Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 8th quotes

Last posted

Total of 1000 posts

145 Nameless Fanboi Posted ID:KulUhro7Uj

อาจมีใครบางคนกำลังจงใจดักข้อมูลเราอยู่ในระดับประเทศ
.
มีคนกระซิบมาถามเรื่องกรณีเว็บ Human Right Watch ถูก Block เป็น URL ได้ทั้ง ๆ ที่เป็น https ตามข่าวนี้ https://www.blognone.com/node/106748
.
โดยรายละเอียดก็คือ
.
- https://www.hrw.org/asia เข้าได้
- https://www.hrw.org/asia/thailand เข้าไม่ได้
.
ปูพื้นสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค การเข้าเว็บผ่าน https ก็เหมือนก้บการส่งจดหมายจ่าหน้าซองถึงปลายทางโดยระบุเป็น "ที่อยู่" เท่านั้น ส่วนส่งถึงใคร เนื้อหาเป็นยังไง ระหว่างทางจะอ่านไม่รู้เรื่องเลย บุรุษไปรษณีย์ถึงจะแอบอ่านก็อ่านไม่ออก จะมีแค่คนที่อยู่ปลายทางเท่านั้นที่สามารถอ่านออก เป็นตัวอักษรวิเศษว่างั้น มีคนอ่านออกคนเดียวในโลก
.
ดังนั้นในกรณีที่เราเข้าเว็บ hrw.org ก็คือการระบุที่อยู่ ระหว่างทางก็จะเห็นแค่เราจะติดต่อไปที่ hrw.org เท่านั้นนะ *ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเข้า /asia หรือ /asia/thailand* เพราะนั่นไม่ได้อยู่บนหน้าซอง แต่เป็นเนื้อหาที่อยู่ในซอง
.
จึงเกิดเป็นประเด็นว่า แล้วทำไมเว็บ hrw.org ถึงถูก Block เป็น URL ได้ทั้ง ๆ ที่เป็น https ? เพราะระหว่างทางไม่มีใครควรรู้เลยว่าเราเรียกไปที่ /asia หรือ /asia/thailand มันก็ไม่ควรมีใคร Block ได้สิ
.
หลังจากไปนั่งเช็คอะไรนิดหน่อยก็พบว่าปรากฎว่าจดหมายมันไม่ได้ส่งไปถึง hrw.org โดยตรง แต่จะมีคอมพิวเตอร์เครื่องนึงในไทยที่ทำหน้าที่ Cache เนื้อหาเพื่อให้คนไทยเข้าถึงเว็บได้เร็วขึ้น หรือที่เราเรียกว่า CDN เป็นตัวที่รับจดหมายแทน
.
แทนที่ hrw.org จะเป็นคนที่สามารถอ่านจดหมายได้ กลับกลายเป็นว่าคอมพ์เครื่องนั้นเป็นคนที่สามารถอ่านได้แทน พออ่านเสร็จก็ค่อยส่งจดหมายที่ "ใครก็อ่านได้" (ไม่มีการเข้ารหัสใด ๆ) ไปหา hrw.org อีกทีนึง
.
(ทางเทคนิคคือ SSL เป็นของ CDN ชื่อ CDNetworks ซึ่งมี Edge Server อยู่ที่ไทยจุดนึง)
.
ซึ่งระหว่างทางจาก CDN ไปถึง hrw.org ก็มีการส่งจดหมายต่อกันไปเรื่อย ๆ ผ่านคอมพิวเตอร์หรือเร้าเตอร์อีกเป็นสิบเครื่อง และทุกเครื่องเหล่านั้นก็สามารถอ่านข้อมูลที่เราส่งไปทั้งหมด (ในที่นี้ก็คือรู้หมดว่าเราเรียกไปที่ /asia หรือ /asia/thailand)
.
ในแง่ Security ก็เป็น Concern ที่แอบใหญ่อยู่นิดนึงนะ กรณีนี้อาจจะแค่เป็นข้อมูลไร้สาระอย่างแค่ URL แต่ขอให้ลองคิดว่าถ้าเรา Login เข้าเว็บ เครื่องระหว่างทางพวกนั้นก็สามารถอ่าน Password เราได้หมดเลยนะ ทุกคนในสายงานนี้เลยผลักดันให้เว็บเป็น https ให้หมด ไม่งั้นอันตรายมาก (ก็น่าเศร้านิดนึงที่เว็บ hrw ไม่ยอมติดตั้ง https แบบจริงจัง แต่ไปใช้ของ CDN แทน)
.
หลังจากวิเคราะห์ออกมาแล้วก็ชัดเจนแล้วหละว่าคนที่ Block นั้นอยู่ระหว่าง CDN และ Server ของ hrw.org
.
กรณีที่ดีที่สุดคือ CDN เป็นคน Block เองเลย คือไม่ส่งต่อตั้งแต่ CDN เลย ที่บอกว่าดีเพราะงานนี้ข้อมูลไม่โดนดักระหว่างทาง แต่ Configuration ก็จะดูแปลก ๆ เพราะมันดูเฉพาะเจาะจงเกินไปว่า Block เฉพาะ Edge Server ของประเทศไทยเท่านั้น ยังไม่ได้ศึกษาลงลึก แต่ในใจเราคิดว่าตัวเลือกนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะคนจะทำได้ต้องมีสิทธิ์ในการ Block ตรงนี้ ซึ่งก็มีแค่ Human Right Watch กับ CDNetworks เท่านั้น ดูแล้วไม่น่าจะทำให้
.
ก็เลยไปตกอีกกรณีนึงคือ "ระหว่างทางจาก CDN ที่ตั้งในไทยออกไปยัง Server hrw.org มีคนดักข้อมูลอยู่" และก็ Block ที่จุดนั้น
.
ต้องอธิบายมั้ยว่าทำไมเลวร้าย ... สรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ ... มีคนจงใจดักข้อมูลเราอยู่นะ หาก Server ปลายทางไม่สนับสนุน https ทุกอย่างที่วิ่งผ่าน CDN รายนี้ก็จะถูกดักทั้งหมด
.
แล้วที่น่ากังวลกว่าคือ "ใครเป็นคนทำ ?"
.
ซึ่งถ้าทำจริงก็เป็นการลงทุนที่ไม่น้อยนะ เพราะต้องดัก Traffic จำนวนมากแล้วทำให้เนตไม่ช้า อารมณ์คล้าย Single Gateway ที่เรา ๆ เคยถกกัน แต่นี่ยังไม่ถึงกับ Single เพราะเป็นแค่ Gateway นึงที่ต่อกับ CDN เจ้านี้อีกที (ความจริงมันไม่ได้ตรงไปตรงมา มีดีเทลอีกแต่ไม่ลงละกัน)
.
ถ้าเป็นกรณีนี้ความจริงมันแก้ไขได้ง่ายมาก แต่ฝั่ง Server ต้องสนับสนุน https แล้วทุกอย่างจะดีเอง ระหว่างทางก็ไม่มีใครดักได้ละ
.
ใครกังวลเรื่องเกม OMG ขโมยข้อมูลไปช่วงก่อนหน้านี้ บอกเลยว่าเรื่องนี้น่ากังวลกว่าเยอะ ...
.
จบ

146 Nameless Fanboi Posted ID:SanGwKmLUh

http://www.thansettakij.com/content/353663

แม้จะมาจากปากของคนในรัฐที่นำเสนออะไรมั่วซั่วมาตลอดหลายปี
แม้อาจจะแค่เกาะกระแสที่กำลังเริ่มบูมของพืชชนิดนี้
แต่โกโก้ คือพืชที่ดูเข้าท่าที่สุด ตั้งแต่เคยมีการเสนอให้เกษตรกรปลูก

ผมเองเคยบ่นและตั้งคำถามมาเกือบ 20 ปีแล้วว่า ทำไมไม่เคยมีการปลูกโกโก้
ให้เป็นเรื่องเป็นราวในประเทศไทย ทั้งที่ภูมิอากาศของเรามีความเหมาะสมในหลายๆพื้นที่ ทั้งที่คนทานช็อคโกแล็ต ต้องควักกระเป๋ากันหลักร้อย เพื่อซื้อช็อคโกแล็ตกันบาร์ละเป็นร้อยกว่าสองร้อยบาท ... ความต้องการของตลาดยังมีอยู่อีกมาก และต่อให้ราคาตกลงบ้าง ก็ยังถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เกษตรกรปลูกกันอยู่ ซึ่งขายกันในราคาเลขตัวเดียวทั้งสิ้น

แต่ !!! ..... แต่ ..... แต่ในแง่ของเศรษฐกิจและการเมืองแล้ว
ปัญหาของเกษตรกรไทย มันเป็นเรื่องแค่ 'ปลูกอะไร' จริงหรือ ???
ถ้าเกษตรกรเลือกปลูกพืชได้ถูกตัว ปัญหาก็จะหายไปจริงหรือ ???
.... ดูจากปัญหาเรื่องข้าว ... ตอนนี้ราคาข้าวหอมมะลิเกรดดีพุ่งขึ้นไปเกือบ
ตันละ 2 หมื่น !!! .... แล้วถามว่า ชาวนาขายข้าวได้เกวียนละเท่าไหร ???
ชาวนาร่ำรวยกว่าเดิมจริงหรือไม่ ????

อุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศไทย มีโครงสร้างที่บิดเบี้ยว Corrupted อันเป็นผลพวงมาจาก การที่รัฐไทย ไม่ได้มีความจริงใจที่จะทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้จริง ... สิ่งที่ชนชั้นปกครองต้องการนั้น มีเพียงแค่ ทำให้เกษตรกรอยู่ได้แบบปริ่มๆน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดการลุกฮือ กระด้างกระเดื่อง และสร้างปัญหา
แต่ไม่ได้ต้องการให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากและมีอำนาจทางเศรษฐกิจสูงขึ้น เพราะนั่นจะนำมาซึ่งอำนาจต่อรองทางการเมืองที่สูงขึ้น และเป็นภัยคุกคามกับทุนใหญ่ ซึ่งสนิทแนบแน่นอยู่กับรัฐไทยแบบแยกกันไม่ออก ... เปรียบเสมือนการเติมโตอย่างมหาศาลของ SME ในช่วงก่อน 11 ปีที่สูญเปล่าที่ผ่านมา จนต้องมีการตัดตอน และทุบให้ตายให้หมด ด้วยการรวมหัวกันของเหล่าทุนผูกขาด ซึ่งสะสมทุนไว้มากกว่า แต่เทอะทะและล้าหลังกว่าจนสู้ SME ในตลาดเสรีไม่ได้ ... ใครมีญาติอยู่ในกลุ่มที่ปรึกษาเจ้าสัว ก็ลองไปถามกันดูแล้วกันว่าในที่รโหฐาน พวกเค้าคุยกันว่าอย่างไรบ้าง เค้ามอง SME อย่างไร มองเกษตรกรอย่างไร ???

ที่ผ่านมา การส่งเสริมการเกษตรในประเทศไทย ทำกันอย่างกระท่อนกระแท่น สักแต่ทำ แต่ไม่เคยมีการบูรณาการอย่างเป็นระบบ เช่นจัดหาแหล่งเงินทุน จัดหาที่ดิน จัดการเรื่องการตลาดให้ ... อย่างประเทศที่เค้าเจริญแล้วทำ เพราะในประเทศเหล่านั้น เค้ามองเห็นสินค้าเกษตรเหล่านั้นเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ของประเทศ ... แต่การส่งเสริมการเกษตรในประเทศไทยนั้น ตราบใดที่กฎหมายเรื่อง สัญญาที่ไม่เป็นธรรมในเกษตรพันธะสัญญายังไม่เกิด กฎหมายป้องปรามการทุ่มตลาดและการผูกขาดไม่เคยมีใช้ การเข้าไปร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จให้เกษตรกรยังไม่มี (ซึ่งแก้ได้ด้วยการกระจายอำนาจ และ ให้แต่ละจังหวัดบริหารงบประมาณตัวเองซะ) ... การส่งเสริมพืชใหม่ให้ปลูก ก็แค่การใช้แรงงานเกษตรกรเป็นทาสติดที่ดิน เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับทุนขนาดใหญ่และทุนขนาดกลางต่อไปเรื่อยๆนั่นเอง

ความต้องการของตลาดสูง ราคาสูง ต้องถามว่ามันสูงที่จุดไหน ... เราเห็นมาแล้วว่า อุตสาหกรรมโคนมของเราแทบล่มสลาย เกษตรกรเคยเอานมมาเทล้างถนนประท้วง เพราะขายไม่ได้ ทั้งๆที่เราผลิตนมได้น้อยกว่าความต้องการบริโภคอย่างมหาศาล และแต่ละปี ยังนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องเช่น ชีส ครีม ฯลฯ อีกมหาศาล

โกโก้ เป็นสิ่งที่พัฒนาต่อจนเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จไม่ยากเย็นเลยด้วยซ้ำ และไม่ได้ลงทุนมากมายอะไร ... ผมไม่หวังอะไรจากรัฐไทย แต่หวังจากคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความรู้ ที่มีโอกาสและช่องทางมากกว่า หวังเห็นคนเหล่านั้นกลับไปทำอะไรดีๆให้กับบ้านเกิดของตัวเอง แถมเป็นการทำสิ่งดีที่ไม่ต้องไส้แห้ง เพราะสามารถร่ำรวยได้มหาศาลเลยทีเดียว ... ก็แค่เผื่อแผ่ให้ผลประโยชน์และเม็ดเงินกำไร ได้ตกถึงเกษตรกร อย่างเป็นธรรมและมีน้ำใจต่อกัน ไม่ซ้ำเติมชีวิตที่ลำบากของพวกเขาให้ลำบากต่อไป ... หวังเห็นการรวมตัวกันของผู้ปลูกและผู้แปรรูปขนาดย่อมของแต่ละพื้นที่ เพื่องัดข้อและบอกให้ทุนใหญ่ๆได้ยินเสียง และนึกขึ้นได้บ้างว่า ... ประเทศนี้ ไม่ได้เป็นของพวกเขาแต่เพียงฝ่ายเดียว

ปล. ใครสนใจธุรกิจนี้ และอยากเห็นเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ ต้องการคำปรึกษา ยินดีช่วยเท่าที่ช่วยได้ครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

147 Nameless Fanboi Posted ID:zI1qYuJFOd

>>146 แค่เอาแรงงานภาคการเกษตรออกไปได้ซักครึ่งนึงปัญหาก็หมดแล้ว ตัวหารเยอะไป ทำไงก็ไม่รวย ประเทศอุตสาหกรรมมีแรงงานส่วนนี้แค่ 5% ไทยมี 30% คิดดูว่าถ้ารายได้มากขึ้น 6 เท่า เกษตรกรก็รวยได้สบายๆ

อีกเรื่อง ต้องกำจัดพวกเข่าที่ดินออกไป ให้เจ้าของที่ดินทำกินเอง ไม่งั้นทำให้ตายก็ไม่รวย เพราะมีต้นทุนที่ไม่จำเป็นอย่างค่าเช่าที่อีก

148 Nameless Fanboi Posted ID:JCI3Pk1NQD

>>147 ข่าวร้ายคือแรงงานภาคเกษตรแม่งอายุเฉลี่ยเกินเลข 4 ว่ะ จบก็ไม่เกิน ม.3 เอาออกไม่ได้อีก ส่วนคนรุ่นใหม่เขาออกไปอยู่อุตไม่ก็บริการนานละ คงต้องอุ้มไปพักใหญ่ ไม่ก็ทำแบบที่โม่งเกรียนๆ แถวนี้ชอบยุจังคือจับรมแก๊สให้หมด

149 Nameless Fanboi Posted ID:.ehN.yyv1Y

>>145 เห็นรณรงค์เยอะมาก แต่เวบ บ.เทคโนโลยีหลายเวบก็ยังไม่เปลี่ยนเป็น https ซักที

150 Nameless Fanboi Posted ID:lfzw0vUdGL

เงินเดือนก็เอาไปหมด..พอถึงวันสำคัญก็บ่นไม่มีเซอไพส์เลย...พอกรุเซอร์ไฟส์ก็ว่าเอาตังค์มาจากไหนงุบงิบเหรอ..เฮ้อ...

151 Nameless Fanboi Posted ID:lfzw0vUdGL

หม่อมถนัดศรีในวัยเก้าสิบกว่า

เริ่มเป็นไม้ ใกล้ฝั่ง ต้องนั่งคิด
เหลือชีวิต ยาวนาน สักปานไหน
เมื่อหมดกรรม จำพราก จากโลกไป
จะมีใคร ชื่นชม สมบัติเรา
ถึงมีบุตร สุดรัก ก็ยากพึ่ง
สักวันหนึ่ง ก็รักตัว ครอบครัวเขา
พ่ออุตส่าห์ หาให้ คงไม่เอา
ล้วนของเก่า เกินวัย ไม่อยากรับ
มองโถถ้วย สวยสี ที่เคยคุ้น
เริ่มหมดเงา ขาวขุ่น เพราะฝุ่นจับ
หนังสือเก่า เบียดเสียด ขี้เกียจนับ
วางสุมทับ อับชื้น เริ่มขึ้นรา
ค้นปืนผา หน้าไม้ จากใต้ตู้
ยังดีอยู่ ของเก่า เรารักษา
รูปภาพเก่า นานนม สะสมมา
ทั้งเงินตรา เก่าใหม่ มิใช่น้อย
หีบเสื้อผ้า แต่ก่อน ตั้งซ้อนทับ
ถูกเก็บพับ ห่างงาน การใช้สอย
เสื้อกันหนาว กรำงาน ผ่านดงดอย
มีร่องรอย เลาะลุย คุ้ยหิมะ
นึกถึงวัน ข้างหน้า ถ้าเราสิ้น
อาจจมดิน เน่าเหม็น เป็นขยะ
ห่วงพระเครื่อง ใส่กล่อง เต็มห้องพระ
เป็นภาระ ของใคร ยังไม่รู้
เริ่มแจ้งชัด สัจธรรม อันล้ำค่า
เราเกิดมา มือเท้า เปล่าทั้งคู่
หลงไขว่คว้า มาครอง เป็นของกู
กองสุมอยู่ เปล่าเปล่า ตอนเราตาย
🍋นี่คือสัจธรรม🍋🌷

152 Nameless Fanboi Posted ID:RmaAsJR2Yc

เดินมาทำงานเห็นกองถ่าย เลยนึกถึงสมัยวัยรุ่น เคยไปทำเบื้องหลัง และเป็นตัวประกอบวันละ 300 แล้วก็ขำ ที่ไม่ทำวงการนี้ต่อ เพราะมันเป็นวงการที่เละทะ เหม็นเน่ามาก ทนไม่ไหว ไม่อยากแฉเลย
....
....
....
....

วันๆใช้ชีวิตอยู่กับ “กองถ่าย”
ไม่รู้ทนกันได้ยังงัย ไม่เข้

153 Nameless Fanboi Posted ID:H9o/1flA4G

"แคปมาครับ Global Wealth Report 2018 ของ Credit Suisse

คือบางคนอาจไปไฮไลต์ "ความเลื่อมล้ำที่สุดในโลก" ของไทย

ซึ่งก็ไม่มีอะไรผิด เพราะ ไม่ว่าจะเป็น 1% บนแม่งมีทรัพยากร 66.9% หรือ 10% บนแม่งมีทรัพยากร 85.7% แม่งก็ถือว่าอันดับ 1 ของโลกทั้งนั้น

แต่ที่ผมอยากจะเน้นคือ ไอ้ประเทศที่แม่งว่าๆ กันว่าไม่เหลื่อมล้ำอะไรแบบสวีเดนเนี่ย คน 10% บนแม่งมีทรัพยากร 74.9 ของประเทศนะครับ คือ 3 ใน 4 ของทรัพยากรทั้งประเทศแม่งอยู่กับคนรวย นี่ขนาดในสวีเดนนะ

โอเค สวีเดนไม่ได้ดีที่สุด แต่ดูรวมๆ แม่งไม่มีประเทศไหนครับที่คนรวยสุด 10% แม่งมีทรัพยากรต่ำกว่าครึ่งของประเทศ และนี่ไม่เยอะก็เหี้ยละครับ

ซึ่งถ้ามองแบบนี้ ความเหลื่อมล้ำแม่งเป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ดี ผมอยากให้สังเกตต่อว่า ถ้าไทยจะมีความ Unique น่าจะเป็นเรื่องของการแบ่งทรัพยากรของคนรวยเหี้ยๆ (1%) กับคนรวย (9% ถัดมา)

คือแม่งเห็นชัดๆ เลยว่า ไทยนี่แม่ง คนรวยเหี้ยๆ แม่งมีทรัพยากรมากกว่า คนรวยมากกว่า 3 เท่า ซึ่งเยอะกว่าที่อื่นแน่ๆ (คือคนรวยเหี้ยๆ 1% บนแม่งมีอยู่ในมือ 66% ของทรัพยากรทั้งหมด ในขณะที่คนรวย 9% ถัดมา แม่งมีทรัพยากรไม่ถึง 20% ของทรัพยากรทั้งหมด)

อันนี้ถ้าวิเคราะห์สะท้อนการเมืองในหมู่คนรวย (ยังไม่ต้องไปพูดถึง 90% ที่เหลือของไทย ที่มีทรัพยากรไม่ถึง 15%) ประเด็นน่าสนใจคือ ไอ้สัส ทำไม 9% แม่งไม่โวยวาย? คือ 1% แม่งแดกเยอะไปเยอะเหี้ยๆ เยอะกว่าที่อื่น

คำตอบก็อาจเป็นว่ามันมีการผูกอำนาจบางอย่างให้ 9% แม่งเป็นพวกเดียวกับ 1% ทั้งๆ ที่จริงๆ แม่งเป็นพวกเสียเปรียบจาก 1%

ดังนั้นการเมืองไทยแม่งเลยไม่ใช่เรื่องของ 99% VS 1% แล้ว 99% มันชนะได้ เพราะ 1% แม่งมีทรัพยากรไม่ถึงครึ่ง (นอกจากไทยก็มีอินเดียกับรัสเซียนี่แหละที่ 1% มีทรัพยากรถึงครึ่ว)

แต่ไทยแม่งเป็นเรื่องของ 90% VS 10% ซึ่ง 1% บนที่ครองทรัพยากรเกินครึ่ง ประสานประโยชน์กับ 9% ถัดมา รวมทรัพยากรกันไล่กระทืบ 90% ที่เหลือ และไอ้ 90% ที่เหลือแม่งมีทรัพยากรแค่ 15% ห่า แม่งจะเอาอะไรไปสู้

ดูรายงานตัวเต็มได้ที่ https://publications.credit-suisse.com/tasks/render/file/index.cfm?fileid=777FDF0E-E060-F608-52DAF97E062CC35B "

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

154 Nameless Fanboi Posted ID:uH5+0GvyMr

>>153 ของไทยเป็นเลขปี 06 แต่ของประเทศอื่นใหม่กว่านั้นมาก เวลาเอามาเทียยมันยอกยา่าไทยเพิ่มหรือลดเมื่อเทียบกีบประเทศอื่นในรายงานนี้ แต่ตัวเลข WB ไทยดีขึ้นมากนะ

155 Nameless Fanboi Posted ID:6/GJQQeLDD

...เมื่อ 13 ปีที่แล้วเธอคือตัวแทนของคนไทยเข้าร่วมการประกวด Miss Universe 2005 ที่เมืองไทยเป็นเจ้าภาพ...

...วันพรุ่งนี้ (6 ธ.ค.) กัปตันน้อด ชนันภรณ์ รสจันทน์ อดีต Miss Thailand Universe จะทำหน้าที่เป็นผู้ขับเครื่องบินแอร์บัส 320 ของสายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ FD3213 พาผู้เข้าประกวดในปีนี้ พร้อมทั้งเดมี่ ลี เนลส์ ปีเตอร์ นางงามจักรวาลคนล่าสุดจากสนามบินดอนเมือง เวลา 07.25 น ไปที่จังหวัดกระบี่ด้วยตัวของเธอเอง

นี่คือเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่มาก ของผู้หญิงเก่งคนหนึ่งที่เรารักเธอเสมอมา... ชนันภรณ์ รสจันทน์

#MissUniverse #MissUniverseThailand #MissUniverse2018 #AirAsia #ThaiAirAsia

156 Nameless Fanboi Posted ID:RmaAsJR2Yc

“ท้าพิสูจน์ให้ไปตู้เอทีเอ็ม หากมีคนยืนอยู่ข้างหน้า ให้พยายามหยิบสลิปที่ทิ้งไว้ขึ้นมา มั่นใจว่าแต่ละคนมีเงินเหลือในบัญชีไม่เกิน 4,000 บาท” และนี่คือความจริงในประเทศไทยว่า คนไทยมีเงินในบัญชีเฉลี่ยแค่ 5,000 บาท/คน

157 Nameless Fanboi Posted ID:sDrl7JF5Y1

>>156 เพราะคนที่เกิน 1.cashless 3.เลือกไม่ปริ๊นต์สลิป 2.รวยพอที่จะไม่ต้องมากดเอง

158 Nameless Fanboi Posted ID:V+LsHXsFEw

>>156 ตัวเองจนแล้วคิดว่าคนอื่นต้องจนเหมือนกัน อสกข.

159 Nameless Fanboi Posted ID:NFNRaVEHiF

เปิดเพจนี้มาก็น่าจะ 6-7 ปีแล้ว ด้วยเหตุผลเดียวในตอนนั้นเลยคืออยากเห็นตัวเลือกใหม่ๆในตลาดเบียร์เมืองไทย (เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเพจนี้จึงเน้นคราฟต์เบียร์เยอะหน่อย)
.

ถ้าเปรียบเพจนี้เป็นโรงหนัง ก็คงเป็นโรงแบบ house rca ฉายหนังนอกกระแส ฉายหนังอาร์ต เพราะผมเชื่อว่ามันต้องมีคนชอบเบียร์ทางเลือกเหมือนกันกับผมบ้างล่ะวะ เอาวะ ใครแม่งจะทนแดกแต่ลาเกอร์จืดๆที่ครองประเทศนี้มาหลายทศวรรษไปได้ตลอด
.

แต่ผมไม่เคยรังเกียจเบียร์แมสหรือพวกเบียร์แอดจั้งค์ลาเกอร์ใดๆเลย ทุกวันนี้ผมก็ยังดื่มลีโอ สิงห์ ช้าง ไทเกอร์ และอีกหลายยี่ห้อแบบที่คนค่อนประเทศนี้ดื่ม ใส่น้ำแข็งในลาเกอร์ราคาถูก ท่ามกลางอากาศร้อนๆ มันดีจะตาย
.

ผมเชื่ออีกว่าผู้บริโภคในยุคนี้ไม่ได้โง่ เราใช้การตลาดแบบเดิมๆกรอกหูกรอกตาเขาอีกไม่ได้แล้ว ผู้บริโภคยุคนี้มีข้อมูลใหม่ๆไว้อัพเดตเสมอๆ ผมจึงไม่เคยเชื่อในการโฆษณาแบบเดิมๆเลย ไอ้พวกคิดคำติดแฮชแทค คำสำเร็จรูปตามที่ copywriter คิดมามันจึงดูตลกมากๆในสายตาผม แถมยังเป็นการดูถูกผู้บริโภคยุคนี้อีก
.

ทั้งคำคมบ้าบอไร้สาระ อวยสินค้ากันแบบไม่มีข้อเท็จจริงอะไรเลย บางเพจก็หนักเลย นอกจากไม่มีสาระแล้วยังพูดข้อมูลผิดๆส่งต่อกันไป อะไรแบบนี้จะไม่มีในเพจนี้เด็ดขาด เพจนี้จะพยายามหาข้อมูลที่ถูกต้องมานำเสนอเท่านั้น อันนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมมาตลอด 7 ปีที่เปิดเพจนี้มา
.

ดังนั้นอะไรที่ไม่ดี ผมก็จะบอกว่ามันไม่ดี อะไรที่มันดี ผมก็บอกว่าดี อะไรที่มันเป็นกลเม็ดทางการตลาดแบบซ้ำๆเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ผมก็บอกไปตรงๆว่ามันน่าเบื่อ
.

ที่ผมชอบแซะเบียร์แมส จิกกัดเล็กๆน้อยๆ ก็ไม่ได้มีเจตนาด้านลบอะไร ไม่เคยคิดจะด่ากันให้ถึงตาย แต่เป็นการแซะแบบสนุกสนาน ผสมกับความเซ็งๆบนข้อเท็จจริงที่ว่า ตลาดเบียร์แมสเมืองไทย แม่งโคตรน่าเบื่อ ทุกวันนี้ผมจิกกัดความซ้ำๆซากๆของตลาดเบียร์แมส ผมก็เขียนด้วยอารมณ์เซ็งไปขำไปล้วนๆ
.

เพจนี้ไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการตลาดของใครทั้งนั้น เพจนี้ไม่เคยอวยใครไส้แตก เพจนี้ไม่มีคำคม ไม่มีกลอน ไม่มีแฮชแทคใดๆ มีให้ก็แต่ความจริงเท่านัั้น

.

และไม่ว่าจะเป็นเบียร์แบบไหน จะเจ้าใหญ่เจ้าเล็ก ถ้าเบียร์คุณดีจริงน่าสนใจจริง ผมยินดีมอบพื้นที่ให้ แล้วพูดถึงมันด้วยความใส่ใจถึงที่สุด
.

บ่นมายืดยาวขนาดนี้ ไม่ได้เป็นอะไรนะครับ แค่เซ็งๆกับเบียร์แมสในไทย แม่งวนเวียนกันอยู่แค่นี้จริงๆ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแพคเกจ เปลี่ยนสี เปลี่ยนขนาด วนไปวนมา อยากให้พวกเราส่งเสียงดังๆว่ามีผู้บริโภคอีกกลุ่มนึง เบื่ออะไรแบบนี้มากแล้วโว้ยย 5555

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

160 Nameless Fanboi Posted ID:jzfY1zCsG7

"how many chromosomes do you have?"

"more than you, you fucking asshole"

161 Nameless Fanboi Posted ID:6/GJQQeLDD

เกิดอะไรขึ้นกับเด็กยุคนี้?
.
เหตุการณ์ที่เจอเวลามาสมัครงาน
.
#ตอนเมล์มาสมัครงาน
(1) พิมพ์ชื่อ “สมัครงาน” และ cc หลายบริษัท (ช็อคแปป)
(2) น้อง “fwd” resume การสมัครงาน แบบเอ่อ ให้พี่รู้เลยว่าน้องสมัครหว่านๆ และไม่ได้ตั้งใจสมัครบริษัทไหนเป็นพิเศษ
(3) ส่งอีเมลแบบจ่อหัว “สมัครงาน” แล้วทางบริษัทจะทราบมั้ยคะว่าตำแหน่งไหน...แนวแบบต้องเปิดไฟล์หรือดูชื่อไฟล์ถึงจะรู้เอง
(4) แนบไฟล์ประวัติ Zip file บริษัทเปิดแล้ว error แล้วเค้าจะเรียกน้องสัมภาษณ์มั้ย
(5) ส่งมาว่าสมัครงาน น้องจะไม่ เรียนใครหรือ dear ใครหน่อยหรอคะ เค้าจะได้รู้ว่าต้องสื่อสารกับตำแหน่งไหนและใคร
(6) แนบไฟล์ผลงานมา “คร่าวๆ” แปลว่า ถ้าน้องทำงานกับพี่ก็จะ ร่างๆ คร่าวๆ ใช่มั้ยคะ กลัวเลย เลยไม่กล้าเรียกสัมภาษณ์
.
#ตอนตอบการสัมภาษณ์
(1) บอกว่าอยากทำงานบริษัทนี้ แต่ไม่รู้ว่า”บริษัททำอะไรบ้าง หรือตอบ Core Business ได้อย่างฉะฉาน?
(2) วางกระเป๋าหลุยส์บังหน้าผู้ให้สัมภาษณ์...สมัครตำแหน่งเงินเดือน 25,000 บาท พี่รู้ว่าน้องมีสตางค์ แต่ถ้าน้องไปพบลูกค้าพี่ แล้ววางกระเป๋าหลุยส์บังหน้าเค้าขณะพรีเซ้นต์ เค้าอาจไม่ซื้อ services พี่
(3) โทรมาขอเลื่อนวัน ส่วนใหญ่จะไม่ให้โอกาสที่สอง เพราะไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่ day 1 แปลว่ามาทำงานบริษัทก็จะไม่ให้ความสำคัญกับงาน
(4) โทรมาถามทางบริษัท (น้องคะ google มี แปลว่าน้องไม่แสวงหาก่อนที่จะทำอะไร)
(5) แต่งตัวแบบอยู่บ้านมาสัมภาษณ์ คือ น้องไม่ต้องแฟชั่นโชว์ค่ะ แต่น้องต้อง represent บริษัทเวลาเจอลูกค้า การแต่งตัวชิวๆอาจจะไม่ใช่ตั้งแต่ job description
(6) น้องบอกชอบคนสัมภาษณ์ ชื่นชมมากแบบไปกูเกิลชื่อคนสัมภาษณ์มาแล้ว แต่เรียกชื่อจริงคนให้สัมภาษณ์ผิด (2 หน...) ในทางบุคคลไม่คิดติดใจอะไรก็จริง ผู้ให้สัมภาษณ์ชอบน้องมาก แต่ถ้าไปเรียกชื่อลูกค้าผิด ลูกค้านอยด์ มันจะทำให้บริษัทเสียหายได้ คือ แสดงถึงความไม่รอบคอบ ถ้าในงานไม่ต้องการความรอบคอบ ผู้ให้สัมภาษณ์ควรจะให้น้องผ่าน
.
.
นี่แค่น้ำจิ้มนะคะ
.
การ screen คนเพื่อเรียกสัมภาษณ์ เดี๋ยวนี้เค้าดูกันตั้งแต่ส่ง application/resume/cv เลย ว่า manner /etiquette น้องเป็นยังไง และอย่าแปลกใจถ้าน้องไม่ถูกเรียก ไม่ใช่บริษัทมันไม่เห็นความดีของน้อง แต่เป็นเพราะน้องไม่พยายามหาวิธีเข้าใจว่าน้องต้อง”ปรับปรุง”อะไรเพื่อให้บริษัทต้องการต่างหาก
.
สถาบัน สอนวิชามากมาย แต่ไม่สอนวิธีสมัครงานให้ฉลาด หรือ สอบสัมภาษณ์ให้ผ่าน (บางที่อาจมีสอนประปราย ดีใจกับน้องๆด้วย) หรือ บางที่ก็ไม่มีหรอก สอนทำงานอย่างไรให้เรียกว่า “ทำงานเป็น และเจ้านายชม”หรือ “ทำตัวให้เป็นที่ต้องการของตลาด”
.
ตอนทีมพี่อายุเท่าน้อง ทีมพี่แค่ผ่านมาก่อน ผิดมาก่อน ถูกก่อน เลยอยากช่วยน้อง ไกด์น้อง แบบที่พี่ไม่เคยถูกไกด์
.
#หากคุณคือน้องน้อย
ถ้าคุณคือ “คนที่อยากให้บริษัทเลือก” และอยากเป็นที่ต้องการของตลาด พี่มั่นใจว่า ทีมเราสามารถปั้นให้ น้อง”สามารถเลือก”บริษัทได้ แถมมี skill digital และ”ทำงานเป็น”
.
Project The Work by TeC เป็น start up ที่ขอ disrupt “painpoint” ในการสร้างกองทัพเด็กสู้งาน เป็นงาน และพร้อมเข้าทำงานในยุคดิจิทัล มี e-Business, e-commerce และ Digital mindset
.
เราจะเปิดสอน
- Digital marketing career
- e-Commerce career
- Graphic For Online marketing career
- social media content & content creator career
- app & web programmer career
- super multi-tasking (แนวๆ Management trainee ที่เข้าใจ e-Business เติบโตเป็น Head/manager)
.
เรากำลังตั้งครรภ์กันอยู่ คลอดเดือนกุมภาพันธุ์ 62 ใครอยากสมัคร ทิ้งเมลไว้ ใน comment ค่ะ! สำหรับ Students ปี 4 และ First jobbers อายุไม่เกิน 25 ปี
.
#หากคุณเป็นบริษัท
ในอีก way นึง ถ้าคุณเป็นบริษัท ที่เบื่อกำกับหาเด็กที่”เป็นงาน” และอยากได้เด็ก”เป็นงาน” เข้าทำงานและเครื่องสตาร์สติดเลย เป็นหมด ทั้ง word,excel,ppt, computer literacy ยัน internet savvy และ leadership + problem solving + think beyond just assignment ก็ขอให้ทิ้งเมลไว้ เราจะเชิญมาเป็นบริษัทที่มีสิทธิ์คัดเด็กเก่งไปทำงาน มีนาคม 2562 (คณะกรรมการ The Work ขอสงวนสิทธิ์ในเงื่อนไข)
.
#หากคุณคือมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา
อยากส่งเด็กเข้า Project หลังไมค์ได้เลยค่ะ
.
และจะมีเปิดตัวคณะกรรมการ The Work ที่แซ่บ และจะเขย่าวงการ #พบกับเราเร็วๆนี้ เปิดตัวเดือน มกราคม 2562
.
เรา”ตั้งใจ”สร้างโอกาส ให้เด็กมีงานทำมากขึ้น เพราะสถิติการตกงานของเด็ก ทำเราใจตกตาตุ่ม อกสั่นขวัญหาย
.
เรา”จะไม่เก็บเงิน”แม้แต่บาทเดียวกับเด็ก
.
เราจะเก็บเงินกับ sponsor (55555)
อยากดังก็มาบู๊กับเรา #TheWorkByTeC เร็วๆนี้ค่ะ 😉
.
ปล.เอาตัวอย่างสมัครงานที่พบเจอมาโชว์ เด๋วจะหาว่าไม่มีหลักฐาน

162 Nameless Fanboi Posted ID:h/UrKtYmAz

>>161 คือไหนๆพี่ก็บ่นมายาวขนาดนี้ผมขออย่างได้ไหมเวลาจะรับหรือไม่รับคน โปรดช่วยส่งคำตอบมาด้วย
มันจะอะไรนักหนาวะกับการส่งคำตอบอะ รับหรือไม่รับก็ส่งจดหมายมาบอกกูหรือเมลมาก็ได้ ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์หน่อย
ถ้าให้ดีก็ทำกำหนดการไว้เลย ว่าจะส่งคำตอบภายในเดือนหรืออาทิตย์นี้ หัดมีความรับผิดชอบกับคนที่มาสมัครซะบ้าง
#หัดใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ #มีความรับผิดชอบบ้าง #แม่งชอบปล่อยให้รอโรคจิตหรอหวะ

163 Nameless Fanboi Posted ID:6/GJQQeLDD

Because you weren‘t yourself anymore. Just a mirror of herself, a dog, not wanting to upset her or be against her opinion.

164 Nameless Fanboi Posted ID:3OwBhT0fzg

>>161 อ่านแล้วรู้สึกโคตร cringe ถึงกูจะไม่ได้ทำตัวแบบเด็กที่บ่นใน quote ก็เถอะ
ถ้ารู้ว่าบริษัทไหน HR กระแดะขนาดนี้กูคงไม่สมัครเหมือนกัน

165 Nameless Fanboi Posted ID:NTY68ZGwdh

ทำความเข้าใจข้อมูลผิดๆ เรื่อง #ไทยมีความเหลื่อมล้ำอันดับหนึ่งของโลก กันครับ
--------------------

- ประเด็นมันเริ่มจากการที่คุณบรรยง พงษ์พานิช อยากจะพูดถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ แล้วแกก็เอาข้อมูลชุดหนึ่งจาก Credit Suisse (ฉบับที่ทำงานได้หยาบมากๆ) มาพูดถึง

- โดยที่ตัวแกเองก็รู้อยู่แล้วว่าข้อมูล มันไม่ตรงหรอก เพราะระดับแก มีหรือจะไม่รู้ แกยังบอกเองเลยว่าตัวเลขเงินในตลาดการเงินของไทยมีตั้ง 40 ล้านล้าน แต่ Credit บอกมีแค่ 16.5 ล้านล้านเอง ซึ่งแค่นี้ก็เห็นแล้วว่า Credit Suisse มั่ว

- แต่ประเด็นคือ แกต้องการเอามาจั่วหัวให้ดูแรงและเรียกความสนใจ (แม้แกจะรู้ว่ามันมั่ว) จากนั้นแกจึงค่อยโพสท์อารมณ์ประมาณว่า "ข้อมูลอาจจะไม่ถูกต้อง แต่ช่างมันเถอะ เราจะมาพูดถึงความเหลื่อมล้ำที่ต้องแก้ไขกันดีกว่า"

https://www.facebook.com/banyong.pongpanich/posts/1002402713296361
..........................

- คือถ้าทำใจเป็นกลางๆ ผมก็พอเข้าใจเจตนาของแกนะ ว่าเอาเรื่องนี้มาจั่วหัว เพราะอยากให้มีคนสนใจ ให้มันดูแรง แต่ประเด็นคือ มันทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิด โดยเฉพาะในยุคโซเซียล ที่ผู้คนไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจทันเท่ากับความรวดเร็วของข่าวหรือเรื่องที่พูดต่อๆ กันไป

- จน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ต้องออกมาชี้แจงกันไปเมื่อเช้าตอน 10 โมง

https://www.facebook.com/NesdbPr/videos/2476566162359587/

- ซึ่งผมจะมาพูดให้ฟังอีกทีแบบง่ายๆ ภาษาชาวบ้าน และจะมีการอธิบายเลยว่าข้อมูลชุดนี้ของ Credit Suisse "ห่วยแตก" อย่างไร ? ขอโทษที่ต้องใช้คำรุนแรง แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อคุณอ่านจบ คุณจะพูดคำเดียวกับที่ผมพูด แน่นอนครับ หุหุ

----------------------
ข้อมูลแบบกะๆ เอา
----------------------

- ข้อมูลดังกล่าวมาจาก Credit Suisse ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน "เอกชน" รายหนึ่งในสวิสเซอร์แลนด์ โดยการรายงาน Credit Suisse ฉบับนี้เป็นการทำรายงานที่ขาดข้อมูลสำคัญและข้อมูลเป็นคาดคะเนแบบหยาบๆ

- เนื่องจาก Credit Suisse ใช้วิธีการวัด #การถือครองทรัพย์สิน ไม่ใช่วัดจากรายได้ ซึ่งการถือครองทรัพย์สินนั้น "วัดยากมาก" และมีไม่กี่ประเทศในโลกที่จะได้ข้อมูลนี้อย่างละเอียดและเที่ยงตรง

(ส่วนใหญ่คือ ประเทศรัฐสวัสดิการ ที่มีระบบฐานภาษีดี ที่คนไม่สามารถหลบเลี่ยงภาษีใดๆ ได้ เพราะรัฐมีข้อมูลหมดว่าใครถือครองทรัพย์สินอะไรไว้บ้าง)

- Credit Suisse ยอมรับในรายงานว่า ข้อมูลที่เขามีละเอียดจริงๆ พอจะวิเคราะห์ได้ มีแค่ 28 ประเทศ จาก 206 ประเทศ หรือแค่ 13.6% ส่วนที่ข้อมูลมีไม่ครบและขาดๆ ก็มีประมาณ 24 ประเทศ หรือ 11.6% ส่วนที่เหลืออีก 154 ประเทศหรือ 74.7% นั้นไม่มีข้อมูล หรือมีอยู่ในระดับที่แย่มาก

- ซึ่งจริงๆ แล้วการวิเคราะห์ข้อมูลพวกนี้ แค่ข้อมูลไม่ครบถ้วนก็ทำไม่ได้แล้วครับ พูดง่ายๆ เลยคือ Credit Suisse มีข้อมูลจริงแค่ 28 ประเทศจาก 206 ประเทศทั่วโลกเท่านั้น ที่เหลืออีก 24 ประเทศคือ #กะเอา ทั้งสิ้น!!

*** เพราะจริงๆ สถาบันนี้เขาไม่ได้สนประเทศอื่นเท่าไร ที่เขาทำก็แค่จัดดูในประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อประเมินด้านการเงินในการทำธุรกรรมเท่านั้น (ก็ตามสไตล์บริษัทเอกชนน่ะครับ)

https://publications.credit-suisse.com/tasks/render/file/index.cfm?fileid=777FDF0E-E060-F608-52DAF97E062CC35B&fbclid=IwAR2KCmNcpuP6kXm2XRfVr72crbqoWZzn2Yg0i4z6ocaIiET1ktf8d_uqNF8

----------------------
ข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2006/2549
----------------------

- เนื่องจากไม่มีข้อมูลประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้ และไม่ได้สนใจเท่าไร แต่แค่จะเอามายัดใส่ให้มันดูครบๆ Credit Suisse ก็เอาข้อมูลเก่าของ ประเทศไทยที่ IMF รวบรวมและเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2006/2549 (และข้อมูลนี้ก็เก็บก่อนหน้านั้นสักพักด้วย)

- ข้อมูลชุดดังกล่าวมีความผิดพลาดหลายประการ เช่น การบอกว่าไทยมีทรัพย์สินรวมแค่ 505 พันล้านดอลล่าร์ หรือแค่ 16.5 ล้านล้านบาท ทั้งที่ในความจริง แค่มูลค่าตลาดการเงินก็ 40 ล้านล้านแล้ว ไม่รวมพวกอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในธนาคารด้วย

(แต่อย่างว่าครับ ใครเขาจะสน เขาแค่เอาไปใส่ให้มันครบๆ ในรายงานเท่านั้นเอง)

166 Nameless Fanboi Posted ID:NTY68ZGwdh

----------------------
80% ไม่มีข้อมูล 13% ข้อมูลไม่ครบ
----------------------

- ข้อมูลของประเทศส่วนใหญ่กว่า 80% จากรายงานฉบับนี้ของ Credit Suisse เป็นการกะเอาอย่างชัดเจน บางอันก็ไม่มีข้อมูล ผังที่แสดงความสมบูรณ์ของข้อมูลในหน้า 19-22 ก็ระบุว่า กว่าร้อยละ 80 อยู่ในสภาพแย่ (poor) และแย่มาก (very poor)

เอาจริงๆ ผมก็สงสัยว่ารายงานฉบับนี้ทำออกมาได้อย่างไรกัน ?

- และจริงๆ มันไม่ใช่ 80% ด้วย เพราะไอ้กลุ่มข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์มันก็คือมั่วๆ เอาเหมือนกัน แต่มั่วบ้างจริงบ้างบางส่วนแค่นั้นเอง สุดท้ายข้อมูลที่ใช้ได้จริงมีแค่ 13.6% ของประเทศทั่วโลก ที่เหลือก็มั่วเอาทั้งนั้น

----------------------
ข้อมูลที่ไม่ตรงกับเอกสาร
----------------------

- ในขณะที่ข้อมูลการถือครองทรัพย์สินของประเทศไทยนั้น "ไม่มี" และแบงก์ชาติก็ไม่ได้ทำไว้ (ไม่มีใครยอมบอกข้อมูลทรัพย์สินที่แท้จริงหรอกครับ ขนาดให้แสดงบัญชีทรัพย์สิน มันยังปกปิดกันเลย ตั้งแต่รากหญ้าไปจนถึงระดับสูงก็เหมือนๆ กัน)

แล้ว Credit Suisse ไป "เสกข้อมูล" มาจากไหน?

- เขาระบุว่าเขาอ้างจากโพลสำรวจในเอกสารรายงาน ที่ชื่อ The Wealth and Debt of Thai Households: Risk Management and Financial Access

- หรือในชื่อภาษาไทยว่า "ความมั่งคั่งและหนี้สินครัวเรือนไทย: การบริหารความเสี่ยงและการเข้าถึงบริการทางการเงิน" โดย ดร.เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกประจำประเทศไทย (ซึ่งตอนนั้นทำงานในแบงก์ชาติ) และทีมงาน

*** ที่ตลกคือ เอกสารชุดนั้นไม่ได้มีระบุเรื่องระดับการถือครองทรัพย์สินของคนในประเทศ เพราะในเอกสารเน้นการอธิบายเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ และ เงินเดือนโดยเฉลี่ยของผู้ต้องการกู้ซื้อบ้าน

(โดยทำเป็นแบบสอบถามที่ถามถึงทรัพย์สินและหนี้สินของครัวเรือนประมาณหมื่นกว่าคนจากทั้งประเทศ)

http://econ.tu.ac.th/archan/rangsun/ec 460/ec 460 readings/เอกสารและสิ่งตีพิมพ์ธนาคารแห่งประเทศไทย/Discussion Paper/2007/Wealth and Debt of Thai Households.pdf?fbclid=IwAR1lJOWrODdWGPUK59bWVNY3YMf1vJudvL-WsNRAE82sWlSJN9-LOyPJDUk

*** ซึ่งผมก็งง ว่าแล้วที่ Credit Suisse มันอ้าง มันเอาตัวเองหรือข้อมูลมาจากไหน... อ้างเอกสารประกอบ แต่เอกสารไม่มีข้อมูลดังกล่าวที่อ้างมา -_-"

----------------------
อ้างเอกสารที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย
----------------------

- ข้อมูลอีกชุดที่ Credit Suisse อ้างถึงประเทศไทยก็คือ หน้า 11 ที่ชี้แจงว่าข้อมูล "การถือครองอสังหาริมทรัพย์" เอามาจากไหน ปรากฎว่าอันนี้หนักกว่าอันที่แล้วอีก!!

- คือ Credit Suisse ไม่มีข้อมูลประเทศไทย (n.a.) / not available แต่ดันใส่เอกสาร IMF : Household Credit Growth In Emerging Market Countries 2006 บทที่ 2 มา

- ทั้งที่จริงๆ เอกสาร IMF ดังกล่าวไม่มีข้อมูลอะไรที่เกี่ยวกับประเทศไทยเลย เอกสารบทนี้ชื่อ THE INFLUENCE OF CREDIT DERIVATIVE AND STRUCTURED CREDIT MARKETS ON FINANCIAL STABILITY

- ซึ่งพูดถึงสถานการณ์การปล่อยสินเชื่อในเศรษฐกิจโลก การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ ธุรกิจประกันภัย บลาๆๆ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่า Credit Suisse ใส่ลิ้งนี้มาว่าเป็นข้อมูลประเทศไทยได้อย่างไร ไม่มีข้อมูลของประเทศไหนเลย!!!

https://www.imf.org/en/Publications/GFSR/Issues/2016/12/31/Market-Developments-and-Issues?fbclid=IwAR3OJZs3oZW6BQmrPyFxDv-vAGD3R7yBGBoRrAhl15GoQGkETyd4FPMDAfc

- นี่ผมงงว่าสถาบันการเงินชื่อดัง เขาทำรายงานกันแบบนี้จริงๆ เหรอ? ยังกะรายงานของมหาวิทยาลัยห้องแถวก็ไม่ปาน...

167 Nameless Fanboi Posted ID:NTY68ZGwdh

---------------------
มาตรฐานที่ไม่สมเหตุผล
----------------------

- ข้อมูลของ Credit Suisse ที่เป็นปัญหาถกเถียงกันจนเป็นข่าวคือ หน้า 157 ซึ่ง ใช้วิธีการหาค่าความเหลื่อมล้ำ ด้วยการแบ่งจำนวนประชากร เป็น 4 กลุ่มคือ

1. กลุ่มมีทรัพย์สินต่ำกว่า 1 หมื่นเหรียญ หรือ 3.5 แสนบาท
2. กลุ่มมีทรัพย์สินระหว่าง 1 หมื่นถึง 1 แสนเหรียญ หรือ 3.5 แสนถึง 3.5 ล้านบาท
3. กลุ่มมีทรัพย์สินระหว่าง 1 แสนเเหรียญถึง 1 ล้านเหรียญ หรือ 3.5 ล้านบาทถึง 35 ล้านบาท
4. กลุ่มมีทรัพย์มากกว่า 1 ล้านเหรียญหรือ 35 ล้านบาทขึ้นไป

- โดย Credit Suisse ทำการแบ่งกลุ่มประชากรที่มีรายได้ลงไปใน 4 กลุ่มนี้อ้างว่าคนที่มีทรัพย์สินต่ำกว่า 3.5 แสนบาทนั้นมีอยู่ราว 48.2 ล้านคน มี 3.5 แสนถึง 3.5 ล้านบาทอยู่ 3.9 ล้านคน มีทรัพย์สิน 3.5 ล้านถึง 35 ล้านอยุ่ที่ 3.77 แสนคน และมีทรัพย์สินตั้งแต่ 35 ล้านบาทประมาณ 4 หมื่นคน

(รวมมีผู้ใหญ่วัยทำงาน 52.6 ล้านคน)

- เรื่องที่ว่าประเทศไทยเราไม่มีการจัดเก็บข้อมูล การถือครองทรัพย์สินอย่างแท้จริง (ถ้ามีรัฐคงไม่ต้องพยายามมาทำฐานข้อมูลการจัดเก็บภาษีกันตาเหลือกแบบนี้หรอก) และแหล่งข้อมูลที่ Credit Suisse อ้างก็ไม่มีระบุถึง ผมพูดไปแล้ว ซึ่งเพียงแค่นั้นก็น่าจะจบและเคลียร์แล้วนะครับ

- แต่ที่เป็นปัญหาเข้าไปอีกต่อก็คือ #ความไร้มาตรฐาน ของการใช้ข้อมูล (ไม่ว่าจะข้อมูลจริงหรือข้อมูลที่นั่งเทียนมาเอง)

- เพราะวิธีคิดของ Credit Suisse มีปัญหาตรงการเอาฐานที่ตัวเองแบ่ง 4 กลุ่มมาหารแล้วดูว่า กลุ่มไหนที่ถือครองทรัพย์สินมากน้อยแค่ไหน แล้วสัดส่วนต่างกันแค่ไหน แล้วจึงทำออกมาเป็นค่าความเหลื่อมล้ำ GINI Index
.............................

- สมมุตผมเป็นเศรษฐีในประเทศลาว แต่ผมมาอยู่เมืองไทย ผมอาจเป็นแค่ชนชั้นกลางบน หรือผมเป็นชนชั้นกลางในไทย ไปอยู่ในพม่าหรือลาว ผมอาจเป็นชนชั้นกลางบนหรือเศรษฐีก็ได้ เพราะค่าเงินและค่าครองชีพในแต่ละประเทศมันไม่เท่ากัน

- Credit Suisse ใช้การแบ่งช่วงของทรัพย์สินตามกำลังทรัพย์ของประเทศพัฒนาแล้วมาเป็นเกณฑ์ แน่นอนว่าประเทศกำลังพัฒนา ย่อมทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา ตกอยู่ข่ายยากจน (ต่ำกว่า 3.5 แสนบาท) แม้ว่าตามจริง เขาอาจจะอยู่จัดอยู่ในระดับชนชั้นกลางในประเทศนั้นก็ตาม!!!

- อีกประการก็คือ ถ้าประเทศไหนเกิดมีเศรษฐีเยอะๆ ต่อให้คนจนเยอะ ค่าเฉลี่ยของเศรษฐีหรือคนรายได้สูงกับคนจน มันก็ทำให้ค่าความเหลื่อมล้ำลดลงอยู่ดี

แม้ว่าความเป็นจริงแล้วมันจะเหลื่อมล้ำไม่ต่างจากเดิมก็ตาม...
.............................

- หมายเหตุ: จริงๆ ผมอยากพูดต่อไปอีกเรื่องคือ ปัญหาที่ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง เพราะเรามีชนชั้นกลางน้อย และผู้ประกอบการเราค่อนข้างไร้ประสิทธิภาพ ทำอะไรๆ ก็เจ๊ง บริหารไม่เป็นแต่อยากให้เงินมาบริหาร ตามหนังสือรวยทางลัด และอื่นๆ

- ในขณะที่บริษัทที่เขามีมาตรฐานที่ดี มีการบริหารที่รัดกุม และพัฒนาตัวตลอด เขาก็เจริญขึ้น แบบนี้ควรจะโทษว่าเพราะรัฐ เพราะกฎหมาย หรือเพราะความไร้ศักยภาพของผู้ประกอบการในประเทศ ที่ทุกอย่างมันสบาย และไม่เคยต้องแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนอีกหลายประเทศดีละครับ ???

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง เพราะเป็นอีกเรื่องใหญ่ที่เดี๋ยวมาว่ากันครับ

168 Nameless Fanboi Posted ID:NTY68ZGwdh

---------------------
ข้อมูลของ World Bank
----------------------

- ในขณะที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่นานาชาติยอมรับ และมีข้อมูลครบถ้วนในการประเมินอย่าง ธนาคารโลก หรือ World Bank นั้นระบุค่า GINI Index ซึ่งบอกถึงความเหลื่อมล้ำทางรายได้

- ประเทศไทยมีค่าอยู่ที่ 38 (สหรัฐอเมริกามีอยู่ที่ 41 หรือแย่กว่าไทย) ส่วนประเทศที่ถูกระบุว่าเหลื่อมล้ำมากที่สุดคือ แอฟริกาใต้ ค่า GINI อยู่ทึ่ 63 และรองๆ มาจากแอฟริกาใต้ ส่วนใหญ่ก็คือ ประเทศในทวีปแอฟริกาและละตินอเมริกาทั้งสิ้น เช่น

- Namibia
- Botswana
- Zambia
- Central African Republic
- Lesotho
- Swaziland
- Brazil
- Colombia
- Panama
- Guinea-Bissau
- Rwanda

ส่วนประเทศต่างๆ โดยทั่วไปค่า GINI จะอยู่ที่ 25-50 ซึ่งจะยังถือว่าโอเคสำหรับประเทศทุนนิยมทั้งหลาย

https://www.npr.org/sections/goatsandsoda/2018/04/02/598864666/the-country-with-the-worlds-worst-inequality-is?utm_campaign=storyshare&utm_source=facebook.com&utm_medium=social&fbclid=IwAR3aYzhZ74zLN-gXaRG3kW0lTwe-10mV_8kPOBda5Z3rNDeT0hfJhUBUBus

หมายเหตุ: ในข้อมูลไม่มีเกาหลีเหนือ ถ้ามีเกาหลีเหนืออาจเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุดในโลก อันเป็นอุดมคติของชาวสังคมนิยมก็ได้นะครับ 😃

(และถ้าเยอรมันตะวันออก โซเวียต และประเทศคอมมิวนิสท์แท้ อื่นๆ ยังอยู่ คงจะเป็นประเทศในฝัน เพราะมีความเหลื่อมล้ำน้อยกว่าประเทศทุนนิยมแน่ๆ ป.ล. จีนไม่ใช่คอมมิวนิสท์นะครับ มันแค่ใช้ชื่อเฉยๆ แต่จีนปัจจุบัน ห่างไกลจากคอมมิวนิสท์เยอะมากแล้ว)

----------------------
ค่า GINI ใช้ดูโดยประมาณ
----------------------

- เราต้องเข้าใจก่อนว่าค่าดังกล่าวนี้ วัดโดยการประมาณจากรายได้และรายจ่าย ซึ่งไม่ได้แปลว่ามันจะสะท้อน #ความอยู่ดีกินดีของคนในประเทศได้ในทุกมิติ

- อย่างประเทศยูเครน (26) ที่มีค่าความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด กลับเป็นประเทศกำลังพัฒนา ที่การเมืองในประเทศตีกันเละเทะเลย แถมความเป็นอยู่ของประชากรไม่ได้ดีกว่าไทยแน่นอน

(จนคนรัฐไครเมียและรัฐฝั่งตะวันออก ยังขอแยกตัวไปรวมกับสหพันธรัฐรัสเซียที่มีรายได้สูงกว่าและการเมืองนิ่งกว่าแทน)

- หรืออย่างโคโซโว (27) หรือ คาซัคสถาน (27) ก็มีความเหลื่อมล้ำน้อยกว่าประเทศยุโรปทุกประเทศ หรือ อิรัค (30) และคีกีซสถาน (29) ที่มีค่าความเหลื่อมล้ำ น้อยกว่าเยอรมัน (31) และญี่ปุ่น (32)

ก็ไม่ได้แปลว่าคุณภาพชีวิตของคนในประเทศเหล่านั้นจะดีกว่าประเทศที่มีค่าความเหลื่อมล้ำสูงกว่าเท่าไรนัก เพราะค่า GINI นั้นมันเป็นการประมาณการกว้างๆ จากรายได้ เป็นข้อมูลสถิติ ซึ่งมันกว้างมาก

- ข้อมูลพวกนี้เวลาดูต้องดูเป็น ช่วงระยะ (range) เช่นถ้ามันสูงมากๆ แบบพวกแอฟริกา ที่อยู่ที่ 60+ อันนี้ก็ถือว่าแย่ ถ้าอยู่ระดับ 25-30 ก็อาจจะดี และ 31-50 ก็ปานกลาง เป็นต้น

- แต่สุดท้ายแล้วมันก็ต้องดูภาพรวมอื่นๆ ประกอบด้วย เช่นอัตราการว่างงาน การมีอยู่มีกิน ความยากลำบากในการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยเฉพาะการศึกษาและสาธารณะ ฯลฯ อีกมาก

----------------------
แนวโน้มความเหลื่อมล้ำในไทย
----------------------

- ถ้าดูจากความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย ที่จัดเก็บโดยธนาคารโลก จะเห็นว่าตั้งแต่ปี 2006 ที่รายงานนั้นระบุมา ค่าความเหลื่อมล้ำของไทยดีขึ้นเรื่อยๆ จาก 42 ในปี 2006 ลดลงมาเหลืออยู่ที่ 36 ในปี 2015

- ซึ่งทำให้เห็นแนวโน้มในการกระจายรายได้ที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ซึ่งก็ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ นะครับ

https://data.worldbank.org/indicator/SI.POV.GINI?end=2016&fbclid=IwAR2rU3oi2fVYM2jT0pkxfSTUaPFunnf2aBKp8ZngLSoVBGwkuBSXHy6tYaU&locations=TH-MY-VN-ID&start=2004

----------------------
สรุป
----------------------

- ความเหลื่อมล้ำมีทุกประเทศแหละครับ ไม่มีประเทศไหนไม่มีหรอก ยิ่งเป็นประเทศทุนนิยม ไม่ใช่คอมมิวนิสท์แท้ๆ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของกิจการและทรัพย์สินทั้งหมด

- เพียงแต่มีมากมีน้อย ก็ต้องพิจารณากันไปเป็นช่วงๆ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรพัฒนาให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำน้อยลงเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันค่าความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ก็ไม่สามารถจะบอกทุกอย่างได้

(หรือถ้าใครคิดว่าค่านี้น้อยแล้วดี แนะนำให้ออกไปอยู่ ยูเครน อิรัก ปากีสถาน คาซัคสถาน ดูสัก 5 ปีนะครับ แล้วค่อยกลับมาบอกว่าเป็นอย่างไร หุหุ)

- แต่ที่แน่ๆ คือ ค่าความเหลื่อมล้ำที่จัดโดยองค์กรระหว่างประเทศ อย่าง UN และ World Bank นั้นประเทศไทย ไม่ได้มีปัญหาหนักในเรื่องความเหลื่อมล้ำแน่นอนครับ คะแนนก็อยู่ระดับกลางๆ คือ 35-38 ซึ่งทำให้อยู่ในระดับที่ 40 กว่าจาก 196-206 ประเทศทั่วโลก

ไม่ใช่อันดับ 1 ของโลกอย่างที่เข้าใจผิดๆ กันไป!!!

169 Nameless Fanboi Posted ID:JjTrVBOppE

เราจะเริ่มเห็นข่าวว่าช่วงนี้มีหลายบริษัทประกาศปรับลดพนักงานลงในหลายอุตสาหกรรม นี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นของความน่ากลัวของโลกยุคใหม่ ยุคที่คนรวยกำลังจะอัปเกรดตัวเองเป็นพระเจ้า ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะกลายเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าอะไรต่อเศรษฐกิจโลกเลย ยังไง? ในยุคนี้ที่ AI ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด หุ่นยนต์ เริ่มทำงานแทนคนได้ในหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น พอหุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้เขาจะจ้างคนไปทำไมละ เพราะหุ่นยนต์ทำงานได้ดีกว่า, เร็วกว่า, เยอะกว่า ต้นทุนถูกกว่าแถมไม่เรื่องมาก คนชั้นแรงงานก็ไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไปกลายเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าต่อเศรษฐกิจ ในความหมายก็คือคนเหล่านั้นเขาจะเอาคุณค่าอะไรไปแลกเงินมาใช้ในการดำเนินชีวิต? คนจำนวนมากไม่มีเงิน อาชญากรรมจะเพิ่มขึ้นไหม? เมื่อถึงจุดนั้นเมื่อไหร่เตรียมรับมือกลียุคได้เลย จากแนวทางโลกแบบนี้เราควรมองย้อนดูตัวเองได้แล้วว่าทุกวันนี้เรามีคุณค่าอะไรในเศรษฐกิจ เราจะพัฒนาตัวเองให้มีคุณค่าปรับตัวให้อยู่รอดในโลกยุคใหม่ได้อย่างไร การใช้ชีวิตไปวันๆไม่หมั่นขยันหาความรู้ใหม่ๆในแนวกว้างและลึก ก็เหมือนกำลังนับถอยหลังสู่ภัยพิบัติ

170 Nameless Fanboi Posted ID:p/1+z.e5eq

>>169 ปรับตัวเพื่อรับเศษกระดูกจากพระเจ้า แล้วก็เหยียบหัวคนชั้นล่างอีกที???
อย่าไปคิดไรมาก เป็นชนชั้นกลางซักวันก็ต้องโดนจี้ โดนแทงตายอยู่ดี ถ้าไม่มีปัญญาซื้อบ้านย่านที่ปลอดภัย อาจจะหลังจะ100ล้านก็ได้นะ ยุคนั้น

171 Nameless Fanboi Posted ID:JjTrVBOppE

ขออธิบายได้ไหม ในฐานะหมอหน้าใสก็ได้

ปกติในอเมริกานี่ เด็กส่วนใหญ่ 70 เปอรเซนต์เกิดมาปุ๊บ Day1 นี่ก็จะได้รับการเข็นไปขริบจู๋เลยครับ เพื่อเหตุผลว่าช่วยในการดูแลความสะอาดและดูแลสุขอนามัยได้ดีขึ้น มีข้อดีมากมายที่ปัจจุบันทางการแพทย์เค้ายืนยันครับ เช่นลดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ลดการเกิดมะเร็งจู๋

แต่ทีนี้ปีๆนึง ก็มีหนังพวกเนี้ยเอาไปทิ้งปีละเป็นล้านๆ ชิ้นเลย ก็เลยมีนักวิทยาศาสตร์หัวใสเค้าเอาไปแปรรูปทำเป็น stem cell เนื่องจากพบว่าในหนังหุ้มพวกเนี้ย มันมีเซลล์พวก fibroblast พวกคอลลาเจน อีลาสตินต่างๆเยอะ (มันถึงยืดได้ไง สังเกตุไหมว่าโตแค่ไหนมันก็ยังยืดไปถึง) และเนื่องจากเอามาจากเด็กแรกเกิดมันก็ยิ่งสะอาดและมีความบริสุทธ์มาก เค้าก็เลยเอาไปสกัดเอามาทำเป็น serum แล้วมาผสมเป็นเครื่องสำอางค์เอามาฉีดหน้าทาหน้า เพื่อที่ทำให้ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น และเพิ่มความเต่งตึงจากพวก fibroblast ,อีลาสติน,คอลลาเจนบริสุทธ์นี่แหละครับ

ถามว่ามีคนใช้ไหม ปังไหม หรือเป็นแค่ข่าวเอาฮา จริงๆ ก็คือตอนนี้เป็นเทรนด์ดาราฮอลลีวูดนิยมกันมากเลยหละครับ อย่างซานดรา บูลล็อค, โอปราห์ วินฟรีย์ นี่ก็ทำ แถมประทับใจเอามาพูดในรายการเธออีกต่างหาก หรือเคท เบลนแชต ที่เล่นบทเฮร่า ในธอร์ ก็ใช้ มันเลยเป็นกระแสขึ้นมาครับ ลองหาคำว่า penis facial ดูนะ (กรุณาเรียกทับศัพท์ ห้ามแปลย้อนหลัง)​ ซึ่ง FDA อเมริกาเค้าก็รับรองด้วยนะว่าได้ผล (คือจริงๆ FDA เค้ารับรองแค่ว่าสารพวก EGF serum ที่สกัดมาจากพวก fibroblast เนี่ย มันสามารถซึมผ่านเข้าผิวได้นะ ถ้าใช้กรรมวิธีที่ถูกต้อง แค่นั้น)​

แต่อันนี้มันก็คือความเชื่อของคนเฉพาะกลุ่มนะครับ หาการทดลองเปรียบเทียบลำบาก เหมือนพวกเอาทองคำเปลวมาแปะหน้า เอารกแกะมาทานั่นแหละ ดังนั้น อย. เค้าถึงต้องออกมาเตือนก่อนครับ ว่าใจเย็นๆ อย่าพึ่งรีบไปถลกหนังใครมาแนบหน้านะ เพราะครีมหรือยาที่ใช้หนังหุ้มจริงๆหนะ มันกระปุกเป็นหมื่นและต้องผ่านกรรมวิธีสกัดฆ่าเชื้อมากมาย แต่เดี๋ยวแม่ค้าหัวใสบ้านเราไปซื้อครีมตลาดนัดแล้วมากวนเอง ถูขี้ไคลผสมหนังกำพร้าตรงไหนไม่รู้ลงไปหน่อย แล้วจะเอามาอ้างสรรพคุณแบบครีมเมืองนอกเค้า

#ต่อไปเวลาไปด่าใครว่าหน้าหัวจวยระวังเจ้าตัวเค้าสะดุ้งนะครับว่ารู้ได้ไง
#เค้าใช้หนังเด็กแรกเกิดนะครับส่วนหนังผู้ใหญ่นี่เอาไปเผาอย่างเดียวครับ
#เอาเซลล์หนังตรงนั้นมาฉีดตาต่อไปขยี้ตาทีนี่ตาจะพองขึ้นเปล่าไม่รู้

172 Nameless Fanboi Posted ID:EE3UeGc4+2

กูสงสัยพวกมึงไปเอาโพสยาวๆพวกนี้มาจากไหนกันวะ โพสเหมือนจะมีสาระแต่แม่งสาระแบบปลอมๆ ไม่งั้นก็ขวาจัดทั้งนั้น

173 Nameless Fanboi Posted ID:Ng329rwgyR

>>172 อันไหนที่สาระปลอม ๆ ชี้ที

174 Nameless Fanboi Posted ID:Ng329rwgyR

วิเคราะห์ตัวท๊อปจริงจัง

นี่คือบทสรุป 19 ข้อ

1. ตัวท๊อปหลายคน มักจะใช้ชื่อในไลน์แบบสั้น แบบตัวอักษรเดียว หรือ จุดเดียว หรือ อะไรก็ตาม แบบว่าอยากหลบซ่อนตัว แต่ก็หายไปไม่ได้ เพราะว่าอยากได้เงิน
.

2. ตัวท๊อปหลายคน พอเริ่มเปิดงานแรก บางทีมักจะรูปหมาแมว ตอนแรกกูไม่เอะใจอะไร แต่หลังๆเริ่มชัดล่ะ พวกนี้มักจะมีแต่เพื่อนเที่ยว เพื่อนยืมเงิน ไม่มีเพื่อนที่แท้จริง ก็เลยมีสัตว์เลี้ยงไว้ และพอไม่รู้จะตั้งภาพเป็นอะไร เพื่อหลบซ่อนตัว ก็มักจะใช้หมาแมว
.

3. ตัวท๊อปหลายคนมักจะมีพฤติกรรมปิด private facebook มากๆ หรือ อยู่ๆก็หายตัวไปจาก facebook เลย ไปสิงอยู่ IG เพราะว่า facebook มันง่ายต่อการ track ประวัติทั้งหมดออกมา
.

4. ตัวท๊อปหลายคน ต้องไปเจาะสะดือ เพราะว่าการเปลือยกายกับชายหื่นแปลกหน้า มันจะต้องหาอะไรมาป้องกันสักนิด เพื่อป้องกัน personal space บางอาจจะเจาะสะดือ บางคนอาจจะสัก เพราะไม่มีใครอยากโดนเด้าจากคนไม่รู้จักหรอก มันอาจจะเป็นการช่วยทางใจ
.

5. ตัวท๊อปหลายคน มีปัญหาเรื่องวินัยทางการเงิน หาเงินได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ ตอนแรกๆ อาจจะทำเพราะจำเป็น อาจจะไม่ตั้งใจมาก แต่แบบว่า เกิดมาหน้าตาดี มีโมเดลลิ่งตามจีบอยู่เนืองๆ แล้วจะเกิดจังหวะแบบว่า พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก มีปัญหาเรื่องเงิน แล้วอยู่ๆ ก็ปิ๊งว่า ทำสักครั้ง แล้วเอาเงินมาแก้ปัญหา
.

6. ทีนี้ พอมีครั้งแรก ก็มีครั้งที่สอง และมีครั้งต่อๆไป เพราะการรับงานพริตตี้จริงๆ เงินได้น้อยมาก โดนหักเยอะมาก หรือจะทำงานอื่นๆ ก็สู้รับงานแบบนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ยืนทั้งวันได้ 2,000 นอนให้พี่หมีกระเด้า 2 ชม. ได้หลายหมื่น คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม
.

7. ตัวท๊อปจะมีพฤติกรรมใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย เพราะเงินที่ได้มา แลกมากับศักดิ์ศรีของตัวเอง เลยจะต้องเอาเงินไปเปย์กับการกิน การเดินทาง มีรถ มีคอนโดหรู เพื่อพยายามปกปิดตัวเองแบบโง่ๆ
.

8. ตัวท๊อปจะมีพฤติกรรมขี้อวดทาง social เพราะว่า ภายในจิตใจอันมืดมิดของตัวท๊อป มันหมดคุณค่าในตัวเองแล้ว มันเลยจะต้องสร้างเกราะกำบัง ไว้ป้องกันคุณค่าในตัวเองแบบผิดๆ
.

9. พี่หมีพิมพ์สดนะ ถถถถถ อาจจะเรียบเรียงไม่ถูกต้องนัก หรือตกหล่นอะไรไป ตอนนี้กำลังบรรลุสัจธรรมอยู่ หลังจากตอนเช้า ซัดไปอีก 2-0
.

10. ตัวท๊อปจะพยายามหาผู้ชายที่รักจริง (มีหลายคน แต่ไม่ทุกคน) จะพยายามไม่จับลูกค้า เพราะรู้อยู่ทั้งรู้ ว่ามันเป็นแค่ตัวท๊อป เพราะฉะนั้น บางทีก็พยายามเอาเงินเปย์ เพื่้อรักษาความรักของตัวท๊อปนั้นเอง หาความมั่นคงทางจิตใจ
.

11. ตัวท๊อปที่เริ่มตกต่ำมากๆ จะเริ่มไปศัลยกรรมรัวๆ เริ่มทำหน้าอก บางคนตีบวกติด ก็อาจจะรักษาระดับงานได้ แต่อย่างว่า วงการนี้ ลูกค้าคุณภาพมีจำกัด มันจะไม่ชอบซ้ำด้วย cycle นึงอาจจะไม่นานมาก ที่นักเย็ดมันเย็ดวนกันไปจนครบแล้ว ทำให้ตัวท๊อปขาดงาน
.

12. ทีนี้ มันต้องเริ่มลดตัวเองไปรับงานอื่นๆ เช่น งานเกี่ยวกับยาเสพติด หนมเค น้ำแข็ง และอื่นๆ เป็นต้น เพื่อให้ได้งาน ในขณะที่รายจ่ายยังเท่าเดิม หรือ อาจจะมากกว่าเดิม ทีนี้มันจะเริ่มโทรมอย่างรวดเร็ว
.

13. พอหมดรอบ หางานไม่ได้จริงๆ มันก็จะลดราคาลงไปเรื่อยๆ จนเข้าไปแตะเพดานราคาของ อ่าง และ นกป มันก็จะลดตัวเองลงไปเป็นเด็กอ่าง นกป ก่อนที่จะเลิกค้าแข้งในวงการนี้
.

14. บางคนอาจจะเสี่ยงดวงไปค้าแข้งต่างประเทศ โดยประเทศที่นิยมไป ก็มักจะใกล้ๆบ้านเรา ไปกันเป็นรอบๆ สัปดาห์นึงส่งกันไปเป็นร้อยๆคน เป็นการส่งออกบริการที่นำเงินเข้าประเทศไทยได้เยอะมาก
.

15. ที่เล่ามา เล่ามาโดยย่อๆ แต่ละเรื่องเป็นประสบกามจริงของพี่หมีทั้งนั้น
.

16. ตัวท๊อปหลายคนสมองกลวง มีวิธีการคิดที่ผิดพลาด จริงๆแล้วมันคือ มนุษย์เลเวล 1 ที่บังเอิญเกิดมาสวยน่าเด้า มันก็เลยมีโอกาสทางธุรกิจในเส้นทางนี้ พอมันสวย มันหุ่นดี ทำอะไรก็ง่ายไปหมด จุดแข็งนี้เลยกลายเป็นจุดอ่อน ทำให้มันไม่อดทนอะไร มีแต่คนเอาใจ จนมันบ่มเพาะอุปนิสัยนี้ออกมา ทำให้สมองไม่พัฒนา แต่ต้องให้เครดิตบางคน ถึงจะคิดไม่ได้ แต่มีวินัยในการออกกำลังกายให้ตัวเองหุ่นดี หรือ ควบคุมอาหารได้อย่างดีเยี่ยม
.

17. ตัวท๊อป ก็คือ ตัวท๊อป พวกมึงกระเด้าได้ แต่อย่าเอาทำเมีย หรือ อย่าเอามาพัฒนาให้มันเป็นเมีย มันมีเคสผิดพลาดในวงการนี้มาเยอะ หน้าตาดีสัสๆ หุ่นดีเหี้ยๆ ก็เลยใจอ่อน พยายามดึงออกมาจากวงการ พยายามจะพัฒนา พยายามจะช่วยเหลือ พวกมึงต้องอย่าลืมนิยามของตัวท๊อป หน้าตา นม หุ่น มันเป็นเพียงเปลือกนอก เนื้อแท้ของมัน ก็คือ กระหรี่
.

18. กฎเหล็กของพวกมึง ต้องอย่ามีใจให้ตัวท๊อป แต่แสร้งมีได้ เพื่อที่มึงจะได้ทำเควสนักเย็ดแบบชาวเรือบางคน
.

19. ยยม ยยอ้

175 Nameless Fanboi Posted ID:Gzddfq710u

โฟสความเหลื้อมล้ำแม่งโยงมั่ว ชิบหาย พอแก้ตัวเรื่องประเทศไม่ได้มีความเหลื้อมล้ำไม่ได้(ได้แค่เรื่องอันดับ1) ก็บอกประเทศนู่นประเทศนี้ที่ความเหลื้อมล้ำน้อย ยังมีปัญหาเรื่องอื่นๆ มันคนละประเด็นปะวะ เก่งจังเรื่องเอาเรื่องมาโยงกัน โดยเฉพาะการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

176 Nameless Fanboi Posted ID:C+Xmpa149w

***บทความยาว อยากสร้างความเข้าใจ***

เมื่อเร็วๆนี้มีหลายคลิปที่ถูกเผยแพร่ผ่านหลายสื่อมาก เป็นแสงไฟแว้บๆพร้อมภาพหญิงที่มีหัวกับไส้ ไฟแดงแว้บๆ แล้วบอกว่าเป็น "กระสือ"

หลายคนคงจินตนาการกระสือคือผีที่มีหัวกับไส้มีไฟกระพริบลอยไปลอยมา กินของเน่าเสีย ใช่มั้ยครับ

ทว่าความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเพียง "จินตนาการของผู้วาดการ์ตูน"ครับ

นามกรของผู้ว่าท่านนี้ชื่อ "ทวี วิษณุกร" หรือ "ทวี เย็นฉ่ำ" นักเขียนฝีมือดีจากนครสวรรค์ จากเรื่องที่มีชื่อว่า "กระสือสาว" ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือการตูน "หนูจ๋า" (ปัจจุบันไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่อีกหรือไม่) ในปีพุทธศักราช 2511 เท่านั้นเอง

ซึ่งเรื่องนี้ได้รับจินตนาการจากเรื่องเล่าสมัยรุ่นพ่อเกี่ยวกับทหารเขมรที่ฆ่าภรรยาเพราะคิดว่าเป็นผีกระสือ รวมกับจินตนาการผสมรวมกับประสบการณ์วัยเด็กจนได้เรื่อง"กระสือสาว"ตีพิมพ์ออกมา เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี

การ์ตูน(หรือนิยายภาพ) เรื่องนี้ได้รับความนิยมสูงมาก จนกระทั่งมีผู้จัดภาพยนตร์นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อเรื่องเดียวกันนี้ โดยบริษัทศรีสยามโปรดักชั่น ซึ่งมี สมบัติ เมทะนี และพิสมัย วิไลศักดิ์ เป็นผู้แสดงนำ จากนั้นได้รับการรีเมคผ่านละครจอแก้วหลายเวอร์ชั่น

ส่วนกระสือที่แท้จริงนั้น จากคำบอกเล่าของหลายฝ่ายบอกว่า "เป็นเพียงดวงไฟ" บ้าง "มีหน้าแทรกในดวงไฟสีเขียว" บ้าง แต่แท้จริงแล้วตำนานก็คือตำนานมีเรื่องเล่าแตกต่างกันหลายรูปแบบกันไป

สิ่งที่น่าสนใจคือคุณทวี วิษณุกร มีหลายเส้นสยองเป็นเอกลักษณ์ หาเปรียบได้ยาก ปัจจุบันด้วยปัญหาสุขภาพทำให้เลิกเขียนภาพมานานหลายปีแล้ว แต่ยังมีผู้ที่ชื่นชอบการ์ตูนของคุณทวี วิษณุกร สร้างเพจและเผยแพร่ผลงานของท่านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทายาทที่ร่วมมาฟื้นชีวิตชีวาผลงานของคุณทวี วิษณุกร อีกครั้งทั้ง "กระสือสาว" "นางตานี" และ "ลูกสาวผี"

ใครที่สนใจผลงานของท่านติดตามได้ที่แฟนเพจ ทวี วิษณุกร แฟนคลับ (https://www.facebook.com/taweewitsanukorn/) ได้เลยครับ

หวังว่าบทความนี้จะคลายความสงสัยของท่านๆไม่มากก็น้อยนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก -

http://taweewitsanukorn.blogspot.com/2017/05/blog-post.html

หากสนใจดูคลิปของท่านดูได้ที่นี่เลยครับ (ส่วนหนึ่งของบทความก็เขียนจากคลิปนี้ครับ)

https://www.youtube.com/watch?v=8ERNaPlg8Oo

ป.ล.แชร์ได้เลยครับอยากไปให้ถึงหูมนุษย์เลเวล 0

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

177 Nameless Fanboi Posted ID:AfMTcveaei

>>175 ไม่มีใครแก้ตัวว่าไทยไม่มีความเหลื่อมล้ำนะ แค่มันไม่ใช่ที่ 1 แบบที่ใส่ไฟแค่นั้น มีคนบอกว่าไทยไม่เหลื่อมล้ำด้วยเหรอ

178 Nameless Fanboi Posted ID:VOlEifaIY5

>>177 ก็ไม่มีไง ต้นโพสก็แก้ตัวเรื่องนี้ไม่ได้ไง เลยยกตัวอย่างประเทศอื่น ว่าเห้ยประเทศคนอื่นเขาก็มีความเหลื้อมล้ำไง เห็นมั้ย USA ก็เหลื้อมล้ำ กุเลยบ่น คนอ่านอ่านแล้วสบายใจดี

179 Nameless Fanboi Posted ID:AfMTcveaei

>>178 ก็มันไม่ได้แก้เรื่องนั้นไม่ใช่เหรอ มันแค่แย้งว่าข้อมูลมันผิดยังไง

ส่วนความเหลื่อมล้ำถ้ายังอยู่ในโลกทุนนิยมยังไงก็ต้องมี คนมันจะได้อยากรวย อย่างเมกา GINI แย่กว่าไทยอีก สิงคโปร์ GINI ก็แย่ แต่ถามว่าดีกว่าไทยมั้ย ก็ดีกว่าแน่ ไม่มีใครเถียงหรอกมั้ง

แต่กูว่ามึงจับประเด็นผิดนะ มันแค่บอกว่าค่า GINI วัดไม่ได้ว่าประเทศเจริญ อย่างอิรักคนก็จนเท่ากัน ค่า GINI เลยสูง มันต้องเอาตัวเลขอื่นมาดูด้วย หรือมึงคิดว่าอิรักเจริญกว่าไทยละ

180 Nameless Fanboi Posted ID:p/1+z.e5eq

มันมีไอ้นี่ด้วยนะ ความยากง่ายในการอัพเกรดชนชั้น สแกนดิเนเวียนี่ง่ายสุดอีกตามเคย

181 Nameless Fanboi Posted ID:MwHijIlnn2

ข่าวนี้แสดงระดับประชากรไทยได้ชัดว่านอกจากจนแล้วยังโง่อีก ใครอธิบายไรก็ไม่ฟัง ใช้ความรู้สึกอย่างเดียว รุ่นนี้ตายหมดรุ่นหน้าก็คงเป็นแบบนี้เหมือนเดิม

182 Nameless Fanboi Posted ID:VOlEifaIY5

เลือกตั้งคราวนี้ ประชาชนต้องตื่นตัวมากกว่าครั้งอื่น ๆ ที่ผ่านมา เพราะมีการปรับกฏ กติกา ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนค่อนข้างเยอะ มาอธิบายให้ง่าย ๆ ดังนี้

- เขตเลือกตั้งคนละเขตคนละเบอร์ : ถ้าตามทะเบียนบ้านเราอยู่เขตเลือกตั้งไหน เราต้องดูเบอร์ของผู้สมัครเขตเลือกตั้งนั้น ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี ๆ เพราะในบัตรเลือกตั้งมีแนวโน้มสูงที่จะไม่มีชื่อพรรค (และอาจจะไม่มีชื่่อผู้สมัครเลยก็ได้) อาจจะมีแต่เบอร์ ประชาชนต้องติดตามข้อมูลข่าวสารให้ดี ๆ ไม่งั้นอาจกาผิดเบอร์ได้โดยไม่รู้ตัว

- พอมันเป็นเขตเลือกตั้งคนละเบอร์ ก็เป็นความท้าทายของ กกต. ที่จะต้องระบุในบัตรให้ชัดเจนว่า บัตรเลือกตั้งนี้ลงคะแนนในเขตไหน เพราะเมื่อคนละเขตคนละเบอร์แล้ว ก็ต้องมีวิธีการนับคะแนนเลือกตั้ง 350 แบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อหลัก secret ballot เวลาออกเสียงนอกจังหวัดหรือนอกประเทศที่คนน้อย ๆ ได้ (เพราะมันต้องแยกกอง ยิ่งนอกประเทศอาจจะมีแค่คนเดียวที่มาจากเขตเลือกตั้งนี้ก็ได้)

- ระบบสัดส่วนผสมแบบใช้บัตรใบเดียว (ในไทยตั้งชื่อว่าจัดสรรปันส่วนผสม) อันนี้คนอธิบายมากแล้ว แต่ง่าย ๆ ก็คือว่า ประชาชนออกเสียง 1 คะแนนให้ผู้สมัครเขต แต่เอาคะแนนรวมของผู้สมัครเขตที่สังกัดพรรคการเมืองนั้นทั่วประเทศมาคิดเป็นร้อยละของที่นั่งที่พึงได้ ขาดเหลือเท่าไหร่เอาผู้สมัครบัญชีรายชื่อไปเพิ่มเติมเท่านั้น

- จากระบบเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้ประชาชนต้องประเมินดี ๆ ว่าเขตนี้ควรเลือกพรรคใด เพราะหลายกลุ่มการเมือง (faction) มีการใช้กลยุทธ์ "แตกแบ๊งพันเป็นแบ๊งร้อย" เพื่อให้ได้ที่นั่งพึงประเมินรวมแล้วมากกว่าพรรคเดียว ประชาชนต้องดูดี ๆ ว่าเลือกพรรคนี้ในเขตเราแล้วใครได้ประโยชน์ อยากให้กลุ่มสุเทพได้ต้องเลือกพรรคไหน อยากให้ประยุทธ์เป็นนายกต่อต้องเลือกพรรคไหนในเขตเรา ฯลฯ ต่างจากเดิมแน่นอนที่อยากให้ใครได้ที่นั่งในสภาเยอะสุด ก็กาพรรคนั้น ต่อจากนี้ภายใต้ระบบเลือกตั้งนี้อาจไม่ใช่อีกต่อไป

- ซึ่งไอ่เขตเลือกตั้งคนละเขตคนละเบอร์ เอาเข้าจริง ๆ น่าจะมีเจตนาให้เกิดความไม่เข้มแข็งของพรรคการเมือง เน้นที่ตัวบุคคลผู้สมัครเขตมากขึ้น แต่ก็ลักลั่นกับระบบสัดส่วนผสมแบบใช้บัตรใบเดียวที่เอาคะแนนของผู้สมัครเขตมาคิดที่นั่งที่พึงได้ของพรรคการเมือง เพราะผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อต้องอาศัยคะแนนของผู้สมัครเขต (สรุปคือไม่แฟร์กับผู้สมัครบัญชีรายชื่ออย่างมาก จะหาเสียงของตัวเองก็ยากเพราะคนละเขตคนละเบอร์)

- เรื่องเขตเลือกตั้งเองก็สำคัญ คราวนี้มีการปรับเขตเลือกตั้ง (อีกแล้ว) จากปี 54, 57 ต้องดูให้ดีว่าตนสังกัดอยู่เขตอะไรกันแน่ บางจังหวัดแบ่งเขตคล้าย gerrymandering เช่น นครราชสีมา ต้องดูดี ๆ ว่าตนอยู่เขตอะไร

- เรื่องวุฒิสภามีส่วนร่วมในการเลือกนายก : วุฒิสภามาจาก คสช. แต่งตั้ง 244+6 คนทหาร รวมเป็น 250 มีส่วนร่วมในการเลือกนายก อันนี้อาจต้องรอดูกระแสและท่าทีว่าคนกลุ่มนี้จะสนับสนุนใคร อาจเป็นพลเอกประยุทธ์หรือท่านอื่นก็ได้ (ความไม่แน่นอนมันก็มี) ประเด็นนี้ อ.ประจักษ์เองก็บอกว่าไม่ควรไปคาดการณ์ล่วงหน้าว่าคนกลุ่มนี้จะเลือกพลเอกประยุทธ์ อาจเลือกท่านอื่น อะไรเช่นนี้ก็ได้

- สุดท้าย วันที่ 4 ม.ค. กกต. จะออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง จำนวน ส.ส. แต่ละจังหวัด และเขตเลือกตั้งแบบเป็นทางการ ต้องติดตามกันตอนนั้นอีกครั้ง และมันเป็นวันเกิดเราด้วย (บอกไว้สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ 555 ขอบคุณมากค่า) :p

183 Nameless Fanboi Posted ID:46GHd9RtvS

ถ้ารักนายกทักษิณ รักพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่รอแบบมือขอ 300 500 แล้วไปกาโลโก้พรรคง่ายๆ ในคูหาเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ ต้องหมั่นฝึกฝนตัวเอง อ่านหนังสือหนังหา เทียบตัวเลขหมายเลขกับผู้สมัครกับพรรคการเมืองในเขตเลือกตั้งของเราให้ถูกต้อง

หัวคะแนนก็ไม่ใช่แค่จะแจกเงินอย่างเดียวแล้ว ต้องช่วยติวการบ้าน ติวเรื่องภาษาไทยกันหน่อย อาจรับนักศึกษาจบเอกภาษาไทยมาเป็นหัวคะแนน พัฒนาศักยภาพขึ้นทุกฝ่ายอ่ะครับ สู่ประเทศไทย 4.0 ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ท้ายสุดเนร้พี่โจวกราบขอบคุณ พณ ท่านนายกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้วางนโยบายประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพให้ประชากรของประเทศมา ณ ที่เนร้ /\

#รากหญ้าต้องพัฒนาตนเองไม่ใช่รอกาแต่โลโก้พรรคการเมือง
#ช่วงการเพิ่มความเงางามให้กับท้อปบู้ทอย่างแท้จริม

184 Nameless Fanboi Posted ID:HBdCJ.TQVo

>>183 ทักษินแก่เกินยังเงี่ยนอยากได้อีกเหรอ

185 Nameless Fanboi Posted ID:2SK8NjzSy5

สิ่งที่คุณคาดหวังใน Bitcoin Thai Club
- ขุดยังไงให้ได้กำไรมากสุด
- เหรียญตัวไหนเป็นอย่างไร
- วิธีรับมือ ๆลๆ

สิ่งที่คุณเจอใน Bitcoin Thai Club
- เจ้ามันลากขึ้นลากลง วงการนี้มีปลาวาฬใหญ่
- คุณสู้เขาไม่ได้หรอก เจ้าเขาเหนือกว่า
- เจ้า เจ้า เจ้า เจ้า เจ้า

พ่อมึงเป็นสมศักดิ์เจียมเหรอ
#มิตร

186 Nameless Fanboi Posted ID:8QEeGjNhOc

>>185 พูดแบบนี้แสดงว่าไม่รู้จักBogdanoff

187 Nameless Fanboi Posted ID:GItIHRpxYV

อีแอพ ZEPETO นี่ใช้วัดระดับ "การยอมรับในตัวเอง หรือ ความภูมิใจในตัวเอง" ได้เหมือนกันนะ เช่น
คนหน้าตาไม่ดีที่กล้าสร้างร่างอวตารตัวเองออกมาเหมือนตัวจริง ต้องถือว่าน่ายกย่องนะ
กับคนหน้าตาไม่ดี แต่สร้างร่างอวตารตัวเองซะหล่อน่ารัก จนคนเห็นแล้วสงสัยว่า "มึงสร้างร่างอวตารของใครวะ"

188 Nameless Fanboi Posted ID:Nb82KpQQN9

>>181 การเมืองแบบ postmodern เอาถูกใจไว้ก่อนถูกหลักเหตุผล เป็นกันทั้งโลก

189 Nameless Fanboi Posted ID:dxhBIPNhxR

Nirupama Pathak ถูกพบเป็นศพในห้องนอนของเธอ ในบ้านที่เธอเกิดมา
หญิงสาววัย 22 ปีคนนี้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำใน New Delhi มีงานทำที่ดีและหมั้นแล้ว
ปัญหาคือ
คู่หมั้นของเธอเป็นชายจากวรรณะต่ำกว่า
ที่ทำให้ครอบครัวคัดค้านอย่างหนัก
แต่เธอยังคงมุ่งมั่นเพื่อความรัก
แต่ หลังจาก Pathak กลับไปบ้านเกิดเพียงคืนเดียวก็มีคนพบศพเธอในห้องนอนของเธอเอง
คนในครอบครัวให้การว่าเธอฆ่าตัวตายเอง
นอกจากนี้ตำรวจยังพบว่า Pathak ตั้งครรภ์อยู่ด้วย

ขณะที่ Ravi Kant Meana กำลังเดินเล่นกับภรรยา
ซึ่งเป็นคนวรรณะสูงกว่าในNew Delhi
ก็มีผ้ชายกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา
ทุบตีทำร้ายเขาและภรรยา
แล้วจิกผม ลากภรรยาของเขาไปบนพื้น
พร้อมกับตะโกนว่า
"เอานังผู้หญิงคนนี้กลับบ้าน"
Ravi เล่าว่า
ภรรยาของเขาส้งเสียงกรีดร้องไปตลอดทาง
แล้วพวกมันก็เริ่มทุบตีเธอ
เอากรรไกรกล้อนผมเธอ
แล้วเอาสีดำทาหน้าเธอ
เอารองเท้าแขวนคอเธอ
ก่อนจะประจานเธอไปทั่วเมือง

การทำร้ายร่างกาย
และการฆ่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ในอินเดีย
กับคู่รักที่แต่งงานข้ามวรรระ
แม้กฎหมายอนุญาตให้คนต่างวรรณะแต่งงานกันได้
จะถูกตราขึ้นตั้งแต่ 1950 แล้ว
แต่มันยังคงไม่ได้รับการยอมรับในสังคมอินเดีย

Dharmaveer Nagar ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นลุงแท้ๆ ของหญิงสาวที่ถูกฆ่าเพราะรักคนวรรณะต่ำกว่าบอกว่า
"มันผิดตรงไหน
ใช่ การฆ่าเป็นสิ่งผิด แต่นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ต้องทำเพื่อสังคมเรา
ทุกสังคมต่างก็มีวัฒนธรรมของตนเอง"

แม้ว่าการตายของNirupama Pathak จะทำให้เกิดการประท้วงขึ้นเพื่อให้หยุดการกีดกันนี้

แต่การทำร้ายและการฆ่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรียังดำเนินต่อไป
ไม่ใช่เฉพาะที่อินเดีย
แต่ในอีกหลายประเทศทั่วโลก

และเหยื่อส่วนใหญ่
คือผู้หญิง

เก็บความบางส่วนจาก
Honour killings are a separate horror

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

190 Nameless Fanboi Posted ID:j3AOX0yM0V

เราควรเลิกสนใจความเหลื่อมล้ำกันได้ละ เพราะคนส่วนใหญ่มันคิดไม่ได้ไง ดังนั้นพอไปถามว่าทำไมชีวิตไม่ดีขึ้น คนพวกนี้ก็จะบอกว่าขาดโอกาส ถูกกีดกัน สังคมไม่เป็นธรรม ฯลฯ บลาบลาบลา

ต้องโทษนักวิชาการที่ตั้งโจทย์ผิด เอาแต่ไปถามคนส่วนใหญ่ ผลวิจัยมันก็ต้องชี้ไปที่ความเหลื่อมล้ำสิ ทำไมไม่ไปดูคนส่วนน้อยที่เขาดิ้นรน รู้จักปรับตัวจนได้ดี ศึกษาแล้วเอามาสอนคนส่วนใหญ่บ้าง ดีกว่าเอางบไปผลาญกับโครงการลดเหลื่อมล้ำทั้งหลาย คนตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน พัฒนาตัวเองตลอดเวลาไม่นอกลู่นอกทางมันรู้สึกไม่เป็นธรรมนะ

#มิตรสหายทุนนิยมจ๋าท่านหนึ่ง

191 Nameless Fanboi Posted ID:1IQrAIVBrh

>>190 communist manifesto ในมือกูสั่นไปหมดแล้ว

192 Nameless Fanboi Posted ID:qmjIeJUcPn

จีนศึกษา : ยุทธศาสตร์ในระบบขนส่งสาธารณะ
.
1.ระบบการจัดการขนส่งสาธารณะของจีนเป็นตัวแบบที่น่าเรียนรู้เสมอ ถ้าใครเคยไปเที่ยว ไปเรียน หรืออยู่อาศัยที่จีน (เน้นว่าในเขตเมือง) จะประสบพบเจอว่า ชีวิตนี้ไม่ต้องมีรถก็ได้ ไปไหนก็สามารถเดินได้ มากที่สุดอาจจะมีแค่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ขี่ขำๆไปตลาด ที่เหลือนั่งรถเมล์ ถือบัตรใบเดียว ที่เรียกว่า อี้ข่าทง (บัตรซุยกะ เว่อร์ชั่นจีน) ซื้อได้ที่ไปรษณีย์จีน เดี๋ยวนี้สั่งเถาเป่ายังได้ เติมเงินซัก 50 หยวน แตะที่ไหนขึ้นที่นั่น ได้ทุกระบบขนส่งมวลชน ยกเว้นเครื่องบิน ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นด้วยความรวดเร็วราคาถูกและเข้าถึงง่าย
.
2.เหตุผลข้อสำคัญข้อหนึ่งของการมีระบบคมนาคมที่พัฒนาอย่างด่วน มาจากการรับมือกับ “ความหนาแน่น” (Density) ของประชากร หลักพันล้าน ทางการจึงออกแบบให้ขนส่งมวลถูก เข้าถึงได้ เพราะถ้าปล่อยให้คนออกรถบ้านละคัน การจราจรบนท้องถนนของประเทศก็พังทลาย รถติด ใช้ชีวิตอยู่บนถนน สำหรับรถบัสแล้ว คันหนึ่งถูกแบบให้ขนคนได้ร่วมหกสิบมากสุดถึงร้อยคน (รถบัสจีนจะมีแบบสองตอนสามตอน เชื่อมขบวนกัน) เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้มีรถบัสกว่า 1000 สาย และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ร้อยกว่าสถานี สถิติ ณ ปัจจุบัน ชาวปักกิ่งกว่าสิบล้านคนที่ใช้ขนส่งมวลชนต่อวัน
.
3.เจาะจงลงมาที่ประเภทขนส่งสาธารณะ ลองไปค้นดูสถิติ จะพบว่า ราคาตั๋วเครื่องบินในประเทศของจีน จะแพงกว่าราคาตั๋วรถไฟ เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ในเกือบทุกเส้นทาง แต่รัฐบาลก็ยังมุ่งเน้นการพัฒนารถไฟ ไม่พัฒนาสายการบินเพิ่มเติม ตรงนี้เป็นความตั้งใจของรัฐที่จะปั้นการขนส่งด้วยรถไฟให้เป็นหลักเลยก็ว่าได้ ปกติแล้ว สายการบินในประเทศยอดฮิต จะมีสามสายหลักที่ครองตลาด คือ 1.China southern 2.China Easter 3.Air China ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งหมด รัฐบาลจีนถือหุ้นเกิน 50% และมีกำไรทุกไตรมาสทั้งสามสายการบิน แบบที่ไม่ต้องเอาภาษีชาวบ้านไปอุ้ม เหมือนบางประเทศ ที่สำคัญทุกสายการบินติดตลาด มีผู้ใช้บริการเสมอ
.
4. ถึงเครื่องบินจะสะดวกและเป็นที่นิยม ขนส่งทางอากาศก็มีปัญหา มันขนคนจีนจำนวนมหาศาลไม่ได้ ทุกวันหยุดยาว (วันชาติ และตรุษจีน) ประชาชนคนจีนจะแห่กันกลับบ้านอย่างหนาแน่น มีภาพการจรจาจรติดขัดและแออัดให้เห็นเสมอ ทางออกของ ปัญหานี้ไปลงที่ทางการพัฒนาระบบรถไฟ หลังจากเสร็จโอลิมปิคเกมส์ปี 2008 ที่ปักกิ่งแล้ว จีนจึงค่อนข้างจริงจังในการวิจัยและพัฒนารถไฟความเร็วสูงแบบเน้นเอาองค์ความรู้ ไม่ได้ซื้อมาใช้ เวลาพังก็เสียตังค์ซ่อมอีก แต่เป็นการดึงเอากลุ่มบริษัทผลิตและพัฒนาระบบรางรถไฟชื่อดังระดับโลกมาเซ็นสัญญาวิจัยและพัฒนาให้ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในจีนผลิตองค์ความรู้เกี่ยวกับรถไฟฟ้าความเร็วสูง
.
4.1 มีงานวิจัยของคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยชิงหัว ผมชอบมาก ตามที่ระบุไว้ในสัญญาคือ จีนจะแยกการวิจัยรถไฟความเร็วสูงเป็นส่วนๆ ส่งให้แต่ละมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพช่วยกันซึมซับองค์ความรู้ ทีมวิจัยทีมหนึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องกระจกหน้า และระบบความแข็งแรงของกระจกรถไฟ ทีมทดสอบด้วยการยิงไก่ตายแล้ว ใส่กระจกด้วยความเร็ว 250 และ 300 กม.และสูงสุดที่ 400 กิโลเมตร/ชม. หากกระจกแตก จะหาวัสดุทำใหม่ และเอามาทดลองยิงไม่เลิกจนกว่าผลที่ออกมาได้กระจกไร้รอยขีดข่วน แข็งแกร่งทนทาน ผู้วิจัยโครงการนี้บอกว่า ประเทศจีนมีนกเยอะ การที่นกบินตัดหน้ารถไฟความเร็วสูง จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงระบบราง ระบบการก่อสร้าง ก็แยกให้หลายมหาวิทยาลัยศึกษาและเอาผลสรุปมารวมกัน เริ่มสร้างรถไฟสัญชาติจีนแท้ โดยจัดเป็นงานแฟร์ใหญ่ที่ปักกิ่ง ทุกวันนี้ยังมีอยู่นะครับ ที่พิพิธภัณฑ์รถไฟของปักกิ่ง หลังจากมีรถไฟหลักและองค์ความรู้แล้ว จีนจึงมีประกาศให้มีการแข่งกันผลิตโมเดลรถไฟความเร็วสูงชิงเงินรางวัล จนรถไฟสัญชาติจีน ออกมาหลายเวอร์ชั่น
.

(มีต่อ)

193 Nameless Fanboi Posted ID:qmjIeJUcPn

(ต่อจาก >>192 )

5. ก่อนปี 2008 จีนมีเส้นทางรถไฟ ความเร็วสูงนำร่องแค่สองสาย คือ ปักกิ่ง เทียนจิน และ เซี่ยงไฮ้เริ่มจาก เขตหงเฉียว ไปยังเขตผู่ตง ซึ่งรถไฟพวกนี้ซื้อมา หลังปี 2010 รถไฟสัญชาติจีนเริ่มพร้อมออกสู่ตลาดและทยอยเปิดให้บริการเพิ่มสายและเส้นทาง สิบปีให้หลังจากเส้นทางเล็กเส้นทางน้อย กลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ซับซ้อนอัดกันแถวตะวันตกของประเทศ แผ่มาทางตะวันออก ระยะทางรวมประมาณ 26000 กิโลเมตร มากกว่า ญี่ปุ่น 10 เท่า (ญี่ปุ่น 2600 กิโลเมตร) กลายเป็นประเทศที่มีทางรถไฟยาวที่สุดในโลก โดยนับรวมระยะทาง
.
6. รัฐจงใจสนับสนุนรถไฟเป็นพิเศษแม้ว่า ผลประกอบการรถไฟ มันขาดทุนทุกปีในทุกภาคของธุรกิจ ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าตั๋ว ค่าไฟฟ้าสำหรับสถานี รายได้จากภาคขนส่งและรายจ่ายจากภาคซ่อมบำรุง ลำพัง ค่าก่อสร้าง ก็ขาดทุนแบบยากจะถอนคืน แต่ด้วยความที่รถไฟความเร็วสูงมันพิเศษ รัฐจึงต้องสนับสนุนด้วยการอัดฉีดเงิน ปี 2017 งบการเงินบริษัทรถไฟ CCRC ติดลบหนักมากในภาคขนส่ง รัฐจึงออกกฎหมายเสียดื้อๆ ให้การขนส่งถ่านหิน ทำได้เพียงใช้รถไฟเท่านั้น ห้ามใช้รถบรรทุก โดยอ้างว่า เดินตามนโยบายเน้นหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมของสีจิ้นผิง ผลคือ กำไรภาคขนส่งของบริษัทรถไฟ ปีนั้นปีเดียว เพิ่มขึ้นจนกลบเครื่องหมายลบทั้งหมดในบัญชี รัฐบาลจีน จงใจ “ลงทุนในกิจการเดินรถไฟ” ออกนอกหน้านอกตาขนาดนี้ รถไฟพิเศษยังไง
.
7. นอกจากขนคนได้จำนวนมาก ตอบแบบคนเรียนการเมืองมา รถไฟจีน มันเจ๋งตรงที่ มันล่าอาณานิคมได้ คำว่า “ล่า” ในที่ นี้ มันทำได้ทั้งในและนอกประเทศ ผมลองดูตารางผลกำไรขาดทุนของรถไฟ หลานโจว อุรุมฉี ห่างกันประมาณ 1000 ไมล์ (1600 กิโลเมตร) ระยะเวลาเดินทาง 11 ชม.(เครื่องบิน 2 ชม.) ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในโครงการนี้คือ ประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญดอลล่าร์ ราคาตั๋วประมาณ 550 หยวน หากทุกรอบเต็ม ทุกที่นั่ง มันจะใช้เวลา 60 ปีคืนทุนค่าก่อสร้างทาง โครงการนี้ห่างไกลจากการมีกำไรอย่างยิ่ง รายได้จากค่าตั๋วทั้งปี จ่ายค่าไฟฟ้า 1 เดือนยังไม่ได้ ก็แล้วแหล่งรวมคนฉลาดอย่างพรรคคอมมิวนิสต์จะเอาเงินไปทิ้งเล่นทำไม ใช่มั้ยครับ
.
8.ที่จริงมันเป็นเรื่องของการควบคุมพื้นที่ด้วย ตัวอย่าง มณฑลซินเจียง เมืองอุรุมฉีมีประชากร ที่เป็นคนอุยกูร์ เกือบ 9 ใน 10 และมีเหตุความไม่สงบต่อเนื่อง สาเหตุมาจากจีนพยายามให้ท้องถิ่นเลิกเชื่อถือในวัฒนธรรมและรากเหง้าของเขา แล้วมาเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์แบบจีน ยังให้เกิดความไม่พอใจและเริ่มต่อต้าน ซึ่งสิ่งนี้กลายเป็นก้างชิ้นใหญ่ของรัฐบาล กลยุทธ์การใช้รถไฟความเร็วสูงจะช่วยดึงให้ซินเจียงให้เข้าใกล้ปักกิ่งมากขึ้น เพิ่มปริมาณคนฮั่นและวัฒนธรรมจีนกระแสหลักเข้าพื้นที่ เขาเชื่อว่าซินเจียงจะสยบเหมือนลาซา ทิเบต หากรถไฟความเร็วสูงไปถึง แม้กระทั่งฮ่องกง ซึ่งเชื่อมเส้นทางรถไฟไปไม่นานนี้ ก็มีหลักคิดคล้ายกัน มันก็เลยมีพวกแขกอุยกูร์ ไปเรียนทำระเบิดแล้วมาวางที่รางรถไฟไงครับ รัฐบาลกล่าวหาว่า พวกนี้ปฏิเสธการพัฒนา แบ่งแยกชาติ มีปัญหายันทุกวันนี้ แต่ที่จริงคือ เขาไม่อยากอยู่กับจีนถึงแม้จีนก็พยายามให้เขาอยู่ด้วยก็เถอะ
.
9.รถไฟความเร็วสูงของจีนจึงเป็นมากกว่าขนส่งมวลชนธรรมดา มันผูกระบบการควบคุมอาณาเขต ควบคุมประชากร (ด้วยการใส่ระบบโซเซียลเครดิตลงไป บางคนพฤติกรรมไม่ดี ขึ้นรถไฟไม่ได้) ควบคุมแม้กระทั่งความเห็นต่างและชาติพันธุ์ (ทิเบต ซินเจียง) ควบคุมเขตการปกครองที่มีศักยภาพแต่ไม่เห็นพ้องต้องกันกับตนทุกด้าน เช่น ฮ่องกง ล่าอาณานิคมชาวบ้าน เช่น ลาว ไทยก็เกทมุกนี้ไปไม่นาน เลย ตุกติก สั่งรื้อแปลนรถไฟกรุงเทพโคราช บางซื่อจะสร้างเสร็จอยู่ละ เสร็จแต่สถานี เส้นทางกำลังถมดิน บัดซบจริงเลย
.
ภาพประกอบ สถานีอุรุมฉีใต้ และสถานการณ์รถติดช่วงวันตรุษ
.
1. https://www.caixinglobal.com/2017-03-14/101065871.html
.
2. http://en.people.cn/n3/2016/0628/c90882-9078230-4.html
.
อ้างอิง
.
1. สถิติการใช้รถไฟใต้ดินปักกิ่ง https://en.wikipedia.org/wiki/Beijing_Subway
.
2.กระจกรถไฟฟ้าจีน
https://www.glassonweb.com/news/explore-secret-window-glass-high-speed-rail
.
3.สถานการณ์ในซินเจียง อดีต-ปัจจุบัน https://en.wikipedia.org/wiki/Migration_to_Xinjiang
https://www.rfa.org/english/news/uyghur/mosques-08032017153002.html
.
4.ข้อมูลการเงิน กำไร ขาดทุน แยกรายปี รวมปี บริษัทรถไฟจีน CCRC http://english.crcc.cn/col/col21615/index.html

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

194 Nameless Fanboi Posted ID:G11wzA6HMa

จีนทำได้ คุ้มไง คนเยอะ ทำค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงให้ต่ำๆ อารมณ์กินข้าวร้านในมหาลัยราคาถูกกว่าข้างนอก แต่กำไรเพราะคนใน ม. เห็นว่าสะดวกกว่าออกไปกินข้างนอก

สงสัยว่าอินเดียจริงๆ เทคโนโลยีก็ไม่แพ้จีนนะ ทำไมไม่ทำแบบเดียวกันมั่งหว่า

195 Nameless Fanboi Posted ID:bLmwtaONUu

>>194 รัฐบาลไม่นิ่ง รัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจในตังเองมากกว่าจีน และบังคับถ่ายทอดเทคแบบจีนไม่ได้

196 Nameless Fanboi Posted ID:DtqqRA7JjC

"มิตรสหายแนะนำว่า นายกสมาคมฟุตบอลทำยังไงก็ไม่ออก วิธีเดียวที่ให้ออกโดยรวดเร็วคือให้ ปปช. บอกให้แสดงบัญชีทรัพย์สิน"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

197 Nameless Fanboi Posted ID:Oe4U3Id0zI

ชีวิตดีมาก กินหนักเป็นหมื่นแคลสองวัน กลับมาหนักเท่าเดิม โอ้ย กราบคอร์ส !!

198 Nameless Fanboi Posted ID:Oe4U3Id0zI

เรื่องสรรพากร จะตรวจสอบการเสียภาษี ผู้ค้าออนไลน์ที่..

1.ฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 3,000 ครั้ง (หรือถ้าคิดแบบเฉลี่ยจะตกวันละ 8.2 ครั้ง ในกรณีที่ใช้ทุกวัน ทั้งปี)

2.ฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 400 ครั้ง (มีการปรับเปลี่ยนในที่ประชุม สนช. จากยอดเดิมคือ 200 ครั้ง) แต่ยอดรวมยังคงเดิม คือเริ่มต้นที่ 2,000,000 บาทขึ้นไป

ผมไม่ขัดข้องนะครับ..เพราะผู้ค้าที่เสียภาษีถูกต้อง จะได้ไม่เสียเปรียบผู้ค้าที่หนีภาษี เสียที

แต่อยากให้ผู้ประกอบการ ต้องเตรียมตัวคือ ทำบัญชีเดียวให้ถูกต้อง โปร่งใสมากกว่า

ผมเอง ทำบัญชีเดียวมาตั้งแต่เปิดธุรกิจ แต่กว่าจะเสียภาษี ก็ตั้งปีที่6ไปแล้วโน่น

ทั้งๆที่อยากเสียภาษีจะตาย เหตุผลที่ไม่ได้เสียภาษี นั่นเป็นเพราะ ขาดทุนตลอด5ปีแรก..!!

เชื่อมั้ยครับว่า ถ้าเราทำบัญชีถูกต้อง เก็บยอดค่าใช้จ่ายทุกเม็ด..มันไม่ได้กำไรง่ายๆเลยครับ

แต่ขาดทุนตลอด5ปีแรก แล้วทำไมยังอยู่ได้..??

คำตอบก็คือ ต้องบริหารให้กระแสเงินสดเป็นบวกครับ

ทำยังไงให้กระแสเงินสดเป็นบวก..คงไม่อธิบาย ณ.ที่นี้ (มันยาวมากหน่ะ)

แต่การที่คุณ ทำบัญชีถูกต้อง คุณจะเข้าใจ สุขภาพทางธุรกิจของคุณได้เป็นอย่างดี

ทำบัญชี2เล่ม คุณหลอกสรรพากร คุณก็หลอกตัวเองไปด้วย

ผมเองกล้าพูดว่า ที่ธุรกิจเติบโตอยู่รอดจนเป็น บริษัทมหาชนมาจนทุกวันนี้..

เพราะทำบัญชีเดียว และให้ความสำคัญกับ การควบคุมและบริหารจัดการ ผ่านระบบบัญชี ที่ถูกต้องโปร่งใสนั่นเอง

เชื่อเถอะครับ เรื่องนี้สำคัญมาก และชี้เป็นชี้ตายให้กับธุรกิจคุณ

เป็นประโยชน์และดีกว่า ทำธุรกิจหลบภาษีเสียอีก..!!

199 Nameless Fanboi Posted ID:81ZGtiswh5

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (10 ธ.ค.) ศาลในเมือง Fuzhou ของจีนออกคำสั่งให้ Apple งดจำหน่าย iPhone เกือบทุกรุ่น (ตั้งแต่ 6s จนถึง X) ทั่วทั้งประเทศจีน ... จากคดีความที่ Qualcomm ฟ้องร้องศาลในประเทศจีนว่าแอปเปิลละเมิดสิทธิบัตรของพวกเขา และขอให้ศาลระงับการขายไอโฟนรุ่นที่ร้องว่ามีการละเมิดสิทธิบัตรไว้ก่อน

.

Apple ให้โฆษกออกมายืนยันข่าวแล้ว และบอกว่าคดีนี้เลื่อนลอยเพราะตลอดเวลาที่ทำธุรกิจด้วยกันมาหลายปีในฐานะซัพพลายเออร์รายใหญ่ Qualcomm แสดงสิทธิบัตรทุกรายการให้แอปเปิลทราบ แต่ไม่เคยแสดงเลยว่าตัวเองมีสิทธิบัตรนี้เอาไว้ในมือ (คดีนี้มีสิทธิบัตรสองรายการ ชิ้นนึงคือเทคนิคการปรับแต่งภาพในมือถือ อีกชิ้นนึงคือลักษณะการกดเพื่อสั่งงานบางอย่างในแอปพลิเคชั่นบนทัชสกรีน) และยังระบุว่ามีเอกสารหลายรายการที่เอามาแสดงเป็นหลักฐานนั้นคลุมเครือแถมหมดอายุไปแล้วด้วย

.

“Qualcomm’s effort to ban our products is another desperate move by a company whose illegal practices are under investigation by regulators around the world.” โฆษกแอปเปิลปิดท้าย

200 Nameless Fanboi Posted ID:81ZGtiswh5

#แอบถ่ายคนในเกาหลีเสี่ยงโดนจับ
#ยาวหน่อยแต่อยากให้อ่านจริงๆค่าาาา

วันนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการแอบถ่ายคนเกาหลีที่เพิ่งเจอมากับตัวเมื่อ 3-4วันที่ผ่านมาค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่าเรานั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 จากสถานี Jamsil เพื่อจะไปประชุมกับลูกค้าที่สถานี City Hall ด้วยความที่เป็นวันทำงานช่วงบ่ายนิดๆคนใช้รถไฟไม่เยอะ แต่พอเดินขึ้นรถปั๊ป ก็เจอประโยคทักทายจากคนไทยสามคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่า “สาวเกาหลีนี่หนังหนาเน้อะ หนาวจะตายxx ยังกระเดะใส่กระโปรง”แล้วก็หัวเราะกันลั่น เราก็อึ้งไปเล็กน้อยแต่ก็คิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยเค้าก็มองว่าเราเหมือนสาวเกาหลีล่ะเน้อะ อีกอย่างมาคนเดียวไม่กล้าบวก 55555 ทีนี้เรื่องมันเริ่มจากพอถึงสถานี Konkuk ก็มีอ้ปป้าเกาหลีสามคนขึ้นมาขบวนเดียวกัน ดูทรงแล้วน่าจะเป็นเด็กคอนแด น้องเกาหลีสามคนนั่งติดเรา ตรงข้ามเป็นพี่คนไทยสามคนที่เราเจอตอนขึ้นรถครั้งแรก

“สิบคะแนนให้ กริฟฟินดอร์”
(หนึ่งในนั้นใส่เพดดิ้งสีแดง)
“กูโหวตคนกลาง”
“มึงเค้าสูงมาก เค้าควรเป็น ... กู”
“มึงๆ เอากล้องมาถ่ายด่วน”

แล้วก็เป็นไปตามคาด พี่คนไทยเอากล้องมาถ่ายรูปน้องเกาหลีค้าาาา แถมพูดจาเทะโลมซึ่งขนาดเราที่นั่งฝั่งตรงข้ามยังได้ยินชัดทุกคำ น้องเกาหลีก็คงสังเกตและคิดแหละว่าโดนแอบถ่ายหรือเปล่าเลยชำเลืองมองเป็นระยะ พี่คนไทยพอโดนมองแทนที่จะเลิกถ่าย กลับวี้ดดกันหนักกว่าเดิมว่าโดนอ้ปป้ามอง เลยทั้งถ่ายรูปถ่ายคลิปไม่ยั้ง 😱

ทีนี้รถไฟที่วิ่งข้างบนเริ่มลอดลงใต้ดิน(ถ้าใครเคยขึ้นรถไฟฟ้าในเกาหลีช่วงที่ข้ามแม่น้ำฮันรถไฟฟ้าจะวิ่งข้างบนพอพ้นแล้วจะกลับมาวิ่งใต้ดินเหมือนเดิม) พอข้างนอกมืด กระจกมันเลยสะท้อนเห็นว่าโดนแอบถ่าย น้องเกาหลีคนใส่เพดดิ้งสีแดงเลยลุกไปคว้ามือถือจากคนไทยมาแล้วพูดเกาหลีใส่

ในวงเล็บคือคนเกาหลี
(นี่กำลังทำอะไรครับ แอบถ่ายรูปเหรอ?)
ว๊อท? โนเกาหลี โนเกาหลี
(นี่อะไร แอบถ่ายรูปใช่ไหม? สถานีหน้าลงไปด้วยกันเลยนะ จะพาไปสถานีตำรวจ)
มึงงงงง มันพูดว่าอะไรว่ะ ห้ามถ่ายรูปเหรอ
(โพลิส)

พอได้ยินคำว่าตำรวจ พี่ผู้ชาย(ลืมบอกไปว่าในสามคนนี้มีผู้ชาย 1 กะเทยแต่งหญิง 1 และผู้หญิง 1 )ก็คว้าข้อมือน้องเกาหลีแล้วพูดว่า
“อ้ปป้าา ไอ ซอรี่น้า”

น้องเกาหลีพอได้ยิน #ผู้ชายเรียกว่าอ้ปป้า จากที่โมโหอยู่แล้วยิ่งโมโหหนักไปอีก(คนเกาหลีโดยปกติ ถ้าคนไม่สนิทมาเรียกอ้ปป้า,ออนนี นูน่าเค้าจะไม่ชอบ ขนาดที่ทำงานถึงแม้สนิทกันแค่ไหนยังเรียกตำแหน่งบวกนามสกุลเลย ยิ่งอันนี้ผู้ชายเป็นคนเรียกอีก เค้าเลยปริ้ดแตก เพราะคำว่าอ้ปป้าคนที่ใช้คือผู้หญิงใช้เรียกพี่ชาย) น้องเลยตะคอกใส่พี่ผู้ชายแล้วก็รัวเกาหลีใส่ไม่ยั้ง เพื่อนน้องอีกสองคนเห็นท่าไม่ดีเลยลุกไปสมทบ แล้วก็มีการยื้อมือถือกันไปมาเพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง คนในรถก็เริ่มมองๆ เราเห็นท่าไม่ดีเลยลุกไปแปลให้

สรุปคือน้องเกาหลีไม่ยอมจะพาไปสถานีตำรวจให้ได้ พี่คนไทยก็ขอเราไปด้วยแต่เราไปไม่ได้เพราะต้องไปเจอลูกค้า(ตอนนั้นเป็นเวลาทำงาน)เลยให้เบอร์สถานทูตไปแล้วทั้งหกคนก็ลงรถที่สถานีถัดไป

เรื่องราวต่อจากนี้เราไม่รู้ว่าเค้าตกลงกันได้ไหม แต่อยากมาเตือนคนที่มาเที่ยวเกาหลีว่าการแอบถ่ายคนเกาหลีอันตรายมากนะ กฏหมายเกาหลีเรื่องการแอบถ่ายโดยไม่ได้รับความยินยอม รวมไปถึงนำไปเผยแพร่ มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับ 30 ล้านวอนหรือประมาณ 9 แสนบาทเลย อยากให้ทุกคนระวังเรื่องนี้กันมากๆเลยเอามาเล่าให้ฟังค่ะ

ปล.ถ้าพี่คนไทยทั้งสามคนได้มาอ่าน รบกวนอัพเดททีนะคะ

201 Nameless Fanboi Posted ID:IKtql7ky7Y

เกมส์ที่รัฐไม่มีวันชนะ

ฝรั่งเศสเจอม๊อบเสื้อเหลืองล้อมปารีส มองมุมหนึ่งเป็นเรื่องการปล้นคนจน (ขึ้นภาษีน้ำมัน) ไปช่วยคนรวย (ลดภาษีนิติบุคคล) แต่มองอีกมุมมันเป็นปรากฏการณ์ผลพวงจาก นโยบายเศรษฐกิจฝืนธรรมชาติของยุโรปที่ยาวนานมานับสิบปี ไม่ใช่แค่ฝรั่งเศส แต่มันเกิดกับยุโรปทั้งยุโรป เพียงแค่ฝรั่งเศสเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น

1. รัฐให้สวัสดิการกับประชาชนเกินกำลังรัฐ ใช้จ่ายขาดดุลงบประมาณ เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ หนี้รัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เศรษฐกิจหลายประเทศในยุโรปแย่ แต่ไม่สามารถใช้นโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้เหมือนตอนไทยเจอต้มยำกุ้ง เพราะค่าเงินกลุ่มยูโรใช้ร่วมกันทั้งหมด

2. รัฐเงินหมด ต้องกู้ แต่รัฐหนี้ท่วม ไม่มีใครอยากปล่อยกู้ สุดท้ายธนาคารกลาง (ECB) พิมพ์เงิน เอามาให้รัฐกู้ (ปัจจุบัน ECB เป็นเจ้าหนี้ประมาณ 40% ของหนี้ยุโรปทั้งหมด)

3. หนี้เยอะ ก็ต้องลดดอกเบี้ย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ ลดดอกจนแทบจะติดลบ แต่หนี้ก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะหยุด QE ยังไง ในเมื่อนอกจากธนาคารกลางแล้ว ไม่มีใครอยากให้ยุโรปกู้

4. รัฐจำเป็นต้องหาทาง ไม่เพิ่มรายได้ ก็ต้องลดรายจ่าย แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดภาษีนั้นเป็นการ "ลดรายได้" อ้าว.. ตรงข้ามกับที่ควรจะทำเลยนี่

5. รายได้ลดลง งั้นรัฐต้องใช้มาตรการ austerity รัดเข็มขัดเพื่อลดรายจ่าย รวมถึงรีดภาษีให้ได้มากขึ้น ภาษีน้ำมันเป็นเพียงผลพวงแรกของปัญหานี้ ในอนาคตน่าจะต้องมีการรีดเงินจากประชาชนในรูปแบบที่หลากหลาย

6. แต่อย่างที่ผมจั่วหัว เกมส์นี้เป็นแค่เกมส์ซื้อเวลา เพราะมันเป็นหนทางที่รัฐไม่มีวันชนะ คุณจะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยลดดอกเบี้ย ผลก็คือ รายได้หด ก็ต้องไปรีดเอาจากช่องทางอื่น แต่ถ้าคุณไม่ออกนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ไม่มีกระสุนอย่างอื่นที่จะใช้แล้ว เพราะนโยบายการเงินคุณใช้ไม่ได้เพราะค่าเงินผูกกันทั้งยูโร

7. แต่อัดนโยบายการคลังมากๆ หนี้ก็ล้นหนักขึ้น พิมพ์เงินเท่าไหร่ก็ไม่ไหว แถมเครดิตกลุ่มยูโร เทียบกับสหรัฐแล้วก็ยังต่างชั้น นอกจากนี้สหรัฐยังเดินเกมส์เร็วกว่าด้วยการลด QE และขึ้นดอกเบี้ยไปตั้งแต่ปีมะโว้

8. สุดท้ายการรีดภาษี ก็จะทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา ประชาชนลุกฮือ (social unrest) ซึ่งไอ้สิ่งนี้แหละที่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้ trust ของรัฐสูญเสียไป

9. เมื่อไหร่ที่ trust หมดลง เมื่อนั้นวิกฤติหนี้ภาครัฐที่ดองปัญหาไว้เป็นสิบปีก็มีโอกาสจะระเบิดออก คนไม่เชื่อในรัฐ (ลูกหนี้) เงินก็จะไหลออกไปที่ความเสี่ยงต่ำกว่า อัตราดอกเบี้ยยูโรจะพุ่งสูง เกิดวิกฤติ Sovereign Debt Crisis ในที่สุด เงินไหลบ่าไปสหรัฐ ที่คนคิดว่าปลอดภัยกว่า แถมดอกเบี้ยสูง

การประท้วงเล็กๆ อาจจะเกิดจากปัญหาที่ฝังรากลึกที่รัฐเตะถ่วง kick the can down the road มาเป็นระยะเวลายาวนาน และหากรัฐไม่รีบจัดการ ปัญหานี้อาจจะเป็นการจุดระเบิดที่เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ไปสู่ปัญหาที่ใหญ่เกินกว่าที่พวกเราจะคาดคิดก็ได้

ผมเคยบอกว่า ถ้าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่ โอกาสที่จะเกิดสูงมากคือที่ยุโรป เพราะว่าตั้งแต่ ECB พิมพ์เงินออกมา ก็ยังไม่เห็นว่า fundamental ยุโรปจะมีอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเลย

หวังแค่ว่า ขอให้ผมคิดผิด และยุโรปสามารถยุติปัญหานี้ได้ในเร็ววันด้วยเถอะ 🙏🙏🙏

202 Nameless Fanboi Posted ID:95HDCzCEJF

[สวัสดีฟินแลนด์ วันนี้เธออายุ 101 ปีแล้วนะ “ฉันมีของขวัญเป็นห้องสมุดมาให้เธอ”]

รัฐบาลฟินแลนด์ลงทุนสร้างห้องสมุดแห่งใหม่ให้ประชาชนด้วยเงินลงทุน 98 ล้านยูโรหรือ 3.6 พันล้านบาท ลงขันร่วมกับเทศบาลเมืองเฮลซิงกิ

อะไรทำให้รัฐบาลของประเทศที่มีประชากร 5.5 ล้านคน แต่ยืมหนังสือกันปีละ 68 ล้านครั้งลงทุนมหาศาลในของขวัญชิ้นนี้

ฟินแลนด์มีห้องสมุดประชาชนครั้งแรกเมื่อปี 1974 หรือ พ.ศ.2517
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาองค์กรและมูลนิธิต่างๆ ก็เป็นผู้จัดการ ให้เงินสนับสนุน ดูแลห้องสมุดเหล่านี้ ประธานสมาพันธ์ห้องสมุดแห่งฟินแลนด์กล่าวไว้ชัดเจนว่า

“การอ่านจะทำให้ฟินแลนด์ก้าวหน้า ถ้าไม่มีห้องสมุด ประเทศเราไม่มีทางที่จะพัฒนาจนกลายเป็นรัฐสวัสดิการเช่นทุกวันนี้”

ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นคือยุคทองของห้องสมุดฟินแลนด์หาใช่ช่วงเวลาที่ประเทศร่ำรวยแล้ว แต่กลับเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง ที่จำนวนห้องสมุดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งตอนนี้ฟินแลนด์มีห้องสมุดฟรีบริการแก่ประชาชนถึง 730 แห่ง รวม Oodi ห้องสมุดแห่งใหม่นี้เข้าไปก็จะกลายเป็น 731 แห่ง

Oodi ไม่ได้เป็นแค่ห้องสมุด ด้วยความที่วิถีชีวิตคนเปลี่ยนไป ที่นี่จะให้บริการเครื่องพิมพ์สามมิติ จักรเย็บผ้า ห้องซ้อมดนตรี ห้องชมภาพยนตร์ คาเฟ่ ห้องชม virtual technology ต่างๆ ทั้งหมดทั้งมวลนี้หลายคนอาจมองว่าแล้วหนังสืออยู่ตรงไหน ตอบเลยว่า 99% ของงบลงทุนที่ Oodi ใช้จะยังเป็นการลงทุนซื้อหนังสือหมด ส่วนอื่นๆ เป็นการปรับเปลี่ยนตามผู้คนที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างถือเป็นการศึกษาหาความรู้ของคนทั้งสิ้น รัฐบาลมีหน้าที่ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อการหาความรู้หลากหลายรูปแบบเพื่อให้คนได้มีโอกาสเรียนรู้ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของพวกเขา

เขียนมาถึงตรงนี้นึกถึงคำพูดของนักเขียนชาวไนจีเรีย ชิมามันดา อดิชี”
“คนที่อ่าน ก็จะอ่าน ถ้าเราทำให้หนังสือเข้าถึงสะดวกและง่าย”

ของขวัญจากใจรัฐบาลฟินแลนด์
"ความรู้ที่จับต้องได้ เสิร์ฟถึงมือประชาชน"

ภาพจาก: https://thespaces.com/
เรื่อง: https://yle.fi/uutiset/osasto/news/finlands_flagship_library_oodi_opens_to_the_public_in_helsinki/10541829

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

203 Nameless Fanboi Posted ID:IKtql7ky7Y

ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งงานที่ต่างจังหวัดงานหนึ่ง
ดูทีเดียวก็รู้ว่าเขาคงจ้างบริษัทรับจัดงานมาจัดให้
เพราะมีผู้คนที่ไม่ใช่ญาติเดินสั่งการนู่นนี่ตลอดเวลา
มีพิธีกรพูดเก่งๆที่ไม่รู้จักคนในงาน พูดมุกตลกและเปิดตัวผู้คนในงานราวกับเป็นงานแจกรางวัลออสการ์

แต่ที่ขัดตาขัดใจที่สุดก็คือพิธีตอนผู้ใหญ่ฝ่ายชายมอบสินสอด ตอนสวมแหวนของบ่าวสาว และตอนกราบพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย

ทั้งบ่าวสาวและพ่อแม่อยู่บนเวทีเตี้ยๆ
ญาติและแขกนั่งเก้าอี้เป็นแถวเจ็ดแปดแถวอยู่ด้านล่างมองขึ้นไปบนเวที

แทนที่จะได้ชื่นชมความน่ารักของบ่าวสาว ได้เห็นความปิติของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ได้เห็นบรรยากาศของสมาชิกสองครอบครัวที่จะมาดองกัน แต่แขกทุกคนกลับเห็นภาพที่ไม่ควรเห็นอยู่ตลอดทั้งงาน นั่นคือบั้นท้ายของตากล้องและผู้ช่วยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ตั้งบนรางเลื่อนอีกที และก็นั่งค้างบังอยู่ตลอดเวลาของพิธี

ตากล้องคนนี้มีร่างกายที่ใหญ่และนั่งตระหง่านอยู่หน้าเวที ใส่สูทใส่กางเกงเรียบร้อยก็จริง แต่ด้วยเป็นคนร่างใหญ่กางเกงจึงหลุดเลื่อนลงมาเผยให้เห็นขอบกางเกงในสีตุ่นๆ ไม่เป็นที่เจริญตาอันใด แต่ที่หนักหนาสากรรจ์กว่านั้นคือ ตากล้องคนนี้ออกคำสั่งราวกับตัวเองเป็นผู้กำกับหนัง สั่งให้เจ้าบ่าวหันมายิ้ม สั่งให้เจ้าสาวเอียงคอ รูปไหนถ่ายไม่ทันหรือถ่ายไม่ได้ดังใจ ก็สั่งให้ทำท่านั้นอีกครั้ง
"สวมแหวนอีกครั้งครับ ถอดแล้วสวมใหม่ แล้วเอียงหน้ามายิ้มด้วย เอียงซ้ายอีกนิดครับ ดีครับ พ่อเจ้าสาวเอามือวางบนตักครับ ดีครับ เอียงอีกนิดครับ"

พอถึงตอนญาติผู้ใหญ่ขึ้นไปรับไหว้ดื่มน้ำชาตามธรรมจีน ก็โดนสั่งให้ทำทีละขั้นตอน และหยุดนิ่งให้ตากล้องถ่ายรูป
"ยกถ้วยครับ ค้างไว้ก่อนครับ เอียงอีกนิดครับ ค้างไว้นะครับ" ประโยคนี้ผมโดนกับตัวเองเลยครับ เพราะต้องขึ้นไปรับไหว้

กลายเป็นงานแต่งงานที่เห็นความสำคัญของรูปภาพมากกว่าบรรยากาศจริงๆ

ผมกลับคิดว่า งานแต่งงานควรเป็นงานพิธีที่เต็มไปด้วยความปิติของผู้คน คนจัดงานควรมีหน้าที่แค่อำนวยความสะดวก และสร้างสรรค์ความสวยงามของสถานที่ให้เจ้าภาพไม่ต้องมาเหนื่อย ส่วนความรู้สึกต่างๆเป็นเรื่องธรรมชาติ ตากล้องก็มีหน้าที่บันทึกความรู้สึกพวกนั้น ไม่ใช่ออกคำสั่ง หรือมานั่งบังคนอื่นเสียหมด

ดีที่สุด ควรจะถ่ายแบบที่เขาเรียกว่าแคนดิด นั่นคือแอบถ่ายด้วยซ้ำ

ภาพแบบแอบถ่ายนั้นงามที่สุด เพราะเราจะได้เห็นรอยยิ้มจริงๆของเจ้าสาว ได้เห็นน้ำตาแห่งความดีใจของพ่อแม่ ได้เห็นอิริยาบถหลุดๆบ้าง เก้ๆกังๆบ้าง ซึ่งมันน่าเอ็นดูกว่าท่าเกร็งๆแข็งๆที่ถูกสั่งให้ทำ

ถ่ายตอนสวมแหวนพลาดจังหวะนิดหน่อยจะเป็นไร
ธรรมชาติดีออกครับ

ออแกไนเซอร์ที่รัก ขอเถิด อย่าได้ใช้งานพิธีสำคัญซึ่งมีเพียงครั้งเดียวของคนคู่หนึ่ง เป็นกองถ่ายทำภาพยนตร์เลย
....

204 Nameless Fanboi Posted ID:AtDqdo6tOK

>>200 เหมือนเรื่องแต่ง

205 Nameless Fanboi Posted ID:FclIod52st

A: ผมเห็นพวกรอต่อแถวกดเงินบัตรคนจนแล้วผมสลดใจมากๆ พวกนี้ยอมก้มหัวให้เผด็จการณ์ไร้ศักดิ์ศรีเหลือเกิน

B: โอ่...ครับ เอ่อ..แล้วเอ๊ะนี่คุณกำลังจะไปไหนอ่ะครับ

A: นี่ผมกำลังจะไปกินข้าวฟรีที่โรงทานพี่เชษฐ์ฯ อ่ะครับ

206 Nameless Fanboi Posted ID:fTMMic.ElX

ไขประเด็นวิวาทะ "ความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของไทย"
##################################

ภรรยาของผมขอให้ผมเขียนบทความเพื่อไขข้อข้องใจของสังคมไทยต่อวิทาทะในครั้งนี้ เนื่องจากการคำนวณความเหลื่อมล้ำของ Credit Suisse ที่ทำโดยคณะวิจัยของ Anthony F. Shorrocks อดีตผู้อำนวยการของ UNU-WIDER (ขอเรียกสั้นๆ ว่า WIDER) ได้ใช้ข้อมูล โปรแกรม และงานวิจัยด้านความเหลื่อมล้ำที่ใช้แบบจำลองทางเศรษฐมิติของ WIDER โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมได้รับการทาบทามให้ไปช่วยงานที่เป็นส่วนหนึ่งของ long-term project ของทาง WIDER ในเรื่องความเหลื่อมล้ำในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐมิติ

จริงๆ แล้วเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาทาง WIDER ได้เชิญภรรยาผมไปเข้าร่วมงานประชุมที่มีการนำเสนองานวิจัยโดย Anthony F. Shorrocks และคณะที่นำไปสู่การพัฒนาเทคนิคการคำนวณความเหลื่อมล้ำของไทยที่เป็นประเด็นในตอนนี้ แต่ทว่าภรรยาผมมีความเห็นว่าผมน่าจะถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีกว่าในฐานะที่เป็นนักเศรษฐมิติและเคยเห็นและใช้ข้อมูลด้านความเหลื่อมล้ำของ WIDER โดยหลังจากทำการศึกษา Global Wealth Report ของ Credit Suisse และงานวิจัยเก่าๆ ของคณะวิจัยของ Anthony F. Shorrocks ผมได้ข้อสรุปดังนี้

##################################

ข้อสรุป --- ประเด็นที่กำลังถกเถียงกันในสื่อต่างๆ ที่ผมติดตามอ่านนั้น มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อความตั้งใจ และวิธีการศึกษาที่ถูกเผยแพร่ใน Global Wealth Report

1. ตัวเลขความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่ง (Wealth Inequality) ของไทยโดย Credit Suisse ในปี 2018 ได้คำนวณมาจาก หนึ่ง แบบจำลองทางเศรษฐมิติ (ที่มีข้อจำกัดทางเทคนิคมากมาย) สอง ข้อมูลความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ และสาม ข้อมูลความมั่งคั่งของเศรษฐีไทยจากนิตยสาร Forbes จึงทำให้ตัวเลขดังกล่าวมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้มากเพราะเป็นตัวเลขจากแบบจำลอง ไม่ได้คำนวณมาจากข้อมูลความมั่งคั่งของไทยโดยตรง

2. การคำนวณของ Credit Suisse มีปัญหาจริง แต่คณะผู้วิจัยก็ได้ชี้แจงปัญหาของการคำนวณอย่างละเอียด (อ่านได้จากลิงค์ของงานวิจัยที่แนบมาท้ายบทความนี้) เพียงแค่แทบจะไม่มีใครนำปัญหาของการคำนวณนี้ที่คณะวิจัยได้ชี้แจงมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน

3. มีความชัดเจนจากเอกสารประกอบการศึกษาจาก Credit Suisse ว่าสามารถนำข้อมูล Socioeconomic Survey (SES) ที่อัพเดทของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ทำร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังที่เคยถูกนำข้อมูลบางส่วนมาเสนอในงานวิจัยของ ดร. เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา และคณะในปี 2007 มาผนวกกับข้อมูลของนิตยสาร Forbes เพื่อใช้ในการคำนวณความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของไทยได้ ซึ่งน่าจะได้ตัวเลขที่มีคุณภาพดีกว่าการประมาณการโดยใช้แบบจำลอง

โดยผมจะขอชี้แจงการคำนวณและข้อจำกัดของการคำนวณตัวเลขความเหลื่อมล้ำที่คณะวิจัยของ Credit Suisse ได้ชี้แจงโดยละเอียดในเอกสารอ้างอิงดังต่อไปนี้

##################################
คณะวิจัยของ Credit Suisse ประกอบด้วยใครบ้าง
##################################

ประกอบด้วย Anthony Shorrocks และ Jim Davies นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่งเป็นผู้เชื่ยวชาญอันดับต้นๆ ของโลกทางด้านความเหลื่อมล้ำ และมี Rodrigo Lluberas เป็นผู้ร่วมคณะวิจัย

##################################
เป้าหมายงานวิจัยของ Anthony Shorrocks และ Jim Davies คืออะไร
##################################

Davies et al. (2011) ได้เขียนเป้าหมายหลักของงานวิจัยไว้ชัดเจนว่า จากการใช้ข้อมูลในปี 2000 คณะวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งจากประมาณ 20 ประเทศที่ครอบคลุม 59% ของประชากรโลก และประมาณ 75% ของความมั่งคั่งของโลก แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ "การประมาณการความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของทั้งโลก" ไม่ใช่เพียงแค่ประมาณ 20 ประเทศเท่านั้น ถ้าคณะวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลจากประเทศที่เหลือได้งานวิจัยก็จะเป็นแค่การคำนวณง่ายๆ แต่ทว่าคณะวิจัยไม่มีข้อมูลความเหลื่อมล้ำของประเทศที่เหลือ คณะวิจัยจึงพยายามสร้างโมเดลทางเศรษฐมิติในการช่วยประมาณการความเหลื่อมล้ำของทั้งโลก โดยในขณะนั้นคณะวิจัยไม่มีข้อมูลจากประเทศไทยเพื่อใช้ในการศึกษาความเหลื่อมล้ำในปี 2000

207 Nameless Fanboi Posted ID:fTMMic.ElX

อ่านต่อhttps://www.facebook.com/supachoke.thawornkaiwong/posts/10155689693041022

208 Nameless Fanboi Posted ID:ilIJMeAf7J

สรุปสั้นๆ ว่าข้อมูลและข้อสรุปมีปัญหาจริง แต่อยากขอให้คนให้อภัย เพราะมันวิจัยยาก และคณะวิจัยกล่าววิจารณ์ตนเองแล้ว

ตอนสอบธีสิสถ้าตอบแบบนี้ไม่โดนหนังสือปาหัวก็บุญ แล้ว อ่านดูก็รู้ว่าพยามพูดให้ซอฟ แต่ใจจริงก็ตำหนิคณะวิจัยรวมถึงคนเอามสเผยแพร่ผิดๆ ปีหน้าเดี๋ยวก็มีดราม่าเรื่องนี้อีก คอยดูเถอะ

209 Nameless Fanboi Posted ID:IKtql7ky7Y

"โรแมนติไซส์ความจนเกินไป ไม่มีใครโอเคกับสภาพแบบนี้หรอก ความจนมันโรแมนติกตรงไหน ภาพคนจนต่อแถวกดเงิน 500 แล้วซื้อหวยตรงนั้นเลย เศร้าสัสๆ แล้วคุณก็ไปด่าเขา เนี่ย นิสัยคนจน แม่งได้เงินมาแทนที่จะเอาไปซื้อข้าวกิน หรืออดออมมันดันเอามาซื้อเหล้าซื้อหวย สันดานคนจนจริงๆ

แต่ ความหวังของชีวิตมันมีแค่นั้นจริงๆ เพราะเขาไม่เห็นว่าใครหรืออะไรจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้ มันน่าเศร้านะ ภาพคนที่เงินเข้าแค่ 500 แล้วต้องรีบไปกดทันที แถมผู้นำยังบอกให้วางแผนการใช้เงินดีๆ ห้าร้อยนะไม่ใช่ห้าล้านไอ่สัส

คนจนนี่มันจนไปหมดเลยนะ จนเงิน จนโอกาส ป่วยก็ไม่กล้าไปโรงบาลเพราะกลัวไม่มีตังค์จ่าย การศึกษาก็ไม่ดี เห็นที่เขาแชร์ๆกันใช่มั้ย ที่พี่คนนึงบอกว่า เคยพาลูกไปเข้าโรงเรียนบ้านๆ ค่าเทอมถูกๆ แล้วเด็กที่นั่นคุยแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ พูดกูๆมึงๆ หีๆควยๆ ตลาดล่างอ่ะ พี่เค้าพาลูกออกทันทีแล้วยอมจ่ายให้ลูกเข้าโรงเรียนที่แพงหน่อย แต่ถือว่าซื้อสังคมให้ลูก เด็กที่นั่นทุกคนพูดเพราะ พ่อแม่ก็ดูมีคลาส รสนิยมดี เอื้อเฟื้อแบ่งปัน มายเซ็ตดี บทสนทนาดี

คนจน-ความจนมันกัดกินไปหมดอ่ะ ทั้งการศึกษา การเข้าถึงการรักษา คุณภาพชีวิต ความคิด ความรื่นรมย์ ความรัก ความโรแมนติก บทสนทนา มันเหลื่อมล้ำมากอ่ะ

ถูกร่ายมนต์สะกดเรื่องนี้มาโดยตลอด เราเข้าใจว่า ที่เราจนเพราะจน จนเพราะทำบุญน้อย จนเพราะขี้เกียจ

แต่ในความเป็นจริงต่อให้เราขยันแทบตายก็ไม่มีทางรวยขึ้นมาได้ ด้วยโครงสร้างทางสังคมอันอยุติธรรมที่กดทับ ความเสียเปรียบทางชนชั้น การต่อรองทางการเมืองไม่มี เพราะถูกตัดแข้งตัดขาจากการรัฐประหารไปหมดแล้ว หรือนโยบายรัฐที่อาจส่งเสริมผิดทิศผิดทาง

เท่านั้นยังไม่พอ คำสอนทางศาสนาก็ยังสะกดลงในจิตสำนึก ฝังรากลึกมาช้านาน โดยเฉพาะเรื่อง "จนเพราะทำบุญมาน้อย" นั่นทำให้หลายคนเชื่อว่าไม่มีทางอื่น ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เป็นคนที่พระผู้เป็นเจ้าและเทวดาไม่โปรด สะท้อนได้จากคำพูดเวลาที่เห็นคนที่มั่งมีกว่าตน ก็จะถอนหายใจแล้วพูดว่า "ชาติก่อนเขาคงทำบุญมาเยอะ" ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำสอนเหล่านี้มีอิทธิพลมาก

ถ้าเราจะโกรธในฐานะผู้เสียภาษี ก็ให้โกรธคนที่อนุมัติเรื่องนี้ ไม่ใช่ชาวบ้านที่ไปรอกดตังค์

ภาพคนต่อแถวยาวกดตังค์500ทั้งวันทั้งคืนนี่มันเศร้ามากๆ นะ ประเทศนี้สิ้นหวังเหี้ยๆ"

Baipat Nopnom, 11 ธ.ค.61
ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2219440494785145&set=a.496399533755925

210 Nameless Fanboi Posted ID:W8qsneIto9

>>209

พ่อกูเป็นเด็กบ้านนอกจนๆ แต่ปจุบันเป็น ผอ.โรงบาลเอกชน เพราะอะไร? การศึกษา ถ้าไม่อยากโง่อ่านเยอะๆ เรียนเยอะๆ

ฝรั่งเขาบอกไว้ตั้งแต่สมัยร้อยปีที่แล้วว่า คนไทยไม่ชอบใช้ความคิดเพราะการใช้ความคิดเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อย ยอมใช้แรง แล้วให้เขาสั่งง่ายกว่า

211 Nameless Fanboi Posted ID:fuq45H51wT

“วันก่อนฟังเสวนาในงานฉายหนังและพูดคุยเรื่องภาวะความยากจนในสังคมไทย มีช่วงหนึ่งดีมากๆ เพราะวิทยากรพูดถึงกลุ่ม "คนจน" แบบหนึ่ง ซึ่งอาจพบวิกฤติในชีวิตจนเลื่อนชั้นลงมาจากชนชั้นกลาง จึงทำให้ยังมีความหวังและความเชื่อเรื่องการทำงานหนัก การเก็บออม การศึกษา ฯลฯ ว่าจะนำพาตนเองไต่เต้าไปสู่สถานะที่ดีกว่าเดิมได้

กับ "คนจน" อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งยากจนด้วยโครงสร้างอันเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง จนจากรุ่นสู่รุ่น มองแทบไม่เห็นสิ่งอื่นนอกจากสภาพที่พ่อแม่ตนและลูกหลานต่อๆ ไปต้องผจญอยู่ซ้ำซาก การเรียนให้สูง การทำงานให้หนัก การรู้จักเก็บรู้จักลงทุนซึ่งเป็นความเชื่อในแบบคนชั้นกลาง ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยต่อคนจนที่ถูกโครงสร้างกดขี่เหล่านี้ เพราะเขาไม่มีวันเข้าถึงโอกาสแม้แต่จะได้เรียนดีๆ หรือได้งานที่มั่นคง ได้รายได้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือได้โอกาสเปลี่ยนสถานะแบบที่คนชั้นกลางเชื่อๆ กัน

คนจนจำนวนมากอยู่กับความจนที่แท้จริง และความหวังเท่าที่เขามีคือความหวังที่มากับลาภลอย ซึ่งแทบจะเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่อาจทำให้เขาพอจะไต่เต้าเลื่อนชั้นได้ การถูกหวย การบนบานศาลกล่าว ฯลฯ คือหนึ่งในความหวังแบบนั้น

คนจนมีความหวังในแบบของตนเอง คนชั้นกลางที่ไม่เข้าใจย่อมดูถูกดูแคลนความหวังเหล่านี้ เพราะเอาความคิดความเชื่อของตัวเองเข้าไปสวมแทน แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ได้นึกถึงบริบทของคนอื่นเลย

(ป.ล. ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยด้วยว่า เอาเข้าจริงๆ แล้วในสังคมแบบไทยที่เหลื่อมล้ำอย่างสุดๆ แถมยังไม่มีรัฐสวัสดิการครอบคลุมนั้น คนที่ถือว่าเป็น "คนชั้นกลาง" [ในความหมายของ "คนที่สามารถเลื่อนสถานะขึ้นไปได้ถ้าพยายามมากพอ"] มีอยู่แค่ 30% เท่านั้นเอง แต่เราๆ ทั้งหลายโดยมากอยู่ในอีก 70% ที่เหลือ คือคิดไปเองว่าตัวเองสามารถเลื่อนได้ แต่ความจริงคือเราไม่มีวันเลื่อนได้หรอก เพราะสังคมไม่ยอมเปิดโอกาสให้เราได้เลื่อนกันง่ายๆ ต่อให้เรียนหนักหรือทำงานหนักจนตายก็ตาม)”

มิตรสหายท่านหนึ่ง

212 Nameless Fanboi Posted ID:MvdXvALMVT

>>210 แล้วพ่อมึงได้เล่าให้ฟังมั้ยว่าเอาทุนไปเรียน "หมอ" มาจากไหนแล้วคนจนทุกคนมีโอกาสแบบนั้นมั้ย
สถานการณ์คนจนนี่โคตร catch 22 เลยเหอะ
ไม่มีการศึกษา>รายได้น้อย>ไม่มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ>ลูกรายได้น้อย>ฯลฯ ยกเว้นส่วนน้อยที่จะได้ "ทุน" แล้วถีบตัวเองออกมาได้
แต่ก็ตลกดีที่สุดท้ายแล้วคนที่เคยจนมาก่อนจะเข้าใจว่าลำบากยังไงกลับมาถ่มถุยคนจนด้วยกันที่ไม่ได้โอกาส

213 Nameless Fanboi Posted ID:ilIJMeAf7J

หมอสมัยก่อนส่วนใหญ่ใช้ทุนทั้งนั้นละ สมัยนี่ก็มี เยอะกว่าเมื่อก่อนอีก ถ้ามึงเรียนเก่งจริง เรียนหมอแทบเรียนฟรี แต่ต้องใช้ทุนนานหน่อยแค่นั้นละ

214 Nameless Fanboi Posted ID:qLU9SL7Vzx

>>212 เพราะเคยจนมาก่อนมากกว่าถึงด่าได้

นิดนะ ถ้าคนรวยด่าก็จะมีคนบอกว่าไม่เคยจนไม่รู้หรอก พอคนเคยจนด่าก็จะมีคนบอกว่าไม่เห็นใจคนจนอีก แล้วแบบนี้ใครมีสิทธิด่าคนจนละ

215 Nameless Fanboi Posted ID:YCwGLq3mjQ

ยุคสมัยเปลี่ยนไปละ
จบป.4มีมรดกพันล้านเกลื่อนไป
ลองจินตนาการถึงตอนนี้สิ อย่าว่าแต่ป.4เลย จบป.6มีเงินล้านกี่คน

216 Nameless Fanboi Posted ID:YCwGLq3mjQ

>>215 ม.6 กูพิมพ์ผิด

217 Nameless Fanboi Posted ID:XQ1m+GFdb7

>>214 ก็ไม่มีไง เพราะมันไม่มีประโยช ซ้ำเติมไปก็ไม่เกิดอะไร ทำตัวจองหองด่าคนด้อยกว่ามันไร้สาระ
ผู้ที่เจริญแล้วทั้งความคิด จิตใจ และฐานะ เค้าจะพยายามแก้ด้วยการ ให้โอกาศ

ถ้าคิดว่าการด่าคนจนเป็นสิ่งดี ลองยกตัวอย่างประเทศที่มีโครงการด่าคนจนแล้วมีผลสำเร็จทำให้ประเทศเจริญมาให้ดูที

218 Nameless Fanboi Posted ID:qLU9SL7Vzx

>>217 บางคนมองว่าซ้ำเติม บางคนมองว่าสั่งสอน แล้วแต่จะมอง อย่างลิเบอรอลหลายคนเชื่อว่าการด่าประเทศตัวเองมากๆ จะทำให้คนไทย "สำนึกได้" แล้วมีแรงพัฒนาประเทศต่อไปเหมือนกันละ

คนรวยที่พูดนะไม่ได้มีเจตนาซ้ำเติมหรอก แต่ทุกคนผ่านความยากลำบากมาก่อนถึงทำได้ทุกวันนี้ เขาใช้ความจนเป็นแรงผลักให้ก้าวหน้า "ผมทำได้ คุณก็ทำได้" แน่นอนว่ามันมีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวข้อง แต่ถึงที่สุดมันก็อยู่ที่ตัวเองนั่นละ ว่าจะพัฒนาตัวเองได้แค่ไหน

219 Nameless Fanboi Posted ID:XQ1m+GFdb7

>>218 ยกระดับจากด่าเป็นสั่งสอนแล้วหรอ 555+ ใช้คำว่าจองหองไม่ผิดจริงๆ
และมึงจะไปสั่งสอนอะไรเค้าได้ว่ะ เอาแบบจริงจังนะ ไม่เอาคำพูดกลวงๆ ที่หาฟังได้ตามสื่อน้ำเน่าอะ
จะอวดอ้างใช้คำว่าสั่งสอน ก็ต้องให้สมคำพูดนะ อย่างสอนภาษา สอนวิชาชีพ นี้คือสั่งสอน

ขั้นแรกอะ มึงต้องเลิกคิดไปเองว่าคนอื่นเค้าคิดแบบมึงไม่ได้ก่อนเว้ย สำนึกอะไรพวกเนี่ย

220 Nameless Fanboi Posted ID:c3d1tMFfIl

ปกติผมไม่ค่อยได้โพสเรื่องงานซักเท่าไร น่าจะเป็นโพสแรกแห่งปีหละกัน เดี๋ยวโพสแต่รูปเที่ยวคิดว่าไม่ทำงานแล้วซ่ะอีก เผื่อใครอยากจะรู้ว่าเบื้องหลังมันเป็นยังไง

- เริ่มจากการนอน ผมนอนวันละ 8-9 ชั่วโมง ในระหว่างวันก็แบ่งนอนได้ ความสามารถเฉพาะตัว 555 การนอนถือเป็นการทำงานเลยแหละ เพราะถ้านอนไม่พอคิดอะไรไม่ออก

- เช็คเมล์และเช็คสายที่ไม่ได้รับ จะมีเมล์ลูกค้าเมล์ข่าว CC มาหาผมตกวันละ 50 ฉบับ นั่งอ่านมันซ่ะ สลับกับโทรหาเบอร์ที่ไม่ได้รับ

- อ่าน Slack นิดหน่อยตอบคำถามทีมบ้าง

- คุยงานนอกสถานที่ประมาณ 2 วันต่ออาทิตย์งานฟรีบ้างงานได้เงินบ้าง ส่วนใหญ่ฟรี

- สิ้นเดือนนั่งตรวจเงินเดือนว่าถูกไหม จะได้กดอนุมัติ

- คุยกับกับลูกค้าบริษัทบ้าง ก็เยอะอยู่เดือนนึงก็ประมาณ 1,500 นาที คิดออกมาน่าจะประมาณวันละ ชั่วโมงครึ่ง โดยเฉลี่ย

- นั่ง one on one กับทีมงานทุกคนเดือนละครั้งคนละประมาณ 30-60 นาที เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำเท่าไรหละ เวลาไม่พอคนเริ่มเยอะ

- คุยเรื่องบริษัทกับหุ้นส่วนและทีมเดือนละ 2-4 ครั้ง

- โทรต่อรองเงินเดือนก่อนเข้าทำงาน จะมีทีมงานสัมภาษณ์ ฝึกมากะมือ สัมภาษณ์ถ้าผ่านผมถึงจะโทรไป

- หาลูกค้ารายใหม่ๆ มองหาโอกาส ซื้อบริษัท เข้าไปเป็นหุ้น หรือร่วมกันก่อตั้ง อันนี้งานระยะยาว ทำทุกวัน

- Support ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคน คุยเรื่องคนทั้งหมด ใครจะลาออกคลอดลูก ไปงานบวช ไปงานแต่ง ถ้าไปได้ไม่ติดงาน ไปได้หมด ทะเลาะ อินดี้ก็เข้าไปคุย

- ตัดสินใจเรื่องราคาโปรเจค ถูกไปแพงไป แต่มีน้องตีราคามาคร่าวๆก่อนแล้วเรามาแก้ๆอีกที

- นานๆจะไปสัมมนาซักครั้ง เอาความรู้เข้าตัว ส่วนมากอ่านเองแล้วลงมือทำเลย ไม่ค่อยเชื่อหนังสือและคอร์สสัมมนาเท่าไร

- หาอะไรสนุกๆมาให้ทีมทำ จัดสัมมนาบ้าง อยู่ๆไปเปิดอ๊อฟฟิตที่เชียงใหม่บ้าง หาไรขำๆไปส่งประกวดบ้าง ปีหนึ่งทำ 3-4 อย่าง

- มี Hidden ที่เขียนไม่ได้อีกพอประมาณหนักไปทางความคิดและความเครียด แบบออกห้องประชุมหรือวางสายไปนี่นอนไม่หลับทั้งคืนเลยก็มี
---------------------
พยายามเลียนแบบ Elon musk แต่ทำไม่ได้ แม่มนอนน้อยเกิน 555

ว่างจากข้างบน
- นั่งเขียนโปรแกรมเล็กๆเล่นบ้าง นั่งแครกเกมโกงเกมมาเล่นขำๆบ้างฝึกๆไป อ่านข่าวว่า php เมื่อไรจะรั่วอีก

นานๆ จะมีวันนั่งโง่ๆว่างๆกะเค้าบ้างที่ไม่ต้องทำข้างบนนี้เลย ส่วนใหญ่ที่ว่างๆก็เป้นวันธรรมดา บางทีระบบมันมีปัญหาวันหยุดก็จะมีโทรไปเคลียร์บ้าง เคลียร์เอกสารที่ค้างอยู่บ้างหมดวันพอดี เย็นๆก็หา Connection ต่อตามร้านนั่งชิลทั่วๆไป แต่ไม่ค่อยได้โพส เดี๋ยวทั้งฟิดจะมีแต่ไปเที่ยว

ปล. RO M จนมากเลยต้องเปย์เพื่อลดเวลาในการฟาร์ม ฮ่าๆ

221 Nameless Fanboi Posted ID:qLU9SL7Vzx

>>219 มึงตีความพารากราฟ 1 กูไม่เข้าใจใช่มั้ย ตลกดี

มึงรู้จัก Accelerator หรือ Incubator มั้ย แบบเดียวกับที่คนจน>รวยมาสั่งสอนคนจนนั่นละ การเอาคนที่ประสบความสำเร็จมาสอนคนยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องปกติ มึงจะ Trigger ทำใม

222 Nameless Fanboi Posted ID:XQ1m+GFdb7

>>221 ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับที่มึงยกมาเลย ตอนแรกมึงมาทำว่าแบบไหนถึงจะด่าคนจนได้ กุก็ว่าจะด่าทำไมวะไร้สาระ
มึงก็มาบอก ไม่ได้ด่านะ สั่งสอนตะหาก ไหลปรื้ดแบบนี้ กูก็งงดิสัส 555+
และที่บอกว่าอยากสั่งสอน ก็ดีแล้วไง แต่ควรทำก็ให้สมกับคำว่าสั่งสอนไง มีตรงไหนไม่เข้าใจวะ

223 Nameless Fanboi Posted ID:0zorFDOALT

ร่านเห่อหมอยบุกโม่งอีกล่ะ
#มิตรสหายโม่ง

224 Nameless Fanboi Posted ID:GM/jl/J1Db

A: ผมเห็นพวกรอต่อแถวกดเงินบัตรคนจนแล้วผมสลดใจมากๆ พวกนี้ยอมก้มหัวให้เผด็จการณ์ไร้ศักดิ์ศรีเหลือเกิน

B: โอ่...ครับ เอ่อ..แล้วเอ๊ะนี่คุณกำลังจะไปไหนอ่ะครับ

A: นี่ผมกำลังจะไปกินข้าวฟรีที่โรงทานพี่เชษฐ์ฯ อ่ะครับ

225 Nameless Fanboi Posted ID:xexhuCAKdn

ไปเอาความเข้าใจผิดๆว่าความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จมาจากไหนกันวะ

จริงๆแล้วความพยายามไม่ได้การันตีเหี้ยอะไรเลย

226 Nameless Fanboi Posted ID:qt8pP0iNhy

>>225
จริง มันต้องใช้ความฉลาด ก่อนจะพยายาม

227 Nameless Fanboi Posted ID:q8CDAhNBwt

>>225 ถ้าพยายามอย่างน้อยคือมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง อาจหมายถึงพัฒนาการ
ถ้าไม่พยายาม ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางไหนเลย (ทั้งในแง่ดีขึ้นหรือแย่ลง)

228 Nameless Fanboi Posted ID:qt8pP0iNhy

มึงต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าจะพยายามกับอะไร
อย่างเช่นมึงหัวทึบ ไอคิวน้อย เรียนเท่าไรก็ไม่ได้ แต่มึงยังเสือกพยายามจะเรียน เท่าไรมึงก็ได้งานระดับล่างๆ งี้ไม่ไหว
เพราะธรรมชาติสร้างคนมาหลากหลาย แต่ทุกคนต้องการมุ่งไปทางเดียวกันหมด
ไม่เก่งดนตรีก็ฝืน ไม่เก่งค้าขายอยากเป็นนักธุรกิจก็ฝืน อยากเป็นหมอแต่หัวไม่ไปก็ฝืน บลาๆๆๆ สุดท้ายก็มาบอกพยายามแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ไม่รวยสักที

229 Nameless Fanboi Posted ID:zRWUkwWL9r

>>228 ระบบแนะแนวเมืองไทยยังมีปัญหามาก คนเยอะแยะอายุใกล้จะตายยังไม่รู้เลยว่าเกิดมาถนัดอะไร

230 Nameless Fanboi Posted ID:sTwiskIRYo

ไม่รู้ว่าถนัดอะไรซักอย่าง แต่สิ่งที่พยายามทำทุกวันๆเป็นปีๆอย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่ชำนาญที่สุดป่าว?
ความพยายามไม่ได้การันตีความสำเร็จ แต่อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรสูญเปล่านินา

231 Nameless Fanboi Posted ID:sr3NpmfutZ

"Most people say that war is hell, but it's not true. War is war, and Hell is hell. You ask yourself, which one is worse? To hell, only the sinners go to suffer, there are no innocent bystanders. But in war, the innocents, women and children are the ones who truly suffer"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

232 Nameless Fanboi Posted ID:sew7ZVcQ+L

บางคนยังถนัดเกือบทุกอย่างได้เลยครับ

233 Nameless Fanboi Posted ID:85mn0PHq4I

>>232
ไม่สุดไง ไม่ใช่เรื่องดี เหมือนมึงเย็ดเป็นแต่เย็ดไม่เก่งไง
ถนัด ชำนาญต้อง professional อ่ะ ที่จะสื่อ

234 Nameless Fanboi Posted ID:9+Be3QYNO5

พาแฟนไปกินข้าวที่ร้านหรู rooftop เสือกทะเลาะกัน แฟนกูร้องไห้น้ำตาซึม
ไอ้สัดโต๊ะข้างๆนึกว่ากูขอแต่งงาน แม่งตบมือดีใจกันทั้งร้านเลย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

235 Nameless Fanboi Posted ID:WwTmgaiHui

>>232 คนนั้นตาบอดไหมครับ

236 Nameless Fanboi Posted ID:2bQ3c6ivn6

>>235 เค้าพูดฝรั่งเศสได้ด้วยใช่ป้ะ

237 Nameless Fanboi Posted ID:yNELI.fcdf

>>235 ใช่ครับ บอดข้างหนึ่ง พอดีซึ่งรถไปหาสาวเร็วไปหน่อย รถเลยชน อันนี้พูดถึงลุงต๋อยที่อยู่ข้างบ้านนะครับ

238 Nameless Fanboi Posted ID:PbzPywn.+x

เสื่อมหนัก!
เทรนใหม่อียิปต์ ลักพาต้วสาวคริสต์ ขยี้กาม,บังคับเปลี่ยนศาสนา
-----------------------------------------
รายงาน "การแพร่ระบาดการลักพาตัวสาวคริสเตียนไปอย่างเงียบๆของชุมชนชาวอียิปต์" โดย เลล่า กิลเบริ์ต
....ชุมชนชาวคริสเตียนในประเทศอียิปต์กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากความรุนแรง และโดยมากเหตุเกิดขึ้นในระหว่างเวลาทำการของโบสถ์คริสต์ในวันที่มีการนมัสการพระเจ้า โดยเหยื่อที่ถูกโจมตีและลักพาตัว รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศนั้นจะเป็นผู้หญิงและเด็กๆ ส่วนในประเทศปากีสถาน,ไนจีเรีย การล่วงละเมิดทางเพศต่อสตรีและเด็กต่างศาสนาก็กลายเป็นเทรนด์ที่มีการขยายวงออกไปอย่างแพร่หลาย โดยจะมีนำเสนอจากสื่อเป็นบางครั้งคราวเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ฝันร้ายสำหรับสาวๆ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในประเทศอียิปต์นั้นมันคือ ภัยเงียบจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็นในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้หญิงสาวชาวคริสเตียนในอียิปต์กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของการลักพาตัว,การข่มขืนกระทำชำเราและการทรมาน แต่เนื่องมาจากครอบครัวผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่เลือกที่จะเก็บตัวเงียบ ทำให้กระบวนการสืบค้นระบุตัวตนผู้เสียหายนั้นมีเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้หญิงจำนวนนับไม่ถ้วนได้หายตัวไปตลอดกาลและถึงแม้ว่าบางคนนั้นจะได้รับการช่วยเหลือ แต่เรื่องราวเหล่านี้ของพวกเธอที่รอดชีวิตก็ถูกซ่อนไว้เป็นความลับของครอบครัว เพราะเป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวงศ์ตะกูล....
….การลักพาตัวหญิงสาวในแต่ละครั้งจะมีความแตกต่างกันไป – บ่อยครั้งตัวผู้ก่อเหตุจะเลือกเหยื่อผู้หญิงที่มีลักษณะอ่อนแอซึ่งอาจจะกำลังเดินอยู่ตามลำพังบนทางเท้าหรือที่อื่นๆซึ่งปราศจากคนพลุกพล่าน ในการลักพาตัวหญิงสาวต่างศาสนาจะถูกวางแผนโดยองค์กรมุสลิมหัวรุนแรงซึ่งให้ค่าลักพาตัวต่อหัวในราคาประมาน3,000เหรีญต่อผู้หญิง1คน เหยื่อที่ถูกจับได้จะถูกบังคับ,ทารุณกรรมต่างๆเพื่อทำให้เหยื่อรู้สึกหวาดกลัวและยอมจำนนจนกระทั่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม การก่ออาชญากรรมการลักพาตัวเหล่านี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในหมู่บ้านซึ่งอยู่บริเณแถบชานเมืองของอียิปต์..
.... ศูนย์การเฝ้าระวังทั่วโลก(WWM)ซึ่งเป็นสื่อขององค์กรเฝ้าระวังของคริสเตียนนานาชาติได้สัมภาษณ์ชายคนหนึ่ง ผู้ซึ่งเคยก่อเหตุลักพาตัวหญิงสาว เขาอธิบายว่า "กลุ่มชายที่จะลักพาตัวหญิงสาวนั้นจะมีการนัดหารือรวมถึงการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยการผู้ก่อเหตุในแต่ละครั้งจะมีไม่ต่ำกว่า3คน เมื่อได้เหยื่อสาวที่ถูกลักพาตัวแล้ว พวกเธอก็จะถูกส่งไปยังองค์กรมุสลิมหัวรุนแรง เขาอธิบายว่า ราคาค่าตัวของสาวๆเหล่านั้นถูกจ่ายโดยกลุ่มติดอาวุธในประเทศอียิปต์เป็นเงินสดให้กับผู้ลักพาตัว อย่างไรก็ตามหัวหน้ากลุ่มอิสลามหัวรุนแรงกล่าวว่า “เป้าหมายของของพวกนั้นไม่ใช่แค่เพียงเสพเซ็กจากสาวคริสเตียนเพียงเท่านั้น แต่จุดมุ่งหมายที่สูงที่สุด คือ เพื่อเสริมสร้างศาสนาอิสลามให้แข็งแกร่ง และเพื่อลดทอนความเชื่อของคนที่ศรัทธาต่อศาสนาคริสต์”
>>>> สำนักข่าว เยรูซาเลมโพสต์
>>>> แปล/เรียบเรียง โดย@อาอิชะห์

https://www.jpost.com/Opinion/Egypts-silent-epidemic-of-kidnapped-Christian-girls-573614

ปล....ชายมุสลิมที่ลักพาตัวหญิงต่างศาสนา พวกเขาคิดว่ามีความชอบธรรมที่จะก่อเหตุลักพาตัวและข่มขืนหญิงคนนอกศาสนานั้น เนื่องจากในคัมภีร์กุรอานได้มีการกล่าวเกี่ยวกับเรื่องของเชลยหญิงที่เป็นคนต่างศาสนาที่นอกเหนือจากภรรยาทั้ง4 ที่ถูกอนุมัติให้ใช้เพื่อการเสพสุขทางเพศได้ ตามโองการต่อไปนี้ 4:3, 4:24, 23 : 1-6, 33:50, 70:30)

@อาอิชะห์

#มิตรสหายโม่ง

239 Nameless Fanboi Posted ID:x.MGkvKkpu

2 วันมานี้ แป้งมีโอกาสได้คุยงานกับ 2 บริษัท ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานยักษ์ใหญ่ ระดับมหาชน

แป้งอุ่นใจทุกครั้ง ที่ได้คุยกับผู้บริหาร เพราะพวกท่านนิ่ง ใจดี เปิดกว้าง และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมาก

ในทางกลับกัน แป้งกลับรู้สึกว่า ทีมงานส่วนใหญ่ ยังมีอารมปิดกั้น มีต่อต้านบ้าง มีการข่ม และวาง EGO

"เรื่องพลังงาน คุณไม่เคยทำ คุณไม่เข้าใจหรอก"
((อ้าว ก็หนูเป็น Data Expert นิหน่า ไม่ได้เป็น วิศวกรพลังงาน แต่ Dissertation สมัยป.เอก หนูทำเรื่องพลังงานนะ 😂😂😂))

"ปัญหาพวกนี้ มันต้องแก้ด้วยคนที่มีประสบการณ์หน้างานนะ"
((ก็ถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกพี่ไม่แชร์ประสบการณ์ละคะ หรือไม่ก็แก้ปัญหาเอง))

"ถ้าไม่เห็นหน้าตาของระบบ หรือผลลัพธ์ ก็นึกไม่ออกว่าจะทำงานยังไง"
((ก็ยังไม่ได้สร้างระบบ ยังไม่ได้สร้าง Model จะมีผลลัพธ์ได้อย่างไร))

นั่นแหละค่ะ คือ EGO ซึ่งแป้งก็ทำได้แค่ "ยิ้ม"😄 และ "เข้าใจ"😉

เพราะถ้าพี่ๆ เขาเข้าใจ หรือแก้ปัญหาได้เอง พวกแป้งก็คงไม่มีงานทำกันพอดี

แต่... สิ่งที่อยากแชร์ในวันนี้คือ .. อีเอ่ย อีโก้ ยิ่งมีมากเท่าใด ยิ่งเป็นสิ่งปิดกั้น ... มากเท่านั้น

คนที่มีอีโก้น้อยที่สุด คือ คนที่เรียนรู้ได้มากที่สุด เพราะหากมัวแต่คิดว่าตนเจ๋ง ตนเหนือใครเท่าไหร่ ยิ่งลืมไปว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เรายังไม่รู้ ... และมีคนที่เจ๋งกว่าเรา

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป กลายเป็นว่า ผู้บริหารหลายคน เกรงกลัวลูกน้อง เพราะสมัยนี้ คนมี EGO กันเยอะนั่นเอง

ส่วนเรา ก็ก้มหน้าก้มตา อ่านหนังสือ และเรียนรู้ต่อไป✌✌✌

240 Nameless Fanboi Posted ID:+dRlZ+tkd8

ตอน อาวุธทางการค้าของจีน

ความเดิมตอนที่แล้ว

สหรัฐมีความได้เปรียบมากเกี่ยวกับฐานความรู้ด้านฟิสิกส์เคมีซึ่งทำให้สามารถที่จะผลิตวงจรรวมหรือที่เรียกว่าชิบในขนาดที่เล็กมาก ล่าสุดคือ 7nm ซึ่งถ้าจีนถูกตัดความสำพันธ์ทางการค้า จะไม่สามารถผลิตวงจรรวมไฮเทครุ่นล่าสุดได้ ถึงแม้จีนจะทำ28nmได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าแค่โรงเดียวจะมีกำลังการผลิตเพียงพอตอบสนองความต้องการมือถือทั้งโลกแค่ไหน การถูกตัดอาจจะทำให้จีนไม่สามารถจะมีอุตสาหกรรมมือถือเลยทีเดียว หรือไม่งั้นก็ต้องทำมือถือห่วยๆออกมา

คราวนี้ต้องมาถามว่า แล้วการตัดขาดจะเกิดอะไรกับอุตสาหกรรมไฮเทคของสหรัฐ คำตอบคือแพงขึ้น

แต่ว่า มันอาจจะแพงขึ้น มากมากๆๆๆ ด้วยเหตุผลอันนี้

จีนเป็นเจ้าแห่งแร่ธาตุหายาก ซึ่งจำเป็นขั้นสุดยอดต่ออุตสาหกรรมวงจรรวม การจะผลิตวงจรรวมต้องมีแร่ธาตุหายากจำนวนมากปริมาณมาก คำว่าแร่ธาตุหายากเป็นคำเรียกรวมของแร่ธาตุสารพัดที่มันมีน้อยในโลก สำหรับอุตสาหกรรมวงจรรวมแร่ธาตุเหล่านี้ได้แก่ scandium, yttrium, lanthanum, cerium, praseodymium, neodymium, promethium, samarium, europium, gadolinium, terbium, dysprosium, holmium, erbium, thulium, ytterbium and lutetium มีคำกล่าวว่าจีนคือซาอุแห่งแร่ธาตุหายาก และจีนมีความรู้ในการสะกัดแร่ธาตุเหล่านั้นให้นำมาใช้งานได้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะให้เห็นภาพว่า เจ้าแห่งแร่ธาตุหายากนั้นมันมากน้อยขนาดไหน ขอแสดงภาพสามภาพนี้

ภาพที่หนึ่งเก็บข้อมูลถึงปี2009 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของการใช้แร่ธาตุหายาก และสัดส่วนของจีนในการผลิตแร่ธาตุหายากป้อนโลก ภาพที่สองแสดงถึงสัดส่วนแร่ธาตุหายากที่ค้นพบแล้วที่ฝังอยู่ในแผ่นดินของแต่ละประเทศ

ทั้งสองภาพแสดงให้เห็นชัดเจน ณ ตอนนี้การค้นพบส่วนมากไปพบที่จีนกับรัสเซีย จีนขายธาตุหายากเหล่านี้ในราคาไม่แพง และนั่นคือทำไมมือถือคุณมันถึงยังราคาถูกอยู่

ภาพที่สาม สหรัฐนำเข้าแร่ธาตุหายากสำหรับทำสารพัดอาวุธหรือสินค้าจากที่ไหน

ถามว่าสหรัฐหรือนานาชาติไม่พยายามเสาะหาแร่ธาตุจากที่อื่นหรือ? คำตอบคือกำลังพยายามอยู่

ถามว่าจีนเคยใช้การค้าแร่ธาตุหายากเป็นอาวุธทางการเมืองไหม? เคยใช้ ตอนที่ทะเลาะเรื่องเกาะกับญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน เคยหยุดขายให้ญี่ปุ่นไปสองเดือน

คราวนี้ ท่านๆคงจะเห็นภาพว่า อาวุธของจีนที่พระเจ้าให้มาและด้วยความรู้ในการสะกัดมันมาใช้งานได้ มันก็แรงไม่แพ้ความรู้ของสหรัฐเช่นกัน ถ้าซัดกันจริง ตัดขาดกันจริง ยังไม่แน่ว่าสหรัฐจะได้เปรียบชัดๆ

241 Nameless Fanboi Posted ID:2Rdy3PX1Uf

>>238 อ้าวเทรนด์ใหม่เหรอ กูนึกว่าเขาฮิตกันมานานแล้วนะนี่

242 Nameless Fanboi Posted ID:oN0BmXBxth

>>238 ผลจากอาหรับสปริงที่ชาวคริสต์ไปเสือก

243 Nameless Fanboi Posted ID:GGsBqbB0O7

>>238 ถ้ามีหมูที่นับถือคริสต์ อัลเลาะให้เย็ดมั้ยครับ

244 Nameless Fanboi Posted ID:+dRlZ+tkd8

ร้านชานมเย็นเจ้าประจำเอาป้าย QR Code แมวกวักกสิกรออกแล้ว วันนี้ไม่มีแบงค์ 20 มีแต่แบงค์พัน ต้องไปหาแลก … ถามคนขายเค้าบอกว่า ถ้ารับผ่าน QR Code จะโดนเก็บภาษี

…จบล่ะสังคม cashless

อยากให้เจ้าหน้าที่ไทยที่ทำเรื่องพวกนี้ไปดูงานที่จีนว่า 11 ปีก่อนเค้ามีแผน implement และ เปลี่ยน mindset ยังไง ไม่ได้มาเร่งรัดกันแบบเราในระยะแค่ปีเดียว สองปีแบบนี้

245 Nameless Fanboi Posted ID:+dRlZ+tkd8

วันเสาร์เข้ามาทำงาน office ถ้าเป็นคนอื่นคงเซ็งน่าดู วันหยุดแทนที่จะได้พักหรือไปเที่ยว สำหรับผมการได้ทำงานมีความสุขสุดละ 🙂 ยิ่งมองไปที่ปลายทางยิ่งมีความสุข

246 Nameless Fanboi Posted ID:+dRlZ+tkd8

เดี๋ยวนะ พวกมึงโกรธที่ มิสอเมริกา ล้อมิสเขมรกับมิสเวียดนาม เรื่องพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่พวกมึงหัวเราะชอบใจ รายการทอล์กกะเทย ของอีป๋อมแป๋ม ที่ล้อสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษไม่ชัด ของประเทศต่างๆ 4 - 5 ประเทศเนี่ยนะ ?

247 Nameless Fanboi Posted ID:CSnUD9JlRd

>>246 มึงรู้ได้ไงว่าคนเดียวกัน ไอ้โง่

248 Nameless Fanboi Posted ID:O0zL.8I9ms

แจกคนจน 500 บาทเนี่ย พอประทังชีพซื้อหวยซื้อเหล้า ซื้อเสียงคนจนด้วยภาษี ก็ใช้แค่ราวๆ 7000 ล้านฮะ

แต่คสช. 4 ปีที่ผ่านมา ใช้ภาษีซื้อเสียงสนับสนุนจาก
- ข้าราชการ (ทหารส่วนมาก)
- ศาล
- องค์กรอิสระ

ขึ้นเงินเดือนค่าตอบแทนเละเทะ เบ็ดเสร็จสะระตะ ถึงปีล่าสุด
ไม่มากไม่มาย รวมแล้ว

454,100 ล้านบาท

อ่านว่า สี่แสนห้าหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยล้านบาท

เท่านั้นเอง
รายจ่ายงบข้าราชการ เพิ่มจาก 24% เป็น 35% ของงบประมาณแผ่นดินเลยนะ

จะเอาเงินที่ไหนมาลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคและบ้านเมืองได้ ทีงี้ TDRI เอย นักวิชาการเสดสาดทั้งหลายเอย เงียบแบ๊ะๆ

อ้อ เงินพวกนี้ เข้ากระเป๋าพรรคพวกของ คสช. เองด้วยเพราะกินเงินเดือนเบี้ยประชุมหลายตำแหน่งมาก

ประเทศไทยไม่ได้จนขนาดนั้นจริงๆ นะ
เรามีเงินงบประมาณเหลือพอทำสวัสดิการสั่งคมทุกอย่างแหละ
แต่คนไปเกรี้ยวกราดกับสวัสดิการว่าขาดทุน โดยไม่ยักมองว่า เราจ่ายเงินอุดหนุนให้พวกคนที่ไม่ควรได้เงินยิ่งกว่า แบบนี้ ไปเยอะเท่าไรแล้ว

ขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทน ประธานศาลและองค์กรอิสระ ที่รับเงินเดือนเป็นแสนๆ อยู่แล้ว เอย
ขึ้นเงินเดือน สนช. ที่โดดประชุมเป็นว่าเล่น เอย

ถ้าตัดงบพวกนี้น่ะนะ จะแจกคนจนเดือนละห้าร้อยบาท ก็แจกได้จนครบวาระสี่ปีรัฐบาลปกติเลย หรือจะเอาไปจ่ายให้งบบัตรทอง งบเงินเดือนปีเดียวก็จ่ายบัตรทองได้ครอบคลุมไปอีกสี่ปี

ใครอย่ามาหาว่าเป็นงบคนละส่วนอีกล่ะ

https://ilaw.or.th/node/4961

249 Nameless Fanboi Posted ID:3Je3G.KZFy

>>248
ไม่เชื่อครับขอหลักฐานด้วย

250 Nameless Fanboi Posted ID:kvS8RlKM4H

ในบรรดาผู้เข้าประกวด Miss Universe ปีนี้ คนที่ฉันผิดหวังสุดคือ Angela Ponce สาวประเภทสองจากเสปน

คือ ก่อนเข้ากองประกวด กระแสนางดีมาก ได้ออกข่าวเยอะ ว่านางคือกะเทยคนแรกบนเวทีหญิงล้วน ผู้คนก็คาดหวังว่า ต้องเจ๋ง ต้องเด็ด เพราะกะเทยเป็นเพศที่ขึ้นชื่อเรื่อง "จริต ความแรง ความเลิศ ลีลาการเดินต้องเด็ดแน่ๆ" เพราะมีตัวอย่างจากกะเทยหลายคนบนเวทีเดินแบบ เช่น เจ๊ม้า เจ๊รูพอล ฯลฯ

แต่พอถึงเวลาเข้ากองประกวดจริงๆ "กริบจ้า" กระแสนางหายไปเรื่อยๆ เพราะนางไม่พรีเซ้นตัวเองเลย คือแบบว่า "นางแอ๊บหวานว่ะ" ทำตัวเรียบร้อย หงิมๆ แอบอยู่หลังเพื่อนๆ ไม่เล่นกล้อง ไม่อะไรทั้งนั้น
ตอนประกวดบนเวทีก็ธรรมดามาก เดินธรรมดา โพสต์ท่าธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น กลายเป็นว่าพวกผู้หญิงแท้ๆพากันแรง จริตมาเต็ม พรีเซ้นตัวเองสุดๆแทน

สรุปเวทีนี้ กะเทยแอ๊บหวานเป็นกุลสตรี แต่ผู้หญิงแอ๊บแรงเป็นกะเทย

จนตอนนี้ผู้คนลืมไปแล้วว่ามีนางร่วมประกวดด้วย สื่อต่างๆก็ไม่สนใจนาง แม้แต่กะเทยด้วยกัน ก็แทบไม่มีใครเชียร์นางแล้ว

อ้อ ยังไม่นับเรื่องที่โครงหน้าและสรีระนางยังดูเป็นผู้ชาย ยังไม่ละมุน ไม่เนียนนี

251 Nameless Fanboi Posted ID:hzkRLwH3FJ

>>250 ขยะประจำเวที ชนะ MU Spain มาได้เพราะเป็นกะเทย สวยตรงไหนวะไอ้เหี้ย วินมอเตอร์ไซค์​ในซอยกูบางคนยังหน้าหวานกว่าเลย

252 Nameless Fanboi Posted ID:kvS8RlKM4H

Surada Khowfang Srirakhun เพื่อนเราเคยโดนค่ะลากเข้าไปใต้สะพานเลิกโอทีมา​ ใต้สะพานคลอง2ต้นนุ่นผู้ชาย5คน​ เพื่อนทำงานโรงงานในนิคมลาดกระบังค่ะ​ ด้วยความที่นางกลัวตาย​ นางบอกคนร้ายว่า​ พี่ๆๆใจเย็น​ๆไม่ต้องแย่งกันได้ทุกคนผลออกมายังไงรู้ไหมค่ะ​ คนร้ายทิ้งนางไว้ใต้สะพานค่ะ​ นางนั่ง​ งงอยู่พักใหญ่​กดโทรศัพท์​ให้เราออกมารับ​ ทั้งร้องไห้ทั้งพูด​ คนร้ายคิดว่านางเป็น​โรคติดต่อร้ายแรงค่ะ​ เลยไม่ทำอะไรนาง​ พอนางเล่าให้เราฟังจบ​ เราทั้งขำทั้งสงสารสภาพนางยับยู่ยี่เสื้อผ้าหน้าผม​ มีอย่างที่ไหนบอกคนร้ายใจเย็นๆไม่ต้องแย่งกันได้ทุกคน​ ตกใจแบบเพื่อนเรารับรองรอดค่ะ​ ห้ามขัดขืน

253 Nameless Fanboi Posted ID:5BTe9mHnMO

>>249 Ilaws เลย

254 Nameless Fanboi Posted ID:db6knAieI7

"ผมรู้ว่า การเมือง กทม. ยึดกระแสเป็นหลัก จึงเน้นใช้สื่อ ป้ายเยอะเข้าไว้ นโยบายไม่ต้องมากให้เลอะเทอะ คน กทม. เขายุ่งกับการทำมาหากิน บางทียังจำไม่ได้ด้วยซำ้ว่า ผู้ว่า กทม. ชื่ออะไร ?เลือกตั้งครั้งนั้น ผมได้ 300,000 กว่าคะแนน คนตกใจไม่คิดว่าจะได้มากขนาดนั้น เพื่อนฝูงเสียพนันรถกันเป็นคันๆ เพราะคิดว่ายังไงเสียก็ได้ไม่เกิน 100,000"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

255 Nameless Fanboi Posted ID:oZspyFmnk3

>>250 ทำไมต้องสร้าง stereotype ว่ากระเทยต้องมีบุคลิกแบบนั้น ผู้หญิงแท้ต้องบุคลิกแบบนี้ด้วยครับ ไม่ PC เลย

256 Nameless Fanboi Posted ID:Zkt3eZ5xLV

จริงๆบ้านกูใกล้เมืองทองมากนะ แต่การออกจากบ้าน มาหาแท็กซี่โบกไปเมืองทอง ตอนตี4 แม่งยากมากๆ เลยกะว่าจะหาห้องเช่ารายวันในเมืองทอง คืนละ 400 - 500 นอนคืนนี้ แต่โทรไป 20 เจ้า แม่งห้องเต็มทุกเจ้าจ้า กะเทยแห่จองเต็มหมดทุกห้องในเมืองทอง
บรรยากาศในเมืองทองคืนนี้ คงจะเห็นกะเทยแต่งชุดนอนแบบ เจ๊แต๋ว เจ๊การ์ตูน เจ๊มดดำ เจ๊พะยูน ออกมาวิ่งส่งเสียง อร้ายๆ อีดอกๆ ตามคอนโดต่างๆเต็มไปหมด

257 Nameless Fanboi Posted ID:Zkt3eZ5xLV

"Work Remote อิสระมากแต่ต้องโฟกัส"
.
มีครั้งหนึ่งที่ Warren Buffett และ Bill Gates สองมหาเศรษฐีไปกินข้าวด้วยกันที่บ้านของ Bill Gates

พ่อของ Bill Gates ถาม Warren Buffett และ Bill Gates ถ้าเกิดให้บรรยายสิ่งที่คุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้คุณประสบผลสำเร็จที่สุดในชีวิตในวันนี้ เพียงคำตอบเดียวและเขียนลงในกระดาษคุณจะเขียนว่าอะไร

ทั้งสองก็เขียนพร้อมกัน คำตอบของทั้งสองคนเขียนคำตอบเหมือนกันเลย คือ "Focus" สิ่งนี้สำคัญที่สุด

เนื้อหาคัดมาจาก "Warren Buffett กับ 10 สิ่งที่เราควรลงทุนมากกว่าเงิน" ฟังเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ครับ

Photo by Matthew Henry from Burst

258 Nameless Fanboi Posted ID:4FamTOWo0n

>>257 อยากเป็นเหมือนWarrenกับบิล ต้องแดกแมคครับ

ปู่วอร์เรนแดกแมคเป็นอาหารเช้าทุกวันตลอดชีวิตทำงาน แถมดื่มเชอร์รี่โค้กวันละสองลิตร

ส่วนเกตส์แอบแดกบิ๊กแมคเป็นข้าวเที่ยงที่ทำงานบ่อยๆ เพราะเมียไม่ให้กินที่บ้าน

259 Nameless Fanboi Posted ID:quV8nitD7r

>>258 ทรัมป์ก็แดกแม็คกะโค้ก 5555

260 Nameless Fanboi Posted ID:cUBh/aLEg0

#ช่วงไลท์โค้ดมิตรสหายท่านนึง

เคยพร่ำสอนรุ่นน้องไปว่า "เอ็งอยากเป็นคนทำงานหรืออยากเป็นดารา"

แกตอบมาว่า "ผมอยากเป็นทั้งคนทำงาน เป็นทั้งดารา เป็นทุกอย่างนั่นแหล่ะพี่ ผมจะเป็นอัลไลก็ได้เพราะผมโตแล้ว ไม่ต้องมาสอนผม"

ตอนนั้นเราตาสว่างเลย ว่าคนรุ่นเก่ากว่าอย่าไปสต้าฟความสามารถคนรุ่นใหม่ผ่านการตักเตือนอ่ะครับ ให้ชมเขาดีกว่า ^^

261 Nameless Fanboi Posted ID:cUBh/aLEg0

#ช่วงหมอดูมิตรสหายท่านนึง

หากคุณเป็นคนจ้างงานคนอื่น คุณสามารถดูลักษณะนิสัยคนผ่านขนาดฟ้อนท์ที่คุณจ้างงานงานได้ดังนี้

ใช้ฟอนต์ 14 ป้อยท์ = เป็นคนซื่อสัตย์ คำไหนคำนั้น ขี้เกรงใจคนอื่น ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบได้แต่ไม่ยอมเอาเปรียบคนอื่น

ใช้ฟ้อนต์ 16 ป้อยท์ = เป็นคนมั่นใจในตัวเอง ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ ยอมหักไม่ยอมงอ

ใช้ฟ้อนต์ 20 ป้อยท์ ขึ้นไป = มีทีท่าว่าจะถูกจ้างงานแค่ครั้งเดียว - -"

262 Nameless Fanboi Posted ID:Zkt3eZ5xLV

ครั้งหนึ่งต้องเดินตากฝนเพื่อเรียกแท๊กซี่
โบกแท๊กซี่กี่คันก็ไม่มีคันไหนไป

เดินๆ อยู่ จึงนึกขึ้นได้ว่า แถวนั้นมันมีปั๊มแก๊สแท๊กซี่นี่หว่า
ในใจกะว่าไปเรียกแม่งในปั๊มแก๊สนี่แหละ แหล่งแท๊กซี่เลย
อย่างน้อยมึงก็อ้างไม่ได้ว่าจะไปเติมแก๊ส

เราก็ยอมเดินตากฝนเลยไปอีกหน่อยเพื่อไปปั๊มแก๊ส
แท๊กซี่เพียบ
เดินไปคันที่กำลังเติมแก๊ส
"พี่ๆ ไปดอนเมือง"
คนขับแท๊กซี่หันกลับมาและตอบอย่างลื่นไหลว่า
"ไม่ไปอ่ะน้อง ต้องไปเติมแก๊ส"
กูขึ้นเสียงสวนเล้ย
"แต่...พี่กำลังเติมแก๊สอยู่!"

ไอ้สัด...อย่างกับซิทคอม
เคยชินสินะ

สุดท้ายพี่แกก็ต้องยอมไป

#เรียกแท๊กซี่อย่าลืมปั๊มแก๊ส

263 Nameless Fanboi Posted ID:fCfPD57KrQ

ตามอ่านข่าวนี้ เห็นได้ขัดว่าชัดความคิดคนไทยบางส่วน ชอบด่าคนโวย ชอบด่าคนตัวเล็กลุกขึ้นมาโวย จะโดนด่าว่าโวยทำไม บ้าหรือเปล่า

โดยไม่รู้เลยว่าสิทธิของคนตัวเล็กตัวน้อยที่เรามีๆกันเนี่ย มันได้มาจากการลุกขึ้นโวยทั้งนั้น

ไม่แปลกใจว่าทำไมเมืองไทย คนขายสามารถเอาเปรียบคนซื้อยังไงก็ได้ แปะคำแบบ”ภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้น”ตัวจิ๋วๆลงไป ก็ใส่ภาพเกินจริงยังไงก็ได้ไม่ผิด ซื้อรถซื้อบ้านมีดีเฟคไม่มีใครรับผิดชอบ ต้องมาเที่ยวทุบรถ มาทาบ้านสีดำ ทำกันเองไม่มีใครคุ้มครองก็เพราะคิดกันแต่แบบนี้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

264 Nameless Fanboi Posted ID:DNLma7LJxV

เกลียด moment ที่แบบ มองไลน์ตลอดเวลา ไม่ชองตัวเองที่เป็นแบบนี้ เวลา noti ต้องรีบเปิดแล้วลุ้นว่าเป็นคนที่เราคาดหวังจะพิมพ์กลับมาไหม ไม่ชอบความรู้สึกเหงาทั้งๆที่ตอนแรกก็ไม่มีสิ่งนี้อยู่

ไม่อยากชอบใครเพราะไม่ชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกตกเป็นรอง แน่นอนมันแลกความรู้สึกดี เวลาที่ได้คุยกัน แต่ก็นั่นแหละ แค่อยากอธิบายความรู้สึกเฉยๆ

265 Nameless Fanboi Posted ID:ZZB7hL0lns

>>261 กูใช้ฟ้อนท์ 20 พ้อยท์ มีงานทำตลอด
ที่ต้อง 20 เพราะลูกค้ากูคือคนมีอายุสายตาไม่ค่อยดี

266 Nameless Fanboi Posted ID:DNLma7LJxV

มั่นใจว่าหลายคนคงเคยดูหนังโป๊เกย์แนว "เกย์ไปตะเวนจ้างผู้ชายแท้ตามท้องถนน ให้มาเอากัน"
แน่นอนว่า 100% นั้นเป็นการจัดฉาก ผู้ชายเป็นนักแสดงที่ทีมงานจ้างมา ไม่ได้เป็นชาวบ้านตามท้องถนนจริงๆ
ซึ่งเรื่องล่าสุด พัฒนาไปไกลอีกขั้น คือมี Story ด้วยจ้า! แบบว่า ชายหญิงคู่นึงเป็นแฟนกัน มานั่งพรอดรักกันอยู่ในสวน แล้วเกย์ก็เข้าไปทักทาย ขอจ้างผู้ชายไปเย็ด
ปรากฏว่า ผู้ชายเห็นแก่เงิน ยอมตอบตกลง ฝ่ายผู้หญิงโกรธมาก ผัวก็บอกว่า ทำแค่นี้เองไม่เห็นเป็นไรเลย ได้เงินด้วยนะ อีเมียเลยด่าผัวหีแหก ตบตี แล้ววิ่งหนีไปเลย จากนั้นผัวก็ไปเอากับเกย์ แล้วรับเงินค่าจ้าง จบ

267 Nameless Fanboi Posted ID:EidEaHt38V

>>266 # NTR # cheating

268 Nameless Fanboi Posted ID:M1kh.oq31.

หลายคนถามเรื่องการเปิดบริษัท ทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จะเริ่มได้เมื่อไหร่ ต้องลาออกจากบริษัทก่อนมั้ย.. คำตอบของผมคือ..

“เริ่มได้เลย!!”
.

เริ่มทั้ง ๆ ที่ยังทำงานประจำอยู่เนี๊ยะนะ!?
.

ใช่! เริ่มเลย! ทำงานไปด้วยทำธุรกิจไปด้วย ดีจะตาย!
.

ธุรกิจที่ผมทำอยู่ก็เริ่มแบบนี้ ขณะที่กำลังทำงานประจำ ผมก็เริ่มธุรกิจของตัวเองไปด้วย
.

ข้อดีของการทำธุรกิจแบบ “side project” คือคุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเงิน คุณสามารถทำธุรกิจในแบบที่คุณต้องการได้ ยาวนานเท่าไหร่ก็ได้ จริงอยู่ที่คุณจะไม่มีแรงกดดันให้ทำงานอย่างตั้งใจ แต่ผมคิดว่า การทำงานที่เรา “เชื่อ” มันจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีกว่า แรงกดดัน มันจะพาคุณไปพบกับอะไรที่แตกต่าง ดีกว่าการทำงาน “เพื่อเงิน” เหมือนธุรกิจอื่น ๆ และแน่นอนมันจะนำมาซึ่งความสุขในการทำงานอย่างที่คุณไม่เคยรู้สึกมาก่อน..
.

ในทางตรงกันข้าม.. ถ้ามันไม่ work ก็เลิก! ง่ายจะตาย.. (ซึ่งเชื่อผมว่า ถ้าคุณทำงานตามความฝัน คุณจะยอมแพ้กับมันได้ยากมาก)
.

วันนี้อ่านบทความหนึ่งทำให้เพิ่งรู้ว่ามีบริษัทมากมายที่เริ่มต้นมาจากการเป็น side project มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น Apple, Under Armour, Houzz, Etsy, Instagram, Udemy.. ก่อนหน้านี้ผมมีบริษัทหนึ่งเป็นไอดอลในการทำ side project นั่นคือ “Unsplash”
.

Unsplash เว็บไซต์แจกรูปความละเอียดสูง “ฟรี” เริ่มต้นจากบริษัทเอเจนซี่ที่กำลังขาดทุนและมองว่าภาพที่ถ่ายให้ลูกค้าเป็นร้อย ๆ รูปนั้นกลับใช้จริงแค่ไม่กี่สิบรูป..
.

แล้วรูปที่เหลือ ๆ จะทิ้งทำไม?
.

เค้าเลยนำรูปเหล่านั้นมาโพสขึ้นเว็บไซต์ให้คนดาวน์โหลดฟรี! ส่วนรายได้น่ะหรอ? ไม่มี! ไม่ได้คิด!!
.

ผู้คนชอบเว็บไซต์นี้มาก และเข้ามากันทุกวัน เพื่อดาวน์โหลดรูปภาพ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนขอติดต่อช่างภาพเพื่อจ้างให้ไปถ่ายภาพ
.

และนี่ล่ะคือช่องทางรายได้..
.

จากนั้นไม่นาน Unsplash จึงกลายเป็นเว็บไซต์รวมภาพสวย ๆ จากตากล้องมืออาชีพมากมาย ตอนนี้แตกออกไปเป็นแอพมือถือ มีการร่วมมือกับแอพออกแบบอย่าง canva และอื่น ๆ อีกมากมาย
.

ทุกอย่างเริ่มต้นจากความไม่พร้อม
.

เพราะจะให้พร้อม 100% คงต้องรอถึงชาติหน้า แต่ความพร้อมที่ดีที่สุดคือต้องพร้อมรับมือ และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง
.

อย่างที่พี่ป้อมภาวุธเคยบอกผม.. อยากทำอะไร.. “ทำเลย!”

269 Nameless Fanboi Posted ID:cS/YTFNGNa

Asking an atheist why they celebrate Christmas is like asking why someone who doesn't want kids still wants to have sex.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

270 Nameless Fanboi Posted ID:To8QffD9Rz

>>268 แกะดำป่าววะมิตรสหายท่านนี้

271 Nameless Fanboi Posted ID:xHR9qHyTOG

The Invisible Economist
Page Liked · 5 hrs ·

เรื่องย้อนแย้งหนึ่งคือว่า เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ใช้คณิตศาสตร์หนักมาก แต่เพื่อไม่ให้นักเรียนยึดติดกับสมการเกินไปจึงต้องย้ำให้นักเรียนอธิบายด้วยภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย
.

อีกนัยหนึ่งคือ การที่เราอธิบายด้วยภาษาทั่วไปได้แปลว่าเราเข้าใจเรื่องราวในแบบจำลองชัดเจน ไม่ใช่แค่ว่ามันจริงเพราะสมการบอกว่าจริง
.

อย่างไรก็ดี เพราะพยายามอธิบายด้วยภาษาคนง่ายๆ คนทั่วไปจึงชอบมองว่านักเศรษฐศาสตร์ "มั่ว" พูดจาลอยๆ เป็นประจำครับ ทั้งที่ความจริงแล้วคือมีสมการวิ่งๆอยู่ในหัวว่าอะไรส่งผลอะไรแค่ไหน
.

แค่มีคนมาถามว่าขึ้นดอกเบี้ยแล้ว GDP จะลดลงหรือไม่ คำตอบมีเยอะมากเลยนะครับ และแต่ละคำตอบขึ้นอยู่กับข้อสมมติพื้นฐานที่เราใช้ด้วย
.

_________________________

เนื้อหา ม.ปลาย -- อัตราดอกเบี้ยไม่ส่งผลต่อการบริโภค โดยมองว่าการบริโภคขึ้นกับรายได้เท่านั้น
.

เนื้อหา ป.ตรี -- อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อการบริโภคระหว่างสองช่วงเวลา ผ่านแรงจูงใจในการออม ผลกระทบขึ้นกับว่าเป็นผู้กู้หรือผู้ออม
.

เนื้อหา ป.โท -- อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อการบริโภคระหว่างสองช่วงเวลาใดๆ ผ่านแรงจูงใจในการออม และการบริโภคอาจถูกกำหนดด้วยความสามารถในการกู้เงินด้วย
.

เนื้อหา ป.เอก -- อัตราดอกเบี้ยส่งผลต่อการบริโภคระหว่างสองช่วงเวลาใด และขึ้นอยู่กับว่าเป็นสินค้าประเภทไหน สินค้าคงทน (เครื่องใช้ไฟฟ้า รถ บ้าน) หรือ สินค้าใช้แล้วหมดไป (อาหาร น้ำมัน) ร้านค้าปรับตัวการผลิตอย่างไร แรงงานและราคาวัตถุดิบแต่ละชนิดปรับตัวอย่างไร การนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบและสินค้าเพื่อการบริโภคเป็นอย่างไร ทั้งหมดส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมแค่ไหน
.

272 Nameless Fanboi Posted ID:RQuzYOlqtR

>>271 social science is not science

273 Nameless Fanboi Posted ID:KTNKbotly9

"เอาจริงๆ ตอนนี้ผมสูญเสียความหวังและความฝันที่ว่าวันหนึ่งมนุษย์จะพยายามเข้าใจกันไปหมดแล้วล่ะนะครับ การพยายามทำความเข้าใจกันและกันมันมีกำแพงขวางอยู่เสมอ บ่อยครั้งกำแพงนั้นมันคือประสบการณ์ทางชนชั้นที่สะสมมาตลอดชีวิต อีลิตไม่มีทางเข้าใจคนจนอย่างแท้จริง และคนจนก็ไม่มีทางเข้าใจอีลิตอย่างแท้จริง อีลิตจะกลายเป็น positive inpiration porn ของคนจน คือฉันจะเป็นอย่างนั้นให้ได้ ส่วนคนจนก็จะกลายเป็น negative inspiration porn ของอีลิต คือฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นอย่างนั้น

แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีในทางกลับกันด้วย คนจนที่หมดปัญญาจะยกระดับตัวเองจะเกิด reaction formation หรืออาจเรียกว่าภาวะองุ่นเปรี้ยว คือจริงๆ อยากเป็นอีลิต แต่เป็นไม่ได้เลยทำให้อีลิตกลายเป็น negative inspiration porn ของตนเอง เช่น ฉันไม่อยากรวยหรอก คนมากมายมีเงินล้นฟ้าแต่ไม่มีความสุข และอีลิตที่พอจะมีไอเดียเรื่องความเท่าเทียมอยู่บ้างก็อาจเอาคนจนเป็น positive inpiration porn ของตนเอง คือพยายามทำตัวยากจน จนบางครั้งก็เล่นใหญ่ไปหน่อย และคนจนเห็นแล้วก็ส่ายหน้า ว่ามึงไม่เข้าใจสารัตถะของความจนสักนิดเดียว

สภาพทุเรศทุรังเช่นนี้มันเกิดขึ้นได้ก็เพราะสังคมมีความเหลื่อมล้ำสูงจนคนในสังคมเดียวกันไม่อาจมีจุดร่วมอะไรในการเข้าใจวิถีชิวิตของกันและกันได้เลย แต่ละชั้นต่างถูกกักขังไว้ในกรงชนชั้นที่ตนเองเติบโตมา ณ จุดนี้ ผมคิดว่าหนังสือ The Broken Ladder: How Inequality Affects the Way We Think, Live, and Die นำเสนอชื่อหนังสือได้อย่างตรงกับแก่นสารในใจผมขณะนี้ได้ดีที่สุด (ซึ่งกูไม่รู้ว่าอ่านจบแล้วจะตรงไหม เพิ่งซื้อมาได้สองวัน) คือ ความแตกต่างขนาดนั้นมันทำให้บันไดหัก และบันไดที่หักนี้ไม่ใช่แค่ทำให้แต่ละชั้นไม่สามารถเชื่อมถึงกันทางกายภาพ แต่มันยังทำให้เชื่อมถึงกันทางทัศนคติก็ไมไ่ด้ด้วย เพราะอย่างที่บอก เรางอกมากจากคนละหลุมโดยสิ้นเชิง

ผมคิดว่าทั้งหมดนี้นั้น สิ่งที่สำคัญคือการคิดว่าเราจะพาสังคมไปทางไหนให้คนมันเข้ามาอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้เข้าใจกันให้มากขึ้น คือการตระหนักถึงโครงสร้างสังคมที่มีส่วนต่อการกำหนดว่าคนคนหนึ่งจะกลายเป็นคนอย่างไร ไม่ใช่มาเห็นกันเป็น positive/negative inspiration porn ของกันและกันแล้วก็ดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไปเพื่อทำตาม inspiration นั้นๆ เพราะสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูงเกินไปมันจะทำลายสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พลเมืองทุกหมู่เหล่าควรมีเพื่อเป็นพลังไว้ต่อรองอำนาจกับรัฐบาล นั่นก็คือความไว้วางใจซึ่งกันและกันในหมู่พลเมือง"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

274 Nameless Fanboi Posted ID:P6R1gGtzEO

"ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการสร้างสวัสดิการกับการแจกเงินมั่วๆซั่วๆมันไม่เหมือนกัน

ไม่ใช่พอเห็นนโยบายอะไรที่ชาวบ้านจะได้เงินก็เอาแต่ด่าๆๆ ท่องคาถาให้เบ็ดอย่าให้ปลาอยู่นั่นแหละ ทุกวันนี้ปลามันอยู่ในบ่อของเศรษฐีหมด ชาวบ้านได้เบ็ดแล้วจะเอาไปทำห่าอะไรได้ สุดท้ายก็เอาเบ็ดไปจำนำหมดนั่นแหละ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

275 Nameless Fanboi Posted ID:z.iDS49p9n

พี่โจวและน้องๆ ทีมงานอู๋ม๋งต๊ะทุกคนขอให้กำลังใจท่านเปรมชัย ผ่านพ้นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงนี้ไปให้ได้อ่ะครับ ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรง และพวกเราจะยืนหยัดเคียงข้างท่านเสมออ่ะครับ /\
https://www.thairath.co.th/content/1448816?fbclid=IwAR387eDnOU3HfIn9pB4esav6T4bzuKyt2aoHW1mWVTKMBjkgege56W7D2M0

276 Nameless Fanboi Posted ID:uI/dVDBJph

>>273 คอมมูแบบจีนคือคำตอบ ดูฟ่านปิงๆ เป็นตัวอย่าง

277 Nameless Fanboi Posted ID:e9vZLAFUnj

ของขวัญห้ามให้เพื่อนคนไทย

ในอดีตวันปีใหม่ คนไทยมักออกไปทำบุญตักบาตรที่วัด รวมถึงไปรดน้ำผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพ จนกระทั่งสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่กำหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันปีใหม่ เพื่อความสะดวกในการติดต่อกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งนับแต่นั้นมา การเฉลิมฉลองปีใหม่ตามแบบวัฒนธรรมตะวันตกก็เริ่มแพร่หลายในสังคมไทย รวมถึงประเพณีการมอบของขวัญปีใหม่อีกด้วย

ซึ่งคนไทยจะหลีกเลี่ยงการมอบของขวัญที่สื่อความหมายไปในแง่ร้าย ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเช็ดหน้าที่สื่อถึงความโศกเศร้าหรือของมีคมที่อาจไปทิ่มแทงผู้รับ และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือ การให้เหล้าซึ่งแฝงความหมายอัปมงคลอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อถึงโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโรคตับแข็ง โรคหัวใจล้มเหลว เป็นต้น สื่อถึงความสัมพันธ์ที่เลวร้ายระหว่างคนในครอบครัว และยังหมายถึงความยากจน หมดเนื้อหมดตัวจากการติดเหล้าอีกด้วย

ดังนั้นสำหรับคนไทยการ “ให้เหล้า” จึงเท่ากับเป็นการ “แช่ง” ผู้รับ ไม่ควรอย่างเด็ดขาด !

ให้เหล้าเท่ากับแช่ง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

278 Nameless Fanboi Posted ID:rET5iBZi1+

เรื่องยาว ไม่มีเวลาอย่าเสียเวลาอ่าน

เรียนคุณนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธ.กรุงไทย

ผมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นลูกค้าของธนาคารคุณมาเป็นเวลาหลายปี รวมถึงหน่วยงานที่ผมเป็นผู้บริหารก็เป็นลูกค้าของคุณ

เมื่อสี่ปีกว่าธนาคารของคุณได้ทำการอายัดบัญชีของผม โดยที่ผมไม่ได้ฉ้อโกงหรือผิดสัญญาใดๆกับธนาคาร และไม่ได้กระทำความผิดกฏหมายใดๆที่ให้อำนาจธนาคารอายัดบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน ค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด ฯลฯ

เพียงแค่ 2 วันหลังจากที่มีทหารกลุ่มหนึ่งเข้ายึด(ปล้น)อำนาจและออกคำสั่งให้ผมไปรายงานตัว แล้วผมไม่บ้าจี้ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คณะทหารกลุ่มนี้จึงออกคำสั่งให้ธนาคารต่างๆ รวมถึงกรุงไทยอายัดบัญชีของผม ซึ่ง จนท ธนาคารกรุงไทยก็รีบดำเนินการตามกลุ่มคนกลุ่มนั้นโดยทันที

เมื่อสัปดาห์ก่อน คณะทหารดังกล่าวได้ออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งอายัดบัญชีธนาคารของผมและบุคคลทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง (ประกาศ คสช ที่ 22/2561) ผมได้รออยู่หลายวันเพื่อให้กระบวนการยกเลิกการอายัดบัญชีซึ่งควรเกิดขึ้นเองภายในองค์กรของคุณได้ดำเนินการ แต่ปรากฏว่า เมื่อผมติดต่อขอดำเนินการธุรกรรมทางการเงิน ทางกรุงไทยไม่ได้มีการดำเนินการใดๆตามประกาศ คสช ฉบับ 22/2561 และเมื่อผมติดต่อก็มีการโยนเรื่องมาที่สาขาที่ผมเปิดบัญชี และเมื่อผมไปที่สาขาที่เปิดบัญชี ก็ได้รับแจ้งว่าเขาไม่มีอำนาจต้องติดต่อสำนักงานใหญ่ และเมื่อผมติดต่อไป ทางนั้นแจ้งว่าไม่ทราบคำสั่งยกเลิกการอายัดบัญชี ผมจึงได้แจ้งข้อมูลให้ไปสืบค้นดู จนล่าสุดทางสำนักงานใหญ่ได้โทรมาแจ้งว่าบัดนี้บัญชีของผมได้ปลดล็อคการทำธุรกรรมแล้วผมสามารถไปที่ธนาคารเพื่อดำเนินการได้แล้ว

หลังเลิกงานผมจึงไปกรุงไทยที่ห้างหลักสี่พลาซ่าช่วงเวลาห้าโมงเย็น ซึ่งยังคงเปิดให้บริการจนถึงค่ำ แต่ก็ถูกปฏิเสธอีกว่าบัญชียังถูกระงับ และขอให้ผมกลับไปประสานกับทางสาขาที่ผมเปิดบัญชี ผมจึงได้แจ้ง จนท ว่าผมขอปฏิเสธแนวทางที่แนะนำมาเป็นครั้งที่สองนี้ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผมอีกต่อไป แต่เป็นปัญหากลไกของธนาคารที่ขาดความเป็นมืออาชีพ ไม่ Proactive ทันทีที่คำสั่งอายัดบัญชีคุณทำงานทันที แต่พอปลดอายัดคุณบอกไม่รู้เรื่อง เมื่อลูกค้าติดปัญหาคุณโยนลูกค้าเป็นลูกฟุตบอลไปมา ผมจึงตัดสินใจแจ้ง จนท ธนาคารว่า ผมจะไม่ไปที่สาขาหรือสำนักงานใหญ่อีก เป็นภาระของคุณหรือใครก็ได้ในธนาคารที่จะดำเนินการภายในให้เรียบร้อย จนมั่นใจว่าความไร้ประสิทธิภาพภายในองค์กรคุณต่อปัญหานี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงค่อยโทรประสานงานที่ผม เพราะผมเสียเวลากับเรื่องนี้ไปหลายวันและเสียความรู้สึกต่อองค์กรคุณอย่างยิ่ง

ผมขอเรียกร้องให้คุณแสดงความเป็นมืออาชีพ แก้ไขปัญหานี้ไม่เฉพาะเคสของผม แต่รวมถึงทุกคนที่คุณอายัดบัญชีตามคำสั่งคสช เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะไม่ได้เผชิญปัญหาอันเนื่องมาจากความไม่เป็นมืออาชีพขององค์กรคุณเฉกเช่นที่ผมเจออยู่ ณ เวลานี้

สมบัติ บุญงามอนงค์
ลูกค้าที่คุณอายัดบัญชีทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดกฏหมาย

279 Nameless Fanboi Posted ID:rET5iBZi1+

อ่านเคสจากจดหมายข่าวการแพทย์ลอนดอนเคสนี้แล้วสยองมาก

1. เหตุเกิดวันที่ 8 กันยายน Victor Janson เด็กหนุ่มวัย 16 อยู่ในครัว จากนั้นเพื่อนก่อนเอามีดปลายแหลมมาหยอกล้อท้าให้แย่งมีด

2. Victor เลยเข้าไปแย่งมีดกระชากออกจากมือของอีกฝ่าย แต่ดึงแรงไปหน่อยเลยจิ้มตัวเอง ตอนแรกไม่เจ็บ เลยนึกว่าแค่เสื้อขาด เลยวางมีดไว้แล้วเดินออกไปข้างนอก

3. สักพักก้มไปมองเสื้อ เสื้อชุ่มเลือด เลยอ้วกออกมาแล้วล้มลงกับพื้น มีคนตามหมอมาดูก็รีบทำแผลส่งรพ. เลือดพุ่งออกมาสีแดงสดชุ่มโชก พอไปถึงรพ.ก็มีอาการช็อค พอตรวจร่างกายเจอแผลที่หน้าอกตรงระหว่างซี่โครงซี่ที่4-5 พอขยับตัวทีนึงเลือดก็พุ่งปรี๊ดๆออกมาเป็นสาย แต่ถ้าให้นอนนิ่งๆเลือดก็จะหยุดไหล ตรวจร่างกายแล้วเลือดน่าจะท่วมปอดซ้าย

4. หมอเลยจัดการรักษาอยู่สี่วัน จัดการผ่าเส้นเลือดเอาเลือดออกจากตัว เอาปลิงดูดเลือดจากรอบก้น เอามือเอาเท้าแช่น้ำร้อน Victor ก็ไม่ดีขึ้น ดูเหนื่อยเพลียขึ้นเรื่อยๆ หน้าอกขยายขึ้นเรื่อยๆ

5. หมอเลยเอาเครื่องมือสอดจิ้มเข้าไปในแผลดู

6. แล้วเลือดก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสูงเป็นเมตร หมอรีบเอานิ้วจิ้มอุดเอาไว้

7. Victor เพลียลงเรื่อยๆ 3 วันต่อมาก็เกิดอาการเพ้อ ลุกขึ้นบนเตียง ร้องออกมา ...ก่อนจะสิ้นใจตาย

ผ่าชันสูตรสรุปว่ามีแผลที่หัวใจห้องซ้ายล่าง เจอแทงหัวใจ ก็เลยตายหลังจากเกิดเรื่องไปแล้ว9วัน โหดมาก

ที่มา London Medical Gazzette หน้า 729-730 ปี 1828

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า มีดและของมีคมนั้นอันตราย เป็นไปได้อย่าเอามาเล่นสู้กัน

280 Nameless Fanboi Posted ID:rET5iBZi1+

หลายคนเข้าใจมาร์กซิสผิดไปอย่างรุนแรง

เหล่าผู้นำในอดีตที่อ้างถึง Communist Manifesto ของมาร์กซและอังเคล มาใช้ขับเคลื่อนประเทศไม่ว่าจะเป็น เลนิน, เหมาเจ๋อตุง, โฮจิมิน, ฟิเดล คาสโตร ฯลฯ

แนวคิดเหล่านั้นเป็นเพียง “ทุนนิยมที่ขับเคลื่อนโดยรัฐ” ไม่ใช่สังคมนิยมบริสุทธิ์ตามอุดมการณ์ของมาร์กซอย่างแท้จริง

เหล่านักวิจารณ์ล้วนถกเถียงและวิพากษ์ระบบมาร์กซิสเทียม แต่ทฤษฏีของมาร์กซแท้ๆ ยังคงเป็นจริง ซึ่งมันกำลังถูกพิสูจน์ให้เห็นชัดจากความเสื่อมของทุนนิยมที่เกิดในอัตราเร่งหลังปี 2008

ครบรอบ 10 ปีหลังวิกฤติ subprime และเป็นยุคก่อกำเนิดระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอมนุษย์ (หุ่นยนต์) ผมเชื่อว่ายุคต่อจากนี้จะมีการรื้อและกลับไปสำรวจมาร์กซิสอย่างจริงจังอีกครั้ง

“ทุนนิยมเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านของสังคมมนุษย์เท่านั้น มันไม่ใช่คำตอบสุดท้าย”

281 Nameless Fanboi Posted ID:FZotBanYkZ

ทำไมต้องเอาgdpมาอ้าง ในเมื่อสมการมันมีgรวมอยู่ด้วย

282 Nameless Fanboi Posted ID:UgKH.pcOLl

>>280 ลองใช้ทุกครั้ง ล้มเหลวทุกครั้ง แต่ก็ยังมีพวกปัญญาอ่อนเชื่อว่าจะใช้ได้จริง

น่าจับพวกที่เชื่อว่าใช้ได้จริงไปปล่อยเกาะ ให้สร้างสวรรค์คอมมี่กันเอง ดูซิว่าจะทำได้ไหม

283 Nameless Fanboi Posted ID:wcgDw.iobG

เมื่อวาน สีจิ้นผิงแถลงเนื่องในวาระ 40 ปีการเปิดประเทศกับปฏิรูปจีน สีจิ้นผิงบอกว่าจะไม่ยอมให้ใครมาสอนจีน คำพูดนี้สะท้อนวิธีคิดทางการเมืองของจีนมาตลอด 30 - 40 ปี ซึ่งชาวโลกจะต้องเข้าใจเรื่องนี้ ถึงจะดีลกับจีนและคู่กรณีของจีนได้ถูก

สีจิ้นผิงบอกว่าจะจีนไม่ยอมเลียนแบบใคร ประเด็นนี้คือเรื่องสิทธิมนุษยชน

นักการเมืองและนักรัฐศาสตร์จีน (เช่นสีจิ้นผิงกับจางเหวยเหว่ย) ล้วนแต่บอกว่า นิยามสิทธิมนุษยชนของจีนไม่เหมือนที่ตะวันตกยัดเยียด คือ

1. สิทธิมนุษยชนตะวันตกให้ค่ากับสิทธิในการแสดงความเห็น เสรีภาพในการทำตามความปรารถนา หรือสิทธิทางการเมืองเสรีนิยม

2. สิทธิมนุษยชนของจีน ให้ค่ากับการกำจัดความยากจน ตราบใดที่ประชาชนยังอดอยาก ตราบนั้นถือว่ายังไม่มีสิทธิมนุษยชน

จีนบอกว่า คนตะวันตกมีสิทธิแสดงความเห็นก็จริง แต่ประชาชนเข้าไม่ถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม หญิงชายไม่ได้รับเงินเดือนเท่ากัน และไม่มีสิทธิรักษพยาบาลถ้วนหน้า แบบนี้ถือว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?

มโนทัศน์การเมืองจีนแต่โบราณถือว่า ถ้าประชาชนท้องไม่อิ่มจะเกิดความโกลาหล อาณัติสวรรค์ได้มาจากความผาสุกทางเศรษฐกิจ หากท้องไม่อิ่มอาณัติสวรรค์ก็สั่นคลอน กบฎส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์จีนจึงมักเป็นกบฎชาวนา

เติ้งเสี่ยวผิงจึงต้องปฏิรูปเศรษฐกิจก่อน ทำให้ประชาชนอิ่มท้องจริงๆ ครั้งแรก แต่นั้นจีนก็หมดยุคโกลาหลวุ่นวาย

โลกตะวันตกมองว่า เสรีภาพต้องมาก่อน และรัฐเป็นความจำเป็นที่ชั่วร้าย แต่คนจีนมองว่าความมีเสถียรภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง และรัฐเป็นความจำเป็นที่ดีงาม

ตะวันตกกับจีนเดินกันคนละแบบ และจีนเดินแบบนี้มาหลายพันปีแล้ว แต่ตะวันตกจะให้จีนเดินแบบตัวเองให้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วง ก็คงอยากให้จีนพินาศ

แน่นอนว่า จีนไม่สมบูรณ์แบบและยอมรับว่ายังต้องอุดช่องโหว่อีกมาก เช่น ช่องว่างคนรวยคนจนที่ถ่างมาก

อนึ่ง งานฉลอง 40 ปีการเปิดประเทศ ยังเป็นงานฉลองตั้งเมืองเซินเจิ้นด้วย พูดถึงเมืองนี้ คำว่าเซินเจิ้นในเมืองไทยกลายเป็นไวพจน์กับคำว่าของเก๊ไปแล้ว แต่คนไทยมองเซินเจิ้นและจีนต่ำไป เพราะจีนใช้เซินเจิ้นเป็นเสมือนห้องทดลองการค้าแบบตลาด และทดลองใช้เทคโนโลยีที่จีนเรียนจากต่างชาติ

จีนใช้ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นข้อต่อรอง หากบริษัทต่างๆ อยากจะเข้ามาค้าขายในตลาดใหญ่ที่สุดในโลก (โอกาสทองเหลือเกิน) จะต้องยอมมอบเทคโนโลยีส่วนหนึ่งให้จีน

ในช่วง 40 ปีมานี้จีนพัฒนาแบบก้าวกระโดด ก็เพราะเงื่อนไขนี้ แต่จีนไม่ก็อปปี้แบบดาดๆ เพราะนำเทคโนโลยีมาต่อยอดเป็นของตัวเอง จนกระทั่งพัฒนารถไฟฟ้าความเร็วสูงได้

เซินเจิ้นไม่ใช่แค่แหล่งของปลอม มันคือห้องทดลองเทคโนโลยีของจีน ผลการทดลองย่อมมีของห่วยๆ และมีทั้งของชั้นเลิศ ไอ้ของห่วยนั่นก็ขนมาขายประเทศกำลังพัฒนานั่นเอง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

284 Nameless Fanboi Posted ID:WUTGDU51JL

>>279 ลงปีผิดรึเปล่า

285 Nameless Fanboi Posted ID:EjCBtuRZUO

>>283 ก็ไม่พ้นความคิดเดิมๆที่ตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก

286 Nameless Fanboi Posted ID:FvKcBMQW3u

OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ นโยบายที่ผมไม่เคยเห็นด้วยเลย..

จริงอยู่การสอนให้ชาวบ้านในแต่ละตำบลรวมตัวกันสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเป็นแนวคิดบ่มเพาะผู้ประกอบการที่ดี

แต่จากผลที่ผ่านมา ก็น่าจะพิสูจน์ได้ว่าแนวคิดที่เอา การผลิตนำการตลาด ประสบความสำเร็จได้ยาก

เพราะแต่ละตำบล ผลิตจากวัตถุดิบและเทคนิคการผลิตที่จำกัดในแต่ละตำบล

แต่ไม่ได้สนใจเท่าที่ควรว่า ผลิตภัณฑ์ของแต่ละตำบลนั้น มีdemand หรือความต้องการของตลาดอยู่มากพอหรือไม่..??

และสินค้า OTOP ก็กลายเป็นสินค้า mee too เหมือนๆกันไปหมด

ที่ถูกคือ ควรจะหาผลิตภัณฑ์ ประจำจังหวัด ที่โดดเด่น และมีdemand มากพอ โดยให้แต่ละอำเภอและตำบลในจังหวัดนั้นๆ ทำตัวเป็น supplier หรือ supply chain จะดีกว่า

โอกาสอยู่รอดและเติบโตของผู้ประกอบการแต่ละจังหวัด จะมีมากกว่า สินค้า OTOP

และนี่ก็ยังไม่รู้ว่า ประเทศเราจะผลักดันแนวคิด OTOP กันไปอีกนานแค่ไหน..??

เอาแนวคิด production era สมัย100กว่าปีก่อน มาขับเคลื่อนธุรกิจในยุคปัจจุบัน

มันจะรอดหรือครับ..??

287 Nameless Fanboi Posted ID:vY9k3wJkiC

อาชีพที่ไม่น่าเชื่อว่ารายได้เป็นกอปเป็นกำ แต่เสือกรายได้ดี จนฉันตกใจ คือ "รับจ้างวาดการ์ตูนโป๊"

ซึ่งไม่ได้วาดเป็นเนื้อเรื่องด้วยนะ วาดแค่ภาพๆเดียว ขายทีละภาพนั่นแหละ แต่เสือกสร้างรายได้มหาศาล ฟังดูเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นจริง
แค่วาดการ์ตูนโป๊ๆมาภาพนึงลงในเว็บ แล้วบอกว่า ถ้าอยากให้วาดให้เสร็จ กรุณาเปย์เงินมาให้ด้วย แล้วก็เสือกมีคนช่วยกันเปย์เงินจริงๆ
แบบว่า มีคนมากมายยอมจ่าย เพียงเพื่อดูภาพๆเดียว? งงป่ะ ถ้ามันเป็นการ์ตูนยาว 30 40 หน้า กูจะไม่ว่าเลย ค่อยน่าจ่ายหน่อย

แต่ก็นั่นแหละ สาเหตุที่วาดแค่ภาพเดียว คือ จากที่กูรู้จักนักเขียนพวกนี้หลายๆคน พบว่า มักวาดการ์ตูนยาวไม่เป็น อย่างมากสุดคือ เขียนยาวได้ไม่เกิน 5 หน้า เพราะขาดทักษะในการเล่าเรื่อง อาจเพราะเขียนแต่แบบภาพเดียวมาทั้งชีวิตก็ได้
หรือคิดในอีกแง่หนึ่ง พวกนี้เค้าอาจรู้สึกว่า ฉันวาดภาพเดียวก็ขายได้แล้ว ทำไมฉันต้องเหนื่อยวาดเป็นเนื้อเรื่องด้วยล่ะ

288 Nameless Fanboi Posted ID:+O7WxgpMAF

>>286 otop มันมีระดับของมันนะ เป็นดาวๆ อะ ไอ้พวกดาวเยอะๆ อย่างเบญจรงค์​ เครื่องทอง มันมีตลาดอยู่ละ แต่พวกยาสระผม สบู่เนี่ย เห็นด้วยว่าควรเลิก

289 Nameless Fanboi Posted ID:J6j8p8YvY/

>>283 nani the fuck??
สิทธิมนุษยชนเกี่ยวเหี้ยอะไรกับปากท้อง เข้าใจคำว่าสิทธิมั้ยเนี่ย
>>สิทธิมนุษยชนของจีน ให้ค่ากับการกำจัดความยากจน
แล้วทำไมตะวันตกถึงให้เสรีภาพประชาชนพร้อมกับกำจัดความอดอยากได้ ?
>>มโนทัศน์การเมืองจีนแต่โบราณถือว่า ถ้าประชาชนท้องไม่อิ่มจะเกิดความโกลาหล
ถ้ามีมโนทัศน์แบบนี้จริงตั้งแต่โบราณ ทำไมจักรวรรดิจีนทุกสมัยถึงล่มสลายเพราะประชาชนอดอยาก ? ถ้าคิดแบบนี้จริงก็ไม่ควรเกิดปัญหาแบบนี้รึเปล่า ?
>>กบฎส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์จีนจึงมักเป็นกบฎชาวนา
กบฎยุคโบราณของทั้งโลกแม่งก็กบฎชาวนา สัส
>>ตะวันตกกับจีนเดินกันคนละแบบ และจีนเดินแบบนี้มาหลายพันปีแล้ว แต่ตะวันตกจะให้จีนเดินแบบตัวเองให้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วง ก็คงอยากให้จีนพินาศ
การปกครองตะวันตกยุคศักดินาแม่งก็ไม่ได้ต่างจากจีน พึ่งมาต่างจริงๆช่วง 200-300 ปีนี้เอง แล้วเขาไม่ได้ห่วงจีนแต่ห่วงประชาชนจีนที่ถูกพวกมึงอุ้ม สัส

>>287 เพราะประเทศเราแม่งไม่เห็นคุณค่างานศิลปินไง ไม่ต้องการ์ตูนโป๊หรอกแค่วาดรูปธรรมดาภาพเดียวมันก็ขายได้ กูไม่อยากจะเปรียบเทียบแต่มึงพูดงี้ไม่ต่างจากดูถูกศิลปินที่วาดภาพแบบดาวินชี หรือแวนโก๊ะ (จริงๆมันมีที่มาจากแนวคิดเรื่อง patronage แต่ขี้เกียจพูด)

290 Nameless Fanboi Posted ID:J6j8p8YvY/

>>289 >>283
ลืมอีกเรื่อง
>>ระชาชนเข้าไม่ถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม หญิงชายไม่ได้รับเงินเดือนเท่ากัน และไม่มีสิทธิรักษพยาบาลถ้วนหน้า แบบนี้ถือว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?
มึงเคยได้ยินคำว่ารัฐสวัสดิการมั้ยครับ ?

291 Nameless Fanboi Posted ID:g+H745VebK

>>289

>>สิทธิมนุษยชนของจีน ให้ค่ากับการกำจัดความยากจน
แล้วทำไมตะวันตกถึงให้เสรีภาพประชาชนพร้อมกับกำจัดความอดอยากได้ ?

ถ้ายุโรปนะใช่ แต่เมกาไม่ 100% เท่าไหร่ คนอดอยากในเมกาเยอะพอตัวนะ

>>มโนทัศน์การเมืองจีนแต่โบราณถือว่า ถ้าประชาชนท้องไม่อิ่มจะเกิดความโกลาหล
ถ้ามีมโนทัศน์แบบนี้จริงตั้งแต่โบราณ ทำไมจักรวรรดิจีนทุกสมัยถึงล่มสลายเพราะประชาชนอดอยาก ? ถ้าคิดแบบนี้จริงก็ไม่ควรเกิดปัญหาแบบนี้รึเปล่า ?

เพราะมันท้องไม่อิ่มไง ถึงเกิดจลาจล ประเทศจีนมีปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหารมาตลอด ตอนี้ก็ยังเป็น แต่ดีกว่าเมื่อก่อนมาก

>>กบฎส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์จีนจึงมักเป็นกบฎชาวนา
กบฎยุคโบราณของทั้งโลกแม่งก็กบฎชาวนา สัส

ไม่นะ กบฏบางพวกก็ไม่ใช่ชาวนา มีทั้งกบฎทาส กบฏชนกลุ่มน้อยชนกลุ่มใหญ่ ฯลฯ ไม่ใช่ชาวนา 100% หรอก

ต้นเรื่องจับอแพะชนแกะไปหน่อย แต่รวมๆ ก็ไม่ถือว่านะ จีนมีมุมมองผิดกับชาวบ้านชาวช่องมาตลอดปวศ.อยู่ละ เรื่องนี้แค่อธิบายว่าถึงปัจจุบันจีนก็ยังมองคนละแบบกับโลกสมัยใหม่ที่ต้นเรื่องหมายถึงตะวันตกอยู่

292 Nameless Fanboi Posted ID:J6j8p8YvY/

>>291 กุหมายถึงถึงถ้าจีนรู้ตัวว่าตั้งแต่สมัยโบราณว่าประชาชนอิ่มท้อง = ไม่กบฎ ไหงนโยบายช่วงท้ายราชกาลของฮ่องเต้องสุดท้ายแม่งขูดรีดทุกองค์เลย ที่กุจะสื่อแนวคิดที่รู้ตัวว่าคนอดอยาก = ล่มสลายมันมาจากคนที่วิเคราะห์ประวัติศาสตร์มาแล้วไงไม่ใช่แนวคิดที่มาตั้งแต่คนสมัยนั้น
ส่วนเรื่องกบฏนี่จะพูดไงดี จีนแม่งไม่มีทาสแต่กุถือว่าทาส&ชาวนา มันชนชั้นรากหญ้าไง สมัยโบราณกบฏมันก็มาจากชนชั้นนี้ (ถ้าไม่นับกบฏชิงราชสมบัติที่พวกจีนก็มีเยอะเหมือนกัน)พวกชนกลุ่มน้อยนี่สมัยใหม่มากๆ ส่วนใหญ่มันมาจากแนวคิดชาตินิยมที่สมัยใหม่มากๆ

293 Nameless Fanboi Posted ID:CfhIoWTAb9

เห็นเค้าว่า คำสาปของจีนคือ การรวมชาติของจีน ฮั่นเป็นการรวมตัวหลวมๆด้วยซ้ำ

294 Nameless Fanboi Posted ID:g+H745VebK

>>292 มันเกิดจากหลายปัจจัย อย่างการไม่อิ่มท้องก็อย่างที่บอก จีนผลิตอาหารไม่ค่อยพอเลี้ยงตัวเอง ดังนั้นอะไรนิดอะไรหน่อยก็อดอยากกันแล้ว แต่ขูดรีดนั้นขูดรีดจริง เพราะข้าราชการจีนใช้ระบบกินเมือง ปกครองแล้วหาเงินจากภาษีชาวบ้านอีกที มันเลยขูดรีดทุกยุค อยู่ทีมากน้อยต่างกัน

คนสมัยนั้นเขาก็รู้ตัวว่าถ้าอดอยากแล้วจะเกิดจลาจล ตำราการปกครองกับนักปราชญ์พูดไว้ตั้งแต่ก่อนจิ๋นซีอีก คนสมะนก่อนไม่ได้โง่ ถึงจะคิดไม่ได้แบบที่คนสมัยนี้คิดได้ อย่างจูหยวนจางมีปนิธานว่าจะทำให้ทุกคนอิ่มท้อง นี่ก็สื่อเรื่องความอดอยากของจีนได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน

แล้วชนกลุ่มน้อยมันไม่ใช่เรื่องสมัยใหม่อะไร อย่างพวกเยอรมานิคในจักรวรรดิโรมันที่เป็นชนกลุ่มน้อยก็เคยก่อกบฏอยู่เนืองๆ แต่คนโรมันจ่ายเงินให้แลกกับการไม่ก่อกบฏ ไม่ต้องใช้แนวคิดชาตินิยมสมัยใหม่คนก็แบ่งแยกเผ่าพันธ์กันอยู่ดี แบ่งแยกกันมานานแล้ว สมัยนี้น้อยกว่าสมัยก่อนอีก

>>293 ก็ใช่ สมัยฮั่นปกครองตามตระกูลไหนปกครองที่ไหน มีขุมอำนาจของตัวเอง แต่ขึ้นกับฮ่องเต้คนเดียว มารวมเป็นรัฐรวมศูนย์จริงๆ สมัยถังนี่เอง เพราะเอาระบบสอบเตอจวี (จอหงวน) มาใช้ คนทั้งหมดเลยต้องมารับตำแหน่ง/อำนาจจากศูนย์กลางคือฮ่องเต้

295 Nameless Fanboi Posted ID:/aSdNZ/oJh

>>294 เจอมานิคมันเป็นบาบาริคมาปล้นเมืองแล้วโรมันติดสินบนไม่ให้มาปล้นไม่ใช่เร้อ มึงพูดงี้พวกชนเผ่าในเอเชียกลางแบบมองโกลแมนจูที่มาปล้นจีนแล้วจีนต้องยอมจ่ายเงินนี่ก็ถือเป็นกบฎเรอะ ?
sacked กับ revolted มันต่างกันนะเห้ย

296 Nameless Fanboi Posted ID:/aSdNZ/oJh

อาจจะออกทะเลกุไม่ได้ดูถูกคนสมัยก่อนนะแต่โอกาสเกิดกบฏจากคนกลุ่มน้อยนี่น้อยมากเลยนะ มึงลองคิดดูชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าชนกลุ่มน้อยแล้วเป็นชาวบ้านอีกมันจะไปรบสู้ทหารได้ไง พวกกบฏรากหญ้าที่สำเร็จนี่คือจำนวนเยอะนะ แถมคนสมัยก่อนไม่ได้มีสำนึกความเป็นชาติเท่าสมัยนี้ คนปกครองตัวเองเป็นคนชาติไหนยังไม่สนใจเลย หรือให้กูยกตัวอย่างมั้ย เอาแค่ในยุโรปนะ คาลาโตเนีย บาสค์ ไอร์แลนด์ อยู่ใต้ประเทศอื่นเป็นร้อยปีไม่เคยมีกบฏ พึ่งมามีตอนสมัยหลัง หรือเคสที่หนักหน่อยคือตรงบอลข่าน อยู่ใต้โรม ไบเซนไทน์ ออตโตมันเป็นพันๆปีไม่เคยมีปัญหา พอมีแนวคิดชาตินิยมเข้ามา รบกันเป็นร้อยๆปี (literally) ประเด็นคือเวลาคนสมัยใหม่มองประวัติศาสตร์มันชอบมองในมุมมองคนปัจจุบันอ่ะ แบบสงครามร้อยปี จริงๆแค่เจ้าอังกฤษกับฝรั่งเศสชิงบรรลังค์กัน กลายเป็นมองเหมือนความขัดแย้งสมัยใหม่รบเพื่อชาติอะไรงู้นงี้ซึ่งจริงๆก็ไม่ใช่ หรือเอาในบ้านเราแบบเคสบางระจันจริงๆก็ไม่ได้รบเพื่อกรุงศรี แค่ไม่อยากโดนฆ่าล้างหมู่บ้าน

297 Nameless Fanboi Posted ID:boqMQPt+Pi

แค่นโยบายลูกคนเดียวนี่ก็ช่วยได้เยอะแล้ว คนน้อยลงข้าวก็พอแดก ทำได้จริงยิ่งกว่าธานอส

298 Nameless Fanboi Posted ID:g+H745VebK

>>295 มันมีส่วนที่เป็นคนโรมันด้วย คือโรมันมีกฎหมายถ้าเป็นทหารรับจ้าง 10-20 ปีให้โรมันแล้วจะได้เป็นคนโรมัน ช่วงปลายยุคโรมันตะวันออกเห็นว่ามีอยู่เกือบล้านมั้งที่เป็นเชื้อสายเยอรมานิค แล้วก็โดนกีดกันตามระเบียบ พอพวกฮันบุกโรมพวกนี้ก็เอากับเขาด้วยนะ แล้วก็มีอีกพวกที่ตอนแรกจะรุกรานอยู่หรอก แต่เจออำนาจเงินมาหลายรุ่นก็เป็นกำแพงให้คนโรมันไป แต่ก็ถูกดูถูกเหมือนกัน พวกนี้ไม่ถือเป็นคนโรมันด้วย

>>296 ชนกลุ่มน้อยไม่ได้จำเป็นต้องเป็นชาวบ้าน นั่นเป็นภาพจำของสมัยนี้ ชนกลุ่มหน้อยหมายคนคนต่างเผ่าที่อยู่ร่วมกับชนเผ่าที่ปกครองแล้วมีจำนวนน้อยกว่า อย่าคาตาโลเนียในสเปน หรือโปแลนด์ในยุคกลาง สมัยก่อนพวกนี้มักเป็นถูกกดขี่ไม่ก็มีการปกครองตนเองระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับยุคสมัย แล้วคาตาโลเนียก็ไม่ใช่เด็กดีตั้งแต่แรก ตั้งแต่รวมกันก็อยากแยกตัวอยู่ตลอด รบกันก็เคย ไปอ่านมาใหม่ซะ บาสก์ยิ่งแล้วใหญ่

https://en.wikipedia.org/wiki/Catalan_independence_movement

299 Nameless Fanboi Posted ID:dBzDFsRhIm

>>298 จั่วหัวมันก็บอกมาแล้วว่า peasant revolt ฮ่วย
หรือคุยกันคนละเรื่อง ? เวลาพูดถึงปัญหาชนกลุ่มน้อยมันก็ต้องนึกถึงความขัดแย้งระหว่างคนสองกลุ่มแล้วคนกลุ่มแล้วอยากแบ่งแยกตัวเองออกมา
หรือมึงมองว่าขุนนางไม่พอใจกษัตริย์แล้วประกาศแยกตัวถือเป็นปัญหาชนกลุ่มน้อย งี้พระนเรศวรกับเจ้าอนุวงศ์นี่ถือเป็นกบฎชนกลุ่มน้อยด้วยมั้ย lol

300 Nameless Fanboi Posted ID:HRQNzaVH7H

แล้วโปแลนด์เป็นชนกลุ่มน้อย ? เดี๋ยวๆๆ โปแลนด์มีมันเป็นอาณาจักรตัวเองแถมยิ่งใหญ่จนคลุมถึงลิทัวเนียเป็นสหภาพโปแลนด์-ลิทัวเนีย มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของปรัสเซีย/ออสเตรีย/รัสเซีย ตอน partition of poland สมัยจักรวรรดินิยมนู่น เลยยุคกลางไปหลายร้อยปีแล้วนะ

อีกอย่างคาตาโลเนียมันเป็นของอารากอนตั้งแต่สมัยเฟอดินาน ค.ศ.1200 กว่าๆนู่นแล้วหนิ ช่วง ค.ศ. 1600 มันก็เริ่มเข้าสู่สมัยใหม่มีแนวคิดชาตินิยมแล้ว ช่วงนั้นก็มีดัทช์เริ่มรวมชาติเป็นชาติแรกๆแล้ว เริ่มมี propaganda pan-dutch แล้ว
อีกอย่างคือสเปนช่วงค.ศ. 1600-1900 มีกบฎใหญ่ๆแทบจะทุกๆสิบปี หวังว่ามึงไม่นับว่าเป็นปัญหาชนกลุ่มน้อยหมดนะ

301 Nameless Fanboi Posted ID:45b9RfLhb4

>>299 peasant revolt มึงพูดถึงกรณีไหน โรมันหรือคาตาโลเนีย กูชักงง แต่พวกเยอรมานิคไม่ได้มีแต่ peasant แน่ มันมีกองทัพด้วย

มึงยกพม่ามาก็ดี นี่ก็ตัวอย่างชนกลุ่มน้อยที่อยากแยกตัวออกมาตั้งแต่สมัยโบราณ ก่อนมีแนวคิดรัฐชาติอีกนะ ส่วนพระนเรศวรกับเจ้าอนุวงศ์จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ ดูอย่างอังกฤษ ถ้านับ Greath Britain เวลส์ สก็อต และไอร์แลนด์นับเป็นชนกลุ่มน้อย และมีการแบ่งแยกชัดเจนเหมือนกัน

>>300 โปแลนด์ถูกแบ่งแยกและปกครองหลายรอบ หายไปจากแผนที่ก็หลายครั้ง กูถึงบอกว่า กบฏชนกลุ่มน้อยชนกลุ่มใหญ่ เพราะพวกโปแลนด์เป็นชนกลุ่มใหญ่ในพื้นที่ๆ ถูกยึดครอง สมัยยุคกลางก็ไม่ค่อยเป็นปึกแผ่นนัก

เป็นมาแต่สมัยก่อนแล้วไงอะ คนมันไม่อยากอยู่ กษัตริย์ก็ไม่ได้อยู่ที่คาตาโลเนีย ไม่นับเป็นกษัตริย์คาตาโลเนียด้วยซ้ำ อย่างกษัตริย์อังกฤษจริงๆ มีเชื้อสายสก็อต แล้วคนสก็อตคิดว่า QE II เป็นคนสก็อตหรือกษัตริย์ของตัวเองรึเปล่าละ

เอางี้ดีกว่า มึงนับชาตินิยมสมัยใหม่ตอนไหน เพราะสมัยก่อนมันไม่เชิงเป็นชาติ แต่มันเป็นเผ่าพันธ์นิยม อย่าง GB ที่คนอังกฤษก็คิดว่าตนเป็นคนอังกฤษ คนสก็อตก็คิดว่าตนเองเป็นคนสก็อต โดยไม่ได้มองถึงดินแนหรือรัฐแบบที่สมัยนี้มอง ความเป็นเผ่าพันธ์มาก่อนชาตินานมาก อย่างในจีนก็มีกบฏทางตอนใต้พวกกว่างสียูนนานที่อยากแยกตัวมาตลอด อุยกูร์ก็ใช่ ทั้งที่ไม่ได้มีความคิดชาตินิยามสมัยใหม่อะไร

302 Nameless Fanboi Posted ID:wrqsII8YYy

>>301 ออกทะเลมาไกลมากกุว่าพวกเราควรไปกระทู้ประวัติศาสตร์ 555
Peasant revolt กุหมายถึงลิ้งที่มึงส่งมาให้น่ะ
โปแลนไม่ได้ถูกแบ่งแยกและปกครอง การปกครองมันเป็นระบอบขุนนางเลือกกษัตริย์เอง บางทีเลยมีกษัตริย์จากประเทศอื่นมาปกครอง เวลามันจะไล่กษัตริน์ขุนนางมันก็ไล่กันเองเลย โปแลนพึ่งหายไปจากแปนที่โลกก็ตอน partition of poland ที่กุบอกนู่นเลย
แล้วก็ใช่ที่มึงบอกว่ากษัตริย์ไม่อยู่ที่คาตาโลเนีย แต่มันก็มีขุนนางท้องถิ่นไง กุเข้าใจว่าปัญหาชนกลุ่มน้อยหลักๆมันมาจากความเป็นชาตินิยมกับความเป็นรัฐชาติที่ดึงอำนาจเข้าศูนย์กลางแล้วคนกลุ่มน้อยไม่พอใจเพราะยกปกครองตัวเอง/มีผู้นำจากกลุ่มตัวเองอะไรแบบนั้น
แต่ถ้ามองในมุมมึงว่าขุนนางท้องถิ่นเป็นแกนนำของชนกลุ่มน้อยก็ได้มั้ง
เถียงไรกันก็ไม่เลยประเด็นหลักมาไกลมาแต่ก็สนุกดี

303 Nameless Fanboi Posted ID:/mKx8LlEQT

>>294-302 ขอเชิญที่นี่ https://fanboi.ch/lounge/5544/

304 Nameless Fanboi Posted ID:XY7/Yy47uM

ทุนนิยมที่มีหัวใจอย่างแท้จริมอ่ะครับ

#ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่โดยที่ไม่ต้องรอท่านแก่เฒ่า
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_1983977

305 Nameless Fanboi Posted ID:/mKx8LlEQT

>>304 จี้มาก

อันนี้ฮาไม่แพ้กัน จังหวะแม่งโครตซิทคอม

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_1970847

306 Nameless Fanboi Posted ID:HUHQ6fjYlh

หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม แรงงานมนุษย์เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งนำไปสู่ความเข้มแข็งของชนชั้นกรรมาชีพ แต่ เมื่อเกิดการปฏิวัติทางเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต หุ่นยนต์ และ วิทยาการข้อมูลข่าวสารมีบทบาทจนแรงงานมนุษย์แทบหมดความจำเป็น .....สภาพโรงงานใหญ่จะหมดไป แรงงานมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ ปรัชญาคาร์ล มาร์กซ์รุ่นเอไอ น่าจะเข้ามาแทนที่ มาร์กซิสต์แบบมนุษย์ฺ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

307 Nameless Fanboi Posted ID:XY7/Yy47uM

A: เอ๊ะนั่นคุณกำลังจะไปชอปปิ้งตามนโยบายชอปช่วยชาติป่าวอ่ะครับ

B: ป่าวครับ ป่าวครับ ผมกำลังจะไปต่อดอกที่โรงจำนำอ่ะครับ

#พรรคสนุ้กเกอร์ไทยจะไม่ทอดทิ้งคนที่เปราะบางที่สุดในระบบเศรษฐกิจไทย

308 Nameless Fanboi Posted ID:UIyssaOCij

สรุปบางสิ่งที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในไม่นานนี้(ไม่กี่ปี) จากคอร์สสัมนาวันละ 8 ชม. สามวัน ...

1. ตอนนี้จีนที่หายไปมากไม่ใช่เพราะเรือล่มอีกแล้ว แต่เป็นเพราะในประเทศจีนเองก็เจอปัญหาหนักมาก ทั้งคนที่เที่ยว และ ออกมาลงทุนหายไปจากปัจจัยใหญ่กว่าที่คนไทยเข้าใจมากนัก

2. อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยเฉพาะคอนโดที่เราก็เห็นว่ามันโอเวอร์ซัพไพ มานานแล้ว เริ่มออกอาการชัดเจน เนื่องจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะที่มีพวกแนะนำให้คนไปหายนะ เช่น การไปสอนคนกู้เงินเกินมากๆ เพราะอยากได้นายหน้า ยกตัวอย่าง คนที่ไม่เคยมีเงินกู้คอนโดเลย ก็มีคนสอนให้กู้พร้อมกันห้าที่ เงินเดือนห้าหมื่น กู้พร้อมกันห้าคอนโดผ่าน เพราะยังไม่เคยมีประวัติ และ ก็จะผ่านพร้อมกัน ได้เงินเกินจำนวนหลายล้าน และมีหนี้ระดับสิบล้าน และมีคนเป็นแบบนี้จำนวนมาก คิดว่าจะเอาค่าเช่ามาผ่อน แต่ค่าเช่าก็ไม่พอ และไม่มีคนเช่า

3. Leverage ทางการเงิน แค่ใช้ไม่เป็นก็แย่แล้ว นี่กำลังจะเป็นขาขึ้นของดอกเบี้ยเต็มอัตราอีกไม่นาน

4. หนี้สินที่มีอยู่ตอนนี้ คือ หนี้สินที่ดอกเบี้ยต่ำสุด (bottom) ถ้าดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเพียง หลักสตางค์ บาท สองบาท หายนะของคนเป็นหนี้ทันที เช่นบ้านเคยผ่อนต้น หมื่น ดอกเบี้ย สองหมื่น ในยอดผ่อนสามหมื่น จะกลายเป็นดอกเบี้ยแทบทั้งหมดในทันที

5. ที่เงินยังไหลเข้าในบอนด์ไทยที่เรทต่ำกว่า โลก อย่าดีใจ เพราะเขาต้องการถือเงินบาท เพื่ออะไรบางอย่างเท่านั้น

6. บริษัทใหญ่ๆ ช่วงที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ออกบอนด์กันบานตะไท มีสองอย่างคือ หนึ่งขาดสภาพคล่องจริง ซึ่งเรทติ้งจะตกอีกไม่ช้า จากผลประกอบการจึงต้องรีบ ออกบอนด์ในเรทที่ยังไม่เป็น junk bonds อีกอย่างคือ บริษัทที่ทราบว่าดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นแล้วจึง lock อัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ เพราะ เมื่อดบ. ลอยตัว ต่อให้เป็น บลจ. ต้นทุนก็จะสูงขึ้นมากอยู่ดี

7. ใครทำงานแบงค์ให้รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกลดคนพร้อมๆ กันจากระบบใหม่ และตอนนั้นจะหางานทำยากมาก เพราะจะมีคนที่ออกจาก sector นี้หลักหมื่นคนพร้อมๆ กัน

8. อาชีพขายประกันจะอันตรายมาก เนื่องจากจะถูก threads หลากหลายโดยเฉพาะ บริษัททุนจากจีน ที่สร้างระบบ ecosystem ครบวงจรมา โดยตัดตัวแทนทิ้งออกหมดต้องหาทิศทางให้เราอยู่ได้ดีๆ

9. คนทำธุรกิจ อย่า cut ตัวเองตอนที่ไม่เหลืออะไรให้คัท เหมือนหุ้น

10. หนี้เสีย NPL ที่ประกาศน้อยกว่าจริงมาก และ ต่อให้ประกาศจริง ของจริงก็มากกว่านั้นอีกเยอะมาก ซึ่งจะทำให้แบงค์เซได้ อย่างมีนัยยะ

11. อสังหาจีน ธุรกิจที่พึ่งประเทศจีน ตอนนี้ เหนื่อย เพราะจีนเองก็เหนื่อยมากจริงๆ

12. คอนโดดีๆ ที่เราชอบ ให้วนดูให้ถูกใจ และ รอซื้อตอนแฮคัทของแบงค์ต่างๆ ค่อยยื่นกู้ซื้อ ในเงื่อนไขที่ดีมาก เพราะคนที่ถือเก็งกำไรและไม่สามารถจ่ายได้มีจำนวนมากในขณะนี้

13. ที่ดินตอนนี้ ขายยากมาก เพราะเงินในระบบจาก M3 หายไปมากจริงๆ

14. Bitcoin และ เหรียญต่างๆ น่าจะออกแบบมาเพื่อทดสอบระบบและทำหน้าที่ Burn cash ทิ้งจากการพิมพ์เงินตลอดเวลา ​ซึ่งเป็นการ burn ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

309 Nameless Fanboi Posted ID:IGDjfSigpi

>>308
14. ราคาร่วงตลอดเลยนี่

310 Nameless Fanboi Posted ID:Zpofo.U1s/

คิดๆดูแล้ว สาเหตุที่ช่วงอายุ 31 - 40 กูหาแฟนไม่ได้เลย อาจเพราะว่า ช่วง 10 ปีนี้กูอยู่แต่ในที่ที่มีแต่ชายแท้กับกะเทย ไม่ได้ไปอยู่ในที่ที่มีเกย์เยอะๆ
เพราะเมื่อตอนอายุ 20 - 30 กูไปผับ ไปซาวน่า ไปเซ็กส์หมู่ ก็ได้แฟนติดมือกลับบ้านด้วยทุกครั้งนะ (แต่ส่วนใหญ่คบกันไม่ถึงครึ่งปี)
นั่นแปลว่า ปัญหาที่กูประสบจริงๆ ไม่ใช่เพราะว่ากูไม่น่าเอา แต่กูแค่ไม่ได้เอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีเกย์เยอะๆเท่านั้นเอง
(ส่วนพวกเกย์ที่อยู่ใน Facebook กูเป็นร้อยๆนี่ไม่นับ เพราะพวกนี้ไม่เคยเห็นกูตัวเป็นๆ)
แต่ปัญหาคือ กูอายุแก่ปูนนี้แล้ว จะให้ไปผับบาร์ ซาวน่า เซ็กส์หมู่ มันก็เป็นไปไม่ได้แล้วไง แล้วกูจะเอาตัวเองไปอยู่ที่ไหนได้บ้างวะ

311 Nameless Fanboi Posted ID:vzE.llFBD.

When you are a Southern Italian male and a Chinese laotaitai ask you how is the weather in Xinjiang province now.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

312 Nameless Fanboi Posted ID:Zpofo.U1s/

>>311 อธิบายที

313 Nameless Fanboi Posted ID:Zpofo.U1s/

ข้อเสียของคนฟิลิปปินส์ กับ ข้อเสียของคนไทย

ชาวฟิลิปปินส์ จะรักประเทศเว่อร์มาก รักจนหน้ามืดตามัว แกล้งไม่เห็นข้อด้อยของสิ่งต่างๆในประเทศตนเอง ไม่ว่าสิ่งใดจะห่วย จะกากแค่ไหน ก็ฝืนชมว่าดี เชียร์ว่าเจ๋ง ของชั้นดีที่สุดในจักรวาล
ผลเสียคือ ทำให้ฟิลิปปินส์ไม่พัฒนา ไม่เจริญ หยุดนิ่ง และเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ
(นอกจากนี้ คนปินส์ยังทำทุกวิถีทางให้ชาติตัวเองชนะชาติอื่น แม้ว่าจะเป็นการคดโกง)

ชาวไทยแลนด์ จะชอบด่าสิ่งต่างๆในประเทศตัวเอง เกลียดทุกสิ่งอย่าง ช่างติ ช่างถากถาง นั่นก็เหี้ย นี่ก็ไม่ดี ไม่ว่าจะใครจะทำอะไรดีๆ ลองทำอะไรใหม่ๆ ก็ยังไปขุดเอาข้อเสียของเขามาด่า ติมันเสียทุกอย่าง ไม่มีการให้กำลังใจ
ผลเสียคือ ทำให้คนหมดกำลังใจทำอะไรดีๆ เลิกสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ แล้วอยู่ไปวันๆ เพื่อจะได้ไม่โดนด่า ทำให้ไทยแลนด์หยุดพัฒนา หยุดนิ่ง และเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ

314 Nameless Fanboi Posted ID:AsKur9.3f0

>>312 คนอิตาเลียนทางใต้จะตัวน้ำตาลๆจมูกโด่งๆ เลยโดนคนจีนเข้าใจผิดว่าเป็นมุสลิมอุยกูร์จากซินเจียงของจีน

กูเข้าใจงี้

315 Nameless Fanboi Posted ID:f0Q7Y+rShK

>>313 นึกถึง #มิตรสหายเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่ง ทันที

"ท่านจะเห็นภาพภาพหนึ่งคือชาวนาจำนวนหนึ่งปลูกข้าวแล้วไม่ได้กำไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกไปปลูกอย่างอื่น บางคนบอกไม่เชื่อหรอกทางการ เอาปราชญ์ชาวบ้านก็ได้มาบอกไปปลูกอย่างอื่นสิแล้วจะได้รายได้สูงขึ้น ทำไมเขาไม่เปลี่ยนกันอยู่ดี เพราะว่าในชุมชนเขามีค่านิยมการอยู่อย่างพอเพียง แปลว่าถ้าเขาเปลี่ยนแล้วสำเร็จไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแล้วล้มเหลว เท้ามาเต็มเลย ปลูกข้าวดีๆ อยู่แล้ว ไปเชื่อเขา เขาไม่รู้จักชุมชนเราดี เราต้องปลูกข้าว คำแบบนี้เต็มไปหมด จริงๆ ไม่แค่ชุมชนแต่ในสังคมไทย ถ้าท่านทำแบบเดิมแต่ไม่ประสบความสำเร็จไม่มีใครว่า ถ้าท่านเปลี่ยนแล้วล้มเหลวจะมีคนช่วยเหยียบ ถามว่ามันคืออะไร มันคือวัฒนธรรมของการเหมือนกันสอดคล้องกัน (conformity) ทำให้คนอยู่ในชุมชนร่วมกันได้ด้วยความเหมือนๆ กัน เพราะฉะนั้นเวลาที่ชาวนาไม่เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่น มันไม่ใช่ไม่เชื่อว่ามันดีกว่า เวลานักเศรษฐศาสตร์ไปก็คิดว่าโอกาสได้กำไรดีกว่านะ แต่เขาไม่สนใจ เขาถามคำแรกเลยว่าขาดทุนเท่าไหร่ จะขาดทุนหรือไม่ เพราะเขารู้ว่าขาดทุนเมื่อไหร่ เพื่อนบ้านคนรอบข้างพร้อมจะมาหา ส่วนหนึ่งของการไม่เปลี่ยนแปลงมันมาจากค่านิยมหรือคุณค่าของการอยู่อย่างไม่ปรับตัว เรียบง่าย พอมีพอกิน"

316 Nameless Fanboi Posted ID:Y8jbb0auHl

>>283 FYI มิตรสหายท่านนี้อวยจีนและไม่ขอบตะวันตก

317 Nameless Fanboi Posted ID:NxJOibAhWh

>>313 ต้องเอามาบวกกันแล้วหารสองมันถึงจะพัฒนาได้สินะ -*-

318 Nameless Fanboi Posted ID:sSHfx.YT9t

>>313 มั่วนิ่ม มึงอย่าเอาความเห็นของคนส่วนหนึ่งมาตีว่าทุกคนต้องคิดเหมือนกันสิ

ที่ปินส์ไม่เจริญ เด็ดๆ เลยคือเรื่องคอรั่ปชั่น ปัจจัยสำคัญอื่นๆก็คือประเทศมันเป็นเกาะน้อยใหญ่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานลำบาก ละก็โดนภัยธรรมชาติ​ตลอดๆ แทนที่จะสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ​ก็ต้องพะวงกับการซ่อมแซม

319 Nameless Fanboi Posted ID:saPt685rEt

"เอาจริงนะที่เขาบอกคนรุ่นเราความอดทนลดลงเนี่ย มันแปรผันตรงกับที่สมัยก่อนทอง 2000 เงินเดือนป.ตรี 6000 ในขณะที่ตอนนี้ ทอง 20000+ เงินเดือนป. ตรี 15000 หรือเปล่า นี่หมายความว่ากำลังซื้อ ซึ่งก็คือค่าจ้างจริง real wage ลดลง จำที่มาข้อมูลไม่ได้ แต่ช่างแม่ง ถามคนรุ่นก่อนแล้วมันเป็นแบบนั้น

ล่าสุด อ. ต้น เดชรัตน์ เล่าผลวิจัยว่าผลิตภาพของแรงงานสูงกว่าค่าแรงเป็นสิบปี คือสิ่งที่ได้ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ควรจะเริ่มกระตุกขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว qualification ต่างๆ เช่น excellent english ฯลฯ ที่ก็ยังคงอยู่ที่สองหมื่นห้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คือ อะไรก็ได้ที่ชีวิตมันรวยและมีเก็บกว่านี้ อันนี้ยังไม่รวมถึงงานที่คุยกันยังไม่ลงตัว เช่นคนนึงแม่งต้องทำโฟโต้ฉอปได้ อัพเฟซเป็น พูดอังกฤษได้ ถ่ายวีดีโอได้ ทำแม่งทุกอย่าง แต่ก็ยังสองหมื่นสองหมื่นห้า ถ้าคิดด้วยอัตราเทียบๆ เท่าๆ กับสมัยก่อน มันอาจเป็นสี่หมื่นหรือมากกว่านั้นแล้วหรือเปล่า?

ในขณะที่ที่ดินที่แพงๆ ถูกซื้อไปแล้ว ทรัพยากรไหลเข้าทุนใหญ่ ทำเหี้ยอะไรไปก็ได้น้อยเหลือเกิน ทำเยอะได้น้อย การแข่งขันสูง โอกาสน้อย แบบนี้ไม่เกี่ยวกับว่าคนรุ่นนี้อดทนน้อยลงหรือเปล่า แต่ว่ากำลังเผชิญกับแรงกดดันที่มากขึ้นหรือเปล่า?

หรือเปล่า?"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

320 Nameless Fanboi Posted ID:kfAltsEKh7

เงินที่ขายเสื้อ โดยเอาคดีเสือดำมาเป็นผลประโยชน์หากินจากความเศร้าและขี้สงสารมีน้ำใจของคนไทย ผ่านเพจนี้ ผมอยากรู้ว่าเงินที่ได้จากผลประโยชน์คดีนี้ คุณแอดมินเอาไปทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับสัตว์ป่า ที่โพสรูปน้องเสือและคำพูดเศร้าๆนั้นเพื่อเป็นผลประโยชน์ของเพจล้วนๆสินะ ที่ไม่ต้องการให้คนลืมน้องเสือเพียงเพราะถ้าคนลืมเพจคงหมดรายได้สินะ คุณแอดมินเพจนี้ไม่ได้กำลังช่วยน้องเสือหรอกครับ เขาทำเพื่อรายได้และผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆ
เมื่อก่อนไม่เคยเอาลิ้งข่าวเสือดำมาลง ว่าคดีคืบไปถึงไหน กลัวคนรู้ว่าคดีคืบหน้าไปไกล เดี๋ยวคนจะไม่สงสารยอดขายเสื้อจะไม่พุ่ง พอโดนทักไปแบบนั้นเดี๋ยวนี้ทำเป็นเอาข่าวมาลง น่าตลกดีนะ #เอาความสงสารของคนไทยมาหากินเพื่อตนเองมันไม่ถูกนะครับ

321 Nameless Fanboi Posted ID:A9U6SBjdH/

>>318 อย่าลืมเรื่องไม่คุมกำเนิดด้วย 50 ปีก่อนปินส์กับไทยมีประชากรไล่ๆ กันนะ ตอนนี้ไทยคนเกิดน้อยมีแต่คนแก่เต็มเมือง ส่วนปินส์ทะลุร้อยล้านคนไปแล้ว แม้แต่ในป่าช้าก็ยังมีคนไปสร้างสลัมอยู่กัน ไทยเราพุทธ + พราหมณ์ + ผี ไม่ต่อต้านเรื่องคุมกำเนิด ลุงมีชัย วีระไวทยะ สอนใช้ถุงยางจนแพร่หลายตั้งแ่ต่โรคเอดส์ยังไม่ระบาด แต่ปินส์ครึ่งเป็นคาทอลิก อีกครึ่งเป็นมุสลิม ไม่สนับสนุนคุมกำเนิดทั้งคู่ คนล้นเกาะแบบนี้ปัญหาก็เยอะละ

322 Nameless Fanboi Posted ID:RnyVzy3Eev

แต่ญี่ปุ่นมันอาศัยความที่คนเยอะเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจนะ เก็บภาษีได้เยอะ จะผลิตอะไรออกมาฐานลูกค้าก็มีเยอะขึ้นตลาดใหญ่ จีนก็แบบนี้ แต่ปินส์มันคงเกาะเยอะไปจริงๆแหละ แค่คิดเรื่องโลจิสติก การกระจายความเจริญก็ปวดหัวแทนละ

323 Nameless Fanboi Posted ID:J6MgWz5FMi

>>322 ญี่ปุ่นฐานแข็งตั้งแต่ก่อนเปิดประเทศแล้ว พวกที่มีรากอารยธรรมแบบจีนจะส่งเสริมการเรียนและทำงานหนักมากๆ พอเปิดประเทศรับเทคโนฯ ใหม่ๆ เลยไปได้ไง

ปินอยนิสัยก็เหมือนคนส่วนใหญ่ในอาเซียนแหละ ชอบความสนุกสนานรื่นเริง สเปนเข้ามาปกครองก็ไม่ได้แก้นิสัยนี้ อเมริกาก็ปกครองแค่ช่วงสั้นๆ

คนไทยถึงกลัวเวียดนามแซงไง เพราะมาแรงมากตอนนี้ เวียดเองก็มีรากเหง้าจากจีน

324 Nameless Fanboi Posted ID:L7c+XQoBY5

>>323 กลัวโดนแซงแต่ยังทำตัวสันหลังยาวเนี่ยนะ? ไม่ใช่แล้วมั้ง โม่ง

325 Nameless Fanboi Posted ID:VjOV5pczW4

>>323 มันช่วยไม่ได้ว่ะ รากเหง้าเราแบบนี้นี่หว่า ชอบสนุกสนานรื่นเริงร้องรำทำเพลง ไม่ได้มุ่งมั่นทะเยอทะยาน

326 Nameless Fanboi Posted ID:NNiHtRH6Qf

แต่คนเคยไปทำงานที่เวียดนามบอกว่าคนเวียดนามกับคนไทยขี่เกียจไม่ต่างกันเลยนะ

327 Nameless Fanboi Posted ID:.qLRSOcCS4

>>326 เวียดนามที่เคยทำงานด้วยมันชอบนอนกลางวันจะตาย แล้วนอนแบบนอนเลยนะปิดไฟห่มผ้าเลย ถามว่าขยันไหมก็ขยันแต่ทั้งกลุ่มชอบขยันแบบไม่ฟังไปเทรนพวกมันนี่ปวดหัวมาก

ส่วนมาเล ถ้ามาเลเชื้อจีนนี่ขยันโคตร มาเลเชื้ออินเดียก็แอบชิ่ง มาเลเชื้อมุสลิมนี่แอบ ขี้เกียจทำตัวเหมือนเด็ก ให้ไปพักเที่ยงล่อไป 3 ชั่วโมง กลับมาไปละหมาดต่อ ดีจริงคนเทรนก็อุตส่าห์เตรียมตัวมา คนในทีมก็ต้องรอไป

แต่คนไทยก็ไม่ต่างกัน ลองไปเทรนวันศุกร์นะ บ่ายสามก็เริ่มอยู่ไม่สุขกันแหละ

328 Nameless Fanboi Posted ID:NNiHtRH6Qf

>>327 คนไทยขี้เกียจจริง แต่กูว่าเนื้องานยังดีกว่าเวียดนามหรือมาเลย์นะ พวกนั้นงานหยาบคือหยาบจริงจังมาก

329 Nameless Fanboi Posted ID:.TLxYwv+30

จีนแดง ที่ว่าขยันๆ จริงๆชุ่ยเหี้ยๆเลยนะ

330 Nameless Fanboi Posted ID:7pMmMNiHew

FACT: 99% ของบริษัทที่บอกว่าตัวเองทำ AI จริง ๆ ไม่ได้เฉี่ยวความเป็น AI เลยด้วยซ้ำ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

331 Nameless Fanboi Posted ID:xDAONnhGqb

ตามนี้

https://scontent.fbkk7-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/48377007_2415078588564096_6916693501883187200_o.jpg?_nc_cat=102&_nc_eui2=AeEQMjOnailloRC7EG4nqgzrvi98By8rKlJbR65kRxVnrhviyB9qlo5Jp_sJCThWFA3J936kaRp8j8h2jNzReXGeExJjSAfGmt7NeqiYjGo1GA&_nc_ht=scontent.fbkk7-2.fna&oh=3dfaa1601e3c93e9c27b43223f3e819a&oe=5CA4661F

อาจริงมองแบบใจเขา เขาคงคิดว่านี้คือ วิธีเข้าหาลูกค้าแบบเรา เพื่อหวังว่าจะขายได้ เพื่อที่เขาจะได้มีรายได้ อันนี้เข้าใจ

แต่ขอบอก พนักงานขาย ไว้เลยนะด้วยความห่วงใยและหวังดีมากๆ ว่า วิธีการนี้ ผิด....

332 Nameless Fanboi Posted ID:xDAONnhGqb

อุทาหรณ์สอนใจเกย์ ฉบับที่21

ฉันเคยพาคนไปเย็ดหมู่ 4 คน ที่ม่านรูด แต่เคยทราบมาว่า ถ้าเข้าห้องเกิน 2 คน จะคิดราคาเป็นรายหัว ตามจำนวนคนที่เพิ่มขึ้น
ฉันจึงให้อีกสองคนที่นั่งเบาะหลังลงไปหมอบข้างล่าง เพื่อปกปิดไม่ให้พนักงานรูดม่านเห็น แล้วค่อยออกมาจากรถตอนมันปิดม่านแล้ว
ซึ่งก็ได้ผล พนักงานจับไม่ได้ ส่วนขากลับ ก็ให้มันเข้าไปแอบในรถกันก่อน แล้วค่อยสตาร์ทรถให้พนักงานเปิดม่าน

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การเย็ดหมู่ ควรเป็นกิจกรรมนันทนาการที่ประหยัด

333 Nameless Fanboi Posted ID:Le2GcuchDC

>>331 ทำไมเจอคนอีสาน/เหนือ/ใต้ แล้วเข้าหาด้วยภาษาถิ่นถึงได้ผล ลูกค้าถึงชอบใจคุยดีด้วย ไม่เห็นจะออกมาโวยวายแบบนี้ เกย์อย่างพวกคุณ insecure รึเปล่าเลยรู้สึกไม่ดี

334 Nameless Fanboi Posted ID:mzycI/oeCp

>>333 เกย์บางคนแค่ชอบเพศเดียวกัน ไม่ได้ออกสาว เป็นแมน มีควย

335 Nameless Fanboi Posted ID:xjgCJ8bufK

รู้สึกอิจฉา​เด็กยุค​นี้​ พวกมึงจะรู้มั้ย​กูต้องฝ่าฟัน​ขนาดใหนกว่าจะได้ครอบครอง​หนังโป้สักเรื่อง​นึง​
แต่พอได้มาแล้ว​ ก็สุขอยุ่พักเดียว ต้องมาระแวงยังกะซุกยาบ้าใว้ใน​ห้อง​ จะเปิดทีต้องหาจังหวะดีๆ​ กรอไปกรอมาหัวแม่งกินเทปอีก​
เทียบกับตอนนี้แม่งสวรรค์​ชัดๆ​ กระดิกนิ้วสองสามทีมีให้ดูจนตาแฉะ
พวกมึงไม่ต้องว้อนท์ยุค90ห่าอะไรนั้น​หรอก มันหลอกมึงทั้งนั้น​

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

336 Nameless Fanboi Posted ID:j6Ju+mX1gy

ที่อุตฯ ใหญ่ๆ ยังไม่กล้าไปจากไทย เพราะคนงานไทยแม่งงานเนี้ยบสุดละในละแวกอาเซียน รวมถึงเทียบกับจีนแดงด้วยนะ

ขนาดจัดอันดับงานก็อป คนไทยได้ก็อปเกรด A นะครัช จีนแดงที่ขึ้นชื่อแม่งก็อปเกรดกากๆ แต่แม่งทำได้เยอะกว่าแค่นั้น

337 Nameless Fanboi Posted ID:vZxTNelrPE

หากเป็นที่หนึ่ง...มันยากไป
ปรับตัวใหม่ ให้เป็น "คนเบอร์ 3"
.
“ออกกำลังกาย” ในวันที่ “ยังแข็งแรงดีอยู่”
(เพราะร่างกายนั้นสำคัญที่สุด)
.
”ฝึกภาษาอังกฤษ” ในวันที่ “ยังมีทางเลือก”
(ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งเปิดโอกาส)
.
”ทำสิ่งที่สำคัญ” ในวันที่ ”ไม่รีบเร่ง”
(เพื่อทุกเวลาจะได้มีคุณค่า)
.
”วางแผนชีวิต” ในวันที่ ”ยังไม่มีปัญหา”
(เมื่อเกิดปัญหา จะได้รับได้ทัน)
.
”สร้างโอกาส” ในวันที่ ”ยังมีโอกาส”
(หากไร้โอกาส ทุกอย่างคือสายไป)
.
”หารายได้ทางที่สอง” ในวันที่ ”รายได้ทางที่หนึ่งก็ยังโอเคอยู่”
(ไม่มีงานยังอยู่ได้ แต่ไม่มีรายได้จะเริ่มอยู่ไม่ได้)
.
”ออมเงิน” ในวันที่ ”ยังพอมีเงินเก็บ”
(เงินดูดเงินได้ ออมเร็วเท่าไรยิ่งดูดเงินได้มาก)
.
”รักษามิตรภาพ” ในวันที่ ”คนรอบตัวยังรักคุณอยู่”
(เพราะเมื่อเขาเกลียด ทำดีแค่ไหนก็ยังเป็นคนผิด)
.
”ทำดีกับผู้มีพระคุณ” ในวันที่ ”เขายังอยู่”
(จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดาย ตอนเขาจากไป)
.
สุดท้ายนี้ ย้ำอีกครั้งว่า หากไม่ได้เป็นที่หนึ่ง
ก็ไม่เป็นไร ขอให้เป็น "คนเบอร์ 3" อยู่เสมอ
เท่านั้นพอ!
.
#ไปให้ถึง100ล้าน

338 Nameless Fanboi Posted ID:YocFSoAyOm

>>335 ยุคเก่าได้นักแสดงเกรตหายากชนิดไม่มีให้โหลตแล้ววะ บางเรื่องแนวพิศดารหรือมีสตอรี่แบบเออสนุกดี บางคนก็ระดับดารานักร้องตกอับ บางคนโดนหลอกมาเยดจริงไม่มีแอ็คติ้งเฟค บางคนอายุต่ำกว่ากม.กำหนด(อุ้ย)

339 Nameless Fanboi Posted ID:xDAONnhGqb

เอาตรงๆนะ พวกคุณทำตัวเองทั้งนั้นแหละ สมัยผมเรียนพ่อผมออกแนวบังคับผมเสมอ พ่อชอบพูดว่าเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบแต่ตลาดไม่ต้องการจะเรียนทำไม ให้เรียนในสิ่งที่ตลาดต้องการ หัวผมไม่ได้ดีมาก แต่ก็ต้องมาเรียนวิศวะตามที่พ่อบังคับ เห็นเพื่อนเรียนนิเทศ การตลาด บริหารแล้วอิจฉาทำไมจะสอบแต่ละทียังชิวๆ จนจบมาผมได้งานบริษัทพลังงานของต่างชาติมั่นคงสุดๆ แต่อยู่มาได้สัก 3 ปีเห็นเพื่อนนั่งข้างๆกันผลงานไม่ดีในปีนั้นโดนให้ออกทันที วันนั้นเลย เลยชักไม่แน่ใจละว่าตัวเองจะรอดไหม เลยหาลู่ทางไปรัฐวิสาหกิจดีกว่าน่าจะมั่นคงกว่า ปัจจุบันเป็นนักบินของสายการบินแห่งชาติบอกตรงๆเห็นข่าวปลดคนแล้วชิวๆ เพราะอะไรนะหรือ เพราะผมทำตัวเองให้มีความสำคัญไงครับ ทำในสิ่งที่ตลาดต้องการไม่ใช่แห่เรียนไรตามกระแส ถึงจะโดนปลดผมก็ไม่กลัวว่าจะหางานไม่ได้ เพราะเรามีความรู้ไงครับ ความรู้มันเป็นอาวุธติดตัวไปตลอด ถ้าพวกคุณขี้เกียจหรือไม่คิดที่จะพัฒนาตัวเองใครจะอยากจ้าง จริงไหมครับ วันนี้ผมมีลูก แน่นอนผมบังคับลูกแน่ๆคงไม่ปล่อยให้เรียนตามใจตัวเองหรอก

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

340 Nameless Fanboi Posted ID:xDAONnhGqb

เอา iPad Pro 2018 มานั่งที่ Starbucks ครับ แล้วคนข้างๆ ที่นั่งใช้ iPad Pro 2017 อยู่เดินหนีไปเลย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

341 Nameless Fanboi Posted ID:J/I0W6CC9G

>>339
คนอยากเรียนหมอ
ก็มันเป็นอาชีพ ที่ได้ครบทุกอย่าง ...
ได้เงินแน่ๆ ได้งานแน่ๆ ได้รับการยกย่องแน่ๆ ได้ทำการกุศลช่วยคนแน่ๆ
พ่อแม่ได้ฝากผีฝากไข้แน่ๆ ความรู้ที่ได้ก็มีประโยชน์ในชีวิตแน่ๆ(ช่วยให้ดูแลตัวเอง)
ช่วยพาตัวเองและครอบครัว เข้าถึงบริการการแพทย์ที่คับคั่งเกิน แน่ๆ
พ่อแม่ได้ภูมิใจ แน่ๆ .. เป็นที่รักใคร่ และอยากเข้าใกล้ของเพื่อน แน่ๆ
ยามสงคราม ก็ได้ใช้ประโยชน์ แน่ๆ .. ยามติดเกาะ ก็ได้ใช้ประโยชน์แน่ๆ

ต่างกับวิศวกร ที่เกลื่อนเมือง, ครูที่ไม่มีใครสนใจ, นักวิชาการนักวิทยาศาสตร์ ก็มีอะไรน่าคุยเป็นพิเศษ
จะมาอ้างว่า เด็กอาจไม่อยากเป็น โถโถโถ ...กี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้ แต่ไม่อยากเป็น .. แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ที่อยากเป็น แต่เป็นไม่ได้
เป็นหมอ แล้วอยากเป็นอาชีพอื่นเสริม ทำได้แทบทุกอาชีพ(ถ้าทำได้) ... แต่อาชีพอื่น จะอยากเป็นหมอด้วย ทำได้รึเปล่า

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

342 Nameless Fanboi Posted ID:qHJ4gbkkJ+

แล้วก็เรียนรู้ว่าความสัมพันธ์มันบังคับกันไม่ได้,

ทั้งความรักทั้งมิตรภาพนั่นแหละ

จุดเริ่มต้นอาจด้วยความสนใจที่ใกล้กัน มีสิ่งที่อยากเรียนรู้จากอีกฝ่าย เชื้อไฟบทสนทนายังเต็ม เรามีเรื่องให้คุยกันมากมายโดยไม่ต้องพยายาม

ใส่เวลาเข้ามาในสมการ หนึ่งปี สองปี ห้าปี กี่ปีแล้วก็ลืมนับ

แล้วเราก็เติบโตเป็นผลผลิตที่ต่างกัน ผ่านเฟสชีวิตที่ตัวเองเลือก นั่นทำให้บทสนทนาเราถูกตีวงลงเหลือเรื่องที่เราจำเป็นต้องคุยกันเท่านั้น จะคุย เมื่อมีเรื่องคุย และเรื่องที่เหลือให้คุย ก็น้อยลงทุกที เพราะหนึ่งวันของเราไม่เหมือนกัน

แล้วความพยายามก็มาถึง พยายามหาเรื่องคุย พยายามคิดว่าอีกคนน่าจะสนใจเรื่องทำนองนี้ เปล่า ความพยายามนั่นแหละที่ทำให้มันไม่น่าสนใจ เราไม่มีทางเข้าใจสิ่งที่ใครต่อใครเป็น ความพยายามกลับทำให้ทุกอย่างดูฝืน ดูไม่เป็นธรรมชาติ ดูห่างเหิน

แล้วเราก็ห่างกันจริงๆ ด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ละคนคงมีชีวิตที่เลือกแล้ว มีชีวิตที่เดินแล้ว ไม่เสียใจอะไร เสียดายเท่านั้น แต่สิ่งไหนที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับ

ไม่ได้ใกล้กันเท่าเดิมและอาจไกลกว่านี้ แต่ยังจะดีต่อกันเสมอ

343 Nameless Fanboi Posted ID:Ynw+lbenJv

"ชาวมุสลิมโซมาเลียในสหรัฐฯอเมริกา เรียกร้องต้องการความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"

…กลุ่มแรงงานบริษัทอะเมซอนในรัฐมินนิโซตา กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียที่ตั้งถิ่นฐานในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯได้เรียกร้องให้มีการทำงานที่น้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันศุกร์ ซึ่งการประท้วงดั่งกล่าวเกิดขึ้นบริเวณด้านนอกของคลังสินค้าปลีก “เราไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่สมควรที่จะได้รับจากบริษัท" อัลดุลคาเดียร์ อาเหม็ด หนึ่งในแรงงานที่ประท้วงกล่าวกับสำนักข่าว เอเอฟพี แรงงานมุสลิมหลายๆ คนกล่าวว่า อัตราระยะเวลาในการทำงานของบริษัทสูงเกินไป ซึ่งเหมือนกับว่าบริษัทนั้นไม่ได้สนใจหรือกังวลเกี่ยวกับการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นของคนงานเลย ทั้งยังมีเงื่อนไขของการทำงานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติศาสนกิจในระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งทำให้พวกเราไม่มีเวลามากพอในการทำละหมาด ระยะเวลาที่ทางบริษัทอนุญาติให้เราได้พักก่อนหน้านั้นมันน้อยเกินไป ไม่พอ " นายอาเหม็ด กล่าว แรงงานชาวมุสลิมต่างจับกลุ่มรวมตัวประท้วงกันในช่วงการช้อปปิ้งเทศกาลวันหยุดที่วุ่นวาย โดยหวังว่าทางบริษัทนั้นจะรับข้อเสนอของพวกตน....

....ทางด้านผู้บริหารของบริษัท อะเมซอน กล่าวว่า พวกเขาได้รับสิทธิพิเศษซึ่งเราได้จัดเสนอแก่พวกเขาก่อนหน้านี้แล้วซึ่งมันเหนือกว่าบรรดาคนศาสนาอื่นๆ ได้แก่ ที่อยู่อาศัยฟรี,ห้องเฉพาะสำหรับการปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิม,กระทั่งยังได้มีการเปลี่ยนห้องประชุมของเราเพื่อให้เป็นพื้นที่รองรับการละหมาดของแรงงานชาวมุสลิมจำนวนมากในช่วงเดือนรอมฏอน และยังอนุญาติให้แรงงานมุสลิมหยุดได้ในช่วงเดือนนี้หากเขาต้องการ...การจ้างแรงงานมุสลิมผู้อพยพจากแอฟริกาตะวันออกของบริษัทเรานั้น,เราไม่เคยมีประวัติการริบรอนสิทธิของพนักงานจากกรมแรงงานมาก่อน ตัวแทนบริษัทอะเมซอน นางซาวานส์ บราวน์ กล่าวผ่านอีเมล์กับสำนักข่าวเอเอฟพี

.... "เรารู้สึกยินดีที่ได้พูดคุยกับทางผู้คณะบริหาร แต่เราไม่เคยเห็นการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังจากพวกเขาเลย" นายอับดุ มูซี่กล่าว มูซี่เป็นผู้อำนวยการบริหารของศูนย์เอวูด ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรไม่แสวงผลกำไรสนับสนุนให้การจัดการประท้วงและให้ช่วยเหลือสหภาพแรงงานชาวแอฟริกันตะวันออกภายในรัฐ ... นายอาเหม็ด เอ็นชวูร์ อิหม่ามประจำมัสยิดอัล-อิดฮาน กล่าวว่า “หลังจากที่แรงงานได้เลิกงานพวกเขาพบว่าได้มีอาการปวดหลัง,ไม่สบายเรื้อรัง และการปวดเมื่อยตามร่างกาย ที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานของพวกเขา”

...ทั้งนี้ผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้บริษัทจ่ายเงินอีกหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อบริจาคเงินให้กับมูลนิธิการกุศลที่ทำหน้าที่ในการสนับสนุนและช่วยเหลือครอบครัวของผู้ลี้ภัยในประเทศต้นกำเนิดของแรงงาน…

สำนักข่าวเอเอฟพี โดยคาเลม ยูเซลและ โนว่าซาโว เรียบเรียง/แปล โดย #มิตรสหายท่านหนึ่ง >>> https://phys.org/news/2018-12-somali-american-amazon-workers-demand-conditions.html

ปล.
.... หลักความคิดเกี่ยวกับการเรียกร้องของชาวมุสลิมซึ่งได้มีการกระทำในกรณีที่คล้ายๆกันนี้ในเกือบๆทุกที่ แต่ในทางตรงกันข้าม กฎหมายอิสลามกลับปฏิเสธการมีสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม มีเพียงมุสลิมเท่านั้นที่สมควรจะมีสิทธิอย่างเต็มที่เมื่ออยู่ในสังคมอิสลาม เช่น ในพื้นที่ที่มีการใช้กฏหมายอิสลาม แม้เพียงแค่การแขวนเครื่องรางของขลังก็ไม่ได้รับอนุญาต
ในข้อเรียกร้องดั่งกล่าวจึงเสมือนเพื่อสร้างสถานการณ์อันนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิ์ในเรื่องอื่นๆที่สูงขึ้นไปอีกในสหรัฐฯ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

344 Nameless Fanboi Posted ID:it2+OjGOTT

>>343 รมแก๊สมห้หมดพวกเหี้ย

345 Nameless Fanboi Posted ID:2xGuFZlRgM

>>340 มิตรสหายเจ้าของเว็บนะครับ แหม่

346 Nameless Fanboi Posted ID:tLy0UaVNLz

>>343 ศาสนามะเร็งโลก

347 Nameless Fanboi Posted ID:NMEOAcxbVD

>>343 มุสซี่+นิกก้า = เอี้ยx2

348 Nameless Fanboi Posted ID:Ynw+lbenJv

▪️รู้หรือไม่? ทำไมต้องแขวนถุงเท้าในวันคริสต์มาส 🎅▪️

พอพูดถึงคริสต์มาสหลายคนจะนึกถึงบรรยากาศการของการประดับไฟที่ต้นสน และเด็กหลายๆคนก็จะตื่นเต้นเฝ้ารอของขวัญจาก ซานตาคลอส หรือ ลุงซานต้า โดยการแขวนถุงเท้าไว้บนเตาผิง แต่รู้หรือไม่ว่า ทำไมถึงมีลุงซานต้า และทำไมจะต้องเป็นถุงเท้าด้วยล่ะ??
.
ซานตาคลอส หรือ ลุงซานต้า คุณลุงในชุดแดงผู้ใจดี มอบของขวัญให้เด็กๆ ตามตำนานเล่าว่า ช่วงศตวรรษที่ 4 นักบุญเซนต์ นิโคลัส เมืองไมรา เป็นนักบุญที่ชาวฮอลแลนด์เคารพและนับถือ เพราะมักช่วยเหลือเด็กๆ และยังเป็นผู้ที่เริ่มนำของขวัญไปแจกให้ให้กับเด็กๆถึงที่บ้าน ทุกคนจะจำได้ติดตาด้วยภาพคุณลุงใจดีร่างท้วม มีเคราขาว สวมชุดสีแดง เข็มขัดและรองเท้าหนังสีดำ
และเมื่อชาวฮอลแลนด์เริ่มอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ก็นำเอาประเพณีการฉลองนักบุญ นิโคลัส ไปด้วย เมื่อเวลาผ่านไปก็เปลี่ยนจากนักบุญเป็นชายแก่ตัวอ้วน น่ารัก ใจดี มีพาหนะเป็นกวางเรนเดียร์ลากเลื่อน มามอบของขวัญให้เด็กๆ ในวันคริสต์มาสของทุกปี
.
มีเรื่องเล่ากันมาว่า มีเด็กหญิงที่มีฐานะยากจนและลำบากมากจนเกือบจะตัดใจขายตัวเอง และเรื่องก็ได้ทราบถึงนักบุญนิโคลัส ท่านจึงคิดหาทางช่วยเหลือ ในช่วงเย็นและข้ามคืนวันคริสต์มาสอีฟ วันที่ 24 ธันวาคม ท่านนักบุญได้แอบไปที่บ้านของเด็กหญิงและแอบปีนขึ้นไปบนปล่องไฟ พร้อมกับหย่อนเหรียญทองลงไปในปล่องไฟ ว่าเหรียญทองนั้น ไม่ได้ตกลงไปอยู่ที่บริเวณหน้าเตาไฟ แต่กลับร่วงลงไปอยู่ในถุงเท้าที่เด็กหญิงได้ตากเอาไว้หน้าเตาไฟ เมื่อเด็กหญิงขึ้นมาในตอนเช้า ก็พบว่ามีเหรียญทองในถุงเท้า ทำให้เธอดีใจมากและทำให้เธอไม่ต้องขายตัวเองแล้ว
.
เรื่องของซานตาคลอสสื่อถึงความเอื้อเฟื้อโอบอ้อมและความรัก และด้วยเหตุการณ์นี้นี่เองทำให้หลายคนและเด็กๆ มีความเชื่อว่า ถ้าใครเป็นเด็กที่ทำตัวดีๆจะได้ของขวัญ โดยให้แขวนถุงเท้ายาวเหนือเตาผิงในวันคริสต์มาสเพื่อให้วซานต้าเอาของขวัญและของเล่นมาให้พวกเขา

ว่าแล้วแอดมินก็ขอตัวไปแขวนถุงเท้ากับเค้าบ้างดีกว่า
Merry Christmas ทุกคนค่ะ ^ ^ 🎅🎅🎁🎄🎄

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

349 Nameless Fanboi Posted ID:Q1dC6WiXgK

ทำไมถึงเขียนบล็อกยาวและละเอียด ?

ตอนนี้เหมือนคนรอบตัวเริ่มติดอิมเมจว่าเราเขียนบล็อกต้องละเอียดต้องยาวไปละ (เพราะมันจริง 555)

ซึ่งเอาจริง ๆ มันเป็นเรื่องที่น่าท้าทายมากนะ เพราะความยากที่สุดของการเขียนบล็อกคือจะทำยังไงให้คนอ่านจบ และแน่นอน การเขียนยาวก็จะทำให้โอกาสคนอ่านไม่จบสูงกว่า

แล้วทำไมยังจะเขียนยาวอีก ?

เหตุผลหล่อ ๆ คือ "เราให้ค่าเวลาของคนอ่าน"

การที่คนกดเข้ามาอ่าน Content ในเว็บก็แปลว่าเค้าให้ค่าคนเขียนแล้วระดับนึง และทุกวินาทีเค้าเสียไปเค้าต้องได้อะไรกลับไป ไม่ใช่คลิกเข้ามาแล้วก็เสียเวลาชีวิตไปฟรี ๆ

เราไม่ต้องการแค่คลิกแล้วจบ จะเห็นว่าในเว็บเราไม่มีโฆษณาเลยแม้แต่จุดเดียว เพราะต้องการให้เป็นเว็บที่ส่งเนื้อหาให้คนอ่านจริง ๆ ดังนั้นการคลิกเข้าเว็บเลยไม่มีผลต่อรายได้หรือสร้างผลประโยชน์ใด ๆ ให้เรา

ด้วยเหตุนี้เราเลยเลือกที่จะเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้อ่านแล้วเข้าใจครบหมดโดยพออ่านจบคนอ่านต้องรู้สึกว่า มันเป็นเวลาที่เสียไปอย่างมีคุณภาพ

แต่นั่นก็ทำให้ความเหนื่อยในการเขียน Content เลยสูงขึ้นมาก เพราะต้องเตรียมเนื้อหา Original Content แบบครบถ้วน ซึ่งกว่าจะเตรียมครบก็เหนื่อยมากแล้ว แต่ยังต้องเอาของพวกนั้นมาเรียบเรียงเป็นเรื่องราวมาเล่าผ่าน Storytelling ที่อ่านง่าย เพื่อให้คนอ่านเพลินจนจบโดยไม่รู้ตัว

และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพักหลังเราอัปบล็อกน้อย เพราะจะเลือกอัปเฉพาะเรื่องที่เรารู้สึกว่ามีคุณค่าจนยอมเหนื่อยเขียนและคนอ่านยอมเหนื่อยอ่านจนจบได้

ดังนั้นถ้ามีใครจะจ้างเขียนอะไรลงบล็อกจ้างได้นะครับ คิดแสนสองแสนสามแสนสี่แสนพอ ...

#เกิดเป็นคนต้องขายเป็น #ทำไมจบแบบนี้หละ

350 Nameless Fanboi Posted ID:6SrAlFyYR.

คริสมาสต์ นิวตัน เพลแกน พิวริแตนท์ กับการทวงคืนวันที่ 25 ธันวาคม

พระเยซูเกิดวันที่ 25 ธันวาคม จริงหรือเปล่า?

คริสต์มาส มาจากคำว่า "มิสซาของพระคริสต์" เป็นวันฉลอยวันคล้ายวันเกิดของพระเยซู ซึ่งชาวคริสต์ถือว่าเป็นวันที่พระเจ้าในร่างมนุษย์ได้บังเกิดขึ้น

แต่รู้ได้ยังไงว่าพระเยซูเกิดวันที่ 25 ธันวาคม

เอกสารบันทักเรื่องที่ชาวคริสต์นับวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันคริสมาสต์ คือบันทึกคำเทศนาของ เซนท์จอห์น คริสซอสตอม อาร์ชบิชอปแห่งคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเทศนาในเมือง แอนติโอก ปี ค.ศ. 386

มีบันทึกไว้ว่าพูดถึงวันที่ 25 ธันวาคม ว่าเป็นวันคริสมาสต์

และมีการฉลองวันนั้นไป แม้ขณะที่โรมันยังนับถือเทพเจ้าอยู่

นักประวัติศาสตร์ และศาสนศาสตร์คาดว่า ชาวคริสต์คำนวนวันเกิดของประเยซูจาก คำภีร์ ลูกา 1:26 ซึ่งเล่าถึงการเกิดของยอห์นผู้ให้บัพติสมา

ในตอนนั้นเล่าถึงเรื่องที่ซาคาริยาส์ (พ่อของยอห์น) ซึ่งเป็นนักบวชของยิวทำพิธีในวันทดแทนบาป (Day of Atonement) ซึ่งเป็นพิธียิว ระหว่างเดือนที่เจ็ดของปฏิทินฮีบรู (เลวีนิติ 16:29, 1 พงษ์กษัตริย์ 8:2) ซึ่งตกอยู่ในเดือนกันยายนถึงตุลาคม

จากนั้นพระคำภีร์เล่าว่า มารี ได้รับสารรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์จากทูตสวรรค์ หลังจากอิลิซาเบท (แม่ของยอห์น) คั้งครรภ์ ไปแล้ว 6 เดือน

แล้วก็บวกไป 9 เดือน จึงได้วันเกิดของพระเยซู คือวันที่ 25 ธันวาคม มา

สำหรับออเธอด็อกซ์ กับคาทอลิก (และโปรแตสแตนท์) จะนับวันต่างกัน เนื่องจากใช้ปฏิทินคนละฉบับ ออเธอด็อกซ์จึงบวกไป 13 วัน ไปตกเป็นคริสมาสต์วันที่ 7 ม.ค.

หลักฐานยืนยังว่าชาวคริสต์เชื่อกันแบบนี้และฉลองแบบนั้นมาตลอดหลังจากโรมรับศาสนาคริสต์

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเริ่มสงสัยในวันที่ 25 ธันวาคม ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 (ช่วงปี 17XX)

ตัวตั้งตัวตีในการตั้งคำถามเรื่องนี้คือ ไอเซ็ค นิวตัน

นิวตันเกิดในวันที่ 25 ธันวาคม เป็นตัวแทนของคนเศร้าที่ไม่เคยได้ฉลองวันเกิดของตัวเอง เพราะชนกับคริสมาสต์

สมัยนั้นยังไม่แยกนักวิทยาศาสตร์ ศาสนศาสตร์ กับปรัชญาออกจากกัน นิวตันศึกษาศาสนาจนได้วุฒิระดับ ป.เอก ทุกวันนี้ และมีตำแหน่งเป็นนักวิชาการศาสนาของโบสถ์ เขียนงานทางศาสนาจำนวนหนึ่ง

ถึงจะมีความเชื่อแปลกออกไปบ้างในเรื่องตรีเอกานุภาพ แต่ก็บริจาคเงินสร้างโบสถ์มากมาย

ดังนั้นนิวตันจึงมีสิทธิ์ที่จะอภิปรายเกี่ยวกับวันเกิดของพระคริสต์ในมุมมองของคนใน

นิวตันเสนอว่า วิธีการนับแบบคร่าวๆนี้โคตรจะไม่เมคเซนท์ และเชื่อว่าเขาเลือกเอาวันที่ 25 ธันวาคม เพราะโบราณมันเป็นวันท้ายสุดของการเก็บเกี่ยว และเป็นวันที่พวกเพลแกนเฉลิมฉลองกันอยู่แล้วมากกว่า จึงง่ายที่จะเฉลิมฉลองงานใหม่

(เทียบเป็นไทยก็ประมาณวันสงกรานต์)

เป็นกระบวนการทำให้เพลแกนเป็นคริสต์ (แบบเดียวกับบ้านเราที่ทำให้วันสงกรานต์ของพราหม์เป็นพุทธ)

มีชาวโปรแตสแตนท์ซึ่งอพยพลี้ภัยไปอยู่อเมริกาเช่นคณะที่เรียกว่า "พิวริแตนท์" กับ “พิวกริม” ซึ่งถ้ามองในมุมทุกวันนี้เป็นพวกคลั่งศาสนาก็จริง แต่ในสมัยนั้นเป็นหนึ่งในพวกหัวก้าวหน้าทางวิชาการที่สุด พวกนี้เชื่อนิวตันอย่างจริงจัง

พวกพิวริแตนท์เกลียดงานฉลองทุกประเภทอยู่แล้ว เพราะคิดว่าพิธีแบบคริสมาสต์ฟุ่มเฟือย และมีความคิดที่จะปฏิรูปศาสนาให้บริสุทธิ์เที่ยงแท้ที่สุด ดังนั้นก็เลยแบนคริสต์มาสเสียเลย

เพราะเหตุนี้ที่สหรัฐอเมริกา บางรัฐจะไม่ฉลองคริสต์มาส แต่จะฉลองวัน thanksgiving day ปลายพฤษจิกายน แทน (ซึ่งเป็นเทศกาลใหม่ที่พิวริแตนท์สร้างขึ้น ที่ยุโรปเลยไม่มี)

เขียนมาตั้งยาว สรุปว่าพระเยซูเกิดในวันที่ 25 ธันวาคม จริงหรือเปล่า?

ถ้าจะให้ตอบจริงๆคือ "ไม่มีคนรู้"

แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว "คิดว่าไม่"

เพราะถ้านับวันแบบกว้างๆแบบนั้นจริงๆ มันได้ตั้งแต่กลางธันวา - ต้นมกรา

ดังนั้นเวลามีคนบอกว่า "คริสมาสต์ไม่ใช่วันเกิดพระเยซูนะ!" ชาวคริสต์ก็จะมองหน้าแบบ "แล้วไง เรื่องนี้เขาเถึยงกันมาจะ 300 ปีแล้ว"

ที่จริงแล้ว ในความหมายของ การฉลองคริสมาสต์จะเป็นวันไหนก็ได้ ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ละลึกถึงการประสูติของพระคริสต์ปีละครั้ง สำหรับพระเจ้าแล้วทุกวันก็เป็นวันของพระเจ้า ไม่ใช่ว่าฉลองผิดวันแล้วจะไม่ได้บุญเสียหน่อย

จะฉลอง 28 พฤศจิกา 25 ธันวา หรือ 7 มกรา ก็ทำไปเถอะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

351 Nameless Fanboi Posted ID:RhdSdc8AuW

>>350 ทำมาเป็นยกหลักเหตุผลงั้นงี้ ถุย มึงแหกโค้งไปตั้งแต่เชื่อว่าทูตสวรรค์​มาบอกมารีว่าท้องละโว้ย

352 Nameless Fanboi Posted ID:it2+OjGOTT

>>351
ความจริงคือท้องก่อนแต่ง แต่สมัยนั้นรับกันไม่ได้เลยบอกว่า บร๊ะเจ้าส่งเด็กมา แล้วจับไอ้คนเย็ดบังคับแต่ง

353 Nameless Fanboi Posted ID:VFAdZLG/fh

>>351 ทำไมมึงเสร่อจังวะ ถ้าเปลี่ยนเป็นพุทธคือหมอนี่พยายามอธิบายว่าทำไมมหายานกับหินยานนับวันประสูตรไม่ตรงกันแล้วมึงมาบอกเชื่อได้ไงพระพุทธเจ้าเดิน 7 ก้าว

354 Nameless Fanboi Posted ID:F8KHOIePiw

คริสต์มาส​วันไหนกูไม่รู้​ ขอแค่ได้แดกหมูย่าง เป็ดย่างคริส​มาส​ฟรีแบบปีนี้ก็พอใจละ 55555

355 Nameless Fanboi Posted ID:UY4DKs/CtK

>>353 สะเหล่อ สะกดงี้

จะไม่ให้ด่าได้ไง ก็แม่งเอาวันที่ทูตสวรรค์​บอกว่ามารีท้องมาตั้ง แล้วบวกไป 9 เดือน แล้วก็ทำมาหา range งั้นงี้ ถถถ ก็ทูตสวรรค์​มันไม่มีจริงแต่แรกแล้ว มารีท้องเมื่อไหร่ใครจะไปรู้ มึงจะเอา factor ตัวนี้มาใช้คำนวณได้ไง

356 Nameless Fanboi Posted ID:2JBhUM8LYG

https://www.matichon.co.th/politics/news_1288488

ถือเป็นเรื่องดีๆส่งท้ายปี แต่ก็ต้องดูรายละเอียดของกฎหมายดีๆเพราะอาจเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่ม

1. การปลูก (ผลิต) มีการกำหนดโซน แปลว่าต้องมีใบอนุญาต ซึ่งใครเป็นผู้ออกใบ ใครเป็นผู้อนุมัติ หลักเกณฑ์การปลูกคืออะไร

2. การจำหน่าย พอได้ผลผลิตมาแล้ว ใครจะเป็นคนที่ถือสิทธิ์ในการจำหน่าย ใบอนุญาตจำหน่ายใครมีสิทธิ์บ้าง

3. การควบคุมคุณภาพและราคา อย่าลืมว่ามันเป็นผลผลิตทางการเกษตร ฟ้าฝน มีผลต่อคุณภาพ (ยกเว้นปลูกโรงเพาะ)

อันนี้คือข้อสงสัยของผม ซึ่งหลักๆเลยกลัวแค่เรื่องของการให้สัปทานกับกลุ่มคนที่มีผลประโยชน์ร่วม คนธรรมดาไม่มีทางเข้าถึงการผลิตและการจำหน่ายได้อย่างเสรี สุดท้ายเม็ดเงินก็ตกไปที่กลุ่มทุนที่มีผลประโยชน์กับนักการเมืองหรือนักธุรกิจรายใหญ่ สุดท้ายก็กลายเป็นหนังเรื่องเดิม

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

357 Nameless Fanboi Posted ID:Pg2.DMApGZ

หน้าเหี้ยคือหน้าเหี้ย ไม่ต้องหาคำพูดมาปลอบใจ แต่กูก็เห็นเพื่อนหน้าเหี้ยได้แฟนน่ารักเหมือนกัน เพราะมันเป็นคนมีเสน่ห์ชอบร้องเพลง เล่นดนตรีโดยเฉพาะกีตาร์ ที่บ้านก็พอมีเงิน แล้วเป็นคนตลกมากๆแต่ก็มีมุมผู้ใหญ่ เพื่อนบางคนหน้าเหี้ยแต่หุ่นดีก็ทำให้ตัวเองดูดีได้ หน้าเหี้ยแต่มีเสน่ห์ฌดยเฉพาะเรื่องการพูด+อะไรพิเศษๆอย่างนึง จะทำให้มึงดูดีขึ้น แต่ถ้าหน้าเหี้ยแล้วเอาแต่ตัดพ้อ ไม่คิดจะดูแลตัวเองให้ดีขึ้นมึงก็จงเป็นอย่างนี้ต่อไป

358 Nameless Fanboi Posted ID:hlOhVq6bqP

จะเอาตัวรอดในการทำงานสมัยนี้ จะเก่งด้านเดียวต่อไปไม่ได้แล้ว ต้องมีความรู้แบบตัว "T"

คือ มีทั้งความรู้รอบตัว/ทักษะด้านอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการทำงาน (ทักษะแนวราบ.. หัวของตัว T) และความรู้ที่เชี่ยวชาญของเราเองโดยตรงที่เป็นแนวดิ่ง (แกนลำตัวของตัว T)

ทฤษฎีนี้มีมาหลายปีแล้ว แต่มันเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ๆ ๆ ๆ

เช่น วิถีชีวิตของชาวเดฟ..

- จะมาเก่งภาษาใดภาษาหนึ่งหรือแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ต้องรู้ภาษาอื่น ๆ บ้าง

- จะเก่ง coding อย่างเดียวไม่ได้.. ทักษะเกื้อหนุนอย่าง UI/UX, graphic design, database design, admin, network, cloud etc พวกนี้ก็ควรมีวิชาติดตัวเอาไว้บ้าง การมาอ้างว่าผมเป็นแบ็คเอนเดฟ ผมทำฟร้อนท์เอนด์ไม่ได้.. ระวังจะตกงานเอาง่าย ๆ

แล้วนอกจากทักษะที่เสริมวิชาชีพหลักของตัวเองแล้ว ก็ควรใช้เวลาไปพัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับอาชีพหลักติดตัวไว้เป็นทางเลือกในชีวิตบ้างก็ดี

เป็นแรงงานสมัยนี้มันยากนะ แต่มันไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจไม่ดี มันเป็นเพราะเราต้องแข่งขันกันมากขึ้นหลายเลเวล ตอนนี้เราต้องแข่งขันกับเครื่องจักรด้วย ไม่ได้แค่แข่งกันเองระหว่างมวลมนุษย์อีกต่อไปแล้ว.. ใครคิดจะย่ำอยู่กับที่ ก็เตรียมเก็บเงินไว้ให้พอใช้ตอนไม่มีงานทำก็แล้วกัน

359 Nameless Fanboi Posted ID:ICgk+f9Vc7

>>350 เหมือนผิดประเด็นป่าววะ
เวลาคนแขวะเรื่องฉลองวันที่ 25 ธันวา คือเค้าแขวะเรื่องที่ไปฮุบวันสำคัญของศาสนาอื่นมาใช้
นี่มาอ้างเรื่องความคลาดเคลื่อนของปฏิทินกับการสร้างเทศกาลใหม่เฉย มันคนละเรื่องกันเลย

360 Nameless Fanboi Posted ID:WKZkwf1Sjg

>>358 T pose

361 Nameless Fanboi Posted ID:eT6f5ojicc

ในตำราชาวพุทโธเลี่ยน กล่าวไว้ว่า บุดด้า เล่าให้สาวก ฟังว่า นางเคยเกิดเป็นลิง เป็นเต่า เป็นช้างเผือก เป็นตัวเหี้ย เป็นนาค เป็นครุฑ ซึ่งล้วนแต่เป็นสัตว์(และสัตว์ในนิยาย)ที่อยู่ในภูมิภาคและวัฒนธรรมของเอเชียใต้ แต่ในตำรา บุดด้าไม่เคยกล่าวถึงการเกิดเป็น แพนด้า จิงโจ้ หมีขั้วโลก ไดโนเสาร์ เพนกวิน ยีราฟ ตุ่นปากเป็ดฯ - เพราะอะไร? ก็เพราะคนแต่งนิยาย(ตำรา)เรื่องบุดด้าไว้หลอกสาวกโง่ๆแบบพวกมึง แม่ง ไม่เคยออกชมพูทวีป ไปเที่ยวยุโรป อเมริกา ยูนาน ขั้วโลกเหนือ แอฟริกา ออสเตรเลีย เลยน่ะสิ กรุเขียม 55555

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

362 Nameless Fanboi Posted ID:fxJRi7tyiC

เอาจริง ๆ เรื่องนาฬิกาเพื่อนนี่ พอไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าน่าจะเป็นนาฬิกาเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้วจริง ๆ และที่เค้าพูดมาแต่แรกก็ไม่ได้โกหก

แต่การที่ทุกคนเชียร์ให้เป็นเรื่องโกหกและให้มีความผิดให้ได้นี่ก็บอกอะไรได้หลายอย่างนะ

ก็มีอยู่หลายเรื่องที่ไม่น่าพอใจจนคนเดือดร้อนไปทั่วทั้งประเทศแหละ (และก็ยังมีเรื่องใหม่เพิ่มอยู่ทุกวัน) แต่คงต้องแบ่งเป็นเรื่อง ๆ ไปเนอะ

ว่าแต่ใครมีนาฬิกาให้ยืมบ้างมั้ย ยังไม่ต้องตายก็ได้

363 Nameless Fanboi Posted ID:DPx6oBWiLl

ชาวญี่ปุ่นโบราณมีค่านิยมเทิดทูนบุรุษเพศ พวกเขานับถือในมิตรภาพลูกผู้ชายอย่างยิ่ง และพอมิตรภาพลูกผู้ชายมันพัฒนาไปมากขึ้นๆ มันก็กลายเป็นความรัก ...แล้วมันก็ตุ๋ยกันเอง ...ปรากฏการตุ๋ยเป็นเรื่องปกติในสังคมซามูไร มีหลักฐานว่าชินเก็นรักใคร่มาซาโนบุเป็นอย่างมาก ถึงแก่เขียนสัญญารักบอกว่า "จะตุ๋ยมาซาโนบุแต่ผู้เดียว ไม่ตุ๋ยบริวารอื่นใด" และจะไม่ทำร้ายมาซาโนบุโดยเด็ดขาดขอให้ฟ้าดินเป็นพยาน ...ปัจจุบันสัญญารักฉบับนั้นยังถูกเก็บรักษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว (มันใช้คำว่าตุ๋ยจริงๆ นะครับ ไม่ได้ใช้คำว่ารัก)

364 Nameless Fanboi Posted ID:JKWQdyTTLW

>>362 agree กุก็คิดเหมือนมึงเลยว่าถ้าเกิดยืมจริงๆ(ซึ่งเป็นเรื่องปรกติเเละเป็นไปได้สูง)กุก้ไม่ได้ข้องใจอะไรกับเรื่องนี้นะ เเต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้เหมือนเราเเม่งต้องการให้ใครก็ได้สักคนเเล้วเบลมเขา(ซึ่งเเม่งมักจะมีคนชอบพูดเชิงเสียดสี เอามันเข้าไว้) เออดีวะอย่างงี้ก็ได้เหรอว่ะ

365 Nameless Fanboi Posted ID:fxJRi7tyiC

ข่าวนาฬิกานี่คิดว่าเป็นเรื่องที่สุดของวันนี้แล้ว

ปรากฏว่าไม่ใช่..

ที่สุดของวันนี้ คือ มีคนใกล้ตัวเชื่อปปชด้วย ว่ายืมจริง บริสุทธิ์จริง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจริง..

พูดไม่ออก หาเหตุผลไม่ได้ ยอมในความรักรัฐบาลนี้ของพวกเค้าละครับ

366 Nameless Fanboi Posted ID:gR5c7FcIYr

จริงครับ ขนาดนายกซุกหุ้นให้คนใช้ คนยังเชื่อว่าไม่ผิดเลย

367 Nameless Fanboi Posted ID:fxJRi7tyiC

โดยปกติแล้ว แป้งจะเข้าร่วมงาน Conference และไปดูงานที่ต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

เพราะโลกนี้กว้างนัก แป้งต้องการ Refresh และ Update ประสบการณ์ของตัวเอง

ก่อนหน้านี้ แป้งเคยไปงานสัมมนาการทำ Startup ครั้งหนึ่ง จัดโดยองค์กรยักษ์ใหญ่ของไทย และมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 ท่าน

อาจารย์ที่มาสอน เปิด Slide และสอนตามหนังสือเล่มหนึ่ง

กว่า 3 ชม. ที่แป้งนั่งฟัง แป้งรู้สึก "เสียดายเวลา" มาก

ลองนึกดู ถ้าทุกคนดำเนินกิจการในแบบเดียวกัน วิธีเดียวกันหมด อย่างที่อาจารย์สอนมาตามหนังสือ แล้วจะมีการแข่งขัยทางการตลาดได้อย่างไร

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปิดประวัติอาจารย์ท่านนั้น และพบว่า เขาไม่เคยทำ Startup เลย เพียงแต่เขาทำคอร์สอบรมการทำ Startup เท่านั้น

เรื่องนี้สอนให้แป้งรู้ว่า

24 ชม. ของเรา ที่ผ่านไปไม่ย้อนกลับ มันมีค่ามาก

"จงเข้าร่วมสัมมนา ที่ผู้บรรยาย เป็นคนจริง ทำจริง และเคยดำเนินการในสิ่งที่บรรยายนั้นจริงๆ ... มิเช่นนั้น การที่เขาบรรยายโดยที่อ่านหนังสือมาสอน.. งั้นเราก็ไปซื้อหนังสือเล่มนั้นมาอ่านเองไม่ดีกว่าหรอ"

หลังจากนั้น แป้งจึงอ่านหนังสือเยอะมาก และดูคลิปที่มีสาระทั้งหลาย เรียกได้ว่า เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ไปเข้าคลาส หรือสัมมนาที่ไหน

คุณรู้หรือไม่ว่า ทำไมแป้งถึงไม่ค่อยชอบถูกเรียกว่า "อาจารย์"

เพราะแป้ง... ไม่ได้สอน "หนังสือ" ค่ะ

แป้งถ่ายทอดประสบการณ์ และไม่ได้บอกให้ "เชื่อ" ในสิ่งที่แป้งบอก แต่ขอให้ตั้งใจฟัง และนำสิ่งที่แป้งถ่ายทอด ไปต่อยอดงาน หรือชีวิตของคุณต่อให้ได้

หากมันมีประโยชน์ แป้งก็ดีใจ

จงเรียนรู้อยูาตลอด เพราะเราไม่รู้ว่า ความรู้เดิมที่เรามี มันจะล่าสมัยไปเมื่อใด

ทั้งนี้ .... จงอย่าเชื่อ ในสิ่งที่คนอื่นถ่ายทอดมา เพราะนั้นคือความคิด และความรู้ของเขา แต่จงนำมันมาประยุกต์กับตัวเรา และหาหนทางที่เป็นของเรา... ต่อไป

สู้ๆ ค่ะ

368 Nameless Fanboi Posted ID:887JybUNsn

"เราหยุดแล้ว แต่ท่านนั่นแหละที่ยังไม่หยุด"

พระเยซูทรงตรัสกับมนุษย์เงินเดือน
ที่ยังต้องมาทำงานจนถึงวันสิ้นปี

ธันวาคม 12:24-28

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

369 Nameless Fanboi Posted ID:gNLXI+908u

>>367 คนนี้คือใครหว่ะ

370 Nameless Fanboi Posted ID:7poAXsFUiL

กฏหมาย มีเพื่อให้สังคมอยู่ได้อย่างสงบเรียบร้อยไม่ใช่เพื่อความยุติธรรม

ดังนั้นผู้มีอำนาจ ที่มีอิทธิพลกระทบกับสังคมเป็นวงกว้าง จึงใช้กฏหมายไม่ได้

371 Nameless Fanboi Posted ID:dx/nmHOyAU

>>369 คุณแป้ง จากบริษัท แคโรไลน์ ที่ทำด้าน data science

372 Nameless Fanboi Posted ID:B3NpFoGURC

>>367 ทำไมอ่านแล้วรู้สึกหมั่นไส้วะ

373 Nameless Fanboi Posted ID:dx/nmHOyAU

>>372 ที่คุณหมั่นไส้เป็นที่ตัวคุณเองไม่ใช่ตัวโพสต์

374 Nameless Fanboi Posted ID:887JybUNsn

"เอาจริงนะที่เขาบอกคนรุ่นเราความอดทนลดลงเนี่ย มันแปรผันตรงกับที่สมัยก่อนทอง 2000 เงินเดือนป.ตรี 6000 ในขณะที่ตอนนี้ ทอง 20000+ เงินเดือนป. ตรี 15000 หรือเปล่า นี่หมายความว่ากำลังซื้อ ซึ่งก็คือค่าจ้างจริง real wage ลดลง จำที่มาข้อมูลไม่ได้ แต่ช่างแม่ง ถามคนรุ่นก่อนแล้วมันเป็นแบบนั้น

ล่าสุด อ. ต้น เดชรัตน์ เล่าผลวิจัยว่าผลิตภาพของแรงงานสูงกว่าค่าแรงเป็นสิบปี คือสิ่งที่ได้ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ควรจะเริ่มกระตุกขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว qualification ต่างๆ เช่น excellent english ฯลฯ ที่ก็ยังคงอยู่ที่สองหมื่นห้า ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คือ อะไรก็ได้ที่ชีวิตมันรวยและมีเก็บกว่านี้ อันนี้ยังไม่รวมถึงงานที่คุยกันยังไม่ลงตัว เช่นคนนึงแม่งต้องทำโฟโต้ฉอปได้ อัพเฟซเป็น พูดอังกฤษได้ ถ่ายวีดีโอได้ ทำแม่งทุกอย่าง แต่ก็ยังสองหมื่นสองหมื่นห้า ถ้าคิดด้วยอัตราเทียบๆ เท่าๆ กับสมัยก่อน มันอาจเป็นสี่หมื่นหรือมากกว่านั้นแล้วหรือเปล่า?

ในขณะที่ที่ดินที่แพงๆ ถูกซื้อไปแล้ว ทรัพยากรไหลเข้าทุนใหญ่ ทำเหี้ยอะไรไปก็ได้น้อยเหลือเกิน ทำเยอะได้น้อย การแข่งขันสูง โอกาสน้อย แบบนี้ไม่เกี่ยวกับว่าคนรุ่นนี้อดทนน้อยลงหรือเปล่า แต่ว่ากำลังเผชิญกับแรงกดดันที่มากขึ้นหรือเปล่า?

หรือเปล่า?"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

375 Nameless Fanboi Posted ID:bGd+y0GC3L

>>374 เหมือนจะเคยโพสไปแล้วรึเปล่า?

376 Nameless Fanboi Posted ID:uEDqCuId5V

>>375 อืม รายได้ถ้ามันพัฒนามาตามสเต็ปจริงๆ 40-60k ก็พอได้ ประเทศพัฒนาแล้วก็อยู่ระดับนี้ แต่สิ่งที่ไทยขาดไปคือกิจการของคนไทยเอง เพราะถ้ากิจการเป็นของต่างชาติ กำไรก็ไหลไปนอกหมด

อีกอย่างคือสินค้าที่ add value ได้มากๆ ไทยขาดจุดนี้มาก เมืองจีนที่ว่าปิดกันยังสร้างสรรค์สินค้าที่มี add value ได้มากกว่าอีก

377 Nameless Fanboi Posted ID:fxJRi7tyiC

จะว่าไป เคยตั้งเป้าหมายว่าจะหาเงินให้ได้ 1m (ไม่รวมค่าใช้จ่าย) ไปนั่งค้น statement ทำสำเร็จไปตั้งแต่ 2016 แล้วนี่หว่า 🤦‍♂️

จริง ๆ พอหาล้านแรกได้ ล้านต่อ ๆ ไปก็หาไม่ยากแล้ว (ตั้งแต่ 2016 ก็ได้เกินล้านตลอด) ลองดูว่าปีหน้าจะหา 10 ล้านได้ไหม

ส่วนเงินสดอย่าถาม หายไปไหนหมดดดดดดดด ม่ายยยยยยย TTwTT

378 Nameless Fanboi Posted ID:xk7vILgTEH

>>377 จริงๆหลังล้านแรกปีต่อไปส่วนใหญ่เค้าก็ได้10ล้านอัพกันทุกคนนะ มึงทำยังไงถึงพลาดได้วะ

379 Nameless Fanboi Posted ID:ElqmTSWpU8

Social media เริ่มกลายเป็นกิจกรรม
ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับผม
มาซักพักแล้ว นอกเหนือจากการทำเพจ
เพื่องานหรือธุรกิจที่ทำอยู่

ไม่แน่ใจว่าทำไมอยู่ๆเริ่มนั่งคิดจริงจังกับเรื่องนี้
สภาพของ Social media มันก่ำกึ่ง
ระหว่างความเป็น Private กับ Public
และ Feed ที่เป็นเสมือนเครื่องมือฆ่า เวลาชั้นดี

แต่สิ่งที่น่ากลัวสำหรับเรื่องนี้ของผมก็คือ
เราดันติดนิสัยใช้มันบ่อยเกินกว่าความจำเป็น
แล้วก็ดันกลายเป็นว่า พอขาดมันนานๆเข้า
ก็เหมือนขาดยา แม้ว่าพยายามเล่นมันน้อยลง

แม้ว่ายังไม่ได้คำตอบกับปัญหานี้
แต่รู้แค่ว่า ทุกวันนี้ พยายามใช้เฉพาะช่วงที่จำเป็นมากขึ้น
กว่าเมื่อก่อน และพยายามฝึกนิสัยใหม่มาทดแทนการติด

380 Nameless Fanboi Posted ID:r2WkguiKSU

ผมไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่กับความล้มเหลวของระบบราชการและองค์กรอิสระไทย

ลองคิดแบบนี้ ถ้าคุณเป็นข้าราชการ เป็นองค์กรอิสระ แล้วได้ยินคำของผู้มีอำนาจว่า

"ช่วยผมหน่อยสิ ถ้าทำผมจะช่วยคุณกลับ แต่ถ้าคุณไม่ทำ คุณจะเสียทุกสิ่งที่มีอยู่ไป - เอาเถอะ ใครๆเขาก็ทำกัน อย่าให้ตัวเองแปลกไปจากคนอื่นเลย เดี๋ยวโดนเพ่งเล็ง"

คุณมองดูตำแหน่งที่คุณมี เงินเดือนที่คุณมี

ค่าเช่าบ้าน ค่าเทอมลูก เงินที่ส่งพ่อแม่ หากปฏิเสธคำขอนี้คุณอาจจะสูญเสียทุกอย่างไป

หรือถึงขั้น อาจจะติดคุก หรืออาจจะตาย

คุณพร้อมหรือเปล่าที่จะเลือกเดินในทางที่ถูกต้อง?

ในความเชื่อของชาวคริสต์ พระคำภีร์บอกแต่แรกว่าโลกนี้คือโลกแห่งบาป ดังนั้นเมื่อเราเดินในทางที่ถูกต้องเที่ยงตรงแล้ว โลกนี้จะเป็นศัตรูกับเรา

เหมือนเรื่องของดาเนียลกับถ้ำสิงโต

ดาเนียลเป็นชาวยิวที่ถูกบาบิโลนตีเมืองแตก และถูกกวาดต้อนไปยังบาบิโลน

ถูกเรียกมาเพื่อให้ทำงานรับใช้ราชสำนักบาบิโลน

ดาเนียลต้องสู้กับความแค้นของตัวเอง เขาควรจะทำงานให้กษัตริย์ผู้ชั่วร้ายหรือไม่

ดาเนียลเลือกทำสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้คน ตราบเท่าที่คำสั่งของกษัตริย์แห่งบาบิโลนไม่ขัดต่อทางของพระเจ้า

ดาเนียลทำได้อย่างดี เขารับใช้บาบิโลนอยู่หลายสิบปี จนได้เป็นถึงผู้ว่าการรัฐ

แน่นอนนั่นทำให้เขามีศัตรูที่จ้องจะกำจัดเขามากมาย

ในที่สุดก็มีคนไปฟ้องกษัตริย์ว่า ดาเนียลไม่ยอมเคารพกษัตริย์ในฐานะเทพเจ้า และยังนมัสการพระยาเวห์ ซึ่งมีโทษคือต้องถูกส่งลงไปในถ้ำสิงโต

กษัตริย์ชื่นชอบดาเนียลมาก จึงยื่นข้อเสนอให้เขาว่าจะเลิกนับถือพระเจ้า หรือจะไปอยู่ในถ้ำสิงห์

พระคำภีร์ตอนนี้เตือนว่า การทำดีจะต้องเผชิญกับศัตรูมากมาย และท้ายที่สุดผู้ซื่อสัตย์จะต้องเผชิญหน้ากับสิงห์

โลกที่เราอยู่ทุกวันนี้เป็นผลจากทางเลือกของมนุษย์ ที่สืบทอดกันมาหลายพันปี

และคนเลือกทางเลวร้ายมามากกว่าทางดี มันเลยเป็นโลกของความบาป ไม่ใช่อาณาจักรสวรรค์

เพราะทางของมารสบาย แต่ทางของพระเจ้านั้นทุกข์ทรมาน เนื่องจากเราจะเป็นศัตรูของโลกที่เป็นอยู่ก่อน

เรารู้ว่าวิธีการแก้ไขความล้มเหลวและคอรัปชั่นที่มีอยู่ในโลก คือการเลือกที่จะยืนกรานในทางที่ถูกต้อง

แม้จะสูญเสียทุกสิ่งที่เคยมีอยู่ในโลก หรือจะต้องตาย

และเลือดของเราจะเป็นสิ่งที่ล้างบาปและความเลวร้ายของโลก เป็นน้ำที่จะรดให้เมล็ดของอาณาจักรสวรรค์เติบโตขึ้น

แต่ใครจะลงไปในถ้ำเสือก่อน? ใครจะสละเลือดตัวเองก่อน? ใครจะเป็นคนแรก?

เมื่อทางเลือกนี้มาถึงเรา เราจะเลือกทางของพระเจ้า หรือทางของมาร?

เราจะทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยไม่คิดถึงความแค้นของตัวเองได้หรือไม่?

เราจะทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยไม่คิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองได้หรือไม่?

เราจะทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนแม้จะเผชิญกับอันตรายต่อชิวิตของตัวเองได้หรือไม่?

ในเวลาที่การทดสอบมาถึง เราจะเลือกทางเดินของพระเจ้า หรือยอมแพ้ต่อมาร?

เป็นทางเลือกที่ยาก

จะมีใครหนอจะเข้มแข็งพอที่จะเลือกเดินสู่ถ้ำสิงโตได้?

ขอพระผู้เป็นเจ้าช่วยเราในเวลานั้น ดังที่พระองค์ทรงอยู่กับดาเนียล

ขอเตือนเราในเวลานั้นให้ละลึกถึงพระคริสต์ ผู้หลั่งเลือดก่อนเพื่อเรา และเหล่าธรรมมิกชนทั้งหลายที่หลั่งเลือดตามมาเพื่อทำให้โลกใบนี้ใกล้เคียงกับอาณาจักรสวรรค์มากขึ้น

และขอให้เป็นตามพระทัยของพระองค์ อย่าให้เป็นไปดั่งใจของพวกเราที่อ่อนแอเกินกว่าจะตัดสินใจเลือกทางที่ดีด้วยตัวเองเลย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

381 Nameless Fanboi Posted ID:/xMGkRqrkQ

24 ธันวาคม 2018

ถึง ชาวปัญญาที่รักทุกคน

ผมรู้สึกเสียใจที่จะแจ้งว่าเราไม่สามารถที่จะดำเนินการตามประกาศก่อนหน้านี้ เรื่องการดำเนินการชำระเงินภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ได้ครับ ผมและทีมงานทุกคนตั้งใจและพยายามอย่างทึ่สุดเพื่อที่จะสามารถดำเนินการได้ทันเวลา แต่ว่าสุดท้ายก็ไม่สามารถจัดการได้ทันภายในปีนี้

ทีมงานทุกคนทำงานอย่างหนักโดยหวังว่าทุกคนจะไม่ต้องผิดหวังกับการรอคอยครั้งนี้ แม้ว่าเราจะไม่สามารถดำเนินการได้ทัน แต่ว่าเรากำลังจัดการระบบถอนเงินใหม่ครับ และเมื่อระบบนี้เรียบร้อยแล้ว การถอนเงินหลังจากนี้จะไม่มีการล่าช้าอีกต่อไปแล้วครับ

ตราบใดที่ Panya ยังดำเนินการอยู่ ผมขอยืนยันว่า เราจะดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้เล่นทุกคนอย่างแน่นอนครับ ปีที่ผ่านมามีความท้าทายเกิดขึ้นมากกว่าที่เราได้คาดการณ์ไว้มากกับการเป็นคนแรกที่เริ่มเดินทางสายใหม่ในธุรกิจนี้ แม้หนทางเส้นนี้จะไม่ง่าย แต่เราก็ได้เรียนรู้อะไรมากมาย และเราสัญญาว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนต่อไป

ผมต้องขอขอบคุณอีกครั้งที่ร่วมกันทำให้แอป Panya เป็นแอปพลิเคชันที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคในปีนี้

หลังจากที่เราได้ทำการจ่ายเงินให้กับผู้ชนะทุกคนแล้วในปี 2019 นี้ เราจะมีโชว์รูปแบบใหม่มาให้ทุกคนแน่นอน โดยทุกคนจะได้พบกับรายการที่หลากหลายกว่าเดิม สนุกกว่าเดิม รางวัลมากมายกว่าเดิม และที่สำคัญ จ่ายเงินตรงเวลาแน่นอน เราตั้งใจจะสร้าง Panya ให้อยู่คู่กับผู้เล่นทุกคนไปอีกเนิ่นนานเลยครับ

ขอบคุณที่อยู่กับเราตลอด ถ้าไม่มีคุณ ก็ไม่มีเราจริงๆ ครับ

Geir Winsvoll
(CEO Panya)

382 Nameless Fanboi Posted ID:wtxLW0OYdz

สองวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต

คือวันที่เราเกิด และวันที่รู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร

#มิตรสหายข้างบ้าน

383 Nameless Fanboi Posted ID:ikZKHspr8V

บ้านเรานี่ให้ค่าทุนกับมนุษย์ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ ในทางจิตวิทยาแรงจูงใจ มีส่วนทำให้คนเกียจคร้านด้วย เพราะงานทุ่มหนักแต่เงินกลับมาจัดการอะไรๆ รอบตัวได้น้อยนิด หรือจะพูดให้สวยๆ หน่อยก็ power of purchasing นี่ละ

งานสมัยเป็นเด็กน้อยจบใหม่ๆ ผมเคยมีโอกาสเป็น Sale เงินเดือนไม่เท่าไหร่แต่ค่าคอม + จากลูกค้า ตกคนละ2000 เดือนหนึ่ง ประมาณ 30-40 คน รวมเงินเดือนจะได้ต่อเดือนราว 70-80 k จำได้ว่าช่วงนั้น ขยันมาก แล้ว อีป้า head บัญชี มันเห็นว่าผมรุ่งเรืองเลยสกัดดาวรุ่ง ทำกฎใหม่ลดเรตค่าคอมลดครึ่งหนึ่ง บวกกับเป็นเด็กน้อยนานแล้ว อยากปรับ title นำหน้า ไปสมัครงานที่ใหม่ ปรับตำแหน่งกับฐานเงินเดือน ได้ไม่เท่าไหร่ ตำแหน่งสูงขึ้นแต่ขี้เกียจลง รักษาผลประโยชน์ตัวเองเต็มที่ เลิกงานกลับบ้าน และทุกวันนี้ก็ยังไม่เจองานที่เหนื่อยแต่คุ้มแบบนั้นอีกแล้ว 5555

ประเด็นคือยังจำตอนตัวเองได้เงินต่อเดือนประมาณนั้นได้ คือขยันมากนะ แล้วเทคแคร์ลูกค้าอย่างดี ชีวิตมีความหวัง แบ่งเงินเป็นส่วนๆ สำหรับออม สำหรับซื้อของฟุ่มเฟือย สำหรับเก็บไว้เที่ยวต่างประเทศ (ครั้งแรกในชีวิต) กลับจนดึกไม่เคยบ่น โดนลูกค้าด่ามีแต่จะคอยแก้ไขให้ แต่พอรายได้ลดลงมาจากนั้นพอควร ถึงได้ตำแหน่งระดับหัวหน้า แต่ก็ไม่ได้ขยันตะบี้ตะบันเท่านั้นอีกแล้ว อีสัสทำได้ครอบจักรวาลรายได้กูก็ยังสู้คนไปทำงานง่ายๆ ในประเทศพัฒนาแล้วไม่ได้ พวกนี้บางทีทำงาน 2-3 ปี กลับบ้านมาซื้อบ้านเงินสดได้กันเลยทีเดียว

เป็นหลักเดียวกับโรงแรมนั่นแหละ ไปโรงแรมห้าดาว รายได้บริกรต่อเดือนเท่าไหร่ ไม่แปลกที่เขาจะตั้งใจจำแม้กระทั่งคุณชื่อจริงนามสกุลอะไร แพ้อาหารอะไรบ้าง แต่เวลาไปโรงแรมที่จ้างพนักงานด้วยค่าแรงขั้นต่ำที่สุดของที่สุด จะเจอแบบว่าแล้วเล่นมือถือหรือถามอะไรไปแล้วตอบไม่รู้ค่ะ ไม่ทราบค่ะ

ด้านพฤติกรรมส่วนบุคคล ความเกียจคร้าน ไม่อินังขังขอบ อาจเรียกว่าเป็นกลไกการป้องกันตนเองอย่างหนึ่งของคนคิดว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมด้านผลตอบแทน คือ fight back ด้วยการเอาเปรียบนายจ้าง หรือไม่ก็ละเลยหน้าที่เล็กๆ น้อยๆ ที่อาจส่งผลด้านลบกับองค์กร (เช่น เห็นกระทู้ด่าบริษัทในเน็ต ก็ไม่แจ้งให้ใครทราบหรือไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรไปด้วย เพราะไม่รู้สึกผูกพันหรือภักดีอะไรอยู่แล้ว แค่ทำไปวันๆ)

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

384 Nameless Fanboi Posted ID:K0oDD41S0G

จากบทความก่อนหน้านี้ได้เขียนไว้ว่า “การโจมตีในเกมหมากล้อมอยู่บนพื้นฐานของการแลกเปลี่ยน”

จึงขออธิบายกับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น เราอาจเคยได้ยินคนพูดกันว่า “กลัวโดนหลอกใช้” ถ้าเป็นเมื่อก่อนตนเองก็คงรู้สึกไปกับคำกล่าวนี้อยู่บ้าง แต่เมื่อได้เรียนรู้หลักธรรมชาติจากหมากล้อมมากขึ้น กลับรู้สึกเฉย ๆ คงเพราะในความเป็นจริงแทบจะเป็นไปไม่ได้ ถึงแม้จะโดนข่มขู่ เราก็ยังเป็นคนเลือกอยู่ดีว่าจะทำหรือไม่ทำ หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร ย่อมได้อะไรกลับมาเสมอ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นประสบการณ์ ที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติ จนในที่สุดไม่สนใจว่าจะได้อะไรกลับมาเป็นการแลกเปลี่ยน เพียงพยายามทำให้ดีที่สุด

ด้วยเหตุนี้จึง “ไม่กล่าวโทษผู้อื่น แต่เป็นการเร่งพัฒนาตนเอง” ถึงแม้จะรู้ว่าทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบ และการตักเตือนก็เป็นสิ่งจำเป็น ในเมื่อเรามีพื้นฐานในเรื่องเหล่านั้น แต่ก็ไม่ควรใช้การตัดสินหรือยัดเยียดความคิดของตนเองต่อผู้อื่น เพราะถ้าเรามีข้อมูลไม่เพียงพอหรือคิดผิดย่อมเป็นเรื่องที่อันตราย โดยเฉพาะเขาไม่รู้จักการเปลี่ยนแปลงพลังงานให้เป็นประโยชน์ในภาพรวม ด้วยเหตุนี้การเร่งพัฒนาตนเองจึงสำคัญที่สุด

หากไม่รู้จริงก็เป็นเพียงการมองที่ “ปลายเท้า” เหมือนกับที่ ขงจื๊อทราบว่าลูกศิษย์เป็นคนใจร้อน หลังจากขอลากลับบ้านเกิด จึงกำชับไว้ว่า “จงพิจารณาเหตุการณ์ให้ดีเสียก่อน” เมื่อเดินทางถึงบ้านเกิดในช่วงค่ำ จึงรีบเปิดประตูเข้าห้องนอนไปหาภรรยา แต่กลับเห็นปลายเท้าของคน 2 คน นอนอยู่ด้วยกัน จึงบังเกิดโทสะหมายจะฆ่าเสียทั้งคู่ แต่นึกได้ถึงคำอาจารย์ รีบจุดไฟและดึงผ้าห่มออก จึงรู้ว่าภรรยาพาน้องสาวมานอนด้วยเท่านั้นเอง

ในโลกของหมากล้อมเป็นการก้าวข้ามความกลัวไม่ว่าจะ กลัวแพ้ กลัวเดินพลาด กลัวไม่ระวัง กลัวจากความไม่รู้ เมื่อโดนกระทบแต่ละคนก็เรียนรู้ที่จะแสดงออกแตกต่างกันไป ซึ่งก็เป็นธรรมดา บางคนโชคดีไม่สนใจในเรื่องเหล่านี้ แต่ใครที่ใส่ใจและฝึกรับมืออยู่เป็นประจำย่อมได้ประโยชน์มากที่สุด ที่สำคัญพื้นฐานหมากล้อมเป็นการแข่งกันสร้าง สร้างความมั่นคง สร้างโอกาส สร้างอนาคต และไม่มีใครได้ทุกอย่าง ถึงแม้การโจมตีจะมีคนได้ผลประโยชน์มากกว่า แต่ถ้าเปิดใจมองกว้าง ๆ ในด้านอื่นที่นอกเหนือจากผลแพ้ชนะก็ยังมีสิ่งอื่น อย่างเช่น มิตรภาพ หรือการควบคุมอารมณ์ ที่ช่วยให้ตั้งสติและมีสมาธิได้รวดเร็วขึ้น

แต่เมื่อไรก็ตาม ที่เราเผลอยึดติดในอัตตาหรือหลงไปกลับความรู้สึกแล้ว นอกจากจะลดโอกาสชนะในเกม ยังทำลายผลประโยชน์ในด้านอื่นด้วย ทั้งนี้ก็ควรระวังการสับสนระหว่างการทุ่มเทไปในด้านใดด้านหนึ่ง อันเนื่องมาจากเราเห็นว่าผลประโยชน์ในด้านอื่นนั้นสำคัญน้อยกว่า แต่ถ้าเมื่อไรเราทุ่มเทจนเป้าหมายต่างหากที่อันตราย

การตัดสินใจที่พลาดพลั้งบนเกมหมากล้อม นักหมากล้อมที่ดีจะลืมความผิดพลาดเหล่านั้นไปก่อน แต่จะคิดถึงปัจจุบันขณะว่าจะแก้ไข หรือมีโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดหรือไม่ เมื่อจบเกมจึงค่อยพิจารณาถึงความผิดพลาดของหมากตนเองก่อนเสมอ หากมีเวลาก็จะนำเกมที่เล่นมาเรียงใหม่ เพื่อย้อนดูความผิดพลาดของทั้งสองฝ่าย เพราะในเกมหมากล้อมไม่มีใครที่ไม่ผิดพลาด โดยผู้ที่ผิดพลาดน้อยกว่าจะได้รับชัยชนะ ทั้งนี้การพิจารณาความผิดพลาดของอีกฝ่าย ท้ายที่สุดแล้วก็เพื่อพัฒนาตนเอง เพราะถ้าเขาเดินได้อย่างเหมาะสมแล้วเราควรจะรับมืออย่างไร

อย่างลืมว่าความผิดพลาดอาจจะเรียกอีกอย่างว่า “ดีน้อยไป” ก็ได้ เพราะหมากทุกหมากล้วนเกิดมาจากเหตุผล

“ยิ่งยึดมั่นถือมั่นเท่าไร ยิ่งรู้สึกถึงการสูญเสีย”

ซีเอ็ม.โกะ (2018/12/30)

อ้างอิงบทความครั้งก่อน
facebook.com/CmGoClub/photos/a.2048578358513902/2080140522024352

385 Nameless Fanboi Posted ID:uzJ4fhy707

ขอแชว์ประสบการในวงการforex ผมเข้ามานี้4ปี ผมล้มเหลว ทั้งสามปีที่ผ่านมา ผมโลภ ผมหมดตัว ผมมีคนดูถูก ผมเด็กบ้านนอก ที่ทำไร่ทำสวนทำเกษตร แต่ผมมีเลือดนักสู้ เคยท้อแบบไม่อยากเล่นไม่อยากเทรด ผมไม่รู้มาถึงวันนี้ได้ยังไง อาจารที่สอนคืออาจารในยูทูป ผมไม่เคยทำการตลาด และไม่ได้ทำib ผมอาศัยความสามารถของตัวเอง ของขวัญผมไม่เคยได้ แต่วันนี้ผมต้องซื้อของขวัญให้ตัวเอง
ผมสามารถดูแลคนที่ผมรัก คือพ่อแม่ ผมเคยดูถูกจากคนรอบข้าง ผมเริ่มจาก0ตอนนี้ผมก้ยังมีค่าเท่ากับ0 ของขวัญปีนี้ผมขอบคุณ forexมาก
สุดท้ายขอเป้นกำลังใจทุกคนสามารถทำได้นะครับ
อย่าท้อแท้กับชีวิต ชีวิตมีอะไรที่เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย

386 Nameless Fanboi Posted ID:uzJ4fhy707

ขอแชว์ประสบการในวงการforex ผมเข้ามานี้4ปี ผมล้มเหลว ทั้งสามปีที่ผ่านมา ผมโลภ ผมหมดตัว ผมมีคนดูถูก ผมเด็กบ้านนอก ที่ทำไร่ทำสวนทำเกษตร แต่ผมมีเลือดนักสู้ เคยท้อแบบไม่อยากเล่นไม่อยากเทรด ผมไม่รู้มาถึงวันนี้ได้ยังไง อาจารที่สอนคืออาจารในยูทูป ผมไม่เคยทำการตลาด และไม่ได้ทำib ผมอาศัยความสามารถของตัวเอง ของขวัญผมไม่เคยได้ แต่วันนี้ผมต้องซื้อของขวัญให้ตัวเอง
ผมสามารถดูแลคนที่ผมรัก คือพ่อแม่ ผมเคยดูถูกจากคนรอบข้าง ผมเริ่มจาก0ตอนนี้ผมก้ยังมีค่าเท่ากับ0 ของขวัญปีนี้ผมขอบคุณ forexมาก
สุดท้ายขอเป้นกำลังใจทุกคนสามารถทำได้นะครับ
อย่าท้อแท้กับชีวิต ชีวิตมีอะไรที่เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย

387 Nameless Fanboi Posted ID:GGfvweTBhL

>>386 อะไรวะ forex
føtex??

388 Nameless Fanboi Posted ID:.Cg78Nt.1f

>>385 งง สรุปคือมึงกำไรหรือเจ๊งกันแน่

389 Nameless Fanboi Posted ID:uzJ4fhy707

2018 ของบีมและเป้าหมายในปีหน้า
びーむの2018年そして2019の目標

2018 ของบีม

1. ปีนี้สำหรับบีมถือว่ามีทุกรสชาติ แต่สุดท้ายบีมก็พอใจที่ได้ทำในสิ่งที่รัก

2. ปีนี้เป็นปีแรกที่บีมรู้สึกว่าเวลาเดินเร็วมาก จนแทบจำอะไรไม่ได้เลย ที่รู้สึกล่าสุดคือเดือนกุมภา แล้ววาร์ปมาวันสิ้นปีเลย งงในงง ไม่รู้ว่าอายุเยอะขึ้นหรืองานเยอะ 555

3. ปีนี้งานเยอะมาก บีมค่อนข้างยุ่งมากๆ โดยเฉพาะเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ที่ยุ่งที่สุดคือ ตั้งแต่พฤศจิกาเป็นต้นมา บีมแทบไม่ได้หยุดเลย

4.ย้อนไปต้นปี เรื่องดีเรื่องแรกคือ YouTube บีมครบ 100000 Subscriber บีมได้โล่เงิน ตามที่บีมตั้งเป้าไว้ ถึงแม้ปลายปีจะทำยอดได้ไม่ถึง 150000 แต่ก็ถือว่า เดินทางมาได้ด้วยดี

5. ได้เดินทางไปต่างประเทศเดือนละ 1 ครั้ง ปีนี้เดินทางไปต่างประเทศ 12 ครั้งพอดี ญี่ปุ่น 10 อินโด 1 ฟิลิปปินส์ 1 เป็นปีแรกที่ได้ทำคลิปที่ไม่ใช่ประเทศญี่ปุ่นด้วย 555

6. ได้ร้องเพลง ทำสิ่งที่ตัวเองชอบมากๆอีกอย่างอีกครั้งนึง ตอนแรกบีมคิดว่าบีมจะตัดใจจากการร้องเพลงไปแล้ว แต่ก็ได้เพื่อนใหม่ ที่พวกเขาทำให้บีมมีแรงขึ้นมาอีก เพราะโดนโขกสับ 555

7. ได้สนิทกับพี่ๆเพื่อนๆหลายๆคน โดยเฉพาะบก.เรโกะและอากินะ เรากินนอนด้วยกันหลายครั้งมากในปีนี้ และบีมดีใจมากที่ได้สนิทกับทั้งสองคน เหมือนได้พี่สาวได้เพื่อนรักเพิ่มขึ้นมา

8. ได้ทำงานกับคนญี่ปุ่นหลากหลาย มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีเกิดขึ้น ยิ่งทำงานเยอะยิ่งมีปัญหาใหม่ๆที่ทำให้บีมกังวลมากขึ้น แต่บีมก็ผ่านมันมาได้จนสิ้นปี

9.ได้ทำงานหลากหลายมากขึ้น ปีนี้บีมได้ทำงานพิธีกรมากขึ้น รู้สึกได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ถนัดในการคุยต่อหน้าผู้คนเยอะๆมากขึ้น ซึ่งแต่ก่อนบีมแทบทำไม่ได้เลย

10.ได้ไลฟ์ใน YouTube ทำรายการสอนภาษาไทยมีฐานแฟนๆคนญี่ปุ่นที่คอยสนับสนุนบีมมากขึ้น ทุกครั้งที่อ่านคอมเม้นต์ ทุกครั้งที่มีคนดูบีมดีใจมาก ที่สำคัญปีนี้เป็นครั้งแรกที่บีมจัดงาน Meeting ที่โตเกียว มีคนญี่ปุ่นมาเข้าร่วมมากมาย สนุกมากๆเลย

11. ปีนี้บีมเขียนหนังสือด้วยนะ ปีหน้าตีพิมพ์แน่ๆ

งานที่บีมทำอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น YouTuber ล่าม พิธีกร ร้องเพลง Blogger คุณครู บีมก็ไม่รู้จะนิยามอาชีพตัวเองว่าอะไร

แต่วันนี้บีมมองย้อนกลับไป

มันคืออาชีพในฝันที่บีมฝันไว้ตั้งแต่ตอนที่บีมเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ การได้เป็นจุดเล็กๆที่เชื่อมต่อไทยกับญี่ปุ่นเข้าไปด้วยกัน ได้ทำงานที่ใช้เสียง ใช้ภาษา

มันคือความฝันที่เป็นจริง

วันนี้บีมอยากบอกตัวเองว่า

บีมทำได้แล้วนะ

และบีมจะพยายามต่อไป

แงๆๆๆ

มาถึงวันนี้ได้ บีมขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากๆ ขอบคุณสำหรับโอกาส และความรักที่ทุกคนมอบให้ บีมจะรักษามันเอาไว้ และทำให้ดียิ่งขึ้นในปีต่อๆไปค่ะ

---------------------------------------------

เป้าหมาย 2019

1. YouTube 200000 คน
2. Facebook 200000 คน
3. IG 30000 คน
4. Twitter 20000 คน

ใครบอกไลค์กินไม่ได้ มันกินได้จริงๆนะ
มันเติมเต็มความฝันให้บีมได้
ทำให้ทุกวันนี้บีมมาอยู่ตรงนี้
และบีมจะตอบแทนทุกคนด้วยการทำสิ่งที่บีมรักและทุกคนน่าจะชอบต่อไปนะคะ แฮร่

5. เขียนหนังสือให้เสร็จ 1 เล่ม ถ้าเป็นไปได้ก็เขียนอีกเล่มที่ค้างไว้ด้วย

6. ทำงานให้ได้เท่านึงของปีนี้ (เงินด้วยนะ 555)
7. ออกกำลังกายให้มากกว่าปีนี้ สุขภาพแข็งแรง
8. พาพ่อแม่ไปเที่ยวต่างประเทศที่ไหนก็ได้สักที่ ฮ่าๆ
9. ทำเว็บใหม่ รื้อใหม่ ไฉไลไฮโซ
10. ไปถ่ายไทยเฟสที่ญี่ปุ่น ที่โอซาก้า กับนาโงย่า !!!
11. รักษาโอกาสและความรักจากทุกคนที่รักบีมเอาไว้

ขอบคุณที่คอยสนับสนุนบีมตลอดมานะคะ
ทุกคนมีเป้าหมายปีหน้าว่ายังไง มาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ

ขอบคุณรูปสวยๆจากคุณ UnRafe Wanitchasiri ค่ะ

BeamSensei

------------------------------------------------

日本語は箇条書きで!(笑)

びーむの2018

1.好きなこと全部できた

2.時間がたつのがこんなに速いんだって初めて分かった

3.仕事めっちゃ多くて、忙しかった。特に11月に入ってから全然休んでない

4.YouTubeのサブスクライバーが10万人超えた

5.1か月1回、海外に行けた
今年日本10 インドネシア1 フィリピン1

6.バンドを作った。歌の動画も出せた。新しい友達ができた

7. あきなとれいこと仲良くなって、うれしかった

8.いろんな日本人と仕事ができた。いいことも悪いことも問題もたくさんあったけど、頑張って乗り越えられた!!!

9.いろんな仕事に挑戦できた。司会のお仕事も多くなって、人の前で話すのがちょっとうまくなったかな

10.YouTubeライブやって日本のファンが増えたと思います。そして東京で初めてのオフ会もできた!楽しかった

11.本を書いた。来年かならず出版する。

----------------

2019の目標

1. YouTube 200000 人
2. Facebook 200000 人
3. IG 30000 人
4. Twitter 20000 人
5. 本を完成させる
6. 今年の倍仕事する(お金もねw)
7. もっと運動する
8. 両親を海外旅行に連れて行く
9. 新しいサイトを作る
10.大阪と名古屋のタイフェスに行く
11. 皆からの機会と愛を大切に守る

いつも応援してくださり、ありがとうございます!

390 Nameless Fanboi Posted ID:dinovEEvng

ไม่ได้มาแย้ง จขท.นะคะ แต่ขอชี้แจงข้อมูลบางเรื่องที่ หลายท่านเข้าใจผิดไป และอาจไม่รู้เกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ เพราะสื่อไม่ได้นำเสนอ อาจจะยาวหน่อย แต่อยากให้ลองอ่านนะคะ

https://imgur.com/F7lTUhG
https://imgur.com/5se0RuL
https://imgur.com/Lz1iYbb

เผื่อใครขี้เกียจอ่านยาว จะสรุปให้อ่านสั้นๆ 5 ข้อนะคะ

https://imgur.com/iiUUw5L

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

391 Nameless Fanboi Posted ID:o4cs1uNqaH

วัฒนธรรมการรักนวลสงวนตัวนั้นเพิ่งเข้ามาในสมัย Victorian (ร. 5) นะครัช ก่อนหน้านั้นคนไทยมี mindset อีกแบบเลยครัช

392 Nameless Fanboi Posted ID:o4cs1uNqaH

เพราะแบบนี้ คนในยุคปัจจุบันถึงเลือกเป็นโสดตลอดชีวิตกันมากขึ้น

จะมีเมีย ต้องเสียค่าสินสอดเป็นแสนเป็นล้านให้พ่อเมีย เงินเดือนหามาได้อย่างเหน็ดเหนื่อยก็ต้องให้เมียหมด
อยากซื้ออะไรต้องกราบขอเงินตัวเองจากเมีย เมียใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายกับของสิ้นเปลืองได้แต่ห้ามผัวทำ
เมียไปเที่ยวกับเพื่อนตามลำพังเมื่อไหร่ก็ได้แต่ห้ามผัวเที่ยวกับเพื่อนตามลำพัง เมียทำผิดห้ามตำหนิ แต่ผัวทำผิดมึงโดน
เมียทุบตีทำร้ายผัวได้ และทำลายของรักของผัวได้ แต่ผัวห้ามแตะต้องของรักของเมีย

393 Nameless Fanboi Posted ID:o4cs1uNqaH

BRIEF: “ผู้หญิงต้องหน้าตาดี ผู้ชายต้องหาเงินเก่ง” วิชา ‘เพศศึกษา’ เจ้าปัญหาของเกาหลีใต้ ที่ รบ.เคยรับปากว่าจะแก้ แต่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน
.
แทนที่วิชา ‘เพศศึกษา’ จะเป็นวิชาที่สอนให้เข้าใจความแตกต่างหลากหลายของเพศต่างๆ แต่หลักสูตรเพศศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ กลับยิ่งไปตอกย้ำความเชื่อเดิมๆ ว่าบทบาทที่ถูกต้องของผู้หญิง-ผู้ชายควรจะเป็นอย่างไร จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ‘เหยียดเพศ’ (sexist) เสียเอง
.
กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้บังคับให้นักเรียนทุกคนค้องเรียนวิชาเพศศึกษาไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมงต่อปี ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษา ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่ปัญหาเท่าไร หากเทียบกับเนื้อหาที่ทางกระทรวงได้วางบรรทัดฐานเอาไว้ว่าต้องสอนเด็กๆ อย่างไร
.
นสพ.เดอะการ์เดี้ยนส์ ของอังกฤษ ได้หยิบเนื้อหาบางส่วนในคู่มือวิชาเพศศึกษาฉบับทางการของเกาหลีใต้มาเผยแพร่ อาทิ

“ผู้หญิงต้องทำตัวให้ดูสวย ส่วนผู้ชายต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ”

“ผู้หญิงควรมีสัมพันธ์กับผู้ชายแค่คนเดียว แต่ผู้ชายสามารถมีสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นที่เขาสนใจได้”

“ผู้ชายที่จ่ายเงินมากๆ ในการนัดเดต อาจต้องการสิ่งตอบแทนให้เหมาะสมกับเงินที่เสียไป บางครั้งก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม เช่น การข่มขืน”

“บุคคลต่างเพศกันไม่ควรอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง”

ฯลฯ
.
หลังถูกวิจารณ์จาก ครู ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้อง รัฐบาลเกาหลีใต้ก็เคยรับปากว่าปรับปรุงคู่มือดังกล่าว ที่ใช้งบประมาณในการจัดทำเมื่อปี 2015 ถึง 600 ล้านวอน (ราว 14.5 ล้านบาทไทย) แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยความเปลี่ยนแปลงเดียวที่เกิดขึ้นก็คือ คู่มือดังกล่าวถูกถอดออกจากเว็บไซต์ของกระทรวง ไม่ให้สาธารณชนได้เข้าถึงได้ง่ายๆ
.
“เนื้อหาต่างๆ ในคู่มือนี้ มีขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้ชายกับผู้หญิงเป็นไปตามมาตรฐานที่รัฐบาลกำหนดไว้เท่านั้น ..คุณแค่เกิดมา เจอคนต่างเพศที่รัก แต่งงาน และมีลูก โดยไม่สนใจความหลากหลายในชีวิตของแต่ละคนที่มีมากกว่านั้น” Kim Sung-ae ครูโรงเรียนมัธยมในเกาหลีใต้แห่งหนึ่งบอก
.
ในระหว่างที่ภาครัฐเกาหลีใต้ยังไม่ยอมเปลี่ยนเนื้อหาในคู่มือเจ้าปัญหา ผู้ปกครองบางคนก็เลยตัดสินใจพาลูกๆ ไปเรียนวิชาเพศศึกษาจากโรงเรียนทางเลือก ที่มีการสอนทั้งเรื่องการคุกคามทางเพศ หรือประเด็น LGBT แทน แม้ต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 5 หมื่นวอน (ราว 1.5 พันบาท) ต่อการเรียนการสอน 2 ชั่วโมง แต่จำนวนนักเรียนก็เพิ่มขึ้นทุกที
.
สังคมเกาหลีใต้ปัจจุบันกำลังตื่นตัวต่อกระแส #Metoo และเคยมีการนัดชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่องกับปัญหาการแอบถ่ายภายในห้องน้ำหญิง
.
.
อ้างอิงจาก

https://qz.com/1511349/south-koreas-problematic-sex-ed-spurs-private-sex-ed-industry/

https://www.theguardian.com/world/2018/dec/28/south-koreas-sexist-sex-education

#Brief #TheMATTER

394 Nameless Fanboi Posted ID:o4cs1uNqaH

เท่าที่คุย ๆ ฟัง ๆ แล้วดูเหมือนคนไทยยังใส่ใจในการวางรากสร้างระบบขายของออนไลน์กันน้อย
.
จริง ๆ เรื่องที่จะเล่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเดิมที่รู้ ๆ กันอยู่ เช่น ต้องสร้างแบรนด์ ต้องมีสื่อ ต้องมีเว็บ ต้องการขายหลายช่องทาง ฯลฯ เพียงแต่ปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป คนที่วางรากฐานธุรกิจละเอียดกว่าจะยั่งยืนกว่า
.
อย่างที่บอก ฝรั่งขายของออนไลน์เขาปูรากฐานทั้งระบบ
.
1. มีเว็บไซต์ --- อันนี้ทำให้เนื้อหาติด Search engine คนหาเจอ เข้าเว็บไซต์ฝัง Facebook Tracking Pixel เอาไว้
.
2. ทำ Facebook ads --- คนโดน Pixel เข้าไปแล้ว มาที่ Facebook เจอ Re-target โฆษณาขายของ
.
3. ทำ Google ads --- คนดู Youtube เยอะ ก็ Re-target โฆษณาไป Youtube ต่อ
.
4. เอาของไปขายบน Amazon --- แต่มันบอกให้ไปซื้อบนอเมซอน ใช้ระบบการจัดการของอเมซอนไปเลยง่ายกว่า 55
.
นี่บ้าน ๆ ยังไม่นับ Lead generation, List building และ Chatbot ซึ่งเอาจริง ๆ แค่มี List ในมือก็ขายของได้หลายบาทโดยยิงโฆษณาน้อยลง หรือยิงก็คือยิงเพื่อขยาย List
.
หรือรวบให้สั้น ถ้านึกไม่ออกว่าจะสร้าง ระบบ สร้างโปรเซสไปทำไม ให้จำคีย์เวิร์ดเดียว
.
'AUDIENCE' สร้างและสะสมฐานออเดียนให้อยู่ในกำมือคุณ
.
อ่ะ ต่อ ๆ ----
.
แต่ว่าการสร้างรากฐานและวางระบบทั้งหมดนี้มันเป็นงานละเอียดและใช้เวลา นำไปสู่โจทย์ กวนตีน ๆ ว่าเรากล้ายอมรับกันไหมว่า… พวกเราเป็นคนง่าย ๆ --- มักง่าย และ ขี้เกียจ
.
ขี้เกียจ ทำอะไรที่ยาก ๆ (ในช่วงแรก)
มักง่าย ทำอะไรง่าย ๆ ได้ผลไว ๆ (ชิบหายค่อยหาทางใหม่)
.
สมัยหนึ่งเฟสบุ๊คโพสต์อะไรก็ขาย ก็แห่จาก Hi5 มาโพสต์ขายในเฟสบุ๊คจนเฟสฯ กลายเป็นขยะ และสมัยหนึ่งไอจีขายได้ ก็แห่ไปหาไอจี
.
และทุกยุคทุกสมัยจะมีคนถามว่า ขายบนทวิตเตอร์ดีไหม ขายบนพินเทอเรสต์ดีไหม ขายในเฟสบุ๊คกรุ๊ปดีไหม ยิงแอดดีไหม รีทาร์เก็ตติ้งดีไหม
.
คือตอนแรกทุกที่ที่ถามมาดีหมด... แต่พอขายไปสักพักจะเริ่มได้ยินเสียงเหล่านี้
.
"เฟสขายไม่ดีเลย" "เฟสบุ๊คกรุ๊ปขายไม่ได้เลย" "ไอจีขายไม่ดีเลย" ฯลฯ สรุปแม่งขายไม่ดีสักที่ รีชลด แอดแพง คนไม่เห็น ฯลฯ
.
แต่เราก็ไม่เคยเรียนรู้กันเลยว่า "เราทำอะไรผิดพลาดไปหรือไม่" หรือ "เราข้ามขั้นตอนทางธุรกิจบางอย่างไปหรือไม่"
.
บางครั้งเราอาจกำลังทำสิ่งที่ผิดมาโดยตลอด แต่ดันเข้าใจว่ามันถูก และพอถึงวันหนึ่งมันไม่ได้ผล (กลไกการทำงานกลับคืนสู่ค่า Default เดิมของมัน) เราก็โทษระบบ โทษเครื่องมือ และโทษเศรษฐกิจ
.
คำพูดที่กระทบผมบ่อย ๆ เช่น...
.
พอล ทำเว็บไปทำไม ในเมื่อเฟสฯ ก็โพสต์บทความได้
พอล ทำอีเลิร์นนิ่งไปทำไม ในเมื่อเฟส ก็โพสต์คอร์สได้
.
ทำไม?...
.
คำตอบ คือ 1) ผมสร้าง Web asset และ 2) ผมสร้าง Own media
.
ระบบพวกนี้สากลโลก หลักสูตรการตลาดออนไลน์ทั้งในระบบการศึกษาและในคอร์สสัมมนาก็สอน เป็น พื้นฐาน และ เป็นรากฐาน ถ้าไม่วางรากฐาน ก็นึกภาพไม่ออกว่าคนเหล่านั้นจะทำธุรกิจยังไงในอีก 10 ปีข้างหน้า
.
ผมเชื่อว่าอีก 10 ปี เฟสบุ๊คคงไม่เหมือนเดิม (แค่ 2-3 ปีที่ผ่านมาก็เปลี่ยนไปมาก) จะมาโพสต์ขายยิงแอดแบบเดิม ๆ คงไม่ได้ผลเท่าไร --- หรือจะย้ายไปขายใน มาร์เก็ตเพลส? วันนี้แบรนด์ใหญ่ และรายตรงจากจีนก็โพสต์ขายเองแล้ว
.
พฤติกรรมเดิม ๆ ใครขายอะไรดีก็หามาขายตามแบบซื้อมาขายไป ตัดราคา ยิงแอด ฯลฯ ฆ่ากันจะเป็นจะตาย สุดท้ายก็สู้ต้นสังกัดลงมาขายเองไม่ได้ ทั้ง ราคา วาไรตี้ของสินค้า และงบโฆษณา ซึ่งปรากฏการณ์นี้มันจะชัดขึ้นเรื่อย ๆ
.
เริ่มจาก Amazon มาร์เก็ตเพลสรายใหญ่ของโลกก็มาถึงจุดที่ ผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองขายเองแล้ว ส่วน Lazada ผู้ผลิตก็ลงมาขาย ผู้ค้าส่ง ตัวแทนจำหน่าย เจ้าของแบรนด์ ก็ลงมาขายเอง เข้าเว็บไปเจอของแบรนด์ใหญ่ก่อนเลย
.
ขายของออนไลน์ มันคือการทำธุรกิจชนิดหนึ่ง ไม่ได้มีข้อยกเว้นว่า ออนไลน์ จะง่าย หรือ ดีกว่า ออฟไลน์ ให้มองมันเป็น ธุรกิจจริงจังได้แล้ว
.
เคยถามบางคนว่า ขายออนไลน์รายได้ดีกว่าแล้วทำไมยังไม่ลาออกมาขายเต็มตัว?
.
คำตอบคือ… กลัวว่าขายออนไลน์มันจะไม่แน่นอน
.
ทัศนคตินี้แสดงให้เห็นว่า บางคน (หรืออาจจะหลายคน) ไม่คิดแบบ Entrepreneur --- อารมณ์คล้าย ๆ คนทำ Freelance บางคนที่มองว่า เป็นจ็อบเสริมรายได้ หรือจ็อบสำหรับคนไม่มีงานทำ ทั้งที่จริง Freelance ก็เป็น Entrepreneur ชนิดหนึ่ง
.
จากนี้ไป ถ้าอยากขายของออนไลน์ เปลี่ยนจากคำว่า ขายของออนไลน์ ไปเป็นคำว่าอยากเป็น Entrepreneur ดีกว่า จะได้ตั้งต้นเรียนรู้และสร้างทัศนคติแบบ นักธุรกิจจริงจัง ตั้งแต่เดย์วัน
.
โพสต์นี้เล่าสำหรับปี 2018 ไม่แน่ใจว่าจบยัง เดี๋ยวนึกออกมาเล่าต่อ จบเท่านี้ก่อน รอ Episode ถัดไปครับ

395 Nameless Fanboi Posted ID:/shN.8VayW

เห็นมิตรสหายบนเฟสบุคท่านนึงบอกว่าตัวเองเป็นมาร์กซิสต์ โพสต์ข้อความว่าตัวเองกำลังแปลบทความมาร์กซิสต์เป็นภาษาไทยอย่างภาคภูมิใจ พอผมกดเข้าไปดูโปรไฟล์ก็เห็นมิตรสหายท่านนั้นสวมเสื้อสตาร์บัค เซลฟี่ด้วยไอโฟน ท่าทางมีเงิน เลยอยากบอกมิตรสหายว่าการปฏิวัติเริ่มได้ด้วยตัวคุณเอง เอาเงินของพวกเรามาให้กูซะดีๆ ไอ้ชั้นกลาง

-มิตรสหายท่านนึง

396 Nameless Fanboi Posted ID:daJcujvtp6

I have no plan to go back to jewelry business, no plan to revenge for my parents, so just buy it from other people's brand.

397 Nameless Fanboi Posted ID:gg.SOJ4ozq

>>395 must be western spy

398 Nameless Fanboi Posted ID:daJcujvtp6

สวัสดีปีใหม่ 2562 แด่พี่น้องไทยทุกท่านครับ

วันนี้ผมขอมาสวัสดีปีใหม่กับพี่น้องคนไทยเหมือนทุกปีที่ตัวอยู่ไกลแต่ใจอยู่ไทย ปีนี้เป็นปีที่อวยพรด้วยความดีใจที่ประเทศเราจะกลับคืนสู่สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ถึงแม้จะต้องมาเริ่ม ก.ไก่ กันใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ก็อดห่วงไม่ได้เพราะว่ามีผู้รู้ทางเศรษฐกิจระดับโลกหลายคนได้แสดงความวิตกว่าครึ่งปีหลังของปี 2562 และต่อปี 2563 เศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาอีกรอบ เศรษฐกิจของเรายิ่งอ่อนแออยู่ มาเจอแรงกระแทกใหม่จะทำอย่างไร

ผมอยากฝากแนะนำสำหรับปีนี้เอาไว้ว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลกและเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปอย่างมาก ถ้าท่านทำธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่คงต้องปรับตัวอย่างแรง อย่าได้รังเกียจหรือกลัวเทคโนโลยีเลยครับ ท่านเล่นเฟซบุ๊คเป็น ท่านเล่นไลน์เป็น ท่านเรียนรู้ได้หมดครับ

ทุกวันนี้ E-commerce สร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยสามารถค้าขายได้กับคนทั่วโลก ที่ทั้งสินค้าและเงินกำลังไหลอย่างอิสระมากขึ้นทุกวัน เราต้องรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ แม้แต่ธุรกิจอย่างธนาคารก็จะเหนื่อย เพราะเงินดิจิตอล กำลังมาแรง อีกหน่อยทุกประเทศก็จะมีเงินดิจิตอลมาใช้ควบคู่กับเงินที่เป็นธนบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องการทหาร ต่อไปจะใช้กำลังพลน้อยลง อาวุธในปัจจุบันแทบจะโละทั้งหมด แล้วรบกันด้วยเทคโนโลยีเช่น โดรน หุ่นยนต์ และใช้เลเซอร์ ทำให้สามารถนำคนและงบประมาณไปพัฒนาเรื่องการศึกษาและอื่นๆได้อีกมาก

เรื่องการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือ Ageing Society อย่างมีคุณภาพ การรักษาโรคที่อาศัยความรู้ทาง DNA จะมีมากขึ้น รวมทั้งการวัดความแข็งแรงของร่างกายผ่าน Telomere หรือตัวที่อยู่ปลาย Chromosome เพื่อจะบอกว่าท่านกำลังมีสุขภาพถดถอย ต้องปรับวิถีชีวิตอย่างไรถึงจะแข็งแรง การใช้ยาทางเคมีจะลดน้อยลง การใช้วิชาการทางฟิสิกส์มาแทนยาจะมีมากขึ้น และเมื่อคนมีอายุยืนยาวขึ้น ก็จะมีเวลาใช้ชีวิตร่วมกันแสดงพลังเพื่อพัฒนาประเทศเพื่อลูกหลานของเราได้มากขึ้น

สุดท้ายหุ่นยนต์มาแน่ AI Technology จะถูกใช้งานมากขึ้นในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งมาเสริมนักกฎหมายและวินิจฉัยโรคด้วยแพทย์ แต่สิ่งที่หุ่นยนต์มาแทนไม่ได้คือความคิดสร้างสรรค์ ท่านต้องเตรียมตัวเป็นนายของหุ่นยนต์ ไม่ใช่นั่งรอให้หุ่นยนต์มาไล่ท่านตกงาน ซึ่งถือเป็นหน้าที่เร่งด่วนของคนเป็นรัฐบาล

ขอเป็นกำลังใจในการเรียนรู้และปรับตัวของทุกคนครับ โชคดีปีใหม่ 2562 ครับ สำคัญคือสุขภาพที่ดีและการมีครอบครัวที่รักกันเราจะสู้ได้ทุกเรื่องครับ

ผมรักและปรารถนาดีต่อคนไทยทุกคน

ดร. ทักษิณ ชินวัตร

https://www.thaksinofficial.com/hny2562/

399 Nameless Fanboi Posted ID:VI2dRmZzQL

ปี 2561 เอง ก็เป็นปี ที่เราเองผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน

หลังจาก ได้ใบจบ ตอนเดือนกุมภาพันธ์ ก็เป็นก้าวแรกที่เราพยายามจะหางาน สุดท้ายก็หาไม่ได้ เลยพยายามสอบภาษาอังกฤษ ให้ได้ แต่ก้นะ ไม่มีเวลาติว นั่งอ่านเท่าไร เลย รู้สึกแย่มาก จะเรียนก็ไม่มีเงิน

เลยพยายามทำงานเก็บเงินไปด้วย หาเงินไปด้วย พัฒนาตนเองไปด้วย แต่ก็รู้สึกนะว่า มันไม่ไหวแล้ว สุขภาพมันไม่ไหวแล้วจริงๆ แต่ก็กัดฟันทำ เพราะว่าอยากจะเก็บเงินแต่งงานกับใครบางคนที่รอเรามานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียน

แต่แล้วท้ายที่สุดใครจะคิดว่า เราจะทะเลาะกัน ที่เธออาจะสะสมมานานแล้ว แต่สุดท้าย เรื่องที่เธอสะสมมา มันก็มีพลังต่อการตัดสินใจของเธอมากกว่าสิ่งที่เราเคยทำให้เธอ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย จนท้ายที่สุด เราตัดสินใจแยกทางกัน ท่ามกลางความตกใจของคนรอบตัวทั้งสองฝ่าย

ประกอบกับ ท่ามกลาง การทำงานอย่างหนักหน่วงของเรา ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บทางกาย ที่ยังไม่แน่ชัดว่ามันจะไปถึงขนาดไหน แต่มันสะท้อนให้เราเห็นว่า เราควรจะพักได้แล้ว แกไม่ไหวแล้ว

ประกอบกับช่วงที่ทะเลาะกับเธอคนนั้น บรรยากาศมันอึมครึมมากๆ เราทั้งสองคนต่างไม่รู้จะพูดอะไรกัน เพราะมันไม่อยู่ในภาวะที่คุยกันได้ อาการทางกาย ก็ไม่แน่ใจ สุดท้าย เราตัดสินใจ ออกกำลังกาย

มันเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเราได้ตอนนั้น จึงออกกำลังมาตั้งแต่นั้น แต่ออกกำลังกายก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง สุดท้ายแล้ว คนรอบตัวเราที่มีส่วนสำคัญในช่วยฉุดเรา และช่วยให้เราตัดสินใจ

ท้ายที่สุด เราตัดสิน เคลียร์ และแยกย้ายกับเธอคนนั้น เพราะที่ผ่านมาปล่อยมัน ไม่ชัดเจนมา 6 เดือน จนเริ่มส่งผลต่อสุขภาพจิตของเรา เราจดจ่อทำงานอะไรไม่ได้เลย รู้สึกว่าตนเองไม่มีความสุข แม้จะยิ้มให้คนภาบนอกเห็น ต่อหน้าลูกศิษย์ แต่ข้างในลึกๆ ไม่ใช่เลย แม้ตอนนี้จะชัดเจนแล้ว แต่ลึกๆ เราก็จดจ่อกับการทำงานไม่ได้ แต่ใกล้ละ ภาวะนั้นจะกลับมาละ

นอกจากนั้น ในช่วงปีที่ผ่านมา เรียกว่า รุ่งเรืองไหม ในการงาน ก็คิดว่ายังไม่เท่าไร แบบช่องทางต่างๆ มีมาเยอะ แต่ไม่เดินไปต่อเพราะภาวะที่ผ่านมา บริษัทข้ามชาติ มาขอให้ไปบรรยาย ไปจัดฝึกอบรมก็ยังไม่ได้ติดต่ออะไรเท่าไรเลย

แต่ก็ได้ประสบการณ์การทำงานกับผู้ทรงคุณวฒิมากมาย ทำให้ได้ประสบการณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กลับไปนั่งทำงานให้ อ.งามตา อีกครั้ง และ ได้รันโมเดล ให้ อ.นงลักษณ์ ตรวจโมเดล งานของ อ.งามตา

หลังจากกลับมาโสด เพื่อนๆ มิตรสหายมากมาย ต่างเข้ามาให้กำลังใจ มากมายจนเขียนไม่ได้ แต่ขอขอบคุณสามท่าน ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ของข้าพเจ้า คือ น้องนิน Charin Suwanwong ก้อยช้างน้อง Jindapa Tpoom และคนสำคัญคือ อิปร้าเอ๊ะ คนหลังสุดขอกล่าวเยอะหน่อยนะ ช่วยตรูจริงๆ

หลังจากกลับมาโสด เราก้ลังเลนะว่า จะโสดนานแค่ไหนดี ก้บอกไม่ได้หรอก ไม่รู้ว่าจะเปิดใจให้กับใครเมื่อไร แต่มาคิดๆดูแล้ว มันไม่มีเหตุจำเป็นอะไร ที่เราจะต้องมาจมปลักกับอดีต เราแค่ยอมรับมันและก้าวต่อไปเท่านั้น ต้องขอบคุณ Wassana Shopsawang ที่ Live บ่อยๆ แถม ประสบปัญหาเดียวกัน เพียงแต่ เกิดก่อนเรา นั่งดู แก Live ประจำ จนคิดเหมือนกันว่า จะจมปลักทำไม

จนกระทั่ง หลังจากไปป่วนเพจ แม่สื่อแม่ชัก บ่อย จน น้องบลู Pisutthi Blue ผู้เป็นห่วง แคปหน้าจอส่งมาให้ น้องนิน เอามาให้อิปร้า และตามมาป่วน ทุกโพสเรา จนคิดว่า ตรูมีเมียแล้ว ฮ่าๆ

อิปร้าเอ๊ะ Ae Chiangkhong ผู้เป็นห่วงน้องและหลานรัก ก็เลยแนะนำคนให้รู้จัก แถมด้วยช่องทางการติดต่อทั้งคู่ โดยอิปร้าจัดให้หมดเลย พร้อมกำชับไว้ว่า "มรึงเจ้าชู้กับน้องกรูมึงตาย" (หนูกลัวหน้าอิปร้ามากตอนนั้น) เราทั้งสองคนได้ทำความรู้จักกัน และทำให้เราเริ่มรู้สึกดีอีกครั้ง (ยังไม่อยากเปิดเผย เมื่อวันนั้นมาถึง จะบอกเอง) บางทีอิปร้าจะแอบมาถามบ้างว่าเป็นไง พร้อมกับ แปะเหลา Pleeing Pounglek ที่แอบดูอยู่ห่างๆ ความสัมพันธ์ของเราสองคนเป็นยังไงบ้าง

นอกจากนี้ ยังได้โอกาสเป็นประธานสอบสามบท ครั้งแรกจากคำเชิญของพี่เฮ้าส์ สุรวิทย์ อัสสพันธุ์ ที่ให้โอกาส และบอกว่า ต้องเป็นผมเท่านั้น สำหรับงานนี้

ปีนี้จึงเหมือนเป็นปีที่เราล้มแบบไม่อยากลุก แต่สุดท้าย เราก็ลุกขึ้นมาได้ และการลุกขึ้นมาครั้งนี้ เราจะไปให้ไกลกว่าเดิมหลายเท่า เราทำได้ แม้เป้าหมายที่วางไว้ จะไม่สำเร็จซักอย่าง แต่ตอนนี้เรามั่นใจมากว่า เราจะไปได้ไกลกว่าวันนี้ ได้มากมาย ฝันนั้นมันเป็นจริงแน่นอน แต่เมื่อไรเท่านั้น ฝันที่เราเห็นว่า "เราขึ้นไปรับรางวัลพร้อมกับคำกล่าวเรียกว่า Professor Dr. Mati Tajaroensuk" เราทำได้ ปี 2562 นี้จึงเปรียบเสมือน ปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ของเราจริงๆ

400 Nameless Fanboi Posted ID:JnClvUrASm

ช่วงนี้ คนอื่นๆมีความสุขในวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเมื่อก่อนฉันก็มีความสุขแหละ แต่ทุกวันนี้ บอกเลยว่า เมื่อเข้าสู่วันปีใหม่ทีไร กูนี่เครียดชิบหาย จิตตกเลยนะ เพราะกูอายุ 40 เข้าสู่วัยชราแล้วไง เหลืออีกไม่กี่ปีกูก็จะตายแล้ว มันกังวลไปหมด
เริ่มจากปัญหาด้านร่างกาย ผิวหนังจะเหี่ยวย่นลงเรื่อยๆ เส้นผมจะหลุดร่วงหมดหัว กล้ามเนื้อหาย ลงพุง หลังค่อมกลายเป็นคนอัปลักษณ์ ไปไหนก็จะมีแต่คนมองเหยียด
ร่างกายจะเริ่มขยับไม่ไหว แค่เดินเฉยๆยังเหนื่อย อีกไม่กี่ปีอวัยวะเพศก็จะไม่แข็งตัว ไม่สามารถมีเซ็กส์ได้ ทั้งๆที่ใจยังอยากมีเซ็กส์ โรคภัยไข้เจ็บจะรุมเร้า เงินหามาได้ต้องเอาไปจ่ายค่ายาค่ารักษาหมด
ส่วนทางด้านสังคม กูจะไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวเล่นในสถานที่สนุกๆของวัยรุ่นๆอีกแล้ว เพราะผู้คนจะมองกูด้วยสายตาเหยียด แม้แต่จะเดินไปซื้อหนังสือการ์ตูน ก็อาจต้องไหว้วานคนอื่นซื้อให้ ไม่งั้นจะโดนมองเหยียด
หมดสิทธิใส่เสื้อผ้าสวยๆ เสื้อผ้าแฟชั่นไม่ได้แล้ว เพราะสังคมกำหนดว่า ชุดสำหรับคนแก่คือ เสื้อเชิร์ต เสื้อโปโล สีทึมๆ สีเรียบๆ ทรงผมก็ต้องทรงสุภาพ หมดสิทธิ์ตัดทรงแฟชั่น
จะขอมีเพศสัมพันธ์กับใคร ก็ต้องจ่ายเงินซื้ออย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์ขอมีเซ็กส์ฟรีๆได้แบบเมื่อก่อน เพราะแก่ชราแบบนี้ ใครจะยอมให้เอาฟรีๆ
แน่นอนว่า เรื่องการมีแฟน ก็จะยากขึ้นไปอีก 100 เท่า เพราะมันเลยวัยที่จะหาแฟนแล้ว ไม่มีใครอยากเอาคนอายุ 40 ขึ้นไปเป็นแฟนหรอก นอกจากจะมาคบเพื่อหวังเงินทอง ส่วนคนที่อายุ 40 ขึ้นไปเหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็ไม่อยากเอาคนอายุเท่าๆกันเป็นแฟน แต่จะเอาเงินไปซื้อเด็กๆกินกัน

สรุปโดยรวมแล้ว ไม่อยากให้มีปีใหม่ อยากย้อนวนลูปกลับไป 10 - 20 ปีที่แล้ว แล้ววนไปวนมาเรื่อยๆ แบบหนัง Edge of Tomorrow

401 Nameless Fanboi Posted ID:PSTQmLQC+W

ไม่มีแล้วซูเปอร์แมนในอนาคต มันต้องช่วยกัน และคะแนนนิยมผมไม่ได้เยอะนะเอาจริงๆ ต่างจังหวัดนี่ไม่รู้จักผมเลย อาจจะรู้เฉพาะในโซเชียลมีเดีย ที่ผมถือถุงแกง ก็ยังมีคนยังจำรูปนั้นได้อยู่มั้ง จริงๆแล้ว มันก็ไม่ได้เกี่ยวโยงกับความเป็นจริงเท่าไหร่ “

402 Nameless Fanboi Posted ID:Q3FcKVL7oZ

>>400 ทำไมความคิดมึงมืดมนจัง -*-

403 Nameless Fanboi Posted ID:Hhj/ccFtz5

ชีวิตฉันเนี่ยแปลกอย่างหนึ่ง เวลาสารภาพรักใคร คนที่ถูกสารภาพรักจะกลายเป็นศัตรูฉันทันที? แปลกไหมล่ะ
คือ ต่อให้เคยเป็นมิตรกันสุดๆ เคยเที่ยวเล่น คุยกันสนุกสนาน แต่เมื่อใดที่ฉันพูดว่า ฉันชอบเค้า ชวนเขาคบเป็นแฟน เขาจะเปลี่ยนกลายเป็นโกรธเกลียดฉันทันที บ้างก็บล็อคหนี ไม่ออกมาเจอกันอีก ตัดขาดความสัมพันธ์ไปเลย
คือ ถ้าเป็นคนอื่นเนี่ย เวลาเค้าสารภาพรักกัน แล้วอีกฝ่ายไม่ตอบตกลง เขาก็ยังคบเป็นเพื่อนกันต่อได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทำไมกูสารภาพรักปุ๊บ กลายเป็นศัตรูเลย
แสดงว่า กูเนี่ยหน้าเหี้ย อัปลักษณ์มาก หรือเป็นชนชั้นที่ต่ำมาก ต่ำยิ่งกว่าจัณฑาลเลยเหรอวะ อีกฝ่ายเค้าถึงรู้สึกว่า "เฮ้ย ไอ้คนชั้นต่ำ ไอ้ไพร่ บังอาจมาขอกูเป็นแฟนเหรอ ไม่เจียมกะลาหัวเลยนะมึง อย่าเอาเสนียดจัญไรของมึงมาใกล้กูอีก"

404 Nameless Fanboi Posted ID:ynLEef+YAL

เริ่มงานวันแรกของปี ....

Task แรก: เปิด Star Wars ในออฟฟิศ .... ไล่ตั้งแต่ 3.5

ใครยังไม่ได้ดู ให้ดูซะ ชอบไม่ชอบหนังแนวนี้ ก็ต้องดู

เพราะมันไม่ใช่ว่า "เพราะพี่เดฟชอบหนังเรื่องนี้ ทุกคนเลยต้องดู" แต่มันเป็นเพราะว่านี่คือส่วนหนึ่งของงาน

ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เพราะว่าเวลาสอนอะไรหลายๆ อย่างให้ทีม ผมจะ reference เนื้อเรื่อง และปรัชญาของ Star Wars เยอะมาก แล้วมันก็จะมีคนไม่รู้เรื่อง ....

ไหนๆ เพิ่งจะมีคนเพิ่มในทีม จัดซะเลยดีกว่า .... เพราะถ้าจะให้ไปดูเองในเวลาว่าง ก็คงไม่มีใครดู (เช่นเดียวกับในมหาลัยแหละ ในหลักสูตรเขียนว่า 3-0-6 แปลว่า lecture 3 ชม. lab 0 ชม. และ self-study 6 ชม. .... แต่ไม่มีใครทำส่วนสุดท้ายหรอก)

มันมีหนังที่ผมชอบอีกเป็นร้อยๆ เรื่อง ที่ไม่เคยชวนคนในออฟฟิศดู นอกจากคนที่รู้ว่าชอบหนังแนวนั้นเท่านั้น .... เรื่องไหนเปิดในออฟฟิศ คือเรื่องที่มีอะไรไว้สอนคน เสมอ

ถือเป็นการปรับพื้นฐานด้าน referential content ให้กับคนในทีม

405 Nameless Fanboi Posted ID:nsTA5524T3

หลายคนสงสัยว่าจะเขียนโค้ดได้ต้องเก่งคณิตศาสตร์ด้วยหรือเปล่า ก็แล้วแต่เป้าหมายของเราครับ ถ้าต้องการหางานทำในบริษัทชั้นนำของไทย มีความรู้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวันก็เพียงพอแล้วครับ เช่น ซื้อของ 250 บาท ลด 30% เหลือกี่บาท หรือ ฝากเงิน 10,000 บาทในธนาคารได้ดอกเบี้ยคงที่ 1.65% ผ่านไป 3 ปีจะมีเงินกี่บาท ถ้าสามารถแก้ปัญหาพวกนี้ได้ก็หางานประจำทำได้ในบริษัทชั้นนำแล้วครับ

แต่ถ้าอยากเขียนโค้ดเก่งระดับโลก อยากทำงาน Google, Facebook หรือ CERN, UN ต้องมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งนั่นคือ Discrete Mathematics ครับ หนังสือเล่มนี้ Professor จาก Cornell แจกฟรีครับ

https://www.cs.cornell.edu/~rafael/discmath.pdf

406 Nameless Fanboi Posted ID:IcXU5J+lzq

>>403 ใจเย้นน้า ;-; อีกฝ่ายคงไม่ชอบให้มารู้สึกรักแบบแนวแฟนทั้งที่ตัวเองคิดเเค่เพื่อน อีกฝ่ายเลยเกิดการแอนตี้ไปเลย ซี่งจริงๆมันไม่สมเหตุสมผลเว้ย คนที่คบเป็นเพื่อนต่อ=คนที่มีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันไม่ผิดที่ตัวมึงหรอก

407 Nameless Fanboi Posted ID:AUCGJear6V

ในขณะที่น้องๆ ดู Star Wars เราก็ดู Approximation Algorithms ......

ได้เวลากลับไปเรียนแล้ว .... แต่ไม่ใช่กลับไปเรียน ป.เอก ในมหาวิทยาลัยนะ เรียนจาก material online ทั้งหลายทั้งแหล่นี่แหละ

MIT ปล่อยออกมา ดีๆ ทั้งนั้น .... และที่อื่นอีกมากมาย

แต่ถ้าพื้นฐานไม่ดี นี่ไม่มีวันดูพวกนี้รู้เรื่องเลย .... และยิ่งทำให้เห็นว่า "ในขณะที่หลายคนบอกว่า ไอทีทำให้เรามีทุกอย่างเท่ากับต่างชาติ" (โอกาส ความรู้ ฯลฯ) ... ผมเห็นว่ามัน too simplified ไปมาก จริงๆ แล้วมันเป็นฟังก์ชั่นที่ซับซ้อนกว่านั้น

เพราะมันขาดตัวแปรสำคัญมากๆ ก็คือ "พื้นฐาน"

ผมพูดเสมอ ว่าไอทีเป็นเพียงแค่ตัวคูณ ถ้าพื้นฐานเราไม่ดี ต่อให้มีข้อมูลมหาศาลมากองอยู่ตรงหน้า ก็ไร้ประโยชน์ เพราะเราทำอะไรกับมันไม่ได้

ลองคิดว่าเอาคนเมื่อพันปีที่แล้ว เดินเข้าห้องสมุดทุกวันนี้ (และสมมติว่าอ่านออก) จะมีคนน้อยมากๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากอะไรสักอย่างในนั้นได้ .......

ยิ่งเราเข้าถึงความรู้ได้มากเท่าไหร่ ยิ่งมีความรู้ให้เข้าถึงเท่าไหร่ "พื้นฐานยิ่งสำคัญเท่านั้น" ....

และอนิจจา เราก็ยังปล่อยปละละเลยเรื่องการสร้างพื้นฐานให้ดีกันอยู่นั่นเอง ..... แล้วเราก็พูดกันต่อไปว่าทุกวันนี้เรามีนี่นั่นโน่นแล้วจากอินเตอร์เน็ต ..... เด็กๆ สามารถศึกษานี่นั่นโน่นได้ .... และอื่นๆ ที่พูดกันแล้วพูดกันนเล่า ......

408 Nameless Fanboi Posted ID:SY1kjzCvbU

อยุ่เมกา โดนล้อเยลโล่มังกี้แต่มีค่าแรงเป็นดอลล่า
อยุ่อีสาน โดนด่าว่าไอ้ลาว พวกขี้เกียจชนบทจกปลาร้า ได้ค่าแรง300
กะอีแค่เยลโล่มังกี้ไม่ได้ขี้ตีนเท่าคนไทยเหยียดกันเองครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

409 Nameless Fanboi Posted ID:3J+06R9y35

Scam x digital marketing
โลกทุกวันนี้ งานออกแบบจีนดีแบบ apple+muji รวมกัน.. ตั้งแต่ product design จน presentation ถึงขั้นมีคนเอาสินค้าแบรนด์ xiaomi มาทำ landing page ใหม่ในแบรนด์ตัวเองอย่างสวยงาม ลบแบรนด์เค้าออก ลงโฆษณา FB.. แล้วขายราคาแพงขึ้นกว่าสามเท่า (ถึงจะบอกว่าลดราคาแล้วก็ตาม) ให้กับคนไม่รู้เรื่อง..

ในภาพ เป็นไขควงตระกูล xiaomi mijia.. ในเน็ตขายอยู่ตั้งแต่ $18 -$30 usd (ใน shopee, lazada หาได้ตั้งแต่พันกว่าบาท) แต่เว็บดังกล่าวที่เอามาลงโฆษณา ลบแบรนด์เขาทิ้ง เอามาตั้งขายใหม่ที่ $129 (เกือบห้าพันบาท)

ใครอยากไปอุดหนุน สินค้า ไม่ใช่ rebrand.. แต่เป็น delete-brand ราคาแพง กว่าของจริงหลายเท่า แถมลิงค์ให้เลยครับ https://modrntools.com/products/smartscrew

ลงไว้ให้เป็นวิทยาทาน ด้าน scam digital marketing ที่เชื่อว่ามันหาเงินได้ โดนปิดไป เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน url เปิดเว็บเปิดเพจใหม่.. ลงโฆษณาใหม่ เหยื่อคนมีสตางค์แต่ไม่รู้ก็มีอยู่เรื่อยไป

จริงๆ จะมองว่า เป็น selling creativity ก็ได้ ถ้ามันไม่ลบแบรนด์เค้าทิ้ง ก็จัดเป็น case study ละกันครับ เพราะช่วงหลังๆ ผมเห็น digital marketer สายดำ หันมาหาเงินวิธีนี้หลายครั้งแล้ว..

แต่ได้โปรด อย่าทำตามเลยนะ มันตามจับกันไม่ยากหรอกจะบอกให้
ส่วนคนทั่วไป จะซื้ออะไรก็เช็คๆๆ หน่อยนะครับ internet ก็ยังเป็น internet (ก็จะยังขอบ่นเรื่องพวกนี้ จนกว่า blockchain มันจะมาช่วยทำอะไรบางอย่างให้ดีขึ้น 55)

ปล. นี่สงสัยว่าช่วงนี้ ถ้าหันมาทำอาชีพเปิดโปง scam จะทำมาค้าขึ้น โพสไรไปก็ viral ตลอด.. โพสนี้ไม่ต้องช่วยกันแชร์ก็ได้นะ ขอร้อง ไม่อยากโดนดักตีหัวครับ 555

410 Nameless Fanboi Posted ID:IUubdxPGBJ

>>409 ไอ้สัส มีกาชาสุ่มโปรโมชั่นด้วย 555

411 Nameless Fanboi Posted ID:F25Zx/B+s0

ช่วงนี้กำลังเมามันกับ approximation algorithms มาก เพื่อน ๆ อาจสงสัยว่ามันคืออะไร

ยังงี้ครับ สมมติว่าในโรงงาน เราต้องการที่จะหาค่าใช้จ่ายที่ตำ่ที่สุด แต่หาไม่ได้ “ง่าย” ๆ เราจะทำอย่างไรนะครับ approximation algorithms เป็นวิธีที่ให้คำตอบที่การันตีได้ว่าไม่เกินเท่าไร (เช่น ไม่เกิน 2 เท่า) ของค่าใช้จ่ายที่ตำ่ที่สุดได้นะครับ

ในกรณีของการค่าที่มากที่สุด ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับ เพื่อน ๆ ประหลาดใจไหมครับที่เราสามารถทำแบบนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุดคืออะไร

วิธีอื่น ๆ ที่ใช้แก้ปัญหาประเภทนี้ (optimization problems) ไม่สามารถให้การันตีได้นะครับ

วิชานี้ไม่มีสอนในเมืองไทย (เท่าที่ทราบ) แต่สามารถเรียนได้จาก MIT OCW ครับ

หากใครชอบอะไรแบบนี้ ผมแนะนำให้เรียน online algorithms กับ competitive analysis ด้วยครับ อันคือ approximation algorithms ที่ไม่รู้ข้อมูลเข้าทั้งหมดล่วงหน้าครับ ยังไม่มีสอนในเมืองไทยเช่นกัน แต่มีสอนที่ MIT OCW ครับผม

412 Nameless Fanboi Posted ID:421wvCds6j

free player grinding in game
whales grinding in real life
it's just a matter of choice

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

413 Nameless Fanboi Posted ID:TiGPFLC/Ql

You seem to be confused. She was there for the selfies not the culture. That trip was to generate envy.

414 Nameless Fanboi Posted ID:NDp5cXdaNl

สาธุคุณ ชาร์ลส์ สวินดอลล์ เคยกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไม่ใช่เงินตรา การศึกษา ความสำเร็จ หากคือคำคำเดียว : ทัศนคติ

ทัศนคติสำคัญกว่าความจริง สำคัญกว่าอดีต สำคัญกว่าเปลือกนอก พรสวรรค์ ความเชี่ยวชาญ

ท่านกล่าวว่า "ชีวิตคือ 10 เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า และ 90 เปอร์เซ็นต์ของปฏิกิริยาของข้าพเจ้าต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และมันก็เป็นกับคุณเช่นกัน เราเป็นคนดูแลทัศนคติของเราเอง"

เราทุกคนเกิดมาโดยไม่สามารถเลือกข้อแม้ของการเกิด ไม่สามารถเลือกชาติกำเนิด ฐานะ คุณภาพสมอง ความแข็งแรงทางกายภาพ ฯลฯ แต่อย่างน้อยที่สุด เราสามารถเลือกที่จะมองโลกด้วยสายตาแบบบวกหรือลบ เราอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ๆ ก็จริง แต่สามารถผ่านชีวิตวันนั้นหรือทั้งชีวิตไปได้ด้วยดีหากเรามีทัศนคติที่ดี

หากชีวิตแรกเกิดเป็นผืนผ้าใบว่างเปล่า เราแต่ละคนต่างก็ได้รับพู่กันกับสี บางคนโชคดีได้รับหลอดสีสดใส บางคนได้รับหลอดสีดำหม่น แต่ไม่ว่าจะเป็นสีสดหรือสีดำ เราต่างสามารถระบายภาพที่ต้องการให้สวยงามได้

กวีชาวอังกฤษ เฟรเดอริก แลงบริดจ์ เขียนไว้ใน A Cluster of Quiet Thoughts (1896) ว่า "สองคนยลตามช่อง : คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย"

จะเลือกเป็นสุขหรือเลือกเป็นทุกข์อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น

บางครั้งในความมืดมนที่สุดของชีวิต ทัศนคติที่ดีอาจช่วยเป็นแว่นขยายให้เราเห็นภาพต่าง ๆ ชัดขึ้น และพบว่าในความมืดยังมีจุดสว่าง

เบื้องบนยังมีแสงดาว

415 Nameless Fanboi Posted ID:iPkuQm02yg

ผมให้เงินคุณ 100 แต่เขาให้คุณ 500
คุณก็ชอบเขาเพราะเขามีให้คุณมากกว่าผม
แต่ทั้งตัวผมมีแค่ 100 แต่เขามี 1000
#เห็นความต่างไหม
.
.
.
.
.
.
.
.ความแตกต่างของความจิงใจ

416 Nameless Fanboi Posted ID:iPkuQm02yg

f you pay me $50 I'll show up to your funeral but stand really far away, holding a black umbrella regardless of the weather, so that people think you died with a dark and interesting secret.

417 Nameless Fanboi Posted ID:szvhiG98az

>>415 เห้อะไรเนี่ย ผู้ชายใส่แว่นเหรอวะ? จิงใจพ่อง ความแตกต่างของสมองสิไม่ว่า

418 Nameless Fanboi Posted ID:RvnaoeiFI7

เดี๋ยวนี้โม่งเลเวล 1 เยอะจังว่ะ มึงกล้าเอาโควตปัญญาอ่อนมาลงที่นี่ได้ไงเนี่ย

#มิตรสหายหนึ่งท่าน

419 Nameless Fanboi Posted ID:vSVRFrYSU0

https://www.dailymail.co.uk/news/article-6547181/Migrant-gang-leave-12-injured-carrying-random-attacks-random-attacks-German-city.html

แก๊งผู้อพยพก่อเหตุทำร้ายผู้คนแบบสุ่มและแสดงพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติ โดยมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 12 คน อายุตั้งแต่ ปี 13-42 ปี

กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่น 4 คนจากอิหร่าน ซีเรียและอัฟกานิสถาน โดยเป้าหมายของกลุ่มนี้คือคนที่สัญจรไปมาในเมือง Amberg แคว้น Bavaria มีพยานอ้างว่ามีผู้ชายถูกผลักตกบันไดในขณะที่เหยื่อวัย 17 ผู้หนึ่งต้องได้รับการรักษาพยาบาลจากอาการบาดเจ็บที่หัว

ด้าน Horst Seehofer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในกล่าวว่าเขารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่า ''​ถ้าผู้ลี้ภัยก่อเหตุอาชญกรรมรุนแรง พวกเขาต้องออกจากประเทศเราไปซะ

เหตุความรุนแรงเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 6.30 น.ในวันเสาร์ที่สถานีรถไฟ Amberg เด็กน้อยวัย 13 ปีนาม Nimo M ถูกเตะเข้าที่ท้องขณะที่ชายวัย 29 อีกคนถูกทำร้ายที่ใบหน้า อีกเหตุการณ์หนึ่ง วัยรุ่นสาววัย 17 ปี ถูกด่าว่าเป็นโสเภณี เมื่อเพื่อนเธอพยายามเข้ามาห้ามก็โดนทำร้าย

วัยรุ่นอีกคนเล่าถึงตอนที่เพื่อนของเขาโดนเหยียดเชื้อชาติ ก่อนที่ชาย 3 คนจะไล่ตามและทำร้าย วัยรุ่นคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายจนต้องได้รับการปฐมพยาบาลคนจากอาการฟกช้ำและความกระทบกระเทือนบอกว่าคนที่พยายามจะช่วยก็โดนทำร้าย

ขณะหลบนี พวกมันก็ทำร้ายเหยื่อไปอีก 2 คน ต่อมาตำรวจตามจับผู้ต้องสงสัย ได้ 4 คน อายุ 17 ถึง 19 ปี

รัฐมนตรี Seehofer ให้สัมภาษณ์ว่า 'เหตุที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผมเสียใจมาก นี่เป็นความรุนแรงที่เราไม่อาจจะทนได้ ถ้าผู้อพยบก่อเหตุอาชญากรรมรุนแรง พวกเขาต้องออกจากประเทศเราไปซะ ถ้ากฎหมายที่มีอยู่มันยังไม่พอ มันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง'​

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

420 Nameless Fanboi Posted ID:bG7dssCUXq

>>419 โง่ตั้งแต่รับเข้าประเทศล่ะ

421 Nameless Fanboi Posted ID:Tb8P5TQz9z

"ทำขนส่งสาธารณะให้ดี ทำให้รถยนต์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิต ประชาชนจะได้ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาซื้อรถ"

ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง ที่ปรึกษานโยบายคมนาคม พรรคอนาคตใหม่

ที่มา https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=386353795527346&id=382592748811072

422 Nameless Fanboi Posted ID:BTV2wpg7AS

>>419 cultural enrichment ไหมล่ะมึง

423 Nameless Fanboi Posted ID:eRiHIdsT0J

>>419 แล้วคนก็ยังสงสัยว่าทำไมพักหลังคนย้ายไปฝ่ายขวาเยอะขึ้น multicultural ได้ผลไหมหล่ะมึง

424 Nameless Fanboi Posted ID:4AySLvw.4e

กูเริ่มเอียงขวาเพราะ SJW ทำเรื่องโปรตกูเละเป็นขี้

425 Nameless Fanboi Posted ID:CV4su4IGlH

>>421 จริงๆ มันเป็นปัญหาของรายได้ต่อราคาสินค้ามากกว่า อย่างไทยรถคันนึงต้องใช้รายได้เงิน 4-6 ปีในการซื้อ แต่ของประเทศรวยๆ 1 ปีก็พอ แต่กู้ซื้อก็มี เพราะมันไม่ใช่ของที่จำเป็นต้องจ่ายเป็นเงินสดขนาดนั้น

อย่างยุ่นมีประชากรมากกว่าไทย 2 เท่า แต่ซื้อรถต่อปีมากกว่าไทย 5-6 เท่า เพราะมันมีเงินมากกว่า คงไม่มีใครบอกนะว่าขนส่งสาธารณะไทยดีกว่ายุ่น ถึงซื้อรถน้อยกว่า จำนวนยานพาหนะต่อประชากรไทยก็ไม่ได้เยอะ ความหนาแน่นของรถก็กลางๆ แต่รถและรายได้มันกระจุกตัว เลยดูเป็นปัญหามากกว่า

https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_vehicles_per_capita

เรื่องระบบขนส่งสาธารณะห่วย คนถึงซื้อรถเป็นวาทะกรรมอย่างหนึ่ง ทำให้คนเข้าใจว่าประเทศเจริญแล้วรถน้อย แต่ถ้าเทียบกับจำนวนประชากรและพื้นที่ ไทยแพ้พวกนั้นทุกประเทศละ

อ้อ กูเห็นด้วยกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนนะ แต่เหตุผลบางอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก

426 Nameless Fanboi Posted ID:iCRXDgcdda

>>425 วาทกรรมนี้ก็มีส่วนจริงนะ ต่างจังหวัด รถส่วนตัวจำเป็นมากจริงๆ ไม่มีรถคือ ไปไหนลำบากมาก

427 Nameless Fanboi Posted ID:iCRXDgcdda

ข้อคิดที่ได้ จาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ , โจเซ่ มูริญโย่ และ เจอร์เก้น คล็อปป์ สำหรับผู้บริหารยุคใหม่
#ผู้นำสำคัญอย่างยิ่ง

1. ยุคนี้ไม่มีใครกลัวบอสอีกแล้ว การบริหารแบบ #กูใหญ่ #จงเชื่อ #อย่าหือ ใช้ไม่ได้กับคนรุ่นใหม่

2. คุณอาจคิดว่า คุณเป็นผู้ประเมินลูกน้อง และให้คุณให้โทษได้ แต่อย่าลืมว่า สมัยนี้ คุณก็ถูกลูกน้องประเมินเช่นกัน และเขาพร้อมทำให้คุณล้มเหลวได้ ด้วยวิธีของเขา

3. ในการทำงานกับคนรุ่นใหม่ คุณต้องเข้าใจคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ไม่ชอบทำตามคำสั่ง ไม่ใช่เพราะเขาดื้อ แต่เพราะคนรุ่นใหม่ ชอบมีอิสระในความคิด เขาจะตอบสนองคุณในทางที่ดี ถ้าคุณได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเขาอย่างเพียงพอ

4. ต้องไม่มองว่า คุณคือเจ้านายปกครองลูกน้อง แต่ทั้งคุณและเขา คือส่วนหนึ่งของทีม ที่คุณมีหน้าที่นำทีม ดูแลทีม และให้ความช่วยเหลือแก่ลูกทีม ต้องให้เกียรติเขาในฐานะมนุษย์ ในฐานะเพื่อน ในฐานะน้อง

5. ในการนำความคิดของเขา คุณต้องสร้างเป้าหมายร่วมกันกับทีมของคุณ แล้วไปด้วยกันเป็นทีม คุณต้องมีอารมณ์และความรู้สึกร่วมกันกับทีม พร้อมเหนื่อยด้วยกัน เศร้าด้วยกัน ฉลองด้วยกัน

6. ความสำเร็จเป็นของกู ความผิดพลาดเป็นของมึง ความคิดแบบนี้ ตกยุคแล้ว สมัยนี้ จะดีจะร้าย คือผลงานของ #พวกเรา

7. ผลงานของทีม จะแปรผันตรงกับความสุขของคนในทีม ยิ่งพวกเขามีความสุขแค่ไหน ผลงานจะออกมาดีแค่นั้น

8. #ความกลัวไม่เคยทำให้ใครทำงานได้ดี

9. การที่ทีมคุณจะทำงานอย่างมีความสุข คุณต้องมีความสุข และความสนุกในการนำทีม

10. คนรุ่นใหม่ ต้องการอิสระในการแสดงความคิดและการทำงาน คุณแค่สร้างเป้าหมายให้เขา แล้วปล่อยให้เขาทำงานในวิธีของเขา ไม่ต้องไปกำกับ ควบคุมทุกอย่าง คอยดูแล ถ้าเขาเริ่มออกนอกทาง หรือไปไม่เป็น ค่อยแนะนำเขาให้ลองทำในวิธีที่เราคิดไว้

11. สิ่งที่ลูกทีมจะคาดหวังจากคุณ คือรอยยิ้ม กำลังใจ คำชมเชย และความสุขจากการงานสำเร็จของเขา ที่สำคัญ คำแนะนำที่ดี เมื่อเขาเจอปัญหา ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่า คุณมีคุณค่าต่อเขา

จากข้อ 1 - 11 จะเห็นว่า มูริญโญ่นั้น เป็นผู้บริหารยุคเก่า ที่นำคนรุ่นใหม่ไม่ได้ เป็นผู้บริหารที่ตกยุค ใช้อำนาจ ความกลัว ความเด็ดขาดในการควบคุมลูกน้อง เขาไม่เคยมีอารมณ์ร่วมกับลูกน้อง เมื่อทีมยิงประตูได้ เขาทำหน้านิ่ง เมื่อทีมชนะ เขาเรียกตัวเองว่าเป็น the special one เมื่อทีมแพ้ เขาไม่ลังเลที่จะตำหนิและลงโทษลูกน้อง

ไม่แปลก ที่ผู้บริหารแบบนี้ แม้จะเคยประสบความสำเร็จมาในยุค 2000 จะล้มเหลวไม่เป็นท่าในยุค 2020 เพราะเขา ตามไม่ทันยุคสมัย ไม่เข้าใจ คนรุ่นใหม่

หันมาดู เจอร์เก้น คลอปป์ สิ่งที่แตกต่างชัดเจน คือ passion อารมณ์ร่วมกับทีม เขากระโดดและวิ่งอย่างบ้าคลั่ง เมื่อลูกทีมยิงประตูได้ เขาตีอกชกหัวเมื่อลูกทีมพลาด และไม่ลืม ที่จะรีบปรบมือให้กำลังใจลูกทีมให้พยายามใหม่ เขาดูเหมือนบ้าในสายตาคนบางคน แต่ในสายตาของลูกทีม เขาคือผู้นำ เขาสนุกกับการนำลูกทีม และความสนุกสนานนี้ ก็ถ่ายทอดลงสู่การเล่นของลูกทีม ที่เล่นอย่างสนุก กล้าหาญ และร่วมมือกันอย่างกลมกลืน

โซลชาร์ รับงานต่อจากโจเซ่ ในวันแรกที่เข้ามาถึง เขาให้เกียรติคนในทีมทันที เขาชื่นชมว่า ทีมของเขาเป็นทีมที่มหัศจรรย์ เขาปลดปล่อยอิสระในการเล่นให้ทีม และนำมาสู่ผลงานเยี่ยมยอด ทั้งๆ ที่ ทีมๆ เดียวกันนี้ ยังเล่นแบบ #สุนัขไม่รับประทาน มาตลอดปีทึ่ผ่านมา

โซลชาร์ ไม่ได้เปลี่ยนทีม ไม่ได้เปลี่ยนผู้เล่น เขาแค่เปลี่ยน #อารมณ์ภายในทีม เขาก็ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกับโจเซ่ อย่างสิ้นเชิง

อนาคตจะเป็นอย่างไร ยังเร็วเกินไปที่จะคาดเดา แต่ที่เราเห็นวันนี้ คือความแตกต่างระหว่างคนบริหาร 2 แบบ คือ ระหว่างแบบเจ้านาย (Boss) กับแบบผู้นำ (Leader)

ถ้าวันนี้ คุณดูแลกำกับงานอะไรอยู่ก็ตาม หากผลงานไม่ได้ตามตั้งใจ Output และ Performance ของคนในองค์กรคุณ ยังไม่ดี ก่อนจะตำหนิลูกน้อง
หรือลูกทีม ลองหันมาพิจารณาตัวเองก่อนว่า!

#คุณกำลังเป็นมูริญโย่หรือเปล่า

#สั่งให้ทำความเคารพสามารถทำได้
#สั่งให้เคารพทำไม่ได้ #ต้องใช้ใจนำ

428 Nameless Fanboi Posted ID:7TxOYoR/tt

ยืนยันความเจ๋ง จากจำนวนผู้เรียนรุ่นล่าสุด ถึง 2,069 คน
เผยเบื้องหลังเคล็ดวิชาที่สร้างยอดขายหลักล้านให้ผมได้ทุกครั้ง
และผมใช้มันมาเสมอ ในทั้ง 4 ธุรกิจของผม

.

หยุดละเมอ ถึงรายได้หลักแสนหลักล้าน
หากคุณยัง "ขายไม่เป็น"

การขาย เป็น กิจกรรมเดียวที่ทำให้คุณมีรายได้

แต่คนส่วนใหญ่ออกไปขายเหมือนออกไป "ขอ"
ทั้งๆ ที่การขายที่แท้ทรู คุณไม่จำเป็นทำตัวให้ดูแย่ขนาดนั้น
ไม่ต้องง้อหรือตื๊อใคร เพื่อให้ได้มาซึ่งยอดเงินเลยแม้แต่น้อย

.

ไม่ว่าใครก็ต้องขาย ไม่งั้นคุณคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้

การขายเกิดขึ้นตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเรียน สมัครงาน หรือแม้แต่การเริ่มกิจการของคุณเอง

ทุกอย่างที่คุณนำเสนอออกไป เพื่อทำให้ใครบางคนตรงหน้าเชื่อถือ และ say yes
นั่นแหล่ะครับ เราล้วนเรียกมันว่า "การขาย"

.

แม้ในธุรกิจหรือการค้า

คุณขายสินค้าให้ผู้คน ผู้คนก็ขายเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงไม่ซื้อสินค้าของคุณเช่นเดียวกัน

ฝ่ายใดก็ตามที่ทำให้การขายของอีกฝ่ายยุติลงได้ก่อน
ฝ่ายนั้นคือ ผู้ปิดการขาย

นี่คือความหมายที่แท้จริง

429 Nameless Fanboi Posted ID:CV4su4IGlH

>>426 ต่างจังหวัดมันใช้รถทำงานด้วย ถ้าไม่มีรถกระบะ มึงจะให้ขนของกันยังไง ต่อให้มีปรับปรุงขนส่งมวลชนให้ดีกว่านี้ คนก็ยังซื้อรถอยู่ดี เพราะมันเอามาใช้ทำงาน รถที่มีไว้แค่คนส่งคน เป็นมุมมองของคนเมือง/คนมีเงินล้วนๆ

430 Nameless Fanboi Posted ID:px2peWUyOI

>>425 พวก ปท. ที่ขนส่งมวลชนดี ถึงราคารถจะถูกกว่าไทยแต่แม่งไม่เคยมีปัญหารถติดและอุบัติเหตุบนถนนเลย

ถ้าพวก ปท. โลกที่ 1 เนี่ยกูเห็นไอ้กัน ปท. เดียวที่มีปัญหาทั้งรถติดและอุบัติเหตุ เพียงแต่มันก็ยังดีกว่า ปท. กำลังพัฒนาแค่นั้น

431 Nameless Fanboi Posted ID:iisfrgeZFq

>>425 มีสถิติ เฉพาะเมืองหลวงปะ อยากการเปรียบเทียบเฉพาะในเขตเมืองอะไรประมาณนั้น อย่างกรุงเทพ 1000คน มีรถ600 อะไรแบบนี้

432 Nameless Fanboi Posted ID:cNVNP.ombk

>>431 มีแต่รายงานจดทะเบียนรถอะ (ทั้งจดสะสมตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติมา กับจดใหม่ในแต่ละปี) ไปหาเอาที่เว็บกรมขนส่ง

รถจดใน กทม. ถ้าจำไม่ผิด 10 ล้านคันแล้วมั้ง แต่ถนน กทม. รองรับได้ 2 ล้านคัน ทีนี้สมมติว่ารถหายไปครึ่งหนึ่ง (เช่นรถเก่าหรือเอาไปขับ ตจว.) มันก็ยังเกินอยู่ดี

433 Nameless Fanboi Posted ID:E63+.4s6Aa

รถติด กทม. สาเหตุ no.1 คือ รถจาก ตจว. แห่กันเข้ามา(ทำงาน) ในเมือง
เพราะงั้นถึงมีระบบขนส่งพร้อมก็แก้รถติดได้หน่อยหนึ่ง

ส่วนประเทศเจริญแล้ว รถไม่ค่อยติดเพราะ คนขับเขามีวินัยกว่าคนขับไทยๆ
ไม่จอดข้างทางเกะกะถนน(ก็แม่งมีเก็บค่าจอดเกือบทุกจุด)
แหล่งท่องเที่ยวช็อปปิ้ง ไม่มีแท็กซี่ จอดแช่เกะกะทางเหมือนของเรา

รถมอเตอร์ไซต์มีคนขี่น้อยมาก (ของจีนมีแบนห้ามขี่เข้าเมือง)

434 Nameless Fanboi Posted ID:3h6QuKp6tO

ขนส่งมวลชนถ้ามันดีพร้อม (ทั่วถึง ราคาเป็นมิตร) คนก็ไม่ต้องใช้รถว่ะ การที่คน ตจว มาทำงานในเมืองหลวงมันเรื่องปกติเป็นทุกที่แหละ

กรณีญี่ปุ่น ไปมากี่เมืองๆก็ไม่ยักรู้สึกว่ามันเป็นสังคมพึ่งพารถยนต์ คือไม่ได้เห็นภาพเมืองมีถนนมีรถกันแออัดอะไร ไปทางไหนก็เจอทางรถไฟมากกว่าถนน (เว้นโอกินาว่า) ก็งงๆว่าไหงยอดขายรถแม่งเยอะขนาดนั้น รถมันหายไปไหนหมด

435 Nameless Fanboi Posted ID:OIXYliQl76

>>433 ไม่เชิงมีวินัยเสียทีเดียว แต่เพราะเขาระบุเลยว่าซื้อรถต้องมีที่จอด ส่วนบ้านเราไม่มีข้อนี้ (จริงๆ รัฐบาลเคยมีแนวคิดแต่ถูกด่าเละเลยยอมถอย สมัย คสช. นี่แหละ) ดังนั้นเลนซ้ายเลยกลายเป็นที่จอดรถไปหมด ถามว่าผิดไหมมันก็ไม่ผิดนะถ้าไม่ได้จอดในพื้นที่ห้ามจอด (ขาวแดง)

บ้านเราก็เหมือนอเมริกานั่นละ บ้านเขากราดยิงกันเป็นเรื่องปกติแต่ไม่มีรัฐบาลไหนคุมเรื่องครอบครองปืนได้ ส่วนบ้านเรารถติดแถมอุบัติเหตุเยอะ แต่รัฐบาลไหนคิดคุมจำนวนรถยนต์นี่มีอันเป็นไปได้เลยมึง

436 Nameless Fanboi Posted ID:yvVEVwyPKS

>>435 เห็นด้วย นโยบายคุมรถยนต์แม่งแตะไม่ได้เลย แต่กุว่าต้องใช้วิธีแบบอ้อมๆ ค่อยๆเปลี่ยนถนนให้เป็นทางรถไฟ บีบให้คนค่อยๆรู้สึกว่ารถยนต์มันเริ่มไม่สะดวกแล้ว ซึ่งถ้าระบบรถไฟมันใช้เงินเยอะ กุว่ารถรางก็น่าจะโอเค

437 Nameless Fanboi Posted ID:T9.7WI061z

>>436 แค่ BRT ตอนทำแรกๆ กทม. ไม่อยากให้รถเข้าไปวิ่งในเลน โดนคนใช้รถส่วนตัวด่าเละ สุดท้ายก็อย่างที่เห็นตอนนี้แหละ เลน BRT รถอะไรก็วิ่งได้

438 Nameless Fanboi Posted ID:GBESlLNjaG

แต่ BRT กูว่ามันก็ไม่คุ้มกับการเสียเลนนะ จุคนได้น้อย แถมรถวิ่งช้ามาก

439 Nameless Fanboi Posted ID:8Np/WHx83t

ทุกวันนี้ต้องอ่านหนังสือแปล จากญี่ปุ่น เกาหลี อเมกา เช่น
จงแต่งตั้งภรรยาของคุณเป็นประธานบริษัท
แด่งานของฉันแด่วันพรุ่งนี้
สร้างของให้คนติด
และอีกมากมายหลายๆ เล่ม
ทำไมน่ะเหรอ
เพราะว่าหนังสือไทย ต้องบอกตามตรงเลยว่า แทบไม่มีเนื้อหาอะไรที่น่าอ่าน แม้แต่หนังสือสอนลงทุน สอนรวย เนื้อหาก็แตกต่างมากกับหนังสือต่างประเทศ
เหมือนว่าหนังสือไทย เขียนจากคนที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จ รู้สิ่งนั้นก่อนค่อยมาเขียน
แต่หนังสือนอก เขียนจากประสบการณ์จริงๆ ของนักเขียน
พอเราได้อ่านก็จะพบว่า เนื้อหาสาระที่ได้ แตกต่างกันมากจนสัมผัสได้
ที่เราเห็นๆ วางขายตามร้านหนังสือ
ส่วนใหญ่ เป็นหนังสือแปล
มีส่วนน้อยที่เป็นนักเขียนไทย เขียนมาเอง

440 Nameless Fanboi Posted ID:T9.7WI061z

>>438 รถเมล์มันก็มาตรฐานให้วิ่งได้ประมาณนั้นละ เร็วมากเดี๋ยวก็คนบ่นแบบสาย 8 อีก แถมถนน กทม. ก็ไม่เรียบ วิ่งเร็วมากนี่ยังกับเครื่องบินตกหลุมอากาศเลยมึง

อีกทีก็รถไฟ อันนี้เชื่อไหมละว่ารถไฟพอพ้นเขต กทม. ไปแล้ว (เอาแค่สักรังสิต) หัวรถจักรเก่าๆ นี่ทำความเร็วได้เต็มสมรรถนะเลยนะมึง 70 - 90 กม./ชม. นี่แหละ เสียดายก่อนหน้านี้ระบบรถไฟโดนแช่แข็ง (20 - 30 ปี ตั้งแต่เราเริ่มเอาดีด้านอุตสาหกรรมรถยนต์) โครงการรถไฟทางคู่ทั่ว ปท. เลยเพิืิ่งมาเริ่มกันเมื่อไม่กี่ปีนี้

442 Nameless Fanboi Posted ID:FfKl.w/9o/

>>441

>implying that government wouldn't put regulation on AI like they did cloning

Wew lad

อยากขายของจนต้องเล่านิทานหลอกเด็ก

443 Nameless Fanboi Posted ID:QM9dGt29pi

>.442 ทำเป็นเล่นไปนะ มนุษย์มันมีต้นทุนสูงจริงๆ AI หุ่นยนต์มันไม่แก่ ไม่ป่วย ตกรุ่นก็แค่ปิดระบบ พวกคนรวยเลยหันไปหากันหมดไง

444 Nameless Fanboi Posted ID:abeCMtc4v8

>>443 เดี๋ยวรัฐบาลก็ทำให้ต้นทุน ai สูงกว่าคนเอง ไม่ต้องห่วง

445 Nameless Fanboi Posted ID:r/qPWJ9W6u

>>441 เบี้ยวสัส 5555

446 Nameless Fanboi Posted ID:9VyeVcqUNV

ช่วงหลายวันมานี้ ชาวเผ่า กุปุปุสึ เกาะกระแสที่กองทัพจัดส่งเรือและกำลังพลลงไปช่วยชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย พร้อมแคปชั่นทำนองว่า "รู้รึยังละว่ามีทหารไว้ทำไม" ฯลฯ

ผมเห็นแล้วอดดีใจไม่ได้ ที่ชาวเผ่า กุปุปุสึ มาถูกทางแล้ว หวังว่าจะเข้าใจสักทีนะ ว่านี่แหละคำตอบถึงหน้าที่ ที่แท้จริงของทหาร และ ทหารมีไว้ทำไม

447 Nameless Fanboi Posted ID:k1/j+q.m.K

>>441 ไม่เอาอ่ะ กูเรียนโค้ดสตาเท่านั้น

448 Nameless Fanboi Posted ID:k1/j+q.m.K

>>446 บางคนยังด่าว่าทหารมาเสือกเรื่องการช่วยเหลือก็มีอยู่ แบบพวกเกลียดทหารขึ้นสมอง... อุอิิอิ

449 Nameless Fanboi Posted ID:4+E6D547uX

>>448 บางคนก็ชอบทหารจนขึ้นสมองเพราะชอบเรื่องกองทัพ สงคราม แต่ตัวจริงคือเด็กโอตาคุนั่งหน้าคอมอ่านเรื่องกองทัพเบียวว่าตัวเองเป็น Expert ไปวันๆ อิอิ

450 Nameless Fanboi Posted ID:DPjXkqb5ma

>>446 กุปุปุสึ เพจที่คิดคำนี้แม่งหายไปไหนวะ

451 Nameless Fanboi Posted ID:8Np/WHx83t

ในอนาคตด้วยเทคโนโลยีสำคัญสองอย่างคือ bio-engineering และ AI มนุษย์จะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจนคือ

[]1[] มนุษย์ธรรมดาที่ไร้ประโยชน์ (useless class ) เนื่องจากแรงงานทั้งหลายถูกหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทน จะเหลือแต่งานค่าจ้างถูกๆเท่านั้น ในปัจจุบันมีคำกล่าวว่า ถ้าอยากเล่นหมากรุกให้ชนะ ให้ใช้ AIช่วย แต่ถ้าอยากทำความสะอาดกระดานหมากรุกให้ใช้คนทำ แต่ในอนาคต หุ่นยนต์จะทำได้ดีและถูกกว่าคนทั้ง เล่นหมากรุก (งานใช้สมอง) และ ทำความสะอาดกระดานหมากรุก (งานใช้แรงงาน)

[] 2 [] กลุ่มคนที่เป็น superhuman คนที่สามารถเข้าถึงทรัพยากร และมี power ในการปกครองทั้งหมด คนกลุ่มนี้ในไทยน่าจะเรียกว่าเจ้าสัวต่างๆ มีความสามารถทั้ง ด้านการเงินและการปกครองเพราะครอบครองทุน ทั้งหลาย (การลงทุนในเทคโนโลยี bio-engineer และเทคโนโลยี AI ในด้านหนึ่งจะเหมือนกับการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าที่แม้ลงทุนสูงมากในช่วงแรก(จนคนทั่วไปไม่มีปัญญาทำได้) แต่หลังจากที่เทคโนโลยีอยู่ตัวแล้ว คนอื่นจะทำมาแข่งด้วยลำบาก(มีลักษณะของสินค้าทุน และมี barrier to entry )และการเพิ่มลูกค้าไม่ได้เพิ่มต้นทุนเท่าไรนัก เหมือน ไฟฟ้าในแง่ที่ว่าเมื่อมีบ้านใหม่เข้ามา การไฟฟ้าก็ไม่ได้เสียต้นทุนในการต่อไฟไปบ้านนั้นมากนัก (ถ้าไม่ใช่บ้านบนภูเขา) เช่นเดียวกัน เมื่อมี AI แล้วมันจะไม่ใช่ว่า ต้องลงทุน AI สำหรับ product ที่แตกต่างกันแต่ AI เองสามารคประยุกติ์ไปได้อย่างหลากหลาย ผมคิดว่าจะเกิด บริษัท tech giant ไม่กี่บริษัทในประเทษหนึ่งๆเท่านั้น ซึ่งเจ้าของบริษัทเหล่านี้จะกลายเป็น superhuman

แล้วสิ่งนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น ต้องทำความเข้าใจก่อนอีกเรื่องหนึ่งคือ ความเท่าเทียมกันของมนษย์และสิทธิมนุษยชนล้วนเกิดจาก ความสามารถในการต่อรองของชนชั้นแรงงานที่มีอำนาจมากขึ้นในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานในการผลิตอย่างสูง ก่อนหน้านี้ ในยุคที่มนุษย์เริ่มรวมกันตัวเป็นเมือง คนที่มีอำนาจไม่ใช่คนทั่วไปแต่เป็นเจ้าของกองทัพ หรือเหล่ากษัตริย์ และจักรพรรดิในอดีต เพราะความสามารถในการรบและบัญชาการกองทัพ ที่มีค่าในการกำหนดความอยู่รอดของเมืองในยุคนั้น คนทั่วไปถูกทำให้เหมือนทัพย์สิน เมื่อรบชนะก็กวาดต้อนไปเป็นแรงงานของอีกเมืองหนึ่ง หาได้มีความเท่าเทียมหรือสิทธิมนุษยชนไม่ การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้แรงงานที่มีทักษะเป็นสิ่งจำเป็น จึงทำให้อำนาจต่อรองของชนชั้นแรงงานสูงขึ้น แต่ในยุค AI และหุ่นยนต์ แรงงานทั้งทางร่างกายและทางสมองจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกแล้ว จึงทำให้อำนาจต่อรองของชนชั้นแรงงานหายไป เรียกร้องโบนัสเหรอ ออกแล้วเปลี่ยนระบบการผลิตเป็นหุ่นยนต์แทน เฉกเช่นทุกวันนี้ที่ประเทศประชาธิปไตยทำให้ประชาชนเชื่อว่าตัวเองมี freewill ในการเลือกผู้แทนและเสียงของตัวเองมีความหมายแต่แท้ที่จริงแล้วท่ามกลางตัวเลือกมากมายเหล่านั้นที่ประชาชนมีสิทธิ์เลือก ล้วนนำไปสู่ ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ไม่กี่ทางที่ชนชั้นนำได้เลือกไว้แล้วและจะยิ่งเข้มข้นขึ้นอีกหลังจากที่AI และหุ่นยนต์ ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย คนจะเหลือหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงที่ไร้ค่า

ความอยู่รอดของมนุษย์ ทั่วไปคือความเมตตาจาก superhuman ที่ต้องการคงความหลากหลายของเผ่าพันธ์มนุษย์ ประเทศอย่างสวีเดน ฝรั่งเศษ นิวซีแลนด์ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเรื่องรัฐสวัสดิการ รัฐสวัสดิการของประเทศเหล่านี้อาจจะคงอยู่ได้อีกหลายทศวรรษ แต่ประเทศทุนนิยมจ๋าอย่างอเมริกา จะใช้โอกาสนี้จัดการกับปัญหาต่างๆ แต่เมื่อเกิดภัยพิบัติร้ายแล้ว ชนชั้นนำก็พร้อมจะถีบ useless class ลงจากเรือโนอา เพื่อเอาตัวเองรอดไว้ก่อน

====
แปะไว้เผื่ออันที่มีโฆษณาโดนลบ

452 Nameless Fanboi Posted ID:Uh00ecc9M+

>>451 โดนโม่งแหกดากขนาดนี้ยังจะแปะซ้ำอีกเหรอวะ

453 Nameless Fanboi Posted ID:Onu1omFEpM

>>452 โทรลมากกว่ามั้ง

454 Nameless Fanboi Posted ID:EsCFRdXH/k

>>452 ถ้าตัดเรื่องโฆษณาแฝงไปมันก็น่าห่วงจริงๆ แหละ พายุ Disruptive หนนี้ คนตกงานกันถ้วนหน้า

455 Nameless Fanboi Posted ID:Q+u/M2lM8p

>>451 โคตรปัญญาอ่อนทั้งพารากราฟ

ถ้าไม่มีมนุษย์ชนชั้นแรงงาน บรรดาบริษัทต่างๆจะขายของให้ใครครับ? ทำของมาขายให้พวกtop 1%อย่างเดียวเหรอ? ถ้าผลิตน้อยขนาดนั้นจะพัฒนาAIทำงานให้ทำซากอะไร ไม่คุ้มทุน

บริษัทไม่มีลูกค้ามันอยู่ได้ยังไงครับ?

เรียนแต่โปรแกรมมิ่งกับอ่านนิยายวิทยาศาสตร์จนลืมเรียนเศรษฐศาสตร์นะ มิตรสหอยท่านนี้

456 Nameless Fanboi Posted ID:IMJlaMpGw0

ศาสนจักรยูเครนเป็นอิสระแล้ว....
...ไงต่อ? จบแล้วเหรอ?

อย่างที่หลายท่านทราบแล้วว่า ศาสนจักรยูเครนออร์โธด็อกซ์ที่เกิดจากการรวมศาสนจักร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับการยอมรับจากพระอัยกาบาร์โธโลมิวแห่งคอนสแตนติโนเปิลเรียบร้อยแล้ว หลังเซ็นเอกสารรับรองเมื่อวานนี้

ต่อจากนี้เป็นต้นไป ศาสนจักรออร์โธด็อกซ์ในยูเครนจะเหลือเพียง 2 สายหลัก นั่นคือ ศาสนจักรออร์โธด็อกซ์แห่งยูเครน (Orthodox Church of Ukraine - OCU) กับ ยูเครนออร์โธด็อกซ์ - เขตพระอัยกามอสโคว์ (Ukrainian Orthodox Church - Moscow Patriarchate - UOC-MP) ที่ยังคงขึ้นกับมอสโคว์ต่อไป ไม่มารวมศาสนจักรด้วยกัน

หากท่านมีคำถามในใจว่า "แล้วจากนี้มันจะเป็นยังไงต่อ?" ส่วนตัวผมก็คิดว่ามีต่อแน่ๆครับ มันยังไม่จบหรอก

เพราะแม้ศาสนจักรใหม่มีคอนสแตนติโนเปิลรับรองอยู่ แต่เนื่องด้วยโครงสร้างนิกายที่ไม่เหมือนคาทอลิก ซึ่งมีพระสันตะปาปาเป็นผู้นำปกครองสูงสุด พระอัยกาแห่งคอนสแตนติโนเปิลเป็นพียงผู้อาวุโสสุดเท่านั้น

ดังนั้นการที่ท่านยอมรับ ไม่ได้แปลว่าศาสนจักรออร์โธด็อกซ์อื่นอีก 14 แห่งที่ปกครองอิสระ อย่างเซอร์เบีย จอร์เจีย บัลแกเรีย หรือโรมาเนียจะยอมรับ ต้องดูต่อไปยาวๆว่าพวกเขาจะยอมรับหรือไม่ แต่รัสเซียนี่คงไม่ต้องพูดถึงหรอก ผมว่ากี่ร้อยกี่พันปีก็ไม่ยอมรับอยู่แล้ว เชื่อว่ายังคงยอมรับแต่ศาสนจักรยูเครนที่ขึ้นกับตนเท่านั้นล่ะ

เรื่องที่ยังต้องพูดคุยกันต่อไปคือศาสนจักรยูเครนในต่างประเทศครับ อย่างในอเมริกาและแคนาดา ทั้งสองศาสนจักรมีคอนสแตนติโนเปิลปกครองดูแลอยู่ ทำให้เมื่อตั้งศาสนจักรของตนเองบนแผ่นดินแม่ได้แล้ว ก็ต้องมานั่งคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไงต่อไปกับศาสนจักรเหล่านั้น

อีกทั้งการที่มีศาสนจักรยูเครนออร์โธด็อกซ์ถึงสองแห่ง ที่ล้วนแล้วแต่มีคนยอมรับด้วยกันทั้งคู่ (ฝั่งหนึ่งมอสโคว์ ฝั่งหนึ่งคอนสแตนติโนเปิล) อยู่แบบนี้ ปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินโบสถ์ตามมาอย่างแน่นอน ว่าโบสถ์นี้ อารามนั้น จะต้องเป็นของใคร ซึ่งเอาจริงๆ เขาก็ตีกันเรื่องนี้มานานแล้วล่ะ เช่นเดียวกันกับศาสนจักรยูเครนกรีกคาทอลิก
แต่มันมีสิ่งหนึ่งครับ ที่อาจทำให้มันบานปลายกว่าเดิม...

...สิ่งนั้นคือ "แนวคิดศาสนชนชาตินิยม" (ethnophyletism) ที่เชื่อว่าชนชาติตนต้องผูกกับศาสนจักรนี้เท่านั้น เป็นชาตินิยมสุดโต่งรูปแบบหนึ่ง จริงๆ แล้วเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนิกายเขาเลยล่ะ ไม่ใช่แค่ที่อาจเกิดขึ้นกับยูเครน เพราะโครงสร้างที่ไม่มีผู้ปกครองสูงสุดคอยคุมเชิงนั่นเอง ปัญหานี้จึงเกิดได้ง่าย

เรื่องนี้รัสเซียมักกล่าวหาศาสนจักรยูเครนมาโดยตลอด ว่าศาสนจักรเกิดใหม่เป็นเครื่องมือให้รัฐใช้ข่มเหงศาสนจักรที่ขึ้นกับมอสโคว์ โดยมีแนวคิดชาตินิยมยูเครนสุดโต่งเข้ามามีส่วน ซึ่งพวกเขาก็ต้องระวังไม่ให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย และสร้างปัญหาให้พวกเขาต้องมาตามแก้

แล้วมันเป็นปัญหายังไง? ก็เพราะมันจะส่งผลให้ชาวยูเครนบางคนมองว่า ผู้ที่ยังคงอยู่กับมอสโคว์ต่อไปเป็น "ผู้ทรยศ" ทำให้มีความต้องการ ให้รัฐบาลใช้กำลังเข้ายึดครองศาสนสถานสำคัญๆ ที่ฝั่งมอสโคว์ครองอยู่ เช่น อารามถ้ำแห่งเคียฟ (Kiev Lavra)

ซึ่งก็หวังว่าถ้ามันหนักเข้าจริง รัฐบาลจะไม่บ้าจี้ตามเขานะ เพราะมันจะยิ่งสร้างความชอบธรรมให้ฝั่งรัสเซียและทำให้สิ่งที่รัสเซียกล่าวหายูเครนมาโดยตลอดเป็นความจริง

ทั้งนี้ ก็ต้องดูกันว่าจะยังคงรักษาสัญญาที่บอกว่าจะไม่มีการบังคับใครให้มารวมศาสนจักรจริงหรือไม่ จะไม่ใช้ศาสนจักรเกิดใหม่เป็นเครื่องมือในการปกครอง เหมือนที่รัสเซียทำ(และกำลังกล่าวหายูเครน)หรือเปล่า

รวมถึงต้องดูคำประกาศของสังฆราชมหานครเอพิฟานี ผู้นำศาสนจักรออร์โธด็อกซ์แห่งยูเครน ที่บอกว่าศาสนจักรใหม่เปิดต้อนรับทุกคนด้วย ว่าจะเป็นตามนี้จริงในภายภาคหน้าหรือไม่

ส่วนมอสโคว์ที่ประกาศตัดสัมพันธ์กับคอนสแตนติโนเปิลไปเมื่อปลายปีที่แล้ว หากสุดท้าย ทั้งสองศาสนจักรในยูเครนกลายเป็นมิตรกัน และอยู่ร่วมกันได้โดยสันติสุข ไม่มีอะไรต้องกังวล พระอัยกาคีริลแกจะกลับมาคืนดีกับพระอัยกาบาร์โธโลมิวหรือเปล่า? เรื่องนี้สำหรับผมก็ยากแท้หยั่งถึง เผลอๆ อาจหนักกว่าเดิมด้วยการออกหมายบัพพาชนียกรรม อันเป็นการตัดขาดโดยสมบูรณ์

เพราะทางมอสโคว์เคยตัดขาดแบบนี้มาแล้วตอนปี 1996 กรณีศาสนจักรในเอสโตเนีย แต่ครั้งนั้น ศาสนเภทเกิดขึ้นแค่ช่วงสั้นๆ แปปเดียวก็กลับมาคืนดีกัน กรณียูเครนอาจยาวกว่านั้นมาก เพราะมันมีเรื่องการเมืองมาพัวพันเยอะ

สรุปคือยังไม่จบ ต้องดูกันไปยาวๆครับ

แม้กระนั้น การรวมศาสนจักรแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ผมก็ขอแสดงความยินดีกับชาวยูเครนมา ณ ที่นี้ด้วย ขอพระเจ้าอวยพร และหวังว่ารอยร้าวในนิกายจะผสานกันโดยเร็ว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

457 Nameless Fanboi Posted ID:ROszW6aXNO

>>455 UBI ไง เก็บภาษี AI กับ Robot หนักๆ แล้วเอามาแจกปชช. หลายประเทศอยากทำแบบนี่อยู่นะ

458 Nameless Fanboi Posted ID:ttXXoU/0.m

นี่คือหนึ่งในความรู้ที่ต่อยอดมาได้จากการมาเป็นนักเรียนในเวิร์คช็อป TIJ-IGLP (Harvard Law School) ซึ่งที่จริงตอนเรียนเป็นอีกเรื่องนึง แต่รู้สึกว่าแนวคิดเจ๋งมากๆ และน่าจะเอาไปใช้กับเรื่องอื่นๆ ได้ เลยเอามาสรุปได้ประมาณนี้

คู่มือแนวทางการแก้ปัญหาแบบมีสติ
1. ไม่เริ่มว่า "เราควรทำยังไง?" แต่เริ่มต้นว่า “ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าเราควรทำยังไง?”
2. ไม่เริ่มถามหา "คำตอบที่ถูกต้อง" แต่ให้เริ่มต้นด้วยการตั้ง "คำถามที่ถูกต้อง" พร้อมถามด้วยว่าใครคือคนที่จะตอบคำถามว่านี่คือคำถามที่ถูกต้องแล้ว
3. ไม่เอาแต่มองหาผู้รู้ แต่ให้ดูก่อนว่าเรื่องนี้ต้องใช้ความรู้เรื่องไหน และใครคือคนที่มีความรู้ด้านนี้จริงๆ บ้าง
4. ไม่เอาแต่มองหาทางออกที่ดีที่สุดให้คนส่วนใหญ่ แต่มองหาทางออกที่ดีที่สุดให้ผู้ที่เสียหาย และระดับความเสียหายแค่ไหนที่ผู้เสียหายยังรับได้ เพราะคนส่วนใหญ่สนใจแค่เรื่องตัวเองแต่ไม่เคยสนใจความลำบากของคนส่วนน้อย

เรื่องนี้ทำให้ผมคิดได้ว่าแค่มีสติ แล้วถอยออกจากปัญหามาหนึ่งก้าว การแก้ปัญหาของเราก็ดูจะมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างมากเลย

นี่แค่วันแรกก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองยังต้องพัฒนาอีกเยอะมากๆ เพราะที่นี่มีคนเก่งๆ โปรไฟล์ดีๆ จากหลายสาขาอาชีพมารวมตัวกันเยอะมาก

ยังเหลืออีก 5 วัน จะพยายามเป็นนักเรียนที่ดีจนจบโครงการนะครับ #นักเรียนมิกเป็นคนซีเรียส

459 Nameless Fanboi Posted ID:ttXXoU/0.m

สารภาพบาป เซ็กส์หมู่ที่ฉันเคยเข้าร่วม ครั้งที่มีจำนวนมากที่สุดคือ 60 คน (กะด้วยสายตา)

คืองี้ เมื่อ 15 ปีก่อนเนี่ย การนัดเย็ดทางเน็ต ต่างกับปัจจุบันมาก เวลาใครจะจัดหมู่ จะใช้วิธีโพสต์ลงเว็บบอร์ดเกย์ (ซึ่งปัจจุบันเว็บพวกนี้เจ๊งหมดแล้ว) ซึ่งข้อดีคือ ไม่มีการขอดูหน้า ไม่มีการคัดกรองคน แต่ใช้วิธีรับคนมาเยอะๆ ยิ่งคนเยอะ ก็ยิ่งมีคนหล่อๆหุ่นดีๆโผล่มาเยอะไปด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงได้คนจำนวนมากถึง 60 คน ซึ่งเป็นคนหล่อหุ่นดี 20 คน รูปร่างหน้าตาธรรมดา 20 ดูไม่ดี 20 (คนที่ไม่หล่อหุ่นไม่ดีก็จะไปจับคู่กันเอง หรือยืนติ้วเฉยๆ ดูคนอื่นเขาเอากัน)

และด้วยความที่ไม่ต้องส่งรูปหน้าให้อีกฝ่าย เพื่อคัดกรองคนเข้างาน ทำให้มีคนกล้ามาร่วมงานเยอะ เพราะไม่ต้องกลัวถูกแบล็คเมล์ เนื่องจากหลายคนมีอาชีพดี ทั้งนักธุรกิจพันล้าน แพทย์ ครู อาจารย์ ด็อกเตอร์ คนมียศใหญ่โต

ต่างกับปัจจุบันมาก ที่พอมีคนทำ App นัดเย็ดของชาวเกย์ออกมา เกย์ก็เรื่องมากขึ้นเยอะ คือ จะนัดเย็ดหรือจัดหมู่สักที ต้องดูหน้าดูหุ่น เช็คทั้งภาพนิ่งและคลิปเคลื่อนไหว
เช็คละเอียดยิบ ดูกริยาท่าทาง ดูทุกมุม ยิ่งกว่าคัดตัว Miss Universe อีก กลายเป็นนัดกันยากขึ้น ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ถูกใจ
แถมเกย์หลายคนมีหน้าที่การงานดี ก็ไม่สะดวกโชว์หน้าทาง App กลัวโดนแบล็คเมล์

460 Nameless Fanboi Posted ID:ttXXoU/0.m

เขียนโค้ดเป็นอาจจะพาเราไปได้เงินเดือน 3 หมื่น 4 หมื่นก็เยอะแล้วครับ ถ้าอยากได้เงินเดือนเยอะกว่านี้ 7 หมื่น 8 หมื่นขึ้นไป ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ดีครับ บริษัทระดับโลกเงินเดือนหลักแสน ไม่ได้ถามคำถามยากเย็นอะไรเลย ไม่มีถามหรอกครับ AI, Machine Learning, Block Chain, Big Data ยกเว้นว่าคุณจะจบปริญญาเอกเฉพาะทาง

บริษัทระดับโลกถามแค่ Data Structures พื้นฐานอย่าง Array กับ Linked List ต่างกันยังไง Tree กับ Hash Table เป็นยังไง แต่ถามเป็นภาษาอังกฤษซึ่งต้องตอบให้ได้ ตอนผมยังเรียนไม่จบ ส่งใบสมัครงานไปที่ Microsoft ตอนนั้นเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ไม่ผ่าน แต่ก็ได้รับคำแนะนำมาให้ฝึกภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น และได้รู้ว่าคำถามสัมภาษณ์งานระดับโลกจริงๆแล้วไม่ยากเลย จากนั้นมาก็ฝึกพูดภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง มาได้งานในการสมัครครั้งที่สองครับ

น้องคนนึงทำงานอยู่บริษัทท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่ The Office At Central World วุฒิมัธยม อายุ 27 เงินเดือน 80,000 บาท ส่งใบสมัครไปที่ Amazon สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เริ่มต้นด้วย Binary Search ก่อน ถ้าไม่ได้เรื่องนี้ เรื่องอื่นคงไม่ต้องถามต่อแล้วครับ ซึ่งก็แน่นอน สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ บริษัทระดับโลกไม่มีใครสนใจวุฒิการศึกษาครับ เว้นแต่ว่าคุณจะจบ MIT, Harvard, Stanford ค่อยว่ากัน ลองส่งใบสมัครเข้าไปจะได้รู้ความจริงครับ Fortune favors the brave

ภาษาอังกฤษเป็นบันไดที่จะพาเราไปอีกระดับนึงครับ เขียนโค้ดพื้นฐานได้ก็ OK แล้วครับ เขียนภาษา C เขียน Java หรือ Python ดีทั้งนั้นครับ ฝึกพูดภาษาอังกฤษแล้วสมัครงานบริษัทระดับโลกได้เลย ทุกวันนี้มีสื่อออนไลน์ดีๆ ให้เราฝึกภาษาอังกฤษได้หลายช่องทางครับ ลองไปดูกันว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

The English Coach สำเนียง California ขนานแท้ ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษที่นิยมใช้ในธุรกิจ Digital ครับ
https://www.youtube.com/channel/UC-g0gSStENkYPXFRsKrlvyA

English with Lucy เป็นสำเนียงอังกฤษยุคใหม่
https://www.youtube.com/channel/UCz4tgANd4yy8Oe0iXCdSWfA

A.J. Hoge เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เดินทางไปทั่วโลก ไปจีน ไปอเมริกาใต้ ไปยุโรป รวมทั้งเมืองไทย เพื่อศึกษาว่าคนแต่ละประเทศมีปัญหาอะไรในการพูดภาษาอังกฤษ
https://www.youtube.com/user/ajhoge

Josh MacPherson สอน TOEFL โดยเฉพาะ สำเนียง New York ใครทำงานการเงินต้องฟังบ่อยๆ จะได้คุ้นเคย
https://www.youtube.com/channel/UCdYirpVQgUHUMNRvF532GoA

แถมอีกนิดนึงครับ ไม่ช้าก็เร็วเราต้องได้ทำงานกับคนอินเดีย การฟังสำเนียงอินเดียบ่อยๆ จะช่วยให้เราทำงานได้ราบรื่นขึ้น ไม่รู้จะฟังที่ไหน ลองฟังของ Turorials Point ได้เลยครับ
https://www.youtube.com/watch?v=GzZTjaoRaOk&list=PLWPirh4EWFpG49yASGCmvOwXwVvgnm6Jt

461 Nameless Fanboi Posted ID:c5FENKdMBx

>>460 ปยอ สัส

462 Nameless Fanboi Posted ID:6X43ez+Pg4

>>460 ถ้าภาษาอังกฤษมันวิเศษขนาดนั้นฝรั่งแม่งก็เป็นเทพกันหมดแล้ว

463 Nameless Fanboi Posted ID:zd3b2TkvUG

หากเรามีความรู้ 1 เรื่อง เราทำงานวิจัยได้แค่ 1 เรื่อง
หากเรามีความรู้ 2 เรื่อง เราทำงานวิจัยได้เรื่องที่ 1 เรื่องที่ 2 และเรื่องที่ 1 และ 2 ผสมกัน
หากเรามีความรู้ 3 เรื่อง เราทำงานวิจัยได้เรื่องที่ 1, 2, 3, {1,2}, {1,3}, {2,3}, และ {1,2,3}
หากเรามีความรู้ n เรื่อง เราทำงานวิจัยได้ 2^n - 1 เรื่อง

ความรู้มันเป็น exponential ครับ ผมจึงสอนนักศึกษาของผมให้หาความรู้ให้ตัวเองอยู่เสมอ ยิ่งเรียนปริญญาเอกต้องทำวิจัย หากรู้น้อย รู้แคบ (หรือ n เป็นค่าคงที่) มันแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยครับ

ประเทศไทย 4.0

464 Nameless Fanboi Posted ID:+NtOLK7J+P

I used to bang a set of twins. People always asked how I could tell them apart.
I said it's easy, Mary always paints her nails purple and George has a cock.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

465 Nameless Fanboi Posted ID:KhZUNpNqbX

ความไม่เมคเซนส์ของชื่อธนาคารในไทย (1) ธนาคารกสิกรไทย ชื่อภาษาอังกฤษ Thai Farmers Bank แต่ตัวย่อดันเป็น KBank ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Kasikornbank
ความไม่เมคเซนส์ของชื่อธนาคารในไทย (2) ธนาคารกรุงเทพ ชื่อภาษาอังกฤษ Bangkok Bank แต่ตัวย่อ BBL (มาจาก Bangkok Bank Limited เมื่อก่อน) แต่ชอบเรียกตัวเองว่าบัวหลวง Bualaung
ความไม่เมคเซนส์ของชื่อธนาคารในไทย (3) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อภาษาอังกฤษ Bank of Ayudhya ชื่อย่ออย่างเป็นทางการคือ BAY แต่เรียกตัวเองว่า Krungsri ซึ่งไม่มีคำว่า Krungsri โผล่ในชื่อภาษาอังกฤษเลย…
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

466 Nameless Fanboi Posted ID:p4VmLbKq28

>>465 Jimmy Kudo sell hello

467 Nameless Fanboi Posted ID:p4VmLbKq28

Say สัส เปลี่ยนคำให้กูเฉย

468 Nameless Fanboi Posted ID:CzUgVRNI3p

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 21
ตอนเรียนชั้นประถม น้องชายเผลอเอาเหรียญดอลล่าร์สิงคโปร์ไปซื้อขนมที่โรงรียน
เผลอเพราะมีคุณลุงให้เหรียญสิงคโปร์มาหลายเหรียญ แล้วน้องชายจะเอาไปอวดเพื่อนเลยใส่กระเป๋าเดียวกัน
พอไปโรงเรียนก็ลืม นับแบบเร็ว ๆ ก็จ่ายไปที่ร้านค้าโรงเรียน
พออีกวัน น้องท้องเสียไม่ได้ไปเรียน
เจ้าหน้าที่ร้านค้า เอามาฟ้องครูปกครองว่า มีคนแอบเอาเหรียญปลอมมาใช้ ขนาดกับสีเท่าเหรียญบาท
ครูโกรธมาก ไล่ถามเด็กทุกชั้นเรียน ทุกห้องว่าใครแอบเอาเหรียญปลอมมาใช้ซื้อของ
พอดีน้องชายป่วยอยู่ที่บ้านเลยไม่รู้เรื่อง

พออีกวัน น้องชายมาเรียนไหว รู้เรื่องจากเพื่อน เลยไปบอกครูว่าของผมเอง มันติดมากับกระเป๋า
ครูไม่ฟังเหตุผล ไปหยิบเอาไม้เรียวมาฟาด น้องก้นช้ำเป็นรอยเขียว
พ่อรู้เข้าก็โกรธ ไปเอาเรื่องครูที่โรงเรียน บอกว่า ทำไมเด็กมาสารภาพแล้วถึงต้องลงโทษด้วยการตี แต่ว่ากล่าวตักเตือนก็พอแล้ว
ครูบอก ก็เด็กโกงเงินร้านค้า
พ่อบอกว่า โกงอะไร เหรียญนี่ค่ามากกว่าเหรียญบาทอีก ถ้าเด็กตั้งใจโกง ไม่มายอมรับหรอกเพราะยังไงก็จับไม่ได้
พ่อไม่ยอม จะเอาเรื่องครู แล้วแจ้งสาธารณสุขด้วยว่าร้านค้าเอาของหมดอายุมาขายเด็ก พ่อเอากล่องเครื่องดื่มมาเป็นหลักฐานด้วย
หมดอายุไปเกือบสัปดาห์ น้องชายซื้อไปดื่ม ด้วยความเป็นเด็ก เลยไม่รู้จักอ่านวันหมดอายุ กลับบ้านไปก็อาเจียน ท้องเสีย
เช้าอีกวันไปโรงเรียนก็โดนครูฟาดอีก พ่อเลยโกรธมาก ไปแจ้งครูใหญ่ ก็ไม่มีแอคชั่นอะไร
พ่อเลยไปแจ้งสำนักงานพื้นที่การศึกษากับศึกษาธิการ แล้วแจ้งสาธารณสุขมาตรวจค้นร้านค้า
คราวนี้ ทั้งครู ทั้งแม่ค้า โดนเล่นงานเป็นแถว ครูใหญ่ต้องพามาขอโทษพ่อ
เรื่องบานปลายเพราะเหรียญมันคล้ายกันเท่านั้น

พ่อกลับมาสอนน้องว่า ดีมากที่กล้าไปรับผิดกับครู และจำไว้ว่ากล้าทำกล้ารับ และต้องสู้ถ้าเราไม่ผิด
ยังไม่จบ พ่อฟ้องศึกษาธิการอีกว่า ครูคนนี้ ให้ลูกผม 5 คะแนน วิชางานฝีมือ ทั้ง ๆ ที่ควรให้ 8 หรือ 9 หรือ 10
เพราะลูกผมนั่งสานกระติ๊บข้าวเหนียวด้วยใบมะพร้าวเป็นสัปดาห์ ถึงขนาดมันแค่กำปั้น ก็ถือว่าดีมากแล้ว ในอายุเท่านี้ (ตอนนั้นเรียน ป.4)
สานออกมาเบี้ยวบ้าง แต่ก็ไม่ควรให้ 5 คะแนน เพราะกระติ๊บข้าวนั้นสานยากมาก ผู้ใหญ่บางคนยังสานไม่ป็นด้วยซ้ำ

แต่คนที่ไปซื้อกระบุงไม้ไผ่ หวดนึ่งข้าว สวย ๆ ที่เขาแขวนขายกันมาส่ง ครูกลับให้คะแนนเต็ม 10 แล้วครูก็เอาไปใช้ที่บ้าน
พ่อถือโอกาสเล่นงานครูเสียเลย เรียกเราไปเป็นพยานด้วย เราก็พูดฉอด ๆ ให้ผู้ใหญ่ฟัง (ไม่กลัวครูล่ะเพราะพ่ออยู่ด้วย)

ไม่รู้ว่าครูเป็นยังไงต่อ เพราะพ่อย้ายดิฉันกับน้องไปเรียนในเมืองเสียก่อน
เรื่องทั้งหมดทั้งมวลมาจากเหรียญคล้ายกันเหรียญเดียว

469 Nameless Fanboi Posted ID:euUZ99NUu5

ชอบผลรางวัลลูกโลกทองคำปีนี้มาก
อีกนิดจะเป็นรางวัลทีวีพูลขวัญใจมหาชนแล้วล่ะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

470 Nameless Fanboi Posted ID:CzUgVRNI3p

วันนี้ มีลูกค้ารายใหญ่ ติดต่อมา ขอวันนัดแบบด่วนๆ ซึ่งตารางนัดเดือนนี้ของแป้งแน่นเอี๊ยด จะมีก็เป็นวันที่ล๊อคไว้เคลียร์งาน แต่ปิว (Partner) ของแป้งตอบว่า ....

"เทอต้องรู้จักมีวินัยกับแผนของตัวเองบ้างนะ ล๊อคไว้แล้ว ก็คือ ล๊อค เพราะไม่งั้น เทอก็จะเป็นคนที่ ได้ๆๆๆๆ อยู่เสมอ ไม่กล้าจะปฏิเสธแบบนี้ สุดท้ายแล้ว เทอก็จะโดนงานทับตัวจนตาย"

สิ่งที่แป้งได้เรียนรู้จากการบอกครั้งนี้ของปิวก็คือ

1. จงหา Partner ที่ไม่ใช่แค่แสวงหาผลประโยชน์จากคุณ แต่ต้องสามารถรักษาตัวคุณจากภัยใดๆ ได้ ผลประโยชน์สูงสุดของการเป็น Partner ระหว่างแป้งกับปิว คือ การทำให้ชีวิตของกันและกันไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ

2. เมื่อถึงจุดที่โอกาสเข้ามาจนล้น จงยอมปฏิเสธโอกาสบางโอกาสเสียบ้าง ตามความเหมาะสม เพราะหากเราคว้าทุกโอกาส สุดท้ายเราอาจไม่สามารถควบคุมคุณภาพของงานใดได้เลยสักโอกาส

3. การบริหารเวลาที่ดี ไม่ใช่การใส่งานไปจนเต็ม จนกระทั่งไม่มีเวลาหายใจ การนอน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ก็คือการทำงานประเภทหนึ่ง เพราะเมื่อเราผ่อนคลาย เราก็จะมีความพร้อมในการรับแรงกดดันและความเครียดได้อีกครั้งหนึ่ง

สุดท้ายนี้ .... แป้งยังสามารถรับงานได้นะคะ Coraline เราเป็นทีมที่แข็งแรงมาก เราพร้อมกับทุกงานเสมอ เพียงแต่ .... First come ... First serve

งานของเราเป็นงานไว แม้จะเป็นโครงการ Big Data แต่เรามีนโยบายการปิดงาน และส่งมอบภายในเวลาหลักเดือน

เพราะอะไร เพราะเทคโนโลยี และ Data ใหม่ๆ ไม่รอใคร จะมัวรอให้โครงการต้องพร้อม ต้องรอโน้นนี้นั้นไม่ได้

ทำไมต้องเป็น Coraline .... หากคุณได้คุยกับทีมงานของเราสักครั้ง คุณจะตอบคำถามนี้ได้ด้วยตัวคุณเอง ว่า เหตุใดเราถึงแตกต่าง

สำหรับแป้ง แป้งสร้าง Coraline เพื่อความยั่งยืน ทั้งแป้งและปิว วางแผนให้องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นคง เพราะฉะนั้น ก้าวเดินแต่ละก้าว เรามีการประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจอย่างรอบคอบแน่นอน

ทำธุรกิจ ใจต้องนิ่ง และไม่ฉาบฉวบค่ะ

471 Nameless Fanboi Posted ID:VQ0q8i1Hxq

>>469 ถ่ายทอดสดGolden Globeมีไว้ดูร่องนมดาราครับ รางวัลอะไรไม่ต้องสน

ปล. Speechก็มีแค่ ด่าทรัมป์,โลกร้อน,สิทธิหญิง,สีผิว,ปืน วนๆไป

472 Nameless Fanboi Posted ID:KhZUNpNqbX

ทำไมเราถึงโมโหที่แพ้อินเดียกันขนาดนี้อะ

ประเทศประชาธิปไตยที่มีทรัพยากรบุคคลเพศชายให้คัดสรรกว่าหลักร้อยล้าน ส่งยานอวกาศขึ้นไปเอง

กับประเทศเผด็จการจนๆ ที่นายกสมาคมเป็นเด็กฝาก และพวกมึงไม่มีสิทธิเลือกอะไรสักอย่าง

🤔🤔🤔🤔
#มิตรสหายท่านหนึ่ง กล่าวถึงกรณีบอลไทยแพ้อินเดีย

473 Nameless Fanboi Posted ID:CzUgVRNI3p

“ซุมิเระ 9 ขวบสาวน้อยมหัศจรรย์หรือแค่การปลุกกระแสหมากล้อมญี่ปุ่น”

ครั้งแรกที่ผมเห็นพาดหัวข้อข่าวเรื่องเด็ก 9 ขวบสามารถสอบมืออาชีพผ่านนั้นสร้างความตื่นเต้นให้ผมอย่างมากเพราะจากสถิติที่ผ่านมานั้นมืออาชีพที่ก้าวไปสู่ระดับแชมป์โลกได้นั้นส่วนใหญ่จะสอบมืออาชีพผ่านตั้งแต่อายุราวๆ 11-14 ปี มิหนำซ้ำน้องซุมิเระยังเป็นคนญี่ปุ่นอีกด้วย แต่หลังจากที่ผมได้กดเข้าไปอ่านเนื้อหาข่าวกลับพบว่าน้องซุมิเระนั้นสอบผ่านมืออาชีพแบบพิเศษซึ่งเป็นระบบใหม่ของญี่ปุ่น

แต่เดิมนั้นการสอบมืออาชีพของ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งเป็นสามมหาอำนาจทางหมากล้อมของโลกนี้นั้น จะใช้ระบบการแข่งกันเองเพื่อหาคนที่เก่งที่สุดในหมู่ผู้เข้าสอบด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเทศอาจจะมีกฎการสอบที่ต่างกันบ้างแต่สุดท้ายก็คือต้องแข่งกัน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นระบบการสอบที่โหดมากเพราะจำนวนคนที่อยากจะเป็นมืออาชีพต่อปีนั้นมีไม่น้อย กว่าจะได้ผู้ชนะเพียงหยิบมือจากจำนวนทั้งหมดนั้นย่อมต้องผ่านการแข่งขันอย่างเข้มข้น หากนึกภาพไม่ออกก็อารมณ์คล้ายๆเล่นเกมแนว Battle Royale แหละครับมี 100 คนผู้ชนะมีแค่คนเดียวที่เหลือตายเรียบ

ทีนี้ปัญหาของระบบนี้คือถึงแม้จะได้คนที่เก่งจริงๆมาแต่ก็ได้แค่ไม่กี่คนแถมพวกที่ผ่านปกติก็จะเป็นหน้าเก่าๆที่สอบมาแล้วหลายรอบเรียกว่าผ่านสนามมาโชกโชนทำให้ยากที่จะมีเด็กอายุน้อยๆไฟแรงสอบผ่านได้ ซึ่งปัญหานี้ได้เกิดขึ้นในประเกาหลีช่วงที่ถูกประเทศจีนแซงหน้าขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากจำนวนประชากรของเกาหลีและจีนนั้นต่างกันหลายเท่าโอกาสที่จีนจะหาผู้เล่นดาวรุ่งไฟแรงได้นั้นจึงมีมากกว่า

เกาหลีในตอนนั้นจึงเปลี่ยนระบบการสอบมืออาชีพคือแบ่งอายุในการสอบให้เด็กกับผู้ใหญ่สอบแยกกันเพื่อที่จะได้คัดเด็กที่มีความสามารถมาเป็นมืออาชีพเร็วๆ ซึ่งระบบมืออาชีพแบบพิเศษของญี่ปุ่นที่น้องซุมิเระสอบผ่านนั้นก็มีเป้าหมายเดียวกันกับเกาหลี

ระบบการสอบมืออาชีพแบบพิเศษของญี่ปุ่นนั้นจะคัดเลือกจากผลงานที่ผ่านมา, ศักยภาพ และต้องได้รับการรับรองจากมืออาชีพ 2 คน ถึงจะมีสิทธิ์ได้สอบกับผู้ตัดสิน โดยผู้ที่มีสิทธิ์ตัดสินให้ผ่านคือเจ้าของมงกุฎทั้ง 7 โดยผู้ที่ให้การรับรองคือ โจ้อุ , อิยาม่า ยูตะ และ ทากาโอะ ชินจิ ซึ่งทั้งสามคนเห็นว่าน้องซุมิเระมีคุณสมบัติเพียงพอน้องซุมิเระจึงได้เป็นมืออาชีพทันทีโดยที่ไม่ต้องไปผ่านการสอบมืออาชีพสุดโหดแบบปกติ

===========================================

หลังจากที่ผมอ่านเนื้อหาข่าวจบประโยคแรกที่แว่บเข้ามาในหัวผมคือ “น้องซุมิเระเก่งจริงหรือเปล่า” ซึ่งหลังจากที่ผมไปค้นประวัติและดูเกมที่น้องเคยเล่นมาศึกษาทำให้ผมได้ข้อสังเกตหลายๆอย่างคือ

474 Nameless Fanboi Posted ID:CzUgVRNI3p

1) เทียบกับตำนานระดับ ลีชางโฮ โจฮุนยุนที่เคยสอบผ่านตอน 10 ขวบ?
อันนี้ผมตอบได้อย่างเต็มปากเลยว่าน้องซุมิเระฝีมือยังสู้สองท่านนี้ตอนสอบผ่านไม่ได้เพราะทั้งลีชางโอและโจฮุนยุนนั้นสอบผ่านโดยวิธีปกติซึ่งดีกรีความโหดนั้นคนละเรื่อง จึงเอาฝีมือมาเทียบกับน้องซุมิเระไม่ได้

2) น้องซุมิเระได้เป็นอินเซย์ที่เกาหลี
อินเซย์ที่เกาหลีนั้นแยกหญิง ชาย ครับการจะเป็นอินเซย์ผู้ชายนั้นยากจริงเพราะตอนสอบเข้าก็คล้ายๆกับการสอบมืออาชีพเลยคือต้องแข่งกันเอง แต่สำหรับอินเซย์ผู้หญิงนั้นง่ายมากครับแค่มีมืออาชีพแนะนำและเขียนใบสมัครก็เป็นอินเซย์ได้เลยเพราะจำนวนผู้หญิงที่เล่นหมากล้อมนั้นน้อยมากครับ ในโรงเรียนหมากล้อมที่ผมเคยไปเรียนใน 100 คนจะมีผู้หญิงแค่ราวๆ 5-10 คนเท่านั้น ผมไม่รู้ว่าน้องซุมิเระนั้นตอนเป็นอินเซย์อยู่กลุ่มที่เท่าไหร่ถ้าอยู่กลุ่ม 1 เลยก็คงต้องบอกว่าฝีมือไม่เบาทีเดียว จากที่ผมเคยเล่นกับกลุ่ม 1 ผู้หญิงมาก็น่าจะฝีมือราวๆ 6 ดั้งครับ

3) ผลงานในการแข่งจริง
เนื่องจากเกมที่น้องเล่นนั้นมีบันทึกอยู่น้อยครับ แต่จากที่ดูน้องแข่งตอนยังอยู่ที่เกาหลีก็อยู่ในระดับปกติไม่ได้โดดเด่นมากแข่งกับคนที่อายุเท่ากันก็มีแพ้ชนะเป็นปกติ

จากข้อสังเกตสามข้อที่ผมพูดมาผมคิดว่าน้องซุมิเระนั้นฝีมือน่าจะอยู่ราวๆ 6 ดั้ง แต่ถ้าจะให้น้องไปสอบตามระบบมืออาชีพปกตินั้นผมคิดว่าน้องไม่น่าจะผ่านแน่นอนครับอาจจะต้องใช้เวลาสักพักอย่างเร็วก็คงจะไปผ่านตอนอายุ 11 ขวบตามสถิติทั่วไป

==========================================

ทีนี้ปัญหาก็อยู่ที่ว่าผู้ตัดสินทั้งสามคนของญี่ปุ่นเล็งเห้นอะไรในตัวเด็กคนนี้ถึงยินยอมให้ได้เป็นมืออาชีพตั้งแต่อายุแค่ 9 ขวบ

1) น้องซุมิเระเป็นผู้หญิง
ผมคิดว่านี่เป็นจุดที่มีน้ำหนักที่สุด เพราะอย่างที่ผมเคยพูดไปคือการแข่งขันในวงการหมากล้อมหญิงนั้นเล็กกว่าของผู้ชายเยอะจะเห็นได้ว่ากว่าจะมี 9 ดั้งหญิงหน้าใหม่โผล่มานั้นใช้เวลาหลายปี จะพูดได้ว่าถ้าเป็นมืออาชีพหญิงโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลกได้นั้นย่อมมีมากกว่าผู้ชายแน่นอน

2) สไตล์การเล่นของน้องซุมิเระนั้นมีจุดเด่นที่การอ่านหมากและ Fighting spirit
น้องซุมิเระนั้นชื่นชอบการทำโจทย์เป็นตายมาก เวลาถูกสัมภาษณ์ว่าชอบเรียนหมากล้อมแบบไหนก็จะตอบว่าชอบการทำโจทย์เป็นอย่างแรก ในบันทึกหมากของน้องทุกเกมรวมถึงเกมที่เล่นกับอิยาม่า ยูตะ เราจึงจะได้เห็นใจสู้ของน้องคนนี้ที่ต่อสู้อย่างทรงพลังไม่มีความเกรงกลัวแม้ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นถึง 9 ดั้ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้เล่นระดับแชมป์โลกทุกคนมี

3) อิยาม่ายูตะ และโจ้อุ ยืนยันว่าน้องซูมิเระนั้นฝีมือเก่งกว่าอิยาม่า ยูตะตอนอายุเท่ากัน
ถึงแม้ตัวยูตะนั้นจะไม่ได้สอบมืออาชีพผ่านตอนอายุ 9 ขวบเช่นกันแต่ก็น่าจะทำให้ทั้งสองคนมีความหวังว่าในอนาคตน้องซุมิเระอาจจะเก่งขึ้นมาถึงระดับโลกเหมือนยูตะได้

4) วงการหมากล้อมญี่ปุ่นตอนนี้ขาดแรงผลักดัน
หลังจากที่จีนนั้นขึ้นมาเป็นมหาอำนาจหมากล้อมแทนญี่ปุ่น วงการหมากล้อมของญี่ปุ่นนั้นก็เรียกได้ว่าซบเซาลงมาเรื่อยๆเพราะนักหมากล้มอจากญี่ปุ่นแทบไม่เคยได้ชนะรายการระดับโลกอีกเลย ทำให้ความสนใจของผู้ปกครองที่จะให้ลูกเป็นนักหมากล้อมมืออาชีพในญี่ปุ่นนั้นน้อยลงทุกวันถึงแม้จะมีการ์ตูนฮิคารุเซียนโกะ อิยาม่า ยูตะมากระตุ้นให้บูมขึ้นมาได้บ้างแต่ก็นับว่ายังไม่เพียงพอ การที่น้องซุมิเระได้เป้นมืออาชีพตั้งแต่อายุยังน้อยนั้น อาจจะทำให้กำเนิดไอดอลคนใหม่และเปลี่ยนทัศนคติต่อการเป็นมืออาขีพหมากล้อมของผู้ปกครองญี่ปุ่น

===========================================

สุดท้ายแล้วผมคิดว่าการกระทำของสมาคมหมากล้อมญี่ปุ่นในครั้งนี้นั้นถูกต้องแล้วครับในอดีตนั้นญี่ปุ่นเป็นที่พักพิงของนักหมากล้อมชื่อก้องโลกมากมายไม่ว่าจะเป็นปรมาจารย์อู่ชิงหยวน โจฮุนยุน รินไคโฮ แม้กระทั่งในปัจจุบันก้ยังมีทั้งโจ้อุ และนักหมากล้อมหญิงเซี่ยยี่หมินซึ่งที่กล่าวมานี่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นโดยกำเนิดเลยครับแต่แค่มามีชื่อเสียงจากการเล่นหมากล้อมในญี่ปุ่น ถึงเวลาแล้วครับที่ญี่ปุ่นจะมีนักหมากล้อมที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆ ทั้งอิยาม่า ยูตะ และน้องซุมิเระถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของหมากล้อมญี่ปุ่นยุดใหม่ครับ

น้องซุมิเระจะสอบผ่านมืออาชีพตอนกี่ขวบนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญครับสิ่งสำคัญคือความสามารถของน้องเค้าถึงแม้ว่าตอนนี้อาจจะยังเก่งสู้คนที่ผ่านมาจากระบบการสอบปกติไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่คณะกรรมการตัดสินเห็นในตัวน้องจะช่วยให้น้องเป็นกำลังสำคัญของญี่ปุ่นในอนาคตแน่นอนครับ

475 Nameless Fanboi Posted ID:KhZUNpNqbX

"เลิกใส่ชุดนักเรียน จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ"

คือโรงเรียนที่เค้าจะเลิกเนี่ย
เสื้อพละเค้ายี่ห้อ Under Armour อะครับ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

476 Nameless Fanboi Posted ID:ucssvlznaJ

>>473-474

*Laughs in Magnus Carlsen*

477 Nameless Fanboi Posted ID:O08xiNs8FP

>>475 มั่วมาก

478 Nameless Fanboi Posted ID:ibow.fH97U

>>476 Chess แพ้คอม IBM มาตั้งกะปีมะโว้ จะเอาอะไรมาหัวเราะเค้า

479 Nameless Fanboi Posted ID:lkl2yqGcgf

>>475-476 มั่วซั่วสมเป็นโม่ง

480 Nameless Fanboi Posted ID:uRVo/iFiPb

>>478 Laugh in AlphaGo

481 Nameless Fanboi Posted ID:LTkoWzy/eS

เครื่องแบบนักเรียนคือความดีงามที่สมควรอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่เป็นบุญตากับสังคมไทย
ผ้าขาวที่สวมใส่สื่อถึงความบริสุทธิ์ สดใส เห็นแม้กระทั่งร่องบราว่าใส่สีอะไร
กระโปรงจีบสีเข้มยาวเลยเข่า บ่อบอกถึงภูมิปัญญา นี่คือบ่อแห่งการค้นคว้า ดูแล้วน่าค้นหา ความหนาของเนื้อผ้าสอดรับอย่างดีกับบั้นท้ายให้ดูอวบอั๋นน่าตบตี และยังทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกร้อนอยากเผยมันออกมาแว่บๆ

ส่วนชุดนักเรียนชายตูดฟิตๆช่างแม่งเหอะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

482 Nameless Fanboi Posted ID:iHOFRFETg4

นักเรียนใส่ชุดไปรเวทไปเรียน ไม่มีผลเสียใดๆกับตัวเด็ก การเรียน และสังคม เลย แต่สร้างความลำบากให้คนทำหนังไทยละครไทย เพราะปกติแล้ว เวลาถ่ายฉากในโรงเรียน เราจะเตรียมชุดนักเรียนให้นักแสดงแค่คนละหนึ่งชุด แต่ถ้าเมืองไทยให้เด็กใส่ชุดไปรเวทมาเรียนทุกวัน นั่นแปลว่า ถ้าในหนังในละคร เหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงเรียน 100 วัน เราจะต้องเตรียมชุดไปรเวทให้นักแสดง 100 ชุด ถ้านักแสดงหลักและสมทบรวมกันมี 50 คน แปลว่าต้องมีชุดให้ 500 ชุด

483 Nameless Fanboi Posted ID:GwQAtzou+K

>>482 เกี่ยวอะไรวะ หนังไทยมันทำเน้นแต่ช่วง มหาลัย ทำเรื่องรั้วโรงเรียนโคตรน้อย ...

484 Nameless Fanboi Posted ID:VjFNMBEnZ1

เจอจากโพสต์อีกคน เขาอ้างว่าสาวซาอุมีปัญหาทางจิต เป็นข้อมูลที่ครอบครัวฝ่ายหญิงให้กับสื่อ
ก็แหงอะค่ะ ใครไม่นับถือศาสนาในสังคมแบบนั้นเขาก็หาว่าเป็นบ้าหมด
ไม่ต้องมองไปไหนไกลด้วยซ้ำ แต่เธอคงไม่เข้าใจหรอก เพราะคนที่เชื่ออะไรแบบนี้ได้ ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

485 Nameless Fanboi Posted ID:LTkoWzy/eS

>>483 คงหมายถึงจำพวก ซี่รี่ย์ อย่าง อีแนนโน๊ะ
https://youtu.be/0vN-qJReZQg

486 Nameless Fanboi Posted ID:NXfbhCoJ2t

>>482 ตัวประกอบเค้าให้เอาเสื้อมาเองว้อยสองสามชุด กูเคยทำมาแล้ว

487 Nameless Fanboi Posted ID:PmSsvvqh7S

คนที่บอกว่าน้องเขา “หนีแต่งงานเข้าไทย” คือ #บิ๊กโจ๊ก คนเดียว ซึ่ง #สื่อไทย ก็รายงานไปตามนั้นโดยไม่ตรวจสอบ (เช่น https://news.thaipbs.or.th/content/276861) แต่เป็นข้อมูลที่น่าจะไม่ตรงกับความจริง

น้องเขาบอกว่า หนีมาเพราะกลัวถูกลงโทษจากการเลิกนับถืออิสลาม และกลัวการทำร้ายของครอบครัว ( https://twitter.com/rahaf84427714/status/1082005121016320001 ) ก่อนหน้านี้ที่เธอตัดผม ก็ถูกลงโทษด้วยการถูกขังในห้องถึงหกเดือน ( https://www.news.com.au/world/asia/saudi-woman-travelling-to-australia-detained-in-bangkok-airport-fears-death-if-sent-home/news-story/e93579f08aa388374048be718168e5b5 )

สื่อต่างประเทศลงข่าวตรงกันหมดว่า น้องเขาหนีมาเพราะเรื่อง “ศาสนา” และ “ครอบครัว” ส่วนที่อ้างว่าหนีแต่งงาน ก็ระบุชัดเจนว่า #บิ๊กโจ๊ก เป็นคนให้ข่าว (เช่น https://cnn.it/2Fb2bgy )

ก็ไม่เข้าใจว่าสื่อไทย (1) โง่ (2) ขี้เกียจ (น้องเขาทวิตออกมาบ๊อยบ่อย) หรือ (3) เชื่องแสนเชื่อง ราชการบอกอะไร ถูกต้องหมด ถึงอย่างนั้นก็ควรเช็คกับแหล่งข่าวอื่น หรือเช็คจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง #SaveRahaf

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

488 Nameless Fanboi Posted ID:TSGLV/zTvm

"ข้อดีของชุดนักเรียน (หรอม)

1. สร้างความเสมอภาค เท่าเทียม
- สอนให้อยู่ร่วมกันแบบเคารพความแตกต่าง ให้เกียรติกัน มันคงยากไปสำหรับมึง

2. ลดการเปรียบเทียบ
- คนเราแม่งก็เปรียบเทียบกันตลอดเวลา เสื้อขาวไม่เท่าเสื้อกู หัวเข็มขัดแม่งโสกังสัสอะ กางเกงมึงสีซีดว่ะ โอ้ยย อีเหี้ย

3. มีเวลาสำหรับการเรียนมากขึ้น
- เสื้อนักเรียนแม่งต้องรีด เสื้อยืดไม่ต้องรีด ถ้ามองแค่นี้กูเลือกเสื้อยืด กางเกงยีนส์ละ ควาย

4. ทำให้ดูเรียบร้อย
- ก็คือเรื่องความรู้สึกอีกละ ใส่ชุดนักเรียนแต่เสื้อหลุด ยับหมาไม่แดก เสื้อขาวดูแลรักษายากเป็นด่างๆ คล้ำๆ ดูเรียบร้อยไหมละไอ้ส้นตีน

5. ประหยัด
- กูเรียนเสดสาดมากูรู้ ชุดนักเรียนแม่งไม่ประหยัดจริง เพราะใช้ได้แค่วัตถุประสงค์เดียว ในขณะที่เสื้อผ้าอื่นใส่ได้ในหลายโอกาส ใส่นอนอยู่บ้านก็ได้ ราคาซากก็ไม่มี ขายต่อไม่ได้ เรียนจบแล้วก็ทิ้งเลย อย่างมากก็เลาะชื่อ เลาะตราเอาไปทำผ้าขี้ริ้วหรือเสื้อหมาใส่หน้าหนาว

6. สร้างความภาคภูมิใจในสถานศึกษา
- ไอ้สัส ข้อ 1 บอกให้เสมอภาค เท่าเทียม นี่บอกให้ภูมิใจสถานศึกษาอันทรงเกลียดดดด ค้วย ไบโพล่าแดกหรอม

7. บ่งบอกสถานภาพ ชัดเจน
- เอาไว้จับเวลามึงโดดเรียนแค่นั้นแหละ อย่างอื่นไม่มีใครอยากรู้มึงหรอก โสดโปรดจีบ ไรเงี้ยเหรอ สันขวาน

8. ดูเด็กลง
- มึงดูวันเปิดเทอมโรงเรียนกูนะ แล้วดูว่าที่มาคอสเพลย์กัน แม่งเด็กลงกันหมัยยย เยสเขร้

9. ได้ส่วนลด
- มึงไม่พกบัตรประจำตัวนักเรียนเหรอ ยื่นให้เค้าดูนะลูกนะ พนักงานเค้าไม่โง่หรอกลูก

10. ใส่เป็นชุดทางการได้
- มังกี้แคนนอทอันเดอร์สแตนด์ฮาวทูเดรสพรอเพอลี่บัทวีอาร์บอร์นฮิวแมน"

#มิตรสหายOSKท่านหนึ่ง

489 Nameless Fanboi Posted ID:WK9S7mZN3+

>>488 จริงๆมันมีเบื้องหลัง เอาไว้ช่วยคนจนบางข้อ(มั้ง)
- โดดเรียนง่ายขึ้น คนภายนอกดูไม่ออกว่ามาจากไหน (ฝรั่งต่างประเทศใครโดดโดยไม่แจ้ง มีการรายงานถึงบ้านวันนั้นเลยแต่บ้านเราไม่มี) อันนี้คนมันจะโดดคงไม่ช่วยไรมั้ง หายสาญสูญก็ช่างแม่งยกเว้นได้เป็นข่าวก่อน
อย่างพวก osk สมัยก่อนก็โดดเรียนเข้าร้านเกมแถวปากคลองฯ , ดิโอสยาม ,สะพานเหล็ก ฯลฯ

- ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รายได้ค่าเสื้อ/รองเท้า จากร้านค้า sme ระดับล่าง-บ้านๆ สูญหายไปอีกอย่าง
- ร้านตัดผมระดับล่าง สูญเสียรายได้ประจำเดือน

สรุปโง่ๆ การบังคับเครื่องแบบชุดนักเรียน(โดยเฉพาะต่างจังหวัด)
ก็แค่มีไว้ช่วยคนจนที่ทำอาชีพด้านพวกนั้น (ผู้ผลิต-ผู้ขาย-ผู้รับซ่อม/บริการ) เกิดให้การกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือรากหญ้า
*ต่อให้โรงเรียนใหญ่ทำขายเองก็ยังต้องจ้างโรงงานไทยผลิต
**คนโวยส่วนใหญ่จึงเป็นคนระดับชนชั้นกลางลงไปทางล่าง ที่มีอาชีพเหล่านั้น

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

490 Nameless Fanboi Posted ID:tqlSJ1TO1l

นักเรียนชายมึงจะเปลี่ยนชุดอะไรก็ตามใจมึงเหอะ
แต่ชุดนักเรียนหญิงกับชุดนักศึกษาหญิงห้ามเปลี่ยนเด็ดขาดนะไอ้สัส

#มิตรสหายแฮ่กๆ ท่านหนึ่ง

491 Nameless Fanboi Posted ID:AbZ7uoSbyC

>>490 เออ ห้ามนะ โอนีจัง ยาเมเตะ ยะดะ

492 Nameless Fanboi Posted ID:FdDpbMrC4z

There were 3 Vampire in a bar late friday night

Vampire 1: Give me the best Best seller Vodka
Barista: Okay
Vampire 2: Let me have your most expensive drink.
Barista: Alright sir, with haste
Vampire 3: Give me a hot water.
Barista: What? Why?
Vampire 3: I got freshly used tampon here, i gonna make myself a tea.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

493 Nameless Fanboi Posted ID:0PtI4wCQkY

>>487 สื่อไทยก็แปลจากสื่อนอกอีกที (ส่วนใหญ่ก็ AP , AFP , รอยเตอร์) ถ้าสื่อพวกนี้ว่าไงก็ว่างั้นละ สำหรับข่าวต่างประเทศอะนะ

บ้านเราทั้งข่าวทั้งบันเทิงไม่เน้นขายนอก เน้นขายในประเทศ เลยไม่ค่อยคิดเผื่อ อย่างสำนักข่าวบ้านเราก็จะไม่มีผู้สื่อข่าวประจำในประเทศอื่นๆ หรือละครไทยหลายๆ เรื่องก็ยังเอา soundtrack เกมบ้างหนังบ้างจากนอกมาใส่ แค่นั้นแหละ

494 Nameless Fanboi Posted ID:DWRawp8wrI

หนูไม่สนว่า 76 จะเป็น Gay หรือไม่เป็น หนูสนใจอย่างเดียวถ้า OW สนับสนุน LGBT แล้วทำไมไม่มีตัวละคร Trap สักทีคะ?
LGBT ตัว T = Trap มันก็ต้องมี Trap ด้วยดิคะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

495 Nameless Fanboi Posted ID:zASQPFCWV8

>>494 มีไม่ได้ LGTVฝรั่งมันtriggeredจะตายห่าถ้ามึงพูดคำว่าแทรป เพราะพวกมันถือว่าเป็นคำพูดในแง่ลบว่าตั้งใจแต่งตัวไปหลอกผู้ชายว่าเป็นหญิง

496 Nameless Fanboi Posted ID:xo759T7OKm

>>495 ตอ้งใช้ boi pussy

497 Nameless Fanboi Posted ID:t2k1qFTusJ

>>495 ซึ่งมันก็เป็นความจริงนี่หว่า

498 Nameless Fanboi Posted ID:f5fhgZIOTf

>>497 รู้ว่าหลอกแต่เต็มใจให้หลอกเว้ย

499 Nameless Fanboi Posted ID:6thXUd.p5K

Design thinking for innovation อาจจะเป็นชื่อวิชาที่ดูเท่ ดูทันสมัย ดูเป็นนวัตกรรมที่หลายๆคน อยากจะเรียนรู้ อยากจะเข้าใจในความหมายที่แท้ของมัน แต่จริงๆแล้ว มันแปลว่าอะไร

Design thinking ไม่ใช่องค์ความรู้ที่เมื่อได้เรียนแล้วจะสามารถเข้าใจมันได้เลย แต่มันเป็นทักษะที่ต้องลองลงมือทำจริงถึงจะเข้าใจ เหมือนกับตอนที่เราขี่จักรยานใหม่ๆ ต่อให้ได้อาจารย์ระดับโลกมาสอนวิธีการทรงตัว ถ้าไม่ทำจริง เราก็ไม่มีทางที่จะขี่มันได้เลย

Design thinking ไม่ได้เป็นตำราที่แน่นอน แต่จะเป็นเหมือนภาษาที่ใช้ในการสื่อสารร่วมกัน สามารถปรับเปลี่ยน และประยุกต์ได้ตามบริบทที่แตกต่าง โดยมีขั้นตอนหลักๆ อยู่ 5 ขั้นตอน คือ

1. Emphathy คือ การเข้าอกเข้าใจ โดยตั้งคำถามว่าทำไม Why? คำถามง่ายๆ ที่ทำให้เกิดความคิดนอกกรอบ โดยเฉพาะ Chain-why ที่ถามว่าทำไมไปเรื่อยๆ คือ สิ่งที่สำคัญ ถามลงลึกไปเรื่อยๆ ให้ถึงจุดที่คนตอบเริ่มตอบยาก ใช้เวลาคิดนาน เพราะนั่นคือ insight ของเขาจริงๆ

อีกสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องถามให้เป็น คือ ห้ามถาม solution จากลูกค้า หรือ ห้ามคิดถึง solution เด็ดขาดขณะเก็บข้อมูล ห้ามถามว่าอยากได้แบบไหน reframe คำถามให้ดี เพราะลูกค้าก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองต้องการอะไร ไม่อย่างนั้น ก็จะลงเอยด้วยการ build product that nobody wants

การสร้างนวัตกรรม สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การนัดประชุมเพื่อระดมความคิดเห็น แต่มันคือการเข้าไปลองใช้ชีวืต เป็นคนๆนั้นว่าจริงๆแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่

2. Define คือ การกำหนดโจทย์ปัญหา

3. Ideate หรือ Idea-create ข้อสำคัญ คือ อย่า judge ไอเดียตัวเอง work ไม่ work ให้คนอื่นเป็นผู้ตัดสิน เอาไอเดียให้เยอะ เน้นปริมาณไว้ก่อน ความเป็นไปได้ไว้ทีหลัง

4. Prototype คือ การสร้างวัตถุต้นแบบเพื่อใช้ทดสอบ เพื่อให้ Learning cycle เร็วและถี่ Prototype ที่ดี คือ ต้องรู้สึกเขินอายที่จะ launch Prototype ให้ทดลอง ต้องไม่สมบูรณ์ ทำให้เร็ว แต่ทำให้บ่อย

5. Test ผลลัพธ์สุดท้ายของ Design thinking ที่ได้ คือ high quality feedback

Feedback + Failure + Learning คือสิ่งที่เกิดทุกครั้งจากการคุยกับลูกค้า อย่ารักในไอเดียของตนเองตั้งแต่แรกเด็ดขาด

Feedback คือ สิ่งที่มีค่ามากกว่าไอเดียหลายเท่า ตอนเล่าห้ามขายของให้ลูกค้าชอบ อธิบายเพียงว่ามันทำงานยังไง ใช้เวลา 1 นาที แล้วให้ตอบว่าชอบอะไร และทำอะไรได้ดีขึ้นบ้าง

สำหรับคำว่า Innovation ก็ไม่ได้แปลว่าเทคโนโลยี จุดเริ่มต้นของทุกนวัตกรรม คือ ต้องมีประโยชน์ นวัตกรรมที่ดีในปัจจุบัน User ต้องสามารถใช้ได้เลย ต้องไม่มีคู่มือใช้

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ innovation คือ Innovator ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยน Skill เปลี่ยนทัศนคติ อยากทำอะไรใหม่ๆ ลงมือทำจริง แนวความคิดที่กล้าเปลี่ยน กล้าผิด ไม่จำสูตรสำเร็จ หรือ Pattern ในการดำเนินงานต่างๆ สมองของเราต้องไม่ถูกตีกรอบว่ามันต้องเปนแบบนั้น โลกนี้มีหลายมุม มองต่างกันได้ในของสิ่งเดียวกัน build your creative muscle !

โดยคำถามที่สำคัญที่ innovator ต้องตอบให้ได้ คือ What is the biggest assumption you have to test? และ How much money you have to test? ไม่ต้อง Debate เรื่องวิชาการอื่น ไม่ต้องถามว่าคนจะใช้มั้ย ขนาดตลาดเท่าไหร่เพราะจริงๆแล้วก็ไม่มีใครรู้คำตอบ

Eco system ที่ไม่เหมาะสำหรับการสร้างนวัตกรรม คือ คนที่ชอบ comment ไอเดียเยอะๆ แต่ไม่ลงมือทำ จริงๆแล้วควรจะต้องสร้างบรรยากาศให้กล้าคิด กล้าทำ กล้าลองที่จะผิด แล้วให้กำลังใจกันทำครั้งต่อไป

Additional

- คนที่ขายเก่ง ต้องเข้าใจว่ากำลังขายใคร ลูกค้าคนนั้นต้องการอะไร value ที่เขายินดีที่จะจ่ายเงินให้คืออะไร ไม่ใช่คนที่พูดเก่ง วาทศิลป์เยอะๆแต่พูดนอกเรื่อง

- ในปัจจุบัน UX-Design เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับทุกองค์กร

500 Nameless Fanboi Posted ID:lrBPHWfr.b

>>498 พูดถึงเรื่องหลอกนี่พอลองมานึกดูดีๆ พวกตัวละครแทร็ปในการ์ตูนยุ่นเอาจริงๆมันก็ไม่ค่อยจะหลอกนะ ส่วนใหญ่เห็นบอกความจริงตามตรงตั้งแต่แรกกันทั้งนั้น แล้วค่อยมีตัวละครชาย(คนอ่านก็ด้วย)มาเต็มใจติดแทร็ปกันเอง แต่ไอ้พวกแทร็ปในชีวิตจริงเนี่ยดิแม่งตัวหลอกเลย กูเคยมีเพื่อนโดนสาวสองหลอกว่าเป็นหญิง คบกันไปราวๆอาทิตย์นึงก็พามาแนะนำในกลุ่มเพื่อนกู ทีนี้ทุกคนในกลุ่มกูแม่งก็พร้อมใจกันเอะใจว่าอีนี่มันมีพิรุธ แต่จะลากคอมาถามตรงๆมันก็เถื่อนไป โชคดีในกลุ่มมีเกย์อยู่คนนึง แม่งลุยเอง จับไปสอบสวนตัวต่อตัวแบบไม่โหด ซักพักโป๊ะแตก สารภาพทั้งน้ำตา ส่วนเพื่อนที่โดนหลอกพอรู้ความจริงก็เครียดเลย แม่งทำแสบชิบหาย

501 Nameless Fanboi Posted ID:N7MHfQOrES

บ่น : Wวกตะวันตกมันงี่เง่าไง เห็นอะไรเล็กน้อยทําเป็นเรื่องเรียกร้องใหญ่โตเกินความจําเป็น
เรื่องที่กูขําสุด ก็คงเป็นเรื่องเป็นเอเชี่ยนคนแปลกหน้าเลยมาหนีเห่าใส่ (เพื่อต้องการจะล้อเลียน)
แต่กูไม่รู้สึกอะไรเลยหว่ะ กูไม่อินอ่ะ เอ่อมึงหนีเห่ามากูก็ทักกลับทุกคนอ่ะ แล้วไงวะ กูต้องหัวร้อนอ่อ? งง แล้วคนเอเชี่ย คนอื่นๆก็ออกมาเรียกร้องกันตรึมอ่ะ แบบหยุดทักกูหนีเห่าได้แล้ว คือไอพวกนี้มึงต้องทักกลับไปแล้วเดินตามมันไปมันก็เอ๋อแดกแล้ว แบบกูทําก็ก็เดินตามตามสัพักหนีเห่าๆๆๆๆๆรัวๆ สู้ดิวะ
อีกเรื่องคือทักไม่ได้เลยหรอว่าเป็นไชนีส กูว่านะไอบางครั้งอีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดอะไรแต่เขาแยกไม่ออกจริงๆเว้ยว่ามึงคนประเทศอะไรเพราะแม่งโง่ (กูสังเกตแล้วคนฉลาดแยกออกว่าไม่ใช่จีนอ่ะนะ) ก็มห้ทักไปไม่ได้เหรอ บางคนั้งมันไม่ได้จะเรสิทเว้ย ไอบางคนเอามาเก็บคิดเล็กคิดน้อยชิบหาย นี่ขนาดเรื่องประเด็นของเอเชียน ยังมี108สารพัดเรื่องอื่นอีก อ่อนแอกันชิบหาย

502 Nameless Fanboi Posted ID:yWTBgLBg3g

>>501 ตะวันตกให้ความสำคัญกับ Individual มากๆ มันก็จะออกแนวนั้นแหละ พวกฟ้องคดีแบบพิลึกๆ มีให้เป็นข่าวเรื่องๆ

503 Nameless Fanboi Posted ID:i10APyCSpL

>>500 ญี่ปุ่นเองจริงๆใช้การเล่นคำนะ 男の娘 (คันจิแรกแปลว่าผู้ชาย คันจิตัวหลังแปลว่าสาว/ลูกสาว) แต่อ่านว่า otoko no ko ซึ่งแปลว่าเด็กผู้ชาย

504 Nameless Fanboi Posted ID:Mt0tXLkR7s

ชุดนักเรียนใส่ซ้ำได้ทั้งปี
ชุดไปรเวทใส่ซ้ำวันเดีวม่งซกมกแน่ๆ

#มิตรสหาท่านหนึ่ง

505 Nameless Fanboi Posted ID:OpS4fSHQNg

ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์แต่ก็ดันโดน Adobe โกงซะเอง
.
เมื่อวานเปิดดู Transaction History ของบัตรเครดิตที่ใช้ ปรากฎเห็น Transaction แปลก ๆ ว่าโดน Adobe ชาร์จค่า Creative Cloud เดือนละ 2 ครั้ง ต้นเดือนครั้งนึง กลางเดือนครั้งนึง แล้วก็ไม่ใช่เพิ่งเกิด เริ่มตั้งแต่มิถุนายนปีที่แล้ว รวมโดนไปแล้ว 7 เดือน
.
พอกด Login เข้าไปดู Plan ใน Adobe Account ก็ดูดีว่าเราก็สมัครไว้แพลนเดียวนะ Photography Plan แต่พอกดเข้าดูรายละเอียดเท่านั้นแหละ มันบอกว่าเราสมัคร Subscription ไว้สองอัน แต่ทั้งสองอันคืออันเดียวกัน (ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้) นี่คือสาเหตุที่โดนชาร์จสองครั้ง
.
"ระบบ Adobe มันพังเอง"
.
ในสอง Subscription นี้มีอันนึงสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ปกติ ส่วนอีกอันคือค้าง กดทำอะไรไม่ได้สักอย่าง จะกด Cancel จะทำอะไรก็ไม่ได้ ต้องติดต่อ Support อย่างเดียว เมื่อวานก็เลยต้องกดเข้าไปคุยกับ Support
.
ใช้เวลารอประมาณ 30 นาทีกว่าจะได้เริ่มคุย บทสนทนาเป็นไปอย่างยืดยาวแต่สรุปได้ดังนี้
.
- ระบบหลังบ้านของ Support เห็นว่าอันนึง Active อันนึง Inactive ดังนั้นระบบจึงมองว่าเราโดนตัดแค่เดือนละครั้ง
.
- แต่ระบบหลังบ้านของฝั่งเราขึ้นมาว่า Active ทั้งสองอัน ใน Billing History ของธนาคารเช่นกัน
.
- ด้วยความ Geek ก็เลยไปขุดหา Subscription ID ของแต่ละอันมาได้ ก็เลยส่งให้เค้าไปตรวจสอบ
.
- เค้าก็ยืนยันว่าอันที่มีปัญหามันไม่ควรจะชาร์จแล้วนะ (แต่มันชาร์จไง)
.
- ก็เลยบังคับให้เค้า Re-cancel Subscription ตัวที่มีปัญหากดดูอะไรไม่ได้ทิ้งไป
.
- พอเค้า Re-cancel ปุ๊บ ระบบหลังบ้านของฝั่งเราก็เหลือ Subscription แค่อันเดียวทันที
.
- สรุปคือ "ระบบเค้ามีปัญหาจริง ๆ" อยู่ดี ๆ ก็แตกการจ่ายเงินออกเป็นสองโดยเราไม่รู้ตัว เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เหมือนตั้งใจโกงเลยอ่ะ แถมแก้ปัญหาให้เราไม่ได้ ต้องบอกเค้าว่าต้องทำยังไงซะอย่างงั้น
.
- ขอ Refund ก็ได้มาแค่ 3 เดือน
.
โกรธและเกลียดมาก โดนโกงจากบริษัทใหญ่แบบนี้ ถ้าไม่เอะใจนี่อาจจะโดนไปอีกหลายปี ยังไงใครสมัครแพลนของ Adobe ไว้ก็อย่าลืมเข้าไปเช็คด้วย อาจจะมีใครโดนแบบเราแต่ไม่รู้ตัว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

506 Nameless Fanboi Posted ID:+R2qtYihOQ

>>505 *Laugh in piracy*

YOHOHO

507 Nameless Fanboi Posted ID:ebJ/C/vBWX

>>506 *laugh in bitcoin mine*
ZEHAHAHA

508 Nameless Fanboi Posted ID:Th6u6DwiOc

พยายามติดต่อส่วนตัวแล้ว แต่หนีกันเอง ไม่ตอบด้วย จะถือว่าพวกคุณยอมรับนะคะ ที่เราพิมพ์ไม่ได้สะใจหรอกค่ะ เจ็บเหมือนกันหมด แต่ในเมื่อนิ่งดีๆแล้วไม่ให้เกียรติกัน ก็ไม่รู้จะดีไปทำไมค่ะ

ทำไมถึงต้องมาคุยกับแฟนเก่าเราก่อนตอนที่ยังไม่เลิกกันอะคะ? ทำงานคาเฟ่ด้วยกัน แอบคุยกัน ทำไมไม่เปิดตัวเลยละคะงั้น? จนเรามาเลิกกันวันที่ 6 ธันวา.. 2 อาทิตย์ต่อมาคุณไปเที่ยวด้วยกันแล้ว ผู้ชายก็ไปง่ายมาก ผช ผิดอยู่แล้วค่ะ แต่แบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง เราจะไม่ลงรายละเอียดที่เรารู้มาทุกอย่าง คุยกันตอนเลิกกันไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ระยะเวลาไม่ถึงเดือน ช่วยเห็นใจคนโดนบอกเลิกที่คบกันมา 8 ปีด้วยนะคะ 2 อาทิตย์ต่อมาไปค้างคืนกับคุณ พอ 8 มกรา ตกลงคบกันแล้ว เร็วไปไหมคะ กับสิ่งที่ทำอยู่

เราไม่ต้องการผู้ชายกลับมา เค้าท้าให้เราทำแล้วนี่เราก็ทำค่ะ ทั้งๆที่คนเสียหายคือคุณ ตอนนี้คือเราโกรธมากที่คุณ 2 คนโจ่งแจ้งมาก ในเมื่อเราขอคุยดีๆเพื่อต้องการรู้จากปากทั้ง 2 ฝ่ายแต่คุณไม่คุย เราก็ขอโทษที่ต้องติดต่อทางนี้นะคะ เราไม่อยากโพสต์ประจานในกลุ่มใหญ่ เราทำไม่ลง แต่จะคบกันก็ช่วยให้เวลาแฟนเก่าเค้าที่ไม่เคยนอกใจเค้าแม้แต่ครั้งเดียวหน่อยนะคะ ไม่ก็ช่วยเปิดตัวด้วยค่ะ ไม่ต้องหลบซ่อน

ตอนคุณมีความสุข ไปเที่ยวด้วยกัน เห็นแก่เราที่ทำใจอยู่เงียบๆแต่เพื่อนที่เห็นพวกคุณที่อยู่ไม่เงียบจนต้องมาบอก
เราว่าเราโทรคุยเคลียร์กับผู้ชายดีแล้ว แต่สุดท้าย เค้าก็ยังทำ ก็ขอโทษละกันนะคะ

ถ้าสปาร์คกันที่ทำงานง่ายขนาดนั้น ก็ขอให้มีความสุขกันมากๆกับการแอบคุยแบบนอกใจด้วยนะคะ การกระทำชัดเจนอยู่แล้ว พูดไปก็เท่านั้นค่ะ

ผู้ชายที่กล้าทำร้ายคนที่เคยรักได้อย่างเลือดเย็นแบบนี้ เลิกแล้วคุยกับคนใหม่ทันที แบบที่ไม่แคร์ว่าคนเก่าจะรู้สึกยังไง ก็ขอให้โชคดีนะคะ

แล้วก็แซม.. ใช้ชื่อนี้เนอะ ลงให้ตามคำท้าละนะ แต่ผิดที่ไปหน่อย คุณบอกเราเองว่าผู้หญิงเริ่มคุยก่อน ไม่งั้นเราก็คงไม่มาโทษ ผญ ด้วย เราอยู่เฉยแล้วคุณไม่เงียบกันเอง ต้องการให้ทุกคนรู้ เราก็ทำให้ ปากบอกเจ็บ งั้นก็เจ็บแบบเกลียดกันไปเลย จบสวยหรอ? ทำขนาดนี้ ไปจบสวยกับคนอื่นเถอะ หมดเวรกรรมกันนับจากนี้นะ ถ้ายังไม่หยุด เราก็ไม่หยุดเหมือนกัน 8 ปีที่ผ่านมา ทำร้ายกันแบบนี้มากี่ครั้งละ ก็ให้พังกันทั้งหมดแบบนี้เนี่ยแหละ

ตอนนี้เสียดายความรักความซื่อสัตย์ที่ให้ผู้ชายไม่รู้จักพอแบบนี้มาอด 8 ปี เราเจ็บมากจนกล้าทำอะไรต่ำๆแบบนี้ไง ทำร้านกันมาพอแล้วเนอะ เราเจ็บมาพอละ ในเมื่อทำกันขนาดนี้ ก็เจ็บกันต่อทั้งหมดนี่แหละ

509 Nameless Fanboi Posted ID:Th6u6DwiOc

“แฟนใหม่ผมน่ารักไหมครับ พึ่งตกลงคบอย่างเป็นทางการวันที่ 8 มกรานี้เอง รูปแรกถ่ายที่สนามบินตอนไปเที่ยวโกลโคสวันคริสมาสต์ที่ผ่านมา หลังจากผมเลิกกับแฟนเก่าได้ 2 อาทิตย์กว่าๆ ไปเที่ยวฉลองด้วยกันนะครับ (ซบกันขนาดนี้เลยโนะ ขนาดยังไม่ได้ตกลงคบกันนะเนี่ย😱) แฟนใหม่ผมทำงานที่เดียวกันครับเลยเจอกันคุยกันบ่อยๆ”

....หาคำว่าไม่ได้นอกใจไม่เจอเลยค่ะ หญิงก็แรงเข้าหา ผช ก่อนด้วย เล็งมานานแล้วใช่ไหมคะ 🤭

ไม่เคยคิดว่าวันนึงต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย นึกว่าต่างคนต่างเจ็บ มารู้ที่หลังว่าเป็นแบบนี้นี่มัน.... มีความสุขเยอะๆบนความทุกข์ของคนอื่นนะคะ ^^

ถ้าเป็นคนดีนิ่งๆแล้วมีแต่โดนทำร้ายความรู้สึก อย่าเป็นเลยค่ะสมัยนี้ เดี๋ยวคนศีลธรรมต่ำได้ใจ

They just cheating couple. 😊

510 Nameless Fanboi Posted ID:Th6u6DwiOc

ขอบคุณเพื่อนๆที่ส่งเมสเสจแสดงความห่วงใยเข้ามากัน เกิดมาก้อไม่เคยทำใครก่อนนะคะเราเลือกที่จะไม่ตอบโต้เพราะสิ่งที่เค้ากล่าวหาเรามันไม่ใช่ความจริง ... เราไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้ใครเข้าใจทั้งนั้น เราห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ เราจะอยู่ของเราแบบนี้เหมือนที่เราทำมาตลอด ... อโหสิกรรมให้นะคะ

511 Nameless Fanboi Posted ID:fcQkThZ6ZW

"ทุกครั้งที่มีคนพูดเรื่องสิทธิในการแต่งงาน
ของคนรักเพศเดียวกัน
ก็จะมีคนอเถียงว่า ถ้าทำแบบนั้น
'การแต่งงาน' ในความหมายของการสร้างครอบครัว
ที่มีมาตั้งแต่อารยธรรมมนุษย์เริ่มต้น
ก็จะถูกทำลายเสียหายไป

แต่รู้มั้ย มาเธียสลูกแม่
ความหมายของ 'การแต่งงาน' มันไม่เคยหยุดนิ่งหรอก
มันเปลี่ยนแปลงมาตลอดประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ดูแค่รุ่นทวด ยาย แล้วก็แม่ของแม่ก็ได้
ทวดของแม่เป็นคนใช้ในบ้านคนรวย
ถูกเจ้านายทำให้ตั้งท้องและไม่ยอมรับเป็นพ่อ
ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมยุคนั้นดูถูก
ทวดจึงไม่เคยได้แต่งงาน และถูกส่งตัวกลับบ้าน
ไปเลี้ยงลูกสาวตามลำพังด้วยความอับอาย

คุณยายของแม่จึงโตมาในฐานะคนนอก
และมีเป้าหมายอย่างเดียวเท่านั้น
คือต้องแต่งงานให้ได้ เพื่อเรียกความน่าเชื่อถือกลับมา

ลูกคนเล็กสุดของยาย ก็คือแม่ของแม่เอง
ปลายสงครามโลก แม่ของแม่ พบรักกับพ่อของแม่
แล้วแต่งงานกันด้วยความรัก
แต่หลังแต่งงาน เธอก็ต้องพบความขัดแย้ง
ระหว่างการเป็นผู้หญิงทำงาน และการเป็นแม่บ้าน

มาถึงตัวแม่เอง แม่โตมาในยุคเสรีชน
เป็นคนรุ่นที่ไม่ต้องการถูกผูกมัด
เรามองการแต่งงานเป็นแค่พิธีกรรมของชนชั้นกลาง
ต่อมา แม่รักกับพ่อ แล้วก็แต่งงานกัน
แต่ด้วยเหตุผลว่า จะทำให้เราขอทำงานใกล้ๆ บ้านได้
งานแต่งของแม่ไม่เชิญแขกเลย ไม่ใส่ชุดแต่งงานด้วยซ้ำ

เห็นรึยังมาเธียส ว่าแค่ไม่กี่ชั่วรุ่น
ก็ยังแสดงให้เห็นว่า ความหมายของการแต่งงานนั้น
เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
แต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนเสียที ก็คือเรายังคงเชื่อว่า
การแต่งงานที่ถูกต้อง และสมควรได้รับการรับรองทางกฎหมาย
ต้องเป็นเรื่องของผู้ชายกับผู้หญิงเท่านั้น"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

512 Nameless Fanboi Posted ID:oyBXIUlKXe

คดีน้องโยโย่ ในโลกแห่งความจริงเป็นเรื่องไม่ดี แต่ถ้าเป็น "หนังไทย" แม่งเป็นหนังแนว Road Movie + Lolita + Coming of Age เลยนะมึง
เด็กสาวอายุ 14 ไปหาเพื่อน แล้วเจอกับพ่อเพื่อนอายุ 52 พ่อเพื่อนช่วยติวหนังสือให้บ่อยๆ จนเกิดเป็นความรัก แล้วชายวัย 52 ก็พาเด็กสาวซ้อนมอเตอร์ไซค์ ขับจากกรุงเทพฯไปเที่ยวถึงเชียงใหม่เลยอ่ะ
มึงคิดภาพสิ เด็กสาวอายุ 14 นั่งซ้อนมอไซค์ชายอายุ 52 จากกรุงเทพไปถึงเชียงใหม่ แวะดื่มด่ำความงามของสถานที่ต่างๆด้วยกัน แม่งพล็อตหนังลูกโลกทองคำ ปาล์มทอง เลยนะ

513 Nameless Fanboi Posted ID:fwogqCi+gK

เลามีเพื่อนมุสลิมะห์(ผู้หญิงมุสลิม)คนนึง
เป็นคนหน้าตาดี เรียนดี ขยันทำมาหากิน
.
สมัยเรียนมันมีแฟนคนนึง หน้าตาดีด้วย เคร่งศาสนา ละหมาดไม่ขาด
ทุกคนมองว่าคู่นี้เหมาะสมกันมาก
แต่สิ่งที่เลารู้คืออีกอย่าง
.
สมัยมหาลัย บางทีดึก ๆ เพื่อนเลาจะโทรมาแล้วร้องไห้
ฮือออออออออออออออ มึงงงงงงงงงง
กูทนไม่ไหวแล้ว
มันตบกู มันซ้อมกู
มือถือกูมันก็ยึดไปไม่ให้ใช้ มันบอกเดี๋ยวกูจะเอาไปโทรหาผู้ชาย
รถมอไซกูที่กูเก็บตังค์ซื้อมามันก็ยึด
มันสั่งกูห้ามซ้อนมอไซผู้ชาย ไม่ว่ากรณีใด ๆ
ต่อให้เป็นเพื่อนก็ห้ามซ้อน มันจะมารับกูเอง
นี่กูยังไม่ได้กินข้าวทั้งวันเลย เพราะว่ามันเรียนอยู่
กระเป๋าตังค์กูมันก็ยึด มันบอกจะมารับกู แต่มันยังไม่มาเลยมึงงงง
ฮืออออออออออ
.
เหตุการณ์อย่างนี้วนไปเป็นปี ๆ จนครบมหาลัย
ไม่มีอะไรเปลีี่ยนแปลง
พอบอกให้เลิก มันบอก มึงงงงง มันก็ดีนะมึง
.
ดียังไง
.
ก็พาไปกินข้าวอะ​
.
คือแบบ สัส เรื่องนี้มึงเอามาแทนที่กันได้หรอวะ ควย
.
จนพอมันมาทำงานที่กรุงเทพและแฟนมันไปทำงานที่จีน
แฟนมันก็ยังคอยบงการมันทุกอย่าง
.
ทุกวันนี้มันเลิกกับแฟนแล้ว แล้วไปมีแฟนใหม่
ตัวเองมีเงินเก็บเป็นแสนเป็นล้าน

.
แต่สิ่งหนึ่งที่เลาสังเกตเห็นในตัวมุสลิมะห์หลายคน
คือ ชอบหาผู้ชายที่ Dominance ตัวเองหนัก ๆ
ยิ่งเคร่ง ยิ่งคลั่ง ยิ่งชอบ
.
ต่อให้มันมีแฟนใหม่
แฟนใหม่มันก็ยังคอยควบคุมมันอยู่ทุกอย่าง
และเหมือนจะภูมิใจที่มีแฟนแบบนี้ด้วย

514 Nameless Fanboi Posted ID:ZJkKxpBdlh

>>513 ขอ ref ครับ

515 Nameless Fanboi Posted ID:u9a6zsBr4T

>>514 ถามหา ref ในมู้มิตรสหายนี่เท่ากับมึงแพ้นะ

516 Nameless Fanboi Posted ID:DN+C6c.T22

วันเสาร์นี้แล้วนะครับ

แดกเอ๋ยแดกฟรีต้องมีหน้าที่10อย่างด้วยกัน

1แดกเรื้อนอย่างกับหมา
2แดกหรูหราตามงานหมั้น
3เนียนแดกกับครูอาจารย์
4แดกฟรีบางครั้งต้องสุภาพอ่อนหวาน
5แย่งแมวแดกปลาทู
6ชิงแดกหมูเพื่อนในจาน
7ต้องศึกษาเส้นทาง ถ้าพนักงานว่าง ให้ออกหลังร้าน
8วัดนี่ตัวประหยัด
9ดราม่าจัดตลอดกาล น้ำใจคนไทยแหลกลาญ น้ำตาหนึ่งจาน แลกข้าวได้ทุกเวลา
10แดกฟรีก็มีประโยชน์ ถ้าแดกแล้วเจอลงโทษ ก็ให้รีบใส่เกียร์หมา

หากเราทำได้ทุกเวลา มันจะช่วยนำพาให้เราเจริญ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

517 Nameless Fanboi Posted ID:ZJkKxpBdlh

>>515 เบียว

518 Nameless Fanboi Posted ID:fwogqCi+gK

>>514 เพจ ใต้โต๊ะอิหม่าม

519 Nameless Fanboi Posted ID:RWwFF+ICu7

>>516 เหี้ยไรนิ เพลงวันแดกเหรอ

520 Nameless Fanboi Posted ID:Fx1XVjglfI

>>514 heresy

521 Nameless Fanboi Posted ID:WPI6OAW98t

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปไต้หวันเพราะมีนัดกับคุณ Audrey Tang รมต Digital ของไตัหวัน พูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็นกัน

คุณ Audrey อายุแค่ 37 ปี เป็นคนฉลาดมาก (มีข่าวว่า IQ สูงถึง 180) เก่งด้าน IT เคยเป็นนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยในช่วงปี 2014 (Sunflower Movement) และ ต่อมาได้ถูกเชิญมาเป็น รมต Digital โดยไม่ได้สังกัดพรรคใด

คุณ Audrey ได้ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง Platform เพื่อสร้างความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล และ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นในเรื่องสำคัญต่าง ๆ

ผมบอกคุณ Audrey ว่า ในความคิดของผม social media มีอำนาจในการร่วมกันทำลาย (Collaborative Destruction) สูง เพราะการทำลายมีจุดหมายร่วมกันจุดเดียว แต่จะสร้างสรรค์ร่วมกัน (Collaborative Construction) ยาก เพราะการสร้างสรรค์ มีประเด็นที่แตกต่างกันเยอะ มีรายละเอียดมาก หาข้อสรุปร่วมกัน (Consensus) ยากกว่าการทำลาย (เช่น เราอาจจะล้มรัฐบาลโดยกระแส Social media ได้ แต่เราจะเดินต่อในการสร้างสิ่งใหม่ ๆ โดย social media ยาก สุดท้ายอำนาจก็จะกลับไปตกอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแทน เช่น กรณี Arab springs)

คุณ Audrey เห็นต่าง เธอเล่าว่าได้ทำ Platform G0V (Gov Zero) ที่ให้คนมาร่วมแสดงความเห็นในเรื่องต่าง ๆ อย่างได้ผล และหาข้อสรุปได้ โดยมีหลักการง่าย ๆ คือ ทุกคนมา comment ได้ แต่ห้าม reply comment คนอื่น เพราะจะทะเลาะกันก็ตรงนี้ และ ในแต่ละเรื่องที่ดูเหมือนจะมีความขัดแย้งกันมาก ๆ ให้แยกออกเป็นประเด็นย่อย ๆ แล้วจะพบว่าคนส่วนใหญ่ที่เคยขัดแย้งกันจะเห็นตรงกันในหลาย ๆ ประเด็น มีเพียงบางประเด็นที่อาจจะเห็นต่าง ซึ่ง จะทำให้การหาข้อสรุปทำได้ง่ายขึ้น โดยเธอได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจในการแก้ปัญหา Uber ในไต้หวัน

คุยกับคุณ Audrey อยู่ราว ๆ 1 ชม เป็นคนเก่งมากครับ ได้แนวคิดหลายอย่างที่น่าจะนำมาใช้กับบ้านเราได้

ก่อนกลับผมได้มอบรูป "ตาใส" ที่วาดโดยศิลปินไข่แมว ให้คุณ Audrey ผมเลือกรูปตาใส เพราะคิดว่า ตาใสสะท้อนถึงชีวิตของคนทั่วไป ที่มีพลังและความปรารถนาดีต่อสังคม การให้ข้อมูล มุมมอง แนวคิด ที่หลากหลายจะช่วยให้พวกเรา ตระหนักถึงปัญหาต่างๆของสังคมได้ดีขึ้น สิ่งที่คุณ Audrey กำลังทำอยู่ก็คล้ายกัน คือ การใช้เทคโนโลยีช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เป็นการเพิ่มพลังให้กับประชาชน และ ทำให้การทำงานของรัฐบาลโปร่งใสและถูกตรวจสอบได้มากขึ้น

อ่านเรื่องของคุณ Audrey Tang เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
https://techsauce.co/saucy-thought/audrey-tang-technology-democracy/

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

522 Nameless Fanboi Posted ID:6KBGtIMmDy

"ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง มันพูดประเด็นนึงได้ดีมาก

คือเราจะมองเสมอว่า "เทคโนโลยี" ทั้งหลาย มันเป็นสิ่งเป็นกลาง ไม่มีการเมืองในนั้น

อันนี้ไม่ผิด แต่ประเด็น "การเลือกพัฒนาเทคโนโลยี" มันไม่มีความเป็นกลางห่าอะไรเลย และมันเป็นประเด็นทางเศรษฐศาสตร์การเมืองโดยตรง

โลกทุกวันนี้แม่งเป็นไปได้หลายทางมาก คุณจะเลือกพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์กับโลกที่ 3 มากกว่าโลกที่ 1 ก็ได้ เป็นประโยชน์กับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายก็ได้ หรือคุณจะเลือกพัฒนาเทคโนโลยีที่มั้นยังไม่ละทิ้งแรงงานให้ตกงานไปหมดก็ยังได้เลย

คือมันไม่ใช่แค่เงินก้อนเดียวกัน คุณเอาไปพัฒนาเทคโนโลยีได้หลายอย่าง แต่ปัญหาแบบเดียวกัน คุณก็เลือกพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่างกันมาแก้ก็ได้

ดังนั้นจะบอกว่าเทคโนโลยีมันไม่มีการเมือง แม่งผิด ตัวมันเป็นกลางก็จริง แต่สิ่งรายล้อมมัน ไปจนถึงสิ่งที่ให้กำเนิดมันมา แม่งการเมืองทั้งนั้น"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

523 Nameless Fanboi Posted ID:fY+K+nuOEc

“ป๊าหนูว่าต้องเข้าใจหนู หนูตั้งใจเรียนก็ไม่เห็นมีผลอะไร สุดท้ายก็ต้องไปขายของที่ตลาด ไม่รู้จะตั้งใจเรียนไปทำไม แล้วก็ไม่รู้ทำไมแม่ชอบหาเรื่องหนูตลอดเวลาไม่รู้ ไม่รู้โมโหไรหนูนักหนา ทำอะไรก็ผิดไปหมด แล้วมาบอกว่าให้เลี้ยงน้องจนโตแล้วคอยเลี้ยงหลานอีกจนโต เหมือนหนูต้องติดอยู่ในคุกตลอดชีวิตเลย ประเทศไทยเลิกทาสแล้ว หนูไม่อยากอยู่แบบนี้หรอก จะออกความคิดเห็นก็ไม่ได้ แม่ชอบว่า มีแต่หาเรื่องว่า แล้วก็บอกสิ้นเปลือง เรียนเก่งก็ไม่ชอบ พอไม่พูด แม่ก็บอกมีปากไหม ทำไมไม่พูด หมายความว่าอะไร แต่ก็ชอบคุยว่าอายุ 12 ก็หาเลี้ยงตากับยายแล้ว หนูอายุ 14 แล้วก็เลี้ยงตัวเองให้ได้ ถ้าหนูมีเงิน มีบ้าน จะกลับมารับป๊าไปดูแล ให้นอนพักสบายๆ ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ ป๊าต้องเชื่อและไว้ใจหนูมั่งนะ ป๊าไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องตามหา รักป๊ามากๆ นะ รักแม่เหมือนกันถึงจะมองหนูแปลกๆ ในระยะหลังๆ พอขอไปเที่ยวไหนกับเพื่อนแม่ก็ชอบพูดว่าต้องอยู่บ้านเลี้ยงน้อง ไปไม่ได้”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

524 Nameless Fanboi Posted ID:v1gg2G0my/

>>522 ก็เหมือน US ที่เน้นรถยนต์กับเครื่องบิน ส่วน EU กับญี่ปุ่นเน้นรถไฟสินะ

525 Nameless Fanboi Posted ID:p+x/RYT4W4

ไอแซค นิวตันได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่
นิวตันได้ขังตัวเองอยู่ในห้องมืดที่มีรูเล็กให้แสงลอดเข้ามาได้
และได้ลองใช้”ผลึกเกลือ”ที่มีอยู่ให้แสงส่องผ่าน
แล้วโลกก็ได้รับรู้ว่าใน”แสงสีขาว”นั้นจริงๆแล้วเป็นการรวมกันของสีรุ้ง 7 สีนั่นเอง
ดังนั้นชาวกาชะแอดดิคจงพอใจในแสงขาวที่เปิดได้เถอะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

526 Nameless Fanboi Posted ID:pJWyOTgFon

ชายผู้ก่ออาชญากรรมทางเพศ ก็น่าจะเป็นเหยื่อ

จะบอกว่าหนังโป๊ผิด ผู้หญิงแต่งตัวโป๊ผิดไม่ได้ เรื่องนี้ฝ่ายก้าวหน้าจะมองกันแยกส่วน ส่วนฝ่ายอนุรักษ์นิยมกล้าบอกเพราะว่าเขาตกผลึกมาแล้วกล้าที่จะเสนอแนวคิดควบคุมและจำกัดเสรีภาพคนโดยไม่ทำแต้มให้ดูก้าวหน้า ซึ่งพี่โจวไม่ได้มองมันผิดเช่นเดียวกัน แต่ทั้งหนังโป๊และการแต่งตัวโป๊นั้นมันไปกระตุ้นให้เกิดอารมทางเพศนี่แน่นอน

ปัญหาสำคัญคือแต่ละคนจะจัดการกับอารมทางเพศของตนเองอย่างไร คนที่จัดการไม่ดีก็มักจะไปก่ออาชญากรรมทางเพศ ซึ่งไม่สามารถเอาแนวคิดโครงสร้างนิยมมาจับได้กลายเป็นเรื่องของตัวบุคคล นี่คือแนวคิดย้อมแย้งลับลั่งของคนที่พยายามมองเรื่องนี้ให้ก้าวหน้า (หนังโป๊แต่งตัวโป๊ไม่ผิด ผิดที่ผู้ชายเลวๆ แต่ละตนไป)

พรรคสนุ้กเกอร์ไทยเราจึงจะขอผ่าทางตันสังคมไทยด้วยการจัด "หลักสูตรบริหารจัดการอารมณ์ทางเพศ" ขึ้นมาอ่ะครับ โดยจะร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ขอตัวนักโทษชั้นเลวที่ก่อคดีทางเพศซ้ำซากมานำร่องหลักสูตร นี่คิดหลักสูตรแรกเอาไว้คือทดลองเอาหนังยางรัดไข่ผู้เรียนก่อน 3 เดือน ว่าจะลดอารมณ์ทางเพศของพวกเขาได้ไหม

#พรรคสนุ้กเกอร์ไทยพรรคการเมืองของคนใต้ถุนสังคม

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

527 Nameless Fanboi Posted ID:SnFgoIo6iw

ขายได้ซักที เป็นมหากาพย์ความพลาด และจุดเริ่มต้นการขาดทุนของการบินไทยครั้งที่ใหญ่ที่สุด
รายละเอียด จะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ

แต่สรุปคร่าวๆคือ รัฐบาลสมัยนั้น ต้องการจะพัฒนาการบินไทยและสนามบิน ดอนเมือง สมัยนั้น ให้เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยการมีการบินแบบ Ultra long route คือ กรุงเทพ-นิวยอร์ก และ กรุงเทพ-ซานฟานซิสโก แบบ Non Stop ซึ่งจะดึงลูกค้าจากในภูมิภาคและประเทศใกล้เคียง ให้บินมาเปลี่ยนเครื่องที่เมืองไทย ซึ่งเป็นความคิดที่ดีนะครับ แต่จะต้องซื้อเครื่องบินใหม่ นั่นก็คือ Airbus A340-500 ซึ่ง ณ เวลานั้นเป็นเครื่องบินที่บินได้ไกลที่สุดในโลก

แต่ปัญหาคือ ก่อนจะซื้อคำนวณจุดคุ้มทุนเอาไว้ ไม่ได้เผื่อการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน แถม จุดคุ้มทุน 105% ตั้งแต่เริ่มบินที่ราคาน้ำมัน 162$/Gal

ซึ่งหลังจากนั้นราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้พอราคาน้ำมันขึ้น คำนวนจุดคุ้มทุนกับ Load Factor ของ ห้องผู้โดยสาร เท่ากับ 110% หมายความว่า ถ้าผู้โดยสาร เต็ม 100% ก็ยังขาดทุนอยู่ 10% ทุกเที่ยวที่บิน

การบินไทยก็ไังดันทุรังบินอยู่พักใหญ่ๆ หลายปีอยู่ จนสุดท้ายก็สู้ไม่ไหว ต้องหยุดบิน แล้วได้หนี้ก้อนใหญ่ และเครื่องบินจอดไว้ ทั้งหมด 9 ลำ

ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ให้แก่การบินไทยและประเทศครับ ไม่ใช่โครงการสวยหรู แต่ทำยังไงก็ขาดทุน แล้วใครจะแบกรับภาระ ถ้าไม่ใช่ประชาชน??

โดยล่าสุด กองทัพอากาศซื้อ A340-500 ไปเป็นเครื่องบิน VIP 1 ลำ

จากข่าว จะมีคนมาซื้อส่วนที่เหลือทั้งหมด 8 ลำครับ
https://www.thebangkokinsight.com/88294/

รายละเอียดจาก ForbestThailand
http://forbesthailand.com/commentaries-detail.php?did=300

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

528 Nameless Fanboi Posted ID:DeUhBA7MgX

>>527 การบินไทยไม่อยากได้ แต่รัฐบาลตอนนั้นมันอยากได้นะ

529 Nameless Fanboi Posted ID:/44Yv1FFF+

กูเป็นกะหรี่ขายตูดให้เกย์ฝรั่งที่พัทยามาตั้งแต่มัธยมแต่พอเริ่มเข้าช่วง ม.ปลายกูเริ่มไม่มีลูกค้าเข้าหาเงินก็เริ่มไม่มีและกลังจากนั้นกูได้เจอกับสถาบันสอนโปรแกรมเมอร์ที่ชื่อว่า code.star มันเคลมว่ากูเรียนจบจะหาเงินได้แน่ๆกูเลยลองจ่ายเงินเข้าไปเรียน ตอนแรกกูเสียเงินเรียนนะแต่โชคดีที่พี่ชัยครูฝึกสอนกรุ๊ปที่กูเรียนค้าอยากดูดควยกู กูเลยให้ข้อแลกเปลี่ยนว่าขอเรียนฟรี พี่ชัยเลยเปย์ใก้จนกูผ่านหลักสูตรด้านการเขียนเว็บ พอกูจบม.ปลายกูก็เลยรับจ๊อบเขียนโปรแกรมแทนขายตูดตามย่านกะหรี่จนทุกวันนี้กูผ่อนคอนโดได้และมีงานประจำทำเงินเดือนหลายหมื่นมาเป็นเวลา15ปี กูทำเว็บบอร์ดนิรนามเป็นไซด์โปรเจคแถวๆนี้ด้วยแหละ ลูกเว็บน่ารำคาญมาก แต่ส่วนมากที่เป็นเด็กคอสคือน่าเย็ดและอยากเซอร์วิสควยให้ ต้องขอบคุณ code.star ที่ทำให้กูมีวันนี้

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

เครดิต : นินทา Sirn
https://fanboi.ch/netwatch/6117/

530 Nameless Fanboi Posted ID:pJWyOTgFon

เห็นกทม.พยายามฉีดน้ำเพื่อลดปัญหา PM2.5 แต่จากรายงานสถิติคุณภาพอากาศของปักกิ่งที่มีปัญหา PM2.5 เหมือนกันพบว่า "ฝนไม่สามารถลด PM2.5 ได้เลย" ต่อให้ฝนตกหนักรุนแรงก็ยังลดได้แค่ 8.71% เท่านั้น

ส่วนคำถามที่ว่าทำไมหลายครั้งฝนตกแล้วท้องฟ้าถึงแจ่มใส จากรายงานพบว่าเป็นเพราะ "ลม" ที่มาพร้อมกับฝนล้วน ๆ ครับ มันพัด Particle ไปที่อื่น ไม่ได้โดยชำระล้างลงมาที่พื้น

จากปัญหา PM2.5 นี้ทำให้กังวลการรับมือมาก

1) ยังไม่รู้ Root Cause เลย แต่พยายามยัดเยียดสาเหตุละ หมูกะทะงี้ รถยนต์งี้ ทั้ง ๆ ที่มีแหล่งข้อมูล GIS บอกว่าเป็นการเผาจากกัมพูชา พอไม่รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไรแล้วจะแก้ปัญหายังไง

2) พยายามฉีดน้ำหรือจะทำฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหา แต่ไม่ได้ Study เลยว่าวิธีไหนเวอร์คหรือไม่เวอร์ค

3) สิบวันเพิ่งออกมาแจ้งเตือนด้วยการบอกว่า "เพิ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สถานการณ์ยังไม่วิกฤติ"

เสียดายเงินภาษีขึ้นทุกปี ๆ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

531 Nameless Fanboi Posted ID:CuIYaf7kQ5

3 ปีก่อน นักข่าวสาว ไช่จิง ตัดสินใจตีแผ่ปัญหามลพิษทางอากาศของจีนเป็นสารคดี 103 นาทีชื่อ Under the Dome ที่กลายเป็นไวรัลร้อยล้านวิวในเวลาแค่สองวัน มันกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักว่าไม่ควรทนปัญหานี้อีกต่อไป และทำให้รัฐบาลต้องเร่งออกนโยบายสู้วิกฤตินี้

ชมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=V5bHb3ljjbc

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

532 Nameless Fanboi Posted ID:.oRTWFKQ9c

>>530 ถ้าเผามาจากเขมรแบบนี้ถ้าทักษินหรือยิ่งลักษณ์ยังเป็นนายกก็ยังพอเคลียกันได้เพราะมีญาติเป็นใหญ่ที่นั่น สมน้ำหน้าพวกคนกรุงเทพ เสือกไล่ท่านทักษินออกไปเอง กรรมตามสนองแล้วล่ะพวกมึง

533 Nameless Fanboi Posted ID:31nNlEdBcz

>>530 ไอ้หมูกระทะนี้ นักข่าวมันเสี้ยมเองนะ

534 Nameless Fanboi Posted ID:8tWJMSa6tB

>>530 แล้วที่ช่วงปีใหม่อยู่ๆ มันลดฮวบสรุปเพราะอะไรว่ะ? ฝนตก หรือรถไม่มีวิ่ง?

535 Nameless Fanboi Posted ID:hWOzPCm.VJ

เกาหลีใต้ก็เจอสั่งลดการทำงานโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วประเทศ สรุปติ่งโรงไฟฟ้าเงียบกันหมด ขำสัด ถึงคราวล่มสลายของmetropolis แล้วหวะ

536 Nameless Fanboi Posted ID:wtptISHjTE

เมื่อคืนผมได้พูดถึง "แบบจำลองผลการเลือกตั้ง" ที่ผมทำขึ้น เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้ออ้างของพวกแฟนคลับ/กองเชียร์ พท. นั้นไม่เป็นความจริงเลยซักนิดเดียว

คือพวกนั้นเขาอ้างว่าจะต้องเลือก พท. หรือ ทษช. แต่เพียงเท่านั้น ถึงจะมีประโยชน์ ถ้าเลือกพรรคอื่นคือ "เสียงตกน้ำ" จะเข้าทางฝั่งเผด็จการ
(ซึ่งผมต้องขอย้ำอีกทีว่า ไม่จริงเลยซักนิดเดียว)

หลังจากที่ผมโพสต์ไปก็มีคนคอมเม้นต์ขอดูแบบจำลองดังกล่าว แต่เนื่องจากผมเปิดอ่านตอนอยุ่ข้างนอกแล้ว เลยส่งให้ไม่ได้ ต้องรอกลับเข้าบ้านก่อน

คือผมทำในโปรแกรมเอ็กซ์เซล ซึ่งมันเอามาโพสต์ไม่ได้ ถ้าจะดูก็ต้องส่งไฟล์ให้กัน

อย่างไรก็ตาม คนที่เอาไปก็อาจจะงงบ้าง เพราะผมเขียนสั้นๆ แค่ให้พอตัวเองเข้าใจ ไม่ได้เขียนอธิบายอะไรมากมาย

ผมเลยต้องตั้งโพสต์นี้ขึ้น เพื่ออธิบายแบบจำลองดังกล่าว สำหรับคนที่ขอไฟล์ไว้ รวมถึงคนที่จะขอหลังจากนี้

(ทั้งหมดที่ว่ามานี่คืออารัมภบทนะ)

- - - -

แบบจำลองนี้ผมลดอัตราส่วนลงเหลือ 1 ต่อ 10
คือจากเดิม สส ทั้งสภามี 500 ก็ลดเหลือ 50
เขตก้ลดจาก 350 เหลือ 35
ปาร์ตี้ลิสต์ก็ลดจาก 150 เหลือ 15

ผู้มีสิทธิออกเสียงก้ลดลงตามอัตราส่วนดังกล่าว
ทั้งในระดับประเทศ และเขต

หลักๆที่ต้องลดก็เพื่อไม่ให้ผมต้องมานั่งไล่กรอกคะแนนถึง 350 เขต แค่นั้นเอง

.

เรามาเริ่มที่ Sheet3 กันก่อน, อันนี้ก็เป็นตัวเลขคร่าวๆที่ผมใช้คำนวณ
ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมคะแนนรวมในแต่ละเขตใน Sheet1 และ Sheet2 ถึงเท่ากับ 10,000

.

ทีนี้มาดู Sheet1 กัน
ผมแบ่งพรรคคร่าวคเป็น 5 ประเภท
อันแรกคือ "พรรคพี่" ที่เขามุ่งหวัง สส เขต, ส่วน "พรรคน้อง" คือพรรคที่จะไปลงเก็บปาร์ตี้ลิสต์ในเขตที่ไม่มีหวังจะชนะ

ส่วน "พรรคใหม่" คือพรรคที่เป็นประเด็นของเรื่องทั้งหมดนี้
ที่พวกแฟนคลับ พท เชื่อว่าถ้ากาให้แล้วจะทำให้ "เสียตกน้ำ" นั่นแหละ

("พรรคใหม่" นี่เป็นตัวแทนของหลายๆพรรครวมกันนะ ไม่ได้หมายถึงพรรคไหนโดยเฉพาะ)

ส่วน "พรรคเด็จการ" กับ "พรรคแทงกั๊ก" ก็เช่นกัน
พวกนี้คือ "ประเภทของพรรค" ทั้งนั้น ผมพูดในลักษณะครอบคลุมถึงหลายพรรค

.

ใน Sheet1 ผมจำลองให้ "พรรคพี่" ชนะในเขต 20 เขต (จากทั้งหมด 35) โดยมีทั้งชนะแบบขาดลอย ไล่มาจนชนะแบบเฉียดฉิว

20 เขตนี้ ผมใส่สีชมพุให้ดูง่าย

ส่วน "พรรคแทงกั๊ก" ผมจำลองให้ชนะ 10 เขต
และมีทั้งชนะแบบขาดลอยและเฉียดฉิว

และสุดท้าย "พรรคเด็จการ" ชนะ 5 เขต

.

เมื่อคำนวณออกมาเป็นจำนวน สส ก็จะเป็นตามตารางเล็กๆสีส้มด้านขวามือ
พรรคพี่กับพรรคน้อง รวมกัน 22 ที่นั่ง

จะเห็นว่าใน Sheet นี้ "พรรคใหม่" ไม่มีซักคะแนนโหวตเดียว
อันนี้เพราะมต้องการจำลองสถานการณ์ที่ไม่มีพรรคนี้อยู่ (หรือมี แต่ไม่มีใครแตกไปโหวเลย)

ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้เปรียบเทียบกับอีก Sheet
ว่าถ้ามีพรรคนี้ขึ้นมา และมีคนแตกไปโหวต เสียงจะตกน้ำจริงมั้ย

.

ทีนี้มาดู Sheet2 กันครับ
อันนี้จะเห็นว่า "พรรคใหม่" ลงทุกเขต และมีคะแนนทุกเขต
เพียงแต่ไม่มีคะแนนมากพอที่จะชนะเลยซักเขต

แล้วก็ "พรรคใหม่" จะแบ่งคะแนนจาก "พรรคพี่" และ "พรรคน้อง" เป็นหลัก
แต่แบ่งจาก "พรรคเด็จการ" และ "พรรคแทงกั๊ก" มาได้แค่นิดหน่อย

.

จุดแรกที่ผมอยากจะให้ดูใน Sheet นี้ ก็คือเขต 16-20 ครับ
ที่ตอนนี้ไม่ได้สีชมพูเหมือน Sheet1 อีกแล้ว

เขตเหล่านี้เดิมทีคือ "พรรคพี่" ชนะแบบสูสี
พอถูกพรรคใหม่แบ่งคะแนนเลยกลายเป็นแพ้
ซึ่งอันนี้คือจุดที่พวกกองเชียร์ พท หยิบมาใช้อ้าง

แต่พวกนั้นเขาลืมไปว่ามันไม่ได้มีแต่ สส เขต นะครับ

เมื่อ "จำนวน สส พึงมี" ของ "พรรคเผด็จการ" ยังเท่าเดิม คือ 11 ที่นั่ง
เมื่อพรรคนี้ได้ สส เขต แปลว่าปาร์ตี้ลิสตก็จะลดลง

ดูตารางสีส้มด้านขวามือของทั้ง 2 Sheet เทียบกับตารางเดียวกันใน Sheet1 นะครับ

"พรรคเผด็จการ" มี สส รวม 11 เท่าเดิม
แต่อันแรก มี สส เขต 5 คน เลยได้ปาร์ตี้ลิสตไป 6

แต่พอมีพรรคใหม่แทรกมา ทำให้ สส เขตเพิ่มเป็น 10 ก็เลยเหลือปาร์ตี้ลิสต์แค่ 1

ถามว่าแล้วจำนวนปาร์ตี้ลิสต์ที่หายไปมันไปไหน

ตอบ - ก็ไปเพิ่มให้ "พรรคใหม่" ไงละครับ

ไม่ได้ไปตกน้ำที่ไหนอย่างที่มีคนพยายามมั่ว

.

ถ้าเราดูจำนวน สส รวมของ 3 พรรค
คือ พรรคพี่ พรรคน้อง และพรรคใหม่

จะเห็นว่าการมีพรรคใหม่แทรกมา (จนทำให้พรรพี่แพ้เขตไปตั้ง 5 เขต)
ไม่ได้ทำให้ผลรวมออกมาลดลงเลยครับ

ตรงข้ามคือเพิ่มอีกนิดหน่อยด้วย เพราะไปตัดคะแนนอีกฝั่งมาด้วยนิดหน่อย

.

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้คือถ้าเรามองแบบ " 2 ฝั่ง" นะ

แต่ดูเหมือนว่ากองเชียร์ พท เขาจะไม่คิดยังงั้น

คือจริงอยู่ว่าผลรวม 3 พรรค ไม่ลด
แต่ผลรวม 2 พรรค (พรรคพี่กับพรรคน้อง) ลดนะครับ

เขาเลยไม่ยอม

แต่การไม่ยอมของเขานี่มันเป็นการพูดแบบมั่วๆไงครับ

ส่วนจะ "มั่วเพราะไม่รู้" หรือเพราะ "จงใจหลอก" อันนี้ผมไม่ทราบ

537 Nameless Fanboi Posted ID:OVO3Fju15n

>>536 แบบจำลองไงหว่ะเนี่ย นี่มันเหมือนยกตัวอย่างเคสบายเคสชัดๆ

538 Nameless Fanboi Posted ID:8X5tQlhZhH

>>535 ลดชั่วคราวนะ เหมือนรถน่ะแหละแค่ชั่วคราว
แต่สบายใจได้แผนพลังงานใหม่ไทยแม่งเพิ่มแก็สเข้าไปอีกเป็น60%แล้วมั้ง มั่นคงไหมถามใจดู

539 Nameless Fanboi Posted ID:CuIYaf7kQ5

เราจะไม่ชอบธรรมกายยังไงก็ได้นะ แต่เราจะปล่อยให้ความไม่ชอบกลายเป็นความอคติไปเสียทุกเรื่อง อย่างนี้มันก็ไม่ถูก

ที่จริงการฉันในลักษณะแบบนี้ มันเป็นเรื่องปกติมาก พระวัดป่าหลายวัดก็มีธรรมเนียมการฉันแบบนี้ คือโยมปวารณาถวายอาหารทั้งหมด จัดใส่ถาดไว้ ตัวแทนคณะสงฆ์รับประเคน จากนั้นพระที่เหลือทั้งหมดก็จะเลือกตักอาหารใส่บาตร เอาแต่ที่เป็นสัปปายะและพอประมาณสำหรับตัวเองเพื่อฉันรวมกันในบาตรนั้น

อีกอย่างที่ทำแบบนี้ ก็เพื่อเป็นการลดภาระเรื่องการจัดแบ่งอาหารและการเก็บล้าง ที่สำคัญอาหารที่เหลือจากการตักฉันของพระแล้วจะได้ไม่ปฎิกูลและเหมาะแก่การเป็นของควรบริโภคสำหรับญาติโยมต่อไปด้วย

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยนะ เวลามีงานอบรมพระเยอะเยอะ ถึงอย่างที่จัดที่พุทธมณฑล ก็มีการถวายอาหารในลักษณะนี้ทั้งนั้น

ส่วนเรื่องเนื้อดิบนั้น พระท่านก็พิจารณาตามความเหมาะสมที่จะไม่ตักฉันได้ บางทีเราก็ไปซีเรียสกับเรื่องไม่ควรซีเรียส ส้มตำทุกวันนี้ก็ใส่ของดิบทั้งนั้น ทั้งปลาร้า ทั้งปูดอง ไหนจะลู่ลาบอีก พระที่ฉันของพวกนี้ก็อาบัติหมด ไม่ต่างจากฉันปลาดิบนี่เลย

ยังมีเรื่องอาหารหรูที่คนด่าพระกันมากนะ คือถ้าเป็นอาหารที่พระซื้อหามาฉันเอง หรือโพสต์อวดโชว์ในโซเชียล อันนี้อาตมาเห็นด้วยว่าสมควรด่าสมควรตำหนิ แต่ถ้ามันเป็นอาหารที่มีชาวบ้านเขาปวารณาและศรัทธาที่จะถวายให้พระได้ฉัน เราไม่ควรไปตำหนิทานของคนอื่นนะ ทำแบบนี้ไม่ถูก ที่ถูกควรต้องอนุโมทนาบุญกับทานของเขา เพราะมันเป็นความพอใจของเจ้าของทานที่จะถวายอย่างนั้น

และเรื่องที่คนส่วนหนึ่งไม่เคยเข้าใจ ซึ่งอาตมาพูดหลายครั้งก็คือว่า อาหารที่ถวายพระแล้ว เสร็จจากนั้นญาติโยมก็ได้ทานด้วย ไม่ได้ว่าขนไปที่ไหน บางทีเหลือกลับไปฝากคนที่บ้านอีก คนที่เข้าวัดทำบุญส่วนมากจะเข้าใจเรื่องนี้ดี

บางทีเห็นข่าวอะไรก็ต้องหาความรู้ก่อนนะ อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน บางคนยังไม่ทันได้พิจารณาอะไรเลย แค่เห็นชื่อวัดก็ด่ากันอย่างสนุกปากแล้ว แบบนี้ก็ดูจะเกินเลยไปหน่อย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

540 Nameless Fanboi Posted ID:pUrx3Rc2nE

So there I was, putting on my rape shoes, and practicing my sexual harassment pickup lines this morning. I just got done cyberbullying my coworkers. It was time to shave, I yelled at my wife to smile because I demand it, while pinching her butt right after she told me she didn't consent to it. Putting on the shaving cream and thinking about how I can get my son into a fight at the next BBQ, I replaced the worn Gillette brand Mach3 and began to chant "boys will be boys" as I started to shave. Then suddenly my daughter burst into the bathroom holding her phone. As I began to mansplain to her why she isn't smart enough to know my shaving time is my time she showed me the new Gillette ad. I realized how my every view and behavior I've ever held dear was wrong. I'm calling in sick at the toxic masculinity factory today and registering Democrat. Thanks Gillette, now excuse me while I help to impeach.

541 Nameless Fanboi Posted ID:waJ/GJITsk

Just had the most 2019 moment: wanted to draw a pretty pink flower for a comic, and then spent 30 mins googling in case a pink flower was a hate symbol I hadn’t heard of yet

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

542 Nameless Fanboi Posted ID:nvDbG5B5tm

จริงๆการทำให้มีกล้ามอกกล้ามท้องเนี่ย มันก็คือการทำร้ายร่างกายตัวเองให้ได้รับบาดเจ็บแบบหนักๆแรงๆ ให้เกิดความเจ็บปวดทรมาน จนกลายเป็นกล้ามเนื้อ
ดังนั้น คนที่มีทำบ่อยๆจนกล้ามสวยแบบนั้นได้ จะต้องมีความซาดิสต์ มีความสุขกับการได้รับความเจ็บปวด และลุ่มหลงในเรือนร่างตัวเองมากๆเลยนะ
ซึ่งปกติ ธรรมชาติจะกำหนดให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้ตัวเองได้รับความเจ็บปวด มีแต่มนุษย์นี่แหละ ที่จงใจทำให้ตัวเองเจ็บปวดซะเอง

543 Nameless Fanboi Posted ID:kOoi.qpxAa

>>542 แต่ตอนปวดนี้ ไปให้สาวบีบนวดหน่อยก็ฟินเหมือนโดน blowjob นะครับ

544 Nameless Fanboi Posted ID:nvDbG5B5tm

บอร์ดโม่งมีแต่คาซาม่าชุดดำที่งานประจำคือแจ้งเท็จ
บอร์ดที่แบนห้องกามาแต่ห้องการ์ตูนพูดแต่เรื่องเย็ด
บอร์ดที่เอโรมังงะและสวะฟุอยู่เหนือไกด์ไลน์
บอร์ดที่แม้แต่คำว่าคาร์สโต๊ดก็พูดไม่ได้
บอร์ดที่แอดมินชอบบ่นว่าไม่สบาย แต่ท่านก็นอนดึกชิบหาย
บอร์ดที่ห้องที่ชื่อว่าไลฟ์สไตล์กลับเสือกมีแต่คนบ่นอยากตายย
บอร์ดโม่งมี ๆ ๆ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

545 Nameless Fanboi Posted ID:+04hvhMRZZ

ความน่าเบื่อของการอ่านข่าวการเมืองคือข่าวปิงปอง

ข่าวปิงปองเป็นข่าวประเภท
วันที่ 1 นักข่าวไปถาม A ให้ด่า B
วันที่ 2 ก็ไปถาม B ว่า A พูดมาแบบนี้ท่านคิดยังไง
วันที่ 3 ก็กลับไปถาม A ด่า B กลับอีก

ผมคิดว่าสมัยก่อนคงจะโอเค เพราะเขาจะสลับกันเป็นฝ่ายด่า ฝ่ายโต้ในหน้าหนังสือพิมพ์ ประมาณว่า โอ้ย ผมพึ่งรู้ว่าเขาด่าผม เพราะอ่านจากหนังสือพิมพ์ ต้องแถลงแก้ข่าวเสียหน่อย

แต่พอเห็นข่าวปิงปองทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่า ทำไมนักข่าวไม่ไลฟ์สด โทรหา A ให้ด่ากับ B ตรงนั้นไปเลย จะเสียเวลาปิงปองข้ามวันทำไม

ในทางเดียวกัน พวกนักการเมืองยุคเก่าก็ชอบปิงปอง โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่ดั่งเดิม ปิงปองเก่งมาก ส่วนอีกฝ่ายก็มีเหลิม

เหตุผลที่นักการเมืองชอบปิงปองเพราะมันแย่งพื้นที่สื่อได้เยอะ ด่ากันไปกันมาก็ได้หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ให้คนรู้จักแล้ว เป็นเหตุผลที่พวกนักการเมืองตัวเล็กๆ ชอบเสริฟลูกให้พวกขาใหญ่มีชื่อเสียงโต้ เพราะพอพวกบิ๊กๆหลงโต้ ชื่อของพวกตัวเล็กก็จะไปขึ้นหน้าหนึ่ง

แต่พอเป็นยุคของสื่อโซเชียลแล้ว... ผมก็อ่านแต่ BBC สแตนดาร์ท แมทเทอร์ เพราะมันไม่ทำข่าวปิงปอง

546 Nameless Fanboi Posted ID:5AhYrl9.hW

หมูกินไม่ขาด ละหมาดไม่เคย
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

หมูนั้นอร่อยดี นบีท่านอย่าห้ามได้ไหม
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

หมูอยู่ในกระเพราะ อัลเลาะห์อยู่ในหัวใจ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

547 Nameless Fanboi Posted ID:HO2ADZbqNr

"ฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบต่อระดับสติปัญญาของเด็กในท้อง

แต่ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์สายชีวะที่ค้นพบDouble helix dnaโดนด่าเพราะคอมเมนต์ว่าRaceมีผลกับระดับสติปัญญา

ฝุ่นมีผล แต่ยีนส์ในร่างกายเราไม่มีผลนะครับ เมกเซนส์จริงๆ วิทยาศาสตร์PC"

มิตรสหายท่านนึง

548 Nameless Fanboi Posted ID:Pxb5zEWAIB

The #GilletteAd is powerful.
I can't wait for the next Maybelline ad which lectures women about the importance of not making false rape accusations.
"Maybe it's Maybelline"? No. "Maybe it's make believe."

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

549 Nameless Fanboi Posted ID:HDsok2y5LB

>>547 ถ้าสมมติมีเผ่าหนึ่ง IQ สูงกว่าอีกเผ่าหนึ่งแม่งโคตรน่ากลัว จะนำไปสู่การเหยียดหรือเปล่า

เหมือนกูเคยเห็นแผนภูมิ IQ คนทั่วโลกนะ พวกโซนเอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) พวกนี้อะ IQ สูงสุด พวกฝรั่งผิวขาวรองลงมา ส่วนกูกับมึงที่เป็นคนอาเซียน กับคนดำแอฟริกาแล้วก็พวกลาตินอเมริกานี่ค่อนไปทางต่ำว่ะ โม่งลองหาหน่อยดิ นานแระ

550 Nameless Fanboi Posted ID:HDsok2y5LB

อะ กู >>549 นะ มาละ

https://brainstats.com/average-iq-by-country.html คนจีนถึงได้ครองโลกไง อยู่ไทยรุ่นสองรุ่นก็เป็นชนชั้นนำละ

551 Nameless Fanboi Posted ID:EXY47nRIwA

ต่ำกว่า100 คือ แย่แล้วนะเว้ย

552 Nameless Fanboi Posted ID:EXY47nRIwA

แต่IQมันเปลี่ยนตามวัย วิธีวัดด้วยนี่หว่า อย่าไปยึดติดอะไรมากมาย

553 Nameless Fanboi Posted ID:PDHm71+vy0

การศึกษา สารอาหารก็เกี่ยว มึงเอาประเทศจนไปเทียบกับประเทศรวยมันก็น้อยกว่าอยู่แล้ว

554 Nameless Fanboi Posted ID:D8jkIe2QLI

เกี่ยวไรกับ race วะ ถ้าเป็นที่ race ทำไมคนดำ pure blood ที่เกิดและเติบโตใน USA เข้าเรียนที่ MIT, ฮาวาร์ด, เยล ได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ
ceo บ.ระดับโลกในซิลิคอนวอลเลย์ก็ non-white เพียบ
มันอยู่ที่สภาพสังคมกับการศึกษาหรอก ฝั่งยุโรปคือสภาพสังคมดี เอื้อต่อการพัฒนาตัวเอง ของจีน-ยุ่น-เกามันแข่งขันสูง เลยต้องแข่งกันถีบตัวเองขึ้นบน

555 Nameless Fanboi Posted ID:D8jkIe2QLI

ไอ้นักวิทย์ใน >>547 ก็ตีขลุมไปหน่อย dna ส่วนที่มีผลกับสติปัญญาไม่เกี่ยวกับ race ซะทีเดียว แต่ยังจะเสือกเม้นแบบนั้นในสภาพสังคมโลกยุคปัจจุบันก็ต้องโดนถล่มอยู่แล้ว

556 Nameless Fanboi Posted ID:u9GeoaDVsP

We are living in an era of woke capitalism in which companies pretend to care about social justice to sell products to people who pretend to hate capitalism.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

557 Nameless Fanboi Posted ID:uDqKXHeFGX

>>550 อิตาลี่ฉลาดสุดในยุโรปนี่ก็ตลกดี ถถามคนยุโรปไม่มีใครคิดแบบนี้หรอก แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นค่าเฉลี่ยอะนะ

>>555 Race มันเกี่ยวกับปัจจัยทางกายภาพพื้นฐาน ก็เป็นแค่ Factor นึงในอาจจะล้านๆ Factor ก็ได้

558 Nameless Fanboi Posted ID:6qmP+QpuS+

natural selection ไง ในสภาวะที่สิ่งแวดล้อมบีบคั้นให้เอาตัวรอด คนโง่เอาตัวไม่รอด อดตาย ไม่มีโอกาสสืบพันธฺ์มาถึงทุกวันนี้ ยกตัวอย่างสแกดิเนเวีย หนาวชิบหาย ยุคกลางก็รบกัน มองโกลมาแจมอีก
ส่วนจีนก็อย่างที่รู้กัน เสื่อผืนหมอนใบปากกัดตีนถีบ อดตายไปก็เยอะ
สมัยกว่านจว๋อ >>สามก๊ก นี่คัดคนได้เยอะเลย โง่ๆก็เป็นโดนส่งเป็นเบี้ยไปตายเหอะมึง

559 Nameless Fanboi Posted ID:+1/v8hemlV

>>558 สแกนดิเนเวียมันโคตร social welfare ไม่ใช่เหรอวะคนถึงฉลาด ฝั่งซ้ายที่พวกมึงเกลียดๆกันน่ะ
ถ้าคิดงี้คนที่ถูกเอาไปปล่อยไซบีเรียไม่ super human เลยเหรอวะ

560 Nameless Fanboi Posted ID:6qmP+QpuS+

>>559
มีสวัสดิการจริงแต่ต้องแลกกับการจ่ายแพงด้วย คนเขามีคุณภาพธรรมชาติคัดเลือกมาแล้วถึงทำอย่างทุกวันนี้ได้ว่ะ ลงส่งคนไทยค่าเฉลี่ยไปก็เป็นได้แค่คนชั้นล่างที่โน่นว่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=-VJX2W3O9Ek

561 Nameless Fanboi Posted ID:MgKNX3ejUd

>>558 จีนนี่ยุคคอมนี่ไม่เหี้ยกว่าเหรอ ไม่ได้รบกะใครเสือกตายเป็นเบือ สมฉายาคนป่วยจริงๆ กูว่าเดี๋ยวแม่งก็ป่วยอีก

562 Nameless Fanboi Posted ID:+1/v8hemlV

โม่ง : คนสแกนดิเนเวียมีคุณภาพผ่านธรรมชาติคัดเลือก ต่อให้ส่งคนไทยไปอยู่ก็เป็นแค่คนชั้นล่าง
also โม่ง : สแกนดิเนเวียจะกลายเป็นแดนมุสซี่เพราะรับผู้ลี้ภัยไปเยอะ

แปลว่าผู้ที่อยู่เหนือมนุษยชาติคือมุสซี่จริงๆซินะ

563 Nameless Fanboi Posted ID:PxXUeCmOMw

>>562 พูดเหมือนโม่งคือตัวตนอันเดียว

ไม่เคยเห็นโม่งลิบรั่นกับโม่งใต้ตีนตีกันเรอะ

564 Nameless Fanboi Posted ID:6qmP+QpuS+

>>561
แล้วตอนนี้จีนเป็นไงครับ?
ตอนนี้ที่กูพิมพ์อยู่ก็ของจีน
https://youtu.be/eLmaIbb13GM

565 Nameless Fanboi Posted ID:+1/v8hemlV

>>563 มึงเป็นร่างแยกของกู โม่งทุกตัวเป็นร่างแยกของกันและกัน

566 Nameless Fanboi Posted ID:dc/L20D0h.

>>565 โม่งหรือน้ำส้ม LCL วะ

567 Nameless Fanboi Posted ID:3sGDdK8bFD

เวลาที่มึงเห็นโม่งเถียงกันนั่นคือความขัดแย้งในจิตใจของมึงกำลังตีกันอยู่
เวลาจิตใจด้านไหนของมึงกำลังได้เปรียบมึงก็จะถูกยึดร่างแล้วพิมพ์ตอบในบอร์ด
พอมึงได้สติก็ลืมไปแล้วว่านั่นคือคอมเม้นที่มึงพิมพ์เอง

568 Nameless Fanboi Posted ID:lQY73iu7Z7

โม่งทุกคนมีพ่อคนเดียวกัน
พ่อตายแล้ว
แม่ป่วยอยู่ไม่รู้จะตายตอนไหน
พ่อใหม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

569 Nameless Fanboi Posted ID:WzO39eNcxC

>>564 ถามจริงมึงรุ้อะไรเรื่องอิเล็กทรอนิกส์มั่ง

570 Nameless Fanboi Posted ID:KVRxXAvTMd

ทำไมถึงดิสเครดิตจีนกันจังครับ
ผมคนไทยเชื้อสายจีนเหมือนกัน
ยังไม่เห็นว่าจีนจะเลวร้ายตรงไหน
อเมริกาน่าเกลียดกว่า
ไปยุให้ประเทศเขาฆ่ากัน
แล้วขายอาวุธให้ทั้งสองฝ่าย
พอรบกันเละก็เข้าไปยึดทรัพยากรณ์เขาอีก
แต่จีนส่วนใหญ่ใช้การค้า และให้เป็นหนี้
หนี้ก็ไม่ได้หายไปไหนพัฒนาสาธรนุประโภคในประเทศเขานั่นแหละ
ตอนนี้เศรฐกิจปากิสถานก็ดีขึ้นมากจากโครงการ Road Belt

ตอนนี้จากข่าวที่ออกมาอเมริกาก็ทำน่าเกลียดมาก
ไปจับลูกสาวหัวเว่ย และไล่จับผู้บริหารเขาอีก
ทำย