Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 523 posts

494 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

>>493 pasa thai dai mai ka?

495 Nameless Fanboi Posted ID:yOCsIjAnCs

>>479 ประเด็นคือนิยายมึงกาก อ่านแล้วไม่สนุกไง ตัวละครทำตัวมืดมนเอดจี้แบบเด็กเห่อหมอยมันน่าเบื่อ จะอ่านเอามันส์แบบโยนสมองทิ้งยังทำไม่ได้เลย

496 Nameless Fanboi Posted ID:6x5IZsLgYG

คิดว่าตัวเองเก่งเทพ แต่จริงๆ ไม่รู้อะไรสักอย่าง มึงก็แค่เป็นลูกบอลให้คนอื่นตบเล่นขำขันเท่านั้นแหละ กูเขียนแซวหน่อยก็โผล่หางมาร้องงอแงต่อมเบียวแตกแล้ว สมควรที่เขาไล่ให้ไปหาจิตแพทย์ มึงไม่ได้เป็น Psycopath ไม่ได้เป็น Antisocial ด้วยซ้ำ สภาพมึงนี่ชีวิตจริงคือคนเข้าสังคมไม่ได้ เป็นเหยื่อให้คนในโรงเรียนบูลลี่ ควรไปบำบัดจะได้กลับคืนสภาพก่อนจะสายเกินไป

You know nothing, เล่าเบียว

497 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>496 แล้วคิดว่าตัวเองเป็นใคร โรงเรียนอะไรของคุณ ผมไม่ได้มางอแง คุณนั่นแหละ ผมเขียนด่ากลับทำเป็นออกมาดิ้น รู้จักผมให้ได้เต็มร้อยก่อนเหอะ ถถถ

498 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>493 ควย ตู่ แอด เฟส ซี'เอ็ด อันศเคนเดล?

499 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>495 ผมประบปรุงใหม่แล้วนะ///ไม่ขายของ เพราะของขายไม่ได้

500 Nameless Fanboi Posted ID:kcSiVIr2Mi

>>497 กูเห็นมีแต่มึงเนี่ยที่ดิ้น

501 Nameless Fanboi Posted ID:kcSiVIr2Mi

>>493 อ่ะ ช่วยแปล

Was du gemacht hast ist Dummheit.

502 Nameless Fanboi Posted ID:cn1YIcY5sK

ใครมาทำห้องนี้แปดเปื้อน

503 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>501 วาส ดู กีแมชช์ ฮาสท์ อิสท์ ดัมม์เฮี้ยทท์?

504 Nameless Fanboi Posted ID:oJ+BzmiAR6

>>469 inspired by true story ห้องข้าง ๆ ปะนี่?

505 Nameless Fanboi Posted ID:1+1TTPc+pF

“ไร้สาระสิ้นดี”

ชายหนุ่มเคาะคีย์บอร์ดแป้นคีย์บอร์ดเหมือนพรมนิ้วบนแป้นเปียโน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานหุ้มหนังแท้จากอิตาลีก่อนยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ เวลาที่หยอกล้อกับผู้คนบนอินเตอร์เน็ต เขาชอบรสชาติของไวน์ขาว Prinot Grigio หรือ Grauburgunder ที่ส่งตรงมาจากลุ่มแม่น้ำไรน์เป็นพิเศษ มันอาจไม่หรูหราโอ่อ่าอย่างไวน์แดงจาก Bordeux แต่รสชาติอ่อนหวานนุ่มนวลของมันกลับทำให้ช่วงเวลานี้สุนทรีย์ขึ้นได้อย่างประหลาด คล้ายกลับไปยังปิดเทอมฤดูร้อนในปีหนึ่ง การปั่นจักรยานท่ามกลางอากาศร้อนอาจเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดใจ หากภาพทิวทัศน์ของไร่องุ่นกว้างไกลสุดสายตากลับทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาได้

การทุ่มเถียงอย่างไม่มีจุดหมายอันใดนอกจากการเติมเต็มความสะใจเป็นเพียงความขบขันเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่มสีสันในชีวิตของเขาเท่านั้น เหมือนกับที่คนเราถ้าดื่มแต่ไวน์ราคาแพงไปนาน ๆ วันหนึ่งก็อาจหวนคิดถึงเบียร์ราคาถูกที่แอบซื้อพ่อกินตอนเรียนม.2 ก็ได้

เขากวาดสายตามองถ้อยคำในเว็บบอร์ดใต้ดินแล้วหัวเราะเบา ๆ เรื่องแบบนี้ยิ่งเอาชนะก็มีแต่ยิ่งแพ้ ยิ่งดิ้นเท่าไรก็มีแต่จะยิ่งกลายเป็นตัวตลกเท่านั้น

และตอนนี้เขาก็กำลังต้องการเรื่องตลกสนุก ๆ ด้วยสิ

เขาหลุบตาลงเล็กน้อยคล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะ กดแท็กความคิดเห็นที่โพสต์ด่าเป็นภาษาที่ใช้ในยุโรป “ไม่ต้องถึงขนาดด่าเป็นฝรั่งเศสเยอรมันหรอก ควายมันจะเข้าใจภาษาคนได้ยังไง”

506 Nameless Fanboi Posted ID:SD.x7lYCAU

>>497 รู้จักมึงให้ได้? โถๆๆๆ ใครเขาสนมึง มึงโฉบเขามา เขาก็โฉบมึงกลับ ใคร!ใคร๊!? ใครเขาจะไปสนเมิ๊งงง!?!?!?

507 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

จดหมายจากผู้ชม

ผมเอานิ้วปาดเลื่อนอ่านรีพลายการตอบกับในบอร์ดใต้ดินแห่งหนึ่ง ผมกลับเห็นอะไรบางอย่างอันน่าประหลาด

ผมเคยได้ยินมาอยู่บ้างว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมชนิดเดียวที่ชอบใส่หน้ากากเข้าหากัน สิ่งที่เราเห็นกันนั้นอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของคน ๆ นั้นแม้แต่น้อย

ยามที่มนุษย์แต่ละคนนั้นจะยอมถอดหน้ากากออก เท่าที่ผมเคยได้ยินมันจะมีอยู่น้อยกรณี

อยู่คนเดียว... ยามคับขัน...

และในที่ ๆ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร

ผมเคยโดนบังคับให้หลับตากับเพื่อน ๆ ในห้องแล้วให้สารภาพว่าใครเป็นคนขโมยขนมโดยการยกมือขึ้น ปกติแล้วโจรหรือขโมยคงไม่ยอมรับแต่ในวันนั้น หัวขโมยคนนั้นกลับยกมือขึ้นมาจริง ๆ มันน่าแปลกมากที่เขากล้าทำเช่นนั้น ผมเลยเชื่อเรื่องข้างต้นใกล้เคียงว่างมงายเลยก็ว่าได้

ใช่ กรณีที่บอร์ดใต้ดินแห่งหนึ่งก็เหมือนกัน เราไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร ทุกคนกล้าพูด ล้อเลียน แม้กระทั่งด่าใส่คนที่เราไม่รู้จัก จะเรียกว่าเป็นการเปิดเผยธาตุแท้ของตัวบุคคลที่เห็นได้บนโลกออนไลน์นั่นแหละ

ถึงตอนนี้ คุณคงคิดสินะว่าในเมื่อผมเชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วมันมีอะไรแปลกล่ะ

เรื่องที่แปลกน่ะเหรอ มันเกี่ยวข้องกับคนที่เป็นเป้าการด่าและล้อเลียนในตอนนี้ มันทำให้ความคิดของผมที่ว่ามีแค่มนุษย์เท่านั้นที่ใส่หน้ากาก

เพราะในตอนนี้ผมเรียนรู้แล้วว่า "ควาย" ก็ใส่หน้ากากมาเนียนเป็นมนุษย์เหมือนกัน

508 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

>>507 เพิ่มตรงย่อหน้าสุดท้ายหน่อย

กูลืมพิมพ์คำว่า "ตัวตนของ" หน้าคำว่า "คนที่เป็นเป้า..."

พิมพ์บนโทรศัพท์ตาลายข้ามไปข้ามมา โทดที

509 Nameless Fanboi Posted ID:WoTWk/sVy7

ผมเคยอ่านผ่านหูผ่านตาในบอร์ดนักเขียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ว่ามีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ถูกอะไรกระทบกระเทือนเข้าหน่อยก็มักจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเอาง่ายๆ

นั่นทำให้ผมนึกย้อนอดีตไปสมัยยังเป็นเด็ก ถึงใครๆจะเห็นว่าผมเป็นคนร่าเริง แต่เชื่อไหมว่าผมเคยคิดฆ่าตัวตายมาก่อน

ครั้งแรกสุดเมื่อตอนผมอยู่ ป.5 ตอนนั้นผมเพิ่งย้ายมาโรงเรียนใหม่แถวสะพานพุทธ แน่นอนว่าด้วยความเป็นเด็กใหม่ จึงตกเป็นเป้าของไอ้พวกกุ๊ยประจำโรงเรียน พวกมันชอบมาดึงกางเกงวอร์มที่ใช้เป็นเครื่องแบบในวิชาพละของผม จนเหลือแต่กางเกงในและขาที่ล้อนจ้อน จากนั้นทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะผม แม้แต่เพื่อนผู้หญิงก็ยังเห็นดีเห็นงาม สนุกสนานไปกับพวกมันด้วย หนักเข้าพวกมันก็เริ่มแกล้งผมหนักขึ้น เอารองเท้าผมไปซ่อนบ้าง และเมื่อผมจงใจพกมีดคัตเตอร์ไปเพื่อขู่พวกมัน พวกมันก็แอบมาขโมยคัตเตอร์ผมไปซ่อนอีก ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง ไม่อาจหันหน้าพึ่งใคร แม้จะฟ้องครูหรือผู้ใหญ่ ทุกคนก็มองว่าเป็นเรื่องของเด็กเล่นสนุกกัน และไม่มีใครได้ยินเสียงสะอื้นในใจของผมเลยแม้แต่คนเดียว

และในที่สุด ผมก็ตัดสินใจที่จะหนีจากชีวิตบ้าบอคอแตกนี้เสียที ในเย็นวันหนึ่งผมมุ่งหน้าไปที่สะพานพุทธ จ้องมองลงไปยังกระแสน้ำเน่าเหม็นที่อยู่เบื้องล่าง ผมมั่นใจว่าด้วยความสูงขนาดนี้ ถ้าผมพุ่งตัวดิ่งหัวลงไป ต้องหมดสติและจมหายไปอย่างแน่นอน จะได้ไม่มีใครหาศพผมพบ แต่ก็นั่นแหละ ใครเขาจะมาสนใจคนอย่างผมล่ะ หรือบางทีตอนผมมีชีวิตอยู่ ทุกคนไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา ถ้าผมตายไปพวกเขาอาจจะเริ่มตระหนักได้เองกระมัง

ผมจึงตัดสินใจปีนเหล็กกั้นสะพาน ทว่ามือกลับพลาดไปโดนน็อตคมๆ ที่สนิมเกาะเกรอะกรัง บาดเข้าไปเป็นแผลยาว ความเจ็บปวดทำให้ผมต้องรีบปีนกลับ แล้วไปทำแผลแทน กลัวเป็นบาดทะยักตาย

นั่นคือความคิดฆ่าตัวตายครั้งแรก ส่วนครั้งต่อมาเกิดขึ้นเมื่อผมเรียนอยู่ ม.ต้น และพบรักครั้งแรกกับเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เธอก็เป็นสาว ม.ต้น หน้าตาธรรมดานี่แหละ แต่จุดเด่นคือเธอตัวสูงและดูเป็นสาวมากกว่าผู้หญิงคนอื่นในห้อง ที่สำคัญเธอมีความคิดค่อนข้างแก่แดด เธอเคยชวนผมไปที่บ้านช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่แล้วเปิดหนังโป๊ จากนั้นเราก็พยายามจะมีอะไรกันเลียนแบบหนัง ซึ่งผมก็ไม่ขอเล่ารายละเอียดละกัน บอกแค่ว่ามันไม่ใช่เซ็กซ์ที่วิเศษนักหรอก ทว่าเราสองคนก็ยอมรับว่ามีความสุขมาก

วันหนึ่ง เธอขอเลิกกับผม ด้วยเหตุผลก็คือผมไม่ยอมกินขนมที่เธอซื้อมาให้ นั่นทำให้หัวใจผมแตกสลาย ผมพยายามง้อเธอแต่เธอก็ไม่กลับมาอีกเลย นั่นเป็นครั้งที่สองที่ความรู้สึกไร้ค่า กระจอก เห็นตัวเองเป็นคนโง่ของผมกลับมาอีกครั้ง ผมสติแตกวิ่งไปหาเชือกได้เส้นหนึ่ง กับเก้าอี้อีกตัว จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังต้นไทรใหญ่ในโรงเรียน และเนื่องจากช่วงนั้นเป็นเวลาโพล้เพล้ จึงไม่มีใครเห็นในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ

แน่นอน ผมตั้งใจจะแขวนคอกับกิ่งไทร ให้ร่างอันน่าสมเพชของผมห้อยต่องแต่งอยู่ตรงนั้น ให้เธอคนนั้นมาเห็นในตอนเช้าช่วงเคารพธงชาติ และเธอจะได้รู้เสียทีว่า คำพูดสุดท้ายของผมที่บอกว่า ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าขาดเธอ นั้นมันจริงขนาดไหน

ทว่าขณะที่ผมกำลังหาจุดเหมาะๆจะวางเก้าอี้อยู่นั้น ไอ้งูกะปะเหี้ยที่ชอบนอนซ่อนตัวอยู่ในโพรงต้นไทร ก็ฉกเข้าที่น่องของผมพอดิบพอดี รอยเขี้ยวสองรูที่มีเลือดซิบ ทำให้ผมทิ้งตัวลงไปร้องโอดโอย รีบเอาเชือกที่เตรียมจะมาผูกคอตัวเอง รัดขาขันชะเนาะตามแบบเรียนสุขศึกษาที่เคยผ่านหูผ่านตามา จากนั้นก็ลากขามุ่งหน้าไปหาภารโรง ให้แกเรียกรถพาผมไปส่งสถานเสวภาต่อไป

หลังจากรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ครั้งที่สอง ผมก็กลับมานั่งคิด ว่าทำไมเวลาผมจะฆ่าตัวตายทีไร ต้องมีเหตุขัดขวางทำให้ผมไม่ได้ตายสมใจซะที สุดท้ายก็สรุปได้ว่าคงเป็นพระประสงค์ของเทพเจ้าโอดิน ที่อยากให้ผมตายอย่างลูกผู้ชายมีเกียรติมากกว่านี้ จะได้เปิดประตูรับผมสู่วัลฮาลา เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ผมก็ไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายอีกเลย

510 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>505 มึงใช้ไอ้อ้วนร้อยเอ็ดเพจลุงเองรึเปล่า

511 Nameless Fanboi Posted ID:YbF6l5TPM4

>>504 base on ทุย story

512 Nameless Fanboi Posted ID:mH1zHqFwm9

>>510 ใครวะ

513 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

Q: ใช่มึงรึเปล่า
G: ขึ้นอยู่กับว่าถามใคร
Q: [ เงียบไปครู่หนึ่ง กวาดสายตามองG ]
Q: หนีมาตั้งนาน ไม่คิดว่าจะมาเจอกันตรงนี้
G: ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร
Q: มึงไม่ปรกติใช่มั้ย
G: อะไรนะ
Q: ตั้งเเต่นิวยอร์คจนถึงเท็กซัส ทำได้ยังไง ทั้งฆ่าทั้งหนี อุกอาจทั้งนั้น
G: [ พึมพำ ] อย่าไปตอบมัน
Q: อะไรนะ [ เอียงหูไปทางคู่สนทนา ]
G: มึงก็ไม่ปกติเหมือนกันล่ะสิท่า นั่งจ้องกันตั้งนานสองนาน ยิ่งคุยยิ่งไม่อยากคุย ภายนอกมึงดูเหมือนคน เเต่กูรู้ว่าไม่ใช่
บุคลิค8ของ G ได้ออกมาตอบโต้
Q: ก็เป็นได้ [ เอื้อมมือไปจับส้อม ]

G ควักปืนจากข้างเอวด้านขวาพร้อมเหนี่ยวไกด้วยเวลาไม่ถึงวินาที ปืนที่เขาทำขึ้นมาเองอ่อนไหวเป็นพิเศษ ส่งผลให้กระสุนนัดเเรกโดนโต๊ะที่เขานั่ง เเละสิ่งของรอบข้างระหว่างที่เขาจะเล็งปืนไปที่ Q
Q ทุ่มตัวใส่ G พร้อมกับปักส้อมเข้าที่หลัง

514 Nameless Fanboi Posted ID:SjUVS01Ioc

เบื่อไอ้เหี้ย Q เห่อหมอยนี่ละว่ะ ใครก็ได้แต่งเรื่องที่มันมีคุณภาพกว่านี้มาลงหน่อยสิ

515 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>514 มึงขอเองนะ

516 Nameless Fanboi Posted ID:+3mbrLf7Ra

nothing happened; no sirens came in the night. No knock on the door, squeal of bullhorn, demands that I come out with my hands up—nothing at all. Life steamed along on its well-oiled tracks, with no one calling for Q’s head, and it began to seem like some cruel invisible god was taunting me, mocking my watchfulness, sneering at my pointless apprehension. It was as if the whole thing had never happened, or my Witness had been consumed by spontaneous combustion. But I could not shake the thought that something was coming to get me.

517 Nameless Fanboi Posted ID:rEn1deCyPB

>>516 แบบนี้สิเขาถึงเรียกเรื่องที่มีคุณภาพ >>227 >>235 >>360-362 อ่านแล้วก็ซึมซับไว้ แบบมึงถึงจะกระแดะพิมพ์อิ๊งมายังไงก็กากอยู่ดี ตัวเอกมึงก็ยังเป็นพวกเอดจี้เห่อหมอยอยู่เหมือนเดิม

แล้วก็เลิกพฤติกรรมขุดกระทู้เก่าๆขึ้นมาได้แล้วสัส มันน่ารำคาญ เหมือนพวกย้ำคิดย้ำทำชิบหาย ว่างมากก็ไปหัดพิมพ์นิยายให้มันสนุกหน่อยไป

518 Nameless Fanboi Posted ID:qdcLn3Os8S

>>517 มีนิยายกูด้วย ขอบใจที่ชอบ ทุกวันนี้กลับมาเขียนแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ว่าใครให้กำลังใจไว้ แต่ขอขอบใจอีกมี

519 Nameless Fanboi Posted ID:fZFEMZPLAm

>>517 ไม่มีของกูอะ เห้อม

520 Nameless Fanboi Posted ID:lUCFE8D2s5

"มีใครรู้สึกเหมือนผมไหมว่า คลิปเสียงลับ มันเร็วขึ้น"
"เช้านี้ผมเปิดฟัง รู้สึกว่า คลิปเสียงลับมันเร็วกว่าเดิม"
https://youtu.be/N7gxXIQJLbI

521 Nameless Fanboi Posted ID:3tP8Bnk6RB

ชายหนุ่มดันประตูปิด ถอนหายใจยาวขณะโยนกระเป๋าเอกสารลงไปบนเก้าอี้นวมตัวยาวอย่างไม่ไยดี เขาพาดแจ็คเก็ตสูทไว้กับพนักพิงเก้าอี้ ถอดถุงเท้ารองเท้าและกางเกงขายาวที่รัดแน่นออก ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปในห้องน้ำ บ้วนปากล้างหน้าตา

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสารรูปของตัวเองในกระจกเหนืออ่างล้างมือ ผมที่เซ็ตไว้เมื่อเช้าเสียทรงไปแล้ว หนวดเคราก็เริ่มขึ้นหรอมแหรมให้เห็น ปากก็ซีด ขอบตาก็ดำ ไขมันเริ่มพอกตามเหนียงตามแก้ม เขาคงทำงานหนักเกินไปจริง ๆ

ยังดีที่วันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด เป็นวันหยุดที่ได้หยุดจริง ๆ หลังจากกรำงานหนักแบบไม่มีวันได้หยุดพักมาร่วมหนึ่งเดือนเต็ม ชายหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำ สมองเริ่มรู้สึกตื้อขึ้นมาบ้างแล้ว ยังไม่อาบน้ำแล้วกัน ขอเอาตัวพุ่งลงไปขดบนโซฟาสักสิบห้านาทีก่อนเถอะ

เหมือนโลกทั้งใบดับไปในพริบตาเดียว ชายหนุ่มมารู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเวลาเกือบตีสามแล้ว เขาครางออกมาเบา ๆ อย่างรำคาญใจ ไม่ต้องอาบน้ำแปรงฟันได้ไหม ขอสักวันหนึ่งเถอะ ยังไง ๆ มันก็จะเช้าอยู่แล้ว

แต่พอขยับตัวแล้ว จะให้หลับต่อก็ข่มตาไม่ลง ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาอีกครั้ง เขากดเปิดเฟซบุ๊ก ก่อนที่ข้อความแรกบนหน้าฟีดจะทำให้เขาต้องชะงักไป

‘สัมภาษณ์นักเขียนเงินล้าน: หนุ่มนักเขียนผู้เปิดโลกแห่งจินตนาการของเด็กไทย กับนิยายเรื่องใหม่ของเขา’ คือชื่อของบทความที่เพื่อนคนหนึ่งบนเฟซบุ๊กของเขาแชร์มา พร้อมด้วยรูปของผู้ชายอายุยี่สิบกลาง ๆ คนหนึ่ง กำลังส่งยิ้มโง่ ๆ พร้อมกับถือหนังสือนิยายที่มีรูปวาดตัวละครหญิงนมใหญ่ลายเส้นการ์ตูนญี่ปุ่นสามคนกำลังรุมกอดแข้งกอดขาตัวละครชายคนหนึ่งอยู่บนหน้าปก

บ้าฉิบหาย ไอ้ระยำนี่มันออกนิยายอีกแล้วเหรอ ชายหนุ่มสบถในใจพร้อมกดเข้าไปอ่านบทความ เมื่อกวาดตาดูคร่าว ๆ ก็พบว่าเป็นบทสัมภาษณ์แบบอวย ๆ เพื่อโปรโมตนิยายเรื่องใหม่ที่ชื่อ ‘ทำไมคนไม่เอาไหนอย่างผมต้องถูกพระเจ้าส่งมาให้เป็นจอมมาร แถมทั้งกองทัพปีศาจก็ยังมีแต่สาวสวยหมวยเอ็กซ์อีก แล้วแบบนี้จะทำไงดีล่ะเนี่ย!’

ชายหนุ่มอ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกหงุดหงิดเป็นที่สุด อะไรวะ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย โดนบุลลี่ในโรงเรียนมาตลอดชีวิต จู่ ๆ ก็สำลักฝุ่นตาย แล้วก็ไปต่างโลก ได้เป็นจอมมาร มีลูกน้องสาวสวยเยอะ ๆ ไอ้พวกเหี้ย พล็อตเชย ๆ เห่ย ๆ ไม่มีห่าอะไรแบบนี้มันยังรับตีพิมพ์อีกเหรอวะ วงการวรรณกรรมไทยแม่งก็แย่จะตายห่าอยู่แล้ว ทำไมสำนักพิมพ์เฮงซวยมันยังปล่อยอะไรแบบนี้ออกสู่ตลาดให้คนนอกวงการเขาถมถุยอยู่อีกวะ คิดว่ามันจะขายได้ในยุคที่นิยายแนว ๆ นี้มันหาอ่านฟรีได้เกลื่อนอินเทอร์เน็ตไปหมดจริง ๆ เหรอ

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนตัวเองก็เคยเขียนนิยายด่าไอ้พวกพระเอกเทพทรูธีมจีนไว้เหมือนกัน แต่ชื่อเรื่องห่าอะไรนั้นจำไม่ได้แล้ว เขานิ่งคิดไปอึดใจหนึ่งก่อนที่จะพยายามล็อกอินเข้าไปในเว็บเขียนนิยายด้วยไอดีปลอมที่สมัครไว้ในตอนนั้น ทดลองกรอกไอดีและพาสเวิร์ดอยู่ครู่หนึ่งก็สามารถล็อกอินเข้าไปในระบบได้สำเร็จ

เจอแล้ว ‘(นิยายแปล) Gods King Warrior Conqueror Heaven อภินิหารเคล็ดวิชาเทพเจ้าราชันย์นักรบเย้ยจอมสวรรค์’ ไอ้ฉิบหาย เขียนได้แค่ 4 ตอน แม่งมียอดวิวหมื่นนึง เฉพาะเดือนนี้มีคนดูแล้วหลักร้อย พ่อมึงตาย นี่ขนาดดองไว้เป็นปีเลยนะ

หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวเร็ว เขารีบกดเข้าไปดูที่หน้านิยายก่อนที่จะต้องอุทานเป็นชื่อสัตว์เลื้อยคลานและอสูรกายชนิดต่าง ๆ ออกมาเป็นชุด เมื่อเห็นว่ามีนักอ่านมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้เป็นร้อย ๆ ความคิดเห็น แถมส่วนมากยังเป็นการมาชื่นชม ร้องขอให้กลับมาเขียนต่ออีก

ชายหนุ่มรีบกดเข้าไปดูคอมเมนต์เฉพาะของตอนล่าสุด ‘ตอนที่ 4 ควันราคะ (NC 20++)’ โอ้โหไอ้สัส มีคนมาชมเต็มเลยว่าเร้าใจมาก สะใจที่พระเอกฆ่าโจร สะใจที่พระเอกได้เมีย มีคนมาถามว่าคนนี้นางเอกใช่ไหม มีคนมาถามอีกว่าฮาเร็มรึเปล่า มีคนมายี้นางเอก มีคนมาชื่นชมการบรรยายฉากเย็ดทั้ง ๆ ที่แม่งมีแต่อู้วๆๆๆ แล้วอะไรอีกล่ะเนี่ยไอ้เหี้ย มีบอกด้วยนะว่าไม่อยากให้พระเอกผูกตัวเองอยู่กับผู้หญิงมากไป เย็ดแล้วให้รีบทิ้ง ไม่งั้นก็ฆ่า ๆ ไปซะเลย จะได้หมดปัญหา โอ้โห คนที่ไหนคนจังหวัดอะไรพวกท่านเนี่ย เกิดวันไหนเกิดปีจอหรือปีอะไร ทำไมจิตใจถึงโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจ

ชายหนุ่มนอนนิ่งไปนาน ก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมา ชอบกันนักใช่ไหมล่ะพวกมึง อะไรที่มันสะใจแบบที่ไม่ต้องมีเหตุผลรองรับ ขอแค่ให้พระเอกเทพ ๆ ไล่ตบไล่ตีไล่เย็ดคนอื่นตามใจชอบก็พอ

ได้ เดี๋ยวกูจัดให้เอง ชายหนุ่มยันกายขึ้นนั่ง เขาวางโทรศัพท์ลง ก่อนที่จะไพล่มือไปคว้าเอากระเป๋าใส่เอกสาร ดึงเอาคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปออกมา

522 Nameless Fanboi Posted ID:qTKk2KXpBO

>>521 เย็ดเข้ ในที่สุด (นิยายแปล) Gods King Warrior Conqueror Heaven อภินิหารเคล็ดวิชาเทพเจ้าราชันย์นักรบเย้ยจอมสวรรค์ ก็กลับมาแต่งต่อแล้ว ดองนานโคตรๆ 555+

523 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

>>521 กูกดกระดิ่งรอแล้วนะพี่ชาย ฉันรออยู่ที่ท่าน้ำเหมือนเดิม รอมาเป็นปีแล้วเนี่ย