Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 9th quotes

Last posted

Total of 270 posts

175 Nameless Fanboi Posted ID:cv8praoJ2I

บทอธิษฐานสำหรับการเลือกตั้ง

พระผู้เป็นเจ้า

ข้าพระองค์ทั้งหลายขอขอบพระคุณสำหรับสิทธิ์และความรับผิดชอบในการอยู่ในสังคมประชาธิปไตย

โปรดประทานสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเพื่อที่จะทำหน้าที่ของตนในช่วงเวลาของการเลือกตั้ง

โปรดปกปักษ์เราจากบาปแห่งความสิ้นหวังและความเกลียดชัง โปรดป้องกันเราจากสิ่งลวงหลอกและภาพฝันอันเกินจริงทั้งหลาย

แต่โปรดเสริมกำลังของข้าพระองค์ทั้งหลายเพื่อสร้างการเมืองให้เป็นงานที่จะถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยการรับใช้สาธรณะประโยชน์ของทุกคน

ข้าพระองค์ทั้งหลายอธิษฐานในนามของพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา

อาเมน
.
.
.
บทอธิษฐานกลุ่ม

ผู้ประกอบพิธีกล่าว : พระผู้เป็นเจ้าของทุกห่วงเวลาและสถานที่ พระผู้เป็นเจ้าแห่งความสัตย์จริง ข้าพระองค์ทั้งหลาย มาร่วมกันทีนี่เพื่ออธิษฐานขอสติปัญญาในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ให้เราขอบพระคุณพระผู้เป็นเจ้าพร้อมกัน

สำหรับผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของผู้คนในแผ่นดิน

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับทุกผู้ที่ทำงานเพื่อสันติภาพและความยุติธรรมบนผืนแผ่นดินนี้

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับผู้นำผู้รับใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับประชาธิปไตยอันแข็งแกร่ง และเสรีภาพที่จะมีส่วนร่วมในงานสาธารณะ

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : สำหรับการตรวจสอบโดยสื่อมวลชน และการอภิปรายอย่างเปิดกว้าง

ที่ประชุมกล่าว : ขอบพระคุณพระเจ้า
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : ให้เราอธิษฐานกับพระผู้เป็นเจ้าพร้อมกัน

พระผู้เป็นเจ้าโปรดอวยพระพรแด่ผู้ที่ทำงานในการจัดการเลือกตั้ง ให้พวกเขาทำงานได้อย่างยุติธรรม อยู่ในความซื่อสัตย์ และความจริง ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : โปรดเทสติปัญญาจากพระองค์ลงมา ให้กับผู้วางนโยบายทุกคน เพื่อคำสัญญาของพวกเขาจะได้รับใช้ในสิ่งที่ผู้คนต้องการ และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : โปรดให้ความสัตย์ซื่อมั่นคงแก่ผู้นำพรรคการเมืองทั้งหลาย ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และผู้รณรงค์หาเสียง และรักษาพวกเขาไว้ให้ห่างจากการลวงหลอกและคอรัปชั่น ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : โปรดนำสื่อต่างๆ ให้เสนอข้อมูลอย่างถูกต้อง เพื่อที่เราจะ ฟัง พูด และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล ข้าแต่พระเจ้าโปรดเมตตาเถิด

ที่ประชุมกล่าว : โปรดฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ทั้งหลาย
.
.
ผู้ประกอบพิธีกล่าว : พระผู้เป็นเจ้าของทุกห่วงเวลาและสถานที่ พระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่เหนือความเข้าใจ ข้าพระองค์ทั้งหลายอธิษฐานขอสติปัญญาในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

โปรดประทานรัฐสภาที่จะทำงานเพื่อความต้องการของอาณาจักรของพระองค์

เพื่อสันติภาพ ความเมจตา ความจริง ความยุติธรรม จะปกคลุมอยู่ท่ามกลางพวกเรา และให้พระพรมีแด่ประชาชนไทยทุกคน

พระบิดาผู้ทรงเมตตา

ที่ประชุมกล่าว : โปรดรับคำวิงวอนเหล่านี้ โดยเห็นแก่พระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ พระผู้ไถ่ของข้าพระองค์ทั้งหลาย

อาเมน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

176 Nameless Fanboi Posted ID:Ne7P83dzX9

In heaven

Allah: My believers, what did sent you here?
40 spirits: Inshallah, gunmen shot us to death.
Allah: How cruel. What did you do before the firing?
40 spirits: We were praying in Christ Church.
Allah: GO TO THE HELL YOU BASTARDS!

177 Nameless Fanboi Posted ID:VVve/.p22+

ขอพระเจ้าคุ้มครองประเทศไทยด้วย

178 Nameless Fanboi Posted ID:3fJI/dwBNY

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ น่าเสียดายมากตายไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ลิ้มรสความอร่อยของเบค่อน
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

179 Nameless Fanboi Posted ID:i0XumjWpFf

>>178 มึงนึกภาพเบค่อนเป็นท่อนๆ ใหญ่​ๆ แล้วเอามาสไลด์​เป็นชิ้นหนาๆ ย่างกิน

180 Nameless Fanboi Posted ID:aeJgWffkod

เหนื่อยมั้ยเจ็ด กูถามจริง เพราะกูสงสารมึงเหลือเกิน อยากทำเพจให้ดัง แต่ไม่มีปัญญาทำเพจให้ดังเหมือนจ่าเหมือนเจี๊ยบ ไม่มีไอเดียดีๆทำคอนเทนต์ได้เหมือน Lowcoscosplay หรือ เรนทหารม้าโยโกฮาม่า เลยต้องมาทำคอนเทนต์ด่าผู้หญิง เกาะชายกระโปรงผู้หญิงไปวันๆ ทำเพจให้คนมาเกลียดมึงมากกว่าชอบมึง และ ไอ้พวกมาเย้วๆกับมึง วันที่มึงโดนลากเข้าคุก มันก็คงหายหัวกันหมด ไม่มีใครมาปกป้องมึงหรอก หึหึ

181 Nameless Fanboi Posted ID:D/SFl2+vVl

>>158 ขอเสริมว่ะ ว่าผู้หญิงโดยเฉพาะวัยรุ่นยุคนี้มีแนวคิดแบบนี้จริงๆเรื่องการแต่งกาย พอดีพึ่งอ่านผู้หญิงที่เขา Tweet เรื่องแบบนี้เลย
คือน่าจะอายุเริ่มเข้าวัยรุ่นมาโพสต์บ่นว่าไม่พอใจที่ทำไมตอนเด็กๆ แต่งตัวชุดแบบไม่ค่อยเรียบร้อยเวลาอยู่บ้าน
ประมาณพวกชุดกระโปรงยาว กระโปรงสั้น หรือพวกชุด คอ กว้างๆ หลวมๆ ก้มแล้วมองเห็นอก ไม่ก็พวกชุดแบบเสื้อกล้ามเด็ก ผ่าข้าง
ไม่ก็ชุดที่มันรัดๆตัวเห็นทรวดทรง อะไรประมาณนี้

แล้วพอมีญาติๆมาเยี่ยมบ้านโดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ชายจะโดนไล่ให้ไปแต่งตัวให้มิดชิด เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดมิดชิด ใส่กางเกงยีนส์ Tweet เธอ
ก็จะบ่นประมาณว่า ทำไมต้องมาเลือกปฎิบัติกับเด็กผู้หญิงอย่างนี้ นี่ชีวิตเธอ เธอจะแต่งอะไรแบบไหนที่บ้านก็ได้เปล่า แล้วก็บ่น พ่อ กับ แม่
ตัวเองว่าเป็นการแสดงการกีดกันสิทธิผู้หญิง ตั้งแต่เด็ก พอมียกประเด็นเรื่อง พ่อ แม่ กังวลว่าจะโดนคุกคามหรือลวนลามทางเพศเพราะเหมือนแต่ง
ตัวยั่วยวนพวกญาติๆผู้ชาย และมันอันตรายเธอก็แสดงออกแนวว่า ไอ้ผู้ชายพวกนี้นะ น่ารังเกียจ มีความคิดทางเพศ กับเด็กๆแบบนี้
มันต้องให้ผู้ชายพวกนี้สิที่เป็นคนแก้ไขไม่ใช่มาบังคับที่ตัวเด็กผู้หญิงที่ถูกไล่ให้ไปแต่งตัวมิดชิดแทน

แล้ว Tweet คุณเธอ ก็มีสาวๆอายุพอๆกันมา Retweet มา Like มาเล่าประสบการณ์แนวๆเดียวกันเพียบเลยว่า เนี่ย ตอนเด็กๆ
ก็โดนบังคับแบบนี้ เหมือนกันแล้วก็ยอมๆทำตามไป แบบไม่รู้เหตุผล แล้วพอโตมา
แล้วรู้ว่าเป็นการป้องกันโดนลวนลามก็รู้สึกไม่พอใจเหมือนเจ้าของ Tweet เลย

กุอ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันขัดกับความคิดในบ้านเราจริงๆว่ะ อันนี้เดาว่าน่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นฝรั่งตะวันตกนะเพราะ Tweet ภาษาอังกฤษ
ก็ไม่รู้ว่าเด็กๆฝั่ง Asia โซนเราเขาก็จะมีแนวคิดแบบนี้เหมือนกันไหม

182 Nameless Fanboi Posted ID:aeJgWffkod

คิดว่าเป็นเรื่องปกติเหรอ ที่วันหวยออกทีไร "คนครึ่งประเทศ" ต้องมานั่งใจจดใจจ่อลุ้นเยี่ยวเหนียวว่าจะถูกหวยไหม ในเฟสก็พูดแต่เรื่องหวย หวย และหวย ราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่เดียวที่จะช่วยให้ประชาชนลืมตาอ้าปาก ใช้ชีวิตรอดในประเทศนี้ได้ พวกเธออาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ฉันมองว่า มันคือความผิดปกติของประเทศนี้ ที่ถูกทำให้มองเป็นเรื่องปกติ

183 Nameless Fanboi Posted ID:9mwRduf53s

>>181 ประเด็นเรื่องการแต่งตัวนี่ดราม่ามากนะในบ้านเรา เดี๋ยวนี้มีการรณรงค์ ผญ จะแต่งตัวแบบไหนก็ไม่ สังคมไม่มีสิทธิ์เอาไปเป็นข้อเตือนให้ระวังจากพวกคุกคามทางเพศ ซึ่งอันนี้กูเข้าใจที่จะสื่อนะ กลัวว่าจะเหมือนซ้ำเติมเหยื่อ แต่อีกด้านหนึ่งกูว่าการแต่งตัวมันก็มีส่วนจริงๆ กรณีผู้ก่อเหตุเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนรู้จัก คือแบบมึงจะไปหวังให้พวกหื่นมันเข้าใจคงไม่ได้อะ ด้านหนึ่งลดความเสี่ยงได้กูก็ว่าจำเป็นแล้ว

184 Nameless Fanboi Posted ID:Nhci1XEwzN

🔴#รวมสุดยอดข้อคิดจากหนังสือ
:: ขาย 100 คน ซื้อ 99 คน

🎯1.วิธีคิดเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของนักขาย
ขายในสิ่งที่ตนเองเชื่อว่าดีเเละมั่นใจในสินค้า
***#ในความเป็นจริงนั้น #ไม่มีสินค้าใดที่ปราศจากข้อบกพร่องเลย #หากเรายอมรับความจริงข้อนี้ได้ #หากเราสามารถมองเห็นคุณค่าอันเป็นจุดเด่น #ที่ไกลเกินกว่าข้อบกพร่องของสินค้าจากใจจริงได้เมื่อไหร่ #สินค้านั้นจะกลายเป็นสินค้ายอดนิยม

🎯2.ชีวิตเปรียบเสมือน "เสียงสะท้อนกลับ" ถ้าเราทำให้ผู้อื่นมีความสุข ผลลัพธิ์คือเราจะมีความสุข เเละถ้าเราปฏิบัติต่ออีกฝ่ายด้วยใจเเละความสุภาพ อีกฝ่ายก็จะปฏิบัติต่อเราเช่นเดียวกัน นี่เป็นเรื่องธรรมดา เเต่เป็นความจริงอันสากลเเละนิรันดร

🎯3.เป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยคำว่า "ไม่" กับพนักงานขายที่ทำให้รู้สึกดี

🎯4.สิ่งสำคัญกว่าการรุกเป็น 100 เท่า คือ การ เตรียมพร้อม

🎯5.ทุกคนโหยหา "ความรู้สึกเป็นคนสำคัญ"
ไม่ว่าจะเรื่องไหน ก็ควรให้ความสนใจกับอีกฝ่าย ถามในเรื่องที่เขาภาคภูมิใจ เพราะมันเป็นการเเสดงถึงความใส่ใจต่อกันในฐานะมนุษย์

🎯6.เทคนิคจิตวิทยาที่ใช้ในงานขาย
"การทวนคำพูด" นอกจากจะเเสดงถึงความใส่ใจ สนใจรับฟัง ยังเเสดงถึงความเป็นพวกเดียวกัน เห็นด้วยกับความคิด เเละกระตุ้นให้อีกฝ่ายกล้าที่จะเปิดใจ เปิดเผยข้อมูลมากยิ่งขึ้น

🎯7. ถ้าอยากให้ลูกค้าสนใจสินค้า ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความจำเป็นของสินค้านั้นด้วยตัวเองก่อน

🎯8.นักขายที่ดีจะไม่อธิบายสินค้ายืดยาว

🎯9.ห้ามพูดว่าสนใจไหม เด็ดขาด! 😎

🎯10.ถ้ารู้เเก่นของจิตวิทยาเเล้ว ไม่เพียงเเค่จะทำให้เราเป็นมิตรกับอีกฝ่ายง่ายดายเท่านั้น เเต่ยังสามารถควบคุมอีกฝ่ายได้ดังใจนึกอีกด้วย

🎯11. หากความสัมพันธ์กับผู้อื่นราบรื่น เราจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิต

185 Nameless Fanboi Posted ID:lYKImRp4AA

>>182 หวยไทยแม่งน่าตื่นเต้นกว่าจริง หวยยุโรปโคตรจืด ไม่เร้าอารมร์เท่าหวยไทยหวะ 55555

186 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

แสงกระสือ กระแสดีมาก แต่รายได้ 3 วัน แค่ 9 ล้านหน่อยๆ ซึ่งความจริงควรได้ 20 ล้านแล้วด้วยซ้ำ เพราะโรงหนังเทโรงเทรอบให้กัปตันมาเวลหมด
ทีนี้เห็นหรือยังล่ะ ว่าสิ่งที่คนทำหนังไทยต้องการให้รัฐช่วยเหลือคืออะไร ก็คือ ช่วยจัดการกับ "การผูกขาดธุรกิจโรงหนัง" ที่กุมอำนาจกันอยู่แค่สองเครือไง
แบบว่า หนังดีแค่ไหน ถ้ากูไม่อยากฉายให้ดู ประชาชนอย่างพวกมึงก็ไม่ต้องดู มีไรป่ะ หรือ หนังเรื่องไหนกูลงหุ้นส่วนสร้างด้วย ต่อให้หนังเหี้ยแค่ไหน กูก็จะให้โรงเยอะๆ บังคับประชาชนอย่างพวกมึงดู ฮ่า ฮ่า
ไม่ค่อยมีที่ไหนในโลกหรอก ที่ปล่อยให้โรงหนังกำหนดรอบฉายตามอำเภอใจแบบนี้ นอกจากประเทศด้อยพัฒนา

187 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

เลือกเพื่อไทยดีกว่า รักทักษิณ มีวันนี้ก็เพราะสมัยทักษิณ ทำมาหาแดกโง่ๆก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

188 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

สมมุติขำๆนะ ถ้าผลเลือกตั้งออกมา ลุงตู่เสือกชนะจริงๆ คือชนะเพราะมีคนโหวตให้จริงๆนะ ไม่ได้โกง คิดว่าชาวเน็ตจะเชื่อผลการเลือกตั้งกันไหมวะ ว่าไม่ได้โกงจริงๆ

คือ ผลโหวตใน Facebook ในโลกเสมือนจริง ของ "ชาวเน็ต" เนี่ยจะไม่เอาลุงกัน
แต่ถ้าสมมุติว่า "ประชาชนในโลกจริง" ชาวบ้านทั่วไป ลุงๆป้าๆ ที่ไม่ได้เล่นเน็ตประจำ ซึ่งเป็นพลังเงียบจำนวนมหาศาล ดันเลือกลุงกัน ทำให้ลุงชนะขึ้นมา

ปัญหาคือ คิดว่าชาวเน็ตจะเชื่อผลโหวตนี้กันไหมวะ

189 Nameless Fanboi Posted ID:zM8r8IjQ0g

>>188
คนเราจะเห็นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อเสมอ
ยิ่งระบบFacebook เป็นแบบกะลาครอบด้วย
กูก็เลือกลุง แต่จะเข้าเพขอวย อคม รึไงวะ?

190 Nameless Fanboi Posted ID:Nbg5wZ7DHI

>>188 ประเด็นคือมึงพิสูจน์ได้ไหมล่ะว่าพลังเงียบโหวตให้ลุงจริงๆ เพราะผลโพลมันก็ไม่ได้มีแค่ในโลกเสมือนแต่ก็มีพวกที่เขาไปทำสัมภาษณ์เป็นหลักฐานที่เป็นรูปธรรม (คลิป) ออกมาซึ่งก็ไม่ได้ไปในทางที่จะสนับสนุนประยุทธ์ต่อกัน

ถ้าประยุทธ์ชนะแล้วมึงพิสูจน์ไม่ได้แล้วจะมาสรุปเอาเองว่าเออที่มันแม่งชนะเนี่ย เพราะว่าพลังเงียบนะ พวกมึงยอมรับกันไปเถอะ อันนี้มันก็ไม่ใช่

191 Nameless Fanboi Posted ID:rUhr6ytMNN

>>189 แต่เพจหนุนลุงโพลก็แพ้นะครับ

192 Nameless Fanboi Posted ID:54tgn0HEM0

>>187 >>188 กระทู้มิตรสหายท่านหนึ่งคือให้ quote ข้อความชาวบ้านมาลงเว้ย หรือจะถกต่อจากที่ quote มานิดหน่อยก็โอเค แต่ไม่ใช่ให้มาคุยเรื่องเหี้ยอะไรก็ได้ที่อยากคุย กระทู้อื่นที่ใช้คุยก็มีอยู่แล้ว

193 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

>>190
บ้านกูเลือกลุงกันหมดทั้งบ้าน
รวมญาติกูด้วยก็สิบกว่าเสียงละ
ทำงานด้านสุขภาพ + ราชการ
จำเป็นต้องสำภาษณ์ลงเน็ตไหม?

194 Nameless Fanboi Posted ID:hvrbezI.y0

>>193 ก็คือมึงจะบอกว่าลุงจะชนะก็ไม่แปลกเพราะบ้านมึงเลือก? อันนี้คือข้อพิสูจน์มึงเหรอวะ บ้านมึงแม่งยิ่งใหญ่ดีว่ะ

195 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

>>194
มึงก็เอาตัวอย่างที่สัมภาษณ์มาวัดกำลังคนทั้งประเทศเหมือนกัน
ไม่ Live สด 48 ล้านคนเลยล่ะวะ?

196 Nameless Fanboi Posted ID:GEn8n8cHBd

>>195 กูเอาหลายๆอันมาวัดแล้วเฉลี่ยๆจากสายตากู ไม่ได้วัดแค่บ้านตัวเองบ้านเดียวแบบมึง พูดเหี้ยไรให้มันเป็นไปได้หน่อย ไลฟ์สดห่าไร 48 ล้านคน

197 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

ปี 59 โพลเมกา ฮิลลาลี่ชนะทรัมป์แทบทุกโพล เลือกตั้งจริงหักปากกาเซียนเป็นแถบๆ

สำนักข่าวต่างประเทศ รวมทั้งซีเอ็นเอ็น และบีบีซี รายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2016 ที่ดำเนินไปด้วยความตื่นเต้นสุดระทึกว่า ในที่สุด ได้เกิดการพลิกล็อกมโหฬาร ชนิดหักปากกา ‘โพล’ แทบทุกสำนักที่สำรวจความนิยมของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี มาโดยตลอด เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากรัฐนิวยอร์ก วัย 70 ปี ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง

198 Nameless Fanboi Posted ID:GEn8n8cHBd

>>197 อันนี้คือข้อพิสูจน์มึงว่าพลังเงียบจะโหวตให้ลุง?

199 Nameless Fanboi Posted ID:9.hUqoia1V

>>198
มึงตั้งธงไว้ยังไงล่ะ?
หรือจะบอกว่าคนที่ได้บัตรร้านประชารัฐจะไม่เลือกลุงแน่นอน?

200 Nameless Fanboi Posted ID:GEn8n8cHBd

>>199 กูไม่ได้ปักธง เหมือนกับที่กูไม่ได้ปักธงว่าคนได้บัตรจะโหวตให้ลุงแน่นอน หรือมึงปักแบบนั้น?

201 Nameless Fanboi Posted ID:TfEYtA+Xmu

นึกถึงนี่เลยว่ะ เดี๋ยวเจอสภาจริงที่สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้จะอยากกลับไปเลี้ยงหลานแทบไม่ทัน
https://youtu.be/z3CMyB9C3ts

202 Nameless Fanboi Posted ID:rUhr6ytMNN

คนมันก็คงจะเชื่ออยู่หรอกว่ามึงไม่โกง ถ้ามึงไม่ได้ตั้ง กกต เอง เลือก สว มาเลือกตัวเอง ใช้ ม44 แบ่งเขตเลือกตั้งตามใจตัวเอง เลือกกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติที่จะชี้เป็นชี้ตายสภาที่มึงไม่ชนะได้ เอาเงินภาษีไปหาเสียงในโครงการที่มึงเอาไปตั้งเป็นชื่อพรรค

203 Nameless Fanboi Posted ID:dGPD.huxSL

เรื่องแอดมินเพจลวนลามมาอีกเพจละครับ...
(เคสเมื่อเช้าเขาไปเคลียร์กันละนะ) คราวนี้ลองอ่านกันดู อืมม์... ทำไมต้องเป็นคนที่เคยเจออีกละเนี่ย... =..="

👉 อยากเตือนให้เป็นอุทาหรณ์ จากเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างแอดมินกับลูกเพจ ว่า อย่าไปไหนมาไหนกับแอดมินเพจ ถ้ายังไม่สนิท หรือเชื่อใจ

เรื่องมีอยู่ว่า หนูเป็นลูกเพจอยู่เพจนึง เป็นเพจตลก ก็ติดตามเพจกันปกติ ไปคอมเมนท์ตามประสาลูกเพจ แต่อยู่ๆแอดมินก็มาตอบคอมเมนท์ เราก็ดีใจแอดมินตอบเพจ โต้ตอบกันใต้คอมเมนท์ ซักพักนึง แอดมินคนดังกล่าวก็แอดเพื่อนมา เราตกใจมาก เพราะเห็นหน้าเฟสบุ๊คบอกเป็นแอดมินเพจ เราเลยลองกดรับเป็นเพื่อน

พอรับแอดมินเพจก็ทักมาทันที บอกว่าเราสวย ชอบเรา อยากเจอเรา พอดีมีงานออกบูท ด้วยความที่ชื่นชอบเพจนั่นมากเลยตอบตกลงว่าจะไปเจอที่งานออกบูทของเพจนั่น พอเจอเราก็คุยกันปกติ คุยกันสนุกสนาน พอจะกลับเขาก็อาสาพากลับบ้าน ไอเราก็หลวมตัวกลับไปกับเขา อาทิตย์ต่อมาแอดมินคนเดิมก็ชวนเราไปเที่ยวอีก คราวนี้ไปเที่ยวที่ไกลกว่าเดิม เป็นที่ที่เราไม่เคยไป เราก็ออกปากตกลง เพราะเชื่อใจ

ถึงเวลาก็ไปเดินเที่ยวตามปกติ คราวนี้เขาก็บอกจะไปส่งอีก เราก็ตกลงแต่วันนี้ เราเริ่มมีท่าทีแปลกๆ ขึ้นรถนั่งอยู่นาน แต่ไม่ยอมออกรถ เราก็สงสัยเลยถาม “ทำไมไม่ไปล่ะคะ” เขาบอก”ขอทำธุระแปบนึง” เราก็งงทำอะไร ทันใดนั่น แอดมินคนนั้นก็เริ่มมาหอมแก้ม กอด เราตกใจมาก ถามทำอะไร เขาตอบ “ก็คิดถึง ขอหอมหน่อยไม่ได้เหรอ” เราก็เงียบไปจนมาถึงบ้าน เราลงจากรถและไม่พูดอะไร

อาทิตย์ต่อมา เขาก็ชวนอีกบอกจะไม่ทำอะไรแล้ว เราเลยตกลงยอมไปด้วยอีกครั้ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนเดิม แต่หนักกว่าเดิม คือเขาพยายามจะเอามือมาจับหน้าอก เราโวยวายบอก “ทำไมทำแบบนี้” เขาบอก “ก็คิดถึง พี่มีน้องคนเดียว พี่ก็อยากจะทำ น้องยอมพี่ไม่ใช่เหรอ” ได้ยินแบบนี้ เราทนไม่ไหว บอกให้รีบไปส่งที่บ้าน

ถึงบ้าน เขาก็พยายามจะโทรหา บอกขอโทษจะไม่ทำอีก หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยกัน ผ่านไป2อาทิตย์ แอดมินคนนั้นกลับมา โทรมาหา บอก”มาเจอกันเถอะนะ จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนสำนึกผิด เราใจอ่อนและก็ยอมไปเจอกับเขา

ก็ไปเที่ยวปกติ แต่ขากลับ เขาบอกอยากไปนั่งพักซักที เราก็นึกว่าจะเป็นร้านกาแฟ หรือร้านอาหาร ขับรถมาได้ซักพักรู้ตัวอีกที ก็อยู่หน้าโรงแรม(พอดีตอนนั้นเหม่อเลยไม่ได้สนใจทาง) พอเห็นว่าเป็นโรงแรม เราพยายามจะหนี แต่หนีไม่พ้น เราถูกแอดมินคนนั้น ฉุดเราเข้าห้อง หลังจากนั้นก็พยายามจะข่มขืนเรา วิ่งหนีทั่วห้อง เขาจะถอดเสื้อ กางเกง เหลือแต่ยกทรง เขาล็อกแขน พยายามดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด ความแรงผู้ชายผู้หญิงอย่างเราสู้ไม่ไหวอยู่แล้ว เขาพูดกับเราว่า”พี่ขอนะ” หลังจากนั้น เขาก็พยายามที่จะเอาไอนั่นมาใส่ เราดิ้นๆๆ จนหลุดออกมาได้ เราหนีเข้าห้องน้ำแล้วรีบใส่เสื้อผ้า และหาจังหวะ หนีออกมาได้ พอเห็นเราหนีออกมาเขาพยายามขับรถตาม พอดีปากซอยโรงแรมเป็นบั๊มน้ำมัน เลยหนีเขาไปหลบ รอโอกาศที่เขาขับรถออกไป แล้วก็กลับบ้าน เขาพยายามที่จะติดต่อ โทรหาและพูดประโยคเดิมๆว่า “พี่ขอโทษ ที่จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว พี่สัญญา” ครั้งนี้เราบอกว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเชื่อใจแล้ว จึงทำการบล็อกเขาออกทุกช่องทาง ไม่อยากจะเจอ จะคุยด้วยอีกต่อไป จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้รู้ว่า ไม่ควรไปไหนมาไหนกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกัน แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นแอดมินเพจจากเพจดังก็ตาม👈

พออ่านจบก็เข้าใจนะ ว่าเวลาแอดมินเพจทำอะไรแบบนี้มันมีทั้งเคส ไหวตัวทันและไหวตัวไม่ทัน หรือบางทียอมใจอ่อนเผลอใจให้ บางคนรอดไปได้ก็โอเค เขาก็หาคนใหม่คนที่โดนแล้วอึดอัดเจอที่ระบายไปเล่าได้ก็โอเค แต่หลาย ๆ เคสเกิดจากความไว้ใจจนพลาดไป สุดท้ายก็ทำอะไรกลับไม่ได้เพราะเข้าข่ายสมยอมจนต้องเก็บเรื่องเอาไว้...

ดังนั้นถ้าไม่อยากพลาด ก็ระวังไว้ละกันครับผม...

204 Nameless Fanboi Posted ID:B+lPK.MUhi

เราจะทำการโกงเลือกตั้งให้ดีที่สุด​
เพื่อไม่ให้นักการเมืองกลับมาโกงได้อีก​
เชื่อใจ​ กกต.​ ที่​ คสช.​ สรรหามา เถอะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

205 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

ที่คุณธนาธรระบุทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องที่ดีมาก และสมควรชื่นชม แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่

เพราะนักการเมืองหลายคนเขาก็ทำ ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ blind trust หรือ private fund ต่างก็สามารถระบุเจตจำนงในสัญญาบริการได้ทั้งหมด

เราก็เคยบริหาร private fund ให้อดีตรัฐมนตรีบางท่าน ซึ่งปัจจุบันกำลังลงเลือกตั้งในยุคนี้ สัญญาจัดการ private fund ก็ไม่ต่างจากที่คุณธนาธรระบุ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงหุ้นบริษัทนอกตลาดอีกด้วย โดยที่ในระหว่างบริหาร private funds เหล่านี้ รัฐมนตรีและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็มิได้เข้ามาบงการหรือยุ่งเกี่ยวอะไรเลย

คุณธนาธรทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะมีนักการเมืองและรัฐมนตรีหลายคนเขาทำกันอยู่แล้ว ถึงจะไม่ได้ทำในรูปแบบ blind trust แต่เนื้อหามิได้ต่างกันและบางท่านก็ทำเข้มงวดกว่า
.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

206 Nameless Fanboi Posted ID:qh9epQZclY

แสงกระสือ หนังดี ลงทุน 40 ล้าน แต่คนไทยไม่ดู รายได้ 4 วัน จึงได้เงินแค่ 14 ล้าน

ส่วนหนังเหี้ยๆ ลงทุนแค่ 4 ล้าน เอาตลกคาเฟ่มาด่าพ่อล่อแม่ คนไทยแห่ดู รายได้ 4 วัน ทะลุ 40 ล้านกัน

แล้วคนไทยก็ชอบด่าคนทำหนังไทยว่า "ถ้าอยากให้หนังไทยได้เงินเยอะๆ ก็ทำหนังดีๆสิ" ก็นี่ไง ทำหนังดีๆให้แล้วนี่ไง แต่คนไทยก็ไม่ดู จริงมะ?

207 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>205 ยุ่งได้แต่ไม่ยุ่ง (เพราะกลัวทำเจ๊งหรืออะไรก็ว่ากันไป) กับสัญญาว่าจะไม่ยุ่งนี่ไม่ต่างกันเหรอ

208 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>207 จากการค้นข้อมูลรมต.ของไทยที่เคยใช้วิธี Blind trust มีทั้งหมด 15 คน คือ

1. คุณสาวิตต์ โพธิวิหค รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุคชวน
2. นายธานินทร์ นิมมานเหมินท์ รมต.คลัง ยุคชวน
3. นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร รมต.ช่วยพาณิชย์ ยุคชวน
4. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมต.มหาดไทย ยุคมาร์ค
5. นายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยุคมาร์ค
6. น.พ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ รมต.ช่วยคลัง ยุคมาร์ค
7. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมต.ช่วยพาณิชย์ ยุคมาร์ค
8. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมต.วิทยาศาสตร์ ยุคมาร์ค
9. นายกรณ์ จาติกวณิช รมต.คลัง ยุคมาร์ค
10. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายก ยุคปู
11. นายประดิษฐ สินธวณรงค์ รมต.สาสุข ยุคปู
12. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายก ยุคปู
13. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมต.ช่วยพาณิชย์ ยุคลุงตู่
14. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมต.พลังงาน ยุคลุงตู่
15. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายก ยุคลุงตู่

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

แต่ทั่นธนาธรเป็นคนแรกนะ...
คนแรกที่ได้รับการบูชาหน้ามืดระดับติ่ง
ทุกสิ่งที่เกิดมาก่อนไม่นับเป็นประวัติศาตร์
ประวัติศาสตร์เริ่มที่ท่านธนาธร

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

209 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>208 รัฐมนตรีต้องโอนหุ้นที่เกินกำหนดให้นิติบุคคลอื่นไปดูแลแทนทุกคน
ไอที่ไล่มามันทำตาม กม. ให้กองไปดูแลเฉยๆ สิทธิ์ออกเสียงในหุ้นก็ยังมีอยู่

"มาตรา ๕ ในกรณีที่รัฐมนตรีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้
ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทในส่วนที่เกินกว่าจํานวนที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔ ให้รัฐมนตรี
ดําเนินการดังต่อไปนี้
(๑) แจ้งเป็นหนังสือให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีและ
(๒) โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้นิติบุคคลภายในเก้าสิบวัน
นับแต่วันที่ได้แจ้งให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ และเมื่อได้
ดําเนินการโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นให้กับนิติบุคคลใดแล้ว ให้รัฐมนตรีแจ้งเป็นหนังสือให้ประธานกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบภายในสิบวันนับแต่วันที่ได้โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นนั้น"
http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/�106/�106-20-2543-a0001.pdf

แต่ blind trust คือมึงจะทำอะไรกับทรัพย์สินตัวเองไม่ได้เลย กองทุนก็ไม่รู้ว่าบริหารทรัพย์สินใคร
ไอตี๋นี่ยังไม่รู้ว่าจะได้เข้าสภาไหมยังทำถึงขนาดนี้กูว่าควรชมให้มากๆ ด้วยซ้ำ ลดอคติลงหน่อยก็ดีนะ
https://www.prachachat.net/politics/news-303388

210 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>209 ใครด่ามัน กูแซะสาวกที่ทำราวกับว่า TJ ทำแบบนี้เป็นคนแรกเท่านั้นละ แล้วรายชื่อใน >>208 ก็เป็น Blind trust แบบ TJ นะ ดันบอกว่ามีสิทธิออกเสียงในหุ้นซะงั้น มึงมึนเหรอ

แล้ว TJ ได้เข้าสภาแน่นอนอยู่แล้ว มึงคิดไงว่ามันไม่ได้งะ บางคนบอกมีสิทธิได้นายกเพราะคนค้นหามากสุดในเน็ตด้วยซ้ำ

211 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>210 อันนั้นมัน Private fund ให้กองทุนบริหาร ซึ่งก็ทำตามกม.ไง แต่ Blind trust มันจะเข้มไปอีกระดับนึง

212 Nameless Fanboi Posted ID:PPJEZzYU+T

ข้างบนจั่วหัวว่าธนาธรทำเรื่องดีแล้ว ควรชื่นชม บรรทัดแรกเลย

แต่ติ่งส้มก็ยังเข้ามาแง่งๆ ขู่ฟอดๆ ประชดประชัด มีพูดถึงป้อมกะยุทธ์เหมือนจะimplyว่าเจ้าของโพสต์เป็นพวกเผ็ดกลาง

แบบนี้คนเขาเลยหมั่นไส้พรรคมึงไง ติ่งเอ๋ย เขาก็บอกอยู่ว่าเป็นเรื่องดี แต่แค่แย้งที่ป่าวประกาศว่าทำคนแรก

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10217320969003461&id=1450051196

213 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>210
Private Fund แปลว่ากองทุนส่วนบุคคล ส่วน Blind Trust เป็นรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงลงไปอีกของ Private Fund ค่ะ คือห้ามเจ้าของทรัพย์สินโทรสั่งการซื้อหรือขายหุ้น หรือจัดการใดๆ กับทรัพย์สินเด็ดขาด จนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาในสัญญา

ถ้าเป็น Private Fund ธรรมดา เรายังมีอำนาจสมบูรณ์ ผู้จัดการกองทุนเป็นเหมือนผู้ช่วยเราเฉยๆ แต่ถ้าเป็น Blind Trust เรามอบอำนาจในการจัดการทรัพย์สินให้ผู้จัดการ Trust ไปด้วย
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

มีคนอธิบายไว้ละ
เท่าที่ดูรายละเอียดจากอันนี้ https://www.isranews.org/isranews/74785-report02_74785.html ก็ยังไม่ถึงขั้น Blind Trust นะ
แต่เงื่อนไขเขาไม่ได้เปิดเผย ใน 15 คนนี้อาจจะมีคนทำคล้ายๆกันก็ได้มั้ง

214 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>211 ใน >>208 วรรคแรกก็บอกนะว่า Blind trust ในลิงค์อิสราที่มึงเอามาก็บอกว่าเป็น Blind trust มึงตกภาษาไทยเหรอ กรือโลกนี้มี TJ คนเดียวที่ทำ Blind trust ได้

มึงใช่ติ่ง Hyperloop ก่อนหน้านี้มั้ย ถ้าใช่กูได้ไม่คุย เสียเวลาชีวิตชิปหาย

215 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

มีคนติงมาว่าผมไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำไปไกลกว่าหลายท่าน เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง ก็คือ 1.*Blind ทำให้สั่งไม่ได้ มองไม่เห็น* 2.จะไม่ลงทุนในหุ้นไทย 3.ไม่เอาคืนจนกว่าจะครบ 3 ปี หลังพ้นตำแหน่ง

ถ้าไม่จริงก็ขอขอดูรายละเอียดแต่ละท่านด้วย
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

216 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>214 กูว่ากูอธิบายชัดแล้วนะ
กฏหมายตอนนี้ยังไม่ครอบคลุมไปถึง Blind trust และไม่ได้บังคับให้ทำ Blind trust ไอที่ รมต. ทำมัน Private Fund โว้ย
ถ้ายังแยก Blind trust กับ Private Fun ไม่ออกก็เรื่องของมึงจ้า

217 Nameless Fanboi Posted ID:3UDBZKd22.

>>213 blind trust ไม่ต้องกำหนดระยะเวลาก็ได้นะ ขึ้นกับสัญญา อยากเลิกเมื่อไหร่ก็ได้

218 Nameless Fanboi Posted ID:GC+g5Fc.DD

>>216 ในเมื่อไม่เห็นสัญญาแล้วมึงรู้ได้ไงว่าเป็น Private มโนเอาเองเหรอ ข่าวอิสราก็บอกอยู่ว่าเป็น Blind trust เอาเถอะ นอกจากทักกี้ซื้อจักรวาล TJ ก็เป็นคนแรกของจักรวาลด้วย เก่งกันจริงๆ

219 Nameless Fanboi Posted ID:iTGHeW0PQ1

พวกมึงไปคุยกันในมู้การเมืองสิโว้ย

220 Nameless Fanboi Posted ID:QV++BD1/gZ

>>218 แล้วในเมื่อไม่เปิดเผยสัญญาแล้วอิศรารู้ได้ยังไงว่าเป็น Blind trust ล่ะหืม?
แล้วในเมื่อกฎหมายกำหนดแค่ "โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้นิติบุคคล" แล้วทำไมถึงอนุมานว่า 15 คนนี้ทำ Blind trust ล่ะ?
logic พื้นๆ หวังว่าจะเข้าใจนะ

221 Nameless Fanboi Posted ID:UHp8R8psLu

ทหารยึดอำนาจไม่ใช่เพื่อเอาชนะทักษิณ ที่เค้ายึดเพราะเค้าต้องการหยุดคนโกงชาติ รักษาผลประโยชน์ชาติ คืนความสงบสู่บ้านเมือง ใครจะชนะเลือกตั้งก็ตาม ขอเพียงอย่าสร้างเงื่อนไขเลวๆเหมือนที่ผ่านมา ทหารเค้าก็ไม่ยึดอำนาจหรอก ถามว่าถ้าทหารไม่ยึดอำนาจ แล้วปล่อยให้คนไทยฆ่ากันเอง โดนนักการเมืองโกงบ้านเมืองไป แล้วบอกว่าปล่อยให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ลืมไปหรือเปล่าครับ บ้านเราปกครองด้วยระบอบอะไร? ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนไทยน่าจะเรียนรู้ระบอบการปกครองของบ้านเมืองตัวเองก่อนไปเลือกตั้งนะครับ นักการเมืองอย่าสร้างเงื่อนไขให้ประเทศฉิบหายอีกก็แล้วกัน ต่อไปคงไม่ได้เลือกตั้งอีกแน่นอน นี่ก็ปล่อยให้มีการเลือกตั้งตามปกติ ถ้ามีโคตรโกงและพาคนไปสู่ความแตกแยกอีก ผมว่าต่อไปไม่ต้องมีการเลือกตั้งไปนานๆเลยครับดัดสันดานกันบ้าง

222 Nameless Fanboi Posted ID:jkzUefJbgF

Media smear 101:
- Use angry photo
- Introduce person with pejorative i.e. “far right”
- Immediately follow with “critics say”
- Tie person to negative events
- Interview haters
- Quote crazy “followers”
- Never quote work directly
- Bury any reasoned responses at the end
PROFIT

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

223 Nameless Fanboi Posted ID:UHp8R8psLu

5 ปีก็ยังน้อยนัก
สัก 10 ปีก็ยังไม่พอ
20 ปีไปเลยครับลุงตู่
ผมให้อยู่ต่อ..

224 Nameless Fanboi Posted ID:nalfy61iGi

>>220 มึงรู้มั้ยว่า Blind trust นี่ต้องแจ้งกลต.นะ และกลต.เคยพูดเรื่องนี้มานานแล้ว ถ้าจะเช็คก็เช็คได้ แต่เขาคงเอามาให้มึงดูหรอก

https://www.ryt9.com/s/iq02/504650

225 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

>>224 นิยาม Blind trust ใน MOU กับข่าวนี้และอิศราไม่ตรงกันน่ะ
กรณ์ยังบอกเลยว่า “Blind Trust” ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10157168334459740&id=71254499739
แต่น่าเสียดายนะ ข้อ 1 กับ 4 จงใจดิสเครดิตเขาแถมตอนท้ายยังโยงไปแซะทักษิณอีก ไม่น่าเลย

226 Nameless Fanboi Posted ID:/Fn+tM3GpW

>>225 โทษนะ มึงแย้งว่าไม่มี blind trust ด้วยการบอกว่าไม่มี blind trust ในไทย งั้นของธนาธรก็ไม่ใช่ blind trust ไปด้วยสิ ขอบคุณที่บอก

227 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

>>226 ถ้าตามกฎหมายก็ใช่นะ ที่มันทำคือ blind trust ตามคอนเซปของต่างชาติเขา
แต่แทนที่จะมากระแหนะกระแหน​ว่าแบบนี้ไม่ใช่ blind trust อะดิ มาส่งเสริมให้นักการเมืองทำตามหรือผลักดันให้กฎหมายรองรับไม่ดีกว่าเหรอ?

228 Nameless Fanboi Posted ID:eXvurYXA7y

>>226 เป็นโดยพฤติกรรม ใช้ mou สวม
จริงๆเคลมเป็นคนแรกที่ทำก็ได้ เพราะมันเป็นคนแรกที่ทำ mou ต่อสาธารณะจริงๆ

สำนักข่าวเริ่มต้นก็บอกถูกนะ จู่ๆมีดราม่าคนแรกคนสองอะไรไม่รู้ ปัญญาอ่อนชิบหาย ไปไกลกว่าที่เคยมีมาขนาดนี้ยังหาเรื่องด่ามันได้

229 Nameless Fanboi Posted ID:/Fn+tM3GpW

>>227 ตอนแรกมึงแย้งเองนะว่าของธนาธรเป็นคนอื่นไม่เป็น

>>228 กูว่าคนเหม็นเพราะสาวกเยอะนะ พอเอาเรื่องนี้อวดคนก็ออกมาแย้ง อารมณ์ติ่งกะฮีตเตอร์ในห้องหนังอะ อวยมาก/ด่ามากไปคนก็อยากเห็นตรงข้าม

230 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

>>229 Hater gonna hate. คนไม่ใช่ทำอะไรก็หาเรื่องมาด่าได้ตลอดแหละ ไปลองดูห้องการเมืองเวป gconhub ได้

231 Nameless Fanboi Posted ID:UHp8R8psLu

ยิ่งมองไม่เห็น ยิ่งตรวจสอบไม่ได้

จากการแถลงข่าวเรื่อง ‘blind trust’ ของคุณธนาธร ทำให้มีสื่อบางรายได้ทักท้วง สรุปความได้ว่า การอ้างว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการทำเช่นนี้ เป็นการอ้างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เคยมีนักการเมืองอีกหลายท่าน รวมทั้งผมด้วย เคยทำเช่นนี้มาก่อนแล้ว..

ผมขอชี้แจงตามนี้ว่า

1. “Blind Trust” ยังไม่มีจริงในประเทศไทย เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นที่คุณธนาธรลงนามไปนั้น ไม่ใช่ blind trust และไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน

2. คุณธนาธรได้โอนทรัพย์สินให้สถาบันการเงินดูแล อันนี้หลายคนน่าจะเคยทำเหมือนกัน ผมก็เคยและวันนี้ก็ยังมีอยู่ โดยที่ผมก็ได้ลงนามสัญญาให้เขาบริหารโดยอิสระเช่นเดียวกัน

3. ผมเองเคยมี Trust อยู่ที่ต่างประเทศ และรายงานรายละเอียดทั้งหมดกับ ปปช. ตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการรายงานบัญชีทรัพย์สิน

4. แต่หลายปีมาแล้วผมได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามที่จะทำ คือผมยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะผมคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ ‘มองไม่เห็น’ เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้

จริงๆแล้ววิธีที่ชัดเจนที่สุดที่จะปลดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือการขายขาด (แต่อย่าขายให้ nominee กันอีกนะครับ)

แต่หากไม่ขาย ผมว่าที่ดีที่สุดคือเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่าเรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และที่ไม่ควรคือการโอนเข้าไปในที่ๆ ‘มองไม่เห็น’
.
.
.
.
ลิงค์เต็มของสำนักข่าวอิศรา https://www.isranews.org/isranews/74785-report01-74785.html

#เลือกตั้ง62 #ประชาธิปัตย์
#ทีมกรณ์ #แก้จนสร้างคนสร้างชาติ

ผลิตโดย นายกรณ์ จาติกวณิช
พรรคประชาธิปัตย์ 67 ถ.เศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
จำนวน 1 ชุด ตามวันเวลาที่ปรากฏที่ส่งมาในครั้งนี้

232 Nameless Fanboi Posted ID:/Fn+tM3GpW

>>230 ตอนแรกคนไม่ได้เกลียดพรรคส้มเยอะนะ ตอนนี้กระแสแรงพอตัว คิดว่าเพราะไร

233 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

ไม่คิดจะเขียนเรื่องนี้อีกแล้วนะคะ แต่พอดีได้คำถามหลังไมค์มารัวๆ หลายอัน เลยคิดว่าตอบทีเดียวเป็นสาธารณะดีกว่า ก่อนจะมีมาอีก 55

ความเห็นต่อโพสของคุณกรณ์ (ดูได้ในเพจ KornChatikavanijDP) ต่อกรณี blind trust คุณธนาธร

1. ในฐานะนักการเงิน คุณกรณ์ย่อมเข้าใจดีว่า blind trust คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ทำงานแบบไหนในต่างประเทศ การนำคำว่า "มองไม่เห็น" มาเล่น บิดคำให้กลายเป็นเท่ากับหมายความว่า "ตรวจสอบไม่ได้" จึงไม่ถูกต้อง เพราะ blind ในคำว่า blind trust ไม่ใช่แปลว่าตรวจสอบไม่ได้ คำว่า "มองไม่เห็น" แปลตรงตัวว่า เจ้าของทรัพย์สินไม่มีสิทธิมองเห็นหรือบงการการจัดการทรัพย์สินใดๆ เท่านั้น

2. ไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ blind trust ก็จริง แต่คุณธนาธรก็ได้แสดงความประสงค์ชัดเจนแล้วใน MOU ซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะว่า จะสร้างเงื่อนไขแบบ blind trust ขึ้นมาในสัญญาบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล

3. blind trust ที่คุณธนาธรตั้งในครั้งนี้ เป็นการทำสัญญากับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนสัญชาติไทย อยู่ในรูปกองทุนส่วนบุคคล (private fund) ในเมืองไทย ซึ่งต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ทุกประการ ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไม่ใช่ trust ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ (แบบที่คุณกรณ์โพสว่าเคยทำ) และในเมื่อคุณธนาธรยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สิน (กองทุนเพียงแต่รับมอบอำนาจในการจัดการมา) จึงยังต้องรายงานทรัพย์สินถ้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามกฎระเบียบของ ปปช. (เหมือนกับที่รัฐมนตรีคนก่อนๆ ที่โอนทรัพย์สินให้กองทุนส่วนบุคคลจัดการ มีหน้าที่ต้องทำเช่นเดียวกัน -- แต่ย้ำอีกทีว่า ไม่มีข้อมูลค่ะว่ากองทุนเหล่านั้นอันไหนเข้าข่าย blind trust บ้าง)

4. การรายงานทรัพย์สินใน trust นี้ ต่อ ก.ล.ต. และ ปปช. (ซึ่งเป็นหน้าที่ของ trustee หรือผู้ดูแล trust) จะต้องละเอียดแค่ไหน อย่างไร เป็นเรื่องที่เจ้าของโพสนี้ไม่แน่ใจ (เพราะกฎหมาย blind trust ตรงๆ ยังไม่มีนั่นแหละ) แต่ในหลักการ การจัดตั้งโครงสร้างแบบนี้ถือว่าเป็นการวางมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนแล้ว ดังนั้นถ้าจะต้องเปิดเผย อย่างมากก็ควรเปิดเผยทรัพย์สินเดิม (ณ ตอนที่สร้าง trust นั้นขึ้นมา เพราะถือว่ามีโอกาสเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับทรัพย์สินเดิม เพราะเจ้าของรู้ว่ามีอะไรบ้าง) และยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินใน trust ตามกำหนดการยื่นของ ปปช. เท่านั้น (เราอยากรู้รายละเอียดทรัพย์สินก็เพราะเจ้าของทรัพย์สินมีอำนาจจัดการ สุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้าเขาโอนอำนาจการจัดการไปแล้ว เราก็ไม่ต้องรู้ละเอียดขนาดนั้นก็ได้)

5. ดังนั้นคำพูดของคุณกรณ์ที่ดูจะชี้นำว่า "มองไม่เห็น" = "ตรวจสอบไม่ได้" จึงไม่เป็นความจริง พูดไม่ครบ และทำให้คนเข้าใจผิดได้ค่ะ

เสริมอีกนิดว่า คุณธนาธรเป็นนักการเมืองคนแรกที่รู้จัก ที่ 1) ประกาศว่าจะจัดตั้ง blind trust ก่อนรู้ผลการเลือกตั้ง 2) เปิดเผย MOU ต่อสาธารณะ 3) ในสัญญาจะกำหนดข้อบังคับว่า trustee จะต้องไม่ซื้อหุ้นไทย และ 4) ไม่รับโอนทรัพย์สินคืนจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองไปแล้ว 3 ปี -- ทั้งสี่ข้อนี้เป็นมาตรฐานสูงที่ไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนทำมาก่อนค่ะ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

234 Nameless Fanboi Posted ID:xuyqkLQfv+

Being a SUCCESSFUL scientist requires yet a third set of skills, involving publishing and departmental politics.
#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

235 Nameless Fanboi Posted ID:hgSceoehIC

กรณ์เริ่มลบเม้นในโพสต์นี้แล้วว่ะ 5555
https://facebook.com/story.php?story_fbid=10157168334459740&id=71254499739

236 Nameless Fanboi Posted ID:ZSBPn/Ba6U

>>234 sad truth...

237 Nameless Fanboi Posted ID:+gPW0/2mw1

สุเทพนี้

เอาคนไปปิดธนาคารไม่ให้จ่ายเงินให้ชาวนา จนชาวนาผูกคอตาย

แล้วด่าว่าเป็นความผิดคนอื่นชาวนาถึงไม่ได้เงินหน้าตาเฉย เอาเรื่องชาวนาตายมาด่าคนอื่นได้หน้าตาเฉย

เดินเรี่ยไรเงิน อ้างว่าจะ"ช่วยคดี"ชาวนา เงินเข้าทนาย แต่พูดอ้างว่าเอาไปให้ชาวนาที่ฆ่าตัวตายหน้าตาเฉย จริงๆเงินม็อบมันไปไหนยังไม่รู้เลย

เห็นชีวิตคนที่ตายเพราะตัวเองเป็นอะไร เห็นคนที่นั่งฟังเชื่อมันจ่ายเงินให้มันเป็นอะไร

ปั่นคนจนสูญเสียรวมทั้งหมดไปเท่าไหร่ ผ่านไป 5 ปี สุดท้ายได้อะไรวะ?

ฟังเวทีพรรคอื่นพรรคนี้แล้วมาฟังสุเทพ แล้วรู้สึกว่ามันเหี้ยมาก พอคิดว่า 5 ปีก่อนมีพวกห่านี่พูดแล้วมีคนไปนั่งฟัง ก็รู้สึกดีขึ้นหน่อยว่าประเทศไทยมาไกล

รอดูตอนจบว่าจะจบยังไง

238 Nameless Fanboi Posted ID:SKzyG5J/qC

สรุปว่า blind trust ของ TJ คือนิยามขึ้นเองเพื่อโฆษณาเหมือนกับ retina display เงี้ยเหรอ?

239 Nameless Fanboi Posted ID:b5i9hoIYKR

เพื่อนๆ ที่ออกกตัวให้ TJ นี่เครือข่าย elite ใหม่ ทั้งนั้น

240 Nameless Fanboi Posted ID:ytQebewarg

ฆ่าตัวตายแล้วตกนรกหรือไม่ จะได้ไปสวรรค์หรือเปล่า?

ในทางศาสนาคริสต์ จริงๆเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก และไม่ค่อยอยากจะมีคนพูดกัน

เพราะมันยืนอยู่บนทางอันตรายสองแพร่ง ระหว่างลัทธิชวนคนไปฆ่าตัวตาย กับการทำร้ายคนอื่นซึ่งผิดเป้าหมายที่พระเจ้าอยากให้เราทำ

ดังนั้นในประเด็กนี้ เราต้องพูดถึงมันอย่างระมัดระวังมากๆ อยากให้อ่านจนจบและค่อยๆพิจารณาดู

เอาจริงๆ ในไบเบิลนั้น มีคนฆ่าตัวตายอยู่หลายคน ไม่มีใครในนั้นเลยที่ถูกประนามไว้ในไบเบิลว่าจะตกนรก

ยกตัวอย่างเช่นยูดาสที่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับพระเยซูจึงฆ่าตัวตาย

แซมสัน ถูกข้าศึกจับได้ และเอามาประจานในหมู่ศัตรู จึงอธิษฐานของกำลังเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อทำลายเสาของอาคารจะได้ตกตายไปพร้อมศัตรู

กษัตริย์ซาอูลที่ถูกตีเมืองแตกจึงฆ่าตัวตายก่อนจะตกเป็นชเลยของศัตรู

อาบีเมเลคนับรบที่ถูกทุ่มหินลงมาจากค่ายจนกะโหลกแตก จึงขอให้ลูกน้องฆ่าเขาเสีย

อาหิโธเฟลที่ปรึกษาของกษัตริย์ที่ให้คำแนะนำแล้วไม่มีใครทำตาม เลยเสียใจกลับบ้านเกิดฆ่าตัวตาย

เรารู้ว่าทั้งหมดนั้นไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี แต่ผู้คนเหล่านั้นก็ฆ่าตัวตายด้วยเหตุของสถานการณ์ต่างๆ เราต่างรู้ว่าเรื่องเลวร้ายทั้งหมดบนโลกนี้ก็เป็นผลของบาปในตัวมนุษย์ ทั้งการต่อสู้กัน การตัดสินใจที่ผิดพลาดนำไปสู้ความเศร้า แต่พระเจ้าได้ประนามผู้ที่ตัดสินใจเช่นนั้นหรือไม่? หรือมองว่ามันเกิดจากความผิดพลาดไม่สมบูรณ์ในตัวมนุษย์เอง? และเราควรจะจัดการกับมันอย่างไร?

ในโบถส์ยุคต้น มีกลุ่มความเชื่อหนึ่งที่เชื่อว่าการฆ่าตัวตายถือเป็นมรณะสักขี มีพิธีกรรมอธิษฐาน และทรมาณตัวเอง จนถึงตาย (ไม่ต่างจากความคิดของพระญี่ปุ่นสายหนึ่งแนวนั่งสมาธิฝั่งตัวเองเท่าไหร่) - ต่อมาคณะความเชื่อนี้ถูกคริสจักรโรมันคาทอลิกประกาศให้เป็นพวกนอกรีด และถูกกวาดล้างจนล่มสลายไป

ไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นตาย ความตายก่อนถึงโอกาสอันควร เป็นความเศร้า

เซนต์โทมัส อไควนัส ได้ใช้แนวคิดของเพลโต ซึ่งนำเข้ามาบอกได้ว่าฆ่าตัวเองก็เท่ากับฆ่าคนอื่น ซึ่งผิดหลักห้ามฆ่าคนของบัญญัติสิบประการที่โมเสทได้รับ สำหรับเซนต์โทมัส อไควนัสชีวิตทั้งหมดเป็นของพระเจ้า แม้ตัวเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำลายมัน

ด้วยสายบัญชาการอันทรงอำนาจของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทางวาติกันจึงสามารถประกาศได้ว่าการฆ่าตัวตายเป็นการกระทำร้ายแรง พวกเขาพยามใช้กฎหมายป้องกันการฆ่าตัวตายด้วย ผู้ที่ฆ่าตัวตายจะถูกบัพพาชนียกรรม คือตัดออกจากโบถส์ จะไม่ได้รับการฝังศพในสุสาน สร้างความอับอายเดือดร้อนให้ตระกูล และในความเชื่อของชาวยุโรปในสมัยนั้นคือจะไม่ได้ไปสู่สุขติ

แต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไร? ตามหลักศาสนาแล้วคนที่ฆ่าตัวตายจะได้ไปสวรรค์หรือไม่?

ผมอ่านบทความของปาสเตอร์ฝ่ายโปรแตสแตนท์ของอเมริกันคนหนึ่ง แกตอบว่า "พูดจริงๆ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนถาม ถ้าพ่อกับแม่ของคนที่พึ่งฆ่าตัวตายถาม ผมจะตอบว่า "ได้สิ พระคุณของพระคริสต์จะต้องอภัยให้เขาแน่นอน" แต่ถ้าคนที่ถามเป็นคนที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ผมจะตอบว่า "การฆ่าตัวตายเป็นบาปมหันต์ สิ่งที่รอเธออยู่นั้นเศร้ากว่าที่เป็นอยู่เสียอีก" เพราะผมรู้ว่าถ้าผมบอกว่า "ได้สิ" วันรุ่งขึ้นผมจะต้องจัดงานศพให้เขา"

(มีต่อ)

241 Nameless Fanboi Posted ID:ytQebewarg

(ต่อจาก >>240 )

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าคนที่ฆ่าตัวตายจะได้ไปสวรรค์มั้ย เราไม่รู้หรอก การตัดสินเป็นหน้าที่ของพระเจ้า ไม่ใช่ของเรา สิ่งสำคัญคือเราควรจะทำอย่างไรกับคนที่อยากจะฆ่าตัวตาย เรื่องนี้ต่างหากที่บอกไว้อย่างชัดเจนหลายต่อหลายครั้ง

ก่อนสมัยของพระคริสต์ ชาวอิสราเอลเคยทอดทิ้งพระเจ้าไป และใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลก ในเวลานั้น ผู้เผยวัจนะ เอลียาห์ เป็นคนที่สุดท้ายที่ยังเชื่อพระเจ้าอยู่

แต่ภารงานที่เอลียาห์ได้รับนั้นหนักหนาเกินไป เขาเป็นมนุษย์ที่ต่อสู้กับรัฐทั้งรัฐด้วยตัวคนเดียว เอลียาห์ถูกนักบวชของบาอัลใส่ร้ายว่าเป็นผู้ที่ทำให้ฝนไม่ตกเพราะลบหลู่บาอัล เขาถูกตามล่าจากผู้คนทั้งประเทศ

วันหนึ่งเอลียาห์ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับกษัตริย์ และท้าทายเหล่านักบวชของบาอัล ว่าถ้าบาอัลกินเครื่องบูชาได้จริง ให้ประหารเอลียาห์ได้เลย

เอลียาห์ชนะเดิมพัน หลังจากนั้นไม่นานฝนก็ตก เขาพิสูจน์ให้กษัตริย์เห็นว่าการลบหลู่บาอัลไม่ใช่สาเหตุของการที่ฝนไม่ตก และพิสูจน์ว่าบาอัลไม่มีได้มีฤทธิ์ คิดว่ากษัตริย์จะเชื่อเอลียาห์หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่

เพราะราชีนีเป็นหัวหน้านักบวชของบาอัล เป็นคนทรง เมื่อราชีนีรู้เรื่องก็โกรธมาก และจะให้คนสังหารเอลียาห์เสีย

เอลียาห์รู้เรื่องก็กลัวมาก รีบหนีออกจากเมือง หัวซุกหัวซุน เข้าสู่ถิ่นกันดาล รอนแรมอยู่หลายวัน และทรุดลงที่ต้นซากในทะเลทรายต้นหนึ่ง

เอลียาห์รู้สึกว่าเขารับกับเรื่องนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ทุกสิ่งที่ทำมาล้วนไม่มีค่า เขาอยากจะตาย และอธิษฐานกับพระเจ้าให้เขาตายเถิด เขาอธิษฐานอยู่อย่างนั้นจนหลับไป

พระเจ้าทำอย่างไรกับคำอธิษฐานของเอลียาห์?

พระองค์ทรงพิโรจ ส่งสายฟ้าฟาดตวาดว่า "การฆ่าตัวตายเป็นบาป เจ้าจะต้องตกนรก" หรือไม่?

หรือพระเจ้าบอกว่า "เจ้าไม่เข้าใจ ทุกสิ่งที่เกิดแก่เจ้าเป็นความประสงค์ของเรา จงยอมรับเสีย"?

ไม่เลย หลังจากที่เอลียาห์อธิษฐานเช่นนั้น ทูตสวรรค์ก็ปรากฎแก่เอลียาห์ พร้อมกับน้ำและขนมปัง

ทูตสวรรค์แตะตัวของเอลียาห์และบอกว่ากินเถิด

เอลียาห์ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะตื่นเต้น ตกใจ หรือแม้แต่กล่าวขอบคุณ เขานอนขนมปังอาหารกับน้ำนั้น และหลับไปอีก

เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเอลียาห์ก็ยังพบทูตสวรรค์อยู่ พร้อมกับอาหารและน้ำ บทูตสวรรค์อกเอลียาห์ว่า "จงลุกขึ้นรับประทานอาหารเถิด เพราะการเดินทางนี้เกินกำลังของท่าน"

เอลียาห์ลุกขึ้นและกินอาหาร ด้วยกำลังจากอาหารนั้น เขาก็เดินทางสี่สิบวันสี่สิบคืนถึงภูเขาเฮโรป และพบถ้ำแห่งหนึ่งที่จะหลบภัยได้

เมื่อเอลียาห์อยู่ในสภาพนั้น พระเจ้าไม่ได้ แก้ปัญหาให้เอลียาห์ ไม่ได้ส่งทูตสวรรค์มาพาเขาบินไปยังเฮโรป ไม่ได้บอกว่าเจ้าจงทำ หนึ่ง สอง สาม สี่ นี่ ไม่ได้กล่าวตำหนิ

สิ่งที่พระองค์คำคือส่งทูตของพระองค์มา พร้อมอาหารและน้ำ แตะที่ตัวเขา อยู่กับเขา และบอกว่า “ข้ารู้ว่าการเดินทางนี้เกินกำลังของท่าน”

ทูตสวรรค์ไม่ได้สั่งสอนอะไรเลยสักคำ แต่สิ่งที่ทูตสวรรค์ทำ ทำให้เอลียาห์รู้ว่าพระเจ้าเป็นห่วงเขา พระเจ้ารักเขา และดูแลเขา ด้วยสิ่งนี้ทำให้เอลียาห์ลุกขึ้น และเดินต่อไปได้

เอลียาห์ยังต้องเดินในถิ่นกันดาลต่อไปถึง สี่สิบวันสี่สิบคืน เขาจึงพบกับสถานที่ที่เพียงพอที่จะหลบให้พ้นจากภัยอันตราย แต่อลียาห์ “มีกำลัง” พอที่จะทำได้ รวมถึงภารกิจของเขาหลังจากนี้ด้วย

แล้วถ้าอย่างนั้น เราควรจะทำอย่างไรกับคนที่อยากตาย และล้มลงเหมือนเอลียาห์

เราควรหรือไม่ที่จะทำแบบที่พระเจ้าให้ทูตสวรรค์ทำ

ตอนที่พระเยซู อยู่ในทะเลทราย มารปรากฎตัว และบอกกับพระองค์ว่า “เจ้าเป็นลูกพระเจ้าก็บอกให้พระเจ้าช่วยเจ้าสิ เสกหินนี้ให้เป็นขนมปังสิ” เราควรทำแบบนั้นมั้ย

สำหรับคนที่กำลังล้มลง เราเป็นมาร หรือเป็นทูตสวรรค์ที่พระเจ้าส่งมา

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

242 Nameless Fanboi Posted ID:udNe.o2/sp

เห็นคุณกรณ์บอกว่าคุณเคยทำมาก่อน ผมรบกวนถามให้แน่ใจว่า trust ที่คุณเคยทำ นั้น
1. คุณเห็นสามารถมองเห็นผลกำไรขาดทุนในระหว่างที่คุณฝากทรัพย์สินไว้กับกองทุนหรือไม่
2. คุณทราบหรือไม่ว่า trustee เป็นใคร ใครคือผู้บริหารทรัพย์สินของคุณ
3. คุณทราบหรือไม่ว่าผู้บริหารทรัพย์สินลงทุนในทรัพย์สินใดบ้าง
ผมคิดว่ามีสองประเด็นที่ เพราะเท่าที่ผมเข้าใจ ที่คุณธนาธรจะเอาทรัพย์สินเข้า blind trust ไม่สามารถทราบได้ว่าลงทุนอะไรบ้าง ไม่ทราบว่าใครบริหาร ไม่ทราบว่าผลประกอบการเป็นอย่างไร ยังไม่มีคนทำ ที่คุณกรณ์และคนอื่นๆทำน่าจะเป็นแค่ trust เฉยๆ เพราะฉะนั้นน่าจะต้องยอมรับกันก่อนว่า คุณธราธรเป็นคนแรกที่จะทำแบบนี้จริงๆ
สองคือ blind trust ดีหรือไม่ มองไม่เห็นจะตรวจสอบอย่างไร อันนี้ผมว่าเป็นอีกประเด็นนึงที่สามารถถกกันได้ จะมีทางออกอย่างไรให้โปร่งใส
แต่ขั้นแรกที่ผ่านการแชร์ออกไป ข่าวหลายๆกระแสพูดว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ คุณกรณ์กับอีก 15 คนก็เคยทำมาแล้ว
อันนี้จะดีมากถ้าคุณกรณ์เคลียร์ให้ชัดเจนครับ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

1. เห็นครับ 2. ทราบครับ 3. ทราบครับ แต่พอเป็น Trust ผมก็สั่งเขาไม่ได้ทั้งหมด และสุดท้ายที่ผมยกเลิก Trust ก็อย่างที่ชี้แจงในโพสต์ คือผมมองว่ามันเป็นการโอนความเป็นเจ้าของออกไปโดยที่ผู้ได้รับประโยชน์ยังเป็นผมอยู่ (beneficially) ซึ่งผมมองว่ามันไม่โปร่งใสเท่าให้ปรากฎเป็นชื่อผมโดยตรง ต้องรับผิดชอบโดยตรง
ส่วนหุ้นในไทยที่ถืออยู่ ผมขายหมดตอนรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง เพื่อให้ไม่ต้องมีปัญหาใดๆเรื่อง conflict of interest
#มิตรสหายท่านสอง

ขอบคุณที่สละเวลามาตอบนะครับ
นั่นหมายความว่า สิ่งที่ข่าวเขียนว่าคุณกรณ์เองก็ใช้ blind trust มาก่อน คือเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดใช้ไหมครับ
ส่วนเรื่องที่มุมมองว่าอันไหนโปร่งใสกว่ากันอันนี้ผมเห็นด้วยในส่วนนึงนะครับ ผมคิดว่าถ้าจะทำ blind trust จริงๆ ควรมีกฏหมายถึงการบริหารจัดการ blind trust และความโปร่งใส ใครมีสิทธ์ที่จะเห็นบ้าง ออกมาก่อน
ปล. ผมแนบข่าวมาให้ในนี้ด้วยครับ
https://www.isranews.org/isranews/74785-report02_74785.html
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ใช่ครับ ผมโพสต์ไว้แต่แรกว่าไม่เคยมีใครทำ blind trust ได้มาก่อนแต่แรก อยากให้มีกฎหมายรองรับเหมือนกันครับ แต่ในกรณีนักการเมืองต้องหมายความว่ามีการโอนอำนาจการจัดการ แต่ต่องไใ่หมายความว่าโอนแล้วมองไม่เห็นว่ามีอะไรบ้าง
#มิตรสหายท่านสอง

ผมท้วงติงในประเด็นที่คุณธนาธรบอกว่าทรัพย์สินทั้งหมดจะมองไม่เห็นครับ ซึ่งทำให้ตรวจสอบยาก ส่วนเรื่องการโอนหุ้นให้กองทุนดูแลถือเป็นเรื่องปกติ
#มิตรสหายท่านสอง

หัวข้อถูกแล้วครับ คือถ้ามองไม่เห็นก็จะตรวจสอบไม่ได้จริง
#มิตรสหายท่านสอง

จนป่านนี้กรณ์ยังไม่เข้าใจอีกเหรอที่มองไม่เห็นน่ะเจ้าตัว MOU ข้อ 2.3 ก็บอกอยู่ตรวจสอบได้ตามกฎหมายเหมือน Private fund ทั่วไป
Surreal เหี้ยๆ
#กูเอง

243 Nameless Fanboi Posted ID:gI3my13q5K

ถ้าคนกราดยิงในฮอลแลนด์เป็นคนขาวทั้งสื่อทั้งอิจ่าประโคมข่าวทั้งวันไปแล้ว
แต่นี่เป็นแขกตุรกีทำ เงียบกริบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โคตรน่าสมเพช

244 Nameless Fanboi Posted ID:CcRFys6Mj+

>>235 กูโพสสุภาพๆว่าที่คุณกรณ์ทำมาก่อนแล้วคือทำระดับเดียวกับธนาธรเลยเหรอครับ
โดนลบและบล็อคหว่ะ 55555555555555555555

245 Nameless Fanboi Posted ID:CKIOe3AYUx

วิ่งนี่บาดเจ็บและเจ็บอยู่บ่อยๆนะ เหนื่อย ล้า อย่างไรก็ตาม สำหรับผมวิ่งแล้วเจ็บดีกว่า ไม่วิ่งและกินยามื้อละ 10 เม็ดเยอะมาก ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทำงานจนป่วย เป็นโรคยอดนิยม อย่าง เก๊าท์ ความดัน เบาหวาน หัวใจ เพราะผมเองก็เคย เป็นแบบนั้น ผมรู้สึกแปลกทุกครั้งที่เห็นคนทำงานหนัก กินยาเยอะไปแล้วเอามาโชว์บอกว่า ทุ่มเท อันนี้ผมว่าเยอะไป ... ออกกำลังกายกันครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

246 Nameless Fanboi Posted ID:xpqdj8vXom

Business Model ของธุรกิจสื่อที่จัดงานมอบรางวัลให้องค์กรต่างๆ คืออะไรเหรอครับ? คือได้กำไรยังไงจากการจัดงานมอบรางวัลพวกนี้ และคิด KPI กันยังไงครับ?

ไม่นับกรณีที่รางวัลซื้อได้นะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ไม่แปลกหรอกครับ พี่ลองนึกภาพมีคนจัดงานมอบรางวัลบริษัทก่อสร้างดีเด่น แล้ว SCG เป็นสปอนเซอร์ดู
ต่อให้ SCG ไม่ได้รางวัลอะไรแต่ ชื่อกับ product ของ SCG ก็จะได้ brand awareness จากบริษัทก่อสร้างระดับชั้นนำทั้งหมดที่เชิญมาในงานหรือติดตามงานอยู่ด้วย งานแบบนี้เหมือน networking party ของกลุ่มที่คัดมาแล้วอ่ะครับ

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

เคยเจอเจ้านึงในสิงคโปร์
1. ทำโปรดักส์ SaaS ขึ้นมาตัวนึง
2. ทำองค์กรแจกรางวัลให้บริษัทในข้อ 1
3. ทำเว็บข่าวว่าองค์กร 2 แจกรางวัลให้บริษัท 1
1, 2, 3 มีกรรมการบริษัทคนเดียวกัน

จริงๆมี 4. ทำบล็อกรีวิวโปรดักส์ให้ 1 เป็น the best ด้วย

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

นึกถึงห้องซ้อมดนตรีที่สามย่าน ได้รับรางวัลห้องซ้อมดนตรีดีเด่นโดยวง Paradox
เจ้าของห้องซ้อมคือพี่ต้า Paradox

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

247 Nameless Fanboi Posted ID:N9bADMYR3Z

ข้อสังเกตเรื่องสวัสดิการจากมุมมองของผม บางองค์กรสวัสดิการดีจนคนไม่อยากไปไหน มีอีกด้านที่น่าสนใจจากมุมมองของผม
เมื่อสวัสดิการดีมากคนจะรู้สึกเสียดายไม่อยากออกเพราะรักสวัสดิการขององค์กร อย่างไรก็ตามความต้องการเรื่องรายได้มันต้องเพิ่มแบบก้าวกระโดด ซึ่งองค์กรใหญ่ทำแบบนั้นไม่ได้ ... ทำไงดี หนึ่งในทางออกคือ ไปทำอาชีพเสริมที่ไม่เกี่ยวกับงานหลักตัวเอง เช่นไปขายของ เพื่อเพิ่มรายได้ที่มันเพิ่มตามไม่ได้จากองค์กร ...ผล รายได้ดี และได้อยู่ในองค์กรที่สวัสดิการดี สบาย ไม่ต้องพัฒนาอะไรมากละ เราเรียกสิ่งนี้ว่า รักองค์กร ... บางคนยอมจำกัดความเก่งของตัวเองให้เท่ากรอบที่องค์กรกำหนด เพียงเพราะเราเสียดายสวัสดิการ .... ข้อสังเกตนี้ไม่ได้ถูกทั้งหมดเป็นแค่สิ่งที่ผมสังเกต

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

248 Nameless Fanboi Posted ID:hdMVW.XllU

เรียนคุณโต ผมเคยคิดข้ามชอทไปเลยว่า ใครก็ตามที่อยาก"อาสา"มาทำงานการเมือง(ไม่ใช่เล่นการเมือง และเป็นพรรคหัวหน้าตั้ง) ควรมีเพดานจำกัดความร่ำรวย สมมุติเอาที่ ๕๐๐ ล้าน ใครมีเกินจากนี้ถือว่าตกคุณสมบัติที่จะมาอาสาทำงานการเมือง ส่วนใครที่มีเกินจากนี้แต่รักชาติจนสุดใจขาดดิ้นลงไปชักดิ้นชักงอชนิดที่พลีชีพเพื่อชาติได้ ก็ให้เอาส่วนที่เกินนั้นยกให้หลวงไปผ่านกรวงการคลัง ยกให้ขาดนะครับไม่มีการคืนแม้แต่บาทเดียว (จะได้พิสูจน์ว่ารักชาติจริงยิ่งกว่าเงินในเซฟ)ใครไม่พร้อมก็อย่าเข้ามา คุณรวยก็เรื่องของคุณแต่การเมืองไม่ควรมีใครที่มีอิทธิพลเหนือกว่าใครจนไปบิดเบือนนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินได้
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

ควย
#กู

249 Nameless Fanboi Posted ID:sxvs.PXHIu

= ข้อสอบคณิตศาสตร์แบบไทยๆ .. สร้างชาติ หรือทำลายชาติ? =

เมื่อประมาณปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถิติการสอบ PAT1 (Professional Aptitude Test 1 : Mathematics) ของเด็กไทยเพื่อนำไปวิเคราะห์ให้เด็กๆนักเรียนแถวบ้านได้เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากการนำข้อมูลที่ประกาศโดย สทศ. มาคำนวณเล็กๆน้อยๆ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าการแจกแจงคะแนนของเด็กจำนวนมากนี้ มีการแจกแจงใกล้เคียงกับการแจกแจงแบบปกติ(Normal Distribution) ผมได้พบสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ

"เด็กไทยที่ทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง คือต่ำกว่า 150 จาก 300 คะแนน มีพื้นที่ใต้โค้งปกติมาตรฐานเป็น 0.999988" ... !!!!
(สถิติ PAT1 ปี 2560 : ค่าเฉลี่ยประชากรของคะแนนอยู่ที่ 42.82 คะแนน และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรมีค่า 25.34 คะแนน )

มันแปลว่าอะไรครับ มันแปลว่า เด็กไทยที่ทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ PAT1 ได้เกิน 150 คะแนนนั้น คิดเป็นประมาณแค่ 0.0012% ของทั้งหมด ...

ซึ่งผลสถิตินี้แสดงความหมายสื่อออกไปได้ 2 ทาง คือ ครูสอนคณิตศาสตร์ในประเทศไทยทั้งหมดสอนได้ห่วยแตกมาก ... หรือ ข้อสอบที่ใช้ทดสอบนั้น มีความยากจนไม่สามารถวัดอะไรได้เลย

จากการที่ได้พูดคุยกับ อ.แดง (อ.ประสพ ธงธวัช) อดีตอาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีผู้เกษียณอายุราชการแล้ว และมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่ใช้จริงๆในระดับวิศวกรรมศาสตร์ ท่านได้กล่าวถึงว่าคณิตศาสตร์แบบนี้ว่า เป็นคณิตศาสตร์ทำลายชาติ หรือที่ท่านชอบใช้คำเรียกสั้นๆ(แบบที่คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจท่าน) ว่าเป็น "ทริคแมท" (Trick Math) ซึ่งโดยส่วนตัวหลังจากได้พูดคุยกับท่านเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง ยิ่งเห็นด้วยกับความคิดของท่าน

- "ทริคแมท" ของอ.แดงหมายถึงอะไร -

หมายถึง ข้อสอบคณิตศาสตร์ที่เอาเนื้อหาคณิตศาสตร์ต่างๆ มายำเพิ่มความยากโดยการวกไปวนมาแบบที่จะไม่มีทางเจอได้จริงในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน (แม้กระทั่งในฟิสิกส์ระดับสูงก็ตาม) เป็นเหมือนของเล่นสนุกๆของคนเก่งคณิตศาสตร์จะมานั่งแก้กัน คนที่เชี่ยวชาญ ที่ฝึกฝนมาอย่างดีหรือผ่านโจทย์มามากๆเท่านั้น ที่จะสามารถทำมันได้เพราะมองหรือจัดรูปออกด้วยประสบการณ์ที่เชี่ยวกรำ...

แล้วมันไม่ดีอย่างไร .... ผมได้ข้อสรุป(ในความเห็นของตนเอง)ว่ามันไม่ดีตรงที่ มันไม่ควรนำมาใช้ออกเป็นข้อสอบเพื่อวัดผลเด็กเข้ามหาวิทยาลัย เพราะข้อสอบประเภทนี้มีอำนาจการจำแนกต่ำ คือไม่สามารถจำแนกเด็กที่เก่งมาก เก่ง ปานกลาง ค่อนข้างอ่อน และอ่อนมาก ออกจากกันได้เลย ดูจากสถิติก็จะเห็นได้ชัดว่า สามารถจำแนกได้แค่ "มหาเทพ" กับ "คนปกติ" ออกจากกันเท่านั้น ... ผลที่ได้จึงทำให้เด็กไทยไม่สามารถใช้เพียงความรู้ที่เรียนในห้องเรียนเท่านั้นในการแก้ปัญหาและสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย เป็นการลดคุณค่าของบทบาทการเรียนในห้องเรียน แต่ไปเพิ่มมูลค่าให้กับการติวนอกห้องเรียนมากขึ้น หรือไม่ก็ท้อไปเลยเพราะรู้สึกว่าเรียนให้ตายแค่ไหนก็ทำไม่ได้อยู่ดี...

ผมเชื่อว่า การศึกษาคณิตศาสตร์ไทย จะช่วยสร้างชาติได้ก็ต่อเมื่อข้อสอบนั้นมีความยากในระดับที่พอเหมาะพอดี สามารถจำแนกเด็กออกจากกันได้ (เช่นข้อสอบ SAT ของต่างประเทศ คณิตศาสตร์ไม่ได้ซับซ้อน แต่เขาก็สร้างคนเก่งๆออกมาได้มากมาย) และนั่นจึงจะนำไปสู่ความเป็น คณิตศาสตร์สร้างชาติได้อย่างแท้จริงครับ

การใช้ทริคแมทในการทดสอบ เปรียบเหมือนให้คนเรียนขับรถปกติ แล้วไปสอบใบขับขี่โดยให้ไปขึ้นรถ F1 แข่งกันในสนามแข่งรถนั่นแหละครับ ... ถ้าเปรียบง่ายๆ

#คาดหวังว่าวันหนึ่งเด็กไทยจะเลิกกลัวเลข #เมื่อเราเลิกทำให้ทริคแมทเป็นสิ่งที่จำเป็น #เพราะมันไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจริง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

250 Nameless Fanboi Posted ID:GWP+nhGHrA

>>249 นี่ก็เหมือนทฤษฎีสมคบคิดนะ ว่ามีคนต้องการให้ระบบที่เอื้อต่อการกวดวิชายังดำรงอยู่ เลยต้องออกข้อสอบยากๆ เกินตำราหลักเข้าไว้ เรื่องนี้พูดกันมาเป็นสิบๆ ปีละ แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนแก้ได้จริงๆ

251 Nameless Fanboi Posted ID:o7TgcBz5bC

>>250 กูก็ว่า ถ้าระดับโรงเรียนมีครูคณิตหัวควยออกโจทย์ยากๆให้เด็กสอบไม่ผ่านเพื่อจะบังคับทางอ้อมให้เด็กไปเรียนพิเศษกับตัวเอง ทำไมระดับชาติจะมีบ้างไม่ได้

252 Nameless Fanboi Posted ID:w4xRmBMgWu

>>250 กวดวิชาก็ไม่ผ่านสัด
ข้อสอบแบบเล่มเหลืองตอ.โคตรโรคจิต

253 Nameless Fanboi Posted ID:nwnBUEM4sF

แนวคิดของคนเล่นหมากรุกบางคนกับแนวคิดผมเกี่ยวกับโชงิ
คนที่ 1 : เกิดที่ไทยแล้วจะไปเล่นหมากรุกของประเทศอื่นทำไม
คนที่ 2 : เห็นแค่ตัวหมากก็ปวดกบาลแล้ว ไปเล่นอย่างอื่นดีกว่า
คนที่ 3 : หาคนเล่นด้วยยาก ไม่รู้จะเล่นไปเพื่ออะไร
แอนเดรีย : ในบ้านเราคนเล่นกันน้อย งี้ก็เป็นโอกาสของเราน่ะสิ!!

254 Nameless Fanboi Posted ID:THEs.LzgPr

เราเก่งเลข พูดตามตรงไม่เข้าใจหัวอกคนที่ทำยังไงก็เรียนเลขไม่รู้เรื่องเลย (เราเป็นประเภทที่คิดว่าถ้าตั้งใจจริงมันต้องเข้าใจซิ) //ไม่เคยเรียนพิเศษ เลขก็สี่ตลอดนะจ๊ะ ที่ร่วง ๆ จะเป็นพวกวิชาท่องจำทั้งหลายมากกว่า...
ความวกวนของโจทย์ที่ไม่เห็นในชีวิตจริง (เช่นพวกรถไฟถึงกี่โมงที่ความจริงไม่จำเป็นเลย) มันมีไว้เพื่อฝึก "การคิดเชิงตรรกะ" ไม่ได้มีไว้เพื่อ "ใช้ในชีวิตประจำวัน" หมายถึงมันฝึกให้เราคิดอย่างมีเหตุผลเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งถ้าใครทำตรงนี้ไม่เป็นจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในวิชาเลขได้เลย

แต่ว่าตัวเลขค่าเฉลี่ยนี่มันหลอกตานะ มันจะมีคนประเภทที่สอบติดอย่างอื่นแล้วก็เลยเข้าไปขำ ๆ ส่งกระดาษเปล่าเล่น ๆ คอยฉุดมีนอยู่

255 Nameless Fanboi Posted ID:Toaoyt1/0B

ส่งเงินให้พี่ที่ไทย 10,000 บาท เงียบไป 2 วัน ...เงินไม่ถึง

วันนี้มีเมลล์จาก Paypal มาบอก

ตอนส่งเงิน ที่ช่อง Message คุณพิมพ์ว่า "10,000 baht naja"

naja คือใคร? อะไรยังไง? ไอดีคุณจะถูกระงับ เพราะเราคิดว่าคุณอาจจะถูกแฮ๊ก การ Transaction ครั้งนี้มันไม่ CLEAR!! ให้คุณส่งคำอธิบายมายัง Paypal ด้วยว่า

naja คืออะไร? อธิบาย และบอกจุดประสงค์ในการโอนครั้งนี้ ไม่งั๊นพี่โมโฮ่💢 พี่ไม่เข๊าจั้ย!? พี่ด๊อนโตะอันด้าสุแตนโดะ!!

🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹

/ยื่นเก้าอี้ให้

"นั่งลงก่อนสิพ่อหนุ่ม ทำตัวตามสบายนะ ผมจะเล่าให้พี่ฟัง ถึงเรื่องราวของ...naja"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

256 Nameless Fanboi Posted ID:AD6udD8KIh

เรียนที่ SIRNSTAR แล้วต้องพร้อมไปทำงานได้ทันทีครับ วันนี้เรียน Unit Testing ด้วย JUnit รวมถึงการทดสอบแบบ White Box และ Black Box Testing ทดสอบกับระบบจริงของ LeetCode ซึ่งกำลังนิยมใช้ในสหรัฐ เรียนที่นี่ไม่ต้องมีพื้นฐาน หรือ ประสบการณ์ทำงาน หรือ วุฒิการศึกษาอะไรทั้งสิ้นครับ มาแล้วจะได้เจอคนที่ยังไม่จบปริญญาตรี แต่ได้เงินเดือน 30,000 บาท หรือคนที่มีวุฒิมัธยมแต่เขียนโค้ดให้บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไทย มาดูตัวเป็นๆได้ตลอดเวลาครับ

เรียนที่ SIRNSTAR เรียนวันละเรื่อง ไม่สับสน เรียนตั้งแต่พื้นฐาน Java จนถึง Cloud สร้าง Database ทำ Web ใช้ Framework เหมือนกับธุรกิจจริงได้แก่ Spring MVC, Spring Boot, Hibernate และ Bootstrap มาเรียนซ้ำได้ฟรีจนกว่าจะได้งานประจำเงินเดือนสูง ไม่มีประสบการณ์เงินเดือน 30,000 บาท ถ้าสอบ TOEFL ได้เกิน 100 คะแนน เงินเดือนเริ่มต้นที่ 40,000 บาท

ดูคอร์สเรียนและค่าสมัครได้ที่นี่ครับ https://sirn star.work/register

257 Nameless Fanboi Posted ID:HhyIN.gCFI

>>254 r/iamverysmart

258 Nameless Fanboi Posted ID:ziD73dvAFR

>>254 เหมือนมึงไม่เข้าใจประเด็นของ quote อ่ะ

259 Nameless Fanboi Posted ID:iFzx5fvseI

ยิ่งเห็น "ลุง" ตอนนี้ ก็ยิ่งคิดถึง "Gap" ในตอนนั้น
.
Gap คือ (อดีต)แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นชื่อดังจากอเมริกัน ที่เริ่มต้นเมื่อปี 1969 หรือราว 50 ปีก่อน โดยปั้นแบรนด์ตัวเองไว้ว่าที่มาของชื่อนี้มาจากคำว่า "gap" ที่แปลว่าช่องว่าง,ความแตกต่าง เอาเท่ๆ หน่อยก็คือ ‘วัฒนธรรม gap’ ที่เป็นช่วงวัยระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ (วัยรุ่น) นั่นเอง
.
โดยโลโก้ของ Gap ที่ติดตาลูกค้าที่สุดก็คงจะเป็นโลโก้ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1986 โดยเป็นคำว่า "GAP" แบบฟอนต์ขาวอักษรตัวใหญ่ทั้งหมดละม้ายคล้ายฟอนต์ชื่อ Spire ที่ออกแบบโดย Sol Hess มาตั้งแต่ปี 1937 วางบนกรอบเรียบๆ สีน้ำเงินแต่ติดตา
.
โลโก้ตัวนี้ใช้มาทั้งสิ้น 24 ปี ติดหูติดตาลูกค้าชาว Gap ไปหมดแล้ว แต่แล้ววันดีคืนดีในวันที่ 4 ตุลาคมปี 2010 ทาง Gap ก็อยากรีแบรนด์ดิ้งให้ตัวเองทันสมัยขึ้น จึงได้เปิดตัวโลโก้ใหม่โดยใช้ฟอนต์ Helvetica และลดขนาดกรอบน้ำเงินใหญ่เบิ้มให้เหลือแค่มุมขวาบนตัว p ตัวเล็ก แถมไล่เฉดโทนสีนิดๆ เพราะคิดว่าคงดูสวยดีเหมือนไอคอนแอพลิเคชัน
.
ผลคือความ "ฉิบหาย" อย่างแท้จริง...เพราะแบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์ล้วนใช้ Helvetica ทำโลโก้มานานมากแล้ว ทั้งสายการบิน Lufthansa, Microsoft, Panasonic, Toyota, Jeep, Kawasaki, Scotch (และ 3M) ทั้งหมดนี้โลโก้เป็นฟอนต์ Helvetica เพราะ Helvetica เป็นฟอนต์ที่มีมาตั้งแต่ปี 1957 แบรนด์ช่วงยุค 60'-80' เลยใช้ฟอนต์นี้เยอะมาก เพราะอยากให้ดูทันสมัย (ในตอนนั้น)
.
โลโก้ใหม่ของ Gap ที่ดูพยายามจะทันสมัยจึงสร้างความบรรลัยภายในอาทิตย์เดียว เพราะกระแสลบหนักมากและเป็นการทิ้งตัวตนที่มีมายาวนานแบบพยายามฉีกเกินเหตุ ทำให้โลโก้ใหม่มีอายุสั้นมาก คือใช้ไปไม่ถึงสัปดาห์ Gap ก็ตัดสินใจกลับไปใช้โลโก้เดิม แล้วก็ใช้จนถึงปัจจุบันนี้ (แต่โลโก้ที่เราเห็นทุกวันนี้คือเวอร์ชั่น 2016 นะ เพราะจริงๆ มีการปรับระยะห่างระหว่าง Font จากตัวเก่านิดนึง)
.
ความฉิบหายของ 1 สัปดาห์นั้นถึงขั้นทำให้ Marka Hansen ผู้บริหาร Gap ภาคพื้นอเมริกาเหนือ ที่ดูแลการเปลี่ยนโลโก้ในครั้งนั้น ต้องลาออกจาก Gap เมื่อปี 2011 เลยทีเดียว (แต่เธอไปทำธุรกิจอื่นในเครือต่อ ไม่ได้ออกไปขายเต้าฮวยแต่อย่างใด และปัจจุบันเหมือนจะยังอยู่ในฐานะผู้บริหารฝ่ายอาวุโสด้วยวัย 65 ปี)
.
โดยที่ Gap ทำตอนนั้นคือทำลายจุดแข็งตัวเองเพราะอยากจะเอาใจวัยรุ่น โดยที่ไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้ววัยรุ่นยุคนั้น (2010) กับวัยรุ่นยุคโน้น (1969) นั้นแทบจะเหมือนคนละเผ่าพันธุ์กันเลยก็ว่าได้มั้ง เพราะงั้นอะไรที่ cool ในยุคนั้น อาจจะดูใกล้สูญพันธุ์ในยุคนี้เลยก็เป็นได้
.
แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะไม่กี่ปีต่อมา Gap ต้องปิดสโตร์ถึง 175 สาขาในภูมิภาคอเมริกาเหนือ เพราะไหนจะโดน Zara, H&M ถล่มยับแล้ว ยังโดนการขายแบบออนไลน์ซ้ำเติมอีก และเสื้อผ้าในร้านก็ไม่มีความ minimal ที่ถูกใจวัยรุ่นให้กดไลค์ในยุคนี้
.
แต่โชคยังดีที่ Gap มายืนในจุดที่ตัวเองยังยืนได้แข็งแรงและให้แบรนด์ลูกในเครืออย่าง Banana Republic หรือ Old Navy ทำตลาดตรงนี้แทน (แถมทำยอดขายถล่มทลายมาก เพราะ Old Navy ทำยอดขายได้เกือบเท่าตัวของ Gap ในปีที่ผ่านมา หรือรวมแล้วกว่า 1.18 พันล้าน$)
.
เรียกว่า Gap ปล่อยให้ลูกหลานทำงานทำการของตัวเองไป ส่วนตัวเองก็ไม่ไปฝืนเปลี่ยนลุคให้ดูเสร่อ ซึ่งคือสิ่งที่ถูกที่ควรของแบรนด์รุ่นลุงอย่าง Gap
.
พูดถึง "ลุง" ลุงแถวๆ นี้ก็เช่นกัน เพราะการรีแบรนด์ดิ้งของลุงช่วงท้ายวงจรชีวิต คือความพังระดับแบรนด์ดิ้งที่ดันเลือกทิ้งจุดแข็งตัวเองตลอด 4 ปี จากลุงดุๆ เข้มๆ ด่านักการเมืองโกงกิน
.
กลายมาเป็นลุงลุคใสๆ โอปป้าลุงใส่เชิ๊ตท่ามกลางไฟสตูฯ เหมือนนักการเมืองที่ลุงเคยด่า แล้วทำตอนไหนไม่ทำมาทำในช่วงท้ายของอายุขัย เหมือนยุงลายที่กินเลือดตลอดแล้วหันมากินน้ำต้มผักรักษ์โลก ทำให้นอกจากจะโคตรไม่ธรรมชาติและขัดกฏวิวัฒนาการแล้ว ยังทำให้แฟนลุงหลายคนถึงกับตาสว่างเลยว่าลุงแกเฟครึเปล่า?
.
แต่งานนี้โทษลุงทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องโทษนักสื่อสารการตลาดของลุงที่ลุงเลือกใช้ในบั้นปลายก่อนการเลือกตั้งมากกว่า ว่าทำไมถึงเลือกทำอะไรแบบนี้ในช่วงเวลาแค่ไม่ถึงเดือน นี่โชคดีนะที่เป็นลุง ถ้าเป็นที่เกาหลีเหนือนะ ป่านนี้พวกแกได้เปลี่ยนจากฝ่าย PR ไปทำงานในเหมืองแร่แทนแล้วแน่นอน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

260 Nameless Fanboi Posted ID:Jb7Im+CYx+

>>259 โคตรจริง จุดขายของลุงแกคือความขึงขัง พูดจาดุๆ แรงๆ มันเข้ากับ concept "ผู้อาสาทำให้บ้านเมืองสงบ" มากกว่าสไตล์โอปป้าแบบที่พยายามทำ

อย่าว่าแต่คนไม่ชอบลุงจะยิ่งสมเพช คนที่ชอบลุงกูก็เห็นส่ายหัวไม่น้อยเพราะมันไม่ใช่

261 Nameless Fanboi Posted ID:No6Zr10jDT

>>258 เจ้าของ quote มันพูดทำนองกดหัวคนที่ไม่เข้าใจคณิตด้วยหวะ อีกอย่างถ้าอ่านดีๆ แม่ง humble brag ชัดๆ จะอวดทำก๋วยเตี๋วอะไรว่าได้เกรดสี่ถ้าอยากแค่สื่อสารประเด็นที่ว่า

บอกตามตรงว่าประเทศไทยแม่งไม่ได้สอนให้เด็ก รวมทั้งตัวครูให้ ตระหนักถึงความแตกต่างในความสามารถในการเรียน และรูปแบบการเรียนของแต่ละคน มันถึงมี quote ที่มัน ignorant ขนาดนี้ออกมาได้

กูมีเพื่อนตปท เป็น dyslexic (อารมณ์ประมาณว่ามีความลำบากในการทำความเข้าใจภาษาเขียน) กูก็เลยเห็นว่าต่างประเทศเขามีการหันมามองอะไรแบบนี้แล้วยังเริ่มมีการเปลี่ยน mindset ของคนในสังคมให้เข้าใจมากขึ้น

262 Nameless Fanboi Posted ID:Qp3vfTNIl3

>>261 เอเชียยังเป็นแบบนี้หมดละมั้ง จะว่าไปไม่เคยได้ยินข่าวโลกตะวันตกบ้าสอบบ้ากวดวิชาเหมือนฝั่งนี้นะ

263 Nameless Fanboi Posted ID:1WgjHlRDZi

>>262 ไปดูเมกา ระบบการศึกษาที่นั่นโหดเหี้ยไม่แพ้เอเชียหรอก แต่ถ้ามึงมีเงินบริจาคซัก 20 ล้านก็เข้า MIT ได้ ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังเลย

264 Nameless Fanboi Posted ID:FDgJtrOJYQ

>>263
ระบบมหาลัยของอเมริกา โดยเฉพาะพวกไอวี่ลีก ไม่ใช่แค่เรียนเก่งแล้วจะเข้าได้ เขาดูอย่างอื่นด้วย ถ้าไม่มีจดหมายแนะนำจากโรงเรียนหรือศิษย์เก่า เขาไม่ดูใบสมัครเลยด้วยซ้ำ

ถ้าโคตรเง่าวงตระกูลบริจาคเงินให้มหาลัยมาแต่ไหนแต่ไรก็จะเข้าได้ง่ายหน่อย

265 Nameless Fanboi Posted ID:oa7G0LBUhc

ควย
# มิตรสหายท่านหนึ่ง

266 Nameless Fanboi Posted ID:EDGCL/VRln

เป็นมาหลายอย่าง
สรุปสิ่งที่ได้ “ซึมซับ” และมองเห็นซ้ำๆมาหลายปี
.
1. "ความรู้มีวันหมดอายุ"
- หลายคนคิดว่าความรู้ที่ร่ำเรียนมาสามารถสะสมไปได้เรื่อยๆ ไม่มีวันหมดอายุ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรู้มีวันหมดอายุ!
.
- ยิ่งในยุคนี้ความรู้ในตำราอาจจะเก่าไปแล้วก็ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ตำราเทคนิคการค้าขายต่างๆ บอกให้ทำแบบนี้แต่พอมายุคนี้แล้ว เทคนิคเหล่านั้นอาจจะใช้ไม่ได้ผลแล้วก็ได้ อย่าเชื่อในสิ่งที่รู้มากนัก ขอให้ลองทำและเปิดรับความรู้ใหม่ๆบ้าง จะได้รู้ว่าความรู้อันไหนหมดอายุแล้ว
.
2. เอาจริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนว่า "คุณเก่งขนาดไหน"
เขาสนแค่ว่าคุณหาเงินได้เท่าไร และสกิลของคุณจะมีส่วนช่วยพวกเขา(บริษัท,ลูกค้า)เรื่องงานได้ยังไงได้บ้าง
.
- หลากคนชอบอวดว่าตัวเองทำโน่นนี้นั้นได้ หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่มีใครสนใจเท่าไร ต้องพูดว่า เคยทำอันนี้มาแล้ว ทำอันนั้นมาแล้ว คุณจะน่าสนใจขึ้นเยอะ ไม่ใช่แค่พูดว่าทำได้ ต้องลงมือทำมาแล้ว
.
-เราอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมกันหมด วันนี้คุณเก่ง พรุ่งนี้ก็มีอีกคนที่เก่งกว่าคุณ เหนือกว่ายังมีฟ้า เก่งขนาดไหนก็ยังไม่คนเก่งกว่า
.
- จงเป็นคนที่นำความเก่งของตัวเองมาแปลงให้เป็นผลงานให้ได้ สุดท้ายแล้วเราต่างรู้ดี เราทำเพื่อเงินเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อย่ามัวมานั่งยึดติดกับเรื่องฉันเก่ง แล้วใครเก่งกว่าเลย เอาเวลาไปนั่งโฟกัสเรื่องการหารายได้เพิ่มดีกว่า

3. "คนที่มีรายได้สูงหลายคนล้วนเป็นคนเก่ง แต่คนเก่งบางคนทุกก็ไม่ได้มีรายได้สู เพราะมีนิสัยบางอย่างในตัวมาขัดขวางหนทางที่จะเติบโต"
.
- คนรายได้สูงหลายคน ล้วนเป็นคนเก่ง อันนี้คุณอาจจะรู้แล้ว แต่สิ่งที่ผมรู้สึกได้คือ คุณที่เก่งบางคนมีสกิลดีมาก แต่รายได้ก็ไม่ได้เยอะตาม เพราะมีนิสัยที่แย่ อีโก้สูง หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งพวกนี้ผมคิดว่ามันคือการขัดขวางความเก่งของตัวเค้าเองให้ไปไหนไม่ได้ไกลเท่าไร
.
- คนเก่งที่ไม่รวย เพราะมีทักษะที่ไม่เพียงพอ ในโลกของการทำเงินหรือการทำรายได้ให้ได้สูงๆ มันไม่ใช่แค่ว่าคุณเก่งแล้วคุณจะสำเร็จ
.
- อยากเป็นคนมีรายได้สูง มันต้องมีสกิลการเข้าหาคน ลูกล่อ ลูกชน การวางตัว ทัศนคติแนวคิด ความอดทน การใช้คน การบริหาร ฯลฯ ประเด็นก็คือ อย่ามองว่าคุณเก่งขนาดไหน ให้มองว่าในทางที่คุณกำลังเดินไป "คุณยังขาดอะไร" จะดีกว่า
.
4 "ตำแหน่ง บางครั้งก็เป็นกับดัก"
.
- ทำงานให้ดูผลตอบแทน และสิ่งที่ได้ ไม่ใช่ดูจากป้ายว่าคำนำหน้าชื่อของตัวเองเขียนไว้ว่าอะไร
.
- ตำแหน่งเป็นเพียงแค่ชื่อไม่ได้บ่งบอกว่ารายได้คุณจะเยอะตาม ลองดูให้ดีบริษัทเล็กๆ กับบริษัทใหญ่ๆ ชื่อตำแหน่งเดียวกัน แต่ผลตอบแทนจะต่างกันมาก อย่าไปยึดติดมาก มองว่าตัวเองได้อะไรบ้างจะดีกว่า
.
- ตำแหน่งถูกสร้างมาเพื่อแบ่งแยกการทำงาน และในบางครั้งมันก็เป็นส่วนช่วยให้คนเสียดายถ้าต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงย้ายไปอยู่บริษัทอื่นๆ
.
- คิดแบบเจ้าของธุรกิจต้องไม่สนเลยว่าตัวเองตำแหน่งอะไร ให้สนว่าจะพาร้านค้า หรือบริษัทให้รอดในปีนี้ยังไงดีกว่า
.
5. "ทำงานทั้งทีอย่ามองแค่เงิน ผลตอบแทนอาจจะมาได้หลายรูปแบบ " เงิน,ความรู้ , คอนเนคชั่น " ล้วนเป็นผลตอบแทนทั้งนั้น
.
6.ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเจ้าของธุรกิจ ล้วนต้องศึกษา "การลงทุน" ทั้งนั้น
.
7. การออมเงินเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเจอสัญญาณในการลงทุนที่ดีและเป็นไปได้ ลองเสี่ยงดูบ้าง เพราะนั้นอาจจะทำให้คุณได้เงินออมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในระยะเวลาที่เร็วกว่า
.
8.ตอนเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องอยู่ในกรอบที่บริษัทวางไว้ แต่พอมาเป็นเจ้าของธุรกิจ นั้นหมายถึง คุณต้องเริ่มต้นสร้างกรอบเหล่านั้นในแบบของตัวเอง ไม่มีการทำงานไหนที่ไม่มีกรอบกำหนด แต่จะเล็กหรือใหญ่ ตึงหรือหย่อน ก็อีกเรื่องนึง
.
9. เหนื่อย คือคำที่ ทุกอาชีพ ทุกตำแหน่ง ทุกสถานะมี ทำใจให้คุ้นชินและดูไปที่ผลตอบแทน ว่าเราเหนื่อยด้วยผลตอบแทนเท่าไร
.
10. ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง มนุษย์เรามักต้องการอะไรใหม่ๆเสมอมาเติมเต็ม ไม่ว่าจะหาเงินได้เท่าไร อยู่ในตำแหน่งไหน ถ้าคุณรู็ข้อนี้แล้วคุณจะรู้ได้ว่า มองหาความสุขระหว่างทางไปด้วยดีกว่า อย่ากำหนดแค่ต้องปลายทางเท่านั้นถึงจะมีความสุขได้
.
--------------
PM Shane.

267 Nameless Fanboi Posted ID:+yeAB8ZPqg

>>262 ไอวี่ลีกเข้ายากกว่า ม เอเชียอีก อย่างแรกเลย เงินต้องมาก่อน ค่าเทอมนี่อย่างโหด คนจนหมดสิทธิ ถัดมาแม่งมีโควต้าเชื้อชาติ คนเชื้อชาติเอเชียเจอเกณฑ์สอบที่โหดหินที่สุด เชื้อชาติอื่นๆสอบง่ายกว่ามาก

268 Nameless Fanboi Posted ID:7LUuIwt//G

御前圣
泰国只有两个方面可傲世中国:1.人妖,2.足球。
ประเทศไทยมีเพียงสองด้านเท่านั้นที่น่าภาคภูมิใจเหนือประเทศจีน: 1. กะเทย 2.ฟุตบอล。

#มิตรสหายบอลจีนท่านหนึ่ง หลังโดนไทยอัดไป 1-0

269 Nameless Fanboi Posted ID:ri1s3Z3yIE

>>268
พวกเหี้ยเจ๊ก

270 Nameless Fanboi Posted ID:rrvd6kO/CL

:มึงเก่งชิปหายที่ทำให้กูรักขนาดนี้
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูไม่ยอมเจอคนใหม่
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูนึกถึงแต่วันเก่าๆของเรา
:มึงเก่งว่ะ ที่ทำให้กูคิดถึงตลอด
:มึงเก่งนะ? ที่ทำให้กูยังจำมึงมาตลอด
:เธอเก่งนะ ที่ทำให้ผมแพ้ไม่ยอมตัดใจได้ ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่ผ่านมานะ ยังคงรักเสมอนะ :อ้วนรักนะ😭😭😭