Fanboi Channel

วันศุกร์ที่สิบ ของเหล่าซาลารี่แมน

Last posted

Total of 489 posts

412 Nameless Fanboi Posted ID:pKmHv3KLzh

อีดอกที่ทำงานแม่งไม่ถูกกะกู ทำงานสายงานเดียวกัน ทำงานไปครึ่งค่อนโปรเจ็ค แม่งอยู่ดีๆโอนงานมาให้กู บอกเมเนเจอร์ไม่ทำและนะจะทำอย่างอื่น เมเนเจอร์กูก็ขอนไม้แม่งให้อีก ตอนแรกกูก็เออเอาเหอะเอามากูจะลองซักตั้ง
พอเริ่มทำคือคนโอนงานแม่งก็ต้องบอกป่าววะ ว่างานมึงถึงไหน มีดีลอะไรกะใคร อีสัดไม่บอกอะไรกูเลยจ้าให้กูงมเอง วันดีคืนดีแม่งก็มีคนมาเอางานก็ชี้มาที่กู งานบางเรื่องมีปัญหาคาราคาซังอยู่ก็ไม่บอกกู บางเรื่องฟอร์มไม่เหมือนโปรเจ็คกูก็ไม่บอกกูต้องทำแล้วทำอีก
สัดกูหมดความอดทน หัวร้อนยังกะไฟเออร์ กูเดินไปหาเมเนเจอร์บอกกูทำไม่ได้นะแบบนี้ เอาแม่งกลับมาทำด่วน แม่งก็ด่ากูไม่มีความรับผิดชอบ กูสวนมึงสิไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ยอมทำงานให้จบโปรเจ็ค แล้วก็ฮึ่มๆใส่อีกหลายดอก อีสัดหมา
อย่าให้กูหางานใหม่ได้นะมึง กูจะโยนงานกูให้มึงทำมั่ง แล้วเดินแคทวอร์คออกมาสวยๆ

413 Nameless Fanboi Posted ID:RcPUhQcUb9

>>410 จากที่สัมผัสเขาจะชอบคนที่จงรักภักดีกับเขาถึงจะไม่เก่งก็ตามอะ ไหลตามกระแสเขาได้ ถ้าเก่งแต่สวนกระแสนี่อยู่ยาก แต่ก็เริ่มมีคนญป.ที่เริ่มมองมุมใหม่ๆบ้างละ แต่ยังมีน้อยอยู่ พวกหัวโบราณเยอะ

414 Nameless Fanboi Posted ID:sK5pj7A6sb

>>410 จาก ปสก ที่กูทำมานะ นายกู(ญี่ปุ่น) ชอบคนเลียเขามากๆ และก็ถ้าเขาทำผิดห้ามไปท้วงเขานะเว้ยมีโกรธแน่นอน แต่ถ้ากูทำผิดเหรอกูโดนรุมด่าเลยเว้ยเฮ้ย กูไม่รู้นะว่าเป็นแบบนี้ทุกที่มั้ยแต่กูโครตอึดอัดว่ะ

ตอนนี้กูแบกฝ่ายของกูอยู่ แต่ถ้าเงินเดือนกูขึ้นไม่เยอะกูจะไม่แปลกใจเลยเพราะกูไม่เคยเลียนายว่ะ ถถถถถถ

415 Nameless Fanboi Posted ID:+HhiZQ/sq0

>>410 ที่กุอ่านมาบริษัทส่วนใหญ่จะขึ้นเงินเดือน ตำแหน่งตามปีที่ทำในบริษัทอะ ต่อให้เก่งขนาดไหนกว่าจะก้าวหน้าคงหมดไฟก่อน แถมไอระบบอาวุโสของมันโครตขัดหูขัดตาเลย คนรุ่นใหม่ต้องทำตามคนรุ่นเก่า คนที่มีความเห็นแปลกๆก็จะโดนกีดกัน แถมพวกญี่ปุ่นชอบให้เลียเห็นด้วย คล้อยตามห้ามขัดอีก ถ้ามันจะล้าหลังสักวันคงเป็นเพราะระบบนี้นี่แหละ แต่มันก็มีบริษัทที่ให้เงินเดือนตามความสามารถเหมือนกันแต่ต้องเก่งจริงอะนะ

แถมระบบจ้างงานตลอดชีพกับรักบริษัทเท่าชีวิต เห็นแล้วมันน้ำเน่าอะ มันตัดสินคนจากเวลาที่ทำงานมากกว่าความสามารถซะอีก คือพวกบ้างานถึงจะดี กุไม่เห็นด้วยกับระบบนี้เลยอะ มันทำให้เวลาในครอบครัวญี่ปุ่นปั่นป่วนแถมทำให้เกิดความเครียดสะสมอีก

416 Nameless Fanboi Posted ID:hQkELd7ifH

10 ปีที่แล้วสมัยเรียนวิศวะ เคยฝึกงานกับโรงงานญี่ปุ่นสองที่ แม่งทำเอากูไม่อยากทำกับบริษัทญี่ปุ่นเลยว่ะ
แบบที่พวกมึงว่ามา ระบบอาวุโส นายญี่ปุ่นก็ค่อยแต่จะต้องจับผิด

มีตอนนึงกูจำได้แม่น ก่อนประชุมเครื่องจักรมีปัญหา แล้วนายเดินไปเจอ แทนที่จะรีบแจ้งรีบบอกคนที่รับผิดชอบ แม่งรอจนประชุมเกือบเสร็จ แล้วมาด่าๆ พูดประชดประชัน คือพี่ที่เขารับผิดชอบเขาก็ติดประชุมอยู่ไง โรงงานก็ใช่เล็กๆ มันก็ต้องมีพลาดกันได้ มีปัญหาแทนที่จะช่วยกันแก้ นี่รอด่าอย่างเดียว แล้วไม่ได้มีครั้งเดียวด้วย มีหลายอย่างที่กูไม่ชอบที่เกี่ยวกับคนญี่ปุ่น
ตอนนั้นกูเป็นเด็กฝึกงาน แม่งใช้กูมาทำงานเสาร์อาทิตย์ เงินไม่จ่ายซักบาท เห็นกูทำโปรเจ็กให้มันได้ ใช้เอาๆ สัส

417 Nameless Fanboi Posted ID:XI+xYinu/U

HR นี่ถ้าเราผ่านรอบสัมภาษณ์ไปได้ จะยอมบอกเวลางานตรงๆมั้ยวะ คือกูซีเรียสเรื่องนี้มากกว่าเงินเดือนนะ คือเงินเดือนไม่สูงไม่ว่าแต่อย่าใช้เกินเวลา ซึ่งถ้ากูถามตรงๆไม่รู้ว่า HR จะหมกเม็ดอะไรมั้ย แบบอยากหาคนมาแทนมากจนไม่ยอมเผยว่าบริษัทมันโรงงานนรกดีๆนี่เอง

418 Nameless Fanboi Posted ID:zHqzsXQDm1

>>417 อย่าหวังถาม HR เลย ถ้าคนขาดเค้าไม่บอกมึงหรอก กูนี่เจอมากับตัว ชอบให้กูเลิกเกินเวลานั่งกันทำเชี่ยไรไม่รู้ ไม่กลับบ้านกลับช่อง

419 Nameless Fanboi Posted ID:0SDysWfHhC

>>414 ของกูตรงข้ามเลยค่ะ นายญี่ปุ่นดีมาก ตรงไปตรงมา ดูกันที่ผลงานอย่างเดียว เอาจริงๆ นะ นิสัยกูอะเหี้ยมากบอกเลย ถถถ เรื่องเลียอย่าหวัง เรื่องปากไวนี่ที่หนึ่ง ถ้าเป็นเรื่องงานที่กูมั่นใจ กู defend ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ในขณะที่นายคนไทย ออกความคิดเห็นอะไรขัดแย้งไม่ได้เลย ได้ค่ะพี่ดีค่ะท่านเท่านั้นที่นางต้องการได้ยิน ใครขัดความคิดเห็นนางนี่แค้นฝังหุ่นยันชาติหน้า เรื่องส่วนตัวเรื่องงานปนมั่วกันไปหมดแยกแยะไม่ได้

420 Nameless Fanboi Posted ID:0SDysWfHhC

>>417 ถ้าบริษัทใหญ่มากๆ บางที HR ก็ไม่ได้รู้เรื่องของแต่ละแผนกอะไรมากมายขนาดนั้น ปกติสัมภาษณ์งานว่าที่เจ้านายต้องเป็นคนมาสัมภาษณ์มึงอยู่แล้ว มึงอยากรู้อะไรมึงถามไปตอนนั้นเลยดีกว่า HR เป็นแค่ตัวกลางมากกว่าว่ะ

421 Nameless Fanboi Posted ID:AAFQq+IgDt

น่าเบื่อว่ะ บริษัทกูแม่งคิดจะลดคนๆๆท่าเดียว แล้วพอลดได้ก็ไม่หาคนมาแทนหรือหามาแทนก็ได้พวกรายวันมาๆหายๆ คนระดับซุปก็ต้องลงไป
ทำงานระดับโอเปอเรเตอร์เองในขณะที่ยังต้องรับผิดชอบงานระดับซุปไปด้วย กูนี่หัวแทบจะระเบิด

422 Nameless Fanboi Posted ID:0SDysWfHhC

>>421 ลาออก

423 Nameless Fanboi Posted ID:ms5wayQxjM

>>421 มึงคือไอ้ >>400 สินะ กูอยากบอกว่ามึงก็เหมือนกูอ่ะ กูเป็นวิศวกรแต่ตอนนี้กูทำงานเยี่ยงโอเปเรเตอร์เลย แม่งคนไม่พอแต่ไม่ยอมจ้างเพิ่มว่ะ
กูดูแลทั้ง วางแผนผลิต QC maintenance น่ะ ใจกู กูอยากจะดูภาพรวมให้ออกนะว่า ตอนนี้มีอะไรที่ต้อง maintenance บ้าง งานที่ออกมาได้ตามมาตรฐานไหม แต่กูทำได้ไม่เต็มที่ว่ะ ...

อ่อ หลังจากที่กูมาทำที่นี่กูต้องดูดหรี่เพื่อแก้ปวดหัวว่ะ จากที่กูเคยลองแต่ไม่ติด ตอนนี้กูต้องดูดทุกวันไม่งั้นปวดหัวสัดๆ

424 Nameless Fanboi Posted ID:RW+1MJSfH4

>>421 ปีละไม่กี่แสน มันจะงกทำไมวะ งง

425 Nameless Fanboi Posted ID:KV4nbFFblf

มีความรู้สึกเหมือนนายลำเอียง เข้าข้างทีมข้างๆมากกว่ายังไงไม่รู้ว่ะ ทั้งที่งานทีมกูทำรายได้ได้มากกว่าแท้ๆ
มีอะไรดีๆประเคนให้ทีมนั้นหมด ทั้งพาไปกินข้าว เลี้ยงขนม ให้อุปกรณ์ที่ต้องใช้ทำงาน แจกโบนัสให้พนักงาน outsource ทีมนั้น
ทีมกูนี่ไม่เคยได้อะไรเลย พวกขนมของว่างนี่ซื้อมาให้แต่ทีมนั้นอย่างเดียว แล้วเค้ากินเหลือกันค่อยเรียกทีมกูไปกิน
ทีมกูนี่ทีวีต้องแย่งกันใช้กับแผนกอื่น ส่วนทีมข้างๆมีส่วนตัวของทีม 3-4 เครื่อง
คนที่เป็น contact point คุยงานก็ต้องแชร์กับทีมเค้า ซึ่งเค้าดูให้อีกทีมเป็นหลัก ทีมกูเหมือนเป็นปลิงไปฝากไว้ ว่างค่อยดูให้

ล่าสุดน้องในทีมเอารูปเกมเป็น screen saver แล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ นายเดินผ่านมาเห็นหาว่าเล่นเกมในเวลางาน
อธิบายยังไงก็ไม่ฟัง จะหายัดข้อหาให้เค้าเล่นเกมในเวลางานให้ได้
ทั้งที่ทีมข้างๆดูหนังเล่นเกมกันในเวลางานแบบเปิดเผยได้ ตะโกนคุยเล่นกันดังลั่นในเวลางานได้

ถึงจะไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะต้องได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ แต่เจอแบบนี้ก็รู้สึกแย่ว่ะ

426 Nameless Fanboi Posted ID:zkQE9rb68T

>>423 ใช่ กูเองเพื่อนโม่ง กูถามตัวเองทุกวันว่า JD เค้าเขียนไว้ทำไมหนอ, ตอนสัมภาษณ์กูจะถามเรื่องระบบเรื่องบริหารทำไมหนอ ในเมื่อถึงเวลาจริงๆ งานแม่งจับฉ่ายชิบหาย กูทำตั้งเเต่เสนอโปรเจ็คยันหารถตู้รับส่งให้พนักงาน

>>424 งก เอาไว้โชว์ KPI Achive point ตามประสาผู้บริหารไง เอามาอวดๆกัน แล้วก็ฉลอง เฮฮา แต่ไม่เคยลงมาดูหน้างานจริงว่าลำบากกัน
ขนาดไหน

427 Nameless Fanboi Posted ID:zkQE9rb68T

หัวหน้าที่ใจดี คุยง่าย ไม่มีดุด่าคำหยาบหรือเสียงดังใส่ลูกน้อง มักจะไม่ค่อยมีลูกน้องเคารพสินะ เห็นกูเป็นหมาหัวอ่อนไปงั้นๆดิ
พื้นฐานกูเป็นสงบ ไม่อยากมีเรื่องทะเลาะอะไรกับใครง่ายๆ ถ้ามี ก็เป็นฝ่ายยอมก่อน แต่ในชีวิตทำงานจริงกูว่ามันไม่ค่อยดีที่เป็นแบบนี้ว่ะ
มึงจะถูกคนอื่นโยนงานให้ มึงจะถูกเพื่อนร่วมงานกดดันใส่ตลอด มึงจะถูกลูกน้องรวมหัวกันหัวเราะเยาะมองมึงเป็นตัวตลกเสมอ
กูว่าถึงเวลากูต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่างแล้วว่ะ

428 Nameless Fanboi Posted ID:FA5bczICd0

>>426 มันไม่ได้เอาไว้อวดกันเฮฮาเฉยๆ เว้ย มันคือผลงานนั่นแหละ ได้หน้า ได้เลื่อนตำแหน่ง ผู้บริหารบ.กู ขยันลดคนมากๆ ลดจนคนที่เหลืออยู่งานโอเวอร์โหลด แต่มันรู้ไงว่าคนพวกนี้ไม่ลาออกหรอก เพราะบางคนก็บ้านใกล้ มีลูก อายุไม่น้อยแล้ว เลยไม่ค่อยคิดจะหางานใหม่ ยกเว้นใครต้องทำงานหนักอยู่โอดึกดื่นจนทนเสียสุขภาพไม่ไหวก็ลาออกไปเอง รับคนใหม่มาสบายไปอีก เงินเดือนถูก ได้ลด cost อีก ทำงานไม่ค่อยจะเป็นช่างแม่ง ผู้บริหารก็ไม่ได้ลำบากอยู่แล้ว โน่น ไปลำบากคนอยู่เก่าไปอีกต้องเป็นเดอะแบก คอยสอนงาน คอยตามแก้ปัญหาให้ ถ้างานหนักจนทนไม่ไหวก็ลาออกซะ รับคนใหม่ วนลูปนรกไปจ้า

429 Nameless Fanboi Posted ID:9h1jY1Iflh

พวกลด cost ด้วยการเอาคนออกนี่ของกูเจอเอาคนเก่งๆออก แล้วรับเด็กจบใหม่ทำงานไม่เป็นเข้ามาแทน
เข้ามาก็ทำงานไม่ได้ นั่งแช่ไปวันๆ งานก็ไม่ได้ สรุปนี่มึงลด cost หรือเพิ่ม cost กันแน่

430 Nameless Fanboi Posted ID:mdyQIiaO/x

>>429 งานมันมีสองแบบ งานที่สร้างรายได้และกำไรให้องค์กรโดยตรง พวกนี้ส่วนมากมันจะรักษาคนเก่งไว้แหละ แต่พวกงานแนวสนับสนุนเบื้องหลัง ทำให้แต่ละแผนกขับเคลื่อนไปอย่างราบรื่น พวกนี้โดนแน่บอกเลย (ถ้าองค์กรห่วยๆ อะนะ) เพราะผู้บริหารมันไม่สนใจหรอกว่าเอาคนเก่งออก รับคนโง่ราคาถูกมาแล้วจะเดือดร้อนยังไง เพราะมันก็แค่ทำให้งานทุกๆ อย่างมันไม่ราบรื่น ติดขัด ทำให้คนทำงานลำบาก ต้องเหนื่อยเกินความจำเป็น แต่มันไม่ได้มีผลกระทบกับรายได้และกำไรของบริษัท ผู้บริหารก็ไม่ได้มาเหนื่อยมาลำบากอะไรด้วย เค้าถึงชอบพูดว่าถ้าอยากทำงานแบบมีอนาคตมีความมั่นคง ควรทำในตำแหน่งหน้าที่ที่เป็น core business ของบริษัท เพราะถ้ามึงเก่ง เค้าจะให้ความสำคัญกับมึงสุดๆ แต่ถ้าอยู่ส่วน support บางทีเก่งให้ตายแม่งก็ไม่ค่อยเห็นค่าหรอกว่ะ ย้ำอีกทีว่าในกรณีที่องค์กรห่วยอะนะ เพราะถ้าองค์กรดีเค้าจะรู้ว่าทุกส่วนงานมันสำคัญหมด

431 Nameless Fanboi Posted ID:9Wc7GullK+

เวลาสมัครงาน นอกจากความสามารถหลักแล้ว สกิลเสริมนี่จะทำให้เราน่าสนใจจาก HR เยอะขึ้นมั้ยวะ
กูทำงานสายกฎหมายมาปีกว่า กำลังวางแผนไปสมัครงานธาคารที่หนึ่ง เป็นงานสายกฎหมายเหมือนกัน
ตอนนี้กูเตรียมตัวอ่านหนังสือพวกเศรษฐศาสตร์ การเงิน อะไรพวกนี้ไปด้วย ทีนี้กำลังคิดอยู่ว่า
งานสายธนาคารเดี๋ยวนี้มันใช้ระบบ IT มากขึ้น ถ้ามีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งด้วยก็น่าจะดี
เลยจะหาคอร์สโปรแกรมมิ่งเรียนดูซักตัว แต่ก็ชั่งใจอยู่ว่าจะคุ้มมั้ย หรือ HR จะมองเราเป็นเป็ดแทน
คือรู้หลายอย่าง(นอกจากงานหลัก) แต่ก็รู้แค่พื้นๆ

432 Nameless Fanboi Posted ID:Gz82MNhcUe

โอทีคืออะไร มีแต่โอฟรี
วันหยุดมีแค่วันอาทิตย์ก็ทักมาของานทุกอาทิตย์เลยยย วันไหนมีวันหยุดยาวก็ไม่รอด ของานให้พี่หน่อย นิดเดียวนะ บางวันฟิตจัด 5 ทุ่มทักของาน พอเถอะะะะะะ ขอเวลาส่วนตัวบ้าง

433 Nameless Fanboi Posted ID:AbAZ66edrG

>>430 ชิบหายละ เสือกมาสาย support เห้อ

434 Nameless Fanboi Posted ID:dXD/fTqlS3

>>433 เหมือนทีมฟุตบอลอะ กองหน้าตัวยิงดังสุดเสมอ

435 Nameless Fanboi Posted ID:SG3hQe026K

>>430 จริงๆกูมองงานตัวเองว่าเป็นงานที่สร้างรายได้และกำไรให้องค์กรโดยตรงนะ ไม่ใช่พวก support
แต่ไม่รู้ข้างบนเค้ามองว่างานกูอยู่ในกลุ่มไหนนี่สิ

436 Nameless Fanboi Posted ID:NH9Vg6CSFX

กูมีเรื่องจะปรึกษาว่ะ กูทำงานเป็นสถาปนิกมาหลายปีแล้ว ความสามารถก็มีพื้นฐานที่ควรรู้ในสายงาน การใช้โปรแกรมที่อาชีพนี้ควรใช้ก็ทำเป็นหมดทุกโปรแกรม ก็ฟังดูโอเคใช่มั้ย แต่จริงๆกูไม่โอเคกับตัวเองเลย

กูเป็นคนที่ดีไซน์ห่วยมาก ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เลยซักนิด ไม่ฉลาด พลิกแพลงไม่เป็น ทำนอกตำรากูจะไม่เข้าใจไปเลย องค์ประกอบศิลป์ การจัดวาง หรือการเลือกใช้สี ออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานไม่ได้เรื่อง รสนิยมแย่ ไม่สามารถทำงานออกมาให้สวยดูดีแบบที่ลูกค้าอยากซื้องานได้ กูไม่สามารถคิดนอกกรอบหรือเป็นคนละเอียดรอบคอบได้ ไม่มีเซนส์ของสถาปนิก กูทำงานพลาดบ่อยมาก และกูโดนหัวหน้าด่าบ่อยที่สุดในออฟฟิศแล้ว กูรู้ว่าเขาก็เหนื่อยใจกับกูที่ต้องมาด่าทุกวัน อยู่ออฟฟิศกูก็ไม่ค่อยสนุก กูเบื่อชีวิตที่ต้องตื่นมาตอกบัตรให้ตรงเวลา นั่งอยู่ในคอกสี่เหลี่ยมไปยันเที่ยง ไปกินข้าวแล้วกลับมานั่งคอกต่อไปถึงหกโมงเย็น เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้เพราะเขาทำงานเก่งแล้วกูกาก เหมือนไปถ่วงมือถ่วงเท้าเขา ดูออกว่าเขาก็เบื่อ เหนื่อย ระอาใจ กูอย่างมากก็เป็นได้แค่คนดราฟท์งานให้ แต่ให้กูคิดเองกูทำไม่ได้เลย

ถ้ามีอะไรที่กูทำได้ดีและได้รับคำชมคือ กูประเมินราคาเก่งมาก ไม่ได้อวยตัวเองนะ คือกูถอดแบบคิดราคาค่อนข้างจะแม่นไม่มีผิดพลาดและไม่ต้องแก้บ่อย แต่ออฟฟิศกูมันเป็นออฟฟิศเล็กๆไง พองานประเมินราคาจบกูก็ต้องไปนั่งดีไซน์ต่ออยู่ดี ไม่ได้มีแยกฝ่ายว่าทำดีไซน์ ทำแบบ ทำราคา ทุกคนจะได้ไปคนละสามสี่โปรเจค แล้วก็ทำทุกอย่างตั้งแต่ออกแบบ เขียนแบบ ประเมินราคา ซึ่งกูตีบตันมากในการทำงานดีไซน์ พอกูคิดงานไม่ออก งานมันก็ช้า กูก็โดนด่าว่ากูทำงานช้าเกินไปมันมีผลต่อ kpi กูก็ยิ่งเฟลหนักว่ากูไร้ความสามารถ กูมันห่วยแตก

เคยพยายามเจรจากับหัวหน้าว่าขอทำแต่ประเมินราคาได้มั้ย แต่เขาก็บอกว่าเขาจ้างกูมาดีไซน์นะ ไม่ได้จ้างมาทำแค่ประเมินราคา อยากให้กูดึงศักยภาพตัวเองออกมาให้มากกว่านี้ แต่กูรู้ว่ากูไม่ไหวจริงๆ หัวไม่ไปเลย ใจไม่รักด้วยล่ะ

ช่วงหลังปีใหม่กูก็คิดว่ากูจะลาออก แต่ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะไปทำอาชีพอะไร กูแทบไม่มีความสามารถอะไรเลย หรือกูควรเข้าบริษัทใหญ่ๆแล้วไปแผนกประเมินราคาไปเลยวะ แต่กูก็ไม่อยากกลับไปทำอาชีพนี้แล้วว่ะ มันบั่นทอนสุขภาพกายใจกูมากๆเลย ตอนนี้กูสับสนชีวิตมากว่าจะไปทางไหนดี ตอนนี้ไม่มีความสุขเลย ไม่อยากไปทำงานแล้ว

437 Nameless Fanboi Posted ID:wOov2Vn+2U

>>436 นายมีคำตอบอยู่ในใจนายแล้วนะ แค่ไม่มั่นใจว่าออกแล้วจะดีกว่าไหม งั้นผมคอนเฟิร์มให้ละกันว่า ดีกว่าแน่นอน
ในจุดที่อยู่ตอนนี้ นายมีความสามารถด้านประเมินเเละตีราคาได้เเม่นยำ บริษัทใหญ่ๆจะชอบคนที่มีความสามารถนี้มาก เพราะมันส่งผลต่อกำไรบริษัท
ดังนั้น นายออกไปสายงานใหม่เริ่มในด้านที่ถนัดแล้วพ่วงความรู้นิดๆหน่อยๆของงานสถาปนิก รับรองว่าไปได้ดีแน่นอน ถ้าให้แนะนำก็ลองไปทางเซลล์
บัญชี หรือแผนกเกี่ยวต้นทุนไรพวกนี้นะ

ปล.เราก็เคยอยู่ในจุดที่ทำงานไปโดนด่าไปมาก่อน ทั้งๆที่ทำงานตรงสาย เราเลือกลาออกแล้วเปลี่ยนสายงาน ตอนนี้มีความสุขดี มีเครียดบ้างตามปกติ
แต่รวมๆแล้วมีความสุขกว่างานก่อนหน้ามาก

438 Nameless Fanboi Posted ID:aePw2JMlux

งานดี เงินดี องค์กรดี เสียอย่างเดียวเรื่องเจ้านาย และเจ้านายคนนี้จะไม่มีวันลาออกเด็ดขาด เป็นมึงมึงจะอยู่ต่อหรือหางานใหม่ ป.ล. ตัดเรื่องย้ายแผนกออกไปได้เลย ที่นี่ไม่มีนโยบาย

439 Nameless Fanboi Posted ID:05rksWwo4q

>>438 ถ้าย้ายแผนกไม่ได้ใช้วิธีลาออกแล้วเข้าใหม่ที่แผนกอื่นแทนได้ป่ะ เพื่อนกูเคยทำ

440 Nameless Fanboi Posted ID:RiJA4iqxnN

>>427 อห.มึงแม่งหัวหน้ากูป่ะวะ 5555555 ถึงเวลาต้องดุมึงดุลูกน้องมึงมั่งป่าวล่ะ ถ้ามึงแค่ด่าขำๆอ่ะน้องมันไม่กลัวหรอก มันจะนึกว่าเล่นด้วย แต่ถ้ามึงเอาจริง ทำใจแข็งลงโทษไปเลย อันเนี้ยมันน่าเกรงๆมึงมั่งแหละ //เอนี่เวย์ กูก็มีหน.แบบมึงเนี่ยแหละ ถึงกูจะชอบกวนตีนเค้าแต่กูเคารพนะ อย่าผันตัวไปเป็นสายโหดเลยมึง กูว่าการรายงานปัญหาที่เจอแม่งจะน่าจะน้อยลงเพราะไม่กล้าคุยกับมึงตรงๆกัน

441 Nameless Fanboi Posted ID:pF+vEQzP/l

ทำงานที่ใหม่มาเดือนกว่า ยังรู้สึกด๋อยชิบหาย ไม่มีคนสอนงานนี่มันหว่าเว้จริงๆ

442 Nameless Fanboi Posted ID:kZFL1qDnHb

>>436 กูเห็นด้วยกับ 437 นะ เบนไปทางสายบัญชีเลยดีกว่ามั้ย กูก็ไม่ค่อยรู้จักสายนี้หรอกแต่เห็นว่าบ.ใหญ่ๆ มันจะมีตำแหน่งพวกคอสคอนโทรลอะไรแบบนี้อยู่ด้วยนะ มีแบบฟอร์แคสล่วงหน้าด้วยว่าปีๆ นึงจะต้องกันเงินสำหรับส่วนไหนเท่าไหร่ยังไง

443 Nameless Fanboi Posted ID:y0kkMmvrUf

>>441 เดี๋ยวก็ดีขึ้นไอ้ตี๋ ระวังอย่าได้ใจมากไปล่ะ คนสอนงานไม่มี เป็นตายอยู่ที่มึงคนเดียว กูเคยมาแล้ว โดนเชิญออกตั้งกะครึ่งเดือนที่2 5555

444 Nameless Fanboi Posted ID:YWu8fOX1j5

บริษัท / สายงานไหน ที่ ได้ทำงานตาม JD เป๊ะๆมั่งวะ จะไม่ไหวแล้วสัส บริษัทกูงานจับฉ่ายชิบหาย ตาม JD กูแค่ควบคุมการผลิต / เสนอโปรเจ็คปรับปรุง
ต่างๆแค่นั้น แต่หน้างานกูทำแม่งทุกอย่างแทบจะทั้งโรงงานอยู่ละ เหนื่อยชิบหาย

445 Nameless Fanboi Posted ID:YWu8fOX1j5

กูจะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะคนตำแหน่งใหญ่ๆกว่าก็โยนมาให้กูอีกที แล้วพองานที่ไม่เกี่ยวข้องเยอะมากๆ งานที่กูต้องทำจริงๆมันก็ไม่ได้ทำ
เหมือนต้องเคลียงานส่วนอื่นๆให้เสร็จก่อนในแต่ละวัน แล้วค่อยมาทำงานจริงๆของกูในช่วงโอทีต่อ กว่าจะได้กลับบ้านก็ค่ำแล้ว
พอถึงบ้านก็หัวตื้อๆเหนื่อยๆ ไม่รู้เป็นเพราะเดี๋ยวคนนู้นนี้นั่นเรียก เดี๋ยวพูดแทรก เดี๋ยวโทรศัพท์กริ๊งกร๊างตลอดทั้งวัน ในขณะที่ในหัวกูก็ต้องคิดงาน
วางแผนงาน ทำงานนำเสนอออกมาตามรอบอีก งานมันMultitaskมากๆกูกลัวซักวันนึงสมองกูจะรับไม่ได้แล้วเอ๋อแดกว่ะ เอาไงดีวะ

446 Nameless Fanboi Posted ID:EEUTr/AKi3

>>445 อ่อเหมือนกูสมัยก่อนแหละต้องทำงานให้คนอื่นนู่นนี่นั่น โปรเจ็คเล็กให้คนน้อยกูต้องทำหลายอย่าง งานตัวเองไม่กระดิกมานั่งทำเอาตอนโอทีทำ ทำไปก็อิจพวกโปรเจ็คใหญ่มีคนเยอะๆ ทำงานแม่ง 7 วันมาครึ่งปีได้ วันหยุดคืออัลไล กูก็โคตรเครียดตอนนั้นก็คิดจะออกไม่ออกดี
จนสิ้นปีประเมินกู...พอใช้เพราะกูทำโปรเจ็คเล็ก พวกทำโปรเจ็คใหญ่ได้ประเมินดี กูเดือดจนฟิวขาด หางานใหม่อย่างไว

447 Nameless Fanboi Posted ID:p3LAFsosSs

>>441 นี่คือความระยำของโลกที่ทุกอย่างไปไวเกิน ไม่มีใครรอใคร

448 Nameless Fanboi Posted ID:JYgZy.V6Fs

>>447 ไม่เกี่ยวป่าววะ มันเป็นเรื่องระบบสอนงานวางมาไม่ดี

449 Nameless Fanboi Posted ID:EqcwwDuP2Z

>>444 หางานใหม่เถอะเพื่อน เห็นบ่นมาเยอะแล้ว อ่อ แต่ที่ๆกูทำอยู่มันเกิน JD เหมือนกันแหละ คงต้องไป บ.ใหญ่ๆที่เขาวางระบบดีๆอ่ะ

450 Nameless Fanboi Posted ID:STR7g18Ilc

>>449 JD คืออะไรอ่ะ

451 Nameless Fanboi Posted ID:IPNpGMupGh

>>450 Job Description

452 Nameless Fanboi Posted ID:edi5dx14Hh

>>450 JD ก็คือคำอธิบายขอบเขตงานที่ตำแหน่งเรารับผิดชอบ เช่น พนักงานบัญชี ก็ดูแลบิล,ระบบการเงิน ก็ว่าไป แต่ไม่ใช่เอาพนักงานบัญชีมารดน้ำต้นไม้, ซ่อมเครื่องตัดหญ้า แบบที่กูเจออยู่ทุกวันนี้

453 Nameless Fanboi Posted ID:JPcg3MW3mo

ประกาศรับสมัครงานกำหนดเงื่อนไขว่าต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่เรียกคะแนน TOEIC แค่550 อ่านแล้วแอบสงสัยว่าระดับสื่อสารได้นี่มันควรจะเรียก 650-700 ไปเลยดีมั้ย หรือเอาคะแนนสอบอย่างอื่นที่ไม่ใช่ TOEIC เพราะTOEIC มันแค่ฟังกับอ่าน ต่อให้ได้คะแนนสูงจริงแต่พอเอามาทำงานมันอาจจะมีปัญหาเรื่องพูดกับเขียรอยู่ดี

454 Nameless Fanboi Posted ID:OKCefmwPJz

>>453 มึงอย่าใช้คำว่าแค่ 550 ฮะ อยากจะบอกว่าแค่นั้นน่ะคนค่อนบ.ทำได้ไม่ถึงนะฮะ
ซีเนียร์กูบ.ปรับกฎใหม่ต้องได้ 550 ถึงขึ้นซีเนียร์ได้ จะจับสอบนี่ประท้วงกันชิบหายนะฮะ

ส่วนใหญ่ รีเควส 550 คือระดับพอใช้ คืออ่านอีเมล์รู้เรื่องแล้วเขียนตอบได้ว่ะครับ หรือแค่ตอบคำถามเป็นคำๆได้ไม่ต้องการรูปประโยคเป๊ะอะไรเบอร์นั้น
ส่วนใหญ่ฝรั่งมาทำงานไทยเค้าไม่ได้คาดหวังกะภาษามึงอยู่แล้ว แค่เค้าถามมึงงานได้เมื่อไหร่ แค่มึงตอบห้วนๆได้ว่า 4 โมงเย็นไม่ใบ้แดกเค้าก็พอใจแล้ว

455 Nameless Fanboi Posted ID:JPcg3MW3mo

>>454 ซีเนียร์บริษัทมึงอยู่มานานเหรอวะ ฟังดูแล้วเหมือนคนอยู่มานาน แต่ตอนแรกไม่มีสกิลด้านภาษาแต่เค้ามาแบบไม่โดนสอบภาษา พอปรับกฎเกณฑ์ใหม่ที่ตัวเองเสียเปรียบเลยต่อต้าน

456 Nameless Fanboi Posted ID:OKCefmwPJz

>>455 สาย Engineer อ่ะคือพอคุยได้แต่ไม่แม่นแกรมม่าให้ไปสอบก็ได้กันไม่ถึง 550 หรอก คือเวลาคุยกะฝรั่งใส่ศัพท์เทคนิคเป็นคำๆ ไม่ได้มีรูปประโยค
พี่ที่ทำงานกูมีอยู่คนเอะอะ "the" ไว้ก่อน นั่งฟังๆแกพูดๆกำลังจิบกาแฟเจอ "in the this" เข้าไปกูสำลักกาแฟเลยสัด

457 Nameless Fanboi Posted ID:JPcg3MW3mo

>>456 เข้าใจและ คือสายงานหลักของบริษัทมึงคือวิศวะ ซึ่งไม่ต้องเน้นภาษาอังกฤษมาก ขอแค่ฟังอ่านรู้เรื่องไม่เอ๋อแดก และเข้าใจศัพท์เทคนิคก็พอ ด้วยเหตุนี้ก็เลยเรียกTOEIC ไม่สูงซินะ

458 Nameless Fanboi Posted ID:ge.5gWj.7j

>>453 550 นี่สำหรับใครหลายๆคนยังทำกันไม่ถึงเลยนะเว้ย อย่างบ.พี่สาวกูเค้าเรียก TOEIC 550 เหมือนกันเพื่อปรับตำแหน่งขึ้นเมเนเจอร์ พี่สาวกูยังทำไม่ได้เลย ขนาดไปลงเรียนเพิ่มแล้วด้วยซ้ำ

หรืออย่างกูเคยไปสอบ TOEIC รอบเดียวกันตอนที่เค้าเปิดรับครูตจว.ที่จะให้ยื่น TOEIC กัน พวกนี้บ่นกันระนาวเลยนะว่า เอาแค่ 200คะแนนไม่ได้เหรอ 400คะแนนมากเกินไปไม่มีใครทำกันได้หรอก

>>454 บ.กูเคยมีงี้เหมือนกัน บังคับให้พวกซีเรียร์สอบกัน ใครสอบไม่ผ่านต้องเรียนภาษาอังกฤษกับบ. สุดท้ายพนง.ประท้วงชิบหายวายวอดเลย

อีกอย่างกูว่า TOEIC มันไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าจะใช้ภาษาอังกฤษได้ดีนะ บางคนทำข้อสอบได้ แต่พอต้องใช้จริง ต้องพูดจริงก็ทำกันไม่ได้น่ะ

459 Nameless Fanboi Posted ID:bFH/X/dZR8

กูเข้าใจแหละว่าคะแนน TOEIC สูง ไม่ได้แปลว่าจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เพราะมันแค่อ่านกับฟัง และมีเทคนิคในการตอบอยู่ หรือถ้าแค่จับใจความสำคัญในประโยคได้ก็ตอบได้และ ซึ่งกูว่าคนที่พอสามารถสื่อสารได้ คุยกับฝรั่งรู้เรื่องโดยแกรมม่าอาจจะไม่ถูก ยังไงก็ทำคะแนนได้ไม่ยากนะ โดยเฉพาะส่วนการฟังที่ศัพท์ก็ไม่ได้ยากอะไร แค่ถามคำถามคำศัพท์พื้นๆ

ทีนี้กูเลยเกิดความสงสัยว่าที่ HR เรียกคะแนน TOEIC ที่ไม่สูงมาก(สำหรับการใช้งานจริง) นี่เพราะแค่อยากกรองคนรึเปล่า หรือหน้างานจริงใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ภาษาอังกฤษขอแค่ไม่ใบ้แดกแบบที่ >>454 ว่าไว้ก็พอ

460 Nameless Fanboi Posted ID:/4KjzNf4Fs

>>459 เค้าแค่เอาไว้กรองคนคือมึงจะสมัครตำแหน่งนี้มึงต้อง 550 นะ แค่นี้คัดคนออกไปได้เกินครึ่งเลยมั้ง
ส่วนภาษาอังกฤษใช้ได้ไม่ได้มาวัดกันตอนสัมเอา
มีทั้งผ่านเกณฑ์ 550 แต่พอให้พูดแนะนำตัวจริงไม่กระดิก พูดติดๆขัดๆ
มีทั้ง พูดได้แบบสำเนียงไทยๆ แต่ลงดีเทลงานได้ละเอียดยิบ
มีทั้ง พูดได้แบบเนทีฟ แต่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ทำงาน
ให้ HR เลือกเอา

461 Nameless Fanboi Posted ID:gRw3Ubujj/

วันจันทร์จะเริ่มงานใหม่แล้ว เฮ้อ กังวลว่ะ นี่สินะความรู้สึกกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวสังคมทำงานเหี้ย กลัวเข้ากับใครไม่ได้

462 Nameless Fanboi Posted ID:wiPLDhmEQd

>>458-460 อันนี้สงสัยจริงๆนะมึง TOEIC ความยากมันคนละแบบกับIELTS/TOELFไหมวะ? การที่สามารถทำข้อสอบ2ตัวด้านบนได้ จะมีโอกาสมาทำTOEICได้คะแนนสูงไหม? เพราะเห็นพวกมึงบอกว่าแม่เน้นแค่พวกฟังกับอ่าน กูมองว่าเป็นข้อสอบที่ดูง่ายละนะถ้าเทียบกับที่จะต้องสอบทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน

463 Nameless Fanboi Posted ID:Drw.c9MotQ

>>462 TOEIC ใช้สมัครงาน เน้นสื่อสาร
IELTS/TOELF ใช้สมัครเรียน เน้นเอาไว้เขียนเปเปอร์

464 Nameless Fanboi Posted ID:mTHzjiKUsb

>>462 ยากคนละแบบ ไอเอลยากกว่ามาก ไอเอลเต็ม 9(มั้งนะ) โทอิค990 กุไปสอบโทอิคแบบไม่อ่านได้885 ไอเอลไม่อ่านเหมือนกันได้แค่ 6.5 อ่ะ ลองเอาข้อสอบมาเทียบกันจะเห็นชัดเลยว่าโทอิคจริงๆเน้นเทคนิคการทำข้อสอบมากกว่า แค่มึงมีพื้นอังกฤษกลางๆแต่รุ้วิธีทำข้อสอบพวกตัดช้อยส์ สกิมมิ่ง กุว่า700+ได้ง่ายๆ ในขณะที่ไอเอลเทคนิคมึงก้ต้องมี คลังคำก็ต้องมี ไอ้แพทเทิร์นการเขียนหรือพูดให้ได้คะแนนเยอะมันก็มีแหละ แต่การฝึกประยุกต์+ท่องจำแพทเทินพวกนั้นก็ทำให้ภาษามึงพัฒนาไปในระดับที่สูงกว่าโทอิคแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นในการทำงานจริงที่เรามักจะส่งอีเมลภาษาอังกฤษหาคนไทยด้วยกันเอง ประเทศเพื่อนบ้านที่อังกฤษไม่แม่นพอกะเรา หรือเจ้านายฝรั่งที่เขาพยายามข้าใจเราอยู่แล้วไอเอลไม่ได้จำเป็น

465 Nameless Fanboi Posted ID:bv4iVY9e6B

>>464 งานในระดับที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเน้นควสมถูกต้องไวยากรณ์นี่มีอะไรมั้งวะ กูนึกออกอยู่สายเดียวคือพวก Law firm ที่ต้องตรวจ/ร่าง สัญญาเป็นภาษาอังกฤษ ต้องใช้ความแม่นยำด้านภาษาสูงมาก

466 Nameless Fanboi Posted ID:mvVPEttR+w

>>465 สายแปลล่ะ แปลไปแปลกลับ / เขียนคอนเท้นท์ภาษาอังกฤษ ไม่รู้นะเดา

467 Nameless Fanboi Posted ID:qzmOFcp4Xc

>>465 สายอะไรก็ได้ที่ต้องทำเอกสารเป็นหลักฐานข้อตกลงกับบริษัทอื่นด้วยภาษาอังกฤษ อย่างของกูสายไอทีก็มีพวกออก Design Spec ให้ลูกค้า มันก็ไม่ต้องใช้ไวยากรณ์ขั้นสูงหรอก แค่พื้นๆ แต่ห้ามผิดห้ามมั่ว เพราะถ้าเกิดปัญหาทีหลังจะต้องยึดตามเอกสาร เอาง่ายๆอย่างลืมผัน verb ช่อง 3 เนี่ยทำเอาเสียเวลาแก้งานเพิ่มเป็นอาทิตย์ได้ง่ายๆเลย

468 Nameless Fanboi Posted ID:R1c/aJAfmL

>>466 สายแปลไม่ดูคะแนนพวกนี้นะ เทสด้วยการแปลบทความให้ดูเลย สายเขียนคอนเทนต์ก็น่าจะเหมือนกัน

469 Nameless Fanboi Posted ID:CdO+zpN7P1

โม่ง กุขอปรึกษาหน่อย พอดีกูตกงาน ไม่มีจะแดก
แล้วมีคนติดต่อขอให้เปิดบัญชีแล้วคนคิดต่อจะเอาเงินเข้าบัญชีเรา เข้า-ออกในชื่อเรา แต่เงินนั้นเป็นรายได้ รายจ่ายของคนติดต่อในเชิงธุรกิจวะ

คนติดต่อจะให้เงินกูด้วย เค้าบอกกูจะไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป แค่ไปเปิดบัญชีมาก็พอ

กูควรรับงานนี้ไหมวะ? กูว่ามันแปลกๆป่ะวะ แค่เปิดบัญชีแล้วได้เงินเนี่ย

470 Nameless Fanboi Posted ID:3PT2Yv4v7c

>>469 จ้างเปิดบัญชีผิดกฎหมายนะ ฟังๆดูแล้วคนจ้างต้องการเอาชื่อมึงมาใช้ฟอกเงิน สบายระยะสั้นแต่ถ้าโดนจับได้ก็จ้างทนายมาแก้ต่างเอาเอง

471 Nameless Fanboi Posted ID:CdO+zpN7P1

>>470 อ้าว เกือบซวยละกู ใจมากโม่ง

472 Nameless Fanboi Posted ID:8oV.Kh/0p0

>>469 ขายรูหีสิ กำไรดีนะ มาขายกับโค๊ดสตาร์ก็ได้

473 Nameless Fanboi Posted ID:CSKPaS3KUF

>>469 ผิดกฏหมายเหี้ยๆ โดนจับไม่รู้ตัวนะมึง

474 Nameless Fanboi Posted ID:jsAklphqLs

ตามอ่านประเด็น TOEIC มาซักพัก สรุปได้ว่าการทำงานมันมีสองแบบซินะ
แบบภาษาอังกฤษต้องเป๊ะ เพราะต้องใช้ในการร่างสัญญา แบบ >>467
กับอีกแบบ ไม่เน้นความเป๊ะ ขอแค่สื่อสารรู้เรื่องก็พอแบบ >>454 >>456 >>460

ซึ่งในความคิดกู ถ้าเรียกคะแนน TOEIC สูงๆ พร้อมกับทักษะในระดับสื่อสารได้จริง
มันจะเรียกเงินเดือนได้สูงกว่า คะแนน TOEIC สูงแต่หน้างานใช้แต่ภาษาไทย และพอสื่อสารกับนายฝรั่งได้เฉยๆ
ถูกป่ะ

475 Nameless Fanboi Posted ID:WEi7+kyrKZ

แต่ toeic มันง่ายจริงๆ นะ กูเรียนหลักสูตรภาษาไทยมาทั้งชีวิต จบ ป.ตรีไปสอบได้ 750 แบบไม่ต้องติวห่าอะไร ซื้อหนังสือมาดูแนวข้อสอบ ซ้อมทำไปแค่ 2 ชุดเองมั้ง เพื่อนๆ กูภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ กัน ยังไม่เห็นมีใครได้ต่ำกว่า 500 เลย

ยิ่งตอนขยับมาเรียน ป.โท หลักสูตรนานาชาติยิ่งแล้วใหญ่ กูไม่อ่านหนังสือสักตัวยังสอบได้ 900 กว่า เวลากูเห็นพวกติวเตอร์ติวโทอิคที่ชอบสอนให้จำประโยค จับหลักนั่นนี่แล้วก็ได้แต่ส่ายหัว บอกเลยว่าถ้าอยากจะสอบให้ได้คะแนนดีๆ มึงก็อ่านให้ออกฟังให้รู้เรื่องแค่นั้นแหละ

476 Nameless Fanboi Posted ID:P9rvMaWKka

>>469 มึงจะเข้าขบวนการฟอกเงินเหรอ

477 Nameless Fanboi Posted ID:e9EjYW3rFi

>>475 ก็คนที่ไปเรียนมันไม่เข้าใจภาษานี่หว่า อาศัยจำเอา

478 Nameless Fanboi Posted ID:P9rvMaWKka

>>475 มึงอยู่สังคมแบบไหนวะ เพื่อนๆได้สอบ TOEIC ทุกคนเนี่ย

479 Nameless Fanboi Posted ID:N3v3sxFv7y

>>469 เมิงเคยเห็นข่าวเวลาแชร์ลูกโซ่โป๊ะแตกแล้วคนโดนจับออกมาร้องไห้ว่าหนูไม่ได้ทำเป็นแค่คนรับโอนตัง
นี่แหละจุดเริ่มต้น

480 Nameless Fanboi Posted ID:Fn+7FtLrkS

>>469 เปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ 99.9% เอาไปใช้ในเชิงทุจริต ถ้าเงินสะอาด มีที่ไหนจะเงินไปเข้าบัญชีชื่อคนอื่นแทนบัญชีตัวเอง

481 Nameless Fanboi Posted ID:7qBiQ7zNiZ

>>475 แล้วมึงอยู่สังคมแบบไหนถึงไม่ได้สอบวะเนี่ย ค่าสอบถูกกว่ากินข้าวอีก

482 Nameless Fanboi Posted ID:zZlN2OatjO

มันขึ้นอยู่กับสังคมจริงๆแหล่ะว่ะ มัธยมกับมหาลัยให้ความสำคัญกับ eng แค่ไหน ค่านิยมของเด็กที่เรียนเป็นยังไง ของกูเนี่ยตอนม.ต้นโรงเรียนสอน eng แน่นมาก กูขอบคุณจนถึงทุกวันนี้ที่ทำให้พื้นฐานกูดีตั้งแต่เด็ก
ม.ปลายย้ายโรงเรียนไปโรงเรียนใหญ่ แต่สอนไม่เข้มเท่าตอนม.ต้นซะงั้น แต่ดีตรงที่เด็กโรงเรียนมันแข่งขันกันเอง แค่ม.5ก็เริ่มคุยกันละว่าจะไปสอบ toeic, toefl, cu-tep กันมั้ย เอาคะแนนมาคุยกัน บางคนแอบไปสอบตั้งแต่ม.4
แต่ขึ้นมหาลัยแม่งหนักเลย สอนก็น้อย เพื่อนๆก็ไม่มีใครสนใจคุยเรื่องนี้กัน คือคณะกูมันได้ใช้ eng นะ แต่มันเอาแค่สื่อสารได้ ไม่เน้นเป๊ะ ไม่ต้องใช้ cert ในการหางาน ก็เลยฟรีๆกัน

ดังนั้นคนที่ทำได้เยอะเป็นปกติก็อย่าดูถูกคนอื่นเลย ถ้ารอบข้างไม่ส่งเสริมแล้วตัวเองไม่ได้ตั้งใจกับด้านนี้จะไม่เก่งแล้วทำได้น้อยก็ไม่แปลกอะว่ะ จะวัยเรียนหรือทำงานมาหลายปีแล้วก็ไม่ต่าง

483 Nameless Fanboi Posted ID:A5795sYlwQ

มีใครไม่ชอบทำงานกับคนญี่ปุ่นบ้างปะวะ บางทีเรื่องเล็กๆแม่งทำให้วุ่นวายฉิบ รีเควสหรือขออะไรไปเหมือนคนยุ่นมันจะมีแนวคิดว่า แทนที่จะพยายามช่วยเหลือเราให้เรื่องมันจบๆไป แต่มันจะคิดด้วยแนวคิดว่า ต้องทำยังไงมันจะได้ไม่ต้องมาช่วยเรา ขอให้ช่วยเล็กๆน้อยๆแม่งคุยกันสองสามวันไม่จบ ซึ่งเอาเวลาคุยยิบย่อยๆมาทำแม่งจบเรื่องไปนานแล้ว สุดท้ายพอไปคุยกับหัวหน้าแม่งแทนให้สั่งมาเรื่องนี้ไวเชียวสัด
ไม่รู้เป็นที่คนด้วยป่าว เพราะยุ่นดีๆกูก็เคยเจอแต่ส่วนใหญ่จะเจอเป็นเคสบนมากกว่า

484 Nameless Fanboi Posted ID:KAvmgM4qKl

>>483 เป็นที่คนกูเจอมาทั้งแบบเพอร์เฟ็คชั่นนิสตรงแม่งทุกอย่าง บางอย่างไม่อยู่ในจุดที่ต้องตรวจแม่งก็ตรวจลามไปถึงอีเมลล์
แบบชิวๆไงก็ได้ให้งานเสร็จ แต่เจอแบบแรกแล้วปวดขมับมาก เหมือนถ้ายังไม่ถึงเดดไลน์ส่งงานแม่งก็ตรวจไปเรื่อย ทวนแม่งเข้าไปจนกว่าจะเจอจุดผิด แม่งว่างจัด ทำงานกะแม่งแล้วประสาทจะกินเอา

485 Nameless Fanboi Posted ID:t5JrECYlKB

ทำใจเหอะมึง มันเป็นที่ Mindset ของคนชาติเค้า คือถ้าผิดพลาดขึ้นมามันจะเป็นขี้ปากให้ที่ทำงานนินทาต่อๆกันไป มันเลยกลัวการผิดพลาดมากๆ
ถ้าญี่ปุ่นที่เก่งๆดีๆเค้าจะมีระบบการตรวจงาน มีวิธีจัดการงานให้มันสมบูรณ์แบบและโฟลวได้ไม่ติดขัดอะไร ซึ่งหายาก ต้องเป็นพวกหัวสมัยใหม่หน่อย
มันจะเก่งการจัดการ ไม่ยึดติดวิธีการไรเดิมๆ แต่กับพวกญี่ปุ่นหัวเก่าๆมันจะเป็นอย่างที่บ่นๆมากันนั้นแหละ พวกนี้ไม่ค่อยกล้าทำอะไรใหม่ๆ จะใช้วิธีการ
เดิมๆทำงานเดิมๆแค่ไม่ให้มีข้อผิดพลาดพอ งานจะช้ายังไงก็โยนหรือไปกดดันที่ลูกน้องอีกที

486 Nameless Fanboi Posted ID:WHdFqvAAw4

>>483 กูนี่แหละเบื่อสัดๆ กูเป็นลูกน้องกูห้ามทำผิด แต่ไอ้พวกหัวหน้ามันจะทำผิดกันยังไงก็ได้นะเว้ย พอมันทำผิดการไปท้วงเขาถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาทว่ะ สรุปถ้ากูทำผิดกูจะโดนด่า แต่ถ้าหัวหน้าทำผิด ไม่เป็นไรเว้ย กูรู้สึกเหมือนกูโดนด่าฟรีอ่ะ พอมีงานกินเลี้ยงกูก็ต้องเอาใจ + เกรงใจ พวกนี้อีก ให้ตายเหอะเพื่อนโม่งกูจะทนอยู่ได้ขนาดไหนวะ

487 Nameless Fanboi Posted ID:FNrpkIpWEY

อยากได้แฟนเป็นสาวญี่ปุ่นจังฮัฟ บอกว่ามาอยู่ไทยไม่ต้องทำงานดีไหม ฮี่ๆ

488 Nameless Fanboi Posted ID:Jnd9L9I2pt

>>487 เพื่อนหญิงยี่ปุ่นกูพอแต่งงานแล้วไม่ทำงานนะมึง เค้าเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก เหมือนสมัยตายายมึงนี่แหละ มึงเลี้ยงไหวมั้ยสมัยนี้ เมียไม่ช่วยหาเงินนะ

489 Nameless Fanboi Posted ID:nrs7pwvdTZ

เห็นความสามารถเนิร์ดฝรั่งแล้วท้อเลยหวะ ไม่ได้ขี้ตีนเค้าเลย