Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 540 posts

395 Nameless Fanboi Posted ID:BsaaSC37dv

พ่อยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความงุนงงสงสัย ว่ามันเป็นเพียงความฝันที่เกิดขึ้น
หรือเป็นความจริงกันแน่?.... (โปรดใช้วิจารณาญาณในการอ่าน)....

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นคำบอกเล่าจากความฝันของ "ช่างเทคนิคแห่งแสง" (Luna) คืนนั้น
ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2012 ในราวๆ ตีสาม พ่อรู้ถึงความผิดปกติของไฟชั้นล่าง
ของบ้านที่พ่ออาศัยอยู่กับลูกๆ

จึงเดินลงไปสำรวจดูว่าทำไมถึงยังไม่ได้หลับนอน ก็เจอกับช่าง เทคนิค กำลังอยู่ในภวังค์
สมาธิ และ พ่อรออยู่พักหนึ่งเขาก็ลืมตาขึ้น พ่อก็เลยถามว่ามีอะไรหรือ? ถึงมานั่งทำสมาธิ
เสียดึกดื่น เขาก็ตอบมาว่า มีซิ? ลูกไม่อยากทำเลยแต่ทนการร้องขอไม่ไหวและมันเป็นสิ่ง
สร้างความลำบากใจให้ช่างเทคนิคมากๆ

แต่เพราะมันเป็นภาระหน้าที่ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือปฎิเสธได้ มันเป็นการสยบความอหังการ์ของชาติมหาอำนาจชาติหนึ่ง เพื่อเป็นการเตือนถึงความอ่อนด้อยทางด้านเทคโน
โลยี่ หากต้องมาต่อกรกับรูปธรรมชีวิตชั้นสูงของต่างดาว

Luna เปรียบเสมือนอยู่ในโลกสองมิติเหมือนมีชีวิตในสองรูปแบบ เมื่อเวลายามตื่นก็จะ
เหมือนกับปุถุชนทั่วๆ ไป ไม่มีความแตกต่างๆ ใดๆ ทั้งสิ้น แต่หากเมื่อถึงยามหลับแล้ว ตัว
เขาก็จะคืนสู่ร่างใหม่ในอีกมิติหนึ่งคือ เขาเป็น ผ.บ.ยาน Mothar Ship Class Maestro
ซึ่งมีขนาดพื้นที่ยาน 1,570 ตารางไมล์ และ บรรจุยานลูกได้ถึง.. 2,000 ลำ..

และ Luna มีหน้าที่สำคัญคือการปกป้องและคุ้มครองโลกไม่ให้ได้รับภยันตรายจากพิบัติ
ภัยต่างๆ ที่จะมากรํ้ากรายโลกโดยมนุษย์ไม่สามารถช่วยเหลือหรือป้องกันตัวเองได้ และ
จะถูกเรียกใช้งานเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่จะต้องตัดสินใจ

เช่นครั้งคราวนี้ โดยประมุขดาวศุกร์ร้องเรียนมายัง สมาพันธ์แกแลคติกแสงสว่างแห่ง
จักรวาล โดยในมิติที่ 5 นั้น ดาวศุกร์ไม่ได้ร้อนแรงจนสามารถละลายตะกั่วได้เหมือนใน
มิติที่ 3 หรอกนะ โดยประมุขดาวศุกร์ให้ช่วยจัดการความแค้นเคืองที่ชาติมหาอำนาจบาตร
ใหญ่กระทำต่อเจ้าหญิงแห่งดาวศุกร์ที่กำลังเดินทางมายังโลกด้วยยานบินส่วนตัวเพื่อมา
ทำภารกิจบางอย่างบนโลก

แต่เป็นเพราะเหตุว่ายานบินที่องค์หญิงโดยสารมาประสบเหตุขัดข้องในขณะนำยานเข้าสู่
แรงโน้มถ่วงโลกเร็วเกินไป ทำให้เกราะป้องกันยานชำรุดเสียหาย และ เรดาร์ชายฝั่งจับ
ภาพได้ จึงส่งเอฟ 15 F 4 ลำ ขึ้นมาขัดขวาง มีการไล่ต้อนยานบินของเจ้าหญิง และ ใช้
จรวดอากาศสู่อากาศยิงยานบินลำที่องค์หญิงเสด็จอยู่ในยานนั้น

แม้จะมียานบินคุ้มกันสองลำก็ไม่อาจรักษาชีวิตเจ้าหญิงไว้ได้ และ ยานบินของเจ้าหญิงก็
ตกสู่พื้นท้องทะเลใกล้หาดไมอามี่ ชาติมหาอำนาจได้ใช้เรือรบเข้าขัดขวางการช่วยเหลือ
ยานบินของเจ้าหญิง และ ใช้ปืนเรือระดมยิง และ ใช้ระเบิดนํ้าลึกจมยานที่มีเจ้าหญิงอยู่
ลำนั้นจนพระองค์สิ้นชีวิตอยู่ในยานในเวลาต่อมา

ฝ่ายยานบินคุ้มกันเจ้าหญิงได้พยายามช่วยเหลือองค์หญิงอย่างเต็มที่ โดยการใช้อาวุธ
พิเศษสร้างคลื่นพายุเฮอริเคน ซัดใส่กองเรือนั้น จนทำให้มีเรือของชาติมหาอำนาจจมไป
1 ลำ และ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชายฝั่งไมอามี่ อย่างหนัก และ อย่างไม่มีเค้าลางของพายุร้ายมาก่อนเลย

ประมุขดาวศุกร์ได้วิงวอนร้องขอความยุติธรรมให้แก่เจ้าหญิงซึ่งก็คือภรรยาของประมุข
ดาวศุกร์นั่นเอง ขอให้ Luna คืนความยุติธรรมให้แก่ภรรยาท่านด้วย โดยขอให้นายช่าง
เทคนิค ให้บทเรียนแก่กองเรือชาติมหาอำนาจด้วยเถิด และ จากคำวิงวอนหลายครั้งได้
มีการประชุมใหญ่ในสมาพันธ์แสงสว่างฯ ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงและต้องจำยอมปฎิบัติ
ตามคำขอนั้น

และ นี่คือปฎิบัติการเอาคืน โดยการส่งยานบินรบฝูงใหญ่นับสิบลำ โดยเล็งเป้าหมายไปที่
เรือ Stealth Destroyer เป็นเรือที่มีอานุภาพสูงสุดของกองเรือมหาอำนาจนั้น เรือชั้นนี้มี
ด้วยกัน 3 ลำ และ เป็นหนึ่งที่จะต้องกำหราบ

396 Nameless Fanboi Posted ID:wAwITZQEQW

คนในหมู่บ้านนี้กำลังกลายเป็นตุ๊กตา...

ไม่รู้ว่าเริ่มต้นจากอะไร หรือเริ่มต้นจากใคร แต่คนภายในหมู่บ้านแห่งนี้ค่อย ๆ กลายเป็นตุ๊กตาไปทีละคน ทีละคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือคนชรา ไม่ว่าใครก็กลายเป็นตุ๊กตากันได้ทั้งนั้น จนตอนนี้จำนวนตุ๊กตามนุษย์ในหมู่บ้านมากมายเต็มไปหมด

มาลีใฝ่ฝัน...ฝันว่าเธออยากเป็นตุ๊กตา

ก็ตุ๊กตานั้นทั้งแสนสวยและอ่อนหวาน เด็กหญิงจำได้ดีถึงตุ๊กตาพี่สิตางค์ สาวสวยประจำหมู่บ้าน ตุ๊กตาผิวสีขาวละเอียดดั่งกระเบื้องเคลือบที่เอนกายพิงเก้าอี้หวายบุนวมอาบแสงแดดยามเช้า ใบหน้าเล็กนั้นยังคงปรากฏความงามสมัยครั้งเธอยังเป็นมนุษย์...ไม่สิ เรียกได้ว่างดงามกว่าครั้งที่เป็นมนุษย์เสียด้วยซ้ำ ยิ่งชุดสีขาวฟูฟ่องเหมือนขนมสายไหมอันแสนบริสุทธิ์ ยิ่งทำให้ตุ๊กตาดูช่างน่าทะนุถนอมเหลือเกิน

เด็กหญิงไม่เคยมีตุ๊กตา

แม่บอกกับมาลีอยู่เสมอว่าตุ๊กตานั้นไม่จำเป็นสำหรับเธอ เพียงแค่ของเล่นเด็กที่ไม่ได้มีคุณค่าอะไรนอกจากใช้ประดับตกแต่ง แต่เด็กหญิงวัยหกปีไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมแม่ถึงไม่ให้ตุ๊กตากับเธอ ในเมื่อไม่ว่าเด็กคนไหนก็มีตุ๊กตาทั้งนั้น เด็กผู้หญิงมีตุ๊กตาหญิงสาว ตุ๊กตาหมี ตุ๊กตากระต่าย และเด็กผู้ชายมีตุ๊กตาทหาร ตุ๊กตายานรบ ขนาดสัตว์เลี้ยงของคุณป้าคนรวยที่ท้ายหมู่บ้านยังมีตุ๊กตาเป็นของตัวเองเลย

397 Nameless Fanboi Posted ID:aN.sWLgEWf

>>393 อย่างอื่นดีหมด ยกเว้นตรงเรื่องแม่ตายนี่แหละ งงๆ ถ้าไม่อ่านอธิบายก็ไม่รู้ว่าตายจากพ่อ อยากให้แต่งยาวๆ เลยแฮะ สนุกดี

398 Nameless Fanboi Posted ID:+1fs6E/1Yx

>>396 เอ๊ะ... เหมือนจะเก๊ทอะไรบางอย่างแต่ไม่เก๊ทดีกว่า

ปล.ถ้าตุ๊กตาตอนแรกไม่ได้ชื่อสิตางค์ กุอาจจะอินกับคำบรรยายของมิง
ปล.2 ใครสงสัย ให้เซิร์จ "สิตางค์ บัวทอง"

399 Nameless Fanboi Posted ID:cPj0yW/JTc

>>398 ห่า กูไม่ได้คิดเลย กูคิดแต่ว่าชื่อสิตางค์แม่งเพราะดี

400 Nameless Fanboi Posted ID:EXvRPgv/Ds

เสียงสลักประตูถูกปลดดังคลิก ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อย ๆ แง้มประตูเปิด ก่อนแทรกกายเข้าไปยังด้านใน

เสียงของพิธีกรสาวดังออกมาจากโทรทัศน์ที่กลางห้อง แต่สายตาของชายหนุ่มกลับจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังทอดกายนอนบนโซฟาหนังตัวยาวในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย แขนข้างหนึ่งป่ายลงไปจมอยู่ในชามใส่ข้าวโพดคั่วที่วางอยู่บนพื้น

ชายหนุ่มอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาค่อย ๆ ย่องเท้าตรงไปยังโซฟา ชะโงกหน้าลงไปคล้ายจะจุมพิต แต่ก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้น หญิงสาวที่เหมือนว่าจะนอนหลับไม่รู้เรื่องก็พลันลืมตาขึ้น ยกมือข้างที่จุ่มลงไปในชามข้าวโพดคั่วขึ้นปิดปากโจรขโมยจูบผู้นั้นได้ทันเวลา

ชายหนุ่มสะดุ้งถอยหลัง ในขณะที่หญิงสาวเพียงแต่เหลือกตามองค้อน พูดออกมาว่า "คิดจะเอาเปรียบกันเหรอ"

ชายหนุ่มหัวเราะ "ทำไม" เขาย้อนถามขณะที่หญิงสาวยันตัวขึ้นนั่ง "แค่จะหอมแก้มนิดหน่อยไม่ได้เหรอ"

หญิงสาวไม่สนใจคำพูดนั้น เพียงแต่ยกแขนขึ้นเหยียดตัวบิดขี้เกียจก่อนที่จะเหลือบไปมองนาฬิกา "ตีสองกว่าแล้วเหรอเนี่ย" เธออุทาน "ให้ตายสิ ยายนั่นใช้งานเธอคุ้มจริง ๆ "

ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาบ้าง "จบงานนี้ว่าจะลาพักร้อนสักครึ่งเดือน" เขาพูด ก้มตัวลงไปหยิบชามบนพื้นขึ้นมาวางไว้บนเบาะข้างตัว "ว่าแต่เธอเถอะ ไม่เห็นต้องรอกันเลย ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ไปนอนก่อน นี่อาบน้ำแปรงฟันรึยัง"

หญิงสาวเลิกคิ้ว ใช้มือดึงชุดเดรสใส่นอนสีฟ้าให้คนตรงหน้าดู "ยังไม่ได้อาบมั้ง แหม ฉันก็แค่ดูทีวีเพลิน อย่าพูดจาขี้ตู่ไปหน่อยน่า"

ชายหนุ่มหัวเราะหึ ชะโงกตัวไปจูบหน้าผากของอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง คราวนี้หญิงสาวยอมให้เอาเปรียบโดยไม่ปริปากบ่น ก่อนที่จะหล่อนจะลุกขึ้นยืนปิดปากหาว แล้วบอกว่าจะเข้านอนแล้ว

ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะทันได้กลับหลังหัน ข้อมือนวลก็ถูกอีกฝ่ายยื้อยุดเอาไว้ "เดี๋ยวๆๆๆ" ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ "กินขนมแล้วไม่แปรงฟันได้ยังไง มาแปรงฟันด้วยกันก่อน"

หญิงสาวแยกเขี้ยวโชว์ฟันขาวคล้ายจะบอกว่าไม่เห็นเป็นอย่างไร แต่นั่นก็ยังไม่เป็นที่พอใจของคนตรงหน้า ชายหนุ่มฉวยโอกาสรวบตัวเธอขึ้นอุ้มเดินตรงไปยังห้องน้ำ โดยไม่ได้สนใจเสียงประท้วงนั้นแม้แต่เพียงน้อย

แต่นั่นก็เป็นเพียงการโวยวายให้พอเป็นพิธีเท่านั้นเอง เพราะนอกจากจะพองตาขู่นิดหน่อยแล้ว หญิงสาวก็ไม่ได้แสดงอาการว่าโกรธเคืองอะไร เมื่อคนทั้งสองแปรงฟันเสร็จ เธอก็ได้ทีใช้มือหยอกตีหน้าท้องของอีกฝ่ายเป็นการเอาคืน ก่อนที่จะสะบัดเรือนผมเดินตรงไปยังห้องนอน ปล่อยให้ชายหนุ่มได้อาบน้ำชำระร่างกายหลังจากต้องทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน

เข็มนาฬิกาเกือบจะแตะเลขสามอยู่รอมร่อกว่าที่ชายหนุ่มจะอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เขาเดินฮัมเพลงตรงไปยังห้องนอน ก่อนที่จะหยุดส่งเสียงออกมากลางคันเมื่อพบว่าด้านในปิดไฟเงียบ ได้ยินเพียงแต่เสียงลมหายใจเป็นจังหวะของคนที่นอนรออยู่ก่อนแล้วเท่านั้น

เขาแทรกตัวเข้าไปในห้อง ขยับกายขึ้นนั่งบนเตียงโดยพยายามใช้เสียงให้เบาที่สุด แต่ดูเหมือนว่านั่นจะยังไม่ดีพอ ด้วยมีเสียงงัวเงียของหญิงสาวดังขึ้นแทบจะในทันทีว่า "ทำงานหนักไปแล้วนะ"

ชายหนุ่มครางอืมในลำคอเป็นเชิงรับ "เธอก็รู้ว่าเรื่องคราวนี้มันเป็นยังไง" เขาพูด "ขอโทษนะที่ช่วงนี้ไม่มีเวลาให้เลย เดี๋ยวไว้..."

หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากอีกฝ่ายก่อนที่จะทันพูดได้จบประโยค "ไม่เป็นไรค่ะ" เธอพูด "แต่... แต่เธออ้วนขึ้นนะ เมื่อกี้ฉันว่าฉันจับเจอพุงด้วยล่ะ"

ชายหนุ่มชะงักไปก่อนที่จะหลุดหัวเราะพรืดออกมา "แย่ล่ะสิ" เขาพูดกลั้วหัวเราะ "ทำงานหนักเกินไปจริง ๆ ด้วย"

หญิงสาวหัวเราะคิก ลืมตากลมกว้างขึ้นจ้องตรงไปยังเงาร่างของชายหนุ่ม "จริง ๆ ก็ไม่ได้แย่อะไร นิ่ม ๆ ดี ชอบมากกว่าตอนที่เป็นกล้ามแข็ง ๆ แบบเมื่อก่อนอีก"

ชายหนุ่มหัวเราะ ก้มหน้าลงจูบหน้าผากของอีกฝ่ายพร้อมกล่าวราตรีสวัสดิ์ หญิงสาวหัวเราะคิกอีกครั้ง เธอยกศีรษะขึ้นหอมแก้มกลับ ตอบคำว่า "ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ไอ้หมูอ้วน"

401 Nameless Fanboi Posted ID:7C9HzvM+w3

วิธีการเอาตัวรอดจากเหล่าโนวิสผู้กระหายเลือด 101

“เด็ก ๆ จ๊ะ โตไปอยากเป็นอะไรกันเอ่ย?”

ชิบหายละ เปิดมาแบบนี้แม่งต้องแน่นอนว่าผมคงไม่ได้อยู่ในโลกพนักงานบริษัททำงาน 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น แต่ทำโอทีต่อถึง 5 ทุ่มแน่ ๆ ตะกี้ก็ไม่ได้ถูกทรัคซังส่งมาต่างโลก ยังมั่นใจว่ากำลังแก้ไฟนอลสุดท้ายของลูกค้าที่จะเอาภายในพรุ่งนี้เช้าอยู่เลย ถึงกรุงโรมจะไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ถ้าบัดเจ็ทถึง จะเอาเวนิชกับปรารีสด้วยก็ได้

สงสัยกระทิงแดงผสมเอ็มร้อยและเอสเพรสโซ่สองเป๊กคงทำพิษกัน ผมคงตายห่าคาคอมพิวเตอร์และเมาส์ปากกาของบริษัทไปแล้วมั้ง ที่สำคัญกว่าคือตอนนี้ต้องมาอยู่ในสถานการณ์อะไรวะเนี่ย

“พุดิดินอยากเป็นคุณครูค่าา” ยัยเด็กน้อยตาแป๋วกระโดดจนเนื้อตัวสีชมพูใสเด้งดึ๋ง ๆ ด้วยความร่าเริงเบอร์สิบ ถึงเพื่อนจะบ่นว่าเชยแต่อย่างน้อยก็ยังได้รับคำชมจากคุณครูตัวสีม่วงพาสเทล

“ปิ๊วปิ๊วอยากสไลม์นักบวชสาวฮะครู” ไอ้เด็กตัวสีแดงกลมโตเกินไซส์เพื่อนหน้าตาหาเรื่องหาราวตอบแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก สไลม์นี่มันคือ verb ประเภทไหนวะ ขอคำขยายความด้วยไอ้หนู

“อู้หูววว เท่จังเลย ปิ๊วปิ๊วอยากจะสไลม์นักบวชสาว! นี่ต้องเป็นตำนานแน่ ๆ ยังไม่เคยมีบรรพบุรุษคนไหนเคยสไลม์นักบวชสาวเลยนะ! มีแต่เคยสไลม์นักเวทย์หนุ่ม”

เดี๋ยว ๆ ไอ้สไลม์นี่คือหมายถึงทำเรื่องลามกติดเซ็นเซอร์ใช่ไหม! เอ็งมันสายบาปหรือยังไงถึงอยากไปปู้ยี่ปู้ยำนักบวชสาวน่ะ แล้วไอ้โคตรพ่อโคตรแม่ที่เคยไปปล้ำนักเวทย์ชายนี่มันยังไง? ยัยครูก็ห้ามหน่อยสิโว้ย ลูกเด็กเล็กแดงคิดเรื่องลามกจกเปรตพรรค์นี้ หล่อนจะปล่อยมันไปเฉย ๆ เรอะ

“ปาปาอยากเป็นเจลลี่รสมินต์ที่เสิร์ฟในหน้าร้อน~” สไลม์ตัวน้อยสีฟ้าน้ำทะเลพูดด้วยท่าทางเขินอาย ส่วนที่น่าจะเป็นแก้มแดงระเรื่อ

“ว้าวว ปาปาต้องอร่อยแน่ ๆ เลย”

หล่อนแม่งไร้อนาคตสุดแล้วปาปา แม่งอยากโตไปเป็นของกิน! แล้วไอ้การสนับสนุนของเพื่อนนั่นคือแม่งอะไร เอ็งเป็นฮันนิบาลลิซึ่มอยากรับประแดกเพื่อนในหน้าร้อนเหรอ?”

“ความฝันแต่ละคนน่ารักมากเลยจ๊ะ” น่าฮักกะผีอีป้ออีแม่คิงก๊า แต่ละตัวฝันห่าเหวอะไรบัดซบขนาดนั้นวะ ยัยครูเห็นผมเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้ตอบเลยมองลอดแว่นตาที่ไม่รู้ว่าแปะอยู่บนก้อนใส ๆ ได้ยังไง “ปุรินรินล่ะจ๊ะ อยากโตไปเป็นอะไร”

“เทพอย่างปุรินรินต้องอยากเป็นราชันสไลม์แน่เลย~” ยัยปาปาที่ฝันอยากเป็นขนมชิงตอบก่อนที่ผมจะคิดคำตอบออก

ราชันสไลม์บ้าบออะไร ตรูไม่เป็นด้วยหรอกเฟ้ย ฟังดูก็รู้ว่าเป็นแค่บอสกาก ๆ โนวิสเลเวลแปดยังไม่ทันได้เลือกอาชีพก็ตบตายในไม่กี่ทีแล้วมั้ง เกิดใหม่ทั้งทีเป็นอะไรเสือกไม่เป็น ดันเป็นสไลม์สีโง่ ๆ โคตรปัญญาอ่อน

“ครูฮะ!” ลูกคู่ของปิ๊วปิ๊วที่คอยช่วยชงตะโกนแทรกขึ้นมา ครูสาวสไลม์สีม่วงจุปากเบา ๆ ให้เขาเงียบปล่อยให้ผมได้พูดก่อน แต่เขาก็ยังไม่หยุด “ครูฮะ! ผู้กล้าฮะ~”

“อ๋อ ปุรินรินอยากเป็นผู้กล้าเหรอจ๊ะ เป็นความฝันที่—-โผล๊ะ!”

ครูพูดยังไม่ทันจบก็ถูกมีดสั้นจากด้านหลังปักเข้ากลางหัวจนแตกดังโผล๊ะกลายเป็นน้ำเหนียวสีม่วงที่สาดใส่เต็มหน้าเหล่าสไลม์อนุบาลที่ล้อมวงกันอยู่ ส่วนแว่นตาที่เคยอยู่บนหน้าก็ร่วงแกร๊งลงกับพื้น ระหว่างที่เด็ก ๆ มองหน้ากันแบบไม่รู้จะทำยังไงดี ก็มีเสียงประกาศขึ้นเสียก่อน

“ผู้เล่น วันนี้พี่มาคนเดียว กำจัดครูสาวสไลม์ม่วงเลเวล 4 ได้รับ 35 exp. และดรอปไอเทมเควสแว่นตาสไลม์”

ผมกระโดดขึ้นแล้วหันตัวไปมองด้านหลัง ทุ่งสไลม์ที่แสนสงบสุขเริ่มมีเหล่าชายหญิงในชุดผ้าฝ้ายโทรม ๆ ยังไม่ได้เลือกอาชีพเกาะกลุ่มฟาดฟันก้อนสไลม์หลายสีกันอยู่

“หนีสิเว้ย รอพ่อเอ็งมาตัดริบบิ้นเรอะ” พอผมพูดจบเหล่าสไลม์เด็กก็แยกย้ายหนีไปคนละทางทั้งที่ยังร้องไห้กันจ้าละหวั่น ส่วนผมกระโดดดึ๋ง ๆ เผ่นหนีไปทางที่คิดว่าจะมีผู้กล้าน้อยที่สุด

ส่วนคำตอบที่ว่าเกิดใหม่มาอยากเป็นอะไร ก็มีคำตอบเอาไว้ในใจแล้ว

ตูไม่อยากเป็นอะไรทั้งนั้น ตูขอแค่มีชีวิตอยู่รอดไม่โดนโนวิสตบตายก็พอ!

402 Nameless Fanboi Posted ID:rbxS2S1UGP

>>401 การเขียนแนวนี้น่าสนใจนะ แต่ก็คิดว่าจะทำยังไงให้คนอ่านอยากติดตาม เพราะปกติคนอ่านมักจะชอบ self inserted ตัวเองไปเป็นตัวเอก พอตัวเอกไม่ใช่มนุษย์​ มันก็จะแปลกๆ หน่อย

คือถ้าไม่ใช่มนุษย์​ก็ต้องมีรูปร่างหน้าตา​คล้ายมนุษย์​อะ ไม่งั้นไม่ไหว

403 Nameless Fanboi Posted ID:xBTNCSzPd+

>>402 มันยังเป็นสไลม์เด็กอยู่เลย ถ้าจะเขียนคงต้องให้เก็บเวลจนได้ร่างคนมาแหละมั้ง กูแค่คิดพล็อตได้ระหว่างที่กำลังด่านิยายชาวบ้าน เลยพิมพ์ในมือถือดู ปรกติไม่เคยเขียนแนวนี้ภาษานี้เลยว่ะ 55555555

404 Nameless Fanboi Posted ID:xBTNCSzPd+

จริง ๆ น่าทำ experiment นะ เขียนด้วยภาษาแบบนี้ เนื้อเรื่องลามกหน่อยนิด ๆ ฮาเร็มหน่อย ๆ เพิ่มจิ้นวายอีกนิด ความยาวสัก 2-3 หน้าก็พอ เขียนล่วงหน้าไว้สัก 20 ตอน แล้วอัพทุกวัน อยากรู้ว่ามันจะไปได้แค่ไหน แต่คงใช้ id ใหม่ว่ะ นี่แม่งคนละแนวกับที่กูเขียนโดยสิ้นเชิงเลย 5555

405 Nameless Fanboi Posted ID:evRU3.x+fM

>>404 ฟังดูน่าสนใจ น่าทำการทดลอง อาจได้ผลลัพท์เจ๋งๆ ก็ได้ พอมีบทสรุปออกมา ถ้าเอาไปติดเหรียญขายได้ก็โอเคเลย (ทุนนิยมนี่มันเหี้ยจริงๆ)

406 Nameless Fanboi Posted ID:ZvtMyTHzlR

“ไลท์เทนนิ่งซื้อรถใหม่ว่ะ Pagani Zonda รุ่น HP Barchetta สีดำ หมดไปสิบแปดล้านเหรียญเลยนะเว้ย” เสียงกลั้วหัวเราะดังขึ้นมาจากหูฟังทรูไวร์เลสที่เขาสวมเอาไว้ทางด้านซ้าย หลังจบประโยคนั้นก็มีเสียงสวนขึ้นมาทันที

“ปัญญาอ่อน แม่งยังไม่เลิกโรคเด็กม.สองอีกเรอะ รถเด่นขนาดนั้น คงได้โดนคนมุงก่อนได้ขับหนีอีกมั้ง ไอ้เวรนี่แม่งโคตรไม่มืออาชีพ เดี๋ยวก็ได้ชิบหายกันทั้งวงการ”

“ใจเย็นน่าแอล” เขาหัวเราะเบาแล้วกระซิบกลับแผ่วเบา ดวงตาข้างขวายังคงจ้องกล้องซูมคุณภาพสูงที่ส่องไปยังอาคารฝั่งตรงข้าม “ยังไงคนชิบหายก็ไม่ใช่พวกนายหน้าแบบนาย จะไปเดือดร้อนแทนมันทำไม”

“แม่งปัญญาอ่อนกันทั้งผัวทั้งเมีย” คนเปิดเรื่องประเด็นยังคงลากเข้าเรื่องเดิมด้วยความขำขัน “เดือนก่อนยัยบลัดวูล์ฟเมียมันก็เพิ่งถอยแลมโบกินี่ สรุปจอดไม่ต้องแจว วีคก่อนเจอรถติดอยู่สุรศักดิ์เข้าไปจบงานไม่ทัน เห็นว่าโดนกระทืบจนม้ามแตกตอนนี้ยังออกจากโรงบาลไม่ได้เลยมั้ง”

“หมายถึงงานอุ้มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองสินะ” แอลหัวเราะลั่น “กรุงเทพแม่งเมืองหลวงแห่งรถติดนะเว้ย คิดบ้าอะไรซื้อแลมโบมาขับวะ ผัวเมียคู่นี้เหมาะสมกันดีแล้ว”

“คู่นี้มันเพี้ยนตั้งแต่ตั้งชื่อแล้ว ตอนเด็กๆ อ่านการ์ตูนกันมากเกินมั้ง” ชายคนต้นเรื่องพิมพ์อะไรสักอย่างดังก๊อกแก๊ก ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า “นายล่ะแมตต์ เห็นงานก่อนได้มาหลายล้าน ไม่สนใจถอยซูเปอร์คาร์กับเขาสักคันเหรอ นายแม่งความหวังของตี้ ‘ฟอร์ตไนท์จะเล่นตอนไหนก็ได้โตแล้ว‘ ของพวกเรานะเว้ย”

“ไม่ล่ะ ฉันไม่ชอบเป็นจุดเด่นขนาดนั้น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเฉยชาเหมือนตาแก่ไม่เหมาะกับหน้าตาที่ดูยังไงก็วัยรุ่นเอเชียอายุไม่น่าเกินยี่สิบ “ขอแค่รองเท้าดีๆ สักคู่ก็พอแล้ว”

“หรือไม่ก็สเก็ตบอร์ดดีๆ สักอัน” แอลหยอกอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังนัก แต่ประโยคต่อมาเรียกว่าชมจากใจจริง “ทำไมไอ้โง่พวกนั้นมันไม่รู้จักทำตัวให้เนียนๆ อย่างนายวะ ฉันยังประทับใจงานที่มาเรียสแควร์ หลังจบงานนายแม่งไถสเก็ตบอร์ดออกไป ตำรวจเจอนายยังไม่สงสัยเลย”

แน่ล่ะ ตำรวจจะไปสนใจอะไรเด็กเอเชียวัยรุ่นทำผมสีทองคล้องเฮดโฟนและไถสเก็ตบอร์ดผ่านไปกัน มองยังไงก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเมื่อกี้เขาเพิ่งเอาลูกกระสุนกรอกปากนักธุรกิจใหญ่มา

“พอๆ นางแอ่นใกล้ถึงแล้ว รอติดไฟแดงอยู่แยกหน้า” ผู้ให้ข้อมูลกล่าวตัดจบแล้วปล่อยให้คอลกลุ่มเหลือแต่ความเงียบงันให้แมตต์ได้มีสมาธิทำงานเต็มที่ เขาสอดนิ้วเข้าไปในโกร่งปืนรอจนรถเก๋งสีดำจอดเทียบประตู ชายวัยกลางคนในชุดสูทค่อยๆ เดินออกมาทักทายกับคนรอบข้าง จากนั้นก็เหนี่ยวไกใส่เลขาของเขา

กระสุนหนึ่งนัดทะลุเข้ากะโหลกศีรษะจบชีวิตนกนางแอ่นผู้เป็นเป้าหมายเรียบร้อย เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงมีคนคิดเก็บเลขาของผู้นำประเทศ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้องรู้ เขาเป็นนักฆ่า รู้แค่ว่าเป้าหมายคือใครก็พอ

“เอ้า จบงาน เก็บของกลับได้” ผู้ให้ข้อมูลกล่าวสั้นๆ แล้วตัดสายคอลกลุ่มไป แมตต์รีบถอดปืนสไนเปอร์เก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าด้วยความรวดเร็ว จากนั้นค่อยหยิบหมวกและแจ็กเก็ตสีเขียวสดมาใส่ตามด้วยสะพายกล่องใส่อุปกรณ์บนหลัง

“เสร็จแล้วหรือไอ้หนุ่ม” ยามร่างกายสูงใหญ่วัยไม่เกินห้าสิบดักเขาไว้ก่อนที่แมตต์จะเดินออกจากตึก เขาหันไปพยักหน้าและยิ้มแย้มด้วยความเป็นมิตร “มาส่งอะไรล่ะ?”

“ส่งปูดองน้ำปลาให้ชั้นสิบหกครับ เดี๋ยวมีงานต่อต้องไปซื้อเกาลัดที่เยาวราช”

ยามคนนั้นมองด้วยสายตาเห็นใจ มือตบลงบนไหล่ของเขาเบาๆ ไม่ได้คิดเลยสักนิดว่ากล่องที่สะพายบนหลังคือกล่องอุปกรณ์ปืนไม่ใช่กล่องใส่อาหาร “ยังหนุ่มยังแน่นก็ขยันทำมาหากินแล้ว ลุงไม่กวนเอ็งล่ะ ไปส่งของต่อเถอะ”

แมตต์ยกมือไหว้แล้วเดินตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้หน้าอาคาร เขาคาดกล่องอุปกรณ์ไว้ท้ายรถกระชับแจ็กเกตเข้าหากันเล็กน้อย สายตาไม่แม้แต่จะเหลือบมองความวุ่นวายทางฝั่งตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ

งานเรียบร้อย คนไม่น่ารอด อีกไม่กี่วันเงินค่าจ้างคงจะถึงมือ ตอนนั้นเขาคงซื้อรองเท้ากีฬาคู่ใหม่ที่เหมาะกับการวิ่งปีนป่ายเอาไว้คุยอวดเพื่อนร่วมอาชีพในคอลเกมสักที

แมตต์สวมหมวกกันน็อคสีเขียวสะท้อนแสงที่เขียนว่า GrabFood จากนั้นก็ขับมอเตอร์ไซค์คันโทรมออกไปตามถนนพระรามเก้าที่เริ่มรถติดขนัด ไม่มีใครสนใจพนักงานส่งอาหารคนนั้นเลยสักคน

407 Nameless Fanboi Posted ID:6XPWjN/8RH

>>406 ทำดีว่ะเพื่อนโม่ง ไอเดียเอาเรื่องบ้าๆ ที่คุยกันในกระทู้สับเด็กดวกมาแต่งนิยายสั้นเสียดสีแบบนี้ กูซื้อ

ถ้าไอ้เล่าโปกมาอ่านคงเจ็บใจพิลึก

408 Nameless Fanboi Posted ID:fW6uPYPa0j

>>407 มึงยุนะ กุเอาไปหยอดไว้ละ

409 Nameless Fanboi Posted ID:L04L+tsXSq

ท่ามกลางสวนลุมพินีเวลาห้าโมงเย็นที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินและใกล้ได้เวลาเคารพธงชาติ ชายวัยห้าสิบกว่าทรุดนั่งบนม้านั่งที่มีกระเป๋าหลายใบวางกองกันอยู่ เขาเอื้อมไปหยิบขวดน้ำจากกระเป๋ายี่ห้อดัง ก่อนจะหยิบแคปซูลละลายน้ำได้จากกล่องโลหะแล้วหย่อนเม็ดยาลงไปเมื่อมั่นใจได้ว่าไม่มีใครสังเกตเห็น เพียงแค่ไม่ถึงสิบนาทีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินก็ปลีกออกมาจากกลุ่มเพื่อนที่เล่นตะกร้อกันอยู่ไกล ๆ และเดินตรงเข้ามา คงเป็นเจ้าของกระเป๋าใบที่ว่า

"น้องเป็นเจ้าของกระเป๋าใบนี้หรือเปล่า" เขาชี้กระเป๋าพร้อมเอ่ยถาม น้ำเสียงของชายวัยกลางคนแข็งกระด้างยิ่งกว่าหินแกรไฟต์ หน้าตาถมึงทึงบ่งบอกถึงความไม่เป็นมิตร

"ใช่ กระเป๋าผมเอง" เด็กหนุ่มเลิกคิ้วมองขึ้นด้วยท่าทางไม่เป็นมิตรไม่ต่างกัน อย่าคิดว่าอายุเยอะแล้วจะมาทำข่มกันได้ อายุไม่เกี่ยวใส่เดี่ยวได้หมด จะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่เจอตีนเข้าไปก็ลงไปนอนวัดพื้นได้เหมือนกัน แล้วตีนเขาก็เบอร์สี่สิบห้าเหมาะจะทาบหน้าคนได้พอดี "ลุงจะซื้อเหรอ ผมไม่ขาย มีไรป่าว"

"ไม่ได้จะซื้อ" คิ้วของชายวัยเกือบห้าสิบกระตุกเข้าหากัน เริ่มปวดประสาทที่ไอ้เด็กนี่ชักจะเริ่มกวนส้นเท้า "น้องรู้ไหมกระเป๋าใบนี้มันละเมิดลิขสิทธิ์"

"อ้าว งั้นเหรอ มีคนให้ผมมาอ่ะ ผมจะไปตรัสรู้ได้ยังไง" เด็กหนุ่มยักไหล่แล้วมองกระเป๋าอย่างไม่ยี่หระ แค่กระเป๋าใบหนึ่งยังต้องมาตรวจสอบกันแบบนี้ ตำรวจบนโลกนี้คงว่างงานกันเกินไปแล้วม้าง

"พี่เป็นตำรวจนะน้อง" ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่สนใจหน้าที่ที่บ่งบอกว่า ‘โอ้โห แก่จนหนวดขาวยังจะมีหน้าเรียกตัวเองว่าพี่อีก’ ของอีกฝ่าย "ขอดูบัตรประชาชนหน่อยได้ไหม"

"เอาไปทำไม ลุุงจะจับผมเหรอ?" เด็กหนุ่มหรี่ตาลงมอง “อยู่ดี ๆ มาบอกว่าเป็นตำรวจแล้วมาขอบัตรประชาชนนี่นะ เป็นมิจฉาชีพเปล่าลุง? มีใบไหม? ถ้าไม่มีผมจะแจ้ง"

"แค่อยากดูบัตรเฉย ๆ " คนที่บอกว่าตำเองเป็นตำรวจยังคงไม่ยอมแพ้ จากท่าทางดุดันกลายเป็นอ่อนโยนขึ้นแทน เขาส่งขวดน้ำที่ใส่แคปซูลยาลงไปให้เด็กหนุ่มคนนั้น “บ้านเราอยู่แถวนี้เหรอ เล่นตะกร้อเหนื่อย ๆ กินน้ำหน่อยไป”

“ผมไม่กินเว้ย ลุงใส่ไรลงไปในน้ำเปล่าวะ”

“ไม่ใช่น่า กินหน่อยเถอะ เดี๋ยวพี่ให้ตังค์กินหนมก็ได้” ชายวัยกลางคนทำท่าจะควักกระเป๋าเงินออกมา

“ลุงห่านี่แม่งเป็นไรของมันวะ” เขาขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วตะโกนไปหาเพื่อนที่เตะตะกร้อกันอยู่ข้างหลัง “ไอ้ชาติ ไอ้เปิ้ล มานี่หน่อยดิ๊ ไอ้ลุงนี่มันมีพิรุธว่ะ สงสัยอยากโดนยำตีน”

ค่ำวันนั้นดอกเตอร์ก็กลับไปด้วยท่าทางหมดสภาพตาแตกหมอไม่รับเย็บ ส่วนขวดน้ำเวรนั่นโดนโยนทิ้งถังขยะไปแล้ว

410 Nameless Fanboi Posted ID:3inQZ93oIl

>>409 แรกๆ สังเกตเห็นความพยายามจะฟองเบียร์ แต่พอถึงครึ่งหลังสำนวนมิงกลับมาเป็นของตัวเอง การเล่าเลยกระชับขึ้นเอาดื้อๆ แต่ก็ขอบใจมาก

ลึกๆ แล้วมิงทำให้กุนึกถึงโม่งที่แต่งนิยายว่าตัวเองแต่งนิยายแนวกระแสในเด็กดวก แล้วมียอดวิวถล่มทลาย มีอยู่ตอนนึงมันจงใจเขียนผิดหลายคำ ใช้คะ/ค่ะ ผิดรัวๆ จนกุยอมรับในความพยายามของแม่งเลย

411 Nameless Fanboi Posted ID:FilmbtakeF

>>410 กุล้อนิยายพังพาบน่ะ

412 Nameless Fanboi Posted ID:3inQZ93oIl

>>411 ของจริงมันเวิ่นเว้อแบบนี้เลยมั้ย ถ้าใช่กุไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมร้าง

413 Nameless Fanboi Posted ID:jEUSZPea91

>>412 เวิ่นกว่านี้ กุตัดกระชับแล้ว ที่มึงบอกฟองเบียร์ต้นๆ มันเขียน 3-4 ย่อหน้า กุเขียนย่อหน้าเดียว

414 Nameless Fanboi Posted ID:t4ukefvsmk

>>412 กากกว่าเล่าปี่อีก

415 Nameless Fanboi Posted ID:Xn+S8LKup4

>>411 มึงล้อจากเรื่องไหนบทที่เท่าไหร่วะกูอยากตามไปดู

416 Nameless Fanboi Posted ID:s.8S31qi6D

>>415 บอย บทแรกเลย

417 Nameless Fanboi Posted ID:muid.mf5mT

1
ผมดูรูปDLCแล้วชักว่าวครั้งแรกตอนอายุ 25 เพราะผู้หญิงคนหนึ่งบอกผมว่า
“อย่าพูดว่าตัวเองบ้าหีเลย ถ้าดูรูปวงไอดอลแค่สองวงต่อเดือน และไปงานจับมือเพื่อกลับบ้านมาชักว่าวแบบไม่ล้างมือ”
หยิ่งผยอง ผมเสียหน้า
ผมคุยกับเธออีกสองสามประโยคก็พบว่าเธอชอบหนังนอกกระแส เธอชอบ เลว2018 กับ ขรัวโต อมตะเถระ พร้อมเล่าเรื่องย่อให้ผมฟัง ผมคุ้นๆ และผมก็นึกขึ้นได้ว่าผมเคยดูนานแล้ว นั่นมันเรื่อง “ไอ้หนุ่มขาลาย ฟัดหัวใจให้โลกตะลึง” กับ “นักบวชตาชั้นเดียว” นี่หว่า เห็นชื่อหนังกูก็นึกว่าหนังตลาดๆทั่วๆไปที่ไหนได้แม่งหนังอะไรก็ไม่รู้ ผมทนเธอไม่ไหวเลยรีบปลีกตัวออกมา เดินกลับไปหาเพื่อน กระซิบบอกมัน ดนตรีการาจร็อคดังกระหึ่มเป็นฉากหลัง...อีห่าโลกมันไปถึงไหนมึงยังเปิด "มหาลัยวัวชน" อีกเหรอ
“ผู้หญิง คื อ ลื อ คนนั้นใครวะ นมหยั่ยชิบหาย”
เพื่อนบอกไม่รู้เหมือนกัน (อ้าวแล้วเนียนมาหลอกด่ากู ?) ดูเหมือนเธอมาคอยผัว เธอยืนผงกตามจังหวะดนตรี เธอใส่เสื้อ อะไรสักอย่างคล้ายเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เสี้ยววินาทีที่ผมจ้องเสื้อของเธอ เธอรู้ว่าถูกมอง เธอมองตรงมาหาผม เธอมองเพื่อถามว่า “มึงจ้องนมกูอยู่ใช่มั๊ย ?”

2
คืนต่อมา มีคนถ่ายรูปเธอลงในเพจ “คุ ณ ภ าพ” แต่ไม่มีใครแทคเธอ
มีแต่คนคอมเม้นว่า ห อ ม ไม่ก็ คื อ ลือ ผมไม่เข้าใจมาจากจังหวัดไหนกันเนี่ยพวกท่าน

3
สองสัปดาห์ต่อมา ผมไปงานเปิดนิทรรศการของแกลลอรี่หนึ่ง ทั้งที่ไม่รู้ว่าไปทำไม แต่น่าจะมีของฟรี ช่วงนั้นเงินเดือนใกล้หมด อะไรประหยัดได้ผมก็ไป บางครั้งผมไม่รู้ว่าออกจากห้องไปทำไม เสียทั้งค่ารถ รวมๆกันก็เท่ากับแดกลาบข้างทางอิ่มๆสักมื้ออยู่ดี
ผมยอมรับว่าผมลืมไปแล้ว เพราะสาวๆในเพจ คุ ณ ภ า พ แม่งน่าจดจำมากกว่า น้อง คื อ ลื คนนั้น แต่เธอดันอยู่ที่นั่น อกหนาๆ เสื้อเหี้ยอะไรสักอย่างกึ่งๆคอสเพลย์ ผมว่าเธอไม่รู้ว่าเธอมีความพยายามเห็นเด่นชัดแน่ๆ ผมเริ่มประโยคแรก “ผมดูหนังเลว2018 แล้วนะ สนุกดี”
เธอบอก “ดูเพราะมันเป็นหนังแอ๊คชั่นน่ะสิ”

เธออัปเปอร์คัตขวา ผมหลบไม่ทัน อะไรวะ ผู้หญิงคนนี้
“คุณเป็นคนที่ไหนคนจังหวัดอะไร” ผมอยากรู้จริงๆ “เป็นไอดอล นักร้อง หรือ หางเครื่องเต้นประกอบแบคกิ้งแทรค หรือ ขายแฟนเซอร์วิสให้โอตะ”
เธอตอบ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง”
“แต่เป็นกระหรี่ใช่มั๊ย?” ผมถามโพล่งไปอย่างไม่รู้ตัว สายตาจับอยู่ที่หน้าอกของเธอ เธอตอบคำถามผมด้วยการตบฉาดเข้าที่ใบหน้า ในขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากขอโทษ เธอก็พูดยิ้มๆ
“คุณชัดเจนดี ฉันจะเย็ดกับคุณ”

4. ไม่น่าเชื่อ ผมมาโรงแรมม่านรูดครั้งแรก กับผู้หญิงแปลกหน้า (เอาจริงๆผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นผู้หญิงหรือเปล่า) เรามาโรงแรมตอนเย็นๆ เธอบอกว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย เธอเดินตามผมต้อยๆ ดูสงบและผยองน้อยลงกว่าที่เคยเป็น ผมพาเธอไปเดินซื้อของ7/11 แวะ ซื้อถุงยางด้วย อากาศที่อบอ้าวทำให้ผมและเธอเหงื่อแตกพลั่ก เสื้อบางๆของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ มองเห็นสายยกทรงสีดำและเนินอกใหญ่ตระหง่าน “ร้อนจังเลย” เธอบ่น “คนจะเย็ดกันเค้ามีอารมณ์เอากันได้ยังไงนะ อากาศแบบนี้” ผมสะดุ้งกับคำถามลอยๆของเธอ นึกในใจว่า “แต่กูไม่เคยเย็ดใครเลยนี่หว่า...”

5. เรากลับเข้าห้อง หลังจากที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ เธอก็พุ่งตัวเข้าห้องน้ำ ไม่มีท่าทีเขินอายใดๆกับสายตาของผมที่จ้องมอง ห้องน้ำโรงแรมเป็นกระจกใส แต่เธอทำทุกอย่างราวกับผมไม่ได้มีตัวตนอยู่ที่นั่น เธอเปลื้องผ้า ขับถ่าย แปรงฟัน อาบน้ำราวกับจะใช้น้ำทั้งโรงแรมไปกับการอาบครั้งนี้ ก่อนจะออกมาจากห้องน้ำพร้อมผ้าขนหนูพันตัวหลวมๆ และล้มตัวนอนทันที ผมสำรวจ สำรวจเธอ แล้วก็ได้รู้ว่านมเธอใหญ่จริงๆ มือก็ใหญ่ เท้าก็ใหญ่ ไม่ใช่สเปคผมหรอกที่จริง ผมชอบผู้หญิงที่มือเท้าเล็กๆ ที่แน่ๆ ระหว่างรอเทออาบน้ำผมก็ชักว่าวกับDLC จนหมดแรงแล้ว

แถวๆนี้มีอะไรดีบ้างผมไม่รู้แล้ว เพราะหลังจากวันนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่ได้ออกจากห้องกันอีกเลย...

6. กลับจากโรงแรมวันนั้น ผมก็หายไปจากชีวิตเธออย่างถาวร มีเพียงสายสัมพันธ์ทางโซเชียลที่ไม่ได้ตัดขาด

7. กลางดึกคืนหนึ่ง เธอโทรมา หนึ่งปีได้มั้ง หลังจากคืนนั้น
เธอถามว่า “ถุงยางกล่องที่เธอลืมไว้ตรงหัวเตียงวันนั้น ยังไม่ได้แกะออก เราขอเอาไปใช้กับลูกค้าใหม่นะ”
ผมตัดสายทิ้งทันที

8. ผมไม่กล้าบอกเธอ ว่าตอนนี้ผมชักว่าวกับรูปผู้หญิงอีกคนหนึ่ง คนที่ด่าว่าผมเป็นพวกขี้โม่ยเพราะผมไม่เคยอ่านหนังสือโฟโต้บุคของสนพ ปลาสด ก่อนหน้านั้นผมก็เจอผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หาว่าผมเป็นพวก ประชาธิปไตย จอมปลอมเพราะไม่เคยกระทืบเมียเพราะหาเมียไม่ได้ หรือก่อนหน้านั้นอีก กับผู้หญิงที่ดูถูกผมว่าถ้าทนฟังไม่ได้ก็เอามืออุดหูไป ผมเจอผู้หญิงแบบนี้เยอะแยะมากมาย ทุกคนล้วนไม่ใช่สเป็ค แต่ก็ทำได้แค่ เซฟเธอ แล้วชักว่าวๆ

9. คิดดูแล้ว นักบินอวกาศก็คงเป็นแบบนี้ใช่ไหม ที่วันๆเอาแต่นั่งขัดจรวดอะครับ น้องๆครับ...

418 Nameless Fanboi Posted ID:41ZkTxfYdO

>>417 อ่านแล้วเหมือนกำลังดูหนังสั้นคัลท์ๆ ซักเรื่อง สนุกดี ฮาแบบเสื่อมๆ มีงงบ้างบางครั้ง ถ้าไม่รบกวนมากเกินไป กูขอที่มาที่ไปกับ ref. ต่างๆ หน่อย จะได้กลับมาอ่านซ้ำให้ขำกว่าเดิม

419 Nameless Fanboi Posted ID:pYgxLVRy+s

>>418 กูก๊อบเขามา

420 Nameless Fanboi Posted ID:LYoE3g8nBU

>>419 แม่ง ปรับอารมณ์ไม่ทัน

421 Nameless Fanboi Posted ID:G6SpErUBqK

โรงเรียนวิปโยค ไทรโศกเจ้าเอ๋ย ยามนี้กิ่งใบร่วงโรย ไร้แรงจะสั่นไหว....

"เฮ้ย เทอมนี้โรงเรียนเรามีเด็กทุนด้วยว่ะ"

เสียงพูดคุยซุบซิบที่แพร่หลายไปทั่วกลุ่มนักเรียนคงไม่พ้นประเด็นร้อนที่สุดของการเปิดเทอมใหม่วันนี้ เมื่อผู้อำนวยการคนปัจจุบันรับนักเรียนทุนที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์รอบยี่สิบปีเป็นกรณีพิเศษ

โรงเรียนเอกชนชายล้วนแห่งนี้ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาเรียนกันง่าย ๆ นอกจากเป็นลูกหลานของศิษย์เก่าหรือมีเส้นสายแนะนำเข้ามา ยังต้องบริจาคเจ็ดหลักขึ้นไปถึงจะสามารถมีสิทธิ์ในการสอบเข้าได้ นักเรียนใหม่คนนี้ไม่มีทั้งเส้นสาย ไม่มีทั้งเงินทอง แต่เข้ามาด้วยผลการเรียนและการสอบเข้าล้วน ๆ เรียกว่าไม่ยุติธรรมสำหรับสถานที่ที่ใช้เงินตราแทนอำนาจอย่างที่นี่แล้ว

"ไอ้แว่นนั่นเปล่าวะ? มาถึงก็ได้อยู่ห้องคิงเลยนะมึง"

สายตานับสิบพุ่งไปยังเด็กหนุ่มตัวผอมกะหร่องสวมแว่นตาหนาเตอะ ผมสั้นเกรียนแบบเด็กโรงเรียนรัฐบาบ ข้างหลังสะพายกระเป๋าเป้โทรม ๆ ใบโต ชุดนักเรียนแม้เป็นของใหม่แต่ก็ไม่ใช่ของสั่งตัด ท่าทางขัดสนต่างจากนักเรียนคนอื่นที่เนี้ยบหรูตั้งแต่หัวจรดเท้า ความแปลกแยกจากภายนอกของเขาทำให้เด็กที่เติบโตมาจากสังคมเงินต่อเงินส่วนหนึ่งย่นคิ้วมองด้วยสายตากึ่งดูแคลนกึ่งเวทนา ขณะที่อีกส่วนมองด้วยสายตารังเกียจอย่างชัดเจน

ขี้เกียจแต่งแล้วอ่ะ เทละกัน

422 Nameless Fanboi Posted ID:zgig/z2TfD

>>421 แหม่ เสียดาย อุตส่าห์รออ่านนิยายพาโรดี้ท่อนเอ็น

423 Nameless Fanboi Posted ID:xa7EG2dju4

>> 417 9.นี่ซิกเนเจอร์พรี่โจวเลยอ่ะครับ

424 Nameless Fanboi Posted ID:xa7EG2dju4

>>418 กูช่วย
มึงเข้าเพจ illuminati confirmed Thailand ก่อน
ห อ ม = หีอูมมาก
คื อ ลื อ = นมใหญ่

เข้าไปสักพักเดี๋ยวก็ปรับตัวได้

คือลูกเพจแม่งเงี่ยน แต่ไม่โม่ย กูก็เช่นกัน

425 Nameless Fanboi Posted ID:Fotvejdyy6

>>423 เหมือนรักษาความบริสุทธิ์ไว้จนถึงวันแต่งงานของพี่น้อยใช่มะ

426 Nameless Fanboi Posted ID:G0.Udm97W8

>>424 เขาติดตามเพจนี้เพื่อรับข่าวสาร ผู้หญิงในเพจก็น่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนพี่สาวน้องสาว ใครดูรูปแล้วเงี่ยนก็บ้าแล้วอะครับ

427 Nameless Fanboi Posted ID:olyuYNG26b

>>426 ขากกกก ถุ้ย

428 Nameless Fanboi Posted ID:nhEflmYrtb

คือไรวะ กระทู้เเต่งนิยายเหรอ

429 Nameless Fanboi Posted ID:zEeG.HB7AP

>>428 ใช่ ไอ้ควาย แหกตาดูสิ

430 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

มีใครเคยเเต่งนิยายพล็อต ฆาตกรต่อเนื่องศาลเตี้ยที่ติดคุก
เเล้วไปฆ่านักโทษในคุกโดยมีพวกพัศดีเป็นคนช่วยสนับสนุนยังวะ กลัวซ้ำ

431 Nameless Fanboi Posted ID:tqy++S+eQ3

>>430 ยัง

432 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

>>431 ยังก็ช่างเเม่ง กูอยากเเต่งเเต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง กูโง่เรื่องในคุกด้วย

433 Nameless Fanboi Posted ID:Cx8hhrUpd.

>>432 ก่อคดีเลยเพื่อนโม่ง ทดลองอยู่คุกของจริงเพื่อหาข้อมูล

434 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

>>433 กูต้องไปติดคุกเมกา

435 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

กูยังไม่เคยเเต่งนิยาย เเต่ขอกูพิมพ์เเปป

436 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

Q-49094
"ขอบคุณมาก คุณพัศดี"
เขาบอกเเก่กล้องวงจรปิดหน้าคุกมืด Qได้ก้าวออกไปจากห้องเเห่งนี้เหมือนมันเป็นห้องของเขาเองทุกคืน เพื่อไปหามิตรสหายที่จะได้รับอิสระภาพเเบ่งปันช่วงเวลาสุดท้ายของตน
เสียงเหล็กครูดกันนานไม่ถึง5วิ ประตูห้องขังหนึ่งเปิดออก นักโทษชาวอเมริกันร่างสมส่วนสูงราว6ฟุตที่อยู่ข้างในรู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง พลางคิดสงสัยว่าข่าวนักโทษล้นคุกส่งผลให้ต้องปล่อยนักโทษออกไปอย่างลับๆที่เพื่อนร่วมเเดนของเขาบอกท่าจะจริง ไม่ถึง10วิหลังจากประตูเปิดเขาก็วิ่งโห่ร้องดีใจออกมา

ความทรงจำของเขาจบลงเเค่นั้น

4ชั่วโมงหลังจากสลบไป เขาสะดุ้งตื่น ภาพเเรกที่เห็นคือความมืด เเละความเจ็บปวดทั้งท่อนล่างนับตั้งเเต่ราวนมลงไป
ควยกูไปต่อไม่ได้ละ

437 Nameless Fanboi Posted ID:m07EmO7szt

>>436
อิสรภาพ ไม่มีสระอะ

“และความเจ็บปวดทั้งท่อนล่างนับตั้งแต่ราวนมลงไปควยกูแต่งต่อไม่ได้แล้ว”
กูเผลออ่านติดกัน สำลักเลยสัส 5555

438 Nameless Fanboi Posted ID:1x749GPewV

>>436 ปรับอารมณ์ตามไม่ทันอีกละ

439 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

>>438 ยัง

440 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

ยังไง

441 Nameless Fanboi Posted ID:zEeG.HB7AP

>>437 555555 เรื่องราวพลิกผัน เปลี่ยนหมวดทันที

442 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

ต่อนะ

4ชั่วโมงหลังจากสลบไป เขาสะดุ้งตื่น ภาพเเรกที่เห็นคือความมืด เเละความเจ็บปวดทั้งท่อนล่างนับตั้งเเต่ราวนมลงไปที่รู้สึกเจ็บทุกลมหายใจ
*โพละ*
เสียงของเเข็งกระทบกะโหลกของตัวเขาเอง นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่สัมผัสของเขาสัมผัสได้

เสียงออดปลุกให้นักโทษทุกคนตื่น บ่งบอกเวลา6นาฬิกาในตอนเช้า เเละเป็นเวลาที่Qพ้นโทษจากคุกมืดเช่นกัน

ห้องของรวมของเขามีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา บรรลุนิติภาวะได้ไม่ถึง5ปี รอลงอาญา Qที่เดินสวนฝูงนักโทษไปทางห้องขังของตนกำลังเห็นพวกผู้คุมนำตัวนักโทษคนนี้เขาห้องขังของเขา Qก็เดินตามเข้าไปเเบบไม่พูดอะไร

ทั้งสองฝ่ายเงียบใส่กัน

"ไปทำอะไรมา" Qพูดด้วยเสียงเรียบ
"..."

"มันเอาอีกเเล้วเหรอ"
"เออสิวะ จะกี่คนกี่คนมันก็ทำเเบบนี้ตลอด"
"ตัวกินนักโทษโดยเเท้ ไม่จับมันขังลืมในคุกมืดเลยวะ"
"ก่อนที่มันจะเข้ามามันก็ทำเเบบนี้ พอมันเข้ามามันก็ยังทำเหมือนเดิม เหยื่อที่ตรงความต้องการเต็มไปหมดเเบบนี้ สำหรับมันไม่เรียกว่าคุกหรอก"
"อย่างน้อยก็เอาพวกที่เป็นใบ้ ไม่ก็พวกที่ไม่ได้ก่อคดีอะไรร้ายเเรงไปขังกับมันก็ได้"

Qโดนส่งกลับเข้าสู่คุกมืด
"ขอบคุณมากที่มาส่ง"

เหี้ยไรวะกูไปต่อไม่ได้ละ

443 Nameless Fanboi Posted ID:mLjEKs2h2H

‘คุณพ่อของผมคือบุรุษรูปงามร่างสูง เป็นชายที่มีลักษณะโดดเด่นเกินใครคนไหน ผมสีทองเงางาม ดวงตาเรียวคมสีฟ้าสดใส ผิวสีแทนเพราะคล้ำแดด คุณพ่อมีเสน่ห์แบบที่ไม่มีผู้ชายคนไหนมี ทั้งคุณพ่อยังใจดี ท่านเลี้ยงดูลูกทุกคนอย่างยุติธรรม

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นลูกชายคนที่เท่าไหร่ของคุณพ่อ แต่คีธ พี่ชายที่แก่กว่าสามปี บอกเสมอว่าให้จำเอาไว้ว่าผมเป็นลูกคนสุดท้าย เพราะอย่าไปจำเลยว่าเป็นลูกคนที่เท่าไหร่

....เพราะคุณพ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...

ตอนก่อนนอนคุณพ่อมักจะมาเล่านิทานให้ผมฟัง หลังจากที่คุณแม่จากไป หน้าที่เล่านิทานก็ตกไปเป็นของคุณพ่อ วันไหนที่คุณพ่อไม่ว่าง พี่อินกริดพี่ชายคนโตที่เหมือนคุณพ่อมากที่สุดในบ้าน (ผมไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่เหมือนนะครับ) จะมาเล่านิทานแทนคุณพ่อ นิทานที่คุณพ่อเล่ามักจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ เรื่องของปีศาจ ปีศาจที่ซุกซนแกล้งมนุษย์บ้าง ปีศาจที่หลงรักมนุษย์ ปีศาจที่อยากเป็นมนุษย์...

ผมถามคีธว่าทำไมคุณพ่อถึงชอบเล่านิทานปีศาจ คีธมักจะหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง

...เพราะว่าคุณพ่อก็เป็นปีศาจเหมือนกัน...’

คัดลอกจากเรียงความเรื่อง ”คุณพ่อของผม”
เด็กชายเอลตัน เครสเซนฟรันท์ เกรด 4

444 Nameless Fanboi Posted ID:nvQBg2ud0U

>>443 พ่อแม่ง ยอดนักเย็ด

445 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

จับไอเหี้ยQขังลืมในคุกมืด จบ ใครก็ได้เเต่งต่อที

446 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

มึงว่าเเต่งนิยายเป็นจักรวาลจะเวิร์คปะ

447 Nameless Fanboi Posted ID:baNz0wgNZ0

กูไม่ได้อ่านหนังสือเป็นเล่มนอกจากโทรศัพท์มา3-4ปีละ อาจจะ5ปีเเล้วด้วยซ้ำ เฮ้อ

448 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

ใครก็ได้ช่วยเขียนฉากบู๊ให้อ่านหน่อย กูเขียนไม่เป็น

449 Nameless Fanboi Posted ID:jaw42B7gWb

“หากเจ้าเลือกรักเขา เจ้าย่อมมิอาจเคียดแค้นเขาได้”

“เพราะเหตุใด”

“เพราะเขามิอาจปล่อยให้คนที่เคียดแค้นเขามีชีวิตอยู่ร่วมโลกกับเขาได้ เขาโหดเหี้ยมเย็นชาเช่นไร เจ้าเคยเห็นเขาไว้ชีวิตศัตรูด้วยหรือ”

“...”

“หากเจ้าเลือกรักเขา ย่อมมิอาจเดินคู่เคียงข้าง ทำได้เพียงก้าวเดินตามหลังเขาเพียงเท่านั้น”

“เรื่องนั้นข้ารู้ดี...”

“หากเลือกรักเขาแล้ว ด้วยพลังฝึกปรือระดับนั้น วันหนึ่งเขาสละสิ้นกิเลศ ละทิ้งโลกนี้โบยบินข้ึนไปเป็นเทพเซียนบนสวรรค์ เจ้าย่อมมิอาจฉุดรั้งเขาไว้ได้”

“...”

“ตั้งแต่เล็กจนโตเขาเป็นคนอ่านบรรยากาศเก่งกาจกว่าใคร หากกลับเข้าใจสถานการณ์เก่งยิ่งกว่า มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าเจ้าหลงรักเขา”

“...”

“เสิ่นหยูอี้...หากเลือกรักเขาแล้วหนึ่งชั่วชีวิตของเจ้าย่อมบัดซบไม่สุขสมหวัง เช่นนั้นเจ้ายังจะเลือกรักเขาอีกหรือ”

“...ข้าย่อมเลือกรักเขา”

“เช่นนั้นข้าก็หมดวาจาจะกล่าวแล้ว”

450 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

>>449 ไม่ใช่ว่ามีกระทู้นิยายยุทธภพรึวะ

451 Nameless Fanboi Posted ID:YuH.HayyAp

>>450 นี่ห้องแต่งนิยาย นั่นห้องคุยนิยายออนไลน์จีนกำลังภายใน มึงดึงสติด้วย

452 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

อ้าวเรอะ

453 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

27 ชั่วโมงก่อนโศกนาฏกรรม

ผมถูกปล่อยตัวออกมาอย่างลับๆจากคุก เพื่อมาตามหาผีอย่าง"ฆาตกร14รัฐ" "รอยเลือดเเห่งเมืองหลวง" หรืออะไรก็ตามเเต่ที่นักข่าวสมัยนี้เขาเรียกกัน ผีย่อมเห็นผี ภาษิตนี้จึงทำให้ผมได้ออกมาสูดอากาศนอกคุกหลังจากอยู่ในนั้นมากว่า2ทศวรรษ เเม้สงครามเวียดนามจะจบไปเกือบสิบปีเเล้ว ผีตนนี้ก็ยังเที่ยวยิงคนไปทั่วพร้อมขโมยรถคนอื่นอยู่ หลบหนีจากผู้บังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศได้เป็นปีๆ ต้องมีคนใหญ่คอยบังมันไว้เเน่

ผมคิดไปพลางขับรถเพื่อไปรับข้อมูลของผีตนนี้กับเเฟนคลับที่ส่งจดหมายมาหาผมถึงในคุกตลอด5ปีมานี้

หลังจากที่ได้เบาะเเสที่เเฟนคลับคนนั้นให้มาได้ให้มา
มันก็นำผมมาถึงที่ที่เคยเป็นที่เกิดเหตุ ไกลปืนเที่ยง เขตชายเเดน
การฆ่าคนเเล้วชิงรถไปในที่เเบบนี้ ไม่ต่างกับการล่องหน ไม่รู้ว่าไปทางไหน ไม่รู้ว่าไปถึงไหนเเล้ว เเถมไม่รู้ว่ารถอะไรด้วย จะใบขับขี่ บัตรประจำตัวของเหยื่อ รอยนิ้วมือของตน หรือเเม้เเต่รอยนิ้วมือของเหยื่อมันก็ไม่ทิ้งไว้ให้

งานนี้ท่าจะไม่ง่ายเหมือนที่เคยทำ เเต่มันก็ไม่เคยง่ายสักทีนั่นเเหละ

454 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

นั่นไงล่ะตัดจบเเบบชับๆ ก็กูเเต่งต่อไม่ได้เเล้วอะ

455 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

>>453 กูไม่ไหวละ เเต่งข้ามไปทั่วเลย

456 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

Q เจอกับผีตนนั้นโดยบังเอิญ

Wing walk ฉัว ฉัว ฉัว Wing walk, Wing walk , Wing walk ฉัว ฉัว ฉัว ฉัว ฉัว. ย๊ากกกก....
Wing walk ฉัว ฉัว ฉัว Wing walk, Wing walk , Wing walk ฉัว ฉัว ฉัว ฉัว ฉัว. ย๊ากกกก....
Wing walk ฉัว ฉัว ฉัว Wing walk, Wing walk , Wing walk ฉัว ฉัว ฉัว ฉัว ฉัว. ย๊ากกกก....

457 Nameless Fanboi Posted ID:qVywyW3K2V

Q หายใจเฮือกทุกครั้งที่หายใจเข้า เขาพยายามประคองสติเพื่อทำการกำจัดศพ ขณะที่เเผลกว่า30เเห่งทั้งฉกรรจ์ทั้งเล็กน้อยของเขาส่งความเจ็บให้เขารับรู้เป็นระยะ ๆ

Q ตัดสินใจไม่กลับเข้าเรือนจำ เขาไม่ขอทิ้งอิสรภาพที่อยู่กลับไปในเเหล่งรวมกากเดนมนุษย์ ถึงเเม้ว่าเขาจะชอบฆ่าพวกสวะราวกับการหายใจก็ตาม

เขาตัดสินใจหนีออกนอกประเทศไปตายเอาดาบหน้า

458 Nameless Fanboi Posted ID:/i2ZcfXPIt

แต่ระหว่างที่กำลังหลบหนีนั้นเอง Q ก็ทรุดลงเพราะเสียเลือดมาก รถอีแต๋นที่ส่ายไปมาเพราะคนขับเมา พุ่งมาทาง Q พอดี จนนักโทษหนุ่มถูกอิเซไคไปยังโลกของนิยายเรื่อง "โอกาสที่ 2 เกิดใหม่ไปเป็นปาดแก่ง ใครทักเรื่องพิมพ์ผิดพ่อตาย"

459 Nameless Fanboi Posted ID:BwiVqofZRn

>>458
“เชี่ยเอ๊ย นี่มันนิยายแฟนตาซีที่เคยเขียนสมัยม.2 นี่หว่า” Q พึมพำก่อนจะอ้าปากค้างมองผู้กล้าที่กำลังกวัดแกว่งดาบขนาดยักษ์ที่มีชื่อว่าดาบเทพปีศาจพิฆาตโลกันมหันตภัยทุบปฐพี ส่วนด้านข้างคือเอลห์หนุ่มหน้าตาหล่อโฮกยิ่งกว่าเลโกลัสในเดอะลอร์ดออฟเดอะริง บนหัวมีชื่อและอาชีพเขียนอยู่ว่า ‘ไลท์นิ่ง นักเวทย์จอมปราด Lv.9999‘

แม่งเอ๊ย สมัยนั้นกูสะกดภาษาไทยกากขนาดนั้นเลยเหรอวะ เขินชิบหาย

Q เกาแก้มแกรก ๆ แล้วมองซ้ายมองขวาดูสถานการณ์ตัวเองอีกที เหมือนเขาจะกลับมาในฐานะชาวบ้าน ก. ที่มีเมียเป็นโจรสาวสุดแซบ อีกสองตอนหลังจากนี้เขาจะโดนพระเอก NTR แถมพอรู้ว่าความจริงว่าผู้กล้าฟาดเมียตัวเองไปแล้วยังดีใจยกเมียให้ผู้กล้าอีก บทห่าอะไรควายฉิบหาย

460 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

>>458 >>459 เเล้วกูจะเเต่งต่อยังไง ไอ้เหี้ย

461 Nameless Fanboi Posted ID:cJwv6U/Qmu

>>460 ใช้จินตนาการสิวะ ไม่ก็วงเล็บข้างหน้าว่า (ในจักรวาลคู่ขนาดที่ Q ยังไม่ Isekai) นำหน้า

462 Nameless Fanboi Posted ID:wd694okyVd

>>460 ว้าย กาก

463 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

TOSS THE COIN TO THE WITCHER

464 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

หมุนจุนเจียง พ่อกูชื่อเหมียงเจียงจุน หมุนจุนเจียง พ่อกูชื่อเหมียงเจียงจุน กดไลก์ให้เพจ สมปอง ใครๆก็มอง วิ้ดวิ่วๆ อภินิหารลุงพี 5 หัว กระโดดหมุนตัว วิ้ดวิ่วๆ ขับ AE 1 1 1 วิ่งขึ้นดอยหมึง วิ้ดวิ่วๆ อย่าลืมพี่ ริคาร์โด้มีหำใหญ่โต ว้าววว วิ้ดวิ่ววว

465 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

ไม่สำคัญว่ามันเริ่มเมื่อไหร่
ผมอยากรู้เเค่ว่ามันจะจบตอนไหน
ผมไม่รู้ว่าเมื่อวานผมทำอะไร ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ผมจะเป็นยังไง
ผมเหลือเเค่ทักษะการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เท่านั้นที่ผมยังไม่ทิ้งไป
ผมรู้เเค่ว่าต้องหนี เเละผมมีกลุ่มคนที่คอยให้งานผมทำ
เพื่อนของผมก็อยากจะออกมาซะเหลือเกิน เเต่พอถึงเวลาคับขันก็เตะให้ผมออกมา
เเต่ผมก็ยังต้องการเพื่อนผม
ผมเป็นคนความจำสั้น หรืออาจจะไม่มีความจำเลยนั่นเเหละ
พอหลับไป1ตื่นผมก็จำอะไรไม่ได้เเล้ว
เพื่อนผมจะช่วยเตือนผมเสมอ

466 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

กู>>465นะ กำลังเพ้อเรื่องผีที่ไอ้Qมันตาม

467 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

หลายบุคลิค , ความจำเสื่อมขั้นเหี้ย

468 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

อย่าพามันเข้าต่างโลก ได้โปรด

469 Nameless Fanboi Posted ID:6S6/IxkWeg

“ไอ้สัส ไอ้เกรียนเหี้ยพวกนี้ กูแม่งจะฆ่ามึงทิ้งให้หมด กูจะยิ้งรายตัว” เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดพร้อมกับทุบคีย์บอร์ดจนเกือบแตก แสงสะท้อนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏบนเลนส์แว่นคือข้อความหยาบคายยาวเหยียดแบบที่พวกแม่งไม่ได้รับการศึกษาในสลัมเท่านั้นที่จะพิมพ์กัน

เป่าปี่กำลังโกรธหนัก เขาเพิ่งเข้าไปในห้องกระทู้สับนิยายของเว็บใต้ดินแห่งหนึ่งที่เพื่อนส่งให้ ดันเจอว่ากระทู้ล่าสุดมีไอ้เหี้ยอานนเอานิยายเทพอหังการ์พิฆาตเซียนที่เขาเขียนอย่างตั้งใจมาด่าเละเทะ แถมยังมีพวกอานนที่เหลือเข้ามากรูรุมทึ้งเขาเหมือนแร้งหลุมศพหมาตาย

‘เขียนกากฉิบหาย จบภาษาไทยป.6 มาได้ไง ตรรกะในเรื่องแม่งโคตรวิบัติ พ่อมึงสอนให้จัดหน้ากึ่งกลางเหรอ? - Anon57owf75l‘

‘กูอ่านแล้วปวดหัว ใครบอกมันทีดิให้รู้จักใช้เครื่องหมายคำพูดด้วย ตัวละครเบียวเหมือนคนเขียนเลยนาจาาา - Anon 8630fkep7‘

เขาพยายามสูดลมหายใจลึกแล้วอธิบาย “ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนั้นด้วยครับ ที่จัดกึ่งกลางเพราะอยากสร้างความแตกต่าง”

‘แตกต่างส้นตีนดิ เลิกแถแล้วเอาเวลาไปพัฒนาตัวเองไป ไอ้ควาย - Anon167reoJO‘

เขารู้สึกเหมือนโดนตบจนหน้าชา นิยายที่เขาเขียนแม่งดีขนาดนั้นมาด่ากันแบบนี้ได้ยังไง เป่าปี่ปาดน้ำตาลูกผู้ชายแล้วเริ่มเคาะคีย์บอร์ดเหมือนกับต่อยหน้าไอ้พวกเหี้ยนั่น “กูไม่ใช่เด็กแล้วไอ้สัส มึงมันจังไร ถ้ามาดี ๆ กูจะไม่ว่าอะไรเลย วิจารณ์นิยายแบบนี้ถ้าคนเป็นโรคซึมเศร้ามาอ่านจะเป็นยังไง”

‘ว้ายยย มาดิ้นเหรอจ๊ะ ดิ้นอีกๆๆๆๆ - Anon83kfMK‘

สัสแม่ง! ไอ้พวกเหี้ย! พวกมึงปลุกความโรคจิตในตัวกูขึ้นมาเองนะ กูจะฆ่าพวกมึง กูจะฆ่าแม่งให้หมด!

ท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาเด็กหนุ่มเป็นประกายวาวโรจน์ เขามองปืนพกที่วางอยู่ข้างโต๊ะด้วยความกระหายเลือด

“น้องภูมิ แม่บอกกี่ครั้งแล้วคะว่าเวลาเล่นคอมให้เปิดไฟด้วย” แม่เปิดประตูเข้ามาแล้วกดสวิตช์จนไฟสว่างจ้า เขาสะดุ้งสุดตัวแล้วรีบกดปิดหน้าจอ

“แม่! เปิดไฟทำไม เข้ามาทำไมไม่เคาะก่อน”

แม่มองลูกชายด้วยสายตาเหมือนมองเด็กโง่งม เธอเดินเข้าไปหยิบปืนบนโต๊ะออกมา “ไปเอาปืนของเล่นน้องมาเล่นอีกแล้วเหรอ นอนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนสายโดนวิ่งรอบสนามนะ”

470 Nameless Fanboi Posted ID:XRqiKEwk/b

>>469 10/10 would grean again - IGN

471 Nameless Fanboi Posted ID:S.l1r//qZy

>>469 ไอ้สัสนิยายสับ

472 Nameless Fanboi Posted ID:qIIfGP000A

"เอายังไงดี ... (นึกชื่อไม่ออก) เค้าเจ็บหน้กเลย พวกนายออกไปรับเเทนไม่ได้เหรอ"
ในขณะที่ ... โดนรุมทรมานปานที่ระบายอารมณ์ของผู้มีอิทธิพลเป็นเวลาสิบกว่าชั่วโมงรวด เลือดทุกหยุดที่ไหลออกมา เเผลทุกเเผลที่เปิดออก ความบอบช้ำทั่วทักเเห่ง ประดังเข้ามาสู่ที่ ... เพียงผู้เดียว
เขาก็หลับตาครู่หนึ่งระหว่างที่กำลังจะโดนยกระดับการทรมานให้เสียหายถึงอวัยวะภายใน ... ได้ออกมาควบคุมร่างเเทน
สวบ
เสียงของมีคมค่อยๆเดินทางลงไปจากต้นขาจนถึงกระดูก ... ไม่ร้องสักเเอะ
ทั่วทั้งตัวของเขาเกร็ง เส้นเลือดเเทบทุกเส้นปูด เเรงทั้งหมดที่มีอยู่ เขาได้ใช้ไปกับการดวลพลังกับตรวนเล็กที่ล็อกมือของเขาอยู่ เขาสามารถง้างมันได้
เเละเขาโดนฟาดเข้าที่ขมับอย่างเเรง
ตัวตนนั้นของเขาได้ตัดสินใจออกจากการควบคุมไป
ตอนนี้เหลือเพียงร่างของเขาที่หมดสติทั้งที่ลืมตา เเละตัวตนอีก12ตัวตนที่ไม่กล้าออกมากุมบังเหียน

473 Nameless Fanboi Posted ID:qIIfGP000A

ผมชอบกินนมเธอชอบกินไข่ แต่ผมจะไม่กินถ้าถุงไม่มีใส่ ตอนให้เธอกินไปยันเช้าวันใหม่ คนที่ชอบเธอคงต้องทำใจ ก็เธอชอบกินไส้กรอก หายใจไม่ออก (ทำไมๆ) กูไม่บอก ถ้าเธอทำตัวไม่ดีโดนกูไล่ออก (ไปไหนๆ) ไปที่ข้างนอก ส่งมึงกลับไปบ้านพ่อ ส่งมึงกลับไปบ้านเเม่ เเม่มึงทำอาหารรสชาติเเย่ นิสัยมันคงมาจากบ้านเเน่ ไอ้สัสดูมึงสภาพเเย่ มึงเป็นบ้าเเน่ อาจจะเป็นกล่องข้าวน้อยฆ่าเเม่ เเม่มึงตาย

474 Nameless Fanboi Posted ID:wKRMUNesGO

>>469 อันที่แท้จริง เขาเป็นแค่แฟนคลับเท่านั้น เพราะลิโป้ตัวจริงคืออดีตทหารเกณฑ์ที่ขึ้นชิ่อลือชาและสมบุกสมบัน ต่อจากนั้นเขาก็ได้รับเหรียญตราจำนวนมากมาย แต่ต้องแบกกับที่เขาต้องเป็นโรคไซโคพาธ และเขาได้ไปเป็นทหารรับจ้างที่สหรัฐอเมริกาสองปีจนได้กรีนการ์ดมาในที่สุด และเขาก็สมัครเป็นทหารบก จนได้โยกย้ายมาประจำการที่ไทยดังเดิม เขาสวมเสื้อโค้ทขับรถประจำตำแหน่งไปยังบ้านของมันตามที่เขาค้นพบ และเขายังคอยเช็คคำพูดหยาบๆนั้นต่อไป จนมาถึงบ้านสวยหลังหนึ่ง ก่อนที่เขาจะโน้มตัวไปหาเครื่องปล่อยสัญญาณรบกวนกล้องวงจรปิด เขาใช้วิธีสะเดาะกุญแจที่เรียนมาตั้งแต่ม.1 เขาย่องเข้าไปอย่างแนบเนียนด้วยกระสบการณ์ทหารหลายปี เขาพบกับชายที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขาค่อยๆย่องเข้าไปเรื่อยๆ เขาตัดสินใจถีบขาเดี่ยวใส่บุคคลที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์จนจอแตกพัง ไม่ทันที่ชายผู้ถูกกระทำจะมองหน้าอีกฝั่งนั้น หมัดก็ลอยมากระทบแก้มของมันจนฟันแถบกรามขวาหลุดออกมาทั้งหมด
"ถ้าไม่รู้ตัวตนใคร ระวังไว้ก็ดี" เขาชักปืนDEกระบอกโปรดที่ใส่ปลอกเก็บเสียงของเขา และลั่นไกสู่หัวของมันจนระเบิดเป็นส่วนๆ เศษสมองกระจายเต็มห้องปนกับเศษกะโหลก ร่างเล็กกว่าเสียชีวิตเพราะแรงของปืนที่ยิงแบบเผาขน เขาได้นำเงินจำนวนหนึ่งยัดให้ตำรวจไร้คุณธรรมเพื่อสร้างความผิดปลอมๆ และตำรวจที่ไร้คุณธรรมก็ทำตามที่เขาสั่งอย่างเคร่งครัด เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย กล้องวงจรปิดถูกทุบทำลายจนหมด เขาถอดเสื้อชั้นนอกออก แล้วก็จัดการกลบเกลื่อนร่องรอยที่แสดงถึงตัวเขาจนหมด เวลาที่เขามาปฏิบัติการมันเป็นเวลาดึกสงัด ไม่มีผู้พบเห็นเขา เขาขับรถประจำตำแหน่ง หายกลับมารับเวรคุมพลทหารต่อที่กองพันในที่สุด
#มันๆดิ

475 Nameless Fanboi Posted ID:TtIcY.EVDR

>>474 อายุ 17 จูนิเบียวคิดว่าตัวเองมีหลายบุคลิก เอะอะก็ขู่จะใช้ความรุนแรง เอาเวลาไปอ่านหนังสือเรียนให้จบ ม.6 ก่อนเหอะมึง อ่อ แล้วก็อย่าลืมเรียน รด. ด้วยนะ เห็นจูนิเบียวทหารแบบนี้ พอถึงเวลาต้องจับใบดำใบแดงจริงๆ เสือกขาอ่อนเยี่ยวราดร้องเป็นตุ๊ดเด็กหัวโปก ไม่เคยรู้ข้อมูลจริงเกี่ยวกับการฝึกทหารแล้วมาจูนิเบียวว่าตัวเองแม่งเป็นทหารผ่านศึกโคตรเทพ ประเภทมึงนี่ถ้าโดนใบแดงกูให้ไม่เกิน 2 เดือนยิ่งโดนผลัดแรกด้วยยิ่งโหด รับรองร้องไห้ขี้มูกโป่งให้แม่มารับกลับบ้านแน่นอน (แต่ก็กลับไม่ได้) เป็นไบโพล่าร์ก็อย่ามาทำตัวเอจจี้ โรงพยาบาลมีก็ไปรักษาซะ ดีกว่ามาทำตัวเป็นสวะสังคมแบบนี้

476 Nameless Fanboi Posted ID:wKRMUNesGO

>>475 เคยจับยัง

477 Nameless Fanboi Posted ID:wKRMUNesGO

>>475 จบเป็นชาติ ผ่านมาหมดแล้วครับ ไม่ต้องบอก คุณแยกแยะไบโพลาร์กับไซโคพาธให้ออกก่อนเหอะ ดีกว่ามาทำตัวไร้สาระ

478 Nameless Fanboi Posted ID:FBDkCXspqT

น้อนเล่าเบียวมาเรื้อนถึงห้องนี้เลยเหรอ

479 Nameless Fanboi Posted ID:wKRMUNesGO

>>478 ช่างเหอะครับ ผมแค่แต่งนิยายเอง

480 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

กูไม่ไหวเเล้วย้าาาากส์

481 Nameless Fanboi Posted ID:HizmihdDtw

>>477 มึงนี่มันสวะของสวะอีกทีจริงๆ เก่งอยู่แค่ 2 อย่าง ก็อบข้อมูลจากในกูเกิ้ลเอามาตอบเวลาคนอื่นถาม กับเถียงแถพยายามทำตัวโชว์เหนือแต่ยิ่งทำกลับยิ่งดูทุเรศ ความรู้เรื่อง Personality Disorder ก็มีแค่ผิวเผิน พยายามสร้างตัวตนเลียนแบบพฤติกรรมที่อ่านมาจากในเน็ต แต่ออกมาปลอมเปลือกเหี้ยๆ จนคนที่เขารู้จริงสมเพชเวทนาในความตื่นเขินของมึง ไม่ต้องทำมาสอนกูเรื่องโซซิโอพาธ เพราะคนที่เป็นจริงๆ เขาไม่มาทำตัวแบบมึงหรอก แม่งเกิดมาเป็นคู่บุญของอีดอก "ลยาลี" แท้ๆ ทำตัว DID wannabe ทั้งคู่ ที่กูด่ามึงเรื่องไบโพล่าร์เพราะมึงมันเดี๋ยวดีเดี๋ยวเพี้ยน พูดสุภาพได้ซักพักพอเจอคนแซะนิดเดียวก็ชักดิ้นชักงอด่ากราด เหมือนเด็กมีปัญหาที่แม่ไม่ยอมซื้อของเล่นให้แล้วลงไปกลิ้งเกลือกบนพื้น เห็นโม้ว่าอ่านสามก๊กใช่มะ งั้นมึงก็ใช้สมองเน่าๆ ของมึงพิจารณาประโยคนี้ดู

"ทำตัวแบบนี้ระวังจะจบแบบยีเอ๋ง"

482 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>481 หรอคัฟ

483 Nameless Fanboi Posted ID:wKRMUNesGO

>>482 ใครนิ

484 Nameless Fanboi Posted ID:wKRMUNesGO

>>481 ถถถ ยีเอ๋งตายเพราะอะไรอะผมรู้ แต่คุณจะเป็นยีเอ๋งให้ผมฆ่าแทนมากกว่าละมั้ง พิมพ์ยาวแต่ไม่ได้อะไรเลย ผมสุภาพกับคนที่ควรสุภาพ หยาบกับคนที่ควรหยาบ ไอ้คนที่wannabe มันยังดีกว่าพวกที่วันๆ เอาแต่ด่าคนอื่นอยู่หลังจอ พวกwannabeมันยังพยายามไปให้ถึงเป้าหมาย ถ้าจะรอแต่borntobe ชาติไหนมันจะได้ และอีกอย่างนะ ผมอ่านแล้ววิเคราะห์มาจำแนกให้ได้ ถ้าไม่เข้าใจถามซ้ำได้ ผมไม่ได้ก็อปด้วยซ้ำ ถ้าไม่รู้อย่าพูด ไม่ว่าชาติไหนผมก็จะwannabeไปเรื่อยๆ เพราะความพยายามทำให้ประสบความสำเร็จ คุณรู้ตัวตนจริงผมเหรอ แต่อ่านจากตัวอักษรมันตัดสินกันไม่ได้หรอก ตัวจริงผมก็อีกแบบ ถ้าเจอกันจริงๆผมคงไม่คุยสุภาพอย่างนี้หรอก ไปตั้งห้องแยกมาคุยกันสองคนไหมครับ เกะกะกระทู้ทั้งคู่นั่นแหละ

485 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>474 พ่อมึงอะฆาตกรรมคนในบ้านตัวเองเเล้วเอาเงินปิดปากตำรวจ มึงจะให้มันรู้ทำไมกูถามก่อน

486 Nameless Fanboi Posted ID:HizmihdDtw

>>484 ตอบแบบนี้แปลว่ามึงไม่เข้าใจทีกูจะบอกแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นมันจึงป่วยการที่จะพูดกับคนเขลาอย่างมึง พูดจะเลิกคุยกับมึงละ มันรบกวนชาวบ้านเขาเปล่าๆ คุยกับมึงนี่เสียเวลาชีวิตกูจริงๆ

487 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>475 หัวใจจะวาย นึกว่าด่านิยายกู

488 Nameless Fanboi Posted ID:HizmihdDtw

>>487 ข้ามเลยเพื่อน แต่งนิยายกันต่อเถอะ

489 Nameless Fanboi Posted ID:wKRMUNesGO

>>485 ถ้าคุณจะทำผิดคุณไม่คิดจะติดสินบนหน่อยเหรอ

490 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

>>489 แล้วถ้าตำรวจคนนั้นมันไม่เล่นด้วยล่ะ เหมือนไปมอบตัวฟรี ๆ แถมโดนข้อหาสินบนจนท.อีก

นี่มึงโง่หรือมึงโง่วะเนี่ย

491 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>489 กูไม่คิดจะเรียกตำรวจหลังจากใช้ปืนติดที่เก็บเสียงยิงคนด้วยซ้ำ

492 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>490 ตำรวจดีๆ มีน้อ.............รถตำรวจอยู่หน้าบ้านผมแล้วอ่ะ

493 Nameless Fanboi Posted ID:esxtWXYRex

>>474 555555555555555555
Que tu as fait, c’est un scandale.

494 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

>>493 pasa thai dai mai ka?

495 Nameless Fanboi Posted ID:yOCsIjAnCs

>>479 ประเด็นคือนิยายมึงกาก อ่านแล้วไม่สนุกไง ตัวละครทำตัวมืดมนเอดจี้แบบเด็กเห่อหมอยมันน่าเบื่อ จะอ่านเอามันส์แบบโยนสมองทิ้งยังทำไม่ได้เลย

496 Nameless Fanboi Posted ID:6x5IZsLgYG

คิดว่าตัวเองเก่งเทพ แต่จริงๆ ไม่รู้อะไรสักอย่าง มึงก็แค่เป็นลูกบอลให้คนอื่นตบเล่นขำขันเท่านั้นแหละ กูเขียนแซวหน่อยก็โผล่หางมาร้องงอแงต่อมเบียวแตกแล้ว สมควรที่เขาไล่ให้ไปหาจิตแพทย์ มึงไม่ได้เป็น Psycopath ไม่ได้เป็น Antisocial ด้วยซ้ำ สภาพมึงนี่ชีวิตจริงคือคนเข้าสังคมไม่ได้ เป็นเหยื่อให้คนในโรงเรียนบูลลี่ ควรไปบำบัดจะได้กลับคืนสภาพก่อนจะสายเกินไป

You know nothing, เล่าเบียว

497 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>496 แล้วคิดว่าตัวเองเป็นใคร โรงเรียนอะไรของคุณ ผมไม่ได้มางอแง คุณนั่นแหละ ผมเขียนด่ากลับทำเป็นออกมาดิ้น รู้จักผมให้ได้เต็มร้อยก่อนเหอะ ถถถ

498 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>493 ควย ตู่ แอด เฟส ซี'เอ็ด อันศเคนเดล?

499 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>495 ผมประบปรุงใหม่แล้วนะ///ไม่ขายของ เพราะของขายไม่ได้

500 Nameless Fanboi Posted ID:kcSiVIr2Mi

>>497 กูเห็นมีแต่มึงเนี่ยที่ดิ้น

501 Nameless Fanboi Posted ID:kcSiVIr2Mi

>>493 อ่ะ ช่วยแปล

Was du gemacht hast ist Dummheit.

502 Nameless Fanboi Posted ID:cn1YIcY5sK

ใครมาทำห้องนี้แปดเปื้อน

503 Nameless Fanboi Posted ID:vU73QdxCcM

>>501 วาส ดู กีแมชช์ ฮาสท์ อิสท์ ดัมม์เฮี้ยทท์?

504 Nameless Fanboi Posted ID:oJ+BzmiAR6

>>469 inspired by true story ห้องข้าง ๆ ปะนี่?

505 Nameless Fanboi Posted ID:1+1TTPc+pF

“ไร้สาระสิ้นดี”

ชายหนุ่มเคาะคีย์บอร์ดแป้นคีย์บอร์ดเหมือนพรมนิ้วบนแป้นเปียโน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานหุ้มหนังแท้จากอิตาลีก่อนยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ เวลาที่หยอกล้อกับผู้คนบนอินเตอร์เน็ต เขาชอบรสชาติของไวน์ขาว Prinot Grigio หรือ Grauburgunder ที่ส่งตรงมาจากลุ่มแม่น้ำไรน์เป็นพิเศษ มันอาจไม่หรูหราโอ่อ่าอย่างไวน์แดงจาก Bordeux แต่รสชาติอ่อนหวานนุ่มนวลของมันกลับทำให้ช่วงเวลานี้สุนทรีย์ขึ้นได้อย่างประหลาด คล้ายกลับไปยังปิดเทอมฤดูร้อนในปีหนึ่ง การปั่นจักรยานท่ามกลางอากาศร้อนอาจเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดใจ หากภาพทิวทัศน์ของไร่องุ่นกว้างไกลสุดสายตากลับทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาได้

การทุ่มเถียงอย่างไม่มีจุดหมายอันใดนอกจากการเติมเต็มความสะใจเป็นเพียงความขบขันเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่มสีสันในชีวิตของเขาเท่านั้น เหมือนกับที่คนเราถ้าดื่มแต่ไวน์ราคาแพงไปนาน ๆ วันหนึ่งก็อาจหวนคิดถึงเบียร์ราคาถูกที่แอบซื้อพ่อกินตอนเรียนม.2 ก็ได้

เขากวาดสายตามองถ้อยคำในเว็บบอร์ดใต้ดินแล้วหัวเราะเบา ๆ เรื่องแบบนี้ยิ่งเอาชนะก็มีแต่ยิ่งแพ้ ยิ่งดิ้นเท่าไรก็มีแต่จะยิ่งกลายเป็นตัวตลกเท่านั้น

และตอนนี้เขาก็กำลังต้องการเรื่องตลกสนุก ๆ ด้วยสิ

เขาหลุบตาลงเล็กน้อยคล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะ กดแท็กความคิดเห็นที่โพสต์ด่าเป็นภาษาที่ใช้ในยุโรป “ไม่ต้องถึงขนาดด่าเป็นฝรั่งเศสเยอรมันหรอก ควายมันจะเข้าใจภาษาคนได้ยังไง”

506 Nameless Fanboi Posted ID:SD.x7lYCAU

>>497 รู้จักมึงให้ได้? โถๆๆๆ ใครเขาสนมึง มึงโฉบเขามา เขาก็โฉบมึงกลับ ใคร!ใคร๊!? ใครเขาจะไปสนเมิ๊งงง!?!?!?

507 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

จดหมายจากผู้ชม

ผมเอานิ้วปาดเลื่อนอ่านรีพลายการตอบกับในบอร์ดใต้ดินแห่งหนึ่ง ผมกลับเห็นอะไรบางอย่างอันน่าประหลาด

ผมเคยได้ยินมาอยู่บ้างว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมชนิดเดียวที่ชอบใส่หน้ากากเข้าหากัน สิ่งที่เราเห็นกันนั้นอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของคน ๆ นั้นแม้แต่น้อย

ยามที่มนุษย์แต่ละคนนั้นจะยอมถอดหน้ากากออก เท่าที่ผมเคยได้ยินมันจะมีอยู่น้อยกรณี

อยู่คนเดียว... ยามคับขัน...

และในที่ ๆ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร

ผมเคยโดนบังคับให้หลับตากับเพื่อน ๆ ในห้องแล้วให้สารภาพว่าใครเป็นคนขโมยขนมโดยการยกมือขึ้น ปกติแล้วโจรหรือขโมยคงไม่ยอมรับแต่ในวันนั้น หัวขโมยคนนั้นกลับยกมือขึ้นมาจริง ๆ มันน่าแปลกมากที่เขากล้าทำเช่นนั้น ผมเลยเชื่อเรื่องข้างต้นใกล้เคียงว่างมงายเลยก็ว่าได้

ใช่ กรณีที่บอร์ดใต้ดินแห่งหนึ่งก็เหมือนกัน เราไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร ทุกคนกล้าพูด ล้อเลียน แม้กระทั่งด่าใส่คนที่เราไม่รู้จัก จะเรียกว่าเป็นการเปิดเผยธาตุแท้ของตัวบุคคลที่เห็นได้บนโลกออนไลน์นั่นแหละ

ถึงตอนนี้ คุณคงคิดสินะว่าในเมื่อผมเชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วมันมีอะไรแปลกล่ะ

เรื่องที่แปลกน่ะเหรอ มันเกี่ยวข้องกับคนที่เป็นเป้าการด่าและล้อเลียนในตอนนี้ มันทำให้ความคิดของผมที่ว่ามีแค่มนุษย์เท่านั้นที่ใส่หน้ากาก

เพราะในตอนนี้ผมเรียนรู้แล้วว่า "ควาย" ก็ใส่หน้ากากมาเนียนเป็นมนุษย์เหมือนกัน

508 Nameless Fanboi Posted ID:mcCD4Sv/k9

>>507 เพิ่มตรงย่อหน้าสุดท้ายหน่อย

กูลืมพิมพ์คำว่า "ตัวตนของ" หน้าคำว่า "คนที่เป็นเป้า..."

พิมพ์บนโทรศัพท์ตาลายข้ามไปข้ามมา โทดที

509 Nameless Fanboi Posted ID:WoTWk/sVy7

ผมเคยอ่านผ่านหูผ่านตาในบอร์ดนักเขียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ว่ามีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ถูกอะไรกระทบกระเทือนเข้าหน่อยก็มักจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเอาง่ายๆ

นั่นทำให้ผมนึกย้อนอดีตไปสมัยยังเป็นเด็ก ถึงใครๆจะเห็นว่าผมเป็นคนร่าเริง แต่เชื่อไหมว่าผมเคยคิดฆ่าตัวตายมาก่อน

ครั้งแรกสุดเมื่อตอนผมอยู่ ป.5 ตอนนั้นผมเพิ่งย้ายมาโรงเรียนใหม่แถวสะพานพุทธ แน่นอนว่าด้วยความเป็นเด็กใหม่ จึงตกเป็นเป้าของไอ้พวกกุ๊ยประจำโรงเรียน พวกมันชอบมาดึงกางเกงวอร์มที่ใช้เป็นเครื่องแบบในวิชาพละของผม จนเหลือแต่กางเกงในและขาที่ล้อนจ้อน จากนั้นทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะผม แม้แต่เพื่อนผู้หญิงก็ยังเห็นดีเห็นงาม สนุกสนานไปกับพวกมันด้วย หนักเข้าพวกมันก็เริ่มแกล้งผมหนักขึ้น เอารองเท้าผมไปซ่อนบ้าง และเมื่อผมจงใจพกมีดคัตเตอร์ไปเพื่อขู่พวกมัน พวกมันก็แอบมาขโมยคัตเตอร์ผมไปซ่อนอีก ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง ไม่อาจหันหน้าพึ่งใคร แม้จะฟ้องครูหรือผู้ใหญ่ ทุกคนก็มองว่าเป็นเรื่องของเด็กเล่นสนุกกัน และไม่มีใครได้ยินเสียงสะอื้นในใจของผมเลยแม้แต่คนเดียว

และในที่สุด ผมก็ตัดสินใจที่จะหนีจากชีวิตบ้าบอคอแตกนี้เสียที ในเย็นวันหนึ่งผมมุ่งหน้าไปที่สะพานพุทธ จ้องมองลงไปยังกระแสน้ำเน่าเหม็นที่อยู่เบื้องล่าง ผมมั่นใจว่าด้วยความสูงขนาดนี้ ถ้าผมพุ่งตัวดิ่งหัวลงไป ต้องหมดสติและจมหายไปอย่างแน่นอน จะได้ไม่มีใครหาศพผมพบ แต่ก็นั่นแหละ ใครเขาจะมาสนใจคนอย่างผมล่ะ หรือบางทีตอนผมมีชีวิตอยู่ ทุกคนไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตา ถ้าผมตายไปพวกเขาอาจจะเริ่มตระหนักได้เองกระมัง

ผมจึงตัดสินใจปีนเหล็กกั้นสะพาน ทว่ามือกลับพลาดไปโดนน็อตคมๆ ที่สนิมเกาะเกรอะกรัง บาดเข้าไปเป็นแผลยาว ความเจ็บปวดทำให้ผมต้องรีบปีนกลับ แล้วไปทำแผลแทน กลัวเป็นบาดทะยักตาย

นั่นคือความคิดฆ่าตัวตายครั้งแรก ส่วนครั้งต่อมาเกิดขึ้นเมื่อผมเรียนอยู่ ม.ต้น และพบรักครั้งแรกกับเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เธอก็เป็นสาว ม.ต้น หน้าตาธรรมดานี่แหละ แต่จุดเด่นคือเธอตัวสูงและดูเป็นสาวมากกว่าผู้หญิงคนอื่นในห้อง ที่สำคัญเธอมีความคิดค่อนข้างแก่แดด เธอเคยชวนผมไปที่บ้านช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่แล้วเปิดหนังโป๊ จากนั้นเราก็พยายามจะมีอะไรกันเลียนแบบหนัง ซึ่งผมก็ไม่ขอเล่ารายละเอียดละกัน บอกแค่ว่ามันไม่ใช่เซ็กซ์ที่วิเศษนักหรอก ทว่าเราสองคนก็ยอมรับว่ามีความสุขมาก

วันหนึ่ง เธอขอเลิกกับผม ด้วยเหตุผลก็คือผมไม่ยอมกินขนมที่เธอซื้อมาให้ นั่นทำให้หัวใจผมแตกสลาย ผมพยายามง้อเธอแต่เธอก็ไม่กลับมาอีกเลย นั่นเป็นครั้งที่สองที่ความรู้สึกไร้ค่า กระจอก เห็นตัวเองเป็นคนโง่ของผมกลับมาอีกครั้ง ผมสติแตกวิ่งไปหาเชือกได้เส้นหนึ่ง กับเก้าอี้อีกตัว จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังต้นไทรใหญ่ในโรงเรียน และเนื่องจากช่วงนั้นเป็นเวลาโพล้เพล้ จึงไม่มีใครเห็นในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ

แน่นอน ผมตั้งใจจะแขวนคอกับกิ่งไทร ให้ร่างอันน่าสมเพชของผมห้อยต่องแต่งอยู่ตรงนั้น ให้เธอคนนั้นมาเห็นในตอนเช้าช่วงเคารพธงชาติ และเธอจะได้รู้เสียทีว่า คำพูดสุดท้ายของผมที่บอกว่า ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าขาดเธอ นั้นมันจริงขนาดไหน

ทว่าขณะที่ผมกำลังหาจุดเหมาะๆจะวางเก้าอี้อยู่นั้น ไอ้งูกะปะเหี้ยที่ชอบนอนซ่อนตัวอยู่ในโพรงต้นไทร ก็ฉกเข้าที่น่องของผมพอดิบพอดี รอยเขี้ยวสองรูที่มีเลือดซิบ ทำให้ผมทิ้งตัวลงไปร้องโอดโอย รีบเอาเชือกที่เตรียมจะมาผูกคอตัวเอง รัดขาขันชะเนาะตามแบบเรียนสุขศึกษาที่เคยผ่านหูผ่านตามา จากนั้นก็ลากขามุ่งหน้าไปหาภารโรง ให้แกเรียกรถพาผมไปส่งสถานเสวภาต่อไป

หลังจากรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ครั้งที่สอง ผมก็กลับมานั่งคิด ว่าทำไมเวลาผมจะฆ่าตัวตายทีไร ต้องมีเหตุขัดขวางทำให้ผมไม่ได้ตายสมใจซะที สุดท้ายก็สรุปได้ว่าคงเป็นพระประสงค์ของเทพเจ้าโอดิน ที่อยากให้ผมตายอย่างลูกผู้ชายมีเกียรติมากกว่านี้ จะได้เปิดประตูรับผมสู่วัลฮาลา เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ผมก็ไม่เคยคิดจะฆ่าตัวตายอีกเลย

510 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>505 มึงใช้ไอ้อ้วนร้อยเอ็ดเพจลุงเองรึเปล่า

511 Nameless Fanboi Posted ID:YbF6l5TPM4

>>504 base on ทุย story

512 Nameless Fanboi Posted ID:mH1zHqFwm9

>>510 ใครวะ

513 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

Q: ใช่มึงรึเปล่า
G: ขึ้นอยู่กับว่าถามใคร
Q: [ เงียบไปครู่หนึ่ง กวาดสายตามองG ]
Q: หนีมาตั้งนาน ไม่คิดว่าจะมาเจอกันตรงนี้
G: ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร
Q: มึงไม่ปรกติใช่มั้ย
G: อะไรนะ
Q: ตั้งเเต่นิวยอร์คจนถึงเท็กซัส ทำได้ยังไง ทั้งฆ่าทั้งหนี อุกอาจทั้งนั้น
G: [ พึมพำ ] อย่าไปตอบมัน
Q: อะไรนะ [ เอียงหูไปทางคู่สนทนา ]
G: มึงก็ไม่ปกติเหมือนกันล่ะสิท่า นั่งจ้องกันตั้งนานสองนาน ยิ่งคุยยิ่งไม่อยากคุย ภายนอกมึงดูเหมือนคน เเต่กูรู้ว่าไม่ใช่
บุคลิค8ของ G ได้ออกมาตอบโต้
Q: ก็เป็นได้ [ เอื้อมมือไปจับส้อม ]

G ควักปืนจากข้างเอวด้านขวาพร้อมเหนี่ยวไกด้วยเวลาไม่ถึงวินาที ปืนที่เขาทำขึ้นมาเองอ่อนไหวเป็นพิเศษ ส่งผลให้กระสุนนัดเเรกโดนโต๊ะที่เขานั่ง เเละสิ่งของรอบข้างระหว่างที่เขาจะเล็งปืนไปที่ Q
Q ทุ่มตัวใส่ G พร้อมกับปักส้อมเข้าที่หลัง

514 Nameless Fanboi Posted ID:SjUVS01Ioc

เบื่อไอ้เหี้ย Q เห่อหมอยนี่ละว่ะ ใครก็ได้แต่งเรื่องที่มันมีคุณภาพกว่านี้มาลงหน่อยสิ

515 Nameless Fanboi Posted ID:aRrBLsCYwd

>>514 มึงขอเองนะ

516 Nameless Fanboi Posted ID:+3mbrLf7Ra

nothing happened; no sirens came in the night. No knock on the door, squeal of bullhorn, demands that I come out with my hands up—nothing at all. Life steamed along on its well-oiled tracks, with no one calling for Q’s head, and it began to seem like some cruel invisible god was taunting me, mocking my watchfulness, sneering at my pointless apprehension. It was as if the whole thing had never happened, or my Witness had been consumed by spontaneous combustion. But I could not shake the thought that something was coming to get me.

517 Nameless Fanboi Posted ID:rEn1deCyPB

>>516 แบบนี้สิเขาถึงเรียกเรื่องที่มีคุณภาพ >>227 >>235 >>360-362 อ่านแล้วก็ซึมซับไว้ แบบมึงถึงจะกระแดะพิมพ์อิ๊งมายังไงก็กากอยู่ดี ตัวเอกมึงก็ยังเป็นพวกเอดจี้เห่อหมอยอยู่เหมือนเดิม

แล้วก็เลิกพฤติกรรมขุดกระทู้เก่าๆขึ้นมาได้แล้วสัส มันน่ารำคาญ เหมือนพวกย้ำคิดย้ำทำชิบหาย ว่างมากก็ไปหัดพิมพ์นิยายให้มันสนุกหน่อยไป

518 Nameless Fanboi Posted ID:qdcLn3Os8S

>>517 มีนิยายกูด้วย ขอบใจที่ชอบ ทุกวันนี้กลับมาเขียนแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ว่าใครให้กำลังใจไว้ แต่ขอขอบใจอีกมี

519 Nameless Fanboi Posted ID:fZFEMZPLAm

>>517 ไม่มีของกูอะ เห้อม

520 Nameless Fanboi Posted ID:lUCFE8D2s5

"มีใครรู้สึกเหมือนผมไหมว่า คลิปเสียงลับ มันเร็วขึ้น"
"เช้านี้ผมเปิดฟัง รู้สึกว่า คลิปเสียงลับมันเร็วกว่าเดิม"
https://youtu.be/N7gxXIQJLbI

521 Nameless Fanboi Posted ID:3tP8Bnk6RB

ชายหนุ่มดันประตูปิด ถอนหายใจยาวขณะโยนกระเป๋าเอกสารลงไปบนเก้าอี้นวมตัวยาวอย่างไม่ไยดี เขาพาดแจ็คเก็ตสูทไว้กับพนักพิงเก้าอี้ ถอดถุงเท้ารองเท้าและกางเกงขายาวที่รัดแน่นออก ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปในห้องน้ำ บ้วนปากล้างหน้าตา

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสารรูปของตัวเองในกระจกเหนืออ่างล้างมือ ผมที่เซ็ตไว้เมื่อเช้าเสียทรงไปแล้ว หนวดเคราก็เริ่มขึ้นหรอมแหรมให้เห็น ปากก็ซีด ขอบตาก็ดำ ไขมันเริ่มพอกตามเหนียงตามแก้ม เขาคงทำงานหนักเกินไปจริง ๆ

ยังดีที่วันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด เป็นวันหยุดที่ได้หยุดจริง ๆ หลังจากกรำงานหนักแบบไม่มีวันได้หยุดพักมาร่วมหนึ่งเดือนเต็ม ชายหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำ สมองเริ่มรู้สึกตื้อขึ้นมาบ้างแล้ว ยังไม่อาบน้ำแล้วกัน ขอเอาตัวพุ่งลงไปขดบนโซฟาสักสิบห้านาทีก่อนเถอะ

เหมือนโลกทั้งใบดับไปในพริบตาเดียว ชายหนุ่มมารู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเวลาเกือบตีสามแล้ว เขาครางออกมาเบา ๆ อย่างรำคาญใจ ไม่ต้องอาบน้ำแปรงฟันได้ไหม ขอสักวันหนึ่งเถอะ ยังไง ๆ มันก็จะเช้าอยู่แล้ว

แต่พอขยับตัวแล้ว จะให้หลับต่อก็ข่มตาไม่ลง ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาอีกครั้ง เขากดเปิดเฟซบุ๊ก ก่อนที่ข้อความแรกบนหน้าฟีดจะทำให้เขาต้องชะงักไป

‘สัมภาษณ์นักเขียนเงินล้าน: หนุ่มนักเขียนผู้เปิดโลกแห่งจินตนาการของเด็กไทย กับนิยายเรื่องใหม่ของเขา’ คือชื่อของบทความที่เพื่อนคนหนึ่งบนเฟซบุ๊กของเขาแชร์มา พร้อมด้วยรูปของผู้ชายอายุยี่สิบกลาง ๆ คนหนึ่ง กำลังส่งยิ้มโง่ ๆ พร้อมกับถือหนังสือนิยายที่มีรูปวาดตัวละครหญิงนมใหญ่ลายเส้นการ์ตูนญี่ปุ่นสามคนกำลังรุมกอดแข้งกอดขาตัวละครชายคนหนึ่งอยู่บนหน้าปก

บ้าฉิบหาย ไอ้ระยำนี่มันออกนิยายอีกแล้วเหรอ ชายหนุ่มสบถในใจพร้อมกดเข้าไปอ่านบทความ เมื่อกวาดตาดูคร่าว ๆ ก็พบว่าเป็นบทสัมภาษณ์แบบอวย ๆ เพื่อโปรโมตนิยายเรื่องใหม่ที่ชื่อ ‘ทำไมคนไม่เอาไหนอย่างผมต้องถูกพระเจ้าส่งมาให้เป็นจอมมาร แถมทั้งกองทัพปีศาจก็ยังมีแต่สาวสวยหมวยเอ็กซ์อีก แล้วแบบนี้จะทำไงดีล่ะเนี่ย!’

ชายหนุ่มอ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกหงุดหงิดเป็นที่สุด อะไรวะ ลูกครึ่งญี่ปุ่น-ไทย โดนบุลลี่ในโรงเรียนมาตลอดชีวิต จู่ ๆ ก็สำลักฝุ่นตาย แล้วก็ไปต่างโลก ได้เป็นจอมมาร มีลูกน้องสาวสวยเยอะ ๆ ไอ้พวกเหี้ย พล็อตเชย ๆ เห่ย ๆ ไม่มีห่าอะไรแบบนี้มันยังรับตีพิมพ์อีกเหรอวะ วงการวรรณกรรมไทยแม่งก็แย่จะตายห่าอยู่แล้ว ทำไมสำนักพิมพ์เฮงซวยมันยังปล่อยอะไรแบบนี้ออกสู่ตลาดให้คนนอกวงการเขาถมถุยอยู่อีกวะ คิดว่ามันจะขายได้ในยุคที่นิยายแนว ๆ นี้มันหาอ่านฟรีได้เกลื่อนอินเทอร์เน็ตไปหมดจริง ๆ เหรอ

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ชายหนุ่มก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนตัวเองก็เคยเขียนนิยายด่าไอ้พวกพระเอกเทพทรูธีมจีนไว้เหมือนกัน แต่ชื่อเรื่องห่าอะไรนั้นจำไม่ได้แล้ว เขานิ่งคิดไปอึดใจหนึ่งก่อนที่จะพยายามล็อกอินเข้าไปในเว็บเขียนนิยายด้วยไอดีปลอมที่สมัครไว้ในตอนนั้น ทดลองกรอกไอดีและพาสเวิร์ดอยู่ครู่หนึ่งก็สามารถล็อกอินเข้าไปในระบบได้สำเร็จ

เจอแล้ว ‘(นิยายแปล) Gods King Warrior Conqueror Heaven อภินิหารเคล็ดวิชาเทพเจ้าราชันย์นักรบเย้ยจอมสวรรค์’ ไอ้ฉิบหาย เขียนได้แค่ 4 ตอน แม่งมียอดวิวหมื่นนึง เฉพาะเดือนนี้มีคนดูแล้วหลักร้อย พ่อมึงตาย นี่ขนาดดองไว้เป็นปีเลยนะ

หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวเร็ว เขารีบกดเข้าไปดูที่หน้านิยายก่อนที่จะต้องอุทานเป็นชื่อสัตว์เลื้อยคลานและอสูรกายชนิดต่าง ๆ ออกมาเป็นชุด เมื่อเห็นว่ามีนักอ่านมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้เป็นร้อย ๆ ความคิดเห็น แถมส่วนมากยังเป็นการมาชื่นชม ร้องขอให้กลับมาเขียนต่ออีก

ชายหนุ่มรีบกดเข้าไปดูคอมเมนต์เฉพาะของตอนล่าสุด ‘ตอนที่ 4 ควันราคะ (NC 20++)’ โอ้โหไอ้สัส มีคนมาชมเต็มเลยว่าเร้าใจมาก สะใจที่พระเอกฆ่าโจร สะใจที่พระเอกได้เมีย มีคนมาถามว่าคนนี้นางเอกใช่ไหม มีคนมาถามอีกว่าฮาเร็มรึเปล่า มีคนมายี้นางเอก มีคนมาชื่นชมการบรรยายฉากเย็ดทั้ง ๆ ที่แม่งมีแต่อู้วๆๆๆ แล้วอะไรอีกล่ะเนี่ยไอ้เหี้ย มีบอกด้วยนะว่าไม่อยากให้พระเอกผูกตัวเองอยู่กับผู้หญิงมากไป เย็ดแล้วให้รีบทิ้ง ไม่งั้นก็ฆ่า ๆ ไปซะเลย จะได้หมดปัญหา โอ้โห คนที่ไหนคนจังหวัดอะไรพวกท่านเนี่ย เกิดวันไหนเกิดปีจอหรือปีอะไร ทำไมจิตใจถึงโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจ

ชายหนุ่มนอนนิ่งไปนาน ก่อนที่จะถอนหายใจยาวออกมา ชอบกันนักใช่ไหมล่ะพวกมึง อะไรที่มันสะใจแบบที่ไม่ต้องมีเหตุผลรองรับ ขอแค่ให้พระเอกเทพ ๆ ไล่ตบไล่ตีไล่เย็ดคนอื่นตามใจชอบก็พอ

ได้ เดี๋ยวกูจัดให้เอง ชายหนุ่มยันกายขึ้นนั่ง เขาวางโทรศัพท์ลง ก่อนที่จะไพล่มือไปคว้าเอากระเป๋าใส่เอกสาร ดึงเอาคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปออกมา

522 Nameless Fanboi Posted ID:qTKk2KXpBO

>>521 เย็ดเข้ ในที่สุด (นิยายแปล) Gods King Warrior Conqueror Heaven อภินิหารเคล็ดวิชาเทพเจ้าราชันย์นักรบเย้ยจอมสวรรค์ ก็กลับมาแต่งต่อแล้ว ดองนานโคตรๆ 555+

523 Nameless Fanboi Posted ID:Wx.NGu2lQF

>>521 กูกดกระดิ่งรอแล้วนะพี่ชาย ฉันรออยู่ที่ท่าน้ำเหมือนเดิม รอมาเป็นปีแล้วเนี่ย

524 Nameless Fanboi Posted ID:m25jWJqtnq

"สุวรรณ มีคนจับภาพยมทูตของเราได้...เจ้าเช็คสิว่าเป็นใคร โจงกระเบนแดงเสียด้วย" เสียงสั่งจากท่านยมบาลดังขึ้นขณะที่ผมกำลังคีย์ข้อมูลคนตายประจำไตรมาสแรกของปีอยู่ ช่วงต้นปีนี้มีโรคระบาดคนตายกันเยอะ เจ้าหน้าที่ดูแลข้อมูลอย่างผมเลยวุ่นวายเป็นพิเศษ

"คงจะเป็นคืนก่อนที่มีงานเลี้ยงแฟนซีในนรกมั้งท่าน เจ้าพวกนั้นคงมีงานด่วนเข้ามาเลยลืมเปลี่ยนชุดเสียก่อน" ผมยกมือขึ้นดันแว่นพร้อมกับตอบคำถามของท่านยมด้วยความเคยชิน

"เออ...นั่นล่ะ ไปหาตัวพวกมันมา แล้วสั่งสอนเสียด้วยว่าคราวหน้าถ้าจะออกสื่อให้แต่งเนื้อแต่งตัวดี ๆ หน่อย เดี๋ยวคนเขาจะหาว่านรกของเราเชยแหลก ยุคนี้ยังต้องมานุ่งโจง ถือไม้เท้า ห้อยสร้อยสังวาลอีก!" ท่านยมตบโต๊ะดังปังดูแล้วท่าจะกริ้วหนัก กาแฟลาเต้มัคคิอาโต้บนแก้วถึงกับกระฉอกออกมาเล็กน้อย อีกเดี๋ยวคงต้องตามแม่บ้านมาทำความสะอาดแน่ ๆ

แต่ว่า...ที่ไม่พอใจ สรุปคือเรื่องแต่งตัวเชยหรอกเรอะ?

525 Nameless Fanboi Posted ID:/5LEzUeUag

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
D : เย่.. มีคนโปรโมทนิยายให้ด้วย
F : ไม่คิดตังค์หรอก เพื่อนเอ๊ย
D : ไม่เจอกันนานเป็นไงมั่ง
F : ข้าได้กลายเป็นผู้ที่มีนามว่า.. ไร้นาม
T : ไอ้คนไม่มีสัจจะ อย่าอวดอ้างถึงชื่อนั้น
W : อย่ากล่าวหาด้วยวาจารุนแรงกับเค้านะคะ
F : พูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย?
T : อืม..จำไม่ได้ก็แล้วไป
W : ใช่ค่ะ..เลิกแล้วต่อกันเนาะ คุณไม่เป็นไรนะคะ F
Yu : เอาตีนถีบยอดหน้ามันเลยลูกพี่
F : คุยกับผู้ชายเสียเวลา ไงจ๊ะน้อง W
W : คุณ Yu ยังไม่เห็นความเทพของเค้าสินะคะ
T : Yu ตัดใจจากพี่ซะเถอะ Wคือตัวจริง
T : ผมไม่เก่งขนาดนั้นหรอกครับ ที่รัก
W : คนบ้า >////<
W : อย่าดูถูกตัวเองเลยนะคะ
F : เพราะผมเป็นคนสำคัญสินะ
W : อย่าเฉไฉนะคะ
T : ชีวิตนี้แสนสั้น..พึ่งรักษาไว้ซึ่งสัจจะ ; ความสมัครใจของท่านทั้งสอง จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่าได้แยกจากกันเลย
ชาวDD : อาเมน!
W : โดนท่านดุเลยเห็นมั้ย
F : ผมยอมแล้วครับ
W : ตั้งแต่นี้ไป ต้องรักษาคำพูดนะคะ
THE END

526 Nameless Fanboi Posted ID:1xxJ7bjtAU

>>525 กูลั่น

527 Nameless Fanboi Posted ID:/5LEzUeUag

(ผิดอีก กุไม่แก้แล้ว- - -)

528 Nameless Fanboi Posted ID:9f58r3CCQw

>>527 แม่งเอ๊ย! กูแก้เอง! (ขอบใจที่สรุปให้ แม่งคุยกันยาว ชห)

แนะนำตัวละคร
D = darkius
F = FreudMs
T = TunKoB
W = White Frangipani
Yu = yurinohanakotoba

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
D : เย่.. มีคนโปรโมทนิยายให้ด้วย
F : ไม่คิดตังค์หรอก เพื่อนเอ๊ย
D : ไม่เจอกันนานเป็นไงมั่ง
F : ข้าได้กลายเป็นผู้ที่มีนามว่า.. ไร้นาม
T : ไอ้คนไม่มีสัจจะ อย่าอวดอ้างถึงชื่อนั้น
W : อย่ากล่าวหาด้วยวาจารุนแรงกับเค้านะคะ
F : พูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย?
T : อืม..จำไม่ได้ก็แล้วไป
W : ใช่ค่ะ..เลิกแล้วต่อกันเนาะ คุณไม่เป็นไรนะคะ F
Yu : เอาตีนถีบยอดหน้ามันเลยลูกพี่
F : คุยกับผู้ชายเสียเวลา ไงจ๊ะน้อง W
W : คุณ Yu ยังไม่เห็นความเทพของเค้าสินะคะ
F : Yu ตัดใจจากพี่ซะเถอะ Wคือตัวจริง
F : ผมไม่เก่งขนาดนั้นหรอกครับ ที่รัก
W : คนบ้า >////<
W : อย่าดูถูกตัวเองเลยนะคะ
F : เพราะผมเป็นคนสำคัญสินะ
W : อย่าเฉไฉนะคะ
T : ชีวิตนี้แสนสั้น..พึ่งรักษาไว้ซึ่งสัจจะ ; ความสมัครใจของท่านทั้งสอง จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่าได้แยกจากกันเลย
ชาวDD : อาเมน!
W : โดนท่านดุเลยเห็นมั้ย
F : ผมยอมแล้วครับ
W : ตั้งแต่นี้ไป ต้องรักษาคำพูดนะคะ
THE END

529 Nameless Fanboi Posted ID:O9a41VdlSt

ใช้บริการ Line Taxi เรียกไปส่งยังจุดหมาย ระบบแจ้งให้เราเห็นในแอพชัดเจนว่ารถถึงไหน อีกกี่นาทีถึง คำนวณค่าใช้จ่ายให้เสร็จสรรพ

“ผมใช้ทั้งไลน์ ทั้งแกร็บ นี่มันเด้งทั้งวันรำคาญชิบหายมีแต่เมียไลน์ตาม นี่มันก็ใช้ให้ไปซื้อข้าวมันไก่ ขับมา 2 ชม. ให้ตายก็ไม่ถึงพัน ก่อนพูดมึงคำนวนเส้นทาง/ชั่วโมง ให้มันสอดคล้องกับมิตเตอร์ก่อนมั้ย ไอ้สั ส ชั่วโมงเดียว 1000 ขี้ฟันชิบหาย"

พี่แท็กซี่พูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ตามด้วยการวิจารณ์ไอ้คนที่มันเอาอาชีพแท๊กซี่ไปอ้างเพื่อหาความชอบธรรมให้รัฐบาล

“คนต่อให้ปรับตัวแค่ไหน ถ้าระบบมันแย่ ห่วยแตก มันก็ลำบากอยู่ดี ถ้าผมปรับมากกว่านี้ผมคงต้องปรับตัวเองไปขับเครื่องบินมิตเตอร์แล้วครับ เพราะคมนาคมตอนนี้มึงก็แหกตาดูสิ อีสั ส ติดชิบหาย มีรัฐบาลไหนอนุมัติทำโครงการพร้อมกันทั่วกรุงเทพ เส้นทางเลี่ยงแทบไม่มี ในหัวมีแต่ขี้อีหน้า สั ส”

“บ้านอยู่แถวนี้หรือครับ”

“เปล่า อยู่แถวไหนก็ได้ไอ้ควาย เ สื อ ก”

“เปล่าครับ แถวนี้ตรอกซอยเยอะ กว่าจะออกถนนใหญ่ หลายขยัก ผมมาวิ่งแล้วก็พบว่าไอ้ห่ า ในถนนตรอกซอกซอยยังติด ถ้าผมจะวิ่งแค่ในซอย กูขับวินมอไซต์ดีกว่ามั้ยอะคับๆ"

พี่แท็กซี่ตั้งข้อสังเกต ตามด้วยการทดลองจนสรุปได้ผลว่าบริเวณไหนมีผู้โดยสารใช้บริการมาก ไม่ต่างจากนักวิจัย ผมนี่อดลุกขึ้นยืนปรบมือไม่ได้

“เค้าว่าเศรษฐกิจไม่ดี”

พี่แท็กซี่พูดสวนทันที

“ด่ารัฐบาลเลยครับไอ้หน้าส้ น ตี น ถ้าใครขึ้นมาบริหารแล้วได้แค่นี้ มันจะเลือกตั้งกันทำยวค ลัย มันจะเหมือนได้ไงกับคนที่มีสมองแค่ 84000 เซลล์ กุ้งยังมีเยอะกว่าเลยมั้ง ถ้าจะให้ปรับตัวเองช่วยตัวเองทุกอย่าง แล้วเราจะมีรัฐบาลมาทำมะเขืออะไร เราจะจ่ายภาษีกันไปทำไม งั้นก็ไม่ต้องมี รก เกะกะ ออกไปไอ้ตี๋หน้าหู่”

"จะด่ารัฐบาลทำไมหละ”

“งั้นให้กูด่าแม่มึงแทนมั้ยหละ ถ้ากูขับแท๊กซี่ชั่วโมงเดียวได้ 1000 วันนึงกูขับ 10 ชม. หักค่านั่นนี่ คำนวนมากูได้ขั้นต่ำ 5000+ กูคงไม่ให้เมียกุไปลำบากขายกับข้าว”

“เมียทำกับข้าวเก่งสิ”

“ไม่เป็นเลย พอผมจะบังคับมันเรียนจากยูทูปมันก็อ้างชายเป็นใหญ่”

“แต่พ่อค้าแม่ค้าโวยว่าเศรษฐกิจไม่ดี”

“ก็ถูกแล้วครับ หรือมึงว่าเศรษฐกิจดีหละตอนนี้ มึงอยู่ประเทศเดียวกันกับกูหรือเปล่า”

“ตอนเลือกตั้ง เลือกพรรคไหน” เราอดถามไม่ได้

“เ สื อ ก ค รั บ”

“คือ”

“ปากท้อง ถนน น้ำ ไฟ ค่าแรง รักษาพยาบาล มันก็คือการเมืองหมดอะไอ้สั ส ไม่ให้รัฐบาลแก้ไขมึงจะให้เจ้าอาวาสวัดมาแก้หรอ ไอ้พูดเรื่องประชาธิปไตย ไกลตัวก็เหี้ลแล้ว จบป.ไหนมาครับ ผมยกมือเลือกหัวหน้าห้องตั้งแต่อนุบาล"

“พอใจ ส.ส.ของเขตตัวเองมั้ย”

“ถามเยอะถามแยะนะมึงอะ ถามมากกว่านี้กูจะคิดค่าที่มึงเอาไปทำคอนเท้นต์แล้วสะ”

พี่แท็กซี่สบถอย่างหัวเสีย

ถึงที่หมาย ส่งเงินให้ เหลือเงินทอน 17 บาท เราเอ่ยปากยกให้

“ขอบคุณครับ งานบริการถ้าผู้ใช้บริการเต็มใจจะให้ทิป มันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าผมเงินได้เกินเกณฑ์ที่จะต้องจ่ายภาษีพี่ควรแนะนำผมให้ไปหาสรรพากร ไม่ใช่มาเขียนอะไรโง่ ๆ แบบนี้”

เราหน้าหงายเล็กน้อย

สัญญาณจากแอพในมือถือดังขึ้น

“แหม.. เมียเร่งเอาข้าวมันไก่"

530 Nameless Fanboi Posted ID:6j4BiynleS

>>529 กูเก็ต

531 Nameless Fanboi Posted ID:ABHTsDxq7/

>>529 เจอคนแชร์ต้นฉบับมาวันนี้เลยสัส กูได้แต่ขำแห้ง จิคราย

532 Nameless Fanboi Posted ID:CplxNxk8RN

>>531 คือกูไม่เข้าใจ ว่า มันเป็นเหตุการจริงที่ไปเจอเเท๊คซี่มา หรือมันเอาความเชี่ยของรัฐมาเล่าเเนวสร้างเรื่องราวขึ้นมา

533 Nameless Fanboi Posted ID:V1IZjlZ/ez

>>532 มึงอ่านต้นฉบับดีๆก่อน กูว่ามันไม่ได้ด่ารัฐ ออกจะโปรทหารด้วยซ้ำ มันเบลมต่างหากว่าที่ว่าเศรษฐกิจไม่ดีเพราะไม่ขยันมากกว่า ถ้าขยัน ต้องมีเงิน แต่ไม่ใช่ไง คิอมันไม่ได้ดูปัญหาเชิงโครงสร้าง

534 Nameless Fanboi Posted ID:yxhbA6wNhT

(นิยายแปล) Gods King Warrior Conqueror Heaven อภินิหารเคล็ดวิชาเทพเจ้าราชันย์นักรบเย้ยจอมสวรรค์
ตอนที่ 5 ป่วนเมือง

เซวี่ยอวี่เซวียนเดินออกจากเล่าสุราฟ้าเหมามาย “เหอเบื่อจัง ต้องไปหุบเขาเสียนสวรร์คจริงๆหราเนี่ย ไม่เอาดีกว่า ขี้เกลียดแระ ผู้หญิงหาใหม่ง่ายๆ เด๋วไปป่วนคนเร่นก่อนดีกว่า อิอิ”

พูดจบเซวี่ยอวี่เซวียนก็ใช้ผลังวิชชาตัวเบากระโดด พึ่บ ตุ้บ ลงมาในตลาด “โอ้โฮพี่ชาย ขายอะไรหนะ” เซวี่ยอวี่เซวียนถามพ่อข้า “เป็นเครื่องลางคับคุณลูกข้า” พ่อข้าตอบ “พกเอาไว้แร้วลับลองสาวรักสาวหลง จีบสาวติดทุกคนแน่ๆคับคุณลูกข้า” “จิงเหรอ” “จิงสิคับ ผมขายถูกๆ แค่หนึ่งเหลยีนทองเอง”

เซวี่ยอวี่เซวียนร้วงมือลงไปในกะเป๋ากางเกง พบว่าเงินที่เก็บเอาไว้หายหมด “อ่าว เงินไม่มีเรย ผมขอฟรีได้ป่าวคับพ่อข้า”

พ่อข้าได้ยินอย่างงั้นเรยคิดว่าเซวี่ยอวี่เซวียนกวรตีร “ได้ไงวะไอ้กะจอก เงินแค่เหลยีนทองเดียวมึงไม่มีปันยาแร้วจะมาเดินตลาดทำไม บ้าปะ”

เซวี่ยนอวี่เซวียนโดนด่าว่ากะจอกก็โกด “หน่อยแหนไอ้พ่อข้า คนแค่ไม่มีตังก็ด่ากะจอกเรยหรา เปนใครมาจากไหนอะ แบบนี้ต้องสั่งซ้อนแร้ว” ว่าแร้วเซวี่ยอวี่เซวียนก็เก็งผลังละดับพระเจ้าไว้ที่ฝ่ามือ ปังงงงง โอ้ยย เซวี่ยอวี่เซวียนตบหัวพ่อข้าอย่าแรงจนกโลกยุบ ก้อนสหมองใหลออกมาทางจมูก “55555 คัยกันแน่ที่กะจอก ถุ้ย”

คนแถวนั้นพากันกลัวเซวี่ยอวี่เซวี่ยนจนหนีกันไปหมด เซวี่ยอวี่เซวียนเลยเก็บของที่พ่อข้าคนอื่นๆ ทิ้งไว้ใส่กะเป๋า “เอาเครื่องลางไปด้วยดีกว่า อิอิ”

แต่ก่อนที่เซวี่ยนอวี่เซวียนจะหนีไปไหน ทหารประจำเมืองก็มาถึง “หยุดนะ ทำไมต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย” “ก็ไอ้พ่อข้านี่มันด่าว่าข้าเปนพวกกะจอกก่อน” “แร้วงัย ฆ่าคนได้เหรอ” “ก็ฆ่าไปแร้ว จะให้ทำงัย มียาชุบชีวิตหรอ” “ปากดี หาที่ตายแท้ๆ”

ควับๆๆ ทหารประจำเมืองขวงดาบเข้าใส่ ฉิ้งงง เซวี่ยอวี่เซวียนฉักกะบี่ออกมาบ้า เช้งๆๆๆๆ อาวุดฟันกันดังเช้ง ก่อนที่เซวี่ยอวี่เซวียนจะแถงเข้าที่กางอกของทหาร อ้ากกกกกก ทหารล้องออกมาอย่าเจ็บปวด ก่อที่จะล้มลงตาย

“อุ้ยๆ ฆ่าทหารตายแร้ว ซวยระเรา รีบหนีดีกว่า” พูดจบเซวี่ยอวี่เซวียนก็ใช้ผลังวิชชาตัวเบาหนีไป

535 Nameless Fanboi Posted ID:e1SZxeQ0p/

>>534 กลับมาคราวนี้ใช้ภาษาแว๊นส์แง๊นๆ เชียวนะมึง ฮาดี กูให้สามผ่าน

536 Nameless Fanboi Posted ID:Eyn3MpxM0f

>>534 ไอ้เชี่ยขำสำลักน้ำเลย อ่านไปต้องระวังไป กลัวติดโรคคำผิด มึงนี่โคตรพยายามเลยวะ 5555

537 Nameless Fanboi Posted ID:0AJmabJ5Fj

"โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกคุณ หม่อมย่าคุณเซ็นสัญญายกคุณให้ฉันเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นค่าขัดดอกไงล่ะ"

หญิงสาวร่างเพรียวเอนพิงพนักโซฟาหนังแท้สัญชาติอิตาเลียน มือบางรินไวน์แดงใส่แก้วก่อนยกขึ้นจิบอย่างไม่เดือดร้อนใจ ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปกลอสสีชมพูวาวเหยียดออกเป็นรอยยิ้ม มันเกือบจะเป็นรอยยิ้มเยาะเสียด้วยซ้ำ ถ้าบอกว่าเหมือนจันทร์สนุกกับการที่เห็นชายหนุ่มในชุดสูทดิ้นพล่านก็ไม่ผิดนักหรอก

"สัญญาอะไร? ขัดดอกอะไร? ผมไม่เข้าใจ" หม่อมหลวงธฤตชลธรละกำปั้นออกจากประตูห้อง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีดำมองหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยความงุนงง

"โธ่เอ๊ย.. อย่าทำมาเป็นใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวหน่อยเลยคุณชล คุณชายพ่อคุณน่ะ โกงเงินพ่อฉันไปจมในบ่อนไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยล้าน แถมดันชิงตายหนีหนี้แบบนี้ไปได้ กรรมมันก็ต้องตกถึงลูกอย่างคุณน่ะสิ"

"ถ้าเป็นเรื่องเงินผมชดใช้ให้คุณได้...." ถ้อยคำของร่างสูงเงียบหายไปก่อนที่เขาจะพูดจบ เหมือนจันทร์เดินเยื้องย่างเข้าใกล้จนชายหนุ่มไม่สามารถหลีกหนีไปได้ หลังของเขาแนบอยู่กับบานประตูพร้อมกับร่างของเธอที่บดเบียดเข้ามา ปลายเล็บที่เจือมนและเคลือบสีมาอย่างดีแตะลงบนริมฝีปากบาง

"ฉันไม่พูดอะไรเยิ่นเย้อแล้วกันนะ หม่อมย่าขายคุณให้ฉันแล้ว ส่วนคุณก็มีหน้าที่ผลิตลูกให้ฉันสักคนสองคน แล้วฉันจะปล่อยคุณไปหายัยพิมลมาศ แม่สุดสวาทขาดใจของคุณไงล่ะ"

538 Nameless Fanboi Posted ID:+6fLoVL1++

วันนั้นผมขับรถไปธุระ มีวัยรุ่นกลุ่มนึง ขับตามหลังมา
โทสับผมมีคนโทรเข้า แล้วหันไปหยิบขึ้นมา

วัยรุ่นกลุ่มนึงขับมาประกบข้างรถผม ตะโกนด่าผมว่า ควายๆ
ทั้งที่ไม่รู้จักกัน ผมไม่ได้ไปกวนตีนมันเลยนะ
นักเลงมาก

เเหม่ๆ รู้จักกูน้อยไปแล้วพวกมึง
ผมคิดในใจพร้อมกับจ้องพวกมัน แบบไม่ละสายตา

ผมกดกระจกลง ด่ากลับไป มึงดิควายสัส

สักพักผมก็วูบไป ตื่นขึ้นมาอีกที อยู่โรงพยาบาล ผมถามพยาบาลว่า จับพวกวัยรุ่นที่ตีผมได้ยัง
วันรุ่นที่ตะโกนด่าผมว่า ควาย ยังทำร้ายผมอีก

พยาบาล : คุณขับรถชนฝูงควายตรงทางโค้ง เค้าตะโกนบอกยังไม่ฟังอีก

539 Nameless Fanboi Posted ID:xS/kHqudx0

>>538 มุก ไม๊...ใหม่

540 Nameless Fanboi Posted ID:QnzYu8fyLp

>>534 ฮาสัส