Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 710 posts

706 Nameless Fanboi Posted ID:VmkhLqY2HJ

แรกนั้น Z สนใจเขาเพียงเพราะว่านานมากแล้วที่ไม่ได้พูดคุยกับใครสักคน เมื่อพระจันทร์โผล่พ้นกลีบเมฆทอแสงเงินยวงลงมาขับไล่ความดำมืดของป่าประดิษฐ์ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูรั้วที่ถูกโซ่เส้นใหญ่ล็อกไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีความลังเลเลยสักนิดขณะป่ายปีนเข้ามา Z เดาว่าเขาคงอยากพิสูจน์เรื่องลึกลับไร้สาระที่พวกแม่บ้านแต่งขึ้นไม่ให้เด็ก ๆ ของพวกหล่อนเตร็ดเตร่อยู่นอกบ้านหลังตะวันตกดิน

เด็กหญิงแอบอยู่เงียบ ๆ ในเงาต้นไม้ใหญ่ ยังไม่อยากรีบไล่ผู้บุกรุกออกไปเร็วนัก สนทนากันสักหน่อยก่อนทำให้เตลิดกลับบ้านคงไม่บกพร่องต่อหน้าที่เท่าไหร่หรอกกระมัง

“แต่จะออกไปคุยอะไรด้วยล่ะ” เด็กหญิงพึมพำ คิ้วขมวดมองร่างผอมแห้งเดินผ่านไปโดยไม่มีทีท่าจะรับรู้ถึงตัวตนของหล่อน “เชื่อเลยว่าเจ้านี่ตาบอดแหง”

มันก็มีบ้างเหมือนกันละนะคนแบบนี้

Z ถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มตามไปอย่างเงียบเชียบภายใต้เงาดำของแมกไม้ ขณะที่ชายหนุ่มผู้นั้นเดินดุ่มอยู่กลางแสงจันทร์ เป็นธรรมดาว่าเราจะมองไม่เห็นในที่มืด และแสงจ้าแสบตาก็บดบังทัศนวิสัยเช่นกัน สองสถานที่ซึ่งถูกแบ่งด้วยเส้นขาวดำจึงรับรู้ถึงกันได้เพียงเลือนราง

จะมีก็แต่บางเวลาที่ความมืดกับความสว่างซ้อนเหลื่อมกันเช่นวันเกิดสุริยุปราคาและคืนวันเพ็ญเช่นนี้ จึงพอจะข้าม ‘ขอบเขต’ ไปมาหาสู่กันได้

กระนั้นก็ไม่บ่อยนักที่จะมีคน ‘หลง’ เข้ามาในป่าประดิษฐ์ในค่ำคืนอันเหมาะเจาะ

ช่วงเวลาที่เส้นเขตแดนเลือนราง มลพิษเสียงและอากาศจากภายนอกถูกกรองกั้นด้วยกำแพงต้นไม้แน่นหนา และมนุษย์ผู้บ้าบิ่น ไม่มีอะไรจะทำให้ Z พึงใจมากกว่านี้อีกแล้ว

“กำลังจะไปสะพานเหรอ” Z ส่งเสียงทัก ก้าวออกมาเงาต้นไม้ ความเงียบสงัดทำให้เสียงลมหายใจไม่สม่ำเสมอของชายหนุ่มดังชัด

“ใช่ ทางนี้ถูกไหม” ชายหนุ่มถามกลับเสียงแหบแห้ง

โอ ไม่ตกใจเลยแฮะ

Z นึกทึ่งระคนชื่นชม ดีเหมือนกัน หล่อนจะได้ไม่เสียเวลากล่อม

รอยยิ้มจุดขึ้นมุมปากก่อนเอ่ยต่อ “กิโลกว่า ๆ เลยนะ เดินไหวเหรอ”

“ไกลกว่านี้ก็เดินมาแล้ว”

Z สังเกตรูปร่างหน้าตาคนข้าง ๆ อย่างไม่เกรงใจ ใบหน้าไม่มีอะไรให้วิจารณ์ เว้นแต่นัยน์ตาโศกเศร้าที่หล่อนมองผิดไปนิดหน่อยตอนปีนรั้ว จะว่าใจกล้าหรือไร้หนทางกันแน่ล่ะทีนี้ เด็กหญิงไม่ใส่ใจความรู้สึกละเอียดอ่อนของคนที่อีกไม่นานก็จะหายไป จึงไม่ควานหาอะไรในสีหน้าแววตานั้นอีก ร่างกายอมโรคกับเสื้อผ้ามอซอมองไม่ออกว่าสีเดิมคืออะไรนั้นต่างหากที่น่าสนใจ กลิ่น รอยเปื้อน ริ้วรอยบนหน้า รอยเผาของแดด รอยด้าน แผลเป็น ต่าง ๆ นานาเหล่านี้หากเชี่ยวชาญมากพอก็สามารถทำนายอาชีพ ฐานะ หรือกิจวัตรของเขาคนนั้นได้

เท่านี้เองที่ Z ใคร่รู้ ถือเป็นการเก็บสถิติพิลึก ๆ ของหล่อนก็ว่าได้

“ที่นี่มีเจ้าของนะรู้ไหม”

“ของเธองั้นเหรอ”

“อือ ก็ประมาณนั้นละ” Z ยิ้มตาหยี ที่จริงแล้วหล่อนมีหน้าที่เพียงรักษาความสงบเรียบร้อยของป่าประดิษฐ์ซึ่งถูกเปลี่ยนรายชื่อผู้ถือครองบ่อยจนหล่อนคร้านจะจำว่าใครกันแน่เป็นเจ้าของอยู่ตอนนี้ ยาวนานเกินกว่าหนึ่งช่วงชีวิตมนุษย์ที่ใช้ชีวิตเวียนวนอยู่ในนี้ เฝ้ารอวันที่เส้นเขตแดนรางเลือนและใครสักคนหลงเข้ามาเป็นเพื่อนคุยแค่ชั่วยาม

แค่พอให้ไม่ลืมภาษาพูดของตัวเองไป

“มาจากชายฝั่งเหรอ” หล่อนได้กลิ่นน้ำมันเครื่องกับเกลือติดเสื้อผ้า

คำตอบนั้นคือสายตาไม่เป็นมิตรวาววับขึ้น เด็กหญิงหัวเราะคิก ถ้าไม่ทำหน้าตะลึงก็ต้องถูกเขม่นแบบนี้ล่ะ หล่อนชินแล้ว

ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ชอบถูกอ่านความคิดสินะ ทั้งที่คิดได้เช่นนี้ แต่ Z ก็ยังล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของพวกเขาด้วยข้ออ้างที่ว่ารู้ไปก็เท่านั้น ท้ายสุดแล้วก็ไม่ได้มาเกี่ยวข้องอะไรกันอีกอยู่ดี

“ก็แค่เดาน่ะ ไม่นึกว่าจะถูก”

ชายหนุ่มจากเมืองชายฝั่งคงดูออกว่าหล่อนแกล้งหยอกจึงไม่คิดต่อความ ค่ำคืนไม่ยาวนานพอให้ถือสาเด็กประหลาด

“แถมท่าทางจะป่วยอยู่ด้วย เจ้าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลละสิ” หล่อนว่าต่อ กลิ่นยาติดผิวกายแน่นทีเดียว “นี่ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าหายป่วยหรือยัง แต่ถ้าจะไปสะพานมันดูไม่ฉลาดเอาเสียเลย”

“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะไปสะพานล่ะ” ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวขึ้น

“ก็เจ้าบอกข้าเองเมื่อกี้นี่” Z เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น “และคนที่เข้ามาในป่านี้น่ะ… อยากไปสะพานกันทั้งนั้น”

ถ้าไม่นับพวกเด็กเกเรที่ชอบเล่นเกมพิสูจน์ความกล้าน่ะนะ

“เจ้ารู้ใช่ไหมว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น” เด็กหญิงหรี่ตามองเสี้ยวหน้าซีดเซียวด้วยความเวทนา

“มีอีกโลก”

“แล้วโลกนั้นเป็นยังไงล่ะ”

707 Nameless Fanboi Posted ID:VmkhLqY2HJ

“เธอเป็นเจ้าของก็น่าจะรู้สิ”

“เสียใจด้วย ถึงจะเป็นข้าก็ไม่รู้หรอกนะ” Z ยิ้มในหน้า ชายหนุ่มเหลือบมองหล่อนด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ ซึ่งหล่อนก็ไม่ได้ต้องการรู้อยู่แล้วว่าเขาจะสุขหรือเศร้า นอกจากเรื่องที่เขากำลังจะไปสะพานแล้วก็ไม่มีอะไรให้ Z เข้าไปยุ่งเกี่ยว

‘สะพาน’ นั้นอยู่ใจกลางป่าประดิษฐ์ซึ่งถูกสร้างขึ้นทดแทนต้นไม้จริง ๆ ซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากโลก ดัดแปลงต้น ใบ ดอก และผลให้สังเคราะห์ออกซิเจน ไอน้ำ และน้ำตาลภายใต้เงื่อนไขเดียวกับของจริง ต้นไม้เทียมน้อยใหญ่ถูก ‘ติดตั้ง’ อย่างเป็นระเบียบจนน่าขยะแขยงอยู่กลางเมืองที่เต็มไปด้วยมลพิษ สิ่งประดิษฐ์โสโครกราวกับรังไหมห่อหุ้มโครงสร้างผิดยุคผิดสมัยอย่าง ‘สะพาน’ และ Z ไว้ไม่ให้ล่วงไปกับเวลา

ผูกหล่อนกับสะพานไว้กับพลังงานโบราณที่แม้แต่ในยุคสมัยของ Z เองก็หาคำอธิบายให้ไม่ได้

“ถ้าผ่านไปแล้วจะกลับมาไม่ได้อีกนะ” Z ยิ้มเล็กยิ้มน้อย ยากจะเดาว่ากำลังหยอกเย้าหรือเตือนเขากันแน่ “แต่ถ้ากำลังหนีเพราะไปทำอะไรไม่ดีมา ข้าแนะนำที่ซ่อนอื่นให้ก็ได้นะ”

“ฉันไม่ได้หนี !” ชายหนุ่มขึ้นเสียง ถอยออกจากเด็กหญิงเล็กน้อย

“แต่สภาพเจ้าไม่บอกเช่นนั้นเลยรู้ตัวไหม” เด็กหญิงกล่าวต่อโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ข้าจะบอกอะไรให้นะว่าคนปกติเขาไม่ดั้นด้นไปในที่ที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือเปล่าหรอก ใครยืนยันกับเจ้าล่ะว่าสะพานนั้นมีอีกโลกรออยู่ ไม่ใช่ความว่างเปล่า หรือเหน็บหนาว เจ้ากำลังหนีใคร หนีจากชีวิตตัวเองอยู่ล่ะสิ”

“สะพานนั้นเป็นเขตหวงห้ามหรือไง”

“ม่ายยย… มันไม่เหมือนกับเดินหลงเข้าไปในซอยตันหรอกนะ เจ้าไม่รู้ว่าข้ามไปแล้วจะพบเจอกับอะไร หากมันเป็นอะไรที่แย่มาก ๆ เลวร้ายกว่าวันวานที่เจ้าหนีมา…”

“ไม่ได้หนี !”

“อื้อ ๆ ไม่หนีก็ไม่หนี หากว่ามันเลวร้ายกว่าสถานที่ที่เจ้าจากมา ก็หันหลังกลับไม่ได้นะ ไม่ได้เลยเข้าใจไหม”

“ความตายหรือที่อยู่อีกฟากสะพานน่ะ”

708 Nameless Fanboi Posted ID:amwf0AZjCy

>>706-707 ภาษาจะบอกว่าเป็นสำนวนนิยายแปลก็ไม่ใช่ แต่สำนวนหลายอันที่เป็นนมเนยบวกกับการเรียงรูปประโยคแบบแปลกๆ อยู่หลายจุดทำให้อ่านแล้วไม่ลื่นไหล เหมือนใส่รองเท้าแล้วมีก้อนกรวดอยู่ข้างใน ลองอ่านออกเสียงดูก่อน ถ้ามันไม่เข้าปากเมื่อไรคือแปลว่าไม่ไหลลื่นแล้ว

709 Nameless Fanboi Posted ID:YS7Ke.xuNb

ท้องฟ้ายามราตรีที่เป็นสีน้ำเงินเข้ม ความเงียบสงัดแผ่ไปทั่วบริเวณ เมื่อเสียงของคนที่เป็นจอมเวทย์ผู้มีตาทิพย์รู้แจ้งเอ่ยขึ้นมาว่าชายผมสีทองด้านข้างของเขาเป็นจอมมาร

ชายผู้มีผมสีทองกำมือแน่น จนชายหนุ่มที่เป็นสหายยังสังเกตเห็นได้ แววตาของเขาไม่ได้น่าหวั่นพรึงหรือแสดงความโกรธเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นจอมมาร ทว่ามันกลับแสดงความหวาดกลัวออกมาจนเห็นได้ชัดมากกว่า ชายหนุ่มในชุดเครื่องสีน้ำเงินของกลุ่มทหารผู้กล้าก้าวเท้าออกไปด้านหน้า ยกมือขึ้นขวางด้านหน้าชายหนุ่มผมทองเอาไว้

"ท่านจอมเวทย์ ท่านพูดอะไรออกมา สหายข้าเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป เขาอยู่กับข้าและเหล่ากลุ่มทหารผู้กล้ามากมายมานานแล้ว ผู้คนต่างก็คุ้นหน้าคุ้นตาของเขาดี" ชายหนุ่มเครื่องแบบสีน้ำเงินที่เป็นสหายของชายหนุ่มผมทองกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด

จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในชุดสีขาวปักดิ้นทองแค่นเสียงหึ "คิดจะเถียงสายตาของข้าที่ได้รับพรมาจากพระเจ้าอันยิ่งใหญ่หรือ"

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินทำสีหน้าลำบากใจ แต่ดวงตายังคงแน่วแน่ ผมสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีข้าวสาลีปลิวตามสายลม เขาไม่เชื่อว่าสหายผู้อ่อนโยนของเขาจะเป็นจอมมาร สหายของเขาทั้งซุ่มซ่าม รักสะอาด เป็นคนที่ซื่อบื้อไร้เค้าของการเป็นจอมมารผู้โหดเหี้ยมในสมัยก่อน

"ถูกหลอกสินะ" จอมเวทย์กล่าวขณะก้าวลงมาจากแท่นสูง "ไม่แปลกใจๆ เดิมทีจอมมารหาใช่สิ่งที่รับสืบทอดจากทางสายเลือด แต่เป็นการสืบทอดด้วยความเต็มใจของจอมมาร จอมมารรุ่นก่อนจะมอบพลังให้แก่ผู้ที่จะมาเป็นจอมมารคนใหม่ด้วยตนเองและตายจากไป ท่าทางจอมมารคนใหม่ก็ดูใสซื่อเกินไปจริงๆ"

จอมเวทย์สะบัดชุดคลุมของตนเอง ก้าวมาข้างหน้าของชายหนุ่มผมทองที่ก้มหน้าลงไม่สบตาผู้ใด ผมสีทองที่แสนยาวดูนุ่มสลวย ดวงตาสีมรกตแสนงงดงามอย่างกับเป็นมรกตจริงๆ ดูไปก็เหมือนคุณชายสูงศักดิ์ที่รูปลักษณ์งดงามหาใครเปรียบได้ยาก จอมเวทย์ผู้สูงศักดิ์เอื้อมมือไปจับคางของชายหนุ่มผมทอง แต่ข้อมือของเขาก็ถูกจับอีกที

"เฮ้!!" เสียงคนร้องตะโกนออกมาเมื่อชายหนุ่มผมสีน้ำตาลจับข้อมือของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลขมวดคิ้วแน่น ดวงตาสีเขียวเหมือนใบต้นสนจับจ้องที่ข้อมือของจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ แม้เป็นการล่วงเกิน กลุ่มทหารที่ถูกเรียกว่าผู้กล้าก็ไม่ได้มีอำนาจเท่ากับจอมเวทย์ผู้นี้ แต่ว่าเขารู้สึกได้ว่าจอมเวทย์ผู้นี้กำลังจะทำอันตรายแก่สหายของเขา

จอมเวทย์เดาะลิ้นทีหนึ่ง มือของชายหนุ่มก็หลุดออกไป ตัวของชายหนุ่มกระเด็นไปเล็กน้อยเหมือนล้มลงไปเฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไร

"ดูเอาเองก้แล้วกัน เจ้าทหารผู้กล้าโง่เง่า" จอมเวทย์ทำเสียงเยาะเย้ย มือที่จับคางของชายหนุ่มผมทองตรงหน้าออกแรงกดที่ปลายคาง แล้วจับให้ก้มลงมามองที่ตาของเขา

อืม หน้าตาดูไร้เดียงสาไม่เข้ากับรูปร่างเสียจริง ไม่เข้ากับพลังจอมมารที่ได้รับมาเลยจริงๆ...

ซ้ำหน้าตายังเหมือนกับว่าจะซีดเพราะความหวาดกลัวที่ถูกเปิดเผยตัวตนอีกต่างหาก

"เล่นเป็นมนุษย์ธรรมดาสนุกพอแล้วมั้ง" จอมเวทย์เอ่ยเสียงหยันใส่ ก่อนจะท่องคาถาหนึ่งประโยคที่ไม่ยาวมาก ชายหนุ่มผมทองได้ยินก็ผลักตัวจอมเวทย์ออก ร่างกายทรุดลงไปกับพื้น ตัวคล้ายจะสั่นเทาอยู่เล็กน้อย

ไอสีดำคล้ายวิญญาณร้ายพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของชายหนุ่มผมทอง

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่เหมือนจะล้มลงไปเบาๆ แต่แท้จริงถูกตรึงให้นั่งกับพื้นโดยลุกขึ้นมาไม่ได้ มองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ไอสีดำที่เหมือนหมอกควันกำลังไหลออกมาจากร่างกายของสหายของเขา

ชายหนุ่มผมทองกัดฟัน แต่ทนไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนมากัดริมฝีปากจนเลือดสีแดงไหลซึมออกมา ก่อนจะร้องครวญครางออกมาเสียงดังหนึ่งเสียง

"บัดซบ!!" ชายหนุ่มผมทองสบถออกมาอีกหนึ่งคำ

รูปลักษณ์ของเขาที่อยู่ภายใต้หมอกควันสีดำกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารผู้กล้า และสหายของเขาที่ยังคงมองมาทางนี้ด้วยสายตาตกใจ

มันจบแล้วสินะ...

จบแล้วจริงๆ...

710 Nameless Fanboi Posted ID:YS7Ke.xuNb

>>709 เอ้ย ลืมเช็คคำ แต่ช่างมัน ก็แค่พล็อตที่วางไว้เฉยๆ เพราะนิยายเรื่องเก่ายังเขียนไม่จบ