Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 710 posts

707 Nameless Fanboi Posted ID:VmkhLqY2HJ

“เธอเป็นเจ้าของก็น่าจะรู้สิ”

“เสียใจด้วย ถึงจะเป็นข้าก็ไม่รู้หรอกนะ” Z ยิ้มในหน้า ชายหนุ่มเหลือบมองหล่อนด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ ซึ่งหล่อนก็ไม่ได้ต้องการรู้อยู่แล้วว่าเขาจะสุขหรือเศร้า นอกจากเรื่องที่เขากำลังจะไปสะพานแล้วก็ไม่มีอะไรให้ Z เข้าไปยุ่งเกี่ยว

‘สะพาน’ นั้นอยู่ใจกลางป่าประดิษฐ์ซึ่งถูกสร้างขึ้นทดแทนต้นไม้จริง ๆ ซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากโลก ดัดแปลงต้น ใบ ดอก และผลให้สังเคราะห์ออกซิเจน ไอน้ำ และน้ำตาลภายใต้เงื่อนไขเดียวกับของจริง ต้นไม้เทียมน้อยใหญ่ถูก ‘ติดตั้ง’ อย่างเป็นระเบียบจนน่าขยะแขยงอยู่กลางเมืองที่เต็มไปด้วยมลพิษ สิ่งประดิษฐ์โสโครกราวกับรังไหมห่อหุ้มโครงสร้างผิดยุคผิดสมัยอย่าง ‘สะพาน’ และ Z ไว้ไม่ให้ล่วงไปกับเวลา

ผูกหล่อนกับสะพานไว้กับพลังงานโบราณที่แม้แต่ในยุคสมัยของ Z เองก็หาคำอธิบายให้ไม่ได้

“ถ้าผ่านไปแล้วจะกลับมาไม่ได้อีกนะ” Z ยิ้มเล็กยิ้มน้อย ยากจะเดาว่ากำลังหยอกเย้าหรือเตือนเขากันแน่ “แต่ถ้ากำลังหนีเพราะไปทำอะไรไม่ดีมา ข้าแนะนำที่ซ่อนอื่นให้ก็ได้นะ”

“ฉันไม่ได้หนี !” ชายหนุ่มขึ้นเสียง ถอยออกจากเด็กหญิงเล็กน้อย

“แต่สภาพเจ้าไม่บอกเช่นนั้นเลยรู้ตัวไหม” เด็กหญิงกล่าวต่อโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ข้าจะบอกอะไรให้นะว่าคนปกติเขาไม่ดั้นด้นไปในที่ที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือเปล่าหรอก ใครยืนยันกับเจ้าล่ะว่าสะพานนั้นมีอีกโลกรออยู่ ไม่ใช่ความว่างเปล่า หรือเหน็บหนาว เจ้ากำลังหนีใคร หนีจากชีวิตตัวเองอยู่ล่ะสิ”

“สะพานนั้นเป็นเขตหวงห้ามหรือไง”

“ม่ายยย… มันไม่เหมือนกับเดินหลงเข้าไปในซอยตันหรอกนะ เจ้าไม่รู้ว่าข้ามไปแล้วจะพบเจอกับอะไร หากมันเป็นอะไรที่แย่มาก ๆ เลวร้ายกว่าวันวานที่เจ้าหนีมา…”

“ไม่ได้หนี !”

“อื้อ ๆ ไม่หนีก็ไม่หนี หากว่ามันเลวร้ายกว่าสถานที่ที่เจ้าจากมา ก็หันหลังกลับไม่ได้นะ ไม่ได้เลยเข้าใจไหม”

“ความตายหรือที่อยู่อีกฟากสะพานน่ะ”

708 Nameless Fanboi Posted ID:amwf0AZjCy

>>706-707 ภาษาจะบอกว่าเป็นสำนวนนิยายแปลก็ไม่ใช่ แต่สำนวนหลายอันที่เป็นนมเนยบวกกับการเรียงรูปประโยคแบบแปลกๆ อยู่หลายจุดทำให้อ่านแล้วไม่ลื่นไหล เหมือนใส่รองเท้าแล้วมีก้อนกรวดอยู่ข้างใน ลองอ่านออกเสียงดูก่อน ถ้ามันไม่เข้าปากเมื่อไรคือแปลว่าไม่ไหลลื่นแล้ว

709 Nameless Fanboi Posted ID:YS7Ke.xuNb

ท้องฟ้ายามราตรีที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม ความเงียบสงัดแผ่ไปทั่วบริเวณ เมื่อเสียงของคนที่เป็นจอมเวทย์ผู้มีตาทิพย์รู้แจ้งเอ่ยขึ้นมาว่าชายผมสีทองด้านข้างของเขาเป็นจอมมาร

ชายผู้มีผมสีทองกำมือแน่น จนชายหนุ่มที่เป็นสหายยังสังเกตเห็นได้ แววตาของเขาไม่ได้น่าหวั่นพรึงหรือแสดงความโกรธเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นจอมมาร ทว่ามันกลับแสดงความหวาดกลัวออกมาจนเห็นได้ชัดมากกว่า ชายหนุ่มในชุดเครื่องสีน้ำเงินของกลุ่มทหารผู้กล้าก้าวเท้าออกไปด้านหน้า ยกมือขึ้นขวางด้านหน้าชายหนุ่มผมทองเอาไว้

"ท่านจอมเวทย์ ท่านพูดอะไรออกมา สหายข้าเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป เขาอยู่กับข้าและเหล่ากลุ่มทหารผู้กล้ามากมายมานานแล้ว ผู้คนต่างก็คุ้นหน้าคุ้นตาของเขาดี" ชายหนุ่มเครื่องแบบสีน้ำเงินที่เป็นสหายของชายหนุ่มผมทองกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด

จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในชุดสีขาวปักดิ้นทองแค่นเสียงหึ "คิดจะเถียงสายตาของข้าที่ได้รับพรมาจากพระเจ้าอันยิ่งใหญ่หรือ"

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินทำสีหน้าลำบากใจ แต่ดวงตายังคงแน่วแน่ ผมสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีข้าวสาลีปลิวตามสายลม เขาไม่เชื่อว่าสหายผู้อ่อนโยนของเขาจะเป็นจอมมาร สหายของเขาทั้งซุ่มซ่าม รักสะอาด เป็นคนที่ซื่อบื้อไร้เค้าของการเป็นจอมมารผู้โหดเหี้ยมในสมัยก่อน

"ถูกหลอกสินะ" จอมเวทย์กล่าวขณะก้าวลงมาจากแท่นสูง "ไม่แปลกใจๆ เดิมทีจอมมารหาใช่สิ่งที่รับสืบทอดจากทางสายเลือด แต่เป็นการสืบทอดด้วยความเต็มใจของจอมมาร จอมมารรุ่นก่อนจะมอบพลังให้แก่ผู้ที่จะมาเป็นจอมมารคนใหม่ด้วยตนเองและตายจากไป ท่าทางจอมมารคนใหม่ก็ดูใสซื่อเกินไปจริงๆ"

จอมเวทย์สะบัดชุดคลุมของตนเอง ก้าวมาข้างหน้าของชายหนุ่มผมทองที่ก้มหน้าลงไม่สบตาผู้ใด ผมสีทองที่แสนยาวดูนุ่มสลวย ดวงตาสีมรกตแสนงงดงามอย่างกับเป็นมรกตจริงๆ ดูไปก็เหมือนคุณชายสูงศักดิ์ที่รูปลักษณ์งดงามหาใครเปรียบได้ยาก จอมเวทย์ผู้สูงศักดิ์เอื้อมมือไปจับคางของชายหนุ่มผมทอง แต่ข้อมือของเขาก็ถูกจับอีกที

"เฮ้!!" เสียงคนร้องตะโกนออกมาเมื่อชายหนุ่มผมสีน้ำตาลจับข้อมือของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลขมวดคิ้วแน่น ดวงตาสีเขียวเหมือนใบต้นสนจับจ้องที่ข้อมือของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ แม้เป็นการล่วงเกิน กลุ่มทหารที่ถูกเรียกว่าผู้กล้าก็ไม่ได้มีอำนาจเท่ากับจอมเวทย์ผู้นี้ แต่ว่าเขารู้สึกได้ว่าจอมเวทย์ผู้นี้กำลังจะทำอันตรายแก่สหายของเขา

จอมเวทย์เดาะลิ้นทีหนึ่ง มือของชายหนุ่มก็หลุดออกไป ตัวของชายหนุ่มกระเด็นไปเล็กน้อยเหมือนล้มลงไปเฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไร

"ดูเอาเองก้แล้วกัน เจ้าทหารผู้กล้าโง่เง่า" จอมเวทย์ทำเสียงเยาะเย้ย มือที่จับคางของชายหนุ่มผมทองตรงหน้าออกแรงกดที่ปลายคาง แล้วจับให้ก้มลงมามองที่ตาของเขา

อืม หน้าตาดูไร้เดียงสาไม่เข้ากับรูปร่างเสียจริง ไม่เข้ากับพลังจอมมารที่ได้รับมาเลยจริงๆ...

ซ้ำหน้าตายังเหมือนกับว่าจะซีดเพราะความหวาดกลัวที่ถูกเปิดเผยตัวตนอีกต่างหาก

"เล่นเป็นมนุษย์ธรรมดาสนุกพอแล้วมั้ง" จอมเวทย์เอ่ยเสียงหยันใส่ ก่อนจะท่องคาถาหนึ่งประโยคที่ไม่ยาวมาก ชายหนุ่มผมทองได้ยินก็ผลักตัวจอมเวทย์ออก ร่างกายทรุดลงไปกับพื้น ตัวคล้ายจะสั่นเทาอยู่เล็กน้อย

ไอสีดำคล้ายวิญญาณร้ายพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของชายหนุ่มผมทอง

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่เหมือนจะล้มลงไปเบาๆ แต่แท้จริงถูกตรึงให้นั่งกับพื้นโดยลุกขึ้นมาไม่ได้ มองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ไอสีดำที่เหมือนหมอกควันกำลังไหลออกมาจากร่างกายของสหายของเขา

ชายหนุ่มผมทองกัดฟัน แต่ทนไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนมากัดริมฝีปากจนเลือดสีแดงไหลซึมออกมา ก่อนจะร้องครวญครางออกมาเสียงดังหนึ่งเสียง

"บัดซบ!!" ชายหนุ่มผมทองสบถออกมาอีกหนึ่งคำ

รูปลักษณ์ของเขาที่อยู่ภายใต้หมอกควันสีดำกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารผู้กล้า และสหายของเขาที่ยังคงมองมาทางนี้ด้วยสายตาตกใจ

มันจบแล้วสินะ...

จบแล้วจริงๆ...

710 Nameless Fanboi Posted ID:YS7Ke.xuNb

>>709 เอ้ย ลืมเช็คคำ แต่ช่างมัน ก็แค่พล็อตที่วางไว้เฉยๆ เพราะนิยายเรื่องเก่ายังเขียนไม่จบ