Fanboi Channel

รวมพลนักเขียน แชร์เทคนิคประสบการณ์และข่าวสาร [กระทู้ที่ 5]

Last posted

Total of 438 posts

409 Nameless Fanboi Posted ID:I5FIR19kpY

/Ky ไม่รู้ถามห้องนี้ได้ไหม แต่อยากรู้ว่าเมbมันเก็บ 40% ของยอดขายจริงเหรอวะ แล้วพวกมึงคิดว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้มยังไงอะ กุรู้สึกจำนวนเปอร์มันเยอะแปลกๆ เข้าใจนะว่ามันต้องมีค่าซ่อมบำรุงเว็บและอัพเดต แต่มันก็ยังดูเยอะสำหรับกุอยู่ดีว่ะ

410 Nameless Fanboi Posted ID:RjTk5iD2/I

>>409 อยู่ที่เครื่องที่ซื้อด้วย แบ่งใหญ่ ๆ เป็นสองเจ้า คือ 1.แอปเปิ้ล 2.เครื่องทั่วไปแอนรอย พีซี
ตัวอย่าง หนังสือที่กูลงขาย 99 บ. ประมาณ 30000 คำ (อันนี้แล้วแต่จะมือใหม่ มือเก่าด้วย) มีแฟนคลับเยอะก็ตั้งได้สูงกว่านี้นิดได้
ซื้อจากเครื่องทั่วไปได้รับเงินจริง 66.XX บาท ส่วนแอปเปิ้ลเหลือ 55.XX บาท
ถ้าถามว่าโอเคมั้ย ก็สมน้ำสมเนื้ออ่ะนะ
ถ้ามึงอยากได้มากกว่าก็อาจต้องเพิ่มบท หรือเพิ่มราคาเอา แต่ก็เสี่ยงที่คนอ่านจะไม่ซื้อ ถ้าราคามันไม่ค่อยเหมาะเท่าไร

411 Nameless Fanboi Posted ID:I5FIR19kpY

>>410 แต๊งมากมึง กุเพิ่งรู้ว่าเครื่องที่ใช้แม่งมีผลด้วย คิดคร่าวๆ คือเมbได้ประมาณ 33% ป้ะ เออ ถ้าประมาณนี้ก็คุ้มอยู่มั้ง กุกากคำนวณ ตอนเห็นว่าชาร์จสี่ในหกนี่งงตาแตกเลย

412 Nameless Fanboi Posted ID:FfLIalMikF

>>409 มันมีรายละเอียดในเมนู agreement ตรง Term of payment
ถ้าขายผ่าน app หักให้ app 30% meb เอา 14% นักเขียนได้ 56%
ถ้าขายผ่านช่องทางอื่น หักให้ตัวกลางประมาณ 4% meb เอา 19% นักเขียนได้ 67%
แต่กรณีที่ 2 นี้มันจะมีค่า seller อีกเกือบ 10% อ่ะ
คือถ้าเอา link ไปวางแล้วคนซื้อผ่าน link เรา นักเขียน (หรือใครก็ตามที่เอา link ไปวางแล้วเกิดการซื้อ) จะได้ตรงนี้อีก
แต่ถ้าคนอ่านเข้าไปคลิ๊กจากในเว็บของเมพ ส่วนนี้ meb เอาไป นะ

413 Nameless Fanboi Posted ID:N6iejyWbFM

>>412 ในเมb ตอนนี้เซลเลอร์ลิงค์มันหายไปไหนอะ ??

414 Nameless Fanboi Posted ID:FfLIalMikF

>>413 ใช้ใน PC ก็มีปกตินะ แต่ต้อง log in ก่อน

415 Nameless Fanboi Posted ID:tQY/MaeC0E

>>414 คือ ที่บอกคือลืมอธิบาย คือมันกดไปตามลิงค์แล้วมันไม่เข้าไปที่นิยายเราอะ ไม่รู้ทำไม T_T

416 Nameless Fanboi Posted ID:2wR/7P8+Y3

>>415 copy link มาครบมั้ย?
หรือว่าเว็บที่เอาไปวาง บล็อกไม่ให้วาง link

417 Nameless Fanboi Posted ID:uUe82N3xqg

>>416 ครบนะ วางใน ดด กูลองไปกดดูเรื่องอื่นเอ้ามันไปที่นิยาย งั้นลิงค์ของเรื่องนัันต้องมีไรผิดพลาดแล้วละ

418 Nameless Fanboi Posted ID:FPKvKcVCMg

>>417 มันมีให้เลือก 3 แบบ อยู่ที่เลือกนำไปแปะในเว็บนั้น ๆ แบบไหน
html นี่ก็เอาไปแปะวลัย
iframe นี่ก็เอาไปแปะ เด็กดี
link นี่ก็เอาไปแปะในเว็บทั่ว ๆ ไป
ลองหารูปแบบที่เว็บนั้น ๆ ที่จะเอาลิงไปใช้ดู มันมีอยู่ 3 แบบให้กดเลือก

419 Nameless Fanboi Posted ID:za4LRk8.eb

>>418 ขอบคุณค่ะ >O<

420 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

>>406 ของกูแต่งจบก่อน
แล้วลงขายที่เมพเลย แล้วค่อย ๆ ลงเนื้อหาตอนนิยายให้เว็บออนไลน์ต่าง ๆ
ลงไปประมาณ 60 - 70% หรือถึงตอนที่ใกล้เป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง (ไม่ลงต่อ)
ในคนอ่านที่ลุ้นไปติดตามในเมพ ... ต้องแบบนี้ถึงได้ยอดโหลดมากหน่อย
แต่ถ้าเรื่องไหนลงจนจบเนี่ย ... ยอดโหลดไม่เคยสูงเลยสักเรื่อง
จนสุดท้ายกลายเป็นเรื่องหลัง ๆ จะแจ้งไว้ก่อนว่าลงไม่จบ เพื่อตัดปัญหาคนอ่านถามว่าเมื่อไรจะลงจบอ่ะนะ

421 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

ปล.
เมื่อก่อนชอบให้คนอ่านเข้ามาคอมเมนต์ด้วยนะ แต่พอหลัง ๆ เรื่องที่มีคอมเมนต์มากมายเพราะลงจนจบเรื่อง กลับมียอดโหลดไม่สูง
ส่วนเรื่องที่ไม่สนใจลงให้จนจบ และกลายเป็นมีคอมเมนต์แบบร่องแร่งแทบร้าง กลับมียอดโหลดดีกว่าเยอะ
นี่ทำให้กูตัดสินใจอะไรได้บางอย่างด้วย ...

422 Nameless Fanboi Posted ID:J2c.5u+vDS

>>421 จริง เมื่อก่อนกูงอแงเรื่องเม้น เห็นนิยายคนอื่นมีเม้นเยอะ กูก็อยากได้มั่ง
ทำทุกทาง ชวนคุย เล่นกิจกรรมตอบคำถาม อ้อนๆให้เม้นหน่อย แต่กูไม่เคยบังคับขู่เม้นนะ สรุปว่าเหงาสัส หลังๆกูเลยเฉยๆ เม้นไม่เม้นตามใจเลย กูอัพขายรอยอดเงินก็พอ

ตอนที่กูหน้าใหม่ ใจดีลงให้อ่านจบ มีเม้นชมนิยายกูสารพัด ยอดเม้นเกือบหมื่น ยอดเฟบอีกสี่หมื่น กูลงจบ เปิดจองปุบ อิเหี้ย ได้ยอดจอง 50 เล่ม 55555 ปาทับจัยจนวันตาย

423 Nameless Fanboi Posted ID:m0Fb7SHJFn

อ่าน เม้นต์ ไม่ซื้อ
อ่าน ไม่เม้นต์ ซื้อ
เอาตรงๆปะ ส่วนมากคนที่มีเงินซื้อมักไม่มีเวลามาตามอ่านเป็นตอนๆในเน็ต ไม่มีเวลามาตามเม้นต์ลัลล้ากับนักเขียนหรอก ต้องทำมาหากิน อ่านไปสักสิบตอนถ้าโอเคก็กดซื้อแล้ว

424 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

>>422 แตะบ่า กูเข้าใจมึง กูก็เคยได้ระดับนั้น รวมถึงเรื่องยอดจองแบบเดียวกันด้วย
ราวกับถอดแบบกันมาเลย
ตบบ่าเบา ๆ แล้วถอนใจยาวเหยียด...

425 Nameless Fanboi Posted ID:QX2uI8UGjI

>>422 มึงคืออวตารกูป่าววะ 555555 ยอดเฟบยอดเม้นหลายหมื่น เปิดให้อ่านจนจบ ยอดจองนิยายได้แค่100ต้นๆ กับอีกเรื่องลงแค่ตัวอย่าง5-6ตอน ยอดเฟบยอดเม้นไม่เยอะแต่ยอดวิวเยอะ ขายได้เยอะกว่าเรื่องที่ยอดเฟบเป็นหมื่นเกือบสิบเท่าอ่ะ เพราะกูลงแค่ตัวอย่างลงไม่จบ 5555555 กูบรรลุเลยจ้า ลงไม่จบ ลงค้างไว้ถึงฉากไคล์แมกช์ ยอดขายดีสุดอ่ะ ลงเฉพาะตัวอย่างในเว็บ ใครอยากอ่านค่อยไปซื้อต่อในเมบ

เคยมีโม่งบอกว่าลงจนจบแล้วปิดตอนขายยอดขายดีสุดกูของเถียงขาดใจว่าไม่จริง ลงจนจบแล้วถึงปิดตอนยังไงยอดขายก็สู้ลงไม่จบไม่ได้อ่ะมึง กูทดลองกับตัว ทำมาหลายเรื่อง ลงไม่จบ ขายต่อในmeb/พิมพ์หนังสือขายอ่ะดีสุด ใช้หลักการเดียวกับนิยายแปลเลย ลงเฉพาะตัวอย่างในเว็บ ที่เหลือไปตามในเล่ม

426 Nameless Fanboi Posted ID:dziLeeEgHN

Ky กูถามไรหน่อย ebookในmebกูสามารถดูยอดดาวน์โหลดนิยายของคนอื่นได้มั้ย กูอยากรู้ว่าแต่ละเรื่องขายได้เท่าไหร่ แนวไหนขายดีสุด ขอบคุณล่วงหน้าเด้อ

427 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

>>426 ไม่ได้
ทำได้แค่การประเมินจาก อันดับนิยายตัวเองที่ขายได้ในช่วงนั้น ๆ เปรียบเทียบโดยประมาณเอา

428 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

>>426 แนวขายดีที่สุด กดดู TOP Paid ก็รู้ได้แล้วนะ ว่าเรื่องไหนขายดีที่สุดในเมพ

429 Nameless Fanboi Posted ID:tPFIHIJqSO

Top Paid คิดจากยอดขายนะ บางที ไม่ได้ยอดโหลดเยอะที่สุด แต่เพราะราคาปกแพงเลยติดอันดับ

430 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

>>429 น่าจะยอดโหลดด้วยนะ ดูอย่างตอนนี้สิ การ์ตูนเล่มละ 35 บ. ขึ้น top paid อันดับ 1-9 เลยนะ

431 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

ปล. ยอดโหลดเยอะ ก็จะทำให้ยอดขายสูงไปด้วย ตามอัตราส่วน คือมันก็เกี่ยวข้องกัน ทั้งราคา + ยอดโหลด

432 Nameless Fanboi Posted ID:IsDtzTquFF

>>430 มึงการ์ตูนเรื่องที่ท็อป ถ้าบอกเอายอดขายมาจัด ก็ยังได้ ดังมาก กูยังอ่านเลย5555

433 Nameless Fanboi Posted ID:GGrhml9U4h

429 นะ
หมายความว่า หนังสือราคาถูกกว่าที่ติด top อันดับไม่สูง อาจจะมียอดโหลดมากกว่าเล่มแพงที่ติดอันดับสูงกว่าไง
หนังสือราคาถูกติด top paid อันดับดีๆ ก็แปลว่าโหลดเยอะมากๆ
หนังสือราคาแพงบางเรื่อง มียอดโหลดสูงด้วย ก็ติดอันดับได้นานเป็นเดือน ก็มี
คือจะบอกว่า อันดับในหน้า top paid มันมีปัจจัยเรื่องราคาด้วยอ่ะ

434 Nameless Fanboi Posted ID:gWirXYZvv7

ในเมบนี่ถ้ารู้ธรรมชาติคนอ่านคือติดสายสะพายไม่ยากเลย ราคามีผลมากจริง ๆ แนวนิยายก็เหมือนกัน กูเพิ่งเขียนลงอีบุ๊กปีนี้ นูกูสัส ๆ ไม่โปรโมตงานด้วย ขายไม่นานก็ได้สายสะพาย ไม่โปรโมตงานที่ไหน แต่ออกเรื่องใหม่สม่ำเสมอ พอเขาซื้อเรื่องใหม่ก็ซื้อเรื่องเก่าไปด้วย สุดท้ายมันก็ได้สายสะพายง่าย ๆ เลย รอชิว ๆ แต่กูพูดถึงเรื่องติดสายสะพายอย่างเดียว ไม่รู้เรื่องท็อปเพดหรอกนะ กูแค่เขียน ๆ จบ ๆ แล้วลงขาย ไม่ได้สนใจอย่างอื่น ปีหน้าก็จะทำงานส่งสำนักพิมพ์อย่างเดียวแล้ว กูเบื่อการแข่งขันในเมบ

435 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

ส่วนใหญ่การแข่งขันคือ การลงนิยายในเว็บละมั้ง จะหากลุ่มคนอ่านแฟนคลับส่วนใหญ่ลงในเว็บก่อนทั้งนั้น
แล้วคนอ่านจะตามมาซื้อกันมากกว่า ที่อันดับในเมพจะส่งมีผล
เพราะส่วนใหญ่เขียนลงเว็บแล้ววางขาย แฟนคลับจะมาช่วยอุดหนุนดันยอดขึ้นไปติดสายสะพายในเวลาไม่นาน (บางเรื่องหนึ่งวันก็ติดแล้ว)
แต่ควรเลี่ยงการลงจนจบนั่นแหละ ลงจบ ยอดโหลดมักไม่ค่อยเดิน

436 Nameless Fanboi Posted ID:2NXpXxlm1d

>>434 >>435 เห็นด้วย
วางช่วงแรก แฟนคลับช่วยส่งให้นิยายติด top อันดับบนๆ หลังจากนั้นจะได้ขาจรที่มาลองโหลดอ่านตัวอย่าง หรือซื้อตามเม้นท์เชียร์

437 Nameless Fanboi Posted ID:HgY+COBQBf

>>434 มึงเก่งจัง นิยายมึงต้องสนุกมากด้วยแหละ

438 Nameless Fanboi Posted ID:V83F6xlVNV

>>437 ไม่เก่งหรอก กูแค่จับทางถูก รู้ธรรมชาติคนอ่าน กูเห็นนข.เริ่มต้นใหม่ ๆ บางคนเรียนทฤษฎีหนักมาก ทำยังไงให้ขายดี มีคนอ่าน แต่จริง ๆ แล้วทฤษฎีก็ใช้ไม่ค่อยได้หรอก ข้อสำคัญคือกูเขียนได้สองแบบ คือกูอะมีสำนวนของตัวเอง เวลาอยากเขียนลงอีบุ๊กจะใช้สำนวนที่กระชับ อ่านง่าย สบาย ๆ มันจะเขียนได้เร็ว แต่เวลาจะส่งสนพ.จะใช้สำนวนที่มีลูกเล่นเพิ่มขึ้นมา สวยขึ้น ลึกขึ้น กูเคยอ่านในทวิต นิยายภาษาสวยก็เหมือนกาแฟหอม ๆ อร่อย ๆ แต่ไม่เหมาะกับการอยู่โตรุ่ง เวลาคนจะโต้รุ่งเขากินกระทิงแดง ก็เหมือนนิยายอะ เป็นนักเขียนต้องเขียนได้หลาย ๆ แบบ เจาะกลุ่มคนหลาย ๆ กลุ่ม ภาษาสวยก็ใช้กับการส่งสนพ. ถ้าอยากขายได้ไว ๆ ก็เขียนลงอีบุ๊ก เขียนกระชับ ๆ สำนวนไม่ต้องซับซ้อน แนวนิยายก็สำคัญ กูไม่เคยลงนิยายในเว็บเลย เขียนเสร็จกูลงเมบ ไม่โปรโมต แต่ทำปกดี (สังคมที่กูอยู่คือสังคมคนศิลปะ) เขียนโอเค (อะกูเรียนอักษรด้วย) เวลาเขียนนิยายหรือเขียนอะไรก็ตามให้ดูคนอ่านเป็นหลัก อาชีพนักเขียนไม่มีจุดสูงสุด ต้องไปต่อเรื่อย ๆ พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ เวลาเริ่มต้นเขียนใหม่ ๆ กูก็ประสาทแดกอะ ชอบไปส่องคนอื่น แข่งกับคนอื่น แต่เขียนนาน ๆ เข้าก็เริ่มไม่มีเวลาส่องละ ต้องหาข้อมูลมาเขียนนิยาย อ่านงานดี ๆ หาแรงบันดาลใจ วันหนึ่งหมดไปละ ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย