Fanboi Channel

นิยายเด็กดีบทที่ 32 (DDN XXXII) ภาคีเม้าท์มอยฟาดปากกับอาการขี้เรื้อนขี้กลากของเหล่าเกรียนหัวถอก ทวงคืนโม่งสับสู่ประชาโม่ง กลับมาสับเถอะที่บ้านให้อภัยแล้ว How to แมส แมสอย่างไรไม่ให้ฮีเคียวรุตัน

Last posted

Total of 625 posts

262 Nameless Fanboi Posted ID:iMhSlvJIfL

Ky ขอบ่น พอดีนิยายกูมีเรื่องของปืนลูกโม่เข้ามาเกี่ยวข้อง พอจะพิมพ์ลงไปจู่ๆก็ระลึกชาติได้ว่าน้องนารุตะกี้เคยโดนโม่งด่าแถม -5 คะแนนเพราะเรื่องนี้ https://fanboi.ch/webnovel/8685/155-158/ กูเลยมานั่งศึกษาหาข้อมูลบลาๆเกี่ยวกับปืนลูกโม่ หาไปหามาล่อไป 2-3 วันแล้วยังไม่ได้พิมพ์เลยสักตัวอักษร อห กูเจอแต่ละอย่างแล้วเริ่มเก็ทว่าทำไมถึงโดนหักคะแนน

- ปืนแหก https://www.facebook.com/FlashBlackTactics/videos/1452148554880199/
- นิ้วแหก https://www.youtube.com/watch?v=t6vMkk8VYzc
- หน้าแหก https://www.youtube.com/watch?v=pv3tPJzG0Jo
- ตีนแหก https://www.youtube.com/watch?v=S043pY7MAxQ
- แหกแหก https://www.military.com/video/guns/recoil/girl-double-taps-sw-500-revolver/1255361250001
- ต้นไม้แหก(?) https://www.youtube.com/watch?v=fA9nTNelQ6o

ท่ายืน ท่าจับ สิ่งกีดขวาง อุปกรณ์ สภาพแวดล้อม ข้างหลังเป้า สารพัดปัจจัยที่ทำให้ก่อเกิดความชิบหาย แถมพาลทำให้กูเริ่มจับผิดพวกฉากใช้ปืนในหนัง https://www.youtube.com/watch?v=w7dxTFJ2rzg&feature=youtu.be มีคนบอกว่าปืนลูกโม่ที่จอนวิคหยิบมามันไม่ใช่ร้านอาวุธแต่เป็นคลังของเก่าที่ใช้ยิงไม่ได้แล้ว ยกเว้นจะเอามาดัดแปลงจากชิ้นส่วนอื่นๆเข้าด้วยกัน แต่ที่กูสงสัยคือก่อนที่จอนวิคมันจะยิงหัวศัตรู มันใส่กระสุนไปแค่นัดเดียวแล้วรูดโม่(ฟังเสียงเอา) ไอ้ตรงนี้มันไม่เสี่ยง+เวอร์ไปหน่อยเหรอ? เหมือนเล่นรัสเซียนรูเล็ตว่าไกที่กูกดจะลงล็อกกับกระสุนพอดีไหม

แล้วก่อนหน้านี้นัง D มันแวะไปทักนารุตะกี้ในกระทู้ https://www.dek-d.com/board/view/3973412/ (เม้นที่ 2) นารุตะกี้บอกว่ากดไกไม่ลงหรอกเพราะยังไม่ปลดเซฟ หือ... ลูกโม่มันมีเซฟให้ปลดด้วยเหรอ? มันมีแค่ปุ่มปลดโม่มาเติมกระสุนไม่ใช่เหรอ? หรือกูพลาดอะไรไป?

มีประเด็นหนึ่งที่กูยังไม่ชัว โม่งสับบอกว่า "เพราะมีโอกาส 99% ที่อีดอกดีจะโดนก้านโม่หนีบนิ้ว" จากรูปประกอบในนิยาย https://my.dek-d.com/0372007145/writer/viewlongc.php?id=2026459&chapter=5 (กูเพิ่งสังเกต รูปแรกที่มึงทิ้งออกมาจากปืนนั่นคือปลอกกระสุนเหรอวะ! สัดส่วนเพี้ยนเหี้ยๆ) เรื่องชื่อชิ้นส่วนกูยังไม่ชัวร์ แต่มึงหมายถึงรูปในช่องที่ 2 ฝั่งขวาใช่ไหม? ที่มันเอานิ้วชี้ไปวางพาดร่องเก็บก้านโม่

263 Nameless Fanboi Posted ID:usABkn2.vO

>>262 เออเว้ย ปลอกกระสุนเล็กเท่าบุหรี่ ตอนกูเรียนสนามเป้า ปลอกกระสุนแม่งใหญ่กว่านี้ ปืนลูกโม่ก็ไม่มีที่ปรับเซฟตี้

264 Nameless Fanboi Posted ID:/GCYU6wRPw

>>262 ระวังเจอแถว่าในจักรวาลนิยายของผมปืนโคลท์มีเซฟตี้แบบพวกบาเร็ตต้าครัฟ

265 Nameless Fanboi Posted ID:+3gcMgSJiu

The moon is high up on a mountain
The lunatics have taken over the asylum
Waiting on the rapture

Singing, "We're here to keep your prices down
We'll feed you to the hounds
To the daily mail, to get up, together"

You made a pig's ear, you made a mistake
Paid off security and got through the gate
You got away with it but we lie in wait, eh
Eh, eh

Where's the truth what's the use
I'm hanging around lost and found
And when you're here innocent
Fat chance, no plan
No regard for human life

You'll keep…

https://youtu.be/McuHVXgR8dA

266 Nameless Fanboi Posted ID:EkZTAD5R6m

>>256 ขึ้นอยู่กับว่าจบยังไง
ถ้าจบแบบ นอนฝันเป็นตุเป็นตะ = เหี้ย
ถ้าจบแบบ มีร่องรอยหลักฐานว่าเรื่องในฝันเกิดขึ้นจริง เช่น แผลเป็นตามตัว รอยสัก ฯลฯ = เวรี่กู้ด

267 Nameless Fanboi Posted ID:wL954yN90u

>>263 ปลอกกระสุนเล็กเท่าบุหรี่นี่คือปืนที่ รด.ใช้ ใครเรียนรด.จะได้ใช้กระสุนเท่าบุหรี่ ยกเว้นตอนสอบปลายภาค ที่จะเปลี่ยนมาใช้กระสุนของปืน HK33

268 Nameless Fanboi Posted ID:AewA39y5BC

>>267 โทษทึที่ต้องแทรกมึงว่ะเพื่อนโม่ง ที่เขาคุยกันอยู่คือปลอกกระสุนของปืนลูกโม่ ไม่ได้คุยกันเกี่ยวกับ ปลย. หรือกระสุนของปืนกลุ่ม SMG ดังนั้นมีนจึงเล็กขนาดนั้นไม่ได้ ไม่ใช่จะว่าเรื่องความรู้หรือความสมจริงนะ แต่เขาด่ามันเพราะสัดส่วนขนาดปลอกต่อขนาดกระบอกปืนแม่งไม่สัมพันธ์กันต่างหากน่ะ

269 Nameless Fanboi Posted ID:wL954yN90u

>>268 กูเข้าใจ ที่กูจะสื่อคือ ไอ้คนเขียนอะ อาจจำปลอกกระสุนมาจากตอนเรียน รด. และรู้แค่นั้น กูเขียนไม่ละเอียดเองละ

270 Nameless Fanboi Posted ID:LqwZMVtKeI

>>260 เรื่องอะไรวะ พูดซะอย่ารู้แต่ไม่อยากอ่าน

271 Nameless Fanboi Posted ID:LqwZMVtKeI

>>270 เชี่ย อยากรู้เว้ยอยากรู้ ไปแล้วสมองกู

272 Nameless Fanboi Posted ID:AewA39y5BC

>>271 กูเคยอ่านเจอในห้อง Lit อะ กระทู้นิยายจีน ไม่ก็ห้องสปอยนิยายเนี่ย เหมือนว่ามีคนมาสปอยตอนจบ เอาหน่า อย่างน้อยก็จบดีกว่ามังกรคู่สู้สิบทิศนะ ที่จบแบบวาดภาพ Zoom-out ออกมาแล้วเห็นเป็นนักวาดกำลังวาดภาพในช่องมังงะ วาดแล้วก็พลิกหน้ากระดาษไปหน้าใหม่ที่เป็นกระดาษเปล่าแล้วเขียนไว้มุมขวาล่างว่า "จบ" เป็นมังงะจีนที่จบได้ส้นตีนที่สุดในใจกูแล้ว

273 Nameless Fanboi Posted ID:FYCxNSzG/u

ฝันคืนสู่ต้าชิงปะ

274 Nameless Fanboi Posted ID:pshI8RiRxN

>>272 มึงอ่านมังกรคู่ version ไหนวะ เพราะกูอ่านจบก็ไม่ได้เป็นแบบที่มึงว่านะ

275 Nameless Fanboi Posted ID:5uh5UsCwvt

>>272 ตัดจบเหี้ยไรแบบนี้

276 Nameless Fanboi Posted ID:jJvUgqHUtl

>>272 มึงจำผิดป่าววะ เพราะแม่งกูจำได้ว่าเป็นเรื่อง "ศึกเทพศาสตรา" ว่ะ อ้างอิงจากอันนี้

https://www.facebook.com/DramaAdd/posts/10156979181258291

เจ็บใจเหี้ยๆ เพราะกูก็ตามซื้อ ทำใจไม่ได้ขายต่อมือสองแม่ง

277 Nameless Fanboi Posted ID:AewA39y5BC

>>276 เออออออ อันนี้เลยๆ

>>274 โทษทีเพื่อนโม่งกูจำสลับกันกับเรื่องนี้ อันที่ก็ว่าหมายถึงใน 276 นั่นแหล่ะ จบแบบแม่งอยากเผาทิ้งแต่กลัวโลกร้อน

278 Nameless Fanboi Posted ID:FgjK42Zu/w

ข้อเสียของนิยายหรือมังงะจีนคือ ชื่อเรื่องจำยากชิบเป๋ง ตั้งชื่อยังกะยุคเจ้าชายอภินิหาร รันม่าครึ่ง ซิตี้ฮันเตอร์ยังฉายในไทยใหม่ๆ

279 Nameless Fanboi Posted ID:XQiJu0FdM6

ตัดจบเหี้ยที่หนึ่งในใจกูยังคงเป็นปาหมอน กลายเป็นสำนวนเลยนะสัส

280 Nameless Fanboi Posted ID:rYds6tah2F

>>279 แต่ อ. แกยังกลับมาต่อให้จบนะเว้ย
ดีกว่าเบอร์เซิร์กกับฮันเตอร์ที่ยังไม่รู้ชะตากรรม

281 Nameless Fanboi Posted ID:42jgYzSFuM

>>280 แต่ภาคฮานะคุงโดนลอยแพอะมึง เปิกมาให้ความหวังกูแล้วก็จากไปเงียบ ๆ แง

282 Nameless Fanboi Posted ID:v7wDTJ6fSw

https://www.dek-d.com/board/view/3976489/
โม่งสับสนใจแชร์ประสบการณ์​ป๊ะ?

283 Nameless Fanboi Posted ID:XQiJu0FdM6

>>280 อ้าวเหรอ ไม่รู้เลยว่ามีต่อด้วย

284 Nameless Fanboi Posted ID:jON9WvBo8A

>>280 ด้วยความติดตามเบอเซิร์กกับฮันเตอร์ ถ้าจะตัดจบแบบเหี้ยๆ กูว่าไม่ต้องจบไปเลยก็ได้นะ กูมโนต่อเองได้ อย่างน้อยก็รออย่างมีความหวังแม้จะออกมาตอนละปีกูก็รอ 5555

285 Nameless Fanboi Posted ID:jAqLKfnXzT

พวกที่ชอบมาตอบมู้มันมีพวกเก่งๆบ้างป่ะวะ เห้นมีแต่คนบ้าบออะไรก็ไม่รู้

286 Nameless Fanboi Posted ID:nyB3.ha8eI

>>285 มึงไม่ต้องคาดหวังหรอก คนเก่งๆ มันเอาเวลาไปหาอย่างอื่นทำแล้ว ไม่มานั่งเสียเวลาตอบมู้ในบอร์ดหรอก

287 Nameless Fanboi Posted ID:3FOy2pNbQe

>>284 พวกที่ดันทุรังแต่งต่อนี่จบไม่สวยมาหลายรายแล้ว โดยเฉพาะ Bleach, อายชิลด์ 21, แอร์เกียร์ ทั้งๆ ที่ถ้าจบภาคหลักภาคแรกก็กลายเป็นเรื่องที่น่าจดจำได้ ปัญหาคือแม่งโดน บก. สั่งให้ยืดเรื่องขายต่อ เรื่องจากจีนที่จบได้เลวในสายตากูคือเรื่องเซียวฮื่อยี้ จบอย่างกับการ์ตูนอีหิ่งที่เขียนช่องสุดท้ายว่า อยู่ดีๆ โลกก็ระเบิด แค่อัพสเกลขึ้นมาเป็น อยู่ดีๆ ก็เบ่งพลังจนจักรวาลระเบิด ทุกสิ่งในจักรวาลสลายไปหมด กูนี่เสียใจเหี้ยๆ ที่อ่านมา

288 Nameless Fanboi Posted ID:0Wxu6TLQG0

>>286 เห็นด้วย กูเคยตั้งมู้สาระที่พอช่วยเหลือนักเขียน ปรากฎว่าเปล่าประโยชน์ ส่วนใหญ่ไม่เคยคิดจะเรียนรู้แล้วยังมีหน้าขอความช่วยเหลือตอนที่นิยายตัวเองไปไม่รอด กูไม่ต่างจากสีซอให้ควายฟังเลย สัส
>>287 ระหว่างรีเซ็ทจักรวาลของโจโจ้ภาค 6 กับระเบิดจักรวาลที่มึงพูดถึง อันไหนแย่กว่าวะ

289 Nameless Fanboi Posted ID:zOxQ3/9J7H

>>288 ใน Star Ocean มันมีที่มาที่ไปไง ที่พุชชี่รีเซ็ตจักรวาลไม่ได้เกิดขึ้นสั่วๆ แต่เป็นการกระทำที่ถูกคิดมาแล้ว แค่มันไม่เป็นไปตามแผนเฉยๆ ส่วนในลูกปลาน้อยแม่งคือเบ่งพลังเหมือนในดราก้อนบอลแล้ว ตูมมมมม อยู่ดีๆ จักรวาลก็สลายไป ทุกสรรพสิ่งตายห่า คือจบแบบไม่มีอะไรต่อแล้วอะ

เรื่องรีเซตจักรวาลในโจโจ้มันเป็นแผนของนักเขียนด้วย เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นแม่งเดี๋ยวจะหมดมุกเอา เลยต้องรีไซเคิลตัวละครเดิมมาใช้ในจักรวาลใหม่ มันเป็นแผนที่แยบยลอย่างหนึ่ง คือคนอ่านก็เดาได้ว่าตัวไหนอาจเป็นตัวไหน ทั้งๆ ที่เล่าด้วยธีมอื่น ไทม์ไลน์อื่น ฐานแฟนเก่าไม่เสียแล้วยังเก็บแฟนใหม่ได้เพิ่มด้วย

290 Nameless Fanboi Posted ID:kKgxmqfl/B

เจ้าถั่วดำนี่ใช่คนที่ได้ลงเพจปะ คราวก่อนจิ้กจอกทิวาเรื่องนางร้างวีลแชร์นี่กูก็เกือบจะสับแล้ว แต่กูไม่ชอยแนวนางร้ายเลยยกเลิกโครงการ พอมาฟังจากเรื่องหวลคืนของถั่วดำ กูพบว่านิยายย้อนมาแก้ไขอดีตกับแนวนางร้ายทำไมขายดีจังวะ (ทั้งๆ ที่คุณภาพงั้นๆ) หรือนักอ่านแม่งชอบความสะใจเป็นที่ตั้งอย่างเดียวกันแน่ พวกนี้ถึงขายดีจนได้ลงเพจเนี่ย

291 Nameless Fanboi Posted ID:5rXkLlhASa

https://www.dek-d.com/board/view/3976561/
คนร้ายที่เลือกคำโปรโมทนิยายในครั้งนี้ อยู่ในกลุ่มพวกเรานี่แหละ! //เปิดซาวโคนัน

292 Nameless Fanboi Posted ID:5rXkLlhASa

ตื่อ.. ดื้อ... ตือดึดตื่อตื้อดือดึด! ตื่อดึดตื่อดึดตื้อ ตือดือดื่อตื้อดือดึด ตื่อดื้อดื่อดื๊ออออ! ดือดิดดือดิดดือ~

//ไม่ต้องสนใจกู กูกาว

293 Nameless Fanboi Posted ID:iPP6xOjS+H

>>291 ไม่ต้องหาหรอก โม่งก็คืออวตารภาคเหี้ยของเด็กดวกนั่นแหละ ไม่แปลกใจเลย ถ้าจะเจอสมาชิกเด็กดวกในโม่ง

294 Nameless Fanboi Posted ID:kKgxmqfl/B

ไม่ได้เข้าโม่งมา 10 วันลองย้อนอ่านดูถึงกับต้องเอามือทาบอก "นี่กระทู้หรือกระโปก ทำไมมันเละเทะเต็มไปด้วยการโทรลขนาดนี้" ยังดีนะที่หลังๆ มีสับ มีคุยสาระกันอยู่ ไม่งั้นกูคงลายาวเหมือนไอ้คนหล่อ ถถถ

295 Nameless Fanboi Posted ID:tAvSEOTL0W

เรื่องนี้สับไปแล้ว แต่อยากรู้ทำไมต้องบอกว่ารีวิว จงใจพิมพ์ตกหรือโง่อังกฤษกันแน่
https://www.dek-d.com/board/view/3976556/

296 Nameless Fanboi Posted ID:aY3NqAxqAf

>>293 กลับมาดูอีกทีรู้สึกเหมือนกูทำอะไรเสียมารยาท(แหกโม่งคนอื่น)ไปยังไงก็ไม่รู้ กูแค่ฮาที่โม่งเอาวิธีโปรโมทที่กูแซวไปใช้จริงๆ https://fanboi.ch/webnovel/9744/359-361/

>>295 มันคงคิดว่า ตัวอย่างนิยาย = รีวิว ละมั้ง

297 Nameless Fanboi Posted ID:Pl7WW486SW

>>295 มันคงเข้าใจว่าพรีวิว = รีวิว มั้ง
>>296 เอออ นุเองแหละ แต่มู้นั้นก็ขอแล้วนะ

298 Nameless Fanboi Posted ID:wWX8P2wykP

>>297 ใจเว่อร์อ่ะ ชอบ555555

299 Nameless Fanboi Posted ID:NZr1+s7+K3

กูเข้าไปดูสถิตินิยายเด็กดีปี 2019 พบว่ามีนิยายเรื่องหนึ่งทำยอดขายสูงสุดในเว็บ ขายแพ็คได้ 800,000 บาท มีใครพอจะรู้บ้างว่าเรื่องไหน กูอยากรู้มาก หรือถ้าไม่รู้มึงช่วยเดาให้กูหน่อย ว่ามันน่าจะเป็นนิยายในหมวดไหน กูอยากรู้มาก

300 Nameless Fanboi Posted ID:p1BYq1V5sG

คุณ ๆ ขอถามเรื่องการใช้อัญประกาศหน่อยนะ

สมมุติว่าเรากำลังแช็ตอยู่ คำที่เราแช็ตแล้วเราอยากเน้น เราควรใช้อัญประกาศแบบไหน

เฮ้ย มึง เรื่องนี้แม่ง "ตลก" โคตร
หรือ
เฮ้ย มึง เรื่องนี้แม่ง 'ตลก' โคตร

301 Nameless Fanboi Posted ID:p1BYq1V5sG

>>300 ลองอ่านงานเขียนต่าง ๆ ของราชบัณฑิตฯ เขาก็ใช้อัญประกาศคู่กันในประโยคนะ อืมมม

302 Nameless Fanboi Posted ID:LnFz4q67ku

>>300 ตัวอย่างที่มึงยกมา context มันไม่ได้ ในชีวิตจริงเวลามึงแชทกับเพื่อน มึงไม่มีมานั่งใส่อัญประกาศหรอก ต่อให้ตลกแค่ไหนก็ไม่ใส่ เสียเวลาพิมพ์ มึงลองหาตัวอย่างใหม่ที่มันเป็นรูปธรรมมากกว่านี้หน่อย

303 Nameless Fanboi Posted ID:AoJrYBMydg

>>300 ส่วนตัวกูใช้พวก '...' เน้นคำในนิยายค่อนข้างเยอะ แต่จะใช้เฉพาะเวลามันมีความหมายพิเศษ ต้องการให้คนอ่านเห็นชัดๆ หรือเป็นศัพท์เฉพาะในเรื่องเท่านั้น ถ้าเป็นบทสนทนากูจะใช้แบบนี้ (เป็นฉากที่นักวิจัยกำลังอธิบายรายละเอียดของตัวเอกของเรื่องให้นายทุนฟัง)

"ร่างกายของผู้เข้าการทดสอบผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อเร่งวิวัฒนาการคล้ายกับโปรเจคเบต้า สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่เรียกว่า 'อเวค' เป็นการหยุดรบกวนคลื่นสมองชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้เดลต้าริทึ่มทำงาน"

แต่ถ้าอยู่ในรูปแบบข้อความแชท กูขอยืนยันแบบ >>302 เพราะกูก็ไม่ใส่เหมือนกัน และไม่ได้เห็นความสำคัญอะไรที่ต้องเน้นในข้อความนี้

304 Nameless Fanboi Posted ID:AoJrYBMydg

>>303 สมมุติถ้ากูจะเน้นคำพูดในข้อความแชทจริงๆ กูว่าใช้แค่ ! เพิ่มมาก็พอแบบ เฮ้ย มึง เรื่องนี้แม่งตลกโคตร! ส่วนตัวกูเกลียดวิธีการเน้นคำแบบ "เฮ้ยมึง..เรื่องนี้แม่ง "ตลก" โคตร" มาก เพราะมันดูสับสน เหมือนกับว่าประโยคมันแยกกันเป็น 3 ท่อน

"เฮ้ยมึง..เรื่องนี้แม่ง" ตลก(คำบรรยาย) "โคตร"
เหมือนกับ
"นี่เธอ!" เขาตะคอก "คิดจะชนแล้วหนีงั้นเหรอ!"

ยิ่งถ้าเป็นช่วงบรรยายแล้วใช้ "..." เน้นคำก็ยิ่งประสาทแดก ว่าตกลงมึงจะเน้นคำหรือว่ามีตัวละครตัวไหนพูดคำนี้ขึ้นมากันแน่

305 Nameless Fanboi Posted ID:n4ZBXySKCO

>>303 +1 กูใช้แบบนี้เลย ถ้า”...”คือคำพูด ถ้าจะในคำพูดมีเน้น จะเป็น “...’....’...”
งงม๊ะฮ่าๆๆๆ

306 Nameless Fanboi Posted ID:aW1qWgi3el

เป็นกูจะไม่ใช้อัญประกาศซ้อนอัญประกาศ เดี่ยวคนอ่านงง

307 Nameless Fanboi Posted ID:L2eiIqrlp.

>>300 ไม่ต้องใส่ดีกว่า ส่วนตัวว่าอ่านยาก
กูว่าคำว่าโคตรมันก็เน้นคำว่าตลกอยู่ละนะ แต่ถ้ามึงอยากเน้นเพื่อความหมายพิเศษอื่น ๆ เช่น เน้นเพื่อบอกว่าตัวละครพอยต์สายตาไปที่คำนี้/คำนี้มัน trigger แนะนำว่าใช้ตัวเอียงหรือตัวหน้าดีกว่า

308 Nameless Fanboi Posted ID:nuDUg1gxb8

>>307 กูเห็นด้วย เน้นก็เอียงหรือหนาไปเลย

309 Nameless Fanboi Posted ID:6/Z+hV+KlY

ถ้าคำมันเน้นอยู่แล้วไม่ใส่อะไรเลย
ถ้าต้องเน้นก็ใช้ '...'
ไม่ชอบตัวหนาเพราะรู้สึกว่าแทนเสียงดัง
ดังแบบลำโพงหกตัวปล่อยเสียงพร้อมกันโคตรเกลียด
ส่วนตัวเอียงกูก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมต้องใช้ตัวเอียงกัน พวกเมิงต้องการสื่ออะไรถึงใช้ตัวเอียง

310 Nameless Fanboi Posted ID:2qPpgVfemA

>>309 +1 กูเกลียดตัวเอียง และแทบทุกครั้งที่อ่านเจอในนิยายก็ไม่เข้าใจด้วยว่าตัวเอียงที่คนเขียนใส่ลงมามันสื่อถึงอะไร

311 Nameless Fanboi Posted ID:kPBMGjMJxR

>>309 บางสนพ.ใช้ตัวเอียงเวลาพูดถึงอดีต กูเคยสับนิยายนักเขียนตีพิมพ์คนนึง ช่วงไหนย้อนอดีตคือบทสนทนาเป็นตัวเอียง บทบรรยายเป็นตัวอักษรปรกติ เขาบอกว่าจัดหน้ามาไว้ตีพิมพ์ส่งสนพ.ค่า เออนะ เวลาเล่มมันคงไม่โดนเท่าไรมั้ง ไม่รู้สิ เคยเจอแต่แบบพอย้อนอดีตแม่งก็เอียงทั้งหมดเลยไง แต่เวลาอ่านในเว็บกูลายตาชิบหาย

312 Nameless Fanboi Posted ID:nuDUg1gxb8

ส่วนใหญ่กูเห็นแต่นิยายขายวัยรุ่นที่ใช้พร่ำเพรื่อเกิน รวมแฟนตาซีด้วย นิยายรักวัยโตหน่อยเห็นอยู่บ้างประปราย แต่ถ้าใช้ถูกจังหวะมันก็ดึงอรรถรสออกมาได้นะ
--ไม่รู้กูความอดทนสูงเพราะนิยายสีส้มที่มันขีดเส้นใต้คำ เน้นๆ ย้ำๆ ด้วยหรือเปล่า แต่ตัวหนาหรือเอียงมันเอาไปใช้ในทางดีสุดได้ เลือกใช้ตามพอใจไปน่ะแหละ

313 Nameless Fanboi Posted ID:6/Z+hV+KlY

>>312 แล้วตัวหนากุพอเข้าใจ
แต่เอียงมันคืออะไรวะ
เวลาอ่านตัวเอียงควรรู้สึกแบบไหน
ช่วยเปิดกระโหลกกุหน่อยกุไม่เข้าใจจริง ๆ

314 Nameless Fanboi Posted ID:2RmkV43aYC

>>313 ในภาษาไทยกูไม่รู้นะ
แต่ภาษาอังกฤษเอาไว้เน้นคำ กับอีกจุดประสงค์จำไม่ได้ละ

ปล. กะโหลกนะครับ

315 Nameless Fanboi Posted ID:nuDUg1gxb8

>>313 เอาแบบในฐานะนักอ่านนะ กูอ่านแล้วตัวเอียงมันให้ความรู้สึกซอล์ฟลง นุ่มนิ่ม จะแตกต่างอารมณ์จากตัวปกตินิดนึง ยิ่งถ้าใส่มาถูกจังหวะ ช่วง อารมณ์นั้น ๆ อย่างเช่น ฉากในอดีต ความคิดถึง อารมณ์อ่อนไหว มันจะดึงอารมณ์กูที่เป็นคนอ่านมากขึ้นได้ระดับนึง และเพิ่มอรรถรสทางความรู้สึกด้วย

สมมุติว่ามีตัวเอกชายมันกำลังนั่งนึกถึงนางเอกในอดีต แต่แบบว่า วันนั้นมันก็ผ่านเลยมานานแล้วอะ นางเอกจำอะไรไม่ได้ มีแค่พระเอกฝ่ายเดียวที่ยังจำได้ พอคนเขียนใส่ตัวเอียงไปเน้นความคิดไรสักอย่างที่มันสำคัญทางความรู้สึกของตัวเอก กูจะรู้สึกเหมือนโดนดึงอารมณ์ไปตามฉากๆ นั้นด้วย อย่าง "คงจะลืมไปแล้วสินะ" (กูใช้ "..." แทนตัวเอียงในนี้ไปก่อนละกัน)

หน้าโง่ๆ นั่นมันอะไร เห็นแล้วหงุดหงิด มันไม่ได้นานขนาดนั้นสักหน่อย
"ดันลืมกันซะได้"

*** ลองนึกภาพคำนี้แบบตัวปกติกับตัวเอียง กูจะรู้สึกว่าพอเป็นตัวเอียงมันให้อารมณ์ ให้ความรู้สึกบางอย่างที่เด่นชัดเจนออกมามากกว่าประโยคข้างบน ก็คือเป็นนัยว่าตัวเอกอะหงุดหงิด ซึ่งเหตุปัจจัยหลักๆ ที่หงุดหงิดเป็นเพราะตัวเองโดนลืมซะมากกว่า นับว่าจุดนี้เป็นส่วนที่สำคัญต่อความคิดหรือความรู้สึกของตัวเอก

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวกูเองนะ กูก็บอกไม่ถูกหรอก ถ้ามึงไม่เข้าใจคงไม่เข้าใจแหละ

316 Nameless Fanboi Posted ID:6/Z+hV+KlY

>>315 ถ้าใช้ตัวธรรมดา จะสื่อความหมายได้ไม่เท่าตัวเอียงเหรอ ไม่หรอก กุว่าเมิงแค่รู้สึกไปเอง
Voice ของตัวละครมันสื่อเรื่องพวกนี้ได้อยู่แล้ว
แต่ก็ขอบใจที่อธิบาย

317 Nameless Fanboi Posted ID:BFhvRi6w1L

ตัวเอียงนี่กูเห็นบางคนใช้แทนความคิดของตัวละครที่มันไม่ได้พูดออกมาอะ แบบนี้กูชอบนะ มันไม่ได้โผล่มาบ่อยแต่ช่วยแยกให้รู้ว่า อันนี้บทบรรยายหรือความคิดตัวละคร

318 Nameless Fanboi Posted ID:qNYR5fTOgq

>>317 +1 กูใช้แบบนี้

319 Nameless Fanboi Posted ID:6/Z+hV+KlY

>>317 เอาจริงดิ เมิงเขียนด้วย pov ไหนวะ
พอตัวละครคิดใช้ตัวเอียง

320 Nameless Fanboi Posted ID:RgzAiln10U

กูไม่เคยใช้ตัวเอียงเลยแฮะ ถึงจะเป็นความคิดก็ใช้แบบ
(ความคิด) ตัวเอกนึกในใจ คิดในใจ แอบเห็นด้วยเบา ๆ ในใจ อะไรก็ว่าไป

321 Nameless Fanboi Posted ID:f0PEtY7XYY

>>317 นิยายแปลส่วนใหญ่ก็ใช้ตัวเอียงแทนความคิดตัวละครนะ ส่วนที่ใส่วงเล็บเพื่อบอกความคิดไม่มีใครใช้กัน

322 Nameless Fanboi Posted ID:RgzAiln10U

>>321 หมายถึงกูเหรอ กูหมายถึงมันเป็นก้อนความคิดอ่ะ ไม่ได้หมายความว่ามันอยู่ในวงเล็บ

323 Nameless Fanboi Posted ID:YR.YuspPss

>>322 เสียงในหัวน่ะนะ

324 Nameless Fanboi Posted ID:6/Z+hV+KlY

>>321 นิยายแปลชาติไหนใช้ตัวเอียงแทนความคิดตัวละคร
อา กุไม่ได้จะหาเรื่องนะ นิยายแปลฝรั่งกับญี่ปุ่นของแพรวกุอ่านเยอะมาก
เลยถามเป็นความรู้ใส่กะโหลก ญีปุ่นช่างมันเถอะ ภาษามันก็หาตัวเอียงยากอยู่แล้ว
แต่นิยายฝรั่งนี่เอียงเพื่อเน้นคำ เอียงเพื่อบอกว่าว่าเป็นฉลากยา เอียงเพื่ออ่านข้อความ
เอียงเพื่ออ่านจ่าหน้าจดหมาย
แต่ด้วยเกียรติของลูกเสือกุไม่คุ้นจริง ๆ ที่บอกว่า ตัวเอียง แทนความคิดตัวละคร
ส่วนในวงเล็บ ถ้าอ่านงานของสติเฟนคิง แกชอบใช้อยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เห็นคนอื่นใช้กันเท่าไร

325 Nameless Fanboi Posted ID:Y4wtc5PUzO

กุเห็นตัวเอียงบ่อยนะในพวกหนังสือแปล ส่วนใหญ่จะเป็นพวกความคิดตัวละครที่มันสื่ออารมณ์ให้คนอ่านคิดเอามั้ง มาแบบประโยคหนึ่งจุกๆไม่ก็สำคัญๆรำพันกับตัวเอง บางทีก็เป็นคำพูดของตัวละครอื่นที่มันดังขึ้นในหัวตัวเอกเหมือนหลอนๆไม่ก็นึกถึงไรงี้
แล้วก็พวกฉากฝันอ่ะ

326 Nameless Fanboi Posted ID:a.RB0pVuDL

>>324 ตัวเอียงกูเห็นในนิยายแฮร์รี่พอตเตอร์ ตอนบทความหนังสือพิมพ์ของยัยสกิตต้า ริตเตอร์ กับจดหมายบางเล่ม แต่สารภาพว่าแอบหงุดหงิดอะ

327 Nameless Fanboi Posted ID:mFzY5F6Hs.

นิยายฝรั่งเยอะแยะ Dune ก็ใช้ แต่จะใช้ตัวเอียง วงเล็บ หรือ '...' ก็ใช้ไปเถอะ อย่าไปยึดติดมาก

328 Nameless Fanboi Posted ID:wpVlI9ijWK

ปัจจุบันรูปแบบบางอย่างก็ไม่ค่อยเคร่งกันแล้ว ขอแค่มึงเล่าเรื่องแล้วคนอ่านเข้าใจ อ่านรู้เรื่องก็พอ

329 Nameless Fanboi Posted ID:DpGyS37XRr

>>324 งั้นมึงคงต้องอ่านนิยายให้มากกว่านี้แล้ว

330 Nameless Fanboi Posted ID:YO+BXG3odU

กูว่านักเขียนคงต้องออกแบบวิธีใช้ให้เหมาะกับนิยายตัวเองว่ะ อย่างของกูเป็น POV1 ล้วน กูก็ใช้แบบนี้

คำพูด = "..."
คำพูดที่ดังมาก = "..." + ตัวหนา
เน้นคำ = '...'
เสียงเอฟเฟค = ตัวเอียง
เสียงเอฟเฟคที่ดังมาก = ตัวเอียง + ตัวหนา
ระลึกถึงคำพูดตัวละครในอดีต = "..." + ตัวเอียง
ส่วน (...) กูเอาไว้ใช้อธิบายเสริม เช่น ตั๋วกัน(ตีบวก)แหกสิบใบต้องใช้เติมเงินซื้อร่วมพัน (ทุกตัวละครในเรื่องจะเรียกชื่อเล่นไอเทมนี้ว่า 'ตั๋วกันแหก' กูเลยอธิบายเสริมแค่ครั้งแรกที่พูดถึง นอกนั้นจะใช้แต่ตั๋วกันแหกอย่างเดียว)

ปัญหาหลักของกูคืออยากใช้เสียงเอฟเฟคใน POV1 (สาบานให้หีเขียวว่าจะไม่กลายเป็นดอกปอปสไตล์) เพราะงั้นทุกการบรรยายมันก็เหมือนออกมาจากความคิดตัวละครอยู่แล้ว จู่ๆมา เปรี้ยง ปัง แหมะ กูเองเป็นคนเขียนยังรู้สึกสับเลย เลยเลือกใช้ตัวเอียงสื่อความหมายแทน

331 Nameless Fanboi Posted ID:QiUYBp..Wz

>>319 กูไม่ได้เขียนเองนะ ไปอ่านมา แต่มันจะออกมาประมาณนี้

ยังไม่ทันพูดจบเด็กสาวก็ต้องเรียกอาวุธของตัวเองขึ้นกันคมดาบอีกฝ่ายพร้อมแยกเขี้ยวใส่บุคคลที่บังอาจลอบโจมตีในเวลานี้ และคนที่รู้ว่าตอนเธอมีปัญหาอะไรมักจะหลบมานั่งตรงนี้เสมอมีอยู่เพียงคนเดียว
“ภารกิจเสร็จไวแบบนี้นี่ สนใจอยากรับเพิ่มสักสิบงานอีกไหมล่ะคุณเพื่อนสนิท”
/เฮ้ๆ ข้าพึ่งกลับมา เจ้าก็ไล่ข้าไปอีกแล้วเรอะ ความน่ารักสมัยก่อนมันหายไปไหนหมดฟะ !/
คนพึ่งโดนขู่ด้วยสีหน้าท่าทางเผยยิ้มอ่อนอกอ่อนใจบนใบหน้า ก่อนดีดตัวกลับไปยืนให้พ้นรัศมีโจมตีของอาวุธอีกฝ่าย
“เพื่อนเพียงคนเดียวของเจ้าอุตส่าห์รีบกลับมาเพราะได้ข่าวว่าเจ้าบาดเจ็บหนัก ดูแล้ว” เด็กหนุ่มกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วส่ายหน้า “ข่าวลือนี่มันเชื่อไม่ได้จริงๆ เสียเวลาชะมัด”

ตรงที่ / - / ไว้คือแทนตัวเอียง เป็นความคิดที่ตัวละครมันไม่ได้พูด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลัวโดนถีบหรืออะไรก็แล้วแต่เถอะ ซึ่งส่วนมากที่อ่านไม่ค่อยเจอหรอก จะเจอที่ใช้ ‘ - ‘ หรือ ( - ) มากกว่า

332 Nameless Fanboi Posted ID:QiUYBp..Wz

อ้าว ctrl C มาไม่หมด

>>331 หลักๆ คือใช้ pov3 บรรยายสถานการณ์ตอนนั้น แล้วแทรก pov1 เข้ามาเนียนๆ ด้วยตัวเอียง

333 Nameless Fanboi Posted ID:WT9XJ4wPEJ

>>330 กูเขียนพักหลังแต่ POV1 และไม่เคยใช้ตัวหนาตัวเอียงใดๆ เลย เพราะไม่เห็นความจำเป็น อย่างมากก็อัศเจรีย์ไม่เกิน 3 อันในช่วงตะโกนหนักๆ แต่ก็ต้องดูระยะไม่ให้ถี่เกินไป ใช้จุดสามจุดเวลาตัวละครทิ้งช่วงคิดเล็กน้อยระหว่างพูด หรือใช้ขีดเพื่อบอกว่าตัวละครกำลังย้ำทีละพยางค์ อย่าง “ไม่-มี-ทาง!” วงเล็บนี่ใช้น้อยมาก มีแค่ตอนอธิบายเวลาจีนนิดนึง ส่วนที่เหลือใส่ฟุตโน้ตเอา

ยังคงยืนยันคำเดิม ว่าตัวหนา เอียง ขีดเส้นใต้ต่างๆ มันไม่มีความจำเป็นต้องใส่ด้วยซ้ำ ถ้ามันไม่ใช่รูปแบบการพิมพ์ที่สนพ.กำหนดมาเลยว่าช่วงอดีตต้องใส่ตัวเอียงแบบนั้น เพราะโฟลว์ในเรื่องมันเล่าเรื่องด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ฉะนั้นสิ่งที่ควรโฟกัสในการเล่าเรื่องคือจังหวะ ไม่ใช่ตัวเอียง ตัวหนา ตัวขีดต่างๆ

ส่วนเรื่องซาวด์เอฟเฟ็กต์ ถ้าเป็น POV1 ยิ่งต้องระวังในการใช้ มึงเล่าผ่านมุมมองตัวละครใดตัวละครหนึ่ง จะให้มันโฟกัสกับเสียงประกอบตลอดก็คงไม่ใช่เรื่อง ถ้าเป็นกู กูจะลดลง แล้วใช้วิธีแทรกบรรยายไปแทน แบบ เสียงระเบิดดังตูมตามสนั่นหวั่นไหว กระแทกประตูดังปัง เดินกระแทกส้นปึงปังขึ้นห้องไปด้วยความหงุดหงิด เสียงลมพัดหวีดหวิวชวนวังเวง ฯลฯ

334 Nameless Fanboi Posted ID:2dc2bzTyY6

กูขอบ่นหน่อยไอ้สัส ถือว่าระบายเฉยๆ ก็ได้ นักเขียนเด็กดีเป็นเหี้ยอะไรกัน กูโดนลอกชื่อนิยาย 2 รอบละ ถ้าชื่อนิยายกูเป็นคำซ้ำๆ นางร้ายที่รักอะไรงี้ กูจะไม่บ่นสักคำเลย แต่ชื่อนิยายกูดันเป็นโคว้ทคำพูดที่มีศัพท์เฉพาะในนั้น กูคิดมาแล้วว่าถ้ากูเกิ้ลคีย์เวิร์ดนี้ต้องเจอนิยายกูอันดับแรกแน่นอน รอบก่อนแม่งยังเปลี่ยนคำหลังให้กู มาเรื่องใหม่คือเอาไปแบบทั้งดุ้นเลย มึงจะแค่ลบเว้นวรรคออกไม่ได้ป่ะ อีผี

335 Nameless Fanboi Posted ID:Wl0cr2fVNf

>>334 บอกมาๆๆๆ กระตุ้นต่อเผือกกู

336 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

สืบเนื่องจากอันนี้ https://fanboi.ch/webnovel/10135/880-882/ วันนี้กูมาเขียนส่วนหลังให้จบ (แล้วรอบหน้าค่อยสับนิยายต่อ)

สวัสดีเพื่อนโม่งขี้เสือกทุกตัว กลับมาพับกบ เอ๊ย! พบกับกูอีกครั้ง หลังจากที่คราวก่อนคุยกันไปเกี่ยวกับแนวโชวเน็น คราวนี้เราจะมาพูดถึงแนวกระแสยอดนิยมที่เป็นดังด้านตรงข้าม (แต่เสือกขายดีแบบชิบหายวายป่วงในปัจจุบัน) ในขณะที่ความเป็นโชวเน็นจางหายลงไปอย่างช้าๆ สายนี้ก็แม่งโดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนตลาดกลางวงการนิยายแทบจะถูกกระแสนี้กลืนไปจนหมด (ยกเว้นแนววายกับรักตบจูบที่มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะ) แม้แต่ตัวกูซึ่งเป็นสาย Literature ที่เคยรังเกียจสายนี้แบบ Literally ยังต้องผันตัวมาลองแต่งดูบ้าง ได้ข้อสรุปว่ามันโอเคนะถ้ามึงอยากขายของจริงๆ ด้วยสกิลเดิมที่กูมีก็ยิ่งทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นไปอีก ถามว่ามันง่ายขนาดไหนนี่ ถ้ามึงจับจุดได้ รู้ว่าเซอร์วิสยังไงแล้วคนอ่านจะชอบ ต่อให้เขียนเหี้ยยังไงก็ขายออกแน่ (แต่อย่าให้เหี้ยเท่านารุตะกี้นะ อันนั้นแม่งเหี้ยเกิน ไม่ไหวจริงๆ)

ดังที่เพื่อนโม่งรายหนึ่งเคยกล่าวไว้ บางทีด้วยช่วงอายุของเด็กหนวดอย่างเราๆ (ถึงโม่งหลายๆ ตัวในนี้จะยังเด็กก็เหอะ) ก็ย่อมนิยมแนวนิยาย การ์ตูน เกม ซึ่งตัวเอกจะค่อยๆ พัฒนาความสามารถไปตลอดการเดินทาง มิตรภาพแน่นแฟ้นที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ มีทั้งรอยเลือด หยาดเหงื่อ และหยดน้ำตา ต่างกับเด็กและวัยรุ่นยุคนี้ซึ่งต้องการอะไรที่ทันใจและเข้าถึงง่าย ชื่นชอบความแข็งแกร่งชนิดไร้ผู้ต่อต้าน (เทพ! เทพ! เทพ!) ทีมงานไม่ต้องขอฉายเดี่ยวก็พอ ทุกอย่างเอื้อให้ประสบความสำเร็จไปเสียหมด แม้จะมีข้ออ้างว่าเป็นเพราะมันสนุกถูกใจก็ตาม แต่เรื่องนี้มีคำอธิบายอยู่ว่าเพราะเหตุใดนักอ่านรุ่นใหม่ถึงมีพฤติกรรมชื่นชอบนิยายสูตรสำเร็จ และบริโภคสื่อประเภทนี้ได้อย่างไม่รู้จักอิ่ม ซึ่งกูจะกล่าวถึงในช่วงท้ายๆ ของบทความนี้

ความจริงอันน่าหดหู่ใจที่พวกมึงต้องยอมรับ คือตลาดใหญ่ในเว็บเด็กดวกมันกลายเป็นกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่มีแนวคิดไม่เหมือนพวกเด็กหนวด ซึ่งโตมากับวัฒนธรรมโชวเน็น ถ้าดูจากพฤติกรรมการซื้อสื่อแบบต่างๆ ของกลุ่มเด็กหนวด เหล่าซาลารี่มังผู้เคยเป็นเด็กในยุคที่โชวเน็นเฟื่องฟูมาก่อน พอโตขึ้นมีงานมีการทำก็แม่งไล่ซื้อของที่สมัยก่อนอยากได้แต่ยังไม่มีปัญญาซื้อ เกมเก่าๆ ทั้งในและนอกสตีม หาสอยการ์ตูนเก่าๆ ที่เคยชอบมาเป็นเซตแบบครบเรื่อง บ้างก็ต่อโมเดลกันพลาจนสาแก่ใจ (โดยพยายามไม่ได้ภรรเมียรู้ราคาของ) ผิดกับเด็กสมัยนี้ที่โตมาในยุคสังคมก้มหน้า แค่สมาร์ทโฟนดีๆ สเปคใช้ได้สักเครื่อง ก็ทำได้ทั้งซื้อของออนไลน์ เล่นโซลเชี่ยล ท่องเว็บประเภทต่างๆ (?) ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม อ่านนิยาย ทุกอย่างแม่งง่ายและรวดเร็วไปเสียหมด ค่านิยมในสังคมเองก็ผลักดันให้เด็กคิดไม่เหมือนคนรุ่นเราๆ

คนที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความมานะพยายามไม่ได้ถูกยกย่องเชิดชูอีกต่อไป ใครที่ทำให้ตัวเองโด่งดังและร่ำรวยได้ง่ายๆ ต่างหากคือความสุดยอด คะแนนดีๆ ในสมุดพกถูกจำนวนไลก์และยอดผู้ติดตามเบียดจนตกขอบ ถ้าไม่ได้อยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็งก็เป็นได้เพียงส่วนที่จมอยู่ใต้ผืนน้ำเย็นเฉียบ ไม่มีใครมองเห็นหรือให้ความสนใจ เด็กรุ่นใหม่จึงโหยหาการยอมรับและได้เป็นคนในกลุ่มหัวแถว ทั้งๆ ที่ศักยภาพของตนเองอาจไม่ได้สูงพอจะไปยังจุดนั้นได้ แล้วพอไปอยู่ในกลุ่มผู้นำไม่ได้ เลยต้องหาทางให้ตัวเองเด่นในพื้นที่ซึ่งอาจไม่ต้องพยายามอะไรมาก ขอแค่กล้าแสดงออก หรือกล้าทำอะไรบ้าๆ จนดูตลาดล่าง (กูไม่ได้จะหลอกด่าคนกลุ่มไหนนะ อิอิออิ) แน่นอนว่าเรื่องนี้ส่งผลถึงการเลือกสื่อสำหรับอ่านอย่างนิยายด้วย เรื่องราวที่ทุกอย่างล้วนเป็นใจให้ตัวเราเก่งกาจและโด่งดัง จึงสามารถเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของนักอ่านบางกลุ่มได้เป็นอย่างดี เพราะในสังคมปัจจุบันนี้ยอมรับนับถือเพียงผู้ชนะ บุคคลชั้นแนวหน้าซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่คนในแต่ละสาขา รวมไปถึงคนที่ร่ำรวยเงินทอง (โดยไม่ได้สนใจว่าเขาหาเงินมาได้ยังไง)

337 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>336

ในเมื่อทุนนิยมแทรกแซงเข้าไปในการใช้ชีวิตแทบทุกมิติ เราจึงคิดด้วยตรรกะแบบเดิมในอดีตไม่ได้อีกต่อไป หลายสิ่งหลายอย่างถูกทำให้กลายเป็นเรื่องของธุรกิจ ยอดขายและผลกำไรกลายเป็นตัวชี้วัดเช่นเดียวกับจำนวนคอมเมนต์และยอดการเข้าชม ในกระแสน้ำไหลเชี่ยวอย่างบ้าคลั่งนี้ ถ้าไม่อยากถูกซัดจมหายไปสุดท้ายก็ต้องหาทางให้ตัวเองยังลอยตัวอยู่ได้ หลายคนเลือกหาที่ยึดเกาะแค่พอให้อยู่รอด บ้างก็หาของที่ลอยน้ำมาจับไว้แล้วไหลไปตามกระแส คงเหลือไว้แค่คนส่วนน้อยที่ยังฝืนว่ายสวนกระแสทั้งๆ ที่เหนื่อยจนแทบจะเอาตัวไม่รอด (อย่างกูเป็นต้น) ด้วยความที่เป็นคนโลภมาก กูเลยแต่งนิยายทั้งเรื่องเดิมอย่างเป็นตัวของตัวเอง กับนิยายเรื่องใหม่ที่ตามกระแสสัสๆ อย่างจงใจ ...... เดี๋ยวนะ กูว่าเราจะคุยถึงแนวนิยายอีกแบบไม่ใช่เหรอวะ ทำไมมันกลายมาเป็นเรื่องซีเรียสแบบนี้ไปได้ สรุปว่าย่อหน้านี้พวกมึงไม่ต้องอ่านก็ได้ (มาบอกตรงนี้แล้วใครจะไม่อ่านวะ) ที่จะสื่อสั้นๆ ก็คือ ไม่ต้องอายถ้าอยากเขียนแนวกระแส หรืออยากเขียนนิยายหาเงิน เพราะกูเองก็ทำ มันไม่ได้แย่นะ ช่วยให้พวกมึงมีกำลังใจเพิ่มด้วยซ้ำ เวลาไปแต่งนิยายนอกกระแสของตัวเองจะได้ไม่ไฝแห้งระหว่างแต่ง เพราะมีนิยายในกระแสอีกเรื่องให้พวกมึงรู้สึกดีที่มีคนคอยอวย(คม) ในช่องคอมเมนต์เพียบ

มาๆ ได้เวลาเข้าเรื่อง ในหัวข้อ "นิยายแกรี่-ฮาเร็ม กับบทสัมภาษณ์ของประธาน Kadokawa"

คือมันเถียงไม่ได้เลยว่านิยายทั้งสองแนวนี้ (หรือเรื่องเดียวแต่แม่งมีทั้งคู่) เป็นของที่แบบว่าขายได้ขายดี แต่ในความแมสนั้นก็มีข้อเสียใหญ่หลวงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือความจำเจของเนื้อหาหลักจนส่งผลให้เกิดความเอียนในกลุ่มนักอ่าน เพราะต่อให้เข้าถึงง่ายแค่ไหน ถ้าไม่สามารถสร้างความโดดเด่นด้วยฝีมือของตัวเอง สุดท้ายนิยายเรื่องนั้นแม่งก็จะถูกลืมไปอยู่ดี (เพราะไม่มีอะไรเด่นจนน่าจดจำ) แล้วส่วนที่กูจะพิมพ์ต่อจากนี้คือการพูดคุยกับประธานของเครือ Kadokawa ซึ่งเหมือนถูกคัดมาเพื่อให้คนอ่านส่วนใหญ่รู้สึกว่าแม่งล่อตีนดีมาก

#####

"กฏของไลท์โนเวลขายได้ : พระเอกที่ไม่พยายาม นางเอกที่ใจง่าย ความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาเอง"

พระเอกไลทโนเวลน่ะห้ามพยายามครับ เพราะฝั่งที่อ่านจะไม่สามารถใส่ตัวเองลงไปในบทได้ พวกนางเอกก็จะเข้ามาติดเอง ความสามารถถึงไม่ทำอะไรก็ติดตัวมาเอง ช่วงนี้ไลทโนเวลส่วนใหญ่เขียนไว้เเบบนั้นเยอะครับ

หรือง่ายๆคือทั้งคนรักทั้งความสามารถไม่ใช่อะไรที่ต้องสู้เอามาเเต่เป็นอะไรที่จู่ๆก็ได้มาเองถ้าไม่ใช่เเบบนั้นจะขายไม่ได้ครับ ทั้งๆที่เมื่อก่อน "ความพยายาม" นั้นเป็นส่วนหลักของเนื้อเรื่องเเท้ๆ

ถ้าเป็นพระเอกเเบบที่เป็นผู้เป็นคนพยายามอะไรได้ ด้านคนอ่านจะไม่สามารถเข้าสวมบทได้ พระเอกต้องเป็นตัวเเทนของผู้อ่าน เเละเนื้อเรื่องต้องเข้าทางพระเอกตลอด ตอนนี้โลกกำลังต้องการอะไรเเนวๆนั้นล่ะครับ

#####

พวกมึงอ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างกับบทสัมฯ ข้างบน หลายคนที่กูรู้จักถึงขั้น Triggered เลย เพราะจินตนาการไม่ออกว่าตัวเองจะแต่งนิยายแบบนี้ออกมาได้ยังไง ทว่าความเป็นจริงมันเป็นแบบนั้นแหล่ะเพื่อนโม่ง เรื่องแนวๆ นี้แม่งก็ขายได้อะ แต่...ๆ...ๆ... เดี๋ยวก่อน พวกมึงอย่าเพิ่งง้าง ใจเย็นๆ ไว้ เพราะในตัวเต็มของการพูดคุยครั้งนี้พอแปลมาอ่านแล้วโดยภาพรวม รู้สึกว่าท่านประธานแกจะจงใจแซะหรือประชดนักเขียนแนวนี้ด้วยซ้ำ

เพราะหัวข้อของการพูดคุยหลักคือ "การรับและค้นหาข่าวสารผ่านอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน" ต่างหาก คือเฮียแกพูดประมาณว่าเวลาคนเราค้นหาอะไรในกูเกิ้ลก็มักจะมองหาสิ่งที่ตัวเอง, ผู้อื่นชื่นชอบ รวมไปถึงสิ่งที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมในกระแสนั้นๆ ก่อน เช่นการค้นหาคำว่า "นิยายขายดี" "นิยายติดอันดับ" "ในเว็บเด็กดวก" เสร็จแล้วมันออกมาเป็นยังไง ? ก็แม่งไปเจอเข้ากับนิยายขายดี (ที่พวกกูเอามาสับให้อ่านกัน) หรือเจอนิยายติดท้อปในช่วงนั้น (ที่คุณภาพนี่พวกมึงก็รู้ๆ กันอยู่) ดังนั้นพอวนกลับไปคุยถึงเรื่องไลท์โนเวลของฝั่งญี่ปุ่น ก็จะพบปัญหาแบบเดียวกันคือนักอ่านก็อ่านนิยายที่อยู่ในกระแส และนักเขียนพอเห็นว่านิยายแบบไหนคนอ่านเยอะ ก็จะแต่งแนวนั้นตามที่เห็นว่าติดอันดับอยู่ มันเลยส่งผลกันมาเป็นทอดๆ อย่างที่เห็น

338 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>337

ดังนั้นไอ้ "กฏของไลท์โนเวลขายได้" ของคุณคาวากามิที่ถูกตัดมาล่อตีนโดยนักข่าวไร้จรรยาบรรณชุดนี้ จึงไม่ใช่คำแนะนำแต่เป็นการเสียดสีที่แม่งทำให้หลายคนหน้าชาได้เหมือนกัน เพราะข้อความก่อนหน้านั้นที่แกพูดไว้คือ "เรื่องของไลท์โนเวลเนี่ย ถ้าทำเพื่อ (สักแต่ว่า) ให้ขายออก มันมีวิธีอย่างหนึ่งที่ได้ผลแน่นอน" เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่า ถ้าแต่งแบบนี้มึงขายได้แน่ แต่จะขายดีไหม หรือสามารถแจ้งเกิดในวงการไหม อันนั้นมันอีกเรื่องหนึ่ง หากมองในมุมของผู้ขายแบบเขาแล้วนี่ เราคงต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริง ถ้าไม่เชื่อก็ไปหาดูอันดับ WN หรือ LN ในฝั่งยุ่นดูจะรู้ทันทีว่ากว่า 70% แม่งเข้าข่าย 3 ข้อที่พูดถึงเกือบหมด คิดไปคิดมาแล้วแม่งนึกถึงพวกละครชิงรักหักสวาทบ้านเรา ถึงเนื้อเรื่องจะเดิมๆ ไม่หนีกันไปไหน เซตติ้งเดิมๆ ตัวละครซ้ำๆ แค่เปลี่ยนชื่อเอา แต่ทำมากี่เรื่องก็ยังดูกันเหมือนเดิม เพราะมันเป็นสูตรสำเร็จที่ไม่ว่ายังไงก็ยังมีคนดูไงล่ะ

ทีนี้ลองมาวิเคราะห์คุณสมบัติที่ทำให้ขายได้ทั้ง 3 ข้อนี้กันดู

1) พระเอกที่ไม่พยายาม ... พวกนีทของเงินพ่อแม่แดก พวกไม่เอาไหนในสังคม พวกพนักงานกินเงินเดือนที่ตกเป็นเบี้ยล่างคนอื่นในที่ทำงาน (ไม่ได้เหยียดใครนะ กูพูดถึงตัวเอกใน LN ทั้งหลาย) ตอนแรกกูแม่งไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเอกชอบเป็นพวกนักหลวม พอลองเสียเวลาในชีวิตไปค้นคว้าดู พบว่าคนที่คิดตัวเอกแนวนี้ขึ้นมาแรกๆ ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นกระแสหรอก แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการแต่งเรื่องให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ เรากำลังพูดถึงคนที่อยู่ในระดับกลางไปจนถึงล่างในสังคม อย่างที่เรารู้กันดีว่าคนที่เกิดมารวย ชีวิตดี มีครอบครัวอบอุ่น เข้าถึงการศึกษาระดับสูงได้ มันมีอยู่น้อยมาก ถ้าแต่งนิยายให้ตัวเอกเป็นเรียจู (พวกชีวิตดี๊ดี) จะทำให้กลุ่มนักอ่านเป้าหมายแคบลงไป ดังนั้นการกดต้นกำเนิดของตัวละครให้ค่อนข้างต่ำ จึงทำให้ได้ประโยชน์ถึงสองข้อ นั่นคือสามารถขายฝันพวกที่ห่วยแตกในชีวิตจริง และทำให้คนที่มีคุณภาพชีวิตทั่วไปสามารถอินกับเนื้อเรื่องได้ ลองเทียบกับละครไทยที่ทำไมนางเอกต้องจนแล้วมีผู้รวยๆ มาสนใจ ก็จะเห็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน คนทั่วไปดูได้ขายฝันดีด้วย เหมาะเหม็งไปเลยจ้า

แล้วไอ้การขายฝันนี่ก็นะ พวกมึงต้องเข้าใจว่าสังคมปัจจุบันมีมันมีความบีบคั้น มีความเครียด มีความน้อยเนื้อต่ำใจ ของคนระดับ กลาง/ล่าง อยู่ เพราะต้นทุนในการใช้ชีวิต ความสามารถและพรสวรรค์ ทำให้คนเหล่านั้นไม่อาจไปถึงฝั่งฝันได้ต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็ตาม เอาง่ายๆ แค่มึงไม่มี connection ไม่มีเส้นสาย หรือคนรู้จักที่จะสามารถใช้กำลังภายในอำนวยความสะดวกอย่างลับๆ ให้มึง แค่นี้ก็ทำอะไรยากมากแล้ว การได้อ่านเรื่องราวที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเหมือนได้อยู่เหนือกว่าคนอื่น บนพื้นเพตัวละครที่ คล้ายคลึง/ต่ำต้อย กว่าเรา มันส่งผลให้สำเร็จความใคร่ทางจินตนาการได้ง่าย อ่านแล้วฟิน คิมูจี้ อิคึๆ ฯลฯ เหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ดาร์คๆ เรื่องหนึ่งพล็อตคล้ายเดอะแมททริกซ์ ที่มีเอเลี่ยนให้มนุษย์มานอนสวมแว่นคล้ายแว่น VR แล้วรับสารอาหาร, ยากระตุ้นสมองส่วนจินตนาการ เข้าทางเส้นเลือด ก่อนจะนอนก็มีโปรแกรมให้เลือกว่าอยากเป็นใคร มีชีวิตแบบไหน วันนี้จะทำอะไร แล้วก็เข้าฟินไปในโลกเสมือน แลกกับการโดนเก็บเอนโดรฟีน อะดรีนาลีน และคลื่นไฟฟ้าหัวใจของตัวเองไปส่วนหนึ่ง มนุษย์เกือบ 90% เลยแม่งก็ไม่เป็นอันทำอะไร เพราะตกเป็นทาสของความสุขจอมปลอมไปจนแห้งตาย

เรื่องนี้มันทำให้พวกเราต้องสบถหยาบคายอย่างสิ้นหนทาง เพราะในโลกที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่มันมีคนอยากฝันอยู่เยอะ คนเหล่านี้พร้อมจะซื้อฝันต่างๆ พวกที่เห็นช่องทางเลยขายฝันแม่งเลย คุณค่าในเนื้อหา ช้อคิดที่ได้จากเรื่องราว แรงบันดาลใจหลังอ่านจบ ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องรอง และมีน้ำหนักน้อยกว่าความสะใจที่ได้เหยียบย่ำผู้อื่น ได้มีคนมาล้อมรอบมากหน้าหลายตา ได้มีเวลาวาบหวิวกับสาวสวยโหยกระหาย และความแข็งแกร่งราวกับเป็นพระเจ้า อ่านแล้วเจ็บปวดดีไหม ? ... เออ แต่ก็ทำใจเหอะ ถึงจะเหมารวมว่ากลุ่มคนที่อ่านนิยายแกรี่เป็นพวกขี้แพ้ทั้งหมดไม่ได้ แต่จำนวนของพวกขี้แพ้ในเซตใหญ่นี่ก็มีอยู่ไม่น้อยแหล่ะ ถ้าอยากมองให้ PC ก็คิดเสียว่ารสนิยมคนเราไม่เหมือนกัน ใครไคร่อ่าน อ่าน ใครใคร่เขียน เขียน ตัวกูเองก็เขียน แล้วเขียนด้วยใจที่ไม่ได้ดูถูกใครด้วย กูยืนยันเหมือนเดิมว่า ยังคงตามหาจุดสมดุลระหว่างคุณค่าตามขนบกับความสนุกตามกระแสอยู่เรื่อยๆ (ซึ่งคงใช้เวลาอีกพักใหญ่ทีเดียว)

339 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>338

2) นางเอกที่ใจง่าย ... แน่นอนว่าที่ไหนก็สามารถพบกับสมาชิกชมรมคนชอบหีได้เสมอ เซ็กส์และเนื้อหาทางเพศอื่นๆ แม่งเป็นสิ่งที่ขายได้มาตั้งนมนานแล้ว หนังสือปลุกใจเสือป่า หนังสือปกขาว หนังสือชุด "ทะลึ่ง" ไปจนถึงสรรพลี้หวน พวกนี้ก็ขายได้เรื่อยๆ ในวรรณคดีบ้านเราก็มีเรื่องเย็ดๆ บทอัศจรรย์มากมาย เย็ดข้ามเผ่าพันธุ์ เย็ดผี พิลึกกึกกือยังไงก็มีมาหมดสารพัดจะเย็ด แต่พอมาพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับนิยายเว็บเนี่ย จุดประสงค์แม่งก็เปลี่ยนไปเลย เพราะในงานเขียนที่กูพูดมาก่อนหน้านี้ บางเรื่องกว่าจะได้เย็ดกันนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย บางส่วนก็แม่งข่มขืนเอา นางเอกมีความเล่นตัว หรือมีเงื่อนไขเควสยากๆ ให้ทำ ถ้าไม่ใช่ตัวละครที่ออกแบบมาให้ร่านเรี่ยราดนี่ อย่าหวังเลยว่าจะได้แอ้มง่ายๆ (ถ้าไม่รวมพวกเรื่องเสียวในหนังสือโป๊นะ) ไอ้ความใจง่ายของตัวละครหญิงใน WN - LN เนี่ย กูกับพวกรุ่นบุกเบิกคุยกันมาตั้งแต่ในกระทู้นินทาโน่นแล้วว่าแม่งเป็นกะหรี่ทัชสกรีน หานิยายน้ำดีไม่ค่อยเจอ เจอแต่นิยายน้ำเดินเนี่ย เข้าใจไหมว่ามันเกิดความอิหยังวะกับตัวละครหญิงในนิยายพวกนี้ ไม่ว่าจะฮาเร็มหรือไม่ ทำไมมึงหลงพระเอกง่ายจังวะ

คือกูเข้าใจนะว่าพอเป็นผู้ชายแต่งแล้วมักจะแต่งให้ผู้หญิงเข้าหาเอง เพราะแม่งไม่เข้าใจความเป็นผู้หญิงเลย (ซึ่งไม่เข้าใจอะถูกแล้ว) อะไรนิดก็รัก อะไรหน่อยก็หลง ผิดกับนิยายแนวแกรี่ที่ผู้หญิงแต่ง จะสังเกตได้ง่ายๆ เลยว่าความสัมพันธ์เชิงชู้สาวในเรื่องแม่งจะอิรุงตุงนังมาก ถ้าไม่ได้ออกแบบมาให้สวยซ่อนเสื่อมหรือเป็นพวก thot ร่านควยตั้งแต่แรก ส่วนมากคือกว่าจะจบสงครามกองอวยได้แม่งก็ท้ายเรื่องแล้ว แล้วในความรักของตัวละครเนี่ย กว่าจะมารักกันได้ก็ไม่ใช่ว่าปุบปับเห็นหน้า สปาร์คน้ำเดิน พากันไปเย็ดทันที มันปูทางเกี่ยวกับความผูกพันแบบมีขั้นตอน มีที่มาที่ไปได้เป็นธรรมชาติ เข้าใจไหมว่าบางทีอ่านแล้วไม่อินเลย แบบว่ามึงหลงพระเอกเพราะเรื่องแค่เนี๊ยะ ? ถ้าเป็นลูกสาวกูรับรองโดนตบจนลืมบ้านเลขที่ตัวเองแน่ อ้าว... อันนี้ไม่ใช่วิเคราะห์แล้ว แต่เป็นด่ากราดแม่ง 2 ย่อหน้าเลย

สรุปสั้นๆ แล้วกันว่าคนที่ชีวิตจริงเรียจูพอจะเป็น Chad หรือ Casanova ได้เนี่ย มันก็มีน้อยอีกแล้ว ดังนั้นการทำให้คนที่มี่สกิลจีบสาวต่ำ หรืออาจชอบแค่สาว 2D มาอ่านนิยายตัวเองได้ ก็เหลือแค่การจงใจให้ผู้หญิงมาหลงตัวเอกได้จากเหตุผลที่แทบจะฟังไม่ขึ้น เช่น ไปเห็นเขาโป๊เลยให้รับผิดชอบ เอาชนะได้ในการต่อสู้ หรือช่วยหมาช่วยแมวแล้วนางเอกเดินไปเห็น นอกจากนั้นก็คือปั้นให้ตัวเอกแม่งเทพซ่าส์จนสาวเห็นแล้วน้ำเงี่ยนไหลลงหัวเข่าเป็นน้ำตกไนแองการ่า อยากได้ DNA เทพๆ ของพี่มาอยู่ที่เด็กในตัวหนูจังเลยค่าาา แล้วอย่างพวกที่ชอบสาว 2D นี่ยิ่งง่าย ถ้ามีไวฟุโมเอะๆ ครบทุกโรลโดยเฉพาะโลลิ พี่สาวขี้เหงา (Ara Ara) หรือสาวซึนทวินเทล (ปัจจุบันอาจต้องเพิ่ม Trap ไม่ก็สาวดุ้นเข้าไปด้วย) ก็ยิ่งขายง่าย บางคนแม่งซื้อจากแค่ภาพบนปกเฉยๆ เองนะ เนื้อหาไม่สนุกไม่เป็นไร ก็ชอบปกอะ (กูถึงได้บอกไงว่าอย่าหาทำแบบนารุตะกี้) เพราะชีวิตจริงอาจไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศที่มีสาวๆ คอยเอาอกเอาใจ พอได้อ่านอะไรแบบนี้เลยรู้สึกฟินขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตัวพระเอกแม่งไม่มีเสน่ห์อะไรเลย บางทีก็ไม่มีด้านเท่ๆ จนพอใช้ปักธงได้ จะมีก็แค่สกิลโกงๆ สเตตัสโหดๆ กับความกวนตีนเอจจี้ อ่านแล้วอินไม่ไหวจริงๆ ว่ะ

340 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>339

3) ความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาเอง ... อันนี้กูคงไม่ต้องพูดให้มากความหรอกมั้ง ทั้งพวกความสามารถขั้นสุดยอด สกิลโกงๆ หรือบางเรื่องแม่งโดนพระเจ้าบอกว่า "มาเป็นพระเจ้าแทนหน่อย เบื่อแล้ว" หลังจากนั้นก็กลายเป็นท่านเทพไปเลย แน่นอนว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ คงไม่มีใครอยากอ่านเรื่องราวที่ตัวเอกข้ามมิติมาแล้วยังกากเหมือนเดิม ขนาดพี่ซวยบารุจาก Re:Zero ยังมีความสามารถกลับจุดเซฟล่าสุดได้เรื่อยๆ คือยังไงอะ มันต้องมีอะไรสักอย่างติดตัวมาให้รู้สึกว่าเจ๋ง เก่ง หรือมีคุณค่า สามารถหาประโยชน์จากสิ่งนั้นได้ นอกจากการใช้เป็น Plot Device และทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้น พูดได้เลยว่าไอ้ความสามารถพิเศษเนี่ย คือการเติมเต็มความว่างเปล่าของนักอ่านอีกแบบหนึ่ง เพราะถ้ามองจาก 2 ข้อข้างบน การจับกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือการจับตั้งแต่กลุ่มล่างสุดขึ้นมา อย่างในข้อนี้ก็คือการให้ความ "พิเศษ" กับตัวละครที่ทั้งชีวิตในชาติที่แล้วไม่มีเหี้ยไรดีเลย (ส่วนคนที่เก่งจนได้รับการยอมรับจากสังคมแม่งก็มีแทบนับคนได้) บางเรื่องก็พูดถึงความรู้ในชีวิตประจำวันที่เอามาใช้ในโลกแฟนตาซีได้ดีเกินคาด เพื่อให้นักอ่านระดับกลางสามารถสนุกไปกันเนื้อเรื่องได้ไม่ยาก เพราะพวกความรู้รอบตัวที่ใช้ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ นักอ่านก็แม่งรู้และเข้าใจดีอยู่แล้ว (โดยเฉพาะไอ้การทำอาหารกับทำแชมพูขายเนี่ย เห็นบ่อยเหลือเกิน)

ข้อนี้นั้นไม่ซับซ้อน คือให้ความพิเศษ ความเหนือกว่า แกร่งกว่า มีคุณค่ากว่า เหมาะสำหรับคนที่ชีวิตปกติเคยแต่โดนข่ม หรืออาจไม่ได้โดนข่มแต่ก็หือไม่ได้ เช่น ทำงานที่เดียวกันโดนหัวหน้างานสาวตำหนิทุกวัน ได้แต่คิดในใจว่าถ้ากูเก่งเหมือนซุปเปอร์แมน กูจะสอยแม่งให้เดินไม่ได้ไป 7 วันเลยอีดอก หรือบางคนอาจโหยหาชีวิตที่ร่ำรวยในต่างโลกเพราะไม่อยากทำงานงกๆ เป็นซาลารี่มังทุกวันแบบนี้ ถ้ากูไม่จนกูแม่งไม่มาให้เขาโขกสับถึงที่แบบนี้หรอก แต่ช่วยไม่ได้ ไม่มีหนี้ก็ไม่มีหน้า เลยต้องก้มหน้าใช้หนี้บัตรเครดิตอยู่ร่ำไป ถ้าเกิด Isekai'ed แล้วไปเสกทองแท่งได้เรื่อยๆ กูจะใช้ชีวิตเยี่ยงราชาเลยคอยดู อะไรประมาณนี้ บางคนแม่งขี้เงี่ยนแต่ดันเกิดมาไม่มีอะไรดี พอได้อ่านเรื่องที่ข้ามโลกไปเป็นคนสำคัญ มีหอยมาให้กระทุ้งไม่ขาดสายเลยโคตรชอบ อะไรเนี่ย ... ไปๆ มาๆ ทำไมมันหนีไม่พ้นเรื่องการ Service หรือเติมเต็มความฝันให้คนอยากฝันหมดทุกข้อเลยวะ

-----

สรุปว่าถ้าอยากแต่งนิยายให้มีคนอ่าน มึงก็จะลืม 3 ข้อนี้ไปไม่ได้ และต่อให้มีครบทั้ง 3 ข้อ ถ้าลีลาการเล่า จังหวะการสื่อ ความสามารถในการสร้างความน่าสนใจไม่มี มันก็เท่านั้น ให้มองตัวอย่างจาก WN LN มังงะ อนิเมะ อะไรก็ตามที่เข้าข่าย 3 ข้อนี้ไว้ให้ดีๆ ตัวอย่างล่าสุดที่เพิ่งจะแผ่วลงไปก็คือ "น้องโล่ดำ ห อ ม" จะเห็นได้ว่ากระแสเงียบกริ๊บทันทีที่หมดซีซั่น ยอดขายมังงะกับ LN ก็สูงเฉพาะในช่วงอนิเมะออนแอร์ แม้เรื่องนี้จะเป็นแกรี่ที่ขายความโมเอะนิยม แต่จุดจบนั้นไม่ต่างกันกับนิยายแกรี่ชายขายฝันสักเท่าไหร่ เพราะมันยังขาดความน่าสนใจ แหวกแนว หรือชัดเจนในกิมมิคของตัวเรื่อง ขนาดเรื่องคุมะคุมะแบร์โมเอะหมีสลับสีที่ว่าเคยดังมากๆ ยังได้คะแนนต่ำลงเรื่อยๆ เพราะเน้นขายโมเอะโดยไม่มีความพีคของเนื้อเรื่อง (เจอคนเดือดร้อน-เข้าไปช่วย-ได้รับรางวัล วนไป) ตัวนิยายหรือมังงะที่มีองค์ประกอบเหล่านี้แล้วพอมีชื่อเสีย(ง) อยู่บ้างนั้นมีมากมาย แต่ไม่รู้ทำไม ชอบดังแค่ไม่นานหลังจากนั้นก็หายยาว เหลือแค่พวกที่ชอบจริงจังจนตามอ่านอยู่บางส่วน

เรื่องที่เด่นแล้วกระแสยังคงมีมาเรื่อยๆ มักจะมีความน่าสนใจเฉพาะแม้จะแกรี่เบาบ้างหนักบ้าง ก็เช่น Konosuba (คาซุมะกับความวุ่นวายของสมาชิในตี้) Shinchou Yuusha (ความระแวงเกินเหตุสุดฮากับดราม่าที่มาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว) DanMachi (เบล คราเนลกับฮาเร็มและท่านเทพคือลือ) Monogatari Series (อารารากิกับความวอนนอนคุก) พวกนี้คือกลุ่มที่ได้รับความสนใจ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องในอันดับต้นๆ ของยอดขาย ที่ไม่ได้มีครบทั้ง 3 ข้อ บางเรื่องไม่มีเลยแต่ก็ยังขึ้นอันดับมาได้ อันเป็นผลมาจากความเจ๋งจริงของเนื้อเรื่อง (และ/หรือสงครามกองอวย) มันช่วยบอกใบ้อ้อมๆ ว่าในยุทธจักรนักเขียนกลุ่มนิยาย LN นั้น ใช่ว่าถ้าแกรี่แล้วจะโด่งดังเป็นที่รู้จักได้เสมอไป แต่พอมามองดูวงการนิยายไทย (โดยเฉพาะในเด็กดวก) กูนี่พูดได้แค่ "ไอเหี้ย สิ้นหวังแล้ว"

*** ถ้ามีใครสงสัยว่าทำไมมีมังงะกับอนิมะปนมาด้วยในการพูดถึงนิยาย กูจะบอกว่าเรื่องพวกนี้ก็มีนิยายเหมือนกัน ลองไปหาอ่านดูนะ ***

341 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>340

//// โอเคทีนี้ก็มาถึงหัวข้อที่กูคุยค้างไว้ข้างบนเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้นักอ่านชอบนิยายแนวประมาณนี้ (ลืมกันแม่งไปหมดละมั้ง) ////

เปิดฉากอย่าง PC ว่าบางคนอาจอ่านเพียงเพราะมันสนุก ไม่มีเนื้อหาหนักๆ มาทำให้เครียด และชอบ fan service เฉยๆ แล้วส่วนที่ไม่ PC ล่ะ ? มันก็มีที่มาที่ไปอยู่ แต่ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของกู พวกมึงไม่ต้องเชื่อก็ได้ อ่านเอาไว้ใช้คิดตามว่าจริง/ไม่จริง เป็นไปได้/เป็นไปไม่ได้ ซีเรียส/โทรล หัวข้อแรกที่กูจะพูดถึงเลยคือสภาวะสังคมที่สื่อนั้น (WN - LN) ถูกผลิตขึ้น

พวกมึงคงพอเคยได้ยินกันมาบ้างว่างสังคมญี่ปุ่นยุคใหม่ยึดถือแบบแผนที่มีรูปแบบตายตัวบางอย่างอยู่ เช่นทำไมพนักงานบริษัทถึงต้องใส่สูทดำ ต้องทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่ งานไม่เสร็จห้ามกลับก่อน ทำไมพวกนักเรียนถึงต้องพยายามทำตัวให้ธรรมดาเพื่อไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนในห้อง ทำไมต้องเรียนหนักจนแทบอ้วกเพื่อให้ได้เข้าโรงเรียนดีๆ และเรียนจนแทบจะขาดใจตายเพื่อให้สอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรืออะไรอื่นๆ ที่ชาวบ้านเขาทำกันแล้วเราควรทำตามบ้างจะได้ไม่ดูแปลกแยก นี่เป็นความกดดันอย่างหนึ่งที่คนญี่ปุ่นต้องพบเจออยู่ทุกวัน ถ้ามีเรื่องไม่ดีหรือทำให้รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวก็ไม่กล้าบอกใคร พอพบปะพูดคุยกับใครก็มักแสดงด้านที่เป็น “ทาเทมาเอะ” (建前) มากกว่า “ฮนเนะ” (本音) คือยังไงดี ภายใต้ฉากหน้าที่สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นมีความเครียดหนักหน่วงซุกซ่อนไว้ เรื่องเล่าในอดีตที่เกี่ยวกับความอุตสาหะ มานะ พยายาม สไตล์โชวเน็นหายไปเป็นจำนวนมากและถูกแทนที่ด้วยนิยายแกรี่ ต่างโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นแหล่ะ

ก่อนหน้านี้ที่มังงะรุ่นเก่าถูกเขียนในแนวต่างจากปัจจุบันเพราะหลังจบสงครามโลก ญี่ปุ่นต้องพยายามอย่างหนักเพื่อฟื้นฟูประเทศให้รอบด้าน ดังนั้นคนในเจนก่อนที่อายุมากกว่าพวกเราถือว่าต้องตั้งตัวจากเถ้าถ่าน ดังนั้นงานศิลป์ทุกแขนงรวมไปถึงนิยายและมังงะเลยสะท้อนถึงค่านิยมของความมุมานะ การดำเนินชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนบ้านใกล้เรือนเคียง ทุกอย่างเต็มไปด้วยอิสระและเป็นธรรมชาติ แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันนอกจากแบบแผนที่ตายตัวจนกลายเป็นแนวปฏิบัติ ความเครียดจากการแข่งขันตั้งแต่อายุยังน้อย รวมไปถึงชีวิตในเมืองใหญ่ที่แทบจะไม่มีใครมองหน้ากันหากไม่ใช่คนรู้จัก มันทำให้สังคมญี่ปุ่นอัดแน่นไปด้วยความเก็บกด ขนาดจะซื้อบ้านยังต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะมีเรื่องยุ่งยากอย่างอื่นตามมามากมาย ทั้งภาษีและการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ตามกฎหมายกำหนด หลังทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือแค่ตกงาน คนก็พร้อมจะหายไปจากสังคม ลบตัวตนแล้วเลือกเป็นคนไร้บ้านนอนในกล่องกระดาษข้างถนน เพราะไม่สามารถยอมรับในความด้อย ความบกพร่องของตัวเอง บางคนตกงานไปแล้วยังแกล้งแต่งตัวออกไปทำงานแล้วไปนั่งหลบอยู่ตามสวนสาธารณะ สถานีรถไฟ ก็มี

มันเป็นเรื่องที่ฟังดูเกินจริงแต่แม่งเกิดขึ้นจริงๆ เด็กต้องพบกับแรงกดดันจากความคาดหวังของพ่อแม่ เธอต้องเรียนให้ดี จบให้สูง เข้าไปอยู่ในบริษัทชั้นนำให้ได้ แล้วพอพลาดหวังขึ้นมาแล้วเป็นยังไง ก็หนีออกจากบ้านบ้าง กลายเป็นพวกฮิคิโคโมริบ้าง ไปเป็นคนแร่ร่อนบ้าง เด็กผู้หญิงหลายคนก็ไปเป็น 援交 (กรุณาอย่าเอาไป search) เพราะทนแรงกดดันจากทางบ้านไม่ไหว หรือติดนิสัยใช้เงินเกินตัว, เป็นสาวแกลเกเร ฯลฯ บางคนอยู่ในวัยทำงานแล้วทนงานที่ทำไม่ไหว จะกลับบ้านก็อาย กลัวพ่อแม่หยาม, ซ้ำเติม เลยหนีไปใช้ชีวิตใน Internet Cafe ด้วยเงินเก็บที่เหลืออยู่ ทั้งหมดมาจากความคิดของคนรุ่นเก่าที่คิดว่าตนเองเคยพยายามในการสร้างฐานะมาจนถึงจุดนี้ได้ ดังนั้นลูกก็ต้องพยายามให้ได้บ้าง ปัญหาคือเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้อยู่ในสภาวะแร้นแค้นจากยุคหลังสงคราม ก็เลยไม่ได้มีแรงจูงใจให้พยายามขนาดนั้น ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปและคลื่นใต้น้ำของความเคร่งเครียด การแสดงออกผ่านทางนิยายเว็บก็เป็นส่วนหนึ่งที่เด็กและวัยรุ่นเลือกจะทำออกมายามมีเวลาว่าง

342 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>341

ทำไมต้องไปต่างโลก ? ... เพราะโลกนี้มันเหี้ย เพราะกูไม่ได้เกิดมาเรียจู และกูไปไม่ถึงจุดที่พ่อแม่คาดหวัง
ทำไมต้องมีพลังโกงๆ ... เพราะที่นี่กูแม่งไม่ค่อยมีอะไรเจ๋งจนอวดชาวบ้านได้ ทำได้เพียงหลบอยู่หลังแสงเจิดจรัสของคนอื่น
ทำไมต้องมีสาวๆ มารุมรัก ... เพราะสาวๆ ของจริงสนใจแต่เรียจูและคนหน้าตาดีหรือดูเท่
ทำไมต้องสมหวังทุกอย่าง ... เพราะอยู่ที่นี่กูต้องพยายามอย่างหนัก จนไม่อยากพยายามอะไรแล้ว
ทำไมต้องมีทาส ... เพราะอยู่ที่นี่กูถูกคนอื่นโขกสับ ดูถูก ใช้งานเยี่ยงทาสจนแทบทนไม่ได้
ทำไมต้องแต่งนิยายแนวนี้ ... เพราะมันขายได้และช่วยให้กูได้ระบายความเครียดจากสังคมเหี้ยๆ

WN หลายเรื่องทำไมตัวเอกถึงไปเป็นตัวละครที่ถูกมองข้ามแต่มีพลังโกง นั่นเป็นเพราะอยากทั้งสร้างและขายฝันไปพร้อมกัน โลกแฟนตาซีแทนดินแดนแห่งความฝันที่ไม่ถูกจำกัดด้วยจารีตและกฎหมายส่วนใหญ่ ตัวละครเรียจูมักถูกเลือกเป็นผู้กล้า เจ้าหญิงคือสาวงามดาวโรงเรียนที่สนแต่ผู้กล้า ราชาคือพ่อแม่ที่คอยใช้อำนาจบงการชีวิตชี้เป็นชี้ตาย ชาวบ้านคือคนในสังคมที่เห็นดีเห็นงามกับพ่อแม่ซึ่งใช้อำนาจบังคับเราเยี่ยงราชา ในต่างโลกนี้แหล่ะ ข้าจะใช้ความโกงที่มีตบพวกเรียจูให้ต้องก้มกราบตีน แล้วเจ้าหญิงก็จะประทับใจจนเข้ามาถวายตัว ส่วนไอ้ราชานั่นต้องถูกกำจัดแล้วถูกข้ายึดอำนาจแทน ชาวบ้านทั้งหลายต้องให้ความเคารพยำเกรงด้วยความหวาดกลัวในพลานุภาพ

มีข่าวแว่วๆ ด้วยว่า LN ต่างโลกทำให้สถิติการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะคิดว่าคงจะได้ไปเริ่มใหม่ที่โน่น (บ้าป่าววะ) นอกจากชีวิตประจำวันจะเครียดจัดจนอัตราการเกิดต่ำแล้วยังจะทำให้คนตายเพิ่มอีก เดี๋ยวแม่งก็สิ้นชาติพอดี

มโนไปไกลเหมือนกันนะกูเนี่ย พายเรือกลับเข้าฝั่งตรงอ่าวไทยกันดูบ้าง ว่ามันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

สังคมไทยก็คล้ายๆ กัน ในช่วงก่อนก็มีการก่อร่างสร้างตัวกันมาจนถึงจุดนี้ ผู้ใหญ่หลายคนประสบความสำเร็จสร้างรากฐานไว้มั่นคง แต่อนิจจาอนาคตของชาติส่วนใหญ่ดันขาดโอกาสที่จะเข้าถึงการศึกษาอันมีคุณภาพ ห้องเรียนหนึ่งเรียนแม่ง 4-50 คน แม่พิมพ์ของชาติ เรือจ้างผู้นำทางเด็กไปสู่ฝั่งฝันโดนกดเงินเดือนต่ำจนทุเรศ ครูรุ่นใหม่คุณภาพตามมีตามเกิด นักเรียนบางคนยังเก่งกว่าครู (จากใจกูคนที่เคยเถียงครูตอนเฉลยข้อสอบมาแล้ว) พองานเครียดต้องทำทั้งแฟ้มผลงาน และรับมือกับนักเรียนที่ตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง ครูเก่งๆ เลยไม่อยากเปลืองตัวไปหางานอื่นทำดีกว่า ส่วนครูมีอยู่ก็อย่างที่เห็นคือมีดราม่าตรรกะวิบัติ, มนุษย์ป้า โผล่มาเป็นพักๆ ช่วงนี้หนักๆ ก็แม่งซื้อบริการนักเรียน (พระคุณที่เสียวไหมล่ะมึง) ในเมื่อคนสอนยังแย่แล้วนักเรียน (ส่วนใหญ่) จะดีได้ยังไง การศึกษาบ้านเราแม่งล้าหลังเกิน และคนในสังคมส่วนหนึ่งก็ปลูกฝังค่านิยมผิดๆ หรือเห็นแก่ตัวส่งต่อให้เด็กอีก

เด็กสมัยนี้เลยถูกล่อลวงง่าย ระดับความรู้ต่ำลง และไม่ค่อยตั้งใจเรียน ยิ่งมีสมาร์ทโฟนในราคาที่ใครก็จับต้องได้มาเพิ่มงี้ก็ยิ่งไปกันใหญ่ บางส่วนก็ไปเป็นแว๊นเป็นก๊อยส์ เหลือเด็กที่พอเป็นความหวังได้เพียงบางส่วน เพราะบ้านเมืองแม่งหยุดพัฒนา รากฐานการศึกษาก็คร่ำครึ ความใฝ่รู้ใฝ่เรียนก็ไม่ค่อยมี สนใจแค่พรุ่งนี้จะถ่ายอะไรลง TikTok ดี คือกูไม่รู้ว่าทำไมทุกอย่างมันถอยหลังลงคลองแบบนี้ได้ คนที่พอมีศักยภาพก็ส่งลูกเข้าโรงเรียนเอกชนดีๆ เพราะโรงเรียนรัฐแม่งเป็นแบบนี้ (ทั้งๆ ที่ได้งบบริหารกระทรวงมากขนาดนั้น) บางคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง เสือกหลงอยู่ในอำนาจของความสะดวกสบาย คนที่เขายากจนโคตรอยากเรียนหนังสือก็ไม่ได้เรียน แต่พวกนี้เขาส่งไปเรียนโรงเรียนดีๆ เสือกโดดไปเที่ยวเล่น ทำตัวเสเพลไปวันๆ สุดท้ายมันก็เข้าสู่สามกระบวนการแห่งความล่มสลาย "พ่อสร้าง ลูกผลาญ หลานทำลาย" ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ร้านรวง หรือที่ซุกหัวนอนก็อาจจะไม่เหลือ เพราะตัวทายาทแม่งโตมาแบบนี้แหล่ะ

ออกจากวิชาสังคมได้แล้วมั้งกู เออ ... เว็บโนเวลไทยเนี่ย เป็นมาตั้งแต่เมื่อก่อนเลยเรื่องการตามกระแส ไม่มีแนวนิยมเฉพาะของตัวเองอย่างชัดเจน กระแสอะไรดังก็เฮโลไปแต่งตามเขา ล่าสุดเป็นแนวระบบเพราะคลั่ง Solo Leveling แล้วควันหลงเก่าๆ ก็ยังมีเพราะเอาสำนวนแปลจีนมาแต่งจนเซตติ้งเพี้ยนไปหมด นิยายแกรี่ไทยมันไม่ต่างกับญี่ปุ่นมากนักหรอก ส่วนใหญ่ขายฝันและพยายามปลดปล่อยความเก็บกดของตัวเองไปในเชิงการใช้ความรุนแรง แนวตัวเอกถ่อยๆ โฉดๆ แบบนิยายจีนมันเลยโผล่มาบ่อยเป็นพิเศษ ขนาดไอ้ตุ๋นกบยังเจอเกรียนด่าว่าทำไมพระเอกโง่ ไม่ยอมทำโหดๆ แบบนี้ ไม่ยอมทำเหี้ยๆ แบบนั้น ไอ้ตุ๋นก็ใช่ย่อยด่าเกรียนว่าพระเอกกูมีเหตุผล มึงแม่งโง่ รออ่านไม่เป็น กูเล่าตอนนี้มึงก็ว่ากูสปอย เลิกอ่านนิยายกูแล้วเดินเข้าส้วมไปยืนคุยกับขี้ในชักโครกโน่น ไอ้เด็กเหี้ย (ศีลเสมอกันดีจริงๆ)

343 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>342

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการใช้โซลเชี่ยลเน็ตเวิร์คของเด็กและวัยรุ่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีก ด้วยความรวดเร็วของการเข้าถึงข่าวสารที่มากเกินไป ทำให้ข้อมูลถูกบริโภคเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน โม่งแถวนี้บางตัวเคยพูดถึงประเด็นนี้ไปแล้ว ว่าด้วยการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตนั้น ทำให้เด็กรุ่นใหม่เป็นพวกใจร้อน รอไม่เป็นและต้องการทางลัด ไม่อยากพยายาม ติดสบายจนเคยตัว ส่วนหนึ่งเพราะบางคนพ่อแม่เลี้ยงมาโอ๋เกินไป คือแม่งพยายามหาทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองจะประสบความสำเร็จและเด่นดัง โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก ไม่ต้องดูที่ไหนไกลเลย ในบอร์ดนักเขียนที่มีแต่เด็กมาขอเคล็ดลับนู่นนี่ ขอชื่อตัวละคร ขอพล็อต หรือตั้งกระทู้ว่าทำยังไงนิยายถึงจะมีคนดูเยอะๆ (มันไม่มีทางลัดแบบนั้นหรอกอิห่า) บ้านเราแม่งใช้เฟซบุ๊กเยอะติดอันดับโลก จากสถิตินี้เองทำให้เกิด "Social Comparison"#1 ซ้ำซากวนเวียนไปไม่รู้จักจบสิ้น ถ้าเอาแค่ในเด็กดี ก็คือเริ่มจากความต้องการอยากเด่นดัง ได้รับการยอมรับ มีผู้คนใจอ่านนิยาย แต่ไม่ได้ดั่งใจหวัง เลยส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบทางสังคมกับนักเขียนคนอื่น จนกลายเป็นบ่อเกิดของโรคซึมเด้า นี่คือพูดถึงแค่ในแวดวงนักเขียนนะ ยังไม่รวมถึงสาเหตุกระตุ้นต่างๆ ในบทความข้างล่างนี้อีก

(#1 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://thematter.co/thinkers/social-media-comparison/70205 )

แล้วนิยายบ้านเรามีอีกอย่างที่ไม่พูดไม่ได้ นั่นคือความมือถือสากปากถือศีลของคนไทย ฉากหน้านี่คือศีลธรรมจรรยาขั้นสุดยอด แต่ฉากหลังนี่ศีลทรามจรรไรชัดๆ นี่อาจเป็นความเก็บกดอย่างหนึ่งแบบไทยๆ ที่ว่าเราถูกสอนไม่ให้พูดเรื่องเพศโจ่งแจ้ง (ปัจจุบันนี่คงไม่มีแล้วมั้งเห็นพูดกันอย่างกับเป็นคำสามัญ) พอโดนห้ามว่าไม่ได้นะ เมืองไทยเมืองพุทธ (ไปตรวจพัทยาแต่ไม่เจอกระหรี่ ถุ้ย!) เรื่องลามกจกเปรตแบบนั้นไม่สมควร พอมาดูในวงการนิยายบ้าง ไอ้เหี้ย... NC 25+++ (เรทอะไรของแม่ง) เขียนหมดทั้งแบบดัดแปลงคำและเขียนแบบหยาบๆ เถื่อนๆ ไม่อายฟ้าอายดิน บางเรื่องอ่านแล้วนึกว่าเข้าเว็บผิดเป็นเว็บ TSS ทีมงานก็แบนบ้างไม่แบนบ้าง แล้วคนแต่งเสือกเป็นเด็กด้วย นี่หรือเด็กดี! (อุทานในอารมณ์เดียวกับ นี่หรือเมืองพุทธ!) โอย... ยิ่งดึกแม่งยิ่งเลอะเทอะไปใหญ่ละกู ข้ามไปหัวข้อใหม่เลยละกัน

Quick Question จากรุ่นน้องท่านหนึ่ง : ถ้าตัวละครแกรี่มากๆ เราใส่จุดอ่อนให้มันแล้วจะถือว่าหายแกรี่ไหม ?

ตอบ : ไม่เลยสักนิด เพราะความสามารถที่โหดสัสของตัวละครนั้นอาจทำให้สามารถป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้าถึงจุดอ่อนนั้นได้ แล้วก็ไม่มีใครบ้าไปไล่บอกจุดอ่อนของตัวเองมั่วซั่วด้วย ไอ้จุดอ่อนประเภทเห็นมะเขือเทศแล้วจะกลัวจนขยับตัวไม่ได้นี่ มีแม่งก็เหมือนไม่มี เพราะถึงขยับตัวไม่ได้ก็ฆ่าพระเอกไม่ตายเหมือนเดิม (หาทางลดความเทพซ่าส์ลงจะดีกว่ามั้ง)

344 Nameless Fanboi Posted ID:UUMGIUkiul

>>343

## ตัวอย่างนิยายแกรี่-ฮาเร็ม ที่เคยถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง ##

อันนี้ต้องพูดถึงหน่อย เพราะมันเป็นเหมือนโพยให้นิยายเรื่องอื่นลอกแล้วเขียนตามเอาเท่าที่นึกออกนะ

เรื่องแรก: To Love-Ru (หรือที่โม่งเรียกกันว่า ทะลักรู) ฮาเร็มแฟนเซอร์วิสรุ่นเดอะที่เซอร์วิสหนักหน่วงได้คลาสสิคมาก พระเอกมีพลังเทพเจ้าฮาเร็มกับสกิลการแต๊ะอั๋งสุดโหด ชนิดที่ว่ากว่า 50% ของเรื่องทั้งหมด ใบหน้าของพระเอกนาม ยูกิ ริโตะ นั้น "ลื่นทิ่มนม ล้มทิ่มจิ๋ม" แทบทั้งสิ้น เป็นของเก่าขึ้นหิ้งของสายฮาเร็มทั้งหลาย (แน่นอนว่าไอ้นี่ก็แกรี่พอตัวเหมือนกัน)

เรื่องที่ 2: Infinite Stratos (หรือที่โม่งเรียกกันว่า ฮาเร็มอิจิกาก) พระเอกเหมือนจะไม่แกรี่แต่แม่งก็แกรี่ ฮาเร็มแฟนเซอร์วิสต้นแบบส่งผลให้เกิดเรื่องแนวเดียวกัน (โรงเรียน+ฮาเร็ม) เกิดตามมาอีกเป็นพรวน เช่น Rakudai Kishi no Cavalry, Gakusen Toshi Asterisk, High School DxD และ Date a live

เรื่องที่ 3: Parallel Paradise (เรื่องนี้ค่อนข้างใหม่ ยูโตะนักเย็ด 2 โลก) พระเอกโดน Isekai'ed ไปลงในโลกที่ไม่มีผู้ชายเหลืออยู่ ถ้าแตะตัวสาวคนไหนปุ๊บแม่งน้ำทะลักพร้อมรบทันที เป็นเรื่องที่เซอร์วิสหนักหน่วงจนสงสัยว่ามึงออกอากาศบนดินได้ไงวะสัส คือแบบว่าไม่เห็นจิ๋มเฉยๆ อะ ทีแรกคิดว่าเป็นแนวเย็ดธรรมดา ที่ไหนได้ปมแม่งน่าสนใจดีมากแถมยังดราม่าด้วย

เรื่องที่ 4: Kaifuku Jutsushi no Yarinaoshi (เรื่องที่กูชอบล้อว่า อะไรก็ได้ ฮิล!) แกรี่สัสหมา เซอร์วิสฉากเย็ด ถึงจะเริ่มแบบอนาถหน่อย แต่หลังจากนั้นคือสมใจสายคิโม่ยอย่างมาก ด้านความแกรี่ก็อย่าให้อธิบาย อ่านเองเดี๋ยวรู้เลย

เรื่องที่ 5: Trinity Seven (อาราตะพ่อมึงตาย) แกรี่กว่าไอ้ข้างบน ถึงจะไม่มีฉากเย็ดชัดเจน แต่ฮาเร็มและเซอร์วิสแบบวาบหวิวทำได้ค่อนข้างดี พระเอกแข็งแกร่งจนถูกวางไว้เป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งจอมมารรุ่นต่อไป

อันนี้แถม: Elf-san wa Yaserarenai (เอามาใส่ด้วยเพราะชอบลายเส้นเฉยๆ) พระเอกแกรี่ไหม แกรี่ในด้านความดวงดีเรื่องผู้หญิง แม่งมีฮาเร็มแบบไม่รู้ตัวซะงั้น ถ้าดูเอาความรู้การออกกำลังกายก็เป็นเรื่องดี แต่ส่วนใหญ่ทำไมดูเพราะความอวบของสาวๆ กันวะ (เจ้าของเรื่องเคยอยู่ใต้ดิน 18+ มาก่อน)

.................................

ก่อนจากกูขอพูดเสริมอีกนิดว่าการแต่งนิยายกระแสไม่ใช่เรื่องผิด แม้เคยมีโม่งตัวนึงเหยียดคนคิดลองแต่งแนวแกรี่ว่า "มันก็เหมือนการลองขายหิ่ไง มันไม่ใช่เรื่องที่มึงแปดเปื้อนไปแล้วจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้" กูว่าแม่งเป็นการเปรียบเปรยที่แรงเกินไป ปัญหามีแค่ว่ามึงจะทำใจแต่งไหวหรือเปล่า ตอนแรกกูทำใจลำบากมาก แต่งไม่ออก จิตใจกูมันต้านตลอดเวลาว่าจะทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด แต่สุดท้ายกูก็ผ่านมาได้นะ ในเมื่อแต่งอะไรที่มันเข้าถึงยากแล้วขายไม่ออก ก็แต่งแนวตลาดดูบ้างคงไม่เป็นไร เป็นการทดลองและศึกษาอะไรใหม่ๆ ไปในตัว ดังคำกล่าวของ Jontron ที่ว่า

"ถ้าสู้ไม่ได้ก็เข้าร่วมแม่งเลย"

ปล. แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองเหลิงจนลืมพื้นฐานล่ะ
ปล.2 เขียนไปเขียนมา ตี 4 สัสเอ๊ย (เริ่มตอน 4 ทุ่ม)

345 Nameless Fanboi Posted ID:cz+kBtL148

>>344 กูขอเสริม reply นี้หน่อย เพราะมะกี้ไปเที่ยว 2chan แล้วเจอผลโหวตที่น่าสนใจมา ดูเหมือนว่าการจัดอันดับนิยายแกรี่+ฮาเร็มจะมีการอัพเดตใหม่ เรื่องที่ได้โหวตสูงสุดคือเรื่องที่กูเคยเลิกอ่านเพราะทนความแกรี่ไม่ไหว นั่นคือ

Isekai Shihai no Skill Taker: Zero kara Hajimeru Dorei Harem

แกรี่เหี้ยๆ เซอร์วิสก็หนักเหี้ยๆ เส้นเรื่องแม่งเลื่อนลอยมาก เพราะมีแค่การทำเควสอัพแรงค์ หาเงินซื้อทาส และสร้างฮาเร็มสาวงาม 100 คน (หรือมากกว่านั้น) ในต่างโลก อยากสัมผัสความแกรี่ที่แท้จริง ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวงว่ะ

346 Nameless Fanboi Posted ID:Ua2qVGu7ue

>>345 อห พมต ยข เรื่องนี้กุเคยอ่านอยู่ แม่งมีทุกอย่างที่นักหลวมต้องการจริงๆ ถ้าแต่งแนวนี้ในเด็กดวกแล้วเด็กเกรียนไม่ถูกใจก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ววะ

347 Nameless Fanboi Posted ID:OWhNY83sLW

ไม่รู้ทำไมจู่ๆกูนึกถึงเรื่องนึงขึ้นมา เป็นการทดลองเอาหนูตัวผู้กับหนูตัวเมียมาอยู่ด้วยกัน นักวิจัยเขารอจนหนูตัวผู้แม่งผสมพันธุ์​กับหนูตัวเมียเสร็จ จากนั้นกูหยิบหนูตัวเมียเก่าออก แล้วใส่ตัวเมียใหม่เข้าไป ตัวผู้​ก็ปี้ต่อ จากนั้นก็วนลูป ใส่ตัวใหม่ลงไปแม่งก็ปี้ปี้ๆๆๆๆๆ จนกระทั่งตัวผู้แม่งช็อกหรือหัวใจวายตายนี่แหละ

กูแอบสงสัย พล็อตแนวนี้แม่งได้แรงบันดาลควยมาจากอีงานวิจัยนี้หรือเปล่า อ่านได้ไม่ถึงตอน ขนลุกเหี้ยๆ

348 Nameless Fanboi Posted ID:wDnc4bkwqW

กูก็ไม่ได้คาดหวังไรนะ จะใช้อะไรก็เรื่องของมึงเถอะ แต่อิแบบนี้กูเสียดายเวลาพิมพ์ รู้งี้ปล่อยผ่านดีก่า

349 Nameless Fanboi Posted ID:WT9XJ4wPEJ

กูแม่งไม่อินแนวแกรี่ฮาเร็มด้วยประการใดๆ ทั้งปวง อ่านแล้วมือจีบทุกที เพราะรู้สึกอึดอัดกับการลดสถานะผู้หญิงไปเป็นวัตถุทางเพศขายเซอร์วิส แต่แปลกที่พอเป็นนิยายจีนแนวตบหน้า พระเอกเทพเก่งแล้วเก่งอีก ม่อเก่ง มีกุ๊กกิ๊กกับสาวบ้าง กูดันอ่านได้ เหมือนแบบ A Will Eternal หรือจางเย่ ซูเปอร์สตาร์ที่กูอ่านไปเรื่อยๆ ได้ หรือเพราะมันไม่มีฉากหน้าซุกนม หน้าซุกจิ๋มด้วยมั้ง

350 Nameless Fanboi Posted ID:u/thTDSqpS

>>349 เพศหญิงพึ่งจะมาทัดเทียมกับชาย ก็เมื่อไม่นานมานี้เอง ในสมัยนั้นเพศหญิงก็ต่ำกว่าชายจริงๆ แบะพวกแนวฮาเร็มและแกรี่มันดันอยู่ในยุคนั้น เลยกลายเป็นแบบนั้นไป ถ้าแต่งให้สถาณะทางเพศเท่าเทียม ก็จะโดนวิจารณ์อีกว่าไม่สมจริง

351 Nameless Fanboi Posted ID:WT9XJ4wPEJ

>>350 คือไม่ต้องสมจริงเท่าเทียมทุกอย่างก็ได้ กูก็ไม่ได้เฟมินิสต์จ๋า pc หนักขนาดจะให้นิยายทุกเรื่องมาเรียกร้องสิทธิสตรี แนวฮาเร็มกูก็ไม่เดือดร้อน แต่มันอึดอัดพวกฉากเซอร์วิสนมเบียดบลาๆ พวกกะหรี่ทัชสกรีนที่น้ำเยิ้มอยากได้พระเอกตลอดเวลา จนเหมือนว่าสมองผู้หญิงทุกคนในแนวแกรี่แม่งกลวงหมด ต่อให้เก่งกาจสามารถแค่ไหนก็โดนเนิร์ฟหมดถ้าเจอพระเอก ก็ในฐานะนักอ่านหญิงมันไม่ฟิน แต่มันยี้แทน

352 Nameless Fanboi Posted ID:BN6oOVu.aS

>>329 ถ้ากุมีเงินกับเวลามากกว่านี้กูก็อยากอ่านมากกว่านี้

ขอเสริมช่วงโม่งมีสาระหน่อยแล้วกัน
ทั้งหมดที่พูดกันอยู่นี่เรียกว่านิยายประโลมโลก
ไอ้ประโลมโลกที่เปิดราชบัณฑิตแปลบอกว่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มันมาจากคำว่า Escapism เอสเคปฟิซึม escape ที่แปลว่าหนีนั่นล่ะ
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Escapism
ในที่นี้คือเราใช้นิยายเป็นเครื่องมือที่ใช้หนีโลกแห่งความจริง
แน่นอนว่ามันเป็นนิยายที่ขายดีทุกยุคทุกสมัย เปิดอ่านมันก็พาเมิงไปสู่โลกอื่น ไม่ต้องคิดถึงโลกใบนี้
พาเมิงหนีจากกฎเกณฑ์ของโลกนี้ ไปพบกับกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น มอบประสบการณ์การเป็น กุนซือมังกรในยุคสามก๊ก นักเยิบต่างโลกหรือลื้มล้มหน้าซุกจิ๋ม

หากมองแบบนี้เมิงจะพบว่านิยายประโลมโลกมีมานานแล้ว โรงเรียนเวทมนตร์นั่นไง พาเมิงไปพบกับโลกใหม่ กฎเกณฑ์ใหม่ที่ไม่มีในโลก แต่สมัยนี้ดูเหมือนคนอ่านต้องการยาแรง ๆ
การไม่ต้องพยายามก็พบความสำเร็จ นางเอกใจง่าย และ ความสามารถเทพ เทพ เทพ ก็คือการหนีจากกฎเกณฑ์ของโลกนี้
อยากได้การยอมรับทั้งที่ตัวเองกลวงเปล่าไม่มีอะไร
เป็นผู้หญิงกลวง ๆ แต่ทำให้พระเอกมาเฟียมาสุดอันตรายมาหลงรัก

ความสำเร็จของแนวนี้จึงอยู่กับว่ามันเป็นเครื่องมือที่ทำให้เมิงลืมโลกที่ต้องทนทุกข์ทรมานในระหว่างอ่านได้ขนาดไหน อ่าน ๆ ไปแล้วต้องย้อนทบทวนตัวเองนี่ผิดแล้วสำหรับแนวนี้ จะไปต้องไปให้สุด

353 Nameless Fanboi Posted ID:cJsmG98RH+

>>351 เรื่องลดคุณค่าผู้หญิง เปลี่ยนให้เป็นวัตถุทางเพศในสื่อบันเทิงนี่กูไม่ค่อยซีเรียสนะ เพราะทางฝั่งผู้หญิงก็มี 'วาย' เป็นของเล่นเหมือนกัน แฟร์ๆกันไป ของเล่นใครของเล่นมัน

แต่ถ้าให้กูพูดจากความเห็นกูที่เป็นคุชอบฮาเร็ม บางเรื่องกูก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนดูถูกว่ะ กะหรี่ทัชกรีนนี่ว่าตามตรงมันขาดเสน่ห์ เหมือนแม่งรู้ว่ากูชอบก็เลยทำลวกๆมาเสริฟ การที่พระเอกจะทำให้ผู้หญิงในเรื่องสักคนมาหลงรักจริงๆจังๆได้เนี่ย ความยากลำบากมันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เพิ่มมูลค่าทางใจชิบหาย ถ้าให้ยกตัวอย่าง re:zero สมมุติว่าเร็มไม่มีประเด็นเคยระแวงหรือฆ่าพระเอกมาก่อน แต่เป็นเจอหน้าปุ๊บถูกชะตา ช่วยงานบ้านแล้วหลงรัก ตอนจบกูคงไม่เชียร์น้องสุดใจและด่าพระเอกที่เสือกบอกว่า "ฉันชอบเอมิเลีย" ขนาดนั้น

>>348 ขอโทษที่ทำมึงหมดรมณ์ ไม่ต่อที่กูพูดใน >>347 น่ะดีแล้ว กูแค่รู้สึกยี้จาก Isekai Shihai no Skill Taker: Zero kara Hajimeru Dorei Harem ที่ลองเข้าไปอ่านจนอยากระบายเฉยๆ

กูขอคุยประเด็นนี้ดีกว่า จากที่มึงบอกว่าแนวแกรี่มันมาจากความกดดันในสังคมปัจจุบัน แล้วถ้าเทียบกับสถานการณ์ตอนนี้ล่ะ โควิท19 ตอนนี้พวกผู้ใหญ่รอบตัวกูแม่งกลับไปเหมือนเมื่อประมาณสิบปีก่อนอีกแล้ว จะพลักดัน(บังคับ)ลูกให้เรียนหมอท่าเดียว หรือไม่ก็ทำงานราชการเพื่อความมั่นคงในชีวิต (กูไม่รู้นะว่ามันเป็นค่านิยมนี้มานานแค่ไหน กูอายุแค่20กว่าๆ) ถ้างี้แกรี่มันจะไม่นิยมหนักกว่าเดิมเหรอวะ? ขนาดในเน็ทคนมันยังพูดๆกันเลยว่าอาชีพที่มั่นคงที่สุดในตอนนี้คือพวกข้าราชการ คือให้ตายยังไงก็มีเงินเดือน

354 Nameless Fanboi Posted ID:UZZYZUhw3Q

>>349 เห็นมึงยกตัวอย่างมาแล้วกุสงสัยอยู่หน่อยๆว่ะ แล้วอย่างหยุนเช่อในเรื่องเทพอสูรพลิกฟ้านี้มึงคิดยังไงบ้างวะ

355 Nameless Fanboi Posted ID:WT9XJ4wPEJ

>>354 มึง เรื่องแบบนี้มันอัตวิสัย มันเป็นความคิดเห็นของบุคคลที่แต่ละคนก็มีเส้นแบ่งไม่เหมือนกันนะ กูก็แค่ความคิดเห็นหนึ่งที่ไม่ชอบนิยายแกรี่ฮาเร็ม เหม็นหีกะหรี่ทัชสกรีนแค่นั้นเอง

356 Nameless Fanboi Posted ID:d5sa2wYISV

>>349 +1 กูว่าน่าจะเพราะผู้หญิงในเรื่องซูเปอร์สตาร์ ไม่ค่อยเล่นด้วยส่วนหนึ่ง ประกอบกับฉากไม่ได้เซอร์วิสหนักขนาดนั้น แถมนานๆโผล่มาทีด้วย โดยเฉพาะช่วงหลังๆนี่ไม่ต้องพูดถึงจางเย่แต่งงานมีลูกไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ส่องสาวอีกต่อไป

357 Nameless Fanboi Posted ID:KKuXbbCfs8

พอเห็นประโยคนี้ "ถ้าสู้ไม่ได้ก็เข้าร่วมแม่งเลย" แล้วนี่ รู้สึกเจ็บลึกๆ เลยแฮะ ส่วนหนึ่งคงเพราะกูเป็นประเภทกินถั่วงอกในก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่กินถั่วงอกเมนูอื่น คือต่อให้วัตถุดิบเหมือนกัน แต่วิธีทำต่างกันคือวางไว้เฉยๆ ไม่กิน ไม่แตะ ไม่สัมผัส ถ้ามีบ่อลาวาเป็นทางเลือกว่ามึงจะกินไม่กิน กูก็เลือกโดดลงบ่อแทนนั่นแหละ บางคนอาจคิดว่า แม่งงี่เง่าชิบหาย ยอมตายแทนกินเพื่อให้มีชีวิตรอดเนี่ยนะ เออ กูเป็นพวกงี่เง่าแบบนั้นเลย ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้วในใจพวกมึงคิดแล้วว่า ไอ้เชี่ยนี่แม่งพล่ามไรของมัน เอาล่ะๆ อย่าพึ่งยกไม้หน้าสามกับป้ายสำนักมา ใจเย็นก่อน กูจะเข้าประเด็นในอีก สาม สอง ห…

อย่าพึ่งเข้าใจว่ากูเกลียดมันหรือต่อต้านมัน กูแค่ไม่ชอบ เห็นหรืออ่านผ่านๆ ได้ไม่มีปัญหา ให้ไปแต่งเองให้ตายไงก็ไม่เอา
แน่นอนกูไม่ใช่นักแต่ง นักเขียนฝีมือดี การวางการเขียนเลยออกมาในระดับที่ตัวเองทำได้ เป็นพวกเขียนสวนกระแสนิยายสูตรสำเร็จยุคปัจจุบัน ไม่ได้สนยอดคนอ่านยอดคอมเม้น [มีคนชมนิดหน่อยก็ดีใจตายห่าแล้ว] แต่งตามใจอยากไปเรื่อย จนวันหนึ่งกูมานั่งคิดๆ ดู ไอ้แนวสูตรสำเร็จก็มีแต่มากขึ้น มากขึ้น สไตล์งานที่อยากอ่านก็หายากหาเย็นขึ้นทุกวัน อยากลองเข้าใจว่าอะไรทำให้คนเราชอบนิยายสูตรสำเร็จมากขนาดนั้นวะ เลยลองจับปากกามานั่งมโนเนื้อเรื่อง (โดยปกติกูเขียนแนวเครียดกึ่งเรียล ตัวละครทุกตัวมีความคิดเป็นของตัวเอง [ถึงบางทีกูจะแต่งไปเกาหัวแกรกๆ ไปว่าถ้ามึงทำงั้นในชีวิตจริงนี่ไม่แคล้วได้เข้าคุกโดนประหารแน่นอน] ตัวเอกเจ็บถึงตายกันเป็นเรื่องปกติ)
ผลคือ… คิดโครงเรื่องได้ แต่ไม่มีใจเขียนต่อ ไม่เข้าใจว่ามันกลวงอยากได้***ขนาดนี้ ตรงไหนกันที่ทำให้คนชอบ หรือสกิลมโนกูต่ำ หรือแนวที่แต่งประจำมันตรงข้าม ใจเลยกลัวว่าข้ามไปแล้วจะกลับมาเขียนเรื่องหลักให้เหมือนเดิมไม่ได้

สรุปแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังทำใจให้เขียนออกมาไม่ได้ ศีลธรรมการให้เกียรติชายหญิงเป็นสิ่งที่กูทำใจสะบันไม่ลงจริงๆ ยังไม่นับเรื่องความลัคกี้แมน/วูแมนที่ปูมาตั้งแต่เริ่มเรื่องจนน่าตงิดใจ ยกเว้นว่ามึงจะดวงดีมาตั้งแต่เกิดจนชาวข้างบ้านรู้กันหมดทุกคน ถ้าเป็นแบบนี้นี่ไม่แปลกใจเลย

…………จบบทพล่ามของกูผู้ทำใจยอมรับนิยายกระแสนิยมไม่ได้ อาเมน

358 Nameless Fanboi Posted ID:0UFZOkylry

กูที่บ่นเรื่องก๊อปชื่อนิยายไว้เมื่อคืนนี้นะ มาเล่าเรื่องให้ฟังต่อละกัน จริงๆ กูก็โม่งแตกในนี้ไปหลายรอบละชักจะโนสนโนแคร์โนแยแส

คือนิยายเรื่องนั้นเอาชื่อนิยายกูไปทั้งดุ้นเลย แบบไม่แก้ไขใดๆ เลยแล้วเอาไปเป็นแฮชแท็กนิยายตัวเอง กูเลยส่งหลังไมค์ไปให้เอาลง เพราะกูไม่รู้เจตนาละว่าจะเลียนแบบ จะโหนกระแส (เพราะนิยายกูดังกลางๆ) หรืออยากสร้างความสับสนเหี้ยอะไร แต่ที่แน่ๆ คือใช้ตัวสะกดเหมือนกูทุกตัว นิยายหมวดเดียวกัน แนวเดียวกัน ส่วนย่อยต่างๆ ก็คล้ายกันไปหมด พอกูเตือนไปนางกริบ ไม่ตอบ ไม่ลบ กูเลยส่งหาทีมแบนเด็กดี และนี่คำตอบที่กูได้รับนะสหายโม่ง

https://i.imgur.com/sgyFRbD.jpg

กูย้ำอีกครั้งนะ แฮชแท็กที่มันใช้คือแปะบนชื่อเรื่อง และเขียนเหมือนกูทุกตัวอักษร หลังจากปรึกษากับเพื่อนนักเขียนด้วยกัน กูเลยต้องจบที่การแฉลงทวิต บวกกับประกาศในหน้านิยาย พอแฉปุ๊บเจ้าตัวยอมลบเรื่องเลยค่า ตอนแรกขอให้เอาออกก็ไม่ยอมเอาออกนะ แต่ที่แน่ๆ การตอบของเด็กดีแม่งผีมาก นิยายกูอาจไม่ดัง ไม่ล้านวิวก็จริง แต่สิ่งที่มึงตอบมาไม่ได้สร้างความมั่นใจให้กูเลย การ ignorant ก็เหมือนสนับสนุนความมักง่ายของเด็กป่ะวะ เว็บมึงมีนิยายเป็นล้านอยู่แล้ว มึงไม่แคร์กูหรอก บาย ลาก่อน กูไปอยู่ในที่ทึ่แคร์กูดีกว่า

359 Nameless Fanboi Posted ID:CDCtgWm135

>>357 เห็นด้วยทุกประการ กูไม่สามารถลงมือเขียนสิ่งที่ลดทอนคุณค่าของเพศหญิงได้ กูไม่มี mindset ของพวกที่อยากดีดนิ้วแล้วประสบความสำเร็จทุกอย่างเพราะชีวิตกูกว่าจะได้แต่ละสิ่งมานั้นต้องใช้ความพยายามเสมอ

360 Nameless Fanboi Posted ID:BN6oOVu.aS

>>358
กุว่ามัน copy ฟอร์มที่ใช้ตอบเมิงมาผิดว่ะ
แทนที่จะใช้อันที่ตอบชื่อเรื่องดันไปคัดลอกเอาที่ตอบเรื่อง #

361 Nameless Fanboi Posted ID:WT9XJ4wPEJ

เด๋อด๋ามากันอีกละ ฟลัดกระทู้รัวๆ คนอวยไอพีเดียวกับคนตั้งมู้ แต่ที่อยากรู้คือมิรินด้าลบอะไรออกไป
https://www.dek-d.com/board/view/3976973/
https://www.dek-d.com/board/view/3976977/
https://www.dek-d.com/board/view/3976979/

362 Nameless Fanboi Posted ID:1h85tUAJIZ

>>361 เดี๋ยวๆ มึงรู้ได้ไงว่าคือมิรินด้าลบ

363 Nameless Fanboi Posted ID:WT9XJ4wPEJ

>>362 ดูคอมเม้นท์ล่าสุดในหน้าเว็บในคอมมันบอกว่ามิรินด้าเม้นท์เมื่อ 2 ชม.ก่อน พอเข้าไปแล้วเจอคอมเม้นท์ถูกลบ เลยสรุปเอาว่าน่าจะเป็นมิรินด้า

364 Nameless Fanboi Posted ID:89mw06LQfw

>>361 กูทันเห็นๆ มิรินด้ามาแหกนางประมาณว่าถ้าจะโฆษณานิยายเรื่องเดียวกัน ตั้งกระทู้เดียวพอมันดันคนอื่นประมาณนี้ แล้วก็แหกว่าเด็กดวกดูไอพีได้นะ ใช้คำพูดแบบแรงๆ แซะๆ หน่อยอะ เสียดายไม่ได้แคปไว้ไม่นึกว่านางจะลบ

365 Nameless Fanboi Posted ID:a3TwHIsmqQ

>>364 อิป้าไหวตัวเร็วขึ้นนะ ถ้าปล่อยเม้นต์ไว้โดนโม่งกระหน่ำกระซวกแน่นวล คนมีคดีเก่าถถถ

366 Nameless Fanboi Posted ID:YGwUCbLyKn

โคนวย : ป้าแม่งอาจแฝงตัวอยู่ในหมู่พวกเรานี่แหล่ะ!

367 Nameless Fanboi Posted ID:OSKBoghrXW

>>364 ลบทำไมวะ เก่งแต่ปากนี่หว่า 555

368 Nameless Fanboi Posted ID:BN6oOVu.aS

กุเห็นใจนางว่ะ ปิดเทอมยาวนาน
บอร์ดเด็กดวกโคตรป่วย
อ่านแล้วปวดจิต
คาดว่าสติแตกเลยด่าออกมา

เพราะกุก็เป็น แต่กุไม่พิมพ์

369 Nameless Fanboi Posted ID:m+SgjgHQno

>>353 เรื่องนี้มันเป็นค่านิยมเก่าแก่มากแล้ว ถึงไม่มีโควิดมันก็เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ว่าคนรุ่นเก่าอยากให้ลูกหลานเป็นหมอเป็นข้าราชการ คือมองกันแค่ว่าหมอเนี่ย เป็นอาชีพที่ดูดีมีเกียรติ เงินเดือนค่าตอบแทนอะไรก็สูง โดยที่หารู้ไม่ว่าชีวิตการทำงานเหนื่อยสัสๆ ถ้าทำงานโรงพยาบาลรัฐก็ต้องคอยรับผู้ป่วยหลักร้อยเคสในแต่ละวัน จำนวนบุคลากรต่อจำนวนผู้ป่วยแม่งไร้สมดุลสิ้นดี (อันนี้ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องตกเบิกอีกนะ คิดแล้วกูอยากจะร้องไห้)

ส่วนพวกข้าราชการนี่ มันมองได้หลายแง่ ทั้งเรื่องเงินเดือนที่ค่อนข้างชัวร์ซึ่งจะมากน้อยก็ตามแต่ตำแหน่ง ข้อดีคือถ้าเป็นข้าราชการบรรจุแล้วครอบครัวก็จะได้สวัสดิการต่างๆ เพิ่มจากคนทั่วไป ทั้งเรื่องการยกเว้นบางอย่างและการเบิกตรงได้ การอำนวยความสะดวกแบบที่เรารู้ๆ กันอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้มันก็มีหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องงบประจำปีที่ต้องหาทางใช้ให้หมดแม้จะไม่มีโครงการพัฒนาอะไรในปีงบประมาณนั้น คือยังไงดีวะ ขนาดตำแหน่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีชุดสีกากีใส่ ก็ทำให้รู้สึกว่าดูเป็นคนมียศมีตำแหน่งได้แล้ว เทียบเป็นสมัยโบราณก็เหมือนเป็นคนของทางการ เป็นขุนนางแม้จะเป็นชั้นผู้น้อยก็เถอะ ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของหน้าตาทางสังคม ยิ่งถ้าเป็นข้าราชการที่ตำแหน่งใหญ่ มันก็ทำอะไรได้เยอะขึ้น แล้วการคอรัปชั่นนี่ก็ด้วย มันทำให้คนที่มีตำแหน่งสามารถหากินจากช่องโหว่และอำนาจที่ตัวเองมีอยู่ ถ้าไม่ได้ทำเรื่องเหี้ยจัด, โกงกินแบบโง่ๆ จนถูกจับได้ หรือถูกประจานชนิดดิ้นไม่หลุด มันก็หากินได้ยาวๆ โอกาสตกงานน้อยมาก

ส่วนเรื่องสถานการณ์ในตอนนี้มันทำให้นิยายแกรี่โผล่มามากขึ้นอีกไหม กูว่ามันไม่เกี่ยวแล้วว่ะ เพราะทุกวันนี้แนวแกรี่มันกลายเป็นแนวนิยมจากการเป็นกระแสด้วยตัวมันเอง มันเลยจุดๆ นั้นมานานแล้ว ปัจจุบันคือการทำตามกระแสเพราะแค่เห็นว่ามันขายได้ หรือเลียนแบบงานเขียนที่ตัวเองไปเสพมาแล้วคิดว่าสนุก ก็เลยทำตามเพื่อขายให้คนประเภทเดียวกันมาซื้ออีกที กูให้อย่างมากที่สุดก็จุดประกายได้แค่พล็อตใหม่ๆ ที่โหนกระแสจากโรคระบาดและการถูกจำกัดการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น อาจมีคนคิดพล็อตหมอรักษาโควิดให้ชาวบ้านจนติดเชื่อตายห่า Isekai'ed ไปเกิดใหม่ในโลกแฟนตาซีเลยใช้ความรู้ที่มีเปิดคลินิก ทำร้านขายยา หาทางป้องกันไม่ให้โรคระบาดยุคกลางแพร่กระจาย ฯลฯ แล้วก็อาจมีอีกพวกเขียนถึงคนที่อดตายหลังจากเศรษฐกิจภายในประเทศพัง เขียนถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคม คนฐานะปานกลางลงไปจนถึงรากหญ้าแม่งแทบอยู่ไม่ได้ ส่วนคนรวยหรือพวกมีตำแหน่งใหญ่โตมีเงินทองมากมายไม่เดือดร้อน เอาตัวรอดได้สบายแม้ว่าประเทศชาติจะชิบหายเพียงใด พอทุกอย่างหยุดชะงักก็เกิดการจลาจล ปล้นฆ่า เป็นวงกว้างหรืออื่นๆ อะไรทำนองนี้อะ

>>357 ถ้าทนแต่งแนวผู้หญิงใจง่ายไม่ไหว ก็ไปแต่งเพียวแกรี่ก็ได้ คือเน้นแค่ความเทพซ่าส์ของตัวเอง โดยไม่ต้องไปโฟกัสกับเรื่องผู้หญิงให้มาก อาจมีมาร่วมตี้บ้าง เอาไว้ Hype เวลาพระเอกโชว์เทพ ปักธงแล้วหักทิ้งชิ่งหนีหลังจบงานก็ดูโอเค นักอ่านสายนี้ในเด็กดวกมันก็มีเยอะอยู่ ประเภทมาเสพความส้นตีนของนิสัยพระเอก ความโหดดิบเถื่อน การแก้แค้นและฆ่าแม่งอย่างไม่สนใจเหี้ยไร บางสายมาเป็นพวกพระเอกแอบซ่อนความเทพเอาไว้แล้วชักใยบงการตัวละครอื่นอยู่เบื้องหลัง เป็นสายซุ่มแกรี่นะแต่ไม่แสดงออก (เช่นเรื่อง "อยากเป็นพลังในเงามืด") มันมีตัวอย่างเรื่องที่แต่งแนวนี้อยู่ในกลุ่มมังงะที่เน้นแค่การขายความเทพและ Badass moment ของตัวละครเอกเป็นหลัก ซึ่งถ้าพวกมึงเคยสังเกตกันดู ไม่รู้เป็นเหี้ยไร ชอบมีคำว่า "ปราชญ์" อยู่ในชื่อเรื่อง (จนมีโม่งเคยแซะนิยายของไอ้ยูริไปเมื่อครั้งกระโน้น) ตัวเอกเก่งเทพทั้งจากพลังของตัวเองและการเนิฟสมองกับความสามารถของศัตรู จนทำให้เมื่อเห็นคำว่าปราชญ์ทีไร ก็มักจะอคติไปก่อนเสมอว่าแม่งแกรี่แน่ๆ

370 Nameless Fanboi Posted ID:m+SgjgHQno

>>369

ความนิยมของชาวเกาะต่อนักปราชญ์มีที่มาจากสายอาชีพในเกม RPG เก่าๆ ซึ่งน่าจะเริ่มแพร่หลายผ่านเกมชื่อดังอย่างดราก้อนเควส, ไฟนอลแฟนตาซีภาคแรกๆ เพราะอาชีพปราชญ์ในเกมเหล่านี้สามารถใช้เวทใหญ่ได้ทั้งมนต์ขาวและมนต์ดำ แถมสามารถผสานเวทมนตร์เป็นคอมโบได้ด้วย สุดท้ายอาชีพเชี่ยนี่ที่ปกติมี Lore ประจำตัวว่ารอบรู้ทั้งภูมิปัญญาแห่งโลกและมหาเวทโบราณหลายขนาน เลยกลายมาเป็นตัวแทนของความแกรี่ไปซะงั้น แล้วพอเอาตัวละครมาเกิดใหม่ด้วยความทรงจำเดิมที่ชำนาญเวทมนตร์ บวกเข้ากับการฝึกต่อสู้กายภาพด้วยวิชาดาบ เท่ากับว่าแม่งตัวเอกเลยเก่งทั้งสองสายแบบไร้จุดอ่อน เทพแบบวัวตายควายตะลึง ไล่ฆ่าศัตรูเหมือนเป็นมดปลวก สะใจน้องเกรียนที่ตามอ่านด้วยความสนุกสนานไปเลย ถ้าอยากรู้ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่แกรี่นักปราชญ์ เดี๋ยวกูจะ list ให้พวกมึงไปลองเสพกันดู จะได้รู้ว่าทุกวันนี้มันต่ำตมไปถึงไหนกันแล้ว

1) Rakudai Kenja no Gakuin Musou : (ชื่อโดยชาวโม่ง) "ปาดแรงค์เอสเกิดใหม่ยุคเวทกาก" นักปราชญ์ธาตุสายฟ้าเกิดใหม่โลกเดิมในอีก 400 ปีให้หลัง เวทมนตร์โหดๆ ถูกลืมไปเกือบหมด ชาวบ้านใช้เวทได้เจ๋งสุดแค่ระดับ 4 แต่ไอ้เด็กอายุ 15 นี่ฝึกทั้งดาบใช้ทั้งเวทโบราณระดับ 10 (ที่ตัวเองคิดค้นไว้ในชาติก่อน) แรกๆ มีการฝึกให้น่าเอาใจช่วย แต่หลังจากตอนที่ 3 เป็นต้นไปก็แม่งลงเหวลงห้วยแบบกู่ไม่กลับ

2) kenja no mago : (ชื่อโดยชาวโม่ง) "หลานปาด" หนึ่งในนิยายแนวปาดที่เซอร์วิสชีวิตดี๊ดีของพระเอก เกิดใหม่ต่างโลกมีจอมปาดรับเลี้ยงไว้พร้อมกันสองคน ใช้ตัวอักษรญี่ปุ่นเขียนทับเพื่ออัดพลังเวทใส่สิ่งของเพื่อสร้างไอเท็มโคตรเทพใช้เองได้ พลังเวทมนตร์มีไร้ขีดจำกัด ด้วยความที่เนื้อเรื่องกากเกินช่วงท้ายๆ เลยจอดไม่ต้องแจว

3) Tensei Kenja no Isekai Life : (ชื่อโดยชาวโม่ง) "เกิดใหม่เป็นปาดแก่ง" พระเอกหน้าตาเมากัญชาตลอดเวลา มึนๆ อึนๆ ถามคำตอบคำ แต่มีพลังเวทเยอะขั้นพระเจ้า แกรี่หนักจนเหมือนกลายเป็นการ์ตูนแก๊ก ที่ขายขำจากรีแอคชั่นสีหน้าตื่นตกใจของชาวบ้าน หลังได้เห็นพลังโคตรอภิมหาเทพของไอ้ปาดคนนี้

4) Shikkaku Mon no Saikyou Kenja : (ชื่อโดยชาวโม่ง) "ปาดเทพเกิดใหม่เอาตรากาก" เริ่มเรื่องแบบ คลิเช่ Wuxia คือเกิดมาเป็นปาดมีตราสายเวทที่โหดสัสแต่พัฒนาต่อไปไม่ได้แล้ว แบบว่าแม่งพิชิตทั้งโลกเรียบร้อยเลยหาทางขึ้นไปบวกกับสัตว์ประหลาดบนอวกาศต่อ (ห๊ะ?) ทว่าพลังของตราสุดยอดมันมีขีดจำกัดทำให้ขึ้นไปสู้ในอวกาศไม่ไหว เลยแม่งจงใจฆ่าตัวตาย แล้วตรงมาเกิดใหม่เป็นเด็กที่มี "ตราไร้ค่า" พลังเวทต้อยต่ำให้คนดูถูกเล่น ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วตราเหี้ยนี่พัฒนาขึ้นไปได้เรื่อยๆ อย่างไม่มีขีดจำกัด (เพื่อให้สุดท้ายจะได้เทพสัสจนขึ้นไปลุยบนอวกาศได้ไหว) ความแกรี่มันก็เหมือนเกิดใหม่เรื่องอื่นๆ คือเกิดมาความทรงจำเดิม รู้เวทเดิม มีพลังเวทเท่าเดิม แม่งเลยโกงเหี้ยๆ ชีวิตวันๆ มีแต่โชว์เทพปักธง ใช้ความรู้เดิมสร้างอาวุธ-ชุดเกราะความสามารถระดับสมบัติประเทศออกมาใช้เรื่อยๆ เปิดตัวปีศาจเก่งๆ เท่ๆ มาเพียงเพื่อให้พระเอกฆ่าเล่นอย่างเสียของ เรื่องนี้มันแกรี่ขนาดที่ว่าในช่องคอมเมนต์ของตัวมังงะ แม่งมีแต่คนสงสารฝั่งปีศาจว่าคราวนี้จะตายแบบไหนอีกวะ บางส่วนถึงกับช่วยลุ้นให้ตายแบบไม่ทรมาณ รูปแบบก็ซ้ำซากมาก คือเปิดตัวปีศาจที่ดูเทพ ยิงพลังใส่พระเอกจนได้แผลเล็กน้อย โดนพระเอกใช้มหาเวทสวนกลับ ชะตากรรมปีศาจจบลงด้วยไม่ตายก็อาการร่อแร่แล้วโดนตามฆ่า นอกจากนั้นก็คือเดินสายทำเควส แก้ปัญหา หรือสร้างบุญคุณกับทางศาสนจักร ราชวัง และกลุ่มการค้า (เอาไว้เป็นใบเบิกทางให้ทำอะไรได้ง่ายขึ้น สัส... เอาแม่งทุกทางจริงๆ) คือมึงอ่านไปแล้วแทบจะไม่ต้องลุ้นว่าพระเอกจะแพ้อะ กลายเป็นเดากันช่วงต่อช่วงว่าศัตรูจะแพ้แบบไหน ตายแบบตัวระเบิดหรือหัวขาด อะไรงี้แทน

ซึ่งนอกจากทั้ง 4 เรื่องที่โด่งดังด้านความแกรี่ชุดนี้แล้ว ยังมีเรื่องที่มีคำว่า Kenja ติดมาในชื่ออีกมากมาย จนกลายเป็น Filter ให้กูไม่เข้าไปอ่านนิยาย/มังงะ เรื่องนั้นเด็ดขาดหากมีคำว่า "ปาด" ติดอยู่ด้วย เพราะเดาได้เลยว่าแม่งแกรี่แน่นอนไอสัส

เอ้อ... วันนี้มีคนส่งข้อความลับไปหากูในเด็กดวกว่าอยากให้แนะนำเกี่ยวกับการแต่งนิยายแบบแกรี่ไปให้สุดทาง กูเลยคิดว่าจะ Summary ตัวนิยายของเรื่อง Isekai Shihai no Skill Taker: Zero kara Hajimeru Dorei Harem ออกมาคล้ายตอนพูดถึงเรื่องพี่คนจีนแต่เสือกชื่อวีน่อม คิดเสียว่าเป็นการวิเคราะห์นิยายส้นตีนประเภทนี้ว่ามันแกรี่ได้ขนาดไหน ทำไมถึงมีคนชอบนัก ถือว่าสับย่อไปด้วยในตัว ส่วนวันนี้ นอนก่อนละ

371 Nameless Fanboi Posted ID:FOUfCnGH2t

กูเขียนนิยายมานาน ตั้งแต่สมัยม.ต้น แต่ไม่เคยเข้าบอร์ดเลยว่ะ ยกเว้นเข้าไปดูที่พวกมึงแปะให้ กูว่าแม่งโคตรไร้สาระเลย เที่ยวมาขอให้ตั้งชื่อ มาโปรโมทโน่นนี่นั่นน่ารำคาญ ยิ่งไปขอชื่อโคตรปัญญาอ่อนเลย ขอพล็อตยิ่งแล้วใหญ่ พวกในบอร์ดเคยมีใครแต่งนิยายดีๆออกมาได้บ้างป่ะวะ

372 Nameless Fanboi Posted ID:WxSmUGnnPa

>>371 บอร์ดสมัยก่อนมันยังพอมีพวกเก่งจริงอาศัยอยู่นะ แต่ด้วยการเพราะไม่ค่อยโอ๋เด็กใหม่เลยโดนมองว่าอวดเบ่งบ้าง มาเฟียบ้าง สัดส่วนกระทู้ที่เป็นประโยชน์จริงๆ กับกระทู้ไร้แก่นสารมันยังมีพอๆ กันอะ ถ้าให้กูเล่านี่ ช่วงนั้น วันๆ นึง จะมีกระทู้แชร์เทคนิค พูดคุยเกี่ยวกับงานเขียนต่างประเทศ กับกระทู้บทความจากทางเว็บโผล่มา (โดยเฉพาะของพี่น้อง เขาทำไว้ดีมาก) กระทู้แบบนี้จะมีอยู่ราว 50% ที่เหลือคือกระทู้พูดคุยสัพเพเหระที่เกี่ยวกับนิยายแบบอ้อมๆ อีก 40% (พวกกระทู้ที่ขึ้นกรอบนำชื่อกระทู้ว่า [รก], [มะกรูด], [อวด], [ระบาย]) ส่วน 10% สุดท้ายคือกระทู้นักข่าว มันจะมีอยู่ 2 คน ที่แชร์ข่าวบ่อยจนเกิดดราม่ามาแล้วหลายรอบ (แต่ก็ยังได้ไปต่อ) คือกระทู้แชร์ข่าวสารรอบโลก กับกระทู้แชร์ข่าวเกี่ยวกับสำนักพิมพ์ที่กำลังรับต้นฉบับ

พอมาดูตอนนี้แล้วแม่ง พวกที่เคยตอบกระทู้แล้วเอาไปใช้งานได้จริงเหลือน้อยมาก บางคนมาตอบบ่อยแต่ดันเป็นพวกเซเลปวอนนาบี คำพูดคำจานี่ดูดีแต่ถึงเวลาจริงๆ เอาไปใช้ยาก ตอบคำถามด้วยคำถามก็บ่อย มีแต่เด็กเห่อม๋อยมาตั้งกระทู้ถามนู่น นั่น นี่ แล้วนักเขียนที่เป็นดาวเด่นสมัยก่อน กับนักเขียนชื่อดังก็โผล่มาพูดคุยในกระทู้ที่มีสาระบ้างนานๆ ครั้ง เช่นนามแฝง จิ้ง (คนแต่งเรื่องคิวบิกกับโซเคนโย) ลูเซีย (สายแฟนตาซีเก่าที่ไปได้ดีในสายรักหวานแหวน) ตาบอม (เจ้าของเรื่อง ระวังแพนกวิ้นดุ กับนิยายฮาเร็มต่างๆ) ท้องฟ้า (คนแต่งเรื่อง LAS กับ All Online) พวกขาประจำรุ่นเก่าหรือยามเฝ้าบอร์ดที่มีของติดตัวก็มีโผล่มาบ้างประปราย คนล่าสุดที่เจอก็คือหลับปุ๋ย (คนแต่งเรื่องรูบิคใบ้แดก) ที่มาตอบกระทู้ไอ้เล่าโปกจนเจ้าตัวถึงขั้นเงิบแดก สาเหตุที่สมาชิกเหล่านี้โผล่มาแค่นานๆ ที คือบอร์ดโดนทั้งพวกเด็กเกรียนและแก๊งค์คุณนายจิบชายามบ่ายเข้ายึดเป็นพื้นที่ มันเลยไม่น่าเข้ามาเล่นเหมือนสมัยก่อนแล้ว

พวกในบอร์ดปัจจุบันที่แต่งนิยายดีๆ นั้นมีไหม ถ้าเอาแค่ "ดี" ไม่ใช่ "ดีมาก" กับ "ยอดเยี่ยม" ก็มีอยู่นะ หลายๆ คนที่พวกมึงเคยกระแนะกระแหนนั่นก็มีผลงานกันอยู่พอสมควร เช่น อีโฮบ (เท่าที่กูไปส่องมารายนี้เหมาะกับสายนางร้าย) นิยายขายดีพอสมควรและมีพื้นฐานแน่น หรืออีกคนที่ชื่อ Ayu ไรซักอย่างจำไม่ได้ อันนั้นแม่งสายขยัน แต่งเยอะ แต่งยาว แต่งจบแล้วขายเรื่อยๆ เสียดายที่ใช้ชี้วัดด้านอื่นไม่ค่อยได้เพราะแต่งแนววาย จำนวนคนอ่านเลยแม่งเยอะเป็นปกติ สำหรับพวกคำพูดระดับตำนาน ผลงานระดับตำบล พวกมึงก็คงเห็นกันมาเยอะแล้ว บางคนแนะนำเนียบกริ๊บแต่งานจริงๆ ดันอ่านแล้วก็งั้นๆ ค่อยไปทางกาก แล้วแม่งมีอยู่หลายตัวด้วยนะที่โดนสับนิยายไปแล้ว ถ้าลองตามไปอ่านจริงๆ แล้วแม่งจะเข้าใจเลยว่า "คนที่สอนเก่งอาจไม่ได้ทำเก่งเสมอไป" ที่แย่ไปกว่านั้นคือ "มาบ่อย อยากเด่น แต่ดันสอนกากแล้วผลงานเสือกกากกว่าอีก" อย่างน้อง หีมะ แดงมะนาวมาโซ วัชชาเซ (aka นักจิต) ไรพวกเนี๊ยะ

ช่วงนี้กูตอบความเห็นยาวแล้วพวกมึงไม่เห็นโผล่มาแชทกัน เกิดอะไรขึ้นวะ หรือว่ายาวไปไม่อ่าน กูจะได้เลิกตอบแบบนี้ (ไม่ก็เปิดเทอมกันแล้ว ?) เหมือนจะไม่ได้คิดไปเองอะว่าโม่งในนี้คุยกันน้อยลงมากเลย มีใครตอบคำถามนี้ได้มั่งวะ

373 Nameless Fanboi Posted ID:sA563oidnm

กูเข้ามานึกว่ามู้โดนล็อค แม่งเงียบเป็นป่าช้า เกิดไรขึ้น

374 Nameless Fanboi Posted ID:LLE5p9mZzE

>>373 กูนี่สงสัยว่ามันใช้ส่วนขยายกันสแปมกันรึเปล่า ถึงได้ไม่เห็นความเห็นกู (เพราะกูพิมพ์ยาว) หรือมีเรื่องอะไรให้ไปใช้ชีวิตกันนอกโม่ง (ซึ่งก็ดีแล้ว)

375 Nameless Fanboi Posted ID:kaAzW0M6aK

ก่อนมึงโพสต์ยาว โม่งส่วนนึงลงความเห็นว่าควรปล่อยมู้ร้างไว้นานๆเพราะรำคาญโทรลว่ะ

376 Nameless Fanboi Posted ID:LLE5p9mZzE

>>375 เวรจริง เจอโทรลก่อกวนจนมู้ร้างนี่เอง... ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูสับรอไว้ เวลาพวกแม่งกลับมาจะได้มีไรอ่าน

377 Nameless Fanboi Posted ID:BAjGHKqN/4

>>372 มึงเมาล่ะ คนเขียนคิวบิกกับโซเคนโยคือพี่แบงค์ ส่วนพี่จิ้งเป็นอีกคน พี่แบงค์ตอนแรกงานหลักเป็นนักเขียนการ์ตูนของสยามอินเตอร์ แต่สนพ.แม่งลอยแพการ์ตูนไทย พี่จิ้งนี่นักเขียนมืออาชีพสัสๆเขียนแม่งทุกแนวขายออกทุกแนว

378 Nameless Fanboi Posted ID:gfoWrwg8D9

พิมพ์อะไรเยอะ ๆ แล้วมีใครสนใจ มันก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะ กูเข้าใจ

ความเห็นเรื่องบอร์ดเด็กดวกของกูคือ กูเข้าไปดูคนด่ากันเป็นความบันเทิง ไร้การประเทืองสติปัญญา และกูสิ้นหวังกับมันไปแล้วโดยสิ้นเชิง

ส่วนในโม่ง กูเข้ามาดูพวกมึงกัดกันและหาสาระไปด้วย บางทีก็ฟังเพลง แถมยังแสดงสันดานดิบได้อีกด้วย โดยไม่ต้องสนหีแตดใด ๆ มีทุกอย่างที่ดีต่อใจ

379 Nameless Fanboi Posted ID:LLE5p9mZzE

>>377 เออแม่ง กูจำผิดเอง จำสลับกันซะงั้น แต่ที่แน่ๆ คือสองรายนี้ฝีมือดีมากทั้งคู่

380 Nameless Fanboi Posted ID:maBUSqa56R

https://writer.dek-d.com/loverosy2518/story/view.php?id=2103136

กูอ่านชื่อนิยายมันแล้วงง นิยายซ้อนนิยาย? แถมมีขอโทษเจ้าของเรื่องด้วย กดเข้าอ่าน ฉากคืออะไรของแม่ม ตอนนี้กูแบบ อะไรของแม่งวะ? กูไม่น่ากดเข้าไปอ่านเลย งงสัด ใครเข้าใจก็ช่วยบอกกูทีนะว่านิยายซ้อนนิยายของแม่งคืออะไร

381 Nameless Fanboi Posted ID:idBQdp6isP

เจ็บใจ โม่งโดนรังแก ข้าจะเผาเมืองเด็กดวกให้มันวอดวาย...

382 Nameless Fanboi Posted ID:BYgwxR..+3

>>373 อ่านที่เมิงพิมพ์ยาว ๆ ไม่มีอะไรแย้งไม่มีอะไรเสริมกุก็เงียบ ปรกติกุก็อยู่เงียบ ๆ อยู่แล้ว
พอไม่มีประเด็นอะไรก็นั่งแก้นิยายไปไม่จบไม่สิ้น
ยิ่งบอร์ดเด็กดวกประสาทแดกแบบนี้กุแค่หายใจไปอ่านไปกุก็รู้สึกเหนื่อย
ปรกติยังมีนิยายอะไรอ่านให้สับบ้าง ช่วงโคขวิดกุไม่เจอนิยายน่าสนใจเลย

383 Nameless Fanboi Posted ID:XdjFeHC+y9

>>380 มันคือแฟนฟิค HxH ที่ให้มึงใส่ชื่อตัวละคร แต่เสือกกำกับบทพูดให้ (เพื่อ???????)

384 Nameless Fanboi Posted ID:XdjFeHC+y9

>>380 เพิ่งนึกขึ้นได้ ถ้ามันแต่งจากแฟนฟิค HxH เรื่องอื่น มันอ้างอิงมาจากเรื่องไหน หรือคิดว่า HxH เป็นนิยาย ถ้าเป็นอย่างหลัง อ.โทงาชิคงร้องไห้กับสิ่งนี่ เพราะบักคิรัวร์มันเพิ่งจะมีกอร์นเป็นเพื่อนตอนสอบฮันเตอร์ แต่ในฟิคเสือกเขียนทำนองว่าเป็นกับคิรัวร์ตอนเด็กเฉย

385 Nameless Fanboi Posted ID:3Dx2XydaF/

>>372 กูนอยด์ๆ ช่วงนี้เลยไม่ค่อยได้เข้ามา แต่ก็อ่านที่มึงพิมพ์มาอยู่เรื่อยๆ นะ มีแสดงความคิดเห็นบ้างเล็กน้อยตามที่กูพอจะมีไอเดียบ้าง แต่เข้าบอร์ดไปก็เจอแต่มู้ขอคำแนะนำๆๆๆๆ แล้วก็แปะลิงก์นิยาย แม่งสิ้นหวังสัสๆ พวกมู้รับวิจารณ์ก็มีแต่พวกแก๊งเลียแผลใจ เข้าอ่านนิยายก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ รวมแล้วยิ่งนอยด์หนักกว่าเดิม กูเลยเทๆ เด็กดีแม่ง

386 Nameless Fanboi Posted ID:vR4W7VQwe6

https://www.dek-d.com/board/view/3977316/
การวิจารณ์อาจเหมือนการสอน มากกว่าสับ หรือวิจารณ์ ขอนักเขียนอย่าโกรธเคืองกับคำแนะนำนะครับ by เทพแตต

387 Nameless Fanboi Posted ID:SJvBl1rj8e

>>386 จากเทพแตดที่ธาตุไฟแตกซ่านตอนโดนลูเซียตบเกรียน

388 Nameless Fanboi Posted ID:p+VlWWgqtb

>>386 นึกว่าหายหัวไปแล้ว นิยายมันเป็นไงบ้างละ ใครไปเช็คยอดทีซิ

389 Nameless Fanboi Posted ID:/SVSQfHe4h

>>386 เอาอะไรไปสอนเขาวะ? สอนแปลว่ามึงต้องมีความรู้มีของ มันยิ่งวิจารณ์หรือแสดงความเห็นตามความรู้สึกอีกนะ อวดเก่งนะเราพี่ทัต

390 Nameless Fanboi Posted ID:kdLibUrQ1+

>>389 กูฮา แม่งหงายการ์ดล่วงหน้า ตอนตัวเองไปขอให้ลูเซียวิจารณ์นิยายให้เสือกไปโมโหใส่เขา พอตัวเองมาวิจารณ์บ้างดันกลัวคนอื่นโมโหใส่ตัวเอง 5555555 คิดในแง่ดีเทพทัตอาจจะรู้ตัวแล้วก็ได้ว่าที่ทำไปก่อนหน้านี้แม่งงี่เง่า

391 Nameless Fanboi Posted ID:SJvBl1rj8e

>>388 ลงไป 31 ตอน มีอยู่ไม่ถึง 800 วิว กับ 35 เฟบ ถ้าวิเคราะห์เล่นๆ ก็คือวิธีการโปรโมทแบบแลกอ่านไล่ฝากตามมู้วิจารณ์ ไล่วิจารณ์นิยายคนอื่นแม่งแทบไม่มีประโยชน์ เพราะไม่ได้ทำให้คนอ่านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คนที่มาคอมเม้นท์ก็ไม่ใช่คนอ่านนิยายจริงๆ แต่เป็นพวกแลกอ่านที่ส่วนใหญ่จะถนอมน้ำใจ น้อยที่จะฉะแบบไม่ไหวหน้า

392 Nameless Fanboi Posted ID:OmhDC+y6Fw

>>383 >>384 เคกูเก็ทแล้ว เด็กดีเป็นได้ขนาดนี้แล้วสินะ

393 Nameless Fanboi Posted ID:9q63gyPQ4x

https://www.readawrite.com/a/b804000d7c5a6d82abdb5044bbaec0fb

คนแต่งเรื่องนี้มันจงใจแน่ๆ อ่านแล้วคิดดีไม่ได้เลยอิสัส 555

394 Nameless Fanboi Posted ID:Ya8ksqX8Gq

>>393 ถ้าแม่งโปรยแบบใส่คำว่าหมอด้วยนะจะแบบ 555

ชายหนุ่มจัดให้ เขาจัดการ 'เก็บ' หมอยลดาแต่ดันเผลอไผล ถลำหนักขั้นที่กู่ไม่กลับ...

โอย...

395 Nameless Fanboi Posted ID:.ZPLfbKl+B

>>393 คิดอีกแง่อาจจะเป็นการตลาดก็ได้นะมึง 55555 นิยายเรื่องนี้แม่งดังจนกูเห็นในหน้าฟีดข่าวเฟสบุ๊คกูประจำ ถึงจะดังในทางความฮาของชื่อ แต่แม่งก็ดังอ่ะ

ถ้ามันเป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้าของคนเขียนนี่ กูนับถือเลย

396 Nameless Fanboi Posted ID:+XZWwtd+RK

>>393 กูว่าเป็นการตลาดอย่างที่>>395 บอกนั่นแหละ มึงดูชื่อบทที่1ดิ 'หมอ..ยลดา' เนี่ย คนแต่งแม่งเว้นชื่อไว้งี้แสดงว่ายังไงก็รู้อยู่แล้วว่าไอชื่อหมอยนี่มันอ่านแล้วน่าเข้าใจผิดแค่ไหน

397 Nameless Fanboi Posted ID:ODUdEFnKzR

KY แด่โม่งที่เคยสับวีรบุรุษแห่งดาวเซนเทอร่า กูลองข้ามมาอ่านตอนล่าสุดตอนที่ 37 ของมันเพราะมันเอามาโฆษณาซะใหญ่โตในเพจๆหนึ่ง กูพบแต่ความ"อิหยังวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" จนตอนที่ 37 แล้วมันก็ยังไม่ได้เรื่องวะ

398 Nameless Fanboi Posted ID:V5EIyTISai

เห็นมาบ่นในมู้กูก็คนเหี้ย (อีกแล้ว) ไปส่องนิยายมา อ่านแล้วก็สิ้นหวังดีจริงๆ บางทีกูก็สงสัยว่านิยายแบบนี้มันขายได้ขายดีจังหวะ เดี๋ยวกูจะลบนิยายตัวเองลงใหม่ ซอยตอนตอนละ 2 หน้าบ้าง เลิกเขียนละตอนละ 7-8 หน้าเนี่ย เอาจำนวนตอนเยอะ อัพถี่ไว้ก่อนแล้วกัน เห้อ

399 Nameless Fanboi Posted ID:V5EIyTISai

>>398 อ้าวลืมลิงก์ นี่สินะ คนง่วง https://my.dek-d.com/Applesax/writer/view.php?id=1905562

400 Nameless Fanboi Posted ID:qB2g9+11CC

>>399 อย่าลืมอิโมจิด้วยนะ !!! ... เอาให้เยอะ
แล้วก็พวก อึก อัก ปัง ผัวะ กรี๊ด อย่าให้หล่นแท้แต่อันเดียว รับรองปัง! ปัง! ปัง! เทพ! เทพ! เทพ!

401 Nameless Fanboi Posted ID:qB2g9+11CC

>>399 อีกนิด ทำแบบนิยายรักวัยรุ่นไทยแต่เซ็ตติ้งจีน
#หวางเฉา talk
#หม่าฮั่น talk
#จั่นเจา talk
#เปาปุ้นจิ้น พวกมึงเป็นห่าไรกัน
กูแปลกใจคนอ่าน อ่านกันรู้เรื่องด้วย ตั้งเจ็ดพันกว่าคนแน่ะ สุดยอดพ่ะย่ะค่ะ

402 Nameless Fanboi Posted ID:0dg+hlIMOj

>>397 ภาคไหน ภาคไฟแช็คยัดตูดลุงหรือภาคบทภาพยนต์ ?

>>398 กูแวะไปดูแล้วมันเป็นแนวเกิดใหม่จีนโบ อาจมีคนตามเยอะเพราะช่วงนึงแนวนี้ฮิตมาก ส่วนเรื่องซอยตอน ถ้าไม่กลัวโดนด่า จะลองดูก็ได้เหมือนกันนะ

>>401 เอาหน่า แนวนี้ช่วงนึงมันฮิตติดชาร์ท ยังไงกระแสก็ไม่ดับง่ายๆ ด้วย

403 Nameless Fanboi Posted ID:sSM9rT1BBQ

>>399 จีนโบราณที่ไม่อิงจีนโบราณ Getsunova สัสๆ

404 Nameless Fanboi Posted ID:sSM9rT1BBQ

>>402 อันนี้
http://writer.dek-d.com/BossRaiderz/writer/viewlongc.php?id=1956682&chapter=43

อลองอ่านแล้วอีหยังวะแทบจะทุกบรรทัด

405 Nameless Fanboi Posted ID:0dg+hlIMOj

>>404 ขยันดี ตอนนึงก็ยาว ลงไปก็เยอะ เพิ่งมี 600+ วิว ถถถถถถถ

406 Nameless Fanboi Posted ID:/Q.3hvCglQ

https://www.dek-d.com/board/view/3977479/
ผู้รู้ใครก็ได้บอกกูหน่อย เรื่อง lc เนี่ย ไอ้ที่เรียกว่าเถื่อนจริงๆ แล้วคือมี lc อยู่แล้วยังแปลต่อหรือไม่มี lc แล้วแปลวะ

407 Nameless Fanboi Posted ID:jTXGzFDv2u

>>406 มีทั้งเถื่อนจริงไม่ได้ขอไม่มีLC กับมีLCในไทยแล้วก็ยังลอบแปลเถื่อนก่อนเพื่อแดร๊กเงิน ก็เหมือนแปลมังงะหละ วันพีชแม่งก็แปลเถื่อนตลอดไม่สนLC กูก็เห็นนิยายแปลเถื่อนในเดกดวกเยอะขึ้น เดกดวกไม่ตรวจสอบแล้วหรอวะ รึว่าไม่เคยทำตั้งแต่แรกสัส

408 Nameless Fanboi Posted ID:sSM9rT1BBQ

>>405 ก็ต้องเห็นใจความตั้งใจอ่ะนะ นิยายแนวเฉพาะกลุ่ม แต่ช่วยสะกดให้ถูก เขียนให้รู้เรื่องสักนิดจะดีมาก

409 Nameless Fanboi Posted ID:wvVt1Vs2ER

ตั้งแต่โม่งโดนโทรลถล่มแม่งเรียบร้อยขึ้นเยอะเลยว่ะ ดูมีสาระขึ้นมาก ทำไมบ่อขยะมันสะอาดขึ้นวะ

410 Nameless Fanboi Posted ID:iEg7jswybf

เรียบร้อยตรงไหนวะ กูว่าก็เหี้ยเหมือนเดิมแหล่ะ แค่มันมีความเคลื่อนไหวน้อยลง เพราะโทรลมันป่วนแล้วมู้ไม่น่าอ่าน

ผลจากการเรื้อนหนักของโทรลช่วงก่อนมันทำให้เกิดการตอบสนองแบบใหม่ของโม่งในนี้ จากที่เคยเมิน ทำเป็นไม่เห็น ก็เปลี่ยนเป็นเลิกเข้าโม่งกันโดยมิได้นัดหมอย วิเคราะห์ดูจากสถิติที่ผ่านมากูว่ามันเป็นเพราะความเรื้อนมันพอกพูนมากขี้นเรื่อยๆ จนกระทู้แม่งเหมือนเป็นคนป่วยอะ

พวกที่โทรลนี่เหมือนโรคร้าย คอยทำลายสุขภาพไปเรื่อยๆ ส่วนพวกที่พยายามไม่ฟีดแล้วใช้มู้ต่อไป ก็เหมือนหมอคอยให้ยาต้าน คำถามคือถ้าจู่ๆ หมอแม่งหายหัวไปเลยแล้วคนป่วยกับโรคร้ายจะเป็นไงต่อ

มันก็สรุปได้ง่ายๆ ว่าคนป่วยจะอยู่ต่อไปอีกสักพักแล้วตายห่า ซึ่งในระหว่างนั้นไม่ว่าเชื้อโรคจะคุกคามต่อหรือหยุดคุกคาม จุดจบของเชื้อจะเป็นแบบเดียวกับคนป่วย นั่นก็ตายห่าเหมือนกัน เพราะไม่มี host ให้อาศัยอยู่

พอไม่มีที่ให้โทรลก็ไม่รู้จะไปเรื้อนที่ไหน หลังจากที่เคยโทรลมาตลอดจนติดเป็นนิสัยก็จะมีอาการลงแดง หรือเงี่ยนจัดอยากโทรลจังเลย แต่จะให้ไปโทรลบนดินก็ขี้แพ้หน้าบางจนไม่กล้าอีก

สุดท้ายเลยเสียแม่งหมดทุกอย่าง จะหาโทรลก็ไม่มีใครมาดิ้น อยากอ่านสับก็ไม่มีใครมาสับให้ อยากหาเรื่องนินทาชาวบอร์ดก็ไม่มีทีมงานมาร่วมวง ทำได้เพียงก้มลงไปถอกหนังหุ้มปลายแล้วคุยกับควยของตัวเอง

"อา... นี่สินะคือผลจากการโทรลโดยไม่ยั้งมือ" โม่งโทรลกล่าวยามหยดน้ำตาร่วงลงกระทบหัวควยที่สีคล้ำเพราะชักว่าวบ่อยเกินไป "กลับไปหาลีลาวดีที่รักในบอร์ดนักเขียนแทนก็แล้วกัน"

411 Nameless Fanboi Posted ID:aLnJfbqdGx

>>410 อส. ประโยคสุดท้ายคือกูเผลอหลุดขำเลย5555555555555555555

412 Nameless Fanboi Posted ID:wvVt1Vs2ER

>>410 สรุปไม่มีใครชนะ สูญเสียกันหมดสินะ ว่าแล้วก็ขอตัวไปเก็บเวลใน RO ต่อก่อน

413 Nameless Fanboi Posted ID:WKOAHdpG92

>>412 ก็สมใจมึงแล้วนี่ บิบิ

414 Nameless Fanboi Posted ID:hnVnQPJeI0

>>410 เหี้ยเอ้ย กูขำลั่นเลย555555555

415 Nameless Fanboi Posted ID:QfCCrrPiHF

>>409 เรียบร้อยเพราะโทรล ชิชะ! อีสัสอยากขำให้ตาย ที่มันเรื้อนวุ่นวายก็เพราะโทรลเนี่ยแหละ แต่ก่อนก็ปกติ ถ้าไม่ได้มีพวกหน้าบางลงมาถอดโม่งให้โดนลงแขกจนดิ้นกระแด่วเอง

แต่ยังไงกูก็เป็นคนนึงที่ไม่ได้รู้สึกว่าต้องดิ้นรนเดือดร้อนอะไรกันพวกโทรลป่วนอยู่แล้ว กูใช้คอม ไม่ต้องไถหน้าจอ ไว้มีสับนิยาย มีเหยื่อดราม่าแซ่บๆ เมื่อไหร่กูก็ค่อยอ่านเมื่อนั้น แต่ตอนนี้ติดเกมงอมแงมขอตัวกลับไปเล่นต่อดีกั่ว

416 Nameless Fanboi Posted ID:V5EIyTISai

>>415 ไม่ใช่มึงคนเดียวที่ติดเกม กูก็ติดอีชิบหาย ทุกวันนี้ตื่นมามีนินวางข้างหมอน ก่อนนอนก็เล่น ติดเกมตอนแก่แบบติดงอมแงมด้วย

417 Nameless Fanboi Posted ID:c7t8w0nAm5

>>416 ทอมนุ๊ก : ว่าไง สบายดีไหม คุณลูกหนี้

418 Nameless Fanboi Posted ID:dXQ27zuelI

>>417 กูใช้หนี้หมดแล้ว ชะละล่าาาา

419 Nameless Fanboi Posted ID:Zjx4lvGPk9

ท่าทางโม่งเพลงจะติดเกม กลับมาเถอะโม่งเพลง กูคิดถึงมึง ในมู้นี้นอกจากมึงแล้ว ที่เหลือมีแต่พวกปัญญาอ่อนอะ

420 Nameless Fanboi Posted ID:6G9+hu5ejP

>>419 มันเคยบอกต้นกระทู้ว่าเพลงหมด 555555555555

421 Nameless Fanboi Posted ID:dBfUqxbFyO

>>419 ถ้าจะรักจะชอบกันกุแนะนำให้มึงจีบกันตรง ๆ เกี่ยวก้อยกันไปจากโม่ง กุจะอนุโมทนา ว่าด้วยมันเป็นมหากุศล ยิ่งกว่าที่เวสสันดรยกลูกเมียให้ชูชก

422 Nameless Fanboi Posted ID:Zjx4lvGPk9

ไม่มีใครเข้าใจกูหรอก กูเศร้า กูSad กูเสียใจ กูคิดถึงโม่งเพลง โม่งเพลงกลับมาเถอะ!!! ฮือๆๆๆๆ

423 Nameless Fanboi Posted ID:FLG/lt4qT1

>>422 https://youtu.be/IatZP3NlUnY

424 Nameless Fanboi Posted ID:riC6YzLhRs

ฉลองชัยชนะให้กับวันที่ไม่มีโม่งเพลงขยะเปียก เบื่อแม่งชิบหาย ลำบากกูต้องคอยเลื่อนหนีเนื้อเพลงกากๆ รสนิยมเพลงอย่างเหี้ย เด็กสันดานหมาขาดความอบอุ่น

425 Nameless Fanboi Posted ID:Zjx4lvGPk9

>>424 กูจำมึงได้ มึงคือโทรลช่างยุที่จะออกมาปั่นกระแสเวลาไม่มีใครสนใจโทรลใช่มั้ย กลิ่นมันฟ้อง กูต้องการแค่โม่งเพลง โทรลจากเด็กดวกอย่างมึงหายๆไปซะ

426 Nameless Fanboi Posted ID:dhS4wCh3Lz

แม้แต่ในหมู่โทรลก็ยังมีการต่อยกันเอง ล่อเป้าให้โทรลตัวอื่นโดนเล่นงานแบบนี้ สมกับเป็นโลกแห่งโม่งซึ่งเต็มไปด้วยความชั่วร้ายเสียจริงๆ

427 Nameless Fanboi Posted ID:dKkl5wPds0

>>426 มึงก็แหวกหญ้าให้งูตื่น กูจะดูโทรลตีกัน

428 Nameless Fanboi Posted ID:EWLO9jHace

เรื่อง:เงามารครองสวรรค์ (NC20+)
ลิงก์: https://fictionlog.co/b/5e686fbc5227b4001a193941
จำนวนตอน: 139 (ยังไม่จบ)

ตัวอย่าง
ตอนที่ 4 หวังเหลียง 18+

สายฝนโหมกระหน่ำไม่หยุดยั่ง ขณะที่ภายในบ้านหลังเล็กเองก็ไม่แพ้กัน

พับ พับ พับ พับ พับ!

เสียงเนื้อกระทบกันอย่างบ้าคลั่งขณะที่เสียงครางของดรุณีน้อยดังลั่นไม่แพ้กัน นางแอ่นกายงามอ่อนนุ่มของนางด้วยความเร้าร้อนขณะที่เริงรักกับน้องชายของนางหวังหยางอย่างมีความสุขสะใจ

“อ้า อ้า อ้า อ้า~♥ ซี๊ดดด!! อู้ยยยย~~♥♥ มันแทงเข้ามดลูกของพี่สาวแล้ว~♥” นางร่อนเอวบางขยับกายเข้าหาหวังหยางอย่างดีราวกับผู้เชี่ยวชาญที่เร้าร้อนในเชิงกามอารมณ์ ใบหน้าน่ารักของนางเต็มไปด้วยอารมณ์สุขสม

“อื้อออ อื้มมมม จ๊วบบ จ๊วฟฟฟ~♥ ริก ริก ริกก~♥ อ้า อ้า อ้า!” น้ำลายของทั้งสองผสมกันเติมเต็มให้กันก่อนจะผละออก

พับ พับ พับ พับ!

“อ้า อ้า อ้า อื้อออ อู้ยยยย~~♥” หวังเหลียงนางหอบหายใจแทบคลั่ง หน้าอกของนางกระเพื่อมไหวขึ้นลงไม่หยุดยั้ง เรียวขาที่จับพาดอยู่สั่นกระตุกยิบเพราะความเสียวซ่านที่ส่งตรงเข้ามา

“ข้าจะแตกแล้วว!” หวังหยางกรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน เขาขยับเอาถี่ยิบเสียงดังป๊าบๆไม่หยุด ทุกครั้งหัวหยักของเขาย่อมทะลุเข้ามดลูกสีหวานของหวังเหลียงเสมอ

“ข้าด้วยน้องชายยยย~♥ ซี๊ดดด!! พี่สาวจะท้องลูกของน้องไหมเนี่ยยย อู้ยยย~♥ แตกในพี่สาวเยอะแบบนี้พี่สาวว่าท่านแม่ได้เห็นหลานเร็วๆนี้แน่ๆ~♥”

นางครางกระเส่าเสียงสวรรค์ ขณะที่ผสมพันธุ์กับหวังหยางน้องชายของนางด้วยความบ้าคลั่งราวกับหมายให้นางตั้งท้องมันเสียตอนนี้ให้ได้เพื่อความสุขของท่านแม่ ท่านแม่ของนางจะได้เห็นหลานแน่แล้วตอนนี้

‘อู้ยยย~♥ น้องชายแรงดีเหลือเกินน ถึงว่าทำไมสามารถตัดฝืนและแบกมาคนเดียวได้!~ ซี๊ดดดด~♥ ข้ากำลังจะท้องแล้ววว ท้องลูกของน้องชายของข้า!~’ นางคำรามลั่นภายในใจ

นางตาเหลือกค้างก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักออกมาอย่างรุนแรง หวังหยางเองก็พ่นน้ำเชื้อใส่มดลูกของนางจนเอ่อนองแน่นภายในร่างกายบอบบางของนางเสียหน้าท้องของนางบวมขยายขึ้นจนมันใหญ่ราวกับตั้งท้อง

พรวดดด พรวดดดด~♥

เรียวขาของนางสั่นกระตุกยิบ ดวงตาของนางสั่นเทาก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักรอบที่สองติดๆ จนนางสั่นสะท้านไปทั่งร่างกายเพราะความสุขสมนี้ที่มากจนนางแทบดิ้นตายตรงนั้น

“อร๊ายยยย~~♥ พี่สาวแตกแล้ววว~♥ ซี๊ดดดดดดด!!” นางอ้าปากกรีดร้องและโอบกอดหวังหยางด้วยความสุขสมชนิดที่นางไม่อาจหลงลืมไปชั่วชีวิต นางรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้หากนางขาดดุ้นของเขาไปนางคงได้ตกตายแน่นอน

“อ้า อ้า แฮ่ก...แฮ่กก...อู้ยยย..เต็มท้องเลย..♥”

“พี่สาว...ข้าอยากทำต่อ...” หวังหยางสูดหายใจเข้าออกถี่รัว จับจ้องมองพี่สาวคนสวยตรงหน้ามันทำให้เขาอารมณ์พลุ่งพล่านยิ่งยวด ท่อนเอ็นของเขาขยายขนาดใหญ่ขึ้นทำให้หวังเหลียงยิ่งสั่นกระตุก

“อะ..อื้อ...แต่เบาๆหน่อยละ...สามี~♥” นางจุมพิตเขาเล็กน้อยและเอ่ยวาจาสามีที่ทำให้หัวใจของหวังหยางชุ่มฉ่ำ เขาเริ่มจับนางเปลี่ยนท่าทางเป็นท่าสุนัข

เขาจับให้นางแอ่นโค้งสะโพกน้อยๆของนางขึ้นเพื่อรอรับความสุขจากท่อนเอ็นของเขา ท่าทางเช่นนี้ทำให้นางอับอายเล็กน้อยแต่ก็ยังยินยอมให้ทำ กลีบแคมอูมที่บานตระไทของนางเต็มไปด้วยน้ำเชื้อสีขาว มันทะลักออกมาเรื่อยๆไม่หยุดจนหวังหยางต้องรีบ

เขากอบกุมสะโพกน้อยๆนุ่มๆเย้ายวนใจของนางเอาไว้ก่อนจะจ่อทวนเนื้อและสอดใส่เข้าไปอีกครั้ง

พรวดดด!

“อ๊า! อู้ยยย~♥ เอาพี่สาวช้าๆนะ~♥ นั้นแหละ...ซี๊ดดด! อย่าเร็วนักสิ!” หวังเหลียงหันหน้ามามองเขาด้วยสายตาตำหนิเล็กน้อย แต่ก็มิได้ห้ามปรามเขาเท่าใดนักก็เพราะรักมากและอยากให้ตนท้องเร็วๆเพื่อมอบหลานให้ท่านแม่

หวังหยางรุนแรงมากขึ้นทำให้หน้าอกและท่อนบนของนางชันขึ้นเพราะแรงเสยของเขา

“อ้า อ้า อ้า! รุนแรงไปแล้วสามี!~♥ ซี๊ดดดดดดด! อ้า!! ซี๊ดดดดดดด!!~อู้ยยยยยย~♥”

หวังหยางกดกระแทกเอ็นยักษณ์อย่างเร้าร้อนเหมือนกำลังแข่งกับสายฝน ทั้งสองผสานรักกันอย่างรุนแรงบ้าคลั่งและแตกในใส่กันอย่างไม่หยุดหย่อน หวังเหลียงรับน้ำเชื้อ หวังหยางพ่นน้ำเชื้อ

พับ พับ พับ พับ!

“อ๊า อ๊า! ซี๊ดดด! พี่ไม่ไหวแล้ววว~♥ อร๊ายยยย~♥ จะแตกอีกแล้ววว~♥ น้องชายเอาพี่เสียของพี่แหกหมดแล้ววว อู้ยยยย~~” นางแลบลิ้นเรียวเล็กออกมา ร่างกายงามแน่งน้อยของนางอ่อนยวบแนบกับเตียงนอน นางทำได้แต่ส่งเสียงครางเท่านั้นขณะที่รับความเป็นผัวจากหวังหยาง

พับ พับ พับ!

“ข้าแตกแล้ว!” หวังหยางกดกระแทกหนักๆสองสามครั้งก่อนจะพ่นน้ำเชื้อเข้าไปในตัวของหวังเหลียนที่ตอนนี้ไม่ต่างกับโสเภณีส่วนตัวของเขาเลยแม้แต่น้อย นางได้แต่ถ่างขาอ้าออกรับน้ำจากเขาเท่านั้น

429 Nameless Fanboi Posted ID:TJsrMC6/tK

>>428 ฟชล.หรือแดงเหลี่ยม

430 Nameless Fanboi Posted ID:8TKUPO1d8y

>>428
20+ เขาแต่งกันอย่างนี้เหรอวะ กูรู้จักแต่อีโรติก และเนื้อหาอันนี้เกินอีโรติกละ

431 Nameless Fanboi Posted ID:UJZyzFbpvY

ใครก็ได้บอกกูทีว่าไอ้ตรง "ริก ริก ริกก~♥" นี่คือไรแวะ?

432 Nameless Fanboi Posted ID:dXQ27zuelI

>>431 สั่นระริกมั้ง 5555555

433 Nameless Fanboi Posted ID:dhS4wCh3Lz

อย่างกะเรื่องเสียวเกรดซี อ่านแล้วไม่เกิดอารมณ์เลย ว่าแต่ไอ้ "ยักษณ์" นี่คือไรวะ

434 Nameless Fanboi Posted ID:hXoG5HKzNe

เดี๋ยวนะ ดูการ์ตูนมากไปอ๋อ ฉีดน้ำเข้าเหมือนคนท้อง?
มึงเป็นสัตว์ประหลาดงี้ ปิกาจูหรือสายยางฉีดน้ำอิห่า

435 Nameless Fanboi Posted ID:fQtT5ImdfY

>>428 นี่มันหนังสือเสียวสมัยยี่สิบกว่าปีที่แล้วป่ะ นวลนางอ่ะ กูจำได้ ชอบอ่านเรื่องเล่าจากทางบ้านและพอโตมาถึงรู้ว่าก็ทีมงานนั่นแหละแต่ง 55555 อย่าเรียกนิยายให้เรียกเรื่องเสียวฝึกหัดดีกว่า นอแจากน้ำจะไม่เดินแล้วกูยังรำคาญคำซ้ำชิบหาย ไปปลูกผักต่อละกู

436 Nameless Fanboi Posted ID:FLG/lt4qT1

แม่งแต่งสนองนีดตัวเองนี่หว่า

437 Nameless Fanboi Posted ID:RqgPlCpib6

>>428 ไหนลองมาติกันดูเล่นๆ ดีกว่า

1) พับ พับ พับ อะไรของมึง พับผ้าเหรอ ขนาดเขียน sfx ยังเขียนผิดเลยต้อง พั่บ สิวะ

2) ใช้คำว่าผสมพันธุ์แม่ง... พวกมึงโดนเลี้ยงอยู่ฟาร์มไหนกันเหรอ ใช้ศัพท์ซะไม่ใช่คนเลย

3) สรุปเป็นเซ็กแฟนตาซีอ่อ น้ำแตกทีเยอะจนท้องป่อง มึงดูโดจินสัตว์ประหลาดมากไปแล้วนะคนเขียน

438 Nameless Fanboi Posted ID:FLG/lt4qT1

>>437 ผับ*

439 Nameless Fanboi Posted ID:nZMvDn1Igt

>>428 ไม่รู้มีใครเป็นดหมือนกันมั้ยแต่กูรำคาญไออิโมจิ ❤ กับ ~ มากเลย โผล่มาเยอะชิบหาย

440 Nameless Fanboi Posted ID:iUyRJIiqZq

มึงกุขอถามหน่อย กุเห็นหลายเรื่องละ คือคนแต่งncส่วนใหญ่เขาได้แรงบันดาลใจการใส่เสียงsfxมาจากไหนกันวะ อิพวกพั่บๆ ซี้ดซ้าด อื้อห์อ่าส์เนี่ย อ่านทีสยองมากกว่าเสียว แม้แต่เรื่องดังๆคนอ่านเยอะยังเป็น5555

441 Nameless Fanboi Posted ID:ZtKr5C9tNO

กูจะตามไปแบนมัน nc ทั้งทีให้มันมีศิลปะหน่อยสิวะ อิโมมาทำห่านอะไร

442 Nameless Fanboi Posted ID:ZtKr5C9tNO

อ้าวเชี่ย fictionlog เหรอวะ แบบนี้ก็แบนไม่ได้ดิ ว่าแต่นี่มันมู้เด็กดีไม่ใช่เหรอ?

443 Nameless Fanboi Posted ID:T9MeWmiZnl

>>440 กูว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปอ่ะ อย่างสมัยก่อนกูไม่รู้จักคำว่า NC รู้จักแต่คำว่า อีโรติก แล้วคนที่ให้คำแนะนำกู เขาบอกว่าอีโรติกเหมือนหนัง R คือมีการบรรยายฉากเย็ดกันแต่จะไม่โจ๋งครึ่ม นำเสนอให้ดูมีศิลปะ ทำนองเดียวกับมึงดูหนังเรท R ที่นักแสดงแก้ผ้านัวเนียกัน มีเพลงประกอบแบบช้าๆฟินๆ ไม่ได้กระแทกกันตรั่บๆ ซูมเข้าไปที่ควยที่หีแบบหนังโป๊อ่ะนะ ซึ่งแน่นอนยุคนั้นถ้านิยายเรื่องไหนเขียนฉากเย็ดกันโจ๋งครึ่ม มันก็จะข้ามขั้นไปเป็นนิยายโป๊แล้ว ตัวอย่างก็เรื่องเสียวทั้งหลายที่หาอ่านได้ในอินเตอร์เน็ตนี่แหละ

ถามว่าทำไมปัจจุบันมันมาเป็นอย่างนี้ได้ กูเดาว่านักเขียนปัจจุบันมันไม่เหมือนนักเขียนยุคก่อนละ เอาง่ายเข้าว่า ไม่ต้องบรรยายเยอะละ คนอ่านก็เอาง่ายเข้าว่า ขี้เกียจอ่านบรรยาย ขี้เกียจตีความ หรือบางทีมันก็ไม่เคยอ่านนิยายอีโรติกจริงๆ พอมาเห็นนิยายแบบ >>428 ก็เลยเกิดการลอกเลียนแบบกันไปเรื่อยๆล่ะมั้ง

444 Nameless Fanboi Posted ID:AU+mViXBUP

ท่าทางเด็กดวกจะเป็นน้ำเลี้ยงให้พวกโม่งมีชีวิตต่อไปได้จริงๆสินะ พอมู้เด็กดวกเงียบมาก ไม่มีอะไรคุย ก็ต้องหาช่องทางอื่นเพื่อความอยู่รอดของเหล่าโม่ง

445 Nameless Fanboi Posted ID:HgUKZKy1NK

>>444 เด็กดวกไม่เงียบ กุเห็นกระทู้เหี้ย ๆ วิ่งทุกวัน
โม่งสับต่างหากน้ำเลี้ยงโม่ง ไม่มีโม่งสับ ที่นี้ก็หาสาระอะไรไม่ได้แล้ว
ถึงตอนนั้นใครจะอยู่ ๆ ก็อยู่ไป กุไปฟาร์มเกมมือถือยังมีสาระกว่า

446 Nameless Fanboi Posted ID:AU+mViXBUP

>>445 กูเห็นช่วงนี้ไม่ลงหรือพูดคุยอะไรเกี่ยวกับเด็กดวกเลย แต่ดันเอานิยายฟิคชั่นล็อคมาลง เลยคิดว่าเงียบแล้วซะอีก

กูเองก็แดกข้าวก่อน เดะเวลพรีสให้99แล้วจะไปเปลี่ยนไฮ

447 Nameless Fanboi Posted ID:X4upd91nVw

>>446 กูเบ่ือแลคนรก ขี้เกียจปรับแต่งบอท ไม่มีออโต้แอ็คแท็ก

448 Nameless Fanboi Posted ID:GRu22dj85a

เผือกจ้า~ เผือกร้อนๆมาแล้วจ้า~♪ น้องโอ๊ตมาเย็ดกลับมาแล้ว...พร้อมกับการโปรโมทนิยายที่ไม่เนียนสัสๆ https://www.dek-d.com/board/view/3977780/

สำหรับใครที่ไม่รู้ น้องม้าเย็ดเคยตั้งกระทู้ขอคำติชมนิยายโดยการขอให้ทุกคนทำตัวเป็น "คนดีของสังคม" ขยายความคือ...ต้องชมกูเท่านั้น ใครติ ใครทัก ใครท้วงจุดด้อยเท่ากับมันคือไอ้ชั่ว Toxic รอ Bully ไม่สร้างสรรค์ เป็นกากสวะเดนสังคมโดยแท้จริม(อันนี้กูเติมเอง) จนโดนชาวเด็กดวกแซะว่า "งอแง" ก่อนกระทู้จะปลิวหายไปหลังจากโดนนักเขียนหกดาวด่าว่า "ใจกาก"

449 Nameless Fanboi Posted ID:ooqq3IbwrM

>>448 ไอ้โอ๊ตเย็ดม้านี่คราวก่อนเจอไปหลายดอกแล้วนี่ สรุปมันเป็นแฟชั่นแล้วปะ เรื่องตั้งมู้ชวนคุยแล้วแปะลิงก์นิยายตัวเองเนี่ย มันจะมีสักกี่คนวะที่เข้าไปอ่านจริงๆ หลักสิบจะถึงรึเปล่ายังไม่รู้เลย

450 Nameless Fanboi Posted ID:uMIwKWDpsz

มีแต่นิยายกากๆเท่านั้นแหล่ะที่เนียนโปรโมทแบบนี้ กูไม่เห็นโปรโมทห่าไรเลยคนก็เข้าของกูเยอะทั้งที่เพิ่งหัดแต่ง แค่แต่งให้มันน่าอ่านแล้วขยันลงคนก็อ่านเองนั่นแหล่ะ

451 Nameless Fanboi Posted ID:iX04iVWYd1

เซิร์นกลับมาพร้อมกับ #BlackLivesMatter

452 Nameless Fanboi Posted ID:nNGl1TTSlg

กูถามจริงๆแบบถามจริงๆ กูเขียนนิยายมาต่อให้เปิดนามปากกาใหม่โนเนมไม่มีอะไรเลยก็ไม่เคยสองตอนยอดวิวหลักสิบ ถึงไม่ดังเขียนเอามันแต่ลงสิบตอนอย่างน้อยต้องมีเฟบ 100-200 ยอดวิว 1000-1500 คือกูสงสัยว่าไอ้พวกลงเป็น 30-40 ตอน นิยายมียอดวิวหลักร้อยนี่มันอยู่กันยังไง มันเขียนกันยังไง มันจะไม่มีคนตามมาอ่านสักหน่อยเลยเหรอ

453 Nameless Fanboi Posted ID:8t34XK0eZT

>>452 พังตั้งแต่ตอนที่ 1 แล้วไม่รู้ตัว คิดว่าจำนวนตอนมันยังน้อยคนอ่านเลยกลัวโดนเท

454 Nameless Fanboi Posted ID:YCtCfyi3C3

>>452 นิยายมึงแนวขยะ เทพ เทพ เทพ รึเปล่าถึงตกเด็กเกรียนมาได้ เค้ามีความสุขจะเขียนก็ต้องแซะเนอะ รู้สึกว่าตัวเองเก่งขึ้นมะ

455 Nameless Fanboi Posted ID:.PLOUbXBv.

>>454 +1 ไม่เข้าใจทำไมต้องสาระแนกับเรื่องคนอื่น

456 Nameless Fanboi Posted ID:nNGl1TTSlg

>>454 ที่สงสัยเพราะกูไม่ได้เขียนแนวเทพ เทพ เทพไง ข้อมูลก็เอามาจากที่มันบ่นๆกันในมู้เด็กดวก ถ้ามันพอใจจะเขียนจริงมันจะมาบ่นว่าไม่มีคนอ่านทำส้นตีนอะไร มึงดูไอ้เทพแต๊ด วัทฉะเซย์ อีป้ามิรินด้าก็ได้ กูเกิดมาก็ไม่เคยถึงขั้นไม่มีคนอ่านขนาดนั้น กูจะสาระแนสงสัยมันเกี่ยวเหี้ยอะไรกับการที่กูคิดว่าตัวเองเก่งวะ ก็กูสงสัยแบบสงสัยจริงๆนี่

457 Nameless Fanboi Posted ID:rcWtkZG5BM

อ่านดูชักสงสัยว่า ไอ้นิยายเทพ! เทพ! เทพ! ส่วนใหญ่นี่ ตัวเอกกับคนเขียนเป็นคนเดียวกันเองรึเปล่า ถึงได้เรียกร้องความสนใจว่าทำไมไม่มีคนอ่านเลย

458 Nameless Fanboi Posted ID:YCtCfyi3C3

>>456 คือมึงสงสัย มึงก็ไปถามเค้าดิว่าทำไมวิวน้อยแล้วยังแต่งต่อ เค้าอาจจะไม่ได้แดกวิวแทนข้าว อาจจะเป็นงานอดิเรก อาจจะ Royal ต่อนักอ่านของเค้าก็ได้ แล้วการทดลองมึงอ่ะง่อยแดกมาก ถ้ากะแค่ให้วิวเยอะอ่ะ ลงบ่อย ชื่อเรื่องตามกระแสก็ได้แล้ว ไส้ในอ่ะอีกเรื่อง ที่ตลกคือมึงอยากเทียบกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่มึงยกขึ้นมาลอยๆแล้วจะไปแข่งกะเค้าโดยไม่ให้กรรมการได้รู้ถึงความแตกต่าง มันทุเรศและดูโง่มากสำหรับการเรียกร้องความสนใจของมึง

459 Nameless Fanboi Posted ID:SHDra+5cWE

>>458 เก้วกาดจุง กูเข้าใจประเด็นที่มันสื่อนะ วิวน้อยจนน่าตั้งข้อสังเกตก็แค่นั้น โม่งด่ากันเองเรื่องปกติ แต่มึงจะร้อนตัวแก้ตัวแทนพวกวิวน้อยทำไมวะ มึงเป็นอิป้าเหรอถถถ

460 Nameless Fanboi Posted ID:YCtCfyi3C3

>>459 ถ้าการเห็นต่างจำเป็นต้องถูกผลักไปอีกฝ่ายกูก็ขอจบประเด็นนะ

461 Nameless Fanboi Posted ID:nNGl1TTSlg

>>458 เอ้า กูจะทดลองมันก็เรื่องของกู มาสาระแนอะไรกับกูล่ะ นี่ตอบแบบตรรกะมึงเลยนะเนี่ย ตัวมึงก็ยังไม่รู้เลยว่าไส้ในเป็นยังไงก็มาเกรี้ยวกราดด่าคนอื่นป่าวๆหาว่าเขาเรียกร้องความสนใจ กูมีสมมุติฐานของกูว่าถ้าเขียนอ่านรู้เรื่อง เล่าเรื่องได้ บวกนิยายแนวกระแสต่างโลกและอัพบ่อย = น่าจะมีคนเข้ามาอ่าน ซึ่งมันทฤษฎีโม่งที่เคยคุยๆ กันมาทั้งนั้น กูก็อยากรู้ถึงได้ทดลองด้วยหมวดแฟนตาซีและไม่ได้เขียนแนวเทพ เทพ เทพด้วย นิยายกูก็ยังไม่เป็นรูปธรรมพอจะเอามาให้โม่งดูผล เพราะอยู่ในช่วงการทดลองระยะตั้งไข่ ตัวมึงเองรีบตัดสินคนอื่นไปเปล่าวะ

462 Nameless Fanboi Posted ID:GvgOnD/S+e

>>461 สรุปมึงจะวัดที่การเล่าเรื่อง หรือวัดที่ลงบ่อย หรือวัดที่ชื่อเรื่องคำโปรยวะ เอาให้แน่ อ่านวิธีทดลองของมึงแล้วแม่งรวมมิตรทุกอย่าง ไม่ตรงกับที่มึงบอกไว้ตอนแรกไง กูเลยบอกว่าดูโง่ สาระแนดูถูกคนเหล่านั้นลับหลัง พอมาหาแนวร่วมในนี้จนโดนสาระแนแล้วบ่น ขำชิบหาย

463 Nameless Fanboi Posted ID:lIuVF73zsW

ใครเสือกแคปเอาไปโพสต์ในเด็กดีวะ
https://www.dek-d.com/board/view/3977859/

464 Nameless Fanboi Posted ID:nNGl1TTSlg

>>462 กูเขียนอธิบายไปหมดแล้วมั้งว่ากูจะใช้องค์ประกอบทั้งหมดอะไรบ้างในการเขียน เขียนไว้ตั้งแต่แรกเลยด้วยว่าจะอัพยังไง แนวเรื่องแนวไหน ปัจจัยที่จะทำให้มีคนอ่านได้ไม่ได้มีแค่ข้อเดียวไหม มึงกลับไปย้อนอ่านให้ดีก่อนเถอะ กูไม่ได้หาแนวร่วม ไม่ได้ว่าโม่งต้องมาอวยอู้วอ้าส์เทพซ่าจุงเบยชาบูๆ มีกูบ่นงอแงตรงไหนเหรอ มีแต่มึงเกรี้ยวกราดและกูก็ตอบในขอบเขตที่กูจะตอบได้

การดูถูกคือมึงคิดไปเองด้วยใจอคติของมึงเอง กูบอกอยู่ว่ากูถามด้วยความสงสัย เพราะกูก็ไม่เคยเขียนเป็นสิบๆ ตอนแล้วไม่มีคนอ่านเลยมาก่อน และความสงสัยทำให้เกิดการทดลอง ซึ่งกูจะทดลองว่ามันเขียนลำบากยากเย็นไม่มีคนอ่านเลยจริงๆ หรือเปล่า จะผิดจะถูกยังไง กูก็มีสิทธิ์ที่จะศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเองนะ การมาลงวิธีการทดลองในโม่งไม่ใช่ว่ากูหาแนวร่วม แต่คือกูหยิบยกวิธีการที่โม่งคุยกันไปใช้ ประเด็นพวกนี้มันคุยกันมานานมากแล้ว และนำมารายงานผลคร่าวๆ ว่ามันจะเวิร์คหรือเปล่า การเปิดนิยายเปล่าๆ มีแค่คำโปรยจะดึงคนได้ประมาณไหน ลงนิยายแล้วจะเป็นยังไง ตรงนี้มันยังไม่เห็นผลเลย เพราะยังไม่ได้ลง ถึงได้บอกว่าตัวมึงเองยังไม่รู้เลยว่าไส้ในเป็นยังไงก็ตั้งการ์ดไว้ก่อนแล้ว

465 Nameless Fanboi Posted ID:nNGl1TTSlg

>>463 นี่ต่างหากที่เรียกว่าดูโง่ของจริง คุยกันในนี้แล้วเอาไปแคปประจานหาแนวร่วม ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากว้าว และตรางใดกูยังไม่ได้คำตอบ กูก็จะเขียนของกูต่อไปนะ

466 Nameless Fanboi Posted ID:tnpktO3hTr

>>463 สำหรับกูคนโพสมันก็ไม่ต่างอะไรกับเล่าเบียว ต่างฝ่ายต่างอยู่มันก็สงบดีอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะหาคนหาพวกมาเถียงแทน

นักเขียนทุกคนแม่งก็มีอีโก้ มีอุดมการณ์​ในรูปแบบของตัวเองกันหมด แต่ก็ยังมีพวก "มึงเหี้ยกูต้องปราบ กูถูกมึงต้องผิด" อยู่วันยันค่ำ เพราะงั้นอยากทำอะไรก็ทำๆไปเหอะ เสือกแต่พอดี เรื้อนพอกรุบกริบ

467 Nameless Fanboi Posted ID:tnpktO3hTr

แต่กูขอด่า tst12345 หน่อย

มึงแม่งใจหมา คนในนี้เขาด่าเขาแซะใช้ถ้อยคำรุนแรงกันเป็นเรื่องปกติ แต่มึงดันเอาไปโพ้สฝั่งนู้นที่แม่งไม่ชินกับการถอดอีโก้เพื่อหาข้อมูล ถ้ามีเด็กคนไหนช้ำใจจนเลิกเขียนกูขอย้ำตรงนี้เลยว่าเป็นเพราะมึง อี tst12345

468 Nameless Fanboi Posted ID:SHDra+5cWE

>>460 กูก็เบื่อพวกใช้วาทกรรมปญอ. กูดูที่การกระทำโว๊ย ร้อนตัวเก้วกาดอ้างเหตุผลโง้นงี้ถ้ามึงไม่ใช่กลุ่มที่มันสงสัยมึงจะเดือดร้อนเพื่อ? แล้วตัวที่เอาไปฟ้องเดกดวกก็ใครไม่รู้เลยเนอะ ถึงไม่ใช่มึงแต่คนที่มันเอาไปก็แปะเพราะความงี่เง่าของมึงนี่หละฆวย

469 Nameless Fanboi Posted ID:lIuVF73zsW

เอาจริงๆ ไม่มีความจำเป็นต้องไปโพสต์บอร์ดนั้นเลย ก็รู้กันอยู่ว่าคนจากเด็กดีแม่งย้ายมาสิงโม่งกันเยอะแค่ไหน ที่เถียงๆกันนี่กูว่าส่วนใหญ่ก็เล่นสองเว็บทั้งนั้นแหละ

ปล. กูขำ แคปติดชื่อเทพแตดกับมิรินด้าไปด้วย

470 Nameless Fanboi Posted ID:prQmO/dxbX

I've been so unafraid
To die alone
I know what I've done
I heard your tone
Dust off your coat
The rain is coming back

A few months without it
It keeps happiness on track
You would never notice
Stuck in that head of yours

You say I'm in love
I say you're a fool
Look away from me now
I'll look away too

You say I'm in love
I say you're a fool
Look away from me now
I'll look away too

https://youtu.be/18QTp8M8LFc

471 Nameless Fanboi Posted ID:5kk3bjwqMm

พวกที่ลงหลายตอนแต่วิวน้อยส่วนใหญ่ สาเหตุเท่าที่กูนึกออก
1.ชื่อเรื่องไม่ดึงดูด
2.เรื่องย่อไม่ดึงดู
3.ปกไม่ดึงดูด
4.จำนวนตอนยังน้อย
4ข้อข้างบนคือสาเหตุที่คนไม่กดอ่าน แต่ถ้าผ่านข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้งหมดเรื่องจะน่าดึงดุดให้คนกดอ่าน

5.อ่านตอนแรกแล้วแต่ไม่อยากอ่านต่อ
6.อ่านไปสักพักแล้วเจอคำผิด
7.อ่านไปสักพักแล้วไม่สนุก ไม่ใช่แนว
3ข้อนี้คือสาเหตุที่ทำเรื่องได้น่าดึงดูดแต่ทำได้แค่ดึงดูดเข้ามา แต่ไม่สามารถดึงให้ติดตามได้

8.อัพไม่ถี่
9.ดอง/เท
10.ออกทะเล
3ข้อนี้คือสาเหตุที่แม้จะดึงคนที่เข้ามาอ่านไว้ได้ แต่สุดท้ายคนก็จะค่อยๆหายไป
กูนึกออกแค่นี้แหล่ะ

ลงชื่อ โม่งชอบหี

472 Nameless Fanboi Posted ID:GvgOnD/S+e

จาก tst12345

ถ้าคิดว่าคำด่าพวกมึงจะทำให้กูรู้สึกอะไรกูคงไม่ทำแต่แรกว่ะ ชะลาล่า

473 Nameless Fanboi Posted ID:rcWtkZG5BM

>>471 อย่าลืมอีกข้อ พล็อตและดีไซน์ตัวละครซ้ำกับเรื่องเก่าที่เคยอ่านมาแล้ว เรื่องเก่าดันทำได้ดีกว่า

474 Nameless Fanboi Posted ID:eHxoIeMzfz

>>472 อุตส่าห์ไปหาพวกไม่มีใครเล่นด้วยเลย เหงาไหมจ๊ะ

475 Nameless Fanboi Posted ID:9rGYBaz4eX

พอกระทู้เริ่มเต็มไปด้วยพวกขี้กลากขี้เกลื้อนทั้งหลายแหล่ที่รบพุ่งกันในดงขยะ โม่งเพลงซึ่งเป็นแสงสว่างของบ่อขยะนี้ก็จะปรากฏตัว โอ้ ข้าขอสรรเสริญโม่งเพลง

476 Nameless Fanboi Posted ID:5kk3bjwqMm

>>472 พวกบอร์ดเด็กดวกมันขยะเปียกจริงๆ ขี้หมายังหอมกว่ามึงเลย

>>473 ชั่ย บางเรื่องก็เอาเรื่องดังๆมายำจนมั่ว

ลงชื่อ โม่งชอบหี

477 Nameless Fanboi Posted ID:GvgOnD/S+e

>>474 คำว่าหาพวกเป็นสิ่งที่มึงคิดเองทั้งนั้น สิ่งที่กูทำแค่เผยแพร่สิ่งดีๆจากดงขยะนี้ออกไป คิดดูสิถ้าการทดลองนี้ได้ผลเด็กดวกจะได้อะไรบ้าง เป็นขยะด้วยกันอย่าเหยียบย่ำกันนักสิ ก็ระดับเดียวกันทั้งนั้น

478 Nameless Fanboi Posted ID:wSasbgocRL

กุพึ่งสัมผัสความต่างของการ ด่าแบบผู้ดีกับด่าแบบสถุลหมัดตรงก็วันนี้​ ซึ่งกูนี่ชอบแบบสถุลว่ะ​ เหม็นขยะเปียกสัส

479 Nameless Fanboi Posted ID:xVoVLNSJwX

>>477 เห็นด้วยนะ บอร์ดโม่งไม่ได้มีพาสหรือปิดกั้นการมองเห็น จะกลัวอะไรกับการถูกเผยแพร่ข้อความของพวกมึงออกไปกันวะ อีกอย่างประชากรโม่งกว่าครึ่งก็มาจากเด็กดวกทั้งนั้น

480 Nameless Fanboi Posted ID:wSasbgocRL

>>477 เเม่งก็จะเข้าวัฏจักร​ "มึงเหี้ยกูต้องปราบ กูถูกมึงต้องผิด" ตามที่สหายโม่งด้านบนว่าไว้ไง​ สาระกุไม่สนกุสนแต่ขี้กับขยะ​

481 Nameless Fanboi Posted ID:xVoVLNSJwX

>>480 ไอ้ที่มึงว่ามานั่นล่ะการกระทำของพวกโม่ง แต่บังเอิญพวกโม่งมันเก่งกันได้แต่ในนี้ไง

482 Nameless Fanboi Posted ID:prQmO/dxbX

Ding-a-ling-ling-ling-ling-ling-ling-ling

Boo-ba-doo-ba-doop
Boo-ba-doo-ba-doop

Ring ring ring ring ring ring ring banana phone
Ring ring ring ring ring ring ring banana phone
I've got this feeling, so appealing
For us to Get together and sing. Sing!

Ring ring ring ring ring ring ring banana phone
Ding dong ding dong ding dong ding donana phone
It grows in bunches, I've got my hunches
It's the best! Beats the rest
Cellular, modular, interactivodular

Ring ring ring ring ring ring ring banana phone
Boop-boo-ba-doo-ba-doop
Ping pong ping pong ping pong ping panana phone
It's no Bologna, it ain't a phony
My cellular bananular phone

Don't need quarters, don't need dimes
To call a friend of mine
Don't need coomputer or TV
To have a real good time!
I'll call for pizza. I'll call my cat
I'll call the white house, have a chat
I'll place a call around the world, operator get me Bejing-jing-jing-jing

Ring ring ring ring ring ring ring banana phone
Boop-boo-ba-doo-ba-doop
Yin yang yin yang yin yang ying yonana phone
It's a real live mama and papa phone
A brother and sister and a dogaphone
A grandpa phone and a grandma phone too! Oh Yeah!
My cellular, bananular phone!

Banana phone, ring ring ring
(It's a phone with appeal)
Banana phone, ring ring ring
(Now you can have your phone and eat it too)
Banana phone, ring ring ring
(This song drives me, Bananas)
Banana phone, ring ring ring

Boo-ba-doo-ba-doop-doop-doop!

https://youtu.be/j5C6X9vOEkU

483 Nameless Fanboi Posted ID:xVoVLNSJwX

สนุกว่ะ โม่งตีกันแล้วไปผสมโรงด้วย ทั้งที่กูไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียเลย อุอิ อิคึ อิไต คิมูจิ๊

484 Nameless Fanboi Posted ID:wSasbgocRL

>>483 พูดแบบนี้มึงมาใหม่หน้าใหม่พึ่งลงบ่อขยะสินะ​ อิคึอิคึ

485 Nameless Fanboi Posted ID:5kk3bjwqMm

ข้อความในโม่งก็เหมือนหี มีแต่ห้ามเอาให้ใครดู เข้าใจ๊

ลงชื่อ โม่งชอบหี

486 Nameless Fanboi Posted ID:5kk3bjwqMm

>>484 มันคือไอtst12345 สลับไอดีมาปั่น

487 Nameless Fanboi Posted ID:xVoVLNSJwX

>>484 ใช่แล้ว แต่กูเรียนรู้ว่าอย่าเปิดโม่ง ไม่งั้นโดนยำตีน สนุกว่ะ พูดอะไรก็ได้ ใครไม่รู้

488 Nameless Fanboi Posted ID:xVoVLNSJwX

>>486 สลับพ่อง กูเป็นเอกราชเว้ย

489 Nameless Fanboi Posted ID:WSKOMmx9yP

เบื่อว่ะ ทำไมมันเงียบๆวะ ครึกครื้นหน่อยดิ

490 Nameless Fanboi Posted ID:6ur3C95HMb

บอร์ดโม่งอุตส่าห์กลับมามีสีสันแล้ว ทำอะไรสนุกๆให้กูดูหน่อยดิ โม่ง

491 Nameless Fanboi Posted ID:7T0ggjYeyU

อ้าว... ตลาดวายแล้วเหรอ ต่อเลยดิวะ กูรอเสือกอยู่

492 Nameless Fanboi Posted ID:L0MgolkrOZ

ว้าวมีคนเปิดวาปให้พวกขยะเปียกเข้ามาอีกแล้ว
เจอกันเดือนหน้าแล้วกันเพื่อนโม่ง บายบี

493 Nameless Fanboi Posted ID:wSasbgocRL

ให้พวกขยะเปียกวิ่งเล่นก็ให้เปรมไปเล๊ย​ ส่วนกูก็ไปปลูกผักต่อล่ะ

494 Nameless Fanboi Posted ID:6ur3C95HMb

กูเห็นแต่ขยะนะ ขยะด่าขยะกันเอง ฮาว่ะ

495 Nameless Fanboi Posted ID:prQmO/dxbX

Good, feeling good

Hey, feeling good, like I should
Went and took a walk around the neighborhood
Feeling blessed, never stressed
Got that sunshine on my Sunday best

Yeah, hey hey
Every day can be a better day, despite the challenge
All you gotta do is leave it better than you found it
It's gonna get difficult to stand, but hold your balance
I just say whatever 'cause there is no way around it 'cause

Everyone falls down sometimes
But you just gotta know it'll all be fine
It's ok, uh-huh
It's ok, it's ok

Hey, feeling good, like I should
Went and took a walk around the neighborhood
Feeling blessed, never stressed
Got that sunshine on my Sunday best

Hey, some days you wake up and nothing works, you feel surrounded
Gotta give your feet some gravity to get you grounded
Keep good things inside your ears just like the waves and sound did
And just say whatever 'cause there is no way around it

Everyone falls down sometimes
But you just gotta know it'll all be fine
It's ok, uh-huh
It's ok, it's ok

Hey, feeling good, like I should
Went and took a walk around the neighborhood
Feeling blessed, never stressed
Got that sunshine on my Sunday best

Hey, feeling good, like I should
Went and took a walk around the neighborhood
Feeling blessed, never stressed
Got that sunshine on my Sunday best

https://youtu.be/_83KqwEEGw4

496 Nameless Fanboi Posted ID:5kk3bjwqMm

>>494 มึงสิขยะ

497 Nameless Fanboi Posted ID:6ur3C95HMb

>>496 อ้าวๆ แค่นี้เดือดหรอ กูพูดไรผิด ในนี้มันคือบ่อขยะ ก็ต้องมีแต่ขยะสิ จะขยะประเภทไหน ก็คือขยะ มาดิ้นอีกสิโม่ง กูชอบ

498 Nameless Fanboi Posted ID:6ur3C95HMb

>>496 อ้าว ไอ้เหี้ย หน้ากากโม่งชอบหีหลุดแล้วหรอ กลายพันธุ์เป็นประชากรโม่งในบ่อขยะเฉยเลย

499 Nameless Fanboi Posted ID:L0MgolkrOZ

เมิงสิขยะ สมเป็ยขยะเปียก มุกแค่นี้แม่งก็ไม่ทัน

500 Nameless Fanboi Posted ID:L7kJrMyzOC

ดิ้นอีกสี อีโม่ง กูชอบ หนุกหนานว่ะ

501 Nameless Fanboi Posted ID:L7kJrMyzOC

กูอยากดูมึงดิ้นอีก มามะ พวกขยะทั้งหลาย

502 Nameless Fanboi Posted ID:wSasbgocRL

เหล่าโม่งนั้นรู้ดีว่าวิธีรับมือขยะเปียก​ นั่นคือการเมินปล่อยร้างแยกย้ายไปทำกิจแต่งนิยายอะไรก็ว่าไป​ ปล่อยให้ขยะเปียกลัลล้าแหกดอเรี่ยราด

503 Nameless Fanboi Posted ID:L7kJrMyzOC

>>502 นี่ขนาดปล่อยนะ ยังมีมาดิ้นตั้งสองสามตัว อ้างว่าปล่อย จริงๆก็แค่ใช้สันดานเดิมตัวเอง นั่นคือหนีหางจุกตูด เก่งแต่เห่าในรังตัวเอง พอเจออีกฝ่ายลงมาเล่นถึงที่บ้าน ใช้กติกาเดียวกันกับพวกมึง สวมโม่งเหมือนพวกมึง ก็หนีหัวหด กากว่ะพวกโม่ง

อยากหนีก็หนีไป ระวังพวกกูยึดบ้านมึงถาวรล่ะ

504 Nameless Fanboi Posted ID:wSasbgocRL

>>503​ งั้นมึงไปตกลงกับโม่งเพลงโน่น​ จัดจ้านเท่าโม่งเพลงให้ได้ก่อนเถอะมึง​เหอๆ เขารู้กันเว้ยว่าต่อปากต่อคำกับขยะเปียกมันเสียเวลาชีวิต​ แต่บังเอิญกูว่างเลยมาดูดปากกับมึงได้นี่ไง​ เอาล่ะกุบายละ​ เต็มที่นะมึงกุเป็นกำลังใจให้

505 Nameless Fanboi Posted ID:L0MgolkrOZ

กุมาเป็นกำลังใจให้เมิงนะขยะเปียก สนุกให้เต็มที่

506 Nameless Fanboi Posted ID:L7kJrMyzOC

>>504 จะบอกอะไรให้นะอีควาย กูคือหนึ่งในโม่งเพลง และกูเองแหละ ที่เป็นคนเริ่มแปะคลิปยูทูปตามที่โม่งร้องขอเพราะหาเพลงไม่เจอ จัดจ้านให้ได้เหมือนโม่งเพลง อยากหัวเราะให้ฟันหักว่ะ

ปล.เดะกูกลับไปแปะเพลงต่อล่ะ เห็นมีคนเรียกร้องหากู

507 Nameless Fanboi Posted ID:L7kJrMyzOC

>>505 ขอบใจ ขยะโดยสายเลือดที่แท้ทรู

508 Nameless Fanboi Posted ID:2vgylajmvY

>>504 โม่งเพลงมันจัดจ้านอะไรวะ อย่าไป romanticize มัน

509 Nameless Fanboi Posted ID:Zs/sjQ51At

อยากจะระบายความเงี่ยนเหี้ยอะไรมึงก็ทำไปเถอะ อยากเป็นตำรวจศีลธรรมอภิบาลคนดีปราบปรามโม่งชั่วถ้าสบายใจก็ทำไป กูก็เห็นมีแต่พวกว่างงานอย่างมึงที่ต้องมาคอยหาเรื่องในโม่ง ทั้งโพสเพลง โทรล สแปมกระทู้ เถียงด่าสวน ฯลฯ ดูท่าจะเจ็บแค้นเหลือเกินที่โดนสับนิยายจนชาวบ้านชาวช่องเขามูฟออนไปถึงไหนต่อไหนแล้วมึงก็ยังย่ำอยู่กับที่เดิม กูยืนยันความคิดเดิมเหมือนที่โม่งคนหนึ่งบอกว่าโม่งไม่ใช่กองขยะ แต่เป็นสถานที่แสดงออกความคิดเห็นที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ความเป็นตัวบุคคล มันมีทั้งคนเกรียน คนจริงจัง คนตั้งใจมาโทรล คนตั้งใจมาตอบอยู่แล้ว พิจารณาจากลักษณะที่พอมีคนแย้งอะไรจริงจัง มึงสู้ด้วยตรรกะไม่ได้ ก็ใช้วิธีร้องแรกแหกกระเชอแล้วหลงละเมอเพ้อพกไปว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ มันก็สะท้อนได้แล้วว่าสติปัญญาและสามัญสำนึกมึงมีอยู่แค่ไหน และอะไรที่เป็นพิษคนก็เมินไปไม่ใช่เรื่องแปลก มึงอยากยึดก็ยึดไป กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าไวรัสที่ไม่มีโฮสต์มันจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันเชียว ไม่อย่างนั้นมึงคงไม่ปั่นเรื่องเวลามีคนมาเปิดประเด็นอะไรเพื่อเป็นการป้อนยาให้ตัวเองหรอกจริงไหม มึงเองก็ยังอยากให้โม่งเด็กดีคงอยู่ต่อไปจะได้มีที่ระบายความเงี่ยนนี่

ฟุ้งซ่านมานักก็ไปชักว่าว อยากจะด่ากราดหาว่ากูดิ้นอะไรก็แล้วแต่มึงละกัน กูไม่นำพาและไม่เอามาเป็นอารมณ์ กูเล่นโม่งมาตั้งแต่มู้สาวคอสน่าเย็ดมู้แรก ไอ้วิธีการเกรียนงอแงนี่เห็นมาเยอะละ ก็ยังไม่เห็นจะทำอะไรกูได้ กูโผล่ไปบนเด็กดีเปิดไอพี ขู่บอกจะมาหาที่บ้าน ก็ยังไม่เห็นใครมา กูรออยู่ตลอดเลยเนี่ย มาสิ เดี๋ยวจะอบเค้กให้กิน บราวนี่กูอร่อยนะ กาแฟดริปกูก็ชงได้

510 Nameless Fanboi Posted ID:L7kJrMyzOC

>>509 กูบอกอะไรให้เอาบุญ กูไม่ได้แต่งนิยาย และกูก็ไม่ได้อ่านนิยาย กูมาเล่นๆเอามันเฉยๆ มึงนั่งนึกจนหัวแตกไปเถอะ ว่ากูเป็นใคร ยังไงก็นึกไม่ออก เพราะกูอยู่คนละวงโคจรกับมึง ส่วนมึงจะคิดว่ากูเป็นใคร หรือโทรลตัวไหน ก็ตามสบาย

511 Nameless Fanboi Posted ID:Zs/sjQ51At

>>510 มึงคิดจริงๆ เหรอว่ากูจะมานั่งคิดมานั่งสนใจว่ามึงเป็นใคร สำคัญตัวเองผิดแล้ว โนสนโนแคร์โนแยแส กูหาได้สนหีแตดใดๆ นะ

512 Nameless Fanboi Posted ID:L7kJrMyzOC

>>511 เปล่า กูแค่สงสาร เห็นมึงพูดหว่านแหเพื่อจะหาจุดเชื่อมโยงให้ได้ว่ากูอาจเป็นโทรลตัวใดตัวนึงที่มึงกล่าว กูเลยอดสงสารไม่ได้ ต้องบอกเอาบุญซะหน่อย

ไปนอนชักว่าวเล่นดีกว่า บะบุย

513 Nameless Fanboi Posted ID:.YOHe5IIv3

>>511 โนสนโนแคร์ แต่พิมพ์ซะยาว โนจริงๆหรอ

514 Nameless Fanboi Posted ID:rdzb04qBAE

แปลกดี ไม่ได้เป็นนักเขียน ไม่ได้เป็นนักอ่าน แล้วมาเล่นมู้นี้ทำไมหว่า หรือหมายถึงอ่านหนังสือก็ไม่แตก แต่งนิยายก็ห่วยจนเป็นนักเขียนไม่ได้ เพื่อนก็ไม่คบ ขี้แพ้จนต้องมาขี้เรี่ยราดในบอร์ดใต้ดิน โรคจิตชอบให้คนมารุมด่า ชีวิตมึงนี่น่าสมเพชดีจัง น่าเอาไปแต่งนิยาย

515 Nameless Fanboi Posted ID:5kk3bjwqMm

>>497 มีคนไม่เก็ตมุกมึงสิกระเทยด้วย สงสาร

516 Nameless Fanboi Posted ID:CBmlYxlQQi

>>514 กูสนุกอะ ทำเหี้ยไรก็ได้ สวมบทบาทกลมกลืนกับพวกมึงก็ยังได้ พวกมึงไม่รู้4รู้8อะไรเลย ตอนกูทำตัวเป็นโม่งคุณภาพ อย่างฮาอะ

517 Nameless Fanboi Posted ID:CBmlYxlQQi

>>515 ไอ้เหี้ย โคตรล้ำ กูเก็ทมุก แต่ไม่คิดว่าจะมีคนเล่นมุกกับกู ขอบใจที่บอกนะอีกระเทย

518 Nameless Fanboi Posted ID:CBmlYxlQQi

>>513 จริง มันบอกโนสนก็โนสน กูเชื่อสนิทเลย เชื่อมากๆด้วย

519 Nameless Fanboi Posted ID:4cw6KJoV2B

ในโม่งแม่งเหมือนเรื่องในสามก๊ก แผ่นดินแยกแล้วรวม รวมแล้วแยก ส่วนคนก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย วันนี้อย่างนึง วันหน้าอีกอย่าง วันนี้เป็นมิตร วันหน้าเป็นศัตรู มีแต่ความเหี้ยที่จีรังยั่งยืน

520 Nameless Fanboi Posted ID:kI0Zf84bYa

>>518 มึงๆ ไอ้ที่มึงป่วนเขาอะ คือโม่งสับโซมีน นั่นโม่งคุณภาพไม่ระรานหรือทำร้ายใคร อย่าไปยุ่งกับเขา

521 Nameless Fanboi Posted ID:IYUjP.HmBh

>>520 กูว่ามึงไม่ต้องพยายามเอ่ยชื่อก็ได้นะ ในโม่งใครจะเป็นใครมันก็ไม่มีความหมายหรอก ต่อให้จำวิธีพิมพ์ได้ ก็ควรเก็บไว้ในใจดีกว่า อย่าให้มันผิดวัตถุประสงค์ตัวเว็บ

ส่วนพวกโทรลนี่ กูถือว่าทำบุญทำทาน เพราะพื้นที่ในโม่งก็ไม่ใช่ของกู อยากทำไรก็ทำไป เพราะกูเป็นพวกเลื่อนผ่านได้ไม่มีปัญหา (ถ้าทนดอกขาวได้แล้วทำไมจะทนในนี้ไม่ได้) อันไหนยาวเกินกูก็มี add-on กันไว้อยู่ละ ส่วนเพลงนี่เห็นบ้างไม่เห็นบ้างแล้วแต่ว่าเนื้อเพลงยาวไหม

น่าเสียดายที่เสิร์นไม่ค่อยดูแลบอร์ดแบบแต่ก่อน ไม่งั้นคงไม่มีเรื่องแบบนี่หรอกหน่า

522 Nameless Fanboi Posted ID:3QoeGGlwtO

กูจะแคร์หรือไม่แคร์ก็แล้วแต่มึงจะตีความ กูอาจจะพิมพ์ยาวเพราะชอบใช้คำสร้อยยาวๆ ก็ได้

ส่วนตัวกูมีคติธรรมประจำใจที่ได้เรียนรู้มาจากพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ก็อยากเอามาเผยแพร่ให้เพื่อนโม่งทั้งหลาย จะโทรลก็ดี เกรียนเห่อหมอยก็ดี หรือโม่งเด็กดวกทั่วไปก็ดี กูคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้มันน่าเอามาใช้ประโยชน์ได้

ตอนนั้นพระอาจารย์ได้เผยแพร่คำสอนในสื่อโซเชียลมีเดียจนมีคนหลังไมค์มาติติงว่าไม่ใช่ใช่กิจของสงฆ์ พระอาจารย์เลยตอบไปว่า

“อาตมามิจำเป็นต้องสนหีสนแตดใดๆ”

#นิมนต์ค่ะหลวงเจ๊ดลลี่

แค่นี้แหละไอ้สัส ก็ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านมาถึงตรงนี้ 55555555555555

523 Nameless Fanboi Posted ID:uYyFU0iInb

สรุปใจความสั้นๆ มึงทำไรกูไม่ได้ กูก็ทำไรมึงไม่ได้นอกจากพิมพ์เอาสวย

จอ บอ

524 Nameless Fanboi Posted ID:StcPTor6PD

I was lonely,
I needed someone, to see me threw,
I was at the, end of my rope,
I needed someone, to cut me lose
Then an angel, out of the blue,
Gave me the since that I, might make it through
And somehow I survived, with no rhyme or reason,
And now I know I'll make It,
Through the miracle of you

I know the Color Of Love,
(And It lives in side of you)
I know the color of truth,
(Its in the image of you)
If it comes for the heart, then you know that its true,
It will color your soul, like a rainbow
(Like a rainbow)
And the color of love, is in you

Like a bridge,
Over troubled, troubled water
You stood beside me, stood beside me
And your love, did not falter
And then the angel, angel in you,
Gave me the strength to know,
That I will get through,
And that's how I survived, ain't no other reason
And now I know I'll make it, through the miracle of you

I know the Color Of Love,
(And It lives in side of you)
I know the color of truth,
(Its in the image of you)
If it comes for the heart, then you know that its true,
It will color your soul, like a rainbow
(Like a rainbow)
And the color of love, is in you

So girl I want to thank you,
I can't thank you enough,
For showing me the meaning,
The meaning of true love,
(When I was lost and so in need you opened up your heart)
(When I needed you to comfort me you opened up you arms)
(I couldn't face another day you said don't be afraid)
You showed my heart the, showed me the way

I know the Color Of Love,
(And It lives in side of you)
I know the color of truth,
(Its in the image of you)
If it comes for the heart, then you know that its true,
It will color your soul, like a rainbow
(Like a rainbow)
And the color of love, is in you

Ohh, the color of you

https://youtu.be/ftJrHOiNuBo

525 Nameless Fanboi Posted ID:VrhVz0xo.1

>>523 เหมือนหมากัดกันอะ แต่มีลูกกรงคั่นกลางไว้ เก่งแต่เห่ากันทั้งสองฝ่าย ออกมานอกโม่งแม่งไหว้สวยกันทั้งคู่แน่ๆ

526 Nameless Fanboi Posted ID:OtH2Lei7of

เหมือนเรียกร้องความสนใจ วอนนาบีอยากมีตัวตนอะ
โลกแห่งความจริงไม่มีเพื่อนคุยด้วยหรอ ต้องมาสร้างตัวตนในโม่ง ปญอ

527 Nameless Fanboi Posted ID:uYyFU0iInb

>>525 กูว่าหมายังเหนื่อยกว่าว่ะ ดูพวกมันเห่ารัวๆแล้วต้องมาเหนื่อยหอบ แฮกๆ จะเห่าทียังใช้แรงเยอะกว่าเอานิ้วเคาะแป้นพิมพ์

528 Nameless Fanboi Posted ID:ibMXPAmvcQ

วันนี้กุทำบุญ กุกรวดน้ำเผื่อขยะเปียกอย่างเมิงให้แล้วนะ สาธุ ไปที่ชอบ ๆ

529 Nameless Fanboi Posted ID:VrhVz0xo.1

>>528 ปรากฏขยะเปียกบอกกูนับถืออิสลาม...

530 Nameless Fanboi Posted ID:qSkogejC6y

>>526 ที่มึงด่ามันไม่สะเทือนโทรลนะ สะเทือนชาวโม่งอย่างเราๆนี่ล่ะ มึงลืมแล้วหรอ ว่าตัวตนหลักของโม่งคือไอ้โม่งสับอะ ที่มันสับจนมีตัวตนอยู่ได้ในนี้ ส่วนโทรลมันแวะมาเยี่ยวแล้วก็ไป

531 Nameless Fanboi Posted ID:m+hQvRoVBH

สรุปว่าปล่อยให้โทรลมันระบายความเงี่ยนจนหนำใจไปนั่นล่ะ​ เราๆแค่เมินเททิ้ง​ เอาแค่ประเด็นสำคัญที่เป็นประโยชน์พอ

532 Nameless Fanboi Posted ID:mBQzQO9e.I

กูก็เห็นคนมาบอกให้ว่าให้ ignore troll หลายคนละ แต่ก็ไม่เห็นจะ ignore กันได้สักที ถ้า ignore ได้จริงป่านนี้กลับมาสับ กลับมานินทากันตามปกติแล้ว ที่เงียบๆหายๆไปเพราะทน troll ไม่ได้ตามปากทั้งนั้น
ได้แต่บอกว่า welcome to mew normal ว่ะ

533 Nameless Fanboi Posted ID:WZ8cABP+rE

ใครบอกว่าพวกกูไม่สับเพราะทนโทรลไม่ได้วะ ความจริงคือกูติดเกมว้อย ในเมื่อมู้แม่งมีแต่อะไรไม่รู้สับไปก็ขาดตอน เลยปล่อยให้วิ่งเล่นกันตามสบายเลยไง หนังสือมีให้อ่าน งานมีให้ทำ ก็ไปใช้ชีวิตนอกโม่งอย่างคนปกติบ้าง ไม่ได้ว่างจนมีเวลามาโทรลชาวบ้านแบบนี้ อย่างกูนี่อะไรก็ได้แล้วอะ เหี้ยกว่าตอนนี้ก็เจอมาแล้ว เดี๋ยวจะแวะมาดูใหม่เดือนหน้า ถ้าเหมือนเดิมก็เลื่อน คนสับไม่เดือดร้อนหรอก ไอ้พวกที่มารอรับขยะรีไซเคิลต่างหากที่จะลำบาก ถ้าพวกกูไม่อยู่ จะมีคนหัดแยกขยะเอานิยายมาสับเองก็ดีเหมือนกันนะ ถือว่าฝึกความอดทนไปในตัว ส่วนทางนี้เล่นเกม ดูเน็ตฟลิกซ์ กันอยู่อะ

534 Nameless Fanboi Posted ID:mBQzQO9e.I

แล้วก็ ignore ไม่ได้ตามเคย

535 Nameless Fanboi Posted ID:G/BVoVd23X

ปกติกูช่วยสับบ้างในบางโอกาส แต่ตอนนี้ขนาดหนังสือที่ซื้อมายังไม่มีอารมณ์จะอ่านเลย จะให้ไปอ่านนิยายเด็กดีที่ตอนนี้แทบไม่มีอะไรน่าสนใจยิ่งแล้วใหญ่

536 Nameless Fanboi Posted ID:3QoeGGlwtO

ปัญหาคืองานเดือดก็อย่างหนึ่ง แต่ติดเกมนี่อย่างหลักขี้เกียจสับไปด้วย วีคที่ผ่านมานี่คือพายุหีเข้าทั้งงานราษฎร์งานหลวง กูนอน 3-4 ชม.มาหลายวันละ เมื่อวานว่างก็เล่นเกมยิงยาวเลย พูดถึงเรื่องสับ พักนี้ชักเอียนอาหารขยะ แวะไปดูท็อปหมวดแฟนตาซีก็รู้สึกเอียนๆ ไว้สักวันสองวันงานเบาๆ กว่านี้หน่อยจะลองแวบมาหาอะไรสับดู

537 Nameless Fanboi Posted ID:3QoeGGlwtO

ส่วนอันนี้เปิดประเด็น วันก่อนไปเจอนิยายมิติใหม่มาอีกละ กูแบบ 555555555 อิหวังวะะะ

https://writer.dek-d.com/KendoZ/story/viewlongc.php?id=2105299&chapter=1

538 Nameless Fanboi Posted ID:V9EbFK7woL

>>537 ชื่อตัวระคร ........ อืม กดปิดดีกว่า

539 Nameless Fanboi Posted ID:i3FLWHjlzZ

>>537 เด็กหัดแต่ง ยังต้องฝึกอีกเยอะ แต่กูเชื่อว่ามันพัฒนาได้ เพราะมันแต่งด้วยหัวใจ กูเห็นความใส่ใจในนิยายของมันว่ะ

540 Nameless Fanboi Posted ID:StcPTor6PD

>>537 เครื่องหมายอะไรเยอะแยะ ไม่อ่านยากไปเหรอวะ

541 Nameless Fanboi Posted ID:kKf67QUIGo

>>537 สาบานว่านิยายไม่ใช่บทละครเด็ก

542 Nameless Fanboi Posted ID:CniBMauD9Z

>>537 ที่โรงเรียนไม่เคยสอนวิธีเขียนนิยายหรือบทละครอะไรมาก่อนเหรอ

543 Nameless Fanboi Posted ID:2DkPR/cOpx

ใส่ใจ! เมิงนี่เม่งโคตรดูถูกคำว่าใส่ใจเลยว่ะ

544 Nameless Fanboi Posted ID:5Ti.WammIn

พอๆไม่ต้องด่าเด็กแล้ว

ถามหน่อย พวกมึงแต่งนิยายกันกี่ปีวะ กว่าจะรู้สึกมั่นใจจนกล้าเอามาขาย ของกู4ปี

545 Nameless Fanboi Posted ID:i3FLWHjlzZ

>>543 มุมมองมึงกับกูคงไม่เหมือนกัน มึงดูความพยายามของมันด้วย ทั้งอธิบาย ทั้งวาดภาพ ถ้ามันเป็นเด็กหัดแต่งก็ถือว่าพยายามได้ดี และใส่ใจกับงานเขียนของมันแล้ว ถึงจะรู้ว่ามันอ่านนิยายมาน้อย และศึกษาน้อยก็เถอะ แต่มันใช้ความตั้งใจและความใส่ใจจริงๆ ก็สัมผัสได้ เด็กแบบนี้พัฒนาตัวเองได้ว่ะ ถ้ามันต่อยอดไปเรื่อยๆ

546 Nameless Fanboi Posted ID:i3FLWHjlzZ

>>544 จะกี่ปีก็ช่าง ถ้ามึงคิดว่าพร้อม มึงลองลงดู ลงสนามจริง และมึงจะรู้เองว่าร่วงหรือรุ่ง ถ้ามัวแต่กลัวนั่นกลัวนี่ กลัวโม่งนินทาว่าแดก มึงไม่ต้องลงนิยายกันพอดี

547 Nameless Fanboi Posted ID:BpoD0RX.z8

>>542 รร มีสอนเขียนนิยายหรือบทละครด้วยเรอะ วันๆมีแต่เขียนเรียงความชูหำพ่อ จดหมายตั่งต่าง

548 Nameless Fanboi Posted ID:CniBMauD9Z

>>545 แต่ยิ่งอีโก้สูงมากเท่าไร การพัฒนาสกิลยิ่งช้าลง สังเกตคนเขียนที่มากับอีโก้สูงๆ

549 Nameless Fanboi Posted ID:i3FLWHjlzZ

>>548 ทุกคนมีอีโก้กันหมดแหละ ใครบ้างที่ไม่มี ตรงนั้นเป็นกำแพงที่คนแต่งต้องข้ามไปด้วยตัวเอง ยากที่คนอื่นจะช่วย อันนี้มุมมองส่วนตัวกูนะ

550 Nameless Fanboi Posted ID:WZ8cABP+rE

นิยายสะท้อนสังคมนะมึงเรื่องนี้ ตรงปกรองเตือนไว้ชัดเจน มัวแต่ก้มหน้าเล่นมือถือตอนเดินเลยชนเสาไฟฟ้า (ถ้ามีรถขับผ่านมาก็ตายห่าแทน) พอไปถึงบ้านก็ชาร์ตแบตไปเล่นเกมไป แบตร้อนจนระเบิดใส่ตัวเองตายห่า (เคยมีข่าวหลายทีแล้วเรื่องชาร์ตไปเล่นไปแล้วโดนไฟดูดตายด้วย)

แค่นี้ก็ได้ความน่ากลัวของการเล่นมือถือมาเตือนใจแล้วตั้งหลายข้อ ไม่คิดว่ามันเจ๋งดีเหรอวะ

551 Nameless Fanboi Posted ID:B.HtdEEGns

เบื่ออยากหานิยายอ่าน เข้าบอร์ดนักเขียนไปเจอแต่เด็กใหม่ๆเขียนได้ไม่กี่ตอน พวกขาประจำหายไปไหนหมดไม่มีให้ส่องเลย

552 Nameless Fanboi Posted ID:raG6/Dt2lt

>>551

553 Nameless Fanboi Posted ID:raG6/Dt2lt

สัสมือไวกดส่งเฉย

>>551 มึงคิดผิดที่ไปหาในบอร์ดละ ถ้าอยากอ่านจริงๆ มึงเข้าไปตรง “ค้นหานิยาย” ดีกว่า

554 Nameless Fanboi Posted ID:CniBMauD9Z

>>551 สนใจเรื่องนี้มั้ยล่ะ https://writer.dek-d.com/cammy/story/view.php?id=125456

555 Nameless Fanboi Posted ID:WZ8cABP+rE

>>554 รีวิวการ์ตูนของพี่แคมหี ขาประจำยุคเก่าสายฮาเร็มงั้นเรอะ อ่านมากๆ ระวังหีขึ้นสมองนะมึง

556 Nameless Fanboi Posted ID:5Ti.WammIn

>>546 คือกูถามพวกมึงไง ถามพวกที่กำลังขายนิยายอยู่ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ มึงพยสยามกันมากี่ปี

557 Nameless Fanboi Posted ID:WZ8cABP+rE

>>556 ตีพิมพ์รอบแรก 4 ปี ถ้านับมาถึงตอนนี้ก็เข้าปีที่ 15 แล้ว รอบล่าสุดมัดแพ็คขายคือแต่งปีเดียวขายเลย ไม่ได้สนว่าขายได้ไหม ลองระบบเฉยๆ

ใครอยากขายต่อให้เขียนครั้งแรก จะลองขายก็ทำได้หมดอะ ขนาดน้องดีซ่านยังขายเลย (แถมขายแพงด้วยนะ)

558 Nameless Fanboi Posted ID:5Ti.WammIn

>>557 น้องดีซ่านคือใครวะ??

559 Nameless Fanboi Posted ID:WZ8cABP+rE

>>558 มึงนี่... โม่งขาจรสินะ ไม่รู้จักน้องดีซ่านเนี่ย

560 Nameless Fanboi Posted ID:f2dFyciBF5

>>557 กูไปส่องน้องมา ขายค่อนข้างแพงจริงดังว่า ตอนพิเศษ 1 ตอน 30 เหรียญ กับแพ็คนิยายอีกแพ็ค 70 เหรียญ 14 ตอน 85 หน้า ยอดขายได้แค่ 11 ครั้งกับ 4 ครั้งเอง เห็นแล้วก็เป็นเส้าแทน

วันนี้เพิ่งคุยกับแม่ไปว่าติดเหรียญตอนพิเศษนิยายไป 1 ตอน ขายตอนละ 5 บาท ก็มีคนซื้อเรื่อยๆ 2-3 เดือนมานี้ได้ 1-2000 มากินขนมทุกเดือนเลย อีกนิดจะได้มากกว่าปันผลกงสีที่ได้กินทุกเดือนละ จนใจอยากจะคิดเขียน porn ขายแม่ง เรื่องพีคๆ ในรอร.บางเรื่องคือเดือนละ 7-80,000 กูไม่ต้องขั้นนั้นก็ได้ ขอสักเดือนละ 3-4,000 ไว้ซื้อเครื่องสำอางกับนวดเดือนละครั้งก็พอ

561 Nameless Fanboi Posted ID:/jgXwKdMCV

https://www.dek-d.com/board/view/3978052/
บางทีกูก็รู้สึกสิ้นหวังแปลกๆกับคำถามประเภทนี้นะ เหมือนมันไม่ได้อยากเขียนนิยายอะ...แค่อยากให้มีคนหันมาสนใจเฉยๆ

>>558 ซ่านจื่อ https://www.dek-d.com/board/view/3961996/1/ มีเอกลักษณ์คือใจบาง เจอนู่นนิด นี่หน่อยก็ท้อ แต่ในสายตากูดูมีเครดิตขึ้นเยอะเพราะน้องเขียนนิยายจบ (ถึงจะพ่วงเรื่องขายแพงจนคนซื้อบ่นแล้วน้องมาตั้งกระทู้ท้อใจก็เหอะ)

562 Nameless Fanboi Posted ID:K1IBcS+hML

>>560 ขายพรจ๋าพร รับรองมึงจะเป็นแบบกู มีสองนามปากกา เลวหนึ่งเพื่อหาเงินโดยเฉพาะ ฉาบหน้าเป็นคนดีหนึ่งเพื่อเป็นคนดีแก่สังคม
กูยอมรับว่าตัวเองเลว แต่แบบเพื่อเงินส่งตัวเองเรียนกับช่วยเหลือที่บ้าน ศักดิ์ศรีทิ้งไว้ก่อน ยังไงก็ไม่มีใครรู้จักกูอยู่แล้นนนนน

563 Nameless Fanboi Posted ID:f2dFyciBF5

>>562 อยากให้มึงเปลี่ยนความคิด ความเงี่ยนเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ไม่งั้นอาชีพกะหรี่คงไม่เป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลกหรอก การขายพรไม่ใช่การขายศักดิ์ศรีเหี้ยอะไรทั้งนั้น มันคือการขายงานขายไอเดียที่มึงผลิตเองไม่ได้ก๊อปใครเขามา ก็จงภูมิใจในสิ่งที่ทำเสียว่าตัวเองหาเงินได้ มันไม่ได้ต่างกับงานพิเศษอื่นๆ หรอก

564 Nameless Fanboi Posted ID:WZ8cABP+rE

เอาหน่าอย่าไปคิดมากกันเลย อยากเขียนก็เขียนเถอะ ส่วนกูมีสองเหมือนกัน แต่อันนึงงาน passion อันนึงงานแกรี่

565 Nameless Fanboi Posted ID:Qw5xIuV1Y1

>>559 ไม่จรนะ ปกติกูสิงอยูาห้องอนิเมะมากกว่า ห้องนี้ก็สิงแต่มู้ท่านเรย์กะ เพิ่งมามู้นี้ตอนหัดแต่งนิยาย

566 Nameless Fanboi Posted ID:bmxV6yT85Z

>>561 อันนี้ก็น่าสิ้นหวัง อะไรทำให้เขาคิดว่าการมาฝากนิยายในบอร์ดนักเขียนมันจะเวิร์ควะ กูเห็นแม่งก็บ่อยอยู่นะ
https://www.dek-d.com/board/view/3978081/

567 Nameless Fanboi Posted ID:OUV/W/m4WP

>>566 มันก็คงมีคนอ่านที่มาหานิยายในบอร์ด แทนที่จะดูใน Top แต่ละหมวดหรือเสิร์ชหาเองบ้างแหละ เช่น >>551 เป็นต้น

568 Nameless Fanboi Posted ID:UObriL1XPh

>>566 กูเคยบอกไปในมู้ก่อนแล้วว่าเขาอัดฉีดขายอีบุ๊ก ซึ่งไม่เวิร์คว้อย ยิงแอดง่ายกว่า

569 Nameless Fanboi Posted ID:8Qvk4Pvdlm

>>566 ถ้าเป็นเมื่อก่อนกูชอบไปแอบส่องนิยายของขาประจำบางคนที่ตอบเมนต์เข้าท่า ซึ่งก็มีทั้งดีทั้งแย่ปนกัน แต่เดี๋ยวนี้มันแย่ทั้งเด็กโนเนมทั้งขาประจำ เลยแม่งไม่อยากดูมู้โฆษณาเท่าไหร่แล้ว

570 Nameless Fanboi Posted ID:IZhCHVdpXj

>>569 กูไม่ได้อยากสนับสนุนระบบอาวุโสหรือแก๊งค์มาเฟียนะ แต่ถ้าจะลองอ่านนิยายจากในบอร์ด กูเลือกจากคนที่ดาวเยอะๆ ก่อนว่ะ อย่างน้อยมันบอกได้ว่าไอ้นี่อยู่มานานจริงก็น่าจะมีของบ้าง สมัยก่อนดาวขึ้นยากมาก ตอนนี้ถึงจะเพิ่มวิธีเก็บแต้ม ก็ยังขึ้นยากอยู่ดี

571 Nameless Fanboi Posted ID:UObriL1XPh

>>570 ดาวเยอะไม่ช่วยอะไร มึงดูไอ้โนวันสิกี่ดาว นิยายมันก็แฟนฟิคที่ไม่เรียกตัวเองว่าเป็นแฟนฟิค

572 Nameless Fanboi Posted ID:IZhCHVdpXj

>>571 อย่างที่ >>569 บอกไง ว่าบางคนก็ดีบางคนก็ห่วยต่อให้เป็นพวกดาวเยอะเหมือนกันหมดก็ตาม

573 Nameless Fanboi Posted ID:0XwEpDNiJk

>>571 ไอ้นี่ดาวเยอะเพราะโหวตกระทู้บ่อยกับมีคนโหวตกระทู้มันเยอะ สมัยมีกิจกรรมเรื่องสั้นฤดูกาล นอกจากเกรียนๆ กวนๆ ในบอร์ดแล้วนิยายมันกูเฉยๆ มาก

574 Nameless Fanboi Posted ID:UObriL1XPh

ขาประจำที่ยังตอบบอร์ดอยู่ตอนนี้กูเห็นที่เป็นโล้เป็นพาย มีผลงานจับต้องได้หน่อยก็คือลูเซีย ที่เหลือนี่แม่งห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ เจ๊แวร์ดำแดงก็เขียนจีนไทยเดิม มิรินด้าก็ขายเสียวแต่เจี๊ยวหด น้องหี น้องแดงมาโซ น้องดีซ่านงี้ หรือจะตัวใหม่ๆ อย่างเทพแต๊ด เจ็บหัวเหม็ดเหยดแหม่

575 Nameless Fanboi Posted ID:XP+zTCO7UP

ใครว่าดาวเยอะเพราะเขียนนิยายเยอะ บางคนอัพดาวเยอะโดยไม่ต้องเขียนนิยายเลยก็มี ยิ่งสร้างมู้เยอะยิ่งอัพดาวเยอะ

576 Nameless Fanboi Posted ID:XP+zTCO7UP

ลืมบอก บางคนอยู่มาตั้งนานแต่ไม่เคยได้สองดาว เพราะแม่งไม่เคยตั้งมู้กับเนื้อกับตัว เอาแต่โพสมู้ของชาวบ้าน หรือตั้งมู้ไม่กี่ครั้งเลิก เอาดีกับโพสคนอื่นแทน

577 Nameless Fanboi Posted ID:7PTlB7UZE/

>>568 มึงเคยอ่านเรื่องที่เขาพยายามอัดฉีดอยู่นี่ปะ กูไม่อ่านวายวะ แต่เห็นโม่งคุยเรื่องดาวกัน เลยนึกอยากลองไปส่องเรื่องอื่นเขาบ้าง เห็นมีจบแล้วสองเรื่อง เรื่องนึงนิยายรัก 146ตอน วิว 12,000 อีกเรื่องรักแฟนตาซี 128ตอน วิว24,00 ก็ไม่ได้อยากตัดสินจากยอดวิว แต่มันก็ชี้ให้เห็นบ้างเปล่า ว่านิยายเขาเนี่ยไม่ได้ดีนัก บางทีโฆษณาอย่างเดียวอาจไม่ช่วย แต่กูก็ไม่รู้ไม่ดีจริงมั้ยนะ ไม่เคยอ่านของเขา ถ้าเหมือนด่วนตัดสินไปกูขอโทษ

578 Nameless Fanboi Posted ID:MElRLiQ8aL

>>577 ให้โอกาสไป 5 ตอน เดี๋ยวก็เข้าใจเองว่าเจ๋งหรือเจ๊ง

>>575 ถ้าสมัยก่อนมันปั๊มกระทู้เพื่อปั่นดาวได้ แต่ตอนนี้กูไม่รู้ว่ายังคิดคะแนนแบบเดิมรึเปล่า ที่แน่ๆ คือ ถ้ามีคนเข้ามาดู MyiD ทุกๆ 5 คน ได้ 1 แต้มนี่ชัวร์ๆ กับแต่งนิยายได้ 5 เฟบ + 1 แต้ม ใครรู้เรื่องนี้ชัดๆ เคยโทรไปถามทีมงานดู ลองมาบอกเป็นวิทยาทานหน่อย

579 Nameless Fanboi Posted ID:mDDtvM1Rsu

I wanna see something
That used to be in your eyes again,
I'm waitin' to see it,
You know it's only a question of when,
And I know how much I'm missin' heaven,
You know that it's missin'
And only you know where you have been to,
Only you know what you have been through,
But there's better things you're gonna get into,
And I wanna be there too.

I know it's not easy
For you to start to believe again
And when the day comes
Don't let yourself be deceived again
Cause I know how you've been waiting,
Such a long time that you've been waitin
And only you know where you have been to,
Only you know what you have been through,
There's better things you're gonna get into,
And I wanna be there too.

And I know how you've been waiting,
Such a long time that you've been waitin
And only you know where you have been to,
Only you know what you have been through,
But there's better things you're gonna get into
And I wanna be there too.

https://youtu.be/QCSy-7meDVM

580 Nameless Fanboi Posted ID:Rf4TOIp8Eq

>>566 คนเฟบเยอะกว่ากูเกือบครึ่งอีก แต่ทำไมคนอ่านน้อยกว่ากู? ครึ่ง ๆ เหมือนกัน หรือเอาอะไรตัดสิน?

581 Nameless Fanboi Posted ID:Jvkpd2sjLo

>>566 ทำไมกูเคยฝากแล้วได้คนอ่านกับคนเฟบเพิ่มวะ ถึงจะนานมาแล้วก็เถอะ กูว่าอยู่ที่นิยายกับฝีมือคนแต่งด้วย อย่ากล่าวว่าวิธีนี้โง่เลย

582 Nameless Fanboi Posted ID:UObriL1XPh

>>577 เคยพยายามอ่าน แต่บายไปตั้งแต่ย่อหน้าแรกๆ เพราะลำไยวิธีการเล่าเรื่อง เดี๋ยวจะลองตั้งใจอ่านดูก็ได้ ซึ่งย้ำอีกรอบ ส้มเวรนี่เป็นแฟนฟิค nct แล้วมาเปลี่ยนชื่อตัวละครทำเป็นออรินาจา

>>581 นานมากแล้วคือกี่ปี เวลาผ่านเทรนด์เปลี่ยนนะจ๊ะ ส่วนตัวมองว่าการโปรโมทในบอร์ดปัจจุบันแทบไม่ช่วยเหี้ยอะไร ยอดเฟบไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คนในบอร์ดก็มีแต่นักเขียนมาขายของทั้งนั้น อัพนิยายตอนหนึ่งยังอาจทำให้คนอ่านและผู้ติดตามเพิ่มมากกว่าอีก การมาโปรโมทถี่ๆ แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่ใช่ช่องทางที่คนจะเห็นเยอะ แถมไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่งั้นไอ้เลโก้คงมีคนอ่านยอดวิวเป็นหมื่นแล้ว ถ้าจะขายต้องไปขายให้ถูกตลาด ตลาดในบอร์ดมีแต่อุปทานไม่มีอุปสงค์

ส้มเวรนี่ขุดกระแสไม่ขึ้นจริงๆ ขนาดได้ขึ้นแบนเนอร์ เด็กดีช่วยดัน มีบทความต่างๆ ก็ยังผลักดันตัวเองมาได้เท่านี้ ไม่ต้องถามถึงในรอร.ที่มีวิวแค่หมื่นนิดๆ เฟบร้อยกว่าๆ เลย จริงๆ กูก็มีความเห็นใจอยู่บ้าง อยากจะบอกว่าวิธีการโปรโมทนิยายวายที่ดีที่สุดคือ word of mouth หรือภาษาบ้านๆ คือปากต่อปาก ถ้ามีคนช่วยรีวิวใช้แท็ก #แนะนำนิยายวาย ยังไงก็มีคนอ่านมาเรื่อยๆ จากการส่องแท็กนิยายนางแล้ว ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากแท็กเท่าไร กูก็สงสัยนะว่าไม่รู้ตัวจริงๆ หรือว่าโปรโมทในเด็กดีมันไม่เวิร์ก

583 Nameless Fanboi Posted ID:Jvkpd2sjLo

>>582 ประมาณ5หรือ6ปีที่แล้ว สมัยที่กูยังสนุกกับการแต่งนิยายอะ มันช่วยเพิ่มมาเกือบหลักร้อยเลย กูขอถามความเห็นหน่อยสิ ถ้าสมัยนี้ต้องทำยังไง กูนึกไม่ออก เผื่อมีไฟจะมาแต่งนิยายอีกครั้ง

584 Nameless Fanboi Posted ID:bmxV6yT85Z

>>582 แอบสงสัย ทำไมเด็กดวกเลือกนาง ปกติเห็นชอบเลือกนิยายเบียวๆ พวกแฟนตาซีอันนั้นเดาว่าคงมาจากยอดวิวไรงี้ปะ แต่ส้มเวรถ้าโปรโมทถึงขั้นแบนเนอร์บทความแต่มาได้แค่นี้ ก่อนหน้านี้มันจะน้อยขนาดไหน

585 Nameless Fanboi Posted ID:6Kn9nyY5.1

>>583 พูดไว้บ่อยละ ขี้เกียจพิมพ์เพิ่ม ลองไปย้อนๆ อ่านดูบ้างแล้วกัน

>>584 ก็น่าจะน้อยกว่านี้ 1/3 หรือ 2/3 นะ กูก็จำได้รางเลือนเหลือเกิน ส่วนที่เด็กดีโปรโมทให้ กูก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน นางเป็นนักแปลมาก่อนก็จริง แต่ก็ไม่ใช่นักเขียนเบอร์ดัง แพ็กตอนพิเศษที่ขายก็ขายได้แค่ 230 ครั้ง นิยายเรื่องอื่นๆ ก็อย่างที่ >>577 บอก ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะรู้จักกันมั้ง แต่ไปเจอทวิตนี้ เลยคิดว่าน่าจะมาจากอันนี้มากกว่า

https://twitter.com/dekdwriter/status/1255814156101484545?s=21

586 Nameless Fanboi Posted ID:n1EOUw/oIy

>>563 มึงพูดทีทำให้กูรู้สึกมีค่าขึ้นเลย 5555 กูไม่กล้าบอกที่บ้านนะว่าเงินที่กูได้มาเพราะกูเขียนเรื่องพร บ้านกูแอนตี้นิยายพวกนี้บอกว่าเป็นขยะ แต่คือมันทำเงินให้กูส่งเรียนได้ กูส่งน้องส่งที่บ้านให้มีเงินมาเป็นทุนขายของออนไลน์ แล้วกูก็ตอแหลว่าเงินพวกนี้มาจากนิยายอีบุ๊กเรื่องที่ฉาบหน้าว่าเป็นคนดี ซึ่งจริงๆแล้วแม่งคนดีศรีกทม. ขายได้แค่1/4ของรายได้จากพร T Tเศร้าเหี้ยๆ

587 Nameless Fanboi Posted ID:UObriL1XPh

>>586 บอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร มันไม่ใช่ทุกบ้านที่จะเข้าใจอะไรแบบนี้อยู่แล้ว สังคมไทยมันไม่ได้เปิดรับกับอะไรเรื่องนี้มาก มันยังถูกมองว่าผิดศีลธรรมจรรยาไม่เหมาะกับการเป็นเมืองพุทธ ความเงี่ยนเลยถูกเอาไปซุกใต้พรม เหมือนที่ตำรวจลงพัทยาแล้วไม่เจอกะหรี่ไง แต่กูอยากให้มึง empower ตัวเองนะ มันคือน้ำพักน้ำแรงมึงอ่ะเพื่อนโม่ง ศักดิ์ศรีสูงต่ำเหี้ยอะไรไม่มีอยู่จริง ภูมิใจกับตัวเองสิวะที่หาหนทางเอาตัวรอดใช้ชีวิตได้ ชื่นชมตัวเองเถอะเพื่อน

588 Nameless Fanboi Posted ID:GswRCzhM+P

https://www.dek-d.com/board/view/3978148/ ไม่แปะรูป แต่โปรดยอมรับในลายเส้นของเราได้ไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหน? ไม่เห็นอะไรสักอย่างแล้วกูจะRespectมึงยังไงหนิ

589 Nameless Fanboi Posted ID:n4D1nXL+7R

>>580 อาจเหมือนกูที่แค่มือไปโดน อีปุ่นเฟบอันใหม่ก็ง่ายเหลือเกิน ไม่ก็อีกพวกคือเคยชอบเฟบไว้แต่นาน ๆ เข้าก็เบื่อจะไปกดยกเลิกก็ยุ่งยาก(สำหรับอันเก่านะ ตอนนั้นพยายามลบหลายเรื่องแต่โคตรยุ่งยากเลยปล่อยเบลอแม่ม เต็มแจ้งเตือนอยู่ทุกวันนี้

590 Nameless Fanboi Posted ID:mAG5K0tRsy

>>588 สงสัยน้องคงกลัวมีคนมาทักว่าหูเพี้ยนอนาโตมี่เบี้ยว ถถถถถถ...

591 Nameless Fanboi Posted ID:mDDtvM1Rsu

Besame, besame mucho,
Como si fuera esta noche la ultima vez...
Besame, besame mucho,
Que tengo miedo perderte, perderte despues...

Quiero tenerte muy cerca,
Mirarme en tus ojos y estar junto a ti,
Piensa que tal vez mañana,
Estare muy lejos, muy lejos de aqui...

Besame, besame mucho,
Como si fuera esta noche la ultima vez...
Besame, besame mucho,
Que tengo miedo perderte, perderte despues...

Quiero tenerte muy cerca,
Mirarme en tus ojos y estar junto a ti,
Piensa que tal vez mañana,
Estare muy lejos, muy lejos de aqui...

Besame, besame mucho,
Como si fuera esta noche la ultima vez...
Besame, besame mucho,
Que tengo miedo perderte,
Perderte despues...

https://youtu.be/ObisIs4kPc0

592 Nameless Fanboi Posted ID:jPRS.mLvL9

Can anybody find me somebody to love?

Ooh, each morning I get up I die a little
Can barely stand on my feet
(Take a look at yourself) Take a look in the mirror and cry (and cry)
Lord, what you're doing to me (yeah yeah)
I have spent all my years in believing you
But I just can't get no relief, Lord!
Somebody (somebody) ooh somebody (somebody)
Can anybody find me somebody to love?

I work hard (he works hard) every day of my life
I work 'til I ache in my bones
At the end (at the end of the day)
I take home my hard earned pay all on my own
I get down (down) on my knees (knees)
And I start to pray
'Til the tears run down from my eyes
Lord, somebody (somebody), ooh somebody
(Please) can anybody find me somebody to love?

Everyday (everyday) I try and I try and I try
But everybody wants to put me down
They say I'm going crazy
They say I got a lot of water in my brain
Ah, got no common sense
I got nobody left to believe in
Yeah yeah yeah yeah

Oh, Lord
Ooh somebody, ooh somebody
Can anybody find me somebody to love?
(Can anybody find me someone to love)

Got no feel, I got no rhythm
I just keep losing my beat (you just keep losing and losing)
I'm OK, I'm alright (he's alright, he's alright)
I ain't gonna face no defeat (yeah yeah)
I just gotta get out of this prison cell
One day (someday) I'm gonna be free, Lord!

Find me somebody to love
Find me somebody to love
Find me somebody to love
Find me somebody to love
Find me somebody to love
Find me somebody to love
Find me somebody to love
Find me somebody to love love love
Find me somebody to love
Find me somebody to love
Somebody somebody somebody somebody
Somebody find me
Somebody find me somebody to love
Can anybody find me somebody to love?
(Find me somebody to love)
Ooh
(Find me somebody to love)
Find me somebody, somebody (find me somebody to love) somebody, somebody to love
Find me, find me, find me, find me, find me
Ooh, somebody to love (Find me somebody to love)
Ooh (find me somebody to love)
Find me, find me, find me somebody to love (find me somebody to love)
Anybody, anywhere, anybody find me somebody to love love love!
Somebody find me, find me love

https://youtu.be/kijpcUv-b8M

593 Nameless Fanboi Posted ID:ZbfLInct.x

จำได้ว่ามีคนพูดเรื่องพล็อตนิยายที่เกี่บวกับ Sia-O
อะ ตัวละคร นักฆ่าคนโปรดของราชา
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10157924253001154&id=627196153

594 Nameless Fanboi Posted ID:Xaeijkwq0X

กูกำลังจะเข้านอน ดันไปเจอเอ็นควยในหมวดวายเรทในรอร.เฉยเลยเว้ย เหยดแหม่เปรตแท้ไอ้ไข่นุ้ย
https://www.readawrite.com/?action=user_page&user_id_publisher=3956108

595 Nameless Fanboi Posted ID:Xaeijkwq0X

อีเหี้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ด้วยความเหี้ยบวกกับความนักสืบพันทิปเลยอากู๋เล่นๆ ไปเจอว่าเอ็นควยแม่งเรียนครุ อนาคตเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ ไม่น่าเสือกเลยกู สยองจนนอนไม่หลับแล้ว อีเหี้ยยยยยยยยย กลัวว้อย

https://imgur.com/a/qNGJyho

596 Nameless Fanboi Posted ID:b5XtueTN6Z

>>594-595 น้อนเลือกเดินทางสายนี้สินะ... *ตรบมือ*

597 Nameless Fanboi Posted ID:16MAg/NRe0

>>595 เรียนครุจริงเหรอวะ ดูจากวุฒิภาวะที่แสดงออก + เซ็ตติ้งนิยายที่เขียน กูนึกว่าเด็กมัธยมนะเนี่ย

แต่ไปอยู่ใน รอร. ก็ดีละ คราวนี้อยากจะเขียนติดเรทขนาดไหนก็ได้

598 Nameless Fanboi Posted ID:2LoleE+cs4

>>595 เปลี่ยนจาก "พระคุณที่สาม" เป็น "พระคุณที่เสียว" เรียบร้อย อีกหน่อยถ้ามีคดีลวงเด็กชายไปล่อตูดก็ให้นึกดูว่าชื่อในข่าวมันคุ้นๆ รึเปล่าด้วยนะ

599 Nameless Fanboi Posted ID:9qI.A9CDPi

>>595 ไม่เปลี่ยนนามปากกาด้วย ชื่อนี้จะก้าวเดินในเส้นทางเสียวอย่างเปิดเผยถถถ

600 Nameless Fanboi Posted ID:HHAHclCHWh

สัด ชาวโม่งเสียวตูดกันเป็นแถวเลยมึง ขอให้โดนอัดตูดกันทุกโม่งทุกตัวนะแจ๊ะ

601 Nameless Fanboi Posted ID:amncWxgNVd

เอ็นควยคงเข็ดแล้วว่าเด็กดวกไม่ต้อนรับความเงี่ยนของมัน

602 Nameless Fanboi Posted ID:amncWxgNVd

ky ขอถามอะไรหน่อย นอกจากเด็กดวก มีค่ายอื่นหรือเว็บนิยายไหนมีเว็บบอร์ดบ้าง คนน้อยแปลกๆ

603 Nameless Fanboi Posted ID:HHAHclCHWh

>>602 readawrite แต่นั้นน้อยเสียยิ่งกว่า

604 Nameless Fanboi Posted ID:2LoleE+cs4

พอดีวันนี้เลิกงานเร็วเลยกะว่าจะมาสานต่อโครงการวิแคระห์นิยายแกรี่ที่พูดถึงคราวก่อน ออกตัวก่อนเลยนะว่าแม่งอคติแน่ๆ ใครอ่านก็แยกแยะดีๆ แล้วกัน ว่าอันไหนควรจำ อันไหนควรข้าม แต่สำหรับใครที่คิดจะแต่งสายแกรี่ให้สุดทาง กูว่าน่าจะได้ของไปเยอะเลย

เรื่อง : Isekai Shihai no Skill Taker: Zero kara Hajimeru Dorei Harem
แนว : แฟนตาซี, แกรี่, ฮาเร็ม, ทะลึ่ง (คือต้นทางมันใช้ エッチ ไม่ใช่ へんたい เรทเลยน่าจะยังไม่ถึงกับต้องใช้ "ลามก")
โปรยปกหลัง : โคโนเอะ ยูโตะ เด็กหนุ่มเชี่ยวชาญวิชาต่อสู้ถูกดึงตัวไปต่างโลก โดยมีทักษะโคตรโกงในการได้รับสกิลจากเหยื่อที่ฆ่า "มาต่างโลกแบบนี้ก็ต้องมีฮาเร็มทาส 100 คนสิน้าาา" (กู : เบะปากเป็นสระอิ กลอกตามองบนรัวๆ)

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เดี๋ยวกูจะลองไล่จนจบช่วงใหญ่ช่วงแรก พวกมึงก็ลองพิจารณากันดูนะ

เปิดเรื่องมาด้วยการนอนบ่นบนเตียงของไอ้ยูโตะ ว่าไอ้พ่อหัวควยบังคับกูฝึกวิชาต่อสู้เหี้ยไรไม่รู้ (PRO TIP #1 กฎไลท์โนเวลขายได้ข้อที่ 1 "พระเอกต้องไม่พยายาม") ซึ่งเป็นวิชาที่นำจุดเด่นจากศิลปะกันป้องกันทั่วโลกมารวมไว้เป็นหนึ่งเดียว (PRO TIP #2 พระเอกต้องรู้วิชาต่อสู้ที่โหดสัส) ฝึกหนักโคตร ฝึกทุกวันจนร่างกายกูจะไม่ไหวแล้วเนี่ย บ่นจบก็เผลอหลับไปด้วยความเพลีย พอตื่นมาอีกทีก็มาต่างโลกแล้ว แถมอยู่กลางวงล้อมของพวกออคหน้าหมูด้วย พอหัวหน้าออคได้ยินจากออคชาแมนว่าพระเอกไม่มีสกิลอะไรดีๆ เลย ก็สั่งให้ลูกน้องฆ่าพระเอกทิ้ง โทษฐานทำให้สิ้นเปลืองหินอัญเชิญราคาแพงไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรลูกน้องออคก็โดนพระเอกเอานิ้วแทงคอหอยดับอนาถด้วยวิชา "มือหอก" มีการบรรยายว่าพวกออคนี้ดวงซวยโคตรๆ เพราะพระเอกเป็นอัจริยะที่พันปีจะมีโผล่มาสักคน (PRO TIP #3 พระเอกต้องเป็นบุคคลสำคัญ) มีความสามารถพิเศษที่ทำให้แตกฉานในทุกวิชาต่อสู้ รวมไปถึงการได้ทักษะของคนที่พ่ายแพ้ตน (PRO TIP #4 กฎไลท์โนเวลขายได้ข้อ 3 "ความสามารถที่ติดตัวมาเอง") ปัจจุบันพระเอกรู้วิชาต่างๆ ทั่วโลกรวมกันกว่า 60 ชนิด (แกรี่สัสๆ)

พวกออคเงิบแดกทำอะไรไม่ถูกเลยโดนพระเอกไล่ฆ่าด้วยวิชาต่อสู้ต่างๆ คือมันพูดถึงเยอะมาก จนรู้ว่าไอ้นักเขียนคงไปค้นคว้ามาพอสมควร (มีพูดถึงมวยไทยด้วย) พระเอกของเราแม่งไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย แถมยังสนุกสนานไปกับฉากโหดเลือดสาดอีก (PRO TIP #5 พระเอกต้องโหด โฉด เท่ ห้ามทำตัวกาก ห้ามแพ้) ด้วยเหตุผลว่าฝึกวิชาฆ่าคนมาตั้งนานแต่ไม่เคยได้ใช้จริงสักที พอได้ใช้แบบนี้กูเลยแม่งอย่างชอบ หัวหน้าออคที่กลัวจนเข่าอ่อนถามพระเอกว่ามึงเป็นตัวอะไรกันแน่วะ ไอ้พระเอกเลยตอบแบบเอจจี้ๆ ว่า "ผมชื่อ โคโนเอะ ยูโตะ เป็นเด็ก ม.ปลาย ธรรมดา" (มึงมีอายาโนะควยจิเป็นไอเด้าเหรอ) ว่าจบก็ฆ่าบอสออคตายในดอกเดียว

แล้วเรื่องก็แม่งเข้าสู่ช่วงระบบเกมเต็มรูปแบบ เพราะมีหน้าต่างสเตตัสกับสกิลขึ้นมา ตาพระเอกสามารถมองเห็นข้อมูลมอนสเตอร์ ไอเท็มดรอป กับสเตตัสของตัวเองผ่านการเรียก UI ขึ้นมาดู พระเอกงงว่าทำไมกูมีสกิล 3 อย่าง พออ่านดูก็เข้าใจว่า ตัวมันมีสกิล 「 แย่งชิงสกิล 」ก็เลยได้ 「 ดวงตาปีศาจ 」(อ่านรายละเอียดสิ่งต่างๆ + เห็นสกิลคนอื่น) ของออคชาแมน กับ 「 ร่างสัญญาทาส 」(ตามชือ) ของหัวหน้าออค มาเป็นของตัวเองหลังฆ่า ไอ้แกรี่ยูโตะเลยกระหยิ่มยิ้มย่องว่าแม่งแบบนี้กูกลายเป็นเหี้ยติดปีกสิวะ เทพ! เทพ! เทพ! (PRO TIP #6 ต้องแสดงความเทพให้เห็นอย่างต่อเนื่อง)

หลังจัดการแก๊งค์ออคแล้วพระเอกก็ทำการรูดทรัพย์แม่งทุกศพ อะไรที่หน้าต่างข้อมูลเขียนว่าขายได้ก็ขนมาจนเกลี้ยง ลูทไปลูทมาก็เจอเข้ากับกระเป๋าเก็บของที่ยัดของเข้าไปได้ 100 กิโลกรัม (PRO TIP #7 ต้องมีความสะดวกสบายเสมอ) จากนั้นก็เปลี่ยนชุดจากชุดนอนกากๆ เป็นชุดนักผจญภัย คว้าเอาดาบออคระดับ 4 ดาวมาใช้ กับเก็บไปป์โคโบล์ 4 ดาวที่น่าจะราคาแพงเอาไว้ขาย พอออกมาจากปราสาทได้ก็ตรงไปลองของกับเรดสไลม์ต่อ แม้จะมีวิชาโหดสัสแบบจะเข้าไปกระทืบก็เลยได้ แต่พระเอกแม่งไม่โง่ เพื่อความปลอดภัยเลยลองเอาหอกออคที่เก็บมาได้ขว้างใส่แทน (PRO TIP #8 พระเอกต้องมีฉาก Tell ความ (พูดตามผมนะครับ) อัจ-ฉะ-ริ-ยะ) พอเยลลี่แดงแตกกระจุย พระเอกเสียใจที่ไม่มี EXP เด้งขึ้นมาให้ดู (อด Solo leveling เลยกู) แต่ในหน้าต่างสเตตัสหลักดันมีสกิลติดตัว 「 ทนไฟ Lv.1 」(1/10) โผล่มาแทน สรุปว่านอกจากสกิลโจมตีแล้ว ยังสามารถดูดสกิลป้องกันมาได้ด้วย มึงจะโกงไปไหนวะ (PRO TIP #9 ต้องมีความเทพในทุกๆ ด้าน)

605 Nameless Fanboi Posted ID:2LoleE+cs4

>>604

ทีแรกไอ้พระเอกกะจะเก็บเวลสกิล Passive ทนไฟให้ได้เยอะๆ แต่แม่งใกล้ค่ำแล้วกลัวเจอมอนสเตอร์ในป่าจับไปแดก (นี่มึงยังต้องกลัวอีกเหรอ) เลยเดินทางผ่านทางเกวียนตรงเข้าตัวเมือง แล้วเมืองที่ไปเจอก็ดันเป็นเมืองหลวงด้วย สะดวกสัสๆ ถึงเมืองแล้วก็หาที่ซุกหัวนอน เลยแวะบาร์แห่งแรกที่ไปเจอกะว่าจะพักผ่อน แต่ไปเจอเข้ากับสาวเสิร์ฟเผ่าหูหมาเข้าเสียก่อน พระเอกเห็นน้องหมาเข้าก็นึกเสียดายที่เธอหน้าตามอมแมมทั้งๆ ที่เป็นคนสวย ถ้าพาไปอาบน้ำแล้วหาชุดดีๆ ให้ใส่นี่รับรองว่าแจ่มหมาแน่นอน พอจ่ายเงินเสร็จก็ขึ้นไปนอนพร้อมกับนึกถึงตูดน้องหมาไปด้วย (PRO TIP #10 พระเอกต้องแอบหื่น)

เช้าวันรุ่งขึ้นพระเอกลงมาหาอะไรแดก เจอกับน้องหูหมาที่ชื่อ "สไปก้า" อีกรอบ เลยถามข้อมูลเกี่ยวกับงานรับจ้าง น้องหมาเลยแนะนำให้พระเอกไปที่กิลด์นักผจญภัย (เป็นงี้ทุกเรื่องอะ) พอได้ข้อมูลแล้วเจ้าหนุ่มเลยจ่ายทิป 1 เหรียญเงินเป็นการตอบแทน น้องหมาเห็นเข้าก็ตกใจเพราะแม่งเยอะกว่าที่ทำงานรวมกันทั้งสัปดาห์อีก น้องเธอบอกมันเยอะเกินไป รับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ พระเอกเลยงงสัส ในกระเป๋ากูมีแบบนี้อีก 5 หมื่นกว่าเหรียญเลยนะ (เงินที่ปล้นศพออคมา) เจ้าหนุ่มของเราเลยบอกไปว่า หน้าตาน่ารักแบบนี้ถ้าอาบน้ำอาบท่าแล้วหาชุดสวยๆ มาใส่คงจะสุดยอดไปเลย งั้นเอาเงินนี่ไปซื้อชุดสวยๆ มาใส่แทนก็แล้ว ส่วนเงินทอนก็เก็บเอาไว้ น้องหูหมาเจอความหมาหยอกไก่ของพระเอก แถมเกิดมาไม่เคยเจอใครชมว่าน่ารัก เลยโดนธงฮาเร็มปักทะลุมดลูกมิดด้าม (PRO TIP #11 กฎไลท์โนเวลขายได้ข้อที่ 2 "นางเอกที่ใจง่าย") จากนั้นไอ้แกรี่ยูโตะก็ไปกิลด์นักผจญภัยเพื่อหางานทำ

พอไปถึงก็แม่งถูกใจสาวประชาสัมพันธ์กิลด์เข้าให้ ตรวจด้วยสกิลตาก็พบว่าคุณเธอน่าโดนมากๆ เป็นคุณหนูชนชั้นสูง ปัญหาคือเธอมีสกิล「 ลบเวทมนตร์ 」โคตรโกงระดับ 7 ดาวติดตัวอยู่ พระเอกเลยล้มเลิกความคิดเรื่องม่อสาวทันที แล้วเปลี่ยนเป็นสมัครเข้ากิลด์เพื่อรับงานมาทำ งานแรกเป็นล่ามอนสเตอร์อ่อนๆ แต่ล่าแล้วต้องเก็บชิ้นส่วนกลับไปที่กิลด์ พอจบเควสได้ของครบพระเอกก็คิดว่าถ้าเกิดกำลังแล่ชิ้นส่วนอยู่แล้วโดนลอบโจมตีขึ้นมาท่าจะไม่ดีแน่ เลยคิดว่าน่าจะหาคนมาเข้าตี้ดีกว่า ระหว่างทางเปิดจอสเตตัสดูปรากฏว่าได้เวทมนตร์ 「 ลม 」มาใช้จากมอนสเตอร์ค้างคาว (เออดี มีทั้งสกิลพิเศษ สกิลติดตัว คราวนี้สกิลใช้งานอีก) ก็เลยลุยฆ่าค้างคาวจนได้ 「 ลม Lv.2 」(0/20) มา เลยเข้าใจแล้วว่าวิธีอัพเวลคือฆ่ามอนเพิ่มเรื่อยๆ จนครบจำนวน แต่จะฝืนเยอะก็ไม่ได้เพราะใช้เวทมากๆ แล้วอ่อนแรง (PRO TIP #12 ต้องมีจุดอ่อนบ้างในระยะแรก) สุดท้ายเลยต้องกลับเมือง

ตอนส่งเควสสาวกิลด์เห็นพระเอกท่าทางโทรมๆ เลยถามว่าได้อ่านคู่มือนักผจญภัยบ้างหรือเปล่า พระเอกหัวเราะแหะๆ เลยโดนสาวเจ้ามองจิก 1 ดอก อันที่จริงคุณเธอจะไม่สนใจพระเอกก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไมถึงต้องดูไม่พอใจที่พระเอกทำอะไรเสี่ยงๆ (PRO TIP #13 พระเอกที่ดีต้องมี Pussy Magnet หรือพลังดึงดูดหี) จิกเสร็จน้องก็ไล่ไอ้ยูโตะไปร้านขายของประจำกิลด์เพื่อให้มันหาของดีๆ มาใช้บ้าง หลังได้เงินจากเควสมา ก็มีการพูดถึงเรื่องซื้อมาขายไป แต่ไปป์กับดาบออคแม่งแพงจนเจ้าของร้านรับซื้อไม่ไหวเลยต้องเอาไปประมูล (ซึ่งตรงนี้กูล่ะงง ทำไมได้ของดีมาแล้วไม่ยอมใช้เอง) พอกลับจากร้านอาวุธ ตรงหน้าบาร์มีคนมาทวงหนี้น้องหูหมา บอกว่าน้องหูหมาติดหนี้อยู่ 5 หมื่นเรีย พระเอกเลยจ่ายแทนแม่งเลย (PRO TIP #14 เพื่อหีพี่ทำได้ สร้างบุญคุณเข้าไว้)

606 Nameless Fanboi Posted ID:2LoleE+cs4

>>605

พอจบเรื่องแล้วน้องหูหมาก็เสนอตัวรับใช้พระเอก (ทำตัวทัชสกรีนดีมาก) แต่พระเอกยังไม่ตอบรับทันที (มีเล่นตัวด้วยนะมึง) แล้วถามว่าทำไมถึงอยากมารับใช้ล่ะ น้องตอบว่าเพราะพระเอกช่วยล้างหนี้ แล้วพระเอกก็ยังดูมีความสามารถลึกลับที่เธออธิบายไม่ถูก รู้แค่ว่าพระเอกไม่ใช่คนธรรมดา ด้านไอ้พระเอกพอมาคิดๆ ดูก็นึกออกว่าเราต้องการตี้พอดีนี่นา ควายที่ไหนจะไม่อยากได้สาวหูหมาน่ารักๆ ต่อไปตอนสู้ก็จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกลอบโจมตีแล้วยังมีคนช่วยขนของให้ด้วย ทุกอย่างเลยจบลงด้วยการรับน้องหูหมามาเข้าตี้ พอตีตราเวทสัญญาเสร็จ คำสั่งแรกที่พระเอกบอกให้น้องทำก็คือ... "เลิกกระโปรงให้ผมเห็นกางเกงในหน่อยสิ" (ตอนกูอ่านรอบแรกถึงขั้นตะโกนว่า 気持ち悪い !! เลยทีเดียว) น้องหูหมาดูอายๆ แต่ก็ถกกระโปรงให้พระเอกดู พระเอกก็โคตรพอใจแล้วนึกถึงเรื่องที่จะทำต่อคืนนี้

พอตกกลางคืนน้องหูหมาโคตรรู้งาน อาบน้ำแล้วใส่ชุดชั้นในซีทรูไปนั่งรอบนเตียงแต่ไอ้พระเอกดันไม่พร้อมจะมีลูก เวทมนตร์คุมกำเนิดก็ไม่รู้เลยต้อง "เอด ยด" ด้วยความที่พระเอกแม่ง self-cockblock แบบนี้ก็เลยมีแค่ฉากนัวเนีย เลยทำให้เรทลดจากลามกเป็นทะลึ่งนั่นเอง (PRO TIP #15 ถ้าไม่อยากโดนแบนก็ควบคุมเนื้อหาทางเพศซะ) เรื่องก็ดำเนินต่อไปว่าเช้าวันรุ่งขึ้นพระเอกพาสไปก้าไปรับเควส มีเควสล่ามอนทั่วไปกับเควสนึงน่าสนใจมาก นั่นคือเควสตามหาคนหายเพราะมีเหตุลักพาตัวสาววัยรุ่นต่อเนื่องในเมืองหลง พระเอกสนใจเลยรับเควสมาด้วย ช่วงแรกในตอนต่อมาคือพระเอกไปล่ามอนตามใบสั่งโดยมีสไปก้าคอยช่วยเก็บศพมอนกับชำแหละไอเท็มให้ หลังจากนั้น 4 ตอนรวดคือการบรรยายความเทพของไอ้ยูโตะผ่านสายตาของสไปก้า ว่าเจ้านายของหนูเทพโคตร จัดการมอนได้เร็วมาก แม้จะทำแค่เพียงปาด้วยก้อนหิน แถมสู้ในถ้ำมืดๆ ได้แบบไม่ต้องมีแหล่งกำเนิดแสงอีก (ล่าสุดได้สกิล「 ทนน้ำ Lv.2 」15/20 มาเพิ่มด้วย)

พอมาถึงช่วงน่าจะขึ้นตอนใหญ่ที่ 4 น้องหูหมารู้แล้วว่าพระเอกมาจากต่างโลก ก็เลยมีการสอบถามข้อมูลว่ารู้วิธีกลับโลกเดิมมั้ย น้องหมาบอกมีแต่คนในวังเท่านั้นที่รู้วิธี พระเอกเลยตั้งเป้าหมายระยะยาวว่าจะหาทางกลับโลกเดิม สิ่งที่ (ดูเหมือนจะ) เป็นเส้นเรื่องเลยปรากฏขึ้นตรงนี้ ก่อนจะไปถึงจุดนั้นได้พระเอกต้องทำเควสจนกว่าจะ Rank สูงเพื่อให้เข้าวังได้ เหตุการณ์สำคัญถัดมาคือไปป์ออคกับดาบออคของพระเอกขายออกแล้ว พอนายหน้าเอาเงินมาให้พระเอกแม่งถึงขั้นอึ้งแดก เพราะดาบออคที่ดูธรรมดาๆ ดันขายได้ตั้ง 7 แสนเรีย (PRO TIP #16 ต้องไม่มีปัญหาเรื่องเงิน) พอมีเงินเยอะขนาดนี้พระเอกเลยถามหาทาส โดยมีนึกเหตุผลในหัวว่าที่หาทาสนี่เพื่อให้น้องหูหมาไม่เหงา มีเพื่อนช่วยทำงาน เวลาทำเควสก็ปลอดภัยขึ้น (ถุ้ย... ข้ออ้างชัดๆ) แล้วเส้นเรื่องระยะกลางก็เกิดขึ้นอย่างเสื่อมๆ ว่าพระเอกอยากสร้างฮาเร็มที่มีจำนวน 100 คน (เถ่เม๊ คุโซะ เฮนไตยาโร)

พอไปถึงร้านก็มีทาสมาให้พระเอกเลือกหลายคน ราคาก็อยู่ที่ 7-8 หมื่น แต่ไม่มีใครถูกใจพระเอกเลย จนสุดท้ายเจ้าของร้านก็บอกว่ามีทาสเหลืออีกคน แต่รายนี้ค่อนข้างมีปัญหานิดหน่อย พระเอกเลยลองขอดูตัว ปรากฎว่าเป็นอัศวินสาวที่เคยรับใช้ประเทศข้างๆ เขียนอวยไว้ว่าสวยสัสๆ ฝีมือการต่อสู้ก็ดีมาก แถมยังนมใหญ่ไซส์หนีบหน้าอีกต่างหาก ราคาน้องแม่งแพงมากตั้ง 7 แสน แต่พระเอกไม่ได้สนแค่เรื่องนม แต่สนใจว่าเคยรับใช้ราชา แปลว่าอาจรู้เกี่ยวกับพิธีอัญเชิญและวิธีส่งตัวกลับ ก็มีการพูดคุยกับนิดหน่อย ทีแรกอัศวินสาวผมบลอนด์ดูไม่ค่อยไว้ใจพระเอกเท่าไหร่ แต่ด้วยสกิลหน้าหีขั้นเทพ สุดท้ายก็หาทางปักธงเบาๆ ได้สำเร็จ แถมยังมีหน้ามาเก๊กหล่อพูดว่า "ไว้จะมารับตัวเธอไป แล้วถึงตอนนั้นเราค่อยคุยกันเรื่องเวทอัญเชิญนะ" ก่อนกลับไอ้เหี้ยยูโตะก็แวะไปวางประมูลไว้ที่ 710,000 เรีย

607 Nameless Fanboi Posted ID:2LoleE+cs4

>>606

ช่วงแรกของตอน 5 เริ่มด้วยการเปิดตัวท่านชายลึกลับที่พบกับพระเอกในร้านค้าทาส อีกฝ่ายชมว่าร่างกายของพระเอกแข็งแกร่งเหมือนคนที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี พระเอกหลอนๆ เพราะไอ้นี่มองกูแค่แว๊บเดียวก็ดูออกแปลว่าไม่ธรรมดา เลยใช้สกิลตามารอ่านข้อมูลจนรู้ว่าไอ้ขุนนางคนนี้เป็นแวมไพร์ (PRO TIP #17 ต้องมีศัตรูที่ดูทนมือทนตีนโผล่มาบ้าง) พอรวมเข้ากับข้อมูลจากพ่อค้าทาส ก็เดาได้ว่าแม่งมาหาซื้อผู้หญิงไปเป็นอาหาร แต่ดูท่าว่าจะเลือกกินอยู่เหมือนกันเพราะมักซื้อไปแต่คนสวยๆ แล้วเรื่องก็เป็นไปตามสูตร เพราะไอ้แวมไพร์ตัวนี้มาประมูลน้องนมแข่งกับพระเอก ไอ้พระเอกวางเงินไปจนเกือบหมดตูดแล้วเลยต้องหาเงินมาเพิ่ม ไม่งั้นน้องนมจะโดนซื้อไปแดก ก่อนจะออกจากร้านมีการแวะไปพูดคุยกับน้องนมด้วยเล็กน้อย การสนทนาจบลงด้วยน้องนมอยากเป็นทาสพระเอก หลังจากฟังน้องหมาอวย(คม) พระเอกว่าดีอย่างนั้เก่งอย่างนี้ เนี่ย ยอมเปิดใจเพราะเห็นว่าทาสอีกคนได้รับการดูแลอย่างดี เนี่ยนะเหตุผลที่หีมึงปลดล็อค เอาเหอะก็มันเป็นนิยายขายคุ ก็คงต้องประมาณนี้แหล่ะ

ช่วงถัดมาเป็นฟิลเลอร์บรรยายความเทพ! เทพ! เทพ! ระหว่างทำเควสฆ่ามอนโหดๆ กับเซอร์วิสพระเอกใช้เวทลมพัดเปิดกระโปรงน้องหูหมาเล่นบ่อยๆ ไล่ทำเควสหาเงินมาเพิ่มยอดประมูลน้องนม จนถึงช่วงสุดท้ายไอ้แวมไพร์ไปร้านค้าทาสพอรู้ว่าราคาน้องนมดีดขึ้นแพงเวอร์ เลยบังคับพ่อค้าทาสให้โอนน้องนมมาให้แลกกับการไม่ฆ่า กว่าพระเอกจะมาถึงไอ้แวมไพร์ก็พาตัวน้องนมไปไกลแล้ว ด้านไอ้แวมไพร์เห็นร่างกายพระเอกแล้วก็อยากใช้เป็นร่างไว้เข้าสิง วางแผนบอกพ่อค้าทาสว่าจะรอพระเอกอยู่ในคฤหาสน์เพื่อล่อให้พระเอกรีบตามไป พระเอกลอบเข้าไปได้ง่ายๆ ด้วยสกิล 「 โปร่งใส 」คือตรงจุดนี้พระเอกใช้เวทมนตร์ได้ครบ 5 ธาตุ (ซึ่งพบได้เพียง 1 ในหมื่นล้านคน) ได้สกิลติดตัวต้านทานครบ 4 ธาตุ ได้สกิลพิเศษจากมอนในเควสมาหลายอย่างจนกูขี้เกียจจำซึ่งไอ้โปร่งใสเนี่ยก็เป็นหนึ่งในนั้น พอเข้ากลางบทก็เป็นฉากเข้าห้องบอส น้องนมโดนมัดห้อยอยู่บนเพดาน พระเอกยังมีอารมณ์พูดแซวว่ามีสัญญาทาสแล้วไม่เห็นต้องมัดไว้แบบนี้เลยนี่นา ไอ้แวมไพร์ตอบกลับว่าถ้าสั่งให้นิ่งก็ไม่ได้อารมณ์ตอนเหยื่อขัดขืนสิ ถึงจะเป็นศัตรูกันแต่ข้อนี้ไอ้พระเอกดันพยักหน้าเห็นด้วยเฉยเลย จากนั้นก็ใส่เดี่ยวกันกลางห้องโถง

ไอ้แวมไพร์นี่ก็ตามสูตรตัวร้ายการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งหลาย คือแม่งมีสกิลทอล์คโชว์ สู้เงียบๆ ไม่ได้ต้องคุยโวโอ้อวด หรือพูดจาข่มขวัญตัวเอก มีการเกย์ทับ (จงใจพิมพ์ผิด) ว่าพระเอกเป็นมนุษย์กากๆ ไม่มีทางสู้กูได้ ดาบที่มึงใช้ก็ดาบกากๆ ซื้้อได้จากร้านทั่วไป แต่ของกูเป็นดาบปีศาจ ฟันโดนแม้แต่แผลเดียวเป้าหมายก็โดนพิษอัมพาตขยับตัวไม่ได้ทันที อย่างสุดท้ายคือโคมระย้าในห้องมีความสามารถปิดผนึกสกิลและเวทมนตร์ทุกชนิด พอพระเอกฟังแวมไพร์ถอกโชว์จบก็ท้าแบบเอจจี้ๆ ว่า แน่จริงมึงก็ใช้ทุกอย่างที่ว่าพร้อมกันเลยสิ ยังไงกูก็ชนะมึงได้อยู่ดี กูรู้นะว่าสกิลติดตัวของมึงคือสกิลเติอนภัย มีของอำนวยความสะดวกเตรียมไว้ขนาดนี้ สัญญาณเตือนจากสกิลมึงยังไม่หยุดร้องเลย แปลว่ามึงแม่งกากกว่ากู (PRO TIP #18 Badass moment และฉากแสดงความมั่นใจต้องมา) หลังจากนั้นคือไอ้ยูโตะพูดจาท้าทายกวนตีนจนแวมไพร์เม้งแตกพุ่งเข้าจะฟันคอ เปิดโอกาสให้พระเอกใช้ "หมัดทำลายล้าง" ใส่เต็มๆ แล้วคือต่อจากนั้นนี่เป็นการ infodump ที่หนักหนาสาหัสมาก รายละเอียดฉบับย่ออ่านได้ย่อหน้าถัดไป

608 Nameless Fanboi Posted ID:2LoleE+cs4

>>607

อย่างแรกคือพูดถึงมวยแข็งและมวยอ่อนอันเป็นพื้นฐานการเรียนรู้วิชาต่อสู้ทั้งหลาย ให้พวกมึงนึกถึง "ร็อค ลี" กับ "ฮิวงะ เนจิ" สองตัวละครจากเรื่องนารุโตะ เพราะไอ้สองคนนี้เป็นตัวแบ่งประเภทมวยที่ชัดเจนที่สุด มวยแข็งแบบร็อคลีคือการมุ่งสร้างความเสียหายกายภาพภายนอก ทำให้เกิดการฟกช้ำ แผลปริฉีก ความเสียหายบนกล้ามเนื้อ กระดูกหัก ในแนวทางเดียวกับวิชาคาราเต้, มวยไทย ส่วนมวยอ่อนของเนจิ เป็นมวยที่เน้นการทำลายกระแสชีพภายใน เช่นการจี้จุด การซัดอวัยวะส่วนทางเดินหายใจ ทำลายชีพจร ขัดขวางลมปราณ ซึ่งคล้ายกับวิชากำลังภายในของจีน แล้วที่ปูมาทั้งหมดนี้เพื่ออะไร ? เฉลยคือเพื่อความขี้โม้นั่นเอง คือโม้ว่าวิชาที่พ่อพระเอกบังคับฝึก มีการใช้หมัดที่สร้างความเสียหายได้ทั้งแบบแข็งและแบบอ่อนไปพร้อมๆ กัน พลังทำลายก็สุดโหดแบบที่ไอ้แวมไพร์เพิ่งจะโดนไปหมาดๆ จนกระดูกแตกทั่วร่าง อวัยวะภายในบอบช้ำและเข้าสู่ภาวะล้มเหลว จำกัดการเคลื่อนไหวเป้าหมายจนเทียบเท่าความพิการแบบหมดสมรรถภาพ (PRO TIP #19 หาข้อมูลมาประกอบการโม้เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ)

การต่อสู้แบบโม้ๆ จบลงด้วยพระเอกเดินไปดูไอ้แวมไพร์ที่นอนเจ็บปางตาย แล้วเยาะเย้ยว่าโอ้โหไม่น่าเชื่อว่าโดนท่าไม้ตายเข้าไปเต็มๆ แบบนี้แล้วยังรอดอยู่ได้ สมกับเป็นแวมไพร์ที่สามารถชนะอัศวินได้ทั้งกองทัพจริงๆ ก่อนจบเรื่องไอ้แวมไพร์ก็พูดประโยคคลิเช่ออกมาว่า "แบบนี้มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว แกเป็นตัวอะไรกันแน่" พระเอกเหมือนรอจังหวะอยู่ก็ตอบไปอย่างเก๊กๆ "ผมชื่อ โคโนเอะ ยูโตะ เป็นเด็ก ม.ปลาย ธรรมดา" (ธรรมดาพ่อง) ก่อนจะใช้ดาบปีศาจตัดหัวเจ้าของเดิมที่นอนเดี้ยงอยู่อย่างโคตรจะเอจจี้ (PRO TIP #20 ต้องโหดเหี้ยมและดูเท่จนน่าหมั่นไส้) ก่อนจะจบตอนด้วยคลิฟแฮงเกอร์ล่อลวงสายหื่น เมื่อน้องนมผมทองมองมาทางไอ้ยูโตะด้วยแววตาชื่นชม ในชุดคลุมขาดวิ่นจากแรงปะทะในการต่อสู้จนหัวนมแพลมออกมานอกร่มผ้า

หลังจากนั้นเป็นยังไงต่อ ? ไอ้ยูโตะเอาดาบปีศาจทรราชย์ไปขายผ่านโรงประมูล Dude WTF ? ทำไมมึงชอบเอาของเทพไปขายจังวะ ดาบที่ฟันแล้วอีกฝ่ายโดน 100% chance paralyzed เนี่ยมันหาไม่ได้ง่ายๆ นะโว้ย เรื่องนี้มันตรรกะวิบัติอยู่อย่างเดียวนี่ล่ะ คือพระเอกแม่งมั่นใจในวิชาหมัดโคตรๆ จนคิดว่าเอาของไปขายแลกเงินดีกว่า เอาเข้าจริงๆ เหตุผลคืออยากได้เงินสดไว้ใช้ซื้อสาวเข้าฮาเร็มต่างหาก สม๋งสมองแม่งโดนหีเข้าครอบงำจนโงหัวไม่ขึ้น ได้เงินแล้วก็เอามาซื้อคฤหาสน์ที่ถูกขายทอดตลาดเพราะเจ้าของหายตัวไปอย่างลึกลับ เออ... ก็หลังเดียวกันนั่นแหล่ะ ฆ่าเอง ซื้อต่อเอง นักเลงพอ ทีนี้ก็มีฐานที่มั่นเอาไว้ให้สาวๆ ในฮาเร็มมาอาศัยอยู่ ห้องหับก็มีเกิน 100 ห้องอยู่แล้ว ที่เหลือคือทำเควสเอายศกับหาเงินมาเปย์สาว เรื่องนี้กูอ่านไปไหวถึงแค่ช่วงที่มันไปช่วยน้องโลลิอาชีพนักฝึกสัตว์อสูร (ฝึกมังกร) แล้วก็ดรอปเลยเพราะแม่งแกรี่ขึ้นเรื่อยๆ มีการพูดถึงกองทัพจอมมารกับแม่ทัพซึ่งมีชื่อตามบาปทั้ง 7 แล้วก็ไอ้ผู้กล้าคนก่อนที่หน้าตาคล้ายพระเอก แถมยังผมดำตาดำเหมือนกันด้วย สำหรับคนชอบแนวแกรี่ฮาเร็มคงทานแล้วอร่อย แต่กูขอบายว่ะ ไม่ไหวจะเคลียร์ กลอกตาจนจะตาเหล่แล้วอีห่า

สรุปว่าก็เป็นนิยายที่เล่าเรื่องได้พอใช้ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปแม้แรงจูงใจจะคลิเช่และธรรมดาเกินไป เดินเรื่องเป็นเส้นตรงและอำนวยความสะดวกให้พระเอกได้โชว์เทพ, ปักธงตามสไตล์นิยายแนวนี้ ตัวเอกแกรี่ทะลุโลกจนเดาได้ว่าสุดท้ายก็คงชนะอยู่แล้ว เรื่องพล็อตคอนวีเนียนก็เจอได้เรื่อยๆ จบเหตุการณ์นึง แล้วก็ต่ออีกเหตุการณ์นึงแบบมีความเชื่อมโยงกันเล็กน้อย สาวๆ ก็กะหรี่ทัชสกรีนตามสูตร พยายามจะให้ดูมีสตอรี่ว่าสาวๆ เล่นตัวช่วงแรก (แต่สุดท้ายก็มาหลงพระเอกเพราะความเทพซ่าส์พ่อมึงตาย) ถ้าไม่นับว่านำเสนอความสามารถตัวละครผ่านระบบหน้าต่างสเตตัส เรื่องนี้จะเป็นแนวแฟนตาซีที่โอเคเรื่องหนึ่งเลย แต่ถ้ามึงจะแต่งก็เอาแบบมีหน้าจอเถอะ เพราะเกรียนเขาชอบแนวระบบเกม นึกภาพตามออกและทำความเข้าใจได้ไม่ยาก

609 Nameless Fanboi Posted ID:2LoleE+cs4

>>608

ก่อนจบเนื้อหาหลัก กูว่าจะพูดถึงเรื่องท่าไม้ตายประเภทยิงพลังลมปราณหรือฝ่ามือกำลังภายในเนี่ย ว่าในการ์ตูนญี่ปุ่นก็มีเยอะเหมือนกัน แถมแนวคิดและที่มาก็คล้ายๆ กัน แค่เปลี่ยนรูปแบบไปตามที่ตัวเจ้าของเรื่องออกแบบ

พูดถึงเรื่องนี้ก่อนว่าไอ้ "หมัดทำลายล้าง" ของยูโตะนี่ วิธีใช้มันมีรูปแบบและข้อจำกัดคล้ายท่าไม้ตายของพระเอกเรื่องอื่นอยู่หลายเจ้า อันที่ใกล้เคียงสุดน่าจะเป็น "ฝ่ามือลมปราณ" จากเรื่อง Busou Shoujo Machiavellianism (แนวชีวิตประจำวัน-โรงเรียน, ต่อสู้, ฮาเร็ม) แล้วพล็อตเริ่มต้นก็คล้ายๆ กันด้วย คือพระเอกโดนบังคับให้ฝึกวิชาดาบสุดยอด แต่เจ้าตัวแม่งไม่ได้เต็มใจฝึก พอออกมาใช้ชีวิตนอกภูเขาด้วยตัวเองได้ เลยยืมมาใช้แค่วิชามือเปล่า เงื่อนไขไม่ต่างกันคือเป็นการใช้พลังจากกำลังภายในไปสร้างความเสียหายในบริเวณที่ฝ่ามือแนบอยู่ ผ่านการเสริมแรงของท่ายืน ต้นขา และบั้นเอว

พูดถึงลมปราณกับวิชาพิสดารทั้งหลายมันเป็นความเชื่ออันมีจุดเริ่มต้นคล้ายกันว่า พลังชีวิตของมนุษย์นั้นซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้ แล้วพอพูดถึงการมีชีวิตก็ต้องเกี่ยวข้องกับลมหายใจหรือลมปราณ แล้วการมีชีวิตก็ตรงกันข้ามกับการตาย หรือการกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปอย่างพวกภูติผีปีศาจ จึงพูดได้ว่าพลังชีวิตนั่นแหล่ะเป็นขุมพลังสำคัญในการใช้เอาชนะเหล่าอมนุษย์ มาสังเกตกันดูเล่นๆ ก็ได้ ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับการปราบปีศาจหลายเรื่องมีจุดรวมหนึ่งที่เหมือนกัน คือการเล่นกับ "การใช้พลังชีวิตเพื่อจัดการกับสิ่งที่สิ้นชีวิตไปแล้ว" มองเทียบยุคเก่ากับยุคใหม่กับเรื่องที่อยู่ในกระแสแบบแมสจัดๆ ก็มี "โจโจ้" (2 ภาคแรก) กับ "คิมิสึโนไยบะ"

ในโจโจ้มีฮามองที่เป็นพลังงานเลียนแบบแสงอาทิตย์ใช้สำหรับปราบผีดูดเลือด สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ส่วนไยบะก็มีปราณแบบต่างๆ เอาไว้เสริมพลังให้ดาบนิชิรินในการใช้ตัดหัวอสูร ทั้ง 2 เรื่องนี้มีความเหมือนกันหลักๆ อยู่ 3 ข้อคือ

1) พลังที่ได้มาใช้ปราบภูติ ผี ปีศาจ
2) เป็นพลังงานที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังชีวิตของผู้ใช้
3) ถ้าการหายใจถูกขัดขวาง กระบวนการสร้างพลังงานก็จะหยุดชะงัก

ดังนั้นข้อความที่ถูกแฝงไว้ในเนื้อหาเหล่านี้ก็คือ "เมื่อยังมีลมหายใจก็คือเรายังมีชีวิตอยู่ และเรามีชีวิตเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่โหดร้าย" เหมือนที่โจนาธานต้องสู้กับดีโอ ชายผู้ละทิ้งความเป็นมนุษย์เพื่อให้ได้รับความแข็งแกร่ง กับเหล่านักล่าอสูรที่ต้องคอยปราบพวกปีศาจในเรื่อง

สำหรับเรื่องที่ใช้พลังจากฝ่ามือเพื่อโจมตีในระยะใกล้เรื่องอื่นๆ ก็เช่น "นารุโตะ" ทั้งตัดสายฟ้าและกระสุนวงจักรก็มีรูปแบบการทำงานคล้ายกัน แหล่งพลังงานก็เป็นจักระดังนั้นจะว่ามันเกี่ยวข้องกับลมหายใจหรือพลังชีวิตก็เข้าเค้าอยู่ อีกอันก็ "เดธแมนวอนเดอร์แลนด์" อันนี้อาจดูไม่เกี่ยวข้องเพราะแม่งใช้เลือดเพื่อออกท่า แนวเรื่องก็ดูไม่เข้าพวกเท่าไหร่ แต่ถ้านับเรื่องการเสียเลือดมากแล้วทำให้ตายได้ มันก็กลับไปเข้าเงื่อนไขหลักที่พูดถึงกันอยู่ดี

แหล่งข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับท่ากระแทกที่ใช้มือเปล่าจากหนังสือเก่าๆ มันก็พอมีอยู่ เช่นการชกแบบ "ฮาร์ทเบรคช็อต" ซึ่งเป็นการออกหมัดแบบควงสว่านของนักมวยฝรั่งสไตล์อินไฟต์เตอร์ กะจังหวะเพื่อชกเข้าตรงหัวใจของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ซึ่งจะให้ผลตรงกันข้ามกับการปั๊มหัวใจเพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง เพราะแม่งทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะชั่วคราวหรืออาจถึงหยุดเต้นได้ช่วงสั้นๆ แล้วถ้าหัวใจทำงานผิดปกติขึ้นมาจริงๆ มันจะเปิดช่องให้โจมตีต่อเนื่องได้เยอะมาก ถ้าเอาฝั่งของชาวยุ่นเองก็มีท่ากระแทกชื่อ "ทะลวงหอกลาง" ไว้ใช้สำหรับส่งแรงผ่านเกราะเข้าไปสร้างความเสียหายต่อกะบังลม เป็นวิชารบของชาวญี่ปุ่นโบราณกรณีเหลือแค่มือเปล่าแล้วหาทางเข้าประชิดอีกฝ่ายได้ ใช้ฝ่ามืออัดกะบังลมแล้วได้อะไร คำตอบคือเกิดความจุก อึดอัด หายใจลำบาก พอเป็นแบบนี้ทั้งๆ ที่สวมเกราะซึ่งมีน้ำหนักมากหรือเหนื่อยล้าเป็นทุนอยู่แล้ว ก็มีแต่จะหมดแรงล้มลงจนโดนแย่งอาวุธและเป็นฝ่ายถูกฆ่า

พอมาคิดๆ ดู สงสัยว่าชาวเกาะจะชอบท่าไม้ตายแบบนี้เลยมีออกมาคล้ายกันหลายเรื่อง (มั้งนะ)

610 Nameless Fanboi Posted ID:g5vmqS827u

แม่งต้องเป็นสมาชิกชมรมคนชอบหีแน่ๆ

611 Nameless Fanboi Posted ID:6/R3II6geX

>>609 คารวะที่อ่านมาได้ขนาดนี้ เป็นกูคงอ้วกตั้งแต่นิ้วจิ้มครั้งแรกละ

612 Nameless Fanboi Posted ID:RPJgOSEQs6

>>611 ตอนแรกกูก็ไม่อยากอ่านยาวหรอก แต่ในเมื่อหลวมตัวไปแล้วก็ลองดูว่ามันเปิดเรื่องยังไง เดินเรื่องต่อแบบไหน คืออ่านแล้วต้องยอมรับอยู่อย่างว่านักเขียนแม่งทำได้ดีเรื่องฉากเซอร์วิสแบบต่างๆ มันมีการปูทางวางแผนให้พระเอกได้โชว์เทพ เก๊กหล่อ อย่างเป็นขั้นตอน ถือว่าประสบความสำเร็จในการจับกลุ่มเป้าหมายอย่างพวกนิยมฮาเร็มและความเทพซ่าส์

ถ้าเทียบเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการวิจารณ์อย่างเป็นกลางคราวก่อน ก็คือกูจงใจเข้าไปนั่งจ้องขี้ในห้องอับทึบปิดสนิท มองให้เห็นสี ลักษณะความเปียก/แห้ง ดูว่ามันเป็นก้อนหรือเหลวเละ เพื่อเก็บข้อมูลโดยเมินเฉยต่อกลิ่นเหม็นของขี้ (ซึ่งกลิ่นมันก็เทียบได้กับสิ่งที่กระตุ้นให้จิตเกิดอคติ) แต่ในท้ายที่สุด กูคงไม่ทุ่มเทถึงขั้นลองเอานิ้วจิ้มขี้แล้วเอามาชิมดูว่ารสชาติเป็นยังไง เพราะมันไม่ฉลาดว่ะ

613 Nameless Fanboi Posted ID:F7nB0BKJuH

Round your city, round the clock
Everybody needs you
No, you can't make everybody equal

Although you got beaucoup family
You don't even got nobody bein' honest with you
Breathe 'til I evaporated
My whole body see through
Transportation, handmade
And I know it better than most people
I don't trust 'em anyways
You can't break the law with them
Get some gushy, have a calm night
Shooters killin' left and right
Workin' through your worst night
If I get my money right
You know I won't need you
And I tell you, (bitch)
I hope the sack is full up
I'm fuckin', no, I'm fucked up
Spend it when I get that
I ain't tryna keep you
Can't keep up a conversation
Can't nobody reach you
Why your eyes well up?
Did you call me from a séance?
You are from my past life
Hope you're doin' well, bruh
I been out here head first
Always like the head first
Signal comin' in and out
Hope you're doin' well, bruh
Everybody needs you
Everybody needs you
Ooh, nani nani
This feel like a quaalude
No sleep in my body
Ain't no bitch in my body

New beginning's, ah
New beginning's, wake up akh
The sun's goin' down
Time to start your day, bruh
Can't keep bein' laid off
Know you need the money if you gon' survive
The every night shit
Every day shit
Droppin' baby off at home before my night shift
You know I can't hear none of that spend the night shit
That kumbaya shit
Wanna see nirvana, but don't wanna die yet
Wanna feel that na na though, could you come by?
Fuck with me after my shift
Know them boys wanna see me broke down and shit
Bummed out and shit, stressed out and shit
That's every day shit
Shut the fuck up, I don't want your conversation
Rollin' marijuana, that's a cheap vacation
My every day shit, every night shit, my every day shit
(Every night shit, night shit, night shit, night shit)

All my night, been ready for you all my night
Been waitin' on you all my night
I'll buzz you in, just let me know when you outside
All my night, you been missin' all my night
Still got some good nights memorized
And the look back's gettin' me right

Every night fucks every day up
Every day patches the night up
On God, you should match it, it's that KO
No white lighters 'til I fuck my 28th up
1998, my family had that Acura
Oh, the Legend
Kept at least six discs in the changer
Back when Boswell and Percy had it active
Couple bishops in the city buildin' mansions
All the reverends
Preachin' self made millionaire status
When we could only eat at Shoney's on occasion
After 'Trina hit I had to transfer campus
Your apartment out in Houston's where I waited
Stayin' with you when I didn't have a address
Fuckin' on you when I didn't own a mattress
Workin' on a way to make it outta Texas, every night

Droppin' baby off at home before my night shift, yeah
You know I can't hear none of that spend the night shit, kumbaya shit
Want to see nirvana, but don't wanna die yet
Wanna feel that na na though, could you come by?
Fuck with me after my shift
Know them boys wanna see me broke down
See me bummed out, stressed out
That's just everyday shit
Shut the fuck up, I don't want your conversation
Rollin' marijuana, that's a cheap vacation
My every day shit, my every day shit
My every night shit, my every day shit
My every day shit, my every day shit
My every day shit, my every night shit

https://youtu.be/r4l9bFqgMaQ

614 Nameless Fanboi Posted ID:U+O9xCHX5m

แรงบันดาลใจไหมละมึง จาก solo leveling เป็น player levelup
https://www.dek-d.com/board/view/3978292/ = กระทู้
https://my.dek-d.com/Excill/writer/view.php?id=2107044 = ลิ้งก์นิยาย

615 Nameless Fanboi Posted ID:amncWxgNVd

>>614 ในชีวิตจริง จขกท.พูดไทยไม่เก่งเหรอ

616 Nameless Fanboi Posted ID:hrPStJFKoC

>>615 พูดได้ แต่คุยไม่รู้เรื่อง

617 Nameless Fanboi Posted ID:qYuEaWxWgw

>>614 พูดแบบนี้เดี๋ยวก็แนะนำนิยายนารุตะกี้ให้อ่านซะเลย ผลงานจากจิตใต้สำนึกที่แท้จริงไหมล่ะมึง

618 Nameless Fanboi Posted ID:kjAxG6ryiT

>>33 <---- ความเห็นนี้แม่งเป็นนอสตราดาโม่ง ทำนายเหตุการณ์เกี่ยวกับ Solo leveling และเด็กดวกไว้ได้อย่างแม่นยำ หลวงพ่อโม่ง วัดซุ่มเสือก ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ สาธุ ๙๙

619 Nameless Fanboi Posted ID:5zeRHpcw70

>>612 เปรียบเทียบซะกูเห็นภาพเลยนะมึง

620 Nameless Fanboi Posted ID:GZm.0W2Laj

>>619 กลิ่นมาดามหอมชื่นใจ

621 Nameless Fanboi Posted ID:eAOzgTsROp

ปรกติก็ไม่อ่านแฟนฟิค แต่เห็นวนเวียนในบอร์ดบ่อยเลยแวะไปดู อ่านคำนำนักเขียนแล้วมือเลยลั่นไปเปิดนิยาย
https://my.dek-d.com/Fewwy1221/writer/view.php?id=2103258
กูจะแจ้งสคบ.ว่าโฆษณาเกินจริง

622 Nameless Fanboi Posted ID:YgkVXUjOQk

เปิดเทอมกันแล้วสินะไอ้พวกเด็กเหี้ย สมน้ำหน้า 555555555

623 Nameless Fanboi Posted ID:0xGpYCssFn

สับนิยาย by โม่งเห็บหมา

ชื่อเรื่อง Player Lever UP+
ผู้แต่ง : Excill (AKA น้อนนนน)

624 Nameless Fanboi Posted ID:gajtu2rykl

I tried to stop but I can't stop
I just can't stop thinking about her
I don't know
All I remember was, she wear the Skechers
The light-up ones

Shawty bad with the Skechers on
Wanna hold your hand, make you my girl
Light up, light up Skechers
Light up, light up my world
Shawty bad with the Skechers on
Wanna hold your hand, make you my girl
Light up, light up Skechers
Light up, light up my world

I like your Skechers, you like me my Gucci shoes
I'll buy you the purse, only if you show me your boobs
I like your Skechers, you like me too
Bring your friends, all of us in the pool
Bad lil' bitch, all my drip make her drool
Brand new whip, come and sit in the coupe

Hmm, I just wanna make you mine
Hop inside the ride
Nina by my side, promise you it all be fine
II just wanna make you mine
Hop inside the ride
Nina by my side, promise it's gon' be all right

Shawty bad with the Skechers on
Wanna hold your hand, make you my girl
Light up, light up Skechers
Light up, light up my world
Shawty bad with the Skechers on
Wanna hold your hand, make you my girl
Light up, light up Skechers
Light up, light up my world

https://youtu.be/feq6MOg3qpA

625 Nameless Fanboi Posted ID:0xGpYCssFn

จำนวน : 2 ตอน
เรื่องย่อ : ในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จึงทำให้มีดันเจี้ยนเกิดขึ้นมาพร้อมกันทั่วโลก ที่มาพร้อมกับราฟาเอล พระเจ้าในโลกใหม่และจึงเกิดเหล่าฮันเตอร์ขึ้นผู้ถูกเลือกในการพิชิตดันเจี้ยน

สัสเอ้ย แค่เรื่องย่อก็หายนะ ก่อนจะเขียนนิยายมึงเอาเรื่องย่อให้รอดก่อน ทางที่ดีไหนๆ แม่งก็ก๊อป solo leveling ซะขนาดนี้ มันควรจะก๊อปเรื่องย่อมาเป๊ะๆ เลยป่าววะ

ตอนที่1 : จุดเริ่มต้น
เปิดเรื่องเหมือน solo เด๊ะๆ มีดันเจี้ยนเกิดขึ้นทั่วโลก พระเอกเป็นเบ๊คอยขนของในดันเจี้ยนให้พวกฮันเตอร์ โดนเหล่าฮันเตอร์ดูถูกตามสเต็ปเพื่อจะได้โชว์เมพในภายหลัง

จากนั้นกูก็อ่านไม่เข้าใจ แม่งบรรยายเรื่องราวได้โคตรเห็บหมา ปะติดปะต่อไม่ถูก อารมณ์เหมือนเด็กหัดเงี่ยนเริ่มที่กำควยเป็นครั้งแรก ไม่สามารถค้นหาหนทางไปสู่ 'จุดสุดยอด'

ตอน 2 : เพลเยอร์

พระเอกโดนก็อปลินกัด ร้องโหยหวน ตื่นขึ้นที่โรงบาล จากนั้นก็มีหน้าต่างสเตตัสปรากฏขึ้น จากนั้นพระเอกก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเหรี้ยอะไรขึ้น แต่เค้าจะหาคำตอบของเรื่องทัั้งหมดให้ได้ด้วยการขึ้นเป็นฮันเตอร์อันดับ 1 (WHAT!?)

สรุปเนื้อเรื่อง : กาก
ตัวละคร : เชี่ย
คะแนน : 0/10
คะแนนความสงสาร 9/10

กูไม่อยากรังแกเด็ก แม่งเอ้ย น้องเค้าเหมือนต้นอ่อนเล็กๆ ที่เพิ่งจะผุดขึ้นจากดิน น้องคือผู้อ่าน solo leveling แล้วเกิดอาการเงี่ยน จึงพยายามสำเร็จความใคร่ด้วยการเขียนนิยายเรื่องนี้ออกมา

ฉะนั้นหากถึงจุดสุดยอดได้เมื่อไหร่ เชื่อว่าน้องเขาคงหยุดไปเอง ขอเป็นกำลังใจให้ครับ (วงการนิยายมันโหด อย่าเข้ามาเล้ย ... รีบหนีไป!)

ลงชื่อ โม่งเห็บหมา