Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 10th quotes ในรัชกาลที่ 10

Last posted

Total of 1000 posts

971 Nameless Fanboi Posted ID:0ITc9e0TC.

แนะนำแบบ >>970 เดี๋ยวพวกโลกสวยแม่งก็บอกส่งเสริมความรุนแรงอีก ทั้งที่แม่งตรงจุดสุดละ เอาจริงๆ นะ เด็กหรือวัยรุ่นแกล้งกัน กรณีเมืองไทยน้อยมากที่จะเอาถึงตายหรือปางตายถ้าฝ่ายที่ถูกแกล้งตอบโต้ อย่างเก่งก็สาวหมัดบวกกัน วันหลังโดยมากแม่งก็เลิกแกล้งละ เผลอๆ แม่งกลายเป็นเพื่อนกันอีก สมัยก่อนถ้าดิบๆ หน่อย ใครหมั่นไส้กันถูกครูฝ่ายปกครองนี่ละจับใส่นวมต่อย เอาให้หายบ้ากันไปข้าง แต่เดี๋ยวนี้ทำไม่ได้ละ

972 Nameless Fanboi Posted ID:OPOpMpCvAh

กมธ. ดีอีเอส : ไม่ได้ดูถูกนะคะ แต่เด็กไทยทำ app สู้ต่างชาติได้เหรอคะ
Jack : ท่านครับ startup ไม่เท่ากับ app ครับ startup = SME ครับ พวกผมทำธุรกิจครับไม่ได้ทำ app, ท่านเอา app grab หรือ claim di ไปถามเด็กมหาวิทยาลัยเก่งๆ ทั่วโลก คนไหนก็ได้ครับ ว่าทำแบบนี้ได้ไหม ทุกคนจะตอบว่าทำได้ดีกว่านี้อีกครับท่าน
ผมทำธุรกิจครับ แต่รัฐไทยพยายามทำappเองแล้วบอกว่า กำลังทำ 4.0
ท่านลองมองกลับไปดูครับ SME ไทยที่ใหญ่โตและเก่งกว่าฝรั่ง มีมากมายเลยครับ คนไทยเก่งครับ แต่ขอย้ำครับ startup ไม่เท่ากับ app ครับ (อ้าว ว่าแต่ท่านที่พูดเปิดประเด็นเมื่อครู่ไปไหนแล้วเหรอครับ ไม่ฟังพวกเราตอบเหรอครับ และไม่กลับเข้าห้องมาอีกเลยจนจบวาระที่เราได้ร่วมประชุม คือ อึ้ง ครับ)

กมธ. ดีอีเอส : startup thai รายไหนบ้างที่ชน GRAB ได้ ผมไม่เห็น
Jack : startup ไหนชน grab ได้ ไม่มีหรอกครับ เขา unicorn ครับ เราเพิ่งเริ่มครับ
แต่ท่านครับเรามี startup ที่สามารถเติบโตไปชน grab ได้ครับ เรามี fizxy seekster skootar drivemate claimdi และอีกหลายรายครับ แต่รัฐต้องช่วยสร้าง startup ไทยเหล่านี้ให้เป็น unicorn ครับ เราไม่ได้ต้องการเงินครับ เราระดมทุนได้ครับ เราแค่อยากให้รัฐสนับสนุนเราทุกวิถึทางให้เราเติบโตได้ครับ
ประเทศไทย ถ้าไม่มี โผน กิ่งเพชร ก็ไม่มีคนสนใจมวย
ถ้าไม่มี น้องเมย์ ก็ไม่มีคนสนใจ badminton
จากนั้นเราก็มี โผน คนที่ 2 3 4 5 และน้องเมย์ คนที่ 2 3 4 5
เช่นเดียวกันครับ ถ้ารัฐไม่ช่วยสนับสนุน เราก็จะไม่มีstartup unicorn ตัวที่ 1 2 3 4 ครับ
...
แต่รัฐกลับตั้งคำถามถามว่า รัฐจะเลือกสนับสนุนเอกชนรายใดรายนึงได้อย่างไร
ท่านครับ ผมไม่ใช่คนไทยเหมือน โผน และน้องเมย์เหรอครับ
ถ้าท่านไม่ทำอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ท่านทำตอนนี้ พวกเราจะถูก ecosystem บังคับให้ไปเป็นบริษัทใน singapore ครับ
...
ผมรอฟัง response ที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคตอันใกล้นะครับ ไม่คาดหวังว่าจะรอ 4-5 ปี เหมือน white paper ที่เราเคยทำไปนะครับ
...
กราบขอบคุณท่านครับที่ให้พวกเราได้เข้ามาพูดในสิ่งที่เราอยากบอกท่านครับ
...
หมายเหตุ เพิ่มเติม กลัวจะไปกันใหญ่
เราไปนำเสนอตามข่าวนี่นะครับ ซึ่งก็เป็นไปด้วยดีครับกับ กมธ ดีอีเอส ชุดนี้ครับ
แต่ที่ผมเล่ามาในpost เป็นเพียงคำถามจากท่าน2คนในที่ประชุมเท่านั้นนะครับ และผมก็ตั้งใจอธิบาบให้ท่านเข้าใจ ecosystem ของ startup ครับ ไม่ได้เจตนา ติเรือทั้งโกรน ครับ
ท่านอื่นๆไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผมเล่า

973 Nameless Fanboi Posted ID:8iYt2kCAIc

>>971 กูว่ามีเยอะแยะไปนะแกล้งเอาปางตายเนี่ย แค่ไม่เป็นข่าวเฉยๆมากกว่า .... ถ้าจะให้เล่นแรงๆนี่กูว่ามีอยู่ละ เช่น จับตบหน้าละเรียกมากราบตีน หรือจ้างคนมาจับข่มขืนละถ่ายคลิปหรือถ่ายคลิปตอนมันช่วยตัวเองไว้ไรงี้ แค่ไม่เป็นประเด็นแค่นั้นแหละ ก็ไม่รู้จริงๆนะว่าจะใช้วิธีจองเวรคอมโบไหนแรงๆสุดๆได้บ้าง มันต้องขึ้นกับทักษะการหาข้อมูลของเหยื่อด้วยว่าจะเอาคืนได้ขนาดไหน ยิ่งข้อมูลเยอะและตรง ยิ่งข้อมูลผู้ล่ามากยิ่งหาเรื่องได้มาก

974 Nameless Fanboi Posted ID:N2H6emfstE

>>973 เชื่อเหอะบ้านเราไม่ได้มีกรณีแบบนั้นบ่อยๆ ไม่งั้นมันต้องเป็นวาระแห่งชาติแล้ว เด็กทั่วไปไม่กล้าทำไรอำมหิตขนาดนั้นง่ายๆ หรอก มันถึงไม่ค่อยมีข่าว ต่างจากพวกอาชีวะตีกัน อันนี้แม่งเป็นปัญหาจริง ข่าวเล่นมาตลอด มีระบบรับรุ่น ลงขันซื้ออาวุธ จัดทีมไล่เก็บสถาบันคู่อริเหมือนสงครามแก๊งมาเฟีย ต่างจากวัยรุ่นทั่วไปที่จะมีเรื่องคือมีเรื่อง ไม่ได้แบ่งเป็นรูปแบบองค์กร ถ้าเด็กทั่วๆ ไปเป็นปัญหาหนักจริงต้องแบบเมกาโน่น โหดทั้งคนแกล้งและคนเอาคืน

975 Nameless Fanboi Posted ID:v194BFbjks

>>974 ที่ รร เก่ากู (ชื่อดังแห่งหนึ่งในลพบุรี) มีคนโดนบูลลี่ทนไม่ไหวเอาปืนยิงหน้าเลยว่ะ แต่ปิดข่าวเงียบเพราะเมืองทหาร+ 20-30 ปีก่อนปิดข่าวง่ายกว่าเดี๋ยวนี้

976 Nameless Fanboi Posted ID:xHqv0msH6E

การเก็บภาษีที่ดินเพื่อการพาณิชย์ มีจุดอ่อนอยู่ที่เป็นการเก็บตามมูลค่า (ไม่เก็บตามรายได้) เพราะมันกลายไปเป็น fix cost ที่ค่อนข้างสูง และผปก ไม่สามารถบริหารต้นทุนให้ลดลงได้ (ไม่สามารถจะประหยัดเพื่อลด คชจ ส่วนนี้ได้) บางธุรกิจรายได้น้อย ก็ต้องจ่ายแพงเท่าธุรกิจที่รายได้มาก กลุ่มที่อาจโดนกระทบหนัก คือพวกที่สินค้าโดนควบคุมราคาขายและต้องใช้พื้นที่ในการสตอกสินค้ามาก เช่น ร้านขายแก๊ส (บรรจุถังที่ใช้ตามครัวเรือน)
ตามหลักภาษีควรเก็บมากน้อยตามผลกำไร
การเพิ่ม fix cost ให้กับธุรกิจนั้น
หากช่วงที่ ศก ดี ปัญหาอาจมองไม่เห็น แต่พอ ศก แย่ธุรกิจอาจจะต้องปิดตัวกันมากขึ้นเพราะ fix cost ที่สูง เมื่อธุรกิจปิดตัวมากขึ้น นั่นหมายถึงการซ้ำเติมเร่งให้ ศก แย่หนักลงไปอีก
สรุป การเก็บภาษีเพื่อการพาณิชย์ของภาษีที่ดินนั้น ผิดหลักการตั้งแต่ต้นทางที่ไปเพิ่ม fix cost ให้แก่ธุรกิจ

977 Nameless Fanboi Posted ID:7dpnNdjQyr

>>972 Jack มันทำ Startup กี่เจ้าละ ต้องยอมรับว่ามันห่วยเองสู้ต่างชาติไม่ได้ เลยมาขอทางภาครัฐช่วย

978 Nameless Fanboi Posted ID:1X7yV8cYCC

>>975 ไม่ต้องเมืองทหารล่ะ ประเทศเรานี่แหละตัวดี ขโมยปืนที่บ้านเอามายิงเพื่อนที่รร ไม่ใช่โรงเรียนช่างเทคนิกอะไรนะรรธรรมดาเนี่ยแหละ (กูลูกครูเลยรู้เรื่องเยอะ มีตั้งแต่ยิงโกรธแค้นกันจนยิงแย่งแฟน) (ไม่นับรวมเอามีดมาฟันอาวุธต่างๆนาๆมีอีกเยอะ) ซึ่งสมัยก่อน เรียกว่าแค่10กว่าปีก่อนก็ปิดข่าวง่ายมาก มันเลยเหมือนไม่มีเหตุการณ์ไร

979 Nameless Fanboi Posted ID:1X7yV8cYCC

กูอยากเสริมเรื่องแก้ปัญหาบุลลี่ การแก้เรามักมองแต่ฝ่ายถูกกระทําให้ช่วยเหลือตัวเอง ให้โต้กลับอย่างนู้นนี้ บางครั้งฝ่ายโดนบุลลี่ก็ไม่ผิดเห้อะไรแต่ต้องมาปรับชีวิตตามเกมบุลลี่อีกนี่เพื่ออะไรวะ
-คือฝ่ายบุลลี่เนี่ยมันมีทั้งพวกที่ไม่รู้ตัวว่าบุลลี่ คือคิดว่าแกล้งๆเอาสนุกไรงี้ ไม่ได้คิดไรมาก กูอยากให้มีการสอนเรื่องมารยาททางสังคมและการเห็นใจและใจกันไรงี้หว่ะ หรือมีแบบทดสอบว่าตัวมึงบุลลี่เปล่า แล้วควรปรับนิสัยตัวเองอย่างไร
แล้วสอนไปเลยว่าแม่งเป็นเรื่องอัปยศไรงี้
-แล้วก็สอนให้สังเกตการบุลลี่แล้วช่วยเหลือเบื้องต้นไรงี้
แบบควรมีวิชาสังคมแบบปลูกฝังพวกนี้ไปเลย แล้วยํ้าๆๆๆๆไปจนฝังเข้าไปจิตใต้สำนึก

980 Nameless Fanboi Posted ID:1X7yV8cYCC

แล้วการแก้ไขปัญหาการบุลลี่ด้วยการตอบโต้ด้วยความรุนแรงนี่มันใช้ไม่ได้เสมอไป
บางครั้งการบุลบี่มันไม่มีหลักฐานชัดเจน แล้วเรารู้สึกทนไม่ได้เลยกระทำกลับไป ไอบุลลี่แม่งจะหยิบเรื่องที่เรากระทํามาเป็นประเด็น ไปฟ้องครูบ้าง ทําให้เรากลายเป็นฝ่ายผิดแทน
แล้วไม่นับพวกบุลลี่ที่พ่อแม่เป็นคนใหญ่คนโตอีก ลูกทําเหี้ยอะไรเล่นกลับยาก+พวกเหี้ยนี่จะมองลูกชั้นเป็นคนดีตลอด ถึงมีหลักฐานไปฟ้องศาลได้ก็โดนเล่นกลับ
กูนี่แหละเคยเจอมาแล้ว ควย

981 Nameless Fanboi Posted ID:4VcTPBv4vE

อ่านที่พวกมึงเล่ามา สมัยก่อนประเทศกูมันดาร์คขนาดนั้นเลยหรอวะ

982 Nameless Fanboi Posted ID:madWns+9kz

>>981 แสดงว่ามึงไม่ทันยุคยิงกันในร้านเกม
ไปเล่นเกมสมัยนั้นไม่ต่างจากไปรรในเมกาไอสัส

983 Nameless Fanboi Posted ID:uBKL5ELVQv

กูถูกลูกอาจารย์รังแก ทำอะไรไม่ได้
ถ้าตอนนั้นปืนมันหาง่ายกว่านี้ กูก็คงไปยิงกราดโรงเรียนแม่งแบบในอเมริกาไปแล้ว

984 Nameless Fanboi Posted ID:LUkInfzNRO

เพื่อนที่เคยบูลลี่กุ ปัจจุบันเป็นติ่งเนทฟลิกซ์+คุณพ่อมือใหม่ มันแชร์+อวย 13 reason why บอกว่าเป็นซีรีย์ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ควรดู แต่แม่งคงลืมนึกถึงกูลืมนึกถึงสิ่งที่เคยทำกับกุในอดีตไปหมดเกลี้ยง ทั้งที่ปัจจุบันก็ไปมาหาสู่นัดแดกข้าว คุยไลน์ในกลุ่มอยู่ด้วยกันนั่นแหละ

985 Nameless Fanboi Posted ID:VN2ooKfy9d

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ผมกด unsubscribe พอดแคสรายการที่ผมฟังมาตลอดตั้งแต่อีพีแรก

เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่จักรวาลของพอดแคสและยังไม่ค่อยมีรายการในไทยที่ทำอย่างเอาจริงเอาจังเหมือนทุกวันนี้ แบบที่ตั้งตัวเป็นสถานีเป็นตัวเป็นตัวอย่าง the standard podcast หรือในปีล่าสุดช่องที่เราเชียร์มาตลอดอย่าง salmon podcast การได้ฟัง mission to the moon แหล่งความรู้ที่เรามองว่ามีประสิทธิภาพแห่งหนึ่งในโลกวัยทำงาน

ส่วนตัวรู้สึกดีใจและขอบคุณคุณรวิศที่ทำมันขึ้นมา และที่มันยอดเยี่ยมไปกว่านั้น คือ การประกาศตัวว่าจะเป็นพอดแคสที่จัดทุกวันไม่มีวันหยุด จนถึงปลายปีนี้เดือนธันวาคม 2562 ก็เข้าสู่อีพีที่ 600 กลางๆแล้ว บวกกับรายการใหม่ที่เปิดตัวปีที่แล้วอย่าง 5 minutes podcast ที่สร้างมาสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา อยากรู้อยากฟัง แต่ขอสั้นไปหน่อย และยังมี world news report รวมตัวเป็นสามทหารเสือที่หากใครกด subscribe แล้วคงรู้สึกคล้ายกันว่า ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาแล้วเข้าแอพพอดแคสจะได้เห็นอีกสามตอนใหม่อยู่เสมอ นี่ยังไม่ได้พูดถึงอีกรายการที่พูดเรื่องการทำงานล้วนๆอย่าง boss’s eye view และ super productive กับทีม the standard ที่คอยปลุกพลังยักษ์ในตัวคุณให้เป็นคนที่ดีกว่า

และผมเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าจะมีหลายรายการที่กำลังถูกคิดค้นรอวันเปิดตัวอย่างไม่หยุดหย่อน

หากพูดถึงตัวเนื้อหารายการในแต่ละอีพีนั้น ครอบคลุมเนื้อหาที่เหมาะกับการทำงานทั้งเรื่องงานและเรื่องคน อัพเดทความรู้ เทรนด์โลก หนังสือ แนวคิดที่น่าสนใจ หากเอามือสุ่มหยิบลงไปในตะกร้าแห่งนี้ สิ่งที่ติดมือมาต้องมีประโยชน์ไม่น้อย แต่สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่าตัวเนื้อหานั้น สิ่งที่อยู่เบื้องหลังพลังงานแห่งพอดแคสนี้ คือ วินัย

รู้สึกทึ่งเสมอเมื่อนึกถึงเรื่องของวินัยของคุณรวิศ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของการนำเสนอตัวตนของเขา หากมองเขาในแง่ของการเป็นต้นแบบที่ดีในด้านการสร้างวินัย เรียกว่า โดดเด่น หาตัวจับยากเหลือเกิน กล่าวอีกอย่าง คือ การที่จะแนะนำหรือบอกให้คนอื่นทำหรือไม่ทำอะไร แต่ตัวเองไม่ได้เป็นคนทำมาก่อนนั้นย่อมไม่น่าจะมีความน่าเชื่อถือ

ในอีพีหนึ่งจากพอดคาส mission to the moon ที่ผมเคยฟังและยังจำได้ดี คุณรวิศเล่าว่า ครั้งหนึ่ง มหาตมะ คานธี ด้วยความที่ขณะนั้นเขาเป็นคนดัง พูดอะไรแล้วน่าจะมีคนคล้อยตามได้ง่าย มีคนหนึ่ง เข้ามาพบและโน้มน้าวว่าให้คานธีไปช่วยบอกคนอื่นๆหน่อยว่า การบริโภคน้ำตาลน้อยลงจะส่งผลดีต่อสุขภาพจริงๆ แต่คานธีนั้นรับฟังและบอกเขากลับไปว่า เราขอเวลาสองสัปดาห์แล้วจะกลับมาบอก

ผ่านไปสองสัปดาห์ คานธีกลับมาพร้อมคำแนะนำของคนนั้น เขาลองลดน้ำตาล โดยกินกาแฟไม่ใส่น้ำตาล และไม่เพิ่มน้ำตาลลงในอาหารอื่นๆ ครั้งนี้ เขาพูดได้อย่างเต็มปากว่า เมื่อกินน้ำตาลน้อยลงนั้นดีต่อสุขภาพเขาจริงๆ

สิ่งที่ต้องการจะบอกในเรื่องนี้ก็คือ ก่อนที่เราจะแนะนำคนอื่นว่าอะไรดีหรือไม่ดี อย่างน้อยควรทดลองกับตัวเองก่อน เพื่อให้สิ่งที่เราได้สื่อสารออกไปนั้นมีน้ำหนัก และเป็นเหตุเป็นผลจริงๆ

986 Nameless Fanboi Posted ID:VN2ooKfy9d

นั่นทำให้สิ่งที่คุณรวิศนำเสนอและเชิญชวนให้ผู้ฟังของเขาทำในสิ่งที่เขาเชื่อว่าดี เช่น การวิ่งมาราธอน การทำสมาธิ การอ่านหนังสือ การอดอาหารแบบ Intermittent fasting แบบ 16/8 หรือ 18/6 หรือซับซ้อนกว่านั้น การออกแบบเวลาด้วยการทำ time boxing ใช้หูฟังแบบ noise cancelling การวัดผลองค์กรด้วย OKR หรือแม้แต่การเล่นตัวต่อเลโก้กับลูกนั้น ล้วนมีแนวโน้มให้ผู้ฟังเชื่อและเห็นประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้จริง และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ไม่น้อยเลย

แต่ไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม year review กับกลุ่มคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเกือบสิบคน เราต่างเปลี่ยนกันเล่าเรื่องราว รีวิวชีวิตตัวเองของปี 2562 ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ให้คะแนนกับตัวเองในแต่ละเรื่องดีแค่ไหน

ด้วยความที่เราต่างเป็นบุคคลแปลกหน้าซึ่งกันและกัน การสนทนาในบางส่วนจึงถูกออกแบบและโน้มน้าวให้รูปแบบเป็นไปในทางที่เปิดเผยความตรงไปตรงมา แน่นอนว่าการเก็บรักษาความลับทุกเรื่องราวในวันนั้นถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัด

จากการสังเกต ผู้มาร่วมกิจกรรมนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ แต่ละคนมีพื้นฐานการศึกษาที่ดี มีการงานที่น่าสนใจและกำลังสร้าง Impact กับสังคมไทยอยู่ไม่น้อย โดยใช้ความสามารถและความถนัดแต่ละคนสร้างผลงานอะไรบางอย่างโดยไม่รอความช่วยเหลือจากหน่วยงานหรือสิ่งที่ถูกคาดหวังว่ามีหน้าที่เหล่านั้นเหมือนแต่ก่อน

จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ยิ่งนาน ยิ่งดึกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พบว่าหลายคนประสบปัญหาการไม่มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง อาจจะด้วยสภาพแวดล้อม ปัจจัย เงื่อนไขส่วนบุคคล หรือเหตุผลอะไรก็ตามแต่ จนเราได้ลองคุยกันลึกลงไปเรื่อยๆ จนพบประเด็นหนึ่งที่เป็นจุดร่วมของทุกบทสนทนา นั่นคือ เกือบทุกคนล้วนได้รับอิทธิพลจาก mission to the moon ไม่มากก็น้อย

บางคนเล่าให้ฟังว่าปีหน้าตั้ง new year resolution เป็นการวิ่งมาราธอน บางคนบอกว่าจะอ่านหนังสือทุกวันและให้เยอะขึ้นกว่าที่ผ่านมา บางคนบอกว่ามีปัญหาการจัดการเวลา ก็เลยลองทำ time boxing บางคนบอกว่าจะทำสมาธิ-ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่บางคนเล่าว่าปีที่ผ่านมาก็ได้ลองทำตามสิ่งที่ mission to the moon นำเสนอแล้วรู้สึกว่าทำตามยากเหลือเกิน พยายามแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ บางคนรู้สึกเหนื่อยกับการทำตามคำแนะนำในบางเรื่อง การสร้างเงื่อนไขและวินัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนการสไลด์มือถือหรือดูซีรี่ส์พร้อมอาหารที่อร่อยแต่ไม่ดีต่อสุขภาพเลย พาลทำให้เกิดอาการผิดหวังกับตัวเอง เหมือนรู้อยู่แก่ใจว่าทางที่ควรทำคืออะไร แต่ไม่อยากทำเพราะมันยาก มันเหนื่อย ใช้พลังใจเยอะเหลือเกิน คนอื่นเขาทำกันได้ยังไง บานปลายไปถึงการเปรียบเทียบตัวเองกับคุณรวิศก็ยังมี จนเกิดอาการที่เราเรียกกันเองว่า “mission to the moon syndrome”

987 Nameless Fanboi Posted ID:VN2ooKfy9d

แน่นอน เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับผมไม่น้อย มีช่วงหนึ่งเกิดความรู้สึกคล้ายกับที่เพื่อนๆเล่าไป จนทำให้วันนั้นผมไม่อยากทำอะไรเลย เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ทันแล้ว ทำไมเรามันห่วยขนาดนี้ กินขนมตามใจปากมากกว่าเดิมเพราะหวังจะให้มีความดีต่อใจบ้าง บางทีก็คิดว่าแค่จะตามฟังพอดแคสให้ครบทุกตอนเหมือนที่เป็นมาก็กลายเป็นเรื่องน่าผิดหวัง รู้สึกผิดกับตัวเองว่า แค่จะฟังพอดแคสให้จบ ยังทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับความก้าวหน้าเรื่องอื่นๆล่ะ

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ผมกด unsubscribe พอดแคสรายการที่ผมฟังมาตลอดตั้งแต่อีพีแรก

แถมยังกดลบอีพีที่ค้างกว่าห้าสิบตอนที่ยังไม่ได้แม้แต่จะอ่านแคปชั่นว่าเกี่ยวกับอะไรเลย
เป็นครั้งแรกที่รู้สึก...บอกไม่ถูกเหมือนกัน

สไลด์มือถือ เปิดดูรูปเก่าๆอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางความรู้สึกว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่วะ บังเอิญไปพบกับรูปที่เคยแคปเจอร์ไว้เป็นรูปของสเตตัสเฟซบุ๊คคนหนึ่งที่ได้เขียนรีวิวงาน super productive show งานทอล์คโชว์ครั้งแรกของคุณรวิศ ขนาดหนีมาแล้ว ยังต้องเจออีกหรอเนี่ย มีความคิดหนึ่งว่าจะลบรูปนั้นทิ้ง แต่ให้โอกาสตัวเองอ่านอีกครั้ง และทำให้พบเนื้อหาส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นพาร์ทที่พี่เอ๋ นิ้วกลม ผู้เป็นหนึ่งใน speaker ในงานนั้น พูดถึงคำว่า “บ้าง....ก็ได้” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแง่มุมที่น่าสนใจในเนื้อหาทอล์คโชว์วันนั้น ที่พอจะเอาน้ำลูบให้ตัวเองเย็นลงไปได้แม้เพียงเล็กน้อย

มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ปีนี้ผมค้นพบและได้รับมาด้วยความโชคดี หนังสือชื่อว่า ‘ค่อยๆไปแต่ไม่หยุด’ของพี่พู อุรุดา โควินท์ เป็นสารคดีเชิงประสบการณ์ส่วนตัว ที่พูดถึงตัวเองเรื่องการใช้ชีวิต ด้วยความที่เขาลาออกมาจากงานออฟฟิซแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่วงการแห่งงานเขียน เล่าผ่านประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ แต่บอสใหญ่จริงๆนั้นคือ ตัวเอง

นอกจากงานเขียนที่พี่พูพยายามเขียน รักษาวินัยการเขียนสม่ำเสมอ ผลิตงานด้วยสมองและหัวใจ จนเราอาจจะเคยได้เห็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของเธอมาแล้วบ้าง เธอยังเป็นคนรักษาวินัยเรื่องการวิ่งเช่นกัน เธอวิ่งโดยไม่เน้นการล่ารางวัล แต่เน้นวิ่งอย่างสม่ำเสมอทุกวันที่สี่ถึงหกกิโลเมตรเท่านั้น และเธอไม่คิดจะลงมาราธอน

ในตอนท้ายแต่ละบท เธอจะเขียน “ถึงคนไปเร็ว และไม่เคยหยุด” เป็นประโยคส่งท้ายปิดแต่ละบท เพื่ออุทิศถึงผู้ที่เก่งกว่าเธอในแต่ละด้าน และในบทที่หก เธอเขียนถึงคุณ นาวิน ต้าร์

“คุณดูดีมากเมื่ออยู่ในชุดนักวิ่ง เมื่อไรที่มีการแข่งมาราธอนตอนกลางคืน เราคงเจอกัน ฉันจะไม่ลืมโบกมือให้คุณ ระหว่างนี้ฉันจะวิ่งเป็นวงกลมในสนาม และส่งใจเชียร์ไปให้ถึงถนนของมาราธอน”

หนังสือเล่มนี้ปลอบใจผมเสมอ เวลาที่รู้สึกเหนื่อยจากการวิ่งตามเส้นทางที่คนอื่นคาดหวัง และบางวันที่แอบเฆี่ยนตีตัวเอง

เมื่อจะมุ่งหน้าเข้าสู่เป้าหมายใดก็ตาม ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปบนถนนเส้นเดียวกับคนอื่น
เราไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วมาก เราค่อยๆไปก็ได้ ตามแรงและใจที่เรามี
ค่อยๆไปก็ได้ จะช้าหรือช้ามากก็ได้ แต่ต้องไม่หยุด
“ตราบเท่าที่เราไม่หยุด สักวันชีวิตจะศิโรราบต่อเรา”

หากวันหนึ่งผมมีโอกาสลงวิ่งมาราธอนบ้าง
ผมจะขอยกให้คุณรวิศเป็นคิปโชเก้
และให้คุณอุรุดาเป็นจุดดื่มน้ำ

#nicenitiread

988 Nameless Fanboi Posted ID:ENcwYRXFDD

28 ธันวาคม 2310
วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
.
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปราบดาภิเษกขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์กรุงธนบุรีอย่างเป็นทางการ โดยเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในสมัยอาณาจักรธนบุรี
.
พระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์คือด้านการศึกสงคราม ทรงรบทัพจับศึกป้องกันเมืองจากพม่าตั้งแต่ยังทรงเป็นข้าราชการในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ให้แก่พม่า ทรงวางแผนกอบกู้เอกราชจากพม่าได้โดยใช้เวลาเพียง 7 เดือน ซึ่งเริ่มจากการเข้าโจมตียึดเมืองจันทบูร เมืองธนบุรี และค่ายโพธิ์สามต้น กรุงศรีอยุธยา ขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรได้ในปี 2310
.
แม้จะทรงครองราชย์เพียง 15 ปี แต่พระองค์ทรงทำสงครามป้องกันภัยเมืองอย่างต่อเนื่องตลอดรัชสมัย ทั้งการปราบกลุ่มก๊กที่แตกแยกเป็นฝั่งเป็นฝ่ายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยา การทำสงครามกับพม่าถึง 9 ครั้ง และเขมร 3 ครั้ง ซึ่งทรงได้รับชัยชนะทุกครั้ง นอกจากนี้ในด้านศาสนา พระองค์ทรงรวบรวมพระไตรปิฎก อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบาง (พระพุทธรูป) จากเวียงจันทน์กลับมายังกรุงธนบุรี และด้านวรรณกรรม พระองค์ได้พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ไว้ถึง 4 ตอนในปี 2313 คือ ตอนพระมงกุฎ, ตอนหนุมานเกี้ยวนางวานรินทร์จนถึงท้าวมาลีวราชว่าความ, ตอนท้าวมาลีวราชว่าความจนถึงทศกัณฐ์เข้าเมือง และตอนทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด พระลักษมณ์ต้องหอกกบิลพัทจนถึงหนุมานผูกผมทศกัณฐ์กับนางมณโฑ
.
#News #TheStandardCo

989 Nameless Fanboi Posted ID:S3rzO0AyiK

>>988

“””””””อัญเชิญ””””””””

990 Nameless Fanboi Posted ID:sxxtt+kJsy

วงการหนัง AV ญี่ปุ่นเนี่ย หนังเกย์ดูมีความใส่ใจในการหานักแสดงกว่าแนวชายหญิงนะ เพราะอย่างน้อยหนังเกย์ก็หานักแสดงใกล้เคียงตามบท ตามท้องเรื่องกว่า
ส่วนหนังชายหญิงเนี่ย แม่งใส่ใจแต่เรื่องตัวละครหญิงอย่างเดียวเลย ส่วนตัวละครชายเนี่ย "ใครก็ได้" ขอแค่มีควยก็พอจริงๆ
ตามบทบอกว่าเป็นนักเรียนชาย เด็กวัยรุ่นชาย แต่มึงก็เอาพวกคนวัย 30 40 50 รุ่นลุงๆมาเล่นกันได้ลงคอ (โดยส่วนใหญ่อ่ะนะ มีส่วนน้อย แค่บางเรื่องจริงๆที่ใช้ดาราหนุ่มๆหล่อๆตามท้องเรื่อง)

991 Nameless Fanboi Posted ID:sxxtt+kJsy

ต่างด้าวหน้าตาไม่ดี ใช้แรงงาน
ต่างด้าวหน้าตาดี ถึงอยากจะใช้แรงงาน

แต่จะมีพลังแม่เหล็ก ส่งคนมาทาบทาม
เสนอทางเลือกที่หาเงินได้ง่าย และเร็ว

สุดท้ายก็มักจะพ่ายแพ้ใจตัวเอง

พี่หมีเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ

992 Nameless Fanboi Posted ID:2Q3ptiLgbL

>>990 แล้วไงวะ กูไม่ได้มาดูผู้ชายนี่
อย่างน้อยแนวblackedเขาก็ใช้คนดำแหละวะ

993 Nameless Fanboi Posted ID:uHOHRMZW6Q

เวลามาใช้ชีวิตอยู่ตปท. ระบบต่างๆ ที่เมืองไทยดีกว่าได้ชัดคือ
-การเงิน (บ้านเรารับส่ง โอน จ่ายบิล เต็มเงิน นั่นนี่ๆ ผ่านมือถือไวและดีกว่ามาก)
-อินเตอร์เนท (บ้านเราเร้วกว่ามากกก ลื่นกว่ามาก)
-เข้ารพ.เมืองนอกคือยากมาก ต้องฉุกเฉินจริงๆ /นิดหน่อยแล้วอยากเข้ารพ.เอกชน ไม่มีจ้า รอเท่านั้น

994 Nameless Fanboi Posted ID:ojk253W9Hd

สื่อไทยไม่ค่อยสนใจข่าวลบต่อจีนและอาลีบาบาแบบนี้

ข่าวเขาบอกว่า Jack Ma น่าจะถูกบีบให้เกษียนก่อนกำหนดตั้งแต่ปีที่แล้วเพราะเป็นภัยคุกคามต่อสีจิ้นผิงและพรรคคอมมิวนิสต์ หม่าจึงต้องรีบสละเรือก่อนจะเสียชีวิตเหมือนประธาน HNA (ที่ตกลงมาตายขณะเซลฟี่ตอนเที่ยวอยู่ในฝรั่งเศส) และอีกหลายคนที่หายสาบสูญไป (บางคนก็ลี้ภัยไปต่างประเทศ)

หลัง Jack Ma วางมือและโอนสิทธิในการเป็นเจ้าของให้บุคคลที่ไม่ปรากฎชื่อ 5 คน Alipay ก็ทำสัญญาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Unionpay ซึ่งเป็นของรัฐ ซึ่งเป็นสัญญานว่าอาลีบาบาจะถูกกลืนเป็นของพรรคคอมมิวนิสต์ในที่สุด

คุณเคยเห็นสื่อไทยรายงานข่าวพวกนี้มั๊ย? มีแต่ข่าวยกย่อง Jack Ma ว่ารู้จักพอ 😂

https://www.voanews.com/east-asia-pacific/have-retired-jack-ma-alibaba-steered-away-china-communist-partys-clutches

995 Nameless Fanboi Posted ID:sxxtt+kJsy

Summary 10 สิ่งที่ได้เรียนรู้ ในปี 2562

- ปีนี้ได้เข้าไปสอน ให้คำแนะนำคนอื่นแบบไม่ได้มีการหวงความรู้ บอกเล่าวิธีการทำธุรกิจตัวเอง เคล็ดลับไม่มีปิดบัง บางครั้งบางคนถึงถามว่า เฮ้ยบอกหมดแบบนี้ไม่กลัวผมทำแข่งหรอ ผมถามกลับเลยว่าที่ผมบอกไปจะสำเร็จในกี่ปี เค้าก็บอกขอ 3-5 ปี ผมก็ตอบเค้าว่า “ถ้า 3 ปีบริษัทผมยังเหมือนเดิมไม่ก้าวหน้าไปไหนก็สมควรแล้วที่จะถูกทำแข่ง”
.
- โลกทุกวันนี้ ความรู้ที่ทุกคนได้แทบจะเท่าๆกัน แต่จะต่างกันที่การลงมือทำ โอกาสเดี๋ยวนี้มันไม่ได้หายากแบบเมื่อก่อนอีกต่อไป ใครที่ลงมือทำด้วยวินัยของตัวเอง มีโอกาสที่จะสำเร็จ ตลาดในปัจจุบันยังมีโอกาสอีกมาก การทำอะไรซักอย่างหนึ่งเดี๋ยวนี้ ไม่จะเป็นต้องเริ่มด้วยเงินอีกแล้ว เพราะ Platform มันเอื้อให้เราเยอะ
.
- มีความสุขในการทำให้คนอื่นสำเร็จ เช่นการให้การสนับสนุนทีมในหลายๆเรื่อง ใช้ทรัพยากรบางอย่าง แทนที่จะให้ตัวเองก็ลองเปลี่ยนมาให้ทีมดู ผมว่ามันสร้างพลังงานบวกกับผมนะ เพราะว่ามันเหมือนเรากำลังทำภารกิจบางอย่าง มันมีความยาก มันมีลักษณะ รูปแบบที่เปลี่ยนไปตลอด เหมือนกับการทำเควสในเกมเลย
.
- ปีที่ผ่านมาเรียนรู้และลงทุนในตัวเองอย่างหนัก ปีนี้ก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ถึงมันจะไม่ออกผลแต่มันเหมือนไปเติมเต็มในใจบางอย่างแบบว่าเฮ้ย วันนี้ทำจนสุดทาง สุดแรง เต็มร้อย วันข้างหน้ากลับมาดู จะได้ไม่ต้องมาว่าตัวเองว่าวันนั้นเราน่าจะทำ รู้งี้ ปีนี้เป็นปีที่ทำไรก็จัดเต็มตลอด “อย่าให้ ความเจ็บปวดจากการไม่ทำในอดีตมาทำร้ายเราในปัจจุบัน” ถ้าเกิดขึ้นมันจะทำร้ายเรานาน
.
- ผมบอกทุกคนรอบตัวตลอด ความรู้มันเป็นของถูก ทุกคนเข้าถึงได้ คนเก่งที่รู้เยอะ ไม่เจ๋งเท่าคนที่รู้ปานกลางแต่เรียนรู้เร็ว Life long learning คือสิ่งสำคัญในยุคนี้ และทีม Nextzy ก็เริ่มหาทีมที่มีนิสัยแบบนี้มาซักพักแล้ว
.
- ให้แรงบันดาลใจ ให้ความเชื่อมั่น สุดท้ายให้อำนาจ 3 อย่างนี้จำให้ขึ้นใจในการสร้างคนในทีม
.
- บริษัทในทุกวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ทรัพย์กรบุคคลอีกต่อไป แต่คือความ Creativity ของคนในองค์กร ถ้าขาดสิ่งนี้มันจะไม่ดึงดูด ขาดความสนุก ขาดแรงบันดาลใจและขาดการคิดนอกกรอบ และ tech startup ส่วนใหญ่ขาดสิ่งนี้ในทีม “และสิ่งสำคัญที่ผมบอกทีมตลอด อภิสิทธิ์พิเศษ เป็นของอัจฉริยะเท่านั้น”
.
- ผมสร้างความรู้สึกอิสระในบริษัท ต่อจากข้อทีแล้วเพราะมันจะทำให้เกิด Creativity ได้ ความรู้สึกอิสระต่างจากอิสระนะ ความรู้สึกอิสระทำให้ทีมกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าที่จะนอกกฏเกณฑ์ และออกจากเซบโซนของตัวเอง ในขณะที่ยังทำงานอยู่กับเรา ให้เค้าเติบโตในทางที่เค้าถนัดและสอดแทรกการทำงานในสายอื่นๆที่เป็นประโยชน์กับตัวเขาเองในอนาคต เพราะทุกวันนี้ Hard skill ในสายงานเพียงอย่างไม่เพียงพอที่จะผ่านคลื่นปฏิวัติของ Gen z อีกต่อไป (เด็กจบใหม่ทุกวันนี้มีแต่ปีศาจเก่งและเรียนรู้เร็วทั้งนั้น) คำเดิม “สิ่งสำคัญที่ผมบอกทีมตลอด อภิสิทธิ์พิเศษ เป็นของอัจฉริยะเท่านั้น”
.
- วันนี้(วันที่เขียนอยู่) วันนี้มาเที่ยวหลวงพระบาง ทุกคนมุ่งเป้าหมายเพื่อที่จะมาเที่ยว รถเกิดยางรั่วตรงไหล่เขากลางทาง ทุกคนรีบลงจากรถ มาช่วยกัน กลุ่มผู้หญิงรีบแบ่งคนมาโบกให้รถคันอื่นโบกให้รถหลบ ช่วยหักกิ่งไม้มาวางขวาง กลุ่มผู้ชายช่วยเหลือคนขับ ชายคนนึงให้คำแนะนำว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ต่างไปยกก้อนหินมาหนุนล้อ อีกคนช่วยโยกแม่แรงดันรถให้ยกขึ้น อีกกลุ่มไขน๊อตนำยางอะไหล่ จากหลังรถลงมาเพื่อเปลี่ยน ทำทุกอย่างเสร็จ ก็ผลัดกันถ่ายรูปให้กันและกันซึ่งเป็นวิวระหว่างทาง โดยที่ไม่มีใครบ่นออกมาแม้แต่คนเดียว ทำคนสนุกกับเพื่อนใหม่ วิวระหว่างทาง และเริ่มสอบถามวางแผนเป็นหุ้นส่วนเพื่อหารค่ารถเหมาไปเที่ยวที่ต่างๆ ผมว่าเหตุการณ์แหละที่เรียกว่า “ทีม” มีทุกร่วมช่วยแก้ มีสุขร่วมเสพ และสนุกกับระหว่างทาง
.
- อย่าลืมขอบคุณตัวเราเองที่พามาถึงจุดนี้ อย่าลืมว่าเราเคยมาจากไหน อย่าลืมใครที่เคยช่วยเหลือเราไว้บ้าง
.
สุดท้ายขอฝากคำคมที่เหมาะกับผมในปีนี้ของใบบัด อิรภาพคือการถูกขังอยู่ในกรงที่เรารัก” road to 32
—29/dec/2019

996 Nameless Fanboi Posted ID:OKIOt8ccPJ

>>994 ประเทศเราถือ จีน กับ มะกัน เป็นลูกพี่ โม่ง คิดว่าเราจะกล้าไปงัดข้อกะพวกพี่เขาไหมอ่ะ?

997 Nameless Fanboi Posted ID:yTFWXKyXre

>>994 มันจะ ok กว่านี้นะถ้าข่าววิเคราะห์มันไม่ได้มาจากอเมริกา แต่มาจากประเทศอื่น ...

998 Nameless Fanboi Posted ID:/JjIoTp85n

>>997 ติ่งเมกาดีกว่าติ่งเจ๊ก

999 Nameless Fanboi Posted ID:T2CSgEFeog

>>998 อย่าหมิ่นกู กูติ่งจีนไต้หวัน จีนที่แท้ทรู

1000 Nameless Fanboi Posted ID:eThl0rm2b/

>>994 นี่ละมั้งคนจีนถึงสอนว่าแม่ทัพกุนซือถ้าช่วยขุนศึกครองบัลลังก์แล้วให้เร้นกายหายตัวไป หาไม่แล้วจะไม่ได้ตายอย่างสงบในบั้นปลายชีวิต

Posts limit exceeded

Topic has reached maximum number of posts.

Please start a new topic.