Fanboi Channel

มิตรสหายนักพัฒนาซอฟต์แวร์ท่านหนึ่ง

Last posted

Total of 179 posts

176 Nameless Fanboi Posted ID:S1YqZW4nc+

หนังสืออีกเล่ม ที่อยากให้โปรแกรมทุกคนอ่าน ..... ด้วยเหตุผลเดียวกับเล่มเมื่อวาน คือ Timeless Wisdom .....

"The Art of UNIX Programming" ..... โดย Eric S. Raymond (ESR)

ชื่อหนังสืออาจจะทำให้คนคิดว่าเป็นการสอนเขียนโปรแกรมบน UNIX หรือหัดใช้ UNIX API (System Calls) อะไรพวกนี้ .... แต่จริงๆ มันคนละเรื่องเลย .... Very far from that ด้วยซ้ำ

มันคือปรัชญาและ Wisdom เบื้องหลังการสร้าง UNIX (และโปรแกรมใน UNIX Ecosystem) ที่ผมถือว่าเป็น very-well-designed และ stood the test of time มากๆ .... จนกระทั่งปัจจุบัน

ทุกอย่างในนี้ยังคง relevant ..... ทุกวันนี้เราก็ยังคงต้องสอนเรื่องแบบนี้กันอยู่

ลองอ่านตัวอย่างบางหน้าดูได้ครับ

ป.ล. ... ผมอยากจะจัดคลาส based on เล่มนี้ และ The Elements of Programming Style มากๆ เลยนะ :D

177 Nameless Fanboi Posted ID:UDieycegAL

ผมคิดว่าเวลาเราจะใช้อะไรควรดูให้รอบด้านครับ ความเร็วเป็นแค่มิติหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ ร่วมกับว่า

1. ใช้ง่ายไหม
2. เครื่องมือที่ใช้ถนัดไหม
3. Library ที่ต้องใช้มีครบไหม
4. เขียนไปแล้วเพื่อนอ่านออกไหม (4.1 เขียนไปแล้วตัวเองกลับมาอ่านออกไหม)
5. เทสง่ายไหม -- ถ้าสนใจจะเทส
6. ดีพลอยง่ายไหม

ยกตัวอย่าง คือ ผมไม่ชอบ syntax ภาษา go เอาซะมากๆ เลย แต่ถ้าต้องเขียน command line tool ผมก็เลือกใช้ go เพราะมันเป็น binary ไฟล์เดียว คอมไพล์เสร็จโยนไปใช้ได้เลย ไม่ว่าภาษาไหนจะมีรันไทม์ลงง่ายแค่ไหนก็สู้ go 1 binary ไม่ได้ กรณีนี้ไม่ได้ขึ้นกับว่าภาษานี้เร็วแค่ไหนเลย เพราะไม่สำคัญ

ทั้งนี้ พึงระลึกถึงคำสอนปราชญ์โบราณ ท่านกล่าวไว้ว่า Only a sith deals in absolute ครับ

178 Nameless Fanboi Posted ID:gnQrcYIBbR

ลองใช้กลยุทธ์ ทรัมป์ ก็จะได้เห็น Dark Side ของคนมากขึ้น
ได้ข้อมูลมาเยอะแยะ ดีเลย จะได้เห็นว่าจริงๆแล้วเค้าคิดยังงัยกับเรา

คนที่เห็นประโยชน์เราตอนเราดีก็มีเต็มไปหมด
ตอนเราร้ายก็ด่าเราลับหลัง
ความโกหกตอแหลมันโผล่ออกมาชัดเจน

สิ่งที่อยากได้จาก Community คือความจริงใจเป็นอันดับแรก
มันเป็นวิธีการกรองคนที่ได้ผลดีอย่างที่ตั้งใจไว้

คนที่เขาทำงานด้านมืดนี่ รู้จักจริงๆหลายคน ธรรมมะธรรมโมมาก ดูแลผู้หญิงดีมาก ไม่งั้นผู้หญิงก็ไม่มาทำงานด้วยหรอก
เพราะสังคมบีบคั้นทำงานแล้วโดนกดขี่ เก็บเงินไม่ได้ โดนขูดรีดจากผู้มีอิทธิพล แต่ละคนก็มีทางเลือกต่างกัน ไม่ต้องรีบตัดสินก็ได้ถ้ายังไม่รู้จักกันดีพอ

คนที่ทำด้านสว่างก็ทำเรื่อง Dark ๆ เยอะ ก็เห็นมาเยอะแต่ทำไรไม่ได้ พอยกเรื่อง dark ที่ตัวเองเคยทำขึ้นให้เห็น ก็แสดงตัวเป็นคนดีขึ้นมารับไม่ได้ก็แปลกดี ตัวตนจริงๆตัวเองยังยอมรับไม่ได้เลย

ริเริ่มทำไรใหม่ๆก็ไม่มีคนเข้าใจอยู่ละ ไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก เพราะไม่ได้อยากอธิบาย อยากทำให้สำเร็จมากกว่า ยังงัยก็ทำอยู่ละ

ก็ไม่อยากจะโอ้อวดว่าตัวเองทำมาไม่น้อยกว่าใคร เห็นปัญหามากมายที่มันไปต่อไม่ได้ด้วยวิธีการเดิม ก็พิสูจน์กันละกัน เอาตัวเองให้รอดก่อน

ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำมาในอดีตมันคือความดี มันก็เป็นอดีต ที่ไม่ได้มีใครสนใจ ป่วยมายังไม่มีใครเหลียวแหล ทุกอย่างมันก็เป็นแค่อดีต

ผมเจ็บแทนคนใน Community มาเยอะกว่าที่หลายคนรู้ ไม่แฉก็ดีแล้วครับ แต่ละคนแสบๆทั้งนั้น

ก็อยากจะ Filter ให้เหลือน้อยๆ เหลือแต่คนที่ลำบากไปด้วยกันลุยไปด้วย

Set to Zero ถ้าไม่ทิ้งบางอย่าง เราก็ยากจะก้าวผ่าน ใครจะดราม่าก็ดราม่าไปนะครับ มีไรทำเยอะ

เอาเวลาไปทำงานสร้าง Value ให้ Community ที่คุณคิดว่าดี ดีกว่าครับ

ทำไมฝั่ง business เขาชอบมาคุยกับผมมากกว่าคุยกับ Dev และ Community ก็ลองคิดเองว่ามันยังมีปัญหาอะไรอยู่ ทำไมอีกหลายๆที่เขาไม่อยากสนับสนุน

อย่ามาเสียเวลากะผม อีกไม่กี่ปีเราก็ตายจากกันละ แมนๆก็มาคุยกันได้ ไม่ต้องโพสต์หรือนินทาลับหลัง ขี้เกียจตามไปอ่าน

179 Nameless Fanboi Posted ID:gnQrcYIBbR

ขอบคุณเพื่อนพี่ๆน้องๆที่ทักเข้ามาถามไถ่ ด้วยความเป็นห่วง กลัวสิ่งที่ทำจะเสียชื่อเสียง กังวลแทนผมซะเยอะกว่าเจ้าตัวอีก ถ้าไม่มีหนี้ผมก็ทิ้งได้หมดแหละ ตอนโดนมีดโดนปืนจ่อหัวยังน่ากลัวกว่าเยอะ เรื่องความเห็นไม่ตรงกันมันสิวมากสำหรับผม เรื่องที่ทำมันไม่ได้คิดเองเออเอง มันผ่านการคิดจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่สนับสนุน พร้อมรับผล มันคืองานของผมกับทีม ไม่ตัองโยงไปกับ กลุ่มใด vision ใด ไม่ได้เกี่ยวกันเลย ผู้หลักผู้ใหญ่บอกมาว่าถ้าร่วมกันทำงานสำเร็จ รอบหน้าจะพาไปเขียนโค้ดบนเรือยอร์ช #DEAN