Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 9th quotes

Last posted

Total of 271 posts

242 Nameless Fanboi Posted ID:udNe.o2/sp

เห็นคุณกรณ์บอกว่าคุณเคยทำมาก่อน ผมรบกวนถามให้แน่ใจว่า trust ที่คุณเคยทำ นั้น
1. คุณเห็นสามารถมองเห็นผลกำไรขาดทุนในระหว่างที่คุณฝากทรัพย์สินไว้กับกองทุนหรือไม่
2. คุณทราบหรือไม่ว่า trustee เป็นใคร ใครคือผู้บริหารทรัพย์สินของคุณ
3. คุณทราบหรือไม่ว่าผู้บริหารทรัพย์สินลงทุนในทรัพย์สินใดบ้าง
ผมคิดว่ามีสองประเด็นที่ เพราะเท่าที่ผมเข้าใจ ที่คุณธนาธรจะเอาทรัพย์สินเข้า blind trust ไม่สามารถทราบได้ว่าลงทุนอะไรบ้าง ไม่ทราบว่าใครบริหาร ไม่ทราบว่าผลประกอบการเป็นอย่างไร ยังไม่มีคนทำ ที่คุณกรณ์และคนอื่นๆทำน่าจะเป็นแค่ trust เฉยๆ เพราะฉะนั้นน่าจะต้องยอมรับกันก่อนว่า คุณธราธรเป็นคนแรกที่จะทำแบบนี้จริงๆ
สองคือ blind trust ดีหรือไม่ มองไม่เห็นจะตรวจสอบอย่างไร อันนี้ผมว่าเป็นอีกประเด็นนึงที่สามารถถกกันได้ จะมีทางออกอย่างไรให้โปร่งใส
แต่ขั้นแรกที่ผ่านการแชร์ออกไป ข่าวหลายๆกระแสพูดว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ คุณกรณ์กับอีก 15 คนก็เคยทำมาแล้ว
อันนี้จะดีมากถ้าคุณกรณ์เคลียร์ให้ชัดเจนครับ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

1. เห็นครับ 2. ทราบครับ 3. ทราบครับ แต่พอเป็น Trust ผมก็สั่งเขาไม่ได้ทั้งหมด และสุดท้ายที่ผมยกเลิก Trust ก็อย่างที่ชี้แจงในโพสต์ คือผมมองว่ามันเป็นการโอนความเป็นเจ้าของออกไปโดยที่ผู้ได้รับประโยชน์ยังเป็นผมอยู่ (beneficially) ซึ่งผมมองว่ามันไม่โปร่งใสเท่าให้ปรากฎเป็นชื่อผมโดยตรง ต้องรับผิดชอบโดยตรง
ส่วนหุ้นในไทยที่ถืออยู่ ผมขายหมดตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง เพื่อให้ไม่ต้องมีปัญหาใดๆเรื่อง conflict of interest
#มิตรสหายท่านสอง

ขอบคุณที่สละเวลามาตอบนะครับ
นั่นหมายความว่า สิ่งที่ข่าวเขียนว่าคุณกรณ์เองก็ใช้ blind trust มาก่อน คือเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดใช้ไหมครับ
ส่วนเรื่องที่มุมมองว่าอันไหนโปร่งใสกว่ากันอันนี้ผมเห็นด้วยในส่วนนึงนะครับ ผมคิดว่าถ้าจะทำ blind trust จริงๆ ควรมีกฏหมายถึงการบริหารจัดการ blind trust และความโปร่งใส ใครมีสิทธ์ที่จะเห็นบ้าง ออกมาก่อน
ปล. ผมแนบข่าวมาให้ในนี้ด้วยครับ
https://www.isranews.org/isranews/74785-report02_74785.html
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ใช่ครับ ผมโพสต์ไว้แต่แรกว่าไม่เคยมีใครทำ blind trust ได้มาก่อนแต่แรก อยากให้มีกฎหมายรองรับเหมือนกันครับ แต่ในกรณีนักการเมืองต้องหมายความว่ามีการโอนอำนาจการจัดการ แต่ต่องไใ่หมายความว่าโอนแล้วมองไม่เห็นว่ามีอะไรบ้าง
#มิตรสหายท่านสอง

ผมท้วงติงในประเด็นที่คุณธนาธรบอกว่าทรัพย์สินทั้งหมดจะมองไม่เห็นครับ ซึ่งทำให้ตรวจสอบยาก ส่วนเรื่องการโอนหุ้นให้กองทุนดูแลถือเป็นเรื่องปกติ
#มิตรสหายท่านสอง

หัวข้อถูกแล้วครับ คือถ้ามองไม่เห็นก็จะตรวจสอบไม่ได้จริง
#มิตรสหายท่านสอง

จนป่านนี้กรณ์ยังไม่เข้าใจอีกเหรอที่มองไม่เห็นน่ะเจ้าตัว MOU ข้อ 2.3 ก็บอกอยู่ตรวจสอบได้ตามกฎหมายเหมือน Private fund ทั่วไป
Surreal เหี้ยๆ
#กูเอง

243 Nameless Fanboi Posted ID:gI3my13q5K

ถ้าคนกราดยิงในฮอลแลนด์เป็นคนขาวทั้งสื่อทั้งอิจ่าประโคมข่าวทั้งวันไปแล้ว
แต่นี่เป็นแขกตุรกีทำ เงียบกริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โคตรน่าสมเพช

244 Nameless Fanboi Posted ID:CcRFys6Mj+

>>235 กูโพสสุภาพๆว่าที่คุณกรณ์ทำมาก่อนแล้วคือทำระดับเดียวกับธนาธรเลยเหรอครับ
โดนลบและบล็อคหว่ะ 55555555555555555555

245 Nameless Fanboi Posted ID:CKIOe3AYUx

วิ่งนี่บาดเจ็บและเจ็บอยู่บ่อยๆนะ เหนื่อย ล้า อย่างไรก็ตาม สำหรับผมวิ่งแล้วเจ็บดีกว่า ไม่วิ่งและกินยามื้อละ 10 เม็ดเยอะมาก ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทำงานจนป่วย เป็นโรคยอดนิยม อย่าง เก๊าท์ ความดัน เบาหวาน หัวใจ เพราะผมเองก็เคย เป็นแบบนั้น ผมรู้สึกแปลกทุกครั้งที่เห็นคนทำงานหนัก กินยาเยอะไปแล้วเอามาโชว์บอกว่า ทุ่มเท อันนี้ผมว่าเยอะไป ... ออกกำลังกายกันครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

246 Nameless Fanboi Posted ID:xpqdj8vXom

Business Model ของธุรกิจสื่อที่จัดงานมอบรางวัลให้องค์กรต่างๆ คืออะไรเหรอครับ? คือได้กำไรยังไงจากการจัดงานมอบรางวัลพวกนี้ และคิด KPI กันยังไงครับ?

ไม่นับกรณีที่รางวัลซื้อได้นะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ไม่แปลกหรอกครับ พี่ลองนึกภาพมีคนจัดงานมอบรางวัลบริษัทก่อสร้างดีเด่น แล้ว SCG เป็นสปอนเซอร์ดู
ต่อให้ SCG ไม่ได้รางวัลอะไรแต่ ชื่อกับ product ของ SCG ก็จะได้ brand awareness จากบริษัทก่อสร้างระดับชั้นนำทั้งหมดที่เชิญมาในงานหรือติดตามงานอยู่ด้วย งานแบบนี้เหมือน networking party ของกลุ่มที่คัดมาแล้วอ่ะครับ

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

เคยเจอเจ้านึงในสิงคโปร์
1. ทำโปรดักส์ SaaS ขึ้นมาตัวนึง
2. ทำองค์กรแจกรางวัลให้บริษัทในข้อ 1
3. ทำเว็บข่าวว่าองค์กร 2 แจกรางวัลให้บริษัท 1
1, 2, 3 มีกรรมการบริษัทคนเดียวกัน

จริงๆมี 4. ทำบล็อกรีวิวโปรดักส์ให้ 1 เป็น the best ด้วย

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

นึกถึงห้องซ้อมดนตรีที่สามย่าน ได้รับรางวัลห้องซ้อมดนตรีดีเด่นโดยวง Paradox
เจ้าของห้องซ้อมคือพี่ต้า Paradox

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

247 Nameless Fanboi Posted ID:N9bADMYR3Z

ข้อสังเกตเรื่องสวัสดิการจากมุมมองของผม บางองค์กรสวัสดิการดีจนคนไม่อยากไปไหน มีอีกด้านที่น่าสนใจจากมุมมองของผม
เมื่อสวัสดิการดีมากคนจะรู้สึกเสียดายไม่อยากออกเพราะรักสวัสดิการขององค์กร อย่างไรก็ตามความต้องการเรื่องรายได้มันต้องเพิ่มแบบก้าวกระโดด ซึ่งองค์กรใหญ่ทำแบบนั้นไม่ได้ ... ทำไงดี หนึ่งในทางออกคือ ไปทำอาชีพเสริมที่ไม่เกี่ยวกับงานหลักตัวเอง เช่นไปขายของ เพื่อเพิ่มรายได้ที่มันเพิ่มตามไม่ได้จากองค์กร ...ผล รายได้ดี และได้อยู่ในองค์กรที่สวัสดิการดี สบาย ไม่ต้องพัฒนาอะไรมากละ เราเรียกสิ่งนี้ว่า รักองค์กร ... บางคนยอมจำกัดความเก่งของตัวเองให้เท่ากรอบที่องค์กรกำหนด เพียงเพราะเราเสียดายสวัสดิการ .... ข้อสังเกตนี้ไม่ได้ถูกทั้งหมดเป็นแค่สิ่งที่ผมสังเกต

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

248 Nameless Fanboi Posted ID:hdMVW.XllU

เรียนคุณโต ผมเคยคิดข้ามชอทไปเลยว่า ใครก็ตามที่อยาก"อาสา"มาทำงานการเมือง(ไม่ใช่เล่นการเมือง และเป็นพรรคหัวหน้าตั้ง) ควรมีเพดานจำกัดความร่ำรวย สมมุติเอาที่ ๕๐๐ ล้าน ใครมีเกินจากนี้ถือว่าตกคุณสมบัติที่จะมาอาสาทำงานการเมือง ส่วนใครที่มีเกินจากนี้แต่รักชาติจนสุดใจขาดดิ้นลงไปชักดิ้นชักงอชนิดที่พลีชีพเพื่อชาติได้ ก็ให้เอาส่วนที่เกินนั้นยกให้หลวงไปผ่านกรวงการคลัง ยกให้ขาดนะครับไม่มีการคืนแม้แต่บาทเดียว (จะได้พิสูจน์ว่ารักชาติจริงยิ่งกว่าเงินในเซฟ)ใครไม่พร้อมก็อย่าเข้ามา คุณรวยก็เรื่องของคุณแต่การเมืองไม่ควรมีใครที่มีอิทธิพลเหนือกว่าใครจนไปบิดเบือนนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินได้
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ควย
#กู

249 Nameless Fanboi Posted ID:sxvs.PXHIu

= ข้อสอบคณิตศาสตร์แบบไทยๆ .. สร้างชาติ หรือทำลายชาติ? =

เมื่อประมาณปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถิติการสอบ PAT1 (Professional Aptitude Test 1 : Mathematics) ของเด็กไทยเพื่อนำไปวิเคราะห์ให้เด็กๆนักเรียนแถวบ้านได้เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากการนำข้อมูลที่ประกาศโดย สทศ. มาคำนวณเล็กๆน้อยๆ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าการแจกแจงคะแนนของเด็กจำนวนมากนี้ มีการแจกแจงใกล้เคียงกับการแจกแจงแบบปกติ(Normal Distribution) ผมได้พบสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ

"เด็กไทยที่ทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง คือต่ำกว่า 150 จาก 300 คะแนน มีพื้นที่ใต้โค้งปกติมาตรฐานเป็น 0.999988" ... !!!!
(สถิติ PAT1 ปี 2560 : ค่าเฉลี่ยประชากรของคะแนนอยู่ที่ 42.82 คะแนน และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรมีค่า 25.34 คะแนน )

มันแปลว่าอะไรครับ มันแปลว่า เด็กไทยที่ทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ PAT1 ได้เกิน 150 คะแนนนั้น คิดเป็นประมาณแค่ 0.0012% ของทั้งหมด ...

ซึ่งผลสถิตินี้แสดงความหมายสื่อออกไปได้ 2 ทาง คือ ครูสอนคณิตศาสตร์ในประเทศไทยทั้งหมดสอนได้ห่วยแตกมาก ... หรือ ข้อสอบที่ใช้ทดสอบนั้น มีความยากจนไม่สามารถวัดอะไรได้เลย

จากการที่ได้พูดคุยกับ อ.แดง (อ.ประสพ ธงธวัช) อดีตอาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีผู้เกษียณอายุราชการแล้ว และมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่ใช้จริงๆในระดับวิศวกรรมศาสตร์ ท่านได้กล่าวถึงว่าคณิตศาสตร์แบบนี้ว่า เป็นคณิตศาสตร์ทำลายชาติ หรือที่ท่านชอบใช้คำเรียกสั้นๆ(แบบที่คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจท่าน) ว่าเป็น "ทริคแมท" (Trick Math) ซึ่งโดยส่วนตัวหลังจากได้พูดคุยกับท่านเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง ยิ่งเห็นด้วยกับความคิดของท่าน

- "ทริคแมท" ของอ.แดงหมายถึงอะไร -

หมายถึง ข้อสอบคณิตศาสตร์ที่เอาเนื้อหาคณิตศาสตร์ต่างๆ มายำเพิ่มความยากโดยการวกไปวนมาแบบที่จะไม่มีทางเจอได้จริงในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน (แม้กระทั่งในฟิสิกส์ระดับสูงก็ตาม) เป็นเหมือนของเล่นสนุกๆของคนเก่งคณิตศาสตร์จะมานั่งแก้กัน คนที่เชี่ยวชาญ ที่ฝึกฝนมาอย่างดีหรือผ่านโจทย์มามากๆเท่านั้น ที่จะสามารถทำมันได้เพราะมองหรือจัดรูปออกด้วยประสบการณ์ที่เชี่ยวกรำ...

แล้วมันไม่ดีอย่างไร .... ผมได้ข้อสรุป(ในความเห็นของตนเอง)ว่ามันไม่ดีตรงที่ มันไม่ควรนำมาใช้ออกเป็นข้อสอบเพื่อวัดผลเด็กเข้ามหาวิทยาลัย เพราะข้อสอบประเภทนี้มีอำนาจการจำแนกต่ำ คือไม่สามารถจำแนกเด็กที่เก่งมาก เก่ง ปานกลาง ค่อนข้างอ่อน และอ่อนมาก ออกจากกันได้เลย ดูจากสถิติก็จะเห็นได้ชัดว่า สามารถจำแนกได้แค่ "มหาเทพ" กับ "คนปกติ" ออกจากกันเท่านั้น ... ผลที่ได้จึงทำให้เด็กไทยไม่สามารถใช้เพียงความรู้ที่เรียนในห้องเรียนเท่านั้นในการแก้ปัญหาและสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย เป็นการลดคุณค่าของบทบาทการเรียนในห้องเรียน แต่ไปเพิ่มมูลค่าให้กับการติวนอกห้องเรียนมากขึ้น หรือไม่ก็ท้อไปเลยเพราะรู้สึกว่าเรียนให้ตายแค่ไหนก็ทำไม่ได้อยู่ดี...

ผมเชื่อว่า การศึกษาคณิตศาสตร์ไทย จะช่วยสร้างชาติได้ก็ต่อเมื่อข้อสอบนั้นมีความยากในระดับที่พอเหมาะพอดี สามารถจำแนกเด็กออกจากกันได้ (เช่นข้อสอบ SAT ของต่างประเทศ คณิตศาสตร์ไม่ได้ซับซ้อน แต่เขาก็สร้างคนเก่งๆออกมาได้มากมาย) และนั่นจึงจะนำไปสู่ความเป็น คณิตศาสตร์สร้างชาติได้อย่างแท้จริงครับ

การใช้ทริคแมทในการทดสอบ เปรียบเหมือนให้คนเรียนขับรถปกติ แล้วไปสอบใบขับขี่โดยให้ไปขึ้นรถ F1 แข่งกันในสนามแข่งรถนั่นแหละครับ ... ถ้าเปรียบง่ายๆ

#คาดหวังว่าวันหนึ่งเด็กไทยจะเลิกกลัวเลข #เมื่อเราเลิกทำให้ทริคแมทเป็นสิ่งที่จำเป็น #เพราะมันไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจริง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

250 Nameless Fanboi Posted ID:GWP+nhGHrA

>>249 นี่ก็เหมือนทฤษฎีสมคบคิดนะ ว่ามีคนต้องการให้ระบบที่เอื้อต่อการกวดวิชายังดำรงอยู่ เลยต้องออกข้อสอบยากๆ เกินตำราหลักเข้าไว้ เรื่องนี้พูดกันมาเป็นสิบๆ ปีละ แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนแก้ได้จริงๆ

251 Nameless Fanboi Posted ID:o7TgcBz5bC

>>250 กูก็ว่า ถ้าระดับโรงเรียนมีครูคณิตหัวควยออกโจทย์ยากๆให้เด็กสอบไม่ผ่านเพื่อจะบังคับทางอ้อมให้เด็กไปเรียนพิเศษกับตัวเอง ทำไมระดับชาติจะมีบ้างไม่ได้

252 Nameless Fanboi Posted ID:w4xRmBMgWu

>>250 กวดวิชาก็ไม่ผ่านสัด
ข้อสอบแบบเล่มเหลืองตอ.โคตรโรคจิต

253 Nameless Fanboi Posted ID:nwnBUEM4sF

แนวคิดของคนเล่นหมากรุกบางคนกับแนวคิดผมเกี่ยวกับโชงิ
คนที่ 1 : เกิดที่ไทยแล้วจะไปเล่นหมากรุกของประเทศอื่นทำไม
คนที่ 2 : เห็นแค่ตัวหมากก็ปวดกบาลแล้ว ไปเล่นอย่างอื่นดีกว่า
คนที่ 3 : หาคนเล่นด้วยยาก ไม่รู้จะเล่นไปเพื่ออะไร
แอนเดรีย : ในบ้านเราคนเล่นกันน้อย งี้ก็เป็นโอกาสของเราน่ะสิ!!

254 Nameless Fanboi Posted ID:THEs.LzgPr

เราเก่งเลข พูดตามตรงไม่เข้าใจหัวอกคนที่ทำยังไงก็เรียนเลขไม่รู้เรื่องเลย (เราเป็นประเภทที่คิดว่าถ้าตั้งใจจริงมันต้องเข้าใจซิ) //ไม่เคยเรียนพิเศษ เลขก็สี่ตลอดนะจ๊ะ ที่ร่วง ๆ จะเป็นพวกวิชาท่องจำทั้งหลายมากกว่า...
ความวกวนของโจทย์ที่ไม่เห็นในชีวิตจริง (เช่นพวกรถไฟถึงกี่โมงที่ความจริงไม่จำเป็นเลย) มันมีไว้เพื่อฝึก "การคิดเชิงตรรกะ" ไม่ได้มีไว้เพื่อ "ใช้ในชีวิตประจำวัน" หมายถึงมันฝึกให้เราคิดอย่างมีเหตุผลเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งถ้าใครทำตรงนี้ไม่เป็นจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในวิชาเลขได้เลย

แต่ว่าตัวเลขค่าเฉลี่ยนี่มันหลอกตานะ มันจะมีคนประเภทที่สอบติดอย่างอื่นแล้วก็เลยเข้าไปขำ ๆ ส่งกระดาษเปล่าเล่น ๆ คอยฉุดมีนอยู่

255 Nameless Fanboi Posted ID:Toaoyt1/0B

ส่งเงินให้พี่ที่ไทย 10,000 บาท เงียบไป 2 วัน ...เงินไม่ถึง

วันนี้มีเมลล์จาก Paypal มาบอก

ตอนส่งเงิน ที่ช่อง Message คุณพิมพ์ว่า "10,000 baht naja"

naja คือใคร? อะไรยังไง? ไอดีคุณจะถูกระงับ เพราะเราคิดว่าคุณอาจจะถูกแฮ๊ก การ Transaction ครั้งนี้มันไม่ CLEAR!! ให้คุณส่งคำอธิบายมายัง Paypal ด้วยว่า

naja คืออะไร? อธิบาย และบอกจุดประสงค์ในการโอนครั้งนี้ ไม่งั๊นพี่โมโฮ่💢 พี่ไม่เข๊าจั้ย!? พี่ด๊อนโตะอันด้าสุแตนโดะ!!

🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹

/ยื่นเก้าอี้ให้

"นั่งลงก่อนสิพ่อหนุ่ม ทำตัวตามสบายนะ ผมจะเล่าให้พี่ฟัง ถึงเรื่องราวของ...naja"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

256 Nameless Fanboi Posted ID:AD6udD8KIh

เรียนที่ SIRNSTAR แล้วต้องพร้อมไปทำงานได้ทันทีครับ วันนี้เรียน Unit Testing ด้วย JUnit รวมถึงการทดสอบแบบ White Box และ Black Box Testing ทดสอบกับระบบจริงของ LeetCode ซึ่งกำลังนิยมใช้ในสหรัฐ เรียนที่นี่ไม่ต้องมีพื้นฐาน หรือ ประสบการณ์ทำงาน หรือ วุฒิการศึกษาอะไรทั้งสิ้นครับ มาแล้วจะได้เจอคนที่ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้เงินเดือน 30,000 บาท หรือคนที่มีวุฒิมัธยมแต่เขียนโค้ดให้บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทย มาดูตัวเป็นๆได้ตลอดเวลาครับ

เรียนที่ SIRNSTAR เรียนวันละเรื่อง ไม่สับสน เรียนตั้งแต่พื้นฐาน Java จนถึง Cloud สร้าง Database ทำ Web ใช้ Framework เหมือนกับธุรกิจจริงได้แก่ Spring MVC, Spring Boot, Hibernate และ Bootstrap มาเรียนซ้ำได้ฟรีจนกว่าจะได้งานประจำเงินเดือนสูง ไม่มีประสบการณ์เงินเดือน 30,000 บาท ถ้าสอบ TOEFL ได้เกิน 100 คะแนน เงินเดือนเริ่มต้นที่ 40,000 บาท

ดูคอร์สเรียนและค่าสมัครได้ที่นี่ครับ https://sirn star.work/register

257 Nameless Fanboi Posted ID:HhyIN.gCFI

>>254 r/iamverysmart

258 Nameless Fanboi Posted ID:ziD73dvAFR

>>254 เหมือนมึงไม่เข้าใจประเด็นของ quote อ่ะ

259 Nameless Fanboi Posted ID:iFzx5fvseI

ยิ่งเห็น "ลุง" ตอนนี้ ก็ยิ่งคิดถึง "Gap" ในตอนนั้น
.
Gap คือ (อดีต)แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นชื่อดังจากอเมริกัน ที่เริ่มต้นเมื่อปี 1969 หรือราว 50 ปีก่อน โดยปั้นแบรนด์ตัวเองไว้ว่าที่มาของชื่อนี้มาจากคำว่า "gap" ที่แปลว่าช่องว่าง,ความแตกต่าง เอาเท่ๆ หน่อยก็คือ ‘วัฒนธรรม gap’ ที่เป็นช่วงวัยระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ (วัยรุ่น) นั่นเอง
.
โดยโลโก้ของ Gap ที่ติดตาลูกค้าที่สุดก็คงจะเป็นโลโก้ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1986 โดยเป็นคำว่า "GAP" แบบฟอนต์ขาวอักษรตัวใหญ่ทั้งหมดละม้ายคล้ายฟอนต์ชื่อ Spire ที่ออกแบบโดย Sol Hess มาตั้งแต่ปี 1937 วางบนกรอบเรียบๆ สีน้ำเงินแต่ติดตา
.
โลโก้ตัวนี้ใช้มาทั้งสิ้น 24 ปี ติดหูติดตาลูกค้าชาว Gap ไปหมดแล้ว แต่แล้ววันดีคืนดีในวันที่ 4 ตุลาคมปี 2010 ทาง Gap ก็อยากรีแบรนด์ดิ้งให้ตัวเองทันสมัยขึ้น จึงได้เปิดตัวโลโก้ใหม่โดยใช้ฟอนต์ Helvetica และลดขนาดกรอบน้ำเงินใหญ่เบิ้มให้เหลือแค่มุมขวาบนตัว p ตัวเล็ก แถมไล่เฉดโทนสีนิดๆ เพราะคิดว่าคงดูสวยดีเหมือนไอคอนแอพลิเคชัน
.
ผลคือความ "ฉิบหาย" อย่างแท้จริง...เพราะแบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์ล้วนใช้ Helvetica ทำโลโก้มานานมากแล้ว ทั้งสายการบิน Lufthansa, Microsoft, Panasonic, Toyota, Jeep, Kawasaki, Scotch (และ 3M) ทั้งหมดนี้โลโก้เป็นฟอนต์ Helvetica เพราะ Helvetica เป็นฟอนต์ที่มีมาตั้งแต่ปี 1957 แบรนด์ช่วงยุค 60'-80' เลยใช้ฟอนต์นี้เยอะมาก เพราะอยากให้ดูทันสมัย (ในตอนนั้น)
.
โลโก้ใหม่ของ Gap ที่ดูพยายามจะทันสมัยจึงสร้างความบรรลัยภายในอาทิตย์เดียว เพราะกระแสลบหนักมากและเป็นการทิ้งตัวตนที่มีมายาวนานแบบพยายามฉีกเกินเหตุ ทำให้โลโก้ใหม่มีอายุสั้นมาก คือใช้ไปไม่ถึงสัปดาห์ Gap ก็ตัดสินใจกลับไปใช้โลโก้เดิม แล้วก็ใช้จนถึงปัจจุบันนี้ (แต่โลโก้ที่เราเห็นทุกวันนี้คือเวอร์ชั่น 2016 นะ เพราะจริงๆ มีการปรับระยะห่างระหว่าง Font จากตัวเก่านิดนึง)
.
ความฉิบหายของ 1 สัปดาห์นั้นถึงขั้นทำให้ Marka Hansen ผู้บริหาร Gap ภาคพื้นอเมริกาเหนือ ที่ดูแลการเปลี่ยนโลโก้ในครั้งนั้น ต้องลาออกจาก Gap เมื่อปี 2011 เลยทีเดียว (แต่เธอไปทำธุรกิจอื่นในเครือต่อ ไม่ได้ออกไปขายเต้าฮวยแต่อย่างใด และปัจจุบันเหมือนจะยังอยู่ในฐานะผู้บริหารฝ่ายอาวุโสด้วยวัย 65 ปี)
.
โดยที่ Gap ทำตอนนั้นคือทำลายจุดแข็งตัวเองเพราะอยากจะเอาใจวัยรุ่น โดยที่ไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้ววัยรุ่นยุคนั้น (2010) กับวัยรุ่นยุคโน้น (1969) นั้นแทบจะเหมือนคนละเผ่าพันธุ์กันเลยก็ว่าได้มั้ง เพราะงั้นอะไรที่ cool ในยุคนั้น อาจจะดูใกล้สูญพันธุ์ในยุคนี้เลยก็เป็นได้
.
แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะไม่กี่ปีต่อมา Gap ต้องปิดสโตร์ถึง 175 สาขาในภูมิภาคอเมริกาเหนือ เพราะไหนจะโดน Zara, H&M ถล่มยับแล้ว ยังโดนการขายแบบออนไลน์ซ้ำเติมอีก และเสื้อผ้าในร้านก็ไม่มีความ minimal ที่ถูกใจวัยรุ่นให้กดไลค์ในยุคนี้
.
แต่โชคยังดีที่ Gap มายืนในจุดที่ตัวเองยังยืนได้แข็งแรงและให้แบรนด์ลูกในเครืออย่าง Banana Republic หรือ Old Navy ทำตลาดตรงนี้แทน (แถมทำยอดขายถล่มทลายมาก เพราะ Old Navy ทำยอดขายได้เกือบเท่าตัวของ Gap ในปีที่ผ่านมา หรือรวมแล้วกว่า 1.18 พันล้าน$)
.
เรียกว่า Gap ปล่อยให้ลูกหลานทำงานทำการของตัวเองไป ส่วนตัวเองก็ไม่ไปฝืนเปลี่ยนลุคให้ดูเสร่อ ซึ่งคือสิ่งที่ถูกที่ควรของแบรนด์รุ่นลุงอย่าง Gap
.
พูดถึง "ลุง" ลุงแถวๆ นี้ก็เช่นกัน เพราะการรีแบรนด์ดิ้งของลุงช่วงท้ายวงจรชีวิต คือความพังระดับแบรนด์ดิ้งที่ดันเลือกทิ้งจุดแข็งตัวเองตลอด 4 ปี จากลุงดุๆ เข้มๆ ด่านักการเมืองโกงกิน
.
กลายมาเป็นลุงลุคใสๆ โอปป้าลุงใส่เชิ๊ตท่ามกลางไฟสตูฯ เหมือนนักการเมืองที่ลุงเคยด่า แล้วทำตอนไหนไม่ทำมาทำในช่วงท้ายของอายุขัย เหมือนยุงลายที่กินเลือดตลอดแล้วหันมากินน้ำต้มผักรักษ์โลก ทำให้นอกจากจะโคตรไม่ธรรมชาติและขัดกฏวิวัฒนาการแล้ว ยังทำให้แฟนลุงหลายคนถึงกับตาสว่างเลยว่าลุงแกเฟครึเปล่า?
.
แต่งานนี้โทษลุงทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องโทษนักสื่อสารการตลาดของลุงที่ลุงเลือกใช้ในบั้นปลายก่อนการเลือกตั้งมากกว่า ว่าทำไมถึงเลือกทำอะไรแบบนี้ในช่วงเวลาแค่ไม่ถึงเดือน นี่โชคดีนะที่เป็นลุง ถ้าเป็นที่เกาหลีเหนือนะ ป่านนี้พวกแกได้เปลี่ยนจากฝ่าย PR ไปทำงานในเหมืองแร่แทนแล้วแน่นอน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

260 Nameless Fanboi Posted ID:Jb7Im+CYx+

>>259 โคตรจริง จุดขายของลุงแกคือความขึงขัง พูดจาดุๆ แรงๆ มันเข้ากับ concept "ผู้อาสาทำให้บ้านเมืองสงบ" มากกว่าสไตล์โอปป้าแบบที่พยายามทำ

อย่าว่าแต่คนไม่ชอบลุงจะยิ่งสมเพช คนที่ชอบลุงกูก็เห็นส่ายหัวไม่น้อยเพราะมันไม่ใช่

261 Nameless Fanboi Posted ID:No6Zr10jDT

>>258 เจ้าของ quote มันพูดทำนองกดหัวคนที่ไม่เข้าใจคณิตด้วยหวะ อีกอย่างถ้าอ่านดีๆ แม่ง humble brag ชัดๆ จะอวดทำก๋วยเตี๋วอะไรว่าได้เกรดสี่ถ้าอยากแค่สื่อสารประเด็นที่ว่า

บอกตามตรงว่าประเทศไทยแม่งไม่ได้สอนให้เด็ก รวมทั้งตัวครูให้ ตระหนักถึงความแตกต่างในความสามารถในการเรียน และรูปแบบการเรียนของแต่ละคน มันถึงมี quote ที่มัน ignorant ขนาดนี้ออกมาได้

กูมีเพื่อนตปท เป็น dyslexic (อารมณ์ประมาณว่ามีความลำบากในการทำความเข้าใจภาษาเขียน) กูก็เลยเห็นว่าต่างประเทศเขามีการหันมามองอะไรแบบนี้แล้วยังเริ่มมีการเปลี่ยน mindset ของคนในสังคมให้เข้าใจมากขึ้น

262 Nameless Fanboi Posted ID:Qp3vfTNIl3

>>261 เอเชียยังเป็นแบบนี้หมดละมั้ง จะว่าไปไม่เคยได้ยินข่าวโลกตะวันตกบ้าสอบบ้ากวดวิชาเหมือนฝั่งนี้นะ

263 Nameless Fanboi Posted ID:1WgjHlRDZi

>>262 ไปดูเมกา ระบบการศึกษาที่นั่นโหดเหี้ยไม่แพ้เอเชียหรอก แต่ถ้ามึงมีเงินบริจาคซัก 20 ล้านก็เข้า MIT ได้ ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังเลย

264 Nameless Fanboi Posted ID:FDgJtrOJYQ

>>263
ระบบมหาลัยของอเมริกา โดยเฉพาะพวกไอวี่ลีก ไม่ใช่แค่เรียนเก่งแล้วจะเข้าได้ เขาดูอย่างอื่นด้วย ถ้าไม่มีจดหมายแนะนำจากโรงเรียนหรือศิษย์เก่า เขาไม่ดูใบสมัครเลยด้วยซ้ำ

ถ้าโคตรเง่าวงตระกูลบริจาคเงินให้มหาลัยมาแต่ไหนแต่ไรก็จะเข้าได้ง่ายหน่อย

265 Nameless Fanboi Posted ID:oa7G0LBUhc

ควย
# มิตรสหายท่านหนึ่ง

266 Nameless Fanboi Posted ID:EDGCL/VRln

เป็นมาหลายอย่าง
สรุปสิ่งที่ได้ “ซึมซับ” และมองเห็นซ้ำๆมาหลายปี
.
1. "ความรู้มีวันหมดอายุ"
- หลายคนคิดว่าความรู้ที่ร่ำเรียนมาสามารถสะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวันหมดอายุ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรู้มีวันหมดอายุ!
.
- ยิ่งในยุคนี้ความรู้ในตำราอาจจะเก่าไปแล้วก็ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ตำราเทคนิคการค้าขายต่างๆ บอกให้ทำแบบนี้แต่พอมายุคนี้แล้ว เทคนิคเหล่านั้นอาจจะใช้ไม่ได้ผลแล้วก็ได้ อย่าเชื่อในสิ่งที่รู้มากนัก ขอให้ลองทำและเปิดรับความรู้ใหม่ๆบ้าง จะได้รู้ว่าความรู้อันไหนหมดอายุแล้ว
.
2. เอาจริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนว่า "คุณเก่งขนาดไหน"
เขาสนแค่ว่าคุณหาเงินได้เท่าไร และสกิลของคุณจะมีส่วนช่วยพวกเขา(บริษัท,ลูกค้า)เรื่องงานได้ยังไงได้บ้าง
.
- หลากคนชอบอวดว่าตัวเองทำโน่นนี้นั้นได้ หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่มีใครสนใจเท่าไร ต้องพูดว่า เคยทำอันนี้มาแล้ว ทำอันนั้นมาแล้ว คุณจะน่าสนใจขึ้นเยอะ ไม่ใช่แค่พูดว่าทำได้ ต้องลงมือทำมาแล้ว
.
-เราอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมกันหมด วันนี้คุณเก่ง พรุ่งนี้ก็มีอีกคนที่เก่งกว่าคุณ เหนือกว่ายังมีฟ้า เก่งขนาดไหนก็ยังไม่คนเก่งกว่า
.
- จงเป็นคนที่นำความเก่งของตัวเองมาแปลงให้เป็นผลงานให้ได้ สุดท้ายแล้วเราต่างรู้ดี เราทำเพื่อเงินเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อย่ามัวมานั่งยึดติดกับเรื่องฉันเก่ง แล้วใครเก่งกว่าเลย เอาเวลาไปนั่งโฟกัสเรื่องการหารายได้เพิ่มดีกว่า

3. "คนที่มีรายได้สูงหลายคนล้วนเป็นคนเก่ง แต่คนเก่งบางคนทุกก็ไม่ได้มีรายได้สู เพราะมีนิสัยบางอย่างในตัวมาขัดขวางหนทางที่จะเติบโต"
.
- คนรายได้สูงหลายคน ล้วนเป็นคนเก่ง อันนี้คุณอาจจะรู้แล้ว แต่สิ่งที่ผมรู้สึกได้คือ คุณที่เก่งบางคนมีสกิลดีมาก แต่รายได้ก็ไม่ได้เยอะตาม เพราะมีนิสัยที่แย่ อีโก้สูง หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งพวกนี้ผมคิดว่ามันคือการขัดขวางความเก่งของตัวเค้าเองให้ไปไหนไม่ได้ไกลเท่าไร
.
- คนเก่งที่ไม่รวย เพราะมีทักษะที่ไม่เพียงพอ ในโลกของการทำเงินหรือการทำรายได้ให้ได้สูงๆ มันไม่ใช่แค่ว่าคุณเก่งแล้วคุณจะสำเร็จ
.
- อยากเป็นคนมีรายได้สูง มันต้องมีสกิลการเข้าหาคน ลูกล่อ ลูกชน การวางตัว ทัศนคติแนวคิด ความอดทน การใช้คน การบริหาร ฯลฯ ประเด็นก็คือ อย่ามองว่าคุณเก่งขนาดไหน ให้มองว่าในทางที่คุณกำลังเดินไป "คุณยังขาดอะไร" จะดีกว่า
.
4 "ตำแหน่ง บางครั้งก็เป็นกับดัก"
.
- ทำงานให้ดูผลตอบแทน และสิ่งที่ได้ ไม่ใช่ดูจากป้ายว่าคำนำหน้าชื่อของตัวเองเขียนไว้ว่าอะไร
.
- ตำแหน่งเป็นเพียงแค่ชื่อไม่ได้บ่งบอกว่ารายได้คุณจะเยอะตาม ลองดูให้ดีบริษัทเล็กๆ กับบริษัทใหญ่ๆ ชื่อตำแหน่งเดียวกัน แต่ผลตอบแทนจะต่างกันมาก อย่าไปยึดติดมาก มองว่าตัวเองได้อะไรบ้างจะดีกว่า
.
- ตำแหน่งถูกสร้างมาเพื่อแบ่งแยกการทำงาน และในบางครั้งมันก็เป็นส่วนช่วยให้คนเสียดายถ้าต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงย้ายไปอยู่บริษัทอื่นๆ
.
- คิดแบบเจ้าของธุรกิจต้องไม่สนเลยว่าตัวเองตำแหน่งอะไร ให้สนว่าจะพาร้านค้า หรือบริษัทให้รอดในปีนี้ยังไงดีกว่า
.
5. "ทำงานทั้งทีอย่ามองแค่เงิน ผลตอบแทนอาจจะมาได้หลายรูปแบบ " เงิน,ความรู้ , คอนเนคชั่น " ล้วนเป็นผลตอบแทนทั้งนั้น
.
6.ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเจ้าของธุรกิจ ล้วนต้องศึกษา "การลงทุน" ทั้งนั้น
.
7. การออมเงินเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเจอสัญญาณในการลงทุนที่ดีและเป็นไปได้ ลองเสี่ยงดูบ้าง เพราะนั้นอาจจะทำให้คุณได้เงินออมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในระยะเวลาที่เร็วกว่า
.
8.ตอนเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องอยู่ในกรอบที่บริษัทวางไว้ แต่พอมาเป็นเจ้าของธุรกิจ นั้นหมายถึง คุณต้องเริ่มต้นสร้างกรอบเหล่านั้นในแบบของตัวเอง ไม่มีการทำงานไหนที่ไม่มีกรอบกำหนด แต่จะเล็กหรือใหญ่ ตึงหรือหย่อน ก็อีกเรื่องนึง
.
9. เหนื่อย คือคำที่ ทุกอาชีพ ทุกตำแหน่ง ทุกสถานะมี ทำใจให้คุ้นชินและดูไปที่ผลตอบแทน ว่าเราเหนื่อยด้วยผลตอบแทนเท่าไร
.
10. ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง มนุษย์เรามักต้องการอะไรใหม่ๆเสมอมาเติมเต็ม ไม่ว่าจะหาเงินได้เท่าไร อยู่ในตำแหน่งไหน ถ้าคุณรู็ข้อนี้แล้วคุณจะรู้ได้ว่า มองหาความสุขระหว่างทางไปด้วยดีกว่า อย่ากำหนดแค่ต้องปลายทางเท่านั้นถึงจะมีความสุขได้
.
--------------
PM Shane.

267 Nameless Fanboi Posted ID:+yeAB8ZPqg

>>262 ไอวี่ลีกเข้ายากกว่า ม เอเชียอีก อย่างแรกเลย เงินต้องมาก่อน ค่าเทอมนี่อย่างโหด คนจนหมดสิทธิ ถัดมาแม่งมีโควต้าเชื้อชาติ คนเชื้อชาติเอเชียเจอเกณฑ์สอบที่โหดหินที่สุด เชื้อชาติอื่นๆสอบง่ายกว่ามาก

268 Nameless Fanboi Posted ID:7LUuIwt//G

御前圣
泰国只有两个方面可傲世中国:1.人妖,2.足球。
ประเทศไทยมีเพียงสองด้านเท่านั้นที่น่าภาคภูมิใจเหนือประเทศจีน: 1. กะเทย 2.ฟุตบอล。

#มิตรสหายบอลจีนท่านหนึ่ง หลังโดนไทยอัดไป 1-0

269 Nameless Fanboi Posted ID:ri1s3Z3yIE

>>268
พวกเหี้ยเจ๊ก

270 Nameless Fanboi Posted ID:rrvd6kO/CL

:มึงเก่งชิปหายที่ทำให้กูรักขนาดนี้
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูไม่ยอมเจอคนใหม่
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูนึกถึงแต่วันเก่าๆของเรา
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูคิดถึงตลอด
:มึงเก่งนะ? ที่ทำให้กูยังจำมึงมาตลอด
:เธอเก่งนะ ที่ทำให้ผมแพ้ไม่ยอมตัดใจได้ ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่ผ่านมานะ ยังคงรักเสมอนะ :อ้วนรักนะ😭😭😭

271 Nameless Fanboi Posted ID:4qQjQ8O9+u

>>270 เสื้อแดงเพ้อหาทักษิณ​