Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 9th quotes

Last posted

Total of 445 posts

389 Nameless Fanboi Posted ID:/di6pIQUiC

ในขณะที่คนทั่วโลก คริสตชนทุกนิกาย ทั้งคาทอลิก ออร์โธด็อกซ์ โปรเตสแตนต์และอื่นๆ ต่างเศร้าเสียใจกับเหตุเพลิงไหม้ที่มหาวิหารนอเทรอดาม กรุงปารีสนั้น

นอกจากกลุ่มผู้ไม่นับถือศาสนาบางท่านแล้ว ผมทราบมาว่าขณะนี้ มีชาวออร์โธด็อกซ์หัวรุนแรง "บางคน" ในต่างประเทศ แห่กันแสดงความเห็นเชิง "ยินดี" ต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

เพราะไฟได้ไหม้วิหารของนิกายคาทอลิก ที่พวกเขาถือว่าไม่ได้เป็นคริสเตียนแท้จริง นอกรีต บางคนบอกมันเป็นที่บูชาซาตาน (ทำนองว่าจะแคร์ทำไม) บางคนนอกจากไม่เสียใจแล้ว ยังบอกจะเผาทั้งเมืองเลยทีเดียว

โพสต์หรือคอมเมนต์ลักษณะนี้มีให้เห็นโดยทั่วไป ออร์โธด็อกซ์ดีๆหลายคนก็เข้าไปเตือน แต่คนเหล่านั้นก็ไม่สนใจ ยังคงสนุกปากกันต่อไป

ในฐานะที่ผมอยู่ศาสนจักรตะวันออก ถือว่าสะเทือนจิตใจผมเต็มๆ น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่มีผู้แสดงความเห็นอย่างนี้ ไฟไหม้มหาวิหารว่าเศร้าแล้ว พอมาเจออะไรแบบนี้ยิ่งเศร้าหนักกว่าเดิม

ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนพวกนี้ไม่คิดบ้างหรือ ว่าสถานที่ที่พวกเขายินดีนักหนาตอนไฟไหม้ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากเพียงใด สำคัญต่อฝรั่งเศสแค่ไหน หากคุณไม่เห็นค่าชาวคาทอลิกแล้ว อย่างน้อยก็เห็นคุณค่าของมหาวิหารหลังนี้บ้างก็ดี

หรือแค่เป็นห่วงพระธาตุบางชิ้นที่ได้มาจากไบแซนไทน์ก็ดี อย่างพระธาตุมงกุฎหนามของพระเยซู ซึ่งถูกนำจากคอนสแตนติโนเปิล มาประดิษฐานที่วิหารช่วงคริสตศตวรรษที่ 13 ถ้าคุณยินดีที่วิหารถูกเผา นั่นแปลว่า สมมติไฟลุกลามทั่วทั้งวิหาร แสดงว่าคุณยินดีที่พระธาตุชิ้นดังกล่าว ต้องมอดไหม้ไปด้วยใช่หรือไม่?

ผมขอร่วมประณามชาวออร์โธด็อกซ์กลุ่มนี้ และคริสตชนทุกคนไม่ว่าจะนิกายไหน ที่ร่วมยินดีกับเหตุการณ์น่าสลดครั้งนี้ ด้วยเหตุผลแบบเดียวกัน ซึ่งหวังอย่างยิ่งว่าจะไม่มีกรณีเช่นว่าเกิดขึ้นในไทย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

390 Nameless Fanboi Posted ID:rBBaj60Nlm

“มิตร:
มัวแต่กลัวปีศาจธนาธร ล่าสุดซีพีได้ไปต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแล้วนะ ไม่ต้องประมงประมูลอะไรทั้งนั้น หลังสงกรานต์เขาจะคุยกันต่อ รฟท.บอกว่ายกข้อเสนอนอก TOR ออกแล้ว แต่เราไม่ค่อยวางใจ ลองอ่านเงื่อนไขนอกทีโออาร์ที่ซีพียื่นข้อเสนอดู

1.ขอขยายโครงการจากเดิม 50 ปี เป็น 99 ปี

2.ขอให้รัฐอุดหนุนเงินโครงการตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินการ รวมไปถึงการการันตีผลตอบแทน IRR ร้อยละ 6.75 ต่อปี

3.รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนในปีที่ 1-6 จากเดิมที่ต้องจ่ายในวันที่เปิดดำเนินการ

4.สามารถลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ลงมาเหลือร้อยละ 5 ได้ในอนาคต เนื่องจากบริษัทอาจนำโครงการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

5.ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนเพดานเงินกู้เครือ ซี.พี. เนื่องจากปัจจุบันติดเพดานเงินกู้ หรือ Single Lending Limit ตามเกณฑ์ของธปท. อยู่

6.ขอให้รัฐบาลค้ำประกัน รฟท. หากมีปัญหาในภายหลัง

7.ผ่อนชำระโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ 11 ปี ด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 3 จากเดิมต้องจ่ายทันที ถ้าหากรัฐบาลโอนโครงการให้

8.รัฐบาลต้องสนับสนุนจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ระดับร้อยละ 4 ให้กับโครงการ

9. ขอชำระเงินค่าเช่าที่ดินมักกะสันและศรีราชา เมื่อวันที่ถึงจุดที่มีผลตอบแทน

10.ถ้าหากโครงการสนามบินอู่ตะเภาล่าช้า รัฐบาลต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายด้วย

11.ห้าม รฟท. ทำธุรกิจหรือเดินรถแข่งขันกับเอกชน

ข้อ 12 ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

เนี่ย ดูความเห็นแก่ได้ของคนรวย แทบจะประเคนทุกอย่างให้อยู่แล้ว!

ส่วนคนจนก็หาอยู่หากินไป สู้รบกับทุนใหญ่ไป ไหนจะต้องคอยดูว่ารัฐบาลจะอุ้มจะเอื้อทุนนายทุนหรือเปล่า ไหนจะต้องตามหาเสียงที่เรากาเลือกผู้แทนมันหายไปไหน ตกลงทำงานหาเงินให้โจรแถมยังต้องมาสู้รบกับพวกโจรอีก #ประเทศกูมี”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

391 Nameless Fanboi Posted ID:9hnrQ1UuP+

>>390 มั่วชิบหายเลยมันประมูลแข่งกับ BTS ชนะต่ำกว่าราคากลางร่วมหมื่นล้าน ไอ้ 12 ข้อก็เจอรัฐบาลใช้ไม้แข็งตีตกไปหมดแล้ว ตอนนี้เซ็นต์สัญญาเรียบร้อย ไม่มีที่พูดมาเลย

392 Nameless Fanboi Posted ID:cIa8u+N+dF

>>390 จริงๆ ถ้ามีสมองก็น่าจะคิดได้นะ ต่อให้ไม่มีก็น่าจะเปิดเน็ตหาข้อมูลเป็น มิตรสหายฯ แม่งโพสวันที่ 14 เอาข่าววันที่ 4 มาลง ของ Voice อีก เชื่อเลย

393 Nameless Fanboi Posted ID:Mx6D0HSsD5

คนที่สงสัยว่าจะเลือกตั้ง ทำฆวยอะไร ถ้าเลือกแล้วก็ล็อคให้ตัวเองได้เป็นอยู่ดี
___
คือพวกมึงต้องสำเหนียกหน่อยนะครับ ว่าเค้าไม่ได้จัดการเลือกตั้งมาเพราะพวกมึง
เขาเลือกตั้งเพราะ ถ้าเป็นนายกจากการเลือกตั้ง จะคุยกับต่างชาติได้ ทุกประเทศ
จะกู้เงิน จะดูดหำเมกา จะเข้าไปคุยกับผู้นำแถบ ยุโรป
มันก็ง่าย เพราะกูเป็นนายกที่มาจากการเลือกตั้งที่โครตสะอาด
-----
การที่พวกมึงคิดว่า เขาจัดการเลือกตั้งเพราะเห็นหัวประชาชน
มันเหมือนมึงคิดว่า
เบจิต้า มันช่วยโลกเพราะมันรักและอยากปกป้องมนุษย์โลก ปานจะแหกดากดมนั่นเเล

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

394 Nameless Fanboi Posted ID:wLdqsB4aKK

The last time Saturn stationed retrograde in the 21st degree (20°) of Capricorn was in 1666, the year of the Great Fire of London.

Saturn is now in the same degree and will station retrograde there on April 29th, 2019.

And, tragically, we have a fire at Notre Dame.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

Hi. Actual astronomer here. Three things:

1) Saturn isn't in Capricorn now or on April 29, it's in Sagittarius.
2) The last time Saturn was station retrograde in Capricorn was 1992 (not 1666)
3) Astrology doesn't work. Stop trying to pollute this horrible tragedy with nonsense.

#มิตรสหายนักบินอวกาศท่านหนึ่ง

395 Nameless Fanboi Posted ID:iK97mz5Bh4

Daily reminder that the correct response to people accusing someone of being a racist or a nazi isn't:

"But is he really?"

it's actually:

"so what?"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

396 Nameless Fanboi Posted ID:ZUj9LV4CsC

จากบทเรียนการผลักดันกัญชามาเป็นยารักษาโรค เราน่าจะผลักดันยาหมอแสงให้เป็นยาเสพติดก่อนแล้วก็ผลักดันให้กลับมาเป็นยารักษาโรคอีกทีก็น่าจะได้รับการยอมรับในสังคมอ่ะครับ

397 Nameless Fanboi Posted ID:SgtO4/HvYw

การแต่งเพลงอิงวรรณคดีแต่ไม่รู้เนื้อเรื่องนี่เป็นเทรนด์ฮิตของไทยสมัยใหม่หรือยังไงครับ

ช้ำคือเรา - แรพล่าสุดจาก The Rapper
youtube.com/watch?v=TWM5BLZdayo
(วันทองสองใจไปอยู่กับขุนช้างเพราะรวยอยากสบาย แต่ยังแอบมีใจให้ขุนแผน)

ตัวร้ายที่รักเธอ
youtube.com/watch?v=a8qMHBp7WQ4
(ทศกัณฑ์ยอมทำทุกอย่างให้สีดาสนใจ - ยอมผลาญโคตรเลยทีเดียว)

พระรามอกหัก
youtube.com/watch?v=q0ahRBQOpRM
(อันนี้บิดสุด บิดจนไม่เหลือเค้าโครง)

ที่ดูจะตรงกับเนื้อเรื่องสุดคงจะเป็น

I'M SORRY (สีดา)
youtube.com/watch?v=CQbO1bDRTPA
ที่อิงความรู้สึกผิดของพระรามหลังสีดาเข้าไปอยู่ในป่า
(ซึ่งเอาจริงๆ แม่งก็ไม่ได้รู้สึกผิดหรอก)

ดูท่าทางการแต่งเพลงไทยจะอิงกับบริบทสังคมในวรรณคดีเป็นส่วนมาก เพลงเหล่านี้ทำหน้าที่สะท้อนทัศนคติของตัวละครในบริบทสังคมและยุคสมัยในเรื่อง แต่ไม่ได้ตีความหรือชักนำ (เพลงไม่ได้มองวรรณคดีจากบริบทสังคมปัจจุบัน)

หรือที่จริงแล้วคนแต่งอาจจะรู้เนื้อเรื่องดี และแต่งในบริบทสังคมปัจจุบัน แต่ทัศคติเขายังอยู่ในยุคอยุธยา-รัตนโกสินทร์ต้น อันนี้ก็ไม่ทราบได้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

398 Nameless Fanboi Posted ID:0MP0wunLrF

>>397 ตีความใหม่ไง คนแต่งบางเพลงมีบอกนะ แค่ว่าพวกหัวหยุดก้าวหน้าบางตัวอยากโชว์สลิ่ม วิจารณ์เพลงพวกนี้แบบเบียวๆก็ว่ากันไป

399 Nameless Fanboi Posted ID:imum620LdJ

>>398 รู้น้อยฟังไม่ได้ศัพท์มากกว่า

400 Nameless Fanboi Posted ID:tEvgOsL.PW

>>398 ถ้ามิตรสหายท่านนี้รู้ว่ามีคนด่ามันว่าความคิดสลิ่มแม่งอกแตกตายแน่ๆ 555

401 Nameless Fanboi Posted ID:1kYD3ggn+f

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามีกฎหมายประกาศในราชกิจจาจำนวนมาก
หนึ่งนั้นก็คือ #พระราชบัญญัติข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งให้อำนาจสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติล้วงข้อมูลส่วนบุคคลของเราได้
หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าเราไม่ทำผิด ก็ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร
ผมอยากแนะนำให้ไปลองหาหนังเก่าเรื่อง Enemy of the State (ชื่อไทยว่า “แผนทรชนล่าข้ามโลก”) มาดูนะครับ
จะเห็นเลยว่าการที่รัฐมีอำนาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของพลเรือนมากเกินไป แล้วนำไปใช้ในทางที่ผิด ย่อมส่งผลเสียหายแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ข้อสังเกตก็คือ รัฐบาลชุดนี้มาจากการยึดอำนาจ การออกกฎหมายที่กระทบถึงสิทธิของประชาชนก็ควรจะออกเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
แต่กลายเป็นว่าช่วงใกล้เลือกตั้ง สนช. มีการผ่านกฎหมายหลายสิบฉบับ โดยที่ไม่รู้ว่าท่าน สนช. ทั้งหลายเคยอ่านเนื้อหา หรือเข้าใจกฎหมายเหล่านั้นหรือไม่
เทียบกับสมัยก่อน พรบ. พวกนี้ก็คือ ประกาศคณะปฏิวัติ นั่นเอง .. แต่คณะรัฐประหารในประเทศไทยมีความเก่งกาจ
ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้มี สนช. ขึ้นมา ทำหน้าที่คล้ายสภาผู้แทนราษฎร แล้วเอากฎหมายที่รัฐบาลออกมาฟอกในสภา สนช. ที่ตัวเองเป็นคนเลือกเข้ามาทั้งหมด
สุดท้ายเวลาผ่านกฎหมายออกมา ก็เลยดูเนียนว่าเป็น พระราชบัญญัติ เหมือนกฎหมายที่ผ่านสภาทั้วไป
ทั้ง ๆ ที่สภาชุดนี้ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนแต่อย่างใด .. เราจะถือว่ากฎหมายพวกนี้ตัวแทนของประชาชนเป็นคนยกมือให้ผ่านออกมาได้อย่างไร

402 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

>>398 "ความจริงแล้วนางวันทอง ไม่ได้เป็นหญิงสองใจ"

เห็นการประชันเพลงรายการหนึ่ง ซึ่งเอาเนื้อหาจากในวรรณคดีมาเล่าเชิงตำหนิตัวนางวันทอง จากทั้งมุมของขุนช้างและขุนแผน โอเค เพลงทำได้ดีอยู่ฮะ

จะว่าไปอย่าว่าแต่เพลงนั้นเลย เพลงที่ผ่านๆ มาในไทย ก็ชอบเอาเรื่องของวันทองมาเป็นตัวอย่างผู้หญิงไม่ดี รักซ้อนสองใจอยู่บ่อยๆ แต่ความจริงมันเป็นงั้นจริงดิ?

คำตอบคือ "ไม่จริง" ถ้าว่ากันตามฉบับหอพระสมุดวชิรญาณนะ อย่าว่าแต่สองใจเลย เธอคือคนที่มีความรักมั่นคงน่าสรรเสริญไม่แพ้นางสีดาเลยมั้ง

ว่าแล้วก็ย้อนความไปสักนิด วันทองหรือชื่อเดิม พิมพิลาไลย เป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กของพลายแก้ว (ต่อมาได้ยศเป็นขุนแผน) และขุนช้าง อยู่ที่สุพรรณบุรี

แต่ด้วยการลี้ภัยจากการโทษของพระพันวษา ทำให้พลายแก้วและแม่ต้องหนีไปอยู่บ้านเขาชนไก่ กาญจนบุรี กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ตอนบวชเณร แล้วกลับมาศึกษาต่อที่สุพรรณ

เมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งยามโตขึ้น และนางพิมผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนา ตั้งใจจะทำบุญที่วัด และเห็นว่าเณรมาใหม่นี่เหมือนอาจรู้จักกันมาก่อน จึงตักบาตรให้เยอะผิดปกติ ทำให้เณรแก้วเกิดความสนใจบางอย่าง

"...ฝ่ายว่านางพิมมีศรัทธา
กล้วยขนมส้มซ่าใส่ถาดใหญ่
หยิบขันข้าวบาตรเดินนาดไป
ใส่แต่หัวโต่งลงมาพลัน
ครั้นว่ามาถึงเจ้าเณรแก้ว
แลแล้วเรรวนนึกหวนหัน
เจ้าเณรนี้ทีเหมือนรู้จักกัน
นางก็ตักจังหันทัพพีโต
หมูผัดปลาแห้งทั้งแกงไก่
ไข่พอกซีกใหญ่ใส่อักโข
ไส้กรอกปลาแห้งแตงโม
แกงโถหนึ่งใส่ให้พอแรง
เณรแก้วก้มหน้าไม่ทันรู้
เห็นของมากเงยดูก็ตาแข็ง
ปะหน้าสีกาพิมยิ้มตะแคง
สีกานี้มิแกล้งข้าฤๅไร..."

สนใจขนาดมองแล้วรู้สึกว่าสวยบาดตากันเลยทีเดียว
"...เณรใจบึกๆ นึกเป็นครู่
เหมือนเคยเล่นกับกูกูจำได้
ชื่อว่าสีกาพิมพิลาไลย
สาวขึ้นสวยกะไรเพียงบาดตา..."

แต่ถึงจุดนี้ นางพิมก็ยังไม่ได้เล่นด้วยแต่อย่างใด

ส่วนขุนช้างระหว่างที่พลายแก้วไม่อยู่ ก็มีเมียชื่อแก่นแก้ว แต่ตายไปด้วยโรคบิดตั้งแต่มีบทได้แป๊บเดียว ขุนช้างก็พยายามจีบนางพิม ด้วยการโชว์ความรวย แต่เหมือนอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยนัก อย่างตอนไปฟังเทศน์มหาชาติกัน ก็พยายามใส่แหวนอวดรวย หวังให้นางพิมปลื้ม

"...ครั้งนี้จะแต่งไปให้ยิ่งยวด
จะไปอวดนางพิมให้ยิ้มอยู่
นิ้วก้อยใส่รังแตนแหวนงู
นิ้วชี้เชิดชูนั้นแหวนเพชร
นิ้วนางแหวนประดับทับทิม
เอ๊ะทีนี้นางพิมปิ้มสำเร็จ
แหวนเครื่องของบิดายอดห้าเม็ด
ชาวสุพรรณมันเข็ดว่ามั่งมี..."

สรุปแล้วในเนื้อเรื่องหลังพบกันครั้งแรก นางพิมก็ไม่ได้แสดงออกว่าชอบทั้งความหล่อของเณรแก้ว และความรวยของขุนช้าง จนอยากได้มาครองคู่ขนาดนั้น

403 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

จนกระทั่งเมื่อเณรแก้วได้ขึ้นไปเทศน์... ก็เริ่มเปิดด้วยลูกเล่นตุกติกก่อนทันที...

"...นั่งต่ำมากว่าสงฆ์สำรวมกาย
ชม้ายเห็นเจ้าพิมผู้นิ่มหน้า
พิมน้อยพอชม้อยไปปะตา
อายหน้าก้มนิ่งอยู่ในที
เณรพลายจึงร่ายละลวยซ้ำ
ประจำจิตรประสมเนตรวิเศษศรี
กำลังมนตร์ดลพิมให้ยินดี
ไม่ขาดที่จะแลล่อไปต่อตา
พอสบพักตร์เณรพยักให้ทันใด
ด้วยน้ำใจผูกพันกระสันหา..."

ใช่ครับ... เณรแก้วร่าย CHARM เป่ามนต์เสน่ห์ให้นางพิมให้กระสันหาตัวเองก่อน!

ก็มีเรื่องราวปลีกย่อยพอสมควร ที่เดี๋ยวไปเล่าคราวหน้า แต่ก็นำพาให้ทั้งคู่ได้เสียกันก่อน แล้วมาแต่งงาน

จนกระทั่งไปพลายแก้วต้องไปรบ นางพิมเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง แล้วก็โดนขุนช้างหลอกว่าพลายแก้วตาย และขอนางพิมที่เป็นหม้ายมาแต่งงานกับตัวเอง

นางวันทองไม่ได้รักขุนช้าง ไม่ยอมแต่ง แม้อีกฝ่ายจะรวย พยายามเถียงแม่ ไม่ยอมแต่ง ถ้าแม่อยากได้ก็ไปแต่งเองดิ ก็โดนแม่จับมัดแล้วเฆี่ยนตีให้ไปแต่งงานให้ได้

"...นางวันทองแค้นคั่งประดังร้อง
กระทุ้งห้องสนั่นหวั่นไหว
ชังนํ้าหน้าอ้ายหัวล้านขี้คร้านไป
แม่จะใคร่ได้เขาก็เอาเอง
ตะแก่ฟังลูกยาว่าประชด
มันเหลืออดถกเขมรขึ้นเต้นเหยง
ดูอีพิมว่าได้ช่างไม่เกรง
แกฉวยไม้ป่ายเป้งลงหลายที
นางวันทองร้องแซ่พ่อแม่เอ๋ย
ข้าไม่เคยพบเห็นเช่นนี้นี่
เขาไม่รักอ้ายล้านมาพาลตี
คนไม่อายอายผีบ้างเถิดรา
ยังส่งเสียงเถียงคำไม่ตกฟาก
แกฉวยเชือกกระชากมาจากฝา
มัดมือยื้อโยงขึ้นหลังคา
เอาไม้มาตีกลมระดมไป
จะเข้าหอฤๅไม่ให้เร่งว่า
มิบอกมาแล้วแม่หาแก้ไม่
นางวันทองร้องดิ้นจะสิ้นใจ
พี่สายทองไปไหนไม่เข้ามา..."

ถึงแบบนั้น วันทองก็ไม่ยอมเสียตัวให้ขุนช้างเลย จนกระทั่งขุนแผนกลับมา พร้อมกับนางลาวทองเมียใหม่ เธอก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แต่นางลาวทองดันยุให้ขุนแผนไม่เชื่อ จนวันทองจะไปตบลาวทอง แต่ขุนแผนก็มาปกป้องลาวทอง แถมด่าวันทองไปชุดใหญ่ แถมชักดาบจะมาตัดคอวันทอง ไม่ให้แตะลาวทองอีกต่างหาก

วันทองก็เข้าสู่สภาวะช็อก ไม่อยากแต่งกับขุนช้าง แต่ขุนแผนก็ไม่เอาตัวเองแล้ว ก็เกิดสภาวะซึ่มเศร้าจนจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว

404 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

"...แต่อายุเพียงนี้มีสองผัว
แสนชั่วแสนถ่อยทุกเส้นผม
มีแต่จะอับอายไม่วายตรม
ชีวิตสิ้นดินถมก็ชื่อฦๅ
ความเจ็บเท่าไรจะรู้หาย
ความอายเมื่อไรจะสิ้นชื่อ
ดังหมึกสักปักไว้ที่หลังมือ
ยังจะรื้อรักรูปไปไยมี
ตายเสียตายเถิดประเสริฐกว่า
คว้าได้เชือกลากมาจากที่
ยกมือกราบงามลงสามที
ชาตินี้น้องพลัดพ่อพลายแล้ว
กลัวอายจะตายไปคอยท่า
ชาติหน้าขอพบพ่อพลายแก้ว
อย่าให้อ้ายขุนช้างมาวี่แวว
ว่าแล้วแฝงม่านลุกขึ้นมา
เกาะเสาเท้าปีนขึ้นถึงขื่อ
สองมือผูกคอให้แน่นหนา..."

ยังดีที่สายทอง เมดพี่เลี้ยงของเธอมาช่วยเอาไว้ได้ และถูกแม่เธอมอบให้ขุนช้าง เธอโดนขุนช้างขืนใจ ในขณะที่กำลังพร่ำเพ้อหาพลายแก้ว และพยายามขัดขืน แต่ก็สู้ไม่ไหว

"...วางแม่ยายมาคว้าวันทอง
ฉุดเข้าในห้องอยู่งุ่นง่าน
กรักกรุกคุกเข่าเหมือนเต่าคลาน
กูจะขึ้นวิมานวันนี้แล้ว
วันทองร้องอึงอยู่ในห้อง
ขุนช้างข่มเหงน้องพ่อพลายแก้ว..."

หลังจากนั้นเธอก็ตกสู่สภาวะซึมเศร้า ข้าวปลาไม่กิน

"...อยู่แต่ในห้องได้สองวัน
โศกศัลย์พ่างเพียงจะเป็นบ้า
จำใจอยู่ด้วยขุนช้างมา
พอลับหลังโศกาถึงเจ้าพลาย
ไม่เป็นกินอยู่ทั้งปลาข้าว
ตื่นเช้าก็นอนไปจนสาย
ตรอมใจเพียงนางจะวางวาย
มือฟายน้ำตาอยู่ฟูมฟอง ฯ"

ถ้าเป็นสมัยนี้คงพาไปหาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้แล้ว แต่เสียดายสมัยนั้นไม่มี วันทองเลยต้องจำใจอยู่แบบนั้นไปนาน จนขุนแผนโดนขุนช้างใส่ความ และต้องพรากจากนางลาวทอง ก็เกิดสติระลึกถึงวันทองขึ้นมา และสำนึกที่ไม่ฟังนาง เลยไปลักพาตัวนางกลับมา หนีเข้าป่า

วันทองตอนนั้นก็เสียใจ ไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้หรอก แต่ก็เห็นใจความพยายามของขุนแผน เลยว่าจะร่วมหัวจมท้ายกับชายคนนี้แหละ

405 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

"...ร่ำพลางทางสะท้อนถอนใจใหญ่
ง่วงเหงาเศร้าใจอยู่กับที่
เอาความรักหักหวนอยู่รวนรี
ได้เสียทีทำกะไรไปตามเกิน
จะเคืองขุ่นขุนแผนก็ไม่ได้
เขารักใคร่จริงจังไม่ห่างเหิน
ไปจากกันนานช้าน่าจะเพลิน
หมางเมินลูกเมียเขาก็มี
สู้บากหน้ามาตามด้วยความรัก
ลอบลักเข้าป่าพากันหนี
ไม่กลัวความลามลุกคลุกคลี
เอาชีวีแลกน้องวันทองมา
จะทิ้งขว้างอย่างไรต้องไปด้วย
จะมอดม้วยก็ตามแต่วาสนา..."

สุดท้ายขุนแผนก็สู้คดีกับขุนช้างจนชนะความ สองผัวเมียกลับมาครองรักกัน เหมือนจะมีความสุข จนขุนแผนเกิดอยากได้นางลาวทองกลับมาเลยไปขอคืนจากพระพันวษา พระราชาเลยเคือง ได้คืบเอาศอก สั่งขังซะเลย

ระหว่างวันทองที่เริ่มท้องแก่ กลับไปเยี่ยมผัว ก็โดนขุนช้างใช้กลอุบาย ฉุดนางวันทองลงเรือไปหาขุนช้าง แล้วก็โดนขุนช้างข่มขืนอีก

นางคงมีชีวิตอยู่ด้วยความหวังอันริบหรี่ ว่าขุนแผนจะพ้นโทษออกมาช่วย พอคลอดพลายงามออกมา ขุนช้างเห็นเริ่มโตมาหน้าตาเหมือนขุนแผนวัยเด็ก ก็พยายามฆ่าพลายงาม แต่ก็รอดมาได้เพราะผีของขุนแผนช่วยไว้ จนวันทองตัดสินใจให้พลายงามหนีไปหาย่า ฝึกวิชาและเติบโตขึ้นมาเป็นคนเก่ง... อาจหวังลึกๆ ว่าถ้าผัวไม่พ้นโทษ ลูกคงกลับมาช่วยมั้ง

ปรากฏว่าพอพลายงามโต อาสาทำสงคราม เอาพ่อออกมาจากคุก รบชนะได้ดิบได้ดี สิ่งที่พลายงามทำก็คือมาช่วยแม่ แต่ดันมาสเต็ปเดียวกับพ่อ เข้าไปลักพาตัวแม่...

แต่วันทองไม่เต็มใจ อยากให้ลูกฟ้องร้องตามกฎหมาย คงเพราะเข็ดกับการโดนฉุดแล้ว

"...เจ้าเป็นถึงหัวหมื่นมหาดเล็ก
มิใช่เด็กดอกจงฟังคำแม่ว่า
จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา
ฟ้องหากราบทูลพระทรงธรรม์
พระองค์คงจะโปรดประทานให้
จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน
อันจะมาลักพาไม่ว่ากัน
เช่นนั้นใจแม่มิเต็มใจ ฯ"

แต่พลายงามดันบ้า จะเอาแม่ไปให้ได้อย่างเดียว ขนาดที่ว่าให้ฆ่าเอาศพแม่กลับไปก็ยอม

"...จึงว่าอนิจจาลูกมารับ
แม่ยังกลับทัดทานเป็นหนักหนา
เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา
อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป
เสียแรงเป็นลูกผู้ชายไม่อายเพื่อน
จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้
แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ
จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที
จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป
ทิ้งแต่ตัวไว้ให้อยู่นี่
แม่อย่าเจรจาให้ช้าที
จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป ฯ"

สุดท้ายวันทองก็โดนลูกฉุดกลับบ้านไป ทำเอาขุนช้างเคืองมาก ไปถวายฎีกาให้กับพระพันวษา ด้วยการว่ายน้ำปีนเรือพระที่นั่ง

"..จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช
เสด็จคืนนิเวศน์พอจวบค่ำ
ฝีพายรายเล่มมาเต็มลำ
เรือประจำแหนแห่เซ็งแซ่มา
พอเรือพระที่นั่งประทับที่
ขุนช้างก็รี่ลงตีนท่า
ลอยคอชูหนังสือดื้อเข้ามา
ผุดโผล่โงหน้ายึดแคมเรือ..."

แน่นอนว่าพระพันวษาไม่พอใจและหงุดหงิดมาก ยิ่งมารู้ว่าฎีกาที่ว่าคือเรื่องแย่งผู้หญิงก็ยิ่งหงุดหงิด คงอยากจะให้มันจบๆ ไปสักที

พอพระพันวษาไต่สวนแล้วก็ด่าทั้งขุนช้าง ขุนแผน พลายงาม และให้วันทองตัดสินใจเองว่าจะไปกับใครแน่

วันทองเองก็เพิ่งขึ้นโรงขึ้นศาล พระราชามาถึงก็โวยวายใส่ทุกคน ตัวเองก็เกิดกลัวไม่กล้าตัดสินใจเองขึ้นมาทันที

406 Nameless Fanboi Posted ID:SFPrypryQk

ต่อ

"...จะว่ารักขุนช้างกะไรได้
ที่จริงใจมิได้รักแต่สักหนิด
รักพ่อลูกห่วงดังดวงชีวิต
แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน
อย่าเลยจะทูลเป็นกลางไว้
ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน
คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน
นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับพลัน
ความรักขุนแผนก็แสนรัก
ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์
สู้ลำบากบุกป่ามาด้วยกัน
สารพันอดออมถนอมใจ
ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา
คำหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่
เงินทองกองไว้มิให้ใคร
ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว
จมื่นไวยเล่าก็เลือดที่ในอก
ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว
ทูลพลางตัวนางระเริ่มรัว
ความกลัวพระอาญาเป็นพ้นไป ฯ"

แน่นอนว่าพระพันวษาเองก็หงุดหงิดที่โดนปีนเรือ แถมหงุดหงิดพฤติกรรมไม่กลัวกฎหมายของขุนช้างขุนแผนและพลายงามเต็มที่แล้ว ก็เลยด่าวันทองเป็นหญิงเลว รักผู้ชายทีละสอง และสั่งประหารไปซะงั้น

เรื่องของเธอในตอนมีชีวิต ก็จบลงด้วยประการนี้แหละ...

สรุปแล้ว เธอก็ไม่ได้เป็นหญิงสองใจรักสองคนแต่อย่างใดหรอกฮะ

เธอก็แค่สาวงามเคราะห์ร้ายที่ศรัทธาในศาสนา แต่โดนเณรหื่นลองวิชาเสน่ห์ทำให้หลง แล้วก็รักเขามาตลอด ทว่าถูกมาเฟียเมืองสุพรรณแบบขุนช้าง พยายามใช้สารพัดวิธีขืนใจเธอ จนชะตามาขาดเพราะคนตัดสินคดีอารมณ์เสีย ก็เท่านั้นเอง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

407 Nameless Fanboi Posted ID:A1xXA9zqrY

Gordon: Could i get some ice in my water please.
Waiter: Alright
Waiter: Here you go.
Gordon: Is it frozen?
Waiter: Of cou--
Gordon: Bloody Hell

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

408 Nameless Fanboi Posted ID:YWKuXrl.qa

"เมื่อใดที่คุณท้อใจจากการขายงาน จงนึกถึงคนที่ขายไอเดียเลย์รสเมลอนบิงซูขนาดแฟมิลี่แพ็กผ่านมาจนถึงหน้าเชลฟ์"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

409 Nameless Fanboi Posted ID:AhAn/xFwYQ

"เราว่าปัญหาฝุ่นนี่มันเอามาเล่าเรื่องความเหลื่อมล้ำได้ตั้งแต่สาเหตุและผล เล่าได้ตั้งแต่ต้นจนจบ คือเป็นอะไรที่ทำให้เห็นความเหลื่อมล้ำดีมาก

ตั้งแต่สาเหตุ คือไม่มีใครอยากนั่งเผาป่า เผาซังอ้อย ทำโรงงานที่ปล่อยสารพิษ หรือทำลายสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวหรือเปล่า

เขาต้องโดนผลัก โดนขูดรีด จากสังคมและระบบการกระจายรายได้อย่างสุดตัวแล้ว ถึงต้องทำให้เขาไปขูดรีดต่อจากสิ่งแวดล้อม ใครจะอยากเผาซังอ้อย ถ้าราคาอ้อยมันดี ๆ หรือมีอุปกรณ์ให้เขาฝังกลบ หรือมีเทคโนโลยีช่วยไม่ให้ต้องแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่มีราคาถูกที่สุด

นี่ไม่ใช่ความเหลื่อมล้ำในประเทศอย่างเดียวด้วย มีคนเล่าว่าการเผาป่าเกี่ยวข้องกับ global supply chain ซึ่งทำให้นี่เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในระดับโลก

ทางยุโรปที่เขาแคร์เรื่องโลกร้อนมากๆ เขาถึงได้มีแคมเปญ zero palm oil เพราะเขามองว่าการเผาป่าในพื้นที่ป่าแถบสุมาตรา ชวา ฯลฯ เป็นต้นเหตุหนึ่งของโลกร้อน แต่ของไทยนี่ก็ยังไม่มีการแจ้งสาเหตุอย่างเป็นทางการในระดับภูมิภาคเลยว่ามันเกิดอะไร คงไม่อยากให้มี zero xxxx แล้วมารบกวน wealth ของเขา

ความยากจน นี่เป็นต้นตอหนึ่งของปัญหาสิ่งแวดล้อม ตอนเรียน ป. โท อาจารย์คนหนึ่งเคยสอนเราว่า นี่คือ externalities เป็นต้นทุนที่ไม่เคยเอามานับ และมันไม่อาจแก้ไขได้โดยการออกกฎระเบียบมาห้ามไม่ให้เขาทำลายสิ่งแวดล้อม แต่มันต้องแก้ไขระบบการกระจายรายได้

แล้วผลมันก็ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่คนที่ได้รับผลกระทบมันก็เหมือนจะเท่ากันแต่ไม่เท่ากันใช่ไหม

การเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันตัวเองที่ไม่เท่ากัน ราคาเครื่องกรองฝุ่นที่แพงมาก และฉวยโอกาสทำให้แพงมากในช่วงฝุ่นเยอะๆ มีไม่เท่ากัน การเข้าถึงหน้ากากกรองฝุ่น ความรู้เรื่องปัญหาสุขภาพที่เกิดมาจากฝุ่น และในบั้นปลาย คนที่ต้องดูดซับปัญหานี้ก็คือคนที่เข้าถึงข้อมูลและการป้องกันตัวได้ต่ำกว่าคนอื่นเขา นี่ก็คือปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

410 Nameless Fanboi Posted ID:2MSxLqaa50

ลุง: ขอกลไกที่มีงูออกมาหน่อย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

411 Nameless Fanboi Posted ID:DaGsb567VL

"พ่อผมเป็นผู้อำนวยการหอดูดาวปารีส ค้นพบช่องว่างในวงแหวนดาวเสาร์ แล้วพ่อคุณล่ะ ทำอะไรให้ดาราศาสตร์บ้าง?"

ประโยคนี้ฌัก แคสซินี (Jacques Cassini) ไม่ได้กล่าว แต่เดาได้้ว่าถ้าเขามีเฟซบุ๊คเขาก็คงโพสต์แบบนี้

พ่อของฌักคือจิโอวานนี แคสซินี เป็นนักดาราศาสตร์ชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง และเป็นผู้ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ขอให้มาช่วยสร้างหอดูดาวปารีส และยังเป็นผู้อำนวยการหอดูดาวปารีสคนแรกอีกด้วย ซึ่งลูกชายและหลานชายของเขาก็สืบทอดตำแหน่งมาอีกถึง 4 รุ่น

นอกจากจะเกี่ยวข้องกับหอดูดาวปารีสแล้ว เขาก็คำนวณอัตราการหมุนรอบตัวเองของดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ค้นพบดวงจันทร์ 4 ดวงของดาวเสาร์ ค้นพบช่องว่างในวงแหวนดาวเสาร์ ซึ่งภายหลังตั้งชื่อตามแคสซินีว่าช่องว่างแคสซินี (Cassini Division) ค้นพบจุดแดงใหญ่บนดาวพฤหัสบดีร่วมกับโรเบิร์ต ฮุก

และยังมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมายที่เล่าที่นี้คงไม่หมด

ส่วนลูกชายของเขาก็มีผลงานไม่น้อยหน้าพ่อ เขาวัดส่วนของเส้นเมอริเดียนจากดันเคิร์กในตอนเหนือของฝรั่งเศสไปยังเมืองแปร์ปีญ็องในภาคใต้ และเผยแพร่ตารางดาวบริวารของดาวเสาร์เป็นคนแรก

ตระกูลแคสซินีนี้ทำประโยชน์มากมายให้กับวงการดาราศาสตร์ทั่วโลก ไม่เฉพาะในฝรั่งเศสอย่างเดียว คงไม่ต้องถามกันแล้วว่าพ่อของฌักทำอะไรให้กับชาวโลกบ้าง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

412 Nameless Fanboi Posted ID:S0hSRmEkv6

"ดัชนีความทุกข์ยาก" (ดัชนีที่ไม่น่าเชื่อถือ)

การที่ไทยได้ขึ้นเป็นอันดับ 1 สำหรับประเทศที่มีความทุกข์ยากต่ำที่สุด (จากการจัดอันดับทั้งสิ้น 60 ประเทศ) จากการใช้ดัชนีความทุกข์ยาก (Misery Index) นี้ เป็นเรื่องที่เราไม่ควรต้องดีใจอะไร เนื่องจากดัชนีนี้เป็นการวัดที่บิดเบือนไปจากความถูกต้องที่ความทุกข์ยากควีพึงจะต้องมีไปมาก

ตัวชี้วัดแรกขดัชนีนี้ได้แก่ "อัตราเงินเฟ้อ" ที่ประเทศไทยถือได้ว่ามีเงินเฟ้อต่ำกว่าหลายๆ ประเทศ แต่ทั้งนี้เงินเฟ้อที่ต่ำนี้มาจากเป้าหมายการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทยโดยใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) เป็นสำคัญ ประเทศไทยเราเองใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมาตั้งแต่หลังวิกฤตการทางเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้งในปี พ.ศ.2540" โดยมีวัตถุประสงค์ในการให้ความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากกว่าที่จะให้เศรษฐกิจโตอย่างไร้เสถียรภาพ แต่ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป อาจจะส่งผลเสียต่อการสร้างภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง เพราะผู้ขายสินค้าอาจไม่สามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่าต้นทุนและอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กๆ อาจต้องล้มหายตายจากได้ ซึ่งแน่นอนว่าในจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศต้องประสบกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ และยากต่อการขยายตัวในระยะยาวได้

ตัวชี้วัดที่สองได้แก่ "อัตราการว่างงาน" ซึ่งประเทศไทยเองก็มีอัตราดังกล่าวที่ต่ำกว่าหลายประเทศเช่นกัน แต่ทั้งนี้ผมเองจะเน้นตอนที่สอนเรื่องนี้ในห้องเรียนเสมอว่า "อัตราการว่างงานในประเทศไทย เป็นตัวชี้วัดที่เชื่อถือไม่ได้" เนื่องจากดัชนีดังกล่าวจะคำนวณโดยใช้เพียง "จำนวนคนว่างงาน (และต้องการจะทำงาน หารด้วยจำนวนกำลังแรงงานของประเทศ" ด้วยตลาดแรงงานในบ้านเร่มีแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม และเป็นแรงงานนอกระบบ (Informal Sector) เสียมากกว่าร้อยละ 60 ดังนั้นแรงงานเหล่านั้นจะไม่ได้ทำงานเต็มเวลา 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหมือนแรงงานในระบบทั่วไป แรงงานเหล่านั้นจึงถือว่ามีงานทำ แต่ไม่ได้ทำงานเต็มศักยภาพอย่างเต็มที่ เช่นปีหนึ่งๆ อาจทำงานแค่ช่วงฤดูหว่านกับฤดูเก็บเกี่ยว ที่เหลือว่างงาน ดังนั้น แรงงานเหล่านั้นจึงถือว่ามีงานทำ เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้กระทบอะไรกับการทำงานของเขา ในกรณีของแรงงานในระบบเอง ต่อฝให้เศรษฐกิจไม่ดี นายจ้างก็จะไม่ไดัมีการไล่คนงานออกทันที ตรงกันข้าม เขาจะใช้วิธีการ "ลดชั่วโมงการทำงาน" แทน ดังนั้นถ้าจะวัดการว่างงานจริงในประเทศไทย จึงควรจะวัดที่ค่า Underemployment ถึงจะถูกต้อง โดย Underemployment จะวัดไปที่จำนวนชั่วโมงการทำงาน เช่นถ้าทำงานเต็มเวลา แรงงานควรทำงานประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ถ้าโดยเฉลี่ย แรงงานทำงานเพียง 30-35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แปลว่าเศรษฐกิจเริ่มไม่ดี และตัวดัชนี Underemployment นี้ถึงจะวัดความทุกข์ยากได้ดีกว่าดัชนี Unemployment Rate

นอกจากนี้ ปัญหาการว่างงาน จริงๆ แล้ว ความทุกข์ยากในการทำงานเกิดจากตกงานเนื่องจากหางานทำไม่ได้ตามความต้องการ (Frictional Unemployment) ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลสมัยไหนๆ ก็ตามจึง "ไม่ควรนำดัชนีความทุกข์ยากที่ประกาศออกมานี้มาอ้างความสำเร็จของการบริหารงานของตน" เพราะด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบของประเทศไทยจะไม่เป็นที่น่าประหลาดใจอะไรถ้าเราจะมีอันดับสูงๆ กับตัวชี้วัดนี้

413 Nameless Fanboi Posted ID:M88HHMZuc8

>>412 ถ้าใช้ index ไหนก็ควรใช้ตัวเดียวกันหมด จัมาแยกเฉพาะไทยไม่ได้หรอก ผิดหลักการวิจัย ทีนี้พวกประเทศบ้างานอย่างญี่ปุ่นเกาหลีจะมีปัญหาอีกว่าจำนวนชั่วโมงมากจะถือว่ามีความสุขได้มั้ย หรือถ้าน้อยจะมีความสุขกว่า

414 Nameless Fanboi Posted ID:vv9bpAR8Xc

เห็นช่วงนี้มีคนมาทวงเครดิตกับเพจมิตฯบ่อย กูเลยขักสงสัยว่าพวกโพสในเฟสนี่มันมี copyright คุ้มครองมั้ยวะ แล้วถ้ามี กรณีเพจมิตนี่มันเข้าข่าย fair use มั้ย หรือว่านับเป็นการขโมย

415 Nameless Fanboi Posted ID:V4+sMeFHnA

ผมเองไม่ชอบมุก "มิตรสหายท่านหนึ่ง" มาแต่ไหนแต่ไร เพราะผมแสดงความเห็นตรงไปตรงมาใครอยากจะเข้ามาถกเถียงก็เข้ามาได้เพราะเป็นสาธารณะ

วันนี้ความเห็นของผมถูกลดคุณค่าโดยเหลือเพียงคำว่า มิตรสหายท่านหนึ่ง ซึ่งผมได้ขอให้เค้าลบโพสต์ไปแล้ว

ถ้ายังเคารพและให้เกียรติความคิดเห็นของคนอื่นไม่ได้ อย่ามาเรียกร้อง free speech

ป.ล.ปรกติใครก๊อปข้อเขียนของผมไป repost ผมไม่เคยว่า ไม่ให้เครดิตก็ไม่ว่าอะไร แต่ไม่ใช่เพจนี้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

416 Nameless Fanboi Posted ID:ikD9V559yN

Reviewer สมัยนี้หากินกันด้วยการรับจ้างรีวิวก็ได้หรอคะ 11 ปีก่อนเรารีวิวร้านอาหาร ดังทีเดียว ยอดวิวประมาณสองแสน ร้านอาหารมาจ้างหลายร้าน เราไม่รับเลย ถ้าเรารับเงินมารีวิว แบบนี้จะเรียกตัวเองว่า “Reviewer” ได้หรอ มันต้องมี Biases อยู่แล้ว เรียกตัวเองว่า “คนรับจ้างโฆษณา”ดีกว่าป่าวคะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

417 Nameless Fanboi Posted ID:HpjiJQyUlU

ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการดูทีวีในตอนนี้

รายการทีวีที่เขียนกำกับว่า

" ผลิตก่อน วันที่ 1 เมษายน 2562"

ด้วยเหตุว่า พิธีกรไม่ได้ใส่เสื้อเหลือง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

418 Nameless Fanboi Posted ID:YmTIZStzIa

ที่แกรวยเพราะแกรู้จักใช้เงิน รู้จักประหยัด รู้จักพอเพียง แกเป็นคนโสดไม่มีลูกเมีย เงินเดือนที่ได้มาแกก็เอาไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ยเอาไปลงทุนให้เงินมันงอกเงย สิ่งที่ไม่จำเป็นแกก็ไม่ซื้ออาศัยยืมเพื่อนใช้เอา เพราะทำแบบนี้ไงลุงป้อมแกถึงรวย เรื่องโกงตัดทิ้งไปได้เลย เพราะป๋าเปรมแกการันตีไว้แล้วว่ารัฐบาลลุงตู่ไม่มีโกง จบนะ!!

419 Nameless Fanboi Posted ID:80HkSwL2GK

>>415 จริงๆไอ้มิตรสหายท่านหนึ่งนี่มันไว้ใส่เพื่อให้คนอ่านโควตแล้วไม่มีอคติ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของโควตนะ
มิตรสหายท่านนี้จะมองว่าเป็นการลดคุณค่าก็คงแล้วแต่เค้า

420 Nameless Fanboi Posted ID:wUgW5wzGiZ

"ช่วง ลองวิเคราะห์ปรากฎการณ์: พอดีเห็นดราม่าเพจมิตรสหายท่านหนึ่งช่วงนี้ แล้วคิดเอาเองว่า มันมีประเด็นทางกฎหมายน่าสนใจมากๆ ในสองเรื่องด้วยกัน นี่ว่าจะเอาไปถามนศ.ในคลาสหนึ่งดูเล่นๆ แต่อยากเขียนสรุปไว้เองก่อนดังนี้ฮะ (ยาวจร้า)

ถ้าสมมติข้อเท็จจริงเป็นว่า ข้อความที่เขียนของใครสักคนหนึ่ง มีความเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” อาทิเช่น เป็นความคิดเห็นดีๆ คมๆ แต่มันสามารถเผยแสดงให้เห็นถึงรสนิยมทางการเมือง หรือทางเพศของผู้เขียนได้ ในขณะที่ผู้เขียนเองก็เปิด public หรือสาธารณะเอาไว้ การที่เพจมิตรสหายท่านหนึ่งไปก๊อปมาโดยไม่ขออนุญาต เช่นนี้

1. ถือเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้หรือไม่ ?

ที่ยกประเด็นนี้มา เพราะในดราม่านั้น มีคนใช้เหตุผลทำนองนี้เยอะมากว่า “ถ้าไม่อยากให้คนอื่นๆ มาอ่าน มาก๊อปเอาไปอ่านต่อ ก็จงอย่างตั้งเป็นสาธารณะตั้งแต่แรก” ...ซึ่ง เราอ่านแล้วตะหงิดๆ อยู่...การจะตอบเรื่องนี้ได้ ไม่ง่ายเลยนะฮะ เพราะก่อนอื่น เราต้องตั้งคำถามก่อนว่า “การเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวหรือข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองในพื้นที่สาธารณะ = สละความคุ้มครองในข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือไม่?”

ประเด็นนี้ Alan Westin ศาสตราจารย์ด้านกม.ผู้คร่ำหวอดอยู่กับเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเคยแสดงทัศนะไว้ทำนองว่า “ความเป็นส่วนตัวจะยังคงได้รับความคุ้มครองอยู่ หากผู้เป็นเจ้าของข้อมูลยังสามารถควบคุมข้อมูลของเขาได้” ดังนั้น “คนที่ถูกกีดกันจากการควบคุมข้อมูลของตัวเอง ย่อมเท่ากับเขาได้สูญเสียความเป็นส่วนตัวไปแล้ว” ...ถ้าคิดบนหลักการนี้ จึงเท่ากับว่า ต่อให้เราโพสต์ข้อมูลส่วนตัวในหน้า fb เรา ทั้งยังเปิดสาธารณะ คนอื่นๆ เห็นได้ แต่ตราบใดถ้าเรายัง “ควบคุม” มันได้ เช่น แก้ได้ ลบทิ้งได้ ..ความเป็นส่วนตัวเรายังไม่โดนละเมิด แต่ถ้าเมื่อไหร่ มีคนก๊อปข้อความเราไป เผยแพร่ต่อ ในแพล็ตฟอร์มที่เราตามไปลบ หรือแก้ไขไม่ได้ ...เรากำลังสูญเสียความเป็นส่วนตัวในข้อมูลนั้นไป ...กล่าวรวบให้ง่ายอีกทีก็คือ การโพสต์อะไร แม้ในที่สาธารณะ ยิ่งถ้ามีความเป็นข้อมูลส่วนบุคคลซ่อนอยู่ด้วยแล้ว มันไม่ได้หมายความว่า “ผู้โพสต์จะไม่ได้รับ หรือสละความคุ้มครองในข้อมูลนั้นแล้ว” นั่นเอง เขายังคงต้องได้รับความคุ้มครองอยู่ ดังนั้นปกติ จะเอาไปต้องขออนญาตก่อน จะมาอ้างแบบที่อยู่ในดราม่านั้นว่า เปิดสาธารณะแล้ว เท่ากับ ใครจะเอามันไปทำอะไรต่อก็ได้ ไม่ได้

ที่ว่าไปนั้นคือ “หลักการ” คราวนี้ เพจมิตรสหาย ฯ ต่อเรื่องนี้มันมีความพิเศษของมันอยู่ เพราะ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยสภาพมันจะถือว่าถูกละเมิดได้ หรือมันจะมีฟังชั่นของมันได้ หรือส่งผลใดๆ ต่อเจ้าของข้อมูลได้ ปกติคนอื่นๆ ต้องรับรู้ว่า มันคือ “ข้อมูลของใคร” ดังนั้น คำคมๆ ที่แสดงรสนิยมทางการเมืองโดยที่คนอ่านก็ไม่อาจรู้ว่า ใครกันวะ ที่มีรสนิยมทางการเมืองแบบนั้น จึงสูญเสียความเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ไปแล้วโดยปริยาย ดังนั้น ต่อให้ไปก๊อปมาโดยไม่ขอ แต่เอาชื่อเขาออกเสีย ใส่ว่า “มิตรสหายท่านหนึ่ง” ลงไปแทน จึงไม่น่าจะละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของใครได้เลย.. โดยมิพักต้องสนใจเลยด้วยซ้ำว่า เจ้าของที่แท้จริงสละความคุ้มครอง หรือหมดสิทธิควบคุมข้อมูลนั้นไปแล้วหรือเปล่า ...ประเด็นนี้ เห็นด้วยไหมฮะ?

ปล. เรื่องนี้ย่อมไม่เหมือนกรณี นักข่าวถือวิสาสะเอาความคิดเห็นของใครไปเป็นข่าว และไม่ปกปิดชื่อแส้ของเขาด้วย

(มีต่อ)

421 Nameless Fanboi Posted ID:wUgW5wzGiZ

(ต่อจาก >>420 )

2. ถือเป็นการทำซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นปัญหาเรื่องการอาจละเมิดทส.ทางปัญญา ประเภทลิขสิทธิ์ ได้หรือไม่ ?

อันนี้ก็ไม่ง่าย ต้องพิจารณาแบบเคสบายเคส เช่นว่า ถ้ามันเป็นข้อความที่เป็นการวิเคราะห์เรื่องอะไรที่จำเป็นต้องใช้ความรู้ความสามารถ เรียกว่าคนทั่วไปทำไม่ได้ ต้องมีความ creative เฉพาะตัว แบบนี้ข้อความนั้นจะได้รับความคุ้มครองแบบลิขสิทธิ์ได้ การทำซ้ำเอาไป ปกติ ต้องขออนุญาตและทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของกำหนด ถ้าไม่ขอ และ/หรือละเมิดเงื่อนไข ก็ผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ได้ แต่ประเด็นคือ เรื่องนี้มีข้อยกเว้นอยู่ เรียกว่าหลัก fair use หรือการใช้อย่างเป็นธรรม โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของเลย ซึ่งมีตัวชี้วัด 4 ตัว คือ 1) ต้องไม่เอาไปใช้เชิงการค้า (ผู้เอาไปใช้นั้นได้รับผลประโยชน์บางอย่าง) 2) ต้องไม่เอาไปทั้งหมด หรือแม้เอาไปน้อย แต่เอาส่วนอันเป็นหัวใจของงานไปเลยก็จะกลายเป็น ไม่ fair ได้ 3) ความเป็นที่รู้จักของงานนั้น กล่าวคือ ถ้าเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายอยู่แล้ว ก็อาจนับว่ายัง fair อยู่ และ 4) ต้องไม่กระทบกับมูลค่าทางการตลาดของเจ้าของงาน ดังนั้น ถ้าเจ้าของเขาทำเพจที่มี content ดีๆ สร้างสรรค์ และกะขายโฆษณา แบบนี้ไปเอาเขามาใช้ ก็จะไม่ fair ...และถ้าสุดท้ายเอาไปเผยแพร่ต่อต้องมีการอ้างอิงที่มา หรือให้มีการรับรู้ความเป็นเจ้าของด้วย (ให้เครดิต)

ประเด็นนี้ของเพจมิตรสหาย ฯ ดูแล้วไม่ใช่เพื่อการค้าแน่ ๆ ล่ะ และเอาจากที่เจ้าของเปิด public สองข้อนี้ก็อาจนับได้ว่า fair use แต่ เพจมักเอาข้อความไปทั้งหมด และไม่แสดงการรับรู้ แต่นั่นก็เพราะด้วยนโยบายของเพจเอง ที่ต้องการให้คนสนใจ content ไม่ต้องสนใจว่าใครพูด ทั้งก็ไม่ได้พยายามทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าเป็นข้อความที่แอดมินของเพจมิตรสหายฯ คิดเอง...ประเด็นจึงน่าจะเหลือแค่ “กระทบมูลค่าทางการตลาด” ของเจ้าของเขาหรือเปล่า นะฮะ... ถ้าไปเอาจากเพจของคนทั่วๆ ไป ที่นานๆที เขาก็อาจแสดงความคิดเห็นดีๆ ต่อปัญหาบางอย่างบ้างไรบ้าง แบบนี้ โดยส่วนตัวเราว่าอาจจะยัง fair use อยู่นะฮะ ..คือหมายความว่าไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของก็ได้ แต่ถ้าไปเอาจากเพจที่เขาทำการตลาดของเขาเองด้วย อันนี้เสี่ยงมากว่าจะไม่ fair use

และจงระวัง ..เพราะถ้าเมื่อไหร่เพจมิตรสหายฯ โด่งดัง จนรับโฆษณาได้เอง จากการเอา content คนอื่นมาโดยไม่ขออนุญาตจากเขาก่อน ก็อาจโดนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ได้อยู่ฮะ ขึ้นอยู่กับ ลักษณะของข้อความ และวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อความนั้นๆ ด้วย"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

422 Nameless Fanboi Posted ID:f57SEjyS5G

"รำคานว่ะอีควาย ถนนเป็นของมึงหรอ เวลาไปไหนมาไหนต้องให้คนอื่นหยุดทำกิจกรรมอะ อีสัส"

#มิตรสหายทวิตเตอร์ท่านหนึ่ง

423 Nameless Fanboi Posted ID:aEQJH0Fi6g

>>422 พ่อกูใหญ่​มีไรป่าวอีห่า
#คนแดนไกลในEU

424 Nameless Fanboi Posted ID:0YIeR4hRal

ชอบแคแรคเตอร์ของเทอที่ไว้ผมหน้าม้า ลูกครึ่งๆ พูดน้อยๆ พอเผยอปากจะพูดก็เว่าลาว... "นั่นมันคืออิหยังคะ"

มันเป็นซูเปอร์แคแรคเตอร์เลยอ่ะครับ ^^

#oldtigervalleygirl

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

425 Nameless Fanboi Posted ID:FOe47BFDUt

จะบ่นว่าหนาวจนต้องเปิด Heater ก็เกรงใจคนที่อยู่ไทย ...
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

426 Nameless Fanboi Posted ID:XHIh7Obuvo

>>425 แถวที่กูอยู่​ยังสิบต้นๆ อยู่​เลย แต่กูถ้าข้างนอกเกิน 3 องศาก็เลิกเปิด radiator ละ มันจะร้อนเกินในห้อง

427 Nameless Fanboi Posted ID:Xuo7F5Peet

>>425 ตอนนี้แถวบ้านกูอากาศกำลังเย็นสบายเลย เมื่อกี้ฝนตก

428 Nameless Fanboi Posted ID:NUxM0g0F/m

ดูละครกรงกรรม เห็นพระเอกเอากะหรี่ทำเมียแล้ว ก็อยากสารภาพบาป ว่าฉันก็เคยจีบกะหรี่ จะเอากะหรี่เป็นแฟนว่ะ
เหตุผลคือ พยายามจีบคนปกติๆมาแล้ว 1,578 คน แต่ไม่มีใครเอา เลยคิดว่าถ้าจีบคนที่สถานะดูแย่กว่า เค้าอาจไม่ปฏิเสธก็ได้
คือ ฉันมีความคิดว่า คนเป็นกะหรี่เนี่ย คงไม่มีใครอยากได้เป็นแฟนแน่ๆ ใครที่ไหนจะเอากะหรี่เป็นแฟนล่ะ ดังนั้น กะหรี่ก็น่าจะเหงา ว้าเหว่ อยากมีคนเห็นอกเห็นใจ
ถ้าฉันเสนอตัวไปจีบ โดยบอกว่า ฉันไม่รังเกียจที่เค้าเป็นกะหรี่ ฉันไม่อายที่จะมีแฟนเป็นกะหรี่ เค้าต้องประทับใจฉัน ยอมตอบตกลงแน่ๆ

และจากการลองจีบกะหรี่ไป 4 คน ผลคือ กูโดนกะหรี่ปฏิเสธว่ะ อีเหี้ย! ขนาดกะหรี่ยังไม่เอากูเลย! แม้แต่กะหรี่ยังรู้สึกว่าตัวเองสูงศักดิ์กว่ากู ควย!

429 Nameless Fanboi Posted ID:w8BRF79/gs

"I support LGBTQ -- liberty, guns, Bible, Trump, BBQ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

430 Nameless Fanboi Posted ID:w8BRF79/gs

“มีกฎหมายแต่ไม่สนเจตนารมณ์ในการใช้กฎหมาย ก็เหมือนมีเรือ แต่ไม่มีเข็มทิศ สุดจะแล่นไปทางไหน เปะปะไร้ทิศทาง นี่คือหนึ่งในอาการป่วยของประเทศไทย ซึ่งมีอาการนิติศาสตร์นิยมล้นเกิน (hyper-legalism) สังเกตดูง่ายๆว่า จะทำอะไรก็อ้างกฎหมายเต็มไปหมด แต่ไม่เกิดความยุติธรรม ควาเมป็นธรรม ขึ้นมาเสียที

เรื่องห้ามนักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อ เกิดขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 โดยคณะกรรมาธิการฯอธิบายว่า เพื่อเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการจะเสพสื่อที่เป็นกลาง ปราศจากการครอบงำ ถ้าใครจำได้ คุณทักษิณถูกกล่าวหาเรื่องการครอบงำสื่อมาตลอด เช่นพยายามจะซื้อหนังสือพิมพ์ที่วิจารณ์รัฐบาลตนเอง เป็นต้น

ถามว่าสิบกว่าปีผ่านไป คุณภาพสื่อไทยพัฒนาขึ้นไหม ประชาชนคนไทยได้เสพสื่อที่มีคุณภาพ ซื่อตรง แม่นยำ ตรงไปตรงมา เป็นกลางมากขึ้นไหม คำตอบนี้ ดูหนังสือพิมพ์ทุกวันนี้ถ้าไม่หลอกตัวเองก็รู้แก่ใจกันดี ตั้งแต่แนวหน้า ทีนิวส์ ไทยโพสต์ ผู้จัดการ เนชั่น อิศรา เป็นอาทิ

มาตรานี้จึงไม่เคยถูกใช้สมดั่งเจตนารมณ์ เพราะเป้าหมายหลักหลบหนีเงื้อมมือกฎหมายไทยไปนานแล้ว ส่วนสื่อที่มีอิทธิพลทางการเมืองก็ไม่เข้าข่ายนี้เนื่องจากหลบเลี่ยงได้

มาตรานี้จึงถูกใช้ในกรณีประหลาด เช่น นิติบุคคลที่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์รวมถึงการทำสื่อ แต่ไม่ได้ทำจริง ก็ถูกตัดสิทธิ หรือเจ้าของสื่อที่ปิดกิจการไปแล้ว ก็ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการเลือกตั้งที่สะอาดที่สุดในโลก ใครส่อแววจะโกงแม้แต่นิดเดียวต้องลงโทษเอาให้หนัก ส่วนใครที่โกงอยู่แล้วชัดเจนก็แล้วไป เชิญตามสบาย”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

431 Nameless Fanboi Posted ID:FFntU9DYW5

พูดตรงๆจากหัวใจเลยค่ะ อาจจะดูเวอร์ แต่มันคือเรื่องจริง
".... ดูคลิปแล้วน้ำตาไหล" 😭😭😭
อาจจะเป็นเพราะเราเคยเป็นคนที่พวกคุณเรียกว่าสลิ่มมาก่อน
เราเคยออกไปเป่านกหวีด
เราคือคนนึงที่ทำให้เกิด รปห. ในปี 57
เราคือคนนึงที่ทำให้เกิด รบ.คสช.ที่สุดแสนจะสกปรก
เราคือคนนึงที่ทำให้ระบอบ ปชต. ต้องหยุดชะงัก
อดีต... เราอาจจะเคยเป็นสลิ่มที่ไม่เคยเปิดใจรับฟังความจริงของอีกด้านนึงเลย
แต่หลังจากที่เราได้ไปใช้ชีวิตอยู่​ที่​ญี่ปุ่น​ 2 ปี มันทำให้เราได้เรียน​รู้​อะไรเกี่ยวกับ​คำว่า ปชต.อันทรงมีพระมหากษัตริย์​เป็น​ประมุข ว่า... ปชต.ที่แท้จริง มันเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศ​ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสวยงามและมีอารยธรรมควบคู่กันไป
แต่สิ่งที่ฉุดรั้งประเทศ​ให้ถอยหลัง คือ การกดคนให้ต่ำลงด้วยอำนาจที่ถูกยึดครองด้วยคนเพียงบางกลุ่ม
และต่อจากนี้ไป เราจะยืนเคียงข้าง ปชต. และ จะเป็นส่วนนึงที่จะทำให้ ปชต.ของเราแข็งแรงให้ได้
ขอ​เป็น​กำลังใจให้คุณเอกและพรรค อคม. ให้ผ่านความยากลำบากและอำนาจเผด็จการ​ไปให้ได้นะคะ 🧡🧡🧡🧡🧡🧡🧡🧡

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

432 Nameless Fanboi Posted ID:dXe1WRcz8K

>>431 ประเทศที่ก้าวหน้าอย่างสวยงามและมีอารยธรรมเพิ่งมีข่าวพ่อข่มขืนลูกสาวตั้งแต่ม.2 ยัน 19 ศาลบอกไม่มีความผิดอยู่เลยนะ

433 Nameless Fanboi Posted ID:NC3AGchh68

เท่าที่เห็นเนี่ยคนประเภทที่ขี้เยี่ยวไม่ออกก็อ้างปชต. ปชต. ไม่แข็งแรงนี่แหละคือคนที่ห่างไกลจากปชต. มากที่สุด แถมส่วนใหญ่พอได้ปชต. ที่ใกล้เคียงกับที่ตัวเองอยากได้ แล้วปัญหาที่อ้างว่า ปชต. ซ่อมได้แล้วมันดันซ่อมไม่ได้นี่ดันหาตัวยากจริง ๆ เหมือนแฟนบอลบางทีเวลาอวดว่าจะได้แชมป์แล้วไม่ได้ที่เหี้ยกว่าคือเวลานั่นแทนที่จะเก็บขี้ที่ตัวเองทำเอาไว้เสือกอยากย้ายประเทศทิ้งขี้ที่ตัวเองเลือกตั้งไว้อีกต่างหาก
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

434 Nameless Fanboi Posted ID:pt2qEUZgmB

คนเยอร:คนยุ่นนี่กินซูชิทุกวันป่ะ?
คนยุ่น:ไม่หรอก
คนเยอร:ไมวะ
คนยุ่น:งั้นถามกลับ คนเยอรมันกินไส้กรอกทุกวันป่ะ?
คนเยอร:อืม กินดิ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

435 Nameless Fanboi Posted ID:j1W8XH+5ge

“เห็นข่าวธนาธร ปิยบุตร โดนถล่มโดยกระบวนการกฎหมาย

นี่บางทีก็ทำให้ต้องสังวรณ์ไว้บ้างว่ากม.นี่ร่างโดยคน ยิ่งถ้ากระบวนการการออกกฎหมายออกแบบมาให้ไม่ต้องฟังเสียงคนส่วนใหญ่ กฎหมายมันก็คือผลลัพธ์ของเสียงส่วนน้อย หรืออาจเป็นเพียงใบสั่งของใครคนหนึ่งได้ทันที

นี่ยังไม่ต้องคิดเรื่องว่าตามตัวบทของกม.ที่ว่านั่นก็ยังไม่เห็นจะมีความผิดอย่างไร

ที่ไพล่ไปมองเรื่องนี้ เพราะเมื่อวานเพิ่งได้ตามเรื่อง Mueller Report ที่ระอุในอเมริกา ที่เป็นรายงานผลการสืบสวนสอบสวนโดยอัยการพิเศษที่แต่งตั้งโดยอัยการสูงสุดว่าโดนัล ทรัมป์และพวกมีการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมที่ถือเป็นความผิดอาญาหรือไม่

ไอ้รายงานนีีก็มีการอ้างถึงความเห็นของสำนักงานอัยการ ( the Office of Legal Counsel หรือเรียกเล่นๆว่า ลอเฟิร์มของประธานาธิบดี)​ ว่า "การชี้มูลความผิดต่อประธานาธิบดีที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่จะส่งผลร้ายต่อความสามารถของฝ่ายบริหารในการปฏิบัติหน้าที่ที่ตนได้รับอำนาจจากรัฐธรรมนูญอย่างไม่มีทางเลือก" และ "อาจละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจตามรัฐธรรมนูญ" และทำให้อัยการพิเศษโรเบิร์ต มุลเลอร์เลือกที่จะไม่ชี้มูลความผิดทรัมป์ แต่เขาก็ระบุในรายงานว่าหากเขามั่นใจหลังจากการสอบสวนอย่างละเอียดว่าประธานาธิบดีไม่ได้กระทำความผิดอย่างชัดแจ้งเขาก็คงระบุโดยชัดเจนแล้ว แต่ด้วยข้อเท็จจริงและมาตรฐานทางกม.ที่เกี่ยวข้อง เขาและคณะไม่สามารถมีความเห็นเช่นนั้นได้

หลังจากมีการเปิดเผยรายงานสาธรณชนก็รุมถล่มแล้วกดดันคองเกรสให้ impeach ทรัมป์ เพราะเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร แต่ก็นั่นแหล่ะ การจะ impeach หรือไม่ คือกระบวนการทางการเมือง ประธานาธิบดีเลยไม่เคยมีการโดนตัดสินให้ออกจากตำแหน่งจากกระบวนการนี้เลย เพราะบรรดาสมาชิกคองเกรสต้องพิจารณาความผิดและผลทางการเมืองโดยละเอียด

การสร้างเกราะป้องกันบางประการให้ผู้แทนทางการเมืองนี่ก็เพื่อทำให้มั่นใจว่า ผู้แทนประชาชนจะไม่โดนขัดขวางโดยเทคนิคหรือข้อผิดพลาดแต่เพียงเล็กน้อย ยิ่งตำแหน่งใหญ่และมีความสำคัญทางการเมืองเท่าไหร่มาตรการป้องกันยิ่งต้องแข็งแรงมากขึ้น เพื่อสร้างยืนยันว่าเสียงของประชาชนจะได้รับความเคารพผ่านทางการแสดงออกโดยตัวแทนของเขา

การออกกฎหมายจึงต้องสร้างสมดุลในการการคานอำนาจกันระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายผู้ร่างกฎหมาย และฝ่ายยุติธรรม กระบวนการในการออกกฎจึงต้องจำเป็นอย่างยิ่งที่ให้ตัวแทนปวงชนมาโต้เถียงถกเถียง เพื่อสร้างแนวทางที่ยอมรับได้สูงสุดก่อนที่มันจะออกมาบังคับ

รัฐสภามันคือพื้นที่ที่เราต้องหวงแหนรักษา

ไม่ใช่หมดหวัง จงเกลียดจงชัง แล้งทิ้งมันไป

ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง เห็นแสงสว่างในทุกเรื่อง ไม่มี

ไม่มีใครมีบุญญาธิการ หรือพลังศักดิ์สิทธิ์มากพอจนรู้คำตอบทุกสิ่งตั้งแต่ออกกฎห้ามทิ้งขยะ จนถึงออกคำสั่งเข้าสงคราม ไม่มี

มีแต่ระบบที่รวบรวมความคิดหลากหลายให้มากที่สุดและไม่พึงพิงหรือหวาดกลัวระหว่างกันที่จะทำให้ความคิดที่ดีที่สุดในช่วงเวลาเกิดขึ้นมาได้ และเป็นที่ยอมรับได้มากที่สุด

ทางที่น้อยกว่านี้จะนำพาสิ่งใดมาสู่สังคม ก็ได้แต่หวาดกลัวรอผลของมันเผยตัวมาให้เราเห็น”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

436 Nameless Fanboi Posted ID:bB.u5buV+L

>>435 Mueller Reportหาความผิดไม่เจอ แล้วมูลเลอร์มันเล่นลิ้นเอาใจDemเฉยๆมากกว่าว่ะ

437 Nameless Fanboi Posted ID:jHJdA2dTuk

>>433 แปลทีกูอ่านไม่รู้​เรื่อง

438 Nameless Fanboi Posted ID:I8y9P9VtEs

“โทรหาลูกค้าชื่อ Charlieo ออกเสียง ไฮ ชาร์ลิโอ ลูกค้าบอก อ๋อ ผม เฉลียว ครับ”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

439 Nameless Fanboi Posted ID:cYlrSMbFRt

เห็นฝรั่งโลกสวยชอบจินตนาการย้อนอดีตไปยกเลิกทาส
คือไม่ได้บอกว่าการค้าทาสมันดี แต่มันก็มีหนังแนวเปลี่ยนอดีตแล้วอนาคตแย่กว่าเดิมไม่เอาคิดเพิ่มบ้างว่ะ
แทนที่จะทำปัจจุบันให้ดี มัวแต่คิดเล็กคิดน้อยในอดีตที่แม่งจบไปแล้ว
ไอ้พวกคนทำก็ตายห่ากันไปหมดละ หรือจะต้องหาต้นตอเอาลูกหลานมาทำงานชดเชยบรรพบุรุษ

440 Nameless Fanboi Posted ID:bB.u5buV+L

>>439 มึงหมายถึง MK 11 ฉากจบไอ้Jaxอะนะ

เวลาเห็นคนอวยแบบนี้ มึงถามกลับไปเลย ว่าไอ้Jaxมันไปช่วยคนสลาฟที่โดนไบแซนไทน์จับไปเป็นทาสไหม
เพราะคำว่าSlaveก็มาจากคนสลาฟโดนมุสซี่ซื้อไปนี่แหละ

รับรองว่าจะหุบปาก ไม่ก็อ้ำอึ้งกลับ

441 Nameless Fanboi Posted ID:8BI9.hus53

>>440 Byzantine Did Nothing Wrong 😤

442 Nameless Fanboi Posted ID:owI5+tEuE6

>>441 อ่านว่าอะไรครับ

443 Nameless Fanboi Posted ID:.DfWXgCARc

>>440 บนทวิตเตอร์มีพนักงานเก่าออกมาบ่นว่าใช้งานลูกจ้างชั่วคราวเยี่ยงทาส จ่ายน้อย เงินหนัก

ในเกมคือWoke ในบริษัทนี่ไม่Woke

444 Nameless Fanboi Posted ID:tWZXZBV5Uo

มารังแกต่ออีกนิด ถถถถ

ทั้งนี้ คุณจะไม่มีวันหาฎีกา 5873/2546 ที่อีกะทิก๊อปมาจากมานาเจอร์ เมดแตด ทีนิวส์ เจอแน่นอนครับ เพราะต้นทางมัน"ก๊อปเลขมาผิด"

ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าพวกอีกะทิโง่พอๆกับสลิ่มแก๊งตบดิ้นนั่นแหละ อย่าว่าแต่จะได้เข้าไปดูเนื้อความในฎีกาจริงๆเลย

ซึ่งเนื้อหาในฎีกาก็ไม่ได้มีการพลิกธงอะไรของคดีดอนเลย เพราะมันคือไม่ได้จดแจ้งในทะเบียนของบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ไม่ใช่จดแจ้งแล้วแต่ศาลฟัง บอจ5 แทนแต่ประการใด

คือต้นทางมันเป็นการให้เหตผลโง่ๆที่ไม่มีความสัมพันธ์กันของเหตแหละผล คือยังไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าปัญหาข้อกฎหมายจริงๆคืออะไร แต่เสือกใจร้อนรีบๆแชร์ตามกันของเครือข่ายทีนิวส์ มานาเจอร์ เม็ดแตด แชร์โดยไม่อ่านว่างั้น เค้าว่าพลิกก็พลิก เค้าว่าพลาดก็พลาด นี่แม่งโง่แชร์จากคนโง่ๆมาอีกทีไง ใจร้อนนะเลาาา ถถถถถ

#เซฟตุ๊ดสมองหมา
#โง่จนไม่รู้ประเด็น

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

445 Nameless Fanboi Posted ID:tWZXZBV5Uo

“สำนักข่าวอิศรากำลังพาผู้อ่านเข้าป่าหรือเปล่า?”

เรื่องธนาธรกับหุ้นสื่อ ซึ่งวนไปวนมาไม่จบ โดยมีสำนักข่าวอิศราเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ทำงาน investigative journalism อย่างมุ่งมั่น ยกประเด็นโน้นนี้อย่างน่าชื่นชม

แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุด อาจจะกำลังพาผู้อ่านเข้าป่า

เรื่องนี้มีประเด็นถกเถียงกันว่า วันที่การโอนหุ้นมีผลตามกฎหมาย จะต้องถือตามแบบรายงาน บอจ.5 ที่บริษัทต่างๆ ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ หรือไม่

มีอดีตผู้พิพากษาท่านหนึ่ง บอกว่าต้อง และสำนักข่าวอิศราก็เห็นตามนั้น ผมเองเป็นนักบัญชี ความรู้กฎหมายน้อย แต่รู้ว่า ไม่มีนักบัญชีที่ไหนที่ถือวันโอนตาม บอจ.5

ล่าสุด สำนักข่าวอิศราพบว่าบริษัทในกลุ่มซัมมิต มีการยื่น บอจ.5 หลายครั้งในปีหนึ่งๆ

แสดงว่ายื่น บอจ.5 เพื่อให้การโอนหุ้นมีผล หรือไม่? และถ้าบริษัทในกลุ่มซัมมิต ทำกันอย่างนี้ กรณีบริษัทสื่อ ก็ต้องถือตาม บอจ.5 ด้วยเช่นกัน ใช่หรือไม่?

เรื่องนี้เทคนิกมากหน่อย แต่ผมจำเป็นต้องอธิบายเพื่อมิให้ผู้อ่านเข้าป่า

สำนักข่าวพบว่า ในรอบปี 2555 บริษัท ไทยซัมมิท ระยอง โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด นำส่ง บอจ.5 ถึง 3 ครั้ง

ดังนั้น ถ้าหากมีการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัคฯ เมื่อ 8 ม.ค.2562 , 14 ม.ค.2562 จริงๆ ไฉนบริษัทนี้จึงไม่ยื่น บอจ.5 เหมือนอย่างบริษัท ไทยซัมมิท ระยอง โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด

ผมคิดว่าสำนักข่าวอิศราก็ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของ บอจ.5 อยู่เช่นเดิม เช่นเดียวกับท่านอดีตผู้พิพากษา

บอจ.5 นั้น ยื่นต่อเมื่อมีเหตุการณ์***ที่จะต้องรายงานนายทะเบียน***ครับ

กรณีที่หนึ่ง การยื่นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2555 นั้น เป็นการยื่นประกอบการ***ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2555

กรณีที่สอง การยื่นเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2555 นั้น เป็นการยื่นประกอบการ***ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2555

ทั้งนี้ การประชุมผู้ถือหุ้นมี 2 ประเภท คือวิสามัญ และสามัญ

กรณีที่สาม การยื่นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2555 นั้น เป็นการยื่นประกอบการ***เพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 500 ล้านบาท เป็น 750 ล้านบาท

ดังนั้น การยื่น บอจ.5 ทั้งสามกรณี ไม่ใช่การแจ้งการโอนหุ้นให้นายทะเบียน เพื่อให้มีผลทางกฎหมายนะครับ

อย่างไรก็ดี สำหรับบางคน เรื่องนี้ได้เข้าไปในห้วงลึกแห่งอารมณ์ และได้ตั้งมั่นเป็นเป้าหมายหลักแห่งชีวิต จะต้องเอาผิดคุณธนาธรให้ได้

บุคคลเหล่านี้ก็จะไม่รับฟังคำอธิบายของผมดอกครับ

แต่สำหรับผู้อ่านทั่วไป ควรศึกษาข้อมูลทางเทคนิคไว้บ้าง ไม่งั้นเข้าป่าได้ง่ายๆ

ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าผมพยายามสื่อว่าเขาถูกหรือผิดนะครับ เพราะเป็นหน้าที่ของเขาที่จะชี้แจงเอง

แต่ผมเพียงพยายามสื่อว่า ผู้ที่ตั้งตัวเป็นลูกขุนนอกศาลนั้น บางคนเอาอารมณ์มาบังสติและสายตาไปเสียแล้ว

วันที่ 25 เมษายน 2562
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
Facebook Thirachai Phuvanatnaranubala
(เครดิตภาพตามแหล่งที่แสดงชื่อ)
หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

https://www.isranews.org/isranews/75946-isranews-75946.html

#มิตรสหายท่านหนึ่ง