Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 11th quotes

Last posted

Total of 200 posts

171 Nameless Fanboi Posted ID:tMWF5jAZNU

ปัญหาใหญ่ที่สุดของการผลักดันผู้หญิงในวงการคือผู้หญิงนี่แหละครับ ยิ่งตอกย้ำคำว่าผู้หญิงเท่าไรก็ยิ่งห่างไกลเท่านั้น

ผมนึกถึงพี่อ้อ Jitta ที่เวลาพูดถึงทีไรก็จะนึกถึงคำว่า “คนเก่ง” ไม่ใช่ “ผู้หญิงเก่ง”

ถ้ายังก้าวข้ามเรื่องความแตกต่สงระหว่างเพศไม่ได้แล้วจะมีความหลากหลายที่ว่าได้ยังไง

172 Nameless Fanboi Posted ID:Ivg5oDJdm/

สแปมเยอะๆทำเหี้ยอะไร ทำเหมือนคนเขาแคร์กันมาก ดราม่าปัญญาอ่อนแบบนี้ มึงอิเหรอ

173 Nameless Fanboi Posted ID:tmZB1mOubS

ประธานกรรมการบริษัทการบินไทย(มหาชน) จำกัด…

ในช่วงปลายปี 2535 สมัยรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน (ครั้งที่2) ผมได้ถูกเรียกตัวเข้าพบนายบัณฑิต บุณยะปานะ ปลัดกระทรวงการคลังสมัยนั้น ท่านแจ้งว่า นายกฯต้องการให้เปลี่ยนข้อบังคับ ของบริษัทการบินไทยให้กรรมการทั้งหมดมาจากการแต่งตั้งโดยผู้ถือหุ้น จากเดิมที่มีกรรมการส่วนใหญ่เป็นโดยตำแหน่ง เช่น ข้อบังคับระบุไว้เลยว่า ผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง กับทั้งมีข้าราชการอื่นๆที่จะได้เป็นโดยตำแหน่งอีกหลายคน เช่น ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ อัยการสูงสุด ฯลฯ

ท่านปลัดบัณฑิตท่านจำได้ว่า เมื่อคราวที่การบินไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี2534นั้น ผมในฐานะที่ปรึกษาได้เคยเสนอให้เปลี่ยนข้อบังคับเรื่องนี้เพื่อให้เป็นไปตามบรรษัทภิบาลสากลที่ให้อำนาจผู้ถือหุ้นเท่าเทียมกัน (แต่กระทรวงการคลังซึ่งจะถือหุ้นกว่าครึ่งก็จะยังมีอำนาจตั้งทั้งหมดอยู่ดี) แต่ในตอนนั้นกรรมการส่วนใหญ่ไม่ยอม เพราะในตอนนั้นและก่อนหน้านั้น ใครที่เคยได้เป็นกรรมการจะได้สิทธิ์บินฟรีชั้นหนึ่งตลอดชีวิต(สวัสดิการนี้ถูกยกเลิกสมัยที่ผมร่วมเป็นกรรมการชุดที่มีท่านอำพลเป็นประธาน) ดังนั้นในสมัยนั้น ตำแหน่งกรรมการการบินไทยจึงเป็นตำแหน่งหอมหวานพึงปรารถนาที่สุดของเหล่าข้าราชการและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย เหล่ากรรมการจึงช่วยกันรุมโจมตีข้อเสนอของผม โดยท่านเลขาสภาพัฒน์ขณะนั้นถึงกับลงทุนยกหูโทรศัพท์ถึงผู้จัดการตลาดฯ(ดร.มารวย)แล้วหันมาตำหนิผมในที่ประชุมกรรมการเลยว่าผมเรื่องมาก มันใช้เฉพาะกับบริษัทเอกชนเท่านั้น รัฐวิสาหกิจจะได้รับยกเว้นพิเศษ ข้อเสนอของผมเลยถูกตีตกไปอย่างเป็นเอกฉันท์

ถ้าใครจำได้ ตั้งแต่ตั้งบริษัทการบินไทยมา ก่อนปี2535 ประธานกรรมการต้องมียศพลออ. แถมดีดีหรือกรรมการผู้จัดการใหญ่ก็มียศพลออ.อีกเช่นกัน (ว่ากันว่าตัวเต็งที่พลาดจากการเป็นผบทอ.จะได้ตำแหน่งนี้ปลอบใจก่อนเกษียณ ...โดยพลออ.วีระ กิจจาทรเป็นดีดีคนสุดท้ายที่มียศพลออ.และคุณฉัตรชัย บุณยะอนันต์เป็นดีดีคนแรกที่ไม่มียศ)

พอท่านนายกอานันท์ต้องการเลิกธรรมเนียมไม่ให้การบินไทยเป็นสมบัติของกองทัพอากาศอีกต่อไป(สมัยก่อนองค์การโทรศัพท์เป็นของกองทัพบก บริษัทไทยเดินเรือทะเลของกองทัพเรือ) ท่านปลัดบัณฑิตจึงเรียกผมไปพบ ให้ช่วยทำบันทึกหลักการ และเหตุผลเพื่อนำเสนอครม.ให้มีมติให้แก้ข้อบังคับ ทำให้การบินไทยมีกรรมการที่ถูกเลือกจากผู้ถือหุ้นตั้งแต่นั้นมา (ซึ่งก็แบ่งกันในหมู่ข้าราชการและนักการเมืองเป็นส่วนใหญ่อยู่ดี)

มาวันนี้ ภายใต้รัฐบาลไทยแลนด์4.0 เราก็ได้พลอากาศเอกกลับมาเป็นประธานการบินไทยอีกวาระหนึ่ง ถอยกลับไปยี่สิบแปดปี ผมว่าไหนๆก็ไหนๆเราน่าจะเชิญพลอากาศเอกอีกสักคนมาเป็นดีดีด้วย แล้วก็คืนสิทธิ์บินฟรีให้เหล่ากรรมการด้วยเลยนะครับ เพราะก่อนปี2534 การบินไทยไม่เคยขาดทุนเลยครับ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

174 Nameless Fanboi Posted ID:tmZB1mOubS

ประเด็นของผมคือ ทหารและข้าราชการนั้น ไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำในองค์กรที่ต้องแข่งขัน ต้องเน้นเรื่องประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ต้องเน้นเรื่องผลิตภาพและการทำกำไร เพราะท่านไม่ได้มีทักษะไม่ได้รับการฝึกมาด้านนี้เลย ทักษะของท่านคือการรักษาอำนาจรัฐ รักษากฎระเบียบ การใช้ทรัพยากรรัฐ(ซึ่งจะฟุ่มเฟือยเท่าไหร่ก็ได้ ตราบใดที่ผ่านงบได้)
ตัวอย่างทหารจะแค่แข่งขันสะสมอาวุธ(ที่ไม่เคยได้ใช้)กับเพื่อนบ้าน แล้วก็ฝึกทักษะการทำลายล้าง
ผมเคยร่วมบอร์ดกับข้าราชการซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น”แผนกเอ๊ะ” คือใครเสนออะไรท่านก็จะทักว่า”เอ๊ะ คุณเช็คกฎหรือยัง ว่าทำได้” ถ้าบอกว่าเช็คแล้วท่านก็จะกรุณาแนะว่า”ม่ายช่าย มันมีอีกกฎนึง”(ก็เรามีกฎแสนกว่าฉบับนี่ครับ)
ผมเคยร่วมประชุมแก้ปัญหากับพลออ.(ที่เป็นรมต.คมนาคม)ท่านหนึ่งท่านเสนอไอเดียวิธีแก้ปัญหาสามเรื่อง คือ 1.เราจะลดการเปิดเสรีการบินได้ไหม 2.จะให้ท่าอากาศยานทรีทการบินไทยพิเศษกว่าคู่แข่งได้อย่างไร 3.จะให้ควบคุมราคาขั้นต่ำของlow cost carriersได้ไหม (ข้อสามนี่ทำผมสะอึกเลยครับ…แต่เจ้เกียวคงร่วมฉลองไปด้วย)
โชคดีประเทศไทยครับ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

175 Nameless Fanboi Posted ID:tmZB1mOubS

เรื่องของภาษา และความเข้าใจ (11 มกราคม 2563

ข้อความอย่างข้างล่างนี่
“เงินบาทแข็งค่าขึ้น20%กระทบส่งออก ท่องเที่ยว ส่งออกนี่66%ของGDP ท่องเที่ยวนี่22%ของGDPเลยนะ เสดกิจไทยถึงได้เงี๊ยบเงียบครับ” ดูเป็นข้อความง่ายๆตรงไปตรงมา แต่คุณเข้าใจว่าอย่างไรครับ

ก. ส่งออกบวกท่องเที่ยวรวมกันเป็น 88%ของGDP ทำให้ส่วนอื่นๆ คือการบริโภค การลงทุน และค่าใช้จ่ายภาครัฐ รวมกันจะเหลือเพียง 12%ของGDP

ข. มันเป็นการเปรียบเทียบขนาดให้เห็นภาพเท่านั้น (เพื่อเอาไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆอีกที หรือเอาไปอธิบายในมิติอื่นๆ) จริงๆถ้าเอาทุกอย่างมารวมกันมันจะมากกว่าร้อยไปเยอะเลย ที่ถูกควรจะพูดหรือเขียนเต็มๆว่า การส่งออกและการท่องเที่ยวนั้น เมื่อเทียบขนาดกับGDPแล้ว จะมีขนาดรวมเท่ากับ88%ของรายได้ประชาชาติ(GDP)ในหนึ่งปีเลยทีเดียว (เวลาผมบรรยายผมจะพยายามพูดอย่างนี้เพื่อกันการเข้าใจผิด)

…ซึ่งการเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น ถ้าเป็นคนธรรมดาก็ไม่น่าจะมีผลอะไร แต่ถ้าเป็นผู้กำหนดนโยบายก็อาจจะมีผลกว้างไกลได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ผมขอยกตัวอย่างเรื่องจริงให้สักเรื่องหนึ่ง …

ในการประชุมรวมของคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ทั้ง12กลุ่มเมื่อสี่ปีก่อน ที่ศูนย์สิริกิต มีผู้เข้าประชุมหลายร้อยคน ท่านผู้นำนั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะ ผมได้เข้าร่วม”ฟัง”ประชุมอยู่ด้วย(เพราะนอกจากผู้นำเสนอแล้วมีคนพูดแค่สามคน โดยประธานจะพูดเสีย99%) และทุกๆกลุ่มจะนำเสนอแผนงานของกลุ่มตน

พอถึงกลุ่มD2 ซึ่งรับผิดชอบ “การส่งเสริมSMES และผลิตภาพ” ผู้นำเสนอ(จำไม่ได้แล้วครับว่าใคร) เริ่มเกริ่นว่า SMESไทยมีขนาดรวมกันแค่34%ของGDP ยังเล็กมากเทียบกับ SMESในสหภาพยุโรป(EU)ที่มีขนาดรวมถึง54%ของGDP(EU) จึงมีเป้าหมายที่จะเพิ่มขนาดให้เป็น45%ภายในห้าปี …ซึ่งถึงตอนนี้ท่านประธาน(ที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่นั่นแหละครับ)ก็ตบโต๊ะฉาด มีบัญชาเลยว่า “เอามันทำไมแค่45% ตั้งเป้าไป51%เลย จะได้ลดบทบาทของทุนใหญ่ด้วย จะได้กระจายรายได้”

ผมนั่งฟังอยู่ก็เปิดGoogleไปด้วย(ตามที่ท่านเคยแนะนำแหละครับ) ก็เลยพบว่า นิยามSMEsของEUนั้น เขาเอากิจการที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 50ล้านยูโร(1,800 ล้านบาท)ต่อปีเป็นบันทัดฐาน แต่ของไทยใช้แค่ 200ล้านบาทต่อปี …ฟังดูก็รู้เลยครับว่า เรากำลังเอาพุทราไปเทียบกับapple กำลังพูดคนละเรื่องเดียวกัน

เรื่องนิยามSMESนี่เราหลงกันบ่อยครับ …อย่างวันก่อนท่านรองนายกฯประกาศเป็นข่าวพาดหัวว่า”จะปั้นSMESไทยไปแข่งกับสิงคโปร์ก็เหมือนกัน ลองเปิดดูนิยามสิครับ ของเขามันตัดกันที่ขนาด100ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ2,200ล้านบาท ของเราสองร้อย คงแข่งกันไหวหรอกครับแบกนำ้หนักกันสิบเท่า

ขอกลับมาเรื่องคณะ D2นะครับ เพราะนอกจากส่งเสริมSMEsแล้ว ยังมีหน้าที่เพิ่มผลิตภาพ(Productivity) ซึ่งมีงานวิจัยมากมายที่วัดได้ชัดเจนว่า SMEsนั้นมักมีProductivityต่ำ และการเพิ่มผลิตภาพในSMESนั้นยากเย็นกว่าการเพิ่มในCorporateมากนัก ไม่รู้ว่าท่านดร.สุวิทย์ผู้ประกาศจะนำไทยสู่4.0 กับทีมสภาพัฒน์เอาสองภาระกิจที่ขัดกันมาโยนใส่กรรมการเดียวกันได้อย่างไร

ผมนั่งฟังประชุมอย่างเงียบๆ ทั้งๆที่รู้ชัดว่า มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นมากมาย ไม่กล้ายกมือขึ้นให้ความเห็นแต่อย่างใด เพราะการทำอย่างนั้นในที่ประชุมใหญ่อย่างนี้เป็นเรื่องไม่บังควร มันจะกลายเป็นการลบหลู่อัจฉริยภาพของท่านผู้นำ ซึ่งเท่าที่เห็น มีแต่คนทำตรงข้าม ท่านจะมีpop-up Idea แสดงอัจฉริยะชั่วแล่นขนาดไหน ก็จะมีคนปราดเข้าไปสรรเสริญชมเชย(ผมเคยได้ยินกับหูว่ามีนักวิชาการระดับดอกเตอร์ปราดเจ้าไปชมท่านว่าแน่กว่าSamuelsonนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้โนเบลปี70เสียอีก…ซึ่งเรื่องนี้เขาบอกท่านไปด้วยเพราะกลัวท่านไม่รู้จักSamuelson)

นี่ก็โชคดีที่เรื่องกรรมการสานพลังฯก็แผ่วๆเงียบๆไป ไม่เห็นมีกิจกรรมอะไรเหมือนๆกับกรรมการอีกหลายสิบหลายร้อยคณะที่ตอนตั้งประกาศภาระกิจใหญ่โตจะปฏิรูปประเทศ ให้รุ่งเรืองยิ่งใหญ่ ผมก็หวังว่าไอ้เป้าหมายอัจฉริยะPop up ที่ไม่ได้คิดให้ดี ให้รอบคอบอย่างนี้ จะไม่ถูกย้ายไปอยู่ใรแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ดันเป็นกฎหมายซึ่งผมเห็นว่า เป็นแผนที่ “ทำตามก็พัง ไม่ทำตามก็ผิด” แต่จะว่าไป ท่านก็เลิกพูดถึงยุทธศาสตร์ชาติมาหลายเพลาแล้ว หวังว่าจะลืมๆไปนะครับ แต่ถ้าใครขยัน ไปอ่านแผนยุทธศาสตร์ ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ สามสี่พันหน้านั่น ก็จะพบว่ามีเรื่องหลงๆเข้าใจผิด คิดไม่ครบ ตามตัวอย่างข้างต้นอยู่เยอะเลย

เริ่มต้นเป็นเรื่องภาษา ไหงมาจบที่ยุทธศาสตร์ชาติก็ไม่รู้ …สุขสันต์วันเด็กนะครับทุกท่าน

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

176 Nameless Fanboi Posted ID:4rvoMkFrbr

>>174 นั่นละ การมาของแม้วถึงเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทย เพราะ จนท.รัฐ ไม่ว่าทหารหรือพลเรือน (รวมถึงอาชีพอย่างทนายความ) เคยชินกับหลักคิดที่ว่า "ทำเท่าที่มีกฎให้ทำ ไม่ทำสิ่งที่กฎห้ามทำ" แต่พ่อค้าจะคิดว่าถ้ากฎมันห่วย ขัดขวางความมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง ก็จงทำลายหรือเปลี่ยนแปลงกฎนั้นซะ จนท.รัฐของบ้านเราถูกกดดันให้เลิกพฤติกรรมเช้าชามเย็นชามครั้งแรกก็ในยุคแม้วนี่เอง

177 Nameless Fanboi Posted ID:tMWF5jAZNU

สองฝั่งยังมีความเข้าใจผิดเหตุผลของอีกฝ่ายอยู่

ผมเลยอยากอธิบายให้เข้าใจประเด็นหลักจริงๆ

• ฝั่งวิจารณ์: จริงๆไม่ใช่ประเด็นรังเกียจกระต่าย แต่มีปัญหากับธีมของงานทำให้ผู้หญิงเข้าร่วมลำบาก ปัจจุบันก็มีผู้หญิงในวงการน้อยอยู่แล้ว ผู้จัดไม่น่าทำแบบนี้ ที่พูดนี่คือเราไม่อยากให้งานไหนก็ตามเป็นแบบนี้

• ฝั่งหนุน: ผู้จัดไม่ได้ตั้งใจกีดกันผู้หญิงเลยนะ (คิดในใจ ผู้หญิงจะลำบากใจเรื่องแบบนี้เหรอ?)

• ฝั่งวิจารณ์: อ้าวเหรอ นึกว่าตั้งใจไม่ให้ผู้หญิงเข้า แต่ไม่เข้าใจกันเหรอว่าจัดรูปแบบนี้จะมีผู้หญิงรับไม่ได้

• ฝั่งหนุน: คือถามผู้หญิงรอบตัวก็บอกว่าไม่รู้สึกอะไร ก็นึกว่าทุกคนจะโอเค

• ฝั่งวิจารณ์: ผู้หญิงหลายคนไม่โอเค บางคนรับไม่ได้ บางคนอาจจะไปแต่อึดอัด

• ฝั่งหนุน: (คิดในใจ อ้าว ทำไมพวกเธอเซ็นซิทีฟขนาดนั้น) โอเคในเมื่อมีบางคนไม่สบายใจ ต่อไปก็ไม่น่าจะมีจัดงานสาธารณะแบบนี้อีก ใครอยากจัดก็คงจัดเป็นไพรเวตไป

• ฝั่งวิจารณ์: ดีค่ะ ช่วยกันลดอุปสรรคของผู้หญิงในวงการ tech ผู้หญิงจะได้เข้ามาเยอะๆ ดีไหมคะ

• ฝั่งหนุน: (คิดในใจ ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์จริงๆ เราคงไม่มีทางเข้าใจพวกเธอ แต่เราก็อยากให้มีพวกเธอมากขึ้น) ดีครับ

178 Nameless Fanboi Posted ID:tmZB1mOubS

ช่วงนึงเคยโดนเตือนโดนขู่จากผู้มีอำนาจเหมือนกัน ให้หยุดโพส นี่กลัวมากขนาดว่าต้องเอาimacไปฝากไว้บ้านคนรู้จัก เพราะชอบโหลดเอกสารจากบอร์ดต่างๆมาอ่าน ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหา ที่ไม่มีการยืนยัน แต่มันทำให้เราตั้งคำถามมากมาย นึกแล้วตลกดี กลัวชิบหาย 555

ช่วงยึดอำนาจ57แรกๆโทรคุยกับใคร(สายการเมือง)ทุกคนดูเกร็งไปหมด บางคนก่อนวางสาย จะพูดว่า
"มึงจำไว้นะเว้ย ประเทศนี้ยังไงก็ต้องคงไว้ซึ่งพระมหากษัตริย์ "
เป็นการย้ำจุดยืน เผื่อโดนดักฟัง

ยึดอำนาจ57 เพื่อนบางคนโดนตามโดนดักรอ สุดท้ายก็ออกนอกประเทศ คือเขาไม่ต้องตามจับทุกคนที่เคลื่อนไหว สุ่มแค่บางคน แล้วความหลอนความกลัวมันจะแพร่กระจายไป จนทุกคนเก็บตัวปิดปากเงียบเอง

ยึดอำนาจปี57 นี่แหละที่ทำให้หลายคนที่เคยโพสเรื่องการเมือง
หยุด ใช้เวลานานกว่าจะรอบรวมความกล้าcome back เช่น @IamSasdha เป็นต้น 😂

ได้แต่หวังว่า เขาจะไม่จัดการกับแอคหลุมแรงๆในทวิต เหมือนที่ทำกับพวกที่เคลื่อนไหวต้านเผด็จการตอนปี57 เขามีขอมูลเก็บไว้แน่นอน อยู่ที่ว่าเขาจะเล่นงานเมื่อไหร่ ยังแปลกใจเล็กๆที่เขาปล่อยเพราะหวังผลอะไรรึเปล่า หรืออาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าตอนนี้มันกลายเป็นคนจำนวนมากๆเกินกว่าที่เขาจะจับได้

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

179 Nameless Fanboi Posted ID://+aWS9AFe

มึงจะแปะ quote เรื่องชุดกระต่ายอีกซักกี่โพสวะ

180 Nameless Fanboi Posted ID:tmZB1mOubS

ลงทุนทำ Single Gateway เพื่อตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเลยครับ ถ้าFacebook หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ทำไม่ได้ก็ไม่ให้มาหากินในบ้านเรา ทำแบบจีนบ้างก็ดีพัฒนาแอพสำหรับคนไทยสื่อสารกันเอง แบบสังคมไทยๆ สิทธิพิเศษต่างๆของคนไทยที่เหนือชาวต่างชาติ
#คนไทยควรใช้ของไทยบ้าง
#อย่ากระแดะใช้ของแพงกันนักเลย
#คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

181 Nameless Fanboi Posted ID:RRLTac4Qc/

เราลองคิดถึงปัญหา PM2.5 กับ 2 มหาอำนาจคู่ปรับ คือ สหรัฐกับจีน

สหรัฐเคยมีปัญหา PM2.5 แต่ปัจจุบันแทบไม่มีแล้ว ขณะที่จีนนั้นยังมีอยู่แต่ก็ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับในอดีต

สิ่งที่เหมือนกันและนำไปสู่การแก้ปัญหา PM2.5 ได้ดีทั้งในสหรัฐและจีนก็คือการกดดันจากประชาชน

สหรัฐเคยมีการเดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหา PM2.5 ขณะที่ในจีนนั้นประชาชนกดดันรัฐบาลทางโซเชียลมีเดีย

มุมมองที่น่าสนใจคือจีน

เพราะจีนปกครองในระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ รัฐบาลควบคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จ และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด อีกทั้งจีนเคยได้ฉายาว่าม่านไม้ไผ่ เรื่องอะไรที่ไม่ค่อยดีในสังคมนั้นมักจะถูกรัฐบาลปกปิด

PM2.5 ก็เช่นกัน

แรกเริ่มนั้นผู้ประกาศข่าวหญิงคนหนึ่งของ CCTV แหกคอกออกมาเผยแพร่เรื่อง PM2.5 ให้คนจีนรู้จักจนทำให้เธอถูกเล่นงาน และรัฐบาลจีนก็ปฏิเสธเสียงแข็งยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าวิตก PM2.5 ไม่ใช่เรื่องใหญ่

ทำนองเดียวกับรัฐบาลไทยในขณะนี้ที่มักจะพูดบ่อย ๆ ว่า อย่าตื่นตระหนกเรื่อง PM2.5

แต่หลังจากนั้นสักพักรัฐบาลจีนก็กลับลำ ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ และปลุกระดมคนจีนให้รู้ถึงภัยของ PM2.5 เสียเอง เปิดเผยปัญหาเรื่อง PM2.5 ละเอียดยิบไม่มีแทงกั๊ก

เครื่องวัด PM2.5 ถูกติดตั้งไปทุกแห่งหน วันใด PM2.5 มีค่าสูงรัฐบาลก็จะส่ง SMS ตรงเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนทุกคนเพื่อเตือนให้ระวัง สื่อต่าง ๆ รายงานกันครึกโครมต่อเนื่อง

คนจีนไม่ว่าในเมือง ชาวไร่ชาวนา เด็กเล็ก คนเฒ่าคนแก่ ไม่ว่าเรียนหนังสือมากหรือน้อยต่างก็เริ่มรู้จัก PM2.5 กันถ้วนหน้า และหวาดกลัวกับภัยคุมคามที่ทุกคนกำลังเผชิญ

ไม่มีคนจีนไว้ใจเชื่อว่าหมอกที่เห็นอยู่ตรงหน้าบ่อย ๆ นั้นคือหมอกในฤดูหนาวเหมือนสมัยสามก๊กอีกต่อไป

หลังจากนั้นรัฐบาลจีนก็ใช้โอกาสที่คนจีนตื่นกลัวเป็นกำลังในการออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมโดยมีเสียงเชียร์จากคนส่วนใหญ่ของประเทศ

ไม่ว่าจะต้องปิดโรงงานกี่หมื่นแห่ง ห้ามใช้รถยนต์เก่าหรือเปลี่ยนรถยนต์กี่ล้านคัน จับคนเผาถ่านหิน เผาหญ้า หรือแม้แต่อาหารปิ้งย่างไปเข้าคุกสักกี่คน ฯลฯ

รัฐบาลจีนก็ทำได้ เพราะมีประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก และตราบใดที่ทุกคนยังต้องหายใจ

เมื่อเราหันกลับมามองในเมืองไทย เราก็ทราบกันดีว่าการแก้ปัญหาเรื่อง PM2.5 นั้นไม่ง่ายเพราะมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น เผาอ้อย เผาวัสดุการเกษตร รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล รถยนต์เก่าที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ โรงงานที่ปล่อยควัน ฯลฯ

คงไม่มีรัฐบาลใดชอบใจเมื่อถูกประชาชนด่า แต่บางกรณีคำด่าเหล่านั้นก็อาจเปลี่ยนเป็นพลังช่วยให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศได้ในทางที่ถูกต้อง

ประชาชนไม่มีหน้าที่บริหารประเทศ แต่ประชาชนมีอำนาจเลือกรัฐบาล

เมื่อประชาชนมอบอำนาจให้รัฐบาลแล้วรัฐบาลย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาของประเทศ หากรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงด้วยความมุ่งมั่น ประชาชนจะช่วยสนับสนุนรัฐบาลเอง

แต่หากรัฐบาลทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว เชื่องช้า ท่ามาก ปากดี หรือโยนภาระหน้าที่แก้ไขปัญหาของประเทศกลับมาให้ประชาชนเสียเอง

ประชาชนก็จะเริ่มมีคำถามง่าย ๆ กันว่า แล้วเราจะมีรัฐบาลไว้ทำไมกัน

182 Nameless Fanboi Posted ID:awtBWiexgI

วันนี้ขับรถแล้วโดนสกั้งวิ่งตัดหน้า เป็นประสบการณ์ใหม่ครั้งแรกในชีวิต
.
แล้วก็ตระหนักได้ว่า เอ้อ บ้านเมืองนี้มันอยู่กับธรรมชาติดีจังเลยเนอะ ต้นไม้มีอยู่ทุกที่ วันดีคืนดีก็มีกวางมีแรคคูนมีเสือภูเขามาเยี่ยมเยียน (อย่างหลังอาจจะยากหน่อยแต่ก็มี)
.
อากาศก็ดี หายใจได้อย่างสบายปอด ถ้าอยู่กรุงเทพ ฯ ตอนนี้คงสำลักฝุ่นตายไปแล้ว
.
ก็มานั่งคิดถึงคำถามที่ถูกถามมาบ่อย ๆ ว่า ปัญหาที่ไทยมีอยู่อย่างปัญหาฝุ่นควันเอย ปัญหาอุบัติเหตุทางรถยนต์เอย ปัญหามอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้าเอย ที่แคลิฟอเนียร์ทำไมถึงไม่มีปัญหา แต่ทำไมที่ไทยถึงแก้ไม่ได้สักที ที่นี่เค้าแก้กันยังไงนะ
.
ก็พบว่าโครงสร้างทุกอย่างที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีเพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ รวมถึงถ้าเกิดปัญหาขึ้น ทุกคนก็จะช่วยกันแก้ไขเพื่อส่วนรวม และโครงสร้างที่ว่านี้รวมถึงทั้ง "กฎหมาย" และก็ "คน" ด้วย
.
เรื่องอากาศ ที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่า Clean Air Act ที่จะให้นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันดูสถิติและหานโยบายเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1963 เริ่มเห็นผลตอน 19xx ปลาย ๆ จนถึงตอนนี้กราฟ PM2.5 ก็ลดลงต่ำกว่าจุดอันตรายตลอดทั้งปีแล้ว ถึงปีนี้จะกระดกขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
.
ซึ่งถึงจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย แต่ในแต่ละปีก็ยังมีคนตายจาก PM2.5 หลายพันคนอยู่นะ ซึ่งก็ลองคำนวณดูว่าอากาศสเกลแดกเถือดที่ไทยจะส่งผลต่อชีวิตคนยังไง ...
.
เครื่องยนต์ทุกชนิดที่นี่มีการถูกควบคุมการปล่อยอนุภาคและก๊าซพิษอย่างต่อเนื่อง รถยนต์ต้องตรวจควัน (Smog Check) ทุกปีหรือสองปีไม่งั้นต่อทะเบียนไม่ได้
.
แต่ถ้าฝืนขับต่อแบบไม่มีทะเบียนแล้วพบว่าควันดำ เดี๋ยวก็จะมีคนร่วมถนนถ่ายรูปแจ้งตำรวจและเป็นเรื่องใหญ่เอง
.
ก็จะเห็นว่าทั้งกฎหมายที่มีการบังคับใช้เคร่งครัดและคนที่ร่วมกันสอดส่องล้วนส่งผลต่อคุณภาพอากาศหมด
.
อะไรก็ตามที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับสิทธิพิเศษจากที่ต่าง ๆ เช่น รถ EV ก็จะมีเลนพิเศษบน Highway ให้วิ่ง หรือมีที่จอดรถเฉพาะสำรองไว้ให้รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้นจอด
.
ทุกอย่างล้วนประกอบกันเป็นโครงสร้างที่ขับเคลื่อนให้ทุกอย่างไปในทางที่ดี
.
รัฐ กฎหมาย ผู้คน
.
มาดูที่ไทย ...
.
อากาศแบบนี้รัฐบอกว่าไม่ต้องตื่นตกใจ
.
การเผาอ้อยและเครื่องยนต์ดีเซลเป็นปัจจัยหลักของการปล่อย PM2.5 รู้ด้วยนะว่าเป็นต้นเหตุ มีมาตรการเขียนเป็นเล่ม ๆ ออกมา แต่ไม่เคยบังคับใช้ได้
.
ผู้คนบอกไม่เผาอ้อยแล้วจะหากินยังไง รังแกคนจนหรอ
.
รถมีการตรวจควันดำเพื่อต่อทะเบียน แต่ทุกวันกลับต้องเจอรถควันดำและก็ทำอะไรไม่ได้ (โดยเฉพาะรถเมล์)
.
ถ้าถามว่าประเทศมาถึงจุดนี้ได้ยังไง คงตอบว่า "ทุกอย่าง" ... ทุกอย่างพามันไปสู่จุดที่แย่ลงแย่ลง กฎหมาย รัฐ ผู้คน ความยากจน ไม่มีองค์ประกอบไหนเลยที่สนับสนุนให้คนช่วยกันผลักดันอากาศบริสุทธิ์
.
และจะแย่ลงกว่านี้อีก เพราะความยากจนที่หนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อย ๆ จะยิ่งทำให้ผู้คนทำเพื่อตัวเองมากขึ้น เอาตัวรอดให้ได้ก่อน ส่วนรวมทีหลัง
.
นาทีนี้คงได้แต่ทำใจแล้วจ่ายภาษีไปเรื่อย ๆ
.
"จ่ายภาษีไปทุกปีแต่ไม่มีแม้แต่อากาศบริสุทธ์หายใจ"

183 Nameless Fanboi Posted ID:Zt7l6tEWOZ

>>182 คาลิฟอร์เนีย อากาศดี๊ดีแต่มีขี้เต็มทางเท้า San Franเป็นเมืองที่มีขี้มนุษย์บนพื้นผิวมากที่สุดในโลก มากกว่าเมืองของจีนหรืออินเดีย

สูดหายใจให้เต็มปอดนะครับ

184 Nameless Fanboi Posted ID:iegUBgx9F1

>>183 ตามจำนวนโฮโบด้วยมั้ง ได้ยินว่าเยอะสุดในเมกาเลยนิ

185 Nameless Fanboi Posted ID:R/M9CAM189

พรุ่งนี้ไม่ไปฟังตัดสินคดีปญอ.
11 โมงร่วมแสดงพลังที่พรรค

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

186 Nameless Fanboi Posted ID:ZpYDwCEnC5

ผมจะเล่าถึงปัญหาบางประการเกี่ยวกับธุรกิจของคุณนาฮีมครับ

ปกติแล้ว คุณนาฮีมจะย่อยโค้กเป็นปริมาณน้อยๆ บรรจุใส่ซองซิบแบ่งขายหน้าโรงเรียนย่านบอสตัน โดยส่วนใหญ่เด็กๆ จะหุ้นกันซื้อแค่ครั้งละจี หรือครึ่งจี

แต่เมื่อวาน เจ้าหนูซีเจกลับเอาถุงผ้ามาใส่เอง ส่งผลให้โค้กฝังปนไปในเนื้อผ้าและนำออกไม่ได้ แถมเศษขาวๆก้นถุงผ้าทำให้ซีเจเกมส์คุณแม่อีก คุณแม่ซีเจจึงบุกไปต่อว่าคุณนาฮีมถึงในบ้าน ว่าคุณนาฮีมโกงน้ำหนักเด็ก

ผมคิดว่าการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะมูลนิธิเพื่อสมุนไพรเขียว (Greenweed) กำลังสร้างปัญหาใหม่ให้พวกเราครับ

#​มิตรสหาย​คนดำท่าน​หนึ่ง​

187 Nameless Fanboi Posted ID:R/M9CAM189

การตรวจสอบปริมาณฝุ่นของไทยแนะนำใช้ข้อมูลจากแอฟ air4thai นะครับ และเครื่องตรวจวัดขนาดเล็กๆ ที่ขายตามเน็ต ค่ามันจะแตกต่างจากที่วัดตามมาตรฐาน เพราะใช้ระบบเซนเซอร์ฝุ่น แถมไม่ได้แยกความชื้น ทำให้ค่าสูงกว่าปกติ #PM25

เราจะเห็นข้อมูลว่า ทำไมเว้บต่างประเทศ ค่าสูง สีแดงน่ากลัว แต่วิธีการตรวจวัด และการเทียบมาตรฐานไม่เหมือนกันนะครับ ดังนั้นใข้ข้อมูลจาก แอฟ Air4thai ดีกว่าเชื่อถือได้ แต่เสียอย่างเดียวไม่มีสถานีตรวจวัดที่ครอบคลุมทุกพื้นที่

188 Nameless Fanboi Posted ID:JqSpPats7x

ที่โกรธขนาดนี้เพราะคนที่มีตังค์ยังติดแอร์ คิดเครื่องฟอกได้ คนหาเช้ากินค่ำ จะทำยังไง คนกวาดถนน คนขายของริมทาง คนขี่มอไซส่งของ เด็กที่ไม่มีบ้าน ห้องหับที่ดีพอ แล้วคนเหล่านี้ต้องรับกรรมหนักสุดจากปัญหาที่พวกเขาร่วมก่อน้อยที่สุด

189 Nameless Fanboi Posted ID:JqSpPats7x

เนี่ย เราเห็นตรงกันกับ ดร.ศิวัช

ไหนๆก็ด่าเรื่อง PM2.5 กันทั้งบ้านทั้งเมือง
ก็ใช้จังหวะนี้ จัดการทางกฎหมายให้เต็มที่ไปเลย
จะโดนด่าว่า กระทบประชาชนก็ให้เขาด่าไปเหอะ
เพราะไม่ทำอะไร ก็โดนด่าอยู่ดี

จัดหนักไปเลย รถควันดำ คนเผาไร่เผาอ้อย
โรงงานปล่อยควันเสีย จัดการให้หนักๆ ปรับแรงๆ

ตอนเป็นเผ็ดกลาง กล้าใช้ ม.44
พอตอนนี้ประชาธิปไตย กลับกลัวคะแนนตก
กระทบประชาชนแล้วคะแนนนิยมจะหาย

อิห่าน!!

https://www.dailynews.co.th/politics/752941

190 Nameless Fanboi Posted ID:VncvZnTqVY

ปัญหาฝุ่นควันต้องเริ่มต้นที่ตัวเองนี่มันได้ผลจริง ๆ นะ นี่ตั้งแต่เริ่มต้นย้ายมาเมกาด้วยตัวเองก็ไม่มีปัญหาฝุ่นควันอีกเลย แนะนำ ๆ

191 Nameless Fanboi Posted ID:JqSpPats7x

เยอรมันตอนนี้อากาศดีมากอิจฉาคนที่นั่นจัง 😗

192 Nameless Fanboi Posted ID:VncvZnTqVY

ดู Sex education แล้วรู้สึกว่าเด็กบ้านเรามันเรียนเยอะไปจริงๆนะ Otis แม่งมีเวลาจิบน้ำชาคุยกับแม่ตอนเช้า หลังเลิกเรียนยังเป็นช่วงบ่ายอยู่เลย ทำกิจกรรมได้อีกเยอะแยะ ส่วนกูหรอ แหกตาตื่นเพื่อจะไปร้องเพลงชาติให้ทัน 8 โมง กว่าจะเลิกเรียนก็ 5 โมงละ ทำการบ้านอีก จบแล้วชีวิตวัยรุ่นกู

193 Nameless Fanboi Posted ID:icEDNK2Q+7

>>192 ถึงจะเข้าเรียนช้าเลิกเรียนไวเเค่ไหน ถ้าสังคมรร.ยังเเออัด ไม่น่าอยู่เเบบนี้กูก็ขอบาย กูเคยเรียนเเบบ10กว่าคน โคตรสบายใจ ไม่มีพวกน่ารำคาญ พอเรียนเเบบ40คนกูละเครียด

194 Nameless Fanboi Posted ID:R/M9CAM189

วิธีคิดแบบนิติศาสตร์นิยมล้นเกิน (Hyper-legalistic approach) ที่ชัดเจนมากที่สุดชิ้นหนึ่ง คือ บทสัมภาษณ์ของ The Matter กับประสงค์ เลิศฯ จะเห็นว่าคุณเก๊ ผอ. อิศรานั้น พยายามวาดภาพตัวเองเป็นแค่กลไก หรือพลเมืองดีที่ไม่มีเจตจำนงอะไรของตัวเองเป็นพิเศษในเรื่องนี้เลย เป็นกลางอย่างยิ่ง เพียงแต่ทำหน้าที่ตามกฎหมายไปเท่านั้น แม้คุณเก๊จะเห็นในทางส่วนตัวว่ากฎหมายนั้นไม่สมเหตุผลบ้าง แต่ก็สรุปว่า การทำตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นธรรม หรือสมเหตุผลหรือไม่ นั้นเป็นคุณธรรมสูงสุดในตัวเองโดยไม่ต้องตั้งคำถามไปมากกว่านั้น สุดท้ายแม้ธนาธรจะถูกถอดออกจากการเป็น สส. ก็น่าเชื่อว่าคุณเก๊จะสรุปว่า ไม่ควรมีความพยาบาทหรือความแค้นต่อกันเพราะที่อิสราขุดคุ้ยเปิดโปงไปนั้น เป็นหน้าที่ หรือกลไกอัตโนมัติตามที่กฎหมายวางไว้เท่านั้น

ส่วนคำถามถึงความจริงใจ (sincerity/genuity) ของการสมาทานแนวคิดนิติศาสตร์นิยมล้นเกินของผู้ให้สัมภาษณ์นั้น ว่าผู้ให้สัมภาษณ์เชื่อในแนวคิดดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ คนอ่านคงมีข้อสรุปในใจแต่ละคนอยู่แล้ว

195 Nameless Fanboi Posted ID:R/M9CAM189

ฝากเรียนถึงผู้ที่ต่อสู้กับเผด็จการรัฐไทยที่มีความเสี่ยงจะถูกล่าแม่มดหรือเล่นงานด้วยมาตรา112
หากต้องดำเนินการลี้ภัยไปประเทศอื่น

จงอย่าดำเนินการใดๆผ่านระบบของ UNHCR สำนักงานในไทยเป็นอันขาด หรืออย่าให้คนชื่อ "ปกป้อง เลาวัณสิริ" ได้ล่วงรู้ข้อมูลส่วนตัวหรือรายละเอียดการลี้ภัยการเมืองใดๆของพวกคุณโดยเด็ดขาด คุณต้องดำเนินการผ่านสถานทูตประเทศปลายทางนั้นๆโดยตรงเท่านั้น ชีวิตและข้อมูลการลี้ภัยของคุณถึงจะปลอดภัยถึงปลายทางได้

และนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่หมายถึงความปลอดภัยในชีวิตพวกคุณเอง

ด้วยความหวังดี
จากเครือข่ายผู้ลี้ภัยการเมืองไทยจากมาตรา112 "Gen Y" NZ&FR

และ มิตรสหายท่านหนึ่ง

196 Nameless Fanboi Posted ID:ehXAz.RzZW

การตัดสินใจยุบพรรคอนาคตใหม่ มีต่างหากจากคำร้องเรียน ตัดสินใจก่อนค่อยหาคำร้องเรียน ไม่คำร้องเรียนนี้ ก็คำร้องเรียนหน้า

197 Nameless Fanboi Posted ID:TMFD9//WII

เกมการเมืองที่ชาญฉลาด

ปั้นกระแสเหมือนจะยุบมาถึงวันนี้ไม่ยุบ ถ้าวันหลังมีคำวินิจฉัยอะไรออกมา จะกล่าวหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญเอียง ตัดสินเป็นโทษกับอนาคตใหม่ตลอด ใครจะพูดแบบนี้ก็ไม่ได้แล้ว

198 Nameless Fanboi Posted ID:KkIWBG1WiE

>>197 วิธีง่ายๆเอาคำวินิจฉัยมาวิเคราะห์ต่อให้ละเอียดยิบว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร ตรงไหนมีหลักฐานสนับสนุน ตรงไหนเป็นแค่ความเห็น เป็นคุณเป็นโทษกับใครยังไงบ้าง แค่นี้ก็อ้างว่าด่าเพราะตัดสินไม่ถูกใจไม่ได้แล้ว

199 Nameless Fanboi Posted ID:tFWgMSwzYH

เป็นฝุ่นอยู่แล้วยังจะกลัวฝุ่นอีกทำไม

200 Nameless Fanboi Posted ID:PP3VCxy0yZ

>>199 แก ไม่ มี สิทธิ์ มา เรียก ชั้น ว่า ฝุ่น