Fanboi Channel

นิยายเด็กดี บทที่ 21 (DDNXXI) รวมทีมอเวนเจอร์ นักฆ่าเอจจี้ ระบบนอกบท พระเอกนักเยส นางร้ายสมองกลวงใส นางเอกโคตรเลว โอ้ว it over 9000!

Last posted

Total of 1000 posts

723 Nameless Fanboi Posted ID:qv6jdndNQU

>>715 เอาคร่าว ๆ ละกัน พอดีทำใจอ่านได้แค่ตอนเดียว ไม่ใช่แนวอย่างแรง (รีวิวค่อนข้างจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวมาก ๆ)

สำนวนกูขอไม่พูดเพราะสำนวนดีกว่านิยายกูอีก(ความเห็นส่วนตัว)

อย่างแรกกูเกลียดการเล่าเรื่องแบบนี้ เข้าใจเว้ยว่าอยากฝอยทุกอย่างให้คนอ่านรู้ตั้งแต่ทีแรกเพื่อที่จะเอาเข้าเรื่องโดยเร็ว ถ้าจะให้กูเดาเนื้อเรื่องต่อกูว่าอีคนที่น้องโดนเล่นมันจะทำกลับเว้ย(ดูจากชื่อเรื่องคำโปรยกูก็รู้ละ) แล้วทีนี้ในเรื่องมันใช้การเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ฝอยให้เรารู้หมดเลยว่าใครทำอะไรใครซึ่งกูมองว่ามันยังขยี้ได้อีก(ยังไงเดี๋ยวบอกช่วงท้าย)

อย่างสองกูเกลียดความเพ้อของอีนางเอก บอกก่อนว่าไม่เคยอ่านนิยายรักแต่เรื่องนี้กูว่าต่อให้ไม่ช่ำชองก็บอกได้ว่านางเอกเเม่งสายเพ้อ รำคาญชิบ(ความเห็นส่วนตัวมาก ๆ แล้วแต่คน)

อย่างสุดท้ายกูเกลียดการใช้มุมมองของเรื่อง โอเคเข้าใจได้ อยากให้คนอ่านเข้าใจความคิดตัวละครทันทีเลยใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่ไอ้มุมมองบุคคลที่หนึ่งที่เรื่องนี้ใช้มันกลับใช้สลับไปมาระหว่างตัวละครหลายตัว(อย่างในตอนหนึ่งก็อีไวน์กับนางเอก)และการวางเหตุการณ์/สถานการณ์มันก็ไม่เหมาะกับมุมมองบุคคลที่หนึ่งด้วย

ถ้าคนเขียนอยากใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่งจริง ๆ กูว่าควรใช้มุมมองแค่คนเดียวถ้ากูจะแก้เรื่องนี้ใหม่นะ กูจะเปลี่ยนให้อยู่มุมมองอีนางเอกทั้งเรื่อง เปิดเรื่องมานางเดินเข้ามาเห็นอีไวน์กับอีซันมองหน้ากันไม่ติดซึ่งอีพี่มันก็ไม่ต้องบอกอะไรนางให้นางสงสัยไปก่อนว่าทำอะไรผิดเลยนอนคุก แล้วทีนี้ก็โดนอีไวน์ลักพาตัวหรืออะไรก็ว่าไปเพื่อไปแก้แค้นตามแผนแล้วระหว่างแก้แค้นก็ค่อย ๆ ให้อีไวน์เปิดเผยเหตุผลมาทีละเล็กทีละน้อยว่าน้องมันโดนอีซันเล่นก่อนหรือเหี้ยไรก็ว่าไป(ไม่ใช่มาโครมเดียวนะค่อย ๆ หยอดมา) ส่วนตอนจบจะลงเอยหรือแจ้งตำหนวดก็แล้วแต่คนเขียนจะคิด เนี่ย... กูว่ามันน่าสนกว่าให้พระเอกมาบอก "ฮ่า ๆ มึงทำน้องกู กูก็จะทำน้องมึงตั้งแต่ตอนแรกว่ะ" แถมได้ใช้ประโยชน์ของมุมมองบุคคลที่หนึ่งเต็มที่ด้วยเพราะคนอ่านก็ไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนอีนางเอก(ถ้ามันเล่าตามแบบที่มันเขียนอยู่ คนอ่านจะรู้เหตุผลของอีไวน์ตั้งแต่ตอนแรกทั้งหมด ขอย้ำ... ทั้งหมด) แล้วทีนี้พอมันมีอะไรหยอดมา คนอ่านก็จะได้คิดปะติดปะต่อด้วย เรื่องมันโดยรวมจะได้ไม่เป็นแค่นิยายรัก badboy ดาด ๆ ทั่วไป มันจะมีอารมณ์แบบ mystery ผสมมาด้วย เจ๋งกว่าเดิมอีก(ถ้าคนเขียนมือถึงนะ)

724 Nameless Fanboi Posted ID:JBB7WQxCOM

>>723 ล้ำลึก หรือกูคิดไม่ถึงเอง

725 Nameless Fanboi Posted ID:eOHIKGSipF

พอจะแนะนำนิยายแนวตัวเอกความจำเสื่อมหน่อยได้มะ

726 Nameless Fanboi Posted ID:vinUfcoGJp

>>725 รุ้จักเรื่องนึง อินางเอกความจำเสื่อม ตื่นมาเจอผู้ชาย2คน ปรากฎว่านางคบซ้อนอะ แต่กุลืมชื่อละ ขอภัยกุช่วยมะได้

727 Nameless Fanboi Posted ID:za1ac+jqYd

ตกลงนักเขียนทุกคนเป็นพวกความจำเสื่อมเรอะ https://www.dek-d.com/board/view/3913675/

728 Nameless Fanboi Posted ID:I7jiAkSu6G

KY จนตอนนี้ Visual Novel ของเด็กดียังมีคนนิยมอยู่รึเปล่า กูส่องหมวด VN มีแต่มู้อะไรไม่รู้ไม่ได้เกี่ยวห่าไรเลย จะแปะนิยายดันไปลงหมวดนั้นอย่างหน้าตาเฉย

729 Nameless Fanboi Posted ID:YWvotgL0EO

>>728 ded section

730 Nameless Fanboi Posted ID:qcN7pa4ZW5

Promised Neverland เขียนดีปะวะ

731 Nameless Fanboi Posted ID:b6ZqI+YMQv

>>730 ไปถามทางนู้นง่ายกว่าเยอะ https://fanboi.ch/animanga/

732 Nameless Fanboi Posted ID:qMsEEsWFbV

Ky จู่ๆ กูก็ฝันถึงโจโจ้ แต่จาก โอร่า โอร่า โอร่า มันกลายเป็น กุดุส กุดุส กุดุส แทน สยองชิบหายเลย

733 Nameless Fanboi Posted ID:SwZEQe6Fnh

>>732 นอนหลับฝันดีเลยสิมึง

734 Nameless Fanboi Posted ID:fUJqv7Jh/t

>>732 แล้ว muda คงจะเป็นฉัวฉัวสินะ

735 Nameless Fanboi Posted ID:0FACelRTA7

ทำไมมู้นี้อยู่นานจุง

736 Nameless Fanboi Posted ID:fUJqv7Jh/t

>>735 ไม่ค่อยมีประเด็นคุยน่ะมึง เลยนานงี้เเหละ

737 Nameless Fanboi Posted ID:9bdN1ASB9q

งั้นกูถกเรื่องจีนละกัน ไปส่องมู้คนถกเรื่องลัทธิเต๋า แต่กูอ่านอีดอกขาวแล้วส่ายหน้าเลย น้ำเยอะชิบหาย
https://www.dek-d.com/board/view/3914172/

738 Nameless Fanboi Posted ID:jd66gGKldy

ม้าวิ่งกรับกรับกรับ เดี๋ยวเดียวลับตาเราไป
ม้าวิ่งเร็วไว เร็วทันใจร้องฮี้ กรับ กรับ
ม้าวิ่งเร็วรี่ ดูซิหายไป
ม้าวิ่งเร็วไว เร็วทันใจร้องฮี้ กรับ กรับ

คิมซอกจิน

739 Nameless Fanboi Posted ID:lYG/GaGxI0

https://www.dek-d.com/board/view/3913114/

ไอ้เหี้ยนี่อีกละ แม่งมาถามอะไรแบบนี้ มึงควรเอาเวลาไปเขียนนิยายไม่ใช่มาแต่ส่อง/เล่นบอร์ด ไอ้เวร

กูถามหน่อยมึงอยากเก่งแต่ไม่อยากฝึกแล้วมันจะเก่งมั้ย

740 Nameless Fanboi Posted ID:HOkSZCBUCb

>>739 Calm down first

741 Nameless Fanboi Posted ID:lYG/GaGxI0

>>740 โทษที เห็นตอนกำลังของขึ้นไปหน่อย แต่แม่งอะไรวะ คำถามแม่งน่าจะรู้คำตอบอยู่เเล้วยังเสือกไปถามอีก(แถมมีคนตามน้ำไปด้วยนะ)

742 Nameless Fanboi Posted ID:4bD80er9K9

>>739 กูอยากถามจขกท.จริงๆว่า แม่งอายุเท่าไรกันแน่

743 Nameless Fanboi Posted ID:hQdRzA8lGz

Ky เวลาพวกมึงไม่โอเคกับสำนวนตัวเอง แบบเขียนยังไงมันก็ไม่พอใจ ทำไงกันวะ

744 Nameless Fanboi Posted ID:h11t+hsTHW

>>739 มู้นินทามีนะครับ ถ้าจะนินทาบุคคลขอเชิญที่มู้นินทาครับ

745 Nameless Fanboi Posted ID:sRPU0zcB0t

>>743 เลิก ไปเรื่องเกมเเล้วค่อยกลับมาลองใหม่
ถ้ายังอีกก็ไปอ่านนิยายที่เเล้ว จนติดสำนวนที่อยากได้มาเเล้วค่อยกลับมาเขียน

746 Nameless Fanboi Posted ID:sRPU0zcB0t

>>745 *ที่ชอบ

747 Nameless Fanboi Posted ID:yzbCqvwaHm

>>743 ของกูหยุดเขียนไปเลย พอกลับมาเขียนใหม่แม่งสำนวนเปลี่ยน
จะว่าไปนิยามคำว่าดาร์กของเด็กสมัยนี้นี่ แค่ตัวเอกเคยอยู่จุดต่ำสุดมาก่อนก็นับว่าเป็นดาร์กแล้วเหรอวะ

748 Nameless Fanboi Posted ID:sRPU0zcB0t

>>747 เเค่ตัวเองฆ่าคนโดยไม่ต้องคิดอะไรได้ก็คือสายดาร์คเเล้วเว้ยมึง555

749 Nameless Fanboi Posted ID:THUh.lJxPK

>>743 ลบแม่งทั้งเรื่องแล้วหยุดเขียนไปสองสามวันมั้ง ตอนนั้นก็หาหนังสืออ่าน เล่นเกม ฟังเพลง หาอย่างอื่นที่ไม่ต้องคิดถึงนิยายทำ พอโล่งๆแล้วก็ค่อยหยิบสตอรี่บอร์ดมาทวนใหม่แล้วค่อยเริ่มแต่ง

750 Nameless Fanboi Posted ID:E3K1.VQay4

>>747 แค่พูดคำหยาบก็จัดว่าดาร์คแล้วมั้ง

751 Nameless Fanboi Posted ID:cg9hN+sAQe

>>745 เออ มึงเป็นคนตรงๆ นะ มันก็จริง งั้นเดี๋ยวกูกลับไปอ่านทวนนิยายแปลในคลัง มันสุดทนละตอนนี้
>>747 กูก็สำนวนเปลี่ยน มันไม่เท่าฉบับแรก เพราะที่เขียนแรกๆ อารมณ์มันร่วมมากกว่า/แค่พระเอกเถื่อนก็ดาร์คได้ละมึง อยู่ที่มุมมองคนด้วย
>>749 กูลองทำแบบนั้น ทวนพล็อตซ้ำๆ แต่ถ้าเขียนใหม่แล้วมันไม่เหมือนเดิมอะ มึงจะกลับไปง้อฉบับเดิมเปล่า

752 Nameless Fanboi Posted ID:X.euBnR.w0

>>747 ถ้าในดด. ดาร์กต้องมีลักษณะคร่าว ๆ ดังนี้
1. ตัวละครเบียวซูทรูเอ็ดจี้ ถ้าไม่ฆ่าคนไม่เลือกหน้าก็ต้องแก้แค้นแม่งทุกอย่าง
2. พยายามบอกอยู่ได้ว่าโลกนี้มันโหดร้าย แถวนี้แม่งเถื่อนไม่เจ๋งจริงอยู่ไม่ได้แต่พออ่านไปจริง ๆ เหมือนลูกแหง่พึ่งออกมาใช้ชีวิตคนเดียวแล้วปรับตัวไม่ได้มากกว่า
3. ตัวเอกทำชั่วไม่ผิด คนอื่นทำผิด
4. เนื้อเรื่องมีความพยายามจะรุนแรงตลอดเวลา (เน้นคำว่าพยายาม แม่งเอ๊ย darkwannabe)
พอนึกได้แค่นี้แหละ

753 Nameless Fanboi Posted ID:THUh.lJxPK

>>751 ที่ว่าไม่เหมือนเดิมนี่ส่วนไหนวะ? สำนวนหรือพล็อตเรื่อง ถ้าสำนวนสองสามวันนี่กูว่ามันไม่ได้เปลี่ยนจนเป็นคนละคนหรอก ส่วนถ้าพล็อตเรื่องเปลี่ยนจริงๆ แบบอ่านพล็อตเก่าแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ น่าจะไปอีกทางงี้ กูใช้วิธีทางสายกลาง หยอดปัจจัยเพิ่มเติมให้ตัวละครเกิดทางเลือก ถือดอกาสยืดเรื่องได้อีก พอแต่งไปจนถึงจุดที่ต้องเลือกค่อยคิดอีกที กลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนล่าสุดที่เขียนเดี๋ยวคำตอบมันก็ออกมาเอง
>>747 ตัวเอกอยู่จุดต่ำสุดเคยโดนทำเหี้ยๆใส่มาก่อนนี่ไม่ใช่จุดโฟกัสว่ะ เป็นแค่เหตุผลรองรับเวลาที่คนแต่งอยากให้ตัวเอกไปทำเหี้ยใส่คนอื่นสนองนี้ดตัวเอง ประมาณว่ากูถูกกระทำมาก่อนกูก็มีสิทธิ์จะเป็นคนกระทำบ้าง แม้ว่าตอนที่มันโดนกระทำจะเป็นการ(โง่)ถูกผญหลอกจนหมดตัว แล้วแก้แค้นโดยการจับผญคนนั้นไปโยนให้ผีห่ารุมโทรมก็ตาม //ช่วงท้ายเป็นเพียงเหตุการณ์สมมติ ไม่เกี่ยวข้องกับนิยายเรื่องใดทั้งสิ้น

754 Nameless Fanboi Posted ID:DmQwjwp04l

กูลองถกในเด็กดีดูว่าจะมีคนตอบมั้ย
https://www.dek-d.com/board/view/3914471/

กูแอบเล่นที่ร้านกาแฟ

755 Nameless Fanboi Posted ID:X.euBnR.w0

>>753 นั่นใช่ผู้กล้าโล่อนาจหรือเปล่า

756 Nameless Fanboi Posted ID:lwz9M0bwbj

>>755 ไม่ใช่หรอก ผู้กล้าโล่ผงาดจบตั้งเเต่เปลี่ยนชื่อยัยบิชเเล้ว กูไม่เห็นมีตอนหยังว่า

757 Nameless Fanboi Posted ID:eqOSQtAyHa

>>752 ตัวเอกต้องเป็นไบโพล่าด้วย

758 Nameless Fanboi Posted ID:zLUC2OlCwT

มีคนแนะนำมาให้ลองอ่าน เพื่อนโม่งคิดว่าไง มีใครอยากจะสับมั้ย?
https://writer.dek-d.com/Rose-Stephanie/writer/view.php?id=1901772&fbclid=IwAR2cWR7rvPl3v-_OF0hAo2LJxTQOoFmVUgyM2yFxW9WTJK7CamA6ggfNZrc
คนเขียนน่าจะยังมือใหม่ แต่มีแววพัฒนาได้อยู่

759 Nameless Fanboi Posted ID:44X1Gxm5hf

>>758 เอาแค่การเขียนชื่อเรื่องก่อน มันเว้นวรรคแปลกตอนอ่านครั้งแรกแม่งงงชื่อใช้ได้เลย

760 Nameless Fanboi Posted ID:tgNI8k+cCv

ฮรี้ ฮรี้

761 Nameless Fanboi Posted ID:nyVj6aZFWG

กูไม่เข้าใจคนตั้งชื่อยาวๆ ใครจะไปจำชื่อเรื่องได้วะ

762 Nameless Fanboi Posted ID:44X1Gxm5hf

>>761 มันมีบางจำพวกเน่อที่แบบเอานิยายชื่อยาว ๆ ไว้ดึงเด็กอ่านน่ะ ตั้งชื่อเลียนแบบไลท์โนเวลทั้งหลายในตลาด

763 Nameless Fanboi Posted ID:e1HxV6Kenp

>>761 เรื่องที่จำง่ายสุดแบบไม่ต้องท่องจำรอบสองก็ แจ๊ฟฟอร์ด ทหารกล้านาซี

764 Nameless Fanboi Posted ID:44X1Gxm5hf

>>763 อันนี้จำได้ทั้งเรื่องเลย

765 Nameless Fanboi Posted ID:44X1Gxm5hf

>>763 ปล. จะไม่พูดถึงไอ้เรื่องที่มีกุดุส กุดุสสักหน่อยเหรอโม่ง

766 Nameless Fanboi Posted ID:VhBiawQwi/

>>758 เห็นแท็ก dark 18+ แล้วกูนี่แทบจะเบือนหน้าหนี แต่ก็จะลองอ่านซักหน่อยละกัน

767 Nameless Fanboi Posted ID:QFlK+/vUg+

>>761 การตั้งชื่อแบบไลท์โนเวลสมัยนี้ มันก็แทบจะเป็นการเล่าเรื่องย่อเลยแหละ

768 Nameless Fanboi Posted ID:dbRyIz0ftu

>>765 เขาพูดถึงชื่อเรื่อง ไม่ใช่เนื้อหา
แถมกูเองก็จำชื่อเรื่องของไอ้กุดุสๆ ไม่ได้เหมือนกัน

769 Nameless Fanboi Posted ID:cimkmitgGO

https://www.dek-d.com/board/view/3914847/
มาต่อเพลงกันโม่ง

770 Nameless Fanboi Posted ID:fQaqF0iJQc

มีใครแนะนำนิยายแบบมาเป็นแก๊ง กระจายบทตัวละครดีๆบ้างมั้ย ชีวิตกุเจอซูมาจนเบื่อแล้ว

771 Nameless Fanboi Posted ID:oQurPEF.JZ

>>770 สามก๊กดีสุด ส่องเด็กดีแล้วเจ๊ง

772 Nameless Fanboi Posted ID:XBk+El58T3

>>770 แก๊งนี่สามคนก็นับปะ

773 Nameless Fanboi Posted ID:KjG5FRP81n

>>771 ขงเบ้งเเม่งเบียวนะเว้ย ถึงตอนจบจะเเพ้ก็เหอะ55555555555

774 Nameless Fanboi Posted ID:uU2eGtuVN.

GoT กระจายบทดีกว่าสามก็กอีก

775 Nameless Fanboi Posted ID:+wy+UAzb.g

>>774 Gendry สงสัยกับคำพูดของมึง

776 Nameless Fanboi Posted ID:1kRoUwlyXs

จะว่าไป ถ้าไม่เคยศึกษาสงครามตามประวัติศาสตร์มาก่อน จะเขียนนิยายสงครามไหวรึเปล่าวะ

777 Nameless Fanboi Posted ID:36AYtZQ+Rw

>>771 กุอ่านจนไม่มีใครคบกับกุได้ล่ะ เห็นเขาว่าอ่านสามจบคบไม่ได้ กุล่อไป20จบล่ะ จนจากกุมองว่าเล่าปี่คนดีเป็นคนโหนเจ้าเวล99 ล่ะ

778 Nameless Fanboi Posted ID:qE4Yluwjmy

>>776 มึงก็ลองไปอ่านนิยายแนวสงครามในเด็กดีเลยว่าสนุกมั้ย
จะมีซักกี่คนเชียวที่ศึกษาประวัติศาสตร์มาก่อนเขียน

779 Nameless Fanboi Posted ID:+wy+UAzb.g

>>776 >>778 https://my.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1849611&chapter=35
ข้ามไปอ่านช่วงโจรสลัดโผล่มา

780 Nameless Fanboi Posted ID:uU2eGtuVN.

>>775 เค กูยอม

781 Nameless Fanboi Posted ID:5mmtx6c+Lw

>>776 ถ้ามึงมีความรู้ ไม่มีปัญหา เเต่ประเด็นคือ...ความรู้ส่วนใหญ่อยู่ในประวัติศาสตร์

782 Nameless Fanboi Posted ID:tkVbbFvZs/

>>777 อย่าใส่คำว่าคนดีเข้าไปเลย หมองเปล่าๆ

783 Nameless Fanboi Posted ID:FZf4lcy+jg

เท่าที่สังเกตนิยายญี่ปุ่น จีน และไทยที่กำลังนิยม
นิยายญี่ปุ่นเน้นขายตัวเอกลูเซอร์อยากเทพ
นิยายจีนเน้นขายความเบียวของพวกนักสู้
นิยายไทยเน้นความเห่อหมอยหรือเลียไข่นิยายดัง

784 Nameless Fanboi Posted ID:LgIwzujefc

>>783 เห่อหมอย?

785 Nameless Fanboi Posted ID:kgQhsbNCAy

ที่น่าสนใจของนิยายจีนเสิ่นเจิ้น (คนไทยเขียน) คือแม่งชอบใช้เซ็ตติ้งจีนในโลกแฟนตาซี คือถ้ามึงจะสร้างโลกแฟนตาซี ทำไมมึงไม่ให้มันเป็นแฟนตาซีไปเลย แล้วค่อยแทรกความจีนลงไปก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นคือแม่งเมคแคว้น เมคตำแหน่ง แล้วเอามาตั้งชื่อจีนๆ เพื่อเรียกลูกค้า ยิ่งถ้าเป็นนิยายแนวฮ่องเต้ตบจูบเนี่ยมักได้อารมณ์ประมาณละครน้ำเน่าหลังข่าวในธีมหนังจีนกำลังภายใน

786 Nameless Fanboi Posted ID:6zj4h9yGcC

>>785 ไม่มีปัญญาสร้างโลกใหม่ที่คิดส่วนผสมเองเอาแต่ดัดแปลงล่ะมั้ง

787 Nameless Fanboi Posted ID:Zycui2S1E2

>>783 ไทยก็เด่นเรื่องเทพซ่านะ เทพซ่าเหี้ยๆ เข้าต่างโลกปุ๊บ โชว์พลังความเห่อหมอย OP ทันที

788 Nameless Fanboi Posted ID:e3kmjfikFd

>>787 เห่อหมอย?

789 Nameless Fanboi Posted ID:EVySVUFXpt

เห่อหมอย เป็นอาการของเด็กที่เพิ่งมีขนแซมอวัยวะเพศแล้วอยากถกกางเกงให้คนดูว่าหนูโตแล้วนะ อารมณ์​แบบ "นี่ ๆ กูมีหมอยแล้ว" พวกมึงดู

790 Nameless Fanboi Posted ID:Jzrv2PliAC

ผู้ใหญ่บางคนชอบใช้คำประเภทนี้ดูแคลนเด็กซึ่งอ่อนประสบการณ์กว่า และเป็นปัญหากับสังคมในมวลรวม เช่นคำว่า อาบน้ำร้อนมาก่อน เห่อหมอย เด็กเมื่อวานซืน ไร้เดียงสา ไปจนถึง เกรียน และแว้น

เด็กเองก็มีคำในทำนองเดียวกันให้กับผู้ใหญ่ตกยุคหรือผู้ใหญ่ที่เป็นปัญหากับสังคม เช่น ไดโนเสาร์ แก่เพราะอยู่นาน มนุษย์ป้า มนุษย์ลุง เป็นต้น

791 Nameless Fanboi Posted ID:SQCQNyHxrK

>>790 กูชอบคำว่ามนุษย์ป้า จากประสบการณ์แม่งเรียลได้ใจจริงๆ

792 Nameless Fanboi Posted ID:iQYWI/FFr+

>>790 กูว่าเห่อหมอยมันใกล้เคียงกับจูนิเบียว เป็นวัยอารมณ์พลุกพล่านขาดการยั้งคิด ไม่ต้องผู้ใหญ่หรอก

793 Nameless Fanboi Posted ID:NjvYGAm9.t

>>791 กูเจอมนุษย์ป้าแซงคิวบ่อยมาก แซงแบบไม่สน 4 สน 8 ไรเลย เหมือนโลกนี้ไม่มีเคยคำว่าคิวกับมารยาทอยู่

794 Nameless Fanboi Posted ID:FlQ0tIxLyl

>>793 มนุษย์ป้ามีคุณสมบัติศูนย์กลางจักรวาล

795 Nameless Fanboi Posted ID:dAHMSs3Ax0

อะไรคือ Anti-Satan วะ?

796 Nameless Fanboi Posted ID:ONEqD0CjJf

เฮ้ย ไปลองอ่านนี่สิ แต่ละคนตอบกันยังไง
https://docs.google.com/spreadsheets/d/1wpA_clknvLACrxPZJY707GrZB1JhoakoI2kjoCiWam8/edit#gid=2011181289
https://www.dek-d.com/board/view/3915122/

797 Nameless Fanboi Posted ID:z9oB+ql.sB

เอาล่ะ ผมเลิกกวนตีนและเขียนอะไรจริงจังสักครั้ง

หลังสงกรานต์ปี 59 หลังจากที่ผมโดนทหารถือ M16 มาหน้าบ้าน แล้วจับผมใส่รถ คลุมถุงดำเข้าค่ายทหาร

ผมโดนเอาไปนั่งอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่สามชุด เวียนกันสอบสวน

เอารูปคนนั้นคนนี้มาให้ดู ถามว่ารู้จักมั้ย แล้วก็ถามอะไรที่แบบ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเทคนิคถามแรงๆเยอะๆ ก่อนให้กลัวหรือเปล่า

แต่จริงๆ เนื้อหาการถามผมคือ "อาวุธสงครามอยู่ที่ไหน กองกำลังที่มึงฝึกอยู่ที่ลาวมีเท่าไหร่"

"มึงส่งเงินให้นักศึกษายังไง ใครเป็นคนสั่งการ"

เอาภาพเพื่อนที่หน้าโหดๆในเฟสมาถามว่า "คนนี้ใคร มือปืนมึงหรือเปล่า" เอาแชทที่พวกผมนัดกันย่างหมูกระทะที่บ้านมาเปิดถามว่าเตรียมของนี้หมายถึงอะไร

เอาเฟรนด์ในเฟส ซึ่งจริงๆมันเป็นเพื่อนมัธยมของผม ที่แม่งไม่ได้คุยกันมาหลายปี ตอนนี้ไปเป็นโปรแกรมเมอร์ มาถามว่า "นี่แฮ็คเกอร์สังกัดพวกมึงใช่มั้ย"

แล้วก็มีรูปคนนู้นคนนี้เต็มไปหมด จากเฟรนด์ลิสม์ผม ภาพทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ที่เป็นเพื่อนในเฟรนด์ลิสม์ผม มาหมดทุกคน

บางคนผมพึ่งรู้ด้วยซ้ำว่ามันทำมาหากินอะไร เกี่ยวกับหน่วยราชการยังไง

แล้วแบบ ผมจบรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เพื่อนของเพื่อนผมในเฟรนด์ มันก็ต้องโยงไปถึงโรม จ่านิว พวกดาวดิน มีหน้าห้องกระทรวงนั้นนี้ จนถึงพวกลูกหลานนักการเมืองได้ปะวะ

ผมโมโหชิบหาย คือแต่ละคนเนี่ย เข้าใจมั้ยว่าแชทคืออะไร เฟรนด์ลิสต์คืออะไร ผมมีเฟรนด์ในเฟสนี้ ผมอาจจะไม่รู้จักมันก็ได้เว้ย แค่มันแอดมาผมกดรับ

แล้วที่ผมโกรธอีกอย่างคือแกหาว่าผมเป็นคอมมิวนิสต์ คือผมนี่โคตรจะทุนนิยม การหาว่าผมเป็นคอมมิวนิสต์นี่คือไม่เข้าใจอะไรเลย

(ต่อ)

798 Nameless Fanboi Posted ID:m+F2qerb4+

>>797

บอกตามตรงว่า วันนั้นพี่แกพูดอะไรมา ผมคิดว่าล้อเล่น นึกว่าด่าไปเรื่อยเปื่อย คือนึกว่าเป็นเทคนิคแบบเอาหนักๆ ขู่ๆ ไว้ก่อน เผื่อผมมีข้อมูลแล้วหลุดที่เบากว่า

แต่สัส แม่งเชื่อจริง ฟ้องจริง

สิ่งที่อยากจะเล่าคือ มีเจ้าหน้าทีแก่ๆคนหนึ่ง ที่น่าจะรับบทโหดมา แกไม่ยอมบอกว่าอยู่หน่วยไหน แต่แกด่าผมชิบหาย จนผมโมโห

มันมีประโยคหนึ่งที่ผมจำได้ดีคือ "มึงคิดว่ากูโง่เหรอ คิดว่ากูเนี่ยแก่จะลงโลงแล้วใช่มั้ยล่ะ? อีกไม่นานกูก็จะตายแล้ว?"

ผมได้ยินแล้วหายโกรธเลย

เพราะตอนนั้นผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้น

เพราะพวกเขากลัว

ย้ำอีกทีว่า เพราะพวกเขากลัว

เพราะพวกเขามีชุดความดีแบบหนึ่ง ซึ่งพวกเขาใช้เวลาทั้งชีวิต 40-50 ปี ต่อสู้เพื่อสร้างมัน ต่อสู้เพื่อปกป้องมันมาตลอด

ผมนึกได้ว่า เออ คนที่นั่งอยู่ตรงหน้านี่ เพื่อนเขาคงเคยไปแฝงตัวในหมู่คอมมิวนิสต์ แล้วโดนจับไปฆ่าจริงๆ

เคยเจอพวกคอมมิวนิสต์ขนอาวุธจากโซเวียต ส่งผ่านลาว มาแถวๆ ขอนแก่น กาฬสินธ์จริงๆ แล้วเขายังใช้ชีวิตอยู่ในชุดความคิดนั้น

แล้วจู่ๆโลกมันก็เปลี่ยนแบบกลับหัวกลับหาง

ชุดความดีทั้งหมดที่เขามีถูกบอกว่ามันผิด

เขาไม่มีทางออก ไม่รู้จะไปไหน

วิธีแก้ปัญหาของเขาคือ การทำแบบเดิมที่มันเคยเวิร์ค คือไปหาคอมมิวนิสต์มาสอบสวน

เขาพยายามเค้นเอาให้ได้ว่า ผมเนี่ยสั่งทำภาพการ์ตูนล้อรัฐบาล ผมเนี่ยมีเครือข่ายมากมาย "ถ้ามึงไม่สั่ง ถ้าไม่มีคนจ่ายเงิน แล้วภาพด่ารัฐบาลมันมาจากไหน"

คือแบบ... ผมอยากรู้มากว่า รัฐบาลทหารเนี่ย มันโดนเอเจนซี่หลอกเอาค่าทำภาพเชียร์รัฐบาลไปภาพละเท่าไหร่ งบเพจละล้านหรือเปล่า

จากนั้นผมพยายามนะ พยายามอธิบายว่า เนี่ยนะ พวกการ์ตูนต่างๆนี่ ใครมันก็ทำได้ แค่เขามีความคิด มีไอเดีย เขาก็ทำออกมาตามความคิดเขา คนชอบมันก็แชร์ไปเอง

เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจจริงๆ คือไม่เข้าใจเลย

(ต่อ)

799 Nameless Fanboi Posted ID:z9oB+ql.sB

>>798

เขาเชื่อมากว่ามันต้องมีเสธสักคน ใครสอนมึง ทหารนอกราชการเหรอ หรือว่าพัลลพ หรือคนนั้น คนนี้ ซึ่งผมไม่รู้จักชื่อสักคน

เขาคิดว่ายังไงก็ต้องมีคนวางแผน มีคนเขียนบท มีคนวาด มีเครือข่ายกระจายคอนเทนท์ และทั้งหมดต้องใช้เงิน

การชุมนุมคัดค้านรัฐประหารหรือประชามติก็เช่นกัน เขาคิดว่าต้องมีโครงสร้างเช่นนั้น

ดังนั้นหน่วยความมั่นคงจึงเป็นเหมือนการมองหา ศูนย์กลางของมหาสมุทร ซึ่งมันไม่มีไง น้ำมันแค่ไหลมารวมกัน

แล้วแม่งพูดกันไม่รู้เรื่อง ผมพยายามอธิบายแบบนี้แหละ แม่งก็ตวาด บอกว่าผมพูดนอกเรื่อง มึงสารภาพมาว่ามึงจ่ายเงินยังไง

เอ้าสัส!

ผมสารภาพว่า หนึ่งวันในค่ายทหาร ผมเศร้ามากกว่ากลัว

คือเหมือนไปพยายามสอนคนแก่เล่นไอแพท

ทุกอย่างมันเกือบจะดี จนเจ้าหน้าที่บอกว่า "นี่ มึงสารภาพมาเถอะ นายกูโกรธแล้ว ถ้ามึงยังปากแข็งแบบนี้นะ นายกูบอกให้หาอะไรที่ยัดมึงได้ ให้ฟ้องเลย"

ผมนึกว่าขู่ไปงั้นล่ะ แม่งไม่มีหรอก

สรุป แม่งฟ้องจริงๆ

เรื่องแบบ ฟ้องๆไปงั้น ให้ไปปฏิเสธเอาในชั้นศาลก็ฟ้องมา

แล้วมันเหี้ย ไอ้คำว่า ฟ้องๆไปก่อน ค่อยไปปฏิเสธในศาลเอา คือการสูญเสียทุกสิ่งที่เคยมี

เงินประกัน 7 แสน ธุรกิจเจ๊ง ความสัมพันธ์เพื่อนทั้งหมดพังทลาย ญาติตัดขาด

.
.
.
รู้มั้ยผลเป็นยังไง

ผมโกรธ

ผมปฏิญาณกับตัวเองว่า "ได้ ลุงกลัวใช่มั้ย ผมจะทำให้มันเป็นจริง"

"จากนี้ผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อให้ ลูกหลานของลุงมีชีวิตที่ดีกว่าสมัยของลุง แล้วต่อว่าบอกว่า แม่งเอ้ย ทำไมคนรุ่นพ่อ รุ่นตาของกู ถึงทำอะไรเหี้ยๆแบบนั้น ทิ้วไว้ให้กูต้องมาเช็ดล้าง แม่งห่วยชิบหาย"

"ลุงจะไม่ได้ถูกสรรเสริญในประวัติศาสตร์ แต่ถูกก่นด่า ลูกหลานของลุงจะต้องอับอายที่มีบรรพบุรุษเช่นนี้"

"ผมจะแสดงให้เห็นว่า แนวทางที่ไม่ใช่ของลุงมันดีกว่า มันสว่างไสวกว่า มันมีอนาคตกว่า"

มีคนถามผมตอนออกมาว่า "ทำไมมึงไม่ฟ้องมันกลับ มึงไม่โกรธมันเหรอ"

คำตอบของผมคือ "กูโกรธ แต่กูไม่ได้โกรธใครคนใดคนหนึ่ง กูไม่ได้คิดจะแก้แค้นใครคนใดคนหนึ่ง"

วิธีการแก้แค้นที่ต้องทำคือ "ทำลายโลกเก่าๆให้มันพินาจไป และสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมา"

ตอนปีแรกๆ แทบทุกคืนผมนอนไม่หลับ คือโกรธ ตอนกลางคืนมันจะโกรธขึ้นมา แม่งไม่ยุติธรรม ทำได้คือมานั่งอธิษฐาน

บางโมเมนท์มันแบบ สัส อยากได้ระเบิดสักลูก ไประเบิดตายๆไปกับแม่ง

มันเป็นโมเมนท์ที่ God only knows จริงๆ only God can save your soul จริงๆ

สิ่งที่เราทำได้คือ เอาความโกรธนี้เปลี่ยนให้ไปในทิศทางที่ดี และสร้างสิ่งดีๆขึ้นเพื่อทำลายสิ่งเก่า

แล้วผมรู้ว่าเวลาอยู่ข้างเรา

ไม่มีใครต้านทานเวลาได้

คนรุ่นใหม่ๆต่างเก่งกว่าคนรุ่นผมทั้งนั้น

โลกมันจะไปทางนั้น มันเป็นศึกที่ยังไงก็ชนะ อยู่แค่ว่าช้าหรือเร็ว

ถ้าพรึ่งนี้ไม่ชนะก็ยังมีต่อ มะรืน ปีหน้า 10 ปีข้างหน้า 20 ปีข้างหน้า เรายังสู้ได้อีกหลายสิบปี

เอาดิ ก็มาดิ

แต่ลุงอ่ะ จะเหลือเวลาเท่าไหร่?
.
.
.
เชื่อมั้ย ว่าทุกวันนี้ก็ยังคิดอยู่ว่า ด้อมฟ้า futurista หรือกระแสพื้นที่ของเพื่อไทย อะไรนี่ มีคนวางแผนอยู่ มีคนจัดตั้ง จ่ายเงิน

เออ ก็แพ้ไปพร้อมกับยังคิดแบบนั้นอยู่ละกัน
.
.
.
ท้ายสุดนี้ผมขอตอบคำถามว่า "มึงคิดว่ากูโง่เหรอ คิดว่ากูเนี่ยแก่จะลงโลงแล้วใช่มั้ยล่ะ? อีกไม่นานกูก็จะตายแล้ว?"

ในวันที่ 24 มีนาคม นี้ ในคูหาเลือกตั้ง

ผมหวังว่าลุงจะยังไม่ตาย รอดูทุกสิ่งของลุงมันพังทลายลงมากับตาเสียก่อน

800 Nameless Fanboi Posted ID:a2H/fJDpsI

>>796 บัญชีหนังหมาเหรอวะ

801 Nameless Fanboi Posted ID:V0OBgFN+ue

>>800 กุว่าเป็นบทความบ่นๆ ของหะริ* มากกว่า ก่อนหน้านี้มันเคยเจอลากเข้าวัลฮาลาเพราะต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีการเมือง ปัจจุบันพ้นข้อกล่าวหาแต่ก็เสียไปหลายอย่างแบบที่มันบอกอะ โดยเฉพาะเวลา

802 Nameless Fanboi Posted ID:Co/i3lC6CL

ไปโพสมู้การเมืองสิวะ หิดมันเกี่ยวไรกะเด็กดวก

803 Nameless Fanboi Posted ID:g5r5i2Evz8

โพสของเมิงเกี่ยวอะไรกับนิยาย/เด็กดวก จงอธิบายอย่างละเอียด 100คะเเนน

804 Nameless Fanboi Posted ID:ONEqD0CjJf

นิยายการเมือง เด็กดีไม่สนใจหรอก

805 Nameless Fanboi Posted ID:u35dI4D9Nj

>>796 เห็นบอกว่าขำกัน แต่กูอ่านแล้วไม่เห็นมีอะไรน่าขำ หรือกูเส้นลึกไปเอง?

806 Nameless Fanboi Posted ID:nIzSSmGCPF

พวกที่ขำเส้นตื้นมากกว่า ไม่เห็นมีอะไร

807 Nameless Fanboi Posted ID:HWgfuUh+Wj

>>803 มึงนี่คงเป็นเด็กมัธยมสินะ ถึงได้ไม่รู้ว่าหะริดเกี่ยวอะไรกับนิยาย/เด็กดี

808 Nameless Fanboi Posted ID:t5NcPeyaJI

>>803 นี่มึงไม่รู้จริงดิ?

809 Nameless Fanboi Posted ID:Wa+g1iW+TS

ขรำ มีเหยียดด้วย เป็นเด็กกับไม่รู้นี่มันทำไมหรอ มึงเป็นอะไรมากมั้ย กูจำเป็นต้องรู้? มึงเก็บไว้กับตัวนะไม่ต้องเล่ากูไม่ได้อยากรู้ สัสทำมาปั่นในโม่ง

810 Nameless Fanboi Posted ID:t5NcPeyaJI

>>809 ไม่ได้เหยียดนะ แต่เหตุการณ์มันดังเอาเรื่องโดยเฉพาะกับวงการนักเขียน เพราะไม่รู้ว่าเขียนแนวไหนแล้วจะโดนซิว
จำได้เลยว่าตอนนั้นกูต้องหยุดเขียนแนวบริหารบ้านเมืองไปชั่วคราวกันเลย

811 Nameless Fanboi Posted ID:oVW30M/LLn

สารภาพว่ากูไม่เคนได้ยินหะริดเหมือนกัน หะริดคือใคร

812 Nameless Fanboi Posted ID:q4JgxOZQ8I

>>811 เหมือนจะเป็นคนที่เขียนแทรปสร้างชาติมั้ง เป็น LN ที่การเมืองสมจริงสมจังที่สุด (กูไม่เคยอ่าน แต่เพื่อนกูโม้ว่างี้) ถามว่ามันเกี่ยวกับเด็กดียังไง กูก็ไม่รู้วะ หะริดมันเขียนเป็น LN ไม่ใช่เด็กดี และที่โม่งยกมามันเป็นเรื่องเมื่อปี 59 และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนิยายเลยด้วยนะ

813 Nameless Fanboi Posted ID:W//2HSgICi

>>812 เกิดใหม่ครั้งนี้จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ อันนี้ปะ

814 Nameless Fanboi Posted ID:q4JgxOZQ8I

>>813 ใช่ๆ เรื่องนี้แหละ

815 Nameless Fanboi Posted ID:.BQGPuQ3cQ

>>811 ถ้านิยายในเด็กดีที่ดังๆ หะริดแต่งรีอาลิสออนไลน์, ฑูตแห่งเซนทาเรีย กับเรื่องอื่นๆ ภายใต้นามปากกา Starless Night ก่อนจะมาโดนซิวเข้าค่ายเพราะเรื่องเพจการ์ตูนล้อเลียน ก่อนหน้าจะโดนพาไปขัง กุเจออะไรแปลกๆ ก็ตั้งแต่ตอนมันแต่งฑูตแห่งเซนทาเรียภาค 2 เพราะเนื้อเรื่องมันแอบคล้ายเหตุการณ์ในบ้านเรา ถ้าเป็นคนช่างสังเกตและรู้เกี่ยวกับการเมืองพอสมควรจะเข้าใจทันที แถมมีเอี่ยวพิซซ่าด้วยกลายๆ จนต้องหยุดแต่งไปกลางคัน

รู้ตัวอีกทีพี่แกโดนจับไปเที่ยวฮ่องก(ร)งเฉย ถ้ายังไม่รู้จักก็ควรศึกษาไว้บ้าง เผื่อเป็นกรณีศึกษาเวลาอยากเลี่ยงหรือกลัวว่าจะแต่งอะไรที่มันเสี่ยงคุก

816 Nameless Fanboi Posted ID:.BQGPuQ3cQ

>>812

แทรปสร้างชาติ.. LN การเมือง ✖
แทรปสร้างชาติ.. LN แทรป และ ไวฟุ ✔

817 Nameless Fanboi Posted ID:JhDTUEOpn3

>>815 มีเรื่องแบบนั้นจริง? ขอบใจที่แชร์

818 Nameless Fanboi Posted ID:qgnoT+nG83

หะริดคือนักเขียนที่ดี มีผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดี ตลอดจนมีอุดมการณ์ชัดเจน งานทุกงานชัดว่าอยากให้สังคมดีขึ้น อีกอย่างหะริดเกี่ยวข้องกับ Webnovel และเด็กดี มาโดยตลอด ซ้ำขณะนี้เป็นจุดเปลี่ยนของสังคม สิ่งที่หะริดทำนั้นก็มีผลกระทบไม่มากก็น้อย

ลงชื่อ ซึงรี

819 Nameless Fanboi Posted ID:7q8ddRWreN

หลังจากนี้มึงต้องดูหะริดเป็นตัวอย่างแล้วล่ะ เพราะเราน่าจะต้องทนอยู่กับคุณลุงคนเดิมต่อไปอย่างต่ำ 4 ปี
ดูว่าเขียนแบบไหนจะไม่โดนซิวตัว ต้องแสดงความเห็นยังไงถึงจะปลอดภัย

820 Nameless Fanboi Posted ID:w332PC1EGm

แต่เล่มหนังสือของหะริดคือรีไรท์แล้ว ส่วนนิยายเว็บคือไม่ได้รีไรท์

821 Nameless Fanboi Posted ID:d2d7NfQBVx

ลงตอนใหม่ คนกด Fav ควรจะเพิ่มสิ แต่ทำไมมันลดลงเรื่อยๆ วะ?

822 Nameless Fanboi Posted ID:gbiYJLcO+C

>>821 หมายความว่าตอนใหม่มึง ห่วยจนคนเก่าๆเท ไม่ก็ระบบเน่า

823 Nameless Fanboi Posted ID:0ejUNLZ2LV

>>821 เขาอ่านแล้วไม่ถูกจริต ไม่ชอบ ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า

824 Nameless Fanboi Posted ID:v82VK+5X9q

>>821 มึงกากไง มึงมันกาก *ตะโกนในเสียงอาจารย์ฉอ*
เอามาแปะในโม่งสิ โม่งจะช่วยสับ

825 Nameless Fanboi Posted ID:LiS29Xl0pm

>>824 ทำงั้นก็หาว่าม้าอีก คนเลยหายกระทู้ร้างไง ไม่สับไม่พอจ้องแต่จะจับผิด ถ้าเป็นกุนะกุโคตรชอบเลย แปะมาทีกุจะสับให้จนซึ้งใจว่ามันบกพร่องอะไรบ้างในฐานะนักเขียน

826 Nameless Fanboi Posted ID:trrVxn8/CO

โดนด่าม้าเพราะว่าเอางานคนอ่านแทบไม่มี ตอนก็ไม่กี่ตอนแล้วอวยว่าสนุกงั้นงี้ แบบนี้โดนด่า เอามาแปะขอคำวิจารณ์ก็ไม่มีใครด่าม้าละ พวกโดนด่าม้าลีลามากไง งานแม่งคนอ่านนิดเดียวจู่ๆ โผล่มาแล้วอวยว่าสนุกงั้นงี้ทั้งที่ก็ไม่ได้สนุกอะไรแต่อยากได้คำชม อยากให้คนพูดถึง อยากให้คนเข้าไปดูเพิ่ม คนเขาดูออกอะ ถ้าอยากได้คำวิจารณ์มึงก็แปะแล้วก็บอกขอคำวิจารณ์เลย แต่ถ้างานคนอ่านมากๆ มาแปะ โอกาสโดนด่าม้าจะน้อยลง เปลี่ยนเป็นโดนด่าว่าติ่งหรือเด็กน้อยแทน

827 Nameless Fanboi Posted ID:8wRTVI76aX

กระทู้เงียบจริงๆด้วยว่ะ...ได้! เพื่อความสุขของพวกเมิงกูจะยอมเสียสละ นิยายกากๆนี่เป็นของกูเอง สับเเม่งให้เต็มที่
https://writer.dek-d.com/KamenZ/writer/view.php?id=1454580

828 Nameless Fanboi Posted ID:wbXPvevaAJ

พวกมึงเบื่อแฟนตาซีเห้อหม่อยกันหรือยัง
เข้าไปอ่านนิยายสืบสวนกูหน่อย เม้นเงียบเป็นป่าช้า จะสับก็ได้ ยินดีน้อมรับผู้อ่านทุกท่าน
https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1796551&chapter=29

829 Nameless Fanboi Posted ID:ObopgEU2tp

เด็กดวกมีแต่เด็กกระโปกขี้หีหวังอ่านฟรี กูเลิกลงงานแล้วย้ายไป ฟชล. ดีกว่า

830 Nameless Fanboi Posted ID:FL6Or68SvB

>>829 มันก็เป็นกันทุกเว็บไหมมึง ใน ฟชล.ก็มีพวกชอบฟรีนิ

831 Nameless Fanboi Posted ID:QKnPL9n8ts

>>830 ความต่างมันอยู่ที่ฟรีแบบคนเขียนได้กำไร (เศษเงินจากเหรียญ) กับอ่านฟรีไม่พอมาด่าคนเขียนด้วย เจอแบบนี้ทำเอากูไม่อยากลงต่อว่ะ

832 Nameless Fanboi Posted ID:M.DXrXiWjY

ใครจะนินทาเด็กดวก จงไปที่มู้นินทา

https://fanboi.ch/netwatch/5647/recent/#bottom

833 Nameless Fanboi Posted ID:alzN2uzRQ4

ต้องส่งแบบสอบถามว่า พวกเด็กดีแต่ละคนมีเงินเดือนกี่บาท ไม่ต้องถามพวกคนวัยทำงานหรอก

834 Nameless Fanboi Posted ID:ej3WrreVEF

>>831 กูถามหน่อย มีใครในโลกไม่โดนด่ามั่ง บางทีก็สะดีดสะดึ้งกันจัง
มึงอยากเขียนก็เขียน ค่อยสนแต่คำวิจารณ์ นอกจากมึงจะเป็นพระเจ้ามีพลังควบคุมความนึกคิดคนอื่นได้
ไอ้หอยหลอดป้าแม้น

835 Nameless Fanboi Posted ID:2Ri/nocU4I

จะว่าไป สัปดาห์หนังสือเรื่องไหนเป็นของเด็กดวกบ้างวะ กูไม่ว่าไปงานเลย

836 Nameless Fanboi Posted ID:w+CA++ulTh

>>835 ฮรี่ ฮรี่ กุบกับ กุบกับ

837 Nameless Fanboi Posted ID:FQOBaNE2Fh

SAO เป็นแนวต่างโลกจริงเหรอ
https://www.dek-d.com/board/view/3916412/

838 Nameless Fanboi Posted ID:UezxctgSep

>>837 มันเเนวเกมออนไลน์นะมึง

839 Nameless Fanboi Posted ID:2Ri/nocU4I

>>837 กูอ่านคห.ของกวีแล้วส่ายหน้าสุดๆ แค่ขังปิดตายในเกมถือว่าต่างโลกแล้วเหรอ โดยเฉพาะภาค Aincrad ไม่เห็นจะเหมือน Log Horizon ซะนิด

840 Nameless Fanboi Posted ID:Et+Di4tfgl

มู้นินทานิยายเด็กดวก แต่ห้ามพูดถึงนิยายเรื่องใดเรื่องนึงตรงๆ ไม่งั้นเป็นฮี้ๆ ทันที ไรวะเนี่ย กูขำ 555%

841 Nameless Fanboi Posted ID:ntev.c.sca

มันเป็นมู้นินทาตั้งแต่เมื่อไหร่? /อีกอย่าง อย่าไปสนใจไอ้ฮรี้ๆ เหี้ยนั่นเลย เล่นอย่างกับเด็ก

842 Nameless Fanboi Posted ID:NCrAJbD6kl

ตามหลักจริงๆ จะถือเป็นอิเซไคได้มันต้องเดินเรื่องในโลกอื่น จะเป็นไปแล้วกลับไม่ได้หรือไปๆ มาๆ ก็เป็นอิเซไคเหมือนกัน แต่พวกติดในเกมนี่ กุถือเป็นออนไลน์ผสมไซ-ไฟ เพราะยังไงมันก็อยู่โลกเดิม

843 Nameless Fanboi Posted ID:u9EoR0E/yq

>>841 ตั้งแต่ไม่มีใครเข้าไปใช้มู้นินทาจนตกจากหน้าแรก ขุดยังไงแม่งไม่มีคนช่วย กูปลง

844 Nameless Fanboi Posted ID:A2fM.WxcWM

ช่วยจัด 5 อันดับ เว็ปนิยายออน์ไลน์ให้หน่อยดิ เรียงตามความนิยม

845 Nameless Fanboi Posted ID:6S71x8QjKF

>>844 ฮรี่ๆ กับกับ

846 Nameless Fanboi Posted ID:FA984nmguh

>>844 เดานะ
1 เด็ก(รอบข้างกูเคยอ่านจากเว็บนี้ทุกคน)
2 ธัญ(เห็นบางคนเบื่อเด็กก็จะมาอ่าน แต่ส่วนใหญ่เน้นสายหื่น)
3 จอย(เห็นเพื่อนอ่านเยอะ)
4 รีดอร.(กูเห็นเริ่มมีคนลงเว็บนี้เยอะเรื่อยๆ)
5 ฟชล.(เห็นแต่เพื่อนที่อ่านจีนอ่าน)
จากความรู้สึกส่วนตัว กูว่าถ้านักเขียนเคยอ่านเว็บไหนแล้วชอบก็น่าจะไปลงเว็บนั้นๆ

847 Nameless Fanboi Posted ID:A2fM.WxcWM

>>845 ตัวเหี้ยมันร้องไงวะ

848 Nameless Fanboi Posted ID:yFTdSVvgkA

>>847 เหี้ย เหี้ยยยย

849 Nameless Fanboi Posted ID:ND/iAbAoxG

ทำไมมู้เงียบจังวะ

850 Nameless Fanboi Posted ID:ZQiJ7O2EjN

>>849 ก็เพราะคนแบบ >>845 ไง

851 Nameless Fanboi Posted ID:eUe7MsNSfT

มู้อยู่นานไปปะวะ กูรำคานไอร้ฮรี้กุบกับๆ แบบนี้ใครกล้าแปะนิยาย

852 Nameless Fanboi Posted ID:ND/iAbAoxG

เอาเป็นว่า ใครเล่นมุกม้าเหี้ยๆ แจ้งแบนไปเลย รำคาญเหมือนกัน

853 Nameless Fanboi Posted ID:H8N1LCP5E5

>เป็นเลา
>เขียนนิยายธีมยุโรปยุคกลาง
>อยากจะเขียนบทวางแผนการรบ
>เลาพะยามศึกษาว่าสมัยยุคกลางเขารบกันยังไง
>เลาศึกษาจนพอเข้าใจการรบส่วนใหญ่สมัยนั้นไม่ได้ซับซ้อนหรือมีการพลิกแพลงอะไร แค่ฝ่ายนึงบุกฝ่ายนึงรับ ถ้าฝ่ายบุกตีฝ่ายรับแตกแค่ส่วนเดียวฝ่ายรับก็พากันแตกทัพกันเป็นทอดๆ หรือแม่ทัพตายก็แพ้ บุกกันตรงๆ ไม่มีอ้อมตลบหลัง โดยเฉพาะฝั่งยุโรปตะวันตก ต้นๆ ถึงกลางยุคกลาง
>เลาเขียนด้วย Mindset และความรู้ที่เราตีความว่า กลยุทธิ์สมัยนั้นไม่ได้มีการพลิกแพลงหลักแหลมอะไร มีแค่กลยุทธิ์พื้นฐานทั่วๆ ไปอย่างการชาจไปข้างหน้าพร้อมๆ กันเท่านั้น
>เลาเขียนและลงเว็บ
>คนอ่านมาเมนต์ไม่ชอบเพราะกลยุทธิ์มันพื้นฐานธรรมดาไป
>เลาเสียใจเลยเอามาลงโม่ง

854 Nameless Fanboi Posted ID:.DAyZ/2/UF

>>853 มัน real เกินไปเด็กดวกไม่อ่าน

855 Nameless Fanboi Posted ID:iHvfshFGRZ

จะมีเด็กดวกสักกี่คนอ่านสามก๊กแล้วเข้าใจฟ่ะ

856 Nameless Fanboi Posted ID:tBJqipA/OK

นิยายไม่เพ้อ ไม่ฝัน ไม่เอจจี้ ไม่มีเด็กดวกอ่านไม่ต้องตกใจ ปกติดีไอ้ฉัส

857 Nameless Fanboi Posted ID:9iKs9MIiwu

>>853 ก็สมควรอยู่ อยากเขียนแนววางแผนรบแต่ในเรื่องดันไม่มีแผน เหมือนบอกยากเขียนแนวหุ่นรบแต่ศึกษาเทคโนโลยีแล้วสร้างได้แต่หุ่นกระจอกโดนปืนธรรมดายิงพังเงี้ย

858 Nameless Fanboi Posted ID:Ix.Nb73GUX

>>853 แนวทางดีแล้วแต่คิดว่าให้ลองใส่ความเอนเตอร์เทนไปด้วยอย่างพวกขุนศึกไม่ก็กุนซือเทพๆ ตลาดจะชอบอะไรทำนองนี้มากกว่า

859 Nameless Fanboi Posted ID:DYF/W9oB/h

>>858 ทำแบบนั้นเพิ่มความสนุกได้ก็จริงแต่ก็ยังไม่ใช่แนววางแผนอยู่ดีปะ?

สุดท้ายก็อยู่ที่อยากเขียนอะไรนั้นแหละไม่ต้องไปยึดติดความสมจริงมากแค่ใช่เป็นแนวทางก็พอ

860 Nameless Fanboi Posted ID:cDQBLGeULl

คำนิยามของต่างโลก? https://www.dek-d.com/board/view/3917662/

861 Nameless Fanboi Posted ID:xAtSp+xRhO

อย่าด่ากู กูแค่มาสำรวจประชากร
อยากรู้ว่าพวกมึงในนี้ ชอบอ่านนิยายแนวไหนมากที่สุด
- แฟนตาซี
- โรแมนติก
- สยองขวัญ
- สืบสวน
- ไซไฟ
- อื่น ๆ (ระบุ)

862 Nameless Fanboi Posted ID:xAtSp+xRhO

กูคงไม่ต้องตอบนะ เดี๋ยวจะหาว่ามาอวยแนวที่ตัวเองชอบ

863 Nameless Fanboi Posted ID:jV5909wF7i

>>861 แฟนตาซี โรแมนซ์

864 Nameless Fanboi Posted ID:fU7Ij1u9vD

แล้วไม่ต้องเล่นมุก ฮรี่ ๆ กุบกับ กุบกับนะ

865 Nameless Fanboi Posted ID:7WFHwnRe0y

>>864 พวกโลกแคบมันชอบเล่นกัน

866 Nameless Fanboi Posted ID:Vo2Lb.4ZUD

>>861 แฟนตาซี ไซไฟ

867 Nameless Fanboi Posted ID:9ahU9ayZa0

>>861 แฟนตาซีกับสืบสวน

868 Nameless Fanboi Posted ID:BXJGFhgkjS

>>861 แฟนตาซี สืบสวน

869 Nameless Fanboi Posted ID:9ahU9ayZa0

จะว่าไปสงสัยอย่างนึงในเด็กดีว่ะ

ทั้งที่แนวสืบสวนก็เป็นที่ชอบกันแต่ทำไมนิยายหมวดสืบสวนในเด็กดีไม่ร้างจังวะ ถ้ามีก็ไม่ได้ดีมาก กูโคตรสงสัยเลย

870 Nameless Fanboi Posted ID:unNqQSjPAh

>>869 แต่งยาก มั้ง กูเดา

871 Nameless Fanboi Posted ID:cDQBLGeULl

>>869 ส่วนใหญ่คิดแผนของคนร้ายยากกว่าทำยังไงให้พระเอกเป็นคนอัจฉริยะ

872 Nameless Fanboi Posted ID:B.kOU0DofU

>>869 ต้องเข้าใจว่าแนวนี้แม่งเขียนเรื่อย ๆ ไม่ได้ ไม่เหมือนแนวอื่นที่พอจะนึกพล๊อตได้แม่งก็เริ่มเขียน ตันแค่ไหนก็แถต่อได้อยู่

ผิดกับแนวนี้ที่มึงต้องวางเรื่องตั้งแต่ต้นยันจบ จากประสบการณ์ที่กูเคยเขียน ต้องนั่งวางเรื่องเกือบอาทิตย์ ถ้ามันไปต่อไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องไปเริ่มที่พล๊อตใหม่

873 Nameless Fanboi Posted ID:ZZG1pgdQ8W

>>869 นิยายแนวนี้แม่งมีมาเป็นร้อยปี แต่คนเขียนต้องมาคิดหาทริคหรือลูกเล่นอะไรใหม่ ๆ ให้นิยายมันแตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ ไม่เหมือนแนวอื่น ที่แม่งก็อปโครงเรื่องมาเปลี่ยนฉากกับชื่อตัวละคร

874 Nameless Fanboi Posted ID:5eorqMBgtK

เมื่อโลกมันบัดซบ มองไม่เห็นความหวังบนโลกนี้ สู้ยังไงก็ไม่ชนะ ทำยังไงก็ตาย แล้วทำไมไม่ยอมแพ้ไปซะ? เอาชีวิตรอดให้ตัวเองสบายไปไม่ดีกว่าเหรอ?

ผมคิดว่าทหารโรมันน่าจะถามแบบนี้กับคริสเตียนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1 เหมือนกัน

แน่นอนเหล่าคริสเตียนเหล่านี้ก็คงสงสัยว่าหากพระเจ้าดำรงอยู่เหตุใดพระองค์จึงปล่อยให้เรื่องเลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นบนโลก

ทำไมความอยุติธรรม ความเลวร้าย ความหิวโหย ความตาย การถูกกวาดล้างและข่มเหงจึงเกิดขึ้น?

ศัตรูไม่ใช่แค่จักรพรรดิแห่งโรมัน แต่คือโลกอันเลวร้ายโสมมนี้ทั้งใบ

ในช่วงเวลานั้น จดหมายหลายฉบับถูกส่งไปยังคริสตจักรที่กำลังทุกข์ทน

จดหมายเล่าถึงภาพของสถานที่แห่งหนึ่งที่เรียกว่า "สวรรค์" และโลกเมือมองจากมุมมองของผู้ที่อยู่บนสวรรค์

ผู้ที่อ่านและได้ยินเรื่องราวเหล่านั้นมองเห็นภาพภาพหนึ่ง เป็น vision ถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่เหมือนบนโลก

ผู้ที่อยู่ในสังคมที่อยุติธรรมย่อมมองว่าความอยุติธรรมเป็นเรื่องธรรมดาเป็นกฎธรรมชาติ เป็นเรื่องปรกติธรรมดาของโลก แต่จดหมายฉบับนั้นบอกว่า ไม่นะ บนสวรรค์ไม่มีความอยุติธรรม ความอยุติธรรมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ปรกติ

ความเลวร้าย ความหิวโหย ความตาย ความไม่เท่าเทียม เป็นเรื่องไม่ปรกติ เมื่อมองจากมุมมองของสวรรค์

ผู้คนงุนงงกับ ภาพที่อยู่ในหัวนี้ พวกเขาประหลาดใจว่ามันเป็นไปได้เหรอ ในโลกที่ย่ำแย่ขนาดนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร?

เรื่องที่น่างุนงงที่สุดในจดหมายเหล่านั้นคือ ผู้เขียนไม่ได้บอกว่า "เราจะไปถึงสวรรค์ได้อย่างไร" แต่บอกว่า "สวรรค์จะลงมาในโลก"

vision ของผู้ที่เขียนจดหมายนี้คือ ในวันหนึ่ง ความชั่วร้ายจะถูกทำลาย และโลกจะเป็นเหมือนสวรรค์

vision นี้จุดประกายบางอย่างขึ้นในตัวของผู้คน

ใน Lord's prayer หรือคำอธิษฐานของพระเยซู ซึ่งเป็นบทอธิษฐานที่สำคัญที่สุดของคริสเตียน ท่อนหนึ่งคือ "Thy kingdom come, Thy will be done in earth as it is in heaven"

"ขออาณาจักรสวรรค์จงมาถึง ขอให้พระประสงค์จงสำเร็จบนโลกเหมือนบนสวรรค์"

เราไม่ได้อธิษฐานว่า "เมื่อตาย ขอให้เราได้ไปอยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์" แต่เราอธิษฐานว่า "ขอให้โลกนี้เป็นสวรรค์ ขอให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นบนโลกเหมือนที่เกิดขึ้นในสวรรค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก"

ขอให้ vision ภาพสวรรค์ที่เราเห็นนั้น เป็นเกิดขึ้นบนโลกนี้ ขอให้สิ่งดีที่เราเห็นใน vision เกิดขึ้นบนโลกเพราะนั้นคือ พระประสงค์

นี่คือความหวังของคริสเตียน เป็นความหวังว่าวันหนึ่งสวรรค์จะซ้อนทับกับโลกจนเป็นเนื้อเดียวกัน

คนบอกว่า สวรรค์คือเทพนิยายที่สร้างขึ้นของคนขี้ขลาด

แต่เป็นเช่นนั้นไม่ vision นั้นคือสิ่งที่ทำให้คนที่ไม่หวั่นเกรงกับสิ่งใด แม้แต่ความตาย

vision นี้คือสิ่งที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้า และทำใช้ชีวิตของเราไม่สำคัญเท่ากับพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่สำคัญเท่าที่คนรุ่นต่อจากนี้จะได้เห็นสวรรค์บนโลกใบนี้

นี่คือสิ่งที่พระเยซูเห็นก่อนที่จะเดินเข้าไปในเมืองเพื่อเตรียมถูกทรยศ และถูกตรึงกางเขน

คือสิ่งที่เหล่าคริสเตียนยุคต้นเห็น เมื่อเลือกที่จะเดินเข้าไปในคอลอสเซียมเพื่อเป็นเหยื่อสิงห์โตมากกว่าจะเลิกเชื่อในภาพที่เห็นนี้

คือสิ่งที่มาร์ตินลูเธอร์ คิงก์ จูเนียร์ กล่าว เมื่อเขาบอกว่า I have a dream และคนนับล้านก็เห็นภาพฝันเดียวกับเขา

ภาพฝันที่ส่งมาร์ตินลูเธอร์ คิงก์ จูเนียร์สู่ความตาย จากการลอบสังหาร

แต่ภาพเหล่านี้ไม่ได้ตายไปพร้อมกับเขา

ภาพนี้แหละคือสิ่งที่ทรงพลังที่สุด

มันคืนชีพขึ้นมา มันจุดประกายบางอย่าง และเป็นกำลังให้กับผู้คน มันกลายเป็นความจริง และยังมีชีวิตอยู่

พี่น้องทั้งหลาย อย่าเป็นของโลกอันชั่วร้ายนี้ แต่ให้เป็นของสวรรค์ อย่ามองอย่างโลกอันอยุติธรรมนี้ แต่มองแบบชาวสวรรค์

รักษา vision นี้ไว้ให้มั่น และส่งมันต่อไป

นี่จะเป็นพลังที่ทำให้เราก้าวต่อไป จะเป็นพลังที่ทำให้ผู้คนก้าวไปพร้อมๆกับเรา

จนถึงวันที่ความชั่วร้ายทั้งหลายพินาจไป จนถึงวันที่สวรรค์นั้นมาถึงบนโลก

875 Nameless Fanboi Posted ID:Syr+fHCkpf

>>874 spam เปล่าเนี่ย

876 Nameless Fanboi Posted ID:cuyju8tBn1

>>874 ว่างๆไปแต่งนิยายที่เด็กดีเถอะ

877 Nameless Fanboi Posted ID:1tT7s+nXgE

>>874 infodump ชิบหาย มึงแต่งไม่น่ารอดแล้วมั้ง

878 Nameless Fanboi Posted ID:W3vCiWXrlx

>>877 infodump แปลว่าอิหยั่งครับ

879 Nameless Fanboi Posted ID:CIn.QCmmij

เปลี่ยนโรมันเป็นชาวยิวดีปะ เพราะนั้นตัวตั้งตัวตีเลย
ปล.ถ้าจะชวนกูไปโบสถ์กูไม่ว่างนะ อ่านอัลกุรอานแป๊ป

880 Nameless Fanboi Posted ID:DAOzoZYltU

>>879 รู้สึกศาสนายิวเลิกมีโบสถ์ตั้งแต่ค.ศ.70 ที่ถูกพวกโรมกวาดล้างยิวให้มานับถือเทพโรมัน จนตอนนี้ไม่มีวัดเป็นหลักเป็นแหล่ง

881 Nameless Fanboi Posted ID:yWsG2/tyJG

พูดถึง Infodump นี่ช่วงหลังๆ มานี่กูได้เรียนรู้เยอะเลย
เดิมทีแล้งของกูที่เคยเขียนจะเป็นประมาณว่าตัวเอกพูดอธิบายกับคนอ่าน บอกว่าคนนี้เป็นใคร ที่นี่คือที่ไหน มีประวัติยังไง
แต่ที่คิดจะเขียนใหม่ตั้งใจจะแทรกเอาไว้ในบทสนทนาแทน โดยที่ตัวเอกไม่จำเป็นต้องมานั่งอธิบาย

แต่ที่อยากรู้ก็คือ ปริมาณ Infodump นี่มากน้อยแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอดีนี่ล่ะ

882 Nameless Fanboi Posted ID:f9GnkAtH.W

>>878 ไอ้สัส ตอบกูสักคนเถอะ

883 Nameless Fanboi Posted ID:JyF7tSJdrS

>>882 ยัดข้อมูล

884 Nameless Fanboi Posted ID:AW0PC2wWVG

>>883 ขอบพระคุณมากครับ

885 Nameless Fanboi Posted ID:AW0PC2wWVG

สำหรับกูการยัดข้อมูล ก็เพื่อให้เรื่องมันน่าเชื่อถือว่ะ ถ้าเรื่องมันน่าเชื่ออยู่แล้วก็ไม่จำเป็น

886 Nameless Fanboi Posted ID:Ny/L0sZsHF

KY กูได้อ่านหนังสือชีวประวัติของ นโปเลียน ทำให้กูได้เห็นมุมมองที่กูไม่อยากเห็นว่ะ...ไอ้เรื่องที่ติดอวัยวะเพศสตรีของโยเซฟินเนี่ย ไม่ต่างจากพวกพระเอกเกม/นิยายในนิยายอวยนางร้ายติดหีนางเอกเกม/นิยายเลยวะ

887 Nameless Fanboi Posted ID:LEL1eyanBI

>>886 มันแสดงให้เห็นว่านิยายมาจากชีวิตจริง

888 Nameless Fanboi Posted ID:1lY.d6ctcK

>>885 ต้องเขียนกี่บรรทัดกี่หน้าคนถึงจะเชื่อถือวะ

889 Nameless Fanboi Posted ID:AE5/Pvy4PG

>>888 กูให้มากสุด 2 ย่อหน้า ย่อหน้าละ 3-4 บรรทัด เกินกว่านั้นอ่านแล้วง่วง

890 Nameless Fanboi Posted ID:7DaWitYdhR

>>887 แต่ถ้าดมกาวหรือติดยาอาจจะเขียนต่างโลกได้กว้างไกลก็เป็นได้

891 Nameless Fanboi Posted ID:CB775l+tuI

>>889 ไหนมึงลองเขียนให้กูเชื่อถือมึงหน่อย 2 ย่อหน้า ย่อหน้าละ 3-4 บรรทัดมึงเนี่ย ขอชม

892 Nameless Fanboi Posted ID:IUTSfVWLuP

>>891 กูพูดในฐานะคนอ่านว่ะมึง

893 Nameless Fanboi Posted ID:NpNdqNE7jT

>>891 >>891 กูขอตอบแทนนะ

การยัดข้อมูลลงไปในเรื่อง ถ้าไม่ใช่เพราะยากเพิ่มความยาว ก็เพราะมันจะทำให้คนเชื่อถือนิยายมึงมากขึ้น

กูจะยกตัวอย่างง่าย ๆ นะ สมมุติกูเขียนนิยายเกี่ยวกับแฮกเกอร์ ตอนที่พระเอกกำลังแฮกระบบคอมพิวเตอร์ ถ้ากูอยากให้มันดูแฮกเกอร์จริง ๆ กูก็จะไปหาข้อมูลมาเพิ่มลงไป ตัวอย่างเช่น ป๋อยศักดิ์นำ*** เสียบเข้ากับช่อง*** แล้วเปิดเครื่องเพื่อเริ่มเจาะเข้าระบบ*** เขาทำการ*** เพื่อเจาะเข้า*** จากนั้นทำการใส่*** แต่เขาก็พบว่าระบบมีการป้องกันระดับสูง ป๋อยศักดิ์จึงเพิ่ม*** บลา ๆ

การยัดข้อมูลที่กูพูดก็ประมาณนี่แหละ ซึ่งเอาจริง ๆ มันจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ เพราะสุดท้าย คนอ่านมันก็ไม่ได้มาดูว่ามึงแฮกยังไง แต่เขามาดูว่ามึงแฮกเพื่ออะไร

894 Nameless Fanboi Posted ID:Pl1RMt7TfO

>>893 ปล. กูเขียนเห็นบางคนแม่งยัดข้อมูลเยอะชิบหาย โดยเฉพาะพวกนิยายสืบสวน

เข้าใจนะว่ามึงหามายากลำบาก แต่มึงจะยัดทีสี่ห้าหน้าไม่ได้ คนอ่านส่วนใหญ่จะหลับก่อนอ่านนิยายมึงจบ

895 Nameless Fanboi Posted ID:pm7Ftiz33x

>>893 อ๋อ ลืมบอก อันนี้กูก๊อปมาจากส่วนหนึ่งของบทความกูนะ ถ้าวันหนึ่งพวกมึงเหลือบไปเห็นเข้า ก็กดติดตามกูด้วย อิอิ

896 Nameless Fanboi Posted ID:jQFH7QRya0

infodump เปรียบเหมือนมึงอยากจะเดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ ด้วยอายุไม่ถึงเกณฑ์จะขับรถเอง ต้องจ้างแท็กซี่แทน
แต่แทนที่จะส่งมึงไปเชียงใหม่ ไอ้คนขับแม่งบอกวิธีไปทีละจุดว่าให้ไปเชียงใหม่ยังไงไม่หลง ทั้งที่มึงไม่มีเหตุผลจะมาเชียงใหม่อีกรอบ เพราะเดี่ยวปีหน้า เพราะเมียมึงจะย้ายมากรุงเทพถาวรด้วยเครื่องบินต่างหาก

897 Nameless Fanboi Posted ID:jQFH7QRya0

>>896 ขอเสริมอีกแบบ มึงทำยังไงปั้มลูกตัวเองให้หน้าเหมือนแม่ ก็แค่เย้กับเมียก็พอ แต่เสือกใช้ infodump ด้วยวิธีท่วงท่าต่างๆระหว่างเย้กันร่วมเกือบ 60 นาทีแบบฉากต่อฉาก

898 Nameless Fanboi Posted ID:jQFH7QRya0

ไปส่องมู้นินทาแล้วไม่มีใครเล่นด้วยเลย มาแปะที่นี่แทน ส่องมู้บอกเลย อัลไลวะเนี่ย
https://www.dek-d.com/board/view/3918820/

899 Nameless Fanboi Posted ID:u2uOlImRWx

พวกมึงคิดยังไงกับนิยายที่เป็นแนวแฟนตาซี ซึ่งคนเขียนชงว่ามันจิ้นไม่มีนางเอกมาตลอด กูก็อ่านได้เพราะมันแค่จิ้นไงมึง ต่อมาคนเขียนบอกทนต่อมวายแตกไม่ได้เลยขอย้ายไปหมวดวายแล้วทิ้งคนอ่านนอมอลแบบกูไว้กลางทางวะ กูนี่เคว้งเลย

900 Nameless Fanboi Posted ID:jQFH7QRya0

>>899 มันแปลกตั้งแต่ไม่จิ้นให้มีนางเอกแล้ว ไม่เข้มแข็งพอจะอยู่นอกสายวาย

901 Nameless Fanboi Posted ID:KiqwH+4Ajp

เห็นมู้หาเว็บภาพไม่มีลิขสิทธิ์ด้วย ดีใจว่ะ อย่างน้อยก็พอมีคนดีๆในบอร์ด

902 Nameless Fanboi Posted ID:B4ErFd27nz

>>900 สายวายนี่มันเป็นโรคระบาดหรอวะ กูกำลังเขียนนิยายแอคชั่นคู่หู จะติดโรคไหมวะเนี่ย เกลียดชิบหายไอ้นิยายวายเนี่ย

903 Nameless Fanboi Posted ID:u2uOlImRWx

>>902 ถ้าจิตใจมึงสะอาดจะกลัวอะไรของมึง ถ้ารังเกียจคนอ่านจิ้นมากก็พิมบอกเขาตรงๆ โรคเหยียดวายของมึงก็น่าแขยงนะเนี่ย แต่ที่กูมาบ่นคือกูอยากอ่านแนวปกติไม่มีนางเอกรึสาวๆเยอะ แต่สุดท้ายคนเขียนไปสายวายซะงั้น กูเสียใจ

904 Nameless Fanboi Posted ID:min9H4x9P3

>>902 สาววายน่ะจำนวนปกติเว้ย
แต่ที่มันมีมากกว่าพวกตัวผู้คือสาวๆ เขาจ่ายเงินหนักไม่มัวคิดเล็กคิดน้อย ขอแค่ถูกใจก็เปย์ไว้ก่อน ทำให้ตลาดวายมันกินพื้นที่ในตลาดนิยายยุคนี้ไปเยอะไง

กูนี่เขียนนอมอลนะ แต่เพื่อดึงคนอ่านกูถึงกับต้องเขียนโมเม้นท์ Bromance ระหว่างพระเอกกับคู่แข่งเพื่อให้พวกขาวายมันกรี๊ดกันอะ

905 Nameless Fanboi Posted ID:N/2gtj+DwK

ไม่ต้องแหยง วายนี่ตัวทำเงิน ผลักดันตลาดสัสๆ ยิ่งกว่าพวกคุอีก แต่กูก็ไม่ค่อยชอบนะ ชอบแบบจับจิ้นกันมากกว่า ไม่ต้องถึงกับต้องเป็นคนรักหรือมีฉากอย่างว่า

906 Nameless Fanboi Posted ID:vkg6ABWsWX

เดี่ยวนี้กูขี้เกียจไปงานหนังสือ เพราะเจอนิยายวายเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยเอาเงินค่าขนมไปซื้อคอมเทพดีกว่า

907 Nameless Fanboi Posted ID:/yF/HCz1qM

>>898 เจริญพร กูว่าถ้าไอ้คนตั้งใช้ภาษาดี ๆ เรื่องคงจบสวย ๆ ไปแล้ว

908 Nameless Fanboi Posted ID:S24YmTF/LG

>>903 ที่กูเหยียดไม่ใช่ไรหรอก กูอิฉา แม่งขายได้อยู่แนวเดียว ถ้าวันหนึ่งกูต้องเขียนนิยายเพื่อเงิน สงสัยต้องยอมเขียนแน่เบย

909 Nameless Fanboi Posted ID:/OurmVfs6H

>>908 ฟุกับคุไม่เหมือนกันตรงที่ถ้ามีงานผลิตออกมาก็ช่วยๆกันซื้อ ช่วยอุดหนุนผู้ผลิตให้ตลาดมันอยู่ได้เพื่อจะได้มีงานมาให้เสพอีก แบบพวก yuri on ice หรือนิยายทั้งหลายที่ขึ้นมาบนดินกัน แต่ฟุก็ใช่ว่าจะเปย์กันตะพึดตะพือไม่คิดอะไรเลยนะ ต้องเป็นของที่ชอบจริงๆถึงจะยอมควักเงิน พวกนี้ถ้าได้ชอบนี่ถึงไหนถึงกัน พวกกู๊ดส์ บ็อกเซ็ต อะไรทั้งหลายก็เอามาเลย เก็บสะสมหมดทุกอย่าง จ่ายหนักเพื่อของที่ชอบ กูยังเคยยอมเปย์ห้าร้อยบาทเพื่อแลกกับที่รองแก้วกระดาษโง่ๆจากคาเฟ่ญี่ปุ่นเลย แต่มันมีคุณค่าทางใจก็ถือว่าคุ้มที่ได้มา

แต่คุมักจะอ้างโน่นอ้างนี่ว่าไม่ดีและสุดท้ายก็ไม่ซื้อ ยกตัวอย่างพวกแผ่นอนิเมะทั้งหลายที่คุชอบด่าว่าไม่ชอบพากย์ไทย จะเอาแบบญี่ปุ่นทุกอย่าง บ็อกเซ็ตนั่นนี่โน่น อยากได้แบบพรีเมี่ยม ค่ายผลิตก็เอาใจทำตามรีเควส และก็ไม่มีใครซื้อ ขายไม่ออกบานเบอะ ทุนจม ผู้ผลิตเจ๊ง เข็ด ไม่ยอมทำอีก แล้วคุก็จะบ่นด่าแบบเดิมๆแต่ไม่ควักเงินวนไปแบบนี้

910 Nameless Fanboi Posted ID:S24YmTF/LG

>>909
555 ศัพท์แปลก ๆ เยอะชิบหาย มีใครว่างแปลศัพท์พวกนี้ไหมวะ
เห็นพวกมึงคุยกันกูอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง

911 Nameless Fanboi Posted ID:MoK0D8dIs5

แล้ววายยูรินี่ขายได้เหมือนวายยาโอยไหม

912 Nameless Fanboi Posted ID:vkg6ABWsWX

ฟุคือฟุโจชิ เป็นโอตาคุเพศหญิง
ส่วนคุคือโอตาคุ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

913 Nameless Fanboi Posted ID:/OurmVfs6H

>>910 ฟุมาจากฟุโจชิ ก็สาววายนั่นล่ะ คุก็มาจากโอตาคุ
yuri on ice ก็อนิเมะกีฬาสเก็ตน้ำแข็งเรื่องหนึ่ง
กู๊ดส์ (Goods) คือสินค้าที่ออฟฟิศเชียลผลิตออกมาขายแฟนคลับเช่นพวกฟิกเกอร์ เนนดรอยด์ หวังว่าคงไปค้นกูเกิ้ลดูต่อเองได้นะ
เปย์ (Pay) การจ่าย
บ็อกเซ็ต(Boxset) คือกล่องเก็บรวบรวมทุกอย่างของเรื่องนั้นๆ เช่นนิยายเรื่องหนึ่งมี 3 เล่มจบ พอออกจบก็ทำกล่องมาเก็บนิยายเอาไว้เป็นแพค 3 เล่มนี้ไว้ไม่ให้กระจัดกระจายกัน จะมีของแถมหรือลูกเล่นอะไรก็แล้วแต่ผู้ผลิต มีคุณค่าในแง่การสะสมและความสุขทางใจ
รีเควส (request) คำร้องขอ
พรีเมี่ยม (premium) คุณภาพสูง
เจ๊ง คือขาดทุน หมดตัว

มึงจะเอาศัพท์ไหนอีก

914 Nameless Fanboi Posted ID:idQqYAd9Ru

>>913 คำว่า "เนนดรอยด์" กูตกสะโอไปตัวนึง ต้องเป็น "เนนโดรอยด์" โทษที

915 Nameless Fanboi Posted ID:N70dI4fcR9

>>913 ที่กูไม่รู้เรื่องก็พวกศัพท์ญี่ปุ่นที่มึงใช้กันอะ ไม่ค่อยอินกับฝั่งญี่ปุ่สักเท่าไหร่

916 Nameless Fanboi Posted ID:vkg6ABWsWX

แล้วชอบพูด kire คนญี่ปุ่นชอบคนหน้าขี้เหร่เรอะ

917 Nameless Fanboi Posted ID:g0EONo+KYI

>>916 Kirei [きれい] แปลว่าสวยในภาษาญี่ปุ่น
กูไม่รู้นะว่าด้วยเหตุอะไรทำให้ ฟุกับคุ แม่งมีลักษณะการเปย์แตกต่างกันขนาดนี้ แต่บอกได้อย่างนึงว่าลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่แค่ประเทศไทยว่ะ
ยอดขายที่ญี่ปุ่นเองพวกแนววายก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนกัน ในขณะเดียวกันพวกสายนอมอลเองยอดขายกลับเฉลี่ยไปกันอย่างละนิดอย่างละหน่อย ผิดกับแนววายที่มาเรื่องเดียวยอดพุ่งสูงอยู่เรื่องเดียว

918 Nameless Fanboi Posted ID:waAIAsMker

>>917 กูเดานะเพราะนิยมแบบนั้นมีแค่นิยายวายที่เสพได้ อย่างนอมอลแม่งมีทั้งละคร ซีรี่ย์ การ์ตูน ชีวิตจริง แต่แนววายกับมีแค่นิยายกับการ์ตูนเฉพาะกลุ่ม ตอนนี้เริ่มมีซีรี่ย์มาแล้ว มึงจะมาหาชีวิตจริงที่ผู้ชายหน้าตาดีสองคนจะมาทำอะไรให้มึงจิ้นแม่งคงยาก

919 Nameless Fanboi Posted ID:NRkhYv4g.w

ตามหาคนวิจารณ์นิยายค้าบ มีผู้ใดอาสาบ้างไหม

920 Nameless Fanboi Posted ID:iGlEa2yGUT

>>919 แปะลิงก่์มาก่อน บางทีมีคนวิจารณ์ยุ

921 Nameless Fanboi Posted ID:/8aVmdY62w

ห้ามเล่นมุก ฮรี่ๆๆๆๆๆๆ กุบกับๆๆๆๆๆๆ นะโว้ย ฮรี่ๆๆๆ กุบกับๆๆๆๆๆๆๆๆ

922 Nameless Fanboi Posted ID:ycEDA9gCis

>>921 มึงนั่นแหล่ะหยุดก่อนเลย เจ้าของมาเปิดตัวเองแบบนี้ มันไม่แปลว่าม้าแล้วโม่ง

923 Nameless Fanboi Posted ID:2Wckr36O5O

>>919 นี่เลยฮะ โทนหลักของเรื่องเป็นสืบสวนนะ แต่กูดันเอาไปลงแฟนตาซี ยังไงก็ช่วยติชมกันเข้ามาหน่อย

https://writer.dek-d.com/Pungpron/writer/view.php?id=1939282

924 Nameless Fanboi Posted ID:vx6/rWHNky

>>923 ตอนน้อยนะแต่อ่านละพอบอกได้ งานธรรมดา ธรรมดามาก ภาษาก็พอไปได้ เขียนสักสิบห้าปีก่อนอาจจะมีคนปรบมือแปะๆ ให้กับภาษามึงหน่อย แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรงานมึงมากนักหรอก การเล่าเรื่องแสนจะธรรมดา มันดูธรรมดามาก เหมือนมีกรอบกากรดำเนินเรื่อง บทสนทนาก็ธรรมดาเกินไป ทุกอย่างดูธรรมดาหมดจนกูคิดว่างานแบบนี้ขายไม่ได้ คนเข้ามาอ่านก็ไม่ได้รู้สึกอยากอ่านซ้ำ ปัญหาเป็นเรื่องการเล่าเรื่องมึง มึงต้องแสดงความไม่ธรรมดาออกมาตรงนั้น ให้ยกตัวอย่างมึงก็ไปกดนิยายวายลองดูแนวทางการเล่าเรื่องพวกนั้นดู หลายคนภาษาแนวมึงนี่แหละ แย่กว่าก็เยอะ แต่มึงต้องยอมรับว่านิยายวายที่มันขึ้นอันดับสูงๆ ได้ส่วนใหญ่การเล่าเรื่องมันมีเหี้ยอะไรสักอย่างจับคนได้ อันไหนคิดว่าเป็น NC มึงก็ข้ามไป ไปเปิดดูเรื่องอื่น พลอตกูเฉยๆ คดีกูก็เฉยๆ เรื่องสั้นที่กูอ่นในขายหัวเราะมหาสนุกสิบกว่าปีก่อนยังตื่นเต้นกว่าที่มึงเขียนเยอะเลย ปัญหามึงอะคือเล่ายังไงให้คนตื่นเต้น หาทางจับใจคนดูไปด้วย เท่าที่เขียนมึงเป็นได้แค่งานธรรมดาภาษาพอใช้ ไม่มีทางสู้งานที่เขียนแย่ๆ ภาษากากๆ แต่มีอะไรบางอย่างจับใจคนได้นิดหน่อยได้หรอก

925 Nameless Fanboi Posted ID:eFq9kKykHs

>>924 ธรรมดาเต็มไปหมด กูเอาสั้นๆนะ นิยายมึงมันไม่น่าสนใจ

926 Nameless Fanboi Posted ID:/45FFNk07f

>>924 อยากทราบความเห็นเกี่ยวกับตัวละครหน่อยครับ

927 Nameless Fanboi Posted ID:/45FFNk07f

>>924 อ๋อ แล้วเรื่องการดำเนินเรื่องคิดยังไงบ้าง การสืบสวนอะ ขอขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์

928 Nameless Fanboi Posted ID:/45FFNk07f

>>924 แล้วส่วนที่บอกว่าธรรมดา ช่วยตกตัวอย่างหน่อยครับว่าจะเพิ่มความจะเพิ่มความน่าสนใจยังไง สักท่อนนึงก็ได้ครับ ถือว่าช่วยกัน จะได้นำไปพัฒนา ขอบคุณครับ

929 Nameless Fanboi Posted ID:ycEDA9gCis

รายนี้มันเอาจริงเว้ย ไหนใครเคลียร์งานก่อนสงกรานต์จบแล้วมาช่วยเด็กใหม่กันหน่อย

930 Nameless Fanboi Posted ID:nh+xxiMkvp

โห้ เห็นแบบนี้แล้วก็อยากลองแปะดูบ้างแฮะ เผื่อมันจะดีขึ้น

931 Nameless Fanboi Posted ID:/45FFNk07f

>>929 ขอแบบเจาะฉากต่อฉากเลยก็ได้ครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง

932 Nameless Fanboi Posted ID:vx6/rWHNky

>>926 ตัวละครไม่มีความเห็นมากนะ ตอนมึงน้อยและเรื่องมึงธรรมดา กูขี้เกียจอ่าน เอาเท่าที่จำได้แล้วกัน ตัวแม่นี่คือพยายามแบดให้ดูเหมือนตัวลูกชีวิตจะรันทดไหม เหมือนมีแม่ไม่ได้เรื่อง ก็แล้วยังไงต่อ ตอนมึงน้อยนี่ ยังไม่เห็นอะไร ไม่ได้รู้สึกสงสารใครขึ้นมา ตัวเด็กน้อยน้องชายเล่นของเล่นจะสื่ออะไร สื่อว่าถึงกลายพันธุ์แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนเลวไรงี้ป่ะตามบทสนทนาว่าไม่มีคนเลว ก็ดีแต่ก็ไม่ได้มีอะไร บริบทมันยังไม่คูลพอต้องบ่มสักพัก แต่เขียนมาแค่นี้ก็งั้นๆ อะ ยังไปไม่ถึง ตัวลูกสาวนี่ก็ธรรมดา พยายามทำตัวเป็นคนดี ลูกดี พี่สาวดี จบ ยังไม่ได้อะไรมาก มึงเอาอะไรกับนิยายไม่กี่ตอนมากไม่ได้หรอก มันต้องปั้นนานกว่านี้ ส่วนสารวัตรเชี้ยไรเนี้ย บทสนทนากับการลากเสียงค้าบค้าบ เด็กน้อยฉิบหาย มึงไม่มีวุฒิภาวะเลย เป็นสารวัตรมึงควรจะเป็นการเป็นงานกว่านี้ บทสนทนาของพวกตำรวจเนี่ยกูบอกเลยว่าเหมือนเด็กน้อยผู้ชายคุยกัน อาจจะเด็กน้อยมัธยม เด็กน้อยมหาวิทยาลัยอะไรก็ว่าไป คือบางอันดูแล้วไม่ใช่บทสนทนาของคนทำงานอะ

>>927 การดำเนินเรื่องสำคัญคือไม่ให้งง ให้คนตามทัน แต่เรื่องมึงมีปัญหาอยู่จังหวะมันไม่ตื่นเต้น การเล่าเรื่องมันแบนเรียบอืดเอื่อย คือมึงจะคุยจะค้นหาร่องรอยนี่พยายามให้กระชับกว่านี้ พาเข้าจุดสำคัญให้เร็วกว่านี้ มึงตัดไม่ได้มึงก็ต้องเขียนให้มันรู้สึกระทึกกว่านี้ นิยายมันต่างจากงานจริง งานจริงแม่งมีระบบ มีขั้นตอนการทำงานของมัน นิยายมึงต้องทำให้รู้สึกว่าเรื่องธรรมดาพวกนั้นมันตื่นเต้น ระทึกใจฉิบหาย บทสนทนาที่มันไร้สาระตัดได้ก็ตัด ถ้ามีต้องฮาจริงจังไม่เอาขำๆ มุกแป้ก ไม่ได้สนุกหรอก สำหรับกูไอ้พวกนี้เรียกน้ำ อย่างน้อยมึงจะเขียนน้ำต้องให้มันเป็นน้ำซุปหน่อย มีรสชาติหน่อย น้ำเปล่ามีได้แต่อย่าเยอะ

>>928 กูถึงให้มึงไปกดอ่านนิยายวายไง ไม่เกี่ยวกับรสนิยมมึงชอบไม่ชอบ แต่งานพวกนั้นมันมีสิ่งที่มึงขาดหลายเรื่องไปดูผ่านๆ เอา ไอ้ท่อนเดียวมันไม่ช่วยเหี้ยอะไรมึงหรอก บางอย่างมันต้องเป็นบริบท ถูกปั้นมา หรืออะไรที่นึกไม่ถึง มึงเคยดู got ไหม เคยเห็นตอนบักจอห์นผู้ไม่รู้เหี้ยอะไรเลยเจอเสียบไหม มึงจะเจออะไรที่แบบ เชี้ยไรเนี้ย ขึ้นมาระหว่างดู งานเขียนก็เหมือนกัน มันต้องมาทั้งหมดอะ ถ้ามึงจะเอาสักท่อนนะ มึงไปดูชื่อนิยายที่มึงเห็นแล้วรู้สึกว่า เชี่ยไรเนี้ยหรือแบบเฮ้ยเจ๋งว่ะ แล้วกลับไปดูชื่อนิยายมึง มึงต้องเขียนอะไรพวกนั้นลงไปอะ มันมีสิ่งที่อ่านแล้วรู้สึกว่าคูลจริงๆ หรือพยายามคูล มึงอย่าพยายามคูลแต่ต้องเขียนให้รู้สึกว่าคูลจริงๆ การที่มึงหาตัวอย่างนั่นนี่ดูแนวทางอะนะ มันเป็นการพยายามคูล แต่ถ้าบริบทมันได้ มึงรู้สึกว่าเขียนแบบนี้ลงไปในสถานการณ์นี่แหละแม่ง แจ่มเบย แสดงว่ามึงเริ่มเข้าถึงความคูลที่แท้จริงแล้ว มึงไปเสพงานโฆษณา ซีรี่ย์ หนัง นิยาย ให้เข้าใจความคูลของงานดีๆ งานขายดีๆ ก่อน แล้วมึงมาย้อนอ่านงานตัวเองอีกรอบมึงอาจจะเข้าใจว่าทำไมกูถึงบอกว่างานมึงแม่งธรรมดามาก

933 Nameless Fanboi Posted ID:/45FFNk07f

>>932 ตัวเอกล่ะ มีความเห็นไงบ้างครับ

934 Nameless Fanboi Posted ID:/45FFNk07f

>>932 เอ่อ ของเล่นเป็นอีสเตอร์เอ้กครับ อิงถึงหนังเรื่องนึง แต่ถ้าไม่รู้มันก็ถือว่าเป็นสนทนาธรรมดา ๆ

935 Nameless Fanboi Posted ID:Ec/Agb6hbU

>>932 รบช่วยยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมครับ เอาท่อนน่าเบื่อของผมมาเปลียนให้ดูน่าสนใจ ช่วยหน่อยนะครับ

936 Nameless Fanboi Posted ID:nyyhNorwlg

>>932 ผมไปอ่านนิยายวายตามที่คุณแนะนำมาแล้วนะครับ บอกเลยว่าไม่เคยอ่านแนวนี้มาก่อน
ผมไปอ่านเรื่องท็อปของทั้งสองเว็ป (ดด/ฟชล) อย่างละ 1 บท (อ่านอย่างตั้งใจ ทุกตัวอักษร)

ของเว็ป ดด ผมเห็นตัวละครพูดหยอกล้อกันไปมาทั้งบท โดยแฝงการปูตัวละครสามสี่ตัว ตอนตอนท้าย ๆ มีจูบหอมกันนิดหน่อย
ของเว็ป ฟชล ผมเห็นตัวละครท่าทางใสซื่อ ถูกย้ายเข้ามาอยู่บ้านเดียวกับตัวละครที่ดูท่าทางดุ ๆ ท่าทางไม่สนโลก น่าจะเป็นพระกับนาง (หรือพระกับพระ)

ส่วนตัวหลังจากได้อ่านทั้งสองเรื่อง ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะเอามาใช้กันนิยายของผมยังไง เพราะมันคนละแนวกันโดยสิ้นเชิง อีกทั้งผมก็ไม่รู้สึกว่าได้อะไรขึ้นมาใหม่ เพราะฉากที่ได้กล่าวไปข้างต้น สามารถพบได้ตามละครหลังข่าว (เช่นเดียวกับนิยายของผม ที่เห็นได้ตามซีรี่สืบสวนฝรั่ง)

ขอความคำชี้แจงเพิ่มเติมด้วยนะครับ ผมอาจจะเข้าไม่ถึง

937 Nameless Fanboi Posted ID:QkhdQzvOwB

ไม่รู้นะว่าคนเขียนเด็กใหม่ในโม่งเปล่า แต่ช่วยรวมเรื่องที่จะพูดไว้ใน ref เดียวหน่อย มันเปลืองยิ่งใกล้หมดมู้ด้วย

938 Nameless Fanboi Posted ID:GGwfQftlAJ

>>937 สิงมานานพอสมควรล่ะครับ แต่นี่พิมตอนทำงาน พิมได้หัวข้อหนึ่ง หัวหน้าเดินผ่านมา เลบต้องรีบกดโพส แล้วก็เปิดมาโพสใหม่อีกที ขอโทษทุกคนด้วยนะ เดี๋ยวจะพยายามตอบในข้อเดียว

939 Nameless Fanboi Posted ID:/KnfmTQ.pT

มึงงงงง เนื้อเรื่องนิยายกูมันเป็นโทนหม่นปนสดใส กูควรเขียนโปรยแบบสดใสน่าติดตาม หรือเขียนแบบโปรยๆปมดราม่าชวนสงสัยไว้ก่อนดีวะ คือกูอยากเขียนแบบสดใสนะ แต่อีกใจมันยังมองไปหาโปรยหม่นๆ ชวนระทึก

940 Nameless Fanboi Posted ID:GGwfQftlAJ

>>939 มาซะขนาดนี้ มึงคงมีคำตอบในใจแล้วล่ะ เขียนตามใจมึงนั้นแหละ

941 Nameless Fanboi Posted ID:vx6/rWHNky

>>933 ใครตัวเอกมึงวะ เทวินอ่อ ตอนน้อยบทน้อยอยู่กูก็ไม่แน่ใจ ถ้าเทวินกูบอกได้แต่ว่า กูไม่รู้ คือตอนมึงน้อยอะ มึงสอบตกเรื่องการสร้างความเข้าใจให้คนอ่านปกตินะ มึงไม่เข้าใจคนอ่านเลย คนอ่านส่วนใหญ่ไม่ได้คิดอะไรมาก เป็นหน้าที่มึงที่จะทำให้เขารู้ว่ามึงคิดอะไร ไม่มีใครเขารู้สิ่งที่อยู่ในใจมึงหรอก มึงต้องสื่อมันออกมา สร้างออกมาให้ปรากฏ อารมณ์เหมือนกูเดินไปกับมึงสองคน คุยเรื่อยเปื่อย แล้วอยู่ๆ มึงถามว่ากางเกงร้านเมื่อกี้กูคิดว่าไง กูก็จะตอบไปว่า กางเกงเหี้ยอะไรวะ มึงเข้าใจไหม ตอนมึงแค่นี้มึงยังปั้นอะไรไม่ได้ มันยังไม่ได้เห็นเด่นชัดอะไรขนาดนั้น ปัญหามึงแสดงออกมาตั้งแต่มึงถามคำถามนี้แล้ว มึงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระดับความเข้าใจคนอ่านกับตัวละครของมึงควรจะอยู่ประมาณไหน ถ้ามึงเข้าใจว่าคนอ่านปกติยังไม่รู้จักนิยาย ยังไม่รู้จักตัวละครมึง กับเนื้อหาการเดินเรื่องแค่เนี้ย มึงก็ควรจะนึกออกว่า คนอ่านยังไม่รู้ยังไม่อินยังไม่เข้าใจอะไรขนาดตอบออกมาได้

>>934 คนอ่านประมาณ 99.99% จะไม่รู้เรื่องที่มึงสื่อจนกว่ามึงจะเฉลย มึงอยากซ่อนอะไรไว้ก็ได้ แต่มันก็จะไม่ถูกเจอจนกว่ามึงจะพาคนอ่านไปเจอ ดังนั้นไอ้ของเล่นนั่นมีค่าเท่ากับบทสนทนาบทหนึ่งเท่านั้นแหละกับคนอ่าน

>>935 ถ้าต้องยกตัวอย่างมาคือต้องเขียนเรื่องมึงใหม่ทั้งหมดซึ่งกูขี้เกียจ ถ้ามึงคิดว่าการแก้ท่อนใดท่อนหนึ่งแล้วจะสำเร็จ เปลี่ยนแปลงอะไรได้ คือมึงไม่เข้าใจที่กูสื่อ เรื่องของมึงเนี้ยมันมองไม่ได้ว่าตรงไหนควรแก้อะ มันเยอะ มันควรแก้ทั้งหมด ให้หาว่าตรงไหนเหมือนจะโอเคยังดูง่ายกว่าเพราะมันน้อย กูโอเคแค่ไอ้ตอนเด็กน้อยพูด มันดูแฝงอะไรดีนิดนึง นอกนั้นแก้หมด ให้แก้ให้ดูมันเสียเวลากู การคิดอะไรออกมาบางอย่างมันใช้พลังสร้างสรรค์ซึ่งกูเอาไว้ใช้เอง การวิจารณ์มึงงานกูเยอะแล้ว มึงเห็นพวกทำงานโฆษณาไหม ทำไมมันคิดแพง เพราะมันไม่ได้คิดออกมาได้บ่อยๆ คิดออกมาได้แล้วทำไมต้องทำให้ฟรีๆ ถ้ามึงไม่เข้าใจว่าอะไรที่มันเจ๋ง มันคูล จับใจคนได้ เห็นแล้วปรบมือให้ กูก็ไม่รู้จะอธิบายออกมาได้ยังไง ถ้ามึงคิดว่างานมึงดีแล้วนี่หว่า ก็สนุกดีนี่หว่า แบบนั้นกูช่วยอะไรไม่ได้หรอก แต่ถ้ามึงคิดว่า จริงๆ มันก็น่าจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้คนตื่นเต้นหรือจับใจได้มากกว่านี้ แสดงว่ามึงก็เข้าใจ เพียงแต่มึงยังนึกไม่ออกว่าจะทำมันออกมายังไง ไอ้นั่นแหละคือสิ่งที่มึงต้องไปทำออกมา

>>936 มึงทำการบ้านน้อยมาก อ่านแบบนี้ไร้ประโยชน์ มึงเปิดอย่างละตอนแล้วเหมารวมเลยไหมว่านิยายวายคือคนละแนวทางกับมึงสิ้นเชิง นิยายมึงที่กูอ่านเนี้ยตอนยังมากกว่าที่มึงไปอ่านเลย อันไหนไม่ใช่ทางไม่ใช่แนว ไม่เข้าใจ มึงเปิดตอนต่อไปไม่ก็ปิดแล้วเปิดเรื่องใหม่ มันอาจจะมีสักเรื่องสักตอนที่จะทำให้มึงเข้าใจว่า อ่อ จริงๆ เขาเขียนกันแบบนี้ก็ได้นี่หว่า ภาษาการเล่ามึงอะแนวเดียวกับนิยายวายหรือแนวนิยายรักไทยอะกูบอกเลย ไอ้การหยอกล้อหรืออะไรที่มึงอาจจะคิดว่าเหี้ยอะไรนี่ คือมึงมองข้ามสิ่งที่คนอ่านปกติให้ความสนใจ แล้วไปให้ความสำคัญในสิ่งที่คนอ่านปกติยังไม่ได้ให้ความสำคัญ มึงยังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของการเล่าเรื่องอะ เพราะมึงให้ความสนใจกับความสำคัญกับตัวเอง ไม่ได้ให้ความสนใจกับตัวคนอ่านเท่าไหร่ นิยายมึงจะได้รับนิยมยาก คนสนใจอ่านยาก เพราะมึงก็ไม่ได้ใส่ใจเขา ที่บอกนี่ก็ไม่ใช่การตามใจคนอ่านนะ กูเห็นบางคนคิดน้อย นึกว่าบอกอย่างงี้คือให้ทำตามใจพวกคนอ่านที่มาเมนต์ให้ ต้องรักษาความเป็นตัวของตัวเอง มันคนละเรื่องกัน ไอ้พวกเมนต์คือความเห็นส่วนน้อยอย่าไปตามใจมัน แค่คิดทบทวนก็พอ ถ้าดีแล้วก็ทำตามแนวทางตัวเองไป ส่วนนิยายมึงอะนะถ้าเทียบกับนิยายที่มึงคิดว่าก็ไม่มีอะไร มึงคือธรรมดามากกว่าเขาอะ เรียบง่ายและไม่ได้ดูมีอะไร ซีรี่ย์ฝรั่งมันก็มีอันที่ดูฉลาด ดูหลักแหลม กับดูแล้วงั้นๆ หรือดูแล้วล้าสมัย ซึ่งในความเห็นกูคือนิยายมึงไม่ได้ถึงขั้นนั้นอะ ไม่ได้มีความรู้สึกว่านิยายมึงเฉียบมาก เฉียบน้อยก็ไม่ นิยายบางทีก็ไม่ต้องใส่อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่อันที่เคยมีเคยเห็นมึงต้องแสดงมันออกมาให้จับใจคนอ่านได้ ปัญหาหลักๆ คือการเล่าเรื่องอะ การเล่าของมึงไม่ได้สร้างความระทึกใจเลย ต่อให้ประเด็นกากแค่ไหนถ้าเป็นนิยายสืบสวนมึงต้องให้มันระทึกใจหน่อย แนวนี้มึงลองไปอ่านพวกบันทึกจอมโจรแห่งสุสานดูแล้วกัน นิยายแปลจีนสักสองเล่ม อย่าไปหยิบคนขุดสุสานมา มันคนละเรื่อง มึงไปคว่ำกรวยก่อนแล้วเข้าใจความตื่นเต้นจากการอ่านเมื่อไหร่ค่อยมาใหม่

942 Nameless Fanboi Posted ID:HWUtikPrUL

>>940 กูสองจิตสองใจอะ แต่ขอบคุณนะโม่งงงง

943 Nameless Fanboi Posted ID:fSS+wcRW7L

>>941 ขอโทษด้วย สงสัย ผมไม่เข้าแก่นแท้ของการเล่าจริง ๆ

ที่ให้ยักตัวอย่างก็คือ ลองทำให้ท่อน ๆ หนึ่ง ที่มันธรรมดาสำหรับคุณ มันดูพิเศษขึ้นมา เช่น การเปิดเรื่องของผมมันอาจจะชวนหลับ ก็ยกตัวอย่างมาหน่อย ว่าเปิดยังไงไม่ให้หลับและน่าติดตาม (โดยที่คงสิ่งที่จะสื่อและเบาะแสในเรื่องไว้) เพื่อที่ผมจะได้เอาไปเป็นแนวทาง อาจจะชี้จุดบกพร่อกมาสักสองถึงสามจุดให้ได้เห็นภาพ บอกรวม ๆ แบบนี้ผมหาโฟกัสไม่เจอ

อีกอย่างให้อ่านนิยายวายผมไม่รู้จริง ๆ แค่ยกตัวอย่างง่าย ๆ มาสักสามสี่บรรทัดจะเป็นไรไป (นี่ก็พิมมาสิบกว่าบรรทัด)

ส่วนเรื่องของเล่น ก็ตามนั้นครับ มันเป็นบทสนทนาธรรมดา สำหรับผู้ที่ไม่รู้ (คุณเก่งนะ มีตีความเรื่องคนดีคนเลว ผมเขียนเองยังคิดไม่ถึง 5555)

ปล.เคยอ่านคนขุดสุสานแล้ว ก็สนุกดีนะ ผจญภัยแฟนตาซีหน่อย ๆ ชอบโมเม้นพี่หนูนักสูบฝิ่นพอสมควร
ปล2.การพิมโต้ตอบกับผมในนี้ถ้าคุณคิดว่ามันเสียเวลาชีวิต แต่ถ้ามันจะทำให้นิยายผมดีขึ้นจริง ๆ คุณติดเข้ามาในแอคเคาเด็กดีผมได้นะ ผมเห็นคุณพิมมาได้ขนาดนี้แสดงว่ามีความรู้พอสมควร (เผลอ ๆ อาจจะเป็นนักเขียนระดับบรมครูแฝงตัวมา) ผมยินดีจ่ายค่าปรึกษา

944 Nameless Fanboi Posted ID:G8A4HF8np3

>>943 ไปมู้นักเขียนเฉพาะเลยมั้ยมึง เผื่อจะช่วยมึงได้มากกว่านี้ กูแปะให้
https://fanboi.ch/literature/5724/recent/

945 Nameless Fanboi Posted ID:vx6/rWHNky

>>943 พิมพ์สนทนากับการสร้างสรรค์มันคนละอย่าง ใช้พลังงานไม่เหมือนกัน เนื่องจากมันง่ายกว่าถ้าให้ไปอ่านสิ่งที่เขียนกันไว้อยู่แล้วไม่ต้องเสียเวลาคิดหรือสร้างขึ้นใหม่ ไม่เสียพลังงาน ที่ไม่เขียนเพราะมันต้องคิด ยิ่งไอ้วลีสั้นๆ ให้ปังเลยคือมันต้องพลังล้นไอเดียกระฉูดตลอดเวลาจริงๆ ถึงจะทำได้ วรรคทองพวกนี้ถ้าให้คิดมันเหนื่อยกว่าเพราะมันต้องปังขึ้นมาเลย ดูตอนนี้ก็ได้ ฮั่นแน่ ฮั่นแน่ เต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมมันปัง เพราะบริบทที่มันใช้ ฮั่นแน่ มันยั่วยวนอารมณ์คนให้ต่อยหน้ามาก บอกอีกครั้งนะ ไอ้สักท่อนให้มันพิเศษอะ มันยาก มันใช้พลังงานเยอะ บางทีมันต้องมีแรงบันดาลใจ กูเลยไม่เขียน ไปหาอันที่มีอยู่แล้วมันง่ายกว่าไม่เหนื่อยด้วย ฮั่นแน่ มึงคิดดูแล้วกันทำไมช่วงนี้ติดปากติดมือคนทั่วบ้านทั่วเมือง เปิดเฟสก็ฮั่นแน่แม่งทุกวัน มึงลองทำความใจดูนะ หรือถ้าอ่านนิยายจีนด้วยไปยกตัวอย่างพวกวรรคทองโกวเล้ง กิมย้งมาก็ได้ ถามไถ่ทั่วหล้า รักเป็นฉันใด จึงมอบให้แก่กันด้วยชีวิต อันนี้กิมย้งก็เอามาจากนักกวีในประวัติศาสตร์อีกที หรือ ข้าพเจ้ามิได้ชื่นชอบสุรา แต่ข้าพเจ้าชมชอบบรรยากาศที่ได้ร่ำสุรา ของโกวเล้ง อยากได้ประโยคที่มันบาดใจเลือดหัวใจไหลออกก็ดูของแก แต่สองเรื่องนี้มันไม่ใช่ภาษาในแบบนิยายมึงอะกูเลยไม่ได้ยกมาเทียบ ถ้ายกมาท่อนหนึ่งมันก็แบบนี้

ส่วนการเปิดเรื่อง ลองอ่านแฮรี่พ็อตเตอร์ดูแล้วกัน จริงๆ การโฟกัสมันเป็นการจำกัดกรอบความคิดอะ ไอ้การเขียนมันไม่ควรมีจำกัดอะไรแบบนั้น แต่มันต้องรวมๆ กันออกมาแล้วเออ ดี สนุกดี ตื่นเต้นดี แต่ถ้ามึงสวมวิญญาณจอห์น สโนว์กูก็จะลองไกด์ให้นิดหน่อย ยกแฮรี่เป็นกรณีศึกษาเปิดเรื่อง

1. การเปิดเรื่องไม่ควรยัดข้อมูลแบบหนังสือเรียนเขียนประวัติศาสตร์มา คือเห็นว่าควรใช้วิธีป้อน ป้อนข้าวเด็กน้อยอะ ตักมาทีละคำกินทีละคำจะได้่ย่อยทัน มึงดูการเปิดเรื่องแฮรี่ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาเลย เขาค่อยๆ เล่าผ่านตัวละครที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น สร้างความอยากรู้อยากเห็นว่าตัวละครนั้นมันมีที่มาที่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องราวยังไง

2. ชั้นเชิงการเล่า มันต้องใส่ความน่าติดตาม ไอ้ความน่าติดตามนี่แล้วแต่คนตีความ กูยกแฮรี่มาก็จะชี้ให้ดู บทเปิดแฮรี่ เพื่อจะไม่ให้ละเมิดลิขสิทธิ์กูจะไม่พิมพ์ทั้งหมดแล้วกัน มึงไปเปิดอ่านตามเอง มึงดูย่อหน้าแรกนะ อ่านให้จบสักห้าย่อหน้าก่อนค่อยอ่านสิ่งที่กูชี้ต่อ

หลังบ้านเลขที่ หลังบอกว่าปกติธรรมดาที่สุด เชื่อเขาเลย! มึงจับกราฟอารมณ์ของมึง ถ้ามึงตั้งใจมึงอาจจะจับได้ไม่ตรงความเป็นจริงเพราะมึงอ่านด้วยอารมณ์อย่างหนึ่ง แต่พอมันมี เชื่อเขาเลย! คือมันมีการเสียดสี การเสียดสีก็เป็นการสร้างความน่าติดตามแบบหนึ่ง ให้ความรู้สึกว่า พวกนี้มันอะไรวะเนี้ยอยู่ แล้วมันจะทำให้คนอ่านคล้อยตาม เห็นว่าไอ้พวกนี้มันหลงตัวเอง ยิ่งมึงไปต่อย่อหน้าที่สอง การแนะนำตัวละคร ทั้งการเอาส่วนของร่างกายมาเหน็บแนมนิสัยเสียของตัวละคร ไปจนถึงวิชชั่นตัวละคร แม่งจบในย่อหน้าเดียวทั้งที่เป็นการเขียนแบบค่อนข้างล้าสมัยสำหรับตอนนี้แล้ว แต่ชั้นเชิงดีกว่านิยายที่เด็กไทยเลียนแบบเยอะ เพราะเราเอามาแต่เปลือกอะ ลอกมาแต่เวลาบรรยายให้บรรยายสีผม สีตา เหี้ยไรเนี้ย ดูชั้นเชิงเขา วัตถุประสงค์ที่เขาบรรยายตัวละครสักตัว ส่วนนี้มึงลองไปปรับใช้กับตอนแนะนำตัวแม่ลูกนั่นดู ชั้นเชิงต้องมากกว่าที่เขียนอะ ต้องมีอะไรบาอย่างดึงดูดให้คนตามต่อ

ย่อหน้าสามค่อยเริ่มปูเรื่องจริงจัง ดูการเริ่มเล่าของเขา ย่อหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าดีที่สุด น่าติดตามมากหรืออะไรแบบนั้น แต่มันมีดีกว่านิยายปกติอะนะ การเล่าสิ่งที่อยากเล่า ค่อยๆ เล่า ค่อยๆ ป้อน ความสัมพันธ์ซับซ้อนนิดหน่อย ถูกเขียนให้ดูกระชับมึงเห็นญาติฝั่งแม่แฮรี่ไปจนถึงลูกชายญาติในย่อหน้านี้ แถมด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่อยากมีความสัมพันธ์ด้วย เหมือนจะยาวแต่ก็เขียนออกมาค่อนข้างกระชับได้ใจความดี

ย่อหน้าสี่ก็เริ่มเรื่องแบบธรรมดามาก แต่ชั้นเชิงเขาดีไง ไอ้เรื่องธรรมดาเขาก็เล่าให้ดูมีอะไรในการเริ่มต้นวันๆ หนึ่งได้ ทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดาๆ ต่อด้วยย่อหน้าที่ห้า มีนกบิน คนอ่านแม่งก็เริ่มรู้ละว่าเรื่องไม่ธรรมดากำลังจะเกิด คือมึงอ่านก็รู้อะ ที่คนเขียนเขียนว่าไม่มีใครสังเกตเหี้ยนี่คนอ่านสังเกตแน่ๆ ว่ากำลังจะมีอะไรกับนกฮูกนี่ และนกฮูกตัวนี้มันก็จะผูกกับเรื่องราวต่อๆ ไปในอนาคต พอถึงบทนกฮูก คนอ่านแม่งก็จะ อ๋อ ขึ้นมา

946 Nameless Fanboi Posted ID:vx6/rWHNky

ส่วนนิยายวายกูเลือกให้ก็ได้ เอาเรื่องเก่านิดหน่อยแล้วกัน ไปดูเรื่องครุฑฉุดนาคดู การเล่ากูคิดว่ามันมีอะไรๆ มีความร่วมสมัย คนอ่านสมัยใหม่เข้าถึงง่าย อ่านตอนเดียวก็ได้กูเห็นว่าเรื่องนี้โอเค กูไม่อยากชี้มาก กูเห็นว่าในนี้ส่วนใหญ่ชอบแซะมากกว่าแกะสิ่งดีๆ ที่คนเขาเขียนไว้มากกว่ากูเลยไม่อยากยกนิยายขึ้นมาให้ ส่วนนิยายดีๆ มึงไม่จำเป็นต้องให้กูเขียนให้ดูก็ได้ มีวางขายทั่วไป บางคนก็เขียนให้อ่านฟรีๆ ปัญหาคือบางทีแม่งก็แยกไม่ออกว่าอะไรดีไม่ดี บางทีก็มีอคติ นิยายดีบางทีก็ไม่ได้ดีทั้งเล่ม มีบางส่วนบางตอนที่เขาเขียนก็ไม่ดี ถ้าอ่านเป็นปกติก็เห็นเอง ถ้าอ่านแบบอคติมากไปก็ยากจะเห็น ยิ่งอ่านแบบอยากวิเคราะห์วิจารณ์ยิ่งเห็นยากเพราะอคติแม่งจะมาเต็ม

ปล. กูบอกแล้วว่าให้อ่านบันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ไม่ใช่คนขุดสุสาน คนละเรื่อง
ปล.2 กูไม่ได้คิดว่ามันเสียเวลาชีวิต หรือกูคิดวะ เขียนยาวจำไม่ได้ กูบอกว่าการเขียนอะไรสักอย่างสำหรับกูมันใช้พลังสร้างสรรค์ ยิ่งสั้นยิ่งให้ปังมันยิ่งยาก เพราะถ้ามันไม่รู้สึกว่าปังจริงๆ มันก็ไม่ใช่ไง เขียนส่งๆ ให้มึงอ่านในขณะที่กูคิดว่าที่เขียนไปแม่งก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่าแบบนั้นกูเขียนไม่ได้หรอก ส่วนกูนั้นมีความรู้อยู่แต่ไม่ใช่บรมครูหรอก นิยายกูก็เขียนแม้ไม่ใช่มืออาชีพแต่กูขายดีทุกเล่มที่ออก ขณะเดียวกันกูชอบอ่านมากกว่า วิจารณ์มันเป็นฟีลลิ่ง วันนี้กูมีฟีล มึงแปะมาขอคำวิจารณ์กูก็วิจารณ์ หลายวันก่อนมีคนแปะแต่กูขี้เกียจกูก็ไม่วิจารณ์

947 Nameless Fanboi Posted ID:Lgz4B+5UOg

>>946 ครุฑฉุดนาค คนรอบตัวกูมีแต่คนบอกว่ากามมากหื่นมาก มีมั้ยนิยายดีๆที่มันไม่เรทเลยอะ

948 Nameless Fanboi Posted ID:vx6/rWHNky

>>947 มึงต้องแยกแยะไง NC ให้ข้ามไป ตอนแรกมันก็ไม่ได้ตุบตับเลย กูแนะนำนี่ให้สังเกตวิธีการเล่าของเขาตอนแรก คนอ่านมันก็มีคนโฟกัสบางเรื่องบางอย่าง แต่มันก็ไม่ได้ + กันทั้งเรื่อง

949 Nameless Fanboi Posted ID:F5m/Fc6fe+

>>946 อ๋อ คุณพยายามจะบอกให้ผมเขียนงานแบบนักเขียนระดับเทพอย่าง เจเค กิ้มย้ง ให้มีประโยคเด็ด ๆ ในนิยาย ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ฮั่นแน่ คุณพี่ครับ ผมเพิ่งหัดเขียนได้ปีกว่าเอง แล้วพื้นฐานการอ่านนี่ห่วยชิบหาย ที่มาขอคำวิจารณ์นี่ แค่ขอเบื้องต้นสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ บอกมาสิ จุดนี้เป็นไง จุดนี้ควรปรับ จุดนี้ดีแล้วแต่จะดีขึ้นถ้า...

ผมคิดว่าการจะไปถึงระดับนั่นได้มันต้องค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่จู่ ๆ ก็เปรี้ยง เขียนนิยายขั้นเทพเจ้า แบบนั้นมันเรียกพรสวรรค์ค้าบ แต่ผมไม่มี ผมมีแค่พรแสวง แล้วที่ยอมหน้าด้าน มาหาคนวิจารณ์ถึงในนี้ ก็น่าจะรู้ว่าแสวงระดับไหน

แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ที่อุสาห์เสียเวลามาตอบ แค่มีคนมาคุยเกี่ยวกับนิยายของผมก็ดีใจละ ขอตัวไปเขียนต่อ ขอบคุณอีกครั้ง

ปล.นิยายของคุณพี่นี่ชื่ออะไร แวะมาบอกผมได้น้า เดี๋ยวไปช่วยอุดหนุน

950 Nameless Fanboi Posted ID:AB590fUXET

ไม่เข้าใจอะไรก็อ่านเอาสิวะ ซึมซับจากหนังสือ จากนิยายมันยากไรนัก จะไม่เข้าใจไปทุกเรื่องเลยไหม ไม่เข้าใจก็อ่าน อ่าน อ่าน อ่าน หัดสังเกตจุดเด่นน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างของคนอื่นซะบ้าง คนวิจารณ์เขาจำเป็นต้องวิจารณ์ตั้งแต่เรื่องพื้นๆ จาก 0 เลยไหมวะ ก็ไม่ ข้างบนๆ หรือกระทู้เก่ามันก็วิจารณ์พวกพล็อตเรื่อง การดำเนินเรื่องกับภาษาเป็นส่วนใหญ่ ไม่คิดจะทำความเข้าใจนักอ่านก็เขียนแบบนี้ไปนั่นแหละ กูไม่อยากพูดไรละ

951 Nameless Fanboi Posted ID:aWyuiWIZtz

>>949 เอิ่ม เอาเถอะ ให้ศึกษางานที่มันน่าจะดีแล้วถ้าคิดว่าวิธีนี้ไม่โอเคก็ไม่เป็นไร ส่วนคำวิจารณ์ก็กลับไปอันแรกใหม่อะนะ เบื้องต้นเลยคืองานมันธรรมดามากไม่ได้สนุกอะไร แค่นั้นแหละ บอกเป็นจุดไม่ได้เพราะมันธรรมดามากทั้งเรื่อง ขาดจุดเด่นให้คนติดตาม ถ้าไม่เข้าใจว่าจุดเด่นให้คนติดตามคืออะไรให้กลับไปหานิยายที่เคยอ่านแล้วชอบแล้วไปศึกษาอีกทีแล้วกัน

นิยายเราถ้าจะอ่าน ebook ลองกวาดดูพวกติดป้ายสีแดงดูน่าจะโดนหลายเล่มอยู่ ส่วนเป็นรูปเล่มก็เดินเข้าร้านหนังสือเจ้าใหญ่ ลองถามพนักงานดูว่าเล่นไหนคนชอบซื้อไปมั่งบางทีอาจจะโดนสักเล่มสองเล่มอยู่มั้ง

952 Nameless Fanboi Posted ID:GaN..l5JbV

>>950 การจะรู้ว่านิยายตัวเองมีจุดบกพร่องตรงไหน มันต้องใช้เวลาพอสมควรนะ อาจจะต้องเขียนจบแล้วทิ้งไปไว้สักเดือน ถึงจะเห็น ถ้าผมรู้ว่ามันแย่ตรงไหน ผมจะมาถามเพื่อ

ที่เอามาให้วิจารณ์ในนี้ ก็อยากให้คนมีที่ชั่วบินสูงกว่าชี้ให้หน่อย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีแค่ "ธรรมดาจัง"

คุณเจอแบบนี้แล้วคุณจะทำยังไงล่ะ กลับไปอ่านหรอ อ่านอะไร นิยายผมก็อ่านทุกวันนะ บางเล่มชอบถึงขนาดเปิดดูตอนเขียน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ผมจะเขียนได้ขนาดนี้โดยไม่อ่านมาก่อน

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเปิดรับนะ ถึงจะรู้ว่าบางคนมาวิจาร์ณเอาสะใจ โดยที่อ่านแค่ผ่าน ๆ (ก็นิยายมันธรรมด๊าธรรมดาอะนะ) ผมก็ยินดีที่จะเปิดรับความคิดเห็น

ที่เขาพิม ๆ มา ผมก็อ่านหมด แต่ถ้าผมสามารถ เข้าถึงได้ขนาดนั้น ผมกลายเป็นกิ้มย้งไปแล้ว

เอาเถอะ ก็อย่างที่ว่า เคล็ดของการเขียนคือต้องอ่าน ๆ ๆ ไม่มีทางลัดมากกว่านี้ ผมขอตัวกลับไปอ่าน ๆ ๆ ก่อนละกัน

953 Nameless Fanboi Posted ID:R6tuaLhn9Y

>>951 ไม่บอกชื่อเรื่องมาเลยล่ะครับ มาบอกในเด็กดีก็ได้ ชีวิตนี้ผมอ่านแต่สืบสวน งานชนิดอื่นถ้าไม่ดังจนเป็นกระแส ผมก็ไม่กล้าหยิบ ยิ่งนิยายวายนี่ไม่เคยมอง (คุณพี่น่าจะเขียนวายใช่ปะ)

954 Nameless Fanboi Posted ID:X5fE6c51wS

>>952 นี้สรุปมึงมาขอคำวิจารณ์จริงๆหรือป่วนมู้เลยว่ะ มึงก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเขียนให้เยอะกว่านี้ พล๊อตหลักของเรื่องมึงคืออะไร จุดพีคอยู่ตรงไหน ถ้ามึงคิดว่านิยายมึงมีดีกว่าแค่คำว่าธรรมดามึงก็เขียนให้ถึงโชว์มาก่อน มึงจะขอคำวิจารณ์ตั้งแต่หน้าแรก แต่มึงยังไม่โชว์จุดขายเลย เขาก็ต้องวิจารณ์เท่าที่เห็น ถ้ามึงอยากให้มันดีตั้งแต่เปิด เรื่องมึงว้าว เปิดเรื่องมาให้คนงงไปเลย มึงเปิดเรื่องด้วยการยัดข้อมูลแล้วตามด้วยเหตุการณ์มันคือมุกเก่ามาก
ตอนแรกมึงบอกว่ามึงมีพื้นฐานการอ่านแย่ มาตอนนี้มึงบอกว่าอ่านนิยายทุกวัน งั้นนิยายที่มึงอ่านอ่าเรื่องอะไร
มึงมาขอคำวิจารณ์ที่ไหนก็ต้องรับแรงกระแทกอยู่แล้ว มึงจะโว้ยวายขอนู้นขอนี้ให้ขอแก้งานให้มึงหน่อย นี้ไม่ใช่โรงเรียนนะมึงที่พวกกูจะมาเป็นอาจารย์แก้งานให้มึง ตอนมึงทำงานหัวหน้ามึงบอกเหรอว่างานมึงผิดตรงไหนต้องแก้อย่างไร มึงเคยทำงานจริงไหมทำไมถึงได้โว้ยวายเป็นเด็กน้อยอยู่ได้ ถ้ามึงรู้สึกว่ามาคำวิจารณ์ที่นี่แม่งห่วยมึงก็ไม่ต้องฟัง เขียนนิยายของมึงต่อไป

955 Nameless Fanboi Posted ID:NqLUjWxeP1

>>954 ป่วนตรงไหน เพื่ออะไร ไม่เข้าใจ ผมเขียนลงไปตั้ง 6 บท (จากทั้งหมด 17 บท) บทละ 2000 คำขึ้น ผมว่านี่ก็น่าพอจะบอกได้แล้วนะ ว่ามันควรปรับตรงไหนอะไรยังไง แต่ก็ไม่ว่า ถ้ามันไม่ดึงดูด เพราะผมก็มาขอฟรี ไม่ได้จ้าง บอกตรง ๆ มาเลยว่าไม่อยากอ่านก็จบ

ส่วนเรื่องแรกกระแทรกนี่ผมเฉย ๆ นะ ถ้ามันแย่จริงก็ด่ามาได้ แต่นี่มาแบบคลุ่มเคลือ แทนที่จะรู้สึกแย่ กลายเป็นรู้สึกงง

ปล.พื้นฐานอ่านของผมมันห่วยไงเลยต้องอ่านให้มาก ผมเพิ่งอ่านนิยายเล่มแรกเมื่อสองปีที่แล้ว ผิดกับนักเขียนส่วนใหญ่ที่อ่านมาตั้งแต่ประถม
ปล2. เวลาผมทำงานผิดพลาด หัวหน้าก็ต้องชี้แจงอยู่แล้ว ไม่งั้นแม่งก็จะยิ่งผิดเข้าไปอีกน่ะสิ
ปล3. ตอนที่พิมนี่ ผมทำงานอยู่ อิอิ

956 Nameless Fanboi Posted ID:NqLUjWxeP1

>>955 โทด ๆ
ปล.3 เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายยาว 789 ตอนนะ มันเป็นเรื่องสั้น ๆ ไม่ถึง 20 บท ก็จบ

957 Nameless Fanboi Posted ID:DVzTarvAvk

นิยายมันธรรมดาจะให้บอกว่าไรวะ? นิยายของคุณธรรมดาสูงมาก รักษาเอกลักษณ์และคุณภาพความธรรมดาไว้นะ ธรรมดามากเลยจ้า ธรรมด๊าธรรมดา คือจะเอาไง โม่งแนะให้แล้วมึงก็เอาไปคิดดู จะปรับจะเปลี่ยนยังไงก็เลือกเอา ใครๆ ก็ลองผิดลองถูก แล้วไม่ต้องเท้าความสตอรี่ชีวิตมึง ไม่มีใครอยากรู้จักมึง มึงไม่ใช่เด็กแล้วนะจะงอแงทำไมวะ บอกไปขนาดนี้ยังคิดเองไม่ได้เหรอ จะให้โม่งป้อนถึงเมื่อไร โตแล้วก็ขวนขวายเองบ้างนะ

958 Nameless Fanboi Posted ID:0RgkyjxnXd

ให้วิจารณ์แล้วก็เจอพวกอีโก้น้ำเต็มแก้วแบบนี้น่ะเหรอ เหอะ

959 Nameless Fanboi Posted ID:NqLUjWxeP1

>>957 เดี๋ยว ๆ ใจเย็น ๆ ก่อน ผมบอกว่าลองให้ยกตัวอย่างที่จะเปลี่ยนนิยายธรรมดาให้มันดูน่าสนใจหน่อย
เอาง่าย ๆ บทนำของผม พวกคุณอ่านแล้วมันเชยระเบิดใช่ไหมล่ะ แนะนำสิว่าจะให้ปรับตรงไหน หรือยกตัวอย่างงานที่ใกล้เคียงมาก็ได้ คุณบอกว่าให้ผมเลือกปรับเอง แต่ผมจะเลือกได้ยังไง เพราะผมไม่มีตัวเลือกมาให้เลือก ตรง ๆ นะ ผมอ่านนิยายตัวเอง ผมไม่เห็นจุกบกพร่องของมันหรอก เพราะถ้าเห็นผมก็แก้ไปแล้วล่ะ อีกอย่างแนวนี้มันก็ไม่ใช่แนวตลาด หาเรื่องเปรียบเทียบยาก หรือใครพอจะชี้นิยายแนวนี้ให้ผมได้ ก็ขอความกรุณาช่วยบอกมา ผมจะได้รีบไปหามาอ่าน

>>958 ถ้าผมน้ำเต็มแก้ว ผมเผ่นไปตั้งแต่พี่เขาตอบแล้วล่ะค้าบ

960 Nameless Fanboi Posted ID:zs3XMlCdhR

>>952 อะไรของมึง? มึงต้องการอะไรจากการวิจารณ์วะ บ้านไหนของมึงเขาเอาสับโขกจนละเอียดทุกบรรทัดที่แม่งธรรมดาวะ มึงคิดเองไม่ได้เหรอไง นิยายมึงธรรมดายังไม่รู้จักคิดอีกว่าควรปรับการนำเสนอเรื่อง ปรับจุดต่างๆ ให้มันมีความน่าสนใจ ไม่ใช่สารธยายจืดชืดแล้วมาขอคำวิจารณ์ทั้งที่หัวมึงยังไม่คิดที่จะเปิดรับเหี้ยอะไรเลย

ไม่ต้องมาบอกว่าวิจารณ์เอาสะใจ เพราะที่พวกโม่งพูดไปมันก็จริงแล้วปะวะ วิจารณ์แล้ว มึงไม่คิดที่จะหาจุดเสียของตัวเองเอง อย่าย้อนแย้งให้มากนักดิ ชีวิตมึงคิดอะไรเองได้บ้าง คุณครูตรวจการบ้านแล้วบอกว่ามึงทำผิดทุกข้อ เขาจำเป็นต้องสอนให้มึงทุกข้อทั้งที่มันก็เหมือนๆ กันเลยมั้ย ไม่! มึงควรไปศึกษาจุดที่ควรแก้ไขแล้วค่อยเริ่มแก้ใหม่จนมันถูกต้อง เลิกทำเหมือนเด็กได้แล้ว เวลามึงทำงานหัวหน้าเขาไม่มาสอนทุกจุดแบบนี้หรอก ปรับการนำเสนอซะ

961 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>960 "มึงควรไปศึกษาจุดที่ควรแก้ไข" แล้วผมจะไปควรไปศึกษาจุดไหนดีล่ะ บอกมาสักจุดก็ได้ อย่ากั๊กเลย

ถึงผมจะไม่ใช่เด็ก แต่สำหรับอายุการเขียน ผมแค่ขวบกว่า วิจารณ์สะใจผมไม่ว่าหรอก แต่ขอ How To ด้วย เหมือนใช่ให้เด็กไปซื้อแอปเปิ้ล โดยที่เด็กไม่รู้ว่าแอปเปิ้ลคืออะไรอะ

เด็กคนนี้ก็คงจะงงต่อไป เพราะไม่มีใครคิดจะสอนมัน

962 Nameless Fanboi Posted ID:X5fE6c51wS

>>959 แนวมึงอ่ะตลาด สืบสวนแฟนตาชีมีมากเป็นร้อยเรื่องแล้ว มึงลองไปดูงานของญี่ปุ่นแนวสืบสวนแฟนตาชีกว่าทำไมมันถึงขายดี ทั้งที่มีคู่แข่งเยอะ หรือไม่มึงก็ไปดูซีรี่ย์ฝรั่ง The X-Files,Csi, Sherlock Holmes ว่าทำคดีให้มันน่าตื้นเต้นแปลกใหม่ทั้งที่มีแนวนี้มาร้อยๆได้อย่างไร
แล้วเลิกพูดจาล่อเป้าได้แล้ว มันไม่ได้รู้สึกว่ามึงสุภาพแต่มันจงใจกวนตีน

963 Nameless Fanboi Posted ID:22.DHu.VDu

กูเพิ่งมา คนเขียนมึงน้ำเต็มแก้วไปนะ คือความธรรมดาเนี่ยบางทีคนอ่านมันไม่รู้หรอกว่าธรรมดายังไง เพราะอะไร เหมือนกับกินข้าวไม่อร่อย บางทีไม่รู้หรอกว่าทำไมไม่อร่อย รู้แต่มันไม่อร่อยอะ
ส่วนที่กูอ่าน นิยายมึงมันจืดว่ะ โดยเฉพาะบทแรก เหมือนเขียนรายงานส่งอาจารย์เลย หรือไม่งั้นก็คือบทความข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะสามย่อหน้าสุดท้าย แก้ด่วน
อีกอย่างคือนิยายมึงเหมือนบททีวีอะ มันเดินหน้าไปเรื่อย ๆ เหมือนกำลังดูทีวี ไม่มีการดึงอารมณ์คนอ่านให้ขึ้นลงแบบที่นิยายเท่านั้นที่ทำได้
กูบอกได้เท่านี้แหละ

ปล. เหรอ เขียนอย่างนี้นะ

964 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>962 ช่วยแนะนำที่เป็นนิยายได้ไหมครับ ซีรี่ผมดูมาเยอะพอสมควรละ (ที่บอกมาก็ดูเกือบหมด) อันนี้ขอจริงจังเลยนะครับ ขอบคุณมาก

ปล.ใครที่รำคาญพิมบอกได้เลยนะครับ เพราะถ้ามีคนพูดถึงเรื่องของผมอยู่ ผมก็จะพิมตอบเรื่อย ๆ ถ้าใครรำคาญบอกเลย เดี๋ยวผมจะหายไปเอง

965 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>963 ขอบคุณครับ ค่องข้างสับสนระหว่างคำว่า เหรอ กับ หรอ พอสมควร มีคนทักมาเรื่องนี้เหมือนกัน เดี๋ยวบทหลัง ๆ ผมจะแก้นะครับ

966 Nameless Fanboi Posted ID:V2wnexpze8

>>961 กูเกลียดการยัดข้อมูล อ่านแล้วไม่ชอบ กูไม่ใช่มึง กูไม่ใช่คนเขียน และกูแนะนำให้ฐานะคนอ่าน มึงไม่จำเป็นต้องปรับแก้ตาม "ทุกเรื่อง" แต่มึงควร "คิด” และ “ไตร่ตรอง" ว่าจุดไหนสามารถนำมาแก้ให้มันดีขึ้นได้บ้าง เอาแค่บทนำก่อนเลย กูเกลียดการยัดข้อมูลของมึง เพราะมันยากที่จะจำให้เข้าใจหมดภายในตอนเดียว เหมือนมึงไม่คิดที่จะกั๊กหรือทำให้มันน่าสงสัยบ้าง

มึงควรหาตัวเอกสักคนมาใช้ดำเนินเรื่อง เปิดเรื่องมาเล่าคร่าวๆ ว่าเกิดอุกาบาตลงพื้นโลก อธิบายเนื้อเรื่องพอสังเขป มึงไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มึงควรทิ้งช่วงหรือบางสถานการณ์ที่ทำให้คนอ่านสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานณ์โลกตอนนี้? แล้วลุ้นไปพร้อมๆ กับมึง จากที่มึงเขียนแบบยัดข้อมูลเกี่ยวกับอุกกาบาต มึงสามารถนำมาสร้างเป็นปมใหม่ โดยย่อนคำถาม ว่า "เกิดอะไรขึ้น?" มึงบอกว่าแนวมึงไม่ใช่แนวตลาดเลยหาอะไรเทียบยากสินะ แต่กูรู้จักเรื่องนึงที่เกิดไวรัสประหลาดเหมือนกัน เรื่อง "Sweet Home" ซึ่งการนำเสนอของเขาไม่ได้เล่าทุกอย่างหรือรายละเอียดขนาดนั้น เป็นสาเหตุให้คนสงสัยว่า "อะไรเนี่ย" "มันเกี่ยวกับอะไร" "เกิดอะไรขึ้นวะ" แล้วติดตามต่อไปเพราะอยากรู้ อยากเข้าใจ

ตัวเอกเรื่องนั้นไม่รู้อะไร แล้วค่อยๆ ค้นพบประเด็นปัญหาและเรื่องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จากนั้นมึงค่อยโยงตอนต่อไปเข้ากับพวกองค์ก่อนที่เกี่ยวข้อง ที่มึงพยายามจะยัดมันไว้ในตอนแรกก็ได้ อุปมาอย่าให้มันเยอะนัก อยากใส่ก็หย่อนไว้ตามหา 3-4 บรรทัดพอ ภายใน 1 ตอน

ไม่ต้องบอกว่า "คุณจะให้ผมเขียนอย่างนี้เหรอ?" หรืออะไร กูบอกแล้วให้มึงคิด มึงบอกให้เขาแก้ตัวอย่างสักอันให้มันดีขึ้น แต่คนอย่างมึงเหรอจะยอมรับได้ คนที่น้ำเต็มแก้วไปเปิดรับอย่างมึง ถ้ามันไม่ถูกโฉลกกับมึง มึงจะไม่ยอมรับ ทำไมถึงเขียนแก้เป็นตัวอย่างให้ไม่ได้สินะ? เพราะแต่ละคนมีสไตล์และมุมมองการเขียนของตัวเองไง แล้วคนอย่างมึงที่คิดเองยังไม่ได้ จะยอมรับการแก้ไขของเขาเหรอ?

967 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>966 อ๋อ คือจะให้เปิดแบบเล่าผ่านมุมมองคน ๆ หนึ่งใช่ไหมครับ (อาจใช้เป็นตัวละครที่สำคัญตอนหลังได้)
คือในตอนแรกผมก็มีความคิดแบบนี้นะครับ แต่ประเด็นคือผมอยากเขียน นิยายเรื่องนี้ให้เป็นตอน ๆ จบไป
คดีนึงล่ามนุษย์กลายพันธุ์ตัวนึง ล่าจบก็ปิดคดี พอตอนใหม่ก็เปิดอีกคดี ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีก่อนหน้า คล้าย ๆ โคนัน
ผมก็เลยต้องเซ็ทโลกขึ้นมาก่อนเป็นลำดับแรก

แต่พอความเห็นของคุณ ผมคิดอะไรได้อย่างนึง ผมอาจจะเปิดเรื่องโดยการให้ตัวละครหนึ่ง เข้าไปอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายจากมนุษย์พันธ์ แล้วตัวเองก็โผล่มาโชว์หล่อ จากนั่นก็ค่อยเซ็ทโลกก็ได้...แบบนี้น่าจะเวิคนะครับ คล้าย ๆ กับเรื่อง my hero academia (เพิ่งนึงออกเมื่อกี้เลย)

ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวจะนำไปปรับแก้นะ

968 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>966 โทด ๆ

นี่เป็นคอมเม้นที่ผมต้องการครับ คือสามารถจุดประกายอะไรใหม่ ๆ ให้ผมได้
ผมไม่ได้น้ำเต็มแก้วนะ แค่อยากได้ความเห็นแบบนี้ ไม่ใช่คลุมเคลือแบบท่านอื่น ๆ

969 Nameless Fanboi Posted ID:9+u9SMAr5R

>>965 แก้ตอนแรกเหอะ กูขอบอกเลยนะ คำผิดแบบนี้เนี่ย ถ้าไม่ใช่ว่ากูเห็นเป็นเพื่อนโม่งกูปิดตั้งแต่ที่เจอครั้งแรกแล้ว
เหมือนนิยายเกมที่เขียนว่า เกมส์ หรือคำบางคำแบบ เขาเป็นเค้า ฉันเป็นชั้น กูไม่สนด้วยซ้ำว่าเรื่องเป็นไง แค่กูเจอกูก็ปิดแล้ว

อีกอย่างที่กูอยากแนะคือ กูดูนิยายมึงเหมือนอยากจะทำเป็นแนวสืบสวนแบบ sherlock home อะไรแบบนี้ใช่ไหม นิยายแบบนี้ pov ควรจะเป็นตัวผู้สืบคนเดียวนะ มึงย้ายไปเรื่อยแบบนี้กูงงว่าพวกพระเอกแม่งสืบไปถึงไหนแล้ว เพราะกูรู้เยอะกว่าพวกมันมาก คนอ่านควรจะรู้เท่า ๆ กับผู้สืบหรือรู้น้อยกว่ามันถึงจะว้าวเวลาเฉลย

แล้วฉากบอดี้การ์ดอะไรนั่นนะ ลบเหอะ โคตรแป๊ก มึงจะใส่มาทำไมวะเนี่ย นิยายมึงก็ไม่ใช่ตลกคาเฟ่ซักหน่อย เรื่องมุกกูดูว่ามึงน่าจะไม่ถนัดมาก ดังนั้นอย่าพยายามตลก ถ้าอยากฝึกตลกก็ไปเขียนนิยายตลกซะเลย จะได้ฝึกได้เต็ม ๆ
ปล. แต่ถ้ามึงอยากดูนิยายที่จริงจังแต่ฉากตลกเยอะแล้วขำกูแนะนำ monster soul online กูว่าเรื่องนี้คนเขียนแทรกมุกได้เนียนมาก แต่เรื่องพวกนี้คาร์เร็คเตอร์ของตัวละครต้องได้ด้วยอะนะ
พูดถึงเรื่องตัวละคร ตัวเอกมึงกูว่ามันโคตรแบนอะ อ่านมาตั้งหลายตอนกูยังไม่รู้เหี้ยอะไรเลยว่ามันเป็นคนยังไง พื้นเพยังไง อดีตยังไง จุดมุ่งหมายในอนาคตเป็นยังไง มันแบนมาก เหมือนคนแปลกหน้าที่นั่งข้างกันบนรถเมล์ ไม่สิ คนที่กูนั่งข้าง ๆ บนรถเมล์บางทีกูยังรู้จักดีกว่า อย่างน้อยกูก็รู้ว่าคนคนนั้นชอบเล่นเกม ชอบนิยาย ชอบดนตรี ละคร หรือว่าอะไรถ้าเหลือบดูมือถือเขา แต่เทวันนี่กูยังไม่รู้จักดีขึ้นเลยจากบทแรกจนมาถึงบทนี้

970 Nameless Fanboi Posted ID:V2wnexpze8

>>968 กูเข้าใจนะว่ามันยาก เพราะกูก็พยายามปรับให้มันน่าสนใจเหมือนกัน แต่สิ่งที่มึงพิมพ์มันเหมือนคนไม่เข้าใจเรื่องของตัวเอง เหมือนพยายามจะกวนตีนเขา เลยได้ความเห็นเดือดๆ ไป มึงบอกให้เขาแก้ไข? เขาจะรู้ไหมว่ามึงต้องการให้เขาจุดประกาย กูเป็นทั้งความเห็นคลุมเครือและความเห็นยกตัวอย่างข้างบน แต่พยายามเข้าละกัน มึงควรทำความเข้าใจอะไรให้มากกว่านี้ด้วยนะ กูบอกเลย มึงอ่านมาน้อยมาก ถ้าอ่าน มึงก็อ่านแบบไม่สนใจมันจริงๆ หัดสังเกตวิธีนำเสนอของคนอื่นซะบ้าง ไม่ใช่เอะอะไม่ใช่แนวงานของมึง งานเขียนมันปรับเปลี่ยนกันได้ว่ะ

971 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>969 การเล่าเรื่อง ผมอิงจากพวกซีรี่สืบสวนฝรั่งครับน่ะครับ บางครั้งก็เปิดด้วยการเฉลยตัวร้ายเลย ดูตามความเหมาะสมเรื่องแต่ละคดี

ส่วนไอ้มุกบอดดี้การ์ดนี่ ผมลังเลพอสมควร แต่ด้วยที่เห็นว่าบทนั่นมันสั้น ไว้รีไรต์อีกที จะเอาออกนะครับ ผมค่อนข้างเห็นด้วย

ส่วนเรื่องตัวละครแบน ผมตั้งให้มันเหมือนกับหนังแอคชั่นคู่หูยุค 70 น่ะครับ คือเปิดมาแม่งก็ยิงโป้ง ๆ จนจบเรื่อง ให้คนอ่านค่อย ๆ ทำความรู้จักกับตัวละครไปเรื่อย ๆ เพราะเรื่องนี้ผมก็มีแผนจะเขียนยาว เดี๋ยวอนาคตอาจจะมีเล่นเรื่องอดีตของตัวละคน ก็เลยขอกั๊กไว้ก่อน

ขอบคุณมากนะครับ

972 Nameless Fanboi Posted ID:DYs52I6/a3

>>971 ไหนมึงบอกตอนแรกว่า 20 ตอนจบ?

973 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>970 ที่ผมเห็นชอบความของคุณนี่ เพราะมีการยกตัวอย่างที่ชัดเจน ตรงนี้ข้อมูลเยอะไป อะไรทำนองนั้น โดยเฉพาะย่อหน้า 2-3 นี่ เป็นความเห็นชั้นเยี่ยมสำหรับผม

ส่วนเรื่องกวนตีน อันนี้ผมหมายความแบบนั้นจริง ๆ นะ ให้ยกตัวอย่างมาให้ดูแบบที่คุณตอบผม แต่ของคนอื่นผมไม่เห็นจริง ๆ

974 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>972 วางโครงไว้ประมาณ 17 ตอนครับ ตอนนี้เขียนได้ 12 ตอนแล้ว ซึ่งผมทยอยลงวันละตอน
เดี๋ยวช่วงหยุดสงกาณ์จะหลับมาปั่นต่อให้ครับ ซึ่งอาจจะได้ 17 ตอน บวกลบไม่น่าเกิน 3

975 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>972 อ๋อ 17 บท นี่คือ 1 คดีนะครับ ลืมบอกโทด ๆ เขียนเรื่อย ๆ ครับเรื่องนี้

976 Nameless Fanboi Posted ID:PqOTZ2O192

>>974 ถ้า 17 ตอนแล้วไอ้ "เรื่องนี้ผมก็มีแผนจะเขียนยาว เดี๋ยวอนาคตอาจจะมีเล่นเรื่องอดีตของตัวละคน ก็เลยขอกั๊กไว้ก่อน" นี่คืออะไรวะ สรุปมึงจะสั้นหรือจะยาว

977 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>976 เขียนยาวคือคดีอื่น ๆ ไงครับ แต่ที่เริ่มลงตอนนี้มันเป็นคดีแรก ซึ่งยาวประมาณ 17 ตอน เรื่องนี้ผมตั้งใจให้แต่ละคดี มันสามารถอ่านแยกกันได้ โดยไม่ต้องเรียง คดีที่ 123 คล้าย ๆ โคนันน่ะครับ

978 Nameless Fanboi Posted ID:4U5PnWceT/

>>975 แล้ว >>956 คืออะไรวะเนี่ย คนเขาบอกว่า 6 ตอนน้อยมากยังบอกอะไรไม่ได้ มึงก็บอกว่านิยายมึงสั้น เท่านี้ก็เยอะแล้ว
มาตอนนี้มึงกลับบอกว่าเรื่องมึงยาวนะ ขอกั๊กเรื่องไว้ก่อนซะงั้น
แต่ก็ขอกลับไปที่จุดเดิม ตัวเอกมึงมันแบน ถึงจะบอกว่าอยากเก็บอดีตไว้ แต่มันควรจะแพลมมาตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเขาเป็นยังไง มีอดีตที่เป็นความลับซึ่งเป็นโครงเรื่องใหญ่ไหม (แบบโคนันมีเรื่องชายชุดดำ) หรือว่าจะเป็นแบบสืบสวนกันไปวัน ๆ ซึ่งถ้าเป็นสืบกันไปวัน ๆ มันไม่มีความจำเป็นต้องเก็บอดีตตัวเอกไปค่อย ๆ เฉลยเลย แน่นอนว่าไม่ใช่ให้มารายงานหน้าชั้นประวัติชีวิตของข้าพเจ้า แต่มันควรจะมีประโยคบอกความเป็นตัวตน เช่น ดูดอกไม้นึกถึงน้องสาว กินข้าวถูก ๆ ตังค์ไม่มี (หรือมีแต่งก) ชอบทำอะไร เกลียดอะไร ความเคยชิน อะไรพวกนี้มันต้องมี ใส่ตัวตนของตัวละครลงไปด้วย

979 Nameless Fanboi Posted ID:6rgYc30Udt

กูได้รู้ว่ามึงต้องการแค่ "ตัวอย่าง" ไม่ได้ต้องการอ่านเหี้ยอะไรเลย ยกตัวอย่างเรื่องไปมันก็ไม่ช่วยให้เข้าหัวมึงอยู่ดี

980 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>978 อดีตตัวละครเก็บไว้เล่นอีกคดีไงครับ เช่นอาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนเก่าของพระเอก สืบไปย้อนไป อะไรทำนองนี้ บางคดีมันก็โฟกัสที่ตัวคดี บางคดีก็โฟกัสที่ตัวละคร ปน ๆ กันไปไงครับ ผมอาจจะบอกไม่เคลียเอง ขอโทษด้วยนะครับ

>>979 ช่วยนะครับ ช่วยมากเลยด้วย ดูอย่าง >>966 กับ >>969 สิครับ นี่อะวิจารณ์ตรงจุด คือบอกเลยว่าจุดนี้ไม่ชอบ จุดนี้ควรลบ ผมจะเป็นคนพิจรณาเอง อย่าเพิ่งเกรี้ยวกราดซี

981 Nameless Fanboi Posted ID:BmwUkx/Ql9

ปัญหาของนิยายเด็กดีดีคือ มีนักเขียนเก่งๆกลับสอนคนไม่เป็น จึงไม่มีคนช่วยสอนจริงจัง

982 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>978 เออ ผมเพิ่งนึกออก นิยายเรื่องนี้อยากให้อารมณ์เดียวกับนิยายเรื่อง แจ็ครีชเชอร์ คือถ้าใครไม่เคยอ่านเล่มแรก ๆ แล้วมาซื้ออ่านเล่มหลัง ๆ จะเปิดมาเจอตัวละครรีชเชอร์ ไปทำภารกิจโน้นนี่ โดยไม่ปูตัวละครไรเลย แต่คนอ่านก็สามารถอ่านรู้เรื่องได้

ตัวละครในเรื่องก็เหมือน ฉลามในเรื่อง Jaw คือมันจะไม่มีการพัฒนา คดีแรกเป็นคนยังไง คดีล่าสุดก็เป็นคนอย่างนั้น

983 Nameless Fanboi Posted ID:93cAW99Lfy

ขำว่ะ 5555 พอเหอะ เอามาแปะอีกรอบก็ขอบาย

984 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

>>983 ครับ ๆ แค่นี้พอ ขืนต่อไปเดี๋ยวนิยายผมจะได้กลายเป็นชื่อบท ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ
ใครมีเพิ่มเติม ก็ไปบอกในหน้านิยายได้ ขอบคุณอีกครั้งครับ

985 Nameless Fanboi Posted ID:aWyuiWIZtz

พวกมึงนี่ดุเดือดกันจริงๆ

>>953 คนมาเล่นโม่งอะนะปกติเขาก็ไม่ได้อยากเสนอหน้าตัวเองอยู่แล้ว มานี่ถอดหัวโขนออกจะได้คุยแบบอคติกันน้อยหน่อยเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้เกลียดหรือชอบอะไรกันเป็นพิเศษมันถึงได้แสดงเหตุผลแต่ละฝ่ายออกมาได้เต็มที่ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอะไรก็ว่าไป กูก็ไม่ได้อยากรู้จักมึงหรืออยากให้มึงรู้จักกู แล้วกูก็ไม่ได้คิดมาเสนอหน้าว่ากูเล่นโม่งนะเพราะกูเป็นคนมีอะไรจะเสียอยู่อะ

>>955 กูก็พยายามอธิบายให้กระจ่างในแบบของกูละ มึงไม่เข้าใจกูก็ไม่ดันทุรังบอกสิ่งที่กูเข้าใจ ขอรอบสุดท้ายอะ งานมึงธรรมดานี่ไม่ใช่การด่าเอามัน กูหมายความตามนั้นจริงๆ ว่านั่นคือปัญหาของงานมึงตอนนี้ การที่มึงไม่เข้าใจปัญหาของคำว่างานธรรมดากับงานสนุกมันต่างกันยังไงกูจนปัญญาจะอธิบาย แต่กูคิดว่าวิธีคิดวิธีการให้ค่างานเขียนมึงกับกูมันค่อนข้างต่างกันอะนะ กูขอเอาไปเปรียบเทียบกับการวาดรูปแล้วกัน สมมุตินิยายคือการวาดรูปให้สวยมากรูปหนึ่ง ตอนนี้มึงเพิ่งร่างภาพตัวละครไปครึ่งตัวแล้วถามว่างานมึงเป็นยังไงบ้าง กูดูเสร็จแล้วลายเส้นธรรมดา รูปก็ไม่ได้ดูมีสตอรี่ ่ท่าโพสต์ก็แบนๆ กูก็บอกไปว่าธรรมดาไปอะ มึงก็มาขอให้กูวาดให้ดูนิดหน่อย ขอหัวไหล่ตัวละครปังๆ ให้ดูที หรือจะขนตาตัวละครสวยๆ ก็ได้ อยากเห็นรูปสวยๆ กูก็บ่น มึงเอาเสี้ยวเดียวของภาพอยากเห็นภาพสวยๆ เลยเหรอวะ กูก็ทบทวนดู แม่งก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคนทำได้นี่หว่า กูเลยบอกให้มึงไปดูงานนักวาดชื่อดังแล้วศึกษาของเขาดูดิ งานดีมีให้ดูอยู่แล้ว มึงจะมารบเร้ากูวาดให้ดูใหม่ทำไม ถึงกูจะวาดได้กูก็ไม่วาด สำหรับกูอะนะการเขียนนิยายให้ปังสักหน้าสองหน้ากูคิดว่าตัวเองทำได้ แต่ทำไมกูต้องทำ การเขียนมันไม่ใช่สักแต่พิมพ์ไปเรื่อยแล้วออกมาปังเลย มันก็เหมือนการวาดภาพแหละ เหมือนมีคนมาบ่นว่าก็แค่วาดภาพเอาอะไรนักหนาวะ คือถ้างานปังแบบแค่อ่านแล้วปังนี่สำหรับกูไม่ใช่ของราคาถูกอะมึงเชื่อกูไหม มึงเขียนนิยายปังมากๆ ได้สักสามบทคนแห่มาอ่านตรึมมึงจะหาเงินแสนได้เลย หรือมึงปังไม่บันยะบันยัง พีคแล้วพีคอีกเงินล้านมึงก็มีโอกาสได้จับ แล้วมึงมาขอให้กูแก้ให้ดูเนี่ยกูถึงได้ขี้เกียจทำ ตังค์กูไม่ได้ ให้ไปดูงานที่มันดีอยู่แล้วก็ไม่ดู กูแม่งก็จนปัญญา

ส่วนวิธีการแก้ไขกูกับมึงมองในมุมต่างกันเกินไป ไม่น่าไปด้วยกันได้ กูคิดว่างานมึงต้องการความสนุก มันเป็นเรื่องที่ไม่มีสูตรตายตัว การแก้ไขมันบอกไม่ได้หรอกว่าควรเพิ่มตรงไหนควรลดตรงไหนแล้วจะสนุก มันต้องสร้างขึ้นมาใหม่เพราะตอนนี้มันยังไม่มี ง่ายสุดคือลบทั้งเรื่องแล้วเขียนใหม่ การแก้ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่ามึงลบๆ เขียนๆ อยู่กี่ครั้งอะ คือมึงเขียนหนึ่งครั้งออกมาดีมันก็คือดี มึงเขียนมาร้อยครั้งหาวิธีแก้ไขออกมาไม่หยุดหย่อนถ้ายังไม่ดีก็คือไม่ดี คนอ่านเขาไม่รู้หรอกว่ามึงพยายามขนาดไหน เขารู้แต่งานที่ออกมาสำเร็จแล้วมันเป็นยังไง ควรแก่การติดตามอ่านต่อไหม

986 Nameless Fanboi Posted ID:93cAW99Lfy

ปกตินักเขียนเด็กดีมันโดนวิจารณ์เป็นจุดย่อมๆ ก็เข้าใจกันแล้วว่ะ แล้วค่อยไปหานิยายหรืองานเขียนมาอ่านให้เข้าหัวกัน ไม่ได้อิดออดขออะไรอีก อีกอย่างมันเน้นเขียนเรื่องของตัวเอง พัฒนาการเอง 55% เป็นส่วนใหญ่ เจอแบบนี้ก็ช่วยเต็มที่แล้ว เพราะปกติมันเข้าใจเองได้ โอเคปะ

987 Nameless Fanboi Posted ID:FMVN563fw.

อันนี้เม้นสุดท้ายจริง ๆ นะ 5555

>>985 โอเคครับ มุมมองของเราคงไม่ตรงจริง ๆ แต่ก็ขอบคุณนะครับ
>>986 อันนี้ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่า ที่โดนวิจารณ์รอบเดียวรู้เรื่อง หรือว่าโดนทีเดียวเข็ด จนไม่กล้ามาดื้อต่อ 55555

988 Nameless Fanboi Posted ID:BmwUkx/Ql9

เตรียมชื่อบทหน้ารึยัง
นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาค______________________________________________________

989 Nameless Fanboi Posted ID:axHeycTg8K

ไม่เอาไปขอคำวิจาณ์ในบอร์ดเด็กดีดูล่ะ ถ้าให้กูแนะนำเมิงลองอ่านเรื่องนี้ดูแล้วกัน https://www.readawrite.com/c/e4da3b7fbbce2345d7772b0674a318d5
น่าเสียดายที่คนเขียนตายไปแล้ว

990 Nameless Fanboi Posted ID:w+jsDIm43Q

>>988 ขอเสนอชื่อ

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาค เพื่อนโม่งช่วยหยุดเล่นมุกม้าแล้วมาสับนิยายเบียวซูกันเถอะ

991 Nameless Fanboi Posted ID:Zb/4sZ7nEq

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาค มหาสงครามเวทย์มนต์ผ่ามิติล้างระบบ พระเอกไอคิว 3000 แต่ตัวประกอบดันไอคิวติดลบ

992 Nameless Fanboi Posted ID:g1rJxZkyba

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาค ทัพเรือที่ดีต้องโดนโจรสลัดนั่งเรือหางยาวขึ้นยึด

993 Nameless Fanboi Posted ID:ikdF10K6GF

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ปิดเทอมจูนิเบียว นักเขียนอีโก้สูงกับสุดยอดนิยายในกะลาแลนด์

994 Nameless Fanboi Posted ID:T.JInaKY6v

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) สงครามม้าโม่ง ผ่ามิติคดีฆาตกรรมเรือหางยาวอีโก้สูง

995 Nameless Fanboi Posted ID:tn6z0Lp3te

นิยายเด็กดี บทที่ 22 (DDNXXII) ภาค การกลับมาของเห่อหมอยต่างโลก เบียวซู เอจจี้ แมรี่ซู กูคือพล็อตนิยายที่ไม่มีวันตาย เทพเจ้าแห่งขี้แพ้ว่ะ พร้อมเสียงกุบกับๆ ฮรี้ๆๆ ไอ้สัส เมื่อไหร่มึงจะเลิกเล่นมุกม้าวะ

996 Nameless Fanboi Posted ID:SUZ4fJ7IfD

>>995 กูโหวตอันนี้

997 Nameless Fanboi Posted ID:S6pbed/Rw4

https://www.facebook.com/1030548200366605/posts/2176412269113520/

998 Nameless Fanboi Posted ID:lv66lhBFxb

>>995 ยาวชิบหาย! เเต่ดีกูชอบ!

999 Nameless Fanboi Posted ID:j48eO9zahn

เลขสวย

1000 Nameless Fanboi Posted ID:TYwP89gjlR

ปิดนาจา

Posts limit exceeded

Topic has reached maximum number of posts.

Please start a new topic.