Fanboi Channel

โปรแกรมเมอร์ที่รัก [โปรแกรมที่ 2]

Last posted

Total of 108 posts

79 Nameless Fanboi Posted ID:AeEcEWpAzW

ใครที่สนใจเรื่องการออกแบบโค้ด ผมอยากแนะนำให้อ่าน Essay อันนี้ตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งผมว่า Classic มากและยังเป็นจริงถึงทุกวันนี้

คือคนเขียนเขาเป็นคนทำ Lisp ซึ่งสมัยนั้นต้องสู้กับภาษา C เพื่อสร้าง Traction แล้วเขาได้นำเสนอสิ่งหนึ่งที่เขาพบระหว่างการสร้าง Traction ให้ Lisp ซึ่งชื่อว่า Worse is better

ซึ่งถ้าสรุปสั้นๆ เขาเคลมว่า ระบบที่ดีไซน์อย่างไม่ถูกต้องมีความสามารถที่จะอยู่รอดและแพร่กระจายมากกว่าระบบที่ดีไซน์อย่างถูกต้อง

แต่ลองไปอ่านดูจะเข้าใจนิยามของคำว่า "ถูกต้อง" ของเขาและทำไมถึงเคลมแบบนี้

ลองเน้นหัวข้อ 2.1 ไม่ต้องมีพื้นฐาน Lisp หรือภาษาเก่าๆ ก็อ่านเข้าใจ

https://www.dreamsongs.com/WIB.html

ถ้าใครสนใจภาคต่อไป เจ้าตัวเขาเขียนบทความมาดีเบตกับตัวเอง โดยใช้นามปากกาอีกอันนึง เขียนลง Magazine อื่นๆ ช่วงปี 199x อีกประมาณ​ 2-3 บล็อก ก็จะตามได้ที่

https://www.dreamsongs.com/WorseIsBetter.html

ในฐานะคนสนใจเรื่องการออกแบบระบบและโค้ด ผมว่าเป็นงานชิ้นคลาสสิคที่กระตุ้นให้คิดได้มาก

80 Nameless Fanboi Posted ID:YA6NlwoNKm

อีกนิดนะถามหน่อย ตอนนี้มีทั้งagoda และ exxonmobil offerมาละอยากถามทุกๆคนหน่อยว่าจะเลือกบ.ไหนกัน backend devทั้งคู่เลย agodaให้เยอะกว่าexxon ~20k แต่สวัสดิการอาจจะไม่เท่า อันนี้คือของจบใหม่นะ รบกวนด้วย

81 Nameless Fanboi Posted ID:Uq2v5s8vZC

>>76

82 Nameless Fanboi Posted ID:2bhXUKAmHE

คอร์สนี้
https://www.udemy.com/course/freelance-web-design-from-design-to-development-to-making-money/
กับอันนี้
https://www.udemy.com/course/python-and-django-full-stack-web-developer-bootcamp/

มันต่างกันยังไงวะ?

83 Nameless Fanboi Posted ID:AaOk6jONdw

>>82 ต่างที่ Tools กับภาษาที่ใช้ ...เอาจริงๆ กูคิดว่ามันเหมือนกันตรงไหนมากกว่า มึงต้องการจะเรียนรู้อะไรกันแน่

84 Nameless Fanboi Posted ID:Az2skXCX8N

>>83 มันเหมือนตรงที่ทำงานกับเว็บ แต่งงตรงที่ว่าคอร์สแรกเจาะลึกด้านการออกแบบแล้วมันเจาะลึกแค่ไหน ส่วนfull stack อันนี้แอบสงสัยว่าได้ทั้งหน้าบ้านกับหลังบ้าน แต่มันจะเป็นการเรียนแบบกว้างๆมากกว่ารึเปล่าวะ? ถ้าเทียบกับคอร์สตัวแรกอ่ะ

85 Nameless Fanboi Posted ID:NozWrV9aG/

>>84 ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นทำเว็บเหมือนกัน แต่จริงๆ เว็บในความหมายของทั้งสองคอร์สต่างกัน กูยังไม่ได้ดูละเอียดนะ
คอร์สแรก เหมาะกับคนที่มาจากฝั่งดีไซน์ ทำเว็บเล็กๆ นำเสนอข้อมูลเป็นหลัก หน้าบ้านเป็นหลัก
คอร์สสอง ไปทางโปรแกรมมิ่ง ภาษาที่ใช้เขียนเว็บ ทำหลังบ้านด้วย แม่งกว้างจริงแหละ กูก็ไม่รู้เหมือนกันไม่ได้ใช้ Python
กูว่ามันขึ้นอยู่กับพื้นฐานที่มึงมี กับความต้องการ ทางที่จะไปด้วยอ่ะ เช่น จะเอาไปสมัครงาน? ทำฟรีแลนซ์? ต่อยอดธุรกิจที่ทำอยู่? งานอดิเรก?
เผลอๆ สิ่งที่มึงต้องการอาจมีคอร์สอื่นตอบโจทย์กว่า เช่น อาจจะเหมาะไปเรียน Wordpress มากกว่าก็ได้

86 Nameless Fanboi Posted ID:IvU4XIqCii

มันจะมีหนังสือสอนเขียนโปรแกรมภาษาจาวาอยู่ จำไม่ได้ว่า เป็นชุดสามเล่มหรือเล่มนึง แต่รวมๆกันน่าจะประมาณ พันหน้าได้มั้ง
ตอนนั้นกูเป็นเด็ก พยายามจะหาแต่ไม่มีปัญหามา ตอนกูเป็นถ้านับจากตอนนี้ยอนหลังไปประมาณ 7 ปีได้ แต่ตอนที่กูหาหนังสือเล่มนั้นมันค่อนข้างเก่าแล้ว แต่ก็ยังมีคนบอกว่ายังสามารถใช้ได้ดีอยู่ และเหมาะสำหรับทำการศึกษา เพื่อนโม่งที่อยู่ในวงการเขียนโปรแกรมมานานพอจะนึกออกไหม หนังสือน่าจะเป็นภาษาไทยมั้งไม่แน่ใจ
กูอยากหามันอีกครั้ง ถ้ามีรูปมาให้กูดู กูพอจะนึกออกนะ ถ้าเป็นสามเล่ม มันจะมีสี ขาว ม่วง เขียว มั้งนะ

87 Nameless Fanboi Posted ID:IvU4XIqCii

>>86 กูขอเพิ่มเติม สีพื้นหลังหนังสือเกือบทั้งหมดเลยจะเป็นสีขาว จะมีสีที่กูบอกแค่นิดๆหน่อยๆ แต่ก็เห็นชัด
กูจะหาเจอไหมเนี่ย

88 Nameless Fanboi Posted ID:KzhK.dTHef

>>86 ไม่รู้ชื่อหนังสือ แต่อยากมาแนะนำมึงว่าถ้าจะอ่านหนังสือสอนเขียนโปรแกรมอยากให้อ่านภาษาอังกฤษมากกว่า
อ่านตามเว็บเอาก็ได้ ไม่ต้องหนังสือเป็นเล่มๆหรอก
ปัญหาของการอ่านหนังสือที่แปลเป็นภาษาไทยคือคำศัพท์หลายๆคำพอแปลไทยแล้วมันกลายเป็นเข้าใจยากกว่าเดิม
เวลาเขียนโปรแกรมจริงๆต้องหาข้อมูลเพิ่มแทบตลอดเวลา แม้แต่กับเรื่องพื้นๆ แล้วของพวกนี้เป็นภาษาอังกฤษหมด โค้ดก็เป็นภาษาอังกฤษ
ถ้าไปชินกับคำศัพท์/คำอธิบายภาษาไทยแล้วเวลาต้องหาข้อมูลจะลำบาก
เพราะนึก keyword ที่ต้องเอามา search ไม่ออก หาข้อมูลเจอก็ต้องพยายามแปลกลับมาเป็นคำภาษาไทยที่เองชิน
สู้ทำตัวให้ชินกับศัพท์เทคนิค คำอธิบายภาษาอังกฤษ ไปแต่แรกจะดีกว่ามาก

89 Nameless Fanboi Posted ID:rUDElwTrwA

>>88 เออวะเข้าใจที่มึงบอกนะ ขอบคุณมึงมากนะเรื่องนี้ ตอนนั้นกูที่อยากจะเรียนเขียนโปรแกรมตอนนั้นยังเด็ก ขอใครเรียนก็ไม่มีใครเข้าใจ กูเลยหาหนังสือจะอ่านเอาเอง แต่จริงๆแล้วกูแบบอยากเห็นเหื้อหาข้างในไง ก็คือเอาง่ายๆกูอยากเห็นหนังสือที่กูหมายถึงนี้อีกครั้งนึง ถ้ากูจะกลับมาเริ่มเขียนโปรแกรมอีกครั้งกูคงจะเริ่มอะไรแบบใหม่ๆมากกว่าอยู่แล้ว กูแอบเสียดายนะ ตอนนั้นกูเขียนโปรแกรมออกมาเป็น .apk ตั้งหนึ่งตัว แต่เสือกไม่ทำต่อ จนตอนนี้ผ่านมา 7 ปีละ
แต่ก็ลำบากมากด้วยจนถึงตอนนี้เลยเพราะกูไม่มีคอม ไม่มีตัง เพราะตอนนั้นกูมีมือถือ android โง่ๆเครื่องนึงเอง แล้วเสือกไปพยายามหาวิธีเขียนโปรแกรมบนมือถือ ซึ่งแม่งก็มองจากมุมคนมีคอมใช้ คงไร้สาระ

90 Nameless Fanboi Posted ID:EB3CqIGoM7

ขอระบาย ย้ายงานมา บ. นึงมาพักใหญ่ พบว่าวิธีการเขียนโค้ดแม่งโคตรโบราณ เช่นใช้ c# แต่ไม่ค่อยจะใช้ lib มาตรฐานๆที่คนใช้กันใน nuget ล่อเขียนเองทั้งหทดทุกโมดูล แล้วการเขียนไม่พัฒนาไปไหนเลย 10-20 ปีที่แล้วเคยทำยังไง ก็ยังคงทำอยู่แต่แบบเดิมๆ
เสนอโซลูชั่นใหม่ๆให้ทำงานได้ง่ายขึ้นก็ไม่เอา ไม่อยากปรับเปลี่ยน
Devops นี่เหี้ยมากตั้งแต่กูเคยเจอเลย มีก็เหมือนไม่มี ทุกคนเขียนใครเขียนมัน git มีก็ไม่ค่อยใช้กัน ตามงานแต่ละที แทนที่จะ push จะ merge ขึ้น แม่งเล่นก็อปใส่แฟล็ชไดร์ฟมาให้ แถมบางฟีเจอร์ใช้งาน service ใช้งาน api เหมือนๆกันก็ไม่รวมใช้ตัวเดียวกันนะ ตั้งแยก ใช้ใครใช้มันไปอีก

ถ้าว่าเป็นโปรเจ็คเก่าๆที่มันปรับการโค้ดยากยังพอเข้าใจ แต่ขึ้นโปรเจ็คใหม่มา แม่งก็เหมือนๆเดิม วนเวียนไปแบบเดิม
อีกอย่างเวลาจะ deploy หัวหน้าก็บอกอยากได้อะไรใหม่ๆทันเทคโนโลยี อยากจะใช้ cloud ใช้ container สุดท้ายก็แป้กเพราะคนในทีมไม่ค่อยอยากเรียนรู้ (ทั้งๆที่มันก็มีเวลา) บอกกูให้สอนนั่นนี่ พอเรียกมาจะเทรนด์ให้พวก CI/CD การ auto deploy การเขียน unit test (เออ มันเขียน unittest กันไม่เป็น) พี่แกก็บอก ยาก ไม่เอาอะ เพิ่มงานเขาเปล่าๆ
สุดท้ายยังไง ก็เป็นกูกับน้องๆในทีมนี่แหละ รับหน้าที่ดูส่วนนี้ ต้องมานั่งเขียน unit test ให้ ดู environment ให้ทั้งหมด สำหรับ production อันไหนไม่ได้ พวกกูก็ต้องแก้ให้เขา ทั้งๆที่ไม่ได้เขียนเอง แล้วโค้ดแม่ง debug ยากสัดๆ 10 คนก็เขียนมา 10 แบบ

บางคนคงสงสัย แล้วทำไมกูไม่วางโครงของโปรเจ็ค แบ่งงานให้คนอื่นดีๆ คือหน้าที่กูไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง มันบังคับใครไม่ได้ ได้แต่เสนอไอเดียเฉยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เขาไม่เอากันแหละ

เปรียบเปรยอารมณ์จะคล้ายๆมึงอยากอัพเดตคอมให้ญาติผู้ใหญ่ เป็น window 10 แต่เขาไม่เอา จะใช้แต่ winXP แถมไม่พอ ดันเอา ไอ้ XP มาข่ม win10 ที่มึงจะลงให้เขากลับอีก

91 Nameless Fanboi Posted ID:QI8ZFNNUe7

>>90 win xp ยังดี เดี๋ยวเจอ 98 โผล่กลางดง 555+

ปัญหาคือ บ.มึงเหมือนไม่ได้ทำเกี่ยวกับด้าาน sw โดยตรงหรือเปล่า ถ้าแบบนั้นก็เรื่องปรกติที่เล่นกันลูกทุ่งแบบนั้น
พนักงานรากงอกเคยใช้วิธีไหนก็วิธีนั้น เพราะมันตอบสนองกับ project ระดับงานที่ไม่ใหญ่มากได้ คือจบ

วิธีที่ดีที่สุดคือ หาที่ใหม่ เจ็บแต่จบ แต่ถ้าเศรษฐกิจยังแย่ ไวรัสยังระบาดก็แล้วแต่

92 Nameless Fanboi Posted ID:gGEXxKlqnB

>>91 บอกไปกลัวโม่งแตก ลักษณะงาน ประมาณว่ารับเขียนซอร์ฟแวร์ซับพอร์ต business ให้ลูกค้า เช่นระบบจัดการ user จัดการ workflow ต่างๆ ในหน่วยงานของลูกค้า บางโปรเจ็คถึงขั้น 10k users concurrent ก็มี
กูยังงงมาก ว่าก่อนหน้านี้รอดกันมาได้ยังไง

แล้วที่แย่อย่างนึงคือมันทำงานแบบแบ่งทีมเป็นภาษาที่เขียน ทีมนึง .net ทีมนึง java อีกทีม nodejs อีกทีม python
แล้วแต่ละทีมมันก็จะไม่รู้ภาษาอื่นเลยนะเว้ย แบบสมมติงานที่ dev โดยใช้ java มีปัญหาต้องการคนช่วย จะขอยืมคนจากทีม .net ไม่ได้เลย อ้างว่าไม่เคยทำ เขียนไม่เป็น debug ไม่ได้
นี่ยังไม่นับ SA ที่รู้จักแค่ database ที่ใช้ mssql นะ
พวก noSQL พี่ไม่เอา ไม่สนใจ ไม่อยากทำกันเลย
แล้ว จะให้ dev พี่ก็ไม่ดีไซน์ให้ชัวร์ก่อน คือ dev ก็ทำไป SA ก็แก้ table ไป ข้อมูลที่ไว้ test ก็ไม่มีเตรียมให้ บอกให้ dev ยัดๆไปเลย พอจะขึ้นวง SIT ก็บ่นบอกว่า ข้อมูลที่ใช้ test ไม่สัมพันธ์กับ business

พอมีปัญหาก็โยนมาให้ทีมกูทำอย่างเดียว
ชื่อทีม R&D นะ หน้าที่รับผิดชอบจริงๆไม่ต้อง code หนักด้วย เน้นหาโซลูชั่นมาช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือทำ poc ให้ sales ไปคุยลูกค้า แต่เอาไปเอามา แม่งโยนมาให้ทำทุกอย่าง ทั้ง dev , deploy, MA แต่ไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียงนะ เพราะไม่ใช่หน้าที่หลักใร JD ไง

สาเหตุคือต้องย้อนกลับไปที่กูบ่นแรกๆ คือคนทีมกูมันเขียนได้แทบทุกภาษา เขาเลยชอบโยนมาให้(ช่วย)ทำ

93 Nameless Fanboi Posted ID:s/WTcmvO2B

>>92 จัดการบริหารกันเละเทะแบบนี้ ถามนะว่าเงินเดือนเท่าไหร่วะ?

94 Nameless Fanboi Posted ID:gGEXxKlqnB

>>93 คนอื่นไม่รู้ แต่น่าจะเยอะกว่ากูหมดแหละ เพราะอยู่มานาน บางคน 10 กว่าปีก็มี
ส่วนกู 40k นี่ว่าหลังโควิดบรรเทา ปิดโปรเจ็คปัจจุบันได้ กูจะย้ายละ

95 Nameless Fanboi Posted ID:s/WTcmvO2B

>>94 เยสเข้ อายุเท่าไหร่วะโม่ง ถ้าอายุเยอะแล้ว รู้สึกเสี่ยงๆ หาที่ยึดเหนี่ยวรายได้ เงินเดือนขนาดนี้ไม่ถือว่าน่าเกลียดเลยนะ ยิ่งไม่มีภาระยิ่งสวรรค์เลย แต่แบบถ้ามึงคืออายุน้อยๆเตรียมรวยskillและเงินเดือนมากกว่านี้สมควรแก่การย้ายจริงๆอ่ะ

96 Nameless Fanboi Posted ID:gGEXxKlqnB

>>95 30 หมาดๆ คิดว่าคงเปลี่ยนงานได้อีก 2 รอบ
แต่คงไม่ใช่ช่วงนี้อะ ขืนย้ายไป เศรษฐกิจไม่ดี สถานการณ์แบบต้อง work from home แม่งจะเสี่ยงไม่ผ่านโปรมาก
บ.ปัจจุบันกูก็เพิ่งโดนพิษไวรัสไปเหมือนกัน เอางานไปขาย ทำ poc เรียบร้อย เตรียมปิดดีล เตรียมจะเซ็นต์สัญญา โดนบอกว่าขอเลื่อนไปก่อน เพราะ บ. เขาต้องหยุดงานเหมือนกัน
ไวรัสเนี่ย อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มันก็กระทบเหมือนกันนะ เพราะลูกค้าเขารัดเข็มขัดเหมือนกันช่วงนี้ ไม่ค่อยอยากจะลงทุนพัฒนาระบบอะไรเท่าไหร่

97 Nameless Fanboi Posted ID:iIQOUzQIqy

กุเริ่มงานมิ.ย. บ.จองรร.ชื่อดังอ่ะนะ เซ็นสัญญาไปละแต่ดูทรงcovidแม่งแย่ลงเรื่อยๆเลยว่ะ กุมีสิทธิ์โดนเขาเทก่อนเริ่มงานป่ะวะ

98 Nameless Fanboi Posted ID:QX3a7Dzt2h

- test function ไม่มีปัญหา
- automation test ไม่มีปัญหา
- test มือไม่มีปัญหา
- test ในทีมไม่มีปัญหา
- ลูกค้า test ไม่มีปัญหา

-เอาขึ้น production จริง bug มาเลยจ้า wtf

99 Nameless Fanboi Posted ID:xTpD31Mj1L

>>97 มีสิทธิ์ อย่าเพิ่งรีบออกจากงานเก่าล่ะ

100 Nameless Fanboi Posted ID:tVlI1GcW8k

>>99 ในสัญญาบอกต้องแจ้งล่วงหน้า1เดือน ถ้าเขาเทก็คือเราฟ้องไรเขาไม่ได้ใช่ป่ะเพราะยังไม่ได้เริ่มงานเลย

101 Nameless Fanboi Posted ID:eN4Tjfq6cU

>>100 ถ้าเค้ายังไม่ให้เริ่มงาน = ยังไม่เริ่มสัญญา

102 Nameless Fanboi Posted ID:TT5To+E13W

พวกมึง outsource มีปัญหา covid ป่ะวะ กุเป็น outsource เหมือนเขาขอลดเงินว่ะ บอกช่วงนี้ลูกค้าก็แย่
เขาบอกบางที่ทำงานโรงงาน ต้อง hold งาน hold สัมภาษณ์ เลยเหรอวะ เพราะโรงงาน work from home ไม่ได้ อันนี้จริงป่าว
เขาขอลดไปซักระยะนึง พวกมึงเคยโดนกันไหม

103 Nameless Fanboi Posted ID:WHY8rK9Yv3

>>102 ของกูยังไม่มีปัญหา โชตดีว่าทำระบบขายของผ่าน web, app ด้วยน่ะนะ เลยเหมาะกันช่วงนี้พอดี น่าจะรอดไปได้อีกซักพัก
ถ้าไม่โดนเด้งยกแผงเพราะจะลด cost หรืออะไรจำพวกนั้นนะ

104 Nameless Fanboi Posted ID:lOEgI8kknU

>>97 มึงทำงานที่เดียวกับกุแหละมั้ง ที่บริษัทขาดทุนมา 2 อาทิตย์ละ รายได้ลดลงเรื่อยๆ กุว่ามีสิทธิ์โดนเทอยู่

105 Nameless Fanboi Posted ID:8dD.Z7eAeE

>>102 กุทำ finance นะ ช่วงนี้โดดปลดยาก โปรเจคเกี่ยวกับ covid นี่แหละเข้ามาเยอะ ทำแทบไม่ทัน

106 Nameless Fanboi Posted ID:OqxowD210V

ใครมี Api ตัวเเปลภาษาของ Instragram บ้าง อยากได้ มันเเปลรู้เรื่อง

107 Nameless Fanboi Posted ID:wEWbHr5r7t

กู >>103 ตอนนี้ทำท่าจะออกอาการละ คือลูกค้าเค้ายังอยากเก็บกูไว้อยู่นะ แต่เค้าบอกว่าค่าตัวกูมันแพงเกินไป
เค้าเลยอยากให้กูลองเปลี่ยนบริษัทไปอยู่ที่ๆหักค่าหัวคิวน้อยกว่านี้ ซึ่งเค้าก็พยายามหาให้กูอยู่ แต่ไม่รู้จะตกลงกันได้มั้ย

108 Nameless Fanboi Posted ID:T8y.K79KKY

กู >>102 ของกุลูกค้าต่อที่เดิมวะ แต่หัวขอลดกู หัวอ้างว่า(หรือหัวต้องการทำยอดเท่าเดิม ในช่วงไวรัสระบาด? อันนี้กุคิดเองเออเองนะ) ลูกค้าขอลดซึ่งกุก็ไม่รู้ว่าจริงมั้ยเพราะกูไม่ได้คุยเรื่องเงินกับลูกค้า ก็เลยให้เค้าลดไปหน่อยนึง(จริงจะลดเยอะกว่านี้มาก แต่กุไม่ยอม) ช่วงนี้ ขก หางานใหม่ด้วย work from home ยาวๆ ว่ะ อีกเดือนสองเดือน สถานการณ์ดีขึ้นค่อยว่ากัน สู้ๆ พวกมึง