Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 18th quotes​

Last posted

Total of 984 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:sqBWS3Ibpb

https://fanboi.ch/lounge/1161/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง
https://fanboi.ch/lounge/2603/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 2nd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3016/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 3rd quotes
https://fanboi.ch/lounge/3530/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 4th quotes
https://fanboi.ch/lounge/4357/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 5th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5233/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 6th quotes
https://fanboi.ch/lounge/5838/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 7th quotes
https://fanboi.ch/lounge/6311/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 8th quotes
https://fanboi.ch/lounge/6680/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 9th quotes
https://fanboi.ch/lounge/7184/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 10th quotes ในรัชกาลที่ 10
https://fanboi.ch/lounge/8588/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 11th quotes
https://fanboi.ch/lounge/9552/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 12th quotes ครบโหล
https://fanboi.ch/lounge/10854/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 13th quotes
https://fanboi.ch/lounge/11317/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 14th quotes
https://fanboi.ch/lounge/11656/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 15th quotes​
https://fanboi.ch/lounge/11691/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 16th quotes
https://fanboi.ch/lounge/12230/ โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 17th quotes​

2 Nameless Fanboi Posted ID:sqBWS3Ibpb

Review: Monster Hunter Rise
(Nintendo Switch)

ตอนแรกว่าจะไม่กล่าวถึงเพราะเสียเวลาตีมอน
แต่ด้วยจิตอาทร ไม่อยากให้มิตรสหายเกมเมอร์ที่รู้จัก
ต้องพลาดโอกาสที่จะได้รับรู้ และซึมซับสิ่งเหล่านี้ไป
เลยต้องจัดซักหนึ่งบทความตามนี้...

"ความสุขคุณ อยู่ตรงไหน?"

----------

MHRise เป็นภาคใหม่ที่ให้ความรู้สึกเก่า
ในขณะที่บางอย่างในเกมก้าวไปข้างหน้า
เวลาเดียวกันก็ดึงเอาความประทับใจแต่หนหลัง
กลับมารวมเอาไว้ในภาคนี้ด้วย

ตัวเกม ง่ายลงอีกประมาณหนึ่ง
หากเทียบกับทุกภาคที่มี
แต่ มันก็ไม่ได้ง่ายชนิดที่ว่า
คุณจะสามารถ spam ปุ่มฟันไปโดยไม่คิดอะไร
แล้วจะผ่านเควสไปได้แบบนั้น

หากคุณเป็นผู้เล่นที่เล่นมาหลายภาค
และกระหายเหลือเกินที่อยากจะได้ความท้าทาย
มองหาเควสที่จะมาดับความอหังกาฬในฝีมือคุณ
มาทำลายความเชื่อมั่นที่คุณมีในตัวคุณ....
ภาคนี้ ไม่มีให้ครับ

หรือถ้าคุณเป็นผู้เล่นที่ ต้องการ MH ที่มีความวิจิตร
ตระการตา 8K 38 ล้านเฟรม ภาคนี้ ก็ไม่มีให้

แล้ว...ภาคนี้ ให้อะไร?

----------

MHRise เป็นภาคที่ผมขอใช้คำว่า...
"พักร้อน" จากความยุ่งยากในการเล่น
และความอำมหิตของเควสท้ายๆเกม
ที่คุณอาจจะได้สัมผัสกันไปแล้ว
ในภาค World / World: Iceborne

ดึงกลับมาสู่ วิถีชีวิต slow life
ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศวิถีชีวิตญี่ปุ่นโบราญ
เช่นเดียวกับภาค 3 Port ของ PSP

ระบบหลักของเกมในภาคนี้คือ Wirebug
ที่ช่วยให้รูปแบบการเล่นของคุณ
ไม่ยึดติดอยู่กับ battle play แบบเดิมๆ
และ ไม่ได้จำกัดความสามารถของตัวเรา
ด้วยการแบ่ง style แบบภาค X / XX / Gen / GenU

อาวุธทั้ง 14 อย่าง ถูกปรับวิธีเล่นบางส่วน
เพื่อให้ผู้เล่นแต่ละคน สามารถที่จะเล่นมันได้มากขึ้น
มี learning curve ที่ต่ำลง เข้าถึงง่ายขึ้นกว่าเดิม

ตัวเกมมีปริมาณเนื้อหาเควสที่น้อยกว่าภาคที่ผ่านๆมา
(ณ ตอนนี้ ที่ยังไม่รวมฟรี DLC ในอนาคต)
แต่หากคุณคำนวนรวม และแทนที่ด้วย
ความเข้าถึงง่าย ของอาวุธแต่ละแบบ
นั่นสามารถทำให้คุณสนุกกับเกมได้มากขึ้น

หากแต่เดิมคุณเคยเล่นได้แค่ไม่กี่อาวุธ
ถ้าได้ลองเปิดใจทดลองเล่นภาคนี้จริงๆจังๆ
อาจพบว่า คุณสามารถเล่นภาคนี้ได้เกือบครบทุกอาวุธ
ซึ่งมันจะส่งผลให้เนื้อหาของเกมที่คุณสามารถเสพได้
มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ตามจำนวนประเภทอาวุธที่มี

----------

รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆในเกม
ถูกปรับให้มีความ "สะดวกสบาย" มากขึ้นไปอีก

ไม่มีระบบอากาศร้อน / เย็น ในฉากอีกแล้ว
จึงไม่มี item hot drink / cool drink
และไม่จำเป็นต้องใช้อีกแล้ว ก็ตัดปัญหาการลืมไป
(แต่พื้นลาวา ยังคงลด HP หากเดินผ่านหรือยืน)

การผสมของ ไม่ต้องใช้ตำราผสมอีกแล้ว
ไอเทมทุกชิ้น ผสมได้ 100% ไม่มีโอกาสล้มเหลว

ลดความซ้ำซ้อนในการผสมไอเทมบางอย่างลง
เช่น ยกเลิกไอเทม Bomb Cast / Bomb Material
การผสม Tranq Bomb ใช้เพียง Sleep Herb และ Parashoom
และ ระเบิดควันต่างๆก็ใช้เพียง Smokenut ผสมกับวัตถุอื่นๆได้เลย

Hi Rank มีไอเทมช่วยเหลือให้ในกล่องฟ้า
เช่นเดียวกับ Low Rank และ ไม่บังคับจุดเริ่ม
ให้ตัวเราสุ่มจุดเริ่มเควสที่อื่นๆ แต่เริ่มที่เต้นตามปกติ

การเข้าเควสตามหลังเพื่อนไประหว่างเควส
ทำได้แบบภาค World และไม่มีกฏหักของรางวัล 10 นาที
เพื่อนกำลังจะจับมอน คุณสามารถ join ตามไปให้ทัน
แล้วรับของรางวัลได้เต็มๆเช่นกัน
และสามารถได้ rare item ได้ตามปกติ เหมือนทุกคน

ระบบสกิลชุด เป็นการผสมระหว่างระบบเก่า และใหม่
ใช้การนับแต้มสกิลแบบภาค World
แต่การได้มาซึ่งเพชรสกิล decorate จะใช้การสร้างเอง
ด้วยวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนมอน แบบภาคเก่าๆ

การเก็บวัตถุดิบ ขุดแร่ คุ้ยเห็ด คุ้ยหญ้าต่างๆ
ใช้โมชั่นการเก็บเพียงแค่ 1 ครั้งแต่รับไอเทม 3-5 ชิ้น
แทนการที่จะต้องเก็บครั้งต่อครั้ง
แต่การแล่ชิ้นส่วนมอนจะต้องทำครั้งต่อครั้งเหมือนเดิม

Potion และ Mega Potion ผสมรูปแบบการทำงาน
จากภาคเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน
แทนที่จะต้องรอจบโมชั่นการดื่มจนจบ
หรือฟื้นพลังทันทีแต่ต้องหยุดเบ่งกล้ามอยู่กับที่
เป็นการ ฟื้นพลังทันที ที่กดใช้ส่วนหนึ่ง
และอีก ครึ่งหนึ่งของผลที่จะได้รับ จะค่อยๆฟื้นทีละนิด
หากกดใช้แล้วยกเลิกการดื่มยาทันที
จะได้รับผลการฟื้นฟูแค่ครึ่งเดียวของที่ยาให้ได้สูงสุด

ขึ้น icon notification เตือนบนแผนที่หมู่บ้าน
หากมี npc ให้เราไปคุยได้เพื่อจุดประสงค์ใดๆ
รวมถึงหากมี subquest หรือ ไอเทมพิเศษให้เรา

----------

3 Nameless Fanboi Posted ID:sqBWS3Ibpb

>>2
ทั้งหมดทั้งมวลด้านบน
ที่ยกตัวอย่างไปบางส่วนนี้
คือความ สะดวกสะบายที่ถูกปรับในภาคนี้
เพื่อให้คุณสามารถที่จะเล่นเกมนี้ได้ ง่ายขึ้น
ไวขึ้น สะดวกขึ้น ผ่อนคลายมากขึ่้น

และด้วยความที่เป็น Nintendo Switch
คุณจึงสามารถพกมันไปได้ในเกือบทุกที่ๆต้องไป
และใช้เวลาเพียงไม่นาน ในการจะเล่นซักเควส

มันจึงไม่ได้ต้องการเวลามากมายอะไร
หากคุณจะนัดเพื่อนมานั่งเล่นด้วยกัน สนุกไปด้วยกัน
เพราะเพียงแค่นัดกันซัก 15 นาทีว่าที่ไหน อย่างไร
ก็แค่คว้าเครื่องเกมใส่เป้ แล้วออกไปเปิดเล่นด้วยกัน

ใช้เวลานอกบ้านเท่าเดิม
แต่สนุกกับเกมได้มากกว่าเดิม
ใช้เวลาเตรียมตัวแต่ละเควสไม่นาน
แต่ยังคงสนุกสนานกับเพื่อน เฮฮาไปด้วยกันได้
เหมือนที่เคยเป็นมาแต่เดิม และเป็นจุดที่
ผลักดันให้เกม series นี้โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้

ในส่วนประกอบอื่นๆ
ภาพ...ถือว่าดีมากแล้วสำหรับ Nintendo Switch
เพลงประกอบ...MH เคยทำคุณผิดหวังเหรอ?
กิมมิคต่างๆ ความฮา ความน่ารัก ความเท่ห์
ยังคงมีอยู่ตามมาตรฐาน MH

ส่วนที่ด้อยลงไป ก็คือปริมาณของเควส
หากคุณนับแค่ จำนวน เทียบกับภาคเก่าๆ
ไม่ได้นับไปถึงความซ้ำซ้อนของเควส
ของมอนที่ให้ตีในแต่ละด่าน ในภาคเก่าๆ

----------

สรุปความปิดท้าย "ความสุขคุณ อยู่ตรงไหน?"

ถ้าคุณต้องการ MH ที่ภาพสวย
และอุดมไปด้วยความท้าทายทักษะคุณ
ความยากที่หลายๆคนจะผ่านไม่ได้แต่คุณผ่านได้
ก้าวขึ้นไปอยู่ที่จุดสูงสุดของทักษะเหนือคนทั่วไป
ภาคนี้ ไม่มีให้แน่นอน ข้ามมันไปได้เลย
(เว้นแต่ DLC ที่จะตามมามีอะไรที่ยากมากขึ้น)

ถ้าคุณต้องการ MH ที่เล่นได้สะดวกขึ้น
ลดความต้องการทักษะที่คุณจำเป็นต้องมีลง
แต่สามารถมอบบรรยากาศแห่งความเฮฮา
ได้เจอหน้าเพื่อนฝูง เล่นเกมกันต่อหน้า

อย่างการบอกเพื่อนว่าต้องขอลดแสงจอแป๊บนึง
เพราะปิ้งมันวิ้งแยงตา แล้วยื่นจอให้เพื่อนดู
ถ้าคุณคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ อะไรแบบนี้
ซื้อเถอะ...ถ้าคุณเองก็มีเพื่อนเล่นเกมนี้อีกหลายคน
ความสุขแบบนี้ หาไม่ได้(ง่ายๆ)ด้วยภาค World

เกมมันง่ายลงจริง เนื้อหาโดยรวมน้อยลงจริง
แต่ มันไม่ได้ง่ายชนิดว่าเข้าไปบวกโง่ๆแล้วจะผ่าน
รวมถึง คุณสามารถสนุกกับเนื้อหาเกมได้หลายแง่มุมขึ้น
เป็นการเพิ่มเนื้อหาเกมโดยตัวเองไปโดยปริยาย

มันอาจไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุด
แต่ ไม่ใช่ภาคที่คุณควรจะข้ามมันไปแน่นอน

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

4 Nameless Fanboi Posted ID:lmn9gabFx3

>>2-3 งั้นรอภาค Rise G แล้วกัน น่าจะคุ้มกว่า 5555

5 Nameless Fanboi Posted ID:FaM2JQvZam

อยากสคิปไปตอนโลกเป็นคอมมิวนิสต์แล้วอ่ะ อยากรู้จะเป็นไง ตื่นเต้น จะมีเพลงเมทัลให้ฟังป่ะ แล้วเพลงแรปล่ะ? จะได้เป็นตัวเองโดยที่ไม่มีบิวตี้แสตนดาร์ทห่าเหวไรแล้วใช่ไหม เทคโนโลยีจะเป็นยังไง เราจะไปดาวอื่นได้ยัง อยากให้ถึงวันนั้นจัง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

6 Nameless Fanboi Posted ID:AZOznAMTAg

วันนั้น : ไม่สู้ก็อยู่อย่างไทย - ขอเอาใจช่วยชาวพม่า

วันนี้ : สู้แล้วเลยหนีมาไทย - มึงดูแลพวกกูด้วยนะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

7 Nameless Fanboi Posted ID:7OOuW8G6Fq

“คุณใส่แว่นรึเปล่า”

ผีพอลพตถาม เวลานักศึกษาวัยรุ่นชนชั้นกลาง/ชนชั้นมีกะตังค์พูดว่าเป็นคอมมูนิสต์

8 Nameless Fanboi Posted ID:D8SUdmzKTu

>>5 อยากเจอพวกนี้ในชีวิตจริง แล้วเอาแนวคิดทฤษฎีมาร์ซไปพ่นใส่แกล้วถามว่ารู้จักเปล่า ให้แม่งหน้าแตกขาดความมั่นใจMind break ตาย หรือว่าจะเถียงจะลองดูว่าจะเถียงยังไงว้า ลูกคุณหนูพวกนี้นี่ อิกนอร์ของจริง

9 Nameless Fanboi Posted ID:XtSwF/HZpe

>>8 กูก็อยากเอาคำถามไปพ่นใส่หน้าสลิ่่มสีขี้เหมือนกันว่าไอ้ที่ท่องกู้ชาติๆมาบุญคุณๆน่ะ รู้จักระบบเกณฑ์แรงงานไพร่ทาสกับสงครามโบราณซักเท่าไหร่กัน

10 Nameless Fanboi Posted ID:.cfeua5EdS

ถ้าเจอพวกอ้างตัวเป็นคอมในชีวิตจริง ก็ขอเงินมาใช้เลยดิ ในฐานะที่เป็นBourgeoise ต้องแจกจ่ายทรัพย์ให้คนอื่น ถึงจะถูกตามตำรามาร์กซ์

11 Nameless Fanboi Posted ID:D8SUdmzKTu

>>10 กูเคยแกล้งขอหลายคนแล้ว พวกลูกเศรษฐีอ่ะ แม่งไม่ให้จริง งกชิบหายถึงรวยได้ ไอเหี้ยแม่งมีชวนกูไปเที่ยวต่างประเทศ อยากให้กูไปเป็นเพื่อน แต่ไม่ออกค่าตั๋วให้กู กูจะเอาปัญญาที่ไหนไปจ่ายว้า ในชีวิตจริงกูยังจะออกเงินให้คนอื่นมากกว่าพวกมันด้วยซํ้า

12 Nameless Fanboi Posted ID:oRxtHdCOfT

>>11 เคยเห็นหนังสือที่บอกคนรวยมีนิสัยคนจนถึงรวย คนจนมีนอสัยคนรวยถึงจนมั้ย เหตุผลเดียวกันละ แต่พวกคนจนไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ไม่ชอบให้คนอื่นสอนด้วย

13 Nameless Fanboi Posted ID:YSWEAjZA3Y

พวกเบี๊ยวคอมมี่นี่มันคิดว่าเป็นคอมแล้วชีวิตจะดีขึ้นยังไงวะ ที่เห็นนี่ส่วนใหญ่นี่ลูกชนชั้นกลางทั้งนั้น
คิดว่ายึดทรัพย์ เจ้า - เจ้าสัว มาได้แล้วจะทำให้มันรวยขึ้นเหรอ ไม่คิดเหรอต้องแชร์กับพวกตลาดล่างที่พวกตัวเองก็ชอบด่าอยู่ด้วย

14 Nameless Fanboi Posted ID:8J13D77sdG

การได้เห็นคนชั้นบน ตกลงมาเท่าตัวเองเป็นความรู้สึกที่ไม่ต่ำต้อยดี

15 Nameless Fanboi Posted ID:j6XX8Y81OK

>>12 จากหนังสือพ่อรวยสอนลูกเลยป่าวเนี่ย555

>>13 ไอ้นี่ก็ก๊อปแปะจากเพจสีขี้​ เห็นเพ้อแนวนี้มา10+ปีละ

16 Nameless Fanboi Posted ID:c2Yu7bP6fy

เนติวิทย์ ทำสถิติเป็นนิสิตคนแรกในประวัติศาสต​ร์จุฬาลงกรณ์​มหาวิทยาลัย ที่เคยดำรงตำแหน่งทั้งประธานสภานิสิตจุฬาฯ นายกสโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ และดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ ซึ่งเป็นสามตำแหน่งสำคัญในจุฬาฯที่ยังไม่เคยมีใครเป็นพร้อมกันขณะเป็นนิสิตปริญญาตรี ยินดีด้วยกับนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ ปี 2564 ครับ Netiwit Chotiphatphaisal

17 Nameless Fanboi Posted ID:DQ40CXvmoQ

>>16 อ้างยังเรียนไม่จบอีกเหรอ

18 Nameless Fanboi Posted ID:8J13D77sdG

>>17 ตั้งใจปฎิรูป มหาลัย ถ้ายังไม่ได้ดั่งใจ จะยังไม่ยอมจบ

19 Nameless Fanboi Posted ID:c2Yu7bP6fy

เนติวิทย์ชนะเลือกตั้งนายกองค์การบริหารนิสิต จุฬาฯ แบบขาดลอยหมื่นคะแนน
เป็นคะแนนระดับชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมือง หรือชนะ ส.ส. เขตเล็กๆ ได้เลย ในอัตราการออกมาใช้เสียงระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปีของการเมืองนิสิตจุฬาฯ

น่าจับตามองมาก

20 Nameless Fanboi Posted ID:4xCFS6sbSP

นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นความไร้สาระของsjwฝรั่งลามมาถึงไทย

ล่าสุดเห็นว่ามีการฉอดBinary code(โค้ด0-1ในการเขียนโปรแกรม)ว่าทำไมต้องBinaryมีแค่สองอันเหมือนเพศชายหญิง ทำไมไม่มีโค้ดทางเลือกแบบเพศLGBTQ+

ขำหนักมาก

21 Nameless Fanboi Posted ID:pkxXlrzKEj

>>20 ขอซอสหน่อยคนับ อยากเผือก

22 Nameless Fanboi Posted ID:cETUXu0/S.

>>20 นัยต้นทางคือมันเขียนไว้น่ะวร่า ตอนกรอกฟอร์มเพศชอบเก็บเป็น booleanกันง่ะ ถ้าเกบเปงสติงหรือตัวอักฉอนมันจะเปลืองพื้นที่หน่วยคามจัม ส่วนที่เอามาโพสในเฟสนี่เหมือนจับมาบางส่วนง่ะ ออ เลาอ่านไม่จบนะมั่ยแน่ใจ อิ อิ

23 Nameless Fanboi Posted ID:LsAitP77Sa

>>20
fuzzy logic ไงฮับ

24 Nameless Fanboi Posted ID:UqGlcYHu6j

>>20 มาไทยจริงดิ master-slave นี่ก็ขำจะตายห่าแล้วนะ ไม่นึกว่าไทยจะเอาอันนี้มาด้วย

25 Nameless Fanboi Posted ID:d6J5aQaX1Q

>>22 มันไม่ได้เปลืองอะไรขนาดนั้นหรอก ฟีลด์อื่นแม่งกว้างกว่าเยอะพวกชื่อที่อยู่
แต่เก็บเป็นbooleanมันสะดวกตอนเอาไปใช้ทำข้อมูลต่างๆ มึงคิดสภาพต้องทำข้อมูลแยกระหว่างเพศแล้วมึงต้องมาเดาว่าไอ้เพศapache helicopter เป็นชายหรือหญิงโดยกำเนิด

26 Nameless Fanboi Posted ID:mfVk5g/ZbU

ที่เก็บเป็น bool ก็ตอนทำ report มันวิเคราะห์ง่ายกว่า แต่ทำไมถึง woke กันจริง

27 Nameless Fanboi Posted ID:2TlSwVeJGu

รู้ว่าเขาเอาจริง ยังจะออกไปประท้วง แกว่งเท้าหาเสี้ยน มันถึงตายไม่บันยะบันยัง ตัวเองตาย ชาติบ้านเมืองชิบหาย กับประชาธิปไตยที่เป็นแค่รูปแบบการปกครองประเภทหนึ่ง คือ ถ้าฉลาดมากพอคงรู้ตั้งแต่ศพแรกละว่าทหารไม่ยอม ไม่ใช่ดันทุรังมา 500 ศพ แล้วดราม่าโดนฆ่า ถ้าฉลาดต้องเลิกได้แล้ว ควรเลิกดันทุรังพาคนไปตาย พวกเชียร์แม่งก็โง่ หลับหูหลับตาเชียร์ ขนาดชีวิตตัวเองยังไม่เห็นค่า แล้วใครจะเห็นค่าพวกเธอ ท่องเป็นแต่ประชาธิปไตยไปทั้งชาติ ก็เป็นได้แค่ศพ ไว้โหนกิน

...อุดมการแล้วไง สำเร็จความไคร่ทางศีลธรรม ความรู้สึกประดุจศาสนาหนึ่งงี้เหรอ

#มิตรสหายท่าหนึ่ง << ใครมิตรสหายมรึง

28 Nameless Fanboi Posted ID:Wo.kdWvtaB

>>27 ขอให้โจรถือปืนมา ntr เมียมึงนะ

29 Nameless Fanboi Posted ID:6v7hzFcBp1

https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-belgium-party-idUSKBN2BO56G

เห็นข่าวนี้แล้วกูโกด มันจุกอก กำหมัดแน่นเรย
ตำรวจใช้กระบอง รถฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา แถมขี่ม้า
สลายการชุมนุมมันผิดหลักสากล น่าอับอาย
UN ต้องเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้ !!!!

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

30 Nameless Fanboi Posted ID:AveMU3vdUh

มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้วิจัยมาอย่างยาวนาน​ โดยแนะนำการสร้างนิสัยแห่งความสุขที่แท้จริง 20 ประการ แบบไม่ต้องอาศัยยศฐาบรรดาศักดิ์ ความเก่ง และความร่ำรวยเลย

1. สำนึกบุญคุณคน
2. เลือกคบเพื่อนดี
3. เห็นอกเห็นใจคนอื่น
4. หมั่นเรียนรู้
5. เป็นผู้แก้ปัญหาได้
6.​ ทำในสิ่งที่เรารัก
7.​ อยู่กับปัจจุบัน
8.​ หัวเราะบ่อยๆ
9. ให้อภัย
10. กล่าวขอบคุณเสมอ
11. สร้างความสัมพันธ์ลึกล้ำ
12. รักษาสัญญา
13.​ ทำสมาธิ
14. ตั้งมั่นในสิ่งที่กำลังทำ
15. มองโลกในแง่ดี
16. รักอย่างไม่มีเงื่อนไข
17. อย่ายอมแพ้
18. ทำดีที่สุดแล้วอย่ายึดติด
19. ดูแลตัวเอง
20. ตอบแทนสังคม

เรามาสร้างนิสัยดีๆ กันนะคะ 👒

31 Nameless Fanboi Posted ID:jaXtItMfuE

ฟังดูอาจขัดแย้งกับมิตรสหายหลายท่าน นี่ว่า solution ขจัดความยากจนแบบทักษิณอะเวิร์คที่สุด มันไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการให้ยืมด้วยต้นทุนที่ต่ำ ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นสวัสดิการ พร้อมความรับผิดชอบต้องใช้คืน แน่นอน อาจมีหนี้เสียบ้าง แต่น้อยมาก

ตัวอย่างกองทุนหมู่บ้าน มันไม่มีใครไม่กล้าใช้คืน เพราะมันคือการบริหารจัดการกันเองภายในชุมชน เป็นเหมือน P2P lending ที่มาก่อนกาล ถ้าไม่ใช้คืนก็ต้องพร้อมใจกันไม่ใช้คืน การที่คนๆหนึ่งไม่ใช้คืนกองทุนหมู่บ้าน จะทำให้คนอื่นที่จะกู้กู้ได้น้อยลง แน่นอนหมู่บ้านมันเล็ก social sanction ต้องมา อย่างบ้านเกิดผมเนี่ย กองทุนอยู่มาได้เป็นสิบปีโดยที่รัฐไม่ต้องเอาเงินมาเติมหรือมาออดิทอะไรเลย มันเป็นนโยบายที่เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มาก

ถ้าใครเครดิตดี จ่ายคืนตลอด ทำงานโน้นนี่เพื่อหมู่บ้านคุณก็มีโอกาสจะกู้ได้จำนวนมากขึ้น แต่จะไม่มีทางมากเกินไป เพราะผู้กู้แต่ละคนจะถ่วงดุลกันเองเสมอ การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำนี่เป็นอะไรที่ยั่งยืน มันทำให้คนต้องรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบต่อชุมชนและสร้างวินัยทางการเงิน อีกอย่างมันสามารถให้เงินจำนวนที่ "มากพอ" ในการนำไปลงทุน หรือประกอบอาชีพหาเลี้ยงชีพได้ เอาจริงนะ เงินกองทุนหมู่บ้านเนี่ย เอาไปซื้อวัวควายตัวหนึ่ง เอาไปเซิงให้มันท้อง ครบปีขายแม่มัน เท่าที่ก็คืนได้ทั้งต้นและดอก แถมควายน้อย วัวน้อยอีกตัวหนึ่งด้วย

32 Nameless Fanboi Posted ID:zZ..PfUXKR

>>31 กยศ ดอกเบี้ยตำ่ฉิบหายยังหนีกันเลย

33 Nameless Fanboi Posted ID:Z1ctKPksb6

>>32 มันต้องมีระบบควบคุมไง ถ้า กยศ. ให้ติดบูโรได้ ให้ทวงถามสถานประกอบการทั้งรัฐและเอกชนเพื่อหักจ่ายรายเดือนได้ มันคงไม่มีเงินหายวุ่นวายดินพอกหางหมูมาจนทุกวันนี้ แต่ กยศ. ก็ยังเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ คนจบ ป.ตรี พุ่งจนล้นก็เพราะ กยศ. นี่ละ

34 Nameless Fanboi Posted ID:Zp.RT9HTeo

>>31 ฟังดูดีนะ แต่ตอนนี้มีรายละเอียดไหม แต่ละหมู่บ้านที่ได้ไป เหลือกี่หมู่บ้านที่ยังมีกองทุนนี้อยู่ แล้วเหลืออยู่เท่าไร เหมือนพูดลอยๆว่าดี แต่ไม่เห็นภาพนอกจาก ซื้อเสียงหมู่บ้านละ 1M

35 Nameless Fanboi Posted ID:n7jBOTeKxr

เจ้าหน้าที่อาสาดับเพลิง เสี่ยงชีวิตทั้งที่ไม่ได้เงินเดือน สะท้อนความจริงอันเน่าหนอนของระบบทุนนิยมและลัทธิบริโภคนิยมที่ว่า ยิ่งงานที่คุณทำสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นชัดเจนมากเท่าไหร่ ค่าตอบแทนที่คุณได้รับก็ยิ่งน้อยตามไปด้วย แต่งานที่ไม่สร้างประโยชน์ กลับได้รับค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

36 Nameless Fanboi Posted ID:zakpRFgEOj

>>33 ถ้ามีระบบควบคุมเข้มไอ้พวกจนจริงๆส่วนใหญ่ครอบครัวจะมีเครดิตเสียหนี้เน่ารายได้ไม่พอจ่ายอยู่แล้ว(ถึงได้จน)กลายเป็นกู้ยากกว่าไอ้พวกเครดิตไม่เสียแต่กู้เอาไปใช้จ่ายของฟุ่มเฟือย

37 Nameless Fanboi Posted ID:bv50NC91/v

เอ ปรกติเครดิทมันติดกับตัวบุคคลนะ ไม่ได้ติดกับครอบครัว

แต่ตอนนี้ไม่ต้องห่วงหนี้ กยศ. หรอก ล่าสุดมันออกกฏใหม่บังคับเอกชนเก็บหนี้หักส่งสรรพกรอัตโนมัติ หลังจากมีมาม่าโดนบังคับขายบ้าน เพราะไม่ใช้หนี้ กยศ. มานักต่อนัก

38 Nameless Fanboi Posted ID:UTVb02jI5+

>>34 พูดแบบมึง กุก็พูดได้ บัตรคนจน คนละครึ่ง เราชนะ ม.33 เป็นการซื้อเสียงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ ถึงแสนล้านหรือยังนะ

39 Nameless Fanboi Posted ID:bv50NC91/v

ซื้อเสียง ไม่ใช่สิ... โครงการประชานิยม กุใช้คำนี้ละกันก็มีทุก รบ. ล่ะ

ที่เสียไปแบบไม่ได้อะไรกลับเป็นชิ้นเป็นอัน น่าจะไม่ใช่หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์นะ คือคิดตามปรกติตำบลประเทศไทยมีแค่ 7 พันกว่าตำบลเอง เต็มที่ก็ 7 หมื่นล้าน แถมใช้ไม่ครบด้วย

ที่เสียเยอะน่าจะเป็นพวกประกันราคา และจำนำสินค้าทางการเกษตรน่ะ ที่เยอะสุดน่าจะเป็นจำนำข้าวมั้ง จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่แต่น่าจะ อยู่ระหว่าง 6~9 แสนล้าน

ส่วน แจกตังค์โควิต น่าจะใช้ไป 5 หมื่นล้านกว่าๆ มั้ง โครงการนี้เหมือนแจกเยอะแต่มันทยอยเผาเงิน ไม่ได้พรวด

40 Nameless Fanboi Posted ID:bv50NC91/v

ผิดๆ* 7 พันกว่าตำบลเองก็ 7 พันล้านสิ

41 Nameless Fanboi Posted ID:MAE9CW.uqW

>>39 แค่เราชนะโครงการเดียวก็ 2.1 แสนล้านแล้วตามข้อมูลรอบแรกและขอเพิ่มทีหลังอีก
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/925054

42 Nameless Fanboi Posted ID:X1j0F59HKo

>>41 เพดานงบที่ตั้งไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึง
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/928896

1.5 /2 = ประมาณ 7 หมื่นล้านกว่าๆ

43 Nameless Fanboi Posted ID:rQXsdU8tUZ

>>35 ชื่อก็บอกว่า "อาสา" ไม่ใช่ "เจ้าหน้าที่" พวกทำกู้ภัยมูลนิธิทั้งหลายอะมันก็แนวนี้ทั้งนั้น ใช้เวลานอกเหนือจากงานประจำมาทำ แต่เอาจริงๆ กูอยากรู้เหมือนกันนะว่าทำไมคนพวกนี้ถึงยอมมาทำงานเสี่ยงตายกัน แทนที่จะเอาเวลาว่างๆ จากงานประจำไปเที่ยวไปอยู่สงบๆ กับครอบครัวดีกว่า

>>36 คุมเข้มให้จ่ายคืนไม่ใช่คุมเข้มอนุมัติให้กู้ ตอนนี้ก็เริ่มแล้วนะ ได้งานปุ๊บไม่ว่าราชการหรือเอกชน หนังสือทวงหนี้ กยศ. ตามไปยันออฟฟิศอะ คือให้ต้นสังกัดหักส่งเลย (ที่ต้องคิดต่อคือพวกไม่เป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ไปขายของหรือเป็น Freelance นี่แหละจะตามหนี้ยังไง)

>>39 จำนำข้าวใช้เยอะเพราะต้องการให้เกษตรกรได้เงินเยอะเกินจริงไปมาก ส่วนประกันราคาข้าวรัฐบาลจะเติมเงินสมทบให้ระดับเดียวกับค่าแรงขั้นต่ำในภาคโรงงานเท่านั้น

44 Nameless Fanboi Posted ID:F9S2fiLnNb

ภาษีที่เก็บไปควรเอามาหมุนช่วยภาคประชาชนก็ถูกแล้ว ดีกว่าเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยอย่างโครงการpr 4000 โครงการ
ค่าซุ้ม ประตู ค่ากิจกรรมและบุลคากรส่วนตัว ค่าเครื่องบินไปเที่ยว บลาๆ

45 Nameless Fanboi Posted ID:TnoZOnWfzb

ศิลปะไม่กรอบหรือขอบเขต แต่ต้องไม่ใช่ tahoma

46 Nameless Fanboi Posted ID:tq9JKiqv31

ฝนตกแบบนี้ ขี้เกียจออกไปหาข้าว จะสั่งไลน์แมนอาหารก็แพง เลยจำใจต้องสั่ง 7-11 Delivery

พนักงาน 7-11 ต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่จัดของ คิดเงิน ชงกาแฟ นี่ต้องส่งของตอนฝนตกอีก เพราะทุนผูกขาดไงคะเลยทำให้คุณภาพชีวิตพี่เป็นแบบนี้

พูดแล้วหนูโกรธแทน เนอะพี่เนอะ เท่าไหร่นะพี่
//เดินขึ้นห้อง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

47 Nameless Fanboi Posted ID:w76fGy2/KC

>>46 นี่มัน Joke ตั้งกะด่าชาวเขาปลูกข้าวโพดทำเขาหัวโล้น หรือด่าไรเดอร์ส่งของที่ขี่รถหวาดเสียว ย้อนศร ขึ้นฟุตบาท แต่ก็กินเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเขาหัวโล้น และใช้บริการบริษัทส่งของที่ส่งไวที่สุดโดยไม่รู้ว่าส่งด้วยวิธีไหนชัดๆ lol

48 Nameless Fanboi Posted ID:NycpA6X1LA

>>46 ไม่ได้กินข้าวเซเว่นมาเป็นปีชีวิตดีมากๆ เพราะข้าวเซเว่นรสชาติหมาไม่แดก แถมราคาเทียบกับข้างนอกแพงชิบหาย555

49 Nameless Fanboi Posted ID:9/YZ.ZR+6T

ตอนโควิดระบาดน้อย = ความดีความชอบของรัฐบาล
ตอนโควิดระบาดมาก = ความเลินเล่อแระมาทการ์ดตกของประชาชน

50 Nameless Fanboi Posted ID:9/YZ.ZR+6T

ความเห็นผม อย่าประเมินเรื่องปัจจัยทางเศรษฐกิจต่อความมั่นคงของรัฐบาลสูงเกินไป

เพราะ 1. เศรษฐกิจไทยถึงจะบัดซบ แต่โอกาสที่จะบัดซบถึงขั้นคนอดตายแบบเวเนซุเอลา เกาหลีเหนือ หรือประเทศในแอฟริกานั้นเป็นไปไม่ได้เลย

2. ด้วยแนวคิดศาสนาพุทธ พอเพียง พึ่งตนเอง ที่ปลูกฝังกันมา ทำให้คนไทยมีความอดทนต่อความบัดซบของเศรษฐกิจมากกว่าทั่วไป เช่น ถ้าไม่มีเงินก็โทษที่ไม่ขยันพอไว้ก่อน หรือไม่ก็โทษกรรมเก่าไปนู่นเลย

ส่วนตัวคิดว่า เรื่องเศรษฐกิจล้มรัฐบาลไม่ได้หรอกครับ ไปชูเศรษฐกิจมากๆ จะโดนตอกกลับมาด้วยซ้ำว่า เศรษฐกิจห่วยทำไมมึงไม่ไปทำมาหากิน มาม็อบทำเหี้ยไร

51 Nameless Fanboi Posted ID:88BWIjqk5g

>>49 ตอนระบาดน้อยนี่ในเน็ตมีแต่อวยว่าเพราะคนไทยดูแลกันเอง รัฐบาลไม่ทำไรเลยมากกว่านะ หาที่อวยรัฐบาลเจอน้อยมากจริงๆ

52 Nameless Fanboi Posted ID:qwmVQLMJc8

>>51 มาดูนี่สินาย 555
https://imgur.com/hQIP2Qa

53 Nameless Fanboi Posted ID:88BWIjqk5g

>>52 กูพูดชัดเจนนะว่าในเน็ต

54 Nameless Fanboi Posted ID:qwmVQLMJc8

>>52 ก็ในเน็ทนี่แหละกลุ่มสลิ่่มเอารูปนี้ไปอวยกันเยอะแยะ นี่ยังไม่พูดถึงกลุ่มไลน์คนแก่นะ 555

55 Nameless Fanboi Posted ID:B2NMeexoq+

>>51 ขึ้นอยู่กับว่าไปดูกลุ่มไหน พอๆกันนั่นแหละ
คุมได้อวยรัฐ คุมไม่ได้ปัดสวะ
กับ คุมได้เพราะปชชไม่เชื่อรัฐดูแลตัวเอง คุมไม่ได้รัฐห่วย

56 Nameless Fanboi Posted ID:RuBMjmoXKg

>>52 ขึ้นป้ายแบบนี้ (เข้าใจว่าคนทำคงเป็นหน่วยราชการ ไม่น่าเป็นของเอกชนหรือพวกชาวบ้านทำให้) พูดให้ถูกก็คือคนทั่วไปไม่ได้อวยหรอก มันก็แค่ส่วนราชการท้องถิ่นเลียกระเจี๊ยวนายอย่างที่เห็นได้ทั่วไป ก็ตามสไตล์แหละ ส่วนพวกหลิ่มตามเน็ตหรือกรุ๊ปไลน์ที่คิดเองไม่ค่อยเป็นพอมาเห็นมันก็รีบงับเอาไปแชร์ต่อทันที ก็เท่านั้น

57 Nameless Fanboi Posted ID:2YwQ0bGcJF

“ประเทศไทยโง่เพราะไม่ได้สั่งpfizer-bioNtechมาใช้”

“แต่เยอรมัน ประเทศต้นกำเนิดbioNtech ก็ไม่มีpfizer-bioNtechแจกเหมือนกัน ใช้แต่AstraZeneca แบบนี้ก็แสดงว่าประเทศเยอรมันโง่เหมือนกันใช่ไหม”

“ “ (ตอบไม่ได้เพราะอวยประเทศEUว่าเป็นยูโทเปียไว้เยอะ)

-เหตการณ์จำลองจากวอลเฟสบุคมิตรสหายท่านนึง

58 Nameless Fanboi Posted ID:2nP6v8ROPs

หลักการสอนที่ codice stella คือ ต้องสอนดีกว่ามหาวิทยาลัยระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Harvard หรือ MIT หรือที่ไหนก็ตาม ลองเปรียบเทียบกันดูได้ว่าเป็นจริงหรือเปล่า
ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register
ที่ Harvard มี Course ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก นั่นคือ CS50 เปิดให้เรียน Online ได้ที่นี่ https://cs50.harvard.edu
Course นี้เริ่มต้นจากการเขียน Code ด้วยภาพหรือที่เรียกว่า Scratch ตามด้วยภาษา C เพื่อให้เข้าใจการเขียน Code แบบ Low Level อีก 5 ครั้ง ตามด้วยภาษา Python, Flask และ SQL อย่างละครั้ง HTML/CSS/JavaScript เรียนครั้งเดียว และ Ethics ปิดท้าย รวม 11 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ที่ codice stella เปิดสอน Course ที่คล้ายกันคือ Java Software Engineer ตอนนี้เรียนครั้งละ 3 ชั่วโมง ทั้งหมด 20 ครั้ง เป็นการเรียนแบบ Low Level เหมือนกัน มีเนื้อหา Data Structures ที่ควรรู้จัก เช่น Binary Tree, Binary Search Tree, Array, Matrix, Hash Table เรียนโดยการพิมพ์ทีละตัวอักษร
ที่ CS50 สอน Binary Search Tree โดยไม่ได้สร้าง Node ให้ดู เขียน Function หาข้อมูลโดยใช้ Code แบบด้านซ้าย พิมพ์ Code ทั้งหมดไว้ก่อน แล้วเปิดขึ้นมาอธิบายทีละ Block
ที่ codice stella สอนเรื่องเดียวกันโดยเริ่มจาก Binary Tree ก่อน แล้วค่อยเขียน Binary Search Tree ใส่ข้อมูลทีละตัว พิมพ์ทีละตัวอักษร เขียน Function ค้นหาข้อมูลแบบด้านขวา แต่เขียนเป็นภาษา Java แถมด้วยการตอบคำถามสัมภาษณ์งานระดับโลกด้าน Binary Search Tree เช่น หาผลรวมจาก Root ถึง Leaf, หาค่าที่มากที่สุดแต่ละ Level หรือ หาผลรวมแต่ละ Level สมัครงานที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวเรื่องนี้
ในส่วนของ Algorithms ปีนี้ CS50 เน้นสอนการเรียงข้อมูล หรือ Sorting อธิบายเรื่อง Selection Sort, Bubble Sort, Merge Sort แต่ไม่ได้เขียน Code ให้ดู แต่ที่ codice stella อธิบายให้เข้าใจหลักการแต่ละแบบ แถมยังมี Quick Sort และ Radix Sort เป็น Bonus ที่เหนือชั้น เขียนให้ดูครบทุกแบบ จะ Greedy Sort หรือ Divide & Conquer Sort ก็ใช้ได้ ต่างจาก Conquer & Divide Sort ยังไง มาเรียนด้วยกันได้ เขียนทีละตัวอักษร ให้เข้าใจที่มาที่ไป ลองมาเรียนด้วยกันจะได้เข้าใจหลักการทำงานอย่างแท้จริง
บางคนถามว่า ถ้าสอนดีขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่ไปสอนแทน Harvard หรือ MIT ไปเลย ด้วยความยินดีครับ พร้อมตลอดเวลา ใครเชิญมาก็พร้อมไปทุกที่
ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register
ส่วนของ MIT ต่อให้ 2 Courses เลย คือ Software Construction in Java กับ Advanced Software Construction in Java เรียน Online ได้เหมือนกัน ที่นี่ https://www.edx.org/course/software-construction-in-java และ https://www.edx.org/.../advanced-software-construction-in... ใช้เวลาเรียน 12 และ 10 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมง
วิชานี้เริ่มต้นด้วยการอธิบายลักษณะของ Software ที่ดี 3 อย่าง ตามด้วยการทำ Code Review การ Partition Test Case การทดสอบแบบ Black Box และ Glass Box การทำ Test Automation
จากนั้นเป็นเรื่องของ Specification ตามด้วย Data Structures ของ Java อย่าง Equality, Immutable, Interface แบบฝึกหัดจะมี Code มาให้ส่วนนึง ให้แก้ไขให้ถูกต้อง เวลาเรียนรวม 12 สัปดาห์
ถัดไปเป็นวิชา Advanced Software Construction in Java เป็นขั้นสูงอีก Course นึงเรียนต่ออีก 10 สัปดาห์ เริ่มจาก Recursion และ Base Case รวมถึงเปรียบเทียบกับ Iteration ตามด้วยเรื่อง Data Structures ที่เป็น Recursive เช่น Binary Tree และการใช้ Regular Expression จากนั้นเป็นเรื่อง Concurrency Threading และ Socket และปิดท้ายด้วย Message Queue และ Deadlock
แบบฝึกหัดจะคล้ายเดิม คือมี Code มาให้แก้ไข หรือเขียน Unit Testing ให้ถูกต้องตาม Partition Test Case ที่กำหนดมา ต้องลองไปเรียนดูครับ เป็น Course ที่ดีมาก สอนด้วย Java 8 รุ่น Classic ที่ควรรู้ ผมเรียนมาทั้งสองวิชา ได้ Certificate มา เอาไว้ไปสมัครงานได้
ที่ codice stella เปิดสอนที่คล้ายกันคือ Java Software Engineer เริ่มต้นด้วยการเรียนภาษา Java พื้นฐาน ตามด้วย Array และ String หลักการของ Greedy และ Two Pointers ซึ่งมีความสำคัญในการสัมภาษณ์งาน ถ้ามีคำถามเป็น Two Pointers แล้วเราไม่เคยเห็น หรือไปใช้วิธีอื่น แสดงว่าพื้นฐานยังไม่ดี

59 Nameless Fanboi Posted ID:9/YZ.ZR+6T

>>57 ตอนนี้เยอรมันมีประท้วงหนักถือว่าพลาดเหมือนกันนะ

60 Nameless Fanboi Posted ID:2nP6v8ROPs

ตามมาด้วย Binary Tree และ Binary Search Tree เป็น Recursive Structures เหมือน Course ระดับโลกทั่วไป ที่สำคัญคือ จะมีการเขียนให้ดูทีละตัวอักษร สร้างทีละ Node เขียน Code จริง ไม่ใช่แค่วาดรูปให้ดู เรียนแล้วต้องรู้ข้อแตกต่างระหว่าง 3 เรื่องที่ชื่อคล้ายกันคือ Binary Search, Binary Tree และ Binary Search Tree ต่อให้จบปริญญาตรีมา ก็มีแค่ไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ ลองทดสอบดูได้
เรื่อง Divide & Conquer ยังไม่จบแค่นั้น ต้องศึกษาให้ลึกซึ้งถึง Merge Sort ตามแนวทางของผู้คิดค้นจาก Princeton รวมถึงปัญหาของ Merge Sort อาจจะถูกแก้ได้ด้วย Quick Sort ซึ่งก็เป็นที่ Princeton ที่ช่วยแก้ไข Quick Sort ให้ทำงานได้ดี เรียนที่ codice stella จะได้เขียนทั้ง Merge Sort และ Quick Sort ทีละตัวอักษร มีการ Merge โดยใช้ Sentinel และไม่ใช้ Sentinel ส่วน Quick Sort มีการ Partition แบบ Two Pointers ที่นิยมใช้ การทำ Dual Pivot และ Median of Three รวมทั้งการ Partition แบบกระต่ายกับเต่าตามหนังสือของ MIT
ครึ่งเดือนหลังจะเป็นการศึกษา Framework ที่นิยมใช้ของ Java เริ่มตั้งแต่การใช้ Cloud ของ Google และ Unix Commands ที่ควรรู้ การติดตั้ง Java Development Kit รุ่น 16 ใหม่ล่าสุด ศึกษากลไกการทำงานของ Redirect และ Pipe ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจระบบ Unix มากขึ้น
ส่วน Threading มีเรียนทั้งแบบ Subclass และ Interface เขียน Multicore ด้วย Lambda Expression ฝึกหัดใช้ Collections ทั้ง ArrayList, LinkedList, TreeSet, HashSet, TreeMap, HashMap ครบทุกตัว สมองคนเรามีข้อจำกัด จำอะไรมากไม่ได้ ก็อย่ากังวล เพราะใช้แค่ ArrayList ก็ทำงานได้แล้ว แต่ถ้าจะไปสัมภาษณ์งาน ต้องรู้ให้ครบ
Database จะใช้ MySQL ก่อน เพื่อให้เข้าใจหลักการของ JDBC หรือ Java Database Connectivity แล้วค่อยเขียน JPA หรือ Java Persistence API คราวนี้เขียนได้ทุก DBMS ไม่ต้องยึดติดกับระบบไหน ไม่ว่าจะเป็น Oracle, SQL Server, MySQL, DB2, PostgreSQL และอื่นๆ
จากนั้นศึกษาแนวคิดของ HTTP ตั้งแต่ยุคแรกที่ต้องใช้ HTML และ CGI หรือ Common Gateway Interface เพื่ออ่านเขียนฐานข้อมูล ตามด้วยยุคที่สองเขียน Code แทรกลงไปใน HTML แบบ PHP หรือ JSP (JavaServer Pages) และยุคใหม่คือแบบ Model-View-Controller ด้วย Spring MVC ซึ่งนิยมใช้อันดับ 1 ตามด้วย Spring Boot เรียนกันอย่างละวัน เขียนได้ทั้ง Web Service และ Web Application
ช่วงท้ายจะเป็น Software Validation หรือ Testing ซึ่งก็เริ่มตั้งแต่ Black Box และ White Box การใช้ Debugger การทำ User Acceptance Test หรือ UAT การเขียน Unit Testing กับระบบ Web Service รวมถึงการ Assert ค่า จบสุดท้ายด้วย Test Automation ใช้ Selenium เขียน Code ไปทดสอบ Ecommerce ชื่อดังอย่าง buddybuyer.com
Java Software Engineer เป็น Course แรกของโลกที่เรียน Keyword ของ Java ครบทั้ง 59 คำ เรียนด้วย Java 16 ใหม่ล่าสุด
เนื้อหาที่ codice stella ค่อนข้างยากมาก ต้องอาศัยความเข้าใจแบบละเอียดลึกซึ้ง มาเรียนแล้วเขียน Code ได้ลื่นไหลเหมือนเล่นดนตรี ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไรก็มาเรียนได้ เพราะเริ่มต้นเรียนใหม่หมด เป็นทักษะที่ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ทำได้แล้วทำได้ตลอดไป ไม่มีวันลืม ประสบการณ์สอน Java อันดับ 1 ของโลก 4,400 ชั่วโมง สอน Full Stack อีก 3,000 ชั่วโมง ไม่มีสอน Online เปิดสอนทุกเดือน มาเรียนซ้ำได้จนกว่าจะเข้าใจ และได้งานประจำทำเงินเดือนสูงตามที่ต้องการ ถ้ามีคะแนนสอบ TOEFL ตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป เงินเดือนเริ่มต้นที่ 50,000 บาท

ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register
บางคนสงสัยว่า เนื้อหาเยอะ จะเรียนเข้าใจเหรอ เนื้อหาต้องเยอะอยู่แล้ว เพราะการเรียนที่ codice stella เดือนเดียว ต้องมีความรู้เท่ากับคนจบปริญญาตรีที่เรียน 4 ปี ถ้ามีเนื้อหาส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ หรือตามไม่ทัน ก็สามารถมาเรียนได้ในเดือนถัดไป หรือมาเรียนเดือนไหนก็ได้ที่สะดวก ทำแบบฝึกหัดได้แค่ 5% สมัครงานได้ทุกที่ในเมืองไทย ทำแบบฝึกหัดได้ 30% สมัครงานได้ทุกที่ทั่วโลก
บางคนถามต่ออีกว่า แล้วจะไปเรียนมหาวิทยาลัยทำไมให้เสียเวลา 4 ปี ผมก็สงสัยเหมือนกัน ลองเดินไปถามดูได้ คนเรียนจบปริญญาตรีมา เขียน Sorting ได้ซักอันหรือเปล่า? รู้ข้อแตกต่างระหว่าง Binary Search กับ Binary Search Tree หรือเปล่า? คนรู้ก็มีครับ แต่แค่บางส่วน ครึ่งนึงยังไม่รู้เรื่อง หลายคนก็ตอบว่า "เคยเรียนมา แต่ลืมแล้ว" ได้ยินแค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ บางคนก็บอก "Sorting ไม่สำคัญ" ก็แล้วแต่จะคิด แต่ Harvard สอนแบบนี้ Harvard สอน Sorting ที่ codice stella ก็ต้องสอนตาม

61 Nameless Fanboi Posted ID:2nP6v8ROPs

เนื้อหาที่มหาวิทยาลัยสอน แต่ที่ codice stella ไม่ได้สอนก็มีเหมือนกัน เช่น Binary Heap หรือ Fenwick Tree ที่ codice stella จะใช้ Binary Search Tree และ Segment Tree แทน ใช้ได้เหมือนกัน O(log n) เท่ากัน แต่การเขียน Code จะไปแนวทางเดียวกัน จะเข้าใจได้ง่ายกว่า นั่นคือ Segment Tree เป็น Binary Search Tree แบบหนึ่ง และทั้งคู่ยังเป็น Binary Tree เหมือนกัน เรียนเข้าใจจำได้ตลอดกาล
ทุกวันนี้หน่วยงานรัฐหลายแห่งก็เริ่มมีการสอน Coding เหมือนกัน แต่หน่วยงานรัฐก็คือหน่วยงานรัฐ แต่ละโครงการดีทั้งนั้น มีการบูรณาการทุกภาคส่วน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทุกโครงการยิ่งใหญ่สวยงาม แถลงข่าวถ่ายภาพกันไป ให้พี่น้องประชาชนมีความสุขในทุ่ง Lavender ลองไปสัมผัสดูได้ จะได้เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
เนื้อหาทั้งหมดของ codice stella และมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Harvard, MIT, Stanford, Princeton ไม่มีความลับ หรือเคล็ดลับอะไรทั้งสิ้น เนื้อหาทั้งหมด สามารถหาอ่านได้ตามหนังสือ หรือ Internet ทั่วไป ยิ่งอ่านมาก ก็ยิ่งรู้มาก ยิ่งดีต่อประเทศชาติ ยิ่งดีต่อโลกของเรา อ่านหนังสือจบแล้วอยากสมัครงานก็ส่งใบสมัครงานมาได้ตลอดเวลา ไม่ต้องมีประสบการณ์อะไร มีคะแนนสอบ TOEFL ตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป เงินเดือนเริ่มต้นที่ 50,000 บาท
ดูรายละเอียดและสมัครเรียนได้ที่นี่ https://codice stella.work/register

62 Nameless Fanboi Posted ID:NO9AQMkRuS

ถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี

ธง แจ่มศรี

1 ธันวาคม 2551

สวัสดีครับ

เนื่อง ในโอกาสก่อตั้งพรรคครบรอบ 66 ปี ผมขอถือโอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีและคำอวยพรมายังมิตรสหายผู้ร่วมอุดมการณ์ ทั้งหลาย ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่และการงานของตน มีพลังกายพลังใจเต็มเปี่ยม พร้อมจะต่อสู้เพื่อภารกิจก้าวหน้าเป็นธรรม ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทุกคนแบกรับอยู่ให้ก้าวหน้าไปตาม ความเรียกร้องต้องการของสถานการณ์ในปัจจุบัน

ผมในนามเลขาธิการใหญ่ของพรรค ซึ่งบัดนี้เหลือแต่ชื่อ แต่ในทางเป็นจริงไม่ได้ดำรงสถานภาพนี้อยู่อีกต่อไปแล้ว ดังที่ทราบกันดี นับแต่การประชุมคณะกรรมการบริหารกลางเต็มคณะสมัยที่ 2 ชุดที่ 4 ในปี 2526 เป็นต้นมา เนื่องด้วยเหตุปัจจัยทั้งทางภววิสัยและอัตวิสัย โดยเฉพาะเหตุปัจจัยทางอัตวิสัย คณะกรรมการบริหารกลางชุดนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์การนำสูงสุดของพรรคมาจนบัดนี้ เท่ากับได้สูญเสียบทบาทขององค์การนำไปแล้วโดยสิ้นเชิง

ปัจจุบัน สถานการณ์ของประเทศเราเป็นที่ทราบกันทั่วไปแล้วว่ากำลังอยู่ในสภาวการณ์ที่ สับสน แตกแยกกันอย่างกว้างขวางชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สภาพเช่นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อขบวนของเราอย่างมาก กล่าว สำหรับมวลชนที่ก้าวหน้าและสหายเราที่ยังยึดมั่นในภารกิจที่ก้าวหน้าเป็นธรรม ต่างเรียกร้องให้ฝ่ายนำของเรามีบทบาทที่เป็นจริงในการชี้นำทางความคิด ผลักดันสถานการณ์ให้เป็นผลดีต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้ก้าวรุดหน้า ตามทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย แต่ก็เป็นที่น่า เสียใจอย่างมากที่องค์การนำของเราไม่สามารถมีบทบาทตามความเรียกร้องต้องการ ของสหายและมวลชนได้ด้วยสาเหตุที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ผมจึงจำต้องใช้ฐานะส่วนตัวแจ้งให้มิตรสหายทราบถึงแนวความคิดและทิศทางที่ควร จะเป็นของเราต่อไป จะผิดถูกอย่างไรให้ถือเป็นภาระหน้าที่ร่วมกัน วิพากษ์วิจารณ์กันได้เต็มที่

ปมประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกกันครั้งใหญ่ในสังคมไทยปัจจุบันนี้ กล่าวโดยสรุปก็สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนผูกขาดที่เป็นชนชั้นปกครองสองกลุ่ม ขอ เรียกสั้นๆ ว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนเก่า (อนุรักษ์นิยม) กับกลุ่มทุนใหม่ (เสรีนิยม) ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ซึ่งไม่สามารถตกลงกันได้ จึงปะทุออกมาในรูปแบบการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549

แม้กลุ่มทุนเก่าจะได้เปรียบ เนื่องจากเป็นฝ่ายที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือรัฐสืบเนื่องมายาวนาน โดยเฉพาะคือสามารถมีอำนาจเหนือข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และตุลาการได้อย่างเบ็ดเสร็จก็ตาม แต่เนื่องจากรูปแบบการปกครองของประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา เมื่อกลุ่มทุนเก่าสามารถตั้งรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารได้ซึ่งก็คือรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธฺ จุลลานนท์ โดย ที่พวกเขาพยายามใช้เวลาหนึ่งปีกว่ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่บิดเบี้ยว คือ รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับอำมาตยาธิปไตย และกฎหมายอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อลิดรอนทำลาย อำนาจอธิปไตยของประชาชนในรูปแบบที่แอบแฝงแนบเนียน โดยคาดหวังว่าเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ปี พ.ศ.2550 พวกเขาจะได้รับชัยชนะ สามารถกุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้

แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม กล่าวคือพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ และสามารถตั้งรัฐบาลใหม่กลับเป็นพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นคู่ปรปักษ์ของพวกเขา เมื่อไม่สามารถยับยั้งคู่ปรปักษ์ได้ จึงต้องใช้อิทธิพลที่มีอยู่มาระดมลูกน้องลูกสมุนมาก่อกวนขัดขวางรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะคือการใช้อิทธิพลครอบงำสื่อต่างๆ มาปลุกปั่นสร้างกระแสบิดเบือน ทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนจนไม่สามารถจำแนกแยกแยะความเท็จความจริงและความถูกผิดได้

63 Nameless Fanboi Posted ID:NO9AQMkRuS

>>62

ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ แม้จะมีนักวิชาการออกมามาแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันต่างๆ นานา มีความคิดเห็นกันหลากหลาย แต่ในความหลากหลายเหล่านั้น เรา ก็สามารถใช้ทัศนะวัตถุนิยมวิภาษและวัตถุนิยมประวัติศาสตร์มาจำแนกแยกแยะได้ ว่าโดยเนื้อแท้แล้วก็คือการต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างระบอบประชาธิปไตยของชน ชั้นนายทุนกับระบอบอำมาตยาธิปไตยของศักดินานั่นเอง

มาจนถึงจุดนี้ก็มีมิตรสหายบางคนเสนอแง่คิดว่า ในเมื่อมันเป็นความขัดแย้งระหว่างเผด็จการอำมาตยาธิปไตยกับนักประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนแล้ว ก็ ไม่น่าจะเกี่ยวกับเราที่เป็นประชาชนคนธรรมดา และยังมีมิตรสหายอีกบางคนให้แง่คิดว่า เราไม่ควรเพ้อฝันมากนักกับประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน ซึ่งมีแต่การซื้อเสียงขายเสียง คอรัปชั่นโกงกินอย่างชั่วช้าสามานย์

แน่นอน นักต่อสู้ของประชาชนเรา จะต้องไม่นั่งงอมืองอเท้ารอคอยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างเด็ดขาด หากจะต้องใช้สถานการณ์ให้การศึกษามวลชนในรูปแบบเงื่อนไขต่างๆ อย่างทรหดอดทนไปยกระดับความสำนึกตื่นตัวของมวลชนให้สูงขึ้น จนสามารถผลักดันให้พวกเขาสามัคคีรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนที่เข้มแข็งไปช่วงชิงผลประโยชน์ที่เป็นจริงของพวกเขาเอง

ส่วน เรื่องที่ว่าประชาชนเราสมควรจะสนับสนุนรัฐสภาของชนชั้นนายทุนหรือไม่นั้น ก็มิใช่ว่าเรารักชอบระบอบทุนนิยมหรือไม่ชอบ แต่อยู่ที่ว่าการวิวัฒนาการของสังคมมนุษยชาติปัจจุบันได้ก้าวถึงขั้นตอนที่ เป็นยุคสมัยของทุนนิยมแล้ว ประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมทั้งประเทศไทยก็ได้พัฒนาก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยม แม้ว่าโครงสร้างสังคมบางส่วนยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ยุคทุนนิยมแล้ว สำหรับ ปัญหาความรับรู้ของเราที่มีต่อระบบทุนนิยมดีหรือเลวอย่างไรนั้น ปรมาจารย์ลัทธิมาร์กซ์คือ ท่านคาลมาร์กซ์ก็ได้ให้ข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าเรานักลัทธิมาร์กซ์ได้เรียนรู้ ประยุกต์ใช้กับความเป็นจริงของเราอย่างไรต่างหาก ด้วย เหตุนี้ท่าทีของเราต่อทุนนิยมจึงมิใช่รับหรือปฏิเสธอย่างเดียว เพราะแม้เราจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม แต่การดำรงอยู่ของทุนนิยมก็เป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ดัง นั้นเมื่อรับรู้ต่อกฎภววิสัยแห่งการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของสังคม ก็ยิ่งเรียกร้องให้เราต้องพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ ซึ่งก็คือต้องคำนึงถึงจุดอ่อนจุดแข็งของชนชั้นปกครอง และฝ่ายประชาชนเรา จากนี้ไปกำหนดขั้นตอนยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไปข้าง หน้าอย่างมีจังหวะก้าวและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางภววิสัย นี่คือทิศทางใหญ่ที่จะต้องเป็นไป

อย่างไรก็ดี เพื่อทำความกระจ่างต่อข้อสงสัยของเพื่อนบางท่าน ที่มีต่อระบอบรัฐสภาของชนชั้นนายทุน จึงใคร่ยกเอาคำสอนของปรมาจารย์ท่านหนึ่งคือท่านเลนิน ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือชื่อ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์ โดยท่านชี้ว่า “เรายังไม่มีกำลังพอจะโค่นล้มรัฐสภาชนชั้นนายทุนได้ เรายังต้องเข้าร่วมการต่อสู้บนเวทีรัฐสภาชนชั้นนายทุน จุดมุ่งหมายก็อยู่ที่ให้การศึกษาแก่ชนชั้นที่ล้าหลังในชนชั้นของตนนั่นแหละ อยู่ที่ปลุกและให้การศึกษาแก่มวลชนในชนบทที่การศึกษายังไม่เจริญ ถูกปิดหูปิดตาและขาดความรู้นั่นแหละ ขณะที่พวกท่านยังไม่มีกำลังพอที่จะยุบรัฐสภาชนชั้นนายทุนและองค์กรปฏิกิริยาประเภทอื่นๆ นั้น พวกท่านจะต้องทำงานภายในองค์กรเหล่านี้” (จากบทที่ 7 “จะเข้าร่วมรัฐสภาชนชั้นนายทุนหรือไม่” ในหนังสือ โรคไร้เดียงสา “ฝ่ายซ้าย” ในขบวนการคอมมิวนิสต์)

จาก ที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า ต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ภาระหน้าที่ของพวกเราคือจะต้องยืนหยัดต่อสู้ คัดค้านการทำรัฐประหารทุกรูปแบบ คัดค้านการใช้อำนาจนอกระบบรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยให้เข้ม แข็งสมบูรณ์เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง มีแต่เช่นนี้เท่านั้นจึงจะทำให้เราสามารถผลักดันให้สังคมก้าวรุดหน้าต่อไป ได้ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

64 Nameless Fanboi Posted ID:4M0t81ZGY+

- คนติดขับรถเบนซ์ คนลำเค็ญนั่งรถเมล์
- เหตุเกิดที่ร้านแพง แต่ร้านข้าวแกงต้องรับกรรม
- โควิตติดคนรวย คนซวยคือคนจน
- เศรษฐีเป็นคนก่อ คนซวยต่อเป็นประชาชน

#โควิททองหล่อ
#มิตรสหายท่านหนึ่ง

65 Nameless Fanboi Posted ID:KWVZKJBalY

"ข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่ง สำหรับ "พรก.ฉุกเฉิน" ที่รัฐบาลประกาศใช้ในการ "ควบคุมโควิด" ภายใต้โครงสร้างของ ศบค. ก็คือ ผู้ที่ถูกแจ้งจับในข้อหานี้ กลับแทบไม่มีการเกี่ยวข้องกับการ "ระบาด" ของโควิดเลย (อาจจะมีรอบแรก ช่วงจับชาวบ้านนั่งกินเหล้ารวมกลุ่ม ฯลฯ) ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์ไหน โดยเฉพาะ "คลัสเตอร์ทองหล่อ" ล่าสุด ที่มีทั้งรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล และเหล่าคนระดับ "อีลีต" ของประเทศ แต่กลับเป็น "กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง" ที่ถูกรัฐใช้กฎหมายนี้ในการดำเนินคดี และที่น่าสนใจไปกว่านั้น "ไม่มีสถิติการติดเชื้อโควิด จากพื้นที่การชุมนุมทางการเมือง""

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

66 Nameless Fanboi Posted ID:yqudlZLV6n

ร้าน K นี้ member แรกเข้า หลักหมื่นกลางๆ ( คือ level น้อยสุด ) แตะจนถึงหลักแสน เด็กๆ สาวๆ ใน ร้านคัด grade A+++ สูง ยาว หน้าเป๊ะ ( ถ้าเดินตามท้องถนนก็มีสะกิด เพราะโดดเด่น สวยเป๊ะ ) รายได้ต่อคนนึงหลักแสนต้นๆ ถึงแสนกลางๆ ถึงแตะล้าน ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความ popular เพราะดริงค์นึงคือ 3,500 ออดเดอร์ขั้นต่ำ 10 ดริ้งค์ที่ต้องสั่งต่อ. 1 สาว / คืน ( รายได้ส่วนนี้ สาวๆ ที่เรียกมา คือ ได้เลย 100% ) ข้าวไข่เจียวหมูสับ 380 บาท
ว่าแต่เงินที่ท่านเที่ยวคืนนึงเป็นแสนๆ ท่านเอามาจากไหน คะ ! เงินเดือนตำแหน่งไม่น่าจะ cover การเที่ยวร้านระดับนี้ได้แน่ๆ

และอย่ามาถามว่าเคยทำมั้ยไม่เคยทำจ้า เตี้ยจ้า 😂แต่รู้เพราะเคยฟังแกงค์ ผช พี่ที่ทำงานระดับ director , cEo เค้าเคยเมาส์ให้ฟังจ้าา

67 Nameless Fanboi Posted ID:.7hWrMf9yh

>>66 ร้านนี้เคยไปมา 2 รอบ ไม่ได้จ่ายตังค์เอง เด็กก็ไม่ได้แบบว่าสวยเว่อร์วังอลังการอะไรนะ เรียกว่าหน้าตาดีเกินมาตรฐานก็พอ แบบที่สวนโคตรๆก็มีบ้างแหละ แต่เทียบสัดส่วนกับเด็กทั้งร้านแล้วน่าจะ 10-20% เองมั้ง

68 Nameless Fanboi Posted ID:OH18qOK.+D

1.. กษัตริย์ ผู้ทรงธรรม พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ ชาวไทย
2. ทรงเป็นทุกลมหายใจ ของปวงประชาราษฎร ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
3. ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
4. ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ( ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
5. พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม
6. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์
7. ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข
8. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
9. ความเสียหายของชาติจะบานปลาย ถ้าคนไทยขาดความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
10. ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ
11. ชาติไทยรุ่งเรืองอยู่เป็นเมืองของไทย และคู่กษัตริย์ไทยตลอดไป
12. ขอเชิญปวงชนชาวไทยทุกคนน้อมนำพระดำรัสของในหลวงมาปฏิบัติด้วย
13. จงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของท่านพ่อหลวงด้วย
14. ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย ร้องเพลงชาติไทย
15. ทำความดีกันเถอะเพื่อถวายในหลวงพ่อของแผ่นดินไทย
16. พ่อของคนไทย เทิดทูนไว้เหนือเกล้า สำนึกในใจเรา พ่อของเราทดแทนคุณ
17. ไทยร่มเย็นได้เพราะน้ำใจของพ่อหลวง ความรักความห่วงไทยทั้งปวงให้ร่มเย็น
18. ผมเป็นคนไทยมีพ่อและแม่ของแผ่นดินคือในหลวงและพระราชินี
19.พระองค์จะมีความสุขมากหากคนไทยทุกคนเป็นคนดี ถึงคนไทยทุกคนอาจจะไม่ได้เป็นดีทุกคน
แต่เราจงช่วยสนับสนุนให้คนดีได้มีโอกาสปกครองคนไม่ดี อย่าให้คนไม่ดีได้มีอำนาจ
20. ชาวไทยร่วมใจสามัคคีเพื่อในหลวงของประเทศไทย
21. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
22. ขอพรให้พระองค์ ทรงเสวยพระกระยาหารได้มากๆ และทรงพระเกษมสำราญ ตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
23. ขอพระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดไป
24. ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
25. ขอพระองค์ ฯทรง มีพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป
26. ขอให้พระองค์ท่านจงทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง
27. ขอให้พระทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระวรกายที่แข็งแรง
28. จะเป็นคนดี ประพฤติดีเพื่อในหลวง
29. ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
30. เราคงสิ้นแผ่นดินถิ่นอาศัย หากสิ้นชาติ สิ้นศาสน์ สิ้นกษัตริย์
31. ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้า
32. ในหลวงพระองค์ทรงงานหนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ได้มีความสุข
33. พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
34. พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม
35. จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์
36. เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา
37. ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย
38. ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน
39. สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้
40. พ่อหลวงทรงยึดมั่นในคุณธรรมด้วยพระบารมีแผ่ไพศาลแก่พสกนิกรชาวไทย ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
41. ในหลวงพระองค์ทรงไม่ละทิ้งประชาชนของพระองค์ แม้พระองค์จะทรงงานหนักและเหนื่อย
42. ทั่วโลกยกย่องชื่นชมยินดีกับบารมีของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ แล้วเราคนไทยยังจะมาค้นหาคำตอบอะไรกับอีกหรืออย่างยิ่งของประเทศ
43. ขอให้คนไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจ ในความเป็นพลเมืองของพระองค์
44. พระคุณพ่อของแผ่นดิน ล้นเหลือสิ้นจักพรรณนา
45. เราคงสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน หากสิ้นกษัตริย์
46. พระองค์ทรงมีแนวทางพระราชดำริในการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างอิสระ มั่นคงและสมบูรณ์
47. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
48. ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า ชาติใดขาดสามัคคีธรรม จะสูญเสียย่อยยับอับปางไปในที่สุด
49. บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ประมุข
50.พระองค์ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน

69 Nameless Fanboi Posted ID:dtTNnGNXnZ

ขนาดของระบบเศรษฐกิจนอกกฎหมายช่วงปี 2536-2538 คิดเป็นร้อยละ 15-18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเฉลี่ย เลยนะ ไม่รู้ว่าทศวรรษนี้จะโตขึ้นมาขนาดไหน
.
อย่างที่รู้กันในเศรษฐศาสตร์มหภาคว่าตัวเลขพวกนี้ไม่ถูกจัดเก็บรวมเข้ากับ GDP ผลที่เกิดขึ้นจึงเป็นการเบี่ยงเบนทรัพยากรที่จะนำมาใช้ในภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์กับสังคมไปหาธุรกิจที่มีผลเสียกับสังคม ทำให้นักธุรกิจถูกกฎหมายเสียเปรียบเพราะผู้ทำผิดกฎหมายเข้าถึงแหล่งทุนหรือหาแหล่งทุนมาได้ง่ายกว่าและยังไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากไม่มีการบันทึกรายการบัญชี และยังก่อให้เกิดการผูกขาดทางทางเศรษฐกิจอีกด้วย
.
การค้าที่ผิดกฎหมายโดยนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อาวุธสงครามผิดกฎหมาย เฮโรอีน ฯลฯ นั้นไม่ได้ทำให้เกิดผลผลิตภายในประเทศประเทศนั่นคือ ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจในประเทศเพิ่ม แต่ผลผลิตยังคงเท่าเดิม จึงเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้
.
ประเด็นเรื่อง Sex Worker เองก็มีการพยายามทำให้ถูกกฎหมายมาตั้งแต่งสามสิบปีที่แล้ว แต่ถ้าดูแบบนี้ การทำให้มันผิดกฎหมาย และอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดเป็นการผูกขาดและทำกำไรดีกว่า (ไม่ถูกจัดเก็บภาษี ไม่ต้องคำนึงเรื่องมาตรฐานสุขอนามัย ไม่ต้องมีส่วนแบ่งตลาด) คงจะยากหากจะผลักดันโดยไม่เห็น Players และอิทธิพลที่โยงใยกันอย่างแน่นหนาเหล่านี้

.

ที่มา: ผาสุก พงษ์ไพรจิตร และคณะ. (2539). เศรษฐกิจนอกกฎหมายกับนโยบายสาธารณะในประเทศไทย การประชุมรายงานผลการวิจัย. ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

70 Nameless Fanboi Posted ID:9J0UnAnJ+0

เคยคิดว่าเงินเดือน(รายรับส่วนบุคคล) 1 แสนบาทนี่โคตรเยอะเลย พอได้มาอยู่กลุ่ม ๆ หนึ่ง

รายได้ 1 แสนต่อเดือน คือพออยู่ได้ และก็ไม่ได้ใช้ฟุ่มเฟือยด้วยนะ ถ้าจะให้เซฟ ๆ แนะนำกันที่ 2 แสนอัพถึงจะปลอดภัย

อืม นี่ไม่ใช่โลกพันทิปด้วย แต่คือโลกจริง ๆ เงินเดือน 5 แสน - 1ล้าน คือมีตัวอย่างให้เห็น

Me / จนสุดในแก๊งค์ >< ต้องพยายามและสร้างเครื่องทุนแรงกันต่อไป ^^

71 Nameless Fanboi Posted ID:dtTNnGNXnZ

ผมโตมาในยุคที่ธรรมกายแอบอิงอยู่กับอำนาจรัฐ เชื้อพระวงศ์แทบทุกคนต้องเข้าไปเกี่ยวข้องปฏิสัมพันธ์กับธรรมกายรวมทั้ง แม่ในหลวงในยุคนั้น หรือมกุฎราชกุมารในตอนนั้น ที่ปัจจุบันคือในหลวงรัชกาลที่ 10

ธรรมกายในยุคที่ผมเติบโตมาเข้ายึดชุมนุมพุทธในทุกมหาวิทยาลัย และลามไปตามโรงเรียนต่างๆ สมัยเรียนมัธยมยังต้องมีการให้หลับตาเพ่งลูกแก้วบ้า ๆ บอ ๆ ด้วย นี่ยังไม่รวมถึงการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆจนเป็นตัวแทนของพุทธพาณิชย์สมัยใหม่ที่เรียกร้องให้คนทำบุญเพื่อจะบรรลุอะไรสักอย่าง

ความยิ่งใหญ่ของธรรมกายมันสร้างความกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย

นี่ยังไม่รวมทั้งภาพประวัติศาสตร์ที่ชาวบ้านในทุ่งรังสิตรบราฆ่าฟันกับธรรมกายในการแย่งที่ดินทำกินกับวัด

ภาพความเลวร้ายของธรรมกายนั้นผูกติดอยู่กับทักษิณ ชินวัตรเมื่อมีกระบวนการต่อต้านทักษิณ ชินวัตร (ท่ามกลางข่าวลือว่าสาวกวัดธรรมกายนั้นส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร)

ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาภาพลักษณ์ของธรรมกายก็ดูจะเสื่อมทรามหลงไปในหมู่ชนชั้นกลางและชนชั้นนำที่ต่อต้านทักษิณ

จุดสูงสุดในการต่อต้านธรรมกายก็คือการใช้กำลังตำรวจทหารเข้าไปปิดล้อมและยึดวัดธรรมกายในสมัยรัฐประหาร (มีคนฆ่าตัวตายประท้วงด้วย)

หลังจากนั้นธรรมกายกลายเป็น "วัดทางเลือก" ที่โดนอำนาจรัฐรังแก ทั้งๆที่วัดธรรมกายกับอำนาจรัฐนั้นผูกติดกันมาตลอด

การที่มีโอกาสได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นแปลว่าเราต้องอายุมากพอสมควร

หรือแปลว่าเราแก่แล้ว

72 Nameless Fanboi Posted ID:R1D177nY+c

>>66 ตั้งราคาขนาดนี้กูขอกลับไปแถวสะพานควายของกูดีกว่า ร้านมืดๆไม่ต้องไปสนใจหน้าตาเด็กมาก บริการดีก็โอเคละ

73 Nameless Fanboi Posted ID:ZPWMRjO+tz

>>72 อี๋ เหม็นสาปคนจน

74 Nameless Fanboi Posted ID:AzHejItiRb

Generation Y ก็คือ มองโลกแบบสุขนิยม ไม่ค่อยอดทนต่ออะไรง่ายๆ และเชื่อมั่นในตัวเอง ดังนั้นเมื่อมีผู้ใหญ่ที่เป็นระดับ Generation X ขึ้นไปมาตักเตือน ก็มักจะไม่ค่อยยอมฟัง เพราะอาจจะเห็นว่าเป็นพวกหัวโบราณ ความคิดเก่าล้าสมัยบ้าง ไม่เข้าใจเด็กรุ่นใหม่บ้าง แต่คนรุ่นใหม่เองก็ควรจะรับฟังคำแนะนำหรือคำตักเตือนจากคนรุ่นก่อนๆบ้าง เพราะอย่างไร เขาเหล่านั้น ก็ได้ผ่านพบเจอปัญหาและอุปสรรคต่างๆมามากมาย อย่างน้อยก็มีประสบการณ์ในการทำงานมามากกว่าเรา คำโบราณที่ว่า ‘อาบน้ำร้อนมาก่อน’ นั้น ก็ยังใช้ได้ผลอยู่ในปัจจุบันนี้ เมื่อรับฟังคำตักเตือนมาแล้ว หากเราเก่งจริง เราก็จะต้องสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเราเองได้

75 Nameless Fanboi Posted ID:R1D177nY+c

>>74 https://i.imgur.com/uaxilKI.jpeg

76 Nameless Fanboi Posted ID:82tAF6oll+

>>74 อาบน้ำร้อนกับโดนต้มห่างกันนิดเดียว

77 Nameless Fanboi Posted ID:CU5HL3EAw2

>>69 ศก. นอกระบบมันไม่ใช่แค่ธุรกิจผิดกฎหมาย งานวิจัยนี้เข้าใจว่าเก่าแล้วเลยจำกัดความแค่นั้น แต่ปัจจุบันหมายความร่วมถึงงานทุกประเภทที่ไม่ได้เข้าระบบภาษี อย่างแม่ค้าแผงลอยทางเท้า ถ้าขายในจุดผ่อนผันก็ถูกกฎหมาย แท็กซี่ป้ายเหลือง-ใบขับขี่สาธารณะก็ถูกกฎหมาย เกษตรกรทำไร่ทำนาในที่ตัวเอง ที่ สปก. ที่ครอบครองอย่างถูกต้อง หรือเช่าที่คนอื่นก็ถูกกฎหมาย แต่พวกนี้ไม่เคยต้องพิสูจน์ว่ามีรายได้ถึงพอจ่าย ภงด. หรือไม่ ดังนั้นเลยมีพวกรวยเงียบซุกซ่อนในสังคมไทยอยู่ไม่น้อย ภงด. ไม่ต้องจ่าย แต่พอเกิดอะไรขึ้นก็มาเรียกร้องเยียวยา ส่วนเรื่อง Sex Worker ถ้าแก้ทัศนคติคลั่งศีลธรรมไม่ได้ พวกส่วยทั้งหลายก็ยังเก็บผลประโยชน์สบายๆ นั่นละ เหมือนห้ามโฆษณาเหล้า ผลคือคนก็ไม่ได้ดื่มลดลงแต่กลายเป็นรายใหญ่ไม่กี่เจ้าผูกขาดตลาดแทน

>>74 Gen Z มากกว่ามั้ง เอาจริงๆ X กับ Y นี่พูดกันรู้เรื่องมากที่สุดแล้วมั้ง

78 Nameless Fanboi Posted ID:QE3fW6pnN1

เชื่อฉันไหม พวกเธอในที่นี้หลายคนอาจเคยติดโควิดไปแล้ว แต่ไม่มีอาการป่วย แล้วก็หายแล้ว และมีภูมิคุ้มกันไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเคยติด

79 Nameless Fanboi Posted ID:CU5HL3EAw2

>>78 กูเชื่อนะ จนถึงวันนี้อัตราป่วย-ตายก็ยังเหมือนเดิม คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการ-อาการน้อยและหายได้เอง

80 Nameless Fanboi Posted ID:vuAyIoyk6V

การปกครองด้วยวิถีอำนาจรวมศูนย์จะกลับมาผงาดและยิ่งใหญ่อีกครั้ง.ซึ่งมันก็จะเป็นไปตามวงรอบของมัน..หลังจากการปกครองด้วยระบอบโลกสวยที่เรียกว่า"ประชาธิปไตย"ล่มสลาย..จากการที่ผู้คนเริ่มเห็นจุดบกพร่องมากมายของคำว่า"ประชาธิปไตย"ที่ไม่สามารถพัฒนาสังคมประเทศชาติพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดได้..แต่ในทางกลับกัน..กลับทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในทุกมิติทุกบริบทของสังคม จนคนดี คนมีคุณภาพ คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม.ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอึดอัดมากขึ้นทุกวัน..

81 Nameless Fanboi Posted ID:82tAF6oll+

>>80 ฝันหวานเนอะ

82 Nameless Fanboi Posted ID:LEXlX8tCQB

>>79 ก็คงมี แต่ไม่น่าจะเยอะมาก ไม่งั้นคงมีคนเข้ารพ.จนล้นแล้ว ต่อให้อาการหนักน้อยแต่จำนวนคนป่วยก็ต้องเพิ่มขึ้นจนปิดไม่อยู่ ที่ไทยมาถึงขั้นนี้ได้โดยที่ระบบยังไม่เคยล้มนี่น่าแปลกใจเหมือนกันนะ

83 Nameless Fanboi Posted ID:bi.jyhm3jf

>>82 กูห่วงรอบนี้แหละ รพ.เอกชน ถึงขั้นบอกว่าน้ำยาตรวจหมด

84 Nameless Fanboi Posted ID:zkdVhpHGoN

>>83 น้ำยาไม่ได้หมด แค่มันมีกฎว่าไปตรวจเจอโรงพยาบาลไหน โรงนั้นต้องรับ โรงพยาบาลเลยอ้างว่าน้ำยาหมด เพื่อตัดปัญหาเตียงล้น

85 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>83 ตาม>>84 สธ.ยอมให้รพ.เอกชนปฏิเสธได้ แต่ถ้าขาดเหลืออะไรต้องช่วยด้วย

เอาจริงก็บอกยาก รอบก่อนที่พม่าติดกันเยอะๆ กูก็นึกว่าจะไม่รอดแล้ว ดันคุมอยู่กว่าที่คิด หวังว่ารอบนี้จะเป็นแบบนั้น

86 Nameless Fanboi Posted ID:YiesOuh5n2

เห็นหลายคนบ่นอยากให้ไทยจัดการโควิคแบบประเทศพัฒนาแล้ว เอาแบบเยอรมันป่ะครับ ล็อคดาวน์แม่งทุกอย่างยาวมาหกเดือนแล้ว ร้านอาหารให้ซื้อกลับบ้านได้อย่างเดียว เจ้าของบาร์-คลับกำลังจะตายทั้งประเทศ

หรือจะเอาแบบสวีเดน ที่ไม่ห้ามเหี้ยอะไรเลย ปล่อยฟรี คนติดก็ตาย ไม่ติดก็สบาย

การจัดการแบบไทยโอเคแล้ว ถ้ามันบังคับใช้กับทุกคนไม่มียกเว้นอ่ะนะ

-มิตรสหายได้เมียยุโรปท่านนึง

87 Nameless Fanboi Posted ID:MTFJ5p5UzU

>>86 กูชอบแบบเยอรมัน แต่เอาเข้าจริงหลายๆร้านก็ไม่ทำตามหรอก

88 Nameless Fanboi Posted ID:tfGg6tH7hl

คนกลางคืนกำลังจะตายแล้ว
- ร่า นสหายทั่นหนึ่ง เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้

89 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>88 อืม กูอยากรู้เหมือนกันนะว่าธุรกิจกลางคืนทั้งหมดเนี่ยมีมูลค่าเท่าไหร่ ไม่ใช่น้อยๆ แน่ๆ พวกนี้ได้รับผลกระทบกว่ากลางวันเยอะมากเลย

กูรวมธุรกิจอาหารกับร้านสะดวกซื้อเข้าไปด้วยนะ ร้านอาหารที่เปิดกลางคืนเป็นหลักในกทม.มีเยอะเหมือนกัน แล้วกูว่าส่วนใหญ่อร่อยกว่ากลางวันอีก ไม่ได้กินนานละ

90 Nameless Fanboi Posted ID:7fiqVdJvy.

>>89 กูว่ามันไม่สำคัญเรื่องเวลาเปิด แต่ผับพวกนี้มันมีความแออัด มีความใกล้ชิดสูง มันสำคัญที่ว่ามีมาตรการยังไงไม่ให้กลายเป็นสถานที่แพร่เชื้อได้

91 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>90 ไม่ได้หรอก ที่มันเอาไว้สีกันก่อนแลกของเหลว กันได้ทางเดียวคือปิดไปเลย แต่ธุรกิจกลางน้ำอย่างร้านอาหารกับแท๊กซี่หรือรร.มันซวยไปด้วยไง

92 Nameless Fanboi Posted ID:9k5Wv7tm.Q

>>85 รอบพม่ากูไม่ห่วงเลยนะ เพราะส่วนใหญ่พวกนี้อยู่ในชุมชนปิด คือถ้าไม่ใช่หอโรงงาน ก็อพาร์ตเมนท์แบบทั้งตึก 90%+ มีแต่พม่า มันเลยคุมง่าย เอาทหารเฝ้า รั้วลวดหนามขึง ชาวบ้านส่งข้าวส่งน้ำให้ จบ! เอาจริงๆ กูสงสัยนะ รอบนั้นก็มีสถานบันเทิงเหมือนรอบนี้แหละ (แถวปิ่นเกล้า) ทำไมมันไม่แรงเหมือนทองหล่อวะ

93 Nameless Fanboi Posted ID:9k5Wv7tm.Q

>>89 สื่อญี่ปุ่นเคยบอกว่าหลักแสนล้านบาทต่อปีนะ https://asia.nikkei.com/Economy/Pandemic-dims-lights-on-Thailand-s-5bn-nightlife-sector

Nightclubs and bars, which contribute more than $5.5 billion a year to the overall economy, are the country's hidden "dollar box."

94 Nameless Fanboi Posted ID:RCs/GZ2e2Q

>>87 แบบเยอไม่ไหวมั้ง เห็นโควิดรอบล่าสุดทำเอามีทีท่าว่าจะปิดสถานบันเทิง คนไม่ว่าจะขั้วการเมืองไหนก็กรูกันออกมาไม่เห็นด้วยกันตรึม

95 Nameless Fanboi Posted ID:mT+YCcmab7

"ประเทศที่มีประวัติศาสตร์ไม่กี่ร้อยปีอ่านะ มีหน้าไปด่าจักรวรรดิอังกฤษ ตอนมันล่องเรือสำรวจโลก ไทยยังอุมบะอยู่เลย 55555"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

96 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>95 สมัยอยุธยา ยุโรปบันทึกว่าอยุธยาเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลกนะ ตอนนั้นอังกฤษยังบ้านนอกสุดกู่อยู่เลย คนภาคพื้นทวีปถ่มถุยกันตลอด พึ่งลืมตาอ้าปากว่าเจริญได้หลังชนะนโปเลียน เมกายิ่งล้าหลังเข้าไปใหญ่ ในสายตาชาวยุโรปนะ

ตอนนี้เมกาและอังกฤษเจริญกว่าไทยมากแล้ว แต่ตอนนั้นใช้คำว่าไทยอุมบะนั้นไม่ถูกอย่างยิ่ง เพราะอย่างน้อยช่วงนั้น โลกยุโรปมองว่าไทยเจริญกว่าอังกฤษเยอะ

97 Nameless Fanboi Posted ID:j6VN4Dh8J6

>>96 แมคคานาตา มีตั้งแต่ไทยเรายังไม่เป็นประเทศเลย
ที่เจริญเพราะเราเป็นเมืองท่า แต่ตามว่าเราคิดค้นนวัตกรรมอะไรเองบ้าง ปืนคาบ
สิลา ปืนใหญ่ ก็ได้ต้นแบบจากชาติอื่นมา

98 Nameless Fanboi Posted ID:h3JKfr48vP

>>97 มันมีทฤษฎีอธิบายด้วยนะ บอกด้วยความที่อยุธยาที่ตั้งเหมาะกับการค้ามากๆ เลยกลายเป็นเมืองหมุนเงิน คือหาเงินไม่ยาก เลยไม่ต้องคิดค้นอะไร อาศัยซื้อเอาอย่างเดียว (แล้วนิสัยนี้ดันติดมาถึงปัจจุบันด้วย คนไทยเลยชินกับการซื้อมาขายไปมากกว่า)

99 Nameless Fanboi Posted ID:mT+YCcmab7

>>96 5555อังกฤษมีกฎบัตรแมกนาคาร์ตาตั้งแต่ปี 1758 อยุธยายังไม่ตั้งเลย เลิกใช้กฎหมายหมิ่นกษัดราวๆ300ปี ก็ช่วงปลายๆอยุธยา ช่วงนั้นไอ้ไทยแม่งยังอุมบ๊ะๆ ไล่ฆ่าตัดหัวแย่งบัลลังก์กันอยู่ช่วง ปราสาททอง-นาราย-เพทราชา รัวๆเลย ความเจริญมึงนี่วัดจากอะไรวะ จะว่าเทคโนโลยี ก็ไม่น่าใช่นะสำหรับไอ้ไทย

100 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>97 >>99 นิยามคำว่าความเจริญสมัยนั้นไม่เหมือนกับสมัยนี้ สมัยนั้นแมคนาคาร์ต้าแทบไม่มีใครชมหรือคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องผ่านมาเป็นร้อยปีช่วงยุคของฮอบส์เลยมั้งถึงเริ่มให้คุณค่าแบบทุกวันนี้

>>98 ฝรั่งก็บันทึกข้อนี้ไว้เหมือนกัน คนไทยชอบใช้เงินแก้ปัญหามากกว่าแก้ด้วยตัวเอง ก็สะท้อนถึงความรุ่งเรืองสมัยนั้นดี

101 Nameless Fanboi Posted ID:ySlppunHbl

อยุทธยาเคยเป็นเมืองที่ประชากรมากที่สุดในโลกตอนช่วงปี1700s ประชากรประมาณ1,000,000คนในเมืองเดียว อันนี้เป็นเรื่องจริง แต่เจริญสุดไม่น่าใช่ เพราะโรมันมีระบบประปาไขก๊อกใช้มาตั้งนานละ

102 Nameless Fanboi Posted ID:ayaOS5qtB7

>>101 กูก็ไม่ได้บอกว่าเจริญสุดนะ

ส่วนโรมันล่มสลายไปนานแล้ว คนเลยไม่เอามาเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน

103 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>102 เหรอ >>96 "ยุโรปบันทึกว่าอยุธยาเป็นหนึ่งในเมืองที่เจริญที่สุดในโลกนะ" ตกลงความเจริญมึงนับจากอะไรวะ แล้วใครบันทึก

อีกอย่างถ้าความเจริญยุคนั้นไม่ได้นับด้วยนิยามเดียวกับยุคนี้ แล้วจะแปลกอะไรที่คนยุคปัจจุบันจะมองว่ามันคือความอุมบะ? ก็ไม่ต่างกับกาลิเลโอกับศาลศาสนาที่เม้นบนๆแหละ ที่ปัจจุบันถูกมองเป็นตราบาปของศาสนาคริสต์

104 Nameless Fanboi Posted ID:Y8G1WAnlu.

>>103 หนึ่งใน แปลว่าตัวท็อป ไม่ใช่ no.1 อย่าสับสน

คนบันทึกส่วนใหญ่ก็ฝรั่งนั่นละ เพราะสมัยนั้นบ้านเมืองมันด้อยกว่า อย่างน้อยๆ คือจำนวนปชก.ต่างกันเยอะมาก แล้วความสะอาดอีก พวกยุโรปแปลกใจกับความรักสะอาดของคนไทยมาก ทั้งอาบน้ำแปรงฟันทั้งวัน ขนาดไปยุโรปยังอาบน้ำในแม่น้ำตลอด แล้วก็บันทึกว่าวัดไทยมีทองเยอะมาก ทองแทบทุกอย่าง

หนังสือพวกนี้หาไม่ยากนะ ม.ต้น-ปลายมึงน่าจะเคยเรียนมาบ้าง ถึงไทยจะยกแต่ส่วนดีๆ ก็จริง แต่มันก็ไม่ได้บิดเบือนอะไร สมัยนั้นอยุธยารุ่งเรืองมากจนจ้างทหารต่างชาติถล่มพม่าได้ สมัยนั้นไทยชอบ PMC มาก แต่สมัยนี้ไม่ชอบ

105 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>104 เจริญสุด มันแปลว่าตัวท็อปก็ได้นะ เจริญสุด เจริญสุดๆ 1ในที่เจริญที่สุด ความหมายแทบไม่ต่างอะว่ะ

บ้านเมืองฝรั่งด้อยกว่า555555555555555555555 มันบันทึกไว้แบบนี้เลยเหรอ ใครบันทึกวะ ฝรั่งที่เข้ามาแล้วบันทึกอะไรเยอะๆละเอียดๆสมัยนั้นน่าจะไม่กี่คนนะ

106 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>104 เรื่องตำรามต้นมปลาย กูไม่รู้นะมึงเรียนเวอร์ชั่นไหนมา แต่ประถมมัธยมไม่มีหรอกไอ้ปวศ แบบอ้างอิงบันทึกฝรั่งอ่ะ มีแต่เขียนมาเลยว่าอยุธยาเป็นงี้ๆๆ สุโขทัยงี้ๆๆ ไม่มีหรอกอ้างอิงอะไรที่มึงว่า แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ได้บิดเบือน เอาแค่เขียนว่าพม่ามารุกรานแต่ไทยไปปราบประเทศราชนี่ก็บิดเบือนแล้ว

107 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>104 ประมาณนั้นเลย อยุธยาไม่มีทหารอาชีพ นอกจากเกณฑ์ไพร่แล้วก็จ้างต่างชาติเอา

108 Nameless Fanboi Posted ID:cGpmNCbz+M

>>104 ที่เจริญจริงๆอะคือวัง กษัตริย์ อยุธยาเจริญ=ผู้มีอำนาจมีความมั่งคั่ง

109 Nameless Fanboi Posted ID:cGpmNCbz+M

ทหารมันประเมินว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปมันก็ชนะเหมือนเดิม เพราะมันมองว่าชาวบ้านโง่ ซื้อได้ แจกเงินนิดหน่อย ทำโครงการแจกเงินให้ ก็กาให้พรรคทหารแล้ว

แถมยังคุมโครงสร้างอำนาจท้องถิ่นได้ ไอ้อนุพงศ์มันทำงานของมันทุกวัน คุมมหาดไทได้ก็คุมกลไกราชการท้องถิ่นได้ คุมหัวคะแนนได้ คุมนักการเมืองท้องถิ่นได้ เลยคุมคะแนนเสียงเต็มมือ

ยิ่งล่าสุดทำลายประชาธิปัตย์ยับถึงถิ่นที่นคร ยิ่งมั่นใจว่าอีกไม่นานจะเข้าไปแทนที่ ปชป ได้สำเร็จ

ผมไม่ได้พูดลอยๆ ทหารมันพูดกันแบบนี้จริงๆ มั่นใจมากว่าตัวเองคุมอำนาจทั้งหมดไว้ในมือได้

ไม่กลัวม้อบสามนิ้ว ไม่กลัวแดง ไม่กลัวส้ม เพราะมันเชื่อว่าม้อบมาเป็นปีก็ล้มมันไม่ได้ นักการเมืองก็อยู่ในกำมือ เอาผลประโยชน์ล่อก็เดินตามล่ะ มันรู้จุดอ่อนนักการเมืองดี ดังนั้น เกมสภาจึงอยู่ในมือทหารทั้งหมด

แถมวังก็เป็นแนวร่วมด้วย อำนาจยิ่งแข็งแกร่ง

110 Nameless Fanboi Posted ID:w+jhNX2ygk

>>109 เอาจริงๆกูก็คิดแบบนั้นล่ะ
ถึงจะเห็นใจเด็กๆ แต่กูก็ทำใจไปแล้วว่าภายใน10-20ปีระบบของสังคมไม่น่าจะดีขึ้น (ไม่ใช่ความเจริญที่สามารถเข้าถึง)
เวลาคุยกับน้องๆหรือคนที่ยังมีไฟกูบอกอย่างเดียวว่าไปนอก(โลกตะวันตกหรือเอเชียบางประเทศ)แบบถูกกฏหมายให้ได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งแล้วหาทางเป็นพลเมืองให้ได้
ความเหลื่อมล้ำถึงจะมี มันก็ยังดีกว่าที่นี้
ส่วนกูกับพวกวัยใกล้เคียงกันคือสามต้นๆมันหมดแรงไปไหนแล้ว ต้องทำใจทนต่อไปว่าถึงวันที่ตายไปประเทศนี้มันจะเป็นประชาธิปไตยได้จริง
ส่วนไอ้ที่รัฐอยากให้ผลิตพลเมืองรุ่นต่อไปเหรอ อย่าฝันกูไม่ย่อมให้ลูกกูต้องเกิดมาเป็นฝุ่นใต้ตีนสูญสิ้นความเป็นคนหรอก จบมันที่รุ่นกูนี่ล่ะ
เสียดายอย่างเดียวคือถ้าตายเร็วเงินกับบ้านจะต้องตกกลับไปเป็นของแผ่นดินนี่ล่ะ

111 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>110 อย่าคิดมากเงินมึงเทียบกับพวกบนๆแม่งก็แค่นิดเดียวแหละ ก่อนตายหาความสุขให้เต็มที่พอแล้ว กูก็จะทำเหมือนกัน เรื่องมีลูกนี่กูตลกนโยบายของกะลามาก เห็นหลักๆมีแค่ลดภาษีเท่าขี้มด กูเอามาเทียบกับคชจ ค่านมลูกค่าอาหารค่าเทอมค่าบลาๆๆๆๆแล้วขำ ตั้งแต่เกิดมากูยังไม่เคยเห็นนโยบายไหนทำให้รู้สึกอยากมีลูกมาก่อนเลย จริงๆกูก็ไม่คิดว่าจะเคยมีคนไทยคนไหนอยากมีลูกเพราะนโยบายห่าพวกนี้ด้วยซ้ำแหละ ส่วนมากมันมีกันเองอยู่แล้ว

112 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>101 พื้นที่เกาะเมืองประมาณ5พันไร่ = 8 sq.km
ถ้าประชากร1ล้าน ความหนาแน่นประชากรจะเป็น 125000/sq.km
6เท่าของมุมไบในปัจจุบัน มึงคิดว่าเป็นไปได้? ถ้าทั้งอาณาจักรอาจจะได้นะ แต่ถ้าแค่ตัวเมืองนี่โม้เหม็น

113 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>109 >>110 น่าสนใจนะว่าทำไมถึงเลือกใช้ "ความกลัว" เป็นหลักในยุคนี้ เอาจริงๆ คือเรื่องนี้พูดกันมานานตั้งแต่ก่อนมีม็อบเหลือง-แดงแล้ว อารมณ์คำทำนายด้วยซ้ำว่ายุคต่อไป (นับจากตอนนั้นที่เป็นยุคที่แล้ว) บ้านเมืองจะไม่ได้น่าอยู่อีกต่อไป ถ้าไม่ใช่เผด็จการยาวๆ ก็คือสงครามกลางเมืองแบ่งฝ่ายรบกันอะ คือถ้าใช้ "ความรัก" ขับเคลื่อน ทำให้คนส่วนใหญ่อยู่ได้ไม่ลำบากแบบสมัยก่อน คนก็จะไม่ถามอะไรที่มันลึกขึ้น มันก็น่าจะดีกว่านี้ไม่ใช่หรอวะ

114 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>113 ตอนนี้ก็เดินสายหาสลิ่่มรายวันนี่ไง สลิ่่มรักปานแหกตูดดม

115 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>114 ขนมหวานมันคนส่วนน้อยแถมส่วนใหญ่ไม่ใช่คนหาเช้ากินค่ำ

116 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>115 กูเล่นมุก555 เอาจริงๆการใช้ความรักขับเคลื่อนอ่ะ ถึงที่สุดก็จะกลายเป็นแบบอังกฤษ คือถ้ามองแบบมึงหรือกู ใช้เงินชิวๆให้รัฐบาลทำงานให้ก็ดีแล้วป่ะ แต่ถ้ามองแบบพวกกระหายอำนาจอ่ะ มันไม่มีทางพอหรอก

117 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>105 มีหนังสือให้อ่านเยอะแยะนะ บันทึกฝรั่งพวกนั้นมีแปลไทยทุกคนเลย เพราะคนไทยชอบเรื่องแบบนี้ ไม่เชื่อก็ไปหาอ่านได้

>>108 สมัยก่อนก็งั้นอยู่แล้ว ชีวิตไพร่ไม่อยู่ในสายตา/บันทึกนักหรอก

>>112 มันไม่ได้อยู่บนเกาะเมืองอย่างเดียว แต่หมายถึงรอบด้านด้วย พื้นที่แถบนั้นปลูกข้าวได้มากจนคนไม่พอเกี่ยวข้าวเลย สงครามของไทยสมัยก่อนถึงเน้นล่าทาสมาทำนานี่ละ

118 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>117 อะไรมึงเนี่ย มีให้อ่านเยอะแต่เสือกไม่บอกชื่อคนบันทึกซะที แบบที่เขียนเลยว่าอังกฤษเจริญน้อยกว่าอยุธยาเลือกมาซักคนดิ หรือจริงๆไม่มี เป็นฝรั่งในมโนมึง

119 Nameless Fanboi Posted ID:pZuHxQxvO1

>>104 ไอ้ชอบอาบน้ำมันเพราะเป็นเมืองร้อนนะ

120 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>104 เกลียดที่มึงใช้คําว่าPMCหว่ะ กูเห็นเป็นภาพแบบทหารอยุธยาใส่เทคติคอลเกียร์ ถือปืนM4A1

121 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>117 อ๋อ ใช่ไอเล่มที่ขาย50บาทลดราคาในเซเว่นแล้วไม่มีคนซื้ออ่ะป่ะ บันทึกปวศฟอลค่อนมาอยุธยาหรา

122 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>120 Mecenaries ก็ได้ฟะ สมัยนั้นเพียบเลย ฝรั่ง แขกเปอร์เซีย เจ๊ก ยุ่น มอญ

123 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>118 คร่าวๆ ก็อันนี้ ถ้าอยากอ่านละเอียดก็ต้องอ่านจากบันทึกโดยตรง แต่ถ้าขี้เกียจก็อ่านหนังสือของสุจิตรไม่ก็นิธิได้ ตำรามาตรฐานเลย ถึงแม้สุจิตรจะไม่ชอบเผ่าไทย แต่ก็เขียนอยู่หลายรอบเรื่องความเจริญทางการค้าสมัยก่อน

https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000098443

>>119 ทุกวันนี้คนไทยยังติดนิสัยนี้ตอนไปนอกเลย และฝรั่งก็ตกในเหมือนเดิม

>>120 เทียบกับสมัยนั้นก็แทคติคอลเกียร์จริงนะ กองทหารอาสายุโรปชอบใส่เกราะลำตัวกับหมวกเหล็ก ผลิตในไทยก็มี แต่คนไทยไม่ชอบใส่ มันร้อน

124 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

>>123 น่าจะมีแต่คนไทยนี่ละที่ไม่ใส่เพราะร้อนบ้างหนักบ้าง พวกหรั่ง เจ๊ก ยุ่น ใส่กันทั้งนั้น อาวุธก็ดีกว่า ส่วนพวกแขกเปอร์เซียไม่ใส่เพราะความบ้าระห่ำล้วนๆ (จะว่าไปทำไมพวกมุสซี่นิสัยแบบนี้ทั้งนั้นเลยวะ)

125 Nameless Fanboi Posted ID:CPn/Jw+HVK

>>124 อัลเลาะห์​ magical armor ใช้ท่านนำพาไปสู่ชัยชนะ

126 Nameless Fanboi Posted ID:+dHdU24rnq

>>122 เห้ยไมาได้แย้งมึงนะ แซวๆ5555555 แม่งเรื่องGate but Ayutthaya PMCเปิดประตูข้ามเวลาไปอยุธยาไปช่วยเรื่องการต่อสู้ อาวุธ คิดสภาพชนช้างแบบติดปืนกลหนัก555555555
ขยายวงสงครามเอาเฮลิคอปเตอร์จู่โจมถล่มเรือปืนหนักต่างชาติ สร้าง The GREAT Ayutthaya Empire💪😩👌💦

127 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>123 หลักๆคือวัดวังถนนหนทางสวยแค่นั้น(เกณฑ์ขี้ข้ามาสร้างล้วนๆ) แล้วไม่มีอันไหนบอกว่าเจริญกว่าอังกฤษเลย... พูด1เล่าต่อ100เลยนะมึง กูว่าไปค้นสุจิตรกับนิธิก็คงไม่ต่างกันหรอก

128 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>127 ลองอ่านเถอะ แล้วจะรู้

เอ้อ นิติปรัชญาที่กูแนะนำไปรอบก่อนอ่านยังละ ถามหาอยู่ได้ตั้งหลายรอบ แต่อย่างมึงอ่านไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

129 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>128 อ่านแล้วถึงบอกว่าไม่มี quoteมาเลยประโยคไหน อย่ามาเฉไฉแบบคราวก่อนเสียเวลาว่ะ

130 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>117 นอกเกาะเมืองมันเป็นทุ่งนา ไม่ใช่ชุมชนหนาแน่น ถ้ามึงอ้างตัวเลข1ล้าน มันมาจากหนังสือWorld Cities ของGeorge Modelski เขียนประมาณว่าประชากรอยุธยามีประมาณ 3แสน-1ล้าน ช่วงกว้างฉิบหายแต่ชอบเอาขอบเขตบนสุดมาอ้างกัน

และถ้าอยากเปรียบเทียบ เมืองในยุคเดียวกันที่ประชากรถึง1ล้านคือปักกิ่ง ซึ่งขนาดกำแพงเมืองชั้นในก็กว้างด้านละ6กม. เบ็ดเสร็จพื้นที่ภายในกำแพงเมืองไม่ต่ำกว่า40sq.km ชุมชนรอบเมืองอยุธยานี่มีแหล่งชุมชนขนาดถึงหมื่นคนเหรอ

131 Nameless Fanboi Posted ID:UoNcKgH+4T

เรื่องทหารรับจ้างรอบบ้านมันก็จ้างเหมือนกันนะ ตอนสงครามไรสักอย่างตอนต้นกรุง มีทหารโปรตุเกศบันทึกว่าตอนไปรบที่พม่าก็ไปรบกับทหารโปรตุเกศด้วยกันเอง ที่เขมรเคยมีกษัตริย์โดนยุให้ไปนับถือคริสต์ แต่สุดท้ายก็โดนปราบ

132 Nameless Fanboi Posted ID:UGoBjg7Bt.

>>129 รู้เลยไม่ได้อ่าน บอกบุญอีกรอบก็ได้

http://library.nhrc.or.th/ulib/dublin.php?ID=4888

ไปดูสารบัญ หน้า 97 แต่อ่านแค่ตรงนั้นอาจจะไม่พอ เพราะถ้าไม่มีพื้นก็ไม่เก็ตอยู่ดีว่าทำใมถึงเป็นแบบนั้น

>>130 ถ้าที่ราบภาคกลางทั้งหมดน่าจะถึง แต่แค่อยุธยาไม่ถึงหรอก มันแค่ประมาณคร่าวๆ

ไทยใช้ระบบเข้าเวรใช้แรงงาน ดังนั้นจะมีช่วงนึงที่ปชก.หนาแน่น นั่นคือช่วงปลูกและเกี่ยวข้าว ที่ตัวเลขแกว่งน่าจะเพราะแบบนี้

>>131 ของพม่ามีทหารต่างชาติขึ้นเป็นเจ้าเมืองด้วยมั้ง แต่เทียบสมัยพระนารายณ์กูเข้าใจว่าสมัยนั้นไทยมี PMC ใหญ่สุดนะ เพราะพระนารายณ์ไม่ไว้ใจคนไทย ชอบใช้ต่างชาติ และให้มีกำลังทหารได้ จำนวนถึงเยอะกว่าเพื่อนบ้าน

133 Nameless Fanboi Posted ID:/HOQMlbNUs

>>132 เพราะมีระบบใช้แรงงานนั่นแหละถึงรู้จำนวนได้ ลาลูแบร์บันทึกไว้”ทั้งอาณาจักร”มีประชากรราว1.9ล้านคนนับทั้งชายหญิง เด็ก
การเกณฑ์ไพร่เข้าเดือนออกเดือนมันเกณฑ์เฉพาะไพร่ชายฉกรรจ์(ทาสไม่โดนเกณฑ์) ดังนั้นเป็นไปได้ยากมากที่คนเกินครึ่งของทั้งอาณาจักรจะมากระจุกกันแถวรอบเมืองอยุธยา supplyไม่พอหรอก

ไม่นับว่ารูปวาด-แผนที่ร่วมสมัย ไม่มีที่แสดงว่ามีชุมชนขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงเกาะเมือง และการตั้งบ้านเรือนก็ไม่มีลักษณะที่จะยัดคน1ล้านลงในพื้นที่8ตร.กม.ได้ด้วย

134 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>132 ถามเรื่องฝรั่งคนไหนบันทึกว่าอยุธยาเจริญกว่าอังกฤษเสือกแปะลิ้งนิติปรัชญา บ้าไปแล้วเรอะ

135 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>132 แบบเนี่ย >>133 มึงเห็นไหมเม้นนี้มันเขียนมาเลยว่าลาลูแบร์เขียนว่าประชากร1.9ล้าน ทางมึงก็บอกมาเลยว่าใครบันทึก มึงสิมาแปะลิ้งแปะไปเรื่อย อ่านแล้วก็ไม่เจอ ถามไปก็เสือกเอาลิ้งนิติปรัชญามา มึงเป็นเหี้ยไร

136 Nameless Fanboi Posted ID:q.wipMEr4z

>>134 กูตอบมึงไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่มึงก็งี้ประจำ สม่ำเสมอมาก

>>133 กูไม่คิดว่าบันทึกสมัยนั้นจะตรงขนาดนั้น แต่จำนวน 1 ล้านก็เกินไป ถ้าแค่ 500K ในช่วงพีคน่าจะเป็นไปได้มากกว่า

แต่เอาจริงกูอยากรู้เหมือนกันว่าตัวเลขล้านคนนี่เอามาจากไหน ตอนนั้นที่มีข่าวใหม่ๆ กูลองเช็คดูแล้วก็ไม่เคยมีตัวเลขนี้

137 Nameless Fanboi Posted ID:pj/pZL1iyu

>>136 ก็บอกแล้วว่าในลิ้งมันไม่มีอันไหนที่ว่าอยุธยาเจริญกว่าอังกฤษ ทำไมแค่โพสระบุชื่อคนแบบ >>133 มันยากเย็นสำหรับมึงนักวะ หรือจริงๆมันไม่มีไอ้ฝรั่งคนนั้นแต่แรก

138 Nameless Fanboi Posted ID:bL29ai6Q0C

>>136 ถ้าเอาพวกหลักฐานเอกสาร
- พงศาวดารฉบับหัตถเลขา บอกว่าช่วงที่โดนล้อมเมือง14เดือนจนกรุงแตก มีคนในเขตเกาะเมืองตายไปราว2แสน(โดนฆ่า ป่วยตาย อดตาย)
- พงศาวดารพม่าบอกว่าจับเชลยกวาดต้อนกลับไปอังวะ3หมื่น

139 Nameless Fanboi Posted ID:2BNs/8E+iE

ความจริงก็อปมาแปะเลยก็จบ ถ้ามีจริงก็ตบหน้าคนถามได้ แต่ถ้าไม่มีก็จะ...หน่อยๆ

140 Nameless Fanboi Posted ID:1wMfcGNv3/

>>136 เมืองอยุทธยาล้านคน(แค่เมืองไม่ใช่อาณาจักร)น่าจะมาจากหนังสือWorld CitiesของGeorge Modelski

หนังสือปู่จอร์จแกตีพิมพ์ตั้งแต่ปี1966ละ แต่ยังมีคนciteอยู่เรื่อยๆ แสดงว่าข้อมูลน่าเชื่อถืออยู่ ยังไม่มีใครเขียนเปเปอร์ไปแย้งได้

141 Nameless Fanboi Posted ID:bL29ai6Q0C

>>140 -ปู่แกเขียนเล่มนี้ในปี2003
- แกเขียนว่าในช่วงปี1700 อยุธยามีประชากร 300k-1m แกเขียนเป็นช่วง ไม่ควรเอาupper limitมาเป็นเกณฑ์ฟันว่าอยุธยามีประชากรถึงล้าน
- ลาลูแบร์บันทึกปี1687 ว่า”ทั้งอาณาจักร”มีอยู่1.9ล้าน เป็นไปไม่ได้ที่ครึ่งหนึ่งของอาณาจักรจะมากองกันในเขตเกาะเมือง(เพราะแผนที่และภายวาดร่วมสมัยไม่มีชุมชนขนาดใหญ่นอกเกาะเมือง) ความหนาแน่นประชากรจะเป็น6เท่าของสลัมมุมไบ
- ไม่ใช่ไม่มีคนแย้ง Ian Matthew Morris (Social Development ปี2010) ระบุว่าในปี1700 เมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลกคือปักกิ่ง จำนวน650k

142 Nameless Fanboi Posted ID:vt1wrjbLlP

ไปมู้ ปวศ. กันเหอะโม่งทั้งหลาย เถียงกันเป็นเรื่องเป็นราวเลยนะแหม่

143 Nameless Fanboi Posted ID:k7efZ0PCbu

>>137 ถ้ามึงต้องการที่พูดเป๊ะๆ แบบนั้นไม่มีหรอก มันมีแต่การเปรียบเทียบว่าเจริญมากมายแค่ไหน

>>138 กูหมายถึง 1 ล้านคนนะ >>140 ตอบแล้ว

>>140 ขอบคุณมาก

>>141 สมัยศ. 17 ที่ชิงเข้าแผ่นดินจีนมีการล้างโคตรคนจีนไปเป็นจำนวนมาก กว่าจำนวนจะฟื้นได้ก็ช่วงศ. 19 เลย คนจะน้อยก็ไม่แปลก

เอ้อ อันนี้น่าจะเป็นสาเหตุหลักเลยที่ไทยแซงขึ้นมาพอดี

144 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>143 ถ้าอ่านดีๆ ขนาดจะอ้างว่าพูดถึงความเจริญก็ยังก้ำกึ่ง เพราะส่วนใหญ่พูดถึงวัดกับวังสวยงาม การค้าขายเยอะ มีพูดถึงผังเมืองว่าดีนิดเดียว แต่แอบมีของแชร์เวสที่เขียนว่า ระบบน้ำยังไม่ดีพอ "...สถานที่ดังนี้จะอำนวยประโยชน์ได้อีกมาก ถ้าไม่มุ่งแต่จะก่อสร้างอาคารบ้านเรือนให้งดงามถึงเท่านี้ แล้วละเลยการปรับปรุงทางน้ำเสีย..." ความใหญ่โต แกมเฟอร์ก็บอกชัดเจนว่ายังไม่เท่าเยอรมันที่นึงละ "...ในกรุงมีโบสถ์วิหารอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง มีบริเวณพอสมกับถนน และเต็มไปด้วยสถูปเจดีย์ปิดทองขนาดต่างๆ ความใหญ่โตไม่เท่าโบสถ์ของเรา แต่ความงามภายนอกนั้นยิ่งกว่ามากนัก..." ไอ้ที่อีตานี่เขียนว่า ยิ่งใหญ่สุดในแถบเอเชีย ก็ไม่รู้นับถึงที่ไหน หรือเจ้าตัวเคยเห็นกี่ประเทศของเอเชีย หรือจริงๆหมายถึงแค่แถบอาเซียน? สรุปว่าจากลิ้งนี่ ฝรั่งบอกแค่ว่า วัดวังสวย ผังเมืองเป็นระเบียบ(ในยุคนั้น) ศูนย์กลางการค้าขาย แค่นั้นเองแหละ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9580000098443

แล้วมีอันนี้บันทึกของตุรแปง เขียนซะเละไปเลย นอกจากการค้าแทบไม่เหลืออะไรดีๆ ทหารกาก อาวุธกาก ระบบสุขภาพห่วย การศึกษาขาดหลักเหตุผล(ไหนว่าพุทธสอนกาลามสูตร!?) ไม่ชำนาญเดินทะเล ไม่รู้ดาราศาสตร์ คนไม่ชอบคิด กฎหมายห่วยแตกทำผิดให้เป็นถูกได้แบบทุเรศทุรังที่สุด(อันนี้น่าจะโคตรจริงที่สุด เพราะคุ้นชห!) https://www.facebook.com/notes/2735881536739596/

145 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

เพิ่มเติม เรื่องศิลปะนี่ก็ยังอวยได้ไม่เต็มที่ เพราะเด่นแค่พวกแนวปั้นๆสร้างๆ แต่ภาพวาด ดับสนิท "ในกรุงสยามไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป เขาวาดแต่รูปสัตว์ประหลาดพิสดาร กับรูปเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ไม่วาดภาพเป็นจริงตามธรรมชาติ ภาพวาดของชาวสยามไม่ได้สัดส่วนงดงาม"

146 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>144 เรื่องกฎหมายนี้ฝนั่งเศสคิดตรงข้ามนะ พวกนั้นบอกตัวบทกฎหมายไทยดีเลิศมาก แต่คนใช้กฎหมายเปลี่ยนกฎหมายได้ตามใจ

บันทึกมันเขียนจากความเข้าใจและจุดยืนของแต่ละคน บันทึกพวกนี้ถึงมีเรื่องขัดแย้งกันเองอยู่ และหนังสือของตุรแปงเองเป็นแค่คำบอกเล่า ไม่มีใครรู้ว่าตรงกับที่ฟังมาแค่ไหน ข้อสังเกตุคือบรีโก้นั้นอยู่ในอยุธยาช่วงกรุงแตกและถูกวาดต้องไปพม่า การจะกล่าวว่าร้ายอยุธยานั้นเข้าใจได้ นักปวศ.ไทยในยุคหลังมีฉันทามติใหม่แล้วว่าอยุธยาตอนนั้นไม่ได้อ่อนแอ กษัตริย์ไม่ได้ขี้ขลาด แต่พม่าเตรียมการมาดีจนไทยสู้ไม่ได้เองมากกว่า และเรื่องการศึกษา สมัยนั้นบาทหลวงฝรั่งเผยแพร่ศาสนาในไทยไม่ได้เพราะพระไทยแข็งแกร่ง ธำรงตนในพระวินัยดีน่าเลื่อมใส บาทหลวงสมัยนั้นถึงกับต้องเลียนแบบพระป่าเพื่อเรียกคะแนนนิยม เป็นไปได้ว่าเพรสะเหตุนี้ทำให้โจมตีการศึกษาสมัยนั้น หรือก็คือรร.วัดนั่นละ

>>145 คีย์เวิร์ดอยู่ที่ "ไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป" แปลว่าไม่งามแบบยุโรป ไม่ใช่ว่าไม่งาม อย่างศิลปะจีนก็กูเห็นว่าไม่งามเหมือนยุโรป แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่งามในแบบของตัวเอง

147 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

อีกนิด ไม่ใช่ว่าบันทึกเชื่อถือไม่ได้นะ แต่เราต้องมองด้วยว่าเขาเขียนในฐานะอะไรในสภาพแวดล้อมไหน และด้วยค่านิยมอะไรด้วย ถึงจะเข้าใจว่าทำใมเขียนแบบนี้ และให้ข้อสังเกตุไว้

148 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>146 >>147 ฝรั่งเศสคนไหนวะชมตัวบทกฎหมายไทย ก็ไอ้ตุรแปงนี่ก็ฝรั่งเศส??? มาลอยๆอีกแล้วนะมึง

ย่อหน้า2ก็ลอยๆ ฉันทามติของนักปวศไทยของมึงนี่ไปถึงตรงไหนวะ แค่พม่าเตรียมการดี หรือพระไทยแข็งแกร่ง ฝรั่งโจมตีโรงเรียนวัด? ใช้แค่นี้ทำลายเครดิตบันทึกไปหมดเลยเหรอ เอางี้ละกัน มีฝรั่งคนไหนเขียนว่าพระไทยเก่งเรื่องการใช้เหตุผลหรือรู้หลักวิชาการเดินทะเล ดาราศาสตร์ป่ะ? หรือมึงจะบอกว่าฝรั่งทุกคนเข้ามาโฆษณาคริสต์หมด ตั้งใจโจมตีหมด?

เรื่องภาพวาดยุโรป มันเขียนชัดเจนนะ "ไม่มีนักวาดรูปตามหลักศิลปะของยุโรป เขาวาดแต่รูปสัตว์ประหลาดพิสดาร กับรูปเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ไม่วาดภาพเป็นจริงตามธรรมชาติ ภาพวาดของชาวสยามไม่ได้สัดส่วนงดงาม" คีย์เวิร์ดอยู่ที่ "หลักศิลปะของยุโรป" ซึ่งมันมีหลักวิชาที่ทางยุโรปเรียนกันแล้วก็สอนจนกลายมาเป็นหลักการวาดการเขียนทุกวันนี้นะ เช่นการร่างภาพ ปรับสเกลอะไรที่แม่งต้องลากเส้นเยอะๆอ่ะ มันไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น ซึ่งดูจากที่ทุกวันนี้ก็ต้องเอาหลักวิชาของฝรั่งมาสอนศิลปะ ก็น่าจะชัดเจนแล้วนะว่าตุรแปงพูดผิดหรือถูก

ปล. เรื่องฉันทามติว่าพม่าเตรียมตัวมาดี จริงๆก็ไม่ได้ไปไกลขนาดว่าทหารไทยไม่ได้อ่อนแอด้วยนะ เคยอ่านหนังสือประวัติตากสินของนิธิรึเปล่า ที่เขียนว่าระบบเกณฑ์ไพร่ในอยุธยาล้มเหลวตั้งแต่ก่อนเสียกรุงแล้ว

149 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>148 อ้อ เพียงแต่ไอ้ที่ว่าอ่อนแอนี่ก็ไม่ได้เวอร์ขนาดไม่ทำเหี้ยอะไรเลยห้ามยิงปืนใหญ่นั่งเยดอย่างเดียว แบบที่พวกยุคเก่าเชื่อ

150 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>148 โทษที ไม่ใช่แค่ฝรั่งเศส แต่ฝรั่งเยอะแยะเลยที่แซะกฎหมายของสยาม

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=622467765316878&id=198630671033925

"ฝรั่งคนไหนเขียนว่าพระไทยเก่งเรื่องการใช้เหตุผลหรือรู้หลักวิชาการเดินทะเล ดาราศาสตร์ป่ะ"

มีสิ ในลิงค์แรกมีพูดถึฝเรื่องคำนวนสุริยุปราคาไง การใช้ แต่เรื่องเรือไทยไม่เก่งจริงๆ สมัยนั้นใช้สำเภาจีนหมด

อย่างที่บอก มันไม่ใช่บันทึกปฐมภูมิด้วยซ้ำ แค่คำบอกเล่า และคนต้นทางคือบรีออกมาบอกด้วยว่ามั่ว

His Histoire naturelle et civile du royaume de Siam (1771) is an interesting but faulty adaptation of the observations of a vicar-apostolic who had lived for a long time in that country, and who accused Turpin of having misrepresented his ideas.

https://en.m.wikipedia.org/wiki/François_Henri_Turpin

ความงามในศิลปะอยู่ที่สายตาของคนมอง ทุกวันนี้ต่อให้มีคนใช้ทฤษฏีมาจับยังไง กูก็ไม่เห็นว่าศิลปะตั้งแต่ยุค modern มันจะสวยตรงไหน ถึงกูจะชอบสาย realistic กับ impressionist ก็เถอะ แต่มันก็แค่แนวทางนนึง แล้วถ้าจะแซะว่าคนไทยวาดรูปสัตว์ประหลาดเพ้อฝันฟุ้งซ่าน ภาพมังกร ยูนิคอน นรกสวรรค์ หรือเทวดาแบบยุคกลางนี่ไม่ฟุ้งซ่านเลยสิ พวกนั้นไม่ได้วาดเทวดาคริสต์ของจริงด้วยซ้ำ

151 Nameless Fanboi Posted ID:svcfI86QCg

>>143 อ่านไม่แตกเหรอ ปู่Georgeโดนแย้งไปแล้ว ว่าช่วงปี1700 เมืองที่มีประชากรมากสุดคือปักกิ่ง
แล้วปักกิ่งตอนนั้นมีประชากร650k อยุธยา(ที่ประชากรน้อยกว่า)จะเอาที่ไหนมาแซงได้
จะอ้างแมนจูเข้าด่าน มันเข้ามาก่อนหน้าตั้งแต่1645แล้ว ช่วงปี1700นี่ยุคทองของคังซีด้วยซ้ำ

152 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>150 ที่ว่าดีเนี่ยรายละเอียดน้อยมาก บอกดีเฉยๆ แล้วมีแฌร์เวสที่บอกว่า ถ้าทำได้ตามกฎหมายจะมีอารยะสุดในตะวันออก อันนี้รวมจีนหรือญี่ปุ่นด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าดีก็ดี แต่ไอ้ที่ว่าดีเลิศเนี่ยลอยมาก อย่างที่ฟานฟลิตบอกได้รับยกย่อง ก็ไม่เขียนว่าใครยกย่อง ประเทศต่างๆที่เข้ามาหรือพวกอยุธยากันเองยกย่องเอง แล้วด้านการบังคับใช้ก็พูดตรงกันทุกฉบับและตรงกับตุรแปงด้วย ถ้ามึงจะบอกว่าศิลปะอยู่ที่มุมมอง กูว่าไอ้ความดีของกฎหมายตามบันทึกนี่มันดูเป็นมุมมองกว่าอีกนะ ศิลปะมันยังมีบอกว่าแย่เพราะไม่ได้สัดส่วน แต่กฎหมายที่ว่าดีไม่เขียนเลยว่าดีคือยังไง

ลิงค์แรกจากผจก? ไม่เห็นมีว่ะคำนวณสุริยุปราคา มันคำนวณได้ยุค4ไม่ใช่เหรอ นี่พูดถึงสมัยอยุธยา

ส่วนบันทึกจริงๆก็เป็นคำบอกเล่าจากคนบันทึกหมดแหละ บันทึกทุติยภูมิไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ ต่อให้มีจุดผิดพลาดก็ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ แค่ต้องพิจารณาเทียบกับหลักฐานอื่น ตัวอย่างเช่นหนังสือหลายเล่มของกศร กุหลาบ ดำรงนุพาบไปตีขลุมว่ามั่วหมดเป็นพวกขโมยหนังสือดัดแปลง แต่นิธิเอามาใช้อ้างอิง เจ้าตัวก็เขียนอยู่ว่าใช้ได้ แต่ต้องเทียบกับหลักฐานอื่นอย่างระวัง

เรื่องความงามศิลปะ ก็อย่างที่บอกมันมีหลักวิชาให้เรียนให้ศึกษาอยู่ พวกแนวทางการร่างวางสเกลภาพฉากหลังอะไรหลายๆอย่าง พวกสื่อต่างๆทั้งหนังซีรี่ การ์ตูน ภาพวาดส่วนใหญ่ยุคนี้ที่อยู่รอบตัวมึงก็ต้องใช้หลักวิชาพวกนี้ในการสร้างขึ้นมาหมดแหละ เช่นจะทำหนังมึงก็ต้องวาดคอนเซปอาร์ท วาดชุดตัวละคร วาดภาพคร่าวๆว่าฉากนั้นฉากนี้อยากจะถ่ายออกมาให้เป็นยังไง ไม่มีหลักวิชาศิลปะก็ทำไม่ได้ ถ้าศิลปะสมัยอยุธยาดีจริงมันคงเรียนกันเป็นคณะแยกออกจากศิลปะแบบฝรั่ง แล้วเอามาใช้สร้างสรรค์อะไรที่ไม่แพ้กันได้ไปแล้ว

153 Nameless Fanboi Posted ID:R/VTYV+C9Q

>>151 ช่วงพีคคังซีก็จริง แต่จำนวนปชก.ไม่เพิ่มขึ้นมากขนาดนั้น ในแง่นึงช่วงพีคนั้นเกิดได้เพราะทรัพยากรมากกว่าคนนั่นละ ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากในปวศ.จีน

แล้วกูแค่เสนอเฉยๆ ว่าทำใมอยู่ๆ ไทยถึงแซงขึ้นมาได้ เพราะสมัยก่อน นอกจากโรคระบาดแล้ว สงครามนี่ละส่งผลกับจำนวนปชก.มากที่สุด ซึ่งต้นทางเอาตัวเลขพีคมาวัดแทนที่มีเดียน

>>152 มึงไม่เข้าใจว่ามันแซะคนไทยเหรอ ถึงบอกให้ไปเทียบกับจีนหรือญี่ปุ่น แต่เทียบจริงๆ แล้วก็ไม่แน่ว่าไทยจะด้อยกว่า กฎหมายจีนหรือญี่ปุ่นสมัยนั้นไม่ได้เจริญอะไร เอาจริงหลักการปกครองด้วยกฎหมายในเอเชียนี่เบาบางมากๆ จนแทบไม่ต้องพูดก็ได้ แย่ะอกันหมดละ

ไม่มีจริงด้วยแฮะ ตอนแรกกูเหมือนเห็นในนั้น โทษที

http://thaiastro.nectec.or.th/royal/narai.html

มีการรับชมสุริยุปราคาสมัยพระนารายน์อยู่ เอาจริงกูไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนคำนวน แต่ที่แน่ๆ คือสมัยนั้นรับวิทยาการตะวันตกมาเยอะพอดู

ในการบันทึก ถ้าคนเขียนไปพบมาเองจะน่าเชื่อถือกว่าคำบอกเล่า การฟังเขาเล่าอีกทีจะมีความคลาดเคลื่อนมากน้อยตามแต่คนรับสาร แล้วในกรณีนี้คนเล่าแย้งด้วยว่าคนเขียนเข้าใจผิด ความน่าเชื่อถือเลยยิ่งต่ำเข้าไปอีก

ความงามในศิลปะนั้นมีหลักเกนฑ์จริง แต่ก็ขึ้นอยู่ว่ามึงจะชอบแค่ไหน กูยกตัวอย่างให้อีกอันก็ได้ การเขียนอักษรจีนที่คนจีนยกย่องมากว่าคือสูงสุดแห่งงานศิลปะ เรื่องนี้มีหลักการซับซ้อนและละเอียดถึงที่สุด พัฒนากันมาเป็นพันปี แต่ถามว่าคนนอกจีนเข้าใจมั้ย ก็ไม่ เอาจริงคนจีนยังไม่ค่อยเข้าใจเลย

เล็กน้อย ศิลปะจีนสมัยก่อนไม่ชอบ realism คนจีนถือว่าความสมจริงถึงขีดสุดแบบฝรั่งนั้นไม่งาม การใช้ลายเส้นแฝงความนัยนั้นงามกว่า ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจากอักษรจีน รูปวาดถึงที่สุดคือตัวอักษร ไม่ใช่ภาพ กูพอเข้าใจหลักการ แต่กูก็มองความงามแบบนั้นไม่ออกอยู่ดี

154 Nameless Fanboi Posted ID:JsL8aPwvHl

>>153 จีนมีสำนักนิติธรรมตั้งแต่ยุคจิ๋นซีเลยว่ะ มึงจะมโนว่ากฎหมายไทยตัวบทดีเท่าหรือดีกว่าก็เป็นแค่ความเห็นนะ แต่ถ้าการบังคับใช้ด้วยยังไงก็สู้ไม่ได้ ฝรั่งมันก็เขียนอยู่ว่าห่วยแตกเละเทะ แทบทุกคนเขียนตรงกันหมดลิ้งที่มึงเอามาอ่ะ จะเอาไปเทียบจีนไม่เมคเซ้นส์อย่างแรง

เรื่องบันทึก ก็อย่างที่กูบอกทางปวศ เค้าไม่ตัดหลักฐานทั้งชุดง่ายๆแบบนั้น งานกศรกุหลาบมีทุกอย่างที่มึงพูด นิธิก็เอามาใช้ แต่ต้องใช้อย่างระวัง ตรวจเทียบกับหลักฐานอื่นโดยเฉพาะหลักฐานชั้นต้น ถ้าตัดเลยแบบมึงมันแนวของดำรงนุพาบที่เก่าเกินแกงแล้ว

ส่วนศิลปะก็อย่างที่บอกมันไม่ใช่เรื่องความงาม คีย์เวิร์ดคือหลักวิชา ซึ่งศิลปะตะวันตกมันมีหลักวิชาที่พัฒนาต่อยอดมาได้สร้างอะไรได้มากมายทุกวันนี้ ส่วนอยุธยาก็เป็นแค่ของเก่าอนุรักษ์เท่านั้น ก็เป็นหลักฐานอยู่เองว่าความเห็นของตุรแปงถูกแล้ว

155 Nameless Fanboi Posted ID:svcfI86QCg

>>153 ก่อนจะเสนอว่าทำไมประชากรปักกิ่งลดลง(ซึ่งมันผ่านช่วงตกต่ำจากสงครามมา50ปี มีเวลาปั๊มประชากรขึ้นเยอะแยะ) มึงหาเหตุผลมาซัพพอร์ตการที่ตัวเมืองอยุธยาจะมีประชากรถึงล้านเหอะ ขี้วันละล้านกองในพื้นที่8ตร.กม. (พื้นที่ใช้จริงน่าจะน้อยกว่านั้นอีก เพราะมีคลอง วัด วัง สิ่งก่อสร้าง) โดยที่ไม่มีระบบสุขาภิบาล น้ำกินน้ำใช้มันจะพอไหม ไหนจะที่อยู่อาศัยอีก

เมืองที่มีประชากรแตะล้านในยุคก่อนอุตสาหกรรมมันต้องมีขนาดใหญ่โตกว่าพื้นที่เกาะเมืองอยู่แล้ว

ถ้ามึงจะอ้างว่านับรอบเกาะเมืองด้วย มึงหารูปภาพหรือแผนที่อยุธยายุคปี1700ที่แสดงให้เห็นว่ามีชุมชนขนาดใหญ่ระดับ10k ในพิ้นที่ใกล้เคียงเกาะเมืองหน่อยเหอะ(อย่างน้อยก็ต้องใกล้พอจะนับได้ว่าเป็นsuburbของเกาะเมือง ไม่งั้นก็ไม่นับว่าเป็นเมืองเดียวกันแล้ว)

156 Nameless Fanboi Posted ID:HVg9O3k7Mp

พ่อแม่ติดหนี้ลูกเสมอนะ คุณทำให้เขาเกิดมารับกรรมจากการมีเพศสัมพันธุ์ของคุณอะ คุณไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับลูกเลย ถ้าคุณเชื่อพุทธแบบไทยๆ พระพุทธเจ้าฉบับแปลไทยยังบอกว่าจะไม่เกิดอีกเลย แล้วคุณทำให้คนเขาเกิดมาเนี่ย บาปกรรมนะ

157 Nameless Fanboi Posted ID:pHdwKc/KH+

>>156 แต่บุดด้าสอนว่าพ่อแม่มีบุญคุณไง จะให้พวกนี้คิดเหตุผลไปไกลกว่าบุดด้าไม่ได้หรอก เดี๋ยวก็ว่ามิจฉาทิฐิ

158 Nameless Fanboi Posted ID:HvME68BhAk

สองวันที่ผ่านมา นั่งดูนักสร้างคอนเทนท์สองคน จากสองวงการ ในคลิปของแต่ละคน

คนแรกเป็นอาร์ตติสสาวสวย ช่วงนี้หันมาทำคลิปท่องเที่ยวมากขึ้น เริ่มต้นคลิปด้วยคำว่า "แต่ก่อนเราคิดว่าเมืองไทยน่าเบื่อ ไม่มีอะไร..."

คนที่สองเป็นเกษตรกร สอนปรัชญาชีวิต พึ่งตนเอง พอเพียง รังเกียจทุนนิยม เริ่มต้นคลิปด้วยคำว่า "ทุกครั้งที่ไปประเทศอเมริกา..."

คนแรกไปเที่ยวมาทั่วโลกแล้ว จนโด่งดัง หน้าสวย ไม่ยากที่จะขึ้นสู่ฐานะเซเลป คนที่สองก็รวยแค่ไหน ก่อนหน้านี้จึงสามารถไปโลดโผนดูโลกได้ขนาดนั้น ก่อนจะมาสร้างชีวิตแบบ "พอเพียง" ในไทย

แม้ผมไม่ได้มีเจตนาจะดูแคลน ลดทอนคุณค่าความสามารถและทักษะของนักทำคอนเท้นท์ทั้งสองที่มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้ทั้งสองประสบความสำเร็จในสายงานของตน แต่ทั้งสองคน romanticize ความสวยงาม ความพิเศษ ความเป็น 'บ้าน' ของไทย โดยทั้งสองคน มีจุดร่วมเดียวกัน คือเป็นกลุ่มคนที่มี privilege ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น wealth privilege หรือ beauty privilege ที่ทำให้การอยู่ประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องง่ายกว่าคนจำนวนมาก แม้จะต้องทนหลายสิ่งอย่าง แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายในทุกมิติเหมือนคนอื่นๆ

เช้าวันนี้เห็นสเตตัสของพี่คนไทยที่อยู่ไอซ์แลนด์ ขิงความดีงามของประเทศเขา มีคนเข้าไปฝันทิพย์กับเขามากมาย นั่นคือเครื่องชี้วัด ว่าจริงๆไทยเราไม่ได้น่าอยู่สำหรับคนจำนวนมาก แสดงว่าคนจำนวนมากตื่นมาอย่างไม่มีความสุขกับสภาพชีวิตที่ไม่มี privilege ใดๆเลย ในสังคมที่ชนชั้น ยังแทรกซึมอยู่ในทุกวงการ ในทุกมิติ

เราไม่ได้ต้องการประเทศที่คนมี privilege ไม่กี่คน มาสอนให้คนอื่นๆหัดมองบวก มีความสุขกับชีวิตเท่าที่มี เห็นค่าของแผ่นดิน แต่เราต้องการประเทศที่แม้แต่คนธรรมดาเดินดิน ไม่ได้มีฐานะเป็น celebrity ไม่ได้เป็นผู้ชนะสูงสุดในสนามการแก่งแย่งแข่งขัน ได้รับ privilege ต่างๆอย่างครบถ้วน คุ้มค่ากับภาษีที่จ่ายให้รัฐ อย่างที่พี่ผู้ปักหลักในไอซ์แลนด์คนนั้นได้

159 Nameless Fanboi Posted ID:4rhYOIP/G4

>>158 กูเคยฟังพวกที่พยายามยกยอความเป็นไทยแล้วสิ่งที่กูเห็นได้เหมือนๆกันในคนเหล่านั้น ที่กูพอเห็นสองแบบ (จากประสบการณ์ตัวเองจึงไม่อาจยืนยันได้ว่าทุกคนเป็น)
1.พวกอีลิท ยกย่องความเป็นไทยมากๆ พวกนี้ถ้าไปอยู่เมืองนอกหรือสังคมที่เขามองคนเป็นคน จะรู้สึกว่าตัวเองก็ธรรมดาแค่มีเงินเยอะ จะรักเมืองไทยมากที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นซัมบอดี้เป็นอีลิท
2.กลุ่มที่ไปเมืองนอกแล้วเกิดรักบ้านเกิด ความรู้สึกแบบนอสทาเกลีย+ความยินดีที่ได้กลับมาบ้านเกิดที่มันกระจอกเมื่อเทียบกับบ้านเมืองที่ตัวเองอยู่+กระบวนการยึดติดกับอัตลักษณ์ชุมชน(ที่มันไม่ได้อยู่ด้วยซ้ำ) สร้างความยินดีให้กับพวกเขา คนเหล่านี้จึงพยายามรักษาความเป็นไทยไว้ แต่ถามว่าจะกลับมาอยู่ไมบางคนไม่อยากกลับมา หรือถ้ากลับมาก็มาเที่ยว

ซึ่งความคิดตรงนี้กับความดีในแง่พุทธต่างกันนะ แต่บางครั้งหนังอย่างปรสิต2019ก็ มีประโยคน่าสนใจ อย่าง เขารวยจึงเป็นคนดีหรือเป็นคนดีจึงรวย

160 Nameless Fanboi Posted ID:MPP5ja9rXI

>>159 สาเหตุที่พวกไปอยู่เมืองนอกไม่กลับมาไทยเนี่ย เพราะมันไปอยู่ในฐานะคนนอกไงละมึง มันไม่ได้เกิดและอยู่ในสังคมจริงๆ ของเมืองนอกว่ะ พอไปอยู่ในฐานะคนนอกภาพลักษณ์บางอย่างมันจะต่างกับการที่มึงเกิดในเมืองนั้นเลย อันนี้กุมองจากฝรั่งที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยถาวร ด่าประเทศมันเองเหมือนกันว่าโคตร Toxic แค่ไหน

161 Nameless Fanboi Posted ID:pNZJs3nRYp

>>160 ก็จริง อย่างเมกาคนดำนี่ชัดมาก คนแแฟริกาอยากย้ายเข้ามาจะตายห่า แต่คนดำในเมกาชอบบอกว่าเมกาเป็นประเทศที่แย่ที่สุดสำหรับนิกก้า

162 Nameless Fanboi Posted ID:fwPsaj2H6t

>>160 >>161 เดี๋ยวๆพวกมึงสับสนอะไรป่าว >>159 มันพูดถึงคนที่ย้ายไปตปท แล้วอวยบ้านเกิดเพราะความอีลีทในบ้านเกิดหรือความนอสทาเกีย (แต่ก็เสือกไม่ย้ายกลับมา555) แต่ที่พวกมึงพูดคือพวกย้ายไปตปท แล้วด่าบ้านเกิดเพราะอยู่นานจนรู้ซึ้งในความเหี้ย

163 Nameless Fanboi Posted ID:QkGJ2wZPj1

>>159 อ่านแล้วนึกถึงพวกคนตุรกีที่อวยประเทศตัวเองทั้งที่ตัวเองหนีมาอยู่เยอรมัน 555

164 Nameless Fanboi Posted ID:4DvN6GTDm1

>>162 นอสตัลเจีย ไม่ใช่เกีย เยดแหม่

165 Nameless Fanboi Posted ID:MPP5ja9rXI

>>162 ไม่สับสนอะไรนิ มันจะอวยบ้านเกิดแต่ไม่กลับมาก็เรื่องธรรมดา เพราะคนที่ไปต่างประเทศหลักๆ คือ อยากหางานหาเงินเยอะที่ประเทศตัวเองตอบโจทย์ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะชอบสังคมที่ประเทศนั้นๆว่ะ มันอาจชอบสังคมประเทศตัวเอง แต่ประเทศบ้านเกิดตอบสนองเรื่องเงินให้มันไม่ได้ แล้วพอไปอยู่ที่ประเทศตัวเองหาเงินได้แต่พอไปเจอด้านมืดของที่นั่น พออยากกลับก็กลับไม่ได้แล้วเพราะแม่งไม่รู้กลับมาจะหาเงินได้เหมือนที่อยู่ปัจจุบันหรือเปล่า มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ไงละมึง จะกลับประเทศก็ไม่กล้ากลับ จะอยู่ประเทศนั้นก็ไม่ได้อยากอยู่อะไรขนาดนั้น เลยแม่งอวยประเทศตัวเอง แต่ไม่ยอมกลับ

166 Nameless Fanboi Posted ID:x2paCh83pL

>>165 มีไม่น้อยที่องุ่นเปรี้ยววะ ลึกๆก็สบายใจ มีความสุขกว่าอยู่ประเทศ แต่ด้วยจิตสำนึกชาตินิยม เชื้อชาติ ก็ไม่กล้ายอมรับตรงๆ

167 Nameless Fanboi Posted ID:z.G9G/YyAM

ผมว่า สว.ทั้งหมดเขามีจุดยืนในการเลือกนายกนะครับ เช่น นายกที่พรรคการเมืองเสนอให้ สว. เลือก จะต้องมีดีไม่น้อยกว่าป๋าเปรม หากไม่ได้เท่าป๋าก็จะเลือกประยุทธ์จนประยุทธ์ตาย อะไรทำนองนี้ก็ได้ครับ

168 Nameless Fanboi Posted ID:+Rru7kf1sR

>>165 ธรรมดาไม่ธรรมดาเรื่องของมึง แต่ที่มึงบอกตอนแรกใน >>160 ไม่ใช่ตรรกะนี้ แถมยกตัวอย่างไม่ตรงกับเขาอีก เขาพูดถึงพวกอวยปทตัวเอง มึงยกตัวอย่างพวกด่าเฉย

แล้วก็ไม่ใช่ไม่อยากอยู่ปทนั้นๆหรอก มึงก็เขียนมาเองว่ามันมีสิทธิกลับได้ "อยากกลับก็กลับไม่ได้แล้วเพราะแม่งไม่รู้กลับมาจะหาเงินได้เหมือนที่อยู่ปัจจุบันหรือเปล่า" มันแปลว่ากลับได้แต่ไม่กลับเพราะกลัวเงินน้อยนี่หว่า สรุปก็คือแม่งเลือกไปแล้ว คือเลือกเงินมากกว่าสังคมที่มันยกย่องนักหนา โดยสรุปก็คือตามนี้แหละ >>166

169 Nameless Fanboi Posted ID:qtz7CY1KSC

คนที่น่าสงสารมากในยุค covid แต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงมากนักคือ นายจ้างรายย่อยระดับ sme พวกเจ้าของร้านอาหารหรือกิจการเล็กๆ

รายได้ก็หายไป แต่กิจการปิดก็ไม่ได้ เพราะลูกน้องที่อยู่กันมานานก็ต้องเลี้ยง ปลดคนมาก็โดนด่า แต่ปากเสียงในสังคมก็ไม่ได้มีเยอะนัก

เป็นกำลังใจให้นายทุนน้อยทุกคน

170 Nameless Fanboi Posted ID:Evba1stdn5

ส.ว. เป็นอาชีพที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลย ถึงว่าเกาะเก้าอี้กันแน่น 555

171 Nameless Fanboi Posted ID:DTj0CHhYvG

Top 10 N-words

Number 10: Negative ⛔

Number 9: Nevada 🛸

Number 8: Nissan 🚗

Number 7: Number ♾

Number 6: Nine 9️⃣

Number 5: No 🙅‍♀️

Number 4: Nick 👮‍♂️

Number 3: Nigeria 🇳🇬

Number 2: Noob 👶

Number 1: Nice ♋

Honorable Mention: NIGGER 🌚

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

172 Nameless Fanboi Posted ID:gGyXPx4SDX

มีคนเล่าให้ฟังว่า ถ้าเอากบโยนลงไปในน้ำที่กำลัง ร้อน มันจะโดดหนีตายสุดชีวิต ทันที !!!
.....
แต่ถ้าเอากบโยนลงน้ำเย็นมันจะไม่โดดหนี แต่จะว่ายน้ำเล่นอย่างเย็นใจ ค่อยๆเพิ่มอุณหภูมิเข้าไปทีละนิด กบจะไม่รู้ตัวและตายในที่สุด
......
คนที่เล่า เอาไปผูกกับเรื่อง comfort zone
บอกผมว่า "ความเคยชินมันฆ่าคุณได้นะ" โดยเฉพาะนิสัยสันดาน เราเคยชินกับอะไรสักวันมันจะฆ่าเรา
.....
ผมถามพี่คนไทยที่อยู่อิสราเอลมาสิบปีว่า นิสัยคนอิสราเอลเป็นยังไง ? แกบอกฉลาด เจ้าเล่ห์ ปากไม่ดี แต่รักชาติสุดๆ สรุปคือ ไม่ค่อยน่ารักเหมือนคนไทย
.....
มีคำๆคำหนึ่ง เป็นภาษาฮิบรู รากศัพท์มาจาก
ภาษาสลาฟที่สาบสูญไปแล้ว ออกเสียงว่า "คือซ์พาห์" (Chuzpah) คนอิสราเอลี บอกว่าคำนี้คำเดียว บอกลักษณะนิสัย และ DNA ของคนยิวได้อย่างหมดจด
......
คือซ์พาห์ คือ ความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว อหังการ กำแหงหาญ แบบยิว (เขาอ้างว่ามีแบบเดียวในโลก) ลักษณะของคือซ์พาห์ ซึมออกมาเหมือนเหงื่อของคนยิว จะได้เห็นได้โดยทั่วไปในสังคมยิวทุกระดับ
.......
นักเรียนจะลุกขึ้นถามครูทันทีที่เขารู้สึกว่าสิ่งที่ ครูสอน"มันไม่ใช่" ช่างสีจะถือแปรงไปถามผู้จัดการโรงงานทันทีที่ได้รับคำสั่ง "งี่เง่า" พนักงานร้านสะดวกซื้อจะต่อสายถึงประธานบริษัทเมื่อรู้สึกว่าสินค้าเริ่มห่วยลง และ จ่านายสิบจะเรียกชื่อนายพลด้วยชื่อจริง เมื่อถูกสั่งให้ไปทำภารกิจ "สิ้นคิด"
.......
ผมจึงเข้าใจว่าทำไม พี่คนไทยไม่ชอบยิว เพราะมันเป็นนิสัยที่ขัดกับสิ่งที่เราถูกอบรมบ่มเพาะมาตลอดชีวิต เราจะเกรงใจไม่กล้าว่าใครแม้รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง เราจะเชื่อฟังและทำตามโดยไม่ถามเหตุผลเพราะเขาเป็น ผู้ใหญ่ เราจะเลื่อมใสศรัทธาเพียงเพราะคำร่ำลือ ฯลฯ
.......
แต่คือซ์พาห์ ทำให้ประเทศที่ขนาดเท่าโคราช ล้อมรอบด้วยศัตรูที่ใหญ่กว่าไม่รู้กี่เท่า ไม่มีน้ำ ไม่มีผักหญ้า ไม่มีห่าอะไรเลย อยู่รอดและยืนอยู่แถวหน้าๆ ด้วยนะเออ
.......
ผมไม่ได้ต่อต้านวัฒนธรรมไทยนะ ผมแค่ถามว่าจะมีทางมั้ย ที่เราจะแย้งผู้ใหญ่อย่างสุภาพแบบไทยๆ แล้วผู้ใหญ่ฟังเราโดยไม่ถูกตบคว่ำ
......

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

173 Nameless Fanboi Posted ID:gGyXPx4SDX

Sputnik V อ่านว่าอะไร

วานนี้นายกแถลงข่าวและอ่านชื่อ Sputnik V ว่า สปุ๊ตนิค วี หลายคนแย้งว่ามันอ่าน สปุ๊ตนิค ไฟว์ ไม่ใช่หรือ?

คำตอบคือมันอ่าน Sputnik V ว่า สปุ๊ตนิค วี

โดยตั้งแต่เปิดตัวต้นทางรัสเซียก็อ่าน สปุ๊ตนิค วี และยืนยันว่าตัวหลังคือ"ตัวอักษร"ไม่ใช่"ตัวเลข" โดยV มาจาก Vaccine และมาจากเทคนิคที่ใช้ immunity to vector (วีตัวหลัง)

เอาสนุกกว่านั้นทางต้นเฉลยว่ามาจากคำว่า victory แปลว่าชัยชนะ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

174 Nameless Fanboi Posted ID:X+0xN+sUSA

>>172 กูว่าเอเชียทุกชาติไม่น่ามีใครรับได้ เหมืแนเคยมีการเทียบยิว vs เอเชียตะวันออก (เจ๊ก ยุ่น เกา) ที่ IQ สูงพอกัน แต่ยิวยังนำพวกนี้อยู่ช่วงตัว

175 Nameless Fanboi Posted ID:ss09FlIwtt

เวลาเจอหนังสือดีๆ นี่มันใจฟูมากเลยนะ บางเล่มก็พาเราไปเจออะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีแนวคิดแบบนี้อยู่บนโลก บางเล่มก็พาไปเจอสิ่งเดิมด้วยมุมมองใหม่ บางเล่มก็ช่วยเชื่อมสิ่งที่เคยรู้แล้วสอง, หรือหลายสิ่งเข้าด้วยกันด้วยวิธีที่เป็นแบบเฉพาะ
.
ที่ผ่านมาหนังสือที่ทำแบบนี้กับเราได้เช่น The World is Flat, Predictably Irrational, Superforecaster, Tiny Habits, Sapiens, Where Good Ideas Come From, A Little History of Philosophy, Sophie's World, Filter Bubble, The Art of Thinking Clearly, Zen and the Art of Motorcycle Maintenance, What Money Can't Buy, The Most Human Human, Bird By Bird, รอนแรม, ขลุ่ยไม้ไผ่, หนังสือของปราบดา หยุ่นหลายเล่ม เป็นต้น
.
ต่างเป็นหนังสือที่ต่อให้สิบปีต่อมาจำไม่ได้เป๊ะว่ามันเขียนไว้อย่างไร แต่ก็รู้เสมอว่าแนวคิดที่ได้มานั้นยังอาศัยอยู่ในตัวเรา
.
ตอนนี้เจออีกเล่ม คือ Algorithm to Live By เป็นหนังสือที่บอกว่าเราจะประยุกต์ใช้อัลกอริธึมคอมพิวเตอร์กับชีวิตของเราได้อย่างไร เป็นหนังสือดีแบบที่สาม (เชื่อมโยงหลายสิ่งเข้าด้วยกันด้วยวิธีน่าสนใจ)
.
เป็นหนังสือที่อินมาก เพราะเชื่อมความรู้ที่ฝังในหัวตั้งแต่ตอนเรียนวิศวคอมฯ กับสิ่งที่สงสัยมาตลอด ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้ดี ซึ่งเล่มนี้ก็เขียนแผ่ออกมาได้กระจ่างและน่าสนใจมาก บางมุมไม่เคยคิดมาก่อนว่าคิดแบบนี้ได้
.
เลยอยากแนะนำกัน

176 Nameless Fanboi Posted ID:2KrqH09mxS

ความผิดพลาดใหญ่หลวงของคุณสนธิในตอนนั้น คือแบ่งขาวดำ ผลักทุกคนที่เห็นต่างเป็นศัตรู โดยยัดข้ออ้างล้มล้างสถาบัน สมัยก่อนคนยังรุ้สึกมากๆกับเรื่องนี้เลยปั่นง่าย แต่มันก็ส่งผลเสียให้เกิดวันนี้ขึ้นมา
ตอนนั้น ยังจำได้ที่ไปสัมภาษณ์ ผู้ชัมนุมเสื้อแดงที่มาจากบ้านนอก เรื่องที่ถูกใส่ร้ายว่าจะมาล้มเจ้า ยายแก่ๆ ยกมือไหว้ท่วมหัว แล้วบอกยกไว้เหนือหัวตลอดเวลา (คนเสื้อแดงในเวลานั้นมากกว่า 90% รักสถาบัน) ชาวบ้านหลายคนที่มาชุมนุมก็บอกลูกทะเลาะกันพ่อออกมาบอกให้หยุดก็จบ และผู้ชุมนุมส่วนมากที่ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาทวงสิทธิ์ทวงเสียงคืนและมาไล่ มาร์ค อีกฝ่ายอย่าดึงฟ้าต่ำอย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน
แต่การที่อีกฝ่ายทั้งปั่น, ทั้งโหน, และไปล้อมฆ่าเค้าโดยใช้เหตุผลนี้ ฝ่ายที่โหนอยุ่ตลอดว่าฝ่ายตรงข้ามจะมาทำลาย สถาบัน ต้องทำลายมันเพื่อปกป้อง มันคือการผลักคนหมู่มากในสังคมให้เป็นศัตรูกับสถาบันไปโดยปริยายในทันที (เพราะเลือกตั้งทุกครั้งฝั่งแดงก็ชนะถล่มทลายมาตลอด) การที่เขาหาทางเอาชนะโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ และ อาจได้ความชอบธรรมจากชนชั้นกลางในเมืองในการสลายและล้อมฆ่าคนเสื้อแดง แต่ผลเสียที่เกิดในระยะยาวคือ แบ่งฟ้าแบ่งดินชัดเจน เด็กรุ่นๆใหม่ที่เกิดมา เขาคงสงสัย เขาคงสืบค้นหา กลายเป็นมองภาพรวมอีกแบบตามหลักฐานและเหตุการณ์ เชิงประจักษ์ กลายเป็นว่า ที่ความนิยมในสถาบันตกต่ำลง เพราะพวกที่โหนมาใช้ทำลายคุ่แข่งทางการเมือง นั่นเอง และทำให้ดูเกมือนสถาบันเลือกข้างและเล่นการเมืองผ่านเครือข่าย สิ่งที่สร้างสมมา 70-80 ปี พังลงชั่วข้ามคืนเพราะคนแบบนี้เอามาโหนเป็นเครื่องมือ

177 Nameless Fanboi Posted ID:ZSYvojqXIQ

>>176 เราสามารถแบ่งยุคทางการเมืองไทยได้เลยออย่างชัดๆว่ามียุค Preสนธิ และPostสนธิ แม่งPostสนธินี่เป็นสงครามความแบ่งแยกแนวคิดทางการเมืองอย่างชัดเจน

178 Nameless Fanboi Posted ID:DMgbfSfxVK

>>176 มาเกือบดีแล้ว ท้ายๆกลายเป็นโยนขี้ให้ไอ้ลิ้มและเหล่าชาวสีขี้ไปทั้งหมดตามระเบียบ

ปล. นึกถึงรูปที่เสื้อแดงใส่เสื้อรักxxxโดนยิงตาย แล้วยิ่งสะอิดสะเอียน

179 Nameless Fanboi Posted ID:2KrqH09mxS

>>178 เสื้อแดงใส่เสื้อxxxหลังสนธิ หลายปีนี่ ส่วนนึงเพราะอีกฝั่งโหน ก็โหนกลับ
แล้วไม่โยนให้สนธิและสีขี้แล้วโยนให้ใคร ทักษิณหรอ ทักษิณโหนไม่เท่าสนธิเลย

180 Nameless Fanboi Posted ID:2KrqH09mxS

ส่วนนึงทักษิณได้รับคะแนนนิยมเยอะมาก โหนประชาธิปัตย์ไม่ไหว เลยต้องโหนคนที่คะแนนนิยมสูงกว่าแม้ว หรือโอดินไม่งั้นโค่นทักษิณไม่ได้

181 Nameless Fanboi Posted ID:oTaKSBSuk7

>>179 >>180 ไอ้ลิ้มมันไม่ได้โหนเอง​ ปกติใครอยากโหนก็โหนได้เหรอ​​ เอาแค่นี้ละกัน

182 Nameless Fanboi Posted ID:qrtImGd3cY

ผ้าพันคอมันมาผูกคอเองเว้ย ไม่มีใครเอามาให้ซะหน่อยเออ 555

183 Nameless Fanboi Posted ID:2KrqH09mxS

>>181 ถ้ามึงหมายถึงต้องโทษคนให้โหนด้วย อย่างโอดินและเมีย เราเห็นตรงกัน

184 Nameless Fanboi Posted ID:2wQys8q.OC

>>181 แต่ถ้ามึงเชื่อบางคน อย่างส.ศิวรัก ก็บอกว่าโอดินออกปากเลยนะว่าไม่พอใจโทนี่อย่างแรก

185 Nameless Fanboi Posted ID:yymaTojjoL

พวกแพทยบริกรและลูกหาบที่ตามแห่คำอธิบายแถๆ เรื่องทำไมเราซื้อวัคซีนไม่ได้ และไม่ได้ปิดกั้นให้เอกชนนำเข้าวัคซีน ออกมาเป็นนกแก้วนกขุนทองเนี่ย

ไปดู PPTV ของหมอปราเสริฐแห่ง BDMS มั่งนะ อย่าดูแต่ท็อปนิวส์
พวกเครือ รพ.เอกชน เค้าขอแล้วขออีก มากี่เดือนแล้ว

ถ้าอ้างว่าต้องซื้อแบบรัฐต่อรัฐ
ทำไม Sinovac องค์การเภสัชเป็นตัวแทนนำเข้าแล้วเอามาขายต่อได้ แต่เป็นตัวแทนวัคซีนเจ้าอื่นนำเข้ามาขายต่อให้ไม่ได้
แล้วทำไมเนปาล มาเลย์ ฟิลิปปินส์ เค้าปล่อยให้เอกชนนำเข้าได้?

ส่วนที่กลัวเอกชนจะซื้อของปลอม
มีแต่รัฐแหละที่ซื้อของปลอมแบบ GT200 เอกชนไทยฉลาดกว่าเยอะ

ว่ารัฐบาลบริหารห่วยแล้ว แต่คนที่ยังเชื่อรัฐบาลเนี่ย
โง่ซ้ำโง่ซาก
โง่ซะซู่ซะซาย
โง่เง่างมเงื่องเชื่องเป็นหมาเลี้ยง กินแต่ซากกระดูกก็เลียแข้งเลียขาจนไม่มีขน!

186 Nameless Fanboi Posted ID:zn7ph+UJjr

เรื่องบังเอิญ

จากข่าว GULF เข้า take over บริษัท Intouch ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ AIS มันมีเรื่องบังเอิญเล็กๆน้อยดังนี้

1) Intouch หรือ INTUCH มีชื่อเดิมว่า ShinCorp (ชินคอร์ป) ที่เจ้าของเดิมขายหุ้นให้ กลุ่มเทมาเส็ก ในวงเงิน 76,000,000 บาท ซึ่งบังเอิญว่า การซื้อขายเกิดขึ้นระหว่างเจ้าของเดิมกำลังเป็นนายกพอดี

2) GULF เข้าไปถือหุ้น INTUCH ตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้วในสัดส่วนร้อยละ 10 และเพิ่มเป็นร้อยละ 14.9 ก่อนสิ้นปี โดยผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมที่หายไปคือ Anderton Investment และ แอสเพน โฮลดิ้ง ที่บังเอิญว่าเป็นกลุ่มเทมาเส็ก

3) INTUCH เป็นบริษัทแม่ของ AIS บังเอิญ รับสัมปทานจาก CAT และ TOT ที่เพิ่งจะควบรวมเป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ ไปเมื่อเร็วๆนี้ ที่บังเอิญอยู่ในกำกับดูแลของกระทรวง DES

4) ชัยวุฒิ ที่เพิ่งรับตำแหน่ง รมว. DES บังเอิญว่า ชัยวุฒิ เคยทำงานเป็นผู้บริหาร GULF

5) ก่อนชัยวุฒิได้เป็น รมว. บังเอิญว่า ลุงป้อมให้สัมภาษณ์ว่า ชัยวุฒิ จบโท จบวิศวะ คุณสมบัติเพียบพร้อม แถมไปแซะถามนักข่าวว่าจบราชภัฏจนเป็นประเด็น

6) ปัจจุบันการออกใบอนุญาตโทรคมนาคม การประมูลคลื่นความถี่ อยู่ภายใต้ กสทช ซึ่งบังเอิญว่า ประธานมียศพลเอก และกรรมการครึ่งหนึ่งมียศทหาร

187 Nameless Fanboi Posted ID:vBVmaCcdvc

มีคนถาม(มาเยอะมาก)ว่าเจอกันจากห้องแบบไหนใน Clubhouse ห้องหาคู่หรอ ? เผื่อจะทำตาม
.
ไม่ใช่เฟร้ยยยยย ไม่เคยคิดจะใช้แอป ฯ ในทางหาคู่เลย เราไม่เชื่อว่าการตั้งโจทย์ว่าอยากหาคนมาเป็นคู่ใจจะเป็นหนทางที่จะพาไปเจอคนที่อยากอยู่ด้วยตลอดชีวิตได้ มันต้องมีอะไรที่เข้ากันมากกว่านั้นสิ
.
นี่เลยใช้ Clubhouse ในการหาเพื่อนใหม่เป็นหลัก หาคนคุยด้วยหรือนั่งฟังอะไรแก้เหงาระหว่างทำงานเฉย ๆ และห้องที่ใช้เวลาอยู่นานที่สุดคือห้อง "นั่งทำเพจกันเงียบ ๆ หรือจะไม่เงียบก็ได้" ซึ่งเป็นห้องที่คนทำเพจมานั่งคุยเล่นกัน เป็นห้องที่เอาไว้เข้าไปพักกายพักใจคุยเล่นกับคนที่มีความสนใจคล้าย ๆ กัน ถึงจะเป็นเพจคนละสายแต่ทุกคนก็คุยกันภาษาเดียวกัน ได้เพื่อนใหม่เพียบในห้องนั้น และนั่นเป็นห้องที่ได้เจอกันหละ ไม่ใช่ห้องหาคู่อะไรเลย
.
อย่างที่บอก เป็นห้องที่เข้าไปสิงตลอดเวลาของทั้งคู่ เลยได้เจอกันทุกวัน พอเวลาผ่านก็เริ่มได้คุยกันเยอะขึ้น ได้เห็นความคิด เห็นกิจกรรม เห็นความสามารถ ฯลฯ จากทั้งในห้องที่ว่าหรือห้องที่เค้าเปิดมาพูด (เกี่ยวกับการเป็นนักบิน) ก็เลยมีโอกาสได้ทำความรู้จักกันผ่านบทสนทนาเหล่านี้
.
พอรู้จักมากขึ้น ๆ แล้วก็เลยได้รู้ว่า ... ปล่อยคนนี้ให้ผ่านไปไม่ได้จริง ๆ ขนาดใจปิดอยู่ยังเหมือนมีอะไรมาเขย่าหัวแล้วบอกว่า ถ้าเจอคนที่เก่งและดีขนาดนี้แล้วปล่อยให้เข้ามาแล้วผ่านไปแกจะเป็นคนที่โง่มาก
.
สุดท้ายเลยได้คุยกันมากขึ้นจนถึงที่เห็นตอนนี้แล ไม่ได้เริ่มจากการจะหาคู่อะไรแต่อย่างใด มันเริ่มจากเพื่อนใหม่ แต่ระหว่างทางมันแค่รู้สึกแฮปปี้ที่ได้คุย แล้วยิ่งได้คุยก็ยิ่งแฮปปี้ขึ้นเรื่อย ๆ
.
ทุกวันนี้มีความสุขมากมาย ชีวิตดีขึ้น ได้ตื่นเช้า น้ำหนักก็ขึ้น เหนื่อยงานก็มีคนชาร์จแบตจิตใจให้ สุขภาพจิตดี อนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดนะ =)
.
#MmNn 👩‍✈️📱

188 Nameless Fanboi Posted ID:zn7ph+UJjr

เมกา - มาฉีดวัคซีนกันนะ เรามีของพอสำหรับทุกคน

นิวซีแลนด์ - สั่งวัคซีนมาเผื่อหมู่เกาะเพื่อนบ้าน เหลือแปดแสนโดสเลยเอาไปบริจาคช่วยประเทศอื่น

ไทยแลนด์ - ระบาดรอบแรกเราคุมสถานการณ์ได้ดี รัฐบาลเลยสั่งวัคซีนมาตามความจำเป็น ประชาชนจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับวัคซีนที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

189 Nameless Fanboi Posted ID:Yoym6KuFm0

ชอบมาก “ที่สหรัฐ แต่ละฎีกามีรายละเอียดว่า คนทะเลาะกันยังไง แต่ละคนเป็นตัวแทนกลุ่มผลปย/อุดมการณ์ฝั่งไหน คดีเหมือนภูเขา คุณมองเห็นว่านี่คือภูเขา แต่จริงๆข้างล่างภูเขามีแรงทางธรณีที่เปลือกทวีปชนกันขึ้นมาเป็นภูเขาอยู่ ถ้าคุณเห็นแต่ภูเขาแต่ไม่เห็นแรงที่ว่า คุณก็ยังไม่เข้าใจภูเขาจริงๆ“

190 Nameless Fanboi Posted ID:saEcw6Venh

เอหิปัสสิโก

อันนี้พูดจากมุมมองที่ ผมไม่ใช่ฝ่ายแอนตี้ธรรมกาย และแน่นอนว่าผมไม่ใช่ฝ่ายธรรมกาย
ผมอยู่ฝ่ายที่คิดว่า "Let them fight"

หนังสารคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์ปิดล้อมธรรมกาย เพื่อจับเจ้าอาวาสธัมมชโย

โดยหนังพยายามเล่าโดยพยานทั้งสองฝ่าย และนักวิชาการทางศาสนาที่อธิบายว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างไร

เราจะเห็นความคิดที่สุดทางของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเนื่องจากมันใกล้ตัวมาก ทำให้เรารู้ได้ว่ามันจริง พวกธรรมกาย กับแอนตี้ธรรมกายที่เรารู้จัก ก็พูดอะไรแบบนี้จริงๆแหละ ทำให้เราค่อนข้างเชื่อความจริงของสารคดีเรื่องนี้

แต่หนังมันโคตรเอ็กโซติก ไม่รู้จะพูดภาษาไทยว่ายังไง

อย่างแรกสถาปัตยกรรมในฟุตเทสของภาพมันประหลาด ตื่นตาตื่นใจมากๆ แล้วภาพหลายๆอย่างคือเป็นภาพจริง มีความประหลาดตาของมันอยู่ก่อนแล้ว

ประกอบกับเหตุการณ์แม่งโคตรประหลาด แถมยังเป็นเหตุการณ์จริง คุณลองคิดว่าดูว่า ถ้ามองจากคนนอก ไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่ชาวพุทธจะรู้สึกยังไง - อะไรนะ รัฐบาลบุกเข้าสลายกลุ่มศาสนาหนึ่ง ที่บอกว่านิพพานเป็นอัตตา (แล้วนิพพานเป็นอัตตาหรือ อนัตตา เกี่ยวอะไรกับชีวิตเรา จนรัฐต้องมาจัดการ?) - บอกว่าโห เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เป็นภัยต่อความมั่นคง เพราะคนรักศรัทธาเยอะ?

แล้วแม่งคือต้องเป็นรัฐบาลทหาร เอาทหารมาล้อม เอาไพบูลย์ตั้งพิเศษมาปฏิรูปศาสนา ใช้ ม.44 บุกจับด้วย

มีฝ่ายต่อต้านธรรมกายบอกว่า นี่แหละคือการทำเพื่อปฏิรูปศาสนาให้บริสุทธิ์รักษาศาสนาพุทธ

คือแบบ วัด! WAT นี่คืออะไร? เหตุผลยังกับพวกรัฐบาลทหารของโอลิเวอร์ครอมเวล นี่ ศตวรรษที่ 21 ใช่มั้ย!! แน่ใจนะว่าไม่ใช่ศตวรรษที่ 17

ตัดมาฟังฝั่งวัด อ้างประชาธิปไตย พร้อมกับพูดเรื่องบุญบารมีคนไม่เท่ากัน (บอกด้วยว่าถ้าบารมีเยอะจะผิวขาวกว่า เดี๋ยวก่อน ปล่อยออกเมืองนอกจะโดนเล่นว่า เหยียดผิวมั้ย)

แล้วก็บอกว่านี่แหละคือการ รักษาพระพุทธศาสนา วัด! Wat!

โคตรคัลท์
.
.
.
สิ่งที่มานั่งคิดประการที่ 1 โลกนี้แม่งมีคนที่เราดูแล้วรู้สึกหมั่นไส้ขนาดนี้อยู่ได้จริงๆว่ะ

คือแม่งคนเหี้ย ที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำสิ่งเหี้ยๆอยู่ แล้วก็พูดเต็มๆปากว่าทำเรื่องเหี้ยๆ เพราะเป้าหมายที่คิดว่าดี เลยทำเรื่องเหี้ยได้ แถมยังยิ้มแย้มหัวเราะ ในการพูดเรื่องเหี้ยๆด้วย - โอโห พี่แกแม่งเหนือว่าโจ๊กเกอร์ คือถ้าเป็นการแสดงแกควรถูกเสนอชื่อไปออสก้า - แต่นี่คือไม่ใช่แสดงไง แกเป็นตัวแกของแกแบบนี้
.
.
.
ประการที่ 2 ผม มานั่งคิดถึงการจัดองค์กรของธรรมกายเหมือนกันนะ บทสวด บทพูดอธิษฐาน ที่ถูกควบคุมทุกคำทุกขั้นตอน ผมยอมรับนับถือมากๆ ว่าใครคิดวะเนี่ย
.
.
.
ประการที่ 3 มันทำให้ผมกลับมาพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ทางศาสนาของคนไทย

คนไทยชอบสิ่งเหล่านี้ อยู่กับสิ่งเหล่านี้ คือมาเจอสวดภาษาต่างประเทศ ทุกคนทำเหมือนๆกันหมด เป็นระบบ แล้วรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ศักดิสิทธิ์ แล้วคนก็ชอบมาเจอพิธีกรรม นานๆ หลายๆชั่วโมง - ไม่ได้ทำเหมือนมาไม่ถึง

ในรูปแบบของการทำสมาธิก็เช่นกัน รูปแบบของธรรมกายมีการรวมศูนย์ มากๆ ทำพร้อมๆกันเป็นกลุ่ม มีการเปิดเทปไกด์คอนเทนท์ของการทำสมาธิไปด้วย

มาคิดดูคนไทยจะงงๆ เวลาเราบอกว่า เรามาเรียนทำเล็กชิโอดิวาน่ากันนะ ชอบพระคัมภีร์ตอนไหน แต่ละวันก็วางแผนอ่านเอานะ อ่านไปแล้วอะไรสะกิดใจก็ภาวนาอันนั้นนะ ทำนานเท่าไหร่ก็แล้วแต่นะ ลองฝึกไปเข้าเงียบใครมัน หามุมส่วนตัวของตัวเองนะ แล้วก็รอดูนะว่าประสบการณ์ของแต่ละคนเป็นยังไง เดี๋ยวมาคุยดิสคัสแลกเปลี่ยนกัน - คนไทยจะชอบแบบ นั่งเรียงแถวเว้นระยะให้เท่ากันหมดนะ กำหนดมาเลยได้มั้ยว่าบทไหน เริ่มพร้อมกันได้มั้ย ตั้งเวลาในนาฬิกาให้หน่อยว่าทำกี่นาที บอกผมเลยได้มั้ยว่าต้องรู้สึกยังไงถึงจะถูก

หรือประสบการณ์ทางศาสนาของคนมันต้องเป็นแบบนี้ถึงจะเข้ากับจริตคนไทย?
.
.
.
ป.ล. ผมว่าควรส่งไปชิงออสก้า

เสียดาย มันทำมาตั้งแต่หลายปีก่อน แล้วติดเซนเซอร์อยู่นานไม่ได้ฉายสักที เลยไม่ได้อัพเดทหลายอย่าง และฟุตเทจภาพมันเลยน้อยเกินไม่ได้มาไล่หาภาพไปบวกเพิ่มทีหลัง

ถ้าทำหลังจากนั้นส้กปี สองปี ถึงจะเห็นว่ามันเป็นหนึ่งในอีเวนท์เรื่องการตั้งพระสังฆราช ซึ่งในสารคดีนี้ไม่ได้พูดเรื่องประเด็นตำแหน่งพระสังฆราชเลย ทำให้ขาดมิติตรงนี้ไปเล็กน้อย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

191 Nameless Fanboi Posted ID:No0Q0td.yr

>>190 หนังประเด็นแนวนี้บ้านเรานี่วัตถุดิบเยอะมาก ติดที่ยังสร้างไม่ได้นี่แหละ ถ้าสร้างได้แล้วมือถึงๆเนี่ย ระดับชิงออสการ์ได้มีเยอะบอกเลย

192 Nameless Fanboi Posted ID:4F9qpyVkdk

เรื่องตลกที่สุดของดราม่าฟุตบอลยูโรเปี้ยนซูเปอร์ลีก

คือแฟนบอลคนไทยห่างไกลเชียร์ในจอ เสื้อบอลแท้ซื้อปีละตัวไหมก็ไม่รู้ ด่าแฟนบอลอังกฤษที่ซื้อถือตั๋วปีเชียร์ในสนาม บ้านอยู่ข้างสโมสรที่ออกมาประท้วง เพื่อปกป้องเถียงแทนนายทุนสโมสรว่านายทุนเขาทุ่มเทยอมขาดทุนนะ จะไปประท้วงด่าทำไม

คนไทยนี่เป็นทาสในบ้านตัวเองไม่พอ ยังไปขอเป็นทาสนายเงินต่างด้าวสู้ปกป้องแทนเขาอีก

เออ แปลก

193 Nameless Fanboi Posted ID:QJxAzonmWG

>> lol ไปดู ss ได้เลยอตรึม

194 Nameless Fanboi Posted ID:No0Q0td.yr

>>192 ดูสภาพพวกขี้ตีนที่ด่าพวกแบนนายทุนสลิ่่มสิ มึงจะไม่รู้สึกแปลกใจ

195 Nameless Fanboi Posted ID:tE9ncNZMdx

เวลาใครบอกว่าอเมริกาสนับสนุนการเรียกร้องทางการเมืองของน้องๆ หรือโดนกล่าวหาว่าคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยพยายามเดินตามชาติตะวันตก จริงๆมันดูถูกกันมากเลย เหตุเพราะประชาธิปไตยในอเมริกานี่ห่วยมากๆเลย ระบบ Electoral College นี่ทำให้ Republican ชนะการเลือกตั้งทั้งๆที่แพ้ Popular Vote 2 ครั้งจากการเลือกตั้ง 5 ครั้งล่าสุด และถ้าหากชนะอีกในลักษณะนี้ก็จะเป็น 3 ใน 6 ครั้ง ในวุฒิสภาก็เช่นกัน หากนับคะแนนเสียงสุทธิของวุฒิสมาชิกทั้งหมด Republican ชนะ Democrat แค่หนึ่งครั้งตั้งแต่ปี 1988 นอกเหนือจากนั้นวุฒิสภาจากพรรค Republican นั้นเป็นตัวแทนส่วนมากของคนอเมริกันแค่สมัยเดียวในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาหากวัดจากเสียงสุทธิ (ข้อมูลจาก FiveThirtyEight)...

...ที่จะบอกคือที่เขาเรียกร้องประชาธิปไตยบนถนนบ้านเรานี่เขาอยากให้การเมืองมันดีกว่าที่อเมริกาหลายสิบเท่าเลย หากฝ่ายความมั่นคงกล่าวหาว่าเขาโดนจูงจมูกตามมหาอำนาจชาติตะวันตก อันนี้คิดผิดตั้งแต่ต้นแล้ว เพราะความเป็นประชาธิปไตยที่เราหวังควรสูงกว่ากติกาเลือกตั้งเห่ยๆที่สหรัฐฯหลายเท่าเลย

196 Nameless Fanboi Posted ID:tE9ncNZMdx

คือต้องอธิบายก่อนว่า ในอดีตอย่างช่วง พ.ศ. 2535 พฤษภาทมิฬ ถ้าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากเล่นการเมือง พรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในช่วงนั้นของประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยเฉพาะหากเป็นคนใต้อีก คนเก่งๆ ไปอยู่ที่นั่น ตอนนี้ถ้าคุณเป็น Liberal Progressive เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไฟอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง พรรคประชาธิปัตย์อาจไม่ใช่คำตอบอีกแล้ว
พวกเราเคยคิดว่าจะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อน แต่พรรคก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะ แล้วมันก็ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ที่เป็นความหวังอย่างยุคคุณพ่อแล้ว ถ้าคุณพ่ออยู่ คุณพ่อจะเข้าใจทุกอย่างเลย เพราะเขาก็ถอยออกมาจากพรรค ไปทำงานเมืองนอก ทำงานระหว่างประเทศนานแล้ว
คำถามต่อมาคือ ถ้าคุณอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง คุณจะไปทางไหน ในมุมมองของผม มีสองทางคืออนาคตใหม่-ก้าวไกล หรือไม่ก็ตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา ซึ่งอาจจะมีวิธีการ Frame Issues ต่างไปหน่อยในบางเรื่อง แต่แนวความคิดจะเป็นไปในทางนี้

197 Nameless Fanboi Posted ID:HYClcRxnYR

>>192 บ้านเรานี่ตลกมากจริงๆ แหละ อเมริกาทุนนิยมจ๋า กม.แข่งขันทางการค้าเขาบังคับใช้ได้จริงนะ และคนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายทุนผูกขาดอยู่เรื่อยๆ ส่วนบ้านเรา กม. มีแต่ใช้ไม่ได้จริงก็เข้าใจอยู่ แต่การที่ทุนใหญ่จะขยายกิจการครอบจักรวาลสากกะเบือยันเรือรบต้นน้ำถึงปลายน้ำแล้วมีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ดันมีคนอีกมากออกมาปกป้องทุนใหญ่ บอกว่าถ้าเก่งจริงเล็กใหญ่ไม่เกี่ยวหรอก อันนี้แหละกูงงสัสๆ

198 Nameless Fanboi Posted ID:axv5HQGFPc

>>197 ที่โคตรฮาคือแม่งมีพวกจะแบนทุนใหญ่ เสือกมีคนออกมาปกป้องเยาะเย้ยว่าแบนไม่ได้ แบนแล้วไม่เห็นเจ๊งเลย ปานประหนึ่งแม่งเป็นเจ้าของทุนใหญ่ นายทุนแบ่งกำไรให้แดกทุกเดือน555555555

199 Nameless Fanboi Posted ID:77HccT/34R

มันก็เหมือนบอกให้คนเกาหลีแบนซัมซุงนั่นแหละ

200 Nameless Fanboi Posted ID:gCDRD2MGsg

>>199 พวกซัมซุง แอลจี แดวู ฮุนได มันพอจะเทียบกับพวกไซบัทสึยุ่นอย่าง มิตซูบิชิ มิตซุย ซูมิโตโมะ คาวาซากิ ยามาฮ่า ฯลฯ ไหวมั้ยวะ

201 Nameless Fanboi Posted ID:ikC7+fQeKD

>>200 เทียบได้หรือเหนือกว่าอีก แชโบลคุม GDP 70% ของเกาหลี ถึงขั้นมีเขตการปกครองของตนเอง ญี่ปุ่นรับรธน.เมกามา เลยแบ่งเขตมากกว่า ไม่กินรวบระดับเกาหลี

202 Nameless Fanboi Posted ID:YTNxvKbaDY

>>201 พิมพ์ไรเกรงใจ k-pop ด้วน

203 Nameless Fanboi Posted ID:ftGTVv4NP3

"ทำให้ประเทศเราพัฒนาได้เท่าเขาสิครับ คนไทยจะได้ไม่ต้องดิ้นรนไปโดนเหยียดต่างประเทศ"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

204 Nameless Fanboi Posted ID:ftGTVv4NP3

"สมศักดิ์ เจียมได้ฉีดวัคซีน moderna ด้วยนะ ตัวนี้คุณภาพใกล้เคียงกับ pfizer (ดีกว่าหน่อยด้วย) ไม่ใช่ห่วยๆ แบบ sinovac แบบที่กะลาแลนด์ฉีดให้หมอ/พยาบาล"

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

"ได้ก่อนไม่พอ ได้ดีกว่าของที่สั่งมาอีก"

#มิตรสหายอีกท่านหนึ่ง

205 Nameless Fanboi Posted ID:8fNNkb6pNh

>>203 กูฮา เอเชียเห็นโดนเหยียดทุกชาติอะ

206 Nameless Fanboi Posted ID:ftGTVv4NP3

>>205 โดนเหยียดยังได้วัคซีน >>204 พูดเหมือนอยู่กะลามึงไม่โดนเหยียดวะ

207 Nameless Fanboi Posted ID:bGkhLPoxGb

>>206 กูก็ไม่โดนเหยียดนะ เพราะไม่ใช่เจ๊ก ay Lmao

208 Nameless Fanboi Posted ID:Ytk1KbPzXp

เหยียดกันทำไม ยังไงเราก็ต้องฉีดวัคซีนเจ็กกันหมด หรือมึงใหญ่พอจะฉีดวัคซีนชาติอื่น5555

209 Nameless Fanboi Posted ID:8fNNkb6pNh

>>208 AZ ไม่เจ๊กนะ

210 Nameless Fanboi Posted ID:9TytYe+d.I

>>207 ไม่ใช่เจ๊กเป็นขี้ตีนหมาแทน​ lol

211 Nameless Fanboi Posted ID:bGkhLPoxGb

>>210 มึงก็เหมือนกัน eieiZAaaaaaaaa
ลำดับชนชั้นวรรณะในไทย
1เสี่ยเยอรมัน (สูงสุด)
2ฝรั่งซอยข้าวสาร
3ไทย
4แขก
5นิกก้า
6ลาว
7พม่า
8ผู้ก่อการร้าย aka มุสลิม
9ชาวเขา (ตํ่าสุด)
10 JEK (อมนุษย์)

212 Nameless Fanboi Posted ID:9TytYe+d.I

>>211 11สลิ่่มขี้ตีนไร้ค่าlol

213 Nameless Fanboi Posted ID:bGkhLPoxGb

>>211 ชี้แจง : ชนชั้นนิกก้าในไทยคือพวกเงาะป่า มีเชื้อแอฟริกาอพยพมาอยู่ทางตอนใต้ของไทย
ส่วนฝรั่งข้าวสารคือเหล่าคนต่างชาติทั้งหมดที่มาทํางานในไทย

214 Nameless Fanboi Posted ID:bGkhLPoxGb

>>212 จริงครับ ตั้งแต่10-11เนี่ยควรเอาออกจากไทยทันทีหลังจากที่มีการล้ม1แล้ว แล้วมีรัฐบาลฟาสซิสต์เบียวป. ขึ้น
ต่อไปนี้จะมีการล่าสริ่มที่ต่อต้านรัฐบาลใหม่ กับการจับเจ็กไปรมแก๊ส

215 Nameless Fanboi Posted ID:ftGTVv4NP3

>>214 ไม่จำเป็นหนิครับ ถ้าอยากได้ฟาสซิสต์เบียวได้มาหลายรุ่นแล้ว ปัจจุบันก็ใช่นะ เลยเบียวกราบหมาอยู่ไง ไอ้ป.นี่เบียวน้อยกว่าเยอะ

216 Nameless Fanboi Posted ID:EX/an7wTmi

อนึ่ง ข้อดีของข้อสอบโอเน็ตสังคม 64 ปีนี้คือ ปรากฎชื่อ “ทักษิณ” เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี++

(ที่สำคัญ เป็นคำตอบของคำถามด้วย แปลว่าคนออกข้อสอบต้องการให้เด็กรู้ว่าทักษิณทำอะไร — ทั้ง ๆ ที่ตัวเล่มหนังสือกระทรวง ประวัติศาสตร์ไทย มีเรียกถึงทักษิณแค่ “นายกรัฐมนตรีจากพรรคเสียงข้างมาก” เท่านั้น)

ไม่เชื่อไปดูได้ ทั้งในหนังสือเรียน ในข้อสอบ ไม่ค่อยมีชื่อทักษิณ ชินวัตร ถึงไม่มีเลย ตั้งแต่หลักสูตร 2551 เป็นต้นมา

217 Nameless Fanboi Posted ID:Ytk1KbPzXp

>>214 กูว่าวรรณะหลิ่มในยุคนี้สูงกว่าพวกมึงด้วยซ้ำ ไม่โดนไล่ไม่โดนจับเวลามีการรวมตัวกัน และได้รับคำชมเชยจากวรรณะบนๆอีก

218 Nameless Fanboi Posted ID:NE4i638Qke

ตัดหัวบูชาพระพุทธเจ้าก็มีแล้ว
ผูกคอตายถวายพระพรก็มา

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

219 Nameless Fanboi Posted ID:SXFFAARbTP

>>218 อันหลังถือว่าทำนิวไฮ เพราะจริงๆปกติมันฆ่าคนอื่นถวายพ่องกัน

220 Nameless Fanboi Posted ID:WyL18.wK9k

รัฐประหารมีความจำเป็นในการเมืองไทย ในฐานะของเครื่องตัดไฟ รัฐประหารไม่ได้ทำให้ประเทศไทยก้าวหน้านัก แต่ทำให้ไม่บรรลัยหรือตายหมู่เกิดสงครามกลางเมือง
เมื่อใดก็ตามมีประชาธิปไตยเต็มใบเมื่อใด ประเทศไทยก้าวหน้าไปน้อยมาก ตีกันอย่างหนัก
ประชาธิปไตยครึ่งใบแบบสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เหมาะกับประเทศไทยมาก แต่ต้องได้คนเก่งและคนดีแบบป๋าเปรมครับ
ถ้าสถานการณ์มันกัดกร่อนมาก
รัฐประหารมีความจำเป็น
ป้องกันสงครามกลางเมือง
ขจัดภัยของชาติและราชบัลลังก์
ผมคิดว่าอีกไม่นานความจำเป็นที่จะทำรัฐประหารมีแน่นอน ไม่มีทางหลีกเลี่ยง
และรัฐประหารเที่ยวนี้ต้องกวาดล้างให้สิ้นซากไม่ให้เหลือขยะแผ่นดิน จำเป็นต้องโหด แบบ 6 ตุลาคม 19 ที่ทำให้กระบวนการฝ่ายซ้ายจัดกระเจิงไม่ผุดไม่เกิดมาเกือบ 30 ปี เที่ยวนี้ก็จำเป็นต้องทำ

ขจัดขยะแผ่นดินให้สิ้นซากเสียก่อน แล้วรีบถวายคืนพระราชอำนาจ

ประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ (Constitutional monarchy) ไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute monarchy) และไม่จำเป็นต้องเป็นประชาธิปไตย (Democracy) แต่อย่างใดเลย

ถ้าประชาชนโง่ ประชาชนชั่ว ประชาชนเลว ประชาชนเห็นแก่ตัว เป็นประชาธิปไตยเมื่อใด ฉิบหายเมื่อนั้น ประชาชนเป็นใหญ่ไม่ได้ ต้องประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวไว้ ประชาชนต้องมีธรรมะก่อนจึงเป็นประชาธิปไตยได้ ธรรมาธิปไตยต้องมาก่อน

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

221 Nameless Fanboi Posted ID:G7iFxFab1N

>>220 Constitutional monarchy) ไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute monarchy) และไม่จำเป็นต้องเป็นประชาธิปไตย (Democracy) แต่อย่างใดเลย...

อังกฤษได้ยินแม่งคงทำหน้าเหวอ Constitutional monarchy แบบไทยๆ

222 Nameless Fanboi Posted ID:dvjun+tZ18

เมื่อ 'ความสูง' มาก่อน 'เงินทอง-การศึกษา' : ปัญหาที่ 'ผู้ชายสูงน้อย' ต้องเผชิญในสังคมจีน
.
"สักวันผู้ชายที่สูงเกิน 180 เซนติเมตร อาจลืมทุกอย่างแม้กระทั่งชื่อของตัวเอง แต่เขาจะไม่มีวันลืมความสูงของตัวเอง" เป็นมุขตลกที่พูดเล่นกันขำๆ บนโลกออนไลน์ของจีน แต่สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมและการเลือกปฏิบัติเรื่องความสูงของผู้ชายในประเทศจีนได้เป็นอย่างดี
.
หนุ่มๆ ชาวจีนโดยเฉพาะกลุ่มที่เกิดหลังปี 2000 ถูกจัดว่ามีค่าเฉลี่ยความสูงที่สูงสุดในเอเชียตะวันออก โดยในปี 2019 หนุ่มๆ วัย 19 ปีของจีน มีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 175.7 เซนติเมตร ขณะที่สถิติเมื่อปี 2013 พบว่า 55.8% ของผู้ชายในเขตเมืองที่มีอายุระหว่าง 20-25 ปี มีความสูงระหว่าง 175-180 เซนติเมตร อย่างไรก็ดี หนุ่มๆ บางคนกลับยังไม่รู้สึกพอใจในความสูงของตัวเองจนกว่าจะสูงทะลุเกณฑ์ 180 เซนติเมตร
.
สาเหตุส่วนหนึ่งที่หนุ่มๆ หลายคนยังไม่พึงพอใจในความสูงของตัวเองเป็นเพราะ "ความสูง" ถือเป็นข้อได้เปรียบในตลาดหาคู่ของจีน ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น
.
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มหาคู่ HIMMR พบว่าผู้หญิงมักเลือกผู้ชายที่มีความสูงระหว่าง 180-190 เซนติเมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เกิดหลังปี 1995 ความสูงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าเงินทอง ภูมิหลังครอบครัว หรือแม้กระทั่งระดับการศึกษา และความสูงที่น้อยที่สุดที่ผู้หญิงส่วนมากจะยอมรับได้คือ 180 เซนติเมตร
.
ด้วยเหตุนี้ ผู้ชายหลายคนที่ความสูงไม่ถึงเกณฑ์ จึงมักรู้สึกว่าตนถูกเลือกปฏิบัติและรู้สึกด้อยค่า เห็นได้จากแพลตฟอร์มถามตอบ Zhihu ที่มักมีผู้ชายเข้ามาตั้งกระทู้แสดงความน้อยใจเรื่องความสูงอยู่บ่อยครั้งอย่าง "คุณคิดยังไงกับผู้ชายสูง 170 เซนติเมตร?"
.
ขณะที่คำตอบของชาวเน็ตยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสูงเปรียบเสมือนป้ายกำกับตัวตนที่ไม่อาจลบล้างได้ เช่น "ว้าวคุณเตี้ยจัง คุณควรเล่นบาสเพื่อให้ตัวโตขึ้นนะ" "อย่าใส่เสื้อโค้ทตัวยาว เพราะจะดูเหมือนใส่เสื้อผ้าของพ่อแม่" หรือแม้กระทั่ง "ผู้ชายที่สูงต่ำกว่า 160 เซนติเมตรเป็นคนพิการ"
.
นอกจากนี้ ในหลายๆ กรณี ผู้ชายที่สูงกว่าจะถูกมองว่ามีสุขภาพดีกว่าและฉลาดกว่า ทำให้พวกเขาได้รับโอกาสด้านการงานและความรักที่ดีกว่า สวนทางกับผู้ชายสูงน้อยที่มักถูกล้อเลียนเรื่องความสูงบ่อยครั้ง
.
เห็นได้ชัดว่าในสังคมจีน ความสูงแทรกซึมลึกเข้าไปในทุกแง่มุมของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรัก การงาน หรือการเลือกปฏิบัติในชีวิตประจำวัน จนชาวเน็ตหลายคนถึงกับเล่นมุกเชิงเสียดสีต่อปรากฏการณ์สุดโต่งนี้ว่า "ผู้ชายสูง 180 เซนติเมตรหรือมากกว่าเท่านั้น จึงจะสมควรถูกเรียกว่าผู้ชายปกติ"
.
.
ที่มา : http://www.sixthtone.com/news/1007306

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

223 Nameless Fanboi Posted ID:XnVwThQLmP

อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ เปลือยความคิดอุลตรารอแยลลิสต์ปัจจุบัน
ที่ตรงข้ามกับรอแยลลิสต์ในอดีต
ซึ่งมองว่าสถาบันกษัตริย์ต้องอยู่กับประชาธิปไตย (อยู่เหนือ-อย่างเนียนๆ)
แบบที่ อ.เกษียรใช้คำว่า "ประชาธิปไตยใต้อำนาจนำ"
ปูทางมาตั้งแต่ยุคเปรม จนรุ่งเรืองสุดหลังพฤษภา 35
โดยมีคำคมที่พวกรอแยลลิสต์เดิมเปรียบเทียบว่า
การมีอำนาจแต่ไม่ใช้พร่ำเพรื่อ ทำให้มีบารมี
แล้วเข้าไปคุมพ้นที่ทางความคิดวัฒนธรรม
:
ไม่ใช่แค่โพสต์ครั้งนี้ที่แสดงทัศนะโจ่งแจ้ง
"ประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญ (Constitutional monarchy) ไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute monarchy) และไม่จำเป็นต้องเป็นประชาธิปไตย (Democracy) แต่อย่างใดเลย"
:
ตอนเขียนด่าประชาธิปัตย์ในผู้จัดการ
"กึ่งเหลืองกึ่งร่าลอาการพรรคสีฟ้า"
https://mgronline.com/daily/detail/9640000035898
อานนท์นิด้าก็บอกว่า พรรคแมลงสาบมี 2 อุดมการณ์คือสนับสนุนสถาบันกษัตริย์กับต่อต้านเผด็จการทหาร
แต่ตอนนี้ ปชป.ต้องเลือกแล้ว
"ตกลงพรรคประชาธิปัตย์จะต่อต้านเผด็จการทหารซึ่งสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจนในสายตาประชาชนอย่างนั้นหรือ ดังนั้นแปลได้ไหมว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนใจที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์"
ด่ามาร์คด่าชวนไปเรื่อยแล้วก็ย้ำว่าถ้าจะเป็นพรรคกษัตริย์นิยมซึ่งประชาชนต้องการก็ต้องลดบทบาทการต่อต้านเผด็จการหรือกองทัพลง
(อีกบทความที่อ้างถึงมันบอกด้วยว่า ตอนเลือกตั้งไม่ยอมเลือก ปขป.แต่เลือก พปชร.ทั้งที่รู้่ว่าเป็นคนเลว)
:
การแสดงทัศนะอย่างนี้ จึงพลิกจากอดีตหลายสิบปีว่า
(ในความคิดพวกอุลตรา) วันนี้ สถาบัน กษัตริย์ไม่สามารถอยู่กับประชาธิปไตย
มีแต่เผด็จการทหารเท่านั้น ปกป้องค้ำจุนสถาบันได้
ต้องเปลี่ยนระบอบ แม้อ้างว่าไม่ใช่สมบูรณา
คิดไปถึงขั้นว่า ต้องทำลายประชาธิปไตยเพื่อปกป้องสถาบัน
:
ในด้านกลับชอบนะครับ ชัดเจนดี
ไม่ต้องแอบแฝงกันอีก
แต่ฝากบอกไอ้ด็อกฯ งี่ๆ ด้วยว่า ที่คิดว่า 6 ตุลาทำให้ฝ่ายซ้ายกระเจิงน่ะ
แม่-ไม่เคยศึกษาอะไรเลย ความรู้หางอึ่ง
หลัง 6 ตุลา พคท.ขยายเขตงาน-กองกำลังกว้างขวาง
แต่ชนชั้นปกครองกลับตัวทัน (อเมริกาเปลี่ยนนโยบาย)
ล้มรัฐบาลหอยกลับมาเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ นิรโทษกรรม รีบเลือกตั้ง
ขณะที่ พคท.ก็พังเองด้วย
ถ้าไม่งั้นนะ เป็นเวียดนามไปแล้ว

224 Nameless Fanboi Posted ID:ZH9QuUX6.a

>>222 สูงยาว เข่าดี หำของเขาต้องยาวแน่ๆ

225 Nameless Fanboi Posted ID:XnVwThQLmP

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการบอกให้ประชาชนนำเงินมาใช้จ่ายเยอะๆเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงิน เพื่อที่จะได้กระตุ้นให้ GDP เพิ่มขึ้น อาจเป็นไปได้แค่ทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ

1. คนส่วนใหญ่ในประเทศที่ไม่ใช่คนรวย ทุกคนต้องการประหยัดให้มากที่สุดในช่วงเวลาแบบนี้ เพราะต้องเผื่อเงินไว้สำรองฉุกเฉินและต้องเก็บไว้ใช้ในกรณีที่ไม่มีรายได้

2. ถึงคนรวยจะออกมาใช้เงิน ก็คิดเป็น % ที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับอัตราส่วน เนื่องจากมีแค่กลุ่มคนไม่เกิน 10% และการใช้เพื่อการบริโภค ก็ไม่สามารถใช้บริโภคอะไรได้มากมาย ของกินก็กินได้เท่าเดิม ของใช้ก็ใช้ได้เท่าเดิม

3. ปัญหาจริงๆคือความเชื่อมั่น ที่ทำให้ อัตราการหมุนเวียนของเงิน ( Velocity of Money ) ชะงัก ซึ่งทำให้ Consumption ลด รวมทั้ง Investment ลด ในส่วนของรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวของคนต่างประเทศ ( สมการ X ) แทบหายไปกลายเป็น 0

4. สิ่งที่สามารถกำหนดได้เหลือเพียงตัวแปรเดียว คือ Government Spending ถ้ากลไกตรงนี้ภาครัฐไม่ออกมา Support แล้ว เศรษฐกิจไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้

5. Government Spending ควรจะใช้ให้ถูกจุด ตรงประเด็นมากที่สุด คือการสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่เอามาแจกแล้วจบ ถ้ารัฐบาลเอาเงินที่แจกมาจัดซื้อวัคซีนให้มากที่สุด เพื่อฉีดให้กับประชาชนจนเกิด ภูมิคุ้มกันหมู่ ( Herd Immunity ) จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาเอง ทั้งในส่วนของการเปิดประเทศ การบริโภค และการลงทุน

GDP = C + I + G + ( X-M )

เพิ่ม G อย่างไรให้เกิด X C I ไปพร้อมกัน
อย่าไปเพิ่ม G แล้วไปเพิ่ม C แค่ตัวเดียวอย่างที่เคยทำ เพราะงบประมาณมีจำกัด

ถ้ารัฐอ้างว่าเงินหมด ไม่ยากเลย ออก BOND ชุดวัคซีนอายุ 5 ปี ให้ดอกเบี้ย 3% รับรองต้องการเงินเท่าไหร่ มีคนพร้อมลงทุน

ได้เงินมาอัดฉีดไปทางเดียวพอ เอาให้สุดที่ Herd Immunity

ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้ เราจะรอดพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้แน่นอน ดีกว่าออกมาป่าวประกาศให้คนออกมาใช้จ่าย โดยที่ไม่มีอะไรมาสร้างความเชื่อมั่นเลย

226 Nameless Fanboi Posted ID:7IVhfRmbAZ

>>225 คนรวยที่สุดยังไม่ใช้ แล้วใครจะใช้ รัดบานขี้ตีนไปบอกพ่องใช้เงินให้เยอะๆก่อน เก็บไว้แดกฟรีอยู่ได้

227 Nameless Fanboi Posted ID:2./Wpi/mBw

>>226 ไม่ใช่ว่าแกสร้างบ้านใหม่อยู่เหรอ

228 Nameless Fanboi Posted ID:7IVhfRmbAZ

>>227 เงินใครน่ะซิ

229 Nameless Fanboi Posted ID:2./Wpi/mBw

>>228 เงินของแอสการ์ด เพราะแอสดาร์ดไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้โค้นนนนนนน~~

230 Nameless Fanboi Posted ID:.9fSqrdYpE

>>225 พวกโครงการคนละครึ่งก็เป็นการกระตุ้นให้ใช้เงินทางนึงนะ เห็นผลดีด้วย เพราะกำหนดเวลาและสถานที่ใช้ ในแง่นึงมันคือ UBI ประเภทนึงละ แค่ไม่ได้ให้ทุกคน ในอนาคตกูเชื่อว่าถ้ารัฐบาลฉลาดพอจะใช้ big data และประสบการณ์ตรงนี้ การกระตุ้นจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่นอน

คำว่าฉลาดนี่ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลนี้นะ ดูทรงแล้วแม้วน่าจะหาทางใช้ได้ดีกว่า แต่คนที่กูคิดว่าน่าจะใช้ได้ผลสุดคือกรณ์ เพราะมันคุ้นกับ fintech และธปท.ก็มีแผน CBDC ชัดเจน ถ้าจับคู่กันได้อาจจะได้ผลดีกว่าที่คิด

231 Nameless Fanboi Posted ID:7IVhfRmbAZ

>>230 บิ๊กดาต้า เหอะๆ มึงดูสภาพระบบคอมของราชการแต่ละหน่วยก่อน

232 Nameless Fanboi Posted ID:Rgkh/FvSK3

>>211 แล้วอีเจ๊กแก่อย่าง ตาธนินท์ นี่จะจัดไงวะ?

233 Nameless Fanboi Posted ID:3lBurnzxu5

>>231 Big Data อยู่ที่การเชื่อมฐานข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานมี ตรงนี้แหละที่เป็นปัญหาคลาสสิกของบ้านเรา คือแต่ละหน่วยงานไม่ค่อยอยากเชื่อมกัน ซึ่งก็อยู่ที่รัฐบาลแหละ ถ้าผู้นำเอาจริงมันก็เชื่อมกันได้

234 Nameless Fanboi Posted ID:7IVhfRmbAZ

>>233 เอาแค่ในหน่วยงานตัวเองแม่งยังเละไปหมดเลยมึง ดาต้าเยอะแยะแต่แค่เอามาจัดมาใช้ก็มึนแล้ว ส่วนใหญ่ก็แก่ๆไม่คุ้นระบบดิจิตอลด้วย

235 Nameless Fanboi Posted ID:7IVhfRmbAZ

>>233 เออแล้วไอ้ตูดนี่จะมารู้อะไรระบบดิจิตอล ที่บอกว่าผู้นำอยากให้เชื่อมเนี่ย การเชื่อมบิ๊กดาต้ามันไม่ใช่มีแค่อยากเชื่อมแล้วสั่งๆๆก็จะเชื่อมได้นา

236 Nameless Fanboi Posted ID:.9fSqrdYpE

>>231 ระบบราชการบ้านเราเหลื่อมล้ำสูง คอมในระดับบนสุดอย่างธปท.นะดีระดับแถวหน้าของประเทศเลย ตอนนี้ก็เป็นผู้เล่นเรื่องคริปโตกับ CBDC ที่ชัดเจนในระดับโลก พึ่งได้รางวัลด้านนี้ไปเอง แต่ในระดับอื่นๆ นั้นก็อย่างที่เห็นละ

>>233 กูสงสัยก็ตรงนี้ละว่าทำใมต้องทำแอปแยกกันหลายแอป ทำใมไม่รวมกันให้หมดในแอปเดียว คือทำผ่านพร้อมเพย์ ถ้ารัฐบาลทำจริงๆ นี่กลายเป็น super app ได้ทันทีเลยนะ

ก็อย่างที่กูบอก กูไม่คิดว่าตู่จะทำได้ ถ้ารมต. IT เก่งหน่อยอาจจะทำ แต่ดูที่รัฐบาลนี้จัดคนลงตำแหน่งแล้ว ใช้คำว่าปลงยังน้อยไป ดีแค่มันไม่เหี้ยหรือด่อความเสียหายระดับคนของภจท. 2 คนนั้นเกินเยียวยาแล้ว

237 Nameless Fanboi Posted ID:7IVhfRmbAZ

>>236 ทำหลายๆแอพเพราะเบิกงบป่าว

238 Nameless Fanboi Posted ID:3lBurnzxu5

>>236 ก็ตามที่กูบอกใน >>233 แหละ ขนาดโควิดมันยังแยกแอพฯ กัน อย่างสแกนเข้า-ออก ไทยชนะอันเดียวก็จบ หลังๆ มีทั้งแอพฯ รัฐสภา ที่นักการเมือง-ผู้ติดตาม-สื่อ ฯลฯ ที่จะมาทำงานหรือใช้บริการอะไรในสภาก็ต้องโหลด หลังๆ แต่ละจังหวัดก็เริ่มทำมั่ง เข้า-ออกจังหวัดมีแอพฯ จังหวัดตัวเองอีก แต่ รมต.ICT นี่โควตา พปชร. นะ ทั้งคนก่อนและคนปัจจุบัน ไม่เกี่ยวกับแก๊งหนู ภจท. อะ

239 Nameless Fanboi Posted ID:.9fSqrdYpE

>>238 ไม่ๆ กูหมายถึงมันห่วยไง แต่ไม่ถึงขั้นเหี้ยแล้วสร้างความเสียหายแบบหนูหรือศักดิ์สยาม ไม่ได้ว่ามันเป็นคนภจท.

เอาจริง ICT นี่ลำบากนะ หาคนเก่งด้านนี้มาเป็นยาก บ้านเราไม่ค่อยมีคนด้านนี้เด่นๆ ด้วย ยิ่งนักการเมืองยิ่งไม่มี ตำหน่งนี้เลยเป็นตำแหน่งรางวัลซะมากกว่า คนปัจจุบันดูวุฒิแล้วน่าจะโอเคมั้ง

240 Nameless Fanboi Posted ID:xfgiFSh0YY

ปูตินกล่าวยกย่อง เพราะในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทำไห้รัซเซียยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

ทุกๆการคอมเมนท์ กดไลค์ กดติดตาม อาจจะสร้างอนาคตไห้กับเด็กคนนี้ก็ได้น่ะครับ
ปูตินกล่าวยกย่อง เพราะในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทำไห้รัซเซียยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน เป็นที่รับรู้ทั่วกันว่าผู้นำโลกมากมาย การยกย่องให้ในหลวงรัชกาลที่ 9
เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีความรู้ความสามารถมากมาย

ซึ่งหนึ่งในผู้นำโลกที่เถิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ ปฏิญญา ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียนั่นเอง

ปูตินกล่าวว่า"รัสเซียมีข้าวสาลีใช้ในประเทศจนเหลือส่งออกไปขายต่างประเทศได้ ปัจจุบันรัสเซียส่งออกข้าวสาลีมากที่สุดในโลก เป็นเพราะบุญคุณของ King ภูมิพล ปูตินได้กล่าวชื่นชม

ประธานาธิบดีปูตินได้กล่าวถึงบุญคุณของรัชกาลที่ 9 ส่งได้นำศาสตร์พระราชามาใช้ในประเทศรัสเซีย จนสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

ปูตินกล่าวว่าผมชอบนิสัยคนไทยตรงที่มีนิสัยดี มีเมตตาเอื้อเฟื้อแม้กระทั่งคนที่ไม่ใช่ญาติ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนลักษณะอย่างนี้หาได้ยากในชาติตะวันตก ผมมีทัศนคติที่ดีต่อกันได้มานานแล้วครับ ตั้งแต่ผมคบเพื่อนคนไทยคนนี้

หลังจากนั้นอรกไม่นาน จนกระทั่งผมได้เป็นประธานาธิบดี ผมได้มีโอกาสเข้าพบ King ภูมิพล ผมได้รับความเมตตาจากท่านมากมายหลายอย่าง ท่านให้คำแนะนำเรื่องการเกษตรครับผม เรื่องน้ำ เรื่องการส่งเสริมให้ประชาชนพึ่งพาตัวเองในเรื่องอาหาร

ส่งมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าผมต้องสู้กับชาวตะวันตก และมีเรื่องอาหารที่จะเป็นจุดอ่อนของประเทศรัสเซีย เพราะเราไม่เคยศึกษาพัฒนาการเกษตรอย่างจริงจังเลย
พอเรามีเงินเราก็นำสั่งสินค้าเข้ามาอย่างเดียว Kingภูมิพลท่านบอกว่าถ้าซื้อเขามากินอย่างเดียว ไม่เคยทำเอง ถ้าเขาไม่ขายให้เรา เราจะทำอย่างไร ประชาชนอดอยากขอโทษรัฐบาล แต่รัฐบาลเองก็จะอยู่ไม่ได้ รัฐบาลไม่ดีก็ชั่งเถิด แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่ดี จะต้องถูกไล่เพราะอาหารให้กับประชาชนไม่ได้ อย่างนั้นหรือ

การแจกเงินให้แก่ประชาชนเป็นการซื้อเสี่ยงวิธีหนึ่งได้เงินไปไม่ได้อะไรมาก ไม่สามารถให้เงินน้ำไปเป็นเงินทุนทำมาหากินได้ เอาไปไช้จ่ายสนุกสนานเดียวมันก็หมด

รัซเซียทีพื้นที่ดินมากมาย ปูตินจึงริเริ่มเเจกพื้นที่ดินไห้เเก่ประชาชน ในพื้นที่ห่างไกลที่ผู้คนยึกติดว่า

ผู้คนยึกติดว่า ที่นั่นเป็นที่กันดารเพราะเคยเป็นคุก เพราะปลูกอะไรไม่ได้ เพราะหนาวจัดดินเเข็ง

แต่Kingภูมิพลยืนยันว่าทำได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นอากาศหนาวหรืออากาศร้อน ถ้าเราศึกษาอย่างจริงจัง.วิเคราะห์ดิน.อากาศ.น้ำพืชผลที่ทนต่อสภาพอากาศหนาวได้ มีอะไรบ้าง หน้าร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยเท่าไหร่กินเวลากี่เดือน เราควรปลูกอะไรให้ได้ผลผลิตในภูมิอากาศแบบนั้น

ผมเดินทางไปที่นั่นด้วยตนเอง พานักวิชาการเกษตรไปด้วย เราเริ่มวิจัยลักษณะดินหาแหล่งน้ำเตรียมเอาไว้ มาลงตัวข้าวสาลีที่เราใช้เป็นอาหารหลัก

ผมสนับสนุนให้รัสเซียปลูกข้าวสาลีบริเวณกว้าง

เริ่มเเรกเราทำไห้พอกินในประเทศก่อนลองดูครับ เเรกๆก็พอบริโภคในเเต่ระปีเท่านั้นพอเราถูกแซงชั่นจากต่างประเทศ อาหารหลากหลายชนิดก็ขาดแคลนรวมทั้งเนื้อสัตว์ด้วย
รัฐบาลก็ไห้ทุยเเก่เกษตกรไห้ไปปลูก มันฝรั่ง ข้าวสารี ข้าวโพดมากขึ้นจนกระทั่งปี2016รัซเซียมีข้าวสารีไช้ในประเทศเเละส่งออกไปในต่างประเทศได้อีกด้วย
ปัจจุบันประเทศรัซเซียส่งออกข้าวสารีมากที่าุดในโลก เป็นเพราะKingภูมิพลครับ
เราควรภูมิใจที่มีKingภูมิพลเป็นพระมหากษัตริย์ 🙏ขอยกย่อง
#ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ

241 Nameless Fanboi Posted ID:OZXJftT1Y0

ผ่านไป 18 ปี ความถ่างของความมั่งคั่งห่างกันแค่ไหน?
เมื่อย้อนไปดูเกือบ 1 ใน 4 ของช่วงชีวิตคน (อายุคนเฉลี่ย 80 ปี) เกิดอะไรขึ้นกับคนไทยอย่างช้าๆ
ปี 2546 - 2564 มองว่าช้าก็ว่าช้า มองเร็วก็ว่าเร็ว
บางคน มีความเปลี่ยนแปลงความมั่งคั่งของตัวเองอย่างก้าวกระโดด
หลายคน มีรู้สึกว่าความมั่งคั่งของตัวเองแทบไม่ไปไหน
ข้อมูลเงินฝากของ ธปท. ตั้งแต่ปี 2546 - ก.พ.2564 สะท้อนความมั่งคั่งของประชาชนไทยได้ทางนึง
แม้หลายคนจะบอกว่าแสดงไม่หมดเพราะคนรวยเอาไปลงในหุ้น ในพันธบัตร ในกองทุน และคริปโต หรือที่ดิน
แต่แค่เงินฝากก็บอกอะไรได้หลายอย่าง ว่าขนาดไม่รวมเงินจากกองทุนและพันธบัตรเหล่านั้น "ความต่าง" ของความมั่งคั่งยังมาได้ถึงขั้นนี้ในประเทศไทย
1) ปริมาณเงินฝากในระบบทั้งหมด นับทั้งออมทรัพย์ ฝากประจำ เผื่อเรียก ทุกประเภท มีเงินฝากกว่า 5.11 ล้านล้านบาทในปี 2546 และเติบโตขึ้นทุกปีจนมีเงินฝากกว่า 14.7 ล้านล้านบาทในปี 2564
หากมองภาพรวมถือว่าทุกฝ่ายเติบโตหมด Win-win ชัดๆ แต่ข้อเท็จจริงคืออะไรมาดูกันครับ
2) ด้านการเติบโตของปริมาณเงิน
- คนมีเงินฝากมากกว่า 500 ล้านบาท มีสัดส่วนการเติบโตของปริมาณเงินเฉลี่ย +13.5% ต่อปี และเติบโตมากถึง +650% เทียบเมือ 18 ปีก่อน
- ในทางกลับกันคนที่มีบัญชีเงินฝากต่ำกว่า 50,000 บาท มีสัดส่วนการเติบโตของปริมาณเงินเฉลี่ย +3.37% ต่อปี และเติบโตเพียง +80% เทียบเมือ 18 ปีก่อน
- แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มบัญชีของคนที่มีเงินฝากต่ำกว่า 25 ล้านบาท ทำได้ในระดับต่ำกว่า 3.1 - 4.8 % ...
- ในขณะที่คนมีเงินฝากเกิน 25 ล้านบาท กลับมีปริมาณเงินฝากเติบโตได้ดีเยี่ยมเฉลี่ย 5.22-13.54%...
3) ด้านสัดส่วนปริมาณเงินฝาก พบว่า
- คนมีเงินฝากมากกว่า 500 ล้านบาท เพิ่มสัดส่วนของตัวเองได้มากขึ้นหลายเท่า จาก 6.6% ของเงินฝากทั้งหมดในปี 2546 มาเป็น 17% ของเงินฝากทั้งหมดในปี 2564
- ในทางกลับกันคนที่มีบัญชีเงินฝากต่ำกว่า 50,000 บาท ในปี 2564 ถูกลดสัดส่วนลงไปเหลือเพียง 2.96% ของปริมาณเงินทั้งหมด จากเดิมมีสัดส่วนเงินฝาก 4.72% ของเงินฝากรวมในปี 2546
- แนวโน้มสัดส่วนปริมาณเงินฝากของคนที่มีเงินฝากต่ำกว่า 50 ล้านบาท โดนลดสัดส่วนลงไปทั้งหมด จาก 81% ในปี 2546 กลายเป็น 64% ในปี 2564
- ในขณะที่คนมีเงินฝากเกิน 50 ล้านบาทกลับมีปริมาณเงินฝากในสัดส่วนมากขึ้นชัดเจน จาก 18% ในปี 2546 กลายเป็น 35% ในปี 2564

242 Nameless Fanboi Posted ID:OZXJftT1Y0

คำถามสำคัญ คือ จะทำอย่างไรให้สัดส่วนปริมาณเงินฝากกลับมา Balance กันไม่ถ่างไปมากกว่านี้
และจำทำอย่างไรที่จะให้การเติบโตของทุกกลุ่มเกาะไปในตัวเลข Growth ที่เท่าเทียมกันมากขึ้น ไม่ใช่กลุ่มคนจนโต +3% แต่คนรวยโต 8-10% ไปตลอดชีวิต
เป็นโจทย์ที่ท้าทายต่อนโยบายของรัฐ และสังคมไทย ที่ต้องออกมาต่อสู้เรียกร้องการกระจายความมั่งคั่งของประชาชนให้เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม...
คนรวย หรือคนชั้นกลางที่มีเงินหน่อย คงบอกแอดว่าอย่าโลกสวย ตัวเองสบายก็พอแล้ว คนอื่นช่างมันเพราะไม่ดิ้นรน รอขอเงินอย่างเดียว หรืออะไรก็ตามแต่ ก็ต้องยอมรับร่วมกันว่านี้คือปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น
เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไข หรือลดทอนความรุนแรงของมัน ก่อนที่ขยายไปจนยากเกินแก้ไขในอนาคต เรายินดีที่จะส่งต่อสภาพสังคมแบบนี้ไปให้ลูกหลายเราหรือไม่ (แอดและหลายคนอาจตายไปหมดแล้ว)
ส่วนสาเหตุของความถ่างของความมั่งคั่งหากจะให้วิเคราะห์ คงมองได้หลายมิติ หลายมุมมองตามแต่บุคคล
- อาจเพราะคณะรัฐบาล และนโยบาย?
คณะรัฐบาล ในรอบ 18 ปี มีรัฐบาลมาทั้งหมด 6 คณะรัฐบาล
ปี 2546 - 2549 ทักษิณ
ปี 2549 - 2551 สุรยุทธ์ คณะรัฐประหาร คมช.
ปี 2551 - 2552 สมัคร - สมชาย
ปี 2552 - 2554 อภิสิทธิ์
ปี 2554 - 2557 ยิ่งลักษณ์
ปี 2557 - 2562 ประยุทธ คณะรัฐประหาร คสช.
ปี 2562 - 2564 ประยุทธ
แต่ละยุคสมัยก็มีนโยบายต่างกัน สะท้อนออกมาช่วยสนับสนุนการเพิ่มความมั่งคั่งของคนได้ต่างกัน มีทั้งนโยบายแจกเงิน จำนำ หรืออะไรก็ตามแต่ มีหลายอย่างที่ไม่ได้เอื้อต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในระยะยาว
- อาจเพราะวิกฤตการเงิน และภัยพิบัติ?
ปี 2551 - 2552 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
ปี 2554 น้ำท่วมใหญ่
ปี 2563 วิกฤตโควิด
เห็นได้ชัดว่าทุกวิกฤต คนรวยจะยิ่งถีบความมั่งคั่งของตัวเองให้ถ่างกับคนจนมากขึ้น เพราะถอนเงินจากหุ้น จากพันธบัตรฟันกำไรมาเก็บไว้ ในขณะที่คนจนต้องดึงเงินเก็บไปใช้จ่ายประคองชีวิต
- อาจเพราะต้นทุนทางการเงิน?
คนจนได้ Rate เงินกู้แพงกว่าคนรวย
แน่นอนเป็นปัญหาคลาสิก ของทุกประเทศที่คนรวยได้แหล่งเงินราคาถูก ในขณะที่คนจนได้แหล่งเงินราคาแพง ทำให้ต้นทุนของธุรกิจต่างกันตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม...
- อาจเพราะกฎหมาย
เช่น การทำสุรา การทำธุรกิจผูกขาด ต้องทุนขั้นต่ำ XX ล้านบาท ผลิตไม่น้อยกว่า XX ล้านลิตร
นับเป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะคนรวยส่วนใหญ่มีอำนาจต่อรอง และสามารถ Lobby ได้ด้วยเงินทุน ในขณะที่คนจนต้องเอาชีวิตและปริมาณคนออกมากดดัน (ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้ผลหากปริมาณคนลงถนนไม่มากพอ)
- กับดักของการบริโภค
อย่างแอดบอกไปว่าคนรวยกินข้าว 3 มื้อต่อวัน เท่ากับคนจน 1 คน แม้รายได้ ความมั่งคั่งต่างกัน 100 เท่า ไม่ใช่ว่าคนรวยจะกินข้าวไป 300 มื้อในวันเดียว ดังนั้นคนรวยเลยเหลือเงินสะสมไปทุกๆวัน ต่างจากคนหาเช้ากินค่ำ ที่แทบไม่เหลือเงินเก็บสร้างความมั่งคั่ง
จากหลายเหตุการณ์อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความถ่างของความมั่งคั่งมากขึ้น
หลายคนพยายามถีบตัวเองขึ้นไปจากเส้นความยากจน ด้วยการศึกษา ด้วยอะไรหลายอย่าง แต่ต้องยอมรับว่าคนส่วนมากของประเทศทิศทางความมั่งคั่งกำลังแย่ลงอย่างต่อเนื่อง...ยังไม่นับหนี้สินครัวเรือน หากเอามาประกบคู่กับตารางข้างต้น คงน่าหดหู่ยิ่งกว่าเก่า เพราะคนจนและคนชั้นกลางมีหนี้ บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต ที่จะมาหักล้างความมั่งคั่งของเงินฝากออกไป
หากตัวแปรต่างๆ และสภาพแวดล้อมยังเอื้ออำนวย ไม่มีการเปลี่ยนแปลลงปัจจัยใดๆในอนาคต คงยิ่งทำให้คนร่ำรวยมีความมั่งคั่งสูงขึ้นไป โดยไม่ได้ดึงคนส่วนล่าง และคนชั้นกลางไปพร้อมๆกัน จนสุดท้ายอาจเกิดปัญหาสังคมที่ยากเกินจะแก้ไขในอนาคต
อีก 18 ปีข้างหน้า หากจะว่าไกลก็ว่าไกล หากจะว่าใกล้ก้แปปเดียว รอติดตามกันต่อไปว่า ทิศทางของความมั่งคั่งจะเป็นอย่างไร...

243 Nameless Fanboi Posted ID:wO899qK10P

วันนี้อดอาหารร่วมกับเพื่อน 1 วัน ในวันที่เพนกวินอดอาหารนานกว่าพระเยซูแล้ว

#มิตรสหายประชาธิปไตยท่านหนึ่ง

244 Nameless Fanboi Posted ID:iNfJ.3BChS

>>242 ประเด็นคือ ยุคตู่ คสช. นโยบายจะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ สารพัดการจัดระเบียบต่างๆ ทั้งในเมืองและชนบท มันทำลายอาชีพของคนระดับล่างและกลางค่อนล่างอย่างกว้างขวาง ทำให้แม้ตู่จะอ้างว่า GDP โตขึ้น แต่ก็ถูกสวนกลับเสมอว่า GDP นั้นมันไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวทุนใหญ่เป็นหลัก สถาพแบบนี้คนตัวเล็กตัวน้อยจะเอาเงินที่ไหนไปเก็บออมในธนาคาร และเพราะว่าตู่ คสช. เป็นรัฐบาลแรก (อย่างน้อยก็ในรอบ 20 ปี) ที่มีนโยบายแบบนี้ คนจึงบ่นกันเยอะถ้าเทียบกับรัฐบาลอื่นๆ แม้กระทั่งรัฐบาลสุรยุทธ์ที่มาจากรัฐประหาร 2549 ก็ยังไม่โดนบ่นเรื่องข้าวยากหมากแพงเท่า หรือช่วงที่มีม็อบแรกๆ 2 ปีติดอย่างยุคมาร์ค 52-53 ก็เช่นกัน เพราะการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ถ้าคนยังทำมาหากินได้ปกติก็ยังพออยู่ได้

245 Nameless Fanboi Posted ID:A6z+KC7G7R

>>243 ถ้ามันอดจริงคงตายไปนานล่ะ

246 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

>>245 มีควายเชื่อพวก io ดีแต่ปากว่าอดไม่จริงบ้างละ อดเพื่อเงินบ้างละ ด้วยเหรอวะ ไม่น่าจะมีคนโง่ขนาดนั้นนะ 5555

247 Nameless Fanboi Posted ID:MgaTqJt87p

>>245 มีเจลลี่พระราชทานให้กินไง ตอนนี้เจ้าตัวก็สบายดีมีแต่พวกโง่ปั่นดราม่า

248 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

>>247 เจลลี่พระราชทาน ? ขอหลักฐานหน่อยสิ ที่ว่าเจ้าตัวสบายดีด้วยนะ เอามาจากไหน ขอหลักฐานหน่อยสิ หรือนั่งทางใน มโนเอาเองอีกอะ

249 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

เมื่อเที่ยงก็มีขี้ตีนมโนว่า อดข้าวเพราะเงิน พอถามหาหลักฐานก็๋หนีหน้าแหก ไอ้พวกขี้ตีนนี่มันมโนโรคจิตจริงๆ

250 Nameless Fanboi Posted ID:MgaTqJt87p

>>248 มีหลักฐานว่าอดข้าวจริงไหมล่ะ

251 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

>>250 ไหนอะเจลลี่มึงอะ ไหนอะ มโนอีกแล้วเหรอ ขี้ตีน

252 Nameless Fanboi Posted ID:j5NMZjdJ4z

อย่าเพิ่งเถียงกัน ที่แน่ๆขี้ตีนแขวนคอตายเพื่อพ่องมีหลักฐานแน่นอน แต่แปลกนะหลักฐานไปไหนหมดวะ ไม่ยักโผล่หน้าสื่อเลยอิอิ ป่านนี้เป็นศพทิพย์ไปแล้วป่าวเนี่ย น่ามสาน

253 Nameless Fanboi Posted ID:FvM6v68XIL

มโนไร้หลักฐานทั้ง 2 ฝั่ง มึงจะตีกันทำไมวะกุงง

254 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

>>253 อะหลักฐานที่ว่าอดข้าว
โดยยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร ดื่มเพียงน้ำเกลือแร่ได้ 1,800 มิลลิลิตร และให้สารน้ำทางเลือดดำ 5% D/N/2 1,000 ml rate 80 ml./hr. โดยปฏิเสธการเจาะวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้ว สัญญาณชีพโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ อุณหภูมิร่างกาย 36.2 องศาเซลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 60 ครั้ง/นาที อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 115/69 mmHg น้ำหนัก 95.4 กิโลกรัม วัดระดับออกซิเจนปลายนิ้วได้ 99%
https://www.sanook.com/news/8373690/
.
ไหนเจลลี่มึง ไอ้สวะขี้ตีน

255 Nameless Fanboi Posted ID:j5NMZjdJ4z

>>253 ชั่ยๆ ช่วยกันชาบูขี้ตีนที่แขวนคอเพื่อพ่องดีกว่าหลักฐานชัดเจน เค้าอุตส่าเสียสะหระนะๆๆ ว่าแต่ศพไปไหน ข่าวไปไหนโม้ดว้ะ แงๆ พ่องไม่ให้ออกสื่อ เสียจัย

256 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

เช้าก็กุมาเรื่องนึง เที่ยงก็กุมาเรื่องนึง เย็นก็เอาอีกเรื่องนึง ขี้ตีน วันๆเอาแต่มโน โพสเฟคนิวส์เหมือนคนเป็นโรคจิต

257 Nameless Fanboi Posted ID:MgaTqJt87p

>>254 มีแค่ข้อความ? กูขรรม

258 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

>>257 กูขรรม ของมึงข่าวจากเว็บที่เชื่อถือได้ก็ไม่มี อะกูแปะให้ 3 เว็บเลย กุขรรม ในความโง่ของมึงนะ
https://www.prachachat.net/politics/news-658342
https://www.khaosod.co.th/politics/news_6348967
https://thestandard.co/department-of-corrections-unveil-penguin-current-status/
.
ไหนเจลลี่มโนของมึง

259 Nameless Fanboi Posted ID:MgaTqJt87p

>>258 3 เวปนี้เนึ่ยนะเชื่อถือได้ กูขรรม

260 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

>>259 ของมึงมีสักเว็บไหม กูขรรม ยังโง่ได้อีก สวะขี้ตีน

261 Nameless Fanboi Posted ID:j5NMZjdJ4z

>>259 อ่ะ https://www.nationtv.tv/main/content/378822375
https://www.facebook.com/watch/?v=1160809457666076

262 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

แปะ BBC ให้ด้วยอะ
https://www.bbc.com/thai/thailand-56925061

ไหนเจลลี่มึง

263 Nameless Fanboi Posted ID:xIyXpphi66

ไหนเจลลี่มโนของมึง ไอ้ขี้ตีน

264 Nameless Fanboi Posted ID:5O226TsN1v

เพียร์ส มอร์แกน นักข่าวคนดังชาวอังกฤษ ที่ปัจจุบันวิจารณ์การเมืองกระจุย คอลัมน์ล่าสุดของเขาเขียนวิจารณ์นโยบายของ โจ ไบเดน แต่เชื่อหรือไม่ ว่าตำแหน่งงานแรกสุดของเขาคือนักข่าวบันเทิง

หลังจากมอร์แกนเรียนจบ เขาทำงานกับหนังสือพิมพ์ เดอะ ซัน เป็นที่แรก โดยเขียนบทความในคอลัมน์ชื่อ Bizarre เป็นเรื่องวงการบันเทิงล้วนๆ แต่นับจากจุดนั้น เขาก็พัฒนาสกิลการเขียนขึ้นมาเรื่อยๆ และพิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถเป็นนักเขียนหลากหลายสไตล์ได้ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับข่าวบันเทิงอย่างเดียว

ตอนนี้ เพียร์ส มอร์แกน เขียนคอลัมน์สังคม กีฬา เศรษฐกิจ บันเทิง การเมือง เขียนทุกอย่าง ด้วยมุมมองที่ตรงไปตรงมาของเขา ทำให้บทความได้เรตติ้งดีเสมอมา สำนักข่าวหัวใหญ่ๆ เขาทำมาหมดแล้ว ทั้ง เดอะ ซัน, นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์, เดลี่ มิร์เรอร์ ปัจจุบันเขาเขียนอยู่ที่นสพ. เดลี่ เมล์

ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังขึ้น มอร์แกน กระโดดไปทำทีวีด้วย ทั้ง ซีเอ็นเอ็น, ไอทีวี แม้แต่เป็นกรรมการใน Britain's got talent ก็ยังเคย

มอร์แกน เคยสัมภาษณ์คนหลายวงการมาก ทั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ , นักแสดงชื่อดัง, นักฟุตบอลระดับโลกอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือแม้แต่ฆาตกรต่อเนื่อง เขาก็ยังเคยมาแล้ว

เคสของมอร์แกน ทำให้ผมเชื่อในศักยภาพว่ามนุษย์คนหนึ่ง สามารถบอกเล่า และเขียนเรื่องราวได้หลายๆวงการ คุณไม่จำเป็นต้องเป็น expert ที่สุด ในด้านนั้นๆ แต่คุณสามารถบอกเล่า เรื่องราวที่คุณเข้าใจ และพบเห็น ในสายตาของคนคนหนึ่งได้เลย

เมื่อคุณนำเสนอไปแล้ว จากนั้นถ้าคนอ่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็สามารถแลกเปลี่ยน ถกเถียงกันได้เลย ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เนื้อหาในเรื่องคืออะไร ไม่ใช่คนเขียนคือใคร

นักข่าวการเมือง ก็เขียนข่าวบันเทิงได้ นักข่าวต่างประเทศเขียนเรื่องเศรษฐกิจได้ มันไม่กำแพงข้อไหนกั้น ว่าคุณห้ามเขียนถึงสิ่งนี้สิ่งนั้น ตราบใดก็ตามที่บทความของคุณพิสูจน์ได้ว่ามีที่มาที่ไป

สำหรับแอดมิน ผมเติบโตมาจากนักข่าวกีฬา ผมทราบตรงจุดนั้นดีครับ แต่ทุกท่านคงทราบว่างานประจำของแอดมิน มันไม่ใช่ข่าวกีฬาแล้ว ผมเขียนเรื่องสังคม การเมือง เหตุการณ์ต่างประเทศ ณ เวลานี้

คือผมก็ยังเชื่อนะครับ ว่าแม้ผมจะมีพื้นฐานมาจากนักข่าวกีฬา แต่ผมก็ยังสามารถเล่าเรื่องราวในแวดวงอื่นได้ ด้วยสายตาของผม ด้วยมุมมองของผม

แน่นอนว่า ในเพจวิเคราะห์บอลจริงจัง ผมจะไม่เอาเรื่องอื่นใด นอกจากเรื่องกีฬา (กับเรื่องลูก-เมีย) มาโพสต์เลย เพราะผมอยากให้เป็น safe zone ของทุกคน ที่เข้ามาอ่านเรื่องได้ โดยไม่ต้องกังวลอะไร ไม่ต้องห่วงว่าจะอยู่ฝั่งการเมืองไหน อยู่ที่นี่ ทุกคนเอ็นจอยไปกับเรื่องกีฬาได้อย่างเต็มที่

ส่วนเวลาผมจะเขียนเรื่องการเมือง สังคม ผมก็จะไปเขียนที่สำนักข่าวของผมครับ ผมแยกกันชัดเจนนะ แต่ด้วยความที่ผม รู้สึกภูมิใจในงานเขียนทุกชิ้นของตัวเอง ดังนั้นผมก็ไม่เคยปิดบังตัวตนนะ ใช้ชื่อจริงทุกครั้ง ผมไม่ใช้นามปากกา แม้จะเรื่องละเอียดอ่อนแค่ไหนก็ตาม ผมไม่หลบเลี่ยงในสิ่งที่ผมเขียนครับ

พอมันเป็นชื่อจริง วิศรุต ก็เลยเท่ากับ เป็นวิเคราะห์บอลจริงจังไปโดยปริยาย เวลาคนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเขียนในฐานะวิศรุต แล้วมาด่าเพจ ผมเองก็เสียใจนิดนึงนะ

อยากบอกว่า ถ้าเป็นในฐานะแอดมินวิเคราะห์บอลจริงจัง ผมเขียนแต่บทความกีฬาเสมอครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่ทำให้เพจเละแน่ๆครับ สัญญาเลย

แต่ถ้าในฐานะนักเขียนชื่อวิศรุต ผมอยากจะเขียนทุกๆเรื่องในสังคม ด้วยข้อมูลทั้งหมดที่ตัวเองมีครับ คือจะให้ผมเขียนแต่กีฬาอย่างเดียว ผมทำไม่ได้แล้ว ผมเองก็ต้องเติบโตต่อไป ในเชิงการเขียนด้วยครับ

เวลาผมวิจารณ์การเมืองที่เวิร์คพอยท์ทูเดย์ผมทราบว่า อาจมีบางท่านผิดหวังที่แนวคิดเราไม่ตรงกัน ผมเข้าใจนะครับ แต่ผมอยากบอกว่า แม้จะวิจารณ์แต่ไม่ใช่เพราะผมเกลียดชังใดๆครับ

สำหรับตัวตนพื้นฐาน จริงๆ ผมก็เหมือนเดิมนะ เป็นแอดมินคนเดิมนี่แหละ ยังแคร์ทุกคนเหมือนเดิม และพร้อมจะตอบทุกคอมเมนต์เหมือนเดิมครับ

ในโลกนี้ ผมเชื่อเสมอว่า เห็นต่าง แต่เราก็ยังแลกเปลี่ยนกันได้นะ ผมไม่ดิสเครดิตใครที่เห็นไม่ตรงกับผม ไม่เคยเยาะเย้ย ไม่เคยถากถาง ไม่หัวเราะทั้งสิ้น แต่ผมจะอธิบายว่าทำไมผมคิดแบบนั้น และท่านก็สามารถอธิบายกลับได้เสมอครับ ผมผิด ผมก็แก้ไขครับ

ทั้งหมดนี้ แค่เล่าให้ฟังนะว่าตอนนี้ความรู้สึกเป็นแบบนี้ครับ ไม่มีดราม่าอะไรนะครับ แต่คิดอะไร ผมก็ชอบเขียนลงเพจตัวเองอะนะ

ส่วนโพสต์นี้จะลบตอน 7.00 ครับผม

ขอบคุณที่รับฟังการเวิ่นเว้อของแอดมินนะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

265 Nameless Fanboi Posted ID:YwQw2cMs3X

พล่ามคำว่า AI กับ Big Data มาห้าปี พอเจอวิกฤติเสือกใช้ส้นตีนคิด

266 Nameless Fanboi Posted ID:T9r3.i8M9G

ตอนน้าค่อมอาการทรุด ได้ upgrade ห้อง และการรักษา ก็ด่ากันว่าเป็นอภิสิทธิ์ชน
พอน้าค่อมตาย ก็ด่าต่อว่ารัฐห่วย สาธารณสุขเชื่องช้า ลามไปถึงสถาบัน

ว่าจะไม่พูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับน้าค่อม
แต่อยากเตือนสติสังคมไทยครับ

ในขณะที่สังคมไทยจำนวนมากเสียเวลาหายใจไปกับการดราม่ากัน หาเรื่องกัน
เวียดนาม มาเลเค้าเดินแซงไทยอยู่
ส่วนสิงคโปร์ จีน ก็บินหนีไทยไปเรื่อยๆ
ร้านหนังสือแบบที่เป็นหนังสือจริงๆเปิดกันเป็นดอกเห็ด เพราะอัตราการอ่านหนังสือที่มีประโยชน์เพิ่มมากมาย

ส่วนคนไทยเราจะเกิดมามีค่าแค่นี้กันเหรอครับ ทะเลาะกันไปเรื่อย ไม้หลักปักขี้เลนเหลือเกิน ผมว่าเรามีศักยภาพมากกว่านั้นนะ

267 Nameless Fanboi Posted ID:p4+g0ubg35

>>266 บอกพ่องเลิกรปหก่อนไอ้ขี้ตีน ไม่มีขี้ตีนในปี48 ไอ้แม้วมันพาไปถึงไหนแล้ว สมองกลวงจริงๆ ไอ้ไม้ซุกขี้ตีน

268 Nameless Fanboi Posted ID:t0e9ldnGA2

>>266 เขาแซงเพราะโดนด่าเหรอ ไม่ใช่พ่อตูบมึงกากเหรอ เขาถึงแซงอะ ขี้ตีน

269 Nameless Fanboi Posted ID:pYcMfJznTY

>>266 เตือนสติคนพูดเองเถอะ ประโยคที่คนเขาด่าแม่งถูกทุกอย่าง คงจะปากสั่นเถียงไม่ออกถึงได้แถไปเรื่องร้านหนังสือ ดราม่า ซึ่งไม่ได้เกี่ยวเหี้ยกับปัญหานี้เลย มึงใช้สมองหรือส้นตีนโยงเนี่ย คิดมันว่าจะดูเท่ ชิคๆคูลๆ หรา แม่งหลักลอย มั่วซั่วสัสๆ

270 Nameless Fanboi Posted ID:+q3O0g3Mq1

รวมไทยสร้างชาติ พ่อตู่มึงต้องรวมอีกกี่ปี
นโยบายที่พ่อมึงพล่ามๆไว้ ทำเสร็จไปกี่เรื่อง

271 Nameless Fanboi Posted ID:p4+g0ubg35

>>269 สูตรสลิ่่มสีขี้ไง​ สาระจะเถียงไม่มี​ มีแต่แถกับกราบ​ พอแถแล้วคนไม่เชื่อไม่อินก็เปลี่ยนเป็นปิดปาก​ อย่าพูดๆพูดทำไม​ ไม่มีประโยชน์​ ไม่ได้ผลก็แจ้งจับยัดคุก

272 Nameless Fanboi Posted ID:T9r3.i8M9G

วันนี้ตาย21 ทอนว่าไงครับ ทำไมไม่สร้างโรงพยาบาลช่วยเหลือชาติบ้าง รวยก็รวย

273 Nameless Fanboi Posted ID:wvRK6W4NQW

>>272 ทอนคือใคร ทอนตัง?

274 Nameless Fanboi Posted ID:N0GdRxYgci

ทางออก : เราต้องปกครองแบบเวียดนาม 😤

ผมว่าถ้าไทยอยากเจริญอย่างเวียดนาม ต้องปกครองแบบเวียดนาม คือมีพรรคการเมืองที่ครองอำนาจเบ็ดเสร็จแบบพรรคเดียวครับ

ในขณะเดียวกันเวียดนามกำราบม๊อบ NGO อย่างเด็ดขาด จึงทำให้การเมืองสงบนิ่ง การพัฒนาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งมีการควบคุมสื่ออย่างเคร่งครัด จึงทำให้ไม่เกิด Fake News หรือตรรกะประหลาดที่ทำให้ประชาชนทำอะไรผิดๆ

ผมสนับสนุนให้รัฐบาลไทยใช้เวียดนามโมเดลเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศครับ

มิตรสหายท่านหนึ่ง

275 Nameless Fanboi Posted ID:p4+g0ubg35

>>274 บอกพ่องทำเลย อย่าเก่งแต่ปาก​ เลียนแบบให้ครบนะ​ ประมุขเวียดนาม​ ปธน​ นะมึง

276 Nameless Fanboi Posted ID:pes7/x.KOz

“ประเทศอะไร ทำให้เด็กเติบโตมาด้วยความฝันที่ว่าสักวันจะหนีออกไปจากที่นี่”
– @mxxnquakes

277 Nameless Fanboi Posted ID:Fl/sCIqgmG

>>276 ประเทศไทย

278 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>276 ยิ่งไล่จับไล่ปราบ soft powerก็ยิ่งพัง คุมสื่อก็ไม่ได้เพราะปิดประเทศไม่ได้แล้ว สื่อบันเทิงนี่คิดว่ามีเรื่องที่ตัวเอกโดนอำนาจที่เหนือกว่าคุกคามอยู่กี่เรื่องกัน สร้างได้แต่ละครไทยโง่ๆ ยิ่งอวยตัวเองคนดูก็ยิ่งน้อย เจริญแน่มึง

279 Nameless Fanboi Posted ID:pes7/x.KOz

โอ้ ...
เทรนด์ "ย้ายประเทศกันเถอะ" นี่
ถ้ามองในแง่เศรษฐกิจ แม่งน่ากลัวมากนะ 5555555

โอเค.. มันอาจจะมีคนที่แค่ระบายความอัดอั้นเฉยๆ แต่ใจจริงๆไม่ได้อยากจะย้ายประเทศหรอก
แต่อิคนที่ไม่มีสิ่งผูกมัดและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ที่พร้อมจะย้ายหนีจริงๆ ...แม่งก็มีไง
แค่ก่อนหน้านี้มันไม่มีใครแนะนำหนทาง และสร้างพรรคพวกซัพพอร์ตแบบตอนนี้

ซึ่งอิคนเหล่านั้นเว้ย มันคือกลุ่มคนที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน บางคนเพิ่งจบหมาดๆ มีแรง มีความสามารถ มีไฟ
ทิ้งไว้แต่พวก 'คนเช้าชามเย็นชาม' ที่ไม่อยากออกจากคอมฟอร์ทโซน องค์กรว่าไงฉันก็ทำตามนั้น อยู่ไปแบบสังกะตาย ไม่อยากขับเคลื่อนชีวิตให้ดีขึ้น

แย่กว่านั้น ประเทศไทยที่กำลังเป็น "สังคมผู้สูงอายุ" เต็มตัว
มีคนแก่เต็มประเทศ แต่ไม่มีคนวัยทำงานสร้างจีดีพีเพื่อแบกรับภาระ

แล้วเราสร้างค่านิยมให้คนกลุ่มนั้น ..อยากหนีออกจากประเทศไทย
สร้างความฝันสดใสครั้งใหม่ ว่าประเทศอื่นมันดีกว่ามาก
... อืมม
.. ถ้ากุเป็นรัฐบาล กุว่าเรื่องนี้เป็น "เรื่องใหญ่" ที่ต้องเข้ามาดูแล

แต่กุไม่คาดหวังหรอกว่ารัฐทหารจะมีวิสัยทัศน์ 555555555
.............................................................................

แล้วอีกอย่างนะ ..กุอยากจะด่าถอนหงอก
อิพวกคนแก่ๆ พวกแก่เพราะกินข้าวเฒ่าเพราะอยู่นาน
กินบำนาญ กินเบี้ยคนชรา แล้วอยู่บ้านนั่งด่าเด็ก เชียร์รัฐบาลห่วยๆ และใช้ชีวิตถ่วงความเจริญไปวันๆอ่ะ

กุจะบอกให้นะ
ทุกคำขับไล่ ทุกคำเย้ยหยัน ทุกคำท้าทาย ที่พวกมึงใช้
ก็ยิ่งเหมือนน้ำมันราดกองไฟ ให้คนกลุ่มนั้นพร้อมโบยบิน

แล้วถ้าแม่งบินหนีกันไปเยอะๆ พวกมึงก็ทำได้แค่แซะซ้ำว่า "เด็กชั่วไม่รู้จักกตัญญูคุณแผ่นดิน"
ซึ่งแม่งโคตรไร้ประโยชน์ 555555 พอๆกับการมีอยู่ของพวกมึงอ่ะ

..ยินดีกับอนาคตประเทศด้วย กุก็ไม่รู้จะยังไงละ
กุก็อยากให้ประเทศไทยมันดีขึ้นกว่านี้ แต่หลายทีกุก็แอบท้อ
ใจนึงก็เชียร์ให้ไปได้ดิบได้ดีที่อื่นเถอะ เอาตัวเองให้รอดพอ 5555555
แต่อีกใจนึงก็อยากเข้าไปกอดละพูดว่า ..

"เมิง ..เราอย่าเพิ่งยอมแพ้กับแผ่นดินนี้เว้ย ใจเย็นๆนะ"

280 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>279 กูล่ะอยากให้เล่นประเด็นนี้เลย รณรงค์แบบนี้หาทางเอาผิดยากด้วย เพราะเรื่องย้ายไปทำงานตปท แม่งก็มีกันอยู่แล้ว อีลีทก็ทำแล้วชอบทำกันด้วย แล้วอย่างที่บอกในเม้นก่อน น่าจะเพิ่มเรื่องไม่มีลูกด้วย จะได้เอาให้ชิบหายไปเลย ไม่ใช่ประเทศของกูอยู่แล้ว สุมไฟปัญหาแม่งเลย 555

281 Nameless Fanboi Posted ID:VmDAN6Z1yS

>>279 ถ้าไปแล้วส่งเงินกลับมาแล้วกลับมาอยู่แบบแรงงานอีสานสมัยก่อนกูคิดว่าโอเคนะ เงินส่วนนี้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของอีสานเยอะเลย แต่คนรุ่นนั้นเป็นแรงงานไร้ฝีมือก็เยอะ ถึงจะพัฒนาเป็นแรงงานมีฝีมือภายหลังก็เถอะ และยังมีรากเหง้ากับท้องถิ่นสูง ส่วนใหญ่ถึงกลับมา มีแค่ส่วนน้อยที่ไม่กลับมาเลย

ปัจจัยเรื่องอยู่ไม่อยู่ถาวรนี่กูคิดว่าอยู่ที่คู่ครองเป็นหลักเลยนะ ถ้าแต่งงานกับต่างชาติหรือคนไทยที่นอก โอกาสกลับไทยจะน้อยลงมาก เพราะมีรกรากแล้ว ถ้ายังไม่มี การกลับมาทำงานที่ไทยแล้วแต่งงานก็เห็นได้ทั่วไป

282 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>281 รณรงค์แบบนี้มันไม่ส่งกลับมาให้โง่หรอก

283 Nameless Fanboi Posted ID:1p7jhACtrw

ย้ายประเทศตอนนี้ มึงไม่หนีเสือไปเจอจระเข้ เหรอวะ เพราะถึงจบโควิด แต่กุว่าชัดเลยว่ะว่าเจอ Great Depression แน่ๆ ทั้งโลก

284 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>283 ถ้าทั้งโลกเจอจริง ไทยยิ่งหนักX112

285 Nameless Fanboi Posted ID:1p7jhACtrw

>>284 มันวัดไม่ได้หรอกมึง กุว่าไม่ต่างกัน ยิ่งมึงเป็นคนต่างด้าวไม่รู้มึงจะหางานได้แค่ไหนในสภาวะแบบนี้

286 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>285 อยู่โน่นต่างด้าว อยู่ไทยก็ไม่ใช่คนอ่ะ

287 Nameless Fanboi Posted ID:1p7jhACtrw

>>286 มึงแน่ใจ ไม่ใช่ว่ามึงไปแล้วเสือกเจอกระแส Hate Asian เข้าให้พอดีนะมึง คราวนี้ยิ่งกว่าไม่ใช่คนอีก

288 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>287 มึงพูดเหมือนอยู่ไทยไม่มี Hate democracy เลยว่ะ อันนี้กระแสไม่เยอะแต่อำนาจรัฐถล่มจัดเต็ม

289 Nameless Fanboi Posted ID:1p7jhACtrw

>>288 แล้วไง มึงอยู่ไทยแล้วแค่ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดมึงก็พอสงบสุขได้ แต่มึงเจอ Hate Asian มึงไม่รู้จะเจอที่ไหนยังไงนะ

290 Nameless Fanboi Posted ID:VmDAN6Z1yS

ไม่เก็ตเหรอว่ามันโทรล

291 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>289 มึงไม่เคยเห็นหน่วยงานท้องถิ่นตจว ตามไปถ่ายรูปข่มขู่ถึงบ้านเหรอวะ

292 Nameless Fanboi Posted ID:1p7jhACtrw

>>291 แล้วถ้ามึงเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่สนการเมือง ทำมาหากินตามปกติ มันจะมาสนมึงเหรอไง

293 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>292 แล้วถ้ามึงเจอ hate asian มึงวิ่งหนีไปแจ้งตำรวจซะมันจะทำอะไรมึงได้เหรอไง

294 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>292 พูดง่ายแบบนี้กูก็พูดได้ ไปตปท มึงก็หาชุมชนเอเชียอยู่ดิ ไม่ต้องไปอยู่กับฝรั่ง ทำมาหากินตามปกติ ไชน่าทาวน์งี้ ฝรั่งมันจะตามมาสนมึงเหรอไง

295 Nameless Fanboi Posted ID:1p7jhACtrw

>>293 มึงเคยเห็นคนไปแจ้งตำรวจโดยมึงไม่โดนก่อนเหรอไง คนทีตายเพราะ Hate Asian มันโดนก่อนมึงไปแจ้งตำรวจทั้งนั้นแหละ

296 Nameless Fanboi Posted ID:1p7jhACtrw

>>294 ก็คนที่โดนมันก็อยู่ชมชนมันทั้งนั้นแหละ แต่สุดท้ายก็โดน เพราะ มึงไปอยู่เมืองคนขาว ยังไงมึงก็หนีคนขาวไม่พ้นหรอก

297 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>295 กูเคยเห็นคนเอเชียโดน hate asian แม่งซัดกลับฝรั่งลงไปนอนกอง แจ้งตำรวจไปก็หลุดเพราะโดนก่อน แค่เนี้ย แต่ถ้าโดนขี้ตีน hate democracy มึงกระทืบกลับอาจรอดทำร้ายร่างกาย แต่มึงโดนตรตามจิกตามถ่ายรูปข้อหาภัยความมั่นควย ชีวิตชหกว่าพวกขี้ตีนมากระทืบตอนแรกอีก

298 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

>>296 งั้นชาวบ้านธรรมดาทำมาหาแดกตามปกติไม่ได้ผลกระทบจากการเมืองรึไง ยังไงมึงก็หนีการเมืองไม่พ้นหรอก มึงหนีคนขาวเหี้ยๆในเมืองคนขาวง่ายกว่าเยอะ ยังไงความเหี้ยของคนขาวก็ผิดกฎหมายที่นั่น

299 Nameless Fanboi Posted ID:UAsYs7OW3a

จริงๆมันไม่น่าคิดยากป่ะ ให้มึงเลือกเอาจะโดนใครคุกคาม คนขาวเหี้ยลงมือกันเอง มึงตอบโต้ป้องกันตัวและแจ้งความได้ VS จนทรัฐ ใช้อำนาจรัฐ แถมช่วงนี้พรกฉุกเฉินคุ้มกบาล และยังมี112พร้อมยิงยัดมึงลงคุกทันที

300 Nameless Fanboi Posted ID:pes7/x.KOz

ไทย ก็ขี้เหยียดแค่มึงเคยชิน

301 Nameless Fanboi Posted ID:8+2vUedKfM

>>300 ไทย​ เหยียดกันเอง​ ตั้งแต่วาทกรรมฝรั่งมายึดบ้านเมืองละ​ จริงๆบ้านเมืองแม่งก็อยู่ใต้พวกคนไม่กี่คนตั้งนานแล้วแค่ไม่ใช่ฝรั่ง

302 Nameless Fanboi Posted ID:6l6DXRBES/

เอเชี่ยนที่โดนเหยียดเนี่ย กูเห็นแต่พวกลิงเหลืองเจ๊ก
พวกแขกอาหรับ คนอินเดียนี่โดนป่าววะ

303 Nameless Fanboi Posted ID:qi2Xa6U2Cf

สมาชิกเริ่มมีเยอะแล้ว เราหุ้นกันซื้อเกาะแล้วประกาศเอกราชกันเลยดีมั้ยคะ

มิตร- ควายตัวหนึ่งกล่าวไว้

อสกข. ถถถถ

304 Nameless Fanboi Posted ID:qi2Xa6U2Cf

พรรคกล้าขนาดไม่มีสส.ในสภาซักที่นั่ง เขายังระดมกำลังคนในพรรคลงฟื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชน แต่พรรคก้าวไกลขนาดมีสส.ในสภาตั้ง 53-54 ที่นั่งไม่เห็นลงไปทำอะไรให้ประชาชนหน่อยเหรอ

มิตรสหายท่านหนึ่ง

ส้ม "รอให้เลาเป็นรัดบานก่อน ค่อนเลิ่มทัม"

ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ

305 Nameless Fanboi Posted ID:YFMt17yqVk

>>304 กล้าจิงๆชาบูๆ https://m.facebook.com/539421596111363/posts/3874650225921800/

306 Nameless Fanboi Posted ID:fxl98.8cgO

>>304-305 อ่าว สลิมมโนบ้งอีกแล้วเรอะ ไม่รู้จักพัฒนาซักทีนะ

307 Nameless Fanboi Posted ID:ORox5CCFcu

>>304 ลงไปตั้งเยอะแล้ว ไอ้โง่

308 Nameless Fanboi Posted ID:ORox5CCFcu

(ว่าจะเขียนหลายครั้งละ เพิ่งได้เขียนเพราะกรุ๊ปย้ายประเทศ)

ในยุครัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ แม้จะมีนโยบายทั้งดีทั้งแย่ บางนโยบายแนวคิดดีแต่ปฏิบัติแย่ บางนโยบายก็ดีมาก บางนโยบายก็ไม่เข้าท่า ก็เป็นรัฐบาลที่เราเลือกมากับมือได้น่ะนะ

แต่ในทางปฏิบัติ นโยบายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวัฒนธรรมสังคมไทย โดยเฉพาะกับชนชั้นกลางเมืองเป็นอย่างมาก

คือการเจรจาเปิดฟรีวีซ่ากับประเทศญี่ปุ่น ในปี 2013

ก่อนหน้านั้น การไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นเรื่องไกลตัวมาก ต้องทำเอกสารขอวีซ่าวุ่นวาย ถึงแม้จะไม่ยุ่งยากเท่าอเมริกา แต่ค่าวีซ่า ค่าทำเอกสาร ค่าเดินทางไปยื่นวีซ่าถ้าอยู่ต่างจังหวัด ไม่ใช่เรื่องง่าย สมมติถ้าเป็นพนักงานออฟฟิศก็ต้องขอหนังสือรับรองเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน ทำแผนการเดินทาง ใบรับรองตั๋ว จองที่พักล่วงหน้าวุ่นวาย เสียวันลาไปยื่นวีซ่าไปรับอีก ไม่งั้นก็ต้องไปทัวร์แบบเค้าจัดให้หมด (ผมไปญี่ปุ่นแบบต้องขอวีซ่าในปี 2012 ก่อนหน้านั้น คนไทยยังไปญี่ปุ่นได้น้อยมาก)

พอเปิดฟรีวีซ่า หนังสือนำเที่ยวญี่ปุ่น บล็อกเที่ยวญี่ปุ่น และกระแสการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองก็ทะลักหลั่งไหลมาท่วมท้นคนไทย ช่วงสงกรานต์กลายเป็นเทศกาลซากุระบูชา คนไทยในสวนอุเอโนะอาจจะมากกว่าจตุจักร เมื่อบวกกับสายการบินโลว์คอสต์อย่างแอร์เอเชีย X นกสกู๊ต เหล่าพนักงานออฟฟิศชนชั้นกลางก็ไปญีปุ่นวันหยุดยาวได้ง่ายๆ ไม่ต้องเผื่อวันลาขอวีซ่า ต้นทุนการเที่ยวก็ถูกลง ชนิดที่ว่าไปปีละครั้งสองครั้งได้สบายๆ หรือคนเมืองในต่างจังหวัดก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ง่ายๆ จนมีสายการบินเปิดบินตรงหลายเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ

พอคนไทยไปญี่ปุ่นได้บ่อยเข้า ก็เห็นความเป็นโลกที่หนึ่งที่เจริญแล้ว มีระเบียบ มีการจัดการ สะอาดเรียบร้อย ซึมเข้าไปในใจได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบขนส่งมวลชนที่ตรงเวลา มีรายละเอียดบอกชัดเจน ห้องน้ำที่สะอาดในทุกที่ สินค้าท้องถิ่น เหล้า อาหารที่โดดเด่น

พอคนไปเที่ยวบ่อยครั้ง ก็ไม่แปลกที่จะกลับมาตั้งคำถามกับประเทศไทย ว่าทำไมเราทำไม่ได้แบบญี่ปุ่น และอยากเป็นแบบญี่ปุ่นได้บ้าง

การเปลี่ยนแนวคิดจากการไปเจอประสบการณ์ด้วยตัวเอง มันสำคัญมากเพราะการฟังคนอื่นเล่า อ่าน หรือดูคลิป ก็ยังต่างจากการพบเจอและทดลองด้วยตา ด้วยเท้า ด้วยความรู้สึกที่พบเจอกับตัว

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนและขอพาดพิงเลย คือจ่าพิชิตฯ ที่ตอนนายกฯปูตระเวนออกโปรโมทโครงการประเทศไทย 2020 รถไฟความเร็วสูงกับชัชชาติช่วงปี 2013 (56) ก็ดูไม่สนใจ คิดว่าไม่จำเป็น แชร์โพสต์พวกต่อต้านด้วยซ้ำ แต่พอลาออกจากราชการไปเที่ยวญีปุ่่นกับเพื่อนๆ ได้นั่งรถไฟความเร็วสูงด้วยตัวเองหลังรัฐประหาร ทัศนะก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มาชื่นชมรถไฟความเร็วสูงเสียถึงขนาด (แต่ช้าไปแล้ว สลัดดอก!)

การเปิดฟรีวีซ่าญี่ปุ่นครั้งเดียวของเจ๊ปู เปลี่ยนชนชั้นกลางไทยไปนับแต่บัดนั้นด้วยประการฉะนี้

309 Nameless Fanboi Posted ID:3WzZ06Af5G

ผมเห็นข่าวอู่ฮั่นจัดคอนเสิทไม่ต้องมีมาสก์ แล้วมีคนบอกว่าอยากให้ไทยจัดการแบบอู่ฮั่นบ้าง เอาจริงเรอะ เห็นแค่ห้ามออกจากบ้านตอนดึกยังบ่นในโซเชียล แล้วถ้าโดนตำหมวดเชื่อมเหล็กปิดตายประตูเข้าออกบ้านจะบ่นขนาดไหน

-มิตร

310 Nameless Fanboi Posted ID:rBTn+J9.Q8

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ฝังใจผมมาก วันหนึ่งอากาศหนาวมาก (Freezing) ผมจะเข้าโรงแรม (酒店) เลยถอดถุงมือ (Gloves) เพื่อให้จับลูกกุญแจไขลูกบิด (Doorknob) ได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตู (ドア) เนื่องจากหนาวเย็นจัดมาก มือเปล่าๆ (Bare hands) เลยเกิดน้ำแข็งเกาะติดกับลูกบิดประตู ผมต้องก้มเอาลมปากร้อนๆ เป่า (Blow) มือจนเอามือออกจากลูกบิด (Doorknob)

พร้อมกับคำถาม (Question) ในใจว่า เราจะมาอยู่ทรมานเป็นพลเมืองชั้นสามชั้นสี่ในที่ๆ ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเราไปทำไม (Why) วินาทีนั้นทำให้ผมตัดสินใจในทันทีว่าผมต้องกลับมารับใช้ชาติบ้านเมือง (Homeland)

ฉับพลัน พนักงานของโรงแรม (Doorman) ก็บอกว่าอย่าโง่ (Don't be stupid) แล้วชี้ไปที่คีย์การ์ดในมือผม (Hand)

#มิตรฯ

311 Nameless Fanboi Posted ID:8xZFa0pRzi

>>308 ตอนปี 2013 ญี่ปุ่นไม่ได้ฟรีวีซ่าให้ไทยที่เดียวนะ แต่ฟรีให้มาเลเซียแล้วก็ผ่อนผันให้เวียดนามกับฟิลิปปินส์ด้วย (ฉลองครบรอบ 40 ปีอาเซียน) เพราะงั้นจะเคลมว่าเป็นเครดิตรัฐบาลไทยฝ่ายเดียวไม่น่าถูกนะ

312 Nameless Fanboi Posted ID:QMUt8.79ye

>>311 คุ้นๆ ว่าช่วงนั้นจีนก็ได้ด้วยนะ

313 Nameless Fanboi Posted ID:1YTeyZe.vc

"ทำไมเราถึงต้องเป็นคนย้ายวะพี่?"

.

หลายปีที่ผ่านมาผมเห็นน้องเก่ง ๆ เรียนจบกลับมาเมืองไทยกันเยอะ ทั้งที่ทำงานทำการได้ Offers ดีจากต่างประเทศอยู่แล้ว ... แต่ก็ยังกลับมาอยู่ในที่ที่ได้เงินน้อยกว่า อยู่สบายน้อยกว่า ห้องแล็บไม่ดีเท่าโลกตะวันตก เงินทุนสนับสนุนงานวิจัยก็ต้องหาเอาเอง คนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็ว่ากันไป ... เหนื่อยชิบหายแต่ทุกคนก็รู้ว่าตัวเองกลับมาทำไม

.

งาน AI, Machine Learning, BioTech, Robotics, HealthTech พวกนี้ไปที่ประเทศไหนเขาก็รับนะครับ ... Offers ดีทั้งนั้น ... น้องแต่ละคนที่ผมรู้จักนี่มันใจเด็ดกันจริง ๆ คนพวกนี้เขากลับมาเมืองไทยเพราะเขา "มีความหวัง" ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านเกิดเมืองนอนดีขึ้นเท่าที่พวกเขาทำได้ ... พวกเขาไม่ได้กลับมาเอา Offers ที่ดีกว่า แต่กลับมาเพราะหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศมันเจริญขึ้น ... แต่จำนวนยังมีน้อยไปหน่อยเท่านั้น

.

ผมเชื่อว่า "ความหวัง" เหล่านั้นยังอยู่
และไม่ใช่คนพวกนี้หรอกที่จะต้องย้ายประเทศหนี
ประเทศนี้มันไม่ได้แย่
ผู้นำมันไร้ความสามารถ ผู้สนับสนุนมันไร้ยางอาย
ระบบมันผุพัง
คนส่วนหนึ่งเลยหมดหวังและอยากจะย้ายหนีไป
แต่เชื่อว่าจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ

.

ผมจะบอกว่า "อย่าเพิ่งหมดหวัง"
สี่ห้าแสนคนในเวลา 24 ชั่วโมงนี่มันบอกอะไรเราได้บ้างอย่าง ... ถ้าสี่ห้าแสนคนนี้ตั้งคำถามในใจเหมือนกันว่า "ทำไมเราถึงเป็นคนที่ต้องย้ายวะพี่?" ... แล้วพูดออกมาพร้อม ๆ กันว่า "กูไม่ย้าย กูจะสู้กับพวกมึงให้ที่นี่มันดีขึ้น" ... ล้อของการเปลี่ยนแปลงมันเริ่มต้นไปแล้ว มันยังต้องเข็นต่อไปอีกหน่อยเท่านั้น

314 Nameless Fanboi Posted ID:VRZKnS/TbU

คนเก่งระดับหัวกะทิ ถ้าเขาจะไป เขาไม่มาป่าวประกาศจะไป จะไปแล้วน้า แบบนี้หรอก...เขาไปนานแล้ว

แล้วก็นะ...คนที่เก่งระดับนั้น เขาไม่จำเป็นต้องหนี ต้องย้ายประเทศ เพราะเขาสามารถมีชีวิตที่ดีและเจริญได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม

มิตรสหายท่านหนึ่ง

315 Nameless Fanboi Posted ID:0fKCs+SVEa

อยากย้ายประเทศเยอะขนาดนี้ เพราะเชื่อว่าตัวเองเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว และก็ไม่อยากเสี่ยงแล้ว ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าก่อนหน้าคุณเคยกันซีนพวกยกระดับ ด่าทักษิณสู้ไปกราบไป แอนตี้โหวตยุทธศาสตร์ บอกประท้วงแบบรอได้ วันนี้ก็ขอให้ระลึกว่านี่คือโลกความเปนจริง ทำทุกทางเพื่อชนะ อย่ากันซีน

316 Nameless Fanboi Posted ID:CgWfRGaX84

>>315 ที่รอบนี้อยากย้ายกันหนักมากเพราะความเป็นความตายแขวนไว้ด้วยมั้ง จริงๆจะป้องกันให้ดีมีวัคซีนให้ฉีดก็ไม่ได้ทำได้ยากขนาดนั้น แต่สาสุขบ้านเรามองข้ามปัญหาตรงนี้ไปให้น้ำหนักที่อย่างอื่น ไหนจะเรื่องไม่ตรวจฟรีเตียงไม่พอมีการกั๊กห้อง พอคุมไม่ได้ก็โทษประชาชนเฉยแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นผู้นำ หลายคนเลยรู้สึกว่ากำลังจะตายโดยทำอะไรไม่ได้เลยหมดหวังชิบหาย

317 Nameless Fanboi Posted ID:REqPIMShhx

>>316 อีกส่วนคือ3สัสแห่งกะลาแม่งโดนdisruptหมดแล้วด้วย แถมซ้ำด้วยวิกฤตที่พิสูจน์ว่าไอ้3สัสนี่ไม่ได้ช่วยห่าเหวอะไรเลย เป็นแค่ของบูชาจับต้องไม่ได้ซะ2ส่วนอีกอันจับต้องไม่ได้แต่กระทืบคนยัดคุกได้อีกตะหาก

318 Nameless Fanboi Posted ID:0fKCs+SVEa

แค่จับลูกบิดประตู เค้าถึงบรรลุขนาดนั้น
ทำไมเค้าเดินฟุตบาทไทย ถึงไม่ฉุกคิดได้บ้าง

319 Nameless Fanboi Posted ID:CgWfRGaX84

>>318 จะเอาเวลาไหนไปคิดวะ ต้องเดินตามแพทเทินเดิมให้ได้ก่อนไม่งั้นเดี๋ยวตกหลุมระเบิด

320 Nameless Fanboi Posted ID:q/y+erqgul

>>318 อันนี้เขาผ่านขั้นตอนการคิดมาแล้ว มนุษย์เราใช้กล้ามเนื้อฝ่าเท้าในวันๆหนึ่งน้อยมาก รัฐเลยอยากรณรงค์ให้คนมีสเต็ปขาสุดเทพ เลยใช้การใส่mini gameลงไปในทางเดินให้มึงหลบระเบิดนํ้ากระฉูด อิฐเลื่อน หลบรอยแยกสายไฟขี้หมาอะไรก็ว่าไป

321 Nameless Fanboi Posted ID:yighmQ8SUj

คนจะโง่ที่ความคิด ต่อให้ตาสว่างว่าผู้นำคนนี้ห่วย แม่งก็เฮโลไปบูชาบุคคลอื่นต่อ กระทั่งวันนี้ยังวนกลับมาเห่อทักษิณกันใหม่ 555555

รุ่นเรา รุ่นพ่อแม่ รุ่นเด็กกว่าเรา ไม่ได้รู้สึกว่าวิธีคิดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มองไม่เห็นทางออกจริงๆ

322 Nameless Fanboi Posted ID:zeGZr/YFcf

เวลาคนไทยเหมารวมเรียกคนยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียว่า "ฝรั่ง" ไม่ได้เพราะความเหยียดอะไรหรอก แต่สายตาและประสบการณ์มึงไม่เยอะถึงขั้นดูปุ๊บรู้ปั๊บ อาจจะต้องทักทายและชวนคุยถึงจะรู้ ต่างจากเวลาคนไทยเจอญี่ปุ่น เกาหลี จีน อาจจะแยกได้เลยทันที ถึงแยกไม่ออก ชวนคุยก็อาจจะได้เยอะขึ้น กูบอกเลยอย่าคาดหวังว่าไปเดินตามถนนในยุโรปแล้วจะมีคนมาทักทายว่า "สวัสดี" ไม่ได้มีใครรู้จักประเทศไทยขนาดนั้น

คนที่เขาหนีห่าวใส่มึงแบบทักทายมีเยอะแยะ ฝรั่งที่ดีมีเยอะแยะ แต่ที่เขาพยายามเฟรนลี่กับมึงด้วยการหนีห่าวก็เพราะเขาแยกไม่ออก ไม่ใช่เหยียดค่ะ อีง่าว ถ้าอ่านหนังสือแค่นี้ยังไม่แตกก็ไม่ต้องไปฝึกสกิลอื่น ๆ หรอก และถ้าจะเลือดไทยเข้มข้นขนาดนี้ไม่ต้องย้ายหนีไปไหนหรอกค่ะ แค่เจอหนีห่าวใส่ก็จะตบเขาละ ออกไปก็เอาตัวไม่รอด

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

323 Nameless Fanboi Posted ID:zeGZr/YFcf

อันนี้อยากให้เช็คชัวร์ๆ จริงๆ

ต้นทางที่นิวยอร์กไทมส์เอามาบอกว่าเราอนุมัติแล้วเจ็ดตัว รวมไฟเซอร์และโมเดิร์นนา https://apnews.com/article/thailand-asia-pacific-coronavirus-pandemic-coronavirus-vaccine-b6abe7ede141b33a3a19ab7bb219fa12

“Tanee Sangrat, the spokesperson of the Ministry of Foreign Affairs, said that travelers — Thais and non-Thais — are no longer required to have fit-to-fly documents issued by Thai consulates from Thursday. Foreigners, however, still have to show a negative COVID-19 test result...

He said that those vaccinated must have certificates approved by Thai FDA and/or the World Health Organization. Thailand has approved seven vaccines including Sinovac, AstraZeneca, Johnson & Johnson, Pfizer and Moderna.”

บริบทนี้น่าจะหมายถึงวัคซีนที่อนุมัติสำหรับคนเดินทางเข้ามาแล้วกักตัวเหลือ 7 วัน (ช่วงก่อนหน้านี้) ไม่น่าจะหมายถึงวัคซีนที่อนุมัติไว้ฉีดในประเทศ

พี่โทนี่บอกว่าเว็บไฟเซอร์บอกว่าไทยอนุมัติฉุกเฉิน ต้องดูเว็บไฟเซอร์ และถาม สธ. เพราะมันก็อาจจะโอละพ่อแบบนี้ หรือมีเบื้องลึกเบื้องหลังก็ได้

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/931526
เปิดรายชื่อ 'วัคซีนโควิด' 8 ชนิดเข้า ‘ไทย’ ลดกักตัวเหลือ 7 วัน

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

324 Nameless Fanboi Posted ID:yighmQ8SUj

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้หลายๆคน โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ อยากย้ายประเทศ

เป็นเพราะ "ชาวบ้าน" ส่วนใหญ่ยังพอใจกับการบริหารของรัฐบาล แนวเลี้ยงไข้แล้วแจกเงินอยู่ครับ

อย่างที่นักวิเคราะห์การเมืองแทบทุกสำนักบอกแทบจะเป็นเสียงเดียวกันว่า ต่อให้ยุบสภาพรุ่งนี้ พปชร ก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลแน่นอน

เราจะเอาความไม่พอใจในโลกออนไลน์ เสียงจากเซเลบคนดังที่ไม่พอใจรัฐบาลไปตัดสินว่าคนทั้งประเทศคิดเหมือนกันไม่ได้ครับ

ถ้าคนเมืองรวมถึงชาวบ้านไม่เอารัฐบาลล้นหลามแบบพม่าสิ รับรองคนส่วนใหญ่เลือกที่จะล้มรัฐบาล ไม่ย้ายประเทศหรอก

325 Nameless Fanboi Posted ID:7ZZcPh/ixL

>>324 ถ้าเปลี่ยนเป็นลุงโทนี่ คนรุ่นใหม่จะอยากย้ายไหม

326 Nameless Fanboi Posted ID:Azrkd/FOXC

>>325 อยู่ที่ผลงานล้วนๆค่ะ

327 Nameless Fanboi Posted ID:16J5mMB9ik

>>322 จริงมึง ตอนกูไปยุโรป กูเจอพนักงานทักกูว่าคัมซามีดะ หรือเจอคนขายของทักกูว่าหนีห่าว จนกูบอกว่ามาจากไทยแลนด์ ก็ยังใต้หวันกัน กูก็ไม่โกรธนะ เขาแค่เฟรนด์ลี่พยายามจะคุยด้วย สุดท้ายแล้วคนเอเชียที่หมวยๆตี๋ๆก็แยกสัญชาติไม่ออกกันหรอก กูเอเชียแท้ๆบางทียังแยกสัญชาติคนเอเชียด้วยกันไม่ออกเลย เหมือนกับที่กูแยกไม่ออกว่าคนไหนเมกัน แคนาเดี้ยน ยุโรปเหนือใต้ กูก็แยกไม่ออกจ้า เพราะงั้นอีพวกที่โดนทักว่าหนีห่าวแล้วมาประสาทแดกดิ้นแด่ดๆนู๋โดนเหยียด พวกฝรั่งมังค่ามันรังเกียจชาวเอเชียนัก กูคนไทยมาหนีห่าวได้ยังไง อันนี้เนี่ยมึงแค่ประสาทแดก อีบ้า ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น อายเขา

328 Nameless Fanboi Posted ID:yighmQ8SUj

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ ถ้า Pablo Escobar เจ้าพ่อยาเสพติดโคลอมเบีย แปลงมาเป็นสัญชาติไทยก็มาเป็น ส.ส. ได้! ไม่มีคุณลักษณะต้องห้ามใดๆ

329 Nameless Fanboi Posted ID:sxH2DlUQkD

>>328 แน่ใจเหรอว่าเราไม่มีเจ้าพ่อแบบเอสโคบาร์ อิอิ

330 Nameless Fanboi Posted ID:yighmQ8SUj

ไม่แปลกใจในผลและเหตุผลที่ยึดการตีความตามตัวอักษร แต่สะท้อนใจที่ 2 ประเด็นนี้มิได้ถูกเอ่ยถึง
.
(1) เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนญที่ต้องการจะได้บุคคลที่มือสะอาด ปราศจากมลทินโดยเฉพาะในข้อหาร้ายแรง มาทำหน้าที่ในองค์กรหลักฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารไม่ถูกเอ่ยถึง
.
(2) ความผิดนี้เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งเป็น double criminality (เป็นความผิดของทั้งสองประเทศ และไม่ยากในการที่จะพิสูจน์องค์ประกอบความผิดว่าตรงกันหรือไม่)

และความผูกพันและพันธกรณีที่ประเทศไทยมีต่อนานาประเทศในการต่อต้านยาเสพติดที่ยอมรับว่าเป็นความผิดร้ายแรงข้ามชาติและเป็นภัยต่อความมั่นคงของมนุษย์

331 Nameless Fanboi Posted ID:i5.ii0i9AE

กูภูมิใจมาก ไปต่างชาติแล้วเจอเขาทักผิดว่า ‘นามัสเต’ ดีกว่าเข้าใจผิดว่าเป็นพวกเจ๊ก

332 Nameless Fanboi Posted ID:YkO3LBpM8P

>>327 มึงไปแค่แป๊ปๆไงไอสัส เคยไปเรียนไปทํางานที่นู่นนานๆป่ะห่าน มันมีประเภทที่เขาตั้งใจเหยีดด้วยโว้ยยยย มึงเคยเจอคนมาหนีห่าวJump scareกลางถนนเปล่าไอสัส แล้วทําตาตี่ล้อเลียนอีก หรือบางคนแม่งมาตระโกนหนีห่าวใส่ดังๆ หรือแบบเล่นมุกกูฟังมึงพูดจีนไม่รู้เรื่องเวลากูพูดภาษาอังกฤษ
มันมีประเภทนี้อยู่ด้วย แล้วแม่งมันไม่เหมือนเมืองไทย คนไทยมันยังไม่กล้าทําไรต่างชาติมาก แต่ไอเหี้ยที่กูไปอยู่อังกฤษแม่งเดินมาหาเรื่องเลยสัส
แต่คือมันจะแยกออกคนที่เขาเข้าใจผิดมันจะอีกฟีลอ่ะ อันนั้นกูก็ไม่โกรธอะไร แต่ไอพวกเหยียดหนีห่าวนี่แม่งเป็นประเพณีละสัส หลายคนมาก

333 Nameless Fanboi Posted ID:7ZZcPh/ixL

>>328 ส.ส. นี่ รธน. กำหนดให้เฉพาะมีสัญชาติไทยโดยการเกิดน่ะ ใครแปลงสัญชาติมาก็สมัครไม่ได้

334 Nameless Fanboi Posted ID:6jzRFD0n.S

>>331 ทักเป็นแขก ไม่เหี้ยยิ่งกว่าเจ๊กเหรอ

335 Nameless Fanboi Posted ID:A1B3v9rpdx

>>334 กูเกลียดเจ็กไร้อารยธรรมชิงชองๆ

336 Nameless Fanboi Posted ID:J9erA//aA.

เราอยากเห็นพรรคการเมือง เขย่าและเสนอทางออกเชิงโครงสร้าง นโยบาย ให้ประเทศมีทางเลือกเชิงนโยบายเยอะๆ หาข้อเสนอที่ช่วยให้กลไกในระบบราชการทำงานได้ดีกว่านี้ในสภาวะความลำบากทั้งการจัดการโรคระบาด และ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

#นั่งทำข้าวกล่องให้คนอื่นเค้าทำเหอะ

337 Nameless Fanboi Posted ID:vz0X1onLV3

มิตรสหายท่านนึงวันนี้ : อยากย้ายไปอยู่ประเทศที่ดีๆกว่าจัง จะได้สบาย

มิตรคนเดิม แต่เป็นเมื่อห้าปีก่อน : พวกโรหิงยา จะมาไทยทำไม เป็นภาระเจ้าของประเทศ ไป๊

น่าจะมีคนแบบมิตรฯคนนี้เยอะอยู่นะ ว่าไหม

338 Nameless Fanboi Posted ID:qFHZrQim8u

>>337 เขาเข้าไปทำงานแบบถูกกฎหมายนะ หลิ่มสมองขี้ตีน ไม่ได้ไปโชว์โง่แบบพวกมึง

339 Nameless Fanboi Posted ID:8UuPH0tQgU

>>337 อดีตคนโง่หายโง่ แล้วคนที่ยังโง่อยู่แม่งมาเยาะเย้ยนี่คือตรรกะอะไรวะ555

340 Nameless Fanboi Posted ID:8iU8/MtocL

>>338 โรฮิงญาหลายๆ คนก็มาทำงานนะ พวกขายโรตีหลายๆ คนก็ใช่

341 Nameless Fanboi Posted ID:qFHZrQim8u

>>340 เข้ามาถูกฎหมายป่าว หรือ มีใครใช้อำนาจพาเข้ามาแบบผิดกฎหมาย

342 Nameless Fanboi Posted ID:VXJaea6FpN

>>337 โรฮิงยา = มุซซี่ = ประหาร

343 Nameless Fanboi Posted ID:8iU8/MtocL

>>341 ประเด็นคือถ้าเข้ามาแล้วทำงาน ไมไ่ด้นั่งๆ นอนๆ รอรับสวัสดิการก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายนักหรอก

344 Nameless Fanboi Posted ID:mDnRR30EVu

ในคอมเมนท์ที่แคปมาโบว์ไม่ได้อ้างอิงซูเปอร์โพลล่าสุด เพราะเราพูดก่อนมีข่าวซูเปอร์โพลออกมาค่ะ เป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่ในภาวะวิกฤติเช่นในภาวะสงคราม คนจะสนับสนุนผู้นำมากกว่าปกติ โดยจิตวิทยามันเป็นเวลาที่คนจะมีภาวะอารมณ์ที่ไม่มั่นคง

โพลที่เราเห็นคือโพลเดือนมีนา ในตอนนั้นประยุทธ์มาเป็นอันดับหนึ่ง ต่อด้วยคุณหญิงหน่อย เสรีพิศุทธ์ และพิธา อันดับหนึ่งและสองทิ้งห่างกันมาก แต่เปอร์เซ็นต์ที่ยังมากกว่าอันดับหนึ่งอยู่นิดเดียวคือคนที่ไม่เลือกใคร

ถ้าเป็นไปตามทฤษฎี ประยุทธ์ในภาวะปกติจะมีคะแนนนิยมน้อยกว่าในภาวะวิกฤติ ไม่ใช่เพราะทำงานได้ดี แต่ผู้นำส่วนใหญ่ก็อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เสียงบ่นด่ามีเยอะ แต่มนุษย์ก็มีความต้องการพึ่งพิงสูงกว่าภาวะปกติเช่นกัน

ซึ่งเมื่อรู้ธรรมชาติของคน ก็เอาไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดแนวทางการรณรงค์ได้ ว่าจังหวะไหนจะใช้วิธีสื่อสารอย่างไร

ป.ล. อีกอย่างที่น่าทดไว้คือ ในภาวะวิกฤติคนจะต้องการเดินตามคนที่ดูเหมือนเด็ดขาด แนวจ่าฝูงนำทัพ มาตรการอะไรที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงนี้ ถูกยอมรับและสนับสนุนมากกว่าในภาวะปกติเป็นอย่างมาก นี่คือปัญหาที่ระดับนานาชาติก็คุยกันว่าหลังโควิดผ่านไป ความเสียหายที่จะเหลือให้เห็นคือความเสียหายในมาตรฐานของหลักการสิทธิมนุษยชน

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

345 Nameless Fanboi Posted ID:tJhnKfOL+W

เหมือนพวกแมกซิกันที่ด่าทรัมป์กันหนักๆเพราะกีดกันการข้ามแดน แต่เวลาพวกอเมริกาใต้จะเข้าเม็กซิโกนี่เดือดกันชิบหาย

หรือพวกเติร์กเยอรมัน ที่อยากให้เยอรมันรับคนอพยพเยอะๆ แต่ไม่อยากให้ตุรกีรับซีเรียเพิ่ม

พวกผู้อพยพมันย้อนแย้งแบบนี้ทุกเชื้อชาติอยู่แล้ว เพราะงั้นนักย้ายประเทศชาวไทยย้อนแย้งเรื่องโรฮิงญานี่จิ๊บๆ

346 Nameless Fanboi Posted ID:+n+Gjdnk4j

ถ้าคุณเกิดเป็นคนอุดร จะเห็นการไปทำงานต่างประเทศเป็นเรื่องปกติ
คนอุดรไปทำงานต่างประเทศ เฉพาะที่ผ่านกระทรวงแรงงานไทย กว่า 7,000 คนต่อปี
ที่ถูกกฎหมายทั่วจังหวัด ปีละนับหมื่น
ไม่รวมที่ผิดกฎหมายอีกไม่รู้เท่าไร

ในหมู่บ้านหนึ่ง ต้องมีคนเคยไปทำงานเมืองนอกสักคน
มีผัวต่างชาติกลับมาสักคน
การไปเมืองนอกไม่ว่าทำงานหรือไปอยู่ไม่ใช่เรื่องแปลก
คนอุดรไม่กลัวฝรั่ง ไม่กลัวต่างชาติ
ตั้งแต่สมัยจีไอ

พ่อผมยังไปทำงานซาอุ 5 ปีจนเกิดเหตุเพชรซาอุ แล้วไปญี่ปุ่นอีก 5 ปี
แม่ไปทำงานแม่บ้านที่ญี่ปุ่น 2 ปี
นั่นยุค 2530 นะ

พี่สาวมีความฝันไปอเมริกา เรียนจบแล้วทำงานต่อในองค์กรระหว่างประเทศจนถึงวันนี้

แม่สอนแต่เด็กว่า ได้แค่ภาษาไทย บินออกนอกประเทศไทยไปแล้วเหมือนคนหูหนวกเป็นใบ้ เรียนภาษาอื่นไว้ได้เปรียบกว่า

ตอนแม่ไปทำงานแม่บ้านโรงงานที่เมืองอาเงโอ จ.ไซตามะ แม่หัดเรียนภาษาญี่ปุ่นกับคุณนายฉะโจ (แม่เรียกซาโจ้) จดใส่สมุดกลับมาเป็นหลายเล่ม

ตอนพาแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นยี่สิบปีต่อมา แม่ยังคุยภาษาญี่ปุ่นกับโอบ้าซังในเรียวกังปร๋อ
ไม่รวมจีนแต้จิ๋วที่อยู่บ้านจีนมาแต่เกิด
เรื่องเรียนภาษานี่แม่ถึงไหนถึงกัน

ถึงจะจบแค่ ม.ศ.3 ยุคนั้น แต่ผมเชื่อว่าแม่ฉลาดกว่าด็อกเตอร์หลายคน
แค่ไม่มีโอกาสได้เรียนเท่านั้นเอง

ใครว่าคนอีสานขี้เกียจ เพราะคนขยันเขาไปอยู่เมืองนอกที่ได้เงินมากกว่ากันไงล่ะ
ทำงานเท่ากัน ขยันเหมือนกัน จะรับเงินน้อยกว่าทำไม และเขาก็รู้ช่องทางไปด้วย

347 Nameless Fanboi Posted ID:DLL95W+N+O

>>346 คนที่ว่าภาคอีสานขี้เกียจก็คือ คนจีน ที่มาตั้งรกรากในไทยเองนะ ... ไม่งั้นจะมีคำเหยียดมาจากไหน แสดงว่าสมัยก่อนมันต้องมีอะไรอยู่ละถึงมีคำเหยียดแบบนั้นออกมา ส่วนพวกไปทำงาน ต่างประเทศ มันแทบเป็นคนส่วนน้อยของอีสานเลยมั้ง

348 Nameless Fanboi Posted ID:8iU8/MtocL

>>347 ตามบรรทัดฐานของคนจีน เขามองคนไทยพื้นถิ่น (ไม่ใช่แค่อีสาน) เป็นคนขี้เกียจ เพราะไม่ได้คิดอยากมีธุรกิจหรือมองอะไรเป็นการค้าการขายไปหมด คนไทยด้วยความที่แถวนี้อุดมสมบูรณ์กว่า ความทะเยอทะยานก็ไมไ่ด้มากเท่าเพราะไมไ่ด้เดือดร้อนอะไร แรงกดดันไม่มาก อย่าว่าแต่จีน ฝรั่งที่มาไทยตั้งแต่สมัยอยุธยายังมองว่าชาวสยามขี้เกียจเลย เพราะฝรั่งนั้นไมไ่ด้อุดมสมบูรณ์แบบเราน่ะ พูดง่ายๆ ภูมิประเทศแถบ SEA นี่มันคือ Comfort Zone ดีๆ นี่แหละ คืออยู่ได้ไม่สบายมาก แต่ก็ไมไ่ด้แร้นแค้น

349 Nameless Fanboi Posted ID:n.MJEBLFoo

>>348 มันเลยมีคำกล่าว ประเทศไทยดีทุกอย่างยกเว้นคนไทย ... ทั้งที่ความจริง ถ้าแม่งให้สลับกันอยู่กุว่าผลลัพธ์ก็เหมือนกัน คือ ฝรั่ง แม่งจะขี้เกียจแทน

350 Nameless Fanboi Posted ID:n.MJEBLFoo

>>348 แต่ข้อสันนิษฐานอีกอย่างที่อาจทำให้คนมองอีสานเป็นคนขี้เกียจอาจจะเป็นเรืองที่ว่าดินแดนอีสานมันไม่ใช่อุดมสมบูรณ์อะไร ถึงจะไม่ถึงขั้นไม่มีป่าไม้อะไรแต่ บทจะแล้งก็แล้งชิบหายเหมือนกันไม่ได้อุดมสมบูรณ์ทั้งปีแบบภาคกลาง แล้ว คนอีสานส่วนใหญ่ไม่ได้ขยันอย่างที่ควรจะเป็นแบบคน จีน ที่สมัยก่อนก็ทกันดานเหมือนกันก็ได้มั้ง และ บางทีก็ใช้วิธีมีลูกเยอะๆ แล้วพอมีลูกขยันคนเดียวแม่งก็พึ่งแต่ลูกคนนั้น แบบทั้งครอบครัว พี่น้อง เอาแต่พึ่งแต่ลูกที่ขยันคนนั้นคนเดียว อย่างแบบที่ จา พนม เคยโดนอะไรแบบนี้

351 Nameless Fanboi Posted ID:MuFVbWlyjB

คนไทย = ทำนา 6 เดือน ไปเป็นไพร่หลวง อีก 6 เดือน จะเอาเวลาที่ไหนไปทำธุรกิจ

เจ๊ก แขก เข้ามาไม่ต้องถูกเกณฑ์ มันก็สบายสิวะ

ขอขับไล่พวกลูกเจ๊กที่เข้ามากดขี่คนไทย 🇹🇭🇹🇭🇹🇭

352 Nameless Fanboi Posted ID:111CkRtNcR

>>350 แล้งแบบอีสาน ก็ยังไม่ถึงขั้นอดตายเป็นแบบจีนหรือฝรั่งอะ แม้กระทั่งคำว่าอีสานแล้ง ทุกวันนี้ก็จะมีข้อถกเถียงกันอยู่เลยว่าแล้งจริงไหม หรือมันแล้งเป็นจุดๆ ไมไ่ด้เป็นวงกว้าง แล้วแถวนี้ประชากรก็ไม่เยอะ เลยไม่ต้องแย่งกัยกินแย่งกันใช้

>>351 ไพร่เลิกไปตั้งแต่สมัย ร.5 ละ แต่จนแล้วจนรอดคนไทยถ้าไม่ไปสายราชการ ก็ชอบที่จะเป็นลูกจ้างตามโรงงานดีกว่า มายุคหลังๆ ไปกันใหญ่คือเป็นอาชีพอิสระ แต่ที่แน่ๆ แทบไม่มีเรื่องธุรกิจในหัวแบบจีน

353 Nameless Fanboi Posted ID:6WdJPLYVmS

>>352 เออ ไพร่กว่าจะเลิกได้จริงๆ ก็ก่อนการเปลี่ยนปกครอง2475 ไม่กี่สิบปีนะ
ในช่วง2475-2500ในขณะที่ชาวสยามเริ่มฟื้น ชาวจีนก็แซงหน้าไปไกลแล้ว

ช่วงต้นรัตนโกสิน เขาจ้างชาวจีนเก็บภาษี ช่วง ร5 ร6 นี่กลัวชาวจีนก่อจลาจลมาก

354 Nameless Fanboi Posted ID:6WdJPLYVmS

ที่ประวัติศาสตร์ไทยไม่ค่อยเล่าคือ ช่วงร5 เกิดกบฏในภูมิภาคต่างๆเยอะมาก เพราะรวบอำนาจทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ มีการเก็บภาษีเข้าส่วนกลาง รัฐบาลกลางก็รวยๆเอา
กบฏผู้มีบุญที่อีสาน 2445
กบฏที่จังหวัดเลย 2467
กบฏชาวนาภาคอีสาน ต่อต้านการเก็บภาษีจากรัฐบาลกรุงเทพ 2445
กบฏเชียงใหม่ 2432

355 Nameless Fanboi Posted ID:6WdJPLYVmS

2445 นี่เกิดกบฏชาวบ้านอย่างกว้างขวางในภาคอีสาน ภาคเหนือก็เกิดกบฏ
คำอธิบายคนอีสานขี้เกียจ คนไทยขี้เกียจนี่ มักง่ายเกิน ความจริงคือ
1.อำนาจการเก็บภาษีช่งแรกอยู่กับคนจีน
2.คนไทยต้องเป็นไพร่ และทาส ไม่อยากเป็นคนก็ต้องจ่าย
3.พอปฏิรูปประเทศ อำนาจทางเศรษฐกิจตกอยู่กับราชสำนัก รัฐบาลที่กรุงเทพ เก็บภาษีรัวๆ อำนาจการปกครองก็ไม่มี
4.ไม่มีอำนาจอะไร แล้วท้องถิ่นมันจะพัฒนาได้ไง มันก็อยู่ตามที่รัฐบาลกลางจัดสรรงบให้ พออีสานไม่ได้อยู่ในเส้นทางการค้า ก็โดยละเลย

356 Nameless Fanboi Posted ID:/JBTF+ba12

>>354 ไม่ค่อยเล่าX
ไม่อยากเล่า O

ปวศไทยระดับทั่วไป(ประถม-มัธยม)แม่งยังเป็นสายดำรงนุพาบอยู่เลย เหมือนเอาตำราดำรงมาสรุปย่อ ดำรงนี่ลูก5 จะมาเขียนปัญหาอะไรของยุค5ได้ไง เท่าที่จำได้ในหนังสือเรียนมี กบฏเงี้ยว กบฏผีบุญ แค่นี้เองมั้ง เขียนแค่ปีนี้ๆก่อกบฏไปปราบแล้วจบ หลักๆไปเน้นปกป้องโล...เอ้ยประเทศจากฝรั่ง

357 Nameless Fanboi Posted ID:lmHY4da7sQ

>>352 ใช่ เลิกไพร่ตั้งแต่ร.5 เปลี่ยนเป็นเก็บภาษีรายหัว ปีละ6บาท

แต่เจ๊กไม่ต้องเสียภาษีรายหัว เสียแค่ค่าผูกปี้ ครั้งละ4บาท เก็บ3ปีครั้ง ส่วนต่างตกปีละ4บาทกว่า ในยุคที่fixค่าเงินบาทไทยไว้ 1บาท = ทองคำบริสุทธิ์ 55.8เซนติกรัม

ถ้าเทียบราคาทองง่ายๆเลย คนไทยเสียภาษีรายหัวในเงินปัจจุบันปีละ 6000บาท แต่เจ๊กเสียแค่ปีละ1300

สมัยร.6จะเปลี่ยนมาเก็บรายหัวแบบเสมอภาค พวกเจ๊กผูกปี้เห็นว่าจะเสียผลประโยชน์ก็ประท้วงอีก ต้องให้สันติบาลมา

358 Nameless Fanboi Posted ID:6WdJPLYVmS

ไปเจอมาว่า แม้ iPhone 12 mini จะขายไม่ดี แต่มันทำให้ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ประสบความสำเร็จ เพราะคนจะรู้สึกว่า เพิ่มเงินไปอีกก็ได้ไอโฟนจอใหญ่กว่าเดิมแล้ว ซึ่งคนจะยอมจ่ายเพื่อซื้อไอโฟนรุ่นที่แพงกว่า และ Apple ก็ได้เงินเยอะกว่าเดิม

เชี่ยยยย เออจริง สร้าง choice มาหลอก5555555

359 Nameless Fanboi Posted ID:pIPtfuwzWe

Kisaru Bam 😭สรุปเหตุการณ์ ชายวัย 62 ปี.ติดเชื้อโควิด และเข้ารักษาที่ Hospitel จนครบกำหนดกลับบ้านแต่เมื่อกลับบ้านขณะเดินเข้าไปในซอยยังไม่ถึงบ้านพัก กลับเสียชีวิต ในสภาพนอนหน้าบ้านเพื่อนบ้าน สุดสะเทือนใจ นอนเสียชีวิต ห่างจากบ้านตนเองเพียง 50 เมตร 🏘️

ยืนยันภาพนี้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย ไม่ใช่ต่างประเทศ เหตุเกิดย่านวรจักร กทม.😷

🟥 ชายวัย 62 ปีติดเชื้อโควิด เข้ารับการรักษาในHospitel วันที่ 27 เมษายน โดยอยู่ในกลุ่มสีเขียวไม่มีอาการแทรกซ้อนและไม่มีโรคประจำตัว

🟥 แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้โดยผู้ป่วยต้องการนั่งรถแท๊กซี่กลับเอง ทางรพ.เรียกรถแท๊กซี่ให้ผู้ป่วยเดินทางออกจากรพ.เวลาประมาน 05.00 น. เช้าวันที่7พ.ค.

🟥 กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ป่วยลงจากรถอาการปกติ เดินเข้าซอยเพื่อกลับบ้านพัก แต่ไม่รู้เกิดเหตุอะไรขึ้นผู้ป่วยนั่งพักหน้าบ้านเพื่อนบ้าน และล้มฟุบลงหมดสติเสียชีวิต ทั้งที่ อีก 50 เมตรจะถึงบ้านตนเอง

🟥 ชาวบ้านนำผ้ามาปิดศพ ญาติและคนในซอยแตกตื่นกลัว เพราะไม่รู้ว่ามีเชื้อโควิดหรือไม่และหากนับวันที่ไปรักษาตัวยังไม่ครบ14วัน ประสานมูลนิธิเก็บศพ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ

🟥 ญาติคาใจ รพ.ทำไมปล่อยผู้ป่วยกลับมาบ้านเอง และรักษายังไม่ครบ14วัน ก่อนออกจากรพ.ได้ตรวจเช็คร่างกายหรือไม่ หากผู้ป่วยแข็งแรงดี ทำไมกลับบ้านมาถึงตายสภาพนี้ รอการผ่าชันสูตรศพ อยากรู้สาเหตุที่แน่ชัด ทำไมรพ.ทำแบบนี้กับผู้ป่วย

🟥 รพ.ชี้แจง ผู้ป่วยอาการปกติ รับยาและการรักษาตามขั้นตอน ตลอดการรักษาตรวจปอดเพียง1ครั้ง เพราะไม่มีอาการบ่งชี้ ว่ามีอาการแทรกซ้อนทุกอย่างปกติ จึงให้กลับบ้านไปพักฟื้นที่บ้าน

🟥 รพ. ยืนยัน รักษาผู้ป่วยครบ14วัน นับวันรักษาคือวันที่ไปตรวจเชื้อ ไม่ใช่วันรับตัวเข้ารพ. ไม่รู้สาเหตุการเสียชีวิตแต่ยืนยันการรักษาโควิดทำตามขั้นตอนรักษาของกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ

Cr: 📸📝เรื่องเล่าเช้านี้
https://www.facebook.com/MorningNewsTV3/

ติดตามรายละเอียดทั้งหมดในรายการ📺เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์พรุ่งนี้ 10.30น.ประเด็นการปล่อยให้ผู้ติดเชื้อออกจาก รพ สนาม ทั้งๆที่ยังมีความเสี่ยง ยังเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะจะมีผลถึงชีวิต เช่นกรณีนี้

360 Nameless Fanboi Posted ID:6WdJPLYVmS

สรุปตามความเข้าใจส่วนบุคคล:
ฟาร์มมีบทบาทเป็น financial intermediaries ในระบบการเงินของ cryptocurrency ซึ่งเรียกว่า Decentralized Financial System or DeFi
โดย Farm ในแต่ละ farm ก็จะให้บริการที่ให้แตกต่างกันไป โดยบริการของฟาร์ม ในที่นี้ จะเรียกว่า Protocol
ซึ่ง protocol อาจจะเป็นการให้บริการในรูปแบบ Exchange, Swap, หรือแม้แต่ เอา currency ที่ได้จาก farm นี้ไปลงทุนต่อในอีก farm นึง
โดยคนที่เอา currency ที่ farm นั้นต้องการไปเสนอขายให้กับฟาร์ม ก็จะได้เหรียญของฟาร์มนั้นๆ ซึ่งก็มีลักษณะเป็น Store of Value เป็นสิ่งตอบแทน
โดย Valuation ของเหรียญก็อาจจะ based solely on Demand and Supply of the Currency,โดยฟาร์มเอง ในฐานะเจ้าของ currency ก็อาจจะมีหน้าที่ในการควบคุมปริมาณเงินเพื่อให้เงินรักษามูลค่าของเงินเอาไว้ คล้ายๆกับ central bank ใน traditional financial systems ที่เราเข้าใจกัน ผ่านการพวก lottery เพื่อให้เกิดการ burn เงิน เพื่อลด Money supply, pegged ค่าเงินไว้กับ stable coin (ส่วนตัวเข้าใจว่าอันนี้อาจจะเป็นการคุมมูลค่าเงินผ่าน demand side จำกัด expectation ของคนเพื่อให้ evaluate intrinsic value of the currency ได้) etc.
โดยบทบาทของเรา ในฐานะที่เป็นผู้ใช้บริการ ก็จะจ่ายเงินให้กับฟาร์มนี่ เพื่อ provide liquidity ให้กับ protocol ของฟาร์มนั้นๆ
ดังนั้น ฟาร์มก็มีเงินสกุลที่เขาอยากได้ เพื่อไปทำธุรกิจอะไรก็ตามของเขาต่อ
เราก็ได้ currency ของฟาร์มนั้นๆ ที่มีมูลค่าในตัว เอาไปขายต่อได้
และอาจจะกล่าวได้ว่าฟาร์มเองก็เป็น central bank ที่ inject เงินเข้าไปในระบบ และเป็น commercial bank ที่ทำ transaction ในระบบไปพร้อมๆกัน
นอกจากนี้ ในส่วนของ governance ของฟาร์ม ฟาร์มเองก็ออกเหรียญ governance ให้กับ contributor ซึ่งอาจจะเป็น dev ที่เกี่ยวข้องเป็นเหมือนเงินเดือนให้กับเขา ซึ่ง in turn ไอ้เหรียญนี้ก็สะท้อนถึง shareholdership ของฟาร์มนั้นๆ
ผิดถูกอย่างไรก็แก้นะฮะ 5555

361 Nameless Fanboi Posted ID:6WdJPLYVmS

ธรรมนัส-เอสโคบาร์ ศัตรูคนทั้งชาติ พระเจ้าของท้องถิ่น
.
เข้าไปอยู่ในกรุป'กองเชียร์ผู้กองธรรมนัส' นี่รู้สึกเหมือนหลุดไปในเมืองเมดิยินของพาโบล เอสโคบาร์ พะเยานี่คือเมดิยินอ่ะ เขาบูชาธรรมนัสเหมือนพระเจ้าแบบที่เมดิยินบูชาเอสโคบาร์
.
ทั้งเรื่องกิจกรรมในชุมชน งานบริจาค งานทำบุญ การที่สำนึกรักบ้านเกิด การอวยว่าจุ๊บจิ๊บเมียเขาเป็นนางงามของคนพะเยาเหมาะสมกันเป็นคู่บุญบารมี โครงการข้าวพะเยาที่ทำร่วมกับซีพีขายข้าวได้ราคาดี
.
เหมือนที่เอสโคบาร์ทำให้ชาวเมดิยิน ทั้งการบริจาค แจกเงิน สร้างสนามบอล โรงเรียน โรงพยาบาล เมื่อรัฐส่วนกลางล้มเหลวเจ้าพ่อท้องถิ่นจึงเป็นพระเจ้า เอสโคบาร์ลงส.ส.แต่ไม่ถึงฝั่งฝันโดนขุดเสียก่อน แต่ธรรมนัสโตถึงเจ้ากระทรวง
.
ยิ่งพอหลังคำตัดสินนี่มีโพสต์แบบคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ หรือขนาดองค์คุลีมาลยังกลับใจสำเร็จธรรมได้ คิดว่าเผลอๆในอนาคตนี่อาจจะมีอนุสาวรีย์ที่พะเยาแน่ๆ ปีศาจของคนทั้งชาติแต่เป็นเทพเจ้าของท้องถิ่น
.
มันคือการมองว่า'เขาทำอะไรให้'และมองข้ามว่า'เขาไปทำอะไรมา'ถ้าสุพรรณฯคือบรรหารบุรี บุรีรัมย์คือชิดชอบแลนด์ พะเยาก็คือ เมดิยินของพรมเผ่า

362 Nameless Fanboi Posted ID:rPY/GCclJf

นั่งตามเพจโยกย้ายมาสักพัก มีประเด็นน่าสนใจหลายเรื่องมาก ทั้งเรื่องงาน การเรียน และประสบการณ์ส่วนตัวที่แต่ละคนเข้ามาแบ่งปัน
- คนที่ย้ายไปแล้วและประสบความสำเร็จคือคนที่ควรเป็น "new middle class" ในไทย เช่นพวกทำงานไอที วิศวะที่เฉพาะทาง หรืองานสายวิทย์อื่นที่ไม่มีตำแหน่งรองรับในไทย งานภาคบริการเชิงเทคนิคที่ไม่มีที่ทางหรือรายได้ไม่ดีในไทย งานดีไซน์ ฯลฯ คนเหล่านี้น่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความรู้ในไทย แต่เพราะการเมืองไทยถูกครอบงำโดยผู้นำที่ไร้วิสัยทัศน์มาหลายปี ระบบหลายอย่างถอยหลัง ปิดประตูตายสำหรับคนที่ไม่มี connection ในเครือข่ายชนชั้นนำ

- คนจำนวนหนึ่งที่ย้ายไปแล้วคือคนที่รู้สึกแปลกแยกกับวัฒนธรรมไทย ทั้งแนวคิดเรื่องเพศสภาพ+บทบาทชายหญิงสังคมที่ค่ากับความอาวุโสมากกว่าคุณวุฒิ สังคมสองหน้า รวมถึงการเหยียดสีผิวและชนชั้น ด้วยเหตุนี้แม้การใช้ชีวิตในต่างแดนจะลำบาก (อย่างน้อยในช่วงเริ่มต้น) แต่ก็ให้เสรีภาพคนเหล่านี้ที่จะเป็นตัวของตัวเอง

- โอกาสในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจึงสะท้อนในการที่คน "ยอมแลก" ที่จะลำบากในการเตรียมไปอยู่/เรียนที่อื่น หรือในช่วงตั้งตัวแรกๆ เพราะในระยะยาวแล้ว "คุ้ม" ครอบครัวและตัวเองได้สวัสดิการถ้วนหน้า แม้หลายประเทศเก็บภาษีหนัก แต่โอกาสด้านการศึกษา พยาบาล เงินอุดหนุนหากตกงาน ฯลฯ ก็ช่วยอุ้มให้ลำบากไม่นานนักหากขยันและมุ่งมั่น ในทางกลับกัน คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในไทย เพราะระบบไม่เอื้อคนขยันและบากบั่น หากไม่มีเส้นสายหรือประจบสอพลอไม่เป็น การไม่safety net อย่างถ้วนหน้าให้แก่คนทั่วๆไปที่ไร้เส้น จึงลดโอกาสคนที่มีศักยภาพ และทำให้พวกเขาอยากออกไปหาโอกาสที่อื่น

- คนจำนวนมากในเพจไม่ใช่คอการเมืองจ๋า ทว่าบทสนทนาเรื่องโอกาสในชีวิตนี่มีความเป็นการเมืองมาก เพราะ availability of opportunities สะท้อนความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างชนชั้นนำและคนที่เหลือ การจัดสรรและกระจายทรัพยากรทางเศรษฐกิจ รวมถึง cultural landscape ของสังคม กระแสคนอยากออกจากประเทศขณะนี้ถือว่ามหาศาลกว่าที่เราเคยเขียนบทความไว้เมื่อปี 60 และยิ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ตอนนี้มีความฝันและเป้าหมายในชีวิตที่ก้าวไปไกลกว่าสังคมไทยมาก ขณะเดียวกัน สังคมไทยที่ถูกชนชั้นนำอนุรักษนิยมสุดโต่งจับจองเป็นของตัวเอง (elite capture) ก็ถอยหลังสวนทาง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และวิธีคิด

ถ้าสังคมไทยยังถอยหลังอย่างนี้เรื่อยๆ เราคิดว่าจะเกิดการประท้วงคู่ขนานกับการประท้วงบนท้องถนน คือการประท้วงโดยการ "ออกจากบ้าน" (exit) ซึ่งเกิดมาแล้วในเยอรมนีตะวันออกภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ เซอร์เบีย เป็นต้น

- โน๊ตจากเบอร์ลิน -

363 Nameless Fanboi Posted ID:r4v6hbERCN

มาเขียนเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีนหน่อย
เดี๋ยวจะหาว่าสนับสนุนให้ไปฉีด แต่ไม่พูด
ข้อเสียของการฉีดเลย
สเตตัสนี้วางการเมืองกันลงก่อนนะครับ
เดี๋ยวเก็บไว้ด่าแม่มสเตตัสอื่นๆ
1.ทำไมมันมีปัญหาเยอะ ตอบแบบกว้างๆ
ก็คือ เวลาทดสอบ วิจัยมันน้อย ต้องรีบเข็น
ออกมาใช้ เพราะคนตายไปเยอะแล้ว ไม่เข็น
ออกมา คนก็ตายต่อไปเรื่อยๆหรืออดตายด้วย
จึงเป็นที่มาของการใช้แบบฉุกเฉิน บริษัทยาไม่รับผิดชอบ
ความรับผิดชอบจะเป็นของรัฐบาลนั้นๆที่จัดซื้อไป
ก็ไปแบกความเสี่ยงกันเอง ยี่ห้อไหนมากน้อย
อันนั้นก็แล้วแต่อีกเรื่องนึง
2.ถึงเป็นยี่ห้อที่พบมีปัญหาน้อยที่สุด ก็ยังคงพบการ
แพ้ยาจนเสียชีวิตได้เสมอๆ เหมือนที่เราเคยได้ยิน
ว่ามีคนไข้แพ้ยาใดๆ ที่เป็นยาคุณภาพดี ใช้กันปกติ
ทั่วไปในคลินิก โรงพยาบาลน่ะครับ
3.ยังไม่รวมกับปัญหาอื่นๆอีก เช่น เกิดลิ่มเลือดอุดตัน
อย่าง AZ หรือ เกิดเส้นเลือดหดตัวจนเกิดอัมพฤกษ์
หรือชา-รับความรู้สึกผิดปกติชั่วคราวจาก sinovac
4.ละถามว่ามันเกิดเยอะแค่ไหนล่ะหมอ
สมมุติผมบอกว่า โอกาสเสียชีวิตอยู่ที่ 1ใน 1ล้าน
เพื่อนๆว่าเยอะ หรือ น้อย ครับ ?? ตอบตัวเองในใจก่อนนะ
5.ปัญหาก็คือ จำนวนที่ให้เนี่ยแหละครับ คือมันไม่มี
อะไรที่เราจะมาไล่ฉีดปูพรมให้คนทั้งโลกแบบเร่งด่วน
แบบนี้ไง สมมุติตีฉีดคนไทยสัก 60ล้านคน ต้องฉีดสองครั้ง
แค่นี้ก็มีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากวัคซีนถึง 120คนแล้วน่ะครับ
6.แต่ตัวเลขถึงขนาดเสียชีวิตเลย มันน้อยกว่านี้อีก
จะเป็นอาการข้างเคียงมากน้อยต่างกันไป มีตั้งแต่
เบาๆไปยันหนักมากๆแทน
7.ซึ่งไม่ต้องพูดถึง 120คนหรอกครับ ฉีดไปครึ่งทาง
มีคนตายสัก 20คน คนก็ไม่อยากจะฉีดกันแล้ว
กลัวกันหมด ซึ่งผมเข้าใจนะ อันนี้มันเลยไปเข้ากับที่ผม
พูดบ่อยๆว่า ให้ชั่งน้ำหนักแบบไม่ประมาทดู
ว่าตัวเรา อายุเท่าเรา สุขภาพเท่าเรา มีโอกาส
ติดเชื้อ x โอกาสเสียชีวิตอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วคิดเอาครับ
ว่าความเสี่ยงจากวัคซีนมันคุ้มค่าหรือไม่ แต่ไม่รู้
ว่า covid มันจะจบเมื่อไหร่นะครับ
8.ทั้งนี้การเสียชีวิตจะต้องแยกออกจาก สาเหตุการ
เสียชีวิตอื่นๆที่เกิดขึ้นกับผู้คนในชีวิตประจำวันกัน
อยู่แล้วไปด้วย ทุกคนย่อมมีคนรู้จัก เพื่อนบนเฟซ
ที่ดูแข็งแรงดีอายุยังน้อย แต่อยู่ดีๆตายปุปปับจาก
หัวใจหยุดเต้น ไหลตาย เส้นเลือดสมองตีบ แตก
ใช่ไหมครับ ซึ่งสมมุติว่าต่อให้ฉีดไม่ฉีดวัคซีนก็เกิด
คราวนี้พอเกิดหลังฉีดวัคซีนพอดี คนก็เลยจะกลัวว่า
เป็นผลจากตัววัคซีนนี่แหละครับ ร่วมกับการฉีดจำนวน
เยอะมากๆ ทั้งประเทศ ทั้งโลก ตัวเลขหรือเหตุการณ์
ที่เกิดมันก็เลยยิ่งเหมือนมากขึ้นไปอีก
9.ดังนั้นทั้งหมดทั้งสิ้นแค่จะบอกทุกคนว่า
เดี๋ยวข่าวร้ายๆ ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับผลการฉีดวัคซีน
มันต้องมีออกมาอย่างแน่นอน ตามที่อธิบายไป
ทั้งหมดแล้ว ซึ่งก็เป็นส่วนของเพื่อนๆเองแล้วครับ
ที่จะตัดสินใจว่าอย่างไร ตัวผมเองก็แนะมาหลายวัน
แล้วด้วย
10.ไม่ว่าจะเลือกทางไหน หวังว่าผมจะได้ยินข่าวการ
สูญเสียน้อยมากที่สุดนะครับ ไม่อยากเสียใครไปเลยจริงๆ
11.อยากด่าเรืองยี่ห้อ คุณภาพวัคซีนบลาๆๆๆ
ตามสบายครับ ผมไม่ขวางและไม่เกี่ยว ผมหงุดหงิด
ขนาดไหนหลายๆคนก็รู้ดีอยู่แล้วเนอะ แต่เอาเถอะ
ขี้เกียจเถียงกันแล้ว แม่งเหนื่อย
ขอให้ทุกๆคนปลอดภัยและเลือกทางเลือก
ที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้นะครับ

364 Nameless Fanboi Posted ID:VSmPksH74T

"880%"

นับจากช่วง subprime ปี 2008 FED พิมพ์เงินเพิ่มมา 880% จาก 886 Billion USD มาอยู่ที่ 7.8 Trillion USD แล้วในปัจจุบัน

ในขณะที่ชนชั้นกลางและชนชั้นล่างจำนวนมาก มีเงินออมเติบโตช้ากว่า 880% มากๆๆ หรือแม้กระทั่งลดลงด้วยซ้ำในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

คำถามคือ แล้วเงินที่เพิ่มมา 880% นี้ รวมกันสูงถึง 7 Trillion USD (นี่แค่เฉพาะดอลล่าร์นะครับ ไม่นับยูโร, เยน, ปอนด์ ซึ่งคำนวนรวมๆ กันแล้วเกิน 20 Trillion USD) เหล่านี้ไหลไปอยู่ที่ไหนล่ะ..?

คำตอบคิดว่ารู้ๆ กันอยู่ ก็คือกลุ่มนายทุนที่รวยขึ้นๆ ในขณะที่ชนชั้นกลางและชนชั้นล่างจนลงๆ ณ ปัจจุบัน wealth gap มันถ่างห่างออกจากกันเรื่อยๆ แล้วจริงๆ

บางทีผมก็แอบคิดนะ คุณอาจจะบอกว่า ราคา Bitcoin หรือกลไกของโลก DeFi เป็นเรื่องลวงโลก ผลตอบแทนหลายร้อยเปอร์เซ็นในหนึ่งปี ไม่มีทางเป็นจริงและยั่งยืนได้

..ฟองสบู่จะต้องแตก..

ผมกลับมองว่า นี่มันเป็นการขอทวงคืน wealth ที่ถูกทิ้งห่างไปมากของกลุ่มชนชั้นกลาง ให้ลดความห่างลงบ้าง ตัวเลขผลตอบแทนระดับนี้ก็คงไม่ได้เกินเลยเกินไป ถ้านับเม็ดเงินจริงๆ ที่อยู่ในโลก crypto ยังถือว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับเม็ดเงินของเหล่านายทุนชนชั้นสูงของโลก

เวลาเก็บเกี่ยวผลตอบแทนระดับนี้มันมีไม่เยอะหรอกครับ (เหมือนที่ผมพูดบ่อยๆ ในซีรี่ย์ impossible trinity) ก่อนที่กลุ่มนายทุนจะเริ่มเห็นโอกาส และกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ด้วย

และเมื่อนั้น ชนชั้นกลางก็จะโดนพลังเม็ดเงินมหาศาลของนายทุน ช่วงชิง wealth กลับไปเหมือนเดิมนั่นแหละ

365 Nameless Fanboi Posted ID:QF.maaK7vt

>>364 เงินมันไปลงกับนายทุนก็เพราะเม่าทำตัวแบบนี้ละ ในเมกา ได้เงินมาช่วงแรกมีการออมสูงมากเพราะคนไม่มั่นใจ พอทุกอย่างซาแล้วเงินไหลไป 2 จุดใหญ่ 1.บ้านใหม่ 2.หุ้น+คริปโต ตัวหลังนี่ละที่เอาเงินไปประเคนนายทุนล้วนๆ ยกเว้นแค่ตอน gamestop

คิดว่าเงินคริปโตอย่าง BTC ไม่มีเจ้าเหรอ คิดผิดเหี้ยๆ ดูอัตราการถือครองก็รู้ แล้วเหรียญพวกนี้ 90% มันปั่นเอาเงินเม่าทั้งนั้น เหรียญหมาล่าสุดนี่เป็นไงละ จริงอยู่มันอาจจะไม่ใช่ทุนใหญ่ดั้งเดิม แต่มันมีเจ้าแน่นอน

366 Nameless Fanboi Posted ID:qaSEaEMLW5

>>365 วงการนี้มันคนใจร้อนเอาเงินไปให้คนใจเย็น ยังไงพวกเหรียญหลักๆมันก็ขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว ไอ้พวกที่เอาเงินร้อนไปเล่นเดย์เทรดหวังรวยทางลัดจะเป็นเหยื่อมากกว่าพวกที่ลงทุนระยะยาว

367 Nameless Fanboi Posted ID:1jXe1JwlHj

ทุกท่านถ้ามีทางเลือกอย่าเพิ่งฉีดวัคซีนนะครับ ตอนนี้ไทยเพิ่งมีวัคซีนอยู่สองเจ้า ซึ่งทั้งสองเจ้ายังมีปัญหาอยู่
- ซิโนแวค ทาง WHO ยังไม่รับรอง แต่ไปรับรองของ ซิโนฟาร์ม ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าซิโนแวค และคนจีนส่วนใหญใช้ซิโนแวค
- แอสตร้าเซเนก้า หลายประเทศแบนเพราะมีหลายคนเสียชีวิตจากปัญหาลิ่มเลือด

ขอให้คนไทยทุกคนร่วมกันเรียกร้องให้ รบ.ไทย นำเข้าไฟเซอร์กัน และไม่ยอมรับ ซิโนแวค และ แอสตร้าเซเนก้า เพราะเป็นวัคซีนที่ใช้งานไม่ได้จริง และสร้างความเสี่ยงให้กับคนไทยทุกคน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

368 Nameless Fanboi Posted ID:wEJgBExRDt

>>367 เยอรมันประเทศผู้ผลิตไฟเซอร์ก็ยังไม่มีไฟเซอร์ฉีด ใช้กันแต่แอสตร้า รัฐบาลแจกแอสตร้า ฝันเถอะว่าจะได้ไฟเซอร์ถ้าเรียกร้อง

369 Nameless Fanboi Posted ID:oaong/yi7r

ในส่วนของอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนที่แบ่งตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 60 ปี หรือมากกว่า มีเพียง 0.62% เท่านั้น กลุ่มคนอายุ 30-39 ปี มี 1.18% ส่วนกลุ่มคนอายุน้อยระหว่าง 12-18 ปี มีอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนมากถึง 11% จากสถิตินี้ทำให้เห็นว่ากลุ่มคนอายุน้อยมีความเป็นไปได้ที่จะมีอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนมากกว่ากลุ่มคนสูงอายุด้วยซ้ำไป และโดยส่วนมากอาการไม่พึงประสงค์ของคนได้รับวัคซีนในเข็มที่หนึ่งจะมีมากกว่าเข็มที่สอง

ทำไมยิ่งแก่ อาการมันน้อยวะ ตามหลักวิทยศาสตร์อธิบายได้ไหม

370 Nameless Fanboi Posted ID:1jXe1JwlHj

>>369 ปิดข่าว จริงๆแล้วตายหลังฉีดเยอะมาก แต่รัฐปิดข่าวไม่ให้คนรู้

371 Nameless Fanboi Posted ID:VSmPksH74T

>>370 ปิดข่าว แล้วมึงรู้ได้ไง

372 Nameless Fanboi Posted ID:RpplWhfOe5

>>368 ไฟเซอร์เป็นบริษัทอเมริกา แค่คนก่อตั้งอพยพมาจากเยอรมัน

373 Nameless Fanboi Posted ID:VSmPksH74T

คนยุค 90s นี่ใครด่าเรื่องลิขสิทธิ์เถรตรงขนาดนั้นต้องถามนะว่าสมัยก่อนใช้วินโดว์อะไร? เล่นเกมเน็ตคาเฟ่ไหมนะ จะด่าเจ้าของแหล่งของเถื่อนก็ว่าไปเถอะ แต่ชนิดเอาด่าแต่คนจน เหยียดชนชั้นนี่มันยังไงหว่า

374 Nameless Fanboi Posted ID:LoC1lsU8WO

>>373 ที่กูตลกกว่าคือไอ้พวกโคตรซีเรียสกับลิขสิทธิ์แต่บ้าการเมืองหนุนเป่านกหวีด อวยลุงตูด ด่าคนเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ แม่งรู้ไหมว่าลิขสิทธิ์ก็คือสิทธิแบบนึง

375 Nameless Fanboi Posted ID:wEJgBExRDt

>>372 BioNtech บริษัทเยอรมัน

376 Nameless Fanboi Posted ID:RpplWhfOe5

>>375 stage3 (เอาmRNAบรรจุในlipid micelle)ไม่ได้ทำในเยอรมัน

377 Nameless Fanboi Posted ID:QF.maaK7vt

>>376 งั้นโตโยต้าประกอบในไทยก็ไม่ใช่รถญี่ปุ่นสิ

378 Nameless Fanboi Posted ID:A+1XIO.PmA

>>377 ถ้าคิดค้น วิจัย ส่วนประกอบจากไทย ก็รถลูกครึ่ง

379 Nameless Fanboi Posted ID:k4dnm7wsZq

>>377 stage 1 (คัดเลือกสายmRNA) stage 2 (เพิ่มจำนวนสายRNAที่ต้องการ) ทำได้ทั้งPfizer
แต่stage3 BioNtechทำไม่ได้ ต้องให้Pfizerทำให้

เยอรมันจะเอาอะไรไปเค้นคอPfizerให้ส่งวัคซีนตัวที่พร้อมฉีดให้ล่ะ
ถ้าเทียบรถยนต์อย่างมึงยกตัวอย่าง BioNtech ผลิตได้เฉพาะเครื่องยนต์ แต่Pfizerทำได้ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตกลงรถยี่ห้องไหน

380 Nameless Fanboi Posted ID:asRHP7hCCr

>>379 มันไม่ได้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต มันเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของเว้ย กูไม่เข้าใจว่ามึงจะยกตัวอย่างนี้มาทำใม

381 Nameless Fanboi Posted ID:A+1XIO.PmA

สิ่งที่พวกนี้ทำกันมาตลอดคือ "สร้างผู้ร้ายขึ้นมา แล้วไปอยู่ฝั่งตรงข้าม"(ทั้งที่ตัวเองก็เลวร้ายไม่ต่างกัน)

สิ่งที่ผมกำลังเห็นตอนนี้คือ ออกมา โจมตีไฟเซอร์

แทนที่จะใช้วิธีเพิ่มคุณค่า ของ az

แต่ทำไม่เป็นไง เพราะถนัดแต่เรื่องใส่ร้าย หรือเอาเรื่องแย่ของคนอื่นมายกตัวเองตลอด
(เช่นรัฐบาลที่แล้วก็ทำ จำนำข้าว บลาๆๆๆ)

สิ่งที่ควรทำตอนนี้ คือ ระดมพลครับ เอาดาราทั่วฟ้าเมืองไทย จับมาฉีด az โชว์ให้หมด แล้วโปรโมทต่อเนื่องไปเลย

ใจจริง อยากให้เอาคนนั้นมาฉีดโชว์ เชื่อว่าคนไทยทุกคนจะฉีดตามแน่นอน

แต่ไม่รู้ว่า ตอนนี้เค้าฉีด"ตัวอื่น"ไปหรือยัง

382 Nameless Fanboi Posted ID:CEOcsLvYId

>>381 ไม่กล้าไง วิกฤตศรัทธา มันลามมากๆ แม้แต่กองเชียร์เอง ให้เชียร์นะได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับเป็นตาย ก็ไม่กล้าไว้ใจ ถ้าจะต้องทำแบบนั้นจริงๆ มีแต่ต้องบังคับมาแบบยุคเกณฑ์ไพร่ละมั้ง กูถึงบอก ข้อ3 มีผลจริงๆ มีผลมากๆ

383 Nameless Fanboi Posted ID:asRHP7hCCr

>>382 ข้อ 3 นี่หมายถึงอันไหน

ส่วนเรื่องฉีดนี่คงต้องบังคับละถ้าอยากจะให้ฉีดได้ไวๆ แต่เอาจริงแค่ฉีดกทม.ให้หมด 10 ล้านคนนิดๆ ก็แทบจะเปิดประเทศได้แล้ว ถ้าอยากมั่นใจก็ฉีดเชียงใหม่ ภูเก็ต แล้วก็ฝั่งตะวันออกให้หมดก่อนก็พอ เพิ่มโคราชไปอีกซักเมืองก็ได้

384 Nameless Fanboi Posted ID:CEOcsLvYId

>>383 3ข้อของ3นิ้วไง

385 Nameless Fanboi Posted ID:k4dnm7wsZq

>>380 ก็มันตั้งต้นจาก’เยอรมันเป็นเจ้าของวัคซีนไฟเซอร์ยังไม่มีไฟเซอร์ฉีดเลย’

ความเป็นเจ้าของสิทธิบัตรมันเป็นเจ้าของร่วมของPfizer-BioNtechก็จริง แต่กระบวนการที่เป็นคอขวดมันมีแค่Pfizerที่ทำได้ เยอรมันเลยไม่มีปัญญาไปเค้นคอให้ไฟเซอร์ส่งวัคซีนให้ แค่นั้น

386 Nameless Fanboi Posted ID:asRHP7hCCr

>>384 อ่อ

>>385 ก็ใช่ไง มันเป็นเจ้าของร่วมจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตว่าใครผลิตได้ก็เป็นเจ้าของซักหน่อย กูเลยไม่เข้าใจว่ามึงจะพูดทำใม

387 Nameless Fanboi Posted ID:A+1XIO.PmA

ก่อนจะคุยเรื่องลิขสิทธิ์กันให้รู้เรื่อง อยากให้รู้กันก่อนว่ามันมีปัญหาอยู่ เช่น

- ลองดูว่าเมื่อก่อนลิขสิทธิ์คุ้มครองนานเท่าไหร่ และทำไมตอนนี้ถึงคุ้มครองนานขึ้น (โดยเฉพาะในอเมริกา)

- หลายๆ กรณีที่เจ้าใหญ่ฟ้องเจ้าเล็กเอาตาย แต่พอเจ้าเล็กจะฟ้องเจ้าใหญ่ จะพยายามจบกันนอกศาล

388 Nameless Fanboi Posted ID:tQiHkjWa9M

สปุตนิค วี นี่มาไทยจริงมั้ยวะ กูรอฉีด แทบไม่เห็นข่าวคนเป็นอะไร หรืออีปูตินมันปิดข่าววะ

389 Nameless Fanboi Posted ID:XjP4HD/MM5

>>388 ขอแค่ไม่ใช่ az หรือ sinovac จะยี่ห้อไหนก็lnwหมดแหละ

390 Nameless Fanboi Posted ID:cCf5KU9oId

"I would have killed all the Jews of the world...but I kept some to show the world why I killed them"

391 Nameless Fanboi Posted ID:AtmlXdAGCx

วันนี้ขอพูดเรื่องงบอุ้มการบินไทย ในฐานะคนแอบวงในนิดๆ ก่อนศาลตัดสินเสียหน่อย
สำหรับคนที่เป็นห่วงว่าจะต้องสูญเงินภาษีของตนไปอุ้มนั้นขอให้วางใจได้เลยครับว่า
“เงินมึงโดนเอาไปแดกแน่นอน”

เพราะไม่ว่าผลการตัดสินของศาลจะออกมาเป็นเช่นไร เงินจำนวนนี้ได้ถูกล็อคเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
ปัญหาในตอนนี้อยู่ที่การงัดข้อระหว่าง”คลัง”กับ”คมนาคม”
คลังต้องการเอาเงินไปใช้อุ้มการบินไทยเพื่อไม่ให้ตัวเอง(และแบงค์)ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่เจ๊งสาหัส
ส่วนคมนาคมของพรรคร่วมร้าบาน ต้องการล้มล้างไพ่ แล้วเอาเงินไปตั้งสายการบินแห่งชาติ(มาแดก)ใหม่
โดยมีกลุ่มทุน”เพื่อนๆ”รอแบ่งเค้กงบก้อนโตนี้อีกเพียบ

ดังนั้นขอให้ทุกท่านสบายใจได้ งบหลักหมื่นล้านก้อนนี้นั้น
“โดนแดกแน่นอน”

By มิตรสหายท่านหนึ่ง

392 Nameless Fanboi Posted ID:cqIIEMwZOW

พวกที่แม่งชอบบอกว่าอยู่เมืองไทยดี เพราะคนช่วยเหลือกัน อยู่เมืองนอกน่ะตัวใครตัวมัน ไม่มีน้ำใจ ฯลฯ จากประสบการณ์คือไม่จริง คนเขาระวังตัว ไม่โลกสวย ไม่ตอแหลทำดีสร้างภาพ พวกงานอาสาต่างๆมีคนเต็มใจมาช่วยมากมายไปแหกตาดู แต่เขาช่วยคนเดือดร้อน ไม่ใช่คนงอมืองอตีนที่สันดานชอบเอาเปรียบคนอื่น

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

393 Nameless Fanboi Posted ID:F/4BcVjqqS

>>392 เรื่องนี้โควิดเปลือยทุกอย่างออกมาหมดเลย ไม่มีหรอกสยามเมืองยิ้ม​ ขนาดวัดยังไม่ยอมเผาศพเพราะกลัวติดโรค

394 Nameless Fanboi Posted ID:UnLSk1cMJM

>>393 เข้าตาจนชาติไหนก็เอาตัวรอดหมดแหละ คนก็คือคน เพียงแต่ในยามปกติมันก็ต่างกันอยู่นะ

395 Nameless Fanboi Posted ID:UsTqdpLumk

>>394 สยามเมืองยิ้มกับพุทธ มันมักจะโปรโมทว่าไม่กลัวตายอะดิ เช่นให้คนสละชีวิตเพื่อชาติ(ส่วนมากชีวิตคนอื่นด้วย) บางคนสละโน้นสละนี้เพื่อปชช มีบุญคุณท่วมกบาล ศาสนาพุทธก็บอก เสียสละตัวเองเพื่อช่วยคนอื่นเป็นบารมีสูงไรงี้ แต่พอโควิดมาเห็นชัดๆว่าราคาคุยทั้งนั้น ที่สละได้จริงมีแค่สละชีวิตคนอื่นเพื่อปกป้องพ่องแหละประเทศนี้

396 Nameless Fanboi Posted ID:U89AiVp8SZ

12 ข่าวลือที่กลายเป็นจริงในประวัติศาสตร์ไทย
1. ข่าวลือจะปฏิวัติเมื่อเดือนเมษายน 2475 แต่กลายเป็นจริงอีก 3 เดือนต่อมา
2.ข่าวลือว่าทหารนอกราชการจะรัฐประหารรัฐบาลหลวงธำรง ในปี 2490 ในที่สุดก็เป็นจริง โดยหลวงธำรงรู้ตัวก่อนไม่กี่ชั่วโมง
3. ข่าวลือว่าจอมพลป. กับปรีดีกลับมาคืนดี เพื่อจะล้มศักดินา เมื่อต้นปี 2500 แม้จอมพลป.จะปฏิเสธ แต่เริ่มต้นจากพูนศุข ภรรยาปรีดี เดินทางกลับประเทศไทย ทำให้สฤษดิ์ และศักดินาชิงรัฐประหารล้มจอมพลป.ก่อน
4. ข่าวลือว่า สฤษดิ์ จะรัฐประหาร จอมพลป. สฤษดิ์ออกมาปฏิเสธ ว่าจะไม่วัดรอยเท้าเจ้านาย แต่สุดท้ายก็รัฐประหาร 2500
5. ข่าวลือว่าสหรัฐมาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เพื่อไปทิ้งระเบิดในอินโดจีน รัฐบาลถนอมปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เป็นจริง
6.. ข่าวลือว่าถนอมจะรัฐประหารตัวเอง ในปี 2514 เพราะคุม ส.ส. ไม่อยู่ ถนอม ออกมาปฎิเสธ แต่สุดท้ายก็เป็นจริง
7. ข่าวลือว่าจะเกิดรัฐประหาร 2519 แม้ว่าทหารทุกกลุ่มจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เกิดโดยกลุ่มของ ฉลาด-เกรียงศักดิ์
8. ข่าวลือครึ่งหลังทศวรรษ 2520 เรื่องยุวธิดา คือหม่อมคนใหม่ของมกฎราชกุมาร สุดท้ายก็เป็นจริง
9. ข่าวลือว่าสุจินดา คราประยูร จะรัฐประหารชาติชาย เพราะชาติชายจะปลด จปร. 5 สุจุินดา ออกมาปฏิเสธ ตแ่สุดท้ายก็รัฐประหาร 2534
10. ข่าวลือว่าทักษิณจะขายหุ้นชินคอร์ป ให้กับเทมาเซค ของสิงคโปร์ และกลายเป็นจริงในเวลาต่อมา และเป็นจุดจบของทักษิณ ว่าขายชาติ
11. ข่าวลือว่าจะรัฐประหาร 2549 สนธิ บุญรัตกลิน ออกมาปฏิเสธ แต่ต่อมาก็รัฐประหารเสียเอง โดยบอกว่า เป็นการ ลับ ลวง พราง
12. ข่าวลือว่าจะรัฐประหาร 2557 ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาปฏิเสธ แต่ต่อมาก็รัฐประหารเสียเอง

397 Nameless Fanboi Posted ID:U89AiVp8SZ

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมสหรัฐฯ ขณะนี้จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากไบเดนสามารถผลักดันสามแผนการใหญ่ของเขาได้สำเร็จ และรักษาแรงสนับสนุนในระดับสูงเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้ ย่อมจะมีผลเป็นการปฏิวัติความคิดเศรษฐกิจการเมืองกระแสหลักของโลก และมีผลพลิกโฉมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระดับรากฐาน ระดับความกล้าคิดใหญ่ของไบเดนนั้นเทียบได้กับรัฐบุรุษสหรัฐฯ ในอดีตอย่างประธานาธิบดีแฟรงกลิน เดลาโน โรสเวลต์ (FDR) ซึ่งแผนการใหญ่ New Deal ของเขาได้พลิกฟื้นและกำหนดทิศทางสังคมสหรัฐฯ ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ในทศวรรษ 1930

398 Nameless Fanboi Posted ID:NYRVIDTDCn

สมัยนั้นยังไม่มีระเบียบเรื่องชุดพรางขอแค่ออกโทนเขียวก็พอ สรุปใส่ชุดกันมั่วไปหมด ทั้งพรางใบตอง พรางล่าเป็ด พรางเมล่อน เขียวขี้ม้า เขียวมะกอก...

399 Nameless Fanboi Posted ID:QKrj1/8ami

ติ่งเหรียญ : คริปโตคืออนาคตของการเงิน จะเป็นการลดอำนาจส่วนกลางไม่ให้ผู้มีอำนาจควบคุมได้ตามใจชอบ!

*อีลอนตดใส่ทวิตเตอร์=มูลค่าหายไป$300Billion*

400 Nameless Fanboi Posted ID:HMew0q/R6y

>>399 อนาคตก็จะแบบว่า
https://youtu.be/pZk6ia1vFAc

401 Nameless Fanboi Posted ID:IhkkVgGODn

ในกรณีเดียวกันในจีน คนเก่งๆแบบนี้เยอะ แต่เพื่อป้องกันคนแห่...เข้าไปทำไรจนฟองสบู่มันโตขึ้นแบบกลวงๆ ไม่มีปัจจัยรองรับ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แทรกไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจ จนมันแตกแบบต้มยำกุ้ง

รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน ถอดบทเรียนประเทศทุนนิยมรุ่นแรกยุค 70 อย่างไทย ได้ผลลัพธ์มาเป็น การเข้าไปครอบ ทุนนิยมอีกทีโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ให้เป็น สองวงจร ควบคู่กัน

มันมักจะมีคนเก่งแบบมัสก์ หรือ ทรัมป์ เห็นช่องว่างของตลาดการเงินที่ยังไม่สมบูรณ์ และเคสที่เห็น ANT group ของแจ๊กหม่า ซึ่งก็โดนเรียกไปทุบหลัง จนหุ้นอาลีร่วงก็คือการเบรกคนเก่งเหล่านี้ ...จะเรียกหัวหมอก็ได้

เพื่อเบรกฟองสบู่ซึ่งถ้าแตกซึ่งก็เดือดร้อนลามหลายวงการ เช่นบ้านเรา คนขายปลาช่อนเผา คอนโด รถยนต์ ในที่สุดรวมถึงรัฐบาลเอง จนอาจจะต้องจ่ายเป็นความมั่นคง เพราะฉะนั้นก่อนที่จะควบคุมไม่ได้ ก็ต้องจัดการทีละราย

ซึ่งมองในมุมธุรกิจการเงิน เราว่าจีนก็กลัวจะซ้ำรอยบ้านเรา เพราะโตต่อเนื่อง 7-8% มาตลอด 10 ปี เค้าลางเดียวกับเราช่วง 80 อย่างรายล่าสุดที่โดนเรียกไปทุบหลังคือ เหมยถวน แอพส่งอาหารที่โตพรวด

แต่อีกมุมก็เป็นการไม่เชื่อในกลไกตลาดของมัน ทำให้เอกชนหมดความคิดในการสร้างสรรค์เพราะกฏระเบียบเยอะขึ้นเรื่อยๆ มองได้สองมุม อีกคนปล่อยตามกลไก อีกฝั่งของโลกก็ถอดบทเรียนต้มยำกุ้ง แล้วแต่จะเลือกใช้

402 Nameless Fanboi Posted ID:juLM/lI5Tq

All video games are now horror games--and very scary!--now that replacing your GPU will cost thousands of dollars if it burns up.
Happy gaming.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

403 Nameless Fanboi Posted ID:mcGE1l.m22

รู้ทันโทนี่
รู้ทันธนาธร
รู้ทันคว ายแดง
รู้ทันสามกีบ
รู้ทันทุกคนบนโลก

แต่ยกเว้น "ประสิทธิ เจียวก๊ก" อ่ะครับ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

404 Nameless Fanboi Posted ID:SSL1eUyzE8

ทำไม Domino ไม่ใช่ Pizza Company แต่เป็น Tech Company ที่สามารถสร้างมูลค่าให้กับบริษัทได้มหาศาล หากลงทุนในปี 2004 จะได้ผลตอบแทน 4,595% ซึ่งแน่นอนว่า growth model นั้นจะทำได้เฉพาะ Tech company เท่านั้น

เนื่องด้วยเหตุผลต่อไปนี้

- Domino มี Customer Data 85 ล้านคน และมี 25 ล้านคนที่ใช้ loyalty program ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30%
- Domino มี POS เป็นของตัวเอง 6 พันสาขา
- มี Sale Tech Platform ที่จะจัดการเรื่อง Franchise ใน 6 พันสาขา นั้น 98% เป็น Franchise ทั้งหมด
- 70% ของยอดขายทั้งหมดของ Domino สร้างยอดขายผ่านทางช่องทาง Online
- มีช่องทาง Delivery Fleet เป็นของตัวเอง ไม่ได้ใช้ Uber หรือ Doordash ทำให้สามารถจัดการ Experience ได้ทั้งหมด โดยที่มีทั้ง e-bike และรวมถึง Drone ในการจัดส่งด้วย
- Omnichanel ที่สามารถสั่งได้ทุกช่องทาง Desktop, smartphone, amazon echo, slack, fb messenger
- มี Application ที่สะดวกกับ User มีระบบ zero-click ordering ที่สามารถสั่งได้ภายใน 10 วินาที โดยที่ user ไม่ต้องทำอะไร เป็นเหมือน countdown ในกด cancel หรือ automatic order จาก favorite order และมีระบบ pizza tracker

Domino ใช้ Martech ของ Google Marketing Platform และใช้ Google Cloud Platform ด้วย 😊

405 Nameless Fanboi Posted ID:P/KFslGvdM

มองอย่างเสรีนิยม ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติวิสัยของสังคมสมัยใหม่

ปัญหาไม่ใช่การมีความขัดแย้งที่ดูจะกลายเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยกระทั่งเป็นพยาธิสภาพของชุมชนหมู่บ้านในจินตนาการของความเป็นไทย

แต่อยู่ที่ทำอย่างไรจะทำให้คนไทยได้ "ทะเลาะกันอย่างสันติ" ต่างหาก โดยผ่านกลไกสถาบันในสังคมการเมืองเสรีประชาธิปไตย เช่น เสรีภาพในการแสดงออก, เสรีภาพในการชุมนุมรวมตัวตั้งพรรคการเมือง, กระบวนการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม สม่ำเสมอ, สิทธิของเสียงข้างน้อยและบุคคลโดยเฉพาะที่เห็นต่าง, อำนาจของเสียงข้างมาก, กองทัพของทหารอาชีพและระบบราชการประจำที่ไม่แทรกแซงการเมือง เป็นต้น

เสรีภาพในการแสดงออกไม่เคยเป็นเรื่องสัมบูรณ์ (absolute) แต่มีกรอบขอบเขตเสมอ ในวิธีคิดแบบเสรีประชาธิปไตย กรอบขอบเขตนั้นคือการห้ามทำร้ายกัน (Mill's harm principle) ซึ่งรวมความไปถึงการใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาท ฉ้อโกงล่อลวง และวาทะเกลียดด้วยในปัจจุบัน

406 Nameless Fanboi Posted ID:0WgIrICIFZ

“ทำไมประเทศไทยถึงไม่ทำอะไรที่มันอินเตอร์เหมือนประเทศที่เจริญแล้วบ้างนะ”
“OK งั้นจะเข้าร่วมCPTPPละกัน”
“ไม่ เราไม่เอาCPTPP! โครงการห่วย!”
“แต่ในนั้นมีญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์เป็นสมาชิกนะ บรรดาประเทศน่าอยู่ที่มึงอยากย้ายไปอ่ะ แล้วมันจะไม่ดีได้ไง”
“...”

407 Nameless Fanboi Posted ID:AUZ3bZPWaY

“ทำไมประเทศไทยถึงไม่ทำอะไรที่มันอินเตอร์เหมือนประเทศที่เจริญแล้วบ้างนะ”
“OK งั้นจะเข้าร่วมCPTPPละกัน”
“ไม่ เราไม่เอารัฐบาลรปหมาเสือกเข้าCPTPP! รัฐบาลห่วย!”
“แต่ในนั้นมีญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ที่รปหเหมือ...อ้าวไม่ใช่นี่หว่า งั้นช่างมันเหอะน่าตอนนี้เลาพูดถึงCPTPP รายละเอียดเลาไม่พูดเพาะเลาเปนกางงง”
“...”

408 Nameless Fanboi Posted ID:IwVT23p94p

{จากมะม่วงฟีเวอร์สู่การเทนมโหวตไอดอล}
.
จากเหตุการณ์ที่กลุ่มแฟนคลับจ้างให้คนเทนมทิ้งเพื่อเอาฝาขวดไปโหวตให้Idolที่ชอบในรายการYouth with youจนเกิดเป็นเหตุการณ์ดราม่าและกองเซ็นเซอร์จีนสั่งยุติรายการเพราะเป็นการละเมิดกฎหมายต่อต้านขยะอาหารเหลือทิ้งฉบับใหม่ ทำให้เด็กๆในรายการมีแนวโน้มอดเดบิวต์ แฟนคลับต้องผิดหวังกันไปตามๆกัน
.
อยากจะร้องแหมมมมมมมมมมมมมมมม ให้ถึงดาวอังคาร เพราะสิ่งที่กองเซ็นเซอร์จีนทำนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากๆ เมื่อเกือบ60ปีก่อนก็เคยเกิดเรื่องแนวๆนี้เหมือนกัน วันนี้เพจหนังจีนอินดี้จะพาทุกท่านนั่งไทม์แมชชีนย้อนไปประเทศจีนในปี1968 ในยุคที่คนจีนบูชามะม่วงของท่านเหมาเจ๋อตงราวกับเทพเจ้าจนเป็นยุค “มะม่วงฟีเวอร์” เลยทีเดียว
.
รู้กันเป็นอย่างดีว่าประเทศจีนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมนั้น ได้เกิดลัทธิบูชาตัวบุคคลขึ้น มีการPropagandaอย่างหนักหน่วงจากรัฐบาลจีน เหมาเจ๋อตงได้รับการยกย่องราวกับเป็นเทวดาอวตารที่แตะต้องหรือวิจารณ์ไม่ได้เลยทีเดียว แฟนคลับทั่นเหมาในยุคนั้นเรียกว่า “เรดการ์ด” หรือ “ยุวชนแดง” จะเป็นกลุ่มเยาวชนที่พิทักษ์ความเชื่อของทั่นเหมา ใครที่วิจารณ์หรือต่อต้านจะโดนจับมาประจาน ถูกรุมทำร้าย หนักสุดถูกฆ่าตายเลยก็มี แถมผู้ก่อเหตุก็ไม่ต้องรับโทษอีกด้วย
.
แต่ในด้อมแฟนคลับทั่นเหมาก็มีตีกันเองเหมือนกัน ในปี1968 เหล่าเรดการ์ดได้ก่อจลาจลต่อสู้กันเองในมหาลัยชิงหัว ทั่นเหมาได้ส่งคนงาน3หมื่นคนไประงับเหตุ มีคนงานตายไป5คนและบาดเจ็บอีกกว่า700คนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั่นเหมาจึงได้ให้รางวัลเหล่าคนงานเป็นมะม่วง40ลูกที่ได้มาจากรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของปากีสถาน ชาวจีนภาคเหนือในยุคนั้นไม่เคยเห็นมะม่วงมาก่อน รู้แต่มะม่วงนั้นเป็นสัญลักษณ์ความห่วงใยจากทั่นเหมา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ “มะม่วงฟีเวอร์”
.
มะม่วงเหล่านั้นถูกแจกจ่ายไปยังโรงงานต่างๆในจีนเพื่อเป็นการส่งต่อความห่วงใยจากทั่นเหมา แต่คนงานเหล่านั้นไม่กล้ากิน จึงเอามะม่วงไปให้โรงพยาบาลฉีดฟอร์มาลีนเพื่อเก็บรักษาเป็นที่ระลึก และยังได้ทำมะม่วงจำลองจากขี้ผึ้งเพื่อไปแจกจ่ายให้กับโรงงานอื่นๆที่เหลือ จากที่มะม่วงเป็นแค่ตัวแทนความห่วงใยจากทั่นเหมา จึงได้ยกระดับมาเป็น “ตัวแทนของทั่นเหมา” ไปโดยปริยาย โรงงานบางแห่งได้นำมะม่วงไปตั้งไว้ที่แท่นบูชาเพื่อให้คนงานได้สักการะอีกด้วย
.
หน่วยงานPropagandaของจีนในยุคนั้นก็ไม่รอช้า ผลิตสินค้ามะม่วงOfficialต่างๆเพื่อเอาใจเหล่าด้อมแฟนคลับทั่นเหมา ซึ่งก็มีทั้งบุหรี่รสมะม่วง สบู่กลิ่นมะม่วง และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆอย่างผ้าปูที่นอน ถาด แก้ว โต๊ะเครื่องแป้ง ก็มีสกรีนรูปมะม่วงออกมาอย่างมากมาย แม้แต่ในมณฑลยากจนอย่างกุ้ยโจว ก็มีเหล่าคนงานตีกันเพื่อแย่งรูปซีร็อกมะม่วงสีขาวดำก็มีมาแล้ว
.
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะคลั่งไคล้ปรากฎการณ์นี้ มีเรื่องเล่าว่ามีหมอฟันในหมู่บ้านแห่งหนึ่งโดนประหารชีวิตเพราะไปดูถูกมะม่วงของทั่นเหมาว่าเป็นเพียงมันเทศเท่านั้น แต่ปรากฎการณ์มะม่วงฟีเวอร์นี้มีอายุเพียง18เดือนเท่านั้น พอคนเลิกเห่อ มะม่วงขี้ผึ้งก็ถูกเอามาจุดแทนเทียนไขเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟดับขึ้น
.
ในช่วงปีที่ทั่นเหมาใกล้จะตายแล้วนั้น แก๊ง4คนก็เข้ามามีอำนาจ 1ในนั้นคือเจียงชิง เมียของทั่นเหมาที่พยายามปลุกกระแสมะม่วงฟีเวอร์อีกครั้ง ถึงขั้นมีหนังเรื่อง芒果之歌 Song of Mangoออกมา แต่ดูเหมือนจะปลุกกระแสมะม่วงไม่ขึ้นอีกแล้ว และเมื่อเจียงชิงถูกจับกุม หนังเรื่องSong of Mangoก็ถูกถอดออกจากโรงหนังไปด้วย สิ้นสุดปรากฎการณ์ “มะม่วงฟีเวอร์”ในจีน
.
Fast Forwardมายังยุคปัจจุบัน แล้วมะม่วงฟีเวอร์เกี่ยวอะไรกับการเทนมโหวตดาราน่ะเหรอ? ไม่เห็นจะยาก ก็เหตุการณ์มะม่วงฟีเวอร์ไม่เคยถูกสอนในประวัติศาสตร์จีนน่ะสิ แม้ลัทธิบูชาตัวบุคคลของทั่นเหมาจะจบลงไปแล้ว แต่ไม่เคยมีการสอนเรื่องลัทธิบูชาตัวบุคคลในวิชาเรียนของคนจีนเลย เพราะเกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำประเทศและพรรค เหตุการณ์มะม่วงฟีเวอร์จึงถูกลืมเลือนไปพร้อมกับวีรกรรมดำมืดอื่นๆของรัฐบาลจีน
.
ลัทธิบูชาตัวบุคคลนั้นไม่เคยเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าคุณจะบูชาดาราหรือผู้นำประเทศก็ตาม ซึ่งวิธีแก้ปัญหาด้วยการให้กองเซ็นเซอร์ยุบรายการนั้นคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากๆ จากเหตุการณ์มะม่วงฟีเวอร์จนมาถึงการเทนมเพื่อโหวตดารา ทำให้เรารู้ว่าสังคมจีนไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ60ปีก็ตาม ตราบใดที่เรื่องลัทธิบูชาตัวบุคคลไม่เคยถูกนำมาถกเถียงกันอย่างเปิดเผยในสังคมจีน ก็ย่อมเกิดเหตุการณ์คล้ายๆเรื่องเทนมขึ้นมาได้อีกในอนาคต

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

409 Nameless Fanboi Posted ID:IwVT23p94p

"ชักโครกที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เคยเห็น" และ "รอยเท้าของสี จิ้นผิง"
ในเดือน ก.ค. 2019 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เคยเดินทางไปเยี่ยมเยียนหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกัน และได้เข้าไปตรวจดูความเป็นอยู่ในบ้านของประชาชนอย่างละเอียด ทั้งในห้องครัวและห้องน้ำ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะพัฒนาความเป็นอยู่ในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้น

การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าไปตรวจดูถึงในห้องน้ำ เป็นเรื่องที่ไม่แปลกอะไร เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ให้ความสำคัญกับนโยบาย "ปฏิวัติห้องน้ำ" อย่างมาก เพื่อต้องการลบคำสบประมาทในอดีตถึงความสกปรกของห้องน้ำประเทศจีน

แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ก็มีภาพที่ถูกแชร์ต่อกันในโซเชี่ยลที่อ้างว่าชักโครกของบ้านหลังนั้นถูกเอาไปไว้ในงานนิทรรศการซะแล้ว ซึ่งในภาพจะเห็นข้อความบนป้ายว่า "นี่คือชักโครกที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เคยเห็น" (这是习主席看过的马桶)

และหากจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของสี จิ้นผิง ไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีภาพที่บนป้ายเขียนว่า "รอยเท้าของประธานาธิบดีสี" (习总书的脚印)

ลิงก์ข่าวอ้างอิงที่สี จิ้นผิง ไปเยี่ยมชาวบ้าน
http://www.xinhuanet.com/english/2020-06/11/c_139132228.htm
https://www.soundofhope.org/post/461474

ปล. ขอโทษที่โพสต์เก่าของเราลบไป ตอนแรกเฟซมีปัญหานิดหน่อย

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

410 Nameless Fanboi Posted ID:P/KFslGvdM

เหตุการณ์เดือนพฤษภา 2535 คือองค์ประกอบสำคัญที่ก่อให้เกิด "ฉันทามติภูมิพล"

องค์ประกอบต่อมาคือ "การเมืองภาคประชาชน" ที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์

หนึ่ง อำนาจนำของในหลวงภูมิพล สอง การเมืองภาคประชาชน

ปัจจัยทั้งสองส่วนนี้สัมพันธ์ในแง่ของการหนุนส่งกันให้เกิดฉันทามติภูิพล กองทัพถอยออกไปจากการเมือง เอาระบอบรัฐสภาจากการเลือกตั้ง และสถาบันกษัตริย์อยู่ "เหนือ" การเมือง

เหตุการณ์พฤษภา 35 เป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้อำนาจนำของในหลวงภูมิพลแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับปรากฏการณ์ที่สศจ.เรียกว่า "mass monarchy" ส่งผลให้สถาบันกษัตริย์กลายเป็น collective identity ของชนชั้นกลาง ชนชั้นกลางกลายเป็น "มวลชนตามธรรมชาติ" ของสถาบันกษัตริย์ และสถาบันกษัตริย์มีอิทธิพลครอบงำเหนือสำนึกทางการเมืองของคนเหล่านี้

การเมืองภาคประชาชนมอง "รัฐและทุน" เป็นศัตรู สถาบันกษัตริย์เป็นพันธมิตร คือรากฐานของขบวนการต่อต้านทักษิณที่พัฒนากลายเป็นขบวนการถวายคืนพระราชอำนาจ และสนับสนุนเผด็จการในที่สุด

"ฉันทามติภูมิพล" คือระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่มีประชาธิปไตยและมีในหลวงภูมิพลอยู่เหนือระบอบประชาธิปไตยอีกที

ระบอบนี้มีอายุ 14 ปี คือระหว่าง 2535-2549

นับจากปี 2549 ระบอบเสียสมดุล ฉันทามติภูมิพลถูกทำลาย กองทัพคืนกลับสู่การเมือง และเกิดวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน

411 Nameless Fanboi Posted ID:Cnq8Yq2kcn

A salim tries to defend prostration by comparing it to people smearing themselves in cow shit ¯\_(ツ)_/¯

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

412 Nameless Fanboi Posted ID:5vXNX1rwBY

"วัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่มี" แล้วทีตอนซื้ออาวุธทำไมไม่ใช้ตรรกะนี้มั่งวะ ไม่เห็นพูดมั่งว่าอาวุธที่ดีที่สุดคืออาวุธที่มี

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

413 Nameless Fanboi Posted ID:GViDvLaAhk

>>412 "นักการเมืองที่ดีที่สุดคือนักการเมืองที่มี" คิดแบบนี้แต่แรกก็จบตั้งแต่ปี48แล้ว ตรรกะแม่งบ้ง เอาไว้แถแก้ตัวนั่นแหละ พอจับไปใส่บริบทอื่นชิบหายหมด

414 Nameless Fanboi Posted ID:BPoKye+Wyx

ทำไม "ฉันทามติภูมิพล" จึงไม่เริ่มต้นที่ 14 ตุลา ?

ความคิดเรื่องอำนาจนำของในหลวงภูมิพลเริ่มต้นที่ 14 ตุลา มาจากธงชัย วินิจจะกูล อันที่จริงธงชัยไม่ได้พูดเรื่องอำนาจนำโดยตรง ไอเดียที่เขาเสนอคือเรื่อง "ประวัติศาสตร์ 3 กระแส" ธงชัยเสนอว่ามีประวัติศาสตร์อยู่ 3 กระแส และกระแสที่ 3 ที่เราอยู่คือ ประชาธิปไตยแบบหลัง 14 ตุลา ที่สถาบันกษัตริย์มีสถานะ "เหนือ" การเมือง

"ฉันทามติภูมิพล" ไม่ได้มองจากฐานคิดเรื่องประวัติศาสตร์ 3 กระแส แต่สังเคราะห์มาจากความคิดของเกษียร เตชะพีระ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

แนวคิดฉันทามติภูมิพลมองว่ามีประวัติศาสตร์กระแสเดียวคือ เรื่อง "การเปลี่ยนจากรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นรัฐประชาธิปไตยสมัยใหม่"

โดยการเปลี่ยนเป็นรัฐประชาธิปไตยสมัยใหม่ของไทยผ่านโครงการต่างๆ ที่ล้มเหลวจนกระทั่งเกิด "ฉันทามติภูมิพล" ซึ่งทำให้ประชาธิปไตยมีเสถียรภาพเป็นเวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์ และทำให้รัฐไทยใกล้เคียงรัฐประชาธิปไตยสมัยใหม่ที่สุด

แนวคิดของธงชัยสนใจอิทธิพลของประวัติศาสตร์ และมองจากประวัติศาสตร์ช่วงยาว มีจุดอ่อนคืออธิบายประวัติศาสตร์ระยะใกล้ไม่ได้ เช่นเหตุการณ์ตั้งแต่หลัง 6 ตุลา จนถึงทศวรรษ 2540 แนวคิดของธงชัยไม่ได้อธิบายภาวะของการเกิดฉันทามติในทศวรรษ 2530 และมองไม่เห็นความแตกต่างในประการสำคัญก็คือ การออกไปจากการเมืองของกองทัพ ในขณะที่สมศักดิ์มองจากฐานคิดเรื่องการมีอำนาจนำและลงรายละเอียดเรื่องพวกนี้ทั้งหมด

กราฟข้างล่างนี่คือกราฟของสมศักดิ์ที่ผมทำใหม่แบบย่อ ดูตรงพื้นที่สีเหลือง จะเห็นว่าอำนาจในช่วงนี้มีลักษณะเป็นเส้นตรงอย่าง "มีระเบียบ" และอำนาจของกองทัพ (สีเขียว) อยู่ภายใต้อำนาจของนักการเมือง (สีเทา) โดยอำนาจที่อยู่บนสุดคือสถาบันกษัตริย์ (สีน้ำเงิน) แตกต่างจาก "ยุคเปรม" ที่เส้นกราฟทั้งสามขึ้นๆ ลงๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่มีใครมีอำนาจนำเด็ดขาดเหมือนในช่วงที่เกิดฉันทามติแล้ว

ทำไมถึงไม่นับอำนาจนำของในหลวงที่ 14 ตุลา หรือยุคเปรม ในเมื่อสถาบันกษัตริย์เริ่มมีบทบาทนำตั้งแต่ยุคนั้น?

ก็เพราะ "สถานะเหนือระบอบ" ยังไม่เกิด สถานะนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เกิดฉันทามติแล้ว ตัวชี้วัดที่สำคัญคือ กองทัพออกไปจากการเมือง ภาวะสมดุลของอำนาจระหว่างสถานะของสถาบันกษัตริย์กับระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาคือสาเหตุที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยในช่วงเวลานี้มีเสถียรภาพ และเป็นสิ่งที่ค้ำจุนสถานะของสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ "เหนือการเมือง"

ฉันทามติภูมิพล ไม่ได้หมายถึงแค่การมีอำนาจทางการเมืองของสถาบันกษัตริย์ แต่หมายถึงภาวะสมดุลของอำนาจทางการเมือง ที่จัดวางสถาบันกษัตริย์ไว้ยังตำแหน่งสูงสุด สภาวะนี้ดำรงอยู่ในช่วงเวลาที่สถาบันกษัตริย์ยังไม่ขัดแย้งกับประชาธิปไตย และสลายลงในปี 2549 เมื่อเกิดความขัดแย้ง

415 Nameless Fanboi Posted ID:FsTdi3Oec+

สำคัญที่จะต้องรู้ว่าพฤติกรรมบางอย่างทำในนามประชาธิปไตยแต่มีผลลบต่อพัฒนาการประชาธิปไตยเอง #อันธพาลออนไลน์ คือตัวอย่างที่ชัดเจน เป็น #CyberBullying ที่หลบอยู่หลังคำว่า Free Speech ในต่างประเทศก็มีการชี้ถึงปัญหาของ Cancel Culture การแบนที่เลยเถิดซึ่งไม่ต่างกับรวมกลุ่มตั้งศาลเตี้ยกัน

มิตรสหายท่านหนึ่ง

416 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>415 cancel culture ทำในนามปชต555 กูว่าคนจีนมีเขิลลล ว้ะ

417 Nameless Fanboi Posted ID:qPx5R+Crk0

>>415 เปรียบเทียบไม่ดูบริบทว่ะ ก่อนอื่นต้องนิยามคำว่าบุลลี่ก่อน การบุลลี่จะเกิดขึ้นได้มันจะต้องมีองค์ประกอบของความต่างทางอำนาจแบบชัดเจนระหว่างคนบุลลี่กับคนถูกบุลลี่ โดยคนบุลลี่ต้องมีอำนาจเหนือกว่าคนถูกบุลลี่เสมอถึงจะเรียกว่าการบุลลี่

ในเมกา ณ ปัจจุบันมันคือพวกซ้ายคลั่งเป็นใหญ่ อำนาจในการชี้นำสังคมล้นฟ้า เป็นฝ่ายยึดครองและกำหนด"คุณธรรมแห่งยุค"ไว้แต่เพียงผู้เดียว แถมคนของฝ่ายนี้ก็มีได้นั่งตำแหน่งใหญ่โต คอยคุมวงการต่างๆเต็มไปหมด เพราะงั้นมันก็ใช่ เวลาไอ้พวกเหี้ยนี่มันไล่แคนเซิลใคร มันถึงได้เรียกว่าบุลลี่ไง

ทีนี้กลับมาดูในไทย คงไม่ต้องให้บอกใช่ปะว่าปัจจุบันประเทศนี้อำนาจอยู่ที่ใคร ใครเป็นคนกำหนด"คุณธรรมแห่งยุค" ใครนั่งอยู่ในอำนาจในวงการต่างๆ แล้วอย่ามากระแดะทำเป็นลืมทำเป็นมองไม่เห็นด้วยว่าที่ผ่านมาใครใช้อำนาจบุลลี่อีกฝ่ายมากกว่ากัน มึงไม่เคยสงสัยบ้างเหรอว่าทำไมพวกตัวเล็กตัวน้อยในหลายๆวงการถึงไม่กล้าออกมาบ่นถึงปัญหาอะไรหลายๆอย่างในปัจจุบันทั้งๆที่แต่ละเรื่องแม่งก็เรื่องใหญ่เรื่องสำคัญทั้งนั้น นี่ต่างหากที่เรียกว่าบุลลี่ ทีหยั่งงี้มึงไม่ออกมาพูดบ้างวะ

ส่วนพฤติกรรมของไอ้พวกที่มึงเรียกว่า"อันธพาลออนไลน์"อะ ที่มันทำอยู่ตอนนี้ยังไม่เข้าข่ายบุลลี่ว่ะ(ถึงกูจะเถียงไม่ออกว่าพฤติกรรมของบางคนแม่งก็คืออันธพาลจริงๆแหละ) เพราะสัดส่วนความต่างทางอำนาจแม่งยังเทียบไม่ได้กับไอ้ฝั่งที่ถืออำนาจของจริงด้วยซ้ำเหอะ แต่กูก็ไม่ปฏิเสธว่าพฤติกรรมของไอ้พวกนี้มันก็มีปัญหาจริงๆ สมมติว่าต่อไปภายภาคหน้ายุคสมัยเปลี่ยน ขั้วอำนาจเปลี่ยน กูก็เห็นด้วยว่าไอ้พวกนี้นี่แหละจะกลายเป็นอันธพาลคอยบุลลี่คนอื่นขึ้นมาจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ จะมาถึงรึเปล่าก็ยังไม่รู้เพราะไอ้คนถืออำนาจ ณ ปัจจุบันแม่งก็ดื้อด้านหน้าด้านชิบหาย แถมแม่งยังพยายามจะวางรากฐานอำนาจตัวเอง ส่งต่อทายาทอสูรให้ตัวแทนรุ่นต่อไปให้ได้อีก

สรุปคือ มึงไม่ต้องมากระแดะทำเป็นกังวลเรื่องอันธพาลไซเบอร์ตอนนี้หรอก มันยังเร็วเกินไปว่ะ มึงเอาเวลาไปเรียกร้องให้คนที่กะลังถูกบุลลี่จริงๆในตอนนี้จะดีกว่า หมอ ตำรวจ ขรก. รวมถึงปชช.ทั้งหลายที่ออกมาตีแผ่ปัญหาหรือวิจารณ์รัฐแล้วโดนกม.ปิดปาก โดนขู่เล่นงานสารพัดอะ คนกลุ่มนี้ต่างหากที่กะลังโดนบุลลี่อย่างหนัก โดนคุกคาม โดนแคนเซิล ส่วนไอ้พวกดาราจอมตอแหลหรือไอ้พวกนายทุนทั้งหลายนี่มึงไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก พวกนี้แม่งอยู่เป็น พวกก็เยอะ เงินทองก็มี เส้นก็ใหญ่ กะอิแค่แคนเซิลนิดหน่อยไม่ระคายผิวพวกแม่งหรอก เห็นพวกหลิ่มแม่งก็ชอบแขวะอยู่บ่อยๆนี่หว่าว่าสามกีบกระจอก มีปัญญาแบนอะไรจริงๆได้บ้าง

418 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>417 ขอนิดเดียว เมกาจะใช้คำว่าซ้ายคลั่งเป็นใหญ่ได้ไง ในเมื่ออำนาจขึ้นกับผลเลือกตั้ง ขวาก็เพิ่งขึ้นมาเอง ทรัมป์ไง เรื่องซ้ายคุมวงการต่างๆ ถ้าปชชเองไม่เอาด้วย มันก็ไม่ได้มีผลมากนักหรอก ปชช เขาซ้ายเยอะไง ขวาของเขาเองก็ถือว่าซ้ายจัดของไทยด้วยซ้ำ

419 Nameless Fanboi Posted ID:tB5JCz3X+I

>>417 ถ้ามึงบอกซ้ายเป็นใหญ่ตอนนี้ งั้นเบสแอสซัมชั่นของ BLM ว่าคนขาวกดขี่ในทุกวันนี้ก็ไม่จริงสิ

กูไม่เห็นด้วยนะว่าบุลลี่ต้องมี power dynamic แบบมึงว่า เพราะกูไม่เชื่อในอำนาจกดขี่แบบสมบูรณ์ การกดทับมีจริง แต่ก็มีสมดุลย์ของอำนาจด้วย ไม่ใช่เหนือกว่าแล้วทำอะไรก็ได้ถึงเรียกว่าบุลลี่

สำหรับกูนะ การบุลลี่ประกอบด้วย 3 ฝ่าย 1.คนกระทำ 2.ถูกกระทำ 3.คนดู กูนับว่าบุลลี่หรือไม่อยู่ที่กลุ่ม 3 ถ้ากลุ่มนี้เพิกเฉยต่อคนที่ถูกกระทำ หรือถึงขั้นเห็นดีเห็นงาม นั่นคือการบุลลี่ เพราะกูมองว่ามันไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของสังคมที่ทำให้การต่อต้านไม่เกิดขึ้น เพราะถ้าต่อต้านแล้วสังคมไม่เอาด้วย คนก็จะไม่ต่อต้านเอง ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายมีอำนาจเหนือกว่า

420 Nameless Fanboi Posted ID:qPx5R+Crk0

>>418 ก็ ณ ตอนนี้มันไม่ใช่ยุคทรัมป์แล้วไง แถมยุคทรัมป์นี่แหละตัวหนักเลย ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด แถมไอ้วัฒนธรรมแคนเซิลก็เริ่มระบาดมาจากช่วงนี้ด้วยไม่ใช่เรอะ

แต่เอาเหอะเรื่องในเมกากูอาจจะพูดผิดก็ได้ เพราะกูก็ยอมรับว่ากูก็อคติและเหม็นขี้หน้าพวก sjw กับเฟมทวิตเข้ากระดูก แต่ก็อย่างที่บอกไป พ้อยท์ที่กูจะสื่อก็คือในบ้านเรา ณ ตอนนี้ ตัวปัญหาหลักมันยังไม่ใช่ไอ้อีพวกนี้ ไว้อนาคตค่อยมาว่ากันอีกที

421 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>419 ถ้าแบบนั้นการลงโทษทางอาญาก็คือบูลลี่ด้วยดิ เพราะโทษอาญาก็เอาคนไปขังริดรอนสิทธิต่างๆ มีข้อ 1 2 แล้ว ส่วนข้อ3 คนดู คนส่วนใหญ่ก็เฉยๆกันหมด ทำไมมึงคิดว่าไม่บูลลี่? เพราะมีตัวหนังสือเขียนวิธีการลงโทษไว้ แล้วมีคนแต่งชุดครุยคอยนั่งบอกว่าให้ลงโทษใครหรือไม่ยังไงน่ะเหรอ

422 Nameless Fanboi Posted ID:KCHhOOMaHM

>>419 เออใช่ มึงพูดถูกแล้ว กูลืมเรื่องคนดู ขอบใจที่บอก

แต่กูยังยืนยันเหมือนเดิมว่าอำนาจที่ต่างกันก็ยังมีส่วน เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดคนดูแล้วเมินเฉยหรือแม้แต่เห็นดีเห็นงาม หลายครั้งมันก็เป็นเพราะเกรงกลัวอำนาจของฝ่ายบุลลี่ ไม่อยากมีปัญกา ไม่อยากยุ่งด้วย อยู่เป็น อะไรพวกนี้ไม่ใช่เรอะ

423 Nameless Fanboi Posted ID:tB5JCz3X+I

>>421 ตามหลักก็ใช่ รัฐถืออำนาจตามกฎหมาย ไม่ใช่ความถูกต้อง รัฐฆ่าคนได้ ปชช.ทำไม่ได้ แต่รัฐก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

424 Nameless Fanboi Posted ID:27tJZosjKR

>>421 อันนี้คนละเรื่องละมึง การลงโทษทางอาญามันคือกฎหมาย กฎหมายคือข้อตกลง คือฉันทามติของคนในสังคมนั้นๆที่ทุกคนต้องรับรู้ร่วมกันและยอมรับแล้วว่ามีความชอบธรรม มันเลยไม่เกี่ยวกับการบุลลี่

แต่...ถ้าที่มึงพูดมาหมายถึงกฎหมายกะลาแลนด์ในปัจจุบัน ที่มีแต่คนกังขาถึงความชอบธรรมเต็มไปหมด อันนี้กูก็เถียงไม่ออก

425 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>423 ถ้ายึดหลักนั้น ทางเดียวที่จะไม่ให้มีบูลลี่ก็คือให้คนสูญพันธุ์ไปหมดแหละ เพราะตราบใดที่อยู่ในสังคมก็ต้องมีกฎกติกา ถ้าไม่มีกฎกติกาก็มีกระทบกระทั่งวิวาท จนถึงฆ่ากัน ก็คือการบูลลี่อีกอยู่ดี

426 Nameless Fanboi Posted ID:27tJZosjKR

อ่าว เพิ่งเห็น จู่ๆไอดีกูเปลี่ยนรัวๆเลยว่ะ กูคือ >>417 >>420 >>422 >>424 นะ

427 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>424 ก็ตามนั้นแหละ แต่ที่กูพูดใน >>421 นั่นคือเทียบตามตรรกะของ >>419 ที่ไม่ได้สนใจเรื่องสมดุลอำนาจระหว่าง2ฝ่ายหรือความชอบธรรมของอำนาจไง

428 Nameless Fanboi Posted ID:tB5JCz3X+I

>>424 ถ้ามึงยึดว่า "กฎหมายคือข้อตกลง คือฉันทามติของคนในสังคมนั้นๆที่ทุกคนต้องรับรู้ร่วมกันและยอมรับแล้วว่ามีความชอบธรรม" พิซซ่าก็ไม่ผิดอะไรนิ

>>425 อืม การบุลลี่ในระดับประเทศคือสงครามนั่นละ มันถึงมีคำกล่าวว่าตราบใดที่มีมนุษย์อยู่ก็ต้องมีสงคราม

>>427 นั่นก็อยู่ที่ว่ามึงยึดโยงความชอบธรรมบนพื้นฐานอะไร

429 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>428 112ถูกร่างยุคสลิด จะถือว่ารับรู้ร่วมกันและยอมรับได้ไง

ไม่ต้องมาเนียนว่าระดับประเทศ บูลลี่ก็คือบูลลี่ ถ้าบอกว่าโทษอาญาคือบูลลี่ แสดงว่ามึงยอมรับแล้วว่าถ้าไม่ให้มีบูลลี่คนต้องสูญพันธุ์หมด

430 Nameless Fanboi Posted ID:KGPrRSwEry

>>428 ไอ้เหี้ยเอ้ยกูนึกแล้วว่าจะต้องมีคนโยงไปหาความชอบธรรมให้พิซซ่า ทั้งๆที่ >>424 กูก็เขียนแซะดักในย่อหน้าสองไว้ก่อนแล้วแท้ๆ แม่งกล้าพูดได้ไงวะพิซซ่าคือฉันทามติ มีความชอบธรรม ถ้าเป็นงั้นจริงมันคงไม่มีปัญหาให้คนเอามานั่งเถียงกันด่ากันไล่คุกคามกันจนทุกวันนี้หรอก

431 Nameless Fanboi Posted ID:tB5JCz3X+I

>>429 กฎหมายบางตัวก็อายุมากกว่าพ่อมึงอีก ไม่เห็นต้องใช้ฉันทามติตรงไหน

ใช่ มนุษย์เป็นสัตว์ ในอาณาจักรสัตว์ก็มีการบุลลี่ เราลดระดับและต่อต้านมันได้ แต่มันไม่มีวันหายไปหรอก การสูญพันธ์เป็นทางออกเดียว

>>430 กฎหมายทุกอันย่อมชอบธรรมในฐานะกฎหมายเมื่อตราออกมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นอะไรอย่าง "ฉันทามติของคนในสังคมนั้นๆที่ทุกคนต้องรับรู้ร่วมกันและยอมรับแล้วว่ามีความชอบธรรม"

ประเด็นของกฎหมายในรัฐสมัยใหม่คือมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ดังนั้นกฎหมายย่อมชอบธรรมในฐานะกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันเป็นกฎหมายที่ดี หรือชอบธรรม

432 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>431 ดีแล้ว ถ้าสูญพันธุ์เป็นทางออกเดียวเริ่มจากมึงตายห่าก่อนคนแรกเลย555

หลักเหี้ยอะไรวะเนี่ย ตราออกมาก็เป็นกฎหมายชอบธรรม แต่ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายชอบธรรม พิมพ์เอง งงเอง

433 Nameless Fanboi Posted ID:jXg6xb+B.b

>>431 ลืมไป ต่อให้มนุษย์สูญพันธุ์ สัตว์ต้องฆ่ากันกิน เป็นการบูลลี่ พืชก็ต้องมีระบบกำจัดแมลง กำจัดแบคทีเรียก่อโรค แบคทีเรียก็ต้องเกาะสมชอื่นสร้างความเสียหาย ไวรัสต้องเกาะสมชอื่นทำให้ป่วยหรือตาย บูลลี่หมด สรุปถ้าจะไม่มีบูลลี่ ดาวเคราะห์ทุกดวงที่มีสมช หรือเซลที่มีชีวิต ต้องหายไปจากจักรวาล5555 ตลกสัสๆ ตรรกะมึงอ่ะ

434 Nameless Fanboi Posted ID:AX10b4zF18

>>431 มึงไปกันใหญ่แล้ว กฎหมายไม่ใช่พระเจ้าเว้ย มันเป็นแค่เครื่องมือนึงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์ ยอมรับโดยฝูงมนุษย์ เพื่อรับใช้สังคมมนุษย์ เพื่อให้การอยู่ร่วมกันในสังคมมันไปต่อได้ มันจะชอบธรรมก็ต่อเมื่อผู้คนให้การยอมรับ ถ้าการมีอยู่ของกฎหมายตัวใดตัวนึงมันสร้างปัญหาให้กับสังคมจนคนเริ่มไม่เอาด้วย แม่งก็ย่อมหมดความชอบธรรมหมดความหมาย ไม่มีความจำเป็นต้องมีตัวตนอยู่อีกต่อไปไง มึงพูดเองนะว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดอะ แล้วตอนมึงพิมพ์นี่ไม่ได้นึกเอะใจอะไรเลยรึไงว่าที่ผ่านมาที่มันเปลี่ยนๆกันอะมันเพราะอะไร

435 Nameless Fanboi Posted ID:m.cJAbeUc+

>>419 ที่มึงพิมพ์นั้นและ power dynamic
“กูมองว่ามันไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของสังคมที่ทำให้การต่อต้านไม่เกิดขึ้น”
Power dynamic ไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจของกลุ่มบุคคล
เช่นกลุ่มสังคมชายกับกลุ่มสังคมหญิง ตัวอย่างเช่น สังคมชายกดขี่ผู้หญิงอย่า
เป็นระบบ ที่เฟมินิสต์ใช้

การบูลลี่จะทำได้ ต้องมีpower dynamicประกอบ ตัวอย่างเช่น เด็กหน้าห้องโดนเด็กหลังห้องบูลี่ ถามว่าเป็นเรื่องของคนสองคนหรือสังคม ดูผิวเผินเป็นแต่ปัญหาแค่เด็กสองคน แต่การที่เด็กหลังห้องไปบูลลี่ได้เกิดจาก เด็กหลังห้องได้รับการยอมรับอำนาจจากสังคมในห้องนั้น ไม่น่าจะเป็นการยอมรับโดยเต็มใจหรือไม่ พูดง่ายๆคือ คนในห้องเรียนยอมรับสภาพการกลั่นแกล้งโดยเด็กหลังห้องเพราะอาจจะกลัว (การไม่อยากเข้ายุ่งเดี๋ยวซวยก็คือกลัว) พอคนในห้องยอมรับอำนาจ(อย่างที่บอกไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่) เด็กหลังห้องจึงบูลลี่เด็กหน้าห้องได้อย่างไม่ต้องการลงโทษจากสังคม

ทำไมถึงมีการล่าแม่มดคนไม่รักเจ้า เพราะคนรักเจ้าได้รับอำนาจจากคนในสังคม สังคมไม่ต่อต้านการใช้การรักเจ้ามาเป็นเครื่องมือ ตัวอย่าง เช่น เจียวก๊ก ทำไมไอ้เจียวก๊กมันกล้าเถียงกับช่อ มันกล้าโชว์รอยสัก
มุมหนึ่งคือ สังคมไทยคือสังคมที่เชื่อว่ารักเจ้าควรมีอำนาจมากกว่า มีpower dynamic สูงกว่า ตัวอย่างเช่น ทองแดงเลียหน้า สมควรเป็นนายก เป็นต้น ไม่มีเขียนในกฎหมาย แต่เป็นความรับรู้ ความรู้สึก

ปล power dynamic is the way “different people or different groups of people” (not person)* interact with each other and where one of these sides is more powerful than the other

436 Nameless Fanboi Posted ID:m.cJAbeUc+

ขอดราฟท์ในนี้เลยละกันครับ

วชิรกาญจน์ พจน์ธรรม
พาณิชยศาสตร์และการบัญชี IBMP ตรีควบโท (การเงิน)
ป.ตรี 5902465086 / ป.โท 6202110539

เนื่องจาก "วิกฤตในยุคปกติใหม่ (New Normal)" หรือโรคระบาด COVID-19 ทำให้ธุรกิจหลักเพียงหนึ่งเดียวของครอบครัวดำเนินต่อไปได้อย่างยากลำบาก ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ ในบางเดือนธุรกิจดังกล่าวไม่สร้างรายได้แม้แต่บาทเดียวให้กับครอบครัว ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อคุณพ่อเล็งเห็นว่าธุรกิจหลักเดิมนั้นไม่อาจยั่งยืนท่ามกลางวิกฤตในปัจจุบันและอนาคต คุณพ่อจึงได้ตัดสินใจนำเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปลงทุนทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในที่ดินที่ครอบครองอยู่ ทั้งศึกษา ปฏิบัติตาม และศรัทธาอย่างมาก คุณพ่อลงทุนเงินรวมไปในหลักล้านบาท ในช่วงเวลากว่า 4-5 ปี และเกิดภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นอีกพอสมควรจากความจำเป็นในการปรับพื้นที่การเกษตร หรือการทำการเกษตรใด ๆ โดยยึดแนวคิดจะสร้างอนาคตที่ 'ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน' สามารถนำพืชผัก สัตว์ต่าง ๆ มาเลี้ยงชีพได้ นอกจากนี้คุณพ่อยังได้เข้าร่วมโครงการโคก-หนอง-นา โมเดล ซึ่งเป็นโครงการตามแนวทางพระราชดำริมากว่าหลายเดือน

แต่จนถึงในปัจจุบัน "เกษตรทฤษฎีใหม่" ของคุณพ่อยังไม่สามารถสร้างรายได้มากพอจะส่งให้ลูกเรียนจบ (หรืออาจไม่พอกระทั่งเลี้ยงชีพและพัฒนาไร่ของตนเองด้วยซ้ำ) นักศึกษาต้องใช้เงินเก็บทั้งชีวิตของตนเอง (ประมาณ 1.5 แสนบาท) ประทังชีวิตอย่างประหยัดและจ่ายค่าเทอม ค่าหอพัก ตั้งแต่ช่วงปี 1 จนเงินเก็บเหลือ 0 บาทในที่สุด ทำให้ญาติต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือค่าเทอมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในส่วนนี้แทนเท่าที่จะช่วยเหลือได้ด้วยเงินเก็บก้อนสุดท้ายของเขา

ปัจจุบันนักศึกษาเป็นโรคซึมเศร้า (Depression) มากว่า 3-4 ปี โดยมีเรื่องดังกล่าวเป็นสาเหตุหลัก (Root Cause) ซึ่งนำไปสู่ปัจจัย Trigger อื่น ๆ ซึ่งจะไม่ขอลงรายละเอียดในส่วน
ขอบคุณครับ

437 Nameless Fanboi Posted ID:rS9VhO.BwM

>>432 >>433 มึงไม่เข้าใจก็ไม่แปลก สมองมึงไม่รับอะไรอยู่แล้ว

>>434 ก็นั่นละประเด็นของกู มึงก็อ่านเข้าใจนิ กฎหมายไม่ได้แปลว่าชอบธรรม กูถึงยกพิซซ่ามาแย้งประโยคนั้นของมึงไง แต่มึงกับกูก็เข้าใจตรงกันเรื่องนี้นิ หรือมึงคิดว่ากูบอกว่าพิซซ่าชอบธรรมเหรอ ถึงมาแย้งกูนะ

>>435 กูแย้งเรื่อง power dynamic ของคนสองคน ผู้กระทำ-ถูกกระทำ ไม่ใช่ว่าไม่มี power dynamic เพราะมึงเขียนว่า

"โดยคนบุลลี่ต้องมีอำนาจเหนือกว่าคนถูกบุลลี่เสมอถึงจะเรียกว่าการบุลลี่"

กูแย้งตรงนี้ว่าไม่ใช่เพราะคนบุลลี่มีอำนาจมากกว่า แต่เพราะสังคมให้อำนาจคนบุลลี่ ที่มึงเขียนมานะตรงเป๊ะกับที่กูคิดเลย กูมองว่าแค่คนสองคนมันไม่มี power dynamic กดทับขนาดนั้น แต่เป็นสังคมต่างหากที่กดทับ คนบุลลี่เป็นแค่ตัวแทนของสังคมนั้น

438 Nameless Fanboi Posted ID:o9S/I8vslK

>>437 ผิดแล้ว คนที่บูลลี่ไม่ได้มีอำนาจมากกว่าหรอก เพียงแต่ว่าคนที่ถูกบูลลี่มันมีออร่าของลูซเซอร์แผ่ออกมา ทำให้เป็นเป้าโดนบูลลี่ เห็นหน้าแล้วอยากแกล้ง เพราะรู้ว่าแกล้งแล้วมันไม่กล้าตอบโต้ เพราะงั้นคนที่โดนบูลลี่นั่นแหละผิดเองที่อ่อนแอ

439 Nameless Fanboi Posted ID:m6XoQhearq

"แค่พิมพ์เงินแจกก็รวยกันหมดแล้ว​ ทำไมรัฐบาลไม่ทำ?" 😆😆🤣

ควายตัวหนึ่งกล่าวไว้
.
.
.
555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555+

440 Nameless Fanboi Posted ID:2B03EupASP

>>437 มึงนี่กี่รอบก็จบเหมือนเดิม แถไม่ได้ จบด้วยการงอแง มึงใจแคบไม่เข้าใจกู แง้ๆๆ

441 Nameless Fanboi Posted ID:uuj4RbRb14

>>437 อีห่า มาอีหรอบเดิมอีกและ อะไรเหี้ยๆก็สังคม สังคมมันแย่อย่างนี้แย่อย่างนู่น สังควยดิสัส กูขอบ่นหน่อย เวลากูคุยเกี่ยวกับ"ปัญหาสังคม"กับคนบางพวกนี่ มันเป็นพวกที่ว่าคุยไปคุยมาแม่งก็วกวนอยู่กับ"ควยสังคม" ซึ่่่่่งมันก็แบบว่าเอออออออออออออจ๊๊๊ะ ถ้ากูอธิบายไปว่า ปัญหาบางอย่างต้องมันไม่มองหาว่าใครผิดใครถูกใครชั่วใครดีใครฉลาดใครโง่ แต่มันมองที่ปัจจัยปัญหา มองสึ่งที่มักจะมองข้าม บลาบลาๆๆ คนที่เข้าใจก็ดี แต่ถ้าไม่เข้าใจแล้วยังมาพยายามเถียงด้วยลอจิก ควยๆ ก็...นะแบระ สุดท้ายนี้ถ้าพวกมึงเหงาๆว่างๆก็อย่าลืมเอากระป๋องยาฆ่าแมลงยัดตูดนะ ด้วยความห่วงใย ควย

442 Nameless Fanboi Posted ID:rS9VhO.BwM

>>441 โทษที กูไม่เข้าใจว่ามึงอ่านของกูยังไงให้คิดแบบนั้นได้ กูเคยคุยกับมึงเหรอ

มึงบอกบอกอีหรอบเดิม=โทษสังคม กูเคยพูดเหรอ นอกจากเรื่องบุลลี่ ในห้องนี้ 90% กูชูเรื่องการพัฒนาหรือตัดสินใจด้วยตัวเองตลอดนะ เพราะกูไม่เชื่อเรื่องการเมืองดีเท่าไหร่ กูเชื่อเรื่องการถีบตัวเองให้เหนือผู้อื่นมากกว่า

แล้วตอนท้ายเนี่ย กูอ่านมึงไม่เข้าใจเลยว่ามึงพูดเรื่องอะไร จริงๆ คือตั้งแต่แรกละ มึงสับสนอะไร

443 Nameless Fanboi Posted ID:2B03EupASP

>>442 การเมืองดีคือระบบที่ดี ถ้ามึงคิดว่าทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ไม่ต้องสนระบบ มึงควรไปอยู่ทวีปร้าง ไม่ต้องอยู่ในสังคม อย่าพึ่งพาระบบรัฐกฎหมายหรืออื่นๆ แล้วพยายามพัฒนาอะไรๆเองให้หมดละกันนะ ถ้ามึงเก่งจริงเดี๋ยวมึงก็สร้างของใช้ของกินบ้านที่อยู่ขึ้นมาได้เองแหละ แบบการ์ตูน ดร.สโตนไง มึงเคยอ่านป่ะ555 โลจิกกากๆ พอคิดตามแล้วโคตรบ้ง เดี๋ยวเถียงไม่ได้ก็งอแงอีกตามเคย

444 Nameless Fanboi Posted ID:uuj4RbRb14

>>442ไม่ กูไม่เคยคุยกับมึง และกูแค่บ่น กูยอมรับนะว่า>>441 กูเขียนงงๆ ย้อนแย้งกันเอง แต่จาก>>437 ย่อหน้าสุดท้าย
>>"กูแย้งตรงนี้ว่าไม่ใช่เพราะคนบุลลี่มีอำนาจมากกว่า แต่เพราะสังคมให้อำนาจคนบุลลี่ ที่มึงเขียนมานะตรงเป๊ะกับที่กูคิดเลย กูมองว่าแค่คนสองคนมันไม่มี power dynamic กดทับขนาดนั้น แต่เป็นสังคมต่างหากที่กดทับ คนบุลลี่เป็นแค่ตัวแทนของสังคมนั้น"
จะไม่มองว่ามึง"โทษสังคม"แล้วจะให้มองว่าเป็นอะไรแหละ

445 Nameless Fanboi Posted ID:+8j38DFDPx

>>437 เดี๋ยวนะ มึงคิดดูดีๆ มึงบอกว่า

- การบุลลี่ไม่เกี่ยวกับอำนาจที่เหนือกว่าของคนบุลลี่
- การบุลลี่เกิดขึ้นเพราะสังคมให้อำนาจคนบุลลี่
- คนบุลลี่คือตัวแทนของสังคมนั้น

อ้าว สรุปแล้วผลลัพธ์แม่งก็คือคนบุลลี่มันก็มีอำนาจเหนือกว่าคนถูกบุลลี่อยู่ดีนี่หว่า ยิ่งคิดตามที่มึงพูด "สังคมให้อำนาจคนบุลลี่ คนบุลลี่จึงเป็นเหมือนตัวแทนสังคมนั้นไปเล่นงานคนถูกบุลลี่" แม่งยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ นี่คืออำนาจอย่างล้นเลยที่รวมศูนย์ที่ตัวคนบุลลี่

อ๋อ หรือว่ามึงกำลังคิดว่าคนที่จู่ๆไปบุลลี่คนอื่นเพราะสังคมสั่งมา พร้อมกับให้อำนาจคนคนนั้นแบบจัดเต็มไปลงมือซะ อะไรแบบนี้เรอะ ไม่ใช่เว้ย คือเวลาคนคนนึงจะไปบุลลี่ใครซักคน สาเหตุหลักๆเลยคือ เดิมทีแม่งต้องประเมินสถานภาพทางอำนาจตัวเองไว้ก่อนแล้วว่าตัวเองต้องอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าคนถูกบุลลี่ อย่างที่ >>438 ว่ามานี่ก็โคตรใช่ พวกบุลลี่คนอื่นมันก็เริ่มจากความคิดแบบนี้แหละ โดยที่ยังไม่ได้เกี่ยวกับสังคมรอบข้างด้วยซ้ำ ไม่งั้นมันจะกล้าได้ไง ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติว่าโนบิตะเป็นนักกล้ามแถมเป็นมวย มึงว่าไจแอ้นมันจะกล้าบุลลี่มั้ยล่ะ

ส่วนเรื่องสังคมส่งเสริมที่มึงว่ามันก็ถูก แต่มันเป็นสเต็ปถัดมา เรียกว่าเป็นแค่ปัจจัยส่งเสริมให้คนบุลลี่มันได้ใจอีกที มันไม่ใช่ตัวตัวจุดชนวนแรกเริ่ม มึงเก็ตมั้ย

446 Nameless Fanboi Posted ID:rS9VhO.BwM

>>444 ถ้าในเรื่องบุลลี่ กูมองว่าสังคมเป็นองค์ประกอบหลักมากกว่า กูคิดแบบนี้เพราะเทียบไทยกับญี่ปุ่นหรือเกาหลี คนไทยมักรู้สึกว่าของไทยบุลลี่น้อยกว่า ทั้งที่มีเคสทำร้ายร้างกายไม่ต่างกัน เพราะคนไทยต่อต้านได้ ถ้ามีการบุลลี่แบบเกาหรือยุ่นในไทย คนโดนคงฟิวขาดต่อยกันไปแล้ว ถึงไม่มั้งหมด แต่ก็น่าจะเยอะ และสังคมก็มองว่าเป็นเรื่องสมควรแล้วที่ตอบโต้ ไม่มีการกดทับรุนแรงแบบเกายุ่น ที่มีการปกปิดเป็นระบบไร้ทางระบาย คนไทยเลยไม่รู้สึกว่าการบุลลี่ของไทยร้ายแรงหรือเยอะอะไร

กูงงที่มึงมาเหมารวมว่ากูโทษแต่สังคม ทั้งที่โดยรวมแล้วกูไม่แคร์สังคมด้วยซ้ำ ในระดับนักเรียนกูมองว่ามันสำคัญ แต่ถ้าโตเป็นผู้ใหญ่ในสังคมแล้วไม่กล้ายืนหยัดต้านกระแสสังคม ก็เป็นความผิดของมึงเองที่คุกเข่า

>>445 ขั้นตอนมึงผิดนิดนึง คนบุลลี่ไม่ได้รับอำนาจ "ก่อน" บุลลี่ แต่เป็น "ระหว่าง-หลัง" บุลลี่ต่างหาก ถ้าสังคมไม่ขัดขวางหรือลงโทษการบุลลี่ การเฉยชาต่อการกระทำนั้นก็ไม่ต่างกับการยอมรับหรอก เหมือนวลีที่บอกตอนแรกมันฆ่า 1 2 3 4.... จนสุดท้ายก็มาฆ่ามึงนั่นละ สังคมอาจจะไม่สนับสนุน แต่เมื่อไม่ต่อต้าน ก็ไม่ต่างจากการส่วเสริมคนบุลลี่

ที่มึงเขียนมาครึ่งหลังก็ใกล้เคียงกับที่กูคิดละ แต่ครึ่งแรกเรียงลำดับผิดไปหน่อย

447 Nameless Fanboi Posted ID:9xmuXMVdwk

- โควิท เป็นอาวุธชีวภาพ ที่ใช้ทำลายล้างคนทั่วโลก
- ตอนนี้เราเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว โดยมีการใช้อาวุธชีวภาพในการทำลายล้างประเทศ
- ทั่วโลกตอนนี้ออกกฎแกมบังคับให้คนฉีดวัคซีนโควิท ในการฉีดวัคซีนสองเข็ม พอนานๆไปตัววัคซีนฝังตัวเองไว้ในร่างกายเรา มันจะทำปฎิกิริยาให้ร่างกายแย่ทีละส่วน ผู้ใหญ่วงในที่อยู่ในวงการแพทย์เป็นคนบอกเอง เขารู้ แต่ไม่ยอมบอกให้ประชาชนรู้ มีหลักฐาน
- บอกได้แค่ว่าคนที่ฉีดวัคซีนโควิท ในอนาคตจะมีชีวิตไม่ยืนยาว ไม่ใช่เพราะโควิท แต่เป็นเพราะวัคซีนเข้าไปทำลายระบบอวัยวะภายในให้เสื่อมลงทีละอย่าง แล้วจะทำให้เกิดโรคต่างๆขึ้น ร่างกายสู้ไม่ไหวก็ดับสูญไป
- อย่าลืมว่าวัคซีนโควิทมีเชื้อโควิทอยู่ในวัคซีนด้วย จะทำให้คนที่ฉีดโควิท มีโอกาสเป็นโควิทเพิ่มมากขึ้น เป็นการฆ่าคนแก่ คนพิการ คนเป็นโรคจะตายก่อน
- เหตุผลของวัคซีน นอกจากสงครามแล้ว ประเทศที่เป็นเจ้าของวัคซีนจะคอยกอบโกยผลประโยชน์จากการขายวัคซีนอีกด้วย ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประเทศจีน ตอนนี้ GDP ของจีนส่วนใหญ่เพิ่มจากการขายวัคซีนโควิทในราคาที่แพงมาก

ช่วยกันแชร์เพื่อป้องกันตัวเรา และกันไม่ให้สงครามโลกนี้กระจายไป

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

448 Nameless Fanboi Posted ID:AUt90fAMKE

Peace will come when the Arabs will love their children more than they hate us.

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

449 Nameless Fanboi Posted ID:.uU+/1aTcK

วัคซีน – ข้อมูลที่ถูกปิดบังโดยรัฐบาล
แพทย์ทั่วโลกเตือนภัยวัคซีนโควิด 19
แพทย์ทั่วโลกเตือนมนุษยชาติ

Dr. Sucharit Bhakdi MD
ดร. สุจริต ภักดี – วัคซีนโควิด ลดประชากรโลก (ซับไทย)
ดร. สุจริต ภักดี เป็นนักวิจัยชาว ไทย-เยอรมัน หลังจบการศึกษาปริญญาเอกที่ Max Planck Institute of Immunobiology and Epigenetics ใน Freiburg ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 ถึง พ.ศ. 2519 และที่ห้องปฏิบัติการโปรตีนในโคเปนเฮเกนตั้งแต่ พ.ศ. 2519 ถึง พ.ศ. 2520 ท่านเข้าร่วมสถาบันจุลชีววิทยาทางการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยกีสเซิน Giessen University

ในปี พ.ศ. 2520 และได้รับการแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์ในปี 2525 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสาขาจุลชีววิทยาทางการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยไมนซ์ในปี 2533 ซึ่งท่านยังคงอยู่จนกระทั่งเกษียณอายุในปี 2555

ดร. ภักดี ได้ตีพิมพ์บทความ มากกว่าสามร้อยบทความในสาขา ภูมิคุ้มกันวิทยา แบคทีเรีย ไวรัสวิทยา และ ปรสิตวิทยา ซึ่งเขาได้รับรางวัลมากมายและ Order of Merit of Rhineland-Palatinate

----------

Dr. Simone Gold
ดร. ไซโมน โกลด์ อธิบาย
อาชญากรรมของวัคซีนโควิด

ดร. ไซโมน โกลด์ เป็นผู้ก่อตั้ง Americas Frontline Doctors ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ชั้นนำออกมาพูดต่อต้านการ รณรงค์ ให้ข้อมูลที่ผิด โดยรัฐบาลและสื่อ การประชุมสุดยอด White Coat ของพวกเขาได้ผู้ชมถึงยี่สิบล้านครั้งเมื่อ Big Tech (Facebook, Youtube, Twitter, … ) เซ็นเซอร์พวกเขาเพื่อพยายามระงับข้อมูลทางการแพทย์ที่แท้จริง ในการนำเสนอต่อไปนี้ ดร. ไซโมน โกลด์ อธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับวัคซีน

----------

Dr. David Martin
ดร. เดวิด มาร์ติน
ความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับวัคซีน

ดร. เดวิด มาร์ติน ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง PLANDEMIC ซึ่งกลายเป็นสารคดีที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งหมด ในวิดีโอนี้เขาอธิบายว่าจริง ๆ แล้ววัคซีนโควิดไม่ใช่วัคซีน แต่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ทดลองที่กำหนดเป้าหมายไปยังมนุษยชาติด้วยวาระที่น่ากลัวซ่อนเร้น

----------

Dr. Vernon Coleman
ดร. เวอร์นอน โคลแมน
น้ำตาไหล…

ดร. เวอร์นอน โคลแมน ให้ภาพรวมของความหายนะที่น่าสะเทือนใจซึ่งเกิดจากวัคซีนโควิดที่เป็นอันตรายซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วนทั่วโลกและทำให้ชีวิตพิการ ในตอนท้ายของวิดีโอที่น่าสะเทือนใจนี้ท่านได้ร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวังเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติโดยรัฐบาลที่มีความผิดทางอาญาทั่วโลก

----------

ปกป้องตัวเอง
โลกกำลังถูกโจมตี! อาชญากรมหาเศรษฐีกำลังวางแผนสร้าง ระเบียบโลกใหม่ New World Order (NWO) ที่จะกำหนดให้มีการปกครองแบบเผด็จการทั่วโลก ลงทะเบียนและเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเอง

ที่มา : https://adithepchawla.com/vaccine-page/?fbclid=IwAR0Qz4t7-8Q9I9nYwmBJJgsfIyS8UxwUaPhhmmmpnsykyqQZOcOf33Y-YWc

มาร่วมกันรณรงค์ไม่ฉีดวัคซีนโควิตกัน โดยเริ่มจากตัวเรา และครอบครับ เพื่อต่อต้านอาชญากรรมสงครามทั่วโลก ซึ่งตอนนี้การฉีดวัคซีนเป็นตัวหนึ่งที่ลดประชากรโลกไปกว่า สิบล้านคน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

450 Nameless Fanboi Posted ID:MU5bJDG5un

2 วันก่อนหน้า ที่จะมีการยึดอำนาจ
.
ประยุทธ์ ในฐานะรัฏฐาธิปัตย์ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เรียกหัวหน้าส่วนราชการ ตั้งแต่ระดับ "ซี10" ขึ้นไป เข้าร่วมประชุม - รายงานตัวทั้งหมด
.
น่าสนใจก็ตรงที่ว่า ตลอดการประชุม ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ มีวรรคทองจากพล.อ.ประยุทธ์อยู่ 2 คำ คือ "ผมเอาจริงนะ" ถึง 3 รอบ และ "อย่ารบกับทหาร ไม่มีวันชนะ" อีก 2 รอบ...
.
ผมชวนอ่าน "เบื้องหลังการประชุม" ในวันนั้น ที่ไปเก็บมาได้..
.
“อย่ารบกับทหาร ไม่มีวันชนะ”
.
ตัวละครเด่น ในการประชุมวันนั้น หนีไม่พ้น ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย นพ.ณรงค์ นั้นนั่งรถโฟล์คตู้มาพร้อมกับ ถวิล โดยทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี ส่วนธาริตนั้น เดินเข้าห้องประชุมด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ต่างจาก 2 คนแรกอย่างเห็นได้ชัด

แม้จะเป็นการประชุมลับ ไม่เปิดโอกาสให้สื่อเข้า แต่เสียงจากผู้ที่เข้าร่วมประชุมด้วยนั้น บรรยายบรรยากาศภายในที่ประชุมว่ามีนัยยะทางการเมืองเข้มข้น ดุเดือด ไม่แพ้เวทีการชุมนุม กปปส.

“จุดประสงค์ของการประกาศกฎอัยการศึกก็เพื่อทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง เพราะสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหารัฐบาลใหม่ หรือเป็นกรรมการใดๆ ทั้งสิ้น หน้าที่นอกจากนี้เป็นเรื่องของผู้เกี่ยวข้องที่ต้องไปจัดการกันเองภายใต้รัฐธรรมนูญ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขณะเปิดประชุม
.
หลังจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้ร่ายยาวต่อว่า หลังจากประกาศกฎอัยการศึกได้แจ้งข่าวไปยังทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการก่อความรุนแรงให้ยุติการกระทำ โดยทหารพร้อมทำทุกอย่างด้วยความเด็ดขาดใต้กฎอัยการศึก เพื่อให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยโดยเร็ว
.
“อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพมหานคร ขอให้งดการเดินทางและใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนผู้ใดหรือหน่วยงานใดที่มีการปลุกปั่น ยุยง ชักชวนให้มีกองกำลังเข้ามาสร้างความวุ่นวายหรือก่อให้เกิดเหตุเผชิญหน้า ขอให้ยุติการกระทำเสีย” พล.อ.ประยุทธ์พูดกับที่ประชุม
.
หลังจากนั้น ประยุทธ์ ได้หันไปหา วิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกับพูดว่า”ท่านปลัดมหาดไทยก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปเรียกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อส. มาสู้กับทหารนะ เพราะไม่มีวันชนะ ไม่มีทางรบชนะทหาร อย่าทำอีก”
.
พร้อมกับแสดงท่าทีอีกว่า สังคมควรหันหน้าเข้าหากัน และที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกก็เพราะขณะนี้ไม่มีใครฟังใคร ใครพูดอีกฝ่ายก็ไม่ฟัง จึงต้องออกมา
.
“ผมเชื่อว่าธรรมชาติของคนไทยโกรธกันได้ไม่นาน ใครก็ตามที่ไปเรียกต่างชาติให้เข้ามาเป็นกรรมการ อย่าทำ เรื่อง คนไทยแก้ไขกันเองได้ อย่าไปเรียกคนต่างชาติเข้ามาให้ขายหน้าเขา” ผู้บัญชาการทหารบกระบุ
.
หลังจากแสดงท่าทีเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการแสดงความคิดเห็น โดย นพ.ณรงค์ ได้ยกมือขึ้นพูดว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่เหมาะที่จะให้มีการเลือกตั้ง แต่ต้องจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วเพื่อให้ประเทศเดินหน้า พล.อ.ประยุทธ์จึงได้แซวกลับไปยังปลัดสธ.ว่า “ท่านเป็นอย่างไร โดนไปหลายคดีนี่”
.
เมื่อ นพ.ณรงค์ พูดเสร็จ ถวิล ก็ยกมือขึ้นพูดต่อว่า ที่ผ่านมาโดนคุณธาริต อธิบดีดีเอสไอ ตั้งข้อหากบฎซึ่งมีโทษจำคุกหลายปี ซึ่งไม่เป็นธรรม แต่ไม่ถือโทษ พร้อมสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้าและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
.
ได้ฟังดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปถามที่ประชุมว่า อธิบดีธาริตมาด้วยหรือไม่ ธาริตซึ่งนั่งอยู่แถวหลังสุดได้ยกมือขึ้น บอกว่ามา พล.อ.ประยุทธ์จึงได้ตอบกลับไป
.
“ให้คุณธาริตไปถอนคดีความต่างๆที่ตั้งข้อหาคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ไหม เพราะสร้างปัญหา ทำให้เกิดความแตกแยกและไม่ได้ประโยชน์ หยุดได้แล้ว เละหมดแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์พูดในที่ประชุม ด้วยท่าทีดุดัน เรียกเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะให้กับผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วน
.
ส่วนปฏิกิริยาของธาริตนั้นไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าหงึกๆ นิ่งเฉย หน้าชาอยู่นานหลายนาที
.
หลังจากนั้น ถวิล ยังพูดต่ออีกว่า อยากให้ข้าราชการที่เป็นหัวหน้าหน่วยราชการที่นั่งอยู่ในที่นี่ รวมใจเป็นหนึ่งเดียวในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติในแนวทางที่ถูกต้อง จนได้รับเสียงแซ่ซ้องปรบมือจากที่ประชุม
.
น่าสังเกตว่า ตลอดการประชุม ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ มีวรรคทองจากพล.อ.ประยุทธ์อยู่ 2 คำ คือ "ผมเอาจริงนะ" ถึง 3 รอบ และ "อย่ารบกับทหาร ไม่มีวันชนะ" อีก 2 รอบ
.
นอกจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกยังฝากถึง “แกนนำ” คนหนึ่งอีกว่า "ไอ้แกนนำคนไหนอยากลองดีก็มา อยากรู้เหมือนกัน ผมไม่ได้ท้าทายนะ"
.
เป็นท่าทีล่าสุดจาก ประยุทธ์ ซึ่งตอนนั้น กลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ ไปที่เรียบร้อย
.
และยังลากยาว อยู่ในตำแหน่งเดิม แสดงอำนาจแบบเดิม ต่อเนื่องมาอีก 7 ปี

451 Nameless Fanboi Posted ID:QBfWxkH7fp

วัคซีนมันทำไรกูไม่ได้หรอก จอก กลัวไปทำไม

452 Nameless Fanboi Posted ID:5+5rsp5MOV

💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥
👥ฉีดกันไปเถอะ สำหรับเรา ไม่ฉีด
💥รู้มานานแล้ว ว่ามันเป็นอาวุธชีวภาพ ที่เค้าใช้ทำลายล้างคนทั่วโลก
💥 เพราะนี่คือสงครามโลก ที่ไม่ใช้อาวุธคนตายน้อย แต่ใช้เชื้อโรคคนตายเร็ว
💥ทั่วโลก ออกกฏ แกมบังคับ ใครเชื่อก็ฉีดไป เข็ม1 เข็ม2 ไม่เป็นอะไร แต่รู้กันมั้ย พอนานๆ ไป ตัววัคซีนที่ฝังในร่างกาย มันจะทำปฏิกิริยา ให้ร่างกายแย่ทีละส่วน นี้ผู้ใหญ่วงใน การแพทย์บอกเอง เค้ารู้ แต่ไม่บอกประชาชนให้รู้ มีหลักฐานอีกเพียบ แต่ไม่อยากเอาออกมา ก็ได้แต่เตือนกัน

💥บอกได้แค่ว่า คนที่ฉีด อนาคต จะมีชีวิตไม่ยืนยาว ไม่ใช่เพราะโควิค แต่เป็นเพราะวัคซีนเข้าไปทำลายระบบอวัยวะภายใน ให้เสื่อมทีละอย่าง แล้วก็จะเกิดโรคต่างๆขึ้น ร่างกายสู้ไม่ไหว ก็ดับสูญไป
💥อย่าลืมว่าในวัคซีน มีเชื้อโรคโควิคปนอยู่ด้วย ฆ่าคนทางอ้อม คนแก่ คนพิการ คนเป็นโรค จะตายก่อน ตามมาด้วยคนจน
👨‍👩‍👦‍👦เหตุผล คือล้างขยะโลก และกอบโกยผลประโยชน์ ( คือขายวัคซีน)

💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥
สละเวลาอ่านกันบ้างนะ.
💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥💥

453 Nameless Fanboi Posted ID:IltiNx0QRC

อยากจับมัดพวกAnti vac แล้วฉีดเฮโรอีนให้จังเลยคับ

454 Nameless Fanboi Posted ID:IltiNx0QRC

>>449 is this for real... กูก็ไม่รู้เรื่องวัคซีนกับสารห่าไรหรอก แต่ในฐานะที่เคยเป็นเบียวอิลูมินาติ คําว่า’New World Order’ การจัดระเบียบโลกใหม่นี่เป็นศัพท์ที่โหลมากๆในวิชาInternational Relations หลังสงครามโลกครั้งที่2 ก็มีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นระบบ2ขั้วอํานาจ หลังโซเวียตล่มสลายก็เปลี่ยน พอจีนขึ้นมาก็กลายเป็นระบบหลายขั้วอำนาจ คือมันปกติครับ ทุกอย่างแปรผันกับเศรษฐกิจโลก
แน่นอนพอมีโควิดมันมีความเสียหายทางเศรษฐกิจหนักพอๆกับสงครามโลก มันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกด้วย ประเทศที่สามารถจัดการกับปัญหา ประเทศที่ขายวัคซีนจะมีโอกาสขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจ เพราะได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการขายวัคซีน ก็แค่นั้นแหละ มันไม่ได้โดนฉีดแล้วมึงจะกลายเป็นmutants โดนmind control ห่านไรซักหน่อย ไอคนที่ตายจากวัคซีนมันก็มีไม่กี่คน มันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด กฎชารล์ ดาวิน
และนอกจากเรื่องวัคซีน ถามว่าโควิดนั้นเป็นสงครามชีวภาพเปล่า กูไม่คอนเฟิร์ม100% แต่กูเชื่อไป90%แล้วว่า ไม่ใช่ ถ้าเป็นสงครามชีวภาพที่เกิดจากการปล่อยจากประเทศใดประเทศหนึ่งจริง คือเขาจะสืบหาต้นตอได้ดิ ขนาดกรณีสายลับ2หน้ารัสเซียโดนลอบฆ่ายาพิษยังรู้เลยว่านี่มันสารที่ผลิตแค่ในโซเวียต แสดงว่ารัสเซียแม่งเก็บคนนี้ คือถ้ารุ้ว่าใครทํา มันต้องมีการฟ้องร้องกันแน่นอนบนเวทีโลก สหประชาชาติไรก็ว่าไป แล้วบอยคอท แสดงท่าทีต่อต้ายไรไป แต่นี่คือเงียบฉี่
หรือมันมีอะไรมากกว่านั้นนะ🤔

455 Nameless Fanboi Posted ID:MAcXQfUX3e

1. ประเทศร่ำรวยวัคซีนเกินประชากร ประเทศยากจนไม่มีวัคซีน
2. ประเทศร่ำรวยกีดกันการค้าด้วยวิธีการต่างๆ กับประเทศยากจน
3. ประเทศร่ำรวยก็ยังมีปัญหาคนไร้บ้านคนจนคนไม่มีจะกิน
และอื่นๆ อีกมากมาย

กรณีพวกนี้น้องๆ จะไม่ใส่ "ความเหลื่อมล้ำ" เข้าไปค่ะ แต่จะไม่รู้ไม่เห็นแทน อันนี้ก็งงเหมือนกัน

มิตรสหายท่านหนึ่ง

456 Nameless Fanboi Posted ID:SzLvpAlPIh

>>455 บ่ระเทศนึงเอาตังไปซื้อของกากๆ กีดกันของดีๆ เพราะอยากให้นายได้หน้า ระยำชิบหาย เอาความเป็นตายของประชาชนมาเป็นช่องทางโปรโมต

457 Nameless Fanboi Posted ID:MAcXQfUX3e

>>456 กีดกันยังไงมห้เตรียมเข้ากรกฎานี้ อีกนัยหนึ่งบางประเทษกักตุนจนวัคซีนจะหมดอายุ

https://youtu.be/_yPXXx0vY5Q

ถถถถถ

458 Nameless Fanboi Posted ID:IXf/Jb1DbJ

>>457 เตรียมเข้ามาชาติกว่าแล้วขี้ตีน ไม่กีดกันอีกเนอะ โง่กราบหมานะมึง

459 Nameless Fanboi Posted ID:MAcXQfUX3e

>>458 มีงพูดงี้ ระวังญี่ปุ่นโกรธเอานะเหวยยยยยย ทางนั้นแทงม้าตัวเดียวแถมเพิ่งได้แค่ 20 จาก 120 ล้านโดส กว่าจะได้ล็อตต่อไปตั้งกันยายน ถถถถถถถถถถถ

460 Nameless Fanboi Posted ID:IXf/Jb1DbJ

>>459 ขี้ตีนโยงไปญี่ปุ่น​แล้ววว สมเพชขิบหาย

461 Nameless Fanboi Posted ID:MAcXQfUX3e

>>460 ถถถถถถถ บ้งแต่เช้าเลย พอเอา fact มาโชว์เข้าอิหรอบเถยงไม่ออกเหมียนเดิม

462 Nameless Fanboi Posted ID:IXf/Jb1DbJ

>>461 ถถถถ ไทยได้กี่โดส ญี่ปุ่นได้ 20 ล้าน มึงบอกว่า "แค่ 20 ล้าน" ตอนนี้ไทยได้มาเท่าไหร่อะขี้ตีน ใครบ้งกันแน่วะ ถถถถถ โชว์โง่อีกแล้ว ไอ้ขี้ตีน

463 Nameless Fanboi Posted ID:o/tsamlSpd

>>462 ไม่ๆมึงต้องบอกว่าไทยเก่งที่สุด ท่านผู้นำสุดยอด บันไซซซซซซซซซว

464 Nameless Fanboi Posted ID:ReZYVnBiBA

>>459 ถึงญี่ปุ่นจะแทงม้าตัวเดียว แต่เป็นม้าตัวเก็งที่เข้าเส้นชัยนะ ส่วนม้าตัวอื่นมีล้มกลางทางไปเยอะแล้ว

465 Nameless Fanboi Posted ID:7jS3tfDnIt

>>464 แต่ญี่ปุ่นไปไม่ถึงเส้นชัยนะ ถ้ายอมรับความเสี่ยงเต็มแม็กซ์แบบอิสราเอล เป็นหรือตายก็ฉีดให้หมด เผลอๆ ได้จัดโอลิมปิคแล้ว ไม่ต้องโดนชาวเกาะต่อต้านแบบตอนนี้

วันก่อนมีข่าวฉีดไฟเซอร์แล้วตาย ลูกคนตายออกมาด่าว่ารัฐบาลเอาวัคซีนไร้คุณภาพมาให้ฉีด อ่านแล้วแบบ อืม สมกับเป็นประเทศโลกที่ 1 มีปัญหาแบบประเทศโลกที่ 1 ดี

466 Nameless Fanboi Posted ID:MAcXQfUX3e

>>465 ล่าสุดวัคซีนหมดอายุเพราะคนไม่ฉีดแล้วนะมึง กูนึกล่ะสงสารยุ่น ลงทันลงแรงไปเยอะกับโอลิมปิก โรคมหม่มาทียับกันถ้วนหน้าเลย

467 Nameless Fanboi Posted ID:eoc/a7pROZ

ที่เกาะมีปัญหาเหมือนกันคือ พอมีคนตายด้วยวัคซีน ประโคมข่าวให้คนกลัวไม่กล้าไปฉีดกันใหญ่ เพราะมันขายข่าวได้

แต่เรื่องที่ว่าถ้าไม่ฉีดวัคซีนเปอร์เซ็นต์เสียชีวิตสูงกว่า ฉีดวัคซีนหลายเท่าเงียบกริ๊บ

468 Nameless Fanboi Posted ID:IXf/Jb1DbJ

>>466 สงสารยุ่น แต่ไม่สงสารประเทศตัวเองที่ไม่มีฉีด ขี้ตีนจริงๆ

469 Nameless Fanboi Posted ID:UYcD1+rSJv

>>468 ไม่มีฉีด? az ล็อตใหญ่เดือนหน้า ไฟเซอร์กรกฏา โมดอนน่าเปิดให้จองคิวกับ รพ.เอกชน มึงยังบอกว่าไม่มีฉีดอีกเหรอ อัพแพตบ้างนะ

470 Nameless Fanboi Posted ID:Wl9xp7lYP2

>>469 แพตมโนนะเหรอ มโนมานานแล้วนี่ทำได้จริงบ้างยัง เปิดจองมากี่รอบแล้ว ได้ฉีดสักรอบยัง หา ขี้ตีน

471 Nameless Fanboi Posted ID:AX8qTIXCck

>>469 ตอนนี้ฉีดได้แค่ 1.4% เองไทยอะ

472 Nameless Fanboi Posted ID:+3rc8CRd32

>>469 AZ ที่จะส่งไทยของสยามไบโอไซน์ผลิตไม่ทันแล้วเพื่อนโม่ง การเปิดให้จองวัคซีนก็ไม่ได้หมายความว่ามีวัคซีนให้ฉีด
ญี่ปุ่นจองไฟเซอร์ล็อตใหม่ก่อนไทย ไฟเซอร์บอกจะส่งมอบให้เดือน 9 กว่าไทยจะได้ไฟเซอร์อย่างเร็วก็ไตรมาส4
กุมาอัพแพตแก้บัคให้เพื่อนโม่ง

473 Nameless Fanboi Posted ID:UYcD1+rSJv

>>472 ใจมาก

474 Nameless Fanboi Posted ID:U1bX5KAe.M

“เห็นคนร่วมห้องสมัยมัธยมในเฟสคนนึงด่าคนที่”กลับใจ”ทางการเมืองแล้ว ก็อดคิดไปถึงประสบการณ์สมัยมัธยมที่เป็นเนิร์ด เลยโดนบุลลี่เกือบทุกวันจากคนร่วมห้องคนนี้ คนที่ไม่ได้บุลลี่ผมก็ยืนดูห่างๆแล้วหัวเราะ มาวันนี้พอกลับไปส่องเฟสคนที่เคยบุลลี่ผม พบว่าแชร์เรื่องการเมืองจากเพจหัวก้าวหน้าเกือบทุกวัน ที่ตลกร้ายคือหลายโพสต์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรังแกกลั่นแกล้งในโรงเรียน ไม่รู้ว่าเขาไม่รู้สึกตลกร้ายย้อนแย้งตอนกดแชร์ หรือการที่เขาแกล้งผมเป็นแค่เรื่องไม่สำคัญในชีวิตเขาจนเขาจำไม่ได้ เกือบคอมเมนต์ทักไปในแชร์โพสต์บุลลี่ของเขาแล้ว แต่อดใจไว้มาเขียนโพสต์นี้ดีกว่า

ถ้าผ่านมาเห็น จะอันเฟรนก็ได้นะ

ปล. ตอนนั้นบุลลี่ผมเพราะเป็นเนิร์ด แต่มาวันนี้ดันบูชามาร์เวล อ่านมังงะ เล่นเกม ดูสตรีมเมอร์ ทุกอย่างที่เขาเคยใช้เป็นสาเหตบุลลี่ผม วันนี้เขาชื่นชอบเองหมดเลย”

-มิตรฯท่านนึง

475 Nameless Fanboi Posted ID:7jS3tfDnIt

>>474 กูเคยอ่านเจอว่าคนบุลลี่จะไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองบุลลี่ยะ คิดว่าแค่หยอกเล่นมากกว่า โตมาถึงไม่รู้สึกผิดหรือจำเรื่องพวกนี้ได้

476 Nameless Fanboi Posted ID:HnylSwaeEw

>>475 ขนาดคนออกมาเรียกร้อง ปชต. ไล่เผด็จการไม่เอา รปห. ยังมีพวกที่หนุน SOTUS ในมหา'ลัยเลย งงปะละ

477 Nameless Fanboi Posted ID:QhdFsKvSoA

>>476 อันนี้เห็นบ่อย เป็นพี่ว๊ากด้วยนะ

478 Nameless Fanboi Posted ID:1sUDs1JUnr

ถ้าบอกว่าคนจน จนเพราะขี้เกียจ คิดยังไงกับคนงานในโรงงานที่ทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน วันละ 10-14 ชม แลกกับค่าจ้างวันละ 400-500 บ

ถ้าบอกว่าคนจนเลี้ยงลูกไม่ดี ลูกเลยไม่ค่อยมีอนาคตหรือเสียคน. คิดว่าคนงานที่ทำงานวันละ 10-14 ชม แบบนี้ หรือ คนที่ทำงานร้านสะดวกซื้อหรือพนักงานห้างที่เลิกงาน 22.00 จะมีเวลาสอนการบ้านหรือเลี้ยงลูกได้ดีหรือไม่

นี่เป็นเหตุผลที่ร้านค้าหรือห้างในยุโรปถึงปิด 18-19 น เพราะต้องการให้ทุกคนมีคุณภาพครอบครัวที่ดี แต่เรากลับมองว่าเมืองไทยที่ทุกอย่างมีขาย 24 ชม คือเสน่ห์ของประเทศ ทั้งๆ ที่ต้องแลกกับคุณภาพของหลายๆ ครอบครัวที่แย่ลง

ส่วนคนที่มีหน้าที่การงานที่ดีหรือร่ำรวย ลองตั้งคำถามกับตัวเองไหมครับว่าตัวเองทำงานหนักกว่าคนที่ทำงานวันละ 14 ชม หรือเป็นเพราะโอกาสในชีวิตที่ดีกว่ากันแน่

ผมยังไม่เคยคิดว่าตัวเองทำงานหนักกว่าคนงานในโรงงานเลยครับ

479 Nameless Fanboi Posted ID:NO0fHEBgHk

>>478 มันไม่มีใครบังคับให้ทำนิ คนจนมันขี้เกียจจริง เหมือนไก่ในเล้าอะ มันมีหน้าที่ออกไข่ ไปวันๆ ทำงานงกๆไป
แต่พอออกไข่ไม่ได้แล้ว โดนตอน มันก็นิ่งเฉย ไม่ทำไร ทั้งที่เพื่อนคอขาดอยู่ตรงหน้า
ในขณะที่คนรวยสู้มากกว่า ใช้สมองมากกว่า เดิมพัน-ลงทุน กล้าเสี่ยงมากกว่า

480 Nameless Fanboi Posted ID:De3grUV+uY

>>479 ทำงานงกๆ = ขี้เกียจ

ครับพี่ สุดยอดครับ

481 Nameless Fanboi Posted ID:4Jutgiy5ef

>>479 มีแต่พวกล้มบนฟูก เอาเงินพ่อแม่ไปละลายสิบรอบ สำเร็จครั้งนึง แล้วมาพูดอวดเป็นซึเนโอะแบบนี้

482 Nameless Fanboi Posted ID:uB5R8IuWEl

คนจน ไม่ใช่สิ คนธรรมดา จะเรียกแรงๆ หน่อยว่า รากงอก ดีกว่า

ถ้ามองให้กว้างอีกนิด ถ้าพัฒนาตัวเอง เพิ่มทักษะ แล้วเปลี่ยนงาน มันก็เรียกเงินเดือนเพิ่มได้นี่หว่า

สมมุติภาษา ภาษามันต้องเน้นทำบ่อยๆ ต่อเนื่องทุกวัน ฝึกวันละนิด จำศัพย์วันละหน่อย ต่อให้ความจำโง่ขนาดไหน มันก็ใช้ได้ ง่ายกว่าเรียนวาดรูปอีก แต่ไม่ค่อยทำกัน

หรือทักษะอื่นๆ ก็เหมือนกัน ไม่มีใครเก่งวันเดียวหรอก สมมุติเขียนโปรแกรม มันต้องกากมาก่อน แต่ถ้าทำทุกวัน ยังไงก็เทพได้

การเพิ่มทักษะง่ายนิดเดียวขอให้ก้าววันละนิดอย่านั่งรากงอก มันก็ไปต่อได้

483 Nameless Fanboi Posted ID:40jWKHRZTA

>>482 พ่อมึงเป็นไลฟ์โค้ชเหรอ

484 Nameless Fanboi Posted ID:grTQiPMYkS

>>482 พอมาอ่านเมิงเม้น กุรู้สึกใช้ชีวิตไม่คุ้มสัสๆ

485 Nameless Fanboi Posted ID:yEJzoiM/SS

>>483 ของแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นไลฟ์โค้ชก็คิดเองได้ถ้ามีสมอง
ทักษะทุกอย่างมันใช้เวลาฝึกฝนทั้งนั้นแหละ แต่คนเราเวลาเห็นคนเก่งคือเห็นตอนเค้าเก่งแล้ว ไม่เคยเห็นตอนเค้ายังอ่อน
พอตัวเองเริ่มทำบ้างแล้วไม่เก่งเหมือนเค้าก็ถอดใจทั้งที่ตัวเองเพิ่งเริ่มต้นแท้ๆ
แล้วก็มาอ้างว่าไม่มีพรสวรรค์บ้าง ไม่ถนัดทางนั้นบ้าง หาข้ออ้างให้ตัวเองไปเรื่อย สุดท้ายก็ล้มเลิกกลางคัน แล้วมันจะเก่งได้ยังไง

486 Nameless Fanboi Posted ID:Igok+WYZBj

https://twitter.com/WMLabour/status/1396865956203352064?s=19

ฮ่องกงไม่มีความเป็น ปชต. ไม่ยอมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้หมด

487 Nameless Fanboi Posted ID:GfG/K94h7B

>>482 ฮือขอบใจมากเพื่อนโม่ง กูกำลังท้อเลย

488 Nameless Fanboi Posted ID:4gQ.bG.3DU

รัฐบาลทั้งรัฐบาล แค่เรื่องวัคซีนยังจัดการกันไม่เป็น เล่นแต่พรรคพวก การเมือง พวกพ้อง ไม่เห็นหัวประชาชน
สุดท้ายก็ต้องให้ “เจ้า” เข้ามาช่วยเหลือ

แล้วเรื่องอื่นๆ
ปฏิรูปการศึกษา
ปฏิรูปเกษตร
ปฏิรูปเศรษฐกิจ
เมื่อรัฐบาลมือไม่ถึงอยู่แบบนี้ จะต้องให้ “เจ้า” มาช่วยเหลือทุกครั้งเหรอครับ?

#ทรงพระเจริญ

489 Nameless Fanboi Posted ID:G2QpZf7Y2k

>>482 ไม่มีเงิน จะไปเรียนโค้ดสตาได้ไงคับ ถ้าไม่ได้เรียนผมไม่มีทางประสบความสำเร็จหรอก😢

490 Nameless Fanboi Posted ID:.lVF/aMypv

>>489 ถ้าไม่มีเงินแนะนำให้ไปขอเรียนก่อนแล้วหางานได้ค่อยมาจ่ายทีหลังดูครับ พรี่ๆเค้าหวังดีต่อเพื่อนมนุษย์ขนาดนี้ต้องยอมแน่ๆเลยครับ

491 Nameless Fanboi Posted ID:G2QpZf7Y2k

>>490 จริงด้วยสินะครับ แบบนี้ต้องไปเรียนซะแล้ว เห็นว่าไม่ประสบผลสำเร็จยินดีคืนเงินซะด้วย สุดยอดไปเลยครับ

492 Nameless Fanboi Posted ID:FTcJeuK1Kd

โอลด์รอยัลลิสต์ (ยังไม่) ดาย? ปีย์ มาลากุล สนับสนุนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์..

ปีย์เป็นตัวละครสำคัญในช่วงแรกของวิกฤตการเมือง เขาเป็นที่ปรึกษาของราชินี เป็นคนปรินท์กระทู้วิจารณ์สถาบันจากเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกันไปให้ราชินีอ่าน และเป็นตัวประสานราชินีกับพันธมิตรในการเสด็จงานศพน้องโบว์

เขายังสนับสนุนการ รปห. 2557 ต้นปี 2559 ในการให้สัมภาษณ์ปอง อัญชลี ปีย์สนับสนุนให้ประยุทธ์และ คสช. อยู่ยาว

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่แฮปปี้กับสภาพของสถาบันในปัจจุบัน โอลด์รอยัลลิสต์เหล่านี้โหยหาสถานะของสถาบันกษัตริย์ในแบบเมื่อครั้งยังอยู่ภายใต้ "ฉันทามติภูมิพล" สถานภาพแบบช่วงเวลานั้นคืออุดมคติของฝ่ายโปรเจ้า ทุกวันนี้ที่ทำทุกอย่างก็เพื่อที่จะหวนกลับไปยังช่วงเวลานี้ ไม่ใช่ช่วงสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช

ลักษณะสำคัญของฉันทามติภูมิพลก็คือ สถาบันกษัตริย์กับประชาธิปไตยไม่ขัดแย้งกัน พวกโอลด์รอยัลลิสต์แบบปีย์ฉลาดกว่าพวกประยุทธ์และพวกเชลียร์ ร.10 ตรงที่ตระหนักว่า เมื่อไม่มีในหลวงภูมิพลแล้ว หนทางเดียวที่จะกลับไปสู่สถานภาพแบบนั้นคือการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไม่ให้เกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นการคิดได้หลังจากที่ก่อความผิดพลาดอย่างร้ายแรงจนสถาบันตกอยู่ในสภาพแบบปัจจุบัน

ในขณะที่พวกมีอำนาจอย่างประยุทธ์คิดได้แต่โหนบารมีเก่าของในหลวงภูมิพลไปเรื่อยๆ พวกรอยัลลิสต์ชราก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะเสนอคำแนะนำ ร.10 ด้วยตัวเอง จึงทำได้เพียงหลบอยู่หลังข้อเสนอของคนรุ่นใหม่

493 Nameless Fanboi Posted ID:uOEU8yHuXl

วัคซีนเริ่มแสดงผลงานที่ทำร้ายผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้มีคนตายจากวัคซีนโควิทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะวัคซีนทำให้คนเป็นโควิทและมีอาการ หลายคนที่ตายจากวัคซีนโควิทแล้วรัฐในหลายประเทศเริ่มปิดข่าวและไม่ยอมรับว่า การตายเกิดจากวัคซีน ในขณะที่ บริษัท ผลิตวัคซีนเริ่มรวยขึ้นเป็นพันล้านเหรียญ

ร่วมรณรงค์กันไม่ฉีดวัคซีน ไม่ลงชื่อฉีดวัคซีนกันอย่างน้อยเป็นการต่อต้าน บริษัท ที่คอยหากินกับความตายของคน และรัฐที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่ยอมรับว่าวัคซีนทำให้คนตายมากขึ้นเรื่อยๆ และคอยปิดข่าว

ขอให้ทุกคนร่วมกันเผยแพร่ง ลิงค์ https://adithepchawla.com/vaccine-page/?fbclid=IwAR0Qz4t7-8Q9I9nYwmBJJgsfIyS8UxwUaPhhmmmpnsykyqQZOcOf33Y-YWc คนครั้งหรือสองครั้ง เพื่อป้องกันตัวเรา และคนที่เรารัก

ย้ำอีกครั้ง การฉีดวัคซีนทำให้รัฐและคนผลิตได้กำไร จากความตายของผู้คน

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

494 Nameless Fanboi Posted ID:nKx.lEjyup

คนงานก่อสร้างสูบบุหรีวัวเขียวซองละ 15 บาท กับ เหล้าขาวขวดละ 50 บาท แทบจะเป็นความสุขเดียวในชีวิต แต่โดนคนแดกสตาบัคแก้วละ 180 กินอาหารคลีนมื้อละ 300 มาบอกให้ประหยัดสิ เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ก็รวยแล้ว

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

495 Nameless Fanboi Posted ID:iKREHq06Rb

>>494 อาหาาคลีนไม่ได้แพงแบบนั้นทุกอันนะ ร้านถูกๆ ก็มี ทำเองเป็นยิ่งถูกกว่าอาหารทั่วไปอีก

496 Nameless Fanboi Posted ID:6VrG4NkSc7

>>494 ของแท้ต้องคนที่กินกาแฟแก้วสองร้อย อาหารเชฟเทเบิลมื้อละพันบอกว่าตัวเองเป็นคอมมี่ แล้วโกรธคนใช้แรงงานจริงๆเพราะไม่เป็นคอมมี่แล้วด่าลงทวีต

497 Nameless Fanboi Posted ID:hTA4ZNdaBn

>>494 กูไม่มีปัญหากับความสุขของมันหรอก ขออย่างเดียวอย่าเอาไอ้ความสุขนั้นไปเบียดเบียนคนอื่น
อย่างเช่นสูบบุหรี่แล้วควันไปรบกวนชาวบ้าน หรือเมาแล้วขับรถไปชนคนตายห่า

498 Nameless Fanboi Posted ID:KUlWE3VE00

>>495 การทำอาหารเป็นพรีวิลเลจอย่างหนึ่ง อันนี้ไม่ได้เอาอย่างพวกเบียวคอมมี่ที่บอกว่าชุดทำอาหารราคาแพงนะ แต่เป็นเรื่องของเวลาล้วนๆ พวกแรงงานกินรายวันนี่อยู่ได้ด้วย OT ไม่ก็งานเหมาค่าแรง มาเช้ากลับดึก ได้เงินแต่บั่นทอนสุขภาพ ทำไม Street Food ถึงเป็นที่พึ่งคนระดับล่าง-กลางล่างก็เพราะแบบนี้แหละ คนไม่มีเวลาทำกับข้าวกินเอง หลังๆ สธ. กับ สสส. ถึงปวดหัวกับปัญหาโรค NCDs ไง เพราะคุมการใส่เครื่องปรุงของร้านพวกนี้ยาก แถมลามไปยังพระอีก คนไม่มีเวลาแต่อยากทำบุญใช่ปะ ก็ซื้ออาหารสตรีทฟู้ดนี่แหละใส่บาตร

499 Nameless Fanboi Posted ID:.3AzzcF.8l

>>498 ไร้สาระน่า การมีหรือไม่มีเวลาไม่ใช่เรื่องของอภิสิทธิ ไม่งั้นคนรวยบางคนที่ทำงานงกๆ จนไม่มีทำอาหารนี่มึงจะเรียกว่าอะไรละ ในสังคมกูเจอแบบนี้บ่อยกว่าคนจนอีก คนจนพวกคนงานก่อสร้างที่กูรู้จัก 90% ทำอาหารกินเองเพื่อประหยัดทั้งนั้น ถึงจะไม่ทุกวันก็ทำบ่อยกว่าซื้อกินแน่ๆ

500 Nameless Fanboi Posted ID:KUlWE3VE00

>>499 กูหมายถึงคนโรงงานน่ะมึง กูทำงานโรงงานมาก่อน และตอนนี้ถึงทำ office แล้ว แต่แถวบ้านกูก็ยังมีโรงงาน ชีวิตแรงงานรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ประมาณนี้ที่กูเห็นตลอด ส่วนคนรวยมึงเลือกซื้ออาหารคลีนได้นะ

501 Nameless Fanboi Posted ID:.3AzzcF.8l

>>500 เลือกได้แต่ไม่มีเวลาทำ ก็ไม่มีพรีวิลเลจแบบมึงว่าอะ อยู่วรรณะเดียวกับคนจนเลย

502 Nameless Fanboi Posted ID:KUlWE3VE00

>>501 ระหว่างก่อสร้างกับโรงงาน ใครต่ำกว่ากันในห่วงโซ่ความจนวะ

503 Nameless Fanboi Posted ID:.3AzzcF.8l

>>502 นับค่าแรง ก่อสร้างต่ำกว่านะ พื้นฐาน 300-400 เอง ขึ้นอยู่กับว่าทำไรเป็น ช่างไฟค่าแรงมากสุด แต่ส่วนใหญ่ทำโอทั้งนั้นละ รายได้เดือนนึงส่วนใหญ่ถึงเกิน 20,000 กัน

504 Nameless Fanboi Posted ID:ZtQXUcwU40

"ระบบราชการล้าหลัง" แต่คนไทยโชคดีมี "สถาบัน" เป็นทางออกให้เสมอ
ขออภัยกองเชียร์รัฐบาล กองเชียร์ลุงตู่เหนียวแน่นนะครับ แต่บางเรื่องเรียนว่า ต้องวิจารณ์รัฐบาลโดยตรงว่า "ระบบราชการล้าหลัง" ชัดเจน แต่ "สถาบัน" เข้ามาช่วยเหลือได้ทุกรอบจริงๆ
เครื่องช่วยหายใจไปไม่ทั่วถึง เพราะระเบียบการจัดซื้อช้า โดยมูลนิธิชัยพัฒนา ใช้เงินกองทุนซื้อเครื่องช่วยหายใจบริจาคให้ตามที่ต่างๆ ใช้ได้จริง
รถพระราชทานตรวจโควิด ก็เคลื่อนที่ไปให้บริการที่ต่างๆ เร็วมาก , รวมไปถึงการผลิตยา Astrazeneca ผู้ที่ได้ผลิตก็คือบริษัทสยามไบโอไซน์ ซึ่งก่อตั้งในปี 2552 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ถือว่าประเทศไทยโชคดีมากครับ
#เรามาเพื่อลงมือทำ
#พรรคกล้า

505 Nameless Fanboi Posted ID:RiaFdrmW1g

ถ้าวัคซีนส่งมอบไม่ทันคุณต้องลาออก!
-เหี้ยแว่น

แต่ถ้าวัคซีนส่งมอบทันคุณต้องลาออกแทนนะ
-เหี้ยหนู

506 Nameless Fanboi Posted ID:ZtQXUcwU40

ก่อนไทยรักไทยขึ้นสู่อำนาจ รัฐบาลชวนหลีกภัยล้มเหลวในการกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจชาติ ช่วงนั้นรัฐบาลเอาแต่ดำเนินการตามแนวทาง IMF และ World Bank คือการแปรรูปและปรับโครงสร้างระดับใหญ่ทางเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ได้รับในทางการเมือง คือ

1. นโยบายของรัฐบาลชวนเอาใจแต่กลุ่มทุนขนาดใหญ่และกลุ่มทุนข้ามชาติ ละเลยทุนท้องถิ่นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มทุนย่อยๆเหล่านี้สะสมความไม่พอใจทางการเมือง

2. นโยบายของชวนมีผลโดยตรงต่อกลุ่มทุนธนาคารไทย เพราะการเปิดเสรีทำให้อำนาจการควบคุมทุนของกลุ่มนี้หลุดออกจากมือ ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจทางการเมือง (กลุ่มทุนธนาคารไทยมีสายสัมพันธ์อันดีกับระบบราชการ วัง กองทัพ กล่าวโดยรวมคือ elite จารีตไทย)

3. แนวทางของรัฐบาลชวนทำให้เกิดกระแส "ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ" เคลื่อนไหวต่อต้านการแปรรูปต่างๆ กระแสนี้ประกอบไปด้วยพวกเอ็นจีโอ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ปัญญาชน อจ มหาลัย รวมถึงกลุ่มทุนยิบย่อยที่ไม่เอาด้วยกับรัฐบาล

ทั้ง 3 ข้อคือกระแสไม่พอใจทางการเมืองซึ่งเป็นผลจากวิกฤติเศรษฐกิจหลังปี 2540 ที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้

พอเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง 2544 ทักษิณโผล่มา ไทยรักไทยโผล่มาพร้อมแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจแบบใหม่ทั้งหมด ผสมกับความไม่พอใจ ความเบื่อหน่ายรัฐบาลชวน ทำให้ทักษิณชนะเลือกตั้งถล่มทลายอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน

ให้สังเกตว่าช่วงปี 2544-2545 ทักษิณได้รับแรงสนับสนุนทางการเมืองจากกลุ่ม elite จารีตในกรุงเทพฯอย่างชัดเจนอีกด้วย

ดังนั้น ทักษิณจึงเป็น "แบรนด์" เกี่ยวพันกับภาพลักษณ์นโยบายทางเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการฟื้นประเทศไทยจากหลุมดำปี 2540

ถ้าเราเห็น ปวศ ตรงนี้ และลองเทียบกับปัจจุบันดู ก็อาจจะเห็นภาพอะไรบางอย่างในทางการเมืองชัดเจนขึ้นครับ

ปล.ภาพประกอบปี 48

507 Nameless Fanboi Posted ID:jG47/YfJ6I

ฟังเพลงกันดีกว่าค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=I64YL2424eU

508 Nameless Fanboi Posted ID:Zz9XD0zNBH

สลิ่ มตอนอ่านเรื่องงบสามหมื่นล้าน
: มันคนละกรณีกับโควิดครับ/ค่ะ เอางบโครงการอะไรพวกนี้มารวมได้ไงก็ไม่รู้ บางส่วนก็ลดงบประมาณไปแล้วนะ พวกสามกีบชังชาติ ดิสเครดิตสถาบันฯ

สลิ่ มตอนได้ยินข่าวนำเข้าวัคซีนเอง หรือข่าวบริจาคเงินกับถุงยังชีพ
: เราโชคดีเกิดเป็นคนไทย มีผู้ปกครองห่วงใยเราเหมือนลูก ดูจากโครงการต่างๆ ตั้งสี่พันกว่าอย่างสิคะ เราจะผ่านโควิดไปด้วยกันครับ/ค่ะ ทพจรๆๆๆๆๆ

509 Nameless Fanboi Posted ID:.KuFPFTB1e

เห็นข่าว flash express ได้ยูนิคอร์นถูกโปรโมทเชิดหน้าชูตา คนตั้งใจทำธุรกิจแบบอาศัยคุณภาพ ก็ได้แต่มองตาปริปๆ อย่างเดียว

ในมุมของคนขายของออนไลน์ เริ่มต้นจากใช้บริการ ปณ.ไทย กับ kerry express มาก่อน ปณ.ไม่ต้องพูดถึง ราคา EMS แพงมากและ Kerry จับจุดนี้ได้ เลยให้บริการที่ดีกว่า ส่งเร็วกว่า ช่วงแรกจึงคว้าตลาดไปครอบครอง

ความที่ปรับตัว 'ไม่เร็วพอ' คิดว่าเป็น #เสือนอนกิน หวงท่าที ใครจะทำศูนย์บริการ kerry จำได้ว่าเปิดซองประมูล แต่ละสาขาลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท

flash เข้ามาเล่นเกมนี้แบบ #สงครามราคา ล้วนๆ จับกลุ่มสินค้าชิ้นเล็ก น้ำหนักเบา (ครีม เสื้อผ้า) เริ่มต้นค่าส่งแบบด่วน 25 บาท ในขณะที่ kerry ขนาดเดียวกัน ราคายังอยู่ที่ 40 บาท

แน่นอนว่า flash โดนด่าเละเทะเรื่องงานบริการ รับสินค้าเยอะขนาดนี้ แต่ระบบหลังบ้านไม่แข็งแรงพอ คำถามคือ #ใครจะสนใจ ในเมื่อโปรโมชั่นเลขคู่ 1.1 2.2 ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่

คนนิยมซื้อของถูก ของเซลล์ ผู้ประกอบการเอง คิดว่าลดราคาลงแล้ว บริการขนส่งจะใช้อะไรก็ได้ ขอแค่ราคาถูกที่สุดเอาไว้ก่อน

จำไวรัลคลิปพนักงาน SCG ค่อยๆ ว่างของผ่านช่องประตูอย่างทะนุทะนอมได้ไหมครับ ถูกแชร์กันมากมาย ขณะเดียวกันก็มีคลิปพนักงาน flash โยนของออกมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ใช้บริการ ไปส่องดูคอมเมนต์ก็ได้ว่า flash ให้บริการแย่ระดับไหน เติบโตขึ้นมาแบบอาศัยความเร็ว ขยายจุดรับส่ง แบบไม่สนหน้าอิฐหน้าพรหม ไม่ต้องประมูลแพงเหมือน kerry ใครจะเปิดก็ได้ เปิดร่วมกับบริการขนส่งอื่นๆ ก็ได้ เรียกว่าเป็นกลยุทธ์หว่านแห เอาจำนวนไว้ก่อน

#โปรโมชัน 1 กล่องรับสินค้าถึงหน้าบ้าน ก็เป็นอุบายให้ตัวแทนไปแข่งกันเอง ตัวแทนอยากได้ลูกค้า ก็ขับรถไปรับของจากลูกค้าเองสิ ใครไม่สะดวกก็ไม่ต้องทำ ใครสะดวกก็ได้ลูกค้าไป

ทำการค้าการขายในประเทศนี้ มีสูตรลับอยู่ไม่กี่อย่างหรอกครับ มองเห็นแล้ว คิดได้แล้ว ก็อยู่ที่ว่าจะสะดวกใจทำหรือเปล่า

เราให้ค่ากับอะไรแบบนี้ในทุกๆ เรื่อง โดยที่ไม่เคยถามหาความเป็นมืออาชีพ ประเทศแบบนี้จึงมียูนิคอร์นรายแรกที่ชนะคนอื่นด้วยสงครามราคา ไม่ใช่เรื่องคุณภาพและการบริการ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

510 Nameless Fanboi Posted ID:GahorkYynd

ไอ้มิตรสหายท่านนู้น กูอยากจะบอกว่าแฟลชแถวบ้านกูอะบริการดีอันดับต้นๆเลยนะ ส่วนเคอรี่อะอย่างเห้เลย กากกว่าปณท.อีก

511 Nameless Fanboi Posted ID:P0cJCwP/nv

แถวบ้านกู
ทำงานดี lex spx j&t flash
ทำงานหน้าหี best ninja kerry

512 Nameless Fanboi Posted ID:Sq79WirTVR

>>509 พูดถึงสงครามราคา กูนึกถึงพวกไรเดอร์ส่งอาหาร ในไทยนี่แข่งกันทั้งราคาและความเร็ว จนชีวิตคนทำงานแย่มาก เสี่ยงทั้งอุบัติเหตุ เสี่ยงทั้งโดนจับฐานทำผิดกฎจราจร แต่ผู้บริโภคไม่สนใจ กูสงสัยว่าไรเดอร์ประเทศอื่นเจอแบบเรามั่งปะวะ

513 Nameless Fanboi Posted ID:.KuFPFTB1e

>>512 มีทุกชาตอละ อย่างที่แคลิถึงออกกฎหมายให้ GIG ได้รับเบี้ยประกันแบบพนักงานบ.เต็มตัว ช่วงแรกเจ็บหนักเหมือนกัน เพราะต้องจ่ายเงินเยอะขึ้น แต่พอมีโควิดที่อย่างเปลี่ยนไปเลย เพราะร้านอาหารต้องพึ่งแอป แอปเลยโขกสับเอาเงินจากร้านค้าแทน สบายไป

514 Nameless Fanboi Posted ID:p6CxhOP.Rc

เมื่อคนตั้งคำถามถึงงบสถาบัน ฝ่ายกษัตริย์นิยมมักโต้แย้งว่า ที่ผ่านมากษัตริย์ได้พระราชทานทรัพย์ หรือดำเนินโครงการอะไรบ้าง

ซึ่งโต้แย้งผิดจุด
เพราะโจทย์สำคัญคือ ทำไมเราต้องมอบงบให้สถาบันกษัตริย์จำนวนมหาศาลแล้วค่อยลุ้นว่ากษัตริย์จะได้พระราชทานคืนสู่สังคมเท่าไหร่?

#งบสถาบันกษัตริย์

515 Nameless Fanboi Posted ID:gDJxglotHI

>>514 เป้าหมายของมันก็คือการทำให้โฟกัสผิดจุดนี่แหละ พวกเหี้ยนี่เป็นแบบนี้มาตลอด ถึงใช้ soft powerเพียวๆไม่ได้ไง ต้องมีอำนาจมากดเสริมตลอด คนไหนรู้ทันก็โดนยัดคุก

516 Nameless Fanboi Posted ID:MDh.K1X8Tq

ไม่มีวัคซีน > โรงบาลเลื่อนฉีด > รบ.สั่งห้ามเลื่อน > แต่ไม่มีแอสตร้าฉีด

เชี่ยไรวะเนี่ย

517 Nameless Fanboi Posted ID:3FcPgWL.ox

ส ลิ่ ม​ คือมนุษย์ใจต่ำ ที่พยายามเหยียดคนให้เท่ากับควาย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์​ ที่เป็นเช่นนั้นมาช้านาน คล้ายกับแนวคิด​ เรื่องการเหยียดวรรณะ อย่างที่พวกเขาเชื่อ​ และเป็นรอยัลลิสต์กัน ทว่าควายนั้น​ ก็มิใช่สัตว์ที่โง่เขลาแต่อย่างใด มันเป็นเพียงความเชื่อของคนที่มีมายาสาไถยในใจ​เสียมากกว่า

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

518 Nameless Fanboi Posted ID:3FcPgWL.ox

การใช้คำว่า “ ส า ม กี บ ” มันก็เหมือนกับคำว่า “ ค ว า ย แ ด ง ” คือมันเป็นการ Bully ชัดเจน และเป็นการ “ด้อยค่า” หรือ Discredit โดยมีนัยยะทางการเมือง

ส่วนคำว่า “ ส ลิ่ ม ” จะ Bully หรือไม่ ผมว่าขึ้นอยู่กับบริบทของผู้ใช้ เพราะเป็นคำที่มีจินตนาการหลายชั้น เช่นผมเองก็ยังมีผู้มองว่าเป็น “ นี โ อ ส ลิ่ ม ” ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูก Bully แต่อย่างใด”

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

519 Nameless Fanboi Posted ID:ijoWsTwz+o

>>518 เหยียดก็คือเหยียด ไม่ว่าจะใช้คำไหน

520 Nameless Fanboi Posted ID:b5y4u3WA02

>>518 กีบ ควาย นี่คำด่าชัดเจน เปลี่ยนความหมายเขาด้วย คนสวมเสื้อแดงไม่ได้จะสื่อว่าตัวเองเป็นควาย ชู3นิ้วก็ไม่ได้หมายถึงตัวเองเป็นสัตว์3กีบ (ไม่งั้นชู2นิ้วถ่ายรูปมันไม่เป็นสัตว์2กีบกันทั้งโลกแล้วเหรอ5555) ส่วนสลิ่่ม มันคำด่าตรงไหน ก็พวกแม่งสวมเสื้อหลายสี ประกาศตัวว่าไม่ใช่สีเหลืองหรือแดงกันเองตอนนั้น ฝุ่นใต้ตีน นี่ก็พวกแม่งเรียกกันเอง แค่เปลี่ยนระดับภาษามาใช้ภาษาชาวบ้าน

521 Nameless Fanboi Posted ID:Y0DVFiRP+E

เห็นสถานที่ฉีดวัคซีนบางแห่งประกาศว่า ผู้ลงทะเบียนได้ฉีดวันที่ 7มิย .ให้ไปฉีดตามนัด แต่ถ้าได้วันที่8 มิย เป็นต้นไปจะเลื่อนไปก่อน แบบนี้สภากาแฟหลายแห่งโสกันว่า ฉีดเอาข่าวไปก่อน ไม่ให้เสียฤกษ์วาระแห่งชาติ

522 Nameless Fanboi Posted ID:WfNKConCZ0

>>521 กูยังอยากให้เอาวัคซีนทั้งหมดที่มี มาถม กทม.-ปริมณฑล ก่อนนะ ไม่งั้นตัวเลขไม่ลง

523 Nameless Fanboi Posted ID:Sc0B8f06x.

>>520 เหมือนนิกก้าเรียกตัวเองว่านิกก้าได้แต่คนอื่นเรียกคือเหยียด
ฝุ่นใต้ตีนก็ยินดีเรียกตัวเองว่าฝุ่นใต้ตีน แต่ถ้าโดนคนอื่นเรียกคือเหยียด

524 Nameless Fanboi Posted ID:Y0DVFiRP+E

ผลการเลือกตั้งระดับชาติ 1 ครั้งและระดับท้องถิ่น 2 ครั้งล่าสุด รวมถึงกระแสม้อบ 63-64 ทำให้ทหารประเมินปัจจุบันไว้แบบนี้ครับ (ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการประเมินของ กอ รมน)
- ม้อบสามนิ้ว-ม้อบชนชั้นกลาง ไร้น้ำยา ทำอะไรไม่ได้ ล้มรัฐบาลไม่ได้ เพราะชนชั้นนำไม่เอาด้วยกับแนวทาง radical ต่อต้านสถาบัน (elite ไทยในภาพรวมยังได้ประโยชน์จากโครงสร้างปัจจุบันอยู่)
ทหารมองว่าม้อบชนชั้นกลางที่ไม่สามารถทำแนวร่วมกับ elite กลุ่มทุน กลุ่มราชการ กลุ่มศักดินาได้ คือม้อบไม่มีน้ำยาอะไร
- ทหารคุมการเลือกตั้งเอาไว้ได้ทั้งหมด และสามารถตีกรอบการเลือกตั้งให้อยู่ในการควบคุมไว้ได้แม้หลายพื้นที่ยังครอบงำไม่สำเร็จก็ตาม
- พรรคส้ม กลุ่มส้ม ในฐานะ public enemy no.1 ของทหารและเครือข่ายจารีตไทย เจาะการเมืองท้องถิ่นไม่ได้ ล้มเหลวหมดเกือบทุกมิติ มันเช็คมาหมดแล้ว
ทหารมองว่าเมื่อเจาะการเมืองท้องถิ่นไม่ได้ก็เท่ากับว่า "ตีนลอย" ไม่มีฐานการเมืองจริงๆของตัวเอง
---------
ขั้นตอนต่อไปที่ทหารกำลังดำเนินการทำ คือ เร่งตั้งพรรคใหม่ๆให้แก่เครือข่าย-ก๊วนการเมืองของตนเอง เพื่อแย่งคะแนนจากพรรคฝ่ายค้านและตัดกำลังคะแนน vote ของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ทุกพื้นที่ ผสมโรงกับพวกกลุ่มการเมืองหมาหิวที่ต้องการตั้งพรรคเพื่อหวังร่วมรัฐบาลสมัยต่อไป
ตอนนี้ทหารมองข้ามชอตไปถึงการเลือกตั้งสมัยต่อไปแล้วครับ ยุบหรือไม่ยุบสภา ขึ้นอยู่กับว่าทหารพร้อมเล่นเกมเลือกตั้งครั้งต่อไปรึยังนั่นเอง
ข้อประเมินทั้งหมดอยู่บนกรอบกติกาเดิม

525 Nameless Fanboi Posted ID:yyhu/nmkaR

>>524 ไม่ใช่แต่ทหารหรอกที่มองออก พวกนักการเมืองโลกเก่าทั้งฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน มองออกทั้งนั้น พวกพรรคร่วมทั้ง ภท.-ปชป. หรือแกนนำหลักฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทย ถึงต้องการเร่งแก้ รธน. กลับไปใช้บัตร 2 ใบให้ไวไง เพื่อไม่ให้กลุ่มการเมืองในพรรตต้องแย่งกันเองว่าใครจะลงเขตใครจะลงบัญชีรายชื่อ (อีกแนวทางคือไปตั้งพรรคสำรองไว้ เล่นเกมแบบ ทษช. กับเพื่อไทย พรรคหนึ่งเอาเขตอีกพรรคเอาบัญชีรายชื่อ) แล้วพวกนี้ลงทำงานพื้นที่กันหนักมากไม่ว่าได้หรือไม่ได้เป็น สส. ในเขต ในขณะที่พรรคการเมืองโลกใหม่อย่างก้าวไกล บวกพวกที่โดนตัดสิทธิ์ไปแล้วอย่างคณะก้าวหน้า ยังเน้นแต่การเมืองเชิงอุดมการณ์อยู่ ยังไม่สามารถฝังรากในพื้นที่ได้จริงๆ จังๆ สักแห่ง

526 Nameless Fanboi Posted ID:Y0DVFiRP+E

>>525 พรรคตั้งได้2ปีแถมหน้าใหม่เกือบหมด บางคนก็ใจร้อนเกิ๊นอะ กุว่า

527 Nameless Fanboi Posted ID:Y0DVFiRP+E

เกลียดคอนเท้นเงินเดือน 15,000 แล้วใช้ชีวิตอยู่ได้มากๆ ควายชิพหาย การประหยัดมันส่งเสริมเศรษฐกิจยังไง อีเหี้ย กดทั้งค่าแรง กดทั้งคุณภาพชีวิต เงินน้อย ใช้น้อย ไม่ได้ส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตเลย สัด มีแต่นายทุนที่ได้กำไรจากการกดต้นทุน กดค่าแรง ประเทศเราถึงเหลื่อมล้ำยังงี้ไง ควย

528 Nameless Fanboi Posted ID:Y0DVFiRP+E

>>527 กุเห็นด้วยเลย คนไทยชอบคืดว่ากดค่าแรงต่ำ ต้นทุนจะได้ถูกแต่ลืมไปรึเปล่า ค่าแรงต่ำ=กำลังซื้อต่ำไปด้วย

สุดท้ายนายทุนรวยจากการค่าแรงต่ำ ส่วนคนทั่วๆไปกำลังซื้อก็ไม่เพิ่ม เจอโรคกลัวเพิ่มค่าแรงอีก

529 Nameless Fanboi Posted ID:sfVlNCMePA

>>527 เพิ่มค่าแรงแต่ของแพงขึ้น มึงอยากได้แบบนี้เหรอ แค่คราวขึ้น 300 ก็พากันลงเหวไปไม่รู้กี่ทัวร์แล้วนา

530 Nameless Fanboi Posted ID:YBw3V2TPe9

>>526 นั่นสิ โดนยุบพรรคไปแล้วรอบนึงด้วย ตัวดังๆโดนตัดสิทธิหมด ไม่เคยได้มีผลงานบริหาร สมัยแม้วนั่นที่สามารถชิงคะแนนได้ทั้งที่ตัวแม้วไม่อยู่ ก็เพราะบริหารมาร่วม4-5ปีกว่า ผลงานมากมาย แถมส้มยังมี พท ค้ำหัวไว้อีก ขณะที่สมัยแม้วพรรคแม้วเป็นตัวนำ มีแต่คู่แข่งกากๆ(ในสนามเลือกตั้ง)แบบ ปชป มันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปแหละ ให้ความชิบหายมันสะสมเพิ่มกว่านี้ด้วย

531 Nameless Fanboi Posted ID:yyhu/nmkaR

>>527 มันมาจากเรื่องความพอเพียงน่ะ กูไม่ได้ประชดนะ คนไทยหรือแม้แต่คนเอเชียเองมีค่านิยมแบบนี้ ถึงรวยจะทำตัวรวยก็ไม่ได้ ต้องสมถะไว้ ต่างจากฝรั่ง ถ้ามึงหาเงินมาโดยสุจริตนี่จะอวดรวยก็ทำไปเลยเป็นสิทธิ์มึงอยู่แล้ว

532 Nameless Fanboi Posted ID:yyhu/nmkaR

>>526 >>530 เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามน่ะ การเมืองในประเทศกำลังพัฒนา การทำงานกับขาวบ้านรากหญ้า ช่วยปัญหาเล็กบ้างใหญ่บ้างสำคัญมาก ขนาดพรรคกล้าที่พยายามอ้างว่าเป็นพรรครุ่นใหม่ไฮเทคยังทำเลย

533 Nameless Fanboi Posted ID:xp3SSllmHs

>>529 ขึ้นค่าแรงไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องขึ้นเป็นขั้นบันใดสอดคล้องกับผลผลิตที่ได้ด้วย ถ้าค่าแรง 300 ผลิตของได้ 400 การได้ค่าแรงมากกว่า 300-400 ก็สมเหตุสมผล แต่ถ้ามากกว่า 400 คือไม่สมเหตุสมผล

ตอนปูนะกูแย้งอย่างเดียว คือช็อคตลาดมากไป แถมเป็นช่วงหลังน้ำท่วมอีก ถ้าไม่มีน้ำท่วมแล้วค่อยๆ ทยอยขึ้นภายในระยะเวลา 4 ปี มันจะเป็นโยบายที่ดีมากไป เสียดายที่ผิดเวลากับขั้นตอนไปหน่อย

534 Nameless Fanboi Posted ID:yfCCdzqzWX

>>529 ของแพงขึ้น มึงต้องดูด้วย ว่าแพงขึ้นเพราะต้นสูงขึ้นหรืออยากขึ้นเอากำไรเพิ่มเฉยๆ
ถ้าเอากำไรเพิ่ม สุดท้ายกำไรส่วนเกินของธุรกิจจะกลับมาหมุนเวียนเศรษฐกิจอยู่ดี

535 Nameless Fanboi Posted ID:yfCCdzqzWX

ผมขอลองฉายภาพตามความรู้เท่าที่มี ว่าถ้าหากประเทศไทยไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ดังนี้
ข้อแรก นักการเมืองและข้าราชการประจำจะกร่างมาก สถาบันเป็นด่านสุดท้ายที่ไม่ทรงยอมโปรดเกล้านักการเมืองเลวหรือลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าข้าราชการเลว ๆ แม้จะไม่ได้ทรงใช้พระราชอำนาจพิเศษ เหล่านี้มากนัก แต่ก็เป็นด่านที่นักการเมืองและข้าราชการเลว ๆ เกรงกลัว
ข้อสอง นักการเมืองและข้าราชการประจำจะประพฤติตัวเลว โกงกิน ทุจริต คอรัปชั่นหนักขึ้นมาก ด่านสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรมหรือการร้องทุกข์ของราษฎรคือการถวายฎีกา แต่หลายกรณีก็ได้รับพระมหากรุณาปัดเป่าทรงช่วยเหลือ ข้าราชการที่ดีและนักการเมืองดีก็มีกำลังใจในการทำงาน อย่างน้อยก็รู้ว่าฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ และทุกสิ่งอย่างยังอยู่ในพระเนตรพระกรรณ
ข้อสาม นักการเมืองจะทะเลาะตบตีกันหนักมากจนไม่มีใครฟังใคร ประชาชนจะถูกยุยงปลุกปั่นให้ออกมาทะเลาะกันรุนแรงเพื่อผลประโยชน์แต่ละฝ่าย โดยไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครฟังใคร บ้านเมืองจะวุ่นวายมาก เพราะขาดผู้ที่มีบารมีพอที่ทุกคนเต็มใจฟัง และยอมให้ ดีไม่ดีจะตีกันตายจนเกิดสงครามกลางเมือง
ข้อสี่ ประชาชนจะเคว้งขว้าง ขาดศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจ ความคิดในการเสียสละทำเพื่อบ้านเมืองจะลดลงมาก มีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น คนที่คิดทำเพื่อผู้อื่นจะอยู่ยาก ไม่มี role model และไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่อใคร ไร้เป้าหมายที่จะปกป้อง ไร้แรงบันดาลใจในการทำความดีเท่าที่ควร
ข้อห้า ประเทศไทยจะแตกออกเป็นประเทศหลายประเทศ ไทยเหนือ ไทยใต้ ต่างชาติจะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย แผ่นดินไทยจะร้อนระอุไม่ได้แตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศที่สิ้นชาติ หรือแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ประเทศ แน่นอนว่าชาติมหาอำนาจย่อมหวังเข้ามาแทรกแซงไทย หลาย ๆ ประเทศเมื่อสิ้นสถาบันแล้วมหาอำนาจก็เข้ามาครอบงำ ทำให้ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของชาติมหาอำนาจตลอดเวลา
ภาพที่ผมฉายให้เห็นนี้ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศไทย
ถ้าไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศไทยจะเป็นไปอย่างไร?
เผยแพร่: 7 มิ.ย. 2564 13:28 ปรับปรุง: 7 มิ.ย. 2564 13:28 โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์

536 Nameless Fanboi Posted ID:UhiVzaTRe/

กรีนการ์ดล็อตโต้ — อีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากย้ายประเทศ เพียงแค่สมัคร รอประกาศผล ก็จะได้วีซ่าอยู่อาศัยในประเทศอเมริกาถาวร!

กรีนการ์ดล็อตโต้ หรือ ล็อตเตอรี่วีซ่า คือโครงการ Diversity Visa Lottery DV-2023 ของทางอเมริกา โดยตัวโครงการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากทั่วโลก ได้มาทำงาน ศึกษาต่อ หรืออยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา จะได้ใบเขียว (Green Card) หมายถึงเอกสารสำคัญที่ให้สำหรับผู้อยู่อาศัยด้วยวีซ่าถาวร (Immigrant visa) ซึ่งจะได้สิทธิอาศัยตั้งถิ่นฐานและทำงานในอเมริกาและไทยคือหนึ่งในประเทศที่ได้สิทธิ์นั้น

และในปีนี้ คาดว่าจะมีการเปิดรับสมัคร ในวันที่ 15 ตุลาคม 2021 นี้ ผ่านทางออนไลน์เท่านั้น ที่เว็บไซต์ https://www.dvlottery.state.gov/ จากนั้นทางเว็บไซต์จะทำการสุ่มหาผู้โชคดี ประกาศผลปี 2022 และสามารถเดินทางไปอเมริกาได้ในปี 2023 ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ในปีนี้มีการเพิ่มจำนวนโควต้าจาก 55,000 คน เป็น 80,000 คน

537 Nameless Fanboi Posted ID:s2zUyFbhqb

เรื่องดราม่า ช่วงนี้เหรอครับ?
อ้อ ยุคนี้ Positive Thinking มันเอาท์แล้วอ่ะครับ
วิธีคิดแบบมองบวก มันเป็น Movement ทางความคิดที่ฮิตช่วง 2000-2010 ผมว่าน่าจะหมดอิทธิพล ไปพร้อมๆกับช่วงสตีฟจ็อบตาย
ถ้าใครเป็นวัยรุ่นช่วงนั้น จะพบว่าหนังสือแนวนี้มาเต็มร้านเลย
คือบอกว่า คิดบวกๆ ไว้แล้วจะประสบความสำเร็จ
กระตุ้นให้เราท้าทายตัวเอง การไม่ออกไปเดินทาง การทำงานประจำ การอยู่ที่เดิม ชีวิตเดิมๆ คือความขี้ขลาด
มันเป็นผลของมูฟเมนท์ทางจิตวิทยาที่ความเชื่อว่า self esteem จะช่วยให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้นใน สหรัฐช่วง 1990 จนมันกลายเป็นนโยบายของรัฐ และศึกษาธิการอเมริกัน ทำให้เกิดหนังสือพวกนี้ออกมาเต็มไปหมด แล้วส่งผลกลายเป็นหนังสือแปลในไทยด้วยในช่วงปี 2000
ทีนี้ หนังสือวารสารวัยรุ่นสมัยนั้นของไทย พวกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการพิมพ์สีสวยๆ ใส่เนื้อกระดาษปอนด์ ก็ได้รับอิทธิพลจากความคิดแบบนี้ แล้วก็เผยแพร่ความคิดแบบ "นอกกรอบ" "คิดบวก" "เปลี่ยนมุมมองโลก" "ออกจากคอมฟอร์ทโซน" ฯลฯ
เนื่องจากมีคนไทยเพียงบางกลุ่มที่เข้าถึงเทรนพวกนี้ก่อน ผ่านการแปลงานฝรั่ง หรือนิตยาสาร คนกลุ่มนี้เลยเท่ขึ้นมา และทำหน้าที่เหมือนเป็นศาสดาชี้นำคน
กลายเป็นยุคแห่งโคช - คำคม - การแก้ปัญของด้วยการเปลี่ยนมุมมอง - เริ่มต้นที่ตัวเอง
แต่ความคิดนี้มันเอาท์ไปแล้ว
.
.
.
อย่าง แรกผมคิดว่าเป็นผลจาก มูฟเมนท์ self esteem ถูกแหกจากกลุ่มนักจิตวิทยา ว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตดีจริง และสร้างปัญหามากมาย
เทรนประเภท self compassion, empathy ความเข้าอกเข้าใจคนอื่น กับ การบัญญัติเรื่องของ introvert ฯลฯ จึงมาแทนที่ เพื่อบอกว่า "ไม่ต้องมั่นใจ ไม่ต้องเผยตัวเอง ไม่ต้องโดดเด่น แบบที่พวกยุค 2000 บอก ก็มีความสุขได้”
สังเกตว่าหนังสือแนวพัฒนาตัวเองในช่วงนี้จะมาทางนี้แทน
เพราะมีอินเตอร์เน็ต กับสังคมโซเชียลโคชต่างๆ ก็เริ่มถูกแหก และเสื่อมความนิยมลงไป
เศรษฐีไอดอล แบบสตีฟ จ็อป คนสุดท้ายที่ฮิตน่าจะเป็น Jack Ma ซึ่งก็ถูกเก็บไปแล้ว เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนมาฮิต คนมีมๆ แบบอีรอน มัคส์ แทน
สภาพของโลกก็เปลี่ยนจากยุคความหวังของการพึ่งมาของอินเตอร์เน็ต โลกาภิวัติ โลกเป็นหนึ่งเดียว ไปเป็นยุคโซเชียลมีเดีย สี+ทรัมป์
อินเตอร์เน็ตที่เข้าถึงทุกคนทันที ผ่านสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต ทำให้เทรนของโลกไหลเข้าไทยอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านวารสารอีกต่อไป เลยเป็นยุคแห่งการไม่เชื่อศาสดาที่พยายามทำเป็นเท่ เพราะความรู้มันพอๆกันหมดทุกคน
ใครแปลคำคมฝรั่งมาพูด ทฤษฎีมั่วๆ โดนแหกหมดอะทุกวันนี้
เทรนของโลกก็เปลี่ยนไปชื่นชมคนประเภท เกรตา ธันเบิร์ก ที่ลุกขึ้นมากล้าฟาดใส่ปัญหา มันต้องต้องเป็นคนแบบ ที่เห็นแล้วคิดว่า "ไอ้สัส กล้าวะ กูไม่กล้าขนาดนี้ แม่งยอม" ถึงจะเป็นฮีโร่
คนที่เท่ ไวรัล ทุกวันนี้ต้องเป็น angry young man, angry young woman, angry young LGBTQ
การคิดบวกเลยกลายเป็นวิธีคิดของการจำยอมกับปัญหา ไม่ยอมนำประเด็นขึ้นมา แต่กลับ romanticise มัน
ยุคนี้คือยุคของ SJW ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม
คือยุคของการเชิดชูความหลากหลาย และชายขอบ การไปบอกว่า วิถีชีวิตของใครไม่ดี เป็นความขี้ขลาดคุณควรออกจาก คอมฟอร์ดโซน คุณแม่งจะโดนฟาดทันที ว่าไปกดทับชายขอบ
อีกทางหนึ่ง นอกจาก SJW ถ้าคุณอยากดังตอนนี้กลายเป็นโอกาสของพวกนีชมาร์เก็ต พวกนักวาดฮิคิโคโมรี่ อยู่บ้านทั้งวันไลฟ์วาดรูป กลุ่มสเก็ต โชว์บิดรถ ฯลฯ อะไรที่เป็นความเจ๋งสุดทางในด้านต่างๆ แบบไม่ต้องแคร์ Mass มันคือยุคของความสุด ไม่ใช่คำคมเท่ๆ
คอนเทนท์ชวนคนออกไปดูโลกกว้างที่เขียนเมื่อไม่กี่ปีก่อนอาจจะได้รับความชื่นชม แต่ถ้าทำตอนนี้จะโดยด่าว่า "มึงชอบเที่ยว ก็เรื่องของมึงดิ กูชอบอยู่บ้านอ่ะ มีปัญหาอะไรวะ"
ลองทำคอนเทนท์ สำหรับคนชอบอยู่บ้าน ทำอะไรให้มันสุดในบ้าน ไรงี้ดิ จะมีคนชื่นชม
.
.
.
ทีนี้ ถ้าคุณเป็นชาว เจน Y ที่ชินกับเทรนความคิดแบบยุคก่อนจ็อปตาย คุณจะรู้สึกถึงอารมณ์ของชาวเบบี้บลูมแล้วแหละ (ได้ฝึก empathy) เทรนความคิดโลกเปลี่ยนเร็วมาก
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าอีก 10 ปีมันจะเป็นยังไง

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

538 Nameless Fanboi Posted ID:MGIskf4Y8F

วิธีเลี่ยงภาษีโดยช่องว่างทางกฎหมายของเศรษฐี
ถือหุ้นเยอะๆ รับเงินเดือนน้อยๆ เวลาได้เงินปันผลก็ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
สิ้นปีไม่ต้องเอาเงินปันผลมายื่นภงด.
สรุปมีรายได้จากปันผลหุ้นหลายสิบล้าน แต่เสียภาษีแค่ 10% เท่าคนมีเงินเดือน 40K

539 Nameless Fanboi Posted ID:f88m0YaHU5

>>537 "มูฟเมนท์ self esteem ถูกแหกจากกลุ่มนักจิตวิทยา ว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตดีจริง และสร้างปัญหามากมาย"

มันสร้างปัญหายังไงอะ กูไม่เก็ต

540 Nameless Fanboi Posted ID:n//yG37S.5

>>539 ปัญหาเรื่องพวกไลฟโค้ชเอาคำคมกลวงๆ มาหาแดกกับคนที่ชีวิตไม่มั่นคง แล้วถูกไอ้พวกนี้หลอกขายคอร์สขายเชร์ลูกโซ่

541 Nameless Fanboi Posted ID:YAnaw4wju/

>>540 มันก็เป็นปัญหาของพวกหลอกแดกป่าววะ ไอ้พวกหากินกับ woke culture ก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ อาจจะสร้างปัญหากว่าอีก

เอาจริง woke culture ที่เน้นเรื่อง diversity นี่ก็หาแดกกับเรื่อง self esteem นะ ไม่งั้นจะบอกให้มี pride=pround to be yourself เหรอ

542 Nameless Fanboi Posted ID:Cy3UsL/xcN

>>537 >>539 >>540 >>541 ประเด็นคือ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคที่คนตั้งคำถามว่า "จำเป็นไหมที่สังคมต้องมี Core Value น่ะ" ซึ่งมันต่างจากยุคก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง ยุคก่อนๆ สังคมไม่ว่าที่ไหนๆ จะมี Core Value (คุณค่าหลัก ชุดความคิดหลัก) อย่างหนึ่ง แล้วคนในสังคมจะต้องพยายามทำตามนั้น ได้มากได้น้อยอีกเรื่อง และถึงแม้ Core Value จะมีการถกเถียงกันได้ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนหรือไม่ เปลี่ยนอย่างไร แต่มันก็ยังต้องมีไม่ชุดใดก็ชุดหนึ่ง แต่ยุคนี้ไม่ใช่ไง ลองนึกถึงฮิคคิโคโมริ พวก Neet พวกปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนจนโทรม ถ้าเป็นสังคมยุคก่อนจะถูกเหยียดใช่ปะ แต่สมัยนี้ห้ามเหยียดนะ กูอยากเป็นงี้ก็เรื่องของกูอะ

ดูเหมือนจะดีนะที่สังคมมาแบบนี้ แต่สำหรับกูว่าน่าห่วง อย่างพวกฮิคคิโคโมริ พวก Neet พวกนี้ไม่ได้มีประโยชน์ในการสร้างเศรษฐกิจ มันคนละเรื่องกับคนแก่นะ คนแก่คือเขาช่วยขับเคลื่อน ศก. มาทั้งชีวิตแล้ว หลังเกษียณก็สมควรที่รัฐต้องดูแล แต่พวกที่ว่านี่ยังเป็นวัยทำงานแต่ไม่คิดจะทำงาน เอะอะๆ ก็อ้างความเป็นมนุษย์ให้รัฐดูแล บอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของฉัน หรือคนที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนโทรม มันก็อาจเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพด้วย ก็ต้องไปพึ่งพาบริการสาธารณสุขที่รัฐจัดให้อีก กูเลยไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดแบบนี้เท่าไร

ปลาลิง.บางทีกูถึงคิดว่า เจ๊กอาจจะครองโลกได้จริงๆ ก็ได้ เพราะในขณะที่โลกตะวันตกบ้าบอกับค่านิยมพวกนี้ สิทธิชั้น เสรีภาพชั้น เนื้อตัวร่างกายชั้น รัฐต้องดูแลนะ ความเป็นมนุษย์นะ บลาๆๆ ฮ่องเต้สีกลับมีบัญชาให้สร้างระบบ social credit ขึ้นมาขัดเกลาพฤติกรรมชนชาวจีน ห้ามขี้เกียจ ห้ามปล่อยเนื้อปล่อยตัว ฯลฯ เผลออีกที คนจีนก็แกร่งกว่าคนตะวันตกแล้ว

543 Nameless Fanboi Posted ID:O5xNj.F0Y2

>>542 มันก็แค่เปลี่ยน core value มาเป็น diversity ป่าววะ ตอนนี้แม่งก็บังคับกันชิบหายให้ยอมรับ diversity ให้ได้ ถึงขั้นมี diversity department ในสำนักงานทั้งรัฐและเอกชน บังคับ diversity ด้าน sex+race ให้บาลานซ์กัน มันต่างจากเดิมตรงไหนอะ หรือแค่เปลี่ยนเป็นคำว่า diversity แล้วคิดว่ามันจะมีหลาย core งั้นเหรอ

544 Nameless Fanboi Posted ID:SZ5kMDXG2T

>>543 บังคับไงวะ ไม่ยอมรับแล้วจะติดคุกห้ามประกันเหรอ

545 Nameless Fanboi Posted ID:DaAyGBkVth

>>542 เข้าใจว่าฝั่งตวต. มันปสด. เกินไปในบางเคสนะ แต่ไปเปรียบเทียบกับมะเร็งโลกแบบเจ๊กนี่ก็ไม่ไหว แทนที่จะใช้คำว่าเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้นกูอยากจะนิยามว่ามันละทิ้งความเป็นมนุษย์ มุ่งสู่กันเป็นตัวเหี้ยของทั่นผู้นำมากกว่า

546 Nameless Fanboi Posted ID:SZ5kMDXG2T

>>545 เหมือนเป็นพวกขี้ตีนverอัพเกรด เพราะมันมีระบบพรรคระบบบริหารชัดเจนว่าจะไปสาย ผดก

547 Nameless Fanboi Posted ID:I0YSYPId4e

>>544 ไม่ยอมรับ ผลคือโดนฟ้องไงสัด หาว่ากีดกันเชื้อชาติ/ผิว ทีนี้มึงก็ต้องเสียเงินเสียเวลาทำมาหากินมานั่งรบกับไอ้พวกว่างงานห่านี่อีก เอาไหมละมึง แล้วเผลอๆคนตัดสินที่เป็นเจ้าของคดีบ้าจี้เข้าข้างมันอีก ซวยหลายเด้ง

ที่พูดมานี่กูไม่ได้นั่งเทียน บ.ใหญ่ๆมีโดนไปหลายเจ้าแล้ว เขาถึงตัดปัญหากำหนดเป็นโควตาจ้างคนพวกนี้ไว้เลยไง จะได้ไม่โดนหาเรื่อง

548 Nameless Fanboi Posted ID:SZ5kMDXG2T

>>547 ก็มึงกีดกันเค้าจริงๆป่าวละ โดนเรื่องกฎหมายแรงงานก็ปกตินิ มึงจ้างคนแล้วทำเหี้ยๆใส่เรื่องอื่นเช่น ไม่ให้ผญลาคลอด เลิกจ้างไม่จ่ายชดเชย ก็โดนฟ้องเหมือนกัน ผิดปกติตรงไหนวะ

549 Nameless Fanboi Posted ID:Cy3UsL/xcN

>>545 >>546 จีนกำลังจะย้อนเกล็ดฝรั่งไง แต่ก่อนฝรั่งปฏิรูปเป็นทุนนิยม เงินเยอะกว่า รวยกว่า มีเงินจะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้จีนกำลังจะเอามั่งแล้ว ฝรั่งสุขสบายอ่อนแอเกินไป มีเวลาถกปรัชญาเชิงนามธรรม แต่จีนสะสมทุน รุกเข้าต่างแดนแย่งงานกว้านซื้อกิจการ มีเงินมีเทคโนโลยีมันทำได้หมดแหละ

550 Nameless Fanboi Posted ID:O5xNj.F0Y2

>>549 ถ้าใช้วิธีแบบทุนนิยมตะวันตกที่รัฐและเอกชนแยกกันชัดเจนหรือทำตามกฎ WTO ไม่มีใครว่าหรอก แต่จีนไม่ใช่ไง จีนชอบพูดว่ารักษากฎแต่ไม่เคยรักษากฎในองค์กรหรือสัตยาบันที่ตัวเองอยู่เลย ตะวันตกถึงบอกว่าไม่แฟร์ไง

551 Nameless Fanboi Posted ID:Cy3UsL/xcN

>>550 ถ้ามองแบบจีน คือคนที่เจริญไปก่อนแล้วก็สร้างเพดานสร้างกรอบครอบไว้ จีนจึงไม่สน เห็นได้จากยอมให้โลกประณามว่าเป็นชาติขี้ก๊อป จนมีเทคโนโลยีของตัวเอง แถมผลิตของได้ทั้งถูกทั้งแพงส่งไปตีตลาดทั่วโลก ด้านกองทัพก็มีอาวุธทันสมัยพร้อมชนกับใครก็ได้

กูดูจีนแล้วยังอิจฉาเลยในบางมุม ถ้าไทยจะเป็นเผด็จการมันต้องเป็นให้ได้แบบนี้ ให้คนมันรู้สึกว่าการเป็นคนของชาตินี้โคตรภูมิใจ เหมือนกับเยอรมันกับญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกน่ะ หรือแม้แต่รัสเซียสมัยปูตินก็เหมือนกัน

552 Nameless Fanboi Posted ID:.vc1GWbpjS

>>551 พอมันมีเทคมันก็ไล่ฟ้องคนก๊อปเหมือนคนอื่นแหละ ถ้าเมกามันไม่ถือคตินี้จีนคงไม่ได้ผงาดหรอก

553 Nameless Fanboi Posted ID:st/0KAbjiW

>>548 อ่านมาตั้งนานมึงยังตีไม่แตก ? เขาพูดถึงกรณีที่อยู่เฉยๆก็โดนฟ้องเพราะสัดส่วนจำนวนคนที่จ้างมันไปจ้างพวกมันน้อยไป แล้วมึงลองนึกดูเป็นนายจ้างแทนที่จะจ้างคนตามความสามารถต้องมานั่งจัดโควตาให้ไอ้พวกห่านี่อยู่ เหมือนมีสิทธิพิเศษ

554 Nameless Fanboi Posted ID:Cy3UsL/xcN

>>553 ถูก การมีโควตาให้กลุ่มชายขอบกูเข้าใจนะ เพราะในช่วงแรกๆ ที่สังคมเปลี่ยนผ่าน พวกพลเมืองชั้น 2 หรือกลุ่มชายขอบทั้งหลายอาจยังไม่พร้อม เพราะที่ผ่านมาเข้าไม่ถึงการศึกษาหรือการพัฒนาด้านต่างๆ แต่พอเวลาผ่านไป บางทีมันก็ไม่จำเป็นละมั้งหากสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ มันได้อย่างทั่วถึง ก็ถึงเวลาแล้วที่คนทุกกลุ่มต้องมาแข่งกันภายใต้กติกาเดียวกัน ไม่ใช่ว่านับวันยิ่งมีแต่เรียกร้องจะเอาโควตาให้มากขึ้นเรื่อยๆ

เอาง่ายๆ เรื่องหนึ่งที่กูรำคาญมาก คือพวกที่มาเย้วๆ อยากให้เขียนใน รธน. ให้ชัด ว่าในพรรคการเมือง ในสภา ในรัฐบาล ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ ควรมีสัดส่วนสมาชิกพรรค สส สว (ในบางยุค สว ก็มาจากการเลือกตั้ง) ระหว่างเพศให้ใกล้เคียงกัน คือมันควรดูจากความสามารถหรือความนิยมในสายตาประชาชนไหมอะ ไม่ใช่กันโควตาแบบนี้

555 Nameless Fanboi Posted ID:ISzjFgm84k

>>553 มึงไม่รู้อีกเหรอมันเป็นใคร

>>554 กูเข้าใจหลักการว่าอยากให้มีความเท่าเทียมทางเพศนะ แต่เรื่องนี้ควรให้เป็นเรื่องที่สังคมตัดสินมั้ยอะ อยากผลักดันมากก็ตั้งพรรคหญิงล้วนซะก็สิ้นเรื่อง ดูซิว่าคนเขาจะเลือกมั้ย

556 Nameless Fanboi Posted ID:bcFJIKc25M

>>551 เผด็จการแบบนี้ดีตายห่านแหละ คอรัปชั่นเต็ม อิโง่ว

557 Nameless Fanboi Posted ID:snwXp/rldX

เผด็จการแบบไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ ยิ่งบ้านเราขนาดประชาธิปไตยมันยังโกงกันแหลก เปลี่ยนมาเป็นกึ่งเผด็จการมันก็ยังโกง ถ้าเผด็จการเต็มสูบคงแดกกันชิบหายวายวอด

558 Nameless Fanboi Posted ID:Cy3UsL/xcN