Fanboi Channel

รวมพลนักเขียน แชร์เทคนิคประสบการณ์และข่าวสาร [กระทู้ที่ 4]

Last posted

Total of 507 posts

1 Nameless Fanboi Posted ID:3q.4G0Yz2r

กระทู้เพื่อพูดคุยเทคนิคการเขียน และเรื่องการประกวดต่างๆเกี่ยวกับนิยาย

กระทู้ 1 >>>/literature/2342/
กระทู้ 2 >>>/literature/3442/
กระทู้ 3 >>>/literature/4775/

2 Nameless Fanboi Posted ID:MdiEwgv6q+

ถ้าแต่งเซ็​ตติ้ง​โลกแนวๆสตรีมพังค์+เวทมนตร์​ ควรใช้สรรพนามยังไง​ดีอะ
ลังเลว่าจะ ข้า-เจ้า หรือ ฉัน-เธอ ดี -​_-

3 Nameless Fanboi Posted ID:xDEYSm6.29

>>2 ข้าสิวะ ลองเอาไพเรทแคริเบียนมาเป็นแบบดิ แต่เติมความเป็นสตรีมพังค์ลงไป กูว่าโคตรเข้า

4 Nameless Fanboi Posted ID:BRPKI8SN6h

ถามเรื่องโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับการพิมพ์ได้ไหม

กูเคยใช้ hp หลายปี พอเปลี่ยนเป็น Lenovo แล้วถึงกับพิมพ์ไม่เป็นเลย กูว่าตำแหน่งแป้น Lenovo มันประหลาด พิมพ์สัมผัสได้ไม่สะดวก ไม่เหมาะกับงานพิมพ์ ถึงตอนนี้จะเริ่มใช้คล่องขึ้น แต่กูอยากถามความเห็นพวกมึงเก็บไว้เผื่ออนาคตจะเปลี่ยนเครื่องอีก ยี่ห้อไหนดี ขนาดเท่าไร ถึงจะสะดวกและเหมาะกับงาน

5 Nameless Fanboi Posted ID:r/Wtynas+s

>>4 Toshiba แต่ส่วนใหญ่จะหนักกว่าชาวบ้านเขา รุ่นใหม่ๆ ไม่รู้เป็นไงบ้าง

6 Nameless Fanboi Posted ID:it7t/HjDES

>>4 ซื้อคีย์บอร์ดไม่ง่ายกว่าเหรอ

7 Nameless Fanboi Posted ID:Filiy73Dt7

>>5 ยี่ห้อนี้มันเจ๊งไปแล้วไม่ใช่เหรอ......ปีที่แล้วกูไปหาซื้อไม่มีเลย พนง.ขายบอกเจ๊งไปแล้วพี่
เสียดาย เครื่องเก่ากูก็ Toshiba โคตรทนเลย ตอนนี้ใช้ Dell อยู่ ตำแหน่งคีย์บอร์ด เหมือน แป้น PC เลย

8 Nameless Fanboi Posted ID:I4QaACKhNa

>>4 กูมีโน้ตบุ๊ค dell อยู่ แต่จอใหญ่หนักชิบหาย พกไปข้างนอกทีไหล่จะหลุด กูเลยไปสอย 2in1 ของ hp มาเอาไว้พิมพ์นิยายอย่างเดียว พกไปอ้อยอิ่งตามร้านกาแฟก็สะดวกดี คุณภาพก็พอใช้ได้อยู่

9 Nameless Fanboi Posted ID:ktKvYYa51f

>>7 จริงดิ ไม่ได้ไปเดินดูมานานแล้ว พอดีเครื่องที่ใช้อยู่ยังไม่พังแต่ก็ใกล้แล้ว เสียดายอ่ะ ชอบที่สุดตั้งแต่มีมา เปลี่ยนกี่ึครั้งก็ใช้แต่โตชิบา แต่ก่อนหน้าเคยใช้เอเซอร์ด้วยนะ ไม่โอเคเลยยี่ห้อนั้น

10 Nameless Fanboi Posted ID:WvJpu.s+5p

>>5 แต๊งกิ้ว
>>6 เออ จริงด้วย แต่บางทีก็อยากพกไปไหนมาไหนไง มันไม่สะดวก
>>7 จด dell ไว้ แต๊งจ้ะ
>>8 2in1 น่าสน จดไว้ โน้ตเพิ่มว่า dell หนัก ใจจ้า
>>9 โน้ตว่า acer ไม่โอเค ใจจ้ะ

11 Nameless Fanboi Posted ID:Kl9tkq2SEa

>>9 งั้นกูคงซวยสุดๆ ใช้โตชิบ้า เปลี่ยน HDD ไปสองรอบ ประกันสองปีใช้คุ้มเลยกู เปลี่ยน HDD แม่งทุกปี

12 Nameless Fanboi Posted ID:0Xmx+kAURv

ขอถามโม่งที่เขียนนิยายกันหน่อยว่า แต่ละคนเขียนนิยายกันตอนเรื่องนึงใช้เวลาประมาณเท่าไรวะ
กูเขียนเรื่องนึง (ประมาณ 250 หน้า) ราว ๆ 3-4 เดือนได้ยังรู้สึกว่าช้าอยู่เลย ไม่รู้ว่าเหล่ามืออาชีพเขาเขียนกันได้เร็วขนาดไหน อยากจะพัฒนาตามได้มั่งจัง

13 Nameless Fanboi Posted ID:3tG0HJMrE5

>>12 มึงเขียนเร็วนะจ้ะเพื่อนโม่ง

14 Nameless Fanboi Posted ID:W1jFF49kI8

>>12 มึงเขียนเร็วจริงๆ ค่ะเพื่อนโม่ง ของกูเรื่องนึง จน.หน้าประมาณเดียวกับมึงกูใช้เวลา 10 เดือนอ่ะ กูได้พิมพ์แค่วันหยุด

15 Nameless Fanboi Posted ID:H8198gwSfc

>>12 มืออาชีพก็มีเขียนช้าเขียนเร็วนั่นแหละ แต่ละเรื่องยังเขียนช้าเร็วไม่เท่ากันด้วย อย่างลุงจอร์จ คนเขียน got เขียนมายี่สิบปีละยังไม่จบ (แต่แกก็เขียนเรื่องอื่นไปด้วย) ส่วนของลุงสตีเฟ่นคิง เห็นบอกเขียนเล่มละสองเดือน อันนี้เอามาจากตอนที่สองคนนี้คุยกัน

มึงเขียนเร็วแล้ว แต่ที่มืออาชีพต่างกับมือสมัครเล่นคือผลงาน มืออาชีพอยู่ด้วยงานเขียนก็ต้องเขียนงานแล้วมีแดก ส่วนมือสมัครเล่นก็เขียนเป็นงานอดิเรก มึงจะเขียนช้าก็ได้ถ้าเล่มหนึ่งมึงขายได้มาก แต่ถ้าเล่มหนึ่งมึงขายแทบไม่ออกเลยมึงเขียนเดือนละเล่มก็สู้คนที่ขายดีเขียนเล่มเดียวปีเดียวไม่ได้หรอก

16 Nameless Fanboi Posted ID:idwiXGyoSx

>>12 ถ้าเทียบอัตราเขียนคือวันละ 2-3 หน้าสำหรับคนมีงานประจำกูว่าปกติค่อนไปทางเร็วด้วย (คนเขียนนิยายไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เขียนเป็นงานประจำ) ถ้าเขียนแนวเข้มข้นคุณภาพได้สองสามหน้าในทุกๆ วันนี่ยิ่งกว่าเร็ว บางคนบอกว่านั่งเขียนตั้งหลายวันได้มาหน้าเดียว เพราะเขียนๆ ลบๆ ไม่ถูกใจสักที
เมื่อก่อนกูเคยเขียนนิยายวัยรุ่นได้ 3-5 หน้าในหนึ่งวัน ส่วนผลตอบรับนั้น... กูสนุกตอนเขียนคนเดียว 55555555

17 Nameless Fanboi Posted ID:0Xmx+kAURv

โอ้เข้าใจผิดมาตลอดเลยนะเนี่ยว่าตัวเองเขียนช้า เพราะเห็นคนอ่านชอบบ่นว่าลงช้าเป็นประจำ (ประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ตอนโดยเฉลี่ย)

ที่มาถามนี่เพราะกูมีเพื่อนใน FB อะ อีกฝ่ายเป็นนักเขียนมืออาชีพพิมพ์ขายเอง ปีเดียวเขาออกได้หลายเล่มด้วย พอเอามาเทียบแล้วเลยรู้สึกว่าตัวเองยังด้อยกว่าเขาเยอะ

18 Nameless Fanboi Posted ID:+44ekkdZ2M

เขียนช้ารึเร็วนี่นับเอาแต่ละตอนหรือนับตอนจนกว่าปิดเรื่องวะ อย่างกูเขียนเล่น ๆ ถ้าวันไหนว่าง เอาเฉลี่ยรวม ๆ ก็ได้วันละตอน (ประมาณ 10 หน้า) ส่วนวันไหนไม่ว่างก็ไม่ได้แตะเลยเงี้ย (ซึ่งปกติก็ไม่ว่าง ถถถ) กูเลยใช้เวลาหลายเดือนมากกว่าจะเข็นจบ อันนี้คือก็คงถือว่าออกช้าละมั้ง 5555

19 Nameless Fanboi Posted ID:IGr4qF277i

>>18 นับตั้งแต่ต้นจนจบดิ ไม่มีใครมาดูหรอกว่าคนเขียนใช้เวลากี่ชม.ถึงแต่งได้ตอนนึง เค้าดูกันว่าเล่มนึงเขียนกี่เดือน

20 Nameless Fanboi Posted ID:fnXEt6rBAf

เล่มนึงกูปีนึงมั้ง (ไม่ถึงขนาดนั้น) แต่ถ้าเรื่องยาวหน่อยก็ประมาณนี้ อย่างล่าสุดประมาณ 500 หน้าก็ปีนึง แต่ระหว่างนั้นก็มีเขียนเรื่องสั้นๆประปราย แต่กูคิดว่าความเร็วกูประมาณนี้ แล้วคนอ่านก็ชินแล้วกูลงอาทิตย์ละตอน ก็ไม่ค่อยมีคนบ่นว่ากูลงช้านะ เค้าคงรู้กันแล้วว่าสปีดกูได้แค่นี้ง่ะ

21 Nameless Fanboi Posted ID:GWBwQuRp1Y

ในบรรดาโม่งนักเขียนทั้งหลาย มีใครชอบจองชื่อนิยายบ้างไหม กูมาระบายว่ารกหูรกตามาก เวลาเห็นคนอัพสเตตัสจองชื่อในเฟซ คนทั้งโลกต้องรับรู้เหรอวะ เจอหลายคนละ

22 Nameless Fanboi Posted ID:nHAPSbS5wG

>>21 เพราะเดี๋ยวชื่อไปซ้ำกับคนอื่นแล้วมีคนมาดราม่าใส่ไง ขนาดดราม่านามปากกางานเขียนคนละไทป์ยังมีมาแล้ว

23 Nameless Fanboi Posted ID:Fy4P9bBZ.C

กูว่าจองไว้ก็ดีแล้วนะ จริง ๆ น่าจะมีเว็บคีย์ชื่อนิยาย / นามปากกา เป็นฐานข้อมูลไว้เลยยิ่งดี เห็นซ้ำกันแล้วหงิด ๆ ไงไม่รู้ว่ะ

24 Nameless Fanboi Posted ID:DC.m887HGk

>>23 กูมองเป็นความเห็นแก่ตัว และคนดราม่าก็คนจองเอง กูลองเขียนนิยายใส่ชื่อเรื่องในเด็กดีเจอว่ามีคนใช้แล้ว กูก็ไม่ซ้ำแค่นั้น แต่พวกประกาศในเฟซส่วนตัว กูสาระแนไปเห็น คนที่ไม่เห็นแล้วเขาตั้งซ้ำขึ้นมามันความผิดเขาไหมวะ บางคนกูเห็นจองชื่อทุกอาทิตย์ ใจกูอยากไล่ให้ไปเขียนเรื่องที่ยังค้างให้จบก่อน แต่ทำได้แค่เลิกติดตามแล้วมาบ่นในนี้

25 Nameless Fanboi Posted ID:HSc3RIBJy2

Ky นะเพื่อนโม่ง กูสงสัยขึ้นมาว่าการที่คนจะชอบหรือมองว่าตัวละครนี้มีเสน่ห์นี่มันมีปัจจัยมาจากอะไรบ้าง กูอยากเอาไปปรับใช้ตอนสร้างตัวละครน่ะ

26 Nameless Fanboi Posted ID:JA8LZ3/cS.

>>25 ตอบยากว่ะ กูว่าสเน่ห์แต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วยังแยกออกเป็นเสน่ห์ที่รูปลักษณ์ กับนิสัยอีก คือบางคนไม่หล่อแต่นิสัยดี บางคนมีดวงตาคมกระชากใจ มีรอยยิ้มน่ารัก ดูน่าทนุถนอม อะไรแบบนี้อ่ะ

27 Nameless Fanboi Posted ID:Yvy5yxIvp8

>>25 ของแบบนี้มันเแล้วแต่เทสแต่ละคนอะมึง วัดไม่ค่อยได้หรอก 5555

28 Nameless Fanboi Posted ID:fLk9sHQ5Mc

>>25 มันแล้วแต่คน แต่ถ้าให้กูสังเกตตัวเองก็จะประมาณนี้
1. เป็นตัวละครที่รับมือกับสถานการณ์ได้สมเหตุสมผล - ไม่จำกัดว่าจะด้วยวิธีขาวหรือดำ แค่แก้ปัญหาแบบที่กูคิดว่า "เป็นกูก็คงทำงี้" หรือไม่ก็แก้ปัญหาได้เหมาะสมกับลักษณะนิสัยของตัวละครที่คนเขียนปูมาแต่แรก เรียกได้ว่ามีจุดยืนชัดเจนน่ะ จะเป็นจุดยืนที่จะไม่มีจุดยืนก็ยังได้
2. สกิลเทพ/ชาติกำเนิดรวดร้าว/แถมคอมโบหน้าตาดีเข้าไปอีก- อันนี้คลิเช่
3. แกปโมเอะ! - อย่างตลค.แนวลาสบอสที่โหดสัส พระเอกต้องเซ่นเลือดซาตานแล้วตายอีกสิบรอบก็ยังล้มไม่ได้ แต่พออยู่กับพรรคพวกของตัวเองแล้วพูดประโยคเปิ่นๆ ออกมาประโยคเดียวที่เราไม่คาดคิดงี้ กูว่ามันน่ารักดี 555

29 Nameless Fanboi Posted ID:XGJw0lWaRE

กูว่าอยู่ที่คำพูดตัวละคร ที่ไม่งี่เง่า ถ่ายทอดลักษณะนิสัยได้ชัดเจน พอคนอ่านเริ่มเข้าใจตัวละคร เห็นภาพชัด ก็จะเริ่มโดนโปรยเสน่ห์ใส่ง่ายขึ้น55

30 Nameless Fanboi Posted ID:lZOLtyETrt

กูสงสัยมานานแล้วว่าทำไมหนังสือที่ตัวเอกเป็นหญิงถึงได้รับอนุญาตให้มีบุคลิกหลากหลายได้ แต่พอเป็นตัวเอกชายกลับเห็นแค่ไม่กี่แบบวะ เรามีหนังสือที่มีนางเอกหวานๆ อ่อนโยน มีนางเอกเปรี้ยวๆ สนใจแฟชั่น บ้าเครื่องยนต์ มีสายบู๊ถ่อยเถื่อนกักขฬะ หรือเงียบขรึมมีปม คนก็ไม่เห็นว่าอะไร แต่ทำไมพอหนังสือที่ตัวเอกเป็นชายบางทีจะชอบมีคนบ่นว่า 'ผู้ชายจริงๆ ไม่คิดงี้ทำงี้หรอก' คือผู้ชายจริงๆ ก็มีความปากร้ายเวิ่นเว้อมโนอ่อนไหวป่ะวะ อันนี้กุมาถามในฐานะนักอ่านนะ ที่เวลามองภาพรวมทั้งวงการ(กุไม่ได้อ่านหนังสือทุกเล่มบนโลก แค่เทียบจากหนังสือดังๆ ในหลายเจนเร)นิยายที่ดำเนินเรื่องโดยผู้ชายมักจะเป้นตลค.ที่นิสัยกลางๆ คือแบบเก่ง มีสกิล จบ ไอ้หล่อรวยมีอำนาจมืดอะไรพวกนี้ก็เป้นตัวแถมแล้วแต่ว่ากำลังอ่านนิยายแบบไหน

31 Nameless Fanboi Posted ID:VNhfffyuer

กูว่าเพราะว่านืฝิยายส่วนใหญ่ขายผญ. มันก็ต้องแต่งให้ผช.เป็นหนุ่มในอุดมคติที่คนอ่านอยากจะเห็นอ่ะ ไม่งั้นเสี่ยง มึงต้องมีฝีมือหรือทีชื่อจริงๆถึงจะขายออก อย่างนิยายของ ว.วิจ อะไรพวกนี้พระนางโคตรสมจริง แต่นิยายเครียดๆคนไม่ค่อยอ่านอ่ะมึง ขายยาก

32 Nameless Fanboi Posted ID:BMnPYkbcrB

>>30 แล้วแต่แนวอย่างที่บอก กูคิดว่านี่แสดงให้เห็นว่านักอ่านหลายคนชอบพระเอกผู้ชายแบบนี้ในอุดมคติ
ผู้ชายที่อยากได้ พระเอกนางเอกที่ถูกใจหรือโดนใจคนอ่าน
ผู้ชายจริงๆมีหลายแบบ แต่เพราะคนอ่านน่าจะอยากได้ผู้ชายในอุดมคติรวมมากกว่าถึงได้มีคนชอบบ่น ผู้ชายจริงๆไม่คิดทำงี้หรอก แต่สำหรับกูนะต้องดูด้วยอีกว่าทำอะไรในเรื่อง ถ้าปากเสียเวิ้นเว้ออ่อนไหวก็มี
กูคิดเหมือน >>31 นะ เพราะบางทีผู้ชานในชีวิตจริงไม่ตอบโจทย์พอมาอ่านคนอ่านก็อยากจะเจอแต่ผู้ชายในอุมคติที่ฝันถึง กลับกันถ้าเป็นคนเขียนคิดว่าถ้าพระนางสมจริงจะแต่งออกมาให้สนุกจริงๆให้คนชอบจริงๆยากกว่าด้วยซํ้า

33 Nameless Fanboi Posted ID:Ks0z5cqj3O

Ky แพพ คือกุกำลังเขียนนิยายที่เอี่ยวเรื่องลัทธิความเชื่อเมิง แบบว่าตลค.จะต้องไปผจญภัยตามหาไอเทมในลัทธิชวนเชื่อที่ป๊อปมากๆในประเทศ คือกุก็พยายามหาข้อมูลเยอะๆอ่ะ ดีเทลแบบลัทธิต้องมีอะไร กล่อมคนยังไง แต่อ่านแล้วยังไม่อินว่ะ กุมองว่าถ้ากุไม่อินเดี๋ยวคนอ่านก็ไม่อินตาม มีคำแนะนำไรให้กุมะ

34 Nameless Fanboi Posted ID:HAmQ/b1.5r

>>33 ดูตัวอย่างจากลัทธิแซ่บซึ้งก็ยังไม่อินเหรอ

35 Nameless Fanboi Posted ID:Mr/0JTy5iL

มึงๆ นิยายของ รอม พ. การใช้ภาษาเป็นยังไงบ้างวะ ถือว่าอยู่ในขั้นที่พอจะเป็นแบบอย่างได้ไหม กูอยากซื้อมาอ่านว่ะ เห็นมีกลอนโน้นนี้ด้วย น่าสนใจดี อย่าง บุพเพสนว.เนี่ย โอเคปะวะ

36 Nameless Fanboi Posted ID:kBJP/4TMrS

>>35 กูเคยอ่านเรื่องเดียวคือพรายเนตรทิพย์ และในสายตากูภาษาของรอมแพงธรรมดามาก บางจุดคือกูคิดว่าเกือบอ่อนไปด้วยซ้ำ ขาดเสน่ห์ด้วย นักเขียนใหม่บางคนอาจใช้ภาษาดีกว่านี้อีก มันทำให้กูผิดหวังแบบคิดว่านี่เหรอวะนักเขียนดัง พอบุพเพฯ บูมกูก็ไม่สนอยู่ดีเพราะอคติรอไว้แล้ว

37 Nameless Fanboi Posted ID:bjKjXpLWw0

>>35 ภาษาวัยรุ่นๆน่ะ
นักเขียนที่กูชอบภาษามี พนมเทียน สุดยอดมากๆๆๆ
แก้วเก้า บางทีบรรยายธรรมดาๆ แต่ดึงดูดให้ต้องตามอ่านต่อ
ปิยะพร ภาษาสวย นุ่มนวลอ่อนโยน

38 Nameless Fanboi Posted ID:WFdGnoeImw

>>35 ส่วนตัวกูไม่ค่อยชอบวิธีการเขียนเค้าอ่ะ แบบอ่านแล้วสะดุดหลายรอบมาก คือจริงๆกูว่าเค้าเฉยมากทั้งวิธีดำเนินเรื่องทั้งภาษา ยิ่งภาษานี่กูแทบไม่รอด
นักเขียนไทยถ้าเกิดว่าแนวแบบเวิ่นวือ (ทีกูชอบ) กูว่าทมยันตี แต่บางคนก็ไม่ชอบในความแบบดูเยอะๆของภาษาเค้าเหมือนกันนะ
กิ่งฉัตร ธรรมดาสบายๆแต่อ่านไม่สะดุด กูว่าเป็นคนที่ใช้ภาษาเรียบๆได้ดี
แก้วเก้า คนโปรดของกูเอง กูว่าเค้าเขียนดีอ่ะ

39 Nameless Fanboi Posted ID:za9w0CJKwQ

ใครช่วยแนะนำนิยายย้อนยุค (ไม่ต้องย้อนเวลา) ของปิยะพร กับ แก้วเก้า ให้หน่อย หรือนักเขียนชั้นครูคนอื่นก็ได้

40 Nameless Fanboi Posted ID:.Yfd165pgc

>>39 แก้วเก้า + ว.
บูรพา รัตนโกสินทร์ มาลัยสามชาย เรือนมยุรา แต่ปางก่อน ช่อมะลิลา สองฝั่งคลอง นึกออกแค่นี้

41 Nameless Fanboi Posted ID:.Yfd165pgc

>>39 ปิยะพร รากนครา สะพาน ...(จำชื่อเต็มไม่ได้ มันภาคต่อกัน)

42 Nameless Fanboi Posted ID:.Yfd165pgc

ชอบแก้วเก้ามากกว่า คาแรคเตอร์หลากหลายกว่า
ปิยะพร อ่านหลายเงแล้ว พระนางคล้ายๆเดิม แต่ภาษาดี

43 Nameless Fanboi Posted ID:Q5HhMxepQT

>>34 ลัทธิอะไรกุขอขยายความ ถ้าลัทธิเดียวกับที่กุเข้าใจกุไม่อินเมิง กุผ่านมาสองสามลัทธิแล้วแหละ มีเพื่อนสนิทมีคนรู้จักเคยพาเข้าไปลัทธิดังๆนี้แลฟังเขาพูดกุนี้หลับรัวๆตื่นตอนกินอย่างเดียว กุไม่เคยอินกับคำพูดชวนเชื่อแนวนี้เลย ลำบากใจมาก

44 Nameless Fanboi Posted ID:zF5Pb.5ksI

มีใครเขียนแนวเมต้ามั้ยเพื่อนโม่ง เจอนิยายตปท.เรื่องนึงที่ตัวละครมีแค่ตัวเดียวแต่มันคุยกับคนอ่านทุกตอนแล้วเดาความคิดเราได้หมดเลยจนหลอน แต่งกันมาได้ไงวะแนวนี้ เทพสัส

45 Nameless Fanboi Posted ID:CjYNRqk74P

>>43 ลัทธิพิซซ่า ปอบป้ากานดาขั้นสุด

46 Nameless Fanboi Posted ID:h3Yr9M72ol

>>44 ขอชื่อเรื่อง><

47 Nameless Fanboi Posted ID:SN55PuJT7Q

ky มีเพื่อนโม่งคนไหนทดสอบเข้าเป็น Head Writer กับ Co Writer ของสนพ.Movel เหมือนกันบ้างปะวะ อยากรู้ว่าเขาติดต่อใครกลับไปบ้างรึยัง นี่ก็ผ่านไปเกือบเดือนแล้วทางกูยังเงียบอยู่เลย ปกติถ้าไม่ผ่านสนพ.มันจะแจ้งรึเปล่า หรือกูควรเมลไปถามเองดี?

48 Nameless Fanboi Posted ID:/9GbxT7T54

>>47 สร้างชื่อเอง เขียนในนามปากกาตัวเองจะไม่ดีกว่าเหรอ คอนเซปสนพ เสี่ยงเชรี่ยๆ

49 Nameless Fanboi Posted ID:1sQt+NNiSH

>>48 กูเห็นด้วยนะ 5555555 ในฐานะคนเขียนกูว่ามันไม่ค่อยคุ้ม แต่ถ้าอยากจะลองเอาประสบการณ์มันก็โอเคแหละ
>>47 กูว่าเมลไปถามก็ได้ ใช้คำดีๆเค้าน่าจะไม่ว่าอะไรหรอก

50 Nameless Fanboi Posted ID:PPh7XIk64D

>>47 มึงสังเกตดูเปเปอร์งานวิจัย มีคนเขียนร่วมหลายคนช่ะป่ะล่ะ แต่คนที่ได้เครดิตคือชื่อคนแรก
ถ้าใส่ชื่อคณะผู้เขียน มึงต้องเขียนกี่ปีล่ะกว่าจะมีคนรู้จักตัวมึง
สนพ เขาให้เครดิตยังไง?

51 Nameless Fanboi Posted ID:gGINvyC.3X

>>44 อยากอ่านเลย

ยังมีคนอ่าน/เขียนแฟนตาซีไทยอยู่มั้ยอะ ไปดูกระทู้แฟนฯส่วนใหญ่เห็นแต่ต่างประเทศ
เห็นแล้วท้อใจ ไม่มีให้อ่านด้วย และไม่มีแรงจูงใจจะเขียนด้วย

52 Nameless Fanboi Posted ID:77zXLIvGSa

>>51 กูลองอ่านลำนำอตีตาอยู่ (อ่านแค่สองตอน) นางเอกเป็นเจ้าหญิงที่อยากช่วยราชาจัดการบ้านเมือง นางสวย ฉลาด ชอบอะไรแบบนี้นะ ไม่ต้องฉลาดมากก็ได้ ขอแค่ไม่ทำตัวน่ารำคาญก็พอ

53 Nameless Fanboi Posted ID:gGINvyC.3X

>>52 โอ๊ะ เดี๋ยวลองๆ เลือกนิยายจากตัวละครหลักเหมือนกัน ถ้ารำคาญก็ไม่ทน

54 Nameless Fanboi Posted ID:NhCwnr7H6D

มึง ถ้ากูให้นางเอกกูแทนตัวเองในเรื่องว่า 'เค้า' มึงอ่านกันแล้วจะรู้สึกขัด ๆ ปะ คือนางเอกกูนิสัยน้องงงงง อะ (ไม่ใช่แบ๊ว ๆ ปัญญาอ่อนนะ กูอธิบายไม่ถูก) แบบลองใช้ฉันแล้วมันดูแข็งไป ใช้ชื่อเล่นก็ยังไง ๆ อยู่ พวกมึงว่าไง

55 Nameless Fanboi Posted ID:ETsTU0TPK5

>>54 ส่วนตัวนะ เค้า ดูแอ๊บกะน่ารำคาญมากอะ กูว่าใช้ชื่อเล่นดีกว่า กับอีกคำนึงคือเวลาพูดกับคนอายุมากกว่าไม่เยอะแล้วแทนตัวเองว่า น้อง อะ รอบตัวกูมีหลายคนมากที่ใช้อย่างนี้ และกูรู้สึกว่ามันน่ารักดี

56 Nameless Fanboi Posted ID:PNnf9lOJYr

>>54 เค้า นี่กูใช้เรียกตัวเองเวลาคุยกับเพื่อนเป็นส่วนใหญ่เลย เลยรู้สึกกลางๆ แต่ไม่แน่ใจว่าในนิยายใช้เแล้วจะทำให้คนอ่านรู้สึกยังไงนะ
มันขึ้นอยู่กับเรียกอีกฝ่ายยังไงด้วยรึเปล่า อย่างกู ใช้คำแทนตัวเองว่า เค้า แล้วเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่ออะ หรือไม่ก็เรียกอีกฝ่ายว่า แก กูรู้สึกว่ามันก็ไม่แบ๊วนะ (หรือเพราะกูเอาตัวเองเป็นที่ตั้งวะ แล้วคิดว่าตัวกูก็ไม่ใช่คนแบ๊ว เลยคิดว่ามันไม่แบ๊ว)
มีอีกอย่างที่คิดว่าไม่แบ๊วแล้วใช้แทน เค้า ได้ คือคำว่า เรา อะ
อย่างกูใช้คำว่า เค้า กับเพื่อนสมัยเด็ก/สมัยเรียน แต่พอมาทำงานแล้วกูใช้คำว่า เรา กับเพื่อนร่วมงานที่อายุพอๆกันเอาอะ (เอ่อ พอคิดไป ถ้าเรียกแทนตัวว่า เค้า กับเพื่อนร่วมงานนี่ก็ดูแบ๊ว/หน่อมแน้ม/ไม่ professional ไปจริงๆแฮะ)

57 Nameless Fanboi Posted ID:LkW.d4VdoX

ขอบใจพวกมึงมาก แต่จริง ๆ นางก็ใช้เค้าแค่กับพระเอกคนเดียว คนอื่นก็แทนชื่อไป
เดี๋ยวกูดูฟี้ดแบ๊กนักอ่านกูอีกทีแล้วกัน ถ้าไม่โอเคกันคงเปลี่ยนเป็นใช้เรา

58 Nameless Fanboi Posted ID:VgL0P/l7as

แวะมาบ่น ...อ๊าาาาา จะบ้าตาย เกลียดตัวเองวุ้ย!!
มีนิยายในมือยังเขียนไม่จบ และคาดว่าอีกยาวกว่าจะเขียนจบ แต่จู่ๆ เมื่อวานก็มีพล็อตเรื่องใหม่เข้ามาในหัวซะงั้น
พอมีพล็อตใหม่แล้วมันทำเอาเขียนเรื่องเก่าไม่ออก อยากจะเขียนเรื่องใหม่ทั้งที่งานเดิมยังค้างซะงั้น

59 Nameless Fanboi Posted ID:Y/syATN4om

เรื่องปกตินะ เป็นเหมือนกัน แต่พอลองแต่งเรื่องใหม่ที่มีแค่พล็อตคร่าวๆ จะแต่งได้ไม่กี่ตอนเพราะยังหาทางไปต่อไม่เจอ แค่เอามาสนองนี้ดตัวเองขณะนั้น(กับเปลี่ยนอารมณ์จากอีกเรื่อง) สุดท้ายก็คิดถึงเรื่องเก่า+มีพล็อตละเอียดกว่าด้วย ก็กลับไปแต่งต่อ ส่วนนึงเพราะคนอ่านรอด้วยแหละ

60 Nameless Fanboi Posted ID:df7wJPXwyM

>>43 ไม่ต้องลัทธิ มึงลองพวกขายตรง แชร์ลูกโซ่ไหม ไม่ต่างกันเท่าไร หรือตามพวกต้มตุ๋นชาวบ้าน ลองดู wild wild country ในnetflixดู

61 Nameless Fanboi Posted ID:df7wJPXwyM

>>44 ขอชื่อที กูไม่เคยเจอ อยากลองว่ะ

62 Nameless Fanboi Posted ID:.80oHgU52i

>>54 กูว่าเค้าได้ ถ้าเรื่องมันให้ คาแรกเตอร์มันได้
>>58 กูก็เป็น บ่อยเลย นี่คือเกรงใจคนอ่านมาก

63 Nameless Fanboi Posted ID:TDpV.OJgG6

>>60 แท๊งกิ้วเมิงกุจะไปหาดูอย่างไว กำลังตันมาก นี่กุกำลังจะลองไปนั่งฟังแชร์ลูกโซ่อยู่ เพื่อนเคยนัดกุแต่กุชิ่งก่อน 555

64 Nameless Fanboi Posted ID:P3onKsfbve

อ่าาาา ท่าจะแย่แล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่าเขียนไม่ออกซะงั้น
เขียนไม่ออก เขียนไม่ได้เลย เป็นมาหลายวันแล้วด้วย แบบนี้จะเหมือนก่อนหน้านี้มั้ยเนี่ยที่ต้องหยุดเขียนไปตั้งครึ่งปีกว่าจะกลับมาเขียนได้

65 Nameless Fanboi Posted ID:9kpsEbEvh4

>>64 กูก็เป็น เดี๋ยวนี้เขียนอะไรยาวๆ ไม่ได้เลย บางครั้งจะเขียนก็เขียนได้แค่ประโยคสองประโยค แต่เอาวะ ก็พยายามเขียนต่อไป 555 /ร้องไห้ทั้งน้ำตา

66 Nameless Fanboi Posted ID:+xBN8wgrGV

กูเป็นอยู่ พักมาจะปีแล้วด้วย พล็อตมาเรื่อย ๆ นะ แต่ไฟไม่มีเลย อาจจะเป็นเพราะชีวิตช่วงนี้มันยุ่งด้วยแหละ

67 Nameless Fanboi Posted ID:XaI.Dv9diA

Ky ถามหน่อย มีใครเคยส่งหนังสือให้เพจรีวิวไหม เค้ารับกันหรือเปล่า หรือมันถือเป็นการติดสินบน ผิดจรรยาบรรณเพจไรงี้ไหม

68 Nameless Fanboi Posted ID:UWNjyWeFD.

>>67 อย่างในเมกา (เพราะไม่แน่ใจว่ามีประเทศอื่นทำมั้ย) นักเขียนจะส่งไฟล์อีบุ๊คให้นักรีวิวอ่านล่วงหน้าเพื่อ honest reviews (ไม่มีการสปอยล์)
ในบ้านเราธรรมเนียมแบบนี้ไม่ได้เป็นแบบเปิดเผย อย่างนักรีวิวจะไม่บอกนะว่ารีวิวนี้ได้จากการอ่านฟรี หรือได้รีวิวละ200
(หรือมีบางคนที่ได้หนังสือไปฟรีๆ ไปก่อนแล้วไม่ได้รีวิวแต่สปอลย์นิยายก่อนวันวางขายก็ยังมี)

ถ้ารีวิวจากใจจริงแล้วบอกตามตรงว่าได้อ่านฟรีก็ไม่น่าใช่การติดสินบนนะ

69 Nameless Fanboi Posted ID:fU.a12mSrm

>>68 ทำไมขำ ตอนอ่านถึงนักรีวิวสองร้อย

70 Nameless Fanboi Posted ID:KBGmCN4xR+

>>69 ไม่เก็ตอ่ะ มาไม่ทัน คือไร รีวิว 200

71 Nameless Fanboi Posted ID:PSYn1CjbJI

>>70 หมายถึงรีวิวละ 200 บาทป่ะ

สมัยก่อนตอนเฟสยังไม่ดัง (นานมากแล้ว) กูรีวิวบ่อย จนสนพ ติดต่อมามอบหนังสือให้ ขอให้รีวิวลงเว็บ พอพี่คนที่มีหน้าที่ติดต่อเขาออกจากงานก็จบ ช่วงนั้นกูมีนิยายอ่านฟรี ได้มาประมาณ 20-30 เล่ม มาทีห่อใหญ่เลย (แถมกูรีเควสบางเรื่องเป็นพิเศษได้ด้วย)

72 Nameless Fanboi Posted ID:7gW3LA8Ag9

>>70 รีวิวละ200+ทริปเที่ยวเกาหลี
อย่าเชื่อกู ลองไปขุดอ่านดูที่ตำหนักเผือก

ถึงคนที่ถาม มันอาจจะดีที่ส่งหนังสือตัวเองให้เพจรีวิว แต่เท่าที่เห็นรีวิวแต่ละเพจมีความไบแอส แต่ เพจรีวิวคนตามเยอะๆ ถ้าเขาอวยหนังสือเล่มไหนคนซื้อตามเยอะนะ ถึงแม้ว่าเล่มนั้นจะ นะ ขนาดไหน เขาก็จะหาทางชมจนดีเลิศ แต่กลับกันถ้าเรื่องไหนที่เขาคิดว่าไม่ดี ไม่ชอบก็จะหาข้อติแบบที่ว่า 'อะไรของมึง' ได้เลย

ขอโทษทีที่นอกเรื่อง กูคนอ่านไม่ใช่นักเขียน แต่การส่งหนังสือดีเป็นรูปเล่มดีกว่า อย่างน้อยนักรีวิวคนนั้นก็เอาไปแบ่งปันทำทานได้ลำบากหน่อยนึง (บอกไว้เผื่อมึงอยากจะส่งหนังสือให้นักรีวิว)

73 Nameless Fanboi Posted ID:+yICSYMo4s

>>72 อุ๊ปส์ 5555555555

ส่งหนังสือให้รีวิวนี่กูไม่ได้มองว่าผิดจรรยาบรรณอะไรนะ ตราบใดที่เป็นการรีวิวจากความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่ว่า อะ เค้าให้หนังสือมาแล้ว เขียนถึงดีๆ หน่อยละกัน อะไรแบบนี้ แต่มันพูดยาก เพราะไม่มีใครรู้ว่าตกลงกันยังไง ในฐานะนักอ่านถ้ารู้ว่ามีการส่งหนังสือให้บางคนก็อาจจะรู้สึกไม่ดีไปเลยก็ได้ เพราะยังไงถ้าลงรีวิวขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยก็นักเขียนก็เหมือนได้โปรโมทหนังสือไปในตัว ส่วนเรื่องที่ไหนรับบ้าง อันนี้น่าจะแล้วแต่เพจ ถ้าเป็นนักเขียนแล้วอยากขอให้ช่วยรีวิวก็ติดต่อดูเลยน่าจะดีกว่า

74 Nameless Fanboi Posted ID:ZtSCIITrn5

>>73 ก็รีวิวแบบจริงจังใจ ตรงไปตรงมาสิ ติส่วนด้อยส่วนดี อะไรแบบนี้ ระบุด้วยว่าได้หนังสือมาฟรีนะ 55555555

75 Nameless Fanboi Posted ID:fU.a12mSrm

นักรีวิวที่คนตามเยอะๆ นี่ชี้ชะตายอดขายได้นะ บางทีถึงเห็นว่าชอบไปนู่นนี่กับนักเขียนเหมือนเป็นประโยชน์ต่างตอบแทนอะ ยิ่งถ้าสนิทกันก็อวยไปเถอะ อวยไป

76 Nameless Fanboi Posted ID:B93+dsekx8

>>70 อีกนิด ถ้าอยากรู้ว่าเพขไหนที่กูพูดถึง เรป628 ตู้นิยายไทย 55555

77 Nameless Fanboi Posted ID:bAZLYGa5UF

>>76 เด็ด...... ขอบใจ เก็ตละ จังหวะเหมาะเลย มู้ไทยกะลังเม้าท์เว็บรีวิว มันน่าจะมีรีวิวนักรีวิวอย่างที่เค้าว่าเจงๆ 55

78 Nameless Fanboi Posted ID:6aLNS.O9kk

เพื่อนโม่งกูกำลังเขียนนิยายแฟนตาซีอยู่ ขอความเห็นหน่อยสิ

พวกมึงคิดว่ามนุษย์จะอยู่รอดในโลกแฟนตาซีที่มีมอนสเตอร์อย่าง มังกร แมนติคอร์ กริฟฟิน ยักษ์ โทรลอะไรแบบนี้ได้มั้ย? ยังไม่นับรวมออร์ค ก๊อปลิน ปีศาจ เผ่าอื่นๆอีกที่มีความฉลาดพอๆหรือเทียบเคียงได้เท่ามนุษย์หรือมากกว่า ถ้ารอดทำยังไงถึงรอด? แบบกูเห็นหลายๆเรื่อง มนุษย์แม่งไม่น่ารอดมาถึงยุคกลางได้เลย

79 Nameless Fanboi Posted ID:bYc9MjoEP.

ขอถามหน่อย เวลาติดต่อพวกเอเจนซี่​นี่ต้องเมลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ​วะ มันคาใจช่วยบอกหน่อย

80 Nameless Fanboi Posted ID:.qDdf.VgzT

>>67 บางเพจโพสบอกเลยว่า สนพ.สามารถส่งหนังสือมาให้ตัวเองอ่านรีวิวได้นาจา

แล้วบางเพจคือ ต้องดูเลยว่าอ่านสนพ.ไหนเป็นหลัก จะเห็นว่าอวยงานเขียนของสนพ.นั้นมากๆ หรือสนิทกับนักเขียน ก็อวยมากเป็นพิเศษ แล้วยิ่งเพจไหนลูกเพจเยอะๆ ถ้าเจ้าของเพจรีวิวเรื่องไหนไม่ดี หรือมีอคติกับสนพ. นักเขียน ไรงี้ ก็รีวิวแย่ๆไป ลูกเพจก็จะเทกันตามๆแบบไม่คิดไรเลย แต่พวกรีวิวพวกนี้ไม่มีผลต่อการซื้อหนังสืออ่านนะ กูเป็นพวกชอบลองของเอง ไม่ค่อยเชื่อใจใคร แล้วกูคิดว่า รสนิยมการอ่านของกูอาจจะไม่ตรงกับพวกนั้น

>>79 เอเจนตปท.อะเหรอ ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศเค้าดิ พิมพ์ไทยไปเค้าก็อ่านไม่ออกหรอก

81 Nameless Fanboi Posted ID:s/pnVYtDHt

>>78 ก็ปกติมนุษย์มีจำนวนเยอะกว่ารึเปล่าแล้วก็ไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน มันก็เหมือนถามว่าทำไมเราอยู่ร่วมโลกกับเสือเบงกอลได้โดยไม่ถูกมันกิน ก็เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไง แบบออร์ค ก็อบลิน ยักษ์ อาจจะอยู่ในป่าในถ้ำในอะไรก็ว่าไป คนก็อยู่ในเมืองโง่ๆไป อาจจะมีอย่างอื่นมาปกป้อง เช่น พ่อมดบลาๆ (พูดในแง่เรียลลิสติกก็ศาสนา)
แต่ก็แล้วแต่เซตติ้งมึงด้วยอ่ะเนาะ ถ้าประชากรอีกฝั่งเยอะก็อาจจะมีสงครามได้ (แบบเก้าศาตรา)

82 Nameless Fanboi Posted ID:zTwbJsz3cU

>>78 อยู่รอดยังไงล่ะ ท่ามกลางสงครามแล้วฝ่ายมนุษย์สู้ชนะ หรือว่าใช้ชีวิตประจำวันเฉยๆ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ยังไงก็ไม่น่าจะได้เจอกันแบบที่ >>81 บอกรึเปล่า
ถ้าไม่งั้นก็ลองลงลึกไปที่ลักษณะนิสัยของแต่ละเผ่าพันธุ์ดู บางพวกอาจจะรักสงบ ไม่ยุ่งกับเผ่าอื่นก่อนยกเว้นโดนรุกราน หรือว่าเป็นพวกป่าเถื่อน วันๆ ตีกันเองจนจะตายยกเผ่าแล้ว เป็นเผ่าพันธุ์หายากที่มีจำนวนน้อย อย่างในเซ็ตติ้งสงครามมันก็ไม่ใช่ว่าทุกเผ่าจะสู้กันเองมั่วซั่วใช่มั้ยล่ะ มันก็มีทั้งพวกเป็นพันธมิตรกัน หรือพวกหักหลังกันเอง มีจุดอ่อนต่างๆ ที่เอามาใช้ได้นอกเหนือจากความฉลาดหรือความแข็งแกร่งทางร่างกายอีกเยอะอะ

83 Nameless Fanboi Posted ID:VkHJLD3x2v

>>78 ถ้าไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่อาหารเดียวกัน ไม่ได้แย่งที่อยู่อาศัยกัน ก้อรอดได้นะ เหมือนจิ้งจกตุ๊กแกแอบอยู่ในบ้านมึงก้อรอดอยู่ได้เลย

84 Nameless Fanboi Posted ID:cBjnXnOMgP

>>78 มึงต้องสร้างจุดเด่น จุดด้อยและลักษณะของของเผ่าพันธุ์ก่อนเว้ย แล้วจึงค่อยคิดว่าจะเอาตัวรอดยังไง

กูขอยกตัวอย่างจาก Warhammer นะ มนุษย์เดิมทีเป็นเผ่าพันธุ์อ่อนแอ อายุก็สั้น แถมเคยถูกพวกออคและมนุษย์สัตว์ไล่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาก่อนจนกระทั่ง Sigmar รับได้ Ghal Maraz และเทคโนโลยีหลอมโลหะจากคนแคระ ถึงได้มีโอกาสพิสูจน์ว่ามนุษย์เองก็มีจุดเด่น และใช้จุดเด่นนั้นดำรงเผ่าพันธุ์ตัวเองให้รอดมาได้ในที่สุด กลับกันฝ่ายออคไม่มีเทคโนโลยีก็ต้องแพ้ไปและกลายเป็นศัตรูคู่แค้นตลอดกาล

ซึ่งถ้ามองจากด้านบนจะเห็นเลยว่า มนุษย์ มีจุดอ่อนเรื่องพละกำลังและอายุขัยก็จริง แต่มีจุดเด่นตรงที่เป็นพวกช่างคิดและเรียนรู้ได้รวดเร็ว แค่ได้รับเทคโนโลยีหลอมโลหะจากคนแคระมาก็สามารถนำมาต่อยอด และผลิตอาวุธกลับไปสู้กับออคได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับออคที่กำลังดี แต่โง่ เลยต้องดำรงเผ่าพันธุ์ร่วมกับก็อบลิน ซึ่งฉลาด แต่อ่อนแอมาก ซึ่งตรงนี้ล่ะคือเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองเผ่าต่างกินกันไม่ลงซะที เพราะต่างฝ่ายต่างมีข้อดีข้อด้อยมาคอยค้านกันอยู่นี่เอง

85 Nameless Fanboi Posted ID:zXunOJpeZU

ลองเล่น Dragon age ภาคแรก ดิ แล้วจะรู้นักเขียนที่ดีคือยังไง กูเล่นไป แม่งยังกะ ตำนานจริงๆ

86 Nameless Fanboi Posted ID:vwm.vO6ohW

กูหลุดมาจากห้องไลท์ฯ กูขอแนะนำ no game no life ช่วงสงครามละกัน
บอกได้ดีเลยว่ามนุษย์แม่งสู้ไม่ได้แน่นอน(อยู่ช่วงหนึ่ง) แต่ก็ไม่ถึงขั้นสิ้นเผ่าพันธุ์ไปเลย(กากจนเผ่าอื่นไม่ใส่ใจ ตย. เช่น เผ่ามังกรในหลายๆเรื่องที่ขึ้นชื่อว่ามีปัญญา+พลังสูงสุดมักจะไม่ใส่ใจเผ่าอื่นและปล่อยไปเฉยๆ ยกเว้นเจอเผ่าที่แกร่งพอๆกัน จะเป็นเทพรึอะไรก็ว่าไป)
และจะต้องมีจุดเปลี่ยนอะไรสักอย่างหรือใครสักคนมาชักนำให้เผ่ามนุษย์พลิกห่วงโซ่จากใต้สุดมากลางๆ หรือบนสุดไปเลยอะไรเทือกนั้นทำให้อยู่รอดมาได้

ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าจะวางคสพ.ของแต่ละเผ่ายังไง เล่าในมุมมองของเผ่าไหน จะให้เผ่าไหนโดดเด่นยังไง(โดนรังเกียจ/กลัว/สิ้นเผ่าพันธุ์/เป็นมิตร/ยกย่องบูชา/เก่งสุด/อ่อนสุด/ฉลาดสุด ฯลฯ)

ส่วนตัวกูว่าจะแต่งให้สมจริงมันค่อนข้างยากถ้าไปเจาะจงรายละเอียดมากไป เพราะเดิมทีพวกสัตว์แฟนตาซีมันอยู่ทั่วโลกการที่เอาหลายตำนานมารวมกันแล้วแจกบทให้มันยาก ที่ง่ายคือข้ามช่วงมนุษย์รอดมาได้ยังไงไป แล้วไปใส่ข้อมูลในส่วนที่ว่ามนุษย์มีความสามารถในการต่อสู้กับเผ่าอื่นตรงไหนแทน เนิฟเผ่าอื่นลงให้โง่ๆเหมือนเวลาตลค.อื่นเจอพวกซู หรือเพิ่มบทของเผ่าอื่นมานิดหน่อยพอเป็นพิธีนั่นแหละ ตย. เช่น ให้เผ่าโอเกอร์ที่แข็งแกร่งโง่ๆเข้าไว้ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ ให้เผ่าเอลฟ์ที่ฉลาดๆเก่งเวทมนตร์เป็นพวกหัวอนุรักษ์ไม่ยอมพัฒนาหรืออยู่รวมกันเป็นจน.น้อย ให้มนุษย์คิดค้นวิธีการเฉพาะในการสู้แต่ละเผ่าได้ หรือจะเน้นอวยว่ามนุษย์เจ้าเล่ห์ปรับตัวเก่งก็ว่าไป ใส่แค่ว่าตัวเอกบังเอิญไปเจอมังกร/ออร์ค/แฟรี่ พวกเผ่าที่เจอบ่อยๆ หรือชอบเก็บตัวอะไรแบบนั้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าจุดหมายของตัวเอกคืออะไรมากกว่า
อย่างถ้าแค่ผจญภัยธรรมดาก็ไม่ต้องลงรายละเอียดมากถ้าไม่จริงจังจริงๆ(คหสต.มันเกลื่อนไปทั่วจนกูเบื่อเลยวะแต่ถ้าใส่รายละเอียดแบบมากๆลงไปจะโครตเพอร์เฟค>>กูไม่เห็นแบบดีๆมานานแล้ว)
ล้างแค้นก็เน้นแค่เผ่าที่อยากให้ตัวเอกไปเจอแล้วเก่งขึ้นก็พอ(ถ้าedgyก็น่ารำคาญแต่ตอนนี้แม่งเป็นแนวตลาดวะ>>ฮาจิเมะ)
slice of life (น่าเบื่อสัดถ้าแต่งไม่ดี>>แต่กูชอบ ตย.เช่น ลาติน่า)
แนวสงครามก็ต้องลงรายละเอียดเยอะเหี้ยๆ(แต่กูว้อนแนวนี้มาก>>the lord,ngnl เล่ม6)
แฟนตาซีทั่วไปเอาแค่เผ่าที่ต้องการมาก็พอ(มังกร-มนุษย์ , กอบลิน-มนุษย์ , เทพ-มนุษย์ , ครึ่งสัตว์-มนุษย์ , ปีศาจ-มนุษย์ แนวนี้ค่อนข้างนิยมเพราะค่อนข้างใส่จุดหมายที่แน่นอนให้ตัวเอกได้ และลงลึกรายละเอียดได้แบบไม่ต้องกว้างมาก>>กอบลินสเลเยอร์,เอรากอน)

87 Nameless Fanboi Posted ID:5Tmx5L2XSW

จะว่าไปตอนเย็นกูเข้ามาตั้งใจจะบ่นนี่หว่า แต่ลืมบ่นซะงั้น ถ้างั้นบ่นตอนนี้เลยละกัน
กูกลุ้มกับนิยายตัวเองว่ะ ตอนนี้ยังเขียนเก็บเอาไว้อยู่เพราะยังเขียนไม่เสร็จ แต่ไม่รู้ว่าคนอ่านจะคิดยังไงและคุ้มค่ามั้ยที่จะเขียนต่อ

ที่อยากจะบ่นนี่เพราะรสนิยม + แนวคิดความสนุกกูดันต่างจากคนทั่วไปเนี่ยล่ะ ไม่รู้ว่าไอ้ที่กูเขียนแล้วรู้สึกสนุกเนี่ยคนอื่นเขาจะสนุกด้วยรึเปล่า orz

88 Nameless Fanboi Posted ID:Cz/yYTjtBB

>>87 มีงก็เอาลงแล้วดูผลตอบรับดิ พวกลงในเว็บนี่ 99.99 % ยังเขียนไม่จบทั้งนั้นแหละ

89 Nameless Fanboi Posted ID:kA8ebRWKqC

เออ กูก็สงสัยมานานละว่าถ้าแต่งแบบมีหลายเผ่าพันธ์ุ มนุษย์จะสู้เผ่าอื่นอะไรยังไงได้บ้าง แวะมาเอาข้อมูลด้วย 555

90 Nameless Fanboi Posted ID:KhYOHYKjrn

>>87 ลงไปก่อนนนนน ถ้าคอมเม้นดีมึงจะมีไฟขึ้นมาเองงง

91 Nameless Fanboi Posted ID:5Tmx5L2XSW

กู >>87 นะ อยากจะลงแหละแต่ติดปัญหาคือช่วงนี้เขียนไม่ออกว่ะ
ถึงฉาก Climax ของเล่มแล้วแท้ๆ แต่ไอเดียตันซะงั้น เลยยังไม่ลงดีกว่า

92 Nameless Fanboi Posted ID:hJhObe5cJ.

>>89 ลองคิดแบบจริงจังดูนะ ถ้าในโลกแฟนตาซี อาวุธของมนุษย์ควรจะเน้นไปที่หอกและอาวุธระยะไกลว่ะ
มึงลองคิดดูดิ ถ้ามีโทรลรึยักษ์ตัวใหญ่กว่ามึง 4-6 เท่า สูงเท่าบ้านนั่นล่ะ มึงจะเอาดาบวิ่งไปชาร์จใส่มันมั้ย?
ก็ไม่ อีกอย่างดาบมันออกแบบมาไว้สำหรับสู้กับคนด้วยกันเอง ถ้าฟันสิ่งที่มีขนาดใหญ่ พื้นที่ตกกระทบมันมากเกินไป ความเสียหายย่อมลดลงตามไปด้วย เพราะพลังงานจลมันกระจายออกไป กูสายเรียล เห็นนิยายแนวใช้ดาบชาร์จเข้าใส่มังกรไรงี้แล้วเพลีย ต่อให้เป็นดาบใหญ่ก็ไม่เวิร์ค

ถ้าเป็นยุคกลางนะ อาวุธต่อสู้มอนสเตอร์ระยะประชิดต้องฮัลเบิร์ดว่ะ ใช้แทง ใช้ฟัน ใช้ทุบได้หมด ถ้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันคือหอกหนักที่มีด้ามเป็นขวานและตะขอหรือค้อน ปลายแหลมแบบหอก สมมุติการใช้นะ ถ้ามีโทรลวิ่งมาหา มึงง้างรอเลย เข้ามาในระยะสับทีมีตัวขาด พื้นที่หน้าตกกระทบมันไปโฟกัสที่ด้ามขวาน แถมมีด้ามจับยาว = มีแรงส่งมาก ดาเมจรุนแรงแน่นอน เจอมอนสเตอร์อย่างมังกรนี่ถ้าประชิดตัวได้ ใช้ด้ามค้อนทุบเลย เกร็ดแข็งยังไง แรงตกกระทบมันก็ทะลุไปถึงกระดูกอยู่ดี ถึงตัวมันจะใหญ่แต่อารมณ์เหมือนโดนกั้งดีดนิ้วอ่ะ กระดูกแตกมึงก็ต้องรีบชักมือหนีแล้ว

เพราะงั้นอาวุธหลักเลย หอก/ง้าว/ฮัลเบิร์ท แต่ต้องมีอาวุธรองก็ดาบ ขวาน ลูกตุ้ม โล่เล็ก ส่วนค้อนรึกระบองกูว่าไม่เหมาะ เพราะด้ามมันเล็กแต่ปลายดันใหญ่ หยุดกลางคันไม่ได้เวลาออกท่าฟาดไปแล้ว ถ้าจะหยุดมีมือเคล็ดได้เลย รองจากนี้ก็มีดสั้น ถ้ามีปืนคาบสิลาด้วยจะเพอเฟคมาก พกไว้สัก 3 กระบอก นี่ล่ะ เกียร์นักผจญภัยที่แท้ทรู แต่ในความคิดกูอาวุธที่ดีที่สุดในแฟนตาซียุคกลางคือฮัลเบิร์ด เอาไป 1-1 กับใครก็ได้ ถ้าขนาดตัวเท่ากัน หรือต่อให้ใหญ่กว่า แรงเยอะกว่าก็สู้ได้

ลองตั้งสมมุติฐานดู มนุษย์ใช้ฮัลเบิร์ด เจอกับออร์คใช้ขวานใหญ่ แน่นอนว่าเหล็กมนุษย์ต้องดีกว่า ถ้าออร์คมันตั้งรับ อาวุธมันหักแน่นอน ง้างรอฟาดได้เลย แต่ถ้าเป็นในที่แคบล่ะ? ไม่มีปัญหาว่ะ ใช้พุ่งแทงได้สบายๆเลย ถ้าสมมุติโดนปัดลงพื้นละ? มึงก็ชักฮัลเบิร์ดกลับเอาด้านค้อนรึตะขอเกี่ยวขาแม่งให้ล้มได้อีก ใส่เกราะหนัก? เจอด้านค้อน เอาดาบกันสิ ดาบหักแน่นอน เพราะงั้นต่อให้แรงเยอะยังไง แต่ถ้าอาวุธล้าสมัยกว่า ยังไงก็แพ้

เว้นแต่จะเจอ 1-1 พวกกริฟฟิน มังกร ยักษ์ อันนี้วิ่งเถอะ 5555

93 Nameless Fanboi Posted ID:GlxFWRu9ku

>>80 กู >>79 นะ เอเจนซี่​ไทยสิ

94 Nameless Fanboi Posted ID:GlxFWRu9ku

ขอคำปรึกษา​อีกอย่าง ถ้ากำลังเจอปัญหา​ชีวิตแต่ต้องส่งต้นฉบับให้ทันเวลา มีวิธีจัดการอารมณ์​ตัวเองกันยังไงวะให้กลับมาเขียนต่อได้โดยมูดไม่เปลี่ยน
คือพ่อเพิ่งเสีย แล้วตอนนี้เจ็บขาจากเหตุการณ์​เดียวกันกับที่พ่อเสีย แล้วล่าสุดไปหาหมอมา หมอบอกว่ามีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้า​ด้วย ต้องทำไงต่อวะ หรือต้องขอพักงานเขียนไปก่อนดี

95 Nameless Fanboi Posted ID:x1wehKVcFB

>>94 เสียใจด้วยนะ เรื่องงานเขียน กูว่าทำที่มึงสบายใจ ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนได้ หรือถ้าการเขียนจะช่วยดึงมู้ดมึงขึ้นมาได้ก็อาจจะลอง

96 Nameless Fanboi Posted ID:QHrvO45VjY

>>94 ขึ้นอยู่กับใจว่ะ แต่ถ้าลองแล้วไม่ไหวก็แนะนำให้ขอเลื่อนแล้วเอาเวลานี้ไปเจอเพื่อนหรือคนอื่นดีกว่า ปัจจัยหนึ่งของงานเขียนคือการทำงานคนเดียว และการทำงานคนเดียวมันจะทำให้ติดอยู่กับตัวเองและอารมณ์เศร้า นานไปถ้ามันออกไม่ได้ก็จะติดอยู่แบบนั้นอะ

97 Nameless Fanboi Posted ID:FQw3VZoKSa

>>94 ถ้างานเขียนช่วยเยียวยามึงได้ก็ทำไป แต่ถ้าไม่ก็พักยาวๆดีกว่าว่ะ

98 Nameless Fanboi Posted ID:0+ne06CKLA

>>94 กูคงไม่ปลอบแต่พอเป็นงานมึงต้องรับผิดชอบหน้าที่มึง กูเจอเหตุการณ์ชีวิตไม่แพ้มึงกูต้องส่งงานตามกำหนดไม่งั้นจะมีปัญหากับบก. สำคัญเงินว่ะไม่ส่งไม่มีเงินแดก กูซึมเศร้าอยากตายกูก็ต้องกัดฟันเขียน กูตายได้แต่คนที่เหลือกูไม่ได้ตายพร้อมกูด้วย กูก็ต้องฮึดเขียนต่อ

99 Nameless Fanboi Posted ID:eAPPIE00fv

>>94 เอาปัญหากับความท้อแท้ มาระบายในงานเขียนไปเลยสิ แต่ถ้างานที่ค้างอยู่เป็นรอมคอม....อันนี้ก็ไม่รู้ว่ะ

เพราะว่าการเขียนมันก็เป็นวิธีการบำบัดอย่างนึงนะ

100 Nameless Fanboi Posted ID:8yJndU162f

>>92 กูอ่านแล้วอยากจับมือมึงว่ะ มึงรสนิยม + ความคิดแนวกับกูเลย
ถ้าได้ลองศึกษาเกี่ยวกับอาวุธสมัยยุคกลางแล้วจะยิ่งสนุก เพราะสามารถจินตนาการตามได้ไม่ยากว่าเจอมอนสเตอร์ตัวนี้ต้องใช้อาวุธประเภทไหนเข้าสู้ถึงจะดีที่สุด และหนึ่งในนั้นก็คือ Halberd หรือ Poleaxe นั่นล่ะ ไม่มีอาวุธไหนอเนกประสงค์เท่ามันอีกแล้ว

ตัวเอกนิยายเรื่องเก่ากูก็ใช้ Halberd

101 Nameless Fanboi Posted ID:4LbgzjlFQM

>>94 ขอบคุณทุกคนมาก เพื่อนกูแนะนำ​ให้​ปรึกษา​จิตแพทย์​ก็ว่าจะลองดู เขาน่าจะช่วยอะไรกูได้ ใจจริงไม่อยากทิ้งงานเพราะทำเป็นอาชีพหลักเลย แต่ก็กลัวว่าแม่งจะกลายเป็นป่วยหนักขึ้นแล้วแม่งเละทุกอย่าง แล้วไอ้งานที่เขียนค้างอยู่ดันฟีลกู๊ดมากขัดแย้ง​กับ​อารมณ์​ตอนนี้ แต่บก.ก็รู้แล้วว่ากูประสบอุบัติเหตุ​มา เขาไม่ได้ว่าอะไรยังไม่เร่งงาน ช่วยได้เยอะเลย

102 Nameless Fanboi Posted ID:4LbgzjlFQM

ข้างบนลืม *จะบอกว่ากูคือ >>94

103 Nameless Fanboi Posted ID:q5Hf4rVtCr

ตี๋เข้มเป็นยังไงวะมึง เจอในนิยายแล้วนึกภาพไม่ค่อยออก ขัด ๆ ยังไงไม่รู้ พอมีตัวอย่างคนจริง ๆ ให้กูสักคนปะ

104 Nameless Fanboi Posted ID:Z20L4d9M5y

>>103 ตี๋เข้มกูคิดว่าเหมือนอย่างทาเคชิ คาเนชิโร่งี้ป่าววะ แบบเป็นตี๋แต่หน้าเข้ม

105 Nameless Fanboi Posted ID:n9HQZuMPX.

>>103 แบบตี๋ใหญ่?

106 Nameless Fanboi Posted ID:WXBIAFVViW

>>103 กูเข้าใจแบบ 104 นะ หรือบางทีก็หน้าตี๋แต่ตาดุ ไว้หนวดนี่ล่ะ

107 Nameless Fanboi Posted ID:+acSn1h3w+

กูรู้สึกว่า ปุ่มกดให้กำลังใจ ในเด็กดีทำให้คอมเมันกูน้อยลงรึเปล่า แบบว่าคนอ่านจะรู้สึกว่ากดให้กำลังใจไปแล้วอะไรแบบนี้น่ะ
เพราะว่าบั่บบบ กำลังใจหลักร้อย แต่คอมเม้นไม่ถึงยี่สิบก้พากูเฟลอยู่นะ

108 Nameless Fanboi Posted ID:LQndDl9y6g

>>107 ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนะเว้ย จริงๆต้องถามก่อนว่า ก่อนหน้านี้คอมเม้นท์เยอะขนาดไหน มันอาจจะน้อยลง แต่เป็นไปได้ว่ามันอาจจะเท่าเดิม พอมีปุ่มกำลังใจเพิ่มมา นักเขียนก็ได้ส่วนนี้เพิ่มด้วย

ไอ้เรื่องคอมเม้นท์นี่ตอบยากนะ บางคนถึงไม่มีปุ่มให้กดก็ไม่เม้นท์ ส่วนคนจะเม้นท์เค้าก็เม้นท์อยู่แล้ว ส่วนตัวชอบปุ่มนี้นะ เพราะเวลาอ่านไม่ค่อยเม้นท์ นานๆจะแสดงตัวว่าติดตาม แต่พอมีปุ่มนี้ ก็ได้กดให้ทุกตอน บอกคนเขียนว่าเออ ยังมีตรงนี้อีกเสียงนึง

109 Nameless Fanboi Posted ID:+acSn1h3w+

>>108 ก่อนหน้านี้สักห้าสิบ ตอนนี้สักยี่สิบอ่ะ ._.

110 Nameless Fanboi Posted ID:LPxWAekoJ5

ของกูลงมา 1 อาทิตย์ 6 ตอน ยังกินไข่ทุกอย่างเลย มีคนเข้ามาดู 27 คน สุดยอดดด...!!

111 Nameless Fanboi Posted ID:NPYaK60Ct/

>>109 อ่า ลดลงอย่างเห็นได้ชัด /ตบบ่า
แต่มันก็มีปัจจัยอื่นด้วยแหละ อย่าคิดมาก เขียนต่อๆ เดี๋ยวคนเม้นท์ก็เพิ่ม

>>110 เรื่องแรกที่ลงเยอะกว่านั้นหน่อยเพราะช่วงปิดเทอม ถ้าลงเปิดเทอมก็น่าจะใกล้เคียง ส่วนตอนนี้ดอง ยอดทุกอย่างเลยนิ่งมาก
ขอให้เพื่อนโม่งสู้ต่อไป

112 Nameless Fanboi Posted ID:hx0qfx.6ui

>>110 มึงต้องไปทบทวนมาใหม่ 6 ตอนมีคนดู 27 กูว่ามีปัญหา แต่ถ้ามึงไม่สนใจเรื่องคนอ่านก็ไม่เป็นไร

113 Nameless Fanboi Posted ID:y1HUhqL1eX

>>112 สงสัยต้องไปทบทวนอีกรอบ นิยายมันเฉพาะทางเกินไป ที่ลงเพราะจะปูเรื่องไปยังอีกเรื่อง ซึ่งออกแนวรั่วๆ ฮาๆ น่าจะมีคนดูเยอะกว่า

114 Nameless Fanboi Posted ID:KYNaXtYxJX

ไม่ได้ซึมเศร้า แต่รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความสนุกเหลือเลยวุ้ย
ขนาดนั่งทำงานอดิเรกอย่างเขียน กับนั่งอ่านนิยายที่ชอบยังไม่รู้สึกสนุกเลย orz

115 Nameless Fanboi Posted ID:VNxfx/wWNV

>>114 +1

116 Nameless Fanboi Posted ID:bHsRvivDsg

อยากเขียนนิยายเก่ง ให้ลองฝึกฝนเรียนรู้และเข้าใจกับหลักตรรกะดูสิครับ Codestarสามารถสอนเรื่องโปรแกรมมิ่งและการสร้างประสบการณ์การทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพอย่างหลากหลาย มีศิษย์เก่ามากมายจากสถาบันได้งานมาแล้วอย่างล้นหลามเลยนะครับ

117 Nameless Fanboi Posted ID:O7pHREpvhL

>>116 นี้คือมุกหรือม้านะเจ้าคะ

118 Nameless Fanboi Posted ID:WuNQlUOAtc

>>117 ไม่แน่ใจ แต่เป็นการตลาดที่เหี้ยมาก นอกจากไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้วยังใช้ภาษาได้ขายตรงสัดๆดูไม่น่าเชื่อถืออย่างแรง 555555555

119 Nameless Fanboi Posted ID:VNxfx/wWNV

>>116 โปรแกรมมิ่ง เกี่ยวไรกับการเขียนนิยายเหรอ

120 Nameless Fanboi Posted ID:29q8.PkV+U

>>119 ไปแฮคเด็กดีให้นิยายติดท๊อป?

121 Nameless Fanboi Posted ID:p293fQ93Pz

>>120 เออ อันนี้จริง แฮคเข้าไปปัผ๊มยอดไลค์ให้เยอะๆ

122 Nameless Fanboi Posted ID:r7hNf6TH4X

มึงคือกูเพิ่งแต่งนิยายอะ ละกูประสาทแดกมาก 555 เวลาคนคอมเม้นเค้าก็คอมเม้นสิ่งดีๆใช่มะ กูแบบอยากรู้ว่ากูควรปรับตรงไหนอะมึง แล้วอีกเรื่องคือกูแต่งนิยายเรื่องนึง ละก็มีคนแต่งแนวเดียวกับกูแล้วเปิดเรื่องเวลาพอๆกันแต่คนนั้นมีแต่คนชมว่าภาษาดี กูแบบเฟลมากเลยว่ะ กูรู้ตัวว่ากูงอแงเป็นเด็กๆประสาทแดก แต่กูหยุดคิดไม่ได้ ทำไงดี TT

123 Nameless Fanboi Posted ID:lYZhkbSj5r

>>122 เขาเม้นว่าอะไรล่ะ ไหนลองบอกมาซิ

เขียนนิยายให้ตัวเองสนุกก่อน ถ้าไปคาดหวังกับคนอ่านมากๆ เนี่ย ระวังไปไม่รอดนะ

124 Nameless Fanboi Posted ID:4uaNNEzRGo

>>123 เค้าก็เม้นว่าแบบสนุกดี ภาษาไม่แปลก คือกูก็ดีใจนะ กูนี่แหละที่ประสาทแดกเอง ชอบเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น คาดหวังมากไป ไว้หายงอแงเมื่อไหร่จะไปแต่งต่อ ขอบคุณมึง

125 Nameless Fanboi Posted ID:lbQ/6KllOq

>>124 ไม่ต้องไปเปิดของเค้าดูดิ กูไม่เคยเปิดของใครดูเลย ไม่อยากเปรียบเทียบเนี่ยแหละ

126 Nameless Fanboi Posted ID:COq4o0WJ3z

ทำไมเดี๋ยวนี้นิยายรักชอบแชร์เพลง กูอ่านตอนนึงได้เพลงมาสิบเพลง อิห่อววว อีกอย่างเดี๋ยวคนเค้าชอบสไตล์การเขียนแบบฮิปๆเพ้อๆเหรอ

127 Nameless Fanboi Posted ID:8kDgSaq/pL

>>126 ใช่ 5555555555555 เห็นบางคนภาษาเพ้อสัด ไม่รู้เป็นญาติฝ่ายไหนกับหกสค

128 Nameless Fanboi Posted ID:krLGoMpGuR

>>126 อ้าว แชร์เพลงไม่ได้เหรอวะ กูเป็นนข. เวลากูเขียนเรื่องไหนแล้วเพลงมันเข้ากูก็ชอบแชร์ให้คนอ่านฟังด้วยนะ มันไม่ดีหรือยังไงอะมึง

129 Nameless Fanboi Posted ID:ZnuF2d.Nir

>>128 แชร์ได้ดิ กูหมายถึงที่แชร์เยอะๆเป็นสิบเพลง เกินพอดี

130 Nameless Fanboi Posted ID:krLGoMpGuR

เขียนไป 10 ตอน พระนางรักกันได้ยังวะ รึมันเร็วไป

131 Nameless Fanboi Posted ID:HFIQXiJViT

>>20

132 Nameless Fanboi Posted ID:Ccn+scOq54

กูพูดในฐานะคนอ่านและคนแต่งนะ เรื่องแชร์เพลงนี่ขอบเขตประมาณเอาลิ้งมาแปะแล้วให้คนกดไปฟังอันนั้นไม่อะไร แต่มึงเคยเจอแบบเนื้อลงไปในนิยายเลยปะ อันนี้กูในฐานะคนอ่านไม่โอเค ไม่ชอบ บางเพลงกูไม่รู้จักแล้วพอกูอ่าน กูต้องออกเสียงในหัวยังไงให้อินตามวะ

แล้วก็ที่เอามาลงๆไว้นี่ ไม่มีปัญหา​เรื่องลิขสิทธิ์​หรือไง

133 Nameless Fanboi Posted ID:dZ3m6gVzh5

>>132 มันชอบมาเป็นชื่อเพลง ละเพลงไม่ตรงรสนิยมกู กุแบบ ฮืออ ต้องฟังใช่มั้ยจะได้อิน พอเข้าใจนะว่ามันเพื่อมู้ดแอนด์โทนของเรื่องแต่บางทีอึดอัดอะ

134 Nameless Fanboi Posted ID:oA7+s26fC0

เข้าใจ กูเลยไม่ใส่เนื้อเพลงเข้าไปเลย มันตกยุคด้วยแหละ ยิ่งพวกชอบใส่เพลงตามกระแสนะ แม่ง ตอนเขียนเนี่ยเพลงมันก็กำลังมาใช่มั้ย แต่ลองเปิดดูอีกสองสามปีให้หลัง หรือเขียนจบแล้วดูสิ ครวญมาก ใส่อะไรลงไป ถ้าจำเป็นต้องใส่เพลงจริง ๆ กูจะใช้วิธีบรรยายความหมาย ทำนองอะไรก็ว่าไป ให้คนอ่านไปคิดเอาเองว่ามันจะเป็นเพลงที่มีอยู่จริงเพลงไหน

135 Nameless Fanboi Posted ID:HCrPapIQTP

กูแต่งนิยายลงเว็บปัญหา​คือไม่ค่อยมีคนคอมเมนท์​ นิยายที่กูลงผิดพลาดตรงไหนป่าววะ คือ ยอดวิวก็เยอะอยู่นะสำหรับ6ตอนที่ลงไปแต่คอมเมนท์​แค่12เองว่ะ ในทวิตก็มีคนพูดถึงนิยายกูอยู่สองสามคน กูอยากได้ฟีดแบ็กบ้าง
นิยายกูเป็นวาย แฟนตาซี​หน่อยๆ
กูอัพเดือนละ1ตอน ตอนละ3000-5000ตัวอักษร
หรือกูควรอัพให้เร็วกว่านี้วะ แต่ติดปัญหา​เรื่อง​ไม่ว่างแต่งอีก กูมีงานเขียน​ต้องส่งประจำปีละ1เล่มอยู่
พวกมึงมีวิธีเขียนยังไงให้ได้สักอาทิตย์​ละตอนวะ สร้างแรงบันดาลใจ​กันยังไง

136 Nameless Fanboi Posted ID:vagZcrPITt

>>135 เขียนตุนเป็นสต็อกไว้ จบแล้วค่อยลงดีสุด

137 Nameless Fanboi Posted ID:vagZcrPITt

อ้าวชิบหาย ตอบไม่ตรงคำถามอีกกู 555 เอาเป็นว่าข้ามกูไปแล้วกัน 5555

138 Nameless Fanboi Posted ID:jRFI.mmjrV

>>135 หาคนรู้จัก ไปถามข่าวเรื่องนิยาย เช่น เคยอ่านแล้วตำชื่อเรื่องไม่ได้จะกลับไปอ่านต่อ ลงเรื่องย่อไว้นิด มีเลือนๆบ้าง. ถ้าfcไม่มาเฉลย ก็หาเพื่อนไปเปิดว้าบให้ จะได้เนียน นิยายดีก็ต้องมีโฆษณาบ้าง ช่วงนี้นิยายออกกันเยอะคนอ่านอ่านไม่ค่อยทัน

139 Nameless Fanboi Posted ID:UJZIm1rTZz

>>135 ตอนมึงน้อยไปนะ วิวเยอะนี่ประมาณเท่าไหร่ พันสองพันไหม กูว่าต้องมีตอนมากกว่านี้สัก 15-20 ตอนค่อยดูทิศทางได้

ส่วนฟีดแบค คนปกติเขาไม่บอกจนกว่าตอนที่มึงเขียนจะโดนใจเขาจริงๆ อะ นอกนั้นสายให้กำลังใจ สายเข้ามาแล้ววิจารณ์แง่ลบพวกนี้ปกติจะไม่ค่อยเจอ เป็นสายหายาก สายอยู่ๆ อยากวิจารณ์เรื่องของมึงยิ่งหายากเข้าไปอีก คนปกติสนุกก็ตามอ่านต่อเฉยๆ ถ้าไม่สนุกคนจะน้อยลง น้อยลง โดยไม่ต้องพูดอะไร

อัพเดือนละตอน มึงต้องพยายามทำให้แต่ละตอนพีคๆ หน่อย ตัวอักษรกูไม่ค่อยนับ ปกตินับเป็นจำนวนคำ ถ้าเดือนหนึ่งมึงแต่งได้แค่นี้ มึงรออีกสักปี ค่อยดูทิศทางอีกที

เขียนให้เร็วคือมึงต้องเป็นมืออาชีพอะ แบบเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยการเขียนมึงอาจจะเขียนได้เร็วขึ้น หรือมึงเขียนด้วยความสุขก็อาจจะเร็ว เขียนเป็นประจำพอชินแล้วก็อาจจะเร็ว แรงบันดาลใจคือมันมาไม่ยากหรอก มึงเดินๆ ไปก็เจอ แต่เก็บไว้มันยาก เวลาอยากเขียนก็ต้องเขียนเอาไว้เยอะๆ นอกนั้นออกแนวสถานการณ์บังคับปิดเล่มแล้ว มึงอาจจะระเบิดพลังออกมาได้

140 Nameless Fanboi Posted ID:oCgDMpmZO8

เพื่อนโม่งปรึกษาหน่อย
ระหว่างเขียนแนวหนักๆ แต่เนื้อหาแน่นและชวนลุ้น กับแนวย่อยง่ายเบาสมองไปวันๆ แต่เนื้อหาห่วยแตก แบบไหนมันจะไปรอดกว่ากันวะ
คือกูหาวิธีเขียนให้มันสนุกทั้งสองแบบพร้อมกันไม่ได้อะ ถ้าจะเน้นเนื้อหาเป็นหลักก็ต้องเครียดกันหน่อยถึงจะมีช่วงผ่อนคลายแต่ theme หลักของเรื่องยังไงก็ค่อนข้างหนักว่ะ

141 Nameless Fanboi Posted ID:hqSyuKl+jL

>>140 หมายถึงคนจะอ่านแนวไหนมากกว่ากันช้ะ กูอยู่สายวายนะ กูว่าแนวผ่อนคลาย slice of life รอดกว่า

142 Nameless Fanboi Posted ID:3xRPhChPnk

>>139 วิวหลักหมื่นอะมึง แต่คอมเมนท์​แม่งสวนทางกันมาก กูเลยอยากรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร ผิดพลาด​ตรงไหน อ้อนับตามหลักwordนั่นแหละ

143 Nameless Fanboi Posted ID:s8u+3d6noS

>>140 ถ้าเน้นรุ่งคนอ่านเยอะเป็นหลักก็ต้องพวกย่อยง่ายๆ นั่นแหละ เรื่องที่เนื้อหาหนักๆ คนส่วนมากจะอ่านติดกันไม่ได้นาน ถึงจะชอบ แต่พออ่านซักเรื่องสองเรื่องก็อยากพักหัวแล้ว

144 Nameless Fanboi Posted ID:Dawrohtb9r

>>142 นิยายมึงมีปัญหาจริงๆ นั่นแหละถ้าวิวขนาดนั้นแต่คอมเมนต์แค่นี้ มึงลองคิดดูว่าแต่ละตอนของมึงมันมีอะไรให้เมนต์หรือเปล่า ถ้าเขียนมาหลายเรื่องหรืออ่านนิยายเว็บมาพอสมควรจะมองออกว่าตอนไหนๆ คนจะเมนต์ แต่ถ้ายังนึกไม่ออกกูไกด์คร่าวๆ ให้ว่ามันมีโมเมนต์อะไรในตอนไหม เช่น จุดให้คนอ่านรู้สึกฟิน จุดที่แบบดูน่าสงสัย จุดที่แบบทำให้อยากอ่านต่อ ถ้าเรื่องมันยังปูอยู่ ยังทั่วๆ ไปโมเมนต์ไม่เด่นชัดคนก็อาจจะเฉยๆ กดให้กำลังใจไปตามเรื่องราว อีกข้อก็ลองสังเกตตอนใหม่แต่ละตอนว่ายอดวิวลดแบบฮวบๆ เลยไหม ปกติตอนแรกๆ ยอดวิวเยอะกว่าอยู่แล้วเพราะคนมาใหม่มันก็มาเริ่มอ่านตอนแรกใหม่มันก็ทบๆ ไป ตอนที่เขียนตอนยอดเลยเยอะกว่าตอนหลัง แต่ถ้ามีปัญหายอดวิวจะหายฮวบเพราะคนกดปิดเรื่องไม่อยากอ่านต่อทำให้วิวตอนต่อๆ มามันลดแบบผิดสังเกต

อย่างสุดท้ายที่พอนึกออกคือโมเมนต์ที่ว่าถ้าใส่ไว้ช่วงท้ายๆ ตอนมันจะได้ผลมากกว่าใส่ไว้ตั้งแต่แรก คนอ่านจบแล้วกรี๊ด พิมพ์คอมเมนต์ให้ ถ้าใส่ไว้แรกๆ คนอ่านไปๆ อาจจะเลยฟีลที่จะมาเมนต์ให้แล้ว

145 Nameless Fanboi Posted ID:MehgZDFGpm

>>140 เราสายวายแฟนตาซี เขียนแนวพล็อตหนักปวดตับ ก็พอมียอดวิวยอดเมนต์นะ ปัญหาคือชื่อเรื่องกะปกมาแนว slice of life เนื้อเรื่องแรก
ๆ ใส ๆ แต่หลัง ๆ dark metal มาก คนอ่านก็จามอ่านนะ เลยไม่รู้ว่าวิวกะเมนต์ที่มีนั้น มาจากคนอ่านโดนหลอกหรือเค้าชอบเรื่องหนัก ๆ กัน

146 Nameless Fanboi Posted ID:fENZVyfWQ4

>>140 แนวหนักหนาสาหัส นานๆ ทีถึงจะอ่านเพื่อเสพมุมมอง ปกติชอบแนวสบายๆ แต่เนื้อหาต้องไม่ห่วยแตกด้วย ไม่ว่าจะแนวไหนก็ตาม คิดว่าไม่มีใครอยากอ่านเนื้อหาห่วยๆ นะ (หรือมี?) แต่ถ้าห่วยในที่นี้หมายถึงไม่ค่อยมีปมอะไรมาก เน้นบรรยายการใช้ชีวิต แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ดี มีธีมที่จะสื่อถึง ก็อ่าน ชอบด้วยซ้ำ

147 Nameless Fanboi Posted ID:PJUdA2EHKW

>>140 กูมาช่วยเสริมในฐานะคนอ่าน ถ้าหนักหน่วงชวนลุ้นแต่ชีวิตบัดซบน้ำเน่ามากกูไม่อ่าน ขึ้นอยู่กับตัวละครหลักด้วยว่านิสัยเป็นยังไงถ้ากูชอบกูคงอ่านต่อ >>146 +1 แต่ถ้า slice of life ไปเรื่อยๆกูก็อาจจะเลิกอ่านกลางเรื่องเพราะเบื่อก่อน

148 Nameless Fanboi Posted ID:m+AMQOEX8z

>>142 กูเฉยๆกับวิวหลักหมื่นคอมเมนต์หลักร้อย วิวหลักแสนคอมเมนต์หลักร้อยก็มีให้เห็นถมไป เรื่องมึงอ่านได้แต่ไม่พีคพอที่จะให้คนอ่านฟรีเมนต์งานมึง

149 Nameless Fanboi Posted ID:G4K+lkMdFo

>>144 น่าจะยังไม่มีจุดพีค เพราะตัวเอกยังไม่เจอหน้ากันตรงๆว่ะ เอาไว้กูจะปรับในตอนอื่น กูแอบคิดว่ามันเป็นเพราะมีปุ่มกดให้กำลังใจ​นักเขียนเปล่าวะ คอมเมนท์​เลยน้อย

150 Nameless Fanboi Posted ID:V7Ag1lLe1j

>>149 ส่วนหนึ่ง แต่กุว่าคนไม่เม้นก็คือคนไม่เม้นอะ ตุ่มให้กำลังใจสำหรับกุคือตุ่มสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะเม้นอะไร กดๆให้ไปละกัน แบบนี้

151 Nameless Fanboi Posted ID:7TUzXx+LX0

เห็นเคยมีคนบอกว่าสาเหตุที่ไม่คอมเม้นท์กัน เพราะอ่านในแอปเด็กดีมันคอมเม้นท์ยาก

152 Nameless Fanboi Posted ID:7TUzXx+LX0

จะว่าไปช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเขียนสำนวนไม่ค่อยไหล่ลื่นเลยว่ะ
หมดอารมณ์? หรือว่าหมดไฟที่จะเขียนแล้วหว่า? เจอแบบนี้ทำไงดีวะช่วงหยุดยาวนี้ก็พักเขียนมาพอแล้ว แต่ก็เหมือนอารมณ์จะไม่กลับมาอะ

153 Nameless Fanboi Posted ID:Nr0XZIxHMa

>>152 กูก็เป็น สำนวนทื่อลงอย่างเห็นได้ชัด กูเขียนเรื่องยาวไม่ได้จริงนะตอนนี้ เขียนได้แต่อะไรสั้นๆ ไม่เกินพันคำ แค่ให้ถึงพันคำก็แทบกระอักเหมือนกัน จะพักก็เพลินจนไม่กลับมาเขียนซะงั้น 555 มารอด้วยละกัน

154 Nameless Fanboi Posted ID:.ItlaEeSmB

สำนวนกูเรียบมากเลยว่ะ กูพยายามจะใช้ร่างหนา ร่างบางละนะ แต่แม่งไม่ใช่สไตล์กูเลย ทำยังไงให้สำนวนสวยๆแบบคนอื่นเขาบางวะ แต่จริงๆกุก็ไม่รู้ว่าสำนวนสวยๆคืออะไร ฮืออ

155 Nameless Fanboi Posted ID:a5i.MHikSd

>>154 สงสัยด้วยคน สำนวนสวยๆ ต้องเป็นแบบไหน ใครก็ได้ยกตัวอย่างที คิดเองคิดแล้วมันลิเก๊ลิเก เหอๆๆ

156 Nameless Fanboi Posted ID:aqRKHYF6Hl

>>154 กูดีใจที่มึงไม่ใช้ร่างหนาร่างบาง คนตัวใหญ่ กูอ่านเวลาคนใช้กันถี่ๆแล้วมันเอียนมาก
สำนวนสวยๆคืออะไรกูไม่รู้นะ แค่สำนวนที่ลื่นไหล มีmood and tone ชัดเจน ก็ยากพอแล้ว

157 Nameless Fanboi Posted ID:LOibbsbwGM

>>154 อย่าใช้เลยมึง กูไม่ชอบ 5555 เดี๋ยวนี้มีคนไม่ชอบเยอะนะใช้ร่างหนาร่างบางเนี่ย
กูไม่แน่ใจว่าภาษาสวยเป็นยังไง เรื่องแบบไหนเรียกภาษาสวย งั้นกูขอข้ามเรื่องนี้ละกันนะ
มาคุย+บ่นเรื่องร่างหนาร่างบาง คือถ้าจะหาคำเรียกเวลาบรรยาย กูว่าใช้สรรพนาม เขา ผม เธอ ธรรมดา / ชื่อตัวละคร แค่นี้ก็ได้ละอะ
จริงๆจะแทนแทนร่างหนาร่างบางงี้ก็ได้นะ แต่อย่าเยอะแบบแทนมันทุกคำ เพราะคนที่เค้าไม่ชอบก็ไม่ชอบเพราะใช้งี้ทุกคำนี่แหละ นักเขียนบางคนไม่จบแค่ร่างหนาร่างบาง แต่บรรยายทุกอย่างเป็นหนาบางหมดเลยอะ แบบ มือหนา ปากหนา คิ้วหนา เอวหนา คือบั่บ บางอย่างก็ไม่ต้องหนาก็ได้ ตัวละครหล่อๆมันก็หล่อแบบปากบางๆ คิ้วบางๆได้แหง่ะ ถ้าจะบรรยายหนาหมด ไม่บอกว่าหน้าหนาไปด้วยเลยล่ะ

158 Nameless Fanboi Posted ID:168Ix+VU/r

>>154 ใช้ได้ถ้ามึงใช้อย่างเหมาะสม ถ้าเยอะเกินหรือผิดจังหวะผิดบริบทจะกลายเป็นน่ารำคาญแทน
รุ่นครูอย่างทมยันตีเขารู้วิธีใช้ สำนวนเลยสวย ประทับใจ แต่รุ่นใหม่ๆที่เลียนแบบสำนวนเขา ใช้ไม่เป็น อ่านแล้วรกๆ

159 Nameless Fanboi Posted ID:HX7M2mF7mz

เมื่อก่อนกูติดสำนวนบารามอส นึกออกมช่มะ มาทั้งสีตา สีผม ร่างหนาร่างบางเลย แต่เดี๋ยวนี้อ่านพวกแปลเยอะ สำนวนเลยเหมือนแปลไปด้วย 555 สมัยนั้นอ่านแล้วคิดว่าสวยนะ แต่พอมาปัจจุบัน อ่านแล้วรู้สึกมันยืดเยื้อไม่ก็แปลกๆ

160 Nameless Fanboi Posted ID:hPy.zsDrYv

สำนวนสวยในใจกู ขณะนี้กูยังยกให้แก้วเก้านะ ไม่ได้ใช้คำหรูหรือประดิษฐ์อะไรมากมาย แต่อ่านแล้วมันรื่นหู ไม่กระตุก ไม่กระฉึกกระฉักแปลกๆเหมือนบางเรื่องที่พยายามใช้คำหรูๆแต่ไม่เข้าว่ะ

อ๋อ อีกเรื่องที่เป็นต้นแบบทางภาษาที่กูอยากเขียนให้ได้แบบนั้นนะ....ทางช้างเผือก เรื่องเซ็ตของมานะมานีนั่นแหละมึง กูรู้สึกเขาเขียนง่าย แต่เขียนแล้วจับใจว่ะ นี่ชอบนั่งอ่านเรื่องเซ็ตนี้วนไปเผื่อจะได้สำนวนมาอยู่เนี่ย

161 Nameless Fanboi Posted ID:Wi3YQXI+u7

กูว่าสำนวนของพวกแนวแฟนตาซีโรงเรียนอ่ะแปลก 555555 (ไม่ได้พูดถึงบารามอสนะ บารามอสมันมีจังหวะความอนิเมะเยอะอ่ะกูว่า) แต่คนที่อยู่ช่วงหลังจากนั้นอ่ะ พวกเรือนผมสีฟ้า นัยน์ตาเย็นชาสีท้องฟ้ายามค่ำคืน อะไรประมาณนี้อ่ะ แต่ตอนนั้นกูก็เขียนภาษาแบบนี้เหมือนกัน

162 Nameless Fanboi Posted ID:CTY1lO3FuD

สำนวนสวยๆ มันต้องใช้แบบ Show อะ
แต่ตอนนี้กูตันแม่งยัด Tell มาอย่างเดียวเลย พอย้อนกลับมาอ่านแล้วรู้สึกว่าโคตรจืด แต่จะแก้ใส่ show เข้าไปบ้างก็ดันไม่มีอารมณ์ซะงั้น

163 Nameless Fanboi Posted ID:Wl0zplBBhI

กูชอบสำนวน ปิยะพร อ่ะ ป้าอี๊ดกูว่าบางที่ก้อรู้สึกเยอะไป กิ่งฉัตรก้อดูมีความพยายามมาแนวเดียวกับป้าอี๊ด

164 Nameless Fanboi Posted ID:Pcv1TcbG2q

>>162 ยังไงอะเพื่อนโม่ง

165 Nameless Fanboi Posted ID:tJDSqasv5L

>>162 เออว่ะ บางทีกูก็เบื่อที่จะshowแล้ว จับยัดปากตัวละครให้Tellเลยได้มะ 555

166 Nameless Fanboi Posted ID:hOZBFPY983

>>162 มันต้องบาลานซ์กันมั้ย แล้วก็ขึ้นอยู่กับซีนนั้นด้วยว่าควรเน้นอะไร show หรือ tell อย่างเดียวทั้งเรื่องนี่ยากเลยสำหรับกู นักอ่านเอาจริงก็คงไม่มานั่งเพ่งหรอกว่าอีนี่เทลทั้งเรื่องเลยเว้ย (แต่ถ้าทั้งเรื่องจนเกินไปแบบนี้กูก็ด่านะ ไม่ว่าเขา 555) เขียนยังไงก็ได้ให้สมูท อ่านแล้วคล้อยตามคือคอมพลีทแล้วอะกู

167 Nameless Fanboi Posted ID:CNVY2JH+Ln

กูเคยเจอนักเขียนที่บ่นว่าขัดใจเวลาอ่านเจอสำนวนร่างบางร่างหนา แต่ในนิยายเขาก็ใช้คำแทนแบบพวก "คนผมเป็นลอนทำหน้างง" "คนผมตรงดูดน้ำจากหลอด" ซึ่งเอาจริงๆ กูว่ามันน่าขัดใจกว่าอีร่างบางร่างหนาอีกว่ะ ความจริงจะใช้อะไรก็ใช้ได้ แค่อย่าใช้บ่อย

168 Nameless Fanboi Posted ID:9.piVJj.xo

แล้วใช้เขาบ่อยๆ ไม่เบื่อกันใช่ป้ะ

169 Nameless Fanboi Posted ID:/YZI.QmfeJ

>>168 สำหรับกูกูว่าไม่นะ ขึ้นอยู่กับว่าใช้บ่อยแค่ไหน แบบในนิยายแปลก็ใช้ เขา บ่อยๆ อ่านไปก็ไม่รู้สึกขัดเท่าไหร่
ถ้ากลัวซ้ำบ่อยก็สลับๆเรียกกัน ใช้ เขา, ชื่อตัวละคร, หรือใช้ ชายหนุ่ม หญิงสาว เด็กหนุ่ม ไรงี้แทนก็ได้, หรือไม่ก็ใช้ตำแหน่งหรืออาชีพ (คุณหมอ ทนาย บลาๆๆ) หรือไม่ก็ใช้ฉายา (ถ้ามี) ไรงี้
ส่วนตัวกูกูใช้ เขา/ชายหนุ่ม/ชื่อตัวละคร สลับกันไปแค่นั้น อ่านเองก็ไม่รู้สึกว่ามันซ้ำจนน่ารำคาญนะ

170 Nameless Fanboi Posted ID:1MgJZ5.h.T

>>166 กูใช้ show ซัก 30% อะที่เหลือเป็น tell
แต่ตอนนี้ตันๆ แม่ง tell ซะ 100% เลย

171 Nameless Fanboi Posted ID:Ze3iSqF7f9

สำนวนสวยสำหรับกู ต้องอ่านลื่นว่ะ ศัพท์​ยาก ศัพท์​ง่ายยังไงก็ได้ แต่เวลาอ่านออกมามันต้องลื่นไหล อ่านแล้วอินตามประมาณนั้นอะ

172 Nameless Fanboi Posted ID:/VsNpQzGmw

ระหว่างแพ็คขายนิยายในดด. ออกอีบุ๊ค กับส่งสนพ. เพื่อนโม่งว่าอันไหนดีกว่ากัน

173 Nameless Fanboi Posted ID:h/6kN6hmLn

>>172 ไม่รู้อันไหนดีกว่า แต่สำหรับเรา e-book สะดวกที่สุด meb ให้ส่วนแบ่งเยอะกว่า และขี้เกียจรอสำนักพิมพ์
แต่กำลังคิดว่า เรื่องไหนที่อยากได้ฟีดแบ็คและไม่รีบหาเงิน ก็อาจจะลองส่งดู จะได้เอาคอมเม้นท์มาพัฒนางานตัวเองอะ

แต่ก็มีเพื่อนถามนะทำไมไม่เปิดขายในดด. มันจะได้อยู่ที่เดียวกัน เขาขี้เกียจไปสมัครสมาชิก meb (แต่ตอนนี้มันก็สมัครไปละ)

รอโม่งอื่นมาตอบอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้เถอะ TT

174 Nameless Fanboi Posted ID:SqtlsWZf21

>>172 ส่งสนพ.ได้พัฒนางาน ได้วางร้านแบบไม่ต้องยุ่งยากเอง ติดสัญญา3-5ปีแล้วแต่ที่ แต่ต้องรอเงินหลายเดือนกว่าจะจบกระบวนการ

ทำอีบุ๊คเองได้เงินเร็วกว่า ถ้าฐานแฟนเยอะดีไม่ดีได้เงินเยอะกว่าออกสนพ.อีกเพราะไม่ต้องถูกหัก%อีกทอด ข้อเสียคือเรื่องคุณภาพงานอะ ถ้ามีมาตรฐานที่ดีอยู่แล้วก็ดี ถ้าไม่ก็จะพัฒนางานตัวเองยากหน่อยเพราะไม่มีคนมาช่วยติงช่วยคิดแบบสนพ. การตลาดต้องทำเอง ในกรณีที่เป็นแนวนิยายรักโอกาสขายละครยากกว่าการออกเล่มกับสนพ.(แม้ออกกะสนพ.ก็ไม่ได้ขายง่ายเสมอก็เถอะ)
ส่วนขายที่ไหนคงแล้วแต่ แต่คิดว่าmeb ค่อนข้างโปร่งใสที่สุดแล้วนะ

175 Nameless Fanboi Posted ID:GO/OxCrwyz

>>174 โปร่งใสคือ MEB แต่ถ้าอยากได้ตุกติกจ่ายเงินช้าเลยแง่ อุ๊คบี ธัญวลัย ฟิคชั่นล็อค

176 Nameless Fanboi Posted ID:szOJPU8V2w

ขอบคุณมากโม่ง >>173-174 คราวนี้เรามีปัญหาหนักกว่าเดิมคือ คนอ่านอยากได้เป็นเล่ม เรามีฐานแฟนเล็กน้อย แต่กำลังกังวลว่าถ้าพิมพ์แล้วจะแกลบกินรึเปล่า (แบบว่าสุดท้ายอาจจะเท่าทุนหรือขาดทุน) แล้วปกติพิมพ์เกินยอดสั่งจองกันไหม หรือ e-book นี่ดีสุด เพราะไม่มีต้นทุน

177 Nameless Fanboi Posted ID:k4esX0P7p1

>>176 ถ้าอยากพิมพ์เล่มตัวค่าพิมพ์จริงๆไม่ได้สูงมากนักนะ ไงๆลองถามว่าจะพรีออเดอร์ก่อนเอามั้ย ถ้ามีคนเอา ก็น่าจะพอพิมพ์ได้แหละ แต่มึงก็จะเหนื่อยมากเหมือนกัน สู้ๆนะ

178 Nameless Fanboi Posted ID:SqtlsWZf21

>>176 ทำแค่เท่าที่สั่งพอ สำรองนิดหน่อย อย่างลืมกะราคาดีๆ +ค่าส่งด้วย

179 Nameless Fanboi Posted ID:YXSjBPW4Es

>>176 ไม่เคยทำเล่ม แต่เห็นในกระทู้ดด.มีเรื่องหนังสือทำมืออยู่นะ ลองกูเกิ้ลดู พวกโรงพิมพ์แต่ละที่เป็นไง ราคาเท่านี้คุ้มไหม จำนวนหน้าเท่านี้ คิดเท่าไร (แต่ละที่มีของแถม/โปร/เนื้อกระดาษต่างกัน) ทำปก ภาพประกอบ ฯลฯ

ตอนถามจำนวนคนสั่งกับตอนพรีฯ จริง อาจจะไม่เท่ากัน ก็ต้องถามโรงพิมพ์เผื่อ เพราะจำนวนต่างกัน ราคาอาจจะต่างนะ

นอกจากนั้นก็ค่าบับเบิ้ล ค่ากล่อง ค่าส่ง
คิดดีๆ ด้วยว่าจะเก็บข้อมูลคนสั่งยังไง จัดเก็บเลขพัสดุต้องตามได้ เพราะถ้าทำเองมันเริ่มตั้งแต่เขียน ยันหนังสือถึงมือคนอ่าน

นี่คือเท่าที่จำได้ แต่ไม่เคยทำจริงนะ ลองไปหาตามกระทู้เก่าๆ หรือรอคนมีประสบการณ์อีกที

180 Nameless Fanboi Posted ID:+WNuv598fu

>>172 ไม่แนะนำให้ส่ง สนพ. แต่เขียนให้ สนพ. ติดต่อมาเองดีกว่า อันไหน สนพ. ไม่ติดต่อมาก็ทำเองออกเอง โอกาสผ่านมันไม่มาก ถ้างานมันน่าจะขายได้เขาติดต่อคนเขียนเองเป็นส่วนใหญ่ ถ้ารอมันเสียเวลาพอสมควร

เขียนยังไงให้ สนพ. ติดต่อมา เขียนให้ดี สนุก น่าติดตาม ติดอันดับ 1-3 นานๆ ไม่เกิน 3 เดือนเดี๋ยวคงมีคนติดต่อไปเอง

>>173 ที่รู้จักเป็นแบบนี้หลายคนเหมือนกัน อยากให้อยู่ที่เดียวกันแต่ไปอยู่นั่นหมด อันไหนขายดี ได้ % เยอะก็ไป

>>176 ถ้าทำแล้วขาดทุนก็ไม่ต้องทำ หรืออยากได้ประสบการณ์ก็ลองทำดู ปกติมันไม่น่าจะขาดทุนได้ถ้ามึงไม่สั่งวาด จ้างพิสูจน์อักษร จ้างคนจัดเล่ม

อ่อ มึงต้องรับเงินเขามาก่อนนะค่อยสั่งพิมพ์ อย่าไปพิมพ์ตามยอดจอง บางคนจองแต่ถึงเวลาไม่จ่ายก็มี สำรองได้ถ้าเงินเหลือ

181 Nameless Fanboi Posted ID:sE/9iJSflw

ยอดจองนี่คือช่วยคำนวณราคาต่อเล่มได้
แต่มึงต้องให้โอนเงินเต็มราคามาก่อนสั่งพิมพ์นะ
ถ้าเงินที่โอนมาน้อยกว่ายอดจองแต่coverต้นทุนและได้กำไรเล็กน้อยได้ก็พิมพ์ไป แต่ถ้าไม่มึงก็อย่าเลย โอนเงินคืนยังจะดีกว่าเข้าเนื้อ
บอกคนอ่านตรงๆ ขอเบอร์บัญชีโอนกลับไว้ล่วงหน้าเลย

182 Nameless Fanboi Posted ID:wxEB9JKofB

>>177-181 ขอบคุณมาก ได้ความรู้อีกมากเลย เราเคยแต่เขียนฟิคร่วมกับคนอื่นแต่เค้าเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด เพิ่งรู้ว่ามันเหนื่อยมากก็ตอนนี้แหล่ะ

183 Nameless Fanboi Posted ID:57iYKMg70I

ในเด็กดี ถ้าค้นคำที่ไม่มีในชื่อเรื่องแต่มีในแท็ก เช่น เรื่องชื่อ สวัสดีครับคุณครู แต่ติดแท็กดราม่า พอค้นคำว่าดราม่าก็ไม่ขึ้นงี้เหรอ มีแท็กไปทำไมวะนั่น

184 Nameless Fanboi Posted ID:VMwOghwy3H

>>183 เวลาเสิร์ชในอากู๋ไง

185 Nameless Fanboi Posted ID:JGLQWGjOjd

กูแชร์มั่ง เดี๋ยวนี้ขี้เกียจรวมเล่ม กูเขียนงานทีไรมีแต่คนถามหาอีบุ๊ค แล้วช่วงนี้กูย้ายหอด้วย ไม่มีที่เก็บ เลยลงอีบุ๊ครัวๆ กูว่ามันก็โอเคอยู่นะ ถึงจะโดนหักเยอะอยู่ก็เถอะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเปลืองที่เก็บกับเปลืองค่าห่อส่งว่ะ

186 Nameless Fanboi Posted ID:aFi.lQDn1+

>>185 กูเห็นด้วยว่ะ ช่วงนี้อีบุ๊คขายง่ายกว่า ขายเร็วด้วย ไม่ต้องรอการผลิต

187 Nameless Fanboi Posted ID:t//lK5JwRj

>>185 เล่มเคยคิดจะทำ แต่ก็ขี้เกียจดีลกับคน เลยวางแต่อีบุ๊กเลย เรื่องขายได้น้อยมากไม่ค่อยคิดอะ อยากซื้อก็กดไป ไม่ชอบก็ไม่ว่ากัน

188 Nameless Fanboi Posted ID:dMkdKqRCdg

เบื่อนักชิปจัง อัพตอนใหม่เนื้อหามีแต่สงคราม​กะการเมือง​ เคยบอกละว่าเรื่องไม่เน้นโรแมนซ์ คอมเมนท์​มีแต่ "สาวใหม่ ปักธงๆ" "ฮาเร็ม​ๆ" ไม่คุยเนื้อหา​กะกุเลย T_T

189 Nameless Fanboi Posted ID:uKiIzuSqpf

>>188 เว็บดด.ปะ งี่แหละ คงต้องทำใจส่วนมากเป็นเด็กหรือคนที่ชอบอะไรแนวๆนั้นแหละ เหอๆ ๆ ๆ แต่กูก็เขียนลงเด็กดีนะ คนอ่านมันยังเยอะอยู่ดีอะ

190 Nameless Fanboi Posted ID:uKiIzuSqpf

นครคนนอกแม่งเฟี้ยวดีว่ะ กูชอบมาก

191 Nameless Fanboi Posted ID:PuPW1AhD+k

>>188 มึงต้องหัดมองโลกในแง่ดีบ้างนะ มึงดูคนข้างบน ยอดวิวติดท้อป ยอดเม้นแทบไม่มี
หรือยังมีพวกที่ไปโวยใส่นักเขียนขอ nc ขอฉาก xx ขอนั่นนี่ ด่านักเขียนถ้าชิปไม่ถูกใจพวกนี้อีก ของมึงเขาแค่กรี้ดกร้าดมึงก็เฟลซะแล้วเหรอ ถ้ากูเป็นนักเขียนไร้เม้นคงสาปแช่งมึงไปแล้ว

192 Nameless Fanboi Posted ID:qzIG/z0XuL

>>191 มึงอย่าพูดไปสิ กูคือนักเขียนไร้เม้นท์ี่กำลังสาปแช่งอยู่เนี่ย

193 Nameless Fanboi Posted ID:I4FQMs0jFo

กูคงหมดไฟไปแล้วจริงๆ พยายามเข็นให้จบตอนแค่ตอนเดียว ผ่านมาจะสามเดือนแล้วกูพึ่งเขียนไปไม่ถึง10%ของตอน ทำยังไงให้กลับมามีไฟเขียนวะ
แม่งปัญหา​ใหญ่เลย พอเขียนตอนนี้ไม่ได้กูพลอยกังวลไปหมด จนงานเรื่องอื่นจะล้มตามไปด้วย (กูเป็นประเภท​เขียนงานพร้อมกันที่สองสามเรื่องนะ)​เมื่อก่อนเคยมีปัญหา​แบบนี้นะ แต่ไม่เคยเป็นนานขนาดนี้เลยว่ะ ขนาดกูยอมจองตั๋วไปเที่ยวผ่อนคลาย​แล้ว งานยังไม่เดินเลยว่ะ กูเศร้าและเครียดมาก

194 Nameless Fanboi Posted ID:YsnK+83PM9

>>193 ใจเย็น กูว่าพักก่อน ถ้าเขียนไม่ออกก็พักก่อนได้ กูก็เป็น (ตอนนี้ก็เป็นอยู่) ไม่ได้เขียนอะไรมาหลายเดือนแล้ว คนอ่านจะแดกหัวละ แต่ก็พยายามใจเย็นๆ กูว่าฝืนไปก็เขียนไม่ออกอยู่ดี

195 Nameless Fanboi Posted ID:GM3GKGkq+O

>>193 ถ้าลองพักลองเที่ยวแล้วไม่ได้ผล ลองวิธีตรงกันข้ามมั้ยมึง เขียนตอนที่อยากเขียนของเรื่องนั้นแหละ ไม่ต้องเป็นฉากที่จะเกิดขึ้นก็ได้ แต่เอาฉากที่อยากเขียนมาเขียนก่อน เผื่อมึงจะกลับมาสนุกได้อีกครั้ง ถ้ายังไม่ได้จริงๆมึงก็ลองเขียนอันอื่นไปก่อนแล้วแวะมาเป็นพักๆเอา

เป็นกำลังใจให้จ้ะ

196 Nameless Fanboi Posted ID:2A.8cHiQHj

ขอบ่นมั่ง...
คือตอนนี้ไอเดียกลับมาจนสามารถเขียนงานได้แล้ว แต่ติดนิสัยชอบใช้สำฟุ่มเฟือยว่ะ คือถ้าไม่ใส่มาเยอะๆ มันดูเหมือนเป็นแค่คำบอกเล่าดาษๆ อะ

ยกตัวอย่าง
xxx เขากำลังเลียฝีปากและพ่นออกมาอย่างหื่นกระหาย สายตาจับจ้องมาทางผมที่เหลือแค่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียวแบบตาแทบไม่กระพริบจนชวนทำให้ขนลุก! เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วผมก็แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาคือเพื่อนที่ร่วมหอที่เคยรู้จักกันมาถึงสามเดือน!!

197 Nameless Fanboi Posted ID:GM3GKGkq+O

>>196 กูไม่เห็นว่ามันจะฟุ่มเฟือยเกินไปนะ พอไหว แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวกู อยากให้ระวังเรื่องว่าไงดี

เอางี้ >>> เขากำลังเลียฝีปากและพ่นออกมาอย่างหื่นกระหาย <<<< เลียฝีปากและพ่นออกมาอย่างหื่นกระหายนี่เป็นไงวะ แล้วฝีปากนี่หมายถึงความสามารถในการพูดไม่ใช่บอกส่วนหนึ่งของร่างกายนะ

แต่อันนี้เข้าใจได้ว่ามึงอาจจะด้นสดมาบรรยายให้เห็นปัญหาเฉยๆเลยไม่ได้ดูตรงนี้ให้ดีๆ ผ่านไปได้ นอกนั้นก็มีว่า ลองแบ่งวรรคเป็น

xxx เขากำลังเลียฝีปากและพ่นออกมาอย่างหื่นกระหาย สายตาจับจ้องมาทางผมที่เหลือแค่กางเกงว่ายน้ำตัวเดียวแบบตาแทบไม่กระพริบจนชวนทำให้ขนลุก!

เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วผมก็แทบไม่อยากเชื่อเลย ว่าเขาคือเพื่อนที่ร่วมหอที่เคยรู้จักกันมาถึงสามเดือน!!

ราวๆนี้ก็ไม่ดูใช้คำอัดไปแล้ว

198 Nameless Fanboi Posted ID:howB5te4vm

>>196 ไม่มีคอมเมนต์เรื่องคำฟุ่มเฟือย แต่ติดตรงเครื่องหมาย ! ว่ะ อันนี้เป็นจริตส่วนตัว กูไม่ค่อยชอบนักเขียนที่ใส่เครื่องหมายพร่ำเพรื่อ แม่งตกใจอยู่นั่นแล้ว อ่านแล้วเหนื่อยใจ

199 Nameless Fanboi Posted ID:JbncLrw7dP

เออ ๆ เห็น >>198 แล้วนึกได้ คือกูเป็นคนชอบเขียน ...เยอะอะ โดยเฉพาะเรื่องที่คาร์มันเงียบ ๆ นิ่ง ๆ หน่อย มีใครรำคาญตาบ้างมั้ยวะ กูตะได้พยายามลดลงหน่อย

200 Nameless Fanboi Posted ID:GF.jK+8qVA

>>196 กูสำนวนประมาณมึงอะ แต่ใส่อารมณ์น้อยกว่า ถ้าเป็นแนวกู คงประมาณ
xxx แลบเลียริมฝีปากและพ่นลมหายใจออกมาอย่างหื่นกระหาย สายตาของเขาจับจ้องมาทางผมที่เหลือกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว ดวงตาของเขาที่แทบไม่กระพริบทำให้ผมรู้สึกขนลุกไปหมด เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น ผมก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเขาคือเพื่อนที่ร่วมหอที่รู้จักกันมาถึงสามเดือน

201 Nameless Fanboi Posted ID:m9xBBEQaqe

>>199 แล้วแต่จังหวะ แต่กูไม่ค่อยใช้แทนอาการเงียบของตัวละคร ที่มีคนนึงถามหรือพูด แล้วส่งบทมาที่อีกฝ่ายละเงียบ "..." แบบนี้ไม่ใช้ว่ะ จะบรรยายว่าเงียบ หรือเขาตอบไม่ได้ ไม่เอ่ยคำนู้นนี้มากกว่า กูใช้ ... ในความทอดถอนใจ ทอดเสียง หรือเว้นจังหวะกิริยาอาการ ซึ่งก็ไม่มาก บทละไม่เกินห้าจุด

202 Nameless Fanboi Posted ID:g6EyEFPv5g

พ่นลมหายใจนี่ใช้กับหื่นได้เหรอวะ ถ้าพ่นลม (คือเป่าปาก) กูได้ฟิลประมาณมึงเซ็ง แบบ เฮ้อ! ไรงี้ มากกว่า ถ้าจะหื่นใช้คำว่าหอบหายใจเปล่า แบบ แฮ่กๆ

203 Nameless Fanboi Posted ID:9G7YZ0NXbm

ky อยากรู้ว่าทำไมนิยายรักส่วนใหญ่ (หรืออย่างน้อยที่กูสุ่มเจอ) ชอบเขียนให้พระนางทะเลาะกันโดยใช้คำพูดดูถูกกันอ่ะ ประเภทพระเอกด่านางเอกว่าโง่ ซื่อบื้อ หรือขี้เหร่ อะไรแบบนี้ คนเราในชีวิตจริงมันจะชอบคนที่มาบูลลี่ใส่แบบนี้เหรอ

204 Nameless Fanboi Posted ID:GF.jK+8qVA

>>202 กุว่าอารมณ์แบบ หมาป่าเห็นเหยื่อ ที่จะพ่นลมหายใจออกมา แบบหอบมันก็ดูเหนื่อยไป ไฮเปอร์เวน

>>203 ไม่อะ ในนิยายกูก้ไม่ฟิน ดูใช้อารมณ์ไม่ใช้เหตุผลเลยอะ โง่ ซื่อบื้อพอรับได้ แบบทำไมเธอโง่อย่างนี้นะ แนวแจ่มใสเลิฟซีรี่ส์ แต่ขี้เหร่นี่บายย

205 Nameless Fanboi Posted ID:0wlY/NY7Q7

ขอตรงๆ​ นิยายแฟนตาซีคนไทยเขียนตอนนี้​ สนพ.​ยังยอมพิมพ์อยู่ไหม​ หรือไปลงขายตาม​ fictionlog​ meb เองเลยดีกว่า​ ไม่เสียเวลารอคำตอบ

206 Nameless Fanboi Posted ID:m9xBBEQaqe

>>203 พ่นออกมาชั่ววูบมะ แบบคิดคำด่าไม่ออก สักแต่อยากด่างี้ 5555 แต่ถึงชั่ววูบมันคนมีตรรกะดีก็ไม่ด่าว่าโง่แบบนี้นะ กูคิดว่าคนเขียนยังอายุน้อย ไม่ก็ไม่เคยทะเลาะหรือผิดใจกับใครจริงจัง เลยไม่รู้ว่าคนเรามันจะผิดใจกันแบบฉลาด ๆ ได้ อาจบางทีแค่เงียบแล้วค่อย ๆ เฟดออกก็พอเว้ย พูดแล้วเศร้า เจอกับตัวแบบนี้โคตรบ่อย โกรธอะไรไม่รู้ ฝ่ายนึงไม่บอก ฝ่ายนึงไม่ถาม รู้ตัวอีกที กลับมาต่อไม่ติดซะแล้ว

ไอ้คำว่าโง่ ไม่สวย เรื่องของกูก็มีนะ แต่ไม่ใช่คำด่า แต่ก็ไม่ใช่คำตลกเหมือนกัน กูพยายามคุมคนแรคเตอร์ตัวละครให้มีสติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำไมถึงทำแบบนี้ กินอันนี้ได้ไหม ถ้าแต่งงานมันก็จะมีความสุข ความทุกข์แบบนี้นะ บลา ๆ ซึ่งบางทีก็คุมจนเหมือนไม่ใช่คนเดินดินแล้วอห กลายเป็นต้องปรับเยอะเลยกว่าจะเข้าทาง

207 Nameless Fanboi Posted ID:O.gmluZznn

เอ่อ... กู >>196 นะ
กูผิดเอง!! กูจะเขียน "พ่นลมหายใจ" แต่กลายเป็นว่าตอนพิมพ์สดไปดันลืมเขียน ฮ่า~
ขอโทษที่ทำให้เพื่อนโม่งเข้าใจผิด

208 Nameless Fanboi Posted ID:+8TsMzjwQo

>>205 ก็ลองส่งไปก็ได้มั้ง แต่ว่าลองมองในตลาดก็ดูแล้วถ้าไม่ดังมาก่อน คิดว่าน่าจะรับยากนะ

209 Nameless Fanboi Posted ID:b524dc5DTc

>>194 >>195 Thanks เอาจริงๆกูคิดมากจนไมเกรนแดกอะ 5555 จะลองทำตามคำแนะนำนะ

210 Nameless Fanboi Posted ID:Ur870t4i0j

เออ กูคุยกับเพื่อนเรื่องแต่งนิยาย แล้วกูก็ยกนิยายเรื่องนึงที่บังเอิญเจอพอดีให้อ่าน ทีนี้แบบเขาก็บรรยายไม่เก่งไง ประเด็นมันอยู่ที่กูให้อ่านบทนำแล้วเพื่อนกูบอกว่าควรบอกว่าชื่ออะไร เป็นใคร มาจากไหนบลาๆ คือกูก็คุยเลี่ยงๆ ไปว่ามันก็แล้วแต่คนอะนะ มันไม่จำเป็นต้องเทลโต้งๆแบบนี้เสมอไป เพื่อนกูก็ไม่อะไร แต่กูชักสงสัย คนไทยส่วนใหญ่ติดแนวเทลทุกอย่างเหรอวะ หรือมันง่ายดี ไม่ต้องคิดอะไรมาก

211 Nameless Fanboi Posted ID:.A9Qqp57ez

>>210 คิดถึงงานตัวเอง กุใส่สัญลักษณ์ลงไปในงานเขียนอะ แบบบรรยายละเอียดๆหน่อย คนอ่านจะรู้เรื่องกับกูไหมเนี่ย หรือคิดว่าออกนอกเรื่องบรรยายในสิ่งไม่จำเป็น TT

212 Nameless Fanboi Posted ID:Go3upXUuzs

>>211 คนรู้เรื่องน่าจะมีมั้ง คนอ่านก็มีหลายประเภทนะ แต่เอาจริงก็สงสัยเหมือนกัน ในนิยายมีสัญลักษณ์หลายอย่างอยู่ กลัวว่าถ้าไม่อธิบายจะเก็ทกันมั้ย จะยกมาคุยท้ายตอนก็กลัวว่าพอรวมเล่มมันจะหายไปอยู่ดี จะใส่เชิงอรรถก็แปลกๆอีก /เรื่องเยอะวุ้ย

213 Nameless Fanboi Posted ID:ZzrUiQDLQz

>>203 ด่ากันแล้วทะเลาะกันยังพอว่า แต่ถ้าด่าแบบยายโง่ ยายเซ่อ ยายประสาทเอ๊ย แล้วนางเอกแม่งเขินหรือฟิน กูบายนิยายเรื่องนั้นเลย อีพวกแบดบอยตามรังควาญ ไม่ปรับปรุงตัวเหี้ยอะไรเลยแต่สุดท้ายดันรักกันก็ด้วย มันมีคนแบบนั้นจริงๆ นะ แกล้งคนที่ชอบ แซว ปากหมา ชวนทะเลาะ เพราะอยากแกล้งให้โกรธไงตะเอง โกรธซึนน่ารักจัง น่ารักกับผี ชีวิตจริงมันไม่ฟินเว่ย รำคาญเหี้ย ด่าเปิง

>>211 ถ้ามึงจะมีลูกเล่นมึงต้องแน่ใจว่าจะมีคนที่อ่านรู้เรื่อง ถ้ามึงอ่านรู้เรื่องคนเดียวนั่นไม่ใช่ลูกเล่น มันคือการที่มึงสื่อสารไม่รู้เรื่อง

และกูคิดว่าอย่าอธิบายจะดีที่สุด ให้คนอ่านเจอเอง เขียนอะไรที่อ่านยากๆ แล้วมานั่งอธิบายเพราะกลัวคนไม่รู้เรื่องแบบ "ไม่รู้ทุกคนสังเกตไหมว่าตรงนี้สอดแทรกอันนี้ไว้ มีความหมายว่าบลาๆๆ" มันแปลกๆ ว่ะ

214 Nameless Fanboi Posted ID:mRvOWTykT8

>>213 ใส่สัญลักษณ์ของกูคือกูก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร 555 แบบสมติว่า กูสร้างตัวประกอบผู้หญิงคนนึงขึ้นมาไม่บอกที่มาที่ไปกำหนดให้เลี้ยงกระต่าย แต่ในความคิดกูคือกระต่ายเป็นสัตว์ที่แพร่พันธุ์แสดงให้เห็นว่าเป็นคนเซ็กส์จัดไรงี้อะ แต่รนอื่นอาจจะคิดว่าไม่ต้องบอกก็ได้มั้ง

215 Nameless Fanboi Posted ID:gtDamsMB5k

>>215 มึงอ้อมไปไกลมาก กูคิดว่าคงไม่มีใครสนใจหรอกถ้ามึงไม่มีประโยคที่เอาคาร์ไปเทียบกับกระต่าย ไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อมหรือมีคาร์อื่นคิดเปรียบเทียบขึ้นมา ยิ่งถ้าเป็นตัวประกอบไม่ค่อยมีบทคนก็จะอ่านผ่านๆ ไป คนทั่วไปเลี้ยงกระต่ายก็ไม่ได้หมายความว่าจะเซ็กส์จัดด้วย ถ้าแบบนี้จะใส่สัญลักษณ์หรือไม่ใส่ก็คงไม่มีผลกับการอ่าน ยกเว้นจะย้ำบ่อยจนคนจับได้ว่าย้ำบ่อยแต่ไม่รู้ว่ามึงย้ำทำไม

216 Nameless Fanboi Posted ID:gtDamsMB5k

>>214 สิ จิ้มผิด

217 Nameless Fanboi Posted ID:3mJcNrG8.6

ถ้ามันมีผลกับเนื้อเรื่อง กูก็ชอบตีความสัญลักษณ์นะ แต่ถ้ามันไม่มีหรือลึกเกินก็ไม่ไหวเหมือนกัน 555

218 Nameless Fanboi Posted ID:14UZQXDe7Z

>>214 อันนี้สำหรับกูกูเดาไม่ออกและไม่คิดว่ามันจะเป็นสัญลักษณ์ด้วย แบบเลี้ยงกระต่ายก็คือกระต่าย แบบเออกระต่ายน่ารักดี เลยเลี้ยงแค่นี้จบ

219 Nameless Fanboi Posted ID:JhjFqiRZWL

กู 214 เอง ขอบคุณทุกความเห็นมาก บางทีกูก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันมาใส่มาทำไม 55555 แต่กูไม่เคยใส่ที่กูยกตัวอย่างไปนะ

220 Nameless Fanboi Posted ID:14UZQXDe7Z

KY กูเบื่อ Cordia และ Angsana เพื่อนโม่งใช้ฟอนต์อะไรพิมพ์กันบ้างที่ไม่ใช่สองอันนี้

221 Nameless Fanboi Posted ID:6430nNfMh8

>>220 TH Sarabun มั้ย

222 Nameless Fanboi Posted ID:8F1WZB0Cz3

FreesiaUPC
TF Srivichai
TEPC CMPrasanmit
Maitree

223 Nameless Fanboi Posted ID:14UZQXDe7Z

>>221 >>222 แต้งกิ้ววววววววววว

224 Nameless Fanboi Posted ID:SLh5zwHFys

>>220 ไรก็ได้​ที่ไม่ใช่ tahoma..

225 Nameless Fanboi Posted ID:DMFMrtV6st

มีใครเคยใช้คีย์บอร์ดที่มันเชื่อมต่อกับสับปะ จะเอามาต่อกับทล. มันพิมพ์ลื่นไหลเหมือนคีย์บอร์ดคอมปะ

226 Nameless Fanboi Posted ID:5TOQkCB3Yb

>>225 กูใช้อยู้แป้นบลูทูธ พิมพ์ลื่นพอกันล่ะ แต่มันอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์กับแอพที่มึงใช้พิมพ์นะ เพราะถ้าหน้าจอมอถือมึงเล็ก มึงจะลำไยมาก ขนาด S8 กูยังลำไยเลย

227 Nameless Fanboi Posted ID:wgueAk/te8

แด่คุณนักเขียนนิยายเรื่อง RISK เห็นมาหลายวันละ ขอแจมหน่อย ก่อนอื่นกรุณาตั้งให้ถูกมู้

พอได้เข้าไปอ่านแล้วมีความรู้สึกว่านี่คือการเลียนแบบการนิยายแปลจีนรึเปล่า
แล้วก็ กรี๊ดดังลั่นจนคนทั้งหมู่บ้านได้ยิน แต่คนเป็นพ่อแม่กลับไม่แน่ในว่าใช่เสียงลูกตัวเองมั้ยเนี่ยนะ? หืมม
แล้วก็ตอนบรรยายสภาพศพทำได้ไม่ดีพอ ยิ่งตอนพ่อตะโกนใส่คนที่คิดว่าเป็นฆาตกรในห้อง เห้ คุณพ่อช่างสำบัดสำนวนในเวลาแบบนี้อะนะ ?
สุดท้ายนี้อ่านมา เกือบครึ่งเรื่องมีดีอย่างเดียวคือไม่เจอคำผิด

228 Nameless Fanboi Posted ID:YKuS.Tgyaf

ทำยังไงดี กูมีปัญหา​การเว้นวรรคว่ะ แก้ไม่หายสักที พยายามเปิดดูหลักภาษา​แล้ว แต่ก็ยังมีพลาด พอจะมีวิธีแก้ไหมวะ เบื่อเวลาต้องมีรีไรท์แล้วเจอข้อผิดพลาดเดิม ๆ ของตัวเองนี่แหละ

229 Nameless Fanboi Posted ID:V6Ld4SwjuB

>>228 กูมีปัญหาเดียวกับมึงเลยแล้วคือมันค่อนข้างเป็นนิสัยไปแล้วอ่ะ ชอบเว้นวรรคพร่ำเพรื่องี้

230 Nameless Fanboi Posted ID:aM/I4tgoTQ

>>228 ยังไงวะ นึกภาพไม่ออกอะ

231 Nameless Fanboi Posted ID:mNfbE4sBBL

>>228 เป็นเหมือนกู 5555 กลัวคนอ่านรำคาญแต่ไม่เว้นวรรคมันก็ดูอึดอัด เหมือนอ่านอะไรยาวๆเป็นพืดอะ

232 Nameless Fanboi Posted ID:NPrVkRiChZ

แต่ก่อนกูเคยโดนติเรื่องไม่เว้นวรรค ประโยคยาวแบบ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็เหมือนข้อสอบ TOEFL อ่ะมึง คือขยายแล้วขยายอีก เชื่อมแล้วเชื่อมอีก คนอ่านบอก กว่าจะอ่านจบประโยคเกือบขาดใจตาย กูเลยลองอ่านออกเสียง คือ ถ้ากูเว้นตรงไหน ตัดตรงนั้นเลย

233 Nameless Fanboi Posted ID:Nwqlr/blYV

เรื่องหลักภาษานี่กูว่าจะหาหนังสือของดร.นววรรณมาอ่านว่ะ ไวยากรณ์ภาษาไทย อะ เผื่อจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง

234 Nameless Fanboi Posted ID:5ooCfbvdwQ

เฮ้ย ไอ้คนที่มาลงเรื่องสั้นที่อยากสับ มาที่มู้นี้ซักทีเหอะ อยากโดนสับนักไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องไปรบกวนมู้สับแหลกแหกวงการหนังสือ เพียงเพราะชื่อมีคำว่าสับเลยน่า เขาสับเฉพาะวงการหนังสือไม่ใช่งานเขียนรายบุคคลเว้ย

235 Nameless Fanboi Posted ID:qIGNs7Xf31

>>234 ลงลิ้งก์ให้มันยังไม่มา เขาแค่ไล่มากระทู้นี้ มันดันไปปิดนิยาย ตรรกะพินาศแบบนี้จะเขียนรู้เรื่องเหรอวะ

236 Nameless Fanboi Posted ID:fWPHbRcuzI

>>232 ภาษาไทยไม่มีเว้นวรรคจนกว่าจะจบประโยค อย่างเช่น ตุ๋มติ๋มเดินไปรินน้ำใส่แก้วมาส่งให้พวงชมพู ถ้าเกิดมีคำขยายก็จะยิ่งยาวไปอีก ตุ๋มติ๋มเดินไปรินน้ำเป๊ปซี่ใส่แก้วใสสีฟ้ามาส่งให้พวงชมพูที่กำลังทำหน้าเหม็นเบื่อ บางทีมันยาวมากเลย ต้องหาทางตัดดี ๆ โดยไม่ผิดหลักไวยากรณ์ หรือไม่ก็สร้างประโยคใหม่สั้น ๆ แบบ ตุ๋มติ๋มหยิบแก้วใสสีฟ้า รินน้ำเป๊ปซี่มาส่งให้พวงชมพูที่กำลังทำหน้าเหม็นเบื่อ กูเห็นคนที่เว้นวรรคไม่เป็นมีเยอะเลยว่ะ แบบบางคนนักเขียนดังนะ แต่พอมาเขียนลงเน็ทก็วรรคไม่ถูก ถ้ามีแค่นิดหน่อยกูอาจจะคิดว่าพิมพ์ในเน็ทมันยาก แต่ถ้ามีเยอะนี่กูแปลกใจเหมือนกัน เขียนมาตั้งนานยังเว้นวรรคขาด ๆ เกิน ๆ อีกเหรอวะ หรือมันจะมีสาเหตุอื่น

237 Nameless Fanboi Posted ID:CeijC865HB

กูที่บ่นเรื่องเว้นวรรค​นะ >>233 เดี๋ยว​กูไปหามาอ่านมั่ง
กูใช้วิธีแก้ด้วยการอ่านออกเสียงอยู่ตอนนี้ แต่ก็ยังมีพลาดอยู่ เว้นผิดวรรคบ้าง ลืมเว้นตรงคำเชื่อมบางคำบ้าง ทำให้ประโยค​มันยาวเกินไป

238 Nameless Fanboi Posted ID:CeijC865HB

>>236 มันมีพวกคำอื่นอีกนะที่ต้องเว้นวรรค พวกคำเชื่อม และ หรือ แม้ แต่ พวกชื่อ สถานที่​อะไรพวกนี้อีก พวกงานเขียนกับนิยายกูไม่ค่อยมีปัญหา​หรอก เพราะมันยังพอแก้ด้วยการออกเสียงได้ แต่งานที่ค่อนข้างเป็นวิชาการนี่กูโดนติเยอะอยู่
ปล. อาจเป็นเพราะตอนเรียนมัธยม​กูไม่สนใจภาษาไทยเลย โตมานี่แทบปาดน้ำตา ทำไมไม่ตั้งใจเรียนกว่านี้ ฮา

239 Nameless Fanboi Posted ID:XpeO8FAuv5

กูชอบเผลอเว้นวรรคตามภาษาอังกฤษอะ โดยเฉพาะพวก
However, He hates that. - อย่างไรก็ตาม เขาเกลียดสิ่งนั้น
Actually, She did it herself. - อันที่จริง เธอทำเอง
แบบเว้นตามลูกน้ำคั่นประโยคอะ มันผิดหลักภาษาไทยใช่มะ 55555

240 Nameless Fanboi Posted ID:fPhMDWa.kX

มึงง กูถามในมู้นี้ถูกไหมวะ
คือกูเป็นนักเขียนตีพิมพ์เล่มที่สนพ.แห่งหนึ่ง
ทีนี้คือ กูเห็นสนพ.อื่นมันจะบอกไงว่า ตีพิมพ์ครั้งที่ 1 2 3 บลาๆๆๆ
กูเลยมาเปิดดู เพิ่งเห็นว่า สนพ.กูมันไม่มีบอกว่ะ
แล้วทีนี้กูจะรู้ได้ยังไงว่า ขายไปกี่เล่มแล้ว แบบนี้ตุกติกป่ะมึง
เผื่อพิมพ์เพิ่มเอง แล้วกูไม่รู้ไรงี้
ลข.ตั้ง 3 ปีเลยนะมึง
กูจะเช็คจากที่ไหนได้บ้างวะ หรือว่าซุย รู้สึกขาดทุนไงไม่รู้

241 Nameless Fanboi Posted ID:LJQa00xx2d

>>240 แล้วตอนมึงตกลงให้เขาพิมพ์ให้ เขาไม่ได้บอกเหรอว่าปกติพิมพ์กี่เล่ม แล้วจ่ายเงินแบบไหน เหมาจ่าย หรือว่าเปอร์เซ็นต์ ปกติในสัญญาของสนพ.ดีๆต้องระบุดิว่าพิมพ์เท่าไร จ่ายยังไง แต่เรื่องไปถามเขาว่าขายได้กี่เล่มนี่ยากว่ะ ไม่คิดว่าเขาจะบอกมึงหรอกว่าขายออกกี่เล่มแล้ว ว่าแต่เรื่องของมึงนี่ดังแค่ไหน นิยายไทยสมัยนี้พิมพ์ซ้ำยากมากเลยนะ เรื่องที่ว่ากลัวเขาจะพิมพ์เพิ่มเองแล้วไม่บอกมึงนี่ กูว่ายังน่าห่วงน้อยกว่าจ่ายเงินไม่ครบเยอะ

242 Nameless Fanboi Posted ID:WN.lV8o1+e

>>240 เรื่องแรก โนเนม สนพ.เล็ก เขาไม่ค่อยระบุครั้ง 1 ตรงเดือนปีที่พิมพ์ ซึ่งกูไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันแต่ในสัญญาจะมีเขียนว่าพิมพ์กี่เล่ม ถ้าเรื่องมึงไม่ติดเบสเซลเลอร์มึงไม่ต้องร้อนใจว่าสนพ.จะพิมพ์เกิน ไว้ติดเมื่อไรค่อยลองแย็บๆ ถามเขาไปถ้ามีพิมพ์ซ้ำขอรีไรท์ได้มั้ยมีจุดอยากแก้ แต่นิยายไทยทำใจนะไม่ดังจริงบก.ไม่ค่อยง้อมึง โอเคนะ อ้อ ปกติการพิมพ์จะมีส่วนเผื่อพิมพ์เสียด้วย 1-3 ร้อยเล่มด้วย

243 Nameless Fanboi Posted ID:9i6qrmdqvg

>>240 เดาว่ามึงเป็นนักเขียนมือใหม่ ไม่งั้นมึงคงไม่มีคำถามนี้ เรื่องยอดพิมพ์นี่มึงไม่มีทางรู้ได้เลย เพราะฉะนั้นจะพิมพ์กี่เล่ม กี่รอบ คือสิ่งที่มึงต้องฟังจากสำนักพิมพ์เท่านั้น ถ้าเขาจะตุกติก เขาจะพิมพ์คำว่าหนที่หนึ่งสองสามหรือไม่พิมพ์คำนั้นเลย มึงก็เช็คอะไรไม่ได้ ถ้าเขาจะเขียนว่าพิมพ์ครั้งที่หนึ่งอย่างเดียว มึงก็จะไม่มีทางรู้ว่าเขาแอบพิมพ์ใหม่หรือเปล่า นอกจากมึงจะคอยกว้านซื้อ 5555 แต่ถ้ามึงเป็นนักเขียนใหม่ที่ไม่ดัง มึงอย่าไปคิดอะไรมากเลย สะสมบารมีไว้ดีกว่า เพราะสมัยนี้ส่วนใหญ่มันก็พิมพ์กันแค่พันเล่มนั่นแล ต้องเรื่องดังจริง ๆ หรือนักเขียนมีชื่อขายได้แน่นอนถึงจะพิมพ์มากกว่านั้น แล้วที่จะพิมพ์หนที่สองที่สามได้ก็ต้องมีกระแสอย่างแรง ติดบอร์ดอันดับหนึ่งหรือหนึ่งในสิบขายดีหลาย ๆ สำนัก มีคนดัง ๆ มาช่วยรีวิว ติดเทรนด์ทวิตต่อเนื่องกันเป็นเดือน ๆ ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น อย่าไปคิดเลยว่าสนพจะพิมพ์ใหม่ ยากว่ะ

244 Nameless Fanboi Posted ID:JcmW51Prsz

กูเห็นด้วยว่า เราไม่มีทางรู้หรอกว่าสนพ.จะพิมพ์กี่เล่ม

กูไม่เคยพิมพ์สนพนะ เคยแต่พิมพ์เอง แต่ฟังจากที่พวกมึงพูดกัน เล่มนึงสมมติได้พันเล่ม เปอร์เซ็นที่เราจะได้ประมาณ 10-15 เล่มนึงก็น่าจะมีเงินกลับมาที่เราประมาณสองสามหมื่นถูกมะ ถ้าเรตประมาณนี้

245 Nameless Fanboi Posted ID:WN.lV8o1+e

>>244 เมื่อก่อนให้ 5-15 % จากราคาปก * จำนวนพิมพ์ เดี๋ยวนี้ 3 - 7 % จากราคาปก * จำนวนขาย นักเขียนเลยออกหนังสือเองกันหมด

246 Nameless Fanboi Posted ID:JcmW51Prsz

>>245 เดี๋ยวนี้คิดจากจำนวนขายแล้วออวะ งี้ถ้าขายไม่ได้ก็ตกที่เราด้วยดิ

247 Nameless Fanboi Posted ID:XSqD+dOGV0

>>240 สัญญาสมัยใหม่ 3 ปีนี่น้อยแล้ว สมัยก่อนเขาทำ 5 ปี เสียเวลาฉิบหาย พิมพ์ใหม่ไหมก็ไม่ ทำไปงั้นๆ แหละ ถ้ามึงกังวลมากเรื่องใหม่มึงก็ทำเองออกเองเผื่อมึงรู้ยอดขายตัวเองแล้วอาจจะกลับตัวกลับใจ หรือไม่ก็ไปทำเองยาวๆ ไปเลย พิมพ์ใหม่คือมึงต้องขายดีจริงๆ นะ ขายดีระดับนักเขียนแนวหน้าในสายที่เขียน ไม่งั้นสมัยนี้เขาไม่ลดยอดพิมพ์กันหรอก เคยได้ยินเสียงบ่นนักเขียนใหม่บ่นคล้ายๆ มึงนี่แหละ แล้วไม่ค่อยได้ออกเล่มอื่นกับ สนพ. อะ เพราะ สนพ.มองว่ามีปัญหา ไม่เชื่อใจกัน ทำงานด้วยยาก ไม่ได้ขายดีอะไรมากมายขนาดต้องง้อ ถ้าเขาง้อมึงมากแสดงว่ามึงขายดีจริง ถ้าเขาไม่ง้อแสดงว่าไม่ได้ขายดีอะไร ดีไม่ดีทำแล้วขาดทุนอีกต่างหากแต่ถนอมน้ำใจไม่บอกคนเขียนก็มี

กูไม่ได้ด่ามึงนะ กูแค่เปรียบเทียบ เล่าเคสในอดีตและอยากแนะนำว่าบางทีก็อย่ามองโลกในแง่ร้ายเกินไป เสียสุขภาพจิต กระทบต่อการทำงาน มึงไม่สบายใจก็ลองทำเองดู คนทำแล้วรุ่งเยอะแยะ สนพ. สมัยนี้ขาดต้นฉบับดีๆ เพราะนักเขียนที่เขียนออกมาดีและรู้ว่างานตัวเองดีพอจะขายได้หันไปทำเองกันหลายคน

>>246 แล้วแต่ สนพ. เมื่อก่อนก็มี

248 Nameless Fanboi Posted ID:9i6qrmdqvg

สำนักพิมพ์ที่ให้เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ถ้าเป็นสำนักพิมพ์เล็ก ๆ เปิดใหม่ คนทำงานหน้าใหม่ อย่าไปเซ็นสัญญาด้วย แต่ถ้าเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ เซ็นไปเถอะถ้าอยากอยู่ในวงการเขียนจริง ๆ เพราะถึงจะได้เงินน้อย แต่สำนักพิมพ์ใหญ่มันมีลูกค้าในมือมหาศาล เปิดตัวหนังสือใหม่แต่ละเล่มมีคนกดไลค์เยอะ มีช่องทางโฆษณาให้เยอะ ส่งให้หนังสือพิมพ์ช่วยรีวิวได้ มันคือการสร้างชื่อเสียง คนที่เริ่มต้นงานเขียนถ้าคิดแต่เรื่องเงินๆๆๆ จงไปทำงานอื่น เพราะอาชีพนี้ได้เงินน้อยกว่าสิ่งที่มึงต้องลงทุนลงแรงสมองมากมาย มึงต้องรักงานเขียนและเข้าใจวงจรธุรกิจด้วยถึงจะอยู่ได้

249 Nameless Fanboi Posted ID:JcmW51Prsz

>>248 แต่คนอื่นชอบมองเข้ามาแล้วคิดว่ามันรายได้ดีนะ 5555555

กูคือ 244 ที่กูคิด 15 นี่คือเพราะกูเคยถูกเสนอให้ 15 แต่เป็นสนพใหม่มากและกูจะเป็นเล่มแรกของเค้า ตอนนั้นกูไม่เคยพิมพ์กับที่ไหนมาก่อนเพราะพิมพ์เองมาตลอด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพิมพ์เอง เลยเข้าใจว่าปกติก็เรตประมาณนี้แฮะ

250 Nameless Fanboi Posted ID:HRdQurfdmh

จากใจเลยเงินที่ได้จากหนังสือ​นี่ไม่พอกินอะ นอกจากจะออกเล่มถี่ ๆ ซึ่งกูไม่สามารถ​ขนาดนั้น

251 Nameless Fanboi Posted ID:43Kn/D/saZ

https://www.eventpop.me/e/4091-fictionlog-fantasy-wuxia-project-workshop-more-than-fantasy-by-fictionlog-x-tk-park?utm_source=go.eventpop.me&utm_medium=urlshortener&utm_campaign=FantasyWuxiaProject

เอามาแปะนะ แต่ไม่อยากไปเวิร์กช็อปว่ะ เห็นชื่อวิทยากรแล้วรู้สึกว่าน่าจะกาก ขออวดตัวเองหน่อยเถอะ ถึงจะไม่ดังอะไรนัก แต่ก็ถือตัวว่ามีฝีมือเหมือนกัน ให้ไปฟังไอ้พวกนี้บรรยาย เหมือนเป็นนักธุรกิจที่ไปนั่งฟังไลฟ์โค้ชชี้ทางรวยเลยว่ะ

252 Nameless Fanboi Posted ID:gzEQ3dnTf+

>>251 สองคนนี้กูไม่รู้จักเลย งานกากเหรอวะ

253 Nameless Fanboi Posted ID:M5kWhb/am7

>>252 ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว และไม่เคยอ่านนิยายของสองคนนั้นมาก่อน เพราะงั้นเลยสรุปว่าน่าจะไม่ได้เก่งและโด่งดังเท่าไหร่ ที่ได้มาเป็นวิทยากรเนี่ยน่าจะแค่เพราะเป็นนักเขียนตัวท๊อป (หมายถึงตัวทำเงิน) ของเว็บ fictionlog มากกว่า

254 Nameless Fanboi Posted ID:q4+iIIZ1Ko

>>251 กูไปอ่านมา เขาเขียนว่าวิทยากรจะมาแชร์เคล็ดปั้นพล็อตให้ฮิต กูเลยตามไปอ่านงานของทั้งคู่มาหนึ่งหน้า ภาษายังไม่เข้าที่ แต่ก็ไม่ว่ากันเรื่องนี้ว่ะ อาจจะเก่งเรื่องพล็อตก็ได้ เพราะกูไม่ได้อ่านต่อ สมัยนี้เป็นวิทยากรกันง่ายดี ก็ตามมาตรฐานเว็บเขาแล้วกันว่ะ

255 Nameless Fanboi Posted ID:Y7sjkq2Fhk

กูเหมือนมีปัญหาด้านอารมณ์อ่ะ คือเป็นโรควิตกกังวล เมื่อก่อนเคยระบายได้ด้วยการเขียนนิยาย มาตอนนี้เหมือนไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลย อยากแต่จะนอนแม่งทั้งวัน จะเขียนนิยายก็อึดอัดกับตัวเอง แบบอยากเขียนนะ แต่สมองไม่มีอะไรสักอย่าง เหมือนมันกลับมาเขียนได้แแค่ช่วงหนึ่ง แล้วก็หายไป หายไปเป็นปีๆ สองปี อะไรแบบนั้น คือกูไม่รู้จะไประบายที่ไหนดี อยากบอกคนอ่านเหมือนกันว่าที่หายๆ คือกูมีปัญหาด้านอารมณ์ กูอยากเขียน แต่ไม่รู้ว่าตัวเองควรเขียนอะไรดี

256 Nameless Fanboi Posted ID:FymAnWqt5o

>>255 เขียนไดอารี่มั้ย เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้ กูเคยเขียนช่วงที่กูเขียนไรไม่ออก กูเขียนชีวิตตัวเองนี่แหละ บ่นขิงบ่นข่าบ่นหัวหน้าบ่นตัวเอง แต่ทำให้มันเป็น alternate universe ไม่มีชื่อกู

257 Nameless Fanboi Posted ID:Y6vqWrwYIO

กูเห็นดราม่าคนนอกด้อมซื้อแฟนฟิคสามเล่มไปเก็งกำไร พวกมึงคิดว่าไงบ้างวะ
https://fanboi.ch/801/5630/589-640/

258 Nameless Fanboi Posted ID:44tkdfjFEU

>>255 เป็นมานานยัง อารมณ์คล้ายๆ คนอ่านเป็น reader's block แต่นี่ writer's block ปะ กูเคยเป็นรีดเดอร์บล็อกนะ แนะนำให้ไปทำอย่างอื่นอะ ดูซีรี่ส์ เล่นเกม ทำอะไรนอกเหนือจากหนังสือน่ะ แล้วมันก็ค่อยๆ หายเอง

259 Nameless Fanboi Posted ID:EdPYOutuYh

ย้อนอ่านงานเก่าๆที่เคยคิดว่าเพอร์เฟค​ แล้วเจอคำผิด คำฟุ่มเฟือย​เต็มไปหมดเลยเหวย ทำไมตอนนั้น​ถึงอ่านไม่เจอวะ 😂

260 Nameless Fanboi Posted ID:vbEdWq3vr8

>>259 เหมือนกัน แม่งอับอาย ลบทิ้ง

261 Nameless Fanboi Posted ID:342ryauq.M

>>259 แก้ปัญหาได้ด้วยการไม่กลับไปอ่านเว่ย 55555555555 กูกลับไปอ่านแล้วแบบเหมือนอ่านงานใครก็ไม่รู้อ่ะ กูเคยใช้ภาษาแบบนี้ด้วยเหรอออ อ่านแล้วรู้สึกจักจี้มากบอกไม่ถูก ฮือๆ อ่านแล้วอยากมุดลงหลุม

262 Nameless Fanboi Posted ID:j/jh1kXKxp

เดี๋ยวนี้เขียนตอนนึงกันยาวแค่ไหนน่ะ
กูรู้สึกว่าพฤติกรรมการอ่านของกูมันเปลี่ยนไป สมาธิสั้นลง บวกกับอ่านนิยายเว็บแต่ช่วงเวลาพัก พอเจอตอนยาวๆแล้วก็ขี้เกียจอ่านและ พอจะเขียนเองก็ไม่แน่ใจแล้วว่าปกติกะยังไงกัน

263 Nameless Fanboi Posted ID:xcH1QRV7Sk

>>262 เออว่ะ เดี๋ยวนี้กูก็เป็นแบบมึงเลย เจออะไรยาวๆแล้วชักขี้เกียจอ่านชะมัด 555

264 Nameless Fanboi Posted ID:+HVf.H70bO

>>262 ประมาณ 4000+ คำว่ะ เวลาลงจะแบ่งเป็นสองสามพาร์ทแล้วแต่จังหวะเรื่อง กูยังคิดอยู่นี่ว่าเวลาทำเล่มจะแบ่งเหมือนเว็บเลยดีหรือเปล่า

265 Nameless Fanboi Posted ID:9irzn84rxe

มึง เคยนึกคำไม่ออกกันบ้างไหม
กูพยายามนึกคำว่าguardเป็นภาษาไทยแบบแนวๆ โบราณมาตั้งนาน จะเรียกยามก็ทะแม่ง ๆ จะเรียกทหารก็ไม่เชิง แล้วเสือกเป็นนิยายย้อนยุคอีก อ่าก
คนอ่านรอกูเป็นเดือนสองเดือนแล้ว กูติดแหง่กกับคำไม่กี่คำเพราะนึกคำโบราณไม่าออก เดี๋ยวมาโดนนินทาในโม่งอีกว่าไม๋โบราณเบย

266 Nameless Fanboi Posted ID:zMBXqGB+RB

>>265 ใช้องครักษ์ได้มั้ยอะ

267 Nameless Fanboi Posted ID:RSK7JXIRWP

>>265 องครักษ์อย่าง >>266 ว่า ไม่ก็ผู้พิทักษ์ ผู้ปกป้อง ผู้อารักขา ผู้คุ้มครอง พอไหวมั้ยมึง

268 Nameless Fanboi Posted ID:GKFsagUlW5

การ์ดไทยโบราณมหาดเล็กได้ไหม
มหาดเล็กรักษาพระองค์

269 Nameless Fanboi Posted ID:w/dmI3Q5jr

>>265 โบราณมึงนี่สมัยไหนอะ ถ้ากูเข้าใจไม่ผิด ไทยสมัยก่อนก็ไม่มีการเรียกว่าองครักษ์ละมั้ง น่าจะนับรวมเป็นขุนนางหรือไม่ก็ทหารแล้วเรียกตามยศตามตำแหน่งมั้ง

270 Nameless Fanboi Posted ID:MNro+Zst/K

>>269 จีน ญี่ปุ่น เกาหลีประมาณนี้ ตัวเอกกูโผล่หลายที่

271 Nameless Fanboi Posted ID:xslrLmkCIA

>>270 อ่อ งั้นกูว่าเรียกองครักษ์ได้อยู่มั้ง หรือถ้าอยากได้ละเอียดๆ หน่อยก็ลองเสิร์ชเรื่องบรรดาศักดิ์ในสมัยโบราณเอา

272 Nameless Fanboi Posted ID:iHPgr+p2JB

ขอถามเรื่องการใช้คำหน่อย
ถ้าจะใช้คำว่า "ยอดนักเย็ด" ให้ดูหยาบคายน้อยลง จะใช้คำแบบไหนดีอะ

273 Nameless Fanboi Posted ID:uW/7JKJEgd

>>272 คาสโนว่า...เพลย์บอย เสือ นักฟันไม่เลือก
คำมึงนี้แบบ

274 Nameless Fanboi Posted ID:iHPgr+p2JB

>>273 กะ กูขอโทษที่คำเสื่อมไป5555 ที่จริงกูว่าจะคิดฉายาที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ให้ตัวละครน่ะ (ประมาณผู้เชี่ยวชาญ? หรือคนที่ฟันมาเยอะก็ได้) แต่จะใช้คำตรงๆก็เสื่อมไป ไม่อยากใช้ด้วย แต่คิดคำอื่นไม่ออกเหมือนกัน

แต่คำแนะนำของมึงก็พอช่วยให้กูนึกคำอื่นๆออกได้บ้างแหละ ขอบคุณมากๆ จุ๊บๆ

275 Nameless Fanboi Posted ID:L8KbMCjP+r

รี้ดอะไรท์ โฆษณาว่าจะจ่ายเงินตามยอดวิว (ยังไม่ได้บอกรายละเอียด)

276 Nameless Fanboi Posted ID:hilsdeuVmZ

>>265 คนคุ้มกัน

>>272 เสือ​ เสือผู้หญิง​ ถ้าเป็นนิยายรักกุ๊กกิ๊ก​ เรียกว่าพ่อเสือร้ายก็น่ารักดี​

277 Nameless Fanboi Posted ID:8zLgo1mWKn

>>274
มีคำแสลงจีนคือ คนขับเฒ่า อยู่นะ แปลว่าผู้เชี่ยวชาญ 555

278 Nameless Fanboi Posted ID:YO3X.b.pQ5

>>275 เหรออออ หมายถึงยอดวิวนับจากอนาคตใช่ป่ะ ไม่นับย้อนหลังใช่มะ อ่ะ กูควรรอระบบนี้ก่อนละค่อยลงเรื่องใหม่ป่ะวะ มีงพอรู้ว่ามันจะมาตอนไหนป่ะ

279 Nameless Fanboi Posted ID:L8KbMCjP+r

>>278 ทวิตว่างี้ https://twitter.com/readAwrite/status/1037637793835450368?s=19

280 Nameless Fanboi Posted ID:Hqm8QhE1QE

>>279 นับย้อนด้วย เจ๋งว่ะ

281 Nameless Fanboi Posted ID:vxmpfFXkKV

ถามห้องนี้ได้ไหมวะ หากผิดมู้ ขออภัยด้วย
กูได้รับคอมเมนท์ยาวมากจากเรื่องหนึ่ง มีนักอ่านมาคอมเมนท์ แล้วเหมือนไม่เข้าใจที่กูสื่อ
กูเลยกังวลว่ากูเขียนไม่ดี หรือเขาอ่านไม่เข้าใจ กูเลยเอาไปให้พี่สาวอ่าน นางก็บอก ไม่นะ เข้าใจปกติ
ยกตัวอย่างนะ กูให้ตัวละครมีนิสัยเสีย 1 อย่าง ที่ตอนคบกันมันไม่เคยทำ แต่มาทำหลังๆ จากที่แต่งงานไปแล้ว
แต่กูไม่ได้เล่าลงลึก (กูแค่จะสื่อว่าคนเราคบไปนานๆ อยู่กันไปนานๆ สันดานออกไรงี้)
กูแค่ให้ตัวเอกด่าว่า เมื่อก่อนไม่เคยทำ ทำไมเดี๋ยวนี้ทำ เปลี่ยนไปนะ
งง ไหมวะ ประมาณนี้
คนอ่านก็คอมเมนท์ว่า ทำไมถึงนิสัยเปลี่ยนไปได้ยังไง คอมเมนท์เหมือนกูเขียนนิสัยตัวละครย้อนแย้งอะ
กูเข้าใจนะว่าไม่ควรเก็บเอามาคิดมาก แต่เพราะกูไม่เคยเจอคอมเมนท์แนวนี้เลยเริ่มกังวลหรือเป็นที่กูที่อธิบายไม่ดี
ขอบคุณมาก

282 Nameless Fanboi Posted ID:9JYERGGtfz

>>281 มึงเคยหยอดความนิสัยเสียนี้ในเรื่องรึเปล่า เช่น ไม่ทำอย่างนี้ตอนต่อหน้าแฟนตอนที่คบกันเพราะอยากให้เห็นแต่ด้านดีๆ แต่ก็อาจจะยังทำนิสัยนี้ให้เห็นเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นอย่างเพื่อนหรือครอบครัวไรงี้ คือถ้ามีพูดถึงบ้างมันก็ชัดเจนดีว่าพ้นช่วงหวานหมดโปรขี้เกียจแอ๊บแล้วถึงมาแสดงนิสัยนี้ตอนหลังแต่งงาน แต่ถ้าไม่เคยพูดถึงเลยก็อาจจะมีคนงงอย่างที่มึงบอกก็ได้

283 Nameless Fanboi Posted ID:vxmpfFXkKV

>>282 ไม่มีว่ะ เพราะมันเพิ่งเริ่มเรื่อง มันเพิ่งตอนสองตอนเองมึง
(เรื่องเปิดมาคือตัวเอกสองคนอยู่ด้วยกันแล้วมึง)
แต่ใช้ตัวละครอื่นเป็นคนพูดถึงนิสัยเสียของตัวละครนั้นแทน
ขอบใจมึงมาก เดี๋ยวกูลองทวนดูอีกรอบ

284 Nameless Fanboi Posted ID:kdJ7PIwlAf

>>283 ถ้าเพิ่งตอนสองตอนก็กำลังปูเรื่องรึเปล่า นักอ่านอาจจะงงๆได้(นิยายหลายเรื่องเปิดเรื่องมาบางทีกูก็งงๆนะ แบบต้องอ่านต่อไปแล้วเค้าก็เล่าที่มาที่ไปให้เก็ตเอง) มึงก็ลองใช้ตอนต่อๆมาเล่าเรื่องนิสัย+ที่มาที่ไปของนิสัยตลค. ก็น่าจะเก็ตขึ้น
กูอ่านคอมเม้นต์คนอ่านนี่มึงบอก กูคิดว่าเค้าอาจจะเม้นต์อารมณ์แบบ อยากรู้ว่าทำไมนิสัยเปลี่ยนไป (อยากตามอ่านต่อเพื่อให้รู้) ไรงี้ปะ

285 Nameless Fanboi Posted ID:XvMurIrw6g

>>284 เค้าคอมเมนท์ว่า ก่อนหน้านี้ พระเอกพูดเหมือนไม่เคยมีนิสัยแบบนี้มาก่อน
ทำไมวันนี้ถึงเป็นไปได้ แบบเมื่อก่อนไม่เคยทำ ทำไมตอนนี้ทำ คนคอมเมนท์บอกไม่โอเคนะ
เค้าคอมเมนท์กูยาวมาก จนกูตกใจ ประมาณ 1 หน้าเอสี่ได้อะมึง นี่กูอ่านหลายรอบไม่แน่ใจว่า
เค้าอิน เค้าแนะนำ หรือเค้ายังไง
จริงๆ ตอนต่อไปก็ค่อยๆ จะแสดงนิสัยให้รู้เรื่อยๆ หวังว่าเขาจะเข้าใจตัวละครกูมากขึ้น
ส่วนกูจะพยายามปรับปรุงส่วนนี้ด้วย ขอบคุณมึงมาก

286 Nameless Fanboi Posted ID:s6gIlk0O2j

>>285 ถ้าเขาเม้นยาวเบอร์นั้นมึงต้องกราบไหว้บูชาแล้ว แปลว่าเขาตั้งใจอ่านมาก ไม่ว่ามึงจะเห็นด้วยหรือไม่ก็พูดกันดี ๆ ล่ะ ถ้ามึงยังแค่ปูเรื่องอาจจะบอกก็ได้ว่าเดี๋ยวมีอธิบายต่อไป
กูก็เคยนะ อ่านไปมีจุดแปลก ๆ ก็บอกนักเขียน ตอนต่อไปเขาก็มาเฉลยเลย ไม่รู้ว่าเติมมาเพราะอยากไขข้อข้องใจหรือตั้งใจอธิบายอยู่แล้ว มึงก็ทำงี้ก็ได้ ดูว่าเขาไม่เข้าใจตรงไหนก็ยัดบทอธิบายไป หลังจากนั้น ซึ่งปกติถ้าไม่ใช่ว่าพลอตมันพังมากก็เติมกันได้ทั้งนั้นแหละมั้ง

287 Nameless Fanboi Posted ID:BGSTdG.J8S

>>286 กูคิดต่างว่ะ ที่กูเจอเมนต์ยาวมาก เหมือนจะดีวิเคราะห์เรื่องแต่ความจริงจับผิดหมดแถมวางเรื่องให้ล่วงหน้าราวกับถ้าไม่ใช่แบบนี้คือกูเขียนห่วยมือไม่ถึง

คนอ่านเมนต์ยาวไปก็ไม่ใช่เรื่องดี แต่เป็นหารูรั่วในเรื่องมึงแล้วมายกว่ารู้ดีกว่าคนเขียน

ยิ่งบอกว่าเพิ่งลงแต่มาสกัดขาวิ่งแล้วกูมองทางลบก่อน

288 Nameless Fanboi Posted ID:o1rFm15WdG

กูเขียนนิยายรักอยู่ แล้วฉากสารภาพรักกูไปต่อไม่ได้ว่ะ เขียนแล้วมันยาวออกทะเลทุกที ถ้าเอาลงกูโดนด่าแน่ๆว่ามีแต่น้ำไม่มีเนื้อจะยืดยาดไปไหน ต่างฝ่ายต่างซึนเดเระใส่กันอ้ำอึ้งปากหนักกันทั้งคู่ แต่จะให้บอกออกไปตรงๆก็ผิดนิสัยพระเอกนางเอกกูไง แต่พูดไปก็เฉไฉกันไปคนละเรื่องตลอด มันเลยไม่เข้าฝั่งซักที พอจะมีวิธีเขียนบอกรักหรือแสดงความรักกันแบบง่ายๆซึนนิดๆพองามแต่คนอ่านฟินตายไปเลยมั้ยวะ กูหนักใจมากเลย

289 Nameless Fanboi Posted ID:zK8EcXMVa1

>>286 >>287 กูไม่รู้ว่าจะมองบวกหรือลบกับคอมเมนท์ดีคือแบบว่า
กูพยายามมองในแง่ดีให้มากสุดๆ สำหรับนิสัย ตลค กูจะพยายามแทรกไปเรื่อยๆ แหละ
กูไม่อยากเขียนชี้นำคนอ่านขนาดนั้น อยากให้เขารู้สึกไปพร้อมๆ กับกู
ส่วนที่ว่าเขาเมนท์ยาว บอกตรงๆ กูแอบรู้สึกนิดนึง เหมือนเขาเขียนพลอตให้กู
แต่ยังไงกูก็จะลงพลอตเดิมแหละ ไม่พยายามหลงประเด็นหรือเอนเอียงจากคอมเมนท์ในเรื่องพลอตนะ

>>288 ถ้าพระเอก นางเอกมึนมีอาการซึน ปากหนัก มึงต้องหาฉากหรือเหตุการณ์แบบ บอกรักโดยไม่ต้องมีคำบอกรักอะมึง
กูอาจจะสมมติแบบน้ำเน่าไปหน่อย เช่น เดินระวังหน่อยยัยโง่ จะให้คนเป็นห่วงไปถึงไหน มึงลองหาเหตุการณ์ที่ให้พระ นาง
มีอะไรที่จะแสดงออกมาก็ได้

290 Nameless Fanboi Posted ID:KVVjopQDhs

>>289 มึงเบลอได้เบลอบ้างคนเมนต์แบบบังคับคนเขียนต้องเขียนตามมัน ถ้าไม่เขียนตามขู่เลิกอ่าน

291 Nameless Fanboi Posted ID:mgFJdCtSra

มึง กูมีไอเดียมาแบ่งปัน จริงๆว่าจะเก็บไว้คนเดียว แต่กูก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรเพราะไม่ใช่แนวเลยว่ะ
คือ เหมือนกูเคยดูหนังหรืออะไรซักอย่างจำไม่ได้ ที่ตัวเอกจะได้ยินความคิดต่างๆของคนอื่น เลยเอามาดัดแปลงนิดๆหน่อย คือ คนทั้งโลกมีบอลลูนความคิดที่ทุกคนมองเห็นได้ ลองนึกถึงว่ามึงมีป้ายปักอยู่บนหัว เวลาคิดอะไร มันจะขึ้นเป็นตัวอักษรบนป้ายหมดเลย

292 Nameless Fanboi Posted ID:cCV6ibBrmE

อ่าาาา ขอมานั่งบ่นหน่อย
อยากจะเขียนนิยายชะมัดเลยยย ทว่าตั้งแต่เริ่มมีเรียน เสาร์-อาทิตย์ แล้วต้องบังคับตัวเองให้ตื่นตั้งแต่ 7 โมงนี่ อารมณ์เขียนนิยายแทบจะไม่มีเลย

293 Nameless Fanboi Posted ID:hR+Nq66QCM

พอจะมีตัวอย่างนิยายที่เล่าเรื่องด้วยสรรพนามบุรุษที่ 1 มากกว่า 1 คนขึ้นไปเป็นคนดำเนินเรื่องไหมวะ เหมือนสลับกันดำเนินเรื่องในมุมมองของตัวเองอะ อยากลองอ่านดู

294 Nameless Fanboi Posted ID:J9DZ5FdOtx

>>293 มึงจะเอาแนวไหน กูขอนึกก่อน

295 Nameless Fanboi Posted ID:c6JjysO1L8

>>293 เอเลนอร์กับปาร์ค (normal/นิยายแปล)
มีนิยายวายเรื่องนึงที่สลับกันเขียน ใช้บุคคลที่หนึ่งทั่งคู่ สลับมุมทองสองคนไปเรื่อยๆ

296 Nameless Fanboi Posted ID:1p7oi4h76J

กูขอถามคนที่สามารถแต่งนิยายพระเอกแนวหนุ่มอัลฟ่าหน่อย กูค้นพบว่าตัวเองชอบแต่งนางเอกที่นิสัยเอื่อยเฉื่อย ไม่อินังขังขอบ และเวลาอ่านนิยายคนอื่นกูว่ากูชอบผช.อัลฟ่านะ เลยอยากจะให้พระเอกกุเป็นแนวนั้นบ้าง แต่แต่งแล้วมันจะกลายพันธุ์เป็นคนเด๋อ ไม่ก็อ่อนโยนไปทันทีเลยว่ะ เหมือนกับพอพระเอกจะทำตัวอวดดี บงการนั่นนี่ นางเอกก็ยอมง่ายๆ แบบ "เออทำดิ" "ถ้าสบายใจก็ไม่ว่ากัน" จนกลายเป็นหาช่องใส่ความอัลฟ่าไม่ได้เลยว่ะ หรือว่าเคมีนิสัยมันจะต้องเป็นแพทเทิร์นที่ค่อนข้างฟิกซ์วะ อย่างอัลฟ่าต้องคู่กับสนิมสร้อยไม่ก็เผ็ดร้อนไปเลย คนซึนก็ต้องคู่กับไทป์หมาพันธุ์ใหญ่ใจดีงี้

297 Nameless Fanboi Posted ID:hseqs.KKpm

มีกวีนิพนธ์อันไหนน่าอ่านเอามาเป็นแบบอย่างบ้างวะ

298 Nameless Fanboi Posted ID:nQTtH9QSzB

>>297 มีแนวไหนหรือผลงานใครที่เคยชอบเป็นพิเศษมั้ย เผื่อแนะนำถูก

299 Nameless Fanboi Posted ID:NIypKJaFm8

>>296 นิสัยเอื่อยๆไม่ได้แปลว่ายอมคนนะเว้ย พวกนิสัยเอื่อยๆแต่แม่งเซลฟ์และดื้อเงียบนี้กูเจอเยอะเลย เรื่อยๆเอื่อยๆเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ถ้าไม่สนใจคือกูไม่ทำไม่สนใจเอื่อยๆไหลๆไปตามใจ ใครว่าอะไรก้อหัวเราะแหะๆใส่แล้วก้อทำเหมือนเดิม

300 Nameless Fanboi Posted ID:/+rWgJk/1i

>>296 ลองอัลฟ่าแบบเรียกร้องความสนใจมั้ย แบบพระเอกรู้สึกตะหงิดใจกะนางเอกแล้วก็ตามตื๊อบ่อย ๆ อะ เคยเห็นอยู่นะ

301 Nameless Fanboi Posted ID:h+P2MdieG.

>>295 ขอบใจมากเดี๋ยวไปหาอ่านดู แล้วนิยายวายที่ว่าเรื่องอะไรรรรรรรรร

302 Nameless Fanboi Posted ID:TdvU1vj0Gt

KY ขอถามหน่อย ว่าปุ่มโปรโมตของธนี่กูกดแล้วนิยายกูจะไปขึ้นในส่วนไหนของหน้าแรกอ่ะ

303 Nameless Fanboi Posted ID:9bUsjWRKxc

เวลาตัวละครพูดติดอ่าง ควรเขียนแบบไหน?

"ท- ท- ท- ทำไม?" หรือ "ทะ ทะ ทะ ทำไม?"

304 Nameless Fanboi Posted ID:tM7bUYb.Lg

>>303 แบบหลัง

305 Nameless Fanboi Posted ID:OXsd84JbTn

>>303 ปกติกูเขียนแบบหลังนะ ตามเสียงที่ออกจริง เวลาเห็นเขียนแบบแรกในหัวกูจะอ่านเป็น ทอ ทอ ทอ ทำไมอะ 5555

306 Nameless Fanboi Posted ID:JGfz+rBhbC

ใช้ ท...ทำไม ได้ปะวะ เหมือนเคยเห็นคนใช้

307 Nameless Fanboi Posted ID:/aloL7S5lI

>>306 ถ้าจำไม่ผิด กูว่าเคยอ่านเจอทั้งสองแบบนะ ทั้ง ท ท ทำไม และ ทะ ทะ ทำไม อันนี้มันไม่น่าจะมีหลักการเขียนนะ

308 Nameless Fanboi Posted ID:f.k2LBo2PO

ใช้ได้สองแบบ แต่คุ้นกับแบบหลังมากกว่า ส่วนใหญ่ก็ใช้แบบหลังกันทั้งการ์ตูนและวรรณกรรม

309 Nameless Fanboi Posted ID:rIrevsZQB5

พวกมึงลงทุนกับข้อมูลในนิยายกันขนาดไหนวะ กูมีปัญหาว่าถ้าไม่รู้จริง ไม่เคยจับ ไม่เคยเห็นกูจะเขียนถึงสิ่งนั้นไม่ได้เลย อย่างอาชีพงี้ ปูให้ตัวละครหลักทำร้านกาแฟดริป โดยที่กูไม่รู้ลึกเกี่ยวกับกาแฟดริปเลย ทั้งที่ทุกวันนี้กูก็ดริปกินเอง ถูกปากตัวเอง ให้คนอื่นชิมไม่บ้วนทิ้ง กูลองหาอ่านเพิ่มเติมตามเน็ตมันก็ไม่มีชีวิตชีวาอะ มีแต่ทฤษฎียุบยับ บางทริคลองทำตามแล้วห่วยแตกมาก กูว่าจะลองไป workshop สักครั้ง เพื่อนิยายและสุนทรีย์ส่วนตัวด้วย... พวกมึงลงทุนกันมากเปล่าวะ

310 Nameless Fanboi Posted ID:DVdbsoguMP

>>309 ปกติกูยังไม่ค่อยได้เขียนอะไรที่ใส่ข้อมูลเยอะขนาดนั้น กูว่าคนอ่านก็อาจจะไม่ได้อยากได้ข้อมูลอะไรมากอ่ะ คืออย่างกูเคยเขียนแนวโรงพยาบาล กูทำงานในรพด้วยซ้ำ แต่กูก็ใส่ข้อมูลเท่าที่มันจำเป็นอ่ะ แบบอะไรไม่จำเป็นก็ไม่เขียน แต่ต้องทำให้เป็นธรรมชาติ กูว่ามาร่ายทฤษฎียาวๆไม่ไหวอ่ะ

311 Nameless Fanboi Posted ID:t522HkEofv

>>309 ในฐานะคนอ่านนะ ถ้าจะใส่ ใส่มาสั้นๆ พอ ไม่ต้องบรรยายเยอะ โดยเฉพาะถ้าไม่ใช่ประเด็นที่กระทบกับแก่นของเรื่อง สมมติ ถ้ามึงจะเขียนเกี่ยวกับร้านกาแฟ ไม่ต้องบรรยายวิธีการทำกาแฟเลยก็ได้ ถ้าไม่ได้จะเฉลยว่าตัวเอกมีวิธีชงกาแฟสูตรลับเฉพาะที่คิดค้นขึ้นเอง แล้วโดนคนมาขโมยไป หรืออะไรแบบเนี้ย คนอ่านแบบกูไม่ได้อยากรู้ทุกเรื่องเว่ย ยิ่งสมัยนี้อ่ะ แค่อยากรู้เนื้อหา ไม่ได้อยากอ่านฉากบรรยายยาวเหยียด ถ้าอยากได้รายละเอียด กูไปอ่านสารคดีหรือเสิร์ชหาเองได้ ที่อยากได้จากการอ่านคือ ขอแค่ให้มีความละเมียด เห็นภาพบรรยากาศก็พอแล้ว

312 Nameless Fanboi Posted ID:f.k2LBo2PO

>>309 ลองอ่านการ์ตูนเรื่อง barista ดูไหมเกี่ยวกับกาแฟเหมือนกันเนื้อหาไม่หนักกูอ่านก็ได้ความรู้เรื่องกาแฟเยอะมาก ทั้งกาแฟสายอิตาเลียนกับเมกา วัฒนธรรมคอฟฟีบาร์
ถ้าจะแทรกแนะนำเอาแบบเรื่องทั่วไปพวกความรู้รอบตัว อย่างการใส่ไซรัปในกาแฟของสายเมกากับ รสเปรี้ยวของกาแฟแต่ละชนิด การทำกาแฟแบบ made by customers กับ ชื่อเรียกแบบฝรั่ง เหมือนทำไมBTSหมอชิตแต่อยู่จตุจักรประมาณนี้

313 Nameless Fanboi Posted ID:ht6Xd31Ioi

บวกอีกเสียงนะ ไม่ต้องใส่แน่นมากก็ได้ บางครั้งเจอทฤษฎีอะไรเยอะ ๆ ก็ข้ามอะ เอาแค่พอประมาณเหอะ

314 Nameless Fanboi Posted ID:N7mXJU4FYJ

>>309 ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่รู้​ กูเสียเวลารีเสิร์ชข้อมูล​เยอะมากว่าเป็นอะไรยังไงบ้าง

แต่เวลาเขียนจริงไม่ค่อยได้ใส่หรอก 😂

315 Nameless Fanboi Posted ID:1JUxy8sfkJ

>>309 กูลงทุนนะ บางอย่างมันไม่ได้ใส่กับนิยายตรงๆ แต่มีความสำคัญกับตัวละครว่ะ อย่างมึงให้ตัวละครมึงเป็นคนทำกาแฟดริป นึกภาพมันไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าสถาปัตย์ที่วัดทางเหนือและมีร้านชานมเย็นที่คนมุงสิมึง พวกมันสองตัวคงไปกันคนละทาง จากนั้นไปกินข้าวซอยก็จะเม้าท์กันคนละเรื่อง (หรือแม่งอาจจะทะเลาะกันตั้งแต่ร้านที่จะไปกินแล้ว)

ดังนั้น ถามกู กูก็ตอบว่าจะลงทุนจนกว่ากูจะได้ตัวละครคิดแบบคนทำกาแฟ หรือกูเข้าใจไลฟ์สไตล์และแนวความคิดของตัวละครนัั้นว่ะ ไม่งั้นกูเขียนไม่อินจริงๆ

316 Nameless Fanboi Posted ID:CetutcE1PF

>>309 ในฐานะคนเขียนกูลงทุนกับการหาข้อมูลนะ แต่ในฐานะคนอ่าน กูก็ไม่ได้ต้องการข้อมูลจำเพาะขนาดนั้นว่ะ เคยอ่านนิยายที่พระเอกเป็นหมอ โดยที่คนเขียนเป็นหมอจริงๆ คือกูสัมผัสได้เลยว่ารู้จริงเขียนด้วยอินเนอร์ แต่อ่านไม่รู้เรื่องเลยเว้ยว่าพระเอกกับนางพยาบาลคุยไรกันวะ 5555 บอกว่าแม่งใกล้ตายจะเข้าใจง่ายกว่า

317 Nameless Fanboi Posted ID:26CtFnI5rn

เพื่อนโม่งมีใครจะเล่น fictober มั่ง

318 Nameless Fanboi Posted ID:rnwgc5Brr3

KY หน่อยนะเพื่อนโม่งเห็นนักเขียนอยู่เยอะ กูอยากจะเขียนนิยายแต่สกิล0เลยอะ ตอนเด็กๆกูโตมากับหนังสือพวกวิทย์,ดาราศาสตร์จ๋าเลย แทบจะไม่ได้แตะวรรณกรรมเลย เลยอยากให้ช่วยแนะนำหนังสือ,นิยายหน่อย (กูจะเก็บทักษะการอ่านก่อน)

319 Nameless Fanboi Posted ID:g1MqbpZDAG

>>318 อยากเขียนแนวไหนก็อ่านแนวนั้น อ่านไปทั้งหมดเลย ไม่ต้องถามหรอกว่าเล่มไหนดีหรือไม่ดี อ่านเอาเอง อ่านเยอะๆเดี๋ยวก็รู้เองว่าแบบดีเป็นไง
>>317 อยากเล่นนะ ปีที่แล้วกูแบบหนุกหนานมาก รวมเล่มแจกฟรีด้วย 55555

320 Nameless Fanboi Posted ID:kAKBVyWULT

หาโจทย์ Fictober จากไหนกันง่ะ

321 Nameless Fanboi Posted ID:CL6XKfsl/W

>>320 ไม่ได้กวนนะ แต่ลิงหาจากอากู๋ยังวะ

322 Nameless Fanboi Posted ID:EinkGbkFhX

>>318 กูก็สายวิขาการนะ​ แนะนำไปหานิยายมาอ่านแล้วแกะแบบ​ วิเคราะห์​การดำเนินซีนต่างๆ​ ดูศัพท์​ จดศัพท์​ที่ชอบ​ และดูการวางสำนวน​ ปรับสำนวนให้เข้ากับสำนวนปกติของตัวเอง​ ที่เหลืออยากอ่านเสริมกี่เล่มก็ทำไป ไม่ต้องอ่านถึงร้อยเล่มก็น่าจะเขียนได้ภายในการวิเคราะห์​ของมึงแค่1-2เล่ม​ เพราะมึงสายวิชาการ​ มึงจะวิเคราะห์​ไวอยู่แล้ว​ เหบือแค่ทดลองเขียน​ แรกจะเขี่ย​ ๆภาษาไม่คงที่แล้วมึงจะไวขึ้นเรื่อยๆเพราะทำความเข้าใจไปด้วย​
ส่วนหนังสือสอนเขียนนิยาย​ จะอ่านเสริมก็ได้​ แต่ถ้าตีหนังสือนิยายปกติออกก็คือเขียนได้แล้ว​ แต่อาจจะมีศัพท์​น้อยต้องเสริมเอาเอง
กูทำแบบนี้แหละ​ เพราะกูก็สายวิชาการ

323 Nameless Fanboi Posted ID:kqlZQKNE1L

เดี๋ยวนี้มันมีนิยายสายวรรณกรรม(อารมณ์บ้านเล็กในป่าใหญ่ นาร์เนียไรงี้)ลงเว็บบ้างไหมวะ แล้วเพื่อนคิดยังไงกับนิยายแบบนี้ จะอ่านกันไหม

324 Nameless Fanboi Posted ID:4VE577eg4M

>>320 กูเห็นในทวิตเตอร์คนรีมาบ่อยๆ มึงลอง search ในทวิตเตอร์ก็ได้นะ

325 Nameless Fanboi Posted ID:4i1ap0jAL6

พวกมึงเคยเกลียดนิยายที่จบแบบค้างๆ คาๆ หรือปล่อยให้คนเดาบทสรุปกันไปเองมั้ยวะ เมื่อก่อนกูเกลียดมาก ยิ่งตอนไปตามหาอ่านสัมภาษณ์นักเขียนแล้วนักเขียนตอบประมาณว่ามันจบแบบนั้น แม้แต่ตัวเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เป็นเรื่องของผู้อ่านที่จะตีความว่าลักษณะนิสัยของตลค.จะนำพาให้เหตุการณ์หลังฉากจบดำเนินไปยังไง กูจะแบบมึงเป็นคนเขียนมึงจะไม่รู้ได้ไงวะ รับผิดชอบหน่อยเซ่!! เพราะกูเป็นประเภทที่เขียนแล้วจะจบเคลียร์ตลอด แต่ตอนนี้กูมีนิยายสองสามเรื่องที่เป็นแบบนั้นว่ะ คือเคลียร์ปมละ แต่ส่วนเรื่องตัวเอกใช้ชีวิตยังไงต่อไป รอดไม่รอดกูอยากปล่อยไว้เฉยๆ งั้นเลย มันเรียกว่าจุดบอดป่ะวะ

326 Nameless Fanboi Posted ID:eRnGZNiwZP

นอกจากจอมมาร/ราชาปีศาจ มีคำอะไรที่มันแนวๆไอ้ตัวพวกนี้อีกมั้ยวะ เบื่อใช้จอมมาร รู้สึกไม่ขลัง อ่านแล้วนึกถึงพวกจอมมารโม่ยๆที่ฮิตกัน

327 Nameless Fanboi Posted ID:p5arUMubNu

>>325 กุไม่ค่อยชอบนิยายแบบนั้นอะ มันจะมีความรุ้สึกแบบ อ้าวจบแล้วเหรอ แบบบางทีกุก็ไม่ได้ฉลาดขนาดมานั่งเดาความเป็นไปหรือบางทีก็ไม่อยากคิดไปเอง บางทีก้มีตอนพิเศษให้พอเดาได้ก็ได้มั้งว่าเป็นไงต่อไป

328 Nameless Fanboi Posted ID:c+arvaTLg5

>>325 ชอบนิยายที่ต้องตีความต่อแต่ไม่ใช่แบบนักเขียนลืมปมหรือคิดไม่ออกเลยจบแบบหางด้วนนะไอ้คำตอบคนเขียนก็ไม่รู้นี่ไม่เอาเลย ชอบจบที่สามารถคิดในมุมต่างๆ ได้ให้คนอ่านเติมเต็มบทจบได้เองด้วยหรือจะจบแค่คนเขียนเขียนไว้ก็ได้ หนังเก่าๆ เป็นแบบนี้เยอะพวกทิ้งหางไว้ต่อภาคได้แบบนี้

329 Nameless Fanboi Posted ID:.Zc5O/Zrts

ขอถามหน่อย คือกูมีแพลนว่าจะทำเล่ม แล้วสนใจนักวาดคนหนึ่งอยากให้เขามาวาดปกให้ ควรติดต่อเขายังไงวะ กูไม่ถนัดคุยกับคนอื่นเท่าไหร่ อีกอย่างเขามีทั้งเพจกับทวิตเตอร์​ควรติดต่อผ่านทางไหนดี
แล้วเวลาเริ่มคุยอะ เริ่มยังไง พวกเรทราคาด้วย กูไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย นิยายเรื่องแรกน่ะ

330 Nameless Fanboi Posted ID:5nBig/R5Hm

>>329 inbox ไปถามว่ารับคอมมิชชั่นปกไหม ถามไหนก็ได้ มึงไปก็ สวัสดี ทักจ้า อะไรก็ว่าไป แล้วถามไปเลยรับงานคอมมิชชั่นไหม เขาอาจจะตอบช้า ไม่ต้องรีบร้อน บางคนทักไปเจ็ดวันค่อยมาตอบก็มี ไม่รับก็จบ รับก็ถามคิวว่าว่างช่วงไหน มีรายละเอียดราคาไหม บางคนเขาทำชีตให้อ่านรายละเอียด

>>323 มี เหมือนเคยเห็นแวบๆ แต่คนอ่านออนไลน์น้อยแน่นอน เว้นแต่เป็นนักเขียนใหญ่มาลงเองงอาจจะพอมีคนอ่านอยู่

>>325 เฉยๆ อยากจบยังไงก็แล้วแต่คนเขียน กูเห็นพวกเขียนเคลียร์หน่อยก็วนๆ งั้นๆ จบแล้วก็แต่งงาน มากกว่านั้นก็มีลูกมีหลานมีความสุข คนนั้นได้กับคนนี้ ลูกคนนั้นกลายเป็นผัวหรือเมียกับลูกคนนี้ ไม่ก็เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จบแฮปปี้เป็นส่วนใหญ่ จบแบบสปอล์ยที่ไม่รู้จริงหรือหลอกแบบ got นี่ไม่ค่อยเห็น

331 Nameless Fanboi Posted ID:V+PFzk7xT5

ถามหน่อยดิ มึงเขียนนิยายเรื่องนึง มีโครง มีตอนจบอะไรเรียบร้อยหมดแล้ว พอเขียนๆไปแล้วเคมีของพระเอกกับตัวละครหญิงตัวอื่นเข้ากันได้ดีกว่านางเอกที่วางไว้ตั้งแต่ต้น คนอ่านก็เชียร์มากกว่า ถ้าเป็นพวกมึงจะยอมเปลี่ยนตอนจบมาให้คู่กับตัวละครนั้นรึเปล่าวะ หรือจะยืนยันตามโครงเดิมที่วางไว้ คู่กับคนเดิมแม้จะโดนด่า

332 Nameless Fanboi Posted ID:4vnn/cinR6

>>331 เป็นกรู กรูเปลี่ยนนะ

333 Nameless Fanboi Posted ID:gDOHw0wP0W

>>331 ให้พระเอกหลงรักคนที่เคมีดีกว่า หาจังหวะพีคๆ ฆ่าตัวละคร ด้วยเหตุผลสวยๆอย่างเสียสละหรือปกป้องพระเอก ทิ้งบาดแผลในใจพระเอกไว้ตลอดกาล แล้วเพิ่มบทยืดเรื่องให้นางเอกมาประคับประคองพระเอกจากความสูญเสีย ค่อยจบกับนาง แต่สาวที่ตายไปก็ไม่เคยลบเลือนไปจากใจ นางเอกได้อยู่คู่กันจนสุดท้าย แต่นางคนนั้นได้ใจพระเอกไป ทิ้งปริศนาไว้ให้นางเอกสงสัยว่าคนตายไม่สามารถเอาชนะได้ตลอดกาลจริงรึเปล่า ตกลงแล้วตอนนี้ฉันเป็นคนที่พระเอกรักที่สุดรึยัง แต่กูจะเขียนไม่ให้พระเอกตอบ เขาเพียงยิ้มเศร้าๆให้เท่านั้น //แค่ก กูเป็นนักเขียนสไตล์ยิ่งคนอ่านกรีดร้องยิ่งสมใจน่ะ อย่าอ้างอิงกูจะดีกว่า...

334 Nameless Fanboi Posted ID:gDOHw0wP0W

>>326 ประมุขพรรคมาร ซาตาน เทพตกสวรรค์ ผู้ที่ไม่อาจเอ่ยนาม ราชาภูตผี จ้าวแห่งความตาย ทรราช จอมปีศาจ ราชามาร จักรพรรดิแห่งความมืด ดาร์กลอร์ด ธานอส ราชานรก ฮาเดส เทพแห่งความตาย อะนูบิส นึกไม่ออกแล้วกูหมดมุก

335 Nameless Fanboi Posted ID:Ef/Q79h2Y3

>>333 เฮือกมากมรึงเอ้ย

336 Nameless Fanboi Posted ID:UyO/xJQwpQ

ขอถามความเห็นโม่งหน่อย สมมุติกูแต่งนิยายแนวอิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับคนๆนึงที่มีข่าวลือว่าเป็นเกย์
แล้วเขียนให้นางเอกย้อนเวลาไปเป็นคนที่มีข่าวลือว่าเป็นคู่ขาของคนๆนี้ ซึ่งตามปวศ. เป็นผู้ชาย
แต่นางเอกต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายเพราะยุคนั้นผู้หญิงไม่ได้รับการยอมรับ ซึ่งจริงๆมันก็พล๊อตธรรมดาแหละ
แต่กูกลัวว่าด้วยมาตราฐานยุคนี้มันจะดูเหมือน homophobia รึเปล่าวะ พวกมึงคิดว่าไงบ้าง

337 Nameless Fanboi Posted ID:.AjpjB9tjx

>>333 คหสต เกลียดพล็อตแบบนี้ชิบหาย

338 Nameless Fanboi Posted ID:QooCBeQIu4

>>336 จะโฮโมโฟบยังไงวะ สำหรับกูปกตินะ นางเอกของมึงแค่ไปทำความรู้จักกับคู่ขา ต่อให้สุดท้ายปรากฎว่าคนในปวศ.กับคู่ขามีคสพ.กันจริงๆ หรือลงเอยที่คู่ขาหันมาสนใจนางเอกมันก็ไม่ได้เหยียดเกย์อะไร เขาอาจจะเป็นไบก็ได้ หรืออาจจะเป็นชายแท้แต่แรก อยู่ที่วิธีการเล่าเรื่องของมึงมากกว่า

339 Nameless Fanboi Posted ID:Ks/6eU+M89

>>338 แบบว่าเหมือนไปบิดเบือน ปวศ. จากให้เค้าเป็นเกย์หรือไบมาชอบผู้หญิงไรงี้น่ะ

340 Nameless Fanboi Posted ID:m38K.VCBTe

กุคิดอยุ่ว่าถ้าเซตติ้งโลกปัจจุบัน ตัวละครหญิงอายุซัก18พึ่งมารุ้ว่าความจริงตัวเอกเป็นผู้ชาย อาจจะเคยชอบผชแบบติ่งดาราไรงี้มาก่อน แต่มาชอบกะนางเอกที่เป็นชะนีจริงๆจะเปนไปได้ปะวะ แล้วนางเอกมันควรเป็นคนยังไงให้ผู้ชายที่เป็นผู้หญิงมาตลอดมารักจนแต่งงานมีลูกได้

341 Nameless Fanboi Posted ID:m38K.VCBTe

ไอเดียกุมาจากอยากแต่งอะไรตรงข้ามกะอิพวกนิยายที่ตัวละครชายกลายเป็นหญิงเฉยๆแหละ แต่พอกุคิดเซตติ้งโลกปัจจุบันล่ะยากชห

342 Nameless Fanboi Posted ID:ua5F4jVsg+

>>340 เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นผช? ถ้ากุเป็นคนอ่านกุจะคิดว่า ไม่ได้เรียนสุขศึกษาเหรอ พ่อแม่นี่ยังไงเลี้ยงลูกแบบไหนถึงไม่รู้ว่าตัวเองเพศอะไร สูติบัตร บัตรประชาชนหลักฐานตั่งต่าง ทำไมมึงไม่รู๊วว แต่มองข้ามความไม่สมเหตุสมผลเรื่องการเพิ่งรุ้ตัวเอง กุว่านางเอกต้องเป็นอะไรที่พระเอกแพ้ทางอะ พวกนิสัย ทัศนคติ เหมือนมาเติมเต็มส่วนที่ขาด พระเอกถึงจะรัก มันก็แนวๆนิยายวายที่เป็นเกย์ให้นายคนเดียวไรงี้ แต่ถึงขั้นเกิดอารมณ์ทางเพศ… คิดไม่ออกว่ะ

343 Nameless Fanboi Posted ID:.AjpjB9tjx

KY ชิบหายแล้วมึง คือนิยายที่กูแต่งมันหน่วงมาทั้งเรื่อง (คสพ.พระนาง) ทีนี้พอกูจะปูทางให้มันจบดีแฮปปี้กูเสือกนึกภาพไม่ออกว่ะ คืออีสองคนนี้มันรันทดขนาดให้มันคิดเรื่อง sexual กันไม่ได้แล้วอะ มีแต่อยู่ด้วยแล้วอิ่มใจ เกื้อกูลกัน ทำนองนั้น เป็นคสพ.ที่ให้เรียกว่าคนรักก็บอกไม่ถูก ให้แต่งงานมีลูกกันยิ่งนึกภาพไม่ออก กูควรทำยังไงดี หรือให้จบเศร้าให้มันจบ ๆ ไปเลยดีวะ

344 Nameless Fanboi Posted ID:GTh9e4.lKc

>>343 ให้แต่งงานกันบังหน้าแต่อ้างว่าเป็นหมันแล้วรับเด็กมาเลี้ยง
หรือ ต่างฝ่ายต่างแต่งไปกับคนอื่น แต่เวลามีปัญหาก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเหมือนเดิม

345 Nameless Fanboi Posted ID:nuLGbCqAKW

>>340 มึงหมายถึง นางเอกชอบกับพระเอก(ที่พึ่งรู้ว่าตัวเองเป็นผช) ถูกป้ะ
เซตติ้งโลกปจบ พลอตประมาณหนังที่อนันดาเคยแสดงอาจจะได้ป่ะ มีมายเซลฟ์อ่ะ

346 Nameless Fanboi Posted ID:uJw0A2+Liz

>>342 ไม่แน่นะ มันมีเคสผิดปกติมีโครโมโซม xy แต่เอสโตรเจนเยอะมากจนกายภาพออกมาเพศหญิง พ่อแม่หมอก็เห็นเป็นหญิงเลี้ยงขึ้นมาเป็นหญิง กระทั่งอวัยวะเพศก็มีช่องคลอด แต่ไม่มีเมนส์ มีหน้าอกใหญ่ด้วย ไม่มีจู๋ แล้วพอโตจนมีแฟนคบขนาดแต่งงานแล้วเพิ่งมานึกได้ตอนอยากมีลูกว่าตัวเองไม่มีเมนส์ เลยไปหาหมอ หมอตอนแรกนึกว่ามดลูกไม่เจริญแต่ดันไม่มีส่วนต่อมดลูกและรังไข่ ไปมีอัณฑะซ่อนในช่องท้องแทน ไอ้ข้างล่างมันกลายจากไอ้นั่นกับถุงอัณฑะเปลี่ยนรูปร่างเป็นช่องคลอดกับแคม พอเช็กเพราะคิดว่าโครโมโซมผิดปกติถึงรู้มี xy ปกติอีก คนไข้ต้องรับฮอร์โมนใหม่ให้กลับมาเพศจริงแล้วศัลยกรรมข้างล่างใหม่ รวมถึงอาจจะเกิดปัญหาเป็นหมั้นเพราะอัณฑะไม่เจริญอาจผลิตเซลล์สืบพันธ์ุไม่ได้ แถมสามีรับไม่ได้ขอหย่า ไม่ได้ตามข่าวต่อนะว่าเขาจะรักษาหรือเปล่าหรือคงเพศหญิงเหมือนเดิม

347 Nameless Fanboi Posted ID:nZwrCty6kr

ด้วยความหลากหลายทางเพศสมัยนี้ทำไมมันจะเป็นไปไม่ได้วะ ถ้าทอมกับกระเทยยังรักกันได้แบบ happy sexually ทำไมของมึงจะจบไม่ได้ มันมีกระทั่งแบบที่บอกว่ารักที่ตัวคนไม่ใช้ที่เพศ จะเพศอะไรก้อรัก

348 Nameless Fanboi Posted ID:.Fhl.xm67r

>>346 androgen insensivity syndrome
ภายนอกเหมือนผู้หญิงทุกอย่าง ภายในไม่มีมดลูกและรังไข่ โครโมโซมเป็น XY
ส่วนมากมันจะเป็นผู้หญิงที่สวยสูงยาวเข่าดีเป็นนางแบบด้วย

349 Nameless Fanboi Posted ID:.Fhl.xm67r

>>348 กูพิมพ์ผิดนิดนึง insensitivity

350 Nameless Fanboi Posted ID:yRkcCi/MJG

>>346 ไม่ใช่ฮอร์โมนเพศหญิงเยอะนะ แค่ไม่มี receptors ต่อ androgen testosterone
โรคนี้เป็นตัวสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าพื้นฐานของมนุษย์มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปเป็นเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย เพราะเมื่อเนื้อเยื่อพื้นฐานไม่ได้รับอิทธิพลจาก androgen ก็เกิดการพัฒนาทางเพศแบบ female

351 Nameless Fanboi Posted ID:uJw0A2+Liz

>>350 ใจมาก กูไม่แม่นยังแยกเอสโตรเจน แอนโทรเจนไม่ออกเลย อ่านเจอหน้าข่าวผ่าน ได้รู้จักชื่อโรคแล้ว

352 Nameless Fanboi Posted ID:bbPOfbHmgH

หาข้อมูลอาชีพอินทีเรียร์หน่อยงับ อยากรู้ถ้ามีโปรเจ็คออกแบบห้องให้รีสอร์ท(ห้องพัก)อะไรแบบนี้ (ไปตจว.) มันใช้เวลาประมาณกี่วันวะ หรือใช้ทีมละกี่คน เท่าที่อ่านมาเหมือนกูยังนึกภาพไม่ค่อยออกเลย

353 Nameless Fanboi Posted ID:.BViNokJaS

>>352 พี่ชายแฟนทำรับคนเดียว ไม่ได้อยู่บ.ฟรีแลนซ์แต่ค่าตัวเขาแพงนะที่ทำให้นี่ทำแบบ รีสอร์ตเจ้าของเงินหลักร้อยล. เงินไม่ฝากธนาคารเก็บตู้เซฟบ้านแล้วจ่ายใส่ถุงก๊อปแก๊ปอะ

ทำวันถึงสองวัน แบบร่างแรก หลังจากนั้นแก้งานสามครั้ง ใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับคนจ้าง(จะถ่วงเวลาไหม) แต่มีแปลนมาให้แล้วนะ (ปกติเขามีให้อยู่แล้ว แปลนเนี่ยมีมาตั้งแต่สมัยสร้างโครงห้อง) ถ้ามีแปลน3Dก็เจ๋ง ไม่มีก็ไม่ใช่ปัญหาไปถ่ายรูปห้องเอามาขึ้น เสร็จภายในสโคปเวลาที่บอก

รายได้เขาต่อเดือนแสนนึงบวกบวก

พวกทำบริษัทรอเจ้าอื่นละกัน

ขอเพิ่มรายละเอียดอีกนิดหน่อย สองวันที่ว่าคือโมเดล3D เรนเดอร์พร้อมทั้งห้องนะ ไม่ใช่ไปเลือกกระเบื้องเฟอลงห้องแล้ว พอแบบผ่านลูกค้าโอเค ก็จะพากันควงแขนไปดูกระเบื้อง ดูวอลเปเปอร์ ส่วนใหญ่ออกก่อนเองออฟเฟอร์ไปก่อน ลูกค้าปาเงินมาให้เลยก็มี ระยะเวลานานไหมขึ้นอยู่กับการหาของ ว่าได้ที่ต้องการรึเปล่า กระเบื้องเอย ต้องไปดูสี ขนาด ลักษณะด้วยนะ บางทีได้หมดยกเว้นขนาด ก็ต้องหาวนไป กระเบื้องมันมีสองไซส์อะหลักๆ

354 Nameless Fanboi Posted ID:mNwi4D+nA8

>>353 กราบมึงงงง นึกว่าจะไม่มีคนตอบแล้ว TTTT ถ้านึกอะไรออกจะมาถามเพิ่มแล้วกัน

355 Nameless Fanboi Posted ID:CU5EEd2RRl

>>342 >>345 >>346 >>347 >>348 >>349 >>350 ขอบคุณทุกคนมาก ข้อมูลจริงจัง ขนาดกูเรียนสายแพทย์ยังอาย กูลืมบอกว่ากูจะแต่งแฟนตาซี5555 กูคิดว่าจะมาแนวแม่มันจะซ่อนลูกชั่วคราวเลยจับกรอกยาเปลี่ยนเพศจากชายเป็นหญิงแล้วให้เพื่อนเลี้ยง บอกเพื่อนว่านี่ลูกสาว แต่อิแม่โดนจับไปก่อนก็เลยไม่มีใครรู้ว่าพระเอกเป็นชาย คนเลี้ยงเข้าใจว่าลูกสาวก็เลี้ยงแบบลูกสาวตลอด จนมันโตมาสัก18แล้วไปเผลอแดกไรซักอย่างให้เพศกลับมาเป็นชายนี่แหละ เรื่องเอกสารก็ถูกจัดการว่าเป็นผู้หญิงหมด คือนิยายแนวนี้กูเห็นแต่ชายเป็นหญิง&เซตโลกสมมติเลย แม่งเลยไม่ต้องมารองรับเรื่องความหลากหลายทางเพศยุบยับไรประมาณนี้(อย่างบารามอสอ่ะ) กูเลยคิดไม่ตกเนี่ยว่าถ้าเขียนว่าแม่งเป็นชายแล้วจะมีความเป็นไปได้มั้ยว่ามันจะรับร่างชายไม่แปลงเพศกลับไปร่างชะนีที่ใช้มาตลอดได้

356 Nameless Fanboi Posted ID:/0fxwzqOQB

>>355 โลกสมมุติแบบบารามอสมันทำได้แต่ยาให้โลกจริงมันไม่ง่ายแบบโคนัน

357 Nameless Fanboi Posted ID:zcDx1EYGGK

เพื่อนโม่งในนี้มีใครเขียนนิยายขายบ้างมั้ย?
พอดีกำลังจะหางานใหม่ แล้วระหว่างนั้นมันคงว่างอยู่พักหนึ่ง (ราวๆ 2-3 เดือน) เลยจะเอาเวลาว่างๆ มาเขียนนิยายสั้นๆ มาซักเรื่อง
แต่พอดีห่างหายจากวงการไปนานอยู่เลยไม่รู้ว่าปัจจุบันเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้แนวแฟนตาซียังขายได้รึเปล่าอ่า? หรือว่าต้องไปแนววายกันหมดแล้ว

358 Nameless Fanboi Posted ID:9u7Fa0Edc/

>>357 ไม่จำเป็นต้องวายก็ขายได้ แต่แนวแฟนตาซีขายยาก แต่ก็ขึ้นกับว่าแฟนตาซีแบบไหนด้วยนะ ทะลุมิติก็ถือว่าแฟนตาซีแต่ก็ขายได้ ส่วนแฟนตาซีโรงเรียนหรือแฟนตาซีแนวอาณาจักร ผู้ชายผมสีเขียวตาสีเขียว ผู้หญิงผมสีน้ำเงิน แบบนี้ขายยาก

359 Nameless Fanboi Posted ID:jdsB41kNoi

>>357 แฟนตาซีขายยาก แนวรักขายได้เสมอ ถ้าเล่นแนวรักแฟนตาซี แต่เน้นรักให้มากเข้าไว้ อาจจะพอได้ อย่าเผลอไปเน้นแฟนตาซีเข้าล่ะ

360 Nameless Fanboi Posted ID:zcDx1EYGGK

>>358 >>359 รักแฟนตาซีงั้นเหรอ? ต้องมีเนื้อหาความรักประมาณไหนอะ? เขียนได้นะแต่ไม่รู้ว่าต้องยัดเข้าไปประมาณไหนนี่ล่ะ
พล็อตที่กูมีตอนนี้เป็นแนวนางเอกโดนหักหลังแล้วฆ่า แต่ได้ย้อนเวลาเพื่อทวงแค้นอะ เนื้อหาออกไปทางการเมืองหน่อยๆ ด้วย

361 Nameless Fanboi Posted ID:xLH4KfRynC

>>357 จะทำเอาเงินต้องมีฉากปล้ำหรือจิ้นทุกตอน อัพทุกวัน นักอ่านเดี๋ยวนี้ไม่รอ อัพปั๊บเมนต์แรกใน 4 วิ "เมื่อไรจะอัพตอนใหม่คะ" เชี่ย กูพิมพ์ 7 วันมันอ่าน 4 วิ

362 Nameless Fanboi Posted ID:kqybhcqJ/R

เอาแบบขายได้ ก็วายกับกำลังภายใน ถ้าจะอยากเขียนแฟนตาซีด้วย มึงก็ยัดองค์ประกอบที่ว่ามาเข้าไปนั่นแหละ

363 Nameless Fanboi Posted ID:jdsB41kNoi

>>360 นิยายรักนั่นแหละขายได้ แต่ที่บอกว่ารักแฟนตาซี เพราะมึงบอกมาว่าถนัดแฟนตาซี ถ้าจะถามว่าต้องรักประมาณไหน ก็รักซะเก้าส่วน แฟนตาซีแค่ส่วนเดียว เน้นรัก ไม่จำเป็นต้องกอดปล้ำกันก็ได้ แต่ถ้ามี มันก็จะมีคนตามกรี๊ดตามฟินจิกหมอนขาด ทำให้เกิดกระแส แค่นั้นอะ

364 Nameless Fanboi Posted ID:x8nczyj89E

>>360 ไม่จำเป็นต้องเน้นรักอะไรขนาดนั้นก็ได้ นักอ่านบางส่วนก็หนีแนวรักมาอ่านแฟนตาซีนี่แหละ มีพวกที่ชอบแฟนตาซีจ๋าแบบไม้เน้นรักด้วยนะ แต่อาจจะเฉพาะกลุ่มไปหน่อย ถ้าจะเอาให้เซฟที่สุดก็ต้องใส่แนวรักเข้าไปแหละ

มึงไม่ต้องใส่เยอะขนาดนั้นก็ได้ แต่ขอให้มีบ้างพอกระชุ่มกระชวยหัวใจ มีบทรักตอนเนื้อเรื่องการเมืองกำลังพีคไรเงี้ย เครียดแล้วคอยอยู่ข้างกัน จับมือ กอด แอบมองตา แอบเป็นห่วง แค่ทำให้มันดูน้อยแต่มากไปด้วยความรู้สึก เยแทบทุกตอนตอนนักอ่านก็เบื่อ กูเคยเห็นมาแล้ว นักอ่านบอกตรงๆ เลยว่าฉากเยเยอะเกินไปมั้ย เนื้อเรื่องกลวงมากเลย อย่าให้นักอ่านมามีอิทธิพลจนทำลายความตั้งใจที่เราต้องการแต่งออกมาเลยมึง

...กูพิมพ์ได้หล่อมาก เหยด

365 Nameless Fanboi Posted ID:2jh20GmspU

ขอบคุณมากเพื่อนโม่งทั้งหลาย
ถ้ามีเวลา 2-3 เดือนน่าจะปั่น 30 ตอนทัน

366 Nameless Fanboi Posted ID:Br5O2HcaU5

มึง ถ้าเจอนิยายที่เปิดมาด้วยตอนจบ (ในอดีตอีก 10 กว่าปีต่อมา) คิดว่ามันจะมีข้อดีข้อเสียไงกันบ้างวะ ส่วนตัวกูกำลังสนใจแนวนี้อยู่ อยากรู้คห.คนอื่นว่าชอบไม่ชอบยังไง

367 Nameless Fanboi Posted ID:7rRzjvRGcg

>>366 หนังมีเปิดฉากจบก่อนเยอะนะ ข้อเสียคนอ่านรู้สปอยส์เรื่องก่อน จะใช้วิธีนี้ได้คือต้องมีฉากจบแบบคนสนใจมากๆ ว่าทำไมเพราะอะไรถึงจบแบบนี้ได้ ตอนจบจริงๆ จะเป็นแบบตอนเริ่มหรือเปล่ามีวิธีอะไรที่จะเลี่ยงไม่ให้เกิดบทจบแบบนั้นได้มั้ย การเล่าเรื่องต้องหลอกคนอ่านได้ มีการหักมุกตลอดหรือทางตรงข้ามเล่าให้คนคล้อยตามกดดันจนไปถึงตอนจบ แนวเขียนแบบนี้ถ้าการดำเนินเรื่องไม่สนุกคนไม่ตามต่อ

368 Nameless Fanboi Posted ID:DaLvyla5i7

>>366 มันก็มีวิธีเล่าแบบเปิดตอนจบ แต่ไม่เฉลย ไม่สปอยเยอะแยะออกนะ กูว่า

369 Nameless Fanboi Posted ID:1THno9/jhA

>>368 นิยายไทยน้ำดีหลายเรื่องเลยที่เปิดมาด้วยตอนจบ ข้างหลังภาพงี้ สองฝั่งคลองงี้ เล่ามาแบบตัวเอกที่แก่แล้วนึกไปตอนหนุ่มๆสาวๆกัน ข้างหลังภาพคือตัวเอกเล่าให้ภรรยาฟังว่าทำไมถึงไม่ทิ้งภาพ สองฝั่งคลองตัวเอกเป็นคุณยายกลับบ้านเก่าแล้วก็นึกถึงสมัยเด็กๆ

370 Nameless Fanboi Posted ID:5nHqtz9VNT

กูนึกถึงเรื่องของขวัญวันวาน ที่ปิดด้วยลูกๆของพระเอกนางเอกเล่าถึงเรื่องพ่อแม่สมัยยังหนุ่มสาว

371 Nameless Fanboi Posted ID:T2jLITED3.

หนังรักตลอดกาลอย่างไททานิคยังเปิดเรื่องมาตอนโรสแก่เลย แล้วค่อยเล่าย้อนไป คนดูก็ชอบกันนะ เพราะงั้นกูว่าเปิดเรื่องอย่างงี้มันทำได้แหละ ถ้าสมมติวางพล็อตไว้ว่าพระเอกหรือนางเอกตายตอนจบ ก็อาจจะไม่ต้องเปิดด้วยจุดนั้นก็ได้(กันสปอยล์) แต่เปิดด้วยการมีเรื่องอะไรซักอย่างให้ตัวละครที่ยังอยู่เล่าย้อนความหลัง ไรงี้

372 Nameless Fanboi Posted ID:PlQ/7vBDWn

เควาย เหมือนเคยเห็นผ่าน ๆ สักมู้พูดถึงเรื่องเพลงในนิยาย ถ้ากรณีใส่เนื้อเพลงสักท่อนที่มันตรงกับใจตลค.พอดีมันจะโอเคมั้ยวะ แบบบรรยายว่าไปเที่ยวแล้วได้ยินร้านเปิด/วิทยุ อะไรเงี้ย

373 Nameless Fanboi Posted ID:.wjxSnLty8

>>372 เอาจริงๆ มันผิดนะ ของมีลิขสิทธิ์ แต่ว่าไม่เคยมีปัญหา มึงเป็นนักเขียน กูว่าแต่งเองเลย พี่ที่กูรู้จัก เป็น นข นางก็แต่งเพลงเองเลย

374 Nameless Fanboi Posted ID:OANmTaIV4j

>>372 เหมือนกูเคยอ่านว่าพวก quote หรือเพลงนี่บางทีอาจต้องขออนุญาตหรือขอลิขสิทธิ์มาใส่นะ ยกเว้นจะเก่าจนเป็นพับลิคโดเมนไปแล้ว

แต่หากมึงบรรยายว่าตัวละครเดินเข้าบาร์แล้วได้ยินเสียงเพลง "ให้คุกกี้ทำนายกัน!" แค่สั้นๆ หรือมึงบรรยายว่าตลค.ดูหนังแล้วยกประโยคจากหนังมาสักอัน ปกติก็ไม่มีใครมาตามเอาเรื่องเอาราวกะมึงหรอก เว้นแต่มึงยกมาเต็มสตรีม เอาเนื้อเพลงเขามาเปิดเรื่อง มาใช้เป็นแกนหลัก สอดแทรกไว้ตามบท อันนี้ไม่เหมาะละ

375 Nameless Fanboi Posted ID:YGVXeWzpLn

>>374 พวกนิยายวัยรุ่นแจ่มใสไงตัวดี กูเคยอ่านไปตงิดใจไป มาเป็นท่อนเลย

376 Nameless Fanboi Posted ID:8ms5QOHOkb

รู้สึกผิดกับคนอ่าน กูมาเรียนต่อต่างประเทศ มาได้ 3 สัปดาห์แล้ว ยังจัดสรรเวลาไม่ค่อยลงตัวเลย ไหนจะเรียน ทำงานพิเศษ ออกกำลังกาย วันนึงมีเวลาเขียนนิยายไม่ถึงชั่วโมง ปรกติวันพุธจะว่างมาเขียนได้สัก 3-4 ชั่วโมง แต่สัปดาห์นี้ดันเป็นวันหยุดต้องไปทำงานอีก อยากเขียนนิยายแต่ไม่มีเวลาจริงๆ โฮฮฮฮ

377 Nameless Fanboi Posted ID:VY.64uECnq

พวกมึงว่าการที่เขียนเรื่องยาวได้ มันเก่งกว่าการที่เขียนได้แต่เรื่องสั้นมั้ยวะ ไม่มีอะไร กูแค่อาจจะรู้สึกไปเองน่ะ

378 Nameless Fanboi Posted ID:z/zTBj5sf2

>>377 กูว่าเก่งกันคนละแบบนะ
เรื่องสั้นต้องเขียนกระชับ เขียนให้เข้าใจได้ในขอบเขตที่จำกัด
เรื่องยาวต้องอ่านแล้วอยากติดตามต่อไปเรื่อยๆ เพราะกว่าจะถึงจุดไคลแม็กซ์หรือจบหนังสือ บางคนก็เกริ่นเรื่องซะยาว ยืดเยื้อเวิ่นเว่อ พาลให้เทไปดื้อๆ ไม่อ่านต่อ

379 Nameless Fanboi Posted ID:x5O3OfOImR

>>376 ไม่เป็นไรมึง บอกนักอ่านไปตามตรงเลย ของกูเคยเจอมรสุมงานรุมเร้าและกังวลว่าจะแต่งได้ไม่ดี ขาดกำลังใจ นักอ่านที่เขาชอบงานเราจริงๆ ก็เข้าใจนะเว้ย แค่บอกให้เขารู้หน่อย อยู่ๆ หายจ้อยไม่ส่งข่าวเลยก็ใจร้ายไปนิดนึง เพราะกูก็เคยโดนนักเขียนเทเหมือนกัน เศร้ามาก บอกกูก่อนว่าจะด๊องงง

380 Nameless Fanboi Posted ID:xy0/eSRZtb

>>377 กูเขียนได้แต่เรื่องยาว เรื่องสั้นเขียนไม่ได้อ่ะ ยังนึกชมว่าคนเขียนจบในตอนได้นี่เค้าเก่งจัง

381 Nameless Fanboi Posted ID:NOgXDiuInR

ว่าจะถามมานานแล้วแต่ไม่ได้ถามซักทีแฮะคำถามนี้
เพื่อนโม่ง เวลาเขียนนิยายที่ใช้เซ็ตติ้งโลกจริงในประเทศไทยนี่ แต่ละคนใช้สถานที่จริงกันทั้งหมดรึเปล่าวะ?
หรือว่าใช้สถานที่สมมุติเฉพาะในเขตพื้นที่ที่ตัวเอกอยู่เท่านั้น ส่วนสถานที่สำคัญจำพวก Land mark ยังใช้สถานที่จริง?

382 Nameless Fanboi Posted ID:DKU5UwtePA

>>381 ถ้าอยากเจาะจงชื่อเฉพาะ มั่นใจว่าข้อมูลแน่นก็ใส่ของจริง แต่ส่วนมากก็ก็เห็นเขาสมมุติเอาง่ายกว่า คือถ้าไม่ได้สำคัญเป็นเมนเรื่องก็อธิบายคร่าว ๆ อย่างเอราวัณก็น้ำตกแห่งหนึ่งที่เมืองกาญ บลา ๆ ว่าไป แต่จจริง ๆ ะเอาไงชอบแบบไหนก็ใช้ตามแต่ใจมึงเลย

383 Nameless Fanboi Posted ID:lxOzs67+v6

มึง ๆ สมมติว่ากูมีเรื่องต่อกัน แล้วอีสองเล่มนี้เฉลยปมทางจิตของพระเอกแบบเดียวกัน มันจะดูซ้ำซากมั้ยวะ /จบต่างกัน อันนึงอันนึงเส้า อะ มึงว่าไงง

384 Nameless Fanboi Posted ID:DrZFsucYCn

>>383 กูว่าซ้ำซากนะ

385 Nameless Fanboi Posted ID:uR3VeldcER

>>383 คืออยากมีฉากจบสองรูท แต่ว่าทั้งสองรูทเกิดจากปมเดียวกันแล้วคลายปมคนละวิธีเฉยๆ งี้เหรอ ถ้างั้นหาวิธีเฉลยปมแค่ครั้งเดียวแล้วค่อยเขียนต่อแยกสองรูทมั้ยอะ

386 Nameless Fanboi Posted ID:lxOzs67+v6

>>385 ไม่ ๆ คือเป็นคนละคนกัน สมมุติพระเอกเรื่อง 1 เป็นโรคจิต แต่หายได้ จบแฮปดีมีความสุข แต่พระเอกเรื่อง 2 ก็เฉลยปมว่าเป็นโรคเดียวกัน แต่มันไม่หายและจบแบดเอนท์ไง

387 Nameless Fanboi Posted ID:9Xeo1w5uWm

มึง อะไรคือการผิดศีลธรรมและจรรยาบรรณวะ กูถามโง่ ๆ เลย พอดีว่ากูเขียนนิยายแนวไล่เชือด มีฉากทำร้ายกันรุนแรง มันผิดตรงนี้มั้ยอ่ะ T_T

388 Nameless Fanboi Posted ID:ZvboFuVnk1

>>387 ไล่เชือดไม่ได้ผิดศีลธรรมมากหมายนะ
คือมันเป็นอะไรก็ได้ที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมและขัดแย้งกับวิถีประชา เช่นหมอที่แอบมีความสัมพันธ์กับคนไข้หรือเอาความลับคนไข้ไปบอก(ผิดจรรยาบรรณหมอ)
ทนายปากมาก ครูกับลูกศิษย์ incest ข่มขืน หรืออนาจารก็ได้อย่างกรณีข่มขืนลูกตัวเอง ฆ่าข่มขืนบนรถไฟ มึงต้องคิดเองนะเป็น common sense แต่ต้องสะเทือนใจและสร้างความรังเกียจต่อสังคม เช่นเมื่อก่อนเกย์ก็ผิดศีลธรรมจรรยา แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ละ

389 Nameless Fanboi Posted ID:+uHcFYK80A

นั่นไง ของกูมี incest ข่มขืนเต็ม ๆ สนพ.ไหนรับบ้างวะแม่งเง้ย

390 Nameless Fanboi Posted ID:DHRb1UYtqS

>>388 พอจะเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะมึง

391 Nameless Fanboi Posted ID:N+srh3h1Sq

แม่งเอ้ย อยากจะออกจากงานมาเขียนนิยายขายให้รู้แล้วรู้รอดชิบหาย รู้สึกเหลือทนกับงานที่บริษัทโคตรๆ
แต่ยุคนี้ดันทำไม่ได้ กูล่ะเศร้าชิบหาย

392 Nameless Fanboi Posted ID:H8tWmQMdkh

>>391 ถ้าออกมาแล้วมึงอยู่รอดก็เอาดิ แต่ท่าทางคงไม่ใช่มั้ยล่ะ 555

393 Nameless Fanboi Posted ID:yOeACvbi.w

กูเขียนนิยายแนวอาชญากรรมว่ะ แบบทั้งเรื่องเน้นการสืบสวน ไล่ยิงกันทั้งเรื่อง แบบนี้มีสำนักพิมไหนเขารับบ้างวะ

394 Nameless Fanboi Posted ID:rS+NJmMWMd

ถ้ามีเรื่องรักแซมมาด้วยหน่อยกูไปได้ทุกสนพ.ปะ ถ้าล้วน ๆ เลยนี่กูไม่แน่ใจว่ะ

395 Nameless Fanboi Posted ID:rS+NJmMWMd

ลืมชี้ >>393

396 Nameless Fanboi Posted ID:FgLccoFK.y

ทำยังไงให้หายกดดันเวลาเขียนนิยายเรื่องใหม่วะ พอเรื่องเก่ามันดีแล้วคนคาดหวังกับเรื่องต่อไปเยอะกูก็จะกดดันมากๆเลยอะ

397 Nameless Fanboi Posted ID:apb21lIpuY

>>396 กูกดดันมากเหมือนกัน แบบยิ่งพอมีเรื่องนึงหรือสองเรื่องที่คนชอบมากๆแล้ว พอมาเรื่องถัดมาดูดสียงตอบรับไม่ค่อยดี กูก็แบบใจแป้วไปไกลละอ่ะ เสียเซลฟ์มากตอนนี้
ไม่ได้ช่วยไรมึงเลย 5555555555

398 Nameless Fanboi Posted ID:x4nTiQsBy5

>>396 มองดูเรื่องใหม่ของเจเคยังแป้ก ไม่ฮิตถล่มทลาย. จะได้มีกำลังใจ

399 Nameless Fanboi Posted ID:ts7Yh2Fcwk

>>396 เปลี่ยนนามปากกา จะได้ไม่มีคนคาดหวัง

400 Nameless Fanboi Posted ID:4XLB+tfZdg

>>399 +1 กูจากแฟนตาซีเปลี่ยนไปเขียนเสิ่นเจิ้นยังเปลี่ยนเลย กลัวคนจำภาพเก่าๆ

401 Nameless Fanboi Posted ID:Myz7aDV8sK

แต่เปลี่ยนนามปากกาก็คือไปเริ่มใหม่หมดเลยป่ะวะ แบบกุยังคิดถึงคนอ่านของกุอยู่อ่ะ กว่าจะมาถึงจุดนี้ไรงิ แต่ก็กดดันด้วยย บ้าบอสัด

402 Nameless Fanboi Posted ID:wubDZtX1py

>>396 มึงก็ทำออกมาดีๆ ถ้างานออกมาดีความกดดันจะลดลงเอง ถ้าทำไม่ได้มึงจะกดดันหนักกว่าเดิมเพราะตัวมึงรู้ดีว่ามึงทำได้ไม่ดีเท่าที่ตัวเองเคยทำได้

>>401 ถ้ามึงจับจุดได้ จุดเริ่มมึงก็ดีกว่านักเขียนหน้าใหม่แล้ว กูเขียนมาสามแนว สามนามปากกาไม่เคยบอกใครว่าคนเดียวกันไม่เคยไปโฆษณาในนามปากกาเก่าคนมาอ่านก็มีพอสมควร

403 Nameless Fanboi Posted ID:T4J2kn6LNl

จะใส่เชิงอรรถใน readawrite ยังไงดีวะ คืออีนี่นั่งใส่แล้วค้างอยู่เป็น ชม

404 Nameless Fanboi Posted ID:ZHW59FLPuo

เพื่อนโม่งขอความเห็นหน่อย คือกูอยากลองเขียนแนวจีน(ซึ่งมันก็จะกลายเป็นเซิ่นเจิ้น) แต่ส่วนตัวกูอ่านแต่จีนไม่อ่านเจิ้นเลย เลยไม่รู้ว่าควรเขียนดีไหมมันขัดๆความรู้สึกไงไม่รู้ แล้วอยากรู้ว่าเจิ้นนี่คนอ่านเยอะไหมวะ

405 Nameless Fanboi Posted ID:eSwANMKa5b

>>404 มึงเล่นโม่งมากไปนะเลยอาจจะเข้าใจอะไรผิด เสิ่นเจิ้นคือนิยายจีนที่คนไทยเขียน มึงจะเขียนเหมือนมากเหมือนน้อยก็เสิ่นเจิ้นทั้งนั้น มันก็จะมีคนเขียนที่เขียนแบบจีน พยายามจีน หรือไทยที่เซ็ตติ้งจีน มึงไม่ต้องไปอ่านงานเสิ่นเจิ้นก็ได้เพราะทันทีที่มึงเขียนออกมาจะจีนยังไงงานมึงก็กลายเป็นเสิ่นเจิ้นอยู่ดี บางคนเข้าใจว่าเสิ่นเจิ้นคือนิยายพยายามจีนหรือไทยเซ็ตติ้งจีน พวกนี้บางทีก็ตั้งใจบางทีก็ไม่ได้ตั้งใจแต่มันเป็นมาจากพื้นฐานที่อ่านเขียนนิยายไทยมากไป ส่วนคนอ่านออนไลน์กูคิดว่ามากกว่างานแปลเล่มเยอะมาก งานแปลกูตีให้ว่าอย่างมาก 5 พันเล่ม ต่อให้ขายหมดร้านเอาไปให้เช่า แต่รวมๆ มันสู้คนอ่านฟรีบนเว็บไม่ได้หรอก ส่วนเสิ่นเจิ้นคนอุดหนุนงานไหมอีกเรื่องหนึ่งนะ

406 Nameless Fanboi Posted ID:7CoYdUA/Oj

ทันทีที่เขียนแนวแปลจีนจะเป็นเสิ่นเจิ้น แล้วทันทีที่เขียนแนวแปลญี่ปุ่นจะเป็นฮอกไกโดมั้ย แล้วทันทีที่เขียนแนวแปลอเมริกาจะเป็นเท็กซัสมั้ย แล้วทันทีที่เขียนแนวแปลอิตาลีจะเป็นเนเปิลส์มั้ย แล้วทันทีที่เขียนแนวแปลเยอรมันจะเป็นมิวนิกมั้ย

407 Nameless Fanboi Posted ID:x0.7jfc2Fv

>>406 แล้วฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องของปลอมมั้ย
แล้วเท็กซัสขึ้นชื่อเรื่องของปลอมมั้ย
แล้วเนเปิลล์ขึ้นชื่อเรื่องของปลอมมั้ย
แล้วมิวนิกขึ้นชื่อเรื่องของปลอมมั้ย

408 Nameless Fanboi Posted ID:oYGNYMTpkv

>>407 แต่สำหรับกู ถ้าเซตติ้งต่างชาติแล้วบรรยายทุกอย่างไทยจ๋ามาก กูก็เรียกว่าเสิ่นเจิ้นหมดอะ

409 Nameless Fanboi Posted ID:F.f2TdxQoB

>>406 ประเด็นมึงอยู่ตรงไหนเนี่ย

410 Nameless Fanboi Posted ID:TrfQ+vyVaD

กูเรียกเสิ่นเจิ้นหมด เขียนดีไม่ดีกูก็เรียกเสิ่นเจิ้นว่ะ กูเข้าใจเอาเองว่าคือนิยายจีนที่คนไทยเขียน ต่อให้เขียนดีมากธรรมเนียมเป๊ะหมดก็เสิ้นเจิ้น สำหรับกูไม่ใช่คำดูถูกเป็นคำนามไว้เรียกเฉยๆ

411 Nameless Fanboi Posted ID:8CTJakvLCq

>>409 ประเด็นมันคือมีแค่คนไทยเขียนเซตติ้งจีนเหรอถึงดูปลอม ถ้าไทยเขียนเซตติ้งญป ยุโรป เมกัน ไม่นับว่าปลอมเหรอ (มั้ง)

412 Nameless Fanboi Posted ID:5TS/pPaWHx

>>411 คือเสิ่นเจิ้นที่ใช้กัน เสิ่นเจิ้น หมายถึงในแง่ของเมือง​ที่ขึ้นชื่อเรื่องของปลอมของก๊อปของเก๊ อะไรที่ไม่แท้ก็เรียกเสิ่นเจิ้นหมด ไม่ใช่แค่นิยายเซ็ตติ้งจีนไง

413 Nameless Fanboi Posted ID:KDklyJ/G0t

>>412 ก็ 405 มันบอกว่าเฉพาะจีนไง กูว่ามันแล้วแต่คนจะจำกัดความอีกอะ บางคนอาจจะบอกว่าคนเขียนไทย เซตติ้งไหนไม่ใช่ไทยก็นับเป็นเสิ่นเจิ้นหมดแบบไม่สนคุณภาพ บางคนบอกงานจีนเท่านั้นถึงจะเรียกเสิ่นเจิ้น ไม่สนใจเรื่องคุณภาพอีกเหมือนกัน หรือบางคนอาจจะบอกว่ากูสนคุณภาพ ถ้าเขียนออกมาดีประหนึ่งงานแปลจริงๆ กูก็ไม่นับเป็นเสิ่นเจิ้นแล้ว

414 Nameless Fanboi Posted ID:YdI95ELGFP

คำนี้มันเริ่มจากนิยายเซตติ้งจีนโบราณยุคแรก ที่แรกๆมักหลุดความเป็นจีนผิดๆเยอะ มันเลยโดนเหน็บว่าเสิ่นเจิ้น ของปลอมจากจีน คุณภาพต่ำ
แต่พอนานไป คนแห่มาเขียนแนวนี้มันก็มีงานคุณภาพขึ้นเยอะ จนเดี๋ยวนี้มันเลยไม่ได้ใช้แยกคุณภาพนิยาย แต่เรียกรวมกันไปเลย คำนี้เลยไม่ได้เป็นคำเหน็บแนมอีกต่อไป
แต่ถ้า เขียนเซตติ้งอื่นๆที่ไม่ใช่จีน กูว่ามันก็น่าจะมีคำเรียกอื่นนะ ซึ่งกูก็ไม่รู้เหมือนกัน 55 เดี๋ยวก็คงมีคนคิดขึ้นมาเองแหละ

415 Nameless Fanboi Posted ID:M8ruLI2ZhT

>>412มันไม่ค่อยมีคนไทยที่เขียน เซ็ตติ้งอื่นแบบตัวละครต่างชาติล้วนนะ ส่วนใหญ่จะมีไม่พระเอก ก็นางเอกเป็นคนไทย.....อย่างงานของ อ.โสภาค สุวรรณ เค้าก็เรียกกันว่าไพรัชนิยาย

416 Nameless Fanboi Posted ID:kRwpAVkltJ

สำหรับกูมันไม่ใช่คำเหน็บนะ >>411
เสินเจิ้น = นิยายจีนที่คนไทยเขียน (ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น)

นิยายที่คนไทยเขียน ตัวละครเป็นต่างชาติหมดก็มีนะ อย่างหมาล่าเนื้อไง เค้าสำนวนดี้ดี กูชอบคนนี้มาก เขียนจีนหรือฝรั่งก็แบบสำนวนได้หมด

417 Nameless Fanboi Posted ID:LOKnyhN0nS

>>413 เขียนออกมาดี แต่ถ้านักเขียนไม่ใช่คนจีน ไม่ได้เขียนออกมาเป็นภาษาจีน กูก็เรียกเซินเจิ้นอยู่ดี

418 Nameless Fanboi Posted ID:LOKnyhN0nS

กระเป๋าแบรนด์เนมคือกระเป๋าแบรนด์เนม
กระเป๋าก๊อป ต่อให้ก๊อปเหมือนแค่ไหน คุณภาพดีแค่ไหนก็คือของก๊อปเกรดเอ

ป.ล. 深圳 (Shēnzhèn - เซินเจิ้น) ไม่ใช่เสินเจิ้นหรือเสิ่นเจิ้น

419 Nameless Fanboi Posted ID:S/ym2jrsT0

นักเขียนไทยถึงเขียนตัวละครต่างชาติทั้งเรื่อง ฉากเป็นต่างชาติ สำนวนจะเหมือนนิยายแปลแค่ไหน อย่างไรก็เป็นนิยายไทย ไม่ใช่นิยายแปล ไม่ใช่เจ้าของชาติ ไม่มีทางเป็นนิยายจีน ไม่มีทางเป็นนิยายญี่ปุ่น ยกเว้นคนเขียนจะเป็นพวกลูกครึ่งแล้วไปอิงสัญชาติต่างชาติก็พอเนียนไปได้แต่ต้องเขียนเป็นภาษานั้นๆ ไม่ใช่ภาษาไทย

420 Nameless Fanboi Posted ID:tLUM39d9JM

>>419 สรุปคือนิยายชาติก็ไหนดูจากภาษาที่เขียนเลย

421 Nameless Fanboi Posted ID:hbHZ4VMoeo

>>415 มีเยอะแยะไป แต่หลักๆ จะไม่ใช่สายนิยายรักเท่านั้นเอง

422 Nameless Fanboi Posted ID:kRwpAVkltJ

>>419 มึงพูดแปลว่าอะไรวะ งง จะสื่อไรนะ
นิยายคนไทยเขียน ก็เป็นนิยายไทยอยู่แล้วดิ คือคนเขียนไม่ได้จะทำให้มันเป็นนิยายแปลอยู่แล้วป้ะะะะ มันก็คือนิยายไทยแค่ต่างกันที่เซตติ้ง กูว่าไม่มีใครพูดสักคำว่าจะทำให้มันเป็นนิยายแปล

423 Nameless Fanboi Posted ID:/Mzz4URm5G

พูดแล้วนึกได้ แล้วอย่างฮายาชิ คิซาระล่ะวะ เห็นว่ามีเขียนทั้งแบบไทยกับญี่ปุ่นเลยไม่ใช่เหรอ รึจำผิดวะ

424 Nameless Fanboi Posted ID:wRaLW9jVdK

>>423 สำหรับกูถ้าคนเขียนสัญชาติไรก็คือนิยายชาตินั้น คนไทยเขียนอิงยังไงก็มีลักษณะแบบไทยอยู่ เหมือนนิยาย ปลอิงหลายเรื่องอ่านไปก็เดาได้มาขาติไหนเขียน

425 Nameless Fanboi Posted ID:l6TXsUSfz+

>>424 +1 แต่เพิ่มเติมหน่อย มองว่าเขียนด้วยภาษาอะไรก็คือนิยายชาตินั้น ถ้าเขียนนิยายจีนด้วยภาษาจีน นิยายโรมานซ์ด้วยภาษาอังกฤษ แล้วคนเขียนมีศักยภาพพอ อาจจะไปอยู่จีนมาสักสามสิบปี มีสามีจีน สามีญี่ปุ่น อะไรก็ตามจนทำให้ได้คลุกคลีเข้าถึงวัฒนธรรมสังคมแล้วเขียนออกมาได้ เหมือนอย่างคนเขียน เอ็มมานูเอล นิยายอีโรติกยุคโบราณที่เป็นคนไทย เป็นภรรยาทูตฝรั่งเศสมั้ง อันนั้นนับเป็นนิยายแปลได้สำหรับกู
แต่อย่างเจ๊คาร่า ที่เขียนเป็นภาษาไทย แล้วตีพิมพ์มีทั้งชื่อคนเขียนคนแปล อันนั้นไม่ใช่ละ อย่างฮา

426 Nameless Fanboi Posted ID:dC59AoR+sj

แล้วอย่างน้องแมวเหมาเหมา ที่เขียนโดยคนญี่ปุ่นแต่เซ็ตติ้งเป็นจีนจะนับว่าเป็นอะไรดีวะ?

427 Nameless Fanboi Posted ID:1hxbnAipUF

>>426 น่าจะเรียกว่านิยายญี่ปุ่นนะ อย่างคนไทยเขียนนิยายแฟนตาซี เซ็ตติ้งฝรั่ง ฉาก ตัวละคร ทุกๆ อย่าง แต่ก็โดนเรียกว่านิยายไทยอยู่ดีนิ ใช่ป่ะ

428 Nameless Fanboi Posted ID:rIlQC+x/T1

กูว่ามันเป็นจริตทางวัฒนธรรม ที่คนชาตินั้นๆมันจะเขียนออกมา เวลาคนต่างชาติมาเขียน ก็ต้องทำรีเสิชเพื่อจะได้เข้าถึงตรรกะของวัฒนธรรมนั้นๆ ไม่แค่เซตติ้งนะ ตัวละครเองก็สำคัญ เหมือนมึงเขียนนิยายไทยให้พระเอกเป็นคนจีน วิธีคิดของตัวละครมันก็ต้องมีตรรกะตามแบคกราวน์จีน
เซินเจิ้น หรือ ชีคทะเลทราย กูอ่านทั้งนั้นถ้ามันทำให้กูเชื่อในตัวละครว่าแม่งเป็นคนชาติอื่น ถ้าเขียนแล้วแม่งยังวนอยู่แถวแพลตตินั่ม กูก็เรียกนิยายไทยห่วยๆ

429 Nameless Fanboi Posted ID:VBjh6VoB.W

เดี๋ยวนี้นิยาย สืบสวน มีที่ไหนรับบ้างวะ

430 Nameless Fanboi Posted ID:tjW/PwC8VV

กูสรุปให้ได้มั้ย
นิยายไทย แนวเซินเจิ้น เขียนโดยคนไทย เขียนเป็นภาษาไทย มีเซตติ้งเป็นประเทศจีน ตัวละครส่วนใหญ่เป็นคนจีนแท้ๆ อาจมีตัวละครไทยหลงมิติไปสวมร่างตัวละครจีน ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นจีนยุคโบราณ สำนวนภาษาจึงมักใช้แนวทางของสำนวนนิยายจีนแปลไทยเป็นหลัก ในการสร้างจักรวาลจีนโบราณที่คุ้นเคยกับนักอ่านชาวไทย

หากเป็นเซตติ้งจีนปัจจุบัน ตัวละครเป็นจีนล้วนๆ น่าจะนับเป็นเซินเจิ้น เพราะผู้เขียนกำลังสวมบทบาทนักเขียนชาวจีน
หากเป็นเซตติ้งจีนปัจจุบัน มีทั้งตัวละครไทยและจีน ไม่น่านับเป็นเซินเจิ้น เพราะในจักรวาลนิยายไทยไปพบรักกับชาวต่างชาติในต่างประเทศ มีมานานแล้ว

กูสรุปแบบนี้ ใครมีข้อแก้หรือเพิ่ม เชิญตามอัธยาศัย

431 Nameless Fanboi Posted ID:Td+NmnAa37

สรุปของกุ = นิยายเซตติ้งจีน(ตัวละครจีน)เขียนโดยคนไทย = เสินเจิ้น

เอาจริงนิยายคนไทยไปพบรักที่ตปทเนี่ย ให้ความรู้สึกเชยมากสำหรับกุตลอดเลยอะ ตอนเด็กๆแนวชีคๆกำลังฮิตด้วยแหละมั้ง แล้วทุกคนแม่งเป็นลูกสาวท่านทูต
พอนึกถึงแนวนี้ถ้ารุ่นใหม่หน่อยก็นึกถึง ณร ตลอดเลย

432 Nameless Fanboi Posted ID:W1F6+KC9r0

รบกวนถามเรื่องการใช้คำ คำว่า "เหรอ" กับ "หรือ" ในนิยาย กำลังสงสัยว่าต้องใช้อะไรถึงจะถูก
เช่นว่า "จะไปไหนเหรอ?" กับ "จะไปไหนหรือ?" แบบไหนถูกต้อง

เพื่อนโม่งคิดว่าไงกัน แบบไหนถูก

433 Nameless Fanboi Posted ID:PvQ6FVMNhm

>>432 กูว่า หรือ ฟังดูสุภาพและน่าจะถูกหลักการใช้มากกว่า
เหมือนคำว่า เหรอ เป็นภาษาพูดมากกว่า

434 Nameless Fanboi Posted ID:W1F6+KC9r0

>>433 ถึงแม้ว่าใช้ในประโยคคำพูด ก็ควรใช่ หรือ ดีกว่าใช่ไหม

435 Nameless Fanboi Posted ID:YO8QbLs73u

สำหรับเราถูกทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับระดับภาษาในเรื่อง
เหรอจะเด็ก ๆ วัยรุ่น สมัยใหม่กว่า
หรือจะทางการหรือสมัยโบราณย้อนยุค
ใช้ผสมผสานให้เข้ากับบริบทก็โอเคนะ

436 Nameless Fanboi Posted ID:5WWxCbmHXk

เวลามีคนใช้คำว่า หรือ ในภาษาพูด ภาษาแชท หรือในโซเชียลกูรู้สึกว่ากำลังคุยกับคนแก่ทุกทีเลย 555555555555
ยิ่งคำพูดแบบ ทำแบบนี้สมควรแล้วหรือ (ตามพวกในที่พูดเรื่องการเมืองๆ)

437 Nameless Fanboi Posted ID:W1F6+KC9r0

>>435 เราโม่งที่ถามนะ นิยายที่กำลังแต่งเป็นนิยายยุคปัจจุบัน ตัวละครเป็นวัยทำงาน พอดีกำลังพิมพ์นิยายแล้วดันเกิดสงสัยขึ้นมา สรุปควรใช้อะไรดี TT

438 Nameless Fanboi Posted ID:D17MudOSVR

>>437 กูว่ามันเป็นสำเนียงภาษาพูดของตัวละครอะ จะใช้ หรือ/เหรอ ก็แล้วแต่มึงว่าอันไหนเข้ากับบุคลิกตัวละครนั้นๆ

439 Nameless Fanboi Posted ID:Ok7R5gFc13

มันก็ถูกทั้งสองอย่างอะ (กูไม่ชอบคำว่าหรอเอาซะเลย แต่ก็พอมองข้ามไปก็ได้วะ 555) จะใช้อันไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวละครมึงแล้วแหละ ถ้าเป็นคนแก่หรือพวกชอบพูดทางการหน่อยก็ใช้หรือ ถ้าวัยรุ่นปกติก็ใช้เหรอไป

440 Nameless Fanboi Posted ID:i+x5puiVO1

กูว่าอยู่ที่ว่าภาษาทั้งเรื่องมึงจะcasual หรือ เอาถูกต้องตามหลักภาษาเขียน
เหรอ รึ กูว่าคนแก่ก็พูด มันภาษาพูด
กูอ่านได้ทั้ง หรือ เหรอ แต่ถ้าบางคนพูดหรือในเรื่อง อีกคน เหรอ กูจะงง เพราะกูไม่คิดว่า หรือ บอกวัยขนาดนั้น

441 Nameless Fanboi Posted ID:lGatbSrxmx

นิยายกูใช้ทั้งหรือและเหรอ แล้วแต่อารมณ์ตินนั้น มึงอย่าไปซีเรียสนักเลย

442 Nameless Fanboi Posted ID:L/.zcB+Par

กูได้หมดทั้ง หรือ ทั้ง เหรอ แต่ถ้าใช้ หรอ นี่จะไม่อ่าน 5555

443 Nameless Fanboi Posted ID:+Kot1lVVrC

>>442 พูดอีกก็ถูกอีก 555

444 Nameless Fanboi Posted ID:7ZyXj+qwp+

ไม่รู้จะถามไหน กูเกิลก็ไม่เจอ
แส้ ใช้ลักษณะนามว่าอะไรอะ.....

445 Nameless Fanboi Posted ID:yhKZfTOgvT

>>444 เส้นมั้ย

446 Nameless Fanboi Posted ID:jVQuyLko4r

>>444 ด้ามก็น่าจะได้รึเปล่า...

447 Nameless Fanboi Posted ID:cRH/BLpSBp

>>444 เส้น

448 Nameless Fanboi Posted ID:K4+hX8+vn.

ไม่รู้จะถามที่ไหน กูจะหารายละเอียดพวก openverse ได้ที่ไหนบ้าง

449 Nameless Fanboi Posted ID:zPr7Ss5SsJ

กูลองเสิร์จ แส้เส้นหนึ่ง กูเจอในนิยายแปลจีนเพียบ
สิ่งของลักษณะเป็นเส้นเล็กยาว เช่น เชือก ด้าย ลวด ใช้ลักษณนามว่า เส้น
กูว่าแส้ หรือ โซ่ เข้าข่ายนะ
https://sites.google.com/site/krutoeypanuwat/innovation/bth-thi-3-lak-sn-nam

450 Nameless Fanboi Posted ID:DnQdr1OzvP

topic นี้น่าจะเหมาะสมสุดในการแชร์ความคิดเรา

เราอยากให้นักเขียน เลิกเขียนฉากข่มขืนที่เขียนขึ้นเพราะความสะใจ หรือการลงโทษนางร้าย ด้วยการถูก "ข่มขืน"
เพราะบางครั้งมันสร้างค่านิยมว่า การข่มขืนเกิดขึ้นอย่างชอบทำ นางคนนั้นมันร้ายมันสมควรโดน เวลาที่เราอ่านเจอหรือดูละครเราจะจิตตกไปหลายวัน เฝ้าวนเวียนคิด ถึงจะบอกว่า ก็มันแค่ละคร แค่นิยาย แต่ว่านะ...พวกคุณนักเขียน เขียนมันขึ้น เพราะหวังว่าคนอ่านจะอินไปกับมันไม่ใช่เหรอ?

หากอยากเขียน หรือจำเป็นต้องเขียนฉากข่มขืน เราก็อยากให้มันออกมาเพื่อสร้างคติและความคิดว่า การข่มขืน น่ารังเกียจ ผู้หญิงบนโลกนี้ทุกคนไม่มีใครสมควรถูกข่มขืน

หรือกระทั่งพระเอก ด้วยเช่นกัน เรารู้ว่ามันเป็นจินตนาการ แต่ว่าถูกข่มขืน มันจะมีความสุขจริงๆ เหรอ?

ความคิดเราอาจงง เรียบเรียงแบบงงๆ ขอโทษด้วยค่ะ แต่หวังว่าเจตนาหรือความคิดของเราอาจส่งถึงนักเขียนบางคน อย่างน้อยๆ สักคนก็ยังดี

451 Nameless Fanboi Posted ID:z52ie94jqS

>>450 คหสต นะ กูว่าการเขียนเรื่องข่มขืนที่จำเป็นคือการสร้างแรงผลักดันให้นางเอก อย่างเรื่อง"ล่า" แต่กูก็ไม่ได้สนับสนุนเรื่องข่มขืนนะ ถ้าเป็นไปได้และจำเป็นต้องมีก็ควรเน้นที่ความรู้สึกความคิดของเหยื่อในตอนนั้น ไม่ใช่ลักษณะท่าทางในการข่มขืน

452 Nameless Fanboi Posted ID:qzLHr1Q5On

>>450 เห็นด้วยสุดๆ
ไม่ว่าจะ rape to love หรือ rape for justice ก็ทุเรศทั้งนั้น

453 Nameless Fanboi Posted ID:51RGd4lPKK

>>448 เคยเห็นฝรั่งคำสารบัญไว้ แต่ open มั้ยมึงต้องไปคุ้ยเอาเอง
https://fanlore.org/wiki/Alternate_Universe

454 Nameless Fanboi Posted ID:3o8UIP47Zs

เว็บเขียนนิยายเว็บไหนที่มีนักอ่านดีๆบ้างวะ

455 Nameless Fanboi Posted ID:09lOgcM9Ww

>>454 ไม่มี ลงที่ไหนก็เจอนักอ่านไม่ดีได้ทั้งนั้น

456 Nameless Fanboi Posted ID:jK0rZItbV6

>>454 ทุกทีตอนนี้เป็นเหมือนกันหมดนะ หวังแต่อ่านฟรีจนจบ พอนักเขียนๆ ไมจบก็ด่า แต่ระหว่างนั้นไม่เคยให้กำลังใจสาาาาากกกกคอมเม้นท์ โลกนี้ช่างน่าเศร้านัก

457 Nameless Fanboi Posted ID:MzeWZ7Un4F

>>450 *ชอบธรรม
>>456 *พอนักเขียนเขียนไม่จบ

458 Nameless Fanboi Posted ID:JHAPwihuCL

>>457 พอนักเขียนๆ ไม่จบก็ <<< ทำไมเขียนแบบนี้ถึงผิดอะ อยากรู้อะ

459 Nameless Fanboi Posted ID:KeFPIftYCZ

>>458 มันผิดแกรมม่า มันเป็นคนละคำกันแล้ว เข้าใจป่ะว่า เขียนของนักเขียน กับเขียนที่เป็นกิริยา มันกลายเป็นคนละคำกัน
ปกติมันจะใช้แบบพูดซ้ำสองครั้ง แต่ต้องเป็นคำเดียวกัน เช่น ไฟไหม้ๆ

ผิดแบบนี้น่าจะเรียกว่า ผิดแบบคนละบทคนละความ
เท่าที่จำได้นะ ขกหาอะ

460 Nameless Fanboi Posted ID:KeFPIftYCZ

>>459 เพิ่มเติมนิดนึงกู 458 จริงๆจะบอกว่าผิดเพราะเป็นคำคนละชนิดเลยก็ได้นี่หว่า นอกจากคนละบทคนละความ ยังทำหน้าที่ในประโยคต่างกันด้วย
นี่ถ้าเอาไปเป็นข้อสอบ ก็ตอบได้สองช้อยนะ 55555

461 Nameless Fanboi Posted ID:.Zke5Jptr7

>>458 ขอด่าแบบไม่ไว้หน้านิด ข้อผิดพลาดแบบนี้แม่งไม่ควรปรากฏในห้องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมู้นี้ ของ >>450 ถ้าบอกว่าไม่ใช่คนเขียนแต่เป็นแค่ข้อเสนอจากฝั่งคนอ่านยังพอจะเข้าใจได้ แต่ >>456 นี่แบบ อหหหหหหหหหห มึงกล้าเรียกตัวเองว่านักเขียนนนนนนนน
และใช่ >>458 ถ้ามึงอยู่ฝั่งคน(อยาก)เขียน กูขอด่ามึงด้วย วิธีการใช้ไม้ยมกอาจารย์ก็สอนตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว มึงควรจะจำได้ถ้ามึงอยากเป็นคนที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้คนอื่นผ่านตัวอักษร

462 Nameless Fanboi Posted ID:ujgsB642Z9

>>461 456 458 กูเอง กูเป็นคนอ่าน ที่บัังเอิญ เปิดกระทู้เข้ามาเจอ แล้วกูแค่สงสารนักเขียน กูเลยตอบไปแบบนั้น โอเค ถ้าที่นี่เฉพาะนักเขียน กูจะไม่เสนอหน้าเข้ามาอีก และกูก็ลืมไอ้หลักการใช้ ๆ ไปเลย สวัสดีค่ะ

463 Nameless Fanboi Posted ID:/JQQuuq0oz

>>462 กลับมา ขอร้อง

464 Nameless Fanboi Posted ID:wElLOVka9r

ทำไมกูต้องเข้ามาเจออะไรแบบนี้ด้วย เอาหนังสือเขียนภาษาไทยหน่อยไหม กูเกลียดจริงๆ แบบนี้ ผิดไม่ว่า แต่เสือกไม่รับรู้ เดี๋ยวปาใส่ให้เลย

465 Nameless Fanboi Posted ID:o+xlYat9GD

มึงคาดหวังอะไรกับการด่า อยากให้คนเขาตอบดีด้วยคนบอกก็ต้องบอกสุภาพหน่อย กูก็เกลียดพวกด่าคนอื่นแต่อยากได้รับความเคารพอยากให้เขาน้อมรับ ถ้าไม่ไปกระแนะกระแหนความไม่รู้เขา ไม่เหยียบให้เขาดูต่ำแต่เปลี่ยนเป็นคุยกันให้ดีหน่อยทำไมเขาจะไม่รับรู้ อันนี้ไม่ต่างอะไรกับการอาศัยความผิดพลาดเพื่อไปด่าเขา

แบบนั้นกูก็ทำได้ >>461 ทำไมมึงเขียนว่ามู้วะ มึงเป็นนักเขียนไหมทำไมจงใจเขียนผิด แล้ว อหหหหหหหหหหห นี่คืออะไร ตัวย่อนี้กูไม่เคยพบเคยเห็น มึงเรียนภาษาไทยมาบ้างหรือเปล่า นักเขียนที่ไหนเขียนนักเขียนนนนนนนนกันวะ มึงจะซ้ำตัวสะกดอะไรขนาดนี้ใครสอนมึงมา แบบนี้มึงคิดว่ามันจะโกรธแล้วหาคำแก้ตัวพร้อมด่ากลับหรือจะน้อมรับโดยดี โดยปกติแล้วก็ควรจะโกรธไหม

466 Nameless Fanboi Posted ID:eGV/zL+R3v

แนวดราม่ากับ แนวชีวิตนี้มันแนวเดียวกันไม่ใช่หรอหรือยังไงวะ กูเข้าใจอะไรพลาดไป

467 Nameless Fanboi Posted ID:+vbyz..2db

ไร้สาระทั้งคนบ่น คนด่านั่นแหละ น่ารำคาญ

468 Nameless Fanboi Posted ID:BMOY1zsdZL

>>466 ดราม่าพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากันตอนจบไม่พระเอกก็นางเอกตาย แนวชีวิตคนหาเช้ากินค่ำ ปากกัดตีนถีบ?

469 Nameless Fanboi Posted ID:BiE.0+HWUp

>>467 คุณต่างหากคือคนที่น่ารำคาญที่สุด

470 Nameless Fanboi Posted ID:rqtbhrV27t

>>467 มึงก็บ่น มึงด่าตัวเองเหรอ

471 Nameless Fanboi Posted ID:2wSAzyw/3X

นักเขียนแบบพวกมึงนี่จบๆ ไปเหอะ แอ๊บแอร๋เวลาคุยกับแฟนคลับนิยาย ในโม่งนี่ปากแทบเฉาะแป้นพิมพ์

472 Nameless Fanboi Posted ID:SuBKAxpCDD

จะให้ปากเฉาะแป้นพิมพ์ตอนคุยกับคนอ่าน ชื่อกูคงหราในฮอลออฟเฟมโม่งดิ
แล้วไงวะ มันก็เหมือนมึงพูดสวัสดีค่ะกับหัวหน้า พูดไอเหี้ยกับเพื่อนอะ

473 Nameless Fanboi Posted ID:wZ.R+Y3R9C

โชสันดานไห้เต้มที่ ระวังหย่าหลุดไห้คนอ่านเหน ตอแลให้เต้มที่ สังคมนักเขียนเจรินแหน่ๆ 👍

474 Nameless Fanboi Posted ID:HOVlsLIjzM

อย่าว่างั้นงี้เลย บางทีกูก็เจอนักอ่านเหี้ยๆ กูก็อยากจะเหี้ยตอบ แต่ก็จะมีพวกนักอ่านที่ไม่สนหีสนแตดสักแต่จะด่านักเขียน เพราะชูคอว่านักอ่านคือพระเจ้า เป็นผู้ให้เงิน กูงี้อยากจะอ้วก แต่กูก็ต้องแอ๊บตอแหลใส่ กูงี้โคตรอึดอัดอีเหี้ย 555555
อุ้ย ถ้ามึงไม่ใช่นักอ่านเหี้ยๆก็ไม่ต้องมาดิ้นนะ กูจะเฉาะให้

475 Nameless Fanboi Posted ID:asl.JcCCsQ

>>473 แบบนรกป้ะ ห้าห้า

476 Nameless Fanboi Posted ID:R2bRnVY0Za

>>473 ทุกวันนี้ก็ทุกคนตอแหลกันเป็นปกติอยู่แล้วป่ะพูดตรงๆ อาจเรียกดีๆหน่อยก็รักษาภาพ จะให้มาสันดานออกตลอดเวลาก็ไม่ใช่นะเว้ย

477 Nameless Fanboi Posted ID:GcR7sNipZV

เรื่องเกิดจากว่าเขียนสนิงนี้ดตัวเอง ชอบผู้ชายไทป์นี้ ผู้หญิงไทป์นี้ เลยกลายเป็นเปิดโหมดออโตไพล็อตว่ะ คาร์แทบโขลกออกจากพิมพ์เดียวกัน ต่างแค่เซ็ตติ้งกับคอนฟลิกต์ โฮ orz

478 Nameless Fanboi Posted ID:f1dFZU7Ieb

>>474 เอ้า งานแลกเงินแบบนี้ มันก็ต้องถูกวิจารณ์ไหมละ

479 Nameless Fanboi Posted ID:9jvvdQ1sN2

>>472 ทุกวันนี้ นักเขียนคิดงี้เหรอ ไม่จริงใจกับนักอ่าน???

480 Nameless Fanboi Posted ID:HOVlsLIjzM

>>478 ถ้าคนอ่านวิจารณ์ ติชม แนะนำ พูดคุยรีวิวอย่างมีอารยะ กูเป็นคนเขียนก็ดีใจมากๆ ถือเป็นบุญเลยล่ะ แต่ถ้าเหี้ยมา ประเภทด่ากราดใช้คำหยาบๆแล้วบอกว่าวิจารณ์งาน มันไม่ใช่อ่ะกิ๊บ มันคือการหยาบคายใส่คนอื่นเพื่อระบายอารมณ์ และพวกที่กูเกลียดที่สุดคือพวกที่อ่านในเว็บ พอกูหยุดอัพเพื่อขายงาน คนพวกนี้ก็จะโวยวายด่ากู ด่าเหมือนกูไปหยิกหัวนมแม่มัน แล้วมีการเม้นเยาะเย้ยว่าอยากอ่านนะแต่ไม่ซื้อหรอก งานกูไม่สนุกพอ กูก็งงดิ ทีตอนกูอัพให้อ่าน แม่งโผล่มาเม้นอวยรอเปย์งั้นงี้ นักอ่านแบบนี้จะให้กูรับมือไงดี กูอยากด่ากราดแต่ก็อย่างที่มึงบอกไง อาชีพกูต้องเขียนแลกเงิน กูยอมรับ กูก็อยากจะเป็นคนดีทั้งกายวาจาใจ แต่โลกบังคับให้กูร้าย กูจะเอาชีวิตนักเขียนกูมาเปิดอัลติด่านักอ่านเหี้ยๆไม่กี่คนมันก็ไม่คุ้มค่าที่จะวอร์ กูถึงต้องตอแหลใส่หน้ากากตอบไปเยี่ยงนางงาม ว่าค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็น จะเก็บไปปรับปรุงค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
อีห่า กูเก็บกด แม่งจะเป็นไบโพล่า
ถ้าใครเป็นนักอ่านดีๆ กูก็กราบขอบพระคุณ จริงใจคุยด้วยอยู่แล้วล่ะ

481 Nameless Fanboi Posted ID:YhjkXtPELL

>>480 กอด ในฐานะนักอ่านและนักเขียน(ไม่ค่อยจบ) กูไม่เคยโกรธที่นักเขียนทำแบบมึง แต่อย่างว่า ทุกวันนี้การใช้คีบอร์ดโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝั่งคือใคร มันทำให้คนแสดงสันดานแท้ๆ ออกมา

482 Nameless Fanboi Posted ID:1SFZsvniSO

>>480 เข้าใจ เคยเป็นป้าไปสิงร้านเน็ต แล้วได้ยินกลุ่มเด็กคุยกันทำให้รู้ว่าเวลามันด่าใครในเกมหรือในเน็ต มันมีความคิดเหี้ยๆ ว่า "มึงด่าไปแรงๆ ได้เลย (ในเกมก็จะเป็น pk แม่งเลย) อีกฝ่ายไม่ใช่คนหรอก" หรือไม่ก็ "ด่าไปเหอะมันไม่รู้ว่ามึงเป็นใคร ตามมาตบมึงไม่ถูกหรอก"

483 Nameless Fanboi Posted ID:3FltuKzsF9

>>479 การจริงใจคือการพูดกับทุกคนในระดับที่เท่ากันเหรอ มึงพูดกับทุกคนในชีวิตมึงเหมือนที่มึงพูดในโม่งรึเปล่า กูว่ามันไม่เกี่ยวกับความจริงใจ มันคือมารยาท

484 Nameless Fanboi Posted ID:914eKy4RqQ

โอ้โห นี่มุมมืดของพวกมึงช้ะ กูทึ่ง เพราะกูไม่ค่อยจะมีโมเมนต์แบบนั้น จะเอามาเก็บกดกันทำไมวะ แทนที่จะปล่อยๆ ไป 55555

485 Nameless Fanboi Posted ID:wiGEwRqGy.

อยากเขียนนิยาย มีพล็อต มีทุกอย่างยกเว้นแรงฮึดอยากเขียน อิสัส จดพล็อตไว้เป็นร้อยแต่เขียนจบจริงจังไม่เกิน 50% เวนเน้ยยยย
ฟังเพลงก็แล้ว อ่านงานคนอื่นก็แล้ว แต่ก็เขียนแล้วตันอยู่ดีทั้งๆที่ใจอยากเขียน ภาพมโนในหัวมาเป็นฉากๆ กูเป็นอัลไลของกูว้อยยยยย

486 Nameless Fanboi Posted ID:Kn+MvyrX5u

>>485 ปกติๆ

487 Nameless Fanboi Posted ID:3Qzri..avl

>>485 กูก็เหมือนมึง ภาพแม่งมาเป็นฉาก แต่เขียนไม่ออกจริง แถมกูจะติดนิสัยชอบเขียนอะไรแบบเพอร์เฟ็คมาด้วย หนักกว่าเดิมอีก

สภาพนี้ต้องทำใจ กูก็ไม่รู้จะทำไงกับตัวเองละ พล็อตก็มี อะไรก็มีหมดแล้ว

488 Nameless Fanboi Posted ID:j/v11wy9c4

กูแย่กว่าพวกมึง

อยากเขียน มีพล็อตแค่คร่าวๆ แค่ตอนต้นกับจบ ไม่มีตรงกลาง และคิดไม่ออกด้วย ทำไงดี

489 Nameless Fanboi Posted ID:wiGEwRqGy.

>>486-487 กู 485 เอง ทุกวันนี้กูได้แต่เขียนไปเรื่อย ๆ วันละ2-3บรรทัดอะ จริง ๆ ถ้าเขียนได้เกินสามย่อหน้าใหญ่ ๆ ละกูจะเขียนได้ยาวจนกว่ากูจะเผลอสลบคาคอมเลยเว้ย แต่ตอนนี้มันไม่มีไฟเลยซักนิดอะ ฮือ แล้วพรุ่งนี้จะฝึกงานละไง ตั้งใจจะใช้วันหยุดเขียนนิยายให้เต็มที่ก็ดันไม่มีอารมณ์ เขียนไม่ออกเฉย บ้าบอเจรงงงง

490 Nameless Fanboi Posted ID:5vDfl.8SAy

>>489 เดี๋ยวกูลองทำแบบมึงบ้าง

491 Nameless Fanboi Posted ID:Hhfz475Rm3

>>488 ยังดีกว่ากรู มีแค่พล็อตตัวละครกับพล็อตกลางเรื่องแต่ไม่มีพล็อตเริ่มกับจบ 5555+

492 Nameless Fanboi Posted ID:AN43OxkUAg

>>491 มึงสองคนน่าจะลองร่วมแต่งกันนะ

493 Nameless Fanboi Posted ID:rSCivM.mf4

>>492 เออ ดีอ่ะ 555555 มาๆ แบ่งกันๆ ช่วยกันคิด

494 Nameless Fanboi Posted ID:8PFAiApRcu

ตอนนี้สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ไหนยังรับต้นฉบับนิยายที่ไม่ใช่นิยายรักอยู่บ้าง

จะบอกว่าเป็นนิยายแฟนตาซีก็ไม่ถนัดปาก บอกว่าเป็นนิยายแนวผจญภัยกึ่งแฟนตาซีก็แล้วกัน (ประมาณเพชรพระอุมา แต่ไม่ได้เข้าป่า ไม่ได้ล่าสัตว์ และไม่ใช่โลกปัจจุบัน) เท่าที่รู้คือตอนนี้นานมีไม่รับต้นฉบับ อมรินทร์ก็ไม่รับต้นฉบับ (แต่อรุณรับ) ส่วนสยามอินเตอร์ก็เหมือนจะไม่รับต้นฉบับอีก หรือกูควรจะหน้าด้านส่งไปรษณีย์ไปวะ รับไม่รับก็ช่าง

495 Nameless Fanboi Posted ID:IG4vMHxZRr

>>494 พิมพ์ขายเองเลยดิ ลงอีบุ๊คด้วย ได้เงินดีกว่าส่งสนพ.อีก

496 Nameless Fanboi Posted ID:8PFAiApRcu

>>495 ขาด legitimacy

497 Nameless Fanboi Posted ID:v5vOwRAQdp

เขียนลง ฟชlog นี่มันโอเคปะวะ

498 Nameless Fanboi Posted ID:EQJkmxAXJb

>>497 ไปอ่านห้อง fictionlog ใน web novel

499 Nameless Fanboi Posted ID:tatyasw8PI

ไอ้เราก็นึกว่าการที่มีเว็บให้ลงนิยายมันจะทำให้มีนิยายระดับซีไรต์ผุดขึ้นเยอะ ก่อนหน้านั้นกูวาดภาพนักเขียนต้องร่างโครงเรื่อง หาข้อมูล เขียนให้จบ ทิ้งไว้สักพักแล้วแก้ไข ตรวจทานสองสามรอบ แล้วค่อยปล่อยลงเว็บอาทิตย์ละตอน แต่ตอนนี้กูรู้ซึ้งแล้วสัส

500 Nameless Fanboi Posted ID:aEnBpFfyvD

>>499 ยังไง บอกกูหน่อย กูยังไม่รู้ซึ้งเลย

501 Nameless Fanboi Posted ID:ULqZU2eOc9

>>500 กูว่าลองอ่านนิยายขึ้นท็อปตามเว็บก็น่าจะพอเข้าใจได้ไม่ยากนะ 555

502 Nameless Fanboi Posted ID:NwlMjQg9OF

หลังจากตูไปอยู่บนดินมานานกูทนเสแสร้งไม่ไหวละกลับมาใต้ดินดีกว่า

503 Nameless Fanboi Posted ID:0hokJbSwnZ

>>502 บนดินของมึงคือที่ไหนวะ

504 Nameless Fanboi Posted ID:M3mRFUpUpZ

เพื่อนโม่งมีวิธีจัดการตัวเองเวลามีพล็อตงอก อยากเขียนทุกเรื่องที่เปิดไว้ ไปๆ มาๆ ไม่เขยื้อนซักเรื่องยังไงวะ เซ็งตัวเอง อยากเขียนไปหมดดด

505 Nameless Fanboi Posted ID:zP+pthydB1

>>504 จับสลาก เลือกมาเขียนให้จบก่อน1เรื่อง ที่เหลือห้ามแตะ

506 Nameless Fanboi Posted ID:PJHAKudx.m

>>504 เขียนพล็อตตั้งแต่ต้นจนจบออกมาให้ครบทุกเรื่อง เรื่องไหนมีรายละเอียดครบสุด แต่งได้เร็วสุด ก็เลือกเรื่องนั้นก่อน

507 Nameless Fanboi Posted ID:6u/vAsdiSB

>>506 กูเห็นด้วยกับวิธีนี้ แต่ปกติ ถ้ากูเขียนเรื่องไหนอยู่แล้วอินมากๆ กูจะไม่ค่อยมีพลอตงอกนะ