Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 8th quotes

Last posted

Total of 196 posts

167 Nameless Fanboi Posted ID:NTY68ZGwdh

---------------------
มาตรฐานที่ไม่สมเหตุผล
----------------------

- ข้อมูลของ Credit Suisse ที่เป็นปัญหาถกเถียงกันจนเป็นข่าวคือ หน้า 157 ซึ่ง ใช้วิธีการหาค่าความเหลื่อมล้ำ ด้วยการแบ่งจำนวนประชากร เป็น 4 กลุ่มคือ

1. กลุ่มมีทรัพย์สินต่ำกว่า 1 หมื่นเหรียญ หรือ 3.5 แสนบาท
2. กลุ่มมีทรัพย์สินระหว่าง 1 หมื่นถึง 1 แสนเหรียญ หรือ 3.5 แสนถึง 3.5 ล้านบาท
3. กลุ่มมีทรัพย์สินระหว่าง 1 แสนเเหรียญถึง 1 ล้านเหรียญ หรือ 3.5 ล้านบาทถึง 35 ล้านบาท
4. กลุ่มมีทรัพย์มากกว่า 1 ล้านเหรียญหรือ 35 ล้านบาทขึ้นไป

- โดย Credit Suisse ทำการแบ่งกลุ่มประชากรที่มีรายได้ลงไปใน 4 กลุ่มนี้อ้างว่าคนที่มีทรัพย์สินต่ำกว่า 3.5 แสนบาทนั้นมีอยู่ราว 48.2 ล้านคน มี 3.5 แสนถึง 3.5 ล้านบาทอยู่ 3.9 ล้านคน มีทรัพย์สิน 3.5 ล้านถึง 35 ล้านอยุ่ที่ 3.77 แสนคน และมีทรัพย์สินตั้งแต่ 35 ล้านบาทประมาณ 4 หมื่นคน

(รวมมีผู้ใหญ่วัยทำงาน 52.6 ล้านคน)

- เรื่องที่ว่าประเทศไทยเราไม่มีการจัดเก็บข้อมูล การถือครองทรัพย์สินอย่างแท้จริง (ถ้ามีรัฐคงไม่ต้องพยายามมาทำฐานข้อมูลการจัดเก็บภาษีกันตาเหลือกแบบนี้หรอก) และแหล่งข้อมูลที่ Credit Suisse อ้างก็ไม่มีระบุถึง ผมพูดไปแล้ว ซึ่งเพียงแค่นั้นก็น่าจะจบและเคลียร์แล้วนะครับ

- แต่ที่เป็นปัญหาเข้าไปอีกต่อก็คือ #ความไร้มาตรฐาน ของการใช้ข้อมูล (ไม่ว่าจะข้อมูลจริงหรือข้อมูลที่นั่งเทียนมาเอง)

- เพราะวิธีคิดของ Credit Suisse มีปัญหาตรงการเอาฐานที่ตัวเองแบ่ง 4 กลุ่มมาหารแล้วดูว่า กลุ่มไหนที่ถือครองทรัพย์สินมากน้อยแค่ไหน แล้วสัดส่วนต่างกันแค่ไหน แล้วจึงทำออกมาเป็นค่าความเหลื่อมล้ำ GINI Index
.............................

- สมมุตผมเป็นเศรษฐีในประเทศลาว แต่ผมมาอยู่เมืองไทย ผมอาจเป็นแค่ชนชั้นกลางบน หรือผมเป็นชนชั้นกลางในไทย ไปอยู่ในพม่าหรือลาว ผมอาจเป็นชนชั้นกลางบนหรือเศรษฐีก็ได้ เพราะค่าเงินและค่าครองชีพในแต่ละประเทศมันไม่เท่ากัน

- Credit Suisse ใช้การแบ่งช่วงของทรัพย์สินตามกำลังทรัพย์ของประเทศพัฒนาแล้วมาเป็นเกณฑ์ แน่นอนว่าประเทศกำลังพัฒนา ย่อมทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา ตกอยู่ข่ายยากจน (ต่ำกว่า 3.5 แสนบาท) แม้ว่าตามจริง เขาอาจจะอยู่จัดอยู่ในระดับชนชั้นกลางในประเทศนั้นก็ตาม!!!

- อีกประการก็คือ ถ้าประเทศไหนเกิดมีเศรษฐีเยอะๆ ต่อให้คนจนเยอะ ค่าเฉลี่ยของเศรษฐีหรือคนรายได้สูงกับคนจน มันก็ทำให้ค่าความเหลื่อมล้ำลดลงอยู่ดี

แม้ว่าความเป็นจริงแล้วมันจะเหลื่อมล้ำไม่ต่างจากเดิมก็ตาม...
.............................

- หมายเหตุ: จริงๆ ผมอยากพูดต่อไปอีกเรื่องคือ ปัญหาที่ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง เพราะเรามีชนชั้นกลางน้อย และผู้ประกอบการเราค่อนข้างไร้ประสิทธิภาพ ทำอะไรๆ ก็เจ๊ง บริหารไม่เป็นแต่อยากให้เงินมาบริหาร ตามหนังสือรวยทางลัด และอื่นๆ

- ในขณะที่บริษัทที่เขามีมาตรฐานที่ดี มีการบริหารที่รัดกุม และพัฒนาตัวตลอด เขาก็เจริญขึ้น แบบนี้ควรจะโทษว่าเพราะรัฐ เพราะกฎหมาย หรือเพราะความไร้ศักยภาพของผู้ประกอบการในประเทศ ที่ทุกอย่างมันสบาย และไม่เคยต้องแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนอีกหลายประเทศดีละครับ ???

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง เพราะเป็นอีกเรื่องใหญ่ที่เดี๋ยวมาว่ากันครับ

168 Nameless Fanboi Posted ID:NTY68ZGwdh

---------------------
ข้อมูลของ World Bank
----------------------

- ในขณะที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่นานาชาติยอมรับ และมีข้อมูลครบถ้วนในการประเมินอย่าง ธนาคารโลก หรือ World Bank นั้นระบุค่า GINI Index ซึ่งบอกถึงความเหลื่อมล้ำทางรายได้

- ประเทศไทยมีค่าอยู่ที่ 38 (สหรัฐอเมริกามีอยู่ที่ 41 หรือแย่กว่าไทย) ส่วนประเทศที่ถูกระบุว่าเหลื่อมล้ำมากที่สุดคือ แอฟริกาใต้ ค่า GINI อยู่ทึ่ 63 และรองๆ มาจากแอฟริกาใต้ ส่วนใหญ่ก็คือ ประเทศในทวีปแอฟริกาและละตินอเมริกาทั้งสิ้น เช่น

- Namibia
- Botswana
- Zambia
- Central African Republic
- Lesotho
- Swaziland
- Brazil
- Colombia
- Panama
- Guinea-Bissau
- Rwanda

ส่วนประเทศต่างๆ โดยทั่วไปค่า GINI จะอยู่ที่ 25-50 ซึ่งจะยังถือว่าโอเคสำหรับประเทศทุนนิยมทั้งหลาย

https://www.npr.org/sections/goatsandsoda/2018/04/02/598864666/the-country-with-the-worlds-worst-inequality-is?utm_campaign=storyshare&utm_source=facebook.com&utm_medium=social&fbclid=IwAR3aYzhZ74zLN-gXaRG3kW0lTwe-10mV_8kPOBda5Z3rNDeT0hfJhUBUBus

หมายเหตุ: ในข้อมูลไม่มีเกาหลีเหนือ ถ้ามีเกาหลีเหนืออาจเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุดในโลก อันเป็นอุดมคติของชาวสังคมนิยมก็ได้นะครับ 😃

(และถ้าเยอรมันตะวันออก โซเวียต และประเทศคอมมิวนิสท์แท้ อื่นๆ ยังอยู่ คงจะเป็นประเทศในฝัน เพราะมีความเหลื่อมล้ำน้อยกว่าประเทศทุนนิยมแน่ๆ ป.ล. จีนไม่ใช่คอมมิวนิสท์นะครับ มันแค่ใช้ชื่อเฉยๆ แต่จีนปัจจุบัน ห่างไกลจากคอมมิวนิสท์เยอะมากแล้ว)

----------------------
ค่า GINI ใช้ดูโดยประมาณ
----------------------

- เราต้องเข้าใจก่อนว่าค่าดังกล่าวนี้ วัดโดยการประมาณจากรายได้และรายจ่าย ซึ่งไม่ได้แปลว่ามันจะสะท้อน #ความอยู่ดีกินดีของคนในประเทศได้ในทุกมิติ

- อย่างประเทศยูเครน (26) ที่มีค่าความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด กลับเป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่การเมืองในประเทศตีกันเละเทะเลย แถมความเป็นอยู่ของประชากรไม่ได้ดีกว่าไทยแน่นอน

(จนคนรัฐไครเมียและรัฐฝั่งตะวันออก ยังขอแยกตัวไปรวมกับสหพันธรัฐรัสเซียที่มีรายได้สูงกว่าและการเมืองนิ่งกว่าแทน)

- หรืออย่างโคโซโว (27) หรือ คาซัคสถาน (27) ก็มีความเหลื่อมล้ำน้อยกว่าประเทศยุโรปทุกประเทศ หรือ อิรัค (30) และคีกีซสถาน (29) ที่มีค่าความเหลื่อมล้ำ น้อยกว่าเยอรมัน (31) และญี่ปุ่น (32)

ก็ไม่ได้แปลว่าคุณภาพชีวิตของคนในประเทศเหล่านั้นจะดีกว่าประเทศที่มีค่าความเหลื่อมล้ำสูงกว่าเท่าไรนัก เพราะค่า GINI นั้นมันเป็นการประมาณการกว้างๆ จากรายได้ เป็นข้อมูลสถิติ ซึ่งมันกว้างมาก

- ข้อมูลพวกนี้เวลาดูต้องดูเป็น ช่วงระยะ (range) เช่นถ้ามันสูงมากๆ แบบพวกแอฟริกา ที่อยู่ที่ 60+ อันนี้ก็ถือว่าแย่ ถ้าอยู่ระดับ 25-30 ก็อาจจะดี และ 31-50 ก็ปานกลาง เป็นต้น

- แต่สุดท้ายแล้วมันก็ต้องดูภาพรวมอื่นๆ ประกอบด้วย เช่นอัตราการว่างงาน การมีอยู่มีกิน ความยากลำบากในการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยเฉพาะการศึกษาและสาธารณะ ฯลฯ อีกมาก

----------------------
แนวโน้มความเหลื่อมล้ำในไทย
----------------------

- ถ้าดูจากความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย ที่จัดเก็บโดยธนาคารโลก จะเห็นว่าตั้งแต่ปี 2006 ที่รายงานนั้นระบุมา ค่าความเหลื่อมล้ำของไทยดีขึ้นเรื่อยๆ จาก 42 ในปี 2006 ลดลงมาเหลืออยู่ที่ 36 ในปี 2015

- ซึ่งทำให้เห็นแนวโน้มในการกระจายรายได้ที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ นะครับ

https://data.worldbank.org/indicator/SI.POV.GINI?end=2016&fbclid=IwAR2rU3oi2fVYM2jT0pkxfSTUaPFunnf2aBKp8ZngLSoVBGwkuBSXHy6tYaU&locations=TH-MY-VN-ID&start=2004

----------------------
สรุป
----------------------

- ความเหลื่อมล้ำมีทุกประเทศแหละครับ ไม่มีประเทศไหนไม่มีหรอก ยิ่งเป็นประเทศทุนนิยม ไม่ใช่คอมมิวนิสท์แท้ๆ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของกิจการและทรัพย์สินทั้งหมด

- เพียงแต่มีมากมีน้อย ก็ต้องพิจารณากันไปเป็นช่วงๆ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรพัฒนาให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำน้อยลงเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันค่าความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ก็ไม่สามารถจะบอกทุกอย่างได้

(หรือถ้าใครคิดว่าค่านี้น้อยแล้วดี แนะนำให้ออกไปอยู่ ยูเครน อิรัก ปากีสถาน คาซัคสถาน ดูสัก 5 ปีนะครับ แล้วค่อยกลับมาบอกว่าเป็นอย่างไร หุหุ)

- แต่ที่แน่ๆ คือ ค่าความเหลื่อมล้ำที่จัดโดยองค์กรระหว่างประเทศ อย่าง UN และ World Bank นั้นประเทศไทย ไม่ได้มีปัญหาหนักในเรื่องความเหลื่อมล้ำแน่นอนครับ คะแนนก็อยู่ระดับกลางๆ คือ 35-38 ซึ่งทำให้อยู่ในระดับที่ 40 กว่าจาก 196-206 ประเทศทั่วโลก

ไม่ใช่อันดับ 1 ของโลกอย่างที่เข้าใจผิดๆ กันไป!!!

169 Nameless Fanboi Posted ID:JjTrVBOppE

เราจะเริ่มเห็นข่าวว่าช่วงนี้มีหลายบริษัทประกาศปรับลดพนักงานลงในหลายอุตสาหกรรม นี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของความน่ากลัวของโลกยุคใหม่ ยุคที่คนรวยกำลังจะอัปเกรดตัวเองเป็นพระเจ้า ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะกลายเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าอะไรต่อเศรษฐกิจโลกเลย ยังไง? ในยุคนี้ที่ AI ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด หุ่นยนต์ เริ่มทำงานแทนคนได้ในหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น พอหุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้เขาจะจ้างคนไปทำไมละ เพราะหุ่นยนต์ทำงานได้ดีกว่า, เร็วกว่า, เยอะกว่า ต้นทุนถูกกว่าแถมไม่เรื่องมาก คนชั้นแรงงานก็ไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไปกลายเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าต่อเศรษฐกิจ ในความหมายก็คือคนเหล่านั้นเขาจะเอาคุณค่าอะไรไปแลกเงินมาใช้ในการดำเนินชีวิต? คนจำนวนมากไม่มีเงิน อาชญากรรมจะเพิ่มขึ้นไหม? เมื่อถึงจุดนั้นเมื่อไหร่เตรียมรับมือกลียุคได้เลย จากแนวทางโลกแบบนี้เราควรมองย้อนดูตัวเองได้แล้วว่าทุกวันนี้เรามีคุณค่าอะไรในเศรษฐกิจ เราจะพัฒนาตัวเองให้มีคุณค่าปรับตัวให้อยู่รอดในโลกยุคใหม่ได้อย่างไร การใช้ชีวิตไปวันๆไม่หมั่นขยันหาความรู้ใหม่ๆในแนวกว้างและลึก ก็เหมือนกำลังนับถอยหลังสู่ภัยพิบัติ

170 Nameless Fanboi Posted ID:p/1+z.e5eq

>>169 ปรับตัวเพื่อรับเศษกระดูกจากพระเจ้า แล้วก็เหยียบหัวคนชั้นล่างอีกที???
อย่าไปคิดไรมาก เป็นชนชั้นกลางซักวันก็ต้องโดนจี้ โดนแทงตายอยู่ดี ถ้าไม่มีปัญญาซื้อบ้านย่านที่ปลอดภัย อาจจะหลังจะ100ล้านก็ได้นะ ยุคนั้น

171 Nameless Fanboi Posted ID:JjTrVBOppE

ขออธิบายได้ไหม ในฐานะหมอหน้าใสก็ได้

ปกติในอเมริกานี่ เด็กส่วนใหญ่ 70 เปอรเซนต์เกิดมาปุ๊บ Day1 นี่ก็จะได้รับการเข็นไปขริบจู๋เลยครับ เพื่อเหตุผลว่าช่วยในการดูแลความสะอาดและดูแลสุขอนามัยได้ดีขึ้น มีข้อดีมากมายที่ปัจจุบันทางการแพทย์เค้ายืนยันครับ เช่นลดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ลดการเกิดมะเร็งจู๋

แต่ทีนี้ปีๆนึง ก็มีหนังพวกเนี้ยเอาไปทิ้งปีละเป็นล้านๆ ชิ้นเลย ก็เลยมีนักวิทยาศาสตร์หัวใสเค้าเอาไปแปรรูปทำเป็น stem cell เนื่องจากพบว่าในหนังหุ้มพวกเนี้ย มันมีเซลล์พวก fibroblast พวกคอลลาเจน อีลาสตินต่างๆเยอะ (มันถึงยืดได้ไง สังเกตุไหมว่าโตแค่ไหนมันก็ยังยืดไปถึง) และเนื่องจากเอามาจากเด็กแรกเกิดมันก็ยิ่งสะอาดและมีความบริสุทธ์มาก เค้าก็เลยเอาไปสกัดเอามาทำเป็น serum แล้วมาผสมเป็นเครื่องสำอางค์เอามาฉีดหน้าทาหน้า เพื่อที่ทำให้ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น และเพิ่มความเต่งตึงจากพวก fibroblast ,อีลาสติน,คอลลาเจนบริสุทธ์นี่แหละครับ

ถามว่ามีคนใช้ไหม ปังไหม หรือเป็นแค่ข่าวเอาฮา จริงๆ ก็คือตอนนี้เป็นเทรนด์ดาราฮอลลีวูดนิยมกันมากเลยหละครับ อย่างซานดรา บูลล็อค, โอปราห์ วินฟรีย์ นี่ก็ทำ แถมประทับใจเอามาพูดในรายการเธออีกต่างหาก หรือเคท เบลนแชต ที่เล่นบทเฮร่า ในธอร์ ก็ใช้ มันเลยเป็นกระแสขึ้นมาครับ ลองหาคำว่า penis facial ดูนะ (กรุณาเรียกทับศัพท์ ห้ามแปลย้อนหลัง)​ ซึ่ง FDA อเมริกาเค้าก็รับรองด้วยนะว่าได้ผล (คือจริงๆ FDA เค้ารับรองแค่ว่าสารพวก EGF serum ที่สกัดมาจากพวก fibroblast เนี่ย มันสามารถซึมผ่านเข้าผิวได้นะ ถ้าใช้กรรมวิธีที่ถูกต้อง แค่นั้น)​

แต่อันนี้มันก็คือความเชื่อของคนเฉพาะกลุ่มนะครับ หาการทดลองเปรียบเทียบลำบาก เหมือนพวกเอาทองคำเปลวมาแปะหน้า เอารกแกะมาทานั่นแหละ ดังนั้น อย. เค้าถึงต้องออกมาเตือนก่อนครับ ว่าใจเย็นๆ อย่าพึ่งรีบไปถลกหนังใครมาแนบหน้านะ เพราะครีมหรือยาที่ใช้หนังหุ้มจริงๆหนะ มันกระปุกเป็นหมื่นและต้องผ่านกรรมวิธีสกัดฆ่าเชื้อมากมาย แต่เดี๋ยวแม่ค้าหัวใสบ้านเราไปซื้อครีมตลาดนัดแล้วมากวนเอง ถูขี้ไคลผสมหนังกำพร้าตรงไหนไม่รู้ลงไปหน่อย แล้วจะเอามาอ้างสรรพคุณแบบครีมเมืองนอกเค้า

#ต่อไปเวลาไปด่าใครว่าหน้าหัวจวยระวังเจ้าตัวเค้าสะดุ้งนะครับว่ารู้ได้ไง
#เค้าใช้หนังเด็กแรกเกิดนะครับส่วนหนังผู้ใหญ่นี่เอาไปเผาอย่างเดียวครับ
#เอาเซลล์หนังตรงนั้นมาฉีดตาต่อไปขยี้ตาทีนี่ตาจะพองขึ้นเปล่าไม่รู้

172 Nameless Fanboi Posted ID:EE3UeGc4+2

กูสงสัยพวกมึงไปเอาโพสยาวๆพวกนี้มาจากไหนกันวะ โพสเหมือนจะมีสาระแต่แม่งสาระแบบปลอมๆ ไม่งั้นก็ขวาจัดทั้งนั้น

173 Nameless Fanboi Posted ID:Ng329rwgyR

>>172 อันไหนที่สาระปลอม ๆ ชี้ที

174 Nameless Fanboi Posted ID:Ng329rwgyR

วิเคราะห์ตัวท๊อปจริงจัง

นี่คือบทสรุป 19 ข้อ

1. ตัวท๊อปหลายคน มักจะใช้ชื่อในไลน์แบบสั้น แบบตัวอักษรเดียว หรือ จุดเดียว หรือ อะไรก็ตาม แบบว่าอยากหลบซ่อนตัว แต่ก็หายไปไม่ได้ เพราะว่าอยากได้เงิน
.

2. ตัวท๊อปหลายคน พอเริ่มเปิดงานแรก บางทีมักจะรูปหมาแมว ตอนแรกกูไม่เอะใจอะไร แต่หลังๆเริ่มชัดล่ะ พวกนี้มักจะมีแต่เพื่อนเที่ยว เพื่อนยืมเงิน ไม่มีเพื่อนที่แท้จริง ก็เลยมีสัตว์เลี้ยงไว้ และพอไม่รู้จะตั้งภาพเป็นอะไร เพื่อหลบซ่อนตัว ก็มักจะใช้หมาแมว
.

3. ตัวท๊อปหลายคนมักจะมีพฤติกรรมปิด private facebook มากๆ หรือ อยู่ๆก็หายตัวไปจาก facebook เลย ไปสิงอยู่ IG เพราะว่า facebook มันง่ายต่อการ track ประวัติทั้งหมดออกมา
.

4. ตัวท๊อปหลายคน ต้องไปเจาะสะดือ เพราะว่าการเปลือยกายกับชายหื่นแปลกหน้า มันจะต้องหาอะไรมาป้องกันสักนิด เพื่อป้องกัน personal space บางอาจจะเจาะสะดือ บางคนอาจจะสัก เพราะไม่มีใครอยากโดนเด้าจากคนไม่รู้จักหรอก มันอาจจะเป็นการช่วยทางใจ
.

5. ตัวท๊อปหลายคน มีปัญหาเรื่องวินัยทางการเงิน หาเงินได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ตอนแรกๆ อาจจะทำเพราะจำเป็น อาจจะไม่ตั้งใจมาก แต่แบบว่า เกิดมาหน้าตาดี มีโมเดลลิ่งตามจีบอยู่เนืองๆ แล้วจะเกิดจังหวะแบบว่า พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก มีปัญหาเรื่องเงิน แล้วอยู่ๆ ก็ปิ๊งว่า ทำสักครั้ง แล้วเอาเงินมาแก้ปัญหา
.

6. ทีนี้ พอมีครั้งแรก ก็มีครั้งที่สอง และมีครั้งต่อๆไป เพราะการรับงานพริตตี้จริงๆ เงินได้น้อยมาก โดนหักเยอะมาก หรือจะทำงานอื่นๆ ก็สู้รับงานแบบนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ยืนทั้งวันได้ 2,000 นอนให้พี่หมีกระเด้า 2 ชม. ได้หลายหมื่น คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม
.

7. ตัวท๊อปจะมีพฤติกรรมใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย เพราะเงินที่ได้มา แลกมากับศักดิ์ศรีของตัวเอง เลยจะต้องเอาเงินไปเปย์กับการกิน การเดินทาง มีรถ มีคอนโดหรู เพื่อพยายามปกปิดตัวเองแบบโง่ๆ
.

8. ตัวท๊อปจะมีพฤติกรรมขี้อวดทาง social เพราะว่า ภายในจิตใจอันมืดมิดของตัวท๊อป มันหมดคุณค่าในตัวเองแล้ว มันเลยจะต้องสร้างเกราะกำบัง ไว้ป้องกันคุณค่าในตัวเองแบบผิดๆ
.

9. พี่หมีพิมพ์สดนะ ถถถถถ อาจจะเรียบเรียงไม่ถูกต้องนัก หรือตกหล่นอะไรไป ตอนนี้กำลังบรรลุสัจธรรมอยู่ หลังจากตอนเช้า ซัดไปอีก 2-0
.

10. ตัวท๊อปจะพยายามหาผู้ชายที่รักจริง (มีหลายคน แต่ไม่ทุกคน) จะพยายามไม่จับลูกค้า เพราะรู้อยู่ทั้งรู้ ว่ามันเป็นแค่ตัวท๊อป เพราะฉะนั้น บางทีก็พยายามเอาเงินเปย์ เพื่้อรักษาความรักของตัวท๊อปนั้นเอง หาความมั่นคงทางจิตใจ
.

11. ตัวท๊อปที่เริ่มตกต่ำมากๆ จะเริ่มไปศัลยกรรมรัวๆ เริ่มทำหน้าอก บางคนตีบวกติด ก็อาจจะรักษาระดับงานได้ แต่อย่างว่า วงการนี้ ลูกค้าคุณภาพมีจำกัด มันจะไม่ชอบซ้ำด้วย cycle นึงอาจจะไม่นานมาก ที่นักเย็ดมันเย็ดวนกันไปจนครบแล้ว ทำให้ตัวท๊อปขาดงาน
.

12. ทีนี้ มันต้องเริ่มลดตัวเองไปรับงานอื่นๆ เช่น งานเกี่ยวกับยาเสพติด หนมเค น้ำแข็ง และอื่นๆ เป็นต้น เพื่อให้ได้งาน ในขณะที่รายจ่ายยังเท่าเดิม หรือ อาจจะมากกว่าเดิม ทีนี้มันจะเริ่มโทรมอย่างรวดเร็ว
.

13. พอหมดรอบ หางานไม่ได้จริงๆ มันก็จะลดราคาลงไปเรื่อยๆ จนเข้าไปแตะเพดานราคาของ อ่าง และ นกป มันก็จะลดตัวเองลงไปเป็นเด็กอ่าง นกป ก่อนที่จะเลิกค้าแข้งในวงการนี้
.

14. บางคนอาจจะเสี่ยงดวงไปค้าแข้งต่างประเทศ โดยประเทศที่นิยมไป ก็มักจะใกล้ๆบ้านเรา ไปกันเป็นรอบๆ สัปดาห์นึงส่งกันไปเป็นร้อยๆคน เป็นการส่งออกบริการที่นำเงินเข้าประเทศไทยได้เยอะมาก
.

15. ที่เล่ามา เล่ามาโดยย่อๆ แต่ละเรื่องเป็นประสบกามจริงของพี่หมีทั้งนั้น
.

16. ตัวท๊อปหลายคนสมองกลวง มีวิธีการคิดที่ผิดพลาด จริงๆแล้วมันคือ มนุษย์เลเวล 1 ที่บังเอิญเกิดมาสวยน่าเด้า มันก็เลยมีโอกาสทางธุรกิจในเส้นทางนี้ พอมันสวย มันหุ่นดี ทำอะไรก็ง่ายไปหมด จุดแข็งนี้เลยกลายเป็นจุดอ่อน ทำให้มันไม่อดทนอะไร มีแต่คนเอาใจ จนมันบ่มเพาะอุปนิสัยนี้ออกมา ทำให้สมองไม่พัฒนา แต่ต้องให้เครดิตบางคน ถึงจะคิดไม่ได้ แต่มีวินัยในการออกกำลังกายให้ตัวเองหุ่นดี หรือ ควบคุมอาหารได้อย่างดีเยี่ยม
.

17. ตัวท๊อป ก็คือ ตัวท๊อป พวกมึงกระเด้าได้ แต่อย่าเอาทำเมีย หรือ อย่าเอามาพัฒนาให้มันเป็นเมีย มันมีเคสผิดพลาดในวงการนี้มาเยอะ หน้าตาดีสัสๆ หุ่นดีเหี้ยๆ ก็เลยใจอ่อน พยายามดึงออกมาจากวงการ พยายามจะพัฒนา พยายามจะช่วยเหลือ พวกมึงต้องอย่าลืมนิยามของตัวท๊อป หน้าตา นม หุ่น มันเป็นเพียงเปลือกนอก เนื้อแท้ของมัน ก็คือ กระหรี่
.

18. กฎเหล็กของพวกมึง ต้องอย่ามีใจให้ตัวท๊อป แต่แสร้งมีได้ เพื่อที่มึงจะได้ทำเควสนักเย็ดแบบชาวเรือบางคน
.

19. ยยม ยยอ้

175 Nameless Fanboi Posted ID:Gzddfq710u

โฟสความเหลื้อมล้ำแม่งโยงมั่ว ชิบหาย พอแก้ตัวเรื่องประเทศไม่ได้มีความเหลื้อมล้ำไม่ได้(ได้แค่เรื่องอันดับ1) ก็บอกประเทศนู่นประเทศนี้ที่ความเหลื้อมล้ำน้อย ยังมีปัญหาเรื่องอื่นๆ มันคนละประเด็นปะวะ เก่งจังเรื่องเอาเรื่องมาโยงกัน โดยเฉพาะการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

176 Nameless Fanboi Posted ID:C+Xmpa149w

***บทความยาว อยากสร้างความเข้าใจ***

เมื่อเร็วๆนี้มีหลายคลิปที่ถูกเผยแพร่ผ่านหลายสื่อมาก เป็นแสงไฟแว้บๆพร้อมภาพหญิงที่มีหัวกับไส้ ไฟแดงแว้บๆ แล้วบอกว่าเป็น "กระสือ"

หลายคนคงจินตนาการกระสือคือผีที่มีหัวกับไส้มีไฟกระพริบลอยไปลอยมา กินของเน่าเสีย ใช่มั้ยครับ

ทว่าความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเพียง "จินตนาการของผู้วาดการ์ตูน"ครับ

นามกรของผู้ว่าท่านนี้ชื่อ "ทวี วิษณุกร" หรือ "ทวี เย็นฉ่ำ" นักเขียนฝีมือดีจากนครสวรรค์ จากเรื่องที่มีชื่อว่า "กระสือสาว" ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือการตูน "หนูจ๋า" (ปัจจุบันไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่อีกหรือไม่) ในปีพุทธศักราช 2511 เท่านั้นเอง

ซึ่งเรื่องนี้ได้รับจินตนาการจากเรื่องเล่าสมัยรุ่นพ่อเกี่ยวกับทหารเขมรที่ฆ่าภรรยาเพราะคิดว่าเป็นผีกระสือ รวมกับจินตนาการผสมรวมกับประสบการณ์วัยเด็กจนได้เรื่อง"กระสือสาว"ตีพิมพ์ออกมา เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี

การ์ตูน(หรือนิยายภาพ) เรื่องนี้ได้รับความนิยมสูงมาก จนกระทั่งมีผู้จัดภาพยนตร์นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเรื่องเดียวกันนี้ โดยบริษัทศรีสยามโปรดักชั่น ซึ่งมี สมบัติ เมทะนี และพิสมัย วิไลศักดิ์ เป็นผู้แสดงนำ จากนั้นได้รับการรีเมคผ่านละครจอแก้วหลายเวอร์ชั่น

ส่วนกระสือที่แท้จริงนั้น จากคำบอกเล่าของหลายฝ่ายบอกว่า "เป็นเพียงดวงไฟ" บ้าง "มีหน้าแทรกในดวงไฟสีเขียว" บ้าง แต่แท้จริงแล้วตำนานก็คือตำนานมีเรื่องเล่าแตกต่างกันหลายรูปแบบกันไป

สิ่งที่น่าสนใจคือคุณทวี วิษณุกร มีหลายเส้นสยองเป็นเอกลักษณ์ หาเปรียบได้ยาก ปัจจุบันด้วยปัญหาสุขภาพทำให้เลิกเขียนภาพมานานหลายปีแล้ว แต่ยังมีผู้ที่ชื่นชอบการ์ตูนของคุณทวี วิษณุกร สร้างเพจและเผยแพร่ผลงานของท่านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทายาทที่ร่วมมาฟื้นชีวิตชีวาผลงานของคุณทวี วิษณุกร อีกครั้งทั้ง "กระสือสาว" "นางตานี" และ "ลูกสาวผี"

ใครที่สนใจผลงานของท่านติดตามได้ที่แฟนเพจ ทวี วิษณุกร แฟนคลับ (https://www.facebook.com/taweewitsanukorn/) ได้เลยครับ

หวังว่าบทความนี้จะคลายความสงสัยของท่านๆไม่มากก็น้อยนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก -

http://taweewitsanukorn.blogspot.com/2017/05/blog-post.html

หากสนใจดูคลิปของท่านดูได้ที่นี่เลยครับ (ส่วนหนึ่งของบทความก็เขียนจากคลิปนี้ครับ)

https://www.youtube.com/watch?v=8ERNaPlg8Oo

ป.ล.แชร์ได้เลยครับอยากไปให้ถึงหูมนุษย์เลเวล 0

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

177 Nameless Fanboi Posted ID:AfMTcveaei

>>175 ไม่มีใครแก้ตัวว่าไทยไม่มีความเหลื่อมล้ำนะ แค่มันไม่ใช่ที่ 1 แบบที่ใส่ไฟแค่นั้น มีคนบอกว่าไทยไม่เหลื่อมล้ำด้วยเหรอ

178 Nameless Fanboi Posted ID:VOlEifaIY5

>>177 ก็ไม่มีไง ต้นโพสก็แก้ตัวเรื่องนี้ไม่ได้ไง เลยยกตัวอย่างประเทศอื่น ว่าเห้ยประเทศคนอื่นเขาก็มีความเหลื้อมล้ำไง เห็นมั้ย USA ก็เหลื้อมล้ำ กุเลยบ่น คนอ่านอ่านแล้วสบายใจดี

179 Nameless Fanboi Posted ID:AfMTcveaei

>>178 ก็มันไม่ได้แก้เรื่องนั้นไม่ใช่เหรอ มันแค่แย้งว่าข้อมูลมันผิดยังไง

ส่วนความเหลื่อมล้ำถ้ายังอยู่ในโลกทุนนิยมยังไงก็ต้องมี คนมันจะได้อยากรวย อย่างเมกา GINI แย่กว่าไทยอีก สิงคโปร์ GINI ก็แย่ แต่ถามว่าดีกว่าไทยมั้ย ก็ดีกว่าแน่ ไม่มีใครเถียงหรอกมั้ง

แต่กูว่ามึงจับประเด็นผิดนะ มันแค่บอกว่าค่า GINI วัดไม่ได้ว่าประเทศเจริญ อย่างอิรักคนก็จนเท่ากัน ค่า GINI เลยสูง มันต้องเอาตัวเลขอื่นมาดูด้วย หรือมึงคิดว่าอิรักเจริญกว่าไทยละ

180 Nameless Fanboi Posted ID:p/1+z.e5eq

มันมีไอ้นี่ด้วยนะ ความยากง่ายในการอัพเกรดชนชั้น สแกนดิเนเวียนี่ง่ายสุดอีกตามเคย

181 Nameless Fanboi Posted ID:MwHijIlnn2

ข่าวนี้แสดงระดับประชากรไทยได้ชัดว่านอกจากจนแล้วยังโง่อีก ใครอธิบายไรก็ไม่ฟัง ใช้ความรู้สึกอย่างเดียว รุ่นนี้ตายหมดรุ่นหน้าก็คงเป็นแบบนี้เหมือนเดิม

182 Nameless Fanboi Posted ID:VOlEifaIY5

เลือกตั้งคราวนี้ ประชาชนต้องตื่นตัวมากกว่าครั้งอื่น ๆ ที่ผ่านมา เพราะมีการปรับกฏ กติกา ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนค่อนข้างเยอะ มาอธิบายให้ง่าย ๆ ดังนี้

- เขตเลือกตั้งคนละเขตคนละเบอร์ : ถ้าตามทะเบียนบ้านเราอยู่เขตเลือกตั้งไหน เราต้องดูเบอร์ของผู้สมัครเขตเลือกตั้งนั้น ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี ๆ เพราะในบัตรเลือกตั้งมีแนวโน้มสูงที่จะไม่มีชื่อพรรค (และอาจจะไม่มีชื่่อผู้สมัครเลยก็ได้) อาจจะมีแต่เบอร์ ประชาชนต้องติดตามข้อมูลข่าวสารให้ดี ๆ ไม่งั้นอาจกาผิดเบอร์ได้โดยไม่รู้ตัว

- พอมันเป็นเขตเลือกตั้งคนละเบอร์ ก็เป็นความท้าทายของ กกต. ที่จะต้องระบุในบัตรให้ชัดเจนว่า บัตรเลือกตั้งนี้ลงคะแนนในเขตไหน เพราะเมื่อคนละเขตคนละเบอร์แล้ว ก็ต้องมีวิธีการนับคะแนนเลือกตั้ง 350 แบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อหลัก secret ballot เวลาออกเสียงนอกจังหวัดหรือนอกประเทศที่คนน้อย ๆ ได้ (เพราะมันต้องแยกกอง ยิ่งนอกประเทศอาจจะมีแค่คนเดียวที่มาจากเขตเลือกตั้งนี้ก็ได้)

- ระบบสัดส่วนผสมแบบใช้บัตรใบเดียว (ในไทยตั้งชื่อว่าจัดสรรปันส่วนผสม) อันนี้คนอธิบายมากแล้ว แต่ง่าย ๆ ก็คือว่า ประชาชนออกเสียง 1 คะแนนให้ผู้สมัครเขต แต่เอาคะแนนรวมของผู้สมัครเขตที่สังกัดพรรคการเมืองนั้นทั่วประเทศมาคิดเป็นร้อยละของที่นั่งที่พึงได้ ขาดเหลือเท่าไหร่เอาผู้สมัครบัญชีรายชื่อไปเพิ่มเติมเท่านั้น

- จากระบบเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้ประชาชนต้องประเมินดี ๆ ว่าเขตนี้ควรเลือกพรรคใด เพราะหลายกลุ่มการเมือง (faction) มีการใช้กลยุทธ์ "แตกแบ๊งพันเป็นแบ๊งร้อย" เพื่อให้ได้ที่นั่งพึงประเมินรวมแล้วมากกว่าพรรคเดียว ประชาชนต้องดูดี ๆ ว่าเลือกพรรคนี้ในเขตเราแล้วใครได้ประโยชน์ อยากให้กลุ่มสุเทพได้ต้องเลือกพรรคไหน อยากให้ประยุทธ์เป็นนายกต่อต้องเลือกพรรคไหนในเขตเรา ฯลฯ ต่างจากเดิมแน่นอนที่อยากให้ใครได้ที่นั่งในสภาเยอะสุด ก็กาพรรคนั้น ต่อจากนี้ภายใต้ระบบเลือกตั้งนี้อาจไม่ใช่อีกต่อไป

- ซึ่งไอ่เขตเลือกตั้งคนละเขตคนละเบอร์ เอาเข้าจริง ๆ น่าจะมีเจตนาให้เกิดความไม่เข้มแข็งของพรรคการเมือง เน้นที่ตัวบุคคลผู้สมัครเขตมากขึ้น แต่ก็ลักลั่นกับระบบสัดส่วนผสมแบบใช้บัตรใบเดียวที่เอาคะแนนของผู้สมัครเขตมาคิดที่นั่งที่พึงได้ของพรรคการเมือง เพราะผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อต้องอาศัยคะแนนของผู้สมัครเขต (สรุปคือไม่แฟร์กับผู้สมัครบัญชีรายชื่ออย่างมาก จะหาเสียงของตัวเองก็ยากเพราะคนละเขตคนละเบอร์)

- เรื่องเขตเลือกตั้งเองก็สำคัญ คราวนี้มีการปรับเขตเลือกตั้ง (อีกแล้ว) จากปี 54, 57 ต้องดูให้ดีว่าตนสังกัดอยู่เขตอะไรกันแน่ บางจังหวัดแบ่งเขตคล้าย gerrymandering เช่น นครราชสีมา ต้องดูดี ๆ ว่าตนอยู่เขตอะไร

- เรื่องวุฒิสภามีส่วนร่วมในการเลือกนายก : วุฒิสภามาจาก คสช. แต่งตั้ง 244+6 คนทหาร รวมเป็น 250 มีส่วนร่วมในการเลือกนายก อันนี้อาจต้องรอดูกระแสและท่าทีว่าคนกลุ่มนี้จะสนับสนุนใคร อาจเป็นพลเอกประยุทธ์หรือท่านอื่นก็ได้ (ความไม่แน่นอนมันก็มี) ประเด็นนี้ อ.ประจักษ์เองก็บอกว่าไม่ควรไปคาดการณ์ล่วงหน้าว่าคนกลุ่มนี้จะเลือกพลเอกประยุทธ์ อาจเลือกท่านอื่น อะไรเช่นนี้ก็ได้

- สุดท้าย วันที่ 4 ม.ค. กกต. จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง จำนวน ส.ส. แต่ละจังหวัด และเขตเลือกตั้งแบบเป็นทางการ ต้องติดตามกันตอนนั้นอีกครั้ง และมันเป็นวันเกิดเราด้วย (บอกไว้สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ 555 ขอบคุณมากค่า) :p

183 Nameless Fanboi Posted ID:46GHd9RtvS

ถ้ารักนายกทักษิณ รักพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่รอแบบมือขอ 300 500 แล้วไปกาโลโก้พรรคง่ายๆ ในคูหาเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ ต้องหมั่นฝึกฝนตัวเอง อ่านหนังสือหนังหา เทียบตัวเลขหมายเลขกับผู้สมัครกับพรรคการเมืองในเขตเลือกตั้งของเราให้ถูกต้อง

หัวคะแนนก็ไม่ใช่แค่จะแจกเงินอย่างเดียวแล้ว ต้องช่วยติวการบ้าน ติวเรื่องภาษาไทยกันหน่อย อาจรับนักศึกษาจบเอกภาษาไทยมาเป็นหัวคะแนน พัฒนาศักยภาพขึ้นทุกฝ่ายอ่ะครับ สู่ประเทศไทย 4.0 ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ท้ายสุดเนร้พี่โจวกราบขอบคุณ พณ ท่านนายกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้วางนโยบายประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพให้ประชากรของประเทศมา ณ ที่เนร้ /\

#รากหญ้าต้องพัฒนาตนเองไม่ใช่รอกาแต่โลโก้พรรคการเมือง
#ช่วงการเพิ่มความเงางามให้กับท้อปบู้ทอย่างแท้จริม

184 Nameless Fanboi Posted ID:HBdCJ.TQVo

>>183 ทักษินแก่เกินยังเงี่ยนอยากได้อีกเหรอ

185 Nameless Fanboi Posted ID:2SK8NjzSy5

สิ่งที่คุณคาดหวังใน Bitcoin Thai Club
- ขุดยังไงให้ได้กำไรมากสุด
- เหรียญตัวไหนเป็นอย่างไร
- วิธีรับมือ ๆลๆ

สิ่งที่คุณเจอใน Bitcoin Thai Club
- เจ้ามันลากขึ้นลากลง วงการนี้มีปลาวาฬใหญ่
- คุณสู้เขาไม่ได้หรอก เจ้าเขาเหนือกว่า
- เจ้า เจ้า เจ้า เจ้า เจ้า

พ่อมึงเป็นสมศักดิ์เจียมเหรอ
#มิตร

186 Nameless Fanboi Posted ID:8QEeGjNhOc

>>185 พูดแบบนี้แสดงว่าไม่รู้จักBogdanoff

187 Nameless Fanboi Posted ID:GItIHRpxYV

อีแอพ ZEPETO นี่ใช้วัดระดับ "การยอมรับในตัวเอง หรือ ความภูมิใจในตัวเอง" ได้เหมือนกันนะ เช่น
คนหน้าตาไม่ดีที่กล้าสร้างร่างอวตารตัวเองออกมาเหมือนตัวจริง ต้องถือว่าน่ายกย่องนะ
กับคนหน้าตาไม่ดี แต่สร้างร่างอวตารตัวเองซะหล่อน่ารัก จนคนเห็นแล้วสงสัยว่า "มึงสร้างร่างอวตารของใครวะ"

188 Nameless Fanboi Posted ID:Nb82KpQQN9

>>181 การเมืองแบบ postmodern เอาถูกใจไว้ก่อนถูกหลักเหตุผล เป็นกันทั้งโลก

189 Nameless Fanboi Posted ID:dxhBIPNhxR

Nirupama Pathak ถูกพบเป็นศพในห้องนอนของเธอ ในบ้านที่เธอเกิดมา
หญิงสาววัย 22 ปีคนนี้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำใน New Delhi มีงานทำที่ดีและหมั้นแล้ว
ปัญหาคือ
คู่หมั้นของเธอเป็นชายจากวรรณะต่ำกว่า
ที่ทำให้ครอบครัวคัดค้านอย่างหนัก
แต่เธอยังคงมุ่งมั่นเพื่อความรัก
แต่ หลังจาก Pathak กลับไปบ้านเกิดเพียงคืนเดียวก็มีคนพบศพเธอในห้องนอนของเธอเอง
คนในครอบครัวให้การว่าเธอฆ่าตัวตายเอง
นอกจากนี้ตำรวจยังพบว่า Pathak ตั้งครรภ์อยู่ด้วย

ขณะที่ Ravi Kant Meana กำลังเดินเล่นกับภรรยา
ซึ่งเป็นคนวรรณะสูงกว่าในNew Delhi
ก็มีผ้ชายกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา
ทุบตีทำร้ายเขาและภรรยา
แล้วจิกผม ลากภรรยาของเขาไปบนพื้น
พร้อมกับตะโกนว่า
"เอานังผู้หญิงคนนี้กลับบ้าน"
Ravi เล่าว่า
ภรรยาของเขาส้งเสียงกรีดร้องไปตลอดทาง
แล้วพวกมันก็เริ่มทุบตีเธอ
เอากรรไกรกล้อนผมเธอ
แล้วเอาสีดำทาหน้าเธอ
เอารองเท้าแขวนคอเธอ
ก่อนจะประจานเธอไปทั่วเมือง

การทำร้ายร่างกาย
และการฆ่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ในอินเดีย
กับคู่รักที่แต่งงานข้ามวรรระ
แม้กฎหมายอนุญาตให้คนต่างวรรณะแต่งงานกันได้
จะถูกตราขึ้นตั้งแต่ 1950 แล้ว
แต่มันยังคงไม่ได้รับการยอมรับในสังคมอินเดีย

Dharmaveer Nagar ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นลุงแท้ๆ ของหญิงสาวที่ถูกฆ่าเพราะรักคนวรรณะต่ำกว่าบอกว่า
"มันผิดตรงไหน
ใช่ การฆ่าเป็นสิ่งผิด แต่นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ต้องทำเพื่อสังคมเรา
ทุกสังคมต่างก็มีวัฒนธรรมของตนเอง"

แม้ว่าการตายของNirupama Pathak จะทำให้เกิดการประท้วงขึ้นเพื่อให้หยุดการกีดกันนี้

แต่การทำร้ายและการฆ่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรียังดำเนินต่อไป
ไม่ใช่เฉพาะที่อินเดีย
แต่ในอีกหลายประเทศทั่วโลก

และเหยื่อส่วนใหญ่
คือผู้หญิง

เก็บความบางส่วนจาก
Honour killings are a separate horror

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

190 Nameless Fanboi Posted ID:j3AOX0yM0V

เราควรเลิกสนใจความเหลื่อมล้ำกันได้ละ เพราะคนส่วนใหญ่มันคิดไม่ได้ไง ดังนั้นพอไปถามว่าทำไมชีวิตไม่ดีขึ้น คนพวกนี้ก็จะบอกว่าขาดโอกาส ถูกกีดกัน สังคมไม่เป็นธรรม ฯลฯ บลาบลาบลา

ต้องโทษนักวิชาการที่ตั้งโจทย์ผิด เอาแต่ไปถามคนส่วนใหญ่ ผลวิจัยมันก็ต้องชี้ไปที่ความเหลื่อมล้ำสิ ทำไมไม่ไปดูคนส่วนน้อยที่เขาดิ้นรน รู้จักปรับตัวจนได้ดี ศึกษาแล้วเอามาสอนคนส่วนใหญ่บ้าง ดีกว่าเอางบไปผลาญกับโครงการลดเหลื่อมล้ำทั้งหลาย คนตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน พัฒนาตัวเองตลอดเวลาไม่นอกลู่นอกทางมันรู้สึกไม่เป็นธรรมนะ

#มิตรสหายทุนนิยมจ๋าท่านหนึ่ง

191 Nameless Fanboi Posted ID:1IQrAIVBrh

>>190 communist manifesto ในมือกูสั่นไปหมดแล้ว

192 Nameless Fanboi Posted ID:qmjIeJUcPn

จีนศึกษา : ยุทธศาสตร์ในระบบขนส่งสาธารณะ
.
1.ระบบการจัดการขนส่งสาธารณะของจีนเป็นตัวแบบที่น่าเรียนรู้เสมอ ถ้าใครเคยไปเที่ยว ไปเรียน หรืออยู่อาศัยที่จีน (เน้นว่าในเขตเมือง) จะประสบพบเจอว่า ชีวิตนี้ไม่ต้องมีรถก็ได้ ไปไหนก็สามารถเดินได้ มากที่สุดอาจจะมีแค่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ขี่ขำๆไปตลาด ที่เหลือนั่งรถเมล์ ถือบัตรใบเดียว ที่เรียกว่า อี้ข่าทง (บัตรซุยกะ เว่อร์ชั่นจีน) ซื้อได้ที่ไปรษณีย์จีน เดี๋ยวนี้สั่งเถาเป่ายังได้ เติมเงินซัก 50 หยวน แตะที่ไหนขึ้นที่นั่น ได้ทุกระบบขนส่งมวลชน ยกเว้นเครื่องบิน ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นด้วยความรวดเร็วราคาถูกและเข้าถึงง่าย
.
2.เหตุผลข้อสำคัญข้อหนึ่งของการมีระบบคมนาคมที่พัฒนาอย่างด่วน มาจากการรับมือกับ “ความหนาแน่น” (Density) ของประชากร หลักพันล้าน ทางการจึงออกแบบให้ขนส่งมวลถูก เข้าถึงได้ เพราะถ้าปล่อยให้คนออกรถบ้านละคัน การจราจรบนท้องถนนของประเทศก็พังทลาย รถติด ใช้ชีวิตอยู่บนถนน สำหรับรถบัสแล้ว คันหนึ่งถูกแบบให้ขนคนได้ร่วมหกสิบมากสุดถึงร้อยคน (รถบัสจีนจะมีแบบสองตอนสามตอน เชื่อมขบวนกัน) เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้มีรถบัสกว่า 1000 สาย และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ร้อยกว่าสถานี สถิติ ณ ปัจจุบัน ชาวปักกิ่งกว่าสิบล้านคนที่ใช้ขนส่งมวลชนต่อวัน
.
3.เจาะจงลงมาที่ประเภทขนส่งสาธารณะ ลองไปค้นดูสถิติ จะพบว่า ราคาตั๋วเครื่องบินในประเทศของจีน จะแพงกว่าราคาตั๋วรถไฟ เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ในเกือบทุกเส้นทาง แต่รัฐบาลก็ยังมุ่งเน้นการพัฒนารถไฟ ไม่พัฒนาสายการบินเพิ่มเติม ตรงนี้เป็นความตั้งใจของรัฐที่จะปั้นการขนส่งด้วยรถไฟให้เป็นหลักเลยก็ว่าได้ ปกติแล้ว สายการบินในประเทศยอดฮิต จะมีสามสายหลักที่ครองตลาด คือ 1.China southern 2.China Easter 3.Air China ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งหมด รัฐบาลจีนถือหุ้นเกิน 50% และมีกำไรทุกไตรมาสทั้งสามสายการบิน แบบที่ไม่ต้องเอาภาษีชาวบ้านไปอุ้ม เหมือนบางประเทศ ที่สำคัญทุกสายการบินติดตลาด มีผู้ใช้บริการเสมอ
.
4. ถึงเครื่องบินจะสะดวกและเป็นที่นิยม ขนส่งทางอากาศก็มีปัญหา มันขนคนจีนจำนวนมหาศาลไม่ได้ ทุกวันหยุดยาว (วันชาติ และตรุษจีน) ประชาชนคนจีนจะแห่กันกลับบ้านอย่างหนาแน่น มีภาพการจรจาจรติดขัดและแออัดให้เห็นเสมอ ทางออกของ ปัญหานี้ไปลงที่ทางการพัฒนาระบบรถไฟ หลังจากเสร็จโอลิมปิคเกมส์ปี 2008 ที่ปักกิ่งแล้ว จีนจึงค่อนข้างจริงจังในการวิจัยและพัฒนารถไฟความเร็วสูงแบบเน้นเอาองค์ความรู้ ไม่ได้ซื้อมาใช้ เวลาพังก็เสียตังค์ซ่อมอีก แต่เป็นการดึงเอากลุ่มบริษัทผลิตและพัฒนาระบบรางรถไฟชื่อดังระดับโลกมาเซ็นสัญญาวิจัยและพัฒนาให้ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในจีนผลิตองค์ความรู้เกี่ยวกับรถไฟฟ้าความเร็วสูง
.
4.1 มีงานวิจัยของคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยชิงหัว ผมชอบมาก ตามที่ระบุไว้ในสัญญาคือ จีนจะแยกการวิจัยรถไฟความเร็วสูงเป็นส่วนๆ ส่งให้แต่ละมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพช่วยกันซึมซับองค์ความรู้ ทีมวิจัยทีมหนึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องกระจกหน้า และระบบความแข็งแรงของกระจกรถไฟ ทีมทดสอบด้วยการยิงไก่ตายแล้ว ใส่กระจกด้วยความเร็ว 250 และ 300 กม.และสูงสุดที่ 400 กิโลเมตร/ชม. หากกระจกแตก จะหาวัสดุทำใหม่ และเอามาทดลองยิงไม่เลิกจนกว่าผลที่ออกมาได้กระจกไร้รอยขีดข่วน แข็งแกร่งทนทาน ผู้วิจัยโครงการนี้บอกว่า ประเทศจีนมีนกเยอะ การที่นกบินตัดหน้ารถไฟความเร็วสูง จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงระบบราง ระบบการก่อสร้าง ก็แยกให้หลายมหาวิทยาลัยศึกษาและเอาผลสรุปมารวมกัน เริ่มสร้างรถไฟสัญชาติจีนแท้ โดยจัดเป็นงานแฟร์ใหญ่ที่ปักกิ่ง ทุกวันนี้ยังมีอยู่นะครับ ที่พิพิธภัณฑ์รถไฟของปักกิ่ง หลังจากมีรถไฟหลักและองค์ความรู้แล้ว จีนจึงมีประกาศให้มีการแข่งกันผลิตโมเดลรถไฟความเร็วสูงชิงเงินรางวัล จนรถไฟสัญชาติจีน ออกมาหลายเวอร์ชั่น
.

(มีต่อ)

193 Nameless Fanboi Posted ID:qmjIeJUcPn

(ต่อจาก >>192 )

5. ก่อนปี 2008 จีนมีเส้นทางรถไฟ ความเร็วสูงนำร่องแค่สองสาย คือ ปักกิ่ง เทียนจิน และ เซี่ยงไฮ้เริ่มจาก เขตหงเฉียว ไปยังเขตผู่ตง ซึ่งรถไฟพวกนี้ซื้อมา หลังปี 2010 รถไฟสัญชาติจีนเริ่มพร้อมออกสู่ตลาดและทยอยเปิดให้บริการเพิ่มสายและเส้นทาง สิบปีให้หลังจากเส้นทางเล็กเส้นทางน้อย กลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ซับซ้อนอัดกันแถวตะวันตกของประเทศ แผ่มาทางตะวันออก ระยะทางรวมประมาณ 26000 กิโลเมตร มากกว่า ญี่ปุ่น 10 เท่า (ญี่ปุ่น 2600 กิโลเมตร) กลายเป็นประเทศที่มีทางรถไฟยาวที่สุดในโลก โดยนับรวมระยะทาง
.
6. รัฐจงใจสนับสนุนรถไฟเป็นพิเศษแม้ว่า ผลประกอบการรถไฟ มันขาดทุนทุกปีในทุกภาคของธุรกิจ ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าตั๋ว ค่าไฟฟ้าสำหรับสถานี รายได้จากภาคขนส่งและรายจ่ายจากภาคซ่อมบำรุง ลำพัง ค่าก่อสร้าง ก็ขาดทุนแบบยากจะถอนคืน แต่ด้วยความที่รถไฟความเร็วสูงมันพิเศษ รัฐจึงต้องสนับสนุนด้วยการอัดฉีดเงิน ปี 2017 งบการเงินบริษัทรถไฟ CCRC ติดลบหนักมากในภาคขนส่ง รัฐจึงออกกฎหมายเสียดื้อๆ ให้การขนส่งถ่านหิน ทำได้เพียงใช้รถไฟเท่านั้น ห้ามใช้รถบรรทุก โดยอ้างว่า เดินตามนโยบายเน้นหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมของสีจิ้นผิง ผลคือ กำไรภาคขนส่งของบริษัทรถไฟ ปีนั้นปีเดียว เพิ่มขึ้นจนกลบเครื่องหมายลบทั้งหมดในบัญชี รัฐบาลจีน จงใจ “ลงทุนในกิจการเดินรถไฟ” ออกนอกหน้านอกตาขนาดนี้ รถไฟพิเศษยังไง
.
7. นอกจากขนคนได้จำนวนมาก ตอบแบบคนเรียนการเมืองมา รถไฟจีน มันเจ๋งตรงที่ มันล่าอาณานิคมได้ คำว่า “ล่า” ในที่ นี้ มันทำได้ทั้งในและนอกประเทศ ผมลองดูตารางผลกำไรขาดทุนของรถไฟ หลานโจว อุรุมฉี ห่างกันประมาณ 1000 ไมล์ (1600 กิโลเมตร) ระยะเวลาเดินทาง 11 ชม.(เครื่องบิน 2 ชม.) ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในโครงการนี้คือ ประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญดอลล่าร์ ราคาตั๋วประมาณ 550 หยวน หากทุกรอบเต็ม ทุกที่นั่ง มันจะใช้เวลา 60 ปีคืนทุนค่าก่อสร้างทาง โครงการนี้ห่างไกลจากการมีกำไรอย่างยิ่ง รายได้จากค่าตั๋วทั้งปี จ่ายค่าไฟฟ้า 1 เดือนยังไม่ได้ ก็แล้วแหล่งรวมคนฉลาดอย่างพรรคคอมมิวนิสต์จะเอาเงินไปทิ้งเล่นทำไม ใช่มั้ยครับ
.
8.ที่จริงมันเป็นเรื่องของการควบคุมพื้นที่ด้วย ตัวอย่าง มณฑลซินเจียง เมืองอุรุมฉีมีประชากร ที่เป็นคนอุยกูร์ เกือบ 9 ใน 10 และมีเหตุความไม่สงบต่อเนื่อง สาเหตุมาจากจีนพยายามให้ท้องถิ่นเลิกเชื่อถือในวัฒนธรรมและรากเหง้าของเขา แล้วมาเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์แบบจีน ยังให้เกิดความไม่พอใจและเริ่มต่อต้าน ซึ่งสิ่งนี้กลายเป็นก้างชิ้นใหญ่ของรัฐบาล กลยุทธ์การใช้รถไฟความเร็วสูงจะช่วยดึงให้ซินเจียงให้เข้าใกล้ปักกิ่งมากขึ้น เพิ่มปริมาณคนฮั่นและวัฒนธรรมจีนกระแสหลักเข้าพื้นที่ เขาเชื่อว่าซินเจียงจะสยบเหมือนลาซา ทิเบต หากรถไฟความเร็วสูงไปถึง แม้กระทั่งฮ่องกง ซึ่งเชื่อมเส้นทางรถไฟไปไม่นานนี้ ก็มีหลักคิดคล้ายกัน มันก็เลยมีพวกแขกอุยกูร์ ไปเรียนทำระเบิดแล้วมาวางที่รางรถไฟไงครับ รัฐบาลกล่าวหาว่า พวกนี้ปฏิเสธการพัฒนา แบ่งแยกชาติ มีปัญหายันทุกวันนี้ แต่ที่จริงคือ เขาไม่อยากอยู่กับจีนถึงแม้จีนก็พยายามให้เขาอยู่ด้วยก็เถอะ
.
9.รถไฟความเร็วสูงของจีนจึงเป็นมากกว่าขนส่งมวลชนธรรมดา มันผูกระบบการควบคุมอาณาเขต ควบคุมประชากร (ด้วยการใส่ระบบโซเซียลเครดิตลงไป บางคนพฤติกรรมไม่ดี ขึ้นรถไฟไม่ได้) ควบคุมแม้กระทั่งความเห็นต่างและชาติพันธุ์ (ทิเบต ซินเจียง) ควบคุมเขตการปกครองที่มีศักยภาพแต่ไม่เห็นพ้องต้องกันกับตนทุกด้าน เช่น ฮ่องกง ล่าอาณานิคมชาวบ้าน เช่น ลาว ไทยก็เกทมุกนี้ไปไม่นาน เลย ตุกติก สั่งรื้อแปลนรถไฟกรุงเทพโคราช บางซื่อจะสร้างเสร็จอยู่ละ เสร็จแต่สถานี เส้นทางกำลังถมดิน บัดซบจริงเลย
.
ภาพประกอบ สถานีอุรุมฉีใต้ และสถานการณ์รถติดช่วงวันตรุษ
.
1. https://www.caixinglobal.com/2017-03-14/101065871.html
.
2. http://en.people.cn/n3/2016/0628/c90882-9078230-4.html
.
อ้างอิง
.
1. สถิติการใช้รถไฟใต้ดินปักกิ่ง https://en.wikipedia.org/wiki/Beijing_Subway
.
2.กระจกรถไฟฟ้าจีน
https://www.glassonweb.com/news/explore-secret-window-glass-high-speed-rail
.
3.สถานการณ์ในซินเจียง อดีต-ปัจจุบัน https://en.wikipedia.org/wiki/Migration_to_Xinjiang
https://www.rfa.org/english/news/uyghur/mosques-08032017153002.html
.
4.ข้อมูลการเงิน กำไร ขาดทุน แยกรายปี รวมปี บริษัทรถไฟจีน CCRC http://english.crcc.cn/col/col21615/index.html

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

194 Nameless Fanboi Posted ID:G11wzA6HMa

จีนทำได้ คุ้มไง คนเยอะ ทำค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงให้ต่ำๆ อารมณ์กินข้าวร้านในมหาลัยราคาถูกกว่าข้างนอก แต่กำไรเพราะคนใน ม. เห็นว่าสะดวกกว่าออกไปกินข้างนอก

สงสัยว่าอินเดียจริงๆ เทคโนโลยีก็ไม่แพ้จีนนะ ทำไมไม่ทำแบบเดียวกันมั่งหว่า

195 Nameless Fanboi Posted ID:bLmwtaONUu

>>194 รัฐบาลไม่นิ่ง รัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจในตังเองมากกว่าจีน และบังคับถ่ายทอดเทคแบบจีนไม่ได้

196 Nameless Fanboi Posted ID:DtqqRA7JjC

"มิตรสหายแนะนำว่า นายกสมาคมฟุตบอลทำยังไงก็ไม่ออก วิธีเดียวที่ให้ออกโดยรวดเร็วคือให้ ปปช. บอกให้แสดงบัญชีทรัพย์สิน"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง