Fanboi Channel

นิยายจากโม่งโดยโม่งเพื่อโม่ง

Last posted

Total of 372 posts

361 Nameless Fanboi Posted ID:4qAUuo1.kZ

ไลแลคซุกใบหน้าเล็กลงบนอกของฉัน ฉันขยับวงแขนกระชับรอบร่างกายของน้องสาวมากกว่าเดิม คืนนี้เป็นคืนที่เหน็บหนาว...ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกและหิมะที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ฉันไม่เคยนึกชอบฤดูหนาวเลยสักนิด มันทำให้ฉันหวนคิดถึงกองไฟที่พ่อก่อขึ้นบนเตาผิง แม่และฉันกำลังยกกาใส่น้ำนมแพะที่เรารีดเองเข้ามาวาง น้องสาวตัวเล็กของฉันนั่งร้องเพลงที่พ่อเคยสอนให้ด้วยน้ำเสียงเล็กใสของเธอ

ที่ผลึกเพชรไม่มีเตาผิง...ไม่มีกองไฟ...ไม่มีน้ำนมแพะ...ไม่มีพ่อและแม่...ไม่มีอะไรทั้งนั้น...

พวกเราได้รับความอบอุ่นจากเครื่องทำความร้อน ได้รับอาหารตามการจัดสรรจากนักโภชนาการและฝ่ายผลิตอาหาร...แต่มันไม่เพียงพอหรอกสำหรับเด็กผู้หญิงอย่างฉันและน้องสาว หลายคืนเรากอดกันแน่นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นที่ผลึกเพชรไม่มีวันมอบให้ หลายครั้งที่เราต้องใช้แขนเสื้อสีตุ่น ๆ เช็ดน้ำตาให้กัน ไลแลคคิดถึงบ้าน...เธอคิดถึงพ่อแม่ที่เธอเองก็แทบจำใบหน้าพวกเขาไม่ได้...

ที่ผลึกเพชรไม่มีเตาผิง...ไม่มีกองไฟ...ไม่มีน้ำนมแพะ...ไม่มีพ่อและแม่...ไม่มีอะไรทั้งนั้น...

พวกเราได้รับความอบอุ่นจากเครื่องทำความร้อน ได้รับอาหารตามการจัดสรรจากนักโภชนาการและฝ่ายผลิตอาหาร...แต่มันไม่เพียงพอหรอกสำหรับเด็กผู้หญิงอย่างฉันและน้องสาว หลายคืนเรากอดกันแน่นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นที่ผลึกเพชรไม่มีวันมอบให้ หลายครั้งที่เราต้องใช้แขนเสื้อสีตุ่น ๆ เช็ดน้ำตาให้กัน ไลแลคคิดถึงบ้าน...เธอคิดถึงพ่อแม่ที่เธอเองก็แทบจำใบหน้าพวกเขาไม่ได้

เสียงปืนหยุดลงเมื่อตอนฟ้าสาง ฉันหลับไม่ลงเลยสักนิด ใช้เวลาทั้งคืนในการกอดน้องสาวเอาไว้และภาวนาให้เธอหลับอย่างเป็นสุข ตอนนี้ทุกอย่างคงจบลงแล้ว ฉันไม่อยากคาดเดาว่าพวกเขาหนีการไล่ล่าไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่พวกเขาทำกับโครงการฯมันเป็นเรื่องใหญ่โตเกินกว่าจะคาดคิด เจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติพูดกันว่าทางรัฐบาลต้องลงมือจัดการอะไรบางอย่าง

"ขณะนี้เหตุการณ์สงบลงแล้ว เราสามารถกำจัดผู้ก่อความวุ่นวายและผู้หลบหนีได้ทั้งหมด ขอให้สมาชิกทุกคนมารวมตัวกันที่ลานอเนกประสงค์" ทีอาน่า สมิธ หัวหน้าผู้ดูแลผลึกเพชรประกาศผ่านทางลำโพงที่ติดอยู่โดยรอบ ฉันรู้ว่าเป็นเธอแม้ไม่ต้องเห็นหน้า เสียงของสมิธแหบแห้งและแข็งกระด้างเป็นเอกลักษณ์เหมือนกับดวงตาทั้งคู่

ฉันไม่ชอบสมิธและคิดว่าสมิธเองก็ไม่ชอบฉัน ที่ถูกต้องคือสมิธไม่เคยชอบใครเลยมากกว่า เธอไม่เคยพอใจอะไรสักอย่าง ฉันไม่เคยเห็นเธอยิ้มมาก่อน เรื่องเล็กน้อยสามารถทำให้เธอบูดบึ้งได้ตลอดเวลาและเรื่องใหญ่จะทำให้เธอรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ตัวอย่างเช่นเมื่อผลการทดสอบประสิทธิภาพของหน่วยสร้างสันติไม่เป็นที่พอใจสำหรับรัฐบาล สมิธในใบหน้าโกรธเกรี้ยวบึ้งตึงจะสั่งให้พวกเรายืนเรียงแถวยาวในลานอเนกประสงค์ เธอใช้สันปืนพกฟาดลงบนแก้มของสมาชิกที่คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์...ฉันเองก็เคยโดนครั้งหนึ่ง ในช่วงปีแรกที่เข้ามาอยู่ในผลึกเพชร เธอบอกกับพวกเราว่าความกดดันจะทำให้แท่งถ่านกลายเป็นเพชรได้

ขบวนแถวถูกจัดตามหน่วยงานและอายุ ไลแลคถูกแยกไปอยู่กับกลุ่มเด็กที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก ส่วนฉันยืนอยู่ในแถวของหน่วยสร้างสันติ แถวของเราสั้นจนน่าใจหาย สมาชิกที่ผ่านการฝึกอย่างเข้มข้นจนเกือบจะกลายเป็นเพชรเหลืออยู่เพียงไม่ถึงสิบคน...และฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเราที่เหลืออยู่ตรงนี้ต่างเลือกที่จะไม่หนี บางคนมีน้องสาวหรือน้องชายในผลึกเพชร บางคนเลือกภักดีกับรัฐบาลเพื่อแลกอาหารและที่นอนมากกว่าการเผชิญโลกภายนอกที่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรในตอนนี้

สมิธออกคำสั่งให้พวกเราขึ้นไปบนเวทีด้านหน้าของลานอเนกประสงค์ พร้อมกับการย้ายร่างไร้วิญญาณของอดีตสมาชิกหน่วยสร้างสันติมายังพื้นที่ว่างหน้าเวที ร่างที่เรียงรายอยู่ข้างล่างคือเพื่อนของฉัน...พวกเขาใช้ผ้าใบสีขาวในการห่อศพเหล่านั้นเอาไว้ เหลือเพียงใบหน้าที่โผล่พ้นออกมา ฉันพยายามอย่างมากที่จะกลั้นน้ำตา แต่ชาลิสที่ยืนอยู่ข้างฉันไม่เก่งขนาดนั้น เธอสะอื้นไห้พร้อมน้ำตาที่ไหลนองอาบแก้ม

ฉันที่ยังพอมีสติดีในตอนนี้รับหน้าที่ขานชื่อร่างไร้วิญญาณเหล่านั้นเพื่อสำรวจว่ามีใครบ้างที่ยังรอดชีวิตอยู่ในผลึกเพชร ฉันรู้จักพวกเขาทุกคน ร่างกายสูงใหญ่ของซีซาร์เด่นสะดุดตาเกินใคร เหมือนกับเส้นผมหยักศกสีแดงเพลิงของจิงเจอร์ ใบหน้ากลมแป้นพร้อมรอยยิ้มกว้างของซู ผิวขาวซีดราวกระดาษของธีโอ แม้กระทั่งหัวหน้าหน่วยสร้างสันติอย่างคริสก็ยังนอนหมดลมหายใจอยู่ตรงนั้น

พวกเขาไม่เก็บใครเอาไว้สักคน...คนไหนที่ถูกจับกุมได้กลายเป็นศพนอนอยู่เบื้องหน้าของฉัน ชื่อที่คุ้นเคยลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ เหลืออีกเพียงสิบกว่าคนเท่านั้นสำหรับอดีตเพื่อนร่วมหน่วยงาน ฉันกวาดตามองหาร่างของใครบางคนท่ามกลางร่างภายใต้ผ้าใบสีขาว...แต่ไม่มี...ไม่มีเขาในบรรดาศพเหล่านั้น

ไม่มีไทเลอร์...เขาหายไปไหน? หรือเขาหนีไปได้?

362 Nameless Fanboi Posted ID:4qAUuo1.kZ

"มีอะไรหรือคุณอีแวนส์" สมิธเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก สายตาของเธอเพ่งมองลงมาคล้ายจะอ่านสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ ฉันสูดลมหายใจลึกก่อนบังคับน้ำเสียงสั่นเครือให้ตอบกลับไปโดยไม่ฉายแววพิรุธ

"ไม่มีอะไรค่ะคุณสมิธ ฉันเพียงจำนามสกุลของเขาไม่ได้เท่านั้น"

"เช่นนั้นคิดเสียว่าเขานามสกุลอะไร อย่าให้เราต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้" ฉันก้มหน้ารับคำสั่งของเธอ สมองพยายามประมวลผลอยากรวดเร็วก่อนตัดสินใจกล่าวชื่อหนึ่งออกไป

"ผู้ชายผมสีดำตรงนั้นคือไทเลอร์ รีดจ์ค่ะ..."

ไม่มีใครรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาไม่ใช่ไทเลอร์ รีดจ์อย่างที่ฉันกล่าวอ้าง เด็กหนุ่มผมสีดำคนนั้นคือจอร์จ ดาวิส รูปร่างของเขาคล้ายคลึงกับไทเลอร์มากพอที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่าศพใบหน้ายับเยินคือเขา ความหวังลึก ๆ ก่อเกิดขึ้นในใจของฉัน ไทเลอร์เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของฉัน ตอนนี้เขาหนีไปแล้ว...หนีรอดไปจากผลึกเพชรแห่งนี้และจะไม่มีใครตามล่าเขาอีกต่อไป

พวกเขาจะตามหาตัวจอร์จ ดาวิสไม่ใช่ไทเลอร์ รีดจ์

ชื่อสุดท้ายหลุดออกจากริมฝีปากของฉัน มีสมาชิกหน่วยอีกสามคนที่สามารถหนีรอดไปได้ ตอนนี้หมดหน้าที่ของสมาชิกหน่วยสร้างสันติที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่สมิธยังคงให้เรายืนอยู่บนเวที ศพของผู้เสียชีวิตยังคงปล่อยวางไว้เช่นนั้น ฉันเหลือบมองเพื่อนในแถว...ทุกคนต่างร้องไห้และสติหลุดลอย การทำใจมองภาพเบื้องหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด การจากไปของเพื่อนสร้างความโศกเศร้าให้กับฉันคล้ายคนอื่น ๆ เพียงแต่ฉันยังเห็นแสงความหวังซึ่งมีชื่อว่าไทเลอร์

"เราทุกคนคงเห็น...การสูญเสียสมาชิกชั้นดีในวันนี้" สมิธก้าวขึ้นยืนบนแท่นโพเดียมกลางเวที เสียงแข็งกร้าวของเธอไม่ได้สอดแทรกซึ่งความอาลัยอาวรณ์เลยสักนิด

"เจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติต่างบาดเจ็บและล้มตายเพื่อปกป้องพวกเราเอาไว้ การก่อจลาจลและการพยายามหลบหนีของหน่วยสร้างสันติในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างยิ่ง รัฐบาลต่างฟูมฟักสมาชิกทุกคนอย่างดีเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าของประเทศชาติ...การกระทำของหน่วยสร้างสันติในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ ทุกคนในหน่วยสร้างสันติที่ยังเหลือรอดล้วนมีความผิดโทษฐานสร้างความเดือดร้อนภายในผลึกเพชร"

มีเพียงความสงบนิ่งเท่านั้นที่รายล้อมอยู่รอบข้าง แม้กระทั่งเสียงสะอื้นของชาลิสยังเงียบไป ถ้อยคำของสมิธไม่จำเป็นต้องตีความหมายใด ๆ เธอกำลังจะสั่งลงโทษพวกเราที่ยังยืนหายใจอยู่ตรงนี้

"เพื่อเป็นการสั่งสอนและย้ำเตือนไม่ให้เกิดความคิดต่อต้านขึ้นมาอีก เบื้องบนมีคำสั่งให้ถอนรากถอนโคน ประหารชีวิตผู้กระทำความผิดทุกคน!"

สิ้นเสียงกร้าวของสมิธ ฉันถูกเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติเตะจากด้านหลังจนล้มหมอบลงกับพื้นเวที แรงเตะไม่ทำให้ฉันเจ็บปวดเท่าไรนัก ที่เป็นห่วงตอนนี้คือไลแลคมากกว่า...

"ทำไมละคะ ก็คุณบอกว่าถ้าฉันบอกแผนการครั้งนี้กับคุณ ทั้งหมดคุณจะส่งฉันไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในเมืองหลวงไม่ใช่หรือคะ" เสียงกรีดร้องขอชีวิตดังขึ้นจากชาลิส เธอประจานความเห็นแก่ตัวของเธอเอง ขายชีวิตเพื่อนกว่าสามสิบคน...เพียงเพื่อความสุขสบายของตนเอง แต่ชาลิสไม่มีเวลาร่ำไห้นานมากนัก กระสุนปืนเจาะทะลุสมอง มันพรากเสียงร้องของเธอไปตลอดกาล

เสียงปืนดังถี่ขึ้นกว่าเดิม เด็กชายหญิงวัยสิบสามปีที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยก็ถูกกำจัดทิ้งตามระบบ สมิธเก็บฉันไว้เป็นคนท้าย ๆ ตอบแทนที่ฉันช่วยขานชื่อศพพวกนั้นให้เธอ ท่ามกลางโลกที่พร่าไปด้วยน้ำตาของฉัน ฉันยังเห็นน้องสาวพยายามฝ่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติเข้ามาหาฉัน ด้วยขนาดตัวที่เล็กว่าเด็กวัยเดียวกันของไลแลค ทำให้เธอเข้ามาใกล้จนเกือบจะถึงหน้าเวทีอยู่แล้ว เส้นผมสีน้ำตาลบลอนด์ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง สองมือเล็กตะเกียกตะกายไขว่คว้า ริมฝีปากตะโกนเรียกชื่อฉันไม่หยุด

"ไอริส! ไอริส!! ไม่นะไอริส!!"

ฉันยื่นมือไปหาน้องสาวอีกนิดเดียวจะถึงเธออยู่แล้ว...แต่เสียงปืนกลับดังขึ้นเสียก่อน

ท่ามหิมะสีขาวโปรยปรายลงมา ฉันเห็นเลือดของตัวเองสาดกระจายไปทั่ว ดวงตาสีม่วงของน้องสาวเบิกกว้าง เธอกรีดร้องเรียกชื่อฉันซ้ำ ๆ เจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติคนหนึ่งยิงฉันที่หลัง มันไม่มากพอจะทำให้ฉันตายได้ในกระสุนนัดเดียวแต่ความเจ็บปวดนั้นช่างมากมายเหลือเกิน

ไลแลค...ไลแลคของฉัน

ฉันหวนนึกถึงบทเพลงที่แม่ร้องให้ฟังในวัยเด็ก พยายามเปิดปากเค้นเสียงร้องเพลงปลอบน้องสาวผู้มีน้ำตาอาบใบหน้า

หลับตาลงเถอะคนดี...ปล่อยให้คืนนี้ผ่านพ้นไป

เมื่อเธอตื่นมาพบกับเช้าวันใหม่...ขอให้วันนั้นเป็นวันที่สวยงาม...

กระสุนปืนยิงซ้ำขึ้นทันที

363 Nameless Fanboi Posted ID:Gx2wGWYaLr

>>360-362 เชี่ย กูชอบว่ะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะ

364 Nameless Fanboi Posted ID:0d/eZ.kk4H

วายนะจ๊ะ แต่อ่านเอาฮาได้ เพราะกูก็เขียนเอาฮาในมือถืออ่ะ

คุณจะต้องไม่เชื่อเรื่องที่ผมกำลังจะเล่าตอนนี้ แน่ล่ะ ผมเองยังไม่เชื่อ...

มาร์โก้ตายแล้ว ตายเมื่อกี้ ตายหลังจากที่เขาได้ เอ่อ... ปลดปล่อย อย่างรุนแรงเข้ามาในร่างของผม

ให้ตายเถอะ ผมแทบไม่อยากเชื่อ คนเราจะตายเพราะถึงจุดออกัสซั่มนี่นะ... นี่เท่ากับว่าผมเป็นฆาตกรฆ่าเขาหรือเปล่า

ผมเหลือบมองดวงตาสีเขียวที่เบิกกว้างของมาร์โก้ พระเจ้า ไอ้จ้อนของเขายังเสียบคาตัวผมด้วยซ้ำ ใครก็ได้ช่วยบอกทีเถอะว่าผมจะแงะศพหมอนี่ออกไปยังไงดีเนี่ย

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดายหน้าตาหล่อเหลาของมาร์โก้ ถ้าเป็นคุณก็ต้องเสียดายเหมือนกับผมนี่แหละ เขาน่ะเป็นถึงนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลตัวท็อปเชียวนะ อนาคตไกลถึงขั้นมีมหาลัยมาต่อคิวจ่อใบสมัคร

แต่...เขาตายห่าไปแล้ว ลาก่อนมาร์โก้

ผมอาจจะเด็ดดวงจนมาร์โก้หัวใจวายตายคาอก แต่ไม่ได้โหดร้ายขนาดจะกำจัดศพเขา อย่างน้อยเซ็กส์เมื่อครู่ก็ทำให้ผมสำราญอยู่มาก...สัก 2-3 สัปดาห์คงได้

ต้องใช้เรี่ยวแรงพอตัวกว่าจะเอาศพที่มีผิวสีแทนและกล้ามท้องล่ำบึ้กออกไปจากร่างผมได้ ผมตบหน้าตัวเอง 3-4 ครั้ง ใบหน้าเฉยชาค่อยเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก ดวงตาสั่นไหวและคลอด้วยหยาดน้ำตา เหมือนเสียงผมตอนนี้เป๊ะ

"มะ...ไม่นะ มาร์โก้ ไม่นะ" ผมร้องเรียกซ้ำๆ แต่มั่นใจว่าให้ตายยังไงมาร์โก้ก็ไม่กลับมา ต่อจะให้เอาดร.เฮ้าส์กี่คนมาช่วยปั๊มหัวใจ แต่คนตายห่าไปแล้วไม่มีวันฟื้นขึ้นได้หรอก

ผมคว้าโทรศัพท์ที่หัวเตียงแล้วกดหาตำรวจ กรอกเสียงที่ฟังดูแล้วร้อนรนที่สุดออกมา "ช่วยด้วยครับ แฟนผม..เขาตายแล้ว"

นั่นล่ะครับ เหตุการณ์ต่อจากนั้นคุณก็คงคิดได้ รถตำรวจ รถพยาบาลจอดเต็มหน้าบ้านผมไปหมด เขาหามมาร์โก้ออกไป ส่วนผมก็ทำตาแดงๆ แล้วก็ทำตัวอ่อนๆ เหมือนจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ...เชื่อเถอะว่าน่าสงสารสุดๆ

ก่อนที่ผมจะเป็นลมล้มตึงตรงบันไดหน้าบ้านด้วยความโศกเศร้าจากการตายของแฟนสุดที่รักที่คบกันมาได้ 2 เดือน ร่างของผมก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือแกร่งของใครคนหนึ่งเสียก่อน

"คุณโอเคมั้ย?" น้ำเสียงทุ้มแต่แตกพร่าที่หางเสียงเอ่ยถามขึ้น ผมจับท่อนแขนล่ำไว้ก่อนจะค่อยๆ ประคองตัวเองให้ลุกขึ้น

"ผม...ไม่เป็น..ไร" ผมเม้มปากช้าๆ เหมือนคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไรหนัก แต่ในสมองกลับร้อนรนไปหมด ความกระหายที่มาร์โก้เพิ่งเติมเต็มไปเมื่อกี้เหมือนจะกลับมาอีกครั้ง

"คุณคงตกใจมาก นั่งพักก่อนเถอะ" ชายหนุ่มในเครื่องแบบตำรวจประคองผมไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก ขณะที่ผมพยายามบังคับไม่ให้หัวใจเต้นสั่นสะรัวเกินไปจนผิดสังเกต

"ขอบคุณ---" พยางค์สุดท้ายแผ่วไปจนแทบไม่มีเสียงเมื่อผมเงยหน้าสบตากับดวงตาสีชาคู่นั้น เหมือนกับถูกหลุมดำขนาดยักษ์ดึงดูดเข้าไปภายใน....
เป็นเขา! ต้องเป็นเขาเท่านั้น!

ร่างกายของผมเรียกร้องเจียนคลั่ง มือทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างคุมสติไม่ได้ อากัปกิริยาที่มากจนเกินไปทำให้ประสาทสัมผัสของผมลดน้อยลง นี่ผมกำลังจะเป็นลมไปจริงๆ....

ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายของใครหลายคน พยาบาลที่วิ่งเข้ามาและแสงริบหรี่ที่ผมเห็นไกลๆ ไม่มีอะไรเด่นชัดเท่าดวงตาสีชาจากชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงนั้น

ตั้งแต่อยู่มา 147 ปี มีคู่มาแล้ว 58 คน นับมาร์โก้เป็นคนที่ 59 ...ไม่เคยมีใครทำให้ผมเป็นไปได้ขนาดนี้

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น....ผม-ต้อง-ได้-เขา!

365 Nameless Fanboi Posted ID:wK8312xwrA

ฝากฟิคในโม่งได้ห้องไหนบ้างวะ

366 Nameless Fanboi Posted ID:fGnR4TEZFo

>>360-362 มึงแม่ง... ของจริงว่ะ

ไม่ว่ามึงจะเป็นใคร ขอบใจจริงๆ กูหงุดหงิดมาตั้งกะช่วงหัวค่ำละ ตอนแรกก็กะจะเข้ามาพิมพ์อะไรต๊อกๆ แต๊กๆ เล่นในนี้ แต่นิยายมึงทำกูลืมทั้งอารมณ์หงุดหงิด และสิ่งที่กูจะพิมพ์เลย

367 Nameless Fanboi Posted ID:d00syB5lvv

>>366 ขอบใจนะ กูคนเขียนเองแหละ จริงๆ กูเลิกเขียนนิยายมาสักพักนึงแล้ว แต่พอเห็นที่มึงพิมพ์ ไว้กูจะลองกลับไปเขียนอะไรดูนะ

368 Nameless Fanboi Posted ID:lVr7RBSo12

>>367 กูไม่เคยเห็นนักเขียนคนไหน appreciate คอมเม้นกูขนาดนี้เลย ; ;

เป็นเกียรติจริงๆ มึง
ไม่รู้จะพิมพ์อะไรแล้วเนี่ย กูตื้นตัน ;; ;;

370 Nameless Fanboi Posted ID:YIwpGmKzND

กูเขียนเจ้านี่ลงแอคหลุมกูไปตอนกำลังเครียด สกิลกูไม่ได้ดีมากนะ กูเลิกเขียนไปเข้าสายโรลมาสักพักแล้ว+เขียนตอนง่วงมากๆ

‘ พลาดอีกแล้ว ‘

เด็กหนุ่มคิด นิ้วค่อยๆไล้ผ่านข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างช้าๆ ดวงตาไร้ประกายหลุบลงมองต่ำคล้ายกำลังนึกเสียใจในการกระทำของตนเอง

พูดความจริงออกไปแล้ว แต่กลับไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยสักนิดเดียว

‘ จบสิ้นแล้ว ทุกอย่าง ‘

มือทั้งสองขยับขึ้นมากุมกันเอาไว้แน่น ใบหน้าซบลงบนท่อนแขนของตัวเองอย่างอับจนหนทาง

ในความเป็นจริง มันยังไม่จบลง

แต่ในโลกของเขา ทุกสิ่งมันหยุดนิ่งไปแล้ว

‘ ตายไปให้หมดซะ ‘

มือเลื่อนลงมาจับที่ศีรษะ ใช้เล็บจิกลงไปจนเริ่มมีเลือดไหลซิบ ความรู้สึกในอกตีกันมั่ว ปั่นป่วนจนอยากจะกรีดร้องออกมา

‘ ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ‘
‘ ให้ทุกอย่างมันจบลงที่ตรงนี้ ‘

‘ อยากจะจบทุกอย่าง.. ‘

เขากัดฟันแน่น ขาที่สั่นระริกหยัดยืนขึ้นเพื่อพาร่างของตัวเองเดินไปที่เตียง ท่าทางดูไม่ต่างจากคนไร้สติ

มือคู่นั้นสอดเข้าไปใต้หมอน หยิบปืนกระบอกหนึ่งที่แอบขโมยมาจากคนรู้จักขึ้นถือไว้ ลมหายใจถี่ระรัวอย่างห้ามไม่อยู่

‘ ตายซะ ‘

ปลายประบอกจ่อเข้าที่ใต้คาง

‘ อย่างแกน่ะไม่มีใครต้องการ ‘

‘ หายไปซะ ‘
‘ ตายไปซะ ‘

‘ จบทุกอย่างลงตรงนี้ โลกจะได้เป็นอิสระจากแก ‘

ดวงตาอันแสนหม่นหมองคู่นั้นปิดลง ริมฝีปากที่แห้งผากเม้มแน่น นิ้วขยับวางบนไกปืน

‘ คนอย่างแก หายไปได้ซะก็ดี ‘

..เขากัดฟัน แล้วลั่นไกทั้งน้ำตาที่นองหน้า

กลีบดอกไม้สีแดงฉานปลิวฟุ้งไปทั่ว พวกมันร่วงโรยลงกระจัดกระจายเต็มพื้นห้อง

ร่างที่ไร้การควบคุมล้มลงนอนนิ่งบนกลีบดอกไม้เหล่านั้น ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีก

เป็นเพียงกายเนื้อเฝ้ารอคอยวันเน่าเปื่อย
กายเนื้อที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตอยู่

สู่ห้วงนิทราอันเป็นนิจนิรันดร์

371 Nameless Fanboi Posted ID:h9d5ZCsFRs

อีช่อ ล้มเจ้า !! อีช่อ ล้มเจ้า !! อีช่อ ล้มเจ้า !! อีช่อ ล้มเจ้า !! อีช่อ ล้มเจ้า !!

พรรคอนาคตใหม่ ล้มเจ้า !! พรรคอนาคตใหม่ ล้มเจ้า !! พรรคอนาคตใหม่ ล้มเจ้า !!

คนเลือกพรรคอนาคตใหม่ คือพวกล้มเจ้า !! คนเลือกพรรคอนาคตใหม่ คือพวกล้มเจ้า !!

372 Nameless Fanboi Posted ID:/t3BxCp2yO

สำนวนโม่งดีกันจังวะ บางเรื่องดีกว่าที่ตีพิมพ์ตามหนังสืออีก นับถือๆ อยากทำแบบนี้ได้มั่ง