Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 18th quotes​

Last posted

Total of 155 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:sqBWS3Ibpb

https://fanboi.ch/lounge/1161/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง
https://fanboi.ch/lounge/2603/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 2nd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3016/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 3rd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3530/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 4th quotes
https://fanboi.ch/lounge/4357/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 5th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5233/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 6th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5838/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 7th quotes
https://fanboi.ch/lounge/6311/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 8th quotes
https://fanboi.ch/lounge/6680/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 9th quotes
https://fanboi.ch/lounge/7184/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 10th quotes ในรัชกาลที่ 10
https://fanboi.ch/lounge/8588/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 11th quotes
https://fanboi.ch/lounge/9552/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 12th quotes ครบโหล
https://fanboi.ch/lounge/10854/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 13th quotes
https://fanboi.ch/lounge/11317/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 14th quotes
https://fanboi.ch/lounge/11656/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 15th quotes​
https://fanboi.ch/lounge/11691/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 16th quotes
https://fanboi.ch/lounge/12230/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 17th quotes​

2 Nameless Fanboi Posted ID:sqBWS3Ibpb

Review: Monster Hunter Rise
(Nintendo Switch)

ตอนแรกว่าจะไม่กล่าวถึงเพราะเสียเวลาตีมอน
แต่ด้วยจิตอาทร ไม่อยากให้มิตรสหายเกมเมอร์ที่รู้จัก
ต้องพลาดโอกาสที่จะได้รับรู้ และซึมซับสิ่งเหล่านี้ไป
เลยต้องจัดซักหนึ่งบทความตามนี้...

"ความสุขคุณ อยู่ตรงไหน?"

----------

MHRise เป็นภาคใหม่ที่ให้ความรู้สึกเก่า
ในขณะที่บางอย่างในเกมก้าวไปข้างหน้า
เวลาเดียวกันก็ดึงเอาความประทับใจแต่หนหลัง
กลับมารวมเอาไว้ในภาคนี้ด้วย

ตัวเกม ง่ายลงอีกประมาณหนึ่ง
หากเทียบกับทุกภาคที่มี
แต่ มันก็ไม่ได้ง่ายชนิดที่ว่า
คุณจะสามารถ spam ปุ่มฟันไปโดยไม่คิดอะไร
แล้วจะผ่านเควสไปได้แบบนั้น

หากคุณเป็นผู้เล่นที่เล่นมาหลายภาค
และกระหายเหลือเกินที่อยากจะได้ความท้าทาย
มองหาเควสที่จะมาดับความอหังกาฬในฝีมือคุณ
มาทำลายความเชื่อมั่นที่คุณมีในตัวคุณ....
ภาคนี้ ไม่มีให้ครับ

หรือถ้าคุณเป็นผู้เล่นที่ ต้องการ MH ที่มีความวิจิตร
ตระการตา 8K 38 ล้านเฟรม ภาคนี้ ก็ไม่มีให้

แล้ว...ภาคนี้ ให้อะไร?

----------

MHRise เป็นภาคที่ผมขอใช้คำว่า...
"พักร้อน" จากความยุ่งยากในการเล่น
และความอำมหิตของเควสท้ายๆเกม
ที่คุณอาจจะได้สัมผัสกันไปแล้ว
ในภาค World / World: Iceborne

ดึงกลับมาสู่ วิถีชีวิต slow life
ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศวิถีชีวิตญี่ปุ่นโบราญ
เช่นเดียวกับภาค 3 Port ของ PSP

ระบบหลักของเกมในภาคนี้คือ Wirebug
ที่ช่วยให้รูปแบบการเล่นของคุณ
ไม่ยึดติดอยู่กับ battle play แบบเดิมๆ
และ ไม่ได้จำกัดความสามารถของตัวเรา
ด้วยการแบ่ง style แบบภาค X / XX / Gen / GenU

อาวุธทั้ง 14 อย่าง ถูกปรับวิธีเล่นบางส่วน
เพื่อให้ผู้เล่นแต่ละคน สามารถที่จะเล่นมันได้มากขึ้น
มี learning curve ที่ต่ำลง เข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม

ตัวเกมมีปริมาณเนื้อหาเควสที่น้อยกว่าภาคที่ผ่านๆมา
(ณ ตอนนี้ ที่ยังไม่รวมฟรี DLC ในอนาคต)
แต่หากคุณคำนวนรวม และแทนที่ด้วย
ความเข้าถึงง่าย ของอาวุธแต่ละแบบ
นั่นสามารถทำให้คุณสนุกกับเกมได้มากขึ้น

หากแต่เดิมคุณเคยเล่นได้แค่ไม่กี่อาวุธ
ถ้าได้ลองเปิดใจทดลองเล่นภาคนี้จริงๆจังๆ
อาจพบว่า คุณสามารถเล่นภาคนี้ได้เกือบครบทุกอาวุธ
ซึ่งมันจะส่งผลให้เนื้อหาของเกมที่คุณสามารถเสพได้
มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ตามจำนวนประเภทอาวุธที่มี

----------

รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆในเกม
ถูกปรับให้มีความ "สะดวกสบาย" มากขึ้นไปอีก

ไม่มีระบบอากาศร้อน / เย็น ในฉากอีกแล้ว
จึงไม่มี item hot drink / cool drink
และไม่จำเป็นต้องใช้อีกแล้ว ก็ตัดปัญหาการลืมไป
(แต่พื้นลาวา ยังคงลด HP หากเดินผ่านหรือยืน)

การผสมของ ไม่ต้องใช้ตำราผสมอีกแล้ว
ไอเทมทุกชิ้น ผสมได้ 100% ไม่มีโอกาสล้มเหลว

ลดความซ้ำซ้อนในการผสมไอเทมบางอย่างลง
เช่น ยกเลิกไอเทม Bomb Cast / Bomb Material
การผสม Tranq Bomb ใช้เพียง Sleep Herb และ Parashoom
และ ระเบิดควันต่างๆก็ใช้เพียง Smokenut ผสมกับวัตถุอื่นๆได้เลย

Hi Rank มีไอเทมช่วยเหลือให้ในกล่องฟ้า
เช่นเดียวกับ Low Rank และ ไม่บังคับจุดเริ่ม
ให้ตัวเราสุ่มจุดเริ่มเควสที่อื่นๆ แต่เริ่มที่เต้นตามปกติ

การเข้าเควสตามหลังเพื่อนไประหว่างเควส
ทำได้แบบภาค World และไม่มีกฏหักของรางวัล 10 นาที
เพื่อนกำลังจะจับมอน คุณสามารถ join ตามไปให้ทัน
แล้วรับของรางวัลได้เต็มๆเช่นกัน
และสามารถได้ rare item ได้ตามปกติ เหมือนทุกคน

ระบบสกิลชุด เป็นการผสมระหว่างระบบเก่า และใหม่
ใช้การนับแต้มสกิลแบบภาค World
แต่การได้มาซึ่งเพชรสกิล decorate จะใช้การสร้างเอง
ด้วยวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนมอน แบบภาคเก่าๆ

การเก็บวัตถุดิบ ขุดแร่ คุ้ยเห็ด คุ้ยหญ้าต่างๆ
ใช้โมชั่นการเก็บเพียงแค่ 1 ครั้งแต่รับไอเทม 3-5 ชิ้น
แทนการที่จะต้องเก็บครั้งต่อครั้ง
แต่การแล่ชิ้นส่วนมอนจะต้องทำครั้งต่อครั้งเหมือนเดิม

Potion และ Mega Potion ผสมรูปแบบการทำงาน
จากภาคเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน
แทนที่จะต้องรอจบโมชั่นการดื่มจนจบ
หรือฟื้นพลังทันทีแต่ต้องหยุดเบ่งกล้ามอยู่กับที่
เป็นการ ฟื้นพลังทันที ที่กดใช้ส่วนหนึ่ง
และอีก ครึ่งหนึ่งของผลที่จะได้รับ จะค่อยๆฟื้นทีละนิด
หากกดใช้แล้วยกเลิกการดื่มยาทันที
จะได้รับผลการฟื้นฟูแค่ครึ่งเดียวของที่ยาให้ได้สูงสุด

ขึ้น icon notification เตือนบนแผนที่หมู่บ้าน
หากมี npc ให้เราไปคุยได้เพื่อจุดประสงค์ใดๆ
รวมถึงหากมี subquest หรือ ไอเทมพิเศษให้เรา

----------

3 Nameless Fanboi Posted ID:sqBWS3Ibpb

>>2
ทั้งหมดทั้งมวลด้านบน
ที่ยกตัวอย่างไปบางส่วนนี้
คือความ สะดวกสะบายที่ถูกปรับในภาคนี้
เพื่อให้คุณสามารถที่จะเล่นเกมนี้ได้ ง่ายขึ้น
ไวขึ้น สะดวกขึ้น ผ่อนคลายมากขึ่้น

และด้วยความที่เป็น Nintendo Switch
คุณจึงสามารถพกมันไปได้ในเกือบทุกที่ๆต้องไป
และใช้เวลาเพียงไม่นาน ในการจะเล่นซักเควส

มันจึงไม่ได้ต้องการเวลามากมายอะไร
หากคุณจะนัดเพื่อนมานั่งเล่นด้วยกัน สนุกไปด้วยกัน
เพราะเพียงแค่นัดกันซัก 15 นาทีว่าที่ไหน อย่างไร
ก็แค่คว้าเครื่องเกมใส่เป้ แล้วออกไปเปิดเล่นด้วยกัน

ใช้เวลานอกบ้านเท่าเดิม
แต่สนุกกับเกมได้มากกว่าเดิม
ใช้เวลาเตรียมตัวแต่ละเควสไม่นาน
แต่ยังคงสนุกสนานกับเพื่อน เฮฮาไปด้วยกันได้
เหมือนที่เคยเป็นมาแต่เดิม และเป็นจุดที่
ผลักดันให้เกม series นี้โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้

ในส่วนประกอบอื่นๆ
ภาพ...ถือว่าดีมากแล้วสำหรับ Nintendo Switch
เพลงประกอบ...MH เคยทำคุณผิดหวังเหรอ?
กิมมิคต่างๆ ความฮา ความน่ารัก ความเท่ห์
ยังคงมีอยู่ตามมาตรฐาน MH

ส่วนที่ด้อยลงไป ก็คือปริมาณของเควส
หากคุณนับแค่ จำนวน เทียบกับภาคเก่าๆ
ไม่ได้นับไปถึงความซ้ำซ้อนของเควส
ของมอนที่ให้ตีในแต่ละด่าน ในภาคเก่าๆ

----------

สรุปความปิดท้าย "ความสุขคุณ อยู่ตรงไหน?"

ถ้าคุณต้องการ MH ที่ภาพสวย
และอุดมไปด้วยความท้าทายทักษะคุณ
ความยากที่หลายๆคนจะผ่านไม่ได้แต่คุณผ่านได้
ก้าวขึ้นไปอยู่ที่จุดสูงสุดของทักษะเหนือคนทั่วไป
ภาคนี้ ไม่มีให้แน่นอน ข้ามมันไปได้เลย
(เว้นแต่ DLC ที่จะตามมามีอะไรที่ยากมากขึ้น)

ถ้าคุณต้องการ MH ที่เล่นได้สะดวกขึ้น
ลดความต้องการทักษะที่คุณจำเป็นต้องมีลง
แต่สามารถมอบบรรยากาศแห่งความเฮฮา
ได้เจอหน้าเพื่อนฝูง เล่นเกมกันต่อหน้า

อย่างการบอกเพื่อนว่าต้องขอลดแสงจอแป๊บนึง
เพราะปิ้งมันวิ้งแยงตา แล้วยื่นจอให้เพื่อนดู
ถ้าคุณคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ อะไรแบบนี้
ซื้อเถอะ...ถ้าคุณเองก็มีเพื่อนเล่นเกมนี้อีกหลายคน
ความสุขแบบนี้ หาไม่ได้(ง่ายๆ)ด้วยภาค World

เกมมันง่ายลงจริง เนื้อหาโดยรวมน้อยลงจริง
แต่ มันไม่ได้ง่ายชนิดว่าเข้าไปบวกโง่ๆแล้วจะผ่าน
รวมถึง คุณสามารถสนุกกับเนื้อหาเกมได้หลายแง่มุมขึ้น
เป็นการเพิ่มเนื้อหาเกมโดยตัวเองไปโดยปริยาย

มันอาจไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุด
แต่ ไม่ใช่ภาคที่คุณควรจะข้ามมันไปแน่นอน

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

4 Nameless Fanboi Posted ID:lmn9gabFx3

>>2-3 งั้นรอภาค Rise G แล้วกัน น่าจะคุ้มกว่า 5555

5 Nameless Fanboi Posted ID:FaM2JQvZam

อยากสคิปไปตอนโลกเป็นคอมมิวนิสต์แล้วอ่ะ อยากรู้จะเป็นไง ตื่นเต้น จะมีเพลงเมทัลให้ฟังป่ะ แล้วเพลงแรปล่ะ? จะได้เป็นตัวเองโดยที่ไม่มีบิวตี้แสตนดาร์ทห่าเหวไรแล้วใช่ไหม เทคโนโลยีจะเป็นยังไง เราจะไปดาวอื่นได้ยัง อยากให้ถึงวันนั้นจัง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

6 Nameless Fanboi Posted ID:AZOznAMTAg

วันนั้น : ไม่สู้ก็อยู่อย่างไทย - ขอเอาใจช่วยชาวพม่า

วันนี้ : สู้แล้วเลยหนีมาไทย - มึงดูแลพวกกูด้วยนะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

7 Nameless Fanboi Posted ID:7OOuW8G6Fq

“คุณใส่แว่นรึเปล่า”

ผีพอลพตถาม เวลานักศึกษาวัยรุ่นชนชั้นกลาง/ชนชั้นมีกะตังค์พูดว่าเป็นคอมมูนิสต์

8 Nameless Fanboi Posted ID:D8SUdmzKTu

>>5 อยากเจอพวกนี้ในชีวิตจริง แล้วเอาแนวคิดทฤษฎีมาร์ซไปพ่นใส่แกล้วถามว่ารู้จักเปล่า ให้แม่งหน้าแตกขาดความมั่นใจMind break ตาย หรือว่าจะเถียงจะลองดูว่าจะเถียงยังไงว้า ลูกคุณหนูพวกนี้นี่ อิกนอร์ของจริง

9 Nameless Fanboi Posted ID:XtSwF/HZpe

>>8 กูก็อยากเอาคำถามไปพ่นใส่หน้าสลิ่่มสีขี้เหมือนกันว่าไอ้ที่ท่องกู้ชาติๆมาบุญคุณๆน่ะ รู้จักระบบเกณฑ์แรงงานไพร่ทาสกับสงครามโบราณซักเท่าไหร่กัน

10 Nameless Fanboi Posted ID:.cfeua5EdS

ถ้าเจอพวกอ้างตัวเป็นคอมในชีวิตจริง ก็ขอเงินมาใช้เลยดิ ในฐานะที่เป็นBourgeoise ต้องแจกจ่ายทรัพย์ให้คนอื่น ถึงจะถูกตามตำรามาร์กซ์

11 Nameless Fanboi Posted ID:D8SUdmzKTu

>>10 กูเคยแกล้งขอหลายคนแล้ว พวกลูกเศรษฐีอ่ะ แม่งไม่ให้จริง งกชิบหายถึงรวยได้ ไอเหี้ยแม่งมีชวนกูไปเที่ยวต่างประเทศ อยากให้กูไปเป็นเพื่อน แต่ไม่ออกค่าตั๋วให้กู กูจะเอาปัญญาที่ไหนไปจ่ายว้า ในชีวิตจริงกูยังจะออกเงินให้คนอื่นมากกว่าพวกมันด้วยซํ้า

12 Nameless Fanboi Posted ID:oRxtHdCOfT

>>11 เคยเห็นหนังสือที่บอกคนรวยมีนิสัยคนจนถึงรวย คนจนมีนอสัยคนรวยถึงจนมั้ย เหตุผลเดียวกันละ แต่พวกคนจนไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ไม่ชอบให้คนอื่นสอนด้วย

13 Nameless Fanboi Posted ID:YSWEAjZA3Y

พวกเบี๊ยวคอมมี่นี่มันคิดว่าเป็นคอมแล้วชีวิตจะดีขึ้นยังไงวะ ที่เห็นนี่ส่วนใหญ่นี่ลูกชนชั้นกลางทั้งนั้น
คิดว่ายึดทรัพย์ เจ้า - เจ้าสัว มาได้แล้วจะทำให้มันรวยขึ้นเหรอ ไม่คิดเหรอต้องแชร์กับพวกตลาดล่างที่พวกตัวเองก็ชอบด่าอยู่ด้วย

14 Nameless Fanboi Posted ID:8J13D77sdG

การได้เห็นคนชั้นบน ตกลงมาเท่าตัวเองเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่ำต้อยดี

15 Nameless Fanboi Posted ID:j6XX8Y81OK

>>12 จากหนังสือพ่อรวยสอนลูกเลยป่าวเนี่ย555

>>13 ไอ้นี่ก็ก๊อปแปะจากเพจสีขี้​ เห็นเพ้อแนวนี้มา10+ปีละ

16 Nameless Fanboi Posted ID:c2Yu7bP6fy

เนติวิทย์ ทำสถิติเป็นนิสิตคนแรกในประวัติศาสต​ร์จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย ที่เคยดำรงตำแหน่งทั้งประธานสภานิสิตจุฬาฯ นายกสโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ และดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ ซึ่งเป็นสามตำแหน่งสำคัญในจุฬาฯที่ยังไม่เคยมีใครเป็นพร้อมกันขณะเป็นนิสิตปริญญาตรี ยินดีด้วยกับนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ ปี 2564 ครับ Netiwit Chotiphatphaisal

17 Nameless Fanboi Posted ID:DQ40CXvmoQ

>>16 อ้างยังเรียนไม่จบอีกเหรอ

18 Nameless Fanboi Posted ID:8J13D77sdG

>>17 ตั้งใจปฎิรูป มหาลัย ถ้ายังไม่ได้ดั่งใจ จะยังไม่ยอมจบ

19 Nameless Fanboi Posted ID:c2Yu7bP6fy

เนติวิทย์ชนะเลือกตั้งนายกองค์การบริหารนิสิต จุฬาฯ แบบขาดลอยหมื่นคะแนน
เป็นคะแนนระดับชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง หรือชนะ ส.ส. เขตเล็กๆ ได้เลย ในอัตราการออกมาใช้เสียงระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปีของการเมืองนิสิตจุฬาฯ

น่าจับตามองมาก

20 Nameless Fanboi Posted ID:4xCFS6sbSP

นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นความไร้สาระของsjwฝรั่งลามมาถึงไทย

ล่าสุดเห็นว่ามีการฉอดBinary code(โค้ด0-1ในการเขียนโปรแกรม)ว่าทำไมต้องBinaryมีแค่สองอันเหมือนเพศชายหญิง ทำไมไม่มีโค้ดทางเลือกแบบเพศLGBTQ+

ขำหนักมาก

21 Nameless Fanboi Posted ID:pkxXlrzKEj

>>20 ขอซอสหน่อยคนับ อยากเผือก

22 Nameless Fanboi Posted ID:cETUXu0/S.

>>20 นัยต้นทางคือมันเขียนไว้น่ะวร่า ตอนกรอกฟอร์มเพศชอบเก็บเป็น booleanกันง่ะ ถ้าเกบเปงสติงหรือตัวอักฉอนมันจะเปลืองพื้นที่หน่วยคามจัม ส่วนที่เอามาโพสในเฟสนี่เหมือนจับมาบางส่วนง่ะ ออ เลาอ่านไม่จบนะมั่ยแน่ใจ อิ อิ

23 Nameless Fanboi Posted ID:LsAitP77Sa

>>20
fuzzy logic ไงฮับ

24 Nameless Fanboi Posted ID:UqGlcYHu6j

>>20 มาไทยจริงดิ master-slave นี่ก็ขำจะตายห่าแล้วนะ ไม่นึกว่าไทยจะเอาอันนี้มาด้วย

25 Nameless Fanboi Posted ID:d6J5aQaX1Q

>>22 มันไม่ได้เปลืองอะไรขนาดนั้นหรอก ฟีลด์อื่นแม่งกว้างกว่าเยอะพวกชื่อที่อยู่
แต่เก็บเป็นbooleanมันสะดวกตอนเอาไปใช้ทำข้อมูลต่างๆ มึงคิดสภาพต้องทำข้อมูลแยกระหว่างเพศแล้วมึงต้องมาเดาว่าไอ้เพศapache helicopter เป็นชายหรือหญิงโดยกำเนิด

26 Nameless Fanboi Posted ID:mfVk5g/ZbU

ที่เก็บเป็น bool ก็ตอนทำ report มันวิเคราะห์ง่ายกว่า แต่ทำไมถึง woke กันจริง

27 Nameless Fanboi Posted ID:2TlSwVeJGu

รู้ว่าเขาเอาจริง ยังจะออกไปประท้วง แกว่งเท้าหาเสี้ยน มันถึงตายไม่บันยะบันยัง ตัวเองตาย ชาติบ้านเมืองชิบหาย กับประชาธิปไตยที่เป็นแค่รูปแบบการปกครองประเภทหนึ่ง คือ ถ้าฉลาดมากพอคงรู้ตั้งแต่ศพแรกละว่าทหารไม่ยอม ไม่ใช่ดันทุรังมา 500 ศพ แล้วดราม่าโดนฆ่า ถ้าฉลาดต้องเลิกได้แล้ว ควรเลิกดันทุรังพาคนไปตาย พวกเชียร์แม่งก็โง่ หลับหูหลับตาเชียร์ ขนาดชีวิตตัวเองยังไม่เห็นค่า แล้วใครจะเห็นค่าพวกเธอ ท่องเป็นแต่ประชาธิปไตยไปทั้งชาติ ก็เป็นได้แค่ศพ ไว้โหนกิน

...อุดมการแล้วไง สำเร็จความไคร่ทางศีลธรรม ความรู้สึกประดุจศาสนาหนึ่งงี้เหรอ

#มิตรสหายท่าหนึ่ง << ใครมิตรสหายมรึง

28 Nameless Fanboi Posted ID:Wo.kdWvtaB

>>27 ขอให้โจรถือปืนมา ntr เมียมึงนะ

29 Nameless Fanboi Posted ID:6v7hzFcBp1

https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-belgium-party-idUSKBN2BO56G

เห็นข่าวนี้แล้วกูโกด มันจุกอก กำหมัดแน่นเรย
ตำรวจใช้กระบอง รถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา แถมขี่ม้า
สลายการชุมนุมมันผิดหลักสากล น่าอับอาย
UN ต้องเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้ !!!!

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

30 Nameless Fanboi Posted ID:AveMU3vdUh

มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้วิจัยมาอย่างยาวนาน​ โดยแนะนำการสร้างนิสัยแห่งความสุขที่แท้จริง 20 ประการ แบบไม่ต้องอาศัยยศฐาบรรดาศักดิ์ ความเก่ง และความร่ำรวยเลย

1. สำนึกบุญคุณคน
2. เลือกคบเพื่อนดี
3. เห็นอกเห็นใจคนอื่น
4. หมั่นเรียนรู้
5. เป็นผู้แก้ปัญหาได้
6.​ ทำในสิ่งที่เรารัก
7.​ อยู่กับปัจจุบัน
8.​ หัวเราะบ่อยๆ
9. ให้อภัย
10. กล่าวขอบคุณเสมอ
11. สร้างความสัมพันธ์ลึกล้ำ
12. รักษาสัญญา
13.​ ทำสมาธิ
14. ตั้งมั่นในสิ่งที่กำลังทำ
15. มองโลกในแง่ดี
16. รักอย่างไม่มีเงื่อนไข
17. อย่ายอมแพ้
18. ทำดีที่สุดแล้วอย่ายึดติด
19. ดูแลตัวเอง
20. ตอบแทนสังคม

เรามาสร้างนิสัยดีๆ กันนะคะ 👒

31 Nameless Fanboi Posted ID:jaXtItMfuE

ฟังดูอาจขัดแย้งกับมิตรสหายหลายท่าน นี่ว่า solution ขจัดความยากจนแบบทักษิณอะเวิร์คที่สุด มันไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการให้ยืมด้วยต้นทุนที่ต่ำ ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นสวัสดิการ พร้อมความรับผิดชอบต้องใช้คืน แน่นอน อาจมีหนี้เสียบ้าง แต่น้อยมาก

ตัวอย่างกองทุนหมู่บ้าน มันไม่มีใครไม่กล้าใช้คืน เพราะมันคือการบริหารจัดการกันเองภายในชุมชน เป็นเหมือน P2P lending ที่มาก่อนกาล ถ้าไม่ใช้คืนก็ต้องพร้อมใจกันไม่ใช้คืน การที่คนๆหนึ่งไม่ใช้คืนกองทุนหมู่บ้าน จะทำให้คนอื่นที่จะกู้กู้ได้น้อยลง แน่นอนหมู่บ้านมันเล็ก social sanction ต้องมา อย่างบ้านเกิดผมเนี่ย กองทุนอยู่มาได้เป็นสิบปีโดยที่รัฐไม่ต้องเอาเงินมาเติมหรือมาออดิทอะไรเลย มันเป็นนโยบายที่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มาก

ถ้าใครเครดิตดี จ่ายคืนตลอด ทำงานโน้นนี่เพื่อหมู่บ้านคุณก็มีโอกาสจะกู้ได้จำนวนมากขึ้น แต่จะไม่มีทางมากเกินไป เพราะผู้กู้แต่ละคนจะถ่วงดุลกันเองเสมอ การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำนี่เป็นอะไรที่ยั่งยืน มันทำให้คนต้องรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบต่อชุมชนและสร้างวินัยทางการเงิน อีกอย่างมันสามารถให้เงินจำนวนที่ "มากพอ" ในการนำไปลงทุน หรือประกอบอาชีพหาเลี้ยงชีพได้ เอาจริงนะ เงินกองทุนหมู่บ้านเนี่ย เอาไปซื้อวัวควายตัวหนึ่ง เอาไปเซิงให้มันท้อง ครบปีขายแม่มัน เท่าที่ก็คืนได้ทั้งต้นและดอก แถมควายน้อย วัวน้อยอีกตัวหนึ่งด้วย

32 Nameless Fanboi Posted ID:zZ..PfUXKR

>>31 กยศ ดอกเบี้ยตำ่ฉิบหายยังหนีกันเลย

33 Nameless Fanboi Posted ID:Z1ctKPksb6

>>32 มันต้องมีระบบควบคุมไง ถ้า กยศ. ให้ติดบูโรได้ ให้ทวงถามสถานประกอบการทั้งรัฐและเอกชนเพื่อหักจ่ายรายเดือนได้ มันคงไม่มีเงินหายวุ่นวายดินพอกหางหมูมาจนทุกวันนี้ แต่ กยศ. ก็ยังเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ คนจบ ป.ตรี พุ่งจนล้นก็เพราะ กยศ. นี่ละ

34 Nameless Fanboi Posted ID:Zp.RT9HTeo

>>31 ฟังดูดีนะ แต่ตอนนี้มีรายละเอียดไหม แต่ละหมู่บ้านที่ได้ไป เหลือกี่หมู่บ้านที่ยังมีกองทุนนี้อยู่ แล้วเหลืออยู่เท่าไร เหมือนพูดลอยๆว่าดี แต่ไม่เห็นภาพนอกจาก ซื้อเสียงหมู่บ้านละ 1M

35 Nameless Fanboi Posted ID:n7jBOTeKxr

เจ้าหน้าที่อาสาดับเพลิง เสี่ยงชีวิตทั้งที่ไม่ได้เงินเดือน สะท้อนความจริงอันเน่าหนอนของระบบทุนนิยมและลัทธิบริโภคนิยมที่ว่า ยิ่งงานที่คุณทำสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นชัดเจนมากเท่าไหร่ ค่าตอบแทนที่คุณได้รับก็ยิ่งน้อยตามไปด้วย แต่งานที่ไม่สร้างประโยชน์ กลับได้รับค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

36 Nameless Fanboi Posted ID:zakpRFgEOj

>>33 ถ้ามีระบบควบคุมเข้มไอ้พวกจนจริงๆส่วนใหญ่ครอบครัวจะมีเครดิตเสียหนี้เน่ารายได้ไม่พอจ่ายอยู่แล้ว(ถึงได้จน)กลายเป็นกู้ยากกว่าไอ้พวกเครดิตไม่เสียแต่กู้เอาไปใช้จ่ายของฟุ่มเฟือย

37 Nameless Fanboi Posted ID:bv50NC91/v

เอ ปรกติเครดิทมันติดกับตัวบุคคลนะ ไม่ได้ติดกับครอบครัว

แต่ตอนนี้ไม่ต้องห่วงหนี้ กยศ. หรอก ล่าสุดมันออกกฏใหม่บังคับเอกชนเก็บหนี้หักส่งสรรพกรอัตโนมัติ หลังจากมีมาม่าโดนบังคับขายบ้าน เพราะไม่ใช้หนี้ กยศ. มานักต่อนัก

38 Nameless Fanboi Posted ID:UTVb02jI5+

>>34 พูดแบบมึง กุก็พูดได้ บัตรคนจน คนละครึ่ง เราชนะ ม.33 เป็นการซื้อเสียงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ ถึงแสนล้านหรือยังนะ

39 Nameless Fanboi Posted ID:bv50NC91/v

ซื้อเสียง ไม่ใช่สิ... โครงการประชานิยม กุใช้คำนี้ละกันก็มีทุก รบ. ล่ะ

ที่เสียไปแบบไม่ได้อะไรกลับเป็นชิ้นเป็นอัน น่าจะไม่ใช่หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์นะ คือคิดตามปรกติตำบลประเทศไทยมีแค่ 7 พันกว่าตำบลเอง เต็มที่ก็ 7 หมื่นล้าน แถมใช้ไม่ครบด้วย

ที่เสียเยอะน่าจะเป็นพวกประกันราคา และจำนำสินค้าทางการเกษตรน่ะ ที่เยอะสุดน่าจะเป็นจำนำข้าวมั้ง จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แต่น่าจะ อยู่ระหว่าง 6~9 แสนล้าน

ส่วน แจกตังค์โควิต น่าจะใช้ไป 5 หมื่นล้านกว่าๆ มั้ง โครงการนี้เหมือนแจกเยอะแต่มันทยอยเผาเงิน ไม่ได้พรวด

40 Nameless Fanboi Posted ID:bv50NC91/v

ผิดๆ* 7 พันกว่าตำบลเองก็ 7 พันล้านสิ

41 Nameless Fanboi Posted ID:MAE9CW.uqW

>>39 แค่เราชนะโครงการเดียวก็ 2.1 แสนล้านแล้วตามข้อมูลรอบแรกและขอเพิ่มทีหลังอีก
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/925054

42 Nameless Fanboi Posted ID:X1j0F59HKo

>>41 เพดานงบที่ตั้งไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึง
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/928896

1.5 /2 = ประมาณ 7 หมื่นล้านกว่าๆ

43 Nameless Fanboi Posted ID:rQXsdU8tUZ

>>35 ชื่อก็บอกว่า "อาสา" ไม่ใช่ "เจ้าหน้าที่" พวกทำกู้ภัยมูลนิธิทั้งหลายอะมันก็แนวนี้ทั้งนั้น ใช้เวลานอกเหนือจากงานประจำมาทำ แต่เอาจริงๆ กูอยากรู้เหมือนกันนะว่าทำไมคนพวกนี้ถึงยอมมาทำงานเสี่ยงตายกัน แทนที่จะเอาเวลาว่างๆ จากงานประจำไปเที่ยวไปอยู่สงบๆ กับครอบครัวดีกว่า

>>36 คุมเข้มให้จ่ายคืนไม่ใช่คุมเข้มอนุมัติให้กู้ ตอนนี้ก็เริ่มแล้วนะ ได้งานปุ๊บไม่ว่าราชการหรือเอกชน หนังสือทวงหนี้ กยศ. ตามไปยันออฟฟิศอะ คือให้ต้นสังกัดหักส่งเลย (ที่ต้องคิดต่อคือพวกไม่เป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ไปขายของหรือเป็น Freelance นี่แหละจะตามหนี้ยังไง)

>>39 จำนำข้าวใช้เยอะเพราะต้องการให้เกษตรกรได้เงินเยอะเกินจริงไปมาก ส่วนประกันราคาข้าวรัฐบาลจะเติมเงินสมทบให้ระดับเดียวกับค่าแรงขั้นต่ำในภาคโรงงานเท่านั้น

44 Nameless Fanboi Posted ID:F9S2fiLnNb

ภาษีที่เก็บไปควรเอามาหมุนช่วยภาคประชาชนก็ถูกแล้ว ดีกว่าเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยอย่างโครงการpr 4000 โครงการ
ค่าซุ้ม ประตู ค่ากิจกรรมและบุลคากรส่วนตัว ค่าเครื่องบินไปเที่ยว บลาๆ

45 Nameless Fanboi Posted ID:TnoZOnWfzb

ศิลปะไม่กรอบหรือขอบเขต แต่ต้องไม่ใช่ tahoma

46 Nameless Fanboi Posted ID:tq9JKiqv31

ฝนตกแบบนี้ ขี้เกียจออกไปหาข้าว จะสั่งไลน์แมนอาหารก็แพง เลยจำใจต้องสั่ง 7-11 Delivery

พนักงาน 7-11 ต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่จัดของ คิดเงิน ชงกาแฟ นี่ต้องส่งของตอนฝนตกอีก เพราะทุนผูกขาดไงคะเลยทำให้คุณภาพชีวิตพี่เป็นแบบนี้

พูดแล้วหนูโกรธแทน เนอะพี่เนอะ เท่าไหร่นะพี่
//เดินขึ้นห้อง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

47 Nameless Fanboi Posted ID:w76fGy2/KC

>>46 นี่มัน Joke ตั้งกะด่าชาวเขาปลูกข้าวโพดทำเขาหัวโล้น หรือด่าไรเดอร์ส่งของที่ขี่รถหวาดเสียว ย้อนศร ขึ้นฟุตบาท แต่ก็กินเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเขาหัวโล้น และใช้บริการบริษัทส่งของที่ส่งไวที่สุดโดยไม่รู้ว่าส่งด้วยวิธีไหนชัดๆ lol

48 Nameless Fanboi Posted ID:NycpA6X1LA

>>46 ไม่ได้กินข้าวเซเว่นมาเป็นปีชีวิตดีมากๆ เพราะข้าวเซเว่นรสชาติหมาไม่แดก แถมราคาเทียบกับข้างนอกแพงชิบหาย555

49 Nameless Fanboi Posted ID:9/YZ.ZR+6T

ตอนโควิดระบาดน้อย = ความดีความชอบของรัฐบาล
ตอนโควิดระบาดมาก = ความเลินเล่อแระมาทการ์ดตกของประชาชน

50 Nameless Fanboi Posted ID:9/YZ.ZR+6T

ความเห็นผม อย่าประเมินเรื่องปัจจัยทางเศรษฐกิจต่อความมั่นคงของรัฐบาลสูงเกินไป

เพราะ 1. เศรษฐกิจไทยถึงจะบัดซบ แต่โอกาสที่จะบัดซบถึงขั้นคนอดตายแบบเวเนซุเอลา เกาหลีเหนือ หรือประเทศในแอฟริกานั้นเป็นไปไม่ได้เลย

2. ด้วยแนวคิดศาสนาพุทธ พอเพียง พึ่งตนเอง ที่ปลูกฝังกันมา ทำให้คนไทยมีความอดทนต่อความบัดซบของเศรษฐกิจมากกว่าทั่วไป เช่น ถ้าไม่มีเงินก็โทษที่ไม่ขยันพอไว้ก่อน หรือไม่ก็โทษกรรมเก่าไปนู่นเลย

ส่วนตัวคิดว่า เรื่องเศรษฐกิจล้มรัฐบาลไม่ได้หรอกครับ ไปชูเศรษฐกิจมากๆ จะโดนตอกกลับมาด้วยซ้ำว่า เศรษฐกิจห่วยทำไมมึงไม่ไปทำมาหากิน มาม็อบทำเหี้ยไร

51 Nameless Fanboi Posted ID:88BWIjqk5g

>>49 ตอนระบาดน้อยนี่ในเน็ตมีแต่อวยว่าเพราะคนไทยดูแลกันเอง รัฐบาลไม่ทำไรเลยมากกว่านะ หาที่อวยรัฐบาลเจอน้อยมากจริงๆ

52 Nameless Fanboi Posted ID:qwmVQLMJc8

>>51 มาดูนี่สินาย 555
https://imgur.com/hQIP2Qa

53 Nameless Fanboi Posted ID:88BWIjqk5g

>>52 กูพูดชัดเจนนะว่าในเน็ต

54 Nameless Fanboi Posted ID:qwmVQLMJc8

>>52 ก็ในเน็ทนี่แหละกลุ่มสลิ่่มเอารูปนี้ไปอวยกันเยอะแยะ นี่ยังไม่พูดถึงกลุ่มไลน์คนแก่นะ 555

55 Nameless Fanboi Posted ID:B2NMeexoq+

>>51 ขึ้นอยู่กับว่าไปดูกลุ่มไหน พอๆกันนั่นแหละ
คุมได้อวยรัฐ คุมไม่ได้ปัดสวะ
กับ คุมได้เพราะปชชไม่เชื่อรัฐดูแลตัวเอง คุมไม่ได้รัฐห่วย

56 Nameless Fanboi Posted ID:RuBMjmoXKg

>>52 ขึ้นป้ายแบบนี้ (เข้าใจว่าคนทำคงเป็นหน่วยราชการ ไม่น่าเป็นของเอกชนหรือพวกชาวบ้านทำให้) พูดให้ถูกก็คือคนทั่วไปไม่ได้อวยหรอก มันก็แค่ส่วนราชการท้องถิ่นเลียกระเจี๊ยวนายอย่างที่เห็นได้ทั่วไป ก็ตามสไตล์แหละ ส่วนพวกหลิ่มตามเน็ตหรือกรุ๊ปไลน์ที่คิดเองไม่ค่อยเป็นพอมาเห็นมันก็รีบงับเอาไปแชร์ต่อทันที ก็เท่านั้น

57 Nameless Fanboi Posted ID:2YwQ0bGcJF

“ประเทศไทยโง่เพราะไม่ได้สั่งpfizer-bioNtechมาใช้”

“แต่เยอรมัน ประเทศต้นกำเนิดbioNtech ก็ไม่มีpfizer-bioNtechแจกเหมือนกัน ใช้แต่AstraZeneca แบบนี้ก็แสดงว่าประเทศเยอรมันโง่เหมือนกันใช่ไหม”

“ “ (ตอบไม่ได้เพราะอวยประเทศEUว่าเป็นยูโทเปียไว้เยอะ)

-เหตการณ์จำลองจากวอลเฟสบุคมิตรสหายท่านนึง

58 Nameless Fanboi Posted ID:2nP6v8ROPs

หลักการสอนที่ codice stella คือ ต้องสอนดีกว่ามหาวิทยาลัยระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Harvard หรือ MIT หรือที่ไหนก็ตาม ลองเปรียบเทียบกันดูได้ว่าเป็นจริงหรือเปล่า
ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register
ที่ Harvard มี Course ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก นั่นคือ CS50 เปิดให้เรียน Online ได้ที่นี่ https://cs50.harvard.edu
Course นี้เริ่มต้นจากการเขียน Code ด้วยภาพหรือที่เรียกว่า Scratch ตามด้วยภาษา C เพื่อให้เข้าใจการเขียน Code แบบ Low Level อีก 5 ครั้ง ตามด้วยภาษา Python, Flask และ SQL อย่างละครั้ง HTML/CSS/JavaScript เรียนครั้งเดียว และ Ethics ปิดท้าย รวม 11 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ที่ codice stella เปิดสอน Course ที่คล้ายกันคือ Java Software Engineer ตอนนี้เรียนครั้งละ 3 ชั่วโมง ทั้งหมด 20 ครั้ง เป็นการเรียนแบบ Low Level เหมือนกัน มีเนื้อหา Data Structures ที่ควรรู้จัก เช่น Binary Tree, Binary Search Tree, Array, Matrix, Hash Table เรียนโดยการพิมพ์ทีละตัวอักษร
ที่ CS50 สอน Binary Search Tree โดยไม่ได้สร้าง Node ให้ดู เขียน Function หาข้อมูลโดยใช้ Code แบบด้านซ้าย พิมพ์ Code ทั้งหมดไว้ก่อน แล้วเปิดขึ้นมาอธิบายทีละ Block
ที่ codice stella สอนเรื่องเดียวกันโดยเริ่มจาก Binary Tree ก่อน แล้วค่อยเขียน Binary Search Tree ใส่ข้อมูลทีละตัว พิมพ์ทีละตัวอักษร เขียน Function ค้นหาข้อมูลแบบด้านขวา แต่เขียนเป็นภาษา Java แถมด้วยการตอบคำถามสัมภาษณ์งานระดับโลกด้าน Binary Search Tree เช่น หาผลรวมจาก Root ถึง Leaf, หาค่าที่มากที่สุดแต่ละ Level หรือ หาผลรวมแต่ละ Level สมัครงานที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวเรื่องนี้
ในส่วนของ Algorithms ปีนี้ CS50 เน้นสอนการเรียงข้อมูล หรือ Sorting อธิบายเรื่อง Selection Sort, Bubble Sort, Merge Sort แต่ไม่ได้เขียน Code ให้ดู แต่ที่ codice stella อธิบายให้เข้าใจหลักการแต่ละแบบ แถมยังมี Quick Sort และ Radix Sort เป็น Bonus ที่เหนือชั้น เขียนให้ดูครบทุกแบบ จะ Greedy Sort หรือ Divide & Conquer Sort ก็ใช้ได้ ต่างจาก Conquer & Divide Sort ยังไง มาเรียนด้วยกันได้ เขียนทีละตัวอักษร ให้เข้าใจที่มาที่ไป ลองมาเรียนด้วยกันจะได้เข้าใจหลักการทำงานอย่างแท้จริง
บางคนถามว่า ถ้าสอนดีขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่ไปสอนแทน Harvard หรือ MIT ไปเลย ด้วยความยินดีครับ พร้อมตลอดเวลา ใครเชิญมาก็พร้อมไปทุกที่
ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register
ส่วนของ MIT ต่อให้ 2 Courses เลย คือ Software Construction in Java กับ Advanced Software Construction in Java เรียน Online ได้เหมือนกัน ที่นี่ https://www.edx.org/course/software-construction-in-java และ https://www.edx.org/.../advanced-software-construction-in... ใช้เวลาเรียน 12 และ 10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมง
วิชานี้เริ่มต้นด้วยการอธิบายลักษณะของ Software ที่ดี 3 อย่าง ตามด้วยการทำ Code Review การ Partition Test Case การทดสอบแบบ Black Box และ Glass Box การทำ Test Automation
จากนั้นเป็นเรื่องของ Specification ตามด้วย Data Structures ของ Java อย่าง Equality, Immutable, Interface แบบฝึกหัดจะมี Code มาให้ส่วนนึง ให้แก้ไขให้ถูกต้อง เวลาเรียนรวม 12 สัปดาห์
ถัดไปเป็นวิชา Advanced Software Construction in Java เป็นขั้นสูงอีก Course นึงเรียนต่ออีก 10 สัปดาห์ เริ่มจาก Recursion และ Base Case รวมถึงเปรียบเทียบกับ Iteration ตามด้วยเรื่อง Data Structures ที่เป็น Recursive เช่น Binary Tree และการใช้ Regular Expression จากนั้นเป็นเรื่อง Concurrency Threading และ Socket และปิดท้ายด้วย Message Queue และ Deadlock
แบบฝึกหัดจะคล้ายเดิม คือมี Code มาให้แก้ไข หรือเขียน Unit Testing ให้ถูกต้องตาม Partition Test Case ที่กำหนดมา ต้องลองไปเรียนดูครับ เป็น Course ที่ดีมาก สอนด้วย Java 8 รุ่น Classic ที่ควรรู้ ผมเรียนมาทั้งสองวิชา ได้ Certificate มา เอาไว้ไปสมัครงานได้
ที่ codice stella เปิดสอนที่คล้ายกันคือ Java Software Engineer เริ่มต้นด้วยการเรียนภาษา Java พื้นฐาน ตามด้วย Array และ String หลักการของ Greedy และ Two Pointers ซึ่งมีความสำคัญในการสัมภาษณ์งาน ถ้ามีคำถามเป็น Two Pointers แล้วเราไม่เคยเห็น หรือไปใช้วิธีอื่น แสดงว่าพื้นฐานยังไม่ดี

59 Nameless Fanboi Posted ID:9/YZ.ZR+6T

>>57 ตอนนี้เยอรมันมีประท้วงหนักถือว่าพลาดเหมือนกันนะ

60 Nameless Fanboi Posted ID:2nP6v8ROPs

ตามมาด้วย Binary Tree และ Binary Search Tree เป็น Recursive Structures เหมือน Course ระดับโลกทั่วไป ที่สำคัญคือ จะมีการเขียนให้ดูทีละตัวอักษร สร้างทีละ Node เขียน Code จริง ไม่ใช่แค่วาดรูปให้ดู เรียนแล้วต้องรู้ข้อแตกต่างระหว่าง 3 เรื่องที่ชื่อคล้ายกันคือ Binary Search, Binary Tree และ Binary Search Tree ต่อให้จบปริญญาตรีมา ก็มีแค่ไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ ลองทดสอบดูได้
เรื่อง Divide & Conquer ยังไม่จบแค่นั้น ต้องศึกษาให้ลึกซึ้งถึง Merge Sort ตามแนวทางของผู้คิดค้นจาก Princeton รวมถึงปัญหาของ Merge Sort อาจจะถูกแก้ได้ด้วย Quick Sort ซึ่งก็เป็นที่ Princeton ที่ช่วยแก้ไข Quick Sort ให้ทำงานได้ดี เรียนที่ codice stella จะได้เขียนทั้ง Merge Sort และ Quick Sort ทีละตัวอักษร มีการ Merge โดยใช้ Sentinel และไม่ใช้ Sentinel ส่วน Quick Sort มีการ Partition แบบ Two Pointers ที่นิยมใช้ การทำ Dual Pivot และ Median of Three รวมทั้งการ Partition แบบกระต่ายกับเต่าตามหนังสือของ MIT
ครึ่งเดือนหลังจะเป็นการศึกษา Framework ที่นิยมใช้ของ Java เริ่มตั้งแต่การใช้ Cloud ของ Google และ Unix Commands ที่ควรรู้ การติดตั้ง Java Development Kit รุ่น 16 ใหม่ล่าสุด ศึกษากลไกการทำงานของ Redirect และ Pipe ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจระบบ Unix มากขึ้น
ส่วน Threading มีเรียนทั้งแบบ Subclass และ Interface เขียน Multicore ด้วย Lambda Expression ฝึกหัดใช้ Collections ทั้ง ArrayList, LinkedList, TreeSet, HashSet, TreeMap, HashMap ครบทุกตัว สมองคนเรามีข้อจำกัด จำอะไรมากไม่ได้ ก็อย่ากังวล เพราะใช้แค่ ArrayList ก็ทำงานได้แล้ว แต่ถ้าจะไปสัมภาษณ์งาน ต้องรู้ให้ครบ
Database จะใช้ MySQL ก่อน เพื่อให้เข้าใจหลักการของ JDBC หรือ Java Database Connectivity แล้วค่อยเขียน JPA หรือ Java Persistence API คราวนี้เขียนได้ทุก DBMS ไม่ต้องยึดติดกับระบบไหน ไม่ว่าจะเป็น Oracle, SQL Server, MySQL, DB2, PostgreSQL และอื่นๆ
จากนั้นศึกษาแนวคิดของ HTTP ตั้งแต่ยุคแรกที่ต้องใช้ HTML และ CGI หรือ Common Gateway Interface เพื่ออ่านเขียนฐานข้อมูล ตามด้วยยุคที่สองเขียน Code แทรกลงไปใน HTML แบบ PHP หรือ JSP (JavaServer Pages) และยุคใหม่คือแบบ Model-View-Controller ด้วย Spring MVC ซึ่งนิยมใช้อันดับ 1 ตามด้วย Spring Boot เรียนกันอย่างละวัน เขียนได้ทั้ง Web Service และ Web Application
ช่วงท้ายจะเป็น Software Validation หรือ Testing ซึ่งก็เริ่มตั้งแต่ Black Box และ White Box การใช้ Debugger การทำ User Acceptance Test หรือ UAT การเขียน Unit Testing กับระบบ Web Service รวมถึงการ Assert ค่า จบสุดท้ายด้วย Test Automation ใช้ Selenium เขียน Code ไปทดสอบ Ecommerce ชื่อดังอย่าง buddybuyer.com
Java Software Engineer เป็น Course แรกของโลกที่เรียน Keyword ของ Java ครบทั้ง 59 คำ เรียนด้วย Java 16 ใหม่ล่าสุด
เนื้อหาที่ codice stella ค่อนข้างยากมาก ต้องอาศัยความเข้าใจแบบละเอียดลึกซึ้ง มาเรียนแล้วเขียน Code ได้ลื่นไหลเหมือนเล่นดนตรี ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไรก็มาเรียนได้ เพราะเริ่มต้นเรียนใหม่หมด เป็นทักษะที่ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ทำได้แล้วทำได้ตลอดไป ไม่มีวันลืม ประสบการณ์สอน Java อันดับ 1 ของโลก 4,400 ชั่วโมง สอน Full Stack อีก 3,000 ชั่วโมง ไม่มีสอน Online เปิดสอนทุกเดือน มาเรียนซ้ำได้จนกว่าจะเข้าใจ และได้งานประจำทำเงินเดือนสูงตามที่ต้องการ ถ้ามีคะแนนสอบ TOEFL ตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป เงินเดือนเริ่มต้นที่ 50,000 บาท

ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register
บางคนสงสัยว่า เนื้อหาเยอะ จะเรียนเข้าใจเหรอ เนื้อหาต้องเยอะอยู่แล้ว เพราะการเรียนที่ codice stella เดือนเดียว ต้องมีความรู้เท่ากับคนจบปริญญาตรีที่เรียน 4 ปี ถ้ามีเนื้อหาส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ หรือตามไม่ทัน ก็สามารถมาเรียนได้ในเดือนถัดไป หรือมาเรียนเดือนไหนก็ได้ที่สะดวก ทำแบบฝึกหัดได้แค่ 5% สมัครงานได้ทุกที่ในเมืองไทย ทำแบบฝึกหัดได้ 30% สมัครงานได้ทุกที่ทั่วโลก
บางคนถามต่ออีกว่า แล้วจะไปเรียนมหาวิทยาลัยทำไมให้เสียเวลา 4 ปี ผมก็สงสัยเหมือนกัน ลองเดินไปถามดูได้ คนเรียนจบปริญญาตรีมา เขียน Sorting ได้ซักอันหรือเปล่า? รู้ข้อแตกต่างระหว่าง Binary Search กับ Binary Search Tree หรือเปล่า? คนรู้ก็มีครับ แต่แค่บางส่วน ครึ่งนึงยังไม่รู้เรื่อง หลายคนก็ตอบว่า "เคยเรียนมา แต่ลืมแล้ว" ได้ยินแค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ บางคนก็บอก "Sorting ไม่สำคัญ" ก็แล้วแต่จะคิด แต่ Harvard สอนแบบนี้ Harvard สอน Sorting ที่ codice stella ก็ต้องสอนตาม

61 Nameless Fanboi Posted ID:2nP6v8ROPs

เนื้อหาที่มหาวิทยาลัยสอน แต่ที่ codice stella ไม่ได้สอนก็มีเหมือนกัน เช่น Binary Heap หรือ Fenwick Tree ที่ codice stella จะใช้ Binary Search Tree และ Segment Tree แทน ใช้ได้เหมือนกัน O(log n) เท่ากัน แต่การเขียน Code จะไปแนวทางเดียวกัน จะเข้าใจได้ง่ายกว่า นั่นคือ Segment Tree เป็น Binary Search Tree แบบหนึ่ง และทั้งคู่ยังเป็น Binary Tree เหมือนกัน เรียนเข้าใจจำได้ตลอดกาล
ทุกวันนี้หน่วยงานรัฐหลายแห่งก็เริ่มมีการสอน Coding เหมือนกัน แต่หน่วยงานรัฐก็คือหน่วยงานรัฐ แต่ละโครงการดีทั้งนั้น มีการบูรณาการทุกภาคส่วน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทุกโครงการยิ่งใหญ่สวยงาม แถลงข่าวถ่ายภาพกันไป ให้พี่น้องประชาชนมีความสุขในทุ่ง Lavender ลองไปสัมผัสดูได้ จะได้เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
เนื้อหาทั้งหมดของ codice stella และมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Harvard, MIT, Stanford, Princeton ไม่มีความลับ หรือเคล็ดลับอะไรทั้งสิ้น เนื้อหาทั้งหมด สามารถหาอ่านได้ตามหนังสือ หรือ Internet ทั่วไป ยิ่งอ่านมาก ก็ยิ่งรู้มาก ยิ่งดีต่อประเทศชาติ ยิ่งดีต่อโลกของเรา อ่านหนังสือจบแล้วอยากสมัครงานก็ส่งใบสมัครงานมาได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมีประสบการณ์อะไร มีคะแนนสอบ TOEFL ตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป เงินเดือนเริ่มต้นที่ 50,000 บาท
ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register

62 Nameless Fanboi Posted ID:NO9AQMkRuS

ถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี

ธง แจ่มศรี

1 ธันวาคม 2551

สวัสดีครับ

เนื่อง ในโอกาสก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี ผมขอถือโอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีและคำอวยพรมายังมิตรสหายผู้ร่วมอุดมการณ์ ทั้งหลาย ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่และการงานของตน มีพลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมจะต่อสู้เพื่อภารกิจก้าวหน้าเป็นธรรม ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทุกคนแบกรับอยู่ให้ก้าวหน้าไปตาม ความเรียกร้องต้องการของสถานการณ์ในปัจจุบัน

ผมในนามเลขาธิการใหญ่ของพรรค ซึ่งบัดนี้เหลือแต่ชื่อ แต่ในทางเป็นจริงไม่ได้ดำรงสถานภาพนี้อยู่อีกต่อไปแล้ว ดังที่ทราบกันดี นับแต่การประชุมคณะกรรมการบริหารกลางเต็มคณะสมัยที่ 2 ชุดที่ 4 ในปี 2526 เป็นต้นมา เนื่องด้วยเหตุปัจจัยทั้งทางภววิสัยและอัตวิสัย โดยเฉพาะเหตุปัจจัยทางอัตวิสัย คณะกรรมการบริหารกลางชุดนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์การนำสูงสุดของพรรคมาจนบัดนี้ เท่ากับได้สูญเสียบทบาทขององค์การนำไปแล้วโดยสิ้นเชิง

ปัจจุบัน สถานการณ์ของประเทศเราเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่ากำลังอยู่ในสภาวการณ์ที่ สับสน แตกแยกกันอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สภาพเช่นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อขบวนของเราอย่างมาก กล่าว สำหรับมวลชนที่ก้าวหน้าและสหายเราที่ยังยึดมั่นในภารกิจที่ก้าวหน้าเป็นธรรม ต่างเรียกร้องให้ฝ่ายนำของเรามีบทบาทที่เป็นจริงในการชี้นำทางความคิด ผลักดันสถานการณ์ให้เป็นผลดีต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้ก้าวรุดหน้า ตามทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย แต่ก็เป็นที่น่า เสียใจอย่างมากที่องค์การนำของเราไม่สามารถมีบทบาทตามความเรียกร้องต้องการ ของสหายและมวลชนได้ด้วยสาเหตุที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมจึงจำต้องใช้ฐานะส่วนตัวแจ้งให้มิตรสหายทราบถึงแนวความคิดและทิศทางที่ควร จะเป็นของเราต่อไป จะผิดถูกอย่างไรให้ถือเป็นภาระหน้าที่ร่วมกัน วิพากษ์วิจารณ์กันได้เต็มที่

ปมประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกกันครั้งใหญ่ในสังคมไทยปัจจุบันนี้ กล่าวโดยสรุปก็สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นชนชั้นปกครองสองกลุ่ม ขอ เรียกสั้นๆ ว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนเก่า (อนุรักษ์นิยม) กับกลุ่มทุนใหม่ (เสรีนิยม) ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ จึงปะทุออกมาในรูปแบบการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549

แม้กลุ่มทุนเก่าจะได้เปรียบ เนื่องจากเป็นฝ่ายที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือรัฐสืบเนื่องมายาวนาน โดยเฉพาะคือสามารถมีอำนาจเหนือข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และตุลาการได้อย่างเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่เนื่องจากรูปแบบการปกครองของประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา เมื่อกลุ่มทุนเก่าสามารถตั้งรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารได้ซึ่งก็คือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธฺ จุลลานนท์ โดย ที่พวกเขาพยายามใช้เวลาหนึ่งปีกว่ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่บิดเบี้ยว คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับอำมาตยาธิปไตย และกฎหมายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อลิดรอนทำลาย อำนาจอธิปไตยของประชาชนในรูปแบบที่แอบแฝงแนบเนียน โดยคาดหวังว่าเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ปี พ.ศ.2550 พวกเขาจะได้รับชัยชนะ สามารถกุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้

แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม กล่าวคือพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ และสามารถตั้งรัฐบาลใหม่กลับเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ของพวกเขา เมื่อไม่สามารถยับยั้งคู่ปรปักษ์ได้ จึงต้องใช้อิทธิพลที่มีอยู่มาระดมลูกน้องลูกสมุนมาก่อกวนขัดขวางรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะคือการใช้อิทธิพลครอบงำสื่อต่างๆ มาปลุกปั่นสร้างกระแสบิดเบือน ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนจนไม่สามารถจำแนกแยกแยะความเท็จความจริงและความถูกผิดได้

63 Nameless Fanboi Posted ID:NO9AQMkRuS

>>62

ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ แม้จะมีนักวิชาการออกมามาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันต่างๆ นานา มีความคิดเห็นกันหลากหลาย แต่ในความหลากหลายเหล่านั้น เรา ก็สามารถใช้ทัศนะวัตถุนิยมวิภาษและวัตถุนิยมประวัติศาสตร์มาจำแนกแยกแยะได้ ว่าโดยเนื้อแท้แล้วก็คือการต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างระบอบประชาธิปไตยของชน ชั้นนายทุนกับระบอบอำมาตยาธิปไตยของศักดินานั่นเอง

มาจนถึงจุดนี้ก็มีมิตรสหายบางคนเสนอแง่คิดว่า ในเมื่อมันเป็นความขัดแย้งระหว่างเผด็จการอำมาตยาธิปไตยกับนักประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนแล้ว ก็ ไม่น่าจะเกี่ยวกับเราที่เป็นประชาชนคนธรรมดา และยังมีมิตรสหายอีกบางคนให้แง่คิดว่า เราไม่ควรเพ้อฝันมากนักกับประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน ซึ่งมีแต่การซื้อเสียงขายเสียง คอรัปชั่นโกงกินอย่างชั่วช้าสามานย์

แน่นอน นักต่อสู้ของประชาชนเรา จะต้องไม่นั่งงอมืองอเท้ารอคอยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างเด็ดขาด หากจะต้องใช้สถานการณ์ให้การศึกษามวลชนในรูปแบบเงื่อนไขต่างๆ อย่างทรหดอดทนไปยกระดับความสำนึกตื่นตัวของมวลชนให้สูงขึ้น จนสามารถผลักดันให้พวกเขาสามัคคีรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งไปช่วงชิงผลประโยชน์ที่เป็นจริงของพวกเขาเอง

ส่วน เรื่องที่ว่าประชาชนเราสมควรจะสนับสนุนรัฐสภาของชนชั้นนายทุนหรือไม่นั้น ก็มิใช่ว่าเรารักชอบระบอบทุนนิยมหรือไม่ชอบ แต่อยู่ที่ว่าการวิวัฒนาการของสังคมมนุษยชาติปัจจุบันได้ก้าวถึงขั้นตอนที่ เป็นยุคสมัยของทุนนิยมแล้ว ประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมทั้งประเทศไทยก็ได้พัฒนาก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยม แม้ว่าโครงสร้างสังคมบางส่วนยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยมแล้ว สำหรับ ปัญหาความรับรู้ของเราที่มีต่อระบบทุนนิยมดีหรือเลวอย่างไรนั้น ปรมาจารย์ลัทธิมาร์กซ์คือ ท่านคาลมาร์กซ์ก็ได้ให้ข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าเรานักลัทธิมาร์กซ์ได้เรียนรู้ ประยุกต์ใช้กับความเป็นจริงของเราอย่างไรต่างหาก ด้วย เหตุนี้ท่าทีของเราต่อทุนนิยมจึงมิใช่รับหรือปฏิเสธอย่างเดียว เพราะแม้เราจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม แต่การดำรงอยู่ของทุนนิยมก็เป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ดัง นั้นเมื่อรับรู้ต่อกฎภววิสัยแห่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของสังคม ก็ยิ่งเรียกร้องให้เราต้องพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ซึ่งก็คือต้องคำนึงถึงจุดอ่อนจุดแข็งของชนชั้นปกครอง และฝ่ายประชาชนเรา จากนี้ไปกำหนดขั้นตอนยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไปข้าง หน้าอย่างมีจังหวะก้าวและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางภววิสัย นี่คือทิศทางใหญ่ที่จะต้องเป็นไป

อย่างไรก็ดี เพื่อทำความกระจ่างต่อข้อสงสัยของเพื่อนบางท่าน ที่มีต่อระบอบรัฐสภาของชนชั้นนายทุน จึงใคร่ยกเอาคำสอนของปรมาจารย์ท่านหนึ่งคือท่านเลนิน ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือชื่อ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์ โดยท่านชี้ว่า “เรายังไม่มีกำลังพอจะโค่นล้มรัฐสภาชนชั้นนายทุนได้ เรายังต้องเข้าร่วมการต่อสู้บนเวทีรัฐสภาชนชั้นนายทุน จุดมุ่งหมายก็อยู่ที่ให้การศึกษาแก่ชนชั้นที่ล้าหลังในชนชั้นของตนนั่นแหละ อยู่ที่ปลุกและให้การศึกษาแก่มวลชนในชนบทที่การศึกษายังไม่เจริญ ถูกปิดหูปิดตาและขาดความรู้นั่นแหละ ขณะที่พวกท่านยังไม่มีกำลังพอที่จะยุบรัฐสภาชนชั้นนายทุนและองค์กรปฏิกิริยาประเภทอื่นๆ นั้น พวกท่านจะต้องทำงานภายในองค์กรเหล่านี้” (จากบทที่ 7 “จะเข้าร่วมรัฐสภาชนชั้นนายทุนหรือไม่” ในหนังสือ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์)

จาก ที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ภาระหน้าที่ของพวกเราคือจะต้องยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ คัดค้านการใช้อำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยให้เข้ม แข็งสมบูรณ์เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง มีแต่เช่นนี้เท่านั้นจึงจะทำให้เราสามารถผลักดันให้สังคมก้าวรุดหน้าต่อไป ได้ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

64 Nameless Fanboi Posted ID:4M0t81ZGY+

- คนติดขับรถเบนซ์ คนลำเค็ญนั่งรถเมล์
- เหตุเกิดที่ร้านแพง แต่ร้านข้าวแกงต้องรับกรรม
- โควิตติดคนรวย คนซวยคือคนจน
- เศรษฐีเป็นคนก่อ คนซวยต่อเป็นประชาชน

#โควิททองหล่อ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:KWVZKJBalY

"ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่ง สำหรับ "พรก.ฉุกเฉิน" ที่รัฐบาลประกาศใช้ในการ "ควบคุมโควิด" ภายใต้โครงสร้างของ ศบค. ก็คือ ผู้ที่ถูกแจ้งจับในข้อหานี้ กลับแทบไม่มีการเกี่ยวข้องกับการ "ระบาด" ของโควิดเลย (อาจจะมีรอบแรก ช่วงจับชาวบ้านนั่งกินเหล้ารวมกลุ่ม ฯลฯ) ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์ไหน โดยเฉพาะ "คลัสเตอร์ทองหล่อ" ล่าสุด ที่มีทั้งรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล และเหล่าคนระดับ "อีลีต" ของประเทศ แต่กลับเป็น "กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง" ที่ถูกรัฐใช้กฎหมายนี้ในการดำเนินคดี และที่น่าสนใจไปกว่านั้น "ไม่มีสถิติการติดเชื้อโควิด จากพื้นที่การชุมนุมทางการเมือง""

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

66 Nameless Fanboi Posted ID:yqudlZLV6n

ร้าน K นี้ member แรกเข้า หลักหมื่นกลางๆ ( คือ level น้อยสุด ) แตะจนถึงหลักแสน เด็กๆ สาวๆ ใน ร้านคัด grade A+++ สูง ยาว หน้าเป๊ะ ( ถ้าเดินตามท้องถนนก็มีสะกิด เพราะโดดเด่น สวยเป๊ะ ) รายได้ต่อคนนึงหลักแสนต้นๆ ถึงแสนกลางๆ ถึงแตะล้าน ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความ popular เพราะดริงค์นึงคือ 3,500 ออดเดอร์ขั้นต่ำ 10 ดริ้งค์ที่ต้องสั่งต่อ. 1 สาว / คืน ( รายได้ส่วนนี้ สาวๆ ที่เรียกมา คือ ได้เลย 100% ) ข้าวไข่เจียวหมูสับ 380 บาท
ว่าแต่เงินที่ท่านเที่ยวคืนนึงเป็นแสนๆ ท่านเอามาจากไหน คะ ! เงินเดือนตำแหน่งไม่น่าจะ cover การเที่ยวร้านระดับนี้ได้แน่ๆ

และอย่ามาถามว่าเคยทำมั้ยไม่เคยทำจ้า เตี้ยจ้า 😂แต่รู้เพราะเคยฟังแกงค์ ผช พี่ที่ทำงานระดับ director , cEo เค้าเคยเมาส์ให้ฟังจ้าา

67 Nameless Fanboi Posted ID:.7hWrMf9yh

>>66 ร้านนี้เคยไปมา 2 รอบ ไม่ได้จ่ายตังค์เอง เด็กก็ไม่ได้แบบว่าสวยเว่อร์วังอลังการอะไรนะ เรียกว่าหน้าตาดีเกินมาตรฐานก็พอ แบบที่สวนโคตรๆก็มีบ้างแหละ แต่เทียบสัดส่วนกับเด็กทั้งร้านแล้วน่าจะ 10-20% เองมั้ง

68 Nameless Fanboi Posted ID:OH18qOK.+D

1.. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
2. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
3. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
4. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
5. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
6. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
7. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
8. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
9. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
10. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
11. ชาติไทยรุ่งเรืองอยู่เป็นเมืองของไทย และคู่กษัตริย์ไทยตลอดไป
12. ขอเชิญปวงชนชาวไทยทุกคนน้อมนำพระดำรัสของในหลวงมาปฏิบัติด้วย
13. จงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของท่านพ่อหลวงด้วย
14. ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย ร้องเพลงชาติไทย
15. ทำความดีกันเถอะเพื่อถวายในหลวงพ่อของแผ่นดินไทย
16. พ่อของคนไทย เทิดทูนไว้เหนือเกล้า สำนึกในใจเรา พ่อของเราทดแทนคุณ
17. ไทยร่มเย็นได้เพราะน้ำใจของพ่อหลวง ความรักความห่วงไทยทั้งปวงให้ร่มเย็น
18. ผมเป็นคนไทยมีพ่อและแม่ของแผ่นดินคือในหลวงและพระราชินี
19.พระองค์จะมีความสุขมากหากคนไทยทุกคนเป็นคนดี ถึงคนไทยทุกคนอาจจะไม่ได้เป็นดีทุกคน
แต่เราจงช่วยสนับสนุนให้คนดีได้มีโอกาสปกครองคนไม่ดี อย่าให้คนไม่ดีได้มีอำนาจ
20. ชาวไทยร่วมใจสามัคคีเพื่อในหลวงของประเทศไทย
21. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
22. ขอพรให้พระองค์ ทรงเสวยพระกระยาหารได้มากๆ และทรงพระเกษมสำราญ ตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
23. ขอพระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดไป
24. ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
25. ขอพระองค์ ฯทรง มีพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป
26. ขอให้พระองค์ท่านจงทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง
27. ขอให้พระทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระวรกายที่แข็งแรง
28. จะเป็นคนดี ประพฤติดีเพื่อในหลวง
29. ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
30. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
31. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
32. ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
33. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
34. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
35. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
36. เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
37. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
38. ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
39. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
40. พ่อหลวงทรงยึดมั่นในคุณธรรมด้วยพระบารมีแผ่ไพศาลแก่พสกนิกรชาวไทย ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
41. ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อย
42. ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกับอีกหรืออย่างยิ่งของประเทศ
43. ขอให้คนไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นพลเมืองของพระองค์
44. พระคุณพ่อของแผ่นดิน ล้นเหลือสิ้นจักพรรณนา
45. เราคงสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน หากสิ้นกษัตริย์
46. พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
47. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
48. ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า ชาติใดขาดสามัคคีธรรม จะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
49. บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ประมุข
50.พระองค์ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน

69 Nameless Fanboi Posted ID:dtTNnGNXnZ

ขนาดของระบบเศรษฐกิจนอกกฎหมายช่วงปี 2536-2538 คิดเป็นร้อยละ 15-18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเฉลี่ย เลยนะ ไม่รู้ว่าทศวรรษนี้จะโตขึ้นมาขนาดไหน
.
อย่างที่รู้กันในเศรษฐศาสตร์มหภาคว่าตัวเลขพวกนี้ไม่ถูกจัดเก็บรวมเข้ากับ GDP ผลที่เกิดขึ้นจึงเป็นการเบี่ยงเบนทรัพยากรที่จะนำมาใช้ในภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์กับสังคมไปหาธุรกิจที่มีผลเสียกับสังคม ทำให้นักธุรกิจถูกกฎหมายเสียเปรียบเพราะผู้ทำผิดกฎหมายเข้าถึงแหล่งทุนหรือหาแหล่งทุนมาได้ง่ายกว่าและยังไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากไม่มีการบันทึกรายการบัญชี และยังก่อให้เกิดการผูกขาดทางทางเศรษฐกิจอีกด้วย
.
การค้าที่ผิดกฎหมายโดยนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อาวุธสงครามผิดกฎหมาย เฮโรอีน ฯลฯ นั้นไม่ได้ทำให้เกิดผลผลิตภายในประเทศประเทศนั่นคือ ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจในประเทศเพิ่ม แต่ผลผลิตยังคงเท่าเดิม จึงเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้
.
ประเด็นเรื่อง Sex Worker เองก็มีการพยายามทำให้ถูกกฎหมายมาตั้งแต่งสามสิบปีที่แล้ว แต่ถ้าดูแบบนี้ การทำให้มันผิดกฎหมาย และอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดเป็นการผูกขาดและทำกำไรดีกว่า (ไม่ถูกจัดเก็บภาษี ไม่ต้องคำนึงเรื่องมาตรฐานสุขอนามัย ไม่ต้องมีส่วนแบ่งตลาด) คงจะยากหากจะผลักดันโดยไม่เห็น Players และอิทธิพลที่โยงใยกันอย่างแน่นหนาเหล่านี้

.

ที่มา: ผาสุก พงษ์ไพรจิตร และคณะ. (2539). เศรษฐกิจนอกกฎหมายกับนโยบายสาธารณะในประเทศไทย การประชุมรายงานผลการวิจัย. ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

70 Nameless Fanboi Posted ID:9J0UnAnJ+0

เคยคิดว่าเงินเดือน(รายรับส่วนบุคคล) 1 แสนบาทนี่โคตรเยอะเลย พอได้มาอยู่กลุ่ม ๆ หนึ่ง

รายได้ 1 แสนต่อเดือน คือพออยู่ได้ และก็ไม่ได้ใช้ฟุ่มเฟือยด้วยนะ ถ้าจะให้เซฟ ๆ แนะนำกันที่ 2 แสนอัพถึงจะปลอดภัย

อืม นี่ไม่ใช่โลกพันทิปด้วย แต่คือโลกจริง ๆ เงินเดือน 5 แสน - 1ล้าน คือมีตัวอย่างให้เห็น

Me / จนสุดในแก๊งค์ >< ต้องพยายามและสร้างเครื่องทุนแรงกันต่อไป ^^

71 Nameless Fanboi Posted ID:dtTNnGNXnZ

ผมโตมาในยุคที่ธรรมกายแอบอิงอยู่กับอำนาจรัฐ เชื้อพระวงศ์แทบทุกคนต้องเข้าไปเกี่ยวข้องปฏิสัมพันธ์กับธรรมกายรวมทั้ง แม่ในหลวงในยุคนั้น หรือมกุฎราชกุมารในตอนนั้น ที่ปัจจุบันคือในหลวงรัชกาลที่ 10

ธรรมกายในยุคที่ผมเติบโตมาเข้ายึดชุมนุมพุทธในทุกมหาวิทยาลัย และลามไปตามโรงเรียนต่างๆ สมัยเรียนมัธยมยังต้องมีการให้หลับตาเพ่งลูกแก้วบ้า ๆ บอ ๆ ด้วย นี่ยังไม่รวมถึงการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆจนเป็นตัวแทนของพุทธพาณิชย์สมัยใหม่ที่เรียกร้องให้คนทำบุญเพื่อจะบรรลุอะไรสักอย่าง

ความยิ่งใหญ่ของธรรมกายมันสร้างความกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย

นี่ยังไม่รวมทั้งภาพประวัติศาสตร์ที่ชาวบ้านในทุ่งรังสิตรบราฆ่าฟันกับธรรมกายในการแย่งที่ดินทำกินกับวัด

ภาพความเลวร้ายของธรรมกายนั้นผูกติดอยู่กับทักษิณ ชินวัตรเมื่อมีกระบวนการต่อต้านทักษิณ ชินวัตร (ท่ามกลางข่าวลือว่าสาวกวัดธรรมกายนั้นส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร)

ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาภาพลักษณ์ของธรรมกายก็ดูจะเสื่อมทรามหลงไปในหมู่ชนชั้นกลางและชนชั้นนำที่ต่อต้านทักษิณ

จุดสูงสุดในการต่อต้านธรรมกายก็คือการใช้กำลังตำรวจทหารเข้าไปปิดล้อมและยึดวัดธรรมกายในสมัยรัฐประหาร (มีคนฆ่าตัวตายประท้วงด้วย)

หลังจากนั้นธรรมกายกลายเป็น "วัดทางเลือก" ที่โดนอำนาจรัฐรังแก ทั้งๆที่วัดธรรมกายกับอำนาจรัฐนั้นผูกติดกันมาตลอด

การที่มีโอกาสได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นแปลว่าเราต้องอายุมากพอสมควร

หรือแปลว่าเราแก่แล้ว

72 Nameless Fanboi Posted ID:R1D177nY+c

>>66 ตั้งราคาขนาดนี้กูขอกลับไปแถวสะพานควายของกูดีกว่า ร้านมืดๆไม่ต้องไปสนใจหน้าตาเด็กมาก บริการดีก็โอเคละ

73 Nameless Fanboi Posted ID:ZPWMRjO+tz

>>72 อี๋ เหม็นสาปคนจน

74 Nameless Fanboi Posted ID:AzHejItiRb

Generation Y ก็คือ มองโลกแบบสุขนิยม ไม่ค่อยอดทนต่ออะไรง่ายๆ และเชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นเมื่อมีผู้ใหญ่ที่เป็นระดับ Generation X ขึ้นไปมาตักเตือน ก็มักจะไม่ค่อยยอมฟัง เพราะอาจจะเห็นว่าเป็นพวกหัวโบราณ ความคิดเก่าล้าสมัยบ้าง ไม่เข้าใจเด็กรุ่นใหม่บ้าง แต่คนรุ่นใหม่เองก็ควรจะรับฟังคำแนะนำหรือคำตักเตือนจากคนรุ่นก่อนๆบ้าง เพราะอย่างไร เขาเหล่านั้น ก็ได้ผ่านพบเจอปัญหาและอุปสรรคต่างๆมามากมาย อย่างน้อยก็มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่าเรา คำโบราณที่ว่า ‘อาบน้ำร้อนมาก่อน’ นั้น ก็ยังใช้ได้ผลอยู่ในปัจจุบันนี้ เมื่อรับฟังคำตักเตือนมาแล้ว หากเราเก่งจริง เราก็จะต้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเราเองได้

75 Nameless Fanboi Posted ID:R1D177nY+c

>>74 https://i.imgur.com/uaxilKI.jpeg

76 Nameless Fanboi Posted ID:82tAF6oll+

>>74 อาบน้ำร้อนกับโดนต้มห่างกันนิดเดียว

77 Nameless Fanboi Posted ID:CU5HL3EAw2

>>69 ศก. นอกระบบมันไม่ใช่แค่ธุรกิจผิดกฎหมาย งานวิจัยนี้เข้าใจว่าเก่าแล้วเลยจำกัดความแค่นั้น แต่ปัจจุบันหมายความร่วมถึงงานทุกประเภทที่ไม่ได้เข้าระบบภาษี อย่างแม่ค้าแผงลอยทางเท้า ถ้าขายในจุดผ่อนผันก็ถูกกฎหมาย แท็กซี่ป้ายเหลือง-ใบขับขี่สาธารณะก็ถูกกฎหมาย เกษตรกรทำไร่ทำนาในที่ตัวเอง ที่ สปก. ที่ครอบครองอย่างถูกต้อง หรือเช่าที่คนอื่นก็ถูกกฎหมาย แต่พวกนี้ไม่เคยต้องพิสูจน์ว่ามีรายได้ถึงพอจ่าย ภงด. หรือไม่ ดังนั้นเลยมีพวกรวยเงียบซุกซ่อนในสังคมไทยอยู่ไม่น้อย ภงด. ไม่ต้องจ่าย แต่พอเกิดอะไรขึ้นก็มาเรียกร้องเยียวยา ส่วนเรื่อง Sex Worker ถ้าแก้ทัศนคติคลั่งศีลธรรมไม่ได้ พวกส่วยทั้งหลายก็ยังเก็บผลประโยชน์สบายๆ นั่นละ เหมือนห้ามโฆษณาเหล้า ผลคือคนก็ไม่ได้ดื่มลดลงแต่กลายเป็นรายใหญ่ไม่กี่เจ้าผูกขาดตลาดแทน

>>74 Gen Z มากกว่ามั้ง เอาจริงๆ X กับ Y นี่พูดกันรู้เรื่องมากที่สุดแล้วมั้ง

78 Nameless Fanboi Posted ID:QE3fW6pnN1

เชื่อฉันไหม พวกเธอในที่นี้หลายคนอาจเคยติดโควิดไปแล้ว แต่ไม่มีอาการป่วย แล้วก็หายแล้ว และมีภูมิคุ้มกันไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเคยติด

79 Nameless Fanboi Posted ID:CU5HL3EAw2

>>78 กูเชื่อนะ จนถึงวันนี้อัตราป่วย-ตายก็ยังเหมือนเดิม คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ-อาการน้อยและหายได้เอง

80 Nameless Fanboi Posted ID:vuAyIoyk6V

การปกครองด้วยวิถีอำนาจรวมศูนย์จะกลับมาผงาดและยิ่งใหญ่อีกครั้ง.ซึ่งมันก็จะเป็นไปตามวงรอบของมัน..หลังจากการปกครองด้วยระบอบโลกสวยที่เรียกว่า"ประชาธิปไตย"ล่มสลาย..จากการที่ผู้คนเริ่มเห็นจุดบกพร่องมากมายของคำว่า"ประชาธิปไตย"ที่ไม่สามารถพัฒนาสังคมประเทศชาติพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดได้..แต่ในทางกลับกัน..กลับทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในทุกมิติทุกบริบทของสังคม จนคนดี คนมีคุณภาพ คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม.ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอึดอัดมากขึ้นทุกวัน..

81 Nameless Fanboi Posted ID:82tAF6oll+

>>80 ฝันหวานเนอะ

82 Nameless Fanboi Posted ID:LEXlX8tCQB

>>79 ก็คงมี แต่ไม่น่าจะเยอะมาก ไม่งั้นคงมีคนเข้ารพ.จนล้นแล้ว ต่อให้อาการหนักน้อยแต่จำนวนคนป่วยก็ต้องเพิ่มขึ้นจนปิดไม่อยู่ ที่ไทยมาถึงขั้นนี้ได้โดยที่ระบบยังไม่เคยล้มนี่น่าแปลกใจเหมือนกันนะ

83 Nameless Fanboi Posted ID:bi.jyhm3jf

>>82 กูห่วงรอบนี้แหละ รพ.เอกชน ถึงขั้นบอกว่าน้ำยาตรวจหมด

84 Nameless Fanboi Posted ID:zkdVhpHGoN

>>83 น้ำยาไม่ได้หมด แค่มันมีกฎว่าไปตรวจเจอโรงพยาบาลไหน โรงนั้นต้องรับ โรงพยาบาลเลยอ้างว่าน้ำยาหมด เพื่อตัดปัญหาเตียงล้น

85 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>83 ตาม>>84 สธ.ยอมให้รพ.เอกชนปฏิเสธได้ แต่ถ้าขาดเหลืออะไรต้องช่วยด้วย

เอาจริงก็บอกยาก รอบก่อนที่พม่าติดกันเยอะๆ กูก็นึกว่าจะไม่รอดแล้ว ดันคุมอยู่กว่าที่คิด หวังว่ารอบนี้จะเป็นแบบนั้น

86 Nameless Fanboi Posted ID:YiesOuh5n2

เห็นหลายคนบ่นอยากให้ไทยจัดการโควิคแบบประเทศพัฒนาแล้ว เอาแบบเยอรมันป่ะครับ ล็อคดาวน์แม่งทุกอย่างยาวมาหกเดือนแล้ว ร้านอาหารให้ซื้อกลับบ้านได้อย่างเดียว เจ้าของบาร์-คลับกำลังจะตายทั้งประเทศ

หรือจะเอาแบบสวีเดน ที่ไม่ห้ามเหี้ยอะไรเลย ปล่อยฟรี คนติดก็ตาย ไม่ติดก็สบาย

การจัดการแบบไทยโอเคแล้ว ถ้ามันบังคับใช้กับทุกคนไม่มียกเว้นอ่ะนะ

-มิตรสหายได้เมียยุโรปท่านนึง

87 Nameless Fanboi Posted ID:MTFJ5p5UzU

>>86 กูชอบแบบเยอรมัน แต่เอาเข้าจริงหลายๆร้านก็ไม่ทำตามหรอก

88 Nameless Fanboi Posted ID:tfGg6tH7hl

คนกลางคืนกำลังจะตายแล้ว
- ร่า นสหายทั่นหนึ่ง เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้

89 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>88 อืม กูอยากรู้เหมือนกันนะว่าธุรกิจกลางคืนทั้งหมดเนี่ยมีมูลค่าเท่าไหร่ ไม่ใช่น้อยๆ แน่ๆ พวกนี้ได้รับผลกระทบกว่ากลางวันเยอะมากเลย

กูรวมธุรกิจอาหารกับร้านสะดวกซื้อเข้าไปด้วยนะ ร้านอาหารที่เปิดกลางคืนเป็นหลักในกทม.มีเยอะเหมือนกัน แล้วกูว่าส่วนใหญ่อร่อยกว่ากลางวันอีก ไม่ได้กินนานละ

90 Nameless Fanboi Posted ID:7fiqVdJvy.

>>89 กูว่ามันไม่สำคัญเรื่องเวลาเปิด แต่ผับพวกนี้มันมีความแออัด มีความใกล้ชิดสูง มันสำคัญที่ว่ามีมาตรการยังไงไม่ให้กลายเป็นสถานที่แพร่เชื้อได้

91 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>90 ไม่ได้หรอก ที่มันเอาไว้สีกันก่อนแลกของเหลว กันได้ทางเดียวคือปิดไปเลย แต่ธุรกิจกลางน้ำอย่างร้านอาหารกับแท๊กซี่หรือรร.มันซวยไปด้วยไง

92 Nameless Fanboi Posted ID:9k5Wv7tm.Q

>>85 รอบพม่ากูไม่ห่วงเลยนะ เพราะส่วนใหญ่พวกนี้อยู่ในชุมชนปิด คือถ้าไม่ใช่หอโรงงาน ก็อพาร์ตเมนท์แบบทั้งตึก 90%+ มีแต่พม่า มันเลยคุมง่าย เอาทหารเฝ้า รั้วลวดหนามขึง ชาวบ้านส่งข้าวส่งน้ำให้ จบ! เอาจริงๆ กูสงสัยนะ รอบนั้นก็มีสถานบันเทิงเหมือนรอบนี้แหละ (แถวปิ่นเกล้า) ทำไมมันไม่แรงเหมือนทองหล่อวะ

93 Nameless Fanboi Posted ID:9k5Wv7tm.Q

>>89 สื่อญี่ปุ่นเคยบอกว่าหลักแสนล้านบาทต่อปีนะ https://asia.nikkei.com/Economy/Pandemic-dims-lights-on-Thailand-s-5bn-nightlife-sector

Nightclubs and bars, which contribute more than $5.5 billion a year to the overall economy, are the country's hidden "dollar box."

94 Nameless Fanboi Posted ID:RCs/GZ2e2Q

>>87 แบบเยอไม่ไหวมั้ง เห็นโควิดรอบล่าสุดทำเอามีทีท่าว่าจะปิดสถานบันเทิง คนไม่ว่าจะขั้วการเมืองไหนก็กรูกันออกมาไม่เห็นด้วยกันตรึม

95 Nameless Fanboi Posted ID:mT+YCcmab7

"ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ไม่กี่ร้อยปีอ่านะ มีหน้าไปด่าจักรวรรดิอังกฤษ ตอนมันล่องเรือสำรวจโลก ไทยยังอุมบะอยู่เลย 55555"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

96 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>95 สมัยอยุธยา ยุโรปบันทึกว่าอยุธยาเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลกนะ ตอนนั้นอังกฤษยังบ้านนอกสุดกู่อยู่เลย คนภาคพื้นทวีปถ่มถุยกันตลอด พึ่งลืมตาอ้าปากว่าเจริญได้หลังชนะนโปเลียน เมกายิ่งล้าหลังเข้าไปใหญ่ ในสายตาชาวยุโรปนะ

ตอนนี้เมกาและอังกฤษเจริญกว่าไทยมากแล้ว แต่ตอนนั้นใช้คำว่าไทยอุมบะนั้นไม่ถูกอย่างยิ่ง เพราะอย่างน้อยช่วงนั้น โลกยุโรปมองว่าไทยเจริญกว่าอังกฤษเยอะ

97 Nameless Fanboi Posted ID:j6VN4Dh8J6

>>96 แมคคานาตา มีตั้งแต่ไทยเรายังไม่เป็นประเทศเลย
ที่เจริญเพราะเราเป็นเมืองท่า แต่ตามว่าเราคิดค้นนวัตกรรมอะไรเองบ้าง ปืนคาบ
สิลา ปืนใหญ่ ก็ได้ต้นแบบจากชาติอื่นมา

98 Nameless Fanboi Posted ID:h3JKfr48vP

>>97 มันมีทฤษฎีอธิบายด้วยนะ บอกด้วยความที่อยุธยาที่ตั้งเหมาะกับการค้ามากๆ เลยกลายเป็นเมืองหมุนเงิน คือหาเงินไม่ยาก เลยไม่ต้องคิดค้นอะไร อาศัยซื้อเอาอย่างเดียว (แล้วนิสัยนี้ดันติดมาถึงปัจจุบันด้วย คนไทยเลยชินกับการซื้อมาขายไปมากกว่า)

99 Nameless Fanboi Posted ID:mT+YCcmab7

>>96 5555อังกฤษมีกฎบัตรแมกนาคาร์ตาตั้งแต่ปี 1758 อยุธยายังไม่ตั้งเลย เลิกใช้กฎหมายหมิ่นกษัดราวๆ300ปี ก็ช่วงปลายๆอยุธยา ช่วงนั้นไอ้ไทยแม่งยังอุมบ๊ะๆ ไล่ฆ่าตัดหัวแย่งบัลลังก์กันอยู่ช่วง ปราสาททอง-นาราย-เพทราชา รัวๆเลย ความเจริญมึงนี่วัดจากอะไรวะ จะว่าเทคโนโลยี ก็ไม่น่าใช่นะสำหรับไอ้ไทย

100 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>97 >>99 นิยามคำว่าความเจริญสมัยนั้นไม่เหมือนกับสมัยนี้ สมัยนั้นแมคนาคาร์ต้าแทบไม่มีใครชมหรือคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องผ่านมาเป็นร้อยปีช่วงยุคของฮอบส์เลยมั้งถึงเริ่มให้คุณค่าแบบทุกวันนี้

>>98 ฝรั่งก็บันทึกข้อนี้ไว้เหมือนกัน คนไทยชอบใช้เงินแก้ปัญหามากกว่าแก้ด้วยตัวเอง ก็สะท้อนถึงความรุ่งเรืองสมัยนั้นดี

101 Nameless Fanboi Posted ID:ySlppunHbl

อยุทธยาเคยเป็นเมืองที่ประชากรมากที่สุดในโลกตอนช่วงปี1700s ประชากรประมาณ1,000,000คนในเมืองเดียว อันนี้เป็นเรื่องจริง แต่เจริญสุดไม่น่าใช่ เพราะโรมันมีระบบประปาไขก๊อกใช้มาตั้งนานละ

102 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>101 กูก็ไม่ได้บอกว่าเจริญสุดนะ

ส่วนโรมันล่มสลายไปนานแล้ว คนเลยไม่เอามาเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน

103 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>102 เหรอ >>96 "ยุโรปบันทึกว่าอยุธยาเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลกนะ" ตกลงความเจริญมึงนับจากอะไรวะ แล้วใครบันทึก

อีกอย่างถ้าความเจริญยุคนั้นไม่ได้นับด้วยนิยามเดียวกับยุคนี้ แล้วจะแปลกอะไรที่คนยุคปัจจุบันจะมองว่ามันคือความอุมบะ? ก็ไม่ต่างกับกาลิเลโอกับศาลศาสนาที่เม้นบนๆแหละ ที่ปัจจุบันถูกมองเป็นตราบาปของศาสนาคริสต์

104 Nameless Fanboi Posted ID:Y8G1WAnlu.

>>103 หนึ่งใน แปลว่าตัวท็อป ไม่ใช่ no.1 อย่าสับสน

คนบันทึกส่วนใหญ่ก็ฝรั่งนั่นละ เพราะสมัยนั้นบ้านเมืองมันด้อยกว่า อย่างน้อยๆ คือจำนวนปชก.ต่างกันเยอะมาก แล้วความสะอาดอีก พวกยุโรปแปลกใจกับความรักสะอาดของคนไทยมาก ทั้งอาบน้ำแปรงฟันทั้งวัน ขนาดไปยุโรปยังอาบน้ำในแม่น้ำตลอด แล้วก็บันทึกว่าวัดไทยมีทองเยอะมาก ทองแทบทุกอย่าง

หนังสือพวกนี้หาไม่ยากนะ ม.ต้น-ปลายมึงน่าจะเคยเรียนมาบ้าง ถึงไทยจะยกแต่ส่วนดีๆ ก็จริง แต่มันก็ไม่ได้บิดเบือนอะไร สมัยนั้นอยุธยารุ่งเรืองมากจนจ้างทหารต่างชาติถล่มพม่าได้ สมัยนั้นไทยชอบ PMC มาก แต่สมัยนี้ไม่ชอบ

105 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>104 เจริญสุด มันแปลว่าตัวท็อปก็ได้นะ เจริญสุด เจริญสุดๆ 1ในที่เจริญที่สุด ความหมายแทบไม่ต่างอะว่ะ

บ้านเมืองฝรั่งด้อยกว่า555555555555555555555 มันบันทึกไว้แบบนี้เลยเหรอ ใครบันทึกวะ ฝรั่งที่เข้ามาแล้วบันทึกอะไรเยอะๆละเอียดๆสมัยนั้นน่าจะไม่กี่คนนะ

106 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>104 เรื่องตำรามต้นมปลาย กูไม่รู้นะมึงเรียนเวอร์ชั่นไหนมา แต่ประถมมัธยมไม่มีหรอกไอ้ปวศ แบบอ้างอิงบันทึกฝรั่งอ่ะ มีแต่เขียนมาเลยว่าอยุธยาเป็นงี้ๆๆ สุโขทัยงี้ๆๆ ไม่มีหรอกอ้างอิงอะไรที่มึงว่า แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ได้บิดเบือน เอาแค่เขียนว่าพม่ามารุกรานแต่ไทยไปปราบประเทศราชนี่ก็บิดเบือนแล้ว

107 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>104 ประมาณนั้นเลย อยุธยาไม่มีทหารอาชีพ นอกจากเกณฑ์ไพร่แล้วก็จ้างต่างชาติเอา

108 Nameless Fanboi Posted ID:cGpmNCbz+M

>>104 ที่เจริญจริงๆอะคือวัง กษัตริย์ อยุธยาเจริญ=ผู้มีอำนาจมีความมั่งคั่ง

109 Nameless Fanboi Posted ID:cGpmNCbz+M

ทหารมันประเมินว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปมันก็ชนะเหมือนเดิม เพราะมันมองว่าชาวบ้านโง่ ซื้อได้ แจกเงินนิดหน่อย ทำโครงการแจกเงินให้ ก็กาให้พรรคทหารแล้ว

แถมยังคุมโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นได้ ไอ้อนุพงศ์มันทำงานของมันทุกวัน คุมมหาดไทได้ก็คุมกลไกราชการท้องถิ่นได้ คุมหัวคะแนนได้ คุมนักการเมืองท้องถิ่นได้ เลยคุมคะแนนเสียงเต็มมือ

ยิ่งล่าสุดทำลายประชาธิปัตย์ยับถึงถิ่นที่นคร ยิ่งมั่นใจว่าอีกไม่นานจะเข้าไปแทนที่ ปชป ได้สำเร็จ

ผมไม่ได้พูดลอยๆ ทหารมันพูดกันแบบนี้จริงๆ มั่นใจมากว่าตัวเองคุมอำนาจทั้งหมดไว้ในมือได้

ไม่กลัวม้อบสามนิ้ว ไม่กลัวแดง ไม่กลัวส้ม เพราะมันเชื่อว่าม้อบมาเป็นปีก็ล้มมันไม่ได้ นักการเมืองก็อยู่ในกำมือ เอาผลประโยชน์ล่อก็เดินตามล่ะ มันรู้จุดอ่อนนักการเมืองดี ดังนั้น เกมสภาจึงอยู่ในมือทหารทั้งหมด

แถมวังก็เป็นแนวร่วมด้วย อำนาจยิ่งแข็งแกร่ง

110 Nameless Fanboi Posted ID:w+jhNX2ygk

>>109 เอาจริงๆกูก็คิดแบบนั้นล่ะ
ถึงจะเห็นใจเด็กๆ แต่กูก็ทำใจไปแล้วว่าภายใน10-20ปีระบบของสังคมไม่น่าจะดีขึ้น (ไม่ใช่ความเจริญที่สามารถเข้าถึง)
เวลาคุยกับน้องๆหรือคนที่ยังมีไฟกูบอกอย่างเดียวว่าไปนอก(โลกตะวันตกหรือเอเชียบางประเทศ)แบบถูกกฏหมายให้ได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งแล้วหาทางเป็นพลเมืองให้ได้
ความเหลื่อมล้ำถึงจะมี มันก็ยังดีกว่าที่นี้
ส่วนกูกับพวกวัยใกล้เคียงกันคือสามต้นๆมันหมดแรงไปไหนแล้ว ต้องทำใจทนต่อไปว่าถึงวันที่ตายไปประเทศนี้มันจะเป็นประชาธิปไตยได้จริง
ส่วนไอ้ที่รัฐอยากให้ผลิตพลเมืองรุ่นต่อไปเหรอ อย่าฝันกูไม่ย่อมให้ลูกกูต้องเกิดมาเป็นฝุ่นใต้ตีนสูญสิ้นความเป็นคนหรอก จบมันที่รุ่นกูนี่ล่ะ
เสียดายอย่างเดียวคือถ้าตายเร็วเงินกับบ้านจะต้องตกกลับไปเป็นของแผ่นดินนี่ล่ะ

111 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>110 อย่าคิดมากเงินมึงเทียบกับพวกบนๆแม่งก็แค่นิดเดียวแหละ ก่อนตายหาความสุขให้เต็มที่พอแล้ว กูก็จะทำเหมือนกัน เรื่องมีลูกนี่กูตลกนโยบายของกะลามาก เห็นหลักๆมีแค่ลดภาษีเท่าขี้มด กูเอามาเทียบกับคชจ ค่านมลูกค่าอาหารค่าเทอมค่าบลาๆๆๆๆแล้วขำ ตั้งแต่เกิดมากูยังไม่เคยเห็นนโยบายไหนทำให้รู้สึกอยากมีลูกมาก่อนเลย จริงๆกูก็ไม่คิดว่าจะเคยมีคนไทยคนไหนอยากมีลูกเพราะนโยบายห่าพวกนี้ด้วยซ้ำแหละ ส่วนมากมันมีกันเองอยู่แล้ว

112 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>101 พื้นที่เกาะเมืองประมาณ5พันไร่ = 8 sq.km
ถ้าประชากร1ล้าน ความหนาแน่นประชากรจะเป็น 125000/sq.km
6เท่าของมุมไบในปัจจุบัน มึงคิดว่าเป็นไปได้? ถ้าทั้งอาณาจักรอาจจะได้นะ แต่ถ้าแค่ตัวเมืองนี่โม้เหม็น

113 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>109 >>110 น่าสนใจนะว่าทำไมถึงเลือกใช้ "ความกลัว" เป็นหลักในยุคนี้ เอาจริงๆ คือเรื่องนี้พูดกันมานานตั้งแต่ก่อนมีม็อบเหลือง-แดงแล้ว อารมณ์คำทำนายด้วยซ้ำว่ายุคต่อไป (นับจากตอนนั้นที่เป็นยุคที่แล้ว) บ้านเมืองจะไม่ได้น่าอยู่อีกต่อไป ถ้าไม่ใช่เผด็จการยาวๆ ก็คือสงครามกลางเมืองแบ่งฝ่ายรบกันอะ คือถ้าใช้ "ความรัก" ขับเคลื่อน ทำให้คนส่วนใหญ่อยู่ได้ไม่ลำบากแบบสมัยก่อน คนก็จะไม่ถามอะไรที่มันลึกขึ้น มันก็น่าจะดีกว่านี้ไม่ใช่หรอวะ

114 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>113 ตอนนี้ก็เดินสายหาสลิ่่มรายวันนี่ไง สลิ่่มรักปานแหกตูดดม

115 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>114 ขนมหวานมันคนส่วนน้อยแถมส่วนใหญ่ไม่ใช่คนหาเช้ากินค่ำ

116 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>115 กูเล่นมุก555 เอาจริงๆการใช้ความรักขับเคลื่อนอ่ะ ถึงที่สุดก็จะกลายเป็นแบบอังกฤษ คือถ้ามองแบบมึงหรือกู ใช้เงินชิวๆให้รัฐบาลทำงานให้ก็ดีแล้วป่ะ แต่ถ้ามองแบบพวกกระหายอำนาจอ่ะ มันไม่มีทางพอหรอก

117 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>105 มีหนังสือให้อ่านเยอะแยะนะ บันทึกฝรั่งพวกนั้นมีแปลไทยทุกคนเลย เพราะคนไทยชอบเรื่องแบบนี้ ไม่เชื่อก็ไปหาอ่านได้

>>108 สมัยก่อนก็งั้นอยู่แล้ว ชีวิตไพร่ไม่อยู่ในสายตา/บันทึกนักหรอก

>>112 มันไม่ได้อยู่บนเกาะเมืองอย่างเดียว แต่หมายถึงรอบด้านด้วย พื้นที่แถบนั้นปลูกข้าวได้มากจนคนไม่พอเกี่ยวข้าวเลย สงครามของไทยสมัยก่อนถึงเน้นล่าทาสมาทำนานี่ละ

118 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>117 อะไรมึงเนี่ย มีให้อ่านเยอะแต่เสือกไม่บอกชื่อคนบันทึกซะที แบบที่เขียนเลยว่าอังกฤษเจริญน้อยกว่าอยุธยาเลือกมาซักคนดิ หรือจริงๆไม่มี เป็นฝรั่งในมโนมึง

119 Nameless Fanboi Posted ID:pZuHxQxvO1

>>104 ไอ้ชอบอาบน้ำมันเพราะเป็นเมืองร้อนนะ

120 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>104 เกลียดที่มึงใช้คําว่าPMCหว่ะ กูเห็นเป็นภาพแบบทหารอยุธยาใส่เทคติคอลเกียร์ ถือปืนM4A1

121 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>117 อ๋อ ใช่ไอเล่มที่ขาย50บาทลดราคาในเซเว่นแล้วไม่มีคนซื้ออ่ะป่ะ บันทึกปวศฟอลค่อนมาอยุธยาหรา

122 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>120 Mecenaries ก็ได้ฟะ สมัยนั้นเพียบเลย ฝรั่ง แขกเปอร์เซีย เจ๊ก ยุ่น มอญ

123 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>118 คร่าวๆ ก็อันนี้ ถ้าอยากอ่านละเอียดก็ต้องอ่านจากบันทึกโดยตรง แต่ถ้าขี้เกียจก็อ่านหนังสือของสุจิตรไม่ก็นิธิได้ ตำรามาตรฐานเลย ถึงแม้สุจิตรจะไม่ชอบเผ่าไทย แต่ก็เขียนอยู่หลายรอบเรื่องความเจริญทางการค้าสมัยก่อน

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000098443

>>119 ทุกวันนี้คนไทยยังติดนิสัยนี้ตอนไปนอกเลย และฝรั่งก็ตกในเหมือนเดิม

>>120 เทียบกับสมัยนั้นก็แทคติคอลเกียร์จริงนะ กองทหารอาสายุโรปชอบใส่เกราะลำตัวกับหมวกเหล็ก ผลิตในไทยก็มี แต่คนไทยไม่ชอบใส่ มันร้อน

124 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>123 น่าจะมีแต่คนไทยนี่ละที่ไม่ใส่เพราะร้อนบ้างหนักบ้าง พวกหรั่ง เจ๊ก ยุ่น ใส่กันทั้งนั้น อาวุธก็ดีกว่า ส่วนพวกแขกเปอร์เซียไม่ใส่เพราะความบ้าระห่ำล้วนๆ (จะว่าไปทำไมพวกมุสซี่นิสัยแบบนี้ทั้งนั้นเลยวะ)

125 Nameless Fanboi Posted ID:CPn/Jw+HVK

>>124 อัลเลาะห์​ magical armor ใช้ท่านนำพาไปสู่ชัยชนะ

126 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>122 เห้ยไมาได้แย้งมึงนะ แซวๆ5555555 แม่งเรื่องGate but Ayutthaya PMCเปิดประตูข้ามเวลาไปอยุธยาไปช่วยเรื่องการต่อสู้ อาวุธ คิดสภาพชนช้างแบบติดปืนกลหนัก555555555
ขยายวงสงครามเอาเฮลิคอปเตอร์จู่โจมถล่มเรือปืนหนักต่างชาติ สร้าง The GREAT Ayutthaya Empire💪😩👌💦

127 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>123 หลักๆคือวัดวังถนนหนทางสวยแค่นั้น(เกณฑ์ขี้ข้ามาสร้างล้วนๆ) แล้วไม่มีอันไหนบอกว่าเจริญกว่าอังกฤษเลย... พูด1เล่าต่อ100เลยนะมึง กูว่าไปค้นสุจิตรกับนิธิก็คงไม่ต่างกันหรอก

128 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>127 ลองอ่านเถอะ แล้วจะรู้

เอ้อ นิติปรัชญาที่กูแนะนำไปรอบก่อนอ่านยังละ ถามหาอยู่ได้ตั้งหลายรอบ แต่อย่างมึงอ่านไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

129 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>128 อ่านแล้วถึงบอกว่าไม่มี quoteมาเลยประโยคไหน อย่ามาเฉไฉแบบคราวก่อนเสียเวลาว่ะ

130 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>117 นอกเกาะเมืองมันเป็นทุ่งนา ไม่ใช่ชุมชนหนาแน่น ถ้ามึงอ้างตัวเลข1ล้าน มันมาจากหนังสือWorld Cities ของGeorge Modelski เขียนประมาณว่าประชากรอยุธยามีประมาณ 3แสน-1ล้าน ช่วงกว้างฉิบหายแต่ชอบเอาขอบเขตบนสุดมาอ้างกัน

และถ้าอยากเปรียบเทียบ เมืองในยุคเดียวกันที่ประชากรถึง1ล้านคือปักกิ่ง ซึ่งขนาดกำแพงเมืองชั้นในก็กว้างด้านละ6กม. เบ็ดเสร็จพื้นที่ภายในกำแพงเมืองไม่ต่ำกว่า40sq.km ชุมชนรอบเมืองอยุธยานี่มีแหล่งชุมชนขนาดถึงหมื่นคนเหรอ

131 Nameless Fanboi Posted ID:UoNcKgH+4T

เรื่องทหารรับจ้างรอบบ้านมันก็จ้างเหมือนกันนะ ตอนสงครามไรสักอย่างตอนต้นกรุง มีทหารโปรตุเกศบันทึกว่าตอนไปรบที่พม่าก็ไปรบกับทหารโปรตุเกศด้วยกันเอง ที่เขมรเคยมีกษัตริย์โดนยุให้ไปนับถือคริสต์ แต่สุดท้ายก็โดนปราบ

132 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>129 รู้เลยไม่ได้อ่าน บอกบุญอีกรอบก็ได้

http://library.nhrc.or.th/ulib/dublin.php?ID=4888

ไปดูสารบัญ หน้า 97 แต่อ่านแค่ตรงนั้นอาจจะไม่พอ เพราะถ้าไม่มีพื้นก็ไม่เก็ตอยู่ดีว่าทำใมถึงเป็นแบบนั้น

>>130 ถ้าที่ราบภาคกลางทั้งหมดน่าจะถึง แต่แค่อยุธยาไม่ถึงหรอก มันแค่ประมาณคร่าวๆ

ไทยใช้ระบบเข้าเวรใช้แรงงาน ดังนั้นจะมีช่วงนึงที่ปชก.หนาแน่น นั่นคือช่วงปลูกและเกี่ยวข้าว ที่ตัวเลขแกว่งน่าจะเพราะแบบนี้

>>131 ของพม่ามีทหารต่างชาติขึ้นเป็นเจ้าเมืองด้วยมั้ง แต่เทียบสมัยพระนารายณ์กูเข้าใจว่าสมัยนั้นไทยมี PMC ใหญ่สุดนะ เพราะพระนารายณ์ไม่ไว้ใจคนไทย ชอบใช้ต่างชาติ และให้มีกำลังทหารได้ จำนวนถึงเยอะกว่าเพื่อนบ้าน

133 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>132 เพราะมีระบบใช้แรงงานนั่นแหละถึงรู้จำนวนได้ ลาลูแบร์บันทึกไว้”ทั้งอาณาจักร”มีประชากรราว1.9ล้านคนนับทั้งชายหญิง เด็ก
การเกณฑ์ไพร่เข้าเดือนออกเดือนมันเกณฑ์เฉพาะไพร่ชายฉกรรจ์(ทาสไม่โดนเกณฑ์) ดังนั้นเป็นไปได้ยากมากที่คนเกินครึ่งของทั้งอาณาจักรจะมากระจุกกันแถวรอบเมืองอยุธยา supplyไม่พอหรอก

ไม่นับว่ารูปวาด-แผนที่ร่วมสมัย ไม่มีที่แสดงว่ามีชุมชนขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงเกาะเมือง และการตั้งบ้านเรือนก็ไม่มีลักษณะที่จะยัดคน1ล้านลงในพื้นที่8ตร.กม.ได้ด้วย

134 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>132 ถามเรื่องฝรั่งคนไหนบันทึกว่าอยุธยาเจริญกว่าอังกฤษเสือกแปะลิ้งนิติปรัชญา บ้าไปแล้วเรอะ

135 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>132 แบบเนี่ย >>133 มึงเห็นไหมเม้นนี้มันเขียนมาเลยว่าลาลูแบร์เขียนว่าประชากร1.9ล้าน ทางมึงก็บอกมาเลยว่าใครบันทึก มึงสิมาแปะลิ้งแปะไปเรื่อย อ่านแล้วก็ไม่เจอ ถามไปก็เสือกเอาลิ้งนิติปรัชญามา มึงเป็นเหี้ยไร

136 Nameless Fanboi Posted ID:q.wipMEr4z

>>134 กูตอบมึงไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่มึงก็งี้ประจำ สม่ำเสมอมาก

>>133 กูไม่คิดว่าบันทึกสมัยนั้นจะตรงขนาดนั้น แต่จำนวน 1 ล้านก็เกินไป ถ้าแค่ 500K ในช่วงพีคน่าจะเป็นไปได้มากกว่า

แต่เอาจริงกูอยากรู้เหมือนกันว่าตัวเลขล้านคนนี่เอามาจากไหน ตอนนั้นที่มีข่าวใหม่ๆ กูลองเช็คดูแล้วก็ไม่เคยมีตัวเลขนี้

137 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>136 ก็บอกแล้วว่าในลิ้งมันไม่มีอันไหนที่ว่าอยุธยาเจริญกว่าอังกฤษ ทำไมแค่โพสระบุชื่อคนแบบ >>133 มันยากเย็นสำหรับมึงนักวะ หรือจริงๆมันไม่มีไอ้ฝรั่งคนนั้นแต่แรก

138 Nameless Fanboi Posted ID:bL29ai6Q0C

>>136 ถ้าเอาพวกหลักฐานเอกสาร
- พงศาวดารฉบับหัตถเลขา บอกว่าช่วงที่โดนล้อมเมือง14เดือนจนกรุงแตก มีคนในเขตเกาะเมืองตายไปราว2แสน(โดนฆ่า ป่วยตาย อดตาย)
- พงศาวดารพม่าบอกว่าจับเชลยกวาดต้อนกลับไปอังวะ3หมื่น

139 Nameless Fanboi Posted ID:2BNs/8E+iE

ความจริงก็อปมาแปะเลยก็จบ ถ้ามีจริงก็ตบหน้าคนถามได้ แต่ถ้าไม่มีก็จะ...หน่อยๆ

140 Nameless Fanboi Posted ID:1wMfcGNv3/

>>136 เมืองอยุทธยาล้านคน(แค่เมืองไม่ใช่อาณาจักร)น่าจะมาจากหนังสือWorld CitiesของGeorge Modelski

หนังสือปู่จอร์จแกตีพิมพ์ตั้งแต่ปี1966ละ แต่ยังมีคนciteอยู่เรื่อยๆ แสดงว่าข้อมูลน่าเชื่อถืออยู่ ยังไม่มีใครเขียนเปเปอร์ไปแย้งได้

141 Nameless Fanboi Posted ID:bL29ai6Q0C

>>140 -ปู่แกเขียนเล่มนี้ในปี2003
- แกเขียนว่าในช่วงปี1700 อยุธยามีประชากร 300k-1m แกเขียนเป็นช่วง ไม่ควรเอาupper limitมาเป็นเกณฑ์ฟันว่าอยุธยามีประชากรถึงล้าน
- ลาลูแบร์บันทึกปี1687 ว่า”ทั้งอาณาจักร”มีอยู่1.9ล้าน เป็นไปไม่ได้ที่ครึ่งหนึ่งของอาณาจักรจะมากองกันในเขตเกาะเมือง(เพราะแผนที่และภายวาดร่วมสมัยไม่มีชุมชนขนาดใหญ่นอกเกาะเมือง) ความหนาแน่นประชากรจะเป็น6เท่าของสลัมมุมไบ
- ไม่ใช่ไม่มีคนแย้ง Ian Matthew Morris (Social Development ปี2010) ระบุว่าในปี1700 เมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกคือปักกิ่ง จำนวน650k

142 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

ไปมู้ ปวศ. กันเหอะโม่งทั้งหลาย เถียงกันเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะแหม่

143 Nameless Fanboi Posted ID:k7efZ0PCbu

>>137 ถ้ามึงต้องการที่พูดเป๊ะๆ แบบนั้นไม่มีหรอก มันมีแต่การเปรียบเทียบว่าเจริญมากมายแค่ไหน

>>138 กูหมายถึง 1 ล้านคนนะ >>140 ตอบแล้ว

>>140 ขอบคุณมาก

>>141 สมัยศ. 17 ที่ชิงเข้าแผ่นดินจีนมีการล้างโคตรคนจีนไปเป็นจำนวนมาก กว่าจำนวนจะฟื้นได้ก็ช่วงศ. 19 เลย คนจะน้อยก็ไม่แปลก

เอ้อ อันนี้น่าจะเป็นสาเหตุหลักเลยที่ไทยแซงขึ้นมาพอดี

144 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>143 ถ้าอ่านดีๆ ขนาดจะอ้างว่าพูดถึงความเจริญก็ยังก้ำกึ่ง เพราะส่วนใหญ่พูดถึงวัดกับวังสวยงาม การค้าขายเยอะ มีพูดถึงผังเมืองว่าดีนิดเดียว แต่แอบมีของแชร์เวสที่เขียนว่า ระบบน้ำยังไม่ดีพอ "...สถานที่ดังนี้จะอำนวยประโยชน์ได้อีกมาก ถ้าไม่มุ่งแต่จะก่อสร้างอาคารบ้านเรือนให้งดงามถึงเท่านี้ แล้วละเลยการปรับปรุงทางน้ำเสีย..." ความใหญ่โต แกมเฟอร์ก็บอกชัดเจนว่ายังไม่เท่าเยอรมันที่นึงละ "...ในกรุงมีโบสถ์วิหารอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง มีบริเวณพอสมกับถนน และเต็มไปด้วยสถูปเจดีย์ปิดทองขนาดต่างๆ ความใหญ่โตไม่เท่าโบสถ์ของเรา แต่ความงามภายนอกนั้นยิ่งกว่ามากนัก..." ไอ้ที่อีตานี่เขียนว่า ยิ่งใหญ่สุดในแถบเอเชีย ก็ไม่รู้นับถึงที่ไหน หรือเจ้าตัวเคยเห็นกี่ประเทศของเอเชีย หรือจริงๆหมายถึงแค่แถบอาเซียน? สรุปว่าจากลิ้งนี่ ฝรั่งบอกแค่ว่า วัดวังสวย ผังเมืองเป็นระเบียบ(ในยุคนั้น) ศูนย์กลางการค้าขาย แค่นั้นเองแหละ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000098443

แล้วมีอันนี้บันทึกของตุรแปง เขียนซะเละไปเลย นอกจากการค้าแทบไม่เหลืออะไรดีๆ ทหารกาก อาวุธกาก ระบบสุขภาพห่วย การศึกษาขาดหลักเหตุผล(ไหนว่าพุทธสอนกาลามสูตร!?) ไม่ชำนาญเดินทะเล ไม่รู้ดาราศาสตร์ คนไม่ชอบคิด กฎหมายห่วยแตกทำผิดให้เป็นถูกได้แบบทุเรศทุรังที่สุด(อันนี้น่าจะโคตรจริงที่สุด เพราะคุ้นชห!) https://www.facebook.com/notes/2735881536739596/

145 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

เพิ่มเติม เรื่องศิลปะนี่ก็ยังอวยได้ไม่เต็มที่ เพราะเด่นแค่พวกแนวปั้นๆสร้างๆ แต่ภาพวาด ดับสนิท "ในกรุงสยามไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป เขาวาดแต่รูปสัตว์ประหลาดพิสดาร กับรูปเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ไม่วาดภาพเป็นจริงตามธรรมชาติ ภาพวาดของชาวสยามไม่ได้สัดส่วนงดงาม"

146 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>144 เรื่องกฎหมายนี้ฝนั่งเศสคิดตรงข้ามนะ พวกนั้นบอกตัวบทกฎหมายไทยดีเลิศมาก แต่คนใช้กฎหมายเปลี่ยนกฎหมายได้ตามใจ

บันทึกมันเขียนจากความเข้าใจและจุดยืนของแต่ละคน บันทึกพวกนี้ถึงมีเรื่องขัดแย้งกันเองอยู่ และหนังสือของตุรแปงเองเป็นแค่คำบอกเล่า ไม่มีใครรู้ว่าตรงกับที่ฟังมาแค่ไหน ข้อสังเกตุคือบรีโก้นั้นอยู่ในอยุธยาช่วงกรุงแตกและถูกวาดต้องไปพม่า การจะกล่าวว่าร้ายอยุธยานั้นเข้าใจได้ นักปวศ.ไทยในยุคหลังมีฉันทามติใหม่แล้วว่าอยุธยาตอนนั้นไม่ได้อ่อนแอ กษัตริย์ไม่ได้ขี้ขลาด แต่พม่าเตรียมการมาดีจนไทยสู้ไม่ได้เองมากกว่า และเรื่องการศึกษา สมัยนั้นบาทหลวงฝรั่งเผยแพร่ศาสนาในไทยไม่ได้เพราะพระไทยแข็งแกร่ง ธำรงตนในพระวินัยดีน่าเลื่อมใส บาทหลวงสมัยนั้นถึงกับต้องเลียนแบบพระป่าเพื่อเรียกคะแนนนิยม เป็นไปได้ว่าเพรสะเหตุนี้ทำให้โจมตีการศึกษาสมัยนั้น หรือก็คือรร.วัดนั่นละ

>>145 คีย์เวิร์ดอยู่ที่ "ไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป" แปลว่าไม่งามแบบยุโรป ไม่ใช่ว่าไม่งาม อย่างศิลปะจีนก็กูเห็นว่าไม่งามเหมือนยุโรป แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่งามในแบบของตัวเอง

147 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

อีกนิด ไม่ใช่ว่าบันทึกเชื่อถือไม่ได้นะ แต่เราต้องมองด้วยว่าเขาเขียนในฐานะอะไรในสภาพแวดล้อมไหน และด้วยค่านิยมอะไรด้วย ถึงจะเข้าใจว่าทำใมเขียนแบบนี้ และให้ข้อสังเกตุไว้

148 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>146 >>147 ฝรั่งเศสคนไหนวะชมตัวบทกฎหมายไทย ก็ไอ้ตุรแปงนี่ก็ฝรั่งเศส??? มาลอยๆอีกแล้วนะมึง

ย่อหน้า2ก็ลอยๆ ฉันทามติของนักปวศไทยของมึงนี่ไปถึงตรงไหนวะ แค่พม่าเตรียมการดี หรือพระไทยแข็งแกร่ง ฝรั่งโจมตีโรงเรียนวัด? ใช้แค่นี้ทำลายเครดิตบันทึกไปหมดเลยเหรอ เอางี้ละกัน มีฝรั่งคนไหนเขียนว่าพระไทยเก่งเรื่องการใช้เหตุผลหรือรู้หลักวิชาการเดินทะเล ดาราศาสตร์ป่ะ? หรือมึงจะบอกว่าฝรั่งทุกคนเข้ามาโฆษณาคริสต์หมด ตั้งใจโจมตีหมด?

เรื่องภาพวาดยุโรป มันเขียนชัดเจนนะ "ไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป เขาวาดแต่รูปสัตว์ประหลาดพิสดาร กับรูปเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ไม่วาดภาพเป็นจริงตามธรรมชาติ ภาพวาดของชาวสยามไม่ได้สัดส่วนงดงาม" คีย์เวิร์ดอยู่ที่ "หลักศิลปะของยุโรป" ซึ่งมันมีหลักวิชาที่ทางยุโรปเรียนกันแล้วก็สอนจนกลายมาเป็นหลักการวาดการเขียนทุกวันนี้นะ เช่นการร่างภาพ ปรับสเกลอะไรที่แม่งต้องลากเส้นเยอะๆอ่ะ มันไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น ซึ่งดูจากที่ทุกวันนี้ก็ต้องเอาหลักวิชาของฝรั่งมาสอนศิลปะ ก็น่าจะชัดเจนแล้วนะว่าตุรแปงพูดผิดหรือถูก

ปล. เรื่องฉันทามติว่าพม่าเตรียมตัวมาดี จริงๆก็ไม่ได้ไปไกลขนาดว่าทหารไทยไม่ได้อ่อนแอด้วยนะ เคยอ่านหนังสือประวัติตากสินของนิธิรึเปล่า ที่เขียนว่าระบบเกณฑ์ไพร่ในอยุธยาล้มเหลวตั้งแต่ก่อนเสียกรุงแล้ว

149 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>148 อ้อ เพียงแต่ไอ้ที่ว่าอ่อนแอนี่ก็ไม่ได้เวอร์ขนาดไม่ทำเหี้ยอะไรเลยห้ามยิงปืนใหญ่นั่งเยดอย่างเดียว แบบที่พวกยุคเก่าเชื่อ

150 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>148 โทษที ไม่ใช่แค่ฝรั่งเศส แต่ฝรั่งเยอะแยะเลยที่แซะกฎหมายของสยาม

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=622467765316878&id=198630671033925

"ฝรั่งคนไหนเขียนว่าพระไทยเก่งเรื่องการใช้เหตุผลหรือรู้หลักวิชาการเดินทะเล ดาราศาสตร์ป่ะ"

มีสิ ในลิงค์แรกมีพูดถึฝเรื่องคำนวนสุริยุปราคาไง การใช้ แต่เรื่องเรือไทยไม่เก่งจริงๆ สมัยนั้นใช้สำเภาจีนหมด

อย่างที่บอก มันไม่ใช่บันทึกปฐมภูมิด้วยซ้ำ แค่คำบอกเล่า และคนต้นทางคือบรีออกมาบอกด้วยว่ามั่ว

His Histoire naturelle et civile du royaume de Siam (1771) is an interesting but faulty adaptation of the observations of a vicar-apostolic who had lived for a long time in that country, and who accused Turpin of having misrepresented his ideas.

https://en.m.wikipedia.org/wiki/François_Henri_Turpin

ความงามในศิลปะอยู่ที่สายตาของคนมอง ทุกวันนี้ต่อให้มีคนใช้ทฤษฏีมาจับยังไง กูก็ไม่เห็นว่าศิลปะตั้งแต่ยุค modern มันจะสวยตรงไหน ถึงกูจะชอบสาย realistic กับ impressionist ก็เถอะ แต่มันก็แค่แนวทางนนึง แล้วถ้าจะแซะว่าคนไทยวาดรูปสัตว์ประหลาดเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ภาพมังกร ยูนิคอน นรกสวรรค์ หรือเทวดาแบบยุคกลางนี่ไม่ฟุ้งซ่านเลยสิ พวกนั้นไม่ได้วาดเทวดาคริสต์ของจริงด้วยซ้ำ

151 Nameless Fanboi Posted ID:svcfI86QCg

>>143 อ่านไม่แตกเหรอ ปู่Georgeโดนแย้งไปแล้ว ว่าช่วงปี1700 เมืองที่มีประชากรมากสุดคือปักกิ่ง
แล้วปักกิ่งตอนนั้นมีประชากร650k อยุธยา(ที่ประชากรน้อยกว่า)จะเอาที่ไหนมาแซงได้
จะอ้างแมนจูเข้าด่าน มันเข้ามาก่อนหน้าตั้งแต่1645แล้ว ช่วงปี1700นี่ยุคทองของคังซีด้วยซ้ำ

152 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>150 ที่ว่าดีเนี่ยรายละเอียดน้อยมาก บอกดีเฉยๆ แล้วมีแฌร์เวสที่บอกว่า ถ้าทำได้ตามกฎหมายจะมีอารยะสุดในตะวันออก อันนี้รวมจีนหรือญี่ปุ่นด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าดีก็ดี แต่ไอ้ที่ว่าดีเลิศเนี่ยลอยมาก อย่างที่ฟานฟลิตบอกได้รับยกย่อง ก็ไม่เขียนว่าใครยกย่อง ประเทศต่างๆที่เข้ามาหรือพวกอยุธยากันเองยกย่องเอง แล้วด้านการบังคับใช้ก็พูดตรงกันทุกฉบับและตรงกับตุรแปงด้วย ถ้ามึงจะบอกว่าศิลปะอยู่ที่มุมมอง กูว่าไอ้ความดีของกฎหมายตามบันทึกนี่มันดูเป็นมุมมองกว่าอีกนะ ศิลปะมันยังมีบอกว่าแย่เพราะไม่ได้สัดส่วน แต่กฎหมายที่ว่าดีไม่เขียนเลยว่าดีคือยังไง

ลิงค์แรกจากผจก? ไม่เห็นมีว่ะคำนวณสุริยุปราคา มันคำนวณได้ยุค4ไม่ใช่เหรอ นี่พูดถึงสมัยอยุธยา

ส่วนบันทึกจริงๆก็เป็นคำบอกเล่าจากคนบันทึกหมดแหละ บันทึกทุติยภูมิไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ ต่อให้มีจุดผิดพลาดก็ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ แค่ต้องพิจารณาเทียบกับหลักฐานอื่น ตัวอย่างเช่นหนังสือหลายเล่มของกศร กุหลาบ ดำรงนุพาบไปตีขลุมว่ามั่วหมดเป็นพวกขโมยหนังสือดัดแปลง แต่นิธิเอามาใช้อ้างอิง เจ้าตัวก็เขียนอยู่ว่าใช้ได้ แต่ต้องเทียบกับหลักฐานอื่นอย่างระวัง

เรื่องความงามศิลปะ ก็อย่างที่บอกมันมีหลักวิชาให้เรียนให้ศึกษาอยู่ พวกแนวทางการร่างวางสเกลภาพฉากหลังอะไรหลายๆอย่าง พวกสื่อต่างๆทั้งหนังซีรี่ การ์ตูน ภาพวาดส่วนใหญ่ยุคนี้ที่อยู่รอบตัวมึงก็ต้องใช้หลักวิชาพวกนี้ในการสร้างขึ้นมาหมดแหละ เช่นจะทำหนังมึงก็ต้องวาดคอนเซปอาร์ท วาดชุดตัวละคร วาดภาพคร่าวๆว่าฉากนั้นฉากนี้อยากจะถ่ายออกมาให้เป็นยังไง ไม่มีหลักวิชาศิลปะก็ทำไม่ได้ ถ้าศิลปะสมัยอยุธยาดีจริงมันคงเรียนกันเป็นคณะแยกออกจากศิลปะแบบฝรั่ง แล้วเอามาใช้สร้างสรรค์อะไรที่ไม่แพ้กันได้ไปแล้ว

153 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>151 ช่วงพีคคังซีก็จริง แต่จำนวนปชก.ไม่เพิ่มขึ้นมากขนาดนั้น ในแง่นึงช่วงพีคนั้นเกิดได้เพราะทรัพยากรมากกว่าคนนั่นละ ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากในปวศ.จีน

แล้วกูแค่เสนอเฉยๆ ว่าทำใมอยู่ๆ ไทยถึงแซงขึ้นมาได้ เพราะสมัยก่อน นอกจากโรคระบาดแล้ว สงครามนี่ละส่งผลกับจำนวนปชก.มากที่สุด ซึ่งต้นทางเอาตัวเลขพีคมาวัดแทนที่มีเดียน

>>152 มึงไม่เข้าใจว่ามันแซะคนไทยเหรอ ถึงบอกให้ไปเทียบกับจีนหรือญี่ปุ่น แต่เทียบจริงๆ แล้วก็ไม่แน่ว่าไทยจะด้อยกว่า กฎหมายจีนหรือญี่ปุ่นสมัยนั้นไม่ได้เจริญอะไร เอาจริงหลักการปกครองด้วยกฎหมายในเอเชียนี่เบาบางมากๆ จนแทบไม่ต้องพูดก็ได้ แย่ะอกันหมดละ

ไม่มีจริงด้วยแฮะ ตอนแรกกูเหมือนเห็นในนั้น โทษที

http://thaiastro.nectec.or.th/royal/narai.html

มีการรับชมสุริยุปราคาสมัยพระนารายน์อยู่ เอาจริงกูไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนคำนวน แต่ที่แน่ๆ คือสมัยนั้นรับวิทยาการตะวันตกมาเยอะพอดู

ในการบันทึก ถ้าคนเขียนไปพบมาเองจะน่าเชื่อถือกว่าคำบอกเล่า การฟังเขาเล่าอีกทีจะมีความคลาดเคลื่อนมากน้อยตามแต่คนรับสาร แล้วในกรณีนี้คนเล่าแย้งด้วยว่าคนเขียนเข้าใจผิด ความน่าเชื่อถือเลยยิ่งต่ำเข้าไปอีก

ความงามในศิลปะนั้นมีหลักเกนฑ์จริง แต่ก็ขึ้นอยู่ว่ามึงจะชอบแค่ไหน กูยกตัวอย่างให้อีกอันก็ได้ การเขียนอักษรจีนที่คนจีนยกย่องมากว่าคือสูงสุดแห่งงานศิลปะ เรื่องนี้มีหลักการซับซ้อนและละเอียดถึงที่สุด พัฒนากันมาเป็นพันปี แต่ถามว่าคนนอกจีนเข้าใจมั้ย ก็ไม่ เอาจริงคนจีนยังไม่ค่อยเข้าใจเลย

เล็กน้อย ศิลปะจีนสมัยก่อนไม่ชอบ realism คนจีนถือว่าความสมจริงถึงขีดสุดแบบฝรั่งนั้นไม่งาม การใช้ลายเส้นแฝงความนัยนั้นงามกว่า ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจากอักษรจีน รูปวาดถึงที่สุดคือตัวอักษร ไม่ใช่ภาพ กูพอเข้าใจหลักการ แต่กูก็มองความงามแบบนั้นไม่ออกอยู่ดี

154 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>153 จีนมีสำนักนิติธรรมตั้งแต่ยุคจิ๋นซีเลยว่ะ มึงจะมโนว่ากฎหมายไทยตัวบทดีเท่าหรือดีกว่าก็เป็นแค่ความเห็นนะ แต่ถ้าการบังคับใช้ด้วยยังไงก็สู้ไม่ได้ ฝรั่งมันก็เขียนอยู่ว่าห่วยแตกเละเทะ แทบทุกคนเขียนตรงกันหมดลิ้งที่มึงเอามาอ่ะ จะเอาไปเทียบจีนไม่เมคเซ้นส์อย่างแรง

เรื่องบันทึก ก็อย่างที่กูบอกทางปวศ เค้าไม่ตัดหลักฐานทั้งชุดง่ายๆแบบนั้น งานกศรกุหลาบมีทุกอย่างที่มึงพูด นิธิก็เอามาใช้ แต่ต้องใช้อย่างระวัง ตรวจเทียบกับหลักฐานอื่นโดยเฉพาะหลักฐานชั้นต้น ถ้าตัดเลยแบบมึงมันแนวของดำรงนุพาบที่เก่าเกินแกงแล้ว

ส่วนศิลปะก็อย่างที่บอกมันไม่ใช่เรื่องความงาม คีย์เวิร์ดคือหลักวิชา ซึ่งศิลปะตะวันตกมันมีหลักวิชาที่พัฒนาต่อยอดมาได้สร้างอะไรได้มากมายทุกวันนี้ ส่วนอยุธยาก็เป็นแค่ของเก่าอนุรักษ์เท่านั้น ก็เป็นหลักฐานอยู่เองว่าความเห็นของตุรแปงถูกแล้ว

155 Nameless Fanboi Posted ID:svcfI86QCg

>>153 ก่อนจะเสนอว่าทำไมประชากรปักกิ่งลดลง(ซึ่งมันผ่านช่วงตกต่ำจากสงครามมา50ปี มีเวลาปั๊มประชากรขึ้นเยอะแยะ) มึงหาเหตุผลมาซัพพอร์ตการที่ตัวเมืองอยุธยาจะมีประชากรถึงล้านเหอะ ขี้วันละล้านกองในพื้นที่8ตร.กม. (พื้นที่ใช้จริงน่าจะน้อยกว่านั้นอีก เพราะมีคลอง วัด วัง สิ่งก่อสร้าง) โดยที่ไม่มีระบบสุขาภิบาล น้ำกินน้ำใช้มันจะพอไหม ไหนจะที่อยู่อาศัยอีก

เมืองที่มีประชากรแตะล้านในยุคก่อนอุตสาหกรรมมันต้องมีขนาดใหญ่โตกว่าพื้นที่เกาะเมืองอยู่แล้ว

ถ้ามึงจะอ้างว่านับรอบเกาะเมืองด้วย มึงหารูปภาพหรือแผนที่อยุธยายุคปี1700ที่แสดงให้เห็นว่ามีชุมชนขนาดใหญ่ระดับ10k ในพิ้นที่ใกล้เคียงเกาะเมืองหน่อยเหอะ(อย่างน้อยก็ต้องใกล้พอจะนับได้ว่าเป็นsuburbของเกาะเมือง ไม่งั้นก็ไม่นับว่าเป็นเมืองเดียวกันแล้ว)