Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 10th quotes ในรัชกาลที่ 10

Last posted

Total of 1000 posts

609 Nameless Fanboi Posted ID:tpiqP+PMPM

แก้วิกฤตการบินไทย ไม่น่ายากเกินไป
วันก่อนมีผู้ใหญ่ท่านนึงลองให้วิเคราะห์ว่าจะแก้การบินไทยอย่างไร (ไม่เอาอารมณ์การเมืองมาปะปนนะครับ)
พอผมได้มาอ่านงบการเงิน ดูกันด้วยตัวเลขจริงๆ เทียบกับสายการบินที่กำไรและเอาตัวรอดได้ อย่าง AAV และ Singapore Airline จะพบวิธีแก้ปัญหาชัดเจนเลย คือ 3 เรื่อง
1) ลดจำนวนฝูงบิน และทยอยปรับรุ่นฝูงบินให้เหลือ 3 รุ่น จากตารางจะเห็นว่าทั้งๆที่ THAI มีฝูงบินน้อยกว่า SIA 1 เท่าตัว แต่กลับมีจำนวนรุ่นเครื่องบินพอๆกัน และยังมีเครื่องจอดทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานเกินความจำเป็น มากกว่าเพื่อนถึง 3 เท่าตัว (รายอื่นๆสำรองเครื่องแค่ 4% แต่การบินไทยทิ้งเครื่องไว้ 12%)
ภายหลังการปรับปรุงเรื่องแรกซึ่งอาจใช้เวลาเปลี่ยนถ่าย 4-5 ปี ให้เครื่องรุ่นเดิมๆหมดอายุการใช้งาน โดยจัดสรรรุ่นเครื่องบิน 3 รุ่น สำหรับการเดินทางระยะใกล้ - กลาง - ไกล จะได้ผลลัพธ์ดังนี้
- ฝูงเครื่องบินจะเหลือประมาณ 95 ลำ เฉลี่ยรุ่นละ 30 ลำ ทำให้ประหยัดค่าซ่อมบำรุง และการเปลี่ยนอะไหล่ ลดค่าเสื่อมราคาลง
- เนื่องจากเป็นรุ่นคล้ายกัน หากเส้นทางไหนขาดเครื่อง สามารถบริหารเที่ยวบินทดแทนได้ง่ายขึ้น
- ประโยชน์ทางอ้อม คือ นักบิน-แอร์ คุ้นชินกับเครื่องบิน ลดความจำเป็นในการจัดหาคนที่มีความรู้เฉพาะรุ่นที่มากเกินไป สามารถฝึกบินทดแทนกันได้ง่ายขึ้น
2) Productivity ของพนักงาน จะเห็นว่ารายได้ต่อหัวของพนักงานการบินไทยต่ำที่สุดเทียบกับสายการบินที่เหลือ ทั้งๆที่สายการบินราคาประหยัดควรจะมีตัวชี้วัดนี้ต่ำที่สุด เพราะค่าตั๋วถูกกว่า 3 เท่าและเน้นปริมาณเที่ยวบินเยอะๆ การแก้ปัญหาจุดนี้ทำได้ 2 แบบ
- ลดพนักงานลง ตามจำนวนที่ผมคำนวนมา หากเอาแบบไม่โหดเกินไปให้ Productivity เท่ากับ AAV จะต้องลดคนอีก 4100 คน
- เพิ่มรายได้ให้มากขึ้น 46,000 ล้านบาท ให้ Productivity เทียบเท่ากับ AAV หรือ 290,000 ล้านบาท ให้ Productivity เทียบเท่า SIA
ความเป็นไปได้ที่ผมมองเห็นคือ ลดพนักงาน 2,000 คน โดยเอาเทคโนโลยีมาทดแทน และเพิ่มรายได้ 23,000 ล้านบาท ซึ่งหากทำการตลาดให้ดีขึ้น วางราคาตั๋วให้แข่งขันได้ น่าจะเป็นไปได้มากขึ้นในการ Improve Productivity
3) เพิ่ม Cabin Factor ให้ได้ระดับ 80% ++ เพื่อให้การใช้งานเครื่องบิน - จ้างพนักงานและนักบิน คุ้มค่ามากขึ้น โดยทำโปรค่าตั๋วในที่นั่งว่างในแต่ละเทียวบินจะจูงใจให้คนหันมาใช้เพิ่มอย่างไร แม้การลดค่าตั๋วบางที่นั่งอาจทำให้ไม่มีกำไรมาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ขาดทุนอะไรเพิ่ม เพราะพนักงานต้อนรับเท่าเดิม คนขับเครื่องบินเท่าเดิม แต่ผู้โดยสารเพิ่ม รายได้เพิ่ม ส่วนเพิ่มคือกำไร
สิ่งที่ทำง่ายสุดคือข้อ 1 และ 3 เพราะเป็นการบริหารจากส่วนกลางโดยไม่ไปยุ่งกับตัวพนักงานมากนัก แต่หากจะต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้กลับมากำไรและอยู่รอด ต้องทำความเข้าใจกับพนักงานทุกคนว่าถึงเวลาที่ต้องปรับตัวแล้ว เพราะหากไม่ปรับตัว ก็นับถอยหลังรอวันปิดตัวลงไปได้ ถึงเวลานั้นจริงๆจะไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว
ซึ่งหากทำได้ 3 เรื่องนี้ทั้งหมด ผมคาดว่าไม่เกิน 3-4 ปี การบินไทยจะกลับมาทำกำไรและยืนได้ด้วยตัวเองอีกครั้งแน่นอนครับ
ทั้งหมดนี้ผมตัดเรื่องการเมืองออกทั้งหมด มองแค่แง่ธุรกิจล้วนๆ ในการพา THAI ให้ผ่านพ้นวิกฤติที่ยืดเยื้อสะสมมานาน และผมว่าหากไปดูรัฐวิสาหกิจอื่นๆ แล้วลองเอาตัวชี้วัดไปเทียบกับองค์กรประเทศอื่นๆที่ทำกำไรและอยู่รอดได้ ก็น่าจะเห็นทางแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ยากเกินไปนักครับ (แต่คนกล้าทำจะมีหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องนึง)

610 Nameless Fanboi Posted ID:n3Ev9XiQ6F

โดย Lauren Berlant ศาตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก กลับเห็นว่า ในสังคมทุนนิยม ทั้งหมดนี้เป็นได้แค่ความฝันที่เลื่อนลอย เพราะไม่ว่าเราจะพยายามสักเท่าไร ก็ไม่มีอะไรมารับประกันได้เลยว่าความฝันของเราจะเป็นจริง จนในท้ายที่สุด ความฝันเหล่านั้นกลับย้อนมาทำให้เราผิดหวังและเสียใจ เหมือนกับที่ ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกตัวอย่างไว้ผ่านระบบการศึกษาที่สร้างมาให้เน้นแต่การแข่งขันกันเป็นที่หนึ่งมากเกินไป เพราะไม่ว่าเราจะพยายามมากเท่าไร สุดท้าย ที่หนึ่งก็มีได้แค่คนเดียว เสมอเสมือนกับโลกนี้ถูกสร้างให้เป็นโลกของผู้ชนะกับพวกที่เหลือ

611 Nameless Fanboi Posted ID:s2E5PyTJj6

ไฟป่าก็มีหน้าที่ของมัน กูพูดถึงไฟป่านะ ไม่ใช่ไฟจากการเผาไร่ กรุณาอ่านดี ๆ ไฟนอกจากจะเคลียร์พื้นที่ที่ปกคลุมด้วยหญ้าสำหรับให้ไม้ยืนต้นรุ่นใหม่งอกแล้ว ยังทำลายแมลงศัตรูพืช เช่น ดักแด้หรือหนอนต่าง ๆ ที่แดกใบไม้อย่างไม่บันยะบันยัง แดกทีหมดต้นและหมดป่า พวกโลกสวยชอบไปถ่ายรูปผีเสื้อสีเหลืองตามป่าแล้วบอกว่าธรรมชาติไม่ถูกทำลาย ผีเสื้อเป็นอินดิเคเตอร์ความอุดมสมบูรณ์ มึงช่วยแหงนหน้ามองต้นไม้บ้าง ขี้เถ้าจากไฟป่ายังช่วยปรับ pH ของดินที่เป็นกรดเพราะซากใบไม้ทับถมและหมักหมมจำนวนมาก กำจัดแหล่งมีเทนที่เป็นแก๊สเรือนกระจกที่ร้ายกาจกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า 1 โมลของการเผามีเทนอย่างสมบูรณ์ให้ 1 โมลของคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งพืชแถบอื่นสามารถเอาไปใช้ได้แต่มีเทนถ้าขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศแล้วเอาไปทำห่าอะไรไม่ได้ ส่วนผลเสีย คือ ทำให้สัตว์ที่หนีไม่ทันโดนเผาตาย และถ้าลมพัดควันเข้าเมือง คนก็จะสูดฝุ่นละอองเข้าไป ปัญหาอยู่ที่คน ไม่ใช่ป่า ไฟป่าไม่เคยทำลายพืชพื้นถิ่นที่ยืนต้นเพราะมันอยู่แบบนั้นมานาน เจอมาไม่รู้กี่พันปีก่อนจะมีการควบคุมแบบทุกวันนี้ คนที่ทำงานป่าไม้เคยให้เผาป่าก่อนมันเกิดเองด้วยซ้ำไป อย่าพยายามเปลี่ยนป่าเบญจพรรณให้เป็นป่าแบบอื่น รวมถึงป่าเต็งรัง พากันไปทำฝายพ่อมึงสิ ป่ามันมีหลายแบบและต้นไม้มันต้องการช่วงที่แล้ง โดยเฉพาะป่าที่มันผลัดใบ น้ำชุ่มรากในช่วงที่ไม่มีใบเพราะเป็นช่วงผลัดใบ หรือต้นไม้โดนหนอนแดกใบหมดต้นในขณะที่ฝนยังตกเรื่อย ๆ มึงคิดดูละกันต้นไม้แม่งจะอยู่ได้อีกกี่ปี จะทำอะไรอย่าใช้กลีบเท้าคิด พวกแรกที่ควรกลับสู่ธรรมชาติคือพวกมึงนี่แหละ กรุณาอ่านดี ๆ ก่อนจะด่า

612 Nameless Fanboi Posted ID:+J2MCgE4LG

"เราอายุไม่ยืนนะ เพราะเราเป็นโรคหัวใจ"

ประโยคนี้ แป้งพูดกับเพื่อนสนิท และสามีหลายครั้ง เพื่อ Remind ว่า จริงๆ แล้ว เรามีเวลาที่จะอยู่ด้วยกันไม่นานหรอก

เวลาแต่ละวัน เดือน ปี ผ่านไปเร็วมาก เร็วจนบางทีเราก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

แต่เราก็มักจะ "ชะล่าใจ" บางคนมีนิสัยพลัดวันประกันพรุ่ง

แป้งเป็นคนวางแผนระยะยาว และจะมี Milestone ในแต่ละช่วงเวลา บางอย่างเป็นตามเป้า บางอย่างไม่ตามเป้า ก็วิเคราะห์กันไป

ช่วงนี้ทำอะไรเยอะ บางทีก็หลงๆ ลืมๆ บ้าง พยายามจะตบๆ ให้เข้าที่ โดยการกระจายงาน

แต่ด้วยจิตใต้สำนึก ที่คิดอยู่ตลอดว่า "เรามีเวลาไม่มาก" มันก็เป็นแรงผลักดันที่ดี ที่ทำให้มีไฟอยู่ตลอด

"รอ" ไม่ได้ เพราะเวลาที่เหลือมันน้อย

"เวลา" ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง "อายุขัย" เพียงอย่างเดียว แต่มันหมายถึง "โอกาส" ในหลายๆ เรื่อง

การสร้างครอบครัว การสะสมประสบการณ์ การทำงาน และเดินตามความฝัน

ไม่มีอะไรต้องรอ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากการกระทำ ไม่ใช่นั่งอยู่เฉยๆ

วันนี้ยังมีแรง มีพลังก็สู้ต่อ วันไหนเหนื่อยก็พักสักนิด แล้วเดินต่อ ไปในทางที่เราเลือกเอง ตั้งเป้าไว้เอง และต้องเดินอย่างมีความสุขด้วยนะ

ปล. อาจารย์หมอไม่ได้กล่าวว่าแป้งจะมีอายุสั้น แต่แป้งคิดของแป้งเอง เพราะแป้งอยากใช้ชีวิตให้มีสติ และคุ้มค่า จึงนึกไว้เสมอ ว่าเรามีเวลาน้อย เราไม่ได้อยู่ยงคงประพัน วันนึงที่ไม่มีเรา สิ่งที่มีค่า คือ คุณค่าของเรา ไม่ใช่ทรัพย์สิน เวลามีน้อย ต้องเก็บเกี่ยวสิ่งที่มีค่า แต่ถ้าเอาเวลาไปเก็บขยะ ความทรงจำของเราก็จะมีแต่ขยะ ไม่เหลือที่ไว้สำหรับอะไรที่มีค่าเลย

613 Nameless Fanboi Posted ID:+J2MCgE4LG

“ชีวิตยุคนี้อิสระได้จริงๆเหรอออออออ ?”

การรีวิว... สินค้า จะว่าไปมันก็คือ “โฆษณา” ในรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพิงโปรดักชั่นฯเฮ้าส์ให้ช่วยคิดไม่ต้องไปเปลืองตังค์จ้าง “ครีเอทีฟ” แต่ใช้วิธีการข้ามกระบวนการสิ้นเปลืองเหล่านี้ไปเลย...

โน่นเลยยิงตรงไปที่ตัวพรีเซนเตอร์โดยตรงเลยจ้าาาาา

ฟังๆดูมันก็น่ากลัวอยู่นะครับสำหรับคนโปรดักชั่นฯ (อ้าววว เชี้ยเลยบ้านเราปีๆนึงผลิตเด็กนิเทศฯออกมาเพียบ) เดี๋ยวนี้ดาราเขาก็มีช่องเป็นของตัวเองกันแล้ว กล้องก็ใช้แค่มือถือถ่าย ใช้คุณตา คุณยาย ที่บ้านเป็นตากล้องให้ยังได้ แถมยังเข้าถึงคนได้นับล้าน แค่ทำให้คนสนใจช่วยกันแชร์ ช่วยกันส่งต่อก็จบ....

อ้าวววว แล้วพวกเราจะต้องเสียเงินเรียนกันมาทำไม ? 55555

เห็นเขาลือกันว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีนักศึกษาจบใหม่ตกงานกันอีกเพียบ และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งดูท่าแล้วก็น่าจะจริง (หรือป่าว?) เพราะเดี๋ยวก็เห็นข่าวไอ้นั่น “ปิดตัว” ไอ้นี่ก็ “ปิดบริษัท” ไหนยังจะเรื่องกระแสสังคมยุคนี้ ที่โหมกระพือกระหน่ำย้ำความคิดที่ว่า...

“ชีวิตยุคนี้มันต้องมีอิสระโว้ยยยยยยยยยยยย”

พ่ามมมม เด็กจบใหม่ยุคนี้ก็เลยไม่มีใครอยากทำงานประจำกันครับ ถึงทำก็แป๊บๆแล้วก็อยู่ไม่ได้ รับไม่ไหว แม่งโหดอ่ะ บอกให้กูมาเป็นครีเอทีฟ ครีเอทีฟเหี้ยอะไร ใช้ให้กูทั้งคิด คิดเสร็จแล้วก็ต้องให้ออกไปถ่าย ถ่ายเสร็จแม่งยังต้องมานั่งตัดอีก กว่าจะได้แต่ละงาน ไม่มีเวลาไปหาเพื่อนหาแฟนเลยพี่ แม่งโหดอ่ะพี่ ไอ้บริษัทนี้ ไม่อยู่แล้วโว้ยยยยยยย

ใช่ !!!! “ชีวิตยุคนี้มันต้องมีอิสระสิโว้ยยยยยยยยยย”

พ่ามมมมม ตัดภาพมาเห็นนั่งโพสต์ สเตตัส “ใครมีอะไรให้ทำบ้าง ว่างจ้างได้นะคะ/ครับ” ถามหน่อยใครจะไปกล้าจ้างงง ประสบการณ์ก็ยังไม่มี จบมาปุ๊บฟรีแลนซ์ปั๊บ เพราะยังไม่รู้ตัวกันไง คนจะเป็นฟรีแลนซ์ได้ มันต้องมีฐานคอนเน็คชั่น มันต้องมีคนรู้จัก รู้ว่ามีฝีมือทำอะไรได้กันมาก่อน.. จากอะไรล่ะ ก็จากที่เขาทำๆงานประจำกันมาก่อนไง...

แล้วจะยังไงล่ะ นี่ไง ก็นี่ไง “ชีวิตอิสระ” อิสระทางความคิด อิสระทางเสรีภาพ เย้ๆๆๆๆ ไม่ต้องมีใครมาคอยตามงาน ไม่ต้องมีใครกดขี่ ไล่บี้ให้ส่งงานเช้าเย็นแล้วโว้ยยยยยย แต่พอถึงสิ้นเดือนปั๊บ ค่าห้อง ค่าเน็ต ค่าผ่อนมือถือ ค่าชีวิตอิสระ ค่านั่น ค่านี่ เชี้ยยย เรียนจบมาเป็นปีๆแล้วยังไม่มีงานทำ...

“พ่ามมมมมมม ตัดมา ก็ใช่ไง !!!! ชีวิตยุคนี้มันต้องอิสระสิโว้ยยยยยยย”

น่ากลัวเนอะ น่ากลัวมาก งานยิ่งหายากเข้าไปทุกวัน การแข่งขันแม่งสูงขึ้นไปทุกที เทคโนโลยีทำให้ดารารับงานถ่ายโฆษณากันเองที่หน้าบ้านได้แล้ว มีแค่ตัวเองกับหลานอีกคน อ่ะเต็มที่ก็อาจจะมีแม่หรือเพื่อนข้างบ้านมาเป็นตากล้อง ถือมือถือถ่ายให้ก็ได้แล้ว..โลกมันหมุนไปไกลขนาดนั้นแล้ววว

ยังมีคนฝันถึงชีวิตอิสระ ชีวิตที่ไม่ต้องทำงานหนักๆแต่ได้เงินเยอะๆแบบสบายๆกันอยู่อีกเว้ยเฮ้ย... คือแต่ก็เข้าใจนะ เพราะเด็กยุคนี้โตมากับพี่มิ้น I Rome alone งี้ น้อง “พลอยเรียนจบแล้วทำอะไรดี” งี้ ไหนยังจะพี่สิงห์ เถื่อนแทรเวลอีก แต่ละคนเขาเอาแต่เที่ยว กะเที่ยวเว้ยเฮ้ยยย งั้นไปกัน พวกเราไปเที่ยวววววว

ไปเที่ยวแล้วไปถ่ายรูปมาอัพลงเฟชฯกัน เดี๋ยวก็มีคนติดตามเรา เดี๋ยวก็มีคนมาจ้างให้เรา เที่ยวฟรี กินฟรี กันแล้วววววว

โอ้วววววว ชีวิตนี้ช่างมีอิสระจริงโว้ยยยยยยย

พ่ามมมมมมมม ตัดภาพมาเงียบ เที่ยวจนแม่ด่าก็แล้ว พ่อด่าก็แล้ว เรียนจบมาเป็นปีแล้วพวกมึงมัวทำห่าอะไรกันอยู่ ทำไมถึงไม่ไปทำงาน... คือจะบอกว่ามันสายไปแล้วไง มันเกร่อไปแล้วไง อะไรที่มันไม่ใหม่ คนเขาก็ไม่ตื่นเต้นด้วยแล้วไง ? ทุกวันนี้คนเขาไปญี่ปุ่นกันยังกะรถเมล์สาย 8 วิ่งผ่านอ่ะมึง แล้วจะยังไง ? งานประจำก็ไม่อยากทำ งานอิสระก็คิดอะไรใหม่ๆกว่าที่เขามีกันอยู่ก็ไม่ได้....

ไม่น่าแปลกใจหรอกครับ ที่จะมีข่าวลือออกมาหนาหูว่าอนาคตจะมี “นักศึกษาจบใหม่ตกงาน” กันอีกเพียบบบบบบบบบ แต่ใครที่เจ๋งพอ (ซึ่งก็มีแต่น้อยมากกกกก) เราก็ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ไง

ส่วนคนที่ยังว่างงาน ก็หันไปมองคนข้างๆกันไปก่อนเหรอ ? โพสต์ปลอบใจตัวเองกันไปก่อนว่า เห็นมั้ย ? ใครเขาก็ว่างงานกัน แล้วก็อาจจะมีคนเถียงช่วยยืนยันว่า...

ชีวิตยุคนี้มันต้องมีอิสระโว้ยยยยยยยยยยยยยย

ขอขอบคุณบทความมั่วๆโดย #ตัวประกอบว่างงาน

614 Nameless Fanboi Posted ID:s2E5PyTJj6

เมื่อไม่กี่วันพ่อเล่าให้ฟังว่าลูกป้าแถวบ้านเป็นทหารแล้วเสือกได้เข้าวังเว้ย เพราะแบบแม่งดูดวงทุกอย่างบลาๆมาแล้วว่าเข้าได้ ดวงเสริม แม่งโดนเข้าสรุปเครียดมากอยากออกมากๆ ออกไม่ได้ จนตอนนี้ยอมไปอยู่3ชานแดนภาคใต้แทนอ่ะแก แล้วคนเป็นพ่อแม่นี้ร้องไห้สงสารลูกอ่ะ แบบคือเขาบังคับอ่ะ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

615 Nameless Fanboi Posted ID:SS8ig1O/Ei

หนังสือธุรกิจที่เปลี่ยนชีวิตข้าพเจ้า ...

ไม่เคยอ่านหนังสือธุรกิจเล่มไหนแล้วร้องไห้มาก่อน
เล่มภาษาญี่ปุ่น ...เราอ่านตอนเดือนมีนาคมปี 2010
(ดีใจที่จดไว้)

จำได้ว่า อ่านตอนอยู่บ้าน แล้วร้องไห้ฮึก ๆ ...
มีบริษัทอะไรดีขนาดนี้ในโลกนี้

ร้านขนมในฮอกไกโดที่ไม่ยอมไปตั้งสาขาในเมืองใหญ่ ๆ
เพราะอยากให้คนในท้องถิ่นได้ทานขนมอร่อย ๆ ก่อน

บริษัทชอล์ก ที่พนักงานกว่าร้ยอละ 70 เป็นผู้พิการ

"โลกนี้ มีแบบนี้ด้วยเหรอ"
และทุกบริษัทในหนังสือเล่มนี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า
1. ยอดขายดี
2. พนักงานมีแรงบันดาลใจในการทำงาน
3. เป็นที่รักของลูกค้าและคนในชุมชน
4. เจ้าของ (น่าจะ) มีความสุข

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนไปเป็นการทำธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่ามากขึ้น
แต่นี่คือสิ่งที่บริษัทเหล่านี้ทำมาเกิน 40 ปี

เราดีใจที่มีส่วนร่วมเล็ก ๆ ในการทำหนังสือเล่มนี้
คือ ไปขออาจารย์ซากาโมโต้ ผู้เขียน
และขอสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นให้

ทางสำนักพิมพ์แจ่มใสก็น่ารักมาก
ช่วยประสานทุกอย่าง

และโชคดีที่ได้น้องฮิม Hymn Sakol Sopitarchasak
แปลออกมาได้อย่างละมุน

ใครชอบหนังสือริเน็น
ใครที่กำลังเหนื่อย ๆ
ใครที่อยากได้พลังใจ
ใครที่อยากรู้ว่า ธุรกิจที่ดี ที่ทำให้เจ้าของมีความสุข
และพนักงานแฮ้ปปี้สุด ๆ เป็นยังไง

อยากให้ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ

ชื่อหนังสือ: เริ่มต้นด้วยหัวใจ บริษัทก็ไปได้ไกลกว่า
ผู้แต่ง : ซากาโมโตะ โคจิ
ผู้แปล: สกล โสภิตอาชาศักดิ์
ราคา: 219 บาท

สามารถสั่งทางออนไลน์ได้ที่
https://m.se-ed.com/Detail/เริ่มต้นด้วยหัวใจ-บริษัทก็ไปได้ไกลกว่า/9786160624720

ฝากไว้ในอ้อมใจค่ะ

616 Nameless Fanboi Posted ID:TjyoeuEC75

>>615 ขายของนี่หว่าอีห่าลาก

617 Nameless Fanboi Posted ID:+J2MCgE4LG

📣สรุป Zoom 10/11/19 🚨

💌 ช่วงพี่เอกบุตร 💌

⛑90 วัน หยุดระบบเพื่อพัฒนา ไม่ได้ปิดบริษัท ใครไปต่อก็ไปต่อ ใครไม่ไปต่อก็ยกเลิกสัญญา ถอนประกันคืนแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

⛑3 เดือน ระบบใหม่เปิดขึ้นมา คนที่ไปต่อ ก็เรียนรู้ระบบใหม่ไปพร้อมกัน

💌 ช่วงคุณต้น CEO 💌

⛑ บริษัทจะปิดปรับปรุงระบบ 90 วัน
บางคนคิดไปแล้วว่าบริษัทจะบิน
ถ้าผมจะบินผมไม่ยังอยู่ตรงนี้หรอก
ถามว่าท้อไหม ผมท้อนะ กับคนของบริษัทที่ตั้งกลุ่มกันขึ้นมาเพื่อจะเอาผิด คิดลบ อยากให้บริษัทล้ม ถ้าล้มแล้วดีกับคุณเหรอ ทั้งๆ ที่รับเงินบริษัทอยู่

⛑ โปรเจก 1 สำเร็จไปแล้ว
เหลือ อีก 4 โปรเจกที่ยังทำไม่เสร็จ

โปรเจกแรกคือ เราเข้ากระดาน p2pb2b เรียบร้อย

⛑ การหยุดปรับปรุง เป็นการหยุดเพื่อปรับปรุงระบบใหม่ทั้งหมด

⛑ เรากำลังหา model ที่ ไม่ต้องทำงานแต่ได้เงิน (ให้ระบบทำงาน)
ตัว nrv coin volume กำลังมา จากต่างชาติ

✅ การที่เหรียญจะมีมูลค่าได้ จะต้องอยู่บน คอยน์ มาเก็ต แคบ คือสถาบันที่มาตรวจสอบเหรียญและขึ้นมูลค่า ซึ่งมันมีขั้นตอน
1. เหรียญของคุณต้องอยู่ใน Exchange ที่อยู่บน coin มาเก็ตแคบ 3 Exchange
ซึ่ง p2pb2b เราเข้าได้แล้ว ตัวที่ 2 คือ 365 Strem Exchange เว็บอังกฤษ ที่เรากำลังดิวอยู่ ตัวที่ 3-4 ก็กำลังจะตามมา

2. เหรียญของคุณต้องอยู่ใน คอยน์มาเก็ตแคบอย่างน้อย 90 วัน
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทต้องหยุด

✅ช่วงหยุดนี้เงินที่เบิกไว้ก็ยังจ่ายปกติ

♦️หลังจาก 90 วันนี้ ทุกคนจะถูกกรีดออกให้เหลือคนละ 3 พอร์ตทั้งหมด♦️
เงื่อนไข หลัง 90 วัน ผมจะมาแจ้งอีกที

ถ้าเข้าครบ 3 Exchang
เราจะมีรายได้จากค่า อบิทาร์จ (ค่าความต่างของราคาในแต่ละเว็บ Exchange)

⛑โปรเจคอีก 3 โปรเจค สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มราคาเหรียญ ซึ่ง 3 โปรเจคนี้จะเป็นการใช้ nrv coin ทั้งหมด
ซึ่ง 3 โปรเจคนี้ก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน
📥 ทำให้บริษัทจำเป็นต้องหยุดปรับปรุง

⛑ หลังจากนี้จะได้อะไรจากระบบหลังปรับปรุง 90 วัน

1. ชาว nrv ทั้งหมดจะกดงานน้อยลง
2. แพลตฟอร์มใหม่ ไม่ต้องใช้เงินประกัน ใช้ความรู้ล้วนๆ
3. บริษัทจะคัดคนออกอัตโนมัติ คนที่ไม่ได้ไปต่อจะเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยี ไม่เรียนรู้
4. บริษัทจะเคลียร์รายการถอน รายการยกเลิกสัญญาทั้งหมด หลัง 90 วันนี้ ยอดทั้งหมดจะไม่ตกค้างแล้ว ก็จะเริ่มที่ยอดปัจจุบันเลย
5. ไม่เปิดรับคนไทยเพิ่มแล้ว เอาเฉพาะคนที่ไปต่อกับบริษัท
6. รับคนเพิ่มจากตลาดต่างประเทศล้วนๆ ไม่รับคนไทยแล้ว

หลังจากนี้จะเป็นรางวัลของคนอดทน คนเข็มแข็ง

ผมรู้ ผมกำลังทำอะไรอยู่ พึ่งไปจ่ายภาษีมา 5 ล้านบาท

เดี๋ยวบริษัทจะออกเป็นเอกสารที่ชัดเจน
ว่า 90 วันนี้บริษัทจะได้อะไรบ้าง

📥📥📥📥📥📥📥📥📥📥

สรุป by Noey😘Prangthip

618 Nameless Fanboi Posted ID:+J2MCgE4LG

📣 สรุป Zoom 3/11/19 💥

💌 ช่วงคุณเอกบุตร 💌

📚กับสื่อที่มีกระแสมาโจมตี ยิ่งต่อสู้ ยิ่งแพ้ ให้เราอยู่นิ่งๆ อย่าไปตอบโต้เพราะจะเข้าทางพวกโจมตี เด๋วพวกเค้าก็เงียบไปเอง

💥💥เชื่อ ลงมือทำ = ผลลัพธ์💥💥

🚨คนจะสำเร็จ มีคาถา 3 ข้อ🚨
อย่าปล่อยมือ อย่าท้อแท้ อย่าถอดใจ

💌 ช่วงคุณต้น CEO

📚ทำไมผมจังนั่งอยู่ตรงนี้ ???
หาคำตอบให้ตัวเอง ที่อยู่ในใจ

📚คิดว่าผมเป็นคนเห็นแก่ตัวไหม ???
ถ้าผมเห็นแกตัว ผมไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก

กระแสโจมตี มันมีมาเกือบ 2 ปีแล้ว
ตั้งแต่แรกที่เริ่มทำระบบมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่จำเป็นต้องกลัว

📚p2pb2b
สื่อต่างๆ ได้ทำการโปรโมท nrv coin ให้เรียบร้อยแล้ว

📍เหตุผลที่เปลี่ยนแพลตฟอร์ม

🔷เพราะตอนอยู่กระดาน Stellarport
มีโรบอท เข้ามากดราคาลงแล้วกวาดซื้อ รอเราดันราคาก็จะเทขาย เพราะกระดานนี้ open สำหรับทุกคน
ซึ่งดูแล้วไม่เป็นผลดีแน่นอน เราจำเป็นต้องย้ายไปกระดานที่ดีกว่า

🔷บางคนอาจจะบอกว่ามันเร็วไป สำหรับหลายๆ คนที่อาจจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน แต่ถ้าเราไม่ทำวันนี้ เราอาจจะตามโลกไม่ทัน

😍ถ้าโปรเจ็คนี้สำเร็จ จะไม่มีการวางเงินประกันอีกต่อไป 😍

เพราะจะมีรายได้จากทั่วโลกเข้ามามากมาย สร้างความมั่นคงให้บริษัท

📚🌟ผมไม่ได้ต้องการตัวเงิน ผมต้องการความมั่นคง สร้างอาณาจักร สร้างคุณค่า ให้กับหลายๆคน🌟

ให้เวลาผมสักนิด แล้วคุณจะได้เห็นในสิ่งที่ผมทำ

วันอังคาร จะได้เห็น nrv coin อยู่ในกระดาน p2pb2b

ถ้าผมทำสำเร็จ มันไม่ได้หมายถึงผมคนเดียวที่สำเร็จ แต่มันคือความสำเร็จของทุกคน

ผมไม่ต้องมีเงินสักบาทก็ได้ ผมแค่เดินผ่านบ้านใครแล้วเค้ารู้จักผม ให้ผมกินข้าวสักจานก็พอ

ถ้าคุณมีแต่เงิน เด๋วเงินก็หมด
แต่ถ้าคุณมีเพื่อน กินยังไงก็ไม่หมด

ผมขอเวลาแค่ 3 เดือน สำหรับโปรเจคนี้ ให้เวลาบอสด้วย

✌️บอสสู้ๆ เป็นกำลังใจให้บอสกันค่ะ

♦️♦️♦️♦️♦️♦️♦️♦️♦️♦️

สรุป by Noey😘Prangthip

619 Nameless Fanboi Posted ID:Gke4dxDXK9

จำใส่กะบาลไว้ อีพวกติ่งแตด"คดีฉ้อโกงอายุความ 90 วัน"

-ตอนแจ้งความให้ระบุว่า “ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด” เพื่อใช้ในการดำเนินคดีน่อไป. ไม่ใช่ลงบันทึกประจำวันเฉยๆ

-ตอนแจ้งความให้ลงรายละเอียดให้ครบ ยอดโอนเข้าชื่อบัญชีอะไร บริษัทอะไร (ระบุชื่อเต็ม) จำนวนเงิน เวลา วันที่ และเลขหนังสือสัญญาที่โหลดไว้ของแต่ละพอร์ต (อันไหนโหลดไม่ได้ให้ลงวันที่ และรายละเอียดที่ capture หน้าจอไว้). ลงรายละเอียดให้ลึก และระบุชื่อ สกุล บริษัท ให้ครบทั้งหมด ห้ามเป็นชื่อย่อหรือแค่ NRV

-เงินยังไงได้คืนไม่ครบแน่ หลายคนยกเลิกพอร์ต บริษัทวางแผนไว้แล้วว่ามีคนยกเลิกสัญญาเยอะแน่นอน (ได้เงินจากการหักก่อนครบสัญญาอีกหลายล้าน)

- ไม่ใช่บริษัทโฆษณา เพียงแต่หลอกคนลงทุนหาเงินทุน เพื่อบริษัท บอส โค๊ช และทีมงาน เอาเงินไปใช้กัน แปลงเป็นบ้าน รถ คอนโด เที่ยวหรู อยู่แพง ครบ แถมใช้คำพูดลวงโลกตลอด

-เที่ยว กิน ดื่ม หรูหรา แต่สมาชิกโดนหักไปเท่าไหร่ บางงานทำไม่ครบไม่ใช่อะไร เพราะรันระบบไว้แล้วว่าวันนี้ต้องได้เงินหักเท่าไหร่ เอาเงินจากประกันพอร์ตใช้ไม่พอ หักจากค่าทำงานอีก. ง่ายๆ เงินพอร์ตเราจ่ายมันก็หมุนมาจ่ายเราหลับ แต่หาทางหักเราทุกวิถีทาง และหากเกิดเรื่อง ก็บินง่ายๆ อายุความ90 วัน.

แต่มันวางแผน ซื้อบ้าน รถ ถ่ายโอน ไว้เรียบร้อย ถึงมันติดคุกก็ไม่นาน เงินก็ถ่ายโอนเป็นชื่อคนอื่นหมดแล้ว.

สืบอ่ะง่าย แต่ยึดทรัพย์หลับมาคืนยังไงก็ยาก (แม่มณี) เห็นชัดสุด ว่าเป็นไง

- อย่ามัวแต่ปลอบใจกันเองเลยว่าอย่าเพิ่งแจ้งความ ให้รอ หรืออะไรสารพัด ถึงมันกลับมาก็ไม่ได้เงินคืนหรอก เพราะเงินมันหมุนไปหมดแล้ว ดูหน้าโค๊ช บอส แต่ละคนสิ. ตาหมีแพนด้า ไม่มีสง่าราศี

- คงเครียดกลัวโดนขุด กลัวโดนตามล่า ยิ่งแจ้งความเยอะ DSI ทำ จะง่ายและอย่างน้อยหากสืบทรัพย์ได้ ก็ยังมีหวังอันริบหรี่

-การทำเหรียญ ไม่ได้ง่ายๆ คิดดูนะทีมโปรแกรมเมอร์ทำเหรียญอะไรก็ต่างชาติ แล้วดูคนที่มาซูมความรู้เท่าไหร่ ลองให้พวกที่พูดๆ เขียนโปรแกรม เอาเหรียญเข้ากระดานสิ เทรดกันเป็นจริงไหม ????

- และที่สำคัญกระดานระดับโลกที่มันอ้าง ยังไม่มีการประสานงานใดๆ ที่มันพูดคือวิธีขั้นตอนคร่าวๆ ของการเทรดเหรีญเข้ากระดาน แน่จริงเอาชื่อผู้บริหารและรายชื่อทีมที่ทำเหรียญมาสิ

-ถ้าเล่นเหรียญจริงจะรู้ ว่าวงการนี้หลอกคนมานักต่อรักแล้ว สุดท้ายเงินดิจิตัลอยู่ไหนตามใครก็ไม่ได้

-ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากอน วางแผนการเงิน ไม่ฆ่าตัวตายก็พอ

อื่นๆ จะเพิ่มมาถ้าคิดออก

ทีมทำเหรียญจริงๆ ยังไม่มีคนกล้ายืนยันและยอมรับเหรียญที่ชื่อ nrv เลย แต่ถ้าวงในของเหรียญจริงๆ มันมีมากกว่านี้ (เดี๋ยวจะช็อค)

เอาเงินให้มันไปถลุง เอาไปให้มันซื้อรถ บ้าน คอนโด สารพัด เอาไปให้ต่างชาติใช้

ครบเลย

620 Nameless Fanboi Posted ID:Gke4dxDXK9

คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม "หาทางออก" โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้
https://line.me/ti/g2/NuB1C8ULWzH__gxwggWzuw?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

621 Nameless Fanboi Posted ID:sZ04ff7DXn

ลาออกจากงานมาทำเต็มตัวเหมือนกันค่ะ มาอยู่บ้านเลี้ยงลูก กู้เงินมาลงหลายแสน รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ขอลอง ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ใครเตือนก้อไม่ฟัง ยอมรับสภาพ ยังไม่ถึงสามเดือนเลย เบิกตังค์ยังไม่ได้ตังค์เลย เจ้าหนี้ก้อโทรจิกทุกวัน ถามใครก้อให้รออย่างมีสติๆ สติน่ะมีค่ะ แต่อยากมีสตางค์มากกว่า ตอนนี้เดือดร้อนหนักมาก เฮ้อ

622 Nameless Fanboi Posted ID:oEdwF3pMXk

เพื่อนหลายคนอาจมีมุมมองเรื่อง 11.11 ที่แตกต่างกันไป ตามแต่ประสบการณ์และหน้าที่การงานที่ทำอยู่

สำหรับคนค้าปลีก 11.11 เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมรับมือกันมาเป็นเดือนๆ ออร์เดอร์เยอะเป็นเรื่องนึง แต่ยอดขายที่หายไปก่อนถึง 11.11 ก็เป็นอีกเรื่องนึง การต้องคำนวณราคา, ต้นทุน, โปรโมชั่น ก็อีกเรื่องนึง การสื่อสารโซเชียล, การ Live สด, การตอบคอมเม้นท์ และ แชท แทบต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง

ยังไม่รวมการ balance การโปรโมชั่นในช่องทางออนไลน์กับออฟไลน์ การวางแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ การเตรียมเจ้าหน้าที่ตอบแชทตลอดเวลา การรองรับออร์เดอร์ การเตรียมการส่งของให้ทันความต้องการ การบริหารความเสี่ยงกับการคืนสินค้า การบริหารวงเงินซื้อสินค้า รวมไปถึงการบริหารสต๊อกกับ supplier

ทั้งหมดนี้ไม่ทำไม่ได้ ถ้าไม่ทำ คนอื่นก็ทำ คู่แข่งก็ทำ สินค้าอื่นก็ทำ ถ้าจะรักษายอดขายก็ต้องทำ

11.11 ไม่ใช่ ฤดูขาย แบบในอดีต ไม่เหมือนกับ คริสต์มาส, ปีใหม่, หรือตรุษจีน ที่เราเรียกกันว่า ฤดูขาย แต่ 11.11 คือสนาม killing field แบบ Gradiator นั่นแหละ... คิดอย่างเดียวว่าจะรอดยังไง แล้วค่อยคิดต่อว่านอกจากรอดแล้ว จะทำไงต่อ...

หลายคนบอกว่าหลอกลวง ไม่ลดราคาจริง คนในสนามที่กำลังหาทางเอาตัวรอดอยู่บอกได้เลยครับ ว่านี่คือ "เลือดสาด"

เห็นเพื่อนนอกวงการวิจารณ์แล้ว อยากบอกว่า ถ้าไม่เคยใส่รองเท้าคนอื่นเดินในเส้นทางที่เค้าเดิน คุณไม่มีวันรู้หรอกว่าเส้นทางนั้นเป็นอย่างไร....

623 Nameless Fanboi Posted ID:yRX1pr4Ts3

ศก. ไม่ดีแต่ 11.11 นี้เงินสะพัดเลยนะครับ

624 Nameless Fanboi Posted ID:OTVk3+8ujo

>>623 สะพัดไปจีนหมดสินะครับ

625 Nameless Fanboi Posted ID:oEdwF3pMXk

ในสภาพที่ใคร ๆ ก็คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังจะเกิดวิกฤติ ช่วงนี้สภาพเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเลยเป็นอะไรที่น่าติดตามมาก นี่ตามข่าวมาหลายเดือนละ มีการเคลื่อนไหวตลอดเลย
.
เมกาที่กลัว Recession ครั้งใหญ่มาหลายปี อยู่ดี ๆ Quarter ล่าสุดตลาดหุ้นก็พุ่งสดใส หุ้นพุ่งไป 52-weeks high กันเต็มกระดาน กลับกลายว่าเศรษฐกิจดี ทุกสำนักออกมาบอกกล่าวลา Recession ไปเรียบร้อย (ถึงแม้หนี้ประเทศจะพุ่งต่อเนื่องก็ตาม)
.
จีนที่ดูเหมือนจะดี แต่ล่าสุด GDP Growth ต่ำสุดในรอบ 27 ปีไปเรียบร้อย กำไรบริษัทต่าง ๆ ร่วงดิ่งลงพร้อมหน้ากัน อีกทั้งตัวเลขหลาย ๆ อย่างก็ชี้ไปทางว่าผู้คนเริ่มยั้งการใช้เงินลง
.
ส่วนปีที่ผ่าน ๆ มาที่ดูเหมือนว่าสินค้าบริการจีนออกไปนอกประเทศได้เยอะ นั่นเพราะรัฐบาลอุ้มบริษัทเยอะมาก ปีที่แล้วเฉพาะบริษัทมหาชนก็อุ้มไปแล้วเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 22 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ นับเป็น 4% ของกำไรบริษัทเหล่านั้นเลย (บ้ามาก) ทำให้บริการต่าง ๆ เลยเติบโตโดยไม่ต้องกลัวขาดทุน (มีรัฐอุ้มไง สบาย) นี่เฉพาะบริษัทมหาชนนะ บริษัทจำกัดนี่ตัวเลขคงมากกว่านี้อีกหลายเท่า
.
เผื่อใครสงสัยว่าทำไมปีก่อน ๆ Aliexpress ของราคาถูกจัง นี่แหละเหตุผล ...
.
แต่นั่นก็คือการหลอกลวงหละ เพราะทุกอย่างไม่เป็นไปตามธรรมชาติ อะไรขาดทุนก็ไม่ปล่อย เอาเงินอัดจนตัวเลขเป็นบวก เย้ ! ของที่ควรจะราคาสูงหน่อยก็ทำให้ถูกจนประเทศอื่นเดือดร้อน จริง ๆ ขายขาดทุนแหละ แต่รัฐ Subsidise ให้ ด้วยเหตุนี้เลยไม่ได้รับการยอมรับจากประเทศต่าง ๆ เท่าไหร่ (ทั่วโลกเค้า Fair Trade แต่พี่จีนเค้า Unfair Trade ดื้อ ๆ เลย)
.
ปีนี้เห็นจีนบอกว่าจะลดการอัดฉีดลงเพื่อจะให้ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศมากขึ้น แต่ก็ไม่มีรายละเอียดอะไร
.
ก็ไม่แน่ว่าที่ของ Aliexpress ปีนี้แพงขึ้นก็อาจจะเพราะสาเหตุนี้ ไม่รู้สิ ยังไม่มีรายงานออกมา
.
จีนตอนนี้เริ่มขาลงละ แถมตอนนี้เจอ Trade War กับ US อีก จากนี้ความวิกฤติของจีนคงจะมีให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รอฟังข่าวกัน (ไม่เรียกว่า Recession แต่สิ่งที่ทำไว้จะเริ่มตีกลับจนเป็นผลลบ)
.
ส่วนประเทศที่ Recession แล้วอย่างเป็นทางการคือฮ่องกงเนื่องด้วย Trade War และการประท้วงที่บานปลาย (และคงไม่หยุดเร็ว ๆ นี้)
.
ส่วนสองประเทศที่ดูเหมือนกำลังจะเข้าประตู Recession อย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ เยอรมัน และอังกฤษ
.
เยอรมันเจอ Trade War และอุตสาหกรรมรถยนต์ซบเซา (อาทิตย์นี้รู้กันละว่าจะ Recession อย่างเป็นทางการรึยังสำหรับประเทศนี้ ตัวเลขกำลังจะประกาศ)
.
อังกฤษเจอ Brexit ซึ่งแช่แข็งอะไรไปหลายอย่างมาก
.
แต่ถึงหลาย ๆ ประเทศจะไม่ Recession แต่ Global Recession ก็ยังน่ากังวลอยู่ ปีหน้ามีโอกาสสูงมากที่การเติบโตของโลกจะติดลบ ทั้งนี้เพราะประเทศที่กล่าว ๆ มาข้างบนนี่คือประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลกทั้งนั้นเลยนะ พวกนี้กำลังร่วงพร้อมหน้ากัน ปีหน้าเลยคาดการณ์กันไว้ว่าเศรษฐกิจอาจจะซบเซาลงเยอะมากได้ ก็ระวัง ๆ กันไว้
.
ส่วนประเทศไทยเศรษฐกิจดีครับ นายกบอก 😌😌😌

626 Nameless Fanboi Posted ID:MZLKQ+8tyz

มุขนี้นี่คนแฮกมันเข้าใจคิดแฮะ

คือ คนทำเนี้ย ... น่าจะแฮกเข้าพวกเร้าเตอร์ Mikrotik
ของพวกโรงแรม, ร้านอาหาร ฯลฯ ที่ไม่ได้อัพเดท

แล้วเข้ามา block พวกเว็บโป๊ให้(ใจดีจัง)

โดยสั่งให้ ใครก็ตามที่ต่อเน็ตอันนี้
ถ้าเข้าเว็บโป๊ ... ให้ redirect ไปเว็บขุด crypto
(เค้าฝัง .js ไว้ ในหน้าที่วิ่งไป)

... ซึ่งแต่ละวัน คนที่มาพัก, มาใช้เน็ต
มันน่าจะต้องมีคนเปิดเว็บโป๊บ้างแหละฟร๊ะ !!
(ใช่ !! มีคนติดกับ มาพิมพ์อยู่นี่ไง)

แล้วพอเปิดเว็บนั้น
ก็จะโดนแอบใช้ cpu ไปขุดเหมือง
ทำให้ รายได้ จากที่หลายๆคนที่เปิดมาขุด
ไหลไปเข้าเจ้าของกระเป๋านั้นนั่นเอง
(นี่มัน passive income ที่แท้ทรู !!)

ปล. เดาว่าที่ รร. นี้นี่น่าจะโดนตั้งแต่ปี 2018 แล้วแฮะ
เพราะ กระเป๋าอันนี้ระบาดตั้งแต่ปี 2018

ปล2. คนเปิด ไม่น่าจะเปิดนาน
ซึ่ง ทำไป ก็ไม่น่าจะได้ตังเยอะหรอกมั้ง

ขนาดฝังในพวกเว็บหนังที่มีคนดูเยอะๆ
เปิดเว็บนานๆ ยังได้ตังไม่เยอะเลย -"-

627 Nameless Fanboi Posted ID:9P2T1CpX10

I really love how you guys think you can become billionaires via positive vibes and not unethical business practices. It's amazing

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

628 Nameless Fanboi Posted ID:6LkRDj9UO0

แม่ลิซ่า bp เป็นคนอีสาน+เมียฝรั่ง=กะหรี่

ดังนั้น ลิซ่าเป็นลูกกะหรี่อะครับๆ ชัดเจนมาก

629 Nameless Fanboi Posted ID:OD5eOSRV7K

A: ดีจัง มหาวิทยาลัย...อนุญาตให้แต่งชุดครุยตามเพศสภาวะ

กูเอง: แล้วถ้าอยากแต่งต้องทำยังไงบ้างคะ?

A: ก่อนอื่นต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองที่คณะตามแบบฟอร์มคำขอทั่วไป ภายในวันที่ 5 มกราคม 2563 โดยให้ผู้ปกครอง (ถ้ามี) ลงลายมือชื่อรับทราบด้วย และให้คณะกลั่นกรองในเบื้องต้นเป็นรายกรณี โดยมีการสืบหาข้อเท็จจริงในเชิงประจักษ์ของผู้เสนอขอแต่ละรายว่า ได้ปฏิบัติตนหรือแสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางเพศหรือวิถีทางเพศที่แตกต่างจากเพศกำเนิด เพื่อประกอบคำวินิจฉัยของมหาวิทยาลัย ให้คณะรวบรวมข้อมูลเสนอมหาวิทยาลัย ภายในวันที่ 12 มกราคม 2563 เพื่อพิจารณาอนุญาตต่อไปคำวินิจฉัยของมหาวิทยาลัยให้เป็นที่สิ้นสุด ผู้ที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยอนุญาตให้แต่งกายตามเพศสภาวะหรือวิถีทางเพศที่แตกต่างจากเพศกำเนิดต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของอนุกรรมการฝ่ายพิธีการ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย

กูเอง: เสรีภาพมากค่ะ

630 Nameless Fanboi Posted ID:YDXGDpcpJg

>>629 โทษที่บ้านสิว่าเลี้ยงดูกันมายังไง โตขึ้นถึงได้ผิดเพศ

631 Nameless Fanboi Posted ID:27.dNbEXar

>>630 ผิดเพศเหมือนกับพ่อมึงที่แต่งหญิงแล้วแอบไปเย็ดกับศพควายในโรงเชือดจนเป็นเชื้อโรคพยาธิแดกร่องตูดจนเน่าขึ้นหนอนสินะ

632 Nameless Fanboi Posted ID:Zeq6occDeV

In Ukraine they are so big fans of S.T.A.L.K.E.R.: Shadow of Chernobyl, they built the entire site in real life.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

633 Nameless Fanboi Posted ID:16ekbJ1dUT

ทำไม กนง คิดดอกเบี้ยแค่ 1.25% ต่อปี แต่ธนาคารปล่อยกู้กลับคิดดอกเบี้ย กว่า 6% ต่อปี?

ความแตกต่างของดอกเบี้ยสองชนิดคืออะไรครับ?

----------------------------------

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า ดอกเบี้ยที่ กนง พูดถึงคือ ดอกเบี้ยการกู้ยืมเงินกันระหว่างธนาคารในวันเดียว

พูดง่ายๆก็เหมือนยืมเงินเพื่อนร่วมงานสองพันจ่ายค่าเหล้า พรุ่งนี้เช้าไปกดเงินมาคืน

ธนาคารไม่ค่อยชอบถือเงินสด เพราะไม่ได้ผลตอบแทน แต่ ธปท มีข้อกำหนดว่าธนาคารจะต้องถือเงินสดไว้ส่วนหนึ่งทุกวันเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าถอนเงินคืนได้แน่ๆ ดังนั้นจึงเกิดตลาดระหว่างธนาคารขึ้นมา

ธนาคาร A บังเอิญมีเงินไม่พอตามข้อกำหนดของ ธปท จึงต้องไปหาเงินสด แต่ไม่อยากขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่ (เช่นพันธบัตรรัฐบาล)

ธนาคาร B มีเงินสดเกินคาด เพราะวันนี้มีคนมาฝากเยอะ แต่เอาไปลงทุนไม่ทัน

เย็นวันนั้น สองธนาคารจึงคุยกันว่า ธนาคาร A ขอยืมเงิน ธนาคาร B เพื่อปิดบัญชีให้สวยงาม ผ่านข้อบังคับของ ธปท โดยแลกกับการจ่ายดอกเบี้ยระยะสั้นให้ เป็นดอกเบี้ยของการยืมเงินข้ามคืน ธนาคาร B ก็ตกลงเพราะดีกว่าเอาเงินวางทิ้งไว้ในบัญชี

(จริงๆเหมือนแปะโป้งที่โรงรับจำนำมากกว่า คือขายพันธบัตรให้โดยสัญญาว่าจะมาไถ่ถอนตอนเช้า)

การที่ กนง ลดดอกเบี้ยคือการไปซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลเพื่อให้ในตลาดการเงิน ดอกเบี้ยตัวนี้ลดจาก 1.5% เป็น 1.25%

ส่งผลให้ ธนาคารไม่ค่อยอยากถือเงินสด เพราะปล่อยกู้ข้ามคืนก็ได้เงินน้อย สู้เอาไปปล่อยให้ประชาชนและเอกชนกู้ดีกว่า

--------------------------------------------------

กลับมาที่ว่า ดอกเบี้ยสองชนิดต่างกันอย่างไร?

1. ระยะเวลา (term premium)
การยืมเงินระหว่างธนาคารเป็นการให้กู้ข้ามคืน แต่การให้ประชาชนกู้เป็นการกู้ระยะยาว เช่น ผ่อนซื้อบ้าน 30ปี แปลว่าธนาคารต้องรับความเสี่ยงในอนาคต เช่นอยู่ๆเงินเฟ้อพุ่ง 20% ทำให้ดอกเบี้ย 6% ไม่คุ้มเงินเฟ้อ

2. สภาพคล่อง (liquidity premium)
ถ้าธนาคารมีความต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน การปล่อยกู้ระหว่างธนาคารจะไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นการกู้ยืมข้ามคืน พรุ่งนี้เช้าก็นำเงินไปทำอย่างอื่นได้ แต่ธนาคารไม่สามารถเร่งให้ประชาชนที่ซื้อบ้านนำเงินสดมาให้ทันที

แปลว่า ธนาคารจะขาดสภาพคล่องไปสักพัก (อาจทำได้โดยการขายหนี้ให้คนอื่นแทน เช่นสมัยช่วง 2008 financial crisis ที่มีการออก Mortgage-Backed Security หรือ MBS -- เล่าคราวหน้า)

3. ความเสี่ยง (risk-premium)
เพราะการให้ธนาคารอื่นกู้ข้ามคืนมีโอกาสได้เงินคืนเกือบ 100% ต่างจากให้ประชาชนหรือเอกชนกู้ซึ่งมีโอกาสเบี้ยวชำระหนี้ได้

634 Nameless Fanboi Posted ID:OSyPzrLy3+

สมควร น่าจะโดนตั้งนานแล้ว ลอกIOSมาหน้าด้านๆยังไม่พอ

ยังเที่ยวเอาความคิดของIOSไปไล่แจกฟรีให้เจ้าอื่นเขามารุมIOSอีก

บริษัทนี้ ดีแต่ขโมยความคิดคนอื่น

1.Search Engine ลอกยาหู

2.Youtube มีแต่คลิปผิดลิขสิทธิ์

3.Gmail ลอก Hotmail

4.Drive ลอก Dropbox

5.Android ลอก IOS

พฤติกรรมของบริษัทนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจาก

ขโมยความคิดของคนอื่นไปแจกให้ชาวบ้านใช้ฟรี

เพื่อผูกขาดให้คนเขาใช้แต่ของมัน เพราะ ของมันฟรี

แล้วตลบหลังคนใช้โดยการล้วงข้อมูลของเขาไปขาย

หรือสร้างความเดือดร้อน เหมือนบริษัทFacebook

635 Nameless Fanboi Posted ID:CnYhiB0irY

นั่งคุยกับเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยหลังจากธุรกิจเขาล้มไม่เป็นท่า

เมื่อวานนี้มีเพื่อนสมัยเรียนมาหาที่บ้านและมาขออาศัยด้วย ดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า เลยได้มีโอกาสคุยกันยาวๆทั้งคืน เขาบอกว่าธุรกิจที่ทำที่ยุโรปต้องปิดกิจการเพราะมีคู่แข่งที่เก่งกว่า เสียดายลูกน้องที่ซื่อสัตย์ ศกไม่ดีเลยที่นั่น ธุรกิจปิดตัวลงมากมายที่ยุโรป เงินฝืด ค่าเงินตกต่ำ คนไม่จับจ่าย พูดเหมือนถอดใจแต่ต้องสู้ ผมฟังแล้วก็สงสารเพื่อน เลยมาเที่ยวเมืองไทยให้สบายใจแล้วกลับไปสู้ใหม่ มาเที่ยวเพื่อหาลู่ทางทำกิน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่พูดคือโทษคนอื่นเลย ไม่โทษรัฐบาล ไม่โทษฟ้าโทษดิน โทษแต่ตัวเองว่าไม่เก่งพอที่จะสู้คู่แข่งไม่ได้ ชื่นชมคู่แข่งซะด้วยซ้ำ มันเลยสะท้อนอะไรบางอย่างให้ผมเห็น ผมก็บอกว่าเมืองไทยศกไม่ดีเช่นกัน ค่าเงินบาทแข็งมาก คนจับจ่ายอยู่แต่ในสิ่งที่จำเป็น เคยซื้อร้อยบาทก็เหลือห้าสิบบาท แต่คนตามห้างก็ยังเยอะอยู่น่ะ เดี๋ยววันนี้จะพาเขาไปห้างต่างๆไปดูว่าสินค้าและบริการอะไรขายดี เป็นแนวทางทำธุรกิจ

สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือความยากในการใช้ชีวิตตอนนี้มีอยู่ทุกที่ ไม่ว่าที่ไหน ขอให้มีสติในการใช้ชีวิต ธุรกิจมีขึ้นและลง เพียงแต่เราเลือกที่จะมองมุมไหนต่างหาก ผมก็อยู่ในแวดวงธุรกิจยอมรับว่าทุกปีมันยากขึ้นไปเรื่อยๆ ปีหน้าไม่รู้ว่าเราจะเจอวิกฤตอะไร แต่ต้องตั้งรับไว้และสู้ต่อ เป็นกำลังใจให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างครับเพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไป สู้ๆครับ สักวันต้องเป็นของเรา
#มิตรพันทิปท่านหนึ่ง

636 Nameless Fanboi Posted ID:azv4WoA5aN

>>634 ยาหูพ่อง

637 Nameless Fanboi Posted ID:nB5O.b/J0f

เพื่อนเพิ่งกลับมาจากการไปอยู่ต่างประเทศ 10 กว่าปี มาคุยกับแป้งเรื่องประเด็น Culture Shock และแป้งก็ว่ามันก็เคยเกิดกับแป้งเหมือนกันนะ

เพื่อนบอกว่า คนไทยส่วนใหญ่จะแบบ ไม่พูดตรงๆ ต้องหาอะไรมาแก้ต่าง เช่น

"เธอหุ่นดีจังเลย"

"โอ๊ยไม่หรอก นี้อ้วนมาก แถมผิวก็คล้ำ พอดีไปทะเลมา"

คือ จะแบบไม่ยอมรับแม้ว่าในใจจะรู้ตัวว่าตัวเองหุ่นดี

แป้งเคยเจอเหตุการณ์นี้นะ เมื่อก่อนเล่นกีฬา มักจะเห็นคนโพสว่า "ไม่พร้อมเลย ซ้อมไม่ถึงเลย" ในขณะที่แป้งกลับคิดว่า พร้อมไม่พร้อมมันก็ต้องพร้อมอะ ผลจะออกมายังไงก็เช่นนั้น

ถ้าดูสัมภาษณ์ของต่างชาติ เขาจะบอกว่า "พร้อมมาก ชั้นซ้อมมาดีมาก และตื่นเต้นกับการแข่งขันสุดๆ"

แต่ถ้าเราพูดแบบนั้นบ้าง ด้วยภาษา และวัฒนธรรม จะทำให้เราดูเป็นคนตรง และแรงเกินไป

ถามว่า เรื่องพวกนี้มันผิดหรอ ก็ต้องบอกว่า ไม่ผิดเลย แค่อยากอธิบายว่า นี้มันเป็นเรื่องวัฒนธรรมที่ต่างกัน และทั้งแป้ง กับเพื่อนของแป้ง ก็ต้องปรับตัว

ดังนั้น บางทีการที่คนบางคนจะพูด หรือกระทำอะไรที่ผิดแปลกไป มันก็อาจจะเกิดจากการที่เราเคยชินกับวัฒนธรรมในแบบของเขา

เราไม่จำเป็นต้องไปตัดสินใจว่าแปลก

เพราะหากเป็นเรา ที่ต้องไปอยู่ที่อื่น เราก็คงแปลกเหมือนกัน

ส่วนเรื่องการพูดตรงๆ อันนี้ก็แล้วแต่จะพิจารณากันเลยค่ะ

แป้งยอมรับตรงๆ ว่าการที่มีคนอื่นให้ความสนใจตัวเรา โดยที่เราอาจจะไม่รู้ว่าเป็นใครบ้างนะ รู้จักเราแค่ไหนนะ มันทำให้แป้งต้องระวังตัวเองอย่างมาก

สมัยนี้ แม้ในสังคมจะยอมรีบความแตกต่างมากขึ้น แต่การ Bully ก็ยังพบเห็นอยู่ทั่วไป ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้ว ไม่มีใครหรอก ที่ไม่เคยผิดพลาด

ลองนึกๆ ดู ตัวเราเอง ก็คงมีอดีตที่รู้สึก... อยากลืมเหมือนกันเนอะ

638 Nameless Fanboi Posted ID:nq05g2XsQZ

เรามาคุยกันตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม เรื่อง fb ads ใครจะมาบลัฟ platformอื่น หรือออฟไลน์ หรืออะไร ไปเล่นที่อื่นก่อน ผมทำเป็น ไม่ได้ง่าว แต่ตอนนี้จะคุยเรื่องfb ads
.
ผมเป็นคนที่ยิง Ads สายขาวมาโดยตลอด ไม่เคยใช้โปรแกรม หรือเทคนิคอะไรเลย... แม้กระทั่งแคปชั่น ภาพสินค้าที่ใช้ก็ระมัดระวังตัวตลอด... แล้วธุรกิจก็เติบโตขึ้นตามลำดับ..
.
ใน1-2เดือนที่ผ่านมา ประสบปัญหาโดนปิดทุกอย่าง ทั้งปิดเพจ ปิดบัญชี ปิดบิสสิเนส และจำกัดสิทธิ์ ปิดแม่งทุกสิ่งเท่าที่จะปิดได้ แต่ที่สังเกตได้ก็คือ ไม่เคยโดนแจ้งว่า "โฆษณาไม่ได้รับอนุมัติ" มาก่อนเลย..
.
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น 4-6 เดือนก่อน "โฆษณาไม่ได้รับอนุมัติ" บ่อยมาก พวกเคส 50/50 นี่ไม่ต้องลุ้น ไม่ผ่านแน่นอน แคปชั่นประเภทระบุตัวตน ระบุอาการ อะไรนี่หมดสิทธิ์ โดนปฏิเสธแน่นอน ...
.
ย้อนกลับไปประมาณ 6-9 เดือนก่อน เจอปัญหา"โฆษณาไม่ได้รับอนุมัติ" บ้าง แต่รู้อยู่แล้วว่า 50/50 แต่เสี่ยงลองไปก่อน แก้ไขแล้วก็ผ่าน หรือแก้ไขรูปภาพนิดหน่อย แปบเดียวก็ผ่าน
.
.
ย้อนไว้แค่นี้พอ...
.
.
มาดูตอนนี้บ้างปัญหาที่เจอคือยิงอะไรไปก็โดนปิด บางcreative ถึงขั้นโดนปิดเพจ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นใช้ได้มาโดยตลอด หมายความว่า กฏเปลี่ยนและมีผลย้อนหลังหมด แต่แจ้งไว้ซอกหลืบข้อศอกหมา หาอ่านไม่เจอ ต้องโดนก่อนถึงจะรู้ พอกำลังจะอ่านก็ เอ๊ะ มันเขียนอิหยังวะ ไม่เข้าใจ
.
.
เรื่องการชำระเงินซีเรียสกว่าเดิม... ยืนยันบัตรเครดิตของเจ้าของตัวจริงยุ่งยากกว่าพวกแฮกเกอร์อีก... โดนแฮกโคตรง่าย แต่เจ้าของนี่ยืนยันตัวตนวุ่นวายชิหาย กว่าจะขอยิงแอดได้ ติด limit วุ่นวาย
.
.
แอดที่ยิงผ่าน ต้นทุนแพงสลัด ข้อความละ2-300+
.
.
เว็บ salepage ที่ใช้ ก็ตามไปตรวจละเอียดยิบบบบบ...คอนเท้นต์ไหนผิดก็ไม่บอก ไม่รู้ ๆ ๆ ๆ แต่จะปิด แบนโดเมน
.
.
แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้... fb ไม่เคยบอกอะไรเลยว่าทำผิดอะไร ทำผิดตรงไหน อันนี้ไม่ได้นะคะ อันนี้ขอเปลี่ยนได้ไหม... ไม่เคยมี!!! ทั้งหมดที่รู้มา คือการที่เดาเอาเอง เข้าใจเอาเอง...
.
.
ถามเจ้าหน้าที่ก็บอกไม่รู้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง... เจ้าของธุรกิจก็ดิ้นรนกันเอง หาสาเหตุกันเอง จับเข่าคุยกัน เฮ้ยพี่อันนี้ไม่ได้นะ อันนี้ระวังนะ... ตอนนี้ผมมี list เหตุการณ์ที่ผิดกฏยาวเป็นหางว่าว เรียกได้ว่ายิงขายข้าวไข่เจียวก็อาจจะโดนได้
.
.
เขียนยาว ๆ แบบนี้ ไม่ได้มาบ่น แต่มาบอก
.
.
คนจะเข้ามาทำใหม่ ทำใจไว้เลย ยิงfb ads รายใหญ่ ๆ หน้าเก่า ๆ ยังเอาตัวแทบไม่รอด ถ้าไม่แม่นนโยบายจริง เซ้นส์ไม่แรง ตีความไม่เก่ง ตายแน่
.
คนหน้าเก่า มือเซียน ๆ ก็พยายามหาคำตอบกันต่อไป ใครที่มีคอนเนคชั่น fb ฝากไปบอกหน่อย มึงเอาดี ๆ หัดศึกษา google ซะบ้าง รายนั้นตามโทรจิกยิก ๆ ผิดตรงไหนก็บอก แก้ปุ๊บก็ผ่านฉลุย
.
ต้นทุนแพง แอดแพง ปรับคอนเท้นต์ใหม่ให้ดี
.
พอปรับคอนเท้นต์ใหม่ ๆ รูปแบบใหม่ ๆ เสือกโดนปิด อันนี้ผมเข้าใจพี่นะ ผมก็โดน
.
.
บิสที่โดนปิด เอา custom audience คน engagement ออกมาไม่ได้ แชร์ pixel ก็ไม่ได้ เรียกว่าถอนรากถอนโคนเลย...
.
.
สู้ ๆ นะครับ บางทีก็อยากยอมแพ้ แต่เปิดทีวีเจอลุงแล้วก็ได้แต่คิดว่า ถ้ากูทนลุงได้ กูก็ทนกับมาร์คได้ว่ะ...
.
.
จบ

639 Nameless Fanboi Posted ID:xyZ3vqzxrn

ระหว่างเดินกลับบ้าน น้องในทีมถามว่า...

น: "ทุกวันนี้ พี่นอนวันละกี่ชม. ผมว่าช่วงนี้พี่ดูเพลียนะ"

ป: "ช่วงนี้หนักหน่อยแหละ ประมาณวันละ 4 ชม. นะ แต่ก็อีกไม่นานละ เดี๋ยวเขียนหนังสือเสร็จก็คงจะดีขึ้น"

น: "ผมทราบมาว่า พี่ต้องหยุดเล่นไตรกีฬาไปเลย อยากทราบว่า ทำไมพี่ไม่จัดสรรเวลาออกกำลังกายบ้างหรอครับ"

ป: "พี่ก็อยากจ๊ะ แต่ว่าเอาตรงๆ นะ เวลาพี่ไปวิ่ง หรือ ดูหนัง หรือปล่อยเวลาให้หายไป พี่รู้สึกผิด ในเมื่อตอนนี้มันต้องทุ่มเท ก็อยากทุ่มเทให้เต็มที่ก่อน ถ้าสุดท้ายแล้วมันไปต่อไม่ได้ จะได้ไม่มาเสียใจว่า เห้ยวันนั้นชั้นไม่น่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย"

........

แป้ง เลือก เอง
และ
ตั้งใจอย่างมาก
ไม่ใช่แค่ลด-ละ กิจกรรมส่วนตัว
แต่แป้งฝึกตัวเองอยู่เสมอ ทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และลองทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดว่าจะทำได้มาก่อน

บางครั้งก็ต้องทำในสิ่งที่ไม่ถนัด

แต่มันก็เพื่อความมั่นคงขององค์กร

.........

มีคนเคยถามว่า ทำไมถึงทำองค์กร ทั้ง ๆ ที่ มีคนจ้างให้แป้งไปทำงานอื่นอีกมากมาย

ตอบได้เลย เพราะแป้งต้องการสร้างสถาบัน และอยากทำในสิ่งที่หลายคนดูถูกเอาไว้

เพราะฉะนั้น แป้งรู้ดีว่าหลายคนมองว่าแป้งสุดโต่ง หรือแป้งกำลังเหนื่อยเกินไป

ไม่เป็นไรค่ะ

เพราะ "แป้งเลือกเอง"

ถ้าวันนึง ทุกอย่างมันสำเร็จสวยงาม แป้งจะได้พูดได้เต็มปากว่า มันสำเร็จได้ เพราะความตั้งใจของแป้ง

และต่อให้ถ้ามันไม่สำเร็จ แป้งก็จะพูดได้เต็มปากว่า แป้งได้พยายามเต็มที่ และมีความสุขกับทุกย่างก้าวแล้วจริง ๆ

..............................

คนที่มีลูก จะอดหลับอดนอนได้เพื่อลูก

วันนี้ แป้งมีลูกหลายสิบชีวิต แป้งก็จะทำเพื่อลูก ๆ ของแป้งเช่นกันค่ะ

640 Nameless Fanboi Posted ID:qxyZGWCv17

>>639
หมายถึงหมาเหรอวะถถถถ

641 Nameless Fanboi Posted ID:rVpdONiuUa

How tf did lions become the symbol of bravery? They are the biggest and the strongest and they use that strength to eat the weaker animals. What exactly makes them brave??

642 Nameless Fanboi Posted ID:im7q7XE2mv

>>641 All predator eat weaker prey, wtf is your point lmao

643 Nameless Fanboi Posted ID:44PZ1HKU0g

>>642 The point is there's nothing brave about lion. Learn to read lmao

644 Nameless Fanboi Posted ID:cHutMJzIie

>>643 What next ? rabbit aren't loner, dog aren't honest lol
your point are meaningless like your brain

645 Nameless Fanboi Posted ID:qtUTf0G4UU

>>644 no u

646 Nameless Fanboi Posted ID:X1XFriYD8F

>>641 หน้าตามันหล่อ มีขนแผงคอสง่างาม ดูกล้าหาญ มีบารมีน่าเกรงขาม แค่นั้นแหละ มันก็แค่เรื่องของภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดี

จริงๆถ้าพูดถึงสัตว์ที่น่าจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญกูยกให้ฮันนี่แบดเจอร์ดีกว่า แต่อย่างว่าหน้าตามันไม่หล่อเท่าสิงโต

647 Nameless Fanboi Posted ID:YcUZOCxUhZ

ถ้าเอาจริงจัง
ตัวผู้ต้องสู้กับผู้ท้าชิงที่จะมาชิงหัวฝูงเรื่อยๆ จะว่ากล้าหาญก็ได้อยู่

648 Nameless Fanboi Posted ID:Fjx1WXe9nr

ชุดครุยถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แล้วร้านเช่าชุดครุยนี่ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อภิมหามงคลด้วยเปล่า

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

649 Nameless Fanboi Posted ID:CoflFI656G

มันต้องมีคนเคยเยสแฟนในชุดครุยเช่าบ้างล่ะวะ

650 Nameless Fanboi Posted ID:A5wvb5Fyup

เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่

เพื่อนผมที่เป็นเจ้าของบริษัทเกี่ยวกับเทคฯ และเป็น App Dev
เช้านี้เช็คอินที่กรมทหารแถว ๆ สามเสนนะฮะ เข้าใจว่าคงจ้างให้บริษัทเพื่อนผมทำอะไรซักอย่าง

เอาเป็นว่า นอกจากบริษัทแถวรัชดาแล้ว นี่มีจ้างอีกบริษัทนึงทำงานให้แน่นอน

ทหารแก่ อาจจะเหมือนโง่ แต่เค้ามีเงินจ้างคนฉลาดทำงานให้ได้นะฮะ
มิตรฯ

651 Nameless Fanboi Posted ID:eTstLqrqsP

>>650 ทำแอฟGrab Pontahan เอาไว้ใช้สั่งงานทหารเกณฑ์ในค่ายผ่านแอพ ใครอยู่ใกล้ที่สุดจะโดนป้อนข้อมูลให้มาทำงาน

652 Nameless Fanboi Posted ID:U2mwylJujB

สภาพัฒน์เผยตัวเลขคนจนปีนี้ เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านคน ทั้ง ๆ ที่มีบัตรคนจน!

จากข้อมูลที่จัดทำโดย สภาพัฒน์

ปี 61 มีคนจนเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคน
อัตราความยากจนเพิ่มขึ้น เกือบ 2%
ขณะที่ความเหลื่อมล้ำดีขึ้นเล็กน้อย ขนาดต้องดูกันที่ทศนิยมหลักที่ 3

ครั้งสุดท้ายที่ความยากจนเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ ก็คือ ตอนต้มยำกุ้ง ปี 40

653 Nameless Fanboi Posted ID:lCEak+yc26

>>652 ใครนะที่บอกว่าคนจนหมดประเทศ

654 Nameless Fanboi Posted ID:RFtd8Xc5CU

>>652 บัตรคนจนไม่ได้ทำให้คนหายจน ลองคิดดูง่ายๆ ก็ได้ว่า การแจกเศษเงินให้คน มันจะทำให้เขาเลิกจนได้ยังไง อย่างมากมันก็แค่ช่วยประทังชีวิตไม่ให้อดตายเท่านั้นแหละ

655 Nameless Fanboi Posted ID:22e04pne1s

ประเทศเฮงซวย มีแต่เรื่องเหี้ยๆหัวควย
เป็นประชาควย เฮงซวย หัวควยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้เพราะหัวควย
ด้วยควยล้วนหมอยยยยยย รักสามัคขี้
ควยนี้รักจิ้งจก เตะคางคกตายห่า
เอกราชจะไม่ให้ควยข่มหีีีีีีีีี
สละเลือดอุบาทว์เป็นชาติอัปรีย์ืืื
เถลิงประเทศจัญไรหน้าหีมีชัยควยโตตตตตตตตต

656 Nameless Fanboi Posted ID:1tKawqxE6j

จริงๆ แล้วสิ่งที่ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านวันนี้
ไม่ใช่คำพิพากษาอะไรหรอกครับ
คือข่าวจากสำนักข่าวอิศรา
ที่เขียนโดยประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

657 Nameless Fanboi Posted ID:0R0J4gB+PJ

แต่ถ้าใช้กำลังแล้วใช้ไม่เป็น ไม่มียุทธศาสตร์อะไรเลย กลายเป็นฆ่าขบวนการตัวเอง ก่อเป็นเงื่อยไขให้อีกฝ่ายปราบซะเหี้ยน ก็โง่อะคับ
คนที่ใช้ความรุนแรงเป็นก็จะได้ชัยชนะอย่างกองทัพเหมา กองทัพปฏิวัติฝรังเศส ฯลฯ แต่คนที่ใช้ความรุนแรงแบบไม่มีสมอง ก็จะเป็นผู้แพ้อย่าง ISIS หรือกบฎผีบุญไรแบบเนร้อะคับ ส่วนกองเชียร์ก็ชักว่าวฟินหน้าคอมฯกันต่อไป ไม่มีผลไรอยู่แล้ว

658 Nameless Fanboi Posted ID:tjJjMhx2iA

>>657 กองทัพปชชฝรั่งมีทุนใหญ่เป็นแบ๊คให้นะ ไอ้ที่ล้มลุกคลุกคลานกันเองเลยจริงๆคือเหมา

659 Nameless Fanboi Posted ID:LvA4SrzZMY

>>658
ผมนี่นับถือท่านเหมาเป็นไอเด้าเลยครับ ลงมาคลุกฝุ่นเอง

พี่ทอน พี่ช่อ +คุณหนูทั้งหลายลงมาบ้างเลยคับ ผมจะยกให้เป็นไปเด้าด้วยคน

660 Nameless Fanboi Posted ID:GjlXIbsYe+

>>657 ไอ้ปฎิวัติฝรั่งเศสนี่ทำประเทศล้าหลังนานเพราะชนะแล้วแดกแย่งกันเองนะ

661 Nameless Fanboi Posted ID:0fQj0czZ5R

>>658 เหมาแรกๆ มีรัสเซียส่งอาวุธให้ไม่ใช่หรอวะ สตาลินกับเหมานี่สนิทกันเลย

662 Nameless Fanboi Posted ID:mriO4j+tQx

>>661 สตาลินส่งให้ "พรรคคอมฯ จีน" ไม่ใช่เหมา สมัยนั้นพรรคคอมฯ จีนใช้กลยุทธ์ตามรัสเซียคือปลุกระดมแรงงานในเมือง แต่เหมามองว่าใช้ในจีนไม่เวิร์ค เลยเสนอป่าล้อมเมืองแทน ช่วงนี้รัสเซียไม่เอาเหมา เพราะไม่ทำตามแนวทางที่กำหนด ต้องรอพรรคคอมฯ จีนสายอื่นล่มสลายเหลือแต่สายเหมา รัสเซียถึงยอมรับเหมา แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะช่วงนั้นสงครามระอุเต็มที่ โซเวียตยังแทบจะเอาตัวไม่รอดเลย

663 Nameless Fanboi Posted ID:kbXAxqtbWy

ความจริงบางอย่าง ถ้าไม่จำเป็นหรือลำบากนัก ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ครับ เพราะคนเราไม่ได้อยู่กันด้วเหตุผลอย่างเดียว บางทีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันจะทำให้คนเป็นคนยิ่งขึ้นครับ ไม่ใช้เครื่องจักรที่ยึดถือแต่ตรรกะและเหตุผลอย่างเดียว

664 Nameless Fanboi Posted ID:kbXAxqtbWy

>>663 #มิตรสหายท่านหนึ่ง

665 Nameless Fanboi Posted ID:rD1YvlvMNi

พิสูจน์จนสิ้นสงสัย —> มีเหตุสมควรเชื่อได้ว่า —> พฤติกรรมส่อพิรุธ —> เอกสารส่อพิรุธเพราะพฤติกรรมบางครั้งในอดีตไม่เหมือนครั้งนี้

#สรุปdevolutionระบบยุติธรรมบางประเทศในหนึ่งประโยค

666 Nameless Fanboi Posted ID:rD1YvlvMNi

หลักการพื้นฐานของระบบยุติธรรม

presumed innocent (สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์)
no punishment without law (ถ้าไม่มีกฎหมาย ก็ไม่มีการลงโทษ)
due process (ความยุติธรรมเชิงกระบวนการ)

#ทดไว้เผื่อเขียนในอนาคต

667 Nameless Fanboi Posted ID:rD1YvlvMNi

ส่วนน้องที่จะลงถนน ขอเตือนก่อนว่าเค้าไม่ได้ใจดีเหมือนในเอ็มวีนะครับ
#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

668 Nameless Fanboi Posted ID:.4o3XPyOTl

>>660 ล้าหลังแต่ชนะ war of first coalition, second coalition เออ หรือว่าประเทศที่มายำใหญ่มันกากล้าหลังกว่าวะ

669 Nameless Fanboi Posted ID:rD1YvlvMNi

ตุลาการคนที่ 10 ตุลาเก๊ ยกร่างคำวินิจฉัย

หลักนิติธรรมของไทย คือ สถาบันตุลาการมีอิศราจากการเมืองครับ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

670 Nameless Fanboi Posted ID:sYpWqSaaBD

ประเทศอื่นห้ามวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญไหม

671 Nameless Fanboi Posted ID:wYvyzyxEf0

>>670 ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าอะไรที่มันเป็นความถูกต้อง ความยุติธรรม มันก็ไม่ควรวิจารณ์ใช่มั้ยล่ะ

672 Nameless Fanboi Posted ID:DxGdUNA57o

ไม่รู้ ไม่ชี้ หมดหวังกับประเทดแล้ว ใบเสร็จเป็นลัง สามนิ้วก็ชูแล้ว คนก้เลือกแล้ว ผิดได้ไง

673 Nameless Fanboi Posted ID:qLKUSL.MLl

Fox แม่งเขียนข่าวศาลสูงเมกาม่องเท่งจากที่มีคนลือกันในเนต สุดท้ายลบทิ้งยังไม่เห็นจะโดนคดีอะไรนอกจากโดนด่า

674 Nameless Fanboi Posted ID:wYvyzyxEf0

พิมพ์ขู่บารัคโอบามายังโดนคดีเลย ประชาธิปไตยมั้ยล่ะ ห้ามคิด ห้ามเขียน

675 Nameless Fanboi Posted ID:J7a5Ln3N2i

>>668 ต้องไปไล่เก็บพวกแกนนำทิ้งก่อนกว่าจะฟื้นตัวได้

676 Nameless Fanboi Posted ID:g727PFFdOU

>>674 อาฆาตมาดร้าย ไม่ใช่การวิจารณ์โดยสุจริต

677 Nameless Fanboi Posted ID:qLKUSL.MLl

ขู่เล่นๆเหมือนส่งระเบิดปลอมก็แค่เรื่องล้อเล่นใช่มะ

678 Nameless Fanboi Posted ID:3.CrXGAyhI

มึงลองไปตะโกนอัลเลาะห์อัคบาห์ในสนามบินดูนะไอ้ควาย

679 Nameless Fanboi Posted ID:oyEpKRz4/c

แปลกไหม เวลาเราด่ารัฐบาล กับด่าโครงสร้างของประเทศเรา กลับโดนเรียกว่าพวกชังชาติ

แต่คนที่ไปหาว่าคนอื่นชังชาติ กลับเป็นพวกที่ดูถูกคนในประเทศตัวเองว่าจน บ้านนอก การศึกษาต่ำ คุณภาพต่ำ 😂

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

680 Nameless Fanboi Posted ID:oyEpKRz4/c

เริ่มรู้สึกว่า .... ชนชั้นกลาง คือ บุคคลที่น่าสงสารที่สุดในประเทศนี้
.
.
ก้มหน้าก้มตาทำงาน โดนเสียภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อม เก็บตังค์ส่งลูกเรียน อยากได้อะไรก็ทำงานเก็บตังค์ ไม่โวยวายเรียกร้องสิทธิ์อะไร ช่วยเหลือชีวิตตนด้วยลำแข้งตัวเองตลอด เห้อ !!!
#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

681 Nameless Fanboi Posted ID:S2LtxF5NJC

>>680 ยังไงก็ดีกว่าคนจน

682 Nameless Fanboi Posted ID:S2LtxF5NJC

>>680 คนรวยเสียภาษีเยอะกว่าคนชั้นกลางเยอะ

683 Nameless Fanboi Posted ID:jPwpoOaJp8

>>682
ต แต่ Amazon us ไม่เสียภาษีเงินได้ซักดอลนะ

684 Nameless Fanboi Posted ID:95QEGjyMBY

>>682 คิดว่ามันจะยอมเสียภาษีเต็มๆเรอะ

685 Nameless Fanboi Posted ID:bDVpQiUuW3

เวลาทำผิดกฎหมาย​แล้วโดนจับได้

คนรวย = ใช้อำนาจ​เงิน​และอิทธิพล​ให้ตนเองพ้นเงื้อมมือกฎหมาย

คนจน = หงายการ์ด"รังแก​คนจน คนทำมาหา​กิน ครอบครัว​เราจะอยู่​ยังไง" จนสังคม​สงสารและออกมา​ปกป้อง​ตนเองจากคนที่จะลงโทษ​

ชนชั้นกลาง​ = ไม่มีเงินทอง​ อำนาจ​ อิทธิพล​ รับโทษ​เต็มๆ ไม่มีใครสงสารเห็น​ใจ

#มิตรสหายชั้นกลางท่านหนึ่ง

686 Nameless Fanboi Posted ID:nsqX5GKDuK

ผมมารุ่นแรกๆ สมัยก่อน เฟสไม่โดนบล้อค ตอนนั้น มีข่าวบอสแจ้งมา เฟสบุ้คศูนย์กลางเอเชีย เชิญบอสไปประชุม เพราะ บริษัทเรา มีข้อมูล ลูกค้าผู้บริโภคเยอะ บอสถ่ายภาพมาให้ดู ว่าไป บริษัทเฟสบุ้ค ที่สิงค์โปรมา เราเองดีใจกันทั้งบริษัท แต่พอบอสบอก เค้าขอดู แพลทฟอร์มเรา จากโปรแกรมเม่อของบริษัท ผมรู้เลย ว่า โปรแกรมเม่อสิงค์โปร ทำไมต้องการรู้ แพลทฟอร์มโปรแกรมการทำงานของบริษัทเรา ถ้าโปรแกรมเม้อด้วยกันรู้ เค้าก็จะรู้วิธี ดักงานเรา บล้อคเฟสงานเรา และเป็นไปตามที่ผมคาด ผมเป็นรุ่นแรกๆ ภาพที่เห็น หลังจากโปรแกรมเม่อเรา เขียนโปรแกรมเว็ปให้ บริษัทเฟสบุ้คดู งานเข้า สิคับ หลังจากบอสกลับมา ไม่นาน เฟสเริ่มโดนบล้อค คงเป็นเพราะ บริษัทเฟสแม่ เขียนโปรแกรมมาบล้อคบริษทเรา คนเริ่มไม่ทำ มีพอท มากๆถอนเงินประกันหมด กับ 2. บวกกับ ตัดค่าแนะนำ คนเลยไม่แนะนำคนใหม่มาทำ ยอดกดไล้ จึงไม่ถึง 1 ล้าน เราจึงมีพอททำงานแค่ 1 แสนกว่า ต่อวัน กดไล้กดแชร์ ดูจากงานใต้เฟส ที่เรากดทำงานได้ 3.มีคนโจมตีบริษัทมาก จึงทำชมรมเฟสแบบปิด ยิ่งทำให้คนใหม่ ไม่มีโอกาสได้มาฟังงานซูมดีๆ ฟรีทุกสัปดาห์ ยิ่งเข้าใจข้อมูลยาก ฟังดูลึกลับ คนสมัครเข้าใหม่จึงน้อย รายได้จึงลดลง ยิ่งเฟสบล้อค บอสแก้งานให้เราสบายใจ ลดงานเฟสเหลือ 5 งาน เอางาน ยูทูปให้เราทำแทน แต่รายได้บริษัทลด บอสมารับค่าใช้จ่ายรายได้เท่าเดิมให้เรา บอสช่วยเรามาตลอด เพราะ กดเฟส 1 งาน คนเห็น โฆษณาสบู่กลูต้า 400 วิวในเฟส แต่ เราดูยูทูปสบู่กลูต้า 1 งาน เราเห็น 1 วิว ดังนั้น คนจ้างเลือกจ้างงานเฟส แต่ บอส ให้เราทำเฟสน้อยลง แต่ให้รายได้เราเท่าเดิม 200 ต่อพอท คุณว่าบอสรักเราขนาดไหน บอสไม่พูดอะไร ยอมมีรายได้ลด แต่ให้รายได้เราเท่าเดิม โดยให้เราทำงานแบบสบายใจทั้งบริษัท คือทำงานเฟส แค่ 5 งานต่อวัน ให้เรา ไม่โดนบล้อค และ บอสหาทาง หาวิธี ทำรายได้ให้เรา แบบนี้ไปตลอด อีก 3-5 ปี หรือจนชั่วลูกชั่วหลาน โดยหารายได้จาก การเทรดเหรียญ บอส มองเกมออก ถ้าทำได้ แค่ 90 วัน ทุกคน ที่มีพอท จะมีกินไปชั่วลูกชั่วหลาน ตามคำที่บอสบอสว่า ดูสิ่งที่ผมทำ แล้วจำมัน ในวันที่ผมสำเร็จ แต่คนที่ ไม่เข้าใจภาษาไทย คำว่า 90 วัน เข้าใจแต่ รายได้รายวัน ก็ไปแจ้งความ ทำลาย ชื่อเสียงบริษัท รายได้บริษัท ค่าเหรียญบริษัท ทุกอย่างที่คุณทำลายไป คือ ทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง ต่อไป ก็จะไม่มีวิธีทำเงินง่ายๆสบายๆ จากบอสอีกแล้ว ผมเอง เลือกให้สมองฉลาดอน่างบอส บริหารแผนทำเงิน แล้ว หาเงินให้เราง่ายๆ เราไม่ต้องทำงานหนักตลอดชีวิต ดีกว่าทำลายมันสมอง หาเงินดีๆแบบบอส แล้วต้อง ขายรถเก่า หาเงินมาใช้หนี้ที่กู้มา แล้วปั่นจักรยานไปทำงานแทน ถ้ารีบ เราก็ต้องทำเอง เหนื่อยเอง ทำมาก ใน 90 วัน สังเกตุดู แค่มันไปแจ้งความ ไปออกรายการ พิมด่าในไลทุกวัน แค่นี้มันก็เหนื่อยกันแล้ว มีแต่ค่าใช้จ่าย แถมไม่ได้เงินคืน เพราะไปทำลายชื่อเสียง รายได้บริษัท ถ้าอยู่เฉยๆรอบอสทำเหรียญสำเร็จ เราจะมีรายได้ ได้กำไรเกินทุนทุกคน แบบบิทคอยไง เริ่มต้นเหรียญละ 40 บาท ปัจจุบัน เหรียญละ 2-3 แสน ถ้าตอนนั้น ใครซื้อ 10 เหรียญ 400 บาท แล้วไม่ขายเลย ถ้าขายตอนนี้ จะได้เงิน 2-3 ล้านบาท จากเงินลงทุนแค่ 400 บาท นั้ฝ่นคือเกมเหรียญ ที่บอสคนมีสมองเข้าใจ แต่สมองคนแจ้งความ ไม่เข้าใจ และ เงินที่ยึดได้ เอาแบ่งคืนมันไม่พอหรอก มันมีแค่ก้อนเดียว แต่เงินที่พอจ่ายเราไปเรื่อยๆ แบบกำไรไม่มีหมด คือเงิน ที่มาจากรายได้ และ รายได้กำไรนั้น คือเหรียญที่บอสวางไว้ แต่คนแจ้งความมาทำลาย รายได้ตัวเอง ไม่ได้ทำลายรายได้บอส เพราะ บอสทำทุกอย่าง เพื่อหาเงิน มาคืน พวกเรา สมาชิกทุกคน ถ้าบอส เอาตัวบอสเอง สบาย บอสเอาเงิน 100 ล้าน แอบอยู่ในบ้านใครสักคน แต่งห้องให้หรูๆ สั่งสาวๆเด็กๆ ให้หาอาหารหรูๆมากินในห้อง หูฉลาม เป็ดปักกิ่ง นั่งดูหนัง เล่นเน็ท ตัดซิมชื่อตัวเองออก ใช้สาวๆเปิดซิมแทน โทรหาพ่อแม่ ให้สาวๆเอาเงินให้พ่อแม่โดยไม่ต้องมีการโอน แค่นี้ก็ทำได้ แต่บอส ไม่มีเด็กสาว ไม่แต่งห้องหรูๆรอ ไม่ถอนเงิน จน โดนอายัด 102 ล้าน เพราะบอส คิดแต่หารายได้จากเหรียญ มาคืนให้เรา สงสารคนทำดีวางแผนรายได้ระยะยาว แต่มาเจอสมาชิก ใจร้อนหวังรายได้ระยะสั้น ต่อไปนี้ เงินที่ยึดมาได้ แบ่งกันไม่พอหรอก แต่รายได้ต่อเนื่องไปหากันเอาเอง เพราะ สมองฉลาดหาเงินของบอส โดนจับ ไม่ได้ทำงานให้เราแล้ว ดูที่ผ่านมาบอสทำอะไรมีแต่ช่วยเรา แต่ถ้าเราไม่รอ ไม่ช่วยบอส ก็ต้องเตรียมทำงานลำบากหาเงินมาใช้หนี้กันต่อไป 1. สงสารคนรอ 2. สมน้ำหน้าคนแจ้งความ เตรียมขายรถเก่า ใช้หนี้ที่กู้มา แล้วปั่น จักรยานไปทำงานแทนได้เลย แทนที่จะนั่งเฉยๆ รอรับเงิน สมน้ำหน้าเงินเข้าหลวงหมด.

687 Nameless Fanboi Posted ID:DvmNViBl7X

Omg วันนี้เถียงกับแม่ในไลน์ว่า ตามหลักการแล้ว คนเราไม่ควรเลี้ยงลูกเพื่อหวังให้ลูกกลับมาให้เงินเราตอนแก่ ควรวางแผนเกษียณให้อยู่ได้โดยไม่พึ่งเงินลูก ถ้าลูกให้เงินก็ถือว่าเป็น bonus สรุปบ้านแตกรอบที่ 3 โอ้ยยย นี่ไม่ได้วกมาเรื่องของตัวเองเลยนะ 5555 แค่หลักการเฉยๆ

688 Nameless Fanboi Posted ID:NqVVbA9VJR

>>687 ไอ้เนรคุณ​

689 Nameless Fanboi Posted ID:nsqX5GKDuK

เห็นมีประเด็นที่ผู้ถูกร้องออกมาวิจารณ์ว่า คำพิพากษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้แต่สมมุติฐานไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ในฐานะที่ผมได้ฟังคำพิพากษาตั้งแต่ต้นจนจบ และพอเข้าใจเรื่อง Big Data มาบ้าง ต้องชื่นชมตุลาการว่าท่านใช้หลักการของวิทยาศาสตร์ข้อมูลมาประกอบคำพิพากษาได้อย่างดี

การใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูลไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นแค่ข้อมูลขนาดใหญ่ แต่สำคัญที่คุณภาพของข้อมูล และเมื่อพิจารณาถึง Big Data ที่มีองค์ประกอบ 4 ประการคือ
1) รูปแบบข้อมูลชนิดใหม่
2) ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
3) การแบ่งกลุ่มได้ละเอียดมากขึ้น
4) การทำให้เราศึกษาถึงเหตุและผลของเหตุการณ์ต่างๆได้

ก็ยิ่งบอกได้ว่าองค์คณะผู้พิพากษาท่านใช้หลักการของวิทยาศาสตร์ข้อมูลในการตัดสินได้เป็นอย่างดี เอาข้อมูลในอดีตมาหักล้างหลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือ คำว่าหลักฐานที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์นั้นถ้าเป็นหลักฐานที่สร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงย่อมไม่ใช่หลักฐานวิทยาศาสตร์ เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะต้องมีองค์ประกอบที่เป็นจริงและสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ในตัว หากเป็นหลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือมีความขัดแย้งกับข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ โดยเฉพาะ Data ในอดีต ยิ่งไม่น่าจะเรียกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ผมเชื่อว่าผู้ถูกร้องคงไม่ได้มีเจตนาจะไม่โอนหุ้น แต่คงเป็นการหลงลืมเสียมากกว่า แต่ด้วยนิสัยที่ขาดความกล้าหาญและจริงใจ แทนที่จะออกมายอมรับว่าลืมและไม่ตั้งใจ กลับเลือกที่จะใช้วิธีสร้างหลักฐานมากลบเกลื่อนข้อเท็จจริง พฤติกรรมเช่นนี้แทนที่จะได้รับความเห็นใจ กลับทำให้เห็นว่าผู้ถูกร้องไม่น่าที่จะมาทำหน้าที่ในการเป็นผู้แทนของประเทศที่ดีได้ ผมจะไม่แปลกใจถ้าในอนาคตผู้ถูกร้องจะมีคดีอื่นๆอีกมากที่ถูกลงโทษจากพฤติกรรมที่ขาดความจริงใจเช่นนี้

690 Nameless Fanboi Posted ID:ttPR84G44u

นิทาน เรื่อง คำพิพากษา

หญิงชราคนหนึ่งตกเป็นผู้ต้องหา
คดีลักขโมยขนมปังหนึ่งก้อน

หญิงชรามีท่าทีเศร้าหมอง
และภายใต้ความเศร้านั้น
ก็มีความละอายแก่ใจอยู่ด้วย

ผู้พิพากษา ถามหญิงชราว่า “คุณขโมยขนมปังไปจริงหรือ”

หญิงชราก้มหัวตอบอย่างหดหู่ “ฉันขโมยขนมปังจริงๆ ค่ะท่าน”

ผู้พิพากษาถามต่อว่า “เพราะเหตุใดคุณจึงต้องขโมยขนมปัง
คุณไม่มีอะไรจะกินหรือ”

หญิงชราเงยหน้าขึ้นบอกผู้พิพากษา
“ใช่ค่ะ ฉันหิวมาก
แต่ฉันไม่ได้ขโมยขนมปังไปเพื่อกินเอง
ลูกเขยของฉันทิ้งครอบครัวไป
ลูกสาวของฉันล้มป่วย
หลานสองคนของฉันไม่ได้กินอะไร
มาหลายวัน
ฉันไม่อาจทนเห็นหลานตัวเล็กๆ ทนหิวได้”

ห้องพิจารณาคดีเงียบกริบ
หลังได้ฟังคำอธิบายของหญิงชรา

ผู้พิพากษากล่าวกับหญิงชราว่า “ทุกคนเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย
สำหรับข้อหาขโมยขนมปัง
คุณเลือกเอาว่าจะจ่ายค่าปรับ 10 เหรียญ
หรือติดคุกเป็นเวลา 10 วัน”

หญิงชราตอบ
“ท่านผู้พิพากษา
ฉันยอมรับโทษในทุกสิ่งที่ฉันทำ
หากฉันมีเงิน 10 เหรียญ
ฉันจะไม่ขโมยขนมปังหรอก
ดังนั้น โปรดจำคุกฉันเถิด
แต่สิ่งเดียวที่ฉันห่วง คือ
ใครจะดูแลลูกสาวและหลานของฉัน
ในช่วงเวลาที่ฉันติดคุก”

ผู้พิพากษาหยุดคิดพักหนึ่ง
แล้วเขาก็ล้วงกระเป๋า
หยิบธนบัตรสิบเหรียญขึ้นมาถือในมือ
แล้วกล่าวว่า
“ผมจะจ่ายค่าปรับให้คุณสิบเหรียญ
คุณกลับบ้านไปได้”

ผู้พิพากษาหันไปพูดกับ
คนที่มาฟังการพิจารณาคดีในที่นั้นว่า
“นอกจากนั้น ผมขอปรับทุกคนในห้องนี้
คนละ 50 เซนต์ โทษฐานที่พวกคุณเมินเฉย
และไร้น้ำใจในสังคม
หญิงชราคนนี้ไม่ควรจะต้องขโมยขนมปัง
เพื่อประทังชีวิตหลานและคนในครอบครัว
หากพวกคุณให้การช่วยเหลือเธอ
จึงขอเก็บเงินจากทุกคน คนละ 50 เซนต์
แล้วมอบเงินนั้นให้ผู้ต้องหา”

ทุกคนในที่นั้น
รวมไปถึงเจ้าของร้านขนมปังที่ฟ้องร้อง
นำหญิงชรามาขึ้นศาล
ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ
และผู้มาฟังการตัดสิน
รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วม
ในการจ่ายค่าปรับคนละ 50 เซนต์
พวกเขายอมรับและยืนขึ้นปรบมือ
ชื่นชมผลการตัดสิน

วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ลงข่าวการมอบเงินค่าปรับ
จำนวน 47.5 เหรียญ
ให้กับหญิงชราผู้น่าสงสาร
เพื่อนำไปซื้ออาหารให้ครอบครัว

"ทุกคนมีส่วนร่วมในทุกข์สุขของกันและกัน
และหากมีอาชญากรรม
เนื่องด้วยเรื่องของปากท้องเช่นนี้
เกิดขึ้นในชุมชน
นั่นก็หมายถึงเราทุกคนมีส่วน
เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด"

เราทุกคนต่างเกี่ยวเนื่องกัน
หากคนหนึ่งทุกข์ คนอื่นๆ ก็จะทุกข์ตาม
เราจะต้องคอยเป็นหูเป็นตาให้กัน
เพื่อมิให้มีใครคนใดคนหนึ่ง
ถูกลืมไปจากสังคม

Cr. เจ้าของเรื่อง
#GTOZa

691 Nameless Fanboi Posted ID:OXEGWxGF.e

“ครูธัญ – ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 1 ใน 4 ส.ส. LGBT ได้พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการบวช ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “หากกะเทยมีความศรัทธาในศาสนา ทำไมสังคมบางส่วนจึงมองว่า เป็นพระตุ๊ด พระแต๋ว และไม่เหมาะสม ความศรัทธาทำไมจึงมีเรื่องเพศที่กำหนดการเข้าถึง มันไม่ควรจะเกี่ยวกับเรื่องเพศไม่ใช่หรือ”

692 Nameless Fanboi Posted ID:mLz9y6VpEs

>>691 ถ้าตัดความต้องการทางเพศไม่ได้ ไม่ว่าชาย ตุ๊ด เกย์ก็อย่ามาบวชเลยว่ะ

693 Nameless Fanboi Posted ID:dyyaQVbje/

>>692 เขาพูดถึงความต้องการทางเพศตรงไหน

694 Nameless Fanboi Posted ID:o3r/Bg7/Es

>>691 คนมองไม่เหมาะสม เพราะ การวางตัวของพระเพศที่3 ส่วนใหญ่มันออกมาไม่สำรวมเหมาะสมตามเพศบรรพชิต ถ้าทำตัวเหมาะสมไม่มีใครว่าหรอก
ซึ่งกุว่าเอาจริงๆ มันก็คงมีพระที่มีรสนิยมแนวนี้อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ไม่เป็นข่าวเขาทำตัวสมฐานะ ไม่ได้ลุกมากรีดกราย แต่งหน้าทาปาก
พวกที่ทำแบบนั้นคงเป็นส่วนน้อย แต่โคตรเด่นมากกว่า

695 Nameless Fanboi Posted ID:BOm48cGioV

เอาง่ายๆ จำมิสทิฟฟานี่ที่อยากบวชได้ปะ นั่นทำนมไปแล้วนะ ยังยอมเอานมออกเลย แล้วพอบวชก็วางตัวดี ไม่เห็นมีใครรังเกียจตรงไหน (ถ้าไม่นับพุทธสุดโต่งนะ)

696 Nameless Fanboi Posted ID:NqVVbA9VJR

ข่าวตลก ศรีสุวรรณจะร้องเรียนเลขาสภาฯ ให้เล่นงานพรรค อนค. ข้อหาขีดเขียนประตูกระจกที่สภา ทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย

แต่ อนค.ชี้แจงแล้วว่า ที่เขียนนี่เป็นแผ่นสติกเกอร์แปะกระจก ลอกออกได้โดยไม่เสียหาย https://t.co/XrLSOhbBXA
#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

วันพรุ่งน้าศรีร้องเรียนว่า อนค. ทำให้ทรัพย์สินทางการเสียหายเพราะกาวจากแผ่นสติ๊กเกอร์ใสทำให้กระจกสกปรก ...
#มิตรสหาย​อีกท่าน

697 Nameless Fanboi Posted ID:Q1opUOk.0L

>>696 นี่ถ้าปิยบูดและสมาชิก อนค. ขี้ในห้องน้ำรัฐสภาแล้วลืมกดน้ำจะโดนฟ้องไหมครับ

698 Nameless Fanboi Posted ID:9WjIV8U4fd

>>697 ยุบพรรค+ตัดสิทธิ์ 50 ปีแน่นอน

699 Nameless Fanboi Posted ID:en9G.0E3EQ

>>697 เอาหวายโบยหนักๆ
ข้อหาทำร้ายและข่มขืนจิตใจคนอยากจะขี้ แต่เสือกเจอขี้คาส้วม

700 Nameless Fanboi Posted ID:wSzWve.LaO

มีชาวฮ่องกงรักชาติไปปิดหน่วยเลือกตั้งมั้ยฮะ

701 Nameless Fanboi Posted ID:/QXVNruhCe

รักชาติต้องไปเลือกตั้งครับ พวกขวางเลือกตั้งมันพวกแช่ชาติ

702 Nameless Fanboi Posted ID:irRn2jPH+g

เห็นว่าใครอยู่ไช้สิทธิเห็นต่าง โดนเผา ปาหินใส่นี่ครับ

703 Nameless Fanboi Posted ID:/QXVNruhCe

ฆ่าคอมมิวนิสต์​ไม่บาปครับ

704 Nameless Fanboi Posted ID:a8ebu6cLCR

เวลาเราพูดกันว่า พรรคอนาคตใหม่จะถูกทำลายเหมือนพรรคไทยรักไทยพลังประชาชนเพื่อไทย ธนาธรซ้ำรอยทักษิณ เพราะไม่เอารัฐประหาร ฯลฯ

ที่จริงมันก็ขำๆ อยู่นะ ถ้าย้อนเวลาไป 13 ปี สมัยม็อบคนชั้นกลางในเมืองไล่ทักกี้ สมัยสองนคราประชาธิปไตย

คนชั้นกลางเกลียดทักษิณเพราะอะไร เพราะมองว่าโกง ผลประโยชน์ทับซ้อน กวาดต้อนนักการเมืองเลว เจ้าพ่ออิทธิพลท้องถิ่น ตระกูลที่ยึดครองจังหวัด ฯลฯ ไอ้พวกซื้อเสียงจากชนบท มาเป็นฐานอำนาจ ซ้ำยังใช้งบจากเงินภาษีของคนชั้นกลางไปแจกชาวบ้าน ทำประชานิยม ทำให้ตัวเองชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

คนชั้นกลางยุคสองนคราประชาธิปไตยอยากเห็นพรรคการเมืองแบบไหน ก็อยากเห็นพรรคที่ ส.ส.มีความรู้ความสามารถ ชนะด้วยคะแนนนิยมอย่างบริสุทธิ์ ไม่ใช่เจ้าพ่ออิทธิพล พ่อค้า ผู้รับเหมา ที่เข้ามาด้วยระบบอุปถัมภ์

จนกระทั่งหลงเลือกพรรคแมลงสาบ ทั้งที่รู้ว่าดัดจริต เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ปลัดประเทศ ดีแต่พูด ไม่เคยทำอะไรเป็น

13 ปีผ่านไปมันย้ายข้างหมด พรรคอนาคตใหม่นี่แหละคือพรรคแบบที่คนชั้นกลางในเมืองต้องการ ชนะทั้งในกรุงเทพฯ ในตัวเมืองต่างจังหวัด ในถิ่นอิทธิพลระบบอุปถัมภ์ ขณะที่ไอ้พวกเคยอยู่กับแม้ว เคยถูกตราหน้า ย้ายไปอยู่กับตู่หมด แถมได้อำนาจไม่ชอบธรรม เป็นนายกฯ เพราะ 244 ส.ว.ตั้งเองกับ 6 ผบ.เหล่าทัพที่ถือปืนคุม

ไม่นับอำนาจกฎหมาย ที่ตั้งไว้หมด องค์กรอิสระ ต่ออายุศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะตั้งตุลาการใหม่อีก 5 คนก็มาจาก 250 ส.ว.

ประชานิยมก็แย่กว่าแม้ว ของก๊อปของเทียม ดีแต่แจกแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ตก

ทำอะไรก็ไม่ผิด นาฬิกาเพื่อน ถวายสัตย์ไม่ครบ รมต.ติดคุกออสเตรเลีย ส.ส.รุกป่า ฯลฯ ก็เฉยเสีย แต่อีกฝ่ายทำอะไรผิดหมด แค่ถือหุ้นนิตยสารแฟชั่นที่ปิดไปแล้วก็ว่ายังไม่โอน แต่ผัวเมียอยู่ด้วยกันทุกคืนไม่จดทะเบียนเป็นเจ้าของสื่อโจมตีให้ร้ายป้ายสีโครมๆ

ลองจินตนาการดูว่าถ้าคนชั้นกลางชาวกรุงที่เข้าร่วมม็อบพันธมิตร เกิดหกล้มหัวฟาด เป็นเจ้าชายนิทราไป 13 ปี ตื่นมาตอนนี้จะงงแค่ไหน

ที่ต้องเปรียบเทียบว่าสมองตายเป็นเจ้าชายนิทรา เพราะถ้ายังตื่นอยู่ ก็จะถูกพันธมาร กปปส. คสช. ปั่นหัวปลุกความเกลียดชังหน้ามืดตามัว เกลียดทักษิณเกลียดเสื้อแดงเกลียดคนที่คิดตรงข้ามเกลียดคนต้านรัฐประหาร ใครไม่ใช่พวกกูเลวหมด

เพียงแต่คนมีสติก็ยังพอมีอยู่บ้าง จึงเปรียบเทียบให้ฟังว่า เออนะ คนที่ออกไปไล่ทักษิณด้วยความคิดความหวังอย่างนั้นจริงๆ ถึงวันนี้ พวกนี้น่าจะโกรธยิ่งกว่าเรา

705 Nameless Fanboi Posted ID:.ELryyJ.Sf

ชั้นกลางเกลียด ตูบแอนด์เดอะแกงค์ จะตายชักติดแค่ว่าแม่งทำอะไรไม่ได้และฝ่ายตรงข้าม ไอ้ตูบ ก็คือคนที่พวกนี้มองว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาต ลงท้ายหวยมันเลยไปออกที่ "เออ กูเอา ไอ้ตูบ ก็ได้วะ"

อันนี้คือเท่าที่สัมผัสมานะ

706 Nameless Fanboi Posted ID:afRH/5Hbg5

คำถามผู้เข้าประกวด Mr Gay World ที่ฉันเกลี๊ยดเกลียด ซึ่งจำได้ว่าปีก่อนๆก็มี ปีนี้ก็เจออีก คือ "ถ้าเลือกเกิดได้ จะเกิดเป็นเกย์ไหม" หรือ "ชาติหน้าอยากเกิดใหม่เป็นเกย์หรือชายแท้"

คือ นี่มันงานประกวดเกย์ไง แล้วฉันจะตอบอย่างอื่นได้เหรอ เหมือนงานประกวด "นางงามผิวสี" แล้วถามว่า "ถ้าเลือกเกิดได้ จะอยากเกิดเป็นคนผิวดำไหม" ถ้าตอบว่า "อยากเกิดเป็นคนผิวขาวค่ะ" อีนี่โดนคนผิวสีทั้งฮอลรุมตบหีแหกหลังเลิกงานอ่ะ

โอเค มันก็พอตอบได้แค่ 2 อย่างนะ คือ
1.เลือกเกิดเป็นเกย์ค่ะ แล้วก็ตามด้วยการพูดอวยว่าการเป็นเกย์นั้นดีอย่างไร
2.ตอบแบบเซฟสุดๆ คือไม่ชัดเจนกว่าเลือกอย่างไหน แล้วอวยว่าเป็นเกย์ก็ดี เป็นชายแท้ก็ดี ดีทั้งสองอย่าง คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเป็นคนดีได้ค่ะ (ลงไปแดกน้ำ)

707 Nameless Fanboi Posted ID:WxdUbM76AQ

>>687 กูเห็นด้วยกับแนวคิดนี้มาตลอดนะ แต่ปัญหามีอยู่อย่างเดียว ไอ้คนที่เป็นลูกอะไม่ควรพูดแนวคิดนี้กับพ่อแม่ เพราะมันจะดูไม่มีน้ำหนักทันที แถมดูเป็นคนเหี้ยด้วย ต้องให้คนนอกคนอื่นมาพูดแทนจะดูน่าเชื่อถือกว่า

708 Nameless Fanboi Posted ID:f+Ymu15QvI

>>707 หลักการ(วัฒนธรรมฝรั่ง)นี้
อย่าให้ลูกมาพูดไม่งั้นใครฟังก็ว่าลูกเหี้ยเกือบทุกคนล่ะวะ
เพราะวัฒนธรรมเอเชียมันมีเรื่องกตัญญูวางฐานไว้นานแล้ว

709 Nameless Fanboi Posted ID:Hl3VxMQ6NE

ถ้าพ่อเเม่ยังส่งมึงจบมหาลัย มึงก็ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรระยำเเบบนั้น เพราะยังไงก็โตมาได้เพราะเงินเขา

ยกเว้นกรณีที่มึงโดดเฉดไปให้คนเเก่เลี้ยง ถีบตัวเองจนหางานทำจนอยู่ตัวได้ เเล้วใครก็ไม่รู้มาทวงบุญคุณ อันนั้นล่ะค่อยพูด

710 Nameless Fanboi Posted ID:3gcEaPQ9Hy

>>709 ไม่เห็นพ่อแม่ตะวันตกมันจะเรียกร้องให้ลูกต้องกลับมาเลี้ยงเลยว่ะ

711 Nameless Fanboi Posted ID:sOevpiLSAb

>>710 ก็มีนะ แต่ไม่เคร่งแบบบ้านเรา

712 Nameless Fanboi Posted ID:8CWhxfYp.J

>>710 นั่นคือพวกเด็กฝรั่งที่ขึ้นม.ปลาย,มหาลัย ก็เริ่มหาที่อยู่เอง ทำงานพิเศษจ่ายค่าเช่าค่าเรียนเอง

เด็กไทยทำได้สักกี่รายล่ะ
จนหน่อยก็ เด็กผู้ชายก็แชร์ห้องเล่นยา เด็กผู้หญิงก็ไปเป็นผัวเจ้าของห้อง
พวกมีเงินพอก็ไม่กล้าให้ลูกเสี่ยง

713 Nameless Fanboi Posted ID:bHeuPpORJp

คนเอเชีย พ่อแม่ลูก อยู่เลี้ยงดูกันจนตาย
คนขาว ไล่ลูกออกจากบ้าน ตอนลูกจบ ม.ปลาย
คนดำ พ่อหนีหายไป ตั้งแต่ได้ข่าวว่าเมียตั้งครรภ์

714 Nameless Fanboi Posted ID:HuHIG0PxSH

>>710 1.ต้นทุนการศึกษาพวกฝรั่งในบางประเทศต่ำมาก
2. บางประเทศมีสวัสดิการเลี้ยงคนแก่
3. ฝรั่งมึงอยากเรียนสูงถ้าพ่อแม่จนเขาไม่ฝืนส่งให้เรียน ถ้ายังอยากเรียนมึงไปทำงานหาตังเรียนเอง
4. ประเทศไทยไม่มีไอ้ข้อ1-2ข้างบน และข้อ 3 ก็ไม่ จนก็ฝืนส่งให้เรียน แทบไม่มีเด็กออกมาทำงานส่งตัวเองเรียน มีแต่มาทำงานเลยเฉยๆ

ดังนั้นมึงก็ต้องดูด้วย บริบทไม่เหมือนกัน

715 Nameless Fanboi Posted ID:QUehNGjSr6

>>714 เออจริง

716 Nameless Fanboi Posted ID:QUehNGjSr6

หลังจากเจ๊ธิดา โพสต์เรื่องค่าตั๋วดูหนังในไทยแพงมากเป็นอันดับต้นของโลก เพื่อเทียบกับค่าแรงประชาชน แล้วฉันนำไปแชร์ต่อ
ปรากฏว่า มีคนไทยหลายคนแย้งทำนองว่า "แพงแบบนี้สิดี จะได้เป็นการสกรีนคน โรงจะได้มีแต่คนที่ดูดี ใครมีรายได้น้อยก็ไม่ต้องดู"

สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศนี้ แม้แต่การดูหนังยังแบ่งชนชั้นวรรณะ คนไทยถูกโรงหนังหลอกให้ชินกับความหรูหรา จนเข้าใจผิดว่า การดูหนังคือกิจกรรมสำหรับคนรวยคนมีเงิน คนจนไม่มีสิทธิเข้าโรง ราคาแพงแบบนี้สมเหตุสมผลแล้ว คนจนไปดูหนังกลางแปลง ไปโหลดเถื่อนดูโน่น อย่ามานั่งเก้าอี้ข้างฉันนะ ฉันเหม็นสาปคนจน

ทั้งๆที่ความจริง คนทุกชนชั้นควรมีสิทธิดูหนังอย่างเท่าเทียมกันไม่ใช่เหรอวะ ไม่ว่าจะเป็น พ่อค้าแม่ค้า ชาวไร่ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริการ เด็กนักเรียน หรือแม้แต่คนแก่ ก็ควรได้สิทธิดูหนังในโรงเหมือนกันไม่ใช่เหรอ

สงสารคนไทย ที่โดนโรงหนังทำให้ชินกับค่าตั๋วแพง แล้วหลอกให้คิดไปเองว่า การดูหนังในโรงคือกิจกรรมของคนมีเงิน

ที่เมืองนอก คนยากจนตามแหล่งเสื่อมโทรม ก็เห็นเดินไปซื้อตั๋วดูหนังกันปกติ

717 Nameless Fanboi Posted ID:bkrrbCgwEI

>>714
บางประเทศจบปริญญาแม่งก็เป็นคนไร้บ้านเรียกว่า"นินี"มั้ง

ต่างกับบ้านเราจบปริญญามึงก็ยังมีที่อาศัย

718 Nameless Fanboi Posted ID:oL4yVub3f+

>>716 รถเมล์กูยังขึ้นรถแอร์เลย ไม่อยากขึ้นรถร้อนเพราะจะเจอ Homeless ขึ้นมาอยู่เนืองๆ พวกนี้กลิ่นแรงมากเพราะไม่ได้อาบน้ำ กูผิดป่าววะ

719 Nameless Fanboi Posted ID:HuHIG0PxSH

>>718 มึงผิดละ โฮมเลสจะแอร์จะร้อนมันก็ขึ้นได้ ขึ้นไปกูไม่จ่ายซะอย่างก็เหมือนกัน มันอยู่ที่ความซวยของมึงว่าจะเจอรึไม่เจอแค่นั้น กูขึ้นรถแอร์เจอพวกตัวเหม็นออกบ่อย

720 Nameless Fanboi Posted ID:QUehNGjSr6

เคยได้ยินรองคณบดีคณะหนึ่ง บ้านท่านรวยอยู่แล้ว รวยมาก รับสายตอนคนโทรมายืมเงิน
.
คนยืม : อาจารย์ ขอยืมเงินหน่อย
.
ท่านรองฯ : ไม่มีค่ะ
.
คนยืม : อาจารย์ไม่มีได้ยังไง ขับเบนซ์มาสอน บ้านก็กิจการใหญ่โต
.
ท่านรองฯ : ไม่มีเวลาทวงค่ะ
=====
เจ็บ แซ่บ สุภาพ

721 Nameless Fanboi Posted ID:oL4yVub3f+

>>719 กูนั่งรถเมล์บ่อยๆ ตั้งกะเด็กๆ จนทำงานละ ไม่เคยเจอ Homeless ขึ้นรถแอร์นะ ทั้ง ขสมก. และเอกชน มีแต่ขึ้นรถร้อน กูเลยเลี่ยงๆ รถร้อนถ้าทำได้

722 Nameless Fanboi Posted ID:QUehNGjSr6

I was passed over for a promotion at Microsoft. It went to a co-worker that was new to the team. (He had been promised a promotion by his previous manager.) I told my manager that I was done at Microsoft.

They tried to convince me to stay. They gave me a promotion, a big raise and a Gold Star bonus - but it was too late.

Six months later I had a new job at Netflix and was making 2x my Microsoft salary.

Lessons learned:
- Always pay your employees as much as you can
- Give raises and promotions BEFORE your employees decide to leave
- Don't artificially limit the number of promotions you can give
- Tell them early and often how valuable they are to you

This experience inspired me to start Facet (www.facetdev.com). We help senior software developers, data scientists, QA engineers, PMs and designers find high-paying contract work from clients that understand your value.

#softwareengineering #startups #hr #management

723 Nameless Fanboi Posted ID:7YJhVN5AzX

>>719 ไม่จ่ายก็โดนเป๋าเมล์ฟาดนะโว้ย

724 Nameless Fanboi Posted ID:oL4yVub3f+

>>723 ส่วนใหญ่รถร้อน ขสมก. ถ้าขึ้นได้จะปล่อยไม่ต้องต่ายนะ แล้ว Homeless นี่ชอบไปนั่งเบาะหลัง แน่นอนพอไปนั่งปุ๊บ คนทั้งเบาะหลังและใกล้ๆ ก็จะออกมายืนกัน บางคนลงจากรถเลย แต่ถ้ารถร้อนเอกชน หึๆ อย่างที่มึงว่าแหละ เจอไล่ลงไม่ลงมีเรื่อง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ทันได้ขึ้นหรอก พวกใช้วิธีจอดเลยป้ายหรือก่อนถึงป้ายแล้วให้คนปกติทั่วไปเดินมาขึ้น ไม่ก็ยอมไม่รับ ผดส. ป้ายนั้นไปเลย แล้วป้ายนั้นก็จะร้างจนกว่า Homeless จะออกไป

725 Nameless Fanboi Posted ID:oL4yVub3f+

>>724 ไม่ต้องจ่าย*

726 Nameless Fanboi Posted ID:QUehNGjSr6

เพิ่งค้นพบเรื่องน่าตกใจจากการตระเวนกินราเมนในโตเกียว...
คือหลายร้านใช้วิธีการแบบ ‘2 men operate’ (เรียกเท่ๆ ไปงั้น)

คือทั้งการทำ การปรุง การตกแต่ง การเสิร์ฟ การจัดการคิว การสั่งอาหาร การเก็บเงิน การคลีนโต๊ะ ล้างจาน ใช้แค่คน 2 คนเท่านั้น!!!
โอเค ที่ญี่ปุ่นสั่งและจ่ายเงินผ่านตู้ก็จริง แต่งานอย่างอื่นมันก็ไม่น้อยนา

ยิ่งเมื่อวานที่ไป Hototogisu ร้านระดับมิชลิน 1 ดาวนะเหวย
มันก็ยังจะใช้คนแค่ 2 คน! ...และคือคนเพียบ แต่แกรันทุกอย่างได้สมูธมากๆ คนนึงดูแลคุ๊กกิ้งไปเลย คนนึงดูเซอวิสอย่างเดียว

เจออีกร้านนึง ก็คนต่อคิวเป็นสิบ แต่มีเจ้าของร้านทำคนเดียวทั้งร้านเฉย จานชามไม่ต้องล้างกันเลย แต่นับว่าจัดการดี

น่าสนใจตรงค่านิยมหรือแนวคิดแบบนี้มันปลูกฝังกันมายังไง
ถ้าเป็นกู จะคิดเรื่องเพิ่มคนก่อนแน่ๆ มาช่วยๆ กันเว้ย ยังไงก็เร็ว 555
แต่ทำไมเค้าเลือกการ Optimize Process ต่างๆ หรือ Automate task ที่เข้ามาก่อนเลยวะ

จริงอยู่ร้านแนวนี้จะที่นั่งน้อย 6-10 ที่ คนเยอะคงไม่ไหว แต่ชอบแนวคิดเรื่อง Quality over quantity อยู่ดีแหละ เห็นการจัดการทางนี้แล้วประทับใจตลอด

มันคือแนวคิดหรือองค์ความรู้วะ ไม่งั้นจะได้ไปลองศึกษา
ดูเหมือนง่าย... แต่แม่งไม่ง่ายแน่ๆ

727 Nameless Fanboi Posted ID:M4.cTzjGnC

>>726 อี๋ ติ่งโจรแคระ

728 Nameless Fanboi Posted ID:OZ/pH.beFd

>>726 มิตรสหายกั๊บ ถ้าอยากuseไทยwordอังกฤษwordเพื่อจะshowความsmartให้ชาวบ้านknow ก็ควรจะuseมันให้correctด้วยนะกั๊บ

Process optimizationกับTask automationกั๊บที่เป็นคำนาม Optimize ProcessกับAutomate taskเป็นverbกั๊บ

729 Nameless Fanboi Posted ID:b4AH9Wmqm6

>>728 อ่านแล้วขำเชี่ยๆ 555

730 Nameless Fanboi Posted ID:mlRxIjBBJS

>>728 มันมีคำว่า "การ" เป็นภาษาไทยอยู่ข้างหน้าละ ก็เหมือนแปลงกริยาให้เป็นนามแหละ อย่าปัญญาอ่อนจับผิดมากนักเลย

731 Nameless Fanboi Posted ID:RFqqsWhymS

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบคำว่า “hand-on experience” หมายถึงการเรียนรู้แบบที่จับต้องลองได้จริง เพราะอะไรครับ เพราะการเรียนรู้บางอย่างจะเป็น concepts ที่จับต้องไม่ได้เลย หากการสอนเป็นแบบ hand-on รัว ๆ นักเรียนนักศึกษาจะไม่สามารถเรียนรู้อะไรที่ต้องใช้ abstract thinking ได้เลยครับ ความสามารถในการเรียนรู้จะจำกัดจำเขี่ยมาก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ quantum computing นี่เองครับ ไม่ใกล้ไม่ไกล hand on ไม่ได้เลย

732 Nameless Fanboi Posted ID:IVW4B6Zunt

>>730 อัจฉริยะจริงๆ

733 Nameless Fanboi Posted ID:I361xVTR.9

>>730 งั้นทำไมไม่ผันในภาษาอังกฤษไปเลย รึแปลเป็นภาษาไทย

มีลิงตัวไหนบ้างใช้แกรมม่าการผันในภาษานึงแต่เขียนตัวโดนผันอีกภาษา

734 Nameless Fanboi Posted ID:SwlZbZxg7z

เห็นขบวนการ LGBT ประเทศนี้เคลื่อนไหวผลักดัน พรบ. คู่ชีวิตแล้วหัวร้อน ที่มึงควรทำคือการผลักดันแก้ประมวลกฎหมายแพ่ง ไม่ใช่ไปตรากฎหมายใหม่ LGBT ไม่ได้อยากด้อยกว่า หรือพิเศษกว่าใคร แต่ที่เราต้องการคือการที่รัฐปฏิบัติกับเราในฐานะที่เราเป็นพลเมืองคนหนึ่ง คน=คน #ยิ่งแบ่งแยกยิ่งแปลกแยก

735 Nameless Fanboi Posted ID:dzYVCVA7RS

>>734 แต่ LGBT ก็ควรคำนึงถึงความปรองดองของสังคมด้วยนะฮะ ที่นี่เอเชีย คนไม่ชอบเพศที่ 3 ก็ไม่น้อยนะ แม้จะเป็นเมืองไทยที่ได้ชื่อว่าเสรีกับ LGBT ที่สุดในทวีปนี้ก็เหอะ หัดดูอย่างไต้หวันบ้าง ศาล รธน. บอกว่าการห้ามเพศเดียวกันแต่งงานกันขัด รธน. รัฐบาลไต้หวันยังออก พรบ.คู่ชีวิต มาใช้เลยฮะ เพราะเขาไม่ต้องการหักดิบกับพวกอนุรักษ์นิยมจนสังคมแตกแยกฮะ

736 Nameless Fanboi Posted ID:cOslecUZUv

นี้ถ้าสิงคโปร์มี LGBT มาโวยวายจะโดนท่านลี เพิ่มโทษประหารไหม ประชากรยิ่งไม่พอใช้อยู่

737 Nameless Fanboi Posted ID:tOhWRj+bMt

- เหมือนคลิป beauty tips แต่จริงๆ พูดถึงค่ายกักกันมุสลิมในจีน
- เธอเล่าว่า ในค่ายมีทั้งการพรากครอบครัว ลักพาตัว ฆ่า ข่มขืน บังคับให้ทานหมู ให้เปลี่ยนศาสนา ถ้าไม่ทำตามจะถูกฆ่าทิ้ง
- “นี่คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ไม่มีใครพูดถึงมัน”
- เธอเคยลงคลิปนี้ใน tik tok และถูกบล็อกไปแล้ว

738 Nameless Fanboi Posted ID:pLB4ewFbNZ

>>737 พันดริ๊ฟชอบใจ

https://pantip.com/topic/38178699

แต่ถ้าไอ้กันทำ พันดริ๊ฟจะโมโหเป็นอย่างยิ่ง

739 Nameless Fanboi Posted ID:OVzswvKFGN

>>738 ก็เหมือนร่านฝรั่งไง ที่ค่ายกักตัวคนเข้าเมืองผิดกฏหมายแยกเด็กออกมา โวยวายกันจะเป็นจะตาย
พอเปิดสถิติดูปรากฏว่ามีเปอเซ็นต์ที่เด็กจะเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์มากกว่าเป็นครอบครัวกันจริงๆ

740 Nameless Fanboi Posted ID:dzYVCVA7RS

https://www.bbc.com/thai/international-50549263 รัฐโอไฮโอทำไมมีปัญหาค้ามนุษย์เยอะจังวะ อ่อ..เหยื่อก็คนอเมริกันนี่แหละไม่ใช่ต่างด้าว

741 Nameless Fanboi Posted ID:tOhWRj+bMt

ผมจึงมองว่าสังคมในปัจจุบันเด็กสมัยนี้ลำบากกว่าสมัยก่อนค่อนข้างเยอะ เพราะ 1. มีต้นทุนทางสังคมที่ต้องจ่าย และเสียเงินมากขึ้น เพื่อที่จะเข้าสังคม 2. ถูกบีบจากกระแสสังคมให้ต้องรีบเป็นคนประสบความสำเร็จ 3. ถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมาหลายปี จึงไม่แปลกที่จะมีกระแส ‘ของมันต้องมี’ เกิดขึ้น

742 Nameless Fanboi Posted ID:+Ch9L1b26c

อีสำนักวิจัย Asher & Lyric บอกว่าไทยไม่น่าอยู่สำหรับเกย์ เพราะไทยไม่มีกฏหมายเพื่อเกย์ แล้วให้เกรดแค่ D+ ส่วนประเทศที่มันให้เกรด A คือเป็นประเทศที่มีกฏหมายเพื่อชาวเกย์
ทำไมมึงไม่มองอีกมุมว่า ประเทศพวกนั้นเกย์โดนกระทืบตายห่าทุกวัน มันเลยต้องรีบออกกฏหมายคุ้มครองเกย์ เหมือนคุ้มครองแพนด้าอ่ะ
ส่วนประเทศที่ยังไม่ได้ออกกฏหมาย เพราะเกย์ประเทศเค้าอยู่กันสุขสบายดี เลยไม่ได้รีบเร่งออกกฏหมายเป็นวาระเร่งด่วน

743 Nameless Fanboi Posted ID:dzYVCVA7RS

>>741 ตามนั้น ตั้งแต่มี Social Media นี่คนหาความสุขยากกว่าเดิม เครียดมากขึ้นเพราะต้องเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา แต่เป็นกันหมดนะไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ จะเลิกเสพดราม่าก็ไม่ได้ กลัวถูกมองว่าตกเทรนด์

>>742 โคตรจริง และรวมถึงการแกล้งกันของเด็กๆ ด้วยนะ ในขณะที่บ้านเรามาแรงเอาตอน Cyberbully 2 ประเทศที่โคตรเจริญแม่งเถื่อนตั้งกะก่อนยุค Social Media ละ ปท.นึง คนโดนแกล้งไปฆ่าตัวตาย อีก ปท.กูลากปืนไปยิงแม่งทิ้งทั้งชั้นเรียนเลย โหดสัส

744 Nameless Fanboi Posted ID:f+yphYGxuc

มีคนเคยถามฉันว่า "ทำไมพี่หาแฟนไม่ได้ ทั้งๆที่พี่ทำงานในวงการบันเทิง วงการนี้น่าจะมีเกย์ให้เลือกเยอะ"

ฉันขอตอบว่า ในวงการบันเทิง คนที่ทำงานเบื้องหลัง ส่วนใหญ่มี 2 เพศคือ 1.เพศชายแท้ 2.เพศกะเทย คือ ออกแนวหญิงๆไปเลย เช่น พวกช่างแต่งหน้า ฝ่ายเสื้อผ้า ถ้าเป็นผู้กำกับ ก็จะเป็นแบบ ธัญญ์วาริน (ผู้กำกับ Incest in the Blackyards แห่งพรรคอนาคตใหม่) หรือ นุชชี่ (ผู้กำกับมะลิลา) ประมาณนั้น

เสป็คของฉันคือ เกย์แมนๆ หรือเกย์สาวนิดๆ แต่พวกนี้ก็มักจะไปเป็นดารานายแบบไปเลย ซึ่งพวกนี้ก็จะกินกันเอง ไม่มาสนใจคนทำงานเบื้องหลังไง ส่วนพวกเกย์แมนๆที่ทำงานเบื้องหลังจริงๆ (ซึ่งมีอยู่น้อยมากกก) ก็มักจะมีผัวมีเมียกันหมดแล้ว

ทีนี้ ปัญหาของฉันคือ อยากได้แฟนที่คุยภาษาเดียวกันรู้เรื่องด้วย เช่น เวลาฉันพูดเรื่องหนัง เรื่องธุรกิจภาพยนตร์ เรื่องการทำงานเบื้องหลัง อีกฝ่ายควรต้องเก็ท โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายนานเป็นสิบๆนาที (พออธิบายเสร็จแล้ว ก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี) นั่นแปลว่า คนๆนั้นก็ควรเป็นเกย์ที่ทำงานในวงการบันเทิงด้านใดด้านหนึ่ง หรือเรียนจบด้านฟิล์ม หรือสื่อสารมวลชน จริงมะ

(อย่างน้อย ก็ไม่ใช่เกย์ในวงการบันเทิงที่ออกแนวตลาดล่าง บ้าเรื่องซุบซิบดารา นั่งแดกยำเม้าท์เรื่องผัวๆเมียๆดาราอ่ะ นั่นก็ไม่เสป็คกู)

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงหาแฟนไม่ได้สักที

745 Nameless Fanboi Posted ID:tzb9++11I1

>>743 ถ้า โม่ง อยากมีความสุขก็ต้องรู้จักเลิกสนใจสายตาชาวบ้านกะเสียงนกเสียงกามั่งนะ ไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้ชีวิตแบบหาความเป็นตัวเองไม่เจอแบบนี้ไปตลอดน่ะแหล่ะ

746 Nameless Fanboi Posted ID:xCrDercLPP

ถ้าหนังถ้ำหลวงกำกับโดย​ อ๊อฟ​ พงพัด​ บทผู้ว่าคือนกฉัตร​ หมอภาคย์แน่นอนว่าหมองก้องอยู่แล้ว​ ตอนจบนกชายจะกอดรูปท่านไว้แนบอก​ พร้อมกล่าวว่าสำเร็จเพราะพระบารมี​ นสด.ทุกคนก้มกราบดิน​ กล้องแพนขึ้นฟ้า​ จับที่ก้อนเมฆคล้ายหน้าท่าน​ ตัวอักษรขึ้น​ จบบริบูรณ์

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

747 Nameless Fanboi Posted ID:4nicb7Yeg/

>>742 บอกแบบนี้นี่ไม่เคยเจอ
-เด็กกะเทยหัวโปกโดนครูสาดน้ำยาล้างจานใส่หน้า
-โดน ผอ. ข่มขู่ให้มายืนหน้าเสาธงแล้วไซโคว่าจะจับแก้ผ้าโชว์นมให้เพื่อนทั้ง รร. เห็น
-สถานศึกษา/สถานที่ราชการที่แต่งกายไม่ตรงกับเพศสภาพก็จะถูกเหยียดให้เป็นพลเมืองชั้น2ของชาติ
-ช่วงนึงของไทยราวๆ40-50ปีที่แล้วใครเป็นเพศที่สามจะถือว่าจิตผิดปกติ กดดันเด็กที่สงสัยว่าเป็นส่งเข้าค่ายธรรมะวิปริตหรือค่ายปลูกฝังสลิิ่ม
-เพศที่สามไทยเป็นได้แค่สีสันการบันเทิงเท่านั้น เป็นอย่างอื่นคือไม่ต้อนรับ

อาจจะไม่ทันไม่น่าแปลก แต่เจอแล้วรุ้สึกว่าปกติและยกยอต่อว่าชาติไทยนั้นเปิดกว้างแบบเดียวกับเปิดกว้างทางศาสนาทั้งๆที่ มรณสักขีวัดสองคอนเป็นยังไงก็รู้แสดงว่ากูกำลังเถียงกับสลิิิิิ่่ม ไม่สลิิิิ่มทั้งกายและใจก็สลิิิ่่่มฟอกขาวประเภทหนึ่ง จะฟอกเป็นสีส้มแล้วก็ไม่ต่างกันกับของoriginal

748 Nameless Fanboi Posted ID:wjKpZLp6wL

https://www.facebook.com/100000469373460/posts/3852650394760568?d=n&sfns=mo

749 Nameless Fanboi Posted ID:Qw9joTmHfx

>>747 แต่ถ้าเทียบพัฒนาการระหว่างไทยกับเอเชียด้วยกัน ไทยเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าจริงๆ นะ ย้อนไป 20 ปีก่อนคนดังๆ ไม่กล้าเปิดตัว แต่สมัยนี้เปิดกันเยอะสุดละ (กูโตทันยุคนั้นที่เพศที่ 3 โดนล้อแบบจริงจัง สมัยนี้ดีขึ้นเยอะ) แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่าที่นี่เอเชีย รากฐานเดิมแม่งแข็งกว่าตะวันตกเยอะ อีกอันก็อำนาจนิยม อันนี้ขนาด ปท. ที่เจริญกว่าเรา ดูภาพเป็น ปชต. แต่วัฒนธรรมองค์กรแม่ง SOTUS ยังฝังราก จนบางทีตกลงแล้วเอเชียนี่ต้องการ Human Rights จริงหรือเปล่า เพราะกูนึกไม่ออกเลยว่ามีประเทศไหนในทวีปนี้ที่แม่งเคารพหลักนี้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ปชต. หรือเผด็จการก็ตาม

750 Nameless Fanboi Posted ID:f+yphYGxuc

ผมเบื่อเวลาคนพูดว่า AI ไม่มีเจตจำนง (Will) คือคนสร้าง AI สามารถใส่เจตจำนงให้ AI ได้ครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ reinforcement learning เป็น AI แบบนึง ผู้สร้างก็ต้องสร้าง Reward & Goal ให้กับ AI นั่นก็คือ "เจตจำนง" แบบนึง

AI หิวไม่เป็น..? ถ้าผู้สร้างอยากทำให้ AI หิวได้ ก็แค่ใส่เจตจำนงนี้เข้าไป
AI ไม่รู้จักความเจ็บปวดและความกลัว..? ถ้าผู้สร้างอยากให้ AI เจ็บเป็น กลัวเป็น ก็ทำได้ครับ

คือถ้าจะพูดให้ถูก ต้องพูดว่า AI ไม่มีเจตจำนงเสรี (Free Will) แบบนี้ผมคิดว่าพอรับได้ (แต่เอาเข้าจริงเรื่องนี้ก็เถียงกันยาวอีกแหละ เพราะ Free Will ของ AI ก็อาจจะเกิดขึ้นได้อยู่ดี Random Will = Free Will..? ถ้ามองแบบนี้ผู้สร้าง AI ก็ไม่ต่างจากพระเจ้า และ AI ก็ไม่ได้ต่างจากมนุษย์หรอกครับ)

751 Nameless Fanboi Posted ID:1b9ap9Ur.R

>>750 กูไม่คิดว่าตอนนี้ AI กลัวเป็นนะ เพราะความกลัวเป็นอารมณ์ แล้วอารมณ์ก็ไม่มีเหตุผลเสมอ ถ้า AI มีอารมณ์ไม่ได้ ก็มีความกลัวไม่ได้เหมือนกัน

752 Nameless Fanboi Posted ID:KTGo1gZ6nH

Gen Y มีฝัน แต่ไม่มีเงิน ไม่รู้จักออม รู้จักแต่ "ของมันต้องมี"
Gen Y มีฝัน แต่ไม่มีเงิน ไม่มีให้ออม รู้จักแต่ "หนี้มันต้องมี"

.
อ่านรายงานข่าวชิ้นนี้ของ voice tv แล้วก็ต้องบอกว่าไม่มีอะไรใหม่ และไม่มีอะไรมากไปกว่าการถามความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ที่แน่นอนว่าจะโยนบาปกรรมทั้งหลายนั้นไปให้ "ปัจเจกบุคคล" ในแง่ที่พวกคุณมันตกอยู่ภายใต้ลัทธิบริโภคนิยม, ไม่รู้จักวางแผนทางการเงิน, ไม่รู้จักอดออม ฯลฯ

.
ข้อเสนอของผมง่ายมาก และอยากให้ทำความเข้าใจดังนี้

.
(1) ผมไม่เคยเสนอว่าเราไม่ต้องมีวินัยการเงิน หรือให้ใช้เงินแบบไร้การวางแผน แต่การจะพูดเรื่องวินัยทางการเงิน หรือการไม่ก่อหนี้นั้นไม่สามารถพูดลอยๆ เสมือนพวกหลักธรรมคำสอนที่ตัดขาดจากสภาพความเป็นจริงของโลกทางวัตถุได้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคือ แนวโน้มค่าจ้างค่าแรงของคนทำงานมีแนวโน้มลดต่ำลง (เป็นแนวโน้มที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลโดยตรงต่อ "มูลค่า" ของเงิน, ค่าครองชีพ, มูลค่าผลิตภาพที่เป็นจริง (productivity per hour), มูลค่าของสินค้าจำเป็นอย่างเช่น บ้าน รถยนต์ ฯลฯ) พร้อมกับที่ปริมาณการจ้างงานก็ลดต่ำลง ที่ร้ายแรงที่สุดคือ ราคาของการเข้าถึงการศึกษาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ - สำหรับกรณีประเทศไทย ในรอบ 10 - 15 ปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ทำการแปรรูปตัวเองออกนอกระบบ มีการปรับขึ้นค่าเทอมในบางคณะเกือบ 100% (ปรับตัวขึ้น 1 เท่าตัว) และในบางคณะมีการใข้ระบบค่าเทอมเหมาจ่าย นี่คือต้นทุนที่คนรุ่นใหม่ต้องจ่าย และแน่นอนหากเขาไม่มีเงินที่จะจ่ายสิ่งที่เขาต้องทำคือการกู้เงินมาเรียน และเป็นหนี้ตั้งแต่ตัวเองยังเรียนไม่จบ - นี่คือข้อเท็จจริงที่เราไม่ยกมาพูดกัน การเสนอเรื่อง "วินัยการเงิน" ลอยๆอาจทำให้คนพูดดูเป็นผู้มากบารมี มีวิสัยทัศน์ แต่พร้อมกันนั้นมันก็สะท้อนว่าคุณเองหลับตาข้างนึงและเอาแต่พร่ำสอนเรื่องศีลธรรมทางการเงินที่ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร

.
(2) ปัญหาของระบบเศรษฐกิจที่เราพบอยู่ในปัจจุบัน คือสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ที่กำลังจะพัฒนาต่อไปเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตอันใกล้ เป็นวิกฤตที่เรียกในภาษาแบบ Marxist ได้ว่า - วิกฤตของการผลิตจนล้นเกิน (overproduction crisis) - สภาพการณ์โดยทั่วไปของวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้คือการที่ตลาดมีสินค้าที่ถูกผลิตออกมาเยอะมากมายมหาศาล อันเนื่องมาจากพัฒนาการของ กำลังการผลิต (productive force) ที่ทันสมัย หากแต่ในทางเดียวกันนั้การเข้ามาของเทคโนโลยีการผลิตเหล่านี้ก็ทำให้การจ้างงานดลง นายทุนอุตสาหกรรมหันไปใช้เครื่องจักรแทนการจ้างงาน และเมื่อไม่มีการจ้างงาน คนจำนวนมากที่เป็นชนชั้นแรงงานย่อมไม่มีเงินสำหรับซื้อสินค้าที่ถูกผลิตออกมา ส่วนแรงงานที่ถูกจ้างต่อก็ถูกกดค่าจ้างค่าแรงจนไม่มีปัญญาจะซื้อสินค้าที่จำเป็นบางอย่างได้ (บ้าน, รถยนต์ ฯลฯ) สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือการสร้าง "กำลังซื้อเทียม" ผ่านระบบบัตรเครดิต และสินเชื่อ และนั่นคือการสร้าง "หนี้" ขึ้นมาควบคุมแรงงานสมัยใหม่

.
เมื่อสภาพการณ์เป็นเช่นนี้ สินค้าจำนวนมากขายไม่ได้ บรรดานายทุนอุตสาหกรรมนั้นย่อมทำการปิดโรงงานและย้ายเม็ดเงินของตนเองไปลงทุนในกิจการอื่นที่ทำกำไรได้ เช่น ตลาดการเงิน, ตลาดด้านโฆษณา ฯลฯ ที่ยิ่งเป็นการซ้ำเติมระบบเศรษฐกิจให้พังทลายลงเพราะการปิดโรงงานย่อมตามมาด้วยการเลิกจ้าง - ภาพรวมของเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นเช่นนี้ เป็นดังเช่นที่มาร์กซ์เคยทำนายเอาไว้เมื่อร้อยกว่าปีก่อน "คนรวยจะยิ่งร่ำรวยมากขึ้น คนจนจะยิ่งยากจนลง และชนชั้นกลางจะทยอยหายไปจนเหลือกลุ่มคนเพียงสองชนชั้น - ชนชั้นนายทุน และ ชนชั้นกรรมาชีพ"

.
พูดให้ถึงที่สุดสำหรับข้อเสนอของพวกเสรีนิยมใหม่ (neoliberalism) หรือพวกบูชาระบบทุนนิยม เรื่อง "การออม" หรือ "วินับการเงิน" นี่ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ใหม่มาก แนวคิดนี้มันมาพร้อมกับการเสนอให้ทำลายระบบรัฐสวัสดิการ แล้วให้ประชาชนไปเก็บออมเงินกันเอาเอง หาซื้อระบบประกันสุขภาพกันเอาเอง

.
ความตลกก็คือ ถ้าทุกคนเอาแต่ "ออมเงิน" กันหมดแบบที่พวกเสรีนิยมใหม่บอก ผลที่จะตามมาก็คือสินค้าของพวกนายทุนในตลาดก็จะขายไม่ได้ สุดท้ายสิ่งที่พวกนี้ทำเลยเป็นการลูบหน้าปะจมูกบอกว่า "ออมเงินได้ แต่ต้องเอามาซื้อสินค้าที่นายทุนผลิตด้วย"

.
ถ้าผมจำไม่ผิดมูลค่าทางการตลาดเมื่อปี 2018 เนี่ย การลงทุนในอุตสาหกรรมโฆษณามีมูลค่าสูงมาก ก็โฆษณากล่อมเกลาให้คนซื้อของขนาดนี้ พอคนซื้อของตามกระบวนการกล่อมเกกลาก็ยังกลับมาด่าคนซื้ออีก นี่คือพิษสงนึงของ "เสรีนิยมใหม่"

753 Nameless Fanboi Posted ID:pqf8BNM3w8

>>747 มันก็ผิดปกติจริงๆอ่ะนะ แต่มันต้องส่งไปให้จิตแพทย์ไม่ใช่ส่งไปเข้าค่ายล้างสมองรึเปล่าวะ? สมัยนี้ที่พยายามผลักดันให้เหล่าเพศที่สามเป็นคนปกตินี่สิแปลก ก็มันก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าสภาพจิตใจมันไม่ปกติ ที่สมควรพลักดันคือให้สังคมยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นและอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติมากกว่า แล้วคนที่แอนตี้เพศที่สามมันก็ไม่ได้หมายความว่ามันต้องเป็น หลิ่ม หรอกนะ ก็ขนาดระดับบิดา ปชต บ้านเราอย่าง อ.ปรีดี แกยังไม่เอาเพศที่สามเลย โม่งเอ๊ย

>>750 ง่ายมากก็อย่ายัด เจตจำนงเสรี ให้มันดิ สร้างไว้เป็นใต้ตีนให้กับเหล่ามนุษย์ไปตลอดกาลใครที่คิดกระแดะอยากจะใส่ free will ลงไปให้ไอ้พวกนี้ก็ต้องยัดข้อหากบฏต่อมวลมนุษยชาติแล้วล้างโคตรมันซะ! เชือดมันให้เหี้ยน!! ไอ้พวกปัญญาอ่อน!!! 555(หัวเราะแบบตัวร้ายหนังจีน)

754 Nameless Fanboi Posted ID:6DpiEn3RMF

>>747 บ้านเราถือว่าโปรเกรสซีฟแล้วนะ ที่มึงพูดคือน่าจะสัก 20-30 ปีก่อน เอาแค่ช่วงหลัง 40 หนังพูดถึงเกย์/กระเทยในสังคมเยอะมากๆ เซเลปก็เป็น lgbt กันเยอะ เทียบกับตะวันตกที่พึ่งตื่นตัวได้ 5-6 ปีนี่ก็ถือว่าไปไกลอยู่นะ
>>753 สมัยปรีดีนี่ในอเมริกาถ้ารู้ว่าเป็นเกย์โดนจับเข้าโบสถ์เอาบาทหลวงมาสวดไล่นะครับ 555

755 Nameless Fanboi Posted ID:pqf8BNM3w8

>>754 อ้าว เหรอวะ? กูเห็น อ.ปรีดี แกเขียนซะเอ็กไซต์มากๆดูแล้วรู้สึดว่าจานแกเหม็นขี้หน้าพวกนี้สุดชีวิต ที่แท้ก็เป็นกันทั้งโลกนี่เอง พ฿ดถึงเรื่อง LGBT ใน เมกา นี่เหมือนแม่งหาความสมดุลย์ไม่เจอเลยว่ะ เมื่อก่อนก็โหดร้ายจนน่ากลัวเดี๋ยวนี้ก็ปล่อยเกินจนไปกระะทบชาวบ้านไปหมด

756 Nameless Fanboi Posted ID:BZp4Ivg+mq

>>755 ก็นะนั่น จนบางทีกูยังคิดเลยว่าที่กระแส "หันขวา" มันมาในโลกตะวันตก เพราะพวกซ้ายได้ใจมากๆ อยากทำไรก็ทำจนคนที่ไม่ได้ซ้ายสุดๆ แบบนั้นเขาเอือมหรือเปล่า อีกอันก็ #MeToo ที่หลังๆ ฝรั่งมันก็เริ่มเถียงกันละวะว่า "แค่ไหน?" เพราะมันจะมีกลุ่มที่พยายามบอกว่าพฤติกรรมเจ้าชู้ของ ผช เข้าข่ายคุกคามทางเพศทุกกรณี

757 Nameless Fanboi Posted ID:l0yLDF5B7H

สมัยก่อนขวาจัดแม่งมะเร็ง แต่ปัจจุบันซ้ายจัดมะเร็งยิ่งกว่า มะเร็งสลับกันวนๆไป

758 Nameless Fanboi Posted ID:nrXOUGKI+d

Republican กะ Democrat มันถึงสลับกันได้เป็นปธน.ตลอดไง ไม่มีพรรคไหนเคยเป็นได้ติดกันสองคน (ยกเว้นตอน WW2 )

759 Nameless Fanboi Posted ID:j1t9FB86pB

อาชีพนักลงทุนดีอย่าง
AI จะมา แรงงานจะไป อาชีพนักลงทุนก็ไม่กระทบมากนัก
เราก็ยังสามารถ riding the trend ไปได้อีกนาน
ธุรกิจไหนดี เราก็เอาเงินซื้อ ขี่คอมันไปเรื่อยๆ
เพราะ AI (ยัง)ไม่สามารถตัดสินใจการลงทุนได้ดีเท่าคน

760 Nameless Fanboi Posted ID:3AH+VtQvoI

>>753 ผิดปกติแล้วกูถามจริงๆนะว่ามันทำให้สังคมมนุษย์ทั่วๆไปเดือดร้อนขนาดไหนเหรอวะ? ความผิดปกติทางธรรมชาตินี่มึงเคยหาไหมวะว่าในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่งสามารถเป็นโฮโมได้มากกว่า1,000กว่าสายพันธ์ุ มันเป็นรสนิยมมากกว่า แค่แม่งคนที่เป็นแบบนี้ควรแยกแยะให้ได้ว่าชอบแบบนี้ควรไปเข้าหาคนกลุ่มไหนและควบคุมตัวเองยังไง กูว่ากะลาห่านี่ปรับตัวไม่เร็วหรอก พวกร่านแอนตี้เพศที่สามนี่ต้องมีแนวคิดแบบไหนในหัวสมองนอกจากสลิิ่มวะ? มึงไปเชคตัวเองดีๆนะ มึงอาจจะเป็นสลิิ่มฟอกขาวชนิดนึงในสังคมไทยก็ได้ สมัยนี้แม่งป็นสลิิ่มประเภทนี้กันเยอะ แอนตี้พวกสลิิ่มที่เปิดตัวชัดๆแต่ตัวเองอ้าง ปชต. นั่นนี่คือมีมานานพอๆกับควยแดงFCแม้วอ่ะนะ

761 Nameless Fanboi Posted ID:pqf8BNM3w8

>>760 ลำบากตรงที่พวกมึงหลายคนพยายามยัดเยียดให้คนอื่นยอมรับพวกมึงว่าเป็น หญิงแท้ ชายแท้ นี่ล่ะ ตัวอย่างที่ไปทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนชัดๆก็เห็นได้จาก เมกาฯ นี่ล่ะ ชายแปลงเพศ เรียกร้องอยากเป็นหญิง อยากไปแข่งขันกับหญิงแท้ ตลกชิบหาย ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามึงเรียกร้องให้คนยอมรับในสิ่งที่มึงเป็นอันนี้มันไม่ได้เดือดร้อนใครซึ่งสังคมควรให้ความเข้าใจและสนับสนุนตรงนี้อยู่แล้ว ซึ่งมันก็ควรจะเป็นไปในแนวทางนี้เพราะคนมันเลือกเกิดไม่ได้

ส่วนเรื่องผิดปกติ เอ่อ ก็มันผิดปกติมันก็ต้องหาสาเหตุว่ามันมายังไง มีวิธีแก้ได้ไหม แก้ที่ว่าคือหมายถึงวิธีการไม่ให้เด็กเกิดมาแล้วมีอาการแบบนี้เป็นปัญหาแนวเดียวกับ เด็กเกิดมาร่างกายพิการ หรือ สมองมีปัญหา ใจเป็นหญิงตัวเป็นชาย หรือ ใจเป็นชายแต่ตัวเป็นหญิง ยังไงมันก็กระทบกับเด็กและถือเป็นปัญหาที่ต้องหาทางแก้กันให้ได้ในอนาคตซึ่งมันก็วิจัยกันอยู่

กูไม่อยากไปแลกลิ้นกะมึงไม่ได้หมายความว่ากูไปแอนตี้มึงนะ โม่ง ใจร่มๆ

762 Nameless Fanboi Posted ID:3AH+VtQvoI

>>754 ไม่อ่ะ ที่กูเล่ามาหลายส่วนมันเกิดในยุคหลังปี40นะ ไม่ได้progressiveเหี้ยไรเลย ดักดานเท่าเดิมนี่แหละ แต่เมืองไทยที่มันดูเปิดกว้างเพราะความบังเอิญLGBTชิงด่วนมีที่ยืนในวงการมายา สามารถแสดงตัวตนบนจอแก้วได้โดยที่ความสามารถแม่งจรัสดาวไล่ๆกับชายจริงหญิงแท้ไง เช่น ม้า อรนภา , เจินเจิน บุญสูงเนิน, มัม ลาโคนิก เงี้ย สมัยเด็กกูฟัง เห็น ผลงานเค้ายังชมเลยว่าทำออกมาตีตลาดคนดูได้ แล้วเมื่อคนวงการบันเทิงยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ เวลามีเรื่องแอนตี้เพศที่สามพวกสื่อวงการบันเทิงจะออกมาประนามอันดับต้นๆไง เพศที่สามในไทยมันapprovedได้เพราะการโทรทัศน์บ้านเรามันออกมาให้ที่ยืนจนพวกแอนตี้ต้องแอนตี้แบบเงียบๆแทนในสายงานอื่นอ่ะ
ขอบอกเพิ่มนะว่า
-เอาน้ำยาล้างจานสาดใส่หน้าเด็กกะเทยหัวโปกคือเพื่อนร่วมรุ่นใน รร. สมัยกูมัธยมเมื่อสิบปีที่แล้ว
-ข่มขู่ว่าจะให้ นร.กะเทยมาแก้ผ้าโชว์นมหน้าเสาธงจนดื่มยาฆ่าตัวตายนี่ก็ออกข่าวสมัยสรยุทธ์ยังอยู่ก็ตอนกู ม.4-ม.5
-BBC Thaiข่าวเรื่องครูเพศที่สามสอบข้าราชการแล้วเจอแรงกดดันภายในก็เห็นๆกันอยู่ หรืออีครูเพศที่สามมาทำงานเป็นอาจารย์ใน มธ. ไม่ได้จนต้องฟ้องร้องเป็นคดีความ
กูถึงได้บอกไงว่ามันไม่progressiveห่าไรหรอก ก็แค่สื่อบันเทิงไทยมันประโคมข่าวบ่อยๆว่าในสายงานนี้ เพศที่สามมีที่ยืนให้หากินได้อยู่นะไรงี้ ส่วนสายงานอื่นไม่มีหลักประกันห่าไร ทำมาหากินที่ไม่สอดคล้องกับงานบันเทิงคือถูกเหยียดหยามถูกเบียดเบียน ปล่อยเกาะเยี่ยงโรฮิงยาหมดแหละ

763 Nameless Fanboi Posted ID:3AH+VtQvoI

>>761 ไม่อ่ะ ไม่ได้คิดว่ามึงแอนตี้ แค่มึงมองว่ามันเริ่มมีปัญหามากขึ้นจากคนกลุ่มนี้ ....ต้องบอกว่าคนทุกกลุ่มแม่งก็สร้างปัญหาขึ้นมาได้ทั้งนั้น เรื่องที่LGBTเรียกร้องที่มึงว่าก็ไม่ได้เห็นด้วยแม่งหรอก บางทีเรียกร้องแล้วมันไม่ยอมคิดไงว่าจะมีปัญหาอะไรเพิ่มขึ้นมาไหม กูยังชวนคิดไปเลยว่า ไหนๆก็ไหนๆทำไมไม่ทำกีฬาสำหรับ LGBTขึ้นมาแทน เพศสภาพต้องแบบไหน ลักษณะปัจจุบันต้องยังไงถึงจะแข่งขันได้ก็ว่าไป อารมณ์เดียวกับMiss Tiffanyอ่ะ ไม่ใช่ไปบอกว่าร่างกายกับใจต่างกันคืออยากได้สิทธิ์เดียวกับคนที่เกิดมาตรงเพศสภาพแต่แรกแม่งมันไม่ใช่ มันต้องดูด้วยว่ายุคนี้มันหาอะไรมารองรับได้ไหม บางทีมันใหม่เกินจนคนจะรองรับให้ได้ กูเข้าใจร่างกายมันกลายเป็นอีกแบบแล้วจากการที่เลือกมาเป็นเพศทางเลือก
ในเคสที่ว่าน่หมายถึงพวกที่แปลงเพศไปแล้วนะ ไม่นับพวกที่อวัยวะยังอยู่ครบแต่ความชอบในเพศต่างกัน

764 Nameless Fanboi Posted ID:pqf8BNM3w8

>>763 อืม นี่ล่ะที่กูพูดถึง ความคิดแบบมึงอ่ะในเรปนี้อ่ะคือแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องสำหรับ ณ ปัจจุบัน อย่างน้อยๆก็สำหรับกูอ่ะนะ

อีกอย่างคือ กูเองก็ไม่ได้คิดว่าปัญหามันเริ่มมาจากคนกลุ่มนี้ โน ก็อย่างที่บอกคนเรามันเลือกเกิดไม่ได้และก็อย่างที่มึงพูดคนทุกกลุ่มมันมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ณ ปัจจุบันที่เป็นปัญห่ส่วนนึงคือกลุ่ม LGBT มันโดนกดมานานด้วยอันนี้ก็เข้าใจ

765 Nameless Fanboi Posted ID:VadL.FzS/Y

LGTVไทยที่มีบทบาทในวงการบันเทิงตอนนี้ก็กำลังสนับสนุนSลิ่มไม่ใช่เรอะ พอทำไปนานๆเข้าเดี๋ยวคอนเซอร์Sลิ่มก็เห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน = เลิกเหยียดเองแหละ

LGTVสายSลิ่มนี้วางแผนหมากรุกร้อยขั้น ฉลาดจริมๆ

766 Nameless Fanboi Posted ID:EMnK/d9w7X

ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่ว่าค่ารถไฟฟ้าแพง หรือตั๋วหนังแพง
แต่อยู่ที่ค่าแรงต่ำเกินไปต่างหาก
ค่าแรงต่ำ เนื่องจากผลิตภาพต่อผลงานต่ำ สร้างมูลค่าเพิ่มได้ต่ำ แต่สินค้านำเข้าไม่ลดลง
ค่าแรงต่ำ เนื่องจากต้นทุนการเงินสูง ส่วนต่างดอกเบี้ยการลงทุนสูง ค่าเช่าสูง ค่าธรรมเนียมสูง ลดไม่ได้ต้องกดค่าแรง แต่ธนาคารสถาบันการเงินกำไรปีละหลายหมื่นล้าน
ค่าแรงต่ำ เพราะถูกหลอกและหลอกกันเองให้เชื่อว่าขึ้นค่าแรงแล้วของจะแพงตลอดไป
หน้าที่ของรัฐคือสร้างผลิตภาพ ควบคุมต้นทุนการเงิน ภาษี ลดค่าธรรมเนียม สร้างความสะดวก ให้คนมั่งมีจ่ายค่าแรงสูง
ไม่ใช่ไปกดราคาอุดหนุนสินค้ารายตัว

767 Nameless Fanboi Posted ID:tWJpVKLhlN

>>766 ตามหลักแล้วคนเราควรพัฒนาตัวเองให้ทำงานมากกว่างานค่าแรงขั้นต่ำนะ ค่าแรงขั้นต่ำมีไว้เพื่อให้คนไร้ความสามารถอยู่ได้โดยไม่อดตาย ไม่ใช่ให้เกาะติดค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วิธีคิดมันผิดมากๆ

768 Nameless Fanboi Posted ID:EMnK/d9w7X

>>767 อันนี้หลักการจากไหน

769 Nameless Fanboi Posted ID:xfW/510ZND

>>768 การศึกษา ฟังชั่นหลักมีเพื่อให้คนมีความรู้ทำงานได้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าอิงค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียว เราก็ไม่ต้องเรียนเพื่อทำงานก็ได้ ยึดติดกับการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำไปตลอด

ไม่เคยได้ยินเหรอว่าเรียนสูงๆ เพื่อทำงานดีๆ คนเมกาถึงกระเสือกกระสนเข้าไอวี่ลีก บางสาขาจบมาค่าแรงมากกว่าค่าแรงเฉลี่ยนคนจบใหม่ 3 เท่าตัว บางประเทศไม่มีค่าแรงขั้นต่ำด้วยซ้ำ มีแต่ค่าแรงเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามคุณภสพประชากร

770 Nameless Fanboi Posted ID:043cbZC8gT

>>766 พวกค่าแรงขั้นต่ำวันนึงจะโดนหุ่นยนต์แย่งงานไปหมดเพราะค่าแรงหุ่นยนต์น้อยกว่า ปรับค่าแรงสูงขึ้นหุ่นยนต์จะยิ่งมาไวนะรู้มั้ย

771 Nameless Fanboi Posted ID:EMnK/d9w7X

>>769 ไม่แน่ใจที่มา พูดถึงค่าแรงทั้งหมดรึเปล่า เพราะเขาไม่ได้ใช้คำว่าค่าแรงขั้นต่ำ

772 Nameless Fanboi Posted ID:SYPPDoIWG.

>>770 หุ่นยนต์ไม่ได้มาเพราะค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียว
หุ่นยนต์ ไม่ลาป่วย ลาเที่ยว ไม่หยุด ไม่ประท้วง นั้นคือทำไมหุ่นยนต์ถึงดี
แต่ถ้าบอกว่า ขึ้นค่าแรงแล้วหุ่นยนต์จะมามันไม่ใช่
เพราะหุ่นยนต์มันมานานแล้ว และไม่ใช่แค่เรื่องเงิน

และแน่นอน หากวันไหนที่ บ ในไทยเริ่มติดใจหุ่นยนต์จนลงทุนกับมันมากกว่านี้
กูคิดว่าต่อให้เก่งหรือเรียกค่าแรงถูกแค่ไหนมึงก็แพ้หุ่นยนต์นอกจากมึงจะเป็นคนสร้างมัน

773 Nameless Fanboi Posted ID:HdPnAKRX/2

>>772 ถ้าค่าแรงมันขึ้นจนหุ่นยนต์มีจุดคุ้มทุนกว่านี้ บ.น่าจะตัดสินใจง่ายขึ้นนะ ประเทศที่หุ่นล้ำๆ ส่วนใหญ่ค่าแรงสูงจนจ้างหุ่นคุ้มกว่าด้วย

774 Nameless Fanboi Posted ID:oSHNapnREF

>>772 ตามนั้น ถ้าตามหลักทุนนิยม "ลงทุนต่ำสุดเพื่อกำไรสูสุด" ฉะนั้นจะแรงงานไร้ฝีมือหรือระดับโคตร Expert ยังไงก็ความเป็นมนุษย์ก็มีปัญหา เรียกร้องค่าจ้าง วันหยุดวันลา มีป่วย มีแก่ จะให้ออกก็ต้องจ่ายชดเชย เกษียณก็ต้องมีบำเหน็จบำนาญ แต่เครื่องจักรไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ มันไม่หิว ไม่เหนื่อย พังก็แค่ซ่อม ตกรุ่นก็เอาไปทำลายทิ้ง เพียงแต่ที่ผ่านมาเครื่องจักรมันยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้มากเท่าไร คนเลยยังไม่ค่อยตกงานกัน แต่พอ AI มันก้าวหน้ามากๆ แบบตอนนี้นี่แหละ คนเลยกลัวกันเพราะทุกอาชีพเสี่ยงตกงานได้หมด

775 Nameless Fanboi Posted ID:Zc9gM9H+sm

>>774
ทุกอาชีพคงไม่มั้ง
งานที่ใช้อารมณ์ยังไงหุ่นยนต์ก็ทำไม่ได้

มึงคิดว่าจะมีหุ่นยนต์ทำอาหารอร่อยสู้เชฟมือหนึ่งได้ไหม

776 Nameless Fanboi Posted ID:yMb65odXC5

>>775 ทำไมจะทำไม่ได้วะแค่รู้สูตรก็ทำได้หมดแหละ

777 Nameless Fanboi Posted ID:Zc9gM9H+sm

>>776
แสดงว่ามึงยังไม่เข้าใจอยู่ดี แค่รู้สูตรมันไม่พอหรอกน่ะ อาหารน่ะพัฒนาตลอด
มึงคิดว่าไอ้A. I. จะพัฒนาได้ไหม?

778 Nameless Fanboi Posted ID:iPuu7miRx6

>>777 พัฒนาได้สิ

779 Nameless Fanboi Posted ID:FhENVKzRNL

สินค้าหรือบริการแบบ Mass ทั้งหลาย AI แทนได้หมดละ คิดว่าจเหลือสักกี่คนที่จะมีงานทำล่ะ

780 Nameless Fanboi Posted ID:7whTfs4PGz

อวสานระบบบำนาญ

อ่านข่าวเรื่องระบบบำนาญดีสุดในโลกของเนเธอแลนด์กำลังล่มสลาย สาเหตุเพราะอัตราการเกิดที่ต่ำ มาพร้อมกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นจาก aging society ซ้ำด้วยผลตอบแทนจากดอกเบี้ยพันธบัตรติดลบในยุโรป ทำให้กองทุนบำนาญของเนเธอแลนด์ประสบภาวะ shortage จนอาจจะต้องลดบำนาญ หรือเรียกเก็บเงินสมทบมากขึ้น

ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ผมจะเล่าให้ฟังเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหม่ของโลกที่อาจจะเกิดจากการล่มสลายของระบบบำนาญและรัฐสวัสดิการที่ล้มเหลว ที่งาน Ava Charity Course เป็นคอร์สการกุศลนำเงินรายได้ช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ขาดแคลนโอกาส ถ้าสนใจดูรายละเอียดได้ตามลิงค์นี้ครับ http://ava.fund/charity

พูดถึงเรื่องนี้แล้วผมคิดว่าคนให้ความสำคัญกับปัญหาที่รออยู่น้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็นมาก ประกันสังคมของไทยขอเก็บเงินสมทบเพิ่ม ก็เห็นคนไทยโพสด่ากันเต็มไปหมด

จริงๆ ผมพูดถึงปัญหาเรื่อง pension fund ทั่วโลกมีแนวโน้มจะขาดดุลหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงความเสี่ยงที่จะล้มละลายมาหลายครั้งในรอบ 3 ปีนี้ ไม่ว่าจะเนเธอแลนด์ตามข่าว หรือญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งประเทศไทย

ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะ pension fund คือกลไกที่ใช้หลักคิดของระบบสังคมนิยมมาค้ำยันระบบทุนนิยมให้ยืนอยู่ได้ในภาวะที่ความมั่งคั่งถูกถ่ายเทไปสู่คนรวยมากขึ้นเรื่อยๆ

หากกลไกนี้ล่มสลาย ปัญหาของเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ้นจะยิ่งใหญ่และรุนแรงมาก เพราะรอบนี้ปัญหาจะเกิดกับคนจำนวนมาก (เมื่อเทียบกับ subprime หรือ dot com bubble ที่เกิดกับคนกลุ่มเล็กๆ)

เมื่อคนรากหญ้า ไม่เหลือสวัสดิการที่จะช่วยค้ำจุนชีวิต การเรียกร้องการช่วยเหลือจากภาครัฐ และการแตกหักกับนายทุนจะเกิดขึ้น (คุ้นๆ มั้ยครับ เรื่องนี้มาร์กซพูดมานานแล้ว แล้วก็โดนชาวทุนนิยมดูถูกมาเป็นร้อยปี)

เราดูกรณีศึกษาจากฮ่องกงเป็นตัวอย่าง เมื่อประชาชนไม่ยอมรับกับระบบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ เมื่อนั้นความวุ่นวายจะบังเกิด รัฐที่สูญเสียความเชื่อมั่น จะเป็นตัวจุดชนวนให้ระบบเศรษฐกิจล่มสลาย

เราเห็นมาตลอดว่า สหรัฐอเมริกาพิมพ์เงิน ยูโรปพิมพ์เงิน ญี่ปุ่นพิมพ์เงิน แต่ทำไมสกุลเงินยังแข็งแรง ไม่เกิดอภิมหาเงินเฟ้อแบบที่กลัวกัน

สาเหตุหลักๆ เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นในรัฐยังคงอยู่

แต่เมื่อไหร่ที่วิกฤติ pension fund เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นในรัฐจะสูญสลายหายไปเร็วมาก และเมื่อนั้นบาปที่สะสมจากการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ neo-keynesian ไม่ลืมหูลืมตา มันจะย้อนกลับมาทำร้ายรัฐบาล

และเมื่อนั้นการล่มสลายของระบบเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ก็จะตามมา

=====

ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส เมื่อเราเห็นปัญหาของระบบบำนาญทั่วโลกอย่างชัดเจนขนาดนี้แล้ว สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อเอาตัวรอดและสร้างผลตอบแทนในการลงทุนคืออะไร..?

มาฟังกันที่งาน Ava Charity Course วันที่ 14 ธันวาคมนี้ครับ ลงทะเบียนได้ที่นี่ http://ava.fund/charity

781 Nameless Fanboi Posted ID:B24SsCpb0C

คุณธนินท์เน้นย้ำ 3 ข้อให้ผมฟัง (ซึ่งผมมาอ่านเจอภายหลังในหนังสือ #ความสำเร็จดีใจได้วันเดียว ที่ท่านมอบมาให้ด้วย) จะทำอะไรขอให้คิดถึงประโยชน์ 3 ข้อ...

1. ประเทศได้อะไร ? (ไม่ว่าจะทำธุรกิจในไทยหรือไปประเทศไหน ?)
2. ประชาชนในประเทศ (นั้นๆ) ได้อะไร ?

แล้วจึงค่อยมาคิดถึงข้อ 3. คือบริษัทจะได้อะไร ?

ธุรกิจของท่านคนเยอะครับ เลี้ยงเฉพาะพนักงานก็ 2 หมื่นกว่าคน ซัพพลายเออร์ และวงศ์วานการจ้างงานอีกนับล้าน ... ต้นทุนทั้งนั้น ผมเองมองภาพออกเพราะทุกวันนี้เซ็นเช็กจ่ายเงินเดือนเงินลูกน้อง 40 คนเดือนละ 2 ล้านก็พอเข้าใจได้ว่า “การหาเงินเข้า” มันเป็นเรื่องสำคัญและนิ่งนอนใจไม่ได้ เนื่องจาก “ต้นทุนที่แพงที่สุดของการทำธุรกิจคือเวลา”

782 Nameless Fanboi Posted ID:7whTfs4PGz

อิหยังวะ 😑
รัฐออกมาตรการคืนเงินดาวน์ 50,000 ให้คนผ่อนดาวน์ซื้อบ้าน จำกัดที่ 100,000 คน ... คือนี่เมาหมัดหรือ คิดอะไรไม่ได้ ถึงได้เอาเงิน 5 พันล้านมาละลายโดยหวังว่าจะช่วยภาคอสังหาได้? คนเขาดาวน์ไปแล้ว หรือต้องการซื้อบ้านเป็นหนี้ 25 ปี เรื่องดาวน์ไม่ต้องไปยุ่งก็ได้ ... ให้เขามีวินัยผ่อนดาวน์ไป

แต่อิมาตรการที่กำลังทำลายภาคอสังหาตอนนี้ คือ LTV ที่พวกคุณออกไว้ มาตรการที่มีช่องโหว่เลอะเทอะมากมาย คนจะซื้อบ้านต้องมีเงินสด สองสามแสนขึ้นไป ทำไมไม่ไปช่วยปรับช่วยดูหน่อยครับ มันจะแก้ตรงประเด็นกว่าไหม

ปีนี้เราภาคเอกชนดิ้นรนกันแทบตาย เพื่อให้ธุรกิจมันอยู่รอดได้ เอกชนภาคอสังหาสร้างอาชีพและมีเม็ดเงินหมุนเวียนเท่าไรครับ มันไม่สำคัญจน พวกคุณไม่สนใจ ทำงานหยาบกันเหมือนนักศึกษาฝึกงานที่ไม่รู้ฟ้ารู้เหวอะไรเลย ต่างคนต่างออกนโยบายมามั่วซั่วไปหมด โดยไม่มีใครแตะที่ปัญหาจริงเลย

คนรู้จริงที่อยู่ในธุรกิจอสังหา คุณก็ไม่ฟังเขา จัดเวที เข้าพูดคุยกันกี่ทีแล้ว ก็คิดได้แค่นี้ รัฐ ราชการ ธปท ต้องบูรณาการกันเพื่อชาตินะครับ ไม่ใช่มีวาระตัวใครตัวมัน

คุณ ธปท คุณต้องทำเพื่อประชาชน ประเทศชาติ ไม่ใช่ออกมาตรการมาเซฟธนาคารพาณิชย์ ออกมาแต่ละอย่าง ประชาชน ผู้ประกอบการเจ็บตลอด แต่ไม่แตะธนาคารเลย ทั้งที่ตรงนั้น คือหนึ่งในตัวสร้างปัญหาเช่นกัน

ธปท รู้หรือไม่ว่าประเทศเราเป็นตลาดเสรี คนทำอสังหา รันฟีส กันทุกคน ตรงไหนซัพพลายเยอะ เขาหยุดสร้างกันเอง แถมแบงค์ไม่ปล่อยกู้โครงการแต่แรก โดยระบบแล้วมันคุมมันคานกันเองอย่างเป็นธรรมชาติ...คุณออก LTV มาเพื่อ? อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกคุณเข้าใจกระบวนการพัฒนาอสังหาแค่ไหนนะ?

หรือมันจะเป็นอย่างที่เขาพูดและคิดกันว่า ... มันจบสิ้นแล้วประเทศไทย #เอะอะแจกเงิน

783 Nameless Fanboi Posted ID:7whTfs4PGz

ในฐานะอดีตข้าราชการทหาร ขอออกความเห็นเล็กน้อยนะครับเกี่ยวกับการยกเลิกระบบเกณฑ์ทหาร

คือผมเชื่อว่าการรับสมัครโดยตรงเป็นการฟิลเตอร์ที่ดีนะ เพราะกองทัพจะได้ผู้ที่ประสงค์อยากเป็นทหารโดยตรง ภาพรวมจึงทำให้คุณภาพของกองทัพดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประเทศเราก็มีระบบการรับสมัครอยู่แล้วนะ ซึ่งถ้าหากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าจำนวนผู้สมัครในแต่ละปีไม่เพียงพอต่อความต้องการกำลังพล (ปีนึงประมาณ 100,000 คนโดยเฉลี่ย)

ผมเข้าใจสิ่งที่คุณธนาธรต้องการนำเสนอนะ แต่การจะปรับปรุงโครงสร้างทั้งหมดจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาทิเช่น อาจมีการเพิ่มผลตอบแทนราย (เงินเดือน)สำหรับผู้ที่สมัครใจแล้วดูว่าสามารถกระตุ้นจำนวนผู้สมัครเพิ่มขึ้นในแต่ละปีได้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากกระตุ้นได้เราจึงค่อยเปลี่ยนแปลงระบบอย่างค่อยเป็นค่อยไปซึ่งน่าจะดีกว่าการหักด้ามพร้าด้วยเข่า

ผมเห็นด้วยกับประเด็นที่ว่า การรับสมัครทหารโดยตรงจะแก้ปัญหาอัตราว่างงาน แต่ในปัจจุบันนี้เราก็ต้องเข้าใจเช่นกันว่าระบบการศึกษาของเราในปัจจุบันผลิตบุคลากรที่มีมีคุณภาพลดลง ซึ่งจะเป็นการดีถ้าหากเราแก้ไขที่ระบบการศึกษาก่อน (ผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าปริญญา (ตรี โท เอก) ในประเทศไทยไม่สามารถใช้สมัครงานในทวีปยุโรปนอกเหนือจากที่ระบุเอาไว้เท่านั้น)

ด้วยเหตุผลดังกล่าว มันจะเป็นการดีกว่าถ้าหากเราเริ่มต้นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งถ้าหากผมมีอำนาจแก้ไขกฏระเบียบของกระทรวงกลาโหม ผมเองก็จะเลือกใช้วิธีเพิ่มแรงจูงใจ เมื่อเราได้ตัวเลขอัตรารับสมัครเป็นที่น่าพอใจแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนแปลงก็ยังไม่สายไป

สำหรับในเรื่องอัตราว่างงาน ผมคิดว่าเราควรเพิ่มคุณภาพการศึกษาด้วยการรื้อโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ผมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ของเรามีศักยภาพที่ไม่แพ้ชาติใด เพียงแต่เราต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้ก้าวทันโลก ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ (รวมถึงความเข้มงวดต่อการจบหลักสูตรด้วยเข่นกัน) หากทำได้ ผมเขื่อว่าเราจะเป็นฮับส่งออกบัณฑิตที่มีคุณภาพเข่นเดียวกับประเทศสิงคโปร์ แล้วปัญหาการว่างงานจะลดน้อยลง

ดร.เอก ดำเนินเกษม

784 Nameless Fanboi Posted ID:x4nUNL7fxq

ได้ยินคนแก่ชอบบ่นคนเจนวายบ่อยๆ ว่าใช้เงินเกินตัว ไม่ออม เพราะเป็นพวกรักสบาย วัตถุนิยม บลาๆ

วันนี้เจอบทความของ Foreign Policy บอกว่าจริงๆ เหตุผลมันลึกซึ้งกว่านั้นมาก ส่วนนึงคือคนรุ่นใหม่ต้องซื้อความสุขในสังคมที่กดดัน แถมหมดหวังกับการออม เพราะคนรุ่นก่อนสร้างความเหลื่อมล้ำไว้สูงมาก

785 Nameless Fanboi Posted ID:x4nUNL7fxq

บทความยกวัยรุ่นเกาหลีใต้เป็นตัวอย่าง เพราะสังคมเกาหลีกดดันมาก เหลื่อมล้ำสูง อัตราฆ่าตัวตายและช่องว่างทางรายได้สูงอันดับต้นๆ ใน OECD

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเลยเกิดคำใหม่ในเกาหลีคือ "시발비용" หรือ shibal biyong แปลว่า fuck-it expense แปลเป็นไทยก็คือการใช้เงินแบบช่างแม่งจ่ายๆ ไปเถอะ

786 Nameless Fanboi Posted ID:x4nUNL7fxq

คาดว่าภายในปี 2020 คนเจนวายเกาหลีใต้จะ shibal biyong กันจนแซงการจับจ่ายของคนเบบี้บูม แม้จะมีรายได้ต่ำกว่ามาก

แต่ในอีกมุมนึง วัยรุ่นเกาหลีใต้ 46% เชื่อว่าการซื้อบ้านจะต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปีหรืออาจเป็นไปไม่ได้เลย และสาเหตุการเสียชีวิตของคนอายุ 20-29 ปีเกือบครึ่งเป็นการฆ่าตัวตาย

787 Nameless Fanboi Posted ID:x4nUNL7fxq

Shibal biyong แทรกเข้าไปอยู่ใน pup culture เกาหลีใต้มากมาย ที่ดังๆ คือหนังสือขายดีชื่อว่า "죽고 싶지만 떡볶이는 먹고 싶어" แปลว่า I want to die but want to eat tteokbokki. (ฉันอยากตายแต่ก็อยากกินต๊อกโบกี)

แม้แต่วง BTS เองก็มีเพลงชื่อ "Go-Go" เนื้อหาพูดเกี่ยวกับประเด็นนี้เช่นกัน

788 Nameless Fanboi Posted ID:R2mBfMo9/y

>>784-787
>เป็นโม่งเจนY
>ไปเอาบทความจากทวิตเตอร์มาแปะ จะปกป้องเจนY
>ไม่มีความอดทนมากพอที่จะเอาทุกทวิตมาแปะในคอมเมนต์เดียว ต้องสแปมสี่คอมเมนต์

irony

789 Nameless Fanboi Posted ID:PMrP2Pjo8y

ทำเป็นเล่น มันมีพูดถึงเรื่องพวกนี้ไปทั่วโลกจริงๆ นะ ทำนองคน Gen Y-Z คือคนรุ่นที่ซวยที่สุด เพราะไม่สามารถหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัวได้ง่ายๆ แบบคนรุ่นพ่อแม่อีกแล้ว แถมสิ่งแวดล้อมยังโคตรแย่อีก

Millenial worst genaration ลองไปค้นดู มีบทความที่พูดเรื่องนี้ไว้เยอะอยู่

790 Nameless Fanboi Posted ID:x4nUNL7fxq

เป็นลูกจ้างประจำก็ไม่ได้เลวร้ายมาก แต่บอกตรงๆว่าไม่ดีเท่าราชการจริงๆละค่ะ
อนึ่ง
ร้านยาโอกาสเป็นเจ้าของกิจการคงยากหน่อยนะ เพราะต้องชนกะโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ ถ้าบ้านไม่รวยมาก อดจ้า สำรองเงินไว้เลยค่ะ ห้าล้าน เอาไว้อัดยา สต๊อกยา เอางี้ คุณต้องชนกะบู๊ทส์ ซีพี บิ๊กซี เออ ทุกเจ้าสัว โอเคมะ
.
แต่ถ้าไม่มีเงิน
ทนๆเป็นลูกจ้างหน่อยละกันค่ะ
.
แต่ถ้าอนาคตจบมาเยอะ คงโดนกดราคา ละอายุถึงสามห้าเมื่อไหร่ เอกชนคงเลิกจ้าง ทั้งงานร้านยาและ รพ เอกชน เพราะมีตัวเลือกใหม่ๆ ค่าแรงไม่ต้องปรับขึ้นด้วยค่ะ แล้วเด็กๆเชียร์ขายอาหารเสริม มันดูเฟรชกว่าแก่ๆหน้าโทรมๆนะ อันนี้บอกเลย เว้นแต่คุณสวยมากกกกกก
.
เว้นแต่ถ้าผลักดันให้ใช้ระบบใบสั่งยาได้แบบต่างประเทศ ก็จะดีงาม เพราะเด็กๆจะได้ค่าแรงเต็มที่ ไม่โดนบังคับทำยอด ยัดเยียดยา อาหารเสริม คือทำหน้าที่เภสัชกรร้านยาได้แบบยุโรป เมกาเลยค่ะ อันนี้ค่อนข้างลางเลือนค่ะ ไม่คิดว่าเป็นไปได้ในยี่สิบปีนี้
.
ทางออกคือ เปลี่ยนสายอาชีพ แต่ถ้ายังอยากทำงานนี้แล้วรายได้ดี มีเวลาหลั่นล้า
.
แนะนำให้ไปทำงานยุโรป อเมริกาค่ะ ถ้าเก่งพอสอบได้นะคะ แต่โหดเอาการ ย้ำว่าโหดดดดดดดดดด
คือสารพัดสอบเลย เห็นละเหนื่อย ภาษาไม่ดีก็ตายเช่นกัน ค่าสอบ ค่าใช้จ่าย ค่าเรียนเสริมก็โหด
ถ้าจะไป จบปุ๊บอัพเดทตัวเองเลย วางแผนสอบให้ได้ในสามปีห้าปี ไม่ใช่รอๆๆๆ จนแก่ละจะย้าย ความรู้ไม่ค่อยพอ
ละต้องมืออาชีพ คือคุณต้องรู้รอบตัวด้วย อย่างสมมติให้เตรียมยา ต้องทำให้ได้
คนไข้เดินเข้ามายื่นใบสั่ง คุณยื่นให้เค้าเลย เรามีสี่ยี่ห้อ ต่างกันยังไง ถ้าเจอคนถามกลไกยา ต้องอธิบายภาษาคนให้เค้าได้นะ ถามอะไรตอบได้หมด เภสัชโง่ๆไม่มีที่อยู่ในประเทศพัฒนา โอเคนะ ทำตัวแบบหมอตี๋เมืองไทย ตายไปเท๊อะ
.
ดีแค่ไหน
เอางี้นะคะ คือทำงานไม่กี่ปีคุณถอยบ้านริมทะเลสาบ สปอร์ตคาร์ได้เลยอะ...
ไอ้เรือ่งโดนซู มันไม่ได้เลวร้ายขนาดหมออะคุณ งานเภสัชจัดว่าชิลมากกกก เทียบกะทันตะ หมอ ทนาย อื่นๆ
รายรับงาม มีเวลาให้ครอบครัวค่ะ
.
อนึ่ง ลูกเพื่อนแม่จบเมกา ทำงานเป็นเภสัชนี่แหละ อยู่ซานฟราน
ซื้อบ้านได้ละ ขนาดซื้อในเมืองที่ค่าครองชีพสูงระห่ำนะ

791 Nameless Fanboi Posted ID:ArZ6NOHk2z

>>789 not applicable to Thailand
ที่โน่นมันเหี้ยเพราะคัลเจอร์พ่อแม่ไม่เลี้ยงหลัง 18 พอสภาพสังคมเปลี่ยนเลยซวย ทั้งค่าการศึกษาที่พุ่งกระฉูด และค่าที่อยู่อาศัยเพราะคนและไปอัดกันในเมืองหมด
ในไทยไม่มีผล คัลเจอร์ที่นี่ชนชั้นกลางพ่อแม่แม่งคือเฮลิคอปเตอร์พาเรนท์กันหมด ภาษีมรดกก็ไม่มี สภาพเศรฐกิจก็ดีกว่ายุคพ่อแม่ที่ประเทศแม่งเพิ่งตั้งไข่

792 Nameless Fanboi Posted ID:hEsXIJBfWl

เล่าเรื่องวงการการ์ตูนไทยฮ่ะ คือ เมื่อต้นปี กูเคยมีไอเดียจะของบกระทรวงวัฒฯ ทำสารคดีเกี่ยวกับการ์ตูนไทย เลยไปสัมภาษณ์พวกบรรณาธิการหนังสือการ์ตูนไทยยุคปัจจุบันหลายๆคน เพื่อเอามาเป็นข้อมูล ผลคือ... ผิดคาดมาก...

กล่าวคือ เมื่อ 20 - 25 ปีก่อน การ์ตูนไทยทำท่าจะบูมมาก มีนักเขียนไทยหน้าใหม่ๆดังๆเยอะมาก แล้วทุกคนในสมัยนั้นคาดหวังมากว่าอนาคตเราจะ "เสือของวงการมังงะ รองจากญี่ปุ่น"

ก่อนกูไปสัมภาษณ์ กูเลยหวังมาก ว่าจะเจอพวกบรรณาธิการแบบไฟแรงๆ พูดอย่างดุเดือด ว่าเราจะทำให้การ์ตูไทยโด่งดังแบบญี่ปุ่น เรามีโครงการทำนั่นทำนี่ เราจะสร้างนักเขียนรุ่นใหม่ เราจะพัฒนาไปสู่ระดับโลก ฯลฯ

แต่พอกูได้ไปเจอพวกบรรณาธิการหนังสือการ์ตูนไทยเมื่อต้นปี กูช็อคมาก ทุกคนดูห่อเหี่ยว ไร้ไฟ ไฟมอด ไร้ความหวัง ไร้ความฝัน คือ ทุกคนบอกว่า เราอยู่กันแบบง่ายๆ ไม่ต้องดัง ไม่ต้องบูม ไม่ต้องทะเยอทะยาน ไม่ต้องถึงระดับโลกก็ได้ เพราะการ์ตูนไม่ใช่วัฒนธรรมของเรา เราไม่มีทางทำได้แบบญี่ปุ่นหรอก...

เค้าบอกว่า ทุกวันนี้ เราแค่เขียนการ์ตูนแก๊ก หน้าเดียวจบ ลงใน facebook แล้วกินเงินสปอนเซอร์ไม่กี่บาท ก็ดีอยู่แล้ว.. ทุกวันนี้ เราแค่วาดการ์ตูนโป๊อาทิตย์ละภาพสองภาพ ลงในเว็บปลาทองก็ดีอยู่แล้ว.. ทุกวันนี้ เราวาดโดจินปีละสองสามเล่มไปวางขายตามเทศกาลก็ดีอยู่แล้ว.. ทุกวันนี้ เราแค่รับจ้างช่วยตกแต่งภาพการ์ตูนให้ญี่ปุ่น ก็ดีอยู่แล้ว.. ไม่เหนื่อย ไม่ลำบาก ไม่เจ็บตัว...

แล้วพวกเค้าก็ทิ้งท้ายอีกรอบว่า เราไม่จำเป็นต้องทำให้การ์ตูนไทยพัฒนาไปถึงขั้นพิมพ์การ์ตูนเป็นพันๆเล่ม ส่งออกทั่วโลก นักเขียนโด่งดัง มีสินค้าออกมาขาย บูมๆแบบญี่ปุ่นหรอก เราอยู่กันแบบง่ายๆ แค่พออยู่ได้ เป็นที่รู้จักกันแค่ในวงเล็กๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว..

จบฮ่ะ กูยกเลิกโครงการสารคดีเลยฮ่ะ

ปล.วงการหนังไทยก็เหมือนกัน...

793 Nameless Fanboi Posted ID:oVm16vffia

>>792 ทำใจ สังคมไทยถ้าทะเยอทะยานแล้วสำเร็จก็ดีไป แต่ถ้าล้มเหลวก็เตรียมตัวเจอกระทืบจมตีนตายได้

"ท่านจะเห็นภาพภาพหนึ่งคือชาวนาจำนวนหนึ่งปลูกข้าวแล้วไม่ได้กำไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกไปปลูกอย่างอื่น บางคนบอกไม่เชื่อหรอกทางการ เอาปราชญ์ชาวบ้านก็ได้มาบอกไปปลูกอย่างอื่นสิแล้วจะได้รายได้สูงขึ้น ทำไมเขาไม่เปลี่ยนกันอยู่ดี เพราะว่าในชุมชนเขามีค่านิยมการอยู่อย่างพอเพียง แปลว่าถ้าเขาเปลี่ยนแล้วสำเร็จไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแล้วล้มเหลว เท้ามาเต็มเลย ปลูกข้าวดีๆ อยู่แล้ว ไปเชื่อเขา เขาไม่รู้จักชุมชนเราดี เราต้องปลูกข้าว คำแบบนี้เต็มไปหมด จริงๆ ไม่แค่ชุมชนแต่ในสังคมไทย ถ้าท่านทำแบบเดิมแต่ไม่ประสบความสำเร็จไม่มีใครว่า ถ้าท่านเปลี่ยนแล้วล้มเหลวจะมีคนช่วยเหยียบ ถามว่ามันคืออะไร มันคือวัฒนธรรมของการเหมือนกันสอดคล้องกัน (conformity) ทำให้คนอยู่ในชุมชนร่วมกันได้ด้วยความเหมือนๆ กัน เพราะฉะนั้นเวลาที่ชาวนาไม่เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่น มันไม่ใช่ไม่เชื่อว่ามันดีกว่า เวลานักเศรษฐศาสตร์ไปก็คิดว่าโอกาสได้กำไรดีกว่านะ แต่เขาไม่สนใจ เขาถามคำแรกเลยว่าขาดทุนเท่าไหร่ จะขาดทุนหรือไม่ เพราะเขารู้ว่าขาดทุนเมื่อไหร่ เพื่อนบ้านคนรอบข้างพร้อมจะมาหา ส่วนหนึ่งของการไม่เปลี่ยนแปลงมันมาจากค่านิยมหรือคุณค่าของการอยู่อย่างไม่ปรับตัว เรียบง่าย พอมีพอกิน"

#มิตรสหายนักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่ง

794 Nameless Fanboi Posted ID:KgmBFKK.ff

>>791 แล้วแบบเมกานี่สนจะเปลี่ยนแปลงเรอะ..... บอกเลยว่าไม่ พวกอินเดียที่ปั๊มๆกันออกมารองจากจีน เชิญชวนพวกนี้มาเป็นประชากรให้เมกาก็ได้ หรือไม่ก็ไปเชิญชวนคนจีนที่เบื่อหมีพูห์มาเป็นประชากรแทน ส่วนSEAคือบ้านเมืองขยะแบบเดียวกับละตินเมกาไง

795 Nameless Fanboi Posted ID:C2CqcF3TOu

#การปฏิวัติประชาชนโดยสันติ

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนจะร่วมมือร่วมใจโดยสมัครใจกันยึดอำนาจบริหารประเทศจากลุงแก่ๆคนหนึ่งที่กำหนด​เส้นทางขีดเขียนอนาคตของประเทศไว้​ 20​ ปี​ และไม่มีทีท่าว่าจะลงจากอำนาจหลังจากการรัฐประหารจากรัฐบาล​ที่มาจากประชาชน

เมื่อผู้ชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์​ ทำอะไรเหมือนว่าจะถูกต้องทุกอย่าง​ แล้วทำไมประชาชนผู้มีอำนาจสูงสุด​ในการปกครองประเทศ​จะไม่มีสิทธิเป็นผู้ชนะและเขียนประวัติศาสตร์​ กำหนดอนาคตของประเทศไม่ได้เชียวหรือ​

การลุกฮือขึ้นของประชาชนต้องทำโดยเข้ายึดสถานที่ราชการ​ที่ใช้บริหารประเทศทั้งหมด​ทุกจังหวัด​ ทุกอำเภอ​ กดดันข้าราชการ​ส่วนต่างๆไม่ให้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา​และรัฐบาล​ จะทำให้รัฐบาล​บริหารประเทศไม่ได้​และสุดท้ายต้องคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนเอง​

ไม่ต้องรวมตัว​ ณ​ จุดใดจุดหนึ่งให้รัฐบาล​ล้อมปราบได้ง่าย​ แต่ต้องกระจายไปทุกที่ว่าการอำเภอ​ ที่ว่าการจังหวัด​ หรือหน่วยงาน​รัฐอื่นๆ​ เพื่อกดดันและเข้ายึดสถานที่​ราชการ​ต่างๆโดยสันติ​ ปราศจาก​อาวุธ​ จำนวนเจ้าหน้าที่​ของรัฐแต่ละหน่วยงานน้อยกว่าประชาชนในท้องที่นั้นๆ​ ที่จะร่วมกันต่อต้านแน่นอน

เมื่อสุดท้ายผลการปฏิบัติ​ประชาชนสำเร็จ​ ต้องมีสภาประชาชน​ กำหนดทิศทางการบริหารประเทศและจัดสรรทรัพยากร​และงบประมาณ​แผ่นดินใหม่ทั้งหมด​ ยกเลิกการผูกขาดทั้งหมดของประเทศ​ และ​"เริ่มต้นประเทศกันใหม่ทั้งหมด" ด้วยแนวคิดที่ว่า​ "ทุกคนเกิดมามีสิทธิเท่าเทียมกัน​ เสมอภาคเท่าเทียมกัน​ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ​เท่าเทียมกัน​ ไม่มีใครเป็นเทวดาหรือยาจก"

#ผมฝันไปอีกแล้วหรือนี้ช่วยปลุกผมที
#ตายหนึ่งเกิดล้านถือว่าประสบผลสำเร็จ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

796 Nameless Fanboi Posted ID:iLtBHVjUrn

Elliott Wave Cycle ของ Bitcoin

เวลาผมพูดถึง Elliott Wave ผมมักจะย้ำกับคนฟังเสมอว่า Elliott Wave มันคือกลไกธรรมชาติของสินทรัพย์ที่เกิดจากความโลภและความกลัวของมนุษย์ เมื่อคนโลภ สินทรัพย์ก็จะวิ่งขึ้น (impulse wave) และเมื่อคนกลัว สินทรัพย์ก็จะร่วงลง (corrective wave) เป็นธรรมชาติ

พอเรามาพูดถึง Bitcoin ตอนนี้มุมมองส่วนตัวผมมีความเชื่อว่า Elliott Wave รอบแรกได้จบสิ้นไปแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2018 และปี 2019 นี้เป็นการเริ่มต้นรอบใหม่ โดย Wave 1 น่าจะเป็นช่วงต้นปีไปจนถึงกลางปี และ Wave 2 ปรับฐานในช่วงครึ่งปีหลัง

ซึ่งถ้าสมมติฐานของผมถูก แปลว่าตอนนี้ Wave 2 กำลังลงมาทดสอบแนวรับ Fibonacci แถวๆ 61.8% ซึ่งเป็นแนวรับหลัก และถ้ารับไม่อยู่ ตามหลัก Bitcoin น่าจะไปแถวๆ 78.6% (ก็คือประมาณ $5,500)

ตามหลักเมื่อจบ Wave 2 ความกลัวและความไม่มั่นใจในตลาดจะเริ่มหมดไป และ Wave 3 ที่เป็น Wave ที่แข็งแรงที่สุด จะพาให้สินทรัพย์ราคาสูงขึ้นกว่าจุดสูงสุดของ Wave 1

แต่..

เราจะดูแต่กราฟแล้วนั่งเดาไปเรื่อยๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกครับ ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้จบ Wave แล้วจนกว่ามันจะผ่าน Wave นั้นไปแล้วจริงๆ

ในหุ้น ผมแนะนำให้ศึกษา Wave ควบคู่ไปกับการดู Valuation อย่าง P/E แต่ใน Bitcoin เราไม่มี P/E ให้ดู ผมเลยคิดว่าน่าจะดูจากอารมณ์ตลาด และพัฒนาการและการยอมรับของ Blockchain ในตลาดโลก (เพราะ Bitcoin ถือเป็นพ่อของ Blockchain ทั้งมวล)

รวมถึงปัจจัยที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งของ Bitcoin คือเป้าประสงค์หลักของผู้สร้าง นั่นคือ ต้องการให้ Bitcoin เป็นทางเลือกจาก Fiat currencies

นั่นแแปลว่า Bitcoin จะมีความสัมพันธ์กับความมั่นคงของรัฐ (trust in government) เมื่อไหร่รัฐสั่นคลอน คนหมดความเชื่อมั่น Bitcoin น่าจะกลับเป็นขาขึ้น ซึ่งปีหน้า 2020 น่าจะเป็นตัวชี้วัดได้ว่า Bitcoin จะสามารถเข้าสู่ Wave 3 และทำราคาสูงต่อไปได้หรือเปล่า

โดยรวมผมมองว่าในทางเทคนิคแล้ว downside risk ค่อนข้างต่ำ จากแนวรับที่ 61.8%-78.6% น่าจะเอาอยู่ (ถ้าเอาไม่อยู่ก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ 😂) แต่ Bitcoin จะกลับเป็นขาขึ้นได้ถ้า Blockchain "เกิด" แบบจริงจังในปี 2020 รวมถึงความหวาดกลัววิกฤติเศรษฐกิจถ้าพุ่งขึ้นถึงระดับหนึ่ง fundflow ส่วนหนึ่งจะเริ่มโยกไปที่สินทรัพย์ทางเลือก ก็คือ Bitcoin มากขึ้น ซึ่ง market cap ของ Bitcoin ยังถือว่าเล็กมาก และยังประสบภาวะ Hyperdeflation อยู่ (Bitcoin ส่วนใหญ่อยู่ในมือคนส่วนน้อย ทำให้เป็นการง่ายที่ราคาจะขึ้นหรือลงรุนแรง) ก็มีโอกาสที่ราคา Bitcoin จะเป็นขาขึ้นรุนแรง

แต่ในมุมผม ช่วง Q1-Q2/2020 ผมมองว่าโอกาสที่จะขึ้นน่าจะ 30% (ขึ้นกับความกลัววิกฤติของนักลงทุน)
แต่โอกาสที่จะลงต่ำกว่า $5,500 ผมคิดว่าน้อย ตีซัก 20%
อีก 50% น่าจะ sideway อยู่แถวๆ $7,000-$10,000 นี่ล่ะครับ

ความเห็น based on fact ในเดือนธันวา ถ้าตอนหลัง fact เปลี่ยน ความเห็นผมก็อาจจะเปลี่ยนไป

ในช่วงต้นปีหน้า ผมจะเอา factor ที่ผมพูดพวกนี้โยนใส่ในโมเดล Euler ของทีม Ava Alpha เพื่อให้ Euler ลองทำนายทิศทาง Bitcoin ดูว่าแนวคิดผมจะแม่นหรือไม่แม่น แล้วจะมาแชร์ผลงานวิจัย และผลการทำนายกันครับ ว่าจะหมู่หรือจ่า 😂

====================

ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ผมจะมีพูดถึงทางเลือกการลงทุนใน alternative asset ซึ่งก็มี Cryptocurrencies อยู่ในนั้นด้วย เป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณรักษา wealth หากเกิดวิกฤติเศรษกิจครั้งใหม่ของโลกที่อาจจะเกิดจากการล่มสลายของระบบบำนาญและรัฐสวัสดิการที่ล้มเหลว ที่งาน Ava Charity Course เป็นคอร์สการกุศลนำเงินรายได้ช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ขาดแคลนโอกาส ถ้าสนใจการลงทุน และอยากร่วมกันทำบุญ ดูรายละเอียดได้ตามลิงค์นี้ครับ http://ava.fund/charity

797 Nameless Fanboi Posted ID:J9kZTFaAJS

จริงๆ แล้ว digital disruption ของวงการสื่อ มันจบไปแล้ว แต่ที่ตอนนี้ สิ่งที่เจออยู่คือการหดตัวของการบริโภคภายใน ที่เกิดจากวัยแรงงานตอนต้นหดตัว
...
ถ้าใครสังเกตุดีๆ รายการที่ทุ่มมากๆ แพงๆ เช่น การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬา จะค่อยๆ หายไป
...
อย่าว่าแต่สปอนเซอร์ในทีวีเลย เมื่อผู้บริโภคหดตัว ธุรกิจรัดเข็มขัด สังเกตุดูได้งบของเอกชนที่จะมาสนับสนุนกีฬา จะค่อยๆ หายไป
...
ก็แน่นอนครับ ทำธุรกิจมันไม่มีกำไร เพราะผู้บริโภคหดรุนแรง
...
อย่าว่าแต่สนับสนุนกีฬาลดลงเลย แม้แต่การสนับสนุนรายการของ ตลท. ยังแทบจะหายไปหมดแล้ว เหลือแค่ไม่กี่เจ้า
...
ขาลงของประชากรเกิด ขาลงของประชากรวัยรุ่นและวัยแรงงานตอนต้น ที่จำนวนลดลงมาก การบริโภคหายไป ก็เป็นแบบนี้ครับ
...
คนทำธุรกิจก็ประคองตัว แทบไม่มีกำไร แทบไม่จ่ายภาษี เก็บเงินเตรียมไว้เผื่อขาด การให้เปล่าที่ภาคธุรกิจเคยมีต่อสังคมที่เรียกว่า CSR จะหายไป ที่จะเอาไปแจกฟรี เอื้อเฟื้อต่อสังคมหายไป
...
งบที่รัฐจะเอามาแจก ก็จะค่อยๆ หดลงทีละน้อยครับ
...
ใครที่เคยเกลียด รังเกียจทุนนิยม น่าแปลกนะครับ เวลาทุนนิยมกำลังจะหายไปจริงๆ ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งสูงขึ้น เพราะคนรวยอยู่แล้ว ไม่กล้าลงทุน ไม่จ้างงานเพิ่ม คนตกงาน ไม่มีเงิน การแจกฟรีที่จะเอื้อเฟื้อขององค์กรธุรกิจลดลง การปั้นดาวจากดิน จะยากขึ้น
...
สภาพเหมือนหลังสงครามครั้งใหญ่ที่ประชากรหดตัว เศรษฐกิจทรุดตัวครับ เช่นสมัย 2475-2489 สถานการณ์นี้จะฟื้นก็ต่อเมื่อประชากรเด็กเกิดใหม่หยุดลดครับ

798 Nameless Fanboi Posted ID:NYUSq9PNdz

ดีใจได้เจออาจารย์ Peter Senge อีกครั้งในงาน MIT R&D Conference แกมาแบบเหนือชั้นอีกแล้ว คนอื่นพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี AI, ML, AR, VR, 3D Printing, IoT, etc. โชว์สไลด์กันเต็มเหนี่ยว แต่แกมาตัวเปล่าพร้อมกับสมุดฉีกหนึ่งเล่ม (ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้)
.
Peter เริ่มจากการถามคนในห้องว่า หลังจากฟังหลายๆ sessions จนกำลังจะจบ conference ใน session แกนี้ คิดอะไรกันอยู่ในใจกันบ้าง หลายคนตอบด้วยความกังวลใจว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว กลัวจะตามไม่ทัน กลัวว่าจะ re-skill คนในองค์กรอย่างไร ฯลฯ
.
พูดไปสี่ห้าคน Peter ก็เบรก แล้วพูดว่าเขามองต่าง ต่างตรงที่เขาไม่ได้กังวลใจเรื่องเหล่านั้น แต่กังวลมากกว่าเยอะ คือปัญหาเรื่องน้ำ เรื่อง climate change เรื่องความยากจน ฯลฯ
.
Peter ชี้ให้เห็นว่าเรากำลังตกเป็นทาสของเทคโนโลยี เทคโนโลยีบางตัวเป็นเหมือนยาเสพติดสมัยใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อล่อตาล่อใจคนยุคนี้โดยเฉพาะ ทำไมอยู่ดีๆ เราก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาไถทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็ไม่ได้ทีธุระปะปังสำคัญอะไร คนเราตอนนี้ขาดมือถือแทบจะไม่ได้แล้ว ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่เครื่องมือ แต่เรากลับให้มันเป็นเหมือนอีกอวัยวะหนึ่ง Peter ยังชวนให้คิดว่า การชาร์จมือถือหนึ่งครั้งก็มีส่วนทำให้นำ้แข็งขั้วโลกละลายได้ เราควรใช้อย่างระมัดระวัง (ผมเลยไม่กล้าหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปแกเลย กว่าจะถ่ายได้นี่ต้องกระมิดกระเมี้ยนมาก)
.
แกเห็นด้วยกับวลีที่ Tristan Harris กล่าวไว้ว่า “Technology is downgrading humans” หรือเทคโนโลยีกำลังทำให้เรามีความเป็นมนุษย์น้อยลง และมันกำลังทำลาย “สังคม” แบบที่มนุษย์ควรจะมี เพราะไม่ว่าจะเป็น social media, คนทำ devices เอง, หรือบรรดา entertainment companies ทั้งหลาย ก็ต่างพยายามออกแบบผลิตภัณฑ์ของเขาออกมาเพื่อแย่งชิง attention ของคน สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดบนโลกใบนี้ คือ human attention โดยเฉพาะ attention ที่เราจะมีให้กับมนุษย์ด้วยกัน แบบมนุษย์ๆ
.
อาจดูเหมือนแกขวางโลก ขวางลำ ไม่เอาเทคโนโลยี แต่จริงๆ แล้ว Peter กำลังชี้ให้เราเห็นว่า เรายังมองแบบ ‘Systems Thinking’ กันไม่มากพอ เราควรคำนึงถึงผลของการกระทำเราให้จริงจังกันมากกว่านี้
.
Peter Senge ได้รับการยกย่องว่าเป็นกูรูด้านการบริหารจัดการเบอร์ต้นๆ ของโลก ในยุค 90 แนวคิดเรื่อง Learning Organization และหนังสือ The Fifth Discipline ได้รับความนิยมอย่างมาก ทุกๆ องค์กรก็พยายามอยากจะเป็น Learning Organization หรือองค์กรแห่งการเรียนรู้กันทั้งนั้น (เหมือนยุคนี้ ทุกองค์กรอยากทำเรื่อง Digital Transformation)
.
รากเหง้าของแนวคิดของ Peter มาจากศาสตราจารย์คนสำคัญคนหนึ่งของ MIT ชื่อว่า Jay Forrester โดย Jay เป็นคนที่เอาหลักการ Systems Dynamics มาปรับใช้กับเรื่องการจัดการเป็นคนแรกๆ Peter กล่าวถึง Jay ในงานนี้ด้วย เขาเล่าประวัติของ Jay สั้นๆ ว่าจากศาสตราจารย์ด้าน Computer Engineering ที่สนใจเรื่อง Radar วันดีคืนดี Jay เปลี่ยน field ซะงั้น โดย Jay พยายามที่จะค้นหาว่ามนุษย์เราจะจัดการกับ complexity ได้อย่างไร ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะแนวคิดเรื่อง Systems Dynamics ได้รับการพัฒนามาเป็น the Fifth Discipline หรือ Systems Thinking อย่างทุกวันนี้
.
ตอนท้าย Peter เน้นว่า Leaders ทุกคนในองค์กรควรฝึกมองแบบ Systems Thinking และควรมองให้เห็นถึงผลกระทบของธุรกิจของตัวเองที่มีกับโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของ climate change, poverty, inequality, etc. อย่ามองแต่ธุรกิจตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพราะโลกใบนี้ จะไม่เหลือพื้นที่ให้เราปู้ยี่ปู้ยำอีกแล้ว
.
“Everything we do is profoundly connected” การกระทำของเรานั้นส่งผลไปสู่สิ่งอื่นอย่างที่เราอาจจะไม่รู้ตัว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเชื่อมต่อกันอยู่อย่างลึกซึ้ง (แปลตรงมาก 55) เราไม่ได้อยู่ใน bubbles แต่เราต่างเป็นส่วนหนึ่งของ systems หลายๆ systems ทั้งเล็กและใหญ่ที่มีการเชื่อมโยงกันอยู่
.
คำว่า “lead” แปลตรงๆ คือ นำ แต่จริงๆ ความหมายรากเหง้าของมันคือ step ahead and across the treshold หรือการก้าวข้ามผ่านข้อจำกัด และคำว่า lead ไม่ได้หมายถึง ผู้นำแบบ hierarchy ที่เราคุ้นเคยกันในองค์กรทั่วๆ ไป แต่ทุกคนเป็น leaders ได้ “Everyone can be a leader” (กรณีนี้น่าจะหมายถึงไอเดียเรื่อง Distributed Leadership ที่ถูกสอนกันใน MIT Sloan)
.
ตบท้ายด้วยคำถามจาก Peter ว่า “How can we design a human-centered organization?” องค์กรที่มีคนเป็นศูนย์กลาง คำถามนี้ลึกซึ้ง และ Peter ไม่ได้ขยายความ เราอาจต้องมาตีความและค้นหากันเอาเองว่าคำว่า human-centered organization นั้นหน้าตาควรเป็นอย่างไร .......

799 Nameless Fanboi Posted ID:ldQfzzX3dG

สมมุติผมมีคำสอนดีๆ ซักข้อนึงที่น่าจะเอาไปใช้ในชีวิต และแนะนำให้คนอื่นทำตามมากมาย

แต่ลูกชายผมดันไม่ทำตามคำสอนเลย คำสอนผมมันดีจริงมั้ยนะ

800 Nameless Fanboi Posted ID:8HG6XK05zA

>>799 ดีแล้วไง คนอื่นที่เชื่อทำตามคำสอนที่ดี ลูกชายก็สบายแล้ว

801 Nameless Fanboi Posted ID:Kia1/zkoLW

ก็ไม่แปลกแล้วนะ ตอนนี้เข้าสู่ยุคสมัยที่ เงิน มีมูลค่ามากกว่าอำนาจ และเมื่อมีเงิน มึงจะเสกอะไรก็ได้ แต่ก่อนเคยคิดนะ เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง

จนช่วงนึงของชีวิต กูลองไม่มีเงินดู.. โอ๊ะ อีเหี้ย ลำบากสัสๆ พอมีเงินนะ อำนาจมา การค้าการขาย ที่ต้องใช้เส้นสายเปิดมากขึ้น ทุกอย่างสะดวกโยธิน

ใครว่าเงินซื้อคนไม่ได้ คงเป็นเพราะมึงซื้อผิดคน ไม่ก็เงินน้อยเกินไป แต่เมื่อเงินถึง เงินไปได้ งานมันจะเดินของมันเอง

ทั้งการศึกษา การแพทย์ การบริการ
และมีคำที่กล่าวไว้ว่า
"ไม่ว่างานนั้นจะสกปรกแค่ไหน แต่เงินนั้นหอมหวานเสมอ"

ถึงคุณบอกไม่รับเงิน แต่เชื่อเถอะ
"ยังมีคนอีกมาก ที่พร้อมจะทำแทนคุณ"

และยุคสมัยเช่นนี้ มันก็จริงมากๆ ที่หากไร้เงินตรา มึงแทบจะไร้ตัวตน แม้กระทั่ง สถานที่ท่องเที่ยว มันยังคัดคนเข้าด้วยเงิน

802 Nameless Fanboi Posted ID:Kia1/zkoLW

มีคนบอก อยู่ไทยยังไงก็ผิดกดหมายสักตัวอยู่ที่จะโดนเล่นเมื่อไหร่ ชัดเจนมาวันนี้ตอนนี้ แค่จะพูดก็มีกดหมายควบคุมเราแล้ว

803 Nameless Fanboi Posted ID:g6iVyrHCD0

ยื่นบัญชีทรัพย์สินผิดไป 150,000 บาท จากทรัพย์สินทั้งหมด 500 กว่าล้าน #ไม่มีโอกาสเเก้ไข ติดคุกไป สองเดือน ตัดสิทธิ์การเมือง 5 ปี เเต่ไอ้ที่ยื่นผิดจากที่ดิน 600 ไร่เป็น 1,700 ไร่ กับ มีเงิน 90 ล้าน ใส่ 0 เกินไปเป็น 900 ล้าน ปปช. อนุญาตให้เเก้ไขได้เพราะไม่มีเจตนา

Cr Peerapong Amornpich

804 Nameless Fanboi Posted ID:ef64QWUtFA

"หญิงไทยส่วนใหญ่มักทำงานที่คนเดนมาร์กไม่นิยม เช่น งานทำความสะอาดหรืองานกะดึก แม้ไม่ใช่งานที่ทำให้ร่ำรวยแต่ก็เป็นงานที่เลี้ยงชีพให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ แตกต่างจากในประเทศไทย งานประเภทเดียวกันกลับได้ค่าตอบแทนที่ห่างไกลจากคำว่าคุณภาพชีวิตที่ดี
เรื่องเล่าจากสารคดีทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมผู้หญิงอีสานต้องดิ้นรนหาทางแต่งงานไปอยู่เมืองนอกเพื่อไปทำงานใช้แรงงานที่คนเดนมาร์กเองก็ไม่อยากทำ
สิ่งที่พวกเราค้นพบยิ่งน่าเศร้า เพราะการทำงานหนักในประเทศไทยให้ไม่ได้แม้กระทั่งคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน ยิ่งสำหรับคนที่ต้องดูแลหลายชีวิตในครอบครัวแล้ว งานประเภทนี้ไม่สามารถทำให้ใช้ชีวิตได้จริง"

805 Nameless Fanboi Posted ID:+oiHXebHjE

>>804 ทำเป็นเศร้าพอคนไทยต้องทำแบบนี้ แต่เสือกไม่เศร้าให้พวกบร๊ะม่าที่ต้องมาดิ้นรนแบบนี้ในไทย

มึงลองแทนคำว่าไทยด้วยบร๊ะม่า แทนคำว่าเดนมาร์กด้วยไทยดู

มิตรสหอยสองมาตรฐาน

806 Nameless Fanboi Posted ID:fMv..dpZKQ

ก็แค่เมียเช่าลาวอีสานมักง่ายขี้เกียจทำงานเลยไปเอาผัวฝรั่งแก่ๆ ที่ไปทำงานรับจ้างก็ไม่ใช่อะไรมันต้องทำงานให้มีรายได้เสียภาษีเพื่อเอาสัญชาติ ถ้าอยู่บ้านเฉยๆไม่จ่ายภาษีมันก็มีแค่่วีซ่าสมรส พวกพม่ามาขายแรงงานในไทยแม่งยังสร้างตัวจนรวยได้เลยอีห่า

807 Nameless Fanboi Posted ID:s8wG9drpst

อ.สุขุม นวลสกุล ได้พูดถึงคุณธนาธร ในรายการริงไซด์การเมือง เมื่อพิธีกรร่วมถามว่า มีอะไรฝากหรือเตือนถึงคุณธนาธรไม๊ อ.บอกว่า เขาไม่กล้าเตือนหรือฝากบอกอะไรหรอก เพราะเขาขลาด และไม่กล้าหาญเท่าคุณธนาธร
การเดินเกมของคุณธนาธรครั้งนี้ ในการลาออกทุกตำแหน่งทางสภาหลังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้คณะกรรมมาธิการฝ่ายงบประมาณได้ทำงานต่อ ระดับผู้ใหญ่ฝ่ายปชต.รวมทั้งคนที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศหลายคนล้วนชื่นชม ว่ากล้าหาญและแหลมคมมาก เป็นครั้งแรกที่ตั้งคำถามตรงๆกับทหารพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบครบถ้วน(ทำงานหนักมาก) อย่างเช่น ส.ส สุนัย ,คุณอรรถชัย,ดร.เพียงดิน,ลุงอาคม,คุณจอม,อ.ชูพงษ์และอีกหลายๆคน ส่วนคนที่ตั้งคำถามแปลกๆ ก็มี อ.วิโรจน์,คุณแขกแห่งวอยซ์ทีวี (ไม่นับรวม ปวิน เพราะนั่นเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ) ก็ไม่แปลกใจและไม่น่าเกลียดอะไร เพราะเขาเป็นสื่อสาย พท.อยู่แล้ว และจากข่าวของคุณอานันท์ ,อ. ส.ศิวลักษณ์ (ไม่ได้คิดว่าเขาเปลี่ยนข้าง แต่เขาอาจทนไม่ไหวแล้วจริงๆ) ก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่า คุณธนาธร มาถูกทาง การต่อสู้ไม่โดดเดี่ยวแน่นอน แต่ที่แปลกใจมากๆ กับบางคนในฝ่ายปชต.ที่คิดว่าตัวเองฉลาดล้ำลึก รู้ทันคุณธนาธร (นึกถึงสนธิ ลิ้มกับ ดร.เจิมศักดิ์สมัยคุณทักษิณ) ไม่ดีอย่างโน้นอย่างนั้น มาเตะถ่วงการต่อสู้ให้มันสะดุดอย่างน่ารำคาญทำไม ที่จริงควรเอาเวลาและสมองอันชาญฉลาดไปส่งเสริมพรรคที่ตัวเองชื่นชม จะมีประโยชน์กว่า พรรคจะได้เข้มแข็งและเดินไปด้วยกัน ชัยชนะของประชาชนจะได้เห็นแสงสว่างมาบ้าง ได้แต่หวังว่า เมื่อถึงเวลาถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด จะกล้ามาขอโทษคนที่เขาหมิ่นและเหยียดหยามหรือเปล่า หรือจะทำเนียนๆไป ก็ไม่แปลกเหมือนกัน ส่วนตัวเราโครตมั่นใจ ว่าวันนั้นต้องมาถึงแน่ๆ วันที่พิสูจน์ว่า คุณธนาธร,อ.ปิยะบุตรและพรรค อนค.คือของจริง เพราะเรามองอย่างโง่ๆเพียงข้อเดียว คือชีวิตเขามีทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ยอมทิ้งมาเพื่อความฝันและอุดมการณ์

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

808 Nameless Fanboi Posted ID:igfTCYLz4J

ส่งข้อความไปสุขสันต์วันเกิดแฟนเก่า มันไม่อ่านไลน์ แต่ผ่านไปชั่วโมงนึงอัพไอจีเป็นรูปไปกินข้าวกับแฟนใหม่

#มันต้องกำลังเย็ดกันอยู่แน่ๆ

809 Nameless Fanboi Posted ID:LnXpx7RLLk

เปิดตัวฐานข้อมูลใหม่สำหรับประเทศไทยในชื่อ TiDE ครับ

“ศูนย์รวมข้อมูลเศรษฐกิจไทย” หรือ “Thailand's Integrated Database for Economics (TiDE)” คือ Platform ที่ให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ครอบคลุมหลายด้าน เช่น ภาคเศรษฐกิจ ภาคการเงิน สถาบันการเงิน และดัชนีเศรษฐกิจต่าง ๆ เป็นต้น โดยให้บริการสืบค้นที่สามารถใช้งานได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย

TiDE จัดทำโดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เพื่อตอบโจทย์ในด้านการสนับสนุนข้อมูลการทำวิจัยและการศึกษา รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้เกิดการทำวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยมากยิ่งขึ้น

https://tide.pier.or.th/

810 Nameless Fanboi Posted ID:ba1mCjwwZb

เจอหน้ากันทำยังกะเจอผี
ทั้งๆที่เคยเอา....หีจ่อหน้ากู

811 Nameless Fanboi Posted ID:NBVlboGCRY

หนัง LGBT ไทย ที่ทำเงินเยอะ คือหนังที่สามารถเรียกชายแท้หญิงแท้ให้มาดูได้ เช่น ตุ๊ดซี่แอนด์เดอะเฟค (ที่กำลังฉาย) หอแต๋วแตก ปล้นนะยะ สตรีเหล็ก ว้ายบึ้มเชียร์กระหึ่มโลก ตั๊ดสู้ฟุด คู่แรด

หนัง LGBT ไทย ที่ทำเงินน้อย คือหนังที่เรียกคนดูได้แค่เกย์กะเทยและสาววาย เช่น หนังเกย์ดราม่า เกย์โรแมนติก กะเทยดราม่า กะเทยโรแมนติก

สิ่งนี้สะท้อนว่า สังคมไทยยอมรับ LGBT เฉพาะคนที่มีลักษณะเป็น "ตัวตลก" ชายแท้หญิงแท้มองว่าชาว LGBT คือสิ่งมีชีวิตที่มีหน้าที่สร้างเสียงหัวเราะ ซึ่งหากไม่ทำหน้าที่นี้ จะไม่ได้รับการยอมรับ

เพื่อนกะเทยของฉันคนหนึ่ง (นางอยู่ในวงการหนังนี่แหละ) เรียกหนังตระกูลนี้ว่า "ละครสัตว์ มาดากัสก้า" เพราะมันคือการนำสิ่งมีชีวิตหลายสปีชี่มารวมกัน และใช้คุณลักษณะทางกายภาพของสัตว์แต่ละตัวมาเรียกเสียงฮาจากผู้ชม

สรุป สังคมไทยยอมรับชาว LGBT แต่ยอมรับแบบ "มีเงื่อนไข"

812 Nameless Fanboi Posted ID:0QHf1B8X+4

ดังนั้นการที่จะบอกว่า ประเทศไทยมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนน้อย คงไม่ใช่เรื่องจริง

ความจริงคือ

1. โอกาสที่จะได้แสดงศักยภาพในประเทศไทย มีน้อยมาก เนื่องจากเราลงทุนในระบบสำเร็จรูปเสียมากกว่า ทำให้สุดท้ายแล้ว นักพัฒนาทั้งหมด ได้ถูกแปรสภาพไปเป็นผู้ใช้งาน (หรือประยุกต์ใช้) เทคโนโลยีอื่นโดยปริยาย

2. ด้วยค่านิยมบางประการ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญมักจะมี Ego ทำให้แต่ละคนเลือกที่จะเชี่ยวชาญในด้านของตัวเองเท่านั้น โดยไม่ค่อยร่วมมือกับผู้อื่น ทั้งๆ ที่โครงการแต่ละโครงการ จะสำเร็จได้ เกิดจากการให้ความร่วมมือกัน

3. ขาดวิสัยทัศน์จากด้านธุรกิจ เพราะจากรายงานของ NSF พบว่า ส่วนใหญ่ที่สำเร็จการศึกษามานั้น จะเน้นด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในขณะที่ธุรกิจจะเดินได้ ต้องอาศัยกลไกด้านธุรกิจเพื่อผลักดัน เพราะต่อให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมา แต่เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ตอบโจทย์ตลาด สิ่งที่พัฒนาขึ้นมานั้นก็ขายไม่ได ถือเป็นสิ่งที่ไม่มีมูลค่า

813 Nameless Fanboi Posted ID:vUeVrzi0uG

>>811 ปัญญาอ่อนว่ะ เสือกเอารสนิยมการดูหนังมาปนกับการเลือกคบคนในชีวิตจริง

กูก็มีเพื่อน lgbt และกูก็ไม่ต้องการให้เพื่อนกูเป็นตัวตลกให้คนดูถูก มันจะสร้างเสียงหัวเราะหรือไม่ก็ได้แล้วแต่มัน แต่สำคัญคือมันมีคุณลักษณะของกัลยาณมิตร แค่นั้นคือจบ ส่วนหนัง lgbt กูไม่ดูทั้งสองแบบเพราะไอ้แบบแรกมันกากแถมมุกก็แป้ก ส่วนไอ้แบบที่สองกูไม่ดูเพราะกูไม่อิน และกูไม่มีความสนใจจะดู lgbt มามุ้งมิ้งโรแมนติกดราม่ากัน เพราะงั้นกูจะเสียเงินให้กับสิ่งที่กูไม่สนใจทำหีหมาไรล่ะครับ ใครชอบใครอยากดูก็ดูไปดิ ยังไงวะ หนังอวยขายไม่ออกเลยมาพาลโทษว่าสังคมผิดว่างั้น

814 Nameless Fanboi Posted ID:lJx988Y7s5

>>811 ก็ทำหนังเลสเบี้ยนสวยสองคน มีฉากเอ็กซ์ตีฉิ่งกันมันๆเยอะๆ เดี๋ยวก็มีทั้งคนธรรมดาทั้งLGTVไปดูเอง ไม่เห็นBlue is the warmestรึไง เนื้อเรื่องกับตัวหนังกากชิบหอง แต่มีฉากตีฉิ่งที่สุดยอดเลยดังเป็นพลุแตก

ปล. แต่อย่าไปทำหนังทอมถึกเยสสาวน้อยล่ะ ไม่มีใครอยากดู

815 Nameless Fanboi Posted ID:lomXCYyDDS

ตอนที่ประเทศไทยจะมีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ก็มีคนไม่เห็นด้วย บ้างก็ว่าไม่คุ้มค่า บ้างก็ว่าจะทำให้เสียทัศนียภาพของเมืองหลวง ยิ่งตอนเริ่มก่อสร้างที่ต้องมีการปิดผิวจราจร คนก็ก่นด่า

พอจะขยับมาทำรถไฟใต้ดิน...ยิ่งมีคนออกมาว่าอีกว่า จะเป็นไปได้ยังไง น้ำท่วม กทม.ทุกปี รถใต้ดินจะวิ่งได้เหรอ อันตราย และคงไม่สามารถเปิดให้บริการได้เพราะโดนน้ำท่วม

ลองนึกสิครับว่า ถ้าตอนนี้ กทม. ไม่มี BTS ไม่มี MRT คนจำนวนมากจะมีชีวิตอยู่อย่างไร สภาพการจราจรจะเลวร้าย (กว่าที่เป็นอยู่) อย่างไร

ที่พูดเรื่องนี้มิใช่จะวิจารณ์เรื่องระบบการขนส่งมวลชนของประเทศ แต่จะยกให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า เวลาที่มีการคิดโครงการอะไรสำหรับอนาคต มักจะมีคน (ที่ไม่ใช่ว่าจะรู้จริง หรือมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ มาก่อนเลย) ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ให้ความเห็นเสมอๆ และโดยมากมักจะออกมาในแนวคัดค้าน ต่อต้านไม่เห็นด้วย ซึ่งก็มีเหตุผลทั้งที่ฟังได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง มาประกอบ

เรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยพัฒนาของประเทศก็คล้ายกัน ที่เรามักจะได้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยในด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม มากำกับดูแลงบประมาณ และเป็นผู้มีอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายเรื่องของงบประมาณ โดยที่ปราศจากความเข้าใจที่แท้จริง และมักจะอ้างเหตุผลว่า วิจัยแล้วขึ้นหิ้ง ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาให้ประเทศแล้วไม่เห็นได้อะไรกลับคืนมาเป็นรูปธรรม

ต้องบอกเลยว่า ผลของการวิจัยและพัฒนา และการลงทุนด้านนี้มีทั้งที่เป็น รูปธรรมและนามธรรม ส่วนที่เป็นรูปธรรมก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นชั่วข้ามคืน เหมือนการเพาะถั่วงอก มีงานวิจัยหลายๆ งานที่ต้องใช้เวลายาวนานและความต่อเนื่อง เปรียบเสมือนการปลูกป่าสักหรือไม้ยืนต้น แต่หากถามหาความก้าวหน้าหรือผลลัพธ์ทุกๆ ปี หรือรายเดือน ก็ไม่ต่างกับ สร้างกฎเกณฑ์และวัดความสำเร็จด้วยตัวชี้วัดการเพาะถั่วงอกกับโครงการสร้างสวนป่าที่นอกจากจะได้ป่าไม้แล้วยังได้ความชุ่มชื้นของดิน สิงสาราสัตว์ ได้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งต้นถั่วงอกให้ไม่ได้ วิจัยและพัฒนาจึงมีหลายประเภท แต่เรามักจะถูกคนที่ไม่เข้าใจเหมารวมกันเสมอ และใช้เป็นข้ออ้างในการทำร้ายระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก ในขณะที่ประเทศอื่นๆ มีแต่จะเพิ่มงบวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่เรากลับทำร้ายตัวเองระยะยาว ด้วยการใช้ระบบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

เรื่องของการลงทุนวิจัยและพัฒนาก็ต้องลงมากพอในระดับหนึ่งถึงจะเริ่มคาดหวังผลได้ ลงน้อยมากแต่อยากได้ผลมากๆ มันทำได้หรือ ไม่งั้นประเทศอื่นๆเค้าก็คงทำไปแล้ว เหมือนอยากสร้างสวนป่าแต่ให้งบแค่จัดสวนขวด....

แน่นอนครับว่าหน่วยวิจัยต่างๆ ทั้งที่เป็นมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ต้องปรับตัวให้มากขึ้น เพื่อจะแสดงศักยภาพของการวิจัยของเรา แต่ไม่ใช่ว่าจะให้ทุกๆ คนไปทำวิจัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ ไม่มีใครเค้าทำกันอย่างนั้นครับ ดังนั้นผลลัพธ์ที่ผู้มีอำนาจพิจารณางบประมาณอยากจะเห็นเป็นรูปธรรมจึงเป็นแค่ข้ออ้างของคนที่ไม่เข้าใจ หรือพยายามทำความเข้าใจ

เราต้องเชื่อและพิสูจน์ว่า กรุงเทพฯ ก็มีรถไฟใต้ดินได้ และตัดสินใจทำ เพื่อส่วนรวม เพราะถ้าขืนไปเชื่อคนที่ออกมาวิจารณ์โดยที่ปราศจากข้อเท็จจริง หรือภูมิความรู้ที่ถูกต้องแล้ว เราคงกลับไปขี่ช้างกันอย่างที่ฝรั่งชอบคิดว่าคนไทยยังใช้ช้างในการคมนาคมอยู่....

816 Nameless Fanboi Posted ID:+S4ucKr6+d

>>815 แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เล่นสร้างรถไฟฟ้าทุกสายพร้อมกัน แทนที่จะทยอยสร้างไปเรื่อยๆ ตามแผนเดิมที่วางไว้ เกิดเสร็จพร้อมกันแล้ววันนั้นหาคนขึ้นไม่ได้นี่ซวยโคตรๆ เลยนะ นึกถึงญี่ปุ่น รถไฟหลายสายทยอยปิดเพราะประชากรรุ่นใหม่ไม่เกิด ไทยเองก็เหมือนกัน

เว้นแต่ไทยจะกล้าทำแบบอเมริกา คือใครอยู่ใน ปท. xxx ปี ได้กรีนการ์ด ลูกเกิดมาได้สัญชาติ นั่นละค่อยว่ากัน

817 Nameless Fanboi Posted ID:9wGCCnMUab

>>816 แทนที่จะสร้างไปเรื่อยๆ 555 ที่มันยัดพร้อมกันตอนนี้เพราะมันไม่ได้สร้างมาเรื่อยๆ ไง ที่ผ่านมารัฐบาลขาดเสถียรภาพ แรงจูงใจ และอำนาจผลักดันมากพอ ผิดดับก่อนนี้ที่รัฐบาบกับผู้ว่ากทม.มีอำนาจเป็นเนื้อเดียวกันแล้วมีอำนาจที่รัฐบาละลเรือนไม่มี มีนถึงยัดได้เต็มเหนี่ยว ลองรัฐบาลทั่วไปสิ BTS เว้นมาเป็นสิบปีกว่าจะได้สร้าง รอสร้างทีละนิดแบบมึงว่า ปี 2100 ก็สร้างไม่เสร็จหรอก

818 Nameless Fanboi Posted ID:2Jk7upKv83

>>817 สรุปว่ารัฐบาลลุงตู่ดีตรงนี้เหรอ

819 Nameless Fanboi Posted ID:tuSICjO+mP

>>818 ถ้ารัฐบาลอื่นป่านนี้ยังมีแต่ตอมั้ง

820 Nameless Fanboi Posted ID:004hOgLbza

>>819 หลายๆสายก็เริ่มสร้างตั้งแต่สมัย อภิสิทธิ์ ยิ่งลักนี่

821 Nameless Fanboi Posted ID:ZWtO+iWLtV

รัฐบาลทหารจ่ายทหารพอ รัฐบาลปกติอาจต้องจ่ายหลายต่อ

822 Nameless Fanboi Posted ID:+hWJGycF8.

>>817 ตามแผนเดิมมันมีอยู่ว่าสร้างสายนี้เสร็จค่อยไปสายโน้นต่อ ไม่ได้จับยัดพร้อมกันแบบนี้ ซึ่งกูว่าแบบนั้นมันสะท้อนความเป็นจริงมากกว่า ใครจะไปรู้ว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้า สภาพของเมืองมันจะเป็นแบบไหน ไม่แน่ถ้า ตจว. ที่เป็นเมืองชั้นนำมันเกิดเจริญขึ้นมา คนรุ่นใหม่ๆ ไม่แห่เข้า กทม. อย่างเดิมอีก บวกประชากรก็ไม่ได้เพิ่มอีกแล้ว กูว่าบางสายมีไม่คุ้มกันบ้าง

แล้วมันเคยมีช่วงผู้ว่าฯ กทม. กับรัฐบาลกลางเป็นเนื้อเดียวกันนะ สมัยมาร์คไง 52-54 อะ

823 Nameless Fanboi Posted ID:9wGCCnMUab

>>818 จะว่างั้นก็ได้ อำนาจเด็ดขาดมีข้อได้เปรียบตรงนี้ละ แต่วิธีใช้ส่วนใหญ่มึงก็เห็นว่ายังไง

>>822 มันถึงเริ่มสร้างบางสายสมัยอภิสิทธิไง แต่หม่อมเอ๋อแม่งก็ไม่ได้เนื้อเดียวกันขนาดนั้น ปชป.อยากเฉดหัวแม่งออกไปจะตายห่า

เอาจริงๆ นะ ประชากรกทม.ลดลงไม่มากหรอก อีกอย่าง แค่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในกทม.ปีละเกิน 10 ล้านแล้ว ในอนาคตคาดกันว่าจำนวนจะเพิ่มอีกเท่าตัว C ใน consumer ของไทยพึ่งต่างชาติมานานแล้ว BTS บางเวลาต่างชาติแน่นกว่าคนไทยอีกนะ

824 Nameless Fanboi Posted ID:+1zphuc0Zk

>>823 นักท่องเที่ยวจะอยู่โซนในๆ ไม่ได้กระจายไปทั่วไงมึง อย่าง BTS เนี่ย มึงจะเห็นต่างชาติเกลื่อนเลยนะ คือเลยทองหล่อเข้ามาถึงสยาม กับสะพานตากสินมาถึงศาลาแดง (สีลม) แค่นั้น แต่ในอนาคตนักท่องเที่ยวยังมีโอกาสเพิ่มอีกหรอวะ กูมองว่าถ้าเมืองอื่นๆ แม่งดันพัฒนาไล่ตาม กทม. มาทัน กูว่าแม่งคงไปลงเมืองนั้นแทนอะ พวกเมืองชั้นนำมันเป็นสนามบินนานาชาติหมด อย่างอู่ตะเภา สมมติเปิดเป็นสนามบินพาณิชย์เต็มตัว กูว่านักท่องเที่ยวแม่งไม่น่ามาแวะ กทม. ละมั้ง ถ้าจะไปพัทยา ศรีราชา ระยอง ไปลงโน่นดีกว่า

กทม. เนี่ยได้ลุ้นคือพวก Long Life Resident แต่แบบนั้นจะยังมีอีกหรอวะ อสังหาฯ ขยันสร้างมาตอนนี้ยังบ่นกันเลย กะจะเอาไว้รับคนจีนมาเช่าคนจีนก็ไม่มาอีก แถมตอนนี้กระแสต้านเรื่องชวนคนวัยเกษียณจากทั่วโลกมาอยู่ไทยก็มีนะ บอกคนแก่พวกนี้ไม่ใช่วัยทำงาน ไม่ได้สร้างมูลค่าอะไรให้ประเทศไทย แถมมาใช้ทรัพยากรโรงพยาบาลไทยอีก (แต่ รพ.เอกชน คงชอบ เพราะดูดหมอ-พยาบาล รพ.รัฐ ไปรอรับพวกนี้ไว้นานแล้ว)

ครั้นจะให้คนไทยมาใช้รถไฟฟ้ากันเยอะๆ กูว่ายากถ้า 1.รถยนต์ยังมีและใช้ง่าย (ต่างชาติรถถูกกว่าเรา แต่ถ้าไม่มีที่จอดก็ลำบากหน่อย มาอาศัยข้างถนนจอดฟรีๆ ไม่ได้ แถมใบขับขี่ก็สอบยากกว่า) กับ 2.ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงโคตรๆ (สำหรับชนชั้นกลางค่อนบนขึ้นไปอาจจะไม่แพง แต่กลางค่อนล่างลงมาไม่ไหวแน่ๆ ถ้าบวกการที่ต้องต่อรถเมล์-นั่งวิน สู้กัดฟันซื้อมอไซค์มาขี่ ไม่ก็ผ่อนรถมือสองดีกว่า อันนี้คนที่ทำงานกูบอกเอง อยู่ชานเมืองแล้วมาทำงานในเมือง ขับรถมาเองค่าน้ำมันถูกกว่านั่งรถไฟฟ้าว่ะ)

825 Nameless Fanboi Posted ID:KNvo1ET+pZ

อีกหน่อยก็จะกลายเป็นเชื่อมระหว่าง กทม.กับ ตจว.รอบนอกผ่านทางรถไฟนั่นแหละ

826 Nameless Fanboi Posted ID:9wGCCnMUab

>>824 สูงสุดที่ไทยรับได้ต่อปีเชื่อว่า 70-100M ตอนนี้แค่ 30 พอรับได้อยู่ ถ้าสนามบินรถไฟถนนท่าเรือสร้างเสร็จหมดนะ ต่างชาติมาไทยยังไงก็ต้องเที่ยวกทม.ซักวันนึงละ เหมือนมึงไปญี่ปุ่น 10 ครั้งแต่ไม่เคยไปโตเกียวเลย ใครจะทำแบบนั้นวะ

เอาจริงนะ ถ้าข้ออ้างของมึงคือสร้างทีละเส้น คนขึ้นไม่ถึงไม่มีกำไรก็ไม่ต้องสร้าง แล้วเมื่อไหร่มันจะได้สร้างวะ BTS 15 ปีได้มั้งกว่าจะมีกำไรก้อนแรก ส่วนใหญ่ได้จากค่าโฆษนาด้วย ถ้านับกันแบบนี้ กว่าไทยจะมีรถไฟฟ้า 10 สายก็ต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 150 ปี บวกแกปเวลาสร้างอีกก็ 200 ปีได้ แล้วถ้าประชากรลดก็ไม่ต้องสร้าง สรุปคือไม่ต้องสร้างเลยดีสุด

827 Nameless Fanboi Posted ID:ZWtO+iWLtV

ทำไมไม่รอถนนลูกรังหมดก่อนค่อยสร้าง

828 Nameless Fanboi Posted ID:+1zphuc0Zk

>>826 ที่ผ่านมาเราก็เอาตามนั้นอยู่แล้วนี่หว่า "เราสร้างรถไฟฟ้าตามชุมชน..ไม่ใช่สร้างดักชุมชน" มึงดูนะ เส้นแรก หมอชิต,จตุจักรไปสุขุมวิท กับไปสะพานตากสิน-สีลม มันคือจุดที่เป็นเมืองหนาแน่นเต็มที่มานานแล้ว ทีนี้ต่อมาฝั่งสุขุมวิทก็ขยายไปบางนา ฝั่งสีลมขยายมาบางหว้า พร้อมๆ กับสายสีม่วงที่มันไปทางบางบัวทอง กับรถไฟที่สร้างตามแนวโฮปเวลล์เก่าไป มธ.รังสิต พวกนี้มันเป็นชุมชนหนาแน่นแล้วไง มันมีแผนเดิมอยู่มั้ง ที่บอกว่า พ.ศ.257X-258X นี่ละกว่าจะมีครบ (ถ้าคิดจะสร้างให้ครบนะ) แต่ตอนนี้มันน่าจะร่นมาอีกเพราะพวกเล่นสร้างพร้อมกันเลย

แล้วก็ถูกแล้วนี่หว่าที่ว่าไม่มีกำไรก็ไม่ต้องสร้าง อย่างเส้นที่เขาลงมือสร้างกันตอนแรกๆ เพราะเชื่อว่ามันมีกำไรไง ก็เหมือนรถไฟความเร็วสูงสมัยเจ๊ปูอะ กูคนหนึ่งเลยที่ค้าน กูถามหน่อยคนไทยมีปัญญานั่งได้บ่อยๆ ไหม กม.ละ 1.6-2.4 บาทน่ะ เว้นแต่มึงคิดว่ามันเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานแล้วจียดงบไป Subsidize ให้ตั๋วมันถูกลง เอาแบบรถเมล์ ขสมก. ที่ขาดทุนตลอดแต่อยู่ได้เพราะมีภาษีมาโปะ ให้ พนง. ยังอยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องไปวิ่งทำรอบแย่ง ผดส. จนหัวร้อนทะเลาะกันแบบรถร่วม

829 Nameless Fanboi Posted ID:+illxgwNvC

>>828 ว่าแต่ไอ้สายสีม่วงมันได้กำไรเปล่าวะ ดูลักษณะไม่น่าได้เลยว่ะ

830 Nameless Fanboi Posted ID:+1zphuc0Zk

>>829 ตอนนี้คนเยอะนะมึง ตั้งแต่เชื่อมกับใต้ดินสายสีน้ำเงินนี่ละ อันนี้กูให้เครดิตลุง แค่ 1 สถานีเชื่อมกัน แม่งจะฟ้องอะไรกันนักกันหนา เจอลุงทุบโต๊ะ ม.44 จบ เมื่อก่อนสายสีม่วงอะโหรงเหรงนะตอนไม่เชื่อมกัน

831 Nameless Fanboi Posted ID:+illxgwNvC

>>830 คนเยอะจริง แต่กำไรหรือเปล่ามากกว่าที่กุสงสัย คือ มึงอาจรู้สึกคนเยอะนะแต่ไม่ได้หมายความว่ามึงเห็นคนเยอะแบบนั้นแล้วมันได้ตามเป้าที่วางไว้น่ะ เพราะเห็นแม่งจะลดราคาสายนี้มันบ่งบอกว่าจำนวนคนไม่น่าจะขึ้นเยอะตามที่ตั้งเป้าว่ะ

832 Nameless Fanboi Posted ID:IBI1Jht+E1

>>831 ลดราคาเพราะเป็นของ MRT ไง ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ตอนนี้ที่มีปัญหาตั๋วแพงคือส่วนของ BTS เพราะเป็นเอกชนเต็มตัว รัฐไปยุ่งไม่ได้

833 Nameless Fanboi Posted ID:9wGCCnMUab

>>828 ในกทม.มีเส้นไหนไม่ผ่านชัมชนมั่งวะ แม่งแออัดชิบหายเพราะผังเมืองเหี้ยๆ สร้างยังไงแม่งก็ไปที่ชุมชนอยู่ดี ยิ่งสร้างเยอะๆ เป็นเครือข่ายคนยิ่งขึ้นมากตาม โครงสร้างพื้นฐานต้องสร้างนำด้วย ไม่ใช่ตามอย่างเดียว ถ้า 60 ปีก่อนบอกรถยังน้อย ไม่ต้องสร้างถนน มันจะได้มั้ยละ

>>831 มันไม่ได้หาเงินจากตั๋วอย่างเดียว โฆษนากับการใช้พื้นที่ก็เป็นรายได้หลัก ของแบบนี้ต้องมองระยะยาว อย่าง BTS ตอนนี้ก็ยังไม่คืนทุนนะรู้มั้ย เพราะขาดทุนติดต่อกันมานาน แต่กระแสเงินสดเยอะเลยอยู่มาจนเริ่มทำกำไรได้ สายอื่นถ้าต่อกันหมดมันจะเริ่มมีกระแสเงินสดช่วยพยุงกันจนมรกำไรเองละ ถ้าบริหารดีๆ นะ

834 Nameless Fanboi Posted ID:+1zphuc0Zk

>>833 อันนี้ตัวอย่าง https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=44 กูอยู่แถวนี้-ไปๆ มาๆ บ่อยๆ สายสีชมพูถ้าจะสร้างควรแบ่งเป็น 2 เฟส เฟสแรกจากแครายเอามาชนกับรถไฟฟ้าเส้นโฮปเวลล์เก่าตรงหลักสี่ ตรงนี้เร่งด่วนกว่าฝั่งรามอินทรา-มีนบุรีแน่ๆ เพราะอย่างหลังนี่ชุมชนยังไม่หนาแน่นเท่าพวกฝั่งนนท์ อารมณ์ BTS สายหมอชิตที่แบ่ง 2 เฟส เฟสแรกสร้างเข้าสยาม-สุขุมวิทเมื่อ 20 ปีก่อน แล้วไม่นานนี้เพิ่งจะมาสร้างเฟส 2 ขึ้นเหนือต่อไปปทุมนั่นละ (ตอนนี้วิ่งถึง ม.เกษตรละ) เพราะเส้นพหล-เกษตร-สะพานใหม่แม่งเพิ่งหนาแน่นเมื่อหลังปี 50 นี่เอง ก่อนหน้านี้เป็นชานเมือง (อานิสงค์จากศูนย์ราชการ อารมณ์เดียวกับแจ้งวัฒนะ เมื่อก่อนก็เปลี่ยวเหมือนกัน) ที่สำคัญตามแผนเดิม ที่เขาให้สร้างแบบทยอยๆ เพราะมันมีเรื่องรถติดด้วย อย่างลาดพร้าวจริงๆ จะเริ่มสร้างปี 62 นี่ละ รอให้ BTS ทีี่จะไปสะพานใหม่เรียบร้อยก่อน แต่ไปเร่งสร้างตั้งแต่ปี 61 พร้อมๆ กับทางแจ้งวัฒนะ-รามอินทรา กลายเป็นรถหาทางหนีไม่ได้ ติดมันทุกจุดเลยแถวพหลฯ-วิภาฯ ถึงได้มี?ฤษฎีที่ว่าฝุ่น PM2.5 ที่มันเยอะๆ ใน กทม. เพราะรถแน่นถนนนี่ละ

เรื่องถนนนี่มันมีช่วงหนึ่งด้วยนะที่รัฐบาลอนุมัติแหลกเลยใครขอมาเรื่องสร้างถนน จนมีคนประชดว่า "สร้างถนนไว้ให้ควายเดิน" คือมันจะมีถนนจำนวนไม่น้อยที่สร้างไว้แล้วแทบไม่มีใครไปใช้ (ส่วนมากอยู่ใน ตจว.) จนชาวบ้านปล่อยวัวปล่อยควายเดินเล่นกันสบายๆ แต่ถนนนี่ค่าก่อสร้างและบำรุงรักษามันไม่แพงไงเมื่อเทียบกับระบบราง เลยไม่ค่อยมีใครพูดกัน

835 Nameless Fanboi Posted ID:byOSj/J.pm

>>834 มึงก็ช่างสรรหาข่าวจากดร.ปัญญาอ่อนนี่มาได้นะ ไม่รู้เหรอว่ามันเป็นใคร

836 Nameless Fanboi Posted ID:EzuWX+w2L6

>>835 อันนี้กูเห็นด้วยกับแก เพราะกูอยู่แถวนี้ แค่นั้นละ

837 Nameless Fanboi Posted ID:2Jk7upKv83

รัฐสวัสดิการ จะทำให้ทุนนิยมอยู่รอดได้จริงหรือ..?

ช่วงนี้เราเห็นปัญหาจากระบบประกันสังคมและระบบบำนาญที่กำลังเจอวิกฤติ Aging Society ทำให้มีโอกาสที่รัฐสวัสดิการเหล่านี้จะ "ขาดทุน" หรือถึงขั้น "ล้มละลาย" ในอนาคต

รัฐสวัสดิการถูกสร้างขึ้นมาแรกเริ่มเพื่อช่วยประคองทุนนิยม ให้ลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง "นายทุน" กับ "กรรมาชีพ" ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ๆ เชื่อไหมว่าที่เมืองแมนเชสเตอร์ประเทศอังกฤษ (เมืองเดียวกับที่มีทีมฟุตบอลที่เคยรุ่งเรื่องแต่ตอนนี้รุ่งริ่งอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั่นแหละ) เป็นเมืองอุตสาหกรรมสิ่งทอในยุคนั้น ประชากรในเมืองแมนเชสเตอร์มีอายุขัยเฉลี่ยเพียงแค่ 42 ปีเท่านั้นเอง เพราะการทำงานหนักจากระบบโรงงานนรก 80-100 ชม ต่อสัปดาห์ ไม่นับรวมถึงการใช้แรงงานเด็กอย่างทารุณ

เมื่อทุนนิยมทำให้คุณภาพชีวิตเลวร้าย ทำให้ช่วงนั้นมาร์กซิสจึงเป็นเหมือนทางเลือกใหม่ให้กับคนในกลุ่มประเทศยุโรป จนคอมมิวนิสต์ฉกฉวยนำมาร์กซิสมาแต่งหน้าทาแป้งใหม่จนผิดเพี้ยนจากรากเดิมของคาร์ล มาร์กซไปไกล

แต่ตอนนั้นทุนนิยมจะยอมให้ตัวเองล่มสลายไม่ได้ การรอมชอมระหว่าง นายทุน รัฐ และกรรมาชีพจึงเกิดขึ้น นี่เป็นจุดตั้งต้นของรัฐสวัสดิการพื้นฐานในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม การริเริ่มเรื่องสวัสดิภาพแรงงาน ระบบประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ เริ่มก่อร่างสร้างตัวจนเป็นรูปเป็นร่าง (พรรคแรงงานของอังกฤษก็มีจุดเริ่มต้นจากการต่อสู้เพื่อสิ่งนี้)

บางคนจะพูดว่า รัฐสวัสดิการคือ การพบกันตรงกลางระหว่างทุนนิยมและสังคมนิยม หรือตรงกลางของซ้ายและขวา ฟังหรูดูดี

แต่เอาเข้าจริงๆ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือ..?

ใช้การคำนวนง่ายๆ ทางคณิตศาสตร์ เงินบนโลกนี้เพิ่มขึ้นในอัตราเร่งหลังวิกฤติ subprime ของสหรัฐในปี 2008 จากการ QE มหาศาลของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยูโร อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ

แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ได้รวยขึ้นในอัตราเร่งเดียวกัน นั่นหมายถึงว่าปริมาณเงินบนโลกส่วนใหญ่นั้นไหลเข้าสู่คนส่วนน้อยมากขึ้นๆ จนเริ่มทำลายกฎพาเรโต 80/20 ที่ว่าด้วยเงิน 80% บนโลก อยู่ในมือคน 20% (ตอนนี้กระแสเงินค่อยๆ ไหลเข้าสู่กฏ 99/1 เรื่อยๆ แล้ว)

ด้วยคณิตศาสตร์เด็กประถมก็คำนวนได้ ว่าถ้าเงินบนโลกไม่ได้อยู่ในมือคนส่วนใหญ่ การสร้างรัฐสวัสดิการ โดย "เจียด" เงินของคนส่วนใหญ่ มาเป็นกองทุน แล้วนำกองทุนไปลงทุนเพื่อหาผลตอบแทน การเติบโตของเงินนั้นไม่มีทางที่จะเทียบกันได้กับความมั่งคั่งที่ไหลไปสู่กลุ่มชนชั้นสูงของโลก

คุณเป็นหมากบนกระดาน monopoly ที่ทุกช่องตาเดินมีโรงแรมของคนอื่นเปิดมาครบหมดแล้ว ถึงคุณเดินครบรอบแล้วได้เงินมาอีกรอบละ $2,000 ก็คงไม่ช่วยให้คุณมีชีวิตรอดในกระดาน monopoly นี้ต่อไปได้

พูดง่ายๆ คือ เราไม่มีทางจะเท่าเทียมกันมากขึ้นผ่านระบบรัฐสวัสดิการ ตราบใดที่ชนชั้นสูง ไม่เต็มใจที่จะลดความมั่งคั่งของตัวเองลง (เช่นการเก็บภาษีคนรวยมากขึ้นอย่างมีนัยยะ เพื่อนำไปสมทบกับรัฐสวัสดิการของคนส่วนใหญ่ แต่สิ่งนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นได้จริง) บทบาทของรัฐมีสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด คือ การดึงความมั่งคั่งจากคนรวยเข้ามาเป็น input ใหม่ของรัฐสวัสดิการให้สำเร็จ

ท้ายที่สุดความผิดเพี้ยนของทุนนิยม รวมถึงโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ก็ทำให้รัฐสวัสดิการ ความหวังสุดท้ายของทุนนิยม กำลังจะล่มสลายไปตามๆ กัน

ไม่นับรวมไปถึงสุขภาพของดาวเคราะห์ดวงนี้ที่ทรุดโทรมหนักขึ้นเรื่อยๆ จากทุนนิยม ที่รีดทรัพยากรของโลกอย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้างความมั่งคั่งของคน จนดาวเคราะห์ดวงนี้แทบไม่มีโอกาสฟื้นฟูกลับไปสู่ prosperity ที่เคยมีมาในอดีตอีกต่อไปแล้ว

เห็นบิลเกตต์แนะนำหนังสือ Factfulness (จริงๆ แล้วโลกดีขึ้นทุกวัน) เราคิดว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วเหรอ..?

838 Nameless Fanboi Posted ID:p63XUj/6Ai

>>837 อันนี้น่าสนใจ ก่อนหน้านี้ที่ชอบแซะกันว่าคนเรากลัวไม่เข้าเรื่องที่บอกว่าเครื่องจักรจะมาแย่งงานมนุษย์ นั่นเพราะเครื่องจักรยุคก่อนหน้านี้มันคิดเองไม่ได้ ประมวลผลซับซ้อนมากๆ ก็ยังไม่ได้ ดังนั้นคนจึงไม่ถึงกับตกงานมากนัก ยังพัฒนาตัวเองให้ทำงานไปกับเครื่องจักรได้ แต่ปัจจุบันที่เป็นยุค AI นี่ละที่น่าห่วง เพราะมันคิดเองได้ ประมวลผลซับซ้อนมากๆ ได้ แม้แต่อาชีพที่ว่าชั้นสูงมากๆ อย่างหมอ วิศวะ ครู ผู้พิพากษา นักบัญชี นักบิน ฯลฯ ก็ยังไม่พ้นชะตากรรมเสี่ยงตกงาน

839 Nameless Fanboi Posted ID:+/ewLhXm95

เช้านี้ทราบข่าวผู้ใหญ่ที่รู้จักเสียชีวิตกระทันหันเพราะสำลักชานมไข่มุก..

คงต้องระวังนะครับ จากเคยได้ยินเป็นเรื่องไกลตัว วันนี้ถือว่าใกล้ตัวมาก ๆ กินไปคุยไป ดูดทีเข้าไปหลาย ๆ เม็ด ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยครับ

840 Nameless Fanboi Posted ID:HP9R/l.KaJ

การใช้โปรแกรมทั้งหลายแหล่มาวัดอย่างเดียว เป็นพิษต่อคุณภาพนิสิตนักศึกษา และคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างมาก
ทำให้ธุรกิจการศึกษาเจริญเติบโตอย่างมาก โดยไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาเลย
turnitin ทำร้ายนิสิตมานักต่อนักแล้ว
อาจารย์เองไม่สามารถบริหารจัดการอะไรได้
regulations ต่างๆ ออกมาไม่เว้นวัน ทำให้เกิดปัญหาหยุมหยิมที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนเลย เพราะต้องมาคอยวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องเอกสาร

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

841 Nameless Fanboi Posted ID:bHZDUCmH3B

คือต้องยอมรับว่า เราขุดโลกขึ้นมาเพื่อให้เราสบาย ถ้าเราเลิกทำ คนจนจะตายก่อนอันดับแรก

ผมรู้ซึ้งตอนที่เห็นเพื่อนที่รวยแล้ว ก็มักจะรักโลก อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ผมทักง่ายๆ งั้นเลิกขับรถมานั่งรถโดยสารเหมือนผมสิ ก็ไม่พอใจอีก ทำไม่ได้

ทำโครงการไปชนบท ถ้ายรูปสวยหรูมาโพสต์เฟส ผมบอก เนี่ยแหละ แถวบ้านผมเมื่อ 20 ปีก่อนชัดๆ

เค้าตอบมาว่า เสียดายนะครับ อากาศดีๆ วิวสวยๆ

ผมบอกไม่เสียดาย ผมดีใจที่บ้านผมมีถนนคอนกรีต ไม่ต้องลุยโคลนตมเข้าบ้านเวลาฝนตก มีไฟฟ้า ประปาเข้า ไม่ต้องขุดบ่อบาดาลน้ำเค็มๆ มีสัญญาณโทรศัพท์ มีอินเตอร์เนต

คนรวยไม่เข้าใจหรอกว่า ชาวบ้านเขาก็อยากมีกินมีใช้ อยากไปเที่ยวต่างประเทศ กินอยู่สบายบ้าง ไม่ใช่อาบเหงื่อต่างน้ำทุกวันเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ถึงวันพรุ่งนี้

842 Nameless Fanboi Posted ID:+RbZX9YMF6

>>841 "คนเรานี่ก็แปลก ตอนเกิดมาจนก็อิจฉาคนรวย ต่อสู้ดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อให้ตัวเองและครอบครั่วกลายเป็นคนมั่งมี แต่พอสามารถหลุดพ้นความจนขึ้นมาร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้จริงๆ กลับรู้สึกโหยหาวิถีชีวิตเรียบง่ายสมัยที่ตนเองยังจน แล้วก็พร่ำบอกคนอื่นว่าโลกของคนรวยมันวุ่นวาย ถ้าเลือกได้ก็อย่ามาดีกว่า"

#มิตรสหายงงๆ ท่านหนึ่ง

843 Nameless Fanboi Posted ID:+RbZX9YMF6

>>842 ครอบครัว*

844 Nameless Fanboi Posted ID:Wbz.iZ32Tz

>>842 กุเห็นส่วนใหญ่พวกที่พูดน่ะ รุ่นลูกรุ่นหลานที่เกิดมาบนฟูกเงินฟูกทองทั้งนั้นล่ะ

845 Nameless Fanboi Posted ID:wLbdcVXVBy

พวกคนรวยมันromanticisedชีวิตตจว. คิดว่าคนตจว.สโลว์ไลฟ์ ตื่นเช้ามาอากาศสดชื่นเย็นฉ่ำหมอกน้ำค้างเกาะบางๆ ชงกาแฟดริปทิ้งไว้แล้วปั่นจักรยานออกไปซื้อปาท่องโก๋มากินแกล้ม สายๆค่อยออกไปไร่นา

ซึ่งไม่จริงเลย อีดอก

846 Nameless Fanboi Posted ID:VAXlIINliX

อ่านแล้วนึกถึงกระท่อมปลายนาของมารีอังตัวเน็ต

847 Nameless Fanboi Posted ID:+RbZX9YMF6

>>844 , >>845 คนชั้นกลางค่อนบนแนว Hipster ทั้งหลายก็ด้วย (จนกูคิดว่ากระแส Hipster นี่มันคือกิจกรรมยามว่างของคนมีเงินเหลือ แต่ไม่ได้สอดคล้องกับชีวิตจริงๆ ของคนเราหรือเปล่าวะ) แต่เรื่องคนแก่ที่ตอนเด็กๆ หนุ่มๆ ลำบากมาก่อนแล้วสู้จนสร้างฐานะดีขึ้นได้ แล้วก็มาบ่นว่าโลกคนรวยแม่งวุ่นวายนี่ก็มีจริงนะ จนกูงงใน >>842 นั่นละ

848 Nameless Fanboi Posted ID:XhqMDveTsF

สงสัยว่าทำไมไม่ใช้กรรไกรตัด

849 Nameless Fanboi Posted ID:ttrJdGld9+

ดูข่าวนี้ของ ดร. มานาน ก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง thesis มากนัก แต่ก็นับถือที่ท่านโต้ตอบอย่างละเอียดทุกครั้ง (ใช้ความมานะมาก อย่างสุภาพอีกด้วย) ฝ่ายโจมตี ก็ขยันโจมตีรัว ๆ ทำให้เห็นว่า ท่านดร. น่าจะเป็นบุคคลที่ระดับสติปัญญาสูงส่ง มานะอดทน และเป็นอันตรายสำหรับฝ่ายโน้น จนทำให้ฝ่ายนั้นอยู่เฉยและเลิกลาไม่ได้ กะจะให้ล้มให้ได้ เขาน่าจะหยุดโจมตีบ้าง หรือเลิกราไป ถ้ามีใครในฝ่ายนั้นถูกฟ้องร้องคดี..."เชือดไก่ให้ลิงดู"
#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

850 Nameless Fanboi Posted ID:KXi4wEVtfh

ว่าจะไม่พูดแล้ว แต่ต้องขอพูดสักหน่อย จำได้ไหม เดือนก่อนโน้น ฉันเคยโพสต์ว่า การประกวดนางงาม หรือแม้แต่ประกวดผู้ชาย หรือประกวดเกย์ รอบตอบคำถามอ่ะ มันไม่มีถูกผิดหรอก กรรมการเค้าดูที่ "ความมั่นใจ ชัดเจน มั่นในคำตอบ"

ต่อให้ถามว่า ให้เลือกระหว่าง ผู้กล้ากับจอมมาร แล้วหนูตอบว่าเลือกจอมมาร หนูก็เข้ารอบจ้ะ ถ้าตอบอย่างมั่นใจสุดๆ ยืนกรานว่าฉันชอบจอมมาร เพราะ 1.. 2.. 3..ก็ว่าไป

แต่ถ้าตอบว่า เอ่อ..ผู้กล้าก็หนูชอบ จอมมารหนูก็รัก งั้นหนูเอาทั้งสองอย่างเลยละกัน ตุ๊บฮ่ะ! มันดูเหมือนคนใจโลเล เหมือนคนไม่มีความมั่นใจ มันดูเหมือนตอบไม่ตรงคำถาม เอ้ะ หรือกรรมการถามไม่ตรงคำตอบของน้องเค้า?

851 Nameless Fanboi Posted ID:VAXlIINliX

"Don't let getting lonely make you reconnect with toxic people. You shouldn't drink poison just because you're thirsty."
#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

852 Nameless Fanboi Posted ID:IZtYMPs2Sj

>>837 ทุนนิยม -> สังคมนิยม -> คอมมูน

853 Nameless Fanboi Posted ID:KXi4wEVtfh

นี่เราอยู่ในยุคที่ผ่อนตั๋วเครื่องบินได้
อู้หูวว อย่าว่าอีพวกเจนวายเลยคุณ
ก็มันถูกอะ
อนาคตคงแคชแบค แถมสะสมไมล์เต็มจำนวน
อัพคลาสให้ด้วยก็ดีนะ
ขายบ้านตะลอนๆไปเรื่อยๆ ค่ำๆไหนนอนนั้น
ประกาศพระเจ้า
อันหลังเอาจริงนะ
//ปรากฏว่าบินไปประกาศจีนเมนแลนด์ เวียด ลาว เจอคุกสิฮ้าบบ

854 Nameless Fanboi Posted ID:TH/cmV/u9j

Universal Basic Income (UBI) มีไว้เพื่ออะไรกันแน่..?

วันนี้อ่านโพสของน้องคนนึงที่พูดเรื่องการทดลอง Basic Income ในฟินแลนด์แล้วผมค่อนข้างตกใจ

ตกใจที่คนหลายคน แม้แต่สื่อที่เขียนเรื่องนี้ มองว่า Basic Income ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงาน (ซึ่งข้อนี้ถูกต้อง)

855 Nameless Fanboi Posted ID:qeEKQNzFrt

>>854 แก้ไม่ได้ไม่ใช่เรอะ

https://www.theguardian.com/world/2019/feb/08/finland-free-cash-experiment-fails-to-boost-employment

856 Nameless Fanboi Posted ID:9VuE2gzGLI

สรุปไม่ว่ายังไง คนก็จะหันไปใช้หุ่นยนต์แทนมนุษย์สินะ มาตรการไหนๆ ก็ห้ามไม่อยู่

857 Nameless Fanboi Posted ID:wfV9eV+Vum

สมัยยังอยู่ในกะลา สมัยยังไม่ได้ออกมาทำงาน รับผิดชอบชีวิตตัวเอง เห็นความจริงของปัญหาโครงสร้าง

คิดแล้วก็รู้สึกรังเกียจตัวเองสมัยนั้นที่เวลาเห็นคนจน คนแก่ ที่อายุปูนนั้นแล้วยังต้องออกมาทำงานตรากตำ เดินขอทาน เก็บขยะขาย ว่าเนี่ยเพราะไม่ขยัน ไม่เก็บออม เนี่ยคงไม่ดูแลลูกเต้าให้ดี เขาถึงไม่มาแลดู

แต่เมื่อออกจากกะลา เจอความจริงของโครงสร้างกระแทกเข้ากับตัวเอง ได้เข้าใจว่า คนไม่ได้จนเพราะไม่ขยัน คนไม่ได้จนเพราะเขาขี้เกียจ แต่ถามว่าตอนที่เราทำงานแทบตาย 6 วันต่อสัปดาห์ เช้าจนค่ำ ได้เงินเดือน 7500 ขนาดไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรเลย บ้านก็มีอยู่ ยังไม่ต้องช่วยครอบครัวทางการเงิน เรายังมองอนาคตไม่ออกว่าเราจะอยู่ยังไงกับรายได้แค่นี้ แล้วคนที่เขามีต้นทุนน้อยกว่าเรา เขาจะอยู่กันยังไง เขาจะมองอนาคตด้วยความรู้สึกแบบไหน

เวลาผ่านไป พ่อแม่ก็แก่ลง ถึงวัยเกษียน แต่ก็ไม่ได้มีเงินมากพอจะอยู่อย่างสบายได้ เราพยายามหาเงินให้มากขึ้นเพื่อให้เขาไม่ต้องลดคุณภาพชีวิตตัวเองให้ต่ำลง หวังแค่ประคองให้อยู่ต่อไปได้ ก็ได้พบความจริงของโครงสร้างภาษี และสวัสดิการ สิ่งพื้นฐานที่เราได้มันช่างสวนทางกัน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป สุดท้ายเราก็จะเป็นคนแก่ที่ไม่ได้มีเงินเหลือพอในการใช้ชีวิตยามแก่อย่างมีคุณภาพชีวิต ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครเลย ในเมืองเฮงซวยที่ไม่เอื้อกับการใช้ชีวิตของคนแข้งขาอ่อนแรง หรือพิการ นี่หรอสิ่งที่เราได้ตอบแทนจากการเป็นประชากรที่ทำหน้าที่ทุกอย่างที่ประชาชนคนหนึ่งพึงจะทำ ด้วยการไม่มีอนาคต ด้วยการจ่ายภาษีแล้วรู้สึกสูญเปล่า โดนปล้น?

คนเราเกิดมาต้นทุนต่างกัน มันไม่ใช่เพราะเวรกรรมหรือบุญวาสนา แต่ที่มันต่างกันขนาดนี้เพราะการจัดการ การกระจายทรัพยากร การกดทับ ที่สะท้อนการจัดการของรัฐที่ล้มเหลวโดยสิ้งเชิง รัฐที่ไม่เห็นหัวประชาชนจริง ๆ อำนาจที่ไม่เคยจะอิงกับประชาชน

เราก็น่าจะเหมือนกับใครหลายคนที่เคยเชื่อ หรือปัจจุบันยังเชื่อ คำคำกลวง ๆ ที่บอกว่า ไม่เลือกงานไม่ยากจน งานหนักไม่เคยฆ่าใคร คนจนเพราะขี้เกียจ แต่ในเมื่อเรารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ เรจะไม่ปล่อยให้มันกดหัวเราและคนอื่นต่อไปอีกเด็กขาด คำเลวๆ พวกนั้นมันต้องหายไปจากโลกนี้ซะที

858 Nameless Fanboi Posted ID:TElWDIHBv1

>>857 ลองไปโพสต์สเตตัสนี้ในพันทิปสิ แล้วคุณมึงจะโดนถล่มจนหาทางกลับบ้านไม่ทัน

859 Nameless Fanboi Posted ID:2Iog5MORll

ไม่มีใครชม กรมอุตุนิยมวิทยาหน่อยเหรอ ทำนายอากาศเย็นแม่นอยู่นะ

860 Nameless Fanboi Posted ID:a6p0M8XUwM

>>857
ขี้แพ้เอง กูทำงานRoutine ยังมีเงินเหลือผ่อนบ้าน รถ แค่ไม่มีลูกนะ คุยกับเมียแล้วไม่รู้จะมีไปทำไม

โบนัสออกไปเที่ยวญี่ปุ่นดีกว่า

861 Nameless Fanboi Posted ID:P3i9HmDb0W

>>857
เจ้าของคอมเม้นทำงานอะไรครับ? เป็นที่ต้องการของตลาดรึเปล่า?

862 Nameless Fanboi Posted ID:wfV9eV+Vum

>>861 pupesosweet

863 Nameless Fanboi Posted ID:gsqBvrHdBF

>>860 มึงอาจจะชีวิตดีกว่านี้เอง ถ้าโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศดีกว่านี้

864 Nameless Fanboi Posted ID:gsqBvrHdBF

ตลาดหุ้นไทยกำลังโดนทำโทษ

ตลาดหุ้นไทยในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าร่วงเละเทะจนทำ New low ในรอบปี สวนทางกับตลาดหุ้นต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้านที่ตกน้อยกว่าหรือบางประเทศแทบจะไม่ตกเลย…สาเหตุน่าจะมาจากอะไรกัน

จึงลองเอาตัวเลขง่ายๆแค่ 2 ตัวคือ ค่า P/E Ratio ของดัชนีตลาดหุ้น (ยิ่งสูงแสดงว่ายิ่งเป็นตลาดที่แพง) และ GDP Growth โดยประมาณของประเทศเราและประเทศเพื่อนบ้านมาเทียบกันดู

เห็นได้ชัดเลยว่าค่า P/E ของตลาดหุ้นไทยสูงเกือบที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ GDP Growth กลับต่ำเกือบสุด

เทียบง่ายๆแบบนี้ก็เห็นได้ชัดเลยว่า ในเวลานี้ตลาดหุ้นไทยนั้นแพงเกินไปที่จะได้รับค่า P/E สูงๆ แม้ตลาดอินโดนีเซียจะยังมีค่า P/E สูงกว่าบ้านเรา แต่ประเทศเค้าก็ยังมี GDP Growth ที่สูงกว่า ดังนั้นการที่ค่า P/E ของตลาดหุ้นอินโดนีเซียอยู่ในระดับสูงจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้

ส่วนประเทศอื่นๆนั้นไม่ต้องพูดถึง ทุกประเทศล้วนมีค่า P/E ต่ำกว่าประเทศไทย และมี GDP Growth ที่สูงกว่า แม้จะมีสิงคโปร์ที่ growth ต่ำ แต่ค่า P/E ตลาดของเค้าก็ต่ำเช่นกัน ซึ่งก็ยังคงอยู่ในความสมเหตุสมผลอยู่ดี

ดังนั้นเมื่อมองไปในภูมิภาคของเราแล้วจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นไทยไม่อยู่ในระดับราคาที่สมเหตุสมผล จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีแรงขายออกมา เนื่องจากตลาดกำลังทำการปรับสมดุลย์ด้านราคานั่นเอง

สิ่งนี้คือตลาดหุ้นไทยกำลัง “ถูกทำโทษ” ทางด้านราคาหรือ Valuation นั้นแพงเกินไป ตลาดหุ้นจึงปรับตัวลดลงได้โดยที่แทบจะไม่มีข่าวร้ายอะไรเลย สวนทางตลาดอื่นๆในโลกที่ไม่ส่ออาการเซเลยเนื่องจากแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่าจีนกับสหรัฐยังคงเป็นเชิงบวก

ถ้าไม่อยากให้ตลาดหุ้นไทยโดนลงโทษด้าน Valuation ต่อไปแบบนี้ พวกเราก็คงต้องลุ้นกันให้บริษัทจดทะเบียนกลับมาทำกำไรให้เติบโตได้มากๆ เพื่อจะได้ลดค่า P/E ลงเร็วๆ แต่สำหรับผมคิดว่ามันลุ้นยาก เพราะบริษัทหลักๆในตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมที่โตช้า เช่น พลังงาน ธนาคาร อสังหาฯ และอุตสาหกรรมโลกเก่าอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับผมแล้วผมจะหันกลับมามองตลาดหุ้นไทยอีกครั้งในกรณีเดียวคือ ราคาลงมาถูกมากๆ เอาแค่ถูกจนน่าสนใจก็พอ เพราะมันไม่มีอะใหม่ๆให้เล่น

ส่วนทางทำโทษด้านราคาจะเกิดขึ้นอีกนานแค่ไหน ก็คงไม่มีใครตอบได้ ผมรู้แค่ว่าสุดท้ายแล้วกลไกตลาดต้องปรับสู่สมดุลย์ในระยะยาว เหมือนเป็นการกดปุ่ม Reset แล้วกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำวนไปเป็น Cycle เป็นปกติอยู่แล้ว คนลงทุนในตลาดหุ้นจำเป็นต้องเข้าใจครับ

865 Nameless Fanboi Posted ID:rjaWN2vxLu

พวกที่ทรัพย์สินไม่ถึง 10 ล้านก็เป็นพวกขี้แพ้

866 Nameless Fanboi Posted ID:5kEOCsJOuY

คำวินิจฉัยของวิษณุ ผูกพันทุกองค์กร ใช้บังคับได้ทันทีที่ประกาศออกสื่อ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

867 Nameless Fanboi Posted ID:4C5E8jB1T8

เหตุผลที่ไมเคิลไม่เข้าใจแนวคิดแบบนี้เพราะเขาเป็นอมตะไง ถ้าเรามีชีวิตอยู่ได้ตลอดกาลงั้นศีลธรรมก็ไม่สำคัญเพราะการกระทำของเรามันไม่ส่งผลอะไรตามมาทั้งนั้น ถ้าโกหกใครแล้วไง รอไปอีกสองสามหมื่นล้านปี ความผิดก็จางไปแล้ว จะให้เขาคิดได้ เราต้องให้เขามองว่าชีวิตมีจุดจบ ทุกการกระทำมีความหมาย https://t.co/I8J5D8UOBS

868 Nameless Fanboi Posted ID:5kEOCsJOuY

ฉันทามติของชนชั้นนำฝ่ายอำมาตย์

คือประชาธิปไตยครึ่งใบ

ใครที่คิดไปมากกว่านั้น

ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบไหน เฉดสีใด ที่แตกต่างจากประชาธิปไตยครึ่งใบ ของชนชั้นนำฝ่ายอำมาตย์

ชาติชาย ชุณหะวัณ

ทักษิณ ชินวัตร

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ก็จะถูกชนชั้นนำฝ่ายอำมาตย์ ถีบตกเวที

ความแตกต่าง ระหว่าง 2 คนแรกกับคนหลัง

ก็คือว่านี่เป็นอีกยุคสมัยแล้ว

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

869 Nameless Fanboi Posted ID:tmQL7scphx

ภาษีที่แพงที่สุดที่เคยจ่ายคือค่าเสียโอกาสที่เราต้องมาติดอยู่ประเทศเหี้ยนี้ ไอ้ตัวเงินน่ะมันไม่เท่าไหร่หรอก

870 Nameless Fanboi Posted ID:gVbu9oJHyq

นักวิทยาศาสตร์สอนลิงให้ใช้เงินเป็นด้วยการให้แผ่นกลมทำจากเงินและสอนว่าเหรียญจะแลกอาหารได้ หลังจากนั้นไม่นานลิงก็รู้จักบริหารเงินที่ตัวเองมี ซื้อของอร่อยที่ชอบกิน เมื่อนักวิจัยลดราคาของอร่อยก็ซื้อเพิ่มเหมือนที่มนุษย์โดนรายการเซลล์ลดราคาตามห้างดึงดูด

แต่ที่น่าสนใจคือ หลังจากลิงเรียนรู้เรื่องเงินได้ไม่นาน ก็มีกะหรี่ลิงเกิดขึ้น ลิงตัวเมียยอมให้ปี้แลกเหรียญ หลังจากเสร็จกิจก็เอาเหรียญไปซื้อองุ่น

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แนวคิดของคอมมี่แม่งผิด และผู้หญิงเป็นกะหรี่หมดทุกสายพันธ์

จบข่าว

https://www.zmescience.com/research/how-scientists-tught-monkeys-the-concept-of-money-not-long-after-the-first-prostitute-monkey-appeared/

871 Nameless Fanboi Posted ID:4OigDgLLXg

นั่งคุยกับลูกเลยเล่าให้ฟังว่า เวลาเราเริ่มเรียนอะไร ความรู้ที่หาได้มักจะเป็นเรื่องย่อย เป็นจุดจุด ร้อยเรื่องพันเรื่อง พอเราเริ่มลงมือทำ เราจะเริ่มร้อยเรียงรวบรวม สะกัดทุกสิ่ง ทิ้งกากเหลือแก่น จะเหลือหัวใจไม่กี่เรื่อง เรียบง่ายไม่พลิกแพลง จากนั้น ขั้นต่อไป คือ เอาแก่นเหล่านั้น ไปอยู่ที่ใจ แล้วลืมไป จนหมดหลอม ให้กลายเป็นตัวเรา ต่อไปใช้ออกจากใจ เอาแก่นที่เรียบง่ายไม่กี่ท่ามาพลิกแพลงได้ทุกอย่าง เป็นแนวทางเฉพาะของเราเอง ลูกก็บอกว่า อ้าวพ่อสอนเหมือน การ์ตูน Bakuman เลย ได้การละต้องไปหาอ่านละสิ เคยอ่านตอนต้นหลายปีก่อนแต่ไม่จบ เดี๋ยวไปจัดมาหน่อยปีใหม่นี้ นอนอ่านการ์ตูนดีกว่า

872 Nameless Fanboi Posted ID:HlzVwlNhEQ

>>870 ไอ้สัสสำลักน้ำเลยกู

873 Nameless Fanboi Posted ID:Vxes+pvxOV

>>870 แนวคิดคอมมิวนิสต์ผิดยังไงอ่า

874 Nameless Fanboi Posted ID:ITc7U4EWDu

>>870 สัส โคตรฮา

875 Nameless Fanboi Posted ID:Vb3WFIzaYB

ตามหลักเวลาแข่งกินจุ คนที่อ้วนๆ จะกินได้น้อยกว่าคนผอมๆมากครับ
เพราะไขมันจะไปเบียดอวัยวะภายใน กระเพาะไรงี้ก็จะขยายไม่เต็มที่เท่าคนผอมๆ
สังเกตุดูรายการแข่งกินจุช่องกันตนา คนที่ได้แชมป์กับเข้ารอบลึกๆ ผอมๆทุกคน

876 Nameless Fanboi Posted ID:g9TFyHhw3W

ปธน.ทรัมป์ ทวีตว่า "Getting VERY close to a BIG DEAL with China. They want it, and so do we!"
หลังจากนั้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯก็วิ่งหน้าตั้ง

อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าท่านเก็บของครบแล้วค่อยทวีตรึเปล่า

877 Nameless Fanboi Posted ID:2FtARRlGxP

พระบิดาแห่งการปั่นหุ้น

878 Nameless Fanboi Posted ID:WxWp25YtDH

วันนี้ตอนประชุมเกรด มีคนแซวผมว่าหลังจาก sabbatical กลับมาแล้ว ใจดีมาก แจก A B+ เยอะเลย เกิดอะไรขึ้น

ผมเลยตอบว่า บรรลุสัจธรรม พบความจริงว่า การเรียนโดยมีคะแนนเป็นเป้าหมายมากดดันนั้น มันไม่ใช่วิธีเรียนที่ถูกต้อง การเรียนที่ถูกต้องต้องสนุกกับมันครับ การแข่งขันในการสอบเพื่อแย่งชิงกันเอาเกรดนั้นทำให้หมดสนุกในการเรียนไป ทำให้การเรียนเป็นอะไรที่น่าเบื่อ โดยเฉพาะกับวิชายาก ๆ ที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ

แต่ข้อเสียคือ การทำแบบนี้ไม่สามารถจะทำได้กับชั้นเรียนใหญ่ ๆ ที่มีนักศึกษาเป็น 40 หรือ 100 กว่าคนขึ้นไปได้ครับ 30 คน ผมว่าก็ทำไม่ได้แล้วครับ

เทอมที่ผ่านมา ผมมีนักศึกษาแค่ 6-7 คนทั้งชั้น ใครมี eureka moment แสดงออกทางหน้าตายังไง ผมเห็น ผมจำได้หมด ได้เรียนได้สอนกันอย่างใกล้ชิด เพราะมีคนน้อย ผมจึงสามารถมีการทดสอบย่อยได้ทุกอาทิตย์ ไม่ต้องมีสอบกลางภาคปลายภาค ทดสอบความเข้าใจของนักศึกษาอาทิตย์ต่ออาทิตย์ได้เลย ไม่ต้องรอให้ดินพอกหางหมูก่อนที่จะแก้ไข ที่สำคัญ เพราะมีนักศึกษาน้อย ผมสามารถที่จะสอบซ่อมนักศึกษาตัวต่อตัวทุกอาทิตย์ได้เลย ใครเข้าใจผิดอะไร ผมรู้หมด นักศึกษาสามารถสอบซ่อมได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะเข้าใจครับ

การสอนวิธีนี้ได้ผลดีมาก ผมทราบได้เพราะนักศึกษาสนุกไปกับการเรียนครับ รู้สึกได้เลย ความรู้สึก บรรยากาศในการเรียนต่างจากสมัยก่อนที่จะดูเครียด ๆ งง ๆ มากครับ

สอนแบบนี้ดีนะครับ ผมก็รู้สึกดี นักศึกษาก็รู้สึกดี ต่างคนต่างมีพลังบวกครับ จริง ๆ นักศึกษาน้อยลง เราน่าจะมาเน้นเรื่องคุณภาพกันแทนนะครับ

879 Nameless Fanboi Posted ID:WxWp25YtDH

ความล้มเหลวของธนาธรคือ ฝากฐานเสียงกับคนรุ่นใหม่ ที่ส่วนใหญ่เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง (รวมถึงข้าพเจ้าด้วย 🤣) คนกลุ่มนี้ แม้จะคับข้องใจกับประยุทธ์ แต่ก็ยังมีชีวิตสุขสบายเกินกว่าที่จะยอมเสียสละมันไป อำนาจสมัยใหม่ ทำให้เรารู้สึกว่า ยอมอยู่เฉยๆ ไปตามระบบ จะเสียประโยชน์น้อยกว่า ออกมาดิ้นรน

ดังนั้น ยากมากที่จะบิ๊วคนกลุ่มนี้ได้ แม้แต่มาร์กซิสอย่าง Antonio Gramsci ยังไม่กล้าฝากความหวังที่ปัญญาชนรุ่นใหม่เลย ก็แค่กลุ่มวัยรุ่นวัยต่อต้านที่รู้สึกตื่นเต้นกับอุดมการณ์ก้าวหน้า แต่สุดท้าย เมื่อการต่อสู้ยืดเยื้อ พวกเขาก็จะละทิ้งกรรมกรและชาวนาให้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว (รู้สึกเข้าตัวเอง 😭)

แล้วคนที่ออกมาสู้กับอำนาจ กล้าท้าทายกลางถนน คือใคร? คำตอบคือ กลุ่มคนที่ไม่ได้ถูกบิ๊ว แต่ถูกบีบคั้นทุกทิศทางจนเกิดสำนึกขึ้นมาว่า "ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะสูญเสียได้อีกแล้ว" เช่น คนที่อยู่ฐานล่างสุดของการผลิต ได้รับผลกระทบตรงๆ อย่างกรรมกร ชาวนา ที่ตระหนักว่า หากอยู่เฉยก็อดตาย ไปต่อสู้เสียยังจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

นี่คือกุญแจที่ทำให้ทักกี้เคยประสบความสำเร็จ ในการระดมมวลชน เพราะทักกี้พุ่งเป้าที่คนกลุ่มนี้โดยตรง (แต่ตอนนี้น่าจะยาก คนเสื้อแดงน่าจะเริ่มเจ็บและตระหนักได้แล้วว่ากะฎุมพีไม่มีทางหยัดยืนเคียงข้างพวกเขาจนวาระสุดท้าย)

อีกข้อ ที่สำคัญคือ ทักษิณชูนโยบายปากท้องที่จับต้องได้ในโลกของวัตถุเป็นสำคัญ

ส่วน ฐานเสียงของธนาธรเติบโตในโลกมายาจำลอง เต็มไปด้วยสำนวนคารมคมคาย ข้อกฎหมาย ตัวอักษร...สุดท้าย เหมือนอ่านบทละครมากกว่าความจริง เป็นแค่โลกความคิด ไม่ใช่โลกวัตถุ

หากอนาคตใหม่ถูกยุบ เราก็แค่รู้สึกว่าพระเอกถูกตัวร้ายรังแก ...แต่แล้วไง ...มันก็แค่ภาพละครฉากหนึ่งที่จบลง ไม่ได้เชื่อมโยงกับโลกความจริงของเรา ที่บ้านก็ยังมีข้าวปลาอาหาร ไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปต่อสู้

// หูย ตื่นเต้น ไม่ได้เขียนสเตตัสการเมืองยาวๆ มาเป็นปีแล้ว
//แล้วคนรุ่นใหม่จะต่อสู้ยังไง ? คำตอบคือ ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่ต้องคิดสร้างสรรค์ พังโลกไปเรื่อยๆ ไม่ผลิตลูกหลาน ไม่สืบทอดเผ่าพันธุ์ เมื่อไม่มีเด็กเกิดใหม่ ระบบแย่ๆ ที่ไม่เห็นหัว ปชช. นี้ก็จะทำลายตัวมันเอง 🤣😭

880 Nameless Fanboi Posted ID:LLVca4G/DO

>>879 ย้ายหนีไปประเทศอื่นง่ายกว่าไหมครับ

881 Nameless Fanboi Posted ID:nd0iQQUghP

เอาจริง​ ๆ​ เรามองว่าวันนี้ที่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าฟรีมันก็เป็นแค่วันสำคัญที่เค้าเปิดให้ขึ้น​ ซึ่งมันก็ดีไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทาง​ เพราะเราใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางทุกวันอยู่แล้ว​ แต่... มันไม่ใช่กับใครคนนึงหรือใครหลาย​ ๆ​ คน​ ซึ่งทำให้พูดได้เต็มปากว่าขอบคุณที่มีวันนี้
.
วันนี้หลังจากเลิกงานเลยรีบกลับบ้าน​ พอมาถึงที่สถานีรถไฟฟ้าคนก็แน่นตามที่คาดไว้ทำให้รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย​ ระหว่างที่ขึ้นรถก็เห็นคุณลุงท่านหนึ่งขึ้นเบียดตามเราเข้ามาด้วย​ และระหว่างที่รถไฟฟ้าขับเคลื่อนไปยังสถานีต่อไป​ คุณลุงท่านนั้นก็ถามคนข้าง​ ๆ​ ว่าถ้าจะไปเซนทรัลลาดพร้าวต้องลงสถานีไหน​ครับ​ ทางนั้นก็เลยตอบไปว่า​ ถ้าจะไปเซนทรัลลาดพร้าวให้ลงสถานีต่อไปได้เลยค่ะ​ถึงเลย​ และพอถึงสถานีพหลโยธิน​ เราก็ลงพร้อมกับคุณลุง ก็เลยคิดว่าไหน​ ๆ​ แล้วก็จะไปทางเดียวกันเลยจะพาคุณลุงไปด้วยเลยแล้วกัน
.
เรา​ : คุณลุงคะ​ คุณลุงจะไปเซนทรัลลาดพร้าวใช่มั้ยคะ
คุณลุง : ใช่หนู
เรา​ : งั้นคุณลุงตามหนูมาค่ะ​ พอดีจะไปขึ้นรถไฟฟ้าที่เซนทรัลพอดี
คุณลุง​ : โอ้​ ดีเลย​ ลุงไม่เคยมาแถวนี้
.
ระหว่างทางเราก็ถามคุณลุงไปตลอดทาง​
เรา​ : คุณลุงบ้านอยู่ไหนเนี่ย​ ถึงมาที่นี่
คุณลุง​ : ลุงอยู่บ้านพักคนชรา​ ลุงมาเที่ยวน่ะ​ เห็นเค้าว่าที่นี่สวยดีลุงอยากมาเปิดหูเปิดตา
(สะอึกไปวูบนึงเพราะตอนแรกคิดว่าแกมาหาลูกทีนี่)
เรา​ : ว้าว​ คุณลุงเก่งจังเลยค่ะ​ มาเองคนเดียวด้วยแล้วคุณลุงอยู่ที่ไหนหรอคะ
คุณลุง​ : (โชว์เสื้อที่ปักชื่อของบ้านพักคนชราให้ดู)​ ลุงอยู่เคหะ​ ตรงสมุทรปราการน่ะ​ นี่ดีนะเค้าให้ขึ้นฟรี​ ลุงเลยมาได้​ ไม่เสียตังค์​ 55555​ ก่อนนี่ลุงมาหลายที่ละ​ ตอนแรกว่าจะไปเซนทรัลเวสเกต​ แต่คิดไปคิดมากลัวว่าจะกลับไม่ทันเลยมาที่นี่แทน
(สะอึกอีกที)
เรา​ : น่าจะฟรีหลาย​ ๆ​ วันเนอะลุงจะได้ไปเที่ยวได้หลาย​ ๆ​ ที่​ แล้วทำไมลุงไม่พาเพื่อนมาด้วยล่ะคะ​
คุณลุง​ : อ๋อ​ ตอนแรกลุงมีเพืือนรวมลุงด้วยเป็น​ 3 คนก็ไปเที่ยวหลาย​ ๆ​ ที่กันนะ​ แต่พวกเพืือนลุงเค้าไปหมดแล้ว​ เหลือลุงคนเดียว​
(สะอึกอีกรอบ)
เรา​ : ดีนะคะคุณลุง​ อายุยืนได้เที่ยว​หลาย​ ๆ​ ที่​ ก็ถือว่าเที่ยวแทนละกันค่ะ​ ขอให้ลุงได้เที่ยวทุกที่ที่เปิดเลยนะ​
คุณลุง​ : 555​ นั่นน่ะสิ​ นี่ก็ไกลเหมือนกันนะลุงก็เซ ๆ​ ละ​ บ้านพักคนชรามันก็ต้องดูแลตัวเอง​ เลยต้องรีบมาก่อนที่จะมาไม่ได้​ ดีนะที่มันฟรี​ ลุงจะได้ไม่ต้องเสียตัง
เรา​ : นั่นสิลุง
คุณลุง​ : ลุงเป็นจ่าอากาศนะ​ ทำงานมา​ 12​ ปี​เลยเกษียณไม่ไหวพอละ​ ทำงานมาเยอะขอพักบ้าง​ 5555
เรา​ : คุณลุงยังดูแข็งแรงอยู่เลยนะคะ
(ถึงหน้าห้าง​เราต้องมาส่งคุณลุงแค่นี้)
เรา​ : คุณลุงหนูขอให้คุณลุงแข็งแรง​ แล้วได้ไปเที่ยวทุก​ ๆ​ ที่ที่ลุงอยากไปเที่ยวนะ​ ยังมีอีกหลายสถานีที่กำลังสร้าง​ คุณลุงต้องได้ไปเที่ยวนะ
คุณลุง​ : 5555​ ขอบใจมากหนู​ โชคดี​ ๆ
.
เรามองคุณลุงเดินขึ้นบันได​ คุณลุงแกเดินค่อยข้างเซแล้ว​ ก่อนจะลับตาไป​ เราถ่ายรูปไม่ทันและจำชื่อบ้านพักคนชรานั้นไม่ได้​ แต่จาก​ที่ค้นหาในเว็บตามที่ลุงบอก​ ก็เจอชื่อ​ สรางคนิเวศ​ สภากาชาดไทย​ ซึ่งน่าจะเป็นที่นี่แหละ
คุณลุงไม่ได้ขอให้ช่วยเรื่องอะไรเลย​ ระหว่างที่พูดคุณลุงดูมีความสุขแม้เรื่องราวจะทำให้เราสะอึกไป​ เราพยายามพูดให้เรื่องราวมันไม่อึดอัด​ อันนี้เรามาแบ่งปันเฉย​ ๆ​ เราไม่กล้าถามว่าแล้วครอบครัวคุณลุงล่ะคะ​ เพราะไม่กล้าถามและไม่อยากรู้รายละเอียดเชิงลึก​ แต่เรารู้สึกดีที่วันนี่เราได้เจอคุณลุงท่านนี้​ ยังมีเรื่องอีกเยอะที่อยากจะถาม​ แต่เวลามันน้อยเกินไป
.
*คุณลุงใส่เสื้อขาวกางเกงขาดำ​ สะพายกระเป๋าผ้าสีขาว

882 Nameless Fanboi Posted ID:dNanh2T4EX

ธนาธรคุงแม่งบิ้วไม่ได้เพราะแฟนด้อมมีแต่เห่อหมอยด้วยแหละ
ติ่งส้ม(Zoomer)หลายๆครั้งก็ไม่ต่างจากซาหริ่ม(Boomer) เรื่องการอ่านข่าวกรองข่าววิเคราะห์ข่าวแม่งบางอย่างก็เชื่อง่ายเกิ้น เหมือนอีจ่า และเรื่องการมีความคิดเห็นต่างทางการเมืองไม่ได้ต้องเข้าไปดิ้นไปวอร์แบบเอ๋อๆ
การประท้วงเนี่ยก็เป็นงานรวมตัวของพวกZoomerล้วนๆ ยี้

883 Nameless Fanboi Posted ID:OnTGn4IzTt

>>89 น่าสนใจหว่ะเพื่อนโม่ง

884 Nameless Fanboi Posted ID:zRA60pRh6o

เรื่องง่ายๆ ที่เหมือนจะไม่มีอะไร หลายคนมองว่าเป็นเรื่อง common sense ....

แต่นั่นแหละคือปัญหา เพราะ common sense isn't so common .... มันกำกวม มันตีความไม่ตรงกัน คำว่า "แบตฯ ไม่ดีแล้ว" นี่มันคืออะไรกันแน่

และนี่แหละคือต้นเหตุของปัญหามากมายมหาศาลในสังคมทุกวันนี้ .... เพราะเราตีความคำง่ายๆ และ common เหล่านี้ไม่ตรงกันนี่แหละ

แต่คณิตศาสตร์ทำให้มันกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและชัดเจน ให้ common sense มันกลายเป็นเรื่องของ solid reasoning ที่เข้าใจได้ตรงกัน รวมถึงการ visualize ออกมาเป็น reasoning diagram ได้ชัดเจน

อันนี้ตัวอย่างของ "pullbacks" และ "fiber product" ใน category

ใน lecture ผม (Maths for Working Programmers, Computational Plays/Maths for Parents หรืออะไรก็แล้วแต่) ผมจะพูดเสมอว่า คณิตศาสตร์มันเป็น "ภาษา" ของ "patterns" และ "reasons" และ "patterns of reasons"

ป.ล. หลายคนจะคิดว่า "เรื่องมาก" "จุกจิก" "งี่เง่า" "คุยยาก" ฯลฯ และบางทีอาจจะรู้สึกไม่ดีมากๆ เวลาที่คุยกับคนที่มี critical thinking ใน chain of reasons มากๆ แบบนี้ เพราะเคยชินกับการปล่อยผ่านพวกนี้ ปัญหาเกิดขึ้นก็ทนกันไป ก็ไปทะเลาะกันทีหลังเอา ฯลฯ ..... ผมก็คนที่คุยกับผมแล้วรู้สึกแบบนี้มาเยอะ

885 Nameless Fanboi Posted ID:s3HOtqF03F

ผมขอประเมิน นิดหน่อย เกี่ยวกับการชุมนุมของ พรรคอนาคต วันนี้

1. ถ้ามองในแง่ของนักประท้วงนี้ คือ ประมาณ lv1 กันเลยทีเดียว ต้องหาที่ปรึกษาด้านการชุมนุมด่วน

2. ด้านการปราศัย จะเกาะธีม ไล่เผด็จการ ที่ผมมองว่ามันยังมีประเด็นไม่พอ จะเอามาใช้ คือ คนมันก็เกลียดหละ เผด็จการ แต่จะทำให้คนเข้าใจโดยกว้าง มันยังไม่พอ ครั้งก่อน ลุงกำนันทำสำเร็จ เพราะ ปูความภาพความล้มเหลวนายกปู กับ เรื่องนิรโทษกรรม ธีมมันชัดกว่า แถมมีทหารหนุนหลังอีก

3. เห็นคนรุ่นลุง รุ่นป้า มาร่วมงานเยอะนะ อันนี้ เริ่มมีความหวัง เพราะคนรุ่นนี้ คือ กลุ่มที่จะเป็นคนที่อยู่ในม๊อบได้นานที่สุด

4. ด้านการรักษาความปลอดภัยนี้ ผมมองว่า ยังทำได้ไม่ดีนะ นี้เกิดมี มือที่สาม เขวี่ยงระเบิด เข้าไปลูกเดียว มีได้ผิดใจกันหมดทุกฝ่าย รัฐบาล จะโดนกล่างหาทันทีว่าฆ่าประชาชน ส่วนคนชุมนุม จะได้ประเด็นไปต่อสู้ (อันตรายอยู่)

5. ดีแล้วที่ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง ถ้านานกว่านี้ คงดราม่ากันยาว

6. การที่ให้ประชาชนได้ออกมา ร้องตะโกน ไล่ รัฐบาล บ้าง ช่วยลดอุณหภูมิทางการเมืองได้ดี

7. บริบทด้านวาทะกรรม ยังเป็นคำเดิมๆ ยังไม่ได้สร้างอะไรๆ ออกมาใช้ในการเป็นจุดที่ชัดเจน

886 Nameless Fanboi Posted ID:s3HOtqF03F

ในขณะที่เราเป็นนักกีฬาเป็นโค้ชนักกีฬา เราเคยชวนเพื่อนๆที่สนิทหรือญาติพี่น้องตัวเองให้มาออกกำลังกาย แต่ทุกคนก็จะดูไม่สนใจ จนเวลาผ่านไปทุกคนเริ่มแก่ลง เริ่มมีโรคต่างๆเข้ามา เราก็จะได้ยินคำนี้ “ หนึ่งๆ ช่วงนี้เราสุขภาพไม่ค่อยดีเลยหมอเลยให้มาออกกำลังกาย ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง “ โอเคก็ยังดีกว่าไม่คิดเริ่มถึงหมอจะสั่งก็เหอะ 🤔

887 Nameless Fanboi Posted ID:s3HOtqF03F

สองวันนี้เราแวะไปเป็นกรรมการพิชที่โครงการ TDYT ของนักศึกษา 25 กลุ่มมา อยากเล่า 4 ปัญหาของการพิชที่เราพูดถึงบ่อยที่สุด จะได้เอาไปใช้ปรับการเล่าเรื่องของตัวเองกันได้ฮะ :D

I. ตั้งปัญหาที่ไม่ใช่ต้นเหตุ และไม่พูดถึงผลกระทบ

หลายกลุ่มอยากเปลี่ยนกระบวนการทำงานที่ใช้กระดาษให้เป็นแอพ แต่บอกว่าปัญหาคือการใช้กระดาษทำให้หาข้อมูลได้ยาก นั่นไม่ใช่ปัญหาเชิงธุรกิจเลย

เราอยากให้ถามลึกลงไปจนเจอต้นตอ และเล่าว่าเกิดผลกระทบอะไรบ้าง เช่น พอหาข้อมูลไม่เจอ แล้วเกิดอะไรขึ้น? ถ้ามันทำให้ส่งพัสดุล่าช้า แล้วเกิดอะไรขึ้น? แล้วถ้าถูกค่าปรับหรือฟ้อง ส่งผลอย่างไร?

ใครที่ทำ B2B อยากให้ลองตอบเชิงปริมาณว่าผลกระทบเชิงธุรกิจและความสุญเสียคืออะไร เสียไปจำนวนเท่าไหร่ เช่น บริษัทเสียเงินไปกี่บาท? เสียเวลากี่ชั่วโมง?

ยกตัวอย่างอีกกลุ่ม บอกว่าปัญหาของเกษตรกรคือการหาข้อมูลเกี่ยวกับพืชไม่ได้ แต่ปัญหาจริงๆ คือข้าวที่ปลูกเป็นโรคตาย ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ต่างหาก

II. ไม่รู้จักผู้ใช้ ไม่เล่าเรื่องและใช้สถานการณ์ประกอบ

คนที่ฟังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในโดเมนของเรา ถ้าพูดเรื่อง Monitoring หรือหนี้ NPL คนฟังที่ไม่เคยรู้ด้านนี้มาก่อนก็ไม่เข้าใจผลกระทบ ว่าหนี้เสียเยอะแล้วยังไง หรือโดนเจาะระบบแล้วยังไง

การเล่าเรื่อง ลองเปิดด้วยเรื่องราวของผู้ใช้คนนึง เค้าคือใคร เพราะไม่ใช่เกษตรกรทุกคนที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็น ไม่ใช่ทุกบริษัทที่ใช้ไลน์ ถ้าไม่บอก Persona เราจะตั้งคำถามเยอะมาก

ถ้าเห็นภาพว่าคนที่ใช้โปรดักต์เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็น อายุไม่มาก ชอบหาข้อมูล เราจะเข้าใจบริบทว่าชีวิตเค้าเป็นยังไง ผ่านอะไรมาบ้าง มีปัญหาอะไรที่ทำให้ชีวิตเค้าไม่มีความสุข

พอเล่าในมุมผู้ใช้เราจะโยงไปได้เลย ว่าผลกระทบในชีวิตเค้าจากปัญหานี้คืออะไร ตั้งโจทย์ให้กับปัญหาของเค้า แล้วอธิบาย reasoning หรือ scenario จากตรงนี้ได้เลย คนที่ฟังจะตามง่ายมาก

น้องกลุ่มนึงยกสถานการณ์มาจากข่าว ว่าคนโดนหลอกให้โอนเงิน โดนปลอมตัวตน แล้วมัน impact มากๆ เรานึกถึงพี่ๆ YWC จะชอบยกตัวอย่างโลกจริง ซึ่งเป็นอีกวิธีที่ทำให้คนฟังสนใจได้ง่าย

888 Nameless Fanboi Posted ID:s3HOtqF03F

ในเชิงธุรกิจ พอเรารู้ว่าคนกลุ่มไหนเป็น Cookie Monster ที่จ่ายหนัก เราจะรู้ว่า Life-Time Value ของลูกค้าเราที่ได้รับมาสำหรับแต่ละคน จะคุ้มกับ Customer Acquisition Cost ที่เสียไปมั้ย ดีไปอีก

แนะนำให้ไปดู Pitch ของ DTAC Accelerate หรือ TechCrunch Disrupt จะเล่าเรื่องแนวนี้หมด จะเป็นพิชที่ทรงพลังมาก!

III. ไม่เน้นคุณค่าที่ผู้ใช้ และภาคธุรกิจจะได้รับ

เวลา Apple เล่าถึงโปรดักต์ เค้าจะพูดถึงตลอด เช่น กล้องทำให้เราเก็บความทรงจำดีๆ ในครอบครัวได้ แทนที่จะเล่าเป็น feature หรือ technical detail ซึ่งไม่ได้มี impact อะไร

การเล่าเรื่องจากคุณค่า เป็นสิ่งที่จะทำให้พิชเราทรงพลังขึ้น พอเล่าเรื่องจาก Persona แล้ว ก็ต้องสื่อให้ได้ด้วยว่าคนคนนั้นจะได้คุณค่าอะไรกลับไปบ้าง ประสบการณ์ในชีวิตเค้าจะดีขึ้นยังไงบ้าง

หลายกลุ่มทำโปรเจคมาตั้งใจมาก แต่พอลงดีเทลกับ UI และฟีเจอร์เยอะ แอพฉันทำได้ทุกอย่าง แล้ว Persona ไม่รู้ ไม่ได้ชูคุณค่า เล่าเรื่องไม่ได้ เลยน่าเสียดายว่าคนฟังก็ไม่อิน

ถ้าทำ B2B ต้องตอบได้ว่า value-added ของประหยัดเงินหรือประหยัดเวลาของพนักงานได้เท่าไหร่ คุ้มมั้ยที่จะลงทุน Return on Investment เท่าไหร่ ลงทุนไปแสนนึง แต่ได้ margin แค่ครั้งละ 1% ต้องใช้เยอะขนาดไหนถึงจะคุ้มทุน เมื่อไหร่จะ break even แล้วเริ่มทำกำไร

ทุกคนมีคู่แข่งหมด แต่ไม่ค่อยยกคุณค่าของตัวเองว่าเราดีกว่าคู่แข่งยังไง เรามีคู่แข่งอะไรบ้าง ทำไมเราถึงอยู่ใน blue ocean พอตอบคำถามนี้ไม่ได้ คุณค่าในงานที่เราทำจะด้อยลงเลย

IV. ไม่หา Insight และตั้งโจทย์จาก Insight ที่ได้รับ

หลายกลุ่มได้รับโจทย์มาจาก Stakeholder (คือผู้ประกอบการ เพราะทำ Corporate Innovation) แล้วเอาโจทย์ไปทำตรงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์

เราอยากให้ตั้งคำถาม 5 Whys ว่าทำไมถึงเกิดปัญหานี้ ลองหา Insight เพิ่มเติมจากการสัมภาษณ์และตั้งคำถาม และเข้าใจ Customer Journey ของผู้ใช้ที่มีปัญหาจริงๆ แล้วโจทย์ของเราจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี

Stakeholder หรือ Customer เราก็ไม่ได้เข้าใจปัญหาดีหรอก เค้าบอกแค่อยากได้แอพแบบนี้ เกมแบบนี้ แต่เราไม่ต้องไปสร้างตามเค้าก็ได้ ไม่ต้องไปถามเค้าว่าแบบนี้ดีมั้ยด้วย ถอยหลังมาหนึ่งก้าวก่อน

ลองตีกรอบคำถามให้เราเข้าใจ Insight และ Journey ว่าชีวิตเค้าเป็นยังไงบ้าง มีอะไรบ้างที่เราไม่รู้มาก่อน เอาข้อมูลที่ได้มาใช้ในการตั้งโจทย์ และคิดวิธีการแก้ปัญหา

หลายกลุ่มทำ data analytics มาอย่างดี แต่ทำ data storytelling ไม่เป็น ไม่เล่าเรื่องจาก insight ที่ได้รับ ว่ามีอะไรบ้างที่ actionable ให้ภาคธุรกิจเอาไปใช้งานต่อได้บ้าง

---

ทุกกลุ่มตั้งใจทำมามาก ทำมากันเยอะมาก แต่ในมุมมองของคนฟัง storytelling is king. ถ้าเราเห็นภาพ Persona ชัดเจน, ปู Story เข้าถึงผู้ฟัง เห็น Value และ Impact ชัดเจน เราว่างานจะออกมามีประกายมากๆ

889 Nameless Fanboi Posted ID:s3HOtqF03F

"เราย้ายสัญชาติไปเมกาฯ ดีมั๊ย"

คำพูดจากภรรยาระหว่างทำอาหารเช้ากินกัน หลังจากทราบข่าวเรื่องการยุบพรรคอนาคตใหม่

วินาทีแรกที่ได้ยิน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่พูดไปงั้นๆ เป็นไปไม่ได้หรอก มันไกลตัวเกินไป

แต่หลายชั่วโมงต่อมา ยอมรับจริงๆว่า ความคิดเรื่องนี้เริ่มมาวนเวียนอยู่ในหัวหลายครั้ง

ภาพความทรงจำเก่าๆ หลายภาพมาปะติดปะต่อกัน จนเกิดเป็นภาพจินตนาการเปรียบเทียบว่า ถ้านับตั้งแต่ Day1 จากวันนี้ ระหว่างอยู่ไทยกับอยู่เมกาฯ 20 ปีผ่านไป ตัวเรา ครอบครัวเรา ลูกเราจะมีชีวิต และความนึกคิดต่างกันอย่างไรบ้าง

แล้วสมองก็เริ่มส่งข้อมูลมาว่า เคยได้ยินว่า เมกาฯ ซื้อสัญชาติได้นี่หว่า (ราคา 30 ล้านบาท) อันนี้ได้ยินจากผู้ใหญ่ที่ซื้อจริงๆแล้วด้วย หรือ นึกได้ว่ามีเพื่อนคนนึงเห็นมันอยู่เมกาตั้งแต่เรียนจบเป็นสิบปีเลย มันทำไงฟะ??

แล้วภาพความทรงจำก็ลอยขึ้นมาเป็นเรื่องๆ

ส่วนตัวเคยไปทำงานอยู่ USA พักนึง รู้สึกได้เลยว่า เรามีอิสระในการคิดการพูด 100% ไม่ต้องห่วงว่าอีกฝ่ายจะอายุเท่าไหร่ เพศอะไร ตำแหน่งอะไร คิดอะไร ถ้าเห็นว่าเกิดประโยชน์หรือถูกต้องก็พูดได้เลย

แต่พออยู่ในไทยทุกอย่างนี่ต้องระวังไปหมดทุกอย่าง แม้กระทั่งเจอคนแปลกหน้าซักคน เราต้องใช้สมองคิดละว่า จะเรียกเค้าว่าอะไร พี่, ท่าน, คุณ, ลุง, เจ๊, น้อง ฯลฯ เรียกได้ว่าลำดับชั้นวรรณะกันทุกวินาที ทุกหย่อมหญ้าจริงๆ

ในขณะที่เวลาคุยกับฝรั่ง จะแก่ จะท่านยังไงก็เรียก You

ระบบการศึกษา ระบบภาษา ระบบการปกครอง แม้กระทั่งการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ในบ้านเรา สอนให้คน...

นอบน้อมต่อความอาวุโส ต่อยศตำแหน่ง ต่อฐานะการเงิน ต่อรถที่ขับ ต่อยี่ห้อนาฬิกา มากกว่า ความคิด สมอง จิตใจ และความถูกต้อง

นอบน้อมต่อสิ่งเก่าๆ แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะฟังดูไม่มีเหตุผลขนาดไหนก็ไม่เคยคิดจะตั้งคำถาม เพราะคนที่ตั้งคำถามมักจะมีภัยมาเยือนเสมอ

ทำๆตามเค้าไป ใครๆก็ทำกัน

ครั้งหนึ่งผมเคยทำของสำคัญหายที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ก็เลยไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ถ้าใครเคยไปแจ้งความตำรวจจะเข้าใจดีว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คือเจ้าหน้าที่ตำรวจดูนิ่งเฉย และไม่คิดจะช่วยอะไรแม้แต่น้อย มีข้ออ้างเยอะแยะไปหมด

ตอนนั้นเราก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงโทรปรึกษาเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงการเมืองหน่อยๆ ว่าจะทำอะไรได้บ้าง

สิ่งที่เพื่อนคนนี้ช่วยเหลือคือ ติดต่อผู้กำกับใหญ่ประจำจังหวัดนั้นให้

หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น... เหมือนหนังคนละม้วน ตำรวจหลายนาย ไปลงพื้นที่ตรวจค้นรีสอร์ท และพนักงานรีสอร์ททันที

(เป็นจิตวิทยากดดันให้รีสอร์ทดูมีความวุ่นวาย กระทบภาพลักษณ์)

จนทางเจ้าของรีสอร์ทยอมเจรจา และชดใช้ค่าเสียหายในที่สุด

พอเสร็จเรื่องผมก็โทรหาเพื่อนสนิทคนนี้เพื่อขอบคุณทันที ก่อนวางสายเพื่อนรบกวนให้ช่วยโทรขอบคุณผู้กำกับท่านนั้น พร้อมแนะนำว่าถ้ามีโอกาสให้ซื้อของ หรือกระเช้าและแวะเข้าไปฝาก เพื่อขอบคุณอย่างเป็นทางการ เพื่อรักษา connection ของเพื่อนคนนี้ไว้ (อธิบายง่ายๆเหมือนเพื่อนคนนี้เบิกบุญมาให้เราใช้ล่วงหน้ากับ connection นี้)

ผมทำตามคำแนะนำของเพื่อนด้วยความเต็มใจ แต่ชื่นชมที่ผู้กำกับท่านนี้บอกว่าไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย และไม่ต้องเข้ามาเยี่ยมเยียนหรอก ลำบากเราเปล่าๆ

ยอมรับว่าตอนนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้เราคิดว่า
"การมีเส้นสายนี่ดีจริงๆนะ"

ทำให้เราได้รับการปฏิบัติที่เหนือกว่าตอนไม่มีทันที

แต่เมื่อเช้านี้ คำพูดของแฟนทำให้ผมฉุกคิดถึงเหตุการณ์นี้อีกครั้งว่า

"เอ๊ะ เราจ่ายภาษีไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ ตำรวจควรจะทำหน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องให้ผมไปรบกวนเพื่อน และผู้กำกับท่านนี้หรือเปล่า"

ดูเหมือนกับว่า...

เราใช้เส้นสายและกำลังภายในกันจนไม่รู้แล้วว่า หน้าที่ของแต่ละคนคืออะไร สิทธิ และเสรีภาพของแต่ละคนคืออะไร

กฎหมายหลายครั้งเหมือนอากาศ ไม่รู้มีไว้ทำไม เขียนไว้ทำไม เพราะกฎหมายก็เกิดจากคนร่างขึ้นมา และบังคับใช้

แต่ดูเหมือนหลายครั้งคนบังคับใช้ และคนใช้ วางเรื่องเหล่านี้ไว้บนหิ้ง แล้วมาใช้วิธีแบบไทยๆกันดีกว่า ก็คือ

"คุณต้องทำให้ผมพึงพอใจกว่ามาตรฐานนะ ผมถึงจะทำหน้าที่ของผม และคุณจะได้สิทธิของคุณ"

หรือจริงๆ เค้าอาจจะคิดว่า การใช้เส้นสายหรือใต้โต๊ะคือมาตรฐานไปแล้ว

(เล่าถึงตรงนี้ก็ต้องบอกเพื่อให้เครดิตก่อนว่า ผมรู้สึกขอบคุณเพื่อนและผู้กำกับคนนั้นจากใจจริง และรู้ว่าเค้าช่วยผมจากความปรารถนาดีจริงๆ)

ตัดภาพไปที่ตอนผมอยู่ USA มีครั้งหนึ่ง ผมเคยโดนรถชนตอนขี่จักรยาน ตัวผมลองจากจักรยาน กระเด็กไปหลายเมตร ผลลัพธ์คือจักรยานงอ แต่ผมบาดเจ็บนิดหน่อย (คนเหล็กว๊อย)

ด้วยสติตอนนั้นมั่นใจว่า ไม่ถึง 3 นาที หลังจากถูกชน

มีรถพยาบาล และรถตำรวจมาถึงแล้ว!!

และรถพยาบาลก็ประถมพยาบาลผมทันทีอย่างมืออาชีพ ตำรวจเข้ามาถามไถ่ว่าบ้านอยู่ที่ไหนยังไง และก็พามาส่ง

890 Nameless Fanboi Posted ID:s3HOtqF03F

หลังจากนั้น 1 สัปดาห์...
มีทนายของคนที่ขับรถชนผมมาขอพบผมที่บ้านพัก เพื่อเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งจักรยาน และชั่วโมงค่าแรงที่เราหายไปจากการไม่ได้ไปทำงาน หลังจากเจรจา เซ็นต์เอกสารกันปุ๊บก็ได้เงินสดทันที

ตอนนั้นผมงงมากว่า ผมไม่มีความรู้ และไม่มีความคิดจะไปเอาเรื่องอะไรเลย ทำไมถึงจริงจังขนาดนี้

ผมคิดเหตุผลออก 2 อย่าง
1. คนที่ชนผม มีสามัญสำนึกต่อสิ่งที่ถูกต้องอย่างสูงมาก ยืดอกรับผิดชอบทั้งที่เรื่องผ่านไปแล้ว

2. กฎหมายที่นั่นอาจจะแรงมาก ถ้าผมไปฟ้อง เรื่องอาจจะใหญ่กว่านี้ เค้าเลยป้องกันไว้ก่อน

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ผมคิดว่าสิ่งนี้มันทำให้สังคมไปข้างหน้าได้ คือกฎหมายเป็นกฎหมาย เรื่องถูกต้องก็คือเรื่องถูกต้อง

ตัดภาพกลับมาประเทศไทย เราได้เห็นเว็บดูหนังเถื่อน แผ่นเถื่อนเต็มบ้านเต็มเมือง

เมื่อเจ้าหน้าที่กฎหมายไม่เคยเห็น (แต่คนซื้อเห็น??)
และคนซื้อก็ไม่สนใจว่าจะถูกจะผิด ขอกูประหยัดไว้ก่อน ใครๆเค้าก็ทำกัน

คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจสีเทาพวกนี้รวย ส่วนคนที่ทำงานสร้างสรรคอยู่ไม่ได้ แถมคนที่ทำธุรกิจสีเทา ก็เอาเงินที่ได้มาอย่างผิดๆ มาทำธุรกิจสีขาว กลายเป็นพวกทำธุรกิจสีขาวอย่างเดียวเสียเปรียบอีก แล้วเจ้าหน้าที่รัฐที่โกงสนับสนุนพวกนี้ก็รวยขึ้นๆ และคนรอบข้างก็เชิดชูวัตถุอยู่แล้ว ก็ชื่นชม

สรุปแล้วเลยทำให้ประเทศนี้มีโจรในคราบอาชีพต่างๆมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะโกงแล้วได้ไปต่อ คนทำทุกอย่างถูกต้องถ้าไม่เก่ง และแกร่งโคตรๆจริงๆ ก็จะสูญพันธุ์มีน้อยลงไปเรื่อยๆ

เคยมีเพื่อนที่ทำธุรกิจกับภาครัฐเล่าให้ฟังว่า ในต่างจังหวัด พวกนักการเมืองท้องถิ่นที่คดโกง แม่งก็รวยเอาๆ แล้วเมืองเค้าก็เจริญขึ้นๆ สมัยหน้าชาวบ้านก็เลือกเค้าอีกเรื่อยๆ แล้วเมืองก็ยิ่งเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ

ส่วนอำเภอไหน นักการเมืองเป็นพวกซื่อตรง ไม่โกง ก็จะไม่ค่อยได้งบ เมืองนั้นก็จะทรุดโทรม และสุดท้าย คนดีๆก็จะไม่ถูกเลือกอีกในสมัยหน้า

ทีนี้พอประเทศเต็มไปคนคดโกง คนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย ถ้าต้องเลือกหนีไปประเทศที่เส้นสายได้ กับเส้นสายไม่ได้จะเลือกไปที่ไหน?

สุดท้ายคนโกงต่างชาติก็มากระจุกตัวในไทยอีก เป็นวงจรอุบาทว์ไปเรื่อยๆ

ถามว่า แล้วผมเองเคยโกงมั๊ย? บอกได้เลยว่าเพียบ

ตั้งแต่ประถมซื้อเกมเถื่อนมาตลอด
โตมามัธยมก็โหลดบิทรัวๆ
โตมามหาลัยก็ดูหนังฟรีตามเว็บ
ตอนเริ่มขับรถใหม่ๆก็เคยเมาแล้วขับแล้วยัดเงินตำรวจ

จนมีครั้งหนึ่งเราโพสต์ใน FB ว่า โหลดบิทหนังเรื่องนึงมาดูสนุกมากๆ โดยไม่ได้คิดอะไร

"ขโมยหนังดูเค้าเรียกว่า โจร นะครับ"

คอมเม้นท์จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง

ประโยคนั้นทำเอาหน้าชา และก้องอยู่ในใจมานับตั้งแต่วันนั้น

ตั้งแต่นั้นมาผมก็ซื้อหนัง เพลง และเกมส์ถูกลิขสิทธิ์ 100% มาตลอด

เงินที่เสียไปเยอะขึ้น แต่มันกลับได้ความรู้สึกทางบวกอะไรบางอย่างมาแทนที่ สิ่งนั้นอาจจะเป็นความภูมิใจในตัวเองก็ได้

ว่าอย่างน้อยยังมีเรื่องที่กูทำเรื่องที่สมควรทำบ้างวะ ท่ามกลางเรื่องผิดๆอีกเยอะแยะที่เราก็ยังทำอยู่ทุกวันนี้

เคยมีคำพูดว่า

"สังคมที่เลวเกิดจาก คนส่วนใหญ่เห็นคนเลว แล้วไม่คิดจะทำอะไร"

โดยเฉพาะถ้าคนที่ทำเลว อาวุโสกว่าเรา หรือตำแหน่งใหญ่กว่าเรา หรือแม้แต่เป็นคนแปลกหน้า คนส่วนใหญ่จะไม่กล้าเตือนกัน

ประมาณซัก 7 ปีก่อน ผมเคยไปดำน้ำสน๊อคเกิ้ลที่ภูเก็ต และเอาอาหารปลาลงไปให้ปลาด้วย

มีฝรั่งตะโกนลงมาจากเรือว่า "Don't feed them!!" ในขณะที่ตัวผมอยู่ในทะเลหน้าชา ทั้งโกรธ ทั้งอาย และทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้น

ปากผมมันก็ถามกลับออกไปโดยอัตโนมัติว่า "Why??"

ฝรั่งตอบกลับมาผมจำใจความได้ว่า มันกระทบกับระบบนิเวศน์

พอผมได้ยิน ก็ยังอายอยู่ แต่เข้าใจ และเลิกให้อาหารปลานับตั้งแต่นั้นมา

คำถามคือ ถ้าเป็นคุณจะกล้าเตือนผมมั๊ย?

และถ้าเป็นหัวหน้างานคุณ ญาติผู้ใหญ่คุณ คุณจะกล้าเตือนเค้าแบบนี้มั๊ย?

คุณจะยึดถือความอาวุโส ความเกรงใจ หรือความถูกต้องมากกว่ากัน

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกได้ว่า ครั้งหนึ่งตอนปี 3 ผมเคยนั่งรถไฟไปดูคอนเสิร์ตที่ชะอำคนเดียว แล้วเจอพระรูปหนึ่งสูบบุหรี่ในรถไฟ มองไปข้างๆที่นั่งของพระ มีป้ายห้ามสูบบุหรี่

มีคนยืนกันแน่นรถไฟ ถ้าเป็นคุณจะทำยังไง?

ณ วันนั้นผมเห็นปุ๊บ ผมด่าพระโชว์คนเลย เพราะโกรธที่เห็นพระแท้ๆ เสือกทำผิดอีก

สุดท้ายนี้ก็หวังว่าโพสต์นี้จะทำให้ตัวผมเอง ทำเรื่องที่รู้อยู่แก่ใจว่าผิดน้อยลง กล้าเตือนคนอื่นในเรื่องที่ถูกต้องมากคิด เพื่อหวังว่ามันจะช่วยเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นได้บ้าง

ปล. ความคิดเรื่องย้ายสัญชาติ อีกใจหนึ่งผมก็คิดว่าเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว เป็นความคิดของคนที่ "ไม่ทน" แต่ "จำยอม"

891 Nameless Fanboi Posted ID:Tbh6GEnKRn

>>889 >>890 เมื่อคิดอยากเป็นผู้กล้าก็จงรับผลที่ตามมาด้วย บ้านเราพลเมืองดีเสียเลือดเสียเนื้อเสียชีวิตได้ง่ายๆ ถ้าไปเจอคนหัวร้อน นึกถึงเจ๊ยุ่นที่ขวางมอไซค์ขึ้นทางเท้า ที่ไม่มีใครลงมือทำร้ายจริงๆ เพราะสังคมไทยจะผิดจะถูกก็รับไม่ค่อยได้เรื่องทำร้ายผู้หญิง แต่มีเหตุการณ์เดียวกัน ฝรั่งผู้ชายไปห้ามวินมอไซค์ ผลคือเจอวินเอาหมวกกันน็อกฟาดหัวแตก

892 Nameless Fanboi Posted ID:..tlftZ1yp

ถ้าเธอปล่อยเบลอการยึดอำนาจ แต่มาด่าการชุมนุมตามสิทธิว่าสร้างความวุ่นวาย เธอคือคนโง่ในระบบอันโสมมนี้

893 Nameless Fanboi Posted ID:..tlftZ1yp

ให้ลุงตู่ออกไปเลือกตั้งใหม่​ ลุงตู่ก็ชนะอีกอยู่ดีละครับ​ เหตุผลก็เหมือนเดิม​ คือเราไม่เอาพรรคที่โกงชาติมาหลายๆครั้ง​ และมีแนวคิดล้มล้าง​สถาบัน​มาปกครอง​ประเทศ​แน่นอน

894 Nameless Fanboi Posted ID:6CefaFhbF3

>>889-890 คิดจ่าย 30 ล้านหน้าไม่ชาบ้างล่ะครับ

895 Nameless Fanboi Posted ID:QbmFuJ2yv.

>>892 ยึดอำนาจมีมาแทบทุกปีไม่เบื่อหราคับ

896 Nameless Fanboi Posted ID:t/fMFihLaX

เปลี่ยนสัญชาตเป็นมะกัน ถ้าเป็นช่วง obama ออกนโยบาย อยู่ที่ประเทศไหนทำอะไรที่เกี่ยวกับมะกันก็ต้องจ่ายภาษีกลับอเมริกาทุกเม็ด (เป็น ผัว เมียคนมะกันอยู่ ตปท ก็ต้องจ่าย)​ จะคิดแบบนี้ไหมหว่า

897 Nameless Fanboi Posted ID:..tlftZ1yp

จุดจบของเราเริ่มขึ้นในวันที่เราไม่พูดในสิ่งที่ต้องพูด
.
.
.
.
.

ในหนังสือของ Dave Trott ชื่อ One plus One equals Three เล่าถึงเหตุการณ์นึงที่ประเทศไทยที่ผมคิดว่ามันอัศจรรย์มากครับ

.
Boxing Day คือวันหลังวันคริสมาสต์หนึ่งวัน คำนี้เริ่มใช้ในอังกฤษมานานมากแล้ว เป็นวันแห่งความสุขเพราะเป็นวันที่จะได้แกะของขวัญคริสมาสต์

.
.
ในวัน Boxing Day เมื่อ 15 ปีที่แล้ว Tilly Smith และครอบครัวซึ่งเป็นชาวอังกฤษมาพักผ่อนที่ภูเก็ต

.

.
.
เช้าวันนั้นอากาสดี แสงแดดที่ส่องยิ่งทำให้หาดไม้ขาวดูสวยงาม สงบ และสดใส
.
พวกเขาออกมาเดินเล่นที่ชายหาด
.
และ Tilly ซึ่งอายุเพียง 10 ขวบก็สังเกตว่าบางอย่างผิดปรกติ คือน้ำลดลงไปไกลมากๆ และมีฟองเล็กๆเหมือนเบียร์ในแก้ว ภาพนั้นคล้ายกับภาพที่เธอเคยเห็นในวิชาภูมิศาสตร์ที่เธอเคยเรียน
.
ภาพนั้นเป็นภาพวีดีโอขาวดำของเมืองฮาวายเมื่อปี 1946 ซึ่งเป็นวีดีโอเดียวที่บันทึกภาพสึนามิไว้
.
คำว่าสึนามิในตอนนั้น คนยังไม่ค่อยรู้จักกันเลย
.
เธอเล่าให้แม่ฟัง แต่แม่ไม่เชื่อเธอ ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะอย่างที่บอกคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักคำว่าซึนามิกันเลย
.
ทุกคนดำเนินชีวิตกันต่ออย่างปรกติ ไม่มีใครรู้สึกว่ามีอะไรผิดปรกติ แม้แต่คนดูแลความปลอดภัยประจำหาด
.
แต่เด็กผู้หญิง 10 ขวบคนนี้ไม่ยอมครับ

.
เธอตะโกนบอกพ่อเธอ เธอมั่นใจมากว่ากำลังมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น
.
ลองคิดตามนะครับว่าพ่อของเธอต้องลังเลมากๆที่จะบอกคนอื่นต่อ เพราะถ้ามันไม่มีอะไรละก็ นี่จะเป็นการสร้างความแตกตื่นที่ไม่จำเป็น และคนท้องถิ่นทุกคนที่อยู่แถวนั้นก็ไม่เห็นว่าจะรู้สึกมีอะไรผิดปรกติ
.
พ่อของ Tilly ต้องตัดสินใจ
.
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าสำหรับชาวอังกฤษ​ การขายหน้าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก
.
แต่ด้วยความไม่ยอมของ Tilly พ่อของเขาตัดสินใจบอกเจ้าหน้าที่โรงแรม ซึ่งในที่สุดแล้วทำให้ทุกคนถูกอพยกจากหาดไปอยู่ที่ชั้นสามของโรงแรม
.
ทุกอย่างเงียบสงบ
.
ก่อนที่คลื่นลูกแรก จากสามลูกใหญ่ จะโถมเข้ามา
.
คลื่นยักษ์คร่าชีวิตผู้คนไปรวม 250,000 คน ใน 13 ประเทศ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่โดนหนักที่สุด เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งนึงของโลกก็ว่าได้
.
มีเพียงชายหาดเดียวที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย
.
คือหาดไม้ขาวที่ครอบครัวของ Tilly อยู่ เพราะทุกคนบนหาดอพยพกันทัน
.
ทั้งหมดเกิดมาจากความไม่ยอมแพ้ของ Tilly Smith เด็กอายุ 10 ขวบ

.
หนึ่งร้อยกว่าชีวิตวันนั้น รอดมาได้เพราะเธอ
.
เพราะเธอยืนกรานที่จะพูดในสิ่งที่เธอเชื่อว่าถูกต้อง
.

ผมคิดว่าเรื่องนี้มันสำคัญมากกว่าที่เราคิด
.
ถ้าเราไม่พูดในสิ่งที่เราเชื่อว่าถูกต้อง หรือไม่ดึงดันพอที่จะพูด
.

บางครั้งเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสพูดอีกเลย

.
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่ Martin Luther King เคยกล่าวไว้ว่า
.
.
“Our lives begin to end the day we become silent about things that matter.”
.
.
“จุดจบของเราเริ่มขึ้นในวันที่เราไม่พูดในสิ่งที่ต้องพูด”

898 Nameless Fanboi Posted ID:E2fC73CBtB

>>894 30 ล้านมันไม่ใช่จ่ายผ่านช่องทางใต้โต๊ะนะมึง เค้าเรียก citizenship by investment มีกฎหมายรองรับทุกอย่าง

899 Nameless Fanboi Posted ID:j9IJJnogoc

มี 30 ล้านก็น่าจะอยู่ไทยสบายระดับนึงละนะ ถ้าไม่ไปเหยียบตีนใครเข้า

900 Nameless Fanboi Posted ID:..tlftZ1yp

Rise of Skywalkers บันทึก

พื้นฐานจริงๆ เป็นคนไม่ชอบม็อบ ไม่ชอบที่ม็อบกีดขวางการคมนาคม และรบกวนคนในพื้นที่ใกล้เคียง แต่เคยไปมาแล้วหลายม็อบ ทั้งเหลือง แดง กปปส.

แต่ละครั้งที่ไปม็อบจะชอบไปนั่งฟังว่าเขาปราศรัยอะไรกัน เนื้อหาเน้นไปที่อะไรบ้าง สำรวจของแจก และอาหาร บางทีก็จะไปนั่งคุยกับคนที่อยู่ในการชุมนุม ผมเชื่อว่า ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ก็ควรได้นั่งคุยกันดีๆ

ม็อบที่ประทับใจที่สุดคือสมัยเรียนอยู่อังกฤษแล้วลองไปร่วมชุมนุมประท้วงจอร์จ บุช (ที่กำลังบุกอิรักในช่วงนั้น) มาเยือนอังกฤษ เพราะเนื้อหาการปราศรัยและเอกสารที่แจก มีการคุยเรื่องท่าทีทางการเมืองของอังกฤษว่าการต้อนรับบุชแปลว่าเห็นด้วยกับการทำสงคราม, งบประมาณและกำลังคนในการอารักขาบุช ประเมินมาแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ ทำไมต้องเอาภาษีมาใช้แบบนี้ เพิ่งมีการประกาศลดเงินเดือนครูไปนะ ฯลฯ ที่สำคัญ พวกใบปลิวและกราฟิกป้ายประท้วง แม้เป็นงานทำมือแต่ก็สวยดี มีไอเดีย พวกที่เป็นข้อความก็จะแดกดันจิกกัดแบบอังกฤษนั่นแหละ

วันนี้ที่ตั้งใจไปเพราะอยากไปสำรวจโครงสร้างประชากรในกลุ่มผู้ชุมนุม และอยากรู้ว่าจะพูดคุยอะไรกัน ตอนไปถึงก็เจอเพื่อนคนนึงที่แค่ผ่านมาช็อปปิ้ง ทักว่า “ไม่ใส่หมวกส้มเหรอวะ” เลยตอบไปว่า “วันนี้ไม่ได้มาเพื่อพรรค และไม่ได้มาให้กำลังใจใคร”

ไปถึงตอนสี่โมงนิดๆ คนยังไม่แน่น สามารถเข้าไปประชิดตัวอ.ปิยบุตร และคุณช่อได้เลย แต่ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเข้าไปแย่งกันถ่ายรูป แอบมองว่านักข่าวสำนักไหนมาเตรียมพร้อมกันบ้าง ก็ครบดี เห็นเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งแจกป้ายกระดาษ A4 ให้คนที่มาชุมนุม เป็นข้อความว่า “อย่าข้ามหัวประชาชน”, “เพื่ออนาคตเรา” คนที่มีป้ายแบบเขียนมาเองมีจำนวนน้อยมาก รู้สึกไม่ค่อยโอเค จริงๆ ก็มีกระดาษสีและปากกาหัวตัดในกระเป๋านะ คิดว่าจะนั่งเขียนให้คนอื่นดีไหม แต่ไม่ทำ เดินเล่นสำรวจต่อ

พอคนเริ่มแน่นขึ้น เด็กหนุ่มกลุ่มที่แจกป้ายกระดาษเริ่มมาคอยบอกคนที่เพิ่งมาถึงว่าแกนนำอยู่ตรงไหน ให้เดินไปทางไหน พวกเขาคงเป็นอาสาสมัครของพรรคอนาคตใหม่ คนที่มาสร้างสีสันเริ่มมีมากขึ้น ทั้งชุดไดโนเสาร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากต่างจังหวัด คุณจอห์น วิญญู (ที่ผู้ชุมนุมที่มีอายุหันไปกระซิบถามกันว่านั่นใคร)

มองลงไปข้างล่าง เนื่องจากเร็วๆ นี้จะต้องมีติดตั้งงานศิลปะของตนเองและทีมที่ลานหน้าหอศิลป์ จึงแอบเป็นห่วงเล็กน้อย เห็นผลงานบางชิ้นของโชว์เดียวกันที่มาติดตั้งแล้วก็ได้แต่ภาวนาด้วยความเห็นใจว่าอย่าได้ชำรุดเสียหายเลย

เห็นเพื่อนคนนึงโพสต์เช็คอินว่าจะมาขายไข่เจียว แต่ก็ไม่เห็นแผงไข่เจียวนะ เห็นแต่รถขายหวยมากันหลายคัน ซักพักเดินเอาหวยขึ้นมาขายข้างบนด้วย

เท่าที่เห็น คิดว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น น้อยกว่าที่ควร แต่ไม่ได้น้อยกว่าที่คิด ที่คนเขาสบประมาทไว้ว่าผู้สนับสนุนอนาคตใหม่สงสัยจะมีแต่นักเลงคีย์บอร์ดก็คงมีส่วนถูกนะ แต่กลุ่มอื่นก็มี และเชื่อว่าในวันนี้คนที่ไม่ได้เชียร์อนาคตใหม่ ไม่ได้ปลื้มธนาธร ก็มี แต่ไม่รู้จะแยกแยะยังไง

เจอคุณแม่ที่มากับลูกวัยรุ่นที่หน้าตาดูยังไม่อินการเมือง แต่ห่วงแม่ ส่วนคุณแม่พยายามอธิบายลูกว่าทำไมต้องมา น่ารักดี 🙂 เห็นการทักทายเพื่อนฝูงที่มาเจอกัน เราก็เจอเพื่อนบ้าง แต่ไม่ได้เจอทุกคนที่เรารู้ว่าอยู่ตรงนั้น

มีการตะโกนโต้กัน “ประยุทธ์” - “ออกไป” ซึ่งเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเอือมระอาในน้ำเสียง ทำให้แอบคิดว่าจะมีทางไหนที่สามารถขับเคลื่อนมวลชนได้โดยไม่ใช้ความเกลียด และเคียดแค้น เป็นแรงขับได้บ้างไหมนะ?

ได้คุยกับน้องที่เพิ่งเคยมาม็อบเป็นครั้งแรก เขาดูตื่นเต้นดี เรารู้สึกว่า...ครั้งแรกของทุกอย่างมันก็ตื่นเต้นเสมอแหละ ถ้ามันเกิดบ่อยๆ แล้วกระทบชีวิตการงานของคุณ หรือเริ่มมีความรุนแรงก็จะไม่สนุกแล้ว

เขาบอกว่าน่าสงสัยที่ BTS เสียหลายชั่วโมงแต่ไม่มีการอัพเดทบ่อยๆ เป็นระยะ บน twitter เหมือนทุกครั้ง ... ก็จริงนะ 🙂

901 Nameless Fanboi Posted ID:..tlftZ1yp

ถูกใจที่สุด คือ มีลุงอายุน่าจะใกล้ 70 ผมขาวทั้งหัว ตะโกนสุดเสียง เนื้อหาประมาณว่า “ขอให้ประเทศไทยได้ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ขอให้ฟังเสียงของคนรุ่นใหม่ นี่เป็นยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ คนรุ่นผมอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว” ผมหันไปยิ้มให้ลุง คิดในใจตามประสาคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ว่า ตอนเราแก่จะเป็นคนแก่แบบไหนนะ

ไม่โอเคที่สุด คือ มีวัยรุ่นสองคนเดินผ่านจุดชุมนุม คุยกันว่า พ่อแม่ไม่อยากให้เข้าร่วมม็อบ คนนึงกำชับเพื่อนว่าไม่ควรเช็คอิน ห้ามเซลฟี่ ห้ามกดไลค์ด้วย เข้าใจความเป็นห่วงของคุณพ่อคุณแม่นะ แต่ตอนนี้แปลว่าประชาชนยอมรับโดยปริยายว่ามีการสอดแนม และต้องเซ็นเซอร์ตัวเองเหรอ

ผมเดินออกจากที่ชุมนุมมาพักในห้างตอนที่ธนาธรมาถึง นั่งดู fb live แล้วก็พบว่าสิ่งที่ธนาธรพูดก็คือเรื่องที่เดาได้อยู่แล้ว ถือว่ามารับรู้ว่า... โอเค การลงถนนกลับมาอีกครั้ง ขอให้จัดการให้สร้างสรรค์ แล้วก็ดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงก็แล้วกัน

มองจากมุมสูง เห็นคนเต็มสกายวอล์ค และเต็มลานหน้าหอศิลป์ อดคิดถึงช่วงปี 2013 ไม่ได้ ตอนที่ม็อบยังไม่บานปลายจนเละเทะ ผมก็ได้มาร่วมเดินขบวนกับชาวจุฬา ตอนที่ม็อบกปปส.ตั้งเวทีก็เคยมาสังเกตการณ์บ้าง หลังจากนั้น ตอนที่เริ่มมีการก่อสร้างสกายวอล์คแล้วมีการกั้นพื้นที่ลานหอศิลป์ เพื่อตั้งฐานรากของสกายวอล์ค คนที่คิดอะไรก็โยงการเมืองไปหมดออกมาบ่นกันว่าเป็นการแย่งชิงพื้นที่ในการแสดงออก แต่ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่า สกายวอล์คทำให้พื้นที่ตรงนี้รองรับผู้ชุมนุมได้มากขึ้น 😛

ป.ล. มีเพื่อนถามว่าที่คุณช่อให้คนเขียน Post-it นั่นใช่ฝีมือผมหรือเปล่า - ไม่ใช่นะ 55555

902 Nameless Fanboi Posted ID:..tlftZ1yp

ผลสำรวจ อาชีพการงานของนักเรียนแต่ละเกรด

-นักเรียนเกรด A หัวดี มักเลือกเรียนคณะเด่นๆ จบมาเป็นแพทย์ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญฯลฯ

-นักเรียนเกรด B เรียนรองลงมา ไม่ติดคณะเด่น เลยเลือกเรียนพวกบริหาร เรียนจบแล้วไปเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือองค์กรต่างๆ เป็นเจ้านายของพวกเกรด A

-นักเรียนเกรด C เรียนได้แค่พอผ่านๆ สุดท้ายไปเป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี คุมพวกที่เคยเรียนเก่งทั้งเกรด A และ B

-นักเรียนเกรด D พวกหลังห้อง ชอบแกล้งเพื่อน แกล้งครู สุดท้ายรวมหัวกันเป็นแก๊งค์ใต้ดิน สร้างอิทธิพลครอบงำพวก A, B, C อีกที

-นักเรียนเกรด F สอบตกตลอด ออกไปแล้วเป็นโหร เป็นผู้วิเศษ ฟันธงตั้งแต่ชีวิตชาวบ้านไปจนถึงมหาเศรษฐี ทั้งคนดีและคนร้ายต้องพึ่งพาเขาหมด ฟันธง ชี้นิ้ว จิตสัมผัส แก้กรรมให้ทุกคนได้หมด

-กลุ่มสุดท้าย การเรียนไม่แน่นอน สอบได้ A บ้าง B, C, D บ้าง เก่งบ้าง ไม่เก่งบ้าง แต่เป็นพวกมีอิทธิพลสูง มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าต่อรองด้วย กลุ่มนี้เรียกชื่อสั้นๆ ว่า "เมีย"

(เครดิต ฟอร์เวิรด์ไลน์)

903 Nameless Fanboi Posted ID:MaTuKEOOqR

เรื่องความรักของชาวเกย์นะ เชื่อฉันไหม คนที่ตกลงเป็นแฟนกันน่ะ 90% มันชอบกันตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้วล่ะ ในสมองมันตกลงเป็นแฟนกันตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรกแล้ว
ส่วนพวกที่เล่าว่าต้องตามจีบเป็นเดือนๆเนี่ย จริงๆคือมันแอ๊บ! มันแกล้งวางฟอร์ม ทำเป็นเล่นตัวไปงั้นแหละ ในใจมันน่ะตอบตกลงตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่มันกลัวว่าถ้าตอบ Yes เร็ว จะโดนหาว่าร่าน อยากมีผัวจนตัวสั่น เลยต้องแอ๊บเป็นนางเอกละครช่อง7 แบบว่า มึงช่วยตามจีบกูหน่อยพอเป็นพิธีละกัน

904 Nameless Fanboi Posted ID:wE9z5xQyzh

ถือเงินสดได้เลยครับ ปีหน้ามีโอกาสไม่รอด

- อสังหาที่ขายไม่หมด
- การชุมนุมที่นักท่องเที่ยวอาจกลัวจะซ้ำรอยการชุมนุมในฮ่องกง
- เศรษฐกิจโลกที่คงอึมครึมอีกชั่วครู่ จนอย่างน้อยก็การเลือกตั้งสหรัฐ
- ประสิทธิภาพการผลิตที่ยังต่ำ

โดยรวม คิดว่าการลงทุนของเอกชนน่าจะชะลอตัวเพื่อดูสถานการณ์ความเสี่ยง กลุ่มงานฟรีแลนซ์หรือเจ้าของธุรกิจส่วนตัวต้องปรับตัวหาลูกค้า กำลังซื้อจะหด

ถ้าประชาชนเริ่มเบี้ยวชำระหนี้ จะส่งผลให้ความเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้นและส่งผลแง่ลบต่อตลาดการเงินโดยรวม

ข่าวดีคือ สกุลเงินบาทจะเริ่มไม่เป็นที่ต้องการและเกิดแรงเทขาย ทำให้เงินบาทอ่อน

แต่ลึกๆยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยคงพังยาก เหมือนนอนพะงาบๆในห้องไอซียูแต่ก็ไม่ตายครับ

905 Nameless Fanboi Posted ID:hgrtSXTdKo

https://www.facebook.com/100000182291323/posts/3173879442628101/?d=n

บริษัทไม่มีเงินจ่ายพนักงาน Scale360

906 Nameless Fanboi Posted ID:DejItfTbCr

ตอนเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็บอกว่าคนไทยไม่รู้จักวางแผนการเงินกันแล้วโวยวาย หัดเก็บเงิน อย่าสร้างหนี้ อย่าฟุ่มเฟือย

พอคนไทยเก็บเงินกันจริงจังขึ้นมา ก็บอกว่าให้หัดใช้เงินบ้าง อย่าเอาแต่เก็บ ต้องเอามาใช้ด้วย....

มันน่าโมโหตรงที่มาพูดแบบเหมารวมโทษว่าปัญหาคือคนไม่วางแผนการเงินนี่แหละ ซึ่งมันจริงบ้างไม่จริงบ้าง เป็นกรณีๆ ไป

พอเจอคนวางแผนการเงินแบบที่ต้องการไปทุกคนก็ร้องสิครับทีนี้

907 Nameless Fanboi Posted ID:DejItfTbCr

คือในแอพนัดยิ้มเนี่ย มันก็มีคนมากมายหลายอย่าง มีพวกอวตาร ตัวปลอม หลอกคนก็เยอะแยะ ซึ่งเอาจริงๆมันมีมาตั้งแต่สมัย Pirch IRC ICQ MSN แล้ว แค่ย้ายแพลตฟอร์มเฉย ๆ ซึ่งเราที่ผ่านโลกออนไลน์มากว่า 20 ปี เราก็มีบทเรียนมาเยอะ เราจะจับโป๊ะได้เยอะ เพราะพฤติกรรมประหลาด

อย่างคนไหนหน้าตาดี ๆ ดูโปรไฟล์ดี แต่ชอบพูดอะไรเพ้อ ๆ ดูตัดพ้อ ขี้น้อยใจ ลำไย ออกแนวนิยาย รู้เลยว่าไม่ใช่ตัวจริงแน่นอน เพราะคนหน้าตาดี จะเจอความลำไยมาเยอะ จะไม่มาอะไรเสียเวลาทำอะไรแบบนี้ จะไม่คุยยาวยืด คือก็สวยอ่ะ ชีวิตฉันไม่ได้ต้องมาง้อมาเสียเวลากับบทสนทนาไร้จุดหมาย หรือมานั่งเพ้ออะไรกับคนในแอพพวกนี้ ไปเดินข้างนอกอวดความสวยผู้ชายก็เข้ามาแล้วอ่ะข่ะ

แล้วถามว่าเคยโดนคนในแอพหลอกให้ไปเจอตามนัดแต่ไม่มาตามนัดรึเปล่า บอกเลยว่าเคย นานมาแล้ว ไปถึงก็รู้ว่าคนนั้นแค่หลอกเรามาเสียเที่ยวเฉย ๆ อยากแกล้งคนเพื่อด้วยอะไรก็ตาม

แต่ด้วยความเป็นคนสวยอ่ะข่ะ ในขณะที่กำลังเซ็งนั่นเอง ก็มีคนทักมา บอกว่าคนน่ารักทำไร ทำไมใกล้จัง ผมอยู่ตรงนี้เอง เจอกันไหมครับ สรุปเจอช้างเผือก หล่อ แถมลวยใหญ่มาก เลยเซลฟี่คู่กับผู้ชาย ส่งไปให้คนที่หลอกเรามา บอกขอบคุณนะ ถ้าหล่อนไม่หลอกเรามาเราคงไม่ได้เจอเขา

น่าเห็นใจพวกไม่สวยนะคะ หลอกคนสวยหวังจะได้สะใจ หารู้ไม่ว่า คนสวย ไปที่ไหนก็ได้ลวยข่ะ

เห็นมั้ยคะ การเป็นคนสวย มันได้เปรียบยังไง

908 Nameless Fanboi Posted ID:WGAjMG.Krt

"อยู่เป็น" แบบซูซุนทง

สมัยที่บ้านเมืองรบราฆ่าฟันกัน พวกปัญญาชนมักตายก่อน หาไม่แล้วก็ไม่ถูกเหยียดหยามแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี ในยุคจ้านกั๋ว รัฐต่างๆ ล้วนแต่นิยมนักต่อรองผลประโยชน์ นักการทูต และนักยุทธศาสตร์ พวกปัญญาชนที่สอนเรื่องคุณธรรมถูกเมินเฉย ดังนั้นต่อให้ขงจื๊อทรงคุณธรรมแค่ไหน ปราดเปรื่องเพียงใด ก็ไม่มีรัฐไหนช่วงใช้ท่าน

เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ปราบรัฐต่างๆ ลงได้ สถาปนาราชวงศ์ฉินขึ้น แม้จะช่วงใช้พวกปัญญาชนทรงคุณธรม แต่ก็ทรงเห็นว่าพวกนี้แสดงความเห็น "เยอะ" เกินไปจนขัดต่อการปกครองที่เข้มงวดและอำนาจเผด็จการ ทำให้พระองค์ต้องดำเนินนโยบาย "เผาตำราฆ่าบัณฑิต" จนสานุศิษย์ขงจื๊อแทบจะสูญพันธุ์

909 Nameless Fanboi Posted ID:WGAjMG.Krt

แต่ราชวงศ์ฉินไม่ได้ฆ่าศิษย์ขงจื๊อจนหมด ยังมีปัญญาชนทำงานในราชสำนักสืบมา หนึ่งในนั้นคือซูซุนทง

เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้สวรรคต ขันทีจ้าวเกาสมคบกับองค์ชายหูไฮ่ ปลอมราชสาส์นสังหารองค์รัชทายาทแล้วหูไฮ่ครองบัลลังก์เองเป็นพระเจ้าจิ๋นยี่ซี แต่แผ่นดินฉินใกล้จะถึงจุดจบแล้วเพราะความโหดร้าย ประชาชนลุกฮือขึ้น จ้าวเกาคิดแต่รักษาอำนาจตัวเองจึงไม่กราบทูลจิ๋นยี่ซีว่าบ้านเมืองจะฉิบหายอยู่รอมร่อ พวกกบฎจะรุกเข้าเมืองหลวงวันไหนก็ไม่รู้

สุดท้ายจิ๋นยี่ซีรู้จนได้ แต่กลับหลอกตัวเองอย่างเลวร้าย หากม้าเร็วมากราบทูลว่าพวกกบฎมีชัยชนะทัพหลวงจะถูกลงทัณฑ์ จึงไม่มีใครกล้ากราบทูลความจริง มีแต่แปลงสาส์นว่าทัพหลวงมีชัยทุกครั้งไป

ขุนนางผู้ใหญ่ทนไม่ไหว กราบทูลให้ทรงยุติการกดขี่ราษฎรโดยเกณฑ์แรงงานสร้างวัง สร้างกำแพงใหญ่ และสุสานหลวง แต่กลับถูกตังข้อสงสัยเรื่องความภักดี ทั้งหมดถูกจับและประหาร เมื่อเจอแบบนี้แล้วใครเล่าจะกล้าทัดทานได้?

อาการหลอกตัวเองของฉินยี่ซีร้ายแรงขนาดที่วันหนึ่งในท้องพระโรง ได้ซักถามพวกราชบัณฑิตว่าที่แคว้นฉู่เกิดกบฎขึ้นพวกท่านเห็นประการใด? พวกราชบัณฑิตกว่า 30 คนกราบทูลอย่างตรงมา รบเร้าให้แต่งทัพไปปราบไม่อาจละเว้นได้

แต่สีหน้าของจิ๋นยี่ซีแดงฉานเพราะความพิโรธ ในท่ามกลางหมู่ราชบัณฑิตนั้น มีปัญญาชนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า พวกท่านนี่เลอะเลือน ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ บ้านเมืองสงบสุข ไม่มีการกบฎ มีแต่พวกโจรปล้นหมาปล้นไก่ ให้ตำรวจท้องที่ไปจับก็พอแล้ว!

จิ๋นยี่ซีได้ฟังวาทะเชลียร์ของซูซุนทงก็คลายวิตกลงแล้วถามพวกราชบัณฑิตทีละคนว่า เหตุครั้งนี้พวกเจ้าเห็นว่าเป็นกบฎหรือโจรกัน พวกที่ตอบว่าเป็นกบฎก็มี พวกที่ตอบว่าเป็นโจรก็มี ปรากฎว่าพวกที่ตอบเป็นกบฎนั้นถูกสั่งจับขัง ส่วนพวกที่ตอบว่าเป็นแค่โจรรอดตัวไป ฝ่ายซูซุนทงได้รับการอวยยศเป็น "ป๋อซือ" หรือปุโรหิต

910 Nameless Fanboi Posted ID:WGAjMG.Krt

เมื่อออกจากท้องพระโรงแล้ว พวกราชบัณฑิตต่างต่อว่าซูซุนทงกันใหญ่ที่เชลียร์เจ้าแผ่นดินเพื่อเอาตัวรอด แต่ซูซุนทางตอบว่า เมื่อตะกี้นี้เดินเข้าปากเสือยังไม่รู้ตัวอีก ข้ารอดมาได้ก็นับว่าบุญโขแล้ว ว่าแล้วก็รีบเก็บข้าวของหนีกลับไปบ้านเกิดที่แคว้นหลู่ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของขงจื๊อ เป็นที่ชุมนุมปราชญ์แต่โบราณ เพราะบัดนี้เขาเห็นแล้วว่าราชวงศ์ฉินถึงกาลอวสานแน่นอน

อันที่จริงแล้วพวกบัณฑิต "ผู้ทรงคุณธรรม" ที่รุมต่อว่าซูซุนทง หากไม่ได้เขาแก้ไขสถานการณ์แบบ "อยู่เป็น" แล้วละก็คงไม่มีโอกาสได้มายืนต่อว่าเขาดอก

หลังจากนั้นแผ่นดินฉินก็ล่มสลายลง เกิดการชิงอำนาจระหว่างกลุ่มกบฎต่างๆ ซูซุนทงเมื่อแรกนั้นไปเข้ากับฝ่ายเซี่ยงเหลียงและเซี่ยงอวี่ ต่อเมื่อหลิวปังตีเมืองเผิงเฉิงได้ซูซุนทงก็สวามิภักดิ์กับหลิวปัง

หลิวปังเหมือนพวกผู้ปกครองยุคนั้น คือชังน้ำหน้าพวกบัณฑิตเป็นอันมาก ถึงขนาดหยิบหมวกบัณฑิตมาเยี่ยวใส่ แต่ซูซุนทงแสดงความคมคายให้เห็นจนหลิวปังเริ่มจะยอมรับ แต่งตั้งเขาเป็นป๋อซือ ซูซุนทงเห็นเป็นโอกาสดีจึงชวนสหายและศิษย์บัณฑิตจากแคว้นหลู่มาทำงานกับหลิวปังด้วยกัน

แต่พอมาอยู่ด้วยกันแล้ว พวกบัณฑิตกลับนั่งแคะขี้เล็บไปวันๆ เพราะซูซุนทงไม่เสนอชื่อพวกเขาให้หลิวปังช่วงใช้เสียที เอาแต่เสนอให้หลิวปังใช้พวกจอมยุทธ์บ้างโจรบ้าง ทำเอาพวกศิษย์ทนไม่ไหวพากันต่อซูซุนทงว่าไม่เห็นหัว

ซูซุนทงตอบว่า ตอนนี้หลิวปังออกรบพิชิตใต้หล้า พวกเจ้ารบกับเขาเป็นด้วยหรือ?

พวกศิษย์ได้ยินดันนั้นก็ได้แต่สงบปากสงบคำรอกันต่อไป เพราะหากถูกเสนอชื่อไปทำงานจริงๆ แล้วเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หัวจะหลุดจากบ่าเสียเปล่าๆ

911 Nameless Fanboi Posted ID:WGAjMG.Krt

ครั้นปี 202 ก่อนคริสตกาล หลิวปังปราบฉ้อปาอ๋องเซี่ยงอวี่ พิชิตใต้หล้าได้สำเร็จ ตั้งตนเป็นฮ่องเต้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่หลิวปังกลับรู้สึกไม่ค่อยจะภาคภูมินัก เพราะพวกลูกน้องล้วนแต่เป็นคนกักขฬะ เข้าเฝ้ากินเลี้ยงในท้องพระโรงก็เอะอะมะเทิ่ง โต้เถียงทะเลาะเบาะแว้งกันไร้มารยาทสิ้นดี ทั้งยังชักกระบี่ฟันเสาท้องพระโรงเป็นว่าเล่น หลิวปังเห็นแล้วเพลียใจ จึงหันมาปรึกษาซูซุนทง

ซูซุนทงเห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องใช้จารีตประเพณีแล้ว จึงเสนอให้หลิวปังช่วงใช้พวกนักปราชญ์ราชบัณฑิตในการกำหนดจริยามารยาทในราชสำนัก พวกบัณฑิตจากแคว้นหลู่จึงช่วยกันสอนจริยาให้กับพวกขุนนางใหม่ หนึ่งเดือนผ่านไปซูซุนทงจึงกราบทูลหลิวปังให้มาทอดพระเนตร หลิวปังเห็นว่าใช้การได้ ก็สั่งให้ซ้อมไว้เตรียมออกงานจริง

ในปี 200 ก่อนคริสตกาล พระราชวังฉางเล่อกงแล้วเสร็จ มีการสมโภชน์พระราชมณเฑียร ปรากฎว่างานพระราชพิธีเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเอะอะ ดูแล้วจำเริญตา พระเจ้าฮั่นเกาจู่ หลิวปังปลาบปลื้มเป็นอันมาก รู้สึกพระองค์ว่าได้เป็นจักรพรรดิสมฐานะแล้ว จึงปูนบำเหน็จและแต่งตั้งซูซุนทงเป็นไท่ฉาง (เสนากรมพระราชพิธี) และยังอวยยศและรางวัลให้กับพวกบัณฑิตที่ติดตามมาด้วย

พวกบัณฑิตที่เคยเหยียดซูซุนทงต่างก็ตระหนักในที่สุด และยกย่องเขาเป็น "ยอดปราชญ์ รู้ลำดับความสำคัญของกิจการในโลก" (叔孫生誠聖人也,知當世之要務) คือรู้ว่าอะไรควรไม่ควร

คำว่าจอมปราชญ์ (聖人) นี้เป็นสถานะเทียบเท่ากับขงจื๊อเลยทีเดียว แต่ซูซุนทงต่างกับขงจื๊อตรงที่เขายอมงอไม่ยอมหัก ส่วนขงจื๊อยอมหักไม่ยอมงอ

ขงจื๊อไม่ยอมหักทำให้เจ้ารัฐระแวงและขุนนางริษยา จริยาของท่านจึงไม่แพร่หลาย

แต่เพราะซูซุนทงยอมงอ จึงรอดคมเขี้ยวพยัคฆ์ของเจ้าแคว้น ทำให้ขุนนางยอมสงบ ช่วยรักษาชีวิตบัณฑิตผู้เป็นเสาค้ำวัฒนธรรม และยังช่วยเผยแพร่จริยาของขงจื๊อเสียอีก

เพราะความใจเย็นและรู้หน้ารู้หลังของซูซุนทงจึงทำให้จารีตประเพณีได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง เปลี่ยนนิสัยของเจ้าแผ่นดินและขุนนางที่เคยเป็นดั่งโจรป่าให้กลายเป็นตัวอย่างของบ้านเมือง

แม้ซูซุนทงจะดูเหมือน "รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี" แต่เราต้องพิจารณาเงื่อนไขปัจจัยด้วย เพราะเจ้าแผ่นดินฉินนั้นโหดเหี้ยมและดื้อรั้น ทัดทานไปก็ไร้ผล

ผิดกับหลิวปังที่มีพื้นเพเป็นสามัญชนและพอจะฟังคนอื่นบ้าง ซูซุนทงจึงกล้าเสนอสิ่งที่ดีและยังกล้าทันทานอย่างกล้าหาญ เช่นครั้งที่หลิวปังคิดจะปลดรัชทายาทเพื่อตั้งโอรสจากสนมคนโปรด ซูซุนทงคัดค้านหัวชนฝาแบบไม่กลัวตาย เพราะการเปลี่ยนตัวรัชทายาทกระทันหัน จะทำให้แผ่นดินเกิดกลียุคขึ้นอีก และยังเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่รัชกาลหลังๆ

ปรากฎว่าหลิวปังยอมฟังซูซุนทง แผ่นดินฮั่นจึงรอดพ้นจากการนองเลือดไปได้

ดังนั้นการอยู่เป็นของซูซุนทงจึงไม่ใช่จะเชลียร์ไปเรื่อย แต่หมายถึงการดูทิศทางลม รู้สถานการณ์ รู้ใจคนมีอำนาจ และเกลี้ยกล่อมผู้มีอำนาจให้ทำเพื่อประโยชน์ที่เหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

อีกหนึ่งคุณูปการของซูซุนทง คือยังได้โอกาสฟื้นฟูขนบธรรมเนียมของบ้านเมืองให้ตั้งอยู่บนคุณธรรมจรรยา สั่งสอนโอรสเหนือหัวให้ทรงคุณธรรมแบบขงจื๊อ ยุติการชิงแผ่นดินทำให้แผ่นดินจีนเป็นปึกแผ่นหลังผ่านสงครามหลายร้อยปี

รากฐานลัทธิขงจื๊อที่ซูซุนทงวางไว้แต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ทุกวันนี้ก็ยังฝังรากลึกอยู่ในแผ่นดินจีน

912 Nameless Fanboi Posted ID:Pq4DlfETnm

my name is jafar
i come from afar
i work at the bazaar
i play a guitar
theres a bomb in my car
allahu akbar!

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

913 Nameless Fanboi Posted ID:h+/Dpu5Z6k

"ทำไมต้องเป็นผม"

ฝ่ายบริหาร: วันนี้ ผมมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบ เป็นข่าวไม่ดีนัก อย่างที่กัปตันทราบตอนนี้ ธุรกิจสายการบินมีผลการดำเนินงานย่ำแย่มาก หลายๆบริษัทเริ่มมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายออกมา ในส่วนของบริษัทเรา จากผลการประชุมของฝ่ายบริหาร เรื่องการปรับโครงสร้างองค์กร ผมมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า บริษัทต้องขอให้คุณลางานโดยไม่รับเงินเดือน เป็นระยะเวลาสามเดือน

กัปตันสนอง: หมายความว่าอย่างไรครับ

ฝ่ายบริหาร: หมายความว่า ตั้งแต่เดือนหน้าเราจะไม่จัดตารางบิน และไม่จ่ายเงินเดือนให้คุณ

กัปตันสนอง: แสดงว่า ผมยังไปบินช่วงปลายเดือนนี้ได้

ฝ่ายบริหาร: กัปตันไม่ต้องไปบินแล้ว ตารางบินจะมีการเปลี่ยนแปลง

กัปตันสนอง: แล้วสัญญาจ้างที่เราเคยทำกันไว้ก่อนหน้าละครับ

ฝ่ายบริหาร: ในส่วนอื่นของสัญญายังคงเหมือนเดิม ถ้ากัปตันรับข้อเสนอ และในช่วงระยะเวลาสามเดือนที่หยุดงานไป กัปตันได้งานที่อื่น บริษัทก็จะผ่อนผันเรื่องค่าปรับตามสัญญาให้ กัปตันสามารถไปทำงานที่ใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าปรับอะไร

กัปตันสนอง: ทำไมบริษัทฯไม่เลือกใช้มาตรการกับนักบินทุกคน เช่น เฉลี่ยลดเงินเดือน

ฝ่ายบริหาร: บริษัทก็มีแผนที่จะทำอย่างนั้นด้วยเหมือนกัน

กัปตันสนอง: แต่ผมตั้งใจทำงานรับใช้บริษัทมาตลอดหลายปีนะครับ และในสถานการณ์ที่ไม่มีการเปิดรับนักบินแบบนี้ จะให้ผมไปสมัครงานที่ไหน ผมมีครอบครัวต้องดูแล มีภาระค่าผ่อนบ้าน ค่าเทอมลูก การแจ้งล่วงหน้าในเวลาสั้นแบบนี้ ผมคงไม่สามารถรับเงื่อนไขได้

------------------------

ปัญหาการแข่งขันในธุรกิจที่รุนแรง และการทุ่มตลาดของบริษัทข้ามชาติ ทำให้หลายๆสายการบินเริ่มอยู่ในภาวะขาดทุน ซึ่งนอกจะส่งผลต่ออัตราการว่างงานของนักบินจบใหม่ที่สูงขึ้นแล้ว มาตรการการลดต้นทุน การเลิกจ้างก็กำลังจะเป็นฝันร้ายของนักบินไทยในปีหน้า

ตัวผมเองทำงานสมาคมฯมาเกือบสิบปี เคยเจอปัญหาลักษณะนี้มาบ้าง แต่ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด

งานนักบินในประเทศไทยเมื่อสมัยก่อนค่อนข้างมีความมั่นคง เนื่องจากมีจำนวนสายการบินไม่มากนัก โดยสายการบินหลักก็เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ที่ช่วยดูแลเรื่องการจ้างงาน มีตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง นายจ้างชัดเจนซึ่งถือว่าโชคดีกว่านักบินที่ทำงานในสายการบินเอกชนที่แม้จะมีการเปิดให้บริการมานานพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน หรือผู้แทนตามกฏหมายในบริษัทที่จะช่วยปกป้องในเรื่องการจ้างงาน และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ ปัจจุบันบางสายการบิน

-เริ่มมีการเรียกเก็บค่าฝึกสูงกว่าค่าใช้จ่ายจริง ทั้งๆที่ในสมัยก่อนสายการบินจะเป็นผู้ฝึกให้

-เริ่มมีการไม่ทำตามข้อสัญญาที่เคยตกลงกับนักบิน

-เริ่มมีการใช้สัญญาค่าปรับแบบเอารัดเอาเปรียบ

โดยที่นักบินต้องยอมก้มหน้าก้มตายอมรับ เพื่อแลกกับการได้งานทำ

การแก้ปัญหาภายในสายการบินต่างๆ แม้จะเป็นเรื่องบริหารจัดการภายใน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้คำนึงถึงคือ ธรรมาภิบาลของการบริหารงาน

อาทิตย์ก่อน มีนักบินคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตอนสมัครสายการบินได้งาน 2 ที่ แต่เลือกทำงานกับสายการบินหนึ่ง ทำได้ไม่ถึง 3 เดือนถูกเลิกจ้างทั้งๆที่ตั้งใจรับการฝึกอบรม นอกจากจะไม่ได้รับการชดเชยแล้ว ยังเสียโอกาส และได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

การลดค่าใช้จ่ายโดยการเลิกจ้างก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาสภาวะที่ขาดทุน แต่ไม่อยากให้เป็นวิธีแรกของการบริหารจัดการ เพราะเชื่อว่ามีอีกหลายๆมาตรการที่นักบินในบริษัทนั้นๆจะให้ความร่วมมือ เพื่อให้สายการบินยังสามารถประกอบกิจการต่อไปได้

มาตรการการเลิกจ้างนักบินไทยในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยที่นักบินต่างชาติยังได้ทำงานต่อไป ก็ควรเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องเข้ามากำกับดูแลให้ความเป็นธรรม

----------------------------

ฝ่ายบริหาร: บริษัทพยายามทำตามข้อกฎหมาย ถ้ากัปตันไม่พอใจ อยากจะลาออก ทางเรายินดีจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานให้ การลาหยุดงานแบบไม่รับเงินเดือน คือทางเลือกแรก อีกทางเลือกหนึ่งคือ การเลิกจ้าง!!

ผมกัดฟันกรอด กำหมัดแน่น แต่ไม่ทันที่จะได้ออกอาวุธอะไร เสียงปลุกจากโทรศัพท์ของโรงแรมก็ดังขึ้นเสียก่อน

คงต้องรีบแต่งตัวไปบินแล้ว
.
.

การรับฟังปัญหาการจ้างงานนักบินของสายการบินต่างๆในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำเอาผมเก็บมาฝันเป็นตุเป็นตะ

วันนี้ผมรู้สึกโชคดีที่ยังมีโอกาสลากกระเป๋าไปทำงาน

เชื่อว่า ถ้าต้องถูกเลิกจ้าง คำถามที่ทุกคนต้องถามเหมือนกันคือ "ทำไมต้องเป็นผม"

คำตอบเดียวที่อยากบอกคือ ถ้านักบินเราไม่มีผู้แทนฝ่ายลูกจ้างตามกฎหมายที่จะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการจ้างงาน

มันก็ไม่แปลก ที่วันหนึ่งอาจจะถึงคราวของเรา

ความสามัคคีคือพลัง

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

#สมาคมนักบินไทย
#เสริมสร้างความสามัคคี
#ปกป้องศักดิ์ศรีนักบินไทย
#รับใช้สังคม

914 Nameless Fanboi Posted ID:bLNPQhUlTn

คณิตศาสตร์ 101 สำหรับใครที่บอกว่าไทยเป็น ปชต:
750 คน มีสิทธิ์เลือกนายก
500 ส.ส. เลือกโดย ปชช 38 ล้านคน
250 ส.ว. เลือกโดย คกก 10 คน (คสช แต่งตั้ง)
อำนาจ ปชช 1 คน = (500/750) / 38 ล้าน = 0.0000018%
อำนาจ คกก 1 คน = (250/750) / 10 = 3.3%
-> คกก 1 คน อำนาจมากกว่า ปชช 1 คน #2ล้าน เท่า

915 Nameless Fanboi Posted ID:h+/Dpu5Z6k

เหมือนทำงานหนักแล้วให้เขาอยู่สบายเลยค่ะ แค่กๆ

916 Nameless Fanboi Posted ID:OSIgB8XII/

>>914 จริงๆคือ250เนี่ยแม่งอำนาจมาจากคนๆเดียว เพราะงั้นคนๆนั้น อำนาจ=3.3%*250=825% อำนาจมากกว่า ปชช 1 คน 458.333333 ล้านเท่า

917 Nameless Fanboi Posted ID:GhcfSoL11r

แต่เอาจริงๆรอบนี้ ลต ไม่ต้องใช้เสียง สว ก็ ชนะนะ

918 Nameless Fanboi Posted ID:7Rw96m5NQu

>>917
หมาขี้แพ้อย่างพวกมันไม่ยอมรับว่าใต้ตีนสักที
กูนี่อยากเอาระเบิดไปปาม๊อบไอ้ทอนจัง

919 Nameless Fanboi Posted ID:0LzV631Nce

>>917 อีกฝั่งเค้ารวมได้เกือบ250แล้ว อะไรน้อที่ทำให้ปชป ภจท กับพรรคเล็กอื่นตัดสินใจไปกลุ่มที่ตอนนั้นยังรวมได้แค่150

>>918 ดีครับดี ขอให้รีบทำจะได้เป็นตำนานเหมือนโคตรพ่อโคตรแม่มึงเมื่อสมัยปี19

920 Nameless Fanboi Posted ID:ah+TLabV1m

>>918 ชั่ย

921 Nameless Fanboi Posted ID:7Rw96m5NQu

>>919
ขยะแบบนั้นมึงว่าสังคมจะสมน้ำหน้าพวกมึงที่ก่อม๊อบหรือจะมองกูเป็นฮีโร่กำจัดขยะมลพิษกันน้าาาาา

922 Nameless Fanboi Posted ID:Hqmt123gn8

คนจีนคือเจ๊ก เจ๊กคือคนจีน โดยเนื้อแท้เจ๊กไม่ใช่คนไทยโดยกำเนิด ต้นตระกูลเจ๊กคือจีน ทำไมเจ๊กใน facebook ถึงให้คำนิยามว่า เจ๊ก คือคำหยาบ และต้องการลบประวัติศาสตร์ภาษาไทยโดยการทำให้การใช้คำว่าเจ๊กเรียนคนจีนในไทหายไป เค้าต้องการให้เรียกพวกเค้าว่าไทยเชื้อสายจีนมากกว่า อ่านบความด้านล่างจบเรารู้ได้ทันที ผู้เขียนอยู่ในกลุ่มธเนศหรือไม่ก็อ่านกลุ่มธเนศ เพราะเราเคยอธิบายเรื่องเจ๊กไว้ในกลุ่มนายเรื่อง ไม่มีชาติไหนในโลกเรียกคนจีนว่าเจ๊ก

อ่านหนังสือ “การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนฯ” ของ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ หน้าคำนำพิมพ์ครั้งแรกพูดถึงคำว่า “เจ๊ก” อธิบายไม่กระจ่าง ส่วน “เจ๊กปนลาว” ของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ก็ไม่ได้บอกว่าอะไร เพียงแต่บอกว่าเป็นคำดูถูกสั้นๆ เท่านั้น จึงพยายามค้นคว้าคำว่า “เจ๊กมาเล่าสู่กันฟัง”

ทั่วโลกไม่มีใครรู้จักคำว่า “เจ๊ก” แม้แต่คนจีนในเมืองไทยและคนจีนบนผืนแผ่นดินใหญ่หรือชาวจีนไต้หวันต่างไม่รู้จักคำว่า “เจ๊ก” ซึ่งคนไทยเรียกคนจีนเป็นสรรพนามแทนที่จะเรียกว่าคนจีน แต่ใช้คำว่า “เจ๊ก” แทน คำนี้มาจากไหนอย่างไร

“เจ๊ก” คำนี้คนไทย และคนไทยเชื้อสายจีนรู้จักมานาน คาดว่าประมาณ 100 ปี เป็นคำเรียกของคนไทยเรียกคนที่มีสัญชาติจีน เชื้อชาติจีนเป็น “เจ๊ก” เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นจีนแต้จิ๋ว กวางตุ้ง แคะ ไหหลำ หรือฮกเกี้ยน ถูกเรียกเป็น “เจ๊ก” ทั้งสิ้น

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า คนจีนที่อพยพมาเมืองไทยเป็นคนยากจน เป็นชาวนา ไม่มีการศึกษา ขนบธรรมเนียมไม่นุ่มนวลเหมือนคนไทย จึงมองว่าคนจีนเป็นคนไม่มีกิริยามารยาท พูดจาโฮกฮาก คนไทยถือว่าไม่มีสมบัติผู้ดี นึกจะถ่มน้ำลาย หรือขากเสลดก็จะขากถุยลงบนพื้นบ้าน ไม่ว่าเป็นปูนซีเมนต์ หรือพื้นดิน ทำให้สกปรกน่าสะอิดสะเอียน เวลารับประทานอาหารด้วยตะเกียบก็พูยเอาๆ มูมมาม ซี้ดๆ ซ้าดๆ ตลอดเวลา เป็นที่น่ารังเกียจสำำหรับคนไทย

กรรมกรจีนเมื่อรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่จะตั้งเป็นก๊วนอันธพาลขึ้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพตรัสถึงสมาคมอั้งยี่ไว้ว่่า “สมาคมลับของชาวจีน ซึ่งเรียกว่า “อั้งยี่” หรือ “ตั้วเหีย” (ความจริงควรเป็น “ตั้วเฮีย” มากกว่า-ผู้เรียบเรียง) ไม่เพียงเท่านั้นชาวจีนเป็นจำนวนมากติดฝิ่น อันเป็นพฤติกรรมร้าย ๆ ของคนจีนทั้งสิ้น

จีนแต้จิ๋วเรียกน้องของพ่อว่า “อาเจ็ก” หรือ “เจ๊กเจ็ก” แปลว่า “อา” หรือ “อาว์” บางทีก็ใช้เรียกชื่อคนที่ไม่รู้จักชื่อหรือคนที่นับถือกันว่า “อาเจ็ก” เป็นเสมือนสรรพนามของคนๆ นั้น

คนไทยได้ยินเสียงคนจีนแต้จิ๋วเรียกน้องของพ่อว่า “อาเจ็ก” ก็เรียกตาม ต่อเมื่อเห็นความประพฤติปฏิบัติในทางไม่ดีไม่มีกิริยามารยาท สร้างพฤติกรรมเป็นนักเลงโต “อั้งยี่” ทำให้เกิดความไม่พอใจ จึงแทนที่จะเรียกว่า “อาเจ็ก” กลับเรียกเป็นว่า “ไอ้เจ๊ก” ด้วยความโมโหโทโส คำๆ นี้จึงกลายเป็นคำที่ดูถูกดูแคลนคนจีนไปโดยปริยายดังที่คุณ สุจิตต์ วงษ์เทศ กล่าวไว้ข้างต้น

คนจีนเมื่อถูกคนไทยเรียกว่า “ไอ้เจ๊ก” ก็หาได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรไม่ เขาอาจจะไม่เข้าใจคำว่า “ไอ้เจ๊ก” มีความลึกซึ้งแค่ไหนเพียงใด คิดว่าคนไทยเรียกเขาว่าอาเจ็กกระมัง แต่ไหงเรียกว่า “ไอ้เจ๊ก” ไป คงเรียกเพี้ยนไปเอง ไม่เป็นไร

ใครเรียก “เจ๊ก” หรือ “ไอ้เจ๊ก” ก่อนไม่สามารถสืบทราบได้ คาดว่าคงมาจากจุดใหญ่ในกรุงเทพฯ เพราะคนจีนแต้จิ๋วอยู่ในกรุงเทพฯ มาก มีพฤติกรรมเป็นนักเลงโตตั้งสมาคมลับ “อั้งยี่” แล้วคำนี้กระจายไปทั่วประเทศ ถ้าพูดกันตามความรู้สึกของคนไทยแล้วมีึความลึกซึ้งว่าเป็นคำเรียก “ชนิดจิกหัวกบาลเรียกกันทีเดียว” แพร่หลายในหมู่สามัญชนทั่วไปทั้งผู้มีการศึกษาและมีการศึกษาต่ำเรียกตามกันไป

ส่วนคนจีนแต้จิ๋วเค้าเรียกตัวของเขาเองว่า “ตึ้งนั้ง” หรือ “ตึ้งซัวนั้ง” เขาไม่รู้ความหมายของคำว่า “เจ๊ก” หรือ “ไอ้เจ๊ก” แต่พอมาถึงหลานจีนซึ่งมีการศึกษารู้ซึ้งถึงคำว่า “เจ๊ก” และ “ไอ้เจ๊ก” ดีว่าเป็นคำพูดในเชิงดูถูกดูหมิ่นดูแคลนจากคนที่ซมซานหนีร้อนมาพึ่งเย็น

923 Nameless Fanboi Posted ID:0LzV631Nce

>>921 สมัยนั้นโคตรพ่อโคตรแม่มึงมองนศยิ่งกว่าขยะซะอีกนะจร๊ะ

924 Nameless Fanboi Posted ID:JRgB7qqpnZ

555+ ทำยังกะเขาจะอินกะทอร์เหมือนสมัยโอดิน ที่หลิ่มดิ้นๆกันนี่มีแต่ภาพถ่ายติดโอดินแค่นั้นแหละ
ตอนภาพน้ำท่วมที่ขนภาพทอร์ใส่เรือหรือข่าวลบๆของทอร์หลิ่มปิดปากเงียบ ไม่มาแก้ตัวหรือล่าแม่มดให้เลย

925 Nameless Fanboi Posted ID:0LzV631Nce

>>924 ขนาดภาพโอดินกระแสก็ดูไงๆชอบกลวะ กลายเป็นกระแสตีกลับซะมากกว่า เพจใหญ่ๆก็ไม่ค่อยเล่นป่ะ กูไม่เห็นจ่าแม่งโพสอะไรเลย

926 Nameless Fanboi Posted ID:7Rw96m5NQu

>>923
นักศึกษาที่ไล่อเมริการับคอมมิวนิสเข้ามานั้นอ่ะน่ะ

927 Nameless Fanboi Posted ID:pTD.WCsZ/I

อย่าปล่อยให้ความกลัว ความสงสาร และความเห็นอกเห็นใจ ครอบงำความถูกต้อง

928 Nameless Fanboi Posted ID:Vr+buhMWqT

แต่เอาจริงนะ มีแต่คนอ่อนแอไม่มีที่พึ่งขาดความเคารพตัวเองเท่านั้นที่บูชาอะไรจนลืมความเป็นมนุษย์ของตัวเองขนาดนี้ มันก็สมควรโดนเรียกว่าก้อนดิน เศษฝุ่น จริงๆ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

929 Nameless Fanboi Posted ID:7Rw96m5NQu

>>928
บูชาคนที่ชื่อทักษิณเทพเจ้าขอคนจนอีสานแทนสิครับจะได้พัฒนาจากฝุ่นมาเป็นควาย
-มิตรสหายดั้งหัก

930 Nameless Fanboi Posted ID:GhJpif/JVf

ขอพูดสั้นๆว่า​ ยุครุ่งเรืองของพวกมึงมันสิ้นสุดไปแล้ว

931 Nameless Fanboi Posted ID:UNlN9G7wQy

>>929 มีค่ากว่าก้อนดิน

932 Nameless Fanboi Posted ID:Vr+buhMWqT

เด็กรุ่นใหม่ไม่มีค่านิยมมีลูกเพราะคิดเอาตัวเองเป็นที่ตั้งข้อ 1. คือข้ออ้างส่วนข้อ 2 คือขี้เกียจ
#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

คนรุ่นเก่ามีค่านิยมมีลูกเพราะคิดแต่จะพึ่งพาคนอื่น (หรือเปล่า) ข้อ 1. คือเอาไว้ใช้งานส่วนข้อ. 2 คือกลัวไม่มีคนเลี้ยงตอนแก่
#​มิตรสหาย​อีกท่าน

933 Nameless Fanboi Posted ID:WEY9N1lqiQ

>>932 ไม่มีเงินว้อย

934 Nameless Fanboi Posted ID:hM3jt4b8id

กูไม่แต่งงานเพราะรักสาว2D!!!!

935 Nameless Fanboi Posted ID:k+usMiClsn

>>932
ไม่อยากสืบต่อยีนส์กากๆของกูว่ะ

936 Nameless Fanboi Posted ID:JTzUw/gxln

ก่อนอื่น เข้าใจว่าสังคมตอนนี้สวิงไปทางฝั่งซ้ายแรงมากเพราะสภาวะการถูกกดทับด้วยอำนาจนิยมซึ่งไร้ความชอบธรรม โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่โคตรจะเป็นการ Rule by law ซะจริงๆ ดังนั้นคนจะโดนตกด้วย left-wing propaganda (ทั้งวาทกรรม "สลิ่ ม" หรือ cult of personality ก็ตาม) นี่ก็ไม่แปลกและเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ไม่ตระหนักหน่อยหรือว่าคำพูดแบบนี้จะทำให้ปัญหา deep-polarization ในการเมืองไทยมันยิ่งหนักข้อขึ้น สุดท้ายเราก็หนีไม่พ้นวงจรการเมืองแบบเก่า
.
อะ in case 'สลิ่ ม' ที่ว่านั้นหมดไปจากประเทศไทย แต่ในขณะที่ประชาชนยังคิดแบบโพสต์นี้อยู่ ก็ไม่ใช่ว่าประชาธิปไตยจะงอกออกมาทันที เย่ๆ หรอกใช่ไหม ประชาธิปไตยไม่ใช่มาม่าซอง ที่แกะออกมาใส่น้ำร้อนแล้วกินได้ทันที แต่มันต้องปลูกใน 'ดินดี' ต้องหมั่นรดน้ำพรวนดินไม่ให้ขาดระยะ (พูดง่ายๆ คือการ institutionization ประชาธิปไตย) และที่สำคัญคือมีน้ำอดน้ำทน รวมถึงความเข้าใจใน demands ของอีกฝ่าย หรือ tolerance ต่อกันและกัน มันก็ต้องใช้เวลาหน่อยอะ ที่พูดมาทั้งหมดนี่ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำแค่ฝ่ายเดียว แต่มันต้องเป็นการที่ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน แต่ก็ยากนะถ้ามองตามทฤษฎี game of trust มันก็เป็นการยากที่ทั้งสองฝ่ายจะ cooperate กัน ในเมื่อถ้าเราโกง ยังไงเราก็ได้ประโยชน์อยู่ดี ไม่ว่าจะมากหรือน้อย แต่อย่างไรมันก็จะไม่มีการเสียประโยชน์ แย่สุดก็แค่เสมอตัว ดังนั้นนี่ก็เป็น dilemma ที่น่าสนใจว่าเราทั้งสองฝ่ายจะหาทาง co-op กันยังไง เพื่อให้เกิดการกระจายทรัพยากรทางการเมืองที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้สมดุลกับ demands ที่มีไม่สิ้นสุดจากทุกฝ่าย

937 Nameless Fanboi Posted ID:990g/9BvvP

ตอนผมเรียนที่จีน เมืองที่ผมอยู่ เคยมีการบอกสถิติเอดส์ของเมืองนี้ไว้ว่า 7ใน10คน เป็นเอดส์ ...

938 Nameless Fanboi Posted ID:TPIFA/irD6

>>937 เจ๊กชอบเย็ดสด แถบเจริญแล้วอย่าง ฮ่องกงกับไต้หวันก็เป็น

939 Nameless Fanboi Posted ID:Vr+buhMWqT

มีใครไม่ชอบเย็ดสดบ้างวะ

940 Nameless Fanboi Posted ID:jqhHzBus8m

https://www.facebook.com/100024962871839/posts/560911688084255/ เดือดใหญ่

941 Nameless Fanboi Posted ID:MqLEQdQxOi

การขวางน้ำไม่ให้ไหลนั้นไร้ประโยชน์
การนำน้ำไปทำประโยชน์ย่อมดีกว่าแน่แท้

กรณีพรรคพปชร. รับเงินบริจาคขาก King Power รวม 24 ล้าน โดยแยกเป็นบริษัทย่อย 3 บริษัทนั้น เป็นเรื่องที่ดูแล้วทุกคนก็จะรู้สึกว่ามันผิด

แต่จริงๆแล้ว มันก็คือการเล่นตามกฎนั่นเอง

ประวัติศาสตร์สอนให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าการควบคุมพฤติกรรมด้วยการใช้กฎเกณฑ์ข้อบังคับนั้น ไม่เคยประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไม่ต่างกับการพยายามขวางกั้นกระแสน้ำ

942 Nameless Fanboi Posted ID:MqLEQdQxOi

กฎข้อบังคับ ก็เป็นเหมือนกำแพง เมื่อมีกำแพงเกิดขึ้น ตราบใดที่รางวัลของการข้ามกำแพงนั้น ยิ่งใหญ่กว่าต้นทุนในการหาทางข้ามกำแพง มันก็กลายเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลที่จะลงทุนหาทางข้ามผ่านกำแพงไปให้ได้ นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างอาชีพนักไต่กำแพง ที่ให้บริการการข้ามกำแพงแลกกับมูลค่า ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของกลไกตลาดอีกเช่นกัน ซ้ำร้าย บางกำแพงยังถูกออกแบบมาให้มีประตูลับ ที่ผู้สร้างกำแพงสามารถเก็บค่าผ่านทางได้อย่างสบายๆ

เหมือนกับการพยายามควบคุมวิชาชีพ หรือ ธุรกิจด้วยการกำหนดเกณฑ์ใบอนุญาติ ที่ก็เป็นเพียงการสร้างกำแพงขึ้นมา

นอกเหนือจากการที่กำแพง ไม่ได้มีประโยชน์อย่างแท้จริงในการป้องกันพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และ ทำได้เพียงกีดกันผู้ไม่มีทุนสูงพอที่จะข้ามมันได้แล้ว ปัญหาที่ตามมาคือการควบคุมพฤติกรรมของผู้ที่ข้ามกำแพงไปแล้ว ที่ทำได้ยากและเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเปล่าประโยชน์ ทำให้ผู้คุมอำนาจกฎ ไม่ได้ต่างอะไรกับพ่อค้าใบอนุญาติ และ มาเฟียเก็บค่าคุ้มครองเท่านั้น

การออกแบบกลไกควบคุม จำเป็นต้องรักษาเป้าหมายไว้ให้ชัดเจนเสมอ การควบคุมไม่ให้พรรคการเมืองรับเงินบริจาคเกิน 10 ล้านบาท เกิดม่เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองกลายเป็นพนักงานของนายทุน ที่อาจทำให้ละเลยหน้าที่การเป็นตัวแทนประชาชน แต่กลับทำหน้าที่เพื่อ"ผู้ถือหุ้น" แทน
ถ้านั่นคือวัตถุประสงค์ การกำหนดเกณฑ์ว่าพรรคการเมืองรับได้แค่เงินบริจาค และกำหนดเพดานเงินบริจาค ก็เป็นการกำหนดที่ไม่มีความหมายใดๆ เลย
เราต้องเริ่มตั้งแต่การตั้งคำถามถึงความเป็นจริง การที่นักการเมืองเป็นคนของนายทุนนั้น มันร้ายแรงขนาดไหน ทำไมจึงต้องป้องกัน และการป้องกันสามารถทำได้หรือไม่
เมื่อการป้องกันไม่สามารถทำได้จริง แต่ผลของการที่นักการเมืองถูกควบคุมนั้นร้ายแรงมาก เรามีวิธีอื่นใดที่จะออกแบบกลไกให้ปลอดภัยจากการควบคุมแทรกแซง
เราอาจต้องออกแบบระบอบการบริหารประเทศกันใหม่ เพื่อให้ระบบมีความ Anti fragile เราต้องออกแบบให้ความรุ่งเรืองของชาติ สอดคล้องกับความรุ่งเรื่องของธุรกิจในชาติ แทนที่จะพยายามลดอำนาจคนตัวใหญ่ เราควรเน้นการอำนวยความสำดวกให้ธุรกิจเล็กๆ สามารถเติบโตได้ ในวันที่โลกแข่งขันกันบนเวทีเศรษฐกิจ มันน่าขันขนาดไหนที่ประเทศเราทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มนายทุนใหญ่อย่างไร้ประโยชน์ และในที่สุดก็ทำได้เพียงเสริมกำแพงป้องกันธุรกิจให้นายทุนโดยไม่ตั้งใจ และสร้างกำแพงกันไม่ให้ธุรกิจใหม่โตได้โดยง่าย

ทุกวันนี้ ถ้าคุณจะทำธุรกิจอะไรใหม่ๆ คุณต้องใช้เงินทุนมหาศาลสำหรับธุรกิจรายย่อย เพียงเพื่อก้าวข้ามกำแพงโง่ๆที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้น ขณะที่ผู้อยู่อีกฝั่งของกำแพงก็ไม่ต้องเร่งพัฒนาอะไรมากเนื่องจากมีกำแพงโง่ๆคอยป้องกันไม่ให้เกิดการแข่งขันได้อยู่

(ลองเสนอแผนธุรกิจดูสิ ประเทศนี้ไม่ว่าจำทำอะไรก็สามารถผิดกฎข้อไดข้อหนึ่งได้ทั้งนั้น)

หนึ่งในหลายๆสิ่งที่ทำให้ผมสนใจในบิตคอยน์ คือการที่ระบบ ถูกออกแบบมาโดยไม่มีข้อห้ามใดๆ ใครอยากจะทำอะไรก็สามารถทำได้ แต่มีกลไกทางตลาดเสรีที่ฝังไว้ ให้ผู้ที่สร้างประโยชน์ต่อระบบ ได้ผลตอบแทนสูงกว่าผู้ที่ต้องการทำลายระบบ

สิ่งนี้แสดงถึงความเข้าใจธรรมชาติมนุษย์ การหวังว่ามนุษย์จะเป็นคนดี และกฎเกณฑ์จะสามารถกีดกันคนชั่วได้นั้นมักให้ผลตรงกันข้าม แต่การใช้ปัจจัยพื้นฐานว่ามนุษย์จะสร้างผลประโยชน์ให้ปแก่ตนเองมาเป็นกลไกในการควบคุมพฤติกรรม ให้ผลที่ยั่งยืนกว่่าเป็นอย่างมาก

ตามที่อดัม สมิธ บิดาแห่งทุนนิยมเสรีได้กล่าวไว้ในหนังสือ Wealth of Nations ว่า การกระทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนของทุกคนนั้น ย่อมส่งผลดีต่อสังคมในภาพรวม มากกว่าการพยายามทำเพื่อส่วนรวมโดยตรงเป็นอย่างมาก

ถ้าเรายังติดอยู่ในวังวนของการควบคุมของรัฐฯ ที่ใช้ข้อบังคับเป็นเครื่องมือในการควบคุมที่มักให้ผลตรงกันข้ามกับที่ผู้ออกแบบเครื่องมือต้องการ ไม่ว่าชาติ หรือ โลก ก็ยากที่จะเดินหน้าต่อไปได้ การสร้างกำแพงควบคุม หรือการแทรกแซงสนับสนุน คือการบิดเบือนกลไกตลาด ทุกครั้งที่ตลาดเสรีถูกบิดเบือน ย่อมเกิดการสูญเสียมูลค่า และนำมาซึ่งความเหลื่มล้ำ และการทวีคูณของความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจเสมอ

เมือเห็นแล้วว่าเกมมันไม่ work เราจะยังเล่นตามเกมกันแบบเดิมๆ ชี้นิ้วด่าคนกระทำผิดความรู้สึกของเรา แต่ไม่คิดถึง fundamentals ของเกมที่ผิดเพี้ยนและไม่คิดจะแก้ไขไปอีกนานเท่าไหร่

การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากระดับรัฐ เพราะในอดีต ก่อนที่รัฐจะควบคุมกลไกที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือเงิน อำนาจของรัฐก็เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกแก่ตลาดเสรีมาตลอด

#บ่นๆ #แก่แล้วขี้บ่น

943 Nameless Fanboi Posted ID:O7orBVw5rv

วิธีการเดิมๆของรัฐบาลคือเสนอมาตรการอะไรมา แล้วพอชาวบ้านด่ากันมากมาย ก็บอกไม่ได้เสนอ ที่เสนอไปกลายเป็นข่าวปลอม

944 Nameless Fanboi Posted ID:O7orBVw5rv

ถ้าใครรู้จักนาจาฉบับห้องสิน (Investiture of Gods) น่าจะรู้ว่าเนื้อเรื่องมันไปคนละทางกับเวอร์ชั่นนี้นะครับ เวอร์ชั่นนี้มีความโมเดิร์นมาก

ความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างนาจากับแม่ทัพหลี่ในเวอร์ชั่นเดิมนี่เรียกได้ว่าเป็นปมเอดิปัส พ่อเผาศาลลูก ลูกไล่ฆ่าพ่อ แต่สุดท้ายนาจาก็ต้องยอมสยบให้พ่อเพราะสวรรค์สั่ง เวอร์ชั่นนี้ความกตัญญูเป็นหน้าที่

แต่เวอร์ชั่น 2019 นาจาปกป้องพ่อจากคำสาปสวรรค์และจากมังกรเพราะซาบซึ้งในรักอันปราศจากเงื่อนไขของพ่อ ความกตัญญูไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นหน้าที่ แต่กลายเป็นคุณธรรม (virtue)​ ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกก็ถ่ายทอดออกมาแบบสังคมโมเดิร์นเหลือเกิน พ่อแม่ออกไปทำงานปราบปีศาจจนไม่มีเวลามาเล่นกับลูก

เวอร์ชั่นเดิมนาจาถูกสวรรค์กำหนดให้เกิดมาร่วมสงครามสถาปนาราชวงศ์โจว แต่เวอร์ชั่นนี้นาจาเกิดมาเป็นปีศาจ เกิดจากพลังงานอันชั่วร้าย แต่ด้วยการเลี้ยงดูที่ดีเลยทำให้มารกลายเป็นเทพได้ มีความ nurture over nature ถ้าคุณพยายามพอคุณจะเป็นอะไรก็ได้ ซูโทเปียมาก อเมริกันดรีม (ผู้กำกับเองก็เป็น self-taught animator เริ่มจากศูนย์เหมือนกัน)

เราอาจจะบอกว่านี่ไงจีนกำลังรับแนวคิดตะวันตกไปใช้ สังคมนิยมมันไม่เวิร์คล่ะสิ เจ๊กกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นทุนนิยมใช่ไหม ช้าก่อน พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีทฤษฎีหนึ่งที่เรียกว่า "Primary stage of socialism" คือเชื่อว่าจีนกำลังอยู่ในระยะแรกเริ่มของยูโทเปียสังคมนิยม แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้จีนต้องเน้นเพิ่มกำลังการผลิตก่อน (จะใช้ทุนนิยมเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่สังคมนิยมว่างั้น) ก็มาดูว่าวิธีไหนจะเวิร์คระหว่างแถบแสกนดิเนเวียกับแถบนี้

อ่าวดูนาจาอยู่ดีๆ ทำไมไปแถวนั้นได้ เอาใหม่ อันที่จริงเราจะดูนาจาเป็นวิวัฒนาการของลัทธิขงจื๊อก็ได้ จาก Classical Confucianism > Neo-Confucianism > New Confucianism ซึ่งแนวคิดของลัทธิขงจื๊อเวอร์ชั่นล่าสุดนี้กลายเป็นสโลแกนของพรรคคอมฯ ไปเรียบร้อย ( Harmonious Society, Moderately prosperous society) แสดงให้เห็นถึงการรวมกันของ moral และ political value อย่างแยกกันไม่ออก

ตอนจบเห็นเจียงจื่อหยานั่งตกเบ็ด ซึ่งปล่อยเทรลเลอร์เต็มมาแล้วไปหาดูเอง แน่นอนว่าเจียงจื่อหยาเกี่ยวกับราชวงศ์โจว และเมื่อเกี่ยวกับราชวงศ์โจวมันก็ต้องเกี่ยวกับขงจื๊อ เพราะแนวคิดหลักขงจื๊อคือเราจะกลับไปหาความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์โจว ทั้งหมดนี้ช่างสอดคล้องกับแนวคิด Chinese dream -​ make China great again จริงๆ

อาหว์ ซู้ดดดดด

945 Nameless Fanboi Posted ID:05XyvA/Bmj

>>943 ยังเชื่อเรื่องโกเต๊กอยู่เหรอ

946 Nameless Fanboi Posted ID:OUjXzYbz/W

>>944
“สแกนดิเนเวียไม่ใช่สังคมนิยม ไอ้สั๊ส เลิกเอาพวกกูไปเป็นตัวอย่างอวยสังคมนิยมได้แล้ว พวกกูคือทุนนิยมการค้าเสรี”
-มิตรสหายจากนอร์เวย์ท่านนึง

947 Nameless Fanboi Posted ID:8DGMxFRK3o

>>945 หมายถึงทุกๆโยบาย ที่ผ่านนะ มึงน่าเคยเห็นข่าวแนวๆโยนหินถามทาง เช่น มีแนวคิด มีแผนจะ ... ส่วนเรื่องโกเต็กนั้น สส.เพื่อชาติน่าจะเข้าใจผิด

948 Nameless Fanboi Posted ID:J1tFMAR2MI

>>947 กูว่าจงใจมากกว่า

949 Nameless Fanboi Posted ID:IGHwHZ8YGr

ถามนิดนะ โยนหินถามทางนี่คือไม่ดีใช่ป่ะ?

950 Nameless Fanboi Posted ID:ClhigCLGrD

ทรัมป์ถูกลงมติถอดถอนก็จริง แต่จะไปรอดในชั้นวุฒิสภาเพราะเป็นคนแต่งตั้งมาเองทั้ง 250 คน

#เรื่องแต่งแดนขี้ไก่ #มิตรสหายท่านหนึ่ง

951 Nameless Fanboi Posted ID:ffgqRSJaeP

>>949 ไม่มั่นใจว่าจะดีซึ่งจริงๆมันไม่ดี เลยโยนหินถามทาง
เมิงย้อนๆไปดูตั้งแต่มันมาบริหารมาแนวนี้ตลอด

952 Nameless Fanboi Posted ID:Fz0qxNSsA5

#รัฐธรรมนูญ ห้ามส.ส.ถือหุ้นสื่อ ไม่ให้ใช้สื่อเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

#พรรคพลังประชารัฐ มีความสัมพันธ์อะไรก็ไม่รู้กับเนชั่น จึงตั้งให้ผู้บริหาร คือ สนธิญาณ เป็น กมธ. #แก้รัฐธรรมนูญ ในโควต้าพรรค

ความสัมพันธ์แบบนี้กฎหมายไม่ได้ห้าม แต่เมื่อผู้บริหาร สื่อจะทำข่าวเพื่อประโยชน์ใคร?

953 Nameless Fanboi Posted ID:8DGMxFRK3o

ความผิดพลาดที่หลายบริษัทมักทำเวลาปรับตัว คือการไม่สร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรม

954 Nameless Fanboi Posted ID:1U4iKwZ9B9

==ผู้หญิงเก็บเงินมากกว่าผู้ชาย==

ผลสำรวจจากสถาบันวิจัยป๋วย อึ๊งภากรณ์ ออกมาชัดเจนว่า

ผู้หญิงจะเก็บเงินมากกว่าผู้ชายในทุกๆช่วงอายุ

เหตุผลน่าจะมาจาก 2 ข้อ

1 ผู้หญิงมีการวางแผนการเงินมากกว่าผู้ชาย

2 ผู้ชายแต่งงานแล้ว มักจะยกเงินให้ผู้หญิงดูแล

อันนี้น่าสนใจมาก

คิดว่าข้อไหนถูก?

ผมเดาว่า (1)

เหตุเพราะว่าผู้ชาย มักใช้เงินด้วยความวู่วาม สูงกว่าผู้หญิง และมักชิ้นใหญ่

-> รถยนต์ บิ๊กไบค์ นาฬิกา แหวน พระเครื่อง เครื่องเสียง

รวมไปถึงการใช้เงินวู่วาม กับเรื่องที่ควรเลี่ยง

-> เหล้า ยา ปลาปิ้ง สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร

อันนี้ผู้ชายน่าจะมีจุดอ่อนมากกว่า

ผมกด (1)

955 Nameless Fanboi Posted ID:x9IDOBqBas

>>954 ที่แน่ๆ กูเห็นมาหลายคู่ละ เวลาซื้อของเข้าบ้าน (หรือเข้าร้านในกรณีคนทำธุรกิจ) สกิลต่อรองราคาต้องยกให้เมียทำนะ ประหยัดงบได้พอสมควรเลยละ

956 Nameless Fanboi Posted ID:AbF1q/dMxO

ผู้ชายมันขี้เกียจเรื่องมาก เคยเห็นผู้ชายหอบคูปองไปซื้อของไหมล่ะ

หรือซื้อเสร็จแล้ว ท้ายใบเสร็จมีบอกว่าแลกซื้อต่อได้ ผู้ชายที่ไหนมันเดินกลับเข้าร้านไปบ้างไหม

957 Nameless Fanboi Posted ID:+Lmg7aBVVE

ไม่เห็นด้วยกับการทำหมอนยางพารา 30 ล้านใบแจกประชาชน เพราะถ้าอยากช่วยประเทศชาติจริงๆ รบกวนทำถุงยางอนามัยแจกคนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐดีกว่าครับ

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

958 Nameless Fanboi Posted ID:HQWt/uTQau

ดูรายการน๊าเน็คแล้วแบบว่า
คนอื่นๆ ส่วนมากเงินเดือน
13,000-35,000 ทั้งนั้นเลยแฮะ
(ซึ่ง ตันแบบเพิ่มรายได้ไม่ได้แระ
แล้วแถมมีเอาเงินไปลงแชร์ลูกโซ่อีก-"-)

รู้สึกถึงความแตกต่างเลยแฮะ

คือที่เจอๆ รอบตัวผมแต่ละคนเนี้ย
100,000-300,000 ทั้งนั้นเลยนะ
(บางคนเงินเดือน หลักหมื่น
แต่พอรวมๆเงินนอก เช่น ชั่วโมงสอน
แล้วก็ทะลุไปหลักแสนนะ)

คนหาตังง่าย ก็หาง่ายจิงๆ
แต่ความสามารถก็ระดับ
หาคนทำแทนได้ยากทั้งนั้น

959 Nameless Fanboi Posted ID:3jDi9.20SF

>>956 มีเยอะแยะ

960 Nameless Fanboi Posted ID:NrHxI61nJV

>>958 นี่ก็อยู่โลกเดียวกันกับเจ้าของโพสรึปล่าวเนี่ย

961 Nameless Fanboi Posted ID:OLN7MYu1o8

เท่าที่เคยทำข่าวมา ธรรมเนียมนี้ไม่ใช่เรื่องตลก โดยทั่วไปแล้วนักข่าวทำเนียบจะประชุมหารือกันจริงจังหลายรอบกว่าจะได้ฉายาแต่ละปี เดี๋ยวปีหน้าท่านก็โดนอีกแล้วจะชินไปเอง เพราะนายกนี่ไฟต์บังคับ ฉายารมตยังมีเวียนกันบ้าง วิธีเลิกคือมีรปห หรือเลิกเป็นนายก

962 Nameless Fanboi Posted ID:OIlC91lqkL

>>960 อยากอยู่โลกเดียวกันกับโพสต์นั้น มาเรียนการพัฒนาซอฟต์แวร์กับโค้ดสตาร์สิครีบ

963 Nameless Fanboi Posted ID:OLN7MYu1o8

นายณฐพรยืนยันกับบีบีซีไทยวันนี้ (26 ก.ค.) ว่า เขาศึกษาแนวคิดและการดำเนินงานของสมาคมนี้มาอย่างจริงจังและเชื่อว่า อนค.มีแนวคิดที่เหมือนกับอิลลูมินาติ ซึ่งมีตัวตนอยู่จริงในสหรัฐฯ

"สมาคมนี้มันมีแนวนโยบายคือล้มล้างพระมหากษัตริย์ตั้งแต่อยู่ยุโรปแล้ว พูดง่าย ๆ ว่ามีแนวคิดเรื่องของการปฏิรูปโลกใหม่ ส่วน อนค.จะมีความเชื่อมโยงกับองค์กรนี้จริง ๆ หรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ที่เขาต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็น" นายณฐพรกล่าว พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าเนื้อหาคำร้องของเขานั้นหนักแน่น และ "มีโอกาสที่ อนค.จะถูกยุบพรรค"

964 Nameless Fanboi Posted ID:z5GOeJxHXc

สามสิบบาทมีมาตั้งนานแล้วครับ แต่รัดถะบานที่รีดภาษีจากชนชั้นกลางมากมายขนาดนี้เพิ่งจะกำเนิด เอาไปช่วยคนจน? ทุกวันนี้คนจนในบริบทของรัดถะบานแทบจะเป็นอภิสิทธิ์ชนอยู่แล้วนะครับ แจกเงินให้เปล่าทุกเดือน เดือนละหลายๆ ร้อย ต้องใช้ให้หมดด้วยนะ คนจนเอาเงินไปซื้อสินค้าที่มีโฆษณา ชื่อดัง เพราะเป็นเงินให้เปล่า ล้มกระดาน sme รายย่อยในพื้นที่ รวมทั้งโชวห่วยรายเล็กรายน้อยที่ไม่มีปัญญาติดตั้งเครื่องรูดบัตร ยุคนี้คนรวยยิ่งรวย คนที่จนลงคือชนชั้นกลางครับ ต่อไปก็จะเหลือแต่คนรวยสุดๆ กับคนถือบัตรคนจน เท่าเทียมดีมาก

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

965 Nameless Fanboi Posted ID:jz5OnTfgTm

ทำไมเกรียนเจ๊กมักทำตัวโง่ๆชอบทำคนไทยดูแย่ใครๆก็รู้พวกนิยมคอสเพลย์ส่วนใหญ่เป็นเจ๊ก Comment แคปภาพ มาจากเพจท่านทูตอิสราเอล

https://www.facebook.com/IsraelinThailand/posts/2941973689160272

.......................................................................................

เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แถลงตำหนิอีเวนท์ที่มีการคอสเพลย์เป็นทหารเยอรมนียุคสงครามโลก โดยมีตราสวัสดิกะของกองทัพนาซีปรากฎบนหมวก ล่าสุดฝ่ายที่เกี่ยวข้องขอโทษแล้ว

เพจเฟซบุ๊ค Israel in Thaland ของสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพมหานคร โพสต์แถลงการณ์ของนายเมเอียร์ ชโลโม เอกอัครราชทูตอิสราเอลในวันนี้ (24 ธ.ค.) ว่า เขารู้สึกผิดหวังที่เห็นเหตุการณ์การใช้สัญลักษณ์นาซีเกิดขึ้นอีกครั้งในไทย และเป็นการทำร้ายจิตใจชาวยิวหลายล้านคน

"ผมรู้สึกผิดหวังที่เห็นการใช้สัญลักษณ์นาซีเกิดขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย คงไม่จำเป็นต้องกล่าวว่าเหตุการณ์นี้นับเป็นการทำร้ายจิตใจชาวยิวหกล้านคน และคนอื่นๆ ที่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี รวมถึงญาติพี่น้องของพวกเขาด้วย การศึกษาและความตระหนักรู้ของสาธารณชนในประเทศไทย ยังต้องพัฒนาอีกมากเลยทีเดียว" เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ฯพณฯ ดร.เมเอียร์ ชโลโม

หลังมีการโพสต์แถลงการณ์ดังกล่าว เหล่าชาวเน็ตก็เข้าไปคอมเมนท์ถกเถียงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้กว่า 1,000 ข้อความ โดยมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับทูตอิสราเอลและเห็นแย้ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ทูตอิสราเอลโพสต์แสดงความผิดหวัง ได้ส่งข้อความขอโทษสถานทูตอิสราเอลแล้ว เพจจึงลบรูปบุคคลที่แต่งชุดทหารเยอรมนีออก

966 Nameless Fanboi Posted ID:5ohDcyRiow

--- ทำไมไม่มีลูก? ---
--- แก่ไปใครจะเลี้ยง? ---
.
.
.
อ้าว .. ถ้าผมแก่ ผมก็เลี้ยงตัวเองดิ
จะให้ลูกมาเลี้ยงได้ไง

สมมุติถ้าวันนึงผมแก่
แล้วผมยังต้องให้ลูกส่งเงินมาให้
(ที่พวกคุณๆ เรียกว่า ค่าเลี้ยงดู
หรืออะไรก็ตามแต่จะเรียกอ่ะนะ)

แบบนี้ ลูกผมเค้าจะตั้งตัว หรือ
สร้างครอบครัวเค้าเองได้เมื่อไหร่อ่ะ ?

คิดเล่นๅ
ถ้าลูกผม ต้องส่งเงินมาให้ผม
ซักเดือนละ 10,000 เงี้ย

ลูกผมเอาเงินก้อนนี้ไปออม ผ่อนบ้าน
หรือ ผ่อนรถ หรือไปเที่ยว ดีกว่ามั้ยอ่ะ ?

แล้วแบบว่า
ลองดูรอบๆตัวซิ
ตา ยาย คนรอบๆตัว
มี ลูกๆ หลานๆ ตั้งหลายคน
พวกเค้าแย่งกันเลี้ยงตายายเค้ากันมั่งมั้ย ?
(หลายๆ ครอบครัวผมฟันธงเลยว่าไม่
<เพราะไม่มีปัญญาเลี้ยงเลยด้วยซ้ำ>)

//แถมบางครอบครัว เจ้ากรรมนายเวร
อาจจะมาในรูปของ ลูกเทวดา ก็ได้นะ

967 Nameless Fanboi Posted ID:.Dap.smKtg

เราชอบในเสาเสาเสาอีพีล่าสุดที่บอกว่ามันไม่เหมือนกัน ระหว่างคนที่เคยมีแล้ววันหนึ่งมันไม่มี กับคนที่ไม่เคยมีแต่แรก ภาพฮ่องกง-แผ่นดินใหญ่ มันก็ฉายชัดเลย

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

968 Nameless Fanboi Posted ID:z.oHv43oNi

รีวิว ด้าน Career ของปีนี้

- ปีนี้ผันตัวจากทำงานประจำมาเป็นที่ปรึกษา
- เวลาต้องเก็บเงินจ่ายภาษีเอง เห็นยอดภาษีแล้ว เห็นข่าวที่รัฐบาลเอาไปใช้ต่างๆ นาๆ แล้วเนี่ย เซ็งมากๆ
- ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการ ยินดีมากๆ และดีใจที่ทุกคนมีฟีดแบ็คที่ดี รับลูกค้าไม่ได้เยอะมากมายหลายเจ้าแต่ก็ตั้งใจช่วยแก้ปัญหาเสมอหรือถ้างานสอนก็สอนเต็มที่ตลอด ดีใจที่หลายคนออกปากอยากให้ช่วยต่อเรื่อยๆ
- ช่วงปลายปีตัดสินใจว่าจะกลับไปทำงานประจำอีกที เพราะอยากลองสร้างทีม Tech อีกครั้ง และอยากทำให้ถึงขั้นที่ชื่อว่าดีที่สุดในไทย และยอมรับเลื่องชื่อในระดับสากล ไม่รู้จะทำได้สำเร็จมั้ย แต่นั่นคือสิ่งที่อยากทำ
- ขำปนเศร้าตรงที่ไม่ได้โปรโมตตัวเองมาก คนรู้จักหลายคนไม่รู้ว่ารับงานที่ปรึกษา กว่าจะมารู้ก็ตอนตอนที่ตัดสินใจว่าจะกลับไปทำงานประจำอีกทีแล้ว เขาบอกว่ารู้เร็วกว่านี้จะเรียกมาช่วยงาน ซะงั้น เสียดาย
- เพื่อนๆ หลายคนก็บอกงานต่อๆ กันมา ก็ขอบคุณมาก
- เป็นที่ปรึกษานี่เงินดีแต่เหนื่อย (ซึ่งเหมาะกับจังหวะชีวิตพอดี เพราะปีนี้แต่งงาน ใช้เงินเยอะ) มันมี Context switching เยอะมาก แต่มันทำให้เวลาเราออกแบบระบบต้องทำให้ Simple ขึ้น แบบที่กลับมาดูอีกทีแล้วไม่งง
- ที่ปรึกษาเป็นคำทั่วไปของการรับทำอะไรก็ได้ตามที่ลูกค้าพอใจ รับแต่ละงานคือโจทย์ไม่เหมือนกันเลยซักอัน ลูกค้าแต่ละคนก็มีสไตล์ที่ต้องคุยไม่เหมือนกัน มี Level of involvement ที่ไม่เท่ากัน และมี Expectation ที่ไม่เหมือนกัน แต่ทำให้เห็นปัญหาของคนอื่นๆ ที่มักเจอมากขึ้น ซึ่งมีหลายรูปแบบ
- คิดว่าอายุระดับหนึ่งถ้าไม่ย้ายไปเมืองนอกก็อาจจะได้กลับมาทำที่ปรึกษาอีกแหละ แต่ตอนนี้ขอสร้างทีมที่ดีที่สุดให้สำเร็จก่อน หรือถ้าจะไม่สำเร็จก็ขอลองให้สุดๆๆๆ ไปเลยจนพอก่อน
- การเป็นที่ปรึกษามัน Imposter syndrome เยอะมากเลยนะ เพราะหลายๆ เรื่องเรารู้ว่ามีคนเก่งกว่าเราอยู่ แต่ลูกค้าหวังพึ่งเราไม่ได้หวังพึ่งคนอื่น ก็จะบอกตรงๆ เสมอว่าอะไรมีประสบการณ์ เยอะขนาดไหน และอะไรที่เรียนสด ถ้ารู้แล้วยังอยากให้ทำก็ลุยค่ะ
- ตอนเลือกว่าจะไปสร้างทีมที่ไหน ไม่ได้เลือกจากเขาเปิดรับ Lead เลยนะ เลือกจากเคมีองค์กร แล้วก็คุยกับบอสว่าน่าจะรู้เรื่องเข้าขากันระดับหนึ่ง ก็พอละ
- ส่วนตัวคิดว่าถ้าเคมีตรงกัน วัฒนธรรมตรงกันระดับหนึ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องเอาอำนาจเข้าไปปรับอะไร ถ้าวัฒนธรรมมันเปิดพอ เสนออะไรดีๆ เขาก็เชื่อเราเอง แต่ถ้าไม่ดีเขาก็บอกเราเองว่าไม่ดียังไง และตรงข้ามถ้าไปอยู่อีกที่ๆ ตัวสภาพแวดล้อม ต้องมีการเล่นการเมืองหนักๆ เพื่อให้สำเร็จอะไรซักอย่าง ถึงจะมีตำแหน่งที่มี Political power สูง ถามว่าเราอยากทำงานใน Environment แบบนั้นหรือเปล่า ก็ไม่นะ
- พอกลับมาดูภาพของทีมในฝันที่อยากสร้าง ก็เห็นชัดนะว่า Environment รวมที่ดีเพิ่มโอกาสสำเร็จภาพนั้น มากกว่าการมี Political power ในองค์กรนะ

ก็ดูล่ะว่าจะได้ขนาดไหนกันนะ ปีหน้าความท้าทายรออยู่

969 Nameless Fanboi Posted ID:gNF1o1+0ws

Bully Complete ครบวงจรเรื่องบูลลี่
........................................
ครั้งก่อน เขียนเรื่องการโดนบูลี่ ว่าผมมีวิธีแก้ปัญหายังไง หลายคนก็แนะนำวิธีไว้นะ แต่แนวทางของผมบอกแบบนี้ก็แล้วกัน
เรื่องที่ต้องเข้าใจ การเฉย ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หลายคนเข้าใจผิด ว่าถ้าเฉยไว้เดี๋ยวมันก็เลิกไปเอง ขอบอกว่า คิดผิดครับ การที่หลังจากโดนบูลี่แล้ว นิ่งหว้ สิ่งที่จะเจอคือ อีกฝ่ายจะคิดว่า มันเป็นเรื่องปรกติ และทำต่อไป หรือหนักขึ้น ๆ สาหตุเพราะ การบูลี่ มาจากพฤติกรรมเหยื่อ และปมด้อย คือคนถูกรังแก แสดงตัวเป็นเหยื่อ จึงถูกปฏิบัติแบบเหยื่อ ส่วนคนที่บูลี่คนอื่น มาจากปมด้อยในใจของเขา เราไม่สามารถแก้ไขปมด้อยในใจเค้าได้ สิ่งที่เราทำได้คือการไม่เป็นเหยื่อ เดี๋ยวมันก็หาเหยื่อที่อื่นเอง

เรื่องแรกเลยคือการแก้ไขการโดนบูลี่ ยิ่งแก้เร็ว ยิ่งจบเร็ว ถ้าปล่อยไว้เนิ่นนานยิ่งแก้ยาก และถ้าเราไม่แก้ไข การบูลี่จะลามเหมือนโรคติดต่อ คนอื่นในสังคม ก็จะเลียนแบบการบูลี่ และบูลี่เราตาม

การจะเริ่มแก้ไข ต้องเข้าใจก่อนว่า พวกมีปมเป็นพวกกระจอกทางจิตใจ โดยลึก ๆ แล้ว เค้าเจ็บปวด และถูกทำร้าย บางคนเข้าขั้นน่าสมเพชเลยทีเดียวละ ดังนั้น ต้องรู้ไว้ก่อนเลยว่า ลึก ๆ แล้ว พวกนี้ ไม่สู้คน มันจะเลือกเหยื่อที่มันทำอะไรก็ได้ ทำไปแล้ว ไม่โต้ตอบ ทำไปแล้ว มันไม่ต้องได้รับผลของการกระทำใด ๆ ดังนั้นการแก้โดยหลัก ๆ คือการทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า เราไม่ใช่เหยื่อ ผมแบ่งเป็น 2แนวทาง

แนวทางแรก สันติที่สุด คือ การเปลี่ยนสังคม การหาสังคมใหม่ มันเป็นวิธีที่ได้ผลดีวิธีนึง สมัยก่อนก็เช่นการมีสังคมย่อย หาเพื่อนที่มีความชอบเหมือน ๆ กัน โดยเฉพาะต่งโรงเรียน วิธีนี้ก็ได้ประโยชน์กับเราด้วยนะ เพราะเราจะได้คอนเนคชั่นหลายอย่าง การมีสังคมกว้างขวาง หลายกลุ่ม จะช่วยเราได้กับชีวิตในอนาคต

แนวทางที่ 2 เดินหน้าชน แบ่งเป็น 3ขั้น ตามความรุนแรง(คือถ้ามึงไม่เลิก กุก็เดินหน้าเพิ่มความรุนแรง

970 Nameless Fanboi Posted ID:gNF1o1+0ws

เรื่องแรกเลยคือการแก้ไขการโดนบูลี่ ยิ่งแก้เร็ว ยิ่งจบเร็ว ถ้าปล่อยไว้เนิ่นนานยิ่งแก้ยาก และถ้าเราไม่แก้ไข การบูลี่จะลามเหมือนโรคติดต่อ คนอื่นในสังคม ก็จะเลียนแบบการบูลี่ และบูลี่เราตาม

การจะเริ่มแก้ไข ต้องเข้าใจก่อนว่า พวกมีปมเป็นพวกกระจอกทางจิตใจ โดยลึก ๆ แล้ว เค้าเจ็บปวด และถูกทำร้าย บางคนเข้าขั้นน่าสมเพชเลยทีเดียวละ ดังนั้น ต้องรู้ไว้ก่อนเลยว่า ลึก ๆ แล้ว พวกนี้ ไม่สู้คน มันจะเลือกเหยื่อที่มันทำอะไรก็ได้ ทำไปแล้ว ไม่โต้ตอบ ทำไปแล้ว มันไม่ต้องได้รับผลของการกระทำใด ๆ ดังนั้นการแก้โดยหลัก ๆ คือการทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า เราไม่ใช่เหยื่อ ผมแบ่งเป็น 2แนวทาง

แนวทางแรก สันติที่สุด คือ การเปลี่ยนสังคม การหาสังคมใหม่ มันเป็นวิธีที่ได้ผลดีวิธีนึง สมัยก่อนก็เช่นการมีสังคมย่อย หาเพื่อนที่มีความชอบเหมือน ๆ กัน โดยเฉพาะต่งโรงเรียน วิธีนี้ก็ได้ประโยชน์กับเราด้วยนะ เพราะเราจะได้คอนเนคชั่นหลายอย่าง การมีสังคมกว้างขวาง หลายกลุ่ม จะช่วยเราได้กับชีวิตในอนาคต

แนวทางที่ 2 เดินหน้าชน แบ่งเป็น 3ขั้น ตามความรุนแรง(คือถ้ามึงไม่เลิก กุก็เดินหน้าเพิ่มความรุนแรง

ขั้นแรก เมื่อโดนบูลี่ ให้ไปพูดตรง ๆ ว่า "กูไม่โอเค" หรือ "กูไม่เล่นด้วย" พวกนี้ จริง ๆ เกือบทั้งหมดเลยนะ โดนพูดแบบนี้ จะเลิก แต่ก็เกือบทั้งหมดของคนโดนบูลี่ จะอยู่เฉย ๆ หรือบางคนหนักกว่า คือยอมรับ การยอมรับเป็นสิ่งที่นักจิตวิทยากาก ๆ บางคนแนะนำ เพราะมันได้ผลตรงหน้าเร็วและชัดเจน คนบูลี่ จะอึ้ง และงง ทำอะไรไม่ถูก เพราะสิ่งที่พวกบูลี่หวังจะเห็นจากเหยื่อ คือความเจ็บปวด ทุรนทุราย แก้ต่างพัลวันวุ่นวาย หรือขอร้องให้เลิก แต่พอเจอโดนยอมรับเฮย ๆ เลย มันไปไม่เป็น ก็เลยหยุดชั่วคราว แต่รู้ไว้เถอะ ถ้าไม่สตรอง มันจะกลับมาใหม่ และอย่าลืมว่า ครั้งก่อน เรายอมรับไปแล้วในเรื่องที่มันว่า ดังนั้นถ้ามันเอาไปโพทนา คือมันไม่ผิดแล้วนะ ถ้าคิดได้แบบนี้ จะรู้เลยว่า นี่คือเราให้มีดมันแทงเราได้ตามสบายแล้ว

แต่ถ้าโต้มันไปว่า "อย่าเสือกเรื่องของกู" มันจะอึ้งเหมือนกัน แต่มันจะชั่งใจว่า จะบูลี่ต่อ หรือจะเลิก โดยปรกติจะเลิก เพราะโดยปรกติแล้ว พวกนี้จิตใจกระจอก แต่ถ้า มันไม่เลิก แสดงว่า มันชั่งใจแล้ว ว่าเราอ่อนแอกว่ามัน ทำให้รู้ว่า ถ้าไม่เลิก ก็ขั้น 2

ขั้นที่ 2 สตรอง ถ้าเราแข็งแกร่ง มันจะไม่กล้ารังแก อันนี้คือเรื่องจริง เพียงแต่ มันจะมีการลองงัดกับเราบ้าง เช่น ไถตัง ไถของ ใช้งานเรา จำไว้ รู้จักปฏิเสธ คือปฏิเสธทุกอย่างทุกคำสั่งที่มาจากมัน ตัดไปเลยว่า ถ้ามึงพูด คำตอบคือไม่ ห้ามคิดว่า การมีน้ำใจ จะทำให้อีกฝ่ายดีกับเรา อันนั้นมันเรื่องฝันกลางวันละเมอเพ้อพกของพวกขี้แพ้สอนกัน ความจริงมันต่างกันเยอะ อย่ามโน จำว่า ถ้าออกจากปากมัน คำตอบของเราคือ "ไม่" ถ้าเป็นชีวิตในโรงเรียน ก็แนวทางนี้เหมือนกัน ต่อให้เป็นงานกลุ่มก็ต้องตัดมันทิ้ง บอกครูขอเปลี่ยนกลุ่ม หรือถ้าเปลี่ยนกลุ่มไม่ได้ ถ้าร่วมงาน ก็ได้ แบ่งงานได้ จากปากคนอื่นนะ แต่ถ้าโยนมาให้เราทำ ปฏิเสธไปเลยว่า "ไม่" แต่ถ้ามันมาดีด้วย ต้องดีตอบนะ แต่ถ้าออกคำสั่ง ตอบว่า"ไม่"เหมือนเดิม

ขั้น 3 ถ้า2ขั้นไม่เลิก แนะนำให้เริ่มมาตรการสุดท้าย "ลอบกัด" แนะนำให้หาทางให้มันรู้ว่า เราเล่นงานมันได้ มันไม่ใช่เล่นงานเราได้ฝ่ายเดียว การลอบกัด ไม่ใช่การดักตีหัวอย่างเดียวนะ มันคือการหาวิธีจองเวร และเล่นงานมันลับหลังแบบเอาผิดเราไม่ได้ คิดเอาเองว่าทำไงผมมีสารพัดวิธีที่เคยใช้มาแล้ว แต่จะไม่แนะนำ เพราะการทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นเหยื่อ มันไม่ใช่เรื่องดีหลอก มันสะใจเราตอนนั้น แต่มันไม่ดีกับเราในภายหลัง

สิ่งที่ต้องรู้คือ ทั้งหมด ต้องให้ผู้ปกครองรับรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ครูรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลองบอกครูที่เราไว้ใจ เดี๋ยวเค้าไปบอกกันทั่วเอง สันดารครูน่ะ ปากลำโพง ครูรู้ โลกรู้ ดังนั้น เราบอกครู กับบอกพ่อแม่ เท่านั้นแหละ ยกเว้นขั้น 3นะ อันนี้ ไม่ต้องบอกใคร 5555555555555555555555

อีกเรื่องคือ ทั้ง 2แนวทาง ใช้ร่วมกันได้ เพราะถึงจะเดินหน้าชน แต่การมีสังคมอื่นด้วย มันไม่แปลกนะ ดีเสียอีก

971 Nameless Fanboi Posted ID:0ITc9e0TC.

แนะนำแบบ >>970 เดี๋ยวพวกโลกสวยแม่งก็บอกส่งเสริมความรุนแรงอีก ทั้งที่แม่งตรงจุดสุดละ เอาจริงๆ นะ เด็กหรือวัยรุ่นแกล้งกัน กรณีเมืองไทยน้อยมากที่จะเอาถึงตายหรือปางตายถ้าฝ่ายที่ถูกแกล้งตอบโต้ อย่างเก่งก็สาวหมัดบวกกัน วันหลังโดยมากแม่งก็เลิกแกล้งละ เผลอๆ แม่งกลายเป็นเพื่อนกันอีก สมัยก่อนถ้าดิบๆ หน่อย ใครหมั่นไส้กันถูกครูฝ่ายปกครองนี่ละจับใส่นวมต่อย เอาให้หายบ้ากันไปข้าง แต่เดี๋ยวนี้ทำไม่ได้ละ

972 Nameless Fanboi Posted ID:OPOpMpCvAh

กมธ. ดีอีเอส : ไม่ได้ดูถูกนะคะ แต่เด็กไทยทำ app สู้ต่างชาติได้เหรอคะ
Jack : ท่านครับ startup ไม่เท่ากับ app ครับ startup = SME ครับ พวกผมทำธุรกิจครับไม่ได้ทำ app, ท่านเอา app grab หรือ claim di ไปถามเด็กมหาวิทยาลัยเก่งๆ ทั่วโลก คนไหนก็ได้ครับ ว่าทำแบบนี้ได้ไหม ทุกคนจะตอบว่าทำได้ดีกว่านี้อีกครับท่าน
ผมทำธุรกิจครับ แต่รัฐไทยพยายามทำappเองแล้วบอกว่า กำลังทำ 4.0
ท่านลองมองกลับไปดูครับ SME ไทยที่ใหญ่โตและเก่งกว่าฝรั่ง มีมากมายเลยครับ คนไทยเก่งครับ แต่ขอย้ำครับ startup ไม่เท่ากับ app ครับ (อ้าว ว่าแต่ท่านที่พูดเปิดประเด็นเมื่อครู่ไปไหนแล้วเหรอครับ ไม่ฟังพวกเราตอบเหรอครับ และไม่กลับเข้าห้องมาอีกเลยจนจบวาระที่เราได้ร่วมประชุม คือ อึ้ง ครับ)

กมธ. ดีอีเอส : startup thai รายไหนบ้างที่ชน GRAB ได้ ผมไม่เห็น
Jack : startup ไหนชน grab ได้ ไม่มีหรอกครับ เขา unicorn ครับ เราเพิ่งเริ่มครับ
แต่ท่านครับเรามี startup ที่สามารถเติบโตไปชน grab ได้ครับ เรามี fizxy seekster skootar drivemate claimdi และอีกหลายรายครับ แต่รัฐต้องช่วยสร้าง startup ไทยเหล่านี้ให้เป็น unicorn ครับ เราไม่ได้ต้องการเงินครับ เราระดมทุนได้ครับ เราแค่อยากให้รัฐสนับสนุนเราทุกวิถึทางให้เราเติบโตได้ครับ
ประเทศไทย ถ้าไม่มี โผน กิ่งเพชร ก็ไม่มีคนสนใจมวย
ถ้าไม่มี น้องเมย์ ก็ไม่มีคนสนใจ badminton
จากนั้นเราก็มี โผน คนที่ 2 3 4 5 และน้องเมย์ คนที่ 2 3 4 5
เช่นเดียวกันครับ ถ้ารัฐไม่ช่วยสนับสนุน เราก็จะไม่มีstartup unicorn ตัวที่ 1 2 3 4 ครับ
...
แต่รัฐกลับตั้งคำถามถามว่า รัฐจะเลือกสนับสนุนเอกชนรายใดรายนึงได้อย่างไร
ท่านครับ ผมไม่ใช่คนไทยเหมือน โผน และน้องเมย์เหรอครับ
ถ้าท่านไม่ทำอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ท่านทำตอนนี้ พวกเราจะถูก ecosystem บังคับให้ไปเป็นบริษัทใน singapore ครับ
...
ผมรอฟัง response ที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคตอันใกล้นะครับ ไม่คาดหวังว่าจะรอ 4-5 ปี เหมือน white paper ที่เราเคยทำไปนะครับ
...
กราบขอบคุณท่านครับที่ให้พวกเราได้เข้ามาพูดในสิ่งที่เราอยากบอกท่านครับ
...
หมายเหตุ เพิ่มเติม กลัวจะไปกันใหญ่
เราไปนำเสนอตามข่าวนี่นะครับ ซึ่งก็เป็นไปด้วยดีครับกับ กมธ ดีอีเอส ชุดนี้ครับ
แต่ที่ผมเล่ามาในpost เป็นเพียงคำถามจากท่าน2คนในที่ประชุมเท่านั้นนะครับ และผมก็ตั้งใจอธิบาบให้ท่านเข้าใจ ecosystem ของ startup ครับ ไม่ได้เจตนา ติเรือทั้งโกรน ครับ
ท่านอื่นๆไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ผมเล่า

973 Nameless Fanboi Posted ID:8iYt2kCAIc

>>971 กูว่ามีเยอะแยะไปนะแกล้งเอาปางตายเนี่ย แค่ไม่เป็นข่าวเฉยๆมากกว่า .... ถ้าจะให้เล่นแรงๆนี่กูว่ามีอยู่ละ เช่น จับตบหน้าละเรียกมากราบตีน หรือจ้างคนมาจับข่มขืนละถ่ายคลิปหรือถ่ายคลิปตอนมันช่วยตัวเองไว้ไรงี้ แค่ไม่เป็นประเด็นแค่นั้นแหละ ก็ไม่รู้จริงๆนะว่าจะใช้วิธีจองเวรคอมโบไหนแรงๆสุดๆได้บ้าง มันต้องขึ้นกับทักษะการหาข้อมูลของเหยื่อด้วยว่าจะเอาคืนได้ขนาดไหน ยิ่งข้อมูลเยอะและตรง ยิ่งข้อมูลผู้ล่ามากยิ่งหาเรื่องได้มาก

974 Nameless Fanboi Posted ID:N2H6emfstE

>>973 เชื่อเหอะบ้านเราไม่ได้มีกรณีแบบนั้นบ่อยๆ ไม่งั้นมันต้องเป็นวาระแห่งชาติแล้ว เด็กทั่วไปไม่กล้าทำไรอำมหิตขนาดนั้นง่ายๆ หรอก มันถึงไม่ค่อยมีข่าว ต่างจากพวกอาชีวะตีกัน อันนี้แม่งเป็นปัญหาจริง ข่าวเล่นมาตลอด มีระบบรับรุ่น ลงขันซื้ออาวุธ จัดทีมไล่เก็บสถาบันคู่อริเหมือนสงครามแก๊งมาเฟีย ต่างจากวัยรุ่นทั่วไปที่จะมีเรื่องคือมีเรื่อง ไม่ได้แบ่งเป็นรูปแบบองค์กร ถ้าเด็กทั่วๆ ไปเป็นปัญหาหนักจริงต้องแบบเมกาโน่น โหดทั้งคนแกล้งและคนเอาคืน

975 Nameless Fanboi Posted ID:v194BFbjks

>>974 ที่ รร เก่ากู (ชื่อดังแห่งหนึ่งในลพบุรี) มีคนโดนบูลลี่ทนไม่ไหวเอาปืนยิงหน้าเลยว่ะ แต่ปิดข่าวเงียบเพราะเมืองทหาร+ 20-30 ปีก่อนปิดข่าวง่ายกว่าเดี๋ยวนี้

976 Nameless Fanboi Posted ID:xHqv0msH6E

การเก็บภาษีที่ดินเพื่อการพาณิชย์ มีจุดอ่อนอยู่ที่เป็นการเก็บตามมูลค่า (ไม่เก็บตามรายได้) เพราะมันกลายไปเป็น fix cost ที่ค่อนข้างสูง และผปก ไม่สามารถบริหารต้นทุนให้ลดลงได้ (ไม่สามารถจะประหยัดเพื่อลด คชจ ส่วนนี้ได้) บางธุรกิจรายได้น้อย ก็ต้องจ่ายแพงเท่าธุรกิจที่รายได้มาก กลุ่มที่อาจโดนกระทบหนัก คือพวกที่สินค้าโดนควบคุมราคาขายและต้องใช้พื้นที่ในการสตอกสินค้ามาก เช่น ร้านขายแก๊ส (บรรจุถังที่ใช้ตามครัวเรือน)
ตามหลักภาษีควรเก็บมากน้อยตามผลกำไร
การเพิ่ม fix cost ให้กับธุรกิจนั้น
หากช่วงที่ ศก ดี ปัญหาอาจมองไม่เห็น แต่พอ ศก แย่ธุรกิจอาจจะต้องปิดตัวกันมากขึ้นเพราะ fix cost ที่สูง เมื่อธุรกิจปิดตัวมากขึ้น นั่นหมายถึงการซ้ำเติมเร่งให้ ศก แย่หนักลงไปอีก
สรุป การเก็บภาษีเพื่อการพาณิชย์ของภาษีที่ดินนั้น ผิดหลักการตั้งแต่ต้นทางที่ไปเพิ่ม fix cost ให้แก่ธุรกิจ

977 Nameless Fanboi Posted ID:7dpnNdjQyr

>>972 Jack มันทำ Startup กี่เจ้าละ ต้องยอมรับว่ามันห่วยเองสู้ต่างชาติไม่ได้ เลยมาขอทางภาครัฐช่วย

978 Nameless Fanboi Posted ID:1X7yV8cYCC

>>975 ไม่ต้องเมืองทหารล่ะ ประเทศเรานี่แหละตัวดี ขโมยปืนที่บ้านเอามายิงเพื่อนที่รร ไม่ใช่โรงเรียนช่างเทคนิกอะไรนะรรธรรมดาเนี่ยแหละ (กูลูกครูเลยรู้เรื่องเยอะ มีตั้งแต่ยิงโกรธแค้นกันจนยิงแย่งแฟน) (ไม่นับรวมเอามีดมาฟันอาวุธต่างๆนาๆมีอีกเยอะ) ซึ่งสมัยก่อน เรียกว่าแค่10กว่าปีก่อนก็ปิดข่าวง่ายมาก มันเลยเหมือนไม่มีเหตุการณ์ไร

979 Nameless Fanboi Posted ID:1X7yV8cYCC

กูอยากเสริมเรื่องแก้ปัญหาบุลลี่ การแก้เรามักมองแต่ฝ่ายถูกกระทําให้ช่วยเหลือตัวเอง ให้โต้กลับอย่างนู้นนี้ บางครั้งฝ่ายโดนบุลลี่ก็ไม่ผิดเห้อะไรแต่ต้องมาปรับชีวิตตามเกมบุลลี่อีกนี่เพื่ออะไรวะ
-คือฝ่ายบุลลี่เนี่ยมันมีทั้งพวกที่ไม่รู้ตัวว่าบุลลี่ คือคิดว่าแกล้งๆเอาสนุกไรงี้ ไม่ได้คิดไรมาก กูอยากให้มีการสอนเรื่องมารยาททางสังคมและการเห็นใจและใจกันไรงี้หว่ะ หรือมีแบบทดสอบว่าตัวมึงบุลลี่เปล่า แล้วควรปรับนิสัยตัวเองอย่างไร
แล้วสอนไปเลยว่าแม่งเป็นเรื่องอัปยศไรงี้
-แล้วก็สอนให้สังเกตการบุลลี่แล้วช่วยเหลือเบื้องต้นไรงี้
แบบควรมีวิชาสังคมแบบปลูกฝังพวกนี้ไปเลย แล้วยํ้าๆๆๆๆไปจนฝังเข้าไปจิตใต้สำนึก

980 Nameless Fanboi Posted ID:1X7yV8cYCC

แล้วการแก้ไขปัญหาการบุลลี่ด้วยการตอบโต้ด้วยความรุนแรงนี่มันใช้ไม่ได้เสมอไป
บางครั้งการบุลบี่มันไม่มีหลักฐานชัดเจน แล้วเรารู้สึกทนไม่ได้เลยกระทำกลับไป ไอบุลลี่แม่งจะหยิบเรื่องที่เรากระทํามาเป็นประเด็น ไปฟ้องครูบ้าง ทําให้เรากลายเป็นฝ่ายผิดแทน
แล้วไม่นับพวกบุลลี่ที่พ่อแม่เป็นคนใหญ่คนโตอีก ลูกทําเหี้ยอะไรเล่นกลับยาก+พวกเหี้ยนี่จะมองลูกชั้นเป็นคนดีตลอด ถึงมีหลักฐานไปฟ้องศาลได้ก็โดนเล่นกลับ
กูนี่แหละเคยเจอมาแล้ว ควย

981 Nameless Fanboi Posted ID:4VcTPBv4vE

อ่านที่พวกมึงเล่ามา สมัยก่อนประเทศกูมันดาร์คขนาดนั้นเลยหรอวะ

982 Nameless Fanboi Posted ID:madWns+9kz

>>981 แสดงว่ามึงไม่ทันยุคยิงกันในร้านเกม
ไปเล่นเกมสมัยนั้นไม่ต่างจากไปรรในเมกาไอสัส

983 Nameless Fanboi Posted ID:uBKL5ELVQv

กูถูกลูกอาจารย์รังแก ทำอะไรไม่ได้
ถ้าตอนนั้นปืนมันหาง่ายกว่านี้ กูก็คงไปยิงกราดโรงเรียนแม่งแบบในอเมริกาไปแล้ว

984 Nameless Fanboi Posted ID:LUkInfzNRO

เพื่อนที่เคยบูลลี่กุ ปัจจุบันเป็นติ่งเนทฟลิกซ์+คุณพ่อมือใหม่ มันแชร์+อวย 13 reason why บอกว่าเป็นซีรีย์ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ควรดู แต่แม่งคงลืมนึกถึงกูลืมนึกถึงสิ่งที่เคยทำกับกุในอดีตไปหมดเกลี้ยง ทั้งที่ปัจจุบันก็ไปมาหาสู่นัดแดกข้าว คุยไลน์ในกลุ่มอยู่ด้วยกันนั่นแหละ

985 Nameless Fanboi Posted ID:VN2ooKfy9d

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ผมกด unsubscribe พอดแคสรายการที่ผมฟังมาตลอดตั้งแต่อีพีแรก

เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่จักรวาลของพอดแคสและยังไม่ค่อยมีรายการในไทยที่ทำอย่างเอาจริงเอาจังเหมือนทุกวันนี้ แบบที่ตั้งตัวเป็นสถานีเป็นตัวเป็นตัวอย่าง the standard podcast หรือในปีล่าสุดช่องที่เราเชียร์มาตลอดอย่าง salmon podcast การได้ฟัง mission to the moon แหล่งความรู้ที่เรามองว่ามีประสิทธิภาพแห่งหนึ่งในโลกวัยทำงาน

ส่วนตัวรู้สึกดีใจและขอบคุณคุณรวิศที่ทำมันขึ้นมา และที่มันยอดเยี่ยมไปกว่านั้น คือ การประกาศตัวว่าจะเป็นพอดแคสที่จัดทุกวันไม่มีวันหยุด จนถึงปลายปีนี้เดือนธันวาคม 2562 ก็เข้าสู่อีพีที่ 600 กลางๆแล้ว บวกกับรายการใหม่ที่เปิดตัวปีที่แล้วอย่าง 5 minutes podcast ที่สร้างมาสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา อยากรู้อยากฟัง แต่ขอสั้นไปหน่อย และยังมี world news report รวมตัวเป็นสามทหารเสือที่หากใครกด subscribe แล้วคงรู้สึกคล้ายกันว่า ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาแล้วเข้าแอพพอดแคสจะได้เห็นอีกสามตอนใหม่อยู่เสมอ นี่ยังไม่ได้พูดถึงอีกรายการที่พูดเรื่องการทำงานล้วนๆอย่าง boss’s eye view และ super productive กับทีม the standard ที่คอยปลุกพลังยักษ์ในตัวคุณให้เป็นคนที่ดีกว่า

และผมเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าจะมีหลายรายการที่กำลังถูกคิดค้นรอวันเปิดตัวอย่างไม่หยุดหย่อน

หากพูดถึงตัวเนื้อหารายการในแต่ละอีพีนั้น ครอบคลุมเนื้อหาที่เหมาะกับการทำงานทั้งเรื่องงานและเรื่องคน อัพเดทความรู้ เทรนด์โลก หนังสือ แนวคิดที่น่าสนใจ หากเอามือสุ่มหยิบลงไปในตะกร้าแห่งนี้ สิ่งที่ติดมือมาต้องมีประโยชน์ไม่น้อย แต่สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่าตัวเนื้อหานั้น สิ่งที่อยู่เบื้องหลังพลังงานแห่งพอดแคสนี้ คือ วินัย

รู้สึกทึ่งเสมอเมื่อนึกถึงเรื่องของวินัยของคุณรวิศ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของการนำเสนอตัวตนของเขา หากมองเขาในแง่ของการเป็นต้นแบบที่ดีในด้านการสร้างวินัย เรียกว่า โดดเด่น หาตัวจับยากเหลือเกิน กล่าวอีกอย่าง คือ การที่จะแนะนำหรือบอกให้คนอื่นทำหรือไม่ทำอะไร แต่ตัวเองไม่ได้เป็นคนทำมาก่อนนั้นย่อมไม่น่าจะมีความน่าเชื่อถือ

ในอีพีหนึ่งจากพอดคาส mission to the moon ที่ผมเคยฟังและยังจำได้ดี คุณรวิศเล่าว่า ครั้งหนึ่ง มหาตมะ คานธี ด้วยความที่ขณะนั้นเขาเป็นคนดัง พูดอะไรแล้วน่าจะมีคนคล้อยตามได้ง่าย มีคนหนึ่ง เข้ามาพบและโน้มน้าวว่าให้คานธีไปช่วยบอกคนอื่นๆหน่อยว่า การบริโภคน้ำตาลน้อยลงจะส่งผลดีต่อสุขภาพจริงๆ แต่คานธีนั้นรับฟังและบอกเขากลับไปว่า เราขอเวลาสองสัปดาห์แล้วจะกลับมาบอก

ผ่านไปสองสัปดาห์ คานธีกลับมาพร้อมคำแนะนำของคนนั้น เขาลองลดน้ำตาล โดยกินกาแฟไม่ใส่น้ำตาล และไม่เพิ่มน้ำตาลลงในอาหารอื่นๆ ครั้งนี้ เขาพูดได้อย่างเต็มปากว่า เมื่อกินน้ำตาลน้อยลงนั้นดีต่อสุขภาพเขาจริงๆ

สิ่งที่ต้องการจะบอกในเรื่องนี้ก็คือ ก่อนที่เราจะแนะนำคนอื่นว่าอะไรดีหรือไม่ดี อย่างน้อยควรทดลองกับตัวเองก่อน เพื่อให้สิ่งที่เราได้สื่อสารออกไปนั้นมีน้ำหนัก และเป็นเหตุเป็นผลจริงๆ

986 Nameless Fanboi Posted ID:VN2ooKfy9d

นั่นทำให้สิ่งที่คุณรวิศนำเสนอและเชิญชวนให้ผู้ฟังของเขาทำในสิ่งที่เขาเชื่อว่าดี เช่น การวิ่งมาราธอน การทำสมาธิ การอ่านหนังสือ การอดอาหารแบบ Intermittent fasting แบบ 16/8 หรือ 18/6 หรือซับซ้อนกว่านั้น การออกแบบเวลาด้วยการทำ time boxing ใช้หูฟังแบบ noise cancelling การวัดผลองค์กรด้วย OKR หรือแม้แต่การเล่นตัวต่อเลโก้กับลูกนั้น ล้วนมีแนวโน้มให้ผู้ฟังเชื่อและเห็นประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้จริง และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ไม่น้อยเลย

แต่ไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรม year review กับกลุ่มคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเกือบสิบคน เราต่างเปลี่ยนกันเล่าเรื่องราว รีวิวชีวิตตัวเองของปี 2562 ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ให้คะแนนกับตัวเองในแต่ละเรื่องดีแค่ไหน

ด้วยความที่เราต่างเป็นบุคคลแปลกหน้าซึ่งกันและกัน การสนทนาในบางส่วนจึงถูกออกแบบและโน้มน้าวให้รูปแบบเป็นไปในทางที่เปิดเผยความตรงไปตรงมา แน่นอนว่าการเก็บรักษาความลับทุกเรื่องราวในวันนั้นถูกนำมาใช้อย่างเคร่งครัด

จากการสังเกต ผู้มาร่วมกิจกรรมนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ แต่ละคนมีพื้นฐานการศึกษาที่ดี มีการงานที่น่าสนใจและกำลังสร้าง Impact กับสังคมไทยอยู่ไม่น้อย โดยใช้ความสามารถและความถนัดแต่ละคนสร้างผลงานอะไรบางอย่างโดยไม่รอความช่วยเหลือจากหน่วยงานหรือสิ่งที่ถูกคาดหวังว่ามีหน้าที่เหล่านั้นเหมือนแต่ก่อน

จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ยิ่งนาน ยิ่งดึกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พบว่าหลายคนประสบปัญหาการไม่มีความสุขกับชีวิตของตัวเอง อาจจะด้วยสภาพแวดล้อม ปัจจัย เงื่อนไขส่วนบุคคล หรือเหตุผลอะไรก็ตามแต่ จนเราได้ลองคุยกันลึกลงไปเรื่อยๆ จนพบประเด็นหนึ่งที่เป็นจุดร่วมของทุกบทสนทนา นั่นคือ เกือบทุกคนล้วนได้รับอิทธิพลจาก mission to the moon ไม่มากก็น้อย

บางคนเล่าให้ฟังว่าปีหน้าตั้ง new year resolution เป็นการวิ่งมาราธอน บางคนบอกว่าจะอ่านหนังสือทุกวันและให้เยอะขึ้นกว่าที่ผ่านมา บางคนบอกว่ามีปัญหาการจัดการเวลา ก็เลยลองทำ time boxing บางคนบอกว่าจะทำสมาธิ-ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่บางคนเล่าว่าปีที่ผ่านมาก็ได้ลองทำตามสิ่งที่ mission to the moon นำเสนอแล้วรู้สึกว่าทำตามยากเหลือเกิน พยายามแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ บางคนรู้สึกเหนื่อยกับการทำตามคำแนะนำในบางเรื่อง การสร้างเงื่อนไขและวินัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนการสไลด์มือถือหรือดูซีรี่ส์พร้อมอาหารที่อร่อยแต่ไม่ดีต่อสุขภาพเลย พาลทำให้เกิดอาการผิดหวังกับตัวเอง เหมือนรู้อยู่แก่ใจว่าทางที่ควรทำคืออะไร แต่ไม่อยากทำเพราะมันยาก มันเหนื่อย ใช้พลังใจเยอะเหลือเกิน คนอื่นเขาทำกันได้ยังไง บานปลายไปถึงการเปรียบเทียบตัวเองกับคุณรวิศก็ยังมี จนเกิดอาการที่เราเรียกกันเองว่า “mission to the moon syndrome”

987 Nameless Fanboi Posted ID:VN2ooKfy9d

แน่นอน เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับผมไม่น้อย มีช่วงหนึ่งเกิดความรู้สึกคล้ายกับที่เพื่อนๆเล่าไป จนทำให้วันนั้นผมไม่อยากทำอะไรเลย เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ทันแล้ว ทำไมเรามันห่วยขนาดนี้ กินขนมตามใจปากมากกว่าเดิมเพราะหวังจะให้มีความดีต่อใจบ้าง บางทีก็คิดว่าแค่จะตามฟังพอดแคสให้ครบทุกตอนเหมือนที่เป็นมาก็กลายเป็นเรื่องน่าผิดหวัง รู้สึกผิดกับตัวเองว่า แค่จะฟังพอดแคสให้จบ ยังทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับความก้าวหน้าเรื่องอื่นๆล่ะ

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ผมกด unsubscribe พอดแคสรายการที่ผมฟังมาตลอดตั้งแต่อีพีแรก

แถมยังกดลบอีพีที่ค้างกว่าห้าสิบตอนที่ยังไม่ได้แม้แต่จะอ่านแคปชั่นว่าเกี่ยวกับอะไรเลย
เป็นครั้งแรกที่รู้สึก...บอกไม่ถูกเหมือนกัน

สไลด์มือถือ เปิดดูรูปเก่าๆอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางความรู้สึกว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่วะ บังเอิญไปพบกับรูปที่เคยแคปเจอร์ไว้เป็นรูปของสเตตัสเฟซบุ๊คคนหนึ่งที่ได้เขียนรีวิวงาน super productive show งานทอล์คโชว์ครั้งแรกของคุณรวิศ ขนาดหนีมาแล้ว ยังต้องเจออีกหรอเนี่ย มีความคิดหนึ่งว่าจะลบรูปนั้นทิ้ง แต่ให้โอกาสตัวเองอ่านอีกครั้ง และทำให้พบเนื้อหาส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นพาร์ทที่พี่เอ๋ นิ้วกลม ผู้เป็นหนึ่งใน speaker ในงานนั้น พูดถึงคำว่า “บ้าง....ก็ได้” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแง่มุมที่น่าสนใจในเนื้อหาทอล์คโชว์วันนั้น ที่พอจะเอาน้ำลูบให้ตัวเองเย็นลงไปได้แม้เพียงเล็กน้อย

มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ปีนี้ผมค้นพบและได้รับมาด้วยความโชคดี หนังสือชื่อว่า ‘ค่อยๆไปแต่ไม่หยุด’ของพี่พู อุรุดา โควินท์ เป็นสารคดีเชิงประสบการณ์ส่วนตัว ที่พูดถึงตัวเองเรื่องการใช้ชีวิต ด้วยความที่เขาลาออกมาจากงานออฟฟิซแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่วงการแห่งงานเขียน เล่าผ่านประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ แต่บอสใหญ่จริงๆนั้นคือ ตัวเอง

นอกจากงานเขียนที่พี่พูพยายามเขียน รักษาวินัยการเขียนสม่ำเสมอ ผลิตงานด้วยสมองและหัวใจ จนเราอาจจะเคยได้เห็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของเธอมาแล้วบ้าง เธอยังเป็นคนรักษาวินัยเรื่องการวิ่งเช่นกัน เธอวิ่งโดยไม่เน้นการล่ารางวัล แต่เน้นวิ่งอย่างสม่ำเสมอทุกวันที่สี่ถึงหกกิโลเมตรเท่านั้น และเธอไม่คิดจะลงมาราธอน

ในตอนท้ายแต่ละบท เธอจะเขียน “ถึงคนไปเร็ว และไม่เคยหยุด” เป็นประโยคส่งท้ายปิดแต่ละบท เพื่ออุทิศถึงผู้ที่เก่งกว่าเธอในแต่ละด้าน และในบทที่หก เธอเขียนถึงคุณ นาวิน ต้าร์

“คุณดูดีมากเมื่ออยู่ในชุดนักวิ่ง เมื่อไรที่มีการแข่งมาราธอนตอนกลางคืน เราคงเจอกัน ฉันจะไม่ลืมโบกมือให้คุณ ระหว่างนี้ฉันจะวิ่งเป็นวงกลมในสนาม และส่งใจเชียร์ไปให้ถึงถนนของมาราธอน”

หนังสือเล่มนี้ปลอบใจผมเสมอ เวลาที่รู้สึกเหนื่อยจากการวิ่งตามเส้นทางที่คนอื่นคาดหวัง และบางวันที่แอบเฆี่ยนตีตัวเอง

เมื่อจะมุ่งหน้าเข้าสู่เป้าหมายใดก็ตาม ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปบนถนนเส้นเดียวกับคนอื่น
เราไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วมาก เราค่อยๆไปก็ได้ ตามแรงและใจที่เรามี
ค่อยๆไปก็ได้ จะช้าหรือช้ามากก็ได้ แต่ต้องไม่หยุด
“ตราบเท่าที่เราไม่หยุด สักวันชีวิตจะศิโรราบต่อเรา”

หากวันหนึ่งผมมีโอกาสลงวิ่งมาราธอนบ้าง
ผมจะขอยกให้คุณรวิศเป็นคิปโชเก้
และให้คุณอุรุดาเป็นจุดดื่มน้ำ

#nicenitiread

988 Nameless Fanboi Posted ID:ENcwYRXFDD

28 ธันวาคม 2310
วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
.
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปราบดาภิเษกขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์กรุงธนบุรีอย่างเป็นทางการ โดยเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในสมัยอาณาจักรธนบุรี
.
พระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์คือด้านการศึกสงคราม ทรงรบทัพจับศึกป้องกันเมืองจากพม่าตั้งแต่ยังทรงเป็นข้าราชการในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ให้แก่พม่า ทรงวางแผนกอบกู้เอกราชจากพม่าได้โดยใช้เวลาเพียง 7 เดือน ซึ่งเริ่มจากการเข้าโจมตียึดเมืองจันทบูร เมืองธนบุรี และค่ายโพธิ์สามต้น กรุงศรีอยุธยา ขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรได้ในปี 2310
.
แม้จะทรงครองราชย์เพียง 15 ปี แต่พระองค์ทรงทำสงครามป้องกันภัยเมืองอย่างต่อเนื่องตลอดรัชสมัย ทั้งการปราบกลุ่มก๊กที่แตกแยกเป็นฝั่งเป็นฝ่ายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยา การทำสงครามกับพม่าถึง 9 ครั้ง และเขมร 3 ครั้ง ซึ่งทรงได้รับชัยชนะทุกครั้ง นอกจากนี้ในด้านศาสนา พระองค์ทรงรวบรวมพระไตรปิฎก อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบาง (พระพุทธรูป) จากเวียงจันทน์กลับมายังกรุงธนบุรี และด้านวรรณกรรม พระองค์ได้พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ไว้ถึง 4 ตอนในปี 2313 คือ ตอนพระมงกุฎ, ตอนหนุมานเกี้ยวนางวานรินทร์จนถึงท้าวมาลีวราชว่าความ, ตอนท้าวมาลีวราชว่าความจนถึงทศกัณฐ์เข้าเมือง และตอนทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด พระลักษมณ์ต้องหอกกบิลพัทจนถึงหนุมานผูกผมทศกัณฐ์กับนางมณโฑ
.
#News #TheStandardCo

989 Nameless Fanboi Posted ID:S3rzO0AyiK

>>988

“””””””อัญเชิญ””””””””

990 Nameless Fanboi Posted ID:sxxtt+kJsy

วงการหนัง AV ญี่ปุ่นเนี่ย หนังเกย์ดูมีความใส่ใจในการหานักแสดงกว่าแนวชายหญิงนะ เพราะอย่างน้อยหนังเกย์ก็หานักแสดงใกล้เคียงตามบท ตามท้องเรื่องกว่า
ส่วนหนังชายหญิงเนี่ย แม่งใส่ใจแต่เรื่องตัวละครหญิงอย่างเดียวเลย ส่วนตัวละครชายเนี่ย "ใครก็ได้" ขอแค่มีควยก็พอจริงๆ
ตามบทบอกว่าเป็นนักเรียนชาย เด็กวัยรุ่นชาย แต่มึงก็เอาพวกคนวัย 30 40 50 รุ่นลุงๆมาเล่นกันได้ลงคอ (โดยส่วนใหญ่อ่ะนะ มีส่วนน้อย แค่บางเรื่องจริงๆที่ใช้ดาราหนุ่มๆหล่อๆตามท้องเรื่อง)

991 Nameless Fanboi Posted ID:sxxtt+kJsy

ต่างด้าวหน้าตาไม่ดี ใช้แรงงาน
ต่างด้าวหน้าตาดี ถึงอยากจะใช้แรงงาน

แต่จะมีพลังแม่เหล็ก ส่งคนมาทาบทาม
เสนอทางเลือกที่หาเงินได้ง่าย และเร็ว

สุดท้ายก็มักจะพ่ายแพ้ใจตัวเอง

พี่หมีเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ

992 Nameless Fanboi Posted ID:2Q3ptiLgbL

>>990 แล้วไงวะ กูไม่ได้มาดูผู้ชายนี่
อย่างน้อยแนวblackedเขาก็ใช้คนดำแหละวะ

993 Nameless Fanboi Posted ID:uHOHRMZW6Q

เวลามาใช้ชีวิตอยู่ตปท. ระบบต่างๆ ที่เมืองไทยดีกว่าได้ชัดคือ
-การเงิน (บ้านเรารับส่ง โอน จ่ายบิล เต็มเงิน นั่นนี่ๆ ผ่านมือถือไวและดีกว่ามาก)
-อินเตอร์เนท (บ้านเราเร้วกว่ามากกก ลื่นกว่ามาก)
-เข้ารพ.เมืองนอกคือยากมาก ต้องฉุกเฉินจริงๆ /นิดหน่อยแล้วอยากเข้ารพ.เอกชน ไม่มีจ้า รอเท่านั้น

994 Nameless Fanboi Posted ID:ojk253W9Hd

สื่อไทยไม่ค่อยสนใจข่าวลบต่อจีนและอาลีบาบาแบบนี้

ข่าวเขาบอกว่า Jack Ma น่าจะถูกบีบให้เกษียนก่อนกำหนดตั้งแต่ปีที่แล้วเพราะเป็นภัยคุกคามต่อสีจิ้นผิงและพรรคคอมมิวนิสต์ หม่าจึงต้องรีบสละเรือก่อนจะเสียชีวิตเหมือนประธาน HNA (ที่ตกลงมาตายขณะเซลฟี่ตอนเที่ยวอยู่ในฝรั่งเศส) และอีกหลายคนที่หายสาบสูญไป (บางคนก็ลี้ภัยไปต่างประเทศ)

หลัง Jack Ma วางมือและโอนสิทธิในการเป็นเจ้าของให้บุคคลที่ไม่ปรากฎชื่อ 5 คน Alipay ก็ทำสัญญาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Unionpay ซึ่งเป็นของรัฐ ซึ่งเป็นสัญญานว่าอาลีบาบาจะถูกกลืนเป็นของพรรคคอมมิวนิสต์ในที่สุด

คุณเคยเห็นสื่อไทยรายงานข่าวพวกนี้มั๊ย? มีแต่ข่าวยกย่อง Jack Ma ว่ารู้จักพอ 😂

https://www.voanews.com/east-asia-pacific/have-retired-jack-ma-alibaba-steered-away-china-communist-partys-clutches

995 Nameless Fanboi Posted ID:sxxtt+kJsy

Summary 10 สิ่งที่ได้เรียนรู้ ในปี 2562

- ปีนี้ได้เข้าไปสอน ให้คำแนะนำคนอื่นแบบไม่ได้มีการหวงความรู้ บอกเล่าวิธีการทำธุรกิจตัวเอง เคล็ดลับไม่มีปิดบัง บางครั้งบางคนถึงถามว่า เฮ้ยบอกหมดแบบนี้ไม่กลัวผมทำแข่งหรอ ผมถามกลับเลยว่าที่ผมบอกไปจะสำเร็จในกี่ปี เค้าก็บอกขอ 3-5 ปี ผมก็ตอบเค้าว่า “ถ้า 3 ปีบริษัทผมยังเหมือนเดิมไม่ก้าวหน้าไปไหนก็สมควรแล้วที่จะถูกทำแข่ง”
.
- โลกทุกวันนี้ ความรู้ที่ทุกคนได้แทบจะเท่าๆกัน แต่จะต่างกันที่การลงมือทำ โอกาสเดี๋ยวนี้มันไม่ได้หายากแบบเมื่อก่อนอีกต่อไป ใครที่ลงมือทำด้วยวินัยของตัวเอง มีโอกาสที่จะสำเร็จ ตลาดในปัจจุบันยังมีโอกาสอีกมาก การทำอะไรซักอย่างหนึ่งเดี๋ยวนี้ ไม่จะเป็นต้องเริ่มด้วยเงินอีกแล้ว เพราะ Platform มันเอื้อให้เราเยอะ
.
- มีความสุขในการทำให้คนอื่นสำเร็จ เช่นการให้การสนับสนุนทีมในหลายๆเรื่อง ใช้ทรัพยากรบางอย่าง แทนที่จะให้ตัวเองก็ลองเปลี่ยนมาให้ทีมดู ผมว่ามันสร้างพลังงานบวกกับผมนะ เพราะว่ามันเหมือนเรากำลังทำภารกิจบางอย่าง มันมีความยาก มันมีลักษณะ รูปแบบที่เปลี่ยนไปตลอด เหมือนกับการทำเควสในเกมเลย
.
- ปีที่ผ่านมาเรียนรู้และลงทุนในตัวเองอย่างหนัก ปีนี้ก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ถึงมันจะไม่ออกผลแต่มันเหมือนไปเติมเต็มในใจบางอย่างแบบว่าเฮ้ย วันนี้ทำจนสุดทาง สุดแรง เต็มร้อย วันข้างหน้ากลับมาดู จะได้ไม่ต้องมาว่าตัวเองว่าวันนั้นเราน่าจะทำ รู้งี้ ปีนี้เป็นปีที่ทำไรก็จัดเต็มตลอด “อย่าให้ ความเจ็บปวดจากการไม่ทำในอดีตมาทำร้ายเราในปัจจุบัน” ถ้าเกิดขึ้นมันจะทำร้ายเรานาน
.
- ผมบอกทุกคนรอบตัวตลอด ความรู้มันเป็นของถูก ทุกคนเข้าถึงได้ คนเก่งที่รู้เยอะ ไม่เจ๋งเท่าคนที่รู้ปานกลางแต่เรียนรู้เร็ว Life long learning คือสิ่งสำคัญในยุคนี้ และทีม Nextzy ก็เริ่มหาทีมที่มีนิสัยแบบนี้มาซักพักแล้ว
.
- ให้แรงบันดาลใจ ให้ความเชื่อมั่น สุดท้ายให้อำนาจ 3 อย่างนี้จำให้ขึ้นใจในการสร้างคนในทีม
.
- บริษัทในทุกวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ทรัพย์กรบุคคลอีกต่อไป แต่คือความ Creativity ของคนในองค์กร ถ้าขาดสิ่งนี้มันจะไม่ดึงดูด ขาดความสนุก ขาดแรงบันดาลใจและขาดการคิดนอกกรอบ และ tech startup ส่วนใหญ่ขาดสิ่งนี้ในทีม “และสิ่งสำคัญที่ผมบอกทีมตลอด อภิสิทธิ์พิเศษ เป็นของอัจฉริยะเท่านั้น”
.
- ผมสร้างความรู้สึกอิสระในบริษัท ต่อจากข้อทีแล้วเพราะมันจะทำให้เกิด Creativity ได้ ความรู้สึกอิสระต่างจากอิสระนะ ความรู้สึกอิสระทำให้ทีมกล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าที่จะนอกกฏเกณฑ์ และออกจากเซบโซนของตัวเอง ในขณะที่ยังทำงานอยู่กับเรา ให้เค้าเติบโตในทางที่เค้าถนัดและสอดแทรกการทำงานในสายอื่นๆที่เป็นประโยชน์กับตัวเขาเองในอนาคต เพราะทุกวันนี้ Hard skill ในสายงานเพียงอย่างไม่เพียงพอที่จะผ่านคลื่นปฏิวัติของ Gen z อีกต่อไป (เด็กจบใหม่ทุกวันนี้มีแต่ปีศาจเก่งและเรียนรู้เร็วทั้งนั้น) คำเดิม “สิ่งสำคัญที่ผมบอกทีมตลอด อภิสิทธิ์พิเศษ เป็นของอัจฉริยะเท่านั้น”
.
- วันนี้(วันที่เขียนอยู่) วันนี้มาเที่ยวหลวงพระบาง ทุกคนมุ่งเป้าหมายเพื่อที่จะมาเที่ยว รถเกิดยางรั่วตรงไหล่เขากลางทาง ทุกคนรีบลงจากรถ มาช่วยกัน กลุ่มผู้หญิงรีบแบ่งคนมาโบกให้รถคันอื่นโบกให้รถหลบ ช่วยหักกิ่งไม้มาวางขวาง กลุ่มผู้ชายช่วยเหลือคนขับ ชายคนนึงให้คำแนะนำว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ต่างไปยกก้อนหินมาหนุนล้อ อีกคนช่วยโยกแม่แรงดันรถให้ยกขึ้น อีกกลุ่มไขน๊อตนำยางอะไหล่ จากหลังรถลงมาเพื่อเปลี่ยน ทำทุกอย่างเสร็จ ก็ผลัดกันถ่ายรูปให้กันและกันซึ่งเป็นวิวระหว่างทาง โดยที่ไม่มีใครบ่นออกมาแม้แต่คนเดียว ทำคนสนุกกับเพื่อนใหม่ วิวระหว่างทาง และเริ่มสอบถามวางแผนเป็นหุ้นส่วนเพื่อหารค่ารถเหมาไปเที่ยวที่ต่างๆ ผมว่าเหตุการณ์แหละที่เรียกว่า “ทีม” มีทุกร่วมช่วยแก้ มีสุขร่วมเสพ และสนุกกับระหว่างทาง
.
- อย่าลืมขอบคุณตัวเราเองที่พามาถึงจุดนี้ อย่าลืมว่าเราเคยมาจากไหน อย่าลืมใครที่เคยช่วยเหลือเราไว้บ้าง
.
สุดท้ายขอฝากคำคมที่เหมาะกับผมในปีนี้ของใบบัด อิรภาพคือการถูกขังอยู่ในกรงที่เรารัก” road to 32
—29/dec/2019

996 Nameless Fanboi Posted ID:OKIOt8ccPJ

>>994 ประเทศเราถือ จีน กับ มะกัน เป็นลูกพี่ โม่ง คิดว่าเราจะกล้าไปงัดข้อกะพวกพี่เขาไหมอ่ะ?

997 Nameless Fanboi Posted ID:yTFWXKyXre

>>994 มันจะ ok กว่านี้นะถ้าข่าววิเคราะห์มันไม่ได้มาจากอเมริกา แต่มาจากประเทศอื่น ...

998 Nameless Fanboi Posted ID:/JjIoTp85n

>>997 ติ่งเมกาดีกว่าติ่งเจ๊ก

999 Nameless Fanboi Posted ID:T2CSgEFeog

>>998 อย่าหมิ่นกู กูติ่งจีนไต้หวัน จีนที่แท้ทรู

1000 Nameless Fanboi Posted ID:eThl0rm2b/

>>994 นี่ละมั้งคนจีนถึงสอนว่าแม่ทัพกุนซือถ้าช่วยขุนศึกครองบัลลังก์แล้วให้เร้นกายหายตัวไป หาไม่แล้วจะไม่ได้ตายอย่างสงบในบั้นปลายชีวิต

Posts limit exceeded

Topic has reached maximum number of posts.

Please start a new topic.