Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 735 posts

731 Nameless Fanboi Posted ID:YMHuC41134

สาวปากร้าย-กะ-นายถุงไข่

"จะพาไปดูเน็ตฟลิกซ์ก็คือดูเน็ตฟลิกซ์ ไม่ได้แปลว่าจะพากันไปเ ย็ด"
.
"งั้นเราไปเ ย็ดกันเถอะ เน็ตฟลิกซ์น่ะช่างแม่มัน"
.
"เฮ้ย ไม่ได้ฟังที่พูดเหรอวะ ฉันบอกว่าเน็ตฟลิกซ์ก็คือเน็ตฟลิกซ์ คนรณรงค์เรื่องความยินยอมกับทั้งบ้านทั้งเมือง คุณแม่งยังมาชวนเ ย็ด เป็นเหี้ยอะไร"
.
"ดูคุณโกรธนะ"
.
"ก็ใช่ไง ฉันโกรธ โกรธที่คุณชวนไปดูเน็ตฟลิกซ์แล้วสุดท้ายคุณชวนไปเ ย็ด"
.
"ก็นี่ไง ผมก็พึ่งเผยจุดประสงค์ ช่างแม่งเน็ตฟลิกซ์ ไปเ ย็ดกันเถอะ"
.
"ไอ้เหี้ย คุณเลิกทำตัวแบบนี้ได้ป่ะ ทำไมไม่ถามความยินยอมกันก่อน สรุปคุณใช้หัวหรือใช้ควยคิด"
.
"ผมก็ชวนอยู่ ถ้าคุณจะไปก็ไปกับผม ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องไป ผมให้คุณเลือกได้เลย แล้วทำไมคุณถึงยังโกรธ"
.
"คุณมันไร้สมอง คุณมัวแต่คิดว่าผู้หญิงจะเป็นได้แค่เครื่องมือระบายความใคร่ นี่คือสิ่งที่ฉันเกลียดคุณชิบหาย"
.
"แล้วสรุปคือคุณต้องการอะไร"
.
"ฉันต้องการให้คุณให้เกียรติฉันในฐานะมนุษย์คนนึง ไม่ใช่วัตถุทางเพศที่ถ้าคุณอยากได้คุณก็ต้องได้"
.
"ผมถึงได้ชวนคุณดีๆนี่ไง แล้วทำไมคุณยังโกรธอยู่ล่ะ"
.
"เพราะคุณมันไม่มีหัวคิด แล้วเอาแต่คิดว่าจะเ ย็ดอย่างเดียวไง"
.
"แล้วผมก็ชวนคุณดูเน็ตฟลิกซ์เพราะมันจะได้มีเวลาในการเรียนรู้สัมผัสทางกายแล้วก็รสนิยมซึ่งกันและกันไง คือเซ็กส์เป็นเรื่องของการปรับจูนตัวตนของคน 2 คนไม่ใช่เหรอ"
.
"เนี่ยเห็นมั้ย คุณแม่งโง่บรมเลย สุดท้ายคุณก็วกกลับไปหาเน็ตฟลิกซ์ เอาเน็ตฟลิกซ์มาเป็นข้ออ้างหาเรื่องเ ย็ดฉัน"
.
"สรุปคือ?"
.
"คือ?"
.
"อ้าวแล้วคืออะไรล่ะ?"
.
"ก็.. ก็คืออะไร"
.
"เอางี้นะ ผมชวนคุณไปดูเน็ตฟลิกซ์ เพื่อที่เราสองคนจะได้เรียนรู้สัมผัสรสนิยมกันและกันหน่อย ไม่ใช่ชวนปุ๊บไปเ ย็ดปั๊บ แม่งโคตรไร้รสนิยม แล้วคุณก็แม่งบอกว่าถ้าอยากเ ย็ดก็ชวนเ ย็ด คุณรู้มั้ย ไอ้เหี้ย Tasteless ชิบหาย คุณแม่งไร้ซึ่งวาทศิลป์ใดๆในการจูงใจคน คุณแม่งยังไม่สามารถ convince ผมให้เข้าใจจุดประสงค์ในการแสดงอาการโกรธของคุณได้เลยด้วยซ้ำ ทั้งไม่ว่าผมจะชักชวนคุณด้วยวิธีไหนก็ตาม ไม่ว่าจะทางอ้อม ทางตรง คุณล้วนปฏิเสธสัมพันธ์ในฐานะมนุษย์ เราอาจจะแค่เ ย็ดกันแล้วจบไปตามที่คุณคิด แต่อย่างน้อยผมมองว่าการได้เรียนรู้สร้างความประทับใจก็เป็นอีกหนึ่งทางที่เราจะสามารถเชื่อมต่อกันได้ผ่านอารมณ์และความรู้สึก ไม่ใช่แค่การเ ย็ดกันแล้วจากไปโดยไม่มีอะไรทิ้งท้ายไว้ให้จดจำ ทีนี้ คุณบอกผมที ยังโกรธผมอยู่มั้ย"
.
"โกรธ และฉันเริ่มจะเกลียดคุณแล้วด้วย"
.
"นี่อธิบายเป็นฉากๆเผื่อว่าคุณจะเข้าใจแล้วนะ"
.
"คุณแม่ง mansplain ชิบหาย หลักคิดโลกวนอยู่รอบควย"
.
"โอเค แม่หีหลุมดำ"
.
"หมายความว่ายังไง"
.
"โลกไม่ได้วนรอบควยผมหรอก แต่จักรวาลถูกดูดเข้าหีคุณ แค่นี้นะ"

732 Nameless Fanboi Posted ID:5JYNqbm9M1

เธอทเวิร์ค ผมทเวิร์ค เราทเวิร์คด้วยกันทั้งคืน จนกระทั่งตำรวจเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุฆ่าหั่นศพในห้องของเรา ศพของพวกเราเองแหละ เราทเวิร์คใส่ยมทูตด้วยสองกรุบ

733 Nameless Fanboi Posted ID:Atdk27ViQ8

เท้าลืมรอยของมันเองไปแล้ว ตัวฉันก็ลืมเช่นกัน

ชีวิตวัยเด็กเกือบยี่สิบปีในบ้านทึมทึบหลังนี้ ทำให้ฉันคิดแต่จะจากไป ระหว่างจำเป็นต้องพึ่งพิงค่าใช้จ่าย ฉันเข้าเรียนมัธยมปลายในอำเภอที่อยู่ห่างไปกว่าห้าสิบกิโลเมตร กลับบ้านอย่างมากสัปดาห์ละครั้ง พอขึ้นมหาวิทยาลัย นิ้วมือข้างเดียวนับแล้วก็ยังเหลือ

ครั้นยืนด้วยขาตัวเองได้มั่นคง ฉันก็ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับฉันจบสิ้น

ฉันคิดเช่นนั้น ทว่าความจริงมันไม่ใช่

มนุษย์ไม่สามารถตัดเส้นเลือดตัวเองขาด ช่างเป็นกฎธรรมชาติที่น่าเศร้าและโหดร้าย

ทั้งที่ความทรงจำรางเลือน ใบหน้าญาติ ๆ ก็จำไม่ได้ เสียงเรียกนั้นก็ยังกวนใจฉันเสมอ

“ย่าถูกสาป”

เสียงสั่นเครือของย่าแว่วขึ้นมาในหูทุกครั้งที่หัวฉันว่างโล่ง และก็เป็นต้องรู้สึกคล้อยตามเสียทุกทีด้วยว่า “ฉันถูกสาป” ฉันต่างหากที่ถูกสาปโดยย่าผู้เคียดแค้นหลานสาวที่พยายามลืมรากเหง้าของท่าน

รากเหง้าของแม่มด

สมัยยังอยู่บ้านหลังนี้ ฉันมักถูกใช้ให้อยู่เป็นเพื่อนย่าผู้เดินเหินไม่ได้ คอยเปลี่ยนผ้าอ้อม ซับน้ำลาย และฟังท่านพึมพำบทสวดในภาษาที่ไม่น่าจะมีอยู่บนโลกนี้ “เป็นบ้า” ทุกคนลงความเห็น ฉันก็เช่นกัน มันช่วยไม่ได้ที่คนหนึ่งจะเป็นบ้า แต่พระเจ้าก็โปรดช่วยฉันด้วยเถอะ การดูแลยายแก่ที่พร่ำเพ้อว่าตนคือแม่มดอยู่ตลอดวันก็ทำให้ฉันใกล้จะเป็นบ้าเหมือนกัน !

นกมักตกมาตายตรงหน้าต่าง มดไม่เคยไต่มาเก็บเศษน้ำตาลบนตัวย่า ต้นพลูด่างข้างเตียงไม่เคยเหี่ยวเฉา ฉันเริ่มสังเกตเห็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวย่า ฉันสงสัยและหวาดระแวงว่าการได้ยินภาษาแปลก ๆ นานวันเข้าคงทำให้เริ่มเชื่อว่าแม่มดมีตัวตนจริง ๆ

เมื่อฉันบ่นเรื่องนี้กับพ่อ ท่านปลอบใจ “ย่าก็แค่เลอะเลือน” ฉันพยายามคิดเช่นนั้น แต่มันไม่ได้ผล จริงอยู่ ย่าเลอะเลือน ย่าเป็นบ้า แถมยังเป็นแม่มดอีกด้วย !

ฉันอดทนอยู่เป็นเพื่อนย่าต่ออย่างยากลำบาก ถ้าแค่ละเมอว่าเป็นแม่มด ฉันอาจจะอยู่บ้านหลังนั้นได้นานอีกหน่อย ถ้าเพียงแต่ย่าจะไม่เอ่ยถึง ‘คำสาป’

“ย่ากำลังจะตาย เมื่อคืนมันมาหาย่า มันหาย่าเจอแล้ว โอ ย่ากำลังจะตาย”

ฉันแทบขว้างหนังสือเกี่ยวกับโครงการอวกาศที่กำลังอ่านทิ้ง พยายามกัดฟันข่มเสียงกรีดร้อง ลุกขึ้นเดินลงส้นเท้าตึง ๆ ลงเรือน โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อไหร่ฉันจะไม่กลับมาเหยียบบ้านนี้ ทิ้งความป่วยไข้ของย่าให้น้องสาวรับผิดชอบแทน

อาจดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่ถ้าอยู่กับย่าต่อ ฉันคงไม่พ้นกลายเป็น ‘แม่มด’ เหมือนย่า

พ่อกับน้องดูแลแม่มดสองตนไม่ไหวแน่

“จิวาน จิวาน จิวาน...”

ย่าร้องเรียกซ้ำไปซ้ำมา ฉันไม่หันกลับ สวนอึมครึมรกทึบบดบังฉันจากประสาทสัมผัสของย่า ทว่าเสียงเรียกยังดังอยู่ ไม่แผ่วลงแม้แต่น้อย หรือมันดังอยู่ในหูฉัน หรือฉันกลายเป็นแม่มดเสียแล้ว

ฉันอุดหู ปิดตา คู้ตัวราวกับจะช่วยให้หลบพ้น ทว่านอกจากหนีไม่พ้น มันยิ่งทำให้ฉันเหมือนคนบ้า ไม่รู้ตัวว่ากำลังกรีดร้องสะอึกสะอื้นก่นด่าย่าอยู่จนกระทั่งพ่อซึ่งได้ยินเสียงตามมาเขย่าตัวเรียกสติ

ฉันร้องไห้น้ำตานอง อยากกอดพ่อ ทว่ายกแขนไม่ขึ้น สีหน้าเศร้าโศกของพ่อทิ่มแทง ทั้งที่สงสารเห็นใจฉันแท้ ๆ แต่ทำไมถึงยังผลักฉันลงไปในบ่อแห่งความเพ้อคลั่งของย่าอยู่อีก ยอมให้ฉันผุดขึ้นมาสูดอากาศเพียงครู่ แล้วก็กดหัวฉันลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“หนูไม่ไหว ! หนูทนไม่ได้ ! หนูเกลียดย่า ! หนูเกลียดพ่อ ! เกลียด ๆ ๆ ๆ ๆ !!!”

734 Nameless Fanboi Posted ID:Atdk27ViQ8

>>733

- - - -

“ซักวันแกจะเป็นเหมือนฉัน”

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ฉันทนฟังได้ ฉันคิดว่าย่าจะตายหลังจากฉันขึ้นมหาวิทยาลัย แต่ผิดคาด ท่านยังมีชีวิตอยู่อีกหลายปี ‘มัน’ ไม่ได้เร่งรีบเก็บเกี่ยวชีวิตท่านไป แม่มดอาจเป็นเพียงภาพหลอน กระนั้นฉันก็ทำใจกลับมานั่งข้างท่านไม่ได้จริง ๆ แม้ขณะกลับมาบ้านช่วงวันหยุด ฉันก็ไม่คิดจะเฉียดใกล้ห้องทึมเทานั้น

กระทั่งวันนี้

แม่มดตายไป ร่างถูกเผาเป็นเถ้าถ่านคืนผืนดิน ฉันก็ยังไม่กล้าเชื่อว่าย่าตายแล้วจริง ๆ ประตูที่ฉันหวาดหวั่นแง้มออกอย่างเชื่องช้า ลมสายหนึ่งพัดกลิ่นอับน่าสะอิดสะเอียนปะทะใบหน้า ฉันชะงัก มือสั่นระริก อยากกระแทกประตูกลับ แล้ววิ่งหนีไปให้ไกล ทว่าเสียงฝีเท้าแผ่วเบาด้านหลังทำให้ฉันตามใจตัวเองไม่ได้

“พี่ใจร้ายมากกนะ” น้องสาวต่อว่าด้วยเสียงสะอื้น

เธอเกลียดฉัน หรือย่า

ฉันไม่รู้

“เข้าไปสิ เข้าไปดูว่าพี่ทิ้งฉันไว้กับอะไร”

แต่มันไม่มีอะไร

ทุกสิ่งเปลี่ยนไป ทว่าเวลายังคงอยู่

พยานโศกนาฏกรรมของแม่มดมีเพียงฟูกนอนที่พับไว้อย่างเรียบร้อย กับกระถางต้นไม้ตรงมุมห้อง ย่าตายอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครโศกเศร้าเสียใจ ไม่มีใครหลั่งน้ำตายื้อเรียก งานศพเรียบง่าย เชิญแขกพอให้ไม่ถูกพูดได้ว่าลูกหลานเย็นชาเกินไป

“ย่ารักพี่มาก” น้องสาวบอก

ฉันส่ายหน้า ไม่ใช่หรอก ไม่มีใครสาปแช่งคนที่ตัวเองรัก

“ย่าพูดถึงแต่พี่”

เธอชี้ไปยังตู้ไม้ตรงมุมห้อง หลังตู้มีกล่องเหล็กเก่า ๆ วางอยู่ สนิมขึ้น แต่ก็ยังพอดูสีเดิมออก

สีฟ้า สีของท้องฟ้า สีของทะเล

ทะเล

จำได้ว่าย่าชอบทะเลมาก แต่ฉันเกลียด มันเคยเกือบกลืนฉันลงไป ย่าเล่าว่าวิญญาณที่ถูกทิ้งไว้ในทะเลจะล่องลอยอยู่ตรงนั้น หาทางกลับบ้านไม่ได้ ทั้งที่นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการแท้ ๆ แต่ฉันกลับเกลียด

ย่าชอบทะเล

ท่านอยากตายอยู่กลางทะเลหรือเปล่า

ฉันไม่แน่ใจ

ในกลองเต็มไปด้วยเศษรากไม้ กิ่งไม้ และใบไม้เก่าผุ ๆ ฉันไม่รู้ว่ามันมีไว้เพื่ออะไร หรือสำคัญยังไงกับตัวเอง ฉันปิดฝา วางมันไว้ที่เดิม แล้วออกจากห้อง

กลิ่นอับตามฉันออกมา

ทุกสิ่งทุกอย่างของย่าห้อยติดตัวฉันมาตั้งแต่วันนั้น แม้จะหนี ทำเป็นลืม กลิ่นเหม็นอับ เสียงสวดพึมพำ นกตาย ต้นพลูด่าง รวมถึงความรัก และความเกลียดชัง

จิตแพทย์ที่ฉันพบประจำบอกว่าแม่มดไม่มีจริง มันเป็นเพียงความเครียด มลพิษของเมือง และงานหนักทำให้ฉันเครียดโดยไม่รู้ตัว

เสียงรถราแว่วเหมือนเสียงคนท่องมนต์ กลิ่นท่อระบายน้ำแค่บังเอิญคล้ายห้องของย่า ฝุ่นเกาะกลุ่มกันเป็นรูปกา พลูด่างเป็นพืชเลี้ยงง่าย ไม่ใช่ต้นไม้ที่มีชีวิตนิรันดร์แต่อย่างใด

บาดแผลบนตัวฉันอาจจะเกิดจากการนอนละเมอ

ไม่ใช่คำสาปแช่ง

ไม่ใช่เพราะย่าหรือฉันเป็นแม่มด

735 Nameless Fanboi Posted ID:Sndwfur+sm

>>733-734 เกลาคำอีกนิดมีบางจุดที่คำแปลกๆ แล้วเอาส่งบันลือสานส์เผื่อไดิเงินกินขนมสัก 1,500 ก็ยังดี