Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 735 posts

733 Nameless Fanboi Posted ID:Atdk27ViQ8

เท้าลืมรอยของมันเองไปแล้ว ตัวฉันก็ลืมเช่นกัน

ชีวิตวัยเด็กเกือบยี่สิบปีในบ้านทึมทึบหลังนี้ ทำให้ฉันคิดแต่จะจากไป ระหว่างจำเป็นต้องพึ่งพิงค่าใช้จ่าย ฉันเข้าเรียนมัธยมปลายในอำเภอที่อยู่ห่างไปกว่าห้าสิบกิโลเมตร กลับบ้านอย่างมากสัปดาห์ละครั้ง พอขึ้นมหาวิทยาลัย นิ้วมือข้างเดียวนับแล้วก็ยังเหลือ

ครั้นยืนด้วยขาตัวเองได้มั่นคง ฉันก็ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับฉันจบสิ้น

ฉันคิดเช่นนั้น ทว่าความจริงมันไม่ใช่

มนุษย์ไม่สามารถตัดเส้นเลือดตัวเองขาด ช่างเป็นกฎธรรมชาติที่น่าเศร้าและโหดร้าย

ทั้งที่ความทรงจำรางเลือน ใบหน้าญาติ ๆ ก็จำไม่ได้ เสียงเรียกนั้นก็ยังกวนใจฉันเสมอ

“ย่าถูกสาป”

เสียงสั่นเครือของย่าแว่วขึ้นมาในหูทุกครั้งที่หัวฉันว่างโล่ง และก็เป็นต้องรู้สึกคล้อยตามเสียทุกทีด้วยว่า “ฉันถูกสาป” ฉันต่างหากที่ถูกสาปโดยย่าผู้เคียดแค้นหลานสาวที่พยายามลืมรากเหง้าของท่าน

รากเหง้าของแม่มด

สมัยยังอยู่บ้านหลังนี้ ฉันมักถูกใช้ให้อยู่เป็นเพื่อนย่าผู้เดินเหินไม่ได้ คอยเปลี่ยนผ้าอ้อม ซับน้ำลาย และฟังท่านพึมพำบทสวดในภาษาที่ไม่น่าจะมีอยู่บนโลกนี้ “เป็นบ้า” ทุกคนลงความเห็น ฉันก็เช่นกัน มันช่วยไม่ได้ที่คนหนึ่งจะเป็นบ้า แต่พระเจ้าก็โปรดช่วยฉันด้วยเถอะ การดูแลยายแก่ที่พร่ำเพ้อว่าตนคือแม่มดอยู่ตลอดวันก็ทำให้ฉันใกล้จะเป็นบ้าเหมือนกัน !

นกมักตกมาตายตรงหน้าต่าง มดไม่เคยไต่มาเก็บเศษน้ำตาลบนตัวย่า ต้นพลูด่างข้างเตียงไม่เคยเหี่ยวเฉา ฉันเริ่มสังเกตเห็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวย่า ฉันสงสัยและหวาดระแวงว่าการได้ยินภาษาแปลก ๆ นานวันเข้าคงทำให้เริ่มเชื่อว่าแม่มดมีตัวตนจริง ๆ

เมื่อฉันบ่นเรื่องนี้กับพ่อ ท่านปลอบใจ “ย่าก็แค่เลอะเลือน” ฉันพยายามคิดเช่นนั้น แต่มันไม่ได้ผล จริงอยู่ ย่าเลอะเลือน ย่าเป็นบ้า แถมยังเป็นแม่มดอีกด้วย !

ฉันอดทนอยู่เป็นเพื่อนย่าต่ออย่างยากลำบาก ถ้าแค่ละเมอว่าเป็นแม่มด ฉันอาจจะอยู่บ้านหลังนั้นได้นานอีกหน่อย ถ้าเพียงแต่ย่าจะไม่เอ่ยถึง ‘คำสาป’

“ย่ากำลังจะตาย เมื่อคืนมันมาหาย่า มันหาย่าเจอแล้ว โอ ย่ากำลังจะตาย”

ฉันแทบขว้างหนังสือเกี่ยวกับโครงการอวกาศที่กำลังอ่านทิ้ง พยายามกัดฟันข่มเสียงกรีดร้อง ลุกขึ้นเดินลงส้นเท้าตึง ๆ ลงเรือน โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อไหร่ฉันจะไม่กลับมาเหยียบบ้านนี้ ทิ้งความป่วยไข้ของย่าให้น้องสาวรับผิดชอบแทน

อาจดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่ถ้าอยู่กับย่าต่อ ฉันคงไม่พ้นกลายเป็น ‘แม่มด’ เหมือนย่า

พ่อกับน้องดูแลแม่มดสองตนไม่ไหวแน่

“จิวาน จิวาน จิวาน...”

ย่าร้องเรียกซ้ำไปซ้ำมา ฉันไม่หันกลับ สวนอึมครึมรกทึบบดบังฉันจากประสาทสัมผัสของย่า ทว่าเสียงเรียกยังดังอยู่ ไม่แผ่วลงแม้แต่น้อย หรือมันดังอยู่ในหูฉัน หรือฉันกลายเป็นแม่มดเสียแล้ว

ฉันอุดหู ปิดตา คู้ตัวราวกับจะช่วยให้หลบพ้น ทว่านอกจากหนีไม่พ้น มันยิ่งทำให้ฉันเหมือนคนบ้า ไม่รู้ตัวว่ากำลังกรีดร้องสะอึกสะอื้นก่นด่าย่าอยู่จนกระทั่งพ่อซึ่งได้ยินเสียงตามมาเขย่าตัวเรียกสติ

ฉันร้องไห้น้ำตานอง อยากกอดพ่อ ทว่ายกแขนไม่ขึ้น สีหน้าเศร้าโศกของพ่อทิ่มแทง ทั้งที่สงสารเห็นใจฉันแท้ ๆ แต่ทำไมถึงยังผลักฉันลงไปในบ่อแห่งความเพ้อคลั่งของย่าอยู่อีก ยอมให้ฉันผุดขึ้นมาสูดอากาศเพียงครู่ แล้วก็กดหัวฉันลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“หนูไม่ไหว ! หนูทนไม่ได้ ! หนูเกลียดย่า ! หนูเกลียดพ่อ ! เกลียด ๆ ๆ ๆ ๆ !!!”

734 Nameless Fanboi Posted ID:Atdk27ViQ8

>>733

- - - -

“ซักวันแกจะเป็นเหมือนฉัน”

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ฉันทนฟังได้ ฉันคิดว่าย่าจะตายหลังจากฉันขึ้นมหาวิทยาลัย แต่ผิดคาด ท่านยังมีชีวิตอยู่อีกหลายปี ‘มัน’ ไม่ได้เร่งรีบเก็บเกี่ยวชีวิตท่านไป แม่มดอาจเป็นเพียงภาพหลอน กระนั้นฉันก็ทำใจกลับมานั่งข้างท่านไม่ได้จริง ๆ แม้ขณะกลับมาบ้านช่วงวันหยุด ฉันก็ไม่คิดจะเฉียดใกล้ห้องทึมเทานั้น

กระทั่งวันนี้

แม่มดตายไป ร่างถูกเผาเป็นเถ้าถ่านคืนผืนดิน ฉันก็ยังไม่กล้าเชื่อว่าย่าตายแล้วจริง ๆ ประตูที่ฉันหวาดหวั่นแง้มออกอย่างเชื่องช้า ลมสายหนึ่งพัดกลิ่นอับน่าสะอิดสะเอียนปะทะใบหน้า ฉันชะงัก มือสั่นระริก อยากกระแทกประตูกลับ แล้ววิ่งหนีไปให้ไกล ทว่าเสียงฝีเท้าแผ่วเบาด้านหลังทำให้ฉันตามใจตัวเองไม่ได้

“พี่ใจร้ายมากกนะ” น้องสาวต่อว่าด้วยเสียงสะอื้น

เธอเกลียดฉัน หรือย่า

ฉันไม่รู้

“เข้าไปสิ เข้าไปดูว่าพี่ทิ้งฉันไว้กับอะไร”

แต่มันไม่มีอะไร

ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ทว่าเวลายังคงอยู่

พยานโศกนาฏกรรมของแม่มดมีเพียงฟูกนอนที่พับไว้อย่างเรียบร้อย กับกระถางต้นไม้ตรงมุมห้อง ย่าตายอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครโศกเศร้าเสียใจ ไม่มีใครหลั่งน้ำตายื้อเรียก งานศพเรียบง่าย เชิญแขกพอให้ไม่ถูกพูดได้ว่าลูกหลานเย็นชาเกินไป

“ย่ารักพี่มาก” น้องสาวบอก

ฉันส่ายหน้า ไม่ใช่หรอก ไม่มีใครสาปแช่งคนที่ตัวเองรัก

“ย่าพูดถึงแต่พี่”

เธอชี้ไปยังตู้ไม้ตรงมุมห้อง หลังตู้มีกล่องเหล็กเก่า ๆ วางอยู่ สนิมขึ้น แต่ก็ยังพอดูสีเดิมออก

สีฟ้า สีของท้องฟ้า สีของทะเล

ทะเล

จำได้ว่าย่าชอบทะเลมาก แต่ฉันเกลียด มันเคยเกือบกลืนฉันลงไป ย่าเล่าว่าวิญญาณที่ถูกทิ้งไว้ในทะเลจะล่องลอยอยู่ตรงนั้น หาทางกลับบ้านไม่ได้ ทั้งที่นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการแท้ ๆ แต่ฉันกลับเกลียด

ย่าชอบทะเล

ท่านอยากตายอยู่กลางทะเลหรือเปล่า

ฉันไม่แน่ใจ

ในกลองเต็มไปด้วยเศษรากไม้ กิ่งไม้ และใบไม้เก่าผุ ๆ ฉันไม่รู้ว่ามันมีไว้เพื่ออะไร หรือสำคัญยังไงกับตัวเอง ฉันปิดฝา วางมันไว้ที่เดิม แล้วออกจากห้อง

กลิ่นอับตามฉันออกมา

ทุกสิ่งทุกอย่างของย่าห้อยติดตัวฉันมาตั้งแต่วันนั้น แม้จะหนี ทำเป็นลืม กลิ่นเหม็นอับ เสียงสวดพึมพำ นกตาย ต้นพลูด่าง รวมถึงความรัก และความเกลียดชัง

จิตแพทย์ที่ฉันพบประจำบอกว่าแม่มดไม่มีจริง มันเป็นเพียงความเครียด มลพิษของเมือง และงานหนักทำให้ฉันเครียดโดยไม่รู้ตัว

เสียงรถราแว่วเหมือนเสียงคนท่องมนต์ กลิ่นท่อระบายน้ำแค่บังเอิญคล้ายห้องของย่า ฝุ่นเกาะกลุ่มกันเป็นรูปกา พลูด่างเป็นพืชเลี้ยงง่าย ไม่ใช่ต้นไม้ที่มีชีวิตนิรันดร์แต่อย่างใด

บาดแผลบนตัวฉันอาจจะเกิดจากการนอนละเมอ

ไม่ใช่คำสาปแช่ง

ไม่ใช่เพราะย่าหรือฉันเป็นแม่มด