Fanboi Channel

[รวมมิตรโม่เซียง] เม้าท์เรื่อง ปรมาจารย์, ตัวร้าย​อย่างข้า, เทียน​กวาน​ ฯลฯ​ เล่มที่​ 13 [นิยาย อนิเม ดราม่า ละคร สปอย]

Last posted

Total of 169 posts

140 Nameless Fanboi Posted ID:w4773BgoIQ

>>139 กุก็ร้องเหมียนหมา จ่ายเงินไปเพื่อดูเหยาเหยาลูกกุที่ออกมาได้ 5 นาที พร้อมบทร้ายแบบooc ให้กุช้ำใจเล่น

141 Nameless Fanboi Posted ID:J6KSSYl.LR

>>140 oocเลยเหรอวะ อาเหยานี่น่าสงสารสุด ภาคหลักในซีรีส์ก็กลายเป็นตัวร้ายไปทุกอย่าง ภาคนี่ยังจะโดนอีกเหรอวะ

142 Nameless Fanboi Posted ID:q6qeE8E/MQ

>>141 ได้บทสอนเพลงวิญญาณกลหลหลอกใช้น้องเนี่ยฆ่าพี่หมิง

143 Nameless Fanboi Posted ID:J6KSSYl.LR

>>142 หะ ถึงกับเปลี่ยนบทขนาดนี้เลย? กุนึกว่าอ่านฟิค อห

144 Nameless Fanboi Posted ID:hjEO+oEYgi

>>142 คิดถูกจริงๆที่กูไม่ดู

145 Nameless Fanboi Posted ID:y/MIPoT82T

บทพี่น้องกูว่าทำได้ดีมากเลย ในภาคหลักเห็นบทความผูกผันสกุลเนี่ยยังไม่ลึกซึ้ง หนังก็เอามาขยายตรงนี้ได้ดีมาก ต้าเกอสุดยอดพี่ชายแห่งยุทธภพ ความจริงกูรู้สึกตั้งแต่ในหนังสือแล้วว่าคนสปอยล์น้องสุดก็พี่แหล่ะ แล้วพอมีภาคนี้ยิ่งเห็นชัด ตราบใดที่พี่ยังอยู่น้องอยากทำอะไรก็ทำไปพี่จะปกป้องเอง บ้าเอ้ยยย ยิ้มแต่น้ำตาไหลถึงตรีน5555

ส่วนอาเหยาแทบเรียกได้ว่ามาเป็นของแถม ชนิดไม่ต้องขึ้นโปสเตอร์โปรโมทยังได้ แต่ถึงบทจะน้อยแต่มากนะทิ้งอารมณ์ได้ดี ประมาณหนังมาเวลที่ทิ้งจุดเชื่อมไว้ท้ายเรื่องให้อยากตามต่อ
มันจะมีต่อเปล่าวะ กูว่าทำได้เลยนะเป็นจุดเชื่อมสำคัญด้วย เล่าเรื่องสกุลจินก็ได้แก้กรรมอาเหยาบ้างเถอะหลังถูกปู้ยี่ปู้ยำมานาน นอกจากนี้จะเชื่อมถึงคุณชายโม่+แผนการของน้องเนี่ยยังได้เลย

146 Nameless Fanboi Posted ID:oPfI7h1uaO

>>145 จริง กูอยากรู้เรื่องคุณชายโม่อ่ะ เรื่องคัมภีร์ที่เรียกพี่เว่ยกลับมาด้วย อยากให้เขามาเฉลยปมตรงนี้อ่ะ

147 Nameless Fanboi Posted ID:oPfI7h1uaO

คิดถึงโม่งสปอยย

148 Nameless Fanboi Posted ID:yk.mQZerTK

>>145 เอองี้กูว่าอาเหยายังเล่นได้อีก มาแก้กรรมให้เป็นคนดีแต่บิดเบี้ยวได้ อยากให้น้องได้บทดีๆหน่อย โดนด่าตลอด 555

149 Nameless Fanboi Posted ID:fSqtl6hhOs

kyม่านฮวาเทียนกวานเลททุกอาทิตย์เลยว่ะ กุกลัวคนวาดตายก่อนจริงๆ

150 Nameless Fanboi Posted ID:Qu4iMWckF0

>>149 จีงง กุเอ็นดูเขานะ งานเขาละเอียดมาก เปลี่ยนมาลง 2 อาทิต หนึ่งตอนกุก็ไม่ว่าอ่ะ

151 Nameless Fanboi Posted ID:fSqtl6hhOs

>>150 กุชอบงานเค้ามากกก งานละเอียด ภาพสวยสัสทุกตอน ขนาดทำไม่ได้ทันขนาดนี้ยังไม่มีงานเผาแบบเห็นชัดๆเลย เปลี่ยนมาลง2อาทิตย์ก็ได้ อยากให้รักษาสุขภาพมาก่อน หรือไม่ก็อยากให้เค้าหาผู้ช่วยดีๆซักคนว่ะ สไตล์ภาพอาจจะเปลี่ยนนิดหน่อยก็ได้

152 Nameless Fanboi Posted ID:FGiJWw.YJr

ดันนนนนนนนนน

153 Nameless Fanboi Posted ID:v0j961yJt3

มาดันด้วยยย ดันนนนน

154 Nameless Fanboi Posted ID:9f0C9Aeh65

มึง กูรู้จักปรมาจารย์เพราะซีรีย์ ตอนที่ดูรู้สึกชอบมากนะ แต่พอไปอ่านนิยายแล้วกลับมาดูซีรีย์อีกที กูรู้สึกว่าซีรีย์มันเวิ่นเว้อไปเลย 5555 ยิ่งเพิ่มเรื่องเหล็กทมิฬเข้ามา เลยยิ่งยืดเข้าไปอีก

155 Nameless Fanboi Posted ID:A5hHRiFB7Z

แมวอวิ๋นอี้กับหมีอี้เจินน่ารักมากเลยว่ะ ฮีลใจจากคู่นี้ในนิยายมากๆๆๆๆๆๆ

>>154 เวิ่นเว้อจริง แต่มันต้องยืดอยู่แล้วอ่ะไม่งั้นคงทำไม่ถึง50ตอน แต่บางอย่างที่ใส่มานี่โคตรงง อย่างเหล็กดำ เวินฉิงเป็นรักแรกของเจียงเฉิง แต่กุชอบมุกเหมียนเมียนนะ

156 Nameless Fanboi Posted ID:g8.QLPbxLf

กูชอบที่ซีรีย์เน้นความสัมพันธ์สามพี่น้องเยอะกว่าในนิยาย เซี่ยนเซี่ยนน้อยของศิษย์พี่ T T

157 Nameless Fanboi Posted ID:nCFMpgBa5B

>>154 ซีรีย์ทำดีตรงความสัมพันธ์โดยเฉพาะพี่น้องกับโมเม้น ดำเนินเรื่องอย่างง่วงเลย

158 Nameless Fanboi Posted ID:fGa7xurbCj

เมื่อไรกูจะได้ ปรมจ เล่ม 4 วะ
หรือกูอาจจะติดไวรัส ก่อนได้ซื้อเล่ม 4 ก็ได้

159 Nameless Fanboi Posted ID:pF.QnU6sQu

สปอยเทียนกวานอาร์ค 3 ต่อจาก >>118 เทียนกวาน Part.127
.
.
.
.
.
เห็นเซี่ยเหลียนเริ่มมโนหนัก ฮวาเฉิงก็พยายามพูดว่าเซี่ยเหลียนก็คือเซี่ยเหลียน ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิด เขาก็จะอยู่ข้างเซี่ยเหลียน พอเซี่ยเหลียนสบายใจขึ้น ยังไม่ทันทำอะไร ภูเขาก็ถุยแม่ทัพเผยออกมาจากผนังถ้ำ ก่อนตามมาด้วยเผยซู่ที่กำลังกอดคุ้มครองปั้นเยวี่ยซึ่งถือไหของหรงกวนกับเค่อหมอไว้ ทำให้เซี่ยเหลียนอดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นเพราะมีคนบอกให้วิญญาณในภูเขาปล่อยพวกตนออกมา ทว่าพวกเขากลับไม่พบหลิงเหวิน คาดว่าเทพสาวน่าจะอาศัยโอกาสหลบหนีไปแล้ว แต่พอคิดว่าอย่างไงอีกฝ่ายก็มุ่งไปที่เตาเหมือนกันจึงตั้งวงนั่งพัก ตอนนั้นเองจู่ๆ เผยซู่ก็ล้มลง พอเซี่ยเหลียนเชคถึงรู้ว่าเผยน้อยเหนื่อย อีกทั้งไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยหมดแรงเป็นลม ปั้นเยวี่ยจึงหยิบหม้อต้มงูที่ทำก่อนหน้าออกมาจนเผยหมิงต้องสั่งให้เธอทิ้งมันไป

เพราะไม่มีใครมีเสบียงอื่น เซี่ยเหลียนเลยออกไปส่องด้านนอกภูเขา แต่แล้วเขาก็ต้องขนลุกเมื่อเห็นใบหน้าขนาดใหญ่มนุษย์ปรากฏอยู่บนพื้น แต่พอมองดีๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ภูมิทัศน์ที่บังเอิญคล้ายหน้าคนเท่านั้น เมื่อฮวาเฉิงบอกว่ามีอารามศักดิ์อยู่ในพื้นที่ที่คล้ายจมูก อีกทั้งเพื่อหาของกินให้เผยซู่ ทุกคนเลยตัดสินใจจะออกไปจากภูเขาผี แต่เผยหมิงก็ชี้ถามก่อนว่าด้ายแดงที่นิ้วของเซี่ยเหลียนกับฮวาเฉิงคืออะไร ผูกไว้อย่างนั้นเดี๋ยวจะไปเกี่ยวไปพันอะไรเข้าจนเกิดอุบัติเหตุได้ ฮวาเฉิงจึงใช้พลังทำให้ด้ายหายไปจนเซี่ยเหลียนอดรู้สึกหวิวๆ ในใจไม่ได้

อ๋องผีบอกว่าเมืองในบริเวณอยู่ใต้ดิน จากนั้นเขาก็ใช้เอ้อมิ่งเจาะพื้นกระโดดนำลงไป เขาอธิบายในเซี่ยเหลียนฟังว่าเมืองนี้ถูกเถ้าของภูเขาไฟปริมาณมากทับฝังทั้งเมือง พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่องค์ชายรัชทายาทเคยนิมิตไว้เป็นความจริง พอเผยหมิงกับปั้นเยวี่ยเดินนำไปหาแหล่งน้ำใต้ดิน ฮวาเฉิงก็ชี้ให้เซี่ยเหลียนดูว่าแท้จริงแล้วด้ายแดงระหว่างพวกตนยังอยู่ ตนเพียงใช้คาถาทำให้มองไม่เห็น จะได้ไม่ต้องกังวลกับมันมากไป แต่ก็ย้ำว่าถึงอีกฝ่ายจะตายไม่ได้ แต่ก็เจ็บเป็น ถ้าเจออะไรที่น่าจะอันตรายให้เรียกเขาทันที เซี่ยเหลียนจึงบอกว่าถ้าคนตรงหน้าเจอเรื่องอันตรายก็ให้เรียกตนเช่นกัน

เซี่ยเหลียนเห็นว่าร่างของชาวเมืองดูราวกับรูปปั้นหิน ส่วนมากอยู่ในท่าทางราวกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ฮวาเฉิงอธิบายว่าพวกเขาล้วนเสียชีวิตเพราะสำลักเถ้าภูเขาไฟ แล้วเถ้าเหล่านั้นก็ปกคลุมทั่วร่างจนหนา เมื่อเวลาผ่านไปจึงกลายเป็นหินเช่นนี้ เซี่ยเหลียนสังเกตว่ารูปปั้นของคู่สามีภรรยาซึ่งกอดกันอยู่โดยมีลูกนอนอยู่ตรงกลางเหมือนจะถืออะไรไว้ในมือข้างหนึ่ง ฮวาเฉิงเลยช่วยทำลายรูปปั้นแล้วหยิบของในมือของรูปปั้นส่งในเซี่ยเหลียน มันคือแผ่นทองที่มีลายดาวมฤตยูซึ่งเป็นเครื่องหมายของความตาย อ๋องผีบอกว่าก่อนหน้าเขาเคยสำรวจรูปปั้นชาวเมืองแล้วพบสิ่งนี้จะเป็นเครื่องรางของชาวอู๋หย่ง นั้นเป็นเพราะองค์ชายรัชทายาทที่พวกเขาบูชาประสูติในวันที่มีดาวมฤตยู พอได้รู้อย่างนั้นเซี่ยเหลียนก็ถึงกับสะอึก เพราะเขาเองก็เกิดในวันที่มีดาวมฤตยูเช่นเดียวกัน

ที่อารามศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาพบรูปภาพถึง 3 รูป ภาพแรกเป็นภาพขององค์รัชาทายาทของอู๋หย่งกำลังใช้พลังบอกนิมิตรที่เมืองจะถูกภัยจากภูเขาไฟทำลายให้ขุนนางทราบ แม่ทัพในภาพเหมือนต้องการก่อสงครามขยายพื้นที่เพื่ออพยพชาวเมือง ทว่าการทำเช่นนั้นย่อมต้องทำลายชีวิตของผู้คนของอาณาจักรข้างเคียง รัชทายาทในภาพจึงมีสีหน้าท่าทางเหมือนไม่เห็นด้วย ทว่าในภาพที่สอง อู๋หย่งก็ได้เข้าสู้สงครามเสียแล้ว ภาพของเลือดไหลซึ่งนองราวแม่น้ำ ศพของทหารอาณาจักรข้างเคียงตั้งสูง และทหารอู๋หย่งที่เข้าไปลวนลามรังแกสตรีและเด็กทำให้ใบหน้าขององค์ชายรัชทายาทบนสวรรค์เต็มไปด้วยความโกรธ
.
.
.
.
.
Note : กูกลับมาแล้ว พอดีช่วงอาทิตย์ที่แล้งหงุดเงี้ยว อากาศก็ร้อน หาซื้อ มาม่า ยำยำ ไวไว รสที่กินไม่ได้สักยี่ห้อ ดึกๆ หิวอยากกินมาม่าก็ไม่กล้าเอาที่มีเหลืออยู่มากิน กลัวเดี๋ยวสถานการณ์มันแย่กว่านี้แล้วไม่มีกิน ตอนนี้ก็ยังหามาตุนไม่ได้ + นิยายที่สั่งไว้มาส่งพอดี เลยไปจัดการกองนิยายมา

160 Nameless Fanboi Posted ID:LphlWbuXJX

>>159 ขอบคุณมาก นั่งรอสปอยล์ทุกวันเลย

ไปดูม่านฮวาเทียนกวานมา ฮวาเชิงโคตรอ่อย (หรือกูรู้สึกไปเอง 555) ส่วนเซี่ยเหลียนโคตรน่ารักอ่ะ งื้อๆๆๆ คุณสตาร์วาดสวยก็สวยจัดเต็ม วาดจิบิก็น่ารักมาก โดยเฉพาะก้อนเซี่ยเหลียนกับจิ้งจอกน้อยฮวาเชิง อยากบีบแก้มมมม
อยากอ่านแปลไทย จะมีใครซื้อ LC มาบ้างมั้ยน้าาาา

161 Nameless Fanboi Posted ID:pF.QnU6sQu

>>160 ไม่รู้เป็นที่กูเองคนเดียวหรือเปล่า คือตอนดูดูคุณสตาร์เขาวาดภาพโปรโมทเรื่องเทียนกวานกูก็ชอบมาก คิดว่าสวยมากๆ แต่พอเป็นม่านฮวาแล้วกูกลับรู้สึกไม่ชอบอย่างที่คิดอะ พอมีตัวละครหลายๆ ตัวแล้วรู้สึกว่าเขาวาดหน้าตาเหมือนๆ กันไปหมด แล้วเขาก็ตีความฮวาเฉิงต่างจากอิมเมจที่กูมีในนิยายเหมือนที่กูชอบบ่นในนี้บ่อยๆ อะว่าฮวาเฉิงควรยิ้มตอแหล แล้วเซี่ยเหลียนเขาก็วาดดูอ้อนแอ้นออกสาวไปหน่อย เซี่ยเหลียนควรมีกล้ามบ้างอะ

162 Nameless Fanboi Posted ID:VcGG99pZaq

>>161 กูยอมรับเรื่องหน้าตาว่าเขาวาดทุกตัวเหมือนกันหมด 555

163 Nameless Fanboi Posted ID:f12FNAay2Q

>>159 ขอบคุณเพื่อนโม่ง กุอยากส่งมาม่าที่บ้านกูไปเป็นกำลังใจให้จังเลยย สู้ๆนะ เราจะผ่านไปด้วยกันจนวันที่เทียนกวานเล่มจริงออก

>>160 >>161 กุชอบงานคุณสตอบนะ เรื่องเซี่ยเหลียนตัวบาง นี่ว่าเค้าแค่ชอบวาดหน้าสวยจัดเฉยๆ เซี่ยเหลียนนี่สวยขึ้นทุกตอน อย่างตอนใส่ชุดแต่งงานก็ดูบึกอยู่นะ แต่รู้สึกเค้าไม่ค่อยเก่งเรื่องสตอรี่บอร์ดแบบที่เค้าบอกอ่ะมันเลยอ่านไม่ค่อยลื่น

ส่วนยิ้มตอแหลของฮวาเฉิง ยังไม่ค่อยเห็นฮวาเฉิงยิ้มกับคนอื่นในม่านฮวาเลยอ่ะ เห็นแต่ยิ้มให้เซี่ยเหลียน บางทีเพราะยังมีแต่ฉากยิ้มให้เซี่ยเหลียนฮวาเฉิงมันเลยเก๊กหล่ออยู่ตลอดป้ะ เกอเกอ ข้าหล่อพอรึยัง 555555

164 Nameless Fanboi Posted ID:QI5XSYqv.a

สปอยเทียนกวานอาร์ค 3 ต่อจาก >>159 เทียนกวาน Part.128
.
.
.
.
.
เมื่อพวกเซี่ยเหลียนเดินไปดูภาพวาดอันสุดท้ายก็อดตกใจไม่ได้เพราะใจกลางของภาพคือสะพานขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างภพมนุษย์กับสวรรค์ การที่เทพจะพาใครขึ้นติดตามขึ้นสวรรค์ด้วยจะต้องใช้พลังทิพย์เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นการที่องค์ชายรัชทายาทแห่งอู๋หย่งจะพาประชาชนทั้งอาณาจักรหนีภัยพิบัติไปสวรรค์จึงเป็นเรื่องฮาร์ดคอร์มาก พอเซี่ยเหลียนมองเผยซู่ที่สลบอยู่ก็เสนอให้ทิ้งอีกฝ่ายให้อยู่ที่นี่กับปั้นเยวี่ย เพราะยิ่งใกล้เตาก็น่าจะอันตรายขึ้น จากนั้นเขาก็สังเกตว่าอวิ๋นอวี้ที่ออกไปหาน้ำไม่กลับมาสักที เขากับฮวาเฉิงเลยออกไปตามหาอีกฝ่าย พอทั้งคู่เดินมาถึงแม่น้ำใต้ดินเซี่ยเหลียนก็หยิบไหที่เก็บได้มาล้างหมายจะตักน้ำกลับไปให้เผยซู่ ทว่าขณะที่เขากำลังจะยกไหจิบน้ำดื่มอ๋องผีก็ห้ามไว้ พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากไหว่า ร้อน พอเซี่ยเหลียนสังเกตเห็นดวงตาของอะไรบางอย่างในไหก็เขวี้ยงมันทิ้ง หลังจากฮวาเฉิงอธิบายว่าสิ่งนั้นไม่ใช่มนุษย์ เซี่ยเหลียนก็ได้ยินเสียงไอ และเสียงผู้คนมากมายร้องขอความช่วยเหลือ “ฝ่าบาท พระองค์ทรงอยู่ที่ไหนกัน ช่วยข้าด้วย ได้โปรดช่วยข้าที”

เห็นเซี่ยเหลียนขนลุก อ๋องผีก็ส่งผีเสื้ออกไปส่องว่าสิ่งนั้นคืออะไร ปรากฏว่าพวกมันคือหนูตัวใหญ่ฝูงหนึ่ง และที่พวกมันมีขนาดใหญ่เช่นนั้นก็เป็นเพราะกินศพของชาวเมืองอู๋หย่ง ความเจ็บปวดทรมานของชาวเมืองจึงหลงเหลืออยู่ในตัวพวกมันจนสามารถเอ่ยคำกล่าวในยามสิ้นลมของคนแหล่านั้นออกมา พอได้ยินคำอธิบายจากฮวาเฉิง เซี่ยเหลียนจึงเข้าใจทันทีว่าทำไมเขาจึงได้ยินคำพวกนั้นจากหนู แต่พอเห็นท่าทีแปลกใจของอ๋องผี เขาก็เพิ่งตระหนักว่ามีสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่ หนูพวกนั้นพูดแทนชาวเมืองอู๋หย่งซึ่งย่อมต้องใช้ภาษาอู๋หย่ง แล้วทำไมเขาถึงเข้าใจได้ พอฮวาเฉิงลองกล่าวคำตามพวกหนูดู เซี่ยเหลียนกลับไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด อ๋องผีจึงสรุปว่าเซี่ยเหลียนไม่ได้เข้าใจภาษาอู๋หย่ง แต่สามารถเข้าใจความรู้สึกของคนตายได้ และนั่นหมายความว่ามีใครบางคนที่เข้าใจภาษาอู๋หย่งได้จดจำความรู้สึกเหล่านั้นและถ่ายทอดมันให้เซี่ยเหลียน หรือว่าคนๆ นั้นจะคือราชครูกัน

การจะถ่ายทอดความทรงจำและความรู้สึกให้แก่คนอื่น อีกฝ่ายจะต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเจ้าของความทรงจำเป็นอย่างมาก อีกทั้งต้องรู้สึกว่าตัวเองด้อยพลังกว่าเมื่ออยู่ด้วย ซึ่งเซี่ยเหลียนก็บอกว่ามีคนที่เข้าข่ายอยู่ 3 คน คนแรกคือราชครู คนที่สองคือจวินอู๋ ส่วนคนที่สาม แม้เขาจะไม่เชื่อใจอีกฝ่าย แต่เขารู้สึกว่าตัวเองไร้พลังและกลัวอีกฝ่ายมาก นั่นทำให้ฮวาเฉิงรู้ทันทีว่าเซี่ยเหลียนหมายถึงเศวตไร้หน้า หลังจากปลอบใจว่านั่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย อ๋องผีก็ถามต่อว่ามีคนอื่นอีกหรือไม่ เซี่ยเหลียนเลยบอกว่าจริงๆ แล้วมีอีกคนที่เขาเชื่อใจมาก แต่ไม่ได้รู้สึกไร้พลังเมื่ออยู่กับอีกฝ่าย คนๆ นั้นไม่มีทางที่จะเอาความทรงจำพวกนั้นมาใส่เขา และเขาก็เชื่อในตัวคนๆ นี้มากกว่าอาจารย์ของตนหรือจวินอู๋เสียอีก เวลาที่เขาเผชิญปัญหาอะไรก็มักนึกถึงคนๆ นี้ก่อนเสมอ

จู่ๆ ฉวาเฉิงก็หน้าเสีย แนะนำเซี่ยเหลียนว่าอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ เซี่ยเหลียนจึงแอบเลียบเคียงว่าไม่ถามหน่อยเหรอว่าเป็นใคร อ๋องผีบอกว่าไม่จำเป็น ทั้งสองเลยออกเดินทางหาอวิ๋นอวี้กันต่อ แต่สุดท้ายอ๋องผีก็แถามว่าคนๆ นั้นใช่เฟิงซิ่นหรือเปล่า หรือว่ามู่ฉิง แล้วก็หันมายิ้มตอแหลบอกว่าเขาคิดว่าไอ้คนที่ 4 เนี่ยแหละน่าสงสัยที่สุด บอกมาทีว่าเป็นใคร ทว่าตอนนั้นเองพวกเขาก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามาใกล้จึงไปซ่อนอยู่ข้างทาง เซี่ยเหลียนเสียงหนักกระทบพื้นเป็นจังหวะที่ฟังดูคุ้นๆ ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นหญิงสาวในชุดเจ้าสาวสีแดงซึ่งมีไฟสีเขียวลอยอยู่เหนือศีรษะ มีเด็กชายหน้าซีดคนหนึ่งอยู่ในอ้อมแขนของเธอ อีกฝ่ายคือผีสาวเซวียนจี กิ๊กเก่าแม่ทัพเผยผู้ก่อคดีเจ้าบ่าวผีนั่นเอง ส่วนเด็กคนนั้นคือกู่จือไม่ผิดแน่ และนั่นย่อมหมายความว่าฉีหรงต้องอยู่แถวนี้ด้วย
.
.
.
.
.

165 Nameless Fanboi Posted ID:JpmFmQcR.H

>>164 ฮวาเหลียนนี่มีหยอดกันตลอดด หวานจริ้งงงง ครั้งก่อนซานหลางก็บอก คนที่ข้าต้องใจเป็นคนสูงศักดิ์ ครั้งนี้พี่เซี่ยก็บอก คนที่ไว้ใจแบบทั้งใจมีคนเดียว แหน่ะ แหน่ะ ไม่รู้เลยยย มุมมองพระเจ้าอย่างเราๆไม่รู้เลยยย 55555555555555555555 โอ้ยยยยยย ชอบความยิ้มตอแหลของฮวาเฉิง แต่กำลังจะหวานได้ที่มีเรื่องให้กังวลอีกแล้ววว

166 Nameless Fanboi Posted ID:jOXp+6aEoJ

>>164 เทียนกวานแม่งชอบหึงตัวเองกันทั้งคู่เลยแม่ง อย่างเซี่ยเหลียนก็หงอยที่ฮวาเฉิงมีคนที่ชอบแล้ว ฮวาเฉิงก็หมั่นไส้คนที่เซี่ยเหลียนไว้ใจออกนอกหน้ามากๆๆ 55555 โว้ย พวกแกรักกันนนน พวกแกนั่นแหละะะะะ ไม่ต้องหึงกันแล้วววววว

167 Nameless Fanboi Posted ID:WQM/Gcwad0

สปอยเทียนกวานอาร์ค 3 ต่อจาก >>164 เทียนกวาน Part.129
.
.
.
.
.
เซวียนจีอุ้มกู่จือเข้าไปในบ้านหรูหราหลังหนึ่งซึ่งฉีหรงกำลังกินศพในรูปปั้น ที่ด้านข้างของห้องมีกลุ่มชาวนา ลูกน้องของเทพแห่งฝนและอวิ๋นอวี้ซึ่งเหนือศีรษะของทุกคนมีลูกไฟสีเขียวลอยอยู่ ฮวาเฉิงอธิบายว่ามันคือคำสาปของฉีหรง หากมีใครคิดหนีมันจะแผดเผาร่างของคนผู้นั้นจนตาย พอผีเขียวเห็นเด็กชายก็รีบโยนชิ้นส่วนมนุษย์ในมือทิ้งพร้อมเช็ดครบเลือดบนปาก แต่กู่จือที่ได้กลิ่นเหม็นจากปากบิดาก็ยังงอแง ฉีหรงจึงหันไปด่าเซวียนจีที่กลับมาเร็ว หลังจากนั้นก็ไล่กู่จือให้ออกไปเล่นหน้าบ้าน ผีสาวถามว่าทำไมเขาถึงต้องพาเด็กมาด้วย แต่ผีเขียวก็อ้างว่าเขาจะขุนกู่จือให้อ้วนแล้วค่อยกินทีหลัง จากนั้นเซวียนจีจึงชี้ไปทางอวิ๋นอวี้ บอกว่าคนๆ นี้น่าสงสัย อวิ๋นอวี้โกหกว่าตนเป็นคนของเทพแห่งฝน พอเห็นเซวียนจีเอ่ยถึงเทพแห่งฝนอย่างกึ่งดูแคลน ทำให้เซี่ยเหลียนทราบว่าเธอก็เป็นชาวอาณาจักรอวี้ซือเช่นกัน แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดแม่ทัพอย่างเธอจึงกล่าวถึงราชวงศ์เช่นนั้น

ฉีหรงเผยถึงภาพฝันหวานว่าหากตนได้เป็นเจวี๋ยแล้วจะไปถล่มเมืองผี จมเกาะธาราทมิฬ แม้แต่จวินอู๋ก็ยังต้องกริ่งเกรง แล้วยังเสนอว่าจะตัดหรรมของแม่ทัพเผยมาให้เซวียนจีใช้เป็นของเล่น แต่ผีสาวก็ปฏิเสธไป บอกว่าเพียงส่งอีกฝ่ายมาให้เธอจัดการก็พอ ด้วยความห่วงความปลอดภัยของตัวประกัน พวกเซี่ยเหลียนจึงบุกไปจัดการผีเขียวตรงๆ ไม่ได้ พวกเขาเลยใช้แผนส่งผีเสื้อไปล่อกู่จือ พอได้ยินเสียงของเซี่ยเหลียนจากผีเสื้อเด็กชายก็จำได้ว่าคือพี่ชายเก็บขยะ เขาบอกให้เด็กชายแอบพ่อมาหาเขาที่ข้างๆ บ้าน พอฉีหรงเห็นอีกฝ่ายจะออกไปพ้นสายตา ก็ตะโกนเรียกให้อยู่ที่เดิม ขู่ว่าเดี๋ยวถูกหนูจับไปกิน แต่พอกู่จือโกหกว่าจะไปปล่อยเบาก็ไม่ได้ห้ามอีก

เซี่ยเหลียนบอกกู่จือว่าเป็นเพราะพ่อของอีกฝ่ายไปจับคนของบ้านอื่นมาทำให้ถูกตามล่า เลยขอให้เด็กชายร่วมมือปล่อยตัวคนเหล่านั้น กู่จือบอกว่าพ่อของเขาบอกว่าไม่สบายจึงจำเป็นต้องกินเนื้อมนุษย์ และหากเด็กชายโตกว่านี้ก็จะสอนให้กินเช่นกัน ทำเอาเซี่ยเหลียนยิ่งไม่อาจปล่อยให้กู่จืออยู่กับฉีหรงได้อีก เขาโกหกว่าหากพ่อของอีกฝ่ายยิ่งกินเนื้อมนุษย์ก็จะยิ่งป่วย อีกทั้งวิญญาณศพพวกนั้นก็จะตามรังควาน หากไม่รีบหาทางหยุดเด็กชายจะต้องกำพร้าพ่อ เขาเตี๊ยมคำพูดกับกู่จือ ส่วนฮวาเฉิงก็ส่งผีเสื้อไปหลบที่ผมของเซวียนจี เซี่ยเหลียนขอโทษแม่ทัพเผยในใจก่อนทำการสังเวยอีกฝ่ายเป็นเหยื่อล่อผีสาวออกไปด้วยการตัดต่อเสียงที่ผีเสื้อที่ฮวาเฉิงทิ้งไว้ที่อารามศักดิ์สิทธิ์บันทึกมา ดูเหมือนว่าเผยหมิงกำลังกำกับปั้นเยวี่ยให้ทำอาหารให้เผยซู่อยู่

ต้นฉบับ : ถ้าอย่างนั้นก็จัดการย่างหนูนี่ก่อน เจ้ายังมีงูมากกว่านี้อีกหรือเปล่า ส่งมานี่ซิ
หลังตัดต่อ : ถ้าอย่างนั้น... นี่ก่อน... เจ้ายัง... มากกว่านี้อีก... มานี่ซิ

พอได้ยินเสียงชายคนรัก เซวียนจีที่กำลังจับผิดอวิ๋นอวี้ก็ตกใจรีบตามหาต้นเสียง เมื่อฉีหรงบอกว่าอีกฝ่ายมโนไปเอง ผีสาวก็เหมือนจะคล้อยตาม เซี่ยเหลียนเลยให้ผีเสื้อส่งต่อคำพูดต่อไป

เผยหมิง : เด็กโง่เอ้ย มานี่ ข้าจะสอนเจ้าเอง
ปั้นเยวี่ย : ขอร้องเถอะเจ้าค่ะ แม่ทัพเผย ข้าเคยทำแล้วครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ข้ามีประสบการณ์แล้ว ให้ข้าเป็นคนทำเถอะเจ้าค่ะ

คำพูดนั้นทำให้เซวียนจีที่ไม่เห็นภาพจินตนาการไปไกลถึงสิบโยชน์ ลมเพชรหึงออกหูรีบพุ่งออกไปตามหาเผยหมิงทันทีโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเจ้านายอย่างฉีหรงแม้แต่น้อย เซี่ยเหลียนให้ผีเสื้อหลอกนำเธอไปฝั่งตรงข้ามกับจุดที่แม่ทัพเผยอยู่ พอผีสาวไปแล้วกู่จือก็รีบวิ่งเข้าไปหาพ่อ ช่วยนวดขาตามที่อีกฝ่ายสั่งอย่างว่าง่าย ก่อนถามคำถามที่เซี่ยเหลียนสอนให้พูดเพื่อหลอกถามวิธีถอนไฟคำสาปออกจากพวกอวิ๋นอวี้ เห็นฉีหรงพูดจาโม้เหม็นอวดความเก่งกาจของตัวเองกับลูกชาย ทั้งด้วยความเป็นเด็กกู่จือก็เชื่อและชื่อชมอีกฝ่ายจากใจจริงก็ทำให้เซี่ยเหลียนอดนึกถึงพ่อของตัวเองขึ้นมาไม่ได้ พอฟังไปเรื่อยๆ เซี่ยเหลียนก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดญาติผู้น้องถึงไม่หลุดด่าเขาออกมาเลย แต่พอฉีหรงอวดลูกชาย บอกรหัสถอดคำสาปซึ่งเป็นคำด่าเซี่ยเหลียน ทั้งเซี่ยเหลียนกับฮวาเฉิงก็ถึงกับแดกจุด ก่อนตัดสินใจปรากฏตัวเพราะไม่มีความจำเป็นต้องซ่อนตัวแล้ว

Note : มีแต่คนอยากทำร้ายเผยน้อยจริง #SAVEเผยน้อย
.
.
.
.
.

168 Nameless Fanboi Posted ID:JpmFmQcR.H

>>167 ขอความเป็นธรรมให้แม่ทัพเผยด้วยค่ะ 55555555 เผยน้อยของท่านช่างน่าสงสารยิ่งนั้น ฮาออกเสียงหนักมาก เฮียแกเป็นที่รองมือรองเท้าของทุกคนจริงๆ เอ็นดูววว
แต่ฉีหรงเอ็งนะเอ็งไม่จบไม่สิ้นสักที ไม่ด่าพี่เซี่ยสักครั้งได้ไหมม

169 Nameless Fanboi Posted ID:9cAKD96L0S

>>167 ช่วงแรกๆ หมั่นไส้แม่ทัพเผย แต่ช่วงหลังนี่สงสาร ความเกรียงไกรน่าเกรงขามหายไปไหนหมด 5555555