Fanboi Channel

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาคการกลับมาของตัวเห่อหมอยต่างโลก เบียวซู เอจจี้ แมรี่ซู พล็อตนิยายที่ไม่มี true end พร้อมเสียงกุบกับๆฮรี้ๆๆ ไอ้สัส เมื่อไหร่มึงจะเลิกเล่นมุกม้าวะ

Last posted

Total of 94 posts

43 Nameless Fanboi Posted ID:PHlbBb5OSb

>>37 มึงทำใจได้เลยว่าหายากแน่ ไอ้พวกแบบนี้อะ

ไอ้พวกที่ติด Top เนี่ย มีซักกี่คนที่วางโครงเรื่องมาเขียนจริงๆ ส่วนใหญ่แม่งก็อารมณ์ชั่ววูบเขียนไปแบบไฟลนตูดทั้งนั้นล่ะ ซึ่งไอ้พวกเนี่ยพอเขียนไปถึงจุดพีค จุด Climax แล้วมันจะเริ่มหมดไฟ เพราะหาจุดลงตัวปิดเรื่องไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น พอหาที่ลงไม่ได้ -> เครียด -> ไม่สนุกกับการเขียน -> เบื่อและทิ้งงาน -> ไปเขียนเรื่องใหม่ แล้วกลายเป็นลูปนรกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นล่ะ

พูดแล้วก็หงุดหงิดนะ สนพ. เดี๋ยวนี้แม่งก็มักง่าย เหมือนไม่รู้จักการตลาด สักจะเอาแต่ยอดวิวยอดขายจากตัวนักเขียน แต่ไม่คิดจะปั้นนักเขียนให้เก่งให้ดัง ซึ่งแม่งก็ได้แค่ยอดขายระยะสั้น แถมความ Royal ของลูกค้าก็ไม่มี แล้วก็มาบ่นว่า สนพ. จะตายเพราะไม่มีคนซื้อ

คือถ้าให้กูสรุปง่ายๆ ก็คือแม่งไม่คิดจะผลิตทรัพยากรบุคคลนั่นล่ะ แทนที่จะจับคนที่มีพรสวรรค์ซักคนมาดันให้ดัง แล้วดีลให้นักเขียนอยู่คู่ สนพ. นานๆ จนกลายเป็นแบรนด์ดีๆ เพื่อการลงทุนระยะยาว เสือกอยากได้แต่ขี้หมาสดๆ ที่จะกลายเป็นขี้หมาแห้งๆ ในเวลาไม่กี่เดือน

44 Nameless Fanboi Posted ID:IHlFYYURe5

>>43 ชอบที่พูด เอาไปเลย+1

45 Nameless Fanboi Posted ID:IwFdrLh6LJ

>>43 เพราะแบบนี้แหละ คนเขียนหนีไปทำมือแทน ส่วนสำนักพิมพ์ที่อยู่ได้เพราะนิยายแปล มันคิดว่านิยายแปลกับนิยายของไทย QC เหมือนกัน แต่ลืมไปว่าตัวเองถือลิขสิทธิ์แค่แปลมาเผยแพร่ ไม่ใช่ลิขสิทธิ์การผลิตต้นฉบับแบบต้นสังกัด

46 Nameless Fanboi Posted ID:K74SCfn0YR

>>43 แต่สัจธรรมอีกข้อคือคนเขียนงานดีๆ แม่งไม่ออกงานถี่ว่ะ บางคน 3 ปีออกเรื่องนึง สนพ. แม่งก็คงคิดหนัก ปั้นขึ้นมาแล้วไม่มีงานต่อลำบากเลย มันไม่มีสัญญาผูกมัดด้วยว่าต้องส่งให้อย่างน้อยกี่เรื่อง บางทีนักเขียนอินดี้อีก แม่งเขียนแฟนตาซีอยู่ดีๆ ย้ายไปวายไปจีน เผลอๆ ก็หนีไปทำมือ ทรัพยากรบุคคลมันเลี้ยงยากก็ตรงนี้ กลับเป็นพวกมีปริมาณแต่ไร้คุณภาพนี่แหละออกปีละ 4-5 เล่ม ถ้าอยากให้สายการผลิตไม่ขาด flow มันก็ต้องสุ่มหยิบพวกดังฉาบฉวยมาเสริมไลน์ละนะ เคสนี้กูเข้าใจเขาว่ะ

47 Nameless Fanboi Posted ID:6yzW5iwZ3o

>>46 อันนี้มันก็หน้าที่ บก. และฝ่ายบุคคลแล้วล่ะว่าจะเค้นงานจากนักเขียนได้ขนาดไหน

อนึ่ง บก. บ้านเราแม่งฝีมือห่วยด้วย เท่าที่กูรู้จักนะ หลายคนแม่งก็ไต่มาจากนักเขียนที่ขายไม่ออกซึ่งมันไม่ใช่อะ

เอาตามจริงนะ บก. เนี่ย นอกจากรู้จักนิยายกับตลาดแล้ว แม่งต้องรู้จักจิตวิทยาและการกล่อมคนด้วยนะ นักเขียนเขียนไม่ออก? ก็ต้องเข้าไปคุยและให้คำปรึกษา เพราะไอ้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านักเขียนอะ บ่อยครั้งเลยมันจะฟุ้งเฟ้อได้พล็อตบ้าๆ มา ซึ่งเมื่อพล็อตเต็มหัวมันก็ต้องมีการระบายออกเว้ย แต่บางทีไอ้ที่ระบายออกมาดันไม่ตรงกับแนวเรื่องที่เขียน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ บก. แล้วล่ะ คือต้องตีโจทย์ที่นักเขียนปล่อยออกมา แล้วให้คำแนะนำมาปรับใช้กับเรื่อง เพื่อไม่ให้ออกทะเลหรือให้นักเขียนหาเรื่องทิ้งงาน

พูดถึง บก. แล้วขอบ่นหน่อยเหอะ บก. ที่กูรู้จักแต่ละคนนะ แม่งไม่มีหรอกไอ้ที่ให้คำปรึกษานักเขียน วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านเรื่องไหน (ที่ตัวเองคิดว่า) น่าสนใจ ก็จะไปจีบๆ แล้วขอตีพิมพ์เท่านั้นล่ะ เหี้ย! ...โอเค แล้วพอได้แล้วไงต่อ? จะปั้นเขามั้ย? จะให้เขียนแก้รึเปล่า ...ก็ไม่ ควย!! แม่งบอกขี้เกียจ เลยจะเอาไอ้ฉบับเขียนบนเว็ปนี่ล่ะไปตีพิมพ์เลย นักเขียนไม่ต้องแก้ ไม่ต้องทำสัญญาผูกมัด ได้ตังเสร็จตัดหางปล่อยวัด จบ~

คือแม่งคิดได้แค่นี้กูก็ไม่แปลกใจว่าทำไม สนพ. ถึงล่มเอาๆ มันพังตั้งแต่ตัว บก. แล้วละ ดูถูกคนอ่านคิดว่าอีกฝ่ายแค่ซื้อๆ ไปก็พอใจแล้ว ซึ่งความจริงแล้วแม่งก็ไม่ได้รู้เลยว่าไอ้สิ่งที่ทำๆ เนี่ย มันทำให้ สนพ. หมดความน่าเชื่อถือ แล้วพาลทำให้ลูกค้าหายหมดจนยอดแม่งตกแบบทุกวันนี้นี่ล่ะ

จะว่ากูอวยก็ได้นะ แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวกู กูมองว่าบริหารแบบ สนพ. พูนิก้า เนี่ยถือว่าโอเคอยู่เลยสำหรับยุคนี้เลย เท่าที่กูรู้คือมันเป็นไม่กี่ สนพ. นะที่ใช้ระบบนักเขียนกึ่งประจำ แทนที่จะไปสุ่มๆ หางานฟรีแลนท์มาขายแบบ สนพ. อื่น คือแบบนี้มันสามารถเค้นนักเขียนได้เต็มที่ แถม บก. ยังสามารถให้คำปรึกษาพร้อมมองพัฒนาการนักเขียนได้อีก คนไหนผลงานดียอดขายเด็ดก็ต่อสัญญาให้เป็นนักเขียนประจำ จ่ายหนักๆ คนไหนผลงานไม่ดีก็ส่ง บก. ไปจัดการ ถ้าส่งไปแล้วแต่ก็ยังเข็นไม่ขึ้นก็คัดออกซะแล้วหาคนใหม่มาแทน ซึ่งไอ้การบริหารแบบนี้นี่ล่ะที่แม่งน่าเชื่อถือ ถึงยอดจะไม่เยอะเท่าเพราะแนว สนพ. นี้แม่งเฉพาะทางชิบหายก็ตาม แต่แม่งก็ไม่ตายเหมือนบาง สนพ. ที่เอาแต่จับขี้เปียกมาขายอะ

48 Nameless Fanboi Posted ID:CHgRwvw+rb

>>47 วิจารณ์ได้โหดสัสมาก แต่กุชอบ

49 Nameless Fanboi Posted ID:18Y4raZguB

บก.ของไทยมีความรู้เทียบเท่าม.6 รึเปล่า ถึงดูไม่มีความรู้วิชาการตลาดบริหารธุรกิจมาก่อน

50 Nameless Fanboi Posted ID:RnSxkftV9t

ในเด็กดีมีเรื่องไหนที่ตัวเอกติดยา, กินเหล้า, สูบบุหรี่, มั่วผู้หญิงบ้างป่ะ

51 Nameless Fanboi Posted ID:dE9.Dck/S9

>>50 เยอะ โดยเฉพาะพวก darkwannabe

52 Nameless Fanboi Posted ID:6zHxDWtWda

>>49 บก. เดี๋ยวนี้แม่งการตลาดทั้งนั้น มึงเคยเห็นนิยายดี ๆ นอกกระแส ได้พิมปะ

53 Nameless Fanboi Posted ID:j1DvRtUdvC

>>52 นอกกระแส มีความเสี่ยงเอามา ขายไม่ออก เจ๊งนะมึง
หนังสือเล่มหนึ่งลงทุนเป็นแสน
ขาดทุนหลายเล่มติดต่อกัน สนพ. เจ๊งเอาง่ายๆ นะมึง ใครจะเสี่ยงวะ
ขนาดพวกเรื่องในกระแสยอดวิวสูงๆ บางที พอขายจริงยังหืดขึ้นคอ ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะรอดได้หรือเปล่า
ที่จริง สมัยนี้ นักเขียนมีทางออก ไปขาย ebook ออกเองได้ ...ไม่ว่ามึงจะเขียนนอกกระแส ขนาดไหน แต่คนอ่านจะซื้อเท่าไร ไปลุ้นเอา

54 Nameless Fanboi Posted ID:j1DvRtUdvC

โดยเฉพาะแนว แฟนตาซี มึงทำใจได้เลย ได้ขายเป็นชุดในเว็บ หรือไม่ออก ebook
กูสังเกตบางเรื่อง ก็ได้ไม่ใช่น้อยนะมึง บางเรื่องได้ดีกว่าที่ สนพ. จ่ายให้อีก แต่ก็มีจำนวนน้อยนะ
และต้องเข้าใจด้วยว่า อ่านฟรี กับ วางขาย ยอดคนอุดหนุนต่างกันเป็น 10 เท่า

55 Nameless Fanboi Posted ID:5FspiMNhYe

นิยายเรื่องเดียวกันที่ลงเว็บกับตีพิมพ์เป็นเล่มนี่มันต่างกันยังไงวะ เพราะถ้าแม่งไม่ต่างกันกุอ่านในเว็บหรือ ebook ก็ได้

56 Nameless Fanboi Posted ID:5FspiMNhYe

>>47 นึกถึงเรื่องบาคุมังเลยว่ะ

57 Nameless Fanboi Posted ID:xyWWC4XLtu

>>32 แนะนำไมรอน นิยายแฟนตาซีคนไทยเขียน กูอ่านเมื่อนานมาแล้วรู้สึกว่าดีอยู่ ส่วนนิยายคนไทยเขียนที่ออกใหม่เร็ว ๆ นี้กูไม่รู้จักสักเรื่องคงแนะนำให้ไม่ได้ :v

58 Nameless Fanboi Posted ID:bgSwtiq7Qv

>>56 บาคุมังมันก็หยิบมาจากเรื่องจริงนั่นล่ะ

โดยส่วนตัวกูว่านิยายแฟนตาซีไทยอะมีดีไม่แพ้พวกนิยายจีน นิยายญี่ปุ่นหรอกนะ แต่อย่างที่ว่าของไทยแม่งอุปสรรค์เยอะ ไหนจะเป็น สนพ. หวังแต่ขายชื่อนักเขียน แต่ไม่คิดต่อยอด ไหนจะ บก. ห่วยแตกไม่คุมงานนักเขียนอีก ทว่าที่สำคัญที่สุดคือการตลาดแม่งน้อยเหมือนกับไม่ยอมลงทุนด้วยล่ะ

ถ้าใครแก่พอที่จะจำความได้ ก็ลองนึกย้อนถึงสมัย ถนนสีขาวออกมาใหม่ๆ สิ ตอนนั้น สนพ. แม่งทุ่มทุนประโคมโฆษณาจนขายดิบขายดี จนเข็นออกมาตั้งกี่เล่มทั้งที่แม่งเป็นขยะวรรณกรรม จำได้เลยว่ายุคนั้นแต่ละเว็ป แต่ละบอร์ดต้องมีพูดถึงราวกับแม่งมีม้าฮี้ๆ ได้รับค่าโฆษณามาปล่อยข่าวยังไงอย่างงั้น สนพ. อื่นๆ เองก็พยายามทำตาม จนกลายเป็นยุครุ่งเรืองของนิยายแฟนตาซีเลย

แต่ปัจจุบันเหมือนทุนส่วนนี้จะโดนตัดไปใช้อย่างอื่นหมดละ ซึ่งจะให้เหลือแค่การบอกปากต่อปากระหว่างคนอ่านด้วยกัน มันก็ไม่กว้างพอที่จะดึงดูดให้ลูกค้าซื้ออะ พวกแนวแฟนตาซีแม่งเลยค่อยๆ ตายไปจนกู่ไม่กลับอย่างทุกวันนี้นี่ล่ะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:488SjAl+Ao

>>58 กูเห็นต่างนะ นิยายแฟนตาซีไทยยังสู้ต่างประเทศไม่ได้ อาจจะมีแต่ก็น้อยมาก อุปสรรคจริงๆ คือสมัยนี้งานมาตรฐานดีหน่อยมีน้อยไม่ค่อยมีพัฒนาการ นิยายสมัยก่อนดีไหม ก็พอมีแต่มันดีในสมัยนั้นไง สมัยนี้มาตรฐานคนอ่านสูงขึ้น งานแม่งย่ำอยู่ที่เดิมแบบสิบกว่าปีก่อนจะบอกว่าเป็นงานดีมันไม่ได้แล้ว ที่มันกู่ไม่กลับเพราะงานมันดีไม่พอสนุกไม่พอแค่นั้นแหละ

60 Nameless Fanboi Posted ID:bgSwtiq7Qv

>>59 อันนี้กูพลาดเอง ลืมบอกว่าเป็นงานของสมัยยุคโน้นนะ ยุคนี้แม่งเลียนแบบนิยายจีนกันเละไปหมดละ

61 Nameless Fanboi Posted ID:OjMIgUdMuN

ไม่รู้พวกเด็กดีรู้ความจริงกับเรื่องพวกนี้รึเปล่า ปัญหาสนพ.กับการตลาดนิยายสมัยนี้

62 Nameless Fanboi Posted ID:wHJdCSxzVJ

อย่าว่าแต่คนเขียนเลย คนอ่านแฟนตาซีไทยก็ไม่ค่อยจะมีแล้วมึง เดี๋ยวนี้สินค้าทดแทนมันเยอะ อยากเสพแฟนตาซีไปเล่นเกมหรือหาหนังดูแทนก็ได้ ถ้าไม่เจ๋งไม่ใหม่จริงๆ ดันให้ตายมันก็ดังยากอะนะ ไอ้ที่ดังๆ สมัยก่อนพอมีอินเตอร์เน็ตก็โดนแฉกันรัวๆ เรื่องก๊อปพล็อตก๊อปคาแรกเตอร์ อีกอย่างคือเดี๋ยวนี้นิยายแฟนตาซีมันแฝงมาในรูปอื่นเยอะ จีนแปลแนวโรแมนติกมึงไปดูพล็อตแฟนตาซียิ่งกว่านิยายแฟนตาซีแท้ๆ อีก เทพเซียน ย้อนอดีต สัตว์วิเศษฯลฯ นิยายวายที่เป็นแฟนตาซีจ๋าๆ ก็มี กลุ่มคนอ่านมันแตกแขนงไปเรื่อยๆ ไอ้นิยายประเภท one for all มันปั้นยากมาก อย่างพวกสาวๆ นี่เขาก็เสพแฟนตาซีกันอยู่นะ แต่เขาไม่มาอ่านแฟนตาซีจูนิเบียวแบบเด็กดวกแล้ว นิยายเพียวแฟนตาซีมันกลายเป็นนิยายเฉพาะกลุ่มไปแล้วนะกูว่า แถมกำลังซื้อยังไม่ได้มากมายเหมือนพวกวายด้วย พวก top view ในเว็บนี่ซื้อไม่ถึง 15% กูบอกเลย สินค้ามันเกือบจะเป็น niche product มึงจะไปลงทุนทำการตลาดแบบ mass มันก็ไม่ใช่ปะวะ แถมคุณตะพาบงานยังเป็นแบบอ่านก็ได้ไม่อ่านก็ไม่เสียดายอีก ถ้ามีเงินอยู่หนึ่งพัน ซื้อหนังสือได้ 3 เล่ม มันจะมีกี่คนเลือกหยิบแฟนตาซีไทยขึ้นมาวะ เอาไปเปย์มังงะ LN นิยายรัก นิยายวาย จีนแปลก็หมดตัวแล้ว

63 Nameless Fanboi Posted ID:FHyzwC1juA

>>62 +1

64 Nameless Fanboi Posted ID:4jIdBIx+4l

>>62 แบบนี้จะเรียกว่าแนวแฟนตาซีเด็กๆ แบบเมื่อก่อนมันได้กลายเป็นแนวแฟนตาซีแบบผู้ใหญ่ไปแล้วก็คงจะได้ล่ะมั้ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:mn1M/uMh0+

>>62 +2

66 Nameless Fanboi Posted ID:crD+GSPprl

KY กูอยากอ่านนิยายถูกอัญเชิญไปต่างโลกทั้งห้องเรียนแล้วฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันทุกคนอ่ะ

67 Nameless Fanboi Posted ID:U39+S7Latl

>>66 Corpse Party ไง ตายจริงไรจริง

68 Nameless Fanboi Posted ID:crD+GSPprl

>>67 มันใช่นิยาย Dek-D เหรอวะ

69 Nameless Fanboi Posted ID:RR8+121e4T

กิ่งน้าคัมแบ็กว่ะ ดราม่าแคปนักอ่านมาประจานอีกละ ถ้าเพื่อนกูที่เป็นติ่งไม่ไปเม้นเชียร์ให้เด้งขึ้นฟีดกูก็ไม่รู้นะเนี่ย ลืมนางไปเลย เข้าอีหรอบเดิมแคปเม้นนักอ่านมาประจานให้ลูกหาบรุม

70 Nameless Fanboi Posted ID:pH6f673G+D

>>69 ถ้ากุเคยติดตามนางกุจะเลิกตามทันที วุฒิภาวะไม่สมวัยอายุก็เยอะแล้วยังง้องแง้งเป็นเด็กอยู่อีก

ปล. ลืมไปว่าไม่ใช่ห้องนินทา พอดีอินไปหน่อย

71 Nameless Fanboi Posted ID:Qhpzc+w7b7

ร้อนชิบหาย กูอ่านนิยายไม่ไหวแล้ววู้ว

72 Nameless Fanboi Posted ID:pQE2lvhCs8

>>71 กูจะละลายแล้ว

73 Nameless Fanboi Posted ID:OR6QXpZZPi

เพื่อนโม่ง กูเห็นนิยายแฟนตาซีหลาย ๆ เรื่อง ตอนข้อมูลเบื้องต้นแม่งใส่พวก "ระดับของจอมเวทย์บลาๆๆ ขั้นหนึ่ง สอง สาม"
อยากถามว่าพวกมึงคิดยังไงกับพวกที่ใส่ แล้วถ้ากูจะแต่งแนวนี้บ้างควรหรือไม่ควรดีวะ มันดูแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้ว่ะ

74 Nameless Fanboi Posted ID:rl+EPFdFxF

>>73 กูเบื่อ กูจะกดข้ามไม่อ่านเลย แม่งน่ารำคาญพอกับพวกเอาประวัติศาสตร์โลกมาฟาดหน้ากูในบทแรกหรือบทนำของเรื่องเสียยาวเหยียด

75 Nameless Fanboi Posted ID:0A7U8c67.8

>>73 กูไม่ชอบเลยบอกตรงๆ เพราะสมัยกู ถึงเรื่องจะห่วยยังไง มันก็ไม่มีการใส่ขั้นพลังห่าอะไรนี่เลย เรียกได้ว่าเกิดตามสมัยนิยมนั่นแหละ น่าจะตอนแนวเกมออนไลน์ฮิตๆกันมั้ง สำหรับกูคือไม่ต้องใส่ดีกว่า แต่ถ้านิยายมึงมีดีจริงหรือเขียนล้อเลียนพาโรดี้ก็ใส่ละกัน คหสต.

76 Nameless Fanboi Posted ID:ljnxgGV1o7

>>73 บอกตรงๆ อย่าใส่ มันไล่แขก

เรียกได้แต่เกรียนที่ชอบแนวออนไลน์แกรี่ ถ้ากลุ่มเป้าหมายมึงคือหัวเกรียนเหล่านั้น จะใส่ก็ได้ แล้วแต่เลย

77 Nameless Fanboi Posted ID:OR6QXpZZPi

โห ขอบคุณมากจ้า

78 Nameless Fanboi Posted ID:DBTTv89PuV

กุเจอก็ข้ามเหมือนกัน

79 Nameless Fanboi Posted ID:M2joLI86j6

>>73 บอกตรงๆ ถ้ามึงเห็นนิยายติดท็อปมันมีก็แสดงว่าจริงๆ แล้วคนอ่านมันอาจจะชอบหรืออาจจะไม่สนใจ บางคนแม่งก็ไม่ได้เขียนอะไรด้วยซ้ำมันก็ยังติดท็อปมึงอย่าไปใส่ใจมาก มึงไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ ถ้าเขียนแล้วคนไม่อ่านคือฝีมือมึงไม่ดีเอง

80 Nameless Fanboi Posted ID:OFr3YLZPV7

ขอบคุณมาก แล้วถ้าการใส่บทแนะนำตัวละครอะไรงี้ อยากถามความคิดเห็นเพื่อนโม่งดู โดยส่วนตัวกูคิดว่าอยากให้นักอ่านไปค้นหาในเรื่องเอาเอง
ว่าแต่ละตัวละครมีอุปนิสัยอย่างไร ความสัมพันธุ์กับใครเป็นอย่างไร

81 Nameless Fanboi Posted ID:VkHQX6AHRq

>>73 บอกตรง กูไม่เคยมีเรื่องไหนทำได้ถึงครึ่งเลย ทำมาเสียของเปลืองสมองโดยใช้เหตุ ขนากฮันเกอร์เกม แฮรี่พ่องตาย ดิเวอเจ้น แมชรันเนอร์ นาร์เนีย เกมออฟโทรน หอยหลอดแห่งแหวน ไม่เคยใส่ไอ้ระดับพลังกับยศแร้งค์ห่าไร พวกนี้ยอดขายดีกว่านิยายของนักเขียนไวท์โร้ดซะอีก

82 Nameless Fanboi Posted ID:mm5O+LgLTy

เกมออฟโธน กับเหล่า Kingsguard ที่กูคิดว่าต้องเทพต้องเจ๋ง แต่ดันโดนม็อบชาวบ้านฆ่าตายอนาถไปคนนึงซะงั้นไป... (Ser Preston Greenfield)

83 Nameless Fanboi Posted ID:9HTURy2liM

>>82 ไม่มีอะไรคาดหวังได้ใน GoT หรอก กุเชียร์ตัวไหนไม่เคยรอดเกิน 5 ตอนเลย ตายหมด แม่งงง

84 Nameless Fanboi Posted ID:rgJbt3DTPf

>>80 สำหรับกูคือชอบแบบที่มึงว่ามากกว่า เพราะดูนข.มีฝีมือในการเขียน ไม่ใช่แปะโต้งๆว่าไอ้นี่นิสัยงี้ ไอ้นั่นนิสัยงั้น อย่างที่เขียนบรรยายตลค.ในเรื่องเป็นย่อหน้าก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันแต่น้อยกว่าหน่อย

85 Nameless Fanboi Posted ID:bb+SRaINby

>>82 ม็อบชาวบ้านเลยนะมึง แค่ไอ้เหี้ย Arthur Dane ที่แม่งสู้กับคณะของ Ned พร้อมกัน 5 คนได้นี่กูก็ว่าขี้โม้โคตร ๆ ละ 55555

86 Nameless Fanboi Posted ID:r24dRSPRUC

กูสงสัยตั้งนานล่ะ ทำไมเด็กดีไม่ค่อยมีนิยายเกาหลีที่คนไทยเขียนเลย วัฒนธรรมกับสังคมใกล้เคียงกับนิยายจีนหลายด้าน

87 Nameless Fanboi Posted ID:4iN1S8nSds

>>86 ส่วนมากมันเป็นฟิคดารา-นักร้องอะ มีเยอะมานานแล้วด้วย ถ้าใครจะแต่งแนวเกาหลีปัจจุบันมันก็คงพอมีอยู่ แต่พวกแนวเกาโบราณยุคโชซอนไรงี้ไม่เคยเจอเลย ถ้ามันมีพอประมาณก็อาจเรียกแนว "จินแฮ" เหมือนที่เรียกจีนโบราณว่า "เสินเจิ้น" อะ

88 Nameless Fanboi Posted ID:oAwwUceyTl

กูติด tag รักแบบใสๆ ไว้ชัดเจน แต่ทำไมนักอ่านถึงคิดว่ากูจะหักมุมวะ...

89 Nameless Fanboi Posted ID:YijiUrhlxh

>>86 มันมีมานานจนตลาดล่มไปแล้ว ไปอยู่ไหนมาเฮ้ยยยย
ตอนนี้กระแสเกาหลีได้โดนกระแสจีนกลบหาเกลี้ยงไปแล้ว แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะโอปป้าเต็มว่อนเลย

90 Nameless Fanboi Posted ID:nZrlCYm0Q2

นักอยากเขียนคืออะไรวะ รู้จักแต่นักเขียนมือใหม่ อ่านเด็กดีแล้วงงศัพท์ชิบ

91 Nameless Fanboi Posted ID:m20y1+YgX0

>>90
กุไม่ใช่นักเขียน เมิงไม่ต้องมาด่ากุ

92 Nameless Fanboi Posted ID:KudCz9DaRe

>>90 "นักเขียน" มันเป็นสถานนะ สถานะหนึ่ง

"นักอยากเขียน" คนที่อยากเขียนเฉย ๆ ไม่ได้อยากได้มีสถานะ "นักเขียน"

93 Nameless Fanboi Posted ID:KudCz9DaRe

>>92 ปล. กูก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าต้องเขียนขนาดไหนถึงจะได้สถานะ "นักเขียน"
ขนาดกูเขียนมาสองปี มีแฟนคลับเป็นพัน กูยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่า "นักเขียน" เลย

94 Nameless Fanboi Posted ID:m20y1+YgX0

>>93 เหมือนเน็ทไอดอลที่ไม่เรียกตัวเองว่าดารา เพราะไม่มีความสามารถอะไร แบบนั้นหรือเปล่า