Fanboi Channel

โม่งมิตรสหายท่านหนึ่ง 16th quotes

Last posted

Total of 426 posts

211 Nameless Fanboi Posted ID:OWQCsyDhnH

พูดกันมากว่าคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปแล้ว จะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม จะไม่กลับไปอนุรักษ์นิยมอีก อย่าเพิ่งมั่นใจจนกว่าจะชนะ และอย่าเพิ่งมั่นใจว่าจะชนะ หนทางการต่อสู้ยังอีกยาวไกล
ตัวอย่างที่ดีที่สุดของคนรุ่นใหม่ที่ตาสว่างแล้ว แต่กลายมาเป็นรอยัลลิสต์ก็คือ คนเดือนตุลา นี่แหละ
3 ปีหลัง 14 ตุลา แนวคิดสังคมนิยม-เสรีนิยมเบ่งบานในมหาวิทยาลัย และยังขยายไปสู่ขบวนการชาวนา-กรรมกร พวกเขาอ่านงานที่วิพากษ์ระบบศักดินา-ทุนนิยมไทยอย่างถึงรากถึงโคน ไม่ว่าจะเป็นงานของจิตร ภูมิศักดิ์ สรรนิพนธ์เหมา ลัทธิมาร์ซิสม์ วีรกรรมของนักปฏิวัติทั่วโลก หนังสือพิมพ์ “อธิปัตย์” ของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย นี่ซ้ายมาก วิพากษ์ศักดินาตรงไปตรงมา
จารีตประเพณีจำนวนไม่น้อยถูกตั้งคำถาม เครื่องแบบนักศึกษาถูกสลัดทิ้ง เกิดกลุ่มเฟมินิสต์ พุทธสายใหม่ ในมหาวิทยาลัย นักเรียนมัธยมเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองแข็งขัน ฯลฯ ก็เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน พวกเขาต้องการเปลี่ยนโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรมอย่างถอนรากถอนโคน ฝ่ายขวาจึงกลัวพวกเขาเหลือเกิน มันจึงนำไปสู่การสังหารหมู่ 6 ตุลา 2519
พ่ายแพ้จาก 6 ตุลา อกหักจากเผด็จการคอมมิวนิสต์ พวกเขากลายเป็นผู้แพ้ คนเดือนตุลาจำนวนไม่น้อยลุกขึ้นใหม่โดยยังสามารถรักษาจุดยืนประชาธิปไตยไว้ได้ แต่ก็ไม่น้อยกลายเป็น คนเดือนตุลารักษาพระองค์ (รอ.) ชาวนาไม่น้อยกลายเป็น พคท.รอ. ... หรือกรณีเร็วๆ นี้ แกนนำ นปช.ที่สร้างคำว่า “กระสุนพระราชทาน” ในเหตุการณ์ปี 2553 ก็ได้กลายเป็น นปช.รอ. ไปแล้ว
ตัวอย่างเสรีนิยมโดยคนรุ่นใหม่ที่ชนะก็มี แต่มันเกิดขึ้นในสังคมที่องค์กร-สถาบันหลักของสังคมทำหน้าที่ปกป้องกติกาประชาธิปไตยได้อย่างมั่นคง เช่น กรณีขบวนการต่อต้านสงครามเวียดนามในสหรัฐอเมริกาในยุค 60 ที่เป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมฮิปปี้ เฟมินิสต์ ปฏิวัติความสัมพันธ์ระหว่างเพศ วัฒนธรรมไม่ไว้วางใจอำนาจรัฐ ฯลฯ พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าสังคมอเมริกันไม่อนุรักษ์นิยม ในความเป็นจริง พวกอนุรักษ์ฯมีไม่น้อยไปกว่าพวกเสรีนิยมด้วยซ้ำ แต่เขามีระบบที่ทำให้คนคิดต่างไม่ลุกขึ้นมาฆ่ากันง่าย ๆ แบบไทย
สิ่งที่อยากพูดก็คือ ความพ่ายแพ้และผลประโยชน์สามารถกระทำกับคนได้สารพัดแบบ คนที่เคยตาสว่างแล้ว ก็อย่าคิดว่าจะกลับไปเป็นอนุรักษ์นิยมอีกไม่ได้ ก็ขนาดคนที่ไม่เคยแพ้ ตอนเป็นวัยรุ่นก็ดูเสรีนิยมดี แต่พอแก่ก็ยังกลายเป็นอนุรักษ์นิยมได้เลย
สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ สู้อย่างไรไม่ให้แพ้ สู้อย่างไรที่จะขยายการสนับสนุนได้มากที่สุด ไม่สร้างความแปลกแยกให้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ไล่คนที่เชื่อเหมือนกันแต่เห็นต่างในวิธีการ ให้กลายเป็น “ตัวตลก” “พวกโลกสวย” ไม่ด่วนไล่คนที่ออกมาเตือน ให้ไปวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ แล้วเอาแต่เชียร์กันเองโดยไม่หันไปดูคนกลุ่มอื่น ๆ บ้าง พวกเดียวกันทำอะไรก็ถูก
หลายปีมานี้เราพูดถึง 6 ตุลากันมาก บทเรียนสำคัญที่เราต้องไม่ลืมคือ มันเกิดขึ้นในภาวะที่ชนชั้นกลางอยู่ในภาวะลงแดง หมดความอดทนกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษากรรมกรชาวนา อยากบอกว่าคนไทยในปัจจุบันอนุรักษ์นิยมไม่น้อยไปกว่าเมื่อปี 2519 เลย พวกเขาอยู่กับโฆษณาชวนเชื่อมา 60-70 ปี จะให้ทิ้งไปทันทีได้อย่างไร ฉะนั้น อย่าดูเบาความน่ากลัวของพลังอนุรักษ์นิยมไทย

212 Nameless Fanboi Posted ID:cMvJA21lJP

การชุมนุมประท้วงคราวนี้ ออกจะแปลกและแตกต่างจากการประท้วงครั้งก่อนๆ ชัดเจน

อันแรกเลย คือมีการถือธงชาติของต่างประเทศ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในไทย เคยมีที่ฮ่องกง ที่ผู้ประท้วงถือธงชาติอังกฤษ อเมริกา ออกมาประท้วง

เรื่องที่สองคือ ถ้าประท้วงไล่รัฐบาล แก้รัฐธรรมนูญเรื่องสว ป่านนี้มีมวลชนสนับสนุนมาก และสำเร็จนานแล้ว แต่การประท้วงครั้งนี้ กลับชูประเด็นเปลี่ยนแปลงสถาบัน ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการล้มล้างสถาบัน เพื่อไม่ให้จบเร็ว จบง่าย แต่ต้องการให้ประเด็นยืดเยื้อและรุนแรง

จนดูเหมือนว่า เป้าจริงคือ ปะทะกับสถาบัน เรื่องไล่รัฐบาลเป็นประเด็นบังหน้า
เพราะผู้วางแผนรู้ว่า ประเด็นสถาบัน สร้างความรุนแรงได้ง่าย

เรื่องที่สาม คือ แปลกที่ปกติผู้ชุมนุม จะไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง แต่การประท้วงครั้งนี้ดูเหมือนแกนนำระดับหัวจริงๆ ต้องการให้เกิดความรุนแรง พยายามยั่วยุให้เกิดการปะทะ ต้องการให้มีคนเจ็บและตาย

เพื่อ เรียกมวลชน ให้คนเห็นใจและออกมาสนับสนุนมากขึ้น

เพื่อใช้เป็นเหตุอ้างให้ต่างชาติมีข้ออ้างเข้ามาแทรกแซงกดดันประเทศไทย เพราะรัฐบาลไม่ตามใจตามคำขอที่จะให้ไทยเป็นเป้าในความขัดแย้งระหว่างอเมริกากับจีน

แกนนำจึงพยายามสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม เพื่อให้มีคนเจ็บและตาย ตามที่ได้รับแผนและทุนมา

ผู้ชุมนุมที่ไปด้วยใจบริสุทธิ์ เลยตกเป็นเหยื่อ และเป็นเบี้ยของแกนนำที่ต้องเจ็บ

ฝ่ายรัฐก็รู้แผนนี้ พยายามที่จะไม่ใช้การสลายการชุมนุม จนสุดท้ายจึงต้องใช้การฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา

การชุมนุมที่รัฐสภา เกิดเรื่องทุกครั้ง เพราะตำรวจต้องป้องกันรัฐสภา ในขณะที่แกนนำก็รู้และต้องฝ่าเข้าไปให้มีเรื่อง

ฝ่ายสีเหลืองก็รู้แผนนี้ ไม่ยอมออกมาปะทะ เพราะจะเข้าแผนของต่างชาติผ่านแกนนำ

แรกๆ แกนนำไม่อยากออกหน้า เพื่อสร้างภาพว่าการชุมนุมไม่มีแกนนำ เป็นการชุมนุมอิสระ (แต่มีการนำทางออนไลน์ในรูปแบบใหม่)

สองวันหลังที่รัฐสภาและราชประสงค์ชัดเจน เพราะถ้าแกนนำไม่ออกมา แผนจะไม่สำเร็จ เพราะมวลชนประท้วงเสร็จก็กลับบ้าน จนแกนนำและผู้สนับสนุนไม่พอใจว่าไม่อึด

ที่น่ากลัวและต้องระวังคือ ผู้วางแผนเบื้องหลังจะจัดคนมายิงผู้ประท้วงเสียเองแล้วป้านสีเจ้าหน้าที่ หรือฝ่ายเหลือง เพื่อสร้างสถานการณ์ ที่หน้ารัฐสภา ก็มีการใช้ปืนยิงและมีการแสดงปลอกกระสุน ซึ่งยังไม่รู้ว่าใครยิง

การประท้วงครั้งนี้ ผู้วางแผนและแนวทางมืออาชีพระดับ CIA ทีเดียว

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

213 Nameless Fanboi Posted ID:cMvJA21lJP

#หยุดคุกคามเทศกาลดนตรี

ตั้งแต่เริ่มฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก เชื่อมาตลอดว่า "ดนตรี" เป็นอะไรที่โครตเสรี ทุกคนมีอิสระในการเลือกที่จะชอบ เลือกที่จะฟังชอบเพลงแนวไหนก็ฟัง ชอบศิลปินวงไหนก็ติดตาม

จนถึงวัยทำงานที่มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลดนตรีตั้งแต่ Fat Fest. จนถึง Cat Expo ซึ่งทุกครั้งทีมงานจะทุ่มเทกับการเตรียมงานล่วงหน้ากันหลายเดือน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ผู้ชมมีความสุขกับดนตรีและศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบมากที่สุด

แม้กระทั่งการจัดงานในปีนี้ ก็เชื่อว่าผู้จัดและทีมงานทุกคนก็ยังคงมุ่งมั่นในเจตนารมย์นี้เช่นเดิม

แต่น่าเสียดาย ... ที่มีศิลปินวงหนึ่งกลับดูถูกความตั้งใจของผู้จัดงาน ด้วยการนำเอาความขัดแย้งทางการเมืองในเวลานี้ ขึ้นมาเห่าหอนประกาศศักดาบนเวที โดยไม่สนใจว่าพื้นที่ที่ยืนอยู่ในเวลานั้นเป็นเวทีอะไร

สรุปง่ายๆคือ ศิลปินวงนั้นลักลอบพาแกนนำคณะราดอย่างรุ้ง , ไผ่ , แอมมี่เข้ามาในงาน ซึ่งถ้าเข้ามาในฐานะคนรักดนตรีแล้วทิ้งเรื่องการเมืองไว้นอกรั้ว ก็คงไม่มีใครไปปิดกั้น

แต่นี่กลับมีนอกคิว ประกาศเชิญขึ้นเวทีในช่วงท้ายโชว์ ... สะกดคำว่า " มารยาท " เป็นมั้ย?? ทั้งศิลปินวงนั้น และสามคนนี้

ไม่ใช่เฉพาะฝั่งนี้เท่านั้น ถ้าอีกฝั่งอย่างหมอวรงค์ , อุ๊ หฤทัย แอบมาขึ้นเวที ผู้จัดก็คงไม่รู้สึกยินดีเช่นกัน

อย่าลืมว่า ในพื้นที่ของผู้ชมนับหมื่นคน อาจมีทัศนคติทางการเมืองที่ต่างกัน แต่พวกเค้าเหล่านั้นมางานนี้เพราะรักในสิ่งเดียวกันนั่นคือ "ดนตรี"

และนี่คือเวทีแห่งความสวยงามของเสียงเพลง ไม่ใช่เวทีการเมืองที่ใครจะมาสร้างความแตกแยก

... กลับไปเรียน ป.1 กันใหม่ แล้วสะกดคำว่า "มารยาท" ให้เป็นด้วย ...

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

214 Nameless Fanboi Posted ID:uBD3UKgtgQ

ใครเคยบ่นเรื่องไทยมีการศึกษาและค่าเดินทางที่แพงกว่า ด้อยกว่ายุโรป หรือสวัสดิการและการรักษาพยาบาลแย่กว่ายุโรป หรืออยากให้ประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ โดยให้เบี้ยอะไรต่างๆ มากมาย … ยกมือขึ้น

👜 ของฟรี ไม่มีในโลก
…เมื่อตอนเด็กวัยประถม เดิน supermarket ระหว่างเลือกของ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแพคที่แถมชาม หรืออีกแพคที่ไม่แถมอะไร
มาม้าถามว่า “นุชจะเอาชามไปทำอะไร ที่บ้านมีเยอะแยะ”
เราถามกลับว่า “แล้วทำไมจะไม่เอาชามล่ะ ในเมื่อมันแถมฟรี”
มาม้าบอกว่า “ดูราคาสิ แพคที่มีชามมันแพงกว่า ของฟรีน่ะ ไม่มีในโลก ต่อให้ราคาเท่ากัน ของฟรีที่ไม่ได้ใช้ มันก็แค่เพิ่มขยะชิ้นนึง จะหิ้วให้หนักทำไม”

🐥 จำมาตลอดชีวิตเลยค่ะ
******

การให้สวัสดิการโดยภาครัฐที่ถูกต้องตามหลักการของเศรษฐศาสตร์นั้น คือ การให้สินค้าและบริการที่ไม่สามารถมีตลาดซื้อขายเกิดขึ้นหรือหากเอกชนเป็นผู้ผลิตสินค้าหรือให้บริการนั้นจะมีต้นทุนสูงจนไม่มีผู้ผลิตสินค้าหรือให้บริการนั้น (เรียกอีกอย่างว่าความล้มเหลวของตลาด)
เช่น การจัดให้มีหน่วยงานดูแลความปลอดภัยและสงบสุขของประเทศ แทนกรมตำรวจหรือหน่วยงานดับเพลิง (ที่คงไม่มีเอกชนที่ไหนให้บริการนี้) รวมถึงการโอนเอาค่าใช้จ่ายบางส่วนมาเป็นของรัฐ เช่น การให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการดูแลเด็กเล็กระหว่างเวลาทำงานของผู้ปกครองและการให้ความดูแลคนชราหรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาค่าโดยสารรถเมล์รถไฟในประเทศสหราชอาณาจักร การให้บริการรักษาพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (เช่นค่าหมอ) ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และการให้ที่พักอาศัยชั่วคราวแก่ผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย
******

แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่าย ก็ต้องมีเงินเพื่อใช้จ่าย
หลายคนคงสงสัยว่าเงินที่นำไปใช้จ่ายในนโยบายเหล่านี้หากนักการเมืองได้เป็นรัฐบาลล่ะ มาจากไหน บางคนอาจคิดว่า “ก็รัฐบาลจ่ายให้เราไง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ของฟรีไม่มีในโลก คนที่จ่ายคือ ผู้เสียภาษี
รัฐบาลหรือหน่วยงานราชการเป็นแค่องค์กร อาศัยคนเป็นผู้ให้บริการและจัดให้มีสวัสดิการ คน (ข้าราชการ เจ้าหน้าทีรัฐ พนักงานของรัฐ) ก็คือแรงงาน แรงงานต้องได้รับค่าจ้าง แต่เงินที่จะมาจ่ายค่าจ้างแรงงานนี้รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นในการจัดให้มีสวัสดิการต่างๆ นั้นมาจากเงินที่รัฐมีอยู่และได้มา
รายรับของรัฐบาลแบ่งเป็น (1) รายรับจากเงินที่กู้ยืมมา และ (2) รายได้ที่มาจากเงินภาษีและเงินที่เกิดจากสินทรัพย์ของรัฐ
หากรัฐกู้ยืมเงินมาไม่ว่าจะเป็นการกู้โดยตรงจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งหรือออกพันธบัตรเพื่อระดมเงินทุนมาใช้จ่ายในการให้สวัสดิการแก่ประชาชน ย่อมต้องมีการจ่ายคืนทั้งต้นและดอกเบี้ย
นั่นก็หมายความว่าไม่ว่าจะเป็นนโยบายสร้างรัฐสวัสดิการหรือเป็นแค่นโยบายแจกเงิน เงินที่ใช้ไปก็คือภาษีจากประชาชน … ของฟรี ไม่มีในโลก
***

215 Nameless Fanboi Posted ID:uBD3UKgtgQ

❓แล้วเงินใช้จ่ายสำหรับรัฐสวัสดิการในต่างประเทศล่ะ มาจากไหน
ในต่างประเทศนั้น มีการให้สวัสดิการสังคม (social welfare) ที่ครอบคลุมแตกต่างกัน เช่นการลดหย่อนภาษีแก่ครอบครัวที่มีบุตรธิดา การให้เงินช่วยเหลือรายเดือนแก่ผู้ตกงาน ในรูปแบบของรัฐสวัสดิการที่แตกต่างกันไปนี้ แต่ละประเทศก็หาเงินมาจ่ายสวัสดิการสังคมที่รัฐเป็นผู้จัดหาให้แตกต่างกันไปเช่นกัน

🖍ในฝรั่งเศสและเดนมาร์กนั้น รัฐให้สวัสดิการมากมายครอบคลุมชีวิตประจำวันของประชาชนแทบทุกด้าน แต่ก็แลกมาด้วยการเก็บภาษีในอัตราภาษีที่สูง โดยรายได้ภาษีนั้นสูงกว่าร้อยละ 45 ของผลผลิตมวลรวมของประเทศ

🖍ประเทศเดนมาร์ก แทบจะไม่เก็บภาษีจากคนเกษียณอายุ คนพิการ หรือพวกองค์กรเพื่อสังคมค่ะ ในขณะที่นิวซีแลนด์ไม่เก็บภาษีจากกลุ่มนี้เลย โดยทั้ง 2 ประเทศเก็บภาษีจากผู้มีรายได้และธุรกิจสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จนทำให้รายได้จากภาษีเงินได้ของเดนมาร์กและนิวซีแลนด์สูงกว่าร้อยละ 50 ของรายได้รัฐทั้งหมด

216 Nameless Fanboi Posted ID:uBD3UKgtgQ

📕งานวิจัยชิ้นหนึ่งโดย SensAge ได้แบ่งรัฐสวัสดิการของกลุ่มประเทศยุโรปไว้เป็น 5 แบบ โดยแต่ละแบบมีการจัดหาแหล่งเงินที่ใช้จ่ายในการให้สวัสดิการสังคม (social welfare) แตกต่างกัน

1. รูปแบบนอร์ดิก ใช้เงินจากภาษีส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นมาใช้จ่ายในการให้สวัสดิการ โดยใช้หลักการของการกระจายรายได้ คือเก็บภาษีรายได้สูงเพื่อนำไปจัดให้สวัสดิการแก่ประชาชนทุกกลุ่มเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งในเรื่องการเข้าถึงบริการโดยภาครัฐ การศึกษา และการดูแลรักษาพยาบาล (การหาหมอหรือใช้บริการโรงพยาบาลฟรีในเดนมาร์ก) เรียกได้ว่าในเกือบทุกด้านของชีวิตประจำวัน ประเทศที่ใช้รูปแบบนี้ ได้แก่ประเทศ Norway, Sweden, Finland, Denmark, และ Netherlands กลุ่มนี้มีการเก็บภาษีรายได้ในอัตราที่สูงมากที่สุดในยุโรปก็ว่าได้

2. แบบแองโกลแซกซอน (Anglo-Saxon) ที่ใช้ใน United Kingdom และ Ireland นั้น เงินที่ใช้ก็ยังคงมาจากประชาชน โดยเป็นสวัสดิการแบบผสม คือในกลุ่มคนชั้นกลาง (ผู้ใช้แรงงานหรือมีรายได้) จะเป็นสวัสดิการที่จัดหาโดยรัฐและองค์กรร่วมกัน ที่เรียกว่าประกันสังคม ทั้ง (1) ผู้ได้รับสวัสดิการ (ซึ่งก็คือผู้มีรายได้) (2) องค์กรต้นสังกัดของผู้ได้รับสวัสดิการและ (3) รัฐร่วมกันรับผิดชอบจ่ายเงินเข้ากองทุนนี้ แต่ในกลุ่มคนชั้นล่างจะเป็นสวัสดิการที่จัดหาโดยรัฐซึ่งก็คือมาจากภาษีที่เก็บจากผู้มีรายได้ล้วนๆ เพื่อหวังผลให้เกิดการกระจายรายได้

3. แบบคอนติเนนทัล หรือเรียกว่า Bismarck ซึ่งเป็นการบังคับจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ประเทศที่ใช้แบบนี้ คือ Austria, France, Germany, Belgium และLuxembourg เช่น ในเยอรมัน รัฐส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับการให้ความดูแลรักษาสุขภาพ (Healthcare) ร้อยละ 21 แปลว่าเป็นเงินที่ใช้จ่ายในสวัสดิการสังคมมาจากภาษี 21%

4. แบบเมดิเตอเรเนียน ซึ่งใช้ในประเทศ Italy, Spain, Greece, Portugal และ Turkey ใช้หลักการที่ว่าครอบครัวมีหน้าที่ดูแลสมาชิกในครอบครัว แม้จะมี public healthcare แต่ภาครัฐมีส่วนร่วมในเงินที่จ่ายในการให้สวัสดิการน้อยกว่าแบบที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด จะเห็นได้ว่าในประเทศกลุ่มนี้เก็บภาษีจากผู้มีรายได้ในอัตราที่ต่ำกว่าทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น

5. แบบยุโรปกลางและตะวันออก กลุ่มประเทศยุโรปกลางและตะวันออก เช่น Hungary, Poland, Czech Republic และ Slovenia เคยเป็นประเทศที่เป็นสังคมนิยม แต่กลับมีการยกเลิกการให้สวัสดิการสังคมในหลายๆ ด้าน มีการตั้งกองทุนต่างๆ แยกกันตามประเภทสวัสดิการ เงินที่เอาเข้ากองทุนคือภาษี และเงินปันจ่ายจากผู้มีงานทำ รูปแบบนี้เป็นผสมผสานทำให้กลุ่มนี้มีการเก็บภาษีจากผู้มีรายได้ในอัตราภาษีต่ำกว่าประเทศที่ใช้รูปแบบอื่นทั้ง 4 รูปแบบข้างต้น ขณะเดียวกันก็ยังคงเก็บภาษีในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือมีรายได้ต่ำด้วย

📌เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการให้สวัสดิการสังคมนั้นมาจากภาษี ในภาวะที่เก็บภาษีได้น้อยก็ย่อมเกิดปัญหาตามมา เช่น ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ภาครัฐขาดดุล จนต้องตัดค่าใช้จ่ายสวัสดิการต่างๆ ส่งผลให้เกิดการประท้วงจากทั้งกลุ่มแพทย์ กลุ่มนักศีกษา กลุ่มแรงงาน ในหลายๆ ประเทศ การแบ่งภาระระหว่างประชาชนและรัฐให้มีความสมดุลมากขึ้นอาจเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า

การจะใช้นโยบายรัฐสวัสดิการหรือว่านโยบายประชานิยม ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงิน ดังนั้นพรรคการเมืองในต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป เวลาเสนอนโยบายใช้เงิน จะบอกแก่ประชาชนด้วยเช่นกันว่าแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้เพิ่มขึ้นนั้นมาจากไหน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนของนโยบาย และเพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความเป็นไปได้และความยั่งยืนของนโยบายใช้เงินที่ทางพรรคเสนอมา เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง

🧮 ถ้าเราอยากได้ชีวิตแบบยุโรป ของถูก (ที่ต้องจ่ายอย่างอื่นแพง) ของดี (ที่ไม่ได้ดีเสมอไป) ของฟรี (ที่ไม่มีอยู่จริง) ก็ดีดลูกคิดก่อนค่ะ ว่าพร้อมจะเสียภาษีรายได้และประกันสังคมที่แพงขึ้นมั้ย

ก่อนจะบอกว่าพร้อมจ่ายมากขึ้นถ้ามีสวัสดิการดีจริง ลองคำนวณดูก่อนนะคะว่าทุกวันนี้คุณจ่ายภาษีดอกเบี้ยครบมั้ย คุณเคยพยายามจะทำทุกทางเพื่อให้ได้ลดหย่อนภาษี ได้ภาษีคืนหรือแอบเอาของเข้าประเทศโดยไม่เสียภาษีรึป่าว คุณจ่ายภาษีอยู่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับรายได้ที่หามาได้ และลองคิดดูว่ามีกี่ครั้งที่มีการประกาศเก็บภาษีเพิ่มแล้วคุณไม่โวยวายแต่พร้อมควักกระเป๋าจ่ายทันที

Credit figures from OECD, https://www.taxpolicycenter.org/,
Our world in data, Tax Foundation

217 Nameless Fanboi Posted ID:LPDab6MXib

>>216 ถึงว่าประเทศเขาคนเขาถึงได้โวยหนัก เวลาราชวงศ์เอาภาษีไปใช้ฟุ่มเฟือยไม่ก่อประโยชน์ต่อสังคม

218 Nameless Fanboi Posted ID:bNzSNJwKUU

>>210 อย่างน้อยสุดถ้าศรียังเป็นเมียคงไม่มีภาพท๊อปครอปให้เห็น มีแต่คลิปริมสระก็แย่พอแล้ว

219 Nameless Fanboi Posted ID:wjOnmRSnEG

>>216 เยอรมันที่คนอวยๆกัน แม่งก็ไม่ได้สวัสดิการดีเท่าไหร่ เรื่องรักษาพยาบาลนี่ไม่ฟรีเพราะรัฐบังคับให้มึงซื้อประกันแล้วประกันเป็นคนจ่าย เรื่องเกษียญนี่ยิ่งเหี้ยใหญ่ เพราะเด็กเกิดใหม่น้อยตอนนี้เลยมีเรื่องคำนวณรายได้กันว่าถ้าเงินเดือนมึงเกินเกณฑ์จะไม่ได้บำนาญรัฐ

สงสัยว่าคนที่อวยๆระบบไอ้หรั่งนี่เคยมาสัมผัสเองไหม ไม่มีเลิศเลอเมจิคัลแบบที่อวยกัน

แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไทย

220 Nameless Fanboi Posted ID:h6w3v/VkZs

>>219 ‘แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไทย’
จริงๆคนไทยไม่ต้องการอะไรมากหรอก แค่ต้องการสิ่งที่มันแย่น้อยลง ลองเสดกิจดีแบบจริงๆดิ ม็อบหาย

221 Nameless Fanboi Posted ID:TXmOv0.4Oc

>>220 ถ้าไม่มีโควิด ม็อบจะลากยาวได้แค่ไหนวะ เพราะ ศก. ถึงจะไม่ดีแต่ก็ไม่ดิ่งขนาดนี้

222 Nameless Fanboi Posted ID:6lkUYbN+dv

>>219 เอาจริงๆ แค่แก้ให้คนขายแบกะดินได้อย่างเสรี คนก็ไม่ประท้วงแล้ว รัฐทำอะไรงี่เง่าจริงๆ ขัดขวางการทำมาหากินของชนชั้นล่างเนี่ย

223 Nameless Fanboi Posted ID:.mgbOO5oD6

>>222 ไม่ต้องถึงกับเสรีก็ได้ แต่ต้องยอมรับการทำมาหากินรูปแบบนี้ ขนาด LA อเมริกา แม่งยังแก้ กม. ให้ยอมรับเลย (แต่ก่อนไล่กวาดล้างอย่างเดียว ลดลงมาเหลือจัดระเบียบแทน อะไรขายได้ไม่ได้ตรงไหน ขนาดร้านเท่าไร อันนี้ตลกร้ายมากนะ พรบ.รักษาความสะอาดของเราแม่งก้าวหน้ากว่า LA อีก ออกมาตั้งกะปี 35 ให้ทำจุดผ่อนผันได้ แต่ทัศนคติตู่กับผู้บริหาร กทม. ไม่ยอมรับ) อีกอันก็ป่าชุมชน พวกที่ดินแปลงใหญ่อะมาถูกทางละเพราะจะได้ขายไม่ได้ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของรัฐ แต่ปัญหาคือรัฐยุคตู่ไม่ยอมรับการให้โอกาสพิสูจน์สิทธิชุมชนที่อยู่ตามแนวป่า-อุทยาน ว่าอยู่มานานแค่ไหนแล้ว จะไล่อย่างเดียว

คือตอนนี้ Trend การทำงานแม่งเปลี่ยนละไง คนมีแนวโน้มจะออกไปเป็นอาชีพอิสระมากขึ้น งานโรงงานมันน้อยลงกว่าช่วง 20-30 ปีก่อนเพราะผู้ประกอบการเขาจะเอาเทคโนโลยีมาแทนคนเรื่อยๆ แล้วไทยนี่ยังบวกสังคมคนแก่อีก อาชีพพื้นฐาน 2 อันบนเนี่ย คนวัย 40+ ทำกันเยอะเพราะไม่ต้องใช้ความรู้สูงนัก แล้วพอพวกนี้มีงานทำ มีรายได้ ก็ไม่ต้องเดือดร้อนลูกหลานมากนักที่ต้องมาอุ้ม พอตู่และคณะไปกวาดล้าง วัยกลางคน-ชรา รายได้หาย ก็ต้องมาพึ่งคนหนุ่มมากขึ้น คนหนุ่มที่กำลังเริ่มทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวก็เดือดสิ ผลก็เลยออกมาเป็นม็อบนี่ละ

224 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

การศึกษาไทยไม่ได้แย่มากมาย ที่มันแย่เพราะครูบางคนต่างหาก แล้วก็การที่หาสิ่งที่ชอบไม่เจอ บางทีไม่ควรโทษระบบการศึกษา แต่ให้ลองคิดดูดีกว่าว่าได้ทำอะไรไปบ้าง คำว่าไม่มีเวลาหาตัวเองเลยนี่ส่วนใหญ่เป็นข้ออ้าง ช่วงปิดเทอมเอาไปทำอะไรล่ะ นอนอยู่บ้านเหรอ ลองถามตัวเองจริงๆ ว่านอกจากนอนเล่นแล้ว ได้ออกไปข้างนอกหาสิ่งที่อยากทำบ้างมั้ย บางทีแค่ไปเที่ยวห้างอาจจะเจอนิทรรศการเปลี่ยนโลกก็ได้ ได้ไปบ้างรึเปล่าล่ะ

225 Nameless Fanboi Posted ID:wZZyYkezO8

>>224 ถามตัวเองว่าที่เรียนมาแต่เด็กมีวิชาไหนที่ยังเอามาใช้ในชีวิตอยู่บ้าง

226 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>225 ก็ใช้บางอัน คิดเลข วาดรูป ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น วิชาการงาน การเย็บผ้า ทำอาหาร แกะสลัก ลูกเสือเรียนผูกเชือกกับหุงข้าว เผลอๆ ทำอาหารได้หน่อย วิชาชีวะกูเอาไว้ดูของเวลาซื้อพวกของบำรุง สกินแคร์ ว่าอันไหนมีสรรพคุณจริงๆ อะไรบ้าง วิชาเคมีก็สารต่างๆ บางอย่างห้ามผสมกัน มันระเบิดนะ มันมีฟองแก๊สนะ รู้ว่าน้ำมันดิบมีกระบวนการมาจากไหนด้วย วิชาพละทำให้กูเล่นกีฬาเป็นด้วย โคตรเจ๋ง วิชาคอมทำให้กูเขียนโค้ดพื้นฐานกับใช้โฟโต้ชอปและโปรแกรมหลายอย่างเป็นด้วย สุดยอดชิบหาย และที่ว่ามาคือที่กูใช้ ที่เหลือกูไม่ใช้เท่าไหร่ อาจจะมีวิชาคณิตวิทย์ส่วนม.ต้นบ้างที่กูเก็บไว้สอนลูกในอนาคตของกู

227 Nameless Fanboi Posted ID:tbW2Yzx3C+

>>225 ต้องถามว่ามีอะไรไม่ใช้มากกว่า

228 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>227 ไม่ใช้เหรอ คงเป็นฟิสิกส์มั้ง กูไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แล้วไม่คิดจะไปด้านเกี่ยวกับฟิสิกส์ด้วย น่าจะมีแค่นั้น เพราะจริงๆ กูใช้หมดเลย กูเป็นพวกเรียนเพื่อเอาสิ่งที่อยากรู้ อันไหนไม่อยาก กูก็แค่ทิ้ง ทิ้งที่แปลว่าทิ้งจริงๆ สอบก็ยังทำไม่ได้

229 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>228 แล้วเราก็ชอบวรรณกรรมไทยมาก อ่านเพลินดี แล้วมันเป็นแนวทางในการแต่งนิยายกับวาดรูปของเราด้วย

230 Nameless Fanboi Posted ID:eRJvkaufSA

>>227 เลขนี่เยอะเลยที่คนธรรมดาไม่ใช่
เช่น ตรีโกน และ เลขสมัย ม.ปลาย ยกเว้น ตรรกศาสตร์
ส่วนใหญ่ แค่ +-*/ กุว่าเพียงพอแล้ว

231 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>230 แต่เขาก็ต้องสอนแหละ เผื่อมีเด็กแบบว่าพลิกอยากไปเรียนวิทย์คณิตตอนมหาลัยดื้อๆ บางคนมาเจอตัวเองตอนม.6 แก้ตัวแทบไม่ทัน ครูเขาอยากให้อารมณ์ประมาณว่า เออ กูสอนพื้นฐานมึงไปแล้วน่า มึงทำได้แน่นอน พยายามเข้า มันมีครูที่เรียนโทเรียนเอกบางคนเล่าชีวิตอันน่าประทับใจว่าอยากเรียนคณิตตอนม.6 ตั้งใจเรียนปีสุดท้ายของม.ปลาย สอบเข้ามหาลัยจบออกมาใช้วิชานี้ด้วยการเป็นครู 555555

232 Nameless Fanboi Posted ID:lnsVYErB83

>>228 >>229 >>230 อ่ะ งั้นคำถามต่อมา วิชาที่พวกมึงคิดว่าไม่สำคัญมันอยู่ ม ปลายทั้งนั้น แล้วทำไมพวกมึงไม่เลือกเรียนสายอาชีพกัน

233 Nameless Fanboi Posted ID:nXF+KJ4xP0

ต้องเปลี่ยนค่านิยมเรื่องสายสามัญ-สายอาชีพ นะกูว่า
ปัจจุบันเรียนเกินใช้ไปถึงมหาลัยนั่นแหละ เรียนเอาวุฒิ ไม่ได้เรียนไปใช้งาน
สายอาชีพปวช ปวส เป็นพวกรากหญ้าชั้นล่างเรียน เรียนไปไม่เจริญเท่าสายสามัญต่อมหาลัย
จัดการปัญหาไอ้พวกนักเลงสายเทคนิคให้ได้ด้วย คนจะไม่ไปเรียนเพราะพวกนี้

234 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>232 เอ้า มึง กูใช้ชีวะกับเคมีนะ คือที่เข้าไปเรียนเพราะว่า อยากได้วิชาบางอัน แต่บางอันไม่อยากได้ คือที่ไม่อยากได้มันน้อยกว่า กูต้องเลือกอันที่กูอยากเรียนมากกว่าแล้วไปเรียนดิ อันที่ไม่อยากได้ก็แค่วิชาเดียว กูทิ้งได้อ่า สายอาชีพเน้นใช้จริงในการทำงานที่กูไม่ได้ใช้เลยนี่ แต่กูว่าบางคนที่ไม่ไปเรียนอาชีพคือโดนกรอกหูมาว่าวิชาสามัญมันจำเป็นกว่าสายอาชีพมั้ง

235 Nameless Fanboi Posted ID:.mgbOO5oD6

>>233 ถ้าไม่แก้ค่านิยมว่าบางอาชีพเป็นชนชั้นสูงพิเศษ เป็นแล้วมีออร่ารอบตัว มันก็แก้ค่านิยมบ้าปริญญาไม่ได้หรอก ชนชั้นล่างถ้าได้เป็นอาชีพพวกนี้ก็กลายเป็นอภิสิทธิ์ชนเท้าลอยจากพื้นเหมือนกันนะมึง

236 Nameless Fanboi Posted ID:gJGs1HBnY2

อันนี้โพสต์บ่น

ไหนๆก็พูดเรื่องรถไฟญี่ปุ่นแล้ว
ผมจะมาขอต่ออีกเรื่องนะครับว่า

นอกเหนือไปจากค่าตั๋วแล้ว
การรถไฟของญี่ปุ่นเขาอยู่กันได้เพราะอะไร

....
...
..
.

.......... เอาที่ดินรอบๆสถานีมาเปิดเป็นโซนร้านค้าครับ

-------------------------

ผมไม่ใช้คำว่าประเทศที่เจริญแล้วให้แสลงหูใครบางคน
แต่ขอใช้คำว่า "ประเทศที่ระบบการรถไฟในเมืองใหญ่เจริญ" ละกันนะครับ

ประเทศที่ระบบการรถไฟในเมืองใหญ่เจริญนั้น
ผู้คนจะเดินทางโดยขนส่งสาธารณะมากกว่าการใช้รถส่วนตัว

........ เพราะมันสะดวกและถูกกว่าการจะต้องมาหาและจ่ายค่าที่จอดรถ

พื้นที่รอบๆสถานีหลัก
เลยเป็นจุดที่มีผู้คนเดินทางผ่านกันอย่างหนาแน่นไปโดยปริยาย

แล้วเวลาที่เขาออกแบบสถานี
เขาจะออกแบบให้ผู้คนจะต้องเดินผ่านโซนร้านค้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทำให้มีการค้าขายเพิ่มการไหลเวียนของเศรฐกิจ
และสถานีรถไฟเองก็มีค่ามากกว่า
ที่ๆมีไว้เพื่อเป็นทางผ่านอย่างเดียว

--------------

เช่นภาพที่ผมเอามานี้
มาจากโซนใต้ดินของสถานี Ikebukuro
ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Metro Properties

ซึ่ง Metro Properties นั้น
ถือหุ้น 100% โดยการรถไฟใต้ดิน หรือ Tokyo Metro

และ Tokyo Metro ก็ถือหุ้นโดยรัฐมนตรีการคลังและที่ว่าการจังหวัดอีกที

เป็นการออกแบบโดยภาครัฐเพื่อส่งเสริมธุรกิจครับ

---------------------------

คำถาม ........... เราเดินผ่านอะไรเวลาเดินทางไป BTS หรือ MRT?

ถ้าเอาที่ผมใช้บ่อยๆก็จะมี BTS สนามกีฬาไป MBK
BTS สยามไป Siam Paragon กับ Central World
MRT พหลโยธินไป Central ลาดพร้าว
MRT พระรามเก้าไป Fortune

.......... ซึ่ง ......... ในระหว่างทางนะ
มันไม่ได้จำเป็นจะต้องเดินผ่านโซนร้านค้าอะไรเลย

ถ้าจะให้เจาะจง
มันจะมีพวกร้านติดถนนใหญ่ที่เราจะเข้าไปแบบมีจุดประสงค์
มันไม่ใช่ร้านจำพวกที่ว่าเราเดินผ่าน
แล้วแวะพักทานของหรือแวะซื้อของกัน

ผลที่ได้ก็คือ
ถ้าผมจะไปห้างพวกนั้น นอกจากค่าตั๋วรถไฟแล้ว
คนที่ได้เงินผมไป ........ มันก็มีแต่ร้านค้าในห้าง

...... มันไม่ได้ต่างอะไรกับกรณีที่ผมจะขับรถไปเอง

---------------------

คือพวกห้างที่เขามีเงินกันอยู่แล้ว
เขามีรายได้เพราะห้างนั้นเป็นจุดประสงค์หลักในการเดินทาง
แล้วเขาก็มีรายได้เพิ่ม
เพราะสถานีรถไฟมันติดอยู่กับเขา

แต่ถ้ามันมีโซนร้านค้าที่อยู่กันระหว่างนั้น
มันจะเป็นตัวกระตุ้นเศรฐกิจให้ไหลเวียนดีขึ้นกว่าเดิม
เพราะมีที่ให้ร้านค้าที่กลุ่มอยู่นอกนโยบายห้างมาเปิด
บนพื้นที่ทำเลดีได้

และ BTS เองก็มีรายได้เพิ่มขึ้น
โดยไม่ต้องเพิ่มค่าตั๋ว

------------------------------

แล้วขอความกรุณาอย่าเรียก
พวกร้าน 4-5 ร้านบนสถานีว่าเป็น"โซนร้านค้า" เลยนะครับ
มันไม่มากพอจะเรียก

และมันตั้งอยู่ในจุดที่แคบแออัดเกิน
ไม่ใช่จุดที่เราจะไปยืนเข้าไปแวะซื้อของได้อย่างสบายใจ

แล้ว MRT พหลโยธินนี่
พื้นที่ด้านในก็ออกจะกว้าง มีจุดที่เป็นโซนร้านค้าอยู่
แต่ดันออกแบบให้เดินตรงไปขึ้นรถไฟได้โดยไม่ต้องเดินผ่าน

โคตรจะเสียดายพื้นที่

-------------------------------

และ BTS สยาม นะ
มันควรจะตั้งเป็นสถานีใหญ่ลงมาใน Siam Square
ให้มีโซนร้านค้าของตัวเอง
แล้วทางขึ้นอยู่ตรงแถวซอยจุฬา 64

ทำให้คนที่จะไป Siam Paragon หรือ Central World
จะต้องเดินผ่านโซนนี้โดยปริยาย

และพอเป็นสถานีใหญ่แล้ว
มันจะเป็น hub สำหรับต่อ MRT สายใหม่ได้ด้วยครับ
https://www.metro-pro.jp/enterprise/commerce/echika_ikebukuro/

237 Nameless Fanboi Posted ID:eRJvkaufSA

>>232 อยากเรียนวิศวะ มันมีจบม.ต้นแล้วไปต่อเลยหรือเปล่า
สมัยกุเรียนยังไม่มีนะถ้าสมัยนี้มีแล้วบอกที

238 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>237 ยังไม่มีนะ ต้องเรียนสามัญแล้วไปต่อเหมือนเดิม ไม่ก็เรียนช่างแล้วไปต่อมหาลัยเหมือนกัน ง่ายๆ ก็ต้องเข้ามหาลัยอยู่ดี

239 Nameless Fanboi Posted ID:cMsU8RxrkU

มึงช่วยให้การศึกษาไทยมันให้คะแนนตรงกับวิชาที่เรียนด้วยครับ วิชาคณิตให้กูไปทำmvเพลงส่ง ภาษาไทยให้วาดรูปสุนทรภู่ สังคมให้ทำโบชัว แต่ดันไม่คิดคะแนนจากเนื้อหาแต่คิดจากความสวยงาม

240 Nameless Fanboi Posted ID:gJGs1HBnY2

มีคนถามว่าอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ไปจนแก่เลย ไม่อยากเป็น Manager ต้องเตรียมตัวเตรียมสกิลอะไรบ้าง
.
เป็นคำถามที่ดี ก็อยากแบ่งเป็นสองอย่างนะ
.
1) Faste Learner Skill - การเขียนโปรแกรมนั้นเราไม่สามารถบอกแบบ Fix ได้ว่าต้องเขียนโน่นเป็นนี่เป็นเพราะ "สกิลของงานสายนี้เป็น Dynamic และเปลี่ยนไปตามยุค" ทุกอย่างมันเปลี่ยนทุกวัน มีของใหม่เกิดมาทุกวัน มีของเก่าตายไปทุกวัน
.
สกิลสำคัญของคนที่จะทำสายนี้ยืดคือ "ต้องวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทัน" ต้องลองลงมือทำทุกอย่าง มีอะไรใหม่ก็ต้องทำให้เป็นให้หมด ก็คือต้องเรียนรู้เร็วมากนั่นเอง
.
ช่วงแรก ๆ เหนื่อยแหละ แต่ถ้าทำไปเรื่อย ๆ .... ก็เหนื่อยแหละ มันจะไม่เหนื่อยได้ไงอ่ะ ! 5555
.
แต่สิ่งที่หลายคนทำพลาดไปในข้อนี้คือไม่ยอมฝึกสกิลใหม่ ๆ และยึดติดกับสิ่งที่ตัวเองทำเป็นอยู่แล้วเท่านั้น มันไม่พอนะ บอกเลยว่ามันไม่เคยพอ ตระหนักไว้เสมอว่าสิ่งที่คุณทำเป็นอยู่แล้วอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้
.
ก็ได้ยินอยู่บ่อย ๆ นะว่า "งานประจำหนักอยู่แล้วเลยไม่มีเวลาฝึกสกิลใหม่เลย"
.
แนะนำให้ลองบริหารเวลาใหม่เพราะฟังดูน่าจะมีปัญหาเรื่อง Work Life Balance ที่ทำอยู่มันอาจจะดีกับบริษัท แต่มันไม่ดีกับตัวคุณนะ
.
อยากอยู่สายนี้อย่าหยุดพัฒนาตัวเองและตามให้ทันเทคโนโลยีครับ
.
ไม่ฝากเรื่องว่าต้องเขียนอะไรให้เป็นบ้างเพราะสกิลที่ยั่งยืนของสายงานนี้คือ "ต้องปรับตัวเองตามยุคให้ทันเสมอ" ก็ลองดูว่าตอนนี้โลกไปทางไหนแล้วฝึกสกิลที่ขาดดูนะ
.
2) Teamwork Skill - สำคัญมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ต่อให้อยากจะโค้ดจนแก่ชราแต่การทำงานดี ๆ ขึ้นมาสักชิ้นเราทำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ มันต้องทำเป็นทีม
.
และแน่นอน คุณเลยต้องฝึกทุกสกิลที่เกี่ยวข้องให้หมด เช่น การสื่อสาร การ Collab การเขียน Doc ฯลฯ
.
หลายคนมาก ๆ ที่ยังติดกับการทำงานคนเดียวเพราะมันสะดวกว่องไว Doc ก็ไม่ต้องเขียน ไม่ต้อง Co งานกับใคร
.
แต่ถ้ายังทำได้แค่นั้นคุณจะโตไปไหนไม่ได้หรอกนะ
.
ชีวิตจริงมันต้อง Collab กับ PM, PMM, Designer, Customer Supporr ฯลฯ เพราะเราก็ต้องการข้อมูลจากเค้า เค้าก็ต้องการข้อมูลจากเรา หรือก็ต้อง Collab กับโปรแกรมเมอร์คนอื่น จะทำคนเดียวหมดนี่จะ Deliver งานเมื่อไหร่ ?
.
ถ้ายังทำงานเป็นทีมไม่เป็น สุดท้ายคุณก็จะได้ทำแค่งานเล็ก ๆ เพื่อนร่วมงานก็ไม่อยากทำงานด้วย ท้ายที่สุดบริษัทไหนก็คงไม่ต้องการ ทำได้อย่างมากก็รับงาน Freelance เล็ก ๆ
.
เดินคนเดียวมันเดินเร็ว แต่ก็เหงานะ อยากเดินไปได้ไกลต้องเดินไปเป็นทีม จำไว้
.
3) Mentorship - ยิ่งอายุมากขึ้นประสบการณ์ก็มากขึ้น แม้จะยังทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ต่อไปแต่สิ่งที่ทุกคนคาดหวังในตัวคุณจะมีมากกว่ามานั่งเขียนโปรแกรมเสมอ
.
หนึ่งในนั้นคือ คุณต้องสามารถส่งต่อความรู้และปั้นคนได้
.
มันก็คือสกิลการสอนแหละ การที่มีคนที่ทำเป็นอยู่แล้วแต่กลับส่งต่อความรู้ให้คนอื่นไม่ได้นี่มัน Waste มากเลยนะ มันไม่ส่งผลดีกับใครเลย
.
ก็ถือเป็นสกิลที่ยากอยู่เพราะการสอนมันเป็นศิลปะ สอนคนยังไงให้ใช้เวลาน้อยแต่ได้ประสิทธิภาพ รู้ได้ยังไงว่าจะสอนอะไร เรียบเรียงเนื้อหายังไง ฯลฯ ก็ถือเป็นอีกสกิลที่อยากให้ฝึกไว้ครับ
.
ที่เมกาคนอายุ 50-60 แต่ยังเขียนโปรแกรมอยู่มีอยู่ถมไปมาก ต่างจากที่เมืองไทยที่พออายุเกิน 40 ก็เริ่มโดนกีดกันหรือโดนบังคับให้เปลี่ยนสายงานละ เราเสียโปรแกรมเมอร์เก่ง ๆ ไปเพราะสาเหตุนี้กี่พันคนแล้วก็ไม่รู้
.
เป็นอีกสิ่งที่ถ้าสังคมไทยเปลี่ยนได้ก็คงส่งผลดีต่อวงการอย่างมากเลยทีเดียว

241 Nameless Fanboi Posted ID:nXF+KJ4xP0

>>239 อันนี้เป็นปัญหาที่อาจารย์-โรงเรียนมึงเองแล้ว

242 Nameless Fanboi Posted ID:wZZyYkezO8

>>226 คิดเลข ok
วาดรูป-จำเป็นเหรอ แถมบางทีไปลดคคิดสร้างสรรค์อีก
ภาษาอังกฤษ-เรียนข้างนอกดีกว่า
ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น-มีสอนในรรเหรอ?
วิชาการงาน การเย็บผ้า ทำอาหาร-พ่อแม่กูสอนดีกว่าอีกพวกนี้ เรียนรร โง่สัส ท่องไปสอบ
แกะสลัก-ใช้ทำไร?
ลูกเสือเรียนผูกเชือก-ไม่เรียนแล้วผูกไม่เป็นรึ?
หุงข้าว-ไม่เรียนแล้วหุงไม่เป็น?
วิชาชีวะกูเอาไว้ดูของเวลาซื้อพวกของบำรุง สกินแคร์-ชีวะที่ไหนวะ สอนบำรุงสกินแคร์???
วิชาเคมีก็สารต่างๆ บางอย่างห้ามผสมกัน มันระเบิดนะ มันมีฟองแก๊สนะ -ปกติทำอาชีพผสมสารเหรอ
รู้ว่าน้ำมันดิบมีกระบวนการมาจากไหนด้วย-อาชีพผลิตน้ำมันดิบ?
วิชาพละทำให้กูเล่นกีฬาเป็นด้วย โคตรเจ๋ง-กูเรียนกีฬาข้างนอกเยอะกว่า ได้ผลดีกว่า เพราะเป็นสิ่งที่กูอยากเล่นจริงๆ
วิชาคอมทำให้กูเขียนโค้ดพื้นฐานกับใช้โฟโต้ชอปและโปรแกรมหลายอย่างเป็นด้วย-กูหัดข้างนอกได้ผลมากกว่า

แบบมึงนี่ คือได้ข้างนอกรรแต่พยายามจับโยงให้มันเหมือนมาจากรร แหงๆ

243 Nameless Fanboi Posted ID:KB1SAoZBoD

>>242 แต่ละคนไม่เหมือน และจบมาคนละที่ ใช้วิตคนละแบบไง แบบของกู

เย็บผ้าทำให้กูเย็บกระดุมหลุดเป็น รวมทั้งผูกเชือกด้วย กูใช้แค่นั้นพอ ที่บ้านไม่มีสอนนะ

แต่ของกูสายช่างเลยใช้ได้เยอะหน่อย แบบเดินสายไฟบ้านกูทำเองได้หมดยันเปลี่ยนอุปกรณ์ห้องน้ำ พัดลมเตารีด monitor ยัน ps4 กูซ่อมเองได้หมด เอ่อ ออกแบบวงจรกับเขียนโปรแกรม micro-controller ได้ด้วยนะ ของกูเค้าสอนหมดนะ

แกะสลัก ของกูทั้งแกะทั้งตะไบ ขึ้นรูป เอามาทำกันพลาสบาย แต่ใช้จริงเวลาเอาอะไหล่คนละเบอร์มาต่อกัน แก้มุมนี้นิด ปรับตรงโน้นหน่อย

ภาษาอังกฤษ ของกูตอนเรียนไม่ได้เรียนข้างนอกเลย แต่ก็พอได้พื้นฐานเรียนเอาทีหลังเพิ่มได้ง่าย

คอมกูก็ในห้องเรียนเฉยๆ แต่แค่นั้นก็เกินพอ ที่จะทำให้ต่อยอดภาษาอื่นได้ ทำได้ตั้งแต่เดินระบบ network ยัน server เขียนโปรแกรมก็ได้
คอมกูเรียน 2 สายภาษาต่ำกับสูง ภาษาต่ำใช้พวก micro-controller สูงก็ภาษาทั่วไป

กีฬากูไม่ได้ต้องการเป็นนักกีฬามืออาชีพกูก็เอาแค่ในห้องเรียนนะ เล่นเอาสนุกไม่ได้ไปลงแข่งที่ไหน

244 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

>>242 วาดรูป-ได้พื้นฐานเรื่องเส้นแสงแน่นอน มึงไม่ใช้ แต่กูใช้ โทษที กูสายวาด และอนาคตกูสายฟรีแลนซ์กับจะออกแบบเองด้วย
ภาษาอังกฤษ - โรงเรียนกูสอนดี ขอบคุณที่แนะ
ภาษาจีน ญี่ปุ่น - มีจ้า โรงเรียนกูมีเฉพาะ จริงๆ ถึงไม่ได้เรียนโดยตรงก็ไปถามครูที่เขาสอนเอาก็ได้นะ
เย็บผ้า ทำอาหาร - ของกูปฏิบัติ มึงท่องไปสอบมึงคงได้อะไรมั้ง อ่ะ บางคนรอบตัวยังเย็บเสื้อผ้าไม่เป็น พ่อแม่บางคนก็ทำไม่เป็นไง บางอย่างใช่สักแต่จะดูยูทูปก็ทำได้นี่ ต้องมีคนแนะ
แกะสลัก - กูตกแต่งอาหารไง กูเป็นพวกศิลป์ ใดๆ สวยงามกูทำหมดแหละ ตอน.ต้นมีแกะกระจกแกะผักด้วย
ลูกเสือ - ผูกเชือกที่ไม่ใช่เงื่อนตายโง่ๆ อ่ะ
หุงข้าว - ที่ไม่ใช่หุงเตาไฟฟ้า แต่เป็นหุงแบบใช้อุปกรณ์บ้านๆ เผื่อไปเที่ยวบนเขาที่ไม่มีไฟฟ้า อ่ะ กูเสริมให้ มีให้ฝึกกางเต๊นท์ สำหรับกูที่กางไม่เป็น ก็จำเป็นอยู่
วิชาชีวะ - มึงเรียนมาปะเนี่ย มันมีพวกฮอร์โมนไง แล้วในสกินแคร์ก็จะมีพวกสารช่วยกระตุ้นฮอร์โมนบ้าง กูก็แค่ต้องดูให้รู้ไว้ เชื่อเถอะ ครั้งนึงเคยมีคนโง่เอาครีมกลางคืนมาทากลางวัน เพราะคิดว่าแม่งเหมือนกัน เอาไอ้นู่นไอ้นี่มาทาผิวเพราะคิดว่าช่วย แต่จริงๆ แล้วแม่งไม่
วิชาเคมี - อ่ะ มันมีบางอย่างที่ผสมกันแล้วทำให้เกิดสารอันตรายนะ อย่างเป็ดกับไฮเตอร์งี้ ผสมทีมีแก๊สทำให้ตายได้นา
รู้ว่าน้ำมันดิบมาจากไหน - รู้ไว้ไม่โง่ น้ำมันแต่ละอย่างมีที่มาไม่เหมือนกันด้วย แล้วบางอย่างใช้ว่าจะใช้ได้เหมือนกัน
วิชาพละ - กูแค่เน้นออกกำลังกายให้ถูกหลักกับรู้กติกาพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่อ่านเอาอย่างเดียวไม่ได้ มันเลยโคตรเจ๋ง
วิชาคอม - ก็กูไม่มีพื้นฐาน แล้วทำไมกูต้องไปหัดข้างนอก ในเมื่อโรงเรียนสอนให้กูได้
ถึงบางอย่างมันเป็นพื้นฐาน ได้ใช้มั้ย กูได้ใช้ แต่ถ้ามึงไม่ได้อะไรเลย กูก็ไม่รู้น้า

245 Nameless Fanboi Posted ID:+HCwQD0Khh

กูได้ประโยชน์จากโรงเรียนส่วนใหญ่เรื่องคอนเนคชันกับกิจกรรมนอกเวลาว่ะ บางวิชาไม่ได้ใช้แต่ตอนเรียนสนุกดีก็มีเยอะ
เกลียดจริงๆ แค่ลูกเสือ

246 Nameless Fanboi Posted ID:Vmga0U0Muj

อยู่ๆ ก็นึกภาพเวลาโม่งคุยกัน โม่งที่เป็นโม่ง
https://www.img.in.th/image/s2Cm0T

247 Nameless Fanboi Posted ID:u7PTPFdmmJ

กู่ไม่กลับ
////

ขนาดอาจารย์เกษียร เตชะพีระซึ่งเป็นมหามิตรของม็อบคณะราษฏร์ยังโดนทัวร์ลงเลย เมื่อออกมาแนะนำ ตักเตือนม็อบคณะราษฏรด้วยความหวังดี จากประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนของเขา ที่เคยเข้าป่าจับปืนเป็นนักปฏิวัติในช่วงหลัง 6 ตุลา 2519 ก่อนออกจากป่า ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อเมริกา แล้วกลับมาเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเวลาต่อมา

นี่คือ #ตัวอย่างรูปธรรมล่าสุดของปรากฏการณ์ซ้ายไร้เดียงสาในขบวนการม็อบคณะราษฏร์

และบ่งบอกชัดเจนว่า #mentalityแบบพวกเรดการ์ดได้ครอบงำจิตใจคนรุ่นใหม่พวกนี้ รวมทั้งชี้นำทิศทางการเคลื่อนไหวต่อสู้ของขบวนการคณะราษฏร์ 2563 นี้อยู่
คนพวกนี้คงกู่ไม่กลับแล้ว

และจุดจบของขบวนการม็อบคณะราษฏรนี้ก็คงอยู่ไม่ไกลด้วย

จะว่าไปแล้ว #คนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการม็อบคณะราษฏรนี้เป็นคนปลุกปีศาจในจิตใจเยาวชนขึ้นมาเอง พวกเขาทำการปล่อยปีศาจตัวนี้ออกมา แต่สุดท้ายกลับคุมปีศาจตนนี้ไม่ได้เสียแล้ว ... นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

ต่อไปเรื่องราวความล่มจมล้มเหลวของขบวนการม็อบคณะราษฏรจะเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาว่า

... "คนรุ่นใหม่" สมัยนั้นทำลายตัวเองให้พินาศในเวลารวดเร็วแบบทำลายสถิติได้อย่างไร

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

248 Nameless Fanboi Posted ID:T1057EHuus

>>247 มีแต่มโนกับมโน ข้อมูลแทบไม่มี

249 Nameless Fanboi Posted ID:q8xoZPhFQe

>>247 ... "คนรุ่นเก่า" สมัยนั้นทำลายตัวเองให้พินาศในเวลารวดเร็วแบบทำลายสถิติได้อย่างไร ใส่เสื้อเหลืองทำเรื่องเหี้ยๆจนเสื้อเหลืองกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ

250 Nameless Fanboi Posted ID:wjOnmRSnEG

>>244 ปัญหามาจากพวกที่พูดว่า"เรียนมาไม่ได้ใช้=ไม่มีประโยชน์ ไม่ควรสอน"เพราะพวกนี้ไม่ได้ดูภาพรวม

สมมติมีสามวิชา ประวัติศาสตร์ ภาษาจีน เคมี

นายA ไปเป็นนักโบราณคดีไทย
นายB ไปเป็นล่าม
นายC ไปเป็นเภสัช

นายA มองไปที่จีนกับเคมี แล้วบอกว่าสอนทำไมไร้ประโยชน์ กูไม่ได้ใช้
นายB มองไปที่ปวศ.กับเคมี แล้วบอกว่าสอนทำไมไร้ประโยชน์ กูไม่ได้ใช้
นายC มองไปที่ปวศ.กับจีน แล้วบอกว่าสอนทำไมไร้ประโยชน์ กูไม่ได้ใช้

สรุป ควรจะตัดวิชาไหนออก?

251 Nameless Fanboi Posted ID:RFRX2Lfjt2

>>250 ถ้าคิดอย่างนั้นจะมีแยกสายวิทย์-สายศิลป์ไปทำห่าไรวะ

252 Nameless Fanboi Posted ID:RFRX2Lfjt2

ถ้าจะพูดแบบจริงจัง

นาย A พอขึ้นมหาลัยก็ต้องเรียนวิธีคิดใหม่หมด เพราะประวัติศาสตร์ในอุดมศึกษากากมาก ไม่ได้มีสอนวิธีคิดห่าไรเลย

นาย B เป็นล่ามทำไมถึงได้เรียนเคมี ? เรียนสายวิทย์เรอะ ? ทำไมไม่ไปเรียนศิลป์จีน

นาย C เป็นนักเคมี แต่ได้เรียน ภาษาจีน ? เออวิชานี้ควรตัดทิ้งไปอยู่นะ

253 Nameless Fanboi Posted ID:gJGs1HBnY2

ถ้าคนที่ป่วยทุกข์ทรมานอยากทำการุณยฆาตได้รู้ว่า ที่ตัวเองทุกข์ตอนนี้แค่หอกแทงวันละ 300 เล่ม ทุกข์เท่าหินในมือ แต่ถ้าตายแล้วไปนรกจะทุกข์ทรมานเท่าภูเขาหินทั้งลูก ยังจะอยากตายอยู่มั้ย

254 Nameless Fanboi Posted ID:raxj+ZIS3M

ถ้าแยกสาย ก็มีในสายอีกล่ะวะที่จะโดนพวกสมองกลวงบ่นว่าเรียนไปทำไม

เรียนศิลป์ฝรั่งเศส พวกอยากทำงานสายแปลก็บ่นว่าจะมีวิชาวรรณคดีฝรั่งเศสกับกวีฝรั่งเศสทำไม เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ตอนทำงานแปล พวกอยากไปต่อสายวรรณกรรมเลิ่กลั่กเลยดิ ก็กูต้องใช้ป่ะ

มึงไม่ได้ใช้แต่คนอื่นได้ใช้ไง democracyว่ะ

255 Nameless Fanboi Posted ID:RFRX2Lfjt2

>>254 ทำให้เป็นวิชาเลือกก็จบแล้วป่ะวะ ....

256 Nameless Fanboi Posted ID:ZwWwk8VB9z

>>255 ของบางอย่างที่ยัดรวมวิชาคล้ายๆ กันเป็นกลุ่มในหลักสูตรเดียวกันไม่ซอยย่อยไปกว่านี้แล้ว เพราะถ้าไปย่อยมันอีก

คนมันจะกระจัดกระจายจนเป็นกลุ่มย่อยจนเปิดสอนไม่ได้ มันเลยเป็นแบบนี้ไง

257 Nameless Fanboi Posted ID:emRkeX5RTb

>>256 มักง่ายมากกว่านะ แค่นี้ก็ห้องละ 40-50 คนละ (ประเทศอื่นเขา 20-30 ก็เยอะแล้ว) มันจะย่อยไม่ได้ได้ยังไง

258 Nameless Fanboi Posted ID:+ULPDQpl7o

ทุกหลักสูตรการเรียนทุกประเทศทั่วโลกมันมีcoreกับelective ต่อให้มึงไปยุโรปไปอเมริกาไปญี่ปุ่นมึงก็ต้องโดนบังคับเรียนวิชาที่ไม่อยากเรียนเพราะเป็นวิชาcore

อยากให้มีแต่electivesนี่ฝันไปเหอะ เชิญไปเปิดโรงเรียนเองไม่ก็โฮมสคูล

259 Nameless Fanboi Posted ID:JK0q5p2uq2

>>258 แล้วกูบอกตอนไหนว่าให้ทุกอันเป็น elective ? ใช่โม่งตัวเดิมที่ชอบ strawman โง่ ๆ ป่ะวะ

แต่มึงมาตอบแบบนี้ก็ตลกดีนะ จากที่มึงตอบก็คงรู้อยู่แล้วว่าปัญหาของไทยคือทุกวิชาคือวิชา core แล้วต่างประเทศเขามีแยกวิชา core กับ elective แต่มึงก็ยังเลือกที่จะแถข้าง ๆ คู ๆ ต่อไป เจริญพร

260 Nameless Fanboi Posted ID:+ULPDQpl7o

>ทำให้เป็นวิชาเลือกก็จบแล้วป่ะวะ
>อ่ะ-เอามาจากไหนว่าป๋มอยากให้มันเป็นelectiveทั้งหมด นะ-นายน่ะมันstrawman จะ-เจริญพร

https://i.kym-cdn.com/photos/images/facebook/001/096/564/2f7.jpg

261 Nameless Fanboi Posted ID:qY5G.gliht

>>260 ก็ที่มึงยกตัวอย่างมา ไอ้วรรณคดีกับกวีฝรั่งเศสมันมีมหาลัยไหนมั้ยล่ะที่ให้เป็นวิชา core มั้ยล่ะ นอกจาก introduction วันหลังก็ยกตัวอย่างให้มันดี ๆ หน่อย ถ้าระดับมหาลัยที่สูงกว่าเขายังให้แยก ทำไมระดับมัธยมมันจะแยกไม่ได้ล่ะวะ

แล้วเว็บนี้เขาใช้ imgur ไอ้สัสจะ hotlink facebook ทำห่าไร นอกจากจะ greentext แล้วยังใส่ dead meme มาอีก cringe ชิบหายไอเหี้ย

262 Nameless Fanboi Posted ID:qY5G.gliht

จะว่าไป พอโดนจี้เรื่องต่างประเทศมีแยก core กับ elective (ที่มึงก็เป็นคนยกมาเอง) ก็กลายเป็นใช้ ad hominem แทนหน้าตาเฉยเลยว่ะ ถือว่าเก่งดีนะ ชมแล้วดีใจด้วยล่ะ

263 Nameless Fanboi Posted ID:zF/weGGy.+

ที่มันแยก Core กับ Elective ไม่ได้ในไทยหลายโรงเรียนเพราปริมาณอาจารย์ไม่พอ
โรงเรียนที่กรูเรียนสมัย ม.ปลายมันก็มีแยก เรียนขั้นต่ำตามสายที่เลือก เช่นสายทั่วไป อย่างภาษาอังกฤษยังแยกไป 3 ตัวไม่บังคับหมดที่ ตัวที่บังคับคือตัวหลัก ตัวที่เรียนบทสนทนา กับ การอ่านเป็นตัวเลือก วิชาพวกคนตรีกับพละเป็นวิชาหมวดตัวเลือกมีตั้งแต่พิมพ์ดีดไปจนถึงเรียนวิชาหลักๆอย่างคณิต
ที่เมกาเองบางโรงเรียนก็ไม่ได้ให้เลือกเพราะปริมาณอาจารย์ไม่พอเหมือนกัน

264 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

กูเห็นที่คนเถียงกัน ถ้าการศึกษาดีจะไม่มีห้องกิฟท์ ทุกคนจะได้รับการศึกษา​อย่างเท่าเทียม จริง?

265 Nameless Fanboi Posted ID:HKPkMLDdpG

มาตรฐานการเรียนนี่มองว่าเพราะมันไม่ได้มี Cap สมัยแรกก็แค่วางไว้ให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตีว่า 50 ตอนนั้นขั้นสูงสุดแค่ 100
ไปๆมาข้างบนแข่งขัน จาก 100 เป็น 200 เป็น 300 ข้างล่างยังอยู่ขั้นต่ำ 50 เหมือนเดิม ช่องวางมันเลยห่างไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าจะเท่าเทียม จากแทนทีมึงจะได้ข้างล่าง 50 แต่มีพวก 100+ มากลุ่มนึง
ทีนี้มึงจะได้แค่มาตรฐาน 60-70 กันทั้งประเทศไปแทนรึเปล่า

266 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

>>265 กูไปบอกคนว่ามันไม่มีอะไรเท่าเทียมมาตั้งแต่แรก แล้วห้องกิฟท์ก็ยอมเสียเงินเพื่อไปแลกความรู้ที่เพิ่มขึ้น ผิดตรงไหน แล้วกูก็ถามกลับไปว่าต้องทำยังไงการศึกษาถึงจะเท่าเทียม แล้วกูก็โดนตอกกลับมาประมาณว่าว่าวาจาไม่ได้ส่อให้เห็นถึงความเป็นจริงของสภาพสังคมสมัยนี้เลย

แล้วแม่งอ้างสังคมโลกที่ 1 อ่า ว่าทำงู้นงี้ได้ สังคมโลกที่ 1 เท่าเทียมมากเหรอ
.
แม่ง กูอาจจะผิดก็ได้ เลยต้องมาถามโม่งปรับเปลี่ยนความคิด

267 Nameless Fanboi Posted ID:83VDAz9Fvu

>>264 แบ่งกันน่ะดีแล้ว ลองเอามาตรฐานห้องกิ๊ปมาใช้กับห้องปกติดูคิดว่าจะไหวมั้ยล่ะ

268 Nameless Fanboi Posted ID:rlQaDjm+Kf

ถ้ามองจากมุมนี้ สิ่งที่คนพวกนี้ต้องการคือดึงทุกอย่างลงมาต่ำเพื่อจะได้เท่าเทียมงี้เหรอ

269 Nameless Fanboi Posted ID:rlQaDjm+Kf

ต่อ >>268 เพราะต่อให้ไม่มีห้องกิ๊ฟในห้องปกติก็ยังมีคนไปเร็วไปช้าไม่เท่ากันเลย ต้องให้ครูสอนให้ช้าๆจนกว่าคนที่ไม่เข้าใจจะเข้าใจจนครบอย่างนี้เหรอถึงจะเท่าเทียม

270 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

แล้วอีกอย่าง มีบอกว่า "สภาพแวดล้อม พ่อแม่ ของแต่ละคนเอื้ออำนวยต่อการเรียนของเด็กมากเลยหรือไง ไม่งั้นเขาจะเอาไปฝากฝังโรงเรียนทำไม กูเลยแบบตอบใส่อารมณ์ พ่อแม่ที่ดีแม่งให้โรงเรียนเลี้ยงลูกเหรอวะ ไม่เลี้ยงเองบ้างล่ะ ปละปะละเลยให้โรงเรียนดูแลอย่างเดียว พอลูกออกมาไม่ดีก็โทษโรงเรียน ทั้งๆ ที่ความจริงอิทธิพลอาจจะมาจากพ่อแม่ เป็นครั้งแรกที่กูเห็นแล้วมองบน ประโยคนี้ช่างสะท้อนสภาพสังคมเหลือเกินว่าคนไทยแค่เลี้ยงลูกยังทำไม่ได้ ทำได้แค่ฝากความหวังคนอื่นอย่างเดียว

271 Nameless Fanboi Posted ID:M0BoW.0QJj

>>269 บางทีกูก็ไม่แน่ใจว่าความเท่าเทียมในการศึกษาคืออะไร อุปกรณ์ที่พร้อม เวลาเรียนที่เท่ากัน อะไรงี้เหรอ หรือไม่ก็ความไม่ลำเอียงของครู แต่อันนี้ต้องแก้ที่ครูปะ มาแก้ที่ระบบแล้วช่วยอะไร

272 Nameless Fanboi Posted ID:HKPkMLDdpG

อีกส่วนที่เป็นไปไม่ได้เลยคือเพราะความหนาแน่นประชากรแต่ละพื้นที่มันไม่เท่ากัน
พวกหมู่บ้านไกลๆ จำนวนนักเรียนมันน้อย จะเอางบเอาบุคลากรไปลงให้เท่ากับในตัวเมือง
สุดท้ายก็กลายเป็นไม่เท่าเทียมอีก ในเมืองมึงเรียนกันเบียดเสียด นอกเมืองมึงสบายเลยทีนี้

273 Nameless Fanboi Posted ID:F9816aqJw.

ปัญหาของระบบการศึกษาเริ่มจากปริมาณและคุณภาพของผู้สอน ซึ่งเป็นปัญหาทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศโคตรเจริญแบบเมกาหรือญี่ปุ่นก็มีปัญหานี้ ผู้สอนที่ดีก็ต้องการค่าตอบแทนสูงเลยย้ายไปทำเอกชนหรืออาชีพอื่นหมด

274 Nameless Fanboi Posted ID:xTT521cWl2

คิดเยอะจนเหมือนชักแม่น้ำทั้งห้าเกินไปว่ะ แค่พื้นฐานอย่างให้เด็กมีที่เรียน มีอุปกรณ์การศึกษาครบถ้วน ก่อนดีไหม แล้วมาบอกว่าระบบไม่มีผลต่อการสอนของครูมันไม่ใช่นะ อย่างระบบประเมินการสอนที่ทำให้ครูแม่งละเลยการสอนจริงเพราะมัวแต่ไปทำเอกสารประเมิน
หรือระเบียบข้อบังคับที่ทำให้สอนในแนวทางตัวเองลำบาก

275 Nameless Fanboi Posted ID:VCmWvjYdzb

"ม็อบเด็กเลี้ยงแกะ" จะไปสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เพื่อ.....???
1.ไปเผาสำนักงานทรัพย์สิน (โทษประหาร)
2.ไปทำลายทรัพย์สินข้าวของ (โทษจำคุก10ปี)
3.ไปขว้างปา สาดสี ทำให้สกปรก เพื่อเหยียดหยาม (โทษจำคุก5-7ปี)
4.ไปตะโกนด่าว่าเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่พอใจ (โทษจำคุก 3 ปี)
5.ไปชุมนุมเชิงสัญญลักษณ์ เช่นไปทวงทรัพย์สิน ให้ใครก็ไม่รู้
6.ไปซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและสังคม
7.ไปร่วมถ่ายภาพลงสื่อโซเชี่ยล และสื่อต่างประเทศ เพื่อเบิกเงินสนับสนุนก้อนใหม่
8.ไปร้องเพลง Happy Birthday กล่าวคำอวยพรแก่ "ธนาธร"

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

276 Nameless Fanboi Posted ID:sUBMm4obm9

ซื้อหนังสือมาเล่มนึง เป็นหัวข้อหมวดที่ไม่อยู่ในสิ่งที่สนใจ (แฟชั่น)
แต่คิดว่าเวลาอ่านหนังสือหมวดเดิมติดต่อกันนานๆ ก็ควรจะเปิดอ่านเรื่องที่ไม่เคยอ่านบ้างเพื่อรับข้อมูลอะไรใหม่ๆ
ตอนซื้อมาก็คิดอยู่ว่าจะคุ้มกับเงินที่เสียไปไหม

...

อ่านบทนำไป 4 หน้า เจอประโยคที่ Trigger ความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัวให้ตกผลึกออกมาได้แบบมือสั่น

คุ้มกับเงินที่เสียไปแล้ว

บางทีข้อความบางอย่างก็ไปอยู่ในเส้นทางที่ปกติเราจะผ่านไป เปลี่ยนเส้นทางการเดินทางสักนิดก็อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้

277 Nameless Fanboi Posted ID:EvxV7.v+B2

>>275 ไปสืบทอดพระราชดำริเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า
ทพจร

278 Nameless Fanboi Posted ID:3FinzH/9uL

เรื่องประเทศเนี่ย
ขอพูดถึงทัศนคติรวมของคนในประเทศนี้หน่อย

ไอัพวกมายาคติโรแมนติกประเภท เจ้าทรงงานเหนื่อยเพราะทำเพื่อเรา ลุงตู่เหนื่อยเพราะทำเพื่อเรา ทุกคนที่เป็นชนชั้นปกครองเหน็ดเหนื่อย ทำเต็มที่ เหงื่อไหลไคลย้อย ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำ เราขอให้กำลังใจน้ำตาไหลซึ้งใจ สู้ๆนะคะ

มันฟังดูยอดเยี่ยมไปเลย ที่ได้อาศัยในประเทศที่ชนชั้นปกครองเหน็ดเหนื่อยทำงานเพื่อเรา ทั้งที่เขาเป็นเจ้าของประเทศนี้อยู่แล้ว

แต่คุณเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราต้องฝากประเทศนี้ไว้กับคนที่ชอบแสดงออกว่าเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาด้วย? มันจะฝากไปได้ซักกี่น้ำ? ทำไมไม่ฝากอนาคตไว้กับ “ระบบ” ที่มันจะไม่เหน็ดเหนื่อย และจะทำงานแทนคุณไม่ว่ายามหลับหรือตื่นแทน? และถ้าสมมติคุณปักใจเชื่อเรื่องฮีโร่แห่งชาติจริงๆ ผมถามหน่อย คุณคิดว่าประชากร 60 ล้านคน จะไม่มีซักคนหนึ่ง ที่เก่งกว่าผู้ปกครองเหล่านี้เลย จริงๆเหรอ? หาดีกว่านี้ไม่มีแล้วเหรอ? อัตราส่วนคือ 1 : 60,000,000 เลยนะ (ถ้าเป็นการลงทุน ผมถามคุณหน่อย คุณจะเดิมพันในอัตราต่อรองนี้ได้จริงๆเหรอ คุณจะเสี่ยงทุ่มเงินทั้งหมดไปกับคนๆเดียว ทั้งที่คุณสามารถกระจายความเสี่ยงได้ แล้วคุณเรียกสิ่งนี้ว่าความมั่นคงจริงๆเหรอ? ผมเรียกมันว่าการพนันมากกว่า)

แล้วนิยามคำว่าเจ้าของประเทศนั้น คุณเคยคิดดีๆไหมว่าใครคือเจ้าของประเทศตัวจริง?

ผมว่านะ เรื่องเหนื่อยอะ ใครๆเขาก็เหนื่อยกันทั้งนั้น
ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องที่ควรเอามาเคลมอะไรเลย
เหงื่อจะหยดจากตรงไหน จากใคร มันไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่
มันก็แค่เหงื่อหยดนึง คุณควรมองมันอย่างที่มันเป็นมากกว่า อย่าไปโรแมนติกกับมันมาก ใครที่ทำงานกลางแจ้งในประเทศเมืองร้อนแบบไทย ก็ล้วนก็มีเหงื่อทั้งนั้น ยิ่งถ้าใส่เสื้อหนาๆก็ยิ่งร้อนนะครับ

และผมไม่ได้ตั้งเสตตัสนี้เพื่อจู่โจมสถาบันหรือรัฐบาลลุงตู่
ทั้งหมดที่ผมเขียนไปนี้เพื่อชี้ให้เห็นมุมมองอีกมุมหนึ่ง ผมกำลังคุยอยู่กับประชนด้วยกัน ผมอยากชี้ให้เห็นว่า การหลุดออกจากโลกที่ถูก romanticized โดยความเชื่อ มันจะทำให้เรามีศักยภาพที่สูงกว่าที่เคยเป็นได้แน่นอน ขอแค่หลุดออกมาจาก metrix ที่ถูกมอมเมานี้ให้ได้

ในมุมมองนอกเหนือการเมือง ผมยังมองในมุมปรัชญา ผมมองว่าการใช้ชีวิตโดยมองโลกผ่านกรอบแว่นจรรยาศีลธรรมประเพณีความเชื่อที่คนอื่นสร้างให้ สำหรับผมเป็นชีวิตที่สูญเปล่า ถ้าไม่อยากให้ชีวิตนี้จบลงโดยที่ทั้งชีวิตเรายึดถือความเชื่อของคนอื่นอยู่ เราต้องสร้างมุมมองที่มีต่อโลกใบนี้ขึ้นมาเองครับ

279 Nameless Fanboi Posted ID:3hrYWo0WhJ

>>278
คอมมี่แบบจีนไง

280 Nameless Fanboi Posted ID:c4RyA879Te

>>278 มีคนมากมายแทบนับไม่ถ้วนในประเทศที่เหนื่อยกวาเจ้าและสัสตูบ ที่เขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในแต่ละวันโดยที่ไม่มีคนอารักขา ไม่มีรถประจำตำแหน่ง ไม่มีเงินเดือน พวกชนชั้นปกครองเคยเห็นเขาอยู่ในสายตาไหม ???

281 Nameless Fanboi Posted ID:BO1qixeHw2

>>280 บริจาคเองซิ พ่อคนใจบุญ

282 Nameless Fanboi Posted ID:GUm2DOeKWS

>เป็นเรา
>อยู่ในกลุ่มคนรักประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดของไทย
>เพราะเรารักประชาธิปไตย
>เห็นสมาชิกคนนึงโพสต์ถามความน่าเชื่อถือของข่าวจากผู้สร้างกลุ่ม
>นึกในใจ’นี่สิประชาธิปไตย ต้องสงสัยและตรวจสอบทุกอย่าง’
>เปิดเข้าไปดูในคอมเมนต์
>คนโพสต์โดนด่าว่าเป็นฝั่งตรงข้าม โดนด่าเรื่องสติปัญญา มีการเรียกร้องให้เตะออกจากกลุ่มโดยสมาชิกคนอื่น ข้อหาถามและสงสัยคนสร้างกลุ่ม
>mfw

283 Nameless Fanboi Posted ID:rPKEmqL2.6

>>282
55555555555555555

284 Nameless Fanboi Posted ID:jP3GB2HNnN

>>282 ถ้าเข้ากลุ่มหริ่มป่านนี้โดนด่ายันบรรพบุรุษไปแล้ว

285 Nameless Fanboi Posted ID:eoAbJ0zUQx

>>282 เข้าไปกลุ่มขึ้ตีน นอกจากโดนเตะแล้วอาจได้กินข้าวฟรีในคุกเป็นของแถม

286 Nameless Fanboi Posted ID:Wkb4r0BtsL

เขาไปล่วงหน้าไว้ก็ว่าเขาโดนแกง พอเขาไปเจอม๊อบก็หาว่าไปดักทำร้ายม๊อบ

287 Nameless Fanboi Posted ID:jP3GB2HNnN

>>286
นอนอยู่บ้านดิ หน้าที่ทหาร หน้าที่ตำรวจคืออะไร มาทำร้ายประชาชนเหรอ

288 Nameless Fanboi Posted ID:9CCF4VNbxi

>>287 หน้าที่มึงคือ?

289 Nameless Fanboi Posted ID:jP3GB2HNnN

>>288
ถามโง่ๆสมเป็นหริ่มดีวะ 5555

290 Nameless Fanboi Posted ID:ViIP4QVGTB

>>287 this

291 Nameless Fanboi Posted ID:wJ6qMoNE1O

>>287 หน้าที่ของตำรวจกับทหาร คือดูแลความสงบของประชาชนที่รักษากฏหมายกับกำจัดพวกกบฏ ก็ทำถูกแล้วหนิ

292 Nameless Fanboi Posted ID:5K3naOcgYd

>>288
โจรขายชาติ

293 Nameless Fanboi Posted ID:U.1AOBa9mH

>>291 ทำไม 6 ปีก่อนไม่ไปจับกบฏที่รัฐประหาร

294 Nameless Fanboi Posted ID:+Wjtw5Hb1B

>>293 ศาลฎีกาไทยตีความว่า รัฐประหารมิได้ขัดต่อกฎหมาย เพราะ "กฎหมายคือคำสั่งคำบัญชาของรัฏฐาธิปัตย์"

295 Nameless Fanboi Posted ID:9CCF4VNbxi

>>293 นิรโทษกรรมทำไม จำนำข้าวทำไม

ถ้าคิงมีอำนาจอย่างที่พวกมึงโม้ท่านก็ต้องหยุดตั้งเเต่อีโง่เริ่มโครงการเเล้ว

296 Nameless Fanboi Posted ID:U.1AOBa9mH

>>295 ก็มึงถามว่าทหารตำรวจมีหน้าที่กำจัดกบฏแล้วทำไมตอนมีกบฏรัฐประหารถึงไม่ไปจับ เปลี่ยนเรื่องเก่งสมเป็นสลิ่่มจริง ๆ

297 Nameless Fanboi Posted ID:5K3naOcgYd

>>296
รัฐประหารสำเร็จแล้ว
มันจะเป็นกบฏได้ไงวะ?
มึงนี่โง่สัสๆ

298 Nameless Fanboi Posted ID:+Wjtw5Hb1B

>>296 ศาลฎีกาไทยตีความว่า รัฐประหารมิได้ขัดต่อกฎหมาย เพราะ "กฎหมายคือคำสั่งคำบัญชาของรัฏฐาธิปัตย์"

299 Nameless Fanboi Posted ID:8tUIDHcXyo

ปล่อยพวกโง่กราบ​หมา​ไปเหอะ

300 Nameless Fanboi Posted ID:cS+YKfP27z

>>298 ตามนั้น ศาลตัดสินตามความจริงที่สุดละ ยึดอำนาจได้ก็คืออยู่เหนือทุกสิ่ง เพียงแต่บ้านเรายังไม่มีผู้นำทหารคนไหนมีบารมีพอจะล้มเจ้าออกหรือเปลี่ยนเป็นเจ้าองค์อื่นแค่นั้นเอง ส่วน ตปท. ไม่แน่ใจว่ะ กูไม่แม่น ปวศ. ว่ามีที่ไหนทีทหารยึดอำนาจแล้วทำถึงขั้นนั้น

301 Nameless Fanboi Posted ID:ddcoO1MoSJ

>>300
นโปเลียน
....แต่งตั้งพี่น้องเป็นกษัตริย์ตามประเทศต่างๆ

302 Nameless Fanboi Posted ID:naSjEGUTm2

>>300 มันไม่ได้ตัดสินตามความจริงไรหรอก ก็แค่เอื้อประโยชน์ให้หมาของคิงรปห.อย่างชอบธรรม

303 Nameless Fanboi Posted ID:naSjEGUTm2

หลังยุคเปรม ผบ.กำลังพลหลัก ก็เด็กคิงทั้งนั้น

304 Nameless Fanboi Posted ID:B5kCaJ.PTR

>>302 https://www.facebook.com/notes/tanond-jullavech/คำพิพากษาศาลฎีกา-เรื่องความเป็นองค์รัฐาธิปัตย์/281824505163904/ มีคำพิพากษามาตั้งแต่ปี 2496 ละ ว่าด้วย รปห.2490 ที่ไล่ PD ไป แล้วให้ ป. มาเป็นผู้นำแทน

305 Nameless Fanboi Posted ID:h9K22a5mnv

สันติวิธีไม่ได้แปลว่า ให้ยื่นดอกไม้ให้คนที่ทำร้ายเรา อันนั้นสันติวิธีดัดจริต สันติวิธี คือการทำให้เราน่ารักเพื่อให้ภาพการใช้ความรุนแรง โดยรัฐออกมาแย่ที่สุดต่อสายตาประชาชน และประชาคมโลก และเพื่อให้ชัดเจนว่า ถ้าเกิดความรุนแรงขึ้น มันไม่ได้มาจากฝ่ายเรา

#มิตรสหายประชาธิปไตยท่านหนึ่ง

306 Nameless Fanboi Posted ID:h9K22a5mnv

ผมถามไปที่เกิดเหตุทำไม ถ้านอนอยู่บ้าน แล้วจะตายไหม
- อดีตนายกท่านหนึ่ง

โง่ก็ไปตายได้นะคะ
- ดาราท่อน้ำเลี้ยงประชาธิปไตย

307 Nameless Fanboi Posted ID:iFFQHEgqUO

>>306 นอนอยู่บ้านก็มีสิทธิตายน่ะนะ https://women.kapook.com/view12980.html

308 Nameless Fanboi Posted ID:bNipg5rULg

ร่าานหลงเชื่อเฟคนิวส์อีกแล้ว

https://facebook.com/100001454030105/posts/3619120114813087/

309 Nameless Fanboi Posted ID:AR50Akbo0i

>>308 เฟรคนิวส์ของมึงนี่มีหลักฐานบานเลยเนอะ แต่ข่าวจริงมึงมีแต่ลม 55555

310 Nameless Fanboi Posted ID:cJft6W.O1l

สหายที่เบียวความรุนแรงอ่ะ ลองไปจัดตั้งองค์กรนักฆ่าแบบ assassin creed ดูดิ แฝงตัวสะกดรอยตามผู้มีอำนาจแล้วสังหารไปทีละคนเงี้ย ได้ทั้งยกระดับทั้งได้ประโยชน์กับขบวนการอ่ะ จึ้กๆ

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

311 Nameless Fanboi Posted ID:pWW06plk2g

>>310 มันไม่มีกองฟางให้หลบอะ จะเบียวก็เอายุคปัจจุบันแบบ watch dog ไปเลย

312 Nameless Fanboi Posted ID:+NPKFM7wiD

จอมขวัญ : ทำไมการโอนหุ้นมาเป็นชื่อส่วนตัวของกษัตริย์ถึงไม่เคยมีการทำมาก่อนในรัฐบาลอื่นของสมัยรัชกาลที่ 9

313 Nameless Fanboi Posted ID:SD1KvhQwz4

>>312 ตุล ตอบไงวะ

น่าจะถามเพิ่ม ทำไมสมัยร9 กต ชี้แจงไปทั่วโลกว่าเป็นเงินของแผ่นดินไม่ใช่ของกษัตริย์

314 Nameless Fanboi Posted ID:G5wewvgBdz

อย่าลองกฎหมาย ผมเคยเขียนและเคยพูดไว้หลายครั้งว่า ชีวิตมนุษย์เขาไม่นำไปทดลองในเรื่อง 2 เรื่อง คือทดลองยา กับ ทดลองกฎหมาย

ยาที่จะใช้กับมนุษย์ต้องทดลองกับสัตว์ก่อนจนปลอดภัย จึงจะนำมาใช้กับมนุษย์ ส่วนกฎหมายนั้น การกระทำอย่างใดผิดกฎหมายหรือไม่ ผิดแล้วลงโทษเท่าไหร่ อย่าไปทดลองไม่คุ้มหรอก

การกระทำใด ผิด ปอ.มาตรา 112 หรือไม่ อย่าไปทดลอง ไม่คุ้มครับ และไม่มีใครเขายกย่องหรอก ทำแล้วเข้าไปอยู่ในคุกสัก 2-3 ปี คนที่เคยปรบมือให้หน้าเวทีเดี๋ยวเขาก็ลืม ออกจากคุกมาก็ไม่มีใครจำได้หรอก

มาตรา 112 ไม่มีใครยกเว้นให้ใครได้ การกระทำผิดกฎหมายทุกเรื่องอาจยกเว้นไม่ลงโทษได้ด้วยการขอพระราชทานอภัยโทษอย่างเดียวเท่านั้น ที่อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ พูดเรื่อง ม.112 ท่านก็พูดของท่านไป แต่เห็นได้ชัดว่า ที่ ส.ศิวรักษ์ ไม่ถูกลงโทษก็เพราะพระเมตตาด้วยการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์หรือพระประมุขแห่งรัฐ

ผมอ่านคำสัมภาษณ์ของท่านรองนายกฯวิษณุ เครืองาม น่าสนใจ ท่านกล่าวว่า ม.112 ยังมีอยู่ หากเข้าข่ายคงละเว้นลำบาก แต่กระบวนการดำเนินการต่างจากความผิดทั่วไป ผมว่า ถ้าเราช่วยกันพูด เตือนสติเด็กๆ อย่าให้ท้ายเด็ก เหตุการณ์ก็ไม่ลุกลาม แต่ไม่ค่อยมีคนพูดความจริงให้เด็กฟัง จะรักนวลสงวนตัวกันไปถึงไหน วันนี้ ดอกพิกุลร่วงจากปากท่านรองนายกฯวิษณุแล้ว ก็ให้ผู้ชุมนุมระวังไว้ ผมก็พยายามเตือนด้วยความหวังดีจริงๆ เตือนไปทัวร์ก็ลงเป็นระยะๆ แต่ก็ต้องทำ ชีวิต-ร่างกายเป็นของเราทุกคน ใครจะใช้ชีวิตนอกคุก หรือในคุก ก็เป็น”สิทธิ-เสรีภาพ” ในชีวิต-ร่างกาย ของท่าน ก็เป็นสิทธิที่ท่านเรียกร้องอยู่ทุกวันนั่นแหละ นี่ถ้าผมจะเขียนหยาบๆ ผมก็จะเขียนว่า เวลาผู้ชุมนุมติดคุก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารในคุก มันก็เป็นภาษีที่ผมต้องจ่ายให้คุณนะ ผมจึงมีสิทธิแสดงความเห็นได้ เพราะผมเสียภาษี แต่ไม่ได้ตั้งใจจะว่านะ เพียงแต่เตือนเจ็บๆ ให้คิดกันเท่านั้น

#มิตรสหายท่านหนึ่ง

315 Nameless Fanboi Posted ID:XLCYeEDzsO

อ่านจบหล่ะ​ ^^.ดีงามสำหรับคนเพิ่งเริ่มหัดใช้ดาต้าเพื่อก้าวสู่การทำ​ Digital​ Marketing​ และอีกหลายๆด้าน​

เป็นหนังสือที่อัพสกิลคนอยากเริ่มทำดิจิทัลและหัดใช้ข้อมูลจริงๆ​

ต้องบอกว่านาทีนี้การตลากทุกอย่างต้องใช้ดาต้าหมด​ หมดเวลาสัญชาตญาณ​แล้ว

Insight​ not instinct

อยากทำแะไรให้เก่งต้องฝึกบ่อยๆ​ ดาต้าเช่นกัน

#DataDriveMarketing
#การตลาดวันละตอน

316 Nameless Fanboi Posted ID:XLCYeEDzsO

ผมอยากจะแชร์เรื่องของพี่ชายให้อ่าน...
พี่ชายผมจบศิลป์ฯ (สาขาดนตรี)
เล่นดนตรี(คีย์บอร์ด+เปียโน)ตามผับ
โรงแรม, รีสอร์ต, คอฟฟี่ช็อป ฯลฯ
ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จนถึงอายุ 33+
(โดยประมาณ)
เขาเลิกเล่นดนตรี ไปหางานกลางวันทำ
เพราะแพ้แอลกอฮอล และบุหรี่
ไปเป็นจัดซื้ออยู่ห้างๆหนึ่งได้ 2 ปีก็ออก
ไปเปิดร้านอินเตอร์เน็ต
ทำเองหมด ไม่พึ่งพาช่างเลยสักคน
เปิดไปได้ 5 ปี เป็นช่วงขาลงของธุรกิจนี้
เลยถอย ไปเป็นQCโรงงานอาหารทะเล7ปี
ออกเพราะโรงงานเจ๊ง
อายุปาเข้าไป 47ปีแล้ว หางานยากแล้ว
สำหรับผู้ชายอายุ40+
ไปสมัครงานที่ไหน HRเห็นเป็นผู้ชาย
จับไปลงงานใช้แรง ทั้งที่ความรู้ที่มี
เขาเก่งคอมทุกอย่าง ซ่อมได้ งานเอกสาร
งานโปรแกรม งานตัดต่อภาพ วีดีโอ
แต่กลับให้ไปยกแบกสินค้าขึ้นรถเทลเลอร์
ซึ่งเขาไม่เคยทำงานหนัก ไม่ใช่สายถึก
เลยทำได้ครึ่งเดือนถอย
เขาหางานยากมากๆ ไม่มีที่ไหนมอง
ความสามารถเขาเลย ไม่มีHRที่ไหนดูประวัติการทำงานเขาเลย
ด้วยความที่หมดหนทางเดิน
เขาไปสมัครงานมั่วเลย
ไม่เอาประวัติงานไปด้วย เพราะคิดว่า
งานอะไรก็ได้ ขอแค่มีงาน และพอทำไหว
สุดท้ายตอนนี้ เขาไปได้งาน รปภ.

จบ

ที่เอามาแชร์ให้อ่านนี้
เพื่อที่จะสื่อว่า อดทนครับ
คนที่แย่กว่า โอกาสหางานแทบไม่มีใครรับ
ผู้ชายอายุ47+ มีความรู้ยังไง
ไปสมัครที่ไหน ก็ไม่มีใครรับ
เขายังสู้เลย จาก อาจารย์สอนเปีบโน
จากจัดซื้อ จากเจ้าของร้านเน็ต
จากQC สู่รปภ.
นี่เขาก็บ่นนะ ถ้าหมดสัญญาว่าจ้างนี้
จะไปทำไรต่อดี
ท่านจขกท.ยังอายุน้อยกว่าพี่ผม
นั่นหมายความว่า ทางเลือก ยังมี
ยังเยอะกว่า โอกาสยังมี สู้ๆนะครับอย่าท้อ
มองคนทีาเขาด้อยโอกาส หรือ โอกาสน้อย
หรือไม่มีโอกาสเลย แล้วจะรู้ว่า
ท่านยังโชคดีกว่าเขาเยอะ
สู้ๆครับ เป็นกำลังใจให้

317 Nameless Fanboi Posted ID:8hODacjaAK

>>316 นี่คือpatriarchy และmale priviledgeที่เฟมทวิตชอบพูดกันสินะ

318 Nameless Fanboi Posted ID:rWSPR+Lxql

ตอนฉลอง ในหลวงร.9 เตียมชื่อเสื้อเหลืองใว้4ตัวๆละ700ยอมเพื่อจะใดัใส่วันงานเฉลิมฉลอง..ติดงาน ไปไม่ใดัใส่ไปทำงาน เปิดทางโทรศัพ..น้ำตาแห่งความปรามปลื้มล้นออกตา..มาวันนี้ใส่ไม่ใดัปูใหั หมานอนแลัวละ

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

319 Nameless Fanboi Posted ID:/FvcioN1UB

>>314 พูดเหมือนไม่เคยมีใครคนนึงบอกว่าไม่ให้ใช้112 แล้วก็ไม่มีการใช้จริงๆเลยเนอะ

320 Nameless Fanboi Posted ID:b2bu.NrOmy

ถ้าคิดจะปั้น Startup ให้โตทะลุพันล้านใน5ปี..

1..ต้องมีไอเดียธุรกิจ ที่โดนใจตลาดที่แท้จริง และตลาดนั้นมีขนาดที่ใหญ่พอและใหญ่จริง ข้อนี้ผมให้เป็นข้อแรกนะครับ เพราะถ้า product หรือ service คุณไม่เจ๋งจริง ยากครับที่จะสเกลธุรกิจได้เร็วระดับนี้

2..มี founder และ co founder ที่มีวิสัยทัศน์สูง แต่อีโก้ต่ำ..ข้อนี้สำคัญมากครับ ส่วนใหญ่แล้วคนที่จะบุกเบิกอะไรใหม่ๆมีความเชื่อมั่นและวิสัยทัศน์กันทั้งนั้น แต่ขณะเดียวกัน ถ้าอีโก้สูงไม่รับฟังความคิดใหม่ๆ ก็จะปรับเปลี่ยนไปหาสิ่งที่ดีกว่าแม้ไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวคิดได้ยาก และเชื่อเถอะครับ คุณต้องปรับเปลี่ยนอะไรเยอะแยะไปหมด ในการที่จะโตทางธุรกิจ..และหลายเรื่องมันไม่ตรงกับที่คุณคิดเสียด้วย

3..มีทีมที่ยอดเยี่ยม ข้อนี้สำคัญมาก มันเป็นผลสืบเนื่องจากข้อ2และนับเป็นฝีมือที่แท้จริงของ CEO หรือ founder เพราะแม้คุณจะมีไอเดียที่เลิศ และ มีfounderที่เก่งแค่ไหนก็ตาม คุณไม่มีทางจะสเกลธุรกิจได้เลย ถ้าขาดทีมที่ยอดเยี่ยม
การสร้างทีมนั้น คุณต้องเข้าใจจิตใจของมนุษย์ และเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการ มันไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี่ที่ founder มักจะชำนาญและคุ้นเคย
ข้อนี้ เป็นจุดอ่อนอย่างมากสำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์เป็นผู้บริหารมาก่อน หรือไม่เข้าใจในศาสตร์ของการบริหารจัดการ

4..การบริหารและการตัดสินใจ ให้ยึดข้อมูลตัวเลขทางบัญชีให้ดี อย่าละเลยการสร้างระบบข้อมูลทางบัญชีเป็นอันขาด เพราะถ้าคุณละเลย สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวฉุดรั้งให้คุณไม่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว
ช่วงแรก คุณอาจใช้ sense ในการตัดสินใจได้ แต่เมื่อธุรกิจเติบโตการใช้ sense ตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลทางบัญชีการเงินที่ถูกต้องมาสนับสนุนการตัดสินใจ นั้นนำหายนะมาสู่องค์กรนักต่อนักมาแล้ว

5..ความสามารถในการนำเสนอ..ข้อนี้จำเป็นอย่างมากเมื่อคุณต้องการระดมทุน และต้องระวังไม่ให้ความสำคัญของข้อนี้ มากกว่าข้อ1-4เป็นอันขาด
เพราะถ้าข้อนี้คุณทำได้ดี มากกว่าข้อ1-4 คุณจะนำหายนะมาสู่ผู้ลงทุนและตัวคุณเอง..ในที่สุด

ทั้งหมดลองนำไปคิดต่อดูนะครับ..

321 Nameless Fanboi Posted ID:lpPZosA+At

มึงสั่งให้ใครอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
กูสั่งให้พวกมึงออกนอกประเทศ

#คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน

ชาญณรงค์ ครุฑโต
ทีมโฆษกไทยภักดี

322 Nameless Fanboi Posted ID:wGcPykjoM0

>>321 #กูไม่ออก

323 Nameless Fanboi Posted ID:8WMXIT6lgg

>>321
ซื้อบ้านให้กูดิ ไอ้หัวดอร์

324 Nameless Fanboi Posted ID:fRL4juuTbI

>>321 ไล่ออกทำไมเป็นภาระต่างประเทศเค้าอีก รับผิดชอบหน่อยดิวะ

วิธีที่สะดวกประหยัด สะอาด คือ จับผังทั้งเป็นไง บรรเจิดสุดแล้ว หลุมนึงใส่ได้ตั้งหลายตัว
เวลาปศุสัตว์ติดโรคเค้าก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแล อย่าเอาไปนั่งยางล่ะ ควันเยอะ ช่วงนี้ยิ่งรณรงค์ไม่ให้อากาศเกิดมลพิษอยู่

325 Nameless Fanboi Posted ID:+E0cN2eaJz

>>324 เชี่ย บรรเจิดมาก พอรุ่นใหม่มาขุดหลุมสำรวจคงงงว่าทำไมมีซากกระดูกเต็มไปหมด ตรงนี้เคยเกิดภัยพิบัติอะไรเปล่าว้า

326 Nameless Fanboi Posted ID:8WMXIT6lgg

>>324 ทดสอบฝังพวกหริ่มแก่ๆก่อนเลย

327 Nameless Fanboi Posted ID:/FvcioN1UB

>>325 ไม่งงหรอก เรื่องเหี้ยๆมันโดนบันทึกหมดสมัยนี้ ขนาดของจีนแม่งหลายพันปีก่อนที่ไปขุดหลุมฝังทหารทั้งเป็นยังบันทึกไว้เลย

328 Nameless Fanboi Posted ID:8WMXIT6lgg

>>324
ไอเดียดีน่าจะลองเอาพ่อแม่มึงไปฝังดูก่อนนะ 5555

329 Nameless Fanboi Posted ID:n589gsjirF

ด้วยความที่ม็อบราษฎร 2563 ถูกมองว่า เป็นม็อบของเด็กเจเนอเรชั่นแซดเสียส่วนใหญ่ ในฐานะที่น้องเกดก็อยู่ในช่วงวัยดังกล่าวเหมือนกัน เราจึงถามต่อว่า ในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนมีจุดยืนแบบไหนกันบ้าง เธอรีบตอบกลับทันทีว่า

ส่วนใหญ่แล้วทุกคนมีอุดมการณ์ตรงกันข้ามกับเธอ เห็นต่างกันเยอะมาก แต่เธอไม่ได้รู้สึกอะไรหากเพื่อนๆ จะเห็นต่างกันเพราะมองว่า ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน

330 Nameless Fanboi Posted ID:/FvcioN1UB

>>329 ถ้ารุ่นก่อนๆคิดแบบนี้ คงไม่บานปลายมาขนาดนี้หรอก ช่วยไม่ได้ สมัยเป็นเสียงส่วนมากเสือกเหิมเกริมเอง

331 Nameless Fanboi Posted ID:tIAmT/m7WO

"ชนชั้นกลาง" เป็นคำดูถูกอะถูกแล้ว
เพราะชนชั้นกลาง จริง ๆ ก็คือแรงงานแหละ เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของ means of PDT
เป็นแรงงานที่ยังไม่มี class consciousness
แค่รวยกว่าแรงงานคนอื่นหน่อยก็ผูกตัวเองว่าใกล้เคียงกับนายทุนคนรวย มองว่าตนไม่ใช่ "แรงงานไร้ฝีมือพวกนั้น"

332 Nameless Fanboi Posted ID:J2xZ0prENR

เมื่อวานนี้อาจารย์ Arnond Sakworawich บ่นกับผมจะต้องไปออกรายการ “เถียงตรงๆกับจอมขวัญ” นี่เธอยังหาให้ใครมาออกรายการกับผมไม่ได้ พอบอกว่าผมจะมาทุกคนปฏิเสธหมด ไม่รู้ว่าวันนี้จะโดนเทไหม ผมเองพอเข้าใจเพราะรู้จักอาจารย์ดีว่ามีความรู้ในหลายด้าน โดยเฉพาะทางประวัติศาสตร์และธุรกิจด้วย คนที่ไม่มีความรู้คงมาเถียงกับอาจารย์ลำบาก สุดท้ายจอมขวัญไปได้รุ้งซึ้งขาดความรู้ความเข้าใจในหลายเรื่องมาช่วยจอมขวัญเถียงกับอาจารย์อานนท์ ขนาดจอมขวัญช่วยเถียงเต็มที่แล้วก็ยังทำหน้างงๆ เพราะพิธีกรที่ลำเอียงก็ขาดความรู้แม้จะพยายามใช้วิธีการที่เธอถนัดคือช่วยเถียงเองก็สู้ไม่ได้ ชอบที่อาจารย์บอกว่า. “คุณจอมขวัญไม่ต้องทำหน้างงๆ” และสอนเด็กว่า “ควรทำการบ้านมาก่อน” ขอบคุณกับความรู้ที่มาสอนจอมขวัญและรุ้งในรายการ ผู้ฟังทางบ้านก็ได้ความรู้ไปด้วย

(ชื่อรายการผมตั้งให้เองละ)

333 Nameless Fanboi Posted ID:OEb9TFHy6m

>>332 พูดเก่งพลิ้วเก่งมีแต่ลมแบบสนธิแต่ถ้าลองไปเจอคนแน่นจริงๆสวนเหอะ

334 Nameless Fanboi Posted ID:J2xZ0prENR

ดูทรงหลังจากนี้จอมขวัญคงต้องเลือกเชิญให้ถูก เชิญแต่แบบ เอ๋ อุ๊ แล้ว เชิญมั่วแล้วเละเลย

335 Nameless Fanboi Posted ID:d9zC0ygwxp

>>332 >>334 ถ้าเป็นอานนท์ vs อานนท์ มันจะไม่เละแบบนี้หรอก เถียงกันเรื่องข้อกฎหมายแต่ฝ่ายม็อบไม่ส่งนักกฎหมายไปก็เละสิ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=4724522380922454&id=100000942179021&set=a.163415147033223l ช่วยไม่ได้นะ เลือกไปเที่ยวกับสาวแทนที่จะเลือกไปต่อสู้ ฝ่ายม็อบเสียเครดิตไปพอสมควรเลยทีนี้

336 Nameless Fanboi Posted ID:Fp.DQZZu9/

Original post from Panachit Kittipanya-ngam

ไหนว่าสนับสนุน Startup ไทย!!??

ช่วง โควิด-19 Horganice ระบบจัดการหอพัก อพาร์ทเม้นท์ อันดับ 1 ของไทย ทำระบบจอง และรวบรวมข้อมูลห้องว่างในเมืองใหญ่ไว้ เอาไปนำเสนอ แถมเข้าช่วยอบรม โรงแรมปรับปรุง และรองรับการดูแล PUI กระทรวงได้แต่รับเรื่องๆ สุดท้ายก็เอาไปทำเอง เพราะบอกว่ารัฐต้องเป็นคนออกมาตรฐาน ไม่เอื้อเอกชน หรือ สมาคม ก็เข้าใจ!!

แต่ตอนนี้มาจบแบบนี้ เอื้อเอกชนที่แม้แต่ 'ออกใบกำกับภาษีท้องถิ่น' ในเมืองไทยยังไม่ได้ เน้นย้ำ ออกใบกำกับภาษีไทยไม่ได้ถ้าจองล่วงหน้า เพราะไปคิดเงินกันที่สิงคโปร์ ต้องไปกระตุ้นเศรษฐกิจที่สิงคโปร์หรือ? รัฐไทยนี่ใจกว้าง!

รัฐไทยทำได้!!

ตอนลำบากคนไทยเรามาช่วยกันเข้าไปดูได้ครับ
https://www.facebook.com/pedthaisupai/videos/2521740291376563/

มาดู สธ.+ยูนิคอร์น ก๊อปไอเดีย และเอาไปทำโครงการ เอง ตอนนั้นเฟิร์สวิ่งคุยแทบตาย มีแต่ขอข้อมูล (คุ้นหน้าคนใส่แว่นตรงกลางมาก เหมือนคนที่เคยคุยด้วย)

แต่พอเริ่มจะดี ไม่ช่วยกันไม่พอ
แต่มาเอื้อต่างชาติอีก!

337 Nameless Fanboi Posted ID:tIAmT/m7WO

ตลกที่สุดคือ วันหนึ่งมีคนออกมาดิ้นมากมายเรื่องที่ Forbes จัดอันดับ ร.9 รวยอันดับหนึ่ง เพราะขัดกับภาพลักษณ์พอเพียง แล้วก็บอก สำนักทรัพย์สินไม่ใช่ของท่าน

ตอนร.10 โอนเป็นของตัวปุ๊บ กริบ วันนี้ก็ยังเงียบอยู่...

338 Nameless Fanboi Posted ID:595CPwgoZG

>>337 จริง วันนี้กูรำคาญกรุปไลน์เหี้ยๆ แต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น เหตุผลที่กูบอกว่า สำนักทรัพย์สินเป็นของส่วนตัวก็เหตุผลเดียวกับอานนท์นี่ล่ะ แต่วันนั้นกูโดนด่ายับ มาวันนี้หลักฐานตำตาใช้โลจิก อดีตคืออดีต ปัจจุบันท่านทำให้ถูกต้อง

339 Nameless Fanboi Posted ID:ezO/+bzCwa

สว.วางดักไว้ 5 ปีนั้นคือ 2 สมัยครับ

และถ้าพลังประชารัฐแพ้หมดรูปแล้วงัดไม้ตาย 250 สว ถึงตอนนั้นคนคงออกมาประท้วงหลักแสน ลุงตู่แพ้อยู่ดี

แต่ในทางกลับกันทำไมม๊อบต้องเร่งออกมาช่วงโควิท เพราะม๊อบรู้ตัวแล้วว่าฐานเสียงรัฐบาลเริ่มเยอะ จากผลเลือกตั้งซ้อม และโครงการที่จะเริ่มสำเร็จในปีหน้า ม๊อบรอให้ครบวาระไม่ได้ เลยรีบออกมา ใช่หรือไม่?

340 Nameless Fanboi Posted ID:PdXkG4ieEL

>>339 ไม่เกี่ยวหรอก มันเปนเพราะความอัดอั้นที่ทนมานานด้วย ประจวบกับปัญหาเศรษฐกิจ เวลาคนบ่นเรื่องอะไรมันบ่นกันเพราะตอนนั้นเจออยู่
กับหลายเรื่องที่มันแสดงความสองมาตรฐานออกมาแบบ หนัหน้าคอนกรีตไงมึง

341 Nameless Fanboi Posted ID:4m.QVai4Td

>>339 โครงการที่จะเริ่มสำเร็จในปีหน้า อะไรบ้างเหรอ เห็นมีแต่กู้แล้วแจก แล้วก็มาขึ้นภาษี

342 Nameless Fanboi Posted ID:jGSRw7LzPc

คนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน ใช้กันดิ
รบ ยุคอื่นไม่เห็นมีแบบนี้เลย

343 Nameless Fanboi Posted ID:DpuCYToucJ

นักการเมืองให้ปลา พระราชายื่นเบ็ด กุคิดถึงประโยคนี้จัง 5555

344 Nameless Fanboi Posted ID:oYRrOlgrP1

>>339 ทำเป็นเล่น อันนี้น่าคิดนะ พวกโครงการรางทั้งหลายทีทยอยสร้างมาตั้งแต่ยุค คสช. ตามแผนคือจะเริ่มเปิดใช้งานได้ในปี 64-65 อันนี้คือในสายตานักลงทุนทั้งหลายคือชอบมาก ส่วนพวกโครงการอัดงบลงรากหญ้า หลังจากลองผิดลองถูกจนโดนด่ามาเยอะ คนละครึ่งนี่เป็นโครงการแรกเลยมั้งที่ไม่โดนด่า แถมบัตรคนจนนี่โคตรได้ใจคนแก่อะ แต่ที่ม็อบออกมาประท้วง ก็ต้องยอมรับละว่าที่ผ่านมาตู่และทีมงานมีปัญหาเรื่องบริหาร ศก. แล้วคนไทยส่วนใหญ่รู้สึกว่าแย่กว่ายุคก่อนๆ จริง อัดอั้นมาตลอดหลายปี พอเลือกตั้งแล้วไม่มี ม44 เลยออกมากัน

มันน่าสนใจตรงทีถ้าไม่มีโควิด แผนอึดไว้นานๆ แล้วรอสวนทีเดียวให้อีกฝ่ายน็อกเลยจะเห็นผลเร็วกว่านี้หรือเปล่า หรือโควิดจะทำให้ตัวเองหมดแรงก่อนชนะหรือเปล่า (กูเดาว่าตู่และทัมงานคิดแบบนี้ คนระดับล่างและกลางล่างคิดถึงแม้วเพราะแม้วมีภาพว่าทำ ศก. ดีใช่ปะ ดังนั้นถ้ายุคตู่มีช่วง ศก. ดี คนก็จะไม่ยึดติดกับแม้ว พวกซ้ายที่อิงแอบอยู่ก็จะเสื่อมไปเองด้วย)

345 Nameless Fanboi Posted ID:s2eRIZ11ep

>>344 ถ้าทำได้จริงทำไมถึงทำไม่ได้ตั้งแต่ยังเป็น คสช ?

346 Nameless Fanboi Posted ID:AWCXuj9fA7

>>345 กมายถึงอันไหน ถ้าพวกก่อสร้างมันเริ่มมาตั้งแตาสมัยนั้นแล้วไง แต่พึ่งทยอยมาเสร็จสมัยนี้ เอาจริงถ้าสายสีแดงไม่เลื่อนปีหน้าก็ใช้ได้แล้ว

347 Nameless Fanboi Posted ID:s2eRIZ11ep

>>346 สายสีแดงไม่ใช่ผลงานไอ้ตู่มึงจะเคลมอย่างนี้ไม่ได้

348 Nameless Fanboi Posted ID:WpV1TSMAf1

โครงการขนาดใหญ่ส่วนที่มีปัญหามากที่สุดคือ การเวนคืนที่ดิน ใครทำส่วนนี้ได้มากก็เอาเครดิทไปเหอะ

ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการเวรคืน ป่านนี้ Hopewell ไปตั้ง 20 ปีก่อนแล้ว

349 Nameless Fanboi Posted ID:VNWnANI2ov

>>348 และที่มันตลกร้ายมากคือ การเวนคืนที่ดินมักทำได้ในช่วงเผด็จการ หรือ ปชต. ไม่เต็มใบ ทำเป็นเล่นนะ หลังมี รธน.40 ไทยแทบไม่เคยมีโครงการขนาดใหญ่แบบถี่ๆ อีกเลย เพราะ รธน.40 มันเป็น รธน. ฉบับแรกที่ใส่คำว่าสิทธิมนุษยชนไปด้วย เกิดกลไกโดยเฉพาะศาลปกครอง เรียกว่าเวนคืนไม่ได้ง่ายๆ ก็เพราะมีอันนี้ละ เจอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวลากยาวเป็นปีก็มี ก็หยุดชะงักไปหมด พอ รธน.50 กลไกนี้ก็ไม่ได้ถูกยกเลิกไป จน รปห.57 นี่ละ รถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่มันมาทำได้ในยุค คสช. เพราะเจอทุบโต๊ะด้วย ม44 นี่ละ พวกรถไฟทางคู่ทั่ว ปท.-ความเร็วสูงอีก ก่อนหน้านี้มีปัญหาเวนคืนทั้งนั้น

ทีนี้ลองย้อนกลับไปมองยุคตั้งแต่สฤษดิ์ถึงเปรมนะ เออ ยุคที่ยังมีผีคอมมี่ให้ชนชั้นนำใช้หลอกหลอนประชาชนนั่นละ ยุคนั้นการรวมกลุ่มคัดค้านอะไรจะเจอข้อหาอย่างเบาก็ถ่วงความเจริญ อย่างหนักก็เป็นคอมมี่ (สมัยก่อนแรงงานนัดหยุดงานหรือตั้งสหภาพยังทำไม่ได้เลย เพราะพวกนี้มันแนวคิดมาจากคอมมี่ไง) บ้านใครเจอโครงการตัดถนน สร้างทางด่วน สร้างเขื่อน ฯลฯ ต้องยอมรับสภาพอย่างเดียว

350 Nameless Fanboi Posted ID:s2eRIZ11ep

>>348-349 ชั่ย ๆๆๆๆ เหมือนสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เริ่มสมัยสฤษดิ์ แต่เสร็จสมัยทักษิณใช่มั้ย

351 Nameless Fanboi Posted ID:AWCXuj9fA7

>>347 ก็จริง แต่ถ้าไม่มีคสช.ผลักดันหลายอย่างคงทำแบบนี่ไม่ได้

>>350 เอาจริงแม้วคือคนเร่งให้เสร็จ แต่ก็ถือเป็นผลงานละ

352 Nameless Fanboi Posted ID:nDP6Jt90jR

>>351 การเคลมว่าแม้วสร้างนี่ ทำไมกุรู้สึกว่าอวยเกิน

353 Nameless Fanboi Posted ID:DpuCYToucJ

>>352 เขาบอกว่า ''สร้างเสร็จ''

354 Nameless Fanboi Posted ID:VNWnANI2ov

>>350 ที่ดินมันมีพร้อมมานานแล้ว พอแม้วยุค ศก. ดีเลยอัดงบได้เต็มที่ ซึ่งก็ไม่ผิดหรอกถ้าจะบอกว่าเป็นผลงาน

355 Nameless Fanboi Posted ID:opnzrtaO9/

>>353 นั่นแหละ กุพิมพ์ตก กุรู้สึกว่ายังไงมันก็ต้องเสร็จอยู่ดี

356 Nameless Fanboi Posted ID:d3G3vf3.qQ

ชั่ยคับ เหมือนที่โฮปเวลยังไงก็ต้องเสร็จอยู่ดีไงคับ

357 Nameless Fanboi Posted ID:WGRyUvZvtp

พูดถึงยุคเปรมแล้วนึกได้ว่า มีกบฎหลายครั้งไม่สำเร็จแล้วพวกหัวหน้าคณะหนีลี้ภัยสักพักก็นิรโทษกรรม นี่หว่า

อ่อแต่บางคนก็ประหารไปเลยก็มีนะ กบฎพลเอกฉลาดไง

358 Nameless Fanboi Posted ID:Fzm0XWRMRu

จริงๆ เรื่องนี้ มีเรื่องโต้เถียงมากครับ แต่คนไปออกรายการไม่ทำการบ้านเอง ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ
อย่าง ร3 ขึ้นครองราชต่อจาก ร2 ลูกร 2 ก็ไม่ได้ทรัพย์สิน แต่ทรัพย์สินตกไปกับ ร3 และร 3 ก็ไม่ใช่ลูก ร2 พอ ร3 สวรรคต ทรัพย์สินก็ไม่ตกกับ ลูก ร3 แต่ผ่านไปยัง ร4 ซึ่ง ร4 เองก็ไม่ใช่ลูก ร3 กรณี แบบนี้เช่นเดียวกัน ร 6 ซึ่งมีพระราชธิดาองค์เดียว คือ สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ ก็ไม่ได้สมบัติ แต่ ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตกไปเป็นของ ร 7 จะเห็นว่าการผ่านทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นี้ เป็นการผ่านแผ่นดิน ไม่ได้ผ่านเพราะเป็นสาย หรือเป็นลูกหลาน แต่ผ่านเพราะเป็นของแผ่นดิน ฉะนั้นแม้รัชกาลก่อน จะไม่มีกฏหมายแบ่งแยกชัดเจน การพฤตินัยแล้ว ท่านก็แยกทรัพย์สินส่วนพระองค์ กับทรัพย์สินส่วนกษัตริย์ค่อนข้างชัดเจนในพฤติกรรม
ในประการต่อมาหลังจาก เปลียนแปลงการปกครองก็มีการแยกทรัพย์สินชัดเจนว่าอันไหนส่วนพระองค์ อันไหนส่วนกษัตริย์ ส่วนพระองค์ก็มีระบุเลยครับ ว่าเป็นกิจการที่ทำมาเอง หรือว่าพ่อแม่ให้มา อันไหนเป็นส่วนที่รัชกาลก่อนๆ ใช้บริหารแผ่นดิน ก็แยกกัน จนประชาธิปัตย์ขึ้นมา ก็ไปแก้กฏหมายตรงนี้อีก จนกลายเป็นทรัพย์สินที่ก่ำกึ่งอีกรอบ ซึ่งคำถามก็มีต่ออีกว่า ถ้าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ คือทรัพย์สินส่วนพระองค์ ทั้ง SCB และ ปูนซีเมน ก็ควรตกเป็นของสายสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ใช่หรือไม่ เพราะท่านก็คือลูกคนเดียวของ ร6 แต่พฤติกรรมของ ร6 และรัชกาลก่อนๆ ก็บอกอยู่แล้วว่า ทรัพย์สินตรงนี้ไม่ใช่ของลูกท่าน แต่ให้เป็นของแผ่นดิน
และประการต่อมา ปี 2551 ทางวัง ก็ให้กระทรวงต่างประเทศตอบโต้กับนิตยสาร Forbes ที่บอกว่า ร9 รวยสุด ซึ่งคำแถลงของกระทรวงต่างประเทศต่อชาวโลกก็บอกว่า "ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นของแผ่นดิน ไม่ใช่ของส่วนตัวท่าน"
และอีกเรื่องคือ ช่วงวิกฤตปี 2540 สำนักงานทรัพย์สินก็ร่อแร่มา จนคลังต้องมาอุ้ม ซึ่งก็คือภาษีประชาชนนี่แหละครับ เพราะสำนักงานทรัพย์ฯ ไม่มีเงินเพิ่มทุนพอ คลังเลยเข้ามาช่วย คราวนี้ คลังจะช่วยได้ก็ต้องเป็นหน่วยงานรัฐ กับ รัฐด้วยกันใช่ไหมครับ ซึ่งก็แปลว่า สำนักงานทรัพย์ก็ต้องเป็นของแผ่นดิน ถึงใช้ภาษีประชาชนเข้าไปอุ้มได้ แต่พอประเทศฟื้่นตัว สำนักงานทรัพย์ฯก็เอาหุ้ SCB คืนไป คำถามก็คือ ถ้าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตีความว่าเป็นของส่วนตัว ทำไมคลังถึงเข้าไปอุ้มได้
คือคำถามเยอะมากครับ แต่อีรุ้ง มันไม่ทำการบ้านเอง

#​มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

359 Nameless Fanboi Posted ID:WGRyUvZvtp

>>358 ซื้อ big lot โดยแลกกับที่ดินตรงทุ่งพญาไท ไปนี่หว่า ราคาที่ดิน 16,500 ล้านบาท แลกกับหุ้นมูลค่า 2,500 ล้านคุ้มโคตร จะโวยวายอะไรอีก

360 Nameless Fanboi Posted ID:idabZNKvW/

Feminists want the authority of men, the privileges of women and the responsibilities of children.

361 Nameless Fanboi Posted ID:UhlbuWmE61

สรุป
- SCB ไม่ได้มาจากพระราชทรัพย์ ร.5
- ก่อตั้งเพื่อความมั่นคงทางการเงินของไทย
- ได้รับความช่วยเหลือและหุ้นก่อตั้งจากธนาคารเยอรมัน
- กระทรวงการคลังเอาเงินงบประมาณแผ่นดินไปอุ้มหลายครั้ง

362 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

เวลาผมบ่นคนรุ่นใหม่นี่คือผมเข้าใจเพราะผ่านตรงนั้นมาเหมือนกันนะ สมัย ป.ตรีผมก็แพลนจะไม่เข้าพิธีรับปริญญา ซึ่งสุดท้ายเลยได้เข้าใจว่าพิธีรับปริญญาไม่ใช่การแสดงความยินดีหรือมอบหลักฐานความสำเร็จให้ผม

แต่ให้คนในครอบครัวผม ใบปริญญามันไม่ใช่ความสำเร็จของผมคนเดียว อาศัยความช่วยเหลือของครอบครัว (ครูอาจารย์และคนอื่นๆในสังคมอีกมากมาย) ผมถึงเรียนผ่านมาจนถึงไมล์สโตนนี้ ผมไม่เห็นว่าใบนี้สำคัญ แต่ครอบครัวผมจะมีความสุขกันมากเมื่อได้เห็นผมเข้าพิธีนี้

พิธีรับปริญญาไม่ใช่วันของบัณฑิต แต่เป็นวันของพ่อแม่ ที่จะได้มีความสุขและโล่งใจอย่างมากที่สุดวันนึงในชีวิตของท่าน

ถ้าพ่อแม่ไม่ได้เห็นว่าพิธีสำคัญก็ไม่จำเป็นต้องไป แต่ถ้าเขาเห็นความสำคัญ ประเด็นจะอยู่ที่ว่าเราจะมอบความสุขนี้ให้เขาไหม ไม่ได้อยู่ที่เราเชื่อในพิธีนี้หรือไม่
——

ข่าว: www.dailynews.co.th/regional/809567

363 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

เกษตรพอเพียง หรือในชื่อที่เป็นทางการว่า "เกษตรทฤษฎีใหม่" เป็นศาสตร์ที่เน้นหัวใจสำคัญสามอย่างคือ การจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การพอดีพอตัวพอประมาณ และการรวมตัวกันเพื่อความมั่นคง(ต่อรองผลประโยชน์) ศาสตร์นี้ไม่ใช่อยู่ๆจะเกิดขึ้นมาเป็นระบบเองได้เลย แต่มันคือศาสตร์ประยุกต์ ซึ่งประยุกต์มาจากอะไรบ้าง ดังนี้
1. ประยุกต์จากระบบฟิวดัลในยุคกลางของยุโรปเมื่อ 1,500 ปีที่แล้ว ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การจัดสรรที่ดินและพึ่งพาตนเอง โดยระบบนี้ขุนนางจะเป็นเจ้าของที่ดิน มีปราสาทอยู่ตรงกลาง ที่ดินของเขาจะถูกจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการแบ่งการจัดการเป็นส่วนต่างๆเช่น พื้นที่สำหรับปลูกข้าวสาลี ข้าวโพด ผักผลไม้ ปศุสัตว์ มีทั้งบ่อน้ำและระบบคลองส่งน้ำ รวมทั้งโรงแปรรูปต่างๆ เช่นโรงทอผ้า ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะถูกใช้แรงงานจากทาสเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ระบบนี้แทบไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสังคมภายนอกเลย กระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจพอเพียงได้หยิบระบบนี้มาใช้โดยการย่อขนาดที่ดิน ตัดทาสออก และใช้ตัวเองเป็นแรงงานแทน ซึ่งสุดท้ายแล้วการพึ่งพาตนเองหรือพึ่งพาคนอื่นให้น้อยที่สุดอย่างนี้ก็จะไปสู่ทางตันในระบบเศรษฐกิจแบบปัจจุบัน ทางตันอย่างไร ผมอยากให้ทุกคนคิดตาม เกษตรกรทุกคนแบ่งพื้นที่ 30 : 30 : 30 : 10 มีข้าว ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ กินกันทุกบ้าน แล้วเศรษฐกิจในชุมชนจะเนินไปได้อย่างไร ในตลาดสดก็คงเอาของที่ปลูกจากบ้านมาขายกันแล้วก็นั่งมองหน้ากัน เพราะที่บ้านเราก็มีไม่จำเป็นต้องชื้อ เราทำเองกินเองได้ แต่เราจะเอารายได้จากไหนไปให้ลูกเรียนหนังสือ เราจะเอารายได้ที่ไหนพาแม่ไปหาหมอ คนที่ทำเศรษฐกิจพอเพียงแล้วยังอยู่ได้ปัจจุบันคือ ขายผลผลิตให้กับคนที่ไม่ได้ทำ แล้วถ้าคนหันมาทำเหมือนกันจะเกิดอะไรขึ้น จึงจำเป็นจะต้องใช้ ข้อ 2 และ 3 เข้ามาช่วย
2. ประยุกต์จากหลักทางสายกลางของศาสนาพุทธ ซึ่งแนวนิดนี้มีหัวใจหลักคือ การประมาณตนด้วยความพอดี ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไป เป็นหลักการที่พระพุทธเจ้านั้นใช้ปฎิบัติและแผ่กระจายไปพร้อมกับศาสนา เศรษฐกิจพอเพียงหยิบหลักการนี้มาใช้เพื่อ ลดความเสี่ยงในเรื่องไม่ดีที่จะเกิดจากตัวผู้ปฎิบัติเอง โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่าย และหลักการนี้เกี่ยวเนื่องกับศาสนาทำให้เข้าถึงและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมได้ง่าย

364 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

3. ประยุกต์จากระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ซึ่งใกล้เคียงกับระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ หัวใจหลักที่เหมือนกันของสองระบบนี่คือ รัฐเป็นผู้ดำเนินการกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจของชาติทั้งด้านการผลิตและการจำหน่าย ซึ่งข้อ 3 นี้ถูกประยุกต์ใช้เพื่อเป็นการอัพเกรดหรือต่อยอดให้ข้อที่ 1 และ 2 โดยจะกำหนดให้ผู้ที่ดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเข้ามารวมตัวกันในชุมชน ซึ่งการรวมตัวของคนขึ้นเป็นสังคมนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดรัฐในทางรัฐศาสตร์ ในบริบทนี้เปรียบได้เหมือนกับการจำลองระบบเศรษฐกิจของรัฐสังคมนิยมขึ้น โดยการตั้ง สหกรณ์ โรงงานอุสาหกรรมแปรรูปต่างๆขึ้นในชุมชน เมื่อมีการรวมตัวกันจึงมีอำนาจต่อรองกับกลุ่มอื่นๆเพิ่มขึ้นไปด้วย สมาชิกต้องนำผลิตผลป้อนให้กลุ่ม แล้วกลุ่มจะดำเนินการขายให้กับคนภายนอก จากนั้นกลุ่มก็จะจัดการแบ่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิก การที่คนมารวมตัวกันเพื่อต่อรองกับสังคมภายนอกหมายถึงอะไร หมายถึงเราต้องการผลประโยชน์จากเขา แล้วกลุ่มที่เราจะเอาของไปขายให้ก็จะต้องไม่ใช่กลุ่มแบบเราด้วย ดังนั้นกลุ่มพอเพียงของเราก็จะต้องเข้าไปหากินกับระบบทุนนิยมภายนอก สุดท้ายก็วนเข้ามาสู่การพึ่งพาระบบทุนนิยม ซึ่งถ้าหากคุณต้องการเพียงแค่พึ่งพาตนเองคุณก็จะติดกับอยู่ในข้อ 1 ที่ผมเรียกว่า กับดักความจน

ปัจจุบันกลุ่มที่พัฒนาตนมาถึงขั้นที่ 3 ได้นั้น คือกลุ่มที่ใช้คำว่า อโศก ตามท้าย ซึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ทางการโปรโมทออกทีวีแต่อย่างใด โดยกลุ่มนี้ก็ประยุกต์หลายๆอย่างเพิ่มเข้าไปอีก ส่วนในทีวีที่โฆษณากันคือติดอยู่ข้อแรกทั้งนั้น บางคนอาจภูมิใจที่ทำแบบนี้แล้วมีคนสนใจ แน่นอนว่าการโปรโมทย่อมทำให้เป็นที่สนใจ แต่ลึกๆจะรู้ตัวดีว่ากำลังหลอกตัวเอง จากใจคนทำเกษตรพอเพียงมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ที่เรายังจนอยู่ไม่ใช่เราฟุ่มเฟือย แต่เป็นเพราะเราเลือกใช้ระบบที่เป็นกับดักความจน เราถึงต้องติดอยู่แบบนี้ เราอยู่ในโลกทุนนิยม ยังไงเราก็ต้องใช้ชีวิตในแบบทุนนิยม ที่ผมบอกเพราะไม่อยากให้คนในประเทศต้องติดกับดักตามๆกันไป บางคนถึงขั้นออกจากงานเอาเงินเก็บทั้งชีวิตเป็นล้านมาลงกับเศรษฐกิจพอเพียงตามที่ทีวีโปรโมท สุดท้ายมานั่งขายผักมัดละ10บาทข้างๆกันกับเรา ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เงินล้านคืน โอเคถ้าหากมีความสุขก็ไม่ว่าอะไร แต่ประเทศเราก็จะพัฒนาช้าหน่อย เพราะภาษีจากคนพอเพียงแบบเรานั้นเข้ารัฐน้อยมาก ถ้าหากจะทำเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ แนะนำให้ไปเข้ากลุ่ม อโศกต่างๆดีกว่า พวกเขาพัฒนาถึงขั้นที่ 3 แล้ว

365 Nameless Fanboi Posted ID:rBqAjB1BKE

สำหรับคนที่ไล่ให้ผมไปทำเกษตรพอเพียงนะครับ ผมและพ่อเคยยอมรับและคลั่งไคล้ทฤษฎีนี้มาก พ่อผมทำเกษตรกรรมกับปู่มาตั้งสมัยยังเด็ก ปัจจุบันพ่ออายุ 60 ปี เริ่มทำตามรูปแบบเกษตรกรทฤษฎีใหม่เมื่อตอนอายุประมาณ 30ปี รายได้มีแค่พออยู่พอกิน ไปโรงพยาบาลก็ใช้แค่สิทธิบัตรทอง ไม่มีรายได้พอที่จะส่งลูก 3 คน เรียนมหาวิทยาลัย(ซึ่งมีรายจ่ายตกอยู่ปีละ 1.7 แสนบาท) ผมเองจบ ป.ตรี รัฐศาสตร์เนื่องจากมีคนอุปการะ ในขณะที่เรียนอยู่นั้น ก็มีวิชาที่เป็นเศรษฐศาสตร์ปนอยู่ด้วยความสงสัยจึงได้หาคำตอบเกี่ยวบกับเกษตรพอเพียงอย่างจริงจัง ว่าทำไมเราพอเพียงแล้วคุณภาพชีวิตถึงแตกต่างจากคนอื่น จนมาตกผลึกได้คำตอบตามที่เขียนในบทความนี้
เราทำเกษตรพอเพียงเราปลูกไปซะทุกอย่าง ทำให้เราไม่มีเวลาพอที่จะดูแลแต่ละอย่างใด้เต็มที่ ผลผลิตที่ได้ก็จะอยู่ในเกรดตลาดสด ก็พอขายและเลี้ยงชีพได้ แต่สู้สวนใหญ่ๆไม่ได้
3 ปีก่อนผมจึงบอกให้พ่อเลิกทำนา เลิกปลูกผัก เลิกเลี้ยงสัตว์ แล้วเอาเวลามาดูแลผลไม้ 3อย่างที่ทำเงินได้ดีที่สุดในสวนอย่างจริงจัง ผลตามคาด เรามีรายได้เพิ่มขึ้นมาก เรามีเงินเก็บ ผลไม้เราสามารถตีตลาดสู้เจ้าอื่นได้ ปัจจุบันเรากำลังจะขยายสวน มีแผนจ้างแรงงาน และใช้การตลาดแบบทุนนิยมเข้ามาจัดการอย่างเต็มตัว ตอนนี้ผมออกมาทำอาชีพเกษตร และหากผมมีลูกผมก็สามารถส่งลูกเรียน ป.ตรีได้แน่นอน

366 Nameless Fanboi Posted ID:JQo3lBDR4u

>>362 อันนี้จริง กูไม่ได้อินหรือไม่อินกับเจ้านะ ตอนเรียน ป.ตรี ไม่อยากรับ เพราะไม่อยากลางานแค่นั้นละ ยังทำงานกินรายวันไง กว่าจะปรับเป็นรายเดือนต้องรอหลังจากนั้นอีก 1-2 ปีอะ ตอนทำรายวัน หยุดงานก็ไม่ได้เงิน แต่ที่บ้านอยากให้รับก็ต้องหยุด 2 วัน วันซ้อมกับวันจริง

>>363 >>364 >>365 ก็แสดงว่ามันใช้ได้ แต่มันใช้ไม่ได้ในแบบปัจเจก ต้องรวมกลุ่มกัน (เหมือนยุ่นที่ระบบสหกรณ์เข้มแข็งมาก) เกษตรพอเพียงไม่ได้ปฏิเสธทุนนิยม แต่ต้องการให้คนในท้องถิ่นพึ่งพากันไม่ใช่ตัวใครตัวมัน

367 Nameless Fanboi Posted ID:6HTBxAistN

เกษตรพอเพียง=เอาเรื่องธรรมดาที่มีอยู่แล้วมาโม้ว่าเป็นผลงานของคนหนึ่งจนเกินจริง

368 Nameless Fanboi Posted ID:6HTBxAistN

การที่กษัตริย์มีหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เป็นกองกำลังส่วนตัวไม่ได้ต่างอะไรกับที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์มีหน่วย SS ไว้ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม จักรภพ ภูริเดชซึ่งเป็นคนอุ้มคนนู้นคนนี้นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์เลย

369 Nameless Fanboi Posted ID:Y63xfSJMF9

เปรียบเทียบได้เพ้อเชิบหายถ้าระดับ ss ป่านนี้ไม่ได้มาเย้วๆ แบบนี้หรอก โดนรมแก๊สทิ้งไปหมดแล้ว

370 Nameless Fanboi Posted ID:QMmB6Q4jGq

>>369 แล้วคนที่โดนฆ่าผ่าท้องถ่วงปูนล่ะ ???

371 Nameless Fanboi Posted ID:QMmB6Q4jGq

>>365 โคตรไร้สาระ สอนให้จมปลักอยู่กับการทำสวน ไม่ต้องโผล่หัวขึ้นมาคิดอย่างอื่น ไร้การพัฒนา

372 Nameless Fanboi Posted ID:QMmB6Q4jGq

วิชาศาสตร์พระราชานี่ก็เรียนไปทำไม ??? โลกไปถึงไหนแล้ว ดีแต่เอาของโบราณใช้ประโยชน์ไม่ได้มาสอน

373 Nameless Fanboi Posted ID:Y63xfSJMF9

>>370 คนละระดับกัน ss = 6 ล้านคนเว้ย

ถ้าเป็น ss แค่คนหลักหมื่น ป่านนี้โดนเคาะบ้านไปรมแก๊สหมดแล้ว

374 Nameless Fanboi Posted ID:utM77RIkp3

>>370 มีด้วยเหรอ

375 Nameless Fanboi Posted ID:WMnxsbzT.1

>>371
งั้นมึงอย่าแดก

376 Nameless Fanboi Posted ID:ahFM0kNwTi

>>373 นั่นคนยิวที่โดนรมแก๊ส
คนเยอรมันด่านาซีไม่ได้โดนเยอะขนาดนั้น

377 Nameless Fanboi Posted ID:xIayTLDetK

ไอสัส กูขรรม

https://facebook.com/story.php?story_fbid=129992885559706&id=102110851681243

378 Nameless Fanboi Posted ID:da.1ICnfxG

>>365 คำว่าพอเพียงมันมีหลักการเรื่อง ความพอประมาณอยู่ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่น้อยเกินไปไม่พอจะส่งลูกเรียน ก็ปรับเปลี่ยนขยับขยายให้ได้ ปัญหาคือคนตีความว่าพอเพียงคือทำตามมีตามอยู่

379 Nameless Fanboi Posted ID:Nb0ODv/l.7

>>378 ต้องโทษโฆษณาอ่ะ สร้างแต่ภาพแบบนั้นไว้กับคำว่าพอเพียง

380 Nameless Fanboi Posted ID:da.1ICnfxG

>>379 อันนี้กรูเห็นด้วยโฆษณาชวนคนเข้าใจผิดมากๆ

381 Nameless Fanboi Posted ID:mPlOP5npK.

>>378 คนสอนแหละอธิบายให้มันชัดๆก่อน คนอื่นเวลาเสนอแนวคิดเศรษฐกิจกูเห็นเขียนหนังสือเป็นเล่มๆ

382 Nameless Fanboi Posted ID:wTgIC9qV5h

>>381 555555555555555555555555

383 Nameless Fanboi Posted ID:xVoWNUskjs

>>381 จริง พวกแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ของต่างชาติทั้งหลายที่เขานำไปใช้กันจริงจัง มันจะทำเป็นตำราอธิบายกันเป็นเล่มโตๆไว้ศึกษาเลย แต่แนวคิดพอเพียงนี่ไม่มีการอธิบายจำเพาะเจาะจงห่าอะไรซักอย่าง มีแค่คำกับประโยชน์สั้นๆที่โคตรกำกวมโผล่มาโด่ๆแค่นั้น 100คนอ่านก็ตีความไปได้100แบบ

384 Nameless Fanboi Posted ID:mPlOP5npK.

>>383 กูงงไง ทำไมมีแต่คนบอกว่าโฆษณาผิด คนเข้าใจผิดๆไปเอง ทั้งที่ปกติแล้วถ้าคนสอนแล้วคนไม่เข้าใจอ่ะ ถ้าไม่เข้าใจแค่คน2คนพอว่า แต่ถ้าทั้งห้องเข้าใจไปคนละทางนี่แม่งปัญหาอยู่คนสอนละ แต่กรณีนี้ทั้งปท เข้าใจไม่ตรงกัน กลับไปโทษการเรียนการโฆษณา

385 Nameless Fanboi Posted ID:wTgIC9qV5h

พ่อแม่ผมคือกลัวตัวเองโง่ครับ

คือผมเถียงกับพ่อแม่บ่อยมากในประเด็นนี้ และให้ข้อมูล Educate ไปหลายครั้ง แกก็เถียงผมกลับไม่ได้ และบางครั้งก็ดูจะเห็นด้วยในสิ่งที่ผมพูด

แต่ไม่ว่ายังไงพ่อแม่ผมก็ยังทำใจเกลียดรัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ดี ผมมั่นใจเลยว่ามันเกิดจากกระบวนการอันเป็นจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ที่เมื่อความเชื่อใดความเชื่อหนึ่งที่เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจมาทั้งชีวิตโดนสั่นคลอน จิตใต้สำนึกก็จะสั่งให้หาเหตุผลมาปกป้องความเชื่อนั้น ถึงแม้มันจะเป็นเหตุผลที่ดูโง่ ไม่สมเหตุสมผล เท่าไรก็ตาม

พ่อแม่ผมเกลียดทักษิณมาทั้งชีวิต รักสถาบันมาก ไปม็อบตั้งแต่พันธมิตรยันกปปส ดูแต่เนชั่นและบูลสกาย

พวกเค้าคงทำใจไม่ได้จริงๆ ว่าสิ่งที่เชื่อมาตลอดคือสิ่งที่ผิด เพราะถ้ายอมรับว่ามันผิด ตัวเองจะกลายเป็นโง่ขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนดูถูกเสื้อแดงเช้าเย็นว่าเป็นพวกโง่

386 Nameless Fanboi Posted ID:8n4LRT0J.J

>>385 กูเข้าใจพ่อแม่มึงนะ กูอินกับมวยจีนตั้งแต่เกิดอะ ทุกวันนี้ก็ยังรับไม่ได้ที่เห็น MMA ไล่กระทืบครูมวยจีนกองกับพื้นไปหลายราย

387 Nameless Fanboi Posted ID:BZL0oXrKhU

>>383 มันมีตีพิมพ์ไปตั้งหลายภาษาทั่วโลกแล้ว ทางองค์สหประชาชาติก็เคยเอาไปตีพิมพ์ ปัญหาคือคนเคยอ่านตัวเต็มกันกี่คน มันไม่ได้ตีความไปร้อยแบบอะไรเลย

388 Nameless Fanboi Posted ID:IFUtveiqF1

>>386 สู้กับมวยไทยเพียวๆ มวยไทยยังกินขาดเลย
วิชาท่าสวยใช้งานจริงไม่ได้เรื่อง สู้พวกดุดันเถื่อนๆไม่ได้

389 Nameless Fanboi Posted ID:94o4wRbNwF

>>387 ภาษาไทยชื่อไร

390 Nameless Fanboi Posted ID:boOiEQQ95w

การทำน้ำเมาในบ้านเรา
สรุปปัญหาคือ เพราะทุนจดทะเบียนขั้นต่ำแพงไปหน่อย ให้ทำธรุกิจคราฟเบียร์ในครัวเรือนลำบากแค่นั้นเองนี่หว่า ไม่ได้ผูกขาดอะไรเลย

วิธีแก้แค่ลดเพดานทุนจดทะเบียนจบ

ส่วนเปิดเสรีใครขายก็ได้ ยังไงก็ไม่ควร เพราะโซนนี้ไม่รู้เป็นอะไร ชอบสรรหาของพิลึกมากินกัน อยากดูตัวอย่างไปดูประเทศข้างเคียงได้ตายเพราะเรื่องแบบนี้กันบ่อยมาก ก็เล่นเอา ยาฆ่าหญ้า เอทาน่อล หรือ บางทีก็เอาราใส่แทนยีส อีห่าแดกกันพิสดารชิบ

391 Nameless Fanboi Posted ID:iHlumRedD8

>>390
ห้ามโฆษณาด้วย ทุกรูปแบบ แต่เจ้าใหญ่มันมีธุรกิจน้ำดื่ม ที่เอายี่ห้อมาเนียนโฆษณาได้

392 Nameless Fanboi Posted ID:E3CWnxVTrP

>>391 +1 ชอบเอาศาสนามาอ้าง ความจริงเป็นเรื่องของนายทุน

393 Nameless Fanboi Posted ID:8n4LRT0J.J

>>390 กฎหมายบอกกำลังผลิตขั้นต่ำต้อง 10 ล้านลิตร/ปี ถึงจดทะเบียนได้ ซึ่ง SME ไม่ไหวอะ

394 Nameless Fanboi Posted ID:8n4LRT0J.J

>>392 ศาสนามันคือความเชื่อฝังหัว แล้วพวกนี้เสียงดัง เลยเข้าทางนายทุน เหมือนโสเภณีนั่นละ นักศีลธรรมรับไม่ได้ที่อาชีพนี้จะมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเทียบเท่าอาชีพอื่นๆ ในสังคม เลยค้านแก้ไขให้ถูกกฎหมาย แน่นอนว่าถ้ายังอยู่ใต้ดินก็เข้าทางพวกเก็บส่วยนันละ

395 Nameless Fanboi Posted ID:boOiEQQ95w

>>393 จดเป็น Brewpub เอาดิ ผลิตแสนลิตรต่อปีได้

396 Nameless Fanboi Posted ID:zLgy46VBMC

ย้ำอีกที ผมคิดว่า ประเด็นของการไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย มันไม่ได้อยู่ที่ว่า ใส่ชุดนักเรียนแล้วดีหรือไม่ดีเลย - การเถียงประเด็นนี้ไม่ใช่สาระที่แท้จริงของเรื่อง

ประเด็นของเรื่องมันอยู่ที่การที่อาจารย์ไปไล่ไถหัว ตรวจสีชั้นในเด็ก แล้วก็ใช้ตรรกะบ้าๆ ประมาณว่าผมยาวทำให้เด็กสนใจแต่เรื่องผัวๆเมียๆ - ทั้งๆที่กฎกระทรวงก็บอกว่าเด็กแต่งตัวแบบนั้นได้ และอาจารย์ก็ไปไถหัวเด็กไม่ได้

ดังนั้นเมื่ออาจารย์ไม่เคารพตามข้อบัญญัติเรื่องการแต่งกายของเด็กเสียเอง แล้วไปตั้งกฎเอาตามใจอาจารย์ที่ขัดต่อกฎกระทรวง มันเลยกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่กฎ แต่เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความพอใจจะใช้อำนาจของอาจารย์ไปเสีย ความศักดิสิทธิ์ในเชิงกฎหมายมันเลยหมดลง

คือกฎที่ใช้เองแบบที่ไม่มีเหตุผลรับฟังได้ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายธรรมชาติ มันก็จะพัง แค่นั้นแหละ

ที่ผ่านมากฎการแต่งตัวมันถูกถามหาความชอบธรรมโดยเหตุผลมาพักใหญ่ๆ

คำตอบของผู้ใหญ่มันเป็นไปทาง "ไม่ต้องมีเหตุผลเลย ก็อยากเอาแบบนี้ และกูมีอำนาจอ่ะ พวกมึงเป็นเด็กก็ก้มหน้าทำตามไป"

การไม่ใส่ชุดนักเรียนแม่งเลย จึงเป็นการประชดเอาสุดทาง เพื่อแสดงการไม่ยอมรับอำนาจ

ชุดนักเรียนหัวเกรียนตอนนี้เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับอำนาจเถือนเกินขอบเขตกฎกระทรวง - การเลิกใส่ชุดจึงเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิเสธอำนาจเกินขอบเขต

ไม่มีอะไรยากเลย

ดังนั้นประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ชุดดี หรือชุดไม่ดี

ประเด็นมันคือ ครูไม่สนกฎกระทรวง จะโชว์ว่าตัวเองมีอำนาจเหนือเด็ก เด็กก็เลยบอกว่า "ได้ งั้นผมจะโชว์ให้ดูว่าอาจารย์ไม่ได้มีอำนาจเหนือผม" แค่นั้นแหละ
.
.
.
วิธีการทำให้ทุกอย่างมันจบ อาจารย์ก็แค่ไปอยู่ใต้กฎหมายที่ตัวเองควรจะอยู่ ทั้งกฎกระทรวง และศีลธรรม เด็กมันก็จะกลับไปอยู่ในกฎการแต่งกายของกระทรวงเอง

หรือถ้ากฎกระทรวงมันไม่เข้ากับยุคสมัย ไม่สอดคล้องกับความคิดแล้ว ก็ว่ากันตามกระบวนการเปลี่ยนแปลง ไปดีเบทกันไป

397 Nameless Fanboi Posted ID:Qg8uZ1f5L5

เชียรชุดนักเรียนมากกว่าเยอะ ไม่ได้มองว่าเกี่ยวไม่เกี่ยวกับการเรียน แต่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ เงินซื้อเสื้อผ้า การแบ่งกลุ่ม การอวด มันจะมากขึ้นตามมาแน่นอน 🔥🔥🔥

398 Nameless Fanboi Posted ID:0T9EdpP1NM

>>397 ทางออกคือรัฐควรรับภาระค่าใช้จ่ายชุดนักเรียนจริงๆ จังๆ เสียที แต่ต้องเป็นชุดที่มีคุณภาพด้วยนะ

399 Nameless Fanboi Posted ID:Qg8uZ1f5L5

Note to self: การ deflect compliment หรือปฏิเสธคำชมมันไม่น่ารัก

คนชมเขาก็คิด ตั้งใจ รวบรวมความกล้า และใช้พลังงานมากชมเรานะ จะไปปฏิเสธเขาทำไม ไม่น่ารัก

400 Nameless Fanboi Posted ID:yOb4swVk+T

ปัญหาของชุดนักเรียนไทยกูว่ามันเป็นเพราะออกแบบห่วยดูอุบาทว์ด้วยแหละ โดยเฉพาะของผู้ชายนี่ม.ปลายหนวดเฟิ้มขนหน้าแข้งยุบยับแล้วยังต้องมาแต่งตัวไม่ต่างจากชุดเด็กอนุบาลอีก

401 Nameless Fanboi Posted ID:0T9EdpP1NM

>>400 อันนี้จริง กูว่า ม.ปลาย ผช. น่าจะใส่ขายาวได้ละ ดูพวกอาชีวะ ปวช. ดิ ช็อปขายาวแม่งเท่สัส

402 Nameless Fanboi Posted ID:7pvEO1grb1

>>401 ขายาวเตะบอลลำบาก ขี้เกียจเอากางเกงมาเปลี่ยนด้วย

403 Nameless Fanboi Posted ID:0T9EdpP1NM

>>402 ยุ่นมีปัญหานี้ปะวะ กูเห็นชุด นร. ม.ปลาย ในการ์ตูน แม่งอย่างเท่

404 Nameless Fanboi Posted ID:kpDsjigjH0

ชุดนักเรียน ญป. ในความเป็นจริงชุด ผช. มันก็เหมือนชุด นศ./ ชุดอาชีวะ ธรรมดา นี่ละเสื้อขาว กางเกงดำ

405 Nameless Fanboi Posted ID:wMkbBL9WCn

นักเรียนหญิงใส่ชุดนักเรียนชายนี่เฟติชกูเลย

406 Nameless Fanboi Posted ID:jCG..htF6+

>>402 กูเรียนเอกชนใส่ขายาว เวลาเตะบอลพวกกูก็เตะทั้งๆแบบนั้นนั่นแหละ มันไม่ได้ลำบากมากเว้นแต่มึงจะไปแต่งเป็นเดฟ

407 Nameless Fanboi Posted ID:dyZRnRN7aT

"จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่ากฏหมายข้อไหน มาตราไหน กดขี่ นศ.อยู่ เราที่ทำงานไปเรียนไปยังไม่เห็นจะรู้สึกถูกกดขี่เเต่อย่างใด

เราถามเรื่องกฏหมายนะ ที่มีคนออกมาเย้วๆก่อนหน้านี้

เรื่องชุดนักเรียนอยากใส่ชุดอะไรเราไม่สนอะ จะใส่ชุดนักเรียนหรือใส่ชุดไปรเวท ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรในการดำเนินชีวิตตอนเรียนเลย เคยมีเเต่ตอนช่วงนึงที่ว่ากลัว นศท. จะเรียนไม่ทันเพื่อนเลยจัดให้เรียนเสริมช่วยเสาร์ ให้ใส่ชุดไปรเวทได้ก็ยังเรียนได้ปกติไม่มีมาอวดเรื่องเสื้อใครเเพงกว่ากันนะ เเต่เราว่าชุดปกติเรามีเเต่เสื้อธรรมดาสุดๆ เสื้อนักเรียนนี่ดูดีสุดละในบรรดาชุดในตู้เสื้อผ้าเราละ
เรื่องครูเรื่องการเรียนเราอาจจะโชคดีเจอครูที่ดีด้วย ไม่เข้าใจเเกก็ช่วยสอนเเนะนอกเวลาเรียนได้ตลอด "
อันนั้นเรื่องระหว่างบุคคล ใครทำผิดใครโดนกลั่นเเกล้ง มีหลักฐานก็ดำเนินคดีไปตามเคส เราอยู่ในยุคที่มีกล้องกันทุคนเเล้ว

408 Nameless Fanboi Posted ID:Co0xwImqhu

ผมว่าการใส่ชุดนักเรียนมันเป็นพื้นฐานของการฝึกระเบียบวินัย และการเคารพในกติกาสังคมเลยนะ
มันไม่ใช่เรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่มันเป็นเรื่องหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบตัวเองเลยนะ ตามกติกาของโรงเรียนในประเทศไทยเลย

หลายๆท่านอาจจะลืมไปว่า ท่านส่งลูกไปโรงเรียนทำไม
นอกจากว่าไปเรียนหนังสือ หาวิชาความรู้แล้ว
โรงเรียนเค้าต้องฝึกเรื่องระเบียบวินัย การเคารพในกติกาของสังคม เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันภายใต้กฎระเบียบที่ควบคุมให้คนหมู่มากอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขด้วย

เพื่ออะไร เพื่อให้ลูกท่านเป็นผู้เป็นคน ที่รู้จักยอมรับในกติกาของสังคม เคารพกฎระเบียบของสังคม เพื่อให้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้

แน่นอนว่าลูกท่านยังมีสิทธิเสรีภาพเต็มเปี่ยม ภายใต้กฎระเบียบ ที่กำหนดว่าลูกท่านต้องมีหน้าที่ ความรับผิดชอบที่ต้องทำเช่นกัน

ไม่ใช่มีแค่สิทธิเสรีภาพเฉยๆ แต่หน้าที่ ความรับผิดชอบ ลูกท่านก็ต้องยอมรับด้วย
เพราะสิทธิเสรีภาพ มันก็มีราคาที่ต้องจ่ายเหมือนกัน ด้วยหน้าที่ และความรับผิดชอบ ตามกติกาของสังคมนั้นๆเช่นกัน

ท่านจะหวังให้ประเทศไทยเจริญเทียบเท่าประเทศอื่นๆได้ยังไง ในเมื่อท่านสอนให้อนาคตของชาติของท่าน เคารพกฎระเบียบของสังคมไม่ได้ สอนให้มีวินัยรับผิดชอบต่อสังคม เคารพในกติกาสังคมไม่ได้

ท่านอยากให้ประเทศเจริญเหมือนญี่ปุ่น เหมือนเยอรมัน ท่านควรจะเริ่มจากการผลิตประชาชนที่มีวินัยสูง สำนึกในหน้าที่ตนเองก่อนเหมือนเค้าดีไหม ไม่ใช่ประชาชนที่ไม่ชอบอะไรก็มาประท้วงให้ยกเลิก เพียงเพราะไม่ถูกใจ หรือเพิ่มความลำบากนิดหน่อยให้ตัวเอง สนแต่สิทธิเสรีภาพตัวเอง แต่ไม่รู้จักวินัย หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อสังคม

#มิตรสหาย​ท่าน​หนึ่ง​

409 Nameless Fanboi Posted ID:ISGcND9f/y

>>408
คนที่ใส่ชุดนักเรียนไปเรียนทุกวัน ก็ยังมีลางาน 300 กว่าวันบ้าง อมเบี้ยเลี้ยงบ้าง นั่งหลับเวลางานบ้าง ถามว่าการใส่ชุดมันช่วยให้คนมีระเบียบขึ้นจริง หรือแค่คิดไปเอง

410 Nameless Fanboi Posted ID:Co0xwImqhu

>>409 เหมือนบิลเกต สตีฟจ๊อบ เรียนไม่จบก็เป็นมหาเศรษฐีของโลกได้

411 Nameless Fanboi Posted ID:ocayot5rGW

>>408 ชาวประเทศที่ฉีกกฎหมายสูงสุดทุก7-8ปี กำลังมโนว่าได้ปลูกฝังการเคารพกฎระเบียบอย่างดีแล้ว

412 Nameless Fanboi Posted ID:V5LKBogAEu

https://discord.gg/qX7JZMPk

413 Nameless Fanboi Posted ID:MCk2E.TKXP

>>410 หยุดเอาexceptionมาพูดเหมือนเป็นruleดิวะ

เทียบเปอร์เซ็นพวกเรียนไม่จบว่าไปเป็นมหาเศรษฐีกับไปนอนคุก อันไหนเยอะกว่ากัน

414 Nameless Fanboi Posted ID:x7Q61FfXaq

#5ธันวา ไปรับเสด็จสนามหลวง

ก่อนเขียนโพสต์นี้ ผมก็คิดอยู่นานพอสมควร ว่าควรจะเขียนดีไหมใน สถานการณ์ปัจจุบัน แต่ผมเชื่อเสมอว่า ไม่ว่า เพื่อน พี่ น้อง ที่ผมรู้จัก อาจจะมีความคิดต่างกับผม แต่เราก็ยังหวังดี ช่วยเหลือ และ เกื้อกูลกันได้เสมอ ด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

สำหรับผมแล้ว ผมมี 5 เหตุผล ที่ใช้ทั้งสมอง และ หัวใจในการพิจารณาว่าทำไม 5 ธันวาถึงไปสนามหลวง

1. #คุณูปการที่สถาบันพระมหากษัตริย์ มีต่อสังคมไทย

ในวัยเด็กผมยังจำได้ดี ตอนที่ไปเยี่ยมบ้านของแม่ที่ ตำบล บางแก้ว จังหวัดเพรชบุรี เคยถาม ญาติของผมว่าทำไม ชายหาดที่บ้านแม่ถึง เต็มไปด้วยก้อนหิน ญาติของแม่บอกว่า เพราะ ตำบลนี้ มีปัญหาเรื่อง คลื่นทะเล กัดเซาะหน้าดิน
เป็นหลายปี แก้ไขไม่ได้ จนวันนึง ในหลวง รัชกาลที่ 9 ส่องกล้องมาจากวังไกลกังวล แล้วสงสัย ว่าทำไมพื้นที่นี้ถึงเกิดหน้าดินเซาะ เลยให้ข้าราชการ เข้ามาหางช่วยเหลือ จนสามารถแก้ปัญหาเรื่องการ เซาะหน้าดินได้สำเร็จ นั้นอาจจะเป็นโมเม้นต์แรก ที่ผมรู้สึกรัก และ ผูกผันกับ สถาบันกษัตริย์ มาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้น สมเด็จพระเทพ ก็ยังมาทำโครงการเพาะเลี้ยง สัตว์ทะเล ที่แหลมผักเบี้ย ใกล้ตำบลที่แม่ผมอยู่ ช่วยให้ระบบ นิเวศของทะเลดีขึ้น และทำให้คนในพื้นที่ทำอาชีพประมง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่นับรวม ที่ ในหลวงรัชกาลปัจจุบันส่งทีมจิตอาสา เข้ามาช่วยในพื้นที่
และ ลูกของเพื่อนแม่ผม รอดตายจาก โรคมะเร็ง เม็ดเลือดขาว เพราะได้เป็นคนไข้อุปถัมภ์ของ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

นี้อาจเป็นส่วนนึง ที่ สถาบันกษัตริย์ได้ทำให้กับ ประเทศไทย

2.#ความกล้าหาญและเสียสละ

มีคำถามนึงที่อยากชวนทุกคนให้ลองคิดกันครับ สมมุติว่าเรามีลูกชายอยู่คนเดียวในบ้าน เราจะยอมให้เขาเสี่ยงชีวิต หรือ มีภัยอันตรายอะไรไหม ผมเชื่อว่าพ่อและ แม่เกินกว่าร้อยละ 50 ต้องไม่ยอมกันแน่ๆ แต่กับสถาบันนั้นต่างกันไป ในช่วงนึงของประวัติศาสตร์ไทย ที่มีการต่อสู้กับ พรรคคอมมิวนิสต์ รัชกาลที่ 10 ที่ยศขณะนั้น แค่ร้อยเอก ได้เข้าไปทำการรบเคียงบ่า เคียงไหล่กับทหาร ในพื้นที่เสี่ยงภัยและมีการสู้รบจริง ไม่นับการที่ รัชกาลที่ 9 เสด็จด้วยพระองค์เอง พร้อมครอบครัวไปในพื้นที่เสี่ยงภัย และ เข้าไป เรียนรู้ปัญหา เพื่อแก้ความยากจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหา
ด้วยคำสั่งที่ 66/23 ในภายหลัง เปลี่ยนคนคิดต่างให้กลายมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ได้อย่างสงบร่มเย็น

415 Nameless Fanboi Posted ID:x7Q61FfXaq

ในบันทึก ของ พล ต . อ. วศิษฎ์ เดชกุญชร นายตำรวจ ราชองครักษ์ ได้ เล่าไว้ว่า เคยถามในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าถ้าคอมมิวนิสต์ บุกเข้าประเทศไทย จะทำอย่างไรดี ท่านตอบว่าประเทศนี้ จะมีคนชื่อ ภูมิพล มหิดล เพิ่มขึ้น 1 คนและจะไม่มีวันหนีออกจากประเทศไทยเป็นอันขาด

นี้คือความกล้าหาญ และ เสียสละที่ผมยังไม่เคยหาได้เจอ ในนักการเมืองคนไหน ในประวัติศาสต์ของชาติไทย

3. #การทำให้คนไทยเป็นหนึ่งไม่แบ่งแยก และ ขัดแย้งรุนแรง

ถ้าเราลองสังเกตุกันให้ดี ประเทศไทยเราแทบจะไม่มีปัญหา ไทยคริสต์ กับ ไทยพุทธ ทะเลาะกัน หรือชาวมุสลิมกับ ชาวพุทธ ทะเลาะกันอย่างรุนแรง หรือ ไทยเชื้อสายจีน ตีกับ ชาวไทยพื้นเมือง ถึงมีก็จบได้เร็วและ สูญเสียน้อย เพราะเราถูกเชื่อมร้อยเข้าหากันด้วยคำว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่ทำให้เรามีความเอื้อเฟื้อ ผ่อนหนัก ผ่อนเบาซึงกันและกัน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การเสด็จสำเพ็งของรัชกาลที่ 8 ที่ช่วยเชื่อมร้อยคนไทยเชื้อสายจีน เข้ากับผืนแผ่นดินนี้อย่างแท้จริง

4. #การด้อยค่า และ กล่าวหา สถาบันอย่างไร้หลักฐาน

ผมเชื่อว่า เรื่องนี้หลายๆคนคงได้เห็นหลักฐานเชิงประจักษ์กันมากแล้ว ไม่ว่าการกล่าวหา เรื่องของ ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ การด้อยค่า สร้างข่าวเท็จ ให้ร้ายโดยไม่มีหลักฐาน หรือ ปั้นหลักฐานกันขึ้นมา ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง ตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัด เราสามารถดูได้จากการดีเบตนี้ครับ

https://www.youtube.com/watch?v=MpfJh4AWSCk&t=2174s

" ถก!! พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561 "

5.หลักนำใจให้ ทำเพื่อคนอื่น และ ส่วนรวม

ตัวผมเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะดีมากนัก เพื่อนสมัย วัยเรียนมัธยม ก็ล้วนเหี้ยวๆ กันตามประสอของเด็กวัด มีทั้งเรื่องการพนัน , บุหรี่ ,ผู้หญิง มีหลายๆ ครั้งผม ก็เกือบจะพลาดไปทำอะไรไม่ค่อยดี แต่ทุกครั้งที่จะทำอะไร ที่ไม่ดีๆมากๆ ผมก็จะนึกถึง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดในคำสอนต่างๆ ที่สอนให้เรายึดถือประโยชน์จของส่วนรวมเป็นที่หนึ่ง ประโยชน์ของตนให้อยู่ในลำดับรองลงมา มีพระราชดำรัสมากมายที่ท่านสอนและยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น และไม่ลงไปในอบาย หรือ คดโกงผู้อื่น

สุดท้ายแล้วโลกนี้ ล้วนนาๆ จิตตัง ไม่มีใครสามารถคิดเหมือนกับเราได้หมด แต่หากใครที่มีจิตใจ จงรักภักดี อยากให้ 5 ธันวานี้ เราได้เจอกันนะครับ

ปล. ผมเลือกภาพประกอบโพสต์นี้ เพราะนึกถึงคำพูดนึงของรัชกาลที่ 9 ว่า

#ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง "

และเป็นการร้อยเรียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 , ประชาชน และรัชกาลที่ 10 ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

#ขอความกรุณางดคอมเม้นท์ที่ไม่สุภาพ เสียดสี หรือ ต้องการสร้างให้เกิดการทะเลาะกันนะครับ

#ถ้าเราให้เกียรติกันถึงแตกต่างก็อยู่ร่วมกันได้ครับ

416 Nameless Fanboi Posted ID:aCLfiJdLdH

เหมือนเครื่องมือการอยู่ร่วมกันแบบที่คนส่วนมากในสังคมไทยรู้จักมันมีน้อยไปอ่ะ มีแค่กฎ อำนาจ ตำแหน่ง หน้าที่ บุญคุณ และอื่นๆ ซึ่งเซ็ตเครื่องมือนี้ มันไม่เคยพอในการสร้างสังคมที่ดี แล้วความไม่เพียงพอของมันยิ่งเห็นชัดขึ้นมาระเบิดใยยุคนี้

เครื่องมืออื่นๆ ที่ขาด ก็มีเช่น sympathy, empathy, การเจรจาต่อรอง, justification, coaching, การหาจุดร่วม, ความระลึกรู้ตัวเอง, ความฉลาดทางอารมณ์ และอีกมากมาย

(การเขียนเครื่องมือพวกนี้เป็นภาษาไทยที่เหมาะสมพอจะคงความหมาย ได้แค่ครึ่งนึง ยิ่งสะท้อนว่าเราขาดแคลนขนาดไหน)

417 Nameless Fanboi Posted ID:7VKzspN/BM

>>414 น่าเวทนานะ ยุคนี้จะเขียนอวยก็ต้องเขียนเผื่อไว้ก่อนว่าทุกคนอาจจะมีความคิดต่างกัน ไม่มั่นหน้ามั่นโหนกแบบยุคก่อนเลย ถ้าทำแบบนี้ได้ตั้งแต่ยุคก่อน ก็คงไม่เป็นไปขนาดนี้แท้ๆ

418 Nameless Fanboi Posted ID:8TGJOKLQXx

>>416 คนไทยไม่เคยถูกฝึกให้คุยกันด้วยเหตุผล เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็ชินกับการใช้อำนาจแล้ว พ่อแม่ข่มลูก พี่ข่มน้อง พอเข้าเรียนเจอครูข่มนักเรียน ใครถูกเพื่อนในห้องในรุ่นแกล้ง มีหน้าที่ต้องใช้กำลังงัดหน้าแม่งกลับเท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับ (จะแพ้หรือชนะช่างมัน แต่ต้องกล้าสู้ห้ามถอยจนกว่าตัวเองจะตายหรืออีกฝ่ายรามือไปเอง) พอเข้ามหาลัยยังเจอ SOTUS สอนอีกว่าต้องชินกับการถูกตะคอกถูกจิกหัวด่าแบบไร้เหตุผล เพื่อที่จบไปทำงานแล้วเจอนายจ้างหรือหัวหน้างานงี่เง่าจะได้ทนได้ อยู่เป็น ไม่ต้องตกงาน ไม่แปลกหรอกที่สังคมนี้จะชินเวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจะชินกับการใช้กำลังตัดสินก่อน กระทืบอีกฝ่ายให้จมตีนก่อน เพราะเชื่อว่าต้องกดให้อยู่ในอำนาจไม่งั้นจะไม่ยอมทำตาม อันนี้เป็นกันทุกฝ่ายนะแม้แต่ฝ่ายที่หวังดีจริงๆ ก็เหอะ

419 Nameless Fanboi Posted ID:LQmfk85v4Y

>>418 แพ้อย่าบอกว่ากลัว ถ้ามึงผ่านตรงนี้ไปได้มึงเป็นเพื่อนกัน กลัวคือขี้ข้า บางทีไม่ยอมกันก็ซัดกันไปเรื่อยๆ เก่งมากเจอรุม พ่อแม่ดีๆก็ลงมาช่วยลูก พ่อแม่บางคนเหยียบลูกให้ต่ำกว่าเพื่อน จะได้ไม่เสียหน้า มีอะไรก็ลงที่ลูกเอา ลูกจะได้เชื่องกับทุกๆคนไปเลย คุมง่ายดี ในกรณีที่พ่อคู่กรณีอยู่สูงกว่าและพร้อมจะซัดหน้า ตายก็เผา
แต่คนที่เก่งได้ก็เหมือนมึงต้องมีพวกพ้องตลอด พวกมึงหาย หรือมึงไปไหนมาไหนคนเดียว โดนตีตายแน่นอน

420 Nameless Fanboi Posted ID:8TGJOKLQXx

>>419 นั่นแหละ สังคมอำนาจนิยม พอโตมาก็หาแบ็คมีสีคุ้มหัวกัน คนไทยโตมากับวิธีคิดแบบนี้ ไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม (เพราะเส้นสายมักช่วยอะไรได้เยอะ) ทำใจอย่างเดียวว่ะ

421 Nameless Fanboi Posted ID:JGT4.C/kNO

พวกที่บอกให้เคารพ กม. ตอนนี้ ก็คือพวกเดียวกับที่เชียร์ รปห.เย้วๆ เมื่ออดีต

422 Nameless Fanboi Posted ID:lKtDpc.cgt

>>421 อดีตที่ไหนกูเห็นมันก็ยังเชียให้รปหอยู่ตอนนี้เลย555

423 Nameless Fanboi Posted ID:ZGJGavb1V9

ช่วงสมัยยุคก่อนคริสตกาล หรับชาวจารวาก ทั้งพระเจ้า กฎแห่งกรรม ภพภูมิ สังสารวัฏ โมกษะ และความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ไม่มีอยู่จริงนอกจากในห้วงมโนของมนุษย์เท่านั้น ดังปรากฏในตัวอย่างคำสอนต่อไปนี้

"ไฟรุ่มร้อน น้ำหนาวเหน็บ อากาศยามรุ่งอรุณเย็นสดชื่น ความหลากหลายนี้มาจากผู้ใด? ก็เกิดจากธรรมชาติของตัวมันเองนั้นแล"

"ไม่มีสวรรค์ ไม่มีความหลุดพ้นในท้ายที่สุด และไม่มีจิตวิญญาณใดในโลกอื่น รวมถึงการปฏิบัติของวรรณะทั้งสี่ บทบัญญัติ และอะไรอื่นก็มิได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นจริงใดๆ ทั้งสิ้น"

"ไม่มีโลกอื่นใดนอกจากโลกนี้ ไม่มีสวรรค์และไม่มีนรก ภพภูมิแห่งศิวะและดินแดนทำนองนั้นล้วนถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยนักต้มตุ๋นที่โง่เขลา"

"สามผู้ประพันธ์คัมภีร์พระเวท ได้แก่ ตัวตลก คนโป้ปด และปิศาจ"

"ขณะที่ชีวิตยังเป็นของท่านก็จงใช้ชีวิตอย่างรื่นเริงเถิด ไม่มีผู้ใดรอดพ้นสายตาสอดส่องของความตายไปได้ ยามที่สังขารของเราถูกแผดเผาไปแล้ว มันจะหวนกลับมาอีกได้อย่างไร?"

"ความสุขแห่งสวรรค์อยู่ที่การได้ลิ้มอาหารเลิศรส อยู่รายล้อมด้วยหญิงสาว ใช้เสื้อผ้า น้ำหอม มาลัย และแป้งหอมอย่างดี... ส่วนโมกษะคือความตายอันเป็นจุดสิ้นสุดของชีวิตและลมหายใจ ดังนั้น ผู้มีปัญญาจึงไม่ควรต้องเจ็บปวดด้วยเรื่องของโมกษะ"

"คนเขลาทำให้ตนเองเสียประโยชน์ด้วยการบำเพ็ญตบะและงดอาหาร ความบริสุทธิ์และบทบัญญัติใดๆ ถูกตั้งขึ้นโดยคนกระจอกที่ปราดเปรื่อง"

424 Nameless Fanboi Posted ID:7cNrrww8Ld

https://discord.gg/BggXwVNd

425 Nameless Fanboi Posted ID:OKxfQceLKV

ทำไมผู้บริหารหลายคนถึงมองปีหน้าคือของ(เผา)จริง?
หลังจากแอดได้ฟัง Podcast หรือคลิปสัมภาษณ์ผู้บริหารของไทย ทั้งด้านอสังหา ด้านห้างสรรพสินค้า ด้านการโรงแรม หรือด้านการเงิน และอื่นๆ
ทุกคนบอกว่าปีหน้า "จะหนัก" ยิ่งกว่าปีนี้ ต่อวัคซีนที่ประกาศข่าวดีกันไปแล้วแต่กว่าจะมาถึงมือทุกคนบนโลก คงไม่ใช่เรื่องง่ายภายในข้ามเดือน
เหตุผลของแต่ละท่านก็มองต่างไปในหลายมุม ตาม "ตัวเลข" ที่เห็นออกมาจริงๆ ในธุรกิจที่พวกเขาเป็นผู้บริหารอยู่
ผมเลยสรุปมาสั้นๆตามนี้
✓ สายป่านที่เคยมีเริ่มสั้นลง แม้ก่อนหน้านี้ตุนเงินสดไว้แต่ค่าใช้จ่ายพนักงาน และน้ำ-ไฟฟ้ายังคงอยู่
✓ Soft loan ไปไม่ถึง SME หรือธุรกิจขนาดกลาง เมื่อคู่ค้า หรือลูกค้าของกิจการล้มลง กำลังซื้อและความต้องการสินค้าราคาแพงย่อมหดตัวตามลงไป เพราะกระทบการจ้างงานและการซื้อขายของธุรกิจย่อย กระทบชิงมายังภาพใหญ่
✓ Pend-up Demand เริ่มหดตัวลงไปตามระยะเวลา แม้ของ Brand Name ขายดีเพราะคนระดับบนที่ปกติไปเที่ยว-ช็อปตปท. ก็ยังคงมีเงินเหลือช็อปของหรูอยู่ดี แต่คนระดับกลาง-ล่าง เริ่มไม่ได้มีเงินมาเที่ยวทุกวีคแบบคนรวย
✓ การพักหนี้หมดลงจากเดือนตุลาคม แบงค์ชาติให้เข้าไปเจรจาขอพักหนี้อีก 6 เดือนต่อได้ (แต่ต้องคุยจบในสิ้นปีนี้) จะเห็นคลื่นการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงเวลาแบบนี้
✓ ยังไม่มีตัวเลข "ความเสียหายจริง" ที่เกิดขึ้นเพราะปกติทุกวิกฤต จะต้องพบการล้มหายตายจากกันจริงๆ และเห็นผู้อยู่รอดที่แท้จริงก่อน แต่ครั้งนี้ธุรกิจทั่วโลกถูกเลื่อนไม่ให้ล้มละลายด้วยมาตรการต่างๆจากรัฐ ซึ่งสักวันต้องหมดมาตรการเพื่อให้สะท้อนความจริง เพราะคงไม่มีรัฐบาลใครสามารถอุ้มบริษัทเอกชนไปได้ตลอดชีวิต
==========================================
ใครไม่เห็นด้วยโดยคิดว่าเราผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หรือเห็นด้วยกับผู้บริหารข้างต้น ลองเอาข้อมูลมาแย้ง/สนับสนุน ได้เลยนะครับ แอดก็อยากรู้ตัวเลขแท้จริงของ SME ด้านอื่นๆที่ไม่ใช่อสังหา ห้าง โรงแรม การเงิน ว่าเป็นยังไงบ้าง...
แม้ปัจจุบัน ศก.จริงไม่เกี่ยวกับตลาดทุนอย่างสิ้นเชิง เมื่อฟังคลิปเสร็จหันมาเปิดแอพ Investing มันช่างส่วนทางกับสภาพตลาดทุนในตอนนี้ที่จอทำนิวไฮกันแทบทุกวัน
สภาพศก.เผาจริงจะเป็นยังไง มารอรับชมไปพร้อมๆกันครับ

426 Nameless Fanboi Posted ID:7cNrrww8Ld

https://discord.gg/BggXwVNd