Fanboi Channel

โปรแกรมเมอร์ที่รัก [โปรแกรมที่ 2]

Last posted

Total of 312 posts

269 Nameless Fanboi Posted ID:3334cjWtoR

เห็นเม้นนึงบอกว่ามันลบไม่ได้นี่ คนถามมันแกล้งกลับเรียกทัวร์

270 Nameless Fanboi Posted ID:rYwChHhBho

โม่งโปรแกรมเมอร์มีใครหางานใหม่บ้างมั้ย วันนี้กูอัพ resume ใส่ jobsdb ไป เจอ recruiter โทรมาแบบรัวๆจนกูตกใจเลย
ตอนนี้เค้าบอกว่าส่งไปหลายที่แล้ว ซึ่งก็ดีแหละ แต่กูกลัวสัมภาษณ์ไม่ผ่านชิบหาย
เพราะตอนกูหางานรอบก่อนสัมภาษณ์ไม่ผ่านซะส่วนใหญ่ ไปสิบกว่าที่ เค้ารับแค่สองที่ แต่ที่ๆได้ก็ได้แบบง่ายๆงงๆ

271 Nameless Fanboi Posted ID:Y5gJisAs29

>>270 เป็นแบบนั้นแหละ บางที่ต้องการด่วน แต่ส่วนใหญ่ outsource ซะเยอะนะแบบนี้ บางที่ต้องการโคตรเทพ บางที่เขียนได้ จัดการ business ให้เค้าได้ เค้าก็โอเคแล้ว

272 Nameless Fanboi Posted ID:Y5gJisAs29

>>271 แต่บางทีแม่งรับไปแก้โปรแกรม CR โปรแกรม บางโปรแกรมใหม่ บางโปรแกรมเก่า ไม่ได้ทำโปรเจคห่าไรใหม่ๆ เลย แม่งเซ็งว่ะ

273 Nameless Fanboi Posted ID:rLskHkjN54

>>272 ถ้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้ทำเกี่ยวกับ IT โดยตรงส่วนมากก็เป็นแบบนั้นน่ะ

274 Nameless Fanboi Posted ID:Q+06b1K5ZC

กู >>270 นะ ตอนนี้สัมภาษณ์มา 2 ที่เป็นธนาคารทั้งคู่ รู้สึกไม่ใช่แนวเลย เพราะเคยอยู่บริษัทแนวๆ Software House มาก่อน
เจอต้องเข้างาน 8.30 สายไม่ได้, WFH ไม่ได้เลย, ต้องใส่เสื้อเชิ๊ต อะไรพวกนี้แล้วรู้สึกอีหยังวะมากๆ
ที่ๆนัดสัมอื่นๆเป็นแนวบริษัทประกันซะส่วนมาก หวังว่าจะไม่มาแนวเดียวกันนะ

275 Nameless Fanboi Posted ID:ue5eXJe2nl

มีเมลล์ชวนไปทำ test สมัครงานมาจากบริษัทๆนึง เข้าไปเป็นหน้าเว็บทำ test ตอนแรกก็รู้สึกเจ๋งดีอยู่หรอก
พอเจอข้อสอบจริงๆรู้สึกว่าแม่งเหี้ยเกิ๊น ข้อสอบ choice เขียนไม่ค่อยเคลียร์ แถมถามแต่เรื่องของที่แทบไม่ได้ใช้เวลาทำงานจริง
ข้อสอบเขียนโค้ดก็ยากแบบเจอโจทย์แนวๆ Dynamic Programming ซึ่งไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันอีกเหมือนกัน
มีมา 3 ข้อกูทำได้ข้อเดียว แต่ดันเสือกได้ข้อที่เค้าเขียวว่าเป็นข้อยาก ข้อที่เค้าบอกว่าปานกลาง 2 ข้อทำไม่ได้ซะงั้น
จากตอนแรกประทับใจที่ข้อสอบบนเว็บ (ถึงจะไม่ได้ทำเอง) เจอข้อสอบเหี้ยๆแบบนี้แทบจะไม่เหลือความประทับใจเลย
หรือบริษัทเค้าอยากรับแต่พวกสัตว์ประหลาดที่แก้โจทย์พวกนี้ได้กันเป็นปกติก็ไม่รู้นะ

276 Nameless Fanboi Posted ID:pKD+/FAxkh

>>275 บริษัทอะไรอ่า ธนาคารสีเขียวป่ะ

277 Nameless Fanboi Posted ID:moH9bTdlMZ

>>276 ไม่ใช่อ่ะ เป็นบริษัทประกัน

278 Nameless Fanboi Posted ID:q7c2m5nYbm

ได้ยินมาจากเพื่อนที่เพิ่งจบเรื่องบ.ท่องเที่ยวดังย่านสยามว่า งานมันน่าเบื่อ tech debtโคตรเยอะ มันกะเข้าไปฝึกสกิลแต่ไม่ค่อยได้ไรเลย อยากออกไปทำบ.อื่นถึงเงินจะน้อยกว่าก็เถอะ
อันนี้จริงป่ะ เห็นเงินก็ดีคนก็อยากเข้ากัน

279 Nameless Fanboi Posted ID:7NM1/Evab7

>>278 อะโกด้าหรอ กูไม่รู้เรื่องภายในนะ แค่เห็นประกาศรับสมัครบ่อยจัดจนสงสัย

280 Nameless Fanboi Posted ID:dAWNSU1mmv

>>279 บ.นั้นแหละ

281 Nameless Fanboi Posted ID:8dbznxrjml

>>278 มันเป็นแหล่งไว้อัพเงินเดือนแบบกระฉูดๆเวลาไปที่ต่อไปมากกว่า

282 Nameless Fanboi Posted ID:wxIe8gHBxZ

test test test test test

283 Nameless Fanboi Posted ID:wxIe8gHBxZ

test test test test test

284 Nameless Fanboi Posted ID:wxIe8gHBxZ

test test test test test

285 Nameless Fanboi Posted ID:wxIe8gHBxZ

test test test test test

286 Nameless Fanboi Posted ID:ttx3cA/h4b

>>276 งานที่ธนาคารสีเขียวนี่โอเคไหม รู้สึกเงินให้ไม่ค่อยเยอะเท่าที่อื่นเลย

287 Nameless Fanboi Posted ID:6+sqO5drYz

https://www.facebook.com/groups/1836794843081325/permalink/3431757143585079/

มีคนมาหมิ่นโค้ดสตาของเราครับ

288 Nameless Fanboi Posted ID:qQLfbo7jvu

อยากลองเป็นโปรแกรมเมอร์นะ อังกฤษพอได้ พอรู้พวกโค้ด เรียนมาเหมือนกัน แต่เริ่มไม่เป็น แต่แปลงได้ แก้ได้ ต่อยอดได้ โทอิคตก 500กว่าๆ แต่ตอนนี้รู้สึกไม่มั่นใจว่าจะทำอะไรเป็นสักอย่างเลย มี rpi 3 ตัวเดียว
1.ถ้าจะเริ่มต้นสักอาชีพนึงที่เกี่ยวกับด้านนีั้ ต้องเริ่มตรงไหนก่อนดี blackend frontend full stack
2.งานแบบนี้คอมหรือโน้ตบุ๊คดี สเปคต้องครอบคลุมมั้ย
3.ถ้าไปสายนี้จะต้องเกลาตรงไหนให้ชำนาญมั้ง แบบทำงานให้เขาได้
4.โฟกัสโค้ดไหนก่อน C C++ C# javascript python หรือตัวอื่นๆ

289 Nameless Fanboi Posted ID:Lk1DuXEb./

>>288
อยากทำ web หรือ app? เลือกมาซักอย่างใดอย่างนึงก่อน

สายเว็ป วิธีลัดสุด cms ง่ายๆ แบบ wordpress ไปหาวิธีติดตั้ง host มาดูก่อน ตาม youtube ก็น่าจะมี ขี้เกียจหาก็ udemy ทำตามที่สอนไปเหอะ ไม่นานก็น่าจะลงได้ จากก็ลองติดตั้ง template , plugin พอคล่องก็ สลับมาหัดเขียน html css ลองดู bad design vs. good design หามาดูประกอบ อ่านกฏพื้นฐานของ material design หน่อย แล้วกลับมาลองเขียน theme wordpress

ถ้าจะไป backend ต่อก็หยิบเครื่องมือ จะหา framework javascript สวยๆ ซักตัว หรือถ้าเคยเรียนภาษา php , c# ก็ลองรื้อฟื้น test กฏพื้นฐาน get post ส่งข้อมูลไปมา ส่ง mail แล้วค่อยกลับไปหา framework javascript ยอดนิยมอีกทีเอาก็ได้ อย่างน้อยก็น่าจะไวกว่าไปเล่น javascript โดดๆ ก่อน แล้วก็ฝึกกฏพื้นฐาน ปรับรูปแบบสไตล์การเขียน code ให้สวยเป็นมาตรฐาน ฝึกใช้งาน version control

จากนั้นก็ได้เวลาลองทำระบบทั่วไป จะเอา blog ง่ายๆ หรือระบบซื้อขายง่ายๆ หรือระบบจอง ลองหัดทำซักตัวแล้วค่อยมา ลองชำแหละ cms ยอดนิยม ดูสไตน์การเขียน code แล้วสร้างเองต่อยอดเอา

สาย App ให้ดู ​bad design vs. good design , material design เหมือนกัน จากนั้นก็เลือกภาษา platform แล้วลุยได้เลยเริ่มจาก app ตารางง่ายๆ กดหา save เชื่อมต่อกับ database ภายในภายนอก ส่ง mail , save รูป พอคล่องก็มาเล่นกับ notification จากนั้นก็หา UI components มาเล่น วนกลับไปฝึกและปรับรูปแบบสไตล์การเขียน code ให้สวยเป็นมาตรฐาน ฝึกใช้งาน version control จากนั้นลองหาวิธี submit app ที่เขียนเองง่ายๆ ลง store แล้วค่อยมามองตัวเองต่อว่าจะทำ app อะไร เอาชิ้นส่วนที่ผ่านหูผ่านตามาแล้วมาประกอบกัน

ส่วนคอม ให้เริ่มจากเอาเครื่องแบบไหนก็ได้ที่พิมพ์งานได้ สายเว็ปเริ่มแรกคอมดาดๆ ทั่วไปก็ได้ ส่วน app ก็ยัด ram ให้เยอะหน่อย อ่อถ้าจะมา iOS อาจจะต้องใช้ mac อย่างเดียว กรณีนั้นเอาตัวถูกๆ แบบ mac mini มาก็ได้

290 Nameless Fanboi Posted ID:1TnJSCaPqz

>>289 ใจมาก แบบนี้พอดูแนวทางได้เยอะหน่อย

291 Nameless Fanboi Posted ID:.T.yNuOqvf

>>288
ไม่แน่ใจว่ามึงเรียนมาตรงสายมั้ย แล้วเป็นเด็กจบใหม่รึเปล่า

1. เรื่องจะ backend frontend fullstack นี่กูว่าคงต้องลองศึกษาดูทั้ง front และ back อ่ะว่าตัวมึงเองชอบงานแบบไหนมากกว่ากัน
เรื่อง front ส่วนตัวเชียร์ให้ลองสายเว็บก่อน เพราะไม่ต้องใช้เครื่องมือเยอะ พื้นฐาน html, js, css ถึงไม่เป็น front ก็เป็นอะไรที่รู้ไว้ก็ดี
โดยเฉพาะ js มันเอาไปประยุกต์ใช้ได้หลายหลาย

2. สเปคคอมที่ใช้ทำงาน กูเป็นสาย Windows นะ สำหรับกู
- ควรมี SSD ซึ่งโน๊ตบุ๊คยุคนี้ทั่วๆไปน่าจะเป็น SSD แทบหมดแล้ว
- แรมควรมีขั้นต่ำ 16 GB เพราะพวก tool ทำงานส่วนมากกินแรมเยอะ เวลาเขียนโค้ดทำงานจริงต้องหาข้อมูลเยอะ ซึ่ง browser ก็กินแรมอีก
โน๊ตบุ๊คแรม 16 ในไทยราคาอาจจะโดดจากพวกรุ่นแรม 8 เยอะบ้าง ถ้าแพงไปอาจจะลองดูรุ่นแรม 8 ที่ใส่เพิ่มเองได้แทน
- ถ้าไม่รีบรอ commart ปลายปี (ไม่ต้องไปซื้อที่งานก็ได้ แค่รอให้ถึงช่วงนั้น) จะเป็นช่วงที่ของลดราคาเยอะ
และรุ่นใหม่ๆที่ออกปลายปีจะเข้าไทยเกือบครบแล้ว

3. เรื่องทั่วๆไปที่ควรรู้ก่อนนอกจากเขียนโค้ดตรงๆนึกออกแค่ database, version control, web service ซึ่งรู้พื้นฐานไว้ก็ดี
แต่ทำงานจริงมันก็มีรายละเอียด/ข้อตกลงภายในของแต่ละที่ๆต้องไปเรียนรู้หน้างานเอาอีกที

4. เรื่องภาษาโนคอมเม้นแฮะ พอดีทำงาน back ในบริษัทใหญ่ๆเลยเขียน Java อย่างเดียวมาตลอด
และติดภาษานี้ไปแล้ว ลองอย่างอื่นก็ไม่ถนัดมือเท่า ไม่ค่อยได้ตามเทรนด์ภาษาช่วงนี้เท่าไหร่

292 Nameless Fanboi Posted ID:1TnJSCaPqz

>>291 ตรงสาย จบใหม่ แต่เรียนมาอย่างละนิดละหน่อย
มาหาแนวทางเพิ่มเพราะไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

293 Nameless Fanboi Posted ID:Kh73f3uxid

>>292 กูว่าเริ่มจากหางานเลยดีกว่ามั้ง จบใหม่ยังไงรับเข้าไปก็ต้องมีสอนงานเพิ่มอยู่แล้ว
เค้าไม่ได้เอาขนาดว่าเข้าไปแล้วต้องต่องานได้เลยหรอก
ไม่ใช่ทุกที่จะรับเด็กจบใหม่ แต่ถ้าเค้ารับแปลว่าเค้าต้องคิดเผื่อเรื่องการสอนงานอยู่แล้วแหละ น่าจะเป็นที่ๆให้โอกาสคนพอสมควร
แต่ค้นหาตัวเองในเรื่องสำคัญๆก่อนก็ดี เช่นชอบงาน front และ back, จะเขียนภาษาอะไร (อันนี้อาจจะต้องดูตลาดประกอบด้วย)

ตอนของกูจบใหม่ก็ไม่คิดอะไรมากอ่ะ เพื่อนชวนไปงาน job fair ก็ตามเค้าไป แล้วบู๊ทไหนเค้ารับเด็กจบใหม่ก็กรอกๆไป
แต่ของกูดีตรงชัดเจนเรื่องภาษาเพราะคณะกูเน้นสอน Java เป็นหลัก เลยถนัดจริงๆจังๆแค่ภาษาเดียว แล้วก็เป็นภาษาหากินยาวจนทุกวันนี้

294 Nameless Fanboi Posted ID:G02Oh4jG2T

>>293 ถ้าทำ web กุว่าควรจะเขียน html css ได้ก่อนเป็นขั้นต่ำว่ะ เพราะสอนงานตั้งแต่ต้นแบบนับหนึ่งเลยก็เกินไป
ยกเว้นจะเอาไปทำ support , tester หรือเอามาทำ admin ก็ว่าไปอย่าง

295 Nameless Fanboi Posted ID:YMfnBfxYhr

กูสงสัยมานานละ พวกเกมมือถือเวลาแจกไอเท็ม ทำไมต้องแจกด้วยการเอาใส่ mailbox แล้วคนเล่นต้องมากดรับอีกทีนึง
ไม่เอาของใส่ inventory คนเล่นตรงๆ มันเป็นข้อจำกัดทางเทคนิคอะไรรึเปล่า

296 Nameless Fanboi Posted ID:OYVP.nvEM/

>>295 ไม่ใช่ข้อจำกัดทางเทคนิคแต่เป็นจิตวิทยาให้รู้ว่าได้ของขวัญ และให้เรียนรู้ว่า เวลามีประกาศอะไรให้มาดูที่นี่นะ จะได้รู้ว่าเวลามีกาชา อะไรออกใหม่จะได้เตรียมเงินได้ถูก

297 Nameless Fanboi Posted ID:bKAlKo0h4b

เห็นคนเริ่มพูดเรื่อง ThoughtWorks เอา Redux กลับมาอยู่ Trial ขอร่วมออกความเห็นบ้าง

คือทำแอพมาก็เยอะ ในชีวิต Career ที่ผ่านมา พบว่ามีแอพ Taskworld แอพเดียวจริงๆ ที่นั่งคิดนอนคิดยังไง ก็ต้องใช้ Redux ในการจัดการ State

แต่แอพที่เหลือที่ทำมาเนี่ย ไม่มีอะไรเลยที่ผม Prefer Redux

คือถามว่าทำไม Taskworld เขียนด้วย State management แบบอื่นได้ยาก

- เราทำให้เวลาที่คนแก้ Task title จาก A เป็น B แล้วตัว Notification bar, Chat message ที่เกี่ยวข้องกับ Task นี้ เช่น John commented on Task A one minute ago ก็จะถูกเปลี่ยนเป็น John commented on Task B โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องมี Full refresh ใดๆ
- เราทำให้เวลา Project เปลี่ยนชื่อ ทุกๆ อย่างที่เกี่ยวข้อง ก็เปลี่ยนตามไปในพริบตาเดียวเหมือนกัน ไม่ต้องมี Refresh
- เวลามี Notification เรามีจุดแดงเตือนว่ามีคนส่งข้อความหา ประมาณ​ 2-3 ทั่วแอพ เพื่อให้มั่นใจว่า User เห็นโดยไม่ได้เด้งมาเป็น Popupใหญ่ๆ ให้รำคาญ และในเวลาที่คนอ่าน Notification แล้ว จุดแดงพวกนั้นจะหายไปพร้อมกันหมดในพริบตาเดียว

คือถ้าระบบที่สร้างมันมี State มีข้อมูลที่ต้องใช้ร่วมกันหลายที่มากๆ แล้วเราต้องการให้มี Seamless syncronization แบบเนี้ย มันจะเหมาะกับ Redux มาก การทำคุณภาพที่เนียนขนาดนี้ด้วย MobX หรืออื่นๆ จะยากมาก

(และจากที่ลองใช้ Basecamp, Jira มา บอกเลยว่าเรื่อง Seamless Sync เนี่ย Taskworld ทำได้ดีมาก จนทำให้พอใช้อย่างอื่น ผมหงุดหงิดความ Sync ข้อมูลทั่วแอพไม่เนี๊ยบต้องคอย Full refresh เรื่อยๆ ไปเลย)

แต่เนื่องจาก ~95% ของระบบ Web app ในโลกนี้ไม่ได้มี UI ที่ซับซ้อนขนาดนี้ หลายครั้งก็เป็นอารมณ์แอพกรอกฟอร์มข้อมูล ดูข้อมูล ก็จงสงวน Redux ไว้ใช้ในกรณีพิเศษจริงๆ ละกันนะ และผมเข้าใจได้ว่าทำไม Redux ไม่ควรจะเป็น Default choice ในการเขียน React App

298 Nameless Fanboi Posted ID:5mzcThw4Si

เศร้าว่ะ เป็นเด็กจบใหม่ ตรงสาย เกรดสวยมาก ภาษาก็ดี สกิลก็มี แต่เงินเดือนสตาร์ทน้อยกว่าคนเรียนโค้ดสตาร์อีก 😔

299 Nameless Fanboi Posted ID:AAdjpkrQTO

https://cryptozombies.io/
เรียน Blockchain

300 Nameless Fanboi Posted ID:AAdjpkrQTO

>>299 Solidity เป็นทางเลือกเดียวแล้วตอนนี้

301 Nameless Fanboi Posted ID:gr3WdwLqhf

>>286 สวัสดิการอื่นๆโอเคอยู่ เบิกได้เยอะดี แต่เรื่องงานน่าปวดหัวหน่อย เพราะเป็นองกรณ์ใหญ่ทำอะไรทีก็ต้องรอคนนู้นคนนี้

302 Nameless Fanboi Posted ID:VQyC.TChMJ

>>299-300 เอาจริงๆถ้าไม่ทำ startup ด้านนี้โดยเฉพาะนี่มันเอาไปหากินอะไรได้บ้างวะ

303 Nameless Fanboi Posted ID:go.RrrrDuE

>>302 ไม่มีมั้ง นอกจะทำระบบจอง ระบบจ่ายเงิน ที่รับ transaction พร้อมๆ กันบน server หลายตัว โดยคิด protocol ขึ้นมาเอง

แต่บริษัทพวกที่รับสายเฉพาะจ่ายดีอยู่นะ หลักแสน สมัยเฟื่องฟูให้เดือนละล้านก็มีมาแล้ว ค่าตัวแพงกว่า sap อีก

304 Nameless Fanboi Posted ID:ILV/Zilfu7

>>303 blockchain เรียนจากไหนดีวะ

305 Nameless Fanboi Posted ID:i/6kJpBZjR

>>304 เรียนตาม >>299 หรือ https://www.skilllane.com/courses/ethereum-developer

306 Nameless Fanboi Posted ID:i/6kJpBZjR

>>304https://www.udemy.com/course/ethereum-and-solidity-the-complete-developers-guide/

307 Nameless Fanboi Posted ID:GdMXKWnKPv

ด้วยความเคารพ

Imperative “ไม่เท่ากับ” Loop
Functional “ไม่เท่ากับ” Map, Reduce

โว้ยยยยยยย

#ขอระบายหน่อย
#เจออะไรโง่ๆมา
#แค่เปลี่ยนLoopเป็นMapก็เขียนFPแล้ว

308 Nameless Fanboi Posted ID:Arw6GQQyi.

กุรู้พวกมึงแต่ละคนเสียภาษีเยอะ เพราะเงินเดือน เย๊อะะะะ

พวกมึงใช้ลดหย่อน บิดา มารดา คนละ 30,000 ไหม แต่บิดา มารดา มีรายได้เกิน 30,000 ต่อปี(ไม่เข้าเงื่อนไขที่ใช้ในการลดหย่อน)

พวกมึงเคยลักไก่ไหมวะ แบบบิดามารดารายได้เกิน 30,000 ต่อปี แต่พวกมึงก็ยังไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนบิดา มารดา

เค้าจะมาตรวจสอบย้อนหลังไหม หรือใครเคยใช้ ใครเคยโดน

309 Nameless Fanboi Posted ID:Kx.R9FzBk7

>>308 รายได้บิดามารดาอยู่ในระบบไหม ถ้าอยู่ในระบบก็เอามาลดหย่อนไม่ได้

จาก ปสก.ตรง ไม่ต้องรอตรวจสอบย้อนหลังหรอก แค่ลืมจ่ายภาษี freelance ไปซักใบสองใบ ยอดไม่กี่หมื่น มันก็โทรมาทวงถึงที่ล่ะ รู้ขนาดว่าลืมจ่ายไปกี่ใบเลขไหนบ้าง เอาภาษีส่งด้วย

สรรพกรมันไม่โง่หรอก มันแทรกย้อนหลังได้หมดว่าทำอะไรบ้าง รายการไหนมั่วบ้าง เพียงแค่ถ้ายอดน้อยๆ มันอาจจะขี้เกียจทวงแค่นั้น

310 Nameless Fanboi Posted ID:aAc4pcOdzw

รู้สึกเซ็งตัวเองว่ะ ทำงานพลาดโง่ๆติดกันรัวๆเลย ยังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่นะว่าถ้างานมันไม่ได้เร่งเอาๆน่าจะทำได้ดีกว่านี้

311 Nameless Fanboi Posted ID:OLscV4Uijr

https://www.raywenderlich.com/4936497-your-first-kotlin-android-app/lessons/1

312 Nameless Fanboi Posted ID:OLscV4Uijr

มีคนถามว่าอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ไปจนแก่เลย ไม่อยากเป็น Manager ต้องเตรียมตัวเตรียมสกิลอะไรบ้าง
.
เป็นคำถามที่ดี ก็อยากแบ่งเป็นสองอย่างนะ
.
1) Faste Learner Skill - การเขียนโปรแกรมนั้นเราไม่สามารถบอกแบบ Fix ได้ว่าต้องเขียนโน่นเป็นนี่เป็นเพราะ "สกิลของงานสายนี้เป็น Dynamic และเปลี่ยนไปตามยุค" ทุกอย่างมันเปลี่ยนทุกวัน มีของใหม่เกิดมาทุกวัน มีของเก่าตายไปทุกวัน
.
สกิลสำคัญของคนที่จะทำสายนี้ยืดคือ "ต้องวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทัน" ต้องลองลงมือทำทุกอย่าง มีอะไรใหม่ก็ต้องทำให้เป็นให้หมด ก็คือต้องเรียนรู้เร็วมากนั่นเอง
.
ช่วงแรก ๆ เหนื่อยแหละ แต่ถ้าทำไปเรื่อย ๆ .... ก็เหนื่อยแหละ มันจะไม่เหนื่อยได้ไงอ่ะ ! 5555
.
แต่สิ่งที่หลายคนทำพลาดไปในข้อนี้คือไม่ยอมฝึกสกิลใหม่ ๆ และยึดติดกับสิ่งที่ตัวเองทำเป็นอยู่แล้วเท่านั้น มันไม่พอนะ บอกเลยว่ามันไม่เคยพอ ตระหนักไว้เสมอว่าสิ่งที่คุณทำเป็นอยู่แล้วอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้
.
ก็ได้ยินอยู่บ่อย ๆ นะว่า "งานประจำหนักอยู่แล้วเลยไม่มีเวลาฝึกสกิลใหม่เลย"
.
แนะนำให้ลองบริหารเวลาใหม่เพราะฟังดูน่าจะมีปัญหาเรื่อง Work Life Balance ที่ทำอยู่มันอาจจะดีกับบริษัท แต่มันไม่ดีกับตัวคุณนะ
.
อยากอยู่สายนี้อย่าหยุดพัฒนาตัวเองและตามให้ทันเทคโนโลยีครับ
.
ไม่ฝากเรื่องว่าต้องเขียนอะไรให้เป็นบ้างเพราะสกิลที่ยั่งยืนของสายงานนี้คือ "ต้องปรับตัวเองตามยุคให้ทันเสมอ" ก็ลองดูว่าตอนนี้โลกไปทางไหนแล้วฝึกสกิลที่ขาดดูนะ
.
2) Teamwork Skill - สำคัญมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ต่อให้อยากจะโค้ดจนแก่ชราแต่การทำงานดี ๆ ขึ้นมาสักชิ้นเราทำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ มันต้องทำเป็นทีม
.
และแน่นอน คุณเลยต้องฝึกทุกสกิลที่เกี่ยวข้องให้หมด เช่น การสื่อสาร การ Collab การเขียน Doc ฯลฯ
.
หลายคนมาก ๆ ที่ยังติดกับการทำงานคนเดียวเพราะมันสะดวกว่องไว Doc ก็ไม่ต้องเขียน ไม่ต้อง Co งานกับใคร
.
แต่ถ้ายังทำได้แค่นั้นคุณจะโตไปไหนไม่ได้หรอกนะ
.
ชีวิตจริงมันต้อง Collab กับ PM, PMM, Designer, Customer Supporr ฯลฯ เพราะเราก็ต้องการข้อมูลจากเค้า เค้าก็ต้องการข้อมูลจากเรา หรือก็ต้อง Collab กับโปรแกรมเมอร์คนอื่น จะทำคนเดียวหมดนี่จะ Deliver งานเมื่อไหร่ ?
.
ถ้ายังทำงานเป็นทีมไม่เป็น สุดท้ายคุณก็จะได้ทำแค่งานเล็ก ๆ เพื่อนร่วมงานก็ไม่อยากทำงานด้วย ท้ายที่สุดบริษัทไหนก็คงไม่ต้องการ ทำได้อย่างมากก็รับงาน Freelance เล็ก ๆ
.
เดินคนเดียวมันเดินเร็ว แต่ก็เหงานะ อยากเดินไปได้ไกลต้องเดินไปเป็นทีม จำไว้
.
3) Mentorship - ยิ่งอายุมากขึ้นประสบการณ์ก็มากขึ้น แม้จะยังทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ต่อไปแต่สิ่งที่ทุกคนคาดหวังในตัวคุณจะมีมากกว่ามานั่งเขียนโปรแกรมเสมอ
.
หนึ่งในนั้นคือ คุณต้องสามารถส่งต่อความรู้และปั้นคนได้
.
มันก็คือสกิลการสอนแหละ การที่มีคนที่ทำเป็นอยู่แล้วแต่กลับส่งต่อความรู้ให้คนอื่นไม่ได้นี่มัน Waste มากเลยนะ มันไม่ส่งผลดีกับใครเลย
.
ก็ถือเป็นสกิลที่ยากอยู่เพราะการสอนมันเป็นศิลปะ สอนคนยังไงให้ใช้เวลาน้อยแต่ได้ประสิทธิภาพ รู้ได้ยังไงว่าจะสอนอะไร เรียบเรียงเนื้อหายังไง ฯลฯ ก็ถือเป็นอีกสกิลที่อยากให้ฝึกไว้ครับ
.
ที่เมกาคนอายุ 50-60 แต่ยังเขียนโปรแกรมอยู่มีอยู่ถมไปมาก ต่างจากที่เมืองไทยที่พออายุเกิน 40 ก็เริ่มโดนกีดกันหรือโดนบังคับให้เปลี่ยนสายงานละ เราเสียโปรแกรมเมอร์เก่ง ๆ ไปเพราะสาเหตุนี้กี่พันคนแล้วก็ไม่รู้
.
เป็นอีกสิ่งที่ถ้าสังคมไทยเปลี่ยนได้ก็คงส่งผลดีต่อวงการอย่างมากเลยทีเดียว