Fanboi Channel

[รวมมิตรโม่เซียง] เม้าท์เรื่อง ปรมาจารย์, ตัวร้าย​อย่างข้า, เทียน​กวาน​ ฯลฯ​ เล่มที่​ 11 [นิยาย อนิเม ดราม่า ละคร สปอย]

Last posted

Total of 698 posts

539 Nameless Fanboi Posted ID:3/pKIfOQnZ

สปอยเทียนกวานต่อนะ ต่อจาก >>527 เทียนกวาน Part.28
.
.
.
.
.
ผ่านมาครึ่งคืนเซี่ยเหลียนจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำอาหาร หนึ่งเทพกับหนึ่งผีเลยพักผ่อนนอนข้างกันบนเสื่อเก่าขาด หลังจากพูดเรื่องวิธีการทำงานบนสวรรค์กับโลกผี เซี่ยเหลียนก็ถามฮวาเฉิงว่าเคยเจอกับอ๋องผีอีกคนหรือไม่ อีกฝ่ายตอบว่าเคย แต่เมื่อถามถึงฉีหรง ฮวาเฉิงกลับบอกว่าเขาไม่ชอบหน้าของอีกฝ่าย ผีเขียวมีนิสัยต่ำช้า แถมยังหนีเก่งอีก เซี่ยเหลียนรู้สึกแปลกใจว่าแม้แต่ในโลกผีฉีหรงก็ยังเป็นที่รังเกียจ อ๋องผีชุดแดงเลยเสริมว่าธาราทมิฬก็ไม่ชอบผีเขียวเช่นกัน ตอนแรกเซี่ยเหลียนงงว่าหมายถึงใคร ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าน่าจะเป็นธาราทมิฬล่มเรือผู้เป็นเจวี๋ยอีกคน ฮวาเฉิงบอกเพิ่มว่าอีกฝ่ายเป็นที่รู้จักในนามผีธาราทมิฬเสวียนด้วย

เซี่ยเหลียนถามฮวาเฉิงต่อว่าเขาสนิทกับธาราทมิฬล่มเรือหรือเปล่า และแม้คนที่อยู่ข้างกันจะบอกว่าในโลกผีตนไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ เซี่ยเหลียนก็ยังเอ่ยชมว่าขนาดไม่สนิทฮวาเฉิงก็ยังรู้เรื่องเกี่ยวกับผีตนอื่นเป็นอย่างดี ทั้งคู่คุยต่ออีกพักหนึ่งก่อนที่เซี่ยเหลียนจะบ่นว่าทำไมปั้นเยวี่ยถึงไม่กลับเข้ามา เด็กหนุ่มชุดแดงจึงเอ่ยว่าเขารู้สึกชื่นชมคำกล่าวว่าต้องการช่วยเหลือโลกและไพร่ฟ้าประชาชน ทว่าเซี่ยเหลียนกลับรู้สึกไม่ดีและคิดว่ามันเป็นเรื่องที่โง่มาก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องว่าอย่างน้อยที่ปั้นเยวี่ยพูดก็ยังพอน่าฟัง เพราะในสมัยเด็กเขาเคยพูดเรื่องที่ฟังดูโง่เง่ากว่านี้เสียอีก

เซี่ยเหลียนเล่าว่าเมื่อหลายร้อยปีที่แล้วมีคนๆ หนึ่งบอกกับเขาว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป และถามเขาว่าตนจะอยู่ไปเพื่ออะไร ชีวิตนี้มีความหมายอะไรกัน เขาจึงตอบคนๆ นั้นไปว่า “หากเจ้าไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรก็จงมีชีวิตเพื่อข้า หากเจ้าไม่รู้ว่าความหมายของชีวิตของเจ้าคืออะไรก็ให้ข้าเป็นความหมายนั้น และใช้ข้าเป็นเหตุผลที่จะมีชีวิตต่อไป” พูดเสร็จเซี่ยเหลียนก็หัวเราะออกมาด้วยไม่รู้ว่าตนเองในตอนนั้นนึกอะไรถึงได้เอาตัวเองไปให้คนอื่นใช้เป็นเหตุผลในการมีชีวิต ไม่มีทางที่ตัวเขาในตอนนี้จะพูดประโยคนั้นอีกอย่างแน่นอน ทว่าฮวาเฉิงกลับบอกว่าความโง่ก็เป็นความกล้าอย่างหนึ่งเช่นกัน

อ๋องผีตั้งข้อสังเกตว่าพวกเขาเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน เซี่ยเหลียนมาเล่าเรื่องราวให้เขาฟังมากมายขนาดนี้จะดีหรือ แต่เซี่ยเหลียนบอกว่าคนเราได้พบกันด้วยวาสนา และพลัดจากกันด้วยโชคชะตา ถ้าเราชอบอีกฝ่ายก็มาพบกันอีก หากไม่ก็แยกจากกัน ให้ทุกอย่างไหลไปตามธรรมชาติ และเขาก็จะพูดในสิ่งที่อยากพูด ฮวาเฉิงจึงถามว่าหากใบหน้าที่แท้จริงของเขาน่าเกลียดเซี่ยเหลียนยังอยากพบเขาอีกหรือเปล่า เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของอีกฝ่าย เซี่ยเหลียนจึงจริงจังขึ้นบ้าง หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งเขาก็บอกไปว่าที่เขาต้องการเห็นหน้าจริงของฮวาเฉิงเป็นเพราะตอนนี้พวกเขาเป็นเพื่อนกันแล้วจึงควรมีความจริงใจต่อกัน ไม่ว่าหน้าตาของอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไรเขาก็ไม่คิดมากความ แต่จู่ๆ คนฟังก็หัวเราะออกมา ทำให้เซี่ยเหลียนรู้สึกเหมือนโดนแกล้ง และต่อว่าอีกฝ่ายไม่จริงใจ

“ข้าสัญญาว่าในโลกนี้ท่านจะไม่เจอคนที่จริงใจต่อท่านมากไปกว่าข้าอีกแล้ว” ฮวาเฉิงบอกเช่นนั้น แล้วเสริมว่าครั้งหน้าที่พวกเขาได้เจอกันเขาจะใช้ใบหน้าที่แท้จริงมาทักทายเซี่ยเหลียน จากนั้นไม่นานเซี่ยเหลียนก็พล่อยหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าคนที่นอนอยู่ข้างกันเมื่อคืนก็หายไปแล้ว พอเปิดประตูออกไปข้างนอกก็ไม่พบผู้ใด นอกจากกองใบไม้ที่ถูกกวาดมากองรวมกัน บนพื้นยังมีหม้อของปั้นเยวี่ยตั้งอยู่ เซี่ยเหลียนหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินกลับเข้าไปในอาราม ในขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนชุด เซี่ยเหลียนก็สังเกตว่ามีของบางอย่างอยู่บนหน้าอกของเขา เมื่อยกขึ้นดูจึงเห็นว่ามันเป็นโซ่สีเงินบางเบาซึ่งห้อยแหวนผลึกแก้วใสวงหนึ่งไว้
.
.
.
.
.