Fanboi Channel

[รวมมิตรโม่เซียง] เม้าท์เรื่อง ปรมาจารย์, ตัวร้าย​อย่างข้า, เทียน​กวาน​ ฯลฯ​ เล่มที่​ 11 [นิยาย อนิเม ดราม่า ละคร สปอย]

Last posted

Total of 698 posts

547 Nameless Fanboi Posted ID:yItfdHlSjP

สปอยเทียนกวานต่อนะ ต่อจาก >>539 เทียนกวาน Part.29
.
.
.
.
.
เซี่ยเหลียนคิดว่าแหวนวงนี้ต้องเป็นสิ่งที่ฮวาเฉิงทิ้งไว้ แม้จะไม่รู้ว่ามันทำมาจากอะไรแต่อย่างไรก็คงไม่ใช่ของธรรมดา และในเมื่อมันเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายมอบให้ เขาจึงตั้งใจเก็บมันเอาก่อนซึ่งก็ไม่มีที่ใดดีไปกว่าเก็บไว้กับตัว เซี่ยเหลียนใช้เวลาอยู่ในอารามผูจี้หลายวัน จนวันหนึ่งเขาก็ได้รับการติดต่อจากหลิงเหวินให้กลับขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อไปร่วมพิจารณาคดีเส้นทางปั้นเยวี่ยที่หอมหายุทธ์ การที่หอประชุมใหญ่ถูกเปิดใช้ย่อมหมายความว่าจวินอู๋กลับมาแล้ว เซี่ยเหลียนที่ยังไม่ได้พบอีกฝ่ายตั้งแต่ได้กลับขึ้นสวรรค์จึงตั้งใจใช้โอกาสนี้ไปทักทายมหาเทพด้วย

ถนนใหญ่บนสวรรค์เต็มไปเทพที่กำลังรีบเดินทางไปยังหอมหายุทธ์เช่นกัน หากแต่ไม่มีใครเข้ามาทักทายเซี่ยเหลียนแม้แต่คนเดียว ซึ่งอาจเป็นเพราะเขาไปก่อเรื่องกับเผยซู่เข้าจึงไม่มีผู้ใดคิดอยากเข้าใกล้ให้เสี่ยงซวยไปด้วย ตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนร้องเรียกองค์ชายรัชทายาท ตอนแรกเซี่ยเหลียนนึกว่าอีกฝ่ายเรียกเขา แต่ไม่นานก็ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับล่างคนนั้นเรียกเทพอีกองค์ซึ่งอยู่ข้างหน้าเขาต่างหาก

เทพองค์ชายรัชทายาทคนนั้นมีใบหน้าหล่อเหลา แม้อยู่ในเสื้อเกราะแต่กลับดูใสซื่อ เมื่อเทพสองคนนั้นหันมาสบตาเข้ากับเซี่ยเหลียนพอดี เจ้าหน้าที่ระดับล่างก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เซี่ยเหลียนยิ้มพร้อมก้มหัวทักทายเทพหนุ่มหน้าตาซื่อคนนั้นซึ่งยิ้มกว้างกล่าวทักทายตอบ ทว่าเขาก็ถูกลูกน้องเร่งให้รีบเดินทางไปหอประชุม เซี่ยเหลียนทิ้งระยะห่างจากทั้งคู่ช่วงหนึ่งจึงค่อยเดินต่อ ก่อนจะได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ระดับล่างคนอื่นกระซิบกระซาบกันว่าโลกนี้ช่างแคบนัก และยังกล่าวอีกว่าองค์ชายรัชาทายาทคนนั้นสมกับเป็นเชื้อพระวงศ์ยิ่งกว่าเซี่ยเหลียน และคงไม่มีทางทำอะไรน่าอับอายลับหลังผู้คนเหมือนกันแน่นอน ที่คนอื่นพูดเช่นนั้นเป็นเพราะเทพองค์นั้นคือหลางเชียนชิว เทพสงครามแห่งทิศตะวันออก ผู้เป็นองค์ชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรหย่งอัน อาณาจักรที่ก่อกบฏจนทำให้อาณาจักรเซียนเล่อต้องล่มสลายนั่นเอง

มีเสียงเรียกองค์ชายรัชทายาทดังขึ้นอีก แต่ในคราวนี้อีกฝ่ายเรียกเซี่ยเหลียนจริงๆ และคนๆ นั้นคือหลิงเหวิน เซี่ยเหลียนได้ทราบจากอีกฝ่ายว่าโทษที่เผยซู่จะได้รับคือการเนรเทศซึ่งเขาที่ผ่านการตกสวรรค์สองรอบไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องเลวร้ายนัก เพราะอย่างไรก็ยังมีโอกาสกลับขึ้นสวรรค์อีกครั้งได้ เขาถามเทพสาวว่าพอได้ข่าวเรื่องของเด็กชายผ้าพันแผลที่เขาฝากเรื่องไว้หรือเปล่า แต่เธอก็ยังไม่สามารถหาข้อมูลได้คืบหน้า จากนั้นทั้งสองก็เดินไปหอมหายุทธ์ด้วยกัน

ภายในหอประชุมเทพทุกคนต่างแยกกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยมีจวินอู๋ในชุดเกราะสีขาวนั่งอย่างสง่างามอยู่บนบัลลังก์ เมื่อมหาเทพเอ่ยทักเซียนเหลียนทุกคนก็มองมาทางเขาเป็นตาเดียว หลิงเหวินผู้ทำหน้าที่เหมือนเลขานุการของสวรรค์เข้าไปรายการจวินอู๋ว่ามีเทพบางองค์ยังลาดตระเวนบนภพมนุษย์จึงไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ แต่เนื่องจากพวกเขารายงานมาก่อนแล้ว การประชุมจึงเริ่มขึ้นโดยไม่ติดขัด และเมื่อเซี่ยเหลียนเห็นเทพสงครามหน้าตาหล่อลากดินคนหนึ่งเดินออกมาด้านหน้า เขาก็รู้ในทันทีว่าคนๆ นี้จะต้องเป็นเผยหมิงอย่างแน่นอน

เผยหมิงนำร่างของอาเจาซึ่งเป็นเปลือกเปล่าที่เผยซู่สร้างขึ้นมายังหอประชุม บอกว่าแม่ทัพเผยน้อยเล่าให้เขาฟังว่าที่เส้นทางปั้นเยวี่ยมีเด็กหนุ่มชุดแดงคนหนึ่งอยู่ข้างกายเซี่ยเหลียน แม้การใช้ร่างเปลือกเปล่าจะทำให้ความสามารถของเผยซู่โดยเนิฟลงบ้าง แต่อีกฝ่ายก็ยังสามารถทำให้ร่างปลอมของเทพอาบเลือด และยังจัดการทหารปั้นเยวี่ยได้ในพริบตา เขาจึงต้องการทราบว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใคร แม้จะได้ฟังรายละเอียดเพียงเท่านี้ แต่ดูเหมือนเทพทุกองค์จะพอเดาออกแล้วว่าคนๆ นั้นคือผู้ใดจึงพากันเปลี่ยนสีหน้า ท่าทางคดีเส้นทางปั้นเยวี่ยคงไม่อาจสรุปผลออกมาโดยง่ายเสียแล้ว
.
.
.
.
.