Fanboi Channel

รวมพลนักเขียน แชร์เทคนิคประสบการณ์และข่าวสาร [กระทู้ที่ 5]

Last posted

Total of 834 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:z5GvXJD36M

กระทู้เพื่อพูดคุยเทคนิคการเขียน และเรื่องการประกวดต่าง ๆ เกี่ยวกับนิยาย

กระทู้ 1 >>>/literature/2342/
กระทู้ 2 >>>/literature/3442/
กระทู้ 3 >>>/literature/4775/
กระทู้ 4 >>>/literature/5724/

2 Nameless Fanboi Posted ID:Dh3S3Q5dQF

อะ กูประเดิมเลยจากห้องที่แล้ว
เรื่องวรรณศิลป์ในงานเขียน ใครมีอะไรจัดเต็มมาเลย

3 Nameless Fanboi Posted ID:/llZuUPjZj

กูควานหาหนังสือคำไวพจน์ดีๆ เลยเพิ่งรู้ว่าอมรินทร์พิมพ์ คลังคำ ใหม่แล้ว
ดีใจว่ะ

4 Nameless Fanboi Posted ID:42w4wLBKN+

>>2 กูไม่มีความรู้มาแชร์​แต่อ่านความเห็นอื่นๆแล้วสนใจมาก​ ​โม่งทั้งหลายมีชื่อนข.ที่คิดว่าวรรณศิลป์ดีงามควรศึกษาจากมาสเตอร์มาแชร์กันบ้างคงดี​ เปิดหูเปิดตา รุ่นเด็กๆอย่างกูด้วยเถิด​ กราบ

5 Nameless Fanboi Posted ID:bTlcRcENyz

>>4 ว.วินิจฉัยกุล อะ เรื่องการใช้ภาษานะ ศัพท์ไม่ต้องสูง แบบที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป แต่เรียบเรียงออกมาได้ดีชิบหาย ขนาดกูสะอิดสะเอียดกันนิยายรัก ยังต้องเข้าไปอ่านอะ เพราะภาษากับการบรรยายล้วน ๆ

6 Nameless Fanboi Posted ID:KOOh8c9EF9

>>4 ว.วินิจฉัยกุล แก้วเก้า ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ส่วนป้าทมที่ว่าภาษาสวยกูอ่านไม่รอด เขาบรรยายแปลก ๆ ไม่ละมุน
นข.รุ่นใหม่ ๆ ก็เนียรปาตี คนเขียนกาสะลอง บรรยายดี คลังคำเยอะ
แล้วก็นิยายตีพิมพ์กับสนพ.พวกแจ่มใส พิมพ์คำไรงี้ มีคลังคำเยอะ อ่านไม่เบื่อเท่าไร แต่ไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ในภาษา เอาง่าย ๆ คือชั้นเชิงภาษายังไม่มีเท่าไร

แต่ถ้าชั้นเชิงภาษาเยอะกูให้ปิยะพร ศักดิ์เกษม ยิ่งเรื่องดอกไม้ในป่าหนาวยิ่งดี ทำกูเจ็บปวดด้วยได้เลย ส่วนเนียรปาตี คนนี้กูชอบมาก ภาษาเป็นตัวเองมาก อีกคนก็ ม.มธุการี กูชอบเรื่องคนละโลก บรรยายไม่มากแต่สื่อความรู้สึกมาก อ่านจบแล้วยังตรึงใจกูจนถึงทุกวันนี้

ถ้าจะอ่านเก็บภาษาสร้างสรรค์ สวยงาม กูแนะนำวรรณกรรมนะ ไม่แนะนำนิยาย ส่วนใหญ่นิยายจะสำนวนแนว ๆ เดียวกัน ได้อารมณ์ แต่ไม่ตรึงใจ มึกนึกออกป้ะ อ่านวรรณกรรมจะดีกว่า ได้สำนวนภาษาสร้างสรรค์ ๆ กลับมาเยอะ

>>5 เออ เรื่องรัก ๆ ของเขากูก็ไม่ชอบเท่าไร แต่กูอ่านนามปากกาแก้วเก้า เรื่องภูติผีปีศาจ ภาษาดีไม่ต่างจากตอนนามปากกา ว.

7 Nameless Fanboi Posted ID:bTY04dYZKW

เหตุผลอะไรที่ทำให้นักเขียนนิยายไทยไส้แห้งวะ ขายนิยายเรื่องเดียวได้สามแสนแต่ใช้เวลาเขียนสามสี่ปีอย่างน้อย

8 Nameless Fanboi Posted ID:QEdPZtRHqU

>>7 เรื่องนึงเขียนสามสี่ปี มึงไม่ใช่แนวตลาด อ่านสนุกทั่ว ๆ ไปละ คงจะเป็นวรรณกรรมซีไรต์

9 Nameless Fanboi Posted ID:NUo0GDAFQY

>>7 ตามมึงเขียนก็เหตุผลหนึ่ง ถ้าต้องเขียนสามสี่ปีได้เท่านั้นก็ไม่ไหว สามสี่เดือนก็พอถ้าจะทำเป็นอาชีพมากกว่านั้นลำบากนอกจากยอดขายเยอะพอก็ไม่ต้องเขียนบ่อย แต่ที่รอดยากหน่อยคืองานไม่ดีหรือยังไม่ขายพอ งานเขียนถ้าทำเป็นอาชีพมันก็ธุรกิจแบบหนึ่ง ไม่มีคนซื้อหรือซื้อน้อยมันก็ไม่รอด

10 Nameless Fanboi Posted ID:O693gB8VRR

งานดี บางทีขายไม่ออกึงขึ้นกะการทำตลาด มากกว่าดู ถนนขาวดิ

11 Nameless Fanboi Posted ID:6Phtl.LRw.

การตลาดมีส่วนจริง กูเห็นนิยายบางเรื่องโดนด่าว่าไม่ดี แต่แม่งก็ขายได้ดี ตีพิมพ์จะ 20 รอบ ได้ทำลพรรเพราะโปรโมตหนักมาก และให้นข.คนอื่นเขียนคำนิยม คอยอวย 555

12 Nameless Fanboi Posted ID:2gZro.7XCk

>>11 กูไปเรียนการตลาดดีกว่า

13 Nameless Fanboi Posted ID:2/KuBrgqnE

เรียนการตลาด ก็สู้มีเงินทำการตลาดไม่ได้หรอก มันต้องใช้ตัง

14 Nameless Fanboi Posted ID:2gZro.7XCk

วรรณกรรมกับนิยายปกติมันต่างกันไงวะ

15 Nameless Fanboi Posted ID:HrfrzWy98N

กุเขียนต่อไม่ได้เพราะติดความไม่สมเหตุสมผล คือถ้าใจกุคิดว่าคนทั่วไปเขาไม่ทำแบบนี้ๆ กัน (ถึงกุจะเคยทำ) มันก็เบรกไปเลย เช่น อยากลองให้ตัวละครโร้ดทริปทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน เก๋ๆ กระชับสัมพันธ์ แต่ใจกุมันไม่ยอม อันตรายยย ปัดตก, แต่งแบบคลุมถุงชน สมัยนี้แล้วคงไม่ยอมแน่ๆ มีปัญญาหาเองได้ว้อย, แต่งรักษาผลประโยชน์ กุเชื่อในพลังงานของการเจรจา ฯลฯ เนี่ย พอเป็นแบบนี้เลยพับพล็อตไปหลายเรื่องแล้ว บางทีกูพยายามโยนตรรกะกึ่งหนึ่งทิ้งไปมันก็พอไปได้แหละ แต่ก็ยังมีความรู้สึกว่าไม่ใช่อยู่ดีว่ะ

16 Nameless Fanboi Posted ID:Dj459fgSiZ

>>15 ไม่ต้องไปโทษความไม่สมเหตุสมผลหรอก มึงมันกากเอง ดูอย่างนิยายวายสิ ส่วนใหญ่แม่งตรรกะวิบัติชิบหาย แต่แม่งก็ยังปั่มออกมาเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องของมึง มึงอยากจะให้ตัวเอกไปโรดทิปทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอกัน มึงก็สร้างสถานการ์ณมาสิ แบบว่าสองคนนี้แม่งจะไปที่เดียวกัน แต่เสือกเหลือรถอยู่คันเดียว ก็เลยต้องไปด้วยกัน หรือไม่ก็ให้ตัวใดตัวหนึ่งโง่ ไม่รู้เส้นทาง เลยต้องขอไปกับอีกคน เยอะแยะไอ้เหี้ย โลกในนิยายเป็นของมึงทั้งใบ จะเสกเหี้ยไรมาก็ได้ เลิกอ้างตรรกะไร้สาระ แล้วก็ไปเขียนซะ

17 Nameless Fanboi Posted ID:SJsisxU4AT

>>15 กูเคยไปแดกข้าว ไปคาเฟ่ ไปนิทรรศการกับเพื่อนที่กูเพิ่งรู้จักกว่าชื่อเป็นวันแรก ซื้อสมุดจดงานใช้คู่กัน ไปห้องเขา เพียงเพราะเราเป็นนักเขียนเหมือนกัน ในความเป็นจริงคือถ้าหากว่าเราคลิ๊กกับใคร เราทัชกับใคร เราสามารถไปไหนมาไหนกับคนนั้นได้ด้วยรสนิยมและความชอบที่ตรงกัน หรือไม่ถ้ามึงไม่ชอบแนว ๆ นี้ ก็เขียนให้ตัวละครอยากสัมผัสอะไรใหม่ ๆ อยากออกจากกรอบเดิม ๆ ฯลฯ ตัวละครก็เหมือนชีวิตหนึ่งแหละว่ะ คนเราทำในสิ่งที่ไม่มีเหตุผลเพื่อความสุขได้เสมอ สมัยปัจจุบันเราไม่ต้องสนใจขนบเดิม ๆ แล้ว แต่ถ้าตัวละครมึงอยู่ในสังคมที่ค่อนข้างเข้มงวดก็อีกเรื่อง

18 Nameless Fanboi Posted ID:1HfQiftIW.

>>15 กูเข้าใจมึงนะ เพราะกูก็เป็น นิยายที่กูเขียนไว้หลายเรื่อง ต้องอยู่ในโหลดองก็เพราะกูรู้สึกว่ามันไม่เมคเซ้นส์นี่ล่ะ เช่น สมัยนี้ไม่มีใครจะทำแบบนั้น หรือบางสถานการณ์มันมีทางเลือกที่ดีกว่า กูเลยเหนื่อยกับการหาทางพาเนื้อเรื่องไปตามพล็อตที่วางไว้ ดองแม่งเลย 555

19 Nameless Fanboi Posted ID:SbLEwxRjI/

ไม่เข้าใจพวกมึงว่ะ ทำไมไม่วางพล๊อตให้มันจบทั้งเรื่องก่อนค่อยเขียน
กูยอมเสียเวลาวางโครงสักอาทิตย์ ดีกว่ามานั่งเขียนไปเกือบเดือนแล้วโล๊ะทิ้ง เคยเจอรอบเดียวเข็ด

20 Nameless Fanboi Posted ID:4JH51in0hP

>>19 ตอนวางพล็อตคิดว่าเป็นงี้เป็นงั้นได้น่ะสิ แต่พอเขียนจริงมันก็จะมีความคิดอีกแบบนึงแทรกเข้ามา แล้วก็พัง... กูว่ามันขึ้นอยู่กับใจคนเขียนล้วนๆ อะ ถ้ามันไม่ใช่ก็อย่าเพิ่งฝืน หมดสนุกตัวเอง แล้วพานให้งานกร่อยตาม

21 Nameless Fanboi Posted ID:RgAwTClgr3

>>19 ส่วนตัวกูนะ กูชอบวางพล็อตหลวมๆ มากกว่า ลิสต์เฉพาะเหตุการณ์สำคัญลงไป ที่เหลือก็คือด้นสดเดียวมันจะไหลไปเอง ทำแบบนี้จะแต่งลื่นกว่าการทำทรีทเมนท์เป๊ะๆ ทุกตอน แต่มันก็แล้วแต่คนอีก นขแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกันว่ะ บางคนอาจจะถนัดเขียนตามทรีตเมนต์ก็ได้

22 Nameless Fanboi Posted ID:qKsVatLF8n

>>19 กูเขียนตามพล็อตที่วางมาเป๊ะ ๆ ไม่ได้ เคยลองวางงานเป๊ะ ๆ แต่พอเขียนจริงก็ไม่เขียนตามงาน ถนัดวางพล็อตหลวม ๆ แล้วค่อย ๆ ไปต่อ เพราะกูรู้สึกว่าการเขียนเป็นเรื่องราวไปก่อนแล้วค่อยไปต่อเรื่อย ๆ มันจะยืดหยุ่นกว่าวางทรีทเมนต์เป๊ะ ๆ อะ

23 Nameless Fanboi Posted ID:gi16OfjlAV

>>19 วางนะ แต่หม่เคยได้ตามพล็อตเลย ตัวละครแม่งดิ้น 5555 คือแม่งเอาแต่ใจตัวเองชิบหาย

24 Nameless Fanboi Posted ID:AdfbMrN22I

พวกมึง ทำการตลาด e-book กันยังไงว่ะ กูอยากเพิ่มยอดขายว่ะ

25 Nameless Fanboi Posted ID:h8iT9Xj8eW

>>24 ไปหาที่ลงนิยาย แบ่งอัพวันละครึ่งตอนทุกวัน ลงสักครึ่ง 50% ของเรื่อง แต่บอกที่หน้าเพจไว้นะว่าลงเป็นตัวอย่างละแปะลิงค์อีบุุคไว้

26 Nameless Fanboi Posted ID:7WSO6WLaqY

ลงนิยายที่เว็บไหนดีวะ ระหว่างเด็กดี รีดอะไรท์ มารีด ฟิคชั่นล็อก

27 Nameless Fanboi Posted ID:cT4rHQ5E8s

>>26 ลงมันทุกเว็บไปเลยเพื่อน

28 Nameless Fanboi Posted ID:3XrncW2BCj

รบกวนนิด คือถ้าอยากเขียนให้พระเอกทำงานบริษัทเนี่ย จะหาพวกข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทยังไง นึกไม่ออกเลยว่าจะทำบริษัทอะไรดี พอดีเคยทำงานมาแค่บริษัทเดียวเอง

29 Nameless Fanboi Posted ID:TKxyK+TfCL

>>28 พระเอกอาชีพอะไรตำแหน่งอะไรมึงก็ทำเกี่ยวกับบริษัทนั้นอะ เช่นเป็นนักธุรกิจอาหาร แผนกหัวหน้าฝ่ายการตลาด มึงก็ไปหาข้อมูลว่าหัวหน้าฝ่ายการตลาดมันมีหน้าที่ไรมั่ง แล้วเนื้อหางานธุรกิจอาหารคือไรบ้าง พอได้แล้วมึงก็สบายละ บริษัทมีงแค่พูดถึงภาพลักษณ์โดยรวมพอว่าใหญ่มั้ยทำเกี่ยวกับไร ไม่ต้องเจาะลึกมากว่ามีกี่แผนกมีกี่สาขา มาเจาะลึกที่ตัวพระเอกก็พอ

30 Nameless Fanboi Posted ID:hueR5jXjtg

จ้างทำปกนิยายนี่เขาคิดเงินกันยังไงวะ
เอาทั้งกรณีรูปตลค. กะ สายโฟโต้ช้อปธรรมดาเลยนะ
ต้องมีคูณจำนวนเล่ม ครั้งที่พิมพ์ แบ่งเป็น % ให้เขาอีกมั้ย หรือจ่ายแค่ที่วาดให้รูปนี้แล้วจบเลย ใครมีข้อมูลบ้าง

31 Nameless Fanboi Posted ID:SUCOg8GnxF

>>30 กูเป็นนักวาดปกนิยายวัยรุ่น งานทำมือจ่ายเป็นจ็อบๆจบเลยเด้อ ทำปก A5 A4 ก็ว่าไป แต่นิยายแบบตัดต่อนี่ไม่รู้เหมือนกัน

32 Nameless Fanboi Posted ID:dBUePF+5cK

>>31 เท่าไหร่อะ ถ้า เป็น a5

33 Nameless Fanboi Posted ID:/wkD6kKafZ

>>30 ของกูเท่าที่ถามราคามาคือ 4500 แต่ถ้าปกยาวหน้าหลัง ก็8000 อะ ปล. ที่กูติดต่อไปถามคือนักวาดที่มีชื่อในระดับหนึ่ง

34 Nameless Fanboi Posted ID:UNJtP7cQbm

>>32 A5 3500-5000 อ่ะ แล้วแต่นักวาดตะละคน

35 Nameless Fanboi Posted ID:jHnVlTpwwz

>>30 จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่ต้องแบ่ง ถ้าไม่มีชื่อเสียง ปกละ 2000 - 5000 แล้วแต่ความยากง่าย ถ้าพอมีชื่อเสียงบ้าง เคยรับงานวาดปก ค่าตัวก็จะขยับอีกสองพันสามพัน แต่ถ้ามีชื่อเสียง มีคนตามเพจ มีคนติดใจในผลงาน ออกงานสม่ำเสมอ สตาร์ทกันที่หมื่นนึงเลย และถ้าเป็นระดับที่มีการตีพิมพ์งานวาดเป็นเล่มแล้ว ดังโพดๆ ก็ว่ากันที่หมื่นห้าต่อปกเป็นอย่างต่ำ ทั้งหมดที่กูบอกมานี้คือยืมใช้งานเป็นหน้าปก กี่ปีก็ว่ากันไป ถ้ามึงจะซื้อขาดก็แล้วแต่มึงจะตกลงกับเขา ถ้าเป็นระดับดังแล้ว ซื้อขาดต้องไม่ต่ำกว่าสามหมื่น ทั้งหมดที่ว่ามาคือในวงการนิยายเท่าที่กูเคยทำ หนังสือแบบอื่นกูไม่รู้ แต่ก็คงใกล้เคียง

36 Nameless Fanboi Posted ID:a6kb1k++YD

>>35 มึงไปจ้างใครที่ไหนมาวะ แพงชิบหาย นักวาดจีนเหรอ? หรือจ้างในนามสนพ. คือนักวาดจริงๆได้เงินไม่ถึงขนาดนั้นนะมึง นักวาดไทยกูยังไม่เคยเห็นใครคิดเป็นหมื่นหมื่นห้าเลยนะถึงจะนึกวาดระดับเอ-ลิสก็ตาม ปกแจ่มใสทั้งเล่มรวมปกกับพวกคอมมิคในเล่มยังราวๆสองหมื่นเอง ปกอย่างเดียวหมื่นห้านี่ไม่มีทาง

37 Nameless Fanboi Posted ID:w3kcchgAd0

>>35 เดี๋ยวๆๆ มึงไปจ้างใครมา ส่วนใหญ่ไม่น่าคิดเรทขนาดนั้นนะ ขนาดพี่คนนึงที่ดังๆที่เขาวาดปกนิยายสีน้ำเยอะๆ ถ้าพูดชื่อพวกมึงก็น่าจะรู้จัก ก็ยังไม่เรตสูงขนาดนี้นะ หรือมึงไปจ้างพวกระดับอาจารย์หรอ หรือนักวาดของต่างประเทศอะ ถ้าใช่เรทไทยก็ไปคิดตามเขาไม่ได้เด้อ มึงอย่าลืมว่าค่าเงินเขาสูงกว่า เวลาแปลงเป็นเงินบาทมันเลยแพงกว่าเรทไทยด้วยกันอยู่แล้ว

38 Nameless Fanboi Posted ID:BCgdY5X8lj

อีเหี้ยยยย การเป็นนักเขียนนี้แม่งกรรมกรนิหว่า กูไม่ไหวร้าวววว ฮือๆๆๆๆ

39 Nameless Fanboi Posted ID:puf6Zcpw6W

>>37 แสดงว่ามึงไม่เคยดีลงานกับนักวาดระดับหมื่นอัพ

40 Nameless Fanboi Posted ID:BakjNqO8Xd

>>39 คือพวกดังๆที่กูรู้จักไม่มีใครคิดปกนิยายหมื่นห้าสักคน ยกเว้นพวกตปท.กูไม่รู้จักเรตเค้า กูเคยทำงานกับแจ่มใสแจ่มใสให้ A5 ปกละ 5000-6000

41 Nameless Fanboi Posted ID:auxGNTQ949

ถ้า A4 ปกละหมื่น+ อ่ะมีสิทธิ แต่ถ้า A5 กูไม่เคยได้ยินกว่าใครคิดหมื่น+ สนพ.ไทยบางที่ก็ให้เซนต์สัญญา บางทีก็ไม่ต้องทำห่าไรเลย แค่วาดให้เฉยๆน่าจะลข.ชั่วชีวิต จ่ายครั้งเดียวจบไม่มีเห็นมีซื้อขาดไรเลยอ่ะ เม้นที่บอกซื้อขาดสามหมื่นกูเดาว่าน่าจะเป็นการดิลงานกับนักวาดตปท. เมืองไทยเรทไม่ถึงจริงๆ นึกนักวาดเกรดเอเค้าก็คิดไม่แพงขนาดนั้นน เดวเพื่อนนข.จะตกใจตาย สรุปคือมึงของงานใครก็ไปถามราคาเค้าเลย แต่บางทีนัดวาดมันไม่ค่อยว่างงานเร่งหรอกต้องเผื่อเวลา 1-3 เดือนให้เค้าวาด จบ

42 Nameless Fanboi Posted ID:puf6Zcpw6W

>>40 กูติดต่อ Pazran งานวาดงามจนกูมือสั่น กรีดร้อง
แต่เงินกูไม่มี ไม่สามารถจ้างได้จริงๆ
เรตราคาหลักหมื่นค่ะ ไม่เชื่อก็ลองทักไปถามราคาเล่นๆดูดิ
นักวาดบางคนที่ดังๆ จะคิดลิขสิทธิ์สำหรับปกเล่ม แยกกับปกอีบุ๊ค ทั้งๆที่เป็นรูปเดียวกันนะ

43 Nameless Fanboi Posted ID:jNK273kwoo

ถ้าจ้างนักวาดจีนที่ดังๆนี่ปกละ 20,000+ นะบอกเลย

44 Nameless Fanboi Posted ID:g4kYmXSbN7

เห็นมึงคุยเรื่องปกกันเลยมีคำถาม กูเขียนนิยายแนวลึกลับ อยากได้ปกแนวนี้ไปจ้างได้ที่ไหนวะ

https://cdn5.vectorstock.com/i/1000x1000/64/84/halloween-party-poster-with-zombie-hand-house-vector-17206484.jpg

45 Nameless Fanboi Posted ID:J/yiw9ucPm

>>43 ถ้าเงินเขาสูงกว่าเราไง ถ้าเป็นคนในประเทศเขาจ้างกันเอง ก็จะไม่ได้มองว่าราคามันสูงเท่ากับเราไปจ้าง ยิ่งถ้าเป็นนักวาดประเทศฝั่งตะวันตก ยิ่งแพงเลย

46 Nameless Fanboi Posted ID:J/yiw9ucPm

>>45 ค่าเงิน* กูพิมผิด

47 Nameless Fanboi Posted ID:a9d6XJ/r+C

>>26 กูว่าเด็กดีคนอ่านเยอะสุด

48 Nameless Fanboi Posted ID:jNK273kwoo

>>45 ห๊ะ นิยายจีนนี่ถูกกว่าไทยอีกนะ ที่แปลขายกันเล่มละสามร้อยกว่านี่ถ้าอ่านจีนออกแล้วไปเที่ยวจีนซื้อเล่มมาอ่านเอง ก็ประมาณ 80-100 บาท แต่ถ้ามึงหมายถึงค่าครองชีพก็ใกล้เคียงกับไทยจ้า

49 Nameless Fanboi Posted ID:/Wsn3U3bgr

>>44 ไปกลุ่ม commission ในเฟสเลยมึง

กูเคยติดต่อเพจนึง เขาเป็นตัวกลางดีลงานให้เรากะนักวาดจีน
นักวาดดังๆงามๆที่เราเห็นงานแล้วโอ้ววว อ่ะ
กุนึกว่าแค่หมื่นสองหมื่น
เลยเลือกคนวาดที่ดูงานไม่น่าจะแพง
ปรากฏว่าเขาคุยกันที่ขั้นต่ำที่สามหมื่น ไม่รวมค่าคนกลางนะคะ ไม่อยากจะคิดถึงตัวท๊อปๆ

ปล.เขาคิดสูง เพราะคนจ้างไม่กดราคานักวาด ให้ราคาฝีมือไง

50 Nameless Fanboi Posted ID:IJUhfMpBpY

จงให้คะแนนความน่าเชื่อถือของ​ How to แต่งนิยายใน​ Dex-d

51 Nameless Fanboi Posted ID:g0bncJTZ9N

>>50 ไม่น่าเชื่อถือ 55 เพราะคนที่ชอบมาตั้งบอร์ดรีวิว แนะนำงั้นงี้ จริง ๆ ก็พวกนข.หน้าใหม่ ๆ ร้อนวิชา อวยตัวเอง บอกว่างานตัวเองเอกลักษณ์ 555 ไม่อะ งานหนูไม่เอกลักษณ์เลย หนูเขียนอ่านมาน้อยเกินกว่าจะสร้างพล็อตและสำนวนที่เป็นตัวเองสุด ๆ แบบไม่ติดกลิ่นของใครมาได้ค่ะ

52 Nameless Fanboi Posted ID:wZCvl1erza

>>50 มีแต่พวกอวยตัวเองและอวยพวกเดียวกันเอง วนลูปอยู่ในกะลาครอบ

53 Nameless Fanboi Posted ID:.E..kEbkT7

>>50 มันก็เป็นเรื่องที่นักเขียนทุกคนมันรู้อยู่แล้วอะ ไม่มีอะไรใหม่ บางครั้งก็กูอ่านแล้วก็อยากจะพิมพ์ตอบไปแบบนี้นะ

"มึงบอกให้พยายามเขียน....เออ กูก็อยากจะพยายาม แต่กูขี้เกียจไอ้สัส"

54 Nameless Fanboi Posted ID:ia3VWEkiO9

กุว่า How to จากเว็บมาสเตอร์ก็อะไรก็ไม่รู้ด้วย 555555

55 Nameless Fanboi Posted ID:yZNG6vi/fe

>>54 WM ในหมวดนิยายเอาตรงๆนะ พวกที่ดีๆเริ่มหายแล้วอะ เหลือแต่ติ่งสถพ ติ่งดอกปอป ติ่งกัล ติ่งแจ่มใส ที่วนเขียนบทความเชียร์พวกนี้ สาระไม่ค่อยมี กูจำได้พี่น้องพี่เต้ไรเนี่ย เขาเคยเขียนบทความดีจริงๆเกี่ยวนิยาย มีสาระจริงไม่กลวง เช่น เรื่องภูมิประเทศแบบไหนที่ใช้คำเรียกแบบไหน การเริ่มวางพล็อตนิยายควรเริ่มต้นจากอะไรต้องใส่อะไรบ้าง คือมันดีงามมากอะ กูใช้เป็นคลังความรู้ที่ดีได้เลย เสียดายอยู่เหมือนกันที่พวกพี่เขาหายไปแล้ว เหลือแต่พวก WM ติ่งโง่ๆที่เหมือนจ้างแม่ค้าครีมมาเขียนคอลัมน์อะ กลวงชิบหาย โหมแต่โฆษณานักเขียนหน้าเดิม

56 Nameless Fanboi Posted ID:W4C1NmCdDA

พวกมึงพอรู้จักเพจรีวิวนิยายสืบสวนปะ กูจะส่งหนังสือให้เขารีวิวหน่อย
ว่าแต่นอกจากหนังสือ มีค่าใช้จ่ายไปป่าววะ

57 Nameless Fanboi Posted ID:dkh7FYGCQY

>>48 ค่าเงินเขาสูงกว่าค่าครองชีพไง กำลังซื้อเขาถึงมากกว่าคนไทย คนเขาก็เยอะกว่า เวลาขายมันมีโอกาสได้กำไรมากกว่าไทยยุแล้ว มันถึงขายถูกได้ มึงงงไรอะ

58 Nameless Fanboi Posted ID:dkh7FYGCQY

>>57 ต่อๆ ยกตัวอย่างนะ รถไฟฟ้าไทยเงี่ย เป็นค่าครองชีพที่แพงมากนะ ถ้าเทียบกับค่าเงินไทยและรายได้ของคนในประเทศอะ เทียบแล้วสูงกว่าค่าความเหมาะสมในการครองชีพ เกือบ 100% อะ

59 Nameless Fanboi Posted ID:aZQu10c92I

>>58 ต้องเข้าระบบทุนนิยม
ราคาเอกชนทำ เค้าต้องมีกำไร...
ส่วนอยากนั่งราคาสบายก็ รถเมล์ ขสมก. ยังไง
แล้วผลคือการบริการห่วย ขาดทุน ต้องเอาใช้เงินภาษีไปโป๊ะปีละหลายพันล้านทุกปี ตลอดเวลา

60 Nameless Fanboi Posted ID:w1myf446YZ

>>59 กูรู้ กูแค่เปรียบเทียบตัวอย่างให้ >>47 มันดูว่า ทำไมจีนเขามีกำลังซื้อมากกว่าเรา เฉยๆ อย่างญี่ปุ่นก็เอกชนทำ บริการพวกนี้ราคาเขาสูงกว่าเรา แต่อัตราค่าเงินเขาก็สูง ซึ่งมันสมดุลกัน ประเทศอื่นประชาชนเขาถึงมีกำลังซื้อพวกสินค้าสิ้นเปลืองมากกว่าเรา

1 หยวน จีน จะเท่ากับประมาณ 4.50 บาทไทย ในราคาของที่เท่ากันกันค่าของชีพที่เท่ากัน เงินประชาชนในประเทศเขาเหลือมากกว่า ในการที่จะซื้อของสิ้นเปลืองอย่างเช่นหนังสือเขาก็มีมากกว่า

แล้วมึงอย่าลืมว่าคนเขาเยอะของเขายิ่งขายได้ถูกกว่า คนไทยมี 60 กว่าล้านคน แต่คนจีนมีพันกว่าล้านคน ต่อให้เขาขายถูก แต่จำนวนขายได้มันมีโอกาสที่จะขายได้มากกว่าอยู่แล้ว กำไรมันก็มาจากตรงนี้

ภาพวาดปก 20000+ ที่พวกมึงบอกว่าแพง ใช่มึงในค่าเงินเรามันแพง แต่ถ้าคนในประเทศเขาจ้างกันเอง มันไม่แพงนะ ค่าเงินเขาสูงกว่าเราเกือบ 4-5 เท่า ในมุมมองเขามันก็คงคล้ายๆ 5000-6000 บ้านเราอะ

61 Nameless Fanboi Posted ID:w1myf446YZ

แก้ๆๆ ให้ 48 ดู

62 Nameless Fanboi Posted ID:2QxUY31NRL

>>60 กูยืนยันว่าคนจีนอ่านหนังสือดุจริง ๆ ไม่งั้นธุรกิจร้านหนังสือที่นั่นคงไม่บูมขนาดนี้

63 Nameless Fanboi Posted ID:g42y5djHuO

>>50 89% เสียเวลา 555

64 Nameless Fanboi Posted ID:S.qQYT9fmq

>>60 มึงเข้าใจเรื่องค่าเงินผิดรึเปล่าเนี่ย สมมติก๋วยเตี๋ยวไทยชามละ 30 บาท ไม่ได้หมายความว่าก๋วยเตี๋ยวที่จีนราคา 30*4.5 บาทนะเว้ย
ค่าครองชีพก็คือค่าครองชีพ ไม่ใช่เอาอัตราแลกเปลี่ยนเงินมาเทียบกัน เวรกรรม

65 Nameless Fanboi Posted ID:S.qQYT9fmq

>>60 ต่อๆ ถ้ามึงคิดยังงี้จะอธิบายค่าเงินเยนกับเงินวอนยังไง
38 วอนเกาหลี จะเท่ากับประมาณ 1 บาทไทย ค่าครองชีพไทยสูงกว่างี้เหรอ

66 Nameless Fanboi Posted ID:uU6hZqfrpH

>>62
ต้องชมภาครัฐบาลคอมมิวนิสต์ของเขา ที่อัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาช่วยวงการหนังสือ
แค่ใช้เงินซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด 600,000 แห่ง ทั่วประเทศ ก็เป็นมหาศาลแล้ว
อีกอย่างฐานคนอ่านที่มีประชากรเยอะ เป็นตัวช่วยสนับสนุนอย่างดี
และวัฒนธรรมของเขาก็แทรกซึมต่างประเทศได้ง่าย... เห็นจากวงการหนังสือบ้านเราเอง ยังต้องไปซื้อลิขสิทธิ์ของเขามากันเป็นล่ำเป็นสัน

67 Nameless Fanboi Posted ID:0o6vPPEO8F

>>64 ราคาบางอย่างก็พอๆกันเถอะ ไม่ได้แพงกว่าไทยเลย บริการสารธารณะบางอย่างถูกกว่าไทยด้วยซ้ำ หรือแล้วแต่มณฑลไม่รู้นะ เพราะไม่ได้เคยไปทุกมณฑลเหมือนกัน แต่ยืนยันว่าราคาของที่จีนค่อนข้างถูกนะ เมื่อเทียบกับค่าเงินของของเขาอะ

68 Nameless Fanboi Posted ID:0o6vPPEO8F

>>65 ของญี่ปุ่นค่าเงินเขาสูง แต่ค่าครองชีพเขาสูงมันก็สูงไง ทุกประเทศไม่ได้เหมือนกันปะ
มาเลงี้ก็คล้ายๆจีนนะ 1 ริงกิต เท่ากับประมาน 7-8 บาทไทย แต่มึงเขาใจคำว่าค่าครองชีพเขาเท่าคนไทยมั้ย ราคาของส่วนใหญ่มันก็เท่ากัน อาจมีเหลื่อมล้ำกันบ้างแต่ก็พอกัน อย่างของแบบเดียวกันเนี่ย ไทย 100 บาท มาเลย์อาจจะอยู่ที่ 100-120 ซึ่งมันทำให้เงินเขาเหลือ เข้าใจมั้ยเนี่ย มันไม่ใช่ทุกประเทศนะ ที่ค่าเงินสูงละค่าครองชีพจะต้องสูงอะ ขนาดประเทศเรายังค่าเงินต่ำ ค่าครองชีพยังสูงได้เลย หมายถึงถ้าเทียบกันอะนะ คือตามหลักเศรษฐศาสตร์มันไม่สมดุลอะ ประมาณนั้น เกตยัง

69 Nameless Fanboi Posted ID:uU6hZqfrpH

พวกมึงต้องเข้าใจอย่าง
ต้นทุนหนังสือถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับจำนวนตีพิมพ์ด้วย ยิ่งพิมพ์เยอะยิ่งขายถูกลง
แต่ ของไทยคือ
การพิมพ์จำนวนน้อยนั่นแหละ ยิ่งน้อย ต้นทุนยิ่งสูง เพราะมันมีหน่วยจุดคุ้มทุนด้วย
นักเขียนบ้านเรา แค่หลักพันเล่ม ยังหืดขึ้นคอแล้ว อย่าหวังว่าหนังสือจะถูกได้ ไม่งั้นสนพ. หรือ นักเขียนก็อยู่ไม่ได้
แบบทำมือยังหวังกันแค่หลักร้อย...

70 Nameless Fanboi Posted ID:ZnhusV5rX4

กูขอแชร์ประสบการณ์นิดหนึ่งนะเพื่อนโม่ง คือตอนนี้กูลาออกจากงานประจำมาเป็นนข.สายทำมือเต็มตัว(ใครมีงานดีๆทำอยู่อย่าอย่าตัดสินใจเหมือนกูล่ะ) กูตีพิมพ์นิยายครั้งหนึ่งน้อยมาก ไม่ถึงร้อยเล่มก็มี ละทุกครั้งที่ตีพิมพ์คือเสมอตัวตลอด คิดว่าไม่เข้าเนื้อกูก็บุญแล้ว ทีนี้ก็ก็ฮีลใจตัวเองด้วยการไปคิดเอากำไรจากการขายอีบุ้กแทน ยอดขายก็เรื่อยๆมาเรียงๆ มีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้ไปวันๆรายได้แบเดือนชนเดือนอะ กูก็ยังไม่ค่อยพอใจกับฝีมือตัวเองเท่าไหร่ แต่กูก็จะพยายามสู้ต่อไปเว้ย และคงจะต้องหารายได้เพิ่มจากงานอื่นด้วย ไม่งั้นกูคงไม่มีเงินเก็บแน่นอน

71 Nameless Fanboi Posted ID:PVAbiQwW+J

>>68 เออจริงๆ ค่าของครองชีพไทยมันสูง ถ้าวัดจากค่าเงินและอัตราเงินเดือนของประชาชนในประเทศ กูก็มีเพื่อนทำงานอยู่ปีนังนะ งานบริษัทธรรมดาๆเกี่ยวกับการไฟแนนซ์นี่แหละ ตอนอยู่ไทยได้ 20000 กว่าบาท ไปอยู่มาเลเซียได้กี่ริงกิตนี่แหละไม่แน่ใจ น่าจะ 5000 ริงกิตมั้ง ตีเป็นเงินไทยแล้วประมาณ 40000 บาทต่อเดือน ซึ่งตำแหน่งก็ลูกจ้างปกตินะ ไม่ใช่ระดับหัวหน้าด้วย แล้วกูเคยไปเยี่ยมนางที่มาเลเซีย ราคาอาหารการกินข้าวของเครื่องใช้ที่นู่นพอๆกับไทยเลย ถ้าไม่ฟุ่มเฟือยยังไงเงินก็เหลือแน่ๆ ไม่แปลกที่เพื่อนกูนางไปแค่ไม่ครบปี เงินเก็บนางหลักแสนแล้ว ส่วนกูหรอหึๆ เงินเดือนก็ไม่แย่ มาตราฐานปกติ แต่อย่างต่ำๆค่าข้าวสามมื้อต่อวัน ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ามือถือ ค่าเน็ต นู่นนี่จิปาถะกาละมังสังกะสี นี่ดีนะยังไม่มีลูก ไม่งั้นค่าเทอม ค่านม ค่าบลาๆก็จะมาอีก เฮ้ออออ เลิกพูดซะที่ว่าประเทศไทยค่าครองชีพถูก ใช่ สำหรับนักท่องเที่ยวมันถูก เพราะค่าเงินเข้าสูงกว่าเรา แต่สำหรับคนในประเทศ ก็ดูรายได้ด้วยจ้า ค่าครองชีพแพงกว่านี้ก็เตรียมแดกลมแทนข้าวเหอะ มันแพงจนบางครอบครัวเขาไม่กล้ามีลูกแล้ว ทีนี้แม่งก็เกิดปัญหา ไม่มีเด็กเกิดใหม่อีก จนทำให้ประเทศเข้าภาวะวิกฤตที่จะขาดแคลนแรงงานภายในอีกไม่กี่ปี เพราะในประเทศมีแต่คนแก่ เดี๋ยวแรงงานในประเทศไม่พอ เศรษฐกิจก็จะยิ่งพังกว่านี้ เจริญชิบหาย สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ สินค้าที่ไม่ใช่ปัจจัยสี่อย่างหนังสือ ถามจริงใครมันจะไปมีปัญญาซื้อได้มากมายขนาดนั้น เออคนรวยหรือมีเงินหน่อยหรือคนระดับกลางบนๆอาจจะซื้อได้แหละ แต่ประเทศเราคนระดับกลางล่างไปจนถึงระดับล่างแน่นอนว่ามันเยอะกว่ามาก ซึ่งคนกลุ่มนี้บางทีเขาก็คงไม่มาซื้อของสิ้นเปลืองพวกนี้หรอก เพราะมันขายได้น้อย พวกสำนักพิมพ์มันถึงขายถูกไม่ได้

72 Nameless Fanboi Posted ID:8AK314P7oe

กูทำหนังสือขายทียังไม่ถึง 300 เล่มเลยมึง วงการนี้เงินไม่หนาอยู่ไม่ไหว

73 Nameless Fanboi Posted ID:qFMhuPJp5k

>>70 มึงต้องมีแฟนคลับเหนียวแน่นส่วนนึง แล้วสร้างฐานลูกค้าได้เรื่อย ๆ นึกออกปะ มันถึงจะไปรอด เพราะกูคิดว่าถ้าไม่สะสมฐานแฟนคลับไปเรื่อย ๆ แฟนคลับที่ตามมึงอยู่อาจจะลดน้อยถอยลงไป กูเห็นนข.บางคน อยู่กับสนพ.ก็มีแฟนคลับ แต่ทำมือแล้วขายไม่ดี ขนาดขายอีบุ๊กมาเป็นปี ๆ เรื่องนั้นยังไม่ได้สายสะพายเลย ทั้ง ๆ ที่ตอนอยู่สนพ.คือปังมาก เรียกได้ว่าเป็นนามปากกาที่นักอ่านส่วนใหญ่จะรู้จัก มีรีวิวในกู๊ดรีดส์ว่าเป็นนิยายสนุกต้องหามาอ่าน แต่ตอนนี้เขาทำมือเอง ขายอีบุ๊กเอง ฐานแฟนคลับคือคนเดิม ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าสักวันเขาจะเลิกติดตามมั้ย กูเห็นด้วยนะว่าทุนต้องหนา กูก็คิดจะเป็นนข. ไปตลอด แต่กูจะหางานประจำทำด้วย เป็นงานที่ไปกันได้กับงานเขียน (กูเรียนอักษรมาอะ) แต่กูจะไม่ทำมือเองนะ กูจะส่งสนพ.อะ กูคิดแค่ว่ากูเขียนได้อย่างเดียว ทุนกูไม่มี กูตรวจงานเองก็ไม่ได้ (งานกูสมควรได้รับการขัดเกลาจากคนอื่น) ยิ่งการตลาดกูยิ่งเหี้ย เพราะกูทำอะไรไม่เป็นเลย มึงลองกลับเข้ามาในระบบสำนักพิมพ์ดีมั้ย ตีพิมพ์กับที่ใหญ่ ๆ น่าจะได้เงินก้อนมา อย่างน้อยก็มีเก็บไว้สักก้อนก่อนและสำคัญคือมึงไม่เข้าเนื้อ แต่แค่ต้องประสาทแดกกับการแก้ไปแก้มา แก้จนกว่าเขาจะพอใจ

74 Nameless Fanboi Posted ID:t4K3lfs0Iw

>>70 ขอละลาบละล้วงถาม ทำไมตัดสินใจลาออก เพราะมีปัญหายังไงก็จะลาออกอยู่แล้วหรือว่าตอนนั้นเขียนหนังสือรายได้เลี้ยงตัวได้เหรอ

75 Nameless Fanboi Posted ID:wR/Oy+qVU2

>>73 ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะมึง ที่มึงว่ามาถูกทุกอย่างเลย ทุนกูไม่เยอะการตลาดก็แย่ คงต้องรีบหางานประจำทำแล้วล่ะ >>74 ที่ลาออกเพราะบริษัทมีปัญหาเรื่องเงินว่ะ อยู่ต่อก็ไม่น่าจะได้เงินเดือนหรืออาจจะได้ช้ามาก ก็เลยต้องตัดสินใจแบบนี้

76 Nameless Fanboi Posted ID:DTtnyF+woG

>>75 สู้ๆ

77 Nameless Fanboi Posted ID:.F8D3zHEs3

>>75 สู้ ๆ นะมึง สำหรับกูนี่เขียนได้มีเอกลักษณ์ก็ถือว่ามาไกลแล้ว แต่ขั้นต่อไปคืออยากได้ตีพิมพ์กับสนพ.สักเรื่อง กูไปทีละสเตป ๆ กูไม่รีบอะ อีกอย่างกูอยากเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ว่าจะเขียนยังไงให้ดี ตอนนี้กูอ่านหนังสือเยอะมาก ต่อไปคงอ่านเก็บสำนวนแบบฝรั่ง กูว่ามันเก๋ดี สู้ ๆ นะมึงงงงง

78 Nameless Fanboi Posted ID:Pn2Djxh/w.

>>77 กูเป็นนักอ่าน ขอสอดนิดนะ กูคิดว่า สนพ. กก. เป็นตัวอย่างที่ดีนะ ถ้าจะเอาสำนวนฝรั่งเก๋ๆ

โดยเฉพาะฉากเลิฟซีน อ่านแล้วเลือดลมสูบฉีด กูไม่ค่อยได้อ่านิยายไทยติดเรต เพราะเกลียดเลิฟซีนแบบไทยๆ มันไม่ละมุนอะ

79 Nameless Fanboi Posted ID:.F8D3zHEs3

>>78 กก ที่พิมพ์หนังสือฝรั่งแนวโรมานซ์ใช่ป่าววะ สำนวนเก๋จริง แต่กูต้องหาซื้อเอง นิยายในหอสมุดมหาลัยไม่มี กก เลยอะ เส้าาาาาา

80 Nameless Fanboi Posted ID:wopyboj29I

>>73 ขอถามได้มั้ยว่าถ้าเป็นนข ที่ดองนิยายไปนานมาก เป็นปีๆ แบบนี้จะกลับมาสร้างฐานนักอ่านยังไง สมมติว่าอัพนิยายสม่ำเสมอทุกวันแบบนี้มีส่วนช่วยให้คนมาอ่านนิยายมากขึ้นมั้ยอ่ะเพื่อนโม่ง

81 Nameless Fanboi Posted ID:r3bWGF.p2.

>>80 ไม่มี ทุกอย่างต้องใช้เวลา หรือมึงจะก่อดราม่าสร้างกระแสก็ได้ ลองดู

82 Nameless Fanboi Posted ID:iEJ/6KMec.

>>80 มีนะ นักอ่านมีเยอะกว่าคนเขียน มึงไม่ต้องห่วงหรอกว่าจะไม่มีคนอ่านนิยายมึง แต่มึงต้องหาทริกดึงคนอ่านให้ได้เท่านั้น อัพสม่ำเสมอก็ดีเพราะนิยายมึงจะอัปเดตบ่อยนักอ่านเห็นบ่อย ถึงนิยายมึงจะห่างไกลการติดท็อป แต่ถ้าขยันอัปเดี๋ยวก็มีนักอ่านเพิ่มมาเองแหละ
ปล.แต่กูไม่สนับสนุนการอัปแบบซอยตอนย่อย มันน่าเกลียดและฟินไม่สุด ต่อให้เขียนสนุดจนติดท็อปแต่ชอบซอยตอนถี่นักกอ่ายก็หายอะ ไม่เลิกติดตามก็ค่อยรอรวบอ่านจบทีเดียว แล้วก็รอนานจนลืม...

83 Nameless Fanboi Posted ID:0QAIJiUZH3

กูเห็นนขบางคนที่ดองนิยายนานๆ พอกลับมาอัพนักอ่านก็หายไปเยอะนะ วิธีเรียกนักอ่านกลับมาเร็วสุดคือทำPR ถ้ามีเพจนิยายอยู่แล้ว+มีทุนก็ซื้อโฆษณาเฟสบุ๊ค ในกรณีที่มึงมีนิยายสต็อกไว้จนจบ/เกือบจบแล้วPRผ่านเฟสก็ได้ แต่ถ้ายังแต่งไม่จบเดี๋ยวผลุบๆ โผล่ๆ หายไปอีกก็ไม่ต้อง การอัพนิยายสม่ำเสมอก็มีส่วน ถ้ามึงอัพนิยายทุกวันไม่มากก็น้อยนักอ่านเพิ่มแน่ๆ แต่ถ้ามึงอัพทุกวันแล้วหายไปหลายเดือนแล้วกลับมาอัพใหม่แบบนี้ ต่อให้นิยายสนุกยังไงนักอ่านก็หาย เดี๋ยวนี้นิยายสนุกๆ โผล่มาเยอะมาก กูว่าวงการนิยายการแข่งขันสูงนะ ถึงมึงจะดองแต่ก็ยังมีนิยายเรื่องอื่นให้นักอ่านเลือกอ่านอยู่ดี ยกเว้นนิยายมึงมีเอกลักษณ์มากๆ เจาะเฉพาะกลุ่มแบบ niche market ก็ยากนะที่นักอ่านจะยอมตาม

84 Nameless Fanboi Posted ID:FXwKdsSMfM

>>79 พวกกลุ่มที่ขายนิยายมือสองอะ บางทีปล่อยถูกมาก

85 Nameless Fanboi Posted ID:.F8D3zHEs3

>>84 ขอบคุณค่ะมึงงงง กูเคยอ่านแค่เล่มสองเล่มมั้ง ที่มีก็มีแต่ของเกรซ แต่อยากอ่าน กก มากกว่า

86 Nameless Fanboi Posted ID:pSeELMkVZk

โม่งนข.มีวิธีแก้อาการหมดไฟปะวะ
กูห่างงานเขียนมาเกือบปีเพราะเรียนหนัก พอตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วกูรู้สึกหมดไฟในการแต่งต่อว่ะ คงเพราะกูอยู่ในคอมฟอร์ทโซนนานเกินไปละ ทำไงดี

87 Nameless Fanboi Posted ID:OB8Fx/3I/p

อยากจะลองเขียนนิยายดูแต่ไม่รู้จะเขียนลงที่ไหนดี เพื่อนโม่งพอจะแนะนำช่องทางให้ได้ไหม?

88 Nameless Fanboi Posted ID:PDVEKDTZIh

>>87 เด็กดี

89 Nameless Fanboi Posted ID:.F8D3zHEs3

>>86 กูเคยติดพันสอบเรียนต่อจนไม่ได้เขียน พอกลับมารีบูตส์ใหม่ก็ขลุกขลักอยู่พอควร ตอนนี้เขียนทุกวันมาหกเดือนตั้งแต่ปีใหม่ก็ยังขลุกขลักอยู่ เอาเป็นว่ามึงไม่ต้องคิดว่าจะจุดไฟขึ้นใหม่ มึงแค่คิดว่าต้องเขียนให้ได้ทุกวัน แค่นี้ก็พอ

90 Nameless Fanboi Posted ID:C2X+efb/ie

>>86 กูมีปัญหาที่เกี้ยกว่ามึง คือหมดไฟเรื่องเก่าแต่มีไฟแต่เรื่องใหม่ //มองพล็อตนิยายที่ดองไว้จำนวนมหาศาล

91 Nameless Fanboi Posted ID:C2X+efb/ie

>>87 ReadAWrite

92 Nameless Fanboi Posted ID:WVh7WFweRc

>>90 อย่าไปเริ่มเรื่องใหม่เชียวนะมึง รับรองไม่จบแน่ เผลอ ๆ ไม่จบทั้งคู่ด้วย

93 Nameless Fanboi Posted ID:XjbJ+EyFj6

>>92 แล้วต้องทำไงวะ

94 Nameless Fanboi Posted ID:fOZpEgrXk2

มึงกูมีปัญหาอะ กูเขียนนิยายมานานแล้ว และกูเป็นคนฝึกการบรรยายมานานมากกกกก สุดท้ายการบรรยายกูลื่นไหล สำนวนภาษาดี (บก.บอก) สำนวรภาษามีเอกลักษณ์ เป็นตัวเอง ไม่เหมือนใคร (นักอ่านกับรุ่นพี่นักเขียนบอก) แต่กูเป็นพวกชอบอ่าน ชอบศึกษาไปเรื่อย กูเรียนอักษรด้วยเลยได้อ่านอะไรใหม่ ๆ ทุกวัน แล้วกูชอบสำนวนของนข.คนหนึ่ง เขาเขียนกระชับ ได้อารมณ์ กูอยากทำแบบเขาบ้างกูเลยเปิดเรื่องใหม่แล้วพยายามบรรยายกระชับ ๆ แบบเขา แต่กูทำไม่ได้อะ สำนวนกูเป็นตัวกูมาก ๆ มากแบบเปิดเวิร์ดมาบรรยายได้เลยเป็นหน้า ๆ งี้ กูพอใจและชอบสำนวนของกูนะ แต่กูอยากทำให้ได้สำนวนแบบเขาอะ แบบกูไม่ทิ้งสำนวนตัวเองหรอก แต่อยากทำสำนวนแบบเขาให้ได้อีกสักแบบหนึ่ง กูคิดมากมานานแล้วอะมึง กูควรทำไงดี ระหว่างฝึกใช้สำนวนแบบเขา คิดย่อให้กระชับ ๆ หรือเขียนสำนวนแบบกูไปเลย คิดอะไรได้ก็เขียนไปเลยแบบนั้นทุก ๆ เรื่องไม่ต้องดัด ฮือออ

ให้คำแนะนำกูหน่อย กูอาจจะเรียบเรียงคำถามได้ไม่ดีนะ กูอ๊อง ๆ แบบนี้ กูขอโทษ

95 Nameless Fanboi Posted ID:wv0Gy9ndYU

>>94 มึงกำลังจะก็อปสำนวนเขาเหรอ? น่าเกลียดอะ ถ้ามึงเอามาใช้เป็นแรงบันดาลใจก็ว่าไปอย่าง ถ้ามึงชอบสำนวนตัวเองแต่ก็ขอบสำนวนเขาด้วย มึงก็มาประยุกต์กันได้มั้ง ไม่ถึงกับต้องทิ้งสำนวนของตัวเองแล้วก็อปสำนวนเขามาหรอก แบบ ส่วนไหนที่ควรปรับก็ปรับไปบางส่วน เช่นการบรรยายปรับให้กระชับขึ้นแต่ยังคงความเป็นตัวเองไว้ ถ้าจะก็อปสำนวนเขามาก็เหมือนมึงทิ้งเอกลักษณ์ตัวเองอะ เอามาเป็นแรงบันดาลใจได้แต่อย่าเอามาเป็นของตัวเองเลย

96 Nameless Fanboi Posted ID:fOZpEgrXk2

>>95 ฮือ ใช่มึง เออใช่คำว่าก๊อปนี่ละ ขอบคุณมึงมากที่ทำให้กูคิดได้ แง ๆ กูไม่เคยคิดถึงคำว่าก๊อปมาก่อนเลยว่ะ (กูเป็นพวกคิดอะไรไม่รอบด้านด้วยแหละ) จริง ๆ เจอคำพูดมึงที่บอกว่าอย่าทิ้งเอกลักษณ์ เออจริงว่ะ ทำไมกูต้องทิ้งเอกลักษณ์กูด้วยทั้ง ๆ ที่กูมีเอกลักษณ์ ขอบใจมึงมาก กูจะแค่ประยุกต์เท่านั้น แต่เท่าที่กูอยากได้สำนวนแบบเขากูไม่ได้ลอกเขานะ กูนั่งเขียนเองคิดเอง แต่พยายามทำให้มันกระชับมากขึ้นแบบที่เขาเขียน อะไรไม่จำเป็นก็พยายามตัดอะ แต่ตอนนี้รู้ละว่ากูต้องการอะไร ขอบคุณมากนะเพื่อนโม่ง

97 Nameless Fanboi Posted ID:DYP2iAw7uk

>>96 นี่มึงคงไม่ใช่ นักเขียนที่กูตามอ่านอยู่หรอกนะ5555(เพราะกูรู้ว่าเขารู้จักโม่ง) กูเคยเห็นคนแนะนำเขาให้เขียนให้กระชับ แต่กูรัก สำนวน รักการเขียนของเขามาก คือกูจะบอกว่า มึงไม่ต้องกังวล มึงเป็นตัวของตัวเองอะดีแล้ว เพราะมันก็มีบางคนที่รักมึงที่เป็นแบบนั้น

98 Nameless Fanboi Posted ID:CRe1IcDqKO

>>97 น่าจะไม่ใช่มั้งมึง 555 รึเปล่าวะไม่รู้ แต่นักอ่านเคยบอกว่าชอบสำนวนกูที่บรรยายละเอียด กูก็ชอบนะ แต่กูอยากเขียนให้กระชับได้บ้าง แบบเออ เรืองนี้เขียนสำนวนยาว ๆ อีกเรื่องเขียนสั้น ๆ ง่าย ๆ คืออยากเขียนให้ได้หลายแบบ กูเจอเอกลักษณ์ตัวเองแล้ว แต่อยากเรียนรู้ให้ได้มาก ๆ กูเป็นพวกแค่มีตัวหนังสือกูก็ชอบแล้ว แยกแยะไม่ได้ว่าสำนวนแบบไหนดีหรือไม่ดี เพราะนักเขียนทุกคนก็มีจุดเด่นจุดด้อยในตัวเองอยู่แล้วอะ แต่แน่ ๆ คือกูอยากทำให้ได้หลาย ๆ แบบ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นตัวเองดีที่สุด ถ้าอยากเขียนสำนวนกระชับ ๆ ก็ปรับให้เข้ากับสำนวนตัวเองเอา ขอบคุณมึงมากน้าาาาา

99 Nameless Fanboi Posted ID:YZyhAYbQBp

>>94 อ่าน คห มึงยังวนๆอยู่เลย นี่คือสำนวนดี? หรือว่าในนิยายเขียนดีกว่านี้?

100 Nameless Fanboi Posted ID:CRe1IcDqKO

>>99 กูบอกแล้วไงว่าอ๊อง ๆ แบบนี้ ตอนตั้งคำถาม คอมเมนต์ กูจะใช้ภาษาวน ๆ แบบนี้แหละเพราะกูเป็นแบบนี้ แต่ในนิยายเป็นอีกแบบนึง เพราะในนิยายกูเรียงประโยคได้อยู่แล้ว แต่พอมาเขียนคำถามอะไรแบบนี้กูจะอ๊องมาก มาแนว ๆ นี้แหละ สำนวนดีไม่ดีกูไม่รู้ แต่บก.บอกว่ากูใช้ภาษาได้ดี อ่านลื่นไหล นักอ่านก็เหมือนกัน กูพอใจสำนวนนิยายกูแล้ว ส่วนเวลาเขียนอะไรที่ไม่ใช่นิยายหรือบทความอันนี้เป็นสิ่งที่กูต้องแก้ไข เมนต์นี้มึงก็อาจจะอ่านแล้ววกวนอีก เพราะกูก็เป็นแบบนี้

101 Nameless Fanboi Posted ID:CRe1IcDqKO

>>99 กูคนเดียวกับ 100 ถ้ามึงมาอ่านเมนต์กู กูอยากจะบอกตรงนี้ว่ากูไม่รู้ว่ามึงจะทำอะไรต่อ จะแซะสำนวนกูหรือว่ายังไงอีกมั้ย แต่กูไม่อยากฟัง กูรู้แต่แรกแล้วว่าสำนวนเวลากูตั้งคำถามหรืออะไรแบบนี้กูจะเขียนวน ๆ ส่วนนิยาย เรื่องสำนวนดีไม่ดีกูไม่ได้ตัดสินเองนี่ นักอ่านกับบก.แล้วก็นักเขียนที่กูรู้จักเขาบอกว่าสำนวนกูดี กูเลยยึดหลักเขียนสำนวนแบบนั้นต่อไป ถ้ามึงจะอะไรอีกกูก็ไม่เมนต์ตอบแล้วกันนะ รำคาญ

102 Nameless Fanboi Posted ID:fxWm8k0ds4

55555 อ่านไม่รู้เรื่อง จับใจความได้แค่ แบบนี้ แบบนี้ แบบนี้ แบบนี้ แบบนั้น แล้วปิดท้ายว่ารำคาญ
บรรยายเยอะไม่ได้หมายความว่าสำนวนดี อ่านแล้วโคตรรำคาญ น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง

103 Nameless Fanboi Posted ID:CRe1IcDqKO

>>102 แต่นักอ่านและบก.เขาชอบสำนวนกู ดังนั้นกูก็จะเขียนต่อไปค่ะ อิอิ มึงรำคาญก็รำคาญค่ะ อ่านไม่รู้เรื่องก็เรื่องของมึงค่ะ แค่มีคนชอบงานกูกูก็พอแล้วค่ะ

104 Nameless Fanboi Posted ID:fxWm8k0ds4

ย้ำอยู่ 4-5 รอบ ว่าสำนวนดี บก.ชม คนอ่านชอบ
ถ้าไท้หลงตัวเองก็เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ
ถ้าพอใจสำนวนตัวเองแล้วจะไปก๊อปสำนวนคนอื่นทำไม
มึงพิมพ์เองยังขัดแย้งกันเองเลย

105 Nameless Fanboi Posted ID:CRe1IcDqKO

มึงสองคนไปนอกรอบกันเองไป เสียบรรยากาศ

106 Nameless Fanboi Posted ID:YQ7NyJ5e/V

เบื่อโทรล หยุดวิ่งเล่น นี่กระทู้สาระ

มาเปิดประเด็นใหม่ๆ กูกำลังจะเขียนนิยายแนวเกมเอาชีวิตรอด แล้วทีนี้กูมีปัญหาคือ นิยายแนวนี้ควรกี่เล่มจบดี กูใช้ห้าตัวละครหลักอะ แล้วเกมที่จะเล่นมันต้องใช้ด่านห้าด่าน จะเอาด่านละภาคเลยมันจะดูเวิ่นเว้อไปปะ เพราะเนื้อหาหลักๆ คือแก้ปริศนาด่านเกมและปมตัวละครแต่ละตัว ซึ่งกูกะว่า 1 ภาค-1ตัวละคร 1 ด่าน โดนพล็อตเรื่องมันก็แนวเกมเอาชีวิตรอดอะแต่กูจะพาโรดี้หน่อย ๆ ด้วยการให้ทุกคนช่วยเหลือกันไม่ได้ฆ่ากันเอง ใครที่เคยเขียนแนวนี้มาแนะนำที กูลองหานิยายแนวนี้อ่านหลายเรื่องแล้วยังตัดสินใจไม่ได้อะ

107 Nameless Fanboi Posted ID:pB2y8Alq7B

>>103 คนแบบนี้ไม่น่าจะมีเพื่อน มีสังคมนะ พ่อแม่ก็คงไม่น่าจะมี
ปล่อยมันอยู่ในโลกจินตนาการของมันไปเถอะ

108 Nameless Fanboi Posted ID:G90Ho10dR+

>>103 มึงเหมือน นข ที่กูรู้จักคนนึงเลย
หลงตัวเองสัสๆ โม้หอยเหม็น แล้วมาโป๊ะแตกตรงที่กูก็รู้จักบก.
เขาบ่นๆๆ ให้กูฟังว่างานแม่ง.... แต่นางนข.ตีความว่าบก.ชม
หลังจากนั้นมา กูโคตรขรรมเวลานางโม้
มึงก็อย่างเป็นแบบนางนข.คนนั้นก็แล้วกัน อิอิ

109 Nameless Fanboi Posted ID:EwlpTIf.u+

Ky เพื่อนโม่งพวกมึงคิดว่าระหว่างดองนิยาย VS รีไรท์นิยาย อย่างไหนทำให้นักอ่านหายมากกว่ากัน ส่วนตัวกูคิดว่าการรีไรท์นิยายทำให้นักอ่านหายเยอะกว่าดองนิยายอ่ะ เพราะทำให้นักอ่านสับสนเนื้อหาไม่ก็บางคนขี้เกียจอ่านเวอร์ชั่นรีไรท์ก็อันเฟบไปเลย แต่ถ้าดองอย่างน้อยก็ยังแต่งต่อไม่ได้ทำให้นักอ่านสับสนเนื้อเรื่อง ที่กูสังเกตมาคือนิยายที่ดองนานๆ ส่วนใหญ่เวลาอัพนักอ่านจะดีมากกว่าเวลานข ประกาศรีไรท์อ่ะ

110 Nameless Fanboi Posted ID:4n3zKRtskU

>>109 มันไม่ต่างกันเว้นแต่เวลารีไรต์แล้วจะให้มันแจ้งเตือน สำหรับนักอ่านแล้วครั้งสองครั้งไม่เป็นไร แต่ถ้าประกาศแม่งทุกตอนก็จะรู้สึกเหมือนมึงอัปหลอกอะ นักอ่านไม่ได้อยากรู้ว่ามึงรีไรต์ว่ายังไง เขาอยากรู้ตอนต่อๆ ไป หรือมึงจะรีไรต์จบแล้วค่อยมาบอกก็ได้

111 Nameless Fanboi Posted ID:KxtluY0dWY

มึงว่าอาชีพนักเขียนในเมืองไทยจะมีโอกาสร่ำรวยไหมวะหรือว่านักเขียนที่ไหนก็เหมือนๆกัน ส่วนพวกแดน บราวน์ กับป้าคนที่เขียนแฮรี่ เป็นยอดปิรามิดวะ

112 Nameless Fanboi Posted ID:Beh6P/pCf.

>>111 ไอ้พวกท็อปตามเว็ป รายได้เป็นแสนนะมึง อย่าดูถูกไป
ส่วนโอกาศจะรวยเป็นพันล้าน แบบพวกที่มึงว่ามา กูว่าไม่ใช่เป้าหมายของนักเขียนอยู่แล้วว่ะ อยากรวยไปทำอย่างอื่นเถอะ

113 Nameless Fanboi Posted ID:Ub.z2eVner

>>109 อัปทีละฉี่มดก็หายเหมือนกันค่ะ 55555555555555

114 Nameless Fanboi Posted ID:KxtluY0dWY

>>112 โอเค ขอบคุณมากโม่ง

115 Nameless Fanboi Posted ID:GvL97GXinx

>>111 ชื่อที่มึงยกมามันเกินไป

ร่ำรวยมันก็พอมีทาง แต่มึงต้องเปลี่ยนตลาดใหม่ คิดเสียว่าตัวเองเป็นคนอเมริกา เป็นคนจีน คนญี่ปุ่นที่มาพักอยู่ไทย ตลาดมึงก็จะไม่ถูกจำกัดแล้ว แต่มึงก็ต้องอ่านออกเขียนภาษาเขาได้ ถ้ามึงอยากร่ำรวยด้วยงานไทยมันก็ยากอยู่ ตลาดไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น

116 Nameless Fanboi Posted ID:i8kT4jzPrG

ไอ้ เควนทิน เบ็ค (Mystertio) ที่ทำตัวเป็นคนดีตอนแรกๆ แม่งจริงๆแล้วเป็นตัวโกง อดีตลูกน้องโทนี่

ตอนมันตาย แม่งยังเฉลยออกทีวี อีกว่า สไปเดอร์แมน คือ Peter Parker โคตรเหี้ย

แถมนิค ฟิวรี่ ในเรื่อง ดันเป็น ทาลอส (สครัล ในเรื่องกัปตันมาร์เวล) ปลอมตัวมา ไม่ใช่นิคจริงๆ อึ้งสัสๆ โคตรเนียน

เพื่อนๆโม่งต้องไปดู Spiderman Far From Home ให้ได้นะครับ

117 Nameless Fanboi Posted ID:P5kmFGl4oL

ขอถามเรื่องการทับศัพท์ตัวเลขหน่อยโม่ง กูใช้โค้ดเนมตัวละครเป็นตัวเลข เวลาสนทนานี่ต้องเขียนแบบไหนว่า ระหว่าง "สวัสดี ซิกซ์ งานเป็นไงบ้าง" กับ "สวัสดี Six งานเป็นไงบ้าง"

118 Nameless Fanboi Posted ID:YogLbffqM3

>>117 เขียนทับศัพท์ดิ

119 Nameless Fanboi Posted ID:P5kmFGl4oL

>>118 แบบหนึ่งหรือสองอะ เพราะในบริบทนี้พูดถึงคนด้วยชื่อที่เป็นรหัสน่ะ

120 Nameless Fanboi Posted ID:./70f5bW4m

>>119 หนึ่ง

121 Nameless Fanboi Posted ID:./70f5bW4m

>>119 เดี๋ยวนะมึง มึงไม่เข้าใจคำว่าทับศัพท์เรอะ พิมพ์ว่า six มานี่ไม่ใช่ทับศัพท์นะเว้ย

122 Nameless Fanboi Posted ID:P5kmFGl4oL

>>121 เออเนอะ กูลืมจุดนี้เลย ขอโทษ

123 Nameless Fanboi Posted ID:CywUBDiu6B

>>117 ทำไมไม่เอาเป็นสวัสดี หมายเลขหกแทนวะ

124 Nameless Fanboi Posted ID:YUNGiIrV0F

>>123 มันจะยาวไปอะ ถ้ามีพูดถึงหลายคนอย่าง
"สวัสดีซิกซ์ งานเป็นไงบ้าง เห็นโฟร์มั้ย ได้ข่าวว่าไนน์กับวันภารกิจพลาดนี่"
ถ้าใส่เป็นตัวเลขมันก็ยิ่งแปลกเพราะเป็นโค้ดเนมหลักเดียว ถ้าสองสามหลักอย่าง 01 415 ไรงี้ก็ไม่มีปัญหา

125 Nameless Fanboi Posted ID:MiVdKlXMAS

>>124 แบบนี้แปลกกว่าอีกว่ะ กูชอบหกมากกว่า

126 Nameless Fanboi Posted ID:GtgtNigcuv

>>124 กูชอบทำศัพท์

127 Nameless Fanboi Posted ID:lqqAdVl5sy

>>124 ถ้าแนวแฟนตาซีต่างโลก มึงก็ใช้ซิกไปเถอะ มาใช้หกเดี๋ยวเขาก็หาว่าบ้านนอก

128 Nameless Fanboi Posted ID:DM.Rm9L8eC

>>127 555555555

129 Nameless Fanboi Posted ID:BoCrm5P4X/

ดูหนังกัน https://www.freetodoo.com

130 Nameless Fanboi Posted ID:311wYUlDfz

>>127 555 สรุปเข้าท่าว่ะ ปรับใข้ตามแนวนิยายไปเหอะ

131 Nameless Fanboi Posted ID:2QPb.ah+ns

ในนี้มีนักเขียนคนไหนเปิดเพจในเฟสบ้างอะ พวกมึงโพสอะไรลงเพจบ้าง แล้วทำยังไงไม่ให้เพจร้าง

132 Nameless Fanboi Posted ID:nskfkFtNa4

>>131 โพสต์ไปเรื่อย ไร้สาระบ้าง หวีดนั่นนี่บ้าง แต่จะไม่เอาปัญหาตัวเองมาระบาย ลูกเพจก็ไม่ต้องการสาระมากหรอก ต้องการความบันเทิงมากกว่า

133 Nameless Fanboi Posted ID:725DMbt3OE

>>131 กูอัปเดตตอนนิยายลงเว็บแล้ว สปอยเนื้อหาช่วงปั้นนิดหน่อย หรือเปิดโอกาสให้ถามเกี่ยวกับนิยาย ซึ่งข้อสุดท้ายมึงต้องมีคนตายเพจเยอะๆถึงจะทำได้ กูเพจร้อยนิดๆถามทีเงียบตลอด เศร้า...ต้องไปถามเอาในเว็บถึงจะตอบกัน

134 Nameless Fanboi Posted ID:NiJukCqk6p

ทำไมนิยายที่เขียนโดยคนไทย มีแต่ฉบับภาษาไทยไม่มีภาษาอังกฤษต้องมีชื่อเรื่องเป็นภษาอังกฤษด้วยวะ

135 Nameless Fanboi Posted ID:rOBslCi/G4

>>134 แจ่ม โมเดลมั้ง เริ่มมาจากที่นี่แล้วลามไปเรื่องอื่น แต่เเจ่มบางทีที่ใช้ ภาษาอังกฤษ จะเป็นนิยายเซตนะ แบบจะได้รู้ว่าเซตเดียวกัน

136 Nameless Fanboi Posted ID:NiahCMXL1/

ขอถามเรื่องการใช้ยศนำหน้า Lord คือกูจะตั้งชื่อมอนสเตอร์ระดับหัวหน้าชั้นกลางๆ ไม่สูงมากต่ำกว่าราชาแต่สูงกว่าหัวหน้าฝูง เป็นผีดิบอะ ต้องใช้ไง Undead Lord หรือ Lord Undead ลองหาข่อมูลละก็มีใช้ทั้งสองแบบ กูแยกไม่ออกอันไหนผิดถูก

137 Nameless Fanboi Posted ID:F6Dvts1Uzk

>>136 อันแรก

138 Nameless Fanboi Posted ID:xylgQmr6R2

>>137 ขอบใจมาก

139 Nameless Fanboi Posted ID:A/YyZn.kaF

>>136 อันแรก อันที่สองเป็นชื่อคนอย่างพวก Lord Henry, Lord Mountbatten บลาๆ

140 Nameless Fanboi Posted ID:ka64tcoU9A

>>139 อ้อ งี้นี่เอง พวกยศอื่นๆก็ใข้หลักการเดียวใช่ปะ

141 Nameless Fanboi Posted ID:D8cnduQzBc

>>140 ใช่ๆ เวลาเขียนเป็นอังกฤษก็ He’s an Undead lord. He’s the Undead King. ประมาณนี้

142 Nameless Fanboi Posted ID:DJxJApDTVM

เพื่อนโม่งช่วยแนะนำวิธีเขียนฉากเรทยังไงให้อ่านแล้วเสียววาบๆแต่ใช้คำสวยๆบรรยายหน่อยสิ กูลองอ่านตัวอย่างจากงานอื่นแล้วกูเสือกขำแทนที่จะเสียว อย่างเช่นบรรยายว่าแท่งเนื้อร้าย โพรงสวรรค์อันอบอุ่น อันที่เจอในนิยายวายยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ อย่างช่องทางด้านหลังที่มีน้ำหล่อลื่น....แน่ใจนะว่าน้ำหล่อลื่น แต่จะให้หยาบแบบพระเอกควักควยออกมารูดมันก็เกินไป

143 Nameless Fanboi Posted ID:oYuqq4F3qr

>>142 พายมือไปที่ ฉากเรตนิยายแปลสำนักพิมพ์แก้วกานต์ กูแนะนำก่อนเลย มนตร์เสน่เหมันต์ เป็นเรื่องแรกที่กูอ่านแล้วแบบเขินสัส ตอนที่พระเอกแม่งป่วย แล้วนางเอกมัน...... 5555555555

มู้ตู้นิยายไทยเพิ่งคุยกันไป มึงแวะไปส่องดิ เรื่องฉากเรต

144 Nameless Fanboi Posted ID:oYuqq4F3qr

>>143 *ผายมือ

145 Nameless Fanboi Posted ID:Q5X+VMYYEj

>>142 สมัยนี้คนอ่านเน้นอะไรตรงๆ นะ มันแยกออกได้สองทาง
ถ้าโรมานซ์... ก็วนเวียนที่ สอดความเป็นชายเข้าออกกลีบงาม หรือ น้องชายตรงเหยียด บลาบลา
ถ้ารักผู้ใหญ่ก็จัดเต็ม... ท่อนเอ็น ท่อนลำแข็ง กระเด้า เร่งซอย รูสวาท หอย อะไรก็ว่าไป
แต่เห็นคนอ่านใหม่ๆ ชอบใจแบบบรรยายตรงๆ เลย ต่างจากพวกนักอ่านรุ่นเก่าๆ ที่หาสายละมุนหน่อย
ก็อยู่ที่อยากจับกลุ่มลูกค้าแบบไหน...

146 Nameless Fanboi Posted ID:279TLEFSJB

>>145 จริงดิ กูก็ว่ากูไม่แก่มากนะ ยังไม่ชอบ หอยและงูเหลือมวะ ชอบละมุนๆ แต่ฮอตไฟลุก ยาวทีสามสี่หน้า555

147 Nameless Fanboi Posted ID:S6hv4HFMq4

>>141 ขอบใจมากๆ
>>145 ตรงๆแบบธัญวลัยเลยปะ ใส่เสียงอุ้ยๆอ๊าๆ สักครึ่งบท คนอ่านก็ตรึมเม้นชอบอีก กูเคยลองอ่านแล้วแบบ เหี้ยยย ความงามทางภาษาหายไปไหน พวกมึงชอบกันได้ไงวะ

148 Nameless Fanboi Posted ID:pFTOFktlsY

>>147 นิยายเรื่องนึงในธวล.ที่กูเคยเจอเสียงเอฟเฟคตอนเยแล้วขำชิบหาย ป๊าบๆๆๆ พั่บๆๆๆ อืมๆๆๆๆ จุ๊บๆๆๆๆ จ๊วบๆๆๆ แจ๊บๆๆๆๆ ล่อไปห้าหกพารากราฟ แล้วลองอ่านคอมเมนต์ดูแม่งมีคนบอกว่าอ่านแล้วเสียวด้วยว่ะ มีคนเสียวกับนิยายพรรค์นี้ด้วยเหรอวะ ไม่เข้าใจเลย เรื่องเสียวตามเว็บโป๊ถึงจะใช้คำว่าหีๆควยๆ แต่อ่านแล้วยังรู้สึกเสียวมากกว่าอ่านเรื่องห่านี่อีก

149 Nameless Fanboi Posted ID:1WW+I4Q4C1

เป็นกำลังใจให้นักเขียน. โปรดเขียน NC สวยๆ

150 Nameless Fanboi Posted ID:mENnOUJ3Co

สายละมุน เขียนต้องวางเหตุการณ์นำมา แล้วบิวอารมณ์สัมผัสโอมโอมไปสักพัก กว่าจะสอดใส่
แล้วช่วงสุดท้ายเกือบเป็นสรุปให้คิดเอาเอง...
คนเขียนต้องใช้อะไรหลายอย่าง คนอ่านสายที่ชอบก็จะออกแนวละมุนหวานกันไป
แต่สมัยนี้... กูไม่อยากคิดว่าด้วยการมีเทคโลโนยี ทำให้คนเสพติดดู หนังโป๊ ได้ง่ายไปด้วย (ต่างจากสมัยก่อนต้องลอบๆ แอบๆ ดู)
พอสถานการณ์เปลี่ยน กูเลยคิดว่าคนทั่วไปเลยเสพติดแนวจัดหนักแบบนี้ไปด้วยไม่รู้ตัว...
กูเขียนทั้งสองแนวนะ แต่คนอ่านตอบสนองไปแนวจัดหนักจัดเต็มมากกว่า
ทั้งที่ชอบสายละมุนไปเรื่อยๆ มากกว่า แบบเล่มหนึ่ง ฉากเข้าพระเข้านางสองสามครั้งอะไรแบบนี้ ต่างจากสายจัดเต็มที่แทบทุกบทเน้นแต่เสพสม
สรุป กูเขียนสองสาย ได้รับการตอบสนองจากคนอ่านแตกต่างกันพอควร...

151 Nameless Fanboi Posted ID:bOSlE5CQ+o

กูสายละมุนนะ บรรยายช่วงเล้าโลมไปตรงๆ จะได้ไม่ดูตลก ส่วนตอนสอดจะเขียนให้มันคิดภาพกันไปเอง
เออ อีกอย่าง กูไม่ขงไม่เขียนถึงไอ้แท่งอะไรทั้งนั้นแหละ เขียนความรู้สึกตอนสอดใส่เข้าแทนการใช้นามเรียก บรรยายความฟินตัวละคร อารมณ์แบบว่ามันรู้สึกดีสุดๆ หรือร้อน หรือเสียววาบจนไม่มีแรงหรืออื่นๆ ยกเว้นแต่ครั้งแรกอะ อันนั้นต้องเขียนฟิลต่างกันหน่อย
ปล.ถึงจะบอกงี้ แต่กูไม่เคยเขียนถึงสักกะที(กอดขาร้องห้ายย)

152 Nameless Fanboi Posted ID:/JtJ2si9YY

มึงกูขอคำปรึกษาทีดิ กูเครียดเรื่องนิยายมาก ๆ อะ กูอยาก move on สักพักหนึ่ง ไปทำอะไรก็ได้ที่จะไม่คิดถึงมัน พลังกลับมาเมื่อไรค่อยกลับไปเขียนต่อ กูไม่อยากคิดถึงเรื่องนิยายตลอดเวลา ไม่อยากคิดถึงมันในทุก ๆ วันที่ตื่นขึ้นมาอะ กูควรทำไงดีวะ เครียด หาทางออกไม่ได้ รู้สึกหนัก ๆ อยากออกไปจากตรงนี้

153 Nameless Fanboi Posted ID:bfnJRfWSGg

>>152 เข้าสู่วิถีแห่งการดองสิ

154 Nameless Fanboi Posted ID:/JtJ2si9YY

>>153 เรื่องดองนี่กูทำแล้ว 55 แต่อยากรู้ว่าทำยังไงถึงจะไม่คิดถึงมันอะ เอาแบบตัดทุกความคิดเกี่ยวกับนิยายให้สิ้นซาก พร้อมเมื่อไรค่อยลุยต่อ

155 Nameless Fanboi Posted ID:GPeJro6jB2

>>154 หานิยายอ่าน ถ้าเขียนไม่ออก เขียนไม่ไหว
กูมักจะใช้การอ่านนิยายแทน อ่านเยอะ อ่านทุกแนว จนกว่ารู้สึกมีไฟลุกโชนขึ้นมาใหม่

156 Nameless Fanboi Posted ID:KMk/6zSZI4

กุไม่เคยเขียนนิยายลงเว็บแบบจริงจังมาก่อน เคยแต่เขียนฟิคลงจอย ผลตอบรับก็ดีนะ แต่กุอยากเขียนนิยายที่เป็นนิยายจริงๆ กุเคยเขียนแนวแฟนตาซีรักๆส่งให้เพื่อนอ่านเรื่อยๆแต่ไม่กล้าลงเว็บเพราะกลัวตัวเองดอง กุจะถามว่าสมัยนี้ถ้ากุเขียนแนวแฟนตาซี แบบไม่เน้นความรัก เน้นเพื่อน ตัวเอกเป็นผญ ไม่มีพระเอก จะมีคนอ่านมั้ยวะ เพราะปกตินิยายแบบนี้ต้องมีพระเอก เรื่องมันจะน่าสนใจน้อยลงมั้ยวะ แล้วถ้าจะลงควรลงเว็บไหน เด็กดีสมัยนี้ยังมีคนอ่านอยู่มั้ย กุไม่ได้เข้าไปอ่านนิยายนานแล้ว

157 Nameless Fanboi Posted ID:GPeJro6jB2

>>156 อยู่ที่แนวเรื่อง
ถ้าแนวจีนย้อนยุคอาจไปได้ แต่ถ้าแนวเวทมนตร์แบบแฮร์รี่น่าจะยากหน่อย
หรือแนวนางร้ายก็พอได้มั้ง...
ตัวเอกเป็นหญิง ความซู ความไร้เหตุผล มักจะคู่กันอยู่แล้ว
เขียนแล้วดูก็ไม่เสียหายอะไร อยู่ที่มึงตั้งความหวังแบบไหน เขียนเพื่ออยากเขียนก็ได้แนวทางหนึ่ง เขียนเพื่อหวังขายด้วยก็ต้องอีกแนวหนึ่ง

158 Nameless Fanboi Posted ID:2.Q4oYEa1g

ช่วงเขียนไม่ออกจะอ่านเก็บเรฟไว้ ทั้งที่นิยายกูมันไม่จำเป็นต้องใช้รายละเอียดมากมายอะไร คิดว่าสักวันคงได้ใช้

159 Nameless Fanboi Posted ID:xuiYDLWuWW

>>158 เออจริงด้วยเนอะมึง กูกะจะตั้งใจเรียน อ่านหนังสือให้ได้เยอะ ๆ ให้ลืม ๆ นิยายตัวเองไปก่อน รู้สึกเต็มเมื่อไรค่อยมาเขียนอีกที

161 Nameless Fanboi Posted ID:u+0lu5+sMG

นิยายอีโรติก แนวพีเรียด นี่กูส่งสำนักพิมพ์ไหนได้บ้างวะ

162 Nameless Fanboi Posted ID:XGKHK48nzx

>>161 หลายเลยนะ สนพ. โรแมนติกก็น่าจะได้ หรือ สนพ.ไหนก็ได้ที่รับอิโรติกอะ เขาก็รับพีเรียดนี่

163 Nameless Fanboi Posted ID:9eusmLQpMQ

อาจจะเป็นคำถามงี่เง่าไปซักหน่อยนะ แต่กูอ่านเจอหลายเรื่องมากในนิยายทะลุมิติไปเกมจีบหนุ่มหรือพวกนิยายกับการ์ตูนที่พระเอกของเรื่องมีคู่หมั้น(ที่จะกลายเป็นตัวร้ายในภายหลัง)อยู่แล้ว แต่ไปหลงรักนางเอกของเรื่องที่เป็นลูกสาวบารอนตลอด ทำไมต้องเป็นบารอนวะ จะเป็นพวกดยุค มาควิสหรือเจ้าหญิงอะไรไม่ได้เหรอ แล้วถ้าเลือกลูกสาวบารอนมาเป็นเมียจะโดนพวกสภาขุนนางเล่นงานหรือเล่นเกมการเมืองอะไรมั้ย

บางเรื่องก็เห็นพวกเจ้าชายรัชทายาทถูกเลือกให้หมั้นกับพวกลูกสาวขุนนางยศต่ำกว่าดยุคแบบพวกมาควิสหรือเคาน์อะไรประมาณนั้น มันมีเกณฑ์การเลือกคู่หมั้นยังไงวะ ไม่ใช่พวกเจ้าชายทั้งหลายต้องเลือกสาวยศสูงๆไว้ก่อนเหรอ แบบลูกสาวดยุคหรือเจ้าหญิงอีกประเทศไปเลยยังพอเข้าใจได้นะ

164 Nameless Fanboi Posted ID:Qn9zL8ma9Y

>>163 ในฐานะคนอ่าน เกลียดอินางเอกที่ทะลุไปแย่งหลัวคนอื่น (อาจไม่ค่อยมีประโยชน์ โทษที555)

165 Nameless Fanboi Posted ID:fp7kfKofYt

>>163 กูอธิบายให้

เรื่องพระเอกไปหลงรักนางเอกที่เป็นลูกบารอนนี่จริงๆ มันก็วิวัฒนาการจากนิทาน นิยาย บทละคร จำพวกสามัญชนกับผู้สููงศักดิ์อย่างพวกซินเดอเรล่าหรือเดอะแก๊งค์ ที่ได้สามีสูงศักดิ์ หล่อ รวย ดี พวกนี้มันความต้องการลึกๆ ของผู้หญิงประมาณความใฝ่ฝันในชีวิตว่าสักวันหนึ่งจะได้อะไรแบบนั้น

ที่พระเอกมันไปชอบลูกสาวบารอนนี่ก็สนองความฝันเด็กผู้หญิงบ้านๆ อะ บารอนยศก็ต่ำมากละ ถ้าขุนนางมารวมตัวกันคือบารอนนี่ก็พวกบ้านนอกดีๆ นี่แหละ เพราะแบบนั้นลูกสาวบารอนก็เหมือนตัวแทนเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ในวงล้อมคนที่สูงส่งกว่าตัวเอง

ส่วนดยุกเนี้ย จริงๆ ก็ญาติกษัตริย์แหละ ลูกดยุกก็ลูกพี่ลูกน้องเจ้าชาย คือถ้าใกล้ช่วงตั้งราชวงศ์มากก็ไม่แต่งหรอก ถ้าสืบทอดกันมานานๆ มึงต้องลองนึกถึงพวกอ๋องสืบทอดตำแหน่งของราชวงศ์จีนอะ จริงๆ ก็ไม่แต่งกันเองเหมือนกันแหละ คือถ้าไม่ใช่พวกรักษาสายเลือดบริสุทธิ์ที่เสี่ยงเป็นโรคบางอย่างอะนะ ก็ไม่ควรจับแต่งกับตระกูลดยุก แต่บางเรื่องไม่คิดมาก อย่างเรื่องลูกสาวดยุกนี่กูก็คิดว่าบรรดาศักดิ์นี้คือเขียนเพื่อให้ดูสูงศักดิ์เฉยๆ อะ

ลูกมาควิสแต่งได้ เจ้าหญิงอาณาจักรอื่นก็แต่งได้ แล้วแต่ธีมคนเขียน คือถ้าขายฝันมากๆ หน่อยก็สาวชาวบ้านกับเจ้าชาย ถ้าขายฝันน้อยหน่อยเอาความโรแมนติคจะเขียนให้เป็นลูกมาควิสหรือเจ้าหญิงอาณาจักรอื่นก็ได้อยู่

เลือกลูกสาวบารอนก็ก็จะโดนเพ่งเล็งแหละว่าเหมาะสมไหม คือในสังคมชั้นสูงมันก็จะมองเรื่องความเหมาะสม เรื่องสายเลือด เรื่องการวางตัวแหละ ถ้ากษัตริย์มีอำนาจมาก ทำไปไม่ต้องแคร์ใครก็ได้ ถ้าอำนาจไม่มั่นคงก็ต้องเลือกตระกูลที่มีความเข้มแข็งอะไรสักอย่าง ถ้าทั้งบ้านนอกทั้งยากจนทำตัวไม่เหมาะสมคนแม่งก็จะพากันวิจารณ์ หนักหน่อยก็เริ่มคิดละว่าจะไปรอดหรือเปล่า แต่พวกนี้มันไม่ใช่นิยายขายฝันอย่างเดียวแล้วไง พาเข้าการเมืองคนก็จะเขียนออกมาอีกแบบ

เจ้าชายหมั้นลูกสาวขุนนางยศต่ำหน่อยถ้าไม่ใช่ขายฝันก็เป็นเรื่องการเมืองอะ คือตระกูลที่หมั้นต้องมีอะไรสักอย่างที่เข้มแข็ง อาจจะเงิน อำนาจทางทหาร จุดยุทธศาสตร์ อย่างใน got เรดเวดดิ้งก็มาจากจุดยุทธศาสตร์ถ้ากูจำไม่ผิด แต่ไม่แต่งกับลูกสาวเขาเขาเลยแค้นจัดงานเรดเวดดิ้งแม่ม ส่วนพวกขุนนางชั้นสูงหรือเจ้าหญิงต่างประเทศคือมีปัญหาอะไรสักอย่างเลยไม่แต่ง อาจจะเรื่องอำนาจการเมือง ความคิดกบฏ โอกาสถูกครอบงำ แต่พวกขายฝันนี่เจ้าชายเจ้าหญิงแต่งกันเยอะแยะไป แต่กับลูกสาวตระกูลดยุกอาจจะเห็นน้อยเพราะมันดูไม่สุด ไม่ต่ำแบบลูกสาวบารอนหรือสาวชาวบ้าน สูงก็ยังเป็นรองบรรดาศักดิ์เจ้าหญิง แถมจะจริงจังลูกดยุกนี่ก็ญาติๆ กันอีก

สรุปว่าเกณฑ์มันอยู่ตรงคนเขียนว่ะว่าเอาอะไรเป็นจุดขาย หรือความอยากเขียนของคนเขียน จริงๆ ก็ไม่ต่างจากนิยายรักไทยหลายๆ เรื่องหรอกที่นางเอกธรรมดาหรือบ้านจนเจอพระเอกหล่อ รวย ที่เขียนกันเกร่ออะ มันก็มาจากความต้องการคนเขียนนี่แหละที่อยากเขียนอยากได้อยากเห็นอะไรแบบนั้น

166 Nameless Fanboi Posted ID:2cD89/zwh/

>>165 อ๋อ เข้าใจละ ขอบคุณที่อธิบายนะ//กอดๆขอบคุณมึง

งั้นถามต่ออีกหน่อย พวกเซอร์ๆอัศวินทั้งหลายนี่มียศมีศักดิ์ในสภาขุนนางกับเขามั้ย แล้วยศท่านเซอร์นี่ใหญ่แค่ไหนอะ เหมือนพวกยศผู้นำทางการทหารรึเปล่า

167 Nameless Fanboi Posted ID:VECuiwqtdm

>>166 บอกไว้หมดแล้ว https://m.pantip.com/topic/33607487?

168 Nameless Fanboi Posted ID:fp7kfKofYt

>>166 ถ้าตามประวัติศาสตร์มันก็มีช่วงที่อัศวินไม่ใช่ขุนนางแล้วก็เป็นขุนนางระดับล่าง จากนั้นก็มีขุนนางที่ได้รับการอวยยศอัศวิน ยศก็ดีกว่าพวกชาวบ้าน เป็นผู้มีเกียรติอะ จะเป็นหรือไม่เป็นผู้นำทางการทหารก็ได้ สมัยแรกๆ มันมาจากคนมีฝีมือในกองกำลังที่รวมๆ ตัวกันแล้วถูกลอร์ดอวยให้

169 Nameless Fanboi Posted ID:2cD89/zwh/

>>167 >>168 ขอบคุณพวกมึงมาก พอดีกูกำลังศึกษาพวกยศบรรดาเจ้าๆทั้งหลายของยุโรปอยู่ประกอบการเขียนนิยายน่ะ
กูถามเพิ่มอีกข้อได้มั้ยวะ สมมติขุนนางยศเอิร์ลแต่งงานอยู่กินกับเมียมีลูกแล้ว แต่ก็ไปมีเมียน้อยและมีลูกกับเมียน้อยด้วย ถ้าเมียหลวงขอหย่า แล้วเอิร์ลแต่งงานใหม่กับเมียน้อยให้ถูกต้องตามกฎหมาย บรรดาศักดิ์จะตกไปอยู่กับลูกคนไหนวะระหว่างเมียเก่าที่หย่ากันแล้ว กับเมียใหม่ที่เพิ่งแต่ง แล้วลูกนอกสมรสนี่จะทำให้กลายเป็นลูกในสมรสได้มั้ยวะ กรณีที่อีเอิร์ลมันยังไม่หย่ากับเมียหลวง ออกแนวรับมาเป็นบุตรบุญธรรม แต่ความจริงก็เป็นลูกมันนี่ล่ะ

170 Nameless Fanboi Posted ID:Wj62LYYH71

เอาจริงกูก็แต่งนิยายเซตติ้งพวกขุนนาง ดยุค บารอน กษัตริย์ ระบบฟิวดัล บลาๆ มีสภาขุนนาง กูก็อิงข้อมูลจากประวัติศาสตร์จริงๆ นะ แต่เปลี่ยนคำบ้าง บิดความหมายให้เข้ากับเนื้อเรื่องบ้าง ไม่จำเป็นต้องเหมือนเด่ะ แต่ถ้ามึงเขียนแบบอิงประวัติศาสตร์ ระบุเป็นยุคเลยก็โอเค แต่สำหรับกูแล้ว พวกนี้เราแต่งเองเขียนเอง ให้มันสมเหตุสมผลก็ใช้ได้แล้ว
หาข้อมูลมากไป สับสนตีกันในหัว บางอันเจอแฟค กำ กูเขียนมาแล้วเป็นแบบนี้ กูก็ปล่อยเบลอไป เสริมให้เนียนกับเรื่องพอแล้วว่ะ 55555

171 Nameless Fanboi Posted ID:7Wbx6n7ata

>>169 ให้ใครสืบทอดบรรดาศักดิ์ก็แล้วแต่เอิร์ลเลย เมียเดิมหย่าแล้วก็จบไป เมียใหม่ไม่ใช่เมียน้อยละเป็นเมียหลวงมาใหม่ ลูกก็ไม่ใช่ลูกนอกสมรสแต่เป็นทายาทปกตินี่แหละที่เกิดจากเมียใหม่ ศักดิ์ไม่ต่างกันกับลูกเมียเก่า

ส่วนลูกนอกสมรสจะให้กลายเป็นผู้สืบทอดก็น่าจะทำได้ถ้าไม่นับเรื่องกษัตริย์นะ อันนั้นลูกนอกสมรสโดยปกติไม่มีสิทธิในราชบัลลังก์ ต้องดูกฎมณเฑียรบาลประกอบอีกที ในส่วนขุนนางกูก็เห็นแหลมสีใน got ที่เป็นลูกนอกสมรสแล้วพ่อมาให้ใช้นามสกุลโบลตันทีหลัง หรือกรณีบักจอห์นที่เน็ดอ้างว่าเป็นลูกตัวเองเอามาเลี้ยง ก็บอกโต้งๆ เหมือนกันนี่แหละว่าลูกนอกสมรสของน็ด สตาร์ก แต่ไม่ให้ใช้นามสกุลสตาร์ก ส่วนบุตรบุญธรรมคือไม่ใช่ลูกแท้ๆ ตัวเองแต่รับมาเป็นลูก อันนี้ว่ากันตามท้องเรื่องที่มึงจะเขียนเลย จะให้จริงๆ เป็นลูกนอกสมรสแต่กลัวเมียหลวงรู้แล้วจะเกลียดเลยทำท่าว่ารับมาเป็นบุตรบุญธรรมก็ได้ แต่ลูกนอกสมรสกับบุตรบุญธรรมมันคนละอย่างกัน

172 Nameless Fanboi Posted ID:Ni7BPsryiA

>>171 ไม่ค่อยเห็นเคสที่ แม่ของลูกนอกสมรสได้แต่งกับพ่อบ่อยๆนะ ส่วนใหญ่เป็นพวกท้องก่อนแต่งของคนระดับยศใกล้เคียงกัน และเรื่องหย่านี่ขึ้นอยู่กับนิกายที่นับถือด้วย แต่ส่วนใหญ่เรื่องหย่านี่คอขาดบาดตายมากทั้ง2ฝ่าย (ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีอำนาจแบบ คิงอังกิด ที่ตั้งนิกายใหม่มาเพื่อให้ตัวเอง หย่า ควีนได้นะ)
ส่วนจะให้ใครเป็นผู้สืบทอดนี่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกของเมียคนแรกที่แต่งตามกฏหมายก่อน ยกเว้นมันจะมีเหตุผลให้ข้ามไปให้คนอื่นแทนแบบบ้านฝ่าย ญ โดนคดีใหญ่ จะตั้งเชื้อสายนี้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอาจไม่เหมาะสมอะไรแบบนี้ ซึ่งปรกติก็ไฟท์กันเลยละ เพราะจะมีญาติและผู้เกี่ยวข้องทางแม่ๆคอยหนุนหลังลูกของตัวเองอีกด้วย

173 Nameless Fanboi Posted ID:7Wbx6n7ata

>>172 ขอโทษทีเมื่อเช้าเบลอไปหน่อยอ่านไม่แตก

ตอนแรกกูคิดว่าหย่าเมียเก่าแล้วแต่งเมียใหม่ค่อยมีลูก อันนั้นเป็นทายาทปกติ แต่เคสมีลูกเมียแอบอยู่ก่อนแล้วขณะมีเมียหลวง ต่อมาหย่าเมียหลวงแล้วแต่งเมียน้อย อันนี้กูไม่มั่นใจนะ แต่คิดว่าสถานภาพเดิมอะคือลูกนอกสมรส ต่อมาหลังแต่งถ้าพ่อที่เป็นขุนนางให้ใช้นามสกุลก็จะกลายเป็นลูกนอกสมรสที่พ่อให้การยอมรับ ไม่น่าจะเป็นทายาทปกติเลย ต่างกันตรงที่พอให้ใช้นามสกุลก็จะมีสิทธิในการสืบทอดบรรดาศักดิ์ ความเหมาะสมยังเป็นรองทายาทตามปกติแต่สถานะดีกว่าลูกนอกสมรส

ส่วนเรื่องผู้สืบทอดก็ตาม >>172 เลย ปกติก็จะเลือกลูกคนโตจากทายาทปกติก่อน แต่ของยุโรปนี่กูจำไม่ได้ว่าอ่านข้อมูลจากไหน แต่เขาไม่ได้เคร่งเท่าธรรมเนียมของจีน ของจีนการเลือกลูกชายคนโตระบบมันฝังแน่นกว่ามาก ส่วนทางยุโรปในสถานการณ์ปกติก็ทายาทปกติคนโต แต่ยุโรปมันรบกันบ่อยแล้วก็ลุกฮือกันบ่อย หลายครั้งที่ผลประโยชน์สูงสุดของตระกูลจะเลือกตัวบุคคลที่ความสามารถ คือลูกคนโตแม่มแย่จริง ไม่น่าคุมไหว เพราะสภาพสังคมต่างกับจีนพอสมควร จีนตอนนั้นระบบพ่อบ้านที่คอยจัดการงาน ช่วยเหลืองานน่าจะดีกว่ายุโรปเลยไม่พึ่งพาตัวบุคคลมาก ส่วนยุโรปแม้จะมีคนช่วยงานแต่หลายอย่าพึ่งพาความสามารถลอร์ดมากกว่า คนยุให้เปลี่ยนตัวผู้สืบทอดดีไม่ดีก็คนทำงานให้พ่อนี่แหละ

จริงๆ กูก็ไม่อยากอ้างซีรี่ย์บ่อยนะ แต่ขออีกรอบแล้วกัน ของ got นี่บักธีออน ที่โผล่มาก็กลายเป็นลูกชายคนเดียวพี่ตายหมด ความจริงก็น่าจะเป็นผู้สืบทอดเกาะเหล็ก แต่สุดท้ายพ่อก็ตั้งลูกสาวเป็นผู้สืบทอดแทน และการตั้งจริงๆ ก็ไม่ใช่เพราะธีออนน้อยมันโดนตัดหรอก แต่เป็นสภาพจิตใจมันไม่ไหว ไม่เหมาะจะเป็นผู้สืบทอด พ่อไม่พอใจที่ธีออนมันอยากอ่อนน้อมให้พวกแผ่นดินใหญ่ อันนี้บอกสภาพคร่าวๆ ของขุนนางสมัยอาศัยปราสาทหินกันอยู่ได้ คือชีวิตแม่งอยู่ยาก มึงต้องแกร่งพอปกป้องสายเลือดตัวเองก่อนถึงจะได้รับเลือก

แต่ถ้าเซ็ตติ้งตามที่การ์ตูนโชโจยกกันมา ดูจากสภาพปราสาทกับบ้านเมืองแล้วมันน่าจะมาไกลเกินยุคกลางมากแล้วแหละน่าจะมาแถวยุคปฏิวัติฝรั่งเศสกันละ ถ้ายุคนั้นขุนนางไม่น่ามีปัญหาการสืบทอดกันมาก คงให้ลูกชายคนโตเลย แล้วแต่เซ็ตติ้งคนเขียนด้วย อย่างไลต์โนเวลชาย 8 ข้าวของมันก็ค่อนข้างทันสมัย แต่การปกครองยังอิงกับยุโรปยุคกลางอยู่ แถมคนยุให้เปลี่ยนผู้สืบทอดก็พ่อบ้านของพ่อนี่แหละ

174 Nameless Fanboi Posted ID:47+blo5eOc

มึงถามหน่อย นอกจากบอร์ดโม่งแล้ว มีบอร์ดไหนที่คุยเรื่องนิยายกันแบบนี้อีกมะ

175 Nameless Fanboi Posted ID:gQ5q/c/.Da

ใช่เรอะ ระบบยุโรปเคร่งเรื่องลูกคนโตจะตาย ไม่ใช่จะเปลี่ยนก็เปลี่ยนกันได้นะ ดูอย่างfrederick the great ดิ พ่ออยากเปลี่ยนแต่เปลี่ยนไม่ได้ เรื่องทายาท ลูกชายคนโตสุดจากภรรยาที่แต่งตามกฎหมายมาก่อน ลูกนอกสมรสถ้าเกิดก่อนก็ไม่ได้ตราบใดที่ยังนอกสมรส ถ้าบอกในกรณีที่ลูกชายคนโตแย่จริงก็เปลี่ยนได้ ก็ดูอย่างกรณี Ferdinand i of Austria (1793) ดิ คือถ้าเอาตามจริงคือมันต้องดูด้วยว่าระบบสืบทอดเป็นsalic law ไหม หรือ semi salic

176 Nameless Fanboi Posted ID:7Wbx6n7ata

>>175 กูอาจจะเขียนไม่ละเอียดเอง ใน >>173 >>171 นี่กูตอบคำถาม >>169 โดยโฟกัสที่ตำแหน่งขุนนางที่เป็นเอิร์ล

ในส่วนของกษัตริย์ กูตอบไว้ใน >>171 ย่อหน้าที่ 2 อะ ว่าส่วนลูกนอกสมรสจะให้กลายเป็นผู้สืบทอดก็น่าจะทำได้ถ้าไม่นับเรื่องกษัตริย์นะ อันนั้นลูกนอกสมรสโดยปกติไม่มีสิทธิในราชบัลลังก์ ต้องดูกฎมณเฑียรบาลประกอบอีกที

คือกูยกเคสกษัตริย์ไว้เป็นอีกกรณีหนึ่งเพราะความเข้มงวดมันต่างกัน กูอธิบายถึงเรื่องการสืบทอดของแรมซีย์ ที่ตอนแรกเป็นลูกบนอกสมรสใช้นามสกุลสโนว์ ตอนหลังพ่อให้การยอมรับค่อยมาใช้นามสกุลโบลตัน ซึ่งเป็นกรณีต่างจากลูกนอกสมรสของกษัตริย์ ตรงนั้นก็อยากชี้ให้เห็นว่าในระดับขุนนางมันมีโอกาสที่พ่อจะเลือกผู้สืบทอดจากกรณีอื่นได้ที่ไม่ใช่ทายาทปกติ แถมยังพร้อมจะเปลี่ยนผู้สืบทอดอื่นได้ถ้าแรมซีย์มันทำพลาด

อันนั้นเป็นซีรี่ย์หรือนิยายเราอาจจะไม่ให้ราคามาก ส่วนข้อมูลที่กูอ่านมากูจำที่มาไม่ได้จริงๆ กูขอเขียนเป็นแนวความคิดเท่าที่กูจำได้แล้วกันว่าทำไมกูเชื่อข้อมูลนั้น แต่ต้องแยกก่อนนะว่านี่เป็นเรื่องของระดับขุนนาง กูไม่แน่ใจว่ามันเป็นหัวข้อการเปรียบเทียบการสืบทอดบรรดาศักดิ์ของจีนกับยุโรปหรือเปล่านี่แหละ จำได้ลางๆ ว่ามีการเอาของจีนมาเทียบ

อย่างแรกคือยุคสมัยที่กูอ้างเป็นช่วงยุคกลาง (หมายถึงช่วงศตวรรษที่ 5 - 15) ซึ่งระบบขุนนางมันก็มีการพัฒนาการมาตลอด กูก็ไม่ได้อธิบายไว้ แต่ขออ้างถึงตัวเองใน >>168 ที่ตอบคำถามเรื่องยศอัศวินอะ ว่ามันมีช่วงของมัน กับช่วงแรกอัศวินก็มาจากพวกคนมีฝีมือในกองกำลัง ซึ่งตอนนั้นการรวมกำลังปกครองมันแตกต่างกับสมัยต่อๆ มา อย่างน้อยกูก็เห็นว่าไอ้กองกำลังติดอาวุธนี่มันต่างจากทหารระดับหนึ่ง

ส่วนที่กูชี้เฉพาะยุคที่กูว่าเพิ่มขึ้นนี่มันอยู่ใน >>173 ย่อหน้า 3 ช่วงท้ายๆ บอกสภาพคร่าวๆ ของขุนนางสมัยอาศัยปราสาทหินกันอยู่ได้ คือชีวิตแม่งอยู่ยาก มึงต้องแกร่งพอปกป้องสายเลือดตัวเองก่อนถึงจะได้รับเลือก คิดซะว่าเป็นเซ็ตติ้งที่กูอธิบาย คือถ้านิยายคนที่ถามจะอิงประวัติศาสตร์เอาตั้งแต่ยุคปราสาทเป็นปราสาทหิน แต่ถ้าอิงสิ่งปลูกสร้างที่หรูหรากว่านั้น จะอยู่ในย่อหน้าถัดมา ย่อหน้า 4 ช่วงแถวๆ นั้นมันคงไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้ว คงให้ลูกชายคนโตเลย อันนี้คือความเห็นกู

กลับมาเหตุผลที่กูตอบนะว่าทำไมพ่อที่มีบรรดาศักดิ์เป็นเอิร์ลมันน่าจะเลือกผู้สืบทอดได้ อันนี้จะไม่เชื่อก็ได้เพราะกูหาแหล่งที่มาไม่เจอ กูเรียบเรียงจากซอกหลืบความทรงจำของกู

คือยุโรปในต้นยุคนั้นประชากรมีน้อย แถมเจอโรคระบาดเป็นระลอก ดังนั้นการสร้างบ้านเรือนแต่ละหลังมันจะอยู่ห่างกันพอสมควร การที่ลอร์ดปกครองพื้นที่ขนาดใหญ่จึงค่อนข้างลำบาก ประชากรกลายเป็นทรัพยากรที่สำคัญก็เริ่มไม่อยากให้เขาย้ายไปไหน วันดีคืนดีกษัตริย์ก็เรียกไปช่วยรบอีก ทีนี้ด้วยสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากแบบนั้น มันทำให้เกิดความจำเป็นที่ต้องเลือกเอาคนที่มีความเข้มแข็งในการควบคุมปกครองพื้นที่ของตัวเอง ในขณะเดียวกันในประเทศจีนยุคใกล้ๆ กันในช่วงต้นน่าจะเป็นยุคสุย ยุคถังแล้ว ความยิ่งใหญ่กูคิดว่าเจริญกว่ายุโรปช่วงเดียวกันมาก การรวมตัว ระบบการปกครอง พิธีการถูกขัดเกลามาหลายราชวงศ์ละระบบอยู่ตัวมากกว่ากันเยอะ ทำให้บทสรุปว่าลูกคนโตสืบทอดกิจการตระกูลนี่มันเข้มแข็งกว่าเพราะระยะเวลาปลูกฝังมันเกิดมานาน

คือสรุปที่กูเชื่อแบบนี้เพราะมันอ้างถึงสภาพแวดล้อมความจำเป็นที่แตกต่างกัน ยุโรปช่วงต้นนั้นยังต้องการความเข้มแข็งของตัวบุคคลมากกว่า กูก็เชื่อว่าถ้าลอร์ดไม่รักลูกจนโง่เกินไปก็ควรเอาคนที่มันจะพาวงศ์ตระกูลไปรอดเป็นลำดับแรก เพราะตอนนั้นความอยู่รอดสำคัญกว่า แต่การพัฒนาการ การสั่งสมอะไรต่างๆ ระหว่างยุคมันทำให้พื้นฐานตระกูลเข้มแข็งขึ้น ภายหลังความเข้มแข็งส่วนบุคคลเป็นเรื่องรองละการยึดธรรมเนียมให้ลูกคนโตสืบทอดบรรดาศักดิ์เพื่อป้องกันปัญหาแย่งตำแหน่งค่อยถูกให้ความสำคัญทีหลัง ซึ่งเป็นบทสรุปเดียวกับจีนแต่ยุโรปเกิดขึ้นตามหลังหน่อย เท่าที่จำได้มันเขียนมาประมาณนี้แหละ

ปล. กูก็ไม่ยืนยันว่ากูถูกนะ กูแค่เห็นด้วยกับแนวคิดว่าเลือกคนที่เข้มแข็งเพื่อความอยู่รอดก่อนตามความจำเป็นในช่วงเวลานั้นๆ อะ กูแม่งก็ไม่รู้จะสืบค้นสายสกุลของบรรดาศักดิ์ขุนนางพันกว่าปีก่อนยังไง กูอาจจะผิดก็ได้

177 Nameless Fanboi Posted ID:fvhhnNb3OG

บ่น ๆ
ในนี้ใครเขียนนิยายแล้วสังคมโดยรอบไม่ได้อ่านนิยายบ้างอะ
บางทีมันก็เหงานะ นอกจาก Fc ของกู กับตามเว็ปบอร์ดต่าง ๆ กูก็ไม่รู้จะไปคุยกับใคร

178 Nameless Fanboi Posted ID://h.8FVcPc

>>177 เป็นดิ กูไม่ค่อยได้คุยกับใคร จนมาเจอโม่ง555

180 Nameless Fanboi Posted ID:3/qCXwy+.J

>>177 กูมีคนให้อ่าน แต่ไม่เอาว่ะ ปล่อยให้อ่านแค่แฟนอะดีแล้ว

181 Nameless Fanboi Posted ID:XaRb+3r6ZN

>>177 เคยมีเพื่อน นข เจอกันใน ดด. แต่ก่อนนิยายเขียนไม่จบ แต่รู้พล็อตของกันหมดคือ สนุกมากที่ได้เล่าพล็อตให้กันฟัง จนตอนนี้เพื่อนไม่ได้เขียนแล้วเพราะทำงานหนักและหมดฟีลลิ่ง เศร้านิดๆ แต่ตอนนี้ก็ยังคุยกันเรื่อยๆ เรายังเขียน เพื่อนก็ยังอ่านอยู่บ้าง555

182 Nameless Fanboi Posted ID:sA7phY7OEf

มีใครสนใจเปล่า ใน ดดด

สวัสดีค่ะ วันนี้มีข่าวฝากมาประชาสัมพันธ์ค่ะ

ตอนนี้แจ่มใสกำลังรับสมัครกองบรรณาธิการแนว LOVE อยู่นะคะ
หลายคนอาจสงสัย นิยายแนว LOVE คืออะไร
คือนิยายรักโรแมนติกร่วมสมัยผลงานเขียนของคนไทย ที่พระเอกนางเอกเป็นหนุ่มสาววัยทำงาน เนื้อหา (รวมถึงฉากกุ๊กกิ๊ก) จึงเข้มข้นหนักเบาได้สมวัยค่ะ

คุณสมบัติของผู้ที่สนใจร่วมงานกับกองบรรณาธิการ LOVE มีดังนี้
.
- อายุไม่เกิน 35 ปี
- วุฒิปริญญาตรีไม่จำกัดสาขา
- เป็นคนชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ ย้ำ ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ อ่านได้อ่านดี ชีวิตนี้ขาดหนังสือไม่ได้ และอ่านหนังสือได้หลากหลายประเภท
- มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทัศนคติดี ทำงานเป็นทีมได้
- ทำงานภายใต้ความกดดันได้
.
หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้ และอยากร่วมจับมือเดินทางตามเส้นทางความฝันของคนทำหนังสือ เพียง…
.
- แนบประวัติส่วนตัว แนบรูปถ่าย และลิงก์ facebook
- โชว์ฝีมือเขียนเรียงความในหัวข้อ ‘เหตุผลที่คุณอยากเป็น
คนทำหนังสือ’ ความยาวไม่ต่ำกว่า 1 หน้า A4
- บอกสุดยอดหนังสือในดวงใจ 5 เล่ม พร้อมเหตุผลว่าทำไมถึงรัก 5 เล่มนี้ที่สุด และหนังสือที่ไม่ชอบ 5 เล่ม พร้อมเหตุผลที่ไม่ชอบ

เรียบร้อยแล้วส่งมาที่อีเมล hr@jamsai.com ได้เลยนะคะ โดยใช้ชื่ออีเมลว่า ‘สมัครงานกองบรรณาธิการ LOVE' ค่ะ

กองฯ บรรณาธิการของเรากำลังรอคนมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานดีๆ อยู่ค่ะ

183 Nameless Fanboi Posted ID:sA7phY7OEf

>>182 วังดักแด้

184 Nameless Fanboi Posted ID:iWN0bZMTCP

ในไทยมีกลุ่ม beta reader บ้างยังง่ะ กุมีคนอ่านแต่เขากรี้ดกันอย่างเดียว แรกๆมันก็ดี แต่ผ่านไปปีสองปีแล้วกลับมาดูคือแม่งมีจุดเหี้ยๆเยอะมากกกกก ดูเริ่มรู้สึกว่าเขาอวยกูกันเกินไป อยากได้คนอ่านที่กล้าติ หาจากไหนได้บ้าง ฮือๆ

185 Nameless Fanboi Posted ID:xhmXe5ztt2

>>184 เขากลัวคนเขียนเสียความรู้สึกหรอกมึง ส่วนใหญ่ก็รับกันไม่ได้นะเวลานักอ่านไปติส่วนที่เขาภาคภูมิใจ ปัจจุบันเลยไม่มีใครเถรตรงแล้ว มันมีพวกชอบจริงๆกับพวกมองเห็นข้อควรติแต่เลือกเมินเพราะไม่อยากทำให้เสียใจเนี่ยแหละ ทางที่ดีมึงบอกเขาเองเลย ว่าติได้ แนะนำบลาๆได้

186 Nameless Fanboi Posted ID:UJEuIShABC

>>184 มู้ตู้นิยายไทยไงมึง

187 Nameless Fanboi Posted ID:+yOAzjab2n

>>184 ลองเอามาแปะในนี้สิ แหล่งรวมอคติ ต่อให้นิยายมึงได้ซีไรต์ มันก็จะมีคนหาจุดผิดพลาดมาขยี้จนได้นั่นแหละ

188 Nameless Fanboi Posted ID:RBmvZSRi3B

>>187 ไม่เกี่ยวกับอคติหรือเปล่า แต่คนเราชอบไม่เหมือนกันอะ ตรงไหนใครไม่ชอบก็ติตรงนั้น ไม่ได้แปลว่าเป็นซีไรต์ละทุกคนจะต้องชอบนะ

189 Nameless Fanboi Posted ID:tFsaPYxlO7

>>187 ซีไรต์นี่คนด่ามากกว่านิยายรักอีกมั้ง

190 Nameless Fanboi Posted ID:YYz8qZo22o

>>189 ธัมดา ยิ่งคนอ่านเยอะ โอกาศโดนด่ามันก็เยอะตาม

191 Nameless Fanboi Posted ID:8vxHeQHG2e

>>187 มึงเคยอ่านไส้เดือนตาบอดในเขาวงกตปะ

192 Nameless Fanboi Posted ID:S7EQuMUNDe

>>191 กูอ่าน 555 ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สุด ภาษานี่มองได้สองมุม ยืดยาด ขยายเยอะ กับ ละเอียด หายาก สำหรับกูกูเฉย ๆ บอกไม่ได้ว่าสนุกไม่สนุก แน่ ๆ คือไม่หยิบมาอ่านซ้ำ

193 Nameless Fanboi Posted ID:zQJ1lR61og

>>192 นั่นละ เป็นซีไรต์ที่โม่งพร้อมใจกันสับแล้วมองเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่มีห่าไรเลย ซึ่งกูยังสงสัยอยู่ถึงทุดวันนี้ว่าใช้เกณฑ์ไรตัดสินซะ ความมึนเมาของภาษาอ่อ

194 Nameless Fanboi Posted ID:XsLe9jmDcD

>>193 น่าจะเพราะวน ๆ เวียน ๆ ไม่มีใครเคยเขียนแบบนี้มาก่อน กรรมการเห็นแปลกดีเลยให้มั้ง 555 กูอ่านบทสัมภาษณ์ของเขา เขาบอกว่าเรื่องมันเกี่ยวกับมายาคติของมนุษย์ แต่กูว่าคนเขียนเขียนได้ธรรมดาไปอะ เหมือนแบบเออ พอได้ซีไรต์แล้วก็เลยบอกเก๋ ๆ ว่ามันแฝงสัญลักษณ์อะไรทำนองนั้น แต่เอาเข้าจริงเหมือนเขียนให้วน ๆ ไว้ก่อน เอางง ๆ อะไรไม่รู้ อีกเรื่องที่กูไม่ค่อยชอบก็คนแคระอะ ได้ซีไรต์เหมือนกัน แต่กูก็อ่านแล้วไม่เห็นมีอะไรสักอย่าง ยิ่งงานเขียนเล่มต่อ ๆ มาของนักเขียนคนนี้คือธรรมดามาก ธรรมดาจนสงสัยว่าเคยชนะซีไรต์มาได้ไงวะ เพราะงานเรื่องต่อ ๆ มาแบบกลวงมาก กูเคยดูลิสต์นิยายเข้ารอบซีไรต์ จริง ๆ เรื่องที่เข้ารอบก็ไม่ได้ดีอะไร หลายเล่มเหมือนกันที่กลวง ๆ โดนวิจารณ์ว่าเขียนไม่ดี ซีไรต์สำหรับกูคือไม่ค่อยน่าเชื่อถืออะ ถ้าจะอ่านงานรางวัลคือกูอ่านนิยายแปลเลย

195 Nameless Fanboi Posted ID:z4UP5VFJP6

ขอแทรก พวกมึงใครเป็นนักเขียน กูมาเตือน ใครที่ลงนิยายใน ดด ธวล rw fl ใดๆก็แล้วแต่ระวังด้วยนะช่วง มันมีคนสูบงานไปปล่อยเป็น pdf โดยที่คนทำมันไม่รอให้ออกเล่มด้วยซ้ำ บางเรื่องรู้เลยว่าก๊อปตั้งแต่นักเขียนเอาลงในเว็บต่างๆ เป็นไฟล์ word ที่เอามาแปลงเป็น pdf แม่งไม่รอให้เป็นเล่มด้วยซ้ำ เดี๋ยวนี้สูบกันตั้งแต่นักเขียนลงฟรี พวกใช้กุญแแจ ใช้เหรียญนี่ก็โดน กูเห็นบางเรื่องนักเขียนเพิ่งลงmeb 2 วัน ไฟล์เถื่อนก็มาละ เพื่อนกูเป็นนักเขียนหลายคนก็โดน ซึ่งโดนเยอะมากกูคิดว่าบางเรื่องเจ้าของงานอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำ กูลองเสิร์ชหาใน gg ดูมันไม่ขึ้นนะ แต่คนเขาไปโหลดน่าจะเยอะอะ พวกกูกับคนที่รู้เรื่องพยายามรีพอร์ตแล้ว มันก็ไปเปิดใหม่อยู่ดี ใครรู้จักนักเขียนคนไหนก็เตือนๆกันหน่อยนะ อนุญาตไม่บอกชื่อเว็บนะ ไม่อยากกระจายให้คนรู้เยอะ เดี๋ยวมันจะยิ่งเป็นช่องทางให้พวกเหี้ยๆเข้าไปโหลดเพิ่ม

196 Nameless Fanboi Posted ID:pZ9cnNw0mz

>>195 นี่กำลังคิดว่าจะลง คือ กูไม่มีฐานแฟนคลับเลยแหละ เขาจะเอาของกูไปไหม?

197 Nameless Fanboi Posted ID:UhL4LiWMRO

>>196 เอาหมดแหละ เพราะเวลามันเอาไปปล่อยแค่คนคลิกโหลดมันก็ได้ตังค์ละ

198 Nameless Fanboi Posted ID:g.kMPD4kW+

แนะนำกลุ่มวาดปกในเฟสหน่อยดิ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน

200 Nameless Fanboi Posted ID:y13ftwRaJS

Ky เพื่อนโม่ง ปกติเวลาแต่งนิยายพวกมึงทำทรีตเม้นกันก่อนมั้ย หรือวางพล็อตไว้คร่าวๆ แล้วค่อยไปด้นสดเอา กูเคยคิดจะทำทรีตเม้นแต่เวลาแต่งจริงหน้างานมันไม่เป็นไปตามทรีตเม้นอ่ะ ช่วงหลังกูเลยวางแค่พล็อตคร่าวๆ ให้ไหลไปเอง แต่ติดปัญหาตรงที่แต่งไปสักพักชอบตัน พวกมึงคิดว่าทำทรีตเม้นหรือวางพล็อตคร่าวๆ ดีกว่ากันอ่ะ

201 Nameless Fanboi Posted ID:2UL/wWdH2r

>>200 กูวางพลอตหลักกับปมหลักไว้ ส่วนที่เหลือด้นสดเอา ให้มันไหลไปตามจินตนาการ แต่ให้อยู่กับพล็อตกับปมก็พอ แล้วแต่ละคนนะกูถนัดวางพลอตคร่าวๆ มากกว่า

202 Nameless Fanboi Posted ID:Rh89ECV70f

>>200 วางแค่คร่าว ๆ อะ กูถนัดเขียนไปลงรายละเอียดไป สำหรับกู เวลาทำทรีตเมนต์ไว้หมดแล้วจะไม่อยากลงมือเขียนจริงเพราะรู้รายละเอียดหมดแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

203 Nameless Fanboi Posted ID:Zi15VsolNA

>>198 กูหสเอาตามทวิตเตอร์ ในแท็กอะ

204 Nameless Fanboi Posted ID:Zi15VsolNA

>>198 นึกได้ละ fastwork อะ

205 Nameless Fanboi Posted ID:J0/Uk5HLgN

กูขอถามอะไรที่มันดูโง่ๆหน่อยนะ​ ebookน่ะ​ ถ้าจะเอาลงmep ต้องใส่ปกไปในไฟล์เลยหรือว่าใส่แยกกันต่างหาก

206 Nameless Fanboi Posted ID:UDJlKX15zU

>>205 แยก เพราะเดี๋ยวเมบก็ใส่ปกในไฟล์ให้เอง

207 Nameless Fanboi Posted ID:3MFM+L/atB

Ky กูมาถามในนี้ได้มั้ย ทำไมนิยายเรื่องนี้ข้าไม่ได้เขียนขายดีจังอ่ะเพื่อนโม่ง ยิ่งกว่าแย่งกดบัตรคอน เพราะมีพระเอกยันเหรอวะ กูอ่านเล่ม1-2แล้วเฉยๆ การบรรยายเรื่องค่อนข้างเอื่อนในคหสตกู แต่กูชอบคาร์พี่ชายอ่ะ คือกูก็เป็น1ในคนที่รีบตื่นมากดจองนิยายนั่นแหละ 555555 แต่อยากฟังความเห็นของเพื่อนโม่งคนอื่น คิดว่าทำไมนิยายเรื่องนี้ถึงขายดี

208 Nameless Fanboi Posted ID:rxvSAZO81B

>>207 ผิดมู้ ช่วยใช้มู้ให้ถูกด้วย

ว่าแต่มึงคือ อิตัวที่ไปโชว์รีวิวนิยายจีนเสินเจิ้นที่มู้จันใช่มะ แหมออกตัวแบบเดิมเลยนะ มึงง

209 Nameless Fanboi Posted ID:rxvSAZO81B

>>207 อ้าว กูเบลอคิดวว่ามึงโพสต์ในมู้เสินเจิ้น กราบแนบตัก

210 Nameless Fanboi Posted ID:f2IND6mOpi

>>209 ยังไง>>207 ก็โพสถามผิดมู้อยู่ดี
ประเด็นที่ถามไม่เกี่ยวกับมู้นี้ด้วย
กูไม่เข้าใจทำไมมึงต้องมาถามคนในนี้ที่อาจไม่ได้อ่านพี่ชาย​ เพราะถ้ามึงว่ามันงั้นๆไม่น่าขายดี​ มึงก็ถามในมู้จีนได้อยู่ดี​เพราะคนอ่านพี่ชายอยู่ที่นั่น

211 Nameless Fanboi Posted ID:VJ9rgpsC0K

>>206 แต้งมากก

212 Nameless Fanboi Posted ID:yws9LXs4v5

>>206 แล้วปกหน้ากับปกหลังต้องแยกกันปะ

213 Nameless Fanboi Posted ID:8PUoLD7jL.

>>212 ต้องมีปกหลังด้วยหรอวะ 55 กูลงมาเท่าไรไม่เคยมีนะ แล้วร้านทำปกอีบุ๊กก็ทำเฉพาะปกหน้า เอาจริง ๆ ถ้าคนอ่านอ่านจบหน้าสุดท้ายเขาก็ไม่มาเปิดดูปกหลังอะ มันไม่ใช่หนังสือเล่ม ทำแค่ปกหน้าก็พอมึง แต่ถ้าอยากใส่ปกหลังก็ใส่ในตัวไฟล์ไปเลย แต่กูไม่แนะนำให้ใส่อะ ใส่ไปก็ไม่มีผลอะไรนะ

214 Nameless Fanboi Posted ID:f6XYRa6gnN

ใช่ปกหลังมันเปลืองขนาดไฟล์ของคนอ่าน ให้ใหญ่ขึ้นไปอีก
และไม่น่าส่งผลอะไรต่อยอดขาย... เท่ากับปกหน้าที่ต้องเน้นมากที่สุด

215 Nameless Fanboi Posted ID:T.8YvfxF7y

Ky เพื่อนโม่งปกติพวกมึงอัพนิยายบ่อยแค่ไหนอ่ะ สมมติอัพสัปดาห์ละตอนถือว่าน้อยไปป่าว นักอ่านบอกกูว่าอัพช้าขาดตอน แต่กูทำงานประจำอ่ะ แต่ก่อนกูอัพวันเว้นวันได้เพราะยังไม่ทำงาน กูอยากอัพนิยายทุกวันเหมือนกันแต่ว่างแค่วันเสาร์อาทิตย์ ถ้าอัพสัปดาห์ละตอนนักอ่านจะหายมั้ยวะ หรือกูควรเฟดตัวออกไปดองนิยายสักพัก สต็อกนิยายไว้ให้ได้เยอะๆ แล้วค่อยทยอยลง

216 Nameless Fanboi Posted ID:P+UHT7bG7T

>>215 เขียนจบแล้วค่อยลงไหม กูอัพต่อเนื่อง เกือบทุกวัน วันไหนเขียนเยอะก็ลงสองรอบ ตอนนี้กูสังเกต มันติดท็อปร้อยหมวดนิยายรักหวานแหววด้วยล่ะ ปลื้มเลย แล้วนักอ่านก็เริ่มคอมเม้นท์ให้กูด้วย แต่คือกูมีเวลาเขียนทุกวันนะ

218 Nameless Fanboi Posted ID:6hywlYoHSD

กูมีปัญหากับการสร้างบทตัวร้ายวะ​ วางอีเวนท์ให้แล้วแต่วางจุดประสงค์หรือปมดีๆให้ไม่ได้​ ปมมันดูซ้ำๆเบียวๆไงไม่รู้

219 Nameless Fanboi Posted ID:3C9y6isCDO

>>215 เก่งจัง กูว่าไม่น้อยไปนะ กำลังดีเลย นักอ่านบางคนเขาเคยอ่านงานที่นักเขียนอัพถี่ๆ อัพทุกวี่ทุกวันแล้วอาจจะเคยชินว่านักเขียนทุกคนต้องอัพทุกวัน บางคนก็แต่งดีจนนักอ่านค้างอยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ

กูว่านักเขียนที่อัพได้ทุกอาทิตย์หรือวันเว้นวันเนี่ย เก่งและบริหารเวลาดีมากเลยนะ เคยลองแต่งละใช้เวลาเข็นหนึ่งตอนออกมาเป็นเดือน เลยเลิกเขียนละ เป็นนักอ่านเหมือนเดิมดีกว่า555

220 Nameless Fanboi Posted ID:2tSERHG5rD

เดี๋ยวนีัโม่งเป็นไรไปวะ ล้มเจ้าหีแตดเต็มไปหมด เข้ามาแต่ละที มีแต่ล้มเจ้าๆ ทำกูหมดอารมณ์คุย

221 Nameless Fanboi Posted ID:iYolsWLrO6

>>220 โทรลป่วน sirn ไม่อยู่ กูรำคาญเหมือนกัน เขามาแต่ละรอบเจ้าแต่ล้มเจ้าเห้ไรไม่รู้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้sirnแหกโม่งมันแม่งจะได้หายซ่า

223 Nameless Fanboi Posted ID:iFCB4jzehn

>>215 ที่กูทำคืออาทิตย์ละสองตอนนะ คือพยายามสต็อคตอน หรือซอยตอนอ่ะ

224 Nameless Fanboi Posted ID:iYolsWLrO6

>>219 บางคนแต่งดีจนนักอ่านค้างอยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ แต่ถ้าอัพช้ายังไงนักอ่านก็หายอ่ะมึง กูเคยดองนิยายไปเดือนกว่า นักอ่านหายไปครึ่งนึงเลย เครียดชห TT

225 Nameless Fanboi Posted ID:L+PmeDs5IS

>>224 เรื่องดอง เรื่องช้า กูก็พอใจอาการนี้มันเกิดได้กับทุกคน ด้วยปัจจัยหลากหลาย
ส่วนนักอ่านที่หายก็ได้แต่ทำใจ... พอๆ กับเวลาลุ้นว่ามีคนมาซื้อ ebook ให้ไข่แตกในวันนั้นๆ บางหรือเปล่า

226 Nameless Fanboi Posted ID:lD1ptS+f+z

จัดหน้าอีบุ๊ค ฟ้อนต์ 16 ชะ แล้วคิดราคาแบบไหนดี TT

227 Nameless Fanboi Posted ID:O2dvSIYr6u

>>226 ปกติดูเทียบราคา กับ จำนวนคำ
ปกติ meb มีบอกเอาไว้ให้ดูอยู่แล้วว่า นิยายเล่มนั้นมีกี่คำ
สังเกตจากนิยายเล่มอื่นๆ ที่เขียนแนวเดียวกันก็ได้

228 Nameless Fanboi Posted ID:mgk07t4Liv

>>227 Thanks

229 Nameless Fanboi Posted ID:A18xmciy6M

กำลังเขียนเซตติ้งประเทศที่ไม่เคยไป แต่มีแพสชันต่อที่นี่มาก จะรอดมั้ยเนี่ยย รู้สึกหาเรฟเท่าไหร่ก็ไม่พอ แถมติดอ่านเรฟจนไม่มีเวลาเขียน...

230 Nameless Fanboi Posted ID:a0sMiVSRaj

>>229 รอดสิ แต่มึงอย่าเยอะจนเป็นหนังสือนำเที่ยวก็พอละ

231 Nameless Fanboi Posted ID:0AYHCW7V+f

>>229 หนังต่างประเทศที่มันมาถ่ายไทย กูก็เห็นถ่ายเป็นป่ากับเกาะ ไม่บอกกูก็ไม่รู้ว่าเป็นบ้านตัวเอง

233 Nameless Fanboi Posted ID:zbMJlSqvnR

พวกมึงใช้ภาพปกนิยายที่แต่งในเว็บเป็นรูปอะไรกันวะ
เอารูปของคนอื่นมาเลยได้หรอ กูรู้สึกแปลกๆ แต่เห็นใครเขาก็ทำกันทั้งนั้น
ไม่นับรูปคนจริงนะ กูพูดถึงรูปวาดออริของนักวาดที่เอาลงในโลกออนไลน์อ่ะ
อย่างนางเอกกูหัวดำ กูก็เสิชหารูปวาดผู้หญิงผมดำ พอเจออันที่ใช่ ตรงคาแรคเตอ์ ก็เอามาได้เลยหรอวะ??

234 Nameless Fanboi Posted ID:Kjk5wDG4eR

>>233 ไม่ได้ ยกเว้นภาพนั้นแจก แบบภาพแจกฟรีใน freepik อะ

235 Nameless Fanboi Posted ID:Kjk5wDG4eR

>>233 อ้อ ปกในนิยาย คืออออ จริงๆ มันก็ไม่ควรอะ ส่วนตัวกูจะใช้ภาพใน freepik อะแหละ แล้วก็พวกนายแบบนางแบบ

236 Nameless Fanboi Posted ID:TW+cMMI8Uv

>>233 ถ้าตามหลักจริงๆเลยก็ไม่ได้อะ แต่ส่วนใหญ่นักวาดไม่ได้เอาเรื่อง เพราะ 2 เหตุผลหลักๆ
1.นักวาดไม่รู้
2.นักวาดรู้ แต่เห็นว่านักเขียนไม่ได้เอามาแสวงหากำไร ในกรณีนี้บางทีนักวาดเขาก็อนุโลมอะ ถือว่าโปรโมทภาพวาดในตัว แต่ต้องใส่credit ให้เขานะ สังเกตมั้ยว่ากรณีนี้ พอนักเขียนจะเอาไปทำเล่มทำebook ขาย ก็จะไม่สามารถใช้ภาพวาดพวกนี้ไปประกอบได้โดยเด็ดขาด

แต่ถ้าตั้งใจเอาไปแสวงหาผลกำไรแต่แรก อันนี้ผิดแน่นอนผิดเน้นๆ อย่างเช่นอิพวกนิยายที่ใช้ภาพพวกนี้ไปประกอบแล้วติดเหรียญจริงๆก็ผิดนะ เพราะถือว่าคุณได้กำไรจากส่วนนั้น

และไม่ใช่แค่ภาพวาดหรอกจริงแล้วรูปถ่ายด้วย มันก็มีลิขสิทธิ์ เว้นแต่ภาพวาดหรือรูปถ่ายเหล่านั้น เจ้าของลิขสิทธิ์จะนำมาแจกฟรีเอง

237 Nameless Fanboi Posted ID:Br5QeP.feY

>>233 ทำปกเองแบบบ้าน ๆ ใส่ชื่อเรื่อง ใช้พวกตัวอักษรพิเศษตกแต่งเอา อย่างดอกไม้ ✾ ✽ เปลี่ยนสี ขยายเล็กใหญ่แต่งเอา ไม่ใช่รูปในเน็ต ไม่อยากมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์

238 Nameless Fanboi Posted ID:WoQvBVZw/3

มาถามหาเรื่องลักษณะ Character จำได้ว่ามันไม่ใช่ Alignment อ่ะ แต่มันมีลักษณะคารา 9 แบบกุจำได้ว่าเคยมีคนเขียนเรื่องนี้ใน Facebook มีใครในนี้พอคุ้นบ้างไหมคะ จำได้อีกอย่างว่านักเขียนที่ทำเรื่องนี้เหมือนชื่อลอว์เรนซ์แต่ไม่รู้ว่ามันสะกดแบบไหนหรือเรียกว่าอะไร

239 Nameless Fanboi Posted ID:7pc2.yruLG

>>233 เอามาก็ผิดอะแหละ พวกแจกฟรีเจ้าของจริงๆ เอามาแจกหรือเปล่าไม่รู้ อันนี้อยู่ที่มึงล้วนๆ ถ้าเลือกของฟรีเอารูปในเว็บที่เขาแจกฟรีจริงๆ มาดีกว่ารูปตามเน็ต ส่วนพวกปกรูปวาดมึงรู้อยู่แล้วว่ามันผิด มึงเห็นคนอื่นทำผิดก็อย่าไปเลียนแบบเขา เหมือนมีคนก็อปนิยายมึงไปปล่อย pdf เอาค่าโฆษณา ถ้าเขาบอกมึงว่าเห็นใครๆ ก็ก็อปกันแล้วมึงโอเคไหม ปกนอกปกในภาพประกอบก็ไม่เหมาะ

240 Nameless Fanboi Posted ID:2CxH3qPD9s

>>238 https://www.etbscreenwriting.com/nine-character-types/

241 Nameless Fanboi Posted ID:vfUsd+nrfu

มึงขอถามหน่อย มีใครในนี้แต่งนิยายแนวจีนบ้างปะ คืออยากแต่งนะพล็อตมีอยู่เต็มหัวแต่ไม่กล้าแต่ง เพราะกูพอมีพื้นฐานภาษาจีนมาบ้างจากการที่โรงเรียนบังคับเรียนมา6ปี พอจะถามทางซื้อข้าวแนะนำตัวกับอ่านหนังสือได้ประมาณเด็กอนุบาลถึงป.1
เวลากูอ่านนิยายแนวจีนที่คนไทยแต่งเรื่องธรรมเนียมไม่เท่าไหร่นะเพราะกูจะเบลอเอาว่าเป็นโลกสมมุติ แต่เรื่องชื่ออะมึง หลายเรืองละชื่อมันเหมือนชื่อที่เขาเอาไว้ตั้งชื่อหมาชื่อแมวอะมึง บางคนตั้งชื่อซะเพราะแต่ความหมายจริงคืออะไรก็ไม่รู้
กูอยากรู้ว่าพวกมึงรับมือกับเรื่องแบบนี้กันยังไงหรือว่าเบลอแม่งไปเลยเอาชื่อที่ชอบใจก็พอ อยากแต่งแต่แต่งไม่ลงจริงๆมันตีบตันเรื่องชื่อ แถมจะให้ไปลอกๆชื่ิจากนิยายจีนมากูก็ไม่ได้านพอ

242 Nameless Fanboi Posted ID:l9fkk8bDmS

ค้นจาก google ด้วยคำว่า "แซ่จีน" , "ชื่อจีน" จะมีบทความรวมแซ่จีนและชื่อจีน มาให้เลือก มีที่เขียนเป็นบทความใน dek-d ด้วย ก็เลือกชื่อที่ชอบหรือนำคำจีนที่อยู่ในชื่อที่รู้ความหายมาผสมกัน แล้วหาแซ่ที่ออกเสียงเข้ากัน ถ้าได้แล้วก็นำไปค้นใน google ว่ามีใครใช้ไปยัง ถ้าไม่ซ้ำก็จะดี

243 Nameless Fanboi Posted ID:l9fkk8bDmS

ความหาย >> ความหมาย
เมื่อกี๊พิมพ์เร็วไปหน่อย 555

244 Nameless Fanboi Posted ID:DmNXFgWfuK

หาชื่อจากเว็บตั้งชื่อ behindthename อ่านหนังสือที่คนประเทศนั้นเขียนหลายๆ เรื่อง ดูชื่อนักเขียน ดารา นักการเมือง ความหมายส่วนใหญ่กูจะหาจนรู้ เช็คจนแน่ใจว่ามีคนจริงๆ ใช้ชื่อนี้ กูเขียนแถบอาหรับ แต่คิดว่าแนวจีนก็น่าจะไม่ต่างกัน

245 Nameless Fanboi Posted ID:b0zPRVN2QU

>>233 นี่เพิ่งเห็นจากอีบุ๊คเลย เอาภาพแบบนายแบบนางแบบเกาหลีมาอะ ได้เหรอวะ

246 Nameless Fanboi Posted ID:2+XoPNtmqk

ฉู่เฉียวนี่เ

247 Nameless Fanboi Posted ID:2+XoPNtmqk

>>246 โทดๆ กุมือลั่น ถามผิดมู้

248 Nameless Fanboi Posted ID:HF4K4ut3uq

ใน meb นี่รายงาน meb เรื่องปดละเมิด ลข ได้ปะวะ

249 Nameless Fanboi Posted ID:U0OzBSPkBf

>>248 ได้ดิไปที่ติดต่อเราแล้วพิมพ์ใส่ๆ ไป เดี๋ยว admin มันมาตอบเอง

250 Nameless Fanboi Posted ID:y15SoZnuMJ

>>249 กูเห็นว่ามันน่านะละเมิด เพราะเหมือนภาพใน pin แบบภาพคู่รักเกาหลีอะไรงี้อะ คือกูไม่ใช่เจ้าของภาพ กํจะตรวจสอบไงดีว่า ภาพมันไม่ถูก ลข

251 Nameless Fanboi Posted ID:6wdCnxPSRL

>>250 มึงแจ้งไปก่อนก็ได้มั้ง เดี๋ยวแอดมินก็ไปถามเจ้าของเรื่องเอง ถ้าเขาซื้อภาพมาเว็บสต็อกทั้งหลายแหล่ (ถ้าคิดในแง่ดี) เขาก็มีหลักฐานมาชี้แจงเองแหละ ถ้าไม่มีแอดมินก๋คงให้เปลี่ยน

252 Nameless Fanboi Posted ID:nqzEPHtqMo

กูขอปรึกษาเรื่องการส่งงานสนพ.หน่อยนะโม่ง
คือกูแต่งนิยายความยาวสองเล่มจบ(กูรวมไฟล์แล้วได้จำนวนหน้า 500+ เป็นนินายสองภาค) ทีนี้กูเล็งไว้สองสนพ.คือ1168กับเอ็นเธอ เพราะกูชอบสองสนพ.นี้อะนะ ออกงานเรื่อยๆไม่แพ แต่ช่วงนี้เอ็นเธอก็ออกนิยายแปลรัวๆไม่เห็นนิยายไทยเลย 1168 ก็ออกกู๊ดนิยายเรื่องเก่าๆถี่กว่ารูปเล่มใหม่อีก กูเลยลังเลว่าจะส่งดีมั้ยวะ หรือลองทำมือเอง คือกูก็อยากได้ตีพิมพ์สักครั้งในชีวิตนักเขียนอ่ะนะ แต่ดูสภาพการณ์ตอนนี้วงการซบเซานำเข้าแต่นิยายแปลรัวๆสนพ.ที่รับงานแฟนตาซีไทยน้อยลงมากเลยอะ โม่งไหนเคยมีประสบการณ์กับสองสนพ.นี้ช่วยแชร์ที อ้อ ไม่ต้องแนะนำกูไปสถาพรนะ พอกูรู้ดราม่ามิกซ์แฟนฟิคก็แอนตี้สนพ.นี้ละ

253 Nameless Fanboi Posted ID:/de7MOlP/Y

>>252 ถ้ามึงมีฐานคนอ่านอยู่ ทำมือเอง ขายอีบุ๊คเอง เงินดีกว่า ลงทุนปกสวยๆบาดตาบาดใจหน่อย
ถ้าไม่มั่นใจก็ส่งสนพ
ที่ไหนรับก็ส่งๆไปก่อน ส่งทีละสนพ.นะ มึงยังโนเนม เลือกอะไรมากไม่ได้หรอก
ถ้าสมมติว่าผ่าน ก็ค่อยมาดูเรื่องผลตอบแทนอีกที อย่ามัวแต่รีๆรอๆว่าจะส่งหรือจะทำมือ นิยายในตลาดมันเยอะ ของมันมาไวไปไว

254 Nameless Fanboi Posted ID:+pglLFNgJw

>>252 เออ รีบตัดสินใจ แต่เป็นกูกูมองความเซฟมากกว่า กูคงส่งสนพ.อะ เพราะไม่มีประสบการณ์การทำมือ กูเขียนนิยายรักโรแมนซ์ลงอีบุ๊ก โนเนมมาก ไม่ได้โปรโมทห่าไรด้วย มีเล่มนึงติดสายสะพายแล้ว แต่มันก็ยังได้แค่นั้นอะ รายได้ไม่ได้ดีเวอร์ พอถูไถ กูโปรโมทไม่เป็น อันนี้คือจุดบกพร่องหลักมาก ๆ ซึ่งมันทำให้งานกูขายได้ไม่เยอะเท่าไร กูเลยคิดอยากส่งสนพ.มากกว่า เขามีระบบทำงานของเขา

255 Nameless Fanboi Posted ID:vz6W0Lqr78

>>253 กูมีแฟนคลับตามในนิยายอยู่สองพันกว่า แต่ตามเพจจริงสามร้อยกว่า กูจะควรจะวัดยอดแฟนจากไหนดีวะ ถ้าทำมือจริงกูกะเอาสัก 100 เล่มพอ เคยถายเพื่อนที่ทำโดจินขายเขาบอก 100 เล่มนี่คือกำลังดี ไม่ขาดไม่เกิน งบเฉลี่ยโอเค แต่ก็เสมอตัวอะไม่ขาดทุนมสกแต่กำไรก็น้อย
>>254 กูก็โปรโมทไม่เก่ง555 แชร์ลงเพจตัวเองหรือไปฝากตามกระทู้ตามหานิยายเท่านั้น แต่ส่งสนพ.ก็กลัวปัญหาจุกจิกอย่างเลือกนักวาดหรือสั่งตัดเนื้ิหาทิ้งงี้ คือกูอยากเลือกนักวาดเองอะ(เพื่อนกูเอง อยากช่วยอุดหนุน) แต่พวกสนพ.เขามักจะมีนักวาดประจำอยู่ไง

256 Nameless Fanboi Posted ID:AG4CN4uJBb

>>255 ยึดตามที่ลงนิยายเลย ไม่ต้องยึดตามเพจ บางคนยอดไลก์เพจน้อย แต่ทำมือทียอดจองเยอะมาก ๆ ก็มี บางคนยอดไลก์เพจเยอะ แต่จองน้อยก็มีเหมือนกัน ขึ้นกับว่ามีแฟนคลับอ่านในหน้าเว็บมากแค่ไหนจริง ๆ ถ้าจะทำมือก็เริ่มน้อย ๆ ให้ตัวเองไม่เข้าเนื้อก่อน ถือว่าชิมลางก่อนก็ได้ จะได้รู้ว่าต่อไปจะเลือกทางไหนดี

257 Nameless Fanboi Posted ID:cFq/GMtmg8

กูเคยออกงานกับสนพ. แต่หลังจากนั้นก็ส่งงานไม่ผ่าน กูควรจะกอบกู้สภาพจิตใจหลังจากส่งนิยายไม่ผ่านติดๆกันหลายครั้งกลับคืนมายังไงดีวะ กูท้อมาก หรือกูไม่ควรเดินบนเส้นทางนี้แล้ว

258 Nameless Fanboi Posted ID:b+EcrCsY4O

>>257 ลองเปลี่ยน สนพ.หรือยังอะ หรือ เดี๋ยวนี้ นข ต้องสังกัด สนพ.

259 Nameless Fanboi Posted ID:AG4CN4uJBb

>>257 ขอถามได้มั้ย สนพ.ไหนอะ เขาให้เหตุผลบ้างไหมว่าทำไมไม่ผ่าน

260 Nameless Fanboi Posted ID:1WcdXHx2qo

>>252 มึงไม่ต้องคิดมากมึงกรองด้วยตัวมึงมาแล้วระดับหนึ่ง ส่งๆ ไปเถอะ มึงอาจจะไม่ได้ตีพิมพ์กับทั้งสองที่ก็ได้ ถ้าไม่ผ่านที่หนึ่งจะได้รีบส่งไปอีกที่ไม่เสียเวลา

>>255 ยอดจริงมันได้แต่ประมาณเอา แล้วแต่แนวเรื่องด้วยแต่อย่างมึงนี่ไปลงตอนใหม่ในนิยายตัวเองจะได้ผลสุด แปะลงเพจมีผลไม่มากถ้ามึงไม่ยิงโฆษณาเพราะคนมึงไม่ได้เยอะ ลูกเพจบางคนก็ไม่เห็น กูบอกเลยว่าเพจเป็นหมื่นจะให้ยอดขายขึ้นพันยังยากเลยถ้าเรื่องไม่ดีโฆษณาเปิดจองไม่เห็น ส่วนพวกกระทู้อะไรนั่นอย่าไปคาดหวัง ได้สักคนก็บุญแล้ว ตรงนั้นมันไม่ค่อยมีนักอ่านที่ยอมจ่ายเงินซื้องานหรอก มีแต่นักเขียนจ้องขายด้วยกันทั้งนั้น มึงลงไปร้อยรอบกับลงในหน้านิยายตัวเองรอบเดียว ขายในหน้านิยายมึงมีประโยชน์กว่าเยอะ ถ้ายอดไม่มากมึงพิมพ์ดิจิตอลได้ ไปขอใบเสนอราคาเขาก่อน บอกยอดเขาสัก 50 ก่อนก็ได้มึงจะได้ประมาณราคาคร่าวๆ ถูก พิมพ์มากขึ้นเขาอาจจะลดให้นิดหน่อยหรืออาจจะไม่ลดเลยถ้าไม่ได้พิมพ์สักสามร้อยเล่มขึ้นไปคงลดไม่เยอะ ถ้าลูกค้ามึงจองเกินมึงค่อยไปขอใบเสนอราคาใหม่อีกรอบอาจได้ราคาถูกลง คงไม่แพงขึ้น

>>257 มึงไปทำมือเอง บางทีมึงต้องดูงานตัวเองด้วยว่ามันน่าจะขายหรือเปล่า ดูเอาตามความเป็นจริงอย่าโกหกตัวเอง อย่าคิดว่าเคยออกแล้วมึงเจ๋งมาก งานมึงต้องผ่านตลอดๆ บางทีมันไม่ไปกับตลาดตอนนี้แล้วหรือบางที สนพ. อาจจะมองพลาดหรือดูแล้วไม่คุ้มจะทำ มึงไม่ผ่านก็ทำ ebook เขียนเรื่องใหม่ อย่าจมกับความผิดหวังมันเสียเวลา ถ้ามึงไม่รู้ว่าทำไมงานตัวเองไม่ผ่าน หรือไม่รู้ว่ามันน่าจะขายได้ไม่ได้ มึงไม่ต้องทำเป็นอาชีพ ทำเป็นงานอดิเรกก็พอ กูให้เหตุผลแทน สนพ. เอง มันมีเหตุผลเดียวคือถ้าออกแล้วเขามองว่างานมึงไม่ทำกำไรให้เขา มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอก บางทีงานมึงอาจจะดีแต่ไม่ขาย หรืองานมึงแม่งไม่ดีแต่ให้ตอบตรงก็กลัวจะเสียน้ำใจ หรือมันก้ำกึ่ง เหมือนจะขายได้แต่ก็อาจไม่ได้กำไรอะไร อาจเหนื่อยเปล่าที่จะทำ แบบนี้ถ้ามึงเอาไปทำเองรับคนเดียวมันเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าต้องมาแบ่งกันกับ สนพ.

261 Nameless Fanboi Posted ID:XBcsYiOkcj

>>257 ขาย e-book เอาดิ สมัยนี้ช่องทางนี้ง่ายมากๆ แล้ว
หัดทำปกเอง หัดจัดรูปเล่มเอง ไม่นานก็เป็น
เงินก้อนอาจไม่เยอะเท่าที่ได้ สนพ. ในตอนแรกๆ แต่พอมีฐานแฟนคลับของตัวเองก็จะสบายขึ้น
กูเห็น นักเขียนบางคน สนพ. ขายผลงานของนางไม่ดี ก็ไม่รับผลงานใหม่เช่นกัน
นางก็เขียนออก e-book เอง ทำไปทำมา 5-6 ปี มีฐานแฟนคลับเองมากเรื่อยๆ
ผลงานเก่า+ใหม่ขายได้เรื่อยๆ ก็เห็นออกรถป้ายแดง ผ่อนส่งสบายๆ เฉลี่ยเดือนหนึ่งๆ ชอบเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้

262 Nameless Fanboi Posted ID:Pwzc8wOgAC

ขอบใจเพื่อนโม่งมาก กูตัดสินใจได้ละว่าทำมือเองดีกว่า ไม่เสี่ยงดวงกับสนพ.ละ เริ่มที่อีบุ๊คก่อน พอรายได้มากพอค่อยออกเล่มละกัน

263 Nameless Fanboi Posted ID:/EiZgmmHvN

นิยายเล่มนึงควรเอากำไรสักกี่บาทวะ

264 Nameless Fanboi Posted ID:HgHECo3.ta

>>263 ส่วนใหญ่ดูเทียบคำ หาดูได้ในเมพ
เช่น ห้าหมื่นคำ - แสนคำ ช่วงราคาประมาณเท่าไร แสนกว่าคำ ควรจะมีราคาเท่าไร
ก็หาดูเทียบกับแนวนิยายที่เขียนได้
เพราะถ้าราคาโดดมากไปจะโดนคนอ่านบ่นด่าได้อีก นอกจากมีแฟนคลับแน่นจริงๆ ในเรื่องนั้นๆ

265 Nameless Fanboi Posted ID:s+IEJ4WIGt

สมัยเริ่มเขียนนิยายใหม่ๆตอนเป็นเด็กน้อยมัธยมกูทำพฤติกรรมไม่ดีอย่างลอกฉาก ก็อปบทสนทนาหรือเอากลิ่นไอนิยายเรื่องอื่นมาใส่ในนิยายกูซะเยอะ บางอันที่เอาเค้าโครงมา คำบรรยายไม่เหมือนกันซะทีเดียวแต่อ่านแล้วรู้เลยว่ามาจากเรื่องไหน ตอนนี้กูไม่ได้ทำแบบนั้นแล้วเพราะกูเก่งขึ้น(มั้ง)และกูละอายใจ ประเด็นคือกูเริ่มจะมีคนติดตามมากขึ้นแล้วก็มีคนขุดเอางานเก่าๆกูที่เขียนลงเน็ตมาด่าว่ากูลอก ซึ่งกูก็ยอมรับผิดเรื่องลอกและขอโทษไปแล้ว แต่มันก็ดราม่าไม่จบซักที กูควรระเบิดแอคเคาน์ทิ้งแล้วไปเริ่มต้นใหม่เลยหรือเขียนต่อไปในนามปากกานี้ดีวะ เพราะกูอยากทำเป็นอาชีพจริงจังแล้ว แต่พอคิดเรื่องลอกทีไรกูก็ละอายตัวเองทุกที แต่ให้ทิ้งแอคเคาน์นี้ก็แอบเสียดายนิยายที่เขียนค้างไว้กับคนติดตามอะ

266 Nameless Fanboi Posted ID:P2kthirDW2

กู 257 เด้อ ขอบคุณเพื่อนโม่งมากๆสำหรับคำแนะนำ ที่ผ่านมาหลงตัวเองว่ะ คิดว่าเคยผ่านเขาก็ต้องรับ มองว่างานตัวเองเจ๋ง นั่นนี่
มองกลับไปงานกูก็ขายไม่ดีจริงๆนั่นแหละ ยิ่งอ่านความเห็น 260 กูจุกไปเลย ถูกต้องมาก ถูกทุกอย่าง ขอบใจนะมึง หลายอย่างกูหลอกตัวเอง
พอไม่สมหวังแล้วแม่งรู้สึกเหมือนเป็นคนขี้แพ้ฉิบหาย

267 Nameless Fanboi Posted ID:CXKaHcv8jD

>>266 มาให้กำลังใจมึงละกัน สู้ๆนะมึง งานไม่ผ่านวันนี้มันไม่ได้แปลว่ามึงไร้ความสามารถนะ งานนี้มึงลองขาย ebook ดูก็ได้ อย่างน้อยไหนๆก็แต่งมาละ จากนั้นก็ลองเขียนเรื่องใหม่ดู แล้วศึกษาแนวๆที่ตลาดชอบด้วย ไม่แน่บางทีเรื่องหน้าอาจจะปังก็ได้นะ ถ้ามึงไม่ลองก็ไม่รู้อะเนอะ

268 Nameless Fanboi Posted ID:V9y4PDdNxB

>>265 ถ้ามึงไม่อยากลบแอคเคาท์มึงก็ลบนิยายที่มึงเคยลอกทิ้ง ถ้ามึงละอายใจจริงมึงก็ลบได้ สมัยม.ต้นก็เคยก็อปคาร์ตัวละครเรื่องอื่นมาใส่นิยายแต่กูยอมลบนิยายเรื่องนั้นทิ้งทั้งเรื่องแล้วขอโทษนขเจ้าของเรื่อง แต่ถ้ามึงยังไม่ลบเสียดายนิยายยังไงก็มีแต่คนด่า ตามขุดประวัติมึงมาซ้ำอีกเพราะที่มึงทำแบบนี้เหมือนไม่ได้สำนึกผิดอ่ะ

269 Nameless Fanboi Posted ID:Cgcg3mqLAL

Ky มีนิยายเรื่องไหนไม่เคยโดนนักอ่านด่า/วิจารณ์แรงๆบ้างมั้ยวะ ช่วงนี้กูโครตท้ออ่ะ เพิ่งกลับมาแต่งนิยายโดนนักอ่านด่าตัวละครในเรื่องแล้วลามมาด่ากูต่อ อยากเลิกแต่งนิยายแม่งแต่เลิกไม่ได้ มีมั้ยวะนิยายที่ไม่เคยโดนนักอ่านด่า/วิจารณ์แรงๆไรงี้ กูจะเข้าไปอ่านบ้างเผื่อได้แนวทางใหม่ ; 7 ;

270 Nameless Fanboi Posted ID:eWG5KPVa5I

>>269 ก็แนวซอล์ฟๆ อะที่จะไม่ค่อยโดน มันไม่มีเรื่องไหนไม่เคยโดนด่าหรอก ไม่มากก็น้อย แล้วแต่จะมีคนมาเห็นมั้ย สต.กูอ่านแฟนตาซีในเด็กดวกอะ ตรงไหนเด็กกระโปกแยกแยะไม่เป็นอยู่เยอะ กูจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่ง เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ

271 Nameless Fanboi Posted ID:IKIIn/uhM8

>>269 กอดมึงนะ สงสาร
กูว่านิยายสมัยนี้โดนด่ากันหมดแหละ ถ้าไม่ด่าในเม้นต์เรื่องก็เอามาด่าในพื้นที่ส่วนตัวอย่างทวิตหรือเฟซ หรือไม่ก็เอามาด่าในโม่ง คือยังไงถึงไม่โดนต่อหน้าก็โดนลับหลังอะ
มึงเข้มแข็งเอาไว้ละกัน อย่าเอาคำด่าพวกนี้มารบกวนจิตใจมาก ทำใจให้สบายๆจะได้มีแรงใจแต่งนิยายต่อ

272 Nameless Fanboi Posted ID:9oaaD1TG0h

>>269 จากประสบการณ์
พวกที่ชอบด่าแบบไร้เหตุผล ก็ไม่ควรไปสนใจอะไรมากนัก
พวกนี้ไม่ได้ทำให้ยอดขายของมึงดีขึ้นอะไร นอกจากทำให้สุขภาพจิตเสียเปล่าๆ
แต่ถ้าด่าแล้วมีเหตุผล มึงค่อยสนใจมากหน่อยเท่านั้น... เพราะอันนี้จะดีในแง่ที่คนอ่านอินจริงๆ กับเนื้อเรื่องหรือตัวละคร
ส่วนพวกก๊าก เถื่อน ไม่สุภาพ มึงลบคอมเมนต์ในหน้านิยายมึงทิ้งไปเลย หมดเรื่อง

273 Nameless Fanboi Posted ID:xZ90MNChG4

กูแต่งลงธัญละมีคนเมนต์ว่า เห้อออ (เหมือนเหนื่อยใจจะอ่านอะมึง) ละก็เมนต์ทำนองว่าแต่งแบบนี้ให้ได้อะไรขึ้นมา กูลบทิ้งแม่งเลยเสียเวลา คนอ่านคนอื่นที่รอซื้ออีบุ๊กกูก็มี ไม่จำเป็นต้องสนใจอีเหี้ยนี่ ให้มันประสาทแดกไปคนเดียวเถอะ กูเขียนนิยายมาสิบปียังไม่เคยไปเมนต์กวนประสาทคนอื่นแบบนั้นเลย

274 Nameless Fanboi Posted ID:cam8HghGD+

>>269 กูว่าไม่มีเรื่องไหนไม่โดนด่า/วิจารณ์อรงๆนะ ยกเว้นเรื่องนั้นไม่มีคนอ่าน 5555555 กูเคยโดนนักอ่านติแรงๆ ใช้คำแรงๆ หลายรอบ มันมีนักอ่านประเภทอวตารมาด่าโดยเฉพาะก็มีอ่ะ คือแอนตี้แฟน กูโดนจนชินแต่ก็เขียนต่อไป 55555 วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือมึงตั้งใจเขียนให้ดีเขียนให้ดัง เมินคอมเม้นพวกนั้นไป คำวิจารณ์ดีๆก็รับมาปรับปรุง ส่วนคำวิจารณ์ที่สักแต่ใช้อารมณ์ก็เมินมันไป ยิ่งเก็บมาใส่ใจมึงยิ่งแต่งไม่ออกนะ บั่นทอนสมองบั่นทอนจิตใจเปล่าๆ

275 Nameless Fanboi Posted ID:hXBRy/Mf8U

มีคนเม้นด่าก็ยงดีกว่าไม่มีคนเม้นเลยนะเมิง อย่างน้อยก็รู้ว่าเขาอ่านเรื่องเมิง แล้วก็อินมากๆๆๆๆๆ

276 Nameless Fanboi Posted ID:Rv.1GTt4X1

>>275 แต่เม้นด่าแบบนิยายขยะอะไรแบบนี้ก็ไม่ไหวนะมึง 555555 ถ้าเม้นแบบนี้โครตบั่นทอนนขอ่ะสู้ไม่เม้นไปเลยดีกว่า จะว่าไปอาชีพนขนี่เสี่ยงเป็นซึมเศร้าสูงนะ ถ้าใครทนแรงกดดันหรือคำวิจารณ์หนักๆไม่ได้หาที่ระบายไม่ออกนี่น่ากลัวอ่ะ

277 Nameless Fanboi Posted ID:MJyh/fEVZt

>>276 อันนี้จริงๆ
แล้วยิ่งอาชีพนี้มันเป็นอาชีพที่อยู่กับตัวเองบ่อย มันเสี่ยงมากอะมึง ตัวกูนี่ไม่ใช่นักเขียนแต่กูทำงานอยู่บ้าน วันๆไม่ค่อยได้ออกไปไหนคุยกับใคร มันดิ่งง่ายจริงๆอะ
กูเข้ามาเป็นกำลังใจให้นักเขียนทุกคนละกัน พวกมึงสู้ๆนะ รักษาจิตใจตัวเองด้วยนะ

278 Nameless Fanboi Posted ID:evatT2CgYZ

สอบถามหน่อยครับ
เห็นมีคนบอกว่าถ้าพิมพ์หนังสือ 1000 เล่มขึ้นไปราคาต่อเล่มมันจะถูกลง จริงปะ?

279 Nameless Fanboi Posted ID:9UVeTxVQKU

>>278 ใช่ ยิ่งพิมพ์เยอะต้นทุนต่อเล่มยิ่งถูก

280 Nameless Fanboi Posted ID:YBpz5MBHso

>>278 เริ่มถูกตั้งแต่ เกิน 300 เล่มแล้วเพราะมันพิมพ์ออฟเซ็ตได้ ต่ำกว่านั้นพิมพ์แบบดิจิทัล ยิ่งถึงพันเล่มยิ่งถูกมาก

281 Nameless Fanboi Posted ID:evatT2CgYZ

>>280 มันถูกกว่าธรรมดาประมาณกี่เปอร์เซ็นอะครับ

282 Nameless Fanboi Posted ID:mnHivz+Cb.

>>281 ปัจจัยมันหลายอย่างนะ มันมีเรื่องโรงพิมพ์กับจำนวนหน้าแล้วก็ออฟชั่นเสริมด้วย แต่ถ้าเอาโรงพิมพ์เดียวกันมาเทียบราคา สมมุติพิมพ์ 300 เล่มตกเล่มละ 150 บาท (อันนี้สมมุตินะ) พิมพ์ดิจิตัลอาจจะตกเล่มละ 160-170 (บางแห่งไม่รับพิมพ์จำนวนน้อย) ถ้าพิมพ์เป็นพันเล่มราคาอาจจะเหลือเล่มละไม่ถึง 80 บาท อันนี้เฉพาะค่าพิมพ์ ถ้าไปรวมทุนอื่นพวกวาดปก พิสูจน์อักษรด้วย ยิงพิมพ์เยอะก็จะต่างชัด เช่นเราพิมพ์ 300 คาวาดปก 9000 งั้นเฉลี่ยก็เพิ่มทุนไปเล่มละ 30 (อันนี้สมมุติให้เข้าใจง่ายๆ นะ) ก็จะกลายเป็นตกเล่มละ 180 (ยังไม่รวมค่าพิสูจน์อักษร) ถ้าเราพิมพ์ 1 พันเล่ม ต้นทุนก็ตกเพิ่มเล่มละ 9 บาท พอพิมพ์ออกมาแล้วก็ก็อาจจะตกเล่มละ 80 กว่าบาท เป็นต้น ต่างกันเป็น 100 ละ เทียบเป็น % ก็เกิน 100 % อีก ยังไม่รวมพวกงานบรรณาธิการ พิสูจน์อักษรเลย พวกนี้เอามากองๆ กัน ทำทีเดียว พิมพ์น้อยทุนต่อเล่มก็แพง แน่นอนว่าบางคนก็ไม่ไปจ่ายพวกนี้หรอก ทำเองหมดก็มี แต่ส่วนใหญ่มักจะมีค่าวาดปก ราคาก็แล้วแต่คนแล้วแต่เล่ม บางคนอาจจะจ่ายค่าวาดปกแค่ 1000-2000 ก็ได้ ตามคุณภาพงานกับกำลังทรัพย์คนเขียน ทุนค่าวาดมันก็ไม่ถึงเล่มละ 30 แล้ว แต่กูบอกละเอียดเป็น % ไม่ได้นะ ปัจจัยการทำงานมันมีรายละเอียดเยอะ แต่ 300 เล่มกับ 1000 เล่มนี่ต้นทุนต่เล่มน่าจะต่างกันเกินเท่าตัว ถ้าจะถามว่าทำไมคนไม่พิมพ์เยอะๆ ไปเลยเพราะถูก พิมพ์เยอะมันใช้เงินเยอะ หมดเป็นแสน บางคนไม่ไหวก็เอาเท่าที่ไหว เลยพิมพ์กันน้อยๆ แทน

283 Nameless Fanboi Posted ID:evatT2CgYZ

>>282 ขอบคุณครับ

284 Nameless Fanboi Posted ID:/XPjK.pPfb

กำลังคิดจะทำหนังสือทำมือค่ะ แต่ไม่รู้รายละเอียดเลย ว่าต้องยังไงก่อน ต้องทำบรีฟ คุยกับโรงพิมพ์ให้ตกลงแน่ชัดก่อนเปิดพรีใช่มั้ย ซีเรียส

285 Nameless Fanboi Posted ID:kHiJIXHzCD

>>284 ลองศึกษาจากอันนี้ดู

https://my.dek-d.com/hayashikisara/writer/view.php?id=937543

286 Nameless Fanboi Posted ID:DogznfBZQK

>>284 ไปถามรายละเอียดโรงพิมพ์ว่าเขาต้องการอะไรบ้างเขาจะให้รายละเอียดมาเพื่อนำไปขอใบเสนอราคา มันมีตั้งแต่ขนาดหนังสือ ความหนาของกระดาษ จำนวนหน้า ปกพิมพ์ด้านหรือพิมพ์มัน ใช้ไฟล์นามสกุลอะไรได้บ้าง แต่ละที่บางทีเรื่องไฟล์ไปจนถึงแบบตัวอักษรเกิดมีปัญหาก็มี ถ้ามีความสามารถจัดการหรือพอมีประสบการณ์จะประเมินคร่าวๆ ก่อนพอได้ จะเปิดก่อนเปิดหลังพรีได้ทั้งนั้น แต่ถ้าไม่เคยทำเลยไปถามราคาโรงพิมพ์ให้แน่ใจก่อนว่าจะไม่เข้าเนื้อ

287 Nameless Fanboi Posted ID:9QFoiYy36g

>>284 ไม่เคยทำมาก่อนมักจะงง ให้เลือกหนังสือที่พิมพ์ปัจจุบันซักเล่มที่เราชอบ แล้วไปถามสำนักพิมพ์ว่าพิมพ์ประมาณนี้ กระดาษปกแบบนี้ ด้านแบบนี้ มันแบบนี้ กระดาษเนื้อในแบบนี้ คิดเล่มละเท่าไหร่ โรงพิมพ์จะบอกได้ทันที แล้วตัวเองก็จะรู้ด้วยว่ามันจะออกมาเป็นอย่างที่ชอบหรือไม่ชอบ

288 Nameless Fanboi Posted ID:UzWnmxN4BH

ใน meb เราสามารถใช้สองไอดี ได้ปะ แบบลงนิยายแยกจากกันไรงี้ แล้วคนละไอดี ใช้บัญชีเดียวกันได้ปะ

289 Nameless Fanboi Posted ID:dyfUXWmrkd

>>288 ได้ ก็แค่สมัคร กรอกชื่อยูเนมใหม่เท่านั้น
หรือไม่ก็ใช้ยูเนมเดิม แต่เวลาอัพขายเรื่องใหม่ กรอกแยกนามปากกาเอา (อันนี้เหมือนชื่อยูเนมเก่าจะเป็นหลัก ในชื่อสนพ.)

290 Nameless Fanboi Posted ID:sT/KiTLgx8

>>289 จะแยก เพราะอยากเขียนอะไรชั่วๆ แยกจากใสๆ 555555

291 Nameless Fanboi Posted ID:8GhvjE277x

>>288 ถ้าจะไม่ให้ปนกับนามเดิม ใฃ้เมล์ใหม่สมัคร แต่ตอนสมัครแจ้งชื่อจริงกับบัญชีธนาคารก็ใช้อันเดิม นามปากกามันจะแยกกันเด็ดขาด แต่ยังรับเงินค่าขายที่ชื่อกับบัญชีเดิม

292 Nameless Fanboi Posted ID:8GhvjE277x

>>284 สเป็กหนังสือนิยายทั่วไป โรงพิมพ์มีอยู่แล้ว ที่เขาอยากได้คือจำนวนหน้า กับยอดพิมพ์ขั้นต่ำ
- จำนวนหน้า เอาที่ 16 หารลงตัว จะคุ้มที่สุด
- แจ้งยอดพิมพ์เขาไป เช่น ใจนี่อยากพิมพ์ 100 ก็ลองถามที่ 100-200-300 ดู จะได้เทียบราคาทุน เราพิมพ์เพิ่มอีกนิดหน่อยแต่ราคาทุนต่อเล่มลดลงเยอะ ก็อาจจะพิมพ์มากขึ้น ค่อยเก็บไว้ขายทีหลัง
-ลองต่อรองขอโปสการ์ด ที่คั่น กับซีลฟรีได้มั้ย คือโปสการ์ดกับที่คั่น เขาให้ได้อยู่แล้วเพราะเป็นกระดาษเหลือจากทำปก แต่ซีลพลาสติกนี่บางโรงพิมพ์เก็บตังค์
-เสนอราคาไม่เอา vat ได้มั้ย
-ค่าส่งหนังสือหลังพิมพ์เสร็จ ส่งฟรีไหม บางโรงพิมพ์ส่งฟรีใน กทม ปริมณฑล ให้ 2 จุด หรือต้องจ่ายตามจริงจะส่งยังไง ขนส่งเอกชน ฯลฯ

สำคัญคือต้องได้ราคาจากโรงพิมพ์มาคร่าวๆ ก่อน จะได้มาตั้งราคาขายของเราที่มันไม่เจ็บตัว เวลาเปิดจอง ถ้าเรามีของแถมเป็นที่คั่น โปส ก็จะได้โฆษณากับคนอ่านไปเลย

293 Nameless Fanboi Posted ID:i3X0wKetRo

>>292 thank you teacher

294 Nameless Fanboi Posted ID:4.i.ObvQPY

ใน meb ได้กี่โหลดถึงจะแถบแดงอะ 100 ขึ้น?

295 Nameless Fanboi Posted ID:.RkU0eViyA

>>294 ไม่ตายตัว แต่เกินร้อย บางเล่มกูได้ตอนเกือบจะสองร้อยแล้วค่อยขึ้นให้

296 Nameless Fanboi Posted ID:78+mXjpnxI

>>295 ขอบคุณฮะ กำลังลุ้นของตัวเองอยู่ ถ้าได้บ้างก็ดี อยากได้ 5555

297 Nameless Fanboi Posted ID:1ErERP783+

>>292 มีโรงพิมพ์ไหน แนะนำป่าว

298 Nameless Fanboi Posted ID:3AQBD6ok3q

>>297 เคยใช้อยู่ไม่กี่ที่ บางโรงก็ฟังเขาเล่ามา เลยไม่กล้าแนะนำ ช่วงหลังนี้มีโรงพิมพ์ให้เลือกเยอะ ต้องลองถามจากนักเขียนที่ทำมือบ่อยๆ ส่วนมากก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย พิมพ์ดีบริการดีมากแต่ราคาแพงก็มี อันที่ราคาถูกสีปกเพี้ยนก็มี บางโรงพิมพ์ดีแต่แพ็กหนังสือส่งไม่ดีทำหนังสือพัง ต้องเคลมก็มี ฯลฯ

299 Nameless Fanboi Posted ID:2GTd3NX+an

นอกจาก meb ลงอีบุ๊คที่ไหนดี?

300 Nameless Fanboi Posted ID:dctK8F0.NM

>>299 ฟชล

301 Nameless Fanboi Posted ID:bO+QoYUGXl

Ky กูขอระบายในนี้ได้มั้ย จู่ๆกูก็รู้สึกburn outกับการแต่งนิยายอ่ะ ตอนแรกกูแต่งเล่นๆเป็นแก้ตันจากเรื่องหลักที่ต้องส่งสนพ แต่พอแต่งไปแต่งมานักอ่านเริ่มเยอะขึ้น+มีแอคดังมาช่วงรีวิว พอนักอ่านเยอะแล้วกูเหมือนคนปสดแต่งไม่ออก จากที่งอกนิยายมากาวแก้ตันไม่มีเห้อะไรเลยกลายเป็นนิยายจริงจังจะพิมพ์ออกมาแต่ละตอนแม่งคิดแล้วคิดอีกกลัวนักอ่านผิดหวัง จากสปีดที่อัพทุกวันกลายเป็นอัพอาทิตย์ละครั้ง/เดือนละครั้ง พอมาถึงจุดนึงก็รู้สึกว่าแต่งไม่ออกว่ะ ยิ่งเจอนักอ่านทวงนิยายทุกวันยิ่งเหมือนคนปสดแต่งไม่ออกสุดท้ายก็Burn outเอาความรู้สึกอยากนิยายในตอนแรกกลับมาไม่ได้แล้ว กูควรจะแก้ยังไงดีวะ พอแต่งไม่ออกแล้วพาลแต่งเรื่องอื่นที่ต้องส่งสนพไม่ออกไปด้วย ตอนนี้แม่งเครียดชห TT

302 Nameless Fanboi Posted ID:M4W8RVQdrc

>>301 แต่งเล่นๆ แต่ไอดีเดียวกับอันที่แต่งหลักๆ ปะ แนะนำให้ไปเปิดไอดีใหม่

303 Nameless Fanboi Posted ID:wmnQnJxZrA

>>301 กูก็หมดpassionแต่งนิยายเพราะคนอ่านเยอะเกิน ไม่ใช่อะไรนะแต่เวลานักอ่านเยอะๆแล้วกูชอบเจอคอมเม้นแปลกๆ เหมือนจะด่ากูด่านิยายกู ด่าแบบไม่ใช่วิจารณ์นิยายอ่ะ พอเจอมากๆเข้าก็ไม่อยากแต่งต่อ หรือบางทีเจอนักอ่านตั้งความหวังกับนิยายไว้สูงแล้วกูทำตามที่เขาหวังไม่ได้ด้วย สุดท้ายก็แต่งไม่ออก

304 Nameless Fanboi Posted ID:M4W8RVQdrc

>>300 กับนายอินทร์โอเคไหม

305 Nameless Fanboi Posted ID:oYrcDMW28K

>>301 ตัดจบ ออก ebook เอง
แล้วถ้าเกิดมีอารมณ์ก็ค่อยมาเขียนตอนเสริม แจกแยกได้ต่างหาก ทั้งในเว็บไซต์หรืออีบุ๊ก หรือนำกลับไปรวมแก้ต้นฉบับ ebook ก็ได้

306 Nameless Fanboi Posted ID:U0I4mEy3s/

ของเรานี่เงียบมาก ยอดคนอ่านตอนสุดท้าย คือ ประมาณ 600 กว่า แต่มีคนเดียวที่เม้นท์ขอบคุณ 5555555

แต่ก็ดีใจแล้วละ ที่คนอ่านเยอะ เอาไปลงอีบุ๊คก็พอได้ค่าไฟอยู่

307 Nameless Fanboi Posted ID:BpwSSMKxP3

>>306 กูเคยเจอนักเขียนแชร์ปสกขายEbookในเฟส ขายมา2ปีผ่านMeb 3เรื่อง ยอด2ล้านกว่าหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วได้ล้านปลายๆ แต่เป็นแนวรักผู้ใหญ่อ่ะ ดูฐานนักอ่านในดด ธวลของเขาก็ไม่เยอะแต่ทำไมEbookขายดีจังวะ

308 Nameless Fanboi Posted ID:fXXYm3NQMX

>>307 ก็มันนิยายหื่นไง ขายง่ายคนอ่านไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว

309 Nameless Fanboi Posted ID:h5v1s8mz.K

>>307 กูรู้ว่าใคร แต่ไม่ค่อยเชื่อ เคยคุยกับนักเขียนคนอื่นด้วยกัน กูเคยเห็นเขาปั่นยอดวิวในเด็กดีมาก่อนด้วย นอกจากนั้นเลยไม่เชื่ออะไรเขาอีกเลย เอาจริงรูปนั้นก็เป็นแค่สรุปยอดจากเมบ ถ้ามีใบหักภาษีจากเมบมากูจะเชื่อมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ปรักปรำเขานะ แต่พอคิดไปคิดมา ฐานแฟนก็ไม่ได้ถล่มทลาย (เอาจริงนข.คนอื่นที่พิมพ์กับสนพ.แล้วมาทำมือเอง มีรูปส่งหนังสือเป็นพัน ๆ เล่ม อันนั้นคือน่าเชื่อซะกว่า) นิยายเขาอ่านแล้วก็เฉย ๆ ไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น

310 Nameless Fanboi Posted ID:GJ/NMz+zP0

>>307 ขายได้เป็นล้านนี่แบบต้องคนพร้อมเปย์ขนาดไหนวะ
นอกจากหื่นหรือว่าเขียนดีหรือแฟนเยอะ กูอยากรู้เลยใครพอมีวาร์ปมั้ย

311 Nameless Fanboi Posted ID:dzM+iTrQW0

>>310 รู้สึกลิงก์จะอยู่ห้องเซินเจิ้น สองสามอาทิตย์ก่อนมีคนมาแปะไว้ เลื่อนหาเอาไม่ไกลหรอกมั้ง

312 Nameless Fanboi Posted ID:KdzcyoY.5U

>>307 นิยายแนวผู้ใหญ่นขเก่งๆที่ออกe-bookเองยังไม่รู้จะขายได้ถึงล้านมั้ย กูเคยเห็นที่เขาแชร์แต่เป็นยอดสรุปมากแมพ ฐานแฟนคลับเขาไม่เยอะกูสงสัยว่าจะขายได้ขนาดนั้นจริงเหรอ?

313 Nameless Fanboi Posted ID:U0I4mEy3s/

มันเยอะเพราะเขาได้ลงข่าวไหม กูเคยอ่านข่าวเขาจากที่นี่ https://mgronline.com/live/detail/9620000056751

314 Nameless Fanboi Posted ID:U0I4mEy3s/

>>313 ส่วนยอดจาก พี่เทพ กูว่าเชื่อได้นะ มึงอน่าดูถูกความหื่น555

315 Nameless Fanboi Posted ID:N/rffg3aqv

>>313 อห กูไปแต่งแนวporn without plot ขายบ้างดีมั้ยวะทำไมขายดีขนาดนี้ 55555 กูดูถูกความหื่นมากไปสินะ

316 Nameless Fanboi Posted ID:U0I4mEy3s/

>>315 เฮ้ย แต่ของเขามีพล็อตนะเว้ย

317 Nameless Fanboi Posted ID:oYrcDMW28K

>>313 เรื่อง เมียรักของนับแสน
ถึงว่าขายดี ขายได้สม่ำเสมอ ใน meb ยอดเงินรวมของคนนี้ ก็น่าจะถึงนะ
เพราะกูเองมีเพื่อนนักเขียนที่พอรู้อยู่ ระดับยอดขายเป็นรองเรื่องนี้ ยังไปหลายแสนเหมือนกัน
พอดีสังเกตเห็นอันดับขายดี เรื่องเมียรัก นี่มาเรื่อย ๆ แหละ... รวม ๆ คงถึงตามที่ว่า

318 Nameless Fanboi Posted ID:h5v1s8mz.K

เขาลงข่าวเพราะเขาอยากลง อยากโปรโมตเองมั้ย 55 ส่วนตัวกูยังสงสัยอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ไม่ได้อยากให้ทุกคนเชื่อตามกู ใครจะเขียนอะไรก็เขียน แนวหื่นคนอ่านเยอะจริงแต่ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ของแบบนี้ต้องสะสมมาเรื่อย ๆ ถึงจะทำได้ ที่บอกว่าเขียนมา 3 เล่มนี่แหละทำให้กูไม่เชื่อ เพราะในโพสต์ก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรมากกว่ารูปที่แคปมาจากเว็บ ถ้ามีใบหักภาษีจากเมบมาเลยจะง่ายกว่ามั้ย ใครจะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ กูมาแค่นี้แหละ อยากเขียนอะไรก็เขียน

319 Nameless Fanboi Posted ID:h5v1s8mz.K

เอาง่าย ๆ คือสมัยสอบเข้ามหาลัยแล้วเต็มไปด้วยคนของคะแนน ในทวิตก็มีกรณีคนแต่งรูป แต่งเลขคะแนนเยอะแยะ คนโดนแหกเยอะแยะ ต่อจากนั้นกูเลยไม่เคยเชื่อรูปสรุปยอดที่แคปจากเว็บมาเลย ถ้ามีใบเป็นเอกสารมันจะง่ายกว่านี้

320 Nameless Fanboi Posted ID:h5v1s8mz.K

คนเราไม่มีทางรู้ความจริงของสิ่งใด ๆ 100% หรอก สักสิบกว่าปีก่อน กูเคยเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่พิมพ์ด้านหลังปกว่าเขียนโดยนักเขียนที่ได้ค่าลิขสิทธิ์สูงสุดในประเทศไทย (14 ล้านบาท) หนังสือเล่มนั้นตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชื่อดัง (สำนักพิมพ์ที่มีหนังสือได้ซีไรต์มา 2 ครั้งเกือบ ๆ จะปีติดกัน) สุดท้ายจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้อยู่ดีว่าเขาได้ 14 ล้านจริงมั้ย หรือเป็นแค่การพิมพ์เวอร์ ๆ บนปกกระตุ้นให้คนซื้ออ่าน จำกรณี pop ได้มั้ย เขากล้าพูดให้เด็กมัธยมทั้งโรงเรียนฟังว่าวัน ๆ หนึ่งขายได้เป็นหมื่นเล่ม ได้เงินเป็นสิบ ๆ ล้าน ต่อจากนั้นกูเลยไม่เคยเชื่ออะไรอีกเลย แต่ก็ยอมรับว่าเก็บเขาไว้เป็นแรงกระตุ้น อย่างน้อยเขาก็เขียนจนจบ มีคนซื้อ แต่ไม่ได้ซื้อเยอะอย่างที่เขาหลอกคนอื่น

321 Nameless Fanboi Posted ID:B4HxY/iU9E

>>313 ข่าวนี้ไม่น่าเชื่อถือตั้งแต่ลงข่าวตอแหลของชลตละ

322 Nameless Fanboi Posted ID:oYrcDMW28K

เรื่องยอดขายอ่ะนะ ถ้าเขียนแนวเดียวกันก็พอจะประเมินได้
สำหรับนักเขียนแนวเดียวกันจะรู้ เพราะต้องเข้าไปกดดูอันดับยอดขายของหนังสือที่ตัวเองเขียนสม่ำเสมอ
มันเหมือนเป็นความน่าพอใจที่นิยายตัวเองขึ้นไปอยู่อันดับที่เท่าไรในเมพ
คือเมพมันดีอยู่อย่าง คือบอกอันดับด้วยยอดขายจริงจากยอดโหลด ทำให้พอประเมินคู่แข่ง หรือนักเขียนที่มีอันดับสูงกว่าได้ง่ายๆ นะ
ไม่เหมือนออกกับ สนพ. ซึ่งกูเองก็เคยผ่านจุดนี้มา แต่กูรู้สึกเจ็บปวดบางอย่างกับการออกกับ สนพ. ที่ไม่สามารถตรวจสอบยอดขายจริง ๆ ได้

323 Nameless Fanboi Posted ID:IXqaBzwOyW

พวกเธอคะ ยอดขายอีบุ๊กของตัวท้อป เยอะจริงค่ะ ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ได้แต่งยอด
นข คนที่พูดถึงไปดูนิยายนาง มีทั้งหมด 7 เรื่อง ที่เขียนใหม่ มี 3
ยอดวิวในเด็กดีนิยายนางก็เยอะอยู่นะ เห็นบางเรื่องเป็นล้าน
ดูราคาปกด้วยค่ะ ปก 300-350 ปกแพงก็ได้ส่วนแบ่งเยอะค่ะ
เรตรายได้นี้ถือว่ากลาง ๆ ค่อนไปทางสูงค่ะ

324 Nameless Fanboi Posted ID:Lv7NrTQyeG

>>323 ยอดขายEnookในmebดูตรวไหนวะกูหาไม่เจอดูไม่เป็น 555555

325 Nameless Fanboi Posted ID:IXqaBzwOyW

>>324 ดูตรง Report เลือก sales report
อยากรู้ยอดทั้งหมดที่ขายได้ เลือก select range ในช่อง month

326 Nameless Fanboi Posted ID:wZuux0LvXV

Ky พวกมึงว่าระหว่าง ดด รอร ฟชล ธวล นักอ่านเว็บไหนเยอะที่สุดวะ แล้วเว็บไหนน่าลงด้วยที่สุด เอาตามคหสตของพวกมึงก็ได้

327 Nameless Fanboi Posted ID:qjQDvMQbV+

ยอดวิวเป็นล้านเพราะปั่นค่ะ ลองไปดูความสัมพันธ์ของตัวเลขอย่างอื่นด้วยนะคะ

328 Nameless Fanboi Posted ID:qjQDvMQbV+

ยอดวิวเป็นล้าน แต่ฐานแฟนไม่เยอะ คนไม่ได้พูดถึงในวงกว้างเท่าของคนอื่น ลองคิดดูดี ๆ ว่าปั่นมั้ย แต่งมั้ย ระฆังไม่ตีก็ดัง ระฆังไม่ดังก็ยิ่งต้องตี

329 Nameless Fanboi Posted ID:LEYLg4RO5e

>>323 +1 กุเห็นชื่อเรื่องบางเรื่องละขนาดไม่อ่านยังคุ้นเลย

>>326 เรียงจากเยอะสุด ดด ธวล รอร ฟชล
ดด อยู่มานาน ฐานคนอ่านเยอะอยู่แล้ว เยอะแบบต้องเปลี่ยนวิธีการนับยอดวิวไม่ให้ปั้มได้อะ เว็บอื่นหลายๆ เว็บก่อนหน้านี้เปิดหลายรอบมันนับยอดวิวเพิ่มนะ แต่เหมือนตอนนี้บางเว็บแก้ละไม่ให้ปั้มได้ เว็บนิยายเยอะ คนอ่านคนเขียนก็เยอะแต่ดูแลเริ่มไม่ดีเท่าไหร่ หลายอย่างเมื่อก่อนแสดงผลแบบเรียลไทม์ตอนนี้ติดดีเลย์รอนานๆ ค่อยแสดงผลพวกยอดวิวจริงๆ อันดับใหม่ก็เหมือนไม่ได้เริ่มนับตอนเที่ยงคืนแบบเมื่อก่อน ระบบสนับสนุนก็ยังดูงั้นๆ อยู่

ธวล อันนี้มาหลัง ดด แต่ก็อยู่นานและแนวทางมันเฉพาะทางนิดหน่อย แต่เฉพาะทางที่คนอ่านมันเยอะด้วยตัวมันอยู่แล้วกูไม่ต้องบอกนะว่าแนวไหน รวมๆ แล้วถ้าจะไปหาเงิน กูว่าเว็บมันหักนั่นนี่เยอะได้เงินเหลือกลับมาน้อย

รอร กูชอบนะระบบสนับสนุนดี คนอ่านก็ดูโตขึ้นเรื่อยๆ แต่การสะสมฐานคงต้องใช้เวลาสักพัก เว็บนี้จุดขายนอกจากเว็บอื่นกูว่าแนวยูริว่ะที่คนอ่านเยอะพอสมควร ใน ดด มันไม่แยกหมวดแนวยูริโตยาก แต่ฐานคนอ่านน่าจะตามเว็บ ดด พอสมควรแต่อนาคตอาจจะแซงเว็บอื่นก็ได้ ดูจากส่วนแบ่งให้คนเขียนกับการสนับสนุนคนเขียนกูว่าดีกว่าเจ้าอื่น

ฟชล เว็บนี้เอาจริงๆ กูว่าโปรเจกต์แปลนิยายจีนแบกเว็บ คนเข้าไปอ่านกูว่ายุ่งยากถ้าไม่ใช่แฟนนิยายจริงๆ เป็นพวกขาจรนี่ปิดหนีตั้งแต่แรกๆ แล้ว เหมือนจะเกิดก่อน รอร แต่กูว่าถ้าเอาฐานคนอ่านปกติโดน รอร แซงแล้วล่ะ

เว็บน่าลงสุด ดด คนอ่านจริงๆ ยังเยอะอยู่ รอร ก็ดีเอาไว้ตรวจคำผิด คนอ่านก็พอสมควร แต่พวกมึงไม่ต้องคิดมาก มึงลงมันไปทุกเว็บนั่นแหละถ้าไม่คิดว่ามันเสียเวลาเกินไป

330 Nameless Fanboi Posted ID:IXqaBzwOyW

>>328 แหม ใจเย็น ๆ
อีบุ๊กมันอยู่บนแผงตลอด ไม่ถูกถอดเหมือนหน้าร้าน วางเรื่องใหม่ปุ๊บเรื่องเก่าก็พลอยได้ขาย
หมั่นโปรโมทหน่อย มันได้ขายตลอดนะ แล้วยอดที่ได้มันก็รวมๆทั้งปี
ที่ได้เงินเยอะเพราะปกนางแพง ออกงานต่อเนื่อง โปรโมทตลอด ก็พอเป็นไปได้มึง

331 Nameless Fanboi Posted ID:qjQDvMQbV+

>>330 อะเค เอาเป็นว่ากูห้าสิบห้าสิบแล้วกัน จะเป็นยังไงเขาก็เขียนจบ ขายจริง ได้เงิน

332 Nameless Fanboi Posted ID:RUtJGIfRrP

ยอดวิวเยอะก็ใช่ขายจริงดีนะ... ประสบการณ์กูเองก็เคยเขียนถึงระดับนั้น ล้านวิว จาก ดด.
แต่... ตอนหลังบอกตรงๆ ถ้าเรื่องไหนทำมือขายเอง จะลงไม่ครบจบตอน
มีสาเหตุสำคัญอยู่ 2 อย่าง...
1.ลงครบมักยอดขายไม่ดี จำเป็นต้องลง 60-70% เพื่อเน้นให้อ่านได้เพียงตัวอย่างค่อนเรื่อง แต่ไม่ใช่ทั้งเรื่อง เพราะจะทำให้ยอดขายจริงไม่ดีเท่าไร
2.ถูกดูดเข้าไปปล่อยเถื่อนจากนิยายที่ลงหน้าเว็บนั่นแหละ เพราะเว็บป้องกันดียังไง มันก็มีโปรแกรมจับภาพไปแปลงเป็นไฟล์ pdf ได้อยู่ดี
ทำให้นักเขียนที่มีประการณ์ มักจะเน้นฐานแฟนคลับที่ซื้อจริง มากกว่าคนอ่านที่ไม่อยากซื้อ
คือทำให้ยอดวิวในเรื่องนั้น ๆ จะไม่สูงเท่าไร เพราะคนอ่านบางประเภทจะรู้ได้เลยว่า นิยายเรื่องนี้ลงไม่จบแน่ ๆ ทำให้ไม่สนใจคลิกเข้ามาอ่านเพิ่มยอดวิว

333 Nameless Fanboi Posted ID:rsOZNRKykM

จริงๆ อยากเขียนอะไรติดเรทๆ เยอะๆ บ้างนะ เผื่อขายดี แต่สุดท้ายนิยายกูก็ใสเหมือนเดิม ไม่ว่าจะแต่งกี่เรื่องต่อกี่เรื่อง สุดท้ายเลย ทำไปเพื่อความสุข อีบุ๊คคือค่าไฟและค่าขนม

334 Nameless Fanboi Posted ID:SHMx2f/m+S

กูอยากเขียนแนววัยรุ่น รักวัยมหาลัย แต่พอคิด ๆ ไป ชีวิตมหาลัยกูเรียบง่ายมาก คณะกูอิสระ มหาลัยก็ไม่บังคับกิจกรรม (มหาลัยศิลปะอะ) ไม่กรี๊ดใคร เรียนเสร็จกลับหออ่านหนังสือ เขียนไปคงไม่อิน 5555

335 Nameless Fanboi Posted ID:z/tC3gMsfp

>>334 เอาคาร์แรคเตอร์เพื่อในมหาลัยมึงมาเขียนป่ะ แบบเพื่อนคนไหนนิสัยแปลกๆ โก๊ะๆ เปิ่นๆ มุขแป้กในชีวิตประจำวันของพวกมึงก็ได้กูว่าเรียลดี

336 Nameless Fanboi Posted ID:ny+wKkGoSL

>>335 โทดเผลอกดส่ง แต่งแนวมหาลัยแบบslice of lifeไรงี้อ่ะ กูชอบนะอ่านเพลินๆ เขียนให้ฟีลกู้ดด้วยยิ่งดี เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ ได้อ่านอะไรแบบนี้แล้วโครตฮีลลิ่งจิตใจ

337 Nameless Fanboi Posted ID:SHMx2f/m+S

เค งั้นกูจะลองดูนะ ถ้าล่มก็ปล่อยมันไป เปิดเรื่องไว้ก่อน ถ้าวันไหนต่อได้จะไปต่อ

338 Nameless Fanboi Posted ID:twxvchwF1Z

Ky กูสงสัยว่าเวลาแต่งวายจีนโบราณคำว่า ‘น่ารัก’ มันเป็นศัพท์สมัยใหม่ป่าววะ เวลาอ่านเจอคำนี้ในนิยายแล้วรู้สึกขัดๆไงไม่รู้

339 Nameless Fanboi Posted ID:rsOZNRKykM

>>338 น่าจะใช้คว่าน่าเอ็นดูมากกว่า

340 Nameless Fanboi Posted ID:/jJRBsLl44

>>339 กูคิดเหมือนมึง ควรใช้เอ็นดูมากกว่า พอใช้คำว่าน่ารักแล้วมันอ่านสะดุดอ่ะ ไม่ใช่ศัพท์ในยุคสมัยนั้นป่ะ

341 Nameless Fanboi Posted ID:rxgo9FLVvp

>>330 อ้าว ยอดทั้งปีเหรอ กูนึกว่าเดือนเดียว ถ้าทั้งปี ก็น่าจะถึงอยู่ แต่เดือนเดียวมันไม่น่าเชื่อเท่าไร

342 Nameless Fanboi Posted ID:mfmWaIufph

ยอดเขาอันนั้นน่าจะสองปีกว่า ไม่ใช่ยอดปีเดียว เห็นว่ายอดทั้งหมดตั้งแต่เขียนมาสองปีกว่า แต่ก็เฉพาะ ebook นะ

343 Nameless Fanboi Posted ID:UuSHYZKu/1

Ky กูอยากรู้ว่าสนพในเครือแจ่มใสเขาพิมพ์ขั้นต่ำกี่พันเล่มวะ 5,000หรือ3,000อ่ะ

344 Nameless Fanboi Posted ID:8o5fUHSQUm

>>343 สมัยก่อนประมาณ5-6ปีที่แล้ว ขั้นต่ำ5,000แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้

345 Nameless Fanboi Posted ID:Ikv3J65.Bu

>>343 4 พันก็มี แล้วแต่ความเห็นบก. ในความรู้สึกกู 4 พันจะมาแนวเรื่องที่เขาเห็นว่าน่าจะขายไม่ดี ไม่ปัง แต่มีให้ตีพิมพ์ไว้ก่อนไม่ขาดช่วงประมาณนี้ ซึ่ง 4 พันเล่มก็ขายไม่ดีจริง ๆ แบบแทบไม่มีใครพูดถึง นข.ออกกับแจ่มใสได้เล่มสองเล่มก็ไม่มีผลงานออกอีกเลยอะ

346 Nameless Fanboi Posted ID:63zuTIpI12

สมัยนี้ยอดพิมพ์คงไม่ถึงแบบก่อน ยอดตีพิมพ์แรกเริ่มน้อยลง แต่ไปเพิ่มราคาปกขึ้น เพื่อให้นักเขียนพออยู่ได้
พิมพ์แรกก็คง 1000 - 2000 เล่ม ราคาหน้าปกมากขึ้น
ถ้ากระแสมาและขายได้จึงขยับพิมพ์เพิ่มให้ในตอนหลัง

347 Nameless Fanboi Posted ID:Zv7kh8kbh9

กระดาษที่ใช้พิมพ์นิยาย ถ้าเปลี่ยนไปใช่เกรดต่ำสุด
ต้นทุนมันจะลดลงมากปะวะ เห็นน้าชาติ กอบจิต แกใช้อยู่ ไม่รู้กระดาษอะไร

348 Nameless Fanboi Posted ID:X+PPr+H.ir

Ky เพื่อนโม่ง นิยายยอดเฟบประมาณหมื่นกว่าถ้าพิมพ์เองขายเองไม่ผ่านสนพมีโอกาสที่ยอดจะถึงพันเล่มมั้ยวะ

349 Nameless Fanboi Posted ID:63zuTIpI12

>>348 ขึ้นอยู่กับแนว (ถ้าวาย และมี nc คงลุ้นง่าย)
แต่สมัยนี้ เปิดฟรีได้ยอดโอนจริงแน่นอนแล้วนั่นแหละ ถึงรู้ว่ามียอดเท่าไร
ถ้าเขียนจบเรียบร้อย ก็เปิดฟรีออเดอร์ได้เลย
แค่อย่าตุกติกยืดแล้วยืดอีก อ้างนู้นอ้างนี่ ไม่ยอมส่งให้คนอ่านนั่นแหละ
สมัยนี้กูว่า ติดต่อหาโรงพิมพ์เองได้ง่ายและสะดวกกว่าสมัยก่อนเยอะนะ

350 Nameless Fanboi Posted ID:xyk0JjNCZ6

>>347 ลด หลักๆ จะเป็นเรื่องความหนาของกระดาษจะเห็นราคาต่างกันมากกว่า แต่กูแนะนำว่าให้จัดเต็ม 75 แกรมกรีดรี๊ดไปนั่นแหละ บางไปเวลาเปิดแล้วมันมองเห็นทะลุหน้าหลังง่ายบางทีก็ง่ายแบบไม่ต้องเอาไปส่องแดด

>>348 สนพ. ก็ต้องแบ่งด้วยนะว่าชื่อมีอิทธิพลพอไหม แต่กูว่ามันไม่ได้มีผลมากแล้วละสมัยนี้ไม่งั้นเจ้าใหญ่ๆ จะลดยอดพิมพ์กันไปทำไม

จากประสบการณ์กูนะ ยอดเฟบหมื่นนี่ยังการันตีไม่ได้หรอกว่ายอดจะถึงพันไหม มันต้องดูปัจจัยอื่นในการพิจารณาเพิ่มเช่นว่ามีฐานแฟนเก่าๆ หรือเปล่า ลงงานมาต่อเนื่องหรือเปล่า มันมีจะพลังลึกลับคอยดันยอดเพิ่มด้วย แนวที่เขียนเป็นยังไง การเล่าเรื่องเป็นยังไง มึงชี้เป้าเรื่องของมึงมาเดี๋ยวกูจะลองดูให้ว่ามันน่าจะถึงพันไหม

351 Nameless Fanboi Posted ID:dTgWQiF5M5

>>350 กูแต่งวายจีนอ่ะ ว่าจะลงncเฉพาะในเล่ม ตอนนี้ยอดเฟบหมื่นกว่า กูคิดว่าถ้าแต่งจบจะพิมพ์เอง จริงๆ ได้แค่500กูก็ดีใจแล้ว แต่ตั้งยอดไว้ที่พันเล่ม 5555555

352 Nameless Fanboi Posted ID:dTgWQiF5M5

>>350 พลังลึกลับที่ดันยอดเพิ่มคืออะไรวะ จ้างแอครีวิวงี้เหรอ

353 Nameless Fanboi Posted ID:V1FP7z820M

>>350 รอด้วย อยากรู้พลังลึกลับคืออะไรยังไง

354 Nameless Fanboi Posted ID:LwOVIZzvee

>>351
ไม่ลองขายเป็น E-Book บน MEB ดูล่ะ ยอดเฟบเป็นหมื่น ยอดโหลดรวมทุกเว็บ ก็น่าจะได้เกิน 500 อยู่นะ

คำแนะนำ : ในเว็บอย่าเพิ่งลงจบ ควรเร่งปั่นต้นฉบับให้เสร็จ หากในเว็บลงไปเกินครึ่งค่อนเรื่องแล้ว ก็ลงขาย E-Book ได้เลย แจ้งข่าวนักอ่านว่าเขียนจบและลงขายเป็น E-Book แล้ว นักอ่านที่สนใจสั่งซื้อก็สามารถอ่านก่อน ซึ่งจะมีตอนพิเศษในเล่มเพิ่มให้ สำหรับคนที่รอในเว็บ จะมาทยอย Up ตอนที่เหลือตั้งแต่วันไหนก็ว่าไป หากลงจบแล้วก็ปิดตอนขายใน Dek-D อีกครั้งก็ได้

เช็คราคาตลาด ตั้งราคาให้พอเหมาะ ทำปกให้ดูดีหน่อย ช่วยได้มาก หากลงขายกับ MEB เราเตรียมไฟล์นิยายเป็นไฟล์ Word แบ่งบทไว้ และแจ้งให้ MEB ช่วยจัดเล่มให้ได้

ปล. หากลงจบก่อน กว่าจะจัดเล่มเสร็จ กว่าจะออกเป็นหนังสือ รอนานๆ แถมได้อ่านจบแล้ว ความอยากซื้อหายหมด

ปล2. พลังลึกลับนั่นหมายถึงนักอ่านเงารึเปล่า 555

355 Nameless Fanboi Posted ID:xyk0JjNCZ6

>>351 อาจจะถึงถ้าทำตลาดพอได้ ลงโฆษณาในหน้านิยาย เพจ ยิงแอดเป็น ลงทุนสักหน่อยพอได้ลุ้นอยู่ ไม่ต้องลงจบนะ จะลงจบก็ไว้ขายจนขายไม่ออกก่อนค่อยไปลง

ไอ้พลังลึกลับกูหมายถึงนักอ่านไม่แสดงตนกับฐานแฟนเก่าหรือขาจรจากเล่มอื่น เขียนงานถ้ามึงเขียนต่อเนื่องบางทีงานใหม่คนไม่ได้กดเฟบมากมีสามร้อยห้าร้อยแต่งานขายดีกว่าพวกเฟบเป็นพันเป็นหมื่นก็มีเพราะมีคนรอหนุน ที่กูว่าลึกลับคือมันมองไม่เห็นอะ ไม่มีตัวเลขให้สัมผัสแต่พอขายจริงมียอด แต่ยังไงก็ต้องให้พวกเขารับรู้ด้วยนะว่ามึงออกเล่มใหม่แล้ว ถ้ามึงปล่อยนานงานไม่ต่อเนืองงานความอยากอ่านลดคนพวกนี้เขาก็อาจจะเลิกตามแล้วไม่มาหนุน ส่วนแอครีวิวหรืออะไรนั่นกูไม่รู้ว่ะ พวกที่คนตามแอครีวิวเยอะจริงจังกูว่าเขาคงรีวิวด้วยความอยากรีวิวจริงๆ มันคงไม่เหมือนพวกหนังโรงมูลค่ามันไม่สูงขนาดนั้น นิยายแปลต่างประเทศยังพอว่าแต่นิยายไทยแต่งถ้าคนอ่านไม่ได้สนุกจริงกูว่ารับรีวิวก็เหมือนเผาบ้านตัวเองอะ ถ้าไม่สนุกแต่รีวิวว่าสนุกต่อๆ กันใครจะไปเชื่อถือเพจได้พังพอดี อย่างน้อยคนรีวิวมันต้องสนุกก่อน

356 Nameless Fanboi Posted ID:X+PPr+H.ir

>>355 ถ้าลงจนจบแล้วบอกว่ามีตอนพิเศษเฉพาะในเล่มกับลงไม่จบ แบบลงไม่จบช่วยเพิ่มยอดขายได้มากกว่าใช่ป่ะ

357 Nameless Fanboi Posted ID:kvMt9+SC9O

>>356 พิเฉพาะตอนพิเศษในเล่มนี่ กูรู้สึกว่าบางทีตัดทิ้งก็ได้อะ ลงสั 60-70% ของเนื้อหานี่กำลังดี แล้ว + ตอนพิเศษ

358 Nameless Fanboi Posted ID:2yypZHG4GC

>>356 ลงไม่จบเท่านั้น ต่อให้มีตอนพิเศษแถมใน ebook ก็ไม่ได้ช่วยยอดโหลดเท่าไร
คนอ่านบางทีก็อิ่มเอมถึงตอนจบที่ลงนั่นแหละ
พอรู้ทุกอย่างของเรื่องไปแล้ว กดซื้อยากซื้อเย็นแล้วละมึง

359 Nameless Fanboi Posted ID:xyk0JjNCZ6

>>356 กูว่าลงไม่จบยอดเยอะกว่าลงจบแล้ว+ตอนพิเศษ คิดว่าคนซื้ออ่านทั่วไปสนใจอยากรู้เนื้อเรื่องหลักมากกว่า

360 Nameless Fanboi Posted ID:PO5AmApwD1

>>358 กูก็คิดว่าลงไม่จบแล้วเปิดพรียอดซื้อเยอะกว่า แต่สนพเก่าบังคับให้กูลงในเว็บให้จบแล้วไปแถมตอนพิเศษในเล่ม กูบอกว่าลงไม่จบยังไงนักอ่านก็เยอะกว่าแต่เขาไม่เชื่อกู แล้วยอดที่พิมพ์กับสนพนั้นก็น้อยกว่าอีกเรื่องที่กูพิมพ์เองขายเองแต่ลงในเว็บไม่จบ บ.ก.จู้จี้ประสาทแดก ตอนหลังรำคาญเลิกส่งสนพแล้ว พิมพ์เองสบายใจกว่า

361 Nameless Fanboi Posted ID:OWdpfPWQfL

>>360 พูดถึงบ.ก.ปสดกูยากบ่นเรื่องบ.ก.สนพตัวเองเหมือนกัน เทคแคร์ดูแลเฉพาะนขดังๆที่นสได้ทำซีรี่ย์อ่ะ เวลานขดังในสนพส่งไลน์ไปหาตอบไวยิ่งกว่าแฟนอีก ส่วนกูส่งไลน์ไปปรึกษาเรื่องนิยายตัวเองสามชาติเศษถึงจะมาตอบ ก็รู้แหละว่านิยายตัวเองยอดขายสู้นขดังๆไม่ได้แต่ปฏิบัติแตกต่างกันแบบชัดเจนมาก กูเคยออกกับสนพนั้นหลายเรื่องแต่พอเจอแบบนี้กูยอมไปอยู่กับสนพอื่นดีกว่าไม่ก็พิมพ์เองแม่งสบายใจกว่าเยอะ

362 Nameless Fanboi Posted ID:YV/Ykj4suo

>>361 สถพ ช่ะปะ

363 Nameless Fanboi Posted ID:kvMt9+SC9O

>>361 โอ๋ๆๆๆ

364 Nameless Fanboi Posted ID:d+mMAHZfbM

กูก็เป็นนักเขียนนะ แต่ไม่เคยทำมือเอง สำหรับกูที่เป็นนักอ่านด้วย ถ้านักเขียนคนไหนลงไม่จบบอกให้ตามในเล่ม กูเคืองนะ สนุกแค่ไหนกูก็จะเท 5555 อย่างดีก็ไปเปิดอ่านตามร้านหนังสือ ยืมเพื่อนอ่าน เช่าเอา ยังไงก็ไม่ซื้อ กูเคือง

365 Nameless Fanboi Posted ID:31RTON5eqI

>>364 แล้วอ่านจบแล้วตามไปซื้อไหมอะ

366 Nameless Fanboi Posted ID:WahVIZQ+lY

>>364 เห็นแก่ตัว

367 Nameless Fanboi Posted ID:oP4hq8Zto7

>>364 มันก็ย้อนกลับไปว่า ถึงสนุกแค่ไหน กูก็ไม่ซื้อว่ะ
ลองทำมือเอง แล้วชีวิตมึงจะเปลี่ยนได้เรียนรู้ความจริงบางอย่างตรง ๆ
ยิ่งเดี๋ยวนี้เมพ มีคอนเมนต์ให้แบบคนที่ซื้อจริง(มีแล้ว) ตอบด้วย เช็กฐานแฟนคลับได้ตรง ๆ เลย

368 Nameless Fanboi Posted ID:EZlcKwF4D1

>>364 แล้วคนที่เค้าลงให้จนจบนี่มึงตามไปซื้อของเค้ามั้ยน่ะ หรือว่ารู้สึกว่ามันก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อมาอ่านให้เปลืองตังค์แล้ว เย่

369 Nameless Fanboi Posted ID:AEhD0F0Uhx

เมื่อก่อนกูก็ลงให้อ่านจนจบ แต่มันมีผลกับยอดขายจริงๆ
นข เขียนงานขายแต่ลงให้อ่านจนจบ แล้วขายไม่ได้ก็จบจริงๆ นขอะแหละที่จบ
กุไม่ว่าเลยถ้าคนอื่นลงไม่จบ กุเข้าใจหัวอกมากๆ ถ้าเรื่องไหนชอบอ่านจบกุก็ซื้อ

370 Nameless Fanboi Posted ID:Ne3TC34oX0

พอกูมาทำขายเอง รู้ถึงความยากลำบาก กูยิ่งอยากอุดหนุนว่ะ ทั้งรูปสต็อก ทั้งหนังสือ

371 Nameless Fanboi Posted ID:IcyQiehG6H

ถามหน่อยดิ ปัจจุบันมีทั้งอีบุ๊คและเว็บที่ต้องซื้อเป็นรายตอนเพื่ออ่าน ทำไมถึงเลือกพิมพ์เลมเป่นวะ

372 Nameless Fanboi Posted ID:IFocpsTBde

>>369 กูเคยลองทั้ง
1.แต่งจนจบแล้วปิดตอน
2.แต่งไม่จบแล้วให้นักอ่านไปตามต่อในเล่ม
3.แต่งจนจบ+ไม่ปิดตอน

แบบที่2คนตามมาซื้อเยอะสุด
ส่วนแบบที่3คนซื้อน้อยสุด น้อยกว่าแบบ2เกือบ50%อ่ะ อันนี้สำหรับนิยายพิมพ์มือของกูเองนะ แต่ถ้าส่งสนพ.กูไม่แน่ใจ

373 Nameless Fanboi Posted ID:W7APgDL1Ol

>>371 ลูกค้ากลุ่มที่ต้องการเก็บเล่มยังเยอะอยู่ เยอะกว่ากลุ่ม ebook กับรายตอนมาก จากสถิติเก่ากูคือห่างกันประมาณ 3 เท่าเป็นอย่างน้อยอะ รูปเล่มมากกว่า 3 เท่า (ของกูนะ) ให้ทิ้งลูกค้าเล่มก็เหมือนโยนเงินทิ้งน้ำ

374 Nameless Fanboi Posted ID:5ebzXVPNa9

>>371 กูทั้งเขียนทั้งอ่าน ถ้ามีเล่ม กูเก็บเล่มนะ

375 Nameless Fanboi Posted ID:5ebzXVPNa9

>>374 ต่ออีกหน่อย ตัวกูยังอยากพิมพ์เล่มเลย แต่แฟนคลับไม่เยอะไง เปิดไปคงแป๊กสนั่น เลยขายอีบุ๊คอย่างเดียว

376 Nameless Fanboi Posted ID:wuhK/02pg9

ฝากติหน่อยค้าบ ,,,
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=139290473828184&id=100032416961678

377 Nameless Fanboi Posted ID:6R3Cl+LMXN

>>376 คืออะไร? ไม่เข้าใจอะ

378 Nameless Fanboi Posted ID:5VvGKjWZA5

>>377 มันจะเอาเฟสบุ๊คเป็นที่ลงงานเขียนมั้ง

379 Nameless Fanboi Posted ID:GlSRXKVDIq

ก็ให้ติชมสำนวนการเขียนนั่นแหละ เห็นไปมู้ห้องซับมา เลยมีคนแนะนำให้มาที่นี่ด้วยไง

380 Nameless Fanboi Posted ID:MYIzN3rSKC

Ky เพื่อนโม่งกูเพิ่งกลับมาอัพนิยายหลังจากดองไปหลายเดือน เจอนักอ่านบอกว่าช่วงนี้สอบพอดีก็สตั้นเลยว่ะ 555555 กูควรอัพต่อหรือรออัพเสาร์อาทิตย์ดีวะ ช่วงนี้เด็กมัธยมสอบเหรอ

381 Nameless Fanboi Posted ID:bgIQXYEu6z

>>380 ใช่สอบ แต่พอสิ้นเดือนนี้ก็ปิดแล้ว มึงลงไปตามปกติเถอะ นักอ่านไม่ใช่เด็กทั้งหมดทั้ง ้้้้้้้้้้ คนอื่นเขารอ

382 Nameless Fanboi Posted ID:g3Yg/Zt064

Ky ดดมีฟังก์ชันขายตอนอ่านล่วงหน้า7วัน พวกมึงว่ามีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างวะ กูรู้แค่ว่าข้อดีได้ตังค์ ข้อเสียเจอนักอ่านงอแงด่า ทำไมไม่อัพให้อ่านเลยทำไมต้องตั้งขายตอนล่วงหน้า กูว่าโดนแน่ๆ

383 Nameless Fanboi Posted ID:gr6yy6/ecs

>>382 คิดว่าไม่ work เท่าไหร่ เพราะเหมือนได้แค่สิทธิ์อ่านตอนล่วงหน้า 7 วัน พอซื้อไปแล้ว เดี๋ยวนักเขียน pack ขาย หากอยากซื้อเรื่องนั้นก็ต้องจ่ายเงินซ้ำอีกครั้ง

384 Nameless Fanboi Posted ID:JJ8.MQiCNu

อีบุ๊คนายอินทร์มันเช็คยอดขายยังไงอะ

385 Nameless Fanboi Posted ID:1kYU356rKG

>>380 กูว่าไม่เกี่ยวป่ะวะ นักเขียนอัพ แต่เป็นช่วงไม่ว่างของตัวเอง ทำไมต้องมาโทษนักเขียน มึงอัพตามปกติเถอะ ถ้าเขาคุมเวลาตัวเองได้ เขาก็จะรู้ว่าตัวเองมีเวลาว่างอ่านตอนไหน เดี๋ยวก็อ่านเอง

386 Nameless Fanboi Posted ID:.pRyTPjg9h

ถามผิดห้องขออภัย

จะแก้ไงดีอาการแบบนี้ คือช่วงไม่ว่างนี่อยากกลับไปเขียนใจจะขาดแต่พอว่างจริง ๆ กลับมาเปิดดูหน้า word โล่ง ๆ ประมาณชั่วโมงนึงแล้วกดปิดโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นมาหลายสัปดาห์แล้ว เศร้า

387 Nameless Fanboi Posted ID:sb02uKC3Vg

ไม่รู้จะไปถามห้องไหน Vodka นี่รสชาติเป็นยังไงอะ อยากรู้ว่าเวลาเขาผสมกับน้ำผลไม้แล้วรสชาติเป็นยังไง ใครเคยดื่มหรือเป็นนักดื่มช่วยชี้แนะที

388 Nameless Fanboi Posted ID:dDC63dF7P2

>>387 เดินเข้า 7-11 หาลอง SMIRNOFF สเมอนอฟ ดู มีหลากหลายรสชาติ
ดีกรีเบาๆก็อย่างกระป๋องที่ผสมอ่อน ๆ แต่อยากได้เข้ม ๆ ก็ลองแบบขวดที่มีหลายรสให้เลือกดู

389 Nameless Fanboi Posted ID:/tqZxr3G+g

>>387 วอดก้าเปล่า รสออกจะติดขม ๆ หน่อย พูดไม่ถูกแหะ เหมือนน้ำเปล่าแต่มีกลิ่นของมันเอง พอดื่มลงไปแล้วรู้สึกร้อนท้อง วูบวาบไงไม่รู้ ถ้าผสมกับน้ำผลไม้ก็รสออกเป็นน้ำผลไม้นั่นแหละ แต่แค่ผสมความเป็นแอลกอฮอล์ของมันไปด้วย

390 Nameless Fanboi Posted ID:ApLU4SE+4t

>>387 ถ้าปสมน้ำผลไม้ตะหวานมากกก เพลินๆ ดื่มลืมเลย ถ้าไม่ใส่ข้นนะ ถ้าใส่ไปเยอะหน่อยก็จะหวานๆอร่อยๆอยู่ดีแต่จะมีรสขมหน่อยๆ ผสมน้ำผลไม้หลายอย่างก็เรียกคอกเทล

ถ้าวอดก้าเพียวๆรสจะขมๆ ร้อนมาก กินกรึบนึงคือร้อนตั้งแต่คอลงไปที่พุง รสขมแบบค่อนข้างออกเหี้ยนิดๆ ไม่น่าดื่ม แต่ยังรสดีกว่าโซจูไม่มีรสแต่งกลื่น(โซจูต้นตำหรับ)

กลิ่นมันจะมีกลิ่นแอลกอฮอลอะ คือแค่ดมกลิ่นบางคนไม่ดื่มก็อยากอ้วกแล้วเป็นเมา น้องชายกูคือได้กลิ่นแล้วนางทำใจดื่มไม่ลงอะ กูว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น(เพราะกูเป็นสายดื่ม) ถ้าคาร์เป็นสายไม่ดื่มหนุ่มน้อยสาวน้อย แค่กลิ่นก็พาหนีละ

สมัยเรียนจบมัธยมซื้อมากรึบกับเพื่อนที่แบบ เด็กอยากลองของกันหมด นั่งมองหน้ากันอยู่นานกว่าจะลองแบบเพียว อ้วกพุ่งกันไป พอใส่น้ำผลไม้ผสมเป็นค็อกเทลต่างๆก็ดีขึ้นดื่มกันเพลิน แทบเมาตกทะเล

391 Nameless Fanboi Posted ID:dDC63dF7P2

ถ้าตัดเรื่องกลิ่น กระดกเหล้าขาวเพียว ๆ ของไทยเรา รสก็บาดคอลึกใกล้เคียงวอดก้าระดับกลาง ๆ พอได้อยู่

392 Nameless Fanboi Posted ID:sb02uKC3Vg

ขอบคุณนะ ได้ข้อมูลเยอะแยะเลย เดี๋ยวว่างๆ จะลองไปหามาดื่มบ้าง

393 Nameless Fanboi Posted ID:19U0s7F2gA

สนพ.Athena คือมีเปิดรร.สอนวาดด้วยเรอะ เห็นรับสมัครครูในทวิตแว้บฟ ตอนแรกก็เอ๊ะ ชื่อคล้ายๆกัน พอดูอีเมลติดต่อนี่ใช่แล้วล่ะ 555

394 Nameless Fanboi Posted ID:19U0s7F2gA

เนี่ยๆ https://twitter.com/comicjobs/status/1174892980559216640?s=191

395 Nameless Fanboi Posted ID:QiazQzjK1U

มีเหตุผลอะไรที่นักเขียนต้องเปิดพรีก่อนปิดต้นฉบับบ้างอะ คนรอคือเพลียเด้อคุณนักเขียน T_T

396 Nameless Fanboi Posted ID:3ZcjQ.znAQ

>>395 อยากได้เงินเร็วๆ

397 Nameless Fanboi Posted ID:aDiw8xmzQp

คิดแล้วเศร้าว่ะ แต่งนิยายกว่าจะได้เล่มนึง ใช้เวลาหลายเดือน บางทีก็เป็นปี แต่เวลาอ่านใช้เวลาไม่ถึง 5 ชั่วโมง ก็จบแล้ว
กว่าจะคิดพลอต วางโครง สร้างตัวละคร เค้นคำมาบรรยาย กินพลังฉิบหาย เหมือนที่ทำมามันมีค่าแค่นี้ ไม่รู้ดิ อธิบายไม่ถูก ช่วงนี้ดิ่ง ๆ
มาบ่นเฉยๆ ไปแต่งต่อแร้วจ้า

398 Nameless Fanboi Posted ID:tDVRWTTEOw

>>397 5 ชั่วโมงที่คนอ่านแล้ว เขาเสียเงินไหม คือแบบว่าหว่าจะได้เงิน ก็น้องแลกมาด้วยอะไรหลายอย่าง บางคนอาจทำงานไปโดนด่าไปก็ได้ น้ำตาร่วงกว่าจะได้เงินมาเปย์ 5 ชั่วโมง

399 Nameless Fanboi Posted ID:wU83k3kMK9

>>397 เมื่อก่อนตอนแต่งช่วงใหม่ ๆ กูก็คิดแบบนี้นะ แต่พอแต่งไปแล้วหลายเรื่องเข้า
จะคิดอีกแบบหนึ่งว่า งานที่เราแต่งออกมา มันจะอยู่กับเราไปตลอดกาล
พอหมดลิขสิทธิ์จาก สนพ. สมัยนี้ก็เอามาออก ebook ลุ้นสนุกดีว่า วันไหนจะขายได้บ้างบนเว็บเมพ
มีความสุขที่งานเก่า ๆ และงานใหม่ ๆ มีคนซื้อไข่แตกทุกวัน (หมายถึงไม่มีเลข 0 ในวันนั้นๆ)

400 Nameless Fanboi Posted ID:LQB8GuLYm1

>>397 นิยายที่สนุก จะขายได้ตลอดนะ คนอ่านหน้าใหม่มาก็ซื้ออ่านเรื่อยๆ

401 Nameless Fanboi Posted ID:HXipX+QaKR

>>397 มึงคิดแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ มึงต้องคูณด้วยจำนวนคนด้วย เช่น
1 ตอนใช้เวลาแต่ง 5 ชั่วโมง อ่าน 10 นาทีจบ ถ้าคิดอย่างนี้มันก็จะดูน้อย
แต่ถ้ามึงคิดว่ามีคนอ่านเรื่องของมึง 100 คน จาก 10 นาทีก็จะกลายเป็น 1000 นาที = 17 ชม เลยนะ

402 Nameless Fanboi Posted ID:bQIXWERXFY

>>395 หาเงินจ่ายค่าวาด ค่ามัดจำเล่ม ค่าจิปาถะ แต่ถ้าพรียังไงก็นานต่อให้ต้นฉบับเสร็จนะ ถ้าเปิดแค่เดือนเดียวแล้วส่งได้คือเร็วเกินปกติแล้ว เพราะต้องรอเงินคนอ่านแหละไปจ่ายค่าพิมพ์ คนอ่านไม่ได้โอนมาพร้อมกัน กว่าจะพอค่าพิมพ์บอกเลยว่านาน แล้วกว่าจะได้ติดต่อโรงพิมพ์ ส่งงานไปกลับเพื่อมาตรวจเสียเวลาอีกช่วงค่อยสั่งพิมพ์ได้ สั่งพิมพ์กว่าจะเสร็จก็สัก 10-15 วันหลังจากตรวจงานผ่าน แล้วมากระบวนการแพคส่งอีก คนเขียนที่มีประสบการณ์หน่อยเลยกะเวลาใกล้ๆ ปิดต้นฉบับแล้วเปิดพรีก่อนรอเงินเข้ามาก่อนไม่งั้นมันกว่าจะได้เงินไปจ่ายค่าพิมพ์มันจะนานกว่าเดิม แต่ถ้าคนเขียนบริหารเวลาไม่ได้ก็จะเป็นปัญหา ส่วนพวกช้าแล้วช้าอีก ช้ามากๆ เลื่อนไปเรื่อยนั่นคือตัวคนเขียนแย่เองอะ

403 Nameless Fanboi Posted ID:vzkjy/o+4w

อยู่ที่การบริหารจัดการของนักเขียน
ถ้ามีความรับผิดชอบสูง จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร
แต่ก็มีนักเขียนที่ออกแนว เอาเงินมาหมุนค่าใช้จ่ายก่อน ทั้งส่วนตัวทั้งส่วนงาน แบบเดี๋ยวค่อยเร่งทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะยุ่ง ถ้าบริหารจัดการไม่เป็น

404 Nameless Fanboi Posted ID:xAWQ3FZ/3X

อยากบรรยายให้เห็นภาพอะ ตอนเขียนนิยายใหม่ ๆ กูเคยหัดบรรยายสถานที่ แต่ไป ๆ มา ๆ กูชอบบรรยายความรู้สึกมากกว่าเลยติดบรรยายความรู้สึก ตอนนี้อยากหัดบรรยายสถานที่อะ หาวิธีในเน็ตอ่านหมดแล้ว แต่อยากได้วิธีที่เพื่อนนักเขียนด้วยกันใช้อะ เอาแบบกูควรฝึกยังไงดี อะไรแบบนี้

405 Nameless Fanboi Posted ID:8qbMn7+oP+

>>404 อ่านเยอะๆ แล้วมันจะออกมาเอง เขียนไปเรื่อยๆ แล้วมันจะอยู่ตัว

406 Nameless Fanboi Posted ID:m8yGqszPeO

Ky เพื่อนโม่งมีทริค กลเม็ดเคล็ดลับกระตุ้นยอดขายอีบุ๊กกันบ้างมั้ย มาแชร์กันหน่อย 55555
เริ่มที่กูก่อนก็ได้ กูลงนิยายหลักๆ ในดดอ่ะ กูจะแต่งจนจบเรื่องแล้วค่อยทยอยอัพในดดสัปดาห์ละครั้ง พอลงไปได้สัก 3-4 ตอนก็จะเริ่มวางขายebookในmeb ใครอ่านในดดแล้วค้างคาขี้เกียจรอกูอัพจะได้มาซื้ออีบุ๊คต่อ กูทำแบบนี้แล้วยอดขายเยอะกว่าอัพจนจบแล้วค่อยเปิดขายเกือบเท่าตัวอ่ะ

407 Nameless Fanboi Posted ID:P50xx/3DRe

>>405 มีเรื่องไหนแนะนำมั้ย

408 Nameless Fanboi Posted ID:RjTk5iD2/I

>>407 ลองไปที่เว็บเมพ ดูแนวที่สนใจ หาเรื่องที่คนอ่านโหลดอันดับต้น ๆ หรือนักเขียนที่มึงชอบ
กดโหลดทดลองอ่าน
ที่จริง ส่วนต้นเรื่องของนิยายทุกเรื่อง จะเน้นบรรยายให้คนอ่านรู้ที่มาที่ไปและต้องดึงดูดใจคนอ่านเต็มที่
มันมีอะไรต่ออะไรมากกว่าส่วนอื่น ๆ ในเล่มอยู่แล้ว เพราะนิยายจะรอดไม่รอด คนอ่าน อ่านช่วงแรกก่อนอื่นเพื่อทดสอบรสนิยมอยู่แล้ว

409 Nameless Fanboi Posted ID:I5FIR19kpY

/Ky ไม่รู้ถามห้องนี้ได้ไหม แต่อยากรู้ว่าเมbมันเก็บ 40% ของยอดขายจริงเหรอวะ แล้วพวกมึงคิดว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้มยังไงอะ กุรู้สึกจำนวนเปอร์มันเยอะแปลกๆ เข้าใจนะว่ามันต้องมีค่าซ่อมบำรุงเว็บและอัพเดต แต่มันก็ยังดูเยอะสำหรับกุอยู่ดีว่ะ

410 Nameless Fanboi Posted ID:RjTk5iD2/I

>>409 อยู่ที่เครื่องที่ซื้อด้วย แบ่งใหญ่ ๆ เป็นสองเจ้า คือ 1.แอปเปิ้ล 2.เครื่องทั่วไปแอนรอย พีซี
ตัวอย่าง หนังสือที่กูลงขาย 99 บ. ประมาณ 30000 คำ (อันนี้แล้วแต่จะมือใหม่ มือเก่าด้วย) มีแฟนคลับเยอะก็ตั้งได้สูงกว่านี้นิดได้
ซื้อจากเครื่องทั่วไปได้รับเงินจริง 66.XX บาท ส่วนแอปเปิ้ลเหลือ 55.XX บาท
ถ้าถามว่าโอเคมั้ย ก็สมน้ำสมเนื้ออ่ะนะ
ถ้ามึงอยากได้มากกว่าก็อาจต้องเพิ่มบท หรือเพิ่มราคาเอา แต่ก็เสี่ยงที่คนอ่านจะไม่ซื้อ ถ้าราคามันไม่ค่อยเหมาะเท่าไร

411 Nameless Fanboi Posted ID:I5FIR19kpY

>>410 แต๊งมากมึง กุเพิ่งรู้ว่าเครื่องที่ใช้แม่งมีผลด้วย คิดคร่าวๆ คือเมbได้ประมาณ 33% ป้ะ เออ ถ้าประมาณนี้ก็คุ้มอยู่มั้ง กุกากคำนวณ ตอนเห็นว่าชาร์จสี่ในหกนี่งงตาแตกเลย

412 Nameless Fanboi Posted ID:FfLIalMikF

>>409 มันมีรายละเอียดในเมนู agreement ตรง Term of payment
ถ้าขายผ่าน app หักให้ app 30% meb เอา 14% นักเขียนได้ 56%
ถ้าขายผ่านช่องทางอื่น หักให้ตัวกลางประมาณ 4% meb เอา 19% นักเขียนได้ 67%
แต่กรณีที่ 2 นี้มันจะมีค่า seller อีกเกือบ 10% อ่ะ
คือถ้าเอา link ไปวางแล้วคนซื้อผ่าน link เรา นักเขียน (หรือใครก็ตามที่เอา link ไปวางแล้วเกิดการซื้อ) จะได้ตรงนี้อีก
แต่ถ้าคนอ่านเข้าไปคลิ๊กจากในเว็บของเมพ ส่วนนี้ meb เอาไป นะ

413 Nameless Fanboi Posted ID:N6iejyWbFM

>>412 ในเมb ตอนนี้เซลเลอร์ลิงค์มันหายไปไหนอะ ??

414 Nameless Fanboi Posted ID:FfLIalMikF

>>413 ใช้ใน PC ก็มีปกตินะ แต่ต้อง log in ก่อน

415 Nameless Fanboi Posted ID:tQY/MaeC0E

>>414 คือ ที่บอกคือลืมอธิบาย คือมันกดไปตามลิงค์แล้วมันไม่เข้าไปที่นิยายเราอะ ไม่รู้ทำไม T_T

416 Nameless Fanboi Posted ID:2wR/7P8+Y3

>>415 copy link มาครบมั้ย?
หรือว่าเว็บที่เอาไปวาง บล็อกไม่ให้วาง link

417 Nameless Fanboi Posted ID:uUe82N3xqg

>>416 ครบนะ วางใน ดด กูลองไปกดดูเรื่องอื่นเอ้ามันไปที่นิยาย งั้นลิงค์ของเรื่องนัันต้องมีไรผิดพลาดแล้วละ

418 Nameless Fanboi Posted ID:FPKvKcVCMg

>>417 มันมีให้เลือก 3 แบบ อยู่ที่เลือกนำไปแปะในเว็บนั้น ๆ แบบไหน
html นี่ก็เอาไปแปะวลัย
iframe นี่ก็เอาไปแปะ เด็กดี
link นี่ก็เอาไปแปะในเว็บทั่ว ๆ ไป
ลองหารูปแบบที่เว็บนั้น ๆ ที่จะเอาลิงไปใช้ดู มันมีอยู่ 3 แบบให้กดเลือก

419 Nameless Fanboi Posted ID:za4LRk8.eb

>>418 ขอบคุณค่ะ >O<

420 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

>>406 ของกูแต่งจบก่อน
แล้วลงขายที่เมพเลย แล้วค่อย ๆ ลงเนื้อหาตอนนิยายให้เว็บออนไลน์ต่าง ๆ
ลงไปประมาณ 60 - 70% หรือถึงตอนที่ใกล้เป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง (ไม่ลงต่อ)
ในคนอ่านที่ลุ้นไปติดตามในเมพ ... ต้องแบบนี้ถึงได้ยอดโหลดมากหน่อย
แต่ถ้าเรื่องไหนลงจนจบเนี่ย ... ยอดโหลดไม่เคยสูงเลยสักเรื่อง
จนสุดท้ายกลายเป็นเรื่องหลัง ๆ จะแจ้งไว้ก่อนว่าลงไม่จบ เพื่อตัดปัญหาคนอ่านถามว่าเมื่อไรจะลงจบอ่ะนะ

421 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

ปล.
เมื่อก่อนชอบให้คนอ่านเข้ามาคอมเมนต์ด้วยนะ แต่พอหลัง ๆ เรื่องที่มีคอมเมนต์มากมายเพราะลงจนจบเรื่อง กลับมียอดโหลดไม่สูง
ส่วนเรื่องที่ไม่สนใจลงให้จนจบ และกลายเป็นมีคอมเมนต์แบบร่องแร่งแทบร้าง กลับมียอดโหลดดีกว่าเยอะ
นี่ทำให้กูตัดสินใจอะไรได้บางอย่างด้วย ...

422 Nameless Fanboi Posted ID:J2c.5u+vDS

>>421 จริง เมื่อก่อนกูงอแงเรื่องเม้น เห็นนิยายคนอื่นมีเม้นเยอะ กูก็อยากได้มั่ง
ทำทุกทาง ชวนคุย เล่นกิจกรรมตอบคำถาม อ้อนๆให้เม้นหน่อย แต่กูไม่เคยบังคับขู่เม้นนะ สรุปว่าเหงาสัส หลังๆกูเลยเฉยๆ เม้นไม่เม้นตามใจเลย กูอัพขายรอยอดเงินก็พอ

ตอนที่กูหน้าใหม่ ใจดีลงให้อ่านจบ มีเม้นชมนิยายกูสารพัด ยอดเม้นเกือบหมื่น ยอดเฟบอีกสี่หมื่น กูลงจบ เปิดจองปุบ อิเหี้ย ได้ยอดจอง 50 เล่ม 55555 ปาทับจัยจนวันตาย

423 Nameless Fanboi Posted ID:m0Fb7SHJFn

อ่าน เม้นต์ ไม่ซื้อ
อ่าน ไม่เม้นต์ ซื้อ
เอาตรงๆปะ ส่วนมากคนที่มีเงินซื้อมักไม่มีเวลามาตามอ่านเป็นตอนๆในเน็ต ไม่มีเวลามาตามเม้นต์ลัลล้ากับนักเขียนหรอก ต้องทำมาหากิน อ่านไปสักสิบตอนถ้าโอเคก็กดซื้อแล้ว

424 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

>>422 แตะบ่า กูเข้าใจมึง กูก็เคยได้ระดับนั้น รวมถึงเรื่องยอดจองแบบเดียวกันด้วย
ราวกับถอดแบบกันมาเลย
ตบบ่าเบา ๆ แล้วถอนใจยาวเหยียด...

425 Nameless Fanboi Posted ID:QX2uI8UGjI

>>422 มึงคืออวตารกูป่าววะ 555555 ยอดเฟบยอดเม้นหลายหมื่น เปิดให้อ่านจนจบ ยอดจองนิยายได้แค่100ต้นๆ กับอีกเรื่องลงแค่ตัวอย่าง5-6ตอน ยอดเฟบยอดเม้นไม่เยอะแต่ยอดวิวเยอะ ขายได้เยอะกว่าเรื่องที่ยอดเฟบเป็นหมื่นเกือบสิบเท่าอ่ะ เพราะกูลงแค่ตัวอย่างลงไม่จบ 5555555 กูบรรลุเลยจ้า ลงไม่จบ ลงค้างไว้ถึงฉากไคล์แมกช์ ยอดขายดีสุดอ่ะ ลงเฉพาะตัวอย่างในเว็บ ใครอยากอ่านค่อยไปซื้อต่อในเมบ

เคยมีโม่งบอกว่าลงจนจบแล้วปิดตอนขายยอดขายดีสุดกูของเถียงขาดใจว่าไม่จริง ลงจนจบแล้วถึงปิดตอนยังไงยอดขายก็สู้ลงไม่จบไม่ได้อ่ะมึง กูทดลองกับตัว ทำมาหลายเรื่อง ลงไม่จบ ขายต่อในmeb/พิมพ์หนังสือขายอ่ะดีสุด ใช้หลักการเดียวกับนิยายแปลเลย ลงเฉพาะตัวอย่างในเว็บ ที่เหลือไปตามในเล่ม

426 Nameless Fanboi Posted ID:dziLeeEgHN

Ky กูถามไรหน่อย ebookในmebกูสามารถดูยอดดาวน์โหลดนิยายของคนอื่นได้มั้ย กูอยากรู้ว่าแต่ละเรื่องขายได้เท่าไหร่ แนวไหนขายดีสุด ขอบคุณล่วงหน้าเด้อ

427 Nameless Fanboi Posted ID:dw/f2PKiRp

>>426 ไม่ได้
ทำได้แค่การประเมินจาก อันดับนิยายตัวเองที่ขายได้ในช่วงนั้น ๆ เปรียบเทียบโดยประมาณเอา

428 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

>>426 แนวขายดีที่สุด กดดู TOP Paid ก็รู้ได้แล้วนะ ว่าเรื่องไหนขายดีที่สุดในเมพ

429 Nameless Fanboi Posted ID:tPFIHIJqSO

Top Paid คิดจากยอดขายนะ บางที ไม่ได้ยอดโหลดเยอะที่สุด แต่เพราะราคาปกแพงเลยติดอันดับ

430 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

>>429 น่าจะยอดโหลดด้วยนะ ดูอย่างตอนนี้สิ การ์ตูนเล่มละ 35 บ. ขึ้น top paid อันดับ 1-9 เลยนะ

431 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

ปล. ยอดโหลดเยอะ ก็จะทำให้ยอดขายสูงไปด้วย ตามอัตราส่วน คือมันก็เกี่ยวข้องกัน ทั้งราคา + ยอดโหลด

432 Nameless Fanboi Posted ID:IsDtzTquFF

>>430 มึงการ์ตูนเรื่องที่ท็อป ถ้าบอกเอายอดขายมาจัด ก็ยังได้ ดังมาก กูยังอ่านเลย5555

433 Nameless Fanboi Posted ID:GGrhml9U4h

429 นะ
หมายความว่า หนังสือราคาถูกกว่าที่ติด top อันดับไม่สูง อาจจะมียอดโหลดมากกว่าเล่มแพงที่ติดอันดับสูงกว่าไง
หนังสือราคาถูกติด top paid อันดับดีๆ ก็แปลว่าโหลดเยอะมากๆ
หนังสือราคาแพงบางเรื่อง มียอดโหลดสูงด้วย ก็ติดอันดับได้นานเป็นเดือน ก็มี
คือจะบอกว่า อันดับในหน้า top paid มันมีปัจจัยเรื่องราคาด้วยอ่ะ

434 Nameless Fanboi Posted ID:gWirXYZvv7

ในเมบนี่ถ้ารู้ธรรมชาติคนอ่านคือติดสายสะพายไม่ยากเลย ราคามีผลมากจริง ๆ แนวนิยายก็เหมือนกัน กูเพิ่งเขียนลงอีบุ๊กปีนี้ นูกูสัส ๆ ไม่โปรโมตงานด้วย ขายไม่นานก็ได้สายสะพาย ไม่โปรโมตงานที่ไหน แต่ออกเรื่องใหม่สม่ำเสมอ พอเขาซื้อเรื่องใหม่ก็ซื้อเรื่องเก่าไปด้วย สุดท้ายมันก็ได้สายสะพายง่าย ๆ เลย รอชิว ๆ แต่กูพูดถึงเรื่องติดสายสะพายอย่างเดียว ไม่รู้เรื่องท็อปเพดหรอกนะ กูแค่เขียน ๆ จบ ๆ แล้วลงขาย ไม่ได้สนใจอย่างอื่น ปีหน้าก็จะทำงานส่งสำนักพิมพ์อย่างเดียวแล้ว กูเบื่อการแข่งขันในเมบ

435 Nameless Fanboi Posted ID:nMouqK8irl

ส่วนใหญ่การแข่งขันคือ การลงนิยายในเว็บละมั้ง จะหากลุ่มคนอ่านแฟนคลับส่วนใหญ่ลงในเว็บก่อนทั้งนั้น
แล้วคนอ่านจะตามมาซื้อกันมากกว่า ที่อันดับในเมพจะส่งมีผล
เพราะส่วนใหญ่เขียนลงเว็บแล้ววางขาย แฟนคลับจะมาช่วยอุดหนุนดันยอดขึ้นไปติดสายสะพายในเวลาไม่นาน (บางเรื่องหนึ่งวันก็ติดแล้ว)
แต่ควรเลี่ยงการลงจนจบนั่นแหละ ลงจบ ยอดโหลดมักไม่ค่อยเดิน

436 Nameless Fanboi Posted ID:2NXpXxlm1d

>>434 >>435 เห็นด้วย
วางช่วงแรก แฟนคลับช่วยส่งให้นิยายติด top อันดับบนๆ หลังจากนั้นจะได้ขาจรที่มาลองโหลดอ่านตัวอย่าง หรือซื้อตามเม้นท์เชียร์

437 Nameless Fanboi Posted ID:HgY+COBQBf

>>434 มึงเก่งจัง นิยายมึงต้องสนุกมากด้วยแหละ

438 Nameless Fanboi Posted ID:V83F6xlVNV

>>437 ไม่เก่งหรอก กูแค่จับทางถูก รู้ธรรมชาติคนอ่าน กูเห็นนข.เริ่มต้นใหม่ ๆ บางคนเรียนทฤษฎีหนักมาก ทำยังไงให้ขายดี มีคนอ่าน แต่จริง ๆ แล้วทฤษฎีก็ใช้ไม่ค่อยได้หรอก ข้อสำคัญคือกูเขียนได้สองแบบ คือกูอะมีสำนวนของตัวเอง เวลาอยากเขียนลงอีบุ๊กจะใช้สำนวนที่กระชับ อ่านง่าย สบาย ๆ มันจะเขียนได้เร็ว แต่เวลาจะส่งสนพ.จะใช้สำนวนที่มีลูกเล่นเพิ่มขึ้นมา สวยขึ้น ลึกขึ้น กูเคยอ่านในทวิต นิยายภาษาสวยก็เหมือนกาแฟหอม ๆ อร่อย ๆ แต่ไม่เหมาะกับการอยู่โตรุ่ง เวลาคนจะโต้รุ่งเขากินกระทิงแดง ก็เหมือนนิยายอะ เป็นนักเขียนต้องเขียนได้หลาย ๆ แบบ เจาะกลุ่มคนหลาย ๆ กลุ่ม ภาษาสวยก็ใช้กับการส่งสนพ. ถ้าอยากขายได้ไว ๆ ก็เขียนลงอีบุ๊ก เขียนกระชับ ๆ สำนวนไม่ต้องซับซ้อน แนวนิยายก็สำคัญ กูไม่เคยลงนิยายในเว็บเลย เขียนเสร็จกูลงเมบ ไม่โปรโมต แต่ทำปกดี (สังคมที่กูอยู่คือสังคมคนศิลปะ) เขียนโอเค (อะกูเรียนอักษรด้วย) เวลาเขียนนิยายหรือเขียนอะไรก็ตามให้ดูคนอ่านเป็นหลัก อาชีพนักเขียนไม่มีจุดสูงสุด ต้องไปต่อเรื่อย ๆ พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ เวลาเริ่มต้นเขียนใหม่ ๆ กูก็ประสาทแดกอะ ชอบไปส่องคนอื่น แข่งกับคนอื่น แต่เขียนนาน ๆ เข้าก็เริ่มไม่มีเวลาส่องละ ต้องหาข้อมูลมาเขียนนิยาย อ่านงานดี ๆ หาแรงบันดาลใจ วันหนึ่งหมดไปละ ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย

439 Nameless Fanboi Posted ID:j1Tzido.Xz

กูขอถามหน่อยได้มั้ยว่าที่ลงไม่จบแล้วให้ไปตามต่อพวกมึงแต่งแนวไหนเหรอ คือกูแต่งแนววายแล้วมีคนรีวิวอีกแบบ ไม่รู้เพราะต่างเรื่องเลยต่างผลหรือเพราะแนววายมันต้องลงให้จบ

440 Nameless Fanboi Posted ID:24GutkUN9L

>>439 กูแต่งแนวรักชายหญิง เพิ่งรู้ว่าอนววายมีวัฒนธรรมแบบนี้

441 Nameless Fanboi Posted ID:ENIHA83mMa

>>439 ยังไงอ่ามึง รีวิวยังไงเหรอ กูงง 55 อธิบายให้เคลียร์กว่านี้นิดนึงได้มั้ย เผื่อกูจะตอบมึงได้

442 Nameless Fanboi Posted ID:ENIHA83mMa

>>439 นี่ลงไม่จบ ลงค้างไว้ตลอด อยากลงเมื่อไรก็ลง 3 ปีผ่านไปมาอัพก็มีอะกู 555 บางทีเขียนจบแล้วแหละ แต่กูก็ไม่ได้ไปอัพต่อ เขาถามว่าจะมีอีบุ๊กมั้ยกูยังไม่ได้ตอบเมนต์เขาเลยเนี่ย กูไม่ได้ซีเรียสเรื่องนักอ่านเพราะจะส่งสำนักพิมพ์ กูคงช่วยอะไรมึงไม่ค่อยได้นะ กูเป็นนักเขียนสายเหี้ยอะ ขอโทษที แงงงงงง

443 Nameless Fanboi Posted ID:FB3ribfwmy

>>441 กูเขียนคำตก ขอโทษที หมายถึงที่ข้างบนบอกลงไม่จบแล้วไปขายในmebกำไรดีกว่าลงจบ มีสายวายมั้ย เพราะเคยเห็นคนนึงในสายวายลงหลายแบบ แล้วที่ลงไม่จบขายได้เงินน้อยสุด เพราะคนอ่านรอสปอยตอนจบว่าจบดีไหม พอไม่มีใครเคยอ่านก่อนเลยไม่มีคนกล้าซื้อน่ะ กูเลยสงสัยว่าเป็นแค่เฉพาะคนเขียนคนนั้นหรือคนอ่านวายส่วนใหญ่เป็นงั้น กูกำลังลังเลว่าจะลงจบปิดตอนหรือลงไม่จบดี
>>440 เห็นคนอ่านสายนี้หลายคนบ่นว่าแนวนี้จบแผ่วปลายหรือตัดจบเยอะ ถ้าไม่รู้ตอนจบก่อนไม่กล้ากดซื้อน่ะ ซึ่งกูไม่รู้ว่าคนซื้อส่วนใหญ่เป็นงั้นหรือแค่บางส่วน
>>442 กูก็ไม่ได้สนนักอ่านขนาดนั้น กูสนเงิน555 เม้นจับต้องไม่ได้ ได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ เงินอย่างน้อยก็ซื้อชานมไข่มุกตอนเขียนได้ล่ะวะ

444 Nameless Fanboi Posted ID:ENIHA83mMa

>>443 พูดยากอะ ในวงการนี้คือไม่มีอะไรแน่นอนเลย บางคนลงให้อ่านไม่จบก็ขายดี บางคนต้องลงอ่านให้จบถึงจะขายได้ (อาจเพราะที่ลงไปไม่ดึงดูดพอ คนเลยไม่อยากอ่านตอนจบก็ได้) ละถ้าเขียนดี สนุก อัพช้ายังไงก็มีคนจำได้และมาอ่านต่อ เอาเป็นว่าเอาที่มึงสะดวกใจดีกว่านะ อย่างที่บอกอะ มันน่าจะเป็นเคส ๆ ไปมากกว่า อย่างกูหลัง ๆ มาไม่เคยลงงานที่ไหน ไม่โปรโมตงาน ลงขายอีบุ๊กเลยก็ขายได้สายสะพายอะ กูว่าของแบบนี้แล้วแต่คนมากกว่ามั้งเขียนตรงตลาด ตั้งราคาเหมาะสม ก็ขายได้ระดับนึงแล้ว ถ้าอยากได้เงิน กูบอกตรง ๆ อะว่าไม่มีอะไรดีเท่ากับการเขียนให้ตรงตลาด

445 Nameless Fanboi Posted ID:/qMGwsYME8

ขอกู เขียน สายรัก สายโรมานซ์ สายรักผู้ใหญ่ สายแฟนตาซี
ลงไม่จบวะ ถึงขายดีกว่าลงจบ คอมเมนต์คนอ่านไม่ได้ช่วยอะไร (อาจเพราะกูเคยโดนด่าเละเทะมาก่อนเรื่องลงลงไม่จบ...ให้ซื้ออ่านช่วงหลังเอา)
บอกได้แค่
คนอ่านที่ซื้อยังไงก็ซื้อ คนอ่านที่ไม่ซื้อยังไงก็ไม่ซื้อ ต่อให้แต่งได้ดีขนาดไหนก็ตาม
ก็ขนาดลงไปถึง 60-70% แล้ว ยังจูงใจให้ซื้อไม่ได้
ก็มีสองแบบ คือ เนื้อเรื่องไม่สนุก หรือ คนอ่านที่บ่น เค้าไม่ตั้งใจซื้ออยู่แล้ว

446 Nameless Fanboi Posted ID:Y7J8FlIG8O

เห็นคุยกันเรื่องรายได้ใน meบ กูนี่หน้าแห้งเลย เพิ่งเคยขายครั้งแรก ยอดโหลดก็น้อยนะ ยังหักซะเยอะอีก

447 Nameless Fanboi Posted ID:JDD1iSZQ16

>>446 จับมือ แต่กูไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลักเลยไม่ซีเรียส ถ้าได้เกินค่าปกกูก็พอใจละ ได้มาก็ไปต่อยอดซื้อนิยายกับการ์ตูนใน meb นี่แหละ55555

แต่ก็อยากได้เยอะๆ นะ ไม่ไปไหนหรอกกูนะ กูก็เปย์ให้พวกมึงนี่แหละ กร๊ากกกก

448 Nameless Fanboi Posted ID:ENIHA83mMa

อย่าซีเรียสเรื่องยอดขายเลยมึง ของกูคิดว่าเป็นแค่ค่าต่อชีวิต ค่าน้ำค่าไฟให้แม่ 5555 สิ่งที่กูต้องการจริง ๆ คือความสร้างสรรค์ กูรักการเขียน กูเลยเขียน คิดแบบนี้ก็มีความสุขดี กูลงทุนกับการเขียนนิยายมากนะ แม้ตอนนี้สิ่งที่ตอบแทนมาก็ยังไม่เท่าทุน กูสอบเข้าคณะอักษร ไปหายืมหนังสือมาอ่านสร้างแรงบันดาลใจ เข้าเอกที่สอนวรรณกรรม คิดเสียว่าการเขียนมันเป็นกำไรชีวิต อย่างน้อย ๆ ถ้าขายได้ก็ได้เงินกินขนม กูอาจจะมองโลกสวยเกินไป แต่กูมองแบบนั้นจริง ๆ อะ กูรักงานที่กูทำ ให้อีบุ๊กทุกเล่มกับแฟนคลับที่ติดตามตั้งแต่กูเขียนใหม่ ๆ เขียน ๆ ไปนาน ๆ มันจะมีเรื่อง Amazing เข้ามาในชีวิตมึงเอง เมื่อถึงเวลานั้นแล้วมึงจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เขียนนิยาย

449 Nameless Fanboi Posted ID:unwhqfvouR

ปรึกษาเรื่องการทำปกหน่อย คิดว่าปกแบบไหนที่คนชอบอะ

450 Nameless Fanboi Posted ID:UI9cwzoZYQ

>>446 หักน้อยแล้วในบรรดา ebook ไทย ยังมีเจ้าอื่นที่หักมากกว่านี้ ไม่เอาไปเทียบพวกเว็บขายรายตอนนะ อันนั้นเขามีเว็บลูกอีกเว็บหนึ่ง มึงลงขายครั้งแรกถ้าไม่เข้าใจตลาดขายได้น้อยไม่แปลกหรอก หลายคนอยู่มานานแต่ถ้าไม่ทำความเข้าใจกับตลาดก็ขายยากอยู่ดี

>>449 มึงปรึกษากว้างมาก กูก็ตอบกว้างๆ นะ ปกที่เห็นแล้วมันใช่ เห็นแล้วอยากซื้อก็ทำปกแบบนั้น ถ้ามึงบอกแนวมาสักหน่อยกูจะทำให้มันแคบลง แต่พื้นฐานคือปกที่คนเห็นแล้วอยากซื้อ

451 Nameless Fanboi Posted ID:7gjQvHBjc5

>>449 ช่วงนี้เห็นฮิตปกรูปวาด เป็นรูปคน หรือสีน้ำ

452 Nameless Fanboi Posted ID:tu5UH6r3hP

>>438 เขียนแนวไหนคะ พลีส

453 Nameless Fanboi Posted ID:am5wA/CBG/

วันหนึ่งถ้านักเขียนตายไป meb จะทำยังไงเหรอ

454 Nameless Fanboi Posted ID:fv+xGBTJfv

>>453 เงินถูกส่งเข้าบัญชีธนาคารของนักเขียน
ถ้ามีทายาทก็ติดต่อกับฝ่ายเมพว่าจะถอนออกหรือวางขาย
(ถอนออกจากการวางขาย แต่คนโหลดเก่า ๆ ยังมีไฟล์เก่าให้อ่านได้ตลอด)
ส่วนกรณีไม่มีทายาทก็คงว่าตามกฏหมาย เมพคงมีสิทธิจัดการเองได้ อาจเปิดให้โหลดฟรีกันไปก็ตามแต่ ซึ่งถึงตอนนั้น คงไม่มีคนอ่านใหม่ ๆ สนใจแล้วมั้ง

455 Nameless Fanboi Posted ID:A9zFcSproB

วางลิงก์อีบุ๊กเมบในหน้าเด็กดียังไงวะ ก๊อปเซลเลอร์ลิงก็มาแปะเฉยๆ ก็ URL พืดดด ไม่เป็นกรอบสวยๆ เลย

456 Nameless Fanboi Posted ID:..nmFauP66

>>455 กูก็อปโค้ดกดวางใน HTML อิที่อยู่ตรงขวามือด้านบนเเถบเครื่องมืออะ

457 Nameless Fanboi Posted ID:3aVBZkckeg

ขอถามซื่อๆ แนวเรทที่เขียนขายกันใน meb มีฉากอมหรือเลียมั่งไหม บรรยายไม่โจ่งแจ้งชนิดที่มาเป็นชื่ออวัยวะ แล้วที่ขายเป็นเล่มออกกับ สนพ. มีเรื่องไหนที่มีฉากแบบนี้ไหม มีบรรยายบ้างไม่ใช่ตัดเข้าโคมไฟอะ ถามเป็นแนวทางเพราะเรื่องที่กูเขียนมีฉากแบบนี้ คือถ้ามันส่ง สนพ.ไม่ได้จะได้ขายเอง ช่วงนี้ขาดเงิน เห็นบอกแนวนี้ขายได้ อย่าดูถูกมวลชนคนหื่น

458 Nameless Fanboi Posted ID:H9/0ssvgSQ

>>457 เรทแรง ในพี่เมพหมวดนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่เลย จะเอาแรงแค่ไหน หรือ 3p 4p 5p...... ก็ได้นะ

459 Nameless Fanboi Posted ID:H9/0ssvgSQ

>>457 เพิ่งเห็นคำว่าไม่โจงแจ้ง5555 แถวโรมานซ์ ที่ติด 20+ ก็แรงๆ อมเลียก็มีจ้า ซี๊ด ซ๊าด กูเคยเจอ แบบไม่ตั้งใจ เพราะตัวอย่างน่ารัก พอฉากเลิฟซีนจัดเต็มชิหาย5555

460 Nameless Fanboi Posted ID:3aVBZkckeg

>>459 ไปเปิดดูแนวโรมานซ์กับนิยายรักผู้ใหญ่ไม่มีแนวที่กูเขียนว่ะ 55555 กูเขียนจีนโบราณน่ะ สงสัยลงหมวดจีนโบราณกันหมดแต่แอบเรทไรงี้

461 Nameless Fanboi Posted ID:E0DVe0dYhc

>>457 แนวรักผู้ใหญ่
ปกติจะกดโหลดอ่าน ebook ต้องยืนยันอายุด้วยนะ ถือว่า เมพเค้าคัดกรองแล้วในระดับหนึ่ง
ถ้าอยากอ่านก็ลองไปดูเว็บ readawrite แนวรักผู้ใหญ่
ปกติคนเขียนก็เลี่ยง ๆ คำหยาบตรงๆ เบี่ยงเป็น ดุ้น ท่อน กลีบสาว หอย อะไรก็ว่ากันไปนะ

462 Nameless Fanboi Posted ID:E0DVe0dYhc

>>460 ปกติก็ย้ายไปอยู่ แนวจีนรักโบราณ แล้วกำกับด้วย 20+
แต่พอจะขายก็มาอยู่ในหมวด รักผู้ใหญ่ ของเมพไง
ในหมวดนี้ 100 โหลด แล้วก็ไม่มีป้ายอะไรนะ
แต่กูบอกได้เลยว่า อันดับสูง ๆ ใน top paid ในครึ่งหน้าแรก นี่ 100 โหลด+ ทุกเล่ม

463 Nameless Fanboi Posted ID:E0DVe0dYhc

>>460 ลืมตัวอย่าง ...
เช่นเรื่อง เจ็ดสามี พอดีเห็นเรื่องนี้อยู่อันดับมานาน
กูเห็นแนวจีนโบราณที่มาอยู่ในหมวด แนวรักผู้ใหญ่ มีหลายเรื่องที่ติดอยู่ top paid

464 Nameless Fanboi Posted ID:3aVBZkckeg

>>463 คือเรื่องนั้นเคยเห็นมานานแล้ว เนื้อหาบทบรรยายดุมากจ้า ดุในที่นี้คือบรรยายโจ่งแจ้งมาก ของกูไม่ขนาดเขาอะ แต่คิดไว้แล้วแหละถ้าลงขายคงจะขายหมวดจีนโบราณแล้วจำกัดอายุ ขอบใจที่มาตอบกันนะ

465 Nameless Fanboi Posted ID:p35tuVTEk3

>>463 กูเคยเลียบๆเคียงๆถามคนเขียน
เขาบอกเรื่องนี้ได้เกือบสองพันโหลดนะมึง แนวหื่นๆนี่แหละขายดีมาก

466 Nameless Fanboi Posted ID:t+FXNu0+Bi

เรื่องนี้มันจะสองปีแล้ว เมื่อไปดูวันที่ลงขาย
อย่างที่กูรู้ top paid หน้าแรกของหมวดแนวรักผู้ใหญ่ ช่วงครึ่งบนในเดือนนั้น ๆ จะได้ 100 โหลด+ เสมอ
ผ่านมาจะสองปี กูเห็นเรื่องนี้ติดอันดับหน้าแรกอยู่แทบทุกเดือน
1000 -2000 โหลด คิดว่าไม่น่ามีปัญหานะ

467 Nameless Fanboi Posted ID:t+FXNu0+Bi

ปล. ไม่ใช่ว่าแนวหื่นทุกเรื่องจะขายดีนะ คือมันก็ต้องสนุกและหื่นได้ดีในระดับหนึ่งด้วย ถึงจะขายได้ดิบได้ดีต่อเนื่อง

468 Nameless Fanboi Posted ID:tvEWNWyrEb

เจ็ดสามีนั่นเกินหื่นไปแล้วปะวะ กูอ่านแล้วคิดว่ามันเหมือนนิยายอย่างว่าในหนังสือโป๊สมัยก่อนเลย สำนวนภาษาแย่กว่านิยายพวกนั้นด้วย

469 Nameless Fanboi Posted ID:GjLh3ycM.l

หื่นแต่มีคนอ่านมีคนเปย์ ก็ขายได้เรื่อย ๆ แหละ ในเมบคือเงียบนะ เมนต์น้อย แต่ไอ้เหี้ย หลังไมค์คือคนเขียนรับทรัพย์รัว ๆ ผิดกับนิยายปกติบางเรื่อง เมนต์เยอะสำหรับกู แต่ไม่ติดสายสะพายสักที 5555

470 Nameless Fanboi Posted ID:ZWSo6uRWBF

เพราะคนอะเนอะ เรื่องเซ็กส์มันเย้ายวน

471 Nameless Fanboi Posted ID:O8k31rC0gX

>>468 เรื่องนี้ลองอ่าน ตย แล้วไปไม่รอดจริงๆ ถึงจะเป็นนิยายอีโรติก กูก็อยากอ่านที่เป็น romance erotic ที่สุดท้ายลงเอยด้วยดีพระนางรักกัน (อย่างของศิริกัญญ์)

ประเภทที่ นอ ได้กับผู้หลายคนแล้วออกโทน dark erotic นี่ กูอ่านแล้วหดหู่ว่ะ

ปล. แต่เจออยู่เรื่องนึง เริ่มเรื่องนึกว่าจะ dark erotic ไปๆ มาๆ นี่มันตลกเสียดสี+แฟนตาซีโรมานซ์ เหนือความคาดคิดกูมาก 555 (เรื่อง จำนนรัก)

472 Nameless Fanboi Posted ID:EZaNJYSxo0

>>471 มันไม่ใช่อีโรติกแล้ว มันเป็น porn กูอ่านด้วยความอยากรู้เพราะเพื่อนพูดถึง ปกติไม่อ่านแนวนี้ของไทยหรอก ไปอ่านภาษาอังกฤษเลย ของไทยที่ขายๆอีบุ๊คกันมันก้ำกึ่งระหว่าง erotica กับ porn แล้ว เน้นแต่เรื่องอย่างว่า

473 Nameless Fanboi Posted ID:.CPjUpw+5C

หมวดนั้น มันเป็น porn เน้น ๆ นั่นแหละ แต่กูพอเข้าใจอยู่นะ
คือถ้าจะเอาสลวย ก็ต้องหาใน หมวดโรมานซ์ ที่มีกำกับว่า 18+
ส่วนหมวดรักผู้ใหญ่ เน้นสายหื่น ยิ่งหื่นยิ่งดีมั้งในหมวดนี้

474 Nameless Fanboi Posted ID:LVsOCedKbH

>>473 หื่นดีๆ ก็มี แต่ก็น้อยกว่าตับๆ นะ555

กูเข้าไปส่อง อยากลองเขียนบ้างจุง

475 Nameless Fanboi Posted ID:.zSif67Q0k

หลานของพ่อ กับหลานของแม่ เขียนชาร์ตเพ็ดฯ มาจากคนละฝั่งกัน แต่อยู่ระดับเดียวกัน เรียกเป็นลูกพี่ลูกน้องไหมวะ

476 Nameless Fanboi Posted ID:6e3C4QwfVS

>>475 ไม่ใช่ญาติกันเลยนิ

477 Nameless Fanboi Posted ID:.zSif67Q0k

ก็ไม่ใช่แหละ ไม่มีสายเลือดเดียวกันซักหยด แต่สนิทกันมากแบบเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ละกูต้องการคำเรียก งงมั้ย จะใช้หลานป้า หลานลุงบ่อยๆ มันก็เยอะน่ะ

478 Nameless Fanboi Posted ID:rVOPEYXS7J

อธิบายว่าเป็นญาติห่าง ๆ
คำเรียกหลานป้า หลานลุง ไม่แปลกหรอก ... เหมือนการนับถืออีกฝ่ายเป็นญาติผู้ใหญ่นั่นแหละ
ถ้ากำหนดให้ตัวละครเรียกแบบนั้น
คนทั่ว ๆ ไป ก็เรียก ลุง เรียก ป้า ได้ง่าย ๆ ในสังคมไทยอยู่แล้ว

479 Nameless Fanboi Posted ID:.phx4XIU+K

>>475 ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้อง เป็นญาติจากการดองกัน ของสองครอบครัว คนจีนมีศัพท์เรียกนะ แต่ของไทยไม่น่ามี ส่วนมากที่เจอเค้าจะบอกว่าเป็นญาติเฉยๆ

480 Nameless Fanboi Posted ID:BMASm5ydXb

คือถ้ากูเขียนนิยาย ีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีมีฉากเรต แต่ภาษาที่ใช้ ไม่ซี๊ดซ๊าด ปึกๆ ปักๆ ควรลงโรมานซ์หรือนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ดีวะ

481 Nameless Fanboi Posted ID:BMASm5ydXb

>>480 มีฉากเรตเยอะ

482 Nameless Fanboi Posted ID:n9UmaCrpgg

>>480 เยอะปะ บรรยายยาวเป็นหลายหน้าเลยรึเป่า ถึงเยอะกูก็เชียร์ลงโรแมนซ์ปกติอะแหละ

483 Nameless Fanboi Posted ID:Q+n2MCBzKY

สามวันแล้วฟชล.ยังไม่แอพพรูฟอีบุ๊กให้เลยว่ะ มันช้าขนาดนี้เชียว

484 Nameless Fanboi Posted ID:2G+onWhenh

มีคนที่รับเป็นบรรณาธิการณ์ฟรีแลนด์ปะวะ
แบบว่าเราให้ต้นฉบับเขาไป เขาก็ไปอ่าน แล้วก็มาบอกให้เราปรับปรุงโน้นนี่
พอว่าจะรวมเล่มนิยาย เลยอยากให้มันออกมาดีที่สุด

485 Nameless Fanboi Posted ID:IqJAWOOoUB

>>484 รับคนพิสูจน์อักษรด้วยมั้ย
บรรณาธิการณ์ —> บรรณาธิการ
ฟรีแลนด์ —> ฟรีแลนซ์
โน้นนี่ —> โน่นนี่ / โน้นนี้

486 Nameless Fanboi Posted ID:dxjmZIr8hZ

>>484 มี แล้วมึงควรรีบใช้บริการด่วนเลยด้วย นี่แกล้งอำใช่ไหมมึง ที่พิมพ์มาเนี่ย

487 Nameless Fanboi Posted ID:FcBmw+jd4Q

>>486 ขอรายละเอียดหน่อย

488 Nameless Fanboi Posted ID:dxjmZIr8hZ

>>487 กูรู้ว่ามี แต่ไม่เคยใช้บริการ ที่เห็นน่ะ บก.ดวงกมล เขาออกจากยามเช้ามาเป็นฟรีแลนซ์

489 Nameless Fanboi Posted ID:eYiYurCWt8

>>488 ถามเพิ่มหน่อยนะ

บก.นี่ต้องดูแนวที่เราเขียนด้วยปะ อย่างกูเขียนสืบสวน อาชญากรรมจ๋า ๆ
ถ้าไปให้ บก.ที่ทำแต่แนวรักโรแมนติกดูให้
มันจะเข้าท่าไหม

490 Nameless Fanboi Posted ID:dxjmZIr8hZ

>>489 ลองถามเขาเลยมึง ไม่รู้จริงๆ

491 Nameless Fanboi Posted ID:4mICYYcfcV

>>490 ขอบคุณมาก ใครเคยใช้บริการก็มาเล่าสู่กันฟังได้นะ

492 Nameless Fanboi Posted ID:RIfTJKmAZn

>>484 มีแต่ราคาก็ไม่ต่ำนะ
ถ้าหนังสือทำมือเอง แล้วลงทุนไปกับการจ้างคนมาตรวจสอบเป็นบรรณาธิการ แล้วไหนจะเรื่องทำปกอีก
ถ้าเพื่อนไม่ประหยัด 2 ส่วนนี้ มันก็อาจจะเข้าเนื้อได้ ถ้ายอดขายจริงไม่เป็นไปตามที่คิด
ส่วนใหญ่จะเปิดฟรี... เพื่อเช็กให้แน่นอนก่อนกันทั้งนั้น ถ้ายอดสูงจริง ก็ควรลงทุนได้ แต่ถ้าผลมาอีกแบบ...การทำเองทุกอย่างจะดีกว่า

493 Nameless Fanboi Posted ID:f+6axxGaQM

>>492 เราไม่ค่อยสนเรื่องเงินอะ งานประจำเงินเยอะอยู่แล้ว ที่หา บก. นี่ อยากพัฒนาตัวเองมากกว่า

494 Nameless Fanboi Posted ID:dxjmZIr8hZ

>>493 งั้นจัดเลย เขามืออาชีพอะมึง

495 Nameless Fanboi Posted ID:RIfTJKmAZn

>>493 อยากพัฒนาตัวเอง ถ้ารับการติชมได้ คนอ่านจะช่วยได้เยอะ
ลงนิยายในเว็บนั่นแหละ บอกรับคำติชมได้ ขอแบบแรง ๆ จัดเต็มได้เลย
(แต่เรามักเห็นว่า พอโดนตำหนิไม่กี่เมนต์ ก็หงุดหงิดออกมาแทบทุกราย ไม่ตอบในกระทู้ ก็เอามาบ่นในเฟซเป็นส่วนใหญ่)
หรือ ถ้าลงในเว็บแล้วไม่มีคนอ่านมาคอมเมนต์
ก็ต้องสะดุดใจตัวเองได้พอควรว่า ที่เขียนอาจจะไม่โดนใจคนอ่านเท่าไร ต้องแก้ไขสิ่งที่จะดึงดูดใจคนอ่านให้เข้ามาเมนต์ให้ได้ นั่นคือการพัฒนาที่เห็นชัดล่ะ

496 Nameless Fanboi Posted ID:7lBgs8n0EF

>>493 บก.ยามเช้า = ชายาผู้มีคุณธรรม ตำนานรักสองสวรรค์ ใช่มั้ย ถ้าใช้มึงพรูฟงานเองน่าจะดีกว่า ถ้าไม่เชื่อกูลองไปหานิยายมาอ่านก็ได้ แล้วจะอึ้ง มึงอาจจะเปลี่ยนใจ

497 Nameless Fanboi Posted ID:P+R9R37VnM

>>496 คนนี้ออกจากยามเช้ามานานแล้ว เขาทำช่วงนิยายรักไทยบูมๆ น่ะ หลังจากนั้นก็เหมือนจะไปทำกับคำต่อคำ แต่ตอนนี้กุเลิกเล่นเฟซมาเป็นปีละ เลยไม่รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่

498 Nameless Fanboi Posted ID:VCnB.QPkB8

>>496 เขาไม่ได้ทำนิยายจีน

499 Nameless Fanboi Posted ID:xPtIXcMbMp

>>495 คนอ่านเราเม้นเป็นแต่ "ขอบคุณมาก" "สนุกครับ" "ติดตามค่ะ" ดีหน่อยก็มีมาตรวจคำผิดให้ เคยเอาไปให้โม่งวิจารณ์ ดู ๆ แล้ว อ่านแค่ผ่าน ๆ ไม่ได้จริงจังอะไร

บก.น่าจะเป็นทางออก

500 Nameless Fanboi Posted ID:tWzbR4xaey

ไม่รู้สินะ ไม่ใช่สายเขียนประกวด
ปกติ นิยายวัดกันแค่ ขายดีไม่ดี ยอดโลหดได้เยอะไม่เยอะ ได้ทำเป็นละครไหม?
หรือสายภูมิใจก็แค่ คนอ่านเยอะไม่เยอะ
ปล.
ถ้างานเขียน แล้วขายไม่ออก ก็ถือว่าสอบไม่ผ่านแล้วล่ะ หลักการง่ายมากว่า
นิยายได้รับความนิยมหรือเขียนได้ถูกใจคนขายจน เค้าซื้อได้หรือเปล่านั่นแหละ
ถ้าทำตรงจุดนี้ไม่ได้ ต่อให้ได้ บก. มาช่วยก็ไร้ความหมาย

501 Nameless Fanboi Posted ID:jz.SG6O6Tr

>>499 ถ้ามึงต้องการอะ ลองเลย ไม่ได้ประชดนะ ตังค์มึงอะ

ไม่รู้เทียบกันได้ไหม อย่างกูทุกวันนี้ปกนิยายกูแพงมาก เอากูพอใจ กำไรเอาไว้ทีหลัง แค่ไม่เข้าเนื้อพอ 5555

502 Nameless Fanboi Posted ID:7aMwhugh+r

>>500 เราก็ไม่ได้ไปว่านักเขียนที่เขียนขายอย่างเดียวนะ แต่เราแค่อยากให้งานมันออกมาดีที่สุดไง ส่วนเรื่องขายดีไม่ดี ถ้านิยายอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้โดดเด่น มันก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดล้วน ๆ

503 Nameless Fanboi Posted ID:qquQiuji1.

>>502 นิยายจะ “ดีที่สุด” ได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับคนเขียน
บก. ช่วยได้บ้าง แต่ถ้าต้นทางมันแย่ มันก็ “ดีที่สุด” ไม่ได้หรอก
สรุปอยู่ที่ตัวมึง แต่ถ้ามีเงินอยากลองงานกับ บก. ก็ตามสบาย ลองดูจะได้รู้ ได้เข้าใจ

504 Nameless Fanboi Posted ID:tWzbR4xaey

>>502 อย่าโกรธกันนะ
คือ ถ้ามัวเป็นเพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์เกินเหตุ ระวังอาจเป็นพวกซึมเศร้าอะไรเกินเหตุ
งานเขียน ต้องเตรียมใจรับจุดด้อย จุดบกพร่องอะไรของตัวเองไว้บ้าง
เพราะความสมบูรณ์แบบในโลกนี้ไม่มีหรอก ยิ่งอยากให้สมบูรณ์ ยิ่งเครียด และพานทำให้จินตนาการในการเขียนเคร่งเครียด ไม่สนุกได้ล่ะ

505 Nameless Fanboi Posted ID:7aMwhugh+r

>>504 เฮ้ย...ใจเย็น ๆ กันก่อน เราเขียน/ลง จบไปหลายเรื่องแล้ว
เรื่องโดนด่านี่เฉยมาก เพราะแทบทุกเรื่อง เอามาแปะให้โม่งวิจารณ์
ที่นี่ แค่อยากลองเอางานไปให้ บก.ช่วยดู แค่นั้น...แค่นั้นจริง ๆ

506 Nameless Fanboi Posted ID:cTE+kYO2cH

อย่ามัวเถียงกันอยู่เลย ใครจะจ้างก็จ้าง ไม่จ้างก็ไม่ต้องจ้าง ขึ้นกับเงินล้วน ๆ

507 Nameless Fanboi Posted ID:xPtIXcMbMp

>>506 สรุปมีเจ้าเดียวหรือ มีใครจะแนะนำอีกไหม

508 Nameless Fanboi Posted ID:+ZfKzZcGV4

มึงแปะสิมากูวิจารณ์ให้เอง

509 Nameless Fanboi Posted ID:LwSrYy06Mc

>>508 ไม่เป็นไรหรอก กับโม่งนี่บ่อยแล้ว เผลอ ๆ อาจเคยเห็นงานเราแล้วด้วย
ไปขุด ๆ แถว Wed novel น่าจะเจอ

510 Nameless Fanboi Posted ID:HVaqasdABo

>>509 มึงเขียนแนวไหน

511 Nameless Fanboi Posted ID:ZhKcc9CdST

ในเมพ ระหว่างนิยายรัก กับ โรมานซ์ มันควรแบ่งที่ฉากเรตใช่ปะ แต่มันคือระดับไหน กูเคยเห็น มีคอมเม้นท์ บอกนิยายที่อยู่ในหมวดโรมานซ์ว่า มีฉากได้กันไม่เยอะ ไม่น่ามาอยู่หมวดนี้

512 Nameless Fanboi Posted ID:tjuS/1icwM

>>511 3 ระดับ
อ่อน ๆ เน้นเนื้อเรื่อง ก็ หมวดนิยายรัก
แรงขึ้นมา แต่ยังมีเนื้อหามากกว่าฉาก nc ก็ หมวดนิยายรักโรมานซ์ แต่สามารถมี 18+ กำกับคัดคนซื้ออยู่ระดับหนึ่ง
แรงสุด เน้นอารมณ์คนจะจ้วงแททงกัน ไม่เน้นเนื้อหาเท่าไร ก็ หมวดนิยายรักผู้ใหญ่ ... อันนี้ต้องยืนยันอายุด้วยการส่งรูปบัตรประชาชน บอกวันเดือนปีเกิด ด้วยถึงจะสามารถซื้ออ่านได้

513 Nameless Fanboi Posted ID:WyjM0SsFkQ

Ky เพื่อนโม่ง ซือฝึกับซือจุนใช้ต่างกันยังไงอ่ะ มันแปลว่าอาจารย์เหมือนกันใช่ป่ะ แต่ทำไมบางเรื่องใช้ซือฝุบางเรื่องใช้ซือจุนวะ กูงง

514 Nameless Fanboi Posted ID:tjuS/1icwM

>>513 http://www.futurec-cn.com/คำจีนสับสน-师父-กับ-师傅-ใช้ต/
1.เป็นอาจารย์เชี่ยวชาญสอนวิชาให้จริง ๆ
กับ
2.เป็นคำสุภาพ คำให้เกียรติ ใช้เป็นสรรพนามเวลาเราเรียกช่างหรือคนงานที่มีความชำนาญหรือมีประสบการณ์บางสาขา เช่น ช่างไม้ พ่อครัว ช่างแต่งผม คนขับรถ ฯลฯ

515 Nameless Fanboi Posted ID:m8ijhMJFRe

>>511 อันนี้เคยคุยกันไว้ในมู้จีน ขอยาดก๊อปลิงค์มาให้
https://fanboi.ch/literature/6523/255/

516 Nameless Fanboi Posted ID:P2SQ7LmP9y

ขอเพ้อหน่อย ช่วงนี้นิยายกูไม่มีคนเม้นต์เลยสักคน แต่กูชอบอ่านนิยายตัวเองมากกกก พอได้กลับมาอ่านทวนซ้ำแก้นั่นแก้นี่แล้วสนุกดีว่ะ เหมือนได้สร้างกำลังใจให้ตัวเองว่าแต่งสนุกเหมือนกันนี่ ถึงไม่มีคนเม้นต์แล้วแต่นิยายกูโคตรสนุกเลย นับถือตัวเองที่แต่งมาจนจบ TT ใครที่เจอปัญหานี้อยู่ก็ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ นะ รักงานเขียนของตัวเองให้มาก

517 Nameless Fanboi Posted ID:A0oAeSO7xd

ฟวย เป็นเพอร์เฟกชันนิส กูรับไม่ได้ว่ะที่นิยายมันจะมีฉากไม่เป๊ะ ไม่ปังหลุดรอดมา ในหัวกูมันประมวลผลอยู่ตลอดเวลาว่ามันต้องสุดอะ เพราะแบบนี้กูมีพล็อตเป็นสิบ แต่แม่งก็จบในหัวตลอดเลย มีเรื่องไหนบ้างวะที่กูจะเขียนจนจบ กูก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ย นั่งเขียนๆลบๆ

518 Nameless Fanboi Posted ID:cuT3z0hmp7

>>517 เมื่อก่อนก็คิดเยอะแบบนี้ แต่หลังจากที่อ่านของคนโน้นคนนี้ กูเริ่มเบาลงจนนิยายจบมาหลายเรื่อแล้ว 555555
แต่ก่อนเรื่องอาชีพพระเอกนางเอก กูแบบอยากเขียนให้มันสมจริง แต่แบบนะ กูเขียนนิยายรักไง แล้วก็เคยมาขอคำปรึกษาในนี้แหละ เพื่อนโม่งบอกเอาแค่เป็นพื้นหลังพอ กูเลยสนุกกับการเขียนขึ้นเยอะ

519 Nameless Fanboi Posted ID:t0245Fj8YG

กูเขียนนิยายมาปีที่ 10 ได้เรียนอักษร (ลงวิชาศิลปะการเขียนแล้วก็วรรณกรรม) กูเคยประสาทแดกกับทุกอย่างในการเขียนนิยาย แต่ตอนนี้ผ่านพ้นความประสาทแดกพวกนั้นมาแล้ว อยากบอกว่ามีความสุขมาก ๆ วัน ๆ เขียนงานไปเรื่อย ๆ ตั้งลิมิตว่าปีนี้จะเขียนกี่เรื่อง ๆ อ่านหนังสือ ดูหนังเพื่อเพิ่มทรัพยากรในหัวทุกวัน ไม่ได้สนใจข่าววงการหนังสือเท่าไร เวลามีดราม่านักเขียนก็แค่มองจากวงนอก มีความสุขมาก ๆ ว่ะแม่ง

520 Nameless Fanboi Posted ID:r31J2ZMYEI

ว่าด้วยเรื่องความเป๊ะของนักเขียน ในฐานะที่กูเป็นทั้งนักอ่านและนักเขียนกูว่ามันก็ดีนะที่นักเขียนอยากเขียนให้เป๊ะ ทั้งการดำเนินเรื่อง การใช้ภาษา โครงเรื่อง ฯลฯ มันได้ขัดเกลาตัวเองและยกระดับวงการนักเขียนนิยายมือสมัครเล่น แต่กูว่าเป๊ะให้มันพอดีอ่ะ ล่าสุด พักนึงมาละ กูไปเจอนิยายเรื่องนึง บรรยายยิบย่อยชิบหายยยย คือมันกลายเป็นเวิ่นไปอ่ะมึง จริงๆ นักเขียนคนนั้นถือว่าเด่นเรื่องการใช้ภาษา (แม้พล็อตจะน้ำเน่ายุงชุมและเชยไปบ้าง) แต่มึงนึกออกป่ะ เหมือนเขาแต่งนวนิยาย ซึ่งกูอ่านแล้วถ้าเขาตัดการบรรยายสารพัดที่ไม่จำเป็นออกน่าจะลดจำนวนหน้าลงได้สัก 500 หน้าโดยไม่กระทบเนื้อเรื่องหลักและไม่เสียอรรถรสด้วย

521 Nameless Fanboi Posted ID:0Xm02x04ws

บรรยายเกี่ยวกับอะไร ที่ไม่จำเป็น?

522 Nameless Fanboi Posted ID:kOl/T3muML

วางทรีทเม้นแแบบเป๊ะๆ แล้ว ตั้งใจจะให้จบที่ 40 แต่ไปๆ มาๆ แม่งเขียนได้ 50 ตอน ถถถถถถถ ไม่ดีเลยเพราะมันยืดไปอ่ะจิ

523 Nameless Fanboi Posted ID:XY6PMu2uYu

>>521 กูไม่รู้นะว่า 520 อ่านเรื่องไหนมา แต่ตอนนี้กูก็อ่านนิยายอยู่เรื่องนึง มีราวๆ 550 หน้า แต่บรรยายความรู้สึกตัวละคร ปูมหลัง ยัดมาหน้าต่อหน้า บทสนทนาที่เอาไว้เดินเรื่องแทบหาไม่เจอ อึดอัดมาก กูอ่านได้วันละแค่ร้อยหน้า (ร้อยหน้ายังกระอักเลือด) ภาษาเขาสวยดี ใช้คำเพราะๆ มาเขียน แต่ก็แค่ภาษาสวย บรรยายล้นมากไปหน่อยจนน่าเบื่อ 1 ย่อหน้าจับใจความสำคัญไม่ได้ อยากบรรยายอะไรก็บรรยายออกมาตรงนั้น นี่คือนิยายที่บรรยายเวิ่นเว้อเกินไปในความคิดกู

กูชอบนิยายที่นักเขียนเก่งเรื่องสร้างคาแรกเตอร์ อ่านแล้วไม่ค้านความรู้สึกว่าทำไมตัวละครถึงทำแบบนี้ บางเรื่องคือตัวละครแบน การกระทำไม่สมกับที่นักเขียนให้ปูมหลัง แต่ไม่น่ารำคาญเท่าบรรยายเวิ่นเว้อ

524 Nameless Fanboi Posted ID:/wDy8XoUA+

Ky กูขอระบายหน่อยได้มั้ย คราวก่อนกูไปเล่าความลับเกี่ยวกับนิยายกูให้เพื่อนนขคนนึงฟังอ่ะซึ่งความลับนั้นมีผลกับตัวกูแล้วก็งานกูในอนาคต(ประมาณว่าโปรเจคใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้) คือแบบกูไว้ใจเขาด้วยแหละ แล้วไม่คิดว่าเขาจะเอาความลับกูไปเผยแพร่ให้คนอื่นฟังโดยที่กูไม่ได้อนุญาตอ่ะ คือกูอึ้งมาก เสียใจมากไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนั้น รู้สึกเหมือนโดนแทงข้าเลยว่ะ TT

525 Nameless Fanboi Posted ID:/wDy8XoUA+

>>524 *แทงข้างหลัง กูพิมพ์ตก แต่แม่งเสียใจจริงๆ อ่ะ TT

526 Nameless Fanboi Posted ID:xWzujwp07U

>>524 เก็บไว้เป็นบทเรียน กูเคยเจอเคสคล้ายๆ มึงนะ นขด้วยกันต่อหน้าพูดดีลับหลังเลื่อยขาเก้าอี้ กูว่ามันก็มีคนแบบนี้ทุกวงการนั่นแหละ ถ้าเลือกคบไม่ได้ก็เลือกเซฟตัวเองแทน

527 Nameless Fanboi Posted ID:MTsHX0eOlT

ใน meb คนที่มีรูปโปรไฟล์ คือ นักเขียนใช่ปะ

528 Nameless Fanboi Posted ID:MTsHX0eOlT

>>527 อ๋อ รู้แล้ว55555

529 Nameless Fanboi Posted ID:o+IqR8kEPC

มีพวก Tag เกี่ยวกับออริคาราให้เล่นกันบ้างไหมวะเพื่อนโม่ง อยากได้แบบพวกรู้จักตัวละครเรามากขึ้นไรงี้

530 Nameless Fanboi Posted ID:QxNludc85s

>>527 ยังไง? ใครอัพรูปก็มีรูปได้ ไม่ใช่เหรอ?

531 Nameless Fanboi Posted ID:Rp/GqAtzAt

>>530 คือตนแรกกูโง่ไง หาไม่เจอว่ามันเปลี่ยนตรงไหน กูเลยนึกว่ามีแต่ นข เหรอที่ทำได้ เพราะส่วนใหญ่เลย มันไม่ค่อยมีใครใส่รูปโปรไฟล์ กูงี้ก็ใช้เมพมานานแล้ว แต่ทำไม่เป็น 5555 มึงเข้าใจกูปะ กูจะงงๆ แต่พอกูถามปุ๊บ หาเจอเลย5555

532 Nameless Fanboi Posted ID:b1RNsNynjK

>>531 ไม่รู้ไม่ได้แปลว่าโง่

533 Nameless Fanboi Posted ID:TZgvzWRxNw

มีใครเคยเจอคนจากสนพ. มาทาบทามให้ส่งนิยายให้เขาพิจารณาบ้างมั้ย?

534 Nameless Fanboi Posted ID:Ak2HJ6e32o

>>533 เคย

535 Nameless Fanboi Posted ID:JKJtZ5n+Av

>>533 ส่งนิยายให้เขาพิจารณาคือไงอ่ะ ไม่ได้มาขอนิยายไปตีพิมพ์แต่มาขอให้ส่งต้นฉบับไปพิจารณาแล้วค่อยบอกผลว่าผ่าน/ไม่ผ่านงี้เหรอ

536 Nameless Fanboi Posted ID:qNMw00/5sx

สนพ เดี๋ยวนี้ขาดต้นฉบับ นักเขียนที่พอมีฐานแฟนคลับก็ทำมือกันเยอะ
ก็เลยมี จนท ไว้คอยหาต้นฉบับ ส่วนมากก็เรื่องที่ลงในเน็ตแล้วมีคนตามพอประมาณ หรือติดอันดับตามเว็บลงนิยาย
คำทาบทามประมาณนี้ก็คือมาจองไว้ก่อน ถ้าเขียนจบเรื่องหรือเพิ่มฐานคนอ่านในอนาคตได้ ก็จะเอาไปตีพิมพ์
เคยคิดว่าเราจะได้ข้อเสนอพิเศษหรือเปล่านะ เขาสนใจขนาดนี้ สรุป ป่าวค่ะ ได้เรตต่ำอีกต่างหาก 555
บาง สนพ ก็เหวี่ยงแห ติดต่อไปทั่ว เรื่องไหนดังขึ้นมาก็บอกว่า ติดต่อก่อน

537 Nameless Fanboi Posted ID:HnPSwDyl3F

บางทีส่งให้แล้วก็ไม่ผ่าน เขาสนใจต้นฉบับ ติดต่อทาบทามมาก็ไม่ได้แปลว่าจะส่งแล้วผ่านอะ 555

538 Nameless Fanboi Posted ID:raiLQtwQsq

>>537 มีเด็กหน้าใหม่ก็ถูกทาบทามเเบบนี้ เด็กมันก็ดีใจ โพสโม้อวยนิยายตัวเองไปสามวันแปดวันไม่ซ้ำคำ กูก็เตือนว่ามึง อย่าเพิ่งออกตัวแรง จองอ่านไม่ใช่จองพิมพ์ นางไม่ฟัง สรุปหน้าแหก ได้ข่าวว่าเอางานเที่ยวไปเสนอสนพ. แต่พอรอได้สามอาทิตย์ งอแงอีก ปสดว่าเขาไม่เอางานหนูแน่เลย เจ้านี้ให้ยอดน้อย เจ้านั้นปกไม่สวย กูเชียร์ทำมือก็ไม่เอา ไม่กล้า อยากเห็นงานวางขายหน้าร้านใหญ่ กูล่ะเพลีย

539 Nameless Fanboi Posted ID:Q7xqVyC/xU

นักเขียนหน้าใหม่ก็แบบนี้ละมึง เรื่องเยอะ เรื่องมาก ก็งานของตัวเองอะเนอะ อยากให้ได้ดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เขียนเยอะๆ คงได้บทเรียนเองละ คนรู้จักกูเขียนมานานละ สนพ.ให้ผ่านพิจารณาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ตีพิมพ์ ไปตีพิมพ์ของคนอื่นๆ ก่อน รอแห้งกันไป จะสิ้นปีแล้วก็ยังไม่ได้เห็นปกเลย

540 Nameless Fanboi Posted ID:uTRgxIy+ca

ความหน้าแหกนี้กูก็เคย จองนะ จองแล้ว แต่ผลคือไม่ผ่าน เศร้าไปค่ะ

541 Nameless Fanboi Posted ID:Q7xqVyC/xU

>>540 สนพ.ไหนอ่ามึง ใช่สนพ.เดียวกับกูมั้ยนะ 5555

542 Nameless Fanboi Posted ID:0/tMgSD6.J

เดี๋ยวนี้ยอดพิมพ์ขั้นต่ำของ สนพ เท่าไหร่แล้ว 2000 ใช่มั้ย?

543 Nameless Fanboi Posted ID:p24FxrtRgP

>>542 นั่นขั้นต่ำแล้วเหรอ สำนักพิมพ์หนังสือกูพันเล่มขั้นสูง 5555

544 Nameless Fanboi Posted ID:/IcdKzoT4W

สมัยก่อน 3 พันเล่มก็ไม่พอกินอยู่แล้ว มันไม่ใช่ว่าจะออกทุกเดือนหรือรีปริ้นซ้ำไปซ้ำมากันทุกคน มายุค 2 พันเล่ม คนที่มีชื่อเสียงสักหน่อยก็เริ่อมถอยไปทำมือเอง เดี๋ยวนี้ 500 กูก็เห็น สนพ. เล็กๆ ผุดขึ้นมาเยอะ ถ้าเป็นนักเขียนที่เคยออกเล่มมาก่อนคงไม่เอาด้วย พวกนี้พอเดาตัวเลขออกคร่าวๆ อยู่แล้ว แต่หน้าใหม่ที่อยากลงร้าน บางทีอาจไม่สมหวังเพราะ 500 เล่มมันลงได้แค่บางร้าน จำนวนเท่านี้น่าจะเน้นพรีกับงานหนังสือมากกว่า

545 Nameless Fanboi Posted ID:Xwmdn5.rLQ

บ้านส้มเท่าไหร่ฟระ พวกแนวเลิฟกุเห็นเงียบๆ

546 Nameless Fanboi Posted ID:Q7xqVyC/xU

ส้มที่เงียบๆ เพราะไม่มีต้นฉบับป่าววะ 55 กูเห็นบางทีก็เอางานของนข.หน้าใหม่มาพิมพ์แต่บ้ง นข.นามปากกานั้นออกกับส้มเรื่องเดียวก็ไปทำอีบุ๊กละ ส้มนี่ที่ไม่มีต้นฉบับคงเพราะให้ผ่านยากอะ นข.เก่า

547 Nameless Fanboi Posted ID:Q7xqVyC/xU

สัส เผลอกดไปก่อน 55 ส้มให้ผ่านยาก แก้แล้วแก้อีก นข.เก่า

548 Nameless Fanboi Posted ID:Q7xqVyC/xU

อะ อีกรอบ นข.เก่าย้ายไปอยู่ที่อื่นไม่ก็พิมพ์มือกันเยอะ แต่กูก็คิดนะว่าเมื่อก่อนส้มออกงานเยอะกว่านี้ แต่บางงานก็ไม่ได้สนุกอะไร ออกจะจางๆ ด้วยซ้ำ ยิ่งนข.บางคนออกนิยายเป็นซีรี่ส์ก็ยิ่งไม่สนุกสำหรับกูอะ 55

549 Nameless Fanboi Posted ID:ytCndKgLvB

คงแล้วแต่แนวมั้ง นี่โรมานซ์ ไม่ได้ส่ง สนพ นานแล้ว เคยถามคนที่ออกกับชูก้าร์บีท เครือสถาพร ได้เริ่มต้น 2 พัน ประมาณปีที่แล้วนะ ไม่รู้ที่อื่นขั้นต่ำกันเท่าไหร่

550 Nameless Fanboi Posted ID:m3B2B7zJnK

>>549 เคยส่งสถพสมัยแฟนตาซียังบูมขั้นต่ำ 3,000เล่มนะมึง เดี๋ยวนี้ลดเหลือ2,000แล้วเหรอวะ ถ้าจริงแสดงว่ายอดขายตกมากนะนั่น

551 Nameless Fanboi Posted ID:l9JSF9l4I4

มีใครรู้ดราม่านข สนพแสงแห่งรักบ้างมั้ย
ใครรู้ลึกๆช่วยเหลาให้หน่อย จักขอบพระคุณ

552 Nameless Fanboi Posted ID:cfc9KPzTIC

>>551 ช่วงนี้เหรอ? ไม่ได้ยินข่าวเลย

553 Nameless Fanboi Posted ID:cfc9KPzTIC

>>550 ไม่แน่ใจ คนที่ไปถามเป็นนักเขียนหน้าใหม่ของ สนพ นี้ แต่มีงานออกกับที่อื่นมาก่อน หรือว่าเขาให้ไม่เท่ากัน? หน้าใหม่หน่อยก็ให้ประมาณนี้ไปก่อน

554 Nameless Fanboi Posted ID:k+eXjop9Kl

ชี้เป้าดราม่า พุ่งไปที่เพจ Pan uาsา ได้เลย ชัดเจน

555 Nameless Fanboi Posted ID:.wfehLOEu/

>>554 อยากเผือก แต่ทำไมหาเพจไม่เจอ

556 Nameless Fanboi Posted ID:l9JSF9l4I4

โอเค เจอแระ
>>555 แฮชแทกประธานาธิบดีที่รัก เสิร์ชในเฟสเจอเลยค่ะ

557 Nameless Fanboi Posted ID:NkGlGBu79y

ดราม่าไรกันวะ

558 Nameless Fanboi Posted ID:NkGlGBu79y

>>557 เค กูไปอ่านมาละ ขอบคุณมาก

559 Nameless Fanboi Posted ID:cfc9KPzTIC

>>554 Thanks
>>557 นักเขียนไม่ถูกกัน เขียนนิยายคล้ายกัน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าถูกลอกงาน อีกฝ่ายบอกไม่ได้ลอก เขียนมาก่อนแต่จบช้า

560 Nameless Fanboi Posted ID:NkGlGBu79y

>>559 อ๋อออออ ไปสุดมากแม่ แล้วลอกจริงมั้ยวะ มีใครอ่านแล้วบ้าง

561 Nameless Fanboi Posted ID:l9JSF9l4I4

>>560 กูมองแบบกลางๆนะ ว่างานออกเดือนเดียวกัน ช้ากันไม่กี่วัน แต่อีกฝ่ายได้คิวออกก่อน งานออกติดกันขนาดนี้ ถ้าลอกจริง กองบก.ก็ตบกบาลก่อนแล้วป่ะ กองเดียวกันแท้ๆ กูคิดว่าแม่งหวงอาชีพพระเอกกันเว้ย เสือกมาออกชนกันไรงี้
ซึ่งอีห่า พระเอกสนพ.นี้มันก็วนอาชีพกันจะยัดตูดตาย
มาเฟียเดินขี่คอกันล้นโลก ชีคเสร่อๆไม่ก็ซีอีโออภิมหารวยยยย พอมีอาชีพประธานาธิบดีก็เลยหวงก้างอ่ะมั้ง

562 Nameless Fanboi Posted ID:NkGlGBu79y

>>561 ขำอาชีพสนพ.นี้ที่วน ๆ ไปวน ๆ มา 55 แต่ก็จริงนะมึง สนพ.อื่นก็หาพระเอกปธน.ยากเหมือนกันแหละ คงจะหวงกันเรื่องนี้มั้ง

563 Nameless Fanboi Posted ID:oi/Y6fyFmG

นักเขียนอีกคนเขาว่าไง หาอ่านได้ที่ไหนง่ะ

564 Nameless Fanboi Posted ID:kKvP/ZQ38t

>>563 มึงไปค้น นิยาย ใน ดด ตีเวิร์ดคำว่า ประธานาธิบดี แล้วมึงจะเห็นขึ้นติดกันเลย สนพ เดียวกัน แล้วก็ไปตามที่เพจต่อ

565 Nameless Fanboi Posted ID:NkGlGBu79y

ตลกจังวะ สนพ.เดียวกันยังตีกันอีก

566 Nameless Fanboi Posted ID:kKvP/ZQ38t

ไม่ต้องเถียงกันหรอก! เพราะไอเดียก็มาจากนิยายจีนเหมือนกันละวะ

567 Nameless Fanboi Posted ID:NkGlGBu79y

>>566 ตบหน้าแลงมากคร๊

568 Nameless Fanboi Posted ID:ad2GsdgAN1

>>566 ยังไงวะ กูไม่เก็ท

569 Nameless Fanboi Posted ID:kKvP/ZQ38t

>>568 เพราะอาชีพนี้มันมีในนิยายจีนมาก่อนไง ทั้งนิยาย ทั้งการ์ตูน

570 Nameless Fanboi Posted ID:2zjwaCIrYu

>>569 เคลมเขาแบบนั้นก็ไม่แฟร์นะมึง

571 Nameless Fanboi Posted ID:kKvP/ZQ38t

อ้าวก็เถียงกันเรื่องอาชีพ กูก็ว่าไอเดียมันก็มาจากนิยายจีนไง มันไม่ผุดมาเฉยๆ หรอก ก็แค่นั้น

572 Nameless Fanboi Posted ID:kKvP/ZQ38t

บวกเกาไปอีกก็ได้

573 Nameless Fanboi Posted ID:kKvP/ZQ38t

โทษทีที่เมนเดียวไม่จบ
อาจจะสื่อไม่ดี แต่อยากบอกว่า สองคนมันก็ไม่ใช่ออริจิน แล้วเถียงกันทำไมวะ แค่อิเรื่องอาชีพ

574 Nameless Fanboi Posted ID:RT9qm7Qb0a

ต่อไปน่าจะเป็นอีกอาชีพที่ฮิต ลองไปตามดูมาบ้างก็เห็นนักเขียน(อีกคน คนที่3 )ที่ออกงานกับสำนักพิมพ์แสงแห่งรักเพิ่งเปิดนิยายใหม่พระเอกเป็นท่านประธานาธิบดี

575 Nameless Fanboi Posted ID:A0OjFMvLU7

วันๆ ทำอะไรบ้างวะ คือสงสัยน่ะพวกเซ็ตไว้เว่อวังขนาดนี้มันจะแตะอาชีพมากขนาดไหน

576 Nameless Fanboi Posted ID:Q71vZRJCxN

จะเอาแนวแฟนตาซีฮา ๆ ก็ลองหาการ์ตูนเรื่องนี้มาดู...
The Ride-On King ปูตินต่างโลก
ล้อเลียนท่านประธานาธิปดีสุด ๆ พล็อตของนักเขียนต่างประเทศ มันไปไกลกว่าที่จะมาทะเลาะเรื่องติ๊งต็องอาชีพอะไรกันแบบนี้แล้ว
พล็อตมันซ้ำจนเกร่อมาก

577 Nameless Fanboi Posted ID:n9mQIY9atG

>>575 ไม่เห็นทำอะไรนอกจากลากสาวไปเย

578 Nameless Fanboi Posted ID:Q71vZRJCxN

>>577 แนวรักก็หมกมุ่นแต่ด้านอารมณ์นั่นแหละมึง คนอ่านอยากเป็นซินเดอเรลล่า มีแฟนเท่ ๆ รวย ๆ ทั้งนั้น เป็นไปตามเป็นธรรมชาติ
ถ้าพระเอก (ประธานาธิบดี) ไปเน้นทำงาน ก็จะเป็นเรื่องเกมการเมือง ช่วงชิงผลประโยชน์ ... กูว่าคนอ่านเบื่อตายชัก
ถ้าพระเอก (ประธานาธิบดี) ไปเน้นสายต่อสู้ ก็จะเป็นนิยายสงคราม ต่อต้านอะไรสักอย่าง ... ต่อต้านการก่อการร้าย ต่อต้านยาเสพติด
ถ้าพระเอก (ประธานาธิบดี) ไปเน้นสายพัฒนาประเทศ ขายค้า ก็จะกลายเป็นนิยายแนวแฟนตาซีไปอีก
สรุป ... วัน ๆ ไม่คิดลากนังเอกไปกระซวก แล้วจะคิดอะไรวะ 555+

579 Nameless Fanboi Posted ID:WTwj7lBqzp

>>575 เขียนให้รวยไว้ก่อน เวลาเคลียปมไม่ได้ จะได้ใช้อำนาจพิเศษ

580 Nameless Fanboi Posted ID:DTAsJEbZCi

กูสงสัยว่าถ้าเขียนนิยายแนวแฟนตาซีต่างโลก แล้วให้พระเอกเป็นไบที่คบหญิงช่วงนึง คบชายช่วงนึง อารมย์ซีรี่ฝรั่งที่คบๆเลิกๆ จบกันดีบ้างแย่บ้างจนไปจบที่คนสุดท้ายหรือจบที่ forever alone นี่มันควรอยู่ในนิยายปกติ หรือวายวะ

581 Nameless Fanboi Posted ID:peQZeCXSGy

แล้วแต่จะให้น้ำหนักแบบไหน
แบบธรรมดา เวลาเอาไปลงนิยายในหมวดหรือเอาไปขาย ก็ลงหมวดรักธรรมดา
แต่ถ้าเน้นวาย ก็ต้องเขียนไปทางวาย เวลาเอาไปลงนิยายในหมวดหรือเอาไปขาย ก็ลงหมวดวาย
ควรคิดแยกให้ดีก่อน ... เพราะมีผลต่อคนอ่านและคนซื้อนิยาย การลงผิดหมวดก็ผิดกลุ่มคนอ่านนั่นแหละ
ถ้าคิด ครึ่ง ๆ กลาง ๆ คนอ่านอาจไม่โดนใจ ... การจบก็มีผลมากเช่นกันนะ ส่วนใหญ่คนอ่านชอบแฮปปี้เอนดิ้ง ถ้าจบไม่ตรงใจ ควรระวังการเทไม่ซื้อนิยายนั้น ๆ
ก็ประมาณนี้ แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องคนอ่านและยอดขาย ก็ตามใจคนเขียนได้เลย

582 Nameless Fanboi Posted ID:be3ixALvV1

Meb มีการจำกัดแอคเค้าท์ไหม อยากเปิดเพิ่ม

583 Nameless Fanboi Posted ID:YZvXXi.oXp

>>582 ไม่จำกัดนะ กูก็สมัครไปหลายแอค 5555

584 Nameless Fanboi Posted ID:Fr1QV5tX6S

เพื่อนๆ กูคือ 520 มาเม้นทิ้งไว้แล้วหายไปอาทิตย์นึง ขอโทษจริงๆ เพื่อนโม่งอุตส่าห์มาตอบกู >< ช่วงนี้กูปัญหาชีวิตรุมเร้ามากเวอร์ อยากตายห่าไปซะเดี๋ยวนี้เลย เฮ้อออ

585 Nameless Fanboi Posted ID:usa6ONHd9G

ky เพื่อนโม่งกูขอถามเรื่องEbookหน่อย รายได้จากการขายEbookหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้วต้องเอาไปยื่นรายได้คำนวณภาษีใหม่อีกมั้ยวะ

586 Nameless Fanboi Posted ID:ntTA63.mzi

เอาไปดิ
ถ้ากรณีภาษีไม่ถึงเกณฑ์ ก็ขอคืนภาษีได้อีก
แต่ถึงรายได้จะถึงเกณฑ์ ก็ต้องไปแจ้งอยู่ดี

587 Nameless Fanboi Posted ID:qhRBRYLWPD

ตอนนี้ สนพ.ไหนน่าส่งต้นฉบับบ้างคะ นิยายรัก นึกออกแต่ สถา กับ แจ่ม

588 Nameless Fanboi Posted ID:fTyqZx5e0g

หนาวงี้เขียนนิยายไม่ออกเลย มือแข็ง สมองตื้อ

589 Nameless Fanboi Posted ID:6mDRNw5sTL

Ky มีใครเลยลงขายนิยายติดเหรียญในธวลบ้าง กูอยากรู้ว่าเขาให้ส่วนแบ่งนขยังไงอ่ะ 100 เหรียญ = 1 บาท ช้ะ สมมติตอนนึงติด 200 เหรียญเงินเข้านข 50% = 1 บาท แล้วมีคนบอกว่ากุญแจเอามาซื้อนิยายได้แต่จะเอายอดกุญแจที่นักอ่านจ่ายมาหักออกจากเหรียญอีกที จนเงินถึงนขไม่ถึง 1 บาท อันนี้เรื่องจริงมั้ยวะ

590 Nameless Fanboi Posted ID:8VPWKOxuTh

>>587 ลอง ดีต่อใจ มั้ย เห็นมีนิยายรัก-โรมานซ์เบาๆ ออกหลายปก แต่ไม่รู้เกณฑ์ค่าต้นนะ
DBook / เป็นหนึ่ง ที่แยกมาจากคำต่อคำ

591 Nameless Fanboi Posted ID:hVCkzEEbjK

>>590 ขอบคุณ

ปละขอถามเพิ่มหน่อย ถ้าเราขอลบนิยายออกจากเมพ มันจะไม่มีผลกับคนที่ซื้อไปแล้วใช่ไหม

592 Nameless Fanboi Posted ID:k2w+Cy.AV6

>>591 ไม่มี

593 Nameless Fanboi Posted ID:ya2Yn6VUMY

มึง ตัวเอกมันจำเป็นต้องทำงานให้เห็นมั้ยวะ
แบบว่าของกูอาชีพตัวเอกกะเนื้อเรื่องมันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลย ถ้าไม่ใส่ไปพระเอกกูจะโดนหาว่าไม่ทำงานทำการมั้ยวะ มุแง หรือกูควรจะหาตรงกลาง

594 Nameless Fanboi Posted ID:k3Q/QLymcV

>>593 งานอะไรล่ะวะ ถ้าถามว่าใส่ได้มั้ย ได้ แค่เขียน ๆ ผ่าน ๆ ไป ให้พอเห็นประปราย มันไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องใส่มาเยอะดิวะ

595 Nameless Fanboi Posted ID:vs2K9nNLln

นิยายแย่ ๆ เกิดจากอะไรบ้างวะ

596 Nameless Fanboi Posted ID:owkOlKAqst

>>595 แย่ไม่แย่มันขึ้นกับรสนิยมส่วนบุคคล นิยายโคตรแย่สำหรับมึงอาจเป็นนิยายโคตรดีสำหรับอีกคน กูเรียนเอกที่เกี่ยวกับวรรณกรรมโดยตรงก็รู้สัจธรรมว่าต่อให้เรียนทฤษฎีมาแน่นแค่ไหน อ่านวรรณกรรมขึ้นหิ้งสักกี่ร้อยเล่ม แต่ถ้านักอ่านไม่ชอบงานของมึงมันก็เกมโอเวอร์ สำหรับกู กูคิดแค่ว่าเป็นนักเขียนไม่ควรหยุดพัฒนา เขียนได้หลาย ๆ แบบ หลาย ๆ แนว ปรับตัวไปตามยุคสมัย

597 Nameless Fanboi Posted ID:q+Upv71V.w

>>595 เกิดจากนักเขียนชุ่ย เช่นไม่หาข้อมูลในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง เช่น ไปขายตัวเพราะยายเป็นเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ไม่มีเงินรักษา ค่ายาแพงมาก โรคนั้นคือ เบาหวาน ขั้นแรกๆที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หรือการสะกดผิด ใช้คำผิด ถ้าเป็นสัก20ปีที่แล้ว อาจไม่ง่ายที่จะตรวจสอบ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมีมากมายทั้งสะดวกและรวดเร็ว
ส่วนสำนวนจะไม่ถูกจริต หรือพล็อตซ้ำซาก เรื่องแบบนี้มันเป็นรสนิยมส่วนตัว

598 Nameless Fanboi Posted ID:/PWXZeooJA

มึง ถามหน่อยดิ เวลาส่งนิยายให้สนพ. เขาแนะนำอะไรมึงเพิ่มไหม ทำไมกูไม่เคยได้รับฟีดแบกอะไรเลยวะ บางทีกูก็อยากให้เขาสนใจบ้าง พวกที่ส่งนิยายไปสนพ.เขายังได้คำติ หรือแก้ไขจุดบกพร่องอะไรต่างๆ กูเหมือนถูกลอยแพเขียนงานอยู่คนเดียวเลยวะ รู้แค่กำหนดส่ง เดดไลน์ อะไรแบบนี้ กูอยากรู้บ้างว่างานกูดีไหม แย่ตรงไหน ควรปรับแก้อะไรรึเปล่า ควรพัฒนางานเขียนยังไง ตอนนี้เหมือนเขียนงานส่งให้กำแพงเลยว่ะ จะกี่เล่มก็เป็นยังงี้ ไม่เคยได้รับคอมเมนต์เนื้อหาจากคนในสนพ.เลย หรือจริงๆ เขาก็เป็นแบบนี้กันหมด

599 Nameless Fanboi Posted ID:OEc6DB4LrL

>>598 มึงไม่มีเพื่อนใน สนพ.เดียวกันเหรอ น่าจะตอบได้นะ

600 Nameless Fanboi Posted ID:/PWXZeooJA

>>599 กูไม่มีเพื่อนนักเขียนสักคน สนพเขาติดต่อมาเอง ตั้งแต่เล่มแรก เล่มต่อๆมาก็ออกกับเขา มีสนพ.อื่นมาติดต่อบ้าง แต่ปฏิเสธไป กูไม่มีใครเลย เลยไม่รู้จะถามใคร เหมือนไม่มีใครอ่านนิยายกูเลยสักคน ตอนนี้รู้สึกแบบนั้นนะ มันก็นอยจนเลิกนอย แล้วก็กลับมานอยใหม่

601 Nameless Fanboi Posted ID:vt/pp3ttlq

>>598 แสดงว่าถูกจริตสนพ.แล้วไง ไม่ต้องแก้ ยิ่งได้ออกหลายเล่มต้องระดับโปรมาก จนสนพ.เขามั่นใจว่าเขียนดี ขายได้

602 Nameless Fanboi Posted ID:ZMmRDRdVp3

>>601 +1 การที่นิยายขายออกส่งไป สนพ. ก็รับเรื่อยๆ เป็นฟีดแบกแบบหนึ่งแล้ว แถมมี สนพ. อื่นติดต่อมาอีกคือนิยายมึงควรจะใช้ได้ระดับหนึ่ง เรื่องคำแนะนำอะไรนั่นกูบอกตรงๆ นะว่าบางทีมันก็ไม่ใช่อย่างที่เขาว่าเสมอไปหรอก คนใน สนพ. ยังความเห็นไม่ตรงกันได้เลย เหงาๆ ก็คุยกับนักอ่านเอา นักอ่านบางคนอยู่กับเรื่องของเรามากกว่า บก ด้วยซ้ำ

ถ้าอยากพัฒนาตัวเองระดับส่งไปเท่าไหร่ก็ผ่าน มึงต้องพึ่งตัวเองละ มึงต้องเชื่อกูก่อนว่ามึงคนละเลเวลกับนักเขียนทั่วไประดับหนึ่งแล้ว ทั่วๆ ไปส่งงานไม่ผ่านเป็นส่วนใหญ่ มึงอยากก้าวหน้าก็ต้องมองว่าตัวเองพัฒนางานไปไกลกว่านี้ได้ไหม บางทีเวลาอ่านงานดีๆ ดีกว่าเรามากๆ มันก็จะพอมองเห็นภาพว่าเราขาดอะไร หรือบางทีมึงลองออกมาทำมือดู ท้าทายยอดขายด้วยตัวเอง มึงจะเจอฟีดแบกจริงๆ ว่าคนอ่านชอบขนาดจะซื้องานเราจริงหรือเปล่า

603 Nameless Fanboi Posted ID:d.sJFxjAC0

>>598 เขียนแนวไหนวะ

604 Nameless Fanboi Posted ID:mmnqSLD1/m

>>598 สภาพเดียวกันเลย ช่วงแรกวิจารณ์ เล่มหลังๆแก้คำผิดอย่างเดียว
หลังตีพิมพ์แล้ว บางที ก็มีคำแนะนำลอยมาไม่ระบุคน (เขาอาจไม่คิดอะไร แต่นี่มันเราชัดๆ ถ้าไม่ชอบแบบนี้ ทำไมไม่บอกก่อนพิมพ์วะ)
ลงท้าย ปล่อยวาง คิดว่า งานเรา เรารู้ดีที่สุด (ถึงจะไม่จริง555) ก่อนส่ง แก้ให้ดีที่สุด ให้ตัวเองพอใจที่สุดก็พอ เพราะจริงๆมันก็หน้าที่เราแหละที่จะทำให้งานมันสมบูรณ์ ถูกใจคนอ่านที่สุด บก.จะวิจารณ์หรือไม่ อย่างไร ก็เป็นขอบเขตงานของเขาเหมือนกัน

605 Nameless Fanboi Posted ID:Jt1sP+.5p9

>>601 ขอบคุณมึง
>>602 อยากลองทำมือเหมือนกัน ตอนตัดสินใจออกกับสนพ.ก็เพราะกลัวงานจะออกมาไม่ดี เลยอยากให้เขาสกรีนให้ อยากได้คำแนะนำ แต่ไม่มีเลย อยากถามเหมือนกัน ว่าจะไม่สนใจกันหน่อยเหรอ เฮลโหลลล เวลาเห็นเขาคุยกันกับนักเขียนคนอื่น กูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศ รู้สึกตัวเล็กลง เล็กลงเรื่อยๆ เหมือนที่นี่ไม่ใช่ที่ของกู แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เหมือนได้ปรับทัศนคติใหม่ จากความเห็นมึง ขอบคุณมากนะ กูมองอะไรไม่กว้างเอง อย่างแรกกูควรพึ่งพาตัวเองก่อน
>>603 เขียนเรื่องทั่วไปปกติเลย ไม่ได้หวือหวาอะไร
>>604 กูไม่ได้คำวิจารณ์ตั้งแต่เรื่องแรกแล้วมึง แก้คำผิดอย่างเดียวเหมือนกัน กูถึงอาการหนักไง แต่ขอบใจมากมึง อย่างน้อยก็รู้สึกว่ามีคนเป็นเหมือนกู

606 Nameless Fanboi Posted ID:Z42Z03omAd

พวกนักธุรกิจประธานบริษัทหรือท่านรองเขาทำงานกันแบบไหนอะ ทำงานหนักมั้ย มีเวลาไปจีบสาวหรือเปล่า อยากแต่งพระเอกอาชีพนี้แต่ไม่เคยคลุกคลีกับคนแบบนี้เลยอะ ไม่รู้จะไปหาข้อมูลจากไหน กลัวเผลอแต่งให้เป็นแนวท่านประธานผู้ว่างงานที่จีบสาวและทำตัวเสเพลไปวันๆ แงง

607 Nameless Fanboi Posted ID:UxrD329rog

>>606 เกาะด้วยๆ นี่ก็อยากเขียนเหมือนกัน แต่ข้อมูลไม่ค่อยมีเลย

608 Nameless Fanboi Posted ID:ZqhfFv8.yx

>>606 ถ้าบริษัทใหญ่ๆ ระดับมหาชน ส่วนใหญ่ก็เหมือนในนิยาย ในทีวีนั่นแหละ ประชุมผู้บริหาร ประชุมนโยบาย ประชุมแทบทุกสัปดาห์ วันๆ เซ็นเอกสารกองใหญ่ มีเลขาเป็นทีมไม่ใช่มีแค่คนเดียว วันไหนไม่เข้ามาเซ็น พนักงานแต่ละฝ่ายก็รออนุมัติกันเหงือกแห้ง คอยเช็กวันที่นายเข้ามาเซ็นอนุมัติยิ่งกว่าเช็กวันไข่ตก ถ้าประธานออกไปพบลูกค้า ลูกค้าต้องระดับใหญ่มาก แต่ละเดือนมีประชุมสมาคม มีงานเลี้ยงไฮโซโบใหญ่ระดับเอลิสต์

ถ้าบริษัทไม่ใหญ่ ต้องทำงานเหมือนระดับผู้บริหาร แต่ก็ยังต้องเซ็นเอกสารอยู่ดี

เอกสารที่เซ็นถ้าไม่ใช่อนุมัตินโยบาย ก็ต้องดูระดับจำนวนเงิน ระดับประธานต้องอนุมัติหลักล้านขึ้นไป อนุมัติฟ้อง อนุมัติโบนัส เช่น หลักหมื่นให้แค่ระดับผู้จัดการแผนกเซ็น หลักแสนต้องผู้จัดการฝ่าย ถ้าหลักล้าน ก็อาจจะมีผู้บริหารสายงานคั่น ไม่เกินกี่ล้านก็ว่าไป ก่อนจะถึงระดับประธานเซ็น

ช่วงจีบสาวก็ช่วงไปงานเลี้ยงไฮโซนั่นแหละ คนรวยๆถึงได้ไปเจอกับดาราไง

609 Nameless Fanboi Posted ID:9Wkl6kiZju

>>606 เจ้านายกูทำงานแทบจะทั้งวันทั้งคืน บินๆๆๆแล้วก็บิน บินไปตปทเกือบยี่สิบวันต่อหนึ่งเดือน มันมีหลายสาขาในโลก เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น เพราะผู้หญิงทนไม่ได้ ระดับกิจการพันล้าน ทำงานแบบโคตรจริงจัง แถมหล่อมากด้วย เจอแต่ละทีแดกข้าวไปด้วยทำงานไปด้วยตลอด แต่อย่างว่า แกเป็นคนพลิกฟื้นกิจการของคนรุ่นพ่อ หล่อ เก่ง นิสัยดี แต่ไม่มีเวลาว่ะมึง

610 Nameless Fanboi Posted ID:qisrqZdaX/

>>608 กราบมึง ข้อมูลแน่นมาก กุอยากรู้อีกอย่าง เขามีวันหยุดกันปะ อย่างเสาร์อาทิตย์เหมียนพนง.ทั่วไป หรือทำทั้งอาทิตย์ หรืออยากหยุดวันไหนก็หยุด (อาจจะอาทิตย์ละวัน)
>>609 แดกไปทำไปมันแง่ไหนวะมึง 555555555 ประมาณว่าเวลาทุกเม็ดอุมิศให้งานงี้เหรอ กุขำ

611 Nameless Fanboi Posted ID:FU+ceaiIiS

>>610 กูว่าน่าจะแดกอาหารนะ55555

612 Nameless Fanboi Posted ID:FU+ceaiIiS

>>611 ทำงานไป

613 Nameless Fanboi Posted ID:qTNrjhRNxU

>>606 กูขอเล่าในฐานะที่เคยเป็นเลขาผู้บริหาร ละพอจะได้เห็นกิจวัตรท่านประธานบ้าง คืออย่างที่ >>608 บอก เลขามันต้องมีเป็นทีม ละเวลาประชุมเฉพาะเลขามันก็จะมีเรื่องมาเม้าท์ม้อยหอยสังข์เป็นประจำ ซึ่งเท่าที่ฟังๆมากูไม่เคยเห็นเจ้านายจีบใครว่ะ วันๆนางทำแต่งาน มาเช้ากลับค่ำ ประชุมทั้งวันอ่ะมึง บางทีก็ออกไปดูโรงงานบ้าง ไปพบลูกค้า ไปต่างประเทศ นางเป็นคนแบบบ้างานเกิ๊น หรืออาจเพราะนางมีแฟนมีคู่หมั้นตั้งแต่เรียนจบโทมาจากเมืองนอกก็ได้เลยไม่สนใจอย่างอื่น งานเลี้ยงอะไรก็ไม่ค่อยไปกับเขา โอกาสที่จะได้พบสาวๆหน้าใหม่นั้นยากว่ะ แต่เจ้านายกูไม่เจ้าชู้เลยนะ ทั้งที่หน้าตาก็ไม่ได้แย่ (แต่ก็ไม่ได้หล่อวัวตายควายล้ม)ไม่เคยหลีใคร อีกอย่างท่านเชื่อฟังคำแม่มาก แม่สั่งอะไรก็ทำ ละแม่ก็เชื่อหมอดูมากกก เชื่อกว่าข้อมูลที่พวกกูนั่งอดตาหลับขับตานอนทำมาทั้งคืนอิ้ก เจ้านายกูหยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามพนักงานบริษัท ส่วนอาหารอาหารกลางวันห่อมาจากบ้าน นั่งกินในห้องทำงานคนเดียว

614 Nameless Fanboi Posted ID:EW2GNx4.uq

เพื่อนโม่งขอคำแนะนำหน่อยว่ากูควรจะเปิดนิยายลงถึงตอนไหนดี
คือนิยายกูเกี่ยวกับย้อนเวลา อิงประวัติศาสตร์จริงๆ
คราวนี้กูวางพล็อตไว้ให้นางเอกกูย้อนเวลา 3 ครั้ง
ซึ่งเนื้อเรื่องหลักจะอยู่ในการย้อนเวลาครั้งที่ 3
2 ครั้งแรกเหมือนเป็นปมที่วางไว้ ซึ่งสำคัญกับพล็อตทั้งหมดเหมือนกัน
กูวางแพลนไว้ 3 เล่มจบ พระเอกกูจะโผล่ช่วงกลางค่อนท้ายเล่ม 1 เลย
กูวางธีมนิยายไว้ หลักๆเลยคือโรแมนซ์ อิงประวัติศาสตร์จริง ซึ่งก็จะมีเรื่องการเมือง และสงครามมาเกี่ยวด้วย

คราวนี้การย้อนเวลาครั้งที่ 2 ของนางเอกกู
กูเลือกให้ไปช่วง สงครามจีน-ญี่ปุ่น ช่วงปี 1940
ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วแม่มโหดสัสรัสเซียมาก นางเอกกูก็สะบักสะบอมพอสมควร
คราวนี้กูกลัวว่าคนอ่านจะเทก่อนที่จะเข้าเนื้อเรื่องจริงๆ เพราะช่วงนี้มันหดหู่สัสๆ
เรื่องโรแมนซ์อะไรแทบไม่มี แต่มันก็สำคัญกับพล็อตที่กูวางไว้มากๆเหมือนกัน

เพื่อนโม่งว่ากูควรจะเปิดให้อ่านฟรีจนถึงช่วงไหนวะ
1. จบการย้อนเวลาครั้งที่ 2
2. ถึงฉากเปิดตัวพระเอก (ย้อนครั้งที่ 3)
3. 70% ของเล่ม 1
4. เปิดฟรีทั้งหมดในเล่ม 1

615 Nameless Fanboi Posted ID:IWgst+7Iz7

>>610 วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ไม่เข้าบริษัท แต่ทัไปงานเลี้ยง บินไปต่างประเทศ ถ้าให้ท่านประธานเข้าบริษัทมาทำงานวันหยุด แสดงว่าทีมระดับล่างไม่มีประสิทธิภาพ เตรียมโดนทานอสดีดได้เลย
นอกนั้นก็เป็นเวลาส่วนตัว หยุดพักผ่อน อยู่กับครอบครัว เที่ยว ปาร์ตี้ บางคนเอาเวลาไปทำกิจการส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับบริษัท เช่นทำแบรนด์เสื้อ นำเข้าสินค้าแฟชั่นมาขายแบบเปิดร้านในห้าง

ถ้าเจ้านายไปตปท.วันทำงาน ทีมเลขาจะเมล์แจ้งผู้บริหารส่วน หรือลงเมล์รวมให้พนักงานทุกคนทราบ

616 Nameless Fanboi Posted ID:zpbNbXh5rq

>>614
ถ้าเป็นกู ข้อ 1 ตัดไป เพราะมึงบอกเองว่าหดหู่สัส อาจทำให้หมดอารณ์ซื้อ
คงลงต่อถึงช่วงย้อนครั้งที่ 3 ตัดช่วงระหว่างเหตุการณ์น่าสนใจ ทำให้ค้างคาว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนอยากอ่านก็น่าจะตามต่อ

617 Nameless Fanboi Posted ID:gf2Sqh.jvg

>>609 อยากรู้เลยว่าเจ้านายมึงเป้นใคร

618 Nameless Fanboi Posted ID:CXK7PGR5OX

>>609 กูว่ามันเกี่ยวกับสไตล์ที่เจอด้วย ไม่มีเวลาให้ แต่เสือกมีแฟนเยอะ
แสดงว่าผู้หญิงที่จีบติด มองแค่หน้าตา ฐานะ อย่างเดียว
ได้เสียเป้นแฟนกัน ต่างคนต่างกิน แล้วก็เลิก ... ชีวิตจริงของกู เห็นแบบนี้บ่อยหลายคนอยู่
ยิ่งมีสังคมออนไลน์ คุยผ่านเฟส บางที คุยกันไม่กี่ครั้งก็นัดเจอ กินกันแล้ว ... โลกมันเปลี่ยนไปเร็วเกิน

619 Nameless Fanboi Posted ID:FQcGBk91Zm

>>617 ขออภัย กูบอกไม่ได้จริงๆแค่นี้ก็ถือว่าเยอะแล้ว โม่งแตกตกงานชิบหอยหมด
>>618 บางบริษัทที่กูเคยอยู่ เมียน้อยเจ้านายเต็มตึกเลย กูแม่งไม่รู้จะยกมือไหว้ใครก่อนดี ใหญ่ทุกคน ชิบหายยย พระเอกเป็นพวกนักธุรกิจโคตรเปิดกว้าง ตั้งแต่บ้างาน ยันบ้าหอย เชิญนักเขียนแสดงฝีมือกันให้เต็มที่ แต่ส่วนมากไม่ค่อยแดกเลขาหรอกนะ คงมีบ้าง แต่เลขาจริงๆส่วนมากคือผู้กุมความลับ และสับราง เผลอๆเมียเจ้านายสกรีนก่อนเริ่มงานด้วยเหอะ แม่งไม่กินกันเองเท่าไหร่ ส่วนกูไม่ใช่เลขา แต่ทำสายอื่นที่ต้องเจอเจ้านายบ่อยๆ

620 Nameless Fanboi Posted ID:TZi4PVI2nt

>>619 อันนี้ยืนยันว่าจริง ส่วนใหญ่ไม่กินเลขาเพราะเลขาเหมือนเป็นตัวเก็บกวาดให้อ่ะ แล้วมันใกล้ตัวไปปัญหาจะเยอะแถมเมียจับได้ง่าย

621 Nameless Fanboi Posted ID:qN/OzaDr+5

ดันมู้

622 Nameless Fanboi Posted ID:OzO+NaiylV

Ky เพื่อนโม่งสมมติขายebookได้แสนกว่าบาทไม่ยื่นรายได้จะโดนสรรพากรตามมั้ยวะ

623 Nameless Fanboi Posted ID:4ackcISCOQ

>>622 โดนแน่นอน เพราะบ. ขาย ebook จะต้องส่งข้อมูลให้สรรพากร ว่าจ่ายเงินไปให้ใครบ้าง

624 Nameless Fanboi Posted ID:4ackcISCOQ

แต่ถ้ามีรายได้แค่แสนกว่า แล้วไม่มีรายได้อื่นอีก ก็แค่ยื่นไป ไม่มีอะไรต้องเสีย เพราะรายรับไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี เผลอๆถ้ามีหัก ณ ที่จ่าย จะขอคืนได้ด้วย

625 Nameless Fanboi Posted ID:.NyFOT8+aw

>>624 แล้วถ้าถูกหักจากสนพ.มาแล้ว ทั้งอีบุ๊คกับเล่ม แต่ก็ยังเหลือประมาณ2แสนต่อเรื่อง ก็ยังต้องยื่นใช่ไหม

626 Nameless Fanboi Posted ID:4ackcISCOQ

>>625 ยื่น แล้วขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายซะ
2 แสน/ปี ยังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี

627 Nameless Fanboi Posted ID:vgNKYq67qu

>>622 มีใบเสร็จมั้ย? มีแจ้งหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือเปล่า? ถ้าไม่มีหลักฐาน เราไม่แจ้งไป สรรพากรไม่รู้ แต่...ถ้าวันนึงเขาเรียกตรวจสอบ เช่นจากบัญชีที่โอนเงิน เราโดนภาษีย้อนหลัง มีความผิดด้วย มีหลายคนเสี่ยงไม่แจ้ง แต่ก็อยู่อย่างเสียวๆ ว่าสรรพากรจะเรียกตรวจเมื่อไหร่
>>625 รายได้เกินขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษียังไงก็ต้องยื่น คำนวณหักลดหย่อนแล้ว จะได้เสียภาษีหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง

628 Nameless Fanboi Posted ID:qN/OzaDr+5

>>625 สองแสนต่อเรื่อง??? โอโห้

629 Nameless Fanboi Posted ID:.NyFOT8+aw

>>627 มีๆ มีใบแจ้งภาษี เก็บไว้เยอะอยู่ ใกล้ปลายปีแล้วระแวงมาก คิดว่าโดนหักไปแล้วนี่หว่า ต้องยื่นไหมไรงี้ แบบไม่ค่อยเข้าใจ ขอบคุณมากนะ ถามต่อได้ไหม อยากรู้ว่าเท่าไหร่ถึงจะต้องเสียภาษีเพิ่ม

630 Nameless Fanboi Posted ID:00K+jcmNtR

>>629 ตีกลมๆว่ามีรายได้เกิน 26000/เดือน 26000*12 = 312000

631 Nameless Fanboi Posted ID:YBPFGoTE56

>>630 ถ้าเงินเดือน + รายได้พอกรุบกริบ แม่งก็ยังไม่ถึง ไม่ต้องแจ้งรายได้จาก meb ได้ปะ

632 Nameless Fanboi Posted ID:G9NEgOFuEX

>>630 ขอบคุณมากสำหรับคำตอบ กระจ่างเลย กูคงต้องยื่นจริงๆ จะใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงไม่ได้

633 Nameless Fanboi Posted ID:uiDKNLd0FO

>>631 สมัยเรียน เราทำงานสอนพิเศษในสถาบัน ได้เดือนละ 20000 เค้าหัก ณ ที่จ่าย3% ทุกเดือน สิ้นปีเรายื่นภาษี ได้เงินคืนมา 7200 ครบทุกบาทที่โดนหักไป สรรพากรคืนเงินมาเพราะรายได้เราไม่ถึงเกณฑ์จ่าย
นี่คือประโยชน์ของการยื่นภาษี

634 Nameless Fanboi Posted ID:durNUTdtJV

>>633 ขอบคุณคราบบ

635 Nameless Fanboi Posted ID:QrWCzzYYLb

เขียนไม่ออกว่ะมึง เหมือนเขียนแล้วก็จะชะงักตลอดเลย พอมาอ่านทวนก็รู้สึกฝีมือตัวเองดร็อปลงไปมาก มันไม่มีความรู้สึกกระตือรือร้นตอนเขียนเลยว่ะ ตอนนี้กูรู้สึกว่างเปล่าทุกครั้งที่เขียนอะไรซักอย่าง ทั้งกดดันทั้งเกร็ง อาจเพราะเรื่องก่อนที่เคยเขียนดันทำได้ดีจนคนชอบ พอมาตอนนี้เลยเขียนอะไรไม่ออกเลย พอจะเขียนตามใจก็เกิดกังวลสายตาคนอื่นจนมันเกร็งไปหมด
ทรมานชิบหาย อยากเลิกเป็นแบบนี้แล้ว อยากกลับไปเขียนแบบมีความสุขเหมือนเดิม ทำยังไงดีวะ

636 Nameless Fanboi Posted ID:G9NEgOFuEX

>>635 ปัญหาเดียวกับกูเลยว่ะ กูแก้โดยการอวตารไปแอพอ่าน แล้วเขียนทุกอย่างที่อยากจะเขียน สนุกมาก หายเครียดเลย ไม่มีใครรู้จัก คือใส่เต็มที่ แล้วก็กลับมาเขียนเรื่องหลักที่ต้องเขียนต่อ มันดีมันโล่งดีน่ะมึง ข้อเสียอย่างเดียวคือคนที่มาอ่านเขาไม่รู้ว่ากูมาระบายเฉยๆ ยอดอ่านก็ดี อันดับก็ดี คึกคักเหี้ยๆ

637 Nameless Fanboi Posted ID:FgJyQBxR1X

นิยายสาย age gap เจอกันตอนฝ่ายนึงเป็นเด็กนี่เขียนยังไงไม่ให้ดู pedo วะ

638 Nameless Fanboi Posted ID:VOIR9cr4sG

>>637 อย่าให้ออกมาเป็นเชิงชู้สาวมาก กุเขียนเอจแก๊ปเรื่องนึง คนอายุมากกว่าจะไม่ค่อยคิดอะไร อยู่กันเหมือนเพื่อน เหมือนน้าหลานไลฟ์สไตล์ชิคๆ

639 Nameless Fanboi Posted ID:EO5eSu.V9/

>>637 ก็ใส่ความรู้สึกแค่เอ็นดู มึงอย่าเขียนว่าใจเต้น มองตาม ละสายตาไม่ได้ไรงี้เดะ

640 Nameless Fanboi Posted ID:ya+ZVmXFTA

เห็นโม่งด้านบนพูดว่าหัวหน้าส่วนใหญ่ไม่กินเลขา นี้เลยพึ่งไปเจอนิยายเรื่องหนึ่งพระเอกเป็นหัวหน้าจับแดกเลขามาหลายคนจนถึงนางเอก มันก็หนุกดีนะ แต่อ่านพวกมึงแล้วกูก็อินไม่ลงอีกต่อไป555

641 Nameless Fanboi Posted ID:ecGgJ0apTS

>>640 ไม่กินเลขา เพราะมีเมีย ปล้วกลัวความลับรั่ว พระเอกมันไม่มี กูเลยยังพอโอเคนะ แถมกูมีเรื่องหนึ่งด้วยแนวเลขา แต่คือพระเอกมันชอบนางเอกอยู่แล้วเลยเรียกมาทำตำแหน่งเลขา 5555

642 Nameless Fanboi Posted ID:QdUcFrAQXl

>>640 เจ้านายไม่ชอบกินเลขา กูว่ามันเป็นนิสัยส่วนตัวของผู้ชายคนนั้น ๆ และนิสัยของเลขาคนนั้นมากกว่า
เรื่องเยส มันไม่มีมาตรฐานอะไรว่า หัวหน้าจะไม่จ้องกินเลขา
แต่ส่วนใหญ่เลขาดั้งเดิมของบริษัท
มักจะแก่และไม่เชิญชวนให้กินมากกว่า หัวหน้าถึงไปหาสาวรุ่นกระชุ่มกระชวยในที่ทำงานมากกว่าจะสนใจ

643 Nameless Fanboi Posted ID:LB9jNcl.J4

ขอข้อมูลหน่อย ส่วนใหญ่ท่านประธานบริษัทเขาอายุเท่าไหร่หว่า อยากได้แบบไม่มากจนถึงเลขสี่ นำหน้าด้วยเลขสามแต่ลงท้ายด้วยเลขอะไรดี
เอ้อ เห็นเขาบอกเจ้านายชอบกินแคดดี้ เรื่องจริงป่ะ? 555555

644 Nameless Fanboi Posted ID:yCz9+vvwS2

>>643 บ.กูประธานอายุ 70 555555+ บ.ชื่อดังอยู่แหละ กูทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาอีกทอด พี่เลขาเขาคือเก่งมากกูทึ่ง รู้ใจเจ้านายยิ่งกว่าเมีย แต่ประธานบ.กูเค้าธรรมมะธรรมโม มีรุ่นลูกเขาแหละ 35+ ที่เจ้าชู้หน่อย แต่แกไม่มองเด็กในบ.หรอกมันคนละชั้นกันเกินไป เจอหน่าดันก็มนห้องประชุมเครียดชิบหายจะมีอารมณ์มาสปาร์คกัตอนไหนวะ555555

645 Nameless Fanboi Posted ID:630HoDRoP1

พูดถึงพวกเจ้านาย บริษัทที่เคยทำนี่ ประธานคือพ่อแก่มากค่ะ แต่ลูกๆ มาเป็นท่านรอง จะบอกว่าลูกคนหนึ่งสปาร์คกับพนักงานในบริษัทนะเว้ย แบบพนักงานธรรมดาเลย เป็นตำนานนน แต่อีกคน เมียเป็นนางงามวะ แม่งไปนินทาเขาว่าเกย์กัน เปิดตัวเมียมีอึ้งไปทั้งบริษัท

สิ่งที่กูจะสื่อคือ ความรักอะไรก็เกิดขึ้นได้นะเคอะ จะกับเลขาก็ได้ กับพนักงานธรรมดาก็ได้ จริงจริ๊งงง

และพวกบรรยากาศในห้องประชุมนะ ถ้าเจ้านายเข้าด้วย (พี่ๆ ผจก เล่าเราเป็นพนักงานตัวจ๋อยไม่เคยได้ประชุมกะนาย) พวกพี่ๆ บอกได้แต่นั่งเอามือกุมไข่ พูดห่าอะไรก็ผิด55555

แต่ถ้าประชุมกับน้องๆ หรือ ผจก ด้วยกันนี่โคตรบันเทิง ครื้นเครงจนกูแบบ มึงคุยกันเรื่องเครียดนะโว้ย เสียหายหลายล้าน555

646 Nameless Fanboi Posted ID:MAGFSwwPXc

เห็นในทวิต เขาว่าควรติดแท็ก bad end ลงหน้านิยาย จะได้เป็น warning ให้คนอ่าน คิดยังไงกันบ้างวะ

647 Nameless Fanboi Posted ID:Gi+4lx7yTu

>>646 คือนักอ่านบางคนก็ไม่ชอบรู้ตอนจบก่อนนะ แบด จะแฮป สงสารคนกลุ่มนี้ทีี่สุดอะนะ

648 Nameless Fanboi Posted ID:xVXdYPCUQC

>>646 กูว่าการบอกตอนจบ bad หรือ happy นี่มันโคตรสปอยเลยนะ ทำลายอารมณ์สุดๆ แต่ก็เข้าใจได้ว่าบางคนไม่อยากอ่านตอนจบเศร้าๆ

649 Nameless Fanboi Posted ID:4cGsEmTInN

>>646 นักอ่านบางคนก็บอบบางเกินไป บางเรื่องต้องจัดการอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองบ้าง ถึงขั้นให้สปอยตอนจบก็ไม่ไหวอ่ะ ถ้าอ่อนไหวขนาดนั้น เวลาจะดูหนัง ดูละคร ดูซีรี่ส์ ไม่ต้องเรียกร้องให้เขาติดสปอยตอนจบให้หมดเหรอ

650 Nameless Fanboi Posted ID:BXVWW/F/15

>>649 เออใช่วะ ถ้านิยายทำ หนังกับซีรี่ส์ก็ต้องทำ มึงพูดถูก นักเขียนก็อย่าบ้าจี้ตามคำเรียกร้องละ

651 Nameless Fanboi Posted ID:NmD++rWpPM

กูชอบให้บอกนะว่า BE หรือ HE กูไม่ถือว่าสปอย แต่ถ้าเจาะรายละเอียดนั่นคือใช่

652 Nameless Fanboi Posted ID:BXVWW/F/15

>>651 ใช้การถามเอานี่โอเค จะมาเรียกร้องใก็ติดแท็ก กูว่าไม่โอ

653 Nameless Fanboi Posted ID:ZvxZAVlk/c

ตลกมาก เรียกร้องให้นข.รับผิดชอบต่อสังคม แต่ตัวเองไม่จัดการความรู้สึกตัวเอง *กุมขมับ*

654 Nameless Fanboi Posted ID:ZvxZAVlk/c

>>653 เพิ่ม นึกถึงมู้นิยายอ่านฟรีกับนักอ่านเทวดา เบยสัส 55555555555

655 Nameless Fanboi Posted ID:njJ0mNIa8T

กูเป็นนักเขียนฟิคว่ะ แค่เขียนฟิคให้ตัวละครที่ชอบได้กันไปวันๆ พล็อตแม่งก็ไม่ค่อยมีอะไร ออกแนวน้ำเน่าละครไทยตบจูบด้วยซ้ำ กูเขียนมาหลายแนวแล้วล่ะ ทั้ง HE BE แต่พออ่านทวิตนึงด่านักเขียนประมาณว่าเกลียดพวกเขียนให้มีการเย็ดกันแบบไม่ยินยอม ผลิตแต่สื่อไม่จรรโลงสังคม เสริมสร้างความกดขี่ทางเพศ จากที่เขียนสนุกๆกูรู้สึกผิดจนจิตตกเขียนอะไรไม่ออกเลยว่ะ พอจะเขียนก็คิดมากเรื่องนี้ ทั้งๆที่กูแค่อยากเขียนอะไรเย็ดๆพอร์นๆแค่นั้นล่ะ แต่กูต้องรับผิดชอบสังคมไปด้วยอีก ยากจังว่ะ

656 Nameless Fanboi Posted ID:d6IWBhuXvj

>>655 เมนไอเดียกูคือทำลายสังคม
กูเขียนพอร์นๆเย็ดๆ กุก็ขายในเมพ ติ๊กช่องจำกัดอายุผู้ซื้อ เพราะฉะนั้นกูก็จะเขียนสนองนี้ดกู อีพวกถามหาความจรรโลงใจในนิยายเย็ดๆ มันมาหาผิดที่เอง

657 Nameless Fanboi Posted ID:VJdCKMLP5y

>>656 แล้วมึงเขียนแบบไม่ข่มขืนไม่ได้เลย กูว่าที่เขาด่าคือฉากข่มขืนไง ไม่ใช่ฉากพอร์น

658 Nameless Fanboi Posted ID:VJdCKMLP5y

>>657 *ไม่ได้เหรอ

659 Nameless Fanboi Posted ID:d6IWBhuXvj

>>657 แล้วแต่พล็อตค่ะ

660 Nameless Fanboi Posted ID:yFWNTuU2Ew

>>659 มึงต้องทำใจล่ะ อันนั้นรสนิยมเขา อย่างตัวกูใครจะเขียนก็ไม่ว่าหรอก กูน่ะไม่อ่าน แล้วก็ไม่เขียนแนวข่มขืนเลย เพราะกูขยะแขยงเรื่องการข่มขืน ขนาดตัวร้ายโดนกูยังเกลียดนิยยเรื่องนั้นปเลย ฟินไม่ลงจริงๆ แล้วอันนี้คือตัวกูไง มึงเปลี่ยนใจเขาหรือใครไม่ได้ มึงก็ต้องจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง อีกอย่างเขาก็บ่นระบายความในใจ มึงจะรับเอามาทำไม

661 Nameless Fanboi Posted ID:Vuxft3xxlE

>>658 กูเขียนหลายแนวอะ ทั้งสมยอมและไม่สมยอม กูมองว่าเป็นโมเมนต์หนึ่งที่กูอยากเห็นจากคู่ชิพกูเช่นว่านางเอก/นายเอกของกูขัดขืนไม่สมยอมแล้วจะเป็นไง ให้พระเอกกูเป็นไอ้โรคจิตในฟิคนี้จะเป็นไง แต่ต้นฉบับฮีสุภาพเรียบร้อยน่ารักมากนะเว้ย กูแค่อยากเห็นฮีแสดงด้านมืดออกมาใส่นางเอกเฉยๆ ฟีลเดียวกับอ่านโดจินม็อบไร้หน้ารุมเยตัวเอกจนมายด์เบรกอะ อ่านเอาเงี่ยนอย่างเดียวไม่ต้องคิดเยอะ กูอยากเขียนหลายๆ kink ออกมาสนองนี้ดตัวเองเท่านั้นล่ะ แต่พอโดนด่าว่าเป็นการส่งเสริมความกดขี่ทางเพศกูก็จิตตกเลย

662 Nameless Fanboi Posted ID:kxab..2R6Y

>>661 >>661 ติดแท็ก non-con ให้ชัด บอกให้คนอ่านรู้ว่านี่คือเซ็กส์แฟนตาซี อย่าเผลอทำให้มันโรแมนติก แค่นั้นแหละ

663 Nameless Fanboi Posted ID:ZKmBfrZbAi

>>661 มันก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่เขาอะมึง เพราะบางคนมันแยกแยะชีวิตจริงกับนิยายไม่ได้ โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งแม่งแอบอ่านแน่ๆอะ แล้วนิยายที่เราเขียนอาจไปสร้างมายด์เซตผิดๆให้คนอ่าน ประเทศเราเรื่องจัดหมวดวรรณกรรมตามอายุมันไม่เข้มงวดอะมึง เด็กเข้าถึงโคตรง่าย เข้าร้านหนังสือซื้อนิยาย18+กูก็เห็นขายให้เฉย บางประเทศนี่ไม่ได้เลยนะ มึงจะซื้อหนังสือเรตมึงต้องแสดงบัตรประชาชน พวกนิยายออนไลน์ก็เหมือนกัน กูไม่เข้าใจอะมึงป้องกันด้วยวิธีเด้งหน้าต่างขึ้นมาถามว่าอายุเกิน 18 ปียัง? ฟายเหอะ กันได้มากมั้งแบบนั้น มึงรู้ปะประเทศที่เขาพัฒนาแล้วพวกนิยายหมวดติดเรทมันต้องไม่แสดงสาธารณะ จะเห็นได้เฉพาะบัญชีที่ลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชนแล้ว และมีอายุถึงตามเรทนั้นๆเว้ย แต่กับประเทศเรามันไม่ใช่ไง ดังนั้นเราเป็นนักเขียนถึงควรเป็นส่วนหนึ่งที่ควรช่วยกันรับผิดชอบหน่อย อย่างน้อยก็เริ่มต้นที่งานตัวเราเองเนี่ย อย่าไปส่งเสริมให้คนอ่านเข้าใจอะไรผิดๆแบบนั้น ถือว่าช่วยให้สังคมมันดีขึ้นบ้างสักนิด

คือกูไม่ได้ว่ามึงนะ เพราะถ้าถามว่ามึงเขียนผิดมั้ย ก็ไม่ผิดหรอก สิทธิ์ของมึง แต่มึงต้องรับให้ได้ด้วย ถ้าเขาด่า เพราะการข่มขืน มันเป็นการกระทำที่เหี้ยอะ ไม่ว่าจะมองในมุมไหน และมันไม่ควรจะถูกหยิบมาใส่ในสื่อต่างๆให้ถูกมองว่ามันเป็นเรื่องปกติและให้อภัยได้อะมึง กูเองก็เป็นนักเขียน เขียนอิโรติกด้วย กูไม่เคยอยากให้เด็กเข้ามาอ่านนิยายกูเลย มีเหตุการณ์ที่ช๊อคมาก คือการที่มีเด็กประถม มาเม้นต์ขอ nc กูอะ กูนี่กุมขมับเลย นึกถึงตอนนั้นกุยังอ่านกาตูนดิสนีย์ นิทานบลาๆอยู่เลย กูนี่อยากจะบล๊อกแม่งให้หมด คือมันยังไม่ถึงวัยอะ แต่กูก็รู้แหละว่าห้ามไม่ได้หรอก ฉะนั้นเวลากูเขียนนิยายกูจะซีเรียสเรื่องพวกนี้มากนะ Sex ไม่ผิด แต่ต้องเป็นเกิดจากความยินยอม และ ความรับผิดชอบ ตัวละครกูถ้าอยู่ในวัยที่ยังไม่พร้อมรับผิดชอบ จะต้องใส่ถุงยาง กูเขียนเน้นทุกครั้ง และที่สำคัญจะต้องไม่มีการข่มขืนเด็ดขาด

664 Nameless Fanboi Posted ID:nyd02ALAEt

>>663 จะว่าแก้ตัวก็ได้นะ เวลาที่กูเขียนแนวข่มขืนไม่สมยอมคือเรื่องสั้นตอนเดียวจบ เขียนเอาฉากเย็ดๆไม่ต้องเท้าความเยอะ กูขี้เกียจคิดเหตุผลในการเย คิดซะว่าอ่านโดจินเย็ดๆ sex fantasy ระบายความเงี่ยนและสันดานดิบตอนเดียวจบไปละกัน แต่ถ้าเขียนเรื่องยาวก็ต้องให้สมยอมทุกครั้งว่ะ เพราะกูก็ไม่อยากให้พระเอกกูเป็นนักข่มขืนแล้วจบแฮปปี้โรแมนติคกับนางเอกเหมือนกัน

665 Nameless Fanboi Posted ID:890TfbKlTk

>>664 ไม่เกี่ยวกับเรื่องสั้นเรื่องยาวดิ่ ประเด็นมันอยู่ที่สิ่งที่มึงเขียนออกมามันมีคนเสพ ซึ่งมันส่งผลต่อสังคม ซึ่งสังคมในขณะนี้เขารณรงค์เรื่องนี้ไง จีนก็ไปแล้ว ญี่ปุ่นก็เริ่มแล้ว สื่อที่เกี่ยวกับแนวข่มขืนเริ่มถูกทอดจากเว็บแล้วนะ ไทยเองเมื่อก่อนพระเอกโมโหหึงแล้วข่มขืนนางเอกเยอะแยะ เดี๋ยวนี้ก็แทบไม่มีละ คือมันยังไม่100% แต่เขาก็พยายามช่วยๆกันอะ ซึ่งถ้ามึงยืนกรานว่าแม่งคือความสุขของมึงก็แล้วแต่มึงอะ มึงก็มีสิทธิ์เขียน แต่คนอ่านเขาก็มีสิทธิ์วิจารณ์เหมือนกัน แล้วเรื่องข่มขืน คนส่วนใหญ่ก็คงไม่วิจารณ์ว่าดีก็แค่นั้น ทางแก้มีสองทาง เลิกเขียนแนวนี้ กับ เขียนต่อไปแต่ไม่ต้องสนใจคนอื่น เพราะถ้ามึงสนใจมึงก็จะมานั่งเฟลงี้อะ ซึ่งมันไม่มีประโยชน์เว้ย เพราะมึงรู้อยู่แล้วนี้ว่าทำแล้วมันจะมีคนด่า อย่าลืมว่ามึงเลือกอะไรก็ต้องยอมรับฟีดแบ็กด้วยอะ

666 Nameless Fanboi Posted ID:x.yRc4mfqf

กูว่าจะเขียนเหี้ยไรก็เขียนไปเหอะ มัวแต่คิดมากก็ไม่ได้เขียนกันพอดี แต่ก็แปะคำเตือนไว้ก่อนก็ดีว่านิยายเรื่องนี้มีฉาก non consent นี่คือจินตนาการให้อ่านเอาเงี่ยนอย่างเดียวจ้า แค่ sex fantasy เท่านั้น การข่มขืนเป็นการกระทำที่เลวร้ายและผิดกฎหมายห้ามทำตามเป็นอันขาด ส่วนคนอ่านจะแยกแยะจินตนาการกับโลกความจริงได้มั้ยก็แล้วแต่สติปัญญาแล้วล่ะว่ะ ส่วนคนที่เขียนออกมาก็ต้องรับฟีดแบคให้ได้ละกัน ต่อให้นิยายมึงดีส่งเสริมศีลธรรมและความถูกต้องดีงามแค่ไหนก็ไม่มีหรอกที่ทุกคนบนโลกจะชื่นชอบน่ะ

667 Nameless Fanboi Posted ID:y.fRkJHsMK

>>651 คนที่ถือว่าสปอยล์มันก็มีไงมึง อีกอย่าง HE หรือ BE มันไม่ใช่คีย์เวิร์ดทริกเกอร์ที่สมควรใส่มากกว่าไง จะไปเจ้ากี้เจ้าการสั่งให้นักเขียนต้องมาใส่มาบอกทุกอย่างตามใจอิคนต้นเรื่องก็ไม่ใช่ปะ หรือถ้านักเขียนไม่ใส่ แล้วมึงไปถาม แล้วเขาไม่ตอบ มึงด่าเขา กรณีนี้ก็ไม่โอเคเหมือนกัน เดี๋ยวนี้นักอ่านเทวดามันเยอะนะ ไม่ได้จ่ายเงินให้เขียน แต่ชี้นิ้วสั่งคนเขียนเป็นเบ้เลยอิเวร

668 Nameless Fanboi Posted ID:JvQz.bCT4h

เคยกลัวที่จะขายผลงานของตัวเองกันรึเปล่า ก้าวข้ามความกลัวนั้นกันไปแบบไหน ตอนนี้ปสดมาก วอนผู้รู้แนะนำที

669 Nameless Fanboi Posted ID:9JtUB/UjQo

>>668 ทำไมถึงกลัววะ ไม่ค่อยเข้าใจ กลัวขายไม่ดีหรือยังไง กลัวพวกนี้ก็คิดว่าขายแล้วมีแต่ได้มากกับได้น้อย ไม่ขายคือขาดทุนกำไรเพราะจะไม่ได้อะไรเลย ของกูตอน สนพ. พิมพ์ให้ได้ตังค์มาก็เฉยๆ ละ ตอนหลังมาทำเองก็เฉยๆ เพราะแม่งเสียเวลาเขียนมาตั้งนานกูไม่ทิ้งต้นฉบับที่เขียนจบแล้วไว้เฉยๆ หรอกมันไม่ได้เงิน

670 Nameless Fanboi Posted ID:1quN64o4Ms

เราอยากจะลองเขียนนิยายดูอะ คือส่วนใหญ่จะเขียนกันกี่หน้าต่อ1ตอนหรอ แล้วควรเขียนให้ได้หลายๆตอนก่อนมั้ยอะค่อยลง

671 Nameless Fanboi Posted ID:9JtUB/UjQo

>>670 1.ไม่กำหนดจำนวนหน้า ให้ความสำคัญกับความสนุกของสิ่งที่เขียนมากกว่า 2. ถ้าตุนไว้ก่อนได้ก็ดี

672 Nameless Fanboi Posted ID:dJzpwmILV/

>>671 ขอบคุณที่ตอบค่า เห็นนักเขียนบางคนชอบลง 30%ไรงี้ ตอนเป็นนักอ่านรู้สึกไม่ต่อเนื่องเท่าไหร่ ละก็น้อยๆ คือเขาดูกันตรงความสนุกนี่เอง

673 Nameless Fanboi Posted ID:uiHQIURACd

>>668 ไม่กลัวอะ ถ้ามึงกลัวอะไรจุกจิกมึงเลิกกลัวไปเหอะ ตอนนี้ที่น่ากูกลัวคือนิยายมึงโดนก๊อปไปปล่อยเป็นไฟล์ pdf ให้โหลดฟรีมากกว่า พวกสันดานเหี้ยเนี่ย ทำให้กูล่ะหมดอารมจะเขียน อิพวกเปรตขอส่วนบุญ และที่จะแนะนำคือเวลาลงอย่าลงจบเรื่อง เพราะ อิพวกห่านั้น เดี๋ยวนี้มันไม่ได้ซื้อหนังสือซื้ออีบุ๊คมาก๊อปมาถ่ายเอกสารแจกละนะ แม่งก๊อปจากที่นักเขียนลงในเว็บที่ลงให้อ่านเนี่ย ควายเหอะ ยิ่งพูดยิ่งรมเสีย

674 Nameless Fanboi Posted ID:apy7Uq6XmX

>>670 มีทั้งตอนละ 5 / 7-8 / 10 หน้าเอสี่ แล้วแต่ว่าเรื่องสั้นหรือเรื่องยาว
มีตุนไว้เยอะหน่อยก็ดี ถ้ามีน้อยก็ต้องแน่ใจว่าจะเขียนต่อได้เรื่อยๆ จะได้ไม่ขาดตอน

675 Nameless Fanboi Posted ID:owS8Yhs/Ru

>>668 กูก็กลัวเหมือนกัน ไม่รู้เรากลัวเรื่องเดียวกันหรือเปล่า แต่กูกลัวขายไม่ออกอะ จ้างนักวาดจ้างคนมาออกแบบตัวอักษรหน้าปกตั้งหลายพัน กลัวไม่มีคนซื้อ กลัวมีคนมาโหวตแค่หนึ่งหัวใจให้อีก กลัวไม่ถูกใจแล้วคนอ่านบอกผิดหวัง อยากขอเงินคืน...

676 Nameless Fanboi Posted ID:p0mAZRqVCc

นิยายเเปล , นิยายของคนไทย ( ไม่ได้ผ่านการเเปล )
อันไหนจะช่วยในการซึมซับฝีมือได้มากกว่า

มีงานเขียนเเนวเล่าเรื่องให้อ่านมั้ย เเบบว่า ไม่มีบทพูด มีเเต่Povผู้บรรยาย ไม่ก็เเนว Documentary ที่สำนวนดีๆ

677 Nameless Fanboi Posted ID:p0mAZRqVCc

กู >>676 นะ
ถ้ากูใช้คำผิดก็อย่าด่ากัน กูไม่ได้อ่านหนังสือเเบบเล่มมาเป็นปีๆเเล้ว

678 Nameless Fanboi Posted ID:dJzpwmILV/

เราคือ670นะ แล้วเวลาลงนี่ส่วนใหญ่ลงกันอาทิตย์ละกี่ตอนถึงจะไม่เหนื่อยเกินไป นักอ่านยังตามเรื่อยๆอะ อันนี้ขอถามล่วงหน้าอีกนิด เผื่อถ้าวันไหนนิยายโอเคคนชอบเยอะขึ้นมา ระหว่างลงเว็บติดเหรียญ ทำเป็นอีบุ้ค หรือผ่านสำนักพิมพ์อันไหนรุ่งกว่ากันอ่า

679 Nameless Fanboi Posted ID:p0mAZRqVCc

>>678 เเนะนำให้เเต่งให้จบเล่ม ตรวจทำผิด ปรับสำนวนให้เรียบร้อย เเล้วค่อยเอาลง

ว่าเเต่ นิยายเเปลเอาลงเว็บได้ป่ะ

680 Nameless Fanboi Posted ID:RuBofnXATF

>>679 ได้ ถ้ามันขอมาแปลอย่างถูก ลข หรือ ผู้แต่ง เขาอนุญาตให้มึงแปลให้ตนอื่นอ่ายฟรี

681 Nameless Fanboi Posted ID:RuBofnXATF

>>676 กูคิดว่านิยายแปล ค่าย แก้วกานต์

682 Nameless Fanboi Posted ID:qe9GasZgju

>>678 อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งน่าจะโอเคนะ เนื้อหาคือซอยย่อยจากตอนใหญ่ออกมาเป็น 2-3 ตอนเล็ก

683 Nameless Fanboi Posted ID:fxm1ZX/+aH

>>668 >>675 ทำใจได้เลย นิยายให้อ่านฟรี ยังมีคนเข้ามาด่า นับประสาอะไรกับลงขาย ของกู นิยายเรื่องเดียวกัน นักอ่านบางคนบอกสนุก คุ้มค่า บางคนบ่นเสียดายเงิน ที่ไม่เม้นท์อะไรแต่โหวตดาวเดียวก็มี

ไม่ต้องกลัวจะลงขายหรอก ยังไงซะ มันก็มีทั้งคนชอบ คนไม่ชอบนั่นแหละ ถ้าลงนิยายในเว็บอยู่แล้ว ลองขายในเว็บนั้นดู / ส่ง meb ขายเป็น ebook ก็ได้

คำแนะนำคือ ก่อนวางขายควรตรวจคำผิดให้ดี (เห็นหลายเรื่องแล้วที่โดนโหวตต่ำเรื่องนี้) สำหรับปกนิยาย ถ้าเป็นปก ebook อย่างเดียว ราคา 1xxx ก็พอโอเคอยู่นะ

684 Nameless Fanboi Posted ID:GPL+FFRkJ1

การลงอีบุคขายใน MEB มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ มีคนซื้อกันไหม ส่งรีเควสให้MEBเอาหนังสือมาลงเพิ่มได้ป่าว

685 Nameless Fanboi Posted ID:GL+S615pHz

จัดรูปเล่ม ส่ง Add New Book ในmeb แล้วนั่งรอไม่กี่ชั่วโมงก็น่าจะได้รับอนุมัติแล้ว
... กรณีที่เคยมีผลงานขายมาก่อนนะ
แต่ถ้าหน้าใหม่เพิ่งลงขายครั้งแรก ทาง meb อาจตรวจเช็คนานหน่อย แต่ก็ไม่เกิน 1-2 วัน ก็ผ่าน ถ้าไม่มีสิ่งผิดปกติอะไร

686 Nameless Fanboi Posted ID:RuBofnXATF

ปกอีบุ๊ค 500 ก็มีนะ ดีด้วย ยิ่งพวกแบบทำสำเร็จมา ก็ไม่ถึง 500 นะ
แต่ถ้าทำเองได้ก็ประหยัด กูว่าปกอีบุ๊ค ทำให้สวยหน่อยก็พอละ ไม่ต้องหรูเท่าเล่ม บางเรื่อง ปกฟ้อนท์อังสนา ยังติดเบสเซลเลอร์เลย มันอยู่ที่ความสนุกของนิยาย

687 Nameless Fanboi Posted ID:GPL+FFRkJ1

นิยายเส้นเรื่องตรงจะรอดไหม

688 Nameless Fanboi Posted ID:dmQbKH3ssB

>>687 รอดถ้าองค์ประกอบอย่างอื่นดี เช่นคาแรกเตอร์ ภาษา

689 Nameless Fanboi Posted ID:St60fcI1xB

>>687 นิยายกูก็ไม่ซับซ้อนนะ เน้นพระเอกน่ารัก นางเอกไม่งี่เง่า มันก็ขายได้อะ

690 Nameless Fanboi Posted ID:UzO.5cd+BC

ห่าเอ๊ยยย นี่กูเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย!! ทำไมพอเขียนไปได้บรรทัดเดียวกูจะต้องกลับมานั่งเกลาประโยคเดิมอยู่ตั้งนานสองนานด้วยวะ เพลียจิตเว้ยยย กูบังคับตัวเองไม่ได้ ถ้ามันไม่โอเคกูจะไม่ยอมไปเขียนบรรทัดต่อไปเลย ชาติไหนจะจบหนึ่งตอนล่ะวะเนี่ย โว๊ะ!!

691 Nameless Fanboi Posted ID:s/RSjvPuB1

>>690 โรคย้ำคิดย้ำทำ ปัญหาทางจิตรักษาได้

692 Nameless Fanboi Posted ID:LJU9m8Cu/v

>>690 เหมือนกัน 5555

693 Nameless Fanboi Posted ID:NYZG6eoKj9

หมวดรักหวานแหวว กับ ซึ้งกินใจ ในเด็กดี มันต่างกันยังไงอะ ให้ดูที่ระดับความดราม่าเหรอ

694 Nameless Fanboi Posted ID:ipPmxRJoJm

>>691 ไม่ใช่ย้ำคิดย้ำทำสิ แบบนี้เขาเรียกโรครักความสมบูรณ์แบบ คนเป็นเยอะนะ โดยเฉพาะพวกคนที่ทำงานที่ต้องสร้างสรรค์ผลงาน

695 Nameless Fanboi Posted ID:jxelPrvo+J

โอ๋น้า มึงไม่ได้ป่วยหรอกแค่ฝีมือยังไม่พอเฉยๆ เลยต้องแก้แล้วแก้อีก เก่งมากๆ แล้วก็จะหายเอง สบายใจได้

696 Nameless Fanboi Posted ID:M8hjLVb8eG

>>690 ดีแล้ว แสดงถึงความใส่ในในงานของมึง ดีกว่าบางคนที่สักแต่แต่งซั่วให้จบๆไปอีก

697 Nameless Fanboi Posted ID:JnfU8i4H7s

ใครเคยไปบาร์บ้าง แบบ โซนเครื่องดื่มที่มีบาร์เทนเดอร์คอยชงเหล้าให้อะ อยากรู้ว่าต้องจ่ายเงินยังไง แล้วดูราคาเครื่องดื่มยังไง กูหาข้อมูลไม่ได้เพราะแถวบ้านไม่มีบาร์ แง

698 Nameless Fanboi Posted ID:pJCXNmdJ8s

>> 697 เขามีเมนูให้ แต่บางคนมาประจำหรือไปเที่ยวบ่อยๆ ก็จะสั่งพวกที่ตัวเองกินบ่อย พวกนี้ก็ไม่ดูเมนูกันหรอก บาร์มันจะมีเครื่องดื่มคล้ายกันแหละ ยกเว้นสูตรจำเพาะของร้าน ส่วนเวลาคิดเงินจะรวมคิดทีเดียว แต่บางร้านก็ให้จ่ายก่อน สั่งทีนึงจ่ายทีนึงงี้ คงกลัวพวกชักดาบหรือแดกจนเมาแล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง

699 Nameless Fanboi Posted ID:ac2gCLPPOG

>>692 เป็นเหมือนกัน แต่มันทำให้งานช้ามากเลย ฮือ

700 Nameless Fanboi Posted ID:9BCPhkSeM2

>>697 การจ่ายแล้วแต่ร้านแต่หลายๆที่คิดแบบแก้วต่อแก้วจ่ายก่อนเลย ถ้าเป็นร้านเหล้าโต๊ะปกติแล้วมีบาร์จะคิดรวมทีเดียวตอนหลัง

ราคาแล้วแต่ร้าน สตาร์ทร้อยกว่า-สามร้อย ทองหล่อ เอกมัยต่างๆก็แพงกว่านั้น

เมนูส่วนใหญ่ก็มีให้แหละบอกราคา แต่ขาเดิมๆก็ไม่ดูแล้ว

701 Nameless Fanboi Posted ID:CTnIqvjyef

เหตุการณ์ในค่ำคืนแสนเศร้าผ่านคำบอกเล่าจากคำพยานของคุณยองวี เตย์ สมาชิกคริสตจักรเราซึ่งเป็นชาวสิงคโปร์ที่รอดชีวิตมาได้หลังจากติดอยู่ในชั้นLG พร้อมลูกชายวัย11 ขวบ น้องโจเซฟ เตย์
....
"ผมกับลูกต้องหาที่ซ่อน ผู้คนแตกตื่นกันมาก เราอยู่ที่บริเวณ food landชั้นใต้ดิน มันกว้างเกินไป ไม่ค่อยมีที่ปลอดภัยให้ซ่อนเลย เราไปหลบแถวแผนกของสด ผมกอดลูกไว้ น้องโจตัวสั่นไปหมด ผมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย เราย้ายเข้าไปห้องซึ่งน่าจะเป็นstore...เราพบกับพ่อแม่ลูกครอบครัวนึง ลูกสาวเขายังเล็กมากสัก 2-3ขวบ พวกเราอยู่ด้วยกันประมาณ 10 คน ปิดไฟปิดประตูและพยายามอยู่กันอย่างเงียบที่สุด...ทั้งหวาดกลัว หนาว อึดอัด และมีเสียงปืนดังเป็นระยะ
....
เวลานั้น..พระวิญญาณบริสุทธิ์เตือนผมในใจว่า ให้ออกไปจากตรงนี้มันไม่ปลอดภัย และเมื่อชายหนุ่มคนนึงชื่อ ติ๊ก ซึ่งดูแข็งแรงและมีสติชักชวนเราทุกคนหาที่ซ่อนใหม่ เป็นห้องควบคุมไฟที่อยู่ลึกเข้าไปอีกหน่อย ผมหันไปชวนชายผู้เป็นพ่อ ไปด้วยกันมั้ยครับ? เขาตอบด้วยสีหน้ากังวล"ไม่ล่ะครับ ผมจะอยู่กับภรรยาที่นี่"
....
นั่นเป็นบทสนทนาสุดท้ายของเรา
....
เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงท่ามกลางความกดดัน เสียงปืนที่ดังในระยะใกล้ประชิดเข้ามา เราอยู่ในห้องมืดแคบๆนั้น7 คน สัญญาณอันตรายใกล้เข้ามาทุกที เราได้ยินเสียงลูกสาวของเขาร้องไห้กรีดร้องเพราะเสียงปืนที่ดังเกิน เธอร้องไม่หยุด แล้ววินาทีแสนโหดร้ายก็เกิดขึ้น เสียงปืนระดมยิงไปที่ประตูหลายนัด ได้ยินเสียงฆาตกรถีบประตูปังเข้ามาในห้องที่พ่อแม่ลูกอยู่นั้น เสียงฝีก้าวของมันห่างจากที่เราอยู่เพียงระยะ2 เมตร!
....
"มานี่!!!!?" เสียงฆาตกรขู่คำราม เสียงเด็กหญิงยังคงกรีดร้องเสียงดังและเสียงพวกเขาค่อยๆห่างออกไป ตามมาด้วยเสียงปืนที่ดังเรื่อยๆเป็นระยะ....กลิ่นเขม่าควันปืนฟุ้งกระจายไปทั่ว ผมเคยได้กลิ่นนั้นนานมาแล้วครั้งที่เคยเป็นทหารรับใช้ชาติที่สิงคโปร์
วินาทีนั้นพวกเราแทบหยุดหายใจ ชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ทุกคนในห้องนั้นน่าจะพอนึกออก ผมกอดโจเซฟไว้แน่น โจไม่สบายผมกลัวว่าเขาจะส่งเสียงไอ แต่ขอบคุณพระเจ้าทุกคนเงียบกริบแทบกลั้นหายใจ วินาทีเช่นนี้ ถ้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ คงยากจะเข้าใจ มันบีบหัวใจเหลือเกิน...
....ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนี้จริงๆ...

ไม่มีวินาทีไหนที่ผมหยุดอธิษฐานเรียกหาพระเจ้าตลอด 9 ชม.ที่ติดอยู่ในนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเราจะมีชีวิตรอดออกไปได้หรือไม่ สิ่งที่ผมกลัวเวลานั้นที่สุด คือ ผมกลัวจะไม่ได้เจอหน้าอร(ภรรยา)และเจมส์(ลูกชายคนโต)อีกแล้ว หรือนี่คือเวลาสุดท้ายของชีวิตผม....
....
ติ๊ก ชายหนุ่มในห้องที่พอจะสามารถติดต่อกับเพื่อนภายนอกได้เรื่อยๆ เขามีสติพอที่จะช่วยผมและคนอื่นๆไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป ติ๊กบอกพวกเราที่เป็นผู้ชายว่า หากถึงเวลาคับขันผมจะสู้ พวกเราต้องสู้ ผมจะเปิดก่อน คุณและคนอื่นๆต้องช่วยกันจับมันไว้ พอจะถ่วงเวลาให้ผู้หญิงและเด็กหนีได้บ้าง ผมรู้ความหมายทันทีว่า ถ้าเราจะต้องตายครั้งนี้ เราก็จะตายแบบยอมสู้ อย่างน้อยลูกชายผมต้องรอด...
....
ในที่สุดเวลาประมาณตี 3 ความช่วยเหลือก็มาถึงเรา..เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษหลายสิบนายเข้าถึงตัวเรา พวกเขาให้สัญญาณยิงเปิดทางสามครั้ง เมื่อสิ้นเสียงปืนครั้งที่3 พวกเขาบอกให้วิ่งไปกับเขาทันที....ผมพลัดหลงกับลูกชายในจังหวะช่วงชุลมุน ผมร้องขอเจ้าหน้าที่ หาลูกผมๆ พวกเขาพยายามให้ผมใจเย็นและให้ความมั่นใจว่า ลูกชายผมอยู่ในมือตำรวจปลอดภัยแล้ว...ผมได้พบหน้าลูกชายและภรรยาอีกครั้งที่รพ.มหาราช เจ้าหน้าที่ประสานให้เราให้เจอกัน เมื่อพร้อมหน้าเราโอบกอดกันด้วยความขอบคุณพระเจ้า
.....
ผมเจอติ๊กครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลมหาราช เรากล่าวลาและแยกย้ายไปหาครอบครัวอย่างสวัสดิภาพ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับมิตรภาพอันแสนสั้นที่มีความหมายไปตลอดชีวิต...
....
ผมขอบคุณพระเจ้า คืนนั้นผมกับลูกคงจากไปพร้อมกับครอบครัวพ่อแม่ลูกนั้นแล้ว แต่พระเจ้าเมตตาผมกับลูกชายเหลือเกิน พระหัตถ์ของพระองค์ปกป้องคุ้มครองเราไว้ ทรงปิดตามัจจุราชและผ่านเลยเราไป ผมเชื่อในคำอธิษฐานและการปกป้องผ่านคำอธิษฐานเผื่อของพี่น้องคริสเตียนมากมาย..
...
ติ๊กถามผมว่า ถ้าเรารอดไปได้ ผมจะไปทำบุญ พี่ไปกับผมมั้ยครับ ผมตอบเขาอย่างมั่นใจ ไม่ล่ะครับ ผมเป็นคริสเตียน พรุ่งนี้วันอาทิตย์ผมจะไปโบสถ์ ผมจะไปนมัสการพระเจ้าของผม และขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยผมและลูกผ่านเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้"
....
ขอบคุณพระเจ้า
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแด่ครอบครัวนี้ และทุกครอบครัวที่สูญเสียในครั้งนี้
#เหตุการณ์กราดยิง8กุมภาพันธ์2020

702 Nameless Fanboi Posted ID:CyW.DNbLRo

โอเมก้าเวิร์ส NL นี่ปกติไหม

703 Nameless Fanboi Posted ID:ZThdOwFNm4

ถ้าในนิยายมีแากพูดถึงความรุนแรง ข่มเหงหรือข่มขืน แบบไม่ได้เจาะรายละเอียดลงลึก ไม่ได้บรรยายชัด นักเขียนต้องติดwarningปะวะ

704 Nameless Fanboi Posted ID:vrdHK0DlXb

เพื่อนโม่ง กูอยากลองเขียนนิยายสักเรื่อง แต่กูไม่เคยเขียนมาก่อนเลย ที่กูเคยเขียนอะไรเป็นจริงเป็นจังมีแต่ essay ส่งอาจารย์อะ
กูเลยลองบรรยายฉากๆนึงในหัวกูออกมาเล่นๆ คือกูยังไม่ได้คิดพล็อต คิดชื่อคิดห่าอะไรเป็นจริงเป็นจังนะ แค่ลองบรรยายดู
นี่เป็นครั้งแรกของกูเลยนะ แต่กูไม่รู้ว่าโอเคมั้ย อยากให้เพื่อนโม่งช่วยอ่านแล้วแนะนำกูหน่อย
ปกติเค้าคุยกันห้องไหนวะ ห้องนี้ป่ะ กูเป็นโม่งใหม่

705 Nameless Fanboi Posted ID:AwnRhrLBed

>>704 โยนลงมาในนี้ก็ได้

706 Nameless Fanboi Posted ID:vrdHK0DlXb

ยาวเกินต้องแบ่งตอบ

ชายหนุ่มค่อยๆกดริมฝีปากตัวเองลงไปบนริมฝีปากของหญิงสาวตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
ไฟปราถนาค่อยๆประทุขึ้นทีละนิด.. ทีละนิด จนในที่สุดก็ลุกโชน ดุจแสงตะเกียงยามคืนที่มืดสนิท
จากที่ตั้งใจจะทำเพียงแค่แตะลงไปบนริมฝีปากเบาๆ ก็กลายเป็นจูบที่ดูดดื่มลึกซึ้ง
เมื่อหญิงสาวเผยอริมฝีปากอ้าออก ลิ้นของเค้าก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปควานหาความชุ่มช่ำจากโพรงปากน้อยๆ

มือของคเชนทร์เริ่มขยับอย่างอยู่ไม่สุก มือนึงอ้อมไปประคองศรีษะของเธอเอาไว้ ส่วนอีกข้าง... กำลังบีบเคล้นหน้าอกคู่งามอย่างเอาแต่ใจ

หญิงสาวส่งเสียงประท้วงในลำคอเบาๆ เมื่อมือที่ประคองศรีษะของเธออยู่ เลื่อนสอดเข้าไปในเสื้อ
และจัดการปลดตะขอบราเซียของเธออย่างชำนิชำนาญ

คเชนทร์รู้สึกว่าแกนกลางลำตัวของเขากำลังร้อนเป็นไฟ เขาถอนจูบออกมาอย่างยากเย็น
และดันตัวเธอให้นั่งพิงกับโซฟา พลางถลกเสื้อของเธอขึ้น

หญิงสาวหน้าแดงก่ำ พยายามยกแขนขึ้นมาปิดบังร่างกายตัวเองเป็นพัลวัน
ขณะที่ปากก็พูดเสียงตะกุกตะกัก "จะ.. จูบ จูบ อย่างเดียวก็พอ ละ..แล้วพี่เคน"

เมื่อตะขอบราเซียถูกปลดออกไปแล้ว ที่เหลือก็แค่ดึงบราเซียออกมา
และนั้นจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับเขา... อย่างแน่นอน ….. แต่เธอยังไม่พร้อม
แน่นอนว่าเขารู้วิธีที่จะทำให้เธอโอนอ่อนผ่อนตาม เธอไม่ได้รังเกียจเค้า ข้อนี้สำคัญที่สุด
แล้วยังเป็นเด็กสาวที่โดนจูบไปเพียงนิดเดียวก็อ่อนระทวย พลางป้องกันตัวอย่างขัดเขินแบบนั้น
เค้าพาเธอไปถึงจุดนั้นได้ แต่..มันไม่ควรเป็นแบบนั้น

คเชนทร์รู้ดีว่าการขยับตัวไปตามหัวใจ หรือขยับตัวทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม แบบไหนง่ายกว่ากัน แต่เขาก็เลือกทำในสิ่งที่ยากกว่า
"แค่นี้ก็พอแล้ว" เขากระซิบบอกเธอที่กำลังหน้าแดงก่ำ พลางเอื้อมมือไปใส่ตะขอบราเซียกลับคืนให้
แน่นอนว่าแค่นี้มันไม่พออยู่แล้ว แต่เขาจำใจต้องบอกเธอไปแบบนั้น "นี่มันเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กๆอย่างพีชยังไม่ถึงเวลา"
คเชนทร์พูดด้วยน้ำเสียงติดตลก ก่อนจะผละออกไปนั่งข้างๆ พลางเป่าลมออกจากปากเพื่อพยายามดับความกระหายที่คุกกรุ่น

707 Nameless Fanboi Posted ID:vrdHK0DlXb

"เอ๊ะ! นี่พี่เคน แกล้งพีชเหรอ" หญิงสาวโพล่งออกมาด้วยความหัวเสียเล็กๆ ด้วยเข้าใจว่าชายหนุ่มแกล้งตนจริงๆ
คเชนทร์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาว ที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าตนต้องพยายามควบคุมตัวเองแค่ไหน
"ทำไม เสียดายเหรอเรา"
"บ้า ใครบอกเสียดาย ตกใจต่างหาก ไม่คิดว่าจะไปไกลขะ..ขนาดนั้น" เธอตอบกลับด้วยท่าทีประหม่าเล็กๆ นั่นยิ่งกระตุกหัวใจของชายหนุ่มให้ร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม

"พี่เคน แกล้งพีชสนุกมากมั้ย"
"ก็นิดนึง" ชายหนุ่มตอบอย่างติดตลก พลางเอื้อมมือไปบิดจมูกของหญิงสาวเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว
"พี่ไม่ทำหรอก… ยังไม่ใช่….ตอนนี้" เขาจงใจเว้นระยะห่างคำพูดให้ฟังดูสองแง่สองง่าม พลางจ้องมองใบหน้าเธอด้วยแววตาพราวระยิบ ก่อนจะก้มหน้าลงไปจุ๊บเธอเบาๆอีกครั้ง อย่างอดใจไม่ไหว

"พี่ว่า ได้เวลากลับบ้านแล้วล่ะ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่พีชจะเป็นห่วงนะคะ"
"แต่ว่าพีช ยังอยากอยู่กับพี่เคนต่อนี่นา"
"ให้พีชอยู่ต่ออีกนิดนะ ถือว่าวันนี้เป็นวันแรกที่เราคบกันเลยนะ น้าาา นะคะ ให้พีชอยู่ต่ออีกแปปนึงนะ
พีชแค่อยากอยู่กับพี่เคนให้นานกว่านี้อีกนิด พี่เคนนั่งทำงานไปก็ได้ เดี๋ยวพีชนั่งดูเฉยๆ อ้อ!! ให้จูบเพิ่มอีกทีด้วย แต่แค่จูบเท่านั้นนะ"
หญิงสาวทำน้ำเสียงออดอ้อนเหมือนเด็กๆเวลาขอของเล่นจากผู้ใหญ่ พลางเกี่ยวแขนชายหนุ่มไว้อย่างพยายามเอาใจ โดยหารู้ไม่ว่า ท่าทีออดอ้อนของเธอ กอปรกับแขนของชายหนุ่มที่หญิงสาวเกี่ยวเอาไว้ ได้เสียดสีไปมากับหน้าอกของเธอ ซึ่งมันกำลังจะปลุกไฟปรารถนา ที่เขาเพิ่งจะดับมันลงไปเมื่อกี้อย่างยากเย็นขึ้นมาอีกครั้ง

"แบบนี้ไม่ดีแน่" ชายหนุ่มพึมพำเบาๆกับตัวเอง แต่ทว่าหญิงสาวกลับได้ยินอย่างชัดแจ๋ว
"อะไรไม่ดี เราไม่ได้ทำอะไรเสียหายนี่นา.. พี่เคนก็บอกแล้วนี่ว่าจะไม่ทำอะไร ให้พีชอยู่ต่ออีกนิดนะ …. น้าาา สัญญาว่าจะไม่กวน"
"แต่นี่มันใกล้เที่ยงคืนแล้วนะครับ" คเชนทร์พูดพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู
"พรุ่งนี้พีชมีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ ไหนบอกอาจารย์คนนี้โหดไง ต้องเข้าคลาสตลอดด้วย แล้วจะตื่นไหวเหรอ "
"แต่ว่า …." พีชญาพยายามคิดหาข้ออ้างมาโต้แย้ง แต่ก็ถูกขัดคอไว้ซะก่อน
"หรือพีชคิดจะโดดเรียน? … พี่จะได้โทรบอกพ่อพีชดักไว้ก่อนเลย" ชายหนุ่มพูดพลางหัวเราะออกมา

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากอยู่กับเธอ ไม่มีอะไรในตอนนี้ ที่เขาต้องการมากไปกว่านี้อีกแล้ว แต่คเชนทร์รู้ดีว่าขืนให้เธออยู่แบบนี้ต่อไป มันจะไม่จบแค่จูบแน่ เธอน่ะ...พอใจที่ได้จูบ และพอใจแค่นั้น มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับเด็กวัยแรกรุ่น ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนรัก และจบที่จูบกัน แค่นั้นก็สุขจนล้นแล้ว ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ แต่สำหรับผู้ใหญ่ แค่จูบอย่างเดียวมันไม่พอ และเขาก็เกลียดตัวเองตอนนี้ ที่ต้องมารับบทผู้ใหญ่เข้าใจเด็ก
ทั้งๆที่ตัวเองไม่บริสุทธิ์ใจเลยสักนิด ให้ตายเถอะ

"พี่เคน ทำไมดูอยากให้พีชรีบกลับจัง มีอะไรป่ะเนี่ย … หรือว่าา…พี่เคนรำคาญพีชเลยไม่อยากให้อยู่ หรือว่าจริงๆแล้วนัดใครไว้อีก?"
"พีช !! " ชายหนุ่มร้องเรียกชื่อหญิงสาวอย่างไม่อยากเชื่อ ว่าเธอจะคิดไปได้ไกลขนาดนั้น
"คิดไปไหนแล้วเรา พี่ไม่ได้รำคาญ ตรงกันข้ามเลยต่างหาก แล้วก็ไม่ได้นัดใครด้วย"
"พีช" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างทอดถอนใจขึ้นมาอีกครั้ง
"พี่รับปากกับคุณพ่อคุณแม่พีชไว้ว่าจะพาเรากลับไปส่งที่บ้าน แล้วนี่มันก็ดึกแล้ว
พรุ่งนี้พีชก็มีเรียนเช้า ถ้าพีชกลับบ้านช้าจนตื่นไปเรียนไม่ไหว นั้นมันไม่ดีกับตัวพีชเลยนะ
แล้วคุณพ่อคุณแม่พีชจะมองพี่เป็นคนยังไง แล้วอีกอย่างพี่ก็กลัวขับรถไม่ไหวถ้าจะดึกกว่านี้ "

เหตุผลพวกนั้นน่ะ ก็ส่วนนึง แต่ให้ตายยังไงเค้าก็ไม่กล้าบอกเหตุผลที่สำคัญที่สุดออกมา
จะให้อธิบายความดำมืดในใจนี้ยังไง 'พีชพี่กลัวอดใจไม่ไหว' เหรอ? เธอจะมองฉันยังไงละทีนี้
ถูกมองเป็น 'ไอ้หื่น' ตั้งแต่วันแรกที่คบกัน คงไม่ดีเท่าไหร่มั้ง…

นระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจมอยู่กับความคิด หญิงสาวก็โพล่งออกมา "ก็ได้ พีชกลับก็ได้" โดยแฝงแววประชดชันเล็กๆเอาไว้ในน้ำเสียง
และเหมือนชายหนุ่มก็พอจะจับความนัยที่แฝงมาในน้ำเสียงแบบนั้นได้
"พีช ไม่ทะเลาะกันนะ คบกันวันแรกก็ทะเลาะกันเลย มันฤกษ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะพี่ว่า"

เอออ ประมาณนี้แหละ จัดเต็มมาเลยเพื่อนโม่ง มุมมอง การใช้คำ เวิ่นเว้อ อะไรยังไง
กูไม่รู้จะไปปรึกษาใครรรร

708 Nameless Fanboi Posted ID:dD5cDhjui8

เรื่องภาษากูขอแตะนิดเดียวพอนะ ไปศึกษาเอา เรื่องจุดไข่ปลา ... เรื่องการเว้นวรรค เครื่องหมาย ! เครื่องหมาย ? พวกภาษาพูดภาษาเขียน การใช้พวก าาา กับคำผิดนิดหน่อย พวกนี้เขียนไปปรับไป

เข้าใจว่าเวลาเขียนเรื่องแรกๆ เราอยากให้จังหวะคำ จังหวะการออกเสียงตัวละครในนิยายตรงกับจินตนาการตัวเองเลยใช้ ... ผสมกับการเว้นวรรค บางคนก็คงจะบ่นๆ มึงบ้าง แต่กูขี้เกียจพิมพ์ สำหรับคนเริ่มต้นกูคิดว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เอาไว้มึงรู้แล้วค่อยปรับอีกที

สำหรับแนวที่มึงเขียนมานั้น กูไม่สันทัดเท่าไหร่ไม่ค่อยได้อ่านเรื่องทำนองนี้แต่ก็พอบอกได้ว่ามึงสมควรอ่านอะไรแบบนี้มาพอสมควร อ่านแล้วก็ลื่นไหลดีเหมือนคนมีความหื่นในหัวใจถึงตัวละครหญิงจะพยายามดูใสๆ แต่ที่จริงแล้วนางก็แอบหื่นนั่นแหละ มันไม่มีหรอกเอาหน้าอกไปถูแขนเขาแล้วไม่ได้คิดอะไร ส่วนผู้ชายทำท่าหื่นแต่ป๊อด เธอยังไม่พร้อม ไม่พร้อมพ่อง! มึงอย่าหลอกตัวเอง ที่จริงแล้วมึงมันปอดแหก

นี่แหละมุมมองกู มึงไปสายนี้ได้ต่อให้มึงไม่ได้เขียนมามากแต่จินตนาการการเรียบเรียงเรื่องราวกูอ่านแล้วไม่งง ไม่ได้ดูเวิ่นเว้อมาก คลังคำในหัวมึงก็ดูพอใช้ได้ ปรับเรื่องการเขียนที่มึงไม่เคยรู้หรือเคยเรียนแต่คืนอาจารย์ไปหมดแล้วมึงน่าจะอยู่ระดับกลางๆ ไปดีของคนเริ่มเขียนใหม่ๆ แล้ว

ถ้ามึงมีวัตถุประสงค์ในการแต่งนิยายก็บอกมาก่อน กูจะดูทิศทางให้ว่าน่าจะให้ความสนใจเรื่องไหน เช่นอยากให้คนอ่านเยอะ อยากขายดี อยากให้กลายเป็นละคร หรือแค่อยากเขียนเฉยๆ

709 Nameless Fanboi Posted ID:IR.aphp+Tl

>>708 กูไม่ได้ตั้งใจจะเขียนสายนี้หรอก จริงๆกูมีเรื่องที่กูตั้งใจจะเขียนจริงๆ แบบวางพล็อตไว้ 2 ปีแล้ว ทั้งหาข้อมูลด้วยอะไรด้วย
ปัญหาคือพล็อตเรื่องที่กูตั้งใจเขียนมันมหากาพย์ แต่กูรู้สึกว่าตัวเองยังไม่มีปัญญาเขียนได้ขนาดนั้น
เลยอยากฝึกฝีมือ เริ่มจากเรื่องง่ายๆ รักทั่วไป พล็อตเบาๆก่อน ระหว่างที่กูหาข้อมูลและวางพล็อตให้สมบรูณ์
ประมาณนั้นแหละ เพื่อนโม่ง คือกูนี่แบบ 0 เลย เมิงอยากยัดไรใส่หัวกูจัดมาเลย
ส่วนเรื่องอยากขายดี เออกูก็อยากได้ตังค์มาจ่ายค่าเน็ตกูด้วย

ทำไมกูขำที่มึงด่าพระเอกกู 5555555555 เออ แม่งก็จริงที่มึงพูด ขอบใจมาก สำหรับคำชี้แนะ

710 Nameless Fanboi Posted ID:dD5cDhjui8

กูว่านะ การวางพลอตแน่นๆ นี่มันกับดักนักเขียนใหม่ หลายๆ คนอยากเขียนอะไรที่มันอลังการแต่พอเริ่มจริงเขียนออกมาไม่ได้ คนทำได้มันก็มีแหละแต่คนพวกนั้นจะไม่ถามใครทั้งนั้นอะ เขาเขียนของเขาเลย ส่วนที่พวกที่เล็งแล้วเล็งอีกกูเห็นลากยาวมาเยอะ กูเห็นด้วยนะถ้ามึงยังคิดว่าไม่ไหวกูแนะนำให้เก็บพลอตนั้นไว้ก่อนมึงไปเขียนอะไรที่ง่ายขึ้นสักหน่อยให้จบถือว่าซ้อมมือก่อนค่อยมาเริ่มงานใหญ่ทีหลัง

แต่ส่วนใหญ่เลยที่พวกเริ่มเขียนใหม่มองข้ามนี่ก็พวกการเล่าเรื่องให้มันน่าสนใจอะ การเล่าเรื่องคืออะไรที่คนอ่านเห็นเป็นสิ่งแรก เรื่องพลอตนั้นคนอ่านจะรู้ทีหลังและจะรู้ก็ต่อเมื่อมึงเล่าเรื่องดึงเขาไว้ได้แล้ว ต่อให้พลอตมึงจะสุดยอด วะ วะ ว้าว ยังไงแต่ถ้าคนไม่อ่านก็คือจบ การจะดึงคนอ่านไว้มันก็ขึ้นอยู่กับการเล่าเรื่องของมึง มึงไปดูที่กูเขียนใน >>708 ก็ได้ ทำไมมึงขำตรงช่วงนั้น ก็นั่นแหละ กูว่ากูเขียนขำกว่านี้ได้นะแต่มันจะด่าพระเอกมึงหยาบคายเกินไป

เรื่องนี้มันไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมาก อย่าไปคิดว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ อ่านแล้วว้าวก็พอ ถ้ามึงไม่เข้าใจกูจะตั้งเกณฑ์ให้ 1 อ่านแล้วรู้สึกว่ามันก็ดีนะ แปลว่า งานมึงยังไม่ดี กับ 2 อ่านแล้วว้าว กูเขียนสนุกดีนี่นา ถ้าไม่หลอกตัวเองหรือมีรสนิยมที่แตกต่างจากคนทั่วไปจริงๆ ก็โอเคแบบนั้นน่าจะผ่าน

ส่วนเรื่องการเขียนยังไงให้ขายดี มึงต้องเขียนว้าวมากๆ ตั้งแต่บทแรกไปถึงสักสิบยี่สิบบทแล้วแต่ความยาวของตอนที่มึงเขียน ถ้ามึงหน้าใหม่นะ มึงอย่าไปปูพื้นเล่าเป็นประวัติศาสตร์แบบสตาร์วอร์ก่อนแล้วค่อยเข้าเรื่องแบบเนิบๆ สมัยนี้ไม่ทันกินแล้ว สิ่งสำคัญคือทำให้คนอ่านสนุก ถ้ามึงรู้สึกว่าตัวเองอ่านนิยายอย่างคนอ่านทั่วๆ ไป มึงจะเข้าใจไอ้คำว่าสนุกนี่มันเป็นยังไง ถ้ามึงไปวิเคราะห์วิจัยมากบางทีมึงจะค่อยๆ ห่างจากความเข้าใจไปไกลแทน

สุดท้าย ถ้ามึงเขียนนิยายอย่างข้างบน มันจะอยู่ระดับก็ดีที่แปลว่าไม่ได้ดีพอจะขายได้หรือขายออก ถ้าอยากให้ขายได้ก็ต้องกระตุ้นอารมณ์คนอ่านให้มากกว่านี้ ไม่ได้หมายถึงว่าให้คนอ่านหื่นอย่างเดียวนะ อารมณ์อื่นๆ อยากรู้อยากเห็น สนุกสนาน กรีดร้อง หรือเหี้ยอะไรก็ตามที่ไม่ใช่อ่านแล้วจิตใจสงบไร้ระลอกคลื่น

711 Nameless Fanboi Posted ID:Nk0mNEVOVx

>>170 เห็นด้วยกับมึง นักเขียนใหม่มักจะกังวลเรื่องพล็อตไม่แปลก ไม่อลัง แต่เอาเข้าจริงงานจะขายได้หรือไม่ ดังหรือเปล่า อยู่ที่สนุกโดนใจคนอ่านมั้ย สังเกตดูชาร์ตขายดีไม่ว่าจะเป็นนายอินทร์หรือใน meb พล็อตก็ไม่ได้อลังการอะไรหรอก แต่เขาเล่าเรื่องมีชวนอ่าน ตัวละครมีเสน่ห์ ดำเนินเรื่องน่าติดตาม มันมีเยอะนะที่บางเรื่องพล็อตดี ภาษาดี แต่ทำไมอ่านแล้วไม่สนุก ไม่รู้จะติตรงไหน รู้แค่ไม่สนุก แต่บางเรื่องพล็อตหลวม ความสมจริงหลุดๆ ก็มี แต่สนุกชิบหาย

712 Nameless Fanboi Posted ID:jDCXwxwpdF

>>710 โอเคโม่ง กูไปอ่านวิธีการใช้ ... "" าาา มาแล้ว ขอบใจมาก แล้วกูก็พอจะมีหลักให้ยึดเกาะจากคำแนะนำของมึงแล้ว
วันนี้กูไปนั่งดำงานของคนอื่นมา ตาม meb สุ่มๆกดซื้อมาอ่าน 4-5 เรื่อง แนวๆเดียวกัน ปกติกูอ่านแต่ในฐานะของนักอ่าน พอลองอ่านในฐานะของคนอยากเขียน กูพอจะเข้าใจคำว่า 'อ่านแล้วจิตใจสงบไร้ระลอกคลื่น' 'อ่านแล้วสนุกน่าติดตาม' ที่มึงว่าละ เออ กราบร่องนมงามๆจริงๆ
กูกะจะยังไม่ขายตอนนี้หรอก ว่าจะลองเขียนพวกพล็อตเบาๆนี่ให้จบสักเรื่องก่อน ค่อยๆเหลาสกิลไป
ไม่เขียน แม่งก็ไม่ได้สกิล

ปกติกูอ่านแต่งานของนักเขียนตะวันตก แถมอ่าน Eng อีก แถมแม่งอ่านอยู่แค่แนว แฟนตาซี แคบชิหายเลยกู
พวกมึงมีงานแนวรักโรแมนติคของนักเขียนไทยฝีมือดีๆแนะนำให้กูบ้างมั้ยวะ

713 Nameless Fanboi Posted ID:Nk0mNEVOVx

>>712 มึงมาถูกทางแล้ว เริ่มจากงานไปยาก เดี๋ยวสกิลมันจะมาตามประกบการณ์

714 Nameless Fanboi Posted ID:dD5cDhjui8

>>711 เออ กูนึกคำนี้ตั้งนานนึกไม่ออก คำว่าเขียนแล้วชวนอ่านนี่แหละ กูว่าสิ่งนี้กับคำว่าพลอตดีภาษาดีนี่แทบจะคนละเรื่องกันเลยแต่คนเขียนหลายๆ คนคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันแล้วมาสงสัยว่างานเราก็ดีภาษาดีทำไมไม่มีคนอ่าน คือมันขาดเสน่ห์ ไม่น่าติดตาม อย่างเรื่องที่พลอตดีภาษาดีที่มึงว่าไม่รู้จะติตรงไหนก็ตรงที่มึงเขียนถัดมานั่นแหละคือไม่สนุกสำหรับคนอ่าน แล้วคำนี้มันเป็นตัวตัดสินเลยว่าคนจะตามหรือไม่ตามต่อ ตามเกณฑ์ข้อ 1 กูแหละ อ่านแล้วมันก็ดี แปลว่างานยังไม่ดี แค่ไม่ได้ชวนยี้ จะคาดหวังให้ขายดีด้วยงานทำนองนี้เป็นเรื่องยาก

>>712 กูถามมึงหน่อยว่ามึงเข้าใจคำว่าโรแมนติกของไทยเป็นยังไง คือถ้ามีคนพูดถึงนิยายโรแมนซ์ของไทยนี่อาจจะหมายถึงนิยายที่เน้นซั่มกัน 18+ 25+ 40+ มันจะแนวหนึ่ง แต่ถ้าโรแมนติกแบบชวนฝันก็จะอีกแนวหนึ่ง ยังไงกูว่าอาจนิยายใหม่ๆ ตามยุคสมัยให้มากกว่านิยายชั้นครูน่าจะดีกว่า นิยายชั้นครูช่วยขัดเกลาภาษามึงได้ แต่อิทธิพลของงานอาจจะทำให้มึงเขียนออกมาไม่ตรงกับกระแสความนิยมของนักอ่านรุ่นหลังๆ ถ้าคิดถึงเรื่องขายด้วยให้ทิศทางความสนุกถูกใจคนรุ่นใหม่กับกลางเก่ากลางใหม่แบบอายุ 20-50 ดีกว่า กลุ่ม 20 กลางๆ ปลายๆ ขึ้นไปเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อไปจนถึงกลุ่ม 40 กว่าๆ กลุ่มนี้โตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยน การทำตลาดช่องทางออนไลน์ทำได้ง่ายกว่า ส่วนนิยายมึงลองไปถามห้องตู้นิยายไทยดูแบบนิยาย 10 ปีนี้ที่ต้องลองอ่านอาจจะได้คำแนะนำหลายเรื่อง

ส่วนรสนิยมมึงนี่กูคิดว่าอาจเป็นอุปสรรคหน่อยนะ ไม่ได้ว่ารสนิยมมึงว่าไม่ดีแต่ความรู้สึกกูคือตอนนี้แฟนตาซีตะวันตกหลังยุคแฮรี่กับแนวดิสโทเปียที่มีหนังโรงพวกม็อกกิ้งเจย์ถัดจากนั้นกูมีความรู้สึกว่างานแนวนี้ไม่ใช่แนวที่ขายดีในไทย วิธีเขียนที่มีอิทธิพลจากการบรรยายแบบนิยายตะวันตกคนอ่านอาจจะไม่อินและขายลำบาก เรื่องนี้กูอาจจะผิดก็ได้ตอบด้วยความรู้สึกล้วนๆ แต่อ่านที่มึงลองเขียนมาก็ดูไม่ได้รับอิทธิพลทางนั้นมาเท่าไหร่

715 Nameless Fanboi Posted ID:8E0biL7meJ

Ky เพื่อนโม่ง กูอยากลองแต่งแนวจีนพีเรียดอยากรู้ว่าชื่อตัวละครสามารถหาจากไหนได้บ้าง หรือมีหนังสือขายมั้ย กูคิดชื่อจีนไม่ค่อยออกไม่รู้ความหมายด้วยอ่ะ ปกติพวกมึงหาชื่อมาแต่งนิยายจากไหน ช่วยบอกบุญกูหน่อย 🙏🏻

716 Nameless Fanboi Posted ID:iWDK0hEMCC

ต้นฉบับเป็นตัวเอียง เวลาทำ epub ของเมพ มันจะเอียงก้วยป่ะวะ

717 Nameless Fanboi Posted ID:IUxtoL+sD1

' กับ " ใช้ยังงัย

718 Nameless Fanboi Posted ID:8e+RaWFSAA

>>715 เสิร์ชอากู๋สิมึง เยอะแยะ

719 Nameless Fanboi Posted ID:JWDePt/Qdq

>>718 กูยังไม่รู้เลยว่ามันเรียกว่าอะไร

720 Nameless Fanboi Posted ID:ZmQf1UJ9hs

>>717 อัญประกาศกับอัญประกาศเดี่ยว ลองหาดูนะ

721 Nameless Fanboi Posted ID:URh2EcixSh

>>715 มึง search google ด้วยคำว่า "แซ่จีน" กับคำว่า "ชื่อจีน" แล้วเลือกแซ่กับชื่อที่มึงชอบและออกเสียงเข้ากันมาใช้ หากเป็นคำเรียกเด็ก/สตรี ด้วยความเอ็นดู เป็นกันเอง ก็อาจเรียกด้วย เสี่ยว.., ..เอ๋อร์

722 Nameless Fanboi Posted ID:JWDePt/Qdq

>>720 ty

723 Nameless Fanboi Posted ID:W64h4IKNLu

มีใครมี​ Character Sheet บริจาคบ้างไหมวะ​ ไม่เกี่ยงเรื่องสั้นยาวกราบล่วงหน้า

724 Nameless Fanboi Posted ID:eR9qS2vvZM

ถามหน่อยได้มั้ย เราอยากลองแต่งนิยายลงเด็กดี แต่ก็อยากหารายได้เสริมด้วยอะ เราควรทำยังไงดี แต่งให้จบแล้วค่อยปิดตอนขายเป็นเหรียญหรือลงอีบุ้คตามเว็บใหญ่ๆอะ แล้วถ้าอยากให้นิยายมีคนอ่านเยอะๆควรลงหลายๆเว็บมั้ยอะ พวกธัญวลัย จอยลดา รี้ดอะไร้ ไรงี้

725 Nameless Fanboi Posted ID:eR9qS2vvZM

นิยายแปลนี่ถ้าเขาซื้อลิขสิทธิ์ขึ้นมาคือเราต้องปิดทันทีใช่มั้ยแม้ว่าจะขออนุญาติจากเจ้าของเรื่องแล้ว คือไม่คุ้มที่จะแปลถ้าเราจะหารายได้เสริมจากตรงนี้ด้วย?

726 Nameless Fanboi Posted ID:Plt7+cPadd

>>725 ใช่ ถ้าเขาซื้อแล้ว

727 Nameless Fanboi Posted ID:Plt7+cPadd

>>725 เดี๋ยวมึง มึงจะหารายได้เสริมได้ไง เขาอนุญาตให้มึงแปล แต่ก็ไม่ใช่ให้มึงมาหารายได้ไม่ใช่เหรอ มึงต้องซื้อ ลข แล้วสิมึงถึงจะเอามาหารายได้พอได้อะ

728 Nameless Fanboi Posted ID:9wJWhsFCh.

>>725 ขออนุญาตแปลที่เข้าใจคือฟรี ให้นิยายต้นฉบับของเขารู้จักเป็นวงกว้างแต่เจ้าของอาจไม่อนุญาตก็ได้แต่ถ้าจะเอานิยายเขามาหาเงินอันนี้ต้องแจ้งเจ้าของและจ่ายค่าขออนุญาตด้วย ถ้าขอและได้จ่ายค่าขอลิขสิทธิ์แบบลง ebook หรือลงแพลตฟอร์มเว็บไซด์ต่างๆ แล้ว ส่วนนี้แยกกับส่วนตัวเล่ม ถ้ามีเจ้าอื่นขอแบบตัวเล่มไปก็ไม่ต้องปิด อย่างไรก็ตามอย่าขโมยมาแปลหาเงินดื้อๆ ก็พอ

>>724 หลักๆ ถ้าทำเองก็สองทางคือแบบเล่มกับ ebook แบบเล่มเปิดจองเอง ทำเอง ส่งเองหรือส่งสำนักพิมพ์ผ่านแล้วเขาตีพิมพ์ให้ แบบ ebook ก็มีเจ้าหลักๆ ก็เม็บ แพลตฟอร์มที่คล้ายกันก็ของเด็กดี รี้ดอะไรต์ ธัญ จอย กูไม่เคยลงนะ เว็บพวกนี้ส่วนแบ่งไม่เท่ากันไปดูเอาเอง

อยากให้คนอ่านเยอะๆ ลงหลายๆ เว็บเป็นทางหนึ่งแต่ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักหรอก จริงๆ ถ้างานมึงสนุกมาก ลงต่อเนื่อง สะสมฐานแฟนไปเรื่อยคนอ่านก็จะเยอะเอง ถ้าไม่ไปเขียนแนวเฉพาะทางมากๆ อ่านยากๆ กลุ่มคนอ่านน้อย ลงเท่าไหร่คนก็ไม่ค่อยอ่าน หากไม่ใช่งานเฉพาะกลุ่มก็คืองานมึงยังไม่ได้ดี ไม่ได้สนุกพออะนะ ถ้างานดีพอมึงลงกี่เว็บคนก็เยอะ(ที่ไม่ใช่เว็บแนวเฉพาะทาง) จะหารายได้ก็ต้องปรับปรุง

สุดท้าย จากประสบการณ์ตัวเองและคนอื่นๆ ลงจบแล้วค่อยเปิดขายยอดตกแน่นอน มึงจะแต่งไปลงไปก็ได้แต่ต้องขายก่อนลงจบ

729 Nameless Fanboi Posted ID:HjWcxCI1Vk

เวลายื่นภาษีจาก meb ต้องยื่นหมวดไหน แล้วแบบ ต้องบวกรายได้ทุกเดือนเองใช่ปะ

730 Nameless Fanboi Posted ID:L3JKNYY0E6

ตื่นเต้นอ่ะ วันที่ 23 นี้ จะได้เจอสาวที่คุยผ่านเฟสมา1เดือน น่าจะได้เย็ดกัน ตื่นเต้น ต้องเตรียมตัวยังไงดี กับการนัดเย็ดครั้งแรกวะ ผู้หญิงซิงด้วย แต่กูหยั่งเชิงด้วยคำพูดหลายๆรอบแล้ว ดูจะมีใจและยอมเรื่องพวกนี้อยู่ คิดว่าไม่น่าพลาด
กูควรทำตัว วางตัวยังไงวะ เตรียมตัวยังไงดี นี่กูโกนหมอยรอแล้วนะ อยากให้ควยเนียนๆ

731 Nameless Fanboi Posted ID:zXXZ.rEW64

>>729 40(8) รายได้จากวรรณกรรม บวกเองเอาเฉพาะยอดไปกรอกในแบบฟอร์มเสียภาษี
ทำใน excel สะดวก

732 Nameless Fanboi Posted ID:zXXZ.rEW64

>>724 นักเขียนบางคน ขายอีบุ๊กด้วย เอามาติดเหรียญรายตอนด้วยก็มีนะ เขาบอกยอดขายเล่มไม่ตก
คนอ่านน่าจะคนละกลุ่มกัน
สมัยนี้ยิ่งลงโซเชียลเยอะ ยิ่งดี ลงเว็บ เฟส ทวิต ได้หมด แต่จะเสียเวลามาก วันนึงไม่ต้องทำอะไรแค่อัพนิยาย ก็หมดวันแล้ว

733 Nameless Fanboi Posted ID:OA5l09pDyc

>>731 ขอบคุณจ้า

734 Nameless Fanboi Posted ID:Lc6AxZgj0R

>>730 มึงผิดมู้ป่ะ 555555555555555 ไปอีกห้องโว้ยย

735 Nameless Fanboi Posted ID:l/RrGupk1G

>>732 แล้วราคาติดเหรียญถูกกว่าหรือเท่ากับอีบุ๊กเหรอ ถ้าซื้อตอนทั้งหมดแล้ว

736 Nameless Fanboi Posted ID:FuZBMW1Lg8

>>735 ติดเหรียญถูกกว่านะ

737 Nameless Fanboi Posted ID:GHM+pjrmq6

เวลากลัวผลงานเก่าของตัวเอง ต้องทำยังไง มันเป็นความกดดันที่อยากจะเขียนให้ดีขึ้น แต่กำแพงของงานเก่า ยิ่งทำให้กดดัน เลยเอาแต่เก็บรายละเอียดจนงานไม่คืบไปทางไหน เหมือนจะดีแต่กลายเป็นบ่วงรัดถ่วงแข็งถ่วงขา ไม่กล้าที่จะเขียนอะไร กลายเป็นปิดกั้นจินตนาการกันไป เพราะคำว่าต้องสมจริง งานต้องดีขึ้น ความสมเหตุสมผลต้องมา(ไม่ชอบเทียบกับงานคนอื่น เทียบแต่กับของตัวเอง ทำไมมันดูดร็อปลงเรื่อยๆ ในแง่ของความสนุก)

738 Nameless Fanboi Posted ID:zI9z7B7/Sk

>>737 กูก็เป็น แต่ตอนนี้กูไม่คิดอะไรแล้ว ขอแค่มีความสุข​เวลาที่เขียนก็พอ..

739 Nameless Fanboi Posted ID:4VxTWw.TF8

>>738 อยากทำให้ได้มั่ง ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก จากเขียนเพราะสนุก เริ่มจะไม่สนุกแล้ว

740 Nameless Fanboi Posted ID:i8GzQ4Tl3G

>>739 เปิดไอดีอวตารเลยค่ะ แล้วเลทอิทโกกกกก

741 Nameless Fanboi Posted ID:R6hDRmSXxH

>>737 เป็นเหมือนกัน กดดันตัวเอง ที่คิดว่าดี ก็เขียนไปหมดแล้วในงานแรกๆ
เขียนแนวเดิม >>ไม่พัฒนา
เขียนแนวใหม่ >>ไม่สนุกเหมือนสมัยก่อน
จะเอายังไงกะกู

742 Nameless Fanboi Posted ID:R6hDRmSXxH

>>740 ถูก
ต้องเรียกความมั่นใจมาก่อน

743 Nameless Fanboi Posted ID:4VxTWw.TF8

>>740 เดี๋ยวลองดูเลย ขอบใจมาก
>>741 ปัญหานี้เลย เหมือนกันเป๊ะ แค่ดึงคาให้แตกต่างก็ยากแล้ว กูว่ากูมือไม่ถึงว่ะ

744 Nameless Fanboi Posted ID:zI9z7B7/Sk

>>739 กว่าจะมาถึงตรงนี้ มันไม่ง่ายนะมึง กูเนี่ย​เขียนงานไม่ได้มาครึ่งปีอะ จริงๆ จะเรียกว่าเขียนไม่ได้ก็ไม่ถูกนัก คือแบบเขียน เขียนแล้วแก้ เขียนแล้วแก้อยู่นั่น​แหละ พล็อต​ก็แก้สี่ห้าครั้ง​สุดท้ายไม่ถูกใจก็ดอง แล้วไปเขียนเรื่องใหม่ก็เป็นเหมือนเดิม จนเมื่อเร็วๆ นี้กูกลับไปอ่านงานเก่าของตัวเอง แล้วความรู้สึก​ตอนที่เขียนเรื่องนั้นมันก็กลับมา เอ่อตอนนั้นก็มีความสุขดีนี่หว่า ถึงแม้เรื่องมันไม่ได้ดีมากมายแต่มันก็มีความสุข
ก็เคยคิดว่าอยากจะกลับไปเขียนให้มีความสุข​แบบนั้น ก็เลยปลงอ่ะมึง
แต่ไม่ใช่จะไม่พัฒนา​ตัวเองนะ กูก็พยายามอ่านงานให้มากขึ้น หลากหลายขึ้น กูเชื่อว่าถ้าเราเขียนไปเรื่อยๆ พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ มันต้องดีขึ้น​แต่เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา จะให้ได้อย่างใจเราตอนนี้คงทำไม่ได้ สู้ๆ เว้ย

745 Nameless Fanboi Posted ID:cuHXWX2j8V

>>744 ขอบคุณมาก จะลองพยายามจัดการกับตัวเองดูอีกสักครั้ง

746 Nameless Fanboi Posted ID:oU9UmXQZ1S

มึงคิดถูกแล้ว งานที่ทำภายใต้แรงกดดันออกมาไม่สนุกก็ไม่แปลกหรอก มันยากที่คนเขียนไม่มีความสุขกับงานแล้วจะทำให้คนอ่านสนุกกับงานแบบนั้นได้ มันแค่งานที่เค้นออกมาแบบไม่ค่อยมีประโยชน์อะ แค่ยาว แค่มีเนื้อเรื่อง มีพลอต มีทุกอย่างแต่แม่งไม่สนุก การเปลี่ยนนามปากกาใหม่กูว่าช่วยได้ เปิดเรื่องใหม่ก็ช่วยได้ แต่ถ้าอยากทำงานเก่าให้จบให้สนุกต้องปรับสภาพจิตใจตัวเองว่ะ ที่มึงคิดว่าทำไมงานตัวเองความสนุกดรอปลง กูว่ามึงคิดถูกแล้วแหละ งานที่ทำออกมาไม่ดีมึงจะปลอบใจตัวเองว่าจริงๆ มันดีก็ไม่ใช่แหละ แต่ยิ่งคิดว่าจะทำยังไงให้มันดียิ่งจมยิ่งดิ่ง งานที่ออกมาสนุกได้กูว่าทำงานภายใต้สภาพที่ไม่กดดันตัวเองจะง่ายกว่า

747 Nameless Fanboi Posted ID:jd1OOq26Ux

กูคนหนึ่งที่มีกำแพงกับงานเดิม นามปากกาเดิม แล้วแม่งกดดันตัวเองจนเขียนไม่ออก สุดท้ายก็ดอง กูก็เลยลองมาเขียนเรื่องใหม่ นามปากกาใหม่ รู้สึกว่าเขียนได้ดีกว่าเดิม ไม่กดดัน แล้วก็มีความสุขมากขึ้น

748 Nameless Fanboi Posted ID:cuHXWX2j8V

>>746 เรื่องเก่ายังไงก็ต้องเก็บให้เสร็จ ระหว่างนั้นคงลองทำตามคำแนะนำในนี้ดูก่อน เพราะไม่ได้คิดที่จะจริงจัง อยู่ๆต้องมาจริงจังเลยค่อนข้างปรับตัวยาก ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าปัญหามันจะเยอะขนาดนี้ แก้ไปเรื่องนึง อีกเรื่องก็ตามมา เป็นนักเขียนนี่ไม่ง่ายเลย ไม่ใช่แค่เขียนงานให้ดี คำวิจารณ์ก็ต้องก้มหน้ารับ พอจะเขียนเรื่องใหม่ ทั้งความสำเร็จ และความผิดพลาดจากเรื่องเก่าก็ยังตามหลอกหลอน นับถือใจคนที่ยึดอาชีพนี้
>>747 จะลองทำดูนะ หวังว่ามันจะได้ผลไปในทิศทางบวกเหมือนคนอื่น

749 Nameless Fanboi Posted ID:GIY6PqbHYY

Ky เพื่อนโม่งปกติพวกมึงแต่งนิยายที่ไหนกันวะ โต๊ะทำงานมีเก้าอี้ซัพพอร์ตหรือกางโต๊ะญี่ปุ่นแต่งบนเตียง ช่วงหลังกูเป็นโรคปวดหลังอ่ะ กูควรแต่งนิยายยังไงดี ถ้าซื้อเก้าอี้ทำงานมาจะช่วยได้มั้ย TT

750 Nameless Fanboi Posted ID:9G.FFTOimb

>>749 โต๊ะทำงาน

751 Nameless Fanboi Posted ID:.4QBMVp9c5

>>749 แต่งทุกที่เลย แต่ช่วงเร่งงานชอบใช้โต๊ะญี่ปุ่นตั้งบนที่นอน เพราะความขี้เกียจ ง่วงก็ทิ้งดิ่งเลย แต่ได้อะไรกลับมารู้ไหม ปวดแขน ปวดไหล่ ปลายนิ้วชาจนยกไม่ขึ้น ต้องหยุดเขียนเป็นอาทิตย์กว่าจะหาย ทำบนโต๊ะทำงานเถอะ ถ้าคิดจะจริงจัง ท่านั่งท่าพิมพ์ สรีระมันไม่ได้ ร่างกายพังมาก

752 Nameless Fanboi Posted ID:tBIwsL8S/3

>>751 ช่วงเร่งกูก็ชอบกางโต๊ะญี่ปุ่นแต่งบนเตียงว่ะ แต่ช่วงนี้คือปวดหลังปวดคอมาก ปกติมึงแต่งกี่ชั่วโมงแล้วหยุดพัก

753 Nameless Fanboi Posted ID:.4QBMVp9c5

>>752 ปกติก็4-5ชม. แต่เวลาเร่งงาน ก็ยาวว่ะมึงอดนอนข้ามวันข้ามคืนก็ทำบ่อย ไม่ต่ำกว่า24ชม.แน่ๆ มีพักกินข้าวเข้าห้องน้ำบ้างนะ แต่ไม่ได้นอนเลย

754 Nameless Fanboi Posted ID:nsavLmsfju

ใน MEB จัดอันดับจากยอดขายหรือจำนวนครั้งการโหลดอะ

755 Nameless Fanboi Posted ID:m.zBcQYVYl

>>754 หมวดขายดี คิดจากยอดขาย
หมวดฮิตขึ้นหิ้ง คิดจากยอดโหลด

756 Nameless Fanboi Posted ID:nsavLmsfju

>>755 ขอบคุณค่ะ^^

757 Nameless Fanboi Posted ID:gokP0xG9kZ

>>755 โหลดนี่คือโหลดตัวอย่างก็รวมเหรอ

758 Nameless Fanboi Posted ID:c34IrqvuF4

>>757 ไม่น่าจะรวมยอดโหลดตัวอย่างนะ

759 Nameless Fanboi Posted ID:dqMOoA6g9T

>>754 อันนี้ถามแบบไม่รู้จริงๆนะไม่ได้กวน ยอดขายกับยอดโหลด มันต่างกันยังไง

760 Nameless Fanboi Posted ID:c34IrqvuF4

>>759 ยอดขายคือ สมมุติ เล่ม นี้ 100 บาท ขายได้ที่จ่ายเงินซื้อ ยอดโหลด 10 เล่ม ยอดขายคือ 1000

อีกเล่ม ราคา 400 บาท ขายได้ ที่คนจ่ายเงินซื้อ 3 เล่ม ยอดขาย 1200 บาท

เล่มที่ราคา 400 (3x400=1200) จะติดอันดับ 1 ขายดี

เล่มที่ราคา 100 (10x100=1000) จะติดฮิตขึ้นหิ้ง

ยอดที่เอามาคิดน่าจะเป็นยอดโหลดที่คนกดซื้อ

อันนี้คือที่กูเข้าใจ
กูอธิบายงงไหม555

761 Nameless Fanboi Posted ID:dqMOoA6g9T

>>760 เฮ้ยยแกรร เข้าใจ ๆ ขอบใจมาก เปิดโลกเลย งงมาตั้งนาน

762 Nameless Fanboi Posted ID:x2j55YIam9

สมัยก่อนท้อปขายดีคิดเฉพาะยอดโหลดไง พวกติดอันดับหนึ่งเป็นหนังสือราคาถูก 20 บาทมั่ง 10 บาทก็มี เล่มละหลายร้อยแทบไม่มีโอกาสได้ติดเพราะยอดโหลดสู้ไม่ได้ ตอนหลังเมพปรับเป็นคิดจากยอดขาย หนังสือราคาแพงมีโอกาสติดท้อปบ้าง
เล่มไหนราคาแพง ติดขายดีแล้วยังติดที่ฮิตขึ้นหิ้งด้วย ก็ถือว่าขายดีมาก

763 Nameless Fanboi Posted ID:0rnBm/lhGx

พูดถึงอีบุ๊ค กูเห็นคนอื่นขายนิยายได้เรื่อยๆ เลย ดีจัง กูวางขายมาหลายเดือนละ ยอดขายไม่ถึงสิบ ท้อมาก ดีนะที่ทำปกเองก็เลยไม่ค่อยเจ็บหนักเท่าไหร่ แต่เสียใจว่ะ ไม่รุ่งจริงๆ กูไม่มีหัวไม่มีความสามารถด้านนี้เลย เขียนเป็นงานอดิเรกแล้วอย่าไปจริงจังกับมันดีกว่า เจ็บ ฮือออ

764 Nameless Fanboi Posted ID:JutNgL3XoY

>>763 เรื่องแรกเหรอ

765 Nameless Fanboi Posted ID:0c+53HhR0a

>>763 เรื่องแรกที่กูเปิดมาคือ 30 หน่อยๆ แล้วก็นานๆ จะออกสักยอด แต่หลังจากกูมีเรื่องหนึ่งปัง ยอดเล่มนี้ก็พุ่งไปที่ 70 กว่า คืองี้นะมึง บางทีเพราะเรายังใหม่อะ คนอาจจะมองข้ามไป แต่ถ้าเขาค้นหาเราเจอแล้วคลิ๊ก เขาแม่งก็เปย์แทบทุกเรื่องเลยนะ สู้ๆ

766 Nameless Fanboi Posted ID:yVFOGJKi96

มีใครขายebookได้เดือนละแสนกว่ามั้ยวะ อยากรู้ว่าแต่งแนวไหน ทำการตลาดยังไงถึงได้ขนาดนั้น

767 Nameless Fanboi Posted ID:BzwLiM2F37

>>766 เฉลี่ยแล้วกุได้นะ เขียนนิยายรักทั่วไปเนี่ยล่ะ กุว่าหลายคนได้กันปกติเลยอ่ะ บางคนได้เยอะกว่านี้ แต่ต้องขยันโปรโมต อัพตัวอย่างลงเว็บตั่งๆ ถ้างานปังเรื่องนึง คนจะตามเรื่องต่อไป ก็รักษามาตรฐานตัวเองไว้ จะได้อยู่นานๆ

768 Nameless Fanboi Posted ID:ERdoFLLttj

>>766 กูเพิ่งได้อะ 50000 ลง เด็กดอยปกตินี่แหละ กูค่อนข้างขี้อายเลยไม่ค่อยกล้าโปรโมต5555 แต่นิยายกู คือนิยายรักธรรมดาเลย ใสด้วย พล็อตก็ธรรมดามาก ขายความน่ารักของพระเอกนางเอกเอา

769 Nameless Fanboi Posted ID:ERdoFLLttj

>>768 อยากได้แสนบ้างจังงงง

770 Nameless Fanboi Posted ID:ERdoFLLttj

>>768 ขอโทษที่หลายเม้น จะบอกว่าอันนี้คือไม่ถึง ครึ่งเดือนเลยนะ มันตัดยอดก่อน

771 Nameless Fanboi Posted ID:jG2HVkAGRw

>>767 แสนกว่าอันนี้หักค่าบริการยังอ่ะ ถ้าหักแล้วคือมึงได้เยอะมาก 55555

772 Nameless Fanboi Posted ID:BzwLiM2F37

>>771 หักแล้ว บางเดือนก็ไม่ถึงหรอก แต่เดือนที่ลงเรื่องใหม่ยอดมันจะเกินแสน แต่เฉลี่ยแล้วก็ราวแสนนิดๆ กุลงหลายเรื่องแล้วด้วยล่ะ อย่าเขินกันมึง เราไม่ได้ทำงานผิดกฎหมาย ลงหลายเว็บก็ได้ยอดจากหลายทาง กุว่ามันต้องทำสม่ำเสมอ

773 Nameless Fanboi Posted ID:6Fju293ZYC

เห็นยอดโหลด(ดูจากจำนวนรีวิว)ของ เล่มที่ราคาแพงแล้ว อิจฉาเลย บอกตรง

774 Nameless Fanboi Posted ID:lD0uXuVOfB

>>772 มึงลงเว็บไหนบ้าง กูรู้จักแค่mebกับฟชลอ่ะ มีเว็บไหนแนะนำมั้ย

775 Nameless Fanboi Posted ID:Ek0Xw+yNBB

>>774 กุลงเด็กดี รีดอะไรท์ ธัญวลัย แต่ขายแค่ใน meb นะ กุลงตัวอย่างให้อ่านครึ่งเรื่องแล้วให้เขามาซื้อ ebook ใน meb ช่วงอัปก้พยายามอัปทุกวัน ถ้าดันเรื่องติดท็อปได้ก็ขาย ebook ได้เยอะขึ้นอีก

776 Nameless Fanboi Posted ID:PN.r5dBlX4

นิยายที่รีดอะไรท์เขาขึ้นโปรโมทให้นี่ ต้องทำไงอะ ถึงจะได้ขึ้น

777 Nameless Fanboi Posted ID:DglpfCwad5

Best Seller พวกที่ได้ติดโบว์แดงเขานับจากยอดขายหรือยอดโหลด?

778 Nameless Fanboi Posted ID:zol5yL569c

>>777 มึงเเปลคำว่า Sell ไม่ออกจริงดิ

779 Nameless Fanboi Posted ID:/FXznWxZ18

>>778 เค ก็ไม่ทันคิด บางเรื่องเห็นราคาแค่นิดเดียว เลยสงสัย

780 Nameless Fanboi Posted ID:kQ3PoPRjUr

ถามหน่อยรีดอะไวท์มันมียกเลิกหัวใจปะ ทำไงใครรู้บ้าง

781 Nameless Fanboi Posted ID:vb53/NV1Ft

>>780 เผลอไปส่องนิยายคูู่แค้น แล้วเผลอมือลั่นหราาาา กูก็ไม่รู้นะ ลองถามพี่ meb ที่เพจดู