Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 18th quotes​

Last posted

Total of 155 posts

62 Nameless Fanboi Posted ID:NO9AQMkRuS

ถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี

ธง แจ่มศรี

1 ธันวาคม 2551

สวัสดีครับ

เนื่อง ในโอกาสก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี ผมขอถือโอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีและคำอวยพรมายังมิตรสหายผู้ร่วมอุดมการณ์ ทั้งหลาย ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่และการงานของตน มีพลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมจะต่อสู้เพื่อภารกิจก้าวหน้าเป็นธรรม ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทุกคนแบกรับอยู่ให้ก้าวหน้าไปตาม ความเรียกร้องต้องการของสถานการณ์ในปัจจุบัน

ผมในนามเลขาธิการใหญ่ของพรรค ซึ่งบัดนี้เหลือแต่ชื่อ แต่ในทางเป็นจริงไม่ได้ดำรงสถานภาพนี้อยู่อีกต่อไปแล้ว ดังที่ทราบกันดี นับแต่การประชุมคณะกรรมการบริหารกลางเต็มคณะสมัยที่ 2 ชุดที่ 4 ในปี 2526 เป็นต้นมา เนื่องด้วยเหตุปัจจัยทั้งทางภววิสัยและอัตวิสัย โดยเฉพาะเหตุปัจจัยทางอัตวิสัย คณะกรรมการบริหารกลางชุดนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์การนำสูงสุดของพรรคมาจนบัดนี้ เท่ากับได้สูญเสียบทบาทขององค์การนำไปแล้วโดยสิ้นเชิง

ปัจจุบัน สถานการณ์ของประเทศเราเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่ากำลังอยู่ในสภาวการณ์ที่ สับสน แตกแยกกันอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สภาพเช่นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อขบวนของเราอย่างมาก กล่าว สำหรับมวลชนที่ก้าวหน้าและสหายเราที่ยังยึดมั่นในภารกิจที่ก้าวหน้าเป็นธรรม ต่างเรียกร้องให้ฝ่ายนำของเรามีบทบาทที่เป็นจริงในการชี้นำทางความคิด ผลักดันสถานการณ์ให้เป็นผลดีต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้ก้าวรุดหน้า ตามทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย แต่ก็เป็นที่น่า เสียใจอย่างมากที่องค์การนำของเราไม่สามารถมีบทบาทตามความเรียกร้องต้องการ ของสหายและมวลชนได้ด้วยสาเหตุที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมจึงจำต้องใช้ฐานะส่วนตัวแจ้งให้มิตรสหายทราบถึงแนวความคิดและทิศทางที่ควร จะเป็นของเราต่อไป จะผิดถูกอย่างไรให้ถือเป็นภาระหน้าที่ร่วมกัน วิพากษ์วิจารณ์กันได้เต็มที่

ปมประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกกันครั้งใหญ่ในสังคมไทยปัจจุบันนี้ กล่าวโดยสรุปก็สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นชนชั้นปกครองสองกลุ่ม ขอ เรียกสั้นๆ ว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนเก่า (อนุรักษ์นิยม) กับกลุ่มทุนใหม่ (เสรีนิยม) ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ จึงปะทุออกมาในรูปแบบการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549

แม้กลุ่มทุนเก่าจะได้เปรียบ เนื่องจากเป็นฝ่ายที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือรัฐสืบเนื่องมายาวนาน โดยเฉพาะคือสามารถมีอำนาจเหนือข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และตุลาการได้อย่างเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่เนื่องจากรูปแบบการปกครองของประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา เมื่อกลุ่มทุนเก่าสามารถตั้งรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารได้ซึ่งก็คือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธฺ จุลลานนท์ โดย ที่พวกเขาพยายามใช้เวลาหนึ่งปีกว่ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่บิดเบี้ยว คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับอำมาตยาธิปไตย และกฎหมายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อลิดรอนทำลาย อำนาจอธิปไตยของประชาชนในรูปแบบที่แอบแฝงแนบเนียน โดยคาดหวังว่าเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ปี พ.ศ.2550 พวกเขาจะได้รับชัยชนะ สามารถกุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้

แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม กล่าวคือพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ และสามารถตั้งรัฐบาลใหม่กลับเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ของพวกเขา เมื่อไม่สามารถยับยั้งคู่ปรปักษ์ได้ จึงต้องใช้อิทธิพลที่มีอยู่มาระดมลูกน้องลูกสมุนมาก่อกวนขัดขวางรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะคือการใช้อิทธิพลครอบงำสื่อต่างๆ มาปลุกปั่นสร้างกระแสบิดเบือน ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนจนไม่สามารถจำแนกแยกแยะความเท็จความจริงและความถูกผิดได้

63 Nameless Fanboi Posted ID:NO9AQMkRuS

>>62

ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ แม้จะมีนักวิชาการออกมามาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันต่างๆ นานา มีความคิดเห็นกันหลากหลาย แต่ในความหลากหลายเหล่านั้น เรา ก็สามารถใช้ทัศนะวัตถุนิยมวิภาษและวัตถุนิยมประวัติศาสตร์มาจำแนกแยกแยะได้ ว่าโดยเนื้อแท้แล้วก็คือการต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างระบอบประชาธิปไตยของชน ชั้นนายทุนกับระบอบอำมาตยาธิปไตยของศักดินานั่นเอง

มาจนถึงจุดนี้ก็มีมิตรสหายบางคนเสนอแง่คิดว่า ในเมื่อมันเป็นความขัดแย้งระหว่างเผด็จการอำมาตยาธิปไตยกับนักประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนแล้ว ก็ ไม่น่าจะเกี่ยวกับเราที่เป็นประชาชนคนธรรมดา และยังมีมิตรสหายอีกบางคนให้แง่คิดว่า เราไม่ควรเพ้อฝันมากนักกับประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน ซึ่งมีแต่การซื้อเสียงขายเสียง คอรัปชั่นโกงกินอย่างชั่วช้าสามานย์

แน่นอน นักต่อสู้ของประชาชนเรา จะต้องไม่นั่งงอมืองอเท้ารอคอยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างเด็ดขาด หากจะต้องใช้สถานการณ์ให้การศึกษามวลชนในรูปแบบเงื่อนไขต่างๆ อย่างทรหดอดทนไปยกระดับความสำนึกตื่นตัวของมวลชนให้สูงขึ้น จนสามารถผลักดันให้พวกเขาสามัคคีรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งไปช่วงชิงผลประโยชน์ที่เป็นจริงของพวกเขาเอง

ส่วน เรื่องที่ว่าประชาชนเราสมควรจะสนับสนุนรัฐสภาของชนชั้นนายทุนหรือไม่นั้น ก็มิใช่ว่าเรารักชอบระบอบทุนนิยมหรือไม่ชอบ แต่อยู่ที่ว่าการวิวัฒนาการของสังคมมนุษยชาติปัจจุบันได้ก้าวถึงขั้นตอนที่ เป็นยุคสมัยของทุนนิยมแล้ว ประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมทั้งประเทศไทยก็ได้พัฒนาก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยม แม้ว่าโครงสร้างสังคมบางส่วนยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยมแล้ว สำหรับ ปัญหาความรับรู้ของเราที่มีต่อระบบทุนนิยมดีหรือเลวอย่างไรนั้น ปรมาจารย์ลัทธิมาร์กซ์คือ ท่านคาลมาร์กซ์ก็ได้ให้ข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าเรานักลัทธิมาร์กซ์ได้เรียนรู้ ประยุกต์ใช้กับความเป็นจริงของเราอย่างไรต่างหาก ด้วย เหตุนี้ท่าทีของเราต่อทุนนิยมจึงมิใช่รับหรือปฏิเสธอย่างเดียว เพราะแม้เราจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม แต่การดำรงอยู่ของทุนนิยมก็เป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ดัง นั้นเมื่อรับรู้ต่อกฎภววิสัยแห่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของสังคม ก็ยิ่งเรียกร้องให้เราต้องพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ซึ่งก็คือต้องคำนึงถึงจุดอ่อนจุดแข็งของชนชั้นปกครอง และฝ่ายประชาชนเรา จากนี้ไปกำหนดขั้นตอนยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไปข้าง หน้าอย่างมีจังหวะก้าวและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางภววิสัย นี่คือทิศทางใหญ่ที่จะต้องเป็นไป

อย่างไรก็ดี เพื่อทำความกระจ่างต่อข้อสงสัยของเพื่อนบางท่าน ที่มีต่อระบอบรัฐสภาของชนชั้นนายทุน จึงใคร่ยกเอาคำสอนของปรมาจารย์ท่านหนึ่งคือท่านเลนิน ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือชื่อ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์ โดยท่านชี้ว่า “เรายังไม่มีกำลังพอจะโค่นล้มรัฐสภาชนชั้นนายทุนได้ เรายังต้องเข้าร่วมการต่อสู้บนเวทีรัฐสภาชนชั้นนายทุน จุดมุ่งหมายก็อยู่ที่ให้การศึกษาแก่ชนชั้นที่ล้าหลังในชนชั้นของตนนั่นแหละ อยู่ที่ปลุกและให้การศึกษาแก่มวลชนในชนบทที่การศึกษายังไม่เจริญ ถูกปิดหูปิดตาและขาดความรู้นั่นแหละ ขณะที่พวกท่านยังไม่มีกำลังพอที่จะยุบรัฐสภาชนชั้นนายทุนและองค์กรปฏิกิริยาประเภทอื่นๆ นั้น พวกท่านจะต้องทำงานภายในองค์กรเหล่านี้” (จากบทที่ 7 “จะเข้าร่วมรัฐสภาชนชั้นนายทุนหรือไม่” ในหนังสือ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์)

จาก ที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ภาระหน้าที่ของพวกเราคือจะต้องยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ คัดค้านการใช้อำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยให้เข้ม แข็งสมบูรณ์เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง มีแต่เช่นนี้เท่านั้นจึงจะทำให้เราสามารถผลักดันให้สังคมก้าวรุดหน้าต่อไป ได้ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

64 Nameless Fanboi Posted ID:4M0t81ZGY+

- คนติดขับรถเบนซ์ คนลำเค็ญนั่งรถเมล์
- เหตุเกิดที่ร้านแพง แต่ร้านข้าวแกงต้องรับกรรม
- โควิตติดคนรวย คนซวยคือคนจน
- เศรษฐีเป็นคนก่อ คนซวยต่อเป็นประชาชน

#โควิททองหล่อ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:KWVZKJBalY

"ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่ง สำหรับ "พรก.ฉุกเฉิน" ที่รัฐบาลประกาศใช้ในการ "ควบคุมโควิด" ภายใต้โครงสร้างของ ศบค. ก็คือ ผู้ที่ถูกแจ้งจับในข้อหานี้ กลับแทบไม่มีการเกี่ยวข้องกับการ "ระบาด" ของโควิดเลย (อาจจะมีรอบแรก ช่วงจับชาวบ้านนั่งกินเหล้ารวมกลุ่ม ฯลฯ) ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์ไหน โดยเฉพาะ "คลัสเตอร์ทองหล่อ" ล่าสุด ที่มีทั้งรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล และเหล่าคนระดับ "อีลีต" ของประเทศ แต่กลับเป็น "กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง" ที่ถูกรัฐใช้กฎหมายนี้ในการดำเนินคดี และที่น่าสนใจไปกว่านั้น "ไม่มีสถิติการติดเชื้อโควิด จากพื้นที่การชุมนุมทางการเมือง""

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

66 Nameless Fanboi Posted ID:yqudlZLV6n

ร้าน K นี้ member แรกเข้า หลักหมื่นกลางๆ ( คือ level น้อยสุด ) แตะจนถึงหลักแสน เด็กๆ สาวๆ ใน ร้านคัด grade A+++ สูง ยาว หน้าเป๊ะ ( ถ้าเดินตามท้องถนนก็มีสะกิด เพราะโดดเด่น สวยเป๊ะ ) รายได้ต่อคนนึงหลักแสนต้นๆ ถึงแสนกลางๆ ถึงแตะล้าน ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความ popular เพราะดริงค์นึงคือ 3,500 ออดเดอร์ขั้นต่ำ 10 ดริ้งค์ที่ต้องสั่งต่อ. 1 สาว / คืน ( รายได้ส่วนนี้ สาวๆ ที่เรียกมา คือ ได้เลย 100% ) ข้าวไข่เจียวหมูสับ 380 บาท
ว่าแต่เงินที่ท่านเที่ยวคืนนึงเป็นแสนๆ ท่านเอามาจากไหน คะ ! เงินเดือนตำแหน่งไม่น่าจะ cover การเที่ยวร้านระดับนี้ได้แน่ๆ

และอย่ามาถามว่าเคยทำมั้ยไม่เคยทำจ้า เตี้ยจ้า 😂แต่รู้เพราะเคยฟังแกงค์ ผช พี่ที่ทำงานระดับ director , cEo เค้าเคยเมาส์ให้ฟังจ้าา

67 Nameless Fanboi Posted ID:.7hWrMf9yh

>>66 ร้านนี้เคยไปมา 2 รอบ ไม่ได้จ่ายตังค์เอง เด็กก็ไม่ได้แบบว่าสวยเว่อร์วังอลังการอะไรนะ เรียกว่าหน้าตาดีเกินมาตรฐานก็พอ แบบที่สวนโคตรๆก็มีบ้างแหละ แต่เทียบสัดส่วนกับเด็กทั้งร้านแล้วน่าจะ 10-20% เองมั้ง

68 Nameless Fanboi Posted ID:OH18qOK.+D

1.. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
2. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
3. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
4. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
5. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
6. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
7. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
8. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
9. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
10. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
11. ชาติไทยรุ่งเรืองอยู่เป็นเมืองของไทย และคู่กษัตริย์ไทยตลอดไป
12. ขอเชิญปวงชนชาวไทยทุกคนน้อมนำพระดำรัสของในหลวงมาปฏิบัติด้วย
13. จงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของท่านพ่อหลวงด้วย
14. ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย ร้องเพลงชาติไทย
15. ทำความดีกันเถอะเพื่อถวายในหลวงพ่อของแผ่นดินไทย
16. พ่อของคนไทย เทิดทูนไว้เหนือเกล้า สำนึกในใจเรา พ่อของเราทดแทนคุณ
17. ไทยร่มเย็นได้เพราะน้ำใจของพ่อหลวง ความรักความห่วงไทยทั้งปวงให้ร่มเย็น
18. ผมเป็นคนไทยมีพ่อและแม่ของแผ่นดินคือในหลวงและพระราชินี
19.พระองค์จะมีความสุขมากหากคนไทยทุกคนเป็นคนดี ถึงคนไทยทุกคนอาจจะไม่ได้เป็นดีทุกคน
แต่เราจงช่วยสนับสนุนให้คนดีได้มีโอกาสปกครองคนไม่ดี อย่าให้คนไม่ดีได้มีอำนาจ
20. ชาวไทยร่วมใจสามัคคีเพื่อในหลวงของประเทศไทย
21. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
22. ขอพรให้พระองค์ ทรงเสวยพระกระยาหารได้มากๆ และทรงพระเกษมสำราญ ตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
23. ขอพระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดไป
24. ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
25. ขอพระองค์ ฯทรง มีพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป
26. ขอให้พระองค์ท่านจงทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง
27. ขอให้พระทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระวรกายที่แข็งแรง
28. จะเป็นคนดี ประพฤติดีเพื่อในหลวง
29. ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
30. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
31. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
32. ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
33. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
34. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
35. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
36. เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
37. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
38. ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
39. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
40. พ่อหลวงทรงยึดมั่นในคุณธรรมด้วยพระบารมีแผ่ไพศาลแก่พสกนิกรชาวไทย ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
41. ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อย
42. ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกับอีกหรืออย่างยิ่งของประเทศ
43. ขอให้คนไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นพลเมืองของพระองค์
44. พระคุณพ่อของแผ่นดิน ล้นเหลือสิ้นจักพรรณนา
45. เราคงสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน หากสิ้นกษัตริย์
46. พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
47. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
48. ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า ชาติใดขาดสามัคคีธรรม จะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
49. บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ประมุข
50.พระองค์ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน

69 Nameless Fanboi Posted ID:dtTNnGNXnZ

ขนาดของระบบเศรษฐกิจนอกกฎหมายช่วงปี 2536-2538 คิดเป็นร้อยละ 15-18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเฉลี่ย เลยนะ ไม่รู้ว่าทศวรรษนี้จะโตขึ้นมาขนาดไหน
.
อย่างที่รู้กันในเศรษฐศาสตร์มหภาคว่าตัวเลขพวกนี้ไม่ถูกจัดเก็บรวมเข้ากับ GDP ผลที่เกิดขึ้นจึงเป็นการเบี่ยงเบนทรัพยากรที่จะนำมาใช้ในภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์กับสังคมไปหาธุรกิจที่มีผลเสียกับสังคม ทำให้นักธุรกิจถูกกฎหมายเสียเปรียบเพราะผู้ทำผิดกฎหมายเข้าถึงแหล่งทุนหรือหาแหล่งทุนมาได้ง่ายกว่าและยังไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากไม่มีการบันทึกรายการบัญชี และยังก่อให้เกิดการผูกขาดทางทางเศรษฐกิจอีกด้วย
.
การค้าที่ผิดกฎหมายโดยนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อาวุธสงครามผิดกฎหมาย เฮโรอีน ฯลฯ นั้นไม่ได้ทำให้เกิดผลผลิตภายในประเทศประเทศนั่นคือ ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจในประเทศเพิ่ม แต่ผลผลิตยังคงเท่าเดิม จึงเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้
.
ประเด็นเรื่อง Sex Worker เองก็มีการพยายามทำให้ถูกกฎหมายมาตั้งแต่งสามสิบปีที่แล้ว แต่ถ้าดูแบบนี้ การทำให้มันผิดกฎหมาย และอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดเป็นการผูกขาดและทำกำไรดีกว่า (ไม่ถูกจัดเก็บภาษี ไม่ต้องคำนึงเรื่องมาตรฐานสุขอนามัย ไม่ต้องมีส่วนแบ่งตลาด) คงจะยากหากจะผลักดันโดยไม่เห็น Players และอิทธิพลที่โยงใยกันอย่างแน่นหนาเหล่านี้

.

ที่มา: ผาสุก พงษ์ไพรจิตร และคณะ. (2539). เศรษฐกิจนอกกฎหมายกับนโยบายสาธารณะในประเทศไทย การประชุมรายงานผลการวิจัย. ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

70 Nameless Fanboi Posted ID:9J0UnAnJ+0

เคยคิดว่าเงินเดือน(รายรับส่วนบุคคล) 1 แสนบาทนี่โคตรเยอะเลย พอได้มาอยู่กลุ่ม ๆ หนึ่ง

รายได้ 1 แสนต่อเดือน คือพออยู่ได้ และก็ไม่ได้ใช้ฟุ่มเฟือยด้วยนะ ถ้าจะให้เซฟ ๆ แนะนำกันที่ 2 แสนอัพถึงจะปลอดภัย

อืม นี่ไม่ใช่โลกพันทิปด้วย แต่คือโลกจริง ๆ เงินเดือน 5 แสน - 1ล้าน คือมีตัวอย่างให้เห็น

Me / จนสุดในแก๊งค์ >< ต้องพยายามและสร้างเครื่องทุนแรงกันต่อไป ^^

71 Nameless Fanboi Posted ID:dtTNnGNXnZ

ผมโตมาในยุคที่ธรรมกายแอบอิงอยู่กับอำนาจรัฐ เชื้อพระวงศ์แทบทุกคนต้องเข้าไปเกี่ยวข้องปฏิสัมพันธ์กับธรรมกายรวมทั้ง แม่ในหลวงในยุคนั้น หรือมกุฎราชกุมารในตอนนั้น ที่ปัจจุบันคือในหลวงรัชกาลที่ 10

ธรรมกายในยุคที่ผมเติบโตมาเข้ายึดชุมนุมพุทธในทุกมหาวิทยาลัย และลามไปตามโรงเรียนต่างๆ สมัยเรียนมัธยมยังต้องมีการให้หลับตาเพ่งลูกแก้วบ้า ๆ บอ ๆ ด้วย นี่ยังไม่รวมถึงการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆจนเป็นตัวแทนของพุทธพาณิชย์สมัยใหม่ที่เรียกร้องให้คนทำบุญเพื่อจะบรรลุอะไรสักอย่าง

ความยิ่งใหญ่ของธรรมกายมันสร้างความกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย

นี่ยังไม่รวมทั้งภาพประวัติศาสตร์ที่ชาวบ้านในทุ่งรังสิตรบราฆ่าฟันกับธรรมกายในการแย่งที่ดินทำกินกับวัด

ภาพความเลวร้ายของธรรมกายนั้นผูกติดอยู่กับทักษิณ ชินวัตรเมื่อมีกระบวนการต่อต้านทักษิณ ชินวัตร (ท่ามกลางข่าวลือว่าสาวกวัดธรรมกายนั้นส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร)

ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาภาพลักษณ์ของธรรมกายก็ดูจะเสื่อมทรามหลงไปในหมู่ชนชั้นกลางและชนชั้นนำที่ต่อต้านทักษิณ

จุดสูงสุดในการต่อต้านธรรมกายก็คือการใช้กำลังตำรวจทหารเข้าไปปิดล้อมและยึดวัดธรรมกายในสมัยรัฐประหาร (มีคนฆ่าตัวตายประท้วงด้วย)

หลังจากนั้นธรรมกายกลายเป็น "วัดทางเลือก" ที่โดนอำนาจรัฐรังแก ทั้งๆที่วัดธรรมกายกับอำนาจรัฐนั้นผูกติดกันมาตลอด

การที่มีโอกาสได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นแปลว่าเราต้องอายุมากพอสมควร

หรือแปลว่าเราแก่แล้ว

72 Nameless Fanboi Posted ID:R1D177nY+c

>>66 ตั้งราคาขนาดนี้กูขอกลับไปแถวสะพานควายของกูดีกว่า ร้านมืดๆไม่ต้องไปสนใจหน้าตาเด็กมาก บริการดีก็โอเคละ

73 Nameless Fanboi Posted ID:ZPWMRjO+tz

>>72 อี๋ เหม็นสาปคนจน

74 Nameless Fanboi Posted ID:AzHejItiRb

Generation Y ก็คือ มองโลกแบบสุขนิยม ไม่ค่อยอดทนต่ออะไรง่ายๆ และเชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นเมื่อมีผู้ใหญ่ที่เป็นระดับ Generation X ขึ้นไปมาตักเตือน ก็มักจะไม่ค่อยยอมฟัง เพราะอาจจะเห็นว่าเป็นพวกหัวโบราณ ความคิดเก่าล้าสมัยบ้าง ไม่เข้าใจเด็กรุ่นใหม่บ้าง แต่คนรุ่นใหม่เองก็ควรจะรับฟังคำแนะนำหรือคำตักเตือนจากคนรุ่นก่อนๆบ้าง เพราะอย่างไร เขาเหล่านั้น ก็ได้ผ่านพบเจอปัญหาและอุปสรรคต่างๆมามากมาย อย่างน้อยก็มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่าเรา คำโบราณที่ว่า ‘อาบน้ำร้อนมาก่อน’ นั้น ก็ยังใช้ได้ผลอยู่ในปัจจุบันนี้ เมื่อรับฟังคำตักเตือนมาแล้ว หากเราเก่งจริง เราก็จะต้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเราเองได้

75 Nameless Fanboi Posted ID:R1D177nY+c

>>74 https://i.imgur.com/uaxilKI.jpeg

76 Nameless Fanboi Posted ID:82tAF6oll+

>>74 อาบน้ำร้อนกับโดนต้มห่างกันนิดเดียว

77 Nameless Fanboi Posted ID:CU5HL3EAw2

>>69 ศก. นอกระบบมันไม่ใช่แค่ธุรกิจผิดกฎหมาย งานวิจัยนี้เข้าใจว่าเก่าแล้วเลยจำกัดความแค่นั้น แต่ปัจจุบันหมายความร่วมถึงงานทุกประเภทที่ไม่ได้เข้าระบบภาษี อย่างแม่ค้าแผงลอยทางเท้า ถ้าขายในจุดผ่อนผันก็ถูกกฎหมาย แท็กซี่ป้ายเหลือง-ใบขับขี่สาธารณะก็ถูกกฎหมาย เกษตรกรทำไร่ทำนาในที่ตัวเอง ที่ สปก. ที่ครอบครองอย่างถูกต้อง หรือเช่าที่คนอื่นก็ถูกกฎหมาย แต่พวกนี้ไม่เคยต้องพิสูจน์ว่ามีรายได้ถึงพอจ่าย ภงด. หรือไม่ ดังนั้นเลยมีพวกรวยเงียบซุกซ่อนในสังคมไทยอยู่ไม่น้อย ภงด. ไม่ต้องจ่าย แต่พอเกิดอะไรขึ้นก็มาเรียกร้องเยียวยา ส่วนเรื่อง Sex Worker ถ้าแก้ทัศนคติคลั่งศีลธรรมไม่ได้ พวกส่วยทั้งหลายก็ยังเก็บผลประโยชน์สบายๆ นั่นละ เหมือนห้ามโฆษณาเหล้า ผลคือคนก็ไม่ได้ดื่มลดลงแต่กลายเป็นรายใหญ่ไม่กี่เจ้าผูกขาดตลาดแทน

>>74 Gen Z มากกว่ามั้ง เอาจริงๆ X กับ Y นี่พูดกันรู้เรื่องมากที่สุดแล้วมั้ง

78 Nameless Fanboi Posted ID:QE3fW6pnN1

เชื่อฉันไหม พวกเธอในที่นี้หลายคนอาจเคยติดโควิดไปแล้ว แต่ไม่มีอาการป่วย แล้วก็หายแล้ว และมีภูมิคุ้มกันไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเคยติด

79 Nameless Fanboi Posted ID:CU5HL3EAw2

>>78 กูเชื่อนะ จนถึงวันนี้อัตราป่วย-ตายก็ยังเหมือนเดิม คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ-อาการน้อยและหายได้เอง

80 Nameless Fanboi Posted ID:vuAyIoyk6V

การปกครองด้วยวิถีอำนาจรวมศูนย์จะกลับมาผงาดและยิ่งใหญ่อีกครั้ง.ซึ่งมันก็จะเป็นไปตามวงรอบของมัน..หลังจากการปกครองด้วยระบอบโลกสวยที่เรียกว่า"ประชาธิปไตย"ล่มสลาย..จากการที่ผู้คนเริ่มเห็นจุดบกพร่องมากมายของคำว่า"ประชาธิปไตย"ที่ไม่สามารถพัฒนาสังคมประเทศชาติพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดได้..แต่ในทางกลับกัน..กลับทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในทุกมิติทุกบริบทของสังคม จนคนดี คนมีคุณภาพ คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม.ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอึดอัดมากขึ้นทุกวัน..

81 Nameless Fanboi Posted ID:82tAF6oll+

>>80 ฝันหวานเนอะ

82 Nameless Fanboi Posted ID:LEXlX8tCQB

>>79 ก็คงมี แต่ไม่น่าจะเยอะมาก ไม่งั้นคงมีคนเข้ารพ.จนล้นแล้ว ต่อให้อาการหนักน้อยแต่จำนวนคนป่วยก็ต้องเพิ่มขึ้นจนปิดไม่อยู่ ที่ไทยมาถึงขั้นนี้ได้โดยที่ระบบยังไม่เคยล้มนี่น่าแปลกใจเหมือนกันนะ

83 Nameless Fanboi Posted ID:bi.jyhm3jf

>>82 กูห่วงรอบนี้แหละ รพ.เอกชน ถึงขั้นบอกว่าน้ำยาตรวจหมด

84 Nameless Fanboi Posted ID:zkdVhpHGoN

>>83 น้ำยาไม่ได้หมด แค่มันมีกฎว่าไปตรวจเจอโรงพยาบาลไหน โรงนั้นต้องรับ โรงพยาบาลเลยอ้างว่าน้ำยาหมด เพื่อตัดปัญหาเตียงล้น

85 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>83 ตาม>>84 สธ.ยอมให้รพ.เอกชนปฏิเสธได้ แต่ถ้าขาดเหลืออะไรต้องช่วยด้วย

เอาจริงก็บอกยาก รอบก่อนที่พม่าติดกันเยอะๆ กูก็นึกว่าจะไม่รอดแล้ว ดันคุมอยู่กว่าที่คิด หวังว่ารอบนี้จะเป็นแบบนั้น

86 Nameless Fanboi Posted ID:YiesOuh5n2

เห็นหลายคนบ่นอยากให้ไทยจัดการโควิคแบบประเทศพัฒนาแล้ว เอาแบบเยอรมันป่ะครับ ล็อคดาวน์แม่งทุกอย่างยาวมาหกเดือนแล้ว ร้านอาหารให้ซื้อกลับบ้านได้อย่างเดียว เจ้าของบาร์-คลับกำลังจะตายทั้งประเทศ

หรือจะเอาแบบสวีเดน ที่ไม่ห้ามเหี้ยอะไรเลย ปล่อยฟรี คนติดก็ตาย ไม่ติดก็สบาย

การจัดการแบบไทยโอเคแล้ว ถ้ามันบังคับใช้กับทุกคนไม่มียกเว้นอ่ะนะ

-มิตรสหายได้เมียยุโรปท่านนึง

87 Nameless Fanboi Posted ID:MTFJ5p5UzU

>>86 กูชอบแบบเยอรมัน แต่เอาเข้าจริงหลายๆร้านก็ไม่ทำตามหรอก

88 Nameless Fanboi Posted ID:tfGg6tH7hl

คนกลางคืนกำลังจะตายแล้ว
- ร่า นสหายทั่นหนึ่ง เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้

89 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>88 อืม กูอยากรู้เหมือนกันนะว่าธุรกิจกลางคืนทั้งหมดเนี่ยมีมูลค่าเท่าไหร่ ไม่ใช่น้อยๆ แน่ๆ พวกนี้ได้รับผลกระทบกว่ากลางวันเยอะมากเลย

กูรวมธุรกิจอาหารกับร้านสะดวกซื้อเข้าไปด้วยนะ ร้านอาหารที่เปิดกลางคืนเป็นหลักในกทม.มีเยอะเหมือนกัน แล้วกูว่าส่วนใหญ่อร่อยกว่ากลางวันอีก ไม่ได้กินนานละ

90 Nameless Fanboi Posted ID:7fiqVdJvy.

>>89 กูว่ามันไม่สำคัญเรื่องเวลาเปิด แต่ผับพวกนี้มันมีความแออัด มีความใกล้ชิดสูง มันสำคัญที่ว่ามีมาตรการยังไงไม่ให้กลายเป็นสถานที่แพร่เชื้อได้

91 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>90 ไม่ได้หรอก ที่มันเอาไว้สีกันก่อนแลกของเหลว กันได้ทางเดียวคือปิดไปเลย แต่ธุรกิจกลางน้ำอย่างร้านอาหารกับแท๊กซี่หรือรร.มันซวยไปด้วยไง

92 Nameless Fanboi Posted ID:9k5Wv7tm.Q

>>85 รอบพม่ากูไม่ห่วงเลยนะ เพราะส่วนใหญ่พวกนี้อยู่ในชุมชนปิด คือถ้าไม่ใช่หอโรงงาน ก็อพาร์ตเมนท์แบบทั้งตึก 90%+ มีแต่พม่า มันเลยคุมง่าย เอาทหารเฝ้า รั้วลวดหนามขึง ชาวบ้านส่งข้าวส่งน้ำให้ จบ! เอาจริงๆ กูสงสัยนะ รอบนั้นก็มีสถานบันเทิงเหมือนรอบนี้แหละ (แถวปิ่นเกล้า) ทำไมมันไม่แรงเหมือนทองหล่อวะ

93 Nameless Fanboi Posted ID:9k5Wv7tm.Q

>>89 สื่อญี่ปุ่นเคยบอกว่าหลักแสนล้านบาทต่อปีนะ https://asia.nikkei.com/Economy/Pandemic-dims-lights-on-Thailand-s-5bn-nightlife-sector

Nightclubs and bars, which contribute more than $5.5 billion a year to the overall economy, are the country's hidden "dollar box."

94 Nameless Fanboi Posted ID:RCs/GZ2e2Q

>>87 แบบเยอไม่ไหวมั้ง เห็นโควิดรอบล่าสุดทำเอามีทีท่าว่าจะปิดสถานบันเทิง คนไม่ว่าจะขั้วการเมืองไหนก็กรูกันออกมาไม่เห็นด้วยกันตรึม

95 Nameless Fanboi Posted ID:mT+YCcmab7

"ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ไม่กี่ร้อยปีอ่านะ มีหน้าไปด่าจักรวรรดิอังกฤษ ตอนมันล่องเรือสำรวจโลก ไทยยังอุมบะอยู่เลย 55555"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

96 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>95 สมัยอยุธยา ยุโรปบันทึกว่าอยุธยาเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลกนะ ตอนนั้นอังกฤษยังบ้านนอกสุดกู่อยู่เลย คนภาคพื้นทวีปถ่มถุยกันตลอด พึ่งลืมตาอ้าปากว่าเจริญได้หลังชนะนโปเลียน เมกายิ่งล้าหลังเข้าไปใหญ่ ในสายตาชาวยุโรปนะ

ตอนนี้เมกาและอังกฤษเจริญกว่าไทยมากแล้ว แต่ตอนนั้นใช้คำว่าไทยอุมบะนั้นไม่ถูกอย่างยิ่ง เพราะอย่างน้อยช่วงนั้น โลกยุโรปมองว่าไทยเจริญกว่าอังกฤษเยอะ

97 Nameless Fanboi Posted ID:j6VN4Dh8J6

>>96 แมคคานาตา มีตั้งแต่ไทยเรายังไม่เป็นประเทศเลย
ที่เจริญเพราะเราเป็นเมืองท่า แต่ตามว่าเราคิดค้นนวัตกรรมอะไรเองบ้าง ปืนคาบ
สิลา ปืนใหญ่ ก็ได้ต้นแบบจากชาติอื่นมา

98 Nameless Fanboi Posted ID:h3JKfr48vP

>>97 มันมีทฤษฎีอธิบายด้วยนะ บอกด้วยความที่อยุธยาที่ตั้งเหมาะกับการค้ามากๆ เลยกลายเป็นเมืองหมุนเงิน คือหาเงินไม่ยาก เลยไม่ต้องคิดค้นอะไร อาศัยซื้อเอาอย่างเดียว (แล้วนิสัยนี้ดันติดมาถึงปัจจุบันด้วย คนไทยเลยชินกับการซื้อมาขายไปมากกว่า)

99 Nameless Fanboi Posted ID:mT+YCcmab7

>>96 5555อังกฤษมีกฎบัตรแมกนาคาร์ตาตั้งแต่ปี 1758 อยุธยายังไม่ตั้งเลย เลิกใช้กฎหมายหมิ่นกษัดราวๆ300ปี ก็ช่วงปลายๆอยุธยา ช่วงนั้นไอ้ไทยแม่งยังอุมบ๊ะๆ ไล่ฆ่าตัดหัวแย่งบัลลังก์กันอยู่ช่วง ปราสาททอง-นาราย-เพทราชา รัวๆเลย ความเจริญมึงนี่วัดจากอะไรวะ จะว่าเทคโนโลยี ก็ไม่น่าใช่นะสำหรับไอ้ไทย

100 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>97 >>99 นิยามคำว่าความเจริญสมัยนั้นไม่เหมือนกับสมัยนี้ สมัยนั้นแมคนาคาร์ต้าแทบไม่มีใครชมหรือคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องผ่านมาเป็นร้อยปีช่วงยุคของฮอบส์เลยมั้งถึงเริ่มให้คุณค่าแบบทุกวันนี้

>>98 ฝรั่งก็บันทึกข้อนี้ไว้เหมือนกัน คนไทยชอบใช้เงินแก้ปัญหามากกว่าแก้ด้วยตัวเอง ก็สะท้อนถึงความรุ่งเรืองสมัยนั้นดี

101 Nameless Fanboi Posted ID:ySlppunHbl

อยุทธยาเคยเป็นเมืองที่ประชากรมากที่สุดในโลกตอนช่วงปี1700s ประชากรประมาณ1,000,000คนในเมืองเดียว อันนี้เป็นเรื่องจริง แต่เจริญสุดไม่น่าใช่ เพราะโรมันมีระบบประปาไขก๊อกใช้มาตั้งนานละ

102 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>101 กูก็ไม่ได้บอกว่าเจริญสุดนะ

ส่วนโรมันล่มสลายไปนานแล้ว คนเลยไม่เอามาเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน

103 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>102 เหรอ >>96 "ยุโรปบันทึกว่าอยุธยาเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลกนะ" ตกลงความเจริญมึงนับจากอะไรวะ แล้วใครบันทึก

อีกอย่างถ้าความเจริญยุคนั้นไม่ได้นับด้วยนิยามเดียวกับยุคนี้ แล้วจะแปลกอะไรที่คนยุคปัจจุบันจะมองว่ามันคือความอุมบะ? ก็ไม่ต่างกับกาลิเลโอกับศาลศาสนาที่เม้นบนๆแหละ ที่ปัจจุบันถูกมองเป็นตราบาปของศาสนาคริสต์

104 Nameless Fanboi Posted ID:Y8G1WAnlu.

>>103 หนึ่งใน แปลว่าตัวท็อป ไม่ใช่ no.1 อย่าสับสน

คนบันทึกส่วนใหญ่ก็ฝรั่งนั่นละ เพราะสมัยนั้นบ้านเมืองมันด้อยกว่า อย่างน้อยๆ คือจำนวนปชก.ต่างกันเยอะมาก แล้วความสะอาดอีก พวกยุโรปแปลกใจกับความรักสะอาดของคนไทยมาก ทั้งอาบน้ำแปรงฟันทั้งวัน ขนาดไปยุโรปยังอาบน้ำในแม่น้ำตลอด แล้วก็บันทึกว่าวัดไทยมีทองเยอะมาก ทองแทบทุกอย่าง

หนังสือพวกนี้หาไม่ยากนะ ม.ต้น-ปลายมึงน่าจะเคยเรียนมาบ้าง ถึงไทยจะยกแต่ส่วนดีๆ ก็จริง แต่มันก็ไม่ได้บิดเบือนอะไร สมัยนั้นอยุธยารุ่งเรืองมากจนจ้างทหารต่างชาติถล่มพม่าได้ สมัยนั้นไทยชอบ PMC มาก แต่สมัยนี้ไม่ชอบ

105 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>104 เจริญสุด มันแปลว่าตัวท็อปก็ได้นะ เจริญสุด เจริญสุดๆ 1ในที่เจริญที่สุด ความหมายแทบไม่ต่างอะว่ะ

บ้านเมืองฝรั่งด้อยกว่า555555555555555555555 มันบันทึกไว้แบบนี้เลยเหรอ ใครบันทึกวะ ฝรั่งที่เข้ามาแล้วบันทึกอะไรเยอะๆละเอียดๆสมัยนั้นน่าจะไม่กี่คนนะ

106 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>104 เรื่องตำรามต้นมปลาย กูไม่รู้นะมึงเรียนเวอร์ชั่นไหนมา แต่ประถมมัธยมไม่มีหรอกไอ้ปวศ แบบอ้างอิงบันทึกฝรั่งอ่ะ มีแต่เขียนมาเลยว่าอยุธยาเป็นงี้ๆๆ สุโขทัยงี้ๆๆ ไม่มีหรอกอ้างอิงอะไรที่มึงว่า แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ได้บิดเบือน เอาแค่เขียนว่าพม่ามารุกรานแต่ไทยไปปราบประเทศราชนี่ก็บิดเบือนแล้ว

107 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>104 ประมาณนั้นเลย อยุธยาไม่มีทหารอาชีพ นอกจากเกณฑ์ไพร่แล้วก็จ้างต่างชาติเอา

108 Nameless Fanboi Posted ID:cGpmNCbz+M

>>104 ที่เจริญจริงๆอะคือวัง กษัตริย์ อยุธยาเจริญ=ผู้มีอำนาจมีความมั่งคั่ง

109 Nameless Fanboi Posted ID:cGpmNCbz+M

ทหารมันประเมินว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปมันก็ชนะเหมือนเดิม เพราะมันมองว่าชาวบ้านโง่ ซื้อได้ แจกเงินนิดหน่อย ทำโครงการแจกเงินให้ ก็กาให้พรรคทหารแล้ว

แถมยังคุมโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นได้ ไอ้อนุพงศ์มันทำงานของมันทุกวัน คุมมหาดไทได้ก็คุมกลไกราชการท้องถิ่นได้ คุมหัวคะแนนได้ คุมนักการเมืองท้องถิ่นได้ เลยคุมคะแนนเสียงเต็มมือ

ยิ่งล่าสุดทำลายประชาธิปัตย์ยับถึงถิ่นที่นคร ยิ่งมั่นใจว่าอีกไม่นานจะเข้าไปแทนที่ ปชป ได้สำเร็จ

ผมไม่ได้พูดลอยๆ ทหารมันพูดกันแบบนี้จริงๆ มั่นใจมากว่าตัวเองคุมอำนาจทั้งหมดไว้ในมือได้

ไม่กลัวม้อบสามนิ้ว ไม่กลัวแดง ไม่กลัวส้ม เพราะมันเชื่อว่าม้อบมาเป็นปีก็ล้มมันไม่ได้ นักการเมืองก็อยู่ในกำมือ เอาผลประโยชน์ล่อก็เดินตามล่ะ มันรู้จุดอ่อนนักการเมืองดี ดังนั้น เกมสภาจึงอยู่ในมือทหารทั้งหมด

แถมวังก็เป็นแนวร่วมด้วย อำนาจยิ่งแข็งแกร่ง

110 Nameless Fanboi Posted ID:w+jhNX2ygk

>>109 เอาจริงๆกูก็คิดแบบนั้นล่ะ
ถึงจะเห็นใจเด็กๆ แต่กูก็ทำใจไปแล้วว่าภายใน10-20ปีระบบของสังคมไม่น่าจะดีขึ้น (ไม่ใช่ความเจริญที่สามารถเข้าถึง)
เวลาคุยกับน้องๆหรือคนที่ยังมีไฟกูบอกอย่างเดียวว่าไปนอก(โลกตะวันตกหรือเอเชียบางประเทศ)แบบถูกกฏหมายให้ได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งแล้วหาทางเป็นพลเมืองให้ได้
ความเหลื่อมล้ำถึงจะมี มันก็ยังดีกว่าที่นี้
ส่วนกูกับพวกวัยใกล้เคียงกันคือสามต้นๆมันหมดแรงไปไหนแล้ว ต้องทำใจทนต่อไปว่าถึงวันที่ตายไปประเทศนี้มันจะเป็นประชาธิปไตยได้จริง
ส่วนไอ้ที่รัฐอยากให้ผลิตพลเมืองรุ่นต่อไปเหรอ อย่าฝันกูไม่ย่อมให้ลูกกูต้องเกิดมาเป็นฝุ่นใต้ตีนสูญสิ้นความเป็นคนหรอก จบมันที่รุ่นกูนี่ล่ะ
เสียดายอย่างเดียวคือถ้าตายเร็วเงินกับบ้านจะต้องตกกลับไปเป็นของแผ่นดินนี่ล่ะ

111 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>110 อย่าคิดมากเงินมึงเทียบกับพวกบนๆแม่งก็แค่นิดเดียวแหละ ก่อนตายหาความสุขให้เต็มที่พอแล้ว กูก็จะทำเหมือนกัน เรื่องมีลูกนี่กูตลกนโยบายของกะลามาก เห็นหลักๆมีแค่ลดภาษีเท่าขี้มด กูเอามาเทียบกับคชจ ค่านมลูกค่าอาหารค่าเทอมค่าบลาๆๆๆๆแล้วขำ ตั้งแต่เกิดมากูยังไม่เคยเห็นนโยบายไหนทำให้รู้สึกอยากมีลูกมาก่อนเลย จริงๆกูก็ไม่คิดว่าจะเคยมีคนไทยคนไหนอยากมีลูกเพราะนโยบายห่าพวกนี้ด้วยซ้ำแหละ ส่วนมากมันมีกันเองอยู่แล้ว

112 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>101 พื้นที่เกาะเมืองประมาณ5พันไร่ = 8 sq.km
ถ้าประชากร1ล้าน ความหนาแน่นประชากรจะเป็น 125000/sq.km
6เท่าของมุมไบในปัจจุบัน มึงคิดว่าเป็นไปได้? ถ้าทั้งอาณาจักรอาจจะได้นะ แต่ถ้าแค่ตัวเมืองนี่โม้เหม็น

113 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>109 >>110 น่าสนใจนะว่าทำไมถึงเลือกใช้ "ความกลัว" เป็นหลักในยุคนี้ เอาจริงๆ คือเรื่องนี้พูดกันมานานตั้งแต่ก่อนมีม็อบเหลือง-แดงแล้ว อารมณ์คำทำนายด้วยซ้ำว่ายุคต่อไป (นับจากตอนนั้นที่เป็นยุคที่แล้ว) บ้านเมืองจะไม่ได้น่าอยู่อีกต่อไป ถ้าไม่ใช่เผด็จการยาวๆ ก็คือสงครามกลางเมืองแบ่งฝ่ายรบกันอะ คือถ้าใช้ "ความรัก" ขับเคลื่อน ทำให้คนส่วนใหญ่อยู่ได้ไม่ลำบากแบบสมัยก่อน คนก็จะไม่ถามอะไรที่มันลึกขึ้น มันก็น่าจะดีกว่านี้ไม่ใช่หรอวะ

114 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>113 ตอนนี้ก็เดินสายหาสลิ่่มรายวันนี่ไง สลิ่่มรักปานแหกตูดดม

115 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>114 ขนมหวานมันคนส่วนน้อยแถมส่วนใหญ่ไม่ใช่คนหาเช้ากินค่ำ

116 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>115 กูเล่นมุก555 เอาจริงๆการใช้ความรักขับเคลื่อนอ่ะ ถึงที่สุดก็จะกลายเป็นแบบอังกฤษ คือถ้ามองแบบมึงหรือกู ใช้เงินชิวๆให้รัฐบาลทำงานให้ก็ดีแล้วป่ะ แต่ถ้ามองแบบพวกกระหายอำนาจอ่ะ มันไม่มีทางพอหรอก

117 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>105 มีหนังสือให้อ่านเยอะแยะนะ บันทึกฝรั่งพวกนั้นมีแปลไทยทุกคนเลย เพราะคนไทยชอบเรื่องแบบนี้ ไม่เชื่อก็ไปหาอ่านได้

>>108 สมัยก่อนก็งั้นอยู่แล้ว ชีวิตไพร่ไม่อยู่ในสายตา/บันทึกนักหรอก

>>112 มันไม่ได้อยู่บนเกาะเมืองอย่างเดียว แต่หมายถึงรอบด้านด้วย พื้นที่แถบนั้นปลูกข้าวได้มากจนคนไม่พอเกี่ยวข้าวเลย สงครามของไทยสมัยก่อนถึงเน้นล่าทาสมาทำนานี่ละ

118 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>117 อะไรมึงเนี่ย มีให้อ่านเยอะแต่เสือกไม่บอกชื่อคนบันทึกซะที แบบที่เขียนเลยว่าอังกฤษเจริญน้อยกว่าอยุธยาเลือกมาซักคนดิ หรือจริงๆไม่มี เป็นฝรั่งในมโนมึง

119 Nameless Fanboi Posted ID:pZuHxQxvO1

>>104 ไอ้ชอบอาบน้ำมันเพราะเป็นเมืองร้อนนะ

120 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>104 เกลียดที่มึงใช้คําว่าPMCหว่ะ กูเห็นเป็นภาพแบบทหารอยุธยาใส่เทคติคอลเกียร์ ถือปืนM4A1

121 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>117 อ๋อ ใช่ไอเล่มที่ขาย50บาทลดราคาในเซเว่นแล้วไม่มีคนซื้ออ่ะป่ะ บันทึกปวศฟอลค่อนมาอยุธยาหรา

122 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>120 Mecenaries ก็ได้ฟะ สมัยนั้นเพียบเลย ฝรั่ง แขกเปอร์เซีย เจ๊ก ยุ่น มอญ

123 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>118 คร่าวๆ ก็อันนี้ ถ้าอยากอ่านละเอียดก็ต้องอ่านจากบันทึกโดยตรง แต่ถ้าขี้เกียจก็อ่านหนังสือของสุจิตรไม่ก็นิธิได้ ตำรามาตรฐานเลย ถึงแม้สุจิตรจะไม่ชอบเผ่าไทย แต่ก็เขียนอยู่หลายรอบเรื่องความเจริญทางการค้าสมัยก่อน

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000098443

>>119 ทุกวันนี้คนไทยยังติดนิสัยนี้ตอนไปนอกเลย และฝรั่งก็ตกในเหมือนเดิม

>>120 เทียบกับสมัยนั้นก็แทคติคอลเกียร์จริงนะ กองทหารอาสายุโรปชอบใส่เกราะลำตัวกับหมวกเหล็ก ผลิตในไทยก็มี แต่คนไทยไม่ชอบใส่ มันร้อน

124 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>123 น่าจะมีแต่คนไทยนี่ละที่ไม่ใส่เพราะร้อนบ้างหนักบ้าง พวกหรั่ง เจ๊ก ยุ่น ใส่กันทั้งนั้น อาวุธก็ดีกว่า ส่วนพวกแขกเปอร์เซียไม่ใส่เพราะความบ้าระห่ำล้วนๆ (จะว่าไปทำไมพวกมุสซี่นิสัยแบบนี้ทั้งนั้นเลยวะ)

125 Nameless Fanboi Posted ID:CPn/Jw+HVK

>>124 อัลเลาะห์​ magical armor ใช้ท่านนำพาไปสู่ชัยชนะ

126 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>122 เห้ยไมาได้แย้งมึงนะ แซวๆ5555555 แม่งเรื่องGate but Ayutthaya PMCเปิดประตูข้ามเวลาไปอยุธยาไปช่วยเรื่องการต่อสู้ อาวุธ คิดสภาพชนช้างแบบติดปืนกลหนัก555555555
ขยายวงสงครามเอาเฮลิคอปเตอร์จู่โจมถล่มเรือปืนหนักต่างชาติ สร้าง The GREAT Ayutthaya Empire💪😩👌💦

127 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>123 หลักๆคือวัดวังถนนหนทางสวยแค่นั้น(เกณฑ์ขี้ข้ามาสร้างล้วนๆ) แล้วไม่มีอันไหนบอกว่าเจริญกว่าอังกฤษเลย... พูด1เล่าต่อ100เลยนะมึง กูว่าไปค้นสุจิตรกับนิธิก็คงไม่ต่างกันหรอก

128 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>127 ลองอ่านเถอะ แล้วจะรู้

เอ้อ นิติปรัชญาที่กูแนะนำไปรอบก่อนอ่านยังละ ถามหาอยู่ได้ตั้งหลายรอบ แต่อย่างมึงอ่านไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

129 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>128 อ่านแล้วถึงบอกว่าไม่มี quoteมาเลยประโยคไหน อย่ามาเฉไฉแบบคราวก่อนเสียเวลาว่ะ

130 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>117 นอกเกาะเมืองมันเป็นทุ่งนา ไม่ใช่ชุมชนหนาแน่น ถ้ามึงอ้างตัวเลข1ล้าน มันมาจากหนังสือWorld Cities ของGeorge Modelski เขียนประมาณว่าประชากรอยุธยามีประมาณ 3แสน-1ล้าน ช่วงกว้างฉิบหายแต่ชอบเอาขอบเขตบนสุดมาอ้างกัน

และถ้าอยากเปรียบเทียบ เมืองในยุคเดียวกันที่ประชากรถึง1ล้านคือปักกิ่ง ซึ่งขนาดกำแพงเมืองชั้นในก็กว้างด้านละ6กม. เบ็ดเสร็จพื้นที่ภายในกำแพงเมืองไม่ต่ำกว่า40sq.km ชุมชนรอบเมืองอยุธยานี่มีแหล่งชุมชนขนาดถึงหมื่นคนเหรอ

131 Nameless Fanboi Posted ID:UoNcKgH+4T

เรื่องทหารรับจ้างรอบบ้านมันก็จ้างเหมือนกันนะ ตอนสงครามไรสักอย่างตอนต้นกรุง มีทหารโปรตุเกศบันทึกว่าตอนไปรบที่พม่าก็ไปรบกับทหารโปรตุเกศด้วยกันเอง ที่เขมรเคยมีกษัตริย์โดนยุให้ไปนับถือคริสต์ แต่สุดท้ายก็โดนปราบ

132 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>129 รู้เลยไม่ได้อ่าน บอกบุญอีกรอบก็ได้

http://library.nhrc.or.th/ulib/dublin.php?ID=4888

ไปดูสารบัญ หน้า 97 แต่อ่านแค่ตรงนั้นอาจจะไม่พอ เพราะถ้าไม่มีพื้นก็ไม่เก็ตอยู่ดีว่าทำใมถึงเป็นแบบนั้น

>>130 ถ้าที่ราบภาคกลางทั้งหมดน่าจะถึง แต่แค่อยุธยาไม่ถึงหรอก มันแค่ประมาณคร่าวๆ

ไทยใช้ระบบเข้าเวรใช้แรงงาน ดังนั้นจะมีช่วงนึงที่ปชก.หนาแน่น นั่นคือช่วงปลูกและเกี่ยวข้าว ที่ตัวเลขแกว่งน่าจะเพราะแบบนี้

>>131 ของพม่ามีทหารต่างชาติขึ้นเป็นเจ้าเมืองด้วยมั้ง แต่เทียบสมัยพระนารายณ์กูเข้าใจว่าสมัยนั้นไทยมี PMC ใหญ่สุดนะ เพราะพระนารายณ์ไม่ไว้ใจคนไทย ชอบใช้ต่างชาติ และให้มีกำลังทหารได้ จำนวนถึงเยอะกว่าเพื่อนบ้าน

133 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>132 เพราะมีระบบใช้แรงงานนั่นแหละถึงรู้จำนวนได้ ลาลูแบร์บันทึกไว้”ทั้งอาณาจักร”มีประชากรราว1.9ล้านคนนับทั้งชายหญิง เด็ก
การเกณฑ์ไพร่เข้าเดือนออกเดือนมันเกณฑ์เฉพาะไพร่ชายฉกรรจ์(ทาสไม่โดนเกณฑ์) ดังนั้นเป็นไปได้ยากมากที่คนเกินครึ่งของทั้งอาณาจักรจะมากระจุกกันแถวรอบเมืองอยุธยา supplyไม่พอหรอก

ไม่นับว่ารูปวาด-แผนที่ร่วมสมัย ไม่มีที่แสดงว่ามีชุมชนขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงเกาะเมือง และการตั้งบ้านเรือนก็ไม่มีลักษณะที่จะยัดคน1ล้านลงในพื้นที่8ตร.กม.ได้ด้วย

134 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>132 ถามเรื่องฝรั่งคนไหนบันทึกว่าอยุธยาเจริญกว่าอังกฤษเสือกแปะลิ้งนิติปรัชญา บ้าไปแล้วเรอะ

135 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>132 แบบเนี่ย >>133 มึงเห็นไหมเม้นนี้มันเขียนมาเลยว่าลาลูแบร์เขียนว่าประชากร1.9ล้าน ทางมึงก็บอกมาเลยว่าใครบันทึก มึงสิมาแปะลิ้งแปะไปเรื่อย อ่านแล้วก็ไม่เจอ ถามไปก็เสือกเอาลิ้งนิติปรัชญามา มึงเป็นเหี้ยไร

136 Nameless Fanboi Posted ID:q.wipMEr4z

>>134 กูตอบมึงไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่มึงก็งี้ประจำ สม่ำเสมอมาก

>>133 กูไม่คิดว่าบันทึกสมัยนั้นจะตรงขนาดนั้น แต่จำนวน 1 ล้านก็เกินไป ถ้าแค่ 500K ในช่วงพีคน่าจะเป็นไปได้มากกว่า

แต่เอาจริงกูอยากรู้เหมือนกันว่าตัวเลขล้านคนนี่เอามาจากไหน ตอนนั้นที่มีข่าวใหม่ๆ กูลองเช็คดูแล้วก็ไม่เคยมีตัวเลขนี้

137 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>136 ก็บอกแล้วว่าในลิ้งมันไม่มีอันไหนที่ว่าอยุธยาเจริญกว่าอังกฤษ ทำไมแค่โพสระบุชื่อคนแบบ >>133 มันยากเย็นสำหรับมึงนักวะ หรือจริงๆมันไม่มีไอ้ฝรั่งคนนั้นแต่แรก

138 Nameless Fanboi Posted ID:bL29ai6Q0C

>>136 ถ้าเอาพวกหลักฐานเอกสาร
- พงศาวดารฉบับหัตถเลขา บอกว่าช่วงที่โดนล้อมเมือง14เดือนจนกรุงแตก มีคนในเขตเกาะเมืองตายไปราว2แสน(โดนฆ่า ป่วยตาย อดตาย)
- พงศาวดารพม่าบอกว่าจับเชลยกวาดต้อนกลับไปอังวะ3หมื่น

139 Nameless Fanboi Posted ID:2BNs/8E+iE

ความจริงก็อปมาแปะเลยก็จบ ถ้ามีจริงก็ตบหน้าคนถามได้ แต่ถ้าไม่มีก็จะ...หน่อยๆ

140 Nameless Fanboi Posted ID:1wMfcGNv3/

>>136 เมืองอยุทธยาล้านคน(แค่เมืองไม่ใช่อาณาจักร)น่าจะมาจากหนังสือWorld CitiesของGeorge Modelski

หนังสือปู่จอร์จแกตีพิมพ์ตั้งแต่ปี1966ละ แต่ยังมีคนciteอยู่เรื่อยๆ แสดงว่าข้อมูลน่าเชื่อถืออยู่ ยังไม่มีใครเขียนเปเปอร์ไปแย้งได้

141 Nameless Fanboi Posted ID:bL29ai6Q0C

>>140 -ปู่แกเขียนเล่มนี้ในปี2003
- แกเขียนว่าในช่วงปี1700 อยุธยามีประชากร 300k-1m แกเขียนเป็นช่วง ไม่ควรเอาupper limitมาเป็นเกณฑ์ฟันว่าอยุธยามีประชากรถึงล้าน
- ลาลูแบร์บันทึกปี1687 ว่า”ทั้งอาณาจักร”มีอยู่1.9ล้าน เป็นไปไม่ได้ที่ครึ่งหนึ่งของอาณาจักรจะมากองกันในเขตเกาะเมือง(เพราะแผนที่และภายวาดร่วมสมัยไม่มีชุมชนขนาดใหญ่นอกเกาะเมือง) ความหนาแน่นประชากรจะเป็น6เท่าของสลัมมุมไบ
- ไม่ใช่ไม่มีคนแย้ง Ian Matthew Morris (Social Development ปี2010) ระบุว่าในปี1700 เมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกคือปักกิ่ง จำนวน650k

142 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

ไปมู้ ปวศ. กันเหอะโม่งทั้งหลาย เถียงกันเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะแหม่

143 Nameless Fanboi Posted ID:k7efZ0PCbu

>>137 ถ้ามึงต้องการที่พูดเป๊ะๆ แบบนั้นไม่มีหรอก มันมีแต่การเปรียบเทียบว่าเจริญมากมายแค่ไหน

>>138 กูหมายถึง 1 ล้านคนนะ >>140 ตอบแล้ว

>>140 ขอบคุณมาก

>>141 สมัยศ. 17 ที่ชิงเข้าแผ่นดินจีนมีการล้างโคตรคนจีนไปเป็นจำนวนมาก กว่าจำนวนจะฟื้นได้ก็ช่วงศ. 19 เลย คนจะน้อยก็ไม่แปลก

เอ้อ อันนี้น่าจะเป็นสาเหตุหลักเลยที่ไทยแซงขึ้นมาพอดี

144 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>143 ถ้าอ่านดีๆ ขนาดจะอ้างว่าพูดถึงความเจริญก็ยังก้ำกึ่ง เพราะส่วนใหญ่พูดถึงวัดกับวังสวยงาม การค้าขายเยอะ มีพูดถึงผังเมืองว่าดีนิดเดียว แต่แอบมีของแชร์เวสที่เขียนว่า ระบบน้ำยังไม่ดีพอ "...สถานที่ดังนี้จะอำนวยประโยชน์ได้อีกมาก ถ้าไม่มุ่งแต่จะก่อสร้างอาคารบ้านเรือนให้งดงามถึงเท่านี้ แล้วละเลยการปรับปรุงทางน้ำเสีย..." ความใหญ่โต แกมเฟอร์ก็บอกชัดเจนว่ายังไม่เท่าเยอรมันที่นึงละ "...ในกรุงมีโบสถ์วิหารอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง มีบริเวณพอสมกับถนน และเต็มไปด้วยสถูปเจดีย์ปิดทองขนาดต่างๆ ความใหญ่โตไม่เท่าโบสถ์ของเรา แต่ความงามภายนอกนั้นยิ่งกว่ามากนัก..." ไอ้ที่อีตานี่เขียนว่า ยิ่งใหญ่สุดในแถบเอเชีย ก็ไม่รู้นับถึงที่ไหน หรือเจ้าตัวเคยเห็นกี่ประเทศของเอเชีย หรือจริงๆหมายถึงแค่แถบอาเซียน? สรุปว่าจากลิ้งนี่ ฝรั่งบอกแค่ว่า วัดวังสวย ผังเมืองเป็นระเบียบ(ในยุคนั้น) ศูนย์กลางการค้าขาย แค่นั้นเองแหละ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000098443

แล้วมีอันนี้บันทึกของตุรแปง เขียนซะเละไปเลย นอกจากการค้าแทบไม่เหลืออะไรดีๆ ทหารกาก อาวุธกาก ระบบสุขภาพห่วย การศึกษาขาดหลักเหตุผล(ไหนว่าพุทธสอนกาลามสูตร!?) ไม่ชำนาญเดินทะเล ไม่รู้ดาราศาสตร์ คนไม่ชอบคิด กฎหมายห่วยแตกทำผิดให้เป็นถูกได้แบบทุเรศทุรังที่สุด(อันนี้น่าจะโคตรจริงที่สุด เพราะคุ้นชห!) https://www.facebook.com/notes/2735881536739596/

145 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

เพิ่มเติม เรื่องศิลปะนี่ก็ยังอวยได้ไม่เต็มที่ เพราะเด่นแค่พวกแนวปั้นๆสร้างๆ แต่ภาพวาด ดับสนิท "ในกรุงสยามไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป เขาวาดแต่รูปสัตว์ประหลาดพิสดาร กับรูปเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ไม่วาดภาพเป็นจริงตามธรรมชาติ ภาพวาดของชาวสยามไม่ได้สัดส่วนงดงาม"

146 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>144 เรื่องกฎหมายนี้ฝนั่งเศสคิดตรงข้ามนะ พวกนั้นบอกตัวบทกฎหมายไทยดีเลิศมาก แต่คนใช้กฎหมายเปลี่ยนกฎหมายได้ตามใจ

บันทึกมันเขียนจากความเข้าใจและจุดยืนของแต่ละคน บันทึกพวกนี้ถึงมีเรื่องขัดแย้งกันเองอยู่ และหนังสือของตุรแปงเองเป็นแค่คำบอกเล่า ไม่มีใครรู้ว่าตรงกับที่ฟังมาแค่ไหน ข้อสังเกตุคือบรีโก้นั้นอยู่ในอยุธยาช่วงกรุงแตกและถูกวาดต้องไปพม่า การจะกล่าวว่าร้ายอยุธยานั้นเข้าใจได้ นักปวศ.ไทยในยุคหลังมีฉันทามติใหม่แล้วว่าอยุธยาตอนนั้นไม่ได้อ่อนแอ กษัตริย์ไม่ได้ขี้ขลาด แต่พม่าเตรียมการมาดีจนไทยสู้ไม่ได้เองมากกว่า และเรื่องการศึกษา สมัยนั้นบาทหลวงฝรั่งเผยแพร่ศาสนาในไทยไม่ได้เพราะพระไทยแข็งแกร่ง ธำรงตนในพระวินัยดีน่าเลื่อมใส บาทหลวงสมัยนั้นถึงกับต้องเลียนแบบพระป่าเพื่อเรียกคะแนนนิยม เป็นไปได้ว่าเพรสะเหตุนี้ทำให้โจมตีการศึกษาสมัยนั้น หรือก็คือรร.วัดนั่นละ

>>145 คีย์เวิร์ดอยู่ที่ "ไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป" แปลว่าไม่งามแบบยุโรป ไม่ใช่ว่าไม่งาม อย่างศิลปะจีนก็กูเห็นว่าไม่งามเหมือนยุโรป แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่งามในแบบของตัวเอง

147 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

อีกนิด ไม่ใช่ว่าบันทึกเชื่อถือไม่ได้นะ แต่เราต้องมองด้วยว่าเขาเขียนในฐานะอะไรในสภาพแวดล้อมไหน และด้วยค่านิยมอะไรด้วย ถึงจะเข้าใจว่าทำใมเขียนแบบนี้ และให้ข้อสังเกตุไว้

148 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>146 >>147 ฝรั่งเศสคนไหนวะชมตัวบทกฎหมายไทย ก็ไอ้ตุรแปงนี่ก็ฝรั่งเศส??? มาลอยๆอีกแล้วนะมึง

ย่อหน้า2ก็ลอยๆ ฉันทามติของนักปวศไทยของมึงนี่ไปถึงตรงไหนวะ แค่พม่าเตรียมการดี หรือพระไทยแข็งแกร่ง ฝรั่งโจมตีโรงเรียนวัด? ใช้แค่นี้ทำลายเครดิตบันทึกไปหมดเลยเหรอ เอางี้ละกัน มีฝรั่งคนไหนเขียนว่าพระไทยเก่งเรื่องการใช้เหตุผลหรือรู้หลักวิชาการเดินทะเล ดาราศาสตร์ป่ะ? หรือมึงจะบอกว่าฝรั่งทุกคนเข้ามาโฆษณาคริสต์หมด ตั้งใจโจมตีหมด?

เรื่องภาพวาดยุโรป มันเขียนชัดเจนนะ "ไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป เขาวาดแต่รูปสัตว์ประหลาดพิสดาร กับรูปเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ไม่วาดภาพเป็นจริงตามธรรมชาติ ภาพวาดของชาวสยามไม่ได้สัดส่วนงดงาม" คีย์เวิร์ดอยู่ที่ "หลักศิลปะของยุโรป" ซึ่งมันมีหลักวิชาที่ทางยุโรปเรียนกันแล้วก็สอนจนกลายมาเป็นหลักการวาดการเขียนทุกวันนี้นะ เช่นการร่างภาพ ปรับสเกลอะไรที่แม่งต้องลากเส้นเยอะๆอ่ะ มันไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น ซึ่งดูจากที่ทุกวันนี้ก็ต้องเอาหลักวิชาของฝรั่งมาสอนศิลปะ ก็น่าจะชัดเจนแล้วนะว่าตุรแปงพูดผิดหรือถูก

ปล. เรื่องฉันทามติว่าพม่าเตรียมตัวมาดี จริงๆก็ไม่ได้ไปไกลขนาดว่าทหารไทยไม่ได้อ่อนแอด้วยนะ เคยอ่านหนังสือประวัติตากสินของนิธิรึเปล่า ที่เขียนว่าระบบเกณฑ์ไพร่ในอยุธยาล้มเหลวตั้งแต่ก่อนเสียกรุงแล้ว

149 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>148 อ้อ เพียงแต่ไอ้ที่ว่าอ่อนแอนี่ก็ไม่ได้เวอร์ขนาดไม่ทำเหี้ยอะไรเลยห้ามยิงปืนใหญ่นั่งเยดอย่างเดียว แบบที่พวกยุคเก่าเชื่อ

150 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>148 โทษที ไม่ใช่แค่ฝรั่งเศส แต่ฝรั่งเยอะแยะเลยที่แซะกฎหมายของสยาม

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=622467765316878&id=198630671033925

"ฝรั่งคนไหนเขียนว่าพระไทยเก่งเรื่องการใช้เหตุผลหรือรู้หลักวิชาการเดินทะเล ดาราศาสตร์ป่ะ"

มีสิ ในลิงค์แรกมีพูดถึฝเรื่องคำนวนสุริยุปราคาไง การใช้ แต่เรื่องเรือไทยไม่เก่งจริงๆ สมัยนั้นใช้สำเภาจีนหมด

อย่างที่บอก มันไม่ใช่บันทึกปฐมภูมิด้วยซ้ำ แค่คำบอกเล่า และคนต้นทางคือบรีออกมาบอกด้วยว่ามั่ว

His Histoire naturelle et civile du royaume de Siam (1771) is an interesting but faulty adaptation of the observations of a vicar-apostolic who had lived for a long time in that country, and who accused Turpin of having misrepresented his ideas.

https://en.m.wikipedia.org/wiki/François_Henri_Turpin

ความงามในศิลปะอยู่ที่สายตาของคนมอง ทุกวันนี้ต่อให้มีคนใช้ทฤษฏีมาจับยังไง กูก็ไม่เห็นว่าศิลปะตั้งแต่ยุค modern มันจะสวยตรงไหน ถึงกูจะชอบสาย realistic กับ impressionist ก็เถอะ แต่มันก็แค่แนวทางนนึง แล้วถ้าจะแซะว่าคนไทยวาดรูปสัตว์ประหลาดเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ภาพมังกร ยูนิคอน นรกสวรรค์ หรือเทวดาแบบยุคกลางนี่ไม่ฟุ้งซ่านเลยสิ พวกนั้นไม่ได้วาดเทวดาคริสต์ของจริงด้วยซ้ำ

151 Nameless Fanboi Posted ID:svcfI86QCg

>>143 อ่านไม่แตกเหรอ ปู่Georgeโดนแย้งไปแล้ว ว่าช่วงปี1700 เมืองที่มีประชากรมากสุดคือปักกิ่ง
แล้วปักกิ่งตอนนั้นมีประชากร650k อยุธยา(ที่ประชากรน้อยกว่า)จะเอาที่ไหนมาแซงได้
จะอ้างแมนจูเข้าด่าน มันเข้ามาก่อนหน้าตั้งแต่1645แล้ว ช่วงปี1700นี่ยุคทองของคังซีด้วยซ้ำ

152 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>150 ที่ว่าดีเนี่ยรายละเอียดน้อยมาก บอกดีเฉยๆ แล้วมีแฌร์เวสที่บอกว่า ถ้าทำได้ตามกฎหมายจะมีอารยะสุดในตะวันออก อันนี้รวมจีนหรือญี่ปุ่นด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าดีก็ดี แต่ไอ้ที่ว่าดีเลิศเนี่ยลอยมาก อย่างที่ฟานฟลิตบอกได้รับยกย่อง ก็ไม่เขียนว่าใครยกย่อง ประเทศต่างๆที่เข้ามาหรือพวกอยุธยากันเองยกย่องเอง แล้วด้านการบังคับใช้ก็พูดตรงกันทุกฉบับและตรงกับตุรแปงด้วย ถ้ามึงจะบอกว่าศิลปะอยู่ที่มุมมอง กูว่าไอ้ความดีของกฎหมายตามบันทึกนี่มันดูเป็นมุมมองกว่าอีกนะ ศิลปะมันยังมีบอกว่าแย่เพราะไม่ได้สัดส่วน แต่กฎหมายที่ว่าดีไม่เขียนเลยว่าดีคือยังไง

ลิงค์แรกจากผจก? ไม่เห็นมีว่ะคำนวณสุริยุปราคา มันคำนวณได้ยุค4ไม่ใช่เหรอ นี่พูดถึงสมัยอยุธยา

ส่วนบันทึกจริงๆก็เป็นคำบอกเล่าจากคนบันทึกหมดแหละ บันทึกทุติยภูมิไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ ต่อให้มีจุดผิดพลาดก็ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ แค่ต้องพิจารณาเทียบกับหลักฐานอื่น ตัวอย่างเช่นหนังสือหลายเล่มของกศร กุหลาบ ดำรงนุพาบไปตีขลุมว่ามั่วหมดเป็นพวกขโมยหนังสือดัดแปลง แต่นิธิเอามาใช้อ้างอิง เจ้าตัวก็เขียนอยู่ว่าใช้ได้ แต่ต้องเทียบกับหลักฐานอื่นอย่างระวัง

เรื่องความงามศิลปะ ก็อย่างที่บอกมันมีหลักวิชาให้เรียนให้ศึกษาอยู่ พวกแนวทางการร่างวางสเกลภาพฉากหลังอะไรหลายๆอย่าง พวกสื่อต่างๆทั้งหนังซีรี่ การ์ตูน ภาพวาดส่วนใหญ่ยุคนี้ที่อยู่รอบตัวมึงก็ต้องใช้หลักวิชาพวกนี้ในการสร้างขึ้นมาหมดแหละ เช่นจะทำหนังมึงก็ต้องวาดคอนเซปอาร์ท วาดชุดตัวละคร วาดภาพคร่าวๆว่าฉากนั้นฉากนี้อยากจะถ่ายออกมาให้เป็นยังไง ไม่มีหลักวิชาศิลปะก็ทำไม่ได้ ถ้าศิลปะสมัยอยุธยาดีจริงมันคงเรียนกันเป็นคณะแยกออกจากศิลปะแบบฝรั่ง แล้วเอามาใช้สร้างสรรค์อะไรที่ไม่แพ้กันได้ไปแล้ว

153 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>151 ช่วงพีคคังซีก็จริง แต่จำนวนปชก.ไม่เพิ่มขึ้นมากขนาดนั้น ในแง่นึงช่วงพีคนั้นเกิดได้เพราะทรัพยากรมากกว่าคนนั่นละ ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากในปวศ.จีน

แล้วกูแค่เสนอเฉยๆ ว่าทำใมอยู่ๆ ไทยถึงแซงขึ้นมาได้ เพราะสมัยก่อน นอกจากโรคระบาดแล้ว สงครามนี่ละส่งผลกับจำนวนปชก.มากที่สุด ซึ่งต้นทางเอาตัวเลขพีคมาวัดแทนที่มีเดียน

>>152 มึงไม่เข้าใจว่ามันแซะคนไทยเหรอ ถึงบอกให้ไปเทียบกับจีนหรือญี่ปุ่น แต่เทียบจริงๆ แล้วก็ไม่แน่ว่าไทยจะด้อยกว่า กฎหมายจีนหรือญี่ปุ่นสมัยนั้นไม่ได้เจริญอะไร เอาจริงหลักการปกครองด้วยกฎหมายในเอเชียนี่เบาบางมากๆ จนแทบไม่ต้องพูดก็ได้ แย่ะอกันหมดละ

ไม่มีจริงด้วยแฮะ ตอนแรกกูเหมือนเห็นในนั้น โทษที

http://thaiastro.nectec.or.th/royal/narai.html

มีการรับชมสุริยุปราคาสมัยพระนารายน์อยู่ เอาจริงกูไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนคำนวน แต่ที่แน่ๆ คือสมัยนั้นรับวิทยาการตะวันตกมาเยอะพอดู

ในการบันทึก ถ้าคนเขียนไปพบมาเองจะน่าเชื่อถือกว่าคำบอกเล่า การฟังเขาเล่าอีกทีจะมีความคลาดเคลื่อนมากน้อยตามแต่คนรับสาร แล้วในกรณีนี้คนเล่าแย้งด้วยว่าคนเขียนเข้าใจผิด ความน่าเชื่อถือเลยยิ่งต่ำเข้าไปอีก

ความงามในศิลปะนั้นมีหลักเกนฑ์จริง แต่ก็ขึ้นอยู่ว่ามึงจะชอบแค่ไหน กูยกตัวอย่างให้อีกอันก็ได้ การเขียนอักษรจีนที่คนจีนยกย่องมากว่าคือสูงสุดแห่งงานศิลปะ เรื่องนี้มีหลักการซับซ้อนและละเอียดถึงที่สุด พัฒนากันมาเป็นพันปี แต่ถามว่าคนนอกจีนเข้าใจมั้ย ก็ไม่ เอาจริงคนจีนยังไม่ค่อยเข้าใจเลย

เล็กน้อย ศิลปะจีนสมัยก่อนไม่ชอบ realism คนจีนถือว่าความสมจริงถึงขีดสุดแบบฝรั่งนั้นไม่งาม การใช้ลายเส้นแฝงความนัยนั้นงามกว่า ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจากอักษรจีน รูปวาดถึงที่สุดคือตัวอักษร ไม่ใช่ภาพ กูพอเข้าใจหลักการ แต่กูก็มองความงามแบบนั้นไม่ออกอยู่ดี

154 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>153 จีนมีสำนักนิติธรรมตั้งแต่ยุคจิ๋นซีเลยว่ะ มึงจะมโนว่ากฎหมายไทยตัวบทดีเท่าหรือดีกว่าก็เป็นแค่ความเห็นนะ แต่ถ้าการบังคับใช้ด้วยยังไงก็สู้ไม่ได้ ฝรั่งมันก็เขียนอยู่ว่าห่วยแตกเละเทะ แทบทุกคนเขียนตรงกันหมดลิ้งที่มึงเอามาอ่ะ จะเอาไปเทียบจีนไม่เมคเซ้นส์อย่างแรง

เรื่องบันทึก ก็อย่างที่กูบอกทางปวศ เค้าไม่ตัดหลักฐานทั้งชุดง่ายๆแบบนั้น งานกศรกุหลาบมีทุกอย่างที่มึงพูด นิธิก็เอามาใช้ แต่ต้องใช้อย่างระวัง ตรวจเทียบกับหลักฐานอื่นโดยเฉพาะหลักฐานชั้นต้น ถ้าตัดเลยแบบมึงมันแนวของดำรงนุพาบที่เก่าเกินแกงแล้ว

ส่วนศิลปะก็อย่างที่บอกมันไม่ใช่เรื่องความงาม คีย์เวิร์ดคือหลักวิชา ซึ่งศิลปะตะวันตกมันมีหลักวิชาที่พัฒนาต่อยอดมาได้สร้างอะไรได้มากมายทุกวันนี้ ส่วนอยุธยาก็เป็นแค่ของเก่าอนุรักษ์เท่านั้น ก็เป็นหลักฐานอยู่เองว่าความเห็นของตุรแปงถูกแล้ว

155 Nameless Fanboi Posted ID:svcfI86QCg

>>153 ก่อนจะเสนอว่าทำไมประชากรปักกิ่งลดลง(ซึ่งมันผ่านช่วงตกต่ำจากสงครามมา50ปี มีเวลาปั๊มประชากรขึ้นเยอะแยะ) มึงหาเหตุผลมาซัพพอร์ตการที่ตัวเมืองอยุธยาจะมีประชากรถึงล้านเหอะ ขี้วันละล้านกองในพื้นที่8ตร.กม. (พื้นที่ใช้จริงน่าจะน้อยกว่านั้นอีก เพราะมีคลอง วัด วัง สิ่งก่อสร้าง) โดยที่ไม่มีระบบสุขาภิบาล น้ำกินน้ำใช้มันจะพอไหม ไหนจะที่อยู่อาศัยอีก

เมืองที่มีประชากรแตะล้านในยุคก่อนอุตสาหกรรมมันต้องมีขนาดใหญ่โตกว่าพื้นที่เกาะเมืองอยู่แล้ว

ถ้ามึงจะอ้างว่านับรอบเกาะเมืองด้วย มึงหารูปภาพหรือแผนที่อยุธยายุคปี1700ที่แสดงให้เห็นว่ามีชุมชนขนาดใหญ่ระดับ10k ในพิ้นที่ใกล้เคียงเกาะเมืองหน่อยเหอะ(อย่างน้อยก็ต้องใกล้พอจะนับได้ว่าเป็นsuburbของเกาะเมือง ไม่งั้นก็ไม่นับว่าเป็นเมืองเดียวกันแล้ว)