Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 746 posts

717 Nameless Fanboi Posted ID:F99wE2wPZJ

Santa's Boys (2)
.
ไอ้ไลก้าหันกลับมาหาผม “มึงปิดประตูทำไม”
.
ผมกระพริบตาปริบ ๆ “แล้วมึงจะเปิดประตูค้างไว้ให้พ่อมึงเดินเข้าออกเหรอ ประตูมันล็อกมึงก็ใช้กุญแจวิเศษไขสิ”
.
ไลก้าตอบเสียงเรียบ “กูวางกุญแจไว้บนโต๊ะตอนที่จิบนม”
.
“ไอ้ฉิบหาย” ผมสบถ “แล้วแบบนี้จะเข้าบ้านยังไง”
.
ไลก้าดูฉุน “อย่ามาด่ากู ถ้ามึงไม่ลืมเอาของขวัญมาแต่แรก งานนี้คงจบไปแล้ว”
.
ไลก้าส่งกีตาร์ไฟฟ้าในมือมันให้ผมเอามาถือไว้ ก่อนที่จะเดินไปหยิบเอาก้อนหินขนาดเท่าหัวคนก้อนหนึ่งขึ้นมาจากพื้น ทุ่มมันใส่กระจก แล้วเอื้อมมือสุดแรงเอี้ยวไปกดปุ่มปลดล็อกประตูบ้านจากทางด้านใน
.
ประตูเปิดออก ไลก้าสั่งเสียงเรียบว่า “มึงรีบเอาของขวัญไปวางใต้ต้นคริสต์มาส เดี๋ยวกูจะไปหยิบกุญแจ”
.
ผมพยักหน้ารับ รีบเดินเอากีตาร์ไปวางไว้ที่ต้นคริสต์มาสข้างบันไดโดยไม่โต้เถียง แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้หันกลับออกมา ก็พลันเกิดเสียงดัง ‘แกร๊ก’ เหมือนเสียงขึ้นลำกล้องปืน ก่อนที่จะมีเสียงผู้ชายตวาดว่า “มึงเป็นใคร เข้ามาทำอะไรในบ้านกู”
.
ดูเหมือนว่าไอ้หมอนั่นจะเป็นเจ้าของบ้าน เขายืนอยู่บนบันได ในมือถือปืนพกที่ขึ้นลำแล้วชี้ตรงไปที่ไอ้ไลก้าที่ยืนทำหน้าเหวออยู่กลางบ้าน “มึงเป็นใคร” เจ้าของบ้านถามย้ำ ขณะค่อย ๆ ก้าวตรงเข้ามา “ถ้าไม่ตอบกูยิงแน่”
.
“ผม... ผมมาทำงานแทนซานตาคลอส” ไอ้ไลก้าตอบเสียงสั่น ดูเหมือนว่ามันจะกลัวลูกปืนเหมือนกัน “มาส่งของขวัญ ส่งเสร็จแล้วกำลังจะกลับครับ”
.
“พูดเหี้ยอะไรของมึงวะ” เจ้าของบ้านตวาด ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ขึ้นพร้อมตะโกนขึ้นไปบนบ้าน “ที่รัก โทรเรียกตำรวจเลย มีขโมยขึ้นบ้าน”
.
ไอ้ไลก้าหน้าซีด “อย่าแจ้งตำรวจ ผมไม่ใช่ขโมย ผมมาทำงานแทนซานตา”
.
เจ้าของบ้านหลุดหัวเราะออกมา เขาคงเห็นว่าเรื่องนี้ดูน่าขันพอควร “แล้วทำไมซานตาถึงทุบกระจกบ้านเข้ามา ทำไมไม่เข้ามาทางปล่องไฟวะ”
.
เจ้าของบ้านเดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากไอ้ไลก้าประมาณห้าเมตร แต่เขาไม่เห็นผม เพราะผมยืนตัวลีบอยู่ข้างบันไดด้านหลังของเขา
.
แต่ถ้าตำรวจมา ตำรวจต้องเห็นผมแน่ และไอ้ข้ออ้างเรื่องซานตาคลอสป่วยโควิดคงไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ ไวเท่าความคิด ผมกระโจนพรวดเดียวเข้าไปเกือบถึงตัวเจ้าของบ้าน ยกกีตาร์ไฟฟ้าในมือขึ้นฟาดเขาที่ท้ายทอยของเขาจนล้มหน้าคว่ำลงกับพื้น
.
เกิดเสียงผู้หญิงกรีดร้องขึ้นที่ด้านบน ไอ้ไลก้าสบถ รีบวิ่งเข้าไปในครัว หยิบมีดปลายแหลมออกมาแล้ววิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นบน ที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงไซเรนรถตำรวจใกล้เข้ามา ผมมองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะลากเอาร่างไร้สติของชายเจ้าของบ้านไปซุกไว้ใกล้ ๆ กับกองของขวัญใต้ต้นคริสต์มาสข้างบันได

718 Nameless Fanboi Posted ID:F99wE2wPZJ

Santa's Boys (3-จบ)
.
รถตำรวจมาจอดที่หน้าบ้าน พอดีกับที่เจ้าของบ้านสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากที่จะต้องใช้กีตาร์ไฟฟ้าในมือทุบซ้ำอีกสองสามรอบจนเขาแน่นิ่งไป ก่อนที่จะตรงไปหยิบปืนพกที่ตกอยู่บนพื้นมาเก็บไว้ในอกเสื้อ แล้วเปิดประตูออกมาหาตำรวจ
.
ตำรวจมากันสองนาย ทั้งคู่ยกปืนขึ้นประทับเล็งมายังผม เห็นดังนั้นผมก็ยกมือสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ พูดว่า “ผมเป็นเจ้าของบ้านครับ ขโมยมันหนีออกไปแล้ว”
.
ตำรวจออกจะประหลาดใจที่ได้เห็นชายในชุดซานตาคลอสเดินออกมา แต่ก็คงเป็นเพราะชุดซานตาคลอสนี้ด้วยที่ทำให้ดูไม่มีพิษภัย เพราะตำรวจทั้งสองลดปืนในมือลงทันที ก่อนที่คนหนึ่งจะพูดกับผมว่า “ขโมยไปทางไหนแล้วครับ”
.
ผมตอบไปว่าไม่แน่ใจ โม้ต่อไปว่าพอขโมยเห็นผมในชุดซานตาคลอสก็ตกใจ รีบหนีออกไปทันที เมื่อตำรวจถามผมว่าทำไมผมถึงแต่งชุดนี้ ผมก็ทำเป็นเหนียมอาย แสร้งบอกไปว่าวันนี้มีนัดแต่งชุดคอสเพลย์คริสต์มาสร่วมรักกับภรรยา
.
ตำรวจหัวเราะชอบใจ ถ่ายรูปกระจกที่แตกแบบพอเป็นพิธีแล้วแจ้งว่าจะส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาในตอนเช้า จากนั้นก็หันหลังกลับไปขึ้นรถ
.
แต่ในขณะที่ตำรวจทั้งสองกำลังจะเปิดประตูรถ ก็เกิดเสียงกรีดร้องขอให้ช่วยดังมาจากด้านบนบ้าน ไวกว่าความคิดอีกครั้ง ผมชักปืนออกมาจากอกเสื้อ เหนี่ยวไกส่งกระสุนเข้าสู่สมองของตำรวจทั้งสองจนล้มหงายหลัง เลือดไหลออกจากรอยกระสุนอาบพื้นหิมะจนเป็นสีแดงฉาน
.
เพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงปืนเริ่มเปิดไฟ ก่อนที่ในอีกเสี้ยวอึดใจต่อมาไลก้าจะวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากบ้าน หน้าและมือเปื้อนเลือด ไม่มีใครพูดอะไร เราทั้งสองคนรีบวิ่งตรงไปขึ้นรถที่จอดทิ้งไว้ ไลก้าติดเครื่องยนต์แล้วรีบบึ่งออกจากที่นั่นทันที
.
เพลง ‘Santa Claus is Comin to Town’ แผดดังออกมาจากวิทยุ พอถึงท่อนที่ว่า “You better not cry” ไลก้าก็สบถออกมาว่า “กูบอกแล้วว่าอย่าร้อง ๆ ความผิดมึงเองนะ กูไม่ได้ตั้งใจ”
.
ผมทำหน้านิ่ง ในใจก็ช็อกไปไม่น้อยเหมือนกัน “แล้วเราจะทำยังไงต่อ” ในที่สุดผมก็ถามออกมา “ยังต้องไปแจกของขวัญต่ออีกไหม”
.
ไลก้าส่ายหัว “เรื่องนั้นคงต้องช่างมันแล้ว” มันพูด “เดี๋ยวกูขับรถไปทิ้งแม่น้ำ แล้วพวกเราก็ตัวใครตัวมัน กบดานสักพัก ไว้ช่วงตรุษจีนค่อยมาเจอกันที่เดิม”
.
ผมพยักหน้ารับ ในขณะที่ไลก้าหัวเราะหึออกมา “เออ มึงรู้อะไรไหม” มันหันหน้ามายิ้มกับผม “คือเมื่อกี้กูหยิบของผิดว่ะ ไอ้กีตาร์ไฟฟ้านั่นมันเป็นของบ้านตรงข้าม”

719 Nameless Fanboi Posted ID:vTp3/Z21VI

>>715 สัสกูอย่างชอบ

720 Nameless Fanboi Posted ID:FaSiUUGxVZ

>>715 5555555

721 Nameless Fanboi Posted ID:C7IjEW06Ku

>>715 กูเป็นพลังใจให้5555555555555

722 Nameless Fanboi Posted ID:1tlD9N+Rx9

เราขอ​ลง​ plot เรื่องนะ ขอโทษ​ด้วยถ้ามันไม่ดีเพราะเพิ่งแต่ง
เรื่องราวของห้องเรียนม.4ห้องหนึ่งที่มีนกเรียนชายคนหนึ่งชื่อว่า นก​ เป็นแค่เด็กธรรมดาเลยไม่ค่อยมีไครสนใจวันหนึ่งมีแสงประหลาดเกิดขึ้นใรห้องทำให้ทุกคนไปเจอคนที่อ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้าและมอบพลังให้แต่นกนั้นได้เพียงแค่พลังความรู้สึกที่ไวอย่างเดียวทำให้ทุกคนพากันออกห่างจากนกเพราะทุกคนมีพลังในการใช้เวทมนต์และต่อสู้กันหมดเลยยกเว้นนกเลยทำให้คนที่อ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้ามาตรวจนกและบอกว่านกเป็นเพียงแค่ส่วนเกินของกลุ่มทำให้ทุกคนต่างเหยียดหยามและหัวเราะเยาะนกพร้อมกับบอกว่าเอานกไปขายเป็นทาสพ่อค้าทาสยังไม่เอาเลยและถุยน้ำลายใส่พร้อมกับเดินจากไปนกแต่คุณครูผู้หญิงที่ชื่อคุณครูบุบผาและเด็กผู้หญิงใส่แว่นผมสั้นที่ชื่อเข็มดีพยามยามบอกให้ทุกคนรับนกไปด้วยแต่ไม่มีไครฟังพร้อมกับถูกบอกให้หุบปาก แล้วคนที่อ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้าก็ร่ายมนต์บางอย่างทำให้นกสลบก่อนนกสลบนกก็แอบสาปในใจว่าขอให้เพื่อนๆทุกคนที่เหยียดฉันกลายเป็นทาสและต้องทำงานจนวันตายเมื่อนกฟื้นมาก็พบว่าตัวเองยังอยู่ในห้องเรียนเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือทุกคนหายไปทำให้้นกถูกสอบสวนเรื่องเด็กหายแล้วก็ไปนอนหลังจากที่นกนอน นกก็ได้ไปเจอกับคนที่อ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้า​ มาขอโทษนกที่ทำให้ชีวิตนกต้องวุ่นวายพร้อมกับให้ cd ที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยของเพื่อนร่วมชั้นเป็นของขวัญขอโทษ
คนที่อ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้า​ก็หาไปพร้อมกับนกได้ต่นขึ้นแล้วคิดว่าตัวเองฝันประหลาดจังแต่นกก็เห็น cd ทำให้นกจำสิ่งที่คนที่อ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้า​บอกไว้ได้เลยรีบไปกินข้าวแล้วเอาไปเปิดดู(พอดีเป็นวันเสาร์)แล้วาห็นว่าใน cd มี​10 ตอน​เลยนกก็ดูตอนแรก
ก็เห็นเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นผู้ชายสามคนชื่อว่า ขัน​ กาน​ และ​ดวง​ถูกเด็กผู้หญิงผมดำตัวเล็กที่มีเขากวางจับฉีกแขนฉีกขา, ถูกควักใส้ควักลูดตาออกมาและพูดว่าถ้ายอมรับส่วนแบ่งของหมูป่าตั้งแต่แรกก็จบแต่ก็ดีเพราะตอนนี้มีอาหารเพิ่ม
สิ่งนี้ทำให้นกตกใจแทบตายพร้อมกับบ่นว่าคนที่อ้างว่าตัวเองเป็นพระเจ้า​เอาอะไรมาให้ดูฟะแต่ก็สะใจดี

723 Nameless Fanboi Posted ID:mpQfdPbvHO

>>715 เชี่ย แม่งนี่มันมาสเตอร์พีซ

724 Nameless Fanboi Posted ID:XbapsgET3K

หลวงปู่คำพบพญางูถ้ำภูสี่นาค
.
เรื่องราวต่อไปนี้เรื่องจริงที่ผมได้ยินมาจากปากของหลวงปู่คำ กามวุฑฺโฒ ท่านเล่าให้ผมฟังเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่ผมมีโอกาสไปเจริญวิปัสสนาที่วัดบ้านสวิง ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน หลวงปู่คำท่านเป็นศิษย์รูปหนึ่งของพระอาจารย์มุ่น ราคฺวฑฺฒโน ที่มีผู้เคารพเลื่อมใสจำนวนมาก และมีเรื่องเล่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากมายไม่แพ้กัน
.
หลวงปู่คำเล่าให้ผมฟังว่า ครั้งเมื่อท่านธุดงค์ตามสันเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างชายแดนไทย-ลาว จนมาปลักกลดที่ป่าแห่งหนึ่งใกล้ๆ ถ้ำภูสี่นาคอำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี (ในสมัยนั้น) คืนหนึ่งในขณะที่หลวงปู่คำนั่งสมาธิภาวนา ท่านก็ได้เห็นนิมิตเป็นพญางูใหญ่ เกล็ดแผ่นหนาสีดำ มีหงอนสีแดงสด เลื้อยคดเคี้ยวออกมาจากธารน้ำไหลถ้ำภูสี่นาค ผ่านออกมาทางปากถ้ำเห็นเป็นภาพน่าสะพรึงนัก
.
ในนิมิตของหลวงปู่คำนั้น พญางูได้เลื้อยรอบกลดของท่านเวียนเป็นทักษิณาวัตรสามหนแล้วจึงหยุดอยู่เบื้องหน้าหลวงปู่ ชั่วอึดใจเดียวก็จำแลงเป็นมนุษย์เพศชาย กายกำยำ แต่งตัวเหมือนเจ้านายเมืองลาวสมัยโบราณ พญานาคตนนั้นได้คุกเข่ากราบบูชาหลวงปู่แล้วจึงกล่าวเชิญหลวงปู่ลงไปที่เมืองบาดาล
.
ครั้นออกจากฌานแล้ว ในคืนเดียวกันหลวงปู่คำก็ได้เตรียมกัณฑ์เทศน์สำหรับสอนธรรมพร้อมด้วยอัฐบริขารที่จำเป็น เดินฝ่าความมืดตรงไปที่ถ้ำภูสี่นาคตามเส้นทางที่ปรากฎในภาพนิมิต หลวงปู่เดินเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษท่านก็ได้ยินเสียงธารน้ำไหลและเห็นผิวน้ำสะท้อนแสงจันทร์ ท่านเดินเลียบเงื้อมหินอีกเพียงชั่วครูก็ได้มาถึงปากทางเข้าถ้ำภูสี่นาคในที่สุด
.
หลวงปู่คำเล่าว่า ทันทีที่ท่านก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำท่านก็รู้สึกวังเวงทันที เพราะโดยปกติแล้วถ้ำที่เย็นตามธรรมชาติเช่นนี้มักจะมีสัตว์ป่าหรือค้างคาวพักอยู่ยามค่ำมืด แต่ถ้ำภูสี่นาคนี้ไม่มีเสียงสัตว์ แมลง หรือแม้กระทั่งกลิ่นมูลค้างคาวเลย มีเพียงเสียงธารน้ำไหล ผิดวิสัยถ้ำสามัญนัก
.
หลวงปู่เดินลัดหินงอกในถ้ำเพียงครู่เดียวก็มาถึงทางตัน ท่านเล่าว่าครั้งนั้นภายในถ้ำมืดสนิทไม่มีแสงใดเล็ดลอด มีเพียงตะเกียงน้ำมันริบหรี่ในมือท่านส่องนำทางเท่านั้น หลวงปู่คำเกือบถอดใจมุ่งหน้ากลับที่ปักกลด แต่ท่านก็นึกถึงคำบอกเล่าของหลวงปู่มุ่นเสียก่อน ท่านว่าเมืองบาดาลของเหล่าพญานาคนี้มักจะมีคาถาอาคมบังตา ต้องเป็นผู้ได้รับคำเชิญเท่านั้นจึงจะผ่านเข้าไปได้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลวงปู่คำก็ตั้งจิตอธิษฐาน สำคัญว่าตนนี้ต้องการเผยแพร่ธรรมะ สั่งสอนนาคและบริวารให้มีบุญกุศล ไม่ได้ตั้งใจเบียดเบียนเลย ทันใดนั้นธารน้ำในถ้ำก็หยุดไหลเป็นอัศจรรย์ ตาน้ำค่อยๆ แห้งเหือด เห็นเป็นช่องหินที่ผนังถ้ำด้านหนึ่งขนาดพอคนลอดได้ ท่านจึงสวดพุทธคุณแล้วปีนลงไปในรูตาน้ำนั้น
.
หลวงปู่ท่านว่าภายในช่องตาน้ำแคบและอึดอัด หายใจแทบไม่ออก ยิ่งคลานเข้าไปก็ยิ่งเงียบและมืด ท่านได้แต่นึกในใจว่าขออย่าให้เป็นพญานาคฝ่ายร้ายเลย ในใจทั้งกลัวทั้งสงสาร เพราะการทำร้ายพระสงฆ์นั้นเป็นบาปอย่างยิ่ง ยังไม่ทันหมดความคิดหลวงปู่คำก็รู้สึกว่ามีน้ำเย็นๆ มาสัมผัสมือและเท้า ช่องแคบๆ ที่ท่านคลานอยู่เริ่มมีน้ำท่วมขึ้นมาจนหายใจไม่ออก ครั้นจะหันหลังถอยกลับก็ทำไม่ได้ จนในที่สุดน้ำก็ขึ้นมาท่วมจนเต็มช่อง ทำให้หลวงปู่คำหมดสติไป
.
หลวงปู่คำได้สติขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวท่านกำลังนอนอยู่บนเตียงฟูก มีกลิ่นน้ำอบ กำยาน หอมอบอวล รอบตัวเห็นเป็นตำหนักโบราณคล้ายว่าจะเป็นแบบอาณาจักรล้านช้าง เมื่อมองไปเบื้องหน้าหลวงปู่ท่านก็เห็นพญานาคในนิมิต แต่หนนี้ท่านสำคัญว่าท่านเห็นด้วยตาเนื้อ
.
“ท่านรู้หรือไม่ว่าข้ารอคอยท่านมากี่ร้อยกี่พันปี” พญางูตนนั้นพูดกับหลวงปู่ กายท่อนบนของเขาจำแลงเป็นมนุษย์หนุ่มรูปงามผิวขาวอมเหลือง กายกำยำ ห้อยสังวาลเป็นรูปนาค แต่ท่อนล่างนั้นเห็นเป็นงูใหญ่เกล็ดดำมะเมื่อม “เจ้าเป็นใคร เราไม่เคยรู้จัก” หลวงปู่คำท่านตอบอย่างสนเท่ห์
.
“ชาติก่อนท่านคือท้าวสุวรรณชาตินาคราช ปกครองหมู่บริวารนาคอยู่ริมฝั่งเมืองสุวรรณโคมคำ” พญานาคตนนั้นกล่าว พลางเคลื่อนตัวเข้าโอบรัดหลวงปู่คำ “เราคือท้าวคำเกิดนาคราช เป็นพญานาคอยู่ที่นี่” พญานาคตนนั้นใช้มือล้วงเข้าไปในสบงของหลวงปู่ หลวงปู่ส่งเสียงครางลอดออกมาเบาๆ
.
ภาพนิมิตปรากฏให้เห็นเป็นชาติปางก่อน หลวงปู่คำจำได้ว่าตนเคยเกิดเป็นพญานาคนามสุวรรณชาตินาคราช แอบเสพสังวาสกับท้าวคำเกิดนาคราชอยู่ลับๆ นานหลายปี ครั้นเมื่อราชวงศ์พญานาคเก้าแม่น้ำทราบข่าวว่านาคเพศผู้สองตนสมสู่กันก็ไม่ยอมรับ จึงกีดกัน กดดันให้ทั้งคู่เลิกไปมาหาสู่จนท้าวสุวรรณชาตินาคราชตรอมใจตายในที่สุด ก่อนตายนั้นท่านได้ตั้งจิตว่าขอให้ไปเกิดเป็นมนุษย์และอย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับความรักอีกเลย

725 Nameless Fanboi Posted ID:XbapsgET3K

>>724 ต่อ
เมื่อได้สติหลวงปู่ก็พบว่ามีน้ำตาไหลอาบทั้งสองแก้ม ท่านรู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน “ทำไมท่านถึงใจร้ายเช่นนี้ ท่านตัดใจจากความรักเพียงเพราะความเจ็บปวด แต่ข้ายอมทนความเจ็บปวดนานนับพันปีเพื่อรอให้ท่านนำความรักกลับมา” ท้าวคำตัดพ้อ ผ่านไปเนิ่นนานเขาจึงค่อยๆ โน้มตัวเข้าใกล้ ลิ้นสองแฉกของเขาตวัดเลียที่หัวนมของหลวงปู่
.
“ผ่านมากี่ภพกี่ชาติ ท่านก็ยังมีจุดเสียวที่หัวนมสินะ” ท้าวคำเกิดกระเซ้า สองมือเลื่อนลงไปคลึงที่ปลายลึงค์หลวงปู่
.
“อาตมาว่าแบบนี้ไม่ควร อาตมาครองเพศบรรพชิต จีวรเหลืองยังคลุมร่างกาย แบบนี้เป็นบาป” หลวงปู่คำพยายามต้านทานความรู้สึกในจิตใจ
.
“ก็ถอดจีวรออกสิ ข้ารู้ว่าท่านก็ต้องการข้า ข้าเห็นสายตาที่ท่านมองมาตอนนั่งกรรมฐาน” คำเกิดนาคราชใช้มือปลดเปลื้องจีวรของหลวงปู่ ส่วนหางที่เป็นงูก็ค่อยๆ ถอดสบงออกจนหลวงปู่เปลือยเปล่า อ้อมแขนรัดอ้อมแขน หางงูรัดพันขา ชิวหาแลกลิ้น หลวงปู่คำไม่สนใจอีกต่อไปว่าสิ่งใดผิดศีลสิ่งใดปาราชิก ความรู้สึกที่สะสมมานานแม้พระธรรมก็ไม่อาจฉุดรั้ง
.
“อาตมาบวชเณรมาตั้งแต่เด็ก สำคัญตนว่ากำลังหนีทุกข์ แต่จริงๆ อาตมากำลังหนีความผิดหวังจากความรัก” ท่อนเนื้อของหลวงปู่ทะลวงเข้าไปในช่องส่วนหลังของท้าวคำเกิด หางงูคำเกิดที่โอบรัดก็กระทุ้งเข้าไปส่วนหลังของหลวงปู่คำ ทั้งคู่ส่งเสียงอืออาสะท้อนผนังถ้ำจนระงม การตีระฆังเพลดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาเจ็ดวันกระทั่งหลวงปู่หมดสติไป
.
หลวงปู่เล่าว่ารุ่งขึ้นชาวบ้านพบหลวงปู่ในสภาพที่อิดโรย ชาวบ้านว่าถ้ำภูสี่นาคนั้นมีพญางูฤทธิ์กำแหงนัก ที่ผ่านมาผู้มีอาคมมากมายพยายามกำราบแต่ก็กลายเป็นศพเสียหมด แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้เจอพญานาคอีกเลย ชาวบ้านจึงว่ากันว่าหลวงปู่คำเป็นผู้ปราบพญางูถ้ำสี่นาค หลังจากนั้นหลวงปู่คำก็ยังแวะเวียนไปถ้ำภูสี่นาคทุกพรรษาเพื่อสะกดฤทธิ์พญานาค ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชื่อเสียงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของหลวงปู่คำ กามวุฑฺโฒ ก็เป็นที่รู้จักไปทั่ว

726 Nameless Fanboi Posted ID:tsBzzyiOBP

‘เราไม่เลิกกันได้ไหม ทำไมคุณไม่บอกให้ฉันแก้ไข ทำไมเราไม่ปรับเปลี่ยนให้อะไรๆมันดีขึ้นมา’ ฉันถาม
.
คุณเงียบไป คล้ายครุ่นคิด คล้ายลำบากใจ
‘ผมว่ามันไม่สำคัญว่าเราจะใช้คำว่าเลิกกันอย่างเด็ดขาดหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว’ เขากล่าวตอบ พลางหลบสายตา
.
‘ถ้าความรู้สึกของคุณมันหายไปง่ายดายขนาดนั้น ฉันจะเชื่อคุณได้อย่างไรอีก ฉันจะเชื่อใครได้อีก’
.
‘ที่ผมเคยรักคุณมันเป็นเรื่องจริง แต่ในตอนนี้ที่ผมไม่รักคุณ—มันก็เป็นความจริง
.
ผมผิดเองที่ความรู้สึกมันหายไปง่ายดายขนาดนั้น หายไปก่อนคุณ แต่ผมอยากซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง’
.
‘ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันหายไป’
.
‘ผมไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ที่มองหน้าคุณ ผมไม่เห็นอะไรเลยนอกจากใบหน้าที่ผมไม่ได้อยากจูบหรือหอมอีกแล้ว หลงเหลือแค่ความเป็นห่วง ผมยังหวังสิ่งดีๆสำหรับคุณเสมอ แต่ผมไม่ใช่สิ่งดีๆในชีวิตคุณแล้ว ผมเป็นให้ไม่ได้’
.
เขาร้ายกาจนัก แต่มันเป็นความจริงที่ร้ายกาจ จะตะบี้ตะบันยื้อให้ยังอยู่ก็คงไม่มีอะไรดี ฉันทำได้เพียงเก็บเศษความรักที่เขาไม่ต้องการออกมา เก็บมันใส่กระเป๋าเดินทาง
.
คนที่หยุดรักก่อนไม่ได้ผิดอะไร แต่คนที่ยังรักอยู่เท่านั้นที่ต้องจัดการหัวใจตัวเอง
.
ฉันอยากกอดเพื่อบอกลา แต่จะกอดลงได้อย่างไร กับคนตรงหน้าที่ไม่ปรารถนาในกายและใจของฉันอีกต่อไปแล้ว

727 Nameless Fanboi Posted ID:o8eUIe6dox

ถามหน่อย นิยายจีนโบราณที่ตัวละครชายเป็นลูกคนรวยแต่ทำอาหารเป็นเข้าครัวได้ ถ้าเป็นในสมัยก่อนพ่อแม่คนจีนๆจะมองเป็นเรื่องดีรืเปล่า เหมือนที่ผู้หญิงต้องเป็นกุลสตรีจ๋า แล้วผู้ชายที่ต้องเป็นเสาหลักในสมัยนั้น ทำงานบ้านที่เป็นหน้าที่ของผญในตอนนั้น จะถูกว่าไหมอะ

728 Nameless Fanboi Posted ID:kLMpESDARG

>>727 ผิดมู้รึเปล่า

แต่อาชีพทำกับข้าวนี่ผู้ชายก็เป็นได้นะ พวกหัวหน้าพ่อครัวในวังนี่ก็ผู้ชาย แต่ไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบบคุณชายนี่จะ​มีปัญ​หาไหม แต่ก็คิดว่าไม่มี ถ้าทำเป็นงานอดิเรกอะ

729 Nameless Fanboi Posted ID:hAFp68CUF5

>>727-728 ในยุคสมัยหนึ่งอาชีพพ่อครัวคืองานต่ำนะ เป็นงานของผู้หญิง กูจำได้ว่าเรื่องยอดหญิงหมอเทวดามั้งที่ห้ามผู้ชายเข้าไปในครัว เสียเกียรติ

730 Nameless Fanboi Posted ID:QQwN.iiG4b

>>727 ขนาดผู้หญิงอะ ถ้าเป็นฮูหยินเข้าไปครัว พวกคนใช้ก็แตกตื่นแล้วว่าจะมาทำไม ไม่ให้หยิบจับอะไรเลย ทั้งที่นางเอกอยากทำ ทำได้แค่ยืนชี้ ยืนสั่งอะ แล้วถ้าเป็นผู้ชายนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยคับปม แต่ถ้าเออมันอยาก มึงก็คงต้องเขียนพล็อตหนีออกจากบ้านหรือไม่ก็ตกระกำลำบาก แล้วกลายเป็นพ่อครัว ตอนหลังถึงกลับมาคืนตำแหน่งเป็นคุณชายละ ยังชอบทำอาหารก็ว่าไป พอๆ กูเพ้อมากไปละ 5555

731 Nameless Fanboi Posted ID:YMHuC41134

สาวปากร้าย-กะ-นายถุงไข่

"จะพาไปดูเน็ตฟลิกซ์ก็คือดูเน็ตฟลิกซ์ ไม่ได้แปลว่าจะพากันไปเ ย็ด"
.
"งั้นเราไปเ ย็ดกันเถอะ เน็ตฟลิกซ์น่ะช่างแม่มัน"
.
"เฮ้ย ไม่ได้ฟังที่พูดเหรอวะ ฉันบอกว่าเน็ตฟลิกซ์ก็คือเน็ตฟลิกซ์ คนรณรงค์เรื่องความยินยอมกับทั้งบ้านทั้งเมือง คุณแม่งยังมาชวนเ ย็ด เป็นเหี้ยอะไร"
.
"ดูคุณโกรธนะ"
.
"ก็ใช่ไง ฉันโกรธ โกรธที่คุณชวนไปดูเน็ตฟลิกซ์แล้วสุดท้ายคุณชวนไปเ ย็ด"
.
"ก็นี่ไง ผมก็พึ่งเผยจุดประสงค์ ช่างแม่งเน็ตฟลิกซ์ ไปเ ย็ดกันเถอะ"
.
"ไอ้เหี้ย คุณเลิกทำตัวแบบนี้ได้ป่ะ ทำไมไม่ถามความยินยอมกันก่อน สรุปคุณใช้หัวหรือใช้ควยคิด"
.
"ผมก็ชวนอยู่ ถ้าคุณจะไปก็ไปกับผม ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องไป ผมให้คุณเลือกได้เลย แล้วทำไมคุณถึงยังโกรธ"
.
"คุณมันไร้สมอง คุณมัวแต่คิดว่าผู้หญิงจะเป็นได้แค่เครื่องมือระบายความใคร่ นี่คือสิ่งที่ฉันเกลียดคุณชิบหาย"
.
"แล้วสรุปคือคุณต้องการอะไร"
.
"ฉันต้องการให้คุณให้เกียรติฉันในฐานะมนุษย์คนนึง ไม่ใช่วัตถุทางเพศที่ถ้าคุณอยากได้คุณก็ต้องได้"
.
"ผมถึงได้ชวนคุณดีๆนี่ไง แล้วทำไมคุณยังโกรธอยู่ล่ะ"
.
"เพราะคุณมันไม่มีหัวคิด แล้วเอาแต่คิดว่าจะเ ย็ดอย่างเดียวไง"
.
"แล้วผมก็ชวนคุณดูเน็ตฟลิกซ์เพราะมันจะได้มีเวลาในการเรียนรู้สัมผัสทางกายแล้วก็รสนิยมซึ่งกันและกันไง คือเซ็กส์เป็นเรื่องของการปรับจูนตัวตนของคน 2 คนไม่ใช่เหรอ"
.
"เนี่ยเห็นมั้ย คุณแม่งโง่บรมเลย สุดท้ายคุณก็วกกลับไปหาเน็ตฟลิกซ์ เอาเน็ตฟลิกซ์มาเป็นข้ออ้างหาเรื่องเ ย็ดฉัน"
.
"สรุปคือ?"
.
"คือ?"
.
"อ้าวแล้วคืออะไรล่ะ?"
.
"ก็.. ก็คืออะไร"
.
"เอางี้นะ ผมชวนคุณไปดูเน็ตฟลิกซ์ เพื่อที่เราสองคนจะได้เรียนรู้สัมผัสรสนิยมกันและกันหน่อย ไม่ใช่ชวนปุ๊บไปเ ย็ดปั๊บ แม่งโคตรไร้รสนิยม แล้วคุณก็แม่งบอกว่าถ้าอยากเ ย็ดก็ชวนเ ย็ด คุณรู้มั้ย ไอ้เหี้ย Tasteless ชิบหาย คุณแม่งไร้ซึ่งวาทศิลป์ใดๆในการจูงใจคน คุณแม่งยังไม่สามารถ convince ผมให้เข้าใจจุดประสงค์ในการแสดงอาการโกรธของคุณได้เลยด้วยซ้ำ ทั้งไม่ว่าผมจะชักชวนคุณด้วยวิธีไหนก็ตาม ไม่ว่าจะทางอ้อม ทางตรง คุณล้วนปฏิเสธสัมพันธ์ในฐานะมนุษย์ เราอาจจะแค่เ ย็ดกันแล้วจบไปตามที่คุณคิด แต่อย่างน้อยผมมองว่าการได้เรียนรู้สร้างความประทับใจก็เป็นอีกหนึ่งทางที่เราจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ผ่านอารมณ์และความรู้สึก ไม่ใช่แค่การเ ย็ดกันแล้วจากไปโดยไม่มีอะไรทิ้งท้ายไว้ให้จดจำ ทีนี้ คุณบอกผมที ยังโกรธผมอยู่มั้ย"
.
"โกรธ และฉันเริ่มจะเกลียดคุณแล้วด้วย"
.
"นี่อธิบายเป็นฉากๆเผื่อว่าคุณจะเข้าใจแล้วนะ"
.
"คุณแม่ง mansplain ชิบหาย หลักคิดโลกวนอยู่รอบควย"
.
"โอเค แม่หีหลุมดำ"
.
"หมายความว่ายังไง"
.
"โลกไม่ได้วนรอบควยผมหรอก แต่จักรวาลถูกดูดเข้าหีคุณ แค่นี้นะ"

732 Nameless Fanboi Posted ID:5JYNqbm9M1

เธอทเวิร์ค ผมทเวิร์ค เราทเวิร์คด้วยกันทั้งคืน จนกระทั่งตำรวจเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุฆ่าหั่นศพในห้องของเรา ศพของพวกเราเองแหละ เราทเวิร์คใส่ยมทูตด้วยสองกรุบ

733 Nameless Fanboi Posted ID:Atdk27ViQ8

เท้าลืมรอยของมันเองไปแล้ว ตัวฉันก็ลืมเช่นกัน

ชีวิตวัยเด็กเกือบยี่สิบปีในบ้านทึมทึบหลังนี้ ทำให้ฉันคิดแต่จะจากไป ระหว่างจำเป็นต้องพึ่งพิงค่าใช้จ่าย ฉันเข้าเรียนมัธยมปลายในอำเภอที่อยู่ห่างไปกว่าห้าสิบกิโลเมตร กลับบ้านอย่างมากสัปดาห์ละครั้ง พอขึ้นมหาวิทยาลัย นิ้วมือข้างเดียวนับแล้วก็ยังเหลือ

ครั้นยืนด้วยขาตัวเองได้มั่นคง ฉันก็ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับฉันจบสิ้น

ฉันคิดเช่นนั้น ทว่าความจริงมันไม่ใช่

มนุษย์ไม่สามารถตัดเส้นเลือดตัวเองขาด ช่างเป็นกฎธรรมชาติที่น่าเศร้าและโหดร้าย

ทั้งที่ความทรงจำรางเลือน ใบหน้าญาติ ๆ ก็จำไม่ได้ เสียงเรียกนั้นก็ยังกวนใจฉันเสมอ

“ย่าถูกสาป”

เสียงสั่นเครือของย่าแว่วขึ้นมาในหูทุกครั้งที่หัวฉันว่างโล่ง และก็เป็นต้องรู้สึกคล้อยตามเสียทุกทีด้วยว่า “ฉันถูกสาป” ฉันต่างหากที่ถูกสาปโดยย่าผู้เคียดแค้นหลานสาวที่พยายามลืมรากเหง้าของท่าน

รากเหง้าของแม่มด

สมัยยังอยู่บ้านหลังนี้ ฉันมักถูกใช้ให้อยู่เป็นเพื่อนย่าผู้เดินเหินไม่ได้ คอยเปลี่ยนผ้าอ้อม ซับน้ำลาย และฟังท่านพึมพำบทสวดในภาษาที่ไม่น่าจะมีอยู่บนโลกนี้ “เป็นบ้า” ทุกคนลงความเห็น ฉันก็เช่นกัน มันช่วยไม่ได้ที่คนหนึ่งจะเป็นบ้า แต่พระเจ้าก็โปรดช่วยฉันด้วยเถอะ การดูแลยายแก่ที่พร่ำเพ้อว่าตนคือแม่มดอยู่ตลอดวันก็ทำให้ฉันใกล้จะเป็นบ้าเหมือนกัน !

นกมักตกมาตายตรงหน้าต่าง มดไม่เคยไต่มาเก็บเศษน้ำตาลบนตัวย่า ต้นพลูด่างข้างเตียงไม่เคยเหี่ยวเฉา ฉันเริ่มสังเกตเห็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวย่า ฉันสงสัยและหวาดระแวงว่าการได้ยินภาษาแปลก ๆ นานวันเข้าคงทำให้เริ่มเชื่อว่าแม่มดมีตัวตนจริง ๆ

เมื่อฉันบ่นเรื่องนี้กับพ่อ ท่านปลอบใจ “ย่าก็แค่เลอะเลือน” ฉันพยายามคิดเช่นนั้น แต่มันไม่ได้ผล จริงอยู่ ย่าเลอะเลือน ย่าเป็นบ้า แถมยังเป็นแม่มดอีกด้วย !

ฉันอดทนอยู่เป็นเพื่อนย่าต่ออย่างยากลำบาก ถ้าแค่ละเมอว่าเป็นแม่มด ฉันอาจจะอยู่บ้านหลังนั้นได้นานอีกหน่อย ถ้าเพียงแต่ย่าจะไม่เอ่ยถึง ‘คำสาป’

“ย่ากำลังจะตาย เมื่อคืนมันมาหาย่า มันหาย่าเจอแล้ว โอ ย่ากำลังจะตาย”

ฉันแทบขว้างหนังสือเกี่ยวกับโครงการอวกาศที่กำลังอ่านทิ้ง พยายามกัดฟันข่มเสียงกรีดร้อง ลุกขึ้นเดินลงส้นเท้าตึง ๆ ลงเรือน โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อไหร่ฉันจะไม่กลับมาเหยียบบ้านนี้ ทิ้งความป่วยไข้ของย่าให้น้องสาวรับผิดชอบแทน

อาจดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่ถ้าอยู่กับย่าต่อ ฉันคงไม่พ้นกลายเป็น ‘แม่มด’ เหมือนย่า

พ่อกับน้องดูแลแม่มดสองตนไม่ไหวแน่

“จิวาน จิวาน จิวาน...”

ย่าร้องเรียกซ้ำไปซ้ำมา ฉันไม่หันกลับ สวนอึมครึมรกทึบบดบังฉันจากประสาทสัมผัสของย่า ทว่าเสียงเรียกยังดังอยู่ ไม่แผ่วลงแม้แต่น้อย หรือมันดังอยู่ในหูฉัน หรือฉันกลายเป็นแม่มดเสียแล้ว

ฉันอุดหู ปิดตา คู้ตัวราวกับจะช่วยให้หลบพ้น ทว่านอกจากหนีไม่พ้น มันยิ่งทำให้ฉันเหมือนคนบ้า ไม่รู้ตัวว่ากำลังกรีดร้องสะอึกสะอื้นก่นด่าย่าอยู่จนกระทั่งพ่อซึ่งได้ยินเสียงตามมาเขย่าตัวเรียกสติ

ฉันร้องไห้น้ำตานอง อยากกอดพ่อ ทว่ายกแขนไม่ขึ้น สีหน้าเศร้าโศกของพ่อทิ่มแทง ทั้งที่สงสารเห็นใจฉันแท้ ๆ แต่ทำไมถึงยังผลักฉันลงไปในบ่อแห่งความเพ้อคลั่งของย่าอยู่อีก ยอมให้ฉันผุดขึ้นมาสูดอากาศเพียงครู่ แล้วก็กดหัวฉันลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“หนูไม่ไหว ! หนูทนไม่ได้ ! หนูเกลียดย่า ! หนูเกลียดพ่อ ! เกลียด ๆ ๆ ๆ ๆ !!!”

734 Nameless Fanboi Posted ID:Atdk27ViQ8

>>733

- - - -

“ซักวันแกจะเป็นเหมือนฉัน”

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ฉันทนฟังได้ ฉันคิดว่าย่าจะตายหลังจากฉันขึ้นมหาวิทยาลัย แต่ผิดคาด ท่านยังมีชีวิตอยู่อีกหลายปี ‘มัน’ ไม่ได้เร่งรีบเก็บเกี่ยวชีวิตท่านไป แม่มดอาจเป็นเพียงภาพหลอน กระนั้นฉันก็ทำใจกลับมานั่งข้างท่านไม่ได้จริง ๆ แม้ขณะกลับมาบ้านช่วงวันหยุด ฉันก็ไม่คิดจะเฉียดใกล้ห้องทึมเทานั้น

กระทั่งวันนี้

แม่มดตายไป ร่างถูกเผาเป็นเถ้าถ่านคืนผืนดิน ฉันก็ยังไม่กล้าเชื่อว่าย่าตายแล้วจริง ๆ ประตูที่ฉันหวาดหวั่นแง้มออกอย่างเชื่องช้า ลมสายหนึ่งพัดกลิ่นอับน่าสะอิดสะเอียนปะทะใบหน้า ฉันชะงัก มือสั่นระริก อยากกระแทกประตูกลับ แล้ววิ่งหนีไปให้ไกล ทว่าเสียงฝีเท้าแผ่วเบาด้านหลังทำให้ฉันตามใจตัวเองไม่ได้

“พี่ใจร้ายมากกนะ” น้องสาวต่อว่าด้วยเสียงสะอื้น

เธอเกลียดฉัน หรือย่า

ฉันไม่รู้

“เข้าไปสิ เข้าไปดูว่าพี่ทิ้งฉันไว้กับอะไร”

แต่มันไม่มีอะไร

ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ทว่าเวลายังคงอยู่

พยานโศกนาฏกรรมของแม่มดมีเพียงฟูกนอนที่พับไว้อย่างเรียบร้อย กับกระถางต้นไม้ตรงมุมห้อง ย่าตายอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครโศกเศร้าเสียใจ ไม่มีใครหลั่งน้ำตายื้อเรียก งานศพเรียบง่าย เชิญแขกพอให้ไม่ถูกพูดได้ว่าลูกหลานเย็นชาเกินไป

“ย่ารักพี่มาก” น้องสาวบอก

ฉันส่ายหน้า ไม่ใช่หรอก ไม่มีใครสาปแช่งคนที่ตัวเองรัก

“ย่าพูดถึงแต่พี่”

เธอชี้ไปยังตู้ไม้ตรงมุมห้อง หลังตู้มีกล่องเหล็กเก่า ๆ วางอยู่ สนิมขึ้น แต่ก็ยังพอดูสีเดิมออก

สีฟ้า สีของท้องฟ้า สีของทะเล

ทะเล

จำได้ว่าย่าชอบทะเลมาก แต่ฉันเกลียด มันเคยเกือบกลืนฉันลงไป ย่าเล่าว่าวิญญาณที่ถูกทิ้งไว้ในทะเลจะล่องลอยอยู่ตรงนั้น หาทางกลับบ้านไม่ได้ ทั้งที่นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการแท้ ๆ แต่ฉันกลับเกลียด

ย่าชอบทะเล

ท่านอยากตายอยู่กลางทะเลหรือเปล่า

ฉันไม่แน่ใจ

ในกลองเต็มไปด้วยเศษรากไม้ กิ่งไม้ และใบไม้เก่าผุ ๆ ฉันไม่รู้ว่ามันมีไว้เพื่ออะไร หรือสำคัญยังไงกับตัวเอง ฉันปิดฝา วางมันไว้ที่เดิม แล้วออกจากห้อง

กลิ่นอับตามฉันออกมา

ทุกสิ่งทุกอย่างของย่าห้อยติดตัวฉันมาตั้งแต่วันนั้น แม้จะหนี ทำเป็นลืม กลิ่นเหม็นอับ เสียงสวดพึมพำ นกตาย ต้นพลูด่าง รวมถึงความรัก และความเกลียดชัง

จิตแพทย์ที่ฉันพบประจำบอกว่าแม่มดไม่มีจริง มันเป็นเพียงความเครียด มลพิษของเมือง และงานหนักทำให้ฉันเครียดโดยไม่รู้ตัว

เสียงรถราแว่วเหมือนเสียงคนท่องมนต์ กลิ่นท่อระบายน้ำแค่บังเอิญคล้ายห้องของย่า ฝุ่นเกาะกลุ่มกันเป็นรูปกา พลูด่างเป็นพืชเลี้ยงง่าย ไม่ใช่ต้นไม้ที่มีชีวิตนิรันดร์แต่อย่างใด

บาดแผลบนตัวฉันอาจจะเกิดจากการนอนละเมอ

ไม่ใช่คำสาปแช่ง

ไม่ใช่เพราะย่าหรือฉันเป็นแม่มด

735 Nameless Fanboi Posted ID:Sndwfur+sm

>>733-734 เกลาคำอีกนิดมีบางจุดที่คำแปลกๆ แล้วเอาส่งบันลือสานส์เผื่อไดิเงินกินขนมสัก 1,500 ก็ยังดี

736 Nameless Fanboi Posted ID:WgWYcGI75U

--- (1)

ว่างเปล่าจังเลย

ความคิดนี้วนกลับมาอีกครั้งเมื่อฉันได้ตื่นขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่มือถือแล้วเห็นว่าไม่มีข้อความจากคนที่รอคอย

ตั้งแต่เมื่อไรกันนะที่มือถือของฉันไม่มีแจ้งเตือนจากคนๆนั้น?

จากที่เคยรอคอยเพียงแค่ไม่กี่ชม. กลายเป็น 3 วัน กลายเป็น 1 อาทิตย์ จนตอนนี้ก็จะ 1 เดือนเข้าแล้ว

ปกติถ้าผ่านมานานขนาดนี้แล้วยังไม่มีการตอบกลับมาก็ควรจะลืม ๆ แล้วคุยกับคนใหม่ไปได้แล้วแท้ ๆ

ฉันมองไปที่มือถืออีกครั้ง ทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าควรจะทักเขาไปดีไหมนะ

แต่ว่าไม่อยากถูกปฏิเสธเลย...

ถ้าเขาไม่ตอบละ? ถ้าเขาส่งเพียงแค่สติกเกอร์กลับมาละ?

แค่คิดรู้สึกพ่ายแพ้แล้ว เพราะงั้นเลยไม่มีความกล้าขึ้นมาสักที

ในความคิดตอนนี้เรื่องที่พอจะทักไปได้ก็มีแต่เรื่องโง่ ๆ ที่สามารถหาคำตอบได้เองทั้งนั้น

อยากได้ยินเสียงนายจัง มันผ่านมานานเกินไปแล้วนะ

เมื่อก่อนเราคุยกันบ่อยมากเลยนะ นานเป็น 10 ชม.ทุกวันเลย แม้จะมีแต่เรื่องเกมที่เล่นด้วยกัน กับมุกแป้กกาก ๆ ที่ถ้านายไปเล่นกับคนอื่นที่ไม่ใช่เราคงไม่มีใครขำแน่ ๆ

ทำไมความสัมพันธ์ของเราถึงห่างเหินขึ้นแบบนี้เหรอ ฉันทำอะไรพลาดไปรึเปล่า

ถ้าฉันบอกนายว่าคิดถึงจัง ไม่ได้คุยกันตั้งนานนายจะตอบฉันไหมนะ?

737 Nameless Fanboi Posted ID:WgWYcGI75U

>>736
---(2)
แน่นอน มันเป็นเพียงแค่ความคิดที่ฉันไม่คิดจะทำ

เพราะลึก ๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้คิดอะไรมากเกินไปกว่าเพื่อนคนหนึ่ง

ขืนบอกไปแบบนั้นอาจจะโดนบล็อคกลับมาก็ได้

รอเขาชวนคุยดีกว่า

แต่ว่าเมื่อไรกันละ...

อากาศเริ่มร้อนขึ้นจนฉันเลือกที่จะไปอาบน้ำแทนที่จะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาคิดเรื่องของเขา

แต่สุดท้ายฉันก็ยังคิดถึงเขาตอนที่อาบน้ำอยู่ดี

นายเบื่อกันรึเปล่านะ? หรือว่ารอฉันทักไปรึเปล่านะ?

ทั้งเราและนายต่างก็เกิดเดือนเดียวกัน ถ้าจะคิดว่านายเองก็รอฉันทักไปเหมือนกันจะเป็นการเข้าข้างตัวเองรึเปล่านะ?

ถ้าเขาอยากคุยคงทักมาแล้วละน่า...

นายคงไม่ได้คิดแบบเดียวกันและก็รอฉันทักไปใช่ไหม?

แต่มันไม่เหมือนกันเลยนี่ พอฉันทักนายไปทีไรนายก็ตอบมาแค่สั้น ๆ ทุกทีเลยนะ ถึงจะตอบทันทีทุกครั้งก็เถอะ แต่นายก็คงเป็นแบบนั้นกับทุกคนอยู่แล้วใช่ไหมละ

ทั้งที่ตอนที่นายทักมา ฉันตอบนายทันทีและก็ตอบตั้งเยอะด้วย

นายคงรู้ใช่ไหมว่าฉันรอคุยกับนายตลอดเลย

ท่ามกลางกลุ่มคน ฉันได้ยินแต่เสียงนาย คุยแค่กับนาย และตอบแค่นายคนเดียว

ชัดเจนขนาดนั้นไม่มีทางที่นายจะไม่รู้

รู้ใช่ไหมว่าฉันชอบนาย

นายรู้ใช่ไหม?

ถ้าอย่างงั้นทำไมถึงได้หายไปกันละ?

ความคิดหลาย ๆ อย่างเริ่มหลั่งไหลเข้ามาทำให้หงุดหงิดจนจะร้องไห้

คงมีแค่ฉันแหละที่บ้าไปเอง

ฉันควรจะเลิกคิดเรื่องของคน ๆ นี้สักที

738 Nameless Fanboi Posted ID:WgWYcGI75U

>>737
---(3)
โกหกแหละ ถ้าทำได้คงไม่เก็บมาคิดทั้ง ๆ ที่ผ่านมาตั้ง 1 เดือนหรอก

กลับมาย้อนอ่านประวัติข้อความที่เคยคุยกันอีกครั้ง

นายก็ชวนเราคอลคุยตั้งหลายครั้งเลยนะ ทักมาก็บ่อยพอ ๆ กับที่เราทักไปเลย

แสดงว่านายคงไม่ได้รำคาญกันหรอกใช่ไหม?

แล้วมันเป็นเพราะอะไรกัน...

นี่เป็นคำถามที่ฉันสงสัยทุกวันมาเป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม

และฉันตั้งใจว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย

739 Nameless Fanboi Posted ID:Km8EEeLohf

>>738
---(4)
ผ่านมานานแค่ไหนไม่รู้ที่ไม่ได้ติดต่อกับคน ๆ นั้น สุดท้ายก็ยังคิดถึงอยู่แต่ก็ได้หันไปทำอะไรต่าง ๆ มากขึ้น

กลับกลายเป็นรู้สึกอยากขอบคุณที่เขาหายไปซะแทน เพราะในที่สุดฉันก็ได้ฝึกฝนตัวเองจนกลับมาทำงานได้อีกครั้งสักที

ในช่วงเวลาโควิดที่ออกจากบ้านไม่ได้ เพื่อที่จะไม่ฟุ้งซ่านฉันจึงตั้งใจอ่านหนังสือสอบอย่างบ้าคลั่ง และฝึกภาษาเพื่อไปทำงานต่างประเทศได้สำเร็จ

จนตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมากแม้จะแอบโหวงเพราะในใจยังคิดถึงเขาอยู่ค่อนข้างมากก็ตาม

ปกติคนเราไม่ควรหมกหมุ่นกับใครสักคนเป็นปีแท้ ๆ เลยนะ

แต่ว่าในวันนี้ความรู้สึกพวกนั้นมันหายไปแล้วหมดละ

ไม่ใช่เพราะตัดใจได้...

แต่เป็นเพราะคน ๆ นั้นกลายเป็นเพื่อนร่วมงานในบริษัท

อา ควรจะแสดงสีหน้ายังไงดีนะ?

740 Nameless Fanboi Posted ID:aAwsq3jEmN

"Realm of Fantasy" เกมออนไลน์เกมใหม่ที่เพิ่งเปิดโอเพ่นเบต้าเมื่อตอนบ่ายสอง ผมรอเวลานี้มานานร่วมปี หลังจากที่มีข่าวเปิดตัว ในที่สุดผมก็ได้เล่นเกมนี้ซักที พอเลิกเรียนเสร็จผมก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้าน ตรงดิ่งไปที่คอมพิวเตอร์แสนรักของผม ล็อคอินเข้าเกมด้วยบัญชีที่สมัครเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อพบกับดินแดนแห่งความแฟนตาซีที่รอผมอยู่

"ขณะนี้มีผู้เล่นในเซิฟเวอร์เต็มจำนวนค่ะ กรุณาเข้าคิวรอ
จำนวนผู้เล่นเข้าคิว : 420"

"นี่ก็รอมาสามชั่วโมงแล้วนะ เมื่อไหร่จะได้เข้าเกมล่ะเนี่ย เบื่อโว้ย เบื่อ เบื่อจริงจริ๊งงง" ผมได้แต่บ่นไปเรื่อยระหว่างที่ตาก็คอยนับถอยหลังว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของผมซักที นี่ขนาดผมทำการบ้าน อาบน้ำ กินข้าว ฟังเพลงวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ผมชอบจนจบอัลบั้ม ผมยังไม่ได้เข้าเกมเลย ได้แต่นั่งถอนใจว่าเมื่อไหร่จะได้เล่นเกมที่ผมรอคอยมานานซักที ทันใดนั้นเอง
"จำนวนผู้เข้าคิว : 250"
"จำนวนผู้เข้าคิว : 125"
"จำนวนผู้เข้าคิว : 20"
ผมถึงกับตาลุกวาวเมื่อได้เห็นคิวผู้เล่นลดลงไปเรื่อยๆในไม่กี่วินาที อีกไม่กี่วินาทีสินะที่ผมจะได้เพลิดเพลินไปกับดินแดนแห่งความแฟนตาซีที่รอผมอยู่

"ขออภัยด้วยค่ะ ขณะนี้เรากำลังทำการปิดปรับปรุงเซิฟเวอร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 12.00 AM ตามเวลา UTC ค่ะ"

ผมได้แต่มองข้อความนี้ซ้ำไปซ้ำมาแล้วได้แต่ถามในใจว่า "12.00 AM ตามเวลา UTC นี่มันกี่โมงวะ" ผมจึงนั่งค้นหาในเว็บไซต์เซิร์จเอ็นจิ้นแล้วผมก็ได้รู้ว่า มันคือเวลาห้าโมงในไทย หรือก็คือตอนนี้นี่เอง

"ถ้าเกมมันไม่พร้อมแล้วคุณพี่จะเปิดทำซากอะไรคร้าบบ! ถามจริ๊งงง!" ผมตะโกนออกไปด้วยความหัวเสียที่นอกจากเซิฟเวอร์จะไม่เพียงพอต่อผู้เล่นแล้ว ยังนับเวลาสากลไม่เป็นอีก หลังจากที่หัวเสียได้ซักพัก ผมก็ลองล็อคอินเข้าเกมใหม่อีกรอบ แต่คราวนี้ได้ผล ตัวเกมขึ้นหน้าต่างให้เลือกเซิฟเวอร์ได้ตั้งมากมาย แต่แทบทุกเซิฟเวอร์มีผู้เล่นเต็มไปหมดจนไม่สามารถเข้าไปเล่นได้ ผมพยายามเลือกเซิฟเวอร์ SEA อย่างสุดชีวิต เพราะอินเตอร์เน็ตของผมไม่สามารถไปเล่นในเซิฟเวอร์อื่นได้ จนในที่สุด ผมก็สามารถเข้าไปเล่นในตัวเกมได้ซักที
"นี่คือโลกแห่งอูราเซีย โลกที่เต็มไปด้วยเวทย์มนต์และสัตว์วิเศษ ที่กำลังถูกจอมมารผู้ชั่วร้ายหมายจะครอบครองดินแดนแห่งนี้ ท่านผู้กล้ามีนามเช่นไรกัน" เสียงผู้หญิงอันหวานซึ้งชวนหลงไหลได้ดังขึ้น พร้อมหน้าต่างให้กรอกชื่อตัวละครที่ผมจะสร้าง ผมมีชื่อหนึ่งอยู่ในในมานานจึงไม่รอช้าที่จะกรอกชื่อและนามสกุลของตัวละครลงไป
"รับรองว่าชื่อนี้ไม่มีใครเหมือนแน่" ผมกระหยิ่มยิ้มย่องในการตั้งชื่อของตน แต่ทว่า...

"ขออภัยค่ะ ชื่อนี้มีคนใช้ซ้ำไปแล้วค่ะ"

"นี่มันยังมีคนคิดชื่อเห่ยเหมือนตูอีกเหรอวะเนี่ย!!! สมหมาย ชายทุ่ง มีคนใช้ซ้ำไปแล้วเนี่ยนะ" ผมตะโกนออกมาด้วยความหัวเสียที่อุตส่าห์คิดชื่อที่ไม่น่าจะมีใครกล้าใช้ แต่ดันมีคนมาใช้ตัดหน้าไปซะก่อน ผมที่ไม่ได้เตรียมชื่ออื่นจึงลองสุ่มชื่อใหม่จากระบบสุ่มชื่อตามความสนใจ ผมจึงกรอกลงไป ทั้งนักร้องในวงเกิร์ลกรุ๊ปที่ชอบฟัง ตัวละครเอกในการ์ตูนญี่ปุ่นที่ชอบ และอย่างอื่นอีกมาก แล้วระบบก็สุ่มชื่อว่า...

"มิยาวากิ มัสแตง สตราโตคอฟสกี้ที่ 48"

ผมได้แต่นั่งกุมขมับกับระบบที่สุ่มชื่อออกมาให้ผม ผมนึกว่าจะมีการอนาแกรมชื่อให้ดูเป็นผู้เป็นคนกว่านี้ ระบบดันยัดชื่อกับนามสกุลมาทั้งดุ้น แล้วไอ้สตราโตคอฟสกี้ที่ 48 มันมาจากไหนอีก ผมพยายามจะสุ่มชื่อใหม่ แต่แล้วก็มีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา

"นามนี้เป็นนามที่ดียิ่ง เทพธิดาโอฟิเลียจึงได้ประทานพรให้ท่านด้วยการมอบกล่องสุ่มอาวุธระดับ SSR จำนวน 1 กล่อง
เงื่อนไข : หากท่านทำการสุ่มชื่อใหม่หรืออกไปสร้างตัวละครใหม่ จะไมมีการมอบไอเทมดังกล่าวอีก"

"เอายังไงดีวะตู ของก็อยากได้ แต่ชื่อนี่ไม่ไหวเลยว่ะ" ผมบ่นรำพึงพลางครุ่นคิดไปด้วย ในขณะนั้นผมก็สังเกตข้อความที่เพิ่มเติมตัวเล็กๆในบรรทัดล่างสุด
"เวลาในการตัดสินใจจะหมดลงใน 5...4....3...2..."
ผมกดยืนยันเลือกชื่อนี้แบบไม่ลังเล

741 Nameless Fanboi Posted ID:9XPk.MqfoY

>>740 ชื่อมึงยาวไปไหนวะ

742 Nameless Fanboi Posted ID:4t4hrFBYC9

>>740 ต่อเลยโม่งกูชอบนิยายเกมแนวนี้

743 Nameless Fanboi Posted ID:i/OSXp0UKq

ความรู้สึกโหยหาที่พยายามกดไว้เกือบสามสิบปีปะทุขึ้นระหว่างดูข่าวต่างประเทศในเช้าวันหนึ่ง น้ำตาพริมารื้นอย่างไร้เหตุผล สามีรีบเปลี่ยนช่อง ทว่าไม่ทัน เธอซบลงสะอึกสะอื้นหลั่งน้ำตาไร้สุ้มเสียง คำปลอบโยนไม่ช่วยคลายความคิดถึง เธอนอนไม่หลับทั้งคืน รุ่งเช้าเธอบอกเขาว่าอยากไปเตหะราน
ธิติไม่พูดอะไร เพียงยิ้มเศร้า เธอเองก็หมองหม่น อดีตไม่จางไปพร้อมเวลา เธอสัญญาว่าจะรักษาตัว และรีบกลับมาทันทีที่เสร็จธุระ

ไม่มีกระทั่งเบอร์ติดต่อคนรู้จัก ในสมุดบันทึกที่เก็บไว้อย่างดีมีเพียงที่อยู่ เธอเตรียมตัวเดินทางหลายอาทิตย์ ธิติถามไถ่ตลอดเวลาว่าต้องการให้ไปเป็นเพื่อนไหม เธอปฏิเสธด้วยความเกรงใจ

อกพริมาเต้นแรงเมื่อเข้าน่านฟ้าต่างแดน ความสุขเศร้าหนหลังหวนสู่ปัจจุบัน เธอรู้ดีว่าไม่ควรมา ทุกคนอาจลืมเธอไปแล้ว

แต่เธอไม่ลืม

สภาพบ้านเมืองแตกต่างจากในความทรงจำ แท็กซี่แล่นผ่านถนนที่เธอจำชื่อไม่ได้ แต่ไม่เคยลืมว่าเธอกับเขาเคยเดินเที่ยวกันอย่างมีความสุขขนาดไหน ร้านกาแฟบรรยากาศอึมครึมตรงหัวมุมไม่มีอยู่อีกแล้ว หายไปพร้อมกับเขา เปลี่ยนกลายเป็นบางสิ่งที่ไม่อาจย้อนคืน

อดีตไม่หมุนย้อน คนรักไม่คืนกลับ ความรักแหลกสลาย

“คุณต้องเชื่อมั่น พิมา เชื่อว่าเราจะมีวันที่ดีกว่านี้” อาลีย้ำกับเธอทุกครั้งที่เขาออกไปบนถนน แจกใบปลิวต่อต้านชาห์ สับสนกลางเปลวเพลิงและเสียงกรีดร้องก่นด่า เขาเชื่อมั่นในโมซาเดก เชื่อในระบอบใหม่ ขณะที่เธอไม่เชื่อในสิ่งใดเลย นอกจากตัวเขา

เธอเป็นผู้หญิงที่วิ่งตามความรัก ส่วนคนรักของเธอวิ่งตามอุดมการณ์เลือนราง

เขาไม่เคยหยุดรอ

พริมาส่ายหน้าสิ้นหวัง อยากรั้งเขาไว้

วันที่ดีจะมีความหมายอะไรถ้าคุณเป็นอะไรไป คำตัดพ้อติดอยู่ในลำคอ คำอ้อนวอนไม่เคยส่งไปถึง น้องสาวเขาบอกว่าเธอรักคนผิด อาลีไม่ใช่ผู้ชายที่จะมองเห็นความรักของใคร พริมาวิ่งตามเขา เพราะเขาเป็นคนเช่นนั้น ความขึ้งแค้นในดวงตาคมรีดึงดูดเธอ เมื่อสังหรณ์ว่าอาจไม่ได้เจอกันอีก ในท้ายชั่วโมงประวัติศาสตร์ตะวันออก เธอรวบรวมความกล้าเข้าหา เกราะของเขาแข็งแกร่ง แต่ใช่ไร้ช่องว่าง

อาลีเกลียดอเมริกาทั้งที่อยู่บนแผ่นดินอเมริกา เธออ่านทุกอย่างในแววตาเขาได้ และโดยไม่รู้ตัวก็ถูกเขาดึงความสนใจ เธอเป็นคนขอคบ เขาลังเล แต่ไม่ปฏิเสธ รักแบบวัยรุ่นคงจะไม่ร้อนแรงเท่าไหร่ เธอคิด ไม่คาดหวังรักยืนยาว ทว่าสุดท้ายกลับลงเอยที่เธอตามเขากลับมาอิ ห ร่ า น

ในช่วงที่บ้านเมืองตึงเครียดที่สุด ความรักของเธอเข้มข้นลึกซึ้ง ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้แม้แต่คำคัดค้านอย่างห่วงใยของพ่อแม่ ไม่ผิดถ้าเธอจะมีรัก ไม่เป็นอะไรถ้าจะลงหลักปักฐานอยู่ไหนที่ไม่ใช่ประเทศไทย

ขอแค่เธอมีความสุข

พริมามีความสุข

น่าเศร้าที่ความสุขนั้นไม่คงอยู่ตลอดไป

เธอเข้ากับครอบครัวของอาลีได้ดี แม่เขาเปิดใจยอมรับเธอเป็นสะใภ้อย่างไม่ขัดเขิน เธอหัดทำหลายอย่างเพื่อเตรียมพร้อมเป็นภรรยาเขา อาลีไม่ปฏิเสธความรัก และเขาตอบแทนเธอด้วยความอ่อนหวานเทียมกัน การแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นเรื่องยาก เธอพอใจเพียงพิธีตามธรรมเนียมเปอร์เซียเล็กๆ

ขณะที่ภายในบ้านสงบอบอุ่น ข้างนอกกลับวุ่นวายราวกับสงคราม อาลีใช้ชีวิตอยู่ระหว่างสองโลกนี้ ไม่นำสิ่งใดมากล้ำกลายกัน เหมือนว่าเขาจัดการทุกอย่างได้ไม่ติดขัด ทว่าพวกผู้หญิงในบ้านไม่คิดเช่นนั้น

744 Nameless Fanboi Posted ID:i/OSXp0UKq

>>743
พริมาไม่สามารถคิดถึงแค่ความสุขของตัวเอง เธอคิดถึงเขา สิ่งที่เขากำลังเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน บางวันเธอเห็นภาพหลอน ตำรวจซาวักวนเวียนอยู่แถวบ้าน พวกผู้ชายไว้หนวดเคราสวมแจ็คเก็ตหนังเดินผ่านไปมา อาลีบอกว่าเธอคิดมาก เธอต้องทำใจให้สบายเพื่อสุขภาพของลูกในท้อง เธอพยักหน้าเออออ ซึมซับสัมผัสมือเขาบนหน้าท้องโป่งนูน เลือดเนื้อของเธอและเขาจะลืมตาขึ้นมาในประเทศที่ดีกว่า

ทุกคนเป็นซาวัก

หูตาของชาห์มีอยู่ทุกที่ ไม่สามารถแยกออกจากคนทั่วไป อาจบางทีคนทั่วไปนั้นเองที่เป็นตำรวจลับของชาห์ อาลีไม่ไว้ใจใคร เขาเปิดรับเพื่อนบ้านน้อยลง หลังเสียงทุบประตูระรัวกลางดึกคืนหนึ่ง เขาพาเธอกับแม่ไปหลบอยู่กับญาติในกะรัจ พริมาทุ่มเถียง งานของเธอจะเป็นยังไง เธอจะทิ้งร้านกับน้องสาวเขาไปได้ยังไง

“ความปลอดภัยต้องมาก่อน จูนัม ขอร้อง”

เขาห่วงพวกเธอ แต่ไม่ห่วงตัวเอง ทิ้งเธอไว้ในบ้านทุ่งห่างไกลหูตาทางการ ส่วนตัวเองหันกลับสู่ดงกระสุน พริมาใช้เสียงกรีดร้องหยุดเขา น้ำตาของเธอไม่ทำให้เขาลังเล

“ฉันขอให้คุณหยุด ฉันรักคุณนะอาลี คุณได้ยินมั้ยว่าฉันรักคุณ แค่นี้เราก็มีความสุขดีอยู่แล้ว”

ฉันไม่ได้ตามคุณมาเพื่อให้คุณทิ้งไป

เขาเม้มริมฝีปากบางเฉียบ กอดเธอแนบแน่น พริมาทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้ วอนให้เขาทิ้งอนาคตของประเทศสิ้นหวังนี้ ขอร้องให้เขาทิ้งเพื่อน

เพื่อเธอกับลูก

“แต่ผมไม่มีความสุข!” เขาร้องใส่หน้าเธอ ผายมือออกไปยังโทรทัศน์ที่กำลังรายงานข่าวการจลาจล เส้นเลือดฝอยแผ่เต็มหน่วยตา พริมาตัวสั่น ถอยห่าง ไม่เคยเห็นเขาขึ้นเสียงแบบนี้มาก่อน “ประเทศนี้ไม่ใช่ของพวกตะวันตก พิมา มันเป็นของเรา มันควรจะเป็นของเรา”

“มันก็เป็นของเราไงคะ”

“แล้วทำไมพวกเราถึงมีชีวิตอยู่กันแค่นี้ ไม่ว่าจะทำงานหนักขนาดไหน ไม่ว่าพยายามเท่าไหร่ ประเทศนี้มีทรัพยากรมากมาย แต่มันกลับมาไม่ถึงเราเลย คุณบอกผมสิจูนัม ไม่ใช่เพราะพวกนั้นเหรอที่ขายประเทศ สูบเลือดสูบเนื้อจนอ้วนพี ขณะที่ประชาชนอดตายไม่เว้นแต่ละวัน!”

พริมาส่ายหน้า เธอจะอธิบายได้ยังไงในเมื่อเธอไม่ได้สนใจอะไรแบบนั้นเลย

ต่อให้อธิบายได้เขาก็คงไม่ฟัง

อาลีอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง

เธอเองก็อยากเห็น ถ้าเพียงแต่มันจะไม่ต้องแลกกับความสุขน้อยนิดในมือเธอ

745 Nameless Fanboi Posted ID:i/OSXp0UKq

>>744
เธอกลัวอยู่ทุกวันคืน กลัวทุกคราวที่เขาออกจากบ้าน กลัวทุกครั้งที่มีขบวนผ่านหน้าบ้าน เสียงก่นด่าขับไล่ชาห์ สลับขับไล่โมซาเดกกัดกร่อนประสาทเธอไม่เว้นแต่ละวัน

วันนี้ นำความตายสู่ชาห์! วันต่อมา นำความตายสู่โมซาเดก!

ใครจะตายก็ช่าง ใครจะปกครองประเทศก็ไม่สำคัญ

ขอแค่อาลีปลอดภัย เธอไม่ต้องการสิ่งยิ่งใหญ่อย่างประชาธิปไตย หรือระบอบใหม่เลย

เธอไม่ได้มองไปไกลเหมือนเขา

เขาออกจากบ้านหลังการทะเลาะรุนแรงคืนหนึ่ง เธอนั่งกอดเข่าสะอื้น ลางสังหรณ์บอกว่าพรุ่งนี้เขาอาจจะไม่กลับมา เธอเฝ้ารอด้วยความอกสั่นขวัญแขวน จะทำอย่างไรหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น รายการทีวีมีแต่เนื้อหาปลุกระดม สั่งสมความหวัง และคนรักของเธอคือหนึ่งในพลังนั้น

อาลีกำลังมุ่งไปสู่ความฝัน ขณะที่เธอสวดมนต์ต่อพระเจ้าทุกองค์ ขอให้เขาปลอดภัย ขอให้เขาได้เห็นโลกที่ใฝ่ฝันในเร็ววัน

และแล้วเขาก็กลับมา ทันเห็นหน้าลูกสาวอ้วนพีที่หน้าตาเหมือนย่า พริมาคิดว่าสถานการณ์กำลังดีขึ้น ระหว่างที่เธอเศร้าโศก กังวล และตื่นเต้นกับการเป็นแม่ ชาห์ลี้ภัย ราชวงศ์ปาห์ลาวีล้มโค่น อยาตอลลาห์ กลับจากฝรั่งเศส เปลี่ยนอิ ห ร่ า น สู่ระบอบใหม่

ทุกอย่างจบลงแล้ว เธอคิด กอดลูกสาวอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของสามี

แต่มันไม่ได้จบลง การเมืองเป็นเช่นนี้ หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่ง ศัตรูคือมิตร มิตรกลายเป็นศัตรู ขบวนการประชาชนที่เคยร่วมขับไล่ราชวงศ์ กลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลเคร่งศาสนาต้องกำจัด

อุดมการณ์แตกต่าง แต่จุดหมายเดียวกัน ตอนนี้เป้าหมายบรรลุแล้ว เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ให้เวลาหนีหรือหลบซ่อน อาลีถูกลากออกไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องอ้อนวอนของแม่และเธอ เสียงร้องไร้เหตุผลของทารกทำให้ใจเธอยิ่งแตกสลาย น้องสาวเขารุดมาหา จนคำพูด มีเพียงน้ำตา

ไม่ว่าซาวักหรือกองกำลังปฏิวัติ เมื่อถูกจับไปก็น้อยคนนักจะได้กลับมา

“ฉันมีคนรู้จักในเอวิน จะลองถามดูว่าอาลีอยู่ที่นั่นไหม” ทาร่าบอกเสียงเรียบ หญิงสาวเข้มแข็งเกินวัย พยายามเป็นหลักให้พวกเธอพึ่งพา

เขาอยู่ แต่เข้าเยี่ยมไม่ได้ แม่ของเขาอ้อนวอนเจ้าหน้าที่ ยอมทำทุกอย่าง จ่ายเท่าไหร่ก็ได้เพื่อประกันตัวลูกชาย แต่เงินไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ พริมานอนน้ำตาไหลทุกคืน นี่น่ะหรือประเทศที่อาลีอยากเห็น นี่น่ะหรือประเทศที่อาลีรัก ทุกอย่างพลิกกลับ ความสุขของเขาสั้นเหลือเกิน สั้นเกินกว่าของเธอนัก

ลูกสาวทำให้พอจะคลายความคิดถึงลงได้บ้าง เด็กน้อยเริ่มมีเค้าหน้าพ่อ พริมาเศร้าสร้อย เธอเห็นสามีซ้อนทับลูก วันคืนเคลื่อนผ่าน ไร้วี่แววเขากลับมา ไร้ความหวัง ข่าวเกี่ยวกับเอวินมีแต่ว่าวันนี้ถูกจับเข้าไปเพิ่มกี่คน กี่ชีวิตถูกปลิดประหาร

เมื่อตัดสินใจมอบใจแก่เขาไป พริมาไม่คิดเลยว่าจะต้องเสียไปมากกว่าหัวใจ เธอเสียทุกอย่าง อนาคตพังทลายในกองไฟแห่งการปฏิวัติ

746 Nameless Fanboi Posted ID:i/OSXp0UKq

>>745
เธอกับครอบครัวเขารอคอยด้วยความหวัง สองปีเชื่องช้า แต่รุนแรงเกินรับไหว เมื่อเจ้าหน้าที่นำข้าวของของเขามาส่งอย่างสั่วๆ พร้อมเรียกเก็บค่ากระสุน พริมาแทบล้มทั้งยืน แม่เขาตรอมใจ ก่อนฆ่าตัวตายวันที่สี่สิบหลังจากนั้น

ลูกสาวถูกทอดทิ้ง พริมาไร้จิตใจจะดูแล เธอไม่มีแรงแม้แต่จะใช้ชีวิต พ่อแม่ขอร้องให้กลับบ้านไปตั้งต้นใหม่ เตหะรานมีแต่ความเศร้าโศก เธอสะอื้นไห้ กอดทาร่าหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บร้าวเจียนตาย

ทาร่าบอกให้เธอกลับบ้าน เธอไม่เหลืออะไรที่นี่แล้ว

พริมายอมกลับ โดยทิ้งสิ่งหนึ่งไว้ให้เธอช่วยดูแล

มันอาจเป็นประเทศที่แตกต่างจากที่อาลีวาดฝัน แต่ก็เป็นประเทศที่เขามีส่วนร่วมปลุกปั้นมาเป็นรูปร่างนี้ เลือดเนื้อเขาซึมผืนดินรองรับรอยเท้าลูกสาว

‘โกลิ’ ดอกไม้งามของเธอกับอาลี

โกลิควรจะได้เติบโตในประเทศที่พ่อของเธอรัก อยู่กับเขาแทนเธอที่อ่อนแอเกินกว่าจะทนอยู่ได้

พริมาเดินเข้าซอยเล็กๆ ผ่านฉากทรงจำมากมาย กว่าจะถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ตาเธอก็แดงรื้นด้วยความคะนึงหา เธอซับหัวตาแล้วเคาะประตู เสียงความเคลื่อนไหวค่อยๆ ดังขึ้นจากหลังรั้ว หัวใจเต้นโครม ฝ่ามือเย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง

เมื่อประตูเปิดออกโดยเด็กผู้หญิงวัยประมาณสี่ขวบ พริมาก็แทบทรุดลงร้องไห้ เด็กหญิงตื่นตะลึง ตะโกนเรียกแม่แล้ววิ่งกลับเข้าบ้าน หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นตามลูกสาวออกมา ไถ่ถามเธอด้วยภาษาฟาร์ซี แต่พอเห็นว่าพริมาไม่น่าจะฟังออกก็เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปลกแปร่ง

“เกิดอะไรขึ้นคะ มีอะไรให้ช่วยไหม” เธอถามด้วยความเป็นห่วง มองหาร่องรอยบาดเจ็บ

พริมามองหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา คิ้วเข้ม ริมฝีปากบางอย่างผู้เป็นพ่อ

“คานูมคะ” หญิงสาวยังร้อนใจ

“โกลิ” พริมากระซิบเรียก

เธอยิ้มพยักหน้าน้อยๆ สงสัยว่าอาจเป็นเพื่อนมารดา “มาหาแม่เหรอคะ เข้ามานั่งรอในบ้านก่อนดีกว่าค่ะ อีกเดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้ว”

โกลิช่วยพยุงเธอขึ้น มือหนึ่งประคองอย่างระมัดระวัง มือหนึ่งทำท่าไล่ลูกสาวตัวน้อยเข้าบ้าน ดวงตาพริมาพร่ามัว เหมือนว่าดอกไม้ของเธอกับอาลีจะเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง

ต่อให้ลืมเธอก็ไม่เป็นไร

ขอแค่มีความสุข