Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 355 posts

326 Nameless Fanboi Posted ID:PWc39czk/A

นังขี้ข้ากับเจ้าชายทั้ง 7

ข้าตื่นก่อนฟ้าสาง...ตื่นก่อนเวลาที่หมู่มวลนกน้อยและแม่ไก่ตัวอ้วนจะส่งเสียงร้องปลุกให้เหล่าคนงามตื่นจากนิทรา หน้าที่ของข้าคือต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะรับมือกับสงคราม "ของจริง"
.
...
"ใครก็ได้ ช่วยข้าหวีผมที!!" เสียงตะโกนโหวกเหวกจากยอดหอคอยทำให้ข้าต้องรีบปิดเตาอบขนมปังแล้ววิ่งไปตามต้นเสียง

ครั้งที่สามแล้วนะที่สัปดาห์นี้ราพันเซลหวีผมตัวเองไม่ได้ ข้าบอกให้เขาตัดผมไปไม่รู้จักกี่ครั้ง เขาก็ยังดื้อด้าน ไม่รู้จะเก็บผมไว้ให้ใครมาปีนขึ้นไปบนหอคอยหรือไง

ถ้าจะมีปัญญาไว้ผมยาว ก็ต้องมีปัญญาหวีเองด้วยสิ(วะ)

หวีผมสีทองยาวสลวยของเจ้าชายเสร็จ ข้าก็ได้ยินเสียงตึงตังปึงปังจากห้องสมุดด้านบน เจ้าชายอสูรอาละวาดอีกแล้วเรอะ!? ใครเอากระจกไปให้เขาส่องกันไม่ทราบ ก็รู้อยู่ว่าเขารับสภาพขนนุ่มฟูของตัวเองไม่ได้ ยังจะไปยั่วยุให้เขาโกรธอีก

เพล้ง

กระจกเจ้าปัญหาโดนทุบแตกไปเรียบร้อย ก็ดี อย่างน้อยเขาจะได้เลิกโวยวาย ไว้ข้าค่อยไปกวาดเศษกระจกทีเดียวก็ได้ ตอนนี้ข้าต้องรีบไปปลุกเจ้าชายนิทราเสียก่อน เหลือเขาคนเดียวในปราสาทนี้ที่ยังไม่ตื่น ปลุกก็ยาก ไม่รู้จะนอนกินปราสาทกินหอคอยหรือไง

หลังจากลากเจ้าชายนิทราออกจากเตียงได้ ข้าก็รีบวิ่งกลับไปที่ห้องครัว ทิ้งมานานขนาดนี้ขนมปังไหม้หมดไปแล้วมั้ง แต่พอเข้าครัวไปก็ได้กลิ่นขนมปังหอมฉุย ซินเดอร์จัดการเอาขนมปังออกจากเตาอบเรียบร้อย

ถึงจะขัดใจหน่อยที่เขาเป็นเจ้าชายแต่ดันชอบทำตัวเหมือนคนใช้ อย่างน้อยเขาก็เป็นคนเดียวที่ช่วยข้าทำงานบ้านล่ะนะ ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ

"สโนว์กินแอปเปิ้ลติดคออีกแล้ว" เด็กหนุ่มถอดถอนใจพร้อมกับข้าที่กระตุกคิ้วเข้าหากัน "แต่ไม่เป็นไร ข้าช่วยปฐมพยาบาลให้แล้ว ท่านนางฟ้าแม่ทูนหัว"

เฮ้อ บอกตั้งกี่รอบแล้วว่าข้าไม่ใช่นางฟ้าแม่ทูนหัว แล้วก็ไม่ใช่แม่มดด้วย...ข้าเป็นคนรับใช้ต่างหากเล่า

327 Nameless Fanboi Posted ID:gW2.AIGz6g

>>326 yaoi รึ?

328 Nameless Fanboi Posted ID:PWc39czk/A

>>327 ตอนเขียนไม่ได้คิดอ่ะ 555

329 Nameless Fanboi Posted ID:f4FnYK/X91

ระหว่างที่เดินเตร่ไปมาอยู่ที่หน้าอาคารขนาดใหญ่ซึ่งมีรูปปั้นเทพเจ้าโบราณท่าทางดุดันน่าเกรงขามประดับอยู่ที่หน้าทางเข้าของตัวอาคาร
ผมคิดและตัดสินใจเก็บสตุ้งสตางค์มาเนิ่นนานแล้วว่าจะต้องมาที่แห่งนี้ให้ได้ ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ต้องมา เพราะถ้าไม่มาผมก็ไม่ใช่ลูกผู้ชาย

ไอ้แป๊ะลูกตาป๋วย บ้านอยู่ห้วยขวาง นัดให้ผมมาเจอกับมันที่นี่เวลาหนึ่งทุ่มตรง นี่ก็ใกล้ถึงเวลานัดแล้วยังไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของลูกตาป๋วย
ไอ้แป๊ะบอกว่าวันนี้มันจะสอนให้ผมเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ผมก็อยากจะรู้หนักหนาว่าที่มันจะสอนผมนั้นตัวมันเก่งแค่ไหน

คิดสะระตะไม่นาน ก็เห็นท่าทางของคนที่คุ้นเคยซึ่งวิ่งไล่ดีดหำกันมาตั้งแต่ตัวเท่าลูกกรอก เดินอาดอาดด้วยท่าทางยียวน ราวกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยโดนส้นตีนประทับที่ใบหน้ามาก่อน ชายในร่างผอมสูงราวกับเสาไฟฟ้า กับท่าเดินที่เหมือนมีแม่เหล็กคอยดึงดูดส้นตีนไว้กับตัวตลอดเวลา ตรงดิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

"เฮ้ย ไอ้ดุ๋ง วันนี้มึงแต่งตัวโก้นี่หว่า"
ใช่แล้วครับ ชายผู้มีพลังดึงดูดส้นตีนติดตัวมาแต่กำเนิดผู้นี้คือเพื่อนรักของผม นามว่าไอ้แป๊ะ ลูกตาป๋วยแห่งห้วยขวางนั่นเอง
"ครั้งแรกมันก็ต้องขอหล่อๆหน่อยซีวะ นี่มึงมาช้าจริง ถ้าช้ากว่านี้กูลุยคนเดียวแล้วโว้ย"

"ก็กูเห็นว่าวันนี้วันสำคัญของชีวิตมึง กูก็ไปหาอะไรติดไม้ติดมือมาเป็นของขวัญมึงหน่อยซีวะ"

"ของขวัญห่าอะไรมึง โตจนหมาเลียดากไม่ถึงยังทำตัวเป็นเด็กไปได้"
ผมตอบพร้อมกับส่ายหัว
ไอ้แป๊ะยิ้มแล้วล้วงกระเป๋าสะพายข้างประจำตัวพร้อมกับหยิบเอาพวงมาลัยมะลิเหี่ยวๆเหมือนกระจู๋หมาแก่หมดแรงออกมาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่มองไกลๆนึกว่าฟันทองคำ แต่พอลองพินิจพิจารณาดูใกล้ๆกลับเป็นฝักข้าวโพดสีเหลืองอ๋อย เรียงกันเข้าคู่ราวกับเล็บตีนหมาอย่างไงอย่างงั้น

"มาเถอะว่ะ ประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตมึงนา ขอกูคล้องพวงมาลัยฉลองให้มึงซักทีเถอว่ะไอ้เกลอ"
"มึงหยุดเสียทีเดียวเลยไอ้ฉิบหาย เอาไปคล้องหัวหมาที่บ้านมึงนู้น"

นอนก่อนเดี๋ยวกูมาแต่งต่อไม่ไหวละ นอนไม่หลับเลยลุกมานั่งเขียนเหี้ยไรเพ้อๆ จะได้ตาลายๆง่วงนอนเหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเขาได้เสียที

330 Nameless Fanboi Posted ID:q7Qrgo69EC

>>329 อ้าวสัสหายเลยไม่มาแต่งต่อแล้วหรอวะ กูชอบสไตล์การเขียนมึงนะ เป็นไสตล์เขียนแบบนักเขียนรุ่นก่อน งานเขียนมึงคล้าย3คนนี้เลยว่ะ
สุจิต วงศ์เทศ ชาติ กอบจิตติ รง วงสวรรค์ ซึ่งกูว่ามึงน่าจะชอบอ่านงานไสตล์นี้เพราะคงได้อิทธิพลและกลิ่นอายสำบัดสำนวนความกวนตีนชิบหายแบบนี้มาจาก 3 นักเขียนตำนานนํ้าหมึกไทยแน่ๆ ซึ่งก็ดีนะ หลังๆมานักเขียนรุ่นใหม่แทบไม่มีใครเขียนสไตล์นี้แล้ว ยิ่งพวกคำที่มันดูไทยๆแบบไอ้ที่มึงเขียนว่า "หยุดเสียทีเดียวเลยไอ้ฉิบหาย" กูอ่านแล้วขำชิบหาย 5555555 ขำเพราะคำมันฟังแล้วดูจั๊กกะจี้กวนตีนๆดี กลับมาเขียนต่อสิวะ ไม่ได้อ่านสไตล์นี้นานแล้ว

331 Nameless Fanboi Posted ID:yPY/q9qwZy

>>329 เอ้า มึง กูรอเข้าไปดูวังเทพเจ้ากับมึงอยู่ กลับมาเขียนต่อเลย อย่ามัวแต่ไล่ดีดหำไอ้แป๊ะสิ

332 Nameless Fanboi Posted ID:AC5xr/Dg4V

กุไม่ได้ยินคำว่า 'แต่งตัวโก้' มานานมากๆ

333 Nameless Fanboi Posted ID:LLsAn/2gKW

กูอ่านแล้วนึกถึงสามเกลอ

334 Nameless Fanboi Posted ID:pK1Nt46u2k

นั่งอ่านย้อนไปตั้งแต่ต้นถึงนี่ หลายๆเรื่องสนุกดีนะ อยากอ่านต่อเลย

335 Nameless Fanboi Posted ID:pYVVcxk.X2

ปลุกชีพไอ้โอมที

336 Nameless Fanboi Posted ID:oYcdsX/bck

>>335 อยากปลุกอยู่ แต่ต้องกำหนดว่าจะตัดส่วนไหนออกจาก canon ไม่งั้นมันจะมั่วๆ ต้องทำเป็นความเดิมตอนที่แล้ว จะได้ต่อได้สะดวกๆ

337 Nameless Fanboi Posted ID:jG/L/sj27K

มันนอนหมอบคอยเฝ้าหน้าถ้ำอันมืดมิดมาเนิ่นนาน...นานเสียจนตัวมันจดจำมิได้ว่าตั้งแต่เมื่อไร แม้แต่สีหน้าของเทพบรรพกาลผู้สั่งให้มันอยู่ที่นี่ก็ยังลืมเลือน จดจำได้เพียงชายผ้าสีขาวพลิ้วไหวตามกระแสลม งดงามเสียจนมันเอ่ยร้องขอผ้าแพรเป็นรางวัล เทพผู้นั้นปลดแพรขาวเพื่อห่มคลุมร่างของมันก่อนจะจากไป

ลมเปลี่ยนทิศ จันทร์ลาลับ ตะวันเลยผ่าน จากท้องทะเลกลายเป็นท้องนา...ร่างมันขยายขึ้นทุกปี จนตอนนี้ผ้าแพรผืนนั้นจะโอบพันรอบลำคอก็ยังไม่รอบ มิหนำซ้ำยังมอมแมมจนหมดสภาพ ยังพอมีแค่กลิ่นไอเทพจางๆ ให้พอรู้ว่ายังเป็นผ้าผืนเดิม มันอยากจะขอผ้าผืนใหม่ที่ห่มคลุมกายได้ แต่เทพบรรพกาลผู้นั้นไม่เคยหวนกลับมาสักครั้ง

มันยังคงเฝ้าคอยอยู่เช่นเคย ยามกระหายก็ดื่มกินหยาดน้ำค้าง ยามโหยหิวก็แทะเล็มยอดหญ้าที่หน้าถ้ำ ไม่มีผู้ใดให้พบเจอ ไม่มีผู้ใดให้พูดคุย ไม่ว่าจะมนุษย์ ภูติ เทพ เซียน ปีศาจ หรือแม้แต่สัตว์สักตัว...ทั่วหมื่นลี้นี้มีเพียงมันผู้เดียว

338 Nameless Fanboi Posted ID:I6g5gDW.tZ

>>589

339 Nameless Fanboi Posted ID:EfVYN5fW8t

ออดไฟฟ้าลากเสียงยาวปลุกให้ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้น เขากระพริบตาไล่ความงัวเงียออกจากสมอง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสกล่องสี่เหลี่ยมที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เจ้ากล่องนั้นพลันสว่างวาบ แสดงตัวเลขออกมาว่าตอนนั้นเป็นเวลาสองนาฬิกาเศษแล้ว

เสียงออดยังไม่หยุดดัง เรื่องนั้นทำให้ชายหนุ่มเกิดฉุนขึ้นมาเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปที่หัวเตียง แตะปุ่มสัญญาณเรียกไมโครโฟน ก่อนที่จะส่งเสียงบอกแขกยามวิกาลผู้นั้นว่า "นี่เธอรู้เวลาบ้างไหมเนี่ย"

340 Nameless Fanboi Posted ID:EfVYN5fW8t

ออดไฟฟ้าลากเสียงยาวปลุกให้ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้น เขากระพริบตาไล่ความงัวเงียออกจากสมอง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสกล่องสี่เหลี่ยมที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เจ้ากล่องนั้นพลันสว่างวาบ แสดงตัวเลขออกมาว่าตอนนั้นเป็นเวลาสองนาฬิกาเศษแล้ว

เสียงออดยังไม่หยุดดัง เรื่องนั้นทำให้ชายหนุ่มเกิดฉุนขึ้นมาเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปที่หัวเตียง แตะปุ่มสัญญาณเรียกไมโครโฟน ก่อนที่จะส่งเสียงบอกแขกยามวิกาลผู้นั้นว่า "นี่เธอรู้เวลาบ้างไหมเนี่ย"

เสียงออดเงียบไป ก่อนที่จะเป็นเสียงใสของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาแทนว่า "ก็ฉันนอนไม่หลับนี่"

ชายหนุ่มส่งเสียงคราง แต่ก็ยอมเลื่อนมือไปกดปุ่มปลดล็อกประตูหน้า เขาเอื้อมมือไปกดเปิดโคมไฟก่อนยันกายขึ้นจากเตียง เปลี่ยนเป็นกึ่งนอนกึ่งนั่งโดยซ้อนหมอนไว้กับหัวเตียงเป็นที่พักหลัง รออยู่ชั่วอึดใจหนึ่งก่อนที่ประตูห้องนอนจะถูกผลักเปิดเข้ามา

ผู้มาเยือนเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนอนกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน เธอส่งยิ้มละไมมาให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องพร้อมพูดว่า "คืนนี้ขอนอนด้วยคนนะ"

ชายหนุ่มเหลือบตามองหมอนใบโตที่หญิงสาวกอดไว้แนบอกก่อนแค่นเสียง "นี่คือไม่เตรียมใจมารับคำปฏิเสธเลยเหรอ"

หญิงสาวหัวเราะ สาวเท้าตรงมาวางหมอนไว้บนเตียง ก่อนที่จะถือวิสาสะเคลื่อนตัวขึ้นไปแนบชิดกับชายหนุ่ม "ฉันพยายามข่มตานอนแล้วจริง ๆ นะ" เธอทำเสียงกระเง้ากระงอดแก้ตัว "น่านะ แค่คืนเดียวเอง รับรองว่าไม่ได้คิดจะรบกวนนายไปตลอดหรอก"

ชายหนุ่มถอนหายใจ แต่ก็ไม่คิดโต้เถียงอีก เขาขยับร่างกลับลงไปอยู่ในท่านอน เหลือบตาไปสำรวจหญิงสาวข้างกายให้แน่ใจว่าเธอเองก็อยู่ใต้ผ้าห่มแล้วจึงค่อยเอื้อมมือไปดับไฟ ห้องนอนพลันกลับมาอยู่ในความมืดอีกครั้ง

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ทันพลิกตัวตะแคง มือของเขาก็ถูกมือน้อยสอดเข้ามาเกาะกุมไว้ ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะชักมือออก แล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบว่า "นอนเฉยๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะไล่เธอให้ไปนอนที่โซฟา"

หญิงสาวหัวเราะคิกคัก เอ่ยตอบกลับมาท่ามกลางความมืดว่า "นายไม่ทำหรอก"

"เธออย่ากวนโมโหฉันสิ" น้ำเสียงของชายหนุ่มเริ่มเจือโทสะบ้างแล้ว "พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นเช้า เข้าใจไหม คืนนี้ฉันยังพาเธอออกไปเที่ยวเล่นไม่สมใจอีกเหรอ ขอให้ฉันได้นอนสักสี่ห้าชั่วโมงก็ยังดี"

"ก็ได้" หญิงสาวตอบกลับมา ก่อนที่จะค่อยลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ "แต่ฉันมีบางอย่างที่อยากจะบอกให้นายรู้"

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่พลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้อีกฝ่าย เมื่อทราบดังนั้นหญิงสาวก็แค่นเสียง พลิกตัวตามจนหน้าอกของเธอแนบชิดเข้ากับแผ่นหลังของเขา

ชายหนุ่มสะดุ้งตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสนั้นในขณะที่หญิงสาวได้แต่หัวเราะคิก "ก็นี่แหละที่จะบอก" เธอคว้าเอาข้อมือของเขามาวางไว้บนช่วงเอวของเธอ ก่อนที่จะขืนขยับมือนั้นไล่ลงไปตามส่วนเว้านั้นอย่างช้าๆ "ข้างล่างนี่ก็ไม่ได้ใส่อะไรไว้เหมือนกัน"

โคมไฟพลันสว่างวาบขึ้นมาทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหันกลับมาหาหญิงสาวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์จนเกินระงับ "ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ไม่งั้นก็ไปนอนที่โซฟา"

ไม่ได้มีเค้าของความกลัวอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอยังยกมุมปากขึ้นยิ้ม เอ่ยยั่วเย้าว่า "ใส่ให้หน่อยสิ จะเป็นเสื้อผ้าหรืออะไรก็ได้"

341 Nameless Fanboi Posted ID:5ERsvkOQBB

มาลงชื่อว่าอยากอ่านไอ้โอมต่อ

342 Nameless Fanboi Posted ID:ouksocCsQP

นิยายพีค ๆ เรื่องนี้ก็มีอยู่จริงวะ https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1897710&chapter=1 คนเขียนแม่งสกิลบ้าขั้นเข้า รพ

343 Nameless Fanboi Posted ID:GBEFcVTAH1

>>342 เดี๋ยวนี้เค้านิยมนิยายสีเยอะ ๆ เหรอวะ เห็นแล้วอ่านไม่ไหวว่ะ ปวดตา

344 Nameless Fanboi Posted ID:sWNd3egjZu

>>343 คนเขียนมันบ้า

345 Nameless Fanboi Posted ID:C3/vum+yVj

มาลงชื่อรออ่านไอ้โอม

346 Nameless Fanboi Posted ID:kwgcxOGHKI

เรื่องไอ้โอม

ความเดิมตอนที่แล้ว (ตัดบางส่วนออกให้เรื่องไปต่อได้) : โอมกำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกา เขามารับลูกสาวของเพื่อนแม่จากผับไปส่งที่บ้าน แต่ระหว่างที่โอมกำลังขับรถกลับบ้านนั้น รถของเขาก็เกิดคว่ำแล้วโอมก็ถูกส่งไปยังต่างโลก อาณาจักรที่โอมถูกส่งไปนั้นชื่ออาณาจักรไบลี่ย์ เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้กล้าเพื่อปราบจอมมาร ณ ที่นั้น โอมได้เจอกับเจ้าหญิงสายซึนนามว่าทีราเลนเซีย ฟราดิก้า เอสเปอร์รัญญ่า โอมโวยวายและกวนตีนเจ้าหญิง ทำให้เขาถูกจับไปขังคุกใต้ดิน แต่ด้วยความช่วยเหลือของแม่หมอเมย์ลิน ทำให้โอมหลุดออกมาจากคุกใต้ดินได้ แต่ก็ยังกวนตีนเจ้าหญิงเหมือนเดิม

เรื่องกลายเป็นว่า ความจริงแล้วโอมไม่ใช่ผู้กล้าที่จะต้องไปปราบจอมมาร แต่โอมเป็นคนที่จะต้องยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเจ้าหญิงทีราเลนเซียเพื่อที่จะปั้มลูกออกมา 7 คน เพื่อไปปราบจอมมารตามคำทำนาย ในระหว่างที่ทุกคนกำลังอึ้งอยู่นั้น เจ้าชายเทราเลนเซ่ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าหญิงทีราเลนเซียก็ปรากฎตัวออกมาแล้วเริ่มเหยียดไอ้โอมว่าเป็นคนชั้นต่ำและเอามันไปขังคุก ในคุก โอมถูกอัศวินขาวนามว่าพัลพาทีนซึ่งหลงรักเจ้าหญิงอยู่บุกเข้ามาซ้อม แต่โชคยังดีที่เจ้าหญิงเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ด้วยความกวนตีนและหมั่นไส้พัลพาทีน ไอ้โอมก็เลยดูดปากเจ้าหญิงโชว์ไปทีนึงเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของแบบเดียวกับหมาเยี่ยวรดเสาไฟ

ในโลกปัจจุบัน เอมกำลังช็อกกับข่าวที่ว่าโอมรถคว่ำตาย แต่ในคืนนั้นเอง ก็มีคนแปลกหน้าบุกเข้ามา เรียกหาเอมว่าเป็นชิ้นส่วนแห่งประตู แล้วลักพาตัวเอมข้ามมิติไปหาจอมมาร

โอมถูกเจ้าหญิงจับขังไว้ในห้องเก็บไม้กวาด ระหว่างที่เขากำลังหัวเสียอยู่นั้น จอมมารก็พลันปรากฎตัวขึ้นในห้อง ความจริงแล้วจอมมารเป็นสาวสวยน่ารักอ่อนหวาน จอมมารมอบแหวนไข่มุกให้โอม โดยบอกว่าแหวนวงนี้มีความสามารถในการลอกเลียนเวทมนตร์ของคนอื่น ในวันรุ่งขึ้น โอมก็เข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าหญิง คราวนี้โอมระวังตัวอยู่ก่อนเลยจัดการเจ้าหญิงก่อนที่จะถูกเจ้าหญิงจัดการ โอมทำเหมือนจะเยสเจ้าหญิงแต่ก็ไม่เยส ทำให้เจ้าหญิงฉวยโอกาสหลบหนีออกจากห้องหอไปหาน้องชาย ในห้องของเจ้าชายทีราเลนเซ่ เจ้าชายกำลังสนทนากับเมย์ลินอยู่ถึงเรื่องสงครามกับออร์ค และบอกว่าจะรีบจัดกองทัพเรือไปปราบออร์ค

โอมมารู้ความจริงว่าเรื่องสงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจนั้นความจริงเป็นเรื่องแหกตาที่พวกเทพใช้พนันกันสนุกๆ สรุปก็คือ ฝ่ายปีศาจ (จอมมาร) ต้องการให้โอมชักชวนมนุษย์ให้ร่วมมือกันบุกสวรรค์ แต่พอพวกเทพรู้เข้าก็กลัวโดนกระทืบ ก็เลยส่งทูตสวรรค์ลงมาหาโอม บอกว่าจะบัฟพลังให้โอม+ส่งกองทัพสวรรค์มาช่วยปราบปีศาจ โอมบอกว่ากูไม่เอาอะไรทั้งนั้น กูจะกลับบ้าน แต่ทั้งจอมมารและจอมสวรรค์ก็ไม่ยอมให้โอมกลับบ้าน เพราะกลัวว่าคดีจะพลิก

จากนั้นโอมกับเจ้าหญิงก็กุ๊กกิ๊กๆ กัน ไอ้เจ้าชายก็เข้ามาเหยียดว่าโอมเป็นพวกชั้นต่ำอีก แล้วก็ท้าให้ไอ้โอมเข้าแข่งในงานประลองยุทธ์ที่กำลังจะมาถึง แต่ก่อนที่จะเริ่มงานประลอง ก็จะมีอีเวนท์ที่ราชาแห่งอาณาจักรไบลี่ย์เดินทางกลับมายังอาณาจักร โอมต้องฝึกหัดพิธีการต่างๆ เพื่อต้อนรับราชา โดยมีเมย์ลินเป็นครูสอน อ้อ ความจริงแล้วเมย์ลินก็เป็นเทพองค์หนึ่งที่จำแลงกายลงมา

เรื่องถึงตรงนี้ ขออนุญาตตัดไอ้โลกระเบิดกับส่งตัวนักเขียนข้ามมิติออกนะ เดี๋ยวค่ำๆ ถ้าอารมณ์มันได้จะมาเขียนต่อ

347 Nameless Fanboi Posted ID:hmMO5ZvkAV

>>346 มึงสรุปจนเรื่องดูมีพล็อตเลย รอมึงเจิม เดี๋ยวกูตามต่อ

348 Nameless Fanboi Posted ID:evW60WpPFF

>>347 โทษทีงานยุ่ง เดี๋ยว​มีอารมณ์​แล้วจะมาต่อนะ

349 Nameless Fanboi Posted ID:d/a+N/Hrpj

>>348 อื แต่ตอนเธอกลับมาเราก็คงไม่มีอารมณ์แล้วละ #ผู้ชายห่วยๆ

350 Nameless Fanboi Posted ID:IQr.oM59jh

ทีราเลนเซียหลับไปแล้ว ถึงแม้ว่าเจ้าหญิงผู้นั้นจะรู้สึกดีกับโอมมากขึ้น แต่เธอก็ยังไม่สนิทใจมากพอที่จะนอนร่วมเตียงกัน ร่างบางถูกม้วนอยู่อยู่ใต้ผ้านวมหนาหนัก หากโอมคิดจะขืนใจนาง ก็เกรงว่าคงต้องออกแรงไม่ใช่น้อยกว่าจะแกะเอาร่างในห่อผ้านั้นออกมาได้

แต่เรื่องล่วงเกินสตรีนั้นไม่ได้อยู่ในหัวของโอมแม้เพียงสักนิด แม้แสงไฟในห้องนอนจะถูกดับลงจนหมดแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่เข้านอน เขานั่งจิบน้ำชาอยู่บนขอบหน้าต่าง ปล่อยให้แสงจันทร์บนฟากฟ้าสาดส่องแสงลงมากระทบร่าง เผยให้เห็นใบหน้าอมทุกข์นั้นอย่างชัดเจน

ความทุกข์นั้นเห็นจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากความคิดถึงบ้าน แน่นอนว่าโอมไม่ใช่ลูกแหง่ และเตรียมพร้อมที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศมานานแล้ว แต่การไปอเมริกากับการถูกส่งมาต่างโลกนั้นเป็นคนละเรื่องกัน อยู่ที่นี่เขาใช่สามารถโทรศัพท์พูดคุยกับคนที่บ้านได้เสียเมื่อไหร่

ในขณะที่โอมกำลังนั่งทอดอาลัยอยู่นั้น ก็พลันเกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า พุ่งตรงลงมาหยุดเป็นลูกไฟสีทองตรงหน้าของชายหนุ่ม ก่อนที่ลูกไฟจะพลันแปรสภาพเป็นเทพบุตรรูปหล่อผู้หนึ่งที่มีปีกสีทองสี่ปีกอยู่บนหลัง "สายัณห์สวัสดิ์ขอรับ ท่านผู้กล้า" เทพบุตรพูด

โอมไม่ได้เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา เขาเพียงแต่กวาดตามองร่างที่ลอยอยู่กลางอาศัยนั้นครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบว่า "อ้อ นายเป็นเทพคนละตัวกับที่มาคราวก่อนสินะ"

เทพบุตรสะดุ้ง ก่อนที่จะหัวเราะแห้งๆ เอ่ยกลับมาว่า "เทพอย่างพวกเรามีลักษณะนามเป็นตนขอรับ ฟังท่านผู้กล้าเรียกเป็นตัว นึกว่าเรียกหมูเรียกหมา"

โอมยักไหล่ ถามกลับไปอย่างไม่อ้อมค้อมว่า "ท่านเจ้าสวรรค์มีข่าวอะไรถึงฉันงั้นเหรอ"

เทพบุตรไม่ชักช้า รีบกล่าวเข้าเรื่องว่า "ท่านเจ้าสวรรค์ทราบข่าวที่ท่านผู้กล้าจะต้องเข้าประลอง จึงได้มอบพลังให้กับท่านผู้กล้า รับรองว่าไม่มีใครหน้าไหนเอาชนะท่านได้แน่นอนขอรับ"

ไม่พูดเปล่า เทพบุตรผู้นั้นยังกางมือออก ปล่อยแสงสีทองวาบเข้าใส่หน้าของโอม ทันใดนั้น โอมก็รู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังวิ่งไปทั่วร่างกายจนอดไม่ได้ที่จะต้องเปลี่ยนมาอยู่ในท่ายืน ก้มลงสำรวจตัวเองให้ทั่วทั้งตัว

ลักษณะภายนอกนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เว้นแต่เพียงรอยสักรูปกงจักรที่หลังมือซ้ายเท่านั้น โอมจ้องมองรอยสักที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่นั้นอย่างสนใจ ก่อนที่จะทดลองใช้นิ้วมือแต่สัมผัสดู

เกิดแสงสว่างวาบขึ้นทันที ก่อนที่มันจะรวมตัวกันกลายเป็นจอภาพปรากฏขึ้นกลางอากาศ

หน้าต่างสถานะ
ชื่อ : โอม
อาชีพ : ผู้กล้า
ระดับ : 999/999
สกิล : (เจ้าแห่งศาสตรา - สามารถใช้อาวุธทุกชนิดได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนพ่อเคยสอนที่ฮาวาย) (กายาเหล็ก - ผิวหนังสามารถทนทานการโจมตีทุกชนิดได้) (ฝีเท้าอาชา - สามารถวิ่งได้เร็วและอึดทนเหมือนม้าดี) (ผู้มีเมตตา - เป็นที่รักของสัตว์ทั้งหลาย สามารถสั่งให้สัตว์ทำอะไรก็ได้) (ผู้รอบรู้พิษ - ไม่มีพิษชนิดไหนสามารถทำอันตรายได้) (ลำแสงแห่งเทพ - สามารถใช้พลังเยียวยารักษาผู้อื่นได้)

หลังจากอ่านข้อความทั้งหมดจบ โอมก็อ้าปากค้าง เงยหน้าขึ้นไปถามเทพบุตรที่ลอยตัวยิ้มแป้นอยู่ว่า "ของพวกนี้คงไม่ได้ให้ฉันฟรีๆ หรอกนะ"

เทพบุตรตอบว่า "ท่านเจ้าสวรรค์มีเมตตา มอบพลังนี้ให้กับท่านผู้กล้าโดยไม่มีข้อเรียกร้องใด เพียงแต่พลังพวกนี้จะอยู่ได้แค่สามสิบวันเท่านั้น หากท่านผู้กล้าอยากให้พลังนี้คงทนถาวร ก็ต้อง..."

โอมเอ่ยขัดขึ้นว่า "ก็ต้องเข้าร่วมกับพวกนาย ยอมต่อสู้ปราบจอมมารสินะ"

เทพบุตรยิ้มเป็นคำตอบ โอมเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจ กล่าวเสริมไปว่า "ก็ได้ งั้นฉันจะทดลองพลังพวกนี้ดูก่อน ถ้าหากมันดีจริง ฉันก็จะเอาข้อเสนอนั้นมาพิจารณาดูอีกที"

เทพบุตรฟังคำแล้วก็กล่าวลา เปลี่ยนรูปกลายเป็นแสงหายลับไป แต่ก่อนที่โอมจะทันได้ทำอะไรอื่น เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความมืดที่ปรากฏขึ้นด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็เห็นเป็นจอมมารที่ยืนส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่

351 Nameless Fanboi Posted ID:IQr.oM59jh

"เป็นไง นัวร์" โอมทักทายยิ้มๆ "มาได้จังหวะพอดีเลยนะ"

นัวร์ยิ้ม ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า "ความจริงข้ามานานแล้ว เพียงแต่เห็นท่านผู้กล้าสนทนากับเทพตนนั้นอยู่ จึงไม่อยากขัดจังหวะ"

โอมหัวเราะเบา ๆ เหลือบสายตาไปมองเจ้าหญิงบนเตียงว่ายังหลับดีอยู่ ก่อนที่จะพูดขึ้นต่อว่า "ก็แปลว่าเธอรู้แล้วใช่ไหม ของขวัญที่พวกเทพมันเสนอให้ฉันน่ะ"

นัวร์พยักหน้า "พวกโง่เขลานั่นทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้ว" จอมมารกล่าว "พลังที่พวกมันมอบให้ท่านผู้กล้ามีอำนาจมากพอที่จะทำลายสวรรค์ได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ"

โอมสั่นศีรษะน้อยๆ "ก็ไม่เชิงหรอกนะ พลังที่ได้มาใช้ได้แค่สามสิบวันเท่านั้นเอง ลำพังเวลาแค่นี้ไม่มากพอที่จะให้ฉันบุกขึ้นไปบนสวรรค์แล้วจัดการพวกมันหรอก"

นัวร์เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง เธอสะบัดมือครั้งหนึ่ง ปรากฏกระดาษปึกหนึ่งขึ้นมาจากอากาศธาตุ "ท่านผู้กล้าโปรดรับเอกสารพวกนี้ไป" จอมมารกล่าว "ขอแค่ทำตามขั้นตอนใน readme.txt รับรองว่าพลังพวกนั้นจะสามารถใช้ได้อย่างถาวรแน่นอน"

352 Nameless Fanboi Posted ID:kF.GBWtb2R

อะไรคือ readme.txt วะ เหมือนไฟล์ที่แถมมากับโปรมเถื่อนหรอ 55555

353 Nameless Fanboi Posted ID:CijNhSjSzk

ต่อๆ อยากอ่านต่อ555

354 Nameless Fanboi Posted ID:gkvMbueBVp

ณ ปราสาทแห่งหนึ่งใต้พื้นโลก ที่ๆแสงของพระเจ้าไม่อาจส่องถึง

เอมิกาลืมตาขึ้นมาอยู่ในห้องมืด ตอนนี้เธอสะอาดเอี่ยมอยู่ในชุดจีบระบายหยั่งกับตุ๊กตา ตัวฟุ้งไปด้วยกลิ่นดอกไม้ที่ช่วยผ่อนคลายเหมือนกลิ่นกำยานรอบๆตัวเธอ

เอาจริงๆห้องนี้ก็ไม่ได้มืดนัก ออกจะสลัวๆเพราะแสงเทียนที่อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ ร่างอ่อนช้อยของคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ กำลังจรดปากกาขนนกลงบนม้วนกระดาษมากมาย เธองดงามราวภาพวาด

เอมิกาลุกขึ้นนั่งบนเตียง พยามมองรำรวจไปทั่วห้อง การเคลื่อนไหวเพียงนิดหน่อยไม่รอดพ้นจากสัมผัสของอีกคนที่อยู่ในห้อง

“ตื่นแล้วรึ” จอมมารกล่าว ในขณะที่เอมิกาสดุ้งสุดตัว
“ที่นี่ที่ไหน” เธอสับสนมึนงงใหนจะเรื่องฝันบ้าๆนั้นอีก
“ปราสาทสีดำแห่งมหานรกอันมืดมิด” จอมมารตอเสียงเรียบ สายตายังไม่ละจากกองกระดาษตรงหน้า คำตอบของจอมมารไม่ช่วยอะไรเอมิกาเลยสักนิด เธอจึงถามต่อ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน ชิ้นส่วนของประตูหมายถึงอะไร”

“...” สิ่งตอบกลับมาคือความเงียบ เธอถามจอมมารอีกสองสามคำถาม แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา เธอจึงหยุดถาม ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

นี่มันความซวยแบบไหนของเธอกัน เอมิกาคิดว่าจะไม่มีอะไรเศร้ากว่าการที่โอมต้องจากเธอไปอเมริกา แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุกับเขาหลังจากมาส่งเธอที่บ้าน แล้วก็มีชายบ้าๆพาเธอมาที่ไหนก็ไม่รู้
น้ำตาเม็ดใสหยดเผาะลงบนเตียง เธอคิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงโอม เธอเริ่มสะอื้น หมดมาดหญิงแก่นแก้ว

เป็นครั้งแรกที่มือของจอมมารหยุด สายตาคมเหลือบมองเอมิกา
“น้ำตาไม่ช่วยแก้ไขอะไรหรอกนะ” จอมมารวางปากกา และหันตัวเข้าหาเอมิกา กล่าวเสียงนุ่มนวล “มานี่สิ เด็กน้อยผู้ซื่อสัตย์ของข้า”

เอมิกาทำตามคำสั่งของจอมมาร คลานลงจากเตียงแหวกผ่านผ้าคลุมหลายชั้น เธอซุกเข้าไปในอ้อมแขนของจอมมาร เธอไม่รู้สึกต่อต้านจอมมารเลยซักนิด
“เศร้าไปใย เอมิกาไม่ใช่ตัวตนจริงๆของเจ้าเสียหน่อย” มือจอมมารลูบปลอบแผ่วเบา “ตัวตนของเจ้าคือข้ารับใช้แสนซื่อสัตย์ ของจอมมารผู้ชั่วช้าต่างหาก”
อ้อมกอดจอมมารให้ความรู้สึกเหมือนพี่สาวใจดี แต่เอมไม่มีพี่สาว เธอเป็นลูกคนเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวจอมมารทำให้เธอผ่อนคลายลงมากจนง่วนหลับไปทั้งอย่างนั้น
สายตาจอมมารที่มีเอมิกาอยู่ในอ้อมกอด จ้องมองไปยังเปลวเทียนอย่างว่างปล่าว นัยน์ตานั้นปราศจากแสงสว่าง

“อีกไม่นานหรอกนะ เอโรเม่”

สวัสดีกูโม่งมือใหม่ มาหัดสกิลการเขียนกากๆ

355 Nameless Fanboi Posted ID:3/CTJfGNRy

แสงอาทิตย์ส่องลอดบานหน้าต่างเข้ามาปลุกให้เจ้าหญิงในห่อผ้าตื่นขึ้น ทีราเลนเซียกระพริบตาถี่ๆ ก่อนที่จะก้มลงสำรวจร่างกายของตนเองว่าไม่มีส่วนไหนบุบสลาย เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังอยู่ดีอย่างที่ควรจะเป็น เธอก็ค่อยหันหน้าไปสำรวจชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่ข้างกาย

เจ้าหญิงอดอมยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าพระสวามีจำเป็นของเธอกำลังนอนอ้าปากอยู่ เห็นดังนั้นทีราเลนเซียก็นึกสนุก แกะตัวเองออกจากผ้าห่ม ถอนผมสีทองยาวสลวยของตนออกมาเส้นหนึ่งหมายใช้แหย่ลงไปในลำคอของอีกฝ่าย

แต่ก่อนที่โฉมงามจะได้กระทำดั่งใจหมาย คนที่นอนอ้าปากค้างอยู่ก็พลันลืมตาตื่นขึ้น เห็นเป็นภาพของเจ้าหญิงที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างกาย ร่างท่อนบนชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ โอมหัวเราะเบาๆ กล่าวยั่วไปว่า "ยอดรักคิดจะมาขโมยจูบข้าหรือ"

"เจ้าจะบ้ารึไง" ทีราเลนเซียร้องแหวออกมาทันที "คนอะไร... จิตใจสกปรกนัก"

โอมหัวเราะ ก่อนที่จะขมวดคิ้วกลืนน้ำลาย บ่นพึมพำว่าระคายคอ ได้ยินดังนั้นเจ้าหญิงคนงามก็เหยียดยิ้ม เอ่ยปากตอบโต้ไปว่า "นั่นเป็นเพราะเจ้านอนอ้าปากอย่างไรเล่า ฮึ ข้าอุตส่าห์หวังดีจะช่วยปิดปากให้ กลับต้องมาถูกคนชั่วช้าอย่างเจ้าตีความไปในทางสกปรก"

ชายหนุ่มหัวเราะหึเบาๆ โดยไม่โต้เถียงต่อ ก่อนที่จะร้องตะโกนขึ้นว่า "มีใครอยู่ที่ข้างนอกรึเปล่า เข้ามานี่หน่อย"

เจ้าหญิงร้องว่าตนเองแต่งตัวไม่เรียบร้อย แต่โอมหาได้สนใจไม่ ในอีกครึ่งอึดใจถัดมาทหารองครักษ์นายหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น กล่าวอย่างสุภาพว่า "เจ้าชายมีอันใดให้กระหม่อมรับใช้ขอรับ"

"ช่วยไปบอกให้คนยกอาหารเช้าขึ้นมาหน่อยสิ ข้ากับเจ้าหญิงจะรับประทานที่นี่" โอมสั่ง "บอกให้ยกมาเร็วๆ ด้วยนะ เจ้าหญิงหิวแล้ว"

ทีราเลนเซียเบิกตากว้าง หากเธอไม่ได้ถูกอบรมมาอย่างเข้มงวดล่ะก็คงได้ร้องโวยวายขัดคำออกมาแล้ว ด้านทหารองครักษ์ผู้นั้นเมื่อได้รับคำสั่งก็ไม่คิดที่จะถามซักไซ้ให้มากความ ได้แต่รับคำแล้วหันหลังออกไปกระทำการ

ไม่นานอาหารคาวหวานก็ถูกยกมาจัดวาง โอมไล่บ่าวรับใช้ออกไปจากห้องจนหมดเหลือเพียงแต่คู่รักเฉพาะกิจ เมื่ออยู่กันตามลำพังแล้ว เจ้าหญิงก็เอ่ยถามขึ้นว่า "วันนี้มาแปลก ทำไมถึงไม่ลงไปกินมื้อเช้าที่ด้านล่างล่ะ"

โอมยิ้มน้อยๆ ออกมา "เพราะข้ามีบางอย่างจะแสดงให้ยอดรักได้รับชมน่ะสิ"

พอพูดจบ ชายหนุ่มก็ผิวปากเป็นจังหวะครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นเอง นกสีฟ้าตัวน้อยนับสิบตัวก็โผบินผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง เมื่อโอมผิวปากอีกครั้งพร้อมยื่นแขนออกมา ฝูงนกก็บินลงมาเกาะที่แขนของเขาราวกับใช้เวทมนตร์

ทีราเลนเซียเห็นดังนั้นก็ตื่นเต้นไม่ใช่น้อย แต่เมื่อเห็นสีหน้าทะเล้นของชายหนุ่มตรงหน้าโฉมงามก็ต้องเปลี่ยนมาทำหน้าบึ้ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจนักว่า "เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร"

โอมหัวเราะ ผิวปากอีกครั้ง คราวนี้ฝูงนกพากันกางปีกบินวนรอบศีรษะของเจ้าหญิงราวกับเป็นวงแหวนเทพวงหนึ่ง "ก็ข้าเป็นผู้กล้านี่นา เรื่องแค่นี้น่ะของหมู่ๆ"