 Nameless Fanboi Posted ID:cnex1KWtUl

>>296 แวบแรกที่เห็นกูอ่านว่า "นารุตาเข" วะ

298 Nameless Fanboi Posted ID:YKty76Ne0q

>>296 นารุตาคิอี้ คิอี้ ง่าย ๆ นารุตาขรี้

299 Nameless Fanboi Posted ID:rrtloPXS+4

>>295 กุเป็นพรพังคงร้องไห้
เอาแบบพื้นฐานเลยนะ การเลือก POV คือการ "เลือกวิธีการเล่าเรื่อง"
POV3 แบบ L และ O มันต่างกันตรงที่ วิธีการเล่าเรื่องมันต่างกัน ดังนั้นเมิงจะบอกว่าไม่ต่างกันไม่ได้หรอก ถึงตัวละครกุจะกระโดดเข้าไปในสงครามความขัดแย้งของสามฝ่าย แต่ถ้ากุเล่าแบบ L ก็ต้องออกแบบซีนแบบหนึ่ง เล่าเรื่องแบบหนึ่ง ถ้าใช้แบบ O ก็ต้องใช้วีธีเล่าอีกแบบหนึ่งถึงจะเป็นเรื่องเดียวกันก็เถอะ

300 Nameless Fanboi Posted ID:PC2IwJeUkc

>>299 ตามนั้นเลย

>>296 น่าจะนารุตะ-กี้

เออพูดถึงนักเขียนคนนี้กูลองไปอ่านนิยายอีกเรื่องของมันมาเรื่อง "มหาสงครามแห่งจักรวาล เอสโฟลีกส์" แค่รูปปกนิยายกูก็แม่งโคตรคุ้นแล้ว อ่านปกรองก็เข้าใจว่ามันเป็นนิยายเชื่อมจักรวาลกับเรื่องเจ๊ลูกโม่ สรุปว่าไม่ได้เป็นแค่นักฆ่าแลมโบธรรมดาแต่เลอะเทอะกว่านั้นเยอะ ถ้าพวกมึงลองสละเวลาเลื่อนลงไปดูตรงช่องคอมเมนต์ข้างล่างจะเห็นว่านักเขียนแม่งเอารัฟสเกทซ์ของตัวเองมาแปะโชว์ด้วย คือ ref. มันเยอะมากจนกูบอกไม่หมดว่ามาจากเรื่องอะไรบ้าง (ถ้าใครคุ้นอันไหนก็ลองบอกมาได้) สรุปว่าน้องแกจะเอาดีทางเขียนหรือทางวาดกันแน่ เขียนก็แย่ วาดรูปก็ดราฟเขามา ที่ปวดสมองสุดคือมันวาด Pantsu Shot (ฉาก กกน. โผล่) ด้วย อยากวาดไม่ว่า แต่วาดออกมาแล้วไม่สวยเลย ใครข้องใจลองไปดูด้วยตัวเองได้ ส่วนกูจะแปะแค่รูปปกอันเดียวพอ เพราะช่วงก่อนเห็นมีคนพูดถึง "เซนโจวกาฮาระ ลีลาวดี" เลยนึกสนุกขึ้นมา อ่ะดู...

https://i.imgur.com/wt8f79c.png

301 Nameless Fanboi Posted ID:w/rEQRkFld

>>300 ถถถถถถ ปืนลั่นทีจิ๋มแหกพอดี แถมมีเครื่องยิงจรวดในนั้นด้วยเฮ้ย

302 Nameless Fanboi Posted ID:wzbDwd7Nen

>>300 ปกอีกเรื่องที่มีโม่งบนๆบอกไว้ว่าคล้ายมังงะ กูเผอิญไปเจอเพจแปลอัปพอดี เค สำเนาถูกต้อง
https://www.facebook.com/1468010970001476/posts/1771578402978063/?sfnsn=mo

303 Nameless Fanboi Posted ID:uXl0rAGrkf

>>302 นิยายพิมพ์ผิดยังไม่พอ บนเฟสก็เขียนผิด

304 Nameless Fanboi Posted ID:BZVSCyh9D+

"มีใครรู้สึกเหมือนผมไหมว่า โดดดิด่ง มันเร็วขึ้น"
"เช้านี้ผมเปิดฟัง รู้สึกว่า เพลงมันเร็วกว่าเดิม"
https://www.youtube.com/watch?v=Ek8itihPQgE

305 Nameless Fanboi Posted ID:qTKk2KXpBO

>>304 ไปๆ มาๆ กูจะเกลียดวงนี้เพราะมึงแล้วนะ สแปมโฆษณาหาพ่องมึงเหรอ

306 Nameless Fanboi Posted ID:gkfo2k4UCB

เริ่อง POV จบไปแล้วมีหัวข้ออะไรอีกปะ ถ้ามี link บทความแบบใน >>282 อีก รบกวนเอามาแจกทีนะ อ่านแล้วเข้าใจง่ายดี เหมาะกับมือใหม่แบบกู (ขอบคุณล่วงหน้า)

307 Nameless Fanboi Posted ID:oG3Ol//k+l

แม่งช่วงนี้มันอะไรวะ เด็กดีก็บ่นเรื่องเม้นท์สแปมโฆษณา โม่งก็โดนสแปมโฆษณา โวะ!

308 Nameless Fanboi Posted ID:wu.YAlY71s

ไม่นึกว่า จะมีวันต้องมาเถียง pov เลย สมัยกูเขียน บก. โหดฉิบหาย ใช้ pov ไหนก็อันนั้นไปเลย เหตุผลกันสับสน เดี๋ยวนี้ใช้ผสมได้ แต่มึงต้องคิดถึงความเหมาะสมแล้วไม่สับสน ตามสมัยนิยม มุมมองพระเจ้าแบบ pov 1 สำหรับกูคือแฮรี่ คนปั้นหม้อ

นี่เราต้องพูดถึงขั้นนี้กันแล้วสินะ

309 Nameless Fanboi Posted ID:oG3Ol//k+l

>>308 เท่าที่กูเคยอ่าน (อ่านแต่หนังสือแปล) ถ้าจะสลับ pov ก็ต่อเมื่อขึ้นบทใหม่ แบบว่า พาร์ทนี้เล่าแบบนี้ อีกพาร์ทเล่าอีกมุม แยกกันเป็นบท ๆ ไปเลย

310 Nameless Fanboi Posted ID:2QFLIQh.vY

POV นี่มันเปลี่ยนตามสมัยจริง ๆ สำหรับกูคืออ่านรู้เรื่อง แบ่งพาร์ทให้ชัดเจน กูก็โอเคนะ แค่โอเคเฉย ๆ ไม่ได้ชื่นชอบ POV ในความคิดกูถ้าเลือกดี ๆ เขียนเป็นมันช่วยให้นิยายดีขึ้น ยังไงมันก็เป็นมุมมองที่ถ่ายทอดให้คนอ่านได้รับรู้ เคยเจอเล่ากั๊กฉิบหาย POV 3 จนแบบเก็บไว้อ่านเองเถอะ ไหน ๆ จบเรื่อง POV กูรอประเด็นใหม่เหมือนกัน

กระทู้รับวิจารณ์ ทำไมกูนึกถึงนักจิตวะ อ่านของคนหนึ่งที่พูดถึงเส้นเรื่อง มันถามว่าเป็นแบบไหนหรือเอาเท่าที่อ่าน กูไม่รู้ว่าในมุมมองการวิจารณ์ถ้านักเขียนต้องการให้ดูเส้นเรื่องจะยังไง อ่านตอนเดียวก็รู้ได้ใช่ไหม? ในมุมมองคนเขียนของกู คือ เส้นในการดำเนินเรื่องให้ไปเจอเช็คพอยต์ต่าง ๆ ที่จะลากไปถึงจุดจบ ถ้าเข้าใจผิดยังไงบอกกันด้วย กูเริ่มเขียนแบบลองผิดลองถูก เลยอาจจะไม่ถูกต้องตามหลักการอะไรนัก

311 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

>>310 ไม่ต้องแคร์หลักการอะไรขนาดนั้นก็ได้ อยากเขียนอะไรก็เขียนไปเถอะ เล่ารู้เรื่อง อ่านสนุกอ่านเพลินก็พอละ

ส่วนตัวกูถ้าบอกให้ดูเส้นเรื่อง ถ้าอ่านตอนเดียวเห็นอะไรไม่ค่อยชัดหรอก อย่างน้อยก็ต้อง 3+ ตอนแหละ ให้อธิบายทฤษฎีจ๋าก็ขี้เกียจ เอาเป็นว่าเวลาดูเส้นเรื่องคือจะดูว่าเล่าเรื่องยังไง ลำดับเหตุการณ์เป็นยังไง วางปม หย่อนข้อมูล หย่อน hint ให้คนอ่านเพื่อไขปมยังไง ทำนองนั้นแหละ

312 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

ดองไว้บอกว่าจะรีวิวหลายวันละ พอดีไม่ค่อยสบายและชีวิตวุ่นวายชิบหายเลยไม่ได้รีวิว
จุดหมายในการรีวิววันนี้คือการตอบข้อสงสัยตัวเองว่า นิยายที่อัพค่อนข้างถี่ ตอนก็เยอะ แต่ทำไมคนอ่านถึงได้น้อยกว่ามาตรฐานขนาดนั้น โดยเฉพาะในรอร.ที่เป็นแหล่งวายโดยตรงที่เขียนไม่ต้องดีมาก แต่ขอให้อัพถี่ก็มีคนตามอ่านแล้ว

[BL] Bloodlust of night รัตติกาลกระหายเลือด by นักจิต or Whatcha say
https://writer.dek-d.com/keehello/story/view.php?id=2030616
รู้สึกชื่อเรื่องภาษาอังกฤษแปลกๆ แต่ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า IELTS กูแค่ 7.5 เลยไม่กล้าฟัน แต่รู้สึกว่าแปลก แค่นั้นแหละ
และ ไอ้เหี้ย ในดด.มึงใช้พื้นดำอักษรขาว กูปวดตาชิบหาย ขอไปอ่านในรอร.แทนแล้วกัน

เรื่องย่อ: ขออนุญาตสรุปคร่าวๆ ไม่เล่าละเอียดลงรายตอน เพราะจะกลายเป็นด่ารัวๆ แทน
ในยุคที่แวมไพร์ครองเมือง นายเอกของเรื่องคือฮันเซลล์เป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ เกิดในตระกูลชั้นสูง แต่เสือกไม่มีพลังเลยโดนส่งไปเป็นทาสของแวมไพร์ชนชั้นกลางคนหนึ่งชื่อแคสปาร์ ซึ่งขี้หึงและซาดิสม์มาก ไม่ยอมให้นายเอกมีเพื่อนเรย วันหนึ่งมีทาสคนอื่นมาเจอเลยชวนอีห่านหนี ฉุดกระชากลากถูกันได้แปปนึง พอจะหนีไปก็โดนจับได้ ทาสเลยโดนฆ่าตายห่า time skip ไปหลายปี อีห่านชินละที่ไม่มีเพื่อน ได้แต่รอวันให้มีคนแข็งแกร่งกว่าแคสปาร์มาเอาตัวมันออกไป จนได้ข่าวถึงนักล่าแวมไพร์คนหนึ่งที่ฆ่าแวมไพร์ได้สิบตัว

ตัดภาพไปที่คดีความแวมไพร์ไล่ฆ่าคนจนที่นุ้งห่านอ่านอยู่ อ่อยกันแปปนึง แล้วจู่ๆ ก็เล่าว่านักฆ่าแวมไพร์ที่ว่าแพ้แคสปาร์เลยจะโดนแดกแทนละ คือมันเล่าแค่นี้แหละ ไม่ได้บรรยายเหตุการณ์สู้อะไรเลย น้องห่านไปเจอก็บอกว่ามีสิ่งดีๆ มานำเสนอ จะให้เป็นแวมไพร์นะ แต่นายต้องเป็นเจ้านายคนใหม่ของผมนะ (วั้ท??) ไม่ใช่ว่าแวมไพร์ที่กัดต้องเป็น Master ของแวมไพร์ใหม่อ่อวะ......

อ่ะ ช่างมัน พอทำให้นักล่าเป็นแวมไพร์ซะเองแล้วก็ถ่วงเวลาบลาๆ เอากับแคสปาร์ พอกลับไปนอนเฝ้านักล่าแวมไพร์ก็โดนผัวเก่าซ้อม อีห่านบอกว่าจะรับใช้นายใหม่คนเดียวละ ไม่ยุ่งกับมึงแล้ว พอนักล่าฯฟื้นขึ้นมาก็ฆ่าแคสปาร์ตายง่อยๆ แล้วก็สลบไป นุ้งห่านที่นั่งเฝ้าก็โดนอีกฝ่ายละเมอลวนลาม
พอฟื้นขึ้นมาน้องห่านก็โดนแดรก นักล่าที่เพิ่งบอกชื่อในตอนสี่ว่าโซมอนก็คิดๆ ว่า แคสปาร์โง่นะที่ไม่แดรกเลือดนายเอกทั้งที่เลือดแม่งโด๊ปขนาดนั้น แล้วก็พากันหนี ปะทะคารมแบบงุ้งงิ้งกุ๊กกิ๊ก จากนั้นอีห่านก็โดนล่อลวงไปเพื่อจะสูบเลือดเด็กไปขาย(?) โซมอนก็มาช่วยตามสไตล์ แล้วก็เปิดตัวละครใหม่ชื่อเซต้า เป็นใครไม่รู้ งง มันไม่ได้เล่า แล้วก็โดนละเมอลวนลามในรถอีกแล้ว

จากการสกิมไปจนถึงตอน 7 หลังจากนั้นก็ทำเควสรายทางไป ขอพอแค่นี้ คิดว่าเพียงพอที่จะตอบคำถามที่ตั้งไว้ตอนแรกแล้ว

ต่อด้านล่าง

313 Nameless Fanboi Posted ID:ZK.h0QTwBd

>>308 แฮร์​รี่เนี่ยนะ pov 1 เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า?

314 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

เนื้อเรื่อง:
มีหลายส่วนที่กูรู้สึกอิหยังวะมากๆ โดยเฉพาะการให้เหตุผลและการตัดสินใจของตัวละครที่ทำให้ direction ของเรื่องมันเปลี่ยนไปในทางอะไรก็ไม่รู้ แต่ในความอิหยังวะนั้น ถ้าขุดดีๆ แม่งมีองค์ประกอบหลายอย่างที่น่าเอามาเล่นได้เยอะมาก ถ้าเอามาเรียบเรียงดีๆ ทั้งปมหลัก-ปมย่อยจะกลายเป็นนิยายวายที่อาจจะน้ำเน่าแต่อ่านสนุกแน่ๆ เสียดายที่แม่งไม่ใช่ประโยชน์จากองค์ประกอบพวกนี้เลยสักนิด เนื้อเรื่องมันเลยพังพินาศ จากที่ควรจะสนุกเลยไม่สนุกแทน

ตัวละคร:
เฮ้ออ อีนายเอกแม่ง girly อุเคะมาก เป็น stereotype ของเคะในนิยายที่เคยนิยมเมื่อประมาณ 13-14 ปีก่อนที่ต้องเป็นโชตะ บอบบางอ่อนแอ สไตล์เคะฮะ ตัวน้อยๆ สั่นๆ เป็นกระต่ายน้อย ไม่มีปัญญาดูแลตัวเองได้และชอบทำอะไรโง่ๆ แบบ so cliché ซึ่งกูเกลียดเคะแบบนี้ชิบหาย พยายามจะไม่เข้าโซนเกลียด แต่ด้วยการเขียนของนักจิตก็ทำให้กูอี๋อีห่านได้อยู่ดี

เช่น การคุยกับพระจันทร์ว่า "อืม...คุณดวงจันทร์ นักล่าแวมไพร์คนนั้น เขาจะฆ่าผมไหม" การฮึก ฮือ... อีดอก อ่านแล้วขนที่นิ้วโป้งตีนลุก จ้าดสลิ๊ดง่าว

ส่วนพระเอกก็สไตล์พระเอกขี่ม้าขาวนิยายวายอ่ะแกร โนคอมเม้นท์ว่ะ

ตัวละครของแม่งเนี่ยถ้าเพิ่มมิติเพิ่มปมให้สักหน่อยจะน่าสนใจมาก อย่างแคสปาร์ที่เป็นแวมไพร์ชนชั้นกลางแต่สามารถเอาแวมไพร์ชนชั้นสูงมาเป็นทาสได้ แถมยังแข็งแกร่งแบบล้มนักล่าแวมไพร์ได้สบายๆ ถ้าใส่ไปหน่อยว่าเป็นแวมไพร์ที่เกลียดชนชั้นสูง เคยถูกเหยียดหยามรังแก พอไต่เต้าขึ้นมาได้ แต่เพราะสายเลือดไม่บริสุทธิ์ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ข้ามชนชั้นไม่ได้ ด้วยความบิดเบี้ยวของจิตใจเลยเลือกที่จะย่ำยีนายเอก เพราะจะได้รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจเหนือชนชั้นสูง อะไรทำนองนั้น จริงๆ นักจิตน่าจะเล่นประเด็นพวกนี้ได้นะ มันทำให้ตัวละครน่าสนใจมาก ต่อให้เป็นตัวร้ายคนก็เกลียดไม่ลง แต่เสือกไปไม่ถึงตรงนั้นเลย ไม่เล่าปมอะไรจนตัวละครแบนราบ เห็นแต่ความ obsession แต่ไม่เห็นมิติอื่นเลย เสียดายของชิบหาย

การดำเนินเรื่องและการนำเสนอ:
คนอื่นเขาเขียน 3-4 ตอนเนื้อหาไม่มี แต่ไอ้นี่เขียน 1 ตอน กูคงแตกได้ประมาณ 10 ตอนอ่ะ รวบรัดเหลือเกินจนแบบ โอ้โห นี่กูกำลังอ่านสปอยหรือกำลังอ่านนิยายอยู่วะไอ้ห่า ใช้พื้นที่ปูเนื้อเรื่องได้น้อยสัสๆ จนกูงงใจ ว่าจะรีบไปตายที่ไหน นี่แม่งไม่ใช่เล่าเรื่องแบบกระชับละ แต่แม่งคือเล่าแบบรวบๆ ผ่านๆ แถมเล่าได้ไม่ดีด้วย ไม่ให้เวลาคนอ่านได้อินได้เข้าใจกับสถานการณ์ของตัวเอกเลย คือจากพล็อตเนี่ย ถ้าเขียนดีๆ มันก็ดราม่าน้ำเน่ายุงบินหึ่งได้หรอก แต่ด้วยการเล่าแบบสปอยมันทำให้ไปไม่ถึงสักอารมณ์ ถึงแต่อารมณ์เหนื่อยหน่ายของกูนี่แหละ บางฉากก็พยายามดราม่าชิบหาย แต่เพราะมึงไม่ได้ปูเนื้อเรื่องไง คนเลยไม่อิน ไปอ่านสปอยเทียนกวานในห้องฟุยังเล่าเรื่องได้ถึงอารมณ์กว่าอ่ะ

กูว่าปัญหาคือมันคงมีไอเดียในหัวแหละ ซึ่งไอเดียไม่ได้แย่ อาจจะน้ำเน่าเงาจันทร์ แต่ด้วยความที่สกิลต่ำเลยทำให้ไม่สามารถสื่อความคิดตัวเองออกมาเป็นตัวอักษรได้ แม่งเลยเล่าเรื่องได้แบบเล่าไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าตอนไหนควรเร่งอารมณ์ ตอนไหนควรขยี้ ตอนไหนควรพีค จุดที่ควรเล่าแม่งก็ดันรวบจนเป็นสปอยนิยาย แล้วไอ้จุดที่เล่าแม่งก็ไม่ได้น่าสนใจ ไม่ได้สนุกเลย คนอ่านได้แต่เบะปากแล้วก็กดปิด

ภาษา:
มึงคิดว่าอ่านสปอยนิยายภาษามันจะได้ บทบรรยายขาดเกินๆ เหมือนเล่าไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย ไม่มีการสรรคำเลย บางย่อหน้าคือมีชื่อตัวเอก 6 ที่....ใช้สรรพนามไม่เป็นสินะ ครูภาษาไทยป. 4 มึงได้ร้องไห้แน่ บทสนทนานี่มาเป็นนิยายแชทเลยนะ กูไม่รู้เลยว่าใครกำลังพูดอยู่กันแน่ แถมประโยคที่ใช้ก็แปลกๆ แบบไม่เข้าปากตัวละคร ไม่ใช่ภาษามนุษย์อีกแล้ว

การเคาะเว้นวรรคบางช่วงก็ดี บางช่วงก็เหี้ยจนไม่รู้ว่ามาตรฐานอยู่ตรงไหน และกูเกลียดความมั่นหน้าเป็นตำรวจตรวจคำผิด แต่ตัวเองผิดตรึม แถมยังใช้เครื่องหมายอัญประกาศไม่ถูก กูโรค OCD กำเริบแล้วเนี่ย

จุดที่ชอบ: ของที่มึงทิ้งขว้างไปอ่ะ ถ้ากูเอามาเขียนคือกูเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์เป็นนิยายดราม่าได้เลยไอ้สัส

คะแนน: เนื้อริบอายที่ย่างด้วยความสุกข้างนอกไหม้ ข้างใน well-done

สับวันนี้ใจดีมาก เพราะง่วง เอาเป็นว่าไปนอนแยะ

315 Nameless Fanboi Posted ID:gkfo2k4UCB

>>312 ขนาดสรุปคร่าวๆ แล้วก็ยังรู้สึกว่าด่าบ่อยแฮะ ถ้าเขียนเต็มๆ สงสัยคำด่า 80%

316 Nameless Fanboi Posted ID:54bZHF9eie

จ้าดสลิ๊ดง่าว.. เป็นคำที่สื่อสารอารมณ์ออกมาจากอินเนอร์สัสๆ แถมผันวรรณยุกต์เป๊ะด้วยนะ 55

317 Nameless Fanboi Posted ID:2QFLIQh.vY

>>311 มันก็จริงของมึง กูไม่ควรคิดมาก ตราบใดที่ยังเขียนรู้เรื่องสินะ
>>313 กูเอง >>308 นี่หมายถึง ใช้ POV 3 ในการดำเนินเรื่อง แต่จำกัดมุมมองแบบ POV 1 ไม่ได้บอกว่าเป็น POV 1 นะ กูอาจพิมพ์ไม่เคลียร์เอง โทษที

318 Nameless Fanboi Posted ID:XUWgsM11Lh

>>317 เออ ก็ยังว่าดิ กูก็งงว่าอิหยังวะ แฮร์รี่ pov1
ถ้าอธิบายงี้ก็แล้วไป

319 Nameless Fanboi Posted ID:Mi0CcZwt1e

>>317 มันจะพูดว่า Third-Person Point of View limited ภาษาไทย มุมมองบุคคลที่สามแบบจำกัดมุมมอง
เรื่องของ POV กุพูดเลยว่า การสลับ POV1 ไป 3 ไป 1 คือเหี้ย กุพูดแค้นี้พวกเมิงจะบอกว่าเป็นเรื่องของยุคสมัย หรืออ่านรู้เรื่องก็พอ กุก็ยืนยันว่ามันเหี้ย

ส่วนเส้นเรื่อง ให้เมิงดูที่เป้าหมาย(goal)ของตัวละคร ถ้าช่วงแรกที่อ่านเมิงเห็นเป้าหมายของตัวละครชัดเจน
พอมองเห็นว่าตัวละครต้องเดินทางไปอย่างไร อะไรคืออุปสรรค นั้นคือเส้นเรื่องชัดเจน ดำเนินเรื่องได้ดีไหมตอบโจทย์ไหมต้องดูต่อไปในระยะยาว

เช่น เด็กหนุ่มลงจากบ้านบนภูเขาไปซื้อยาคูลท์ กลับบ้านมาพบว่าครอบครัวโดนฆ่า และน้องสาวกลายเป็นปิศาจกินคน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป
แบบนี้มองไม่เห็นเส้นเรื่อง บอกอะไรไม่ได้เลยว่าน่าสนใจไหม
ถ้าสร้างซีนให้เห็นความพยายามของพระเอกว่าต้องการจะช่วยน้องสาวให้กลับเป็นมนุษย์ และแสดงให้เห็นว่าอุปสรรค์คืออะไร เส้นเรื่องก็จะชัดขึ้น
และถ้าคนเขียนแสดงเส้นทางที่จะพระเอกจะเดินทางไป คนอ่านก็จะจับเส้นเรื่องได้ พอถึงตรงนี้ ก็พอจะบอกได้ว่าเส้นเรื่องเมิงชัด
ในการดำเนินเรื่องต่อไป ถ้าตัวเอกต้องต่อเรือไปแกรนด์ไลน์ แต่โกลคือการไปช่วยน้องสาวให้กลับเป็นมนุษย์ ก็ยังพูดได้ว่าเส้นเรื่องชัดเจน
(แต่ในเรื่องจริง ๆ โกลของตัวละครเปลี่ยนได้นะ แต่กุต้องการยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย)
ถ้าถามว่าอ่านตอนเดียวแล้ววิจารณ์เส้นเรื่องได้ไหม ก็พอจะพูดได้นะ ถ้าเมิงเขียนเป็นวันพีช ข้าจะเป็นราชาโจนสลัด มองเห็นเส้นเรื่องของการผจญภัย มองเห็นโลกของโจนสลัด มองเห็นตัวพระเอกชัดเจน มองเห็นอดีต รวม ๆ ก็พอดูได้ว่าเส้นเรื่องน่าสนใจ
แต่ถ้าอ่านไปห้าตอน ตัวละครเมิงยังวิ่งเล่นอยู่ในกองขยะ ไม่นำเสนอโลก ไม่นำเสนอตัวเอง ไมม่เห็นเป้าหมาย ก็บอกได้ว่ามองไม่เห็นเส้นเรื่อง มองไม่เห็นความน่าสนใจอะไร

320 Nameless Fanboi Posted ID:RW0jjYChSD

>>319 คนที่สลับ pov ในตอนเดียวกันแล้วทำได้ดีด้วยนี่ เท่าที่อ่านมาตั้งแต่เกิดมีไม่ถึงสิบคน นอกนั้นคือทำได้ในระดับปกติ (เปลี่ยน pov ตอนขึ้นบทใหม่) ดังนั้นการเขียนมั่ว pov ในเด็กดวกกูจะคิดแง่ร้ายกับเรื่องนั้นไว้ก่อนเหมือนกัน (ส่วนมากทำไปแบบไม่รู้ 4 รู้ 8 เขียนตามใจตัวเอง) บ่องตงว่าไม่เคยเจอนักเขียนอายุน้อยคนไหนในเด็กดวกที่สลับ pov แล้วรอด กูเลยอคติมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนเส้นเรื่อง กูต้องอ่านหลายบทจริงๆ เพราะบางเรื่องแม้จะพูดถึงเป้าหมายชัดเจน แต่ผ่านไป 10 ตอนมึงยังไม่ออกเดินทาง หรือเดินทางก็จริง แต่แวะชมนกชมไม้ ไม่ก็ไปเสือกเรื่องชาวบ้านจนเหมือนไม่สนใจ Main quest ที่ว่าไว้ ปากบอกต้องหาสมุนไพรในป่าลึกเอามารักษาแม่ให้ทัน แต่ออกจากหมู่บ้านได้ไม่นาน เสือกไปร่วมการแข่งขันยิงธนูแล้วไปช่วยผู้ใหญ่บ้านล่าหมีต่อ สรุปคือมึงลืมแม่มึงไปแล้วรึไง

321 Nameless Fanboi Posted ID:/RbV/x.3k0

การสลับ pov ทำได้เฉพาะพวกฝีมือถึงเท่านั้นแหละ เพราะเคยอ่านที่สลับ pov เหมือนกัน แต่รู้สึกว่าเออมันไม่ได้ทำให้เรื่องเสีย ถ้าไม่สลับ pov สิ เรื่องไม่สนุกแน่ ๆ สรุปคือ pov มันก็มีหลักของมัน เอาความรู้สึกจับก็ได้ว่าใช้ถูกไหม ควรใช้ pov แบบไหนในสถานการณ์นี้ ๆ ไม่ใช่ใช้มั่ว ๆ ไปหมด

322 Nameless Fanboi Posted ID:ScLb3cf2s4

>>321 เมิงแปะมาเลยว่าเรื่องไหน กุจะเขาไปเปิดกระโหลกคำว่าสลับ POV ของเมิง

323 Nameless Fanboi Posted ID:2QFLIQh.vY

>>319 >>320 ขอบใจพวกมึงมากเรื่องเส้นเรื่อง กระจายมากขึ้น เรื่องสลับ POV กูเจอดีแค่เรื่องเดียวที่อ่าน จากนั้นก็เหมือน 320 พูดไป บางคนสลับจนกูงง งงไม่พอ ตัวละครเหมือนกันหมด เรื่องสมัยนิยมกูคิดถึงแนววายที่แบ่งพาร์ทในบทใหม่ หรือตัดเป็นช่วงสั้น ๆ ในตอนมากกว่า ความจริงกูก็เริ่มเขียนแบบ POV เดียวมาจนถึงตอนนีี้ เลยมองว่ากูอาจจะเจอคนที่เขียนแล้วกูโอเคกะมัน เลยรู้สึกว่า ถ้ามึงแบ่งชัดเจนก็ไม่แย่ พออ่านมุมมองมึง เออ กูเข้าใจ

324 Nameless Fanboi Posted ID:gSr7x+rR+o

>>322 +1 ไม่เคยเจอสลับPOVเจ๋งๆในเดกดวก มีแต่สลับแล้วเหี้ยกับเหี้ยสัสๆ กูรู้นะว่าทำได้ แต่นักเขียนมีปัญญาพอทำได้มั้ย ไม่ใช่อ้างแถไม่สลับไม่สนุก เขรียมเด็กน้อยกูจะเอายังโง้นยังงี้สนุกสำหรับกูคนเดียว

325 Nameless Fanboi Posted ID:RW0jjYChSD

>>324 อ่านแล้วกู (คนแต่ง) สนุกไง แบบเรื่องเจ๊ลูกโม่ของนารุอิคึ พอมีคนช่วยแนะนำเสือกบอกแต่งตามสามัญสำนึก งานศิลป์บริสุทธิ์โคตรอินดี้ไหมล่ะมึง

326 Nameless Fanboi Posted ID:5qg3.7xZ/m

>> 322 รัก ลวง ตาย ของ เคโงะ เปลี่ยน POV ได้เนียน แต่จะเปลี่ยนทีก็ต้องขึ้นย่อหน้าใหม่แหละ

327 Nameless Fanboi Posted ID:MFL8lCoV2t

นี่โม่งยังไม่ move จากเรื่อง POV อีกเหรอวะเนี้ย #เพิ่งตื่น

328 Nameless Fanboi Posted ID:RW0jjYChSD

>>327 งั้นก็เปิดประเด็นใหม่ หรือสับนิยายก็ได้

329 Nameless Fanboi Posted ID:qs8H5mdY4O

กูรำคาญไอ้เหี้ยQห้องเเต่งนิยาย

330 Nameless Fanboi Posted ID:RW0jjYChSD

>>329 เฉยๆ ว่ะ ห้องแต่งนิยายก็ปล่อยมันแต่งไป ไม่ชอบก็เลื่อนผ่าน จบ

331 Nameless Fanboi Posted ID:54bZHF9eie

>>328 ก็สับดิ อยากสับก็สับเลยไม่ต้องรอใคร

332 Nameless Fanboi Posted ID:uXl0rAGrkf

การสลับ POV ในตอนเดียว/ย่อหน้าเดียวแล้วสนุก เป็นความสามารถส่วนบุคคล โปรดอย่าลอกเลียนแบบถ้าไม่อยากเสียหน้า

333 Nameless Fanboi Posted ID:/RbV/x.3k0

นิยายที่ไม่ได้เขียนตามรูปแบบตามหลักการแต่สนุกมาก ๆ ดีมาก ๆ ก็มี อย่าคิดว่านักเขียนที่ไม่ได้เขียนตามหลักการจะเขียนดีไม่ได้ เขาอาจจะมีพรสวรรค์มาก ๆ แต่มึงไม่เคยไปอ่านงานของเขา เลยไม่รู้จักเขา

เอาล่ะกูไม่ชี้เป้าละกันว่านักเขียนคนไหนสลับ pov แล้วทำได้ดี ไม่ใช่นักเขียนไทยหรอก แล้วกูก็จะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว รำคาญ

334 Nameless Fanboi Posted ID:VlugkJz.3b

>>333 คนเขียนสลับPOVดีมีแต่พวกกูไม่มีวันได้อ่าน อืม........................................... เหมือนอยากบอก รู้ว่าวิญญาณมีจริงแต่ไม่ต้องเคยเห็น ผ่าม

335 Nameless Fanboi Posted ID:MEwyLoUFEs

>>333 มึงก็บอกชื่อเรื่องมาสิ เป็นอังกฤษก็ได้ ต่อให้ไม่แปลไทยกูว่าโม่งในนี้หลายๆคนมีความสามารถพอจะอ่านนะ มานั่งพิมพ์ลอยๆ ไม่มีหลักฐานแล้วเมื่อไหร่จะจบวะ

336 Nameless Fanboi Posted ID:EHe9mAj3Wr

Povมั่วแล้วไง ยังไงข้าก็ขายนิยายได้เงินแสน

337 Nameless Fanboi Posted ID:RW0jjYChSD

>>336 Arifutera เวอร์ชั่นโลกเว็บเด็กดวก

338 Nameless Fanboi Posted ID:VlugkJz.3b

>>336 ตุ๋นกบถูกใจสิ่งนี้

339 Nameless Fanboi Posted ID:hRzRCYjZCA

ประโยคในย่อหน้าแรกของ >>333 กูคุ้นมาก เหมือนใครสักคนจากบอร์ดเด็กดีเลยไอ้ที่ว่า "นิยายที่ไม่ได้เขียนตามรูปแบบตามหลักการแต่สนุกมาก ๆ ดีมาก ๆ ก็มี" เนี่ย

กูจำได้ว่าเหมือนมีใครใช้ช่วงที่มีดราม่าบนบอร์ดเด็กดีเมื่อช่วงปีใหม่เนี่ยแหละ ไม่ใช่โซมีน ไม่ใช่มะม่วงหรอกแต่เป็นสมาชิกบอร์ดแถมมีประเด็นให้พูดถึงในบอร์ดนี้ด้วย

แต่ถ้ากูจำไม่ผิดจริง ๆ น่าจะตุ๋นกบไม่ก็แดงมาโซนี่แหละนะ(อันนี้กูลากออกมาจากความทรงจำปลาทองกู อย่าพึ่งเชื่อ ช่วงนั้นเรื่องเยอะใครเป็นใครกูจำสลับหมดอ่ะ)

340 Nameless Fanboi Posted ID:MFL8lCoV2t

คือก็ไม่เห็นว่าจะต้องเดือดร้อนอะไรกับเรื่องพวกนี้เลย ต่อให้ยืนยันชัดเจนว่าใครทำถูกทำผิดได้ คนจะเขียนแม่งก็กลับไปเขียนแบบที่ชอบอยู่ดี คนเคยขายได้ตราบใดที่ยังขายได้แม่งก็ขายต่อไป พวกมึงเถียงกันยังกะว่าถ้ารู้แจ้งในส่วนนี้แล้วนิยายในเด็กดีทุกคนแม่งจะหันมาใช้อย่างถูกต้อง

อะกูแถม "ฮะอ่า~พวกโม่งหน้าโง่ว ข้าแค่ปั่นนิดๆหน่อยก็สูญเสียความเยือกเย็นจนเข้าลูปเดิมอีกแล้ว กูนี่โรคจิตจริมๆ ดูถูกกูดีนัก!"

341 Nameless Fanboi Posted ID:hRzRCYjZCA

>>340 วิญญาณน้อนเบียวเข้าสิงเอ็งเหรอ อินเนอร์โคตรได้

342 Nameless Fanboi Posted ID:g+BFpmWJVX

รู้สึกเบื่อสัสๆ จมอยู่กะ POV ต่อไปนะพวกมึง ไม่ต้อง Move On ไปไหน โครตเสียดายเลยที่โม่งเยอะขึ้นแต่โทรลก็เยอะขึ้นตาม
ถกแต่ละอย่างไม่ได้ความรู้อะไรเพิ่มเลย งอแงกันชิบหายเรื่องสลับแล้วดีหรือไม่ดีเนี่ย.. ขอยืมคำอาจารย์ศิลป์มาหน่อย "นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร" ถ้ามึงคิดว่าเด็กดวกเขียนไม่ดี ก็ไปหาเป็นเล่มมาอ่านสิวะ.. ไม่ต้องถึงขั้นซื้อมาก็ยังได้ ในห้องสมุดมีเยอะแยะจะเอาเรื่องไหน แยะจนล้มทับพวกมึงตายได้อ่ะ ในโรงเรียนก็มีห้องสมุดนะมึง.. เผื่อยังไม่รู้

กูก็เพิ่งลงมาในโม่งนะ.. ตามอีเล่าเบียวมา เพิ่งตามอ่านช่วง 2-3 มู้หลังนี่เอง แม่งขุมทรัพย์สัสๆ อ่ะ ขุดลงไปดิ มู้เก่า วิเคราะ์ตลาด เขียนยังไงให้ดี สนุกและขายได้ ทำไงให้คนตามเยอะ เบียวยังไงให้คนอ่าน ในปีก่อนๆ มีประเด็นเรื่องไหนบ้าง บทสับ/วิจารณ์งานเขียนก็มีเป็นร้อยเรื่อง.. มีดีสัก 3 มีเหี้ยสัก 7 เรื่องตามอ่านไปดิ.. สับได้ตรงเหี้ยๆ ไม่ได้สักแต่ว่าสับเอามัน ความรู้ทั้งนั้นโกยเอาดิ จนกุยอมนั่งเก็บเข้า doc ให้ทั้งที่มันไม่อัพเดทนานแล้ว (กูก็ทำให้ได้แค่นี้แหละ.. ก็สับกับเค้าไม่เป็นนี่หว่า)
ไม่เข้าใจหรือสงสัยในรายละเอียดปลีกย่อยตรงไหนก็ถาม.. มีคนตอบและอธิบายยาวเหยียดพร้อมยกตัวอย่าง อาจเป็นคนที่ศึกษามาทางด้านนี้ อาจเป็นนักเขียน อาจเป็นบก. หรือเป็นห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ที่กุไม่รู้จัก แต่คำตอบมันตรงคำถาม.. พูดจากันรู้เรื่อง เข้าใจได้

กระทู้ไหลแล้วมันจะมีความหมายอะไร? ในเมื่อจิ๋มมดยังใหญ่กว่าสาระที่มี
สัส!

343 Nameless Fanboi Posted ID:g+BFpmWJVX

อ้าว..พิมพ์คำว่า โคตร ผิดอีกกู

344 Nameless Fanboi Posted ID:hRzRCYjZCA

>>342 โอเค เดี๋ยวจัดให้ ขอไปสุ่มมาจากท็อปแฟนตาซีแป๊บ อ่านเสร็จวิเคราะห์จะเอามาลง

345 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

ก่อนนอนสับนักจิตวิทยาทิ้งไว้นึกว่าจะมีคนมาเม้าท์มอยเพิ่ม กุตื่นมามึงยังไม่มุ้ปอรกันอีกเรอะ เหงานะเนี่ย

346 Nameless Fanboi Posted ID:xuvuxQ0+j1

>>341 ถ้าคุณจะพูดถึงเขาขนาดนี้ ไก่ผัดเล่าปี่สักที่ไหมครับ

347 Nameless Fanboi Posted ID:OSpyPrKJoA

>>342 มึงเข้ามาในโม่งจะหวังกอบโกยเหี้ยอะไรก็เรื่องของมึงเถอะ แต่มึงมาหวังอะไรให้คนในโม่งเป็นอย่างใจมึง ต้องการ ต้องสับนิยายให้มึงดู ต้องเจ๋ง ต้องว๊าว ทั้งที่โม่งแม่งก็แค่บอร์ดนึงที่มีคนหลากหลายเข้ามาใช้ แค่ไม่แสดงตัวตนเหมือนเด็กดวกแค่นั้น มู้จะไหลหรือใครจะดีเบตอะไร มึงจะเบื่อก็เรื่องของมึง คนอื่นมูฟออนไม่ได้ มึงก็มูฟออนออกไป ส่วนกูชอบอ่านที่คนอื่นเค้าดีเบตกูก็อยู่ของกูได้

ส่วนเรื่องไม่มีใครสับ การสับมันเป็นเรื่องจิตสาธารณะหรือเปล่าวะ คนไม่ว่างก็มี คนขี้เกียจก็มี คนเหนื่อยก็มี ทำไมเค้าต้องเสียสละเวลามาสับให้มีงดู เค้าอยากสับเดี๋ยวเค้าก็สับเอง มู้ไหลแม่งก็ขึ้นมู้ใหม่ จบ บ่นทำเหี้ยอะไร กูเห็นมึงแล้วนึกถึงพวกเห่อฮมอยในเด็กดวกชิบหาย เรื่องทุกคนต้องตามใจกูเนี่ย

ทีหลังมึงมาสับเองเลย จะได้รู้ว่าการสับไม่ใช่นั่งเกาดากมันก็เสร็จได้ สับไม่เป็นก็หัดสับ แล้วคนในโม่งจะได้สับมึงอีกที ซักวันมึงอาจจะได้เป็นดาวเด่นในห้องนี้ก็ได้

348 Nameless Fanboi Posted ID:.J95g7VkCn

>>347 ความเก้วกาดถูกใจสิ่งนี้

349 Nameless Fanboi Posted ID:g+BFpmWJVX

กูไม่ได้เรียกร้องให้ใครต้องมาสับให้นะ

350 Nameless Fanboi Posted ID:RW0jjYChSD

นิยายที่ไม่อิงหลักการแต่สนุกมันมีอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือนิยายบางเรื่องแม่งทิ้ง "พื้นฐานในการแต่งนิยาย" ไปหมดเลยเว้ย ไม่ใช่แค่เรื่อง pov อย่างเดียว

กูไม่ได้หวังให้นักเขียนในบอร์ดใช้ถูกเพิ่มขึ้น แค่หวังว่าพวกที่อยู่ในนี้จะใช้กันผิดน้อยลง แค่นั้นเอง แต่ถ้าคิดจะใช้ผิดๆ ต่อไป ก็เรื่องของแม่งแล้ว

กูยังยืนยันเหมือนเดิมว่าศึกษาเคล็ดลับอะไร เยอะแค่ไหนก็ช่าง สุดท้ายมันไม่ได้เอามาใช้ทั้งหมดหรอก ถึงเราเจออะไรเทพๆ เจ๋งๆ เราก็อาจทำแบบเขาไม่ได้ เพราะแต่ละคนระดับความสามารถ, พรสวรรค์มันต่างกัน คือขอแค่แต่งเรื่องแล้วคนอ่านเข้าใจว่ามึงอยากจะเล่า อยากจะบอกอะไร และมันไม่น่าเบื่อก็พอแล้ว

แล้วไอ้พวกวอนนาบีนี่นะ ตราบใดที่ไม่สร้างงานในแบบตัวเอง เอาแต่เลียนแบบคนเก่งๆ มึงก็จะไร้ตัวตนต่อไป เพราะงานที่ออกมามันไม่ใช่ "ตัวมึง" เป็นได้แค่ของปลอมที่พยายามเลียนแบบของดีๆ ที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้พูดแค่เรื่องนิยายด้วย เรื่องความยูนีคในบุคลิกก็เหมือนกัน อย่างไอ้นักจิตนี่ตัวดีเลย พยายามจะเป็นโซมีน เป็นมะม่วง ทำทั้งกระทู้สับ ยืมวิธีการพูดของโซมีนมาแต่ฝีมือไม่ถึง มันเลยออกมาปลอมเปลือกแบบนี้ เป็นตัวของตัวเองยังเป็นไม่ได้ แล้วคนเขาจะจำมึงได้ยังไง

เรื่องจดเคล็ดลับเอาไว้เป็นคู่มือนี่แล้วแต่เลย กูเคยพูดถึงวิธีการฝึกอะไรสักอย่างให้เก่งเทียบกับวิทยายุทธแบบหนังจีนกำลังภายใน คือฝึกไปจนกว่าจะสำเร็จวิชาขั้นสุดยอดแล้วลืมที่เรียนๆ มาให้หมด ต่อให้อ่านนิยายเทพๆ มามากแค่ไหน ซึมซับเทคนิคมาเยอะเพียงใด สุดท้ายทุกคนก็ต้อง back to basic สุดสุดกลับสู่สามัญ

เพื่ออะไร? เพื่อจะได้ค้นหาความเป็นตัวเอง แล้วสร้างงานในแบบที่ไม่เหมือนคนอื่นด้วยพื้นฐานที่แสนจะธรรมดานี่แหล่ะ ถ้ามึงแต่งเรื่องด้วยวิธีการเล่าที่ใครอ่านก็รู้ทันทีว่านี่คือมึง ลายเซนต์ของตัวงานเด่นชัด แบรนด์ไม่ซ้ำใคร นั่นคือมึงประสบความสำเร็จสุดๆ เพราะมันเทียบได้กับการดัดแปลงเคล็ดวิชาเก่าเอามาสร้างวิชาใหม่ ที่มึงเป็นคนคิดค้นขึ้นเอง รู้คนแรกและรู้คนเดียว งานที่ดูธรรมดาแต่หล่อหลอมมาจากการเรียนรู้วิชาชั้นสูงนานปี ไม่มีทางจะไร้ค่าหรอก กว่าจะตกผลึกทางความคิดออกมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเลิกคิดใช้ทางลัดอย่างเลียนแบบพวกที่ติดท้อปเหอะ เพราะทำไปมันก็ดีแค่ชั่วคราว ระยะยาวมึงจะย่ำอยู่กับที่ ฝีมือก็ไปได้เท่ากับคนที่มึงเลียนแบบนั่นแหล่ะ

351 Nameless Fanboi Posted ID:pGy.MGGjib

อุ๊บส์ ซอรี่นะ แต่พวกติดท็อปเด็กดวกมีอะไรให้น่าเลียนแบบเหรอ? www กูว่าโม่งแถวนี้จะเลียนแบบแนะนำให้ไปซื้อหนังสือที่มันผ่านการกรองแล้วดีกว่า ในเว็บเดกดวกขืนเลียนแบบขึ้นมาจริงๆท่าจะอาการหนักว่ะ อย่าดีกว่า lolol

352 Nameless Fanboi Posted ID:fMSb73TpgM

>>351 กูเห็นด้วย

353 Nameless Fanboi Posted ID:gTX0294Va6

จริงๆที่คุยกันเรื่อง POV นี่ก็ได้ความรู้อยู่นะ ปัญหาคือโม่งแต่ละตัวยังเสือกเข้าใจ POV ไปคนละทิศละทาง อย่าว่าแต่เว็บเด็กดวกเลย ผลก็คือต้องมาถกเถียงกันไม่รู้จบนี่แหละ

สำหรับกู กูนั่งอ่านที่พวกมึงคุยกัน กูว่ากูได้ข้อสรุปที่พอใจแล้วล่ะ พร้อมจะ move on จากเรื่องนี้ละ

354 Nameless Fanboi Posted ID:GgiAG7Cj47

>>333 "นิยายที่ไม่ได้เขียนตามรูปแบบตามหลักการแต่สนุกมาก ๆ ดีมาก ๆ ก็มี"
เลขสวยสัด พูดเหมือนอยากให้ใครเจ็บ แต่เปล่าเลย กุบอกเสมอเรื่องทฤษฎีว่า อ่านแล้วให้ลืมให้หมด
คนที่พ่นมาว่าต้องเขียนตามทฤษฏีถึงจะถูกต้องดีงามมันคือมือใหม่ที่พยายามจะเกาะทฤษฏีแบบไม่รู้หีรู้แตด
แต่คนที่เขียนนิยายจริง ๆ แม้งรู้กันหมดล่ะว่า ทฤษฎีไม่ได้ช่วยให้งานเมิงวิเศษแต่กลายเป็นการตีกรอบจนดิ้นไปไหนไม่ได้

และกุก็จะพูดว่า ไอ้ >>333 มันก็ไม่รู้หีรู้แตดเหียอะไรหรอก มันถึงพ่นอะไรเหี้ย ๆ ออกมาแบบโง่ ๆ
กูเห็นมู่นี้มีคนพ่นอะไรโง่ ๆ ออกมาเยอะ ถ้าไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องพยายามพูด เงียบ ๆ ไว้เขาจะได้ไม่รู้ว่าเมิงโง่

355 Nameless Fanboi Posted ID:3iaUnk2.WH

อ่านเรื่อง format POV ตั่งต่างแล้วกูได้ vibe เดียวกับเรื่องเครื่องแบบกับทรงผมนักเรียนเลยว่ะ ทำไมสมัยนู้นเป็นแบบนู้น สมัยนี้เป็นแบบนี้ ต้องทำอย่างงู้นงี้งั้นถึงจะได้รับการยอมรับ ถึงจะถูกต้อง บลา บลา บลา
ไม่ได้บอกว่างานเขียนยุคนี้ดี แย่ หรืออะไรนะ แต่ยุคสมัยเปลี่ยน ค่า norm ก็เปลี่ยนป่าววะ
พูดไปงั้นแหละ แต่กูก็ไม่คิดจะอ่านงานสมัยนี้หรอกนะ

356 Nameless Fanboi Posted ID:RW0jjYChSD

>>351 มันมีคนพวกนั้นอยู่จริงๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือไอ้เงินบวก (silver plus) ที่แต่งนิยายเพราะความอยากดังเป็นที่ตั้ง เลยเขียนนิยายสนองนี้ดคิโม่ยโอตาคุ นิยายแกรี่ ฮาเร็ม โลลิ หรือเขียนอะไรก็ช่าง ที่พวกเด็กๆ จะอ่าน ส่วนบางคนก็อยากขายเรื่อง อยากได้เงิน เลยตามตูดไอ้ตุ๋นกบต้อยๆๆ มีความคิดผิดๆ ว่านิยายท้อปทั้งหลายคือแบบแผนและแบบอย่าง เป็นโมเดลที่ชัดและลอกเลียนง่าย โดยหารู้ไม่ว่า ถึงลอกไปก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าพวกนั้น ทั้งเรื่องการศึกษาตลาดและเวลาที่พวกมันใช้สะสมลูกหาบมานาน

กูไม่ได้บอกว่านิยายติดท้อปมีอะไรดี หรือควรเลียนแบบ ที่กูจะบอกคือ มึงมองไม่ออกว่ากูจะสื่ออะไร (อาจเป็นเพราะกูพูดไม่ชัดเจนด้วย) งั้นจะพูดใหม่ว่า

อย่าคิดเลียนแบบนิยายติดท้อปเพราะคิดว่ามึงจะไปได้สวย นิยายพวกนี้ 9 ใน 10 อยู่ในระดับกาดเดน ถ้าขึนไปทำตามมีแต่จะพังกับพัง ทั้งสกิลและเทคนิคของมึงจะถดถอย ต่อให้มันสามารถเพิ่มยอดวิว, ยอดติดตาม ได้เป็นกอบเป็นกำก็เหอะ

357 Nameless Fanboi Posted ID:MFL8lCoV2t

ถ้าพูดถึงในแง่พัฒนาฝีมือนะ มันมีอีกวิธีนึงที่อาจารย์กูสอนมาคือ "ไปให้สุดเลย" มึงจะตามหลัก มึงจะตามใจหรือตามเห้อะไรก็แล้วแต่ แค่ไปแม่งให้สุด เพราะสุดท้ายแล้วถ้ามันไปสุดจริงแม่งจะไปตันอยู่ที่จุดๆนึง จนมึงต้องมาลองหาวิธีใหม่ ซึ่งแม่งอาจเป็นวิธีพื้นฐานที่มันไม่อยากเรียน หรือไม่ก็วิธีใหม่ที่ตัวเองไม่เคยลอง ของบางอย่างแม่งต้องรอให้ถึงจุดชิบหายก่อนคนมันถึงจะเปลี่ยนแปลง

358 Nameless Fanboi Posted ID:/RbV/x.3k0

เรื่อง pov กูจบละนะ ใครจะเป็นบ้าห่าเหวไรต่อก็เรื่องของมึงอะ ส่วนกู move on แล้ว ไม่สนอะไรแล้ว วัน ๆ คิดถึงแต่เรื่องนี้ ใครมากระเทาะกะลาหน่อยก็ด่าเขา 5555 คิดว่าตัวเองถูกคนเดียวหรอจ๊ะ

359 Nameless Fanboi Posted ID:hRzRCYjZCA

อ่ะ กูมาละ
เรื่อง: ย้อนเวลา พิชิตโลก
คนเขียน: -Impossible-
จำนวนตอน: 150 ตอน (อัพเดตล่าสุด 19 มกราคม 2563)
ลิงก์: https://writer.dek-d.com/WhitePencil/story/view.php?id=1986843

ตอนที่กูอ่าน เรื่องนี้อยู่อันดับสี่ กูเห็นแค่แท็กก็ดูดตีนกูมาก ๆ แล้ว "ไม่ฮาเร็ม" "ไม่โลกสวย" เนี่ย ดูดตีนกูโคตร ๆ (พูดงั้นก็เหอะ แต่เวลากูรีวิว กูทำใจร่ม ๆ แล้วเป็นกลางนะ)

แบบย่อ
เนื้อเรื่องคือตัวเอกย้อนเวลามาแก้อดีตของตัวเองให้ตัวเองยิ่งใหญ่กว่ารอบที่แล้ว ทางด้านเนื้อหานั้นเรียกว่าขายได้แน่นอน(เอาแค่การติดท็อปก็การันตีได้ระดับหนึ่งแล้วล่ะ) แต่ถึงกระนั้น การเว้นย่อหน้าในบางช่วงก็มีปัญหาจนทำให้สะดุดอยู่บ้าง ความเรียบร้อยงานเขียนที่ต่ำกว่าที่คิดทั้งที่บอกว่าถ้ามีคำผิดให้บอกแล้วจะไปแก้แต่มันก็ยังมีให้เห็นประปรายจนสงสัยว่าคนอ่านก็มองไม่เห็นเหมือนกันเหรอ และที่สำคัญมันคลิเช่มาก ๆ ใครต้องการความแปลกใหม่ก็ไปไกล ๆ จากเรื่องนี้เลย

แบบยาว
เนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องของย้อนเวลา พิชิตโลกนั้นจะเริ่มต้นที่จินกำลังต่อสู้กับอสุรกายในโบราณสถานแต่ในขณะที่กำลังพลาดท่านั้นเอง เขากลับถูกย้อนเวลากลับมาถึงสิบสามปี จินจึงเริ่มทำการแก้ไขอดีตเพื่อจะได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั่นเอง

เนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนี้นั้น ไม่ได้แตกต่างไปจากแนวย้อนเวลามาเทพเลยแม้แต่น้อย มีการตบกุ๊ยเกรียนที่ดูถูกตัวเอกตอนอดีต มีการเสริม game element พลังระบบอะไรนั่นมันก็เหมือนนิยายเกมออนไลน์เนี่ยแหละ มีแรงค์ของ ABC คือมึงเห็นได้ทั่วไปในนิยายเว็บเลยล่ะ

ตัวละคร
แน่นอนว่าความคลิเช่ของนิยายเรื่องนี้มันไม่ได้จบแค่เนื้อเรื่อง ตัวละครก็เช่นกัน จินที่ย้อนเวลากลับมานั้นมีความ edgy และกร้านโลกอย่างเห็นได้ชัด แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้พูดเลย เนื้อเรื่องตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนที่ห้านั้นมันโฟกัสอยู่ที่เจ้าจินเพียงอย่างเดียว ทำให้ตัวละครอื่น ๆ อย่างภพที่เหมือนจะมีบทก็บทหายไปดื้อ ๆ แต่ให้เดาก็คงเป็นสไตล์เพื่อนพระเอกแสนดีแหละ คือมัน generic มาก ๆ จนกูเดาได้เลยว่าใครจะมีนิสัยประมาณไหน

คือการใช้ตัวละครแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ตัวคนเขียนจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่มกิมมิกเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ตัวละครด้วย ไม่งั้นมันจะไม่น่าจดจำ อีตาจินที่เเม่งเป็นตัวเอกของเรื่องเลยดาด ๆ ไปเลย แถมช่วงแรก ๆ ที่กูอ่านไปเรื่องมันก็โฟกัสอยู่ที่แค่อีจินด้วย สุดยอดไปเลย นรกชัด ๆ

การเล่าเรื่อง
เส้นเรื่องเห็นชัดดีเพราะความคลิเช่ของมัน กูเดาได้ยับ ๆ เลยว่าพระเอกจะต้องโชว์เทพตรงนี้ ได้สกิลตรงนี้ โบราณสถานแม่งก็คือดันเจี้ยนดี ๆ เนี่ยแหละ แต่การดำเนินเรื่องสำหรับกูมันน่าเบื่อเพราะมันเหมือนตัวละครเลย คือ มันไม่มีกิมมิกที่เพิ่มเข้าไปเลย เหมือนกูอ่านนิยาย self-insert ทั้งหลายแล้วไปเปลี่ยนชื่อตัวละคร สถานที่แค่นั้นเอง การดำเนินเรื่องมันคือ พระเอกฝึกตน--->เทพ--->ตบเกรียน--->ลงดัน--->ได้สกิล อย่างเงี้ยอ่ะมึงแล้วทีนี้พอมันรวมกับตัวละครแสนซ้ำซากมันก็เลยเป็นอะไรที่กูอ่านไปเเล้วเบื่อมาก ๆ กูเดาได้หมดเลย

แต่ขอยอมรับอย่างนึงเลยว่าเรื่องนี้เขียนบรรยายดีกว่านิยายฟิสิกส์ไปหลายขุมแต่ถามว่ามันดีมากมั้ย กูก็ให้ค่าแค่ยุทธภพออนไลน์แบบคำผิดน้อยหน่อย แล้วมึงจะใส่เสียงมาเยอะ ๆ ทำไมวะ กูไม่เข้าใจ ปึ้ก ปั้ก กร๊อบอ๊าก แม่งใส่ทุกแอกชั่นจะต่อยจะเตะจะเหี้ยไรมีหมด ครวย

ส่วนเรื่องย่อหน้าที่กูพูดไปตอนแรก มันเว้นแปลกมากทั้งย่อหน้าและช่องไฟเช่น (อันนี้กูพิมพ์ตามเป๊ะ ๆ เลยนะ)

"ไอ้พวกเหล่ากระจ๊อกเองก็โดนรีดไถ่ด้วยเหมือนกัน คราวนี้เขาได้ปล้นหมดตัว พร้อมกับเจอไปคนละ 1 หมัดจมกองพื้น
(ขึ้นย่อหน้าใหม่)ด้วยเหตุผลที่ว่ามาให้เขาเห็นหน้าอีก"

แปลกไหมล่ะ ยังไม่นับเรื่องการใช้ตัวเลขอีกนะ

ความเรียบร้อยของงานเขียน
คำผิดมีบ้างแต่มักเป็นการพิมพ์ตกไม่ก็คำที่มักเขียนผิด (เขียนกลิ่นสาบเป็นกลิ่นสาป) แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าปวดหัว ก็เก็บงานดีกว่าพี่ฟิสิกส์หน่อยนึง

คะแนน: คลิเช่ of the year award สาขาเดาได้หมด ไร้ความหวือหวา แต่ถ้าใครอยากติดท็อปจะลองทำตามดูก็ไม่ว่า

360 Nameless Fanboi Posted ID:hRzRCYjZCA

ส่วนเรื่องนิยายนักจิต ใจจริงกูไม่รู้จะคุยอะไรว่ะ ไม่สันทัดเรื่องนิยายวาย

361 Nameless Fanboi Posted ID:Vv4pkBt1et

นิยายนักจิตกุไม่คิดจะเข้าไปอ่านเพราะเป็นนิยายวาย กุไม่มีความสนใจนิยายวายเลย
อ่านแต่ของ ร เรือในมหาสมุท เพราะถูกจริตในภาษา

362 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

>>>>359 55555 คลีเช่เหมือนนิยายแนวตบเกรียนอีกสิบห้าล้านเรื่องบนโลกนี้เหี้ยๆ แม่งผลผลิตของความอยากดังจริมๆ

นักจิตนี่คือสรุปง่ายๆ ว่าฝีมือไม่ถึงอ่ะ เขียนเล่าเรื่องได้ผิดจุดเหมือนตัวมันเองนั่นแหละ ในบอร์ดมีดาวร่วงอีกมะ จะได้เข้าไปส่อง อยาก mind blown แต่ไม่เอา mind break นะ

363 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

ทำไมคนต้องอยากเป็นมะม่วงอยากเป็นโซมีนด้วยวะ มันดูเท่เหรอ อีพวก copycat พวกนี้ทำไมไม่เห็นโดนด่ามั่ง หรือเพราะสับได้ไม่ลึกพอไปจี้ใจคนเขียนวะ เลยรอดตัวไสย์ๆ มะใช่คนโรคจิตที่อยากย่ำยีจิตใจนักเขียนตัวน้อนๆ เดะดูนะ วันหลังนุจะสับด้วยภาษาง้องแง้งบั่บนี้ผสมกับพาสาทิพย์ ทำตัวไม่เก้วกราด ไม่ดุร้าย แต่นั่ลลั่ก ดูจิว่าจะมีใครอยากเลียนแบบอีกมะ กิกิ

364 Nameless Fanboi Posted ID:VlugkJz.3b

>>359 ก็อปมังงะจีนเรื่องราชันโจรปล้นสุสานมาทั้งดุ้น คนทักเพียบแต่คนเขียนด้อนแคร์ ก็อปแบบไม่สน

365 Nameless Fanboi Posted ID:lzetA8C7+Q

>>359 ถ้าจะเขียนเรื่องย้อนอดีต เเม่งย้อนไป13ปี
มันย้อนไปไทม์ไลน์เดิมหรือเปลี่ยนไทม์ไลน์ใหม่
ยกตัวอย่างเช่น ตัวเอกอายุ20 โดนย้อนเวลาไป13ปี
ตัวเอกตัวหลักไปเจอตัวเองที่อายุ7ขวบ
ไอ้ตัวเอกก็ทำเหี้ยไรเพื่อเปลี่ยนเเปลงอดีตไป
ไอ้ตัวเองตอนเจ็ดขวบก็โตขึ้นเรื่อยๆ จนอายุ20
เเล้วก็ต่อสู้จนโดนย้อนเวลา วนลูปไปเรื่อย
งี้เหรอ

366 Nameless Fanboi Posted ID:GgiAG7Cj47

>>365 มันย้อนไปตอนมัน 7 ขวบแต่ความทรงจำเดิม

367 Nameless Fanboi Posted ID:lzetA8C7+Q

>>366 สรุปเเม่ง กลายเป็นเด็ก7ขวบ?

368 Nameless Fanboi Posted ID:GgiAG7Cj47

>>367 อือตัวยังเป็นเด็กแต่สมองเป็นผู้ใหญ่ ชื่อของเขาคือคอยนาน

369 Nameless Fanboi Posted ID:h8oY3wifij

>>301 นึกสภาพไม่ออก

370 Nameless Fanboi Posted ID:uXl0rAGrkf

>>368 พอย่านเข้า 20 ถูกย้อนกลับไป 13 ปีก่อนอีกรอบ ทำเท่าไรเจอวนลูปตัวเองจนจิน mind break เรื่อยๆ เมื่อไรกู(จิน)จะพ้นวงจรอุบาทว์ซะที

371 Nameless Fanboi Posted ID:lzetA8C7+Q

yeah uncle pakawat already find a diamond let's go **หมุน จุนเจียง พ่อกูชื่อเหมียง เจียงจุน (x2) กูกดไลก์ให้เพจสมปอง ใครก็มอง วิ้ดวิ้วๆ ลุงพีมีมากกว่าห้าหัว กระโดดหมุนตัว วิ้ดวิ้วๆ ขับ AE111 วิ่งขึ้นดอยหมึง วิ้ดวิ้วๆ อย่าลืมพี่ ริคาร์โด้ มีหำใหญ่โต วิ้ดวิ้วๆ ว้าวว (yah yahyah) * กูไม่ได้ขับรถแบบแว๊นๆ แต่แค่ขับรถแบบแง๊นๆ ซิ่งเร็วแรงทะลุหัวพ่อมึง yeah รถที่นี่กูก็แต่งมา รถที่นี่มีหลายราคา ถ้ามึงมีตังก็จ่ายมา กูไม่กลัวอยู่แล้ว yeah ขอเตือนว่ามึงนั้นอย่าแซว ที่คลาดแคล้วไม่ได้เพราะแมว เพราะกูห้อยพระเครื่องหลวงปู่เค็ม yeah กูแนะนำอย่าลองวิชา ถ้าจะมาก็มา เดี๋ยวไปดูพี่โต ริคาร์โด้ ยาวสิบโล ยาวเป็นกิโล โอ้โหใหญ่จัง ว้าวว yeah yeah yeah yeah yeah yeah yeah yeah yeah มึงอย่ามาซ่าถ้ามึงไม่ใช่โคล่า (เปลี่ยนใหม่) มึงอย่าจุนเจียง ถ้ามึงไม่เหมียง เจียงจุน (x2) เอาอีก (x2) ก็มีแค่นี้ จะเอาเหี้ยไรอีก จบ พอ

372 Nameless Fanboi Posted ID:MFL8lCoV2t

เพราะโม่งชอบพูดบ่อยๆว่า "กดไลค์ตัวเองก็เหมือนก้มลงไปอมควยตัวเอง" เวลากูเห็นน้อนเบียวตอบมู้ทีไรภาพในหัวผุดมาทุกที

ไปหมดแล้วสมงสมองกู

373 Nameless Fanboi Posted ID:uXl0rAGrkf

>>372 อยากจะถามพวกกดไลค์ตัวเองว่า น้ำว่าวอร่อยมั้ย

374 Nameless Fanboi Posted ID:q1iSeQ0koq

https://www.dek-d.com/board/view/3959396/
ขนาดบ่นมึงยังสับสนกับคำพูดเลย จะไปเอาอะไรกับนิยาย ปวดตับ มาเรียกร้องเพื่อ? ไม่ไหวก็เลิกแต่กูยังไหว แล้วกูนี่ก็ไปยุ่งอะไรกับเขา .....

375 Nameless Fanboi Posted ID:cB8tWP1YzC

>>374 ตรรกะพังสัส คืออิจฉาว่านิยายคนอื่นลงแค่ชื่อเรื่องกับคำโปรยวิวเป็นหมื่น แต่เสือกไปโบ้ยว่ามีระบบปั่นวิว วิวแม่งก็ไม่ใช่ว่าปั่นกันง่ายๆ ไหมล่ะ มึงไม่รู้จักคำว่าฐานแฟนคลับเลยนี่หว่า ถ้านักเขียนดังอยู่แล้วมีฐานแฟนคลับของตัวเอง ลงแค่นั้นแฟนคลับเก่าก็เข้าไปดูแล้วว่ะ ยิ่งในรอร.มีระบบติดตามนักเขียน ส่งแจ้งเตือนเวลาเปิดเรื่องใหม่ พอคนเข้าไปดูเยอะก็ติดท็อปออกตัวแรงให้คนดูเยอะยิ่งคิดอีก องุ่นเปรี้ยวนะมึง คิดแบบนี้ไงแก่จนจะลงโลงอยู่แล้วถึงไม่ประสบความสำเร็จอะไรสักอย่าง ไม่รู้หรอกนะว่าเพลงที่มึงแต่งดีแค่ไหน แต่นิยายอ่ะกาก

376 Nameless Fanboi Posted ID:./1O3SGqtb

>>374 ไม่รู้จักตลาด แล้วมาพาลโทษว่าเป็นเพราะอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าโง่

377 Nameless Fanboi Posted ID:q1iSeQ0koq

>>375 >>376 ได้ใจมาก +1 บางทีเจ้าของกระทู้ควรพิจารณาตัวเอง แต่งเพลงเป็นสิบปีแล้วหันมาเข้าวงการนิยายเพราะเห็นว่าง่าย สรุปไม่รอดก็จะมาดูถูกคนอื่น ไม่ดีไม่งาม ควรไปศึกษามาใหม่

378 Nameless Fanboi Posted ID:w.Ua7gni2q

>>377 โทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง แก่เพราะแค่อยู่มานานของแท้

379 Nameless Fanboi Posted ID:cB8tWP1YzC

จะเด็กจะแก่ ถ้าอัตตาสูง ไม่รู้จักปรับตัว สุดท้ายก็สภาพน่าสังเวชแบบนี้แหละ

380 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

มาตั้งกระทู้ให้คนด่าแท้ๆ

381 Nameless Fanboi Posted ID:ESdg.Q7cJV

>>380 +1 ถ้าเขียนเพลงมา 10 ปี กูว่าน่าจะได้อะไรมากกว่านี้นะ ปั่นวิวเนี่ย มันสมัยไหนแล้ว ไม่แปลกใจกับความคิดมันนะ มันคิดอย่างนี้ เลยวนอยู่แบบนี้ ขอให้โชคดีมีชัยในกระทู้แล้วกัน

382 Nameless Fanboi Posted ID:8ne5lhjhn6

>>374 กูเห็นพวกในบอร์ดออกมากันพรึ่บ เหมือนซอมบี้หิวโหย แบบในที่สุดก็มีคนมาให้พวกกูรุมพวกอย่าชอบธรรมไม่ต้องเสียภาพลักษณ์แล้วโว้ย จัดมันซักหน่อยซิ คนละดอกสองดอก

383 Nameless Fanboi Posted ID:8ne5lhjhn6

>>382 อย่างชอบธรรม*

384 Nameless Fanboi Posted ID:dIp5R5If/o

>>374 ตรรกะน่าถีบปากมาก เหมือนไอ้พวกขี้แพ้ที่มันคอยแต่จะแซะกัดคนที่เขาประสบความสำเร็จ ปากก็ว่าคนอื่นทำได้ง่ายๆ ทั้งที่มันไม่รู้เลยว่าเขาผ่านไรมาบ้าง

385 Nameless Fanboi Posted ID:m6dpdFi6cy

>>382 เดกดวกจะสามัคคีเสมอเวลารุมยำตรีน

386 Nameless Fanboi Posted ID:bxAgyhT7TY

นิยายที่เล่าผ่านจดหมาดมันมีในเด็กดีมั้ยวะ คล้าย ๆ เรื่องหัวใจชายหนุ่มอ่ะมึง

แล้วนิยายแบบนี้มีคำเรียกเฉพาะมั้ย เผื่อกูเอาไปหาเพิ่มเติม

387 Nameless Fanboi Posted ID:bxAgyhT7TY

*จดหมาย

388 Nameless Fanboi Posted ID:ESdg.Q7cJV

>>382 อ่านแล้วขำฉิบหาย อ่านคอมเมนต์อื่น ๆจนไปเจอตุ๋นกบ ยังเกรี้ยวกราดเช่นเคย กูอ่านกระทู้ยังงง ๆ กับการเรียบเรียงของมันเลย

389 Nameless Fanboi Posted ID:g+0xs3UEyb

พี่เงินบวกเคอมเมนต์อย่างหล่อ เสียอย่างเดียวเขียนคำผิดตั้งแต่ประโยคแรก ความหล่อเลยลดฮวบ 555

390 Nameless Fanboi Posted ID:SYoxqE6CYB

>>386 Epistolary novel
อ่านว่า เอพิสตารีโนเวล เอพิสตารีมาจากภาษากรีซแปลว่าจดหมาย

391 Nameless Fanboi Posted ID:sE9woCrOsx

>>374 ดูนางฝังใจ https://imgur.com/AOmTNIv

จากทู้ https://www.dek-d.com/board/view/3959252/

392 Nameless Fanboi Posted ID:bxAgyhT7TY

>>390 thx มากเพื่อนโม่ง เดี๋ยวกูลองไปหาอ่าน พอดีจะลองเขียนอะไรแบบนี้หน่อย

393 Nameless Fanboi Posted ID:QqzzVPV0UB

>>391 ขยะชิบหาย สนใจแต่ยอดวิว คงไม่คิดขายแต่เอาแค่ยอดวิวกูก็พอใจ

394 Nameless Fanboi Posted ID:W6+AQBJFq.

>>391 นางเขียนนิยายผี ใครมันอยากอ่าน ในเว็บก็มีแต่เด็ก ๆ ไม่ก็พวกที่อยากคลายเครียดจากงาน แต่งนิยายไม่ดูกลุ่มเป้าหมาย นึกจะอินดี้เขียนสิ่งที่ตัวเองอยากเขียนก็ต้องยอมรับว่ามันอาจมีคนอ่านไม่เยอะเพราะไม่ใช่แนวของเขา จิกกัดเก่ง แซะเก่ง อยากลองฟังเพลงมึงดูจังว่ะว่าจะดีสักแค่ไหน

395 Nameless Fanboi Posted ID:akfgy7J1O8

จริงๆ ควรไปเขียนเพลงขายแบบเดิมนั่นล่ะ แต่กลัวว่าขายไม่ออกน่ะสิถึงหันมาจับนิยาย ซึ่งก็ลงเหวพอกัน ถึงดราม่าออกสื่อแบบนี้ สมองไม่พัฒนาทำตัวต่ำตมชิบหาย

396 Nameless Fanboi Posted ID:m6dpdFi6cy

กระทู้บินไปแล้วนะเออ อ่อนแอเปราะบางแต่ปากเก่งจริมๆ

397 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

ยอดคนจริงๆ เปิดตัวแค่กระทู้เดียวดังเลย

398 Nameless Fanboi Posted ID:g+0xs3UEyb

>>397 การตลาดแบบ Negative ไง ก็เลยจบแบบ เละตุ้มเป๊ะ ละ ละ เละตุ้มเป๊ะ

399 Nameless Fanboi Posted ID:bxAgyhT7TY

>>398 นักปฏิวัติวันนาบี พยายามทำการตลาดเนกาทีฟแต่ไม่เกิดความขัดแย้งเหมือนกรณีอีนักปฏิวัติแต่โดนรุมกระทืบแทน

สมน้ำหน้า

400 Nameless Fanboi Posted ID:+8jilGAJ2U

เสียใจ.. มาไม่ทัน

401 Nameless Fanboi Posted ID:g+0xs3UEyb

>>399 พูดถึงนักปฏิวัตินี่ จำได้ว่ามันด่านักอ่านสายฟรีว่าตัวตะกราม ถ้าเป็นกูต่อให้นิยายของแม่งจะสนุกแค่ไหน กูก็จะไม่เสียเงินซื้อ (ดูเหมือนตอนนั้นไอ้ตุ๋นกบเข้าข้างไอ้นี่ด้วย) จากที่กูไปอ่านนิยายมันมา เรื่องไรวะ ทะลุฟ้าป่วนยุทธภพป่าว คือมันก็นิยายจีนตามสมัยนิยมนั่นแหล่ะ แต่ชอบหลุดคำพูดวัยรุ่นไทยๆ ในบทสนทนาของพวกจอมยุทธ เลยกลายเป็นจีนขี้นก จีนเสินเจิ้นไปแทน ขายนิยายได้หน่อยแล้วมาวางก้ามใหญ่โต เห็นแล้วสมเพช

402 Nameless Fanboi Posted ID:a1QUspM.OP

ลืมแล้วคนไหนคือนักปฏิวัติ

403 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

>>402 https://my.dek-d.com/shadowvihok/writer/

404 Nameless Fanboi Posted ID:ESdg.Q7cJV

กูว่ามันคงไม่คิดว่าจะเจอจวกไส้ไหลแบบนี้ ไม่อยากเอาเรื่องที่มันอยู่มานานเพราะกินข้าวมาฉอดต่อ เอาเป็นว่าปล่อยให้มันคิดอย่างงั้นไปเถอะ

405 Nameless Fanboi Posted ID:8ne5lhjhn6

พูดถึงตัวตะกราม แปะวาร์ปหน่อยแล้วกัน https://www.dek-d.com/board/view/3881133/ ส่วนมู้ที่นักปฏิวัติมันเปิดเรื่องนี่ปลิวไปแล้ว

406 Nameless Fanboi Posted ID:akfgy7J1O8

>>405 ยอดซื้อนิยายลดฮวบฮาบ~
ก็ไม่ได้สนุกขนาดนั้นนี่นา.. ถามว่าอ่านมั้ย ก็ไม่อ่ะแต่กระทู้ช่างร้อนแรง เสียดสีดีจริงๆ เสียดายสมัยนั้นลาวงการอยู่

407 Nameless Fanboi Posted ID:rcThvCQAUT

>>405 ชอบความเห็นที่ 34 มนุษย์ต่างด้าว อยากจับมาแดก เคี้ยวๆ แล้วกลืนเข้าไป คลังคำน่าจะเยอะขึ้นปล่อยอัลติได้ เป็นคห.ที่ยาวแต่สนุกดี

408 Nameless Fanboi Posted ID:STuxY0hloP

Lil Pued - อยากเย็ดน้องไอซ์ ( Low Quality )

การดู 28,529 ครั้ง

759

37

แชร์

บันทึก

รายงาน

Lil Pued x YOUNGPEED

ผู้ติดตาม 279 คน

ติดตาม

แสดงครั้งแรกแล้วเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2020

everything by Lil Pued except beat beat : Chance the Rapper ft simino , anime type beat Roses

หมวดหมู่เพลง

รายการถัดไป

เล่นอัตโนมัติ

5:57

【MV Full】โดดดิด่ง Ost. ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ / BNK48

BNK48

การดู 7.4 ล้าน ครั้ง

ใหม่

3:17

คามสนุกในรายการที่ใครก็คาดไม่ถึง เอ็นดู จังเลย น้องไอซ์ | ตกสิบหยิบล้าน

ZENSE Entertainment

Recommended for you

20:21

นักแข่งปลอมตัวไปเทสทีม จะโดนจับได้หรือไม่ !!! | ROV

Wanoiz

Recommended for you

23:25

เฮียเล็ก อื้อหือ! มหึมา แล่ปลายักษ์ 210 กิโล!!! | SUPER100

WorkpointOfficial

Recommended for you

20:44

วันพีช - พีคในพีค...รวมสุดยอดเหตุการณ์สำคัญปีในปี 2019 [KOMNA CHANNEL]

KOMNA CHANNEL

Recommended for you

10:24

หมู่บ้านผีปอบ บ้านนาสาวนาน สกลนคร #WOL | ตำนานไทย | World of Legend โลกแห่งตำนาน The sims 4

World of Legend โลกแห่งตํานาน

การดู 1 ล้าน ครั้ง

ใหม่

5:11

จำ(ใส่สมอง ) - ไอซ์ หลวงพระเนตร [ Official MV ]

แจ่วบอง มิวสิค

Recommended for you

5:18

กอดเสาเถียง - ปรีชา ปัดภัย :【COVER MV】อีเกิ้ง โปรดักชั่น

อีเกิ้ง โปรดักชั่น

Recommended for you

11:27

ดีเจวิว ยาวไปวัยรุ่น

MixTube ReMix

การดู 9.6 แสน ครั้ง

12:49

ตะลึง 36,000 ตัวอักษร S21 น้องปาล์ม คัดลายมือวาด "พี่ตูน" | SUPER 10 SS3

WorkpointOfficial

การดู 1.4 ล้าน ครั้ง

ใหม่

14:00

สิมาฮักหยังตอนนี้ - ต่าย อรทัย【MUSIC STORY】

GRAMMY GOLD OFFICIAL

Recommended for you

8:43

เคล็ดลับการทำความสะอาดแบบฉบับคนขี้เกียจ || เทคนิคการทำความสะอาดงที่ง่ายและรวดเร็วโดย 123 GO!

123GO! Thai

Recommended for you

ความคิดเห็น • 149 รายการ

เพิ่มความคิดเห็นสาธารณะ...

ปักหมุดโดย Lil Pued x YOUNGPEED

Lil Pued x YOUNGPEED

เนื้อเขียวๆสกยกบหบหลฟล *( แค่อยากจะบอกให้น้องไอซ์รู้ ว่าพี่ไม่ได้เจ้าชู้ can i call you boo ก็ทั้งชีวิตพี่มีแค่หนู เพราะว่าพี่รักหนูมากที่สุด แค่อยากจะบอกให้รู้ ว่าพี่อ่ะมีแค่หนู แค่หนูเท่านั้นสำคัญที่สุด )* ไม่รู้ว่าหนูจะชอบไหม จะเลียจนกว่าจะพอใจ เดี๋ยวพี่จะจูบตรงซอกหู แล้วก็จะเลียตรงขี้ไคล ค่อยๆจับนมหนูเบาๆ พี่ก็แค่เงี่ยนไม่ได้เมา พี่พร้อมให้หนูทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าหากหนูยอมให้พี่เอา เดี๋ยวพี่จะดูดนมหนูให้ช้ำ ที่พี่ดูดแรงก็เพราะว่ารัก กระซิบเบาๆว่ารักนะคะ พร้อมเอาน้ำแข็งมาถูข้างหลัง ค่อยๆเอามือไปจับตรงนั้น ค่อยๆแหย่นิ้วเข้าไปช้าๆ ขาหนูสองข้างมันมีแต่น้ำ จะเย็ดหีหนูจนว่าจะล้า ah ที่พูดทั้งหมดนี้เรื่องจริง สัญญาว่าพี่จะไม่ทิ้ง หนูไม่ต้องเกร็งทำตัวให้ชิน ไม่ต้องมาแอ๊บว่าหนูยังซิง * hook * ตอนนี้รู้สึกยังไง ตอนพี่เอานิ้วเข้าไป ใจจริงอยากยัดอีกนิ้ว แต่กลัวว่าหนูจะเจ็บข้างใน งั้นลองมาอมควยของพี่แทน ลองเอามือหนูชักขึ้นแรงๆ พี่ก็รู้ว่าหนูพึ่งครั้งแรก แต่พี่รับรองหนูติดใจแน่ งั้นหนูค่อยๆมาเลียตรงหัว เริ่มกันช้าๆหนูไม่ต้องกลัว หยิบบุหรี่ขึ้นมาดูดสักมวน จากนั้นจะเลียหนูหมดทั้งตัว ค่อยๆจับขาหนูแหกช้าๆ แต่หนูบอกว่าอยากเย็ดท่าหมา ตาขาวหนูเหลือกมองไปบนฟ้า ทำไมหนูร้องไม่เป็นภาษา หน้าหนูเริ่มแดงแล้วตรงหน้าผาก พึ่งเห็นว่าหนูเริ่มจิกผ้าห่ม ค่อยๆเอาควยไปยัดที่ปาก เสร็จแล้วคืนนี้เดี๋ยวพี่ไปส่ง

409 Nameless Fanboi Posted ID:g+0xs3UEyb

ทั้งไอ้นักปฏิวัติทั้งไอ้ลุงเหน่งนี่ ทำตัวไม่สมเป็นผู้ใหญ่เลย เพราะแม่งลบกระทู้ที่กระแสตีกลับจนตัวเองโดนมองแง่ลบ คือกูเนี่ย เวลาตั้งกระทู้หรือคอมเมนต์กูจะไม่ลบกระทู้หรือกดแก้ไข่ข้อความใดๆ ทั้งสิ้น อาจเป็นอีโก้ของกูเองด้วย ที่จะไม่ยอมลบหรือแก้เด็ดขาด เพราะกูอยากรับผิดชอบในสิ่งที่กูพูดออกมา ต่อให้มันส่งผลร้ายกับกู ไม่ว่าจะเพราะคะนองปาก ไม่คิดก่อนพูด หรือพูดไปเพราะโง่เอง กูก็พร้อมจะยอมรับ แล้วขอโทษแมนๆ มากกว่ามากดแก้ไข หรือกลับลำเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้เปรียบ

โดยเฉพาะเรื่องลบกระทู้นี่ มันเผยสันดานอะไรบางอย่างของคนตั้งกระทู้ได้ ถึงไม่ต้องพูดอะไร ชาวบ้านเขาก็จะจำได้, นึกออกว่าแม่ง ไอดีนี้ถึงเวลาแล้วก็หนีปัญหา ไม่กล้ายอมรับหรือออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ (ไม่ได้จะกระทบใส่มิรันนะ แต่ถ้าโดนก็ช่วยไม่ได้) กูเลยสนับสนุนกระทู้เสนอแนะทีมงานว่า ให้เอาระบบลบกระทู้โดยเจ้าของกระทู้ออก ถ้ามันไม่ผิดกฎเว็บหนักเกิน ก็เอาปล่อยไว้โชว์ความทุเรศของเจ้าของกระทู้นั่นแหล่ะ

410 Nameless Fanboi Posted ID:H3tL5i1QX2

ถึงไม่ให้ลบออก มันก็ยังแก้ไขข้อความได้แบบพันทิพย์ พอมาม่าก็แก้และลอยตัวจากไป

411 Nameless Fanboi Posted ID:8ne5lhjhn6

>>409 เพราะแบบนี้กูถึงชอบอ่านดราม่าที่ก่อด้วยนอนเมม เพราะมันอุ้มมู้ตัวเองไม่ได้ นอกจากโดนอุ้ม (อย่างที่กลุ่มมิรินด้าที่มันชอบพาลูกหาบมาอุ้มมู้บ่อยๆ) ส่วนพวกที่ล็อกอินแล้วอุ้มมู้ตัวเองมีหลายกรณีว่ะ พิสูจน์ยาก อย่างกูเคยใช้ล็อกอินสร้างดราม่ามู้นึง พอโดนอุ้มแม่งขึ้นว่า "ถูกลบโดยเจ้าของกระทู้" ซึ่งกูไม่ได้ลบอะ ทีนี้กูก็ไปวีนใส่แอดมินหลายๆ ทางจนกอบกู้มู้กูกลับมาได้ พอหลังจากนั้นสองสามวัน มู้กูบินอีกแล้ว (ก็ต้องมีคนรีพอร์ตแหละ) แถมบอกว่ากูเป็นคนลบด้วย กูได้แต่อิหยังวะว่าเหี้ยไรเนี่ย รีพอร์ตมู้กู ลบมู้กู แล้วบอกกูลบหนีเอง

412 Nameless Fanboi Posted ID:ESdg.Q7cJV

>>411 กระจ่างเลยกู ตอนแรกกูคิดมาตลอดว่า เจ้าของกระทู้ลบเองหรือวะ กูว่าต่อให้ร้อยคอมเมนต์ ทะเลาะกันฉิบหาย ก็ไม่ควรลบนะ ไม่ใช่ว่าสนุกกับการรุมด่าหรอก ถ้ากระแสมันตีกลับ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง มันต้องรับผิดชอบปะวะ เรื่องโหวตกระทู้นี่ต้องใช้กี่โหวตหรือคนเดียวก็ลบได้ เข้าใจว่าเขาต้องทำตามคนร้องเรียน เดี๋ยวคนไปโพนทะนาอีกว่า แอดมินไม่ทำอะไรกะกระทู้สร้างความแตกแยกเลย

ky เห็นพวกนางด่าพี่เว็บเรื่องระบบ แก้คอมเมนต์หาย อยากได้ระบบต่าง ๆ บอกว่าแจ้งไปเขาก็ไม่แก้ไข แต่โทรไปขอความช่วยเหลือตอนโดนรุมลงกฐิน ย้อนแย้งดี

413 Nameless Fanboi Posted ID:LpTypraUMM

ตัวต้นรวมหัวแจ้งลบคืออิเจ๊มิรัน จำได้มีมู้หนึ่งชวนคนรุมรีพอร์ต แต่ก่อนถ้าไม่เหี้ยชนิดประณามหรือพาดพิงคนอื่นเสียๆหายๆไม่มีโดนลบ ตอนนี้อิเจ๊ลบเหี้ยนถ้าแม่งไม่โอเคร

414 Nameless Fanboi Posted ID:AO9ANfmK6m

>>413 มิรินด้าเป็นเคย์เซย์วันนาบีเหรอวะ

415 Nameless Fanboi Posted ID:g+0xs3UEyb

>>414 เทียบไม่ติดเลยสักด้าน รายนั้นโหดจริง แรงจริง รู้จริง ไม่มีงอแงลบกระทู้ทิ้งด้วย บวกอย่างเดียวไม่มีถอย เรื่องความมาเฟียก็เหมือนกัน ดูจากจำนวนกับคุณภาพลูกหาบก็ต่างกันชิบหายแล้ว

416 Nameless Fanboi Posted ID:bxAgyhT7TY

ไหน ๆ ก็เหมือนมีคนไม่รู้จักกรณีนักปฏิวัติเยอะ งั้นกูขอเล่าเลยละกัน(คันปากอยากเล่า)

เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งในบอร์ดเด็กดีที่สงบสุข มีไอดีชื่อ "นักปฏิวัติ" เข้ามาตั้งกระทู้เกี่ยวกับคำผิดในนิยายบนเว็บ มันก็ดูเหมือนปกตินั่นแหละแต่เนื้อหาข้างใน ถ้ากูจำไม่ผิดมันถึงขั้นที่ว่าให้แสดงอักษรแดงในหน้าอ่านนิยายเลย(คล้าย ๆ กลาย ๆ ว่าให้ประจานตัวนักเขียนที่เขียนผิดนั่นแหละ)

ทีนี้ด้วยความที่แนวคิดมันสุดโต่งเหี้ย ๆ คนเลยด่ากลับแต่ฝั่งซัพพอร์ตมันก็มีจนพี่เว็บต้องมาห้ามแล้วบอกประมาณว่า "จะรับไปปรับปรุงครับ"

แน่นอนว่าช่วงนั้น ถ้ามีใครตั้งกระทู้แซะ/เกี่ยวกับคำผิด อีนักปฏิวัติก็จะมาเย้ว ๆ ประมาณ ผมไม่สนหรอกครับ ยังไงพี่เว็บก็รับคำผมไปแล้ว(ตอนนี้เป็นไงล่ะมึง? มีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม? หน้าแหกยับ ๆ)

ทีนี้เรื่องการตลาด Negative กับทำไมในโม่งคุยกันไม่นานมากทั้งที่เป็นประเด็นใหญ่ในบอร์ดช่วงนั้น คือในบอร์ดเด็กดี(น่าจะ)ไม่มีใครจับได้เรื่องเลยบานปลาย แต่ในโม่ง มันมีคนหนึ่งเริ่มทักประมาณว่าในกระทู้คำผิดที่มันตั้ง เวลามีใครมาท้าทายมันหรือไม่เห็นด้วยเนี่ย อีนักปฏิวัติมันจะไล่คนนั้นให้ไปลองอ่านนิยายมันเว้ย ในโม่งกระทู้ก่อนเลยพูดถึงกันแค่นิดเดียวเพราะจับกันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เรื่องนี้เลยไม่ได้ยาวเหมือนกรณีน้อนเบียว พังporn หรือเอ็นควย

โอเค อันเมื่อกี้คือข้อเท็จจริงทั้งหมดของเหตุการณ์โดยคร่าว ๆ กูอยากพูดอะไรอย่างนึงเกี่ยวกับเหตุการณ์วันนี้และกรณีนักปฏิวัติว่ะ

สองเหตุการณ์มันบอกให้เรารู้ว่าการก่อดราม่าเพื่อสร้างกระแสให้ผลงานตัวเองมันไม่ดีหรอก มันอาจเพิ่มทราฟฟิกคนไปอ่านนิยายมึงในช่วงแรกแล้วสุดท้ายเป็นไงล่ะ?

ถึงตอนนี้มีใครพูดถึงนักปฏิวัติว่าเป็นคนเขียนเรื่องทะลุฟ้าอะไรนั่นมั้ยล่ะ ไม่!! แล้วเขาจำมึงว่าเป็นอะไรล่ะ? อีนักเขียนเพลงนั่นก็เหมือนกัน ถามจริงเหอะผ่านไปสักปีสองปีจะมีใครจำมันว่าเป็นคนเขียนนิยายผีในเด็กดีไหมล่ะ ไม่!! เขาก็จะเรียกมึงเป็นไอ้เฒ่าเพราะอยู่นาน อีโก้เยอะนั่นแหละ ถ้ามึงอยากให้นิยายมึงมีอะไรให้เป็นที่พูดถึง มีคนอ่านเยอะ ๆ มึงก็ไปทำให้นิยายมึงมันดีไม่ก็เขียนตามตลาดสิวะ(กูรู้มันดูเหี้ยแต่มันจริง) ไม่ใช่มาก่อดราม่าอะไรโง่ ๆ แบบนี้ ผลเสียในระยะยาวกูบอกเลยหนักกว่าผลที่มึงจะได้ในตอนนี้แน่ ๆ

ปล. ตอนนั้น กูอ่านกระทู้อีนักปฏิวัติครั้งแรก กูนึกว่าอีแฟรง ไฟลอยมาเอง(ปัจจุบันหายสาบสูญแล้วคือช่วงนั้นมันพึ่งหายไป กูนึกว่าอวตารมาใหม่) แม่งสุดโต่งชิบหายเหมือนกันเลยต่างกันนิดหน่อยตรงที่ไอดีอีแฟรงก์ไม่เขียนนิยายกับอีแฟรงก์ไม่เคยเสนอวิธีการแก้ปัญหา มีแต่มาบ่นเฉย ๆ แล้วจากไปแบบเงียบ ๆ

417 Nameless Fanboi Posted ID:bxAgyhT7TY

ฝอยต่ออีกนิดนึง กูว่าอีแฟรงก์เนี่ยแม่งซึนเหี้ย ๆ กูโคตรฮา

มันชอบบ่นประมาณว่า "นิยายทรูเทพซ่าเนี่ย ชอบยืดแล้วคนเขียนเทผมเลยไม่ชอบ" แต่เวลาไปดูคอมเม้นต์ในนิยายติดท็อปหมวดแฟนตาซีช่วงที่มันยังอยู่นะ กูเห็นคอมเม้นต์อีแฟรงก์ประจำเลย(ไม่ใช่เม้นต์ด่าด้วย)

มีแค่ตอนสองตอนแรกก็ไม่แปลกหรอก แต่บางทีแม่งไปอยู่ตอนร้อยกว่า ๆ แล้วตอนก่อนหน้าแม่งก็มี ซึนเหี้ย ๆ 5555

418 Nameless Fanboi Posted ID:nKhijVvOGx

ไอ้ที่ว่าให้แสดงตัวอักษรแดงเวลาเขียนผิดนี่กูโคตรไม่เห็นด้วย เวลาเขียนทับศัพท์แล้วระบบไม่รู้จักทีก็เตรียมชิบหายละมึง

แต่เอาจริงแม่งก็แค่สร้างกระแสให้คนไปอ่านนิยายของมันก็เท่านั้นแหละ

419 Nameless Fanboi Posted ID:wC+vxKNEyJ

เพื่อนโม่งกูถามหน่อย
เรื่องที่พล็อตดี ดำเนินเรื่องสนุก ในโลกนี้มันมีจริงรึเปล่าวะ?
ที่กูเคยอ่านมันมีแต่ พล็อตธรรมดาไม่ก็กากไปเลย แต่ดำเนินเรื่องสนุก ส่วนเรื่องพล็อตดีๆ กลับดำเนินเรื่องค่อนข้างธรรมดาบางเรื่องเล่าเวิ่นเว้ออีกต่างหาก

420 Nameless Fanboi Posted ID:8ne5lhjhn6

>>419 ถ้ามันไม่มีเรื่องดีๆ บนโลก มึงก็ไม่มีทางมานั่งบ่นแบบนี้หรอกว่าเจอแต่เรื่องกากๆ

421 Nameless Fanboi Posted ID:K56ovqWvAE

>>419 มีแต่หายากไง ยิ่งในเว็บแบบนี้มึงคาดหวังสูงเกินไป ขนาดในลิสต์ที่สับมา 190 เรื่อง มีเรื่องที่โม่งชม, ยอมรับไม่ถึง 10 เรื่อง ในสเกลจำกัดยังขนาดนี้ ถ้าเป็นสเกลจริงจะขนาดไหน

422 Nameless Fanboi Posted ID:Ga6SH.RfPI

พูดถึงแฟรงค์ไฟลอยแล้วกูนึกถึงคนเล่นยอร์นที่เดินผ่านมาอีกตัว ไอ้ 2 คนนี้แม่งมีอะไรบางอย่างที่เหมือนกัน คือเห็นเม้นพวกมันทีไร คาร์แรคเตอร์แม่งชัดเจนดี ออกความเห็นแนวเดิมตลอด คนแรกจะห่ามๆ ห้วนๆ หน่อย ส่วนไอ้คนหลังนี่นักปั่นตัวยง ประชดเนียนจนคนโดนหลอกด่าแม่งยังเข้าใจผิดมากดถูกใจ (บางกระทู้ปักหมุดเขียวให้ด้วย เจ๋งสัส) ถ้าจะสร้างตัวละครแนวสุดโต่งสักตัว ใช้สองคนนี้เป็นแบบได้เลย คือมันเอกลักษณ์เด่นแบบไม่ได้วอนนาบี เกรียนยังไงก็เกรียนอย่างนั้น การชมหรือการด่าจากคนรอบข้างในบอร์ดแม่งก็ไม่มีผล เป็นตัวของตัวเองเหี้ยๆ (ชม)

423 Nameless Fanboi Posted ID:nKhijVvOGx

กูเกลียดคนเล่นยอร์นเพราะมันสปอยล์ Avengers: End Game ในมู้เด็กดีไอ้สัส

424 Nameless Fanboi Posted ID:1/Ku4YTW+H

>>419 มันมีอยู่เว้ยแค่มึงหาไม่เจอ หรือไม่ก็แบบไม่ใช่แนวที่มึงอ่าน

อันนี้พูดในฐานะสายวาย นิยายเหี้ยๆ ขายกระแสมันก็มี นิยายดีๆ พล็อตดี ภาษาดี แม่งก็มี แค่มันอาจอยู่แรงค์กลางๆ ที่มึงหาไม่เจอ

425 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

กูฮายอร์น ชมเล่าเบียวซะแม่ง Evolution ตระหนักได้ถึงสายเลือดสุนทรภู่ที่ถูกผนึกไว้ในจิตวิญญาณ เล่าโปกถึงขั้นต้องปักหมุดให้เหล่าเด็กดวกได้รับชม 555555555

426 Nameless Fanboi Posted ID:Ga6SH.RfPI

เห็นไหมกูบอกแล้ว เหมือนแฟนฟิคพาโรดี้ที่กูแต่งไว้ เดี๋ยวเรื่องต่อไปต้องเป็น "นักเขียนวิปลาส" แน่นอน

https://www.dek-d.com/board/view/3959486/

427 Nameless Fanboi Posted ID:cB8tWP1YzC

>>426 กูประทับใจในความมั่นหน้านะ เป็นเหี้ยไรกับวิปลาสนักหนา ฝีมือก็ไม่ถึงแท้ๆ

428 Nameless Fanboi Posted ID:LpTypraUMM

ใครไปรังแกน้อนเล่าเบียวหัวโปก ตอบ!
https://www.dek-d.com/board/view/3959490/

429 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

555555555555555555

430 Nameless Fanboi Posted ID:cB8tWP1YzC

>>428 แงๆ เบียวจะฟ้องแม่แล้วนะ
เดี๋ยวคอยดูแม่งต้องมางอแงขู่ฆ่าจนกระทู้ไหลวอยๆ อีกรอบ

431 Nameless Fanboi Posted ID:mwg/EKwOz6

>>428 ไม่ใช่มันปั่นเองหรอวะ วอนนาเบียวชื่อนี้ไม่ได้ไม่เล่นๆ

432 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

ก่อนหน้านี้ตั้งกระทู้ด่าเสียเทเสีย ตอนนี้เอามาโชว์ให้เด็กดวกดูว่ากูโดนบุลลี่

433 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

>>431 ก่อนหน้านี้เห็นชื่อนี้ตอบอยู่กระทู้อื่นนะ น้อนเบียวไม่น่าคิดล่วงหน้า(ทำหน้าม้า)ได้ขนาดนั้น

434 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

กูควรจะเชื่อว่าน้อนเสียใจจริงๆ หรือแค่อยากได้คนมาช่วยปลอบวะ?

435 Nameless Fanboi Posted ID:cB8tWP1YzC

>>434 เชื่อว่าเรียกร้องความสนใจและขี้ฟ้อง เหมือนรอบก่อนที่โดนโม่งรุมยำตีน

436 Nameless Fanboi Posted ID:xmhBIBOBLx

น้องเหงาเลยสร้างกระแสแปบ ทำตัวเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นจังวะ

437 Nameless Fanboi Posted ID:d.muvm85hb

>>427 เป็นเด็กน้อยยังไม่โต อายุยังไม่ 18 ที่พยายามหาตัวตน หาแบบอย่างยึดเหนี่ยว อาจไปเจอบางอย่างมาจากหนังสือ จากหนัง จากซีรี่ส์ ที่เกี่ยวกับความวิปลาศแล้วเกิดความประทับใจก็ได้ ตอนกูอายุ 11 แม่งเจอหนังสือที่หน้าปกเตือนว่า 18+ ..เราไม่ได้สอนใหคุณโกง แต่เราสอนให้คุณรู้เท่าทันกลโกง.. โครตชอบ รู้สึกว่ากลายเป็นตัวร้ายที่อยากโกงทุกอย่างบนโลกใบนี้..

438 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

เชื่อว่าอีหัวใจ 1 ดวงของกระทู้นี่ มึงก็กดเอง อีห่า...อมปู๋ตัวเองไม่พอเสือกเขี่ยหัวนมด้วย

439 Nameless Fanboi Posted ID:6BVCXS+IHO

มันเป็นคนน่ารำคาญ น่ารำคาญในความโง่ ความเอ๋อ ความมั่นหน้านี่แหละ

อันที่จริงพอๆกับไอ้คนหล่อมืออาชีพ ที่กูอยากจะเปลี่ยนชื่อมันเป็นคนโง่มืออาชีพมากกว่า แต่ไอ้คนโง่มันยังออกแนวโลกสวย วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ เลยพอจะเป็นเกราะป้องกันตัวเองได้ แต่ไอ้เล่าเบียวนี่พยายามจะ Badass ทั้งที่ตัวเองเป็น Dumbass ก็โดนหนักหน่อยนะ

440 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

>>439 ไอ้คนหล่อนี่ใสจริง ใสจนกูรู้สึกว่าตัวเองเหี้ยที่ไปแกล้งมัน

441 Nameless Fanboi Posted ID:6BVCXS+IHO

>>440 ส่วนกูหมั่นเขี้ยวอยากตบกบาลสัส

442 Nameless Fanboi Posted ID:Ga6SH.RfPI

***คัดมาจากห้องมังงะในโม่งนี่แหล่ะ (คัดมาเพราะนึกถึงไอ้เล่าโปก)

โม่ง A : พูดถึงเอจจี้นี่ ตัวละครแรกที่กูดูแล้วรู้สึกว่าเอจจี้หนักมาก (แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าคือเอจจี้) คือคูโจ โจทาโร่ ตีคู่กันมากับฮิเอ, เบจิต้า เลย

โม่ง B : เอดจี้เวลาพูดถึง กูนะนึกถึงคุเบียวม.ต้นในห้องเรียน(เกือบทุกโรงเรียนต้องมีล่ะวะ) ที่เวลาคนเขากำลังเล่นมีความสุขกัน พวกนี้จะส่ายหน้าแล้วพูด”หึ น่ารำคาญจริงๆ ยังไงพวกแกก็ต้องตายอยู่แล้ว จะมีความสุขไปทำไม” จะว่าไป พวกผู้หญิงมันชอบเอดจี้กันเหรอวะ กูเห็นไอ้เอ็ดจี้ในรีบอร์น(ไอ้เสี่ยวสัตว์กินพืชอ่ะ)แม่งคือตัวที่วี้บหญิงแม่งกรี๊ดกันมาก

โม่ง C : >>XXX (กด mention โม่ง B) ก็ 2D Husbando เก๊กๆ คูลๆ แฟนเกิร์ลที่ถูกใจแนวนี้เขาก็ชอบไง

แต่ไอ้ที่เราเจอในชีวิตจริงมันคือเกรียนหัวเขียวขี้เก๊กจูนิเบียวคิดว่าตัวเองเท่เสียเต็มประดา ทำตัวไม่สนใจโลก พูดอะไรห้วนๆ หรือฟังดูเหมือนคำคมเท่ๆ แยกตัวออกมาทำเป็นไม่สุงสิงกับใคร แต่ก็แอบเรียกร้องความสนใจอยู่นิดๆ

ตัวอย่างที่กูเคยเจอมากับตัวคือเพื่อนใหม่ตอนกูย้ายโรงเรียนไปขึ้น ม.4 มันเป็นไอ้แว่นหน้าจืด พูดน้อย ถ้ามีจังหวะให้พูดอะไรเท่ๆ คูลๆ ได้ มันก็จะพูดพวกคำคมที่จำเขามา หรือไดอะล็อกเท่ๆ ของตัวละครในอนิเมะ แต่มึงเข้าใจมั้ยว่ามัน KY มาก เสียบรรยากาศโคตรๆ ไอ้นี่คือตัวอย่างของความเอจจี้ที่แท้จริงในความคิดกู

เหตุการณ์สำคัญๆ ที่กูจำได้ก็มี

-รองหัวหน้าห้องทำสมุดการบ้านของทุกคนในห้องตกพื้น มันก็เดินเข้าไปช่วยเก็บ พอเก็บครบหมดแล้วเขาก็บอกมันว่าขอบคุณที่ช่วยเก็บนะคะ มันตอบกลับไปว่า "ฉันทำเพราะมันเป็นเรื่องที่ควรทำ ไม่ได้ทำเพราะอยากช่วยเธอ" แล้วก็เดินจากไป กูกับรองถึงขั้นหันมามองหน้ากัน ใบ้แดกทั้งคู่

-เพื่อนๆ ในห้องชวนมันเล่นบอลระเบิด มันก็ปฏิเสธว่า "ไร้สาระหน่า ฉันไม่เล่นอะไรเด็กๆ แบบนี้หรอก" คนมาชวนนี่หน้าเสียเลย (แต่สุดท้ายก็ไปเล่นกับเค้าจนได้ เอจจี้ไม่สุดนี่หว่า)

-วันนึงที่มีคาบว่าง กูชวนมันเล่นหมากรุกไทย รอบแรกมันแพ้มันก็เงียบๆ พอรอบต่อมามันชนะ คราวนี้ Smirk ใส่กูแล้วบอกว่า "ที่นายแพ้ เพราะนายยังเยือกเย็นไม่พอไงล่ะ"

อ่านสามอันนี้แล้วพวกมึงน่าจะเข้าใจกูขึ้นมาบ้าง ความเอจจี้แบบไอ้นี่ก็คือความพยายามจะทำให้ตัวเองดูเหนือ เคร่งขรึม มีมาด ดูมีความคิดโตเกินวัย เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ตัวเองดูเท่ดูเจ๋ง แต่ผลมันออกมาตรงกันข้ามเลย ใครๆ ก็ดูออกว่าการกระทำของมันดูไม่เป็นธรรมชาติ มันพยายามมากเกินไปจนกลายเป็นความเสร่อ ไม่เข้าท่าด้วยประการทั้งปวง

การพูดการจาก็ฟังดูจูนิเบียว (ทั้งๆ ที่ขึ้น ม.4 แล้ว) จะว่ายังไงดี เหมือนการทำตัวเอจจี้มันก็เป็นสับเซตหนึ่งของคำว่าจูนิเบียว คือกูเองก็เคยจูนิเบียวนะ เคยเอียงตัว พ๊อยต์เท้า กอดอก แล้วพูดว่า "จงตัดเวลาออก 1.5 วิ ซะ คิงคริมสัน" หรือถ้าเป็นเด็กคนอื่นก็เคยเจอพวกยืนห่างกันซัก 5 เมตรแล้วตะโกน "พลังคลื่นเต่าสะท้านฟ้า" กับ "ไฟนอลแฝดดด" (ยังเด็กมากออกเสียงผิด) ใส่กัน ไม่ก็พวกที่เอาไม้บรรทัดมาจับแล้วร้องแบบ "เพลงดาบมังกรล่องนภา นาคานพเศียร" ซึ่งในหัวของแต่ละคนก็จะมีจินตนาการจูนิเบียวเห็นภาพเอฟเฟคอะไรไปตามเรื่อง (เหมือนในอนิเมะหนูจูนิเบียวที่ใส่ผ้าคาดตา) จนบางทีสงสัยว่า มันกำลังจูนิเบียวสวมบทเป็นใคร นักฆ่าวัยเรียนมาดเข้มปลอมตัวเข้ามาสืบหาข้อมูลรึไง

โดยรวมคือแม่งเอจจี้สุดตีน เก๊กอะไรของแม่งก็ไม่รู้ทั้งๆ ที่หน้าตาก็ไม่ให้ ทำไปแล้วก็ไม่ได้ดูเท่ขึ้นเลย แล้วพอมันมากๆ เข้า พวกมึงเข้าใจใช่ปะ ว่ามันเกิดความรู้สึก Cringe ขึ้นมา เหมือนความรู้สึกแหยงๆ เวลาเพื่อนมึงทำอะไรเสร่อๆ จนทำได้แค่ยิ้มแห้ง บางทีก็ฟังดูน่าขนลุก ไม่ใช่ว่ากลัวนะ แต่รู้สึกว่ามึงกล้าทำไปได้ยังไงวะ ไม่อายมั่งรึไง

มีหนนึงกูรวมการบ้านไปส่งครูแล้วระหว่างทางแอบเปิดสมุดของไอ้นี่อ่านที่แผ่นหลังสุด มันเขียนบทพูดอะไรไม่รู้ไว้เยอะมาก เหมือนรวมประโยคเอาไว้ใช้ตอนอยากแสดงความเอจจี้ในสถานการณ์ต่างๆ วาดรูปเด็กนักเรียนใส่แว่นยืนอยู่โดยมีฉากหลังเป็นม่านควัน (ระบายปากกาดำ) ที่มีตามารดวงใหญ่ลอยอยู่ด้านหลังใกล้ๆ หัวไหล่ทั้งสองข้าง (ระบายปากกาแดง) ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร กูเดาว่าตอนนั้นบนหน้ากูคงเหมือนกับ Meme ทันจิโร่ทำหน้า Disgusted face อะ หลังจากวันนั้นกูก็ค่อยๆ พาตัวเองห่างออกมา ความจูนิเบียวของกูก็ค่อยๆ จางลงไปตามวัย ตอนจบ ม.6 ในหนังสือรุ่นที่ได้มาพอลองไปอ่าน Quote ใต้ภาพของไอ้นี่ก็ต้องตกใจเพราะมันเขียนว่า "มืดยิ่งกว่าเงาปีศาจ เงียบยิ่งกว่าเสียงภูติครวญ" จบ ม.ปลายแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น (แม่งเอ๊ย)

ปล.ตัวละครเอจจี้ที่กูชอบมีตัวเดียวคือลีไวเฮย์โจว

443 Nameless Fanboi Posted ID:cB8tWP1YzC

ถึงจุดหนึ่งคนเราต้องเลิกเบียวอ่ะ กูแม่งก็เคยเบียวมาก่อน มาหายสนิทคือม.3 เทอมปลาย ถ้าเลิกไม่ได้ก็เข้าสังคมไม่ได้ ดีไม่ดีต้องไปหาหมอเพื่อกลับคืนสู่สังคมอีก ถ้ารู้ตัวช้าหายช้าทีนี้อ่ะงานเข้า เพราะช่วงมหาลัย-วัยทำงาน คาแรกเตอร์แม่งชัดละว่าเป็นคนแบบไหน คนคล้ายๆ กันก็จับกลุ่มกันเอง พวกตัวแปลกแยกก็ไม่มีใครคบเศร้าๆ ไป ดีไม่ดีเป็นเหยื่อให้คนอื่นบุลลี่อีก อย่างเบียวนี่กูเคยบอกไว้ว่าชีวิตจริงไม่น่ามีเพื่อน ต้องคบเพื่อนในเน็ตแบบไอ้คนหล่ออะไรงี้ ตราบใดที่มันยังมโนว่าตัวเองเป็นทหารรับจ้าง ขู่ฆ่าคนไม่เลิกแบบนี้ ชีวิตจะกลับเข้าสังคมยากละ

ถ้ามึงมาดิ้นและเห็นข้อความกู ก็ไปหาหมอซะนะเบียวนะ

444 Nameless Fanboi Posted ID:d.muvm85hb

Ky กุชอบ 8-2 กับ 9 จังหวะซิทคอมเชี่ยๆ
https://www.dek-d.com/board/view/3959360/

445 Nameless Fanboi Posted ID:K56ovqWvAE

>>443 มันบอกว่ามันเป็นไซโคพาธ (โม้ป่าววะ) เลยชอบทำตัวแบบนี้ ซึ่งกูว่าไม่เหมือนที่เคยเจอกับผู้ป่วยของจริงหลายๆ เคส แบบว่าดูยังไงก็ไม่ใช่ เพราะถ้าเป็นจริงๆ สิ่งแรกที่มันจะทำหลังเกิดอาการหัวร้อนคือคว้ามีดแทงคอคนใกล้ตัว ไม่ใช่ออกมาเถียงรัวๆ อย่างเปล่าประโยชน์แบบนี้

446 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

>>444 คอมเม้นท์อยู่ดีๆก็โดนด่า 555555555

447 Nameless Fanboi Posted ID:cB8tWP1YzC

>>445 โม้ เพราะไซโคพาธเป็นโรคยอดฮิตของฆาตกรดังไง แบบพวกบุคลิกต่อต้านสังคมแบบสุดกู่ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีความรู้สึกผิด ไม่มีความละอาย ถือตัวเองเป็นใหญ่ แต่ฉากหน้าก็ดูเป็นคนปรกติธรรมดานี่แหละ เบียวคงเห็นว่าเท่อ่ะเลยอยากเป็นมั่ง ทั้งที่ตัวมันจริงๆ ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไซโคพาธจริงๆ คืออะไร

448 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

จังหวะดวลปืนแล้ววะ https://www.dek-d.com/board/view/3959490/1/?comment=4 เล่าโปกจักวางกลยุทธ์ให้สมกับที่เชี่ยวชาญสามก๊ก(เป็นอย่างมาก)เพื่อตอบโต้เยี่ยงไร?

449 Nameless Fanboi Posted ID:6BVCXS+IHO

>>445 อาการทางจิตแม่งมีหลายระดับนะกูว่า ถ้าประเภทคว้ามีดแทงคอคนนั่นคือควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว ดำรงชีวิตในสังคมไม่ได้ ต้องกินยา ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์

กรณีไอ้เล่าเบียวก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอาการทางจิต แค่มันควบคุมตัวเองได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็อาจต้องกินยาเหมือนกัน

กูเคยมีเพื่อนเป็นคล้ายๆมันนี่แหละ แถมไอ้นั่นอาจหนักกว่าด้วยซ้ำ คลุ้มคลั่ง ทำร้ายคน แต่พ่อแม่แม่งยังปล่อยให้เดินเพ่นพ่านใช้ชีวิตตามปกติอยู่เลย

450 Nameless Fanboi Posted ID:Xo74gHaIv+

เดวๆๆ นี่โม่งแห่กันล็อกอินเพื่อเล่าเบียวเลยเรอะ? ว๊าว เอ็นดูขนาดดดดดดดด

451 Nameless Fanboi Posted ID:YIzg8kREWy

>>428 อีเหี้ย กูขำ 55555 ปิดไม่ให้นอนเนมเม้นต์ด้วยนะ เรียกร้องความสนใจดีนี่ งอแงร้องไห้ขี้มูกโป่งเลย

452 Nameless Fanboi Posted ID:Tr+UvgXq/a

>>449 กูว่ามึงเองก็ต้องเข้าใจคำว่าไซโคพาธใหม่ ลองอ่านจากลิงก์นี้ดู
https://storylog.co/story/5aba974ba01f2ea5765fc0a7

ส่วนที่ไอ้เบียวบอกว่ามันเป็น นั่นก็อธิบายง่ายๆ คือแม่งก็เบียวอยากเป็นตามสันดานมันนั่นแหละ คงคิดว่าเท่ดี

453 Nameless Fanboi Posted ID:xN3SA8l/ic

โรคนี้มันคือโรคสามัญสำนึกผิดปกติ คือไม่มีอารมณ์ร่วมกับอารมณ์ของคนอื่น ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงเศร้า โกรธ ไม่ชอบใจ เกลียด รัก ดีใจ ทำไมทำแบบนี้ถึงผิด ทำไมทำแบบนี้ถึงถูก โรคนี้มันไม่ใช่ว่าอาการกำเริบแล้วเกิดคลั่งไปฆ่าคน มันไม่ได้คลั่งมันแค่อยากลองฆ่า มันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงฆ่าคนไม่ได้ ทำไมถึงฆ่าคนแล้วผิด

ส่วนไอ้เล่าเบียวนี่มันไม่ได้เข้าใกล้โรคนี้เลย มันแค่วันนาบี อย่างมากกูให้แค่โรคบุคลิกภาพผิดปกติแค่นั้นแหละ

454 Nameless Fanboi Posted ID:qG3aFEnn3+

อีเบียวมันถามว่าทำไรผิดเหรอ?...ผิดที่มันไม่ยอมจบไง เห้! โผล่หัวทะเล่อทะล่ามาให้โม่งรุมตีนเรื่อย แต่จะโดนตื้บอยู่เงียบ ๆ ก็ไม่ได้ต้องออกไปป่าวประกาศให้โลกรู้ "ทุก ๆ คนบนโลกต้องได้รู้ว่าผมโดนยำตีน!!!"

455 Nameless Fanboi Posted ID:STuxY0hloP

>>453 เเบบ Dexter

456 Nameless Fanboi Posted ID:Ga6SH.RfPI

>>454 จริงๆ แล้วคืออยากดังครัฟ กดไลก์ตัวเองเบื่อแล้ว อยากให้คนอื่นสนใจมาไลก์ผมบ้างคัฟ

457 Nameless Fanboi Posted ID:qG3aFEnn3+

>>456 น่าเบื่อ ชห. มันน่าเอาไปให้ข้างบนดูจริง ๆ จะได้ปล่อยเบลอกันให้หมด แต่เอาเถอะยังไงก็มีหลายคนจากเด็กดวกมาอ่านในบอร์ดนี้เยอะอยู่ละ (เพราะน้อนเบียวนี่แหละช่วยนำมา)

458 Nameless Fanboi Posted ID:g95RF4s8b8

>>457 น้องแม่งเป็นประชาสัมพันธ์สไตล์เรียกตีน ทำให้โม่งเป็นที่รู้จัก ต้องมอบรางวัลอิหยังวะอวอร์ดสาขา เรียกตีนยอดเยี่ยมให้แล้วมั้ง

459 Nameless Fanboi Posted ID:GtWSBGN0ao

เอาล่ะพวกมึง คราวนี้จริงจังเป็นงานเป็นการ เพราะหลังจากมีช่องทางติดต่อก็มีเมมเบอร์ (ทั้งของจริงและแบบดาวเดียว) ส่งข้อความหากูในเด็กดวกหลายคน ถามกันมาคนละอย่างสองอย่าง ถ้าตัดอันที่ไร้สาระออกก็จะได้เป็นชุดคำถาม Q&A มาชุดหนึ่ง หลายๆ คนกูอ่านสำนวนแล้วก็รู้ว่ามาจากในนี้แหล่ะ บางคนก็ถามอะไรซ้ำซากเสียจนอยากทำเป็น FAQ ไว้ให้อ่านแม่งตรงหัวกระทู้จะได้เลิกถาม ถือว่าตอบรวบหมดทั้งที่นี่กับบอร์ดนักเขียนไปเลยละกัน

1) มีนิยายเป็นของตัวเองป่าว แต่งดีร้อยล้านวิวรึไงถึงมาดูถูกนิยายคนอื่น ฟวย

- อันแรกก็ปวดสมองเลยห่า เออ กูมี ไอดีเก่า 6 ดาวของกูมีแน่นอน แล้วนิยายกูก็ติดท้อปตั้งแต่ยังเป็น My iD เวอร์ชั่นแรกด้วย ยอดวิวไม่ถึงร้อยล้านแต่ก็เกินล้านอยู่ อาจดูน้อยแต่มึงต้องคิดด้วยว่ายุคนั้นไม่ใช่ว่าใครๆ ก็มีเน็ตใช้ ใครว่างก็เทียบเอาเองละกัน ใบ้แค่ว่าเรื่องนี้ตีพิมพ์กับดอกหญ้า กูออกจากวงการเพราะไปเรียนต่อหลังได้ทุน AFS ปัจจุบันแต่งนิยายแมรี่ซูคุณหนูยุคกลางอ่อยผู้ไปทั่วอยู่เรื่องหนึ่ง รายได้ไม่มากไม่น้อย (หลังศึกษาตลาดตามที่ไอ้เซฮุนบอก) เอาไว้จ่ายค่าไฟกับซื้อเครื่องสำอางค์เล่น ลงอยู่ 3 เว็บคือฟิคล็อค เด็กดวก กับรีดอะไรท์ กลับมาแต่งนิยายอีกทีก็แทบจะแต่งไม่ได้ ความรู้ เทคนิค อะไรพวกนี้ก็เข้าหม้อเข้าไหคืนอาจารย์ไปเกือบหมด ถามว่าแต่งดีไหม ณ ปัจจุบันกูค่อยกล้าอวดฝีมือตัวเองแล้ว แต่ที่มีคนตาม เพราะช่วงแรกกูสต็อคนิยายไว้ 60 ตอน ลงวันเว้นวันได้ 4 เดือนเต็ม (ตอนนึง 5 หน้า A4) แล้วใช้ช่วงที่ยังมีนิยายสำรองแต่งที่เหลือจนจบแบบไม่รีบ ช่วงนี้คนอ่านน้อยลงเพราะกูลงภาค 2 ได้แค่เดือนละครั้ง แต่งครบก็ลงเลย มีแฟนคลับ loyalty ตามอ่านอยู่จำนวนหนึ่งแม้ว่ากูจะงานยุ่งมากก็ตาม

2) อยากแต่งนิยายได้ดีขึ้น มีคำแนะนำอะไรมั้ยครับ

- มาเล่นโม่งสิจ๊ะ 55555 (อะ ย้อเย่น) ก็เหมือนที่บอกกันทั้งบนดินและในนี้ คือชอบอะไรก็อ่าน แต่อย่าอ่านเปล่า หาให้เจอว่าจุดขายของเรื่องคืออะไร เหมือนที่ไอ้ตุ๋นกบว่า "ต่อให้นิยายกาก ภาษาห่วย คำผิดเพียบ แต่เรื่องนั้นยังมีคนอ่าน มีคนซื้อ มันเป็นเพราะอะไร" กูบอกให้ก็ได้ เพราะมัน "สนุก" ในสายตากลุ่มเป้าหมาย ที่แม่งไม่ได้สนใจว่าภาษาไทยของนักเขียนจะเป๊ะเวอร์หรือไม่ คำผิดกูก็ไม่สน กูอ่านหมด สนใจแค่ว่าพระเอกจะหล่อ เทพ เอจจี้ ฟันหญิงแล้วทิ้ง ตบตั้งแต่เด็กท้ายหมู่บ้านไปยันเทพเจ้าสูงสุดเพื่อขึ้นเป็นใหญ่ได้หรือเปล่า ส่วนคนที่ไม่ได้แต่งนิยายแนวตลาด แล้วอยากเก่งขึ้นด้วยวิธีโบราณแบบที่กูเคยทำ แนะนำให้ "ขโมย" นิยายเรื่องนั้น

460 Nameless Fanboi Posted ID:GtWSBGN0ao

คำว่าขโมยที่ว่าไม่ใช่ว่าลอกมาเปลี่ยนชื่อตัวละคร เปลี่ยนชื่อสถานที่ (เดี๋ยวเจอด่าตายห่า) แต่เป็นการเลียนแบบบรรยากาศในฉาก เลียนแบบวิธีคิดของตัวละคร เลียนแบบทริคเซอร์วิส เช่น เคยอ่านนิยายที่ใช้บรรยากาศฝนพรำเน้นความดราม่าของฉากที่คู่ พระ-นาง พยายามคว้ามือของกันและกัน ตอนโดนบอดี้การ์ดของพ่อ-แม่จับแยก แล้วเอามาทำเป็นการบรรยายความหม่นที่ พระ-นาง กอดดันเป็นครั้งสุดท้าย กลางสายลมแผ่วๆ พัดใบเมเปิ้ลลอยเคลียข้อเท้า ความเศร้าเพราะการจากลาคงเดิมแต่เปลี่ยนองค์ประกอบใหม่ หรือเคยเจอนิยายเทพซ่าที่พระเอกมีมีดสั้นในตำนานสามารถตัดทุกสิ่งทุกอย่างให้ขาดออกได้ พระเอกเลยเก่งแบบตัวโจมตี แล้วมีมุกฝากไว้ก่อนจบเรื่องว่า แท้จริงแล้วมันเป็นมีดที่พระเจ้าเอาไว้ใช้แงะฝาปลากระป๋องเฉยๆ ไม่ได้เทพห่าไรเลย (แต่ความคมมันก็ระดับเครื่องครัวพระเจ้าอยู่ดี) ก็เอามาดัดแปลงเป็นตัวเอกที่มีโล่อารักษ์นิรันดร์ จะการโจมตีแบบไหนก็กันได้หมด แล้วบรรยายความเทพแบบตัวป้องกันล้วนๆ แล้วตอนจบก็ต้องใช้โล่มาป้องกันการโจมตีของเมียตัวเอง เพราะเมียแม่งดุ (อยากเข้าฮาเร็มรูทแต่เมียไม่ยอม) ไม่ก็นิยายขายตัวละครที่เก่งแบบชั่วๆ อย่างเคยไปเจอคนออกแบบตัวละครที่หักหลังได้ทุกฝ่ายขอแค่มันได้ประโยชน์ เลยเอามาออกแบบตัวละครที่เก่งสัสๆ แต่จะไม่ทำอะไร หากไม่ได้รับค่าจ้าง แล้วค่าจ้างที่ว่าดันเป็นความบริสุทธิ์ของนายจ้าง (เหี้ยแบบนี้พี่ชอบจัง แต่งแบบยาโอยก็กรุบกริบดี)

นั่นแหล่ะ อ่านมันเข้าไป อ่านซ้ำๆ จนรู้ทางว่าทำไมเราอ่านแล้วชอบมาก กรรมวิธีนำเสนอเป็นแบบไหน ความพลิกผันในเรื่องตรงไหนน่าสนใจ จังหวะแทรกมุกตลกทำยังไงไม่ให้ฮากริบ แล้วพอเข้าใจแล้วก็เอามาสร้างไอเดียใหม่ เขียนนิยายของตัวเองด้วยโจทย์ที่ว่า "แต่งยังไงให้ตัวเองรู้สึกว่าแต่ง+อ่านเรื่องนี้แล้วสนุกจังวะ" (แต่สนุกคนเดียวแบบลูกโม่ของนารุตะกี้ไม่เอานะ เสนียด) ถ้ามึงอ่านงานตัวเองแล้วยังไม่สนุก ยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้ดี ก็ไม่มีประโยชน์ ต้องทำไปจนกว่าจะมีความมั่นใจว่าปล่อยออกมาแล้วมีคนชอบแน่นอน ไปให้สุดจนกว่าจะค้นพบว่าตัวเองเหมาะกับทางไหน ถ้าลองแล้วไม่เวิร์คก็อย่าดันทุรัง เปลี่ยนไปลองอะไรใหม่ๆ มั่ง

3) เป็นขวยไร

- นูนๆ รีๆ มีใบนิดหน่อย ชื่ออ้างว่าม่วงแต่ตัวดันเหลือง ตอนดิบกินได้เปรี้ยวอย่าบอกใคร รากกูนั้นไซร้ พ่อ-แม่ มึงนอน

4) นิยายแชทแบบมีแต่คำพูดเจอบ่อยแล้ว มีนิยายที่ไม่พูดกันบ้างป่าวครับ

- (ไอ้เหี้ยนี่ลองของกูเหรอ) เอาไปเลย "หนังสือหยั่งรู้ฟ้าดินของเซนจิ" อ่านให้จบด้วยนะ แต่งมา 10 กว่าปีแล้วไอ้ลุงนี่

5) นอกจากตอนวิจารณ์นิยาย ทำไมพี่เขียนความเห็นแปลกจังค่ะ

- (มันน่าโบกสักที ใช้ คะ/ค่ะ ก็ผิด) เค ... เข้าเรื่อง คือที่เมนต์แบบลอยๆ ไหลๆ เป็นเพราะไม่อยากเอาตัวเองไปเกี่ยวกับกระทู้นั้นมากเกินไป บางทีก็จงใจเว้นช่องไว้ เผื่อโดนหาเรื่อง จะได้เล่นงานกลับได้ เมนต์แบบที่ดูท่าทีไม่ออกนี่แหล่ะดีแล้ว บางครั้งก็จงใจกวนแบบที่เฉพาะคนในโม่งเท่านั้นจะทันมุก บางทีก็เมนต์ไร้สาระ เพราะรู้ว่าอายุกระทู้แม่งคงไม่ยืน เขียนยาวไปเดี๋ยวก็โดนอุ้มอยู่ดี (เหมือนกระทู้นักแต่งเพลงวันนี้)

6) อ่านกระทู้ทุบนิยายแล้วเห็นมะม่วงอธิบายเกี่ยวกับการสับ อยากรู้หลักเกณฑ์ทั้งหมด ถ้ามีคราวหน้าจะได้เตรียมตัวถูกครับ

- (ยาวเลยทีนี้ แบ่งตอบยังไงดีวะ) ประวัติต้นกำเนิดสับกูพูดถึงไปแล้ว ว่าแรกๆ มันเกิดขึ้นในกระทู้ "ร่วมนินทาเด็กดวก" ใน Netwatch ก่อน แรกๆ คือช่วยกันตบพล็อตให้เพื่อนโม่งใจกล้า ต่อมาพอมีหมวด Web novel เลยย้ายมาเล่นกันในนี้ เงื่อนไขมีอะไรบ้าง อ่านด้านล่าง

- 6.1 นักเขียนต้องไม่ใช่พวกใจบาง วางอีโก้เป็น อยากพัฒนาจริงๆ
- 6.2 นิยายแต่งไปได้ไม่เยอะ มากสุดไม่เกิน 15 ตอน และจะสับให้แค่ 5 ตอนแรก (หลังๆ มาก็สับนิยายยาวกันหลายครั้งอยู่นะ)
- 6.3 นิยายจะต้องมียังมีวิวน้อย ซึ่งข้อนี้มีโม่งพยายามตั้งคำถามว่า ทำไมต้องวิวน้อยวะ พวกมึงชอบตบเด็กกันรึไง ทำไมไม่ไปสับขาประจำ สับพวกนิยายติดท้อปบ้าง ก่อนอื่นสำหรับพวกที่ถามแบบนี้ เอาหัวมึงมาให้กูตบเกรียนก่อน 1 เพรี๊ยะ เพราะพวกกูสับมาหมดแล้ว นิยายดังหลายล้านวิว นิยายเด่นในกระแส นิยายแนะนำโดยทีมงานทั้งบนหน้าโฆษณาของเว็บและหน้าเพจเฟซบุ๊ก นิยายที่กำลังดราม่า นิยายพวกขาประจำ มาเฟีย โทรล สับหมด (ขนาดแฟนฟิคลาฟลอร่า อ๊ะเอ๊ะอ๊ะ ก็ยังมี) แต่ที่เน้นสับนิยายที่เพิ่งจะลงสู่สนามไม่นานมันมีเหตุผลอยู่

461 Nameless Fanboi Posted ID:EFUwN5bWC4

>>459 อ้าวม่วง โครงการเดียวกันเฉย 55555

462 Nameless Fanboi Posted ID:A8ygSw8FWP

>>460 กูคือหนึ่งในทีมงานเคยร่วมสับที่ตอนนี้ก็เนียนๆมาส่องโม่งประจำ เลยขอเสริมนิดนึง มันมีบางกรณีที่โม่งมาร่วมสปอยต่อจากโม่งสับ ซึ่งการสปอยมันคือการสรุปเนื้อหาตามความเข้าใจ ไม่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่ใช่การสับที่เป็นการสรุปเนื้อเพื่อตีความ เลยอยากฝากบอกพวกเด็กดวกด้วยว่า มึงแยกการสับกับการสปอยให้ออกสิสัส มาส่องโม่งละเห็นสปอยนิยายตัวเองโดยเม้นแย่ๆ เลยเหมาว่าโม่งสับไร้คุณภาพเฉย กูไปเจอมาละนักเขียนที่บ่นแบบนี้(ในทวิตหรือเฟซไม่แน่ใจ) ไม่รู้ว่านิิิิิิิยายเจ้าตัวคือเรื่องไหน แต่คงไม่พ้นแฟนตาซีอะแหละ
ปล.ลุงนั่นยังแต่งนิยายไม่จบอีกเหรอวะ กูละนับถือจริงๆ

463 Nameless Fanboi Posted ID:GtWSBGN0ao

>>460

เหตุผลของการสับนิยายที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

- (กรณีนักเขียนแม่งอยู่ในโม่ง) มันจะยังมีโอกาสแก้ไขนิยายตัวเองทัน ตอนที่นักอ่านยังมีไม่เยอะ ถ้าแก้ไขแล้วมันดีขึ้นก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเขียนคนนั้น อย่างน้อยนักอ่านที่ผ่านมาเจอ เขาจะได้มีภาพจำในทางที่ดี ว่านิยายเรื่องนี้พอใช้ได้ เก็บไว้อ่านดีกว่า

- ความผิดพลาดหรือข้อด้อยของนิยายส่วนใหญ่ มักจะอยู่ในช่วงแรกของเรื่อง ปัญหาของแต่ละเรื่องแตกต่างกัน แต่ถ้าสังเกตให้ดีๆ ส่วนใหญ่เรื่องที่พลาดคือ เปิดเรื่องไม่ค่อยน่าสนใจ บทนำยังดีไม่พอ จนบางคนอ่านบทนำแล้วปิดหนี ถ้าเป็นแฟนตาซีก็ชอบ info dump ประวัติศาสตร์หีแตดอะไรไม่รู้ไว้ในบทแรก เหมือนนักอ่านเข้ามาแบบหิวข้าวมาก แต่มึงมัวแต่อธิบายว่ามึงจะผัดข้าวผัดยังไง วัตถุดิบมีอะไรบ้าง คนเขาก็หนีหมดดิวะ ดังนั้นพวกกูถึงต้องใจร้าย แล้วสับเละกับ 5 ตอนแรกของเรื่อง

-นักเขียนหน้าใหม่มีแนวโน้มจะรับฟังคำแนะนำมากกว่าพวกแต่งมานาน เรื่องนี้โซมีนก็เคยพูดไปแล้วในกระทู้สับล่าสุด ว่าไม่อยากสับนิยายที่ตอนเยอะ, มีคนติดตามเยอะ, วิวเยอะ เพราะนักเขียนพวกนี้จะมีอะไรบางอย่างที่เหมือนกัน คือมีความ too much self esteem แฝงอยู่ในใจลึกๆ ต่อให้ปากพูดว่ายอมรับคำแนะนำ ติชม แต่พวกนี้จะมีความต่อต้านแบบที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวอยู่ ทำให้คำแนะนำของเราที่ให้ไป แม่งใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ (เหมือนสับแล้วเหนื่อยฟรี) พวกที่นิยายดังพอตัว หรือขายได้แบบเป็นรูปธรรม พวกนี้ยิ่งลำบากหนัก เพราะด้วยความที่เจ้าตัวคิดว่าตัวเองแม่ง complete ในเชิงเป้าหมาย พวกนี้เลยกลายเป็นคนกลุ่ม overconfidence และเชื่อมั่นว่าตัวเองสุดยอดมั่กๆ ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือไอ้มอสโค้ดกับไอ้ตุ๋นเกรียน (ไม่ได้เขียนผิด)

ไอ้ฟิสิกส์มอสโค้ดคือเถียงหัวชนฝาว่านิยายตัวเองดีแล้ว พยายามให้กูอ่านเทียบไปตอนท้ายๆ กูเลยตบเกรียนไปว่าสับนิยาย เขาสับกันแค่ช่วงแรก เพราะความผิดพลาดมันมีอยู่ที่ช่วงนี้เป็นส่วนใหญ่ ช่วงที่มึงพัฒนาขึ้นแล้ว (หรืออาจเหี้ยเสมอต้นเสมอปลายจนถึงตอนท้าย) จะให้พวกกูตามไปอ่านทำไม ต่อให้อ้างว่านิยายดีขึ้นแล้ว มันก็ไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่า "ช่วงแรกแม่งกาก" ให้เป็นอื่นได้ ที่มึงมาไกล และมีคนตามอ่านขนาดนี้ อาจมีเหตุผลหลายอย่างคอยช่วยอยู่ แต่มึงแม่งไม่สำเหนียกเลยว่าจำนวนคนที่เลิกอ่านเพราะ 5 ตอนแรกของมึง อาจเยอะกว่าจำนวนนักอ่านปัจจุบันเสียอีก คนแบบนี้เลยสมควรถูกปล่อยให้อยู่ในกะลาต่อไป เป็นพวกที่กูไม่อยากสับให้ เพราะกะลาที่ครอบหัวอยู่มันหนาเกิน

ส่วนไอ้ตุ๋นเกรียน (เน้นเขียนนิยายดูดเงินเกรียนจนเหมือนเป็นพวกต้มตุ๋น) คือมั่นใจในเทคนิคการลงถี่ เขียนแกรี่ รู้ว่าเกรียนชอบพระเอกแบบไหน อ่านนิยายเทพเซียนเกิดใหม่จีนมาเยอะจนรู้แนวทาง มีมังงะเรื่อง doupo cangqiong เป็นแบบอย่างให้ "steal" เคล็ดวิชา (อาจจะ)ใช้ศาสตร์นอกรีตเช่นทำ SEO หรือซื้อโฆษณาแบบลับๆ รู้จักช่องทางโปรโมต ลงนิยายหลายเว็บก่อนผูกให้มาจบลงในเด็กดวก เพิ่ม traffic ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อวดอ้างได้ว่ามีรายรับจำนวนมากจากการเขียนนิยาย (อ่านแล้วขำเขียนทั้งปียังได้ไม่เท่ากูทำ project เดียว) เป็นได้แค่พวกไลฟ์โค้ชขายฝันเอาแต่พูดสวยหรู แนะนำโน่นนี่ แล้วเก็บเงินค่าคอร์สเข้ากระเป๋าเนียนๆ มีความมั่นใจเพราะรู้ตัวว่ามันเขียนนิยายที่ "สนุกโดนใจ" เด็กๆ (หรือผู้ใหญ่ยังเบียว) ในเว็บได้ ซึ่งทำให้มันกลายเป็นคนไม่สนคุณค่าด้านวรรณกรรม ระดับฝีมือก็จะตันอยู่แค่นี้ แค่เท่าที่ทำให้มันขายนิยายออก เป็นตัวอย่างของคนที่ไม่ได้แต่งนิยายเพราะรักงานเขียน แต่แต่งเพราะเห็นว่านิยายเป็น "้เครื่องมือ" หาเงิน

นี่แหล่ะ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องการสับพวกไม้อ่อนดัดง่าย

464 Nameless Fanboi Posted ID:GtWSBGN0ao

เอ้อ... แล้วในรายชื่อรอสับ มีนิยายของ doggiebiz ติดอยู่ (เรื่องใต้ฟ้าฯ) ใครจะสับก็สับเลยนะ เพราะกูรู้จักนักเขียนเป็นการส่วนตัว (สมัยก่อนพี่คุยกับเธอในบอร์ดบ่อยอยู่นะยะ) นอกจากนิยายจะตอนเยอะแล้ว กูกลัวจะสับแบบเผลอใจลำเอียง ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องขอสละสิทธิ์

7) ผมแต่งนิยายห่วยมาก ถ้าฝึกไปเรื่อยๆ จะเก่งขึ้นจริงเหรอครับ

- คำถามนี้พูดยาก เพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างต้องเอามาคิดประกอบ อย่างเจ้าของคำถามนี้คือไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งเท่ากับแย่ไปแล้ว 1 อย่าง เพราะความคิดเชิงลบแบบนี้จะทำให้เราไม่กล้าไปต่อ พอไม่เห็นผลตอบรับที่ดีก็จะเลิกเขียน เหมือนนิยายค่อนเว็บที่พอไม่มีคนอ่านก็เข้าบอร์ดมาโวยวายแล้วลาก่อย ถ้าอยากเก่งขึ้น อย่างน้อยที่สุดต้องมีความตั้งใจและทัศนคติที่ดี ถึงจะไม่ไม่ทันใจว่าตัวเองจะเก่งขึ้นจริงๆ อย่างน้อยต้องคิดไว้ก่อนว่า เรา "อาจจะ" ไปถึงฝั่งฝัน ใช้คำว่าอาจจะเพื่อไม่ให้ตัวเองหวังมากไป หรือท้อจนไม่อยากคาดหวัง ก้าวไปด้วยความคิดแบบเป็นกลางไปก่อน บทสุดท้ายจะจบลงยังไง ก็หาคำตอบไปด้วยตนเอง ถ้าจะให้เทียบกับการวาดการ์ตูน เรื่องที่โด่งดังกว่าครึ่งแปลงมาจากมังงะตอนเดียวจบ หรือมังงะประกวดเล่นๆ ก็มี จากที่อ่านทั้งนิยายและการ์ตูนมาตั้งแต่เเด็ก จะพบความจริงบางอย่างที่เหมือนกันของทั้งสองสิ่งนี้ คือช่วงแรกๆ "ค่อนข้างกาก"

ลายเส้น 2 เล่มแรกวาดห่วยจนน่าใจหาย แต่ได้อนิสงค์จากเนื้อเรื่องเป็นตัวดึงนักอ่านให้ไปต่อ (ถ้านิยายก็เป็นเรียบเรียงห่วย คำผิดบาน แต่พล็อตน่าสนใจ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเป็นนักวาดมือสมัครเล่น ไม่เคยวาดที่ไหนมาก่อน เรื่องนั้นเป็นเรื่องเดบิวเข้าวงการ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือมังงะเรื่อง Shingeki no Kyojin หรือที่รู้จักกันในชื่อไทยว่า "ผ่าพิภพไททัน" จะเห็นได้ว่าฝีมือการวาดเล่มแรก ห่วยเหี้ยๆ แต่อาจารย์ฮาจิเมะ อิซายามะ ก็วาดเรื่องนี้ต่อไปท่ามกลางคำครหาเกี่ยวกับรางวัลที่ได้รับ (เอาจริงๆ คือกรรมการเข้าให้รางวัลเพราะชอบไอเดียมากกว่าลายเส้น) จนในที่สุด Attack on Titan ก็กลายมาเป็นหนึ่งในมังงะซีรี่ส์ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก ลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ทั้งความดิบและความคม แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ ขอให้ลองชมตัวอย่างตอนที่ 1 ดู ว่าลายเส้นต่างจากลายเส้ยโคตรเทพในฉบับปัจจุบันขนาดไหน

https://books.google.co.th/books?id=nLBwDwAAQBAJ&pg=PT12&source=kp_read_button&redir_esc=y#v=onepage&q&f=false

คือไม่ได้กะจะขายฝันอะไร แต่จะบอกว่า ไม่มีใครย่ำอยู่กับที่ถ้าฝึกฝนตลอดเวลา ถึงจะไม่ได้ไปถึงขั้นเทพ แต่จะหลุดพ้นจากความกากเป็นแน่นอน แต่ถ้าแต่งนิยายมา 10 ปี ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ก็แนะนำให้เลิกไปขายข้าวเหนียวหมูปิ้งแทนเหอะ

8) มะม่วงมีโครงการจะสับนิยายในกระทู้ตั้งเองป่ะคะ

- ยังไม่แน่ใจ เอาไว้ถ้าว่าง+อารมณ์ดี อาจโผล่ไปรับสัก 5 คิว สับเต็มรูปแบบเหมือนเดิมแต่คงใช้ภาษาดอกไม้คล้ายเรื่องจินอี้

9) แนะนำหนังสือนิยายแนวดิสโปเทียให้หน่อย

- (เขียนดิสโทเปียก็ผิด) อะ เอาไปสัก 3 เรื่อง ... 1984 ของจอร์จ ออเวล / อุณภูมิเผานิยาย (Farenheit 451) / Brave New World (ฮังเกอร์เกมเห็นบ่อยแล้ว เลยไม่แนะนำ)

10) 5ส ในชื่อคืออะไรเอ่ย

- ในนี้น่าจะรู้กันหมดละ กลายเป็น meme ประจำมู้ขนาดนี้

โอเควันนี้คงพอแค่นี้ก่อน ไว้ว่างจะมาสับนิยายเรื่องต่อไปในลิสต์นะะะ

ด้วยรักและเสน่ห์มากล้น

`มะม่วง

465 Nameless Fanboi Posted ID:EFUwN5bWC4

>>462 บั๊กสระลอยมึงเนี่ย เห็นกี่ทีกูก็ฮา

466 Nameless Fanboi Posted ID:d6pwN/DnBk

>>465 มันเออเร่อจนกูขี้เกียจแก้ละ มือถือใช้มานานอะ แต่ที่น่าแปลกคือมันลอยแค่เว็บโม่งว่ะ กูละงง

467 Nameless Fanboi Posted ID:TYa.z8Flx2

เห็นโม่งขยันกันแบบนี้ทำเอากูอยากกลับมาเขียนให้พวกมุงสับกันอีกจัง
แต่ชีวิตกูกำลังจังไรได้ที่ ทั้งงาน ทั้งเรียนต่อ จนแม่งไม่มีเวลาแม้กระทั่งคิดพล็อตเลย

468 Nameless Fanboi Posted ID:EFUwN5bWC4

>>467 ถ้าอยากเขียน มึงสละเวลานอนว่ะ กูก็ชีวิตบัดซบได้ที่ ทั้งทำงาน ทั้งเรียนต่อ เสือกเขียนนิยาย 2 เรื่องพร้อมกัน แล้วแม่งยังจะสะเออะมาสับนิยายอีก ถ้าเกิดช่วงไหนเงียบหายไปไม่ได้มาสับ ก็จัมวรั้ยว่าโม่งสับไม่ว่างว้อย ใกล้ตายแล้ว

469 Nameless Fanboi Posted ID:p4kgWTQ25J

>>468 เออจริง สมัยก่อนในบอร์ดแม่งก็มีกระทู้ทำนองนี้ คือถามว่าพวกวัยทำงานแต่งนิยายกันยังไง คำตอบแม่งคล้ายๆ กันหมด คือบูชายัญเวลานอนมาแต่ง 1-2 ชั่วโมง ไม่งั้นไม่มีช่องเลย

470 Nameless Fanboi Posted ID:rgZI4E/S7T

ไม่อยากทำลายช่วงเวลาสาระนะ แต่เล่าเบียวเดินหมากแล้ว https://www.dek-d.com/board/view/3959490/1 "ยุ่งน่า"

471 Nameless Fanboi Posted ID:mvOSVpsqXY

บางทีก็น่าลองปล่อยให้น้อนได้มีตัวตนดูนะ แต่อีชิบหอยฝีมือก็แค่นั้น แต่พยายามจังเห็นแล้วก็รําคาญ

472 Nameless Fanboi Posted ID:aOo4+uNjY2

>>470 I-HANN คนเดียวกับนอนเมมที่ชื่อ HANN เปล่าวะ หรือคนละคนกัน ทำไมมู้นี้ดูเกรี้ยวกราด

473 Nameless Fanboi Posted ID:Uw0X6jHg8E

>>464 ข้อ 7 นี่กูพิสูจน์เองแล้วว่า เขียนนานมันก็ดีขึ้น เก่งขึ้น โชคดีที่กูรู้ว่า ตัวเองห่วยมาก ภาษาเหี้ย จังหวะก็แย่ คำผิดเยอะ ตอนนั้นในเด็กดีตอนเปลี่ยนเป็น ID เวอร์ 2 เขามีการเขียนเทคนิคต่าง ๆ ประมาณว่า 10 เหตุผลที่ไม่ควรเลิกเขียนนิยาย การสร้างพล็อต การดำเนินเรื่อง กำลังใจ ในบอร์ดก็มีพวกคนเก่า ๆ แชร์ ถึงจะปั่นดาวบ้างก็เถอะ ถ้ามึงรู้ตัวเร็วว่าเหี้ยตรงไหน แล้วเริ่มพัฒนา มึงจะเดินต่อไปได้ งานทุกสายมันพึงประสบการณ์ความชำนาญทั้งนั้น งานเขียนก็ด้วย มึงไม่มีประสบการณ์ไม่ต้องงอแง มึงก็หาเลย อ่านไป เขียนไป ฝึกต่อไป มันแค่นี้จริง ๆ ที่กูทำมาเนี่ย เรื่องไม่ว่าง นี่กูเคยเทการเขียนตอนหางานทำ กูเครียดด้วยแหละ ตกงานนาน พอได้งานต้องปรับตัวอีก แต่กูก็อ่านหนังสือ เขียนแคปชั่นสั่น ๆ ไว้ต่อยอด

การคาดหวังกับงานเขียน มึงทำไปเลย ว่างานกูโคตร Masterpiece แต่ถ้าเจอคนวิจารณ์ ใจมึงต้องเป็นกลางที่จะอ่านแล้วแยกส่วนออกมาให้ได้ รับรู้ถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ด้วยมึงรู้ส่วนนิยายของตัวเองดีที่สุด ในขณะคนวิจารณ์คือคนที่อ่านจากมุมข้างนอก จะติชมตามโครงสร้างที่เขามีประสบการณ์ การเผยแพร่ผลงานมึงต้องเตรียมใจตรงนี้แหละ แต่ก่อนร้านวิจารณ์สายโหดฉิบหาย กูก็เปรี้ยวตีนไปขออีก เจอวิจารณ์เจ็บหนักแต่ไม่ตาย กูมาโม่งแล้วรู้สึกว่า เออ แม่งมีสาระกว่าเด็กดวกอีกนะ ที่ผ่านมากูไปอยู่ไหนมา อ๋อ อีเหี้ย หางานนี่เอง

ส่วนนี้กูเห็นด้วยกับมะม่วง ว่าอยู่ที่ตัวเองวะ สมัยก่อนเน็ตเหี้ยมาก ถ้าใครทัน HI5 จะรู้ว่าทำไม facebook แม่งตีได้ แต่งโค้ดอลังการนึกว่าส่งประกวด แต่มาสมัยนี้กูว่ารุ่นใหม่มีความมั่นหน้ามั่นโหนกมั่นเบ้า จนน่าหมั่นไส้เลยนะบางที นี่ควรเอาเยี่ยง แต่ไม่ควรเอาอย่างคือ อัตตา อีโก้ สองอย่างมันมีในตัวนักเขียนอยู่แล้ว ต่อหน้าสาธารณะ ถ้ามีคนบอกว่างานมึงไม่ดี ต่อให้ตั้งใจมาด่า มึงต้องตั้งสติและเลือกเอาว่า จะเงียบ ตอบโต้ ขอบคุณ เป็นนักเขียนมึงต้องรักษาภาพลักษณ์ตัวเองด้วย ไม่ก็กล้าฉอด กล้ารับ แต่งานฉันดี ฉันมีพาวอะไรก็ว่ากันไป

ไม่อยากเอาคนในบอร์ดตอนนี้ มันแค่ส่วนหนึ่งของนข./นอ. ทั้งหมด ที่แบ่งรุ่นขอที่ยืนให้รุ่นใหม่ แม้หลายคนผลงานในบอร์ด พูดถึงตัวคนมากกว่านิยาย หลายคนยังจับประเด็นอะไรไม่ได้เลย คำพูดต้มยำ การกระทำนต้มจืด อยากมูฟออน แต่แม่งก็กลับมาเรื่อย ๆ ยอมใจ เหมือนสำนึกบางอย่างได้หายไปแล้ว มิรันนี่ตัวอย่างที่อยู่อย่างเซฟ ๆ นะ อันนั้นนางเสียเปรียบจะเงียบหายไป บางทีหายไปแบบยกกระทู้

กูก็นอกประเด็นไปเยอะเลยนี่หว่า โทษที

474 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

เบียวเอ๋ย เห็นมันเลิกใช้ไขสันหลังตอบแล้วไปนอน กูก็นึกว่าเริ่มจะมีสมอง พอตื่นมาใครปั่นนิดปั่นหน่อยมึงก็ดิ้น 4x100 ซะงั้น

475 Nameless Fanboi Posted ID:aOo4+uNjY2

พูดถึงเรื่องการพัฒนาตัวเอง คือกูเห็นในบอร์ดมักจะแนะนำให้อ่านนิยายเยอะๆ ซึ่งกูไม่ค่อยเห็นด้วย การอ่านนิยายเยอะมันก็ได้ประโยชน์ส่วนนึงคือมึงจะได้คลังคำศัพท์ แนวทางการเขียนแต่ที่มึงจะเสพติดไปด้วยคือการเขียนแนวตลาด ถ้าอยากจะพัฒนาจริงๆ กูว่าเอาเวลาไปอ่านนิยายที่มีคุณภาพดีกว่า ใช้สมองคิดวิเคราะห์แยกแยะเยอะๆ เหมือนกำลังทำงานวิจัย มันเร็วกว่าที่จะมานั่งอ่านนิยายร้อยเรื่องแล้วมานั่งตกผลึก ซึ่งบางคนอ้างตัวว่าอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ ยันจะแก่แล้วกูก็ไม่เห็นว่าฝีมือมันจะดีสมกับนิยายที่มันสั่งสมมาตรงไหน กูไม่ได้บอกว่าการอ่านหนังสือเยอะๆ มันไม่ดีนะ แต่ถ้าเข้าไม่ถึงแกนหลักมันก็ไร้ประโยชน์ (ฝอยนอกเรื่องเหมือนกันว่ะ)

476 Nameless Fanboi Posted ID:mvOSVpsqXY

>>475 อ่านเยอะที่แนะนำมือใหม่ คืออ่านหนังสือหลาย ๆ แนว ไม่ใช่แค่นิยายหรือแค่แนวที่เมิงเขียน ซึมซับวิธีการสื่อสารหลาย ๆ แบบ
ไม่ได้ต้องการให้อ่านเพื่อตรัสรู้เขียนหนังสือเทพ "แต่เป้าหมายคือเขียนหนังสือแล้วอ่านรู้เรื่อง"

ส่วนการพัฒนางานเขียนเป็นเรื่องของสติปัญญาโดยแท้ กุให้เป็นเรื่องบุญเก่า 5% ซึ่งสอนกันไม่ได้หรอก สอนได้ทุกคนก็เขียนหนังสือเนื้อหาเทพ ๆ กันได้หมดแล้ว

477 Nameless Fanboi Posted ID:p4kgWTQ25J

>>475 วิธีเรียนรู้ที่ได้ผลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอ่านแล้วดีขึ้น บางคนฟังเพลง บางคนดูหนัง หรือฟังละครเสียง (เหมือนพวกปอร์ดแคส) เพื่อเก็บวิธีการ/แนวคิด

ที่กูพิมพ์ข้างบนคือขั้นตอนรับข้อมูลเข้า พอถึงขั้นตอนที่สองคือการเรียนรู้และประมวลผล สมอง ความคิด สติปัญญา พรสวรรค์ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีก บางคนแป๊บเดียวเก่ง บางคนใช้เวลา 3-5 ปีเพื่อเข้าถึง Way ของตัวเอง

ส่วนสุดท้ายคือการส่งข้อมูลออก นำเสนอ, เขียนงาน ก็เขียนออกมาไม่เหมือนกันอีก บางคนถนัด pov 1 บางคนก็ 3 บ้างก็เล่าแบบนิทาน ฯลฯ

ที่จะสื่อคือ ยึดติดกับวิธีใดวิธีนึง สุดท้ายก็ไปไหนได้ไม่ไกลอะ ต้องลองเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอทางที่เหมาะกับตัวเอง หรือถ้าพบว่าตัวเองเอาดีทางนิยายไม่ได้ ก็กลับไปแต่งเพลงเหมือนเดิมดีกว่า (อิอิ)

บางคนในบอร์ดนี่โคตรกูรู คำสอนระดับตำนาน ผลงานระดับตำบล ก็เจอได้เยอะแยะไป ต้องแยกแยะให้ออก ระหว่างมานะพยายามกับดันทุรัง ยึดแต่ทฤษฎีหรือตำรามากไปมันไม่ดีหรอก เรื่องในตำรามีไว้ใช้เรียนรู้พื้นฐาน และผลงานจริงๆ มันต้องค้นคว้าเอง

หลักสูตรที่สอนกันมาแม่งก็เหมือนปุ๋ยสูตรตายตัว แต่คนที่มาเรียนเป็นต้นไม้คนละพันธุ์ ปุ๋ยแบบเดียวแต่โปรยลงใส่ต้นกล้าที่แตกต่าง บางต้นอาจเจริญงอกงามดี บางต้นก็เฉยๆ ,โตช้า หรือบางต้นแม่งก็ตายห่าไปเลยก็มี

พื้นฐานอะดี เรียนไว้เหอะ แต่อะไรที่มันขั้นสูงขึ้นมา เลียนแบบไปก็ใช่ว่าจะได้ผลดีเสมอไป

478 Nameless Fanboi Posted ID:yJ0/sqfC6N

>>475 นอกจากอ่านแล้วเขียนเยอะ ๆ เขียนเหี้ยก็เขียนไป เขียนสิบเรื่อง ร้อยเรื่อง มันต้องดีขึ้นบ้างสิวะ

กูเคยเอางานเก่า ๆ ของตัวเองมาอ่านแล้วรู้เลยว่าพัฒนาขึ้น ตอนเขียนอาจจะไม่เฟรชเท่าสมัยเป็นเด็กเขียนด้นสดเบื่อแล้วเท แต่ในความไม่เฟรชมันมีแง่มุมหรือความซับซ้อนของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากขึ้น โดยที่ถ้ามึงไม่พัฒนาฝีมือการเขียน มึงจะไม่สามารถเขียนนิยายที่มีความลึกได้เลยเพราะความสามารถในการถ่ายทอดไม่เพียงพอ

เพราะงั้นอ่านให้เยอะ เขียนให้เยอะ มันเฟมือนเรียนภาษาอังกฤษ ถ้ามึงไม่รู้ศัพท์ ไม่รู้แกรมม่าหรือวิธีที่เขาใช้กัน มึงก็พูดไม่ได้ แต่ถ้าไม่ขยันฝึกพูด มึงรู้แหละว่าจะพูดอะไร แต่สื่อให้คนฟังฟังไม้รู้เรื่องก็จบกัน

479 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

กูว่าอีโตะเล่นโม่งแน่เลยสัส ไปตั้งมู้แซะน้อนเล่าอีก น้อนเล่าก็ตามด้วย
https://www.dek-d.com/board/view/3959514/

480 Nameless Fanboi Posted ID:IF4kojz8iI

>>479 รู้ได้ว่าแซะน้องเล่า กูอ่านยังไม่รู้ว่าแซะน้องมันเลย

481 Nameless Fanboi Posted ID:IF4kojz8iI

>>480 รู้ได้ไง*

482 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>480 กูขอยกวรรคนึงมาละกัน

" เวลาทะเลาะกันเขาก็ชอบบอกว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าอย่ามากดดันเขา"

มึงคุ้นมั้ย ๆ แค่มึงเปลี่ยนคำว่าซึมเศร้าเป็นโรคจิตก็ลงตัวละ

483 Nameless Fanboi Posted ID:b/+.MNQtX5

ขอบ่นหน่อย กูนักปฏิวัติเอง
รู้ว่าไร้ประโยชน์แต่พวกมึงเสือกมโนหลงกันไปไกลจนกูอยากพูดบ้าง

ช่วงตั้งกระทู้ เกี่ยวกับวิธีการลงโทษพวกนักเขียนที่พิมพ์ผิดบานเบอะทุกย่อหน้า เจตนากูก็ตรงตามนั้นไม่ได้มีเรื่องอื่นแอบแฝงอย่างที่พวกมึงคิดว่าต้องการจะเพิ่มยอดคนอ่านยอดวิวเหี้ยไรนั่นที่กล่าวหากูเลย เพราะกูหลุดพ้นจากเรื่องพวกนั้นไปแล้วเว้ย

ซึ่งวิธีที่กูเสนอออกไป คือคำที่แม่งผิดจะยังมี เส้นแดง ติดหราอยู่ใต้คำไปแบบนั้น (ไม่ใช่ตัวอักษรแดงไอสัส) โดยก่อนหน้าที่กูจะตั้งกระทู้ มันมีกระทู้บ่นถึงคำผิดแบบที่เปิดเรื่องไหนไปก็เจอ บางเรื่องหนักเหี้ย ๆ จนคิดว่าเสียเวลาฉิบหายที่กดเข้าไปอ่าน กูเลยตัดสินใจหยิบประเด็นนี้มาเล่นแรง ๆ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแบบจริงจังไม่ใช่แค่ปล่อยผ่าน เพราะเรื่องนี้สิบปีผ่านมาจนถึงยุคกูแล้วก็ยังไม่เห็นว่าแม่งจะดีขึ้นตามที่เม็มคนหนึ่งซึ่งมาตอบกูว่าไว้

เจตนากูมีเท่านี้จริง ๆ ไม่ต้องคิดเยอะ คิดได้ไงเรียกยอดวิวผ่านดราม่าในกระทู้ ไอสัสแม่งจะได้เพิ่มขึ้นสักเท่าไรกัน แต่หลังจากเรื่องนี้ทำให้กูรู้ว่า จะปรับเปลี่ยนเหี้ยไรให้มันดีขึ้นเป็นมาตรฐานสักอย่าง เว็บแม่งต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ที่ดีกับตัวเองก่อนเป็นสิ่งแรก (ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนรวม) จนทำกูผิดหวังมากและแทบจะมูฟออนช่างหัวพวกแม่งในทันที

เกี่ยวกับบทลงโทษที่กูเสนอ สำหรับกูมองว่าสมควรแล้ว เพราะในเมื่อมึงคิดจะเป็นนักเขียน สิ่งสำคัญก่อนความสนุกของนิยายมึงก็คือความถูกต้องของภาษาเว้ย กูไม่คิดจะทนอ่านเรื่องที่แม่งเต็มไปด้วยคำผิดหรอก ไม่ต่างเหี้ยไรกับขยะชิ้นหนึ่งที่ถูกโยนทิ้งลงข้างทางจนเดือดร้อนต้องรอให้มีคนผ่านทางมาเห็นแล้วช่วยเก็บ ที่เหี้ยกว่านั้นคือเรื่องที่เต็มไปด้วยขยะเสือกแพ็คขายได้หน้าตาเฉย เว็บแม่งไม่ได้สละเวลาคัดกรองให้เลย แค่เห็นว่าจบเรื่องจบภาคกูก็ยินดีให้พวกมึงนำขยะมาวางขายได้แล้ว แล้วเป็นไงล่ะไอสัส กูไม่รู้หรอกว่านักเขียนที่พยายามรักษามาตรฐานเรื่องของตัวเองให้มีคำผิดน้อยที่สุดคิดกันยังไง หรือไม่ได้ใส่ใจกันเลยตั้งแต่แรกก็เหอะ แต่กับกูแม่งโคตรรู้สึกไม่ดี จนตอนนี้ปล่อยเบลอแล้ว สนใจแต่ตัวเองดีกว่าไอสัส

กูพยายามช่วยนักอ่านนักเขียนให้ได้รับสารที่ถูกต้อง รวมถึงตัวกูเองด้วย ไม่ใช่ทนแดกแต่หญ้าเป็นวัวควายไปเรื่อย ๆ รอความเปลี่ยนแปลงอยู่เฉย ๆ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำจะเกิดขึ้นหรือเปล่า

มีบางสิ่งอยากจะบออก กูไม่เคยลบกระทู้ตัวเองโว้ย เว็บแม่งโยนมาให้กูรับหน้าด้าน ๆ เลยไอ้ฉิบหาย...เจ้าของลบกระทู้ ลบพ่องสิไอเหี้ย

484 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

>>479 เอ้าแหงล่ะ ก็เล่นสมัครเมื่อวานนี้เองนี่ ไอพวกเมมเบอร์ดาวเดียวเม้นท์ล่าง ๆ ที่ตอบกันในมู้น้อนเบียวก็พวกโม่งกันทั้งนั้นอ่ะ ยกเว้นไอ้ winidira (ที่อิเล่าเบียวแม่งก็ตามเนื้อหาไม่ทัน พาลด่ากราดไม่รู้เหนือรู้ใต้ใส่ซะงั้น กูล่ะขำจุง)

485 Nameless Fanboi Posted ID:mvOSVpsqXY

กุอยากจะคุยกับเล่าเบียวพี่เวบก็ยกมู้กุไปปัญหาโรงเรียนเฉย ปวดหัว กุอยากรู้ว่าถ้าเป็นมัน ๆ จะจัดการยังไงกับตัวเอง มันบอกให้วิเคราะห์มันอย่าไปดูถูกมัน มวย

486 Nameless Fanboi Posted ID:N17+9yl.BO

>>483 แล้วจะขีดเส้นแดงกับอักษรแดงมันก็ประจานเหมือนกันอยู่ดีปะล่ะ มีอะไรต่างกันตรงไหน?

มันไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่าการประจานตัวคนเขียนเลยรึไง? แล้วจะหวังอะไรกับเว็บมากล่ะ มันเป็นธุรกิจไม่ใช่องค์กรณ์การกุศลเพื่อการเขียนสักหน่อย

487 Nameless Fanboi Posted ID:jqO/xd2YQe

>>483 แล้วอย่างกรณีชื่อคน หรือคำทับศัพท์ที่ระบบของเว็บไม่รู้จักล่ะ มันก็ติดเส้นแดงไปด้วยดิ ทั้งที่นักเขียนก็เขียนถูกอยู่แล้ว

คือเรื่องคำผิดนี่กูว่าคนอ่านแยกแยะได้แหละ ถ้ามันจะขายได้ทั้งที่ยังผิดอยู่ก็ช่างหัวแม่งเหอะ ไม่ชอบก็ไม่ต้องไปอุดหนุนแม่ง

488 Nameless Fanboi Posted ID:L93c.SfJ/A

>>485 เพราะมันไปอยู่ปัญหาวัยรุ่นนั่นแหละ กูเลยงงว่าเกี่ยวไรกับน้องเล่า ตอนนี้เข้าใจและ

489 Nameless Fanboi Posted ID:zwPokh3X5J

>>483 เพื่อความมีอารยะกูจะไม่สนเรื่องมึงจงใจถอดโม่งมาประกาศตัวตนในนี้ แต่จะถกเรื่องการเน้นคำผิดที่มึงเคยตั้งกระทู้ไว้ โอเค กูเคยเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเว็บมาบ้าง ถึงจะรู้ไม่ลึกแต่ไอ้เรื่องการสร้างระบบตรวจคำผิดแบบนี้มันเปลืองงบเหี้ยๆ เลย แล้วกูว่าทางเว็บคงไม่อยากลงทุนขนาดนั้น เรื่องคำผิดกูว่าต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมว่ะ คนอ่านไม่ค่อยสนใจหรอก กูเลยคิดแค่ว่า ไม่ต้องไปบอกคนอื่นหรือรณรงค์ให้เขียนคำถูกหรอก ดูแลตัวเองไม่ให้ผิดก็พอแล้ว คือกูเริ่มที่ตัวเอง คนอื่นเห็นก็อาจทำตามทีหลัง หรือถ้าไม่ทำก็แล้วแต่

ถึงเรื่องจะผ่านไปนานแล้ว แต่กระทู้ตะกรามของมึงนี่กูฝังใจมาก บอกตรงๆ กูแม่งผิดหวังนะ เพราะกูแม่งก็อ่านแบบเงาๆ จ่ายเงินซื้อแพ็คมึงเพราะเห็นว่างานใช้ได้ สำนวนจีนดูออกว่าทำการบ้านมาดี พอมึงมาพูดแบบนี้กูเลยลาขาด ถ้ามีอะไรจะพูด จะอธิบาย ก็เคลียร์ให้จบ กูจะอ่านแล้วเลิกแล้วต่อกันกับมึง

จากกู นักอ่านเงาที่มึงด่านั่นแหล่ะ

490 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

>>483 พอดีกูสนใจเรื่องพวกจิตวิทยาเด็กเป็นพิเศษ (เพราะแม่งจะฟ้องว่าประเทศนี้กำลังชิบหายหรือกำลังเจริญ) กูพูดเฉพาะเรื่องคำผิดแล้วกัน ก่อนหน้านี้ทั่วโลกแม่งเจอปัญหาคล้ายๆกันคือเด็ก นักเรียน นักศึกษาแม่งเครียดจนฆ่าตัวตาย หรือถ้าไม่ได้ฆ่าตัวตายแม่งก็กลายเป็นคนเฮงซวยที่เจออะไรแม่งก็จับผิด ไม่ถูกใจไปซะหมด เขามองว่าปัญหามันอยู่ตรงที่ระบบมันสอนให้เด็ก "คิดหาคำตอบที่ถูกต้องในเวลาที่เร็วที่สุด ใครทำได้รับที่ 1 ไปไอ้สัส" การเลี้ยงดูในรูปแบบนี้จะทำให้เด็กมันกลัวเชี่ยๆ ว่ากูจะทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า (พวกที่ฆ่าตัวตายจะมี mind set ประมาณว่ากูทำเหี้ยอะไรก็ผิด) ซึ่งจะส่งผลให้เด็กแม่งปอดแหก ไม่กล้าคิดอะไรใหม่ๆ (เดี๋ยวโดนหักคะแนน) ไม่ก็โกงแม่งเลย ลอกคนที่ทำถูกแน่ๆ หรือไม่ก็มาตั้งกระทู้ประสาทแดกในเด็กดวกว่า "ผิดไหม? ถ้า..." "เอล์ฟท้องกี่เดือน?" ประเทศสิงค์โปร์แม่งเข้าใจเรื่องนี้เลยเปลี่ยนนโยบายก่อน https://brandinside.asia/singapore-cut-mid-year-exams/

กูไม่เถียง ว่าถ้าจะเป็นนักเขียนมันก็ต้องมีความรับผิดชอบในการตรวจคำผิด แต่มันต้องดูเรื่องวิธีการที่เหมาะกับสภาพจิตใจของเด็กด้วย เพราะสภาพแวดล้อมของมันในตอนนี้ก็เหี้ยพออยู่แล้ว สอบห่าสอบเหววัดผลอะไรไม่รู้เยอะแยะ ส่วนผู้ใหญ่แม่งก็ต้องรู้ตัวว่าพวกมึงถูกสอนให้ระวังความผิดจนติดเป็นนิสัย เพราะงี้พวกมึงทั้งหลาย(รวมถึงกู)ถึงได้เจอแต่พวกเด็กใจบาง ไม่ก็ใช้อีโก้มาเป็นโล่เพราะกลัวว่ามันจะกลายเป็นคนผิด

491 Nameless Fanboi Posted ID:BqShsJmzIh

รายงานด่วน ขณะนี้ปรากฎกองกำลังปกป้องน้อนเล่าเบียวแล้วในมู้>>428

492 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

ตรรกะโม่ง = แยกร่างมาอีกแล้ว นินจุสสุไหมละมึง

493 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>492 คาถาแยกเงาสามพันร่างพ่อง ดูไอพีก็รู้แล้วปะว่าคนละคนกัน ไม่ใช่อวตาร จ๊าดง่าวจริง ๆ (กูหมายถึงคนในบอร์ดที่ปกป้องน้อนเบียว)

494 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

>>493 มันเรียกเล่าเบียวว่า 'เฮีย' ว่ะ

495 Nameless Fanboi Posted ID:9Onro03fwu

ใครก็ได้ไปตบเกรียนไอ้คนหาว่าแยกร่างทีดิ๊ ว่าที่ต้องสมัครเป็นเพราะมันปิดไม่ให้นอนเมมโพส เขียนตอบกลับข้างล่างเม้นมันนั่นแหล่ะ คนละโพสก็ได้ จะได้เลิกพูดอะไรส่งเดช ให้มันแหกตาดูเลขไอพีด้วย แม่งน่าเบื่อไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนอยากโชว์ความเห็นหล่อๆ (ถ้าแม่งรู้วีรกรรมไอ้เล่าโปกในนี้ คงกลับลำเลิกปกป้องแทบไม่ทัน)

เหมือนที่กั้มป์พูดในหนังเลยว่า คนโง่ๆ ก็มักจะแสดงออกแบบโง่ๆ

496 Nameless Fanboi Posted ID:Uw0X6jHg8E

หลายคนพูดไปและ ช่องโหว่ถ้าจะทำ ชื่อ คำเฉพาะ การเล่นคำ ทับศัพท์ การเลียนเสียงต่าง ๆ คำในช่องสนทนาที่ตั้งใจวิบัติเพื่ออรรถรส ในนี้มีคนใช้ฟังชั่นการตรวจคำของ รอร จะรู้ว่าเป็นไง เรื่องถูกผิด กูคิดว่าเจตนามึงดีนะ ดีมาก ๆ กูชื่นชมเจตนามึง ต้องการให้รับสารที่ถูกต้อง ถามว่าคนเขียนผิดบานทุกหน้า แพ็คขายได้ ถ้าคนไม่ซื้อก็จบ แต่มีคนซื้อเลยมีคนขาย เหมือนนิยายกระแสต่าง ๆ มีคนอ่านก็มีคนเขียนอยู่วันยันค่ำ มันเป็นเรื่องของอุปสงค์ อุปทาน ไม่รู้ว่ามึงไปเจออะไรมาบ้าง เรื่องคำผิด กูซีเรียสเหมือนกัน

การเขียนถูกต้องกูยังยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่ว่ามึงจะไปว่าพวกที่แพ็คขาย ว่ามีคำผิดปล่อยผ่าน บางคนแพ็คทีเป็นร้อยหน้า จะพี่เว็บมานั่งกรองคำผิดอีก มันใช่ปะวะ จะหาว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ไม่ได้ ไม่ใช่องค์กรการกุศล ครูบางคนยังเขียนภาษาไทยไม่ถูกเลย ดังนั้นกูมองว่านิยายในเว็บเด็กดวก ถ้าจะขีดแดง ๆ แบบword ก็เกินไปนะ โปรแกรมมันไม่ได้ฉลาดขนาดแยกแยะคำได้ ว่าอันไหนคำผิดจริง ๆ อันไหนทับศัพท์ มึงต้องมองส่วนนี้ด้วย

497 Nameless Fanboi Posted ID:XwkYIrlYah

>>494 ถ้าพิมพ์เป็นภาษาคาราโอเกะ ได้คำว่า here แล้วแกะรหัสไทยจะแตกเป็นสองคำ เฮีย กับ เหี้ย

498 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

มะม่วงเล่นท่ายากแบบนั้นมันจะเข้าใจเหรอวะ (เด็กเล่าเบียวนะมึง)

499 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>498 น้องยังไม่มอหก น้องไม่เก็ตแน่นวล

500 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

https://www.dek-d.com/board/view/3959514/ นี่เหี้ยอะไรเนี้ย 5555555

501 Nameless Fanboi Posted ID:phVpUDBWpE

>>491 ใครๆก็รักน้อนเบียวสุภาพบุรุษคอมเม้นต์หล่อมีตรรกะเขียนนิยายให้สาระ

502 Nameless Fanboi Posted ID:Vjfv5rllrD

แต่ละคน ดูการตอบแล้วกูปวดหัว 55555
คิริโตะคุงนี่แกล้งหรือเนียนด่าแล้วคนมาตอบดันไม่รู้ กูงง

503 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>502 ถ้าเป็นอี F มันเกรียนไปทั่ว ไร้แก่นสารโคตร ๆ

504 Nameless Fanboi Posted ID:AsE2SGEb5D

ไอ้เบียวมันก็อย่างที่เห็น ชัดขนาดนี้น้องประถมยังรู้เลย มันไม่รู้ก็ลองไปจับเข่าคุยกับน้องประถมเถอะ ส่วนไอ้ F มันเกรียนไร้สาระน่ะ ลอย ๆ ไร้หัวเรื่อง เลิกสนใจ ที่กูกุมขมับคือพี่เว็บแกย้ายกระทู้ไปอยู่ห้องปัญหาเด็กวัยเรียนมากกว่า อย่างกระทู้ไอ้เบียวนี่สมควรจะโดนย้ายไปห้องไร้สาระบ้างนะ

505 Nameless Fanboi Posted ID:EFUwN5bWC4

เล่าเบียวนี่โง่ซ้ำซ้อนเหมือนพิการซ้ำซ้อนอ่ะ

506 Nameless Fanboi Posted ID:BqShsJmzIh

>>505 มันเป็นคาเรคเตอร์ในโลกโซเซียล จริงๆแล้วน้อนฉลาดแต่แกล้งทำ แสร้งเป็นคนโง่จะได้เป็นที่สนใจของพี่ๆโม่ง

507 Nameless Fanboi Posted ID:6N3GM/FHTd

>>498 อย่าดูถูกเทพเจ้ากูเกิ้ลดิวะ เดี๋ยวแม่งก็ค้นกูเกิ้ลแล้วลอกคำตอบมาโพสเหมือนเดิม เชื่อกู

508 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

มู้เล่าเบียวเม้นต์สิบห้าเปิดอัลติละ ใครในนี้เนี่ย

509 Nameless Fanboi Posted ID:BqShsJmzIh

มหกรรมลากไส้น้อนเบียวเริ่มต้นขึ้นแล้วในคห.15กระทู้>>428 เอเมน

510 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

กูก็ว่าทำไมมันแปลกๆ เหมือนไม่ใช่เบียวคนเดิม อ้อ! มันลืมกดไลค์ตัวเอง

จบวันนี้ยอดวิวกระทู้แม่งเป็น 1000+ แน่ๆ โอ้ยกูต้องเห็น Avatar มึงใน Top member ทั้งอาทิตย์อีกแล้วเหรอวะเนี้ย

511 Nameless Fanboi Posted ID:6N3GM/FHTd

แม่ง กลายเป็นคนดังของจริงแล้ว พวกเราโดนเล่าโปกดักควาย มันใช้การตลาดแบบ Negative ทำให้ตัวเองติด Top member

512 Nameless Fanboi Posted ID:phVpUDBWpE

>>491 และแล้วหนึ่งในกองกำลังอารักขาน้อนเบียวก็ถูกเฉลย ไม่เนียนน้องหนู=แดงมะดาโซดา

513 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>512 มะนาวมาโซป่ะ?

514 Nameless Fanboi Posted ID:phVpUDBWpE

>>513 เออว่ะกูพิมพ์ผิดต้อง แดงมะดาโซนาว

515 Nameless Fanboi Posted ID:6N3GM/FHTd

>>514 ตั้งชื่อแบบพยายามจะเท่ แต่ฟังดูไม่เข้าท่าเลย ส่วนนิยายของแม่งก็อย่างที่โดนสับไปมู้ก่อน อิหยังวะทั้งเรื่อง

516 Nameless Fanboi Posted ID:4qnih1D1kY

น้องเล่านี่ตั้งแต่มู้23,24แล้วป่ะ น้องมีประเด็นทุกมู้เลย

517 Nameless Fanboi Posted ID:BqShsJmzIh

>>512 คนที่น้อนเล่าเบียวควรฆ่าคนแรกไม่ใช่โม่งแต่เป็นอีนี่ สราวุธแกทำให้น้อนดูแย่

518 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

>>512 แม่ง ลบไอดีทิ้งละเหรอ ใครคิดว่าปิดไอดีแล้วไม่มีทางตามไปหน้าประวัติได้นี่คิดผิดแล้ว /ขอยืมคำคนในบอร์ดแปบ บักจ๊าดง่าววว!!!

519 Nameless Fanboi Posted ID:XwkYIrlYah

เห็นเล่าเบียวเถียงคนอื่นทีไร บรรยากาศเด็กดวกกลายเป็น pramool pda ไปได้

520 Nameless Fanboi Posted ID:qGSAYhmQ8D

โอเค จบเรื่องสักที แยกย้ายๆ

521 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

ไอ้พวกโง่ว์ เจอกวีของกูหน่อยเป็นเยี่ยงไร ฮะฮ้า~อึ้งในความคมคายกันเลยละสิ! dek-d.com/board/view/3959490/1/?comment=15_5

องค์ลงแล้วสึส หยุดแกล้งน้อนได้แล้ว กูสงสารวันที่มันเข้าใจคำว่า ป่วย ม.2 แม่งได้เผาไดอารี่ทิ้งแน่ๆ (ถ้ามีนะ)

522 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

dek-d.com/board/view/3959490/1/?comment=15_5

523 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

ลิงก์ไม่ติด เวร

524 Nameless Fanboi Posted ID:9qHMw5LFmO

https://www.dek-d.com/board/view/3959490/1/?comment=15_5

525 Nameless Fanboi Posted ID:aOo4+uNjY2

>>521 มึงต้องก็อป http://www. มาด้วย

526 Nameless Fanboi Posted ID:qGSAYhmQ8D

นิสัยมันน่าแกล้งจริงๆ แค่ถือหม้อเปล่าก็ดิ้นรอเหมือนรู้ว่าข้างในมีน้ำร้อน เบียวเอ้ยเบียว

527 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

กูงงว่าทำไมน้อนมันดูซื่องงแปลก ๆ วะ
หรือเป็นไปได้มั้ยว่าอาจมีช่วงที่ใครลงสวมโม่งเป็นเล่าเบียวมาปั่นยุแยงรึเปล่าวะ (กูแค่สันนิษฐานมั่ว ๆ ) หรืองมันแค่ตามเรื่องไม่ทัน + ลืมพฤติกรรมตัวเองจริง ๆ
เพราะให้ดูจากสำนวนทั้งมู้เด็กดวกทั้งมู้โม่ง กูก็คิดมาตลอดว่าไม่มีใครนอกจากมันเองแหละ

528 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

กาพย์ยานี11แม่งติดขัดสัส โดยเฉพาะบทท้ายแม่งพยายามจะทำสัมผัสวรรคสามกับสี่นะแต่คำในวรรคสี่ที่สัมผัสในวรรคสามแม่งเป็นคำเดียวกันกับคำสุดท้ายในในวรรคสอง

เขาให้ละได้ จงไปเรียนมาใหม่ แล้ววรรคสามกับสี่ไม่จำเป็นต้องมีสัมผัสกันนะมึง น้อนเล่าเบียว

529 Nameless Fanboi Posted ID:phVpUDBWpE

>>527 เล่าเบียวในโม่ง โม่งในเล่าเบียว อินเซปชั่นสัสๆ ตอนนี้มู้วิวทะลุพันแล้วนาจา เปิดตัวแบบหนังบ็อกซ์ออฟฟิศ ติดตามต่อว่าจะจบลงยังไงถถถ

530 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>529 มิรินด้าอุ้ม

531 Nameless Fanboi Posted ID:qGSAYhmQ8D

ก็สมชื่อน้องเบียวแล้ว ทำตัวเป็นกวีแต่ฝีมือฝีปากไม่ถึง

532 Nameless Fanboi Posted ID:rOQDrhzMou

เมื่อไรจะสับต่อครับ

533 Nameless Fanboi Posted ID:mvOSVpsqXY

อย่าเอาแต่ทวงมาช่วยกันสับสิวะ เรื่องนี้เห็นโฆษณาในบอร์ดเป็นพัก ๆ เขียนยาวขยันอยู่ แต่อ่านแล้วรู้สึก error เยอะ
Free World โลกนี้เป็นอิสระ
https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2040087
โดย SUNEATER
[ 1 ]
1 - ซีนเปิดเป็นการแข่งขันเกมโดยใช้อาวาต้าแทนผู้เล่นแข่งขันเกมต่อสู้ ตัวเอกกำลังถูกไล่และปิดเกม เขานึกย้อนว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร เล่าย้อนไปสามชั่วโมงก่อน
>> เปิดให้เห็นเกมการแข่งขันในเรื่อง ขายของเร็วดี
2 - พระเอกของเรื่องชื่อว่าชาร์ล เขาดูป้ายโฆษณา FREE WORD จากบนห้องเรียน ฟรีเวิลด์เป็นโลกเสมือนจริงที่ก่อนหน้านี้เป็นเพียงความฝันในการ์ตูน แต่ได้กลายเป็นความจริงด้วยเทกโนโลยี ซึ่งสำหรับเด็กบ้านนอกจากพื้นที่เกษรกรรมทุกอย่างในเมืองก็แปลกหูแปลกตาไปหมด เพื่อนอ้วนของพระเอกเข้ามาทัก บอกว่ามีสาว ๆ ให้มอง มัวแต่มองโฆษณาไร้สาระอยู่ได้
เรื่องให้ข้อมูลว่าชาร์ลเป็นเด็กยากจนเป็นเนิร์ด ขณะเก็บหนังสือใส่กระเป๋า ลุคนักเรียนขาใหญ่เรียกชาร์ลแล้วก็ตบเขาหน้าหัน(?) โทษฐานที่ไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ชาร์ลไม่มีจ่ายก็ถูกกระทืบจนแว่นแตก นี่เป็นชีวิตปรกติของชาร์ล
>> บรรยาย POV3 สลับ POV1 ไปมาตลอด
3 - ฮาลันเพื่อนตัวอ้วนของชาร์ล รู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยตอนโดนรังแก จึงพาเพื่อนไปเปย์ที่ เกมทาวน์ในเมืองหลวง เล่าว่าเกมทาวด์อยู่ในเมืองขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่สองพันตารางกิโลเมตร เป็นสถานที่เพื่อล็อคดินเข้าสู่ฟรีเวิร์ด
ฮาลันเพื่อนตัวอ้วนจ่ายเงินให้ ชาร์ลเลือกอวตารเป็นตุ๊กตาผ้ามีรอยเย็บไว้ผมเดทล็อกสีแดงตั้งชื่อว่า ชาร์ลอท อธิบายว่าโลกของฟรีเวิร์ดจะมีขนาดเท่าโลกและใช้จุดต่าง ๆ บนโลกเป็นทางเข้า เมื่อเข้าไปยังฟรีเวิร์ดได้ชาร์ลก็ไปหาฮาลัน ก่อนที่เพื่อน ๆ ของฮาลันจะชวนเข้าไปร่วมการแข่งขัน ชาร์ลในตอนนั้นนึกถึงเงินรางวัลที่จะได้
>> ข้อมูลเยอะมาก ให้มาทำไมก็ไม่รู้ กรุงเทพเองยังมีพื้นที่พันห้าร้อยกิโลเมตร เจอเมืองขนาดใหญ่พื้นที่สองพันตารางกิโลเมตรเข้าไปนึกภาพไม่ออกเลยว่าพวกตัวเองเดินทางกันยังไง
[ 2 ]
4 - ต่อจากช่วงแรกของตอนหนึ่งที่พระเอกกำลังจะเสียท่า เขาหลบไปซ่อนตัวได้แต่ปัญหาคืออาวุธมีดในขณะศัตรูมีบาซูก้าและอาวุธหนักเต็มตัว ในตอนนั้นเขาก็ได้พบกับอัศวินสาวที่ตายไปแล้วกับมาช่วย ทำให้ชาร์ลเข้าประชิดตัวศัตรูและจัดการคู่ต่อสู้ลงได้ หลังจากนั้นก็เต็มไปด้วยฉากสู้ จบที่พระเอกเรียกบอลเก็บสัตว์เลี้ยงที่สุ่มมาก่อนเข้าเกมสองลูก เป็นสัตว์เมพเทพขิงหงิง ๆ สองตัว
>> คู่ต่อสู้เป็นนักกีฬาอาชีพเลยนะ แต่แพ้เด็กเข้าเกมเป็นครั้งแรก เก่งจัด ๆ
[ 3 ]
5 - ให้ข้อมูลสัตว เมพจัด ๆ ใคร ๆ ก็อยากได้ แล้วก็สู้ ๆ พรึ่ม !!! ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง !!! “ย๊าก !!” ตึ่ม !!! ทีมพระเอกชนะ ชิงธงมาได้ หลังจากนั้นพระเอกก็กลับไปใช้ชีวิตตามปรกติ ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเล่นเกมต่อหรือไม่เพราะตัวเองก็มีภาระทางบ้านต้องทำงานหาเงินช่วยกับแม่ดูแลน้องชายอีกสองคน
[ 4 ]
6 - ผู้เล่นสองคนพูดคุยเรื่องจะชวนชาร์ลเข้าร่วมทีม
7 - ชาร์ลทำอาหารเช้าให้น้องชายแล้วก็ไปโรงเรียน พบว่าฮาลันเพื่อนตัวอ้วนมาหาที่บ้าน เนื่องจากชาร์ลไม่มีโทรศัพท์จึงไม่ได้รับข่าวจากโรงเรียนที่หยุดเพื่อปรับปรุงตึกเรียน ฮาลันมาหาชาร์ลเพื่อชวนไปเกมทาวน์ ชาร์ลไม่สนใจจะไปทำงานแต่แม่ก็มาหยุดไว้ บอกให้ชาร์ลใช้ชีวิตให้เหมือนเด็ก (แต่ชาร์ลอายุสิบแปดแล้วนะ)
8 - ฮาลันเพื่อนตัวอ้วนพาชาร์ลไปศึกษาข้อมูลพื้นฐานของฟรีเวิลด์เพราะชาร์ลไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเกม และพบกับลุคโจทย์เก่า ฮาลัน ชาร์ลและลุคมีเรื่องกัน ก่อนที่ชายสองคนตอนต้นตอน ฮอร์สและไมค์นักเล่นมืออาชีพของฟรีเวิลด์จะออกมาช่วย มีการปะทะร่างกายกันเล็กน้อยก่อนจบลงที่ท้ากันสู้ด้วยฟรีเวิลด์

[ 5 ]
9 - เรื่องที่ฮาลันและชาร์ลไม่เคยเข้าไปในโลกของฟรีเวิลด์ทำให้สองนักเล่นมืออาชีพ ฮอร์สและไมค์รู้สึกว่าต้องรับบทหนักในการแบกนิวบี้สองคนสู้กับทีมของลุค แต่พอรู้ว่าชาร์ลคือผู้เล่นใหม่ที่ชนะทีมมืออาชีพเมื่อวาน ทั้งสองก็ดีใจว่าได้พบคนที่ตามหา
>> ใช้คำค่อนข้างแปลก บอกประสบการณ์ในเกมแค่ 3 ชั่วโมงยังพอจะเข้าใจได้ แต่ใช้คำว่าไม่เคยเข้าไปในโลกของฟรีเวิลด์
10 - สองนักเล่นมืออาชีพพาชาร์ลไปยังห้องของพวกเขา สัมผัสโลกหรูหราของนักเล่นเกมมืออาชีพ
11 - การต่อสู้เริ่มขึ้น รอบแรกชาร์ลอทชนะทำให้ลุกโกรธแค้นประกาศจะเอาคืน
>> มีคนมาดูในสนามห้าพันคนกับการแข่งขันระดับภูธร

534 Nameless Fanboi Posted ID:mvOSVpsqXY

ต่อจาก >>533
ตอนที่อ่านเรื่องนี้มีทั้งหมดแปดตอนแต่กุขอหยุดตอนที่ห้าแล้วกัน ดูจากคอมเม้นแสดงว่าเป็นที่ถูกใจของคนอ่านพอสมควร แต่โดนส่วนตัวอ่านแล้วเจอกับข้อมูลเวอร์ ๆ แบบเมืองใหญ่ขนาดสองพันตารางกิโลเมตร ผู้ชมการแข่งขันเข้ามาดูในสนามกว่าห้าพันคนทั้งที่เป็นแค่แมซเล็ก ๆ ก็เลยไม่ค่อยอินไปกับเซ็ทติ้งของโลก
เนื้อเรื่อง ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไอ้เนิดร์คนหนึ่งดึงเข้าไปเล่นเกมครั้งแรกก็แสดงศักยภาพเอาชนะมืออาชีพได้ โชคดีได้สัตว์เทพเป็นที่อิจฉาของคนทั้งเกม ถ้าเทียบกับเรื่องแนวเดียวกับที่อ่าน อย่างเทพยุทธ์เซียนกลอรี่ มันฟ้ากับขุมนรกเลยนะ เหมือนเมิงแดกอาหารตามสั่งมาเจอกับอาหารตักริมทางทิ้งจนบูด แดกยากไปหน่อย เจอซาวเอฟเฟคเสริมสร้างจินตนาการอีก มันไม่ใช่แนวกุจริง ๆ
ตัวละคร พระเอกของเรื่องเป็นคนชายขอบ แบบบ้านยากจน โดนรังแก แต่มันไม่แสดงถึงการขาดโอกาสที่พึงจะมี ก็เลยรู้สึกว่าแรงขับที่จะผลักดันตัวละคร ตัวละครไม่ชัดเจนว่าต้องการทำอะไรกันแน่ ถ้าไม่มีการต่อสู้ขัดขืนคนอ่านก็ไม่รู้จะอ่านเอาอะไร
การเขียน ช่วงแรกสับสน POV แต่ผ่านไปสองสามตอนก็ดีขึ้น ไม่กระโดดแบบ POV3 ไป POV1 มีการวางแผนตัวพล็อตให้มีอุปสรรค์บ้าง แต่จังหวะที่ใช้ไม่ค่อยดีเพราะมันไม่ขัดแย้งกับความคาดหวังของคนอ่าน อ่านแบบไม่คาดหวังอะไรด้วยมั้ง การออกอาวุธของคนเขียนเลยใช้กับกุไม่ค่อยได้ผล ฉากต่อสู้น่าเบื่อ กุไม่ชอบการงัดอะไรออกมาแบบคาดไม่ถึง แต่ชอบแบบรู้อยู่แล้วว่าตัวเอกมันทำอะไรได้บ้าง แต่สิ่งที่มันทำได้ถูกใช้ในวิธีที่คาดไม่ถึงมากกว่า แล้วก็เห็นได้ชัดว่าคลังคำน้อยมาก แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่นักอ่าน แต่ที่มีให้ชมบ้างกับเป็นเรื่องของ ซาวเอฟเฟคเสริมสร้างจินตนาการของคนเขียน สิ่งที่กุเกลียดที่สุดแต่มันก็ทำได้ดีที่สุดเหมือนกัน
โดยสรุปสำหรับคนที่เคยอ่าน เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ แอกเซลเวิลด์ ดูแข่ง Dota2 มาตลอดสี่ปี ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยสักอย่าง

535 Nameless Fanboi Posted ID:rbzF9ekcdn

กูอยากสับบ้างว่ะ เดี๋ยวไปค้นก่อน

536 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

กูอยากอ่านแนวเกมออนไลน์ (จะโลกจริงโลกเสมือนก็ได้) ใครมีเรื่องไหนแนะนำมั่ง? คนไทยเขียนยิ่งดี

537 Nameless Fanboi Posted ID:NqI/xMWjIf

อยากสับมั่ง สับหน้าพวกมึงอะ

538 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

กุถามเฉยๆ นะ ไหนๆ ขาเม้าท์ก็เยอะขึ้นขนาดนี้ทำไมพวกเราไม่ย้ายกลับไปมู้นินทากันดีมั้ยวะ https://fanboi.ch/netwatch/5647/recent/
ที่นี่จะได้คงความซีเรียสๆ เน้นแต่เรื่องสับกันให้เต็มที่

539 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

กุเห็นข้างล่างเว็บมันเขียนว่า "ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ทางเว็บฯ จะแสดง IP address ในบอร์ด girlg, karma, netwatch และ lounge" งี้ถ้าโชว์ IP โม่งไม่แตกรึ?

540 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

>>534 อ่านฮาลัน เป็นฮาลั่น ตลอด 55

541 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>539 อาจจะแตก ถ้าเล่นในห้องนินทา แต่ที่นี่มัน Webnovel ไม่โชว์อยู่แล้ว

542 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

เมมเบอร์ชื่อ Awoo! นี่ ได้ไอเดียมาจากเพลงนี้รึเปล่า https://www.youtube.com/watch?v=eGslweDOihs

543 Nameless Fanboi Posted ID:6N3GM/FHTd

>>539 แอดมินเขาต้องโชว์ห้องพวกนั้นเพราะพวกปากเสียมันเยอะ เอาไว้ดักคอพวกคลั่งการเมือง กับพวกชอบคุย 112 ด้วย เวลามีการดำเนินคดีจะได้อ้างอิง log ได้

544 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>542 ใช่ กูเองไอ้ Awoo! เนี่ย แม่งบังคับให้กูไปสร้างไอดีใหม่ กูนึกชื่อไม่ออกเลยเอาวีบมีมมาตั้งชื่อแม่ง

ไอ้เล่าเบียว รู้มั้ยมึงทำกูลำบาก

545 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

ในที่สุด...เล่าปี่ก็เลิกเบียว(มั้ง?)
https://www.dek-d.com/board/view/3959490/1/?comment=21_1
https://www.dek-d.com/board/view/3959581/

546 Nameless Fanboi Posted ID:Ny5mnGMYmW

>>544 เออ กูก็ต้องสมัครใหม่เหมือนกัน ค้นไปค้นมาดันไปเจอว่าเคยมีไอดีเปล่าอยู่แล้วเลยเอามาใช้แม่ง

547 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>544 คือกูชอบเปิดเพลงสไตล์ City Pop ของญี่ปุ่นฟังระหว่างทำงาน, แต่งนิยายไง (ฟังทีไรสมองกูจะแล่นดีมาก) แล้วพอเห็นรูปโปรไฟล์มึง (หนูโมมิจิ) ก็จำได้ว่าเคยเห็นใน mv ที่กูแปะใน >>542 จะว่ากูเป็นวีบก็เถียงไม่ออกเลยแฮะ เพราะแม่งชอบทั้งเพลงและโทวโฮวโปรเจ็ค ก็เลยเข้ามาถามหาดูในนี้แหล่ะ อย่างตอนนี้ก็เปิดอันนี้ฟัง https://www.youtube.com/watch?v=eGslweDOihs เตรียมสมองก่อนสับนิยาย

548 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>547 สัส แปะลิงก์ผิดอัน แก้ๆ เป็นนี่ https://www.youtube.com/watch?v=JQZqZK0wNc0

549 Nameless Fanboi Posted ID:6N3GM/FHTd

>>545 ไม่รู้เหมือนกันวะ มันอาจจะเริ่มคิดได้แล้วมั้ง ไม่ก็คงพอใจในยอดวิวกระทู้ที่ประสบความสำเร็จเกินคาด เลยอยากจะเฟดตัวออกไปอย่างหล่อๆ เงียบๆ

เห็นมีระบุความเห็นเป็นเกราะป้องกันตัวเองด้วยว่า "ไม่นับคราวก่อน" เพื่อสื่อว่าคราวนี้มันเป็นฝ่ายถูกกระทำ (รอบก่อนที่เข้ามาโดนตีนเองในโม่งนี่ไม่นับ) ถึงจะเตรียมตัวมาดี แต่คนส่วนใหญ่ก็เข้ามาติเรื่องความไร้สาระของกระทู้อยู่ดีอะ เรื่องส่วนตัวแค่นี้ไม่เห็นจะต้องเอามาป่าวประกาศ ก็เลยโดนสวด แรงบ้างเบาบ้าง กูเองก็ยังตกใจอยู่เหมือนกัน ดราม่าจืดๆ แบบนี้ทะลุพันวิวได้ไงวะ

550 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

>>547 ตอนแรกกูก็ตกใจ นึกว่าฟัง Awooo!! แล้วสมองแล่นตอนทำงาน
>>549 ถ้าไม่คิดได้ก็กางโล่ได้เชี่ยวกว่าเดิม แต่เอาเถอะ...อย่างน้อยมันก็ไม่แก้วกาดมั่วซั่วอย่างเดียวแล้วละนะ ถือว่าพัฒนา

551 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

>>549 ก็อย่างว่าล่ะ เด็กมันน่าล่อตีน //กุชอบสองสามเม้นท์ท้ายๆนี่แหละ ซัดเยอะ ๆ ดี จากทั้งโม่งจากทั้งคนที่มีบทบาทในบอร์ด (โผล่ให้เห็นหน้าค่าตากันบ่อย) อย่างน้อยถึงอิเล่าโปกจะไม่ได้อะไรไป แต่คนอื่นๆที่มาอา่นก็ได้รู้ธาตุแท้ของมันเยอะขึ้นล่ะวะ

552 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>550 เพลงนั้นก็แล่นเหมือนกันว่ะ 55555 ชอบเบสแน่นๆ ในเพลงพวกนี้ คนอื่นอาจไม่ชอบแต่กูชอบมาก

553 Nameless Fanboi Posted ID:n.xEmguKvp

>>464 กูขอได้ไหมเรื่องใต้ฟ้าฯ น่ะ ลองอ่านตอนแรกแล้วโอเค ถูกจริตกูอยู่ แต่บทรีวิวคงจะลงไวสุดเสาร์อาทิตย์นะ(ไม่อยากใช้คำว่าสับ กูไม่เทพเท่าโซมีนกับมะม่วง ไม่อยากให้มาตรฐานคำนี่เสียหาย)

>>549 กระทู้ของโซมีนที่มีพี่ฟิสิกส์แค่เกือบสามพันเอง รอบนี้แม่งเฟ้อจริง ขนาดรอบพี่ฟิสิกส์ยังมีพวกมาขอสับ ไม่ได้อ่านหรือตามดราม่าด้วยซ้ำแม่งยังมากกว่าไม่เท่าไหร่เอง

>>547 เหอ ๆ เอาจริงกูก็วีบและติดโทโฮเหมือนกัน(ทั้งออฟฟิเชียลและแฟนเวิร์ก) ไม่งั้นกูไม่รู้จักมีมนี้หรอก(ขอยกไว้ท้ายสุดเพราะไม่เกี่ยวหัวมู้ จะคุยต่อย้ายไปมู้โทโฮในห้องเกมกะกูนะพวก)

554 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

>>548 เหยดด ฟังแล้วชอบอันนี้จัง สไตล์มันใช่เลย อารมณ์เหมือนหาตัวตนตัวเองเจอ5555
>>539 ดูแล้วเลือกโชว์แค่ห้องที่มันจำเป็นนะ ที่มันแรงๆ หรือเสี่ยงจะอันตรายถึงตัว (เหล่าเว็บโนเวล กลุ่มเกาะเด็กดวกอย่างเรานี่สบาย)

555 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

ก่อนหน้านี้เห็นคุยกันเกี่ยวกับพวกที่มาของทักษะการเขียน ปกติกูไม่ใช่คนอ่านนิยาย แต่พอมาเริ่มแต่งนิยายกูกลับเข้าใจพวกการเลี่ยงคำซ้ำกับความไหลลื่นของประโยค กูสงสัยตั้งนานว่ากูได้ภาษาพวกนี้มาจากไหน พอแม่กูก็เปิด TV ดูกูถึงได้รู้ อ้อ...กูโดนแม่บังคับให้ดูลิเกตั้งแต่เด็ก เวลาลิเกร้อง ถ้อยคำแม่งลื่นไหลคล้องจองกันไปหมด

556 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

กลับกัน พอมาเขียนนิยายกูต้องคอยระวังไม่ให้คำแม่งดูคล้องจองกันเกินมนุษย์ (ซึ่งอีกใจนึงแม่งก็อยากจะให้คล้องจองซะเหลือเกิน)

557 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

>>550 เหอ เหอ คงคิดได้หรอก น้อนเล่าเบียวนี่ 'วอนโดนตีน' มาก คดีจะพลิกนะถ้าแอค1ดาว/นอนเมมรุมยำ แล้วภาพที่ออกมาเป็นน้อนที่ถูกกระทำแบบไม่มีเหตุผล เออ.. อันนี้จะได้รับความเห็นใจมากหน่อย กระแสจะตีกลับมาว่าพวกนี้แม่งเถื่อนไม่สน4สน8 อะไร แต่น้อนแม่งเม้นต์แรงทั้งที่เขาด่าไม่ด่าก็ไม่รู้ ข้อความเข้าข่ายโดนแซะปั๊บด่าคืนไว้ก่อน.. เปลี่ยนประเด็น.. ทำมึน.. กูถูก.. กูถูกกระทำอยู่นะเว้ย.. แล้วแม่งคาดหวังจะได้รับอะไรวะ?
คำพูดว่า.. น้อน น่าสงสารจังลูก สู้ๆ ต่อไปนะคะ อย่าไปสนใจพวกเชี่ยนี่เลย เหรอ?
ไปโผล่มู้NK ผมผิดเองครับ สวัสดีครับ 'เท่ตายห่า' แหละมึงอ่ะ..

558 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

>>557 กูว่าไอ้ 'สวัสดีครับ' นี่มันตัดบท เพราะคงดูออกแล้วว่าทิศทางกระทู้ไม่เป็นไปตามแผนแล้ว (แม่มกูโคตรสะใจ สมากชิกเด็กดวกเจ้าเก่าๆ ก็ว่าไม่เข้าข้าง โดยเฉพาะอิเจ๊ฝังรากอย่างมันทนาแม่งโหดสัสรัสเซีย ใครเคยพูดอะไรไว้จำฝังใจได้หมดอ่ะ เม้นท์ที่เขาเข้าข้างมันก็เสือกไปด่าอีก ไอ้ควายโปกเอ๊ย จับประเด็นยังไม่เป็นท่า ด่าแหลกไว้ก่อนอย่างว่าเลย)

559 Nameless Fanboi Posted ID:UAbVVMkxb0

>>553 มึงอย่ายกมะม่วงกับโซมีนขึ้นไปแบบนั้น ไม่งั้นแม่งจะกลายเป็นบุคคลนิยม (Personalism) ซึ่งไม่ใช่แนวคิดของโม่ง การสับเป็นวัฒนธรรมร่วมของโม่งห้องนี้ ใครอยากสับก็สับได้ ไม่ได้มีมาตรฐานแน่นอนชัดเจน โม่งทุกคนสามารถสับผ่านมุมมองและความคิดตัวเองได้ทั้งนั้น ไม่มีถูกไม่มีผิด แต่ก่อนโม่งสับมีเยอะแยะ ทั้งอารี เรื่องสั้น เซฮุน ฮิ ฯลฯ ไม่ได้มีมาตรฐานตามคนใดคนหนึ่ง

สับไม่เป็นก็ลองดู มึงจะสับเอามันก็ยังได้ สร้างวาทกรรมขำๆ อย่างปทุมธาเนี่ยน อิหยังวะอะวอร์ด หรือฟองเบียร์ก็ได้ ที่นี่คือโม่ง มึงอย่าเขว อย่าไปผูกติดยึดถือกับชื่อกับตัวบุคคล เพราะทุกคนเป็นโม่งกันหมด แบบนี้ไงกูถึงไม่อยากลงชื่อและอยากทิ้งชื่อแล้ว

560 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>553 จองได้ตามใจเลย สับเก่งไม่เก่งไม่ว่ากัน ส่วนนึงอยากให้ลองสับ เพราะมันช่วยฝึกการเขียนบทความเชิงวิพากย์ ถ้าเรียนรู้เกี่ยวกับ criticize ไปได้สักระยะแล้วจะได้สกิลวิเคราะห์แถมมา ถ้าวิเคราะห์ได้ลึกถึงจุดนึงมันสามารถนำไปใช้เวลาแต่งนิยายของตัวเอง คือเราจะมองออกว่าตัวเองพลาดตรงไหน มีจุดที่ควรแก้ไข่รึเปล่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะ แรกๆ อาจทำได้แค่เอาจุดด้อยของนิยายคนอื่นมาเทียบกับของตัวเองแล้วปรับปรุง แต่ท้ายๆ คืออ่านที่ตัวเองแต่งแล้วรู้ได้เลยว่าแบบนี้ไม่โอเค ควรเปลี่ยน พอทำเป็นแล้วจะใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง ความต่อเนื่อง pacing ความสมเหตุสมผล มิติตัวละคร และจุดพีคต่างๆ ในเส้นเรื่อง

561 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

>>559 พักหลังมานี้ เมื่อไหร่ที่กูได้ยินคำว่าปทุมธานี.. ในหัวแม่งกลายเป็นปทุมธาเนี่ยนตลอดเลยว่ะ

562 Nameless Fanboi Posted ID:UAbVVMkxb0

>>560 มึงก็แก้ไข่ตลอด เอกลักษณ์พอๆ กับไอ้สระลอยอ่ะ 55555 เป็นไงมั่งไข่มึงอ่ะ โดนแก้เละไปยังวะ

563 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

>>771 ไม่ว่าเมื่อไหรก็ขำตรง 'แก้ไข่' ทุกที กำลังศึกษาองค์ประกอบหลายๆอย่างในนิยายอยู่ ไว้นิ่งแล้วจะลองหัดสับบ้าง ช่วงนี้ยังสาหัสว่ะ

564 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

เชี่ย แท็กผิดอีกละ 771 มาจากไหน

565 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>564 มาจากโลกอนาคตอ่อ ถึงเวลารีบแย่งเมนต์ 771 มาเขียนเองแก้เขินไว้ด้วยล่ะ (ถ้าไม่ลืมนะ)

566 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

เออ.. 55+ กุอินเซปชั่นมา แทกถูกแทกผิดทุกที แท็ก >> ลืมใส่เลขก็บ่อย

567 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

น่าสนน่าสน ไว้จะลองหานิยายมาสับบ้าง ไหนๆก็อยากหาอะไรอ่านสักเรื่องอยู่แล้ว

568 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

https://www.dek-d.com/board/view/3959598/ ชื่อเรื่องเดือดมาก

569 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>568 "ฮาเล็ม" กันเลยทีเดียว

570 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

อิหยังของมันวะเล่าโปก? https://my.dek-d.com/kunjaow/profile/ เปลี่ยนหน้าโปรดำ เขียนบอกปิดกิจการ100ปี เอาเหอะเรื่องของเมิง

571 Nameless Fanboi Posted ID:6N3GM/FHTd

>>570 ตามติดขนาดนี้แฟนพันธุ์แท้นี่หว่า อย่ามาซึนเดเระ!

572 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

>>570 สิบปีอ่ะ

(กุเพิ่งรู้ว่าตอนแท็กเลข ให้กดเลขที่เม้นต์ก็พอ.. จ้าดง่าว ก่ะลังมาหลวก)

573 Nameless Fanboi Posted ID:NNIK33L8Nd

>>570 กูให้ไม่เกินสองอาทิตย์เดี๋ยวมันก็เล่นบอร์ด

574 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

>>573 Deja vu สัสๆ

575 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>573 มันเป็นแฟชั่นเพื่อน ดูตัวอย่างจากเมมเบอร์ปัจจุบันหลายๆ คนได้ ลาบอร์ดทีไรไม่นานแม่งก็กลับมา แค่จะมาแบบไอดีใหม่หรือไอดีเดิมเฉยๆ

576 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

5555ทีแรกเห็นในมู้มันกลายเป็นดำๆกุนึกว่าเน็ตกูช้าเลยเข้าไปดูเลย
แค่อยากบอกว่าไอ้คนประเภททำเป็นเงียบหาย นี่ภ้ามันคิดจะเฟดตัวหาย ให้คนเริ่มคิดว่ามันเป็นฝ่ายโดนกระทำนะแม่ง กุจะบอกพวกในเด็กดวกว่าไม่ต้องไปใจอ่อนโอ๋มันไอคนแบบนี้คิดแม่งไม่เป็น ดีแต่กดให้ตัวเองตกต่ำแทนที่จะไปปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นทำอะไรอย่าโทษคนอื่นเลยโทษตัวเองให้เยอะๆ
(แต่สงสัยแค่ว่าจะหายไปได้นานจริงๆเร้อ ไอ่พวกนี้ แม่งเดี๋ยวแปบๆก็กลับมาซ่าต่อ)

577 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

>>568 อากะสุกี้~เอ๊ะ.. เล็มให้เหี้ยน เอาให้โล่งเตียนเลย

578 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

>>572 เออนั่นแน่ะ กุอ่านผ่านๆ

579 Nameless Fanboi Posted ID:UAbVVMkxb0

ดูคนหล่อเพื่อนมันก็ได้ ลาได้ไม่ถึงสามวัน คัมแบ็กคืนสเตจละ แกรดไม่จริงนี่หว่า

580 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

>>576 อ้าวอันนี้ กูตั้งใจจะแทคมึง>>571 ดันลืมกดเฉย

581 Nameless Fanboi Posted ID:0mlFuwLDMz

คิดอีกแง่นึง มันอาจจะแค่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนรูปหนีชั่วคราวก็ได้ เพราะถ้าเป็นกูประจานโดนตัวเองขนาดนั้น(กูมั่นใจว่าพิมพ์ไม่ผิด) กูก็เสียหมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากทิ้งนิยายที่เคยเขียนเอาไว้ เปลี่ยนชื่อหนีนี่แหละง่ายสุดแล้ว

582 Nameless Fanboi Posted ID:UAbVVMkxb0

>>581 ทิ้งได้สบายมาก เพราะนิยายกากแบบควรไปหัดเขียนใหม่หมด ยกเว้นว่ามันอยากทิ้งแต่เก็บ

583 Nameless Fanboi Posted ID:OrtAc3hSow

>>570 แอบคิดว่ามึงคือเล่าโปกFCนะ พูจาภาษกดหมายชห. หยั่งกะให้การให้ชั้นศาล

584 Nameless Fanboi Posted ID:5Qw.WQ9.Ja

เชี่ยกูเพิ่งตั้งใจดูในหน้าไอดีมัน ปิดกิจการ10ปี ปิดกิจการ10ปี ปิดกิจการ10ปี ปิดกิจการ10ปีๆๆๆ

กุขอล่ะ ไม่ต้องมาทำให้ใครเห็นว่ามึงดาวน์ มึงท้อ มึงช็อก วิกลจริตอย่างงั้นงี้เลย ประเจิดประเจ้อฉิบ...
'ผมจะจากที่นี่ไปไม่กลับเป็นเวลา10ปี ผมรับไม่ไหวอีกต่อไป ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกคุณ พวกคุณกระทำผม ทำให้ผมโรคจิต ผมป่วย ผมอ่อนไหวนะแซซ!'
คนอยากหายไปจริงๆเขาไม่ป่าวประกาศกันหรอกอิหนู ถ้าไม่กลับจริงลบนิยายทิ้งไปด้วยเลยดีมั้ย

585 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>584 เป็นตัวอย่างที่ดีของ "คนทำไม่พูด คนพูดไม่ทำ"

586 Nameless Fanboi Posted ID:h.WKvQD.ms

>>583 5555ไม่ใช่ กูให้โอกาสมึงเดาอีกรอบ (กูก็เวียนว่ายอยู่ในมู้เล่าโปกนั่นแหละ ได้เล่นจิกๆน้อนไปแค่จิ๊ดเดียว)

587 Nameless Fanboi Posted ID:kZuHmCSYBn

ไอดีกูเปลี่ยนพอดี

588 Nameless Fanboi Posted ID:UAbVVMkxb0

>>584 inspired by เซียวเหล่งนึ่ง เจอกันใหม่อีก 16 ปี

589 Nameless Fanboi Posted ID:On0dBnDa5h

พักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ แล้วกลับมาต่อในช่วงหน้าครับ

https://www.dek-d.com/board/view/3959581/

590 Nameless Fanboi Posted ID:os3ezHENaL

กู>>570 นะ(กำลังมึนกับไอดีเปลี่ยนรัวๆครั้งแรก//หรือนี่เป็นกรรมสนองจากเล่าโปก)

ขอแถมอีกนิดนึงเหอะ กูเพิ่งตั้งใจดูหน้าไอดีมันครั้งแรกเลยได้เห็นชื่อของเล่าโปกมันฮาตั้ลรั้ก
ชื่อ มิยาโมโตะ ซิอะ(?) นามสกุล คิมิวะ (kimi wa?) 555 ถ้าแปลมันจะได้ความหมายว่าไงหะนามสกุล 'แล้วเธอล่ะ?' เงี้ยอ๋อ //5555กุอยากจะดิ้นแปบ

591 Nameless Fanboi Posted ID:EFUwN5bWC4

>>589 อยากจะเบิกเนตรให้เหลือเกิน การที่ไอ้หมาคอยเลียเอ็นแบบนี้แม่งไม่ส่งผลดีเหี้ยอะไรต่อตัวแม่งเลย คราวนี้แหละจะติดอยู่ในกับดักคนเก่งแบบที่คิดไปเองว่าเก่ง ชาติหน้าก็ไม่มีวันพัฒนาหรอกไอ้ชิบหาย

ปล. นิยาย 500 วิวนี่กูลงนิยายตอนเดียว แค่ 3 ชม.ก็ได้แล้วไอ้ชิบหาย

592 Nameless Fanboi Posted ID:On0dBnDa5h

>>590 ญี่ปุ่นมีชื่อกลางเหมืองฝรั่งด้วยเหรอ ขอเป็นวิทยาทาน

593 Nameless Fanboi Posted ID:os3ezHENaL

>>589 น่าสนใจตรงไหน? ถ้าจะดูสิ่งน่าสนใจงั้นอันนี้ดีกว่ามั้ยhttps://www.dek-d.com/board/view/3959603/ (นักสับมือใหม่ปรากฏตัว)

594 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>593 แม่ง กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของเด็กดี ทีมสับวอนนาบีปรากฏตัวเพียบ

595 Nameless Fanboi Posted ID:4b5nM30moa

มองในแง่ดี ยุคแห่งร้านรับสับอาจจะกลับมาอีกครั้ง หลังจากปิดตัวลงไปแทบจะหมดแล้วก็ได้

596 Nameless Fanboi Posted ID:zmhh1Qslsu

>>595 ปัญหามันอยู่ที่คุณภาพโว้ย แม่งไว้ใจไม่ได้ ผลงานให้พิจารณาประกอบการตัดสินใจก็ไม่มี

597 Nameless Fanboi Posted ID:os3ezHENaL

>>592 เดี๋ยวๆๆ มึงดูให้ดีๆ ก่อนอย่าเพิ่งวิทยาทานอะไร
จริงๆกูรู้แค่คนญป.ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นมีชื่อกลางกัน แต่กูก็ไม่แน่ใจ100%ว่าไม่มีเลย

แต่ที่แน่ๆ มึงจะใช้คำว่า คิมิ วะ? เป็นนามสกุลไม่ด้ายยย555 คิมิโนะนะวะยิ่งไม่ได้ใหญ่5555

598 Nameless Fanboi Posted ID:xKIVHYkqWO

>>597 อ๋อเก็ตละ คือชื่ออีเล่าเบียวถ้าเทียบเป็นไทยก็เหมือน ชื่อ สมหมาย นามสกุล แล้วคุณล่ะนี่เอง

กูมองผิดจุด กำ

599 Nameless Fanboi Posted ID:0bvrdLHiZh

>>593 รอดูผลงานว่ะ ยังไงคนสับมันก็อุตส่าห์ออกตัวละว่าไม่เก่ง ไม่ได้มาเป็นกูรูกูรู้แบบพวกวันนาบีคนอื่น ให้โอกาสนางหน่อยแล้วกัน

600 Nameless Fanboi Posted ID:D36DCVm9Z4

>>599 ก็ได้ เผื่ออาจมีแววและพัฒนาได้

601 Nameless Fanboi Posted ID:XgHv1ixb11

กูรู้สึกสงสัยไอ้หลังมือนะ คือเป็นไรกับการเอานิยายคนอื่นมาเขียนสปินออฟวะ คือนักเขียนคนนั้นดอง มึงเสียดายตัวละครเลยเอาเรื่องเขามาเขียนแทนงี้อ่อ วั้ทเดอะ

602 Nameless Fanboi Posted ID:D36DCVm9Z4

โอเค พอมีเวลาว่างนิดหน่อย หลังฟังเพลงจูนสมองแล้วก็เลยสับนิยายที่คิวทิ้งไว้ เลือกเรื่องนี้มาเพราะอ่านชื่อนิยายแล้วนึกถึง ไลท์โนเวลเรื่อง "วันสิ้นโลกนี้ทำอะไร ยุ่งหรือเปล่า มาช่วยเราได้ไหม" เพราะชื่อมันคล้ายๆ กัน ปกก็คล้ายๆ แค่เปลี่ยนดาบเป็นการ์ด ก็ถือว่าดีเพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้สับนิยายแนวพัซเซิลหรือการ์ดเกมเท่าไหร่ (สับเสร็จตั้งแต่ตี 1 แต่เผลอหลับเลยเพิ่งจะมาลงเอาตอนนี้)

เรื่อง : Eternal ว่างรึเปล่ามาเปิดซองกาชาด้วยกันไหม ?
นามปากกา : Tea-Time
ลิงก์ : https://writer.dek-d.com/OneEyeOwl/story/view.php?id=1993780
คำโปรย : Eternal โลกแฟนตาซีเสมือนจริงที่จะเชื่อมมิตรภาพของผู้คนจากทั่วโลกให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยผ่านสิ่งที่เรียก Eternal Card จะนำคุณเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันอันไร้ที่สิ้นสุด
หมวด : ฟรีสไตล์ > แฟนตาซี
จำนวนตอน : 38 ตอน
สถานะตัวเรื่อง : ยังไม่จบ [ อัพเดตล่าสุด 16/1/63 ] - ยังมีความเคลื่อนไหว แต่เว้นมาแล้วเกือบ 1 สัปดาห์

ภาพประกอบปกลงเครดิตไว้ด้วยชื่อจริงว่าจัดการเองหมดทั้งเรื่องและภาพ น่าเสียดายระบบจัดวางของเว็บบีบรูปจนชื่อนิยายตกขอบไปทั้งซ้ายละขวา แต่รูปบนปกนี่ส่อเจตนาล่อลวงนักอ่านด้วยหนึ่งในคาร์แรคเตอร์สไตล์ Anime girl ยอดนิยม มีทั้งความหนองโพ หางม้า และแว่นตา (แอบหยอด armpit ด้วย ร้ายไม่เบา) วกกลับมาที่เรื่องชื่อจริง ถ้าเป็นไปได้ กูแนะนำว่าอย่าแปะชื่อจริงลงมาแบบนี้ (ถ้าไม่ถูกบังคับให้ลงชื่อจริงบนปกตามที่ระบุในสัญญาตีพิมพ์) เพราะมันมีความเสี่ยงที่เราอาจถูกนำชื่อ-นามสกุลไปใช้ประโยชน์หรือกลั่นแกล้งได้

กูอาจระแวงไปเองจนดูเหมือนคนแก่ แต่พวกมึงไม่ควรประมาทโลกยุคปัจจุบันที่เซิร์จเอนจิ้นแม่งโหดสัส ใครอยากทดสอบ ก็ให้กดค้นหาใน google ด้วยชื่อ+นามสกุลจริงของตัวเอง บางคนอาจถึงขั้นช็อคเมื่อเจอบางอย่างที่ลืมไปนานแล้ว (แต่กูเกิ้ลมันไม่ลืมจ่ะ) ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือโซเชี่ยลมีเดียอื่นๆ เวลาตั้ง Account กูจะมีกฎอยู่ 2 ข้อ ซึ่งได้มาจากวิธีคิดแบบคนญี่ปุ่น นั่นคือการตั้งชื่อให้ไม่ตรงตามจริงเป๊ะๆ และหลีกเลี่ยงการลงรูปหนังหน้าตัวเอง (ใช้เป็นรูปแมว รูปนก รูปวิวทิวทัศน์อะไรแทนก็ได้ถ้าแพลตฟอร์มไม่บังคับ) เพราะถ้าพวกมิจฉาชีพมันได้ทั้งชื่อทั้งหน้ามึงไปแล้ว ความชิบหายหลายอย่างอาจเกิดขึ้นได้แบบเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่

มีนามปากกาก็ใช้นามปากกาแทนไป อย่าเสี่ยงทำอะไรด้วยชื่อจริง เพราะโลกนี้แม่งมันโหดร้ายกว่าที่คิด แล้วพวกนิยายที่ติดรับโดเนท มันจำเป็นต้องลงชื่อจริง-นามสกุลจริง (ชื่อบัญชี) กับ ลทบช. เพื่อเป็นช่องทางในการรับเงิน ขนาดรับผ่านทรูวอลเลต การให้แค่เบอร์โทรแล้วคิดว่าจะรอดได้นี่ ก็ยังถือว่าประมาทมาก เพราะในขั้นตอนยืนยันชำระก็ยังเห็นชื่อเจ้าของวอลเลตนั้นเหมี๋ยนเดิม (มีทั้งชื่อทั้งเบอร์อร่อยเลยจ้า) เกิดวันใดวันนึงโจทก์แม่งอยากขุดเรื่องเน่าๆ ของมึงออกมาแฉ คราวนี้ก็ชิบหายของจริงไปเลย เนี่ยแหล่ะเป็นเหตุให้กูระวังตัวแจเวลาทำอะไรก็ตามในโลกอินเตอร์เน็ต เพราเรื่องที่ว่า "ข้อมูลทุกอย่างที่เคยปรากฏบนอินเตอร์เน็ตจะไม่มีวันหายไป" มันเป็นความจริง แล้วสิ่งที่เราเคยทำ เคยพ่นไปเพราะความคะนองปาก อาจย้อนมาทำลายตัวเราเองได้ในอนาคต คราวนี้จะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังด้วยนะ ด้วยความปรารถนาดีจากโม่งขี้เสือกรุ่นพี่

บนปกรองเป็นแผนผังของการวางการ์ดเพื่อเล่น (ดูคล้ายการ์ดยูกิผสม Summoner) และไม่ลืมย้ำเกี่ยวกับรูปสาวๆ ที่พี่แกวาดพร้อมแปะลิงก์ไปแฟนเพจด้วย แม่ง มั่นคงในจุดยืนและจุดขายดีจริงๆ เอาล่ะ ถึงเวลาลุยเนื้องานกันสักที

603 Nameless Fanboi Posted ID:D36DCVm9Z4

ตอนที่ 1 : บทนำ : เปิดซองเกลือ (มึงอย่าสปอยนิยายตัวเองดิวะ)

เล่าเรื่องด้วย POV 3 เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ยังไม่ได้บอกชื่อไปซื้อซองสุ่มการ์ดจากร้านสะดวกซื้อ แน่นอนว่าผลที่ออกมาเป็นไปตามชื่อตอน พระเอกของเราเลยเดินทางไปยังร้านสำหรับเล่นการ์ดเกมโดยเฉพาะ ถ้าไม่ได้อ่านคำโปรยมาก่อน อาจคิดว่าพระเอกแค่ไปเล่นการ์ดในร้านบอร์ดเกมธรรมดา แน่นอนว่าสำหรับกูแล้วย่อมรู้ได้ด้วยคัมมอนเซนส์เลยว่าไอ้นี่กำลังจะเข้าเล่นเกมการ์ดในโลกเสมือน และนั่นทำให้พอนึกออกว่านิยายเรื่องนี้อาจยืมไอเดียมาจากเรื่องใด ตัวเอกขายการ์ดให้ลุงเจ้าของร้าน 2 ใบ ก่อนเข้าห้องเช่าเวลาไปไดรฟ์เหมือน SAO เพื่อเข้าสู่การ์ดเกมชื่อ Eternal นักเขียนทำได้ดีด้าน pacing (จังหวะการนำเสนอ) เล่าแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้ข้อมูลได้ดีไม่ดูยัดเยียดและหย่อนลงมาได้ถูกจังหวะ แม้จะเพิ่มความน่าติดตามขึ้นมาได้ไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของกราฟเลย

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 : ยินดีต้อนรับสู่ Eternal (กูรู้ตั้งแต่ท้ายตอน 1 แล้วหน่า)

พระเอก (ทียังคงไม่บอกชื่อ) เข้าเกมมาในเมืองเริ่มต้น ตอนที่ 2 มีเรื่องให้ติเน้นๆ ตรงการใช้คำว่า "ที่" เฟ้อมาก มีย่อหน้านึง 2 ประโยคใช้ ที่ ไป 3 ครั้ง อ่านแล้วมันกลายเป็นประโยคความซ้อนซึ่งขยายกันเอง (มึนเลยกู) ส่วนย่อหน้าถัดจากการบรรยายเสื้อผ้า ใน 1 ย่อหน้าโดน ที่ ไป 5 ดอก ถัดจากนั้นก็ 6 ดอก แล้ว 5 แล้ว 4 จนอยากเปลี่ยนชื่อตอนเป็น "ยินดีต้อนรับสู่ ดงบุพบท" ช่วงกลางตอนคือการบรรยายเกี่ยวกับพวกเล่นเป็นซึ่งชอบมาตบเกรียนเด็กกากแรกเกิดเพื่อชิงการ์ดแรร์ พระเอกเจอสาวน้อยกำลังแย่เลยเข้าไปแทคทีมโดยที่เขาไม่ได้ขอ (ขี้เสือกเหมือนโม่งแบบพวกกูเลย) เนียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกติกามาเล็กน้อย พอพูดถึง HP แบบ 10 แต้ม มันชวนให้นึกถึงการ์ด Summoner ขึ้นมาตะหงิดๆ

เรื่องที่ทำให้ข้องใจคือปกติการดวลเกมการ์ดมักจะอยู่ในรูปแบบสมาชิกทีมเท่ากันเช่น 1-1 หรือ 2-2 แต่เกมนี้ขอแทรกกลางเกมได้ยังไม่พอ ดันขอรุมได้ด้วย (ผิดวิสัยเกมการ์ดสัสๆ) คือถ้าจะให้มองข้ามเพื่อความสนุกนี่ก็ได้ แต่คนที่มีความรู้หรือเคยเล่นการ์ดเกมจะแม่งโคตรต้าน ฝั่งตัวโกงเห็นพระเอกวางเดิมพันแล้วก็ยอมให้ตัวเองโดนรุมด้วยความโลภ เป็นการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลสำหรับคนเล่นเป็นแล้ว คือมึงต้องเข้าใจว่าการ์ดเกมเนี่ย การคอมโบที่มีความได้เปรียบขึ้นเพียงนิดเดียว สามารถตัดสินการแพ้ชนะได้เลย ยิ่งถ้าถูกรุมด้วย โอกาสชนะของฝ่ายรับก็จะลดต่ำลงมาก นี่คือพูดในความเป็นการ์ดเกมปกตินะ แต่เรื่องนี้กูอาจหลับตาข้างนึงให้ได้ เพราะระบบเกมอาจไม่ยึดติดขนาดนั้น อย่างสุดท้ายที่ขอบ่นคือนักเขียนแม่งใช้ คะ/ค่ะ ผิด ขอให้รีบแก้ไข่ด้วย

604 Nameless Fanboi Posted ID:D36DCVm9Z4

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 : กดสองทีเพื่อดูคลิป (ref มันคุ้นๆ นะชื่อตอนเนี่ย)

เปิดตอนมาด้วยการสอนเด็กใหม่โดยพระเอกเป็นคนท่องวิธีเล่นให้เด็กๆ ฟัง เนื้อเรื่องของตอนนี้ไม่มีอะไรมาก พระเอกโชว์เทพเก็บฝ่ายตรงข้ามด้วยความสามารถพิเศษของเด็คเมต้าที่ตัวเองเล่นอยู่แบบ one turn kill โดยอธิบายเงื่อนไขที่ส่งเสริมกันเองระหว่างมอนสเตอร์กับการ์ดสวมใส่ผู้เล่น ยาวหลายย่อหน้าจนอีกฝ่ายแพ้เพราะโดนสกัดการใช้การ์ดป้องกัน บั๊กที่กูจับได้มีหลายข้อ เช่น การ์ดสวมใส่ใบแรกสุดที่มีเงื่อนไข่ว่าถ้าพลังชีวิตผู้เล่นต่ำกว่า 5 ตัวหอกจะได้ ATK+2 ดังนั้นคอมโบพระเอกแม่งจะไม่ได้ผลตั้งแต่ตรงนี้เลย เพราะ Hp ของพระเอก "เท่ากับ" 5 ไม่ได้ "ต่ำกว่า" ดังนั้นพลังโจมตีตั้งต้นของหอกจะยังคงเป็น 2 เหมือนเดิม ต่อให้คูณด้วย ออนคอลเอฟเฟคของนกฮูก 2 ตัว (Atk อุปกรณ์ประเภทบลัดดิ้ง x4) พลังโจมตีของอุปกรณ์สวมใส่จะออกมาเป็น 8 แต่อีกฝ่ายมี Hp 10 หน่วย ดังนั้นบทสรุปจะออกมาเป็นพระเอกเจอตีสวนจนแพ้ในรอบต่อไป

และพระเอกแม่งเป็นมุโต้ยูกิอัพเกรดแกรี่สตูว์ (ชื่อเรียกแมรี่ซูเวอร์ชั่นผู้ชาย) จั่วได้การ์ดเข้าทางคอมโบทุกครั้งเมื่อได้จั่วในรอบต่างๆ คือว่ายังไงดี แบบไอ้ยูกิยังทำ Destiny Draw ได้แค่แมทซ์ละ 1 ครั้งเองนะ แต่พระเอกเรื่องนี้ดวงมึงทำด้วยอะไรวะ คอมโบจั่วใหม่ 2 ชุด ได้การ์ดตรงทริคเมต้าทั้ง 2 รอบ คือจั่วได้หลายใบมีโอกาสเข้าทางคอมโบง่ายก็จริง แต่มันง่ายเกินไปเหมือนพวกใส่เอ็กโซเดียร์ 5 ส่วน แล้วอีก 35 ใบ แม่งไหละโมบล้วนงี้เลยอะ กูอ่านแล้วรู้สึกรับไม่ได้ แล้วเรื่องพลังโจมตีไม่พอนี่ นักเขียนแค่กลับไปแก้ไขคำอธิบายของหอกให้เป็น Hp น้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 ก็จบแล้ว

อยากเสริมให้อีกหน่อยตรงที่มึงใช้ตัวละครไม่คุ้ม เปิดตัวน้องเด็กใหม่ว่าเป็นทีมเดียวกันแล้วให้น้องยืนดูอย่างเดียวจนจบเกม ไหนๆ ก็เขียนแบบไม่ได้เคร่งกฎอย่างนี้อยู่แล้ว ถ้าเป็นกู กูจะให้พระเอกจงใจโจมตีได้แค่ 8 นั่นแหล่ะ ส่วนต่างอีก 2 แต้มก็ปล่อยให้น้องตัวประกอบสั่งเอลฟ์ยิงปิดฉาก เพื่อเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครในฉาก (ซึ่งอาจเอาเธอกลับมาใช้ได้ใหม่ในอนาคต) เขียนว่าถ้าเป็นคนปิดเกมจะได้โบนัส EXP อะไรก็ว่าไป ให้มันเป็นเซอร์วิสประเภท MC's kindness act ปักธงสาวเบาๆ ได้ด้วย นั่นแหล่ะ... จบตอนด้วยการมีคนถ่ายคลิปลงเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อตอน

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : ความกว้างใหญ่ของโลกเสมือน (เหนือเกรียนยังมีเกรียน ?)

เนื้อเรื่องเป็นตอนต่อหลังจบการดวล มีคนส่งข้อความมาหาทัชมี (ชื่อพระเอกในเกม) หลังเห็นคลิปการต่อสู้ ก็เป็นพวกคนสนิทพระเอกทั้งนั้น ดูจากรีแอคชั่นของแต่ละคน เดาว่าพระเอกคงไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นเกมเท่าไหร่ แถมเจ้าตัวยังโดนหมายหัวจากสังกัดทีมต่างๆ อีกด้วย (น่าจะเคยไปเกรียนไว้เยอะ) นอกจากพวกที่ตามล่า ยังมีพวกซึ่งพยายามชวนให้พระเอกร่วมทีมอย่างน้องแมวดำที่โผล่มาก่อนพระเอกจะทันออกเกม พอชวนดีๆ ไม่ได้ผล ก็คิดจะใช้วิธี "รุม" พระเอกในการต่อสู้ เพื่อบังคับให้พระเอกยอมหลังแพ้การดวล ซึ่งตรงนี้กูอิหยังวะมากๆ ว่าพระเอกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือไง นอกจากขอเข้าร่วมระหว่างการต่อสู้ได้แล้ว ยังมีการสู้แบบรุมด้วย ตรงนี้คือกูไม่มีตาเหลือจะให้หลับอีกต่อไป ดังนั้นเลยขอนุญาตวางตรรรกะไว้ข้างหมอนชั่วคราว แล้วมองว่ากฎของ Eternal มันไม่ตายตัวและยืดหยุ่นมากๆ จนทำให้แม้แต่เด็กใหม่ในเมืองเกิดก็ยังถูกพวกมือดีบุกมาท้าสู้ได้ แถมการต่อสู้กันสามารถรุม 10-1 ได้อีก โชคดีที่พวกเพื่อนพระเอกวาร์ปมาขู่ทีมแมวดำได้ทัน พระเอกนึกสนุกขึ้นมาเลยท้าน้องแมวดำว่าเรามาดวลกันดีกว่า ถ้ากูแพ้กูจะยอมไปร่วมทีมก็ได้ แต่ถ้ากูชนะน้องแมวเตรียมตัวโดน ยสตน. (ในเกม) ได้เลย

คือจริงๆ ทัชมีบอกแค่ว่าถ้าน้องแมวดำแพ้ขึ้นมา จะต้องยอมปิดโหมดศีลธรรมแล้วไปเข้าโรงแรมกับมัน ซึ่งดูยังไงก็แม่งคิดดีไม่ได้สักนิด ด้านน้องแมวดำถึงจะโดนขู่ด้วยเงื่อนไขบัดสี แต่นางก็ยังลุยต่ออย่างมั่นใจ การดวลเป็นไปแบบเดินคอมโบเมต้าฝ่ายเดียวของน้องแมวดำ กูไม่เข้าใจว่าทำไมน้องเธอถึงขอเป็นฝ่ายโจมตีก่อนได้ แต่ด้วยความที่ตรรกะโดนวางไว้นอกหัว เลยคิดว่าคงไม่เป็นไร ตรงนี้กูเผลอขำนิดหน่อย เพราะนักเขียนทับศัพท์อ่าน Tengu ว่า "เท็นงู" (จริงๆ คือ เท็งงุ ) ก็โดนท่าโน้นท่านี้ไปจนพระเอก Hp เหลือ 2 พี่แกดูไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก ซึ่งกูก็เดาออกตั้งแต่ต้นตอนแล้วว่าแม่งไม่แพ้หรอก พระเอกสไตล์แกรี่สตูว์กวนตีนขี้เก๊กแบบนี้ เดี๋ยวก็หาทางพลิกเกมได้ ที่แย่คือกูไม่รู้สึกเอาใจช่วยพระเอกเท่าไหร่ ใจกูนี่โดนความแกรี่ทำลายความลุ้นไปหมดแล้ว ที่อ่านต่อเพราะอีก 1 ตอนจะครบ 5 แล้วเฉยๆ คือมันก็ไม่ได้แย่นะ ออกจะสนุกด้วยสำหรับเด็กๆ ที่ชอบพระเอกแกรี่ เท่ๆ แบบดูโกงๆ ปัญหาคือกูหลุดพ้นจากนิยายแนวนี้มานานแล้ว ก็เลยรู้สึกเฉยๆ สูญสิ้นความเป็นเบียวแบบไม่เหลือสักนิดเลย มันเลยจะ อืมๆ หน่อย

605 Nameless Fanboi Posted ID:D36DCVm9Z4

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 : One turn kill (มุกหากินป่าวเนี่ย)

Pattern เดิมไม่หวือหวา พระเอกเคาน์เตอร์ด้วยเอฟเฟคอุปกรณ์สวมใส่และการ์ดเวทย์ที่จงใจใส่มาแต่พวกคอมโบเสริมการโจมตี (ถึงจะอ้างแบบนี้ แต่ดวงมึงก็ยังดีเกินไปเหมือนเดิม) น้องแมวดำพ่ายแพ้ด้วยคอมโบยาวชุดใหญ่ เหมือนที่กูเดาได้อย่างง่ายดาย พระเอกไม่ได้ลากน้องไปปู้ยี่ปู้ยำแต่ฝากไปบอกหัวหน้าทีมว่ากูปฏิเสธคำชวนแทน มีฉากทำซึ้งด้วยการลูบหัวแต่ไม่อินสักนิด ไม่มีการบิวด์อารมณ์อะไรเลย ลูบแล้วเดินจากไปเหมือนลูบหัวหมาหงอย (เสียดายตัวละคร อุตส่าห์ปั้นมาเสียน่ารักน่าแกล้ง) และตัวละครไม่เกิดปฏิสัมพันธ์ด้านอารมณ์ (อีกแล้ว!) คือไม่เขียนว่าน้องแมวดำเกิดความรู้สึกอะไรบ้างหลังแพ้ คือนิ่งไปเลย พระเอกก็นั่นแหล่ะ ลูบหัวหมาแล้วจากไป หลังจากนั้นพระเอกก็รู้สึกหิวในเกมเลยชวนเพื่อนฉายา "พันตา" ไปหาไรแดก แล้วคุยเรื่องการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง

ตรงนี้นักเขียนอธิบายเซตติ้งกับเวิลด์บิวด์ดิ้งของโลก Eternal เพิ่ม เกี่ยวกับระบบความหิว ความง่วง ระบบอาชีพ และการเล่นเกมเพื่อหาเงินใช้ ในช่วง 4 ตอนแรกเนื้อหาของนิยายเบาบางมาก เหมือนพระเอกแค่เข้ามาเล่นเกมและโชว์เทพธรรมดา จนถึงบทนี้เส้นเรื่องและเป้าหมายของพระเอกถึงปรากฏ ตัวเอกเหมือนพวกจับเสือมือเปล่า ผสมเด็คด้วยการ์ดที่ดูไม่น่าสนใจแต่กลับได้ผลออกมาเป็นคอมโบอันเฉียบขาด เล่นเกมเพื่อท้าดวล หาเงินออกไปซื้อซองการ์ดลุ้นเอาแรร์ไปขายเป็นเงินสดอีกที ล่าสุดพูดถึงการชนะทัวร์นาเม้นท์ที่มีเงินรางวัลสูงชนิดอยู่สบายไปตลอดชาติ ซึ่งพระเอกมันก็คงไปร่วมตามสเตปนั่นแหล่ะ ก่อนจบตอนที่ 5 พระเอกนัดเจอนายพันตานอกเกมแล้วบังคับเพื่อนเลี้ยงข้าว (ในโลกจริง) จบตอนที่ 5

การบรรยาย : การบรรยายใช้ได้ สำนวนอ่านลื่น บทสนทนาเป็นทางการจนผิดปกติบางช่วง (โดยเฉพาะของน้องแมวดำ ซึ่งอ่านแล้วนึกว่าท่องจำเหมือนพวกทำงานคอลเซนเตอร์) มีคำผิดโผล่มาบ้าง แต่เป็นหนึ่งในคำผิดยอดฮิตที่พลาดกันบ่อยๆ ด้วยการขึ้นย่อหน้าใหม่ทุกๆ 4-6 บรรทัดของจอแสดงผลมือถือ ทำให้อ่านง่ายไม่เป็น text wall ฉากต่อสู้อธิบายได้ไม่ค่อยเร้าใจ อาจเป็นเพราะคอมโบต่อเนื่องเด็ดขาดเกินไปจนไม่มีความพลิกผันอะไรเลย เป็นนักเขียนอีกคนที่บรรยายหนัก Tell และใช้ Show เน้นแค่สีหน้าของฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำ (อารมณ์พวกตัวโกงร้องว่า บากะน่า! มาซาก่า! ด้วยสีหน้าของคนต๊กกะใจ) บรรยายการกระทำพระเอกแบบรวดรัดเกินไปหน่อย คือเข้าใจว่าอยากต่อคอมโบอย่างรวดเร็ว จะได้ดูเป็นมือโปร แต่มันอ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นการต่อสู้ มันดูเหมือนเป็นการคอมโบเพื่อทำลายคู่แข่งฝ่ายเดียวเสียมากกว่า

ตัวละคร : พระเอกแกรี่เต็มสูบ จำได้แค่ไอ้เหี้ยนี่แม่งดวงดีสุดๆ คอมโบเดียวตัดสินแพ้ชนะด้วยความลงล็อค (ที่อ้างว่าเป็นผลมาจาก Deck Modifying) นิยายเรื่องนี้ไม่อธิบายรูปร่างหน้าตาตัวละคร เปิดช่องให้นักอ่านจิ้นถึงหน้ากวนตีนๆ ของพระเอกได้ตามใจชอบ ดูเป็นคนที่ไม่สนโลกแต่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อนข้างสูตรสำเร็จมากในนิยายแนวนี้ เปิดตัวละครที่ใช้การได้มาหลายตัว แต่ดันปล่อยให้บทหาย หรือใช้แบบทิ้งขว้างซะงั้น

เนื้อเรื่อง : พระเอกตัวเกรียนใช้เด็คล้าสมัยด้วยเมต้าโบราณตั้งแต่ตัวยุคที่การ์ดเกมนี้ยังไม่มีเวอร์ชั่นโลกเสมือน มีฝีมือแต่มาหมกตัวอยู่เมืองเกิดเพื่อตบเกรียนพวกที่มารอตบเด็กอีกที อ่านมาได้ 5 ตอน เดินเรื่องค่อนข้างช้า อาจเป็นเพราะแต่ละตอนมันสั้นด้วย แค่คอมโบในการดวลก็กินไป 70% ของตอนแล้ว เส้นเรื่องหลักชัดเจนในบทที่ 5 แต่ไม่ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความน่าติดตาม เพราะเรื่องขายพลังแกรี่ของพระเอก เป็น Character Base สไตล์ตัวละครหลักแข็งแกร่งมาตั้งแต่แรก มีปัญหาเหมือนเรื่องอื่นๆ อีก 80% ในนี้ คือเปิดเรื่องไม่ได้แย่ แค่ยังดูธรรมดาไป ความดวงดีของพระเอกโคตรจะแกรี่ชนิดที่หาข้ออ้างมาแถไม่ได้

606 Nameless Fanboi Posted ID:D36DCVm9Z4

จุดเด่น : รูปแบบการขึ้นย่อหน้าใหม่ทำให้นิยายอ่านง่าย ความยาวต่อตอนเหมาะสมกับการเป็น Web Novel ใช้เครื่องหมายไม้ยมกได้ถูกหลัก (อันนี้กูชมจากใจ) เป็นนิยายที่สนุกแบบคลิเช่ดูเอล พระเอกเจอคู่ต่อสู้ที่เหมือนจะทำให้เสียเปรียบแต่พลิกกลับมาชนะได้แบบโม้ๆ (ซึ่งแถให้ฟังดูน่าเชื่อได้บ้าง) ถึงจะดูแข็งๆ ฝืนๆ แต่เซอร์วิสประเภท Badass moment ก็ทำได้ไม่เลว (เก๊กพูดจนอ่านแล้วรู้สึกน่าหมั่นไส้ด้วย)

จุดด้อย : เขียนคำว่า หรือ,เหรอ เป็น หรอ หลายจุด เจอคำผิดแบบตลกๆ บ้างประปราย (หน้าเบื่อ - น่าเบื่อ) พบการใช้คำเชื่อม/คำขยาย ซ้ำซากใน 1 ย่อหน้าโดยเฉพาะบทที่ 2 แม้จะเป็นตัวเลขที่จำนวนหลักน้อย ก็ยังใช้ตัวเลขอาราบิกในการแทนค่า (ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ พอหยวนๆ ได้ ถ้าไม่คิดมาก) ปัญหาคือใช้สลับกันไป-มา เดี๋ยวก็ใช้สิบห้า เดี๋ยวก็ใช้ 15 ซึ่งควรปรับให้เป็นแบบใดแบบหนึ่งไปเลยเพื่อลดความสะดุดตอนอ่าน กฎของตัวเกม Eternal ไม่ชัดเจน สร้างความอิหยังวะต่อความสมเหตุสมผลได้อย่างต่อเนื่อง เสน่ห์ของพระเอกยังดูครึ่งๆ กลางๆ มีดีแค่เก่งการ์ดเกม เห็นวาดตัวละครไว้น่าโม่ย แต่ใช้ตัวละครหญิงทิ้งๆ ขว้างๆ

คะแนน : B ... สนุกในแบบนิยายพระเอกแกรี่ การบรรยาย+สำนวนทำได้ดี แต่ด้อยเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ทำลายจุดขายของตัวเอง (ใช้ตัวละครหญิงในแบบ Moe Strike ได้ไม่คุ้ม)

ความเห็นส่วนตัว : เป็นนิยายที่จะสนุกสำหรับนักอ่านกลุ่มเกรียนที่เน้นความเมพขริงของพระเอก รูปแบบการแพ้ชนะในการดวลเดาทางง่าย ความแกรี่ของพระเอกทำให้นักอ่าน (ที่ไม่ใช่มือใหม่) หมดลุ้น มีความไม่สมเหตุสมผลด้านตรรกะหลายข้อ เช่น พระเอกใช้เด็คเมต้าด้วยการ์ดเก่า เน้นการผสานระหว่างอุปกรณ์สวมใส่กับความสามารถของมอนสเตอร์ที่คอลมา ถูกคนอัดคลิปไว้ได้หลายครั้ง ทำไมถึงไม่มีใครสามารถจัดเด็คที่พระเอกแพ้ทางมาเล่นงานเจ้าตัวบ้าง

กลยุทธอะไรก็ตามหากถูกเห็นและนำมาวิเคราะห์ซ้ำๆ สุดท้ายมันจะโดนทำลาย ดังนั้นในโลกของ Eternal ที่มีผู้เล่นมากมาย ย่อมต้องมีใครสักคนที่คิดจัดเด็คเฉพาะทางเพื่อปราบพระเอกโดยเฉพาะอยู่แน่ (ในอนาคตอาจมี เพราะตอนนี้อ่านถึงแค่ตอนที่ 5) ขอเพียงสกัดการติดตั้งอาวุธบลัดดี้ของพระเอก หรือหาทางทำให้พระเอกใช้เมจิคการ์ดไม่ได้ คอมโบของพระเอกจะไร้ค่าในทันที ถ้ามีเน็กซัสความสามารถประเภทได้ Hp หากอีกฝ่ายจั่วการ์ด พระเอกก็จะทำอะไรได้ยากขึ้นมาก เพราะเด็คของทัชมีเน้นจั่วหลายใบเพื่อสร้างโอกาสคอมโบในรูปแบบต่างๆ หรือถ้าเป็นเอฟเฟคที่ตรงกันข้ามอย่างจั่วแล้วเสีย Hp 1 แต้มต่อ 1 ใบ พระเอกก็จะถึงคราวซวยเอาได้ง่ายๆ และสิ่งที่เป็นของแสลงสุดขีดของนายคนนี้ คงหนีไม่พ้นการ์ดเวทมนตร์ประเภทสะท้อนการโจมตีกลับ หรือกลุ่ม Damage Drain (ได้รับ Hp ตามพลังโจมตีที่อีกฝ่ายสร้าง)

ความโชคดีของพระเอกก็เป็นสิ่งหนึ่งที่โคตรจะแกรี่ แต่ยังพอเข้าใจได้ว่าถ้าไม่ทำแบบนี้พระเอกก็จะไม่สามารถพลิกล็อคได้ ปัญหาของนักเขียนคือมองความสนุกของนิยายแนวเกมการ์ดผิด ความสนุกของแฟนนิยายสไตล์ดูเอลคือการได้ลุ้นไปตลอดช่วงการแข่งขัน การหักเหลี่ยมเฉือนคมแบบพลิกไปพลิกมา การใช้ทรัพยากรจำกัดเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งไม่มีอยู่เลยในนิยายเรื่องนี้ เพราะรูปแบบการดวลจบลงด้วยคอมโบยาว 1 ชุดใหญ่ที่ทำให้เกมจบลงทันที และความผิดปกติที่ถูกเซตอัพไว้ในฉากการผสานคอมโบ ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ถูกสกัด ทั้งๆ ที่เมจิคการ์ดถูกอธิบายว่าสามารถใช้ตอนไหนก็ได้ แต่คู่ต่อสู้กลับไม่ยอมใช้เมจิคการ์ดที่ตัวเองมีเพื่อสร้างความลำบากให้พระเอก หรือที่แย่ที่สุดคืออีกฝ่ายถูกเซตให้จั่วได้เมจิคการ์ดที่ useless จนใช้หยุดคอมโบพระเอกไม่ได้ ถ้าไม่แก้ไขตรงนี้พัฒนาการของตัวละครก็หยุดอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ยันจบเรื่อง

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอ่าน King's Avatar (พี่เยี่ยคนเหี้ยผู้ไม่มีขีดจำกัดล่าง) ผสมกับ Age of Summoner นิยายการ์ดเกมโลกเสมือนของ Masalan แต่ไปได้ไม่สุดสักทาง พระเอกเก่งเทพกวนๆ เกรียนๆ และชนะด้วยการพลิกล็อคเป็นสำคัญ แกรี่จนตรรกะถูกลืม ตัวเอกเล่นเพื่อหาเงิน ตัวละครหญิงมีบทบาทน้อย หรือในกรณีของนิยายเรื่องนี้คือปั้นตัวละครมา cute เสียของ สามารถนำมาเล่นได้หลากหลายรูปแบบ แต่ดันลอยแพทุกนาง ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของพระเอกมีมากสุดแค่ความปากหวาน โมเม้นท์กุ๊กกิ๊กแทบไม่มี จนสงสัยว่านักเขียนเน้นการดวลด้วยคอมโบอย่างเดียวหรือเปล่าวะ (แต่ก็เห็นโฆษณาเรื่องสาวๆ ไว้นี่หว่า)

607 Nameless Fanboi Posted ID:XgHv1ixb11

>>602 +1 การเอาชื่อ-นามสกุลจริงมาลงนี่แม่งอันตรายสัสๆ ยกตัวอย่างกูเองก็ได้ กูเคยสาวลากไส้คนๆ หนึ่ง แบบไม่มีชื่อสกุลจริงอะไร เริ่มต้นด้วยแค่ข้อมูลในบอร์ดในนิยายเด็กดีนี่แหละ สุดท้ายหาเจอกระทั่งเบอร์มือถือกับที่อยู่ ทำมาหากินอะไร มีประวัติความเป็นมายังไง กูหาได้หมด ไอ้หนุ่มนี่คงไม่เข้าใจเรื่องการโพสต์ข้อมูลส่วนตัวในอินเตอร์เน็ตมั้ง ถึงได้กล้าขนาดนี้

608 Nameless Fanboi Posted ID:yTM7JE89kt

อีห่า F แม่งปั่นมั่วอีกแล้ว คราวนี้สรุปว่าไอ้เบียวแม่งโดนเม้นท์ท้าย ๆ รุมจวกยับ ปล.กูเลื่อนมาเจอเม้นท์ดอกขาวตอนตื่นนอนพอดี ห่านเอ๊ยยย เช้าอันสดใสของกูเหมือนน้อนเกศรินหายไปไหนแล้ว

609 Nameless Fanboi Posted ID:E6O1Yc44Qj

จิตใจอันแก้วกาดของกูอยากไปตะโกนอัดหน้าอีสองตัวนี้ว่า "ตลาดวายแล้วไอสัส!"

610 Nameless Fanboi Posted ID:E6O1Yc44Qj

ถามเล่นๆ มีใครเคยจิ้นเจ๊ดอกขาวกับไอ้F ไหมวะ กูเคยภาวนาให้แม่งสองตัวได้ทะเลาะกันสักครั้ง แต่พอเหตุการ์นั้นมันเกิดขึ้นจริงๆ แม่งเสือกคุยกันรู้เรื่องเฉยเลย อีหยังวะ!?

611 Nameless Fanboi Posted ID:E6O1Yc44Qj

>>607 พูดถึงไอ้การลงข้อมูลจริงนี่ ถ้าเจ้าตัวไม่ก่อเรื่อง นิสัยไม่เรียกตีน คิดว่าจะรอดไหมวะ?

612 Nameless Fanboi Posted ID:yTM7JE89kt

อิเจ้ดอกขาวกับF เนี่ย กูเคยมาเม้าท์อยู่ แต่เก็บความคิดกลับไป เพราะเหมือนคนประสาทแดรกสองคนมาจับเข่าคุยกันอะ นึกภาพคนในโรงบาลจิตเวชสวมชุดผู้ป่วยนั่งจับเข่าหันหน้าเข้าหากันแล้วมึงต้องมาเห็นพวกนี้มันพูดพล่ามกันสักพัก เข้าสู่เรื่องโลกที่มึงไม่เข้าใจ พูดง่ายๆ โลกของโทรล อีกอย่างไอ้Fมันเลียแข้งขาอีเจ๊ดอกจะตายไป

613 Nameless Fanboi Posted ID:XgHv1ixb11

>>611 ก็ยังมีอันตรายอย่างอื่นอยู่ดี พวก scam อะไรแบบนั้น จริงๆ ถ้าในเด็กดีปิดเมล์ได้ก็ปิดด้วย เพราะมันอาจจะเป็นเมล์เดียวกับเฟซมึงอยู่ดี เช่นเดียวกับเฟซและทวิตตั่งต่าง ปิดเมล์ ปิดเบอร์ให้หมด ปิดการค้นหาด้วยเมล์ได้ก็ดี

>>612 ไอ้ห่านี่อยู่เป็นไง คือรู้ว่าถ้าตีกับอีดอกแล้วต่อความยาวสาวความยืด น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงสุดๆ เพราะงั้นขอเป็นพวกเดียวกันดีกว่า ไม่อยากปวดหัว ไรงี้

614 Nameless Fanboi Posted ID:XgHv1ixb11

อ้าว ดอกขาวไปจิกฟรอยด์ละ let them fight จ้า

615 Nameless Fanboi Posted ID:l4v0fkQcuX

เห้ยๆ https://www.dek-d.com/board/view/3959490/1/?comment=23_1 กูนี่ลุ้นเยียวเล็ด

616 Nameless Fanboi Posted ID:eKE2MOM1c2

>>615 ไม่ทะเลาะกันหรอก สุดท้ายอี F ก็จะทำเป็นศิโรราบให้ดอกขาวไปเองแหละ (ไม่ก็ใช้วิธีเปลี่ยนเรื่อง ชมปะเหลาะ เลียหีอีดอกขาวเอาเป็นเอาตาย)

617 Nameless Fanboi Posted ID:3TwW7eSiKE

>>615 ก็น่าลุ้นดีนะ.. เพราะ F รู้ แต่อีดอกขาวไม่รู้4 รู้8 อะไร เกิด F แม่งแปะมีม ..ถ้าโงก็แค่อยู่เงียบๆค่ะ.. ได้โดนสวด 31 บรรทัดจากอีกดอกขาวแน่ๆ

618 Nameless Fanboi Posted ID:yTM7JE89kt

อิดอกขาว ไม่รู้ไรเสือกเจ๋ออีกละ

619 Nameless Fanboi Posted ID:u4UaxzahMJ

ดอกขาวผู้ไม่รู้ห่าอะไรแต่ก็อยากเผือก ทั้งๆที่เป็นคนอื่นไล่อ่านเองในมู้ก็น่าจะตามเรื่องได้เองแต่อีนี่ไม่
เสือกจะให้คนอื่นมาทำความเข้าใจมึงทั้งที่ตัวเองไม่พยายามจูนทำความเข้าใจกับผู้อื่น ดีแต่หวังรอให้คนมาเคี้ยวป้อนให้ถึงปาก อีเฒ่าทารกเอ๊ย คิดว่าตัวเองเป็นใคร คนอื่นถึงต้องมาเสียเวลาบริการมึง

620 Nameless Fanboi Posted ID:5Mto1s1Zpk

อี F มาละ รอดูต่อเยย

621 Nameless Fanboi Posted ID:faAPxsuv+G

แล้วในท่ามกลางเศษซากสงครามกลางเมือง ก็ได้ปรากฏร่างของพ่อค้าสล็อตผู้หนึ่งออกมาเร่ขายของ 5555 (โดนกำจัดไปเรียบร้อย)

622 Nameless Fanboi Posted ID:l4v0fkQcuX

F ทำตัวล่อตีนดอกขาว! ฝันกูเป็นจริงแล้ว! ฉลองงงงง!!! (สั่งพิซซ่าแดรกแม่งเลยวันนี้)

623 Nameless Fanboi Posted ID:0i9mOJGXdB

>>622 แล้วมึงจะดีใจเก้อ มวยล้มต้มคนดูแน่นวล เพราะอิสองตัวนี่เป็นมันเพื่อนกันเว้ย

624 Nameless Fanboi Posted ID:faAPxsuv+G

>>623 ช่ายล้าว มีแต่จิกกันไปหยอกกันมาแหละ อีดอกขาวน่ะรำคาญจริงแต่ ไม่เคยทำ F ของขึ้นได้หรอก เพราะมันเองไม่อยากตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ๊

625 Nameless Fanboi Posted