Fanboi Channel

[รวมมิตรโม่เซียง] เม้าท์เรื่อง ปรมาจารย์, ตัวร้าย​อย่างข้า, เทียน​กวาน​ ฯลฯ​ เล่มที่​ 12 [นิยาย อนิเม ดราม่า ละคร สปอย]

Last posted

Total of 775 posts

746 Nameless Fanboi Posted ID:sWJ29clouM

>>743 มึงใจเย็น ตอนพิเศษเรื่องนี้จัดหนักจัดเต็ม กามซะกุอึ้งเลยมึง

747 Nameless Fanboi Posted ID:mpkNahPezC

ไม่รู้แม่โม่เก็บกดที่ไม่มีฉากหวานๆ หรือเขียนดักพวกจะเขียนแฟนฟิค รู้แต่ว่าแซ่บเกินเบอร์เรทมาก (18+ อยู่กับเล่มสุดท้ายเล่มเดียว)

748 Nameless Fanboi Posted ID:G+/Lp9dOj/

ไฮ้ฉากที่เว่ยอิงเอาดาบมา xx นี่ กูแค่คิดว่ามันเป็นสเปเชี่ยล เซ้กส์แฟนตาซีเฉยๆ เป็นตอนที่แยกจากตอนปกติอะ มันเอามาเซอร์วิสแค่นั้น

749 Nameless Fanboi Posted ID:QYrsOuZbZr

แต่เทียนกวาน...

750 Nameless Fanboi Posted ID:vfSeLpQ5ks

โม่งยังสปอยล์ต่อมั้ย หรือจะหยุดแค่นี้เพราะเยอะพอแล้ว (ไม่ได้ทวงน้า แค่อยากรู้ เวลาอ่านสปอยล์แล้วมีความสุข เพราะนิยายยังไม่ออก)

751 Nameless Fanboi Posted ID:88H3QJnPkB

>>747 กูว่าฉากเขียนโม่เซียงสัปดนและเขียนชัดเจนเกินจนไม่ต่างจากหนังสือโป๊เรื่องเสียวปลุกใจเสือป่าว่ะ แต่นั่นแหละ ถ้าเรื่องเสียวไม่ดีไม่กามจริงคงไม่อยู่ยงคงกระพันขนาดนี้

752 Nameless Fanboi Posted ID:.bVjxrd+da

>>750 เดี๋ยวดูก่อนนะ พอเปิดงานหลังปีใหม่ งานเยอะ แต่พอเคลียร์งานได้แล้ว ก็มาเจอคนคนประสานงานทำงานพลาดแต่ไม่ยอมรับ ทำให้งานเสียจนเครียดอีก เลยไม่มีอารมณ์มาเรียบเรียง ปัญหาน่าจะรู้ผลสักสิ้นเดือนนี้ แต่ก็อาจยาวไปถึงปลายกุมภา แต่ถ้าปรับอารามณ์ได้ก่อนก็อาจมาเร็ว

753 Nameless Fanboi Posted ID:pXvXCfu0RE

>>752 ช่วงนี้ส่องม่านฮวาเทียนกวานไปพลางๆ ซู่ๆนะมึง

754 Nameless Fanboi Posted ID:7vxit//aFu

>>752 จะรอนะ จุ๊บๆ <3

755 Nameless Fanboi Posted ID:1ZCPKalpN1

>>747 จริง กูว่าฟคยังไม่กล้าแต่งเลยมั้งฉากเยร่างซือฟุ ดักทุกทาง

756 Nameless Fanboi Posted ID:upz5x5vleM

>>752 สู้ๆนะมึง กุรอสัมเหมอออ

เออใครรู้วิธีซื้อม่านฮวาเทียนกวานมะ กูยังงงๆวิธีซื้ออยู่เลย

757 Nameless Fanboi Posted ID:fdRU2OVmno

ทวิตตปท. มีคนมองว่า "พ่อของหลานจ้านอาจไม่ได้รักแม่ เพราะถ้ารักจริงจะไม่กักขังนางไว้" เพื่อนโม่งคิดว่าไง

758 Nameless Fanboi Posted ID:AiV26GLsDM

>>757 กูพบความคลั่งในคำว่ารักของบ้านนี้ ชิลๆ ไปเป็นรอยโหว่ของเรื่องอะ

759 Nameless Fanboi Posted ID:.XS3RAhgkx

>>757 รักแบบยันป่ะ กักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ใครพบไม่ให้มีคสพ.กับใคร ขนาดลูกตัวเองยังแยกออกจากแม่เลย

760 Nameless Fanboi Posted ID:5GvLsLvnqR

เหมือนมันมีเล่าไว้แล้วนี่ว่าบ้านนี้เคร่งกฎ เคร่งศีลธรรม พ่อหลานจ้านเอาแม่เข้าตระกูลก็ผิดกฎ ก็รู้สึกผิดอ่ะที่เอาแม่เข้ามา ก็ให้อยู่แยกเรือน แล้วก็ไปเจอน้อยๆ พยายามบำเพ็ญตนเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง
เรื่องกักขังกูว่าแบบเดียวกับหลานจ้านป่ะ ที่งอแงจะเอาเว่ยอิงกลับบ้าน แต่หลานจ้านยังยั้งไว้บ้าง

761 Nameless Fanboi Posted ID:uooaJ3n.f3

>>755 เดี๋ยวนะยังไงวะ มีฉากนี้ด้วยเรอะ

762 Nameless Fanboi Posted ID:dbz5Alb3R6

มึงเรื่องแม่พี่วั่ง เหมือนกุอ่านเจอมีคนบอกว่า การขังไว้เพื่อปกป้อง เพราะทำผิดอะไรมาสักอย่างนี่แหละ ละพ่อพี่วั่งรักแม่เลยขังไว้เพื่อปกป้องนาง
ปล. กุไม่ได้อ่านจากนิยายโดยตรงแต่เจอคนเล่าไว้ประมาณนี้ ถ้าผิดแย้งได้และขออภัยล่วงหน้า (-/\-)

763 Nameless Fanboi Posted ID:dbz5Alb3R6

ต่ออีกนิด เหมือนพี่วั่งเคยบ่นกะพี่ซีเฉิน?ประมาณว่า อยากเอาคนๆนึง(คือพี่เว่ย)กลับมาซ่อนไว้ ฟีลเหมือนเอามาเพื่อให้หลบภัยจากสังคม ก้อคือเอามาซ่อนเพื่อปกป้องนั่นแหละ เลยอาจจะรีเลทว่าเหมือนที่พ่อเคยทำกับแม่
เว่ยอิง กลับกูซูกับข้า! โอ้ย กุอินอีกแร้ว

764 Nameless Fanboi Posted ID:Ad/oTZz9FA

เหมือนแม่สองพี่วั่งฆ่าอาจารย์ของพ่อพี่วั่ง ถ้าพ่อพี่วั่งไม่จับแต่งเข้าตระกูล แม่อาจต้องรับโทษหนัก อาจถึงตายมั้งตามสไตล์นิยายจีน

765 Nameless Fanboi Posted ID:/5aUic8pqO

>>761 ตอนพิเศษที่เป็นฟิคในนิยายอีกทีอะ ที่ศิษย์ผญหรือแม่ชีแต่งนะ กุจำไม่ได้

766 Nameless Fanboi Posted ID:ncarZLPwGU

>>757 กูมองว่าเราเอาความคิดแบบสังคมปจบ.ไปจัสความคิดของตลค.ที่มีสังคมอีกรูปแบบไม่ได้ว่ะ คือหลายคนบอกว่าพ่อพี่วั่งไม่ได้รักแม่พี่วั่งเพราะกักขังแม่พี่วั่ง คือจัสจากเหตุผลนี้เหตุผลเดียว แบบถ้ารักเขาทำไมต้องขังเขา ทำไมไม่ปล่อยเขาให้ไปเป็นอิสระ ทำไมไม่ดูแลเขาดีๆแม้แต่ลูกก็ให้เจอได้แค่เดือนละครั้ง แต่ถ้ามองถึงเหตุผลของเรื่องมันก็มีเหตุผลที่พ่อของพี่วั่งต้องทำแบบนั้น แต่เดิมพ่อพี่วั่งหลงรักแม่พี่วั่งแต่แม่พี่วั่งไม่รู้สึกอะไรด้วย ซึ่งตอนหลังแม่พี่วั่งดันพลั้งมือไปฆ่าอาจารย์ของพ่อพี่วั่งแบบไม่มีเหตุผลทำให้พ่อพี่วั่งต้องเลือกตัดสินใจแต่งแม่พี่วั่งมาเพื่อกันไม่ให้ได้รับโทษถึงชีวิต แต่ตัวพ่อคือละอายใจต่ออาจารย์ตัวเองไง เลยเลือกที่จะกักบริเวณไว้ที่เรือนสงบใจ แม้แต่ลูกก็ให้พบได้แค่เดือนละครั้งเพราะไม่งั้นคนในตระกูลหรือคนในแวดวงยุทรจักรคือไม่ยอมแน่ๆอ่ะ ตัวพ่อเองก็เป็นถึงประมุขตระกูลถ้าปล่อยให้แม่พี่วั่งใช้ชีวิตแบบไม่ได้รับโทษใดๆเลยจากการกระทำของตัวเองก็จะโดนมองว่าใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งตามนิสัยเคร่งครัดของคนตระกูลหลานคือเป็นไปไม่ได้แน่ๆ ส่วนจะละทิ้งคนในตระกูลพาเมียไปใช้ชีวิตข้างนอก แต่แรกเมียก็ไม่ได้รักอะไร(กูว่าคนที่ไม่มีความรักใดๆให้อีกฝ่ายเลยคือแม่พี่วั่งว่ะ) ออกมาไม่มีอำนาจก็ปกป้องเมียไม่ได้ คือแม่พี่วั่งถ้าก้าวออกจากตระกูลหลานก็โดนจั่วหัวว่าเป็นฆาตกรโดนตามล่าแน่ๆอ่ะ ตัวแม่เองก็ยินยอมจะอยู่ใต้ปีกการปกป้องของพ่อพี่วั่งด้วยซ้ำ และถึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับตัวพ่อมากนัก แต่กับลูกยังไงก็ยังรักเพราะงั้นคือแม่พี่วั่งยอมอยู่แบบนี้ดีกว่า แต่ยังไงการโดนกักขังได้เจอลูกแค่เดือนละครั้งก็ยังทำให้ตรอมใจอยู่ดีไง

อีกอย่างถ้ายึดตามที่คนเขียนที่เป็นเจ้าของเรื่องแต่ง ถ้าเขาว่าพ่อพี่วั่งรักแม่พี่วั่งก็ไม่เห็นเหตุผลที่คนอื่นจะบอกว่าไม่ได้รักว่ะ ลองคิดว่ามึงแต่งนิยายเรื่องนึง พระนางรักกันด้วยมากในสายตามึงแล้วจู่มีคนมาบอกพระนางมันไม่ได้รักกันเพราะบลาๆๆๆ เป็นมึงก็ต้องรู้สึกแหละว่า เอ้า อิผี กูเขียนให้มันรักกันอ่ะ แล้วมึงจู่ๆมาบอกตลค.ที่กูแต่งไม่ได้รู้สึกแบบที่กูแต่ง เป็นกูคือเหวออ่ะ คือแต่ละคนมีความคิดร้อยพ่อพันแม่แตกต่างกันจะมองโลกต่างกันนี่ไม่แปลกมึงแสดงความเห็นต่างได้แหละ แต่แฟคมันก็อยู่ที่คนเขียนอยู่ดีว่าเขาจะแต่งให้ตลค.รู้สึกยังไง มีเหตุผลยังไง

767 Nameless Fanboi Posted ID:v+au2IDMOK

>>757 กูมองว่าแม่โม่ตั้งใจเขียนถึงรูปแบบความรักของคนในบ้านนี้ ที่คิดจะปกป้องคนที่ตัวเองรักแม้จะเป็นการจับขัง พี่วั่งเองก็มีรูปแบบความคิดเดียวกับพ่อที่คิดจะขังพี่เว่ยไว้ เสียแต่พี่เว่ยไม่ยอมไปด้วย555 ดังนั้นถ้าว่าพี่วั่งรัก พ่อพี่วั่งก็รักแม่แหละ
>>766 กูกลับมองว่าคนอ่านสามารถแสดงความเห็นได้แม้จะค้านความคิดของผู้แต่งว่ะ อย่างที่มึงบอกว่าคนเราพบประสบการณ์ต่างกันย่อมเห็นโลกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ผู้เขียนเขียนให้ตัวละครกระทำ บอกให้ตัวละครรู้สึกใช่ว่าจะเป็นเเฟค ยกตัวอย่างเช่นนิยายที่เขียนโดยคนที่มีความคิดสังคมเป็นใหญ่ เขียนบอกว่าตัวเองดูแลเมียดีมาก แต่จากสายตาคนอื่นก็มองว่านั่นเป็นการใช้อำนาจ การกดขี่เมียชัดๆ มึงลองนึกถึงเวลาคุยกับคนอื่น เรื่องที่คนอื่นเล่าโดยไม่ได้โกหกก็ใช่ว่าจะเป็นความจริงที่เกิดขึ้น เวลาสัมภาษณ์พ่อแม่ผู้เสียหายก็มีประโยคลูกฉันเป็นคนดีเข้าข้างคนของตัวเองบ่อยๆ คนเขียนเองก็เหมือนกันที่จะมีความไบแอสกับนิยายตัวเอง ถ้าเรียนด้านการวิเคราะห์วรรณกรรมมึงคงปวดหัวตาย เพราะเจอเรื่องผีๆอย่างการวิเคราะห์เรื่อง การกระทำของตัวละคร โดยคนเรียนต้องสืบสาวไปถึงประวัติชาติพันธ์ พงศาวดารชีวิตของคนเขียน555

768 Nameless Fanboi Posted ID:ncarZLPwGU

>>767 คือไม่ได้ห้ามวิจารณ์หรืออะไรนะ เราวิเคราะห์แสดงความเห็นได้แต่ก็ต้องอยู่ในพื้นฐานของเรื่องนั้นๆด้วยไง ซึ่งแฟคที่กูพูดถึงคือสิทธิ์ในการสร้างของคนเขียนน่ะ กูมองว่าถ้ามันไม่ได้ผีขนาดขัดกับความคิดบริบทสังคมในเรื่อง ต่อให้เราวิเคราะห์ด้วยความเห็นของเรายังไง แฟคก็คือสิ่งที่คนเขียนเขียนอยู่ดีน่ะ ถ้าเขาสร้างโลกที่ทุกคนมีวัฒนธรรมในการตัดนิ้วก้อยให้กันเพื่อแสดงความรัก คนบนโลกนั้นแสดงความรักกันแบบนี้ มึงอาจจะแสดงความเห็นได้ว่าในโลกของมึงแบบนี้ไม่ใช่ความรัก แต่มันจะใช้ไม่ได้กับเหตุผลของโลกนั้นไง

กูว่าเรื่องนี้ค่อนข้างมีเบสดีด้วยซ้ำนะ เพราะเหมือนคนเขียนคิดมาก่อนบ้างแล้วว่า ถ้าคนๆนี้เติบโตมาแบบนี้ นิสัยแบบนี้ มีสถานะแบบนี้ เวลาเจอปัญหานั้นๆเขาจะจัดการยังไง กูว่าสิ่งที่พ่อพี่วั่งทำหรือสิ่งที่พี่วั่งคิดคือพื้นฐานจากสังคมครอบครัวเขานั่นแหละ สมมติถ้าเป็นพี่เนี่ย คนที่ตัวเองรักฆ่าอาจารย์ตัวเองตาย พี่เนี่ยอาจจะเลือกยกดาบมาฟันคนที่ตัวเองรักเพื่อผดุงคุณธรรมในแบบของพี่เนี่ยก็ได้น่ะ

769 Nameless Fanboi Posted ID:YXLFelzkQS

>>768 มึงยกตัวอย่างแปลกๆว่ะ การกักขังกันมันไม่ใช่วัฒนธรรมการแสดงความรักในเรื่องนี้อย่ามาอ้างเซ็ตติ้งหน่อยเลย ถ้าพี่วั่งบอกรักแล้วจะปกป้องพี่เว่ยด้วยการขัง พี่เว่ยก็คงอีหยังวะเหมือนกัน มันไม่ผีขนาดขัดบริบทสังคมแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนในสองคนพยักหน้าบอกว่าอ้อ นั่นคือการแสดงความรักปกติ ส่วนที่มึงยกตัวอย่างการตัดนิ้วมันเป็นวัฒนธรรมที่กำหนดให้เซ็ตติ้งนั้น คนในเซ็ตติ้งนั้นส่วนใหญ่มองว่าโอเค

คือมึงพูดแปลกๆเหมือนกับว่าถ้าเขาบอกว่ารักแสดงว่านั่นเป็นเฟค นั่นเป็นความรัก ทั้งที่สิ่งที่เขาบอกว่ารักมันอาจไม่ใช่ความจริงก็ได้ อย่างโศกนาฏกรรมเมืองอี้ก็มีคนมองว่านั่นคือความรัก บางคนก็มองว่าเป็นเด็กขาดความอบอุ่นเลยต้องการที่พึ่ง บางคนก็มองเป็นเหยื่อ สิ่งที่ตัวละครพูดนั้นไม่สามารถเชื่อถือได้จริงๆ ขนาดตัวละครใน้รื่องยังมีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่างกัน ดังนั้นใครๆก็สามารถอ่าน ดูสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วออกความเห็นวิเคราะห์ได้ ไม่ใช่ยึดว่าตัวอักษรเขียนว่าอย่างนี้เท่ากับคนเขียนบอกว่าเฟคเป็นอย่างนี้

770 Nameless Fanboi Posted ID:ncarZLPwGU

>>769 กูไม่ได้ยกว่าการกักขังคือการแสดงความรัก กูพูดถึงเหตุผลที่ว่าถึงพ่อพี่วั่งจะกักบริเวณแม่พี่วั่งก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้รัก ในเมื่อคนเขียนมันเขียนว่ารัก(แฟคของคนเขียน)ก็ต้องมาวิเคราะห์กันว่าในเมื่อเขารักแล้วทำไมเขาเลือกทำแบบนี้ การตัดสินด้วยความคิดของตัวเองบนพื้นฐานสังคมที่แตกต่างจากโลกในนิยายด้วยการตั้งเหตุผลแค่เรื่องขังไม่ขัง มันดูตัดสินเร็วไป กูว่ามันเพี้ยนตั้งกะตั้งประเด็นว่าว่าขังไม่ขังเป็นการแสดงความรักแล้วว่ะ

ส่วนการยกตัวอย่างเรื่องการตัดนิ้วกูยกเพื่อพูดถึงเรื่องแฟคไม่ใช่พูดถึงเรื่องการแสดงความรักของพ่อพี่วั่ง มึงจะแย้งด้วยความรู้สึกส่วนตัวมึงทำได้ แต่การตัดสินว่ามันจะเป็นไปตามที่มึงคิดมั้ยมันเป็นไปไม่ได้ไง เพราะนิยายเรื่องนั้นมันก็คือสิทธิ์ของนักเขียนคนนั้นปะ ถ้าคนเขียนเขียนว่าตัวเอกชอบสีฟ้า แต่มึงไปแย้งคนเขียนว่าไม่จริงๆตัวเอกชอบสีชมพูเพราะนางเอกผมสีชมพู นั่นแหละแฟคที่กูพูดถึง มึงจะแย้งด้วยเหตุผลอะไรก็เรื่องของมึง แต่แฟคหรือสิ่งที่คนเขียนสร้างมา มึงเปลี่ยนมันไม่ได้ ยกเว้นเขาจะไม่ได้เขียนอย่างชัดเจน ปล่อยให้มึงคิดเอง หรือต่อให้แฟคนั้นมึงไม่ยอมรับมันก็เรื่องของมึงนั่นแหละ ถ้ามึงยืนยันว่าพ่อพี่วั่งไม่ได้รักแม่พี่วั่งเพราะบลาๆๆๆ มันก็ความคิดมึงไง แต่แฟคที่คนเขียนเขียนไว้ก็คือเขารักไง มันก็แค่นั้นแหละ

771 Nameless Fanboi Posted ID:ncarZLPwGU

>>769 ส่วนโศกนาฏกรรมเมืองอี้ คนอ่านอาจจะตีความว่าเป็นความรักอะไรก็แล้วแต่คนอ่านนะ แต่ตัวคนเขียนเคยอแกมาบอกแล้วว่าจะตีความยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ในนิยายที่เขาเขียนไม่เกี่ยวกับความรักใดๆทั้งนั้น คุณไม่สามารถยกว่าการตีความของคุณเป็นสิ่งที่เป็นแฟคได้ เพราะคนเขียนแจ้งอย่างชัดเจนแล้ว

772 Nameless Fanboi Posted ID:TWSe2rH0tq

>>771 กูไม่ได้บอกว่าเป็นแฟค กูกำลังบอกอยู่ว่าอารมณ์ความรู้สึกมันชี้ชัดยาก ต่างจากอะไรที่เป็นรูปธรรมซึ่งแสดงให้เห็นชัด คนมันมองได้ทั้งนั้นว่าใครจะรู้สึกยังไงไม่ใช่นักเขียนพูดไรก็เชื่อหมด มึงอ่านที่กูพิมพ์ข้างบนหลายๆรอบนะ หรือถ้าไม่เข้าใจก็พอเถอะ อีกห้าหกปีหวังว่ามึงจะผ่านประสบการณ์มากๆจนเข้าใจเอง

773 Nameless Fanboi Posted ID:1q/5cSEQ48

>>772 เพ้ยย กูก็บอกอยู่ว่าจะคิดวิเคราะห์วิจารณ์อะไรยังไงก็เรื่องของคนอ่าน แต่ถ้าพูดถึงข้อมูลที่เป็นแฟคมันก็คือตัวนิยายหรือความเห็นของคนเขียน แฟคตรงนั้นมึงจะตีความไปแบบไหนก็เรื่องของมึงเช่นกัน แต่ถ้าจะถกกันจริงจังก็ต้องวิเคราะห์กันด้วยเหตุผลตามพื้นฐานของเรื่อง จะเอาแต่ความคิดตัวเองที่มีพื้นฐานต่างจากสภาพสังคมของตลค.มาตัดสินอย่างเดียวไม่ได้ คือนี่พูดถึงเรื่องที่ว่าพ่อพี่วั่งรักแม่พี่วั่งมั้ย กูก็ขอยึดตามนักเขียน ซึ่งกูออกความเห็นว่าที่กูคิดว่าเขารักเพราะอะไร ถ้าจะดีเบทว่าพ่อพี่วั่งไม่รักเพราะอะไรมันก็ต้องมีเหตุผลมากกว่า พ่อพี่วั่งขังแม่พี่วั่งเพราะงั้นนั่นไม่ใช่ความรักหรอกไง ซึ่งการที่มึงจะคิดว่ามันไม่ใช่ความรักก็เรื่องของมึงเช่นกัน แต่แฟค กูหมายถึงต้นฉบับหรือต้นทางน่ะมันเซ็ตติ้งมาว่ารัก แค่นั้นเอง กูแค่ให้เหตุผลว่าเอ้อ ถ้ามองจากต้นทางคือคนเขียนมันเขียนให้รักไง มึงจะไม่เชื่อตามคนเขียนก็ไม่เป็นไร มึงออกความเห็นได้ เพียงแต่ถ้าอยากได้คำตอบแบบแฟคที่เป็นข้อมูลต้นทาง ก็คือรัก แค่นั้นแหละ กูต้องบอกมึงมั้ยเนี่ยว่ามึงรออีกสัก 5-6 ปีนะจะได้เข้าใจเรื่องการเคารพสิทธิ์คนเขียน ซึ่งนักเขียนเขาก็เคารพสิทธิ์ของคนอ่านในการตีความไง เพียงแต่การตีความของคุณมันก็อาจจะขัดกับสิ่งที่เขาเขียน เพราะงั้นมึงถึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าสิ่งที่มึงอ่านมาแล้วตีความมันถูก

774 Nameless Fanboi Posted ID:Ad/oTZz9FA

แม่พี่วั่งโดนกักขัง เจอลูกได้เดือนละครั้งมันคือโทษจำคุกตลอดชีวิตดีๆนี้แหละ ในเมื่อประหารไม่ได้จำคุกตลอดชีวิตคือโทษที่รองลงมา กุว่าถ้าไม่จบแบยนี้คนในตระกูลหลานคงไม่ยอม กุเลยมองว่ากักขังไม่ใช่การแสดงความรัก แต่เป็นการปกป้องคนรักเท่าที่กำลังและฐานะของตัวเองจะทำได้

775 Nameless Fanboi Posted ID:eMxGoPKuvb

>>773 เพ้ยย 5555 กุเข้าใจที่มึงจะสื่อนะ /ลูบหัว