Fanboi Channel

รวมพลนักเขียน แชร์เทคนิคประสบการณ์และข่าวสาร [กระทู้ที่ 4]

Last posted

Total of 720 posts

480 Nameless Fanboi Posted ID:HOVlsLIjzM

>>478 ถ้าคนอ่านวิจารณ์ ติชม แนะนำ พูดคุยรีวิวอย่างมีอารยะ กูเป็นคนเขียนก็ดีใจมากๆ ถือเป็นบุญเลยล่ะ แต่ถ้าเหี้ยมา ประเภทด่ากราดใช้คำหยาบๆแล้วบอกว่าวิจารณ์งาน มันไม่ใช่อ่ะกิ๊บ มันคือการหยาบคายใส่คนอื่นเพื่อระบายอารมณ์ และพวกที่กูเกลียดที่สุดคือพวกที่อ่านในเว็บ พอกูหยุดอัพเพื่อขายงาน คนพวกนี้ก็จะโวยวายด่ากู ด่าเหมือนกูไปหยิกหัวนมแม่มัน แล้วมีการเม้นเยาะเย้ยว่าอยากอ่านนะแต่ไม่ซื้อหรอก งานกูไม่สนุกพอ กูก็งงดิ ทีตอนกูอัพให้อ่าน แม่งโผล่มาเม้นอวยรอเปย์งั้นงี้ นักอ่านแบบนี้จะให้กูรับมือไงดี กูอยากด่ากราดแต่ก็อย่างที่มึงบอกไง อาชีพกูต้องเขียนแลกเงิน กูยอมรับ กูก็อยากจะเป็นคนดีทั้งกายวาจาใจ แต่โลกบังคับให้กูร้าย กูจะเอาชีวิตนักเขียนกูมาเปิดอัลติด่านักอ่านเหี้ยๆไม่กี่คนมันก็ไม่คุ้มค่าที่จะวอร์ กูถึงต้องตอแหลใส่หน้ากากตอบไปเยี่ยงนางงาม ว่าค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็น จะเก็บไปปรับปรุงค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
อีห่า กูเก็บกด แม่งจะเป็นไบโพล่า
ถ้าใครเป็นนักอ่านดีๆ กูก็กราบขอบพระคุณ จริงใจคุยด้วยอยู่แล้วล่ะ

481 Nameless Fanboi Posted ID:YhjkXtPELL

>>480 กอด ในฐานะนักอ่านและนักเขียน(ไม่ค่อยจบ) กูไม่เคยโกรธที่นักเขียนทำแบบมึง แต่อย่างว่า ทุกวันนี้การใช้คีบอร์ดโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝั่งคือใคร มันทำให้คนแสดงสันดานแท้ๆ ออกมา

482 Nameless Fanboi Posted ID:1SFZsvniSO

>>480 เข้าใจ เคยเป็นป้าไปสิงร้านเน็ต แล้วได้ยินกลุ่มเด็กคุยกันทำให้รู้ว่าเวลามันด่าใครในเกมหรือในเน็ต มันมีความคิดเหี้ยๆ ว่า "มึงด่าไปแรงๆ ได้เลย (ในเกมก็จะเป็น pk แม่งเลย) อีกฝ่ายไม่ใช่คนหรอก" หรือไม่ก็ "ด่าไปเหอะมันไม่รู้ว่ามึงเป็นใคร ตามมาตบมึงไม่ถูกหรอก"

483 Nameless Fanboi Posted ID:3FltuKzsF9

>>479 การจริงใจคือการพูดกับทุกคนในระดับที่เท่ากันเหรอ มึงพูดกับทุกคนในชีวิตมึงเหมือนที่มึงพูดในโม่งรึเปล่า กูว่ามันไม่เกี่ยวกับความจริงใจ มันคือมารยาท

484 Nameless Fanboi Posted ID:914eKy4RqQ

โอ้โห นี่มุมมืดของพวกมึงช้ะ กูทึ่ง เพราะกูไม่ค่อยจะมีโมเมนต์แบบนั้น จะเอามาเก็บกดกันทำไมวะ แทนที่จะปล่อยๆ ไป 55555

485 Nameless Fanboi Posted ID:wiGEwRqGy.

อยากเขียนนิยาย มีพล็อต มีทุกอย่างยกเว้นแรงฮึดอยากเขียน อิสัส จดพล็อตไว้เป็นร้อยแต่เขียนจบจริงจังไม่เกิน 50% เวนเน้ยยยย
ฟังเพลงก็แล้ว อ่านงานคนอื่นก็แล้ว แต่ก็เขียนแล้วตันอยู่ดีทั้งๆที่ใจอยากเขียน ภาพมโนในหัวมาเป็นฉากๆ กูเป็นอัลไลของกูว้อยยยยย

486 Nameless Fanboi Posted ID:Kn+MvyrX5u

>>485 ปกติๆ

487 Nameless Fanboi Posted ID:3Qzri..avl

>>485 กูก็เหมือนมึง ภาพแม่งมาเป็นฉาก แต่เขียนไม่ออกจริง แถมกูจะติดนิสัยชอบเขียนอะไรแบบเพอร์เฟ็คมาด้วย หนักกว่าเดิมอีก

สภาพนี้ต้องทำใจ กูก็ไม่รู้จะทำไงกับตัวเองละ พล็อตก็มี อะไรก็มีหมดแล้ว

488 Nameless Fanboi Posted ID:j/v11wy9c4

กูแย่กว่าพวกมึง

อยากเขียน มีพล็อตแค่คร่าวๆ แค่ตอนต้นกับจบ ไม่มีตรงกลาง และคิดไม่ออกด้วย ทำไงดี

489 Nameless Fanboi Posted ID:wiGEwRqGy.

>>486-487 กู 485 เอง ทุกวันนี้กูได้แต่เขียนไปเรื่อย ๆ วันละ2-3บรรทัดอะ จริง ๆ ถ้าเขียนได้เกินสามย่อหน้าใหญ่ ๆ ละกูจะเขียนได้ยาวจนกว่ากูจะเผลอสลบคาคอมเลยเว้ย แต่ตอนนี้มันไม่มีไฟเลยซักนิดอะ ฮือ แล้วพรุ่งนี้จะฝึกงานละไง ตั้งใจจะใช้วันหยุดเขียนนิยายให้เต็มที่ก็ดันไม่มีอารมณ์ เขียนไม่ออกเฉย บ้าบอเจรงงงง

490 Nameless Fanboi Posted ID:5vDfl.8SAy

>>489 เดี๋ยวกูลองทำแบบมึงบ้าง

491 Nameless Fanboi Posted ID:Hhfz475Rm3

>>488 ยังดีกว่ากรู มีแค่พล็อตตัวละครกับพล็อตกลางเรื่องแต่ไม่มีพล็อตเริ่มกับจบ 5555+

492 Nameless Fanboi Posted ID:AN43OxkUAg

>>491 มึงสองคนน่าจะลองร่วมแต่งกันนะ

493 Nameless Fanboi Posted ID:rSCivM.mf4

>>492 เออ ดีอ่ะ 555555 มาๆ แบ่งกันๆ ช่วยกันคิด

494 Nameless Fanboi Posted ID:8PFAiApRcu

ตอนนี้สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ไหนยังรับต้นฉบับนิยายที่ไม่ใช่นิยายรักอยู่บ้าง

จะบอกว่าเป็นนิยายแฟนตาซีก็ไม่ถนัดปาก บอกว่าเป็นนิยายแนวผจญภัยกึ่งแฟนตาซีก็แล้วกัน (ประมาณเพชรพระอุมา แต่ไม่ได้เข้าป่า ไม่ได้ล่าสัตว์ และไม่ใช่โลกปัจจุบัน) เท่าที่รู้คือตอนนี้นานมีไม่รับต้นฉบับ อมรินทร์ก็ไม่รับต้นฉบับ (แต่อรุณรับ) ส่วนสยามอินเตอร์ก็เหมือนจะไม่รับต้นฉบับอีก หรือกูควรจะหน้าด้านส่งไปรษณีย์ไปวะ รับไม่รับก็ช่าง

495 Nameless Fanboi Posted ID:IG4vMHxZRr

>>494 พิมพ์ขายเองเลยดิ ลงอีบุ๊คด้วย ได้เงินดีกว่าส่งสนพ.อีก

496 Nameless Fanboi Posted ID:8PFAiApRcu

>>495 ขาด legitimacy

497 Nameless Fanboi Posted ID:v5vOwRAQdp

เขียนลง ฟชlog นี่มันโอเคปะวะ

498 Nameless Fanboi Posted ID:EQJkmxAXJb

>>497 ไปอ่านห้อง fictionlog ใน web novel

499 Nameless Fanboi Posted ID:tatyasw8PI

ไอ้เราก็นึกว่าการที่มีเว็บให้ลงนิยายมันจะทำให้มีนิยายระดับซีไรต์ผุดขึ้นเยอะ ก่อนหน้านั้นกูวาดภาพนักเขียนต้องร่างโครงเรื่อง หาข้อมูล เขียนให้จบ ทิ้งไว้สักพักแล้วแก้ไข ตรวจทานสองสามรอบ แล้วค่อยปล่อยลงเว็บอาทิตย์ละตอน แต่ตอนนี้กูรู้ซึ้งแล้วสัส

500 Nameless Fanboi Posted ID:aEnBpFfyvD

>>499 ยังไง บอกกูหน่อย กูยังไม่รู้ซึ้งเลย

501 Nameless Fanboi Posted ID:ULqZU2eOc9

>>500 กูว่าลองอ่านนิยายขึ้นท็อปตามเว็บก็น่าจะพอเข้าใจได้ไม่ยากนะ 555

502 Nameless Fanboi Posted ID:NwlMjQg9OF

หลังจากตูไปอยู่บนดินมานานกูทนเสแสร้งไม่ไหวละกลับมาใต้ดินดีกว่า

503 Nameless Fanboi Posted ID:0hokJbSwnZ

>>502 บนดินของมึงคือที่ไหนวะ

504 Nameless Fanboi Posted ID:M3mRFUpUpZ

เพื่อนโม่งมีวิธีจัดการตัวเองเวลามีพล็อตงอก อยากเขียนทุกเรื่องที่เปิดไว้ ไปๆ มาๆ ไม่เขยื้อนซักเรื่องยังไงวะ เซ็งตัวเอง อยากเขียนไปหมดดด

505 Nameless Fanboi Posted ID:zP+pthydB1

>>504 จับสลาก เลือกมาเขียนให้จบก่อน1เรื่อง ที่เหลือห้ามแตะ

506 Nameless Fanboi Posted ID:PJHAKudx.m

>>504 เขียนพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบออกมาให้ครบทุกเรื่อง เรื่องไหนมีรายละเอียดครบสุด แต่งได้เร็วสุด ก็เลือกเรื่องนั้นก่อน

507 Nameless Fanboi Posted ID:6u/vAsdiSB

>>506 กูเห็นด้วยกับวิธีนี้ แต่ปกติ ถ้ากูเขียนเรื่องไหนอยู่แล้วอินมากๆ กูจะไม่ค่อยมีพลอตงอกนะ

508 Nameless Fanboi Posted ID:Xqg9lEgdpA

กูมีปัญหาดเรื่องได้เป็นช่วงๆ แต่ละช่วงสั้นๆแต่ต่อกันไม่ติดอะ ทำไงดี

509 Nameless Fanboi Posted ID:Y0XDG26h.Z

>>508 มึงต้องเอาแต่ละจุดมาช่วยสร้างโครงเรื่อง หาวิธีที่สมเหตุสมผลไปต่อกับมัน อย่าเพิ่งรีบแถไปหามัน เพราะถ้ามันไม่เวิร์คมึงเก็บไว้เป็นตอนพิเศษหรือเรื่องอื่นแทนได้ แต่อย่าหลงรักมันจนยอมให้โครงเรื่องเสียหาย

510 Nameless Fanboi Posted ID:i/ko69Kcux

สอบถามนิดนึง กูอยากเขียนแนวตัวเอกฉลาดๆ เลยอยากอ่านนิยายแนวที่ตัวเอกฉลาดๆ หน่อย อยากได้ฉลาดแนวๆ ยางามิ ไลท์ ไม่ก็ L จาก Death note ที่ไม่ต้องโม้ว่าไอคิว 300 ก็รู้ว่าฉลาดจากการกระทำอ่ะ 555 มีใครมีเล่มไหนแนะนำไหม จะไทยจะอิ๊งค์ก็ได้

511 Nameless Fanboi Posted ID:INRa.FiYM5

>>510 แนะนำซีรีส์ฝรั่งมากกว่าเขียนดีกว่าการ์ตูนญี่ปุ่น

512 Nameless Fanboi Posted ID:EfupKRT1CC

นิยายดราม่าสะท้อนสังคม จำเป็นจะต้องบรรยายฉากตัวละครไปตีกะหรี่แบบละเอียดเลยปะ น้ำกามพุ่งงง

513 Nameless Fanboi Posted ID:FvMG/QhdXu

>>512 อยากได้ฟีลแบบไหนอะ จริงๆตีกะหรี่แบบสะท้อนสังคมก็ได้นะ กูเคยอ่านแบบฉากแนวนี้ที่แบบเรียลๆรู้สึกจะอ้วกปนหดหู่เลยอะ

514 Nameless Fanboi Posted ID:cKmvrhz7YV

อยากแต่งนิยายรักไทยพีเรียด มึงว่าเอายุคไหนดี ถึงจะละมุนละไม //วายนะ

515 Nameless Fanboi Posted ID:V30ujYQTOo

>>514 ยุคที่มีนายใน

516 Nameless Fanboi Posted ID:cKmvrhz7YV

>>515 ยุคร6 อะหรอ

517 Nameless Fanboi Posted ID:X/M/JKe2d8

>>516 มึงไปหาหนังสือชื่อ นายใน มาอ่านเลย จะได้เห็นภาพคร่าวๆ

518 Nameless Fanboi Posted ID:+.tQe4TddI

>>517 กูอ่านแล้ว กูอ่านเวอร์ชั่นนิพนธ์เลย 555 และกูรู้สึกว่าเหมือนมันเขียน based on เรื่องซุบซิบในรั้วในในวัง อีกอย่าง มันละมุนละไมยังไงวะ กูถามจริง

519 Nameless Fanboi Posted ID:+jOj0hzfxr

>>518 กูแนะให้อ่านนายใน เป็นข้อมูล ไปเขียนนิยายต่อ ไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้จะให้ความละมุนละไม ยุคนี้มันมีสมาคมสุภาพบุรุษที่เหล่าชายหนุ่มไปชุมนุมกัน แถมเป็นพ่อค้าเริ่มสร้างฐานะ เพราะเป็นยุคที่ ร.6 ท่านเปิดโอกาสทางการค้าใหม่ๆให้สามัญชนมากขึ้น มีเรื่องการข้ามคลาสได้อีก

520 Nameless Fanboi Posted ID:VK5e8Jon3V

เรื่องนายในเนี่ย ถึงจะฟังแล้วมีน้ำหนักอยู่มาก แต่กูเกลียดแนวการเขียนของผู้เขียนคนนี้ ตรงที่แม่งพยายามบอกเป็นนัยๆ ว่า ไม่ได้พูดนะว่า x เป็นเกย์ ให้ลองไปตีความจากหลักฐานเองดู แต่แม่งตั้งชื่อหนังสือว่า "นายใน" ถถถ แบบนี้ยังกล้าเรียกว่าไม่ได้พูดอีกนะ

521 Nameless Fanboi Posted ID:BVvTJrJR9U

ตอนนี้กูมีโครงการจะพิมเล่มขาย แฟนมีพอสมควร (มาจากอ่านฟรีทั้งนั้น)
กูว่าจะลงนิยายให้จนจบ รอซักอาทิตย์ แล้วลบ พิมพ์เล่มขายต่อ
แบบนี้มันพอจะไหวไหมวะ คือกูไม่อยากทิ้งคนอ่านที่มันไม่ซื้อหนังสืออะ

522 Nameless Fanboi Posted ID:JoV6QmDbwe

กูคิดพล็อตไว้คร่าวๆ ในหัวกูนี่มีแต่ฉากที่กูชอบ สนุกในหัวกู แต่ตอนแต่งจริงกูติดปัญหาคือกูจะเขียนสถานการณ์เพื่อเกริ่นให้มันดำเนินไปถึงฉากที่กูต้องการนั่นยังไงให้มันไม่น่าเบื่อ ให้มันเข้ากันวะ พอดันทุรังไปเรื่อยๆแต่งไปๆฉากนั้นที่กูว่ามันก็รู้สึกอารมณ์สนุกมันหายไปแล้วอ่ะ

523 Nameless Fanboi Posted ID:jfRi/n9Bm1

>>522 ใจเย็น ๆ นิยายทุกเรื่องมันก็เริ่มมาจากตรงนั้นแหละ แล้วก็ค่อยมาคิดจะนำไปยัดใส่ ต้น-กลาง-จบ ซึ่งมันใช้เวลาคิดพอสมควร

แต่หลายคนก็เก่งนะ มีพล๊อตนิดหน่อยแม่งก็ร่ายยาวจนจบ กูต้องมานั่งวางโครงเรื่องก่อน ไม่งั้นเขียนไม่ได้ กลัวไม่จบ

524 Nameless Fanboi Posted ID:KNFVfiyI6Y

กูไม่ขอสารยายปัญหา เพราะพวกมึงพูดถึงปัญหาของกูไปหมดแล้ว ตรงกับกูทั้งนั้น เป็นโมเม้นที่บัดซบมาก กร้ากกกกก

525 Nameless Fanboi Posted ID:eATETRNSMh

มีทุกอย่างในหัวแล้วแม่งก็ยังแต่งต่อไม่ได้เลย อารมณ์แบบมี 1 2 3 แล้วเขียน 1.1-1.9 เพื่อให้ 1 มันไปถึง 2 ไม่ได้
บางทีมีลัดข้ามไป 3 ก่อนเพราะ 1.1-1.9 เขียนไม่ออกสักทีด้วย

526 Nameless Fanboi Posted ID:JoV6QmDbwe

>>523 แต๊งนะมึง
>>524 กูก็ดีใจ(?)มากที่ยังมีเพื่อนคอยตันไปด้วยกันกับกู 55555
>>525 จับมือมึง ปัญหาโลกแตก

527 Nameless Fanboi Posted ID:mr6oyXIrr2

คิดนิยายไม่ออก ไม่มีอารมณ์ร่วมเลย

528 Nameless Fanboi Posted ID:ajRfGRT2/b

>>527 นั่งพักดูหนังฟังเพลง วิธีนี้กูทำบ่อยแต่ก็ไม่ได้ผล 555 สรุปกูไม่ได้ช่วยเหี้ยไรมึงเลยเพราะกูก็เป็น

529 Nameless Fanboi Posted ID:0defYGI2IQ

กูมีอีกวิธี คือมึงไปสัญญากับแฟนคลับมึงไว้ อันนี้ร่างของมึง จะบังคับนิ้วให้พิมพ์ได้คล่องเอง 5555

530 Nameless Fanboi Posted ID:ajRfGRT2/b

กูรู้สึกแต่งๆไปแล้ว อ่านเองแล้ว ทำไมมันน่าเบื่อชิบหายแต่ก็ดันทุรังแต่งต่อไป
กว่าจะแต่งไปถึงฉากที่กูชอบมันก็หมดอารมณ์แล้ว 5555
รู้สึกนับถือพวกมืออาชีพขึ้นมาเลย หรือไม่ก็แต่งลงอัพทุกวันงี้ ต้องจินตนาการดีขนาดไหนวะ

531 Nameless Fanboi Posted ID:o72JSIZPXW

>>530 ถ้ามันน่าเบื่อฉิบหายมึงต้องแต่งใหม่ เล่าเรื่องใหม่

532 Nameless Fanboi Posted ID:B3a3jXYymS

>>528 กูฟังเพลงจนเมื่อย

533 Nameless Fanboi Posted ID:DubS1/hFnz

>>522 เป็นเหมือนกัน คิดโมเม้นได้ แต่จะไปถึงตรงนั้นยังไงให้สมเหตุสมผลวะ…

534 Nameless Fanboi Posted ID:Tq21sJHPlr

ถ้ากูเจอฉากที่ชอบ กูเขียนก่อนเลย แบบก่อนจะมู้ดจะหาย แล้วค่อยมาหาทางทำให้มันไปอยู่ในเรื่องทีหลัง เช่น วันนี้กูอยากเขียนฉากจูบ มึงจูบกันเลยอีตัวละคร จูบกันเดี๋ยวนี้ แล้วกูเก็บไว้ พอถึงจังหวะพอพลอตไปพอที่ถึงฉากที่เขียนไว้แล้วก็ค่อยมาใส่งี้

535 Nameless Fanboi Posted ID:ez3Jnl7TXq

>>534 ได้ว่ะ กูชอบความคิดนี้ 5555

536 Nameless Fanboi Posted ID:tXwH/qJF7j

>>534 อารมณ์มึงคงประมาณถ่ายหนัง ซีนไหนได้ก็ถ่ายไปก่อน งี้ปะ?

537 Nameless Fanboi Posted ID:AaTKwWVAU1

รู้สึกเหมือนหยุดอยู่นิ่งกับจุดเดิมมานานมากๆ งานเขียนกูไม่มีความพัฒนาเลย พอย้อนกลับไปอ่านก็ยังรู้สึกถึงเค้าโครงเดิมๆอะไรเดิมๆ เป็นงานที่เด็กน้อยมากอะ กูอยากพัฒนาไปมากกว่านี้ อยากจะออกจากกรอบเดิมๆ อยากเขียนงานที่ลึกกว่านี้ กูควรเริ่มต้นไงดี?
บางครั้งเวลาอ่านงานคนอื่นแล้วรู้สึกว่ามันมีความรู้แฝงอยู่ มีแนวคิดที่เจ๋ง แนวคิดที่ทำให้คนอ่านรู้สึกตกผลึกกับอะไรบางอย่าง แล้วก็อยากทำให้ได้แบบนั้นบ้าง ในขณะที่งานกูมีแต่อะไรก็ไม่รู้ คนอ่านก็ชอบหรอก แต่คนเขียนคือรู้สึกตลอดว่ามันไม่เคยออกจากสไตล์เดิมๆเลย แล้วช่วงนี้กูมีปัญหาด้านการเขียนด้วย กูเขียนอะไรไม่ออกซักอย่าง พอจะเขียนที ถ้อยคำในหัวมันก็เหมือนกระจายๆอะมึง รวมเป็นพารากราฟไม่ได้เลย เขียนบ่นเขียนอะไรน่ะได้นะ แต่พอขึ้นต้นว่าเขียนนิยายปุ๊บ มันก็ทำไม่ได้เลย กูลองมาหลายวิธีแล้ว ทั้งลองเขียนเป็นภาษาอื่น ลองใช้ปากกาเขียน แต่ก็ยังแก้ไม่ได้ซักที มันเครียดอะ กดดันด้วย เฮ้อ

538 Nameless Fanboi Posted ID:tXwH/qJF7j

>>537 มันคือการยึดติด ความสมบูรณ์แบบ?

539 Nameless Fanboi Posted ID:/KLYS8BMlM

>>537 เคยลองเขียนแบบเอามันสสสสสสไหม ลองดิ (กูไม่ได้หมายถึง 18+++ นะ 5555)

540 Nameless Fanboi Posted ID:Og3kJC9we4

>>537 นี่ก็ไม่ได้เขียนลึกนะ แต่ลองอ่านนิยายลึกๆ เพิ่มไหม หรืออ่านแนวที่ไม่เคยอ่านมาก่อน
หรืออ่านปรัชญา สังคม​ศาสตร์ บลาๆ อะไรที่มึงสนใจ

541 Nameless Fanboi Posted ID:Lh0jYsv3d8

>>537 จะเขียนให้เกิดแนวคิดเชิงลึก ต้องอ่านให้เยอะขึ้น อ่านแนวอื่นๆ ที่ไม่ใช่นิยายด้วย ต้องดูฟังให้กว้างขึ้น ต้องคิด ต้องมองรอบตัวมองสังคมแล้วเห็นปัญหาที่จะเสนอ พวกนี้มันมาจากประสบการณ์และการตกตะกอนความคิดของคนนั้น บางคนอายุน้อยแต่เจอดราม่าชีวิตเยอะก็จะเห็นมุมมองที่มากกว่าคนที่ชีวิตเรียบๆ สบายๆ และถึงจะอ่านเยอะแค่ไหนแต่ถ้าคิดจากตัวเองไม่ได้มันจะเป็นแค่ก็อปความคิดนักเขียนคนอื่นมารวมๆ ใส่งานตัวเอง มันผิวเผินไม่ช้ามันก็ตัน

542 Nameless Fanboi Posted ID:T4B+Qa.YJS

>>538 กูแนะนำว่าให้มึงสร้างตัวเองก่อนที่จะสร้างนิยาย เขียนสิ่งที่เป็นตัวมึง สิ่งที่มึงคิด สิ่งที่มึงจินตนาการ มึงจะทำได้ดี มึงแต่งนิยายจากสายตาของมึงนั่นแหละว่ามองโลกยังไง ถ้ามึงเป็นคนง่ายๆ สดใส ตลก ก็ไม่ต้องไปพยายามดาร์คหรือดีปตามคนอื่น แม้มึงจะไม่ดีป ไม่ซีเรียส นิยายของมึงก็มีข้อคิดดีๆได้เหมือนกัน เอาจริงๆ นิยายที่ดีไม่ต้องเป็นนิยายที่ดูฉลาด ดูเป็นนิยายดราม่า นิยายรางวัล สำบัดสำนวนคมกริบ หรือนิยายที่มีข้อความวิชาการเป็นหน้าๆ เชิงอรรถยาวเหยียด นิยายที่ดีคือนิยายที่ทำให้คนอ่านอินไปกับมันได้ ทำให้สนุก ทำให้เศร้า ความรู้ที่คนอ่านจะได้จากนิยายของมึงอาจจะไม่ใช่ย่อหน้าบรรยายเรื่องวิชาการหรือคำพูดฉลาดๆ ที่มึงใส่ลงไปโต้งๆ คนอ่านอาจจะเก็บเกี่ยวได้จากเรื่องของมึงโดยที่มึงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ คนอ่านที่มีประสบการณ์ต่างกันก็รับรู้ต่างกันไป คนนึงอาจจะแค่รู้สึกว่าสนุก อีกคนอาจจะรู้สึกว่าได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตก็ได้ ถ้ามึงเบื่อสไตล์เดิมๆ ก็เปลี่ยนให้หายเบื่อ แต่ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะอยากแต่งได้เหมือนคนอื่น เก็ตกูมั้ย

ถ้ามึงรีบ มึงเลือกมาก่อนว่ามึงอยากเขียนเรื่องอะไร มึงอยากสื่ออะไรกับคนอ่าน เลือกมาสักอย่างก่อน แล้วค่อยไปหาข้อมูลว่ามีประเด็นอะไรให้มึงเขียน ถ้าเป็นเรื่องที่มึงไม่มีความรู้เลยก็ไปรีเสิร์ช ไปหาว่ามีประเด็นไหนเอามาแต่งได้น่าสนใจ แต่ถ้าไม่รีบและไม่มีไอเดีย มึงเริ่มจากอ่านเยอะๆ ดูหนังก็ได้ ไม่ต้องรีบเปิดเวิร์ดขึ้นมาเขียน ถ้ามึงไม่ได้เขียนนิยายเป็นอาชีพหลัก มึงมีเวลาในการหาไอเดียมากมาย มึงก็เอาเวลานั้นไปหาซะ มึงเอาแต่นั่งคิดมึงก็คิดได้แต่สิ่งที่มึงรู้อยู่แล้ว แต่บางทีสิ่งที่มึงรู้อยู่แล้วก็เอามาเป็นพล็อตได้นะ

543 Nameless Fanboi Posted ID:RJdJO+rHYl

>>535 >>536 ประมาณนั้น อันไหนมาก่อนก็เอาอันนั้นก่อน แต่คือหัวมึงก็ต้องจุ่มในเรื่องประมาณนึงนะ ไม่งั้นฟีลมันจะเป๋ๆต่อกันไม่ติด

544 Nameless Fanboi Posted ID:HO7hR6sgTT

กู >>537 นะ กูไม่ได้เขียนเป็นอาชีพหรอก แต่ก็เขียนมานานมากๆแล้ว พอย้อนกลับไปอ่านงานเดิมๆแล้วมาอ่านงานใหม่ๆยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรแตกต่าง ในขณะที่เพื่อนนักเขียนคนอื่นๆของกูไปไกลแล้วมันเลยเกิดกดดันขึ้นมาอะ
ขอบคุณทุกๆโม่งที่ตอบกูนะ
>>540 อ่านอยู่เรื่อยๆเหมือนกัน
>>541 กูรู้สึกแบบนั้นอะ กูรู้สึกว่าความคิดของกูยังเด็กอยู่ เมื่อเทียบกับอายุแล้ว มุมมองชีวิตกูก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากใครเลย ก็แค่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ เวลาอ่านอะไร กูก็ไม่ค่อยย่อย ไม่ค่อยคิดตาม กูจะชอบปล่อยตัวเองให้อ่านใจความที่คนเขียนสื่อมากกว่า จนบางทีก็เริ่มรู้สึกว่ากูไม่ค่อยมีจุดยืนเลย
>>542 แต๊งนะมึง เขียนตั้งยาวแน่ะ กูจะค่อยๆปล่อยตัวเองนะ ช่วงนี้กูเครียดที่งานมันไม่เคยออกจากกรอบเดิม เลยอยากหาวิธีออกจากกรอบอะ อยากเขียนอะไรใหม่ๆดูบ้าง จริงๆจะว่าฝืนมันก็ฝืนอยู่เพราะเป็นเรื่องที่กูไม่เคยแตะเลย แต่ก็ว่าจะลองดู
ช่วงนี้กูดูหนังเยอะอยู่ อยากดูอะไรหลายๆแบบ เผื่อจะมองเห็นมุมมองใหม่ๆบ้าง

545 Nameless Fanboi Posted ID:GIeUmPEEfu

>>544 ลองอ่านงานเวอร์จิเนีย วูลฟ์ งานแบบแนวกระแสสำนึก เส้นเรื่องเรียบมากแต่การปลดปล่อยอารมณ์และความคิดของผู้เขียนไปไกลและลึก บางประโยคทำกรีดร้องเพราะเจออารมณ์เดียวกัน แต่แปลไทยในความคิดกูนะมันรู้สึกสะดุดๆ ยังไม่เคยอ่านภาษาอังกฤษเลยไม่รู้ว่าไทยแปลดีหรือเปล่า

546 Nameless Fanboi Posted ID:ku+3LzpR5J

พวกมึงเคยมีโมเม้นท์แบบนี้มั้ยวะ แบบ พวกมึงแต่งนิยายมา ตอนที่พวกมึงคิดว่าเฮ้ย ทำไมตอนนี้กูแต่งได้สนุกดีวะ แล้วก็อัพลงพร้อมความคาดหวัง แต่ปรากฏว่ากริบ...
กลับกัน พอแต่งตอนต่อมากูใช้เวลานานมากกกเพราะมันตัน บทบรรยายสำหรับกูที่แต่งตอนนั้นก็ดูติดๆขัดๆไปหมด พอเอาไปอ่านเทียบกับตอนก่อนๆที่กูว่าดีอันล่าสุดนี่แม่งแย่ไปเลย แต่สุดท้ายพอกูอัพลงปุ๊ป โห ฟีดแบ็คแม่งดีชิบหายดีกว่าตอนที่กูว่าสนุกอีก กูดีใจนะแต่แบบโฮรรรรร

547 Nameless Fanboi Posted ID:etMxk24C7v

เวลาตั้งใจอะ เชื่อเหอะ มันต้องเขียนคำฟุ่มเฟือยใส่มาเยอะแน่ๆ ... แต่ถ้ามึงตันขึ้นมา มึงจะเขียนแบบใช้คำทั่วไปทันที (แต่มึวจะมองว่าแข็งทื่ออ่านะ) นี่อาจเป็นเหตุผล ที่ตอนมึงเขียนแบบตันๆ กระแสดีกว่าตอนตั้งใจ //ไม่มีไรหรอก กูพิมพ์เข้าตัวเองอยู่ กระซิกๆ Y_Y

548 Nameless Fanboi Posted ID:etMxk24C7v

>>547 คนอ่านอะ เขาชอบอ่านแบบปกติกัน ภาษาไม่ต้องสวยมาก บรรยายเยอะเขาก็เนือย อารมณ์ประมาณว่ามึงจะสารยายอะไรเยอะแยะ ...สรุปคือ ตัน = ภาษาปกติ = คนอ่านชอบ

549 Nameless Fanboi Posted ID:sYE.o5IG8v

ตอนกูเป็นคนอ่านบางทียังขี้เกียจอ่านอะไรเยอะๆยาวๆเวิ่นเว้อเลย ตอนเป็นคนเขียนกูก็เลยไม่บรรยายเยอะ ใช้ภาษาสวยแต่กระชับ ซึ่งจริงๆแล้วกูก็แค่ขี้เกียจว่ะ

550 Nameless Fanboi Posted ID:MpKIsauK2O

กูเขียนนิยายเรื่องแรก ถูกด่าเรื่องใช้คำง่ายๆมาบรรยาย แล้วยังบอกให้กูไปหางานชั้นครูมาอ่านด้วย เผื่อฝีมือจะพัฒนา กูเกือบไปไม่เป็น นี่ยังดีที่มีคนอ่านมาให้กำลังใจว่าชอบที่ใช้สำนวนภาษาธรรมดา กูถึงรู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่ง แต่คำติมันก็ยังฝังอยู่ในหัวกูอยู่เลยว่ะ

551 Nameless Fanboi Posted ID:ZQh5lGU.Yt

>>550 เอาจริงๆ บางเรื่องก็เหมาะกับคำง่ายๆมากกว่านะ แบบมันไม่ตายตัวอ่ะ บางคนใช้คำธรรมดาชิบหายแต่บรรยายดี กลับกันบางคนใช้คำสวยหรูแต่ก็ใช่ว่าจะบรรยายดีเสมอไปว่ะ

552 Nameless Fanboi Posted ID:ef8XCx6Z7x

>>550 โอ๋นะมึง อย่าเพิ่งเสียกำลังใจนะ จริงๆ ใช้คำหรูก็ไม่ได้ดีเสมอไปหรอก พวกใช้ศัพท์ยากแล้วเขียนวกวนก็เยอะแยะ คนอ่านบางคนก็พยายามจะโชว์เหนือ เลยต้องอวยสไตล์การเขียนแบบนั้นว่าดูดีไว้ก่อน

จะใช้คำแบบไหนกูว่าขึ้นอยู่กับโทนเรื่องอะ ไม่ต้องเลือกคำสวยอลังการมาก แต่พยายามใช้คำให้หลากหลายหน่อย อย่าใช้คำซ้ำๆ เวลาเขียนบรรยายให้เห็นภาพ อ่านเข้าใจก็พอแล้ว

553 Nameless Fanboi Posted ID:S3MV/bt4XA

ส่วนตัวกูชอบอ่านประโยคกระชับ,คำง่ายที่คมคายไม่เวิ่นเว้อ
แต่กูจะเทด่วนมาก ไม่ว่าจะคำหรูหรา หรือ คำสามัญชน เมื่อใช้ซ้ำๆซากๆเหมือนคนเขียนไม่มีคำอื่นๆในหัวเพื่อสื่อความหมายนั้นๆ
ดังนั้นกูว่า มึงเขียนแบบที่ถนัดไหลลื่น แล้วค่อยมาตรวจแก้เกลามันอีกที คำไหนมึงใช้บ่อยก็ระวัง กูว่าทุกคนรู้แหละ ว่าตัวเองเผลอติดคำไหนบ้าง

554 Nameless Fanboi Posted ID:/UcUyVFS+k

กูติดคำฟุ่มเฟือย แถมพอจะแก้ เอาออกไม่ลงจริงๆ อะ มันอยู่ในสายเลือด เพราะแบบนนี้ ถึงโดนคนอ่านด่าใส่ว่านิยายน่าเบื่อ คือกูบรรยายจนมันได้หลายบรรทัด 555555

555 Nameless Fanboi Posted ID:aXq0gy/l52

>>534 กูลองทำตามที่มึงบอก เออได้ผลนะ ดี 555555555555555

556 Nameless Fanboi Posted ID:LOhdii0E4z

ตอนนี้กูกำลังอยู่ในช่วงขี้เกียจเพราะไม่ตันไม่รู้จะไปต่อยังไง ทิ้งร้างมาหลายวันแล้ว อ่านเม้นท์เป็นกำลังใจก็ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรกูเท่าไหร่ จะทำไงให้ไฟมันลุกโชนอีกครั้งวะ //นอนอืด

557 Nameless Fanboi Posted ID:X6iE7vB84T

ky ขอคำจำกัดความความแตกต่างของ sequel กับ spin-off หน่อยเพื่อนโม่ง
ในความเข้าใจกูตอนนี้คือ sequel มันจะเป็นเหตุการณ์ของตลค.อื่นแยกออกมาจากเรื่องหลักแต่อยู่ในไทม์ไลน์เดียวกัน
ส่วน spin-off เป็นเรื่องในอดีต/ภูมิหลัง/ที่มาของตลค.อื่น
พอดีกูเขียน short fiction ไว้หลายปีก่อน ละตอนนี้กำลังเขียนเรื่องที่งอกออกมาจากเรื่องนั้นอีกทีเลยไม่แน่ใจว่าควรใส่จั่วหัวว่าอะไรดี

558 Nameless Fanboi Posted ID:/V/G6ivJVj

ky ขอคำจำกัดความความแตกต่างของ sequel กับ spin-off หน่อยเพื่อนโม่ง
Sequel มันคือfollow up เรื่องราวหลังจากนั้น ไทม์ไลน์คือต้องเกิดหลังเรื่องหลัก(Prequel) อาจเป็นคู่พระรอง รุ่นลูก ฯลฯ แต่เรื่องจะเกิดหลังเรื่องหลัก มีตัวละครและธีมเดิม เป็นภาคสองอะเอาง่าย ๆ
Spin-off ก็คือเรื่องแยก การดำเนินเรื่องอาจจะเริ่มไปขนานกับภาคหลักหรือยังไงก็ได้แต่ตัวหลักคือตัวประกอบ(พระรอง คนใข้ ฯลฯ ) ย้ำ ! ต้องไม่ใช่ตัวละครหลัก
อย่าง หนังโซโล คือสปินออฟ (ลุคคือตัวหลัก) กูยกวายที่กูอ่าน
Pendulum: Jujin Omegaverse คือเรื่องหลักแต่คู่น้องชายขายดีเกินเลยออก Spinoffชื่อremnant และด้วยความฮิตก็ออก spin-offของspin-off ชื่อPetit Mignon ที่เกี่ยวกับลูกของน้องชาย สาเหตุที่ไม่ใช่Sequel ก็เพราะรุ่นลูกไม่ได้ follow up รุ่นพ่อ ( พ่อแม่ยังตีกันอยู่เลย ) และคู่น้องชายก็ดำเนินเรื่องคู่ขนานกับเรื่องหลัก

559 Nameless Fanboi Posted ID:/V/G6ivJVj

กู558 ให้ง่ายกว่านั้นsequel คือปัจฉิมบท prequel ปฐมบท spin-off ตอนพิเศษ/เรื่องแยก
เวงาอ่านนิยายที่บทสุดท้ายจะมีสรุปชีวิตตัวละครในอนาคต เหมือนแฮร์รี่บท 19ปีต่อมากับ ฉากจบ Voltron ที่เพิ่งฉายไป (เรือกูวววววว)

560 Nameless Fanboi Posted ID:SZ/uTU/Uco

กูมีปัญหา คือบางทีกูก็มีไฟที่จะแต่งต่อนะ แต่บางทีก็เบื่อๆอะ

561 Nameless Fanboi Posted ID:XuRDY44Voo

>>558 ขอบใจมากมึง ไอ้ที่กูจะเขียนต่อนี่คงเข้าข่าย sequel แล้วล่ะถ้าอิงตามจากที่มึงอธิบายเพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเรื่องหลัก แต๊งกิ้วหลายเน่อ จุ๊บๆ

562 Nameless Fanboi Posted ID:TVrBWkdVQK

>>557 เจอจากนี่ด้วย ความแตกต่างระหว่าง Prequel - Side Story - Spin-off
https://fanboi.ch/subculture/2889/800-804/

Prequel - เรื่องก่อนเกิดเนื้อเรื่องหลัก
Side Story - เรื่องเสริมจากเนื้อเรื่องหลักซึ่งจะโยงไปที่เนื้อเรื่องหลักก็ได้หรือไม่โยงก็ได้
Spin-off - เรื่องที่เกิดในโลกเดียวกับเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งจะมีตัวละครหลักมาอ้างอิงถึงแต่ไม่ใช่ตัวนำแสดง

ตัวอย่างเช่น เรื่องหลัก A ออกเดินทางปราบจอมมาร
Prequel - เล่าถึงพ่อแม่ A เป็นใคร, หรือ A ไปทำอะไรมาก่อนออกเดินทาง
Side Story - A หยุดเลี้ยงมังกรที่เมืองหนึ่ง ซึ่งมังกรตัวนั้นจะมาช่วยปราบจอมมารก็ได้หรือเลี้ยงแล้วจบก็ได้
Spin-off - เล่าถึง ก ที่อยู่โลกเดียวกับ A โดยที่อาจจะรู้จัก, เคยได้ยินชื่อ A ก็ได้ หรือไม่รู้จัก, ไม่เคยได้ยินชื่อเลยก็ได้ เช่น A เคยเดินทางผ่านหมู่บ้าน ก A ทิ้งดาบไว้ให้เป็นตำนานแล้วเดินทางจากไปโดยไม่กลับมาอีก ก เอาดาบนั้นเดินทางไปปราบจอมมารต่อ โดยที่ ก กับ A จะไม่มาเดินทางร่วมกัน

563 Nameless Fanboi Posted ID:lwfoEUolgd

>>562 กู 557 ขอบคุณมากมึง ช่วยได้เยอะเลย

ตอนนี้มีปัญหาอีกเรื่องคือเขียน one-shot อีกเรื่องละดันไม่ได้คิดพล็อตรวมคร่าวๆทั้งหมดไว้ ตอนนี้เลยปวดกบาลกับพาร์ทนึงในเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะให้ดำเนินเรื่องไปยังไงดี เวรเอ๊ย 5555555555555555 คือติดอยู่ตรงนี้จุดเดียวเลย ถ้าเขียนผ่านไปได้คือจบแล้ว บ้าบอจริงงงงงงง แง

564 Nameless Fanboi Posted ID:Bym69AvWYg

ปรึกษา​หน่อยนะ​ คือกำลังแต่งนิยายเรื่องนึกแนวๆย้อนเวลาทั่วไปอะ​ มีแกนเรื่องอิงจากประวัติศาสตร์​และเรื่องเล่าในอดีต​ เป็นเรื่องของฝั่งตะวันตก​ ตอนแต่งช่วงแรกใช้หนังสืออ้างอิง​อยู่4เล่ม​ กับสารคดี1เรื่อง​ ซึ่งคนเขียนหนังสือกับคนทำสารคดีเป็นคนชนชาติเดียวกันกับฝ่ายที่ชนะ​ในเหตุการณ์​ที่เรายกขึ้นมาแต่ง​ จนเมื่อสองสามเดือนก่อนได้หนังสือมา1เล่ม​ เนื้อเรื่องในหนังสือเล่าถึงเหตุการณ์​เดียวกัน​ แต่คนเขียนเป็นชนชาติเดียวกับฝ่ายแพ้​ มันเลยได้มุมมองที่แปลกออกไป
ทีนี้เลยกำลังสับสนว่าควรจะเอามุมมองของอีกฝั่งมาใส่ลงในนิยายด้วยดีไหม มุมมองนี้น่าสนใจมากด้วยนี่สิ​ แต่อีกใจก็กลัวว่าจะกระทบกับเนื้อเรื่องเดิม
ควรเอามาใส่ดีไหมอะ

565 Nameless Fanboi Posted ID:HvT19rEEKF

>>564 ใส่ก็ดีนะ ทำให้เรื่องมันลึกขึ้น สร้างตัวประกอบสักตัวแทนมุมมองฝ่ายแพ้หรือใส่สักฉากก็ได้ถ้าไม่อยากแก้เยอะ

566 Nameless Fanboi Posted ID:cU2LvZmwMd

กูอยากได้ข้อมูลเพลย์ BDSM ไปเขียนนิยายจัง แบบที่ไม่ถึงขั้นเรื่องเพศอะ แบบเล่นกันเบาๆไม่รุนแรงมากอะ พอลองหาดูแล้วมันข้ามไปแรงๆเลย หรืออย่างน้อยก็อยากหาวิธีเล่น BDSM แบบปลอดภัยอะ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน

567 Nameless Fanboi Posted ID:BdR0cKRNX0

อาชีพนักเขียนในไทยนี้รุ่งริ่งหรือรุ่งเรืองวะ

568 Nameless Fanboi Posted ID:F4P8Yg3r1e

>>567 ถ้ามีความสามารถ เขียนสนุก รุ่งเรื่องค่ะ ถ้ายิ่งได้ทำละคร

569 Nameless Fanboi Posted ID:BdR0cKRNX0

>>568 ถ้า

570 Nameless Fanboi Posted ID:kThlfM.Np.

ทุกวันนี้การแข่งขันสูงนะ นิยายอะ แต่ทำไมรู้สึกคุณภาพสวนทาง

571 Nameless Fanboi Posted ID:6Ld.5ZfYWE

>>566 ถ้าฟังอิ้งออกในยูทูปมีเต็มเลย มีไปสัมภาษณ์คนให้บริการพวกนี้ทั้งออกแนวบันเทิงทั้งแบบข้อมูลละเอียดยิบ

572 Nameless Fanboi Posted ID:fgB/DDx76E

เห็น >>571 พูดละนึกขึ้นได้ ว่าเคยเห็นบทสัมเชิงสารคดีที่เป็นภาษาไทยอยู่นะ สัมบาร์ bdsm ในเมืองไทยนี่แหละ ก็น่าสนใจดีๆ

573 Nameless Fanboi Posted ID:A9n6Rop8he

กูเคยแต่งิยายล่าสุดสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนี้อยากกลับมาแต่งอีกครั้ง มันว่างๆไม่มีอะไรทำ แม่งยากไปหมดเลยว่ะ โดยเฉพาะคิดชื่อเรื่องเนี่ย แม่งคิดคำที่สัมพันกับชื่อเรื่องแบบไม่น้ำเน่าไม่ออกสักทีถถถถ

574 Nameless Fanboi Posted ID:d23+RJLYWF

>>573 ไม่ชอบชื่อเรื่องที่มีคำว่า รัก ใจ ว่ะ เวลาคิดชื่อเพราะๆ ออกจะรีบจดไว้เลย แต่ก็นะ คิดไม่ค่อยออก กูเขียนแนวสีขาวน่ะ

575 Nameless Fanboi Posted ID:VadFMqKaW9

จะพิมหนังสือเองนี่มีขั้นตอนไรบ้างอะ
ตอนนี้กูมี ต้นฉบับ 150 กว่าหน้า (ไม่ใช่แนวตลาด)
อยากทราบขั้นตอนคร่าว ๆ

576 Nameless Fanboi Posted ID:ZB2PvF033g

>>575 จะขายที่ไหน ถ้าขายเองออนไลน์ก็ง่ายๆอะไม่มีขั้นตอนไรมาก
พิสูจน์อักษร จัดหน้า แล้วก็รวบเป็นไฟล์เดียว
ทำปก
ส่งให้โรงพิมพ์ จ่ายเงิน
รอรับอยู่บ้าน
ส่งให้คนซื้อ
แค่เนี่ยแหละ แต่ถ้าจะวางร้านก็อีกเรื่อง ยุ่งยากกว่าทัังจำนวนพิมพ์ก็ต้องมากพอประมาณนึง แถมถ้าเราจะพิมพ์เองหมดเลย เราต้องไปส่งที่ร้านเองด้วยนะ (ขอสงวนชื่อร้านนะอันนี้ กุเคยถามร้านหนังสือเฟรนไชน์นึงเมื่อนานมาแล้วนะ)

577 Nameless Fanboi Posted ID:HPpbUb2DJQ

>>576 พิมพ์ฝากร้านนี่ ต้องสาขาละกี่เล่ม แปลว่าต้องพิมพ์หลักพันเล่มรึเปล่า ถ้าขายเองมึงพิมพ์กันกี่เล่มอะ

578 Nameless Fanboi Posted ID:NB9HyoXFhw

>>577 เคยถามของร้านใหญ่ก็หลักพันอะ ของกูพิมพ์เองจะประมาณสาม-สี่ร้อยเล่ม แล้วแต่จำนวนคนอ่านของมึงด้วย มึงอาจจะเปิดพรีออเดอร์จะได้รู้จำนวนพิมพ์ แล้วพิมพ์เกินจากนั้นมาอีกหน่อยเผื่อเสีย เผื่อมีคนสั่งเพิ่ม มึงขายอีบุ๊คด้วยก็ได้

579 Nameless Fanboi Posted ID:jNoyk1/AUk

มึง เคยมั้ยที่นิยายสักเรื่องของมึงปังมาก พอมึงจะเขียนเรื่องต่อมาเลยทั้งกดดันทั้งคาดหวังกับตัวเอง แล้วแม่งมันไม่ปังแบบที่คิดไว้อะ ค่อนข้างจืดจางด้วยซ้ำ ตอนนี้กูทั้งท้อแล้วก็นอยด์มาก ๆ ใจกูเฟลจนไม่รู้จะฉุดตัวเองยังไง มีวิธีแก้หรือมีวิธีคิดอะไรจะช่วยชี้แนะกูหน่อยมั้ย ขอบคุณมาก ๆ

580 Nameless Fanboi Posted ID:PpKK2xATht

พวกมึง อยากรู้อะ อย่าหาว่าทะลึ่งนะ คนแต่งนิยายอิโรติกอะ เวลาแต่งแล้วมีอารมณ์ปะ หรือว่า ไม่มี นี่อยากอยากรู้จริงๆ เพราะคนอ่านอะมันมีอยู่แล้วแหละ เพราะมันอ่านเนื้อเรื่องที่สมบูรณ์ที่ขัดเกลามาแล้ว แต่คนแต่งตอนแต่งมันต้องคิดนู่นี่นั่นไปด้วย ว่าจะใช้ภาษายังไง บรรยายยังไง เลยอยากรู้อะ

581 Nameless Fanboi Posted ID:tiudprwOei

>>580 5555555 ตอบในฐานะคนเขียนแนวนี้ละกัน จริงๆกูคิดว่าถ้าเขียนให้สนุก ตัวคนเขียนเองก็ต้องมีอารมณ์ร่วมก่อน แต่ก็นั่นแหละอย่างที่มีงบอกอะ ตอนที่คิดไปเรื่อยเปื่อยอาจจะมี แต่พอเขียนไปเรื่อยๆสักครึ่งทาง กูก็เริ่มเฉยๆละนะ มันต้องคิดหลายอย่าง ตัวละครอยู่ที่ไหน ท่าอะไร มืออยู่ตรงไหนละ นี่ตัวละครกูเผลอมีสามมือรึเปล่า หรือว่าขาเมื่อกี้อยู่ข้างล่าง นี่มาอยู่ข้างบนได้ไงวะ กุใช้คำซ้ำรอบที่สามแล้วใช่มั้ย เสียงครางน่ารำคาญมากต้องตัดออก เยอะอะ ไปๆมาๆ ก็หมดมู้ดไปเอง 555555
ยิ่งพอเขียนมาหลายๆเล่ม คือหลังๆพิมพ์ไปแบบไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากเมื่อไหร่จะจบสักที กูจะจบแล้วใช่มั้ย พิมพ์ไปง่วงไป

582 Nameless Fanboi Posted ID:MnExJLkDfz

เวลาพวกมึงขายเองไม่ผ่านสำนักพิมพ์ พวกมึงได้รายได้จากส่วนไหนเยอะกว่ากันวะ ทำมือ e-book หรือขายเป็นตอนๆในเว็บ

>>579 กูเคยเป็นเด้อ ออกตัวก่อนว่ากูเป็นนักเขียนที่ไม่ได้ดีมากนัก กูจะไม่ค่อยสนนะเวลาที่คนแบบเมื่อไหร่จะลง เมื่อไหร่มีเรื่องใหม่ กูก็จะบอกนักอ่านไปตรงๆแหละว่า เดี๋ยวรอให้กูคิดออกก่อน ไม่ใช่กูไม่แคร์คนอ่านแต่ว่ากูคิดว่า กูไม่อยากสักแต่แต่งๆไป จริงๆการแต่งนิยาย มันเป็นวรรณกรรม มันเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง มันต้องมีฟิลลิ่งตอนแต่งอะ เพราะกูเคยแต่งแบบเออพล๊อตแบบนี้ก็พอได้ มันไม่ได้แย่นะ แค่มันยังไม่ถูกใจแบบเออ นี่แหละวิธีคลายปมตรงนั้นตรงนี้แบบปิดช่องโหว่ได้ทั้งหมด แต่กูก็รีบๆลงไปเพราะนักอ่านเร่งกู กูสุดท้ายมันออกมาไม่ดีเท่าที่นักอ่านและตัวกูเองคาดหวัง แม่งก็เฟลไปดิ่ หลังจากนั้นกูก็ไม่ปล่อยให้อะไรมากดดันกูได้อีกเลย ถ้ากูไม่ได้พล๊อตที่ดีเนื้อเรื่องที่ดีจนถูกใจแล้วกูจะไม่ลงนิยายเด็ดขาด
บางคนอ่านจะด่าว่านี่มันอาชีพจะมารอฟิลลิ่งอย่างเดียวไม่ได้ กูต้องใช้เงินแดกข้าว เออออ ก็แล้วแต่มึงอะอันนั้น กูรู้อยู่ กูเคยเป็นงี้แหละ แต่มันจะดีกว่ามันถ้าแบบผลงานออกมาแล้วมีคุณภาพทุกครั้ง นักอ่านวางใจว่างานมึงมาละ นักเขียนคนนี้แต่งดียุแล้ว กูจะซื้อแน่นอล เนี่ยชื่อเสียงมันจะติดตัวมึงไปเลยนะว่านามปากกานี้มีคุณภาพ งานมึงจะขายได้ในระยะยาวก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพเป็นหลักด้วยนะจะบอกให้
มันดีกว่ามีชื่อเสียอะ ดูอย่างในโม่งดิ กูยังเคยเห็นแบบ .....หรอ ก็เขียนดีแค่เรื่องเดียวป่าววะ เรื่องแม่ง.... ถ้ากูเป็นนักเขียนคนนั้นแล้วผ่านมาเห็นช้ำใจตายห่าละ
ส่วนวิธีอีกวิธีของกูนะ คือกูแต่งจนจบก่อน จบแล้วมาอ่านตั้งแต่ต้นใหม่แล้วกรองเนื้อเรื่องอีกที ตรงไหนมีช่องโหว่ ไม่สมจริง ขาดความตื่นเต้น ก็ เพิ่ม ลด แก้ไขกันไป แล้วค่อยเอาไปลง มันดีกว่าแต่งไปลงไปเชื่อกู แล้วในช่วงที่มึงลงอะ ก็ลงปกติไม่ต้องแบบเสร็จแล้วนี่หว่าลงรัวๆ ในช่วงนี้มันแค่ลงอะ หัวว่างๆก็คิดพล๊อตใหม่ไปแต่งเรื่องใหม่ไป โดยปกติกว่ากูจะลงจบ ก็แต่งเรื่องใหม่เสร็จพอดี ละก็ทำงี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเรื่องเก่าลงจบแล้ว เรื่องใหม่กูยังไม่เสร็จ ก็บอกให้นักอ่านให้รอก่อน ติดตามกูไว้ เวลาลงเรื่องใหม่มันจะได้เตือน55555 เนี่ยได้ยอดคนติดตามเพิ่มไปอีก แต่มันก็แล้วแต่คนนะ แต่สำหรับกูมันเวิร์ค

>>580 มีดิ แต่กูเคยแต่งอยู่แค่สองเรื่องนะที่เป็นอิโรติก นอกนั้นเป็นแนวอื่นๆ ก็จะแต่งสลับๆกันไปทุกแนวอะ แล้วแต่พล๊อตที่คิดได้ในช่วงนั้นๆ ช่วงที่แต่งอิโรติกนะ กูวุ่นกะผัวจนนางแทบจะไปนอนห้องนั่งเล่นแทน5555 แต่ย้ำนะกูแต่งไม่บ่อยไง ไม่รู้พวกที่แต่งแต่อีโรติกเป็นหลักอยู่แล้ว เขาจะชินชามั้ย รอคนอื่นมาตอบ

583 Nameless Fanboi Posted ID:NcduJDqhJ1

>>582 ebook อะ ตอนกูขายในเวบเป็นตอนๆแล้วมาลงในอีบุ้คอีกที มันทำให้ยอดอีบุ้คน้อยลง ยอดขายตอนก็ใช่ว่าจะสูง มันตั้งราคาแพงมากก็ไม่ได้อะ
ตอนนี้กูเลยตัดตอน แบบลงประมาณนึงแล้วตัดขายอีบุ้คเลย

584 Nameless Fanboi Posted ID:NcduJDqhJ1

>>582 โทด เพิ่งเห็นว่ามึงมีช้อยส์ทำมือให้ด้วย ถ้าเทียบกับทำมือ อีบุ้ค ขายตอน กูว่าทำมือว่ะ ทำมือตั้งราคาได้สูงกว่า แต่ว่าเหนื่อยหน่อย ต้องแพคเองอะไรเอง รองมาก็อีบุ้ค แล้วก็ขายตอน

585 Nameless Fanboi Posted ID:MnExJLkDfz

>>583 โอเคร เหมือนกูเลย กูสงสัยเฉยๆ เห็นบางคนลงแต่แบบตอนแล้วไม่ทำอีบุ๊กกูนึกว่าเดี๋ยวนี้มันได้เยอะกว่า คือกูเลิกขายแบบตอนไปนานมากกกก ส่วนทำมือนี่เคยทำอยู่ครั้งนึงรู้สึกไม่คุ้มค่า เหนื่อย หรือเป็นกะกูคนเดียวไม่รู้นะ 5555555

586 Nameless Fanboi Posted ID:MnExJLkDfz

>>585 ทำมือพวกมึงขายเท่าไหร่กัน คือกูไม่กล้า+ราคาแพงมาก เพราะมันก็แพงกว่าตามพวกสำนักพิมพ์ยุแล้ว เลยรู้สึกว่ามันได้น้อยอะ เหนื่อยจริง 5555

587 Nameless Fanboi Posted ID:tiudprwOei

>>586 คือมันแล้วแต่แนวที่มึงเขียนด้วยอะ แนวที่กุเขียนเค้าชอบเก็บเล่มกันอะ ก็แบบทำเล่มสวยๆหน่อย ตั้งราคาประมาณหน้าละบาทบวก ซึ่งจริงๆก็ธรรมดาแหละสำหรับสายทำมือ หาร้านที่ไม่แพงมาก แล้วก็พิมพ์เลย แต่หลังๆคือกูขกส่ง ขกแพค มันดูดพลังงาน อีบุ้คก็เป็นทางเลือกที่โอเคอะ

ส่วนแบบตอน คนที่ขายตอนอย่างเดียวก็มี กูเคยเข้าไปดูของคนที่ได้ที่หนึ่งสองสามเหรียญสูงสุดของธวล มีคนขายแค่ตอนจริงๆ แล้วแบบเค้าก็ได้เงินเยอะชหเลยด้วยอะ ตอนกูจะตัดสินใจตัดเรื่องขายอีบุ้คอย่างเดียวกูก็ลังเลเหมือนกันแหละ

588 Nameless Fanboi Posted ID:/M/C+kXgH5

พวกมึง ถ้านิยายมึงไม่ค่อยดัง มึงคิดว่าควรออกนิยายช่วงงานหนังสือไปพร้อมกับนิยายดัง ๆ เรื่องอื่น ๆ ในสนพ. (แบบหวังว่าคนที่มางานหนังสืออาจจะซื้อนิยายมึงติดมือไปด้วย) หรือควรออกหลังงานหนังสือ/ช่วงที่ไม่ใช่งานหนังสือ ก็คือสนพ.ออกนิยายมึงเดี่ยว ๆ ในช่วงเวลานั้นแบบไม่ต้องแข่งกับใครไปเลยดีวะ (แต่คนก็อาจจะมองผ่านไปเลย) กูกำลังลังเล เฮ้อ

มึงว่าแบบไหนดีกว่ากัน งงปะวะ

589 Nameless Fanboi Posted ID:+DaTYmghdP

>>588 ควรออก งานนี้จัดที่เดิมงานหน้าย้ายละ ถ้าไม่ออกงานนี้เว้นสักสองเดือนค่อยออกอะ หลังงานหนังสือคนไม่ค่อยซื้อ แต่ถ้าไม่ลงร้านก็ควรออกงานหนังสือนี้เลย

590 Nameless Fanboi Posted ID:qOvLwjX.Zu

>>588 นิยายไม่ดัง ออกงานหนังสือเท่านั้น เชื่อกู กระแสคนกำลังอยากจ่ายเงิน สำนักพิมพ์มึงเขาก็จะเชียร์นิยายเป็นแผงทีเดียว คนโดนมนตร์เป่าซื้อกันแบบลืมตาย

591 Nameless Fanboi Posted ID:5NkHWvrOD5

>>588 ถ้าออกกับสนพแบบนี้ ออกงานหนังสือเลยเหอะ ออกไปพร้อมกับเล่มดังๆเลย

592 Nameless Fanboi Posted ID:2pxE9L/5ea

เพื่อนโม่งมีใครทำนิยายขายบ้าง อยากถามเรื่อง ทุน รายได้และกำไรหน่อย

คือกูมีปัญหาเรื่องสุขภาพเลยจะกลับไปทำงานกงสีที่บ้าน ทำให้น่าจะมีเวลาเยอะขึ้น และทีนี้กูอยากหารายได้เสริมจากงานอดิเรกนี่ล่ะ แต่ก่อนจะเริ่มก็อยากจะรู้ก่อนว่าต้องใช้ทุนเท่าไร รายได้ประมาณการขนาดไหน และคุ้มค่ามั้ยที่จะทำน่ะ

593 Nameless Fanboi Posted ID:Anu6cdNZ6j

>>592 หมายถึงจะทำมือขายเหรอ

594 Nameless Fanboi Posted ID:Gh1KB2881D

เออ พวกมึง กูขอถามหน่อยได้ไหมวะ อันนี้นอกเรื่อง (หรือในเรื่อง)

คือกูสงสัยเรื่อง เย ทำไมพระเอกนางเอกเยกัน นางเอกมันต้องเจ็บวะ แล้วอิแบบปวดหลัง3วัน3คืนลุกออกจากเตียงไม่ได้อีก

คือแม่งสวนทางกับความเป็นจริงอยู่นะ จากประสบกามส่วนตัวและการสอบถามเพื่อนสนิททั้งชและญหลายคนที่พอคุยเรื่องแบบนี่กันได้

-ครั้งแรก บางคนก็เจ็บ บางคนก็บอกไม่เจ็บแค่รู้สึกแปลกเหมือนมีของปักคา แต่กูถามหลายคนก็บอกครั้งแรกไม่มีเลือดนะ มีโผล่มาคนนึงที่บอกมีเลือด น้อยแบบแทบไม่เห็น (นิยายนี่พระเอกนางเอกเยกันแล้วมึงต้องมีเลือดติดเตียงเสมือนเป็นเมนลืมใส่ผ้าอนามัย)

- พวกเยมาราธอน กูถามแม่งไม่มีใครบอก ปวดหลังปวดเอว3วัน3คืนแบบในนิยายเลยว่ะ มีแต่เยมากๆ แล้วแสบ จนไม่รู้สึกเหี้ยไรเลยเท่านั้น

- ในนิยายนางเอกแม่งโดนเยจนไม่มีแรงต้องพัก ต้องให้อุ้ม พระเอกแม่งแรงดีคึก แข็งแรง ในชีวิตจริงที่กูถาม เห็นญ ส่วนใหญ่ชิว คนตายจริงๆ คือผู้ชายลุกไม่ขึ้นขาสั่น

หรือมันเป็นธรรมเนียมแล้วว่า ถ้าเขียนพระเอกนางเอกได้กัน นางเอกต้องเจ็บ นางเอกต้องมีเลือด นางเอกต้องลุกไม่ขึ้น พระเอกต้องเยแล้วยังแข็งแรงแบบแดกยาม้าเข้าไป

คือบางทีเวลากูเขียนเลิฟซีนนี่กูขัดใจมาก เพราะรู้สึกแม่งปลอม แต่กูก็ต้องเขียนแบบนี้ หรือตัวอย่างข้อมูลกูมันผิดวะกูก็ไม่มีปัญญาไปถามตัวอย่างเยอะ หรือคนอื่นปกติส่วนใหญ่เค้าสไตล์เป็นแบบในนิยายวั

อันนี้กูคาใจจริงๆ เผื่อมีใครเสริมข้อมูลไรกูได้ กูไม่รู้จะไปถามเรื่องแบบนี้จากไหน

595 Nameless Fanboi Posted ID:NdHZdpobby

>>594 ที่มึงถามนี่ตรงกับที่กูอ่านจากในนิยายเกือบทุกเรื่องเลย สงสัยเป๋นธรรมเนียมในการโดนเย กูเพิ่งรู้นี่แหละว่ามันไม่จริง เปิดประสบการณ์มาก

596 Nameless Fanboi Posted ID:isFWw1jSrp

>>595 ประสบกามส่วนตัวและกลุ่มข้อมูลประมาณ10คน++ (กูซอกแซกเรื่องในมุ้งชาวบ้านได้ขนาดนี้กูว่ากลุ่มตัวอย่างกูเยอะมากแล้วนะ)

เลิฟซีนในนิยายทุกเรื่องนี่แพทเทิร์นนี้ทั้งนั้นจนทำให้กูสงสัยว่านักเขียนที่แต่งงานมีผัวคนอื่นเค้าไม่คิดแบบกูบ้างหรอ
การเยของพระนางคือเป็นจินตนาการอย่างเดียว มึงอย่าเอามาเทียบชีวิตจริงนะ เพราะไม่มีใครเป็นอย่างนั้น
ทำไมไม่มีใครเขียนฟีลลิ่งความรู้สึกจริงๆ ลงไปในนิยายบ้าง หรือมันไม่โรแมนติก?

แล้วอิแบบเยครั้งแรกนี่ ตอนแรกรู้สึกเจ็บตอนหลังรู้สึกดีนี่ชีวิตจริงก็ไม่มีนะ อิพวกที่บอกเจ็บคือแม่งเจ็บตั้งแต่ต้นยันจบ เย2-3 ครั้งจนร่างกายคุ้นชินโนานถึงค่อยรู้สึกดี ไม่มีนะครึ่งท่อนแรกเจ็บครึ่งท่อนหลังฟิน (แต่กูก็ต้องเขียนแบบนี้ เฮ้อออ)
เยมาราธอนนี่ต่อให้ผู้ชายเข้าฟิตเนส แข็งแรงปึ๋งปั๋งกินไวอากร้ามา คนเหนื่อยหมดแรงก็ไม่ใช่ผู้หญิงอ่ะ ผู้ชายต่างหากที่ฟ้าเหลือง ส่วนผู้หญิงเยนานๆ ไม่เหนื่อยแต่แสบ มากกว่า
สรุปคือกูรู้สึกคนเดียวหรือเปล่าว่า เลิฟซีนมันปลอม และทุกคนก็ต้องฟินกับความปลอมๆ หรือว่าความรู้สึกคนอื่นมันเป็นแบบในนิยายวะ

เผื่อกูอยู่ในกะลา ก็อยากเปิดโลกเหมือนกันว่า การเยในชีวิตจริงมีแบบในนิยาย

597 Nameless Fanboi Posted ID:0qYZyzWSe1

>>594 >>596 ขอตอบในฐานะคนซิงที่อ่านนิยาย กูคิดว่าที่เขาแต่งออกมาแบบนั้นเป็นเพราะยังไงสังคมไทยก็ยังมีแนวคิดเพศชายเข้มแข็ง เป็นผู้นำ เป็นฝ่ายปกป้องเพศหญิงที่อ่อนแอบอบบางอะไรทำนองนี้อยู่มั้ง จริงๆ ก็ทั่วโลกนั่นแหละ เพราะธรรมชาติของร่างกาย มวลกล้ามเนื้อต่อไขมัน ความคงทน ยังไงผู้หญิงก็ด้อยกว่าอ่ะ เทรตบนเตียงแนวๆ นี้มีทั้งในนิยายไทย จีน ญี่ปุ่น (ฝรั่งกูไม่ค่อยได้อ่าน) ที่ผู้ชายช่ำชอง เจนจัด เล่นกีฬาในร่มยกใหญ่แล้วยังเดินปร๋อ = มีร่างกายที่แข็งแรง เป็นนัยยะว่าพึ่งพาได้ ถ้าพระเอกมึงนอนฟ้าเหลืองแข้งขาสั่นจะดูกลายเป็นไอ้ไก่อ่อนไปทันที ส่วนผู้หญิงที่นอนปวดเบื้องล่างหน้าแดงเพราะเรื่องเมื่อคืน = ความคับแค้นใจที่แสนหวาน
อีกอย่างกูคิดว่าเพราะผู้หญิงจริงๆ มีความสามารถขึ้นทุกวัน มีอิสระในการทำนั่นนี่ด้วยตัวคนเดียวมากกว่ายุคก่อนๆ เพราะงั้นลึกๆ ก็อาจจะรู้สึกดีที่ถูกประคับประคอง เอาอกเอาใจไรงี้ป่ะวะ เวลาอ่านฉากแบบพระเอกอุ้มนางเอกไปกินข้าวเช้าในครัวเพราะเดินไม่ไหว อุ้มเยมือเดียวไม่ร่วงแล้วคนถึงฟินกระจาย มันเป็นแฟนตาซีที่คนไม่มีทึกทักเอาว่า อา...มันคงเป็นแบบนั้น
ปล. ถามเพื่อการศึกษา ว่าแต่ผู้หญิงเยครั้งแรกแบบศึกหนักนี่ไม่เป็นไรจริงๆ เหรอวะ เวลากูอ่านแล้วจินตนาการมันก็สมเหตุสมผลออกนะทีจะลุกไม่ขึ้น กูเคยขี่จักรยานอานแข็งๆ ยังระบมสองสามวัน นี่โดนกระแทกซ้ำๆ ทั้งคืน............

598 Nameless Fanboi Posted ID:aqt3B8OxNy

>>596 กราบบบบ กูก็ไม่รู้ (และไม่กล้าจะไปถามใคร) ขอบคุณมาก รู้สึกเหมือนได้เรียนเพศศึกษาแบบรวบรัด
สรุปว่าที่เคยอ่านๆ มาและจินตนาการตามในนิยายทุกเล่มมันคือมโนของนักเขียนสินะ ใครเป็นคนต้นแบบก็ไม่รู้ ตอนหลังก็ลอกแพทเทิร์นเดียวกันเด๊ะ แล้วคนที่แต่งงานแล้วเขาไม่เขียนประสบการณ์จริงๆ ลงไปบ้างเหรอวะ

แต่กูก็ไม่เคยอ่านฉากนิยายฝรั่งที่เจาะลึกเรื่องพวกนี้ด้วยสิ ไม่รู้เขาจะใช้ข้อมูลจริงหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่ที่กูอ่านเป็น YA ค่อนข้างใสๆ ถ้ามีฉากเซ็กส์ก็จะบรรยายอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า

599 Nameless Fanboi Posted ID:0EB6N7pyIv

>>594 >>596 หมดกันความหวานซาบซ่านที่กูได้อ่าน อิดอก ที่แท้ก็ตอแหลทั้งนั้นเหรอวะ 55555555555

เรื่องเลือดออกเคยอ่านเจอบทความหมอ เขาบอกว่าเป็นเพราะเล้าโลมไม่พอด้วยสาเหตุหนึ่งอะ น้ำหล่อลื่นของผู้หญิงเลยยังไม่พร้อม มันเลยเสียดสีจนเลือดออกไรงี้ (ปะวะ ไม่ค่อยแม่น) การเลือดออกในนิยายมันคือธรรมเนียมที่พิสูจน์ว่านางเอกซิงอะ แล้วค่านิยมความซิงของนางเอกแม่งคนอ่านก็ชอบไง ทั้งที่เรื่องพรหมจรรย์ เขาว่าส่วนใหญ่ออกกำลังแรง ๆ ก็ฉีกขาดกันหมดแล้ว

แต่เออกูไม่สนอะ กูก็เขียนให้เยกัน ต่อให้เป็นครั้งแรกกูก็ไม่พูดถึงเลือด เพราะ 1. พระเอกกูจะดูกากเรยมั้ยถ้าทำนางเอกเลือดออกเนี่ย มึงเล้าโลมดี ๆ หน่อยสิวะ 2. นางเอกกูจะซิงหรือไม่ซิง หีจะผ่านสมรภูมิมานับล้านครั้งแล้วมั้ยยังไงมันก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของความเป็นผู้หญิง ความเป็นนางเอกลดลงไปอะ ยังไงก็นางเอกคนเดิม

>>597 ความคิดมึงเป็นเหตุเป็นผลแบบน่าสนใจมาก กูชอบ เห็นด้วยว่ะ

600 Nameless Fanboi Posted ID:wdtrl2LCX2

ตอบ ครั้งแรกเจ็บจนชา จนไม่รู้สึกไรเลย ครั้งต่อ ๆ ไปก็เจ็บ เลือดออก และออกต่อเนื่องหลังจากนั้นอีก ลุกไม่ขึ้นจริง ขาไม่มีแรง ไม่รู้เพราะดิ้นด้วยเปล่า
กูชอบผู้ชายคนนั้นนะ แต่กูก็ไม่ได้อยากมีอะไรด้วย รู้สึกเหมือนถูกหยามความเป็นมนุษย์ยังไงไม่รู้ กูก็เลยพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้
มานึกตอนนี้น่าจะฆ่าแม่งมากกว่า
กูกลายเป็นพวกขยะแขยงผู้ชายไปแล้ว กูยังชอบคนหล่อ แต่กูไม่อยากถูกใครแตะต้อง ควรบำบัดจิตมั้ยวะ

601 Nameless Fanboi Posted ID:xJYlU/Fvcg

>>600 มึงไปด่วน ประสบการณ์มึงไม่ดี อย่าให้ไอ้คนห่วยๆทำให้มึงไม่มีโอกาสมีประสบการณ์ดีๆ
กูขอแนะนำนักอ่านที่ยังซิงว่า แพทเทิร์นนิยายไม่ได้เกิดกับทุกคน
กลัวพวกมึงไปคาดหวังผิดๆ ถ้าถึงเวลานั้นให้ลืมนิยายให้หมดแล้วสนใจประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองกับคนๆนั้น แล้วโมเมนท์นั้นจะเป็นแบบดีๆของมึงเอง อาเมน

602 Nameless Fanboi Posted ID:7RclV/Jek+

ตอนที่ถกเรื่องบีนทึกปิ่น ห้องจีนมีคนมาบอกอยู่ว่าhymenไม่ได้ขาดง่าย ถ้าไม่มีการเล้าโลมหรือน้ำหล่อเลี้ยงเพียงพอจะทำให้เกิดการฉีกขาดเลือดออกได้ ครั้งแรกเข้ายากเพราะคนไม่เคยมักจะเกร็ง

603 Nameless Fanboi Posted ID:n8hD08tZFZ

>>594 นิยายส่วนใหญ่มันเฟคมาก เจอเรื่องที่คนเขียนมีประสบการณ์มันจะมีมุกที่จะไม่ลอกๆ กันมาแบบนี้กูเลยไม่ชอบพวก nc จีน ไทย มันสร้างความคิดผิดให้คนอ่าน ของฝรั่งจะเขียนได้สมจริงกว่ายกเว้น 50สีของนายเกรย์มั่วมาก

เลือดออกเยอะส่วนใหญ่ช่องคลอดฉีกมากกว่าเลือดจิ้น พวกเจ็บแรกดีหลังเฟค ถ้าเจ็บจะเจ็บเลยอารมณ์ฮวบเล้ายังไงก็ต่อไม่ติด มีแต่จะกัดฟันน้ำตาซึมแล้วก็คิดว่าเมื่อไรจะเสียบจบวะ

บอกก่อนกูไบ จากนี้เรต 18+ นะ

เยมาราธอน ผู้ชายมีแต่ฟ้าเหลือง ส่วนใหญ่ 2 ยกผู้ชายก็ไม่เอาแล้วจะนอนอย่างเดียวจนอยากถีบลงเตียงอัดไวอาก้าก็อึดกว่าเดิมแป๊บเดียว ปกติเสียบไม่ถึง 3 นาทีก็พ่นแล้ว พวกไก่อ่อนเสียบแล้วพ่นเลยก็มี อย่าคาดหวังพวกหนุ่มซิงมันจะเก่งยิ่งพวกรูดตัวเองจนชินยิ่งห่วยทำผู้หญิงจริงๆ ไม่เป็น หนังโป๊เห็นนานๆ มันเฟค มันมีวอร์มอัพตลอดไม่ให้ฟีบ พวกบรรยายฟัดถึงเช้าในความเป็นจริงไม่เกินชม. ผู้ชายจอด ที่นานคือเล้าไม่ใช่ตอนเสียบ เยมาราธอนข้ามวันได้คือกูเล่นกับทอม ฟัดกันไปได้เรื่อยๆ พักยกกินดื่มแล้วก็ฟัดกันต่อ

เพิ่มความรู้ให้ ของผู้หญิงจะนิ้วทอยหรือของผู้ชายรู้สึกไม่ต่างกัน พวกบอกเอ็นอุ่นๆ ดีกว่าคือกูหัวเราะใส่เลย พวกถุงยางบางๆ มีแต่ผู้ชายที่รู้สึกต่างผู้หญิงรู้สึกเหมือนเดิม จะให้ต่างต้องถุงยางที่มีพื้นผิว ผู้หญิงจะขึ้นคือต้องเข้าถูกจุดและนานพอ โดน G ต้องต่อเนื่องไม่งั้นไม่ฟิน เอาตรงๆ ของผู้ชายขยี้ไม่ตรง G ว่ะ ล้วงเองยังขึ้นง่ายกว่า ถึงโดนก็แค่วูบเดียวไม่ต่อเนื่องมันไม่นานแบบนิ้วกับทอยที่ลงตรงตำแหน่ง

กูไม่ตอบต่อนะเพราะผิดหัวข้อกระทู้แล้ว แต่ยืนยันเลิฟซีนนิยายโคตรเฟค กูอ่านผ่านไม่อินสักเรื่อง

604 Nameless Fanboi Posted ID:vlrLwAwOkW

>>603 โคตรละเอียด! พวกต่อต้านหนังสอนเรื่องเพศตอนนี้มาเห็นต้องอกแตกตาย
บางทีก็เข้าใจนะว่านิยายมันไม่ควรมีบทที่โจ๋งครึ่มเกินไป เพราะบ้านเมืองเราแยกแยะและจัดเรตนักอ่านไม่ได้ (ถึงจัดก็ไม่มีใครสน คนอ่านเลือกเอง) แต่กูชอบแบบฝรั่งนะ ไม่ว่าจะหนังหรือนิยายก็อิงความจริง ข้อมูลมาเต็ม แต่ถ้าเป็นแฟนตาซี บางทีแม่งก็อิงความจริงมีเหตุผลจนกูเชื่อได้อ่ะ ไม่ใช่เมคขึ้นมาลอยๆ

605 Nameless Fanboi Posted ID:lOuytZoFDr

กูเพิ่งมาเจอที่นี่ ทำไมกูเพิ่งมาเจอที่นี่ นี่มันสังคมคุณภาพชัดๆ ...
กูเคยหลงไปโน่น ห้องนักเขียนนิยายเด็กดี ไปถามดีๆเจอแขวะเจอแซะซะจนกูงงเลยว่ากูทำไรผิด

606 Nameless Fanboi Posted ID:pkPfubFBUP

>>605 สงสัยจังว่าไปถามอะไรมา
บางคนมารยาทดี บางคนมารยาทไม่ดีก็ต้องให้กาลเวลาและสังคมช่วยขัดเกลา

607 Nameless Fanboi Posted ID:lOuytZoFDr

>>606 ขอเทคนิคการเขียนธรรมดานี่แหล่ะ โดนไล่ไปอ่านหนังสือให้มากๆ แล้วก็โดนแขวะว่าจะไปเขียนสารคดีเหรอ เอาข้อมูลอะไรนักหนา

608 Nameless Fanboi Posted ID:55TGZvIz0g

>>605 ห้องนั้นมันเถื่อนอะมึง 555555

แต่ห้องนี้จะจริงจังกว่าหน่อย เพราะห้องนั้นส่วนใหญ่จะเป็นสับนิยายกับรวมวีรกรรมนักเขียนเด็กดีมากกว่ามั้ง

609 Nameless Fanboi Posted ID:ZsL337qxAI

>>607 เขาบอกให้อ่านมากๆ ก็ถูกแล้ว มันเป็นวิธีเรียนรู้เทคนิคการเขียนที่ดีที่สุดนะ

610 Nameless Fanboi Posted ID:55TGZvIz0g

>>609 แต่ถึงขั้นแขวะนี่น่าจะเอาความสะใจมากกว่าอยากแนะนำแล้วนะ 'จะไปเขียนสารคดีเหรอ เอาข้อมูลอะไรนักหนา' ถ้าคนแนะนำบอกแบบนี้กูก็ไม่อยากฟังอะ พูดดีๆก็ได้มั้ยล่ะ

แต่วกกลับไปที่ประเด็นฉาก18+ก่อน สรุปที่อ่านๆมานี่คือโดนหลอกมาตลอดเลยสินะ ขอบคุณโม่งบนๆทุกคนมาก ทำให้โม่งเวอร์จิ้นอย่างกูได้เปิดโลก ฮือ ... ว่าแต่ สมมติกูจะเขียนนิยายที่มีฉากนี้ ถ้าเกิดเอาตามความสมจริงเลยคือไม่เกินสองยกพระเอกหมดแรงนี่จะมีคนชอบมั้ยนะ หรือต้องเขียนแบบเวอร์วังตามคนอื่นจริงๆ

611 Nameless Fanboi Posted ID:ZFFT0CRQ8m

>>610 เขียนแบบรอบเดียว จบตัดมาตื่นมองตากันพอมั้ง หรือมึงเขียนเเนวติดเรต+++

612 Nameless Fanboi Posted ID:55TGZvIz0g

>>611 กูเพิ่งเขียนครั้งแรกเลยยังไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มยังไงอะมึง โอเค แต้งกิ้วนะ

มีคำถามอยู่เรื่องนึง บางทีเวลากูอ่านนิยายแล้วจะเจอชื่อตัวละครที่... มันดูขัดๆอะ เหมือนชื่อแบบนี้ไม่น่ามีคนใช้จริงแน่ๆ พอจะมีวิธีตั้งไม่ให้ชื่อแปลกๆมั้ย คำถามกูคลุมเครือไปรึเปล่าบอกได้นะ

613 Nameless Fanboi Posted ID:B3j.4EM4Ul

>>612 บางชื่อนักเขียนก็ผูกขึ้นมาเองจ้า อาจจะดูไม่คุ้นชินกับการใช้ในปัจจุบันสักหน่อย แต่ถ้าความหมายมันได้ มันก็น่าจะโอเคน้า ไหนมึงลองยกตัวอย่างมาซิ ชื่อที่มึงว่าแปลกน่ะ แต่ถ้ามึงอยากไม่ให้แปลกจริงๆ ก็ลองเอาชื่อมาจากคนใกล้ตัวอ่ะ อันนั้นละไม่แปลกแน่ๆ

614 Nameless Fanboi Posted ID:XHnoZ13Iwz

>>612 เขียนแบบใสๆ ตัดเข้าโคมไฟก็ได้ถ้างั้นอะมึง

615 Nameless Fanboi Posted ID:8shy7fcuaT

กูขอกราบ >>594 ที่ช่วยเปิดประเด็น กูก็เคยสงสัยจริงๆนะมึงว่าจะมีผู้ชายที่อึด ทน คึก จนถึงเช้าจริงๆเหรอวะ เพราะตามประสบกามของกูรอบเดียวก็จอดแล้วทั้งกูทั้งผู้อะ

616 Nameless Fanboi Posted ID:ZiYZzPpXX1

กูรู้สึกว่าคนปกติก็ไม่ได้อยากเอากันนานเป็นชั่วโมง ๆ ปะวะ... รอบสองบางทีไปไม่จบด้วยซ้ำ นอนเหอะ
เวลาอ่านนิยายเจอพลิกหลายท่า ทำหลายรอบ กว่าจะจบช่วงเรตยาวแปดสิบหน้ากูก็มีมองบนอะ กูชอบแบบมีเกริ่นๆ มีฟอร์เพลย์สักหน้าสองหน้าแล้วตัดจบไปเลย

617 Nameless Fanboi Posted ID:.fbxmmp3lQ

เขียนนิยายเรื่องที่สองรู้สึกภาษาบรรยายไม่คงที่ เทียบกับเรื่องเเรกไม่ได้ มันเป็นเพราะเขียนเเนวที่ไม่ถนัดหรือเปล่าหว่า

618 Nameless Fanboi Posted ID:zgXsfDZgxP

>>612 กูขอแนะนำว่าถ้าเกิดมีชื่อหรือคำตั้งเองที่ชอบที่มันประหลาดกว่าชาวบ้าน อย่าเอามาตั้งชื่อตัวละครเกินสองตัวต่อเรื่อง กูเคยเจอนิยายที่ชื่ออลังตั้งแต่ตัวเอกยันตปก.ละรู้สึกมันพยายามมากเกินไป

619 Nameless Fanboi Posted ID:OO/lP8J0Ck

กูชอบพระเอกสายเล้าโลมนางเอกกับเรื่องบนเตียงมาก เอะอะก็ยัดๆๆ นี่ไม่ค่อยชอบ ชอบแบบอ่อนโยนว่ะ มีใครเขียนแนวนี้มั้ย เดี๋ยวกูตามไปอ่าน555555

โคตรเปิดโลกเลย ขอบคุณคนเปิดประเด็น //กราบ

เอาจริงๆ บางเรื่องไม่บรรยายแบบโจ่งแจ้งก็ทำนักอ่านฟินได้นะ เคยเจอเรื่องนึงตอนได้กันเสร็จพระเอกแม่งใส่เสื้อผ้ากับอาบน้ำให้นางเอกอะ กูประทับใจมากๆ ฟินกว่าฉากได้กันอีก แม่งเอ๊ยยย

620 Nameless Fanboi Posted ID:i1grx8nzr/

>>619 เรื่องอะไร โปรดแน่ะนำเราหน่อยย

621 Nameless Fanboi Posted ID:RtSslTqnll

ขอถามเรื่องการตีพิมพ์นิยายหน่อย เราเขียนเรื่องลงเว็บ ตั้งใจจะพิมพ์เองเก็บไว้อ่านซักสองสามเล่ม ไม่ได้เผื่อขาย เพราะคนติดตามไม่ได้เยอะอะไร
ทีนี้ ถ้าสมมุติมีสนพ.โนเนมมาขอตีพิมพ์เช่าค่าลิขสิทธิ์สามปี ให้ 10%จากปกรวมแล้วประมาณสี่พันถึงเจ็ดพันบาท น่าจะพิมพ์กับ สนพ.ให้มีเครดิตเป็นรูปเล่ม หรือควรพิมพ์เองดีกว่า คิดยังไงกัน

622 Nameless Fanboi Posted ID:5c19CnDXUO

>>621 ดูสัญญาดีๆ ถ้าสัญญาไม่มีตุกติกเป็นทางเลือกที่ดี เพิ่มฐานคนอ่านรู้จักเพิ่มได้อีกทาง แล้วมีเครดิตว่าเคยตีพิมพ์เวลาเสนอสนพ.อื่นจะภาษีดีกว่าพิมพ์เอง

623 Nameless Fanboi Posted ID:FQqq28rDax

>>621 พิจารณาดีๆก่อนว่ามึงอยากเป็นนักเขียนเต็มตัวหรือเปล่า ถ้าใช่ เดินหน้าส่งสำนักพิมพ์มาตรฐานเท่านั้น สำนักพิมพ์เล็กๆที่พิมพ์ให้มึงได้แค่ 200-500 เล่ม มันสร้างชื่อเสียงให้มึงได้ยาก หนังสือมึงจะไม่ถูกวางในร้านหนังสือใหญ่ๆอย่างนายอิงหรือซีเอะ เวลาคนอ่านค้นหนังสือมึง ก็จะเจอแต่ร้านออนไลน์เล็กๆ ถ้ามึงอยากสร้างชื่อเสียง ทำอีบุ๊กลงเมบมีโอกาสกว่า แล้วพอมีฐานลูกค้ามึงค่อยคิดเรื่องพิมพ์ก็ได้ ที่กูบอกว่าให้ส่งเข้าสำนักพิมพ์มาตรฐาน เพราะสำนักพิมพ์เล็กๆเก็บงานไปพิมพ์ทีละนิดหน่อยบางทีแม่งไม่มีคุณภาพ ปกห่วย จัดหน้าห่วย ไม่มีพิสูจน์อักษร งานมึงถูกลดเกรดทันที กูไม่เหมารวมแล้วกัน แต่ดูกันเองก็น่าจะรู้ แล้วมึงบอกว่าตัวมึงได้แค่สี่พันถึงเจ็ดพัน กูมองว่าน้อยมาก ถ้ามึงจะเอาเครดิตในการได้ตีพิมพ์ตรงนี้ไปใช้ มันก็เป็นเครดิตที่แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย เพราะนิยายปัจจุบันดูกระแสเป็นหลัก นักเขียนโนเนมที่เขียนตรงกระแสพอดีได้พิมพ์กันเยอะแยะไป นักเขียนที่เขียนตกกระแส ถึงจะมีงานพิมพ์มาก่อนก็ได้พิมพ์ยาก นักเขียนที่มีฐานคนอ่านแล้วเลยต้องผันไปทำมือ หาเงินกันเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่านิยายมึงเป็นแนวไหนด้วย ถ้าเป็นแนวที่ไม่มีคนอื่นเขียน และมึงมีฐานคนอ่านแน่นอนห้าร้อยคน มึงไปสร้างชื่อในเมบก่อนเลย หรือถ้ามีน้อยแค่สองร้อยคนก็ยังดี โอกาสที่มึงจะได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มาตรฐานจะตามมาเอง

624 Nameless Fanboi Posted ID:kiGA.qX6BV

ลงนิยายในเวบ พอไม่มีคนอ่านกูเลยเริ่มรู้สึกว่าขี้เกียจลงวะ ก่อนลงแต่ละตอนกูเช็กคำผิดไม่ต่ำกว่า 3 รอบ พยายามไม่ให้หลุดไป แต่ลงไปแล้วก็แค่นั้น ไม่มีใครอ่าน 55555555555 เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหมวะกู

625 Nameless Fanboi Posted ID:XqSaInvayb

>>622 >>623 คนถามเอง ขอบคุณมากนะ

626 Nameless Fanboi Posted ID:pUxr9A7PeE

>>624 เอาเวลาไปทำอย่างอื่นเหอะ

627 Nameless Fanboi Posted ID:o2xniMuBob

>>624 ลงแค่พอเป็นน้ำย่อย หรือเหมือนการโฆษณา เขียนจบทำอีบุ๊คเถอะ บางครั้งนักอ่านเงา ถึงจะเงียบๆอาจซื้อกระจายนะฮะ แต่ถ้าเขียนเอาสนุก มึงเบื่อมึงก็หยุดเถอะ

628 Nameless Fanboi Posted ID:CPRcA9Q9CJ

พวกมึงเอานิยายอิโรติกลงเว็บไหนกัน DD หรือ ธรว

629 Nameless Fanboi Posted ID:xys7oehlZa

กูเอาลง ธวล. ว่ะ แต่ DD ก็เห็นคนแจ้งเกิดกันหลายคนนะ จั่วหัวนิยายว่า 18+ แล้วสร้างกลุ่มลับในเฟส พอมีฉากแบบนั้นก็ตัดเอามาลงในกลุ่ม กูอยากมีโมเม้นต์ลองทำแบบนั้นบ้างเหมือนกัน แต่แฟนคลับกูส่วนใหญ่ก็สิงๆ อยู่ใน ธวล. อะ ยังไม่อยากทิ้งไปไหน รักมาก ถ้าเปิดเรื่องใหม่กูคงอัพควบคู่กันทั้งสองเว็บเลย

ส่วน ธวล. พวกติดเทรนด์ก็จะมีแต่แบบ...ฉากอย่างว่าก็จะเถื่อนๆ ดิบๆ ครางเยอะๆ ไม่ใช่แนวกูอย่างแรง บางเรื่องนะ เรื่องดีๆ ก็มี แต่พวกเรื่องเสียวมันเยอะกว่าแค่นั้นเอง

630 Nameless Fanboi Posted ID:p9fzeaDzpf

ถามไรโหน่ยยยย สมมตินะคับสมมติ ถ้าเกิดว่ากูมีแอคเคาท์ meb แบบนักอ่านอยู่แล้ว กูจะขายนิยาย กูต้องสมีครใหม่หรอวะ ทำไมใช้อันเดิมไม่ได้

631 Nameless Fanboi Posted ID:qYRn9lG/vz

>>630 ใช้ได้นี่ กูก็ทั้งอ่านทั้งขายในแอคเดียว

632 Nameless Fanboi Posted ID:CPRcA9Q9CJ

>>629 ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะมึง แสดงว่าในธวล.เขียนแรงแค่ไหนก็ไม่แบนใช่ไหมวะ (กูเขียนชื่อเว็บผิดอีกต่างหาก เขินแรงมาก)

633 Nameless Fanboi Posted ID:xys7oehlZa

>>632 อันนี้ไม่รู้แฮะ แต่สำหรับกูเห็นบางเรื่องใช้คำว่า ค... เนื้อเรื่องแนวข่มขืน เรื่องเสียว หรือคำหยาบกว่านี้แบบตรงๆ ก็ไม่โดนแบนอะไรนะ กูเคยเห็นธวล.แบนแค่รูปภาพหน้าปกที่อาจจะล่อแหลมเกินไป ส่วนเนื้อเรื่องไม่เคยเห็นโดนแบบแบบ DD อะ

634 Nameless Fanboi Posted ID:2wV2Z9fb0L

ขอถามสายนักเขียนที่ลงเรื่องในเนต
ปกติพวกมึงลงจนจบไหมวะ กูเคยลงจนจบแล้วพรี กับไม่ลงจนจบแล้วพรี ยอดต่างกันเกินครึ่ง ลงไม่จบแล้วพรีคนซื้อเยอะกว่า เป็นพวกมึงจะเลือกทางไหน

635 Nameless Fanboi Posted ID:Qk4hEj7rQc

>>634 ไม่จบ แต่ต้องแจ้งเลยว่าจะลงให้อ่านแค่ไหน กูทำแบบนั้น

636 Nameless Fanboi Posted ID:1selAdp3wB

>>634 กูลงจบอะ สนพ.ให้กูลงจบแล้วค่อยลบเหลือสิบตอน

มึง ๆ มึงเคยแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ ปะ งานหนึ่งดี ปัง งานถัดมาค่อนข้างวูบ ๆ เฟล ๆ ไรงี้ เยียวยาใจตัวเองกันยังไงวะ

637 Nameless Fanboi Posted ID:pQRqeIE9XJ

>>636 รีบเขียนงานใหม่เลย หมกมุ่นใหม่ มีโกลใหม่ จะได้ไม่จม

638 Nameless Fanboi Posted ID:bIZI3XMgFd

ขอถามนขหน่อยสิ ทำไมพองานที่หมดสัญญากับสนพ.แล้วเอามาลงขายใหม่ในเมพ คำผิดบานเลยอะ
เข้าใจว่าถ้างานผ่านกับสนพ.แล้วจะมีกองพิสูจน์อักษรให้ แต่ว่าพอหมดสัญญาแล้วไม่แก้เองหรือมีเงื่อนไขว่าห้ามแก้หรอ

639 Nameless Fanboi Posted ID:kSRORlaECu

>>638 ต้นฉบับที่ สนพ. เอาไปพิมพ์ เขาจะมีการแก้คำผิดและเกาสำนวนให้
นข. ไม่มีสิทธิเอาต้นฉบับที่ผ่านการแก้ไขแล้วเอาไปขาย
โดยส่วนที่หมดลิขสิทธิ์แล้ว มาทำขายเอง จะต้องใช้ต้นฉบับเดิมๆ ที่ตัวเองเขียน
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ นข. คนนั้น จะกลับมาทวนแก้ไข หรือ ไม่สนใจอะไรเลยแล้วใช้งานดิบออก ebook เลย
ประมาณจะขายใหม่ก็ต้องใช้สำนวนเดิมของตน จะใช้ต้นฉบับสำนวนแก้ไขของสนพ. เอามาขายไม่ได้

640 Nameless Fanboi Posted ID:tauIx6kVUh

>>638 ผิดแบบสระตกหล่นปะ กูเห็นแวบๆในคอมเม้นท์นิยายในแอพ บางทีการอัพนิยายจาก pdf > epub มันทำให้บางคำผิด

641 Nameless Fanboi Posted ID:bIZI3XMgFd

>>639 แสดงว่าเข้าใจถูกแล้ว แต่แหม คำผิดงานดิบที่ยังไม่ผ่านมือสนพ.แล้วเอามาลงขายเหมือนเดิม คือมันเอิ่มมากเลยนะ คำสะกดง่ายๆยังผิด คะ/ค่ะ ไม่ต้องพูดถึง เลยรู้สึกว่าในเมื่อมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่างานตัวเองมีคำผิดตรงไหนบ้างทำไมไม่แก้ไรแบบนี้

>>640 ไม่ ผิดคือผิดอะ อย่างเช่นถ้านักเขียนคนไหนแยกคะ/ค่ะ ไม่ออกนี่คือรู้เลย

642 Nameless Fanboi Posted ID:elx9hHyNWM

>>641 มีด้วยเหรอวะ นักเขียนที่แยกคะค่ะไม่ออก

643 Nameless Fanboi Posted ID:AvU3DFBS+E

>>642 เยอะแยะ 555555 กดไล่อ่านคำโปรยในเมบดูดิ ผิดตั้งแต่คำโปรยก็จอดเลยละกู

644 Nameless Fanboi Posted ID:5.4djWIHCz

>>639 เขาก็ลงขายกันปกตินี่ ไม่ได้ห้ามอะไรรึเปล่า

645 Nameless Fanboi Posted ID:n2fXHCr9Oa

>>642 ต้องถามใหม่ว่า มีนขกี่คนที่แยกคะ/ค่ะ ออก
>>644 ห้ามที่ว่าคือห้ามเอาฉบับที่ถูกเกลาถูกแก้คำผิดแล้วมาลงขายต่อ

646 Nameless Fanboi Posted ID:5.4djWIHCz

>>645 นั่นแหละ มันไม่ได้สตริกขนาดนั้น เพราะในสัญญาไม่เคยเจอว่ามีนะ

647 Nameless Fanboi Posted ID:pOSb/7xwqS

>>646 เคยอ่านงานขอนขชื่อดังที่พอหมดสัญญากับสนพแล้วเขาเอามาลงใหม่ อ่านแล้วแบบ อื้อฮือ คำผิดมากมายก่ายกอง ทำไมคำง่ายๆยังสะกดผิดไรแบบนี้

648 Nameless Fanboi Posted ID:bIh8V+uIbX

>>646 งานที่สนพ.ผ่านการแก้ไข มันจะมีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ บรรณาธิการเล่ม คนแก้ไขคำผิดเกลาสำนวน คนจัดรูปประโยคเว้นวรรค
ปกติมีค่าใช้จ่ายอยู่นะ
ถ้าสนพ. ไม่เขี้ยว ก็ยินยอมให้ใช้ต้นฉบับที่ผ่านการแก้ไขแล้วของเค้า
แต่ถ้า สนพ. กับ นข. มีความในใจกันบ้าง แล้ว นข. ทำไม่รู้ไม่ชี้ เสือกเอาต้นฉบับของ สนพ. ไปขายใหม่
ระวังจะถูกฟ้องร้องกันตูดบานนะเพื่อน ถ้า สนพ. เกิดหมั่นไส้อะไรขึ้นมา
เพราะฉะนั้น นข. โดยปกติจะใช้สำนวนเดิมของตน ในการขายใหม่หลังจากหมดสัญญากันแล้ว
เพื่อป้องกันสนพ. เกิดหมั่นไส้มาไล่ฟ้องกันทีหลังไง

649 Nameless Fanboi Posted ID:bIh8V+uIbX

ปล. ที่ว่าไม่ได้สตริกขนาดนั้น อาจเพราะสนพ.คิดว่างานนั้น ทำเงินในการขาย ebook ไม่ได้มากมายอะไร และ นข. ยังมีงานใหม่ส่งให้ สนพ. ต่อเนื่อง
แต่ถ้า สนพ. กับ นข. ไม่พอใจหรือมีความในใจอะไรกันอยู่
กรณีนี้แหละ เอาของสนพ. ไปทำขายใหม่เมื่อไร นข.คนนั้นโดนฟ้อง ด้วยข้อหาเหม็นขี้หน้าแน่นวล...ฮ่าฮ่า

650 Nameless Fanboi Posted ID:bIh8V+uIbX

ต่ออีกนิด... นี่จากประสบการณ์จากเพื่อกูเองแหละ
คือ นางไม่ใช่ลูกรักของ สนพ.นั้น นางจึงถูกเตือนสนพ.ก่อนแล้วเรื่องนี้ ต่างจาก นข.ลูกรักในสนพ. ที่รับอนุญาติให้ขาย ebook โดยใช้สำนวนสนพ.ได้
ฉะนั้นทางที่ดี ถ้าไม่ได้รับการอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สนพ. ก็ไม่ควรใช้สำนวนที่ผ่านการแก้ไขแล้วเด็ดขาด

651 Nameless Fanboi Posted ID:L+MZTe76vK

ความเป็นจริงไม่ฟ้องหรอก เสียเวลา ขู่ไปงั้น

652 Nameless Fanboi Posted ID:WPAFHXKA2S

>>650 อันนี้จากประสบการณ์ของคนใกล้ตัวกูที่เอาเล่มที่หมดสัญญาแล้วมาทำอีบุ๊กใหม่นะ อย่าไปมองเรื่องลูกรักไม่ลูกรักว่ะ เอาที่ตัวเองเซฟไว้ก่อนดีกว่า เพราะลูกรักในวันนี้ ในวันหน้ามันก็ไม่แน่นอนใช่ไหมล่ะว่าจะยังรักอยู่ไหม อย่างคนใกล้ตัวกูคือจ้างกองบรรณาธิการฟรีแลนซ์ให้ดูแลต้นฉบับดั้งเดิมของเขาอีกรอบเลย ให้อีดิตใหม่ปรู๊ฟใหม่ทั้งหมด ปกเปิกงานอาร์ตก็หาคนใหม่ไม่เอานักวาดคนเก่า จะได้ไม่โดนจับเอาไปเปรียบกับรูปเล่มที่ออกกับสนพ. เจ๊เขาบอกกูว่ามันจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกัน

653 Nameless Fanboi Posted ID:ECbEMynm4Q

เครียดจังวะ เขียนนิยายแต่ละที แม่งมีขีดจำกัดตลอด 7-8 บรรทัดต่อวัน เวลาว่างมีเยอะแต่เสือกได้เท่านี้ พอเขียนเยอะแม่งก็เละเทะอีก

654 Nameless Fanboi Posted ID:sbff0bxunp

ถามโม่งนักเขียนนักอ่านทั้งหลาย พวกมึงคิดว่านิยายกระแสไหนจะฮิตอีกหลังจาก จีนโบราณ/ย้อนอดีต/สิงร่าง/ระบบ/ตัวร้าย ต่างๆ

655 Nameless Fanboi Posted ID:sbff0bxunp

>>653 มึงเขียนได้7-8บรรทัดนี่ใช้เวลากี่วันกว่าจะได้ตอนนึงวะเนี่ย

656 Nameless Fanboi Posted ID:7.RWDHxJ04

>>653 กูเคยเป็นเหมือนมึง เครียดจนเขียนไม่ได้เป็นเดือนๆก็มี วิธีแก้ก็คือเปิดเรื่องใหม่แม่ม เขียนอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องสนสี่สนแปดอะไร

657 Nameless Fanboi Posted ID:kWitf8i5Ad

>>654 อวยไซไฟ ท่องอวกาศ 555

658 Nameless Fanboi Posted ID:nhyg/leKph

มึงมีเรื่องไหนที่ตัวละครเป็นซื่อจื่อบ้างปะ แนว ๆ ลูกอ๋องอะ

659 Nameless Fanboi Posted ID:nhyg/leKph

>>658 โทษ ผิดตำหนัก อิเวร

660 Nameless Fanboi Posted ID:sbff0bxunp

>>657 แนวนั้นต้องหาข้อมูลพอสมควรเลยนะ ส่วนตัวกูว่าบูมยาก

661 Nameless Fanboi Posted ID:j3fCUzFCup

มีวิธีสร้างตัวละครกันมะ กูชอบแต่แนวเดิม ๆ พอเขียนเรื่องใหม่เลยต้องพยายามไม่ให้คาร์มันซ้ำกันอะ

662 Nameless Fanboi Posted ID:eILEHDUlC2

>>661 มึงก็ลองเอาตัวละครเก่าๆพระรองตัวร้ายที่มีคาร์ต่างกับพระเอกมึง มาเป็นพระเอกบ้างเอาพระเอกมึงไปเป็นลูกไล่บ้าง พอมองในมุมใหม่ๆ มึงก็ต้องคิดแบบคาร์ใหม่ๆ ช่วยฝึกตัวเองให้ได้ชิมรสชาติใหม่ๆดีนะ

663 Nameless Fanboi Posted ID:zBXU5A5DEG

ถามหน่อย ทำไมนักเขียนชอบเขียนคลอดลูกแฝดวะ ยิ่งยุคโบราณเนี่ย ท้องแฝดมึงทำใจตายทั้งกลมหรือคลอดลูกแม่ตายได้เลยนะเว้ย ถ้ามึงอยากเขียนเรื่องเศร้าตายตอนจบนี่โอเค

664 Nameless Fanboi Posted ID:MrLhWTN5tz

>>663 จะได้ดราม่า เร้าอารมณ์ มีความลุ้นไงว่าจะรอดทั้งแม่ทั้งลูกมั้ย

665 Nameless Fanboi Posted ID:/vaze.0mo4

>>663 บางคนก็ไม่คิดไปถึงความลำบากตอนคลอดหรอก ข้ามไปฟินซีนพ่อแม่ลูกเลย

666 Nameless Fanboi Posted ID:M32XHbqM1x

เขียนแล้วมีแต่ถูกคนอ่านด่า ท้อชิบหาย ท้อจนอยากเลิกเขียน ทั้งที่เหตุผลกูก็มีอธิบายไว้ตลอด กูเหี้ยเองแหละที่ทำได้ไม่ดี ไม่เก่งพอจะเขียนให้เขาเข้าใจอะ 55555555555

ไม่มีอะไร กูแค่ไม่มีที่ให้ระบาย ขอโทษที

667 Nameless Fanboi Posted ID:hVNKQ/hJ3G

>>663 คหสต. กูคิดว่าเด็กแฝดมันน่ารักอะ ยิ่งแฝดชายหญิงนะจะยิ่งรู้สึกว่าน่ารักเป็นพิเศษ

668 Nameless Fanboi Posted ID:aJtNlijl86

>>667 กูชอบพี่ชายจูงน้องสาวเดินว่ะ น่ารัก

669 Nameless Fanboi Posted ID:lf7/WOCDdK

พวกมึงพี่น้องรักกันกลมเกลียวไหมวะ ทั้งเพศเดียวกัน หรือต่างเพศรอบตัวกูไม่เห็นจะมีบ้านไหนรักหวงเว่อร์วังเลย มีแต่ตีกัน กูนี่เลยไม่เขียนแบบรักหวงห่วงไม่ออก ใจอาจห่วงนะเว้ย แต่ไม่แสดงออก กลายเป็นซึนเลย

670 Nameless Fanboi Posted ID:Uk5nnKSjfF

>>669 ของกูตอนเด็กๆ ตีกันบ่อย ส่วนตอนโตก็มีโวยวายใส่กันบ้าง เถียงกันบ้าง เหมือนเพื่อนคุยกันอ่ะมึง คุยได้เกือบทุกเรื่อง ไม่เคยเรียกพี่เพราะค่อนข้างสนิทกัน แต่ก็ไม่ได้รักกันเวอร์

671 Nameless Fanboi Posted ID:BjbRG4D.Bg

>>669 กูไม่ได้บราค่อนนะ แต่สมัยก่อนกูทำตัวมีปัญหาไปๆมาๆกูเลยสนิทกับพี่ว่ะ สนิทกว่าพ่อแม่อีก เพราะพี่จะคอยมาตามมาดูแลกูตลอดมีอะไรก็ช่วยกูตลอดงี้ กูแม่งทำตัวเป็นภาระมาก เวลาเรียกกูก็เรียกพี่กูว่าพี่ ตอนเด็กๆก็เรียกตัวเองว่าหนู พอโตๆมาหน่อยก็เรียกตัวเองว่าน้องว่ะ แม่ง พอมาพิมพ์แบบนี้แล้วเขินชิบ อีกอย่างคือกูไม่เคยทะเลาะกับพี่กูนะ คุยดีๆกันตลอด แม้บางทีกูจะเหวี่ยงจนรู้สึกเหี้ยมากทีหลัง แต่ทางโน้นถ้าไม่พอใจอย่างมากก็เดินหนีแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ทีหลังว่ะ หวังว่าจะเป็นข้อมูลให้เพื่อนโม่งนะจุ๊บๆ ปล.กูชอบแนวพี่น้องคอยดูแลกันนะ

672 Nameless Fanboi Posted ID:KuTJGKnoy/

>>669 ของกูเป็นพี่น้องที่ ไม่มีความเป็นพี่น้องเท่าไร เพราะห่างกันปีเดียว กูเป็นพี่สาวมันเป็นน้องชาย ตอนเด็ก ๆ มันนิสัยชอบแหย่พี่มันเล่น กูก็ขี้โมโห มันแหย่กูก็โกรธ มันก็ยิ่งชอบ พอทะเลาะกันแม่ก็ตีทั้งคู่..T T

พอโตขึ้นมาหน่อยก็เริ่มแข่งกันเรียน บังเอิญว่าเรียนดีด้วยกันทั้งคู่ เลยไม่ค่อยมีไร พอเข้ามหาลัย โชคดีอยู่คนละที่ มันรู้สึกว่ามันเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน ต้องดูแลพี่และแม่ มันก็เลยเริ่มยึดอำนาจในบ้าน ( จริง ๆ ก็รับภาระหลักในบ้านแหละ ) กูก็มัวแต่ทำงานส่งจารย์ ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ....เรื่อยมาจนทุกวันนี้ มันกลายเป็นพี่คนโตไปแล้ว

คำเรียกแทนตัว สมัยเด็ก ๆ จะ เป็น ตัว-เค้า พอโตมาหน่อย มันกลายเป็น มึง-กู มาตราบทุกวันนี้ ไม่มีโมเมนต์ พี่-น้อง จริง ๆ

673 Nameless Fanboi Posted ID:b5/z9YZ.Nq

>>669 พี่กูเป็นออทิสติก ดีที่ครอบครัวเลี้ยงกูมาดีเลยเข้าใจ ตอนเด็กไม่เคยน้อยใจว่าทำไมพี่ทำร้ายกูแล้วพ่อแม่ไม่ว่าเพราะแม่อธิบายไม่ฟัง แต่มันก็จะมีการทะเลาะตบตีกันบ้างเพราะเด็กออทิสติกจะก้าวร้าว ทำลายข้าวของ เมื่อก่อนนอนห้องเดียวกันจู่ๆพี่โมโหพุ่งมาทำร้ายกูกูก็ทำร้ายกลับ(?)ได้แผลเป็นมาประจำ เป็นที่สนุกสนานมาก กูก็โกรธได้แค่แป๊ปเดียวแหละเพราะเข้าใจ555 เคยคิดอยู่นะว่าถ้าพี่กูปกติป่านนี้ไม่รู้จะทำตัวเกเรหรือมีเมียไปแล้วหรือเปล่า จะเป็นพี่ที่ดีกับกูมั้ยก็ได้แค่คิด แต่แค่นี้กูก็มีความสุขกับครอบครัวแล้ว
กูขอบอกเลยว่าถึงภายนอกกูจะทำเป็นไม่ค่อยสนใจพี่เท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าถ้าพี่กูเสียชีวิตไปกูทำใจไม่ได้ กูเคยจินตนาการแล้วกูร้องไห้ตลอด กับพ่อแม่ก็เหมือนกัน คือครอบครัวมันเลยคำว่าความรักไปแล้ว มันมีความผูกพันธ์รวมอยู่ด้วย ถ้าใครคนใดคนหนึ่งในครอบครัวกูหายไปกูคิดไม่ออกว่าจะทำใจได้แค่ไหน

674 Nameless Fanboi Posted ID:fBZbt0khWE

>>669 กูอายุห่างพี่คนโต 17 ปี ทุกคนที่เจอจะบอกว่ากูเป็นลูกพี่สาวกูหมด 55 พี่สาวกูเลี้ยงกูมากกว่าแม่อีก จำความได้ก็อยู่กับพี่ เล่นกับพี่ กินนอนก็อยู่กับพี่ โตขึ้นมาเพราะอายุห่างกับแม่มากคุยไม่รู้เรื่องอีกมีอะไรก็เลยคุยกับพี่ สนิทกับพี่มากกว่า พี่สาวกูแต่งงานมีน้องแล้วยังวนแวะมาห่วงกูเห็นเป็นลูกคนโตไปแล้ว

675 Nameless Fanboi Posted ID:tTQUz6Xask

>>674 ฟังๆ แล้วน่าอิจฉาดี
แฟนพี่กูเป็นลูกหลงคนที่เจ็ดของบ้าน ห่างกับพี่คนโตยี่สิยกว่าปี
พี่กูมีเพื่อนสนิทที่มีน้องอายุห่างกันกว่า 15 ปี
ส่วนเพื่อนมต้นกูมีน้องที่เพิ่งคลอด(ณตอนนั้น)อายุห่างกับเพื่อนกู15-16 ปี
สรุปทุกคนเลี้ยงน้องเป็นลูกหมด 555

676 Nameless Fanboi Posted ID:LdHHgXlvab

ขอถามเรื่องเทคนิคการเขียนนิยายหน่อยเพื่อนโม่ง (กูมาถูกห้องไหม?) คือกูกำลังหัดเเต่งฉากเรท เเต่ปัญหาคือเเต่งไม่รอดว่ะ รู้สึกไปไม่เป็น มันเขินตัวเองไปหมด มีใครมีเทคนิคในการเเต่งฉากเรทสำหรับ Beginner บ้างไหม เเบ่งปันกูหน่อยเถอะ

677 Nameless Fanboi Posted ID:EM2s223I/0

>>676 มึงไปหาอะไรมาทำให้ตัวเองชินก่อน เช่นแบบดูหนังโป๊ก็ได้ หรืออ่านนิยายคนอื่นแนวนี้ แต่อย่าชินมาก จริงๆการที่มึงรู้สึกเขินๆเป็นความรู้สึกที่ดี เก็บความรู้สึกนี้ไว้ มันสดใหม่ มันจะทำให้มึงเขียนแล้วไปได้
อย่างกู เขียนแนวนี้มานาน นานจนตอนนี้กูพิมพ์ไปแบบโรบอทมาก เขียนไปแบบที่กูไม่รู้สึกไรเลย แล้วกูก็เบื่อมากด้วย 5555555555

678 Nameless Fanboi Posted ID:LdHHgXlvab

>>677 คือกูก็ดูหนังโป๊นะ นิยายคนอื่นที่มีฉากอย่างว่ากุก็อ่าน เเต่คือตอนนั้นมันไม่รู้สึกไรอะ มันเฉยมาก เเต่พอมาเเต่งเองเเล้วเเอบบ เอร๊ยยยยยย มันเขิน มันไม่นิ่งเหมือนตอนดูหนังโป๊รึอ่านนิยายฉากเรทเลย คนละฟีลมาก

ขอถามหน่อยว่ามีวิธีจัดการความรู้สึกยังไงให้เเต่งได้เเบบไม่รู้สึกว่าไม่กล้าเขียนบ้างวะ เป็นปัญหามากตอนนี้

679 Nameless Fanboi Posted ID:EM2s223I/0

>>678 มึงเป็นคนเขียนเองมันก็ต้องเขินกว่าเป็นธรรมดาแหละ ถ้าเสพสื่อแล้วไม่ช่วย ก็คือลุยเขียนไปเลยยยย เดี๋ยวก็หายเขินเอง

680 Nameless Fanboi Posted ID:LdHHgXlvab

ขอบคุณมากเพื่อน กูจะพยายาม นี่เขียนลบเขียนลบมาห้าหกรอบเเล้วเนี่ย

681 Nameless Fanboi Posted ID:+MsOYWFUu3

>>676 ไม่ต้องบรรยายละเอียดก็ได้ ตัดๆ ให้พอรู้ เริ่มชำนาญก็ค่อยเพิ่มระดับความยาก

682 Nameless Fanboi Posted ID:Ai156tBGqh

>>676 ตอนเขียนใหม่ๆประสบการณ์ไม่มี จะเขียนก็เขินๆอยู่เหมือนกัน กูเลยเขียนถึงแค่จูบแล้วตัดจบ เปิดวรรคต่อมาก็เช้าแล้วอะไรแบบนี้

683 Nameless Fanboi Posted ID:8Cr2sSBGoJ

>>682 ได้นะ แบบนั้นกูก็ชอบอ่าน บางทีก็ไม่ต้องละเอียดครบทุกท่า แค่รู้ว่าได้กัน อย่างนิยายที่ชอบมากๆ ที่เพิ่งอ่าน จูบไปหนึ่งทีถ้วนทั้งเรื่อง

แต่งานเขียนกู ดันเขียนหื่น 5555

684 Nameless Fanboi Posted ID:QVFwylHzlY

กูมีคำถาม พวกมึงเขียนฉากหื่นทั้งหลายนี่ มีประสบการณ์จริงกันรึเปล่า

685 Nameless Fanboi Posted ID:sLNQdNEt5n

>>684 กูเคยเขียนฟิคเล่นๆ
ฉากหื่นทั้งหลายที่กูเขียนก็มาจากจินตนาการ+ฉากหื่นในนิยายที่เคยอ่านมา

686 Nameless Fanboi Posted ID:iUhkJKnGXl

เกิดมายังไม่เคยมีแฟนเลยยย อินเสิร์ชตัวเองเข้าไปในมังงะที่ชอบ แล้วก็เพลย์ต่อไปเอง ส่วนใหญ่เขียนซีนอารมณ์ไหน ช่วงนั้นก็จะอ่านที่มู้ดใกล้ครือ ๆ กันอะ แต่นิยายกูไม่มีฉากหื่นหรอก เอาแค่พอจั๊กจี้ เขินพอบิดกาย แล้วก็ตัดไปโป๊ะไฟ

687 Nameless Fanboi Posted ID:ZNzRaBCR6q

ถามถึงคนที่สนิทกับวงใน สถพ อะไรอย่างได้ปะวะ คือกูอยากรู้จริง ๆ ว่าเกณฑ์รับต้นฉบับนักเขียนหน้าใหม่นี่ วัดจากยอดวิวในเว็บอย่างเดียวเลยรึเปล่าวะ กูไม่เห็นงานของสถพ เรื่องไหนที่ไม่ผ่านการอัพให้อ่านในเน็ตมาก่อนเลยอะ

688 Nameless Fanboi Posted ID:+MsOYWFUu3

>>684 มีแฟนแล้วเลยทำให้ตอนอ่านงานคนอื่นพอรู้ว่างานไหนมโนเขียน งานไหนเขียนตามๆ กัน เซ็กซ์จริงๆ ไม่เหมือนในนิยายจ้ะ

689 Nameless Fanboi Posted ID:Iy+MpQ.ZLN

>>656 เออ จริงมึง กูก็เปิดเรื่องใหม่เหมือนกัน วันหนึ่งกูมีหลายอารมณ์มาก เศร้าก็เขียนดราม่า สุขก็เขียนแนวฟีลกู๊ดซะเลย

690 Nameless Fanboi Posted ID:j2o+S1rNdh

กูอ่านฉากเยแล้วขำเยอะมาก กูว่าคนเขียนเด็กๆมีจินตนาการล้นเหลือมาก เพราะมีประสบการณ์จากนิยายที่คนอื่นก็เขียนมโนไว้เต็มเนต เลยยิ่งไปกันใหญ่ แถมท่าก็เลยวนกันซ้ำซากไป ฉากเยพวกอุ้มแตง ขี่ม้า กูก็ไม่เข้าใจว่าจะทำให้เรื่องเดินหน้าไปยังไง หรือ ช่วยขยายทัศนคติทางเพศของพระนาง ยิ่งสายวายกูยิ่งฮา

691 Nameless Fanboi Posted ID:NCl5TmUb/o

>>690 กูถามจริง ไม่เคย แต่ท่าอุ้มแตง มันทำได้เหรอ ดูไม่น่าจะได้

692 Nameless Fanboi Posted ID:u.sw3QhYZk

กูนี่ศึกษา(?)ทั้งจากคลิปเกย์คลิป ชญ คือไม่รู้มีใครเป็นเหมือนกูมั้ย ดูคลิปแล้วกูเฉยฉิบหาย กดรีกดข้ามเป็นว่าเล่น แต่ถ้าเป็นนิยายกูจะอ่านแล้วเขิน...ถ้าใครอยากศึกษาฉาก NC กูว่าอย่าไปหาในธัญหรืออะไรเลย ส่วนมากมีแต่ป้าบๆตับๆ เอาที5-7รอบมึงจะบ้าหรอ อ่านไปพาลแต่จะทำให้เบื่อหรือเอียน ฉากNCอิโรติกกูชอบที่ไม่มากอล่างฉ่างเกินไป เวลาซื้อนิยายแปลจีนแปลวายหรือนอร์มอลไรพวกนี้ บางเรื่องบรรยายพอผ่านๆแต่ทำให้เขิน บางเรื่องบรรยายจัดเต็มแต่อ่านแล้วไม่รู้สึกน่าเกลียด เวลากูจะแต่งก็ไปอ่านบิวท์จากนิยายที่ซื้อๆมาอ่านนี่แหละ

693 Nameless Fanboi Posted ID:WGs/h59S3P

>>691 ได้ๆ แต่ผญ ต้องตัวเล็กหน่อย ไม่หนักมาก

694 Nameless Fanboi Posted ID:SzwoeFNEf.

กุ 676 นะ กูพยายามหาอ่านนิยายที่มีฉากอยเรทแบบศิลปะอยู่ คือไม่ใช่แพนกบ้อวอะ แต่ยังไม่ค่อยเจอเลย ที่เจอนี่เจอแต่แนวธัญวลัยที่มีแต่กระเเทกๆร้อยอ๊าๆๆๆทั้งบท รู้สึกไม่โอ ไม่ชวนหวิวอต่ดูหยาบไแฮะ เลยอยากหาที่มันดูเรทแบบศิลปะมาอ่านหน่อย พอมีแนะนำไหม ทั้งวายทั้งวายและไม่วาย

>>691 เคยดูคลิปที่ใข้ท่าแบบนี้นะ ก็ได้อยู่ไม่พากันบ้มแต่อย่างใด

695 Nameless Fanboi Posted ID:sfnmUu+m7R

>>694 แนะนำนิยายโรมานซ์แปลได้ปะ งานของแก้วกานต์อะ แปลดี ไม่หยาบ กูใช้เป็นที่ศึกษาฉากเรต

696 Nameless Fanboi Posted ID:sfnmUu+m7R

>>695 สนพ.แก้วกานต์

697 Nameless Fanboi Posted ID:eQNKJxsGgV

กูเห็นด้วยว่าของฝรั่ง บรรยายดีเขินหน้าแดง แต่ ธวล เน้นเสียวเรท70%แล้วเดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการพัฒนาการเขียนเท่าไหร่

698 Nameless Fanboi Posted ID:9xfNxU6JqT

มีตัวอย่างฉากเรทแบบที่หลายๆ คนชอบหรือเขินกันบ้างรึเปล่า ไม่ใช่แบบที่หาได้ทั่วไปตามธวล. นะ ไม่อยากได้เรื่องเสียว ได้กันให้เป็นศิลปะแบบลายลักษณ์อักษรต้องเป็นยังไงวะ ฮืออ ขอตัวอย่างมาสักแถวสองแถวก็ได้ กูว้อนท์มาก ตอนนี้กูเผลอแต่งแนวอ๊ะอ๊าครางยาวๆ ไปทั้งบรรทัดแล้วเนี่ย โคตรหงิดตัวเอง ส่วนใหญ่นิยายในห้องกูมีแต่แนวตัดภาพไปหาโคมไฟ ไม่ก็เข้าห้องหอตอนจบเล่มสองบรรทัด...

เออ แต่ท่าอุ้มแตงนี่จะทำก็ทำได้จริงๆ นะ แต่กูอยากรู้ว่าฝ่ายชายเหนื่อยมากรึเปล่า อุ้มไปด้วยกระแทกไปด้วยน่าจะลำบากพอสมควร

699 Nameless Fanboi Posted ID:Zf/I3FRT8f

ก็ความเห็นข้างบนแนะนำนิยายของแก้วกานต์ มึงก็ลองๆ ไปหามาสักเล่มดิ
แต่สำหรับกูถ้าแก้วกานต์ แนะนำ มนต์เสน่ห์เหมันต์ ส่วนถ้านิยายไทย กูอ่านแต่สายใสๆ วะ
ไม่รู้ทำไมพอเป็นนิยายไทย ตัวละครไทย กูจะไม่ชอบเรื่องที่มีฉาก NC

700 Nameless Fanboi Posted ID:zImc73+DYG

>>695 กูก็ว่างานแปลฝรั่งสำนวนดี อ่านแล้วฟินจริงๆ
>>698 เวลากูอ่านเจอพวก อ๊ะๆ อิ๊ๆ กูจะนึกถึงทำนองเพลง อุ๊ยๆๆๆ ตลอด ฉาก NC ก็จะตลกไปในทันที

701 Nameless Fanboi Posted ID:ZQooZztbtb

>>698 ถ้าจัดระเบียบร่างกายดีๆ ย่อเข่าตั้งฐานให้มั่นคง ให้โมเมนตัมลงพื้นก็เหนื่อยกว่าท่าปกติแค่นิดเดียว ขึ้นอยู่กับน้ำหนักผญด้วย
ทำไมนานๆเข้าห้องลิททีกูต้องมาตอบอะไรพรรค์นี้วะเนี่ย

702 Nameless Fanboi Posted ID:EVmbnDoB2m

>>669 ของกูเป็นพี่น้องคนละเพศห่างกันปีเดียว ไม่ค่อยสนิทว่ะ แต่มันเป็นที่สภาพแวดล้อมด้วยมั้ง คือบ้านกูก็พยายามเลี้ยงให้เหมือนกันนะ โรงเรียนก็เรียนที่เดียวกันตั้งแต่อนุบาลยันม.ปลาย (มัธยมเป็นช่วงเวลาที่บ้านกู wtf กับโรงเรียนมากที่สุด ลูกสองคนเล่าเรื่องโรงเรียนเหมือนไม่ใช่สถานที่เดียวกันอ่ะ โคตรด้านมืดกับด้านสว่าง ครูทรีตต่างกัน เพื่อนๆรอบตัวก็ต่าง เหตุการณ์แวดล้อมก็ด้วย) ช่วงมหาลัยพวกกูแยกกันไปเรียนคนละที่แล้ว กูกับน้องทัศนคติต่างกันหลายอย่าง ถ้าคุยกันส่วนใหญ่ก็จะออกมาหงุดหงิดเห็นต่าง ถ้าเป็นเพื่อนกูเลิกคบแม่งไปละ 555 แต่เพราะเป็นพี่น้องนี่แหละ ไม่สนิทแต่มันก็ยังเป็นครอบครัว ชีวิตก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้กันอยู่ดี ผัวยังเปลี่ยนได้แต่ไม่ว่ายังไงกูก็เปลี่ยนน้องไม่ได้ป่ะ พวกกูก็ไม่ได้เกลียดกันหรอก ก็ยังออกไปกินข้าว ติดรถเวลาไปไหนมาไหน ขอให้ช่วยทำงานอะไรงี้ แต่ถามว่าชอบมันมั้ยก็ไม่ว่ะ ไม่ชอบนิสัยหลายอย่าง น้องก็ไม่ชอบนิสัยกูเหมือนกัน 5555 กูคิดว่าถ้าเราคนใดคนหนึ่งตายไป อีกคนก็คงไม่ได้เสียใจขนาดนั้น แต่มันคงแปลกๆ เหมือนอะไรบางอย่างหายไปมากกว่า

ปล.แต่อ่านนิยายกูอยากได้ความแฟนตาซีพี่น้องรักกันมากกว่านะ นิยายที่สมจริงไปไม่ค่อยสนุกอ่ะ...

703 Nameless Fanboi Posted ID:1x.A6sxvhX

>>698 มีอยู่เรื่องนึงที่กูเคยอ่าน ลงในธัญนี่แหละ แต่เป็นวายนะ จำชื่อเรื่องเต็มๆไม่ได้ แดนทัพอะไรสักอย่างอะ ลองหาๆดู กูว่าบทเรทเค้าบรรยายใช้ได้
ส่วนของแก้วกานต์กูก็ชอบนะ กูเคยอ่านพวกแบบแฟนตาซี เชอรีลีน เคนยอนและอื่นๆ(สัดๆๆบ่งบอกอายุชิบหาย) พวกพารานอมอลไรงี้อะ แต่คือบทเรทฝรั่งมันจะคนละแบบกับการเขียนเรทแบบไทยๆเลยนะ คนละแบบอะ แต่ก็แล้วแต่ว่ามึงชอบแบบไหนแหละ
แบบมิสเตอร์เกรย์เงี้ยะ กูโคดไม่ชอบ อ่านแล้วปสด

704 Nameless Fanboi Posted ID:fwG/.rGm+X

>>703 กูชอบเซต ชีวิตอันเป็นนิรันดร์

705 Nameless Fanboi Posted ID:+DbHjRSXkZ

>>702 นอกเรื่องแป้บ เออว่ะ เอาจริงๆกูก็รู้สึกกับพี่คล้ายๆกับที่มึงพูดเลยแฮะ

706 Nameless Fanboi Posted ID:ZZOGySHPH.

ต่อมความสมเหตุสมผลของคนเขียนกับคนอ่านมันไม่เท่ากันเหรอวะ...

707 Nameless Fanboi Posted ID:+vXUEXIdq3

ถ้ามันเรียลหมด มันจะน่าสนใจได้ไง

708 Nameless Fanboi Posted ID:Mm1Eyhg+BO

จะเขียนให้ถูกใจคนอ่านทุกคนมันเป็นไปไม่ได้มึง แปะๆ ตบไหล่ให้กำลังใจ

709 Nameless Fanboi Posted ID:eLytDVCQkU

ไม่เท่ากัน ประสบการณ์จะหล่อหลอมความคิด และตรรกะ แต่ละคนโตมายังไงกันบ้างล่ะ ขนาดเพื่อนกันแท้ ๆ ยังอิหยังวะวันละหลายรอบเลยว่ะ

710 Nameless Fanboi Posted ID:owvaOiN.MD

มึงเลิฟซีนมันต้องมีคำอธิบายเสียงอย่าง อิ๊ อ๊ะ อรั๊ง จุ๊บ จ๊วบ แบ๊ะๆ ด้วยไหมวะ พอดีกูจะลองไปลงนิยายในธัญ
รู้สึกว่านิยายกูนี่ยังกับละครใบ้ ไม่มีสงมีเสียงอะไรกับเขาเลย

711 Nameless Fanboi Posted ID:vDLE9N9Ir+

>>710 กูชอบแบบไม่มีหรือมีนิดๆ ไม่ใช่มาแบบเป็นท่วงทำนองเฉกเช่นใน ธวล

712 Nameless Fanboi Posted ID:yr4xaqk6gH

>>710 แบ๊ะๆ นี่ทำอะไรกันวะ

713 Nameless Fanboi Posted ID:owvaOiN.MD

>> ทีแรกจะเขียนแจ๊ะๆ กูก็เกิดหน้าบางขึ้นมา55

714 Nameless Fanboi Posted ID:/rbB0vxKME

>>710 กูไม่ชอบว่ะ แบบ ซี้ดๆๆๆๆๆ อ๊ะๆๆๆๆๆ อู๊ยๆๆๆๆ ยาวเป็นบรรทัดแบบในธัญอะ กูอ่านเจอแบบนี้ทีไรหมดอารมณ์ทุกที 5555
กูชอบแบบที่บรรยายสวยๆ มีพวกเสียงนิดๆแค่คำสองคำเวลาครางอะได้ กูโอเคเลย แบบ อ๊ะ แค่คำสองคำไรงี้
แต่ๆๆๆๆๆๆ นี่เป็นความเห็นกูคนเดียว กูสังเกตว่า เรื่องที่มีอะไรที่กูไม่ชอบมักจะเป็นเรื่องดังในธัญ
เพราะงั้น ถ้ามึงอยากให้นิยายมึงดังในธัญ มึงอาจจะต้องใส่เสียงเยอะๆเป็นบรรทัดๆแบบที่นิยายดังๆในธัญมันทำว่ะ 55555

715 Nameless Fanboi Posted ID:qvu/XbpjrI

กูเกลียดแบบมีเสียง มันเหมือนนิยายโป๊เกรดต่ำ เรื่องเสียวธรรมดา โคตรโลว ไม่มีศิลปะ

716 Nameless Fanboi Posted ID:1OkKNSOSlI

>>715 เหมือนกูเลย

717 Nameless Fanboi Posted ID:8KJRdVZ1wv

กูรำคาญเวลามีเสียงเยอะๆ อะ กูเคยอ่านเจอ 'พั่บๆๆ' อิสัส พั่บพ่อง ไม่ได้ทำให้กูอินเล้ยยย

718 Nameless Fanboi Posted ID:zdviETJWeB

>>717 อย่างกะนกกระพือปีก อิเห 55555

719 Nameless Fanboi Posted ID:Dq6CClDlSQ

อิพั่บๆ ตั่บๆ แม่งฮาจริง ได้ยินละนึกถึงเสียงตำน้ำพริกไม่ก็นกพิราบกระพือปีกในสวนสาธารณะที่มีคุณตาคุณยายหน้าตาใจดีๆ กำลังโปรยอาหารนกอยู่555555 ถึงของจริงมันจะมีเสียงก็เถอะ แต่เวลาอ่านแล้วมันขำอะ

กูชอบให้ครางน้อยๆ เหมือนกัน ละครใบ้ก็ได้ ครางนิดๆ ก็ยังดี กูเฟติชการเรียกชื่อกันและกันตอนทำเรื่องอย่างว่ามากกว่า ไม่รู้จะให้ครางอะไรก็ให้พระนางเรียกชื่อกันและกันก็ได้นะ กูเป็นนักอ่านที่ชอบแนวนี้ //ปิดหน้าเขิน

720 Nameless Fanboi Posted ID:ejaRghqHSn

กูเกลียดเสียงครางจำพวกอ้าาาาา ตับๆพับๆ ชิบหาย อารมณ์หายหมด
คือกูเป็นพวกชอบนิยายเรทแบบบรรยายจริงๆอะ ไม่ชอบพวกเลี่ยงคำเป็นบุปผานู้นนี้นั่น แต่ก็ไม่ชอบแบบที่มันหยาบเกินไป ชอบแบบมีคุย+ความคิดไปด้วยแต่ไม่ชอบแบบใน ธวล โคตรเรื่องมากหาคนไทยเขียนฉากเรทถูกจริตไม่ได้เลย